﻿_id	NewsTitle	NT01_NewsDesc	NewsDate	Region	Province	Department	Link_News
1	พมจ.สุรินทร์ เปิดงานวันคนพิการสากลจังหวัดสุรินทร์ ประจำปี 2564 ณ ศูนย์บริหารคนพิการจังหวัดสุรินทร์	<p><strong>พมจ.สุรินทร์&nbsp;เปิดงานวันคนพิการสากลจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์บริหารคนพิการจังหวัดสุรินทร์เพื่อสร้างความเข้าใจของสังคมเกี่ยวกับคนพิการ&nbsp;และให้โอกาสคนพิการได้มีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมของสังคมอย่างสร้างสรรค์&nbsp;เป็นธรรมและเสมอภาคกับคนทั่วไป</p><p><strong>นางสาวสราญภัทร&nbsp;อนุมัติราชกิจ</strong>&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ&nbsp;กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดศูนย์บริหารคนพิการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;และเปิดงานวันคนพิการสากลจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมทั้งมอบโล่ประกาศเกียรติคุณดีเด่นแก่คนพิการต้นแบบ&nbsp;และหน่วยงาน&nbsp;องค์กรที่สนับสนุนงานด้านคนพิการ&nbsp;โดยมีนายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวพัทธิอร&nbsp;กาฬสุวรรณ&nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงาน&nbsp;เพื่อส่งเสริมความเข้าใจของสังคมเกี่ยวกับคนพิการ&nbsp;และให้โอกาสคนพิการได้มีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมของสังคมอย่างสร้างสรรค์&nbsp;เป็นธรรมและเสมอภาคกับคนทั่วไป&nbsp;ภายใต้&nbsp;คนพิการร่วมนำการเปลี่ยนแปลงเพื่อการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้าสู่โลกใหม่หลังโควิด-19&nbsp;อย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301095422027
2	"จ.เลย กำหนดจัดงาน  MASK Festival 2022  สวหน้ากาก ยลงานศิลป์ เช็คอินริมโขง"" เสริมสร้างอัตลักษณ์ด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยของไทยและประเทศพื้นที่แถบลุ่มน้ำโขง ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด"	"<p><strong>สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเลย</strong>&nbsp;กำหนดจัดงาน&nbsp;&nbsp;MASK&nbsp;Festival&nbsp;2022&nbsp;สวมหน้ากาก&nbsp;ยลงานศิลป์&nbsp;เช็คอินริมโขง""&nbsp;เพื่อเสริมสร้างอัตลักษณ์ด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยของประเทศไทย&nbsp;และประเทศในพื้นที่แถบลุ่มน้ำโขง&nbsp;ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม&nbsp;ตลอดจนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย&nbsp;ให้พัฒนาต่อยอดกลายเป็นทุนทางวัฒนธรรมในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;โดยกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;11-13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลานวัฒนธรรมริมแม่น้ำโขง&nbsp;ตำบลเชียงคาน&nbsp;อำเภอเชียงคาน&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;</p><p><strong>นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดเลยใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมเป็นพื้นฐาน&nbsp;โดยนำเรื่องวัฒนธรรมดั้งเดิมมาผสมผสานกับวัฒนธรรมร่วมสมัยมาจัดแสดง&nbsp;ซึ่งจะช่วยสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;โดยปัจจุบันจังหวัดเลยให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ควบคู่กับการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;ให้ประชาชนมีรายได้&nbsp;และความเป็นอยู่ในรูปแบบวิถีใหม่</p><p><strong>ภายในงานจะมีการแสดงทางวัฒนธรรม</strong>&nbsp;ศิลปะร่วมสมัยจากเครือข่ายยุวชนคนไทเลย&nbsp;นิทรรศการงานศิลป์ร่วมสมัย&nbsp;ริมฝั่งโขง&nbsp;(หน้ากาก&nbsp;สีสัน&nbsp;คัลเลอร์ฟูล)&nbsp;หน้ากากนานาชาติจากประเทศสิงคโปร์&nbsp;อินโดนีเซีย&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;กัมพูชา&nbsp;และญี่ปุ่น&nbsp;ขบวนพาเหรดหน้ากากผีต่างๆ&nbsp;ของจังหวัดเลย&nbsp;ได้แก่&nbsp;ผีตาโขน&nbsp;ผีบุ้งเต้า&nbsp;และผีขนน้ำ&nbsp;กิจกรรมวาดหน้ากากหลากสี&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยการจัดงานดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;ตามแนวทาง&nbsp;VUCA&nbsp;ซึ่งคาดหวังว่างานดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดเลยอย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.เลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301095348026
3	ผู้ว่าฯสุราษฎร์ เข้ารับมอบโล่รางวัลคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ สร้าง สังคมไทยเป็นสังคมคุณธรรม ที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ภายใต้แนวทาง ราษฎร์ธานี จังหวัดคุณธรรม เมืองคนดี มีวินัย ใส่ใจส่วนรวม	<p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>ได้เข้ารับมอบโบ่ห์รางวัลคุณธรรมต้นแบบโดเด่น&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอิทธิพล&nbsp;คุณปลื้ม&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางยุพา&nbsp;ทวีวัฒนะกิจบวร&nbsp;ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;นายเกรียงศักดิ์&nbsp;บุญประสิทธิ์&nbsp;อธิบดีกรมการศาสนา&nbsp;ผู้แทนหน่วยงาน&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้อง&nbsp;G5&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;อาคารหอศิลป์แห่งชาติ&nbsp;กระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;เขตห้วยขวาง&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;</p><p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตามที่คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ&nbsp;ได้เห็นความสำคัญในการส่งเสริมคุณธรรมในทุกภาคส่วน&nbsp;จึงมีนโยบายส่งเสริมการขับเคลื่อนคุณธรรมในระดับชุมชน&nbsp;องค์กร&nbsp;อำเภอ&nbsp;และจังหวัด&nbsp;โดยกำหนดตัวชี้วัดและเกณฑ์การประเมินที่มีมาตรฐานกลางในการประเมินความสำเร็จ&nbsp;3&nbsp;ระดับ&nbsp;คือ&nbsp;ระดับส่งเสริมคุณธรรม&nbsp;ระดับคุณธรรม&nbsp;และระดับคุณธรรมต้นแบบ&nbsp;เพื่อบ่งบอกถึงกระบวนการในการพัฒนาคุณธรรมที่ได้มาตรฐาน&nbsp;และในปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;ได้มีการคัดเลือกในระดับคุณธรรมต้นแบบที่มีผลสัมฤทธิ์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในเชิงประจักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;235&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p>1.&nbsp;ชุมชนคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;จำนวน&nbsp;76&nbsp;ชุมชน&nbsp;</p><p>2.&nbsp;องค์กรคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;จำนวน&nbsp;84&nbsp;องค์กร&nbsp;</p><p>3.&nbsp;อำเภอคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;จำนวน&nbsp;70&nbsp;อำเภอ&nbsp;</p><p>4.&nbsp;จังหวัดคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;</p><p>เพื่อรับโล่รางวัลคุณธรรมต้นแบบโดดเด่นจากนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในส่วนของสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้รับการคัดเลือก&nbsp;ให้ได้รับรางวัลจังหวัดคุณธรรม&nbsp;ถาขใต้อนวทาง&nbsp;เมืองคนดี&nbsp;มีวินัย&nbsp;ใส่ใจส่วนรวม&nbsp;โดย&nbsp;รางวัลที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้รับประกอบด้วย&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีรเข้ารับมอบโล่จังหวัดคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;นายจักรกฤษณ์&nbsp;ฝั่งชลจิตร&nbsp;นายอำเภอดอนสัก&nbsp;เข้ารับมอบโล่อำเภอต้นแบบโดดเด่น&nbsp;นายธธงชัย&nbsp;สารอักษร&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เข้ารับมอบโล่องค์กรต้นแบบโดดเด่นเจ้าอาวาสวัดบางใบไม้เข้ารับการถวายโล่ชุมชนคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น</p><p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;ตนเองต้องขอขอบคุณ&nbsp;ทุกภาคส่วน</strong>ที่ร่วมกันขับเคลื่อนจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;จนได้เข้าร่วมรับการประเมิน&nbsp;และได้รับรางวัลในครั้งนี้&nbsp;ถือเป็นแรงจูงใจในการส่งเสริมและพัฒนาคุณธรรม&nbsp;เพื่อสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมคุณธรรมอย่างยั่งยืน&nbsp;สำหรับการขับเคลื่อนสังคมคุณธรรมเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนที่จะต้องร่วมมือกันทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาคประชาชน&nbsp;และจะต้องมีการส่งเสริม&nbsp;พัฒนา&nbsp;และดำเนินการอย่างต่อเนื่องให้ควบคู่ไปกับการดำเนินชีวิตประจำวันที่มีความผูกพันกับหลักธรรมทางศาสนา&nbsp;ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และวิถีวัฒนธรรมไทยอันดีงาม&nbsp;และจะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนส่งเสริมความดีงามให้เกิดขึ้นในทุกภาคส่วนของสังคม&nbsp;สามารถส่งผลให้ประเทศชาติมีความสงบสุขและพัฒนาต่อไปได้อย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>ถึงแม้ว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาด</strong>ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;-&nbsp;19)&nbsp;ก่อให้เกิดอุปสรรคในการทำงานอย่างมาก&nbsp;แต่ด้วยความเข้มแข็ง&nbsp;ทุกภาคส่วนจึงได้ปรับเปลี่ยนการทำงานในรูปแบบ&nbsp;New&nbsp;normal&nbsp;ทำให้การดำเนินงานด้านการส่งเสริมคุณธรรมภายใต้แผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติประสบความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง&nbsp;ซึ่งการได้รับวางวัลในครั้งนี้จะช่วยสร้างขวัญกำลังใจและเสริมแรงจูงใจในการส่งเสริมการขับเคลื่อนงานด้านคุณธรรมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายในการสร้าง&nbsp;สังคมไทยเป็นสังคมคุณธรรม&nbsp;ที่มีความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;และยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301081305008
4	ไทย ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 123 ล้าน โดส ทั่วโลกแล้ว 10,709 ล้านโดส ใน 205 ประเทศเขตปกครอง	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ศ.นพ.สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั่วโลกแล้ว&nbsp;10,709&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;205&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่&nbsp;25.7&nbsp;ล้านโดสต่อวัน&nbsp;และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่&nbsp;552&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยมีชาวอเมริกันกว่า&nbsp;215&nbsp;ล้านคนได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;โดสแล้ว</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;แล้ว</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;มียอดรวมกันที่ประมาณ&nbsp;974.7&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยบรูไนฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค&nbsp;ร้อยละ&nbsp;95&nbsp;ของประชากร&nbsp;ในขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่&nbsp;344.2&nbsp;ล้านโดส&nbsp;สำหรับประเทศไทยข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า&nbsp;123&nbsp;ล้านโดส</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301094911023
5	ผู้ว่าฯ นราธิวาส เตรียมเสนอแผนงานโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ในที่ประชุมซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน วันพรุ่งนี้ (2 มี.ค.65)	<p><strong>นายสนั่น&nbsp;&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในวันพรุ่งนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และคณะส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จะเดินทางลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ซึ่งเป็นโอกาสดีที่ทางจังหวัดนราธิวาส&nbsp;จะนำเสนอแผนงาน/โครงการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่สามารถแก้ไขปัญหาในเรื่องน้ำท่วมซ้ำซาก&nbsp;เพื่อใหเแต่ละฤดูฝนจะทำให้ปัญหาเหล่านี้ลดน้อยลง</p><p><strong>ในส่วนของจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ได้เชิญส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาหารือ</strong>ในเรื่องดังกล่าวแล้ว&nbsp;เพื่อได้เตรียมเสนอแผนงาน/โครงการให้รองนายกรัฐมนตรีรับทราบ&nbsp;อีกทั้งรองนายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ไปเยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องประชาชน&nbsp;ที่ตำบลมูโนะ&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ด้วย&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ระดับน้ำท่วมสูงมาก&nbsp;สาเหตุจากฝนตกหนักต่อเนื่องและเกิดปัญหาคันดินประตูระบายน้ำปากคลองระบายน้ำมูโนะถูกกระแสน้ำกัดเซาะชำรุด&nbsp;ทางหน่วยงานชลประทานที่17&nbsp;ได้ดำเนินการซ่อมแซทแต่ยังไม่แล้วเสร็จ&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;ในเรื่องการช่วยเหลือเยียวยา</strong>&nbsp;ได้มอบแนวทางไปว่ากรณีเครื่อวใช้ไฟฟ้ารถยนต์&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;เครื่องจักรกล&nbsp;ที่ได้รับความเสียหาย&nbsp;จะนำจิตอาสาที่เป็นช่าง&nbsp;อาทิ&nbsp;นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;25&nbsp;นราธิวาส&nbsp;มาช่วยบริการพี่น้องประชาชน&nbsp;&nbsp;และเน้นย้ำเรื่องของโรคหลังน้ำท่วมเพื่อป้องกันไม่ให้โรคแพร่ระบาด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301081744011
6	จ.อุบลฯ ร่วมกับ กฟผ. ประชุมเพื่อหาแนวทางบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูล ในการรักษาระบบนิเวศลำน้ำมูล	<p><strong>นายพงษ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมการบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูล&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมปทุมวรราช&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;โดยมีนายบุญเลิศ&nbsp;แสงระวี&nbsp;หัวหน้าแผนกบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า&nbsp;พร้อมด้วยผู้ปฎิบัติงานเขื่อนสิรินธร&nbsp;กฟผ.&nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และตัวแทนภาคประชาชน&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;เพื่อร่วมพิจารณาหาข้อสรุปในการดำเนินการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;ให้โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ได้ดำเนินงานการปรับปรุงเขื่อนป้องกันตลิ่งพื้นที่ชุมชนอำเภอวารินชำราบ&nbsp;ซึ่งปัจจุบันการกักเก็บน้ำที่สถานีวัดน้ำ&nbsp;M.7&nbsp;(สะพานเสรีประชาธิปไตย)&nbsp;อยู่ที่ระดับไม่ต่ำกว่าระดับ&nbsp;108&nbsp;เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง&nbsp;</p><p><strong>จากการประชุมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทราบว่า&nbsp;</strong>ทางเขื่อนของชลประทาน&nbsp;มีการระบายน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศวันละ&nbsp;200,000&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;และ&nbsp;กฟผ.เขื่อนสิรินธรได้มีการระบายน้ำวันละ&nbsp;1&nbsp;ล้าน&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;&nbsp;ส่วนเขื่อนปากมูลมีการระบายน้ำวันละ&nbsp;5&nbsp;ล้าน&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;&nbsp;ถ้าหากมีการระบายอย่างเช่นปัจจุบันนี้&nbsp;ระดับน้ำหน้าเขื่อนปากมูล&nbsp;จะค่อยๆ&nbsp;ลดระดับน้ำจากระดับ&nbsp;108&nbsp;เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง&nbsp;ให้อยู่ที่ระดับ&nbsp;107&nbsp;เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง&nbsp;ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ&nbsp;38&nbsp;วัน&nbsp;ในวันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยประมาณ&nbsp;ซึ่งการลดระดับน้ำนี้เป็นการลดระดับทางด้านเทคนิค&nbsp;กฟผ.&nbsp;เพื่อรักษาระบบนิเวศของลำน้ำมูล&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>กรกช&nbsp;&nbsp;ภูมี&nbsp;สวท.อุบลฯ&nbsp;&nbsp;รายงาน&nbsp;1&nbsp;มี.ค.65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301081931012
7	จ.อุบลฯ ร่วมกับ กฟผ. ประชุมเพื่อหาแนวทางบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูล ในการรักษาระบบนิเวศลำน้ำมูล	<p><strong>นายพงษ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมการบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูล&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมปทุมวรราช&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;โดยมีนายบุญเลิศ&nbsp;แสงระวี&nbsp;หัวหน้าแผนกบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า&nbsp;พร้อมด้วยผู้ปฎิบัติงานเขื่อนสิรินธร&nbsp;กฟผ.&nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และตัวแทนภาคประชาชน&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;เพื่อร่วมพิจารณาหาข้อสรุปในการดำเนินการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;ให้โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ได้ดำเนินงาน</p><p><strong>การปรับปรุงเขื่อนป้องกันตลิ่ง</strong>พื้นที่ชุมชนอำเภอวารินชำราบ&nbsp;ซึ่งปัจจุบันการกักเก็บน้ำที่สถานีวัดน้ำ&nbsp;M.7&nbsp;(สะพานเสรีประชาธิปไตย)&nbsp;อยู่ที่ระดับไม่ต่ำกว่าระดับ&nbsp;108&nbsp;เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง</p><p><strong>จากการประชุมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;ทราบว่า&nbsp;ทางเขื่อนของชลประทาน&nbsp;มีการระบายน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศวันละ&nbsp;200,000&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;และ&nbsp;กฟผ.เขื่อนสิรินธรได้มีการระบายน้ำวันละ&nbsp;1&nbsp;ล้าน&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;&nbsp;ส่วนเขื่อนปากมูลมีการระบายน้ำวันละ&nbsp;5&nbsp;ล้าน&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;&nbsp;ถ้าหากมีการระบายอย่างเช่นปัจจุบันนี้&nbsp;ระดับน้ำหน้าเขื่อนปากมูล&nbsp;จะค่อยๆ&nbsp;ลดระดับน้ำจากระดับ&nbsp;108&nbsp;เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง&nbsp;ให้อยู่ที่ระดับ&nbsp;107&nbsp;เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง&nbsp;ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ&nbsp;38&nbsp;วัน&nbsp;ในวันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยประมาณ&nbsp;ซึ่งการลดระดับน้ำนี้เป็นการลดระดับทางด้านเทคนิค&nbsp;กฟผ.&nbsp;เพื่อรักษาระบบนิเวศของลำน้ำมูล&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301094953025
8	เตรียมส่งคนไทยที่อพยพออกจากยูเครนกลุ่มแรก 96คนกลับไทยวันนี้	<p><strong>สถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงวอร์ซอ</strong>&nbsp;รายงานความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในยูเครน(สถานะวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;01.30&nbsp;น.)&nbsp;โดยระบุว่า&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(28&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;ได้ช่วยเหลือให้คนไทยที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยในยูเครน&nbsp;อีก&nbsp;43&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งอพยพออกจากยูเครน&nbsp;เข้ามายังประเทศโปแลนด์&nbsp;โดยคณะคนไทยได้เดินทางถึงกรุงวอร์ซอโดยสวัสดิภาพ&nbsp;ทำให้ขณะนี้&nbsp;มีการอพยพคนไทยออกนอกยูเครน&nbsp;รวมแล้ว&nbsp;142&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>ส่วนที่ได้อพยพคนไทยออกมายูเครนก่อนหน้านี้&nbsp;2&nbsp;ชุด</strong>&nbsp;เตรียมจะเดินทางกลับไทย&nbsp;โดยคนไทย&nbsp;ชุดที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;38&nbsp;คน&nbsp;จะเดินทางโดยเครื่องบิน&nbsp;ออกจากกรุงบูคาเรสต์&nbsp;ประเทศโรมาเนีย&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;และมีกำหนดถึงประเทศไทยวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยสายการบินไทย&nbsp;เที่ยวบินที่TG923&nbsp;เวลา&nbsp;06.25&nbsp;น.&nbsp;ส่วนชุดที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;58&nbsp;คน&nbsp;จะเดินทางโดยเครื่องบินออกจากกรุงวอร์ซอ&nbsp;ประเทศโปแลนด์&nbsp;ในวันนี้เช่นกัน&nbsp;และมีกำหนดถึงประเทศไทยวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;โดยสายการบินเอมิเรตส์&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;EK384&nbsp;เวลา&nbsp;12.05&nbsp;น.</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;จากการตรวจสอบข้อมูลกับกลุ่มคนไทย</strong>ที่ยังติดค้างอยู่ในเมืองต่างๆ&nbsp;ทราบว่า&nbsp;ทุกคนยังปลอดภัย&nbsp;โดยมีคนไทยอีก&nbsp;35&nbsp;คนจากกรุงเคียฟ&nbsp;เมืองคาเคียฟ&nbsp;เมืองซาโปรีเซีย&nbsp;สามารถทยอยเดินทางออกมาได้แล้ว&nbsp;ส่วนใหญ่&nbsp;อาศัยรถไฟอพยพของยูเครน&nbsp;เพื่อเดินทางออกมาจากเมืองต่างๆ&nbsp;เนื่องจากการเดินทางโดยรถยนต์&nbsp;ยังมีความเสี่ยงและล่าช้ามากและอยู่ในระหว่างการเดินทางไปยังศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยฯ&nbsp;เมืองลวิฟ&nbsp;โดยคาดว่าจะเดินทางถึงภายในวันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)</p><p><br></p><p><br></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.จันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301103106048
9	ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน พร้อมส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อร่วมพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแม่ฮ่องสอน	<p><strong>นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ร่วมพบปะพูดคุยกับสมาชิกหอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี&nbsp;2564&nbsp;หอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และผ่านระบบ&nbsp;LINE&nbsp;VDO&nbsp;call&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมร้านอาหารบ้านไร่ไผ่หวาน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ยินดีสนับสนุนส่งเสริมร่วมมือกับภาคเอกชนแม่ฮ่องสอนในทุกๆด้าน&nbsp;เพื่อร่วมพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดไปด้วยกัน&nbsp;ขอให้ผู้ประกอบการในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เร่งปรับตัวพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง&nbsp;ภาครัฐจะผลักดันนโยบายสำคัญของจังหวัด&nbsp;อย่างมียุทธศาสตร์&nbsp;มีเป้าหมายชัดเจน&nbsp;เช่น&nbsp;การคมนาคมมายังจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;การส่งเสริมการท่องเที่ยวในทุกอำเภอ&nbsp;เพิ่มแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ&nbsp;การพัฒนาด้านต่างๆโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายนักปราชญ์&nbsp;ไชยานนท์</strong>&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;,&nbsp;ว่าที่&nbsp;ร.ต.ภาณุวัฒน์&nbsp;ขัดนาค&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานแม่ฮ่องสอน&nbsp;และ&nbsp;นายจำเริญ&nbsp;อินยา&nbsp;สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ร่วมบรรยายพิเศษเรื่อง&nbsp;ความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับหอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อส่งเสริมการค้าและพัฒนาเศรษฐกิจแม่ฮ่องสอน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301094745022
10	"จ.ลำปาง กำหนดจัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย"" 2 มีนาคม"	"<p><strong>ด้วยสำนักนายกรัฐมนตรีมีประกาศ&nbsp;ฉบับลงวันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552</strong>&nbsp;เรื่อง&nbsp;การถวายพระราชมัญญา&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;มหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปีเป็น&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ""&nbsp;เพื่อเป็นการรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร&nbsp;ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็น&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;และทรงพระปรีชาสามารถด้านการข่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐาน</p><p><strong>จังหวัดลำปาง&nbsp;ได้กำหนดจัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะ</strong>แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""และจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ&nbsp;เพื่อแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถทางด้านช่างของพระองค์&nbsp;ในวันพุธที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;อาคารหอประชุมจังหวัดลำปาง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301094613021
11	สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จ.ระยอง  ประจำวันที่ 1 มีนาคม 2565  พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 593 ราย	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ศูนย์โควิด-19&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19&nbsp;&nbsp;จ.ระยอง</strong>&nbsp;&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;593&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;ส่วนผู้ป่วยที่รักษาหายเดินทางกลับบ้านมีจำนวน&nbsp;269&nbsp;ราย&nbsp;ทำให้มีผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1-&nbsp;มค.&nbsp;&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;12,828&nbsp;ราย&nbsp;ผู้เสียชีวิตสะสมยังอยู่ที่&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;4,461&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;และมีผู้อยู่ระหว่างกักตัวในสถานที่กักตัวของรัฐ&nbsp;จำนวน&nbsp;837&nbsp;ราย&nbsp;และกักตัวที่บ้าน&nbsp;818&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่พบในวันนี้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อ.เมือง&nbsp;294&nbsp;ราย&nbsp;(ต.&nbsp;เชิงเนิน&nbsp;30,ต.&nbsp;ตะพง&nbsp;19,ต.&nbsp;ทับมา&nbsp;28,ต.&nbsp;เนินพระ&nbsp;46,ต.&nbsp;ห้วยโป่ง&nbsp;31&nbsp;,ต.&nbsp;มาบตาพุด&nbsp;43,ต.&nbsp;ท่าประดู่&nbsp;14,ต.&nbsp;กะเฉด&nbsp;3,ต.ปากน้ำ&nbsp;12,ต.&nbsp;เพ&nbsp;34,ต.&nbsp;น้ำคอก&nbsp;2,ต.&nbsp;นาตาขวัญ&nbsp;11,ต.&nbsp;บ้านแลง&nbsp;8,ต.&nbsp;สำนักทอง&nbsp;1,ต.แกลง&nbsp;12)</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อ.ปลวกแดง&nbsp;73&nbsp;ราย&nbsp;(ต.&nbsp;ตาสิทธิ์&nbsp;5,ต.&nbsp;ปลวกแดง&nbsp;27,ต.&nbsp;มาบยางพร&nbsp;27,ต.&nbsp;แม่น้ำคู้&nbsp;11,ต.&nbsp;หนองไร่&nbsp;1,ต.ละหาร&nbsp;2)</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อ.นิคมพัฒนา&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;(&nbsp;ต.&nbsp;นิคมพัฒนา&nbsp;11,ต.&nbsp;พนานิคม&nbsp;7,ต.&nbsp;มะขามคู่&nbsp;9,ต.&nbsp;มาบข่า&nbsp;13)</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อ.&nbsp;บ้านฉาง&nbsp;78&nbsp;ราย&nbsp;(ต.&nbsp;บ้านฉาง&nbsp;50,ต.&nbsp;สำนักท้อน&nbsp;16,ต.&nbsp;พลา&nbsp;12)</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อ.&nbsp;บ้านค่าย&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;(ต.&nbsp;หนองบัว&nbsp;1,ต.&nbsp;ตาขัน&nbsp;3,ต.&nbsp;หนองตะพาน&nbsp;1,ต.&nbsp;บ้านค่าย&nbsp;5)</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อ.&nbsp;แกลง&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;(ต.&nbsp;ปากน้ำประแส&nbsp;1,ต.&nbsp;ทุ่งควายกิน&nbsp;1,ต.&nbsp;กร่ำ&nbsp;3,ต.ทางเกวียน&nbsp;4,ต.&nbsp;กองดิน&nbsp;6,ต.&nbsp;วังหว้า&nbsp;8,ต.บ้านา&nbsp;1,ต.&nbsp;ชากโดน&nbsp;4,ต.กระแสบน&nbsp;4,ต.&nbsp;คลองปูน&nbsp;2,ต.&nbsp;ห้วยยาง&nbsp;6)</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อ.&nbsp;เขาชะเมา&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;(ต.ซำฆ้อ&nbsp;4,ต.&nbsp;ห้วยทับมอญ&nbsp;4,ต.&nbsp;น้ำเป็น&nbsp;1)</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;มาจากต่างจังหวัด&nbsp;40&nbsp;ราย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สวท.ระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301093116018
12	จ.ลำปาง พบสุนัขจิ้งจอกหางแดงพวง สัตว์ป่าหายาก ถูกรถชนบาดเจ็บ คาดหนีไฟป่าหรือถูกล่า	<p><strong>นายทศพล&nbsp;หาญประเสริฐ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายการุณ&nbsp;แซ่อุ่ย</strong>&nbsp;สมาชิกชมรมจิตอาสาช่วยเหลือสุนัข&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;เข้าให้การช่วยเหลือสุนัขจิ้งจอกแดงหางพวงสัตว์ป่าหายาก&nbsp;หลังถูกรถชนได้รับบาดเจ็บสาหัส&nbsp;โดยเมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;ก.พ.&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ในช่วงกลางดึกเวลาประมาณ&nbsp;22.30&nbsp;น.&nbsp;ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากชมรมจิตอาสาช่วยเหลือสุนัข&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;ว่าได้รับแจ้งเหตุมีสุนัขจิ้งจอกหางแดงพวง&nbsp;ถูกชนได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส&nbsp;ที่บริเวณถนนในเขตท้องที่อำเภอเกาะคา&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;จุดรอยต่อเขตอุทยานแห่งชาติดอยจง&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;ซึ่งหลังเกิดเหตุชาวบ้านได้แจ้งประสานมายังประธานชมรมฯ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือนำสุนัขตัวดังกล่าวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์เอกชนแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด</p><p><strong>โดยในการช่วยเหลือทางสัตวแพทย์</strong>&nbsp;ได้นำสุนัขจิ้งจอกทำการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน&nbsp;ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าในช่วงเวลานั้น&nbsp;สนุขจิ้งจอกเสียเลือดมาก&nbsp;ไม่ได้สติ&nbsp;มีบาดแผลขนาดใหญ่บริเวณด้านท้ายสะโพก&nbsp;และไส้ไหลออกมานอกลำตัว&nbsp;อาการสาหัสมากมีโอกาสสูงที่จะเสียชีวิต&nbsp;หลังการผ่าตัดทีมสัตวแพทย์สามารถช่วยชีวิตสนุขจิ้งจอกไว้ได้&nbsp;แต่จากการถูกรถชนคาดว่าสุนัขจะถูกชนกระแทกอย่างแรง&nbsp;เพราะผลเอกซเรย์ร่างกายสุนัขอย่างละเอียดพบว่าสนุขจิ้งจอกตัวนี้กระดูกสันหลังหัก&nbsp;และทีมสัตวแพทย์ไม่สามารถที่จะผ่าตัดรักษาให้กลับมาเป็นปกติได้&nbsp;ก็คาดว่าสนุขจิ้งจอกตัวดังกล่าวคงต้องพิการส่วนหลังไปตลอดชีวิต</p><p><strong>หลังการรักษาผ่านพ้นไปได้&nbsp;2&nbsp;วัน</strong>&nbsp;ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมดูอาการสนุขจิ้งจอก&nbsp;พร้อมกับเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า&nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;13&nbsp;สาขาลำปาง&nbsp;ก็พบว่าสุนัขจิ้งจอกแดงหางพวงที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกรถชนนั้นนอนอยู่ในกรงเฉพาะและรู้สึกตัวดี&nbsp;โดยสุนัขตัวนี้เป็นสุนัขจิ้งจอกหางแดงพวงเพศผู้&nbsp;ส่วนอาการบาดเจ็บทางสัตวแพทย์&nbsp;ได้กล่าวบอกอาการล่าสุดว่า&nbsp;ขณะนี้สุนัขได้เริ่มที่จะฟื้นตัวและแข็งแรงขึ้นพอจะขยับตัวด้านหน้าได้บ้าง&nbsp;แต่ยังคงอ่อนเพลีย&nbsp;ซึ่งทางทีมสัตวแพทย์ยังคงต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพราะต้องคอยให้ยาฆ่าเชื้อและต้องใส่สายน้ำเกลืออยู่&nbsp;โดยอาจต้องให้การรักษาแบบนี้ไปอีกสักระยะประมาณ&nbsp;1&nbsp;อาทิตย์&nbsp;เมื่อสุนัขแข็งแรงดีแล้วจึงจะส่งมอบให้กับ&nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;13&nbsp;สาขาลำปาง&nbsp;เพื่อจะได้นำตัวสุนัขจิ้งจอกหางแดงพวงตัวนี้&nbsp;ไปดูแลรักษาต่อที่หน่วยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง&nbsp;อำเภอห้างฉัตร&nbsp;อย่างก็ตามในการรักษาทางสัตวแพทย์&nbsp;ยังมีข้อกังวลใจในเรื่องการขับถ่ายของสุนัข&nbsp;เนื่องจากสุนัขได้รับบาดเจ็บสาหัสตรงบริเวณส่วนหลังและอาจจะพิการขยับขาหลังไม่ได้อีก&nbsp;รวมถึงอาจจะขับถ่ายเองไม่ได้ด้วย&nbsp;ซึ่งจะต้องสังเกตดูอาการเพื่อจะได้ให้การรักษาตามสมควรอีกครั้งต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำหรับสุนัขจิ้งจอกหางแดงพวง</strong>&nbsp;ถือว่าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองหายากใกล้จะสูญพันธุ์ชนิดหนึ่ง&nbsp;ชอบกินสัตว์เล็กเป็นอาหาร&nbsp;ส่วนใหญ่มักจะพบเจออยู่ในเขตป่าลึกที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;แต่การที่สุนัขออกมาจากป่าและถูกรถชนก็คาดว่าสุนัขอาจจะวิ่งหนีไฟป่า&nbsp;หรือไม่ก็อาจวิ่งหนีการถูกตามล่าจากนายพราน&nbsp;จนเป็นเหตุให้ถูกรถชนดังกล่าว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301094505020
13	คณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>คณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;พร้อมจัดทำแผนพัฒนากำลังคน&nbsp;ภายใต้กรอบและแนวทางพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายอุรุพงษ์&nbsp;เวชศรี&nbsp;แรงงานจังหวัดอุตรดิตถ์</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;(กพร.ปจ.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานอุตรดิตถ์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;ซึ่งการพัฒนากำลังแรงงานในพื้นที่&nbsp;ต้องคำนึงถึงความต้องการของตลาดแรงงาน&nbsp;และมีการมุ่งเน้นการพัฒนาคนให้มีทักษะฝีมือแรงงานที่ดีขึ้น&nbsp;หรือการพัฒนาความรู้ใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญทำให้ชีวิตมีความสุข&nbsp;มีรายได้&nbsp;โดยการวิเคราะห์ความต้องการแรงงานและการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานในภาพรวมของจังหวัด&nbsp;ภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่ภายในจังหวัดตามแผนพัฒนากำลังคนจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ด้านอุตสาหกรรม&nbsp;ด้านท่องเที่ยวและบริการ&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;ด้านการศึกษา&nbsp;และด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายโอมเดช&nbsp;เอกบุตร&nbsp;ผู้อำนวยสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานอุตรดิตถ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การรวบรวมการพัฒนากำลังแรงงานของจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;&nbsp;เป็นการระดมแผนพัฒนากำลังคน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งเป็นแผนการพัฒนาประเทศ&nbsp;พ.ศ.2561-2580&nbsp;โดยที่ข้อมูลผลการดำเนินโครงการที่เกี่ยวกับการฝึกอบรม/พัฒนากำลังคนของจังหวัด&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งมีหน่วยงานที่ส่งข้อมูล&nbsp;รวม22&nbsp;หน่วย&nbsp;113&nbsp;โครงการ&nbsp;พัฒนากำลังคน&nbsp;29,936&nbsp;คน&nbsp;งบประมาณกว่า&nbsp;43&nbsp;ล้านบาท&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ได้พิจารณาแผนปฏิบัติการรองรับการขับเคลื่อนแผนพัฒนากำลังคนจังหวัด&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งมีเป้าหมายการพัฒนากำลังแรงงาน&nbsp;เพื่อรองรับภาคอุตสาหกรรม/ภาคธุรกิจ&nbsp;(1)&nbsp;ภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ&nbsp;(2)&nbsp;ภาคอุตสาหกรรมอาหาร&nbsp;(3)&nbsp;ภาคอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์และยานพาหนะ&nbsp;&nbsp;อีกทั้งจัดทำแผนพัฒนากำลังคนจังหวัด&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.2566-2570)&nbsp;ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่จะทำให้แรงงานมีความรู้&nbsp;ทักษะ&nbsp;ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคปัจจุบัน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	อุตรดิตถ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301093817019
14	สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี ห่วงชาวบ้าน ชุมชนบ้านโป่งลึก บางกลอย หลังติดโควิด -19 เร่งนำสิ่งของช่วยเหลือ สร้างขวัญกำลังใจ	<p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>นายสุชาติ&nbsp;อุสาหะ&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ลงพื้นที่ศูนย์กักตัวฯ&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนบ้านห้วยไผ่&nbsp;ตำบลห้วยแม่เพรียง&nbsp;อำเภอแก่งกระจาน&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายสุชาติ&nbsp;อุสาหะ&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงจำนวนการแพร่ระบาดโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในพื้นที่บ้านโป่งลึก&nbsp;บางกลอย&nbsp;ว่ามีจำนวนค่อนข้างจะมากแต่ส่วนใหญ่ผู้ติดเชื้ออาการจะไม่ค่อยรุนแรง&nbsp;ซึ่งการบริหารจัดการ&nbsp;น่าจะเอาอยู่กับสถานการณ์ครั้งนี้&nbsp;แต่ต้องยอมรับว่าหมู่บ้านเป็นพื้นที่ห่างไกลและการสื่อสารบางครั้งอาจจะไม่เข้าใจกัน&nbsp;รัฐบาลมีความห่วงใย&nbsp;ซึ่งได้สั่งการให้&nbsp;สส.&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ลงมาดูเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือมีปัญหาอะไรหรือไม่อย่างไร&nbsp;ซึ่งจากการลงพื้นที่ทราบว่า&nbsp;พื้นที่หมู่บ้านยังคงมีผู้ติดเชื้อ&nbsp;60&nbsp;-&nbsp;70&nbsp;คน&nbsp;และขาดแคลน&nbsp;ข้าวสารอาหารแห้ง&nbsp;รวมถึงผู้ถูกกักตัวที่ศูนย์ห้วยแม่เพรียง&nbsp;จึงได้ร่วมกับจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;จัดหาข้าวสารอาหารแห้งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ก่อน&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น&nbsp;จำนวน&nbsp;160&nbsp;ชุด&nbsp;โดยส่งมอบให้ผู้ใหญ่บ้านเพื่อจัดส่งให้ถึงมือชาวบ้านต่อไป&nbsp;นอกจากนั้นชาวบ้านได้ขอให้ช่วยจัดหาชุดตรวจ&nbsp;a&nbsp;t&nbsp;k&nbsp;เนื่องจากยังไม่มั่นใจว่าคนที่ยังไม่ได้ตรวจจะมีการติดเชื้ออีกหรือไม่&nbsp;ซึ่งได้จัดส่งให้แล้ว&nbsp;300&nbsp;ชุด&nbsp;พร้อมประสานทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งผู้นำท้องที่&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;เชื่อมั่นว่าจังหวัดรับมือได้&nbsp;สำหรับการให้ความช่วยเหลือนอกจากข้าวสารอาหารแห้งแล้ว&nbsp;ทางสาธารณสุขได้ดำเนินการช่วยเหลือด้านอาหารสด&nbsp;โดยจ่ายเป็นรายหัว&nbsp;เช่น&nbsp;ตรวจพบการติดเชื้อ&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;จะจ่ายงบประมาณให้ความช่วยเหลือรายละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;รวมวันละ&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ได้กล่าวขอบคุณ</strong>&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีที่มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน&nbsp;รวมถึงการให้ความช่วยเหลือของทุกหน่วยงานที่เร่งช่วยชาวบ้านโป่งลึก&nbsp;บางกลอย&nbsp;คลี่คลายสถานการณ์ความเดือดร้อนจากผลของโควิด&nbsp;-19&nbsp;แล้ว</p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;รายงาน</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301095729028
15	เดินหน้าจัดสรรที่อยู่อาศัยริมคลอง แก้ไขปัญหาการพัฒนาคลองเปรมประชากร	<p><strong>นายขจิต&nbsp;ชัชวานิชย์&nbsp;ปลัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;ก.พ.65&nbsp;&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;โดยสำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขตหลักสี่&nbsp;ประชุมร่วมกับกองพลทหารม้าที่&nbsp;2&nbsp;รักษาพระองค์&nbsp;เพื่อหารือการแก้ไขปัญหาการพัฒนาคลองเปรมประชากร&nbsp;&nbsp;กรณีสหกรณ์เคหสถานแจ้งวัฒนะ&nbsp;5&nbsp;ร้องเรียนขอจัดที่อยู่อาศัยริมคลองเปรมประชากรในบริเวณพื้นที่เดิม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;สำนักงานเขตหลักสี่</p><p><strong>จากนั้นคณะลงพื้นที่สำรวจชุมชนแจ้งวัฒนะ&nbsp;5&nbsp;เขตหลักสี่</strong>&nbsp;พบว่า&nbsp;มีพื้นที่เหลือจากแนวก่อสร้างเขื่อนถึงทางเท้าซอยแจ้งวัฒนะ&nbsp;5&nbsp;ประมาณ&nbsp;8&nbsp;&nbsp;9&nbsp;เมตร&nbsp;หากจัดที่อยู่อาศัยต้องหักพื้นที่ระยะร่นจากคลองและระยะร่นจากทางเท้าอีกด้านละ&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;ทำให้เหลือพื้นที่สำหรับการก่อสร้างบ้านมั่นคงเพียง&nbsp;4&nbsp;&nbsp;5&nbsp;เมตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เนื่องจากมีพื้นที่เหลือน้อย&nbsp;สำนักงานเขตหลักสี่&nbsp;จึงได้เสนอออกแบบพัฒนาที่ดังกล่าวเป็นท่าขึ้นขยะ&nbsp;สถานีดับเพลิงทางน้ำ&nbsp;&nbsp;พื้นที่สีเขียว&nbsp;เป็นต้น&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;แนวทางการออกแบบใช้พื้นที่ดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการหารือเพื่อหาทางออกในการแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301100408031
16	กรมชลประทาน ชี้แจงกรณีชาวอ่างทองร้องงานก่อสร้างโครงการก่อสร้างปรับปรุงจัดรูปที่ดิน อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง ส่งผลให้ไหล่ทางชำรุดเสียหาย ขณะนี้ได้ประชุมหารือทำความเข้าใจแล้ว โดยได้ปรับปรุงแนวป้องกันอุบัติเหตุชั่วคราวเดิม	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายวีรวัฒน์&nbsp;อังศุพาณิชย์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง?&nbsp;ได้ประสานผู้รับผิดชอบในพื้นที่เพื่อทราบข้อมูล?&nbsp;และขอชี้แจงกรณีนี้ชาวอ่างทองร้องงานก่อสร้างโครงการก่อสร้างปรับปรุงจัดรูปที่ดิน&nbsp;อำเภอแสวงหา&nbsp;จังหวัดอ่างทอง&nbsp;ส่งผลให้ไหล่ทางชำรุดเสียหาย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เกรงว่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่การสัญจรของประชาชน&nbsp;ว่า&nbsp;บริเวณที่มีการก่อสร้างเดิมมีลักษณะเป็นคูดินตื้นเขินและมีวัชพืชรวมถึงต้นไม้ล้มลุกขึ้นปกคลุมเต็มตลอดแนวคันคู&nbsp;โดยส่วนที่เป็นถนนบางช่วงมีลักษณะเป็นทางลาดจากริมขอบถนน&nbsp;ไม่ปรากฏว่ามีลักษณะเป็นไหล่ทาง&nbsp;หลังจากสำนักงานจัดรูปที่ดินและระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมที่&nbsp;25&nbsp;(สจจ.25)&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้รับอนุมัติให้ดำเนินงานตามแผน&nbsp;ได้แจ้งผู้นำชุมชนและหน่วยงานทางปกครองท้องถิ่นว่าจะมีการดำเนินการปรับปรุงจัดรูปที่ดินในบริเวณดังกล่าว&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กรมชลประทาน&nbsp;โดย&nbsp;สจจ.25&nbsp;ได้เริ่มดำเนินการตามแผนงานปรับปรุงจัดรูปที่ดินที่ได้วางไว้</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;โดยดำเนินการแผ้วถางกำจัดวัชพืชและไม้ล้มลุกที่ขึ้นกีดขวางบริเวณงานก่อสร้าง&nbsp;ทำให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวมีสภาพทัศนวิสัยเปลี่ยนแปลงไป&nbsp;เนื่องจากเห็นสภาพลักษณะเป็นทางลาดชันและอาจทำให้เข้าใจว่าบริเวณดังกล่าวมีแนวไหล่ทางตลอดแนวถนน&nbsp;ต่อมาเมื่องานจัดรูปที่ดินดำเนินการแผ้วถางกำจัดวัชพืชแล้ว&nbsp;จึงทำให้ปรากฏว่า&nbsp;บริเวณดังกล่าวไม่มีไหล่ถนน&nbsp;หลังจากแผ้วถางกำจัดวัชพืชแล้ว&nbsp;สจจ.&nbsp;25&nbsp;ได้ขุดเปิดหน้าดินและถมดินบดอัดแน่น&nbsp;และขุดคูส่งน้ำ&nbsp;โดยได้จัดให้มีการปักหลักแนวป้องกันอุบัติเหตุชั่วคราวในจุดที่มีลักษณะลาดชัน&nbsp;และจุดที่คาดว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุระหว่างการก่อสร้างตามแผนงาน&nbsp;&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;แล้วจึงดำเนินการดาดคอนกรีตคูส่งน้ำตามแบบรูปรายการงานก่อสร้างตามลำดับ</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ทั้งนี้&nbsp;หลังจากที่มีการร้องเรียนดังกล่าว&nbsp;ได้มีมาตรการในการทำความเข้าใจและแก้ไขปัญหา</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ชี้แจงข้อเท็จจริงไปในช่องแสดงความคิดเห็นของสำนักข่าว&nbsp;เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้ามาติดตามและเข้าถึงข้อเท็จจริงได้อย่างสะดวก&nbsp;และ&nbsp;ได้จัดประชุมชี้แจงข้อเท็จจริง&nbsp;รับฟังปัญหา&nbsp;และข้อเสนอแนะของประชาชนที่อยู่ในเขตแนวก่อสร้าง&nbsp;โดยผลจากการประชุมได้ข้อสรุปว่า&nbsp;สจจ.25&nbsp;จะจัดให้มีการปรับสภาพบริเวณแนวขอบถนนให้มีลักษณะเป็นไหล่ทาง&nbsp;โดยจะปรับสภาพให้เฉพาะบริเวณที่มีพื้นที่เพียงพอให้ปรับสภาพได้เท่านั้น&nbsp;บริเวณที่ไม่มีสภาพเป็นไหล่ทางตั้งแต่แรก&nbsp;สจจ.&nbsp;25&nbsp;จะพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป&nbsp;พร้อมการปรับปรุงแนวคูส่งน้ำในส่วนที่ยังไม่ได้มีการดาดให้ออกห่างจากบริเวณที่เป็นถนนมากขึ้น&nbsp;โดยจะต้องอยู่ในรัศมีที่สามารถให้เครื่องจักรดำเนินการขุดได้ด้วย&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นอกจากนี้จะจัดประชุมประชาคมรับฟังความคิดเห็น&nbsp;ประเมินงานในช่วงระหว่างการก่อสร้างเพื่อสอบถามความพึงพอใจ&nbsp;และรับทราบข้อคิดเห็นเพิ่มเติม</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;โดยจะดำเนินการนัดหมายประชาชนในท้องที่ต่อไป&nbsp;สำหรับการแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วน&nbsp;กรมชลประทานจะปรับปรุงแนวป้องกันอุบัติเหตุชั่วคราวเดิม&nbsp;ให้เป็นหลักนำโค้งกึ่งถาวร&nbsp;โดยให้มีขนาดใหญ่ขึ้น&nbsp;และสามารถสังเกตเห็นง่ายยิ่งขึ้น&nbsp;เพื่อป้องกันอุบัติเหตุผู้สัญจรถนนเส้นดังกล่าว&nbsp;ให้สามารถใช้ถนนได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น</span></p><p><br></p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301104232054
17	บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) มอบ 45,000 บาท ช่วยเหลือกลุ่มประมงท้องถิ่นที่ได้รับทึ่ได้รับผลกระทบจากท่อน้ำมันรั่ว	<p><strong>นายโรเบิร์ต&nbsp;โดบริค&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ได้เริ่มดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่เจ้าของเรือประมงในเกาะเสม็ด&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วบริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเล&nbsp;เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา&nbsp;หลังจากทำการลงทะเบียนและได้รับสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือ&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;45,000&nbsp;บาทและในวันพรุ่งนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค)&nbsp;เป็นต้นไปกลุ่มประมงท้องถิ่นส่วนที่เหลือ&nbsp;จะได้รับเงินช่วยเหลือ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;SPRC&nbsp;จะติดต่อไปยังเจ้าของเรือที่มีสิทธิ์ในการรับเงินช่วยเหลือ&nbsp;เพื่อแจ้งวันและสถานที่สำหรับการเข้ามารับเงินช่วยเหลือต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;SPRC&nbsp;ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในการรวบรวมคำร้องเรียนจาก&nbsp;กลุ่มประมงท้องถิ่น</strong>&nbsp;โดยทาง&nbsp;SPRC&nbsp;ได้เปิดโอกาสให้กลุ่มประมงท้องถิ่นยื่นคำร้องตั้งแต่วันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยเป้าหมายของเราคือการดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม&nbsp;สมเหตุสมผล&nbsp;และรวดเร็ว&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ยังคงเดินหน้าศึกษาและรวบรวมข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบทั้งในระยะสั้นและระยะยาวให้ดียิ่งขึ้น&nbsp;สำหรับการมอบเงินช่วยเหลือในครั้งนี้&nbsp;เป็นการให้เงินช่วยเหลือแบบไม่มีข้อผูกพันใด&nbsp;ๆ&nbsp;กับผู้รับและเป็นการมอบให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเท่าเทียมกัน</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;จนถึงวันนี้&nbsp;SPRC&nbsp;ได้ดำเนินการแก้ไขสถานการณ์อย่างไม่หยุดหย่อน&nbsp;เพื่อที่จะลดผลกระทบต่อชุมชน&nbsp;ชายฝั่ง&nbsp;และสิ่งแวดล้อมทางทะเล&nbsp;</strong>โดยหลังจากที่เกิดเหตุเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;SPRC&nbsp;และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้เข้าควบคุมสถานการณ์ในทันที&nbsp;และได้ดำเนินการกำจัดคราบน้ำมันออกจากชายหาดในจังหวัดระยองได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าว&nbsp;ได้ดำเนินการภายใต้การปรึกษาหารือกับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งจากในและต่างประเทศ&nbsp;รวมถึงได้รับคำแนะนำจากหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;อาจารย์จากมหาวิทยาลัย&nbsp;และผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกองค์กรที่มีความชำนาญในการรับมือกับเหตุการณ์น้ำมันรั่วเป็นอย่างดี</p><p><br></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301104933058
18	จ.อุบลฯ ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประจำปีพุทธศักราช 2565	<p><strong>ณ&nbsp;วัดมหาวนาราม&nbsp;ตำบลในเมือง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล&nbsp;ถวายเป็นพระราชกุศล&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวงและสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;ประจำปีพุทธศักราช&nbsp;2565&nbsp;ทุกวันที่&nbsp;28&nbsp;ของทุกเดือน&nbsp;โดยมี&nbsp;พระครูสารกิจโกศล&nbsp;เจ้าคณะอำเภอเมืองอุบลราชธานี&nbsp;ประธานฝ่ายสงฆ์นำพระภิกษุสามเณร&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;ประชาชนและพุทธศาสนิกชน&nbsp;เจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;และถวายพระพรชัยมงคล&nbsp;เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;ที่ทรงทนุบำรุงให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงปัจจุบัน&nbsp;</p><p><strong>โดยการจัดพิธีในครั้งนี้</strong>ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301101733032
19	กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมมือเอกชน เร่งพัฒนาช่างเครื่องปรับอากาศก้าวทันเทคโนโลยี IoT รองรับความต้องการของประชาชน พร้อมต่อยอดทดสอบฝีมือรับ License มุ่งเน้นสร้างความปลอดภัยในสังคม	<p><strong>นายประทีป&nbsp;ทรงลำยอง&nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;และนายธเนศร์&nbsp;บินอาซัน&nbsp;รองประธานกรรมการบริหาร&nbsp;บริษัท&nbsp;ไฮเออร์&nbsp;อีเลคทริคอล&nbsp;แอพพลายแอนซ์&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาฝีมือแรงงานช่างเครื่องปรับอากาศเสริมทักษะ&nbsp;IoT&nbsp;</strong>เพื่อให้แรงานมีทักษะที่ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีระบบปรับอากาศในปัจจุบัน&nbsp;รองรับความต้องการของตลาดแรงงานที่เพิ่มขึ้น&nbsp;จากความต้องการใช้งานเครื่องปรับอากาศที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยนายประทีป&nbsp;กล่าวถึงความร่วมมือว่า&nbsp;ปัจจุบันเทคโนโลยี&nbsp;Internet&nbsp;of&nbsp;Things&nbsp;หรือ&nbsp;IoT&nbsp;ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินชีวิตประจำวันที่ช่วยอำนวยความสะดวก&nbsp;เช่น&nbsp;การสั่งเปิดปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ&nbsp;ในบ้าน&nbsp;ผ่านสมาร์ทโฟน&nbsp;หรือแท็ปแล็ต&nbsp;ทั้งสองหน่วยงานจึงร่วมมือกัน&nbsp;จัดฝึกอบรมหลักสูตรเทคโนโลยี&nbsp;IoT&nbsp;เพื่อประยุกต์การใช้งานและการบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ&nbsp;ระยะเวลาการฝึกอบรม&nbsp;18&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;จังหวัด&nbsp;ซึ่งมีผู้ผ่านการฝึกอบรม&nbsp;205&nbsp;คน&nbsp;และเพื่อเป็นการขยายความร่วมมือให้ครอบคลุมเป้าหมายมากยิ่งขึ้น&nbsp;จึงจะร่วมกันจัดฝึกอบรมเพิ่มเติมอีก&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชลบุรี&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;สกลนคร&nbsp;สงขลา&nbsp;และกรุงเทพมหานคร&nbsp;คาดว่าจะมีผู้เข้ารับฝึกอบรมไม่น้อยกว่า&nbsp;80&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งหลักสูตรมุ่งเน้นสร้างความความปลอดภัยในการทำงานเครื่องมืออุปกรณ์และหลักการทำงานของเทคโนโลยี&nbsp;IoT&nbsp;ร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้า&nbsp;นอกจากนี้ผู้ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรนี้&nbsp;ยังได้โอกาสเข้ารับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;สาขาช่างเครื่องปรับอากาศในบ้านและการพาณิชย์ขนาดเล็ก&nbsp;ระดับ&nbsp;1&nbsp;ซึ่งต่อยอดในการมีหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ&nbsp;(License)&nbsp;ที่เป็นการการันตีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานความปลอดภัย</p><p><strong>นายประทีป&nbsp;ยังกล่าวด้วยว่า&nbsp;บริษัท&nbsp;ไฮเออร์ฯ&nbsp;ยังให้การสนับสนุนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์มูลค่า&nbsp;1.5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และองค์ความรู้ต่างๆ&nbsp;</strong>เพื่อช่วยพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานช่างเครื่องปรับอากาศ&nbsp;ให้มีความรู้ความสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย&nbsp;ความร่วมมือครั้งนี้จึงมีส่วนสนับสนุนในการสร้างช่างฝีมือแถวหน้าของประเทศ&nbsp;พร้อมให้บริการประชาชน&nbsp;ช่างสามารถเข้าถึงการจ้างงานได้ง่ายขึ้น&nbsp;และมีส่วนสำคัญต่อการสร้างความปลอดภัยสาธารณะ&nbsp;ลดการเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;และความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินด้วย&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301102820047
20	นายกรัฐมนตรี ชื่นชมผลงานของผู้พิการ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผู้พิการมีงานทํา	<p><strong>ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี</strong>&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;และคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน&nbsp;นายจ้างภาคเอกชนและผู้พิการที่ร่วมโครงการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการเชิงสังคม&nbsp;ประจําปี&nbsp;2565&nbsp;เข้าพบ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;และพลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณตึกสันติไมตรี&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;เพื่อแสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล&nbsp;ที่สนับสนุนโครงการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการเชิงสังคม&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ทำให้ผู้พิการมีงานทํา&nbsp;สร้างโอกาสและสร้างความเสมอภาคทางสังคม&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในการขับเคลื่อนประเทศอย่าง&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&nbsp;เน้นการสร้างโอกาสแก่ประชาชนที่เป็นกลุ่มเปราะบาง&nbsp;คนพิการ&nbsp;เพื่อให้มีหลักประกันทางสังคม&nbsp;ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น&nbsp;สามารถพึ่งพาตนเองและทําประโยชน์แก่ครอบครัว&nbsp;ชุมชน&nbsp;ตลอดจนสังคมได้</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายช่วยกันสานต่อ</strong>&nbsp;โครงการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการเชิงสังคม&nbsp;เพื่อส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม&nbsp;ขจัดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;สร้างโอกาสและส่งเสริมให้คนพิการมีงานทำ&nbsp;สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้&nbsp;มีรายได้โดยตรงเป็นของตัวเอง&nbsp;สร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนพิการและครอบครัว&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนพิการให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;พร้อมทั้งชื่นชมผลงานของผู้พิการและสอบถามถึงการดูแลรักษาภาพวาดด้วยความสนใจ&nbsp;</p><p><strong>ในตอนท้าย&nbsp;นายวัชรพล&nbsp;ดอชนะ&nbsp;คนพิการประเภทออทิสติก</strong>&nbsp;ได้มอบภาพวาดลายเส้นรูปนายกรัฐมนตรี&nbsp;ให้กับนายกรัฐมนตรี&nbsp;เพื่อเป็นที่ระลึกและแสดงความขอบคุณที่นายกรัฐมนตรีให้การสนับสนุนโครงการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการเชิงสังคมและนายมโนชัย&nbsp;ตั้งสุวรรณ&nbsp;คนพิการประเภทออทิสติก&nbsp;ได้มอบภาพวาดรูปที่ทำจากโปรแกรม&nbsp;Photoshop&nbsp;ให้กับพลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;ด้วย</p><p><strong>สำหรับโครงการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการเชิงสังคมฯ</strong>&nbsp;นับเป็นอีก&nbsp;1&nbsp;โครงการของกรมการจัดหางาน&nbsp;กระทรวงแรงงาน&nbsp;ที่สร้างโอกาสให้คนพิการมีอาชีพ&nbsp;มีงานทํา&nbsp;สามารถพึ่งพาตนเองได้และได้รับรายได้จากการทํางานโดยตรง&nbsp;ซึ่งเดิมกําหนดเป้าหมายการจ้างงานคนพิการเชิงสังคมประเภทจ้างเหมาบริการไว้จํานวน&nbsp;1,000&nbsp;คน&nbsp;แต่มีการจ้างงานคนพิการตามโครงการฯ&nbsp;ถึง&nbsp;1,450&nbsp;คน&nbsp;เพิ่มจากเป้าหมายร้อยละ&nbsp;45&nbsp;ก่อให้เกิดรายได้แก่คนพิการจำนวน&nbsp;165,655,250&nbsp;บาทต่อปี&nbsp;และเตรียมขยายการมีงานทําให้คนพิการฯ&nbsp;มีงานและรายได้เพิ่มขึ้นปีละ&nbsp;20%&nbsp;ภายใน&nbsp;4&nbsp;ปีนี้</p><p><br></p><p><br></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301110710063
21	ศธ. เร่งหาแนวทางการสอบ GAT-PAT และวิชาสามัญ ของนักเรียนที่อยู่ระหว่างการรักษาอาการของโรคโควิด-19	<p><strong>กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางการสอบ GAT-PAT และวิชาสามัญ ของนักเรียนที่อยู่ระหว่างการรักษาอาการของโรคโควิด-19 ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดพื้นที่ อำนวยความสะดวกในการจัดสถานที่สอบ</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประชุมเตรียมการแนวทางการสอบ GAT-PAT และวิชาสามัญ ของนักเรียนที่อยู่ระหว่างการรักษาอาการของโรคโควิด-19 ให้ได้เข้าสอบ ซึ่งปฏิทินการสอบ GAT/PAT และวิชาสามัญ ปีการศึกษา 2565 กำหนดสอบ GAT-PAT ในระหว่างวันที่ 12-15 มีนาคม 2565 ประกาศผลสอบวันที่ 18 เมษายน 2565 และสอบวิชาสามัญ ในระหว่างวันที่ 19-20 มีนาคม 2565 ประกาศผลสอบวันที่ 20 เมษายน 2565 โดยมีจำนวนผู้สมัคร GAT/PAT และวิชาสามัญ รวมทั้งสิ้น 183,228 คน แบ่งเป็นการสอบ GAT-PAT จำนวน 177,853 คน และสอบวิชาสามัญ</p><p>จำนวน 155,282 คน โดย 5 วิชาที่มีผู้สมัครสูงสุด ได้แก่ 1. วิชา GAT ความถนัดทั่วไป จำนวน 173,125 คน 2. วิชาสามัญ ภาษาอังกฤษ จำนวน 149,712 คน 3. วิชาสามัญ ภาษาไทย จำนวน 139,711 คน 4. วิชาสามัญ สังคมศึกษา จำนวน 137,372 คน และ 5. วิชา PAT 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์ จำนวน 121,055 คน&nbsp;โดยที่ประชุมมีข้อสรุปร่วมกันให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สาธารณสุข ศึกษาธิการ ทปอ.พื้นที่ อำนวยความสะดวกในการจัด สถานที่สอบ อาจใช้ CI หรือ สถานที่ที่เหมาะสม เพื่อขยายศูนย์สอบ ทั้ง 6 ศูนย์ และให้นักเรียนที่ติดเชื้อประสงค์สอบประสานลงทะเบียนศูนย์สอบได้ ระหว่างก่อนการสอบ&nbsp;และให้ คกก. พิจารณา การดูแล ที่พัก การเดินทาง ให้เหมาะสม ปลอดภัย และระหว่างนี้ ผู้ปกครอง นักเรียน ดูแลสุขภาพโดยยกระดับมาตรการส่วนบุคคล ขั้นสูงสุด เพื่อลดการติดเชื้อ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>ด้านนายแพทย์สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การจัดการสอบให้ปฏิบัติตามมติของ ศบค. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 การเดินทางไปสนามสอบควรใช้รถส่วนตัวหรือประสานหน่วยสถานที่สอบ หน่วยบริการสาธารณสุข กรณีไม่มีรถส่วนตัว</p><p>ด้านผู้คุมสอบ ปฏิบัติการคุมสอบตามมาตรฐานการป้องกันการติดเชื้อสำหรับบุคลากรด้านสาธารณสุข เช่น ใส่หน้ากากอนามัย ใช้เวลาในการคุมสอบในห้องสอบให้น้อยที่สุด รวมถึงการวางแผนจัดการสอบให้เหมาะสม</p><p><br></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301103750053
22	แนะนำการทำ Home Isolation สำหรับเด็กที่ติดโควิด-19	<p><strong>นายแพทย์สมศักดิ์&nbsp;อรรฆศิลป์&nbsp;อธิบดีกรมการแพทย์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;แม้จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น&nbsp;แต่ความรุนแรงน้อยกว่าที่ผ่านมา&nbsp;การที่เด็กๆ&nbsp;ติดเชื้อมากขึ้นอาจมีสาเหตุหลักมาจาก&nbsp;เด็ก&nbsp;5&nbsp;&nbsp;11&nbsp;ปี&nbsp;พึ่งได้รับวัคซีนป้องกันและมีการเปิดเรียนในบางโรงเรียน&nbsp;โดยตามปกติอาการของเด็กที่ติดเชื้อจะมีไข้อยู่ประมาณ&nbsp;&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;แต่ต้องสังเกตอาการถึง&nbsp;10&nbsp;วันและติดตามอาการต่อจนครบ&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;การรักษาในเด็กเหมือนการรักษาในผู้ใหญ่&nbsp;จากการคุยกับผู้เชี่ยวชาญเด็กหลายรายพบว่าเชื้อโอมิครอนในเด็กส่วนใหญ่ไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีอาการเล็กน้อยเหมือนเป็นไข้หวัด&nbsp;อาจต้องย้ำให้ผู้ปกครองเข้าใจเพื่อลดความกังวลได้</p><p><strong>ด้านนายแพทย์อดิศัย&nbsp;ภัตตาตั้ง</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงอายุเด็กที่ติดโควิด-19&nbsp;ที่พบบ่อยคือ&nbsp;ช่วงอายุ&nbsp;3&nbsp;-11&nbsp;ปี&nbsp;สำหรับกลุ่มที่มีอาการรุนแรงมักจะเป็นกลุ่มที่มีโรคประจำตัว&nbsp;เช่น&nbsp;โรคสมอง&nbsp;หัวใจ&nbsp;มะเร็ง&nbsp;หรือกลุ่ม&nbsp;7&nbsp;โรคเรื้อรัง&nbsp;&nbsp;จากการสำรวจเตียงในเครือสำนักกรมการแพทย์&nbsp;UhosNet&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;พบว่ามีกว่า&nbsp;500&nbsp;เตียง&nbsp;และมีการครองเตียงแล้วกว่าร้อยละ&nbsp;80&nbsp;โดยเตียงเด็กจะแบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;กลุ่มแรกคือ&nbsp;กลุ่มเด็กแรกเกิด&nbsp;กลุ่ม&nbsp;2&nbsp;คือกลุ่มที่เด็กอายุ&nbsp;1-11&nbsp;ปีและกลุ่มที่&nbsp;3&nbsp;คือกลุ่มอายุมากว่า&nbsp;12&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการเข้ารับการรักษาจะต้องผ่านการคัดกรอง</strong>&nbsp;ประเมินระดับความรุนแรงตามอาการของผู้ป่วย&nbsp;หากเด็กมีอาการไข้ไม่สูง&nbsp;ไม่มีโรคประจำตัวรุนแรง&nbsp;เด็ก&nbsp;ไม่ซึม&nbsp;รับประทานอาหารได้&nbsp;มีผู้ดูแลและมีห้องน้ำแยกป้องกันการกระจายของเชื้อ&nbsp;จะสามารถเข้ารับการดูแลในรูปแบบของ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;(HI)&nbsp;หรือรักษาที่บ้าน&nbsp;โดยมีทีมพยาบาลติดตามอาการอย่างน้อยวันละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;มีการส่งเครื่องมือวัดไข้&nbsp;เครื่องมือวัดออกซิเจน&nbsp;ยา&nbsp;ถุงขยะติดเชื้อ&nbsp;อาหาร&nbsp;รวมทั้งของเล่นให้เด็กด้วย&nbsp;สำหรับเด็กที่มีอาการเปลี่ยนแปลง&nbsp;เช่น&nbsp;ไข้สูงกว่า&nbsp;&nbsp;39&nbsp;องศาเซลเซียสขึ้นไป&nbsp;ภายใน&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ซึม&nbsp;ไม่รับประทานอาหาร&nbsp;หายใจเร็ว&nbsp;มีระดับออกซิเจนที่ปลายนิ้วน้อยกว่า&nbsp;96%&nbsp;ให้รีบไปพบแพทย์โรงพยาบาลใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301111133067
23	น้ำท่วมรามัน สถานการณ์ ดีขึ้น หลังฝนหยุด ชาวบ้านวอนขอเสบียงสัตว์ หญ้าแห้ง ช่วยเหลือเกษตรกร	<p><strong>สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมที่&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;หลัง&nbsp;ฝนได้หยุดตก&nbsp;มา&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;ส่งผลทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายบุรีลดลงตามลำดับ&nbsp;รวมไปถึงแม่น้ำปัตตานี&nbsp;ซึ่งเป็น&nbsp;แม่น้ำสองสายหลักที่ไหลผ่าน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ซึ่งเมื่อ&nbsp;3-4&nbsp;วันก่อนได้มีฝนตกหนักทำให้น้ำล้นเอ่อไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ติดริมน้ำประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก&nbsp;และหากไม่มีฝนตกลงมาในพื้นที่&nbsp;ก็จะทำให้สถานการณ์น้ำที่ล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรคลี่คลายไป</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;วันนี้&nbsp;1&nbsp;มี.ค&nbsp;65&nbsp;บ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำสายบุรี</strong>&nbsp;หลังจากได้มีมวลน้ำเอ่อล้นไหลเข้าท่วมบ้านเรือน&nbsp;และพื้นที่ทางการเกษตร&nbsp;จำนวนมาก&nbsp;&nbsp;เริ่มลดลงตามลำดับ&nbsp;โดยชาวบ้านในพื้นที่บ้านสะโต&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลอาซ่อง&nbsp;บอกว่า&nbsp;ตลอดเมื่อวานก็ไม่มีฝนตกลงมาและวันนี้ก็ไม่มีฝนตกลงมาแล้ว&nbsp;ฟ้าเปิด&nbsp;ท้องฟ้าสดใส&nbsp;และ&nbsp;ได้ทยอยทำความสะอาดบ้านเรือน&nbsp;ส่วนชาวบ้านที่ยังมีน้ำท่วมขังภายในบ้าน&nbsp;ยังไม่ได้นำสิ่งของที่ย้ายขึ้นที่สูง&nbsp;หรือบนท้องถนน&nbsp;เข้าบ้าน&nbsp;ต้องรอให้น้ำลดลงมากกว่านี้&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ฝากไปยังเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดยะลา&nbsp;ให้นำเสบียงสัตว์&nbsp;หญ้าแห้ง&nbsp;เข้ามาช่วยเหลือเกษตรที่ได้รับผลกระทบโดยเร็ว</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;ทางด้านสำนักงาน&nbsp;ปภ.ยะลา</strong>&nbsp;ได้สรุปพื้นที่ประสบอุทกภัย&nbsp;และวาตภัย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;43&nbsp;ตำบล&nbsp;184&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;1&nbsp;ชุมชน&nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบ&nbsp;4,810&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;18,380&nbsp;คน&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;(อพยพ&nbsp;14&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;65&nbsp;คน)&nbsp;บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน&nbsp;24&nbsp;หลัง&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;โรงเรียน&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;มัสยิด&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;วัด&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;ถนน&nbsp;15&nbsp;สาย&nbsp;ฝาย&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คอสะพาน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;พื้นที่การเกษตร&nbsp;1,711&nbsp;ไร่&nbsp;และบ่อปลา&nbsp;41&nbsp;บ่อ</p><p><strong>สำหรับพื้นที่&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;มีประชาชนได้รับผลกระทบ</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;ตำบล&nbsp;75&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;2,385&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;9,353&nbsp;คน&nbsp;และบ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน&nbsp;3&nbsp;หลัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ตำบล&nbsp;58&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;1,451&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;5,064&nbsp;คน&nbsp;และเสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ตำบล&nbsp;12&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;1&nbsp;ชุมชน&nbsp;330&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;1,455&nbsp;คน&nbsp;และบ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน&nbsp;20&nbsp;หลัง&nbsp;(วาตภัย)&nbsp;อำเภอกรงปินัง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;12&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;152&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;608&nbsp;คนอำเภอบันนังสตา&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;24&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;301&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;1,505&nbsp;คนอำเภอธารโต&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตำบล&nbsp;3&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;191&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;395&nbsp;คน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301104718056
24	จัดกิจกรรมอบรมอาสาสมัครกีฬาและผู้นำการออกกำลังกาย (อสก.) รุ่นที่ 2 จังหวัดหนองคาย	<p><strong>ที่โรงแรมอัศวรรณ&nbsp;อำเภอเมืองหนองคาย</strong>&nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดหนองคาย&nbsp;จัดกิจกรรมอบรมอาสาสมัครกีฬาและผู้นำการออกกำลังกาย&nbsp;(อสก.)&nbsp;รุ่นที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อพัฒนาและส่งเสริมองค์ความรู้ให้กับอาสาสมัครกีฬาและผู้นำการออกกำลังกายให้แพร่หลาย&nbsp;รวมทั้งเพื่อเสริมสร้างให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานส่งเสริมการออกกำลังกายและเล่นกีฬาในระดับท้องถิ่น&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.นิวัตน์&nbsp;ลิ้มสุขนิรันดร์&nbsp;อธิบดีกรมพลศึกษา&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมฯ&nbsp;มีนายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;พร้อมผู้เข้ารับการอบรมให้การต้อนรับ</p><p><strong>อธิบดีกรมพลศึกษา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมพลศึกษา</strong>&nbsp;โดยสถาบันพัฒนาบุคลากรการพลศึกษาและการกีฬา&nbsp;ได้ดำเนินการพัฒนาอาสาสมัครกีฬาและผู้นำการออกกำลังกาย&nbsp;ให้มีความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ&nbsp;สามารถนำความรู้ไปปฏิบัติกิจกรรมในท้องถิ่นหรือชุมชนของตนในการขับเคลื่อนการกีฬา&nbsp;และการออกกำลังกายของประชาชนในท้องถิ่น&nbsp;ชุมชน&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อให้การดำเนินการด้านการกีฬา&nbsp;และการออกกำลังกายมวลชน&nbsp;สามารถดำเนินไปได้อย่างเข้มแข็งและบรรลุวัตถุประสงค์อันเป็นประโยชน์ต่อ&nbsp;ตนเอง&nbsp;สังคม&nbsp;และประเทศชาติ</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;มีผู้เข้ารับการอบรมอาสาสมัครกีฬา</strong>และผู้นำการออกกำลังกาย&nbsp;จาก&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอเมืองหนองคาย&nbsp;อำเภอสระใคร&nbsp;อำเภอท่าบ่อ&nbsp;อำเภอศรีเขียงใหม่&nbsp;อำเภอสังคม&nbsp;อำเภอโพธิ์ตาก&nbsp;อำเภอโพนพิสัย&nbsp;อำเภอรัตนวาปี&nbsp;และอำเภอเฝ้าไร่&nbsp;มีคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากกรมพลศึกษา&nbsp;ในการให้ความรู้ทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ&nbsp;รวมทั้งได้รับความร่วมมืออย่างดี&nbsp;จากจังหวัดหนองคาย&nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดหนองคาย&nbsp;และจากเจ้าหน้าที่พลศึกษาประจำอำเภอทุกอำเภอในจังหวัดหนองคาย</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองคาย	สวท.หนองคาย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301104839057
25	ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์คดีทางเทคโนโลยี  เพิ่มประสิทธิภาพติดตามคดีรวดเร็วยิ่งขึ้น	<p><strong>พลตำรวจตรี&nbsp;ยิ่งยศ&nbsp;เทพจำนงค์&nbsp;โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;เปิดศูนย์รับแจ้งความออนไลน์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี&nbsp;โดยได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ&nbsp;สมาคมธนาคารไทย&nbsp;และธนาคารสมาชิก&nbsp;รวม&nbsp;21&nbsp;ธนาคาร&nbsp;ในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี&nbsp;ซึ่งเริ่มเปิดให้บริการวันนี้เป็นวันแรก&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;</p><p><strong>โครงการระบบรับแจ้งความออนไลน์อาชญากรรทางเทคโนโลยีนี้</strong>&nbsp;ประชาชนจะสามารถเข้าถึงตำรวจได้ง่ายขึ้น&nbsp;ด้วยการแจ้งความทางเว็บไซต์&nbsp;www.thaipoliceonline.com&nbsp;ผ่านคอมพิวเตอร์&nbsp;หรือโทรศัพท์สมาร์ทโฟน&nbsp;ซึ่งผู้แจ้งจะได้รับ&nbsp;เลขรับแจ้งความออนไลน์&nbsp;หรือ&nbsp;Case&nbsp;ID&nbsp;โดยมีผู้บริหารการรับแจ้งและผู้บริหารคดี&nbsp;วิเคราะห์ข้อมูล&nbsp;ก่อนส่งเรื่องต่อไปยังสถานีตำรวจที่ผู้แจ้งสะดวกในการเดินทางไปแจ้งความ&nbsp;โดยสถานีตำรวจที่ได้รับเรื่อง&nbsp;จะเริ่มกระบวนการสืบสวนในทันทีที่ได้รับข้อมูลจากระบบรับแจ้งความออนไลน์&nbsp;โดยผู้เสียหายสามารถติดตามความคืบหน้า&nbsp;ส่งข้อมูลเพิ่มเติม&nbsp;หรือสอบถามปัญหาผ่านระบบได้ตลอดเวลา</p><p><strong>ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ</strong>&nbsp;เป็นศูนย์กลางในการร่วมกันกำหนดแนวทาง&nbsp;ติดตามเส้นทางการเงินของคนร้ายและเครือข่าย&nbsp;เพื่อป้องกันมิให้คนร้ายโอนเงินต่อเป็นทอดๆ&nbsp;ไปยังกลุ่มเครือข่าย&nbsp;รวมถึงกำหนดรูปแบบและวิธีการรับส่งข้อมูลผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ปลอดภัยและหากคดีมีความเชื่อมโยงกับบัญชีหลายธนาคาร&nbsp;ก็จะมีคณะทำงานย่อยร่วมกัน&nbsp;เพื่อให้การสืบสวนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอให้ประชาชนรับฟังข่าวสารและมีสติ&nbsp;เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ</p><p><br></p><p><br></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301114947084
26	จังหวัดแพร่เดินหน้าขับเคลื่อนการบริหารงานเพื่อพัฒนาจังหวัดแพร่ภายใต้ตัวชี้วัดหลัก 12 เป้าหมายร่วมในรอบ 5 เดือน (ต.ค.64-ก.พ.65) ความสำเร็จภาพรวมร้อยละ 97.30	<p><strong>นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตามที่จังหวัดแพร่ได้มอบหมายนโยบาย&nbsp;และแนวทางการขับเคลื่อนตัวชี้วัดหลัก&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;12&nbsp;เป้าหมายร่วม&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา&nbsp;เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน&nbsp;โดยมีหน่วยงานและอำเภอร่วมลงนามคำรับรอง&nbsp;และร่วมกันขับเคลื่อนตัวชี้วัดที่ได้รับผิดชอบไปแล้วนั้น&nbsp;จังหวัดแพร่ยังเดินหน้าขับเคลื่อนการบริหารงานเพื่อพัฒนาจังหวัดแพร่ภายใต้ตัวชี้วัดหลัก&nbsp;12&nbsp;เป้าหมายร่วมดังกล่าว&nbsp;โดยในรอบ&nbsp;5&nbsp;เดือนที่ผ่านมา&nbsp;(ต.ค.64-ก.พ.65)&nbsp;การดำเนินงานเกิดความสำเร็จภาพรวมร้อยละ&nbsp;97.30</p><p><strong>สำหรับสรุปผลการดำเนินงานในห้วงเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นั้น</strong>&nbsp;</p><p><strong>ตัวชี้วัดที่&nbsp;1.จังหวัดคุณธรรม&nbsp;การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส&nbsp;</strong>ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;(ITA)&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;10&nbsp;ของประเทศ&nbsp;ผลลัพธ์&nbsp;6,&nbsp;จังหวัดคุณธรรม&nbsp;150&nbsp;แห่ง&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;117&nbsp;แห่ง&nbsp;และกิจกรรมจิตอาสา&nbsp;76&nbsp;ครั้งขึ้นไป&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;185&nbsp;ครั้ง&nbsp;</p><p><strong>2.&nbsp;การบริหารภาครัฐทันสมัย</strong>&nbsp;<strong>สะดวก&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;PMQA&nbsp;4.0=400&nbsp;คะแนน&nbsp;ประเมินตนเอง&nbsp;415%&nbsp;,OPEN&nbsp;DATA&nbsp;34&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ครบ&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;,&nbsp;ศูนย์ราชการสะดวก&nbsp;GECC&nbsp;16&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ครบ&nbsp;100&nbsp;%,&nbsp;การเบิกจ่าย&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;10&nbsp;ของประเทศ&nbsp;ใช้จ่ายลำดับที่&nbsp;62&nbsp;เบิกจ่ายลำดับที่&nbsp;17&nbsp;</p><p><strong>3&nbsp;สิ่งแวดล้อมดี&nbsp;ป่าสมบูรณ์&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;HOTSPOTS&nbsp;น้อยกว่า&nbsp;3,528&nbsp;จุด&nbsp;เกิด&nbsp;549&nbsp;จุด,&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;=&nbsp;31&nbsp;วันต่อปี&nbsp;ผลเกิด&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;</p><p><strong>4.จังหวัดสะอาด&nbsp;กำจัดขยะ</strong>&nbsp;ถูกวิธี&nbsp;96.51&nbsp;%&nbsp;ผลลัพธ์&nbsp;96.92&nbsp;%&nbsp;</p><p><strong>5.&nbsp;เมืองสุขภาวะทุกช่วงวัย&nbsp;</strong>พัฒนาเมืองเหมาะสมครบ&nbsp;100%,&nbsp;อัตราการคลอดมีชีพผลลัพธ์&nbsp;100&nbsp;คะแนน&nbsp;</p><p><strong>6.&nbsp;เมืองเก่าแพร่&nbsp;และส่งเสริมท่องเที่ยว&nbsp;</strong>รายได้จากการท่องเที่ยว&nbsp;818.81&nbsp;ล้านบาท&nbsp;(ม.ค.65&nbsp;=&nbsp;147.81&nbsp;ล้านบาท,&nbsp;จำนวนนักท่องเที่ยว&nbsp;420,816&nbsp;คนขึ้นไป&nbsp;(ม.ค.65&nbsp;=&nbsp;89,214&nbsp;คน)&nbsp;</p><p><strong>7.&nbsp;เมืองสงบ&nbsp;มั่นคง&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;พลเมืองดี&nbsp;</strong>หมู่บ้านชุมชนไม่พบยาเสพติด&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;36.22&nbsp;%&nbsp;ทำได้&nbsp;90.22&nbsp;%,&nbsp;อาชญากรรมลดลงกลุ่ม&nbsp;1&nbsp;น้อยกว่า&nbsp;14.77&nbsp;%&nbsp;ทำได้&nbsp;0.46&nbsp;%&nbsp;กลุ่ม&nbsp;2&nbsp;น้อยกว่า&nbsp;30.61&nbsp;%&nbsp;ทำได้&nbsp;4.12&nbsp;%&nbsp;</p><p><strong>8.&nbsp;เศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;OTOP&nbsp;</strong>เป้า&nbsp;529&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ทำได้&nbsp;564&nbsp;ล้านบาท&nbsp;,&nbsp;ผ่าน&nbsp;มผช.&nbsp;เป้า&nbsp;35.83&nbsp;%&nbsp;ทำได้&nbsp;61.90&nbsp;%,&nbsp;OTOP&nbsp;ONLINE&nbsp;มากกว่า&nbsp;9.08&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ทำได้&nbsp;11.31&nbsp;ล้านบาท,&nbsp;อุตสาหกรรมสีเขียวครบ&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;</p><p><strong>9.&nbsp;การศึกษาและพัฒนากำลังแรงงานมีคุณภาพ</strong>&nbsp;ผู้ประกันตน&nbsp;ม.&nbsp;40&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;40,439&nbsp;คน&nbsp;ผลลัพธ์&nbsp;43,362&nbsp;คน,&nbsp;ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนสูงกว่าระดับชาติ&nbsp;คะแนน&nbsp;O-NET&nbsp;50&nbsp;%&nbsp;สูงขึ้น&nbsp;ผลติดตาม&nbsp;1&nbsp;โรงเรียน&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;ผู้จบระดับอุดมศึกษา&nbsp;1&nbsp;:&nbsp;3.91&nbsp;เกินเป้าหมาย&nbsp;ผู้จบการศึกษาอาชีวมีงานทำ&nbsp;1&nbsp;:&nbsp;15.92&nbsp;ต่ำกว่าเป้าหมาย&nbsp;</p><p><strong>10.&nbsp;การแก้ปัญหาปากท้อง</strong>&nbsp;ลดยากจน&nbsp;ดำรงชีพพอเพียง&nbsp;เกษตรแปลงใหญ่เพิ่มขึ้น&nbsp;เกิดผลดีต่อเกษตรกรทั้งผลผลิตเพิ่มขึ้น&nbsp;ต้นทุนลดลง&nbsp;ราคาผลผลิตเพิ่มขึ้น,&nbsp;ขจัดยากจน&nbsp;TPMAP&nbsp;สรุปคนจน&nbsp;200&nbsp;ครัวเรือน,&nbsp;เกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;ครบ&nbsp;100&nbsp;%,&nbsp;รายได้เกษตรอัตลักษณ์เพิ่มขึ้น&nbsp;จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;100%&nbsp;&nbsp;<strong>11.&nbsp;การพัฒนาน้ำอุปโภค&nbsp;บริโภคและการเกษตร</strong>&nbsp;ประปาหมู่บ้าน&nbsp;ตรวจสอบน้ำประปา&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;(รอผล)&nbsp;ผังน้ำทั้งระบบ&nbsp;ขั้นที่&nbsp;3&nbsp;จัดเก็บข้อมูล&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;</p><p><strong>12.&nbsp;การบริหารจัดการแก้ไขสาธารณภัยและโรคอุบัติใหม่</strong>&nbsp;อุทกภัยลดลง&nbsp;ติดตามป้องกันอุทกภัย&nbsp;100&nbsp;%,&nbsp;ภัยแล้งลดลง&nbsp;ติดตามป้องกันภัยแล้ง&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;,&nbsp;โควิด-19&nbsp;ป่วยตายน้อยกว่า&nbsp;1.50&nbsp;%&nbsp;ผลลัพธ์&nbsp;0.155&nbsp;%&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301111557071
27	จ.สุโขทัยติวเข้มยกระดับความโปร่งใสหน่วยงานภาครัฐ	<p><strong>จังหวัดสุโขทัยจัดอบรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ</strong>&nbsp;เพื่อยกระดับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;และช่วยป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายวิรุฬ&nbsp;พรรณเทวี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรมเสริมสร้างความรู้เพื่อยกระดับ&nbsp;และพัฒนาการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;(ITA)&nbsp;ของจังหวัดสุโขทัย&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;โรงแรมสุโขทัยเทรเชอร์&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;แอนด์สปา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ข้าราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัดราชการบริหารส่วนภูมิภาค&nbsp;นายอำเภอทุกอำเภอ&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดสุโขทัย&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;150&nbsp;คน&nbsp;โดยมีนายปรีชา&nbsp;ยาศรี&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ประจำจังหวัดสุโขทัย&nbsp;และคณะเจ้าหน้าที่ได้บรรยายให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบ&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;และวิธีการในการจัดเตรียมข้อมูล&nbsp;การนำเข้าข้อมูล&nbsp;รวมทั้งแนวทางการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสของจังหวัดสุโขทัย&nbsp;และกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด</strong>&nbsp;และยกระดับคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงาน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ให้ดีขึ้น&nbsp;รวมทั้งช่วยในการป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบของหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ของจังหวัดสุโขทัยด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุโขทัย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301114602081
28	พ่อเมืองสุพรรณบุรี นำหัวหน้าส่วนและนักแสดง ประกอบพิธีบวงสรวงก่อนการแสดงยุทธหัตถีเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช งานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ ประจำปี 2565	"<p><strong>ที่บริเวณพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์&nbsp;อำเภอดอนเจดีย์&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นประธานพิธีบวงสรวงก่อนการแสดงยุทธหัตถีเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;งานอนุสรณ์ดอนเจดีย์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายปรีชา&nbsp;ทองคำ&nbsp;นายชูชีพ&nbsp;พงษ์ไชย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;&nbsp;ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการและนักแสดงร่วมพิธี</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรีกำหนดจัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;และร่วมรำลึกถึงมหาวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่ทรงกอบกู้เอกราชให้ชาติไทยมีความอิสระมาจนถึงทุกวันนี้&nbsp;และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;&nbsp;โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย&nbsp;การแสดง&nbsp;แสง&nbsp;สี&nbsp;เสียง&nbsp;ยุทธหัตถีด้วยช้างจริง&nbsp;โดยทำการแสดงรวม&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;1&nbsp;รอบ&nbsp;โดยเริ่มแสดงตั้งแต่เวลา&nbsp;19.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;ทุกรอบ&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;5,6,9,10,11,12,16,&nbsp;17,18,19&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยบัตรผ่านเข้าชมการแสดง&nbsp;เมื่อปี&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;สามารถนำมาใช้เข้าชมการแสดงในครั้งนี้ได้&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการออกร้านของเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรีและแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;การประกวดธิดาดอนเจดีย์&nbsp;การออกร้านจำหน่ายสินค้าสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ&nbsp;มากมาย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ร่วมงานต้องสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;</strong>มีหลักฐานการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิดอย่างเคร่งครัด&nbsp;ขณะที่&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจะมีเจ้าหน้าที่นำเครื่องตรวจโมบายเดินตรวจบริเวณงาน&nbsp;ส่วนร้านค้าต้องแสดงรายชื่อ&nbsp;หลักฐานการฉีดวัคซีน&nbsp;และการสุ่มตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ทุก&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ด้านผู้แสดง&nbsp;แสงสีเสียง&nbsp;ต้องแสดงผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกวัน&nbsp;ภายใน&nbsp;24&nbsp;ชม.&nbsp;จำกัดผู้เข้าชม&nbsp;เพียงรอบละ&nbsp;1,500&nbsp;คน""&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301111116066
29	กองบิน 46 ส่งหน่วยบินฝนหลวงสนับสนุน กองบิน 21  จังหวัดอุบลราชธานี  และฐานปฏิบัติการฝนหลวง กองบิน 56 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ประจำปี 2565	"<p><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ลานจอดเครื่องบิน&nbsp;ฝูงบิน&nbsp;461&nbsp;กองบิน&nbsp;46</strong><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;นาวาอากาศเอก&nbsp;สิระ&nbsp;บุญญะพาศ&nbsp;ผู้บังคับการกองบิน&nbsp;46&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงของกองบิน&nbsp;46&nbsp;พร้อมให้โอวาท&nbsp;เพื่อสร้างขวัญ&nbsp;และกำลังใจให้แก่นักบินไปปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;กองบิน&nbsp;21&nbsp;&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;และฐานปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;กองบิน&nbsp;56&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ซึ่งจะเริ่มเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ในวันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</span></p><p><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">โดยทหารกองบิน&nbsp;46&nbsp;จะได้สนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวง</strong><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;ตามโครงการในพระราชดำริ&nbsp;ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์ของน้ำในเขื่อน&nbsp;และสภาวะภัยแล้งของพื้นที่การเกษตรและดับไฟป่า&nbsp;ทางกองบิน&nbsp;46&nbsp;จัดเครื่องบินลำเลียงแบบที่&nbsp;2&nbsp;ก&nbsp;พร้อมนักบินและเจ้าหน้าที่&nbsp;สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจฝนหลวง&nbsp;ตามคำขอของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และหากพบว่าในพื้นที่มีไฟป่า&nbsp;ก็จะร่วมภารกิจในการดับไฟป่าอีกด้วย</span></p><p><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">สำหรับฝูงบิน&nbsp;461&nbsp;กองบิน&nbsp;46&nbsp;ได้จัดส่งหน่วยบินฝนหลวง</strong><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;เพื่อให้การสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจทางด้านฝนหลวงให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในช่วงเดือนมีนาคมถึงกันยายนในแต่ละปี&nbsp;ซึ่งทางฝูงบิน&nbsp;461&nbsp;นั้น&nbsp;เริ่มปฏิบัติการบินฝนหลวงมาตั้งแต่&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;และปฏิบัติภารกิจมาแล้วมากกว่า&nbsp;10,000&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2565&nbsp;ฝูงบิน&nbsp;461&nbsp;ได้ครบรอบ&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;ในการปฏิบัติการบินฝนหลวง&nbsp;มีภารกิจหลักอยู่&nbsp;2&nbsp;ส่วนคือการปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;และการบินควบคุมไฟป่า</span></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	พิษณุโลก	สวท.พิษณุโลก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301114937083
30	"เริ่มแล้ว รพ.ยะลา""เจอ แจก จบ"" พบเชื้อโควิด-19 รับยาได้ทันที"	"<p><strong>เริ่มแล้ว&nbsp;1&nbsp;มี.ค&nbsp;65&nbsp;ระบบบริการด้านสาธารณสุข</strong>&nbsp;ที่เหมาะสมกับสถานการณ์&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ที่ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;เป็นผู้ป่วยนอก&nbsp;ที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล&nbsp;""เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ""&nbsp;โดย&nbsp;แพทย์จะพิจารณาจ่ายยารักษาตามอาการ&nbsp;3&nbsp;สูตร&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยาฟาวิพิราเวียร์&nbsp;ยาฟ้าทะลายโจร&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;ยารักษาตามอาการ&nbsp;เช่น&nbsp;ยาลดไข้&nbsp;แก้ไอ&nbsp;ลดน้ำมูก&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ติดเชื้อในการเข้าถึงบริการ&nbsp;และเป็นการเชื่อมโยงเข้าสู่การเป็นโรคที่ดูแลได้ด้วยตนเอง</p><p><strong>ขณะที่ในส่วนของ&nbsp;โรงพยาบาลยะลา&nbsp;เจ้าหน้าที่ทางสาธารณสุข</strong>&nbsp;ได้คอยให้บริการพี่น้องประชาชนที่มีผลการตรวจโควิด-19&nbsp;เป็นบวก&nbsp;โดยให้เดินทางมาลงทะเบียน&nbsp;ที่โรงพยาบาลเพื่อคัดกรองประวัติและสอบสวนโรค&nbsp;รวมไปถึงคัดแยกผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ซึ่งจะมี&nbsp;3&nbsp;ช่องทาง&nbsp;กลุ่มแรกเป็น&nbsp;ผู้ป่วยที่พบผลเป็นบวกจากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตัวเอง&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;2&nbsp;มี&nbsp;ผลยืนยันการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;จากสถานพยาบาลที่อื่น&nbsp;และ&nbsp;ผู้ป่วยที่พบผลเป็นบวกจากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่&nbsp;รพ.ยะลา&nbsp;&nbsp;ซึ่งในวันนี้มีผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;เข้ามารับบริการจำนวนมาก</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;แนวทางการดูแลและรักษาผู้ป่วย&nbsp;โควิด-19&nbsp;</strong>ที่มีผลตรวจพบเชื้อ&nbsp;(ผลเป็นบวก)&nbsp;นั้น&nbsp;ทาง&nbsp;รพ.ยะลา&nbsp;ได้มีการคัดกรองในผู้ป่วยเด็ก&nbsp;(อายุ&nbsp;&lt;&nbsp;14ปี)&nbsp;3&nbsp;กลุ่มสี&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวผู้ป่วยเด็กที่ไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีอาการเล็กน้อย&nbsp;แนวทางการดูแล&nbsp;แบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;ให้ยาตามอาการเช่น&nbsp;ยาลดไข้&nbsp;จะไม่ให้ยา&nbsp;favipiravir&nbsp;&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ป่วยกลุ่มสีเหลือง&nbsp;เป็นผู้ป่วยเด็กที่มีอาการเล็กน้อย&nbsp;แต่มีไข้สูง&nbsp;39&nbsp;องศา&nbsp;แนวทางการดูแล&nbsp;แบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;ให้ยาตามอาการเช่น&nbsp;ยาลดไข้&nbsp;และให้ยา&nbsp;favipiravir&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรณีอาการอยู่ในกลุ่มสีเหลือง&nbsp;แต่เพลียมาก&nbsp;กินน้อย&nbsp;อาเจียนถ่ายอุจจาระเหลว&nbsp;ให้พิจารณาการรับการรักษาและให้คำปรึกษาในสถานพยาบาล&nbsp;(admit&nbsp;+&nbsp;consult)&nbsp;และ&nbsp;ผู้ป่วยเด็กที่มีการวัดสัญญาณชีพที่เร็วกว่าเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;รวมทั้งผู้ป่วยเด็กที่มีความเสี่ยงคือ&nbsp;อยู่ในภาวะอ้วน&nbsp;โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง&nbsp;รวมทั้งหอบหืดที่มีอาการปานกลางหรือรุนแรง&nbsp;โรคหัวใจและหลอดเลือด&nbsp;โรคหลอดเลือดสมอง&nbsp;โรคไตวายเรื้อรัง&nbsp;โรคมะเร็งและภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ&nbsp;โรคเบาหวาน&nbsp;และกลุ่มโรคพันธุกรรม&nbsp;รวมทั้งกลุ่มอาการดาวน์&nbsp;เด็กที่มีภาวะบกพร่องทางระบบประสาทอย่างรุนแรง&nbsp;เด็กที่มีพัฒนาการช้า&nbsp;ให้พิจารณาการรับการรักษาและให้คำปรึกษาโดยกุมารแพทย์ในสถานพยาบาล&nbsp;(admit&nbsp;+&nbsp;consult)&nbsp;พร้อมผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;แบบRT-PCR&nbsp;และให้ยา&nbsp;favipiravir</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะมีการประเมินอาการ</strong>และให้คำแนะนำในจุดคัดกรองผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยการประเมินเป็นรายละบุคคลทั้งผู้ป่วยเด็ก&nbsp;(อายุ&nbsp;&lt;&nbsp;14ปี)&nbsp;และผู้ใหญ่&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301110546062
31	นายกรัฐมนตรี เตือนผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านที่มีดนตรี ต้องปฏิบัติตามมาตรการ อย่างเคร่งครัด 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;เน้นย้ำประชาชน&nbsp;ผู้ให้บริการและผู้ประกอบการร้านอาหาร&nbsp;ยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;และ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;รวมทั้งมาตรการอื่นๆ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ในช่วงที่ผ่านมานี้&nbsp;หลังจากที่รัฐบาลได้มีการผ่อนคลาย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ให้สามารถเล่นดนตรีในร้านอาหารได้&nbsp;ทั้งประชาชนที่เป็นผู้ใช้บริการ&nbsp;ผู้ให้บริการ&nbsp;และผู้ประกอบการหลายๆ&nbsp;แห่ง&nbsp;โดยเฉพาะร้านอาหารที่มีดนตรีกินดื่ม&nbsp;มีการรายงานว่า&nbsp;หลายแห่งได้คลายความเข้มงวดในการปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นภายในร้านจัดที่นั่งแออัด&nbsp;ไม่เว้นระยะห่าง&nbsp;ไม่มีระบบระบายอากาศที่ดี&nbsp;พนักงานไม่สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดได้อีกจำนวนมาก</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เร่งลงพื้นที่สำรวจตรวจสอบความเรียบร้อยของสถานประกอบการร้านอาหารต่างๆ&nbsp;หากไม่ปฏิบัติตามมาตรการให้ดำเนินการตามกฎหมายเด็ดขาด&nbsp;เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างปลอดโรค&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ทั้งกับผู้ที่ใช้บริการและผู้ให้บริการ&nbsp;และเพื่อให้การควบคุมการแพร่ระบาดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายธนกร&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;แนวโน้มการติดเชื้อในประเทศระยะหลัง&nbsp;เกิดจากกิจกรรมรวมตัวโดยไม่ใส่หน้ากาก&nbsp;อยู่ในห้องปิดอับพูดคุยเสียงดัง&nbsp;อาจเป็นเพราะโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนไม่มีความรุนแรงมากนัก&nbsp;จึงทำให้ประชาชนละเลยการปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนทุกคนอย่าหย่อนยานการปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;ป้องกันตนเองให้ดีที่สุด&nbsp;ตามมาตรการ&nbsp;</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">COVID</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;และ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;เพื่อลดการแพร่ระบาดซึ่งอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;วันนี้</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;พบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่&nbsp;20,420&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ&nbsp;20,249&nbsp;ราย&nbsp;และผู้ป่วยจากต่างประเทศ&nbsp;171&nbsp;ราย&nbsp;ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น&nbsp;43&nbsp;คน&nbsp;ผู้ที่กำลังรักษาตัว&nbsp;215,725&nbsp;ราย&nbsp;และมียอดผู้ที่หายป่วยกลับบ้านแล้ว&nbsp;18,297&nbsp;ราย&nbsp;ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;จำนวน&nbsp;688,912&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนผู้ที่หายป่วยสะสมจำนวน&nbsp;505,152&nbsp;ราย&nbsp;ขณะที่รายงานภาพรวมการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;สรุปจำนวนผู้ที่ได้รับได้รับวัคซีนสะสม&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;28&nbsp;ก.พ.&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;ก.พ.&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;123,559,588&nbsp;โดส&nbsp;ใน&nbsp;77&nbsp;จังหวัด&nbsp;แบ่งเป็นผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;สะสม&nbsp;53,533,195&nbsp;โดส&nbsp;ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;สะสม&nbsp;49,705,841&nbsp;โดส&nbsp;ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;สะสม&nbsp;18,677,613&nbsp;โดส&nbsp;และผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;4&nbsp;สะสม&nbsp;1,642,939&nbsp;โดส</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301184632305
32	จัดหางานจังหวัดลำปาง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนญาติคนไทยที่เดินทางไปทำงานยูเครน	<p><strong>นางฐิติมา&nbsp;นราพงศ์&nbsp;จัดหางานจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดลำปาง&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนญาติคนไทยที่ทำงานในประเทศยูเครน&nbsp;ณ&nbsp;บ้านศาลาไชย&nbsp;อำเภอเกาะคา&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อให้กำลังใจและชี้แจงแนวทางในการรับสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานในการเดินทางไปทำงานต่างประเทศและช่องทางการติดต่อประสานงานเพื่อการแจ้งข้อมูลการช่วยเหลือฯ&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงวอร์ซอ</strong>&nbsp;ได้ให้การช่วยเหลือคนไทยในยูเครนในสถานการณ์ฉุกเฉิน/ภัยสงคราม&nbsp;(สถานะวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;04.00&nbsp;น.)&nbsp;ดังนี้</p><p>1.(27&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;สถานเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;ได้ช่วยเหลือให้คนไทยจำนวน&nbsp;99&nbsp;คน&nbsp;อพยพออกจากยูเครน&nbsp;โดยคนไทย&nbsp;60&nbsp;คนได้เดินทางจากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยในยูเครน&nbsp;เมืองลวิฟ&nbsp;(Lviv)&nbsp;และถึงกรุงวอร์ซอ&nbsp;ประเทศโปแลนด์โดยสวัสดิภาพและคนไทยอีก&nbsp;39&nbsp;คนได้เดินทางจากเมืองโอเดซา&nbsp;(Odessa)&nbsp;ถึงกรุงบูคาเรสต์&nbsp;ประเทศโรมาเนียโดยสวัสดิภาพเช่นกัน&nbsp;โดยมี&nbsp;น.ส.&nbsp;สิริมิตร&nbsp;ศิริพละ&nbsp;อุปทูตสถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงบูคาเรสต์&nbsp;และเจ้าหน้าที่มาช่วยรับช่วงต่อในการนำคนไทยเข้าประเทศโรมาเนีย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;รัฐบาลไทยจะจัดให้คนไทยทั้ง&nbsp;99&nbsp;คน&nbsp;รวมทั้งคนไทยที่จะเดินทางออกมาจากยูเครนเพิ่มเติมให้เดินทางโดยเครื่องบินพาณิชย์กลับประเทศไทย</p><p>2.&nbsp;(28&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;มีคนไทยทยอยมาเข้าพักที่ศูนย์ปฏิบัติการฯ&nbsp;เพิ่มเติมอีก&nbsp;42&nbsp;คน&nbsp;และมีคนไทยอีกประมาณ&nbsp;10&nbsp;คนที่กำลังเดินทางมายังเมืองลวิฟ&nbsp;โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;นำคนไทยที่เข้าพักที่ศูนย์ปฏิบัติการฯ&nbsp;ทั้งหมดเดินทางเข้าประเทศโปแลนด์ในช่วงบ่ายของวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p>3.&nbsp;สถานเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;ได้ติดตามสอบถามความเป็นอยู่กับกลุ่มคนไทยในเมืองต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่ยังเดินทางออกมาไม่ได้เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่ปลอดภัยหรือมีการประกาศปิดเมือง&nbsp;ทราบว่า&nbsp;คนไทยทั้งหมดยังปลอดภัย&nbsp;ไม่มีใครได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บ&nbsp;โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;เตรียมความพร้อมที่จะจัดยานพาหนะไปรับคนไทยเมื่อสถานการณ์อำนวยในโอกาสแรก</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301112106072
33	เยียวยาเหตุน้ำมันรั่วกลางทะเล ชาวประมงพื้นบ้านเรือเล็กเกาะเสม็ด กลุ่มแรก 41 ราย เป็นเงิน 1.8 ล้านบาท	<p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;มีเจ้าหน้าที่บริษัทสตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;ได้ตั้งโต๊ะจ่ายเงินเยียวยากรณีได้รับผลกระทบเหตุน้ำมันรั่วกลางทะเลให้กับกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านเรือเล็กเกาะเสม็ด&nbsp;ที่โรงเรียนเกาะพิศดาร&nbsp;เกาะเสม็ด&nbsp;ม.4&nbsp;ต.เพ&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;มีนายเสรี&nbsp;เรือนหล้า&nbsp;ประมงจังหวัดระยอง&nbsp;นายอนันต์&nbsp;คำรอด&nbsp;ผู้แทนบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;เป็นสักขีพยาน&nbsp;โดยได้จ่ายเงินเยียวยาให้กลุ่มชาวประมงเกาะเสม็ดดังกล่าว&nbsp;จำนวน&nbsp;41&nbsp;รายๆ&nbsp;ละ&nbsp;45,000&nbsp;บาท&nbsp;รวมเป็นเงิน&nbsp;1.8&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>นายเสรี&nbsp;เรือนหล้า&nbsp;ประมงจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>เบื้องต้นตนได้รับหมายจาก&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;ให้มาประสานงานการจ่ายเงินเยียวยาให้กลุ่มประมงเกาะเสม็ด&nbsp;ซึ่งทางบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ได้รับข้อเสนอของกลุ่มประมง&nbsp;ซึ่งในขั้นต้นยังจะไม่เหมาะสมถ้าจะจ่ายรายละ&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;ก็เลยเพิ่มวงเงินเยียวยาเบื้องต้นให้รายละ&nbsp;45,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;โดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ&nbsp;ซึ่งชาวประมงทุกกลุ่มยอมรับเงินจำนวนดังกล่าว&nbsp;ซึ่งทางบริษัทฯ&nbsp;รับปากว่าหลังจากนี้ก็จะมีการพูดคุยเยียวยากันต่อตามข้อเรียกร้องของกลุ่มประมงที่มีการเสนอขอเยียวยากันก่อนหน้านี้&nbsp;ซึ่งในวันนี้&nbsp;ก็ได้เดินทางมาจ่ายให้กลุ่มประมงเกาะเสม็ดเป็นกลุ่มแรกมี&nbsp;41&nbsp;รายๆ&nbsp;ละ&nbsp;45,000&nbsp;บาท&nbsp;รวมเป็นเงิน&nbsp;1.8&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ทั้งนี้ก็จะมีการทยอยจ่ายเยียวยาให้กลุ่มประมงทุกกลุ่มต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301123543100
34	จ.ชัยภูมิ ตัวเลขผู้ติดเชื้อกลับมาสูง 3 อำเภอ ระบาดหนัก	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายแพทย์วชิระ&nbsp;บถพิบูลย์</strong>&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;พบผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;รายใหม่จำนวน&nbsp;278&nbsp;ราย&nbsp;เป็นการติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;251&nbsp;ราย&nbsp;และพบผู้ที่เดินทางกลับจากต่างจังหวัดอีก&nbsp;27&nbsp;ราย&nbsp;โดยพบที่&nbsp;อ.คอนสาร&nbsp;76&nbsp;ราย,&nbsp;อ.เมือง&nbsp;65&nbsp;ราย,&nbsp;อ.เกษตรสมบูรณ์&nbsp;57&nbsp;ราย,&nbsp;อ.หนองบัวแดง&nbsp;28&nbsp;ราย,&nbsp;อ.จัตุรัส&nbsp;24&nbsp;ราย,&nbsp;อ.แก้งคร้อ&nbsp;14&nbsp;ราย,&nbsp;อ.ภูเขียว&nbsp;8&nbsp;ราย,&nbsp;อ.เทพสถิต&nbsp;2&nbsp;ราย,&nbsp;อ.บ้านแท่น&nbsp;2&nbsp;ราย,&nbsp;อ.เนินสง่า&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;อ.บ้านเขว้า&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p><strong>สรุปยอดรวมผู้ป่วยสะสมของจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;</strong>อยู่ที่&nbsp;20,052&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษาตัว&nbsp;3,351&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตรวม&nbsp;144&nbsp;ราย</p><p><strong>ขณะข้อมูลการรักษาตัวของผู้ติดเชื้อโควิดในขณะนี้</strong>&nbsp;พบว่าร้อยละ&nbsp;91.0&nbsp;เป็นผู้ป่วยสีเขียว&nbsp;คือ&nbsp;มีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการเลย&nbsp;ขณะที่ร้อยละ&nbsp;8.7&nbsp;เป็นผู้ป่วยที่มีอาการปานกลาง&nbsp;มีเพียงร้อยละ&nbsp;0.3&nbsp;เท่านั้นที่เป็นผู้ป่วยสีแดง&nbsp;เหลือเตียงว่าง&nbsp;1,456&nbsp;เตียง&nbsp;หรือคิดเป็น&nbsp;32.89%&nbsp;ของเตียงทั้งหมด</p><p><strong>ส่วนผลการเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19</strong>&nbsp;ในจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ณ&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;มีผู้เข้ารับบริการวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;658,548&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;68</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301113524076
35	จ.แม่ฮ่องสอนคว้า 3 โล่รางวัลคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น จากกระทรวงวัฒนธรรม	<p><strong>นางสาวทัศนีย์&nbsp;ดอนเนตร์&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีผู้เข้ารับโล่รางวัลคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;รายการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอปายได้รับโล่รางวัลอำเภอคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;ศูนย์การศึกษาพิเศษ&nbsp;ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้รับโล่รางวัลองค์กรคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;และชุมชนบ้านต่อแพ&nbsp;ได้รับโล่รางวัลชุมชนคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น</p><p><strong>โดยมีนายอิทธิพล&nbsp;คุณปลื้ม&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางยุพา&nbsp;ทวีวัฒนะกิจบวร&nbsp;ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;นายเกรียงศักดิ์&nbsp;บุญประสิทธิ์&nbsp;อธิบดีกรมการศาสนา&nbsp;และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ณ&nbsp;ห้อง&nbsp;G5&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;อาคารหอศิลป์แห่งชาติ&nbsp;กระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;เขตห้วยขวาง&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;ในปีงบประมาณพุทธศักราช&nbsp;2564&nbsp;มีชุมชน&nbsp;องค์กร&nbsp;และอำเภอที่ได้รับการคัดเลือกในระดับคุณธรรมต้นแบบ&nbsp;จำนวน&nbsp;235&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ชุมชนคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;จำนวน&nbsp;76&nbsp;ชุมชน&nbsp;องค์กรคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;จำนวน&nbsp;84&nbsp;องค์กร&nbsp;อำเภอคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;จำนวน&nbsp;70&nbsp;อำเภอ&nbsp;และจังหวัดคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;จังหวัด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้เข้าร่วมพิธีดังกล่าวได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด</strong>ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301114243079
36	จ.แม่ฮ่องสอนมีผู้ป่วย COVID-19 สะสม 4,732 ราย ขณะที่วันนี้มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 21 ราย	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;-1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;มีดังนี้</p><p><strong>ผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;686&nbsp;ราย&nbsp;(ตรวจ&nbsp;RT-PCR)&nbsp;</strong>ผู้ป่วยเข้าข่ายสะสม&nbsp;(ตรวจ&nbsp;ATK)&nbsp;4,046&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ป่วย&nbsp;สะสมทั้งหมด&nbsp;4,732&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,198&nbsp;ราย&nbsp;ยังรักษาอยู่&nbsp;1,525&nbsp;ราย&nbsp;โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่&nbsp;99.74&nbsp;%&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย&nbsp;เนื่องจากได้รับวัคซีนป้องกันโรคแล้ว&nbsp;โดยมีผู้ป่วยรักษาอยู่ที่&nbsp;โรงพยาบาลเพียง&nbsp;34&nbsp;ราย&nbsp;(2.2%)&nbsp;ศูนย์แยกกักโรคชุมชน(CI)&nbsp;78&nbsp;ราย&nbsp;(5.1%)&nbsp;และแยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;1,413&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;(92.7%)&nbsp;การตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ในวันนี้&nbsp;ตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;23&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอปาย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;734&nbsp;ชุด&nbsp;ผลบวก&nbsp;162&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;72&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปางมะผ้า&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;แม่สะเรียง&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;และแม่ลาน้อย&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301114013077
37	เทศบาล ต.ท่าสาป จ.ยะลา เข้าทำความสะอาดโรงเรียน หลังระดับน้ำเข้าสู่ภาวะปกติ	<p><strong>เทศบาล&nbsp;ต.ท่าสาป&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เข้าทำความสะอาดโรงเรียน</strong>&nbsp;หลังระดับน้ำเข้าสู่ภาวะปกติ</p><p><strong>สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดยะลา</strong>&nbsp;วันนี้&nbsp;1&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานี&nbsp;และแม่น้ำสายบุรี&nbsp;เริ่มลดระดับลงต่ำกว่าตลิ่ง&nbsp;ทำให้น้ำท่วมในพื้นที่ของบ้านเรือนประชาชน&nbsp;เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;มีเพียงบางพื้นที่&nbsp;ที่อยู่ในที่ลุ่มต่ำ&nbsp;ยังมีน้ำท่วมขังบางส่วน&nbsp;ขณะที่&nbsp;ชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.ท่าสาป&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;เริ่มทำความสะอาดบ้านเรือน&nbsp;หลังน้ำลด&nbsp;ด้านเทศบาลตำบลท่าสาป&nbsp;ได้นำรถน้ำ&nbsp;เพื่อทำการฉีดทำความสะอาดที่โรงเรียนบ้านลิมุด&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนางสาวนินุสรา&nbsp;มินทราศักดิ์&nbsp;อาจารย์ภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์&nbsp;</strong>มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา&nbsp;นำนักศึกษาวิชารัฐประศาสนศาสตร์&nbsp;ร่วมลงพื้นที่&nbsp;พร้อมกับเจ้าหน้าที่จากอำเภอเมืองยะลา&nbsp;เร่งทำความสะอาดฟื้นฟู&nbsp;ห้องเรียน&nbsp;วัสดุอุปกรณ์การเรียน&nbsp;ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม&nbsp;สำหรับในพิื้นที่&nbsp;ต.ท่าสาป&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับแม่น้ำปัตตานี&nbsp;ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย&nbsp;น้ำลดหมดแล้ว&nbsp;มีเพียงบ้านกำปงจืองา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.ท่าสาป&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;ยังมีน้ำท่วมขังอยู่&nbsp;ทางเทศบาลตำบลท่าสาป&nbsp;เร่งทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ&nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำต่อไป</p><p><strong>นางสาวนินุสรา&nbsp;มินทราศักดิ์&nbsp;อาจารย์ภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;ทางหลักสูตรรัฐศาสาสตร์บัญฑิต&nbsp;สาขาการปกครองและกฎหมายมหาชน&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา&nbsp;ได้นำนักศึกษา&nbsp;ร่วมจิตอาสา&nbsp;ช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;เริ่มจากบ้านของนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม&nbsp;ช่วยกันฟื้นฟูทำความสะอาดโรงเรียน&nbsp;ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากทางเทศบาลตำบลท่าสาป&nbsp;สนับสนุนรถน้ำฉีดทำความสะอาด&nbsp;และครู&nbsp;รวมทั้งชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;สิ่งที่ได้รับเป็นการช่วยเหลือในยามประชาชนได้รับความเดือดร้อน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301131510110
38	ผู้ว่าโคราช หารือ เตรียมพร้อมดูแล ปชช.หาก โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น เชื่อ ศก. จะดีขึ้น คาดเดือน มิ.ย.65 จะมีการประกาศ	<p><strong>ที่ศูนย์บัญชาการณ์เหตุการณ์ตอบโตโรคติดเชื้อไวรัสโคโลนา&nbsp;2019</strong>&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พร้อมด้วยนายแพทย์วิญญู&nbsp;จันทร์เนตร&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;ร่วมกันประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด&nbsp;เพื่อวางแนวทางในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พร้อมทั้งหารือการเตรียมความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยแบบโรคประจำถิ่นตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;หลังจากกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;แจ้งให้มีการเตรียมความพร้อมและขอให้เพิ่มการจัดบริการรักษาแบบผู้ป่วยนอก&nbsp;OPD&nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการป่วยหรืออาการป่วยไม่มาก&nbsp;ให้สังเกตอาการตัวเองที่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;Seif&nbsp;Observation&nbsp;ทั้งนี้ในที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อได้รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่&nbsp;พบผู้ป่วยจำนวน&nbsp;798&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;แยกเป็นพบจากการตรวจRTPCR&nbsp;502&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจATK&nbsp;296&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มค.65&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;17,557&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;9,953&nbsp;ราย&nbsp;ยังรักษา&nbsp;7,564&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตรวม&nbsp;40&nbsp;ราย</p><p><strong>ด้านนายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดนครราชสีมามีความพร้อมในการดูแลรักษาผู้ป่วยหากมีการประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;เป็นโรคประจำถิ่น&nbsp;คาดว่าเดือนมิถุนายน&nbsp;65&nbsp;นี้&nbsp;จะมีการประกาศ&nbsp;ให้เป็นโรคประจำถิ่น&nbsp;ในช่วงเวลาที่เหลือนี้ทางจังหวัดได้เร่งทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนให้รับทราบว่าการสังเกตตัวเองนั้นต้องทำย่างไร&nbsp;โดยให้ทาง&nbsp;สสจ.เร่งทำสื่อประชาพันธ์&nbsp;ทำความเข้าใจกับประชาชนทั้ง&nbsp;32&nbsp;อำเภอ&nbsp;ว่าหากคนในครอบครัวติดเชื้อโควิด-19&nbsp;และทางสาธารณสุขให้มาสังเกตตัวเองที่บ้านจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร&nbsp;ส่วนตัวมองว่าการประกาศให้โควิด-19เป็นโรคประจำถิ่นนั้น&nbsp;จะเป็นการยกระดับว่าโรคโควิด-19&nbsp;ถือเป็นโรคธรรมดาที่เกิดขึ้นได้เหมือนโรคทั่วไป&nbsp;แต่มาตรการในการป้องกันและการดูแลยังคงต้องปฏิบัติตามอย่างเข็มแข็งเหมือนเดิม&nbsp;ที่สำคัญหากประกาศเป็นโรคประจำถิ่นแล้วจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและ&nbsp;ชีวิตประจำวันของประชาชน&nbsp;อย่างแน่นอน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301114558080
39	จังหวัดสุราษฎร์ธานีร่วมประชุมการติดตามแผนงาน โครงการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 รอบที่ 1	<p><strong>วันนี้(1&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมเมืองคนดี&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายกล้าณรงค์&nbsp;ยุติธรรม&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวร่วมรับฟังนโยบายการประชุม&nbsp;โดยนายพิฆเนศ&nbsp;ต๊ะปวง&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;5&nbsp;และผู้ตรวจกระทรวง&nbsp;เป็นประธานประชุมการติดตามแผนงาน&nbsp;โครงการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการประชุมการตรวจราชตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ</strong>&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนประเด็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล&nbsp;อาทิ&nbsp;การพื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2501&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืน&nbsp;ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;และการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัว&nbsp;และติดตามตรวจสอบและประเมินผล</p><p><strong>เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติ&nbsp;</strong>ในเรื่องการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์&nbsp;&nbsp;และการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;และติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาสำคัญในเชิงพื้นที่&nbsp;อาทิ&nbsp;การจัดการประมงอย่างยั่งยืน&nbsp;การแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;การลดอุบัติเหตุ&nbsp;และการตรวจราชการตามมาตรา&nbsp;34&nbsp;แห่งพระราชกฤษฏีกา&nbsp;ว่า&nbsp;การบริการงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ&nbsp;พ.ศ.2551&nbsp;เพื่อตรวจติดตามและประเมินผลการดำเนินการและประเมินผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาจังหวัด&nbsp;และติดตามโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธานของศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301140807159
40	รอง ผวจ.นครศรีธรรมราช ประชุมอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์วัยรุ่นระดับจังหวัด	<p><strong>รอง&nbsp;ผวจ.นครศรีธรรมราช&nbsp;ประชุมอนุกรรมการป้องกัน</strong>และแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์วัยรุ่นระดับจังหวัด&nbsp;วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่ห้องประชุมชั้น&nbsp;5&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นางเรืองอุไร&nbsp;บุญช่วยชูพันธ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เป็นประธานการประชุมอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะอนุกรรมการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการประชุมอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์วัยรุ่นระดับจังหวัด</strong>&nbsp;ของจังหวัดนครศรีธรรมราชในวันนี้&nbsp;เพื่อบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เกิดกลไกการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ตาม&nbsp;พรบ.ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์วัยรุ่น&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2559&nbsp;ซึ่งสถานการณ์การคลอด&nbsp;การตั้งครรภ์ซ้ำ&nbsp;การคุมกำเนิด&nbsp;ในวัยรุ่นในจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;จากการขับเคลื่อนของทุกกระทรวงในพื้นที่&nbsp;อัตราการคลอดของจังหวัดต่ำกว่าระดับประเทศและระดับเขต&nbsp;และต่ำสุดในเขต&nbsp;11&nbsp;อัตราการตั้งครรภ์ซ้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;ผู้รับบริการยุติการตั้งครรภ์&nbsp;มีการเข้าถึงบริการมากขึ้น&nbsp;สถานบริการที่ให้บริการยุติการตั้งครรภ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;ตามสิทธิและทางเลือก&nbsp;มีสถิติสูงขึ้น&nbsp;และมีกลุ่มอายุมากกว่า&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;เข้ารับบริการเพิ่มขึ้น&nbsp;HIV&nbsp;ยังสูงอยู่&nbsp;การเข้าสู่ระบบบำบัดเยาเสพติด&nbsp;เข้าสู่ระบบน้อยลง&nbsp;การตั้งครรภ์ไม่พร้อมจากการล่วงละเมิด&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;สูงกว่า&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;และเพศชายใช้ความรุนแรงมากกว่าเพศหญิง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาคัดเลือก&nbsp;อปท.เป็นแหล่งเรียนรู้</strong>ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นปี&nbsp;2565&nbsp;ได้แก่&nbsp;เทศบาลตำบลหัวไทร&nbsp;อำเภอหัวไทร&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ด้วย&nbsp;โอกาสนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ได้ฝากย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการทบทวนในการจัดทำแผนการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;อย่างต่อเนื่องทุกปี&nbsp;เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา&nbsp;ติดตามประเมินผลการดำเนินงาน&nbsp;ให้มีความครอบคลุมขับเคลื่อนการดำเนินงานไปในแนวทางเดียวกัน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>พรรณี&nbsp;มณีวรรณ/ภาพ-ข่าว&nbsp;จุรีรัตน์&nbsp;ยอดถึง/ภาพ&nbsp;</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301140933161
41	ตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท ร่วมกับโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร และสำนักงานเทศบาลเมืองชัยนาท จัดกิจกรรม โครงการชาวชัยนาทร่วมใจ สวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์	<p><strong>นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม&nbsp;โครงการชาวชัยนาทร่วมใจ&nbsp;สวมหมวกนิรภัย&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท&nbsp;โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร&nbsp;และสำนักงานเทศบาลเมืองชัยนาท&nbsp;เพื่อร่วมกันสร้างจิตสำนึกและเสริมสร้างวินัยจราจรให้กับประชาชนชาวชัยนาท&nbsp;อีกทั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมมาตรการตามประกาศของจังหวัดชัยนาท&nbsp;เรื่อง&nbsp;ให้การสวมหมวกนิรภัย&nbsp;100%&nbsp;เป็นวาระของจังหวัดชัยนาท&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;และกิจกรรมในวันนี้ยังได้มีการมอบหมวกนิรภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;ใบ&nbsp;ให้กับประชาชนอีกด้วย&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก&nbsp;นายเจษฎา&nbsp;สี่พี่น้อง&nbsp;นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองชัยนาท&nbsp;โดยมี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;เป็นผู้มอบหมวกนิรภัยให้กับประชาชนที่เข้ามารับบริการที่โรงพยาบาล&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พล.ต.ต&nbsp;วรณัฏฐ์&nbsp;ผันผ่อน&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท&nbsp;นายแพทย์พรเพชร&nbsp;นันทวุฒิพันธุ์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการจากทุกภาคส่วน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณด้านหน้าทางเข้าโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</strong>ผู้ที่จะเข้ามารับบริการภายในโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร&nbsp;จะต้องสวมหมวกนิรภัย&nbsp;100%&nbsp;ทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย&nbsp;เพื่อเป็นการร่วมกันรณรงค์และส่งเสริมมาตรการของจังหวัดชัยนาทในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สวท.ชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301120205091
42	ประชาชนชาวแม่ฮ่องสอน ได้รับการฉีดวัคซีน COVID-19  เกิน 70% แล้ว	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>รายงานผลการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;แก่ประชาชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;สะสมถึงวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;173,690&nbsp;คน&nbsp;(70.67%)&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;146,555&nbsp;คน&nbsp;(59.63%)&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;33,268&nbsp;คน&nbsp;(13.54%)</p><p><strong>จากข้อมูลผู้ป่วยที่พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับวัคซีนแล้ว</strong>&nbsp;ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีอาการป่วยเพียงเล็กน้อย&nbsp;ส่วนผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนจะมีอาการป่วยรุนแรงมากกว่า&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเข้ารับ&nbsp;การฉีดวัคซีน&nbsp;หรือผู้ที่ได้รับแล้วให้มาฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่3&nbsp;เพื่อลดความรุนแรงของโรค&nbsp;ซึ่งจะทำให้สถานการณ์แพร่ระบาดในพื้นที่ของจังหวัดลดลง&nbsp;และประชาชนจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติได้ในเร็ววัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301115639089
43	ม.ราชภัฏยะลา จับมือ 23 ภาคีเครือข่ายจังหวัดยะลา ลงนาม MOU งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้จนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำจังหวัดยะลา	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา</strong>&nbsp;จับมือ&nbsp;23&nbsp;หน่วยงานภาคีเครือข่ายจังหวัดยะลา&nbsp;ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;(MOU)&nbsp;โครงการวิจัย&nbsp;งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำจังหวัดยะลา&nbsp;โดยมี&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมบัติ&nbsp;โยธาทิพย์&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานเปิดงานพร้อมลงนาม&nbsp;ร่วมกับผู้แทนจากภาคีเครือข่ายจังหวัดยะลา&nbsp;23&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;(หอประชุมใหญ่)&nbsp;และประชุมออนไลน์ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;โปรแกรม&nbsp;ZOOM&nbsp;Meeting&nbsp;</p><p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.เกสรี&nbsp;ลัดเลีย&nbsp;รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย</strong>และพัฒนาท้องถิ่นมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การลงนามความร่วมมือจัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนฐานข้อมูลกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนระดับจังหวัดยะลาที่เกิดจากการบูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วยงาน&nbsp;รวมทั้งการพัฒนาระบบและโครงสร้างการแก้ไขปัญหาความยากจนด้วยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;สนับสนุนการดำเนินโครงการวิจัยงานวิจัย&nbsp;</strong>และนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำจังหวัดยะลา&nbsp;รวมถึงบูรณาการความร่วมมือในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางให้ครอบคลุมทุกมิติ&nbsp;เพื่อเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการ&nbsp;พัฒนาคุณภาพชีวิตมีความสุข&nbsp;สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&nbsp;รวมถึงบูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาควิชาการ&nbsp;ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาคนจนเป้าหมายให้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ตลอดจนส่งเสริมการเรียนรู้&nbsp;พัฒนาทักษะและหาแนวทาง</strong>ในการปรับปรุงเงื่อนไขที่จำเป็นต่อการดำรงชีพให้เอื้อต่อการสร้างหรือเพิ่มรายได้&nbsp;เพื่อให้คนจนเป้าหมายสามารถดูแลตัวเองและครอบครัวได้อย่างมั่นคง&nbsp;และส่งเสริม&nbsp;สนับสนุนพันธกิจของมหาวิทยาลัย&nbsp;ด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่มีคุณภาพและมาตรฐาน&nbsp;โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหา&nbsp;และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนและท้องถิ่นชายแดนใต้&nbsp;โดยมีกำหนดระยะเวลา&nbsp;ความร่วมมือ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;2570)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301131854112
44	มรย.  จับมือ 24 หน่วยงานภาคีเครือข่าย MOU ร่วม นำงานวิจัยและนวัตกรรม ขจัด ปัญหาความยากจน จังหวัดยะลา	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;80&nbsp;พรรษา</strong>&nbsp;5&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2550&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นาย&nbsp;ภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;(MOU)&nbsp;ว่าด้วยโครงการวิจัย&nbsp;งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;แบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำจังหวัดยะลา&nbsp;ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจังหวัดยะลา&nbsp;24&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมบัติ&nbsp;โยธาทิพย์&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยาน&nbsp;ในการลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้&nbsp;และประชุมออนไลน์ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;โปรแกรม&nbsp;ZOOM&nbsp;Meeting</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;(MOU)&nbsp;ว่าด้วยโครงการวิจัย</strong>&nbsp;งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;แบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำจังหวัดยะลา&nbsp;ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจังหวัดยะลา&nbsp;24&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;สืบเนื่องจาก&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;ร่วมดำเนินการแก้ปัญหายากจน&nbsp;ภายใต้โครงการวิจัยงานวิจัยและนวัตกรรม&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ&nbsp;การลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้&nbsp;เพื่อตกลงร่วมกันในการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการร่วมมือกันในการสอบทานข้อมูลส่งต่อข้อมูล&nbsp;ตลอดจนใช้นวัตกรรมแก้จน&nbsp;และระบบข้อมูลร่วมกัน&nbsp;เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน&nbsp;และประเทศชาติต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301132029113
45	ท้องถิ่นสุรินทร์ จัดประชุมการมอบแนวทางการปฏิบัติราชการในบริบทของจังหวัดสุรินทร์ให้กับข้าราชการ อบจ.พนักงานเทศบาล ผู้ผ่านการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร	<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่ห้องประชุมสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;นายกิติชัย&nbsp;เกตุวงษา&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์&nbsp;จัดประชุมการขึ้นบัญชีและยกเลิกบัญชีพนักงานเทศบาลผู้ผ่านการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งสายงานบริหาร&nbsp;และได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้งพนักงานเทศบาลผู้ผ่านการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งสายผู้บริหาร&nbsp;และฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพนักงานเทศบาล&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดยมีนายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นประธานในการแต่งตั้ง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301133758129
46	รองผู้ว่าฯยะลา พบปะและมอบโอวาทแก่ผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดยะลา	"<p><strong>นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;เป็นประธานพบปะและมอบโอวาทแก่ผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โดยมีนายวิญญู&nbsp;สิงหเสม&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดยะลา&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;ผู้บริหารส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการแต่งตั้งจำนวน&nbsp;34&nbsp;คน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมยะลายาลอ&nbsp;สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดยะลา&nbsp;อาคาร&nbsp;1&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยะลา</p><p><strong>นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการพนักงานส่วนท้องถิ่น/ผู้บริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งจะต้องปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดพี่น้องประชาชนชนในพื้นที่ในการบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;ให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;ทุกคนจึงต้องเสียสละ&nbsp;ทุ่มเทเวลา&nbsp;กำลังกาย&nbsp;กำลังใจ&nbsp;เพื่อพัฒนาท้องถิ่นให้มีความเจริญก้าวหน้า&nbsp;และได้อันเชิญพระบรมราโชวาท&nbsp;เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน&nbsp;ประจำปีพุทธศักราช&nbsp;2536&nbsp;""ข้าราชการที่มีหน้าที่สำคัญส่วนหนึ่ง&nbsp;ที่จะต้องประพฤติปฏิบัติต่อบุคคลทั้งปวงด้วยความสุจริต&nbsp;จริงใจ&nbsp;วางตัวให้พอเหมาะพอสมกับฐานะตำแหน่ง&nbsp;พร้อมกับรักษาความสุภาพอ่อนโยนไว้ให้เหนียวแน่น&nbsp;สม่ำเสมอ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ยังจะต้องมีความเสียสละ&nbsp;อดทนรู้จักเกรงใจ</strong>&nbsp;<strong>ให้อภัย&nbsp;</strong>ทั้งโอนอ่อนผ่อนตามกันและกันด้วยเหตุผล&nbsp;และสำคัญที่สุดจะต้อง&nbsp;หัดทำใจให้กว้างขวางหนักแน่น&nbsp;รู้จักรับฟังความคิดความเห็น&nbsp;แม้กระทั่งคำวิพากษ์วิจารณ์&nbsp;จากผู้อื่นอย่างฉลาด&nbsp;เพราะการรู้จักรับฟังอย่างฉลาดนั้น&nbsp;แท้จริง&nbsp;คือการระดมสติปัญญา&nbsp;และประสบการณ์&nbsp;อันหลายหลาก&nbsp;มาอำนวยประโยชน์ในการปฏิบัติ&nbsp;บริหารงานให้ประสบ&nbsp;ความสำเร็จที่สมบูรณ์นั่นเอง""&nbsp;จึงขอให้ทุกคนได้นำพระบรมราโชวาทไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301132225115
47	จังหวัดสตูล จัดพิธีมอบแบบลายผ้าขิดพระราชทาน ผัาขิดลายนารีรัตนราชกัญญา เพื่อส่งมอบแก่กลุ่มทอผ้าในจังหวัด นำไปผลิตผ้าตามภูมิปัญญาแต่ละท้องถิ่นต่อไป	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;80&nbsp;พรรษา</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยนาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานพิธีมอบแบบลายผ้าขิดพระราชทาน&nbsp;ผัาขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;โดยมีสมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่ภาครัฐ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ร่วมในพิธีฯ</p><p><strong>โดย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เปิดกรวยถวายเครื่องราชสักการะเบื้องหน้าพระรูป</strong>&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;และกล่าวสำนึกในพระมหากรุณา&nbsp;ความว่า&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ได้ทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติบำเพ็ญพระกรณียกิจนานัปการ&nbsp;เพื่ออำนวยประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษฎร์&nbsp;ทรงมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ในการอนุรักษ์&nbsp;พื้นฟู&nbsp;ศิลปวัฒนธรรม&nbsp;ภูมิปัญญาหัตถกรรมไทย&nbsp;ให้ดำรงอยู่ยั่งยืนตลอดไป&nbsp;</p><p><strong>ด้วยพระอัจฉริยภาพ&nbsp;พระองค์ทรงต่อยอดผสมผสานมุมมองด้านแฟชั่นที่ร่วมสมัย</strong>&nbsp;แต่ยังคงไว้ซึ่งการสืบสานอัตลักษณ์&nbsp;เรื่องราวประจำภูมิภาค&nbsp;เป็นคุณูปการอย่างยิ่งแก่ปวงชนคนไทย&nbsp;ทรงพระราชทานแบบลายผ้า&nbsp;ชื่อลาย&nbsp;ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&nbsp;แก่พสกนิกรชาวไทย&nbsp;อันเป็นสิ่งที่ประจักษ์ชัดถึงพระปรีชาสามารถในการออกแบบ&nbsp;เกิดความเชื่อมั่นว่าความงดงามของผ้าไทยจะคงอยู่คู่กับสังคมไทย&nbsp;และได้พระราชทานพระอนุญาตให้&nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;และสภาสตรีแห่งชาติ&nbsp;ในพระบรมราชินูปถัมภ์&nbsp;จัดการประกวดผ้าลายพระราชทาน&nbsp;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&nbsp;นับเป็นมิ่งมงคลยิ่งต่อการเริ่มต้นกิจกรรมการประกวด&nbsp;ทรงพระราชทานลายผ้าบาติก&nbsp;3&nbsp;ลาย&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปาเต๊ะร่วมใจเทิดไท้เจ้าหญิง&nbsp;ท้องทะเลไทย&nbsp;และ&nbsp;ป่าแดนใต้&nbsp;ที่พระองค์ได้แรงบันดาลพระทัยจากการเสด็จไปทอดพระเนตรงานศิลปหัตถกรรมจากภูมิปัญญาพื้นถิ่นในภาคใต้หลายครั้ง&nbsp;ทรงพบเห็นวิถีชีวิตและธรรมชาติของภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์&nbsp;แนวพระดำริทั้งหมดถูกถ่ายทอดลงบนผ้าลายบาติกพระราชทานนี้&nbsp;เพื่อพระราชทานให้กับช่างฝีมือบาติก&nbsp;เป็นของขวัญตอบแทนมิตรภาพและความจริงใจที่ประชาชนชาวภาคใต้มอบให้กับพระองค์</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;เชิญแบบลายผ้าขิดพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;เบื้องหน้าพระรูป&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;มอบให้กับนายอำเภอและแม่บ้านมหาดไทยทุกอำเภอ&nbsp;รวมถึงผู้แทนกลุ่มทอผ้า&nbsp;กลุ่ม&nbsp;OTOP&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้าในพื้นที่จังหวัดสตูล&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เพื่อนำไปผลิตผ้าตามภูมิปัญญาแต่ละพื้นที่&nbsp;อีกทั้งผู้เข้าร่วมในพิธีฯได้เยี่ยมชมนิทรรศการ&nbsp;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;ฯ&nbsp;เพื่อสืบสาน&nbsp;อนุรักษ์&nbsp;และปลุกกระแสเทรนด์ผ้าไทยให้ทันสมัยอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	NULL	NULL	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301133202120
48	จังหวัดสตูล จัดพิธีมอบแบบลายผ้าขิดพระราชทาน ผัาขิดลายนารีรัตนราชกัญญา เพื่อส่งมอบแก่กลุ่มทอผ้าในจังหวัด นำไปผลิตผ้าตามภูมิปัญญาแต่ละท้องถิ่นต่อไป	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;80&nbsp;พรรษา</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยนาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานพิธีมอบแบบลายผ้าขิดพระราชทาน&nbsp;ผัาขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;โดยมีสมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่ภาครัฐ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ร่วมในพิธีฯ</p><p><strong>โดย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เปิดกรวยถวายเครื่องราชสักการะเบื้องหน้าพระรูป</strong>&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;และกล่าวสำนึกในพระมหากรุณา&nbsp;&nbsp;ความว่า&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ได้ทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติบำเพ็ญพระกรณียกิจนานัปการ&nbsp;เพื่ออำนวยประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษฎร์&nbsp;&nbsp;ทรงมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ในการอนุรักษ์&nbsp;พื้นฟู&nbsp;ศิลปวัฒนธรรม&nbsp;ภูมิปัญญาหัตถกรรมไทย&nbsp;ให้ดำรงอยู่ยั่งยืนตลอดไป&nbsp;</p><p><strong>ด้วยพระอัจฉริยภาพ&nbsp;พระองค์ทรงต่อยอดผสมผสานมุมมองด้านแฟชั่นที่ร่วมสมัย</strong>&nbsp;แต่ยังคงไว้ซึ่งการสืบสานอัตลักษณ์&nbsp;เรื่องราวประจำภูมิภาค&nbsp;เป็นคุณูปการอย่างยิ่งแก่ปวงชนคนไทย&nbsp;ทรงพระราชทานแบบลายผ้า&nbsp;ชื่อลาย&nbsp;ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&nbsp;แก่พสกนิกรชาวไทย&nbsp;อันเป็นสิ่งที่ประจักษ์ชัดถึงพระปรีชาสามารถในการออกแบบ&nbsp;เกิดความเชื่อมั่นว่าความงดงามของผ้าไทยจะคงอยู่คู่กับสังคมไทย&nbsp;และได้พระราชทานพระอนุญาตให้&nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;และสภาสตรีแห่งชาติ&nbsp;ในพระบรมราชินูปถัมภ์&nbsp;จัดการประกวดผ้าลายพระราชทาน&nbsp;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&nbsp;นับเป็นมิ่งมงคลยิ่งต่อการเริ่มต้นกิจกรรมการประกวด&nbsp;ทรงพระราชทานลายผ้าบาติก&nbsp;3&nbsp;ลาย&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปาเต๊ะร่วมใจเทิดไท้เจ้าหญิง&nbsp;ท้องทะเลไทย&nbsp;และ&nbsp;ป่าแดนใต้&nbsp;ที่พระองค์ได้แรงบันดาลพระทัยจากการเสด็จไปทอดพระเนตรงานศิลปหัตถกรรมจากภูมิปัญญาพื้นถิ่นในภาคใต้หลายครั้ง&nbsp;ทรงพบเห็นวิถีชีวิตและธรรมชาติของภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์&nbsp;แนวพระดำริทั้งหมดถูกถ่ายทอดลงบนผ้าลายบาติกพระราชทานนี้&nbsp;เพื่อพระราชทานให้กับช่างฝีมือบาติก&nbsp;เป็นของขวัญตอบแทนมิตรภาพและความจริงใจที่ประชาชนชาวภาคใต้มอบให้กับพระองค์</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;เชิญแบบลายผ้าขิดพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;เบื้องหน้าพระรูป&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;มอบให้กับนายอำเภอและแม่บ้านมหาดไทยทุกอำเภอ&nbsp;รวมถึงผู้แทนกลุ่มทอผ้า&nbsp;กลุ่ม&nbsp;OTOP&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้าในพื้นที่จังหวัดสตูล&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เพื่อนำไปผลิตผ้าตามภูมิปัญญาแต่ละพื้นที่&nbsp;อีกทั้งผู้เข้าร่วมในพิธีฯได้เยี่ยมชมนิทรรศการ&nbsp;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;ฯ&nbsp;เพื่อสืบสาน&nbsp;อนุรักษ์&nbsp;และปลุกกระแสเทรนด์ผ้าไทยให้ทันสมัยอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301133351123
49	ศปก.แม่ฮ่องสอน แจ้งว่ากระทรวงสาธารณสุข เตรียมแผนการบริการจัดการโรคโควิด-19 ออกจากการเป็นโรคระบาดไปสู่การเป็นโรคประจำถิ่น	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)</strong>&nbsp;เปิดเผยว่ากระทรวงสาธารณสุขเตรียมแผนการบริหารจัดการให้โรคโควิด-19&nbsp;ออกจากการเป็นโรคระบาดไปสู่การเป็นโรคติดต่อทั่วไปหรือโรคประจำถิ่น&nbsp;เนื่องจากการที่โรคลดความรุนแรงลง&nbsp;ไม่มีภาวะอันตรายมาก&nbsp;และมีการ</p><p>รักษาที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกันประชาชนมีภูมิต้านโรคมากเพียงพอ</strong>&nbsp;ซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ&nbsp;4&nbsp;เดือนนับจากนี้&nbsp;โดยได้ปรับระบบบริการให้เหมาะสมตามสถานการณ์&nbsp;คือ&nbsp;เพิ่มการดูแลในระบบผู้ป่วยนอก&nbsp;ไม่จำเป็นต้อง&nbsp;นอนโรงพยาบาล&nbsp;เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ&nbsp;&nbsp;โดยการตรวจผู้ที่สงสัยป่วยโควิด-&nbsp;19&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หากพบผลเป็นบวก&nbsp;แพทย์จะพิจารณาจ่ายยารักษาตามอาการ&nbsp;3&nbsp;สูตร&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.ยาฟาวิพิราเวียร์&nbsp;2.ยาฟ้าทะลายโจร&nbsp;และ&nbsp;3.ยารักษา&nbsp;ตามอาการ&nbsp;เช่น&nbsp;ยาลดไข้&nbsp;แก้ไอ&nbsp;ลดน้ำมูก&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ติดเชื้อในการเข้าถึงบริการ&nbsp;และเป็นการเชื่อมโยงเข้าสู่การเป็นโรคที่ดูแลได้ด้วยตนเอง&nbsp;ขณะนี้มีจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;และภูเก็ต&nbsp;ที่ดำเนินการในลักษณะดังกล่าว&nbsp;แล้วพบว่าได้ผลดี&nbsp;โดยผู้ป่วยจะต้องดูแลตนเองอยู่ที่บ้าน&nbsp;ไม่ออกไปพบคนหมู่มาก&nbsp;พยายามแยกตัวออกจากผู้อื่น&nbsp;ลดการเดินทาง&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกลุ่มเปราะบาง&nbsp;(กลุ่ม&nbsp;608)</strong>&nbsp;สามารถรักษาตามระบบนี้&nbsp;ได้เช่นเดียวกัน&nbsp;แต่หากประเมินแล้วพบว่ามีความเสี่ยงสูง&nbsp;แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาให้การรักษาที่เหมาะสมต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301131117107
50	จังหวัดตราด จัดพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ให้กับนายอำเภอและนายกกิ่งกาชาด&nbsp;ทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;รวมทั้งกลุ่มผู้ผลิตผ้าทั้ง&nbsp;7&nbsp;กลุ่มในจังหวัดตราด&nbsp;โดยมี&nbsp;นางชุลีพร&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดตราด&nbsp;ตลอดจนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี&nbsp;ที่ห้องทับทิมสยาม&nbsp;โรงแรมเอวาด้า&nbsp;ตำบลวังกระแจะ&nbsp;อำเภอเมืองตราด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตามที่กระทรวงมหาดไทย&nbsp;โดยกรมการพัฒนาชุมชน</strong>&nbsp;กำหนดดำเนินโครงการสร้างการรับรู้ภูมิปัญญาผ้าไทยและผ้าขิดลายพระราชทาน&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ในด้านการออกแบบเครื่องแต่งกายและการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมจากภูมิปัญญาพื้นถิ่นของไทย&nbsp;&nbsp;และประชาสัมพันธ์แบบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ให้กับกลุ่มทอผ้าใน&nbsp;76&nbsp;จังหวัดที่เป็นช่างทอผ้า&nbsp;กลุ่มทอผ้า&nbsp;และผู้ผลิตผ้าทุกกลุ่ม&nbsp;ทุกเทคนิค&nbsp;ได้นำลายพระราชทานไปเป็นต้นแบบและพัฒนาต่อยอด&nbsp;เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นถิ่นให้ร่วมสมัย&nbsp;นำไปสู่การสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้กระจายสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง&nbsp;&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตราด&nbsp;จึงได้จัดพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ให้กับนายอำเภอและนายกกิ่งกาชาดทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;รวมทั้งกลุ่มผู้ผลิตผ้าทั้ง&nbsp;7&nbsp;กลุ่มในจังหวัดตราด&nbsp;ในครั้งนี้ขึ้น&nbsp;โดยกลุ่มผู้ผลิตผ้าจังหวัดตราด&nbsp;7&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กลุ่มทอผ้าบางปิด&nbsp;ตำบลบางปิด&nbsp;อำเภอแหลมงอบ&nbsp;&nbsp;&nbsp;กลุ่มทอผ้าบ้านธรรรมชาติล่าง&nbsp;ตำบลคลองใหญ่&nbsp;อำเภอแหลมงอบ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านธรรมชาติล่าง&nbsp;ตำบลคลองใหญ่&nbsp;อำเภอแหลมงอบ&nbsp;&nbsp;กลุ่มผ้ามัดย้อมคลองสองน้ำ&nbsp;ตำบลคลองใหญ่&nbsp;อำเภอแหลมงอบ&nbsp;&nbsp;โรงเรียนบ้านไม้รูด&nbsp;(วิสิทธิประชาสรรค์)&nbsp;ตำบลไม้รูด&nbsp;อำเภอคลองใหญ่&nbsp;&nbsp;กลุ่มสตรีผ้ามัดย้อมบ้านท่าระแนะ&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;และกลุ่ม&nbsp;ROJA&nbsp;STUDIO&nbsp;OF&nbsp;ART&nbsp;ตำบลเกาะหมาก&nbsp;อำเภอเกาะกูด&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301130010103
51	สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสตูล จัดพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน ผัาขิดลายนารีรัตนราชกัญญา ให้แก่กลุ่มทอผ้าในจังหวัดสตูล นำไปผลิตผ้าตามอัตลักษณ์ภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่น	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;80&nbsp;พรรษา</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสตูล&nbsp;จัดพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ให้แก่กลุ่มทอผ้าในพื้นที่จังหวัดสตูล&nbsp;โดยมีนายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยนาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานร่วมมอบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผัาขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ให้แก่พัฒนาการจังหวัดสตูล&nbsp;,&nbsp;นายอำเภอทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;และกลุ่มทอผ้าในจังหวัดสตูลอีกเกือบ&nbsp;20&nbsp;กลุ่ม&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สืบเนื่องจากเมื่อวันอาทิตย์ที่&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;เสด็จพระราชดำเนิน&nbsp;ณ&nbsp;อำเภอนาหว้า&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ทอดพระเนตรกลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ&nbsp;ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;และการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ณ&nbsp;วัดธาตุประสิทธิ์&nbsp;และหอประชุมโรงเรียน&nbsp;นาหว้าพิทยาคม&nbsp;ตำบลนาหว้า&nbsp;อำเภอนาหว้า&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;เนื่องในโอกาสครบรอบ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ของโครงการศิลปาชีพ&nbsp;และในโอกาสเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ทรงเจริญพระชนมพรรษา&nbsp;ครบ&nbsp;90&nbsp;พรรษา&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้ประวัติศาสตร์สู่คนรุ่นหลัง&nbsp;และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป&nbsp;</p><p><strong>โดยมีสมาชิกกลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ</strong>&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนครพนม&nbsp;และราษฎรเฝ้าฯ&nbsp;รับเสด็จ&nbsp;ในการนี้&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ทรงพระราชทานแบบลายผ้า&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ผ่านปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เพื่อเป็นของขวัญให้กับช่างทอผ้าทุกกลุ่ม&nbsp;ทุกเทคนิค&nbsp;นำไปทอผ้า&nbsp;ผลิตผ้าตามอัตลักษณ์ภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่นทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><strong>โดยจังหวัดสตูล&nbsp;จัดพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ให้แก่</strong>นายอำเภอ&nbsp;และแม่บ้านมหาดไทยทุกอำเภอ&nbsp;,&nbsp;ผู้แทนกลุ่มทอผ้า&nbsp;กลุ่ม&nbsp;OTOP&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้าในพื้นที่จังหวัดสตูล&nbsp;เพื่อนำไปผลิตผ้าตามภูมิปัญญาแต่ละพื้นที่ต่อไป&nbsp;โดยทรงออกแบบผ้าลายพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;โดยได้รับแรงบันดาลพระทัยจาก&nbsp;ผ้าขิดลายสมเด็จ&nbsp;ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ทรงพระราชทานแก่ราษฎร&nbsp;อันเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย&nbsp;โดยแต่ละลวดลายมีความหมายที่ลึกซึ้ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ลาย&nbsp;S&nbsp;ที่ท้องผ้า&nbsp;,&nbsp;ลายเชิงผ้ารูปหัวใจ&nbsp;,&nbsp;ลาย&nbsp;S&nbsp;ประกอบกับลายขิดที่เชิงผ้า&nbsp;,&nbsp;ลายต้นสนที่เชิงผ้า&nbsp;และลายหางนกยูงที่เชิงผ้า</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยส่วนราชการ</strong>ร่วมรับชมนิทรรศการผ้าลายพระราชทาน&nbsp;ที่นำมาแสดงภายในงานด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301133531125
52	จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรม โครงการชาวชัยนาทร่วมใจ สวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์	<p><strong>ที่บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร&nbsp;อำเภอเมืองชัยนาท</strong>&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;โครงการชาวชัยนาทร่วมใจ&nbsp;สวมหมวกนิรภัย&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายนที&nbsp;มนตริวัต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;,พล.ต.ต.วรณัฏฐ์&nbsp;ผันผ่อน&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองชัยนาท&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จิตอาสา&nbsp;นักเรียนและประชาชน&nbsp;ร่วมในพิธี&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้รับมอบหมวกนิรภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;ใบ&nbsp;จากนายเจษฎา&nbsp;สี่พี่น้อง&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองชัยนาท&nbsp;เพื่อนำไปมอบให้กับประชาชนเพื่อร่วมกันรณรงค์&nbsp;ชาวชัยนาทร่วมใจสวมหมวกนิรภัย&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท&nbsp;และโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร&nbsp;ร่วมกันจัดกิจกรรมขึ้น</strong>&nbsp;เพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์&nbsp;ตลอดจนเป็นการสร้างจิตสำนึกและเสริมสร้างวินัยจราจร&nbsp;ให้กับประชาชนชาวจังหวัดชัยนาท&nbsp;โดยจังหวัดชัยนาทได้ออกประกาศ&nbsp;เพื่อให้การสวมหมวกนิรภัย&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;เป็นวาระของจังหวัดชัยนาท&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;และให้สถานที่ราชการทุกแห่งเป็น&nbsp;เขตสวมหมวกนิรภัย&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;รวมทั้งให้หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง&nbsp;ถือปฏิบัติตามวาระของจังหวัดชัยนาท&nbsp;โดยกำชับให้ข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่ในสังกัดที่อยู่ในกำกับดูแลปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีด้านวินัยจราจร&nbsp;ในการสวมหมวกทุกครั้งที่ขับขี่และโดยสารรถจักรยานยนต์&nbsp;และให้ประชาชนสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งเมื่อขับขี่รถและโดยสารรถจักรยานยนต์ต้องคาดสายรัดคางด้วยทุกครั้ง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กิจกรรม&nbsp;โครงการชาวชัยนาทร่วมใจ&nbsp;สวมหมวกนิรภัย&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;วันนี้&nbsp;ทางสถานีตำรวจภูธรเมืองชัยนาท&nbsp;และโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร&nbsp;ได้ประสานกับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น&nbsp;และหน่วยงานทุกภาคส่วนร่วมกันจากหมวกนิรภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;ใบ&nbsp;ให้กับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์&nbsp;เพื่อสร้างจิตสำนึกและเสริมสร้างวินัยจราจร&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301130611104
53	ยะลา พบเพิ่ม 170  รายใหม่   ด้าน โรงพยาบาล  ตรวจ Swab โควิด-19   สแกนคิวอาร์โค้ด เพิ่มความรวดเร็ว	<p><strong>สำหรับสถานการณ์&nbsp;โควิด&nbsp;-19&nbsp;เริ่มต้นเดือนใหม่&nbsp;1&nbsp;มี.ค&nbsp;65&nbsp;</strong>&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;ยังคงพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยรายใหม่&nbsp;วันนี้อยู่ที่&nbsp;170&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ลดลง&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;จากเมื่อวานนี้&nbsp;(28&nbsp;ก.พ&nbsp;65)&nbsp;ที่มี&nbsp;ผู้ติดเชื้อ&nbsp;200&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ทำให้ยอดป่วยสะสมตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;จนถึง&nbsp;1&nbsp;มี.ค&nbsp;65&nbsp;มีจำนวน&nbsp;2,570&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;5,886&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;2,166&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;สะสมเสียชีวิตคงที่&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ส่วนผู้ติดเชื้อที่เข้าข่ายตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พบเพิ่ม&nbsp;ผลบวก&nbsp;564&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;สะสมรวม&nbsp;5,570&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;170&nbsp;รายใหม่&nbsp;&nbsp;พบผู้ป่วยกระจายไปในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;อำเภอ</strong>&nbsp;ของ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;โดยอำเภอเมือง&nbsp;70&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;62&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;8&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.รามัน&nbsp;8&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.เบตง&nbsp;13&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;3&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;5&nbsp;&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ส่วนผลการตรวจคัดกรองตามมาตรการด้านสาธารณสุข&nbsp;รวมสะสม&nbsp;19,624&nbsp;ราย</p><p><strong>ในขณะที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;และผู้เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19</strong>&nbsp;จำนวนมาก&nbsp;ทางโรงพยาบาลยะลา&nbsp;ได้เพิ่มความรวดเร็วให้กับผู้ที่ตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;&nbsp;โดยนำโปรแกรม&nbsp;เวฟแอป&nbsp;สำหรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;มาใช้&nbsp;ซึ่งจะทำให้ทราบผลภายใน&nbsp;15&nbsp;นาที&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่&nbsp;บอกว่า&nbsp;การใช้โปรแกรมนี้&nbsp;เป็นการยิงเลเซอร์&nbsp;โดยนำเชื้อมาส่องที่เครื่อง&nbsp;ซึ่งจะทำให้สามารถดูผู้ป่วยได้รวดเร็ว&nbsp;เป็นแบบเรียลไทม์&nbsp;ดูยอดปัจจุบันได้ทันที&nbsp;ตอนนี้&nbsp;รพ.สพ.ต่างๆ&nbsp;ก็ได้นำไปใช้แล้ว&nbsp;ซึ่งจะมีความแม่นย้ำ&nbsp;ลิงค์ตั้งแต่จุดลงทะเบียน&nbsp;มา&nbsp;ใช้สแกนคิวอาร์โค้ด&nbsp;ถ้าผลเป็นบวกก็จะขึ้นที่จอคอมทันที&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวิธีการนี้&nbsp;ทาง&nbsp;ร.พ.ยะลา&nbsp;ได้คิดค้นมาตั้งแต่การระบาดโควิดรอบที่แล้ว&nbsp;</strong>&nbsp;เพิ่มความรวดเร็วขึ้นกว่าการใช้กระดาษจด&nbsp;&nbsp;แม่นยำกว่าแบบเก่า&nbsp;ซึ่งยอดไม่ตรงบ้าง&nbsp;เลข&nbsp;13&nbsp;หลักไม่ตรงบ้างติดตามตัวได้ยาก&nbsp;ระบบนี้ก็จะติดตามได้ง่ายที่อยู่&nbsp;ตำบล&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ก็ยังทำให้ทราบถึงความเพียงพอของยา&nbsp;การบริหารจัดการคนไข้จะเชื่อมโยงกันหมด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301133746127
54	ผู้ว่าฯ ตรัง มอบเงินค่าใช้จ่ายและกล่าวให้โอวาทนักกีฬา ผู้ฝึกสอน ในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 47 ศรีสะเกษเกมส์ ณ จังหวัดศรีสะเกษ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.2565)&nbsp;ที่ห้องพระยารัษฎา&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบเงินค่าใช้จ่ายเป็นเงินทั้งสิ้น&nbsp;1,241,479.-บาท&nbsp;(หนึ่งล้านสองแสนสี่หมื่นหนึ่งพันสี่ร้อยเจ็ดสิบเก้าบาทถ้วน)&nbsp;และกล่าวให้โอวาทนักกีฬา&nbsp;ผู้ฝึกสอน&nbsp;ในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5-25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดตรังมีนักกีฬา&nbsp;ผู้ฝึกสอนที่ผ่านการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ</strong>&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;คัดเลือกภาค&nbsp;4&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดระนอง&nbsp;ได้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จำนวน&nbsp;23&nbsp;ประเภทกีฬา&nbsp;ดังนี้&nbsp;กรีฑา&nbsp;ลีลาศ&nbsp;เซปักตะกร้อ&nbsp;(หญิง)&nbsp;ตะกร้อลอดห่วงสากล&nbsp;(หญิง)&nbsp;เทควันโดบริดจ์&nbsp;แบดมินตัน&nbsp;ปัญจกีฬา&nbsp;ปันจักสีลัต&nbsp;ปีนหน้าผา&nbsp;เปตอง&nbsp;ฟันดาบสากล&nbsp;มวยไทยสมัครเล่น&nbsp;มวยปล้ำ&nbsp;(ในร่ม)&nbsp;มวยปล้ำชายหาด&nbsp;มวยสากลสมัครเล่น&nbsp;ยิงปืน&nbsp;ยินปืนรณยุทธ&nbsp;ยูโด&nbsp;ว่ายน้ำ&nbsp;วู้ดบอล&nbsp;สนุกเกอร์และจักรยาน&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;238&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมคณะนักกีฬา</strong>&nbsp;ผู้ฝึกสอน&nbsp;ผู้จัดการทีม&nbsp;และประธานชมรมกีฬาทุกชนิดกีฬาที่สามารถแข่งขันผ่านรอบคัดเลือกภาค&nbsp;4&nbsp;(ภาคใต้)&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดระนอง&nbsp;จนได้เป็นตัวแทนในชนิดกีฬานั้น&nbsp;ๆ&nbsp;และได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที&nbsp;47&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ในการไปเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้&nbsp;ขอให้คณะนักกีฬา&nbsp;ผู้ฝึกสอน&nbsp;และทีมผู้ติดตามได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องของการนำเอาวัฒนธรรมการใช้ชีวิตประจำวันทั้งในเรื่องของภาษา&nbsp;วาจาคำพูด&nbsp;การแต่งกายและอาหาร&nbsp;ไปใช้ที่จังหวัดศรีสะเกษให้ถูกต้องเหมาะสม&nbsp;ขอให้ระลึกอยู่เสมอว่า&nbsp;ทุกท่านไปร่วมงานในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนชาวตรัง&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;ขอให้นำศิลปวัฒนธรรม&nbsp;ประเพณีที่ดีงามของจังหวัดตรัง</strong>ไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้สังคมนักกีฬาจากทุกภูมิภาคได้รับทราบโดยทั่วกัน&nbsp;และประการสำคัญต้องขอความร่วมมือให้ทุกท่านได้ถือปฏิบัติตนให้เป็นไปตามมาตรการดูแลนักกีฬาและผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัดด้วย&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301133910130
55	จังหวัดตรัง แถลงพบผู้ป่วยโควิด 19 รายใหม่ ในส่วนของ RT-PCR เป็นบวก 187 ราย สะสม 2,964 ราย ในส่วนของ ATK เป็นบวก 804 ราย หายกลับบ้าน 119 ราย และกำลังรักษา 719 ราย และการที่ผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทำให้การดูแลผู้ป่วยช้าสักหน่อย ทางผู้ว่าฯ ตรัง สั่งการให้ทุกอำเภอดูแลผู้ป่วยโดยเฉพาะด้านการแจกจ่ายอาหารและยารักษาโรค	<p><strong>นายแพทย์&nbsp;ตุลกานต์&nbsp;มักคุ้น&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;</strong>โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พบผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;รายใหม่&nbsp;187&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นติดเชื้อในจังหวัดตรัง&nbsp;182&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากที่อื่น&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อตามการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;2,964&nbsp;ราย&nbsp;ผลการตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;804&nbsp;ราย&nbsp;จากผลตรวจ&nbsp;1,608&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยหายกลับบ้านได้&nbsp;จำนวน&nbsp;119&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;719&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยสะสม&nbsp;2,227&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตยังคงอยู่ที่&nbsp;18&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จำแนกผู้ป่วยเป็นรายอำเภอดังนี้&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;30&nbsp;ราย</strong>&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;52&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;17&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;&nbsp;23&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอห้วยยอด&nbsp;27&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;สัมผัสที่ทำงาน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;สัมผัสในชุมชน&nbsp;97&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ในพื้นที่โรคระบาด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และพูดคุยโดยไม่สวมแมส&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;ในวันนี้&nbsp;มีการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;เข็มที่1&nbsp;จำนวน&nbsp;502,320&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;80.17&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;470,157&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;75.04&nbsp;และฉีดเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;122,405&nbsp;ราย&nbsp;จากประชากร&nbsp;626,581&nbsp;ราย&nbsp;ยังคงเน้นย้ำมาตรการจัดกิจรรมที่มีการรวมกลุ่ม&nbsp;ให้งดการรับประทานอาหารร่วมกันเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;19&nbsp;&nbsp;ิเนื่องจากการติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับจึงเน้นย้ำการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;และเข็ม&nbsp;4&nbsp;พร้อมกับขอให้รักษามาตรการส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัดและการที่ผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทำให้การดูแลผู้ป่วยช้าสักหน่อย&nbsp;ทางผู้ว่าฯตรังสั่งการให้ทุกอำเภอดูแลผู้ป่วยโดยเฉพาะด้านการแจกจ่ายอาหารและยารักษาโรค&nbsp;</p><p>ทั้งนี้&nbsp;นายแพทย์&nbsp;ตุลกานต์&nbsp;มักคุ้น&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้อำลาตำแหน่ง&nbsp;โฆษก&nbsp;ศบค.ตรัง&nbsp;เนื่องจากมีภารกิจที่ต้องดูแลด้านอื่นด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301134431135
56	รองผู้ว่าฯยะลา  มอบโอวาทผู้บริหารส่วนท้องถิ่นใหม่ จ.ยะลา  ย้ำ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้ประชาชน  พัฒนาท้องถิ่นให้มีความเจริญก้าวหน้า	"<p><strong>นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ได้พบปะและมอบโอวาทแก่ผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมด้วยนายวิญญู&nbsp;สิงหเสม&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดยะลา&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;ผู้บริหารส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการแต่งตั้งจำนวน&nbsp;34&nbsp;คน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมยะลายาลอ&nbsp;สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดยะลา&nbsp;อาคาร&nbsp;1&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยะลา</p><p><strong>นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการพนักงานส่วนท้องถิ่น/ผู้บริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;จะต้องปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดพี่น้องประชาชนชนในพื้นที่ในการบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;ให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;ทุกคนจึงต้องเสียสละ&nbsp;ทุ่มเทเวลา&nbsp;กำลังกาย&nbsp;กำลังใจ&nbsp;เพื่อพัฒนาท้องถิ่นให้มีความเจริญก้าวหน้า&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;ยังจะต้องมีความเสียสละ&nbsp;อดทนรู้จักเกรงใจ&nbsp;ให้อภัย&nbsp;ทั้งโอนอ่อนผ่อนตามกันและกันด้วยเหตุผล&nbsp;และสำคัญที่สุดจะต้อง&nbsp;หัดทำใจให้กว้างขวางหนักแน่น&nbsp;รู้จักรับฟังความคิดความเห็น&nbsp;แม้กระทั่งคำวิพากษ์วิจารณ์&nbsp;จากผู้อื่นอย่างฉลาด&nbsp;เพราะการรู้จักรับฟังอย่างฉลาดนั้น&nbsp;แท้จริง&nbsp;คือการระดมสติปัญญา&nbsp;และประสบการณ์&nbsp;อันหลายหลาก&nbsp;มาอำนวยประโยชน์ในการปฏิบัติ&nbsp;บริหารงานให้ประสบ&nbsp;ความสำเร็จที่สมบูรณ์นั่นเอง</p><p><strong>จึงขอให้ทุกคนได้นำพระบรมราโชวาทเนื่องในวันข้าราชการพลเรือน&nbsp;</strong>ประจำปีพุทธศักราช&nbsp;2536&nbsp;""ข้าราชการที่มีหน้าที่สำคัญส่วนหนึ่ง&nbsp;ที่จะต้องประพฤติปฏิบัติต่อบุคคลทั้งปวงด้วยความสุจริต&nbsp;จริงใจ&nbsp;วางตัวให้พอเหมาะพอสมกับฐานะตำแหน่ง&nbsp;พร้อมกับรักษาความสุภาพอ่อนโยนไว้ให้เหนียวแน่น&nbsp;สม่ำเสมอ&nbsp;ไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301134318134
57	ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ประธานพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา	"<p><strong>นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบแบบลายผ้าขิดพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญาพร้อมด้วย&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่&nbsp;โดยมีนายอำเภอ&nbsp;และนายกกิ่งกาชาด&nbsp;8&nbsp;อำเภอเป็นผู้แทนรับมอบ&nbsp;มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;กลุ่มผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ประเภทผ้าจังหวัดกระบี่&nbsp;21&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เข้าร่วมในพิธี&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสุดมงคล&nbsp;สำนักงานเทศบาลเมืองกระบี่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา</strong>&nbsp;ได้อุทิศพระองค์ปฏิบัติบำเพ็ญพระกรณียกิจนานัปการ&nbsp;เพื่ออำนวยประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษฎร์&nbsp;ทรงมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ในการอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม&nbsp;ภูมิปัญญาหัดถกรรมไทย&nbsp;ให้ดำรงอยู่ยั่งยืนตลอดไป&nbsp;ด้วยพระอัจฉริยภาพ&nbsp;พระองค์ทรงต่อยอด&nbsp;สานมุมมองด้านแฟชั่นที่ร่วมสมัย&nbsp;แต่ยังคงไว้ซึ่งการสืบสานอัตลักษณ์&nbsp;เรื่องราวประจำภูมิภาค&nbsp;โดยทรงพระราชทานแบบลายผ้า&nbsp;ชื่อลาย&nbsp;""ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ""&nbsp;และลายผ้าบาติก&nbsp;3&nbsp;ลาย&nbsp;ได้แก่&nbsp;""ปาเต๊ะร่วมใจเทิดไท้เจ้าหญิง""&nbsp;""ท้องทะเลไทย""&nbsp;และ&nbsp;""ป่าแดนใต้""&nbsp;แก่พสกนิกรชาวไทย&nbsp;อันเป็นสิ่งที่ประจักษ์ชัด&nbsp;ถึงพระปรีชาสามารถในด้านการออกแบบ&nbsp;เป็นการยกระดับผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย&nbsp;สามารถก้าวสู่ระดับสากล&nbsp;ก่อให้เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;</strong>ได้เสด็จพระราชดำเนิน&nbsp;ณ&nbsp;อำเภอนาหว้า&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ทอดพระเนตรกลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ&nbsp;เนื่องในโอกาสครบรอบ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ของโครงการศิลปาชีพ&nbsp;และในโอกาสเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ทรงเจริญพระชนมพรรษา&nbsp;ครบ&nbsp;90&nbsp;พรรษา&nbsp;โดยมีสมาชิกกลุ่มทอผ้าไหมในพื้นที่จังหวัดนครพนม&nbsp;และราษฎรเฝ้าฯ&nbsp;รับเสด็จ&nbsp;ในการนี้&nbsp;ทรงพระราชทานแบบลายผ้า&nbsp;""ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา""&nbsp;ผ่านปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เพื่อเป็นของขวัญให้กับช่างทอผ้าทุกกลุ่ม&nbsp;ทุกเทคนิค&nbsp;นำไปทอผ้า&nbsp;ผลิตผ้า&nbsp;ตามอัตลักษณ์ภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่นทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><strong>โดยได้รับแรงบันดาลพระทัยจาก&nbsp;""ผ้าขิดลายสมเด็จ""&nbsp;</strong>ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนี&nbsp;พันปีหลวง&nbsp;ทรงพระราชทานแก่ราษฎร&nbsp;โดยแต่ละลวดลายมีความหมายที่ลึกซึ้ง&nbsp;แสดงถึงความตั้งพระทัยมั่นขององค์&nbsp;ในการสีบสาน&nbsp;รักษาและต่อยอด&nbsp;พระราชกรณียกิจของสมเด็จย่าของพระองค์&nbsp;ในการฟื้นฟูภูมิปัญญาผ้าไทยให้ดำรงคงอยู่คู่แผ่นดิน//สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ปริญญา&nbsp;งอสอน&nbsp;/ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301141105163
58	จังหวัดสตูล รายงานพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า จำนวน 57 ราย และเสียชีวิต จำนวน 1 ราย	<p><strong>นายแพทย์สมบัติ&nbsp;ผดุงวิทย์วัฒนา&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่จังหวัดสตูล&nbsp;จำนวนทั้งหมด&nbsp;57&nbsp;ราย&nbsp;โดยผลการสอบสวนโรค&nbsp;ผู้ป่วยทั้งหมด&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า&nbsp;แยกเป็นรายอำเภอ&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;29&nbsp;ราย&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลพิมาน&nbsp;ตำบลคลองขุด&nbsp;ตำบลควนขัน&nbsp;ตำบลฉลุง&nbsp;ตำบลควนโพธิ์&nbsp;ตำบลเกตรี&nbsp;และตำบลเจ๊ะบิลัง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลควนโดน&nbsp;และตำบลย่านซื่อ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอควนกาหลง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลควนกาหลง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอท่าแพ&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลท่าแพ&nbsp;ตำบลท่าเรือ&nbsp;ตำบลแป-ระ&nbsp;และตำบลสาคร&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอทุ่งหว้า&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลทุ่งหว้า&nbsp;และตำบลนาทอน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และมีผู้เสียชีวิต&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;52&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลพิมาน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;โรคประจำตัว&nbsp;ความดันโลหิตสูง&nbsp;เบาหวาน&nbsp;ไม่มีประวัติ&nbsp;ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;</p><p><strong>จากการติดตามสืบสวนสอบสวนค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิด&nbsp;</strong>และผู้สัมผัสร่วมบ้านของผู้ป่วยทั้ง&nbsp;57&nbsp;ราย&nbsp;ในเบื้องต้น&nbsp;มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;จำนวน&nbsp;70&nbsp;ราย&nbsp;ได้ไปกักตัวที่บ้าน&nbsp;(HQ)&nbsp;พร้อมคำแนะนำให้ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;มีสุขอนามัยที่ดี&nbsp;อยู่ในความดูแลเฝ้าสังเกตอาการโดยหมอครอบครัว</p><p><strong>นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;</strong>วันนี้จังหวัดสตูลพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย&nbsp;และมีกิจกรรมร่วมกัน&nbsp;ซึ่งมีการกักตัวตามมาตรการการควบคุมป้องกันโรคโดยคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;ทั้งนี้ผู้เสียชีวิต&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นกลุ่มเปราะบาง&nbsp;มีโรคประจำตัว&nbsp;ความดันโลหิตสูง&nbsp;เบาหวาน&nbsp;และไม่รับวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนตามเกณฑ์&nbsp;เพื่อป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิต&nbsp;พร้อมเน้นย้ำทีมหมอครอบครัวดูแลอย่างใกล้ชิด&nbsp;เฝ้าระวังอาการเป็นหวัด&nbsp;รีบรักษาโดยเร็ว&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301134906138
59	รองผู้ว่าฯ ตรัง ให้โอวาทฯ และแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ราชการแก่ผู้ผ่านการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหารของพนักงานส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>ให้โอวาทฯ&nbsp;และแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ราชการแก่ผู้ผ่านการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหารของพนักงานส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;32&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ห้องมรกต&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เน้นย้ำแนวทางในการปฏิบัติราชการ</strong>&nbsp;และปฏิบัติตนของพนักงานส่วนท้องถิ่น&nbsp;ต้องรู้ระเบียบ&nbsp;แบบแผน&nbsp;คุณธรรม&nbsp;จริยธรรม&nbsp;ค่านิยมสร้างสรรค์สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ&nbsp;และการปลูกฝังปรัชญาการเป็นข้าราชการที่ดี&nbsp;เข้าใจภารกิจ&nbsp;กระบวนการงานที่สำคัญของจังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ&nbsp;ที่สำคัญการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการพนักงานส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้บริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งจะต้องปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดพี่น้องประชาชนชนในพื้นที่&nbsp;ในการบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;ทุกคนจึงต้องเสียสละ&nbsp;ทุ่มเทเวลากำลังกาย&nbsp;กำลังใจ&nbsp;เพื่อพัฒนาท้องถิ่นให้มีความเจริญก้าวหน้า</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301133004118
60	สาธารณสุขขอนแก่น ประชุม EOC ติดตามสถานการร์ไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่	<p><strong>นายแพทย์ภาคี&nbsp;ทรัพย์พิพัฒน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุม&nbsp;EOC&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ครั้งที่&nbsp;23/2565&nbsp;ผ่านการประชุมทางไกล&nbsp;Web&nbsp;Conference&nbsp;โดยมีประเด็นติดตามและข้อสั่งการที่สำคัญ&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p><strong>สถานการณ์การระบาดของโควิด-19&nbsp;</strong>มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมีการระบาดเป็นวงกว้าง&nbsp;มีการระบาดของ&nbsp;Omicron&nbsp;ไปในทุกอำเภอ&nbsp;และมี&nbsp;Cluster&nbsp;ขนาดใหญ่เกิดขึ้น&nbsp;ขอให้มีการควบคุมโรค&nbsp;วิเคราะห์ความเสี่ยง&nbsp;ใช้มาตรการทางสังคม&nbsp;หากมีการระบาดมากกว่า&nbsp;20&nbsp;คนขึ้นไป&nbsp;ปิดสถานที่เสี่ยง&nbsp;เช่น&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;โรงเรียน&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;</p><p><strong>กรณี&nbsp;Cluster&nbsp;ใหญ่อำเภอสีชมพู&nbsp;</strong>ควรนำเข้าหารือในคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เพื่อเป็นตัวแทนในการจัดการควบคุมโรคกรณีมีการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่&nbsp;ส่วนการติดเชื้อในสถานประกอบการ&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ให้สำรวจการฉีดวัคซีนในพนักงาน&nbsp;ประเมินมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ในพนักงานทุกสัปดาห์&nbsp;การประเมินความเสี่ยง&nbsp;Thai&nbsp;Save&nbsp;Thai&nbsp;,Thai&nbsp;Stop&nbsp;Covid&nbsp;2&nbsp;Plus&nbsp;ถ้าประเมินแล้วพบความเสี่ยง&nbsp;พิจารณาให้ปิดทำความสะอาด&nbsp;ลงติดตามประเมินเชิงลึกในแต่ละสถานประกอบการการสอบสวนโรค&nbsp;กรณีการตรวจ&nbsp;RT&nbsp;PCR&nbsp;ผล&nbsp;&nbsp;Detected&nbsp;ให้รายงานการสอบสวนโรคให้แล้วเสร็จภายในเวลากำหนด&nbsp;คือภายใน&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;โดยเป้าหมายการดำเนินการ&nbsp;ต้องได้อย่างน้อยร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ภายใน&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และร้อยละ&nbsp;100&nbsp;ภายใน&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;โรงพยาบาลขอนแก่น&nbsp;โรงพยาบาลศรีนครินทร์&nbsp;โรงพยาบาลสิรินธรขอนแก่น&nbsp;มอบหมายให้ศูนย์ระบาดวิทยา&nbsp;Monitor&nbsp;การส่งรายงานการสอบสวนโรคตามกำหนดเปรียบเทียบกับ&nbsp;Co-lab&nbsp;รายหน่วยบริการ&nbsp;นำเสนอคณะกรรมการ&nbsp;EOC&nbsp;เพื่อกำกับติดตามให้การรายงานการสอบสวนโรคเป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด&nbsp;จัดบริการรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;&nbsp;แบบผู้ป่วยนอก&nbsp;(OPD)&nbsp;ดำเนินการได้ในอำเภอที่มีความครอบคลุม&nbsp;ของวัคซีนในกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;มากกว่าร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ประกอบด้วยอำเภอบ้านแฮด&nbsp;อำเภอเวียงเก่า&nbsp;อำเภอเปือยน้อย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;อำเภอพล&nbsp;อำเภออุบลรัตน์&nbsp;อำเภอหนองนาคำ&nbsp;และอำเภอชุมแพ&nbsp;เริ่มดำเนินการได้ในวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยใช้แนวทางการดูแลรักษาพยาบาลของกรมการแพทย์</p><p><strong>กรณีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19&nbsp;ที่ไม่มีรายงานสาเหตุการเสียชีวิต&nbsp;(RCA)</strong>&nbsp;ขอให้ทบทวนรายงานผู้เสียชีวิต&nbsp;ส่งให้จังหวัดทุกราย&nbsp;พร้อมทั้งให้มีการประชาสัมพันธ์&nbsp;เชิญชวนให้ประชาชนมาฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;กลุ่ม&nbsp;608&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301133043119
61	สำนักงานจัดหางานจังหวัดตรัง  ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่การจัดจำหน่ายสินค้าหรือบริการตามมาตรา 35 ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาตรัง	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางตรีนุช&nbsp;เกยุรินทร์&nbsp;จัดหางานจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวนิภารัตน์&nbsp;โยมาตำแหน่ง&nbsp;นักวิชาการแรงงานชำนาญการ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวสายทิพย์&nbsp;โรจน์ไพบูลย์&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;นักวิชาการแรงงาน&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่การจัดจำหน่ายสินค้าหรือบริการตามมาตรา&nbsp;35&nbsp;ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาตรัง&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;39/15&nbsp;ถนนรัษฎา&nbsp;ตำบลทับเที่ยง&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ซึ่งแจ้งการให้สิทธิตามมาตรา&nbsp;35&nbsp;เรื่อง&nbsp;การให้สถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการ&nbsp;(จำหน่ายล็อตเตอรี่)&nbsp;แก่คนพิการจำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2550&nbsp;</strong>และที่แก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;2)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2556&nbsp;กำหนดให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ&nbsp;และหน่วยงานของรัฐจ้างงานคนพิการเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ&nbsp;ให้คนพิการได้มีส่วนร่วมในสังคม&nbsp;มีโอกาสในการเข้าถึงการประกอบอาชีพ&nbsp;ได้ใช้ศักยภาพของตนเอง&nbsp;และสามารถพึ่งพาตนเองได้&nbsp;&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;รัฐบาลภายใต้การนำของ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีนโยบายขจัดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;ด้วยการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมและเป็นธรรม&nbsp;ดูแลผู้มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาส&nbsp;กำหนดให้มีมาตรการดูแลคนทุกช่วงวัย&nbsp;กลุ่มเปราะบาง&nbsp;คนพิการ&nbsp;อย่างเหมาะสม&nbsp;ซึ่งกระทรวงแรงงาน&nbsp;ได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว&nbsp;โดยกรมการจัดหางาน&nbsp;มีภารกิจส่งเสริมการมีงานทำให้ประชาชนทั่วไป&nbsp;รวมถึงการส่งเสริมการมีงานทำให้คนพิการที่ประสงค์จะทำงาน&nbsp;เพื่อสร้างโอกาสแก่คนพิการ&nbsp;มีงาน&nbsp;มีอาชีพ&nbsp;มีรายได้&nbsp;พึ่งพาตนเองได้&nbsp;และสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301133222121
62	รองผู้ว่าฯ ตรัง  ให้โอวาทฯ และแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ราชการแก่ผู้ผ่านการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหารของพนักงานส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ให้โอวาทฯ&nbsp;และแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ราชการแก่ผู้ผ่านการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหารของพนักงานส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;32&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ห้องมรกต&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เน้นย้ำแนวทางในการปฏิบัติราชการ&nbsp;</strong>และปฏิบัติตนของพนักงานส่วนท้องถิ่น&nbsp;ต้องรู้ระเบียบ&nbsp;แบบแผน&nbsp;คุณธรรม&nbsp;จริยธรรม&nbsp;ค่านิยมสร้างสรรค์สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ&nbsp;และการปลูกฝังปรัชญาการเป็นข้าราชการที่ดี&nbsp;เข้าใจภารกิจ&nbsp;กระบวนการงานที่สำคัญของจังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ&nbsp;ที่สำคัญการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการพนักงานส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้บริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งจะต้องปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดพี่น้องประชาชนชนในพื้นที่&nbsp;ในการบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;ทุกคนจึงต้องเสียสละ&nbsp;ทุ่มเทเวลากำลังกาย&nbsp;กำลังใจ&nbsp;เพื่อพัฒนาท้องถิ่นให้มีความเจริญก้าวหน้า</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301132044114
63	จังหวัดตรัง เป็น 1 ใน 5 จังหวัดที่ได้รับโล่รางวัลจังหวัดคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้รับโล่รางวัลจังหวัดคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;จากนายอิทธิพล&nbsp;คุณปลื้ม&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;ณ&nbsp;ห้อง&nbsp;G&nbsp;5&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;อาคารหอศิลป์แห่งชาติ&nbsp;กระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ซึ่งโล่จังหวัดคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;มีเพียง&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;ที่ได้รับโล่รางวัล&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;ตรังและจังหวัดเชียงราย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ</strong>&nbsp;ได้เห็นความสำคัญในการส่งเสริมคุณธรรมในทุกภาคส่วน&nbsp;จึงมีนโยบายส่งเสริมการขับเคลื่อนคุณธรรมในระดับชุมชน&nbsp;องค์กร&nbsp;อำเภอ&nbsp;และจังหวัด&nbsp;โดยจังหวัดตรังมีผู้เข้ารับโล่รางวัลคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;ประกอบด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">1)&nbsp;ประเภทชุมชนคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;คงหนุน&nbsp;ชุมชนคุณธรรมต้นแบบบ้านนาหมื่นศรี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">2)&nbsp;ประเภทองค์กรคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;นางชุลีกร&nbsp;ทองด้วง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง&nbsp;เขต&nbsp;1</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">3)&nbsp;ประเภทอำเภอคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;นายสราวุธ&nbsp;ธนาเจริญสกุล&nbsp;นายอำเภอเมืองตรัง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">4)&nbsp;ประเภทจังหวัดคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301133751128
64	จัดหางานจังหวัดตรัง  ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่การจัดจำหน่ายสินค้าหรือบริการตามมาตรา 35 ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาตรัง	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางสาวนิภารัตน์&nbsp;โยมา&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;นักวิชาการแรงงานชำนาญการ&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวสายทิพย์&nbsp;โรจน์ไพบูลย์&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;นักวิชาการแรงงาน&nbsp;สำนักงานจัดหางานจังหวัดตรัง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่การจัดจำหน่ายสินค้าหรือบริการตามมาตรา&nbsp;35&nbsp;ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาตรัง&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;39/15&nbsp;ถนนรัษฎา&nbsp;ตำบลทับเที่ยง&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ซึ่งแจ้งการให้สิทธิตามมาตรา&nbsp;35&nbsp;เรื่อง&nbsp;การให้สถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการ&nbsp;(จำหน่ายล็อตเตอรี่)&nbsp;แก่คนพิการจำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2550</strong>&nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;2)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2556&nbsp;กำหนดให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ&nbsp;และหน่วยงานของรัฐจ้างงานคนพิการเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ&nbsp;ให้คนพิการได้มีส่วนร่วมในสังคม&nbsp;มีโอกาสในการเข้าถึงการประกอบอาชีพ&nbsp;ได้ใช้ศักยภาพของตนเอง&nbsp;และสามารถพึ่งพาตนเองได้&nbsp;&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;รัฐบาลภายใต้การนำของ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีนโยบายขจัดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;ด้วยการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมและเป็นธรรม&nbsp;ดูแลผู้มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาส&nbsp;กำหนดให้มีมาตรการดูแลคนทุกช่วงวัย&nbsp;กลุ่มเปราะบาง&nbsp;คนพิการ&nbsp;อย่างเหมาะสม&nbsp;ซึ่งกระทรวงแรงงาน&nbsp;ได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว&nbsp;โดยกรมการจัดหางาน&nbsp;มีภารกิจส่งเสริมการมีงานทำให้ประชาชนทั่วไป&nbsp;รวมถึงการส่งเสริมการมีงานทำให้คนพิการที่ประสงค์จะทำงาน&nbsp;เพื่อสร้างโอกาสแก่คนพิการ&nbsp;มีงาน&nbsp;มีอาชีพ&nbsp;มีรายได้&nbsp;พึ่งพาตนเองได้&nbsp;และสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301134304133
65	"กระทรวงแรงงาน เตรียมจัดพิธีน้อมรำลึก ""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย"" ทั่วประเทศ 2 มีนาคมนี้"	<p><strong>นายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ซึ่งเมื่อปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2513&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือช่างแห่งชาติ&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถานและพระราชทาน&nbsp;พระราชดำรัสเกี่ยวกับการช่างของไทย&nbsp;ความตอนหนึ่งว่า&nbsp;...ช่างทุกประเภท&nbsp;เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของทุกคน&nbsp;เพราะตลอดชีวิตของเรา&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการหรือสิ่งต่างๆ&nbsp;ที่มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่าง&nbsp;จึงสมควรได้รับความเอาใจใส่สนับสนุนจากทุกๆ&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ยิ่งในสมัยปัจจุบันวิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้า&nbsp;ยิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษ&nbsp;เพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูงให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการ&nbsp;ในการส่งเสริมนั้น&nbsp;มีปัญหาอันควรจะได้พิจารณาช่วยเหลืออยู่สามประการ&nbsp;ประการแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องการให้ความรู้ทางหลักวิทยาการและความรู้ทางการออกแบบ&nbsp;ประการที่สอง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องฝีมือ&nbsp;ซึ่งจะต้องปรับปรุงให้มีความประณีตและประสิทธิภาพได้มาตรฐานจริงๆ&nbsp;ประการที่สาม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องการจัดหางานและหาตลาด&nbsp;เพื่อช่วยให้ช่างได้มีงานทำ&nbsp;มีตลาดที่จะส่งสินค้าที่ผลิตได้ไปจำหน่าย&nbsp;การช่วยเหลือ&nbsp;ทั้งสามประการนี้&nbsp;จะต้องกระทำให้สอดคล้องกันไป&nbsp;เพื่อให้ช่างมีรายได้และผลกำไร&nbsp;สำหรับนำมาเป็นทุนรอนสร้างฐานะและความก้าวหน้า&nbsp;ข้าพเจ้าใคร่ขอฝากความคิดทั้งนี้ไว้เป็นแนวทางปฏิบัติของท่านทั้งหลายต่อไป&nbsp;จากกระแสพระราชดำรัสแสดงให้เห็นถึงสายพระเนตรอันยาวไกล&nbsp;ทรงให้ความสำคัญกับการทำงานที่มีความเป็นมาตรฐาน&nbsp;การพัฒนามาตรฐานฝีมือแรงงานให้ก้าวทันกับวิทยาการ&nbsp;และการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชน&nbsp;แม้จะผ่านมากว่า&nbsp;50&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;พระราชดำรัสที่พระราชทานให้ยังคงทันสมัยและนับวันจะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;กล่าวต่อว่า&nbsp;</strong>ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา&nbsp;กระทรวงแรงงาน&nbsp;ได้น้อมนำมาปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งในส่วนของการพัฒนาและยกระดับฝีมือแรงงานในเชิงปริมาณและคุณภาพ&nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพกำลังแรงงานให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชาติและระดับสากล&nbsp;เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&nbsp;กระทรวงแรงงาน&nbsp;โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;เตรียมจัดพิธีถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;และนิทรรศการเทิดพระเกียรติ&nbsp;ทั้งในส่วนกลาง&nbsp;คือที่กระทรวงแรงงาน&nbsp;และส่วนภูมิภาค&nbsp;ณ&nbsp;สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;และสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทุกจังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301184836307
66	สถานการณ์โควิด-19 จังหวัดแพร่ประจำวัน ผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 51 ราย ATK เป็นบวกยังคงสูง ขณะที่เสียชีวิตวันเดียว 2 คน	<p><strong>งานระบาดวิทยา&nbsp;กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ประจำวัน&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;51&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;2,317&nbsp;ราย&nbsp;ผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวกจำนวนยังคงสูงพบเพิ่ม&nbsp;&nbsp;292&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยรักษาตัวในโรงพยาบาล&nbsp;109&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ในระดับสีแดง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;สีเหลือง&nbsp;36&nbsp;ราย&nbsp;และสีเขียว&nbsp;67&nbsp;ราย&nbsp;รักษาตัวที่บ้านในระบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;จำนวน&nbsp;2,291&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาตัวในชุมชน&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;จำนวน&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนผู้ป่วยรักษาหายแล้วเพิ่ม&nbsp;209&nbsp;ราย&nbsp;ขณะที่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก&nbsp;2&nbsp;รายในวันเดียว&nbsp;นับเป็นรายที่&nbsp;5&nbsp;และ&nbsp;6&nbsp;ของจังหวัดในปี&nbsp;2565&nbsp;โดยรายที่&nbsp;5&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;84&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนา&nbsp;ตำบลร่องกาศ&nbsp;อำเภอสูงเม่น&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ไม่มีประวัติได้รับวัคซีนโควิด-19&nbsp;และผู้เสียชีวิตรายที่&nbsp;6&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;71&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนา&nbsp;ตำบลเด่นชัย&nbsp;อำเภอเด่นชัย&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ไม่มีประวัติได้รับวัคซีนโควิด-19&nbsp;เช่นกัน&nbsp;ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตสะสมของจังหวัดแพร่มี&nbsp;23&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่ยังคงเฝ้าระวังผู้สัมผัสเสี่ยงสูงโดยเฉพาะคนใกล้ชิดหรือบุคคลในครอบครัว&nbsp;</strong>ให้กักตัวเองจนครบ&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเองในวันที่&nbsp;5&nbsp;และ&nbsp;10&nbsp;ของการกักตัวอย่างเคร่งครัด&nbsp;เนื่องจากพบว่ามีผู้สัมผัสหลายราย&nbsp;ตรวจพบเชื้อในวันที่&nbsp;10&nbsp;ของการกักตัว&nbsp;หากผลเป็นบวกให้รีบประสาน&nbsp;รพ.สต.&nbsp;หรือศูนย์ประสานงานโควิด-19&nbsp;ของแต่ละอำเภอเพื่อเข้าสู่ระบบการดูแลรักษา&nbsp;และเน้นย้ำว่าทุกพื้นที่คือสถานที่เสี่ยง&nbsp;ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมการรวมกลุ่มสังสรรค์&nbsp;เพื่อลดการติดเชื้อ&nbsp;เนื่องจากพบว่า&nbsp;ผู้มีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวกส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ</p><p><strong>สำหรับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>ดำเนินการฉีดสะสม&nbsp;640,404&nbsp;โดส&nbsp;ประชากรที่ได้รับเข็มที่หนึ่งจำนวนแล้ว&nbsp;283,992&nbsp;คน&nbsp;ได้รับเข็มที่สองจำนวน&nbsp;269,580&nbsp;คน&nbsp;และฉีดเข็มที่สามขึ้นไปรวม&nbsp;86,832&nbsp;คน&nbsp;ในภาพรวมคิดเป็นร้อยละ&nbsp;73.02</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301135517144
67	โรงเรียนห้องสอนศึกษา ในพระอุปถัมภ์ จัดกิจกรรมนิทรรศการเพื่อร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และกิจกรรมสร้างเสริมนิสัยรักการอ่าน สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องสมุด&nbsp;3&nbsp;ดี&nbsp;มีชีวิต&nbsp;</strong>โรงเรียนห้องสอนศึกษาในพระอุปถัมภ์ฯ&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;จิตต์พลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมนิทรรศการ&nbsp;เพื่อร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตรและกิจกรรมสร้างเสริมนิสัยรักการอ่านสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน&nbsp;เพื่อสร้างความตื่นรู้เกี่ยวกับพระราชดำริ&nbsp;พระราชดำรัส&nbsp;ความเป็นมาตลอดจนคุณค่าของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน&nbsp;พร้อมทั้งจัดกิจกรรมสร้างเสริมนิสัยรักการอ่าน&nbsp;สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน&nbsp;เพื่อให้เยาวชนไทยตลอดจนประชาชนทั่วไปได้นำความรู้ที่ได้&nbsp;รับนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์&nbsp;ทั้งต่อตนเองในด้านการเรียน&nbsp;การดำเนินชีวิตประจำวัน&nbsp;และการอยู่ร่วมกันในสังคม&nbsp;อีกทั้งเพื่อให้เกิดการต่อยอดขยายผลการดำเนินงานของโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนในการสืบสานพระราชปณิธาน&nbsp;ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;มหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;อย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โรงเรียนห้องสอนศึกษาในพระอุปถัมภ์ฯ&nbsp;</strong>เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ได้ร่วมจัดนิทรรศการประชาสัมพันธ์งาน&nbsp;ของมูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนในวันนี้&nbsp;ซึ่งงานห้องสมุดโรงเรียนได้จัดกิจกรรมผ่านการประชาสัมพันธ์ให้แก่นักเรียน&nbsp;หน้าเสาธง&nbsp;และในรูปแบบการสแกนคิวอาร์โค้ด&nbsp;เพื่อให้นักเรียนลงชื่อเข้าร่วมกิจกรรมสร้างเสริมนิสัยรักการอ่านสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนอย่างทั่วถึง&nbsp;อีกทั้งมีการจัดมุมหนังสือสารานุกรมให้นักเรียนศึกษาหาความรู้&nbsp;ในเล่มที่นักเรียนมีความสนใจอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301140436154
68	จ.ร้อยเอ็ดจัดกิจกรรมวันรวมน้ำใจให้กาชาด ประจำปี 2565 เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยต่าง ๆ ในจังหวัดร้อยเอ็ด	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประธานและร่วมรับมอบเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา&nbsp;ในงาน&nbsp;วันรวมน้ำใจให้กาชาด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางดนิตา&nbsp;สมจิตต์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด/นายชนาส&nbsp;ชัชวาลวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด/พลตรีวรเชษฐ์&nbsp;ชวนะนรเศรษฐ์&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;27/พลตำรวจตรี&nbsp;ไพโรจน์&nbsp;มังคลา&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด/นายเอกภาพ&nbsp;พลซื่อ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด/คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ที่ศาลาร้อยรวมใจ&nbsp;จวนผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;</p><p><strong>โดยภายในวันนี้</strong>มีหน่วยงานราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;บริษัทห้างร้านต่างๆ&nbsp;และประชาชนทั่วไป&nbsp;ได้นำเงินมาบริจาคสนับสนุนเป็นจำนวนมาก&nbsp;โดยมอบให้แก่เหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เพื่อจะนำไปช่วยเหลือสาธารณกุศล&nbsp;ในการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยและสาธารณภัย&nbsp;สังคมสงเคราะห์แก่ราษฎรผู้ยากไร้&nbsp;ผู้ด้อยโอกาส&nbsp;รวมถึงออกรับบริจาคโลหิต&nbsp;ดวงตา&nbsp;และอวัยวะ&nbsp;ส่งเสริมสุขภาพอนามัย&nbsp;และพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;อีกทั้งสนับสนุนกิจการยุวกาชาด&nbsp;อาสากาชาด&nbsp;และกิจการต่างๆ&nbsp;ของสภากาชาดไทย&nbsp;</p><p><strong>นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;พันธกิจของเหล่ากาชาดจังหวัดถือเป็นกิจการสาธารณกุศลในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ&nbsp;ทั้งอุบัติภัย&nbsp;อุทกภัย&nbsp;อัคคีภัย&nbsp;วาตภัย&nbsp;และความหนาวเย็น&nbsp;ทั้งนี้ยังครอบคลุมถึงการช่วยเหลือคนเจ็บป่วยที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล&nbsp;โดยในแต่ละปีต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากในการจัดหา&nbsp;เครื่องบริโภคและถุงยังชีพ&nbsp;การที่ทุกภาคส่วนได้มาร่วมรวมน้ำใจให้กาชาดเท่ากับว่า&nbsp;""ท่านช่วยกาชาด&nbsp;กาชาดช่วยประชาชน""&nbsp;ซึ่งเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่&nbsp;เพื่อได้นำเงินบริจาคไปช่วยเหลือ&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;ให้กับบุคคลเหล่านี้ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สวท.ร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301134222132
69	สมุทรสาครจัดโครงการปฏิบัติธรรมและครอบครัวอบอุ่นด้วยพระธรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประจำปี 2565	<p><strong>ที่บริเวณอาคารวัดยกกระบัตร&nbsp;อำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;</strong>พระเทพสาครมุนี&nbsp;เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เป็นประธานฝ่ายสงฆ์&nbsp;ร่วมด้วยพระรามัญมุนี&nbsp;เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;(ธรรมยุต)&nbsp;เจ้าคณะอำเภอ&nbsp;รองเจ้าคณะอำเภอ&nbsp;เจ้าอาวาสวัดยกกระบัตร&nbsp;และนายณรงค์&nbsp;รักร้อย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เป็นประธานฝ่ายฆราวาสเปิดโครงการปฏิบัติธรรมและครอบครัวอบอุ่นด้วยพระธรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีคณะสงฆ์&nbsp;นางหนึ่งฤทัย&nbsp;พูลลาภ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ครู&nbsp;นักเรียนโรงเรียนวัดยกกระบัตร&nbsp;เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;</p><p><strong>นางหนึ่งฤทัย&nbsp;พูลลาภ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;และวัดยกกระบัตร&nbsp;อำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;จัดโครงการปฏิบัติธรรมและครอบครัวอบอุ่นด้วยพระธรรมเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี&nbsp;ขึ้น&nbsp;โดยมีนักเรียนโรงเรียนวัดยกกระบัตรเข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งการจัดโครงการฯ&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังให้นักเรียนเกิดความคิดดี&nbsp;ทำดี&nbsp;ปฏิบัติดี&nbsp;มีสติ&nbsp;สมาธิ&nbsp;ปัญญา&nbsp;ความอดทน&nbsp;อดกลั้นรู้จักการให้อภัย&nbsp;และมีความผูกพันกับวัด&nbsp;สามารถนำหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา&nbsp;ไปพัฒนาชีวิตและนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันให้เกิดประโยชน์ต่อครอบครัว&nbsp;สังคมและประเทศชาติ&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	สมุทรสาคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301140009150
70	จังหวัดแพร่ร่วมกับหลายภาคส่วน จัดโครงการ สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี ออกให้บริการทางทันตกรรมแก่เด็กนักเรียนในพื้นที่	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่หอประชุมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ที่&nbsp;25&nbsp;ตำบลแม่ยางตาล&nbsp;อำเภอร้องกวาง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นประธานเปิดโครงการ&nbsp;สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี&nbsp;ออกให้บริการทางทันตกรรมแก่เด็กนักเรียนในพื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ&nbsp;มีกำหนดออกพื้นที่ระหว่างวันที่&nbsp;1-4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยความร่วมมือของมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย,&nbsp;มูลนิธิ&nbsp;แมค&nbsp;แฮปปี้&nbsp;แฟมิลี่,&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดแพร่,&nbsp;ที่ทำการปกครองจังหวัดแพร่,&nbsp;สำนักงานจังหวัดแพร่,&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่,&nbsp;โรงพยาบาลทันตกรรมมหาจักรีสิรินธร&nbsp;มหาวิทยาลัยมหิดล&nbsp;และมูลนิธิทันตแพทย์เอกชน&nbsp;(ประเทศไทย)</p><p><strong>โครงการ&nbsp;สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี&nbsp;เป็นโครงการออกหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่&nbsp;</strong>สำหรับเด็กด้อยโอกาสที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการของรัฐในจังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาคเอกชน&nbsp;มูลนิธิแมค&nbsp;แฮปปี้&nbsp;แฟมิลี่&nbsp;และหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ได้แก่&nbsp;กองทัพไทย&nbsp;กองทัพบก&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;กองทัพอากาศ&nbsp;โรงพยาบาลทันตกรรมมหาจักรีสิรินธร&nbsp;ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก&nbsp;มหาวิทยาลัยมหิดล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;และนายกเหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;โดยมีมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทยเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ให้บริการด้านทันตกรรมแก่เด็กนักเรียน&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนในอำเภอห่างไกล&nbsp;โดยร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขในจังหวัด&nbsp;และมีหน่วยงานอื่นๆ&nbsp;ในท้องถิ่นให้ความร่วมมือสนับสนุน&nbsp;เช่น&nbsp;อำเภอ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301140755158
71	จ.ร้อยเอ็ด สโมสรโรตารีร้อยเอ็ด มอบครุภัณฑ์ทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลที่ขาดแคลนอุปกรณ์ในการรักษา	<p><strong>วันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายแพทย์ปิติ&nbsp;ทั้งไพศาล&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;และคณะผู้บริหารโรงพยาบาลโพนทอง&nbsp;รับมอบครุภัณฑ์ทางการแพทย์จากสโมสรโรตารีร้อยเอ็ดและสโมสรโรตารีสีลม&nbsp;ที่นำโดย&nbsp;นางเพชรสุภางค์&nbsp;ธีระรัตนนุกูลชัย&nbsp;นายกสโมสรโรตารีร้อยเอ็ด&nbsp;เพื่อส่งมอบต่อให้แก่โรงพยาบาลโพนทอง&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณห้องโถงชั้น&nbsp;1&nbsp;ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด</p><p><strong>สโมสรโรตารีร้อยเอ็ดได้จัดทำโครงการ&nbsp;Global&nbsp;Grant&nbsp;</strong>เพื่อจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลที่ขาดแคลนด้านอุปกรณ์&nbsp;เครื่องมือในการแพทย์&nbsp;เพื่อใช้ในการดูแลรักษาผู้&nbsp;ซึ่งโรงพยาบาลโพนทองได้รับเลือกให้เข้าร่วมโครงการรวมเป็นเงินทั้งสิ้น&nbsp;3,031,753&nbsp;บาท&nbsp;โดยสโมสรโรตารีร้อยเอ็ดได้จัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;รายการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;เครื่องให้ความอบอุ่นทารก&nbsp;โดยการแผ่รังสี&nbsp;(Radiant&nbsp;warmer)&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;2&nbsp;ชุด,เครื่องช่วยหายใจแบบใส่ท่อช่วยหายใจ&nbsp;(Ventilator)&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ชุด&nbsp;รวมถึง&nbsp;เครื่องติดตามสัญญาณชีพและการทำงานของหัวใจ&nbsp;(Monitor)&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ชุด,&nbsp;เครื่องชีพช่วยชีวิตทารก&nbsp;(T-piece&nbsp;resuscitator)&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ชุด&nbsp;อีกทั้งตู้อบทารกแรกคลอดในภาวะวิกฤต&nbsp;(Incubator)&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ชุด&nbsp;เครื่องควบคุมการให้สารละลายทางหลอดเลือด&nbsp;(fusion&nbsp;pump)&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ชุด&nbsp;และเครื่องบำบัดรักษาทารกตัวเหลืองด้วยแสง&nbsp;(Photo&nbsp;therapy)&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ชุด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สวท.ร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301135005139
72	ผู้ว่าฯ ยะลา เปิดงานMOU งานวิจัยและนวัตกรรมร่วมกับม.ราชภัฏยะลาและผู้แทนจากภาคี 23 หน่วยงาน  เพื่อแก้จนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำจังหวัดยะลา	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;80&nbsp;พรรษา</strong>&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดลงนามMOU&nbsp;งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้จนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำจังหวัดยะลา&nbsp;โดยมี&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมบัติ&nbsp;โยธาทิพย์&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;และผู้แทนจากภาคี&nbsp;23&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;พร้อมประชุมออนไลน์ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;โปรแกรม&nbsp;ZOOM&nbsp;Meeting&nbsp;</p><p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.เกสรี&nbsp;ลัดเลีย&nbsp;รองอธิการบดี</strong>ฝ่ายวิจัยและพัฒนาท้องถิ่นมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การลงนามความร่วมมือจัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนฐานข้อมูลกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนระดับจังหวัดยะลาที่เกิดจากการบูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วยงาน&nbsp;รวมทั้งการพัฒนาระบบและโครงสร้างการแก้ไขปัญหาความยากจนด้วยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;สนับสนุนการดำเนินโครงการวิจัยงานวิจัย&nbsp;และนวัตกรรม</strong>เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำจังหวัดยะลา&nbsp;รวมถึงบูรณาการความร่วมมือในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางให้ครอบคลุมทุกมิติ&nbsp;เพื่อเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการ&nbsp;พัฒนาคุณภาพชีวิตมีความสุข&nbsp;สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&nbsp;รวมถึงบูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาควิชาการ&nbsp;ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาคนจนเป้าหมายให้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ตลอดจนส่งเสริมการเรียนรู้&nbsp;พัฒนาทักษะและหาแนวทางในการปรับปรุง</strong>เงื่อนไขที่จำเป็นต่อการดำรงชีพให้เอื้อต่อการสร้างหรือเพิ่มรายได้&nbsp;เพื่อให้คนจนเป้าหมายสามารถดูแลตัวเองและครอบครัวได้อย่างมั่นคง&nbsp;และส่งเสริม&nbsp;สนับสนุนพันธกิจของมหาวิทยาลัย&nbsp;ด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่มีคุณภาพและมาตรฐาน&nbsp;โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหา&nbsp;และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนและท้องถิ่นชายแดนใต้&nbsp;โดยมีกำหนดระยะเวลา&nbsp;ความร่วมมือ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;2570)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301140226152
73	จังหวัดพิจิตร เตรียมจัดทอดผ้าป่าสมทบกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมภ์ฯ ในวันที่ 2 เมษายนนี้	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพิจิตร</strong>&nbsp;นายธวัชชัย&nbsp;เลี้ยงประเสริฐ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร&nbsp;พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเด็กชนบท&nbsp;ในพระราชูปถัมภ์&nbsp;สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;จังหวัดพิจิตร&nbsp;มีมติมอบทุนอุปการะเด็ก&nbsp;จากกองทุนพัฒนาเด็กชนบท&nbsp;ในพระราชูปถัมภ์ฯ&nbsp;จังหวัดพิจิตร&nbsp;จำนวน&nbsp;633&nbsp;ทุนๆ&nbsp;ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ให้เด็กอายุไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;ขวบ&nbsp;อยู่ในครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานเฉลี่ย&nbsp;38,000&nbsp;บาทต่อปี&nbsp;และผ่านการพิจารณาคัดเลือกจากคณะกรรมการระดับอำเภอครอบคลุม&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;โดยเตรียมมอบทุนดังกล่าวผ่านโครงการ&nbsp;บำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;สร้างรอยยิ้มให้ชาวพิจิตร&nbsp;และกิจกรรมงานกาชาด&nbsp;รวมทั้งมอบในกิจกรรมทอดผ้าป่าสมทบทุนพัฒนาเด็กชนบท&nbsp;ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;จังหวัดพิจิตร&nbsp;กำหนดจัดในวันที่&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;และวันอนุรักษ์มรดกไทย&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ&nbsp;ที่ทรงเป็นแบบอย่างในการบำเพ็ญพระราขกรณียกิจและพระราชจริยวัตรด้านการอนุรักษ์มรดกของชาติในด้านต่างๆ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเด็กที่จะได้รับทุนอุปการะดังกล่าว</strong>&nbsp;จะต้องมีอายุไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;ปี&nbsp;อยู่ในครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;จปฐ.เฉลี่ย&nbsp;38,000&nbsp;บาทต่อปี&nbsp;และอยู่ในโครงการสำรวจของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ต้องผ่านการพิจารณาคัดเลือกจากคณะกรรมการระดับอำเภอ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	พิจิตร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิจิตร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301143201173
74	แขวงทางหลวงชนบทตรัง เร่งดำเนินการซ่อมบำรุงไฟฟ้าแสงสว่างสัญญาณจราจร สาย ตง. 1016 บ.เขาวิเศษ เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทาง	<p>นางสาวชนิดา&nbsp;ฆังคะจิตร&nbsp;รักษาราชการแทนผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;วันนี้(1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;แขวงทางหลวงชนบทตรัง&nbsp;เร่งดำเนินการซ่อมบำรุงไฟฟ้าแสงสว่างสัญญาณจราจร&nbsp;สาย&nbsp;ตง.1016&nbsp;แยก&nbsp;ทล.4&nbsp;-&nbsp;บ.เขาวิเศษ&nbsp;อ.วังวิเศษ&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;(&nbsp;ช่วง&nbsp;กม.ที่&nbsp;13+000&nbsp;-&nbsp;15+300&nbsp;)&nbsp;เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทาง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;วัตถุประสงค์ของการติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างบนทางหลวง&nbsp;</strong>คือ&nbsp;&nbsp;ช่วยเพิ่มความสามารถในการขับขี่ในช่วงเวลากลางคืน&nbsp;&nbsp;เพื่อให้การมองเห็นเส้นทางและวัตถุข้างทางที่ถูกต้องในเวลาอันรวดเร็ว&nbsp;&nbsp;ทำให้ผู้ใช้ทางสามารถหลบหลีกหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;&nbsp;และช่วยลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;การออกแบบเพื่อติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างนั้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ออกแบบจึงจำเป็นต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับสภาพการใช้งานจริงของผู้ใช้ทางและการติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างที่ดีและมีประสิทธิภาพนั้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;ควรคำนึงถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจ&nbsp;&nbsp;สังคมและความปลอดภัยต่อผู้ใช้ทาง&nbsp;เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเวลากลางคืนและลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้ทางหลวง&nbsp;ลดปัญหาอาชญากรรมและเพิ่มความปลอดภัยต่อผู้ใช้ทางหลวง&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพิ่มความคล่องตัวและการมองเห็นแก่ผู้ใช้ทางหลวง&nbsp;&nbsp;เพราะการมองเห็น&nbsp;ถือเป็นกลไกที่สำคัญอย่างหนึ่งของการรับรู้ทางสายตา&nbsp;&nbsp;ระบบไฟฟ้าแสงสว่างที่ติดตั้งบนทางหลวง&nbsp;&nbsp;ต้องให้ผู้ขับขี่และคนเดินเท้าสามารถมองเห็นกายภาพถนน&nbsp;สภาพข้างทาง&nbsp;ตลอดจนวัตถุอันตรายข้างทางได้อย่างสะดวกและชัดเจน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301140449155
75	พ่อเมืองกาฬสินธุ์ เน้นย้ำผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นที่พึ่งให้ประชาชน	<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;พบปะ&nbsp;ให้โอวาทผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งในตำแหน่งสายงานผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;พร้อมเน้นย้ำต้องเป็นข้าราชที่เป็นที่พึ่งให้กับประชาชน</strong></p><p><br></p><p><strong>ที่ห้องประชุมโสมพะมิตร&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;</strong>นายทรงพล&nbsp;ใจกริ่ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;พบปะ&nbsp;ให้โอวาทและแสดงความยินดีแก่ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งในตำแหน่งสายงานผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;พร้อมมอบแนวทางการปฏิบัติราชการที่ดี&nbsp;บำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;ให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;โดยมี&nbsp;นายปราชญา&nbsp;อุ่นเพชรวรากร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เข้าร่วม</p><p><strong>นายทรงพล&nbsp;ใจกริ่ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ถือเป็นหน่วยการปกครองที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชน&nbsp;เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการให้บริการสาธารณะด้านต่างๆ&nbsp;ซึ่งดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ&nbsp;ที่เกิดขึ้นให้แก่คนในท้องถิ่น&nbsp;ดังนั้นในฐานะผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;จะต้องมีความเข้าใจในสภาพแวดล้อมของหมู่บ้าน&nbsp;ตำบลในพื้นที่ของตนเอง&nbsp;ศึกษาความสัมพันธ์ของคนในชุมชน&nbsp;รวมถึงองค์กรของตนเอง&nbsp;อย่างถ่องแท้&nbsp;มุ่งทำงานเพื่อรับใช้ประชาชน&nbsp;เป็นที่พึ่งของประชาชนในพื้นที่&nbsp;มีจิตบริการ&nbsp;อำนวยความสะดวกช่วยเหลือความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่&nbsp;ในขณะเดียวกันจะต้องปฏิบัติหน้าที่โดยยึดถือ&nbsp;ตามระเบียบ&nbsp;ดำเนินงานตามกรอบอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายได้กำหนดไว้&nbsp;เป็นสำคัญ&nbsp;พร้อมทั้งการยึดหลักธรรมาภิบาล&nbsp;หลักการครองตน&nbsp;ครองคน&nbsp;ครองงาน&nbsp;ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในศีลธรรม&nbsp;ยึดหลักของความยุติธรรมในการปฏิบัติต่อทุกคนที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา&nbsp;หรือผู้ร่วมงานด้วยความเสมอภาค&nbsp;ร่วมกันทำงานเพื่อ&nbsp;บำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;ให้กับพี่น้องประชาชน</p><p><br></p><p>ณัฏฐ์&nbsp;ฐนันท์รมย์&nbsp;/ข่าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดวงใจ&nbsp;หงษ์จันทร์&nbsp;/ภาพ</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	กาฬสินธุ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301141528168
76	สหกรณ์การเกษตรเมืองสุราษฎร์ธานีจัดพิธีบวงสรวงพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย และเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสวันก่อตั้งครบ 51 ปี	<p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีบวงสรวงพระราชวรวงศ์เธอ&nbsp;กรมหมื่นพิทยาลงกรณ&nbsp;พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย&nbsp;และพิธีเจริญพระพุทธมนต์&nbsp;โดยสหกรณ์การเกษตรเมืองสุราษฎร์ธานี&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานสหกรณ์การเกษตรเมืองสุราษฎร์ธานี&nbsp;ต.บางใบไม้&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันก่อตั้งสหกรณ์การเกษตรเมืองสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;และเครือข่ายสหกรณ์ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงกัน&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกถึงพระคุณของกรมหมื่นพิทยาลงกรณ&nbsp;พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย&nbsp;ที่นำระบบสหกรณ์มาใช้&nbsp;ช่วยให้เกษตรกรมีแหล่งเงินทุนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น</p><p><strong>โดยสหกรณ์การเกษตรเมืองสุราษฎร์ธานี&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong>ได้จดทะเบียนจากสหกรณ์หาทุนจำนวน&nbsp;26&nbsp;สหกรณ์เข้าด้วยกันตาม&nbsp;พรบ.สหกรณ์&nbsp;พ.ศ.2514&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2514&nbsp;มีทุนดำเนินงานทั้งหมด&nbsp;2,000,000&nbsp;บาท&nbsp;มีสมาชิก&nbsp;400&nbsp;ครอบครัว&nbsp;เมื่อจดทะเบียนเป็นสหกรณ์การเกษตรเมืองสุราษฎร์ธานีจำกัด&nbsp;แล้วเริ่มดำเนินธุรกิจอย่างเดียวคือ&nbsp;การให้ทุนในการทำการเกษตร&nbsp;รายละ&nbsp;5,000&nbsp;-&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันสหกรณ์มีสมาชิกทั้งหมด&nbsp;1,047&nbsp;ครอบครัว&nbsp;</strong>และมีสมาชิกสมทบ&nbsp;355&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;มีทุนดำเนินงานทั้งหมด&nbsp;533&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ได้ดำเนินธุรกิจตาม&nbsp;พรบ.สหกรณ์ปี&nbsp;2564&nbsp;ได้แก่</p><p>1.ธุรกิจสินเชื่อ&nbsp;มีสมาชิกใช้บริการทั้งหมด&nbsp;672&nbsp;ครอบครัว&nbsp;ใช้เป็นทุนทั้งหมด&nbsp;362&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p>2.ธุรกิจจัดการสินค้ามาจำหน่าย&nbsp;สมาชิกใช้บริการทั้งหมด&nbsp;862&nbsp;ครอบครัว&nbsp;มียอดทำธุรกิจทั้งหมด&nbsp;30&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สินค้าหลักเป็นข้าวสาร&nbsp;ที่สหกรณ์ได้นำมาจากเครือข่ายสหกรณ์ทางภาคอีสาน&nbsp;ปีละ&nbsp;900&nbsp;-&nbsp;1,000&nbsp;ตัน&nbsp;</p><p>3.ธุรกิจรวบรวม&nbsp;ได้ดำเนินการรวบรวมผลผลิตหลักของสมาชิกและเงาะนาสาร&nbsp;ซึ่งเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นำไปแลกเปลี่ยนกับสินค้าต่างๆ&nbsp;ของจังหวัดทางภาคอีสาน&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายภาครัฐ&nbsp;และเครือข่ายสหกรณ์เป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา&nbsp;สหกรณ์เมืองสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>มีรายได้เพียงพอในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกและชุมชนอย่างสม่ำเสมอมาเป็นเวลานาน.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301141242167
77	"จังหวัดน่าน จัดกิจกรรมเนื่องใน ""วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565"	<p><strong>นายสุจินต์สะพัต&nbsp;ศิริบูรณ์&nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง&nbsp;</strong>แทนนายอำเภอสองแคว&nbsp;เป็นประธานพิธีวันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;โดยมีนายเพลิน&nbsp;ขวัญนาค&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า&nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;(13&nbsp;)&nbsp;เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าในพื้นที่จังหวัดน่าน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;สนามกีฬาที่ว่าการอำเภอสองแคว&nbsp;จังหวัดน่าน</p><p><strong>ด้วยในภัยแล้งของทุกปีในพื้นที่ป่าและบริเวณโดยรอบมักเกิดไฟป่าขึ้นเป็นประจำ</strong>&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2543&nbsp;กำหนดให้วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า&nbsp;และให้ทุกหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องรณรงค์หยุดการเผาป่า&nbsp;เพื่อลดควันพิษในอากาศ&nbsp;ซึ่งปัญหาไฟป่านับเป็นปัญหาที่สำคัญสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อม&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาภัยแล้งตามมา&nbsp;อีกทั้งยังเกิดผลกระทบต่อสังคมและคุณภาพชีวิตของประชาชน&nbsp;ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;ประกอบกับความวิกฤติผันผวนของสภาพภูมิอากาศอันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน&nbsp;ทำให้การคาดการณ์สภาวะอากาศและสถานการณ์ไฟป่าในระยะยาวทำได้ยาก&nbsp;จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเฝ้าติดตามความผันผวนของสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จังหวัดน่าน&nbsp;จึงได้กำหนดจัดงาน&nbsp;วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ขึ้น&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนและเกษตรกรงดการจุดไฟเผาป่า&nbsp;ลดควันไฟและควันพิษที่เกิดจากการเผา&nbsp;สร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจและความตระหนักให้แก่ประชาชน&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;องค์กรเอกชน&nbsp;ถึงอันตรายและผลกระทบของควันที่เกิดจากไฟป่า&nbsp;ป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้จากการจุดไฟเผาป่า&nbsp;ตลอดจนการลดหมอกควันที่เกิดจากการเผาในที่โล่งอื่นๆ</p><p><strong>สำหรับในปี&nbsp;2565&nbsp;ทางจังหวัดน่าน</strong>&nbsp;โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน&nbsp;และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;(13)&nbsp;ได้เร่งประชาสัมพันธ์การป้องกันไฟป่าและการแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;โดยขอความร่วมมือประชาชน&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;งดเว้นการเผาป่า&nbsp;เผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;เผาขยะ&nbsp;และเผาวัชพืชข้างทาง&nbsp;เผาในพื้นที่โล่งแจ้งทุกกรณี&nbsp;งดเผาโดยเด็ดขาด&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังสนับสนุนแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่&nbsp;ห้วงระยะเวลา&nbsp;65&nbsp;วัน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;65&nbsp;วัน&nbsp;ห้ามเผาอย่างเด็ดขาด&nbsp;พร้อมทั่งจัดฝึกอบรม&nbsp;หมู่บ้านเครือข่ายความร่วมมือในการควบคุมไฟป่า&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดน่านอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	น่าน	สวท.น่าน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301142225170
78	สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง   จัดประชุมเชิงปฏิบัติการตรวจคัดกรองค้นหาผู้ป่วยวัณโรคในประชากรกลุ่มเสี่ยง และผู้มีอาการสงสัยวัณโรค พร้อมมอบนโยบาย ตัวชี้วัดงานวัณโรคปี 65	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางประไพ&nbsp;เจริฤทธิ์&nbsp;นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ&nbsp;(ด้านส่งเสริมพัฒนา)&nbsp;</strong>รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการตรวจคัดกรองค้นหาผู้ป่วยวัณโรคในประชากรกลุ่มเสี่ยง&nbsp;และผู้มีอาการสงสัยวัณโรค&nbsp;พร้อมมอบนโยบาย&nbsp;ตัวชี้วัดงานวัณโรคปี&nbsp;65&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ห้องประชุมจรัส&nbsp;สุวรรณเวลา&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง&nbsp;โดยมีผู้รับผิดชอบงาน&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;โรงพยาบาล&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ซึ่งได้รับเกียรติจาก&nbsp;ศูนย์วัณโรค&nbsp;ยะลา&nbsp;ร่วมเป็นวิทยากร</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในการควบคุมวัณโรค&nbsp;มีเป้าประสงค์เพื่อลดการป่วย&nbsp;(morbidity)</strong>&nbsp;และลดการตาย&nbsp;(mortality)&nbsp;ของประชาชน&nbsp;และจากการที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีภาระวัณโรคสูง&nbsp;(high&nbsp;TB&nbsp;burden&nbsp;country)&nbsp;การดำเนินงานควบคุมวัณโรคจึงเน้นที่การค้นหาผู้ป่วยให้ได้ในระยะเริ่มแรก&nbsp;(early&nbsp;detection)&nbsp;และให้การรักษาผู้ป่วยให้หายตามกำหนดให้มากที่สุด&nbsp;มีตัวชี้วัดทั้งอัตราความสำเร็จการรักษาผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่&nbsp;อัตราความครอบคลุมการขึ้นทะเบียนของผู้ป่วยวัณโรครายใหม่และกลับเป็นซ้ำ&nbsp;&nbsp;ร้อยละของผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง&nbsp;รวมถึงระดับความสำเร็จของการดำเนินงานศูนย์บริการชุมชน&nbsp;(Drop&nbsp;In&nbsp;Center&nbsp;:&nbsp;DIC)</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301141233166
79	"จังหวัดกาญจนบุรี เตรียมจัดงานเอาใจคอกาแฟ ภายใต้ชื่องาน ""Sunset Coffee Fest 2022 @ The Zeit River Kwai"""	"<p><strong>นางสาวสรียา&nbsp;บุญมาก&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานกาญจนบุรี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานกาญจนบุรี&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;BizClub&nbsp;และ&nbsp;The&nbsp;Zeit&nbsp;River&nbsp;Kwai&nbsp;จัดกิจกรรมเรื่องของกาแฟ&nbsp;โดยใช้ชื่อว่า&nbsp;""Sunset&nbsp;Coffee&nbsp;Fest&nbsp;2022&nbsp;@&nbsp;The&nbsp;Zeit&nbsp;River&nbsp;Kwai&nbsp;ซึ่งเป็นงาน&nbsp;Special&nbsp;Coffee&nbsp;ที่ให้ผู้เข้าร่วมงานได้มาเรียนรู้&nbsp;และลิ้มลองรสชาติกาแฟที่เป็นไสตล์ของตัวเอง&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและใกล้เคียง&nbsp;โดยจะจัดงานระหว่างวันที่&nbsp;5-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างเวลา&nbsp;10.00-18.30น.&nbsp;ที่&nbsp;The&nbsp;Zeit&nbsp;River&nbsp;Kwai&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ปัจจุบันต้องยอมรับว่าเทรนด์การท่องเที่ยวกับกาแฟ&nbsp;เป็นสิ่งที่คู่กัน&nbsp;และในทุกจังหวัด&nbsp;จะมีร้านกาแฟเพื่อให้บริการ&nbsp;ดังนั้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวจึงต้องควบคู่กับกาแฟ&nbsp;ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนักท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งจะทำให้เกิดรายได้กับประชาชนในท้องถิ่นและผู้ประกอบการท่องเที่ยว&nbsp;กิจกรรมภายในงาน&nbsp;แบ่งออกเป็น&nbsp;3&nbsp;ส่วน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ส่วนแรกเกี่ยวกับ&nbsp;Workshop&nbsp;โดยจะมีด้วยกัน&nbsp;4&nbsp;Workshop&nbsp;ได้แก่&nbsp;Moka&nbsp;Pot&nbsp;,&nbsp;Drip&nbsp;,&nbsp;Latte&nbsp;Art&nbsp;และ&nbsp;Bakery&nbsp;บุคคลทั่วไป&nbsp;สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&nbsp;ส่วนที่สอง&nbsp;เป็นการแข่งขันบาริสต้า&nbsp;และส่วนสุดท้ายเป็นกิจกรรมสันทนาการ&nbsp;การแสดงดนตรีโดยคุณติ๊ก&nbsp;จากวง&nbsp;PLAYGROUND&nbsp;ในวันเสาร์ที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;14.00-15.00น.&nbsp;<strong>การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้มีมาตรการตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;</strong>โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องการแสดงผลการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;หรือผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;การเว้นระยะห่าง&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;ตั้งจุดให้บริการเจลแอลกอฮอล์&nbsp;มีการทำบัตรคิวเพื่อจำกัดการผู้เข้าร่วมงานไม่เกิน&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจและมีความชอบดื่มกาแฟเข้าร่วมงาน&nbsp;""Sunset&nbsp;Coffe&nbsp;Fest&nbsp;2022&nbsp;@&nbsp;The&nbsp;Zeit&nbsp;River&nbsp;Kwai""&nbsp;</p><p><br></p><p>ณัฏฐภัส&nbsp;เหลืองพฤกษชาติ&nbsp;/&nbsp;สวท.กาญจนบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สวท.กาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301144018178
80	ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม มอบนโยบายผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับแต่งตั้งใหม่	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;เป็นประธานมอบนโยบายผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับแต่งตั้งใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;และเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนจังหวัดฯ&nbsp;การดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนภารกิจของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;แนวทางการขับเคลื่อนที่สำคัญในการพัฒนากระบวนการทำงาน&nbsp;เพื่อให้เกิดการทำงานแบบบูรณาการ&nbsp;&nbsp;อันจะทำให้การขับเคลื่อนการทำงานของกระทรวงมหาดไทยและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;เป็นหนึ่งเดียว&nbsp;เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301142842172
81	เจ้าหน้าที่ติดปลอกคอติดตามตัวสัตว์สัญญาณดาวเทียมช้างพลายบุญช่วย พลายบุญมี เฝ้าระวังออกจากป่ามาหากินในเขตชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม	<p><strong>นายพิชัย&nbsp;วัชรวงษ์ไพบูลย์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;3&nbsp;(สบอ.3)&nbsp;สาขาเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากกรณีช้างป่าพลายบุญช่วยและพลายบุญมี&nbsp;ที่มักออกมาหากินนอกป่า&nbsp;จนสร้างผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่&nbsp;ต.ห้วยสัตว์ใหญ่&nbsp;อ.หัวหิน&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;โดยช้างป่าทั้ง&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;มักจะออกมากัดกินพืชผลการเกษตร&nbsp;ค้นหาอาหารตามบ้านเรือนของชาวบ้าน&nbsp;ทำให้พื้นที่เกษตรกรรมและบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหาย&nbsp;มีพฤติกรรมดื้อไม่ตอบสนองต่อการขับไล่และการผลักดันของเจ้าหน้าที่&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุดกรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืช&nbsp;มีหนังสืออนุมัติให้เจ้าหน้าที่สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า</strong>&nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านโป่ง&nbsp;และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;3&nbsp;สาขาเพชรบุรี&nbsp;ร่วมกันติดตามพฤติกรรม&nbsp;พลายบุญช่วย&nbsp;และ&nbsp;พลายบุญมี&nbsp;โดยติดปลอกคอติดตามตัวสัตว์สัญญาณดาวเทียม&nbsp;(GPS-collar)&nbsp;เพื่อทราบเส้นทางการเคลื่อนที่&nbsp;การหากินด้านนิเวศวิทยาเพื่อเฝ้าระวังป้องกันช้างเข้าสู่เขตชุมชน&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจับช้าง&nbsp;พลายบุญช่วย&nbsp;และ&nbsp;พลายบุญมี&nbsp;เก็บตัวอย่างเลือดเพื่อตรวจสุขภาพพร้อมติดปลอกคอสัญญาณดาวเทียมให้แก่ช้างป่าทั้ง&nbsp;2&nbsp;ตัวเรียบร้อยแล้ว&nbsp;จากนั้นจะให้เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามพฤติกรรม&nbsp;การเคลื่อนที่&nbsp;เพื่อป้องกันเฝ้าระวังช้างป่าออกหากินนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	ประจวบคีรีขันธ์	สวท.ประจวบคีรีขันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301143222174
82	อว. ยืนยันให้สิทธิเด็กติดเชื้อโควิดอาการเล็กน้อยและกลุ่มมีความเสี่ยงสูง	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ศ.(พิเศษ)&nbsp;ดร.เอนก&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;รมว.การอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากการที่มีความกังวล&nbsp;นักเรียนหรือนักศึกษาที่ตรวจพบเชื้อโควิด-19&nbsp;อาจหมดสิทธิสอบเข้ามหาวิทยาลัย&nbsp;ในปีการศึกษา&nbsp;2565&nbsp;อว.ได้ทำงานร่วมกับ&nbsp;ทปอ.&nbsp;ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการสอบคัดเลือกระบบ&nbsp;TCAS&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;จะให้สิทธิสำหรับทุกคนที่ประสงค์จะเข้าสอบ&nbsp;และจะจัดการอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้เข้าสอบอย่างที่ตั้งใจ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ขณะนี้ได้มีการทำงานร่วมกัน&nbsp;4&nbsp;กระทรวง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ได้แก่&nbsp;กระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;(ศธ.)&nbsp;การอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;(สธ.)&nbsp;และกระทรวงมหาดไทย&nbsp;(มท.)&nbsp;เพื่อกำหนดแนวทางเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกให้นักเรียนที่ติดเชื้อ&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษาอาการของโรคโควิด-19&nbsp;มีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการ&nbsp;และกลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูงให้ได้เข้าสอบ&nbsp;ตามมาตรการที่&nbsp;ศบค.&nbsp;กำหนด&nbsp;โดยจัดสนามสอบที่มีมาตรการดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุด&nbsp;และประสานหน่วยบริการสาธารณสุขตามระบบอนามัยโรงเรียนในการคัดกรองและให้คำแนะนำด้านสาธารณสุข&nbsp;จัดให้มีพื้นที่แยกสำหรับจัดการสอบเป็นสัดส่วน&nbsp;แยกกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;กลุ่มผู้ติดเชื้อ&nbsp;เน้นการระบายอากาศที่ดี&nbsp;จัดที่นั่งสอบห่างกันไม่น้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;รวมทั้งกำหนดให้ผู้เข้าสอบต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดระยะเวลาที่เข้าสอบและลดการสัมผัสสิ่งต่างๆ</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ด้าน&nbsp;ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ปลัด&nbsp;อว.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การสอบคัดเลือกระบบ&nbsp;TCAS&nbsp;ในปีนี้มีจำนวนผู้สมัคร&nbsp;GAT/PAT&nbsp;และวิชาสามัญ&nbsp;รวม&nbsp;183,228&nbsp;คน&nbsp;เป็นการสอบ&nbsp;GAT-PAT&nbsp;177,853&nbsp;คน&nbsp;และสอบวิชาสามัญ&nbsp;155,282&nbsp;คน&nbsp;โดย&nbsp;ทปอ.ได้จัดให้มีสนามสอบทั้งหมด&nbsp;213&nbsp;สนามสอบทั่วประเทศ&nbsp;และจะจัดสนามสอบที่กำหนดเพิ่มขึ้นเป็นการเฉพาะสำหรับผู้ติดเชื้อที่มีอาการเล็กน้อย&nbsp;หรือไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีความเสี่ยงสูง&nbsp;ตามที่กำหนดในที่ประชุม&nbsp;ศบค.&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4/2565&nbsp;วันที่&nbsp;23&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ซึ่งผู้ประสงค์จะเข้าสอบที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าวให้ลงทะเบียนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงก่อนการสอบ&nbsp;โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;เช่น&nbsp;การเดินทางมายังสนามสอบด้วยรถยนต์ส่วนตัว&nbsp;รถยนต์ที่จัดให้เป็นการเฉพาะจากหน่วยบริการสาธารณสุข&nbsp;หรือจากสนามสอบจัดให้เท่านั้น</span></p><p>&nbsp;</p><p><br></p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301184945309
83	สภาลมหายใจ จ.ลำพูน จัดเสวนา ลมหายใจหละปูน : ผืนป่า สวน นา ไฮ่ ไฟควัน สร้างส่วนร่วมการป้องกัน ลดต้นตอ PM 2.5	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพระเทพญาณเวที&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;อาคาร&nbsp;1&nbsp;มจร.วิทยาลัยสงฆ์&nbsp;ลำพูน</strong>&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดเวทีเสวนา&nbsp;สภาลมหายใจจังหวัดลำพูน&nbsp;ลมหายใจหละปูน&nbsp;:&nbsp;ผืนป่า&nbsp;สวน&nbsp;นา&nbsp;ไฮ่&nbsp;ไฟควัน&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นักวิชาการ&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคประชาสังคม&nbsp;ตลอดจนถึงพี่น้องประชาชน&nbsp;และภาคีเครือข่ายสภาลมหายใจจังหวัดลำพูนเข้าร่วม</p><p><strong>อาจารย์ภาณุพงศ์&nbsp;ไชยวรรณ์&nbsp;ประธานสภาลมหายใจจังหวัด&nbsp;ลำพูน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ทางด้านสภาลมหายใจได้ดำเนินกิจกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน&nbsp;ไฟป่า&nbsp;ร่วมกับสภาลมหายใจเชียงใหม่&nbsp;และสภาลมหายใจภาคเหนือ&nbsp;โดยมีเป้าหมายที่สำคัญคือ&nbsp;การสร้าง&nbsp;ความรู้ความเข้าใจ&nbsp;และความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน&nbsp;และฝุ่นควัน&nbsp;pm&nbsp;2.5&nbsp;โดยได้มีการขับเคลื่อนกิจกรรมร่วมกันมาได้ระยะหนึ่งแล้ว</p><p><strong>ในการจัดเวทีเสวนาครั้งนี้&nbsp;เป็นการเปิดตัวองค์กร</strong>&nbsp;และแลกเปลี่ยนความรู้สถานการณ์ปัญหาและแนวทางการ&nbsp;แก้ไขปัญหาฝุ่นควัน&nbsp;pm&nbsp;2.5&nbsp;รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วม&nbsp;ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้มีการนําเสนองานวิชาการ&nbsp;สถานการณ์&nbsp;ความท้าทาย&nbsp;และทิศทางการบริหารจัดการไฟป่าประเทศไทย&nbsp;โดย&nbsp;ดร.พลภัทร&nbsp;เหมวรรณ&nbsp;มหาวิทยาลัยเชียงใหม่&nbsp;รวมถึงเวทีแลกเปลี่ยน&nbsp;การแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน&nbsp;pm&nbsp;2.5&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;ของจังหวัดลำพูน&nbsp;สรุปผลการประชุม&nbsp;และทิศทางการขับเคลื่อนสภาลมหายใจจังหวัดลำพูนอีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301143724177
84	จัดหางานแพร่ เชิญชวนร่วมโครงการวันมหกรรมอาชีพจังหวัดแพร่ ประจำปี พ.ศ. 2565	<p><strong>สำนักงานจัดหางานจังหวัดแพร่&nbsp;</strong>เชิญชวนร่วมโครงการวันมหกรรมอาชีพจังหวัดแพร่&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;8&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบกับอาชีพใหม่ๆ&nbsp;ในยุค&nbsp;New&nbsp;Normol&nbsp;เพื่อให้เกิดการพัฒนาตนเองให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน</p><p><strong>นายนิรุศ&nbsp;นเรวรรณ์&nbsp;นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;จัดหางานจังหวัดแพร่&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานจัดหางานจังหวัดแพร่&nbsp;กำหนดจัดงานโครงการวันมหกรรมอาชีพจังหวัดแพร่&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;เพื่อเปิดโลกทัศน์และจุดประกายความคิดให้กับนักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;และประชาชนทั่วไป&nbsp;ให้ได้รับความรู้เกี่ยวกับโลกอาชีพ&nbsp;โลกการศึกษา&nbsp;การทดลองฝึกปฏิบัติอาชีพอิสระ&nbsp;รวมทั้งทราบข้อมูลข่าวสารตลาดแรงงาน&nbsp;ทิศทาง&nbsp;และแนวโน้มความต้องการของตลาดแรงงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต&nbsp;เพื่อให้เกิดการพัฒนาตนเองให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี&nbsp;ความต้องการของตลาดแรงงาน&nbsp;ภายในงานพบกับอาชีพใหม่ๆ&nbsp;ในยุค&nbsp;New&nbsp;Normol&nbsp;การสาธิตการประกอบอาชีพอิสระที่สร้างรายได้มากมาย&nbsp;กว่า&nbsp;30&nbsp;อาชีพ&nbsp;เช่นการทำอาหารเพื่อสุขภาพ&nbsp;ชาสมุนไพร&nbsp;สินค้ากลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;การปลูกต้นไม้แคคตัส&nbsp;ขายสินค้าออนไลน์</p><p><strong>ซึ่งกิจกรรมโครงการวันมหกรรมอาชีพจังหวัดแพร่&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;</strong>จัดขึ้นในวันที่&nbsp;8-9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-16.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;โรงยิม&nbsp;1,000&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p><strong>สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่</strong>&nbsp;สำนักงานจัดหางานจังหวัดแพร่&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแพร่&nbsp;อาคาร&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;&nbsp;ถ.ไชยบูรณ์&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แพร่&nbsp;โทร&nbsp;054-511721,&nbsp;054-511807</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301145249183
85	ผู้ว่าฯ จ.อุทัยธานี นำหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมมอบเงินและสิ่งของพระราชทานช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่ อ.บ้านไร่ 	<p><strong>ผู้ว่าฯ&nbsp;จ.อุทัยธานี&nbsp;นำหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;</strong>ร่วมมอบเงินและสิ่งของพระราชทาน&nbsp;ช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.บ้านไร่&nbsp;พร้อมแนะประชาชนควรต้องระมัดระวังการเกิดอัคคีภัย&nbsp;ทั้งจากการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน&nbsp;และจากความประมาทต่าง&nbsp;ๆ</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่บ้านเลขที่&nbsp;38&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลบ้านบึง&nbsp;อำเภอบ้านไร่&nbsp;จังหวัดอุทัยธานี</strong>&nbsp;นายขจรเกียรติ&nbsp;รักพานิชมณี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอลงกต&nbsp;วรกี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมมอบเงินและสิ่งของพระราชทาน&nbsp;จากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ให้แก่&nbsp;นางศรี&nbsp;คงเอี่ยม&nbsp;เป็นเจ้าของบ้าน&nbsp;หลังจากบ้านที่อาศัยดังกล่าว&nbsp;ประสบเหตุอัคคีภัย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;23.45&nbsp;น.&nbsp;มีผู้อยู่อาศัยทั้งหมด&nbsp;8&nbsp;คน&nbsp;และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยโดนไฟลวก&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ&nbsp;150,000&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้&nbsp;เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางจังหวัดได้ดำเนินการ</strong>&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้น&nbsp;รวมถึงให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัย&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;พร้อมแนะนำให้ประชาชนควรต้องระมัดระวังการเกิดอัคคีภัย&nbsp;ทั้งจากการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน&nbsp;เก่า&nbsp;ชำรุดหรือหมดสภาพการใช้งาน&nbsp;รวมถึงความประมาทต่างๆ&nbsp;ที่อาจจะทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุทัยธานี</strong>&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;(ฝ่ายทหาร)&nbsp;ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;15&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;ปลัดจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;นายอำเภอบ้านไร่&nbsp;ประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอุทัยธานีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ร่วมกันมอบเครื่องอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;เพื่อช่วยเหลือในเบื้องต้น&nbsp;รวมทั้งพูดให้กำลังใจเพื่อเป็นการสร้างขวัญให้แก่ผู้ประสบภัยด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	อุทัยธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุทัยธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301152106191
86	1 มี.ค.65 จ.ลำพูนพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 จากผลตรวจ ATK Positive 183 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพิ่มจากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;Positive&nbsp;314&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยติดเชื้อสะสมทั้งสิ้น&nbsp;13,577&nbsp;ราย&nbsp;ยอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;52&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันรักษาตัวทั้งหมด&nbsp;120&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;Pro.Case&nbsp;จำนวน&nbsp;2,960&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ใน&nbsp;รพ.รัฐ&nbsp;87&nbsp;ราย&nbsp;รพ.เอกชน&nbsp;447&nbsp;ราย&nbsp;CI&nbsp;268&nbsp;ราย&nbsp;HI&nbsp;2,066&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;5,371&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;Pro.Case&nbsp;จำนวน&nbsp;5,080&nbsp;ราย</p><p><strong>ในส่วนของสถิติการครองเตียงของโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งในจังหวัดลำพูนมีทั้งหมด&nbsp;188&nbsp;เตียง&nbsp;</strong>ใช้ไป&nbsp;87&nbsp;เตียงหรือคิดเป็น&nbsp;46.28%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วย&nbsp;101&nbsp;เตียงคิดเป็น&nbsp;53.72%&nbsp;นอกจากนี้เตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชนมีรองรับทั้งสิ้น&nbsp;636&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;447&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;70.28%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วยอีก&nbsp;189&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;29.72%</p><p><strong>สำหรับการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มียอดสะสมการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;334,167&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;81.96%&nbsp;ของผู้ประสงค์ฉีดทั้งหมด&nbsp;126,648&nbsp;คน&nbsp;จากประชากรทั้งหมด&nbsp;401,408&nbsp;คนคิดเป็น&nbsp;83.25%&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;334,167&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;318,892&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;159,087&nbsp;ราย&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;5,205&nbsp;เข็ม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301145619184
87	จ.สุรินทร์ ประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งจังหวัดสุรินทร์ เตรียมความพร้อมรับทุกสถานการณ์	<p><strong>ที่ห้องประชุมข้าวสารหอม&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;มีการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือภัยแล้งด้านต่างๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการ์ภัยแล้งจังหวัดสุรินทร์&nbsp;การจัดทำแผนเผชิญเหตุภัยแล้ง&nbsp;จังหวัดสุรินทร์ปี&nbsp;2565&nbsp;แต่งตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์แก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;การแจ้งทุกอำเภอให้สำรวจข้อมูลพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค&nbsp;โดยมีนายเสริมศักดิ์&nbsp;สีสันต์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นประธานการประชุม</p><p><strong>โดยที่ประชุมได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานสถานการณ์ต่างๆ</strong>&nbsp;ในภาระรับผิดชอบ&nbsp;อาทิ&nbsp;การคาดหมายลักษณะอากาศ&nbsp;สถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำในเขตชลประทานสุรินทร์&nbsp;ในเขตภาคอุตสาหกรรม&nbsp;การบริหารจัดการน้ำ&nbsp;และสถานการณ์น้ำเพื่อการผลิตประปา&nbsp;โดยการประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;สาขาสุรินทร์&nbsp;การเตรียมความพร้อมรับมือภัยแล้งขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;การเตรียมความพร้อมเฝ้าระวังโรคระบาดในฤดูแล้ง&nbsp;การเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาอาชญากรรมในฤดูแล้ง&nbsp;การประชาสัมพันธ์การป้องปันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;และการเตรียมความพร้อมในพื้นที่อำเภอทุกอำเภอ</p><p><strong>นอกจากนี้ยังรายงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;ของหน่วยงานด้านการเตรียมกำลังคน&nbsp;วัสดุ&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;เครื่องสูบน้ำ&nbsp;รถบรรทุก&nbsp;และเครื่องจักรกล&nbsp;รวมทั้งการจัดทำฝนหลวง</p><p><strong>นายเสริมศักดิ์&nbsp;สีสันต์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;ประธานการประชุมได้กำชับให้แต่ละส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานได้ดำเนินการตามแผนที่วางไว้อย่างชัดเจน&nbsp;เป็นรูปธรรม&nbsp;พร้อมรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301154104203
88	สภาลมหายใจจังหวัดพะเยา จัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนการสร้างอากาศสะอาด ลดฝุ่นควันในจังหวัดพะเยา	<p><strong>สภาลมหายใจจังหวัดพะเยา&nbsp;จัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนการสร้างอากาศสะอาด</strong>&nbsp;ลดฝุ่นควันในจังหวัดพะเยา&nbsp;ที่สถาบันปวงผญา&nbsp;ภายในวัดศรีโคมคำ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคประชาสังคมในการป้องกันฝุ่นควัน&nbsp;และไฟป่า&nbsp;สร้างจิตสำนึกในการรักสิ่งแวดล้อม&nbsp;ลมหายใจสะอาด&nbsp;โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย&nbsp;นายปริญญา&nbsp;โศภิตภิญโญ&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพะเยา&nbsp;ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา,&nbsp;นายวิชิต&nbsp;ถิ่นวัฒนากูล&nbsp;เลขาธิการเครือข่ายสภาลมหายใจจังหวัด,&nbsp;นางสาวโสภา&nbsp;วงค์ใหญ่&nbsp;สภาลมหายใจจังหวัดพะเยา,&nbsp;นายณรงค์ชัย&nbsp;สุทธิกุลบุตร&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดพะเยา&nbsp;และนางมุกดา&nbsp;อินต๊ะสาร&nbsp;ประธานสมาคมเครือข่ายสร้างบ้านแปลงเมือง&nbsp;ซึ่งเวทีเสวนาได้มีการแลกเปลี่ยนสถานการณ์&nbsp;ปัญหาฝุ่นควัน&nbsp;ผลการดำเนินงานของสภาลมหายใจ&nbsp;แนวทางการจัดการลดฝุ่นควันภาคเอกชน&nbsp;สภาองค์กรชุมชนกับการจัดการลดการเผาและฝุ่นควัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้แทนจากประชาชน&nbsp;องค์กรชุมชน&nbsp;และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ร่วมแลกเปลี่ยนและให้ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันและไฟป่าในพื้นที่จังหวัดพะเยาด้วย</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ตัวแทนของสภาลมหายใจจังหวัดพะเยาและเครือข่าย</strong>&nbsp;ได้ยื่นข้อเสนอการจัดการฝุ่นควันและการจัดการไฟป่าอย่างยั่งยืนกับผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวมีทั้งหมด&nbsp;7&nbsp;ข้อ&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.การให้ความสำคัญกับดัชนีวัดทางสุขภาพ&nbsp;2.การปรับวิธีการจัดการไฟในเขตป่า&nbsp;กระจายอำนาจให้ชุมชน&nbsp;สภาองค์กรชุมชน&nbsp;ภาคประชาสังคม&nbsp;และ&nbsp;อปท.ให้เข้ามามีส่วนร่วมจัดทำแผนป้องกันไปและฝุ่นควันจากระดับพื้นที่&nbsp;4&nbsp;มิติ&nbsp;รวมถึงสนับสนุนเครื่องมือและงบประมาณให้เพียงพอ&nbsp;3.การพัฒนาพื้นที่รูปธรรมและขับเคลื่อนนโยบายจังหวัด&nbsp;กาบริหารจัดการเผาในพื้นที่เกษตรและการจัดแผน&nbsp;zoning&nbsp;พื้นที่เกษตรพื้นที่สูง&nbsp;4.การส่งเสริมพัฒนาอาสาสมัคร&nbsp;ในการรณรงค์/สื่อสารสาธารณะ&nbsp;สร้างการรับรู้และส่วนร่วมของสภาลมหายใจพะเยา&nbsp;5.จัดหาเครื่องมือวัดคุณภาพอากาศครอบคลุมทุกพื้นที่&nbsp;ทำให้ประชาชนตื่นตัว&nbsp;มีข้อมูลที่ชัดเจนและถูกต้อง&nbsp;รับรู้สถานการณ์&nbsp;ผลกระทบที่เกิดจากฝุ่นควัน&nbsp;โดยมีวิธีการที่หลากหลาย&nbsp;6.การนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาโดยเชื่อมโยงกับภาควิชาการและมหาวิทยาลัยในพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;นวัตกรรมลดเศษวัชพืช&nbsp;ลดฝุ่นควัน&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;การสร้างคุณค่าผลิตภัณฑ์&nbsp;เช่น&nbsp;การทำดินและปุ๋ยที่มีคุณภาพ&nbsp;และสร้างสินค้าและใช้สอยด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;และ&nbsp;7.เร่งกระบวนการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันข้ามแดน&nbsp;และ&nbsp;8.&nbsp;การแก้ไขปัญหาฝุ่นควันเป็นวาระร่วมจังหวัด&nbsp;กลุ่มเครือข่ายจังหวัดภาคเหนือ&nbsp;ประเทศและระหว่างภูมิภาคอาเซียนโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	พะเยา	สวท.พะเยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301150216186
89	"เปิดบริการ OPD โควิด ""เจอ แจก จบ"" ยืนยันเป็นบริการเสริมทางเลือกตามความสมัครใจ ไม่ใช่บริการทดแทน HI CI "	"<p><strong>นพ.เกียรติภูมิ&nbsp;วงศ์จริต&nbsp;ปลัดกระทรวงสารณสุข</strong>&nbsp;กล่าวในการลงพื้นที่&nbsp;รพ.ราชวิถี&nbsp;ตรวจเยี่ยมการเปิดให้บริการผู้ป่วยนอก&nbsp;(OPD)&nbsp;สำหรับผู้ป่วยโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;เป็นวันแรก&nbsp;ว่า&nbsp;เป็นบริการทางเลือกที่จัดเสริมขึ้นมา&nbsp;ซึ่งปกติ&nbsp;ARI&nbsp;Clinic&nbsp;(คลินิกโรคทางเดินหายใจ)&nbsp;มีอยู่ใน&nbsp;รพ.ทุกแห่งของกระทวงสาธารณสุขอยู่แล้ว&nbsp;ให้บริการคัดกรอง&nbsp;ATK&nbsp;สำหรับผู้สงสัยป่วย&nbsp;หรือ&nbsp;RT&nbsp;PCR&nbsp;ในกรณีผู้สงสัยป่วยที่เป็นกลุ่มเสี่ยงจะมีอาการรุนแรงอยู่แล้ว&nbsp;แต่เนื่องจากสถานการณ์โรคเปลี่ยน&nbsp;ผู้ป่วยส่วนใหญ่&nbsp;ร้อยละ&nbsp;95&nbsp;อาการน้อย-ไม่มีอาการ&nbsp;จึงปรับให้ถามความสมัครใจ&nbsp;</p><p><strong>หากต้องการรับบริการแบบ&nbsp;OPD&nbsp;""เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ""</strong>&nbsp;คือเจอแพทย์&nbsp;แจกคำปรึกษาและยาตามอาการ&nbsp;จบคือกลับไปดูแลตัวเองที่บ้าน&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่โทรติดตามอาการอีกครั้งใน&nbsp;48&nbsp;ชม.&nbsp;ก็สามารถทำได้ทันที&nbsp;ซึ่งการเดินทางมารับบริการผู้สงสัยยังสามารถเดินทางได้ปกติแต่ขอให้ป้องกันตนเองขั้นสูงสุด&nbsp;(Universal&nbsp;Pervention&nbsp;:UP)&nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องของทุกคนต้องทำอยู่แล้ว&nbsp;สามารถป้องกันการติดเชื้อได้&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นพ.สมศักดิ์&nbsp;อรรฆศิลป์&nbsp;อธิบดีกรมการแพทย์&nbsp;กล่าวย้ำว่า</strong>&nbsp;OPD&nbsp;โควิด&nbsp;เป็นบริการเสริมรองรับผู้ป่วยโควิดที่ไม่มีภาวะเสี่ยง&nbsp;ไม่มีประกัน&nbsp;เป็นทางเลือกให้กลับไปดูแลที่บ้านได้ตามความสมัครใจเพื่อช่วยลดภาระเจ้าหน้าที่&nbsp;บริการฟรีทุกสิทธิรักษา&nbsp;ส่วนผู้ที่ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เองที่บ้านผลเป็นบวกแล้ว&nbsp;ขอให้ติดต่อเข้าระบบ&nbsp;HI&nbsp;CI&nbsp;ที่สายด่วน&nbsp;1330&nbsp;ก่อน&nbsp;หากติดต่อไม่ได้&nbsp;ต้องการตรวจซ้ำให้แน่ใจ&nbsp;พื้นที่&nbsp;กทม.&nbsp;นอกจาก&nbsp;รพ.สังกัดกรมการแพทย์แล้ว&nbsp;ยังประสาน&nbsp;กทม.&nbsp;ซึ่งยืนยันมีบริการ&nbsp;ARI&nbsp;Clinic&nbsp;ที่&nbsp;รพ.สังกัด&nbsp;กทม.กว่า&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;รร.แพทย์&nbsp;และศูนย์บริการสาธารณสุข&nbsp;กทม.ทั้ง&nbsp;60&nbsp;ศูนย์&nbsp;คาดรองรับผู้ป่วย&nbsp;OPD&nbsp;โควิดได้&nbsp;10,000&nbsp;รายต่อวัน&nbsp;สำหรับARI&nbsp;Clinic&nbsp;ของ&nbsp;รพ.ราชวิถี&nbsp;ปัจจุบันมีผู้รับบริการประมาณ&nbsp;150-250&nbsp;รายต่อวัน&nbsp;ซึ่งร้อยละ&nbsp;60&nbsp;ของผู้รับบริการตรวจพบติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301155944216
90	จังหวัดสตูล พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย จำนวน 57 ราย และเสียชีวิต จำนวน 1 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;จังหวัดสตูลมีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19&nbsp;</strong>รายใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;57&nbsp;ทีมสอบสวนโรคสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสตูลร่วมกับหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอเมือง&nbsp;&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;อำเภอควนกาหลง&nbsp;อำเภอท่าแพ&nbsp;และอำเภอทุ่งหว้า&nbsp;สอบสวนโรคในวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อค้นหาขอบเขตการระบาด&nbsp;แหล่งโรค&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อ&nbsp;และให้คำแนะนำการป้องกันควบคุมโรคเบื้องต้น&nbsp;พบผู้ป่วยทั้งหมดเป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;แยกเป็นรายอำเภอ&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>อำเภอเมือง&nbsp;29&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลพิมาน&nbsp;ตำบลคลองขุด&nbsp;ตำบลควนขัน&nbsp;ตำบลฉลุง&nbsp;ตำบลควนโพธิ์&nbsp;ตำบลเกตรี&nbsp;และตำบลเจ๊ะบิลัง&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;</p><p>อำเภอควนโดน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลควนโดน&nbsp;และตำบลย่านซื่อ&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;</p><p>อำเภอควนกาหลง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลควนกาหลง&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;</p><p>อำเภอท่าแพ&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลท่าแพ&nbsp;ตำบลท่าเรือ&nbsp;ตำบลแป-ระ&nbsp;และตำบลสาคร&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;</p><p>อำเภอทุ่งหว้า&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลทุ่งหว้า&nbsp;และตำบลนาทอน&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;52&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลพิมาน&nbsp;</p><p>อำเภอเมือง&nbsp;โรคประจำตัว&nbsp;ความดันโลหิตสูง&nbsp;เบาหวาน&nbsp;ไม่มีประวัติ&nbsp;ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ทางโรงพยาบาลและส่วนที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือจัดพิธีศพตามหลักศาสนาเรียบร้อยแล้ว</p><p><strong>แต่ถึงอย่างไรก็ตาม&nbsp;การป้องกันเชื้อโควิด-19&nbsp;</strong>ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;ต้องขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในการมีสุขอนามัยที่ดี&nbsp;ป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล&nbsp;ทำงานที่บ้าน&nbsp;(Work&nbsp;From&nbsp;Home:&nbsp;WFH)&nbsp;งดเว้นการรวมกลุ่มคนมาก&nbsp;หรือ&nbsp;งดสังสรรค์ชั่วคราว&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;เข้มงวดมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;และเข้ารับวัคซีนโควิด-19&nbsp;ได้ทุกเข็ม&nbsp;ทั้งเข็ม&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอายุ&nbsp;60&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;และมีโรคประจำตัว&nbsp;ตามสถานที่และเวลาที่กำหนด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เข็ม&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;สามารถ&nbsp;Walk-in&nbsp;ได้ทุกศูนย์ที่มีการฉีด&nbsp;หรือ&nbsp;ติดตาม&nbsp;รพ.สต.ใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301152756197
91	คณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยาประชุมเพื่อพิจารณาแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัด และโครงการที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์	<p><strong>ที่ห้องประชุมบึงพระราม&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;อาคาร&nbsp;4&nbsp;ชั้น&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</strong>นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวนุชนาถ&nbsp;ประทีปธีรานันต์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในระดับพื้นที่และติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รวมทั้งพิจารณาแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;และโครงการที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;โครงการ</p><p><strong>โดยที่ประชุมได้รับทราบแนวทางการดำเนินงานที่มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขับเคลื่อน</strong>ด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ตัวชี้วัดระดับความสำเร็จในการขับเคลื่อนฯ&nbsp;รวมถึงสถานการณ์ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดฯ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;และผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ตั้งแต่เดือนตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;เดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมยังได้พิจารณาแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ที่ทำการปกครองจังหวัด&nbsp;กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด&nbsp;สำนักงานแรงงานจังหวัด&nbsp;สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด&nbsp;สำนักงานจัดหางานจังหวัด&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด&nbsp;สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัด&nbsp;ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัด&nbsp;บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัด&nbsp;สำนักงานป้องกันจังหวัด&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด&nbsp;และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;ยุทธศาสตร์&nbsp;จำนวน&nbsp;28&nbsp;โครงการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;<u>ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;1</u>&nbsp;ด้านการดำเนินคดีและบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;ไม่ใช้งบประมาณ&nbsp;<u>ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;2</u>&nbsp;ด้านการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์&nbsp;18&nbsp;โครงการ&nbsp;งบประมาณ&nbsp;1,220,785&nbsp;บาท&nbsp;<u>ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;3</u>&nbsp;ด้านการช่วยเหลือและคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;งบประมาณ&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;<u>ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;4</u>&nbsp;ด้านการบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลการค้ามนุษย์&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;งบประมาณ&nbsp;71,750&nbsp;บาท&nbsp;รวมงบประมาณทั้งสิ้น&nbsp;1,322,535&nbsp;บาท&nbsp;และโครงการที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์&nbsp;ของที่ทำการปกครองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;โครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการพัฒนาศักยภาพการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;วงเงิน&nbsp;631,150&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301162717237
92	"ศิลป์สร้างสุข"" Happiness of Art เทศบาลเมืองลำพูน เชิญชวนน้องๆ ที่สนใจเรียนศิลปะฟรี"	"<p><strong>เทศบาลเมืองลำพูน&nbsp;เชิญชวนน้องๆ&nbsp;ที่สนใจเรียนเรียนศิลปะฟรี</strong>&nbsp;วันเสาร์ที่&nbsp;5&nbsp;และ&nbsp;12&nbsp;และ&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30-11.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูน&nbsp;ถนนวังซ้าย&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;</p><p><strong>โดยเทศบาลเมืองลำพูน&nbsp;</strong>เชิญชวนน้องๆ&nbsp;และผู้ที่สนใจเรียนวาดรูปฟรี&nbsp;ในกิจกรรมสอนศิลปะ&nbsp;""ศิลป์สร้างสุข""&nbsp;Happiness&nbsp;of&nbsp;Art&nbsp;โดย&nbsp;""ครูช้าง""&nbsp;พงศ์ประนาฏต&nbsp;เพ็ชรัตนกูล&nbsp;ซึ่งรับสมัครฟรีเพียงรอบละ&nbsp;10&nbsp;คนเท่านั้น&nbsp;เรียนรู้การวาดภาพรูปทรง&nbsp;ลายเส้น&nbsp;แสงเงา&nbsp;การวาดดอกไม้&nbsp;พุ่มไม้&nbsp;ต้นไม้&nbsp;ด้วยเทคนิคสีไม้&nbsp;และสีออยล์ปาสเทล&nbsp;การวาดภาพเพื่อให้มีระยะ&nbsp;และมุมมองต่างๆ&nbsp;สมัครได้ที่&nbsp;ครูช้าง&nbsp;โทร.&nbsp;09&nbsp;4297&nbsp;9835</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301152331192
93	จ.แม่ฮ่องสอน ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี ตามแนวประชารัฐประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน ครั้งที่ 1/2565	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี&nbsp;ตามแนวประชารัฐประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>ตามที่สำนักงานกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ</strong>&nbsp;มีโครงการสินเชื่อกองทุน&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โครงการสินเชื่อ&nbsp;SME&nbsp;โตไว&nbsp;ไทยยั่งยืน&nbsp;และโครงการสินเชื่อ&nbsp;เสริมพลัง&nbsp;สร้างอนาคต&nbsp;SME&nbsp;ไทย&nbsp;เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี&nbsp;ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน&nbsp;ที่มีดอกเบี้ยต่ำ&nbsp;เพื่อการต่อยอดพัฒนาธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><strong>โดยในที่ประชุมมีการพิจารณา&nbsp;</strong>กลั่นกรอง&nbsp;และคัดเลือกผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามของผู้อยู่ในข่ายได้รับการสนับสนุนด้านสินเชื่อของกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;หจก.แม่ฮ่องสอนมิตรอะไหล่&nbsp;หจก.ชื่นชูไพรก่อสร้าง&nbsp;หจก.สินปางมะผ้าก่อสร้าง&nbsp;หจก.ชรินทร์&nbsp;จิตร&nbsp;ก่อสร้าง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301152656196
94	จ.ร้อยเอ็ดส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตร ให้แก่วิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่ อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประธานในการส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตรแก่วิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายพิษณุ&nbsp;มิลินทานุช&nbsp;ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น&nbsp;จำกัด,&nbsp;นายสมจิต&nbsp;คำศรี&nbsp;เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด,&nbsp;นายวิวัฒน์&nbsp;เตชจินดาวงศ์&nbsp;นายอำเภอปทุมรัตต์,&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;บริษัท&nbsp;สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;และเกษตรในพื้นที่เข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;ที่ว่าการอำเภอปทุมรัตต์&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด</p><p><strong>โดยภายในวันนี้มีการมอบเครื่องจักรกลการเกษตร</strong>&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;รถแทรกเตอร์ยี่ห้อคูโบต้ารุ่น&nbsp;L5018SP&nbsp;KIS&nbsp;FD186&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน,&nbsp;โรตารี่&nbsp;RX183F&nbsp;จํานวน&nbsp;1,&nbsp;ชุดผานพรวน&nbsp;DH245-6F-HP&nbsp;จํานวน&nbsp;1&nbsp;ชุด,&nbsp;ชุดเครื่องหยอดเมล็ด&nbsp;MS360-6&nbsp;แถวจำนวน&nbsp;1&nbsp;ชุด&nbsp;มูลค่ารวมทั้งสิ้น&nbsp;900,500&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งจะมอบให้แก่&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่&nbsp;บ้านจานใต้&nbsp;ตำบลโพนสูง&nbsp;อำเภอปทุมรัตต์&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เพื่อนำไปต่อยอดและพัฒนาการทำเกษตร&nbsp;ด้วยการบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งบริษัท&nbsp;สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้จัดโครงการ</strong>&nbsp;คูโบต้าร่วมมือเกษตรร่วมใจ&nbsp;ที่จะส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตร&nbsp;ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อใช้พัฒนากลุ่มและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;รวมถึงมีเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย&nbsp;ผ่านความร่วมมือกับทุกภาคส่วนผนึกกำลังพัฒนาชุมชนเกษตร&nbsp;ให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;อีกทั้งได้เปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร&nbsp;และสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนในการบริหารจัดการเครื่องจักรกลทางการเกษตร&nbsp;เพื่อนำไปสร้างรายได้หมุนเวียนภายในชุมชนอย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301154948206
95	เทศบาลเมืองลำพูน ตรวจ ATK พนักงานทุกคน ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในสำนักงาน สร้างความมั่นใจให้กับผู้มาติดต่อราชการ	<p><strong>นายประภัสร์&nbsp;ภู่เจริญ&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน</strong>&nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาลเมืองลำพูน&nbsp;พนักงานเจ้าหน้าที่&nbsp;และเทศบาลเมืองลำพูนทุกคน&nbsp;เข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;test&nbsp;kit&nbsp;หรือ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าปฏิบัติงานในสำนักงาน&nbsp;ซึ่งคณะผู้บริหารฯ&nbsp;ได้คำนึงถึงความปลอดภัยของบุคลากรและประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะในภาวะวิกฤตโรคระบาดโควิด-19&nbsp;จึงได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติงานตามวิถีใหม่ควบคู่กับมาตรการป้องกันโรค&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของบุคลากร&nbsp;ตลอดจนแสดงความรับผิดชอบต่อส่วนรวม&nbsp;โดยที่ผ่านมาเทศบาลฯ&nbsp;มีการจัดตั้งทีมปฏิบัติการเฝ้าระวังเพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และดำเนินมาตรการต่างๆ&nbsp;อย่างเหมาะสมและทันท่วงที&nbsp;และยังคงใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มข้น&nbsp;โดยมีการวัดอุณหภูมิก่อนเข้าทำงานเป็นประจำ&nbsp;วางจุดบริการแอลกอฮอล์&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ตลอดจนให้บุคลากรในเทศบาลฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงในการรับเชื้อ&nbsp;และทำความสะอาดฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในสำนักงานเทศบาลเมืองลำพูน&nbsp;เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดความเสี่ยงของการระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำพูน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301152900198
96	รองผวจ.สุราษฎร์ธานีร่วมประชุมติดตามการก่อสร้าง การส่งมอบ และการปริหารจัดการศูนย์พักพิงร่วมใจอุ่นไอรัก (ผ่านระบบ Zoom Cloud Meetings)	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมนางยวน&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายประเวศ&nbsp;ไทยประยูร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ร่วมประชุมติดตามการก่อสร้าง&nbsp;การส่งมอบและการปริหารจัดการศูนย์พักพิงร่วมใจอุ่นไอรัก&nbsp;(ผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;Cloud&nbsp;Meetings)&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&nbsp;และติดตามความคืบหน้าการดำเนินการสร้าง&nbsp;การส่งมอบ&nbsp;และการบริหารจัดการศูนย์พักพิงร่วมใจอุ่นไอรักและผลการดำเนินการสร้างศูนย์พักพิงร่วมใจอุ่นไอรัก&nbsp;วงเงินพระราชทานคงเหลือ&nbsp;และแผนการส่งมอบอาคารให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และการแต่งตั้งคณะกรมการศูนย์พักพิงร่วมใจอุ่นไอรักระดับจังหวัด&nbsp;ระดับท้องถิ่น&nbsp;และการใช้ประโยชน์ศูนย์พักพิงร่วมใจอุ่นไอรักในปัจจุบัน&nbsp;ซึ่งจังหวัดมีแผนการบำรุงรักษา&nbsp;และแผนการบริหารจัดการศูนย์พักพิงร่วมใจอุ่นไอรัก&nbsp;อย่างไร&nbsp;และจังหวัดได้มีการจัดทำแผนทดสอบการใช้ในการบริหารจัดการศูนย์พักพิงร่วมใจอุ่นไอ</p><p><strong>สำหรับการติดตามความคืบหน้าการดำเนินการก่อสร้าง&nbsp;การส่งมอบ</strong>&nbsp;และการบริหารจัดการศูนย์พักพิงร่วมใจอุ่นไอรัก&nbsp;ได้ดำเนินงาน</p><p><strong>ศูนย์พักพิงรวมใจอุ่นไอรัก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;</strong>ตำบลท่าชี&nbsp;อำเภอบ้านนาสาร&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ผลการดำเนินการสร้าง&nbsp;เฟส&nbsp;1&nbsp;งานก่อสร้างอาคาร&nbsp;ห้องน้ำชาย&nbsp;ห้องน้ำหญิง&nbsp;อาคารพักขยะ&nbsp;ค่าก่อสร้าง&nbsp;15,058,837.58&nbsp;บาท&nbsp;คาดว่าการก่อสร้างแล้วเสร็จ&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;การก่อสร้างเฟล&nbsp;2&nbsp;บริเวณศูนย์พักพิงฯ&nbsp;เป็นงานระบบไฟฟ้าและประปา&nbsp;บริเวณงานปรับปรุงอาคารศูนย์พักพิงฯเพิ่มเติม&nbsp;ค่าก่อสร้าง&nbsp;&nbsp;3,837,000&nbsp;บาท&nbsp;ผลงานการก่อสร้าง&nbsp;99%&nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และขยายระบบจำหน่ายไฟฟ้า&nbsp;ค่าจ้าง&nbsp;402,660.26&nbsp;บาท&nbsp;งานแล้วเสร็จ&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;การก่อสร้าง&nbsp;เฟส&nbsp;3&nbsp;(งานระบบไพฟ้าเมนประธานแรงต่ำ&nbsp;งานมุ่งลวดประดู&nbsp;หน้าต่าง&nbsp;งานฉากกั้นห้องน้ำชาย/หญิง&nbsp;ค่าก่อสร้าง&nbsp;499,000&nbsp;บาท&nbsp;ลงนามในสัญญาจ้าง&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;สิ้นสุดสัญญาวันที่&nbsp;11&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;วงเงินพระราชทานคงเหลือ&nbsp;(20,00,000&nbsp;-&nbsp;15.058,837.58&nbsp;3&nbsp;837,000&nbsp;-&nbsp;402.660.26&nbsp;-&nbsp;499,000&nbsp;=&nbsp;202,502.16&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ศูนย์พักพิงรวมใจอุ่นไอรัก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5</strong>&nbsp;ตำบลมะลวน&nbsp;อำเภอพุนพิน&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ผลการดำเนินการสร้าง&nbsp;เฟส&nbsp;1&nbsp;งานก่อสร้างอาคาร&nbsp;ห้องน้ำชาย&nbsp;ห้องน้ำหญิง&nbsp;อาคารพักขยะ)&nbsp;ค่าก่อสร้าง&nbsp;&nbsp;14,529,214.59&nbsp;บาท&nbsp;ก่อสร้างแล้วเสร็จ&nbsp;100%&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;และการก่อสร้าง&nbsp;เฟส&nbsp;2&nbsp;งานบริเวณศูนย์พักพิงฯ&nbsp;งานระบบไฟฟ้าและประปาบริเวณ&nbsp;งานปรับปรุงอาคารศูนย์พักพิงฯเพิ่มเติม&nbsp;ค่าก่อสร้าง&nbsp;4.,452,000&nbsp;บาท&nbsp;งานก่อสร้างแล้วเสร็จ&nbsp;100%&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;และขยายเขตระบบจำหน่ายไฟฟ้า&nbsp;ค่าจ้าง&nbsp;471,118.49&nbsp;บาท&nbsp;งานแล้วเสร็จ&nbsp;100%&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;และการก่อสร้าง&nbsp;เฟส์&nbsp;3&nbsp;(งานระบบไฟฟ้างานเมนประธานแรงต่ำ&nbsp;งานมุ่งสวดประตู&nbsp;หน้าต่าง&nbsp;งานฉากกั้นห้องน้ำชาย&nbsp;หญิง&nbsp;ค่าก่อสร้าง&nbsp;&nbsp;496,000&nbsp;บาท&nbsp;ลงนามในสัญญาจ้าง&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;สิ้นสุดสัญญาวันที่&nbsp;11&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;วงเงินพระราชทานคงเหลือ&nbsp;(20,000,000&nbsp;-&nbsp;14,529,214.59&nbsp;-&nbsp;4.452,000&nbsp;-&nbsp;471,118.49&nbsp;-&nbsp;496,000)&nbsp;=&nbsp;51,666.92&nbsp;บาท&nbsp;วงเงินพระราชทานคงเหลือทั้งสิ้น&nbsp;(202.502.16&nbsp;+&nbsp;51.666&nbsp;92)&nbsp;-&nbsp;254,169.08&nbsp;บาท</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การติดตามแผนการส่งมอบอาคารให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</strong>&nbsp;จะส่งมอบอาคารศูนย์พักพิงรวมใจอุ่นไอรัก&nbsp;ให้เทศบาลตำบลท่าชี&nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลมะลวนดูแลรักษา&nbsp;ซึ่งปัจจุบันศูนย์พักพิงร่วมใจอุ่นไอรัก&nbsp;ได้ดำเนินงานศูนย์พักพิงรวมใจอุ่นไอรัก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลท่าชี&nbsp;อำเภอบ้านนาสาร&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นสถานที่กักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูงผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(covid-19)&nbsp;(Local&nbsp;Quarantine)&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;13&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;และเป็นสถานแยกกักในชุมชน&nbsp;(community&nbsp;&nbsp;isolation&nbsp;:&nbsp;ci)&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;18&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;และจัดโครงการอบรมสัมมนาการบริหารจัดการทุเรียนทั้งระบบ&nbsp;ในวันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;และศูนย์พักพิงรวมใจอุ่นไอรัก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลมะลวน&nbsp;อำเภอพุนพิน&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นสถานที่กักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูงผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(covid-19)&nbsp;(Local&nbsp;Quarantine)&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;12&nbsp;กรกฏาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;2564&nbsp;และเป็นสถานที่รับสมัครนายกองค์การบริหารส่วนตำบลและสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;<strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301153948202
97	แม่ทัพภาคที่4 ให้การต้อนรับ พลเอก จีรัชญ์ บุญชญา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และคณะ ในโอกาสเดินทางปฏิบัติราชการพร้อมติดตามผลการปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้	<p><strong>วันนี้&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องรับรอง&nbsp;</strong>กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ค่ายสิรินธร&nbsp;ตำบลเขาตูม&nbsp;อำเภอยะรัง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;พลเอก&nbsp;จีรัชญ์&nbsp;บุญชญา&nbsp;ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;และคณะ&nbsp;ในโอกาสเดินทางปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีคณะผู้บังคับบัญชาในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้าให้การต้อนรับ</p><p><strong>สำหรับการลงพื้นที่&nbsp;ของพลเอก&nbsp;จีรัชญ์&nbsp;บุญชญา&nbsp;</strong>ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;และคณะ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;เพื่อพบปะเยี่ยมเยียน&nbsp;ให้กำลังใจการทำงานของกำลังพลหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;41&nbsp;และ&nbsp;42&nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&nbsp;4&nbsp;ตรวจเยี่ยมโครงการฟาร์มต้นแบบ&nbsp;ของหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;42&nbsp;(ฟาร์มตัวอย่าง)&nbsp;สอบถามปัญหาข้อขัดข้อง&nbsp;รวมทั้งมอบนโยบาย&nbsp;แนวทางในการปฏิบัติงานในพื้นที่ต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;มีหน้าที่ในวางแผนประสานงาน</strong>&nbsp;และดำเนินการเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ&nbsp;ด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจิตวิทยาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;นำยุทธศาสตร์ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&nbsp;(กอ.รมน.)&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;มาใช้ในการดำเนินงาน&nbsp;เป็นหน่วยงานในด้านการพัฒนาเพื่อความมั่นคง&nbsp;มีการเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรบุคคล&nbsp;ชุมชน&nbsp;และพื้นที่&nbsp;เพื่อป้องกันภัยคุกคามทุกรูปแบบ&nbsp;มีเป้าประสงค์ในการสร้างความเชื่อมั่น&nbsp;ศรัทธาแก่ประชาชน&nbsp;พร้อมสร้างและกระตุ้นความรักชาติ&nbsp;สถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;ตลอดจน&nbsp;พัฒนาคน&nbsp;ชุมชน&nbsp;พื้นที่&nbsp;ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&nbsp;มีความสมดุลแบบองค์รวมและเกื้อกูลต่อการป้องกันประเทศ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301161828235
98	อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ดีเดย์ KICK OFF คาราวานแก้จนจังหวัดพังงา ตามโครงการพังงาร่วมใจ รวมพลังพัฒนาคุณภาพชีวิต พิชิตปัญหา ขจัดความยากจน	"<p><strong>อำเภอตะกั่วป่า&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;เปิดกิจกรรม&nbsp;KICK&nbsp;OFF</strong>&nbsp;คาราวานแก้จนจังหวัดพังงา&nbsp;ตามโครงการพังงาร่วมใจ&nbsp;รวมพลังพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;พิชิตปัญหา&nbsp;ขจัดความยากจน&nbsp;ภายใต้การขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาประชาคมอำเภอตะกั่วป่า&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;โดยมีพันจ่าโทอนันต์&nbsp;บุญสำราญ&nbsp;ปลัดจังหวัดพังงา&nbsp;เป็นประธาน</p><p><strong>พันจ่าโทอนันต์&nbsp;บุญสำราญ&nbsp;ปลัดจังหวัดพังงา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างบูรณาการ&nbsp;ดำเนินการขับเคลื่อนโดยมีศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี&nbsp;ที่อำเภอตะกั่วป่าจะบูรณาการทำงานทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานขจัดความยากจนให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ภายใต้อุดมการณ์การทำงาน&nbsp;""พัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;พิชิตความยากจน&nbsp;พัฒนาคนทุกช่วงวัย""&nbsp;ตามที่ยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;-&nbsp;2580&nbsp;มีเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน&nbsp;มุ่งเน้นบรรลุวิสัยทัศน์&nbsp;""ประเทศไทยมีความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว&nbsp;ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง""&nbsp;ได้อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีโดยมีการจัดตั้งหมอแก้จน&nbsp;และทีมพี่เลี้ยงดูแล&nbsp;ติดตามการแก้ปัญหาความยากจนของครัวเรือนอย่างใกล้ชิด</p><p><strong>สิบตำรวจเอกสุจินต์&nbsp;ส้มแป้น&nbsp;ปลัดอาวุโสอำเภอตะกั่วป่า&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;เป็นการดำเนินการขจัดปัญหาความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลัก</p><p>ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;อำเภอตะกั่วป่าได้ถือปฏิบัติและขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาลและแนวทางการดำเนินงานการดำเนินงานเพื่อขจัดความยากจนและพัฒนาคน&nbsp;ทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้วยระบบ&nbsp;TPMAP&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งอำเภอตะกั่วป่าได้จัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการขจัดความยากจน</strong>และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;และได้แต่งตั้งหมอแก้จน&nbsp;และทีมพี่เลี้ยงขึ้นประกอบด้วยข้าราชการ&nbsp;และผู้นำชุมชน&nbsp;เป็นคณะทำงาน&nbsp;ซึ่งในพื้นที่อำเภอตะกั่วป่า&nbsp;มีจำนวนครัวเรือนยากจนเป้าหมาย&nbsp;จำนวน&nbsp;46&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;มีการแต่งตั้งหมอแก้จน&nbsp;จำนวน&nbsp;46&nbsp;คน&nbsp;และทีมพี่เลี้ยงจำนวน&nbsp;8&nbsp;ทีม&nbsp;โดยจัดให้มีกิจกรรมการมอบคู่มือแก้จน&nbsp;และสิ่งของอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;ช่วยเหลือครัวเรือนเป้าหมาย&nbsp;ให้กับหมอแก้จนและทีมพี่เลี้ยงเพื่อเป็นเครื่องมือในการทำงาน&nbsp;และการปล่อยขบวนคาราวานแก้จนลงพื้นที่รายครัวเรือน&nbsp;เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในระดับพื้นที่&nbsp;ช่วยเหลือบุคคล/ครัวเรือนเป้าหมายใน&nbsp;5&nbsp;มิติ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	พังงา	สวท.ตะกั่วป่า จ.พังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301154351204
99	ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ลงพื้นที่อำเภอหัวตะพาน ติดตามการระวางแนวเขตเพื่อขุดลอกหนองสามขา และการก่อสร้างธนาคารเลือดของโรงพยาบาลหัวตะพาน	<p><strong>นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</strong>นายฤทธิสรรค์&nbsp;เทพพิทักษ์&nbsp;ปลัดจังหวัด&nbsp;ติดตามการระวางแนวเขตเพื่อขุดลอกหนองสามขา&nbsp;เป็นหนองน้ำอยู่ระหว่างตำบลสร้างถ่อน้อยและตำบลรัตนวารี&nbsp;โดยนายกเทศมนตรีตำบลหัวตะพาน&nbsp;กำนันทั้ง&nbsp;2&nbsp;ตำบล&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ยืนยันว่าสามารถดำเนินการได้&nbsp;โดยมีผู้ยินยอมบริจาคที่ดินรอบหนองน้ำบางส่วน&nbsp;เนื้อที่ประมาณ&nbsp;400&nbsp;ไร่&nbsp;เพื่อส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;การประกอบอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;และเป็นแหล่งน้ำดิบในการทำน้ำประปาเพื่ออุปโภคบริโภค&nbsp;โดยใช้งบประมาณ&nbsp;60&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และยังมีการติดตามสถานที่ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ&nbsp;เพื่อก่อสร้างอาคารธนาคารเลือดบริเวณที่ดินราชพัสดุ&nbsp;ข้างโรงพยาบาลหัวตะพาน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พระพิพัฒน์วชิโรภาส&nbsp;ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;</strong>พระครูปริยัติวีราภรณ์&nbsp;เจ้าคณะอำเภอลืออำนาจ&nbsp;ได้ให้เกียรติเป็นองค์ที่ปรึกษา&nbsp;นายธนูศักดิ์&nbsp;เสมอภาค&nbsp;นายอำเภอเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;นางวัชราภรณ์&nbsp;นาท้าว&nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอลืออำนาจ&nbsp;พร้อมด้วยผู้เกี่ยวข้องได้แสดงความคิดเห็น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301161326232
100	สปสช. เพิ่มบทบาทสายด่วน 1330 ตามแนวทางใหม่ของกระทรวงสาธารณสุข ที่เพิ่มบริการรักษาโควิด-19 แบบผู้ป่วยนอก	"<p><strong>นพ.จเด็จ&nbsp;ธรรมธัชอารี</strong>&nbsp;เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;(สปสช.)&nbsp;กล่าวถึงการเพิ่มระบบการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;แบบผู้ป่วยนอก&nbsp;ที่เริ่มตั้งแต่วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขด้วยแนวทาง&nbsp;""เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ""&nbsp;ว่า&nbsp;ในส่วนของ&nbsp;สปสช.&nbsp;ได้ปรับหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายรองรับแนวทางดังกล่าวแล้ว&nbsp;โดยปรับแนวทางอัตราการจ่ายชดเชยบริการโรคโควิด-19&nbsp;ทั้งการจ่ายค่าบริการสาธารณสุขสำหรับผู้ป่วยโรคโควิด-19&nbsp;การตรวจคัดกรองและตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยวิธีตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;โดยผู้เชี่ยวชาญ&nbsp;อัตราจ่ายค่าห้องสำหรับการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ในโรงพยาบาล&nbsp;การสนับสนุนชุดตรวจ&nbsp;ATK-self&nbsp;test&nbsp;สำหรับประชาชนคนไทยทุกสิทธิและอัตราจ่ายค่าพาหนะรับ-ส่งต่อ&nbsp;กรณีใช้รถโดยสารประเภทอื่น&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;ตามแนวทาง&nbsp;เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ</strong>&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขที่เริ่มตั้งแต่วันนี้&nbsp;&nbsp;โดยเป็นการเพิ่มระบบการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;แบบผู้ป่วยนอก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สปสช.ได้ปรับบทบาทของสายด่วน&nbsp;สปสช.&nbsp;1330&nbsp;จากเดิมที่รับลงทะเบียนผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เข้าระบบการรักษาที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;เพิ่มบทบาทเป็นผู้ทำหน้าที่คัดกรองความเสี่ยงให้ประชาชนที่ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แล้วพบผลบวกว่าติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วย&nbsp;โดยตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุขนั้น&nbsp;หากประชาชนมีอาการทางเดินหายใจหรือประวัติสัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;เมื่อตรวจ&nbsp;&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;หากผลเป็นบวก&nbsp;นอกจากจะเดินทางเพื่อไปรับบริการที่โรงพยาบาลในส่วนของผู้ป่วยนอกเพื่อรับการประเมิน&nbsp;หากไม่มีภาวะเสี่ยง&nbsp;ก็เข้าสู่แนวทาง&nbsp;เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ&nbsp;&nbsp;และเข้ารับบริการ&nbsp;tele-health&nbsp;กับโรงพยาบาลนั้นได้&nbsp;แต่หากมีภาวะเสี่ยงคือ&nbsp;เป็นกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;มีโรคประจำตัว&nbsp;แต่อาการไม่มาก&nbsp;จะให้เข้าระบบ&nbsp;HI/CI,&nbsp;Hotel&nbsp;Isolation&nbsp;และฮอสปิเทล&nbsp;แต่หากมีภาวะเสี่ยงและอาการรุนแรงจะส่งรับการรักษาในโรงพยาบาล&nbsp;แต่กรณีที่ผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ไม่ต้องการเดินทางไปที่โรงพยาบาล&nbsp;สามารถ&nbsp;โทร.&nbsp;1330&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชม.&nbsp;หรือ&nbsp;คลิก&nbsp;https://lin.ee/zzn3pU6&nbsp;เพิ่มเพื่อนไลน์กับ&nbsp;สปสช.&nbsp;@nhso</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301160306226
101	จัดหางานแพร่พร้อมช่วยเหลือแรงงานชาวแพร่ จากสถานการณ์วิกฤตการณ์ยูเครน-รัสเซีย	<p><strong>นายนิรุศ&nbsp;นเรวรรณ์&nbsp;รักษาราชการแทนจัดหางานจังหวัดแพร่</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากวิกฤตการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศรัสเซียและยูเครน&nbsp;สำนักงานจัดหางานจังหวัดแพร่ได้สำรวจจำนวนแรงงานชาวจังหวัดแพร่ที่เดินทางไปทำงานยังประเทศยูเครนเพื่อประสานความช่วยเหลือ&nbsp;พบว่าไม่มีแรงงานชาวแพร่ที่ลงทะเบียนเพื่อไปทำงานในประเทศยูเครนผ่านกรมการจัดหางาน&nbsp;พบเพียงแต่แรงงานชาวแพร่ในประเทศรัสเซียจำนวน&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;เป็นเพศหญิงทั้งหมด&nbsp;มีภูมิลำเนาอยู่ในอำเภอวังชิ้นและอำเภอเด่นชัย&nbsp;ซึ่งสถานการณ์ในประเทศรัสเซียยังไม่ส่งผลกระทบต่อแรงงานไทย&nbsp;โดยยังคงสามารถทำงานต่อไปได้ตามปกติ</p><p><strong>หากมีแรงงานชาวแพร่ที่ไปทำงานในยูเครน&nbsp;</strong>โดยไม่ผ่านการลงทะเบียนกับกรมการจัดหางาน&nbsp;โดยการร้องขอหรือมีญาติแจ้งขอความช่วยเหลือ&nbsp;สำนักงานจัดหางานจังหวัดแพร่พร้อมที่จะประสานความช่วยเหลือเพื่ออพยพเดินทางกลับประเทศ&nbsp;แต่จะไม่ได้รับการชดเชยรายได้ตามกฎหมายจากสิทธิประโยชน์ของกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งหากแรงงานที่เดินทางไปอย่างถูกต้องสมัครเป็นสมาชิกของกองทุนนี้&nbsp;จะได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301160126221
102	จ.ร้อยเอ็ด ส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตร ให้แก่วิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่ อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประธานส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตรแก่วิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพิษณุ&nbsp;มิลินทานุช&nbsp;ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;,นายสมจิต&nbsp;คำศรี&nbsp;เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด,&nbsp;นายวิวัฒน์&nbsp;เตชจินดาวงศ์&nbsp;นายอำเภอปทุมรัตต์,&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;บริษัท&nbsp;สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;และพี่น้องเกษตรในพื้นที่&nbsp;เข้าร่วมที่ว่าการอำเภอปทุมรัตต์&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เพื่อนำไปต่อยอดและพัฒนาการทำเกษตร&nbsp;ด้วยการบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;พัฒนากลุ่มและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;รวมถึงมีเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย&nbsp;ผ่านความร่วมมือกับทุกภาคส่วนผนึกกำลังพัฒนาชุมชนเกษตร&nbsp;ให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;อีกทั้งได้เปิดโอกาสการให้เกษตรกรได้เข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร&nbsp;และสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนในการบริหารจัดการเครื่องจักรกลทางการเกษตร&nbsp;เพื่อนำไปสร้างรายได้หมุนเวียนภายในชุมชนอย่างยั่งยืน</p><p><strong>โดยเครื่องจักรกลการเกษตรที่มอบกลุ่มวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่&nbsp;</strong>บ้านจานใต้&nbsp;ตำบลโพนสูง&nbsp;อำเภอปทุมรัตต์&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ในวันนี้ประกอบไปด้วย&nbsp;รถแทรกเตอร์ยี่ห้อคูโบต้ารุ่น&nbsp;L5018SP&nbsp;KIS&nbsp;FD186&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน,&nbsp;โรตารี่&nbsp;RX183F&nbsp;จํานวน&nbsp;1&nbsp;ชุด,&nbsp;ผานพรวน&nbsp;DH245-6F-HP&nbsp;จํานวน&nbsp;1&nbsp;ชุด,&nbsp;ชุดเครื่องหยอดเมล็ด&nbsp;MS360-6&nbsp;แถวจำนวน&nbsp;1&nbsp;ชุด&nbsp;มูลค่ารวมทั้งสิ้น&nbsp;900,500&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สวท.ร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301161644234
103	จ.อุบลฯ ประชุมพิจารณาบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูล ครั้งที่ 3/2565 มติเห็นชอบให้ดำเนินก่อสร้างโครงการจ้างปรับปรุงเขื่อนป้องกันตลิ่งพื้นที่ชุมชนวารินชำราบ	<p>วันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมปทุมวรราชศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูล&nbsp;เพื่อพิจารณาการบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;เกี่ยวกับสถานการณ์ลำน้ำมูลตอนล่าง&nbsp;สภาพอากาศ&nbsp;สถานการณ์น้ำเขื่อนปากมูล&nbsp;สถานการณ์น้ำในการผลิตน้ำประปาของจังหวัดอุบลราชธานี</p><p><strong>โดยมติที่ประชุมได้พิจารณาให้สามารถดำเนินการก่อสร้างโครงการจ้าง&nbsp;</strong>ปรับปรุงเขื่อนป้องกันตลิ่งพื้นที่ชุมชนวารินชำราบ&nbsp;อำเภอวารินชำราบ&nbsp;เนื่องจากเขื่อนปากปล่อยน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศ&nbsp;จาการประเมินสถานการณ์จะส่งผลให้ระดับน้ำสถานีวัดน้ำ&nbsp;M&nbsp;7&nbsp;ปัจจุบันอยู่ที่ระดับประมาณ&nbsp;108&nbsp;ม.รทก.&nbsp;โดยระดับน้ำจะลดลงอยู่ที่ระดับ&nbsp;107&nbsp;ม.รทก.ในวันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;จึงจะดำเนินการก่อสร้างโครงการดังกล่าวได้</p><p><strong>สำหรับการพิจารณาเพื่อส่งท่องเที่ยวแก่งสะพือ&nbsp;</strong>อำเภอพิบูลมังสาหาร&nbsp;ในช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;ให้การประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;สาขาจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้หาข้อมูลเพิ่มเติมเป็นแนวทาง&nbsp;ประกอบการพิจารณาเปิดประตูเขื่อนปากมูลครั้งต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301162308236
104	กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลง ระวังป่วยโรคไข้หวัดใหญ่	<p><strong>กรมควบคุมโรค&nbsp;เผยแพร่พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพรายสัปดาห์</strong>&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;27&nbsp;&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ว่าจากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรคสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในปีนี้&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม-14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีรายงานพบผู้ป่วย&nbsp;565&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิต&nbsp;กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุดคือ&nbsp;กลุ่มเด็กแรกเกิด&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;รองลงมาคือ&nbsp;กลุ่มอายุ&nbsp;5-14&nbsp;ปี&nbsp;และกลุ่มอายุ&nbsp;15-24&nbsp;ปี&nbsp;ส่วนในรายงาน&nbsp;506&nbsp;กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุดคือ&nbsp;อายุ&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;รองลงมา&nbsp;อายุ&nbsp;15-24&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;อายุ&nbsp;25-34&nbsp;ปี&nbsp;จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด&nbsp;&nbsp;5&nbsp;อันดับแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;เชียงราย&nbsp;นราธิวาส&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;สุโขทัย&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;ซึ่งอัตราป่วยในปีนี้มีแนวโน้มลดลง&nbsp;เนื่องจากประชาชนมีการป้องกันตนเองตามมาตรการป้องกันโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ซึ่งมีผลในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ด้วยเช่นกัน&nbsp;ส่งผลให้การติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่ของปี&nbsp;2564&nbsp;ลดลงมากกว่า&nbsp;10&nbsp;เท่าของปีที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพของสัปดาห์นี้</strong>&nbsp;คาดว่าในช่วงนี้จะมีโอกาสพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ได้&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง&nbsp;ประชาชนจึงควรดูแลตนเองเพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธุ์&nbsp;โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ&nbsp;&nbsp;และโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;โดยการสวมหน้ากากผ้า&nbsp;หรือหน้ากากอนามัย&nbsp;เว้นระยะห่างระหว่างบุคคลและล้างมือบ่อยๆ&nbsp;ด้วยสบู่&nbsp;หรือแอลกอฮอล์เจล&nbsp;หลีกเลี่ยงการเอามือเข้าปาก&nbsp;หรือขยี้ตา&nbsp;ไม่ใช้ของส่วนตัวรวมกับคนอื่น&nbsp;เช่น&nbsp;ผ้าเช็ดตัว&nbsp;แก้วน้ำ&nbsp;หลีกเลี่ยงคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยและเมื่อป่วยควรหยุดเรียน&nbsp;หยุดงาน&nbsp;หยุดกิจกรรมในสถานที่แออัด&nbsp;รวมถึงการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่&nbsp;ซึ่งการฉีดวัคซีนจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคไข้หวัดใหญ่ได้และยิ่งเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงจะเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา&nbsp;ควรเข้ารับการฉีดป้องกันเพื่อผลลัพธ์ที่ดี&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;-19&nbsp;ไปแล้ว</strong>&nbsp;ควรได้รับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ด้วย&nbsp;&nbsp;เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสคนละชนิดกัน&nbsp;ประชาชนควรได้รับวัคซีนทั้ง&nbsp;2&nbsp;ตัวและให้ฉีดห่างกัน&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;โดยเฉพาะประชาชน&nbsp;7&nbsp;กลุ่มเสี่ยง&nbsp;เพื่อป้องกันการเกิดโรคปอดบวม&nbsp;ทั้งยังช่วยลดความรุนแรงของโรคและลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยลงได้&nbsp;</p><p><strong>กรมควบคุมโรค&nbsp;ขอรณรงค์และเชิญชวนให้ประชาชน&nbsp;7&nbsp;กลุ่มเสี่ยง</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;หญิงตั้งครรภ์&nbsp;อายุครรภ์&nbsp;4&nbsp;เดือนขึ้นไป&nbsp;เด็กอายุ&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ผู้มีโรคเรื้อรังได้แก่&nbsp;ปอดอุดกั้นเรื้อรังหอบหืดหัวใจ&nbsp;หลอดเลือดสมอง&nbsp;ไตวาย&nbsp;ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัดและเบาหวาน&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;65&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้&nbsp;โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูุมิคุ้มกันบกพร่อง&nbsp;ซึ่งรวมผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีอาการและโรคอ้วน&nbsp;คือผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากกว่า&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;หรือมีดัชนีมวลกายมากกว่า&nbsp;35&nbsp;กิโลกรัมต่อตารางเมตร&nbsp;เข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐใกล้บ้านและที่สถานพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สายด่วนกรมควบคุมโรค&nbsp;โทร.1422</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301155102208
105	รายงานสถานการณ์ COVID-19 จ.อำนาจเจริญ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญมีผู้ติดเชื้อโควิด-19</strong>&nbsp;<strong>จำนวน&nbsp;69&nbsp;ราย&nbsp;</strong>รวมยอดจำนวนที่พบเชื้อสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;1,741&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาหายแล้ว&nbsp;1.180&nbsp;ราย&nbsp;คงเหลือกำลังรักษาอีก&nbsp;558&nbsp;ราย.มีผู้เสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;รายเป็นผู้ติดเชื้อ&nbsp;</p><p><strong>หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่สายด่วนโควิด-19&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;</strong>โทร.&nbsp;0933234686/0866515424/0902410098&nbsp;และ&nbsp;0951924903&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นชนิดโอมิครอน&nbsp;ซึ่งมีความรุนแรงต่ำ&nbsp;แต่แพร่กระจายเชื้อได้เร็วทุกพื้นที่&nbsp;ทุกคนที่อยู่รอบตัวเราถือว่ามีความเสี่ยง&nbsp;ถ้าทุกคนปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;&nbsp;ดังนี้&nbsp;จะสามารถป้องกันโควิด-19&nbsp;ได้ทุกสายพันธุ์</p><p>1.V&nbsp;Vaccine&nbsp;รับการฉีดวัคซีนเพื่อช่วยให้มีภูมิคุ้มกัน&nbsp;ลดอาการหนัก&nbsp;ลดการเสียชีวิต</p><p>2.U&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ป้องกันตัวเองครอบจักรวาล&nbsp;โดยสวมหน้ากากตลอดเวลา&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;ลดการสัมผัสใกล้ชิด</p><p>3.C&nbsp;COVID-Free&nbsp;Setting&nbsp;สถานที่บริการปลอดภัย&nbsp;สะอาด&nbsp;ลดความแออัด&nbsp;ผู้ให้บริการและผู้รับบริการได้รับวัคซีนครบ</p><p>4.A&nbsp;ATK&nbsp;(Antigen&nbsp;test&nbsp;kit)&nbsp;ตรวจเมื่อใกล้ชิดคนติดเชื้อ&nbsp;หรือมีอาการทางเดินหายใจ&nbsp;เพื่อวินิจฉัย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301163222239
106	จ.มหาสารคาม จัดพิธีมอบเข็มพระราชทานเข็มอาสาสมัครสาธารณสุข สมเด็จกรมพระศรีสวางควัฒน วรขัติยราชนารี แก่ อาสาสมัคร พอ.สว. ประจำจังหวัดมหาสารคาม	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30น.&nbsp;ที่ห้องประชุมตักสิลา</strong>&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ตึกอาคารผู้ป่วยนอก&nbsp;โรงพยาบาลมหาสารคาม&nbsp;นายเกียรติศักดิ์&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;พิธีมอบเข็มพระราชทานเข็มอาสาสมัครสาธารณสุข&nbsp;สมเด็จกรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัติยราชนารี&nbsp;แก่&nbsp;อาสาสมัคร&nbsp;พอ.สว.&nbsp;ประจำจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;โดยมี&nbsp;นางพรศรี&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายธรรมนูญ&nbsp;แก้วคำ&nbsp;นายวิวัฒน์&nbsp;อินไทยวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;นายสมชายโชติ&nbsp;ปิยวัชร์เวลา&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;บุคลากรทางการแพทย์&nbsp;และอาสาสมัคร&nbsp;พอ.สว.&nbsp;ร่วมพิธี&nbsp;โดยมีผู้เข้ารับเข็มพระราชทานเข็มอาสาสมัครสาธารณสุข&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;101&nbsp;คน</p><p><strong>นายสมชายโชติ&nbsp;ปิยวัชร์เวลา&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม</strong>&nbsp;กรรมการและเลขานุการ&nbsp;พอ.สว.จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เนื่องด้วยจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ได้รับพระกรุณาธิคุณ&nbsp;จากสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ผ่านเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&nbsp;จัดสรรวัคซีนตัวเลือกชิโนฟาร์ม&nbsp;(COMLO&nbsp;Sinopharm)&nbsp;จํานวน&nbsp;5,000&nbsp;โดส&nbsp;แก่จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;เพื่อให้บริการแก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง&nbsp;เช่น&nbsp;ผู้พิการ&nbsp;ผู้ด้อยโอกาส&nbsp;ผู้อาศัยในชุมชนแออัดหรือ&nbsp;บุคคลเร่รอนไร้ที่พัก&nbsp;ผู้มีอายุเกิน&nbsp;70&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;ผู้ป่วยติดเตียงทุกประเภทหรือผู้ป่วยเรื้อรัง&nbsp;รวมทั้งพระ&nbsp;นักบวช&nbsp;ซึ่งจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว&nbsp;ทั้ง&nbsp;13&nbsp;อำเภอ</p><p><strong>ในโอกาสนี้&nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์</strong>&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ได้พระราชทานเข็มอาสาสมัคร&nbsp;สาธารณสุข&nbsp;เพื่อแสดงความขอบคุณ&nbsp;อาสาสมัคร&nbsp;พอ.สว.&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ในการให้บริการฉีด&nbsp;วัคซีนชิโนฟาร์มให้แก่ประชาชน&nbsp;ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ได้ส่งรายชื่อ&nbsp;อาสาสมัคร&nbsp;พอ.สว.&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อขอรับพระราชทานเข็มอาสาสมัครสาธารณสุข</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มหาสารคาม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301160236225
107	ฉะเชิงเทราประชุมคณะกรรมการและอนุกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดฉะเชิงเทราและหน่วยงานภาคีเครือข่าย	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่ห้องประชุมมรุพงษ์ศิริพัฒน์&nbsp;ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;</strong>นายพูลทรัพย์&nbsp;สมบูรณ์ปัญญา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;เป็นประธานประชุมประชุมคณะกรรมการและอนุกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดฉะเชิงเทราและหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;&nbsp;เพื่อทำหน้าที่อำนวยการประสานการปฏิบัติ&nbsp;เร่งรัด&nbsp;ติดตามและประเมินผลโครงการงบประมาณ&nbsp;ตลอดจนเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายวิจารณ์&nbsp;เหล่าธรรมยิ่งยง&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดฉะเชิงเทรา</strong>&nbsp;ในฐานะฝ่ายเลขาฯ&nbsp;แจ้งที่ประชุม&nbsp;เรื่องสรุปผลการดำเนินงานในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;สถิติอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;&nbsp;สรุปผลการดำเนินการแก้ไขจุดเสี่ยงในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;&nbsp;การแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟกับถนน&nbsp;&nbsp;การขับเคลื่อนการดำเนินงานศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน&nbsp;(ศปถ.จังหวัด)&nbsp;สรุปผลการดำเนินงาน&nbsp;และถอดบทเรียนในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;&nbsp;ประกาศวาระจังหวัดฉะเชิงเทราให้การสวมหมวกนิรภัย&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;เป็นวาระจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;พ.ศ.2565</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>จากนั้น&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รายงานผลการดำเนินงานในภาพรวมของปีที่ผ่านมา</strong>และแนวทางการขับเคลื่อนงานฯ&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;และรายงานผลการสอบสวนอุบัติเหตุในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งผลการแก้ไขปัญหาบริเวณจุดเกิดเหตุ&nbsp;(ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึง&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ในจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;เกิดอุบัติเหตุใหญ่&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ครั้ง)&nbsp;นอกจากนี้ที่ประชุมร่วมพิจารณา&nbsp;การแก้ไขคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการและอนุกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน(กรณีรถจักรยานยนต์คนเดินข้ามถนนบริเวณทางข้าม)&nbsp;มาตรการด้านกฎหมาย&nbsp;&nbsp;มาตรการด้านถนน&nbsp;&nbsp;มาตรการด้านผู้ใช้รถใช้ถนน&nbsp;&nbsp;&nbsp;ติดตามการขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนนระดับตำบล&nbsp;ตำบลขับขี่&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ศปถ.อำเภอ&nbsp;รายงานผลการดำเนินการ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;(เดือนพฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และ&nbsp;คณะอนุกรรมการศึกษาเสนอแนะแนวทางป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนวุฒิสภา&nbsp;สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางถนนจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;ในวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคมนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ฉะเชิงเทรา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงเทรา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301163506241
108	จังหวัดอำนาจเจริญ ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี	<p><strong>วันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่วัดสระเกษ&nbsp;ตำบลบุ่ง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;ประจำปีพุทธศักราช&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;โดยมีพระครูปริยัติวีราภรณ์&nbsp;เจ้าคณะอำเภอลืออำนาจ&nbsp;(เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ)&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;คณะสงฆ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชน&nbsp;เข้าร่วมพิธีฯ&nbsp;ภายใต้มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>สำหรับพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่</strong>&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;รวมถึงเป็นการเชิญชวน&nbsp;ให้พุทธศาสนิกชนเข้าวัด&nbsp;ปฏิบัติธรรม&nbsp;เจริญจิตภาวนาและแสดงออก&nbsp;ซึ่งความจงรักภักดี&nbsp;ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อความกินดีอยู่ดีของพสกนิกร&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังสามารถนำหลักธรรมจากบทสวดเจริญพระพุทธมนต์มาประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน&nbsp;และเป็นการสอนใจประชาชนให้มีสติ&nbsp;ให้ตั้งมั่นในคุณงามความดี&nbsp;พิจารณาถึงความไม่เที่ยงของทุกสิ่ง&nbsp;ไม่ประมาทกับการใช้ชีวิตจะสามารถดำรงชีวิตอยู่บนความถูกต้องตามทำนองครองธรรม</p><p><strong>โดยพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่&nbsp;</strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;จะจัดขึ้นทุกวันที่&nbsp;28&nbsp;ของเดือน&nbsp;และครั้งถัดไปจะจัดในวันจันทร์ที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;วัดเก่าบ่อ&nbsp;ตำบลหนองแก้ว&nbsp;อำเภอหัวตะพาน&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301163600242
109	ต้อนรับคณะตรวจเยี่ยมสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษานวมินทราชินีตรวจติดตามผลการดำเนินงานพื้นที่อำนาจเจริญ	"<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายโสภณ&nbsp;เมฆธน&nbsp;ประธานคณะตรวจเยี่ยมสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินี&nbsp;</strong>พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และติดตามผลการดำเนินงานรับทราบปัญหาและวางแผนสนับสนุนการพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ให้มีคุณภาพสง่างามสมพระเกียรติ&nbsp;ณ&nbsp;สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินี&nbsp;ปลาค้าว&nbsp;ตำบลปลาค้าว&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายศิริพันธ์&nbsp;ขุ่มด้วง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางรัชชุมา&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;นายแพทย์ปฐมพงศ์&nbsp;ปรุโปร่ง&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;&nbsp;ผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;ผู้แทนแม่บ้านสาธารณสุข&nbsp;ผู้แทนแม่บ้านทหาร&nbsp;ผู้แทนแม่บ้านตำรวจ&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่&nbsp;10&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินีปลาค้าว</strong>&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เดิมเป็นสำนักงานผดุงครรภ์&nbsp;ตั้งอยู่บ้านถ่อนใหญ่&nbsp;ตำบลปลาค้าว&nbsp;ต่อมา&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2518&nbsp;ได้รับงบประมาณสนับสนุนก่อสร้างอาคารเต็มรูปแบบสถานีอนามัย&nbsp;และยกฐานะเป็นสถานีอนามัย&nbsp;ย้ายมาตั้งที่บ้านดอนก่อ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลปลาค้าว&nbsp;โดยตั้งอยู่ห่างจากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองอำนาจเจริญและโรงพยาบาลอำนาจเจริญ&nbsp;23&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งได้รับงบประมาณให้ก่อสร้างอาคารและบ้านพัก&nbsp;2&nbsp;หลัง&nbsp;เป็นอาคารแบบใหม่&nbsp;ขนาด&nbsp;150&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;โดยสภาตำบลได้ยกที่ดินเพิ่มเติมให้รวมเป็น&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;2&nbsp;งาน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;เป็นปีแห่งประวัติศาสตร์&nbsp;เนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ทรงพระชนมายุครบ&nbsp;5&nbsp;รอบ&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขจึงได้สร้างสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติขึ้นเพื่อเป็นพระราชกุศล&nbsp;และพระองค์ทรงพระกรุณาพระราชทานนามสถานีอนามัย&nbsp;ว่า&nbsp;""สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชีนี""&nbsp;โดยสถานีอนามัยบ้านปลาค้าว&nbsp;ได้รับเลือกจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ให้ได้รับพระราชทานนามเป็นสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินีปลาค้าว&nbsp;ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา&nbsp;ในปี&nbsp;พ.ศ.2542&nbsp;ได้พัฒนาด้านโครงสร้างและสิ่งแวดล้อมในการปรับปรุงภูมิทัศน์และภูมิสถาปัตย์ตามวิสัยทัศน์และพันธกิจในการพัฒนาสถานีอนามัย&nbsp;โดยมีการพัฒนาจนได้รับรางวัลชนะเลิศโครงการพัฒนาคุณภาพบริการ&nbsp;(5&nbsp;ส.)&nbsp;ระดับโชน&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;ในกลุ่มสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2543&nbsp;ได้ผ่านการรับรองโครงการพัฒนาคุณภาพบริการ&nbsp;(5&nbsp;ส.)&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2543&nbsp;และใน&nbsp;พ.ศ.2551&nbsp;ได้รับงบประมาณ&nbsp;จากงบลงทุนในการต่อเติมมุขด้านหน้าเป็นเงิน&nbsp;500,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อให้สมพระเกียรติ&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;ปรับปรุงห้องประชุมสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ปลาค้าว&nbsp;จัดทำห้องเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;และได้รับงบสนับสนุนจากมูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติสำหรับเครื่องวัดความดันโลหิตระบบดิจิตอลแบบสอดแขนและเครื่องผลิตออกซิเจน&nbsp;และใน&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ซ่อมแซมคอนกรีตเสริมเหล็กบริเวณทางเข้าและทางออกของผู้มารับบริการ&nbsp;จัดทำป้ายจุดเช็คอินสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ปลาค้าว&nbsp;ปรับปรุงโรงจอดรถ&nbsp;ปรับปรุงห้องคลังยาปรับปรุงห้องทันตกรรม&nbsp;ปรับปรุงระบบไฟ&nbsp;ปรับปรุงห้องผู้บริหาร&nbsp;ซ่อมแซมเสาอาคารบริเวณหน้าห้อง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301161130231
110	พิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน    ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวณณรี นารีรัตนราชกัญญา แก่ผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย จำนวน 33 กลุ่ม ในพื้นที่13 อำเภอของจังหวัดนราธิวาส	"<p><strong>นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสเป็นประธาน</strong>ในพิธีมอบแบบลายผ้า&nbsp;&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสิริวิมล&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;ข้าราชการสำนักงานพัฒนาชุมชนและผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;33&nbsp;กลุ่ม&nbsp;จาก&nbsp;13&nbsp;อำเภอในพื้นที่เข้าร่วมพิธีฯ&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;เวลา&nbsp;09.15&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณอาคารหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;7&nbsp;รอบ&nbsp;พระชนมพรรษา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส&nbsp;</p><p><strong>กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;</strong>เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;พระราชทานแบบลายผ้า&nbsp;ลวดลายต่างๆผ่านอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนและประทานอนุญาต&nbsp;ให้กลุ่มทอผ้า&nbsp;ทุกกลุ่ม&nbsp;ทุกเทคนิค&nbsp;สามารถนำไปใช้ทอผ้า&nbsp;และพัฒนาต่อยอดสู่เครื่องแต่งกายโดยการผสมผสานอัตลักษณ์&nbsp;ของท้องถิ่น&nbsp;เพื่อสร้างความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ผ้า&nbsp;และเครื่องแต่งกายให้เป็น&nbsp;OTOP&nbsp;Premium&nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้กลุ่มผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ทั่วประเทศ</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ได้กล่าวสำนึกในพระกรุณาธิคุณ&nbsp;</strong>ที่ทรงมีต่อปวงพสกนิกร&nbsp;ตลอดระยะเวลาที่ใต้ฝ่าพระบาทได้อุทิศพระองค์ปฏิบัติบำเพ็ญพระกรณียกิจนานัปการ&nbsp;เพื่ออำนวยประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษฎร์&nbsp;ทรงมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธาน&nbsp;ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พะบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในการอนุรักษ์&nbsp;พื้นฟู&nbsp;ศิลป์วัฒนธรรม&nbsp;ภูมิปัญญาหัตถกรรมไทย&nbsp;ให้ดำรงอยู่ยั่งยืนตลอดไป&nbsp;</p><p><strong>ด้วยพระอัจฉริยภาพ&nbsp;พระองค์ทรงต่อยอดผสมผสานมุมมองด้านแฟชั่นที่ร่วมสมัย</strong>&nbsp;แต่ยังคงไว้ซึ่งการสืบสานอัตลักษณ์&nbsp;&nbsp;เรื่องราวประจำภูมิภาค&nbsp;เป็นคุณูปการอย่างยิ่งแก่ปวงชนคนไทย&nbsp;ทรงพระราชทานแบบลายผ้าชื่อลาย&nbsp;""ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ""&nbsp;แก่พสกนิกรชาวไทย&nbsp;อันเป็นสิ่งที่ประจักษ์ชัดถึงพระปรีชาสามารถในด้านการออก&nbsp;แบบเกิดความเชื่อมั่นว่าความงคงามของผ้าไทยจะคงอยู่คู่กับสังคมไทยโดยได้พระราชทานพระอนุญาตให้&nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;และสภาสตรีแห่งชาติ&nbsp;ในพระบรมราชินูปถัมภ์&nbsp;จัดการประกวดลายผ้าพระ""ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ""นับเป็นมิ่งมงคลยิ่งต่อการเริ่มต้นกิจกรรม&nbsp;การประกวดและทรงพระราชทานลายผ้าบาติก&nbsp;ลาย&nbsp;</p><p>1.&nbsp;""ผ้าบาติกลายพระราชทาน&nbsp;ปาเต๊ะร่วมใจเทิดไท้เจ้าหญิง""&nbsp;</p><p>2.&nbsp;""ผ้าบาติกลายพระราชทาน&nbsp;ป่าแดนใต้""&nbsp;</p><p>3.&nbsp;""ผ้าบาติกลายพระราชทาน&nbsp;ท้องทะเลไทย""&nbsp;</p><p>ที่พระองค์ได้แรงบันดาลพระทัยจากการเสด็จไปทอดพระเนตรงานศิลป์หัตถกรรม&nbsp;จากภูมิปัญญา&nbsp;พื้นถิ่นในภาคใต้หลายครั้ง&nbsp;ทรงพบเห็นวิถีชีวิต&nbsp;และธรรมชาติของภาคใต้&nbsp;ที่มีเอกลักษณ์&nbsp;พระดำริทั้งหมดถูกถ่ายทอดลงบนผ้าลายบาติกพระราชทานนี้เพื่อพระราชทานให้กับช่างฝีมือบาติก&nbsp;เป็นของขวัญตอบแทนมิตรภาพและความจริงใจ&nbsp;ที่ประชาชนชาวภาคใต้มอบให้กับพระองค์&nbsp;และทรงออกแบบผ้าลายพระราชทาน&nbsp;""ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา""&nbsp;</p><p><strong>โดยได้รับแรงบันดาลพระทัยจาก&nbsp;""ผ้าขิดลายสมเด็จ""</strong>&nbsp;ซึ่งปรากฏบ่อยครั้งในฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวงนั้นมีความหมายที่ดีและมีความงดงาม&nbsp;จึงทรงนำมาต่อยอดให้มีความร่วมสมัย&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มคุณค่าและมูลค่าของผลิตภัณฑ์ด้วยเรื่องราวและความหมายชวนประทับใจเป็นการยกระดับผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย&nbsp;สามารถก้าวสู่ระดับสากล&nbsp;เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืนเปรียบดังแสงสว่างแห่งวิถีความงดงามของอัตลักษณ์ไทย&nbsp;ส่งผ่านไปสู่พี่น้องประชาชนนำทางให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้&nbsp;และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;อันเป็นพลังที่จะสืบสานความเป็นไทยให้คงอยู่สืบไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301163143238
111	จังหวัดแพร่ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัดจังหวัดแพร่ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2565	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่ห้องประชุมเวียงโกศัย&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแพร่&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวนิติยา&nbsp;พงษ์พานิช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;เพื่อพิจารณาอนุมัติโครงการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดแพร่ในการร่วมขับเคลื่อนนโยบายด้านต่างๆของจังหวัด</p><p><strong>คณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัด&nbsp;หรือ&nbsp;กพสจ.</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ประธาน&nbsp;และกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอ&nbsp;อำเภอละ&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;และสตรีที่ทำประโยชน์ในด้านการพัฒนาสตรีของจังหวัดอีกจำนวน&nbsp;5-20&nbsp;คน&nbsp;โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้แต่งตั้ง&nbsp;โดย&nbsp;กพสจ.&nbsp;มีอำนาจหน้าที่ดังนี้&nbsp;กำหนดเป้าหมายและแผนการดำเนินงาน&nbsp;โดยประสานกับคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานสตรีแห่งชาติ&nbsp;(กสส.)&nbsp;ในการสนับสนุนองค์กรสตรีในส่วนภูมิภาค,&nbsp;รวบรวมปัญหาและความต้องการของสตรี&nbsp;เด็ก&nbsp;และเยาวชนในจังหวัด,&nbsp;วิเคราะห์ปัญหา&nbsp;สาเหตุ&nbsp;แนวทางแก้ไข&nbsp;และจัดทำแผนงานโครงการเร่งด่วนหรือกิจกรรมนอกเหนือจากที่คณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอเสนอ,&nbsp;ประสานงานกับคณะกรรมการพัฒนาจังหวัด&nbsp;หรือ&nbsp;กพจ.&nbsp;หน่วยงานภาครัฐและเอกชน&nbsp;เพื่อขอรับการสนับสนุนด้านวิชาการ&nbsp;งบประมาณ&nbsp;และวัสดุอุปกรณ์&nbsp;ปฏิบัติงานร่วมกับกลุ่ม&nbsp;องค์กรต่างๆ&nbsp;ในการพัฒนาสตรี&nbsp;เด็ก&nbsp;และเยาวชน&nbsp;รวมทั้งกิจกรรมพัฒนาต่างๆ&nbsp;ในจังหวัด,&nbsp;ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอ&nbsp;คณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบล&nbsp;และคณะกรรมการพัฒนาสตรีหมู่บ้าน,&nbsp;จัดกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญเกี่ยวกับสตรี&nbsp;เด็ก&nbsp;และเยาวชน&nbsp;เช่น&nbsp;วันแม่แห่งชาติ&nbsp;วันครอบครัว&nbsp;วันสตรีสากล&nbsp;วันเด็กแห่งชาติ&nbsp;วันกตัญญู&nbsp;และวันสำคัญอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ของทางราชการ&nbsp;ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการดำเนินงานพัฒนาสตรี&nbsp;เด็ก&nbsp;และเยาวชนในอำเภอ&nbsp;,&nbsp;ดำเนินงานอื่นตามที่คณะกรรมการพัฒนาอำเภอและทางราชการมอบหมาย&nbsp;และจัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภออย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง</p><p><strong>ส่วนของคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอ&nbsp;หรือ&nbsp;กพสอ.&nbsp;</strong>ประกอบด้วย&nbsp;ประธาน&nbsp;และกรรมการพัฒนาสตรีตำบล&nbsp;ตำบลละ&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;และสตรีที่ทำประโยชน์ในด้านการพัฒนาสตรีของอำเภออีกจำนวน&nbsp;5-10&nbsp;คน&nbsp;โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้แต่งตั้ง&nbsp;มีอำนาจหน้าที่ดังนี้&nbsp;รวบรวมปัญหาและความต้องการของสตรี&nbsp;เด็กและเยาวชนในอำเภอ,&nbsp;วิเคราะห์ปัญหา&nbsp;สาเหตุ&nbsp;แนวทางแก้ไข&nbsp;และจัดทำแผนงานโครงการเร่งด่วนหรือกิจกรรมนอกเหนือจากที่คณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบลเสนอในแผนพัฒนาตำบล&nbsp;เสนอต่อคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัด&nbsp;เพื่อขอรับการสนับสนุน,&nbsp;ประสานงานกับคณะกรรมการพัฒนาอำเภอ&nbsp;หรือ&nbsp;กพอ.&nbsp;หน่วยงานภาครัฐและเอกชน&nbsp;เพื่อขอรับการสนับสนุนด้านวิชาการ&nbsp;งบประมาณและวัสดุอุปกรณ์,&nbsp;ปฏิบัติงานร่วมกับกลุ่ม&nbsp;องค์กรต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในการพัฒนาสตรี&nbsp;เด็ก&nbsp;และเยาวชน&nbsp;รวมทั้งกิจกรรมพัฒนาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในอำเภอ&nbsp;,&nbsp;ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบล&nbsp;และคณะกรรมการพัฒนาสตรีหมู่บ้าน&nbsp;,&nbsp;จัดกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญเกี่ยวกับสตรี&nbsp;เด็ก&nbsp;และเยาวชน&nbsp;เช่น&nbsp;วันแม่แห่งชาติ&nbsp;วันครอบครัว&nbsp;วันสตรีสากล&nbsp;วันเด็กแห่งชาติ&nbsp;วันกตัญญู&nbsp;และวันสำคัญอื่นๆ&nbsp;ของทางราชการ,&nbsp;ติดตาม&nbsp;ประเมินผล&nbsp;การดำเนินงานและแก้ไขปัญหาอุปสรรค,&nbsp;จัดทำทะเบียนข้อมูลเกี่ยวกับสตรี&nbsp;เด็ก&nbsp;และเยาวชนในอำเภอดำเนินงานอื่นตามที่สภาตำบลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลและทางราชการมอบหมาย,&nbsp;จัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบลอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301171226277
112	รอง ผวจ.ฯ นครศรีธรรมราช ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครศรีธรรมราช	<p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ</strong>&nbsp;ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมศรีวิชัย&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;นางเรืองอุไร&nbsp;บุญช่วยชูพันธ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;โดยมีนายจรัสพงษ์&nbsp;สุขกรี&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;คณะกรรมการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;</strong>ได้แจ้งถึงหนังสือด่วนที่สุดจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;ขอความร่วมมือในการกำกับติดตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่อย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;แบบกลุ่มก้อน&nbsp;(คลัสเตอร์)&nbsp;และแก้ไขปัญหาการระบาดแบบพุ่งเป้า&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยการให้เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;รวมถึงการนำเชื้อจากชุมชนเข้าไปแพร่ในสถานพยาบาล&nbsp;และเตรียมแผนเผชิญเหตุกรณีเกิดการระบาดในพื้นที่&nbsp;ให้สอดคล้องตามสถานการณ์และความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่,&nbsp;กำกับติดตามการให้บริการวัคซีนโควิด-19&nbsp;เข็มกระตุ้นในกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;และเด็กอายุ&nbsp;5-17&nbsp;ปี&nbsp;โดยเร่งรัดการให้วัคชีนในโรงเรียน&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;รวมถึงโรงเรียนประจำหรือโรงเรียนสอนศาสนา,.&nbsp;เน้นย้ำการดำเนินการตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;ในกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;กิจกรรมการรวมกลุ่ม&nbsp;พิธีกรรมทางศาสนา&nbsp;มหกรรมการแสดงต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;กำกับติดตามตามมาตรการความปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;(Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting)&nbsp;และมาตรการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่เฉพาะ&nbsp;(Bubble&nbsp;and&nbsp;Seal)&nbsp;สำหรับตลาดค้าส่งที่มีขนาดใหญ่&nbsp;โรงงาน&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;รวมถึงสถานประกอบการที่มีแรงงานข้ามชาติ,&nbsp;เข้มงวดการจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มคน&nbsp;เช่น&nbsp;วงสุราหลังเลิกงาน&nbsp;ร้านอาหารกึ่งผับ&nbsp;สนามชนไก่&nbsp;กิจกรรมที่ผิดกฎหมาย&nbsp;เช่น&nbsp;บ่อนการพนัน&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>นายจรัสพงษ์&nbsp;สุขกรี&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;วันนี้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;719&nbsp;ราย&nbsp;ยอดสะสมระลอกมกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;19,519&nbsp;ราย&nbsp;การระบาดมีการติดเชื้อในครอบครัวและชุมชนเป็นส่วนใหญ่&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนดูแลตัวเอง&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;DMHTTA&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โรคดังกล่าวยังคงอยู่ต่อไปอีก&nbsp;การฉีดวัคซีนจะมีภูมิคุ้มกันต้านทานโรค&nbsp;ลดอาการที่รุนแรงได้&nbsp;สำหรับประชาชนในพื้นที่เมื่อตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พบเชื้อโควิด-19&nbsp;ขอให้ติดต่อสถานบริการสาธารณสุข&nbsp;หรือสำนักงานสาธารณสุขอำเภอใกล้บ้าน&nbsp;เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษา&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;เปิดบริการ&nbsp;เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ&nbsp;แจกยา&nbsp;3&nbsp;สูตร&nbsp;ให้ผู้ติดโควิดแบบผู้ป่วยนอก&nbsp;เริ่ม&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยทำการตรวจผู้ที่สงสัยป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หากพบผลเป็นบวก&nbsp;แพทย์จะพิจารณาจ่ายยารักษาตามอาการ&nbsp;3&nbsp;สูตร&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยาฟาวิพิราเวียร์&nbsp;ยาฟ้าทะลายโจร&nbsp;ยารักษาตามอาการ&nbsp;เช่น&nbsp;ยาลดไข้&nbsp;แก้ไอ&nbsp;ลดน้ำมูก&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ติดเชื้อในการเข้าถึงบริการ&nbsp;และเป็นการเชื่อมโยงเข้าสู่การเป็นโรคที่ดูแลได้ด้วยตนเอง</p><p><strong>นอกจากนี้ที่ประชุมได้ติดตามการเปิดสถานศึกษาแบบ&nbsp;On&nbsp;site&nbsp;ของสถานศึกษาในจังหวัดนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;ที่ทำการเปิดเรียนแบบ&nbsp;On-Site&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;หลังจากที่มีการแพร่ระบาดสายพันธุ์&nbsp;Omicron&nbsp;มีโรงเรียนที่ต้องปิดการเรียนการสอนแบบ&nbsp;On-Site&nbsp;เนื่องจากมีการแพร่ระบาดในชุมชนใกล้เคียง&nbsp;จำนวน&nbsp;125&nbsp;โรง&nbsp;มีนักเรียนติดโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;414&nbsp;คน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ช่วงต้นเดือนมีนาคม&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จะมีการสอบปลายภาค&nbsp;และช่วงปลายเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จะมีการสอบเข้าเรียนต่อระดับมัธยมศึกษาปีที่&nbsp;1,&nbsp;4&nbsp;ระดับ&nbsp;ปวช.&nbsp;และ&nbsp;ปวส.&nbsp;ซึ่งจะต้องมีการเฝ้าระวังปฏิบัติมาตรการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;DMHTTA&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301204846363
113	หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาเตรียมโครงการทหารพันธุ์ดี	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;</strong>(หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา)&nbsp;โดย&nbsp;นพค.51&nbsp;สนภ.5&nbsp;นทพ./ศปร.นพค.51&nbsp;สนภ.5&nbsp;นทพ.&nbsp;ได้จัดชุดปฏิบัติงาน&nbsp;เตรียมโครงการทหารพันธุ์ดี&nbsp;ดังนี้&nbsp;ดำเนินการปลูกหญ้าแฝกรอบคันสระเก็บน้ำ&nbsp;เพื่อป้องกันการพังทลายของดิน&nbsp;ในพื้นที่โครงการฯ&nbsp;ณ&nbsp;โครงการทหารพันธุ์ดี&nbsp;นพค.51&nbsp;สนภ.5&nbsp;นทพ.&nbsp;ต.โนนหนามแท่ง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.อำนาจเจริญ&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301164123250
114	ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสนำสิ่งของพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาไปมอบให้แก่ผู้ป่วยในพื้นที่บ้านกึ่งวิถี กาแลตาแป ต.บางนาค และ ต.กะลุวอเหนือ จังหวัดนราธิวาส	<p><strong>นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;</strong>พร้อมด้วยสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ที่ทำการปกครองจังหวัดนราธิวาส&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;3&nbsp;กองพลนาวิกโยธิน&nbsp;ร่วมลงพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;บ้านกึ่งวิถี&nbsp;กาแลตาแป&nbsp;ต.บางนาค&nbsp;และ&nbsp;ต.กะลุวอเหนือ&nbsp;อ.เมืองนราธิวาส&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;เพื่อนำสิ่งของพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา&nbsp;นเรนทิราเทพยวดี&nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&nbsp;มหาวัชรราชธิดา&nbsp;ไปมอบให้แก่ผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;</p><p>โดยผู้ป่วยแต่ละรายได้รับสิ่งของพระราชทานฯดังนี้&nbsp;1.หน้ากากอนามัย&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ชิ้น&nbsp;2.เจลแอลกอฮอล์แบบกด&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ขวด&nbsp;3.แอลกอฮอล์ชนิดน้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แกลลอน&nbsp;&nbsp;(&nbsp;ปริมาตร&nbsp;4&nbsp;ลิตร&nbsp;)&nbsp;ทั้งนี้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้ร่วมมอบ&nbsp;ถุงยังชีพ&nbsp;กล่องยาสามัญประจำบ้าน&nbsp;ผ้าอ้อมสำหรับเด็กและผู้ใหญ่&nbsp;และเงินช่วยเหลือจำนวน&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;ให้กับผู้ป่วยแต่ละราย</p><p><strong>ตามที่&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา&nbsp;นเรนทิราเทพยวดี</strong>&nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&nbsp;มหาวัชรราชธิดา&nbsp;ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงทอดพระเนตรการบริหารจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;17&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;และพระราชดำเนินทรงติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ยามยาก&nbsp;สภากาชาดไทยในพื้นที่&nbsp;อ.สุคิริน&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;และทรงติดตามการดำเนินงาน&nbsp;บ้านกึ่งวิถี&nbsp;ปูลารายอ&nbsp;กาแลตาแป&nbsp;อ.เมืองนราธิวาส&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;24&nbsp;&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยในห้วงระยะเวลาการเสด็จพระราชราชดำเนินฯมีราษฎรซึ่งเป็นผู้ป่วย&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;ได้ขอความช่วยเหลือเนื่องจากมีความเป็นอยู่ที่ลำบาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301163954244
115	พิธีมอบประกาศรับรองการดำเนินงานตามมาตรการ COVID Free Setting 3 ด้าน พื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมคณาพันธ์&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;นายแพทย์ปฐมพงศ์&nbsp;ปรุโปร่ง&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบประกาศรับรองการดำเนินงานตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;คือ&nbsp;ด้านสภาพแวดล้อม&nbsp;ด้านผู้ให้บริการและด้านผู้รับบริการในหน่วยงาน&nbsp;สถานประกอบการและสถานบริการทุกแห่ง&nbsp;ให้หน่วยงานในสังกัด&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ในการประชุมคณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p><p><br></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301164347255
116	แจ้งเตือนประชาชนไม่หลงเชื่อข่าวปลอม การติดตั้งอุปกรณ์เพาเวอร์แฟคเตอร์ ยืนยันไม่ช่วยประหยัดค่าไฟและอาจผิดกฎหมาย	<p><strong>นางสาวนพวรรณ&nbsp;หัวใจมั่นใจ</strong>&nbsp;โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง&nbsp;(ดีอีเอส)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแนะนำอุปกรณ์&nbsp;Power&nbsp;Factor&nbsp;Saver&nbsp;ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าสูงสุด&nbsp;ร้อยละ50&nbsp;โดยไม่ผิดกฎหมาย&nbsp;จากการไฟฟ้านครหลวง&nbsp;พบว่า&nbsp;เป็นข่าวปลอม&nbsp;พร้อมชี้แจงว่า&nbsp;อุปกรณ์ดังกล่าวไม่สามารถประหยัดไฟฟ้าได้จริงและอาจส่งผลให้ระบบไฟฟ้าผิดปกติ&nbsp;หรือกระทบต่อระบบจำหน่ายไฟฟ้าอาจมีความผิดตามกฎหมายได้&nbsp;</p><p><strong>เมื่อทำการผ่าพิสูจน์ตัวเครื่อง&nbsp;พบเป็นเพียงตัวควบคุมหลอดแอลอีดีและคาปาซิเตอร์</strong>&nbsp;ที่เป็นตัวเก็บประจุ&nbsp;โดยมีอุปกรณ์หลักที่ทำหน้าที่เพียงแค่&nbsp;2&nbsp;ชิ้นเท่านั้น&nbsp;หากใช้ยังส่งผลให้เสียค่าไฟเพิ่มขึ้นและเมื่อใช้งานไปนานๆ&nbsp;อาจส่งผลให้เกิดไฟไหม้ภายในตัวบ้านได้&nbsp;โดยพบว่ามีการแอบอ้าง&nbsp;นำภาพข่าวของ&nbsp;กฟน.&nbsp;ไปตัดต่อสร้างความน่าเชื่อถือใช้โฆษณาชวนเชื่อหลอกลวงประชาชน&nbsp;ขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ&nbsp;สำหรับอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าที่มีอยู่จริงนั้น&nbsp;จะนำมาใช้ในบางกรณีสำหรับภาคอุตสาหกรรมเท่านั้น&nbsp;เป็นอุปกรณ์ที่มีราคาสูงซึ่งจะประหยัดไฟฟ้าได้ในลักษณะการเรียกเก็บค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์&nbsp;เช่น&nbsp;กิจการขนาดกลาง&nbsp;กิจการขนาดใหญ่&nbsp;หรือกิจการเฉพาะอย่าง&nbsp;ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยทั่วไปจะไม่ได้รับประโยชน์จากการติดตั้งเครื่องประหยัดไฟฟ้าเหล่านี้และขอความร่วมมือไม่ส่ง&nbsp;หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301194603337
117	โรงน้ำดื่มผู้พิการตำบลแม่คะตวนเปิดให้บริการ	<p><strong>โรงน้ำดื่มผู้พิการตำบลแม่คะตวนเปิดให้บริการส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้เป็นทุนกลุ่มผู้พิการสบเมย</strong></p><p><strong>นายแฉล้ม&nbsp;ทองเกลา&nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดโรงน้ำดื่มคนพิการตำบลแม่คะตวน&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.</strong>นางสาวปทิตตา&nbsp;ก้อนมณี&nbsp;ที่ปรึกษากลุ่มโรงน้ำดื่มสบเมย&nbsp;รายงานว่า&nbsp;กลุ่มโรงน้ำดื่มสบเมย&nbsp;รวมตัวกันของคนพิการ&nbsp;หรือผู้ดูแลคนพิการในตำบลแม่คะตวนรวม&nbsp;18&nbsp;คน&nbsp;ประกอบกิจการโรงน้ำดื่ม&nbsp;ตั้งอยู่ที่บ้านผาผ่า&nbsp;หมู่ที่1&nbsp;ตำบลแม่คะตวน&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ในปี&nbsp;2563&nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากบริษัท&nbsp;โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;จำนวน&nbsp;1,686,300&nbsp;บาท&nbsp;และในปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;1,370,940&nbsp;บาท&nbsp;เป็นเงินสนับสนุนนำมาใช้เป็นค่าก่อสร้างอาคารโรงน้ำดื่ม&nbsp;จัดหาเครื่องกรองน้ำดื่ม&nbsp;จัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์และการบริหารจัดการดำเนินงานโรงน้ำดื่มมีการเปิดจำหน่ายน้ำดื่มให้กับคนในชุมชนและภายนอกชุมชนทั่วไป&nbsp;นำรายได้จัดเก็บไว้เป็นเงินทุนของกลุ่มผู้พิการสบเมยโดยชมรมคนพิการตำบลแม่คะตวน&nbsp;ร่วมกับสถาบันพัฒนาธุรกิจชุมชน&nbsp;จัดทำโครงการโรงน้ำดื่มคนพิการตำบลแม่คะตวน&nbsp;จัดตั้งกลุ่มอาชีพคนพิการทำธุรกิจโรงน้ำดื่มภายใต้ชื่อน้ำดื่มสบเมย&nbsp;ทั้งนี้เพื่อสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้ให้กับคนพิการภายใต้การกำกับดูแลของกรมการจัดหางาน&nbsp;และกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ</p><p><strong>นายแฉล้ม&nbsp;ทองเกลา&nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>กล่าวเปิดโรงน้ำดื่มคนพิการตำบลแม่คะตวน&nbsp;ว่าสถานที่แห่งนี้สำหรับคนพิการที่ได้รับโอกาสในด้านอาชีพ&nbsp;การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ&nbsp;ผู้พิการแบบยั่งยืน&nbsp;ที่มุ่งเน้นให้คนพิการพึ่งพาตนเองได้&nbsp;ไม่เป็นภาระของครอบครัวและสังคมยังทำให้ผู้พิการมีอาชีพ&nbsp;รายได้อยู่ในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ได้รับการยอมรับจากสังคม&nbsp;เป็นคืนผู้พิการเข้าสู่สังคม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	เชียงราย	สวท.เชียงราย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301171515279
118	กรมโยธาธิการและผังเมือง จัดประชุมเพื่อประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน งานออกแบบรายละเอียดโครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน	"<p><strong>นายวชิระ&nbsp;เกตุพันธุ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;""โครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน""&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ชี้แจงขอบข่ายและขั้นตอนการดำเนินโครงการ&nbsp;ผลการจัดทำแผนแม่บทและร่างการจัดลำดับความสำคัญของการพัฒนาเมืองและโครงสร้างพื้นฐานเบื้องต้นพร้อมเปิดโอกาสเสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อโครงการฯ&nbsp;วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.ที่ห้องประชุมโอทูลพบุรี&nbsp;โรงแรมโอทู&nbsp;ตำบลท่าศาลา&nbsp;อำเภอเมืองลพบุรี&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้เข้าร่วมประชุมเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการทุกภาคส่วน&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้แทนท้องถิ่น&nbsp;และประชาชนที่มีบทบาทต่อการพัฒนาพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้งานออกแบบรายละเอียด&nbsp;โครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน&nbsp;เป็นไปตามบทบาทศักยภาพและสถานการณ์การพัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดและเป็นที่ยอมรับของประชาชนทุกภาคส่วน&nbsp;รวมถึงเป็นการเสริมสร้างโอกาสและเพิ่มขีดความสามารถการพัฒนาในอนาคตอย่างยั่งยืน&nbsp;สำหรับผลการคัดเลือกมีโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มพื้นที่ดำเนินการในจังหวัดลพบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;โครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มพื้นที่ดำเนินการอำเภอเมืองลพบุรี&nbsp;มี&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;และกลุ่มพื้นที่ดำเนินการอำเภอชัยบาดาล&nbsp;มี&nbsp;6&nbsp;โครงการ</p><p><strong>นายวชิระ&nbsp;เกตุพันธุ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;6&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;&nbsp;จังหวัดสระบุรี&nbsp;จังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;และจังหวัดอ่างทอง&nbsp;มุ่งเน้นที่จะพัฒนาพื้นที่&nbsp;ด้านอุตสาหกรรม&nbsp;เกษตรกรรม&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;และบริการ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมุ่งเน้นในการพัฒนาเมือง/ชุมชน&nbsp;และเชื่อมโยงระบบโครงข่ายโลจิสติกส์</strong>&nbsp;ให้สามารถรองรับการขยายตัวของเมืองหรือชุมชน&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;โดยได้ทำการศึกษา&nbsp;ออกแบบรายละเอียด&nbsp;โครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน&nbsp;เพื่อวางแผนและสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;สามารถอนุรักษ์สถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถวางรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจให้กับชุมชนอย่างมีเสถียรภาพและมั่นคงต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ลพบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301165204264
119	จ.กาฬสินธุ์ งดการเรียน On Site  ยกเว้น ป.6 และมัธยมศึกษา กำชับนายอำเภอ ดูแลงานบุญประเพณี	"<p><strong>มติที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ให้ชั้นประถมศึกษาที่&nbsp;6&nbsp;ชั้นมัธยมศึกษาจัดการเรียน&nbsp;การสอนได้กำชับนายอำเภอ&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;อปท.&nbsp;ช่วยกันดูแลงานบุญ&nbsp;งานประเพณี&nbsp;ตามมาตรการป้องกันโควิด-19</strong></p><p><br></p><p><strong>นายทรงพล&nbsp;ใจกริ่ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์</strong>&nbsp;ร่วมประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เพื่อพิจารณาถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ของจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ในการวางมาตรการป้องกันการระบาดของโควิด-19&nbsp;ในการออกคำสั่งจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ฉบับที่&nbsp;44&nbsp;ตลอดจนการพิจารณาอนุญาตการจัดการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน&nbsp;RT&nbsp;ชั้นประถมศึกษาปีที่&nbsp;1&nbsp;วันที่&nbsp;1-4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และการประเมินคุณภาพผู้เรียน&nbsp;NT&nbsp;ชั้นประถมศึกษาปีที่&nbsp;3&nbsp;วันที่&nbsp;14-18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;การดำเนินการจัดสอบปลายภาคเรียนที่&nbsp;2&nbsp;ปีการศึกษา&nbsp;2564&nbsp;ของนักเรียน&nbsp;กศน.&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;วันที่&nbsp;5-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และการขออนุมัติเปิดโรงพยาบาลสนามชุมชนประจำตำบลในเขตพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายทรงพล&nbsp;ใจกริ่ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;มติที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ได้ออกคำสั่งจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ฉบับที่&nbsp;44&nbsp;เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดเพื่อให้สถานการณ์กลับคืนสู่ปกติโดยเร็ว&nbsp;โดยให้โรงเรียนทุกสังกัด&nbsp;สถาบันการศึกษาทุกประเภท&nbsp;สถาบันกวดวิชา&nbsp;สถานที่เรียนพิเศษ&nbsp;รวมทั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและสถานที่รับเลี้ยงเด็กเอกชน&nbsp;งดกิจกรรมการเรียนการสอนที่โรงเรียน&nbsp;(On&nbsp;Site)&nbsp;ให้เรียนระบบ&nbsp;Online&nbsp;ยกเว้นชั้นประถมศึกษาปีที่&nbsp;6&nbsp;ชั้นมัธยมศึกษา&nbsp;สถาบันการศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา&nbsp;อยู่ในดุลยพินิจของผู้บริหารสถานศึกษา&nbsp;ส่วนงานบุญ&nbsp;งานประเพณีของแต่ละพื้นที่ในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;กำชับให้นายอำเภอ&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ช่วยกันดูแล&nbsp;ตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;และขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน&nbsp;""งดเหล้า&nbsp;งานบุญ&nbsp;ลดโควิด-19""</p><p><strong>ส่วนความคืบหน้าการฉีดวัคซีนในเด็กอายุระหว่าง&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;ปี</strong>&nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันกันตัว&nbsp;และเป็นการเตรียมพร้อมในการขยายช่วงชั้น&nbsp;(ระดับอนุบาล&nbsp;และปฐมศึกษา)&nbsp;ในการเปิดการเรียนการสอนแบบ&nbsp;On&nbsp;site&nbsp;ในสถานศึกษาตามแผนต่อไป&nbsp;ตอนนี้เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลกาฬสินธุ์&nbsp;และทุกอำเภอ&nbsp;ดำเนินการฉีดวัคซีนเด็ก&nbsp;ตอนนี้ได้ประมาณ&nbsp;20%&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่จะทำงานเชิงรุกไปถึงบ้านฉีดวัคซีนให้กับเด็ก&nbsp;ๆ</p><p><br></p><p>ดวงใจ&nbsp;หงษ์จันทร์&nbsp;&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	กาฬสินธุ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301170104270
120	พาณิชย์จังหวัดตราด ประชาสัมพันธ์ การจำหน่ายชุดตรวจโควิด  19 ด้วยตนเอง (ATK) โดยองค์การเภสัชกรรม	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">นางวรัญญา&nbsp;ถนอมพันธุ์&nbsp;</span><strong>&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;ได้รับแจ้งจากกรมการค้าภายในว่าในช่วงต้นเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์ใหม่&nbsp;(โอมิครอน)&nbsp;ทั่วโลก&nbsp;ทำให้ประชาชนและหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มีความต้องการใช้ชุดตรวจโควิด-19&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;:&nbsp;ATK)&nbsp;เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ประกอบกับมีกระแสข่าวเกี่ยวกับประเด็นที่ประชาชนไม่สามารถหาซื้อชุดตรวจโควิด-19&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;:&nbsp;ATK)&nbsp;หรือชุดตรวจดังกล่าวมีราคาสูง&nbsp;โดยปัจจุบันมีผู้จำหน่ายชุดตรวจโควิด-19&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;:&nbsp;ATK)&nbsp;จำนวน&nbsp;63&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;โดยมีการจำหน่ายตั้งแต่ราคา&nbsp;35-390&nbsp;บาท/ชุด&nbsp;ซึ่งราคาจำหน่าย&nbsp;จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของแต่ละผลิตภัณฑ์&nbsp;องค์การเภสัชกรรมได้จัดจำหน่ายชุดตรวจโควิด-19&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;:&nbsp;ATK)&nbsp;ราคาชุดละ&nbsp;35&nbsp;บาท&nbsp;(จำหน่ายยกกล่อง&nbsp;กล่องละ&nbsp;20&nbsp;ชิ้น)&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;โดยจำหน่ายตามร้านขายยา&nbsp;องค์การเภสัชกรรม&nbsp;และช่องทางออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ขององค์การเภสัชกรรม&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการบรรเทาภาระค่าครองชีพแก่ประชาชน&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301163727243
121	จังหวัดตราด จัดประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาการขออนุญาตผลิตกัญชง (Hemp)	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาการขออนุญาตผลิตกัญชง&nbsp;(Hemp)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;&nbsp;ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด&nbsp;ในฐานะกรรมการ&nbsp;และเลขานุการคณะกรรมการฯ&nbsp;จัดขึ้นโดยมีคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&nbsp;ที่ห้องประชุมตราดสีทอง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับการประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาการขออนุญาตผลิตกัญชง&nbsp;(Hemp)&nbsp;</strong>ในครั้งนี้มีการนำเสนอเรื่องติดตามจากการประชุมในครั้งที่แล้ว&nbsp;ในเรื่องของการกำหนดบัญชีรายชื่อบุคคลผู้มีสิทธิเข้าออกพื้นที่ปลูก&nbsp;ซึ่งในข้อกฎหมายไม่ได้มีการกำหนดว่าจะต้องทำป้ายติดตั้งในบริเวณพื้นที่ปลุก&nbsp;แต่ให้กำหนดไว้เป็นลายลักษณ์อักษร&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอในเรื่องของการยื่นขออนุญาตและการพิจารณาขออนุญาต&nbsp;ในเรื่องของการผลิต&nbsp;(ปลูก&nbsp;/&nbsp;สกัด)&nbsp;อย่างไรก็ตามการประชุมครั้งนี้คณะกรรมการได้ร่วมกันพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตผลิต&nbsp;(ปลูก)&nbsp;ยาเสพติดให้โทษในประเภท&nbsp;5&nbsp;เฉพาะกัญชง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คำขอ&nbsp;อีกด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301164042247
122	ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ตรวจเยี่ยมสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี ตำบลปลาค้าว อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นายแพทย์โสภณ&nbsp;เมฆธน&nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;</strong>ที่ปรึกษามูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินี&nbsp;พร้อมคณะเข้า&nbsp;โดยมีนายศิริพันธ์&nbsp;ขุ่มด้วง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;นายแพทย์ทวีศิลป์&nbsp;วิษณุโยธิน&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;10&nbsp;นายแพทย์ปฐมพงศ์&nbsp;ปรุโปร่ง&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;แพทย์หญิงอุไรวรรณ&nbsp;จำนรรจ์สิริ&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำนาจเจริญ&nbsp;เภสัชกรหญิงศิรประภา&nbsp;ปรุโปร่ง&nbsp;ประธานแม่บ้านสาธารณสุข&nbsp;สาขาจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงาน&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;สาธารณสุขอำเภอเมือง&nbsp;เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินี&nbsp;ตำบลปลาค้าว&nbsp;และ&nbsp;อสม.ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการมาตรวจเยี่ยมครั้งนี้</strong>&nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน&nbsp;รับทราบปัญหาและวางแผนสนับสนุนการพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินี&nbsp;ตำบลปลาค้าว&nbsp;ให้มีคุณภาพ&nbsp;ประสิทธิภาพ&nbsp;สมพระเกียรติ&nbsp;อันจะส่งผลให้ประชาชนได้รับ&nbsp;บริการที่ดี&nbsp;มีคุณภาพ&nbsp;เป็นที่พึงพอใจของประชาชน&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้นางศิรินุช&nbsp;ฉายแสง&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินี&nbsp;ตำบลปลาค้าว</strong>&nbsp;ได้บรรยายสรุปผลการดำเนินงานกิจกรรมสาธารณสุข&nbsp;การพัฒนางานด้านบริการ&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;งานวิจัย&nbsp;และกิจกรรมเทิดพระเกียรติ&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;โดยเฉพาะการดูแลรักษาประชาชนในพื้นที่สามารถช่วยแบ่งเบาภาระไม่ให้ประชาชนต้องไปรับการักษาที่โรงพยาบาลอำนาจเจริญเมื่อเจ็บป่วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301164723260
123	จังหวัดบุรีรัมย์ ติดตามการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของทุกภาคส่วน ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2565 มีผลการจับกุมในข้อหายาเสพติดทั้งหมดจำนวน 350 คดี ข้อหาผลิต(ปลูกพืชกัญชา) 22 คดี	<p>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายดำรงชัย&nbsp;เนรมิตตกพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;และอนุกรรมการกำกับ&nbsp;ติดตามผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ประจำเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมพนมรุ้ง&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เพื่อสรุปสถานการณ์ตลอดทั้งติดตามการดำเนินงานด้านต่างๆของศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในระดับอำเภอ&nbsp;ตลอดทั้งการส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เช่น&nbsp;งานด้านการปราบปราม&nbsp;การจับกุมผู้กระทำผิดทั้งผู้ค้า&nbsp;และผู้เสพ&nbsp;งานด้านป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;กลุ่มผู้ใช้แรงงานทั้งในระบบ&nbsp;และนอกระบบ&nbsp;การดำเนินงานของชมรม&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;การจัดระเบียบสังคม&nbsp;การสร้างหมู่บ้านชุมชนหมู่บ้านเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติด&nbsp;การดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;การติดตามดูแลผู้ผ่านการบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดทุกระบบ&nbsp;การให้ความช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพ&nbsp;ผู้ติดยาเสพติด&nbsp;ส่วนสถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ในห้วงเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบว่ามีการจับกุมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนักค้ารายย่อยในพื้นที่&nbsp;ลักลอบมาจากจังหวัดใกล้เคียงที่ติดแนวชายแดนจำหน่ายให้กับกลุ่มอาชีพรับจ้าง&nbsp;กลุ่มว่างงาน&nbsp;กลุ่มนักเรียนเยาวชนนักศึกษา&nbsp;พื้นที่ที่มีการค้าของยาเสพติดในระดับที่รุนแรงยังคงเป็น&nbsp;อำเภอเมืองบุรีรัมย์&nbsp;อำเภอสตึก&nbsp;และอำเภอลำปลายมาศ&nbsp;มีผลการจับกุมในข้อหายาเสพติดทั้งหมดจำนวน&nbsp;350&nbsp;คดี&nbsp;โดยแยกเป็นคดีค้า&nbsp;จำนวน&nbsp;177&nbsp;คดี&nbsp;และคดีเสพ&nbsp;จำนวน&nbsp;173&nbsp;คดี&nbsp;ส่งผลให้จังหวัดบุรีรัมย์มีสถิติการจับกุมเป็นอันดับที่&nbsp;5&nbsp;ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;นอกจากนั้นยังมีการจับกุมข้อหาผลิต&nbsp;(ปลูก)&nbsp;พืชเสพติดประเภทกัญชา&nbsp;ซึ่งเป็นการลักลอบปลูกในกระถาง&nbsp;และตามป่าริมหนองน้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;คดี&nbsp;จับกุมผู้ต้อง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;สามารถยึดกัญชาสดได้นำหนักประมาณ&nbsp;12,705&nbsp;กรัม&nbsp;ซึ่งเป็นการปลูกกัญชาเองโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต&nbsp;และยังคงอยู่ในบัญชียาเสพติดประเภท&nbsp;5&nbsp;ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เรื่อง&nbsp;ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท&nbsp;5&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;ที่มีผลบังคับใช้อยู่&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301164917263
124	ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดนราธิวาส ลงพื้นที่ตรวจสอบเรือประมงสัญชาติมาเลเซีย มาเกยตื้นในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มี.ค.65&nbsp;เวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์</strong>ของชาติทางทะเลจังหวัดนราธิวาส(ศรชล.จังหวัดนราธิวาส)&nbsp;ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน&nbsp;ในพื้นที่เกาะยาว&nbsp;ต.เจ๊ะเห&nbsp;&nbsp;อ.ตากใบจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ว่าพบเรือประมงสัญชาติมาเลเซียหลายลำ&nbsp;ลอยมาเกยตื้นอยู่ที่หาดเสด็จตำบลเจ๊ะเห&nbsp;อำเภอตากใบ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;จากการตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้นทราบว่า&nbsp;เป็นเรือประมงสัญชาติมาเลเซีย&nbsp;ที่จอดผูกเรือที่ท่าเทียบเรือประมง(ท่าอารีรอเซาะ)&nbsp;ที่อยู่ในแม่น้ำสุไหงโก-ลก&nbsp;ฝั่งประเทศมาเลเซีย&nbsp;แต่เมื่อหลายวันที่ผ่านมา&nbsp;เกิดเหตุฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เป็นเวลาหลายวัน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.สุไหงโก-ลก&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;</p><p><strong>โดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำเป็นเหตุให้&nbsp;น้ำในแม่น้ำสุไหงโก-ลก&nbsp;</strong>เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;และไหลหลาก&nbsp;ทำให้กลุ่มเรือประมงสัญชาติมาเลเซีย&nbsp;ที่ผูกเรือไว้ตามท่าเทียบเรือฝั่งมาเลเซีย&nbsp;เกิดปัญหาเชือกผูกเรือขาด&nbsp;จนทำให้เรือไหลตามลำน้ำ&nbsp;ออกสู่ทะเลบริเวณปากแม่น้ำโก-ลก&nbsp;&nbsp;และถูกคลื่นทะเล&nbsp;ซัดมาเกยตื้นอยู่ที่หาดเสด็จ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.เจ๊ะเหอ.ตากใบ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ลำ&nbsp;และบริเวณบ้านปูลาเจะมูดอ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.ศาลาใหม่&nbsp;อ.ตากใบจ.นราธิวาส&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ลำ</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;พลเรือโทสุนทร&nbsp;คำคล้าย&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการ</strong>รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค&nbsp;2&nbsp;/ผู้บัญชาการทัพเรือภาค&nbsp;2&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;พลเรือตรีสุรศักดิ์&nbsp;ประทานวรปัญญา&nbsp;รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค&nbsp;2&nbsp;ลงพื้นที่ร่วมกับ&nbsp;ศรชลจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัดนราธิวาส&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริง&nbsp;โดยจะมีการประชุมหน่วยที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในวันที่&nbsp;2&nbsp;มี.ค.๖๕ณ&nbsp;ห้องประชุมด่านตรวจประมงนราธิวาส&nbsp;อ.ตากใบ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;</p><p><strong>โดยในเบื้องต้น&nbsp;เจ้าหน้าที่ศรชล.จังหวัดนราธิวาส&nbsp;</strong>และ&nbsp;เจ้าหน้าที่เจ้าท่าภูมิภาคสาขานราธิวาส&nbsp;ได้&nbsp;เดินทางไปแจ้งลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตำรวจภูธรตากใบจ.นราธิวาส&nbsp;ไว้เรียบร้อยแล้ว&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301164801261
125	ลงพื้นที่ติดตามตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกลุ่มแปลงใหญ่เห็ดฟางบ้านโปโล ตำบลไก่คำ อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วยนายธวัชชัย&nbsp;นาราษฎร์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและโครงการพิเศษ&nbsp;สำนักงานฯ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นางสาวจันจิรา&nbsp;สายรอด&nbsp;เกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ลงพื้นที่ติดตาม&nbsp;ตรวจเยี่ยม&nbsp;ให้กำลังใจ&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่เห็ดฟางบ้านโปโล&nbsp;ตำไก่คำ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณโครงการยกระดับเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดจำนวน&nbsp;3,000,000&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับสร้างโรงเรือนเพาะเห็ด&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;โรงเรือน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p><p><br></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301165544267
126	ครม.เห็นชอบปรับค่าใช้จ่ายการรักษาโควิด-19 ให้สอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบัน 	<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;เห็นชอบปรับหลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ&nbsp;กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโรคโควิด-19&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;8)&nbsp;โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ตามที่กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เสนอ&nbsp;เพื่อให้ค่าใช้จ่ายรักษาโรคโควิด-19&nbsp;สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;เนื่องจากราคาอุปกรณ์และเวชภัณฑ์บางรายการมีราคาที่ถูกลง&nbsp;</p><p><strong>การปรับอัตราค่าใช้จ่ายจะไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพและคุณภาพ</strong>ในการรักษาผู้ป่วยโควิด19&nbsp;ทุกกลุ่มระดับอาการทั้งสีเขียว&nbsp;สีเหลือง&nbsp;และสีแดง&nbsp;โดยปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้สถานพยาบาลได้รับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามระดับกลุ่มอาการของผู้ป่วย&nbsp;นับแต่รับ&nbsp;หรือส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลอื่นตามบัญชีและอัตราค่าใช้จ่ายแนบท้ายหลักเกณฑ์ฯ&nbsp;ฉบับนี้&nbsp;และกำหนดให้ผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยที่ปฏิเสธไม่ขอให้ส่งต่อ&nbsp;หรือกรณีผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วย&nbsp;ประสงค์จะไปรับการรักษาที่สถานพยาบาลอื่น&nbsp;ผู้ป่วยต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเอง</p><p><strong>การตรวจคัดกรองด้วยวิธี&nbsp;Real&nbsp;time&nbsp;PCR</strong>&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;กรณี&nbsp;2&nbsp;ยีนส์&nbsp;(เหมาจ่าย)&nbsp;ปรับลดเหลือ&nbsp;900&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิม&nbsp;1,300&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;กรณี&nbsp;3&nbsp;ยีนส์&nbsp;(เหมาจ่าย)&nbsp;ปรับลดเหลือ&nbsp;1,100&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิม&nbsp;1,500&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>การตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;แบ่งเป็น</strong>&nbsp;&nbsp;ATK&nbsp;วิธี&nbsp;Chromatographic&nbsp;immunoassay&nbsp;จ่ายตามจริงไม่เกิน&nbsp;250&nbsp;บาท/ครั้ง&nbsp;(จากเดิม&nbsp;300บาท/ครั้ง)&nbsp;ATK&nbsp;วิธี&nbsp;FIA&nbsp;จ่ายตามจริงไม่เกิน&nbsp;350&nbsp;บาท/ครั้ง&nbsp;(จากเดิม&nbsp;400&nbsp;บาท/ครั้ง)&nbsp;ปรับปรุงรายการและอัตราค่าบริการเหมาจ่ายสำหรับผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;กลุ่มสีเขียว&nbsp;กรณี&nbsp;HI&nbsp;CI&nbsp;Hotel&nbsp;Isolation&nbsp;Hospitel&nbsp;โรงพยาบาล&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;ให้เบิกได้เฉพาะค่ายาพื้นฐาน&nbsp;ค่าบริการพยาบาลทั่วไป&nbsp;ค่าติดตามอาการ&nbsp;ค่าให้คำปรึกษาของแพทย์&nbsp;ค่า&nbsp;PPE&nbsp;ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์&nbsp;ค่าอาหาร&nbsp;3&nbsp;มื้อ&nbsp;รวมถึงค่าที่พักเฉพาะกรณี&nbsp;HI&nbsp;Hospitel&nbsp;โรงพยาบาล&nbsp;และโรงพยาบาลสนาม&nbsp;หากรักษาตั้งแต่วันที่&nbsp;1-6&nbsp;วัน&nbsp;เหมาจ่าย&nbsp;6,000&nbsp;บาท&nbsp;กรณีรักษา&nbsp;7&nbsp;วันขึ้นไป&nbsp;เหมาจ่าย&nbsp;12,000&nbsp;บาท&nbsp;ยา&nbsp;Favipiravir&nbsp;และ&nbsp;ยา&nbsp;Remdesivir&nbsp;ให้เบิกจ่ายจากกระทรวงสาธารณสุขโดยตรง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301193336320
127	ประชุมอนุกรรมการกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจนส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ ครั้งที่ 1/2565	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;นายธนูสินธ์&nbsp;ไชยสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน&nbsp;ส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีนายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นเลขานุการ&nbsp;นายธวัชชัย&nbsp;นาราษฎร์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและโครงการพิเศษ&nbsp;เป็นผู้ช่วยเลขานุการ&nbsp;และคณะอนุกรรมการฯ&nbsp;ทุกคน&nbsp;เข้าร่วมประชุมเพื่อให้การพิจารณาอนุมัติคำขอกู้เงินกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจนของเกษตรกร&nbsp;รวมทั้งรับทราบผลการดำเนินงานช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนของกองทุนฯ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมฝ้ายขิดคำพระ&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ชั้น&nbsp;2</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะอนุกรรมการฯ&nbsp;(อบก.)</strong>&nbsp;ได้รับคำขอกู้เงินเพื่อนำไปชำระหนี้ไถ่ถอนที่ดินคืน&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งคณะฯ&nbsp;ได้พิจารณาตรวจสอบแล้ว&nbsp;มติที่ประชุมเห็นชอบ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และให้ทบทวน&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p><p><br></p><p>---------------------------------------------------------------------------------------------------</p><p><br></p><p>Cr#เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301165718268
128	ประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาสนำบุคลากรปฏิบัติตามมาตรการกวาดบ้านตนเองปลอดยาเสพติด ร่วมตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด ขานรับนโยบายรัฐบาลร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติด	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;เวลา&nbsp;11.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าห้องสำนักงาน</strong>ประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;นายบัญชา&nbsp;กันหาสินธุ์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาสนำบุคลากรในหน่วยงาน&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการกวาดบ้านตนเองปลอดยาเสพติด&nbsp;โดยในโอกาสนี้สำนักประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ร่วมตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด&nbsp;ขานรับนโยบายรัฐบาลร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;เพื่อให้เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสังคมและเป็นองค์กรสีขาวปลอดยาเสพติด</p><p><strong>ตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;เปิดมาตรการกวาดบ้านตนเอง</strong>ในวันที่&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;ตามนโยบายกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่&nbsp;โดยใช้มาตรการป้องกัน&nbsp;ปราบปราม&nbsp;&nbsp;และบำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติด&nbsp;และบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันขจัดยาเสพติดในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301165410266
129	ผู้ว่าฯ เลย นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่คลองกุดเลยหลง วัดศรีสุทธาวาส เตรียมจัดกิจกรรม จิตอาสาพัฒนา ลำน้ำ คู คลอง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2565	<p><strong>นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนายณรงค์&nbsp;จีนอ่ำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย,&nbsp;นายศิริวัฒน์&nbsp;พินิจพานิชย์&nbsp;ปลัดจังหวัดเลย,&nbsp;นายฉัตรชัย&nbsp;ลีกระจ่าง&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองเลย,&nbsp;นายปรเมศวร์&nbsp;ยศปัญญา&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย,&nbsp;นายดิษพล&nbsp;บุตรดีวงศ์&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดเลย,&nbsp;นายวสันต์&nbsp;ไทยสุวรรณ&nbsp;รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานจังหวัดเลย,&nbsp;ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย&nbsp;ผู้แทนโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเลย&nbsp;อำเภอเมืองเลย&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจและเตรียมความพร้อม&nbsp;ในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;28&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรม&nbsp;จิตอาสาพัฒนา&nbsp;ลำน้ำ&nbsp;คู&nbsp;คลอง&nbsp;กำจัดผักตบชวา&nbsp;พัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์&nbsp;บริเวณคลองกุดเลยหลง&nbsp;วัดศรีสุทธาวาส&nbsp;(วัดเลยหลง)&nbsp;ตำบลกุดป่อง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;ได้นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้องสำรวจคลองกุดเลยหลงอย่างละเอียด</strong>&nbsp;ตั้งแต่บริเวณหน้าวัดไปตลอดลำคลอง&nbsp;ถึงประตูบล็อก&nbsp;Convert&nbsp;ด้านหลังวัดเลยหลง&nbsp;และตรงบริเวณคลองแยกลงสู่แม่น้ำเลย&nbsp;ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเลยได้วางแผนพูดคุยเบื้องต้นกับทุกหน่วยงาน&nbsp;ในการดำเนินงานปรับปรุงเพื่อให้การแก้ไขปัญหาด้านกำจัดวัชพืช&nbsp;(ผักตบชวา)&nbsp;การปรับปรุงบริเวณริมฝั่งคลองกุดเลยหลง&nbsp;ให้สะอาดเรียบร้อยสวยงาม&nbsp;โดยได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจพื้นที่&nbsp;มอบหมายพื้นที่ปฏิบัติ&nbsp;แล้วนำมาประชุมวางแผนเพื่อดำเนินกิจกรรมฯ&nbsp;ตามโครงการให้เสร็จโดยเร็ว&nbsp;หากได้ดำเนินงานตามที่วางแผนไว้&nbsp;เป็นการรวมพลังความรักความสามัคคี&nbsp;และบำเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์&nbsp;โดยพื้นที่แห่งนี้จะเป็นแก้มลิงช่วยในการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;รองรับน้ำในช่วงฤดูฝน&nbsp;ทำให้น้ำระบายได้ดี&nbsp;จะช่วยลดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่บริเวณชุมชนโดยรอบได้อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301170453272
130	จ.สุรินทร์คุมเข้มป้องกันโควิด-19 ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเพิ่มการดูแลแบบผู้ป่วยนอกและแยกกักตัวที่บ้านแบบสมัครใจ	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมข้าวสารหอม&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>นายเสริมศักดิ์&nbsp;สีสันต์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;โดยมีคณะกรรมการและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วประชุมอย่างพร้อมเพรียง</p><p><strong>โดยที่ประชุมฯ&nbsp;ได้รับทราบการดำเนินการเพิ่มการดูแลแบบผู้ป่วยนอกและแยกกักตัวที่บ้านแบบสมัครใจ</strong>&nbsp;กลุ่มที่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย&nbsp;ไม่มีความเสี่ยง&nbsp;ซึ่งหายเองได้&nbsp;โดยให้ยารักษาตามอาการ&nbsp;ส่วน&nbsp;HI/CI&nbsp;ยังคงมีเหมือนเดิม&nbsp;ยืนยันมีเตียงและยาเพียงพอรองรับกลุ่มอาการรุนแรง&nbsp;ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ได้ดำเนินการวันนี้เป็นวันแรก&nbsp;การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ในไทยขณะนี้เป็นสายพันธุ์โอมิครอนเกือบทั้งหมด&nbsp;ซึ่งในทวีปยุโรปและอเมริกาพบการระบาดมากในช่วง&nbsp;1-2&nbsp;เดือน&nbsp;จากนั้นจะเริ่มลดลง&nbsp;จึงคาดว่าไทยจะยังมีผู้ป่วยสูงขึ้นในช่วง&nbsp;2-6&nbsp;สัปดาห์นี้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301165921269
131	จ.ชัยภูมิ สั่งปิดศูนย์ฯ เด็กเล็กและเด็กอนุบาล 14 วัน	<p><strong>นายไกรสร&nbsp;กองฉลาด&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;จังหวัดชัยภูมิยังพบการแพร่ระบาดในหลายพื้นที่&nbsp;ทั้งการตรวจพบโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;และในพื้นที่จังหวัดอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;โดยยังพบการแพร่ระบาดแบบกลุ่มก้อน&nbsp;(Cluster)&nbsp;มากขึ้นในสถานศึกษา&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มของเด็กที่มีอายุต่ำกว่า&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;เนื่องจากเป็นกลุ่มที่เปราะบางและมีพฤติกรรมเสี่ยงบางประการที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบบกลุ่มก้อน&nbsp;(Cluster)&nbsp;ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติคเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)</strong>&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;จึงให้ปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทุกแห่ง&nbsp;และระดับชั้นอนุบาล&nbsp;1-3&nbsp;ของทุกโรงเรียนทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;โดยให้ผู้ควบคุมดูแลสถานที่นั้น&nbsp;ดำเนินการทำความสะอาดสถานที่ให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;และวางแผนการเรียนการสอนในช่วงที่ทำการปิดสถานศึกษาชั่วคราว</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พ.ศ.2565</strong>&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301170725274
132	แม่ทัพภาคที่ 4 เชื่อมั่นการฝึกปฏิบัติของผู้เข้ารับการอบรมจิตอาสา 904  จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆได้ เมื่อเกิดสถานการณ์จริง เพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน	<p><strong>พลโทเกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;</strong>ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฝึกจิตอาสาภาค&nbsp;4&nbsp;ตรวจเยี่ยมการฝึกหลักสูตร&nbsp;จิตอาสา&nbsp;904&nbsp;หลักสูตรพื้นฐาน&nbsp;(ภาค&nbsp;4)&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ค่ายจุฬาภรณ์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ในสนามฝึกปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางถนน&nbsp;โดยวิทยากรจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&nbsp;18&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;ได้จำลองสถานการณ์การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน&nbsp;พร้อมสาธิตการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บในเบื้องต้นอย่างถูกวิธี</p><p><strong>แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การเข้ารับการอบรมในครั้งนี้</strong>จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้รับการฝึกในการนำไปปฏิบัติ&nbsp;โดยเฉพาะเมื่อเผชิญเหตุในสถานการณ์จริง&nbsp;จะสามารถให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างถูกวิธี&nbsp;และทันเหตุการณ์&nbsp;เพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินที่อาจจะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน&nbsp;ซึ่งการเป็นจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;ถือเป็นกำลังสนับสนุนที่สำคัญที่จะสามารถดูแลและให้ความช่วยเหลือประชาชนเมื่อประสบภัยต่างๆได้อย่างทันท่วงที</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301172444281
133	ภูเก็ตหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรม คนตงห่อ ยกชั้น แบ่งปันทุกข์ - สุข (Together We Share) ครั้งที่ 12 เพื่อสานสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานราชการ ในการทำงานพัฒนาจังหวัด	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่&nbsp;ห้องโถงชั้น&nbsp;1&nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต</strong>หลังใหม่ส่วนราชการ&nbsp;ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมคนตงห่อ&nbsp;ยกชั้น&nbsp;แบ่งปันทุกข์&nbsp;-&nbsp;สุข&nbsp;(Together&nbsp;We&nbsp;Share)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;12&nbsp;ภายใต้มาตรการควบคุมและป้องกันโรค&nbsp;covid-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ผู้เข้าร่วมงานสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;วัดอุณหภูมิและล้างมือก่อนเข้างาน&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;คนตงห่อ&nbsp;ยกชั้นแบ่งปันทุกข์-สุข&nbsp;มีนายวัชรินทร์&nbsp;รัตนชู&nbsp;ประมงจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;โดยทุกหน่วยงานได้นำปิ่นโตมาเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน&nbsp;โดยอาหารในกิจกรรมมีหลากหลายทั้งของคาวและของหวาน&nbsp;ที่แต่ละหน่วยงานนำมาแบ่งปันให้ได้ชิมกัน&nbsp;และเป็นโอกาสอันดี&nbsp;ที่ทุกหน่วยงาน&nbsp;จะได้พบปะพูดคุยสานสัมพันธ์อันดีระหว่างกันเพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการทำงานพัฒนาจังหวัดภูเก็ต&nbsp;</p><p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมดังกล่าว</strong>เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในการแลกเปลี่ยน&nbsp;เรียนรู้&nbsp;การบูรณาการในการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของจังหวัดภูเก็ตให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&nbsp;และเป็นการสืบสานวัฒนธรรมสังคมเกื้อกูล&nbsp;ยกชั้น&nbsp;(กินห่อ)&nbsp;ร่วมกัน&nbsp;เสริมสร้างสมานฉันท์&nbsp;รวมไปถึงให้เกิดภาพลักษณ์การมีส่วนร่วมของส่วนราชการอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางสำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ตได้จัดทำเมนูซาชิมิ</strong>จากปลาทะเลในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปลากระโทงร่ม&nbsp;ปลาอินทรี&nbsp;และปลาหางแข็ง&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าสัตว์น้ำ&nbsp;และประชาสัมพันธ์การรับประทานปลาทะเลไทยในรูปแบบซาชิมิให้เป็นที่นิยมในการบริโภคมากขึ้นต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301170927276
134	หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน จ.ชัยภูมิ เข้าเยี่ยมครอบครัวที่ได้รับผลกระทบกรณีความขัดแย้งระหว่าง รัสเซีย-ยูเครน	<p>หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ร่วมลงพื้นที่ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบกรณีความขัดแย้งระหว่าง&nbsp;รัสเซีย-ยูเครน&nbsp;เนื่องจากเป็นลูกจ้างที่ทำงานอยู่ประเทศยูเครน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งได้แก่</p><p>1)&nbsp;นางสาวศิริรัตน์&nbsp;สีมาวงษ์&nbsp;ลูกจ้างซึ่งไปทำงานตำแหน่งนวดสปา&nbsp;ณ&nbsp;บ้านโนนเชือก&nbsp;ตำบลส้มป่อย&nbsp;อำเภอ&nbsp;จัตุรัส&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;สอบถามพี่สาวลูกจ้างแจ้งว่าลูกจ้างผู้ร้องได้ติดต่อมาคืนวันที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;19.00&nbsp;น.&nbsp;โดยแจ้งว่าขณะนี้ลูกจ้างได้ไปอยู่ที่สถานทูตจัดให้ประเทศโรมาเนียลูกจ้างปลอดภัยดี</p><p>2)&nbsp;นางสาวฐิติพร&nbsp;รักมณี&nbsp;ลูกจ้างซึ่งไปทำงานตำแหน่งนวดสปา&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลกุดชุมแสง&nbsp;อำเภอหนองบัวแดง&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ได้พบกับตัวลูกจ้างแจ้งว่า&nbsp;ได้กลับประเทศไทยตั้งแต่เดือนมกราคม&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;แล้ว&nbsp;แต่ไม่ได้แจ้งให้จัดหางานจังหวัดชัยภูมิทราบ&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โควิดฯ&nbsp;จึงไม่ได้ไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ที่&nbsp;สนง.จัดหางานจังหวัดชัยภูมิ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301170822275
135	ภูเก็ตครอบครัวคลายทุกข์ ครอบครัวสามารถ และครอบครัวเนาว์ไพร ได้รับการคัดเลือกครอบครัวร่มเย็นประจำปี 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ห้องประชุมมุขหลัง&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong>นายอำนวย&nbsp;พิณสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาครอบครัวจังหวัดภูเก็ตครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีนาง&nbsp;ลักษณา&nbsp;อิศรางกูล&nbsp;ณ.อยุธยา&nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;คณะอนุกรรมการจากส่วนราชการที่ข้องและภาคประชาสังคมเข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>นายอำนวย&nbsp;พิณสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การประชุมในครั้งนี้มีวาระการพิจารณาที่สำคัญได้แก่การพิจารณาคัดเลือกครอบครัวร่มเย็นจังหวัดภูเก็ตประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ครอบครัวโดยมีครอบครัวเสนอชื่อเข้ารับการประกวดจำนวน4ครอบครัว&nbsp;โดยทางที่ประชุมได้มีการพิจารณาเลือก&nbsp;ครอบครัวร่มเย็นระดับจังหวัด&nbsp;3&nbsp;ครอบครัว&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ครอบครัวคลายทุกข์&nbsp;เสนอผ่านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต/&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ครอบครัวสามารถ&nbsp;เสนอผ่านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ครอบครัวเนาว์ไพร&nbsp;เสนอผ่านชมรมอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต</p><p><strong>โดยทั้งสามครอบครัวจะได้รับโล่เชิดชูเกียรติระดับจังหวัด</strong>&nbsp;ส่วนครอบครัววรรณจักรได้รับการประกาศเกียรติคุณระดับจังหวัด&nbsp;สำหรับการคัดเลือกบุคคลดีเด่นด้านการพัฒนาครอบครัวประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่ประชุมได้รับการพิจาณาคัดเลือก&nbsp;นายถิรฉัตร&nbsp;คงจันทร์&nbsp;ที่เสนอผ่านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต&nbsp;ซึ่งผู้ได้รับการคัดเลือกจะได้รับประกาศเกียรติคุณจากทางจังหวัด&nbsp;นาย&nbsp;อำนวย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุทยังได้มีการซึ่งยังมีการกำหนดแนวทางการจัดสมัชชาครอบครัวระดับจังหวัด</strong>&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่ทางกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวกำหนดแนวทางการจัดสมัชชาครอบครัวระดับจังหวัด&nbsp;ภายใต้ประเด็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อครอบครัว&nbsp;เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มเป้าหมายต่างๆรวมทั้งกลุ่มครอบครัว&nbsp;เพื่อรวบรวมประเด็น&nbsp;ข้อเสนอแนะและกำหนดเป็นมาตรการในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อครอบครัวที่มีการกำหนดประเด็นย่อย&nbsp;3&nbsp;ประเด็น</p><p><strong>สำหรับจังหวัดภูเก็ตได้เลือกในเรื่องการพัฒนากลไก</strong>เพื่อร่วมขับเคลื่อนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับครอบครัว&nbsp;ซึ่งจะมีการมุ่งเน้นให้เกิดการบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำหนดและขับเคลื่อนนโยบายของมาตรการเพื่อสร้างครอบครัวคุณภาพรวมถึงการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	NULL	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301171342278
136	ภูเก็ตคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ  สภาผู้แทนราษฏร ศึกษาดูงานเรื่องภาวะหนี้สินของผู้ประกอบการและภาคประชาชน	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.64)&nbsp;ที่ห้องประชุมคอซิมบี้&nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตหลังเก่า</strong>&nbsp;นายชัยชนะ&nbsp;เดชเดโช&nbsp;กรรมาธิการ&nbsp;ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ&nbsp;พิจารณาศึกษาปัญหาการดำเนินงาน&nbsp;การบริหารจัดการสินทรัพย์และการบริหารจัดการหนี้&nbsp;ปัญหาหนี้สินจากการบังคับคดีและปัญหาหนี้นอกระบบ&nbsp;นายเฉลิมวุฒิ&nbsp;แท่นสุวรรณ์&nbsp;รองประธานคณะอนุกรรมการธิการ&nbsp;และคณะ&nbsp;เข้าศึกษาดูงานเรื่อง&nbsp;ภาวะหนี้สินของผู้ประกอบการและภาคประชาชน&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนาย&nbsp;พิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง&nbsp;นายชัยชนะ&nbsp;เดชเดโช&nbsp;กรรมาธิการ&nbsp;ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการกล่าวว่าคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ได้กำหนดให้มีการเดินทางศึกษาดูงาน&nbsp;เรื่อง&nbsp;""ภาวะหนี้สินของผู้ประกอบการและภาคประชาชน""&nbsp;ระหว่างวันอังคารที่&nbsp;1&nbsp;ถึงวันพฤหัสบดีที่๓&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดภูเก็ต</p><p><strong>โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตาม&nbsp;รวบรวมข้อมูลภาวะหนี้สิน&nbsp;</strong>ของผู้ประกอบการและภาคประชาชนภายหลังการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ&nbsp;ซึ่งมีผลสืบเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด&nbsp;-&nbsp;19)&nbsp;มาตรการการให้ความช่วยเหลือของภาครัฐ&nbsp;ชัอเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินจากภาคประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อชี้แจง&nbsp;แสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาหนี้สินของผู้ประกอบการและภาคประชาชน&nbsp;แนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สิน&nbsp;ผลการดำเนินงาน&nbsp;ปัญหาอุปสรรค&nbsp;ตลอดจนข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการรับเรื่องและให้การช่วยเหลือ</strong>ประชาชนมาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นการไกล่เกลี่ยให้กับผู้ประกอบการรายย่อยในภาคการท่องเที่ยวในเรื่องของการไม่สามสารชำระหนี้ได้ตามกำหนด&nbsp;ไม่ได้รับการชำระหนี้&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของปัญหาหนี้นอกระบบก็ได้มีการช่วยเหลือประชาชน</strong>ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้มีการไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้นอกระบบในปี2564จำนวน21เรื่องซึ่งแต่ละเรื่องลูกหนี้1คนมักไปกู้ยืมกับเจ้าหนี้นอกระบบหลายราย&nbsp;รวมทั้งในแอฟพลิเคชั่นที่ให้กู้ยืมเงินซึ่งคิดดอกเบี้ยรายวัน&nbsp;ซึ่งในเรื่องนี้ทางตำรวจภูธรจังหวัดได้มีการจัดตั้งศูนย์ปราบปรามหนี้นอกระบบขึ้นเพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนตามคำสั่งการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในส่วนของปัญหาอื่นทางจังหวัดก็ได้มีการมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือและแก้ปัญหาประชาชนมาอย่างต่อเนื่องในทุกเรื่องเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนในช่วงที่ยังมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301172057280
137	ผู้ว่าฯยะลา เรียกประชุมปลัดอำเภอหัวหน้าชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) ทั้งจังหวัด ขับเคลื่อนการปฏิบัติหน้าที่งานด้านความมั่นคง สร้างปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และพื้นที่มีความสงบสุข	<p><strong>ที่ห้องประชุมไทยต้องเป็นไทย&nbsp;ที่กองบังคับการควบคุม</strong>&nbsp;กองอาสารักษาดินแดน&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ต.ท่าสาป&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมด้วยนายก้องสกุล&nbsp;จันทราช&nbsp;ปลัดจังหวัดยะลา&nbsp;ได้เรียกประชุมปลัดอำเภอ&nbsp;หัวหน้าชุดคุ้มครองตำบล&nbsp;(ชคต.)&nbsp;จำนวน&nbsp;41&nbsp;ชคต.&nbsp;ทั้ง8&nbsp;อำเภอ&nbsp;ขับเคลื่อนการปฏิบัติหน้าที่งานด้านความมั่นคง&nbsp;ของชุดคุ้มครองตำบล&nbsp;ชคต.&nbsp;ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่&nbsp;ควบคู่ประสานการปฏิบัติร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;และผู้นำชุมชน&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;รู้งาน&nbsp;รู้คน&nbsp;รู้พื้นที่&nbsp;พร้อมทั้งการเน้นย้ำทบทวนการปฏิบัติในห้วงที่ผ่านมา&nbsp;ในการดูแลพื้นที่&nbsp;ลดปัญหา&nbsp;ช่องว่าง&nbsp;ต่างๆ&nbsp;ที่เกิดขึ้น&nbsp;เพื่อนำมาสู่การปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน&nbsp;ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ตำบล&nbsp;หมู่บ้าน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;เพิ่มเป็นการประสิทธิภาพการขับเคลื่อนชุดคุ้มครองตำบล</strong>&nbsp;(ชคต.)&nbsp;ทั้ง&nbsp;41&nbsp;แห่ง&nbsp;ของจังหวัดยะลา&nbsp;ได้เน้นย้ำให้ปลัดอำเภอ&nbsp;ผู้เป็นหัวหน้าชุดคุ้มครองประจำตำบล&nbsp;ขับเคลื่อนการปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จลุล่วง&nbsp;รวมทั้งให้สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนปฏิบัติหน้าที่อย่างมีเกียรติ&nbsp;มีศักดิ์ศรี&nbsp;และมีระเบียบวินัย&nbsp;เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;และพื้นที่มีความสงบสุข</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301172649282
138	โครงการส่งเสริมและพัฒนาสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ว่าที่ร้อยโท&nbsp;ปุณณกิจ&nbsp;เชาว์น้อย&nbsp;สหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายวสิษฐ์พล&nbsp;พุทธพงษ์&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;ร่วมกับนายมงคล&nbsp;ศรีมงคล&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;2&nbsp;จัดประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมและพัฒนาเพื่อยกระดับชั้นความเข้มแข็งสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกร&nbsp;จากระดับชั้น&nbsp;2&nbsp;สู่ชั้น&nbsp;1&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ของสหกรณ์การเกษตรสตรีเย็บถักปักร้อยหัวตะพาน&nbsp;จำกัด&nbsp;เพื่อกำหนดเป้าหาย&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;วิธีการในการยกระดับชั้นความเข้มแข็ง&nbsp;การเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการสมาชิก&nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ&nbsp;ประสิทธิภาพในการจัดการองค์กร&nbsp;และประสิทธิภาพการบริหารงาน&nbsp;ให้สอดคล้องกับการพัฒนาสหกรณ์ในสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการสหกรณ์การเกษตรสตรีเย็บถักปักร้อยหัวตะพาน&nbsp;จำกัด&nbsp;บ้านนาคู&nbsp;ตำบลสร้างถ่อน้อย&nbsp;อำเภอหัวตะพาน&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301173026283
139	"แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกจิตอาสา ภาค 4 ตรวจเยี่ยมการฝึก หลักสูตรจิตอาสา 904 ""หลักสูตรพื้นฐาน"" (ภาค 4) รุ่นที่ 1 ประจำปี 2565 ที่ จ.นราธิวาส"	"<p><strong>พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการ</strong>&nbsp;ศูนย์ฝึกจิตอาสา&nbsp;ภาค&nbsp;4&nbsp;เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมการฝึก&nbsp;หลักสูตรจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;""หลักสูตรพื้นฐาน""&nbsp;(ภาค&nbsp;4)&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่สนามฝึก&nbsp;ค่ายจุฬาภรณ์อำเภอเมืองนราธิวาส&nbsp;ซึ่งมีพลเรือตรี&nbsp;สนทยา&nbsp;แสงบางมุด&nbsp;รองเจ้ากรมพลาธิการทหารเรือ/ผู้ช่วย&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;ศูนย์ฝึกจิตอาสา&nbsp;ภาค&nbsp;4&nbsp;พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;&nbsp;ขำเขียว&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;นาวาเอก&nbsp;โยธิน&nbsp;&nbsp;ธนมูล&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการ&nbsp;ศูนย์ฝึกจิตอาสา&nbsp;</strong>ภาค&nbsp;4&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เป็นการฝึกการช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;และฝึกการใช้เครื่องมือตัดถ่าง&nbsp;ภาพรวมการฝึกสถานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้งในภาคเช้าและภาคบ่าย&nbsp;มีความเข้มข้น&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ขอฝากผู้เข้ารับการฝึกฯ&nbsp;นำความรู้ที่วิทยากรสอน&nbsp;นำไปสู่การปฏิบัติงานในโอกาสข้างหน้าในสถานการณ์จริงที่อาจเกิดขึ้น&nbsp;</p><p>""...การช่วยชีวิตคนในเรื่องของการกู้ภัย&nbsp;การดำเนินการในวิชาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่จะต้องปฏิบัติงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ในฐานะจิตอาสา&nbsp;ก็ให้ลงมือปฏิบัติจริง&nbsp;เมื่อไปเจอเหตุการณ์จริงหน้างาน&nbsp;ก็สามารถที่จะปฏิบัติได้โดยอัตโนมัติ...""</p><p><strong>พร้อมขอให้ได้ตั้งใจเรียนรู้&nbsp;เพื่อให้มีความเข้าใจ&nbsp;สิ่งไหนที่ต้องลงมือ</strong>ทำจริงก็ให้ฝึกทำ&nbsp;หรือปฏิบัติกับเครื่องมือที่มีอยู่เพื่อจะสามารถปฏิบัติจริงได้อย่างถูกต้อง&nbsp;กล่าวคือการช่วยชีวิตคน&nbsp;การทำหน้าที่ในฐานะจิตอาสาได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายทัศนัย&nbsp;&nbsp;สุสานนท์&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนฝึกอบรม&nbsp;</strong>ศูนย์&nbsp;ปภ.เขต&nbsp;18&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การฝึกในครั้งนี้&nbsp;แบ่งออกเป็น&nbsp;2&nbsp;สถานี&nbsp;ได้แก่&nbsp;สถานีฝึกช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;ในเรื่องการเคลื่อนย้าย&nbsp;การนำคนออกจากรถ&nbsp;และสถานีการใช้เครื่องมือตัดถ่าง&nbsp;ซึ่งผู้ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรนี้จะสามารถปฏิบัติได้กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน&nbsp;ทั้งการช่วยเหลือตนเอง&nbsp;ญาติพี่น้อง&nbsp;หรือผู้ที้ได้ไปประสบเหตุ&nbsp;รวมถึงสามารถทำหน้าที่ช้วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการใช้เครื่องมือด้วย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการฝึกหลักสูตรจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;หลักสูตรพื้นฐาน&nbsp;(ภาค&nbsp;4)&nbsp;</strong>รุ่นที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;19&nbsp;กุมภาพันธ์-7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ซึ่งมีผู้ได้รับคัดเลือกเข้ารับการฝึกอบรม&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;จาก&nbsp;14&nbsp;จังหวัดภาคใต้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301173345284
140	พิธีเปิดการฝึกอบรมลูกเสือจิตอาสาพระราชทานในสถานศึกษาตามโครงการลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน  พื้นที่อำนาจเจริญ	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นายอดุลย์&nbsp;กองทอง&nbsp;ผอ.สพป.&nbsp;อำนาจเจริญ</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;พูลเชื้อ&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.สพป.อำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมลูกเสือจิตอาสาพระราชทานในสถานศึกษาตามโครงการลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ของโรงเรียนแก้งกฐินภูจำปา&nbsp;ร่วมกับโรงเรียนบ้านนาหมอม้า&nbsp;และโรงเรียนก้าวหน้าสามัคคีคำงูเหลือม&nbsp;โดยมีผู้เข้าอบรมประกอบด้วย&nbsp;ลูกเสือ&nbsp;เนตรนารี&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;54&nbsp;คน&nbsp;โดยจัดอบรมในรูปแบบเดินทางไป-กลับ&nbsp;ไม่พักแรมค้างคืน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ค่ายลูกเสือชั่วคราวโรงเรียนบ้านนาหมอม้า&nbsp;ตำบลนาหมอม้า&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301173918285
141	เด็กเมียนมาในจังหวัดระนอง ขอบคุณรัฐบาลไทยให้ความสำคัญฉีดวัคซีนโควิด- 19 ให้เด็กต่างด้าว	<p><strong>ตามที่รัฐบาลมีนโยบายให้เร่งฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ให้กับประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย</strong>&nbsp;รวมทั้งแรงงานต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย&nbsp;ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก&nbsp;และกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ขอความร่วมมือหน่วยงานทุกภาคส่วนและนายจ้าง&nbsp;สำรวจและนำแรงงานต่างด้าว&nbsp;ทั้งที่ได้รับอนุญาตแล้วและไม่ได้รับอนุญาต&nbsp;นัดหมายเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ได้ที่หน่วยบริการฉีดวัคซีนทุกแห่ง&nbsp;เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันให้ครอบคลุม&nbsp;ลดการแพร่ระบาด&nbsp;และสามารถใช้ชีวิตอยู่กับโควิด-19&nbsp;ได้อย่างปลอดภัย</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;07.30-11.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>โรงพยาบาลระนองได้เปิดให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;(วัคซีนซิโนแวค)&nbsp;ให้กับกลุ่มเด็กต่างด้าวที่มีอายุระหว่าง&nbsp;6-11&nbsp;ปี&nbsp;ในเขตอำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดระนอง&nbsp;นางโนรี&nbsp;หวันดาหลา&nbsp;ล่ามภาษาเมียนมาโรงพยาบาลระนอง&nbsp;ได้สัมภาษณ์เด็กชาย&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;โดยเด็กชายทั้ง&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รู้สึกดีใจ&nbsp;และขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ให้เด็กต่างด้าว&nbsp;ทำให้เขารู้สึกไม่แตกต่างจากเด็กไทยที่ได้รับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;เช่นกัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ระนอง	สวท.ระนอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301174311286
142	จังหวัดหนองบัวลําภู จัดประชุมเตรียมพร้อมรับการตรวจราชการตามแผนตรวจราชการแบบบูรณาการ จากผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 10	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;POC&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;</strong>นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมรับการตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการเพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่&nbsp;จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;ที่ประชุมรับทราบ&nbsp;ว่า&nbsp;ในวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นางสาวปภัสมน&nbsp;อัมราลิขิต&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;10&nbsp;จะเป็นประธานการประชุมตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการเพื่อติดตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลในจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;meeting&nbsp;โดยมีประเด็นการตรวจติดตาม&nbsp;&nbsp;5&nbsp;ประเด็น&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;2.การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;เศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;3.การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน&nbsp;4.การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์&nbsp;5.การเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการประชุมการตรวจราชการแบบบูรณาการ&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;10&nbsp;</strong>จะจัดขึ้นในวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;POC&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;meeting&nbsp;โดย&nbsp;&nbsp;นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมในการนำเสนอข้อมูลให้ชัดเจน&nbsp;กระชับ&nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะ&nbsp;ได้ซักถามในประเด็นต่างๆ&nbsp;เพื่อให้การตรวจราชการแบบบูรณาการในครั้งนี้เกิดประโยชน์ต่อจังหวัดหนองบัวลำภูมากที่สุด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองบัวลำภู	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302005007406
143	จ.นครพนม ติดตามและหารือแนวการพัฒนาพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง ปี 2565	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;นำคณะหัวหน้าส่วน&nbsp;ราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการพัฒนาพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;และโครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;และหารือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนแผนงานโครงการสู่การสร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;โดยมีพันเอก&nbsp;สันทัศน์&nbsp;ชำนาญเวช&nbsp;ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;22&nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&nbsp;2&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;เจ้าหน้าที่และประชาชนที่เข้าร่วมโครงการร่วมให้การต้อนรับและบรรยายสรุป&nbsp;โดยการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ได้ลงพื้นที่ติดตามโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง<strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(32,&nbsp;33,&nbsp;36);"">&nbsp;</strong></p><p><strong>บ้านทางหลวง&nbsp;ตำบลบ้านแก้ง&nbsp;อำเภอนาแก&nbsp;</strong>ซึ่งเป็นหมู่บ้านต้นแบบที่ดำเนินการตามแนวทางพระราชดำริ&nbsp;มาตั้งแต่ปี&nbsp;2546&nbsp;โดยกองทัพไทยได้มอบหมายให้หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;22&nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&nbsp;2&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;เป็นผู้ดูแลในการจัดสรรพื้นที่ทำประโยชน์&nbsp;จำนวน&nbsp;107&nbsp;ไร่&nbsp;ให้กับประชาชนที่ยากจน&nbsp;ด้อยโอกาส&nbsp;ไร้บ้าน&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ครัวเรือนให้ได้สร้างบ้านพักอาศัยและส่งเสริมการประกอบอาชีพทำการเกษตรครบวงจร&nbsp;อาทิ&nbsp;ปลูกผักการเกษตร&nbsp;เลี้ยงปลา&nbsp;เลี้ยงกบ&nbsp;ทำการเกษตรทุกรูปแบบ&nbsp;เน้นลดรายจ่าย&nbsp;เพิ่มรายได้&nbsp;จนทำให้ปัจจุบันชุมชนแห่งนี้กลายเป็นหมู่บ้านพอเพียงต้นแบบที่พึ่งพาตนเองได้&nbsp;แม้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;ยังคงสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ให้กับครอบครัวและไม่ได้รับผลกระทบ&nbsp;และโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ&nbsp;บ้านทางหลวง&nbsp;ตำบลบ้านแก้ง&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ดำเนินโครงการตามพระราชดำริ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ที่ทรงมุ่งหวังให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างงาน&nbsp;และขาดรายได้จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ให้มีรายได้และสามารถพึ่งพาตนเองได้&nbsp;ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตรรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;มาสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ด้วยการสร้างแหล่งอาหารที่มีความปลอดภัย&nbsp;มั่นคงถาวรและยั่งยืน&nbsp;ให้กับตนเองและครอบครัว&nbsp;ทั้งยังเป็นฟาร์มตัวอย่างในการพัฒนาผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;เป็นสถานที่ศึกษาดูงานและสถานที่ให้ความรู้ด้านการเกษตร&nbsp;ด้านประมง&nbsp;ปศุสัตว์ที่ถูกต้องแก่ประชาชนในพื้นที่ให้ได้มาเรียนรู้เพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนาแปลงเกษตรของตนเองทำให้ทุกคนมีแหล่งอาหารที่มั่งคง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301183828297
144	จัดหางานจังหวัดมหาสารคาม ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัว 7 แรงงานไทย หลังเดินทางไปทำงานที่ประเทศยูเครน	<p><strong>นางชนากานต์&nbsp;ลีพิบูลย์สวัสดิ์&nbsp;นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนจัดหางานจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;และนางสาวนัทธ์หทัย&nbsp;หารทวี&nbsp;นักวิชาการแรงงานชำนาญการ&nbsp;พร้อมคณะเจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ลงพื้นที่ออกเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ&nbsp;และแจ้งสิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ&nbsp;แก่ญาติคนงานกรณีเดินทางไปทำงาน&nbsp;ณ&nbsp;ประเทศยูเครน&nbsp;ในเขตพื้นที่อำเภอนาดูน,&nbsp;อำเภอยางสีสุราช,&nbsp;อำเภอนาเชือก,&nbsp;อำเภอบรบือ,&nbsp;อำเภอโกสุมพิสัย,&nbsp;อำเภอกุดรัง&nbsp;และอำเภอกันทรวิชัย&nbsp;รวม&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;พร้อมยืนยันแรงงานไทยทุกคนจะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล&nbsp;และเดินทางกลับประเทศอย่างปลอดภัย</p><p><strong>นางชนากานต์&nbsp;ลีพิบูลย์สวัสดิ์&nbsp;นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ&nbsp;</strong>รักษาราชการแทนจัดหางานจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สิทธิประโยชน์ที่สมาชิกจะได้รับจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ&nbsp;กรณีที่ต้องประสบปัญหาต้องเดินทางกลับประเทศไทยก่อนสิ้นสุดการเป็นสมาชิก&nbsp;เนื่องจากภัยสงคราม&nbsp;หรือปัญหาความไม่สงบ&nbsp;ณ&nbsp;ประเทศยูเครน&nbsp;สมาชิกกองทุนฯ&nbsp;จะได้รับเงินช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนคนละ&nbsp;15,000&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งสำนักงานจัดหางานจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;จะได้อำนวยความสะดวกและติดตามการเดินทางกลับภูมิลำเนาของแรงงานทั้ง&nbsp;7&nbsp;รายต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ข้อมูลการอพยพคนไทยจากยูเครนกลับประเทศไทย&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>กระทรวงการต่างประเทศจะอพยพคนไทยจากประเทศโปแลนด์และประเทศโรมาเนีย&nbsp;มารวมกันที่สถานทูตประเทศเยอรมัน&nbsp;จากนั้นจะใช้เครื่องบินพาณิชย์ของการบินไทยรับคนไทยกลับประเทศ&nbsp;โดยประมาณชุดแรก&nbsp;99&nbsp;คน&nbsp;แยกเป็นมาจากโปแลนด์&nbsp;60&nbsp;คน&nbsp;และโรมาเรีย&nbsp;39&nbsp;คน&nbsp;โดยคนไทยชุดนี้จะถึงสนามบินสุวรรณภูมิวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;ซึ่งทางสนามบินจะดำเนินการ&nbsp;SWAB&nbsp;หาเชื้อโควิด-19&nbsp;ก่อน&nbsp;จากนั้นจะให้คนไทยชุดดังกล่าวไปรอฟังผลที่สถาบันบำรุงราดนราดูร&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;หากผลเป็นลบสามารถกลับบ้านได้&nbsp;แต่หากผลบวกต้องทำการรักษาตัว&nbsp;เบื้องต้นทราบว่าในชุดดังกล่าวเป็นสมาชิกกองทุนฯ&nbsp;ประมาณ&nbsp;19&nbsp;คน&nbsp;กรมการจัดหางานจะจัดเจ้าหน้าที่ไปรับคำร้องและจ่ายเงินสงเคราะห์คนละ&nbsp;15,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มหาสารคาม	สวท.มหาสารคาม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301175819287
145	คณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฏร ลงพื้นที่ศึกษาดูงานเรื่องภาวะหนี้สินของผู้ประกอบการและภาคประชาชนจังหวัดภูเก็ต	"<p>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564)&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมคอซิมบี้&nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตหลังเก่า&nbsp;นายชัยชนะ&nbsp;เดชเดโช&nbsp;กรรมาธิการ&nbsp;ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ&nbsp;พิจารณาศึกษาปัญหาการดำเนินงาน&nbsp;การบริหารจัดการสินทรัพย์และการบริหารจัดการหนี้&nbsp;ปัญหาหนี้สิน&nbsp;จากการบังคับคดีและปัญหาหนี้นอกระบบ&nbsp;นายเฉลิมวุฒิ&nbsp;แท่นสุวรรณ์&nbsp;รองประธานคณะอนุกรรมการธิการ&nbsp;และคณะ&nbsp;เข้าศึกษาดูงานเรื่อง&nbsp;ภาวะหนี้สินของผู้ประกอบการและภาคประชาชน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมชี้แจง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายชัยชนะ&nbsp;เดชเดโช&nbsp;กรรมาธิการ&nbsp;ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;คณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ได้กำหนดให้มีการเดินทางศึกษาดูงาน&nbsp;เรื่อง&nbsp;""ภาวะหนี้สินของผู้ประกอบการและภาคประชาชน""&nbsp;ระหว่างวันอังคารที่&nbsp;1&nbsp;ถึง&nbsp;วันพฤหัสบดีที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;เพื่อติดตาม&nbsp;รวบรวมข้อมูลภาวะหนี้สินของผู้ประกอบการและภาคประชาชนภายหลังการระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;มาตรการการให้ความช่วยเหลือของภาครัฐ&nbsp;ข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินจากภาคประชาชน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อชี้แจง&nbsp;แสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาหนี้สินของผู้ประกอบการและภาคประชาชน&nbsp;แนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สิน&nbsp;ผลการดำเนินงาน&nbsp;ปัญหาอุปสรรค&nbsp;ตลอดจนข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างยั่งยืน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการรับเรื่องและให้การช่วยเหลือประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;ทั้งการไกล่เกลี่ยให้กับผู้ประกอบการรายย่อยในภาคการท่องเที่ยว&nbsp;ที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด&nbsp;หรือไม่ได้รับการชำระหนี้&nbsp;เป็นต้น&nbsp;นอกจากนี้ในส่วนของปัญหาหนี้นอกระบบ&nbsp;ได้มีการช่วยเหลือประชาชนทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ที่ได้มีการไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้นอกระบบในปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;21&nbsp;เรื่อง&nbsp;ซึ่งแต่ละเรื่องลูกหนี้&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;มักไปกู้ยืมกับเจ้าหนี้นอกระบบหลายราย&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ในแอฟพลิเคชั่นที่ให้กู้ยืมเงินซึ่งคิดดอกเบี้ยรายวัน&nbsp;</p><p><strong>โดยในเรื่องนี้ทางตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ได้มีการจัดตั้งศูนย์ปราบปรามหนี้นอกระบบขึ้น</strong>&nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนตามคำสั่งการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;และในส่วนของปัญหาอื่นทางจังหวัด&nbsp;ได้มีการมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือและแก้ปัญหาประชาชนมาอย่างต่อเนื่องในทุกเรื่อง&nbsp;เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนในทุกช่วง&nbsp;ทั้งช่วงที่ยังมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;และช่วงภาวะปกติ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301184259302
146	ศูนย์หม่อนไหมฯ ขอนแก่น ขับเคลื่อนเมืองหัตถกรรมโลกแห่งผ้ามัดหมี่ของจังหวัดขอนแก่น	<p><strong>ศูนย์หม่อนไหมฯ&nbsp;ขอนแก่น</strong>&nbsp;ติดตามและให้คำแนะนำด้านการผลิตผ้าไหมมัดหมี่&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนเมืองหัตถกรรมโลกแห่งผ้ามัดหมี่ของจังหวัดขอนแก่น&nbsp;และการขอรับรองมาตรฐานการปฏิบัติที่ดีสำหรับหม่อนเพื่อผลิตใบ&nbsp;(GAP)&nbsp;มกษ.3500-2553&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จังหวัดขอนแก่น</p><p><strong>นางสาวจิราลักษณ์&nbsp;ปรีดี&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;</strong>มอบหมายให้นางอารีย์รัตน์&nbsp;พระภูวงศ์&nbsp;นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;และนายสุพจน์&nbsp;บรรเทา&nbsp;ช่างต้นแบบสิ่งทอ&nbsp;ช2&nbsp;ติดตามและให้คำแนะนำด้านการผลิตผ้าไหมมัดหมี่&nbsp;และการขอรับรองมาตรฐานการปฏิบัติที่ดีสำหรับหม่อนเพื่อผลิตใบ&nbsp;(GAP)&nbsp;มกษ.3500-2553&nbsp;ที่บ้านหนองบัวน้อย&nbsp;ตำบลโสกนกเต็น&nbsp;อำเภอพล&nbsp;จังหวัดขอนแก่น,&nbsp;บ้านหนองอวงนางเบ้า&nbsp;ตำบลหนองแวงนางเบ้า&nbsp;อำเภอพล&nbsp;จังหวัดขอนแก่น/บ้านชัยเจริญ&nbsp;ตำบลเก่างิ้ว&nbsp;อำเภอพล&nbsp;จังหวัดขอนแก่น/บ้านขอนสัก&nbsp;ตำบลโนนศิลา&nbsp;อำเภอโนนศิลา&nbsp;จังหวัดขอนแก่น</p><p><strong>โดยเกษตรกรให้ความร่วมมือในการติดตามงานโครงการฯ</strong>&nbsp;<strong>เป็นอย่างดี&nbsp;</strong>โดยเจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำแก่เกษตรกรด้านการผลิตหม่อนไหม&nbsp;และการผลิตผ้าไหม&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301182711291
147	ผู้ว่าฯ มหาสารคาม พร้อมนายกเหล่ากาชาด ลงพื้นที่มอบสิ่งของ และเงินช่วยเหลือเยียวยา กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;นายเกียรติศักดิ์&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางพรศรี&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;นายอำเภอบรบือ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ลงพื้นที่มอบสิ่งของและเงินช่วยเหลือเยียวยา&nbsp;กรณีบ้านเรือนประชาชนเกิดเหตุเพลิงไหม้&nbsp;ณ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;14&nbsp;หมู่ที่&nbsp;18&nbsp;ตำบลหนองจิก&nbsp;อำเภอบรบือ&nbsp;นางลัดดา&nbsp;แก้วยอด&nbsp;เป็นเจ้าของบ้าน&nbsp;(เสียหายทั้งหลัง)&nbsp;และบ้านเลขที่&nbsp;28&nbsp;นางบรรจง&nbsp;วงชารี&nbsp;เป็นเจ้าของบ้าน&nbsp;(เสียหายบางส่วน)&nbsp;ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม</strong>&nbsp;ได้สอบถามถึงสภาพความเป็นอยู่&nbsp;และกล่าวให้กำลังใจ&nbsp;พร้อมมอบเงินช่วยเหลือ&nbsp;และมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคจากภาคส่วนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดฯ&nbsp;มอบเงินช่วยเหลือ&nbsp;จำนวน&nbsp;9,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมถุงยังชีพ&nbsp;สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;มอบเงินช่วยเหลือ&nbsp;จำนวน&nbsp;4,000&nbsp;บาท&nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;มอบเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;มอบน้ำดื่ม&nbsp;และชมรมองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;อำเภอบรบือ&nbsp;มอบเงินและสิ่งของอุปโภคบริโภค&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น&nbsp;</p><p><strong>พร้อมนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;</strong>ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบประเมินความเสียหาย&nbsp;และให้การช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยโดยเร่งด่วน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มหาสารคาม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301183013292
148	สพมส.ส่งต่อความห่วงใยผ่าน ศอ.บต. นำถุงยังชีพมอบผู้พิการ-ผู้ป่วยติดเตียง ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ชายแดนใต้	<p><strong>สถาบันส่งเสริมบทบาทพ่อแม่เพื่อสังคม(สพมส.)</strong>&nbsp;มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือ&nbsp;คนพิการ&nbsp;และผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ผ้าอ้อมผู้ใหญ่แบบเทป&nbsp;น้ำมันปาล์ม&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;ปลากระป๋อง&nbsp;น้ำปลา&nbsp;น้ำเปล่า&nbsp;และสิ่งของที่จำเป็น&nbsp;โดยมี&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;เป็นผู้รับมอบ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมเจริญจิตต์&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;ศอ.บต.</p><p><strong>หลังจากนั้น&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.</strong>&nbsp;พร้อมด้วยผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และเจ้าหน้าที่กองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้ลงพื้นที่นำถุงยังชีพจาก&nbsp;สพมส.&nbsp;ไปมอบให้แก่ครัวเรือนที่มีผู้พิการและผู้ป่วยติดเตียงจำนวน&nbsp;3&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ครอบครัวนายสัยฟูดิง&nbsp;ดอมาลี&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;33&nbsp;ปี&nbsp;อาศัยอยู่บ้านเลขที่&nbsp;79&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลท่าสาป&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งเป็นผู้พิการติดเตียง&nbsp;เนื่องจากถูกทำร้ายร่างกายเมื่อปี&nbsp;2563&nbsp;ปัจจุบันอาศัยอยู่กับมารดา&nbsp;อีกทั้งยังมียายที่ตาบอดและพิการติดเตียงไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ครอบครัวนายอับดุลการิม&nbsp;กาซา&nbsp;อาศัยอยู่บ้านเลขที่&nbsp;12/4&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลท่าสาป&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;อายุ&nbsp;62&nbsp;ปี&nbsp;เป็นผู้พิการติดเตียงไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้เนื่องจากความดันสูงจนทำให้เส้นเลือดในสมองแตก&nbsp;ปัจจุบันอาศัยอยู่กับภรรยาโดยมีสมาชิกในบ้านทั้งหมด&nbsp;9&nbsp;คน&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ครอบครัวนายอภิชาต&nbsp;ราชเจริญ&nbsp;อายุ&nbsp;56&nbsp;ปี&nbsp;อาศัยอยู่บ้านเลขที่&nbsp;36&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลหน้าถ้ำ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เป็นผู้พิการติดเตียง&nbsp;และมีโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง&nbsp;ปัจจุบันอาศัยอยู่ภรรยาและบุตรอีก&nbsp;4&nbsp;คน</p><p><strong>โดยกลุ่มเป้าหมายทั้งหมดนี้ได้กล่าวขอบคุณ&nbsp;ศอ.บต.และทุกภาคส่วน</strong>ที่ได้ให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น&nbsp;ถึงแม้จะเป็นของที่ไม่ได้มีจำนวนมากมายแต่ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นมากที่สุดสามารถดำรงชีพและบรรเทาความเดือดร้อนได้ในระยะเวลาหนึ่ง</p><p><strong>ขณะที่ทางด้านเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;กล่าวถึงการลงพื้นที่ในครั้งนี้ว่า</strong>&nbsp;เป็นการมาเยี่ยมและให้กำลังใจกลุ่มคนเปราะบางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้น&nbsp;หลังจากได้รับการสนับสนุนถุงยังชีพจาก&nbsp;สพมส.&nbsp;ซึ่งได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือครั้งนี้&nbsp;โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง&nbsp;เด็ก&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;คนพิการ&nbsp;&nbsp;และผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;ถือเป็นผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้อย่างเต็มที่&nbsp;</p><p><strong>ศอ.บต.ในฐานะหน่วยงานด้านการพัฒนาพื้นที่จะทำหน้าที่</strong>ในการหนุนเสริมและสนับสนุนทุกภาคส่วนในการร่วมด้วยช่วยกัน&nbsp;ในท่ามกลางสถานการณ์&nbsp;&nbsp;ที่ทุกคนต้องเผชิญ&nbsp;เราจะเห็นถึงความมีน้ำใจของทุกภาคส่วนที่ไม่เคยทอดทิ้งประชาชนที่เปรียบเสมือนครอบครัว&nbsp;ให้ได้รับความลำบากโดยลำพัง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ศอ.บต.จะมอบหมายบัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิ&nbsp;ซึ่งเป็นเครือข่ายเจ้าหน้าที่ของ&nbsp;ศอ.บต.ลงพื้นที่ไปติดตามความเดือดร้อนและนำสิ่งของเหล่านี้ไปมอบให้แก่ครัวเรือนตามเป้าหมายต่อไป</p><p><strong>สำหรับสถาบันส่งเสริมบทบาทพ่อแม่เพื่อสังคม(สพมส.)&nbsp;</strong>ถือเป็นองค์กรกลางในการส่งผ่านความช่วยเหลือถึงพี่น้องประชาชนในประเทศไทย&nbsp;ไปสู่ครัวเรือนที่มีผู้พิการและป่วยติดเตียงตลอดจนกลุ่มเปราะบาง&nbsp;ที่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือในรูปแบบพิเศษจำนวนหลายพันครัวเรือน&nbsp;ด้วยการสนับสนุนสิ่งของที่จำเป็น&nbsp;ต่อการดำรงชีพแก่ครัวเรือนเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301183751296
149	คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.สุพรรณบุรี แจ้งจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วย COVID-19 และสถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19	<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;เปิดเผยข้อมูล&nbsp;สถานการณ์การใช้เตียงผู้ป่วย&nbsp;COVID-19&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;มีเตียงรับผู้ป่วยทั้งหมด&nbsp;1,940&nbsp;เตียง&nbsp;มีผู้ป่วยในโรงพยาบาลทั้งหมด&nbsp;1,673&nbsp;คน&nbsp;(บางโรงพยาบาลเสริมเตียงในห้องผู้ป่วย)&nbsp;มีเตียงคงเหลือ&nbsp;390&nbsp;เตียง&nbsp;โดยจำแนกผู้ป่วยเป็น&nbsp;5&nbsp;อาการ&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.ผู้ป่วยไม่แสดงอาการ&nbsp;จำนวน&nbsp;188&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.ผู้ป่วยแสดงอาการเล็กน้อย&nbsp;จำนวน&nbsp;938&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.ผู้ป่วยอาการปานกลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;520&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.ผู้ป่วยอาการปานกลาง&nbsp;ที่ไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีอาการไม่รุนแรง&nbsp;แต่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง&nbsp;หรือมีโรคร่วมสำคัญ&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;คน</p><p>โรงพยาบาลสนาม&nbsp;7&nbsp;แห่ง&nbsp;มีเตียงรับผู้ป่วยทั้งหมด&nbsp;820&nbsp;เตียง&nbsp;มีผู้ป่วยเข้าทำการรักษา&nbsp;655&nbsp;คน&nbsp;มีเตียงคงเหลือ&nbsp;204&nbsp;เตียง&nbsp;และHome&nbsp;Isolation&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;มีผู้เข้าพักจำนวน&nbsp;1,431&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์โรค&nbsp;COVID-19&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;</strong>วันนี้มีผู้ติดเชื้อ&nbsp;443&nbsp;ราย&nbsp;รวมยอดจำนวนที่พบเชื้อสะสมระรอกใหม่ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;8,625&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาหายแล้ว&nbsp;4,557&nbsp;ราย&nbsp;คงเหลือกำลังรักษาอีก&nbsp;4,041&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้เสียชีวิตเพิ่มวันนี้&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รวมเสียชีวิตสะสม&nbsp;27&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาหายแล้วกลับบ้าน&nbsp;225&nbsp;คน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301183426294
150	จังหวัดมุกดาหาร พร้อมเปิดด่านชายแดนไทย-ลาว (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) 1 เมษายนนี้	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดด่านชายแดน&nbsp;ไทย-ลาว&nbsp;(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมแก้วกินรี&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</p><p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในการเตรียมความพร้อมที่จะเปิดเปิดด่านชายแดนไทย-ลาว&nbsp;(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)&nbsp;ทั้งด่านประเพณีสำหรับขนส่งสินค้าและด่านสะพานมิตรภาพสองมุกดาหาร-สะหวันนะเขต&nbsp;ที่ประชุมมีการหารือและกำหนดมาตรการที่ชัดเจน&nbsp;ทั้งการขนส่งสินค้าและการเดินทางของนักท่องเที่ยว&nbsp;สำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาจังหวัดมุกดาหารจะกำหนดให้อยู่ในพื้นที่ได้ไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ส่วนการเข้าพักโรงแรมต้องเข้าโรงแรมที่ได้รับมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;EXTRA&nbsp;PLUS&nbsp;และจะมีการตรวจตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;ส่วนการขนส่งสินค้าทางเรือ&nbsp;กำหนดวันละ&nbsp;2&nbsp;รอบ&nbsp;ในเวลา&nbsp;09.00&nbsp;น&nbsp;และเวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;</p><p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดมุกดาหารมีการเตรียมความพร้อมในการเปิดด่าน&nbsp;เพื่อให้เกิดการค้าขายขนส่งสินค้ารวมถึงเปิดรับนักท่องเที่ยวเพื่อให้เศรษฐกิจมีการหมุนเวียน&nbsp;ทั้งนี้ได้มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานการดำเนินการตามระเบียบและจะนัดประชุมร่วมกับแขวงสะหวันนะเขต&nbsp;และกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ในความพร้อมการเปิดด่านตั้งแต่วันที่&nbsp;&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301184911308
151	จังหวัดสุรินทร์ตรวจสอบการทำงานของคนต่างด้าวในพื้นที่อำเภอเมืองสุรินทร์	<p><strong>สำนักงานจัดหางานจังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>มอบหมายให้นายสุรพจน์&nbsp;คำดี&nbsp;นักวิชาการแรงงานชำนาญการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบการทำงานของคนต่างด้าว&nbsp;อำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;โดยได้ตรวจสอบการทำงานของคนต่างด้าวและสถานประกอบการ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;บริษัททวีกิจก่อสร้างจังหวัดสุรินทร์&nbsp;มีการจ้างแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;บริษัทพูนผลอโกร&nbsp;จำกัด&nbsp;มีการจ้างแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา&nbsp;8&nbsp;คน&nbsp;โรงสีชัยรุ่งเรือง&nbsp;มีการจ้างแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา&nbsp;17&nbsp;คน&nbsp;และโรงน้ำแข็งวรรณเทพสุรินทร์&nbsp;มีการจ้างแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา&nbsp;&nbsp;43&nbsp;คน&nbsp;ทั้งที่&nbsp;4&nbsp;แห่งไม่พบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายแต่อย่างใด&nbsp;พร้อมแนะนำให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;มีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ&nbsp;วัดอุณหภูมิร่างกายปกติ&nbsp;ใส่หน้ากากผ้า&nbsp;เว้นระยะห่างทางสังคม&nbsp;แนะนำการห้ามเคลื่อนย้ายแรงงาน&nbsp;ขอความร่วมมือมิให้รับแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเข้าทำงานหรือเข้าพัก&nbsp;บทกำหนดโทษสำหรับนายจ้างและแรงงานต่างด้าวตามพระราชกำหนด&nbsp;การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว&nbsp;พ.ศ.2560&nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;ฉบับที่&nbsp;2&nbsp;พ.ศ.2561</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301191933315
152	พ่อเมืองศรีสะเกษ ขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาลและวาระสำคัญของจังหวัดศรีสะเกษ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องห้วยศาลา&nbsp;สำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;หารือข้อราชการร่วมกับคณะผู้บริหารจังหวัดและเจ้าหน้าที่ในประเด็นสำคัญ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เตรียมการรับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดห้องสมุดประชาชน&nbsp;เฉลิมราชกุมารี&nbsp;อำเภอราษีไศล&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;การมอบหมายภารกิจของผู้บริหารและหน่วยงานในการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;และการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;นครลำดวนเกมส์&nbsp;การเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;และการขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาลและวาระสำคัญของจังหวัดศรีสะเกษ</p><p><strong>ทั้งนี้มี&nbsp;นายสำรวย&nbsp;เกษกุล</strong>&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ปลัดจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;รักษาราชการแทนจ่าจังหวัด&nbsp;ป้องกันจังหวัด&nbsp;เสมียนตราจังหวัด&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานสำนักงานจังหวัด&nbsp;เข้าร่วมหารือ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301191652314
153	โครงการสัมมนาเกษตรอินทรีย์วิถีเมืองภายหลังสถานการณ์ โควิด-19	"<p>ประชาสัมพันธ์&nbsp;""โครงการสัมมนาเกษตรอินทรีย์วิถีเมืองภายหลังสถานการณ์&nbsp;โควิด-19""&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;3-4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ติดตามรับชมได้ทาง&nbsp;เฟสบุ๊ค&nbsp;สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ&nbsp;-&nbsp;มกอช.&nbsp;&nbsp;https://www.facebook.com/iACFS&nbsp;และ&nbsp;ช่องยูทูป&nbsp;มาตรฐานเกษตรน่ารู้&nbsp;โดย&nbsp;มกอช.&nbsp;https://www.youtube.com/.../UC700-NTqgf5GNY.../feature</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301191207312
154	ทางหลวงเร่งขยายถนนสาย 202 ช่วง จ.ยโสธร-แยก บ.น้ำปลีก อำนาจเจริญ กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค	<p><strong>นายสราวุธ&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;อธิบดีกรมทางหลวง&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;ได้มอบให้กรมทางหลวงขับเคลื่อนพัฒนาโครงข่ายทางหลวงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมและเสริมศักยภาพกระจายความเจริญด้านเศรษฐกิจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;พร้อมเร่งให้ดำเนินโครงการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข&nbsp;202&nbsp;สาย&nbsp;ยโสธร-อำนาจเจริญ&nbsp;ตอน&nbsp;ยโสธร-บ.น้ำปลีก&nbsp;จ.อำนาจเจริญ&nbsp;ระยะทาง&nbsp;32.79&nbsp;กิโลเมตรให้แล้วเสร็จในปี&nbsp;2565&nbsp;รองรับการเป็น&nbsp;ศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง&nbsp;ตามแนวคิด&nbsp;การเป็นฐานการผลิตของประเทศที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;เป็นประตูเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสร้างโอกาสในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางหลวงหมายเลข&nbsp;202</strong>&nbsp;สาย&nbsp;ชัยภูมิ-เขมราฐ&nbsp;เป็นทางหลวงแผ่นดินแนวตะวันตก-ตะวันออก&nbsp;มีระยะทางตลอดทั้งสาย&nbsp;392.32&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งเป็นสายสำคัญผ่านจังหวัดต่างๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;และจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;มีพื้นที่ติดกับ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;และประเทศกัมพูชา&nbsp;มีจุดผ่านแดนถาวรและจุดผ่อนปรนรวม&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;ส่งผลให้เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงสู่ภูมิภาคอินโดจีน&nbsp;หากโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จจะช่วยยกระดับความปลอดภัยในการเดินทาง&nbsp;แก้ไขปัญหาการจราจร&nbsp;เติมเต็มโครงข่ายคมนาคมขนส่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างสะดวก&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;สนับสนุนการท่องเที่ยวและการค้าชายแดน&nbsp;ช่วยกระจายความเจริญทางด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคตามแผนพัฒนาจังหวัดและแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามนโยบายรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301190510310
155	คณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยาประชุมเพื่อพิจารณาแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัด และโครงการที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์	<p><strong>นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</strong>ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;มอบหมายให้นางสาวนุชนาถ&nbsp;ประทีปธีรานันต์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมบึงพระราม&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;อาคาร&nbsp;4&nbsp;ชั้น&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในระดับพื้นที่และติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้ง&nbsp;พิจารณาแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์&nbsp;</strong>จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;และโครงการที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;โครงการ</p><p><strong>โดยที่ประชุมได้รับทราบแนวทางการดำเนินงานที่มอบหมายให้</strong>สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขับเคลื่อนด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ตัวชี้วัดระดับความสำเร็จในการขับเคลื่อนฯ&nbsp;รวมถึงสถานการณ์ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดฯ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;และผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ตั้งแต่เดือนตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;เดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมยังได้พิจารณาแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปราม</strong>การค้ามนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;ที่ทำการปกครองจังหวัด&nbsp;กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด&nbsp;สำนักงานแรงงานจังหวัด&nbsp;สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด&nbsp;สำนักงานจัดหางานจังหวัด&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด&nbsp;สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัด&nbsp;ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัด&nbsp;บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัด&nbsp;สำนักงานป้องกันจังหวัด&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด&nbsp;และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;ยุทธศาสตร์&nbsp;จำนวน&nbsp;28&nbsp;โครงการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p>ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;1&nbsp;ด้านการดำเนินคดีและบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;ไม่ใช้งบประมาณ&nbsp;</p><p>ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;2&nbsp;ด้านการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์&nbsp;18&nbsp;โครงการ&nbsp;งบประมาณ&nbsp;1,220,785&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;3&nbsp;ด้านการช่วยเหลือและคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;งบประมาณ&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;4&nbsp;ด้านการบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลการค้ามนุษย์&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;งบประมาณ&nbsp;71,750&nbsp;บาท&nbsp;รวมงบประมาณทั้งสิ้น&nbsp;1,322,535&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>และโครงการที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์&nbsp;ของที่ทำการปกครองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;โครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการพัฒนาศักยภาพการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;วงเงิน&nbsp;631,150&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;https://pr.prd.go.th/ayutthaya/</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301193545324
156	จังหวัดพังงา KICK OFF ส่งทีม หมอแก้จน ลงพื้นที่พร้อมกันทั้ง 8 อำเภอ ขจัดความยากจนของครัวเรือนด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;(KICK&nbsp;OFF)&nbsp;คาราวานแก้จนจังหวัดพังงา&nbsp;:&nbsp;โครงการพังงาร่วมใจ&nbsp;รวมพลัง&nbsp;พัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;พิชิตปัญหา&nbsp;ขจัดความยากจน&nbsp;ภายใต้&nbsp;การขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมที่ว่าการอำเภอตะกั่วทุ่ง&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;โดยมีนางวิภาดา&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพังงา&nbsp;นายเอกสิทธิ์&nbsp;สองเมือง&nbsp;นายอำเภอตะกั่วทุ่ง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพังงา&nbsp;ร่วมกันมอบเงินอุดหนุนพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ครัวเรือนเปราะบาง&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;แก่นายอำเภอตะกั่วทุ่ง&nbsp;มอบคู่มือแก้จน&nbsp;และสิ่งของอุปโภคบริโภคแก่ทีมพี่เลี้ยงที่ประกอบด้วยผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;ทีม&nbsp;พร้อมปล่อยคาราวานรถแก้จนเพื่อลงพื้นที่สอบถามสารทุกข์สุขดิบประชาชนกลุ่มเป้าหมายเป็นรายครัวเรือน&nbsp;</p><p><strong>ต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;ส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;ทีมพี่เลี้ยง&nbsp;และหมอแก้จน&nbsp;ได้ลงพื้นที่เยี่ยมครัวเรือนประชาชนในหมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลกระโสม&nbsp;อำเภอตะกั่วทุ่ง&nbsp;มอบถุงธารน้ำใจช่วยเหลือเบื้องต้น&nbsp;พร้อมกับพูดคุยและสอบถามความเป็นอยู่&nbsp;ตลอดจนรับฟังปัญหาที่ต้องการให้หน่วยงานของทางราชการเข้าช่วยเหลือ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดพังงา&nbsp;ได้รับนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความยากจน</strong>&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;และพัฒนาคนทุกช่วงวัย&nbsp;ขับเคลื่อนโดยศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(ศจพ.)&nbsp;ด้วยระบบ&nbsp;TPMAP&nbsp;บูรณาการทำงานทุกภาคส่วนร่วมกัน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือบุคคล&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;กลุ่มเป้าหมายใน&nbsp;5&nbsp;มิติ&nbsp;ได้แก่&nbsp;มิติสุขภาพ&nbsp;มิติความเป็นอยู่&nbsp;มิติการศึกษา&nbsp;มิติรายได้&nbsp;และมิติการเข้าถึงบริการภาครัฐ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;ซึ่งได้แต่งตั้งหมอแก้จนและทีมพี่เลี้ยงที่ประกอบด้วย&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;ส่วนราชการในระดับพื้นที่&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และนักศึกษา&nbsp;เป็นคณะทำงาน&nbsp;ออกดูแลและติดตามการแก้ปัญหาความยากจนของครัวเรือนอย่างใกล้ชิด&nbsp;จากการสำรวจมีครัวเรือนยากจนตามเป้าหมาย&nbsp;TPMAP&nbsp;จำนวน&nbsp;1,780&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ครัวเรือนยากจนจริง&nbsp;จำนวน&nbsp;411&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ครัวเรือนยากจนค้นพบใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;509&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;รวมครัวเรือนยากจนทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;921&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรม&nbsp;KICK&nbsp;OFF&nbsp;คาราวานแก้จนจังหวัดพังงาในวันนี้</strong>&nbsp;ได้จัดขึ้นพร้อมกันทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอตะกั่วทุ่ง&nbsp;ที่หอประชุมอำเภอตะกั่วทุ่ง&nbsp;อำเภอเกาะยาว&nbsp;ที่ศาลาหมู่บ้านโล้ะโป๊ะ&nbsp;ตำบลพรุใน&nbsp;อำเภอเมืองพังงา&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;อบต.เกาะปันหยี&nbsp;อำเภอตะกั่วป่า&nbsp;ที่ศาลาประชาคมอำเภอตะกั่วป่า&nbsp;อำเภอทับปุด&nbsp;ที่ศาลาประชาคมอำเภอทับปุด&nbsp;อำเภอท้ายเหมือง&nbsp;ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอท้ายเหมือง&nbsp;อำเภอคุระบุรี&nbsp;ที่ห้องประชุมพลับพลึงธาร&nbsp;ที่ว่าการอำเภอคุระบุรี&nbsp;และอำเภอกะปง&nbsp;ที่ศาลาอเนกประสงค์เทศบาลตำบลท่านา&nbsp;และจะมีการประเมินและติดตามผลของกิจกรรมต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301193004317
157	คณะอนุกรรมการประกันสังคมจังหวัดพังงา จัดประชุมครั้งที่ 1 ติดตามผลการดำเนินงาน	"<p>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการประกันสังคมจังหวัดพังงา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมอินทรักษ์&nbsp;สำนักงานประกันสังคมจังหวัดพังงา&nbsp;โดยมีวาระเช่น&nbsp;การสรุปผลการประชุมคณะอนุกรรมการประกันสังคมที่สำคัญ,&nbsp;รายงานสถานการณ์ภายในจังหวัด,&nbsp;สรุปผลการบริหารเงินลงทุน&nbsp;กองทุนประกันสังคม&nbsp;และกองทุนเงินทดแทนไตรมาส&nbsp;4&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564,&nbsp;รายงานผลการรับสมัครผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;40,&nbsp;การสร้างเครือข่าย&nbsp;""บวร""&nbsp;บ้าน/วัดโรงเรียน/โรงงาน&nbsp;และรายงานผลการเร่งรัดหนี้และติดตามหนี้ค้างชำระเงินกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301193134318
158	จังหวัดสุรินทร์ รับโล่รางวัลการขับเคลื่อนชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น จากกระทรวงวัฒนธรรม	<p><strong>นางสาววาสนา&nbsp;ไชยพรรณนา&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;นางสาวสุภา&nbsp;พูนลัน&nbsp;นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ&nbsp;และนายธวัชชัย&nbsp;บุตรงาม&nbsp;นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ&nbsp;เข้าร่วมพิธีมอบโล่รางวัลคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ณ&nbsp;ห้อง&nbsp;G5&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;อาคารหอศิลป์แห่งชาติ&nbsp;กระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;ถนนเทียมร่วมมิตร&nbsp;เขตห้วยขวาง&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;โดยมีนายอิทธิพล&nbsp;คุณปลื้ม&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;ประธานพิธี&nbsp;มีนางยุพา&nbsp;ทวีวัฒนะกิจบวร&nbsp;ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;นายเกรียงศักดิ์&nbsp;บุญประสิทธิ์&nbsp;อธิบดีกรมการศาสนา&nbsp;และผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรมเข้าร่วมพิธีดังกล่าว</p><p><strong>ในการนี้จังหวัดสุรินทร์ได้รับมอบโล่รางวัลอำเภอคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;อำเภอท่าตูม&nbsp;องค์กรคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;ได้แก่&nbsp;วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์&nbsp;และชุมชนคุณธรรมต้นแบบโดดเด่นบ้านเกาะแก้วพัฒนา&nbsp;ตำบลสำโรงทาบ&nbsp;อำเภอสำโรงทาบ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301194608341
159	จิตอาสานครพนม รวมพลังสร้างฝายผันน้ำสู่อ่างเก็บน้ำ ร.9 แก้ปัญหาภัยแล้งให้ประชาชน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;&nbsp;ที่บริเวณห้วยดอนโทน&nbsp;บ้านจำปาศรี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลก้านเหลือง&nbsp;อำเภอนาแก&nbsp;จังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;นำคณะหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชนจิตอาสา&nbsp;ร่วมกันสร้างฝายผันน้ำเก็บที่โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยกกคูณ&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ในช่วงภัยแล้ง&nbsp;และเป็นการร่วมกันฟื้นฟูระบบนิเวศน์&nbsp;อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติรอบลำน้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;โดยโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยกกคูณ&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;เป็นอ่างเก็บน้ำที่ถูกสร้างขึ้นจากพระราชกระแสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ที่ทรงให้สำรวจและพิจารณาหาแหล่งน้ำช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่บริเวณที่วงไว้ในแผนที่พระราชทาน&nbsp;คือราษฎรตำบลคำพี้&nbsp;และตำบลก้านเหลือง&nbsp;อำเภอนาแก&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ให้ได้มีน้ำใช้เพื่อทำการเกษตรและเพื่ออุปโภค-บริโภคตลอดทั้งปี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2535&nbsp;ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จ&nbsp;ยังประโยชน์แก่ราษฎร&nbsp;2,265&nbsp;คน&nbsp;445&nbsp;ครัวเรือนให้ได้ใช้น้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค&nbsp;เลี้ยงสัตว์&nbsp;และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา&nbsp;รวมถึงใช้เพื่อการเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ&nbsp;2,000&nbsp;ไร่&nbsp;แต่ด้วยสภาพชุมชนในปัจจุบันที่มีขนาดใหญ่ขึ้น&nbsp;ประมาณ&nbsp;2,300&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ทำให้มีปริมาณความต้องการน้ำที่เพิ่มมากขึ้น&nbsp;ประกอบกับใน&nbsp;3-4&nbsp;ปีหลัง&nbsp;ช่วงภัยแล้งน้ำภายในอ่างเก็บน้ำแห่งนี้จะมีปริมาณเหลือเพียง&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;ของพื้นที่กักเก็บ&nbsp;ดังนั้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ&nbsp;ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดนครพนมที่ก่อกำเนิดขึ้น&nbsp;ด้วยพระราชวิสัยทัศน์อันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;ที่ทรงห่วงใยปัญหาภัยแล้งต่อพสกนิกรชาวไทย&nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&nbsp;ริเริ่มโครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง&nbsp;เพื่อช่วยเหลือราษฎรให้ผ่านพ้นจากวิกฤติภัยแล้งให้มีน้ำกินน้ำใช้และทำการเกษตรได้อย่างยั่งยืน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จึงได้ร่วมกันหารือและวางแผนแก้ปัญหาให้กับประชาชน&nbsp;ทั้งระยะสั้น&nbsp;ระยะกลาง&nbsp;และระยะยาว&nbsp;และหนึ่งในนั้นพบว่าในแต่ละปีน้ำจากลำห้วยดอนโทนจะมีการไหลทิ้งโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร&nbsp;จึงเป็นที่มาของการสร้างฝายเพื่อผันน้ำมาเก็บไว้ในอ่างในครั้งนี้&nbsp;นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังเตรียมปรับปรุงและพัฒนาส่วนอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งให้กับประชาชนในพื้นที่ด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301195157349
160	ศูนย์หม่อนไหมฯ ขอนแก่น ติดตามการสาวเส้นไหมไทยพื้นบ้านให้ได้มาตรฐาน GI	<p><strong>ศูนย์หม่อนไหมฯ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;ติดตามการสาวเส้นไหมไทยพื้นบ้านให้ได้มาตรฐาน&nbsp;GI&nbsp;</strong>ของกลุ่มเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านปอแดง&nbsp;ตำบลคึมชาด&nbsp;อำเภอหนองสองห้อง&nbsp;จังหวัดขอนแก่น</p><p><strong>นางสาวจิราลักษณ์&nbsp;ปรีดี&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ</strong>&nbsp;<strong>ขอนแก่น&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นางสาวพิมลรัตน์&nbsp;เมธินธรังสรรค์&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&nbsp;และนายสุพจน์&nbsp;บรรเทา&nbsp;ช่างต้นแบบสิ่งทอ&nbsp;ช2&nbsp;ออกติดตามการสาวเส้นไหมไทยพื้นบ้านให้ได้มาตรฐาน&nbsp;GI&nbsp;ของกลุ่มเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านปอแดง&nbsp;ตำบลคึมชาด&nbsp;อำเภอหนองสองห้อง&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ซึ่งมีสมาชิกกลุ่ม&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ที่ผลิตเส้นไหม&nbsp;GI&nbsp;และเป็นกลุ่มที่ผลิตไข่ไหมชุมชน&nbsp;โดยผลิตไหมวัยอ่อนจำหน่ายให้แก่สมาชิกผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;โดยมีเส้นไหมที่ทางสมาชิกกลุ่มได้คัดเลือก&nbsp;และผ่านมาตรฐาน&nbsp;GI&nbsp;เป็นพันธุ์ไหมไทยพื้นบ้านที่เกษตรกรต่อพันธุ์เอง&nbsp;คือพันธุ์ทับทิมสยาม&nbsp;และได้มีการตรวจเอกสารพร้อมทั้งบันทึกการปฏิบัติกิจกรรมของกลุ่ม&nbsp;เตรียมพร้อมสำหรับรับการตรวจประเมินเส้นไหมจากคณะกรรมการผู้ตรวจประเมิน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;มีการผลิตเส้นไหมลืบ&nbsp;</strong>ที่กลุ่มเกษตรกรสามารถเพิ่มมูลค่าให้มีราคาสูงขึ้น&nbsp;โดยการทำมาตรฐานให้ตรงตามความต้องการของตลาดและผู้ซื้อ&nbsp;พร้อมส่งจำหน่ายให้กับเครือข่ายผู้ผลิตผ้าไหมอีกทางหนึ่งด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301194324332
161	ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่บ้านคุณยายวัย 84 ปี พร้อมแสดงความยินดีกับ ต.ลำตะเคียน ที่ฉีดวัคซีนได้ครบ 100% เป็นตำบลที่ 2 ของ จ.พระนครศรีอยุธยา	<p><strong>นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ(นาค-คะ-มาด)&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจและชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยของจุดให้บริการฉีดวัคซีนตำบลลำตะเคียน&nbsp;&nbsp;อ.ผักไห่&nbsp;ที่ดำเนินการฉีดวัคซีนได้ครบ&nbsp;100%&nbsp;โดยมี&nbsp;นพ.ยุทธนา&nbsp;วรรณโพธิ์กลาง&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;นายรัฐพล&nbsp;ธุระพันธ์&nbsp;นายอำเภอผักไห่&nbsp;นายก&nbsp;อบต.&nbsp;&nbsp;กำนัน&nbsp;อสม.&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ต.ลำตะเคียน&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ให้การต้อนรับและร่วมให้กำลังใจคุณยายละออง&nbsp;อ่อนจำรัส&nbsp;วัย&nbsp;84&nbsp;ปี&nbsp;ที่บ้านเลขที่&nbsp;53/1&nbsp;ม.3&nbsp;ต.ลำตะเคียน&nbsp;อ.ผักไห่&nbsp;จ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;ในการรับวัคซีนเป็นคนสุดท้ายของ&nbsp;ต.ลำตะเคียน&nbsp;ได้ครบ&nbsp;100%&nbsp;ในวันนี้&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;นายวีระชัยฯ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้มาแสดงความยินดีกับตำบลลำตะเคียน</strong>&nbsp;ที่ฉีดวัคซีนได้ครบ&nbsp;100%&nbsp;โดยรายสุดท้ายที่รับการฉีดวัคซีน&nbsp;อายุ&nbsp;84&nbsp;ปี&nbsp;สาเหตุที่ยอมฉีดวัคซีนในวันนี้&nbsp;เพราะว่าอายุมากแล้ว&nbsp;และไม่ได้ออกไปไหน&nbsp;เลยให้ลูกหลานฉีดวัคซีนกันไปก่อน&nbsp;ด้วยช่วงก่อนหน้านี้&nbsp;วัคซีนมีจำนวนไม่เพียงพอต่อจำนวนของประชากร&nbsp;และอีกหนึ่งเหตุผลคือ&nbsp;เพื่อความรับผิดชอบร่วมกันในการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่&nbsp;รวมถึงก่อนหน้าได้ฝากท่านกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;นายกตำบลลำตะเคียน&nbsp;เร่งรณรงค์การฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;ซึ่งฉีดไปได้แล้ว&nbsp;40%&nbsp;</p><p><strong>เนื่องจากปัจจุบันจำเป็นอย่างยิ่งต่อการสร้างภูมิคุ้มกันโควิดสายพันธุ์ใหม่&nbsp;</strong>รวมทั้งต้องขอบคุณคุณยายอีกครั้ง&nbsp;ที่ร่วมรับผิดชอบต่อประเทศชาติด้วยกัน&nbsp;และเป็นตัวอย่างที่ดีของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ที่จะทำการเร่งฉีดวัคซีนทุกตำบลให้ครบ&nbsp;100%&nbsp;ซึ่งตำบลตะเคียนเป็นตำบลที่&nbsp;2&nbsp;ที่ครบ&nbsp;100%&nbsp;ต่อจากตำบลบ้านรุน&nbsp;ในส่วนของอำเภอผักไห่&nbsp;เหลืออีก&nbsp;2-3&nbsp;ตำบล&nbsp;และขอฝากโดยเฉพาะกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;เร่งฉีดเข็ม&nbsp;3&nbsp;ให้ได้ครบ&nbsp;100%&nbsp;เช่นกัน&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;คุณยายละอองฯ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ก่อนหน้านี้ยายคิดว่าอายุมากแล้ว</strong>&nbsp;และไม่ได้ออกไปไหน&nbsp;จึงให้ลูกหลานฉีดไปก่อน&nbsp;แต่หลานชายซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ได้มาชักชวนให้มาฉีดวัคซีน&nbsp;ด้วยความเป็นห่วงที่จะนำพาโรคไปติดยาย&nbsp;เลยตกลงฉีดในวันนี้&nbsp;ไม่เจ็บเลย&nbsp;และไม่มีอาการข้างเคียงแต่อย่างใด&nbsp;และขอเชิญชวนคนเฒ่าคนแก่ไม่ต้องกลัวนะ&nbsp;เพราะยายก็ฉีดแล้ว&nbsp;</p><p><strong>สำหรับตำบลลำตะเคียน&nbsp;เป็นตำบลเป้าหมายในการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกัน</strong>โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;กลุ่มเป้าหมายให้ครบ&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;โดยมีประชากรเป้าหมาย&nbsp;จำนวน&nbsp;985&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งวันนี้คุณยายได้รับวัคซีนแล้ว&nbsp;ทำให้เป็นตำบลครบ&nbsp;100%&nbsp;และจะใช้เป็นต้นแบบในการรณรงค์ฉีดวัคซีนในพื้นที่อื่นๆ&nbsp;ของอำเภอผักไห่&nbsp;ต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนกงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็ปไซต์&nbsp;:&nbsp;https://ayutthaya.prd.go.th/</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301194434336
162	ผู้ว่าฯอยุธยา เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจโครงการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่บ้าน (Home Isolation)   ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมมงคลบพิตร</strong>&nbsp;(2)&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;(นาค-คะ-มาด)&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;&nbsp;เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภาคกิจโครงการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นางสาวนุชนาถ&nbsp;ประทีปธีรานันต์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด</strong>&nbsp;นายประพันธ์&nbsp;ตรีบุบผา&nbsp;ปลัดจังหวัด&nbsp;นพ.ยุทธนา&nbsp;วรรณโพธิ์กลาง&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;ผู้บริหารสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;</p><p><strong>ตามที่สภากาขาดไทย&nbsp;ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;</strong>(สปสช.)&nbsp;และกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ตลอดจนองค์กรภาคประชาสังคมผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;จัดทำโครงการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation&nbsp;)&nbsp;โดยมอบหมายให้สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์&nbsp;สถานีกาชาดทุกแห่งเป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก&nbsp;ซึ่งขณะนี้&nbsp;ได้ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการกับ&nbsp;สปสข.&nbsp;เรียบร้อยแล้ว&nbsp;และได้กำหนดขั้นตอนการดำเนินงานร่วมกันระหว่างสถานีกาชาด&nbsp;และเหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;ในภารกิจดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>การประชุมครั้งนี้&nbsp;เพื่อร่วมพิจารณาแนวทางการดำเนินการโครงการสนับสนุน</strong>อาหาร&nbsp;ยา&nbsp;และเวชภัณฑ์&nbsp;ตลอดจนเครื่องนอน&nbsp;ให้แก่ประชาชนผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่พักอยู่ที่บ้านตนเอง&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;และที่พักรวมประจำชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolation)&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็ปไซต์&nbsp;:&nbsp;https://ayutthaya.prd.go.th/</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301194633342
163	จังหวัดยะลาจัดกิจกรรมการเสริมสร้างเครือข่ายจิตอาสาประชาสังคมจังหวัดยะลา	<p><strong>กิจกรรมการเสริมสร้างเครือข่ายจิตอาสาประชาสังคมจังหวัดยะลา&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;</strong>สร้างการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในชุมชน</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา</strong>&nbsp;พันเอก&nbsp;ขจิต&nbsp;มกราภิรมย์&nbsp;รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมการสร้างเครือข่ายจิตอาสาประชาสังคมจังหวัดยะลา&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเรียนรู้กระบวนการแก้ไขปัญหาของชุมชน&nbsp;และสร้างการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่&nbsp;เสริมสร้างความรัก&nbsp;ความสามัคคีในชุมชน&nbsp;โดยประยุกต์ศาสตร์พระราชา&nbsp;เข้าใจ&nbsp;เข้าถึง&nbsp;พัฒนา&nbsp;และระเบิดจากข้างใน&nbsp;ซึ่งเป็นหลักการทรงงานตามแนวพระราชดำริ&nbsp;ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;กษัตริย์นักพัฒนาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและมั่นคงต่อไป&nbsp;โดยใช้กระบวนการทางสังคมในการแก้ไขปัญหาผ่านสภาสันติสุขตำบล&nbsp;และร่วมทำแผนปฏิบัติการชุมชน&nbsp;นำเครือข่ายจิตอาสาประชาสังคมในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลนำร่อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ตำบลเนินงาม&nbsp;อำเภอรามัน,&nbsp;ตำบลตาเนาะปูเต๊ะ&nbsp;อำเภอบันนังสตา,&nbsp;ตำบลปะแต&nbsp;อำเภอยะหา,&nbsp;ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนในพื้นที่&nbsp;และสมาชิกชมรมกตัญญูคลับ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลารวม&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;92&nbsp;คน&nbsp;โดยมีรองศาสตราจารย์วาสนา&nbsp;พิทักษ์ธรรม&nbsp;รองผู้อำนวยการศูนย์จิตอาสามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาและแขกผู้มีเกียรติร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;ทั้งนี้ดำเนินการจัดกิจกรรมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมการสร้างเครือข่ายจิตอาสาประชาสังคม</strong>&nbsp;เป็นกิจกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในชุมชนได้&nbsp;โดยในห้วงที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ทั้งส่วนราชการ&nbsp;เอกชนและเครือข่ายต่างๆในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่องและเห็นเป็นรูปธรรม&nbsp;และกิจกรรมครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมความร่วมมือในการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อชุมชน&nbsp;สังคมและประเทศชาติ&nbsp;โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมร่วมคิด&nbsp;ร่วมสร้างและร่วมพัฒนา&nbsp;และร่วมนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่&nbsp;ขับเคลื่อนการป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มเยาวชน,&nbsp;การป้องกันการแพร่ระบาดของ&nbsp;covid-19&nbsp;และการพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ&nbsp;เพื่อปฏิบัติการแก้ปัญหาหรือพัฒนาชุมชน&nbsp;ตลอดจนสามารถขยายผลให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301193958327
164	บก.คฟป.ทภ. 3 ส่วนหน้า จัดส่งชุดลาดตระเวนลงพื้นที่ พร้อมซักซ้อมการปฏิบัติร่วมอากาศยาน MI - 17	<p><strong>กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ</strong>&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;จัดส่งชุดลาดตระเวนลงพื้นที่&nbsp;พร้อมซักซ้อมการส่งชุดปฏิบัติการเข้าพื้นที่เสี่ยง&nbsp;โดยอากาศยาน&nbsp;MI-17&nbsp;</p><p><strong>พลตรีประสิษฐิพงศ์&nbsp;มูลดี&nbsp;รองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ได้ดำเนินการจัดส่งชุดลาดตระเวนและดับไฟป่า&nbsp;3&nbsp;ชุดปฏิบัติการ&nbsp;จากหน่วยทหารในจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ชุดลาดตระเวนและดับไฟป่ามณฑลทหารบกที่&nbsp;33,&nbsp;กองพันทหารราบที่&nbsp;1&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;และกองพันทหารปืนใหญ่ที่&nbsp;7&nbsp;กรมทหารปืนใหญ่ที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อลาดตระเวน&nbsp;ป้องปราม&nbsp;เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าและการบังคับใช้กฎหมายระหว่างวันที่&nbsp;1-3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยได้มอบเครื่องอุปโภค&nbsp;บริโภคให้กับชุดลาดตระเวนก่อนเข้าพื้นที่ปฏิบัติภารกิจตามแผนที่วางไว้&nbsp;ซึ่งชุดลาดตระเวนและดับไฟป่ามณฑลทหารบกที่&nbsp;33&nbsp;เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;โดยรถยนต์&nbsp;พร้อมกันนี้ได้จำลองสถานการณ์&nbsp;เพื่อซักซ้อมการปฏิบัติร่วมกับอากาศยาน&nbsp;MI-17&nbsp;ในการลำเลียงและจัดส่งชุดปฏิบัติการเข้าพื้นที่เสี่ยง&nbsp;โดยทำการจัดส่งชุดลาดตระเวนและดับไฟป่าจากกองพันทหารราบที่&nbsp;1&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;เข้าพื้นที่&nbsp;อำเภอแม่แจ่ม&nbsp;และกองพันทหารปืนใหญ่ที่&nbsp;7&nbsp;กรมทหารปืนใหญ่ที่&nbsp;4&nbsp;เข้าพื้นที่&nbsp;อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์&nbsp;อำเภอจอมทอง&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;จากการตรวจสอบสภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มี&nbsp;4&nbsp;สถานีที่มีค่าคุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบกับประชาชน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตำบลช้างเผือก,&nbsp;ตำบลสุเทพ&nbsp;อำเภอเมืองเชียงใหม่,&nbsp;โรงพยาบาลเทพรัตน์ฯ&nbsp;อำเภอแม่แจ่ม,&nbsp;และตำบลแม่นะ&nbsp;อำเภอเชียงดาว&nbsp;ส่วนสถานการณ์จุดความร้อนในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;(ดาวเทียมระบบ&nbsp;VIIRS)&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;ก.พ.65&nbsp;เกิดจุดความร้อนสะสม&nbsp;13,082&nbsp;จุด&nbsp;เมื่อเทียบปี&nbsp;2564&nbsp;(34,363)&nbsp;ลดลง&nbsp;21,281&nbsp;จุด&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;61.93&nbsp;เมื่อเทียบปี&nbsp;2563&nbsp;(59,473)&nbsp;ลดลง&nbsp;46,391&nbsp;จุด&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;78</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301200654351
165	จ.สุรินทร์ลงพื้นที่จัดการปัญหากองขยะริมทาง เพื่อปรับภูมิทัศน์และสร้างจิตสำนึกในการทิ้งขยะให้คนในพื้นที่	<p><strong>นายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;ได้ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน&nbsp;จังหวัดสะอาด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีกรอบการดำเนินงานภายใต้แผนปฏิบัติการเป็น&nbsp;3&nbsp;ระยะ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ต้นทาง&nbsp;กลางทาง&nbsp;และปลายทาง&nbsp;และใช้หลัก&nbsp;3&nbsp;ช.&nbsp;ได้แก่&nbsp;ใช้น้อย&nbsp;ใช้ซ้ำ&nbsp;และนำกลับมาใช้ใหม่&nbsp;โดยมอบหมายให้นายอำเภอทุกอำเภอและนายกเทศมนตรีเมืองสุรินทร์ขับเคลื่อนโครงการฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;จากกรณีทิ้งขยะเกลื่อนริมทาง&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการลงพื้นที่ไปยังบริเวณเส้นทางจากถนนสาย&nbsp;ตำบลแจนแวน&nbsp;อำเภอศรีณรงค์&nbsp;ผ่านไปยังอำเภอสังขะ&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;พบชาวบ้านนำขยะมาทิ้งกองเอาไว้ปากทางเข้าวัดหนองคูพัฒนา&nbsp;ตำบลขอนแตก&nbsp;อำเภอสังขะ&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เบื้องต้นได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวปรากฎว่า&nbsp;อบต.แจนแวน&nbsp;อำเภอศรีณรงค์&nbsp;ได้ลงพื้นที่บูรณาการร่วมกับ&nbsp;อบต.ขอนแตก&nbsp;อำเภอสังขะ&nbsp;และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;ร่วมกิจกรรมปลุกจิตสำนึก/ทำความสะอาดจุดที่เกิดปัญหา&nbsp;และทั้งนี้ได้กำชับให้&nbsp;อปท.ในพื้นที่ดำเนินการบริหารจัดการขยะริมถนนสองข้างทาง&nbsp;เพื่อมิให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นอีก</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301195842350
166	จ.นครพนม นำร่องบ้านหนองเดิ่นพัฒนา แก้ปัญหายาเสพติดชุมชนยั่งยืน แบบครบวงจร	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่วัดบ้านหนองเดิ่นพัฒนา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;23&nbsp;ตำบลบ้านผึ้ง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;</strong>นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นประธานลงนามบันทึกความร่วมมือและเปิดโครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืน&nbsp;เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดจังหวัดนครพนมแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน/หมู่บ้าน&nbsp;เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับคนในชุมชน&nbsp;ทำให้ทุกคนเข้าใจและรับรู้ถึงปัญหา&nbsp;โทษภัยที่เกิดขึ้นจากยาเสพติด&nbsp;เกิดกระบวนการป้องกันแก้ไขปัญหา&nbsp;การบำบัดรักษา&nbsp;โดยคนในชุมชน/หมู่บ้านมีส่วนร่วมสร้างรูปแบบในการดำเนินงาน&nbsp;ที่นำไปสู่หมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็งในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน&nbsp;ตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้ปัญหายาเสพติดเป็นวาระสำคัญของชาติที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน&nbsp;เนื่องจากส่งผลกระทบต่อความเดือดร้อนความทุกข์ยากของประชาชนและศักยภาพในการพัฒนาประเทศในอนาคต&nbsp;ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่บ้าน/ชุมชนที่มีผู้ติดยาเสพติดอาศัยอยู่&nbsp;เพราะจะมีปัญหามากกว่าที่อื่นๆ</p><p><strong>โดยโครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืน</strong>&nbsp;เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดจังหวัดนครพนม&nbsp;แบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;โดยอำเภอเมืองนครพนม&nbsp;ได้ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรเมืองนครพนม&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องพิจารณาคัดเลือกหมู่บ้านเป้าหมาย&nbsp;คือบ้านหนองเดิ่นพัฒนา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;23&nbsp;ตำบลบ้านผึ้ง&nbsp;เนื่องจากเป็นหมู่บ้านที่ยังมีปัญหายาเสพติดระบาดในพื้นที่&nbsp;และมีผู้ที่ต้องได้รับการบำบัดรักษาในหมู่บ้านจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน&nbsp;ซึ่งชุดปฏิบัติการชุมชนยั่งยืนที่ประกอบไปด้วย&nbsp;ปกครองอำเภอเมืองนครพนม&nbsp;ตำรวจภูธรเมืองนครพนม&nbsp;ท้องถิ่นอำเภอเมืองนครพนม&nbsp;สาธารณสุขอำเภอเมืองนครพนม&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านผึ้ง&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ตำบลบ้านผึ้ง&nbsp;จะบูรณางานร่วมกันในการขับเคลื่อนแผนงานเป็นระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน-&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อทำให้ประชาชนในหมู่บ้านแห่งนี้ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด&nbsp;และพร้อมเป็นต้นแบบให้กับชุมชนอื่นๆ&nbsp;ที่มีปัญหา&nbsp;ตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด&nbsp;ภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าสางที่ฝั่งโขง&nbsp;ของศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดนครพนมที่จะบูรณาการความร่วมมือทุกหน่วยงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เกิดผลเป็นรูปธรรมที่ร่วมกันคิด&nbsp;ร่วมกันตัดสินใจ&nbsp;และพร้อมแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน&nbsp;ตั้งแต่ต้นทาง&nbsp;กลางทาง&nbsp;และปลายทาง&nbsp;ที่ครอบคลุมทุกมิติ&nbsp;ทั้งด้านการป้องกัน&nbsp;ปราบปราม&nbsp;การบำบัดรักษา&nbsp;และการบริหารจัดการ&nbsp;อันจะเป็นการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครพนม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301203242355
167	จังหวัดระยอง ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ ติดตามสถานการณ์ผู้ป่วยโควิด-19 ในพื้นที่	<p><strong>จังหวัดระยองประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ&nbsp;ติดตามสถานการณ์</strong>ผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;มอบให้แต่ละอำเภอเตรียมตั้งสถานที่กักตัวและการกักตัวที่บ้าน&nbsp;</p><p><strong>ที่ห้องประชุมอินทรวิชิต&nbsp;ศาลกาลางจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดระยอง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;7&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมผ่าระบบประชุมทางไกล&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดระยองได้มอบหมายให้แต่ละอำเภอจัดหาสถานที่กักตัว&nbsp;(CI)&nbsp;และการกักตัวที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;&nbsp;เพื่อรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น&nbsp;รวมถึงเตรียมแผนเผชิญเหตุในการบริหารควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกันได้ฝากให้ทุกคนระมัดระวังในการใช้ชีวิต</strong>&nbsp;ยังคงเข้มการดำเนินการป้องกันตัวตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดอย่างเคร่งครัด&nbsp;เช่น&nbsp;DMHTTA&nbsp;VUCA&nbsp;&nbsp;มาตรการป้องกันโควิดแบบครอบจักรวาล&nbsp;และการรณรงค์ให้เข้ารับวัคซีนให้ครบโดสเพื่อลดความรุนแรงของไวรัสในกรณีติดเชื้อ</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ผู้ป่วยในจังหวัดระยองระลอกใหม่ในวันนี้</strong>&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบผู้ป่วยใหม่&nbsp;593&nbsp;ราย&nbsp;มาจากในพื้นที่&nbsp;553&nbsp;ราย&nbsp;ต่างจังหวัด&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;และพบจากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;อีก&nbsp;207&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งสิ้น&nbsp;12,828&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;4,461&nbsp;ราย&nbsp;กลับบ้านในวันนี้&nbsp;269&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;โดยเฉลี่ยจังหวัดระยองมีผู้ติดเชื้อ&nbsp;7&nbsp;วันย้อนหลังทั้งที่มาจากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และ&nbsp;PCR&nbsp;อยู่ที่&nbsp;839&nbsp;รายต่อวัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301203607357
168	จังหวัดชลบุรี  บูรณาการ ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) นำมาตรการเข้ม ตรวจจับ ปรับจริง-ห้ามใช้รถควันดำ	<p><strong>หน่วยงานรัฐ&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;บูรณาการ&nbsp;ดำเนินการตามมาตรการ</strong>ป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;นำมาตรการเข้ม&nbsp;ตรวจจับ&nbsp;ปรับจริง-ห้ามใช้รถควันดำตาม&nbsp;พ.ร.บ.การขนส่งทางบก</p><p><strong>เวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;สถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี</strong>&nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดชลบุรี&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชลบุรี&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี&nbsp;และสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;13&nbsp;(ชลบุรี)ได้ร่วมกัน&nbsp;ตั้งด่านตรวจวัดควันดำจากท่อไอเสียรถ&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.บ.ขนส่งทางบก&nbsp;และรถยนต์ส่วนบุคคล&nbsp;ประเภทเครื่องยนต์ดีเซล&nbsp;ที่บริเวณถนนเทพรัตน&nbsp;ขาเข้ากรุงเทพมหานคร&nbsp;ใต้ทางด่วนบูรพาวิถี&nbsp;ตำบลคลองตำหรุ&nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยจังหวัดชลบุรี&nbsp;ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไข</strong>สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;นำมาตรการเข้ม&nbsp;ตรวจจับ&nbsp;ปรับจริง-ห้ามใช้รถควันดำตาม&nbsp;พ.ร.บ.การขนส่งทางบก&nbsp;ซึ่งในวันนี้ได้ดำเนินการตรวจวัดควันดำรถบรรทุก&nbsp;จำนวน&nbsp;170&nbsp;คัน&nbsp;พบมีรถที่มีควันดำแต่ยังไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;คัน&nbsp;และพบรถมีค่าควันดำเกินเกณฑ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;&nbsp;ซึ่งสำนักงานขนส่งจังหวัดชลบุรีได้ออกคำสั่งผู้ตรวจการ&nbsp;และสั่งระงับการใช้รถฯ&nbsp;โดยพ่นเครื่องหมาย&nbsp;ห้ามใช้รถ&nbsp;และตรวจวัดควันดำรถยนต์ส่วนบุคคล&nbsp;ประเภทเครื่องยนต์ดีเซล&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;คัน&nbsp;พบรถมีค่าควันดำเกินเกณฑ์&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;คัน&nbsp;ซึ่งสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;13&nbsp;(ชลบุรี)&nbsp;ได้ออกคำสั่งโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม&nbsp;พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;ห้ามใช้รถชั่วคราว&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;คัน&nbsp;และ&nbsp;ติดป้าย&nbsp;ห้ามใช้รถชั่วคราว&nbsp;และให้ปรับปรุงแก้ไขก่อนนำรถเข้าตรวจสอบใหม่&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานขนส่งฯ&nbsp;ต่อไป</p><p>ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ขับขี่ดูแลรักษาและตรวจสภาพเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;เพื่อช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>บัณฑิต&nbsp;มันปาฏิ....ภาพ/ข่าว&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301203817358
169	จังหวัดตรัง พบผู้ป่วยโควิด 19 รายใหม่วันนี้ 191 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัดตรัง 183 ราย ติดเชื้อจากต่างจังหวัด 8 ราย รวมยอดสะสมจากการระบาดระลอก 1 มกราคม 2565 จำนวน 3,155 ราย	<p><strong>ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;วันนี้พบผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;รายใหม่&nbsp;191&nbsp;ราย&nbsp;เป็นติดเชื้อในจังหวัดตรัง&nbsp;183&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากต่างจังหวัด&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อตามการระบาดระลอก&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;3,155&nbsp;ราย&nbsp;พบผู้ติดเชื้อมากที่สุดที่อำเภอกันตัง&nbsp;38&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;31&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอหาดสำราญ&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พบการติดเชื้อมากที่สุดจากการสัมผัสในชุมชน&nbsp;103&nbsp;ราย</strong>&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;53.93&nbsp;พูดคุยโดยไม่สวมหน้ากากและอื่นๆ&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;21.47&nbsp;สัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;32&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;16.75&nbsp;สัมผัสในที่ทำงาน&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;7.85</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301204054360
170	กลุ่มแม่บ้านชุมชนกาแป๊ะกอตอ ในฝึกอบรมทำน้ำสมุนไพร ตามแบบภูมิปัญญาไทย บำรุงสุขภาพ พร้อมเชิญชวนชาวเบตงหันมาดื่นน้ำผักผลไม้หรือน้ำสมุนไพรกันมากขึ้น	<p><strong>นายอาลี&nbsp;ดูดิง&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองเบตง&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ลงพื้นที่ชุมชนกาแป๊ะกอตอใน&nbsp;เพื่อพบปะและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และชาวบ้านชุมชนกาแป๊ะกอตอใน&nbsp;ในการฝึกอบรมทำน้ำสมุนไพร&nbsp;ในโครงการฝึกอบรมอาชีพให้แก่เยาวชนและประชาชนในเขตเทศบาล</p><p><strong>นายอาลี&nbsp;ดูดิง&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองเบตง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันคนไทยให้ความสนใจ&nbsp;และตื่นตัวในด้านการพัฒนาความรู้ด้านวัชพืชสมุนไพรมากขึ้น&nbsp;และสามารถนำมาแปรรูปให้เกิดประโยชน์&nbsp;โดยเริ่มตั้งแต่สมัยโบราณใช้เพื่อการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ&nbsp;และต่อมาได้มีการพัฒนานำเอาพืชสมุนไพรมาทำเป็นเครื่องดื่มสมุนไพร&nbsp;เช่นน้ำกระเจี๊ยบ&nbsp;น้ำอัญชัน&nbsp;น้ำมะนาว&nbsp;น้ำใบเตยและน้ำตะไคร้&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งเครื่องดื่มของไทยนั้นให้ทั้งรสชาติ&nbsp;และคุณประโยชน์ควบคู่กันคือ&nbsp;สรรพคุณทางยาที่ได้จากสมุนไพรที่นำมาเป็นเครื่องดื่ม&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;ยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายตามธรรมชาติ&nbsp;</strong>จากกระแสความใส่ใจต่อสุขภาพ&nbsp;ทำให้คนไทยหันมาดื่นน้ำผักผลไม้หรือน้ำสมุนไพรกันมากขึ้น&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เทศบาลเมืองเบตง&nbsp;จึงได้จัดทำโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการผลิดน้ำสมุนไพร&nbsp;เพื่อสุขภาพ&nbsp;ในท้องถิ่นที่ปลอดภัย&nbsp;ตามแบบภูมิปัญญาไทยเพื่อบำรุงสุขภาพ&nbsp;โดยใช้สมุนไพรที่หาได้ไม่ยากในวิถีชีวิตแบบไทยๆ&nbsp;นำมาปรุงแต่งให้เป็นเครื่องดื่ม&nbsp;โดยยังคุณค่าด้วยการส่งเสริมสุขภาพหรือรักาาโรคไว้เช่นเดิม&nbsp;น้ำดื่มสมุนไพร&nbsp;คือส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย&nbsp;พร้อมกับพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรเพื่อให้ยั่งยืนคู่สังคมไทย&nbsp;และสภาพแวดล้อมไทยต่อไป</p><p><strong>รองนายกเทศมนตรีเมืองเบตง&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;สำหรับโครงการฝึกอบรมอาชีพฯในปีนี้</strong>&nbsp;เทศบาลเมืองเบตง&nbsp;มีแผนดำเนินโครงการแบ่งเป็น&nbsp;22&nbsp;หลักสูตร&nbsp;ดำเนินการในลักษณะการฝึกอบรมอาชีพแบบสัญจร&nbsp;ลงตามพื้นที่ชุมชนในช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;เดือนสิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ&nbsp;กลุ่มแม่บ้าน&nbsp;,&nbsp;กลุ่มอาชีพ&nbsp;,&nbsp;เยาวชนและประชาชนผู้สนใจ&nbsp;รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งในวันนี้จะเป็นการดำเนินงาน&nbsp;2&nbsp;หลักสูตรแรกประกอบด้วยหลักสูตรการผลิต</strong>เครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพ&nbsp;ดำเนินการร่วมกับ&nbsp;6&nbsp;ชุมชนในเขตเทศบาล&nbsp;และหลักสูตรการส่งเสริมอาชีพการตัดเย็บเสื้อผ้าดำเนินการร่วมกับกลุ่มแม่บ้านชุมชนจาเราะกางา&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการตัดเย็บเสื้อผ้า&nbsp;และท่านวิทยากร&nbsp;คุณมณเฑียร&nbsp;ธรรมวัติ&nbsp;และทีมงานเป็นวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรจากกลุ่มออร์แกนิคเบตง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301204259361
171	ศบค.ตรัง เผย จังหวัดตรังมีผู้ป่วยโควิด 19 ที่รักษาหายวันนี้ 134 ราย รักษาหายสะสม 2,361 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม	<p><strong>ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;จังหวัดตรังมีผู้ป่วยที่รักษาหายเพิ่ม&nbsp;134&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายรวม&nbsp;&nbsp;2,361&nbsp;ราย&nbsp;นับตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;ยังคงรักษาใน&nbsp;รพ.&nbsp;776&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย&nbsp;597&nbsp;ราย&nbsp;อาการปานกลาง&nbsp;160&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจน&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจนแรงดันสูง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>โดยในวันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันเฉลี่ยใน&nbsp;7&nbsp;วันเฉพาะในจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;126.71&nbsp;ราย&nbsp;รวมที่มารักษาด้วย&nbsp;132.29&nbsp;ราย&nbsp;วันนี้ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม&nbsp;ทำให้มียอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;โดยในขณะนี้&nbsp;จังหวัดตรังได้ดำเนินการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;1&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;504,436&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;80.51&nbsp;ผู้ได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;470,189&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;75.04&nbsp;และ&nbsp;Booster&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;122,622&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;19.57&nbsp;จากกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;626,581&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>วันนี้จังหวัดตรังมีการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;เป็นบวก&nbsp;จำนวน&nbsp;191&nbsp;ราย&nbsp;</strong>จากการตรวจ&nbsp;199&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;95.98%&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;720&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;1,455&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;49.48%&nbsp;&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อ&nbsp;911&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;1,654&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;55.07%</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301204411362
172	นายก อบต.ควนสตอ จ.สตูล พร้อมทีมบริหารและฝ่ายสภา รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการในสังกัด ลงพื้นให้กำลังใจพี่น้องประชาชนผู้กักตัวและผู้สัมผัสเสี่ยงสูงโรคโควิด -19	<p><strong>นายซะรี่ย์อะซีร&nbsp;นุ่งอาหลี&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลควนสตอ</strong>&nbsp;พร้อมด้วยทีมบริหาร&nbsp;ฝ่ายสภา&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัด&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;และกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;ในพื้นที่ตำบลควนสตอ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;9&nbsp;พร้อมมอบน้ำดื่มช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้แก่ประชาชน&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;นายซะรี่ย์อะซีร&nbsp;นุ่งอาหลี&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลควนสตอ</strong>&nbsp;ได้แจ้งแนวทางการปฏิบัติตนและการรักษามาตรการ&nbsp;DMHTTA&nbsp;อย่างเข้มงวดและเคร่งครัด&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในชุมชน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301212825366
173	ร้อยเอ็ด ขับเคลื่อนการประเมินส่วนราชการ ตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ ในการปฏิบัติราชการของจังหวัดร้อยเอ็ด	<p><strong>นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ส่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานและขับเคลื่อนการประเมินส่วนราชการ&nbsp;ตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ&nbsp;ในการปฏิบัติราชการ&nbsp;ของจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมข้าวหอมมะลิชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสนอง&nbsp;ดลประสิทธิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วม</p><p><strong>โดย&nbsp;กระทรวงมหาดไทยพิจารณาให้ความเห็นชอบ</strong>&nbsp;รายละเอียดตัวชี้วัด&nbsp;น้ำหนัก&nbsp;และเกณฑ์การให้คะแนนของจังหวัด&nbsp;และสำนักงาน&nbsp;ก.พ.ร.&nbsp;ได้มีการส่งรายละเอียดตัวชี้วัด&nbsp;ค่าเป้าหมาย&nbsp;คำอธิบาย&nbsp;และเงื่อนไขต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะทำงานพิจารณาตัวชี้วัดของจังหวัดแล้ว&nbsp;เพื่อให้จังหวัดใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานสำหรับการประเมินประสิทธิภาพของส่วนราชการ&nbsp;ตามมาตรการการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้การทำงานของส่วนราชการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</strong>มีประสิทธิภาพและตรงตามความต้องการของประชาชน&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้ทุกจังหวัดมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301213044367
174	พัฒนาชุมชนจังหวัดนครราชสีมา ร่วมสนองนโยบายรัฐบาล ลด และ จัดการขยะพลาสติก	<p><strong>นางอรุณรัตน์&nbsp;ชิงชนะ&nbsp;พัฒนาการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;เชิญชวนเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ร่วมลดและคัดแยกขยะมูลฝอยโดยความสมัครใจ&nbsp;ตั้งเป้าลดขยะมูลฝอยที่ส่งกำจัด&nbsp;30%&nbsp;ถุงพลาสติกหูหิ้ว-แก้วพลาสติกแบบบางและกล่องโฟมบรรจุอาหาร&nbsp;ลดลง&nbsp;100%&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยให้มีการเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว&nbsp;4&nbsp;ชนิด</strong>&nbsp;ภายในปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>(1)&nbsp;ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบบาง&nbsp;&nbsp;ความหนาน้อยกว่า&nbsp;36&nbsp;ไมครอน&nbsp;</p><p>(2)&nbsp;กล่องโฟมบรรจุอาหาร&nbsp;</p><p>(3)&nbsp;แก้วพลาสติก&nbsp;ความหนาน้อยกว่า&nbsp;100&nbsp;ไมครอน&nbsp;</p><p>(4)&nbsp;หลอดพลาสติก</p><p><strong>รวมทั้งส่งเสริมให้มีการนำพลาสติกกลับมารีไซเคิล&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;</p><p>(1)&nbsp;ถุงพลาสติกหูหิ้ว&nbsp;</p><p>(2)&nbsp;บรรจุภัณฑ์ฟิล์มพลาสติกชั้นเดียว&nbsp;</p><p>(3)&nbsp;ขวดพลาสติก&nbsp;(ทุกชนิด)&nbsp;</p><p>(4)&nbsp;ฝาขวด&nbsp;</p><p>(5)&nbsp;แก้วพลาสติก&nbsp;</p><p>(6)&nbsp;ถาด/กล่องอาหาร</p><p>(7)&nbsp;ช้อน/ส้อม/มีด&nbsp;</p><p>กลับไปใช้ประโยชน์เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;(Circular&nbsp;Economy)&nbsp;ให้สำเร็จภายในปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ตำบลในเมือง&nbsp;อำเภอเมืองนครราชสีมา&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301213915368
175	จ.นครพนม ตรวจเยี่ยมและมอบแนวทางการปฏิบัติราชการให้กับหน่วยงานในพื้นที่ การพัฒนาพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง	<p><strong>นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;</strong>นำทีมหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ลงพื้นที่หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;22&nbsp;บ้านทางหลวง&nbsp;ตำบลบ้านแก้ง&nbsp;อำเภอนาแก&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;เยี่ยมชมโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;และเยี่ยมชมโครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;ต้านโควิด-19&nbsp;และโครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนแผนงานโครงการสู่การสร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;โดยมีพันเอก&nbsp;สันทัศน์&nbsp;ชำนาญเวช&nbsp;ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;22&nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&nbsp;2&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;เจ้าหน้าที่และประชาชนที่เข้าร่วมโครงการร่วมให้การต้อนรับและบรรยายสรุป</p><p><strong>โดยการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ได้ลงพื้นที่ติดตามโครงการหมู่บ้าน</strong>เศรษฐกิจพอเพียงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;บ้านทางหลวง&nbsp;ตำบลบ้านแก้ง&nbsp;อำเภอนาแก&nbsp;ซึ่งเป็นหมู่บ้านต้นแบบที่ดำเนินการตามแนวทางพระราชดำริ&nbsp;มาตั้งแต่ปี&nbsp;2546&nbsp;โดยกองทัพไทยได้มอบหมายให้หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;22&nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&nbsp;2&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;เป็นผู้ดูแลในการจัดสรรพื้นที่ทำประโยชน์&nbsp;จำนวน&nbsp;107&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;91&nbsp;ตารางวา&nbsp;ให้กับประชาชนที่ยากจน&nbsp;ด้อยโอกาส&nbsp;ไร้บ้าน&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ให้ได้สร้างบ้านพักอาศัยและส่งเสริมการประกอบอาชีพทำการเกษตรครบวงจร&nbsp;การปลูกผักการเกษตร&nbsp;เลี้ยงปลา&nbsp;เลี้ยงกบ&nbsp;ทำการเกษตรทุกรูปแบบ&nbsp;เน้นลดรายจ่าย&nbsp;เพิ่มรายได้&nbsp;ทำให้ปัจจุบันชุมชนเป็นหมู่บ้านพอเพียงต้นแบบที่พึ่งพาตนเองได้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>และโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ&nbsp;บ้านทางหลวง&nbsp;ตำบลบ้านแก้ง</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ดำเนินโครงการตามพระราชดำริ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;โดยในพื้นที่แบ่งพื้นที่&nbsp;12&nbsp;ไร่&nbsp;จัดทำโคก&nbsp;หนองนา&nbsp;โมเดล&nbsp;ที่ให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างงาน&nbsp;และขาดรายได้จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดให้มีรายได้และสามารถพึ่งพาตนเองได้&nbsp;ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตรรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;มาสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ด้วยการสร้างแหล่งอาหารที่มีความปลอดภัย&nbsp;มั่นคงถาวรและยั่งยืน&nbsp;ให้กับตนเองและครอบครัว&nbsp;เป็นสถานที่ศึกษาดูงานและสถานที่ให้ความรู้ด้านการเกษตร&nbsp;ด้านประมง&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;ที่ถูกต้องแก่ประชาชนในพื้นที่ให้ได้มาเรียนรู้เพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนาแปลงเกษตรของตนเองทำให้ทุกคนมีแหล่งอาหารที่มั่นคง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301214510370
176	จิตอาสานครพนม สร้างฝายสาธิตห้วยดอนโดน อ่างเก็บน้ำห้วยกกคูณ อำเภอนาแก	<p><strong>นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมด้วยข้าราชการ&nbsp;&nbsp;พนักงาน&nbsp;ประชาชนจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ร่วมกันสร้างฝายสาธิตห้วยดอนโทน&nbsp;บ้านจำปาศรี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลก้านเหลือง&nbsp;อำเภอนาแก&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;</p><p><strong>เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้ง</strong>&nbsp;โดยเฉพาะน้ำในการอุปโภคบริโภค&nbsp;และน้ำใช้เพื่อการเกษตร&nbsp;เป็นการแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้น&nbsp;ระยะกลาง&nbsp;และในระยะยาว&nbsp;เพื่อเป็นการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง&nbsp;จากอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน&nbsp;ปัญหาจากภัยธรรมชาติ&nbsp;นับวันจะมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะปัญหาภัยแล้ง</p><p><strong>โครงการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดนครพนม&nbsp;</strong>สร้างฝายสาธิตห้วยดอนโทนอุทยานแห่งชาติภูผายน&nbsp;หมู่12&nbsp;ตำบลก้านเหลือง&nbsp;อำเภอนาแก&nbsp;.จังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นโครงการที่จะสร้างฝายชลอน้ำลำห้วยดอนโทนเพื่อสร้างความชุ่มน้ำให้ป่า&nbsp;เป็นแหล่งน้ำแก่สัตว์ป่า&nbsp;และเป็นจุดชักน้ำห้วงฤดูฝนปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;จากลำห้วยฯ&nbsp;ลงไปยังอ่างเก็บห้วยกกคูณ&nbsp;เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างให้เต็มขีดความสามารถการกักเก็บ&nbsp;ซึ่งเก็บได้ประมาณ&nbsp;2&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;สำหรับใช้ทำเกษตรกรรมโดยระบบชลประทาน&nbsp;ประมาณ&nbsp;1,200&nbsp;ไร่&nbsp;และอุปโภคบริโภค&nbsp;ของราษฎร&nbsp;ประมาณ&nbsp;2,300&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ซึ่งประสบปัญหาน้ำในอ่างไม่พอใช้เนื่องจาก&nbsp;&nbsp;3-4&nbsp;ปีที่ผ่านมาน้ำไหลเข้าอ่างได้น้อยเพียง&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;ของพื้นที่กักเก็บ&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญดังกล่าว&nbsp;ชลประทานจังหวัดนครพนมร่วมกับ</strong>ภาคประชาชนกลุ่มผู้ใช้น้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยกกคูณ&nbsp;ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำที่ได้รับพระราชทานจากในหลวง&nbsp;ร.9&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2535&nbsp;โดยได้หาแนวทางเพิ่มหลังคารับน้ำเหนืออ่าง&nbsp;ในฤดูฝน&nbsp;ผลสำรวจพบว่าควรใช้วิธีดังกล่าวข้างต้นผันหรือชักน้ำบางส่วนจากลำห้วยดอนโทนที่ไหลทิ้งไปทุกปี&nbsp;ลงไปเก็บไว้ที่อ่างเก็บน้ำ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301215731376
177	ศอ.บต. ลงพื้นที่มอบอาหารกล่องอย่างต่อเนื่อง ด้านผู้ได้รับผลกระทบฯ ต่างซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณฯ	<p>ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;นำโดยผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่นำอาหารกล่องจากมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ยามยาก&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;ไปมอบให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ</p><p><strong>สำหรับในการลงพื้นที่ครั้งนี้ผู้บริหาร&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้นำไปมอบให้กับ</strong>ประชาชนในพื้นที่&nbsp;ตำบลละแอ&nbsp;ตำบลบาโร๊ะ&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;&nbsp;กล่อง&nbsp;&nbsp;และในพื้นที่&nbsp;อำเภอแว้ง&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตำบลฆอเลาะ&nbsp;จำนวน&nbsp;700&nbsp;กล่อง&nbsp;ตำบลบูเกะตา&nbsp;จำนวน&nbsp;500&nbsp;กล่อง&nbsp;รวมถึงตำบลมูโน๊ะ&nbsp;อำเภอสุไหงโกลก&nbsp;จำนวน&nbsp;1800&nbsp;กล่อง&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;5,000&nbsp;กล่อง&nbsp;เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น</p><p><strong>ด้านผู้ได้รับผลกระทบฯ&nbsp;กล่าวซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้</strong>&nbsp;และขอบคุณหน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วนที่ได้ให้การช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถไม่เคยทอดทิ้งในสภาวะวิกฤตแบบนี้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โรงครัวพระราชทานจากมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ยามยาก</strong>&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;มีกำหนดจัดตั้งขึ้นในพื้นที่ระหว่างวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;รวมระยะเวลา&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งจะผลิตอาหารวันละ&nbsp;5,000&nbsp;กล่อง&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;25,000กล่อง&nbsp;และได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติ&nbsp;และเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(กลุ่มเสื้อเขียว)&nbsp;เป็นผู้ผลิตอาหาร&nbsp;เพื่อมอบให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยต่อไป</p><p><strong>ขณะที่สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เริ่มคลี่คลาย&nbsp;</strong>คาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มจะสามารถทำให้สถานการณ์ดีขึ้น&nbsp;จึงขอให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301215226374
178	จ.อำนาจเจริญ ต้อนรับคณะตรวจเยี่ยมสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินีตรวจติดตามผลการดำเนินงานรับทราบปัญหาและวางแผนสนับสนุนการพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ ปลาค้าว	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายโสภณ&nbsp;เมฆธน&nbsp;ประธานคณะตรวจเยี่ยมสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินี</strong>&nbsp;พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และติดตามผลการดำเนินงานรับทราบปัญหาและวางแผนสนับสนุนการพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯให้มีคุณภาพสง่างามสมพระเกียรติ&nbsp;ณ&nbsp;สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินี&nbsp;ปลาค้าว&nbsp;ตำบลปลาค้าว&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายศิริพันธ์&nbsp;ขุ่มด้วง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางรัชชุมา&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;นายแพทย์ปฐมพงศ์&nbsp;ปรุโปร่ง&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;ผู้แทนแม่บ้านสาธารณสุข&nbsp;ผู้แทนแม่บ้านทหาร&nbsp;ผู้แทนแม่บ้านตำรวจ&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่&nbsp;10&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินี&nbsp;ปลาค้าว&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;เดิมเป็นสำนักงานผดุงครรภ์&nbsp;ตั้งอยู่บ้านถ่อนใหญ่&nbsp;ตำบลปลาค้าว&nbsp;ต่อมา&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2518&nbsp;ได้รับงบประมาณสนับสนุนก่อสร้างอาคารเต็มรูปแบบสถานีอนามัย&nbsp;และยกฐานะเป็นสถานีอนามัย&nbsp;ย้ายมาตั้งที่บ้านดอนก่อ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลปลาค้าว&nbsp;โดยตั้งอยู่ห่างจากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองอำนาจเจริญและโรงพยาบาลอำนาจเจริญ&nbsp;23&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งได้รับงบประมาณให้ก่อสร้างอาคารและบ้านพัก&nbsp;2&nbsp;หลัง&nbsp;เป็นอาคารแบบใหม่&nbsp;ขนาด&nbsp;150&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;โดยสภาตำบลได้ยกที่ดินเพิ่มเติมให้รวมเป็น&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;2&nbsp;งาน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;เป็นปีแห่งประวัติศาสตร์&nbsp;เนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ทรงพระชนมายุครบ&nbsp;5&nbsp;รอบ&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขจึงได้สร้างสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติขึ้นเพื่อเป็นพระราชกุศล&nbsp;และพระองค์ทรงพระกรุณาพระราชทานนามสถานีอนามัย&nbsp;ว่า&nbsp;""สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชีนี""&nbsp;โดยสถานีอนามัยบ้านปลาค้าว&nbsp;ได้รับเลือกจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ให้ได้รับพระราชทานนามเป็นสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินีปลาค้าว&nbsp;ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา&nbsp;ในปี&nbsp;พ.ศ.2542&nbsp;ได้พัฒนาด้านโครงสร้างและสิ่งแวดล้อมในการปรับปรุงภูมิทัศน์และภูมิสถาปัตย์ตามวิสัยทัศน์และพันธกิจในการพัฒนาสถานีอนามัย&nbsp;โดยมีการพัฒนาจนได้รับรางวัลชนะเลิศโครงการพัฒนาคุณภาพบริการ&nbsp;(5&nbsp;ส.)&nbsp;ระดับโชน&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;ในกลุ่มสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2543&nbsp;ได้ผ่านการรับรองโครงการพัฒนาคุณภาพบริการ&nbsp;(5&nbsp;ส.)&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2543&nbsp;และใน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2551&nbsp;&nbsp;ได้รับงบประมาณจากงบลงทุนในการต่อเติมมุขด้านหน้าเป็นเงิน&nbsp;500,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อให้สมพระเกียรติ&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;ปรับปรุงห้องประชุมสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ปลาค้าว&nbsp;จัดทำห้องเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;และได้รับงบสนับสนุนจากมูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติสำหรับเครื่องวัดความดันโลหิตระบบดิจิตอลแบบสอดแขนและเครื่องผลิตออกซิเจน&nbsp;และในพ.ศ.2564&nbsp;ซ่อมแซมคอนกรีตเสริมเหล็กบริเวณทางเข้าและทางออกของผู้มารับบริการ&nbsp;จัดทำป้ายจุดเช็คอินสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ปลาค้าว&nbsp;ปรับปรุงโรงจอดรถ&nbsp;ปรับปรุงห้องคลังยาปรับปรุงห้องทันตกรรม&nbsp;ปรับปรุงระบบไฟ&nbsp;ปรับปรุงห้องผู้บริหาร&nbsp;ซ่อมแซมเสาอาคารบริเวณหน้าห้อง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302001715399
179	ผู้ว่าฯ สตูล รวมทั้งส่วนราชการ ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจพร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 และผู้สัมผัสเสี่ยงสูงซึ่งแยกกักกันตัวในพื้นที่อำเภอควนกาหลง และอำเภอมะนัง	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;และส่วนราชการ&nbsp;ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจพร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;และผู้สัมผัสเสี่ยงสูงซึ่งแยกกักกันตัวที่บ้านในพื้นที่&nbsp;อำเภอควนกาหลง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และในพื้นที่อำเภอมะนัง&nbsp;กักตัวที่โรงเรียน&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรงเรียนิคมพัฒนาผัง&nbsp;6,&nbsp;โรงเรียนผังปาล์ม&nbsp;2&nbsp;,โรงเรียนอนุบาลมะนัง&nbsp;และโรงเรียนผังปาล์ม&nbsp;3&nbsp;ในโอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;ร่วมมอบสิ่งของอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;และสิ่งของสำหรับยังชีพแก่ผู้กักตัวทุกแห่งด้วย</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</strong>&nbsp;ในโรงเรียนในพื้นที่อำเภอมะนัง&nbsp;พบผู้ติดเชื้อในโรงเรียนจำนวน&nbsp;7&nbsp;โรงเรียนมีการดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนเป็น&nbsp;school&nbsp;Isolation&nbsp;และ&nbsp;school&nbsp;Quarantine&nbsp;เป็นกรณีพิเศษจำนวน&nbsp;9&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยโรงเรียนนิคมพัฒนาผัง&nbsp;6&nbsp;เริ่มวันที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ป่วยรักษาใน&nbsp;school&nbsp;Isolation&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;กักตัวใน&nbsp;school&nbsp;Quarantine&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ราย,&nbsp;โรงเรียนอนุบาลมะนัง&nbsp;เริ่มวันที่&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ป่วยรักษาใน&nbsp;school&nbsp;Isolation&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;กลับตัวใน&nbsp;school&nbsp;Quarantine&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;ราย,&nbsp;&nbsp;โรงเรียนบ้านผังปาล์ม&nbsp;3&nbsp;เริ่มวันที่&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ป่วยรักษาใน&nbsp;school&nbsp;Isolation&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;กลับตัวใน&nbsp;Quarantine&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;และโรงเรียนบ้านผังปาล์ม&nbsp;2&nbsp;&nbsp;เริ่มวันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นนักกีฬาวิ่ง&nbsp;31&nbsp;ขา&nbsp;&nbsp;มีผู้ป่วยรักษาใน&nbsp;school&nbsp;Isolation&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;กักตัวใน&nbsp;school&nbsp;Quarantine&nbsp;จำนวน&nbsp;41&nbsp;ราย</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ขณะนี้รัฐบาลได้ประกาศการบริหารสถานการณ์โควิด-19&nbsp;โดยกระทรวงสาธารณสุขให้ใช้แนวทางการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;แบบ&nbsp;เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ&nbsp;เป็นผู้ป่วยนอก&nbsp;ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล&nbsp;ควบคู่ไปกับระบบการดูแลรักษาที่บ้านหรือชุมชน&nbsp;(HI/CI)&nbsp;โดยเมื่อผู้ป่วยได้ยืนยันผลเป็นบวกด้วย&nbsp;ATK&nbsp;แล้ว&nbsp;และได้ทำการแจ้งขอเข้ารับการรักษาในระบบ&nbsp;แพทย์จะพิจารณาจ่ายยารักษา&nbsp;3&nbsp;สูตร&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยาฟาวิพิราเวียร์&nbsp;ยาฟ้าทะลายโจร&nbsp;ยารักษาตามอาการ&nbsp;เช่น&nbsp;ยาลดไข้&nbsp;แก้ไอ&nbsp;ลดน้ำมูก&nbsp;ตามอาการของผู้ติดเชื้อได้&nbsp;ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ติดเชื้อในการเข้าถึงบริการ&nbsp;และเชื่อมโยงเข้าสู่โรคที่ดูแลได้ด้วยตนเอง&nbsp;โดยจะเริ่มในวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางบริหารจัดการโรคโควิด-19&nbsp;ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนผ่านจากโรคระบาดใหญ่&nbsp;(Pandemic)&nbsp;เป็นโรคประจำถิ่น&nbsp;(Endemic)&nbsp;เมื่อโรคลดความรุนแรงลง&nbsp;ไม่มีภาวะอันตราย&nbsp;และประชาชนก็มีภูมิต้านทานจากการฉีดวัคซีนตามนโยบายของรัฐบาลแล้ว</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ฝากถึงประชาชนที่ฉีดวัคซีนครบเกณท์</strong>&nbsp;และรวมกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;ผู้ได้วัคซีนเข็มกระตุ้นแล้วต้องไม่ประมาท&nbsp;ยังคงขอให้งดเข้าสถานที่เสี่ยง&nbsp;งดร่วมกิจกรรมกลุ่ม&nbsp;ชะลอเดินทาง&nbsp;ทำงานที่บ้าน&nbsp;(WFH)&nbsp;ร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;สวมหน้ากาก&nbsp;หมั่นล้างมือ&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;เพื่อลดการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302004245404
180	ผู้ว่าฯ สตูล และส่วนราชการ ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจพร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 และผู้สัมผัสเสี่ยงสูงซึ่งแยกกักกันตัวในพื้นที่อำเภอควนกาหลง และอำเภอมะนัง	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;และส่วนราชการ&nbsp;ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจพร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;และผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;ซึ่งแยกกักกันตัวที่บ้านในพื้นที่&nbsp;อำเภอควนกาหลง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และในพื้นที่อำเภอมะนังกักตัวที่โรงเรียน&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรงเรียนิคมพัฒนาผัง&nbsp;6,&nbsp;โรงเรียนผังปาล์ม&nbsp;2&nbsp;,โรงเรียนอนุบาลมะนัง&nbsp;และโรงเรียนผังปาล์ม&nbsp;3&nbsp;&nbsp;ในโอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;ร่วมมอบสิ่งของอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;และสิ่งของสำหรับยังชีพแก่ผู้กักตัวทุกแห่งด้วย</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;</strong>ในโรงเรียนในพื้นที่อำเภอมะนัง&nbsp;พบผู้ติดเชื้อในโรงเรียนจำนวน&nbsp;7&nbsp;โรงเรียนมีการดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนเป็น&nbsp;school&nbsp;Isolation&nbsp;และ&nbsp;school&nbsp;Quarantine&nbsp;เป็นกรณีพิเศษจำนวน&nbsp;9&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยโรงเรียนนิคมพัฒนาผัง&nbsp;6&nbsp;เริ่มวันที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ป่วยรักษาใน&nbsp;school&nbsp;Isolation&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;กักตัวใน&nbsp;school&nbsp;Quarantine&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ราย,&nbsp;โรงเรียนอนุบาลมะนัง&nbsp;เริ่มวันที่&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ป่วยรักษาใน&nbsp;school&nbsp;Isolation&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;กลับตัวใน&nbsp;school&nbsp;Quarantine&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;ราย,&nbsp;โรงเรียนบ้านผังปาล์ม&nbsp;3&nbsp;เริ่มวันที่&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ป่วยรักษาใน&nbsp;school&nbsp;Isolation&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;กลับตัวใน&nbsp;Quarantine&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;และโรงเรียนบ้านผังปาล์ม&nbsp;2&nbsp;เริ่มวันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นนักกีฬาวิ่ง&nbsp;31&nbsp;ขา&nbsp;มีผู้ป่วยรักษาใน&nbsp;school&nbsp;Isolation&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;กักตัวใน&nbsp;school&nbsp;Quarantine&nbsp;จำนวน&nbsp;41&nbsp;ราย</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ขณะนี้รัฐบาลได้ประกาศการบริหารสถานการณ์โควิด-19&nbsp;โดยกระทรวงสาธารณสุขให้ใช้แนวทางการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;แบบ&nbsp;เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ&nbsp;เป็นผู้ป่วยนอก&nbsp;ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล&nbsp;ควบคู่ไปกับระบบการดูแลรักษาที่บ้านหรือชุมชน&nbsp;(HI/CI)&nbsp;โดยเมื่อผู้ป่วยได้ยืนยันผลเป็นบวกด้วย&nbsp;ATK&nbsp;แล้ว&nbsp;และได้ทำการแจ้งขอเข้ารับการรักษาในระบบ&nbsp;แพทย์จะพิจารณาจ่ายยารักษา&nbsp;3&nbsp;สูตร&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยาฟาวิพิราเวียร์&nbsp;ยาฟ้าทะลายโจร&nbsp;ยารักษาตามอาการ&nbsp;เช่น&nbsp;ยาลดไข้&nbsp;แก้ไอ&nbsp;ลดน้ำมูก&nbsp;ตามอาการของผู้ติดเชื้อได้&nbsp;ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ติดเชื้อในการเข้าถึงบริการ&nbsp;และเชื่อมโยงเข้าสู่โรคที่ดูแลได้ด้วยตนเอง&nbsp;โดยจะเริ่มในวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางบริหารจัดการโรคโควิด-19&nbsp;ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนผ่านจากโรคระบาดใหญ่&nbsp;(Pandemic)&nbsp;เป็นโรคประจำถิ่น&nbsp;(Endemic)&nbsp;เมื่อโรคลดความรุนแรงลง&nbsp;ไม่มีภาวะอันตราย&nbsp;และประชาชนก็มีภูมิต้านทานจากการฉีดวัคซีนตามนโยบายของรัฐบาลแล้ว</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ฝากถึงประชาชนที่ฉีดวัคซีนครบเกณท์</strong>&nbsp;และรวมกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;และผู้ได้วัคซีนเข็มกระตุ้นแล้ว&nbsp;ต้องไม่ประมาท&nbsp;ยังคงขอให้งดเข้าสถานที่เสี่ยง&nbsp;งดร่วมกิจกรรมกลุ่ม&nbsp;ชะลอเดินทาง&nbsp;ทำงานที่บ้าน&nbsp;(WFH)&nbsp;ร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;สวมหน้ากาก&nbsp;หมั่นล้างมือ&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;เพื่อลดการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302003706403
181	จังหวัดสกลนคร ชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน แก่ผู้นำ อปท. ที่ได้รับเลือกตั้งใหม่	<p><strong>จังหวัดสกลนคร&nbsp;ชี้แจงแนวทางการทำงานให้กับ&nbsp;ผู้นำ&nbsp;อปท.&nbsp;</strong>ที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่&nbsp;ให้มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบ&nbsp;กฎหมาย&nbsp;พร้อมร่วมขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;และจังหวัดสกลนคร&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค&nbsp;65)&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;</strong>โดยสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดสกลนคร&nbsp;จัดประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานให้กับผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;(อปท.)&nbsp;ที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่&nbsp;ให้มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;ในระเบียบกฎหมาย&nbsp;และแนวทางการปฏิบัติการที่ถูกต้อง&nbsp;ส่งเสริมความเข้าใจ&nbsp;สร้างความสัมพันธ์อันดี&nbsp;ระหว่างผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กับผู้บริหารระดับสูง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;และจังหวัดสกลนคร&nbsp;ไปสู่ประชาชน&nbsp;โดยมีนางจุรีรัตน์&nbsp;เทพอาสน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุม&nbsp;และบรรยายพิเศษร่วมกับ&nbsp;นายชานน&nbsp;วาสิกศิริ&nbsp;นายพิสิษฐ์&nbsp;แร่ทอง&nbsp;นายชูศักดิ์&nbsp;รู้ยิ่ง&nbsp;และนายจำรัส&nbsp;นาแฉล้ม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร</p><p><strong>นางจุรีรัตน์&nbsp;เทพอาสน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ข้าราชการการเมืองฝ่ายบริหารที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่&nbsp;ที่เพิ่งเข้ามาปฏิบัติหน้าที่&nbsp;ต้องมีความรู้ความเข้าใจ&nbsp;เกี่ยวกับการทำงานพื้นฐานทั่วไปของการปฏิบัติราชการ&nbsp;เพื่อให้สามารถทำงานสอดคล้อง&nbsp;และปฏิบัติงานแบบคู่ขนานของแต่ละภารกิจไปพร้อมๆ&nbsp;กัน&nbsp;ขับเคลื่อนนโยบายของจังหวัดให้บรรลุเป้าหมายและเกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่ให้มากที่สุด</p><p><strong>สำหรับการจัดประชุมในครั้งนี้&nbsp;</strong>นางรุ่งจิตร&nbsp;อรรถสาร&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดสกลนคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ยังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการออกข้อบัญญัติ/เทศบัญญัติ&nbsp;การควบคุมการเลี้ยงสัตว์หรือปล่อยสัตว์จังหวัดสกลนคร&nbsp;ซึ่งปัจจุบันนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ออกข้อบัญญัติ/เทศบัญญัติไปแล้วทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;51&nbsp;แห่ง&nbsp;และยังมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ยังไม่ได้ออกการออกข้อบัญญัติ/เทศบัญญัติ&nbsp;การควบคุมการเลี้ยงสัตว์หรือปล่อยสัตว์จังหวัดสกลนคร&nbsp;จำนวน&nbsp;90&nbsp;แห่ง&nbsp;และโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;(อพ.สธ.)&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสกลนครได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกและได้รับรหัสแล้วจำนวน&nbsp;121&nbsp;แห่ง&nbsp;ส่งเอกสารแล้วอยู่ในระหว่างดำเนินการ&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;เอกสารยังไม่ถูกต้องจำนวน&nbsp;11&nbsp;แห่ง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301233317385
182	ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ลงพื้นที่ต่อเนื่องเชิญชวนประชาชนกลุ่มเสี่ยง 608 ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพื่อลดความรุนแรงของโรค	<p>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;นายชยันต์&nbsp;ศิริมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ทันตแพทย์หญิงศิริรัตน์&nbsp;ศิริมาศ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;ลงพื้นที่บ้านเลขที่&nbsp;188&nbsp;ม.5&nbsp;ช.ตลาดใหม่&nbsp;ต.นครสวรรค์ออก&nbsp;เพื่อเชิญชวนและให้กำลังใจ&nbsp;นายอนันต์&nbsp;ทองหล่อ&nbsp;อายุ&nbsp;69&nbsp;ปี&nbsp;ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;เข็มแรก&nbsp;จากนั้นได้เดินทางไปต่อที่&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;168&nbsp;ม.5&nbsp;ต.นครสวรรค์ตก&nbsp;ให้กำลังใจ&nbsp;นางเตือนใจ&nbsp;ใสลักดา&nbsp;อายุ&nbsp;70&nbsp;ปี&nbsp;ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;เข็มแรก&nbsp;พร้อมฝากเชิญชวนให้ผู้สูงอายุและประชาชนกลุ่มเสี่ยง&nbsp;608&nbsp;ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;ได้มารับวัคซีนเพื่อลดความรุนแรงของโรค</p><p><strong>ซึ่งจากสถานการณ์โรคโควิด-19&nbsp;ในประเทศไทย</strong>&nbsp;และทั่วโลกพบการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนเป็นจำนวนมากและมีการแพร่กระจายเชื้ออย่างรวดเร็ว&nbsp;โดยจำนวนผู้เสียชีวิตในขณะนี้&nbsp;พบว่ามากกว่าร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ยังเป็นกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;และยังไม่ได้รับวัคซีน&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;ได้เร่งรณรงค์ให้ประชาชนชาวนครสวรรค์ร่วมใจมารับวัคซีนเพื่อลดความรุนแรงของโรค&nbsp;พร้อมมอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมปฏิบัติการลงพื้นที่ให้เข้าถึงผู้สูงอายุ&nbsp;ประชาชนกลุ่มเสี่ยง&nbsp;608&nbsp;ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน&nbsp;และฉีดเข็มกระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;ในผู้ที่ครบกำหนดเวลา&nbsp;เพื่อลดการป่วยหนักและเสียชีวิต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นครสวรรค์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครสวรรค์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301232713384
183	สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ พิธีอัญเชิญเงินขวัญถุงกองทุนแม่ของแผ่นดิน และพิธีแลกเงินขวัญถุงพระราชทาน	<p><strong>วันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมบ้านเจริญสุข&nbsp;</strong>หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลเจริญสุข&nbsp;อำเภอเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;นายชาญชัย&nbsp;คมานิคม&nbsp;นายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;เป็นประธานในพิธีอัญเชิญเงินพระราชทานขวัญถุงกองทุนแม่ของแผ่นดิน&nbsp;และพิธีการแลกเงินพระราชทานขวัญถุงกองทุนแม่ของแผ่นดิน&nbsp;พร้อมด้วยนายรุ่งโรจน์&nbsp;ทองศรี&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;พัฒนาการอำเภอเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ประธานเครือข่ายคณะกรรมการกองทุนแม่ฯ&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;และประชาชนบ้านเจริญสุข&nbsp;เข้าร่วมพิธี&nbsp;</p><p><strong>โดยภายในพิธีประธานได้นำผู้เข้าร่วมพิธีอัญเชิญเงินพระราชทานขวัญถุงกองทุนแม่ของแผ่นดินเข้าสู่หมู่บ้าน</strong>&nbsp;ก่อนทำพิธีพิธีแลกเงินพระราชทานขวัญถุงกองทุนแม่ของแผ่นดิน&nbsp;นำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญานตนไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด&nbsp;เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ก่อนทำพิธีทอดผ้าป่าเงินกองทุนแม่ของแผ่นดิน&nbsp;บ้านเจริญสุข&nbsp;เพื่อให้หมู่บ้านและชุมชนได้นำเงินไปใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;รวมทั้งปัญหาอื่นๆ&nbsp;จนสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนบนวิถีแห่งความพอเพียง&nbsp;ทั้งด้านการสมทบทุนช่วยเหลือการบำบัดรักษาของผู้เสพยาเสพติด&nbsp;การส่งเสริมอาชีพ&nbsp;การสนับสนุนกิจกรรมกลุ่มเสี่ยงยาเสพติดและกิจกรรมเยาวชนเพื่อให้ห่างไกลจากยาเสพติด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้มอบโอวาทและแนวทางการดำเนินงานในการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302000932398
184	สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานบุรีรัมย์ จัดสัมมนาสิทธิประโยชน์จากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานภายใด้พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557	"<p><strong>วันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;นายสิทธิชัย&nbsp;สุดสวาท&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานบุรีรัมย์</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสัมมนา&nbsp;""เรื่อง&nbsp;สิทธิประโยชน์จากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2545&nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;2)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2557&nbsp;""ณ&nbsp;ห้องประชุมสนามข้างอารีน่า</p><p><strong>โดยพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2545</strong>&nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;2)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2557&nbsp;มีวัตถุประสงค์ให้สถานประกอบกิจการภาคเอกชน&nbsp;ดำเนินการพัฒนาศักยภาพฝีมือแรงงานให้กับลูกจ้าง&nbsp;ซึ่งเป็นกำลังแรงงานที่สำคัญขององค์กรหรือหน่วยงาน&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานประกอบกิจการภาคเอกชนถือว่าเป็นหุ้นส่วนสำคัญ&nbsp;ร่วมกับภาครัฐ&nbsp;ในการพัฒนากำลังแรงงานในระบบเพื่อเพิ่มผลิตภาพของแรงงาน&nbsp;ตอบสนอง&nbsp;ความต้องการของภาคการผลิต&nbsp;ภาคการบริการ&nbsp;และเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;การเตรียมความพร้อม&nbsp;ทางด้านเทคโนโลยีและบุคลากร&nbsp;ผู้ประกอบกิจการต้องพัฒนาแรงานของตนเองอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งทางด้านความรู้&nbsp;ความสามารถ&nbsp;และทักษะฝีมือให้พร้อมสำหรับกรสร้างมูลค่าเพิ่มทาง&nbsp;ภายใต้&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2545&nbsp;ซึ่งผู้ประกอบกิจการที่ได้ดำเนินการ&nbsp;พัฒนาฝีมือแรงงานแก่ลูกจ้างของตนเองจะได้รับสิทธิประโยชน์ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2545&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;อาทิ&nbsp;สิทธิประโยชน์เพื่อนำไปลดหย่อนภาษี&nbsp;เงินกู้ยืมเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;และเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน&nbsp;จากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;การจัดสัมมนาในครั้งนี้&nbsp;ถือเป็นประโยชน์ต่อสถานประกอบกิจการเป็นอย่างมากที่ได้รับทราบถึงแนวทางการดำเนินการภายใต้&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2545&nbsp;และแก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;2)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2547&nbsp;เช่น&nbsp;การดำเนินการฝึกอบรมและยื่นรับรองหลักสูตร&nbsp;การยื่นแบบประเมินเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;แนวทางการให้กู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อฝึกอบรมให้กับลูกจ้างในสถานประกอบกิจการ&nbsp;รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากการดำเนินภายใต้&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;หรือบุคลากร&nbsp;จะต้องมีความพร้อม&nbsp;ได้รับความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;เกี่ยวกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2545&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;เพื่อให้การขอใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้&nbsp;พ.ร.บ.ฯ&nbsp;เป็นไปอย่างถูกต้อง&nbsp;และปัจจุบันสถานประกอบกิจการสามารถยื่นรับรองหลักสูตรผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้เกิดความสะดวก&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;ทันสมัย&nbsp;และมีประสิทธิภาพในการดำเนินการได้โดยง่าย</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302000509397
185	สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดบุรีรัมย์ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัด จังหวัดบุรีรัมย์ ครั้งที่ 2/2565	<p><strong>วันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นายธัชกร&nbsp;หัตถาธยากูล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายไชยวัฒน์&nbsp;จุนถิระพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับ&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;โดยมีนางรัชนี&nbsp;สาระวิถี&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน&nbsp;พร้อมด้วยพัฒนาการอำเภอ&nbsp;นักวิชาการพัฒนาชุมชน&nbsp;ผู้รับผิดชอบงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;และพนักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;พร้อมด้วยคณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี</strong>&nbsp;ประเภทบุคคลธรรมดา&nbsp;และประเภทองค์กร&nbsp;เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;ประเภทงบเงินทุนหมุนเวียน&nbsp;36&nbsp;โครงการ&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;4,620,000&nbsp;บาท&nbsp;และงบเงินอุดหนุน&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;โครงการ&nbsp;รวมเป็นเงินทั้งสิ้น&nbsp;1,305,000&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;มีมติเห็นชอบอนุมัติโครงการฯ&nbsp;ที่สมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีทุกโครงการ&nbsp;และให้โอนเงินให้สมาชิกฯ&nbsp;ตามแนวทางการโอนเงินฯ&nbsp;กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตามลำดับต่อไป&nbsp;ทั้งนี้การดำเนินการประชุมฯ&nbsp;ได้ปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301234642388
186	จังหวัดหนองบัวลําภู จัดประชุมเตรียมพร้อมรับการตรวจราชการตามแผนตรวจราชการแบบบูรณาการ จากผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 10	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;POC&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู</strong>&nbsp;&nbsp;นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมรับการตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการเพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่&nbsp;จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>ที่ประชุมรับทราบว่า&nbsp;ในวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;นางสาวปภัสมน&nbsp;อัมราลิขิต&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;10&nbsp;จะเป็นประธานการประชุมตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการเพื่อติดตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลในจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;meeting&nbsp;โดยมีประเด็นการตรวจติดตาม&nbsp;&nbsp;5&nbsp;ประเด็น&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;2.การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;เศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;3.การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน&nbsp;4.การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์&nbsp;5.การเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการประชุมการตรวจราชการแบบบูรณาการ&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;10&nbsp;</strong>จะจัดขึ้นในวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;POC&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;meeting&nbsp;โดย&nbsp;นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมในการนำเสนอข้อมูลให้ชัดเจน&nbsp;กระชับ&nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะ&nbsp;ได้ซักถามในประเด็นต่างๆ&nbsp;เพื่อให้การตรวจราชการแบบบูรณาการในครั้งนี้เกิดประโยชน์ต่อจังหวัดหนองบัวลำภูมากที่สุด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองบัวลำภู	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301235414395
187	ปลัดจังหวัดปัตตานีเป็นประธานการประชุมคณะทำงานตรวจ ติดตาม ประเมินรับรอง มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร (COVID-Free Setting) จังหวัดปัตตานี	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศรีวาโย&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี</strong>&nbsp;นายยะห์ยา&nbsp;ปะนาฆอ&nbsp;ปลัดจังหวัดปัตตานีในฐานะประธานคณะทำงานตรวจ&nbsp;ติดตาม&nbsp;ประเมินรับรอง&nbsp;มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;(COVID-Free&nbsp;Setting)&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานตรวจ&nbsp;ติดตาม&nbsp;ประเมินรับรอง&nbsp;มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;(COVID-Free&nbsp;Setting)&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวิชัย&nbsp;ดาโอะ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานอนามัยสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี,&nbsp;ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี,&nbsp;ผู้แทนท้องถิ่นจังหวัดปัตตานี,&nbsp;ผู้แทนจ่าจังหวัดปัตตานี,&nbsp;ผู้แทนรอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัดปัตตานี&nbsp;(ฝ่ายทหาร),&nbsp;ผู้แทนศึกษาธิการจังหวัดปัตตานี,&nbsp;ผู้แทนสมาคมธุรกิจอาหารจังหวัดปัตตานี,&nbsp;ผู้แทนอุตสาหกรรมจังหวัดปัตตานี,&nbsp;ผู้แทนพาณิชย์จังหวัดปัตตานี&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง</p><p><strong>สำหรับการประชุมในวันนี้ได้มีการรายงานผลการดำเนินการประเมินตนเองของสถานที่ต่างๆ</strong>&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;หรือ&nbsp;COVID-Free&nbsp;Setting&nbsp;ของแต่ละอำเภอในพื้นที่จังหวัดปัตตานี&nbsp;นอกจากนี้ที่ประชุมได้มีการกำหนดแผนการลงพื้นที่เพื่อติดตามและตรวจประเมินสถานที่ว่าเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานและข้อกำหนดหรือไม่&nbsp;อย่างไร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อประโยชน์ในการป้องกันควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดปัตตานีต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301234911389
188	ศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE โรงเรียนชุมชนบ้านพบพระ ส่งเสริมให้เยาวชน เล่นดนตรี กีฬา ศิลปะ แก้ไขปัญหายาเสพติดภายในโรงเรียน	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายสมพงษ์&nbsp;ฟุ้งทวีวงศ์&nbsp;นายอำเภอพบพระ&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;พรมมา&nbsp;ปลัดอาวุโสอำเภอพบพระ&nbsp;เป็นประธานเปิดห้อง&nbsp;ศูนย์เพื่อนใจ&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;โรงเรียนชุมชนบ้านพบพระ&nbsp;ต.พบพระ&nbsp;อ.พบพระ&nbsp;จ.ตาก&nbsp;เพื่อให้วัยรุ่นและเยาวชนที่มีปัญหา&nbsp;หรือต้องการความช่วยเหลือ&nbsp;ได้รับคำปรึกษาแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสม&nbsp;จากผู้เชี่ยวชาญ&nbsp;หรือเพื่อนอาสาสมัครที่ผ่านการอบรม</p><p><strong>นายภูรินท์&nbsp;ชนิลกุล&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านพบพระ&nbsp;</strong>กล่าวว่าห้อง&nbsp;ศูนย์เพื่อนใจ&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;โรงเรียนชุมชนบ้านพบพระ&nbsp;เป็นกิจกรรมหนึ่งของชมรม&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;ที่มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เน้นการช่วยเหลือดูแลสมาชิกและพัฒนาสมาชิกให้มีคุณภาพและมีความสุข&nbsp;การดำเนินงานภายใต้&nbsp;แนวคิด&nbsp;ปรับทุกข์&nbsp;สร้างสุข&nbsp;แก้ปัญหา&nbsp;พัฒนา&nbsp;EQ&nbsp;ทั้งจากการเรียนรู้ด้วยตนเอง&nbsp;และการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม&nbsp;พร้อมกับการพัฒนาทักษะต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;การควบคุมอารมณ์&nbsp;รู้จักเห็นใจผู้อื่น&nbsp;มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม&nbsp;เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ&nbsp;และป้องกันแก้ไขปัญหาพฤติกรรมวัยรุ่นเชิงรุกในพื้นที่&nbsp;และให้เยาวชนได้มีโอกาสใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์&nbsp;ด้วยการฝึกทักษะด้านดนตรี&nbsp;กีฬา&nbsp;ศิลปะ&nbsp;ฯลฯ&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;คือ&nbsp;คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา&nbsp;จำนวน&nbsp;69&nbsp;คน&nbsp;และนักเรียนจำนวน&nbsp;1,368&nbsp;คน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	ตาก	สวท.แม่สอด จ.ตาก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301235126393
189	เคาะข่าวเล่าประเด็น :  ขับเคลื่อน soft power	"<p>กระทรวงวัฒนธรรมเดินหน้าขับเคลื่อนการนำอุตสาหกรรม<span style=""background-color: white;""> soft power </span>มาฟื้นวิกฤติจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ล่าสุดมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทยครั้งแรกสร้างรายได้กว่า 600 ล้านบาท ติดตามรายละเอียดได้จากรายงาน</p><p> &nbsp;</p><p class=""ql-align-justify""><span style=""background-color: white;"">การจัดงานแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทย CCPOT GRAND EXPOSITION &nbsp;เมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นับเป็นหนึ่งกิจกรรมเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงการก้าวสู่กระทรวงสังคมกึ่งเศรษฐกิจของกระทรวงวัฒนธรรม หลังจากการระบาดโควิด-19 ในช่วงก่อนหน้านี้ได้จัดแผนฟื้นฟูวิกฤติให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ทั่วประเทศลงพื้นที่ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มาจากมรดกภูมิปัญญาโดดเด่นของชุมชน มายกระดับเพื่อจำหน่าย ในกลุ่มตลาดใหม่ โดยใช้การออกแบบสร้างสรรค์ กับการใส่แนวคิด &nbsp;เรื่องราวของชุมชน ปรับรูปลักษณ์บรรจุภัณฑ์ ให้มีความร่วมสมัย รองรับกลุ่มผู้ซื้ออย่างหลากหลาย จนได้ผลิตภัณฑ์แบรนด์ไทยในชื่อ CCPOT จำนวนกว่า 5 พันรายการ &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า การเปิดตัวครั้งนี้ได้รับการตอบรับดีเกินคาด โดยเฉพาะในระบบออนไลน์มีผู้เข้าเยี่ยมชมจาก 20 ประเทศทั้งชาวไทย สหรัฐ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และจีน มีการเจรจาจับคู่ธุรกิจได้ถึง 265 คู่คิดเป็นมูลค่าการสั่งซื้อภายใน 1 ปีกว่า 600 ล้านบาท โดยกลุ่มผู้ซื้อรายใหญ่ ที่เข้าร่วมเจรจาการค้ามาจากหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ทั้งกลุ่มห้างสรรพสินค้า บริษัทผู้แทนการค้าที่นำสินค้าไปจำหน่าย ยังห้างสรรพสินค้าชั้นนำในต่างประเทศ ร้านสะดวกซื้อ ผู้ค้าตลาดออนไลน์ กลุ่มผู้ค้าที่นำสินค้าจากไทยไปจำหน่ายทางช่องทางต่างๆ ใน จีน ฮ่องกง และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ &nbsp;</span></p><p class=""ql-align-justify"">เป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะช่วยกันฟื้นฟูทำให้วิกฤติหมดไปเร็วที่สุดสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติได้จัดทำโครงการการจัดแสดงและการจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรมชุมชนไทยขึ้นอยู่ในแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจถือว่า ด้านวัฒนธรรมเรามี ของดีอยู่มากมาย นอกจากการจัดแสดงแล้วก่อนหน้าจัดแสดงยังมีการลงพื้นที่ไปในชุมชนวัฒนธรรม ที่มีอยู่ทั่วประเทศมากกว่า 5 พันรายการไปพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ </p><p class=""ql-align-justify"">ไม่เพียงการเปิดผลิตภัณฑ์ชุมชนไทยยังมีรายได้จากการจัดงานมหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ วิถีถิ่น วิถีไทย ประจำปี 2565 นำร่องในพื้นที่ภาคใต้ที่จังหวัดพัทลุง เป็นการเฉลิมฉลององค์การยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนโนราเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติสร้างรายได้กว่า 50 ล้านบาท ทั้งยังช่วยศิลปินคณะโนรามากกว่า 300 คน นอกจากนี้ยังเตรียมแผนนำสื่อบันเทิง<span style=""background-color: white;"">ในลักษณะอำนาจละมุน หรือ soft power ที่รัฐบาลให้ความสำคัญนำมาสร้างรายได้ให้แก่ประเทศโดยมีคณะกรรมการระดับชาติที่มาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำงานศิลปวัฒนธรรม การท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม ทั้งอาหาร ภาพยนตร์และวีดีทัศน์ ผ้าไทยและการออกแบบแฟชั่น มวยไทย และการขับเคลื่อนเทศกาลประเพณีไทยสู่ระดับดลก &nbsp;&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาลโดยเฉพาะอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ในช่วงก่อนเกิดสถานการณ์โควิดสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละกว่า 2 แสนล้านบาท &nbsp;</span></p><p><br></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302023751420
190	นายอำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี  และคณะ  ลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยม ชคต.จะรัง  กำชับกำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่และมอบของบริโภคให้แก่เจ้าหน้าที่และสมาชิก อส.ชคต.จะรัง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ	<p>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายโอฬาร&nbsp;บิลสัน&nbsp;นอ.ยะหริ่ง/ผอ.ศปก.อ.ยะหริ่ง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอับดุลมาน๊ะ&nbsp;แมวาโซะ&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;หน.ชคต.จะรัง&nbsp;ลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมชุดคุ้มครองตำบลจะรัง&nbsp;(ชคต.จะรัง)/กำชับการปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบาย&nbsp;ข้อสั่งการของหน่วยเหนือและในการนี้ได้มอบของบริโภคให้แก่เจ้าหน้าที่ฯ&nbsp;และสมาชิก&nbsp;อส.ชคต.จะรัง&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;ณ&nbsp;ฐานปฏิบัติการ&nbsp;ชคต.จะรัง&nbsp;อ.ยะหริ่ง&nbsp;จ.ปัตตานี</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302095416430
191	สมาชิกวุฒิสภา ประธานคณะอนุกรรมการศึกษาเสนอแนะแนวทางป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน วุฒิสภา ลงพื้นที่ปทุมธานี	<p><strong>ณ&nbsp;ห้องประชุมราชสีห์บัวหลวง&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี</strong>&nbsp;นายแพทย์ทวีวงษ์&nbsp;จุลกมนตรี&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;ประธานคณะอนุกรรมการศึกษาเสนอแนะแนวทางป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;เป็นประธานการประชุมเพื่อทราบแนวทางการดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางถนนของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดปทุมธานี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายณรงค์ศักดิ์&nbsp;โอสถธนากร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;ขนส่งจังหวัดปทุมธานี&nbsp;แขวงทางหลวงปทุมธานี&nbsp;ผู้แทนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี&nbsp;ผู้แทนสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี&nbsp;ผอ.คปภ.จังหวัดปทุมธานี&nbsp;ผจก.บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ&nbsp;จำกัด&nbsp;สาขาจังหวัดปทุมธานี&nbsp;และหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปทุมธานี&nbsp;นายอภิวัฒน์&nbsp;เลาหวัฒน์&nbsp;เข้าร่วมประชุมดังกล่าว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ปทุมธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302094805428
192	สมาชิกวุฒิสภา ประธานคณะอนุกรรมการศึกษาเสนอแนะแนวทางป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน วุฒิสภา ลงพื้นที่ปทุมธานี	<p><strong>วานนี้&nbsp;(1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;นายแพทย์ทวีวงษ์&nbsp;จุลกมนตรี&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา</strong>&nbsp;ประธานคณะอนุกรรมการศึกษาเสนอแนะแนวทางป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;และ&nbsp;นายจรูญศักดิ์&nbsp;สิงหเดช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยงาน&nbsp;การดำเนินงานศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนองค์การบริหารส่วนตำบลกระแชง&nbsp;อำเภอสามโคก&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;และเดินทางไปยังจุดเสี่ยง&nbsp;จุดอันตรายของจังหวัด&nbsp;บริเวณถนน&nbsp;345&nbsp;-&nbsp;346&nbsp;และตรวจเยี่ยมสำนักงานขนส่งจังหวัดปทุมธานี&nbsp;และตรวจเยี่ยมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี&nbsp;เพื่อติดตามโครงการศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ&nbsp;(ศูนย์&nbsp;191)&nbsp;โดยมี&nbsp;แขวงทางหลวงปทุมธานี&nbsp;ขนส่งจังหวัดปทุมธานี&nbsp;ผู้แทนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี&nbsp;ผู้แทนสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี&nbsp;ผู้แทน&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ผอ.คปภ.&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;ผจก.บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ&nbsp;จำกัด&nbsp;สาขาจังหวัดปทุมธานี&nbsp;และหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปทุมธานี&nbsp;นายอภิวัฒน์&nbsp;เลาหวัฒน์&nbsp;ร่วมคณะตรวจเยี่ยม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ปทุมธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302095113429
193	มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้ปลูกพืชเศรษฐกิจ สู่การพัฒนาพื้นที่ 3 จชต.	<p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมบัติ&nbsp;โยธาทิพย์&nbsp;</strong>อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;ได้ประชุมหารือแนวทางการพัฒนาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;หน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนพัฒนายุทธศาสตร์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;/&nbsp;ผู้แทนผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;/&nbsp;ประธานที่ปรึกษาชมรมเกษตรโกโก้จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;/ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดยะลา/&nbsp;ที่ปรึกษาวิสาหกิจชุมชนลุกมานูลฮากีม&nbsp;/ผู้แทนจากสำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา/&nbsp;ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนฟิชรินทรบริบาล&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;อาจารย์&nbsp;ดร.นิรันดิ์เกียรติ&nbsp;ลิ่วคุณูปการ&nbsp;รองอธิการบดีฝ่ายนโยบาย&nbsp;</strong>มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;ร่วมนำเสนอข้อมูลโครงการ&nbsp;ส่งเสริมการเรียนรู้ปลูกพืชเศรษฐกิจเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โครงการส่งเสริมการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพสำหรับกลุ่มเยาวชนจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสภา&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;อาคารเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;50&nbsp;พรรษา&nbsp;มหาวชิราลงกรณ&nbsp;(อาคาร&nbsp;20)&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาและให้ข้อเสนอแนะโครงการดังกล่าว&nbsp;</strong>เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาพื้นที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์&nbsp;และบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป&nbsp;โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ดีขึ้นในทุกมิติ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302100320432
194	จ.ประจวบฯ เร่งตรวจโรงงานสถานประกอบการเน้นย้ำมาตรการป้องกันควบคุมโรคเคร่งครัด หลังพบผู้ติดเชื้อในพื้นที่มากขึ้น พร้อมสำรวจแรงงานให้ได้รับวัคซีนโควิดครบตามเกณฑ์	<p><strong>นางจันทร์จิรา&nbsp;บางเสน&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>จังหวัดได้กำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;สำหรับโรงงานสถานประกอบการ&nbsp;โดยให้โรงงานที่มีพนักงานจำนวน&nbsp;100&nbsp;คนขึ้นไป&nbsp;ซึ่งมีอยู่จำนวน&nbsp;34&nbsp;แห่ง&nbsp;ปฏิบัติตามแผนการดำเนินงานตามมาตรการบริหารจัดการในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในโรงงานหรือสถานประกอบการ&nbsp;หรือ&nbsp;FAI&nbsp;และมาตรการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่เฉพาะ&nbsp;หรือ&nbsp;Bubble&nbsp;and&nbsp;Seal&nbsp;เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงกรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อ&nbsp;ทำให้การประกอบกิจการสามารถเดินหน้าต่อไปได้ควบคู่การป้องกันควบคุมโรค&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการเป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;8-25&nbsp;มี.ค.65&nbsp;จะร่วมกับสาธารณสุขจังหวัดฯ&nbsp;สาธารณสุขอำเภอฯ&nbsp;</strong>และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ออกตรวจติดตามให้คำแนะนำ&nbsp;เน้นย้ำผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัดต่อเนื่อง&nbsp;หลังพบว่าปัจจุบันมีแนวโน้มผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในจังหวัดเพิ่มมากขึ้น&nbsp;พร้อมสำรวจแรงงานที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเพื่อจัดสรรวัคซีนมาฉีดให้ครบตามเกณฑ์&nbsp;สร้างภูมิคุ้มกันหมู่&nbsp;ลดความรุนแรงของโรคหากติดเชื้อ&nbsp;ซึ่งโรงงานสถานประกอบการใดที่ต้องการขอรับการสนับสนุนวัคซีนโควิดฉีดให้กับพนักงานของตนเอง&nbsp;ขอให้แจ้งมายังสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฯ&nbsp;เพื่อประสานไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฯ&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	ประจวบคีรีขันธ์	สวท.ประจวบคีรีขันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302105540458
195	ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ติดตามการให้บริการประชาชนอย่างมีคุณภาพของสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี บ้านยางน้อย ตำบลก่อเอ้ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี	<p><strong>นายแพทย์โสภณ&nbsp;เมฆธน&nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข</strong>&nbsp;ที่ปรึกษามูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินี&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ตรวจเยี่ยมสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินี&nbsp;บ้านยางน้อย&nbsp;ตำบลก่อเอ้&nbsp;อำเภอเขื่องใน&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;โดยมีนายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;นายแพทย์ทวีศิลป์&nbsp;วิษณุโยธิน&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;10&nbsp;และส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>นายแพทย์โสภณ&nbsp;เมฆธน&nbsp;พร้อมคณะฯ</strong>&nbsp;ได้ทำการตรวจเยี่ยม&nbsp;ติดตามผลการดำเนินงาน&nbsp;รับทราบปัญหาและวางแผนสนับสนุนการพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินี&nbsp;บ้านยางน้อย&nbsp;ให้มีคุณภาพ&nbsp;ประสิทธิภาพ&nbsp;สมพระเกียรติ&nbsp;ที่จะส่งผลให้ประชาชนได้รับบริการที่ดี&nbsp;มีคุณภาพ&nbsp;เป็นที่พึงพอใจ&nbsp;โอกาสนี้นางสมพร&nbsp;ธานี&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินี&nbsp;บ้านยางน้อย&nbsp;ได้บรรยายสรุปผลการดำเนินงานกิจกรรมสาธารณสุข&nbsp;การพัฒนางานด้านบริการ&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;งานวิจัย&nbsp;และกิจกรรมเทิดพระเกียรติ&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;ประจำปี2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302103542447
196	ไทยฉีดวัคซีนแล้ว 123,809,855 โดส ทั่วโลกแล้ว 10,775 ล้านโดส ใน 205 ประเทศเขตปกครอง	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ศ.นพ.สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั่วโลกแล้ว&nbsp;10,775&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;205&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่&nbsp;26.5&nbsp;ล้านโดสต่อวัน&nbsp;และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่&nbsp;553&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยมีชาวอเมริกันกว่า&nbsp;215&nbsp;ล้านคนได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;โดสแล้ว</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;แล้ว</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;มียอดรวมกันที่ประมาณ&nbsp;970.5&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยบรูไนฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค&nbsp;ร้อยละ&nbsp;95&nbsp;ของประชากร&nbsp;ในขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่&nbsp;345.6&nbsp;ล้านโดส&nbsp;สำหรับประเทศไทยข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า&nbsp;123&nbsp;ล้านโดส</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302150338648
197	จ.มุกดาหาร มีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ 194 ราย	<p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;กล่าวว่า</p><p>สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร</p><p>มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นถึง&nbsp;194&nbsp;ราย&nbsp;เป็นการติดเชื้อนอกเขตจังหวัด&nbsp;32&nbsp;ราย</p><p>ภายในจังหวัด&nbsp;164&nbsp;ราย&nbsp;จากคลัสเตอร์ต่างๆ&nbsp;กระจายอยู่ครบทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ</p><p><strong>รวมผู้ป่วยระลอกใหม่สะสม</strong>&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;จำนวน&nbsp;6,419</p><p>ราย&nbsp;รักษาหายสะสม&nbsp;4,573&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;1,827&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการหนัก</p><p>ปอดอักเสบและภาวะพร่องออกซิเจน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนเตียงคงเหลือ&nbsp;1,548&nbsp;เตียง</p><p>มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;สะสมมีผู้เสียชีวิต&nbsp;19&nbsp;ราย</p><p><strong>จากตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19</strong>&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร</p><p>ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่วนหนึ่งมาจากการตรวจคัดกรองเชิงรุก</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอให้ประชาชนอย่าได้ตระหนก</strong>&nbsp;สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ</p><p>หากมีการฉีดวัคซีน&nbsp;และป้องกันตนเองตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302103657448
198	ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ติดตามการให้บริการประชาชนอย่างมีคุณภาพของสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี บ้านยางน้อย ตำบลก่อเอ้ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี	<p><strong>นายแพทย์โสภณ&nbsp;เมฆธน&nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข</strong>&nbsp;ที่ปรึกษามูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินี&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ตรวจเยี่ยมสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินี&nbsp;บ้านยางน้อย&nbsp;ตำบลก่อเอ้&nbsp;อำเภอเขื่องใน&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;โดยมีนายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;นายแพทย์ทวีศิลป์&nbsp;วิษณุโยธิน&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;10&nbsp;และส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ</p><p><strong>นายแพทย์โสภณ&nbsp;เมฆธน&nbsp;พร้อมคณะฯ</strong>&nbsp;ได้ทำการตรวจเยี่ยม&nbsp;ติดตามผลการดำเนินงาน&nbsp;รับทราบปัญหาและวางแผนสนับสนุนการพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินี&nbsp;บ้านยางน้อย&nbsp;ให้มีคุณภาพ&nbsp;ประสิทธิภาพ&nbsp;สมพระเกียรติ&nbsp;ที่จะส่งผลให้ประชาชนได้รับบริการที่ดี&nbsp;มีคุณภาพ&nbsp;เป็นที่พึงพอใจ&nbsp;โอกาสนี้นางสมพร&nbsp;ธานี&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินี&nbsp;บ้านยางน้อย&nbsp;ได้บรรยายสรุปผลการดำเนินงานกิจกรรมสาธารณสุข&nbsp;การพัฒนางานด้านบริการ&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;งานวิจัย&nbsp;และกิจกรรมเทิดพระเกียรติ&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;ประจำปี2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302103914449
199	นายกรัฐมนตรี กำชับดูแลการสอบ GAT  PAT เน้นความปลอดภัยสูงสุด ย้ำเยาวชนต้องไม่เสียโอกาสด้านการศึกษา	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;</strong>กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการทำงานร่วมกันทุกมิติ&nbsp;เตรียมความพร้อมมาตรการรองรับการสอบ&nbsp;GAT/PAT&nbsp;และการสอบวิชาสามัญด้วยระบบทีแคส&nbsp;เน้นดูแลความปลอดภัยและให้คำแนะนำด้านสาธารณสุขขั้นสูงสุดเพื่อให้นักเรียนไม่ขาดกระบวนการเรียนรู้และเสียโอกาสด้านการศึกษา&nbsp;</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังรับทราบความกังวล&nbsp;</strong>กรณีนักเรียน&nbsp;หรือนักศึกษา&nbsp;ที่ตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;อาจหมดสิทธิสอบความถนัดทั่วไป&nbsp;หรือ&nbsp;GAT&nbsp;และความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ&nbsp;หรือ&nbsp;PAT&nbsp;และการสอบวิชาสามัญ&nbsp;เพื่อนำคะแนนไปใช้ในการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา&nbsp;ปีการศึกษา&nbsp;2565&nbsp;นั้น&nbsp;ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;หารือกำหนดแนวทางในการอำนวยความสะดวกให้นักเรียนที่ติดโควิด&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;หรือไม่มีอาการและอยู่ระหว่างการรักษา&nbsp;รวมถึงกลุ่มเสี่ยงสูงให้ได้เข้าสอบ&nbsp;ตามมาตรการที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(ศบค.)&nbsp;กำหนด&nbsp;เพื่อให้นักเรียนได้เข้าสอบ&nbsp;ไม่เสียสิทธิ&nbsp;</p><p><strong>โดยกรณีที่สามารถมาสอบได้และได้รับการยินยอมจากแพทย์</strong>&nbsp;มีมาตรการดูแลความปลอดภัยพร้อมให้คำแนะนำด้านสาธารณสุขที่ชัดเจน&nbsp;ถูกต้อง&nbsp;ยกระดับมาตรการ&nbsp;ส่วนบุคคลขั้นสูงสุดเพื่อลดการติดเชื้อ&nbsp;จัดให้มีพื้นที่แยกสำหรับจัดการสอบเป็นสัดส่วน&nbsp;แยกกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;กลุ่มผู้ติดเชื้อ&nbsp;เน้นการระบายอากาศที่ดี&nbsp;จัดที่นั่งสอบห่างกันไม่น้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;รวมทั้งกำหนดให้ผู้เข้าสอบต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดระยะเวลาที่เข้าสอบและลดการสัมผัสสิ่งต่างๆ&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>ยังขอความร่วมมือให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด&nbsp;พร้อมทั้งมีแผนเผชิญเหตุรองรับ&nbsp;ซึ่งมาตรการต่างๆ&nbsp;เหล่านี้&nbsp;เป็นไปเพื่อให้นักเรียนได้ใช้สิทธิ์ในการสอบเพื่อการศึกษาต่ออย่างไม่มีอุปสรรค&nbsp;โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียนเป็นสำคัญ</p><p><br></p><p><br></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302112532481
200	กฟผ.เขื่อนสิรินธร ต้อนรับคณะ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เข้าศึกษาดูงานโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิรินธร	<p><strong>ที่&nbsp;อาคารสิรินธารประภากร&nbsp;ทางเดินชมธรรมชาติ</strong>&nbsp;เขื่อนสิรินธร&nbsp;อำเภอสิรินธร&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานีนายนที&nbsp;ศรีสมรรถการ&nbsp;หัวหน้างานประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์เขื่อนสิรินธร&nbsp;ให้การต้อนรับคณะบริหารธุรกิจและการจัดการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี&nbsp;หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต&nbsp;สาขาวิชาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ&nbsp;จำนวน&nbsp;85&nbsp;คน&nbsp;นำโดย&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;วันวิสา&nbsp;มากดี&nbsp;รองคณบดีคณะบริหารธุรกิจและการจัดการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี&nbsp;เข้าศึกษาดูงานโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิรินธร&nbsp;พร้อมรับฟังบรรยายสรุปโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิรินธร&nbsp;กำลังผลิตไฟฟ้า&nbsp;45&nbsp;เมกะวัตต์&nbsp;</p><p><strong>โดยได้รับทราบเกี่ยวกับการจัดการองค์การคุณภาพ</strong>และนวัตกรรมพลังงานสะอาด&nbsp;เป็นการเพิ่มพูนความรู้ทักษะ&nbsp;และประสบการณ์ให้กับนักศึกษาเกี่ยวกับการจัดการองค์การคุณภาพและนวัตกรรมพลังงานสะอาด&nbsp;และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนและการทำงานในอนาคตได้&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302104032450
201	สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จ.ระยอง  ประจำวันที่ 2 มีนาคม 2565  พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 432 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ศูนย์โควิด-19&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19&nbsp;&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;432&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;57&nbsp;ปี&nbsp;อยู่ที่&nbsp;ต.ห้วยโป่ง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;มีโรคประจำตัวเป็นตับแข็ง&nbsp;เลือดออกทางเดินอาหารส่วนบน&nbsp;เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ก่อนส่งต่อโรงพยาบาลระยอง&nbsp;และเสียชีวิตวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;ส่วนผู้ป่วยที่รักษาหายเดินทางกลับบ้านมีจำนวน&nbsp;599&nbsp;ราย&nbsp;ทำให้มีผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;13,260&nbsp;ราย&nbsp;ผู้เสียชีวิตสะสม&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;4,293&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;และมีผู้อยู่ระหว่างกักตัวในสถานที่กักตัวของรัฐ&nbsp;จำนวน&nbsp;925&nbsp;ราย&nbsp;และกักตัวที่บ้าน&nbsp;855&nbsp;ราย&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่พบในวันนี้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</strong></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อ.เมือง&nbsp;223&nbsp;ราย&nbsp;(ต.&nbsp;เชิงเนิน&nbsp;54,ต.&nbsp;ตะพง&nbsp;18,ต.&nbsp;ทับมา&nbsp;25,ต.&nbsp;เนินพระ&nbsp;39,ต.&nbsp;ห้วยโป่ง&nbsp;5&nbsp;,ต.&nbsp;มาบตาพุด&nbsp;18,ต.&nbsp;ท่าประดู่&nbsp;14,ต.&nbsp;กะเฉด&nbsp;6,ต.ปากน้ำ&nbsp;17,ต.&nbsp;เพ&nbsp;16,ต.&nbsp;น้ำคอก&nbsp;1,ต.&nbsp;นาตาขวัญ&nbsp;5,ต.&nbsp;บ้านแลง&nbsp;1,ต.&nbsp;แกลง&nbsp;4)</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อ.ปลวกแดง&nbsp;90&nbsp;ราย&nbsp;(ต.&nbsp;ตาสิทธิ์&nbsp;14,ต.&nbsp;ปลวกแดง&nbsp;19,ต.&nbsp;มาบยางพร&nbsp;34,ต.&nbsp;แม่น้ำคู้&nbsp;21,ต.&nbsp;หนองไร่&nbsp;2)</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อ.นิคมพัฒนา&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;(&nbsp;ต.&nbsp;นิคมพัฒนา&nbsp;10,ต.&nbsp;พนานิคม&nbsp;7,ต.&nbsp;มะขามคู่&nbsp;7,ต.&nbsp;มาบข่า&nbsp;6)</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อ.&nbsp;บ้านฉาง&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;(ต.&nbsp;บ้านฉาง&nbsp;15,ต.&nbsp;สำนักท้อน&nbsp;2,ต.&nbsp;พลา&nbsp;2)</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อ.&nbsp;บ้านค่าย&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;(ต.&nbsp;หนองบัว&nbsp;3,ต.&nbsp;ตาขัน&nbsp;3,ต.&nbsp;หนองตะพาน&nbsp;1,ต.&nbsp;หลองละลอก&nbsp;9)</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อ.&nbsp;แกลง&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;(ต.&nbsp;ทุ่งควายกิน&nbsp;1,ต.&nbsp;ทางเกวียน&nbsp;3,ต.&nbsp;กองดิน&nbsp;2,ต.&nbsp;วังหว้า&nbsp;1,ต.&nbsp;บ้านนา&nbsp;1,ต.&nbsp;คลองปูน&nbsp;1,ต.&nbsp;ห้วยยาง&nbsp;1)</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อ.&nbsp;เขาชะเมา&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;(ต.ซำฆ้อ&nbsp;3,ต.&nbsp;ห้วยทับมอญ&nbsp;6)</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อ.&nbsp;วังจันทร์&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;(ต.&nbsp;ป่ายุบใน)</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;มาจากต่างจังหวัด&nbsp;33&nbsp;ราย</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ส่วนความคืบหน้าผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนของ&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;มียอดสะสม&nbsp;1,923,016&nbsp;เข็ม&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ประกอบด้วย&nbsp;เข็มแรก&nbsp;792,299&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;84.98&nbsp;ของจำนวนประชากร&nbsp;เข็มสอง&nbsp;754,134&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;80.89&nbsp;เข็มสาม&nbsp;362,315&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;38.86&nbsp;</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สวท.ระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302095613431
202	กฟผ.เขื่อนสิรินธร ต้อนรับคณะ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เข้าศึกษาดูงานโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิรินธร	<p><strong>ที่&nbsp;อาคารสิรินธารประภากร&nbsp;ทางเดินชมธรรมชาติ</strong>&nbsp;เขื่อนสิรินธร&nbsp;อำเภอสิรินธร&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;นายนที&nbsp;ศรีสมรรถการ&nbsp;หัวหน้างานประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์เขื่อนสิรินธร&nbsp;&nbsp;ให้การต้อนรับคณะบริหารธุรกิจและการจัดการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี&nbsp;หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต&nbsp;สาขาวิชาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ&nbsp;จำนวน&nbsp;85&nbsp;คน&nbsp;นำโดย&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;วันวิสา&nbsp;มากดี&nbsp;&nbsp;รองคณบดีคณะบริหารธุรกิจและการจัดการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี&nbsp;เข้าศึกษาดูงานโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิรินธร&nbsp;พร้อมรับฟังบรรยายสรุปโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิรินธร&nbsp;กำลังผลิตไฟฟ้า&nbsp;45เมกะวัตต์&nbsp;โดยได้รับทราบเกี่ยวกับการจัดการองค์การคุณภาพและนวัตกรรมพลังงานสะอาด&nbsp;เป็นการเพิ่มพูนความรู้ทักษะ&nbsp;และประสบการณ์ให้กับนักศึกษาเกี่ยวกับการจัดการองค์การคุณภาพและนวัตกรรมพลังงานสะอาด&nbsp;และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนและการทำงานในอนาคตได้&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302104222452
203	จ.ตราด จัดพิธีถวายราชสักการะ แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร  มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย	<p><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาประชาคมจังหวัดตราด&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ท่านที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;และทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;รวมทั้งให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐานสากล</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;</strong>กำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;และได้ถวายพระราชสมัญญา&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ท่านที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สวท.ตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302104502454
204	นายกรัฐมนตรี กำชับเร่งสร้างการรับรู้ เจอ แจก จบ เน้นผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียว	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;กำชับให้เร่งสร้างการรับรู้&nbsp;การรักษาผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;เจอ-แจก-จบ&nbsp;แบบ&nbsp;OPD&nbsp;case&nbsp;เป็นมาตรการเสริมเพิ่มเติม&nbsp;เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาล&nbsp;ควบคู่กับระบบ&nbsp;HI/CI&nbsp;เป็นทางเลือกสำหรับผู้ติดเชื้อที่สบายดี&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;ไม่มีภาวะเสี่ยงและสมัครใจรักษาที่บ้าน&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรียังย้ำว่า&nbsp;ผู้ป่วยต้องปฏิบัติตนตามมาตรการและคำแนะนำของแพทย์ระหว่างการรักษาตนเองที่บ้านอย่างเคร่งครัดด้วย</p><p><strong>กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ติดตามระบบการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19</strong>&nbsp;แบบผู้ป่วยนอก&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ&nbsp;ซึ่งเริ่มดำเนินการวันแรกวานนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ยังไม่พบปัญหา&nbsp;โดยผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สามารถตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเองที่บ้าน&nbsp;หรือเดินทางมาตรวจที่คลินิกโรคทางเดินหายใจ&nbsp;(ARI&nbsp;Clinic)&nbsp;ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่ง&nbsp;หากพบผลเป็นบวก&nbsp;แพทย์จะพิจารณาความเสี่ยงและโรคประจำตัว&nbsp;หากไม่มีความเสี่ยงจะให้การรักษาแบบผู้ป่วยนอกและกลับไปแยกกักตัวที่บ้าน&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามความสมัครใจ&nbsp;</p><p>โดยผู้ป่วยติดเชื้อจะได้รับยาตามระดับอาการ&nbsp;3&nbsp;กลุ่มคือ&nbsp;กลุ่มยาตามอาการ&nbsp;เช่น&nbsp;ลดไข้&nbsp;แก้ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ขับเสมหะ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ยาฟ้าทะลายโจรและยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์&nbsp;และจะมีการติดตามอาการหลังครบ&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ซึ่งหลังจากนี้จะมีการประเมินการดำเนินการ&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของผู้ป่วยและระดับการระบาด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302115936525
205	ชาวยะลา เร่งกระตุ้นภูมิ เข็ม 3 รับมือโควิดโอมิครอน-รับไข่ไก่	<p><strong>วันนี้(2&nbsp;มี.ค&nbsp;65)&nbsp;บรรยากาศที่ศูนย์บริการสาธารณสุข&nbsp;</strong>ธนวิถี&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;&nbsp;ซึ่งทาง&nbsp;โรงพยาบาลยะลา&nbsp;ได้ร่วมกับสาธารณสุขเทศบาลนครยะลา&nbsp;&nbsp;ตั้งจุดบริการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;สำหรับประชาชนทั่วไป&nbsp;รวมถึง&nbsp;เด็กที่มีอายุ&nbsp;5-11&nbsp;ปี&nbsp;พร้อมกับแจกไข่ไก่คนละ&nbsp;5&nbsp;ฟองมาตั้งแต่วันที่&nbsp;28&nbsp;ก.พ&nbsp;,1&nbsp;มี.ค&nbsp;&nbsp;พบว่ายังคงมีชาวยะลา&nbsp;walk&nbsp;in&nbsp;เข้าฉีดวัคซีนกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการฉีดเข็ม&nbsp;3&nbsp;กระตุ้นภูมิป้องกันโควิด-19&nbsp;มีทั้งผู้ใหญ่&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;เด็กอายุ&nbsp;12&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;&nbsp;ส่วนวัคซีนที่เลือกก็จะมีทั้งไฟเซอร์&nbsp;&nbsp;และแอสตร้าเซเนก้า&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ก็ยังมีพ่อ&nbsp;แม่ผู้ปกครอง&nbsp;นำเด็กเล็กมาฉีดวัคซีน&nbsp;เด็ก&nbsp;ด้วยเพื่อป้องกันโควิด-19</p><p><strong>หลัง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ยังมีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;</strong>โดยเฉพาะเขต&nbsp;อ.เมือง&nbsp;ล่าสุด&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;มีผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;170&nbsp;ราย&nbsp;สะสม&nbsp;2,570&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;5,886&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;2,166&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;รายใหม่&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;สะสม&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุข&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้เร่งให้ผู้สูงอายุ&nbsp;เข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อลดป่วยหนัก&nbsp;และลดเสียชีวิต&nbsp;หลังพบ&nbsp;ผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ที่เสียชีวิต&nbsp;ระลอกมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;ที่มีภูมิต้านทานต่ำ&nbsp;จึงมีโอกาสรับเชื้อได้ง่าย&nbsp;และมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต&nbsp;หากมีโรคประจำตัว&nbsp;ยิ่งเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากขึ้น&nbsp;รองลงมาเป็นผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีน&nbsp;โดยลูกหลาน&nbsp;สามารถนำพาผู้สูงอายุ&nbsp;เข้ารับบริการฉีดวัคซีน&nbsp;เข็ม&nbsp;1&nbsp;เข็ม&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;ได้ที่สาธารณสุขใกล้บ้าน&nbsp;&nbsp;ทั้ง&nbsp;รพ.&nbsp;รพ.สต.&nbsp;ศสม.</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;ภาพรวมวัคซีนโควิด-19&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เมื่อ&nbsp;1&nbsp;มี.ค&nbsp;65&nbsp;</strong>ฉีดแล้วสะสม&nbsp;703,557&nbsp;โดส&nbsp;จากประชาชนรวม&nbsp;547,992&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;&nbsp;เข็ม&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;357,304&nbsp;ร้อยละ&nbsp;65.20&nbsp;เข็ม&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;&nbsp;296,302&nbsp;&nbsp;ร้อยละ&nbsp;54.07&nbsp;&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;46,743&nbsp;ร้อยละ&nbsp;8.53&nbsp;และ&nbsp;เข็ม&nbsp;4&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;3,208&nbsp;ร้อยละ&nbsp;0.59&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302100547433
206	ด่านตรวจคนหางาน สุวรรณภูมิ รับแรงงานไทยชุดแรกเดินทางกลับจากยูเครน ถึงไทยแล้วเช้าวันนี้ พร้อมเร่งจ่ายเงินกองทุนฯ เยียวยาสมาชิก	<p><strong>นายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;มอบหมายให้ด่านตรวจคนหางานสุวรรณภูมิ&nbsp;ของกรมการจัดหางานจัดเจ้าหน้าที่ไปรับแรงงานที่เดินทางกลับมาจากยูเครน</strong>&nbsp;โดยแรงงานชุดแรกเดินทางด้วยเครื่องบินสายการบินไทย&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;TG&nbsp;923&nbsp;ออกจากกรุงบูคาเรสต์มาถึงประเทศไทย&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;06.25&nbsp;น.&nbsp;ส่วนแรงงานชุดที่สอง&nbsp;จะเดินทางด้วยเครื่องบินสายการบินเอมิเรตส์&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;EK&nbsp;384&nbsp;ออกจากกรุงวอร์ซอมาถึงประเทศไทย&nbsp;เวลา&nbsp;12.05&nbsp;น.&nbsp;ในวันนี้เช่นกัน&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่ด่านของกรมการจัดหางานได้อำนวยความสะดวกตั้งแต่แรงงานลงเครื่องบินจนถึงพาไปส่งขึ้นรถบัสของกรมการขนส่งทางบก&nbsp;เพื่อเดินทางไปตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;(RT-PCR)&nbsp;ที่สถาบันบำราศนราดูรต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทันที่ที่แรงงานไทยไปถึงสถาบันบำราศนราดูร&nbsp;</strong>กรมการจัดหางาน&nbsp;ได้จัดเจ้าหน้าที่ตั้งโต๊ะลงทะเบียน&nbsp;เพื่อรับคำร้องและอำนวยความสะดวกในการดูแลทั้งในเรื่องขั้นตอน&nbsp;เอกสารหลักฐานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;รวมทั้งชี้แจงเรื่องสิทธิประโยชน์จากกองทุนให้แก่แรงงานไทย&nbsp;เพื่อมอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือแก่แรงงานไทยที่เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302113456494
207	พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดตรัง จัดพิธีถวายราชสักการะแด่  พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2565	"<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>เป็นประธานวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายเครื่องราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการร่วมวางพานพุ่มดอกไม้สด&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานตรัง&nbsp;อ.เมืองตรัง</p><p><strong>เนื่องในงานวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;ซึ่งสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานตรัง&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;เป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตรที่มีต่อวงการช่างไทย&nbsp;ด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;เห็นชอบการถวายพระราชสมัญญา&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;แด่&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานตรัง&nbsp;จึงได้กำหนดจัดงาน</strong>วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;และทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐาน&nbsp;และเป็นการสร้างแรงกระตุ้นให้แก่แรงงานไทยให้ได้การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และตระหนักถึงความสำคัญของ&nbsp;""มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;เพราะเป็นประโยชน์ทั้งแก่&nbsp;ผู้ใช้แรงงาน&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และผู้รับบริการ&nbsp;โดยผู้ประกอบการสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการคัดเลือกบุคคลที่มีทักษะความรู้&nbsp;เข้าปฏิบัติงานในองค์กร&nbsp;ส่วนพนักงานจะได้ทราบระดับทักษะฝีมือและข้อบกพร่อง&nbsp;เพื่อนำไปพัฒนาฝีมือแรงงานให้สูงขึ้น&nbsp;ขณะที่สังคมและผู้รับบริการ&nbsp;จะได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ&nbsp;กิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วยการแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ&nbsp;ของหน่วยงานกระทรวงแรงงาน&nbsp;นิทรรศการวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302102754437
208	จ.นครพนม ประกอบพิธีถวายเครื่องราชสักการะพระบิดาแห่งมาตรฐานช่างไทย	<p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่หอประชุมศรีโคตรบูรณ์</strong>&nbsp;วิทยาลัยพยาบาลราชชนนี&nbsp;นครพนม&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นประธานนำคณะหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ทรงสนพระราชหฤทัยในงานช่าง&nbsp;ตั้งแต่ยังทรงศึกษาอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์&nbsp;ทรงประดิษฐ์ของเล่นด้วยพระองค์เอง&nbsp;และหลังจากที่ได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติแล้ว&nbsp;ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจสำคัญนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกร&nbsp;และเมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2513&nbsp;พระองค์เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีเปิดงาน&nbsp;แนะแนวอาชีพ&nbsp;และแข่งขันฝีมือแห่งชาติครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;และมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับความเป็นช่างของคนไทย&nbsp;ความตอนหนึ่งว่า&nbsp;ช่างทุกประเภท&nbsp;เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของคนทุกคน&nbsp;เพราะตลอดชีวิตของเรา&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการหรือสิ่งต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่&nbsp;สนับสนุนจากทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ยิ่งในสมัยปัจจุบัน&nbsp;วิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้า&nbsp;ยิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษ&nbsp;เพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง&nbsp;ให้มีสิงใช้สอยที่มีคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการในการส่งเสริมนั้น&nbsp;มีปัญหาอันควรจะได้พิจารณาช่วยเหลืออยู่สามประการ&nbsp;/ประการแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องการให้ความรู้ทางหลักวิทยาการ&nbsp;และความรู้ทางการออกแบบ&nbsp;/ประการที่สอง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องฝีมือซึ่งต้องปรับปรุงให้มีความประณีตและประสิทธิภาพได้มาตรฐานจริงๆ&nbsp;/ประการที่สาม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องการจัดหางานและหาตลาด&nbsp;เพื่อช่วยให้ช่างได้มีงานทำ&nbsp;มีตลาดที่จะส่งสินค้าที่ผลิตได้ไปจำหน่าย&nbsp;/การช่วยเหลือทั้งสามประการนี้จะต้องการทำให้สอดคล้องกันไป&nbsp;เพื่อให้ช่างมีรายได้และผลกำไรสำหรับนำมาเป็นทุนรอนสร้างฐานะและความก้าวหน้า&nbsp;ข้าพเจ้าใคร่ขอฝากความคิดทั้งนี้ไว้เป็นแนวปฏิบัติของท่านทั้งหลายต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติองค์ท่านที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ</strong>ต่อปวงชนชาวไทยและทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;จึงมีมติเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;ถวายพระราชสมัญญา&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;และกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งงานแห่งชาติ&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302102805438
209	เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ อ้างเป็นตำรวจโทรศัพท์ทวงค่าใบสั่ง ยืนยันไม่มีแนวการปฏิบัติดังกล่าว	<p><strong>พลตำรวจตรี&nbsp;จิรสันต์&nbsp;แก้วแสงเอก&nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากที่ได้รับแจ้งจากประชาชนว่า&nbsp;มีบุคคลแอบอ้างเป็นตำรวจ&nbsp;โทรศัพท์ทวงค่าปรับใบสั่งจราจรที่ค้างชำระ&nbsp;โดยอ้างว่า&nbsp;ผู้ที่รับสายกระทำผิดกฎหมายจราจรและให้ชำระค่าปรับโดยโอนเงินไปยังหมายเลขบัญชีที่กล่าวอ้างว่าเป็นของหน่วยงานผู้ออกใบสั่งนั้น&nbsp;</p><p><strong>กองบัญชาการตำรวจนครบาล&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;</strong>ไม่มีการปฏิบัติโดยวิธีการโทรไปทวงให้ชำระค่าปรับและโอนเงินเพื่อชำระค่าปรับอย่างแน่นอน&nbsp;ส่วนการชำระค่าปรับใบสั่งจราจร&nbsp;&nbsp;สามารถทำได้&nbsp;3&nbsp;ช่องทาง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ทางธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ทุกธนาคารและตู้บุญเติม&nbsp;จุดบริการชำระเงินอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ไปรษณีย์ทุกสาขาและจุดบริการเคาน์เตอร์เซอร์วิสที่มีสัญลักษณ์&nbsp;คำว่า&nbsp;PTM&nbsp;&nbsp;และสามารถเดินทางไปชำระได้ที่สถานีตำรวจทุกสถานี&nbsp;ซึ่งการชำระค่าปรับฯ&nbsp;ผู้ที่ชำระจะต้องนำใบสั่งจราจร&nbsp;ซึ่งจะมีแถบบาร์โค้ดปรากฏอยู่บริเวณมุมล่างซ้าย&nbsp;เพื่อใช้ยืนยันในการชำระทุกครั้ง&nbsp;และหากยังไม่ได้ชำระค่าปรับภายในเวลาที่กำหนด&nbsp;&nbsp;ทางตำรวจ&nbsp;ที่เป็นหน่วยงานผู้ออกใบสั่ง&nbsp;จะทำการออกใบเตือน&nbsp;เพื่อให้มาชำระค่าปรับ&nbsp;ซึ่งจะไม่มีวิธีการโทรไปแจ้งให้ชำระค่าปรับและโอนเงินมาให้โดยตรงแต่อย่างใด&nbsp;</p><p><strong>ขอประชาชน&nbsp;อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่มีพฤติการณ์ลักษณะนี้</strong>&nbsp;และในรูปแบบอื่น&nbsp;ที่หลอกลวงให้โอนเงินเด็ดขาด&nbsp;หากพบเห็น&nbsp;หรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิด&nbsp;ขอให้แจ้งสายด่วน&nbsp;191&nbsp;หรือสถานีตำรวจท้องที่&nbsp;เพื่อดำเนินการทันที</p><p><br></p><p><br></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.จันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302115255514
210	จังหวัดอุตรดิตถ์จัดพิธีพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย	"<p><strong>จังหวัดอุตรดิตถ์จัดพิธี&nbsp;เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร</strong>&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่ศาลาประชาคมจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;</p><p><strong>นายพยงค์&nbsp;ยาเภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์</strong>&nbsp;พร้อมด้วยข้าราชการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ร่วมวางพานพุ่มดอกไม้สด&nbsp;และกล่าวคำถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;เป็นวันที่มีความพิเศษต่อช่างฝีมือแรงงานไทยทั่วประเทศ&nbsp;เนื่องจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอให้&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;ถือเป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;รวมถึงมีการถวายพระราชสมัญญาแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ว่า&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติฯ&nbsp;ที่พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถทางการช่างและเป็นแบบอย่างและแรงใจต่อแรงงานไทยทุกคน&nbsp;เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นในการพัฒนาฝีมือการช่างเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและเพื่อให้แรงงาน&nbsp;และช่างฝืมือไทยต่างได้ย้อนเห็นถึงคุณค่าของช่างฝีมือ&nbsp;ได้จึงกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปีเป็น&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ""&nbsp;กระทรวงแรงงาน&nbsp;ได้ทูลเกล้าฯ&nbsp;ถวายพระราชสมัญญา&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	อุตรดิตถ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302112435479
211	"จังหวัดลำปาง จัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย"""	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;นำข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมประกอบพิธีถวายเครื่องราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;และจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ&nbsp;เพื่อแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถทางด้านช่างของพระองค์&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ณ&nbsp;อาคารหอประชุมจังหวัดลำปาง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง</p><p><strong>สำนักนายกรัฐมนตรีมีประกาศ&nbsp;ฉบับลงวันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552</strong>&nbsp;เรื่อง&nbsp;การถวายพระราชมัญญา&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;มหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปีเป็น&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ""&nbsp;เพื่อเป็นการรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร&nbsp;ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็น&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;และทรงพระปรีชาสามารถด้านการข่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐาน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ</strong>&nbsp;ถือเป็นวันสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีมาตรฐาน&nbsp;โดยใช้มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติเป็นเครื่องมือในการวัดความรู้&nbsp;ทักษะฝีมือ&nbsp;และทัศนคติในการทำงาน&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาศักยภาพของตนเองให้สูงขึ้น&nbsp;และเปิดโอกาสในการได้รับการปรับขึ้นค่าจ้าง&nbsp;สวัสดิการ&nbsp;หรือความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน&nbsp;และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มศักยภาพและผลิตภาพในการผลิตสินค้าและบริการ&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302105145456
212	จังหวัดนครสวรรค์ จัดพิธีถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2565	"<p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นายชยันต์&nbsp;ศิริมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีส่วนราชการ&nbsp;และองค์กรภาคเอกชน&nbsp;ร่วมพิธีฯ&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาประชาคมจังหวัดนครสวรรค์</p><p><strong>พิธีถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;</strong>เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ที่มีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;และทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีมาตรฐาน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ""&nbsp;ถือเป็นวันที่มีความพิเศษต่อช่างฝีมือแรงงานไทยทั่วประเทศ&nbsp;เนื่องจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอให้&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;ถือเป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;รวมถึงการถวายพระราชสมัญญาแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ว่า&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์&nbsp;ที่พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถทางการช่าง&nbsp;เป็นแบบอย่างและแรงใจต่อแรงงานไทยทุกคน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;</strong>ได้มอบป้ายเครื่องหมายมาตรฐานฝีมือแรงงานให้กับห้างหุ้นส่วนจำกัด&nbsp;ลิ่มเชียงเส็ง&nbsp;และมอบใบอนุญาตผู้ดำเนินการทดสอบให้กับวิทยาลัยเทคนิคแม่วงก์&nbsp;และเยี่ยมชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และเยี่ยมชมบูธประชาสัมพันธ์การดำเนินการเกี่ยวกับวันมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นครสวรรค์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครสวรรค์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302112819485
213	จังหวัดตรัง จัดพิธีถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;อาคารฝึกอบรม&nbsp;3&nbsp;</strong>ชั้น&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานตรัง&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ท่านที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;และทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;รวมทั้งให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐานสากล&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552</strong>&nbsp;กำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;และได้ถวายพระราชสมัญญา&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ท่านที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302103053440
214	จังหวัดอุทัยธานี จัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่อาคารสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดอุทัยธานี</strong>&nbsp;นายขจรเกียรติ&nbsp;รักพานิชมณี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;เป็นประธานนำส่วนราชการ&nbsp;วางพานพุ่มดอกไม้สด&nbsp;ถวายราชสักการะ&nbsp;พร้อมนำกล่าวถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;พร้อมด้วยนายอลงกต&nbsp;วรกี&nbsp;นายพีระพล&nbsp;ตัณฑโอภาส&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;ศาล&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;ภาครัฐวิสาหกิจ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน</p><p><strong>นอกจากนี้ภายในงานมีการจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;</strong>เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทย&nbsp;ให้มีความเป็นมาตรฐาน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552</strong>&nbsp;เห็นชอบถวายพระราชสมัญญา&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปีเป็น&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;โดยพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสถึงปัญหาเรื่องช่างฝีมือ&nbsp;ซึ่งต้องปรับปรุงให้มีความประณีตและมีประสิทธิภาพได้มาตรฐาน&nbsp;จากพระราชดำรัสดังกล่าว&nbsp;แสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ส่งมีความห่วงใยต่อแรงงานไทย&nbsp;และทรงให้ความสำคัญกับมาตรฐานงานช่างของคนไทยเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;รวมทั้งพระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถทางด้านการช่าง&nbsp;เป็นที่ประจักษ์ต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างชัดแจ้ง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	อุทัยธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุทัยธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302113124488
215	ส่วนราชการ จ.ยะลา  ถวายราชสักการะ รำลึกพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย	"<p><strong>รำลึกพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;</strong>สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;24&nbsp;ยะลา&nbsp;จัดพิธีถวายราชสักการะ&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะ&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมเทศบาลนครยะลา&nbsp;สำนักงานเทศบาลนครยะลา&nbsp;โดยมี&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;พนักงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;เอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียง&nbsp;เป็นไปตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;และผู้แทนหน่วยงานในจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ได้วางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;อีกทั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ได้กล่าวราชสดุดีเทิดพระเกียรติ&nbsp;ฯ&nbsp;พร้อมทั้งเยี่ยมชมนิทรรศการแสดงพระอัจฉริยภาพด้านการช่างของพระองค์ท่าน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดงานวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;โดย&nbsp;สถาบันพัฒนาฝีแรงงาน&nbsp;24&nbsp;ยะลา&nbsp;จัดขึ้นในวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น&nbsp;ในการพัฒนาฝีมือการช่างเพื่อประโยชน์แด่ส่วนรวม&nbsp;ดังพระราชกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติเป็นแบบอย่างเสมอมา&nbsp;สมดังพระราชสมัญญา&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302103207441
216	"ชวนกลุ่มเสี่ยงยะลา   รับชุดตรวจ โควิด ฟรี ผ่านแอปฯ ""เป๋าตัง"""	<p><strong>หลังจากเมื่อวานนี้(1&nbsp;มี.ค&nbsp;65)&nbsp;ทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ</strong>&nbsp;(สปสช.)&nbsp;ได้&nbsp;แจกชุดตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ฟรี&nbsp;ให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง&nbsp;โดยกระจายผ่านหน่วยบริการที่เข้าร่วม&nbsp;กระจายชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร้านยา,&nbsp;คลินิกพยาบาล,&nbsp;คลินิกกายภาพบำบัด,&nbsp;หน่วยเทคนิคการแพทย์ฯ&nbsp;หรือหน่วยบริการอื่นกว่า&nbsp;2,000&nbsp;แห่ง</p><p><strong>ในส่วนร้านขายยา&nbsp;เพื่อนยา&nbsp;ยะลา&nbsp;ซึ่งได้รับชุดตรวจมาจำนวนหนึ่ง</strong>&nbsp;เพื่อกระจายแจกจ่ายให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงเพื่อนำไปตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยตนเองนั้น&nbsp;วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค&nbsp;65)&nbsp;&nbsp;ได้มีประชาชนทยอยมารับชุดตรวจ&nbsp;แต่จำนวนไม่มาก&nbsp;โดยทางร้านบอกว่า&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;เป็นวันแรก&nbsp;คนยังมาไม่เยอะ&nbsp;ทยอยมา&nbsp;อาจจะยังไม่รู้ว่ามีการแจกชุดตรวจโควิดฟรี&nbsp;จะมีประชาชนโทรศัพท์มาถามทางร้าน&nbsp;ว่า&nbsp;เข้าร่วมโครงการไม้&nbsp;มีชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แจกหรือไม่&nbsp;&nbsp;วันนี้เป็นวันที่สองก็น่าจะเยอะขึ้น&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับประชาชนที่สนใจรับชุดตรวจ&nbsp;ซึ่งมีแอป&nbsp;เป๋าตัง</strong>&nbsp;คนละครึ่ง&nbsp;ก็ให้ทำแบบประเมินกลุ่มเสี่ยงก่อน&nbsp;แล้วนำโทรศัพท์มาสแกนกับทางร้านก็จะได้&nbsp;รับ&nbsp;ฟรี&nbsp;ชุดตรวจโควิด&nbsp;ไป&nbsp;คนละ&nbsp;2&nbsp;ชุด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302104150451
217	จังหวัดแม่ฮ่องสอนประกอบพิธีวางพานพุ่ม เนื่องในวันพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ที่ทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐานสากล&nbsp;ในพิธีผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนวางพานพุ่มถวายเครื่องราชสักการะ&nbsp;และนำกล่าวถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติ&nbsp;โดยมีข้าราชการ&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ทหาร&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมวางพานพุ่ม</p><p><strong>พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;</strong>มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ทรงสนพระราชหฤทัยและพระปรีชาสามารถทรงงานด้านต่างๆ&nbsp;หลายด้าน&nbsp;งานช่างเป็นงานด้านหนึ่งที่ทรงมีความสนพระราชหฤทัย&nbsp;มีความถนัด&nbsp;และทรงมีฝีพระหัตถ์เป็นเยี่ยมมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์&nbsp;ทั้งด้านช่างไม้&nbsp;ด้านช่างโลหะ&nbsp;ด้านอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;หรือแม้แต่ด้านเครื่องยนต์&nbsp;เรือใบที่ทรงใช้แข่งขันในกีฬาแหลมทอง&nbsp;กังหันน้ำชัยพัฒนา&nbsp;ตลอดจนทรงตั้งโรงเรียนพระดาบสเพื่อสอนวิชาชีพช่างให้แก่เยาวชน&nbsp;และเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้มีมติถวายพระราชสมัญญา&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;และกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปีเป็น&nbsp;""วันพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทยและวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302110000460
218	จ.ราชบุรีประกอบพิธีวางพานพุ่มเนื่องในวันพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย ปี 2565	"<p><strong>ที่โรงยิมเนเซียมราชบุรี&nbsp;นายรณภพ&nbsp;เหลืองไพโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี</strong>&nbsp;เป็นประธานประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เนื่องในวัน&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ที่ทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐานสากล&nbsp;ในพิธีผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี&nbsp;วางพานพุ่มถวายเครื่องราชสักการะ&nbsp;นำกล่าวถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติ&nbsp;และร่วมยืนสงบนิ่ง&nbsp;เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์&nbsp;โดยมีข้าราชการ&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ทหาร&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมวางพานพุ่ม</p><p><strong>พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;</strong>ทรงมีพระราชดำรัสในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือช่างของสโมสรโรตารี&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;ใต้&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;วันจันทร์ที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2513&nbsp;มีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า&nbsp;""&nbsp;ช่างทุกประเภท&nbsp;เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของคนทุกคนเพราะตลอดชีวิตของคนเรา&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการสิ่งต่างๆ&nbsp;ที่ได้มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่สนับสนุนจากทุกๆ&nbsp;ฝ่ายยิ่งในสมัยปัจจุบัน&nbsp;วิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้ายิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษเพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง&nbsp;ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการ""&nbsp;และเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้มีมติถวายพระราชสมัญญา&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;และกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปีเป็น&nbsp;""วันพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทยและวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ""</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	ราชบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302105008455
219	"จังหวัดลพบุรี จัดพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย"" เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2565"	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ที่&nbsp;หอประชุมอาคารอเนกประสงค์เทศบาลเมืองเขาสามยอด&nbsp;อำเภอเมืองลพบุรี&nbsp;จังหวัดลพบุรี</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">&nbsp;</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">นายนิวัฒน์&nbsp;รุ่งสาคร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี&nbsp;</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้&nbsp;ถวายราชสักการะพร้อมถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติ&nbsp;เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในฐานะทรงเป็น&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;เข้าร่วมพิธี&nbsp;</span>ในรูปแบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ตามมาตาการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งคัด&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">โอกาสนี้ประธานได้ทำพิธีมอบใบอนุญาตศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;และใบอนุญาตศูนย์ประเมินรับรองความรู้ความสามารถ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">ทรงสนพระราชหฤทัยในงานช่างตั้งแต่ยังทรงศึกษาอยู่&nbsp;ณ&nbsp;ประเทศสวิตเซอร์แลนด์&nbsp;ได้ทรงประดิษฐ์ของเล่นด้วยพระองค์เองเมื่อครั้งทรงพระเยาว์&nbsp;ทรงสนพระราชหฤทัยในกีฬาเรือใบเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;ทรงออกแบบและต่อเรือใบที่ดีเลิศ&nbsp;โดยทรงชนะเลิศการแข่งขันกีฬาเรือใบในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;พุทธศักราช&nbsp;2510&nbsp;ณ&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;&nbsp;ด้วยเรือที่ทรงต่อขึ้นด้วยพระองค์เอง&nbsp;กังหันน้ำชัยพัฒนา&nbsp;ตลอดจนทรงตั้งโรงเรียนพระดาบส&nbsp;เพื่อสอนวิชาชีพช่างให้แก่เยาวชนรวมทั้งผู้ด้อยโอกาสทั่วไป&nbsp;คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;กำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;ซึ่งเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพ&nbsp;และแข่งขันฝีมือแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2513&nbsp;ให้เป็น&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ""&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">นอกจากนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้ถวายพระราชสมัญญา&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">&nbsp;แด่</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;และทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐานสากล</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ลพบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302111811470
220	สนับสนุนภารกิจการช่วยเหลืออพยพคนไทยในยูเครนเดินทางกลับสู่ประเทศไทยแล้ว 2 เที่ยวบิน	<p><strong>นายกิตติพงศ์</strong>&nbsp;<strong>กิตติขจร</strong>&nbsp;<strong>ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ</strong>&nbsp;บริษัท&nbsp;ท่าอากาศยานไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;ทอท.&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่มีสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง&nbsp;รัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศยูเครน&nbsp;โดยทางสถานเอกอัครราชทูตไทย&nbsp;ณ&nbsp;กรุงวอร์ซอ&nbsp;ได้ให้การช่วยเหลืออพยพคนไทยในยูเครนถึงกรุงวอร์ซอโดยสวัสดิภาพแล้ว&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุดเ&nbsp;มื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา</strong>&nbsp;(2&nbsp;มี.ค)&nbsp;ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&nbsp;สายการบินไทย&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;TG&nbsp;923&nbsp;นำผู้โดยสารเดินทางจาก&nbsp;Frankfurt&nbsp;ถึงเวลา&nbsp;06.25&nbsp;น.&nbsp;มีคนไทยจากยูเครนโดยสาร&nbsp;จำนวน&nbsp;38&nbsp;คน&nbsp;และในเวลาประมาณ&nbsp;12.05&nbsp;น.&nbsp;สายการบินเอมิเรตส์&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;EK&nbsp;384&nbsp;เดินทางจาก&nbsp;Dubai&nbsp;ถึงไทย&nbsp;มีคนไทยจากยูเครนโดยสารจำนวน&nbsp;58&nbsp;คน</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ</strong>&nbsp;ได้เตรียมความพร้อมรองรับและสนับสนุนภารกิจรับคนไทยในประเทศยูเครนที่อพยพเดินทางกลับมายังประเทศไทย&nbsp;โดย&nbsp;มีการประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ&nbsp;กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;2&nbsp;สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&nbsp;และสายการบิน&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ&nbsp;เพื่อติดต่อประสานงานให้คนไทยได้รับความสะดวกในการผ่านขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศไทยและเป็นไปตามมาตรการการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>ผู้ที่ต้องการสอบถามเกี่ยวกับเที่ยวบินเพื่ออพยพคนไทยจากยูเครน</strong>&nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;AOT&nbsp;Contact&nbsp;Center&nbsp;1722&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302114940508
221	เจ้าหน้าที่ฯ แม่ฮ่องสอน จับกุมชาวเมียนมาเชื้อสายจีน พบยาบ้ากว่า 400 เม็ด	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;นายทศพล&nbsp;สินยบุตร&nbsp;นายอำเภอปาย&nbsp;</strong>ได้มอบหมายให้&nbsp;นายพิเชษฐ&nbsp;พุ่มนวน&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอปาย&nbsp;นำกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอปายที่&nbsp;4&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ตำรวจภูธรปาย&nbsp;ตำรวจตระเวนชายแดน&nbsp;3363&nbsp;ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ทหาร&nbsp;และผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;จับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นบุคคล&nbsp;สัญชาติพม่า&nbsp;เชื้อชาติจีน&nbsp;อายุ&nbsp;32&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;28/ช&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลเวียงใต้&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;พร้อมด้วยของกลาง&nbsp;ยาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;1&nbsp;(เมทแอมเฟตามีน)&nbsp;ยาบ้า&nbsp;จำนวน&nbsp;429&nbsp;เม็ด&nbsp;และวัตถุชนิดเม็ดคล้ายยาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;1&nbsp;(เมทแอมเฟตามีน)&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ขวด&nbsp;รวมน้ำหนัก&nbsp;242.873&nbsp;กรัม&nbsp;</p><p><strong>โดยกล่าวหาว่า&nbsp;มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;1&nbsp;(เมทแอมเฟตามีน)&nbsp;ยาบ้า</strong>&nbsp;อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา&nbsp;145&nbsp;วรรค&nbsp;2&nbsp;(2)&nbsp;การก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน,&nbsp;เสพยาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;1&nbsp;(เมทแอมเฟตามีน)&nbsp;ยาบ้า&nbsp;โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302111044464
222	"จังหวัดมหาสารคาม จัดพิธีถวายราชสักการะแด่ พระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล  อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ""พระบิดาแห่งมาตรฐาน การช่างไทย เนื่องใน ""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี2"	"<p><strong>ที่หอประชุมจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;นายเกียรติศักดิ์&nbsp;ตรงศิริ</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;พิธีถวายราชสักการะแด่&nbsp;พระบาทสมเด็จ&nbsp;พระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพล&nbsp;อดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐาน&nbsp;การช่างไทย&nbsp;เนื่องใน&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นางพรศรี&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายธัญญวัฒน์&nbsp;ชาญพินิจ&nbsp;นายธรรมนูญ&nbsp;แก้วคำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ศาล&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;และพสกนิกรทุกหมู่เหล่าเข้าร่วมพิธี</p><p><strong>จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552</strong>&nbsp;เห็นชอบให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปีเป็น&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;และได้ถวายพระราชสมัญญานามพระบาทสมเด็จ&nbsp;พระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ว่า&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐาน&nbsp;การช่างไทย&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ที่ทรงพระปรีชาสามารถทางการช่างและเป็นแบบอย่างและแรงใจต่อแรงงานไทย&nbsp;วันที่&nbsp;๒&nbsp;มีนาคมของทุกปีจึงเป็น&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;โดยได้น้อมนำมาเป็นแรงดลใจให้ทุกภาคส่วนได้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีมาตรฐาน&nbsp;เพื่อพัฒนาคน&nbsp;เพื่อพัฒนาชาติ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2513&nbsp;เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;</strong>เสด็จพระราชดำเนินทรง&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ในพิธีเปิดงาน&nbsp;แนะแนวอาชีพ&nbsp;และแข่งขันฝีมือแห่งชาติครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;และมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับความเป็นช่างของคนไทย&nbsp;ความตอนหนึ่งว่า&nbsp;""ช่างทุกประเภท&nbsp;เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่ง&nbsp;ในชีวิตของบ้านเมืองและของคนทุกคน&nbsp;เพราะตลอดชีวิตของเรา&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการหรือสิ่งต่างๆ&nbsp;ที่มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่&nbsp;สนับสนุนจากทุกๆ&nbsp;ฝ่ายยิ่งในสมัยปัจจุบัน&nbsp;วิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้า&nbsp;ยิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษ&nbsp;เพื่อให้ได้ช่างที่มี&nbsp;ความสามารถสูง&nbsp;ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณภาพดี&nbsp;และเพียงพอกับความต้องการในการส่งเสริมนั้นมีปัญหาอัน&nbsp;ควรจะได้พิจารณา&nbsp;ช่วยเหลืออยู่สามประการ&nbsp;ประการแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องการให้ความรู้&nbsp;ทางหลักวิทยาการ&nbsp;และความรู้ทางการออกแบบ&nbsp;ประการที่สอง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องฝีมือซึ่งต้องปรับปรุงให้มีความประณีตและประสิทธิภาพได้มาตรฐานจริงๆ&nbsp;ประการที่สาม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องการจัดหางาน&nbsp;และหาตลาดเพื่อช่วยให้ช่างได้มีงานทำ&nbsp;มีตลาดที่จะส่งสินค้าที่ผลิตได้ไปจำหน่าย&nbsp;การช่วยเหลือทั้ง&nbsp;สามประการนี้&nbsp;จะต้องทำให้สอดคล้องกันไปเพื่อให้ช่างมีรายได้และผลกำไร&nbsp;สำหรับนำมาเป็นทุนรอนสร้างฐานะและ&nbsp;ความก้าวหน้า&nbsp;ข้าพเจ้าใคร่ขอฝากความคิดทั้งนี้ไว้เป็นแนวปฏิบัติของท่านทั้งหลายต่อไป</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มหาสารคาม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302160936680
223	จังหวัดตรัง จัดพิธีถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช  บรมนาถบพิตร พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติประจำปี 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานตรัง</strong>&nbsp;จัดพิธีถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังเป็นประธานในพิธี</strong>วางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และกล่าวถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติพระบรมฉายาลักษณ์&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในฐานะทรงเป็น&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;จากนั้นยืนสงบนิ่งเป็นเวลา&nbsp;89&nbsp;วินาที&nbsp;พร้อมด้วยนายปกรณ์&nbsp;ศรีเพชร&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานตรัง&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;ในสังกัดกระทรวงแรงงาน&nbsp;ผู้แทนหน่วยงาน&nbsp;องค์กรอิสระ&nbsp;และประชาชน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมอาคาร&nbsp;3&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานตรัง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><strong>โดยเมื่อปีพุทธศักราช&nbsp;2513&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;</strong>มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ได้เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือช่างแห่งชาติ&nbsp;ณ&nbsp;สวนลุมพินีสถาน&nbsp;และพระราชทานพระราชดำรัสเกี่ยวกับการช่างของไทย&nbsp;ซึ่งจากกระแสพระราชดำรัสดังกล่าว&nbsp;สะท้อนให้เห็นถึงสายพระเนตรอันยาวไกลที่มีพระราชดำริถึงความสำคัญของช่างฝีมือ&nbsp;ที่มีบทบาทสำคัญต่อทุกคนในสังคม&nbsp;จึงจำเป็นต้องพัฒนาให้มีฝีมือตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;ซึ่งกระทรวงแรงงานได้น้อมนำใส่เกล้ามาปฏิบัติ&nbsp;ในการพัฒนากำลังแรงงานให้มีฝีมือ&nbsp;พัฒนาสู่มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ทั้งด้านผลิตสินค้าและบริการ&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ&nbsp;สร้างการยอมรับในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและประชาคมโลก</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติถวายพระราชสมัญญา</strong>แด่พระองค์เป็น&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;พร้อมกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติด้วย&nbsp;เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302104434453
224	ตัวอย่างการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่าในพื้นที่โฉนดชุมชนบ้านทับเขือ หมู่ 1 ต.ช่อง อ.นาโยง  ซึ่งเป็นพื้นที่ทับซ้อนกับอุทยานฯ โดยชาวบ้านมีการตั้งกฎกติกาชุมชน  เคารพการใช้ประโยชน์ร่วมกัน ปลูกเสริมทุกอย่างที่กินและขายได้ เสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า โดยไม่มีการบุกรุกเพิ่มเติม ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เสริมจากการปลูกพืชแซมยาง  ขายเป็นรายได้หลักแทนยาง	<p><strong>นางณัฐธยาน์&nbsp;แท่นมาก&nbsp;และนายทินกฤติ&nbsp;แท่นมาก</strong>&nbsp;สองสามีภรรยา&nbsp;ซึ่งมีที่พักอาศัยและที่ดินทำกินอยู่ในพื้นที่โฉนดชุมชนบ้านทับเขือ&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ต.ช่อง&nbsp;อ.นาโยง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;และเป็นสมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด&nbsp;นำดูวิธีการจัดการและการใช้ประโยชน์ในพื้นที่โฉนดชุมชน&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ปัญหาการถือครองที่ดินระหว่างชาวบ้านกับอุทยานฯ&nbsp;แต่ต่อมารัฐพยายามหาวิธีการแก้ปัญหา&nbsp;ทั้งการดำเนินการภายใต้โฉนดชุมชน&nbsp;และการรังวัดจัดทำรูปแผนที่แปลงที่ดินให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้&nbsp;ขณะที่ชาวบ้านหลายครัวเรือนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกัน&nbsp;ก็มีการตั้งกติการ่วมกันในการใช้ประโยชน์ในที่ดิน&nbsp;</p><p><strong>โดยไม่มีการบุกรุกใหม่&nbsp;แต่จะมุ่งเน้นการสร้างอาชีพเสริม</strong>&nbsp;การจัดการพื้นที่&nbsp;สร้างความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า&nbsp;โดยไม่มีการบุกรุกเพิ่มเติม&nbsp;โดยการปลูกพืชแซมลงไปในสวนยางพาราที่ทำกินอยู่เดิม&nbsp;สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ&nbsp;ควบคู่การดูแลรักษาผืนป่า&nbsp;ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เสริมจากการปลูกพืชแซมยางในลักษณะสวนผสม&nbsp;โดยปลูกทุกอย่างที่กิน&nbsp;และเหลือก็ขาย&nbsp;สร้างรายได้เสริมตลอดปี&nbsp;&nbsp;เช่น&nbsp;ผลไม้&nbsp;ทั้งเงาะ&nbsp;ลองกอง&nbsp;มังคุด&nbsp;ทุเรียน&nbsp;มะพร้าว&nbsp;มะม่วง&nbsp;จำปาดะ&nbsp;และผักต่างๆ&nbsp;โดยเฉพาะผักเหมียง&nbsp;พืชผักเศรษฐกิจพื้นบ้าน&nbsp;และกาแฟที่รสชาติหอมหนุ่มอร่อยกว่ากาแฟที่ปลูกบนพื้นราบทั่วไป&nbsp;มีตลาดรองรับนำไปผลิตสร้างจุดขาย&nbsp;กาแฟจากพื้นที่โฉนดชุมชนบ้านทับเขือ&nbsp;เทือกเขาบรรทัด</p><p><strong>นางณัฐธยาน์&nbsp;แท่นมาก&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนอาศัยอยู่ในพื้นที่อุทยานฯ&nbsp;</strong>ซึ่งถูกจัดพื้นที่โฉนดชุมชนบ้านทับเขือ&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ต.ช่อง&nbsp;อ.นาโยง&nbsp;บนเนื้อที่รวมประมาณ&nbsp;8&nbsp;ไร่&nbsp;เดิมปลูกยางพาราเป็นอาชีพหลักมายาวนาน&nbsp;แต่ขณะนี้ได้ปลูกพืชผสมผสานแซมไว้ในสวน&nbsp;โดยที่กลุ่มชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทั้งหมดเป็นสมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด&nbsp;ซึ่งมีการตั้งกฎกติกาในการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่า&nbsp;ไม่มีการบุกรุก&nbsp;แต่จะมีการจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ&nbsp;และความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่&nbsp;ให้เกิดความสมดุลในระบบนิเวศ&nbsp;&nbsp;&nbsp;จึงมีการปลูกพืชแบบผสมผสาน&nbsp;เช่น&nbsp;ผลไม้ทุกชนิด&nbsp;ทั้งมังคุด&nbsp;ทุเรียน&nbsp;จำปาดะ&nbsp;ลองกอง&nbsp;ผักเหมียง&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;สารพัดชนิด&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งสามารถหมุนเวียนเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทั้งปีตามฤดูกาลของผลไม้แต่ละชนิด</strong>&nbsp;เหลือจากกินก็นำไปขายสร้างรายได้&nbsp;จากเดิมยางพาราเป็นรายได้หลัก&nbsp;แต่ไม่พอกิน&nbsp;เพราะสภาพพื้นที่อยู่เขตเทือกเขาบรรทัด&nbsp;ทำให้มีฝนตกชุกตลอดทั้งปี&nbsp;ทำให้แต่ละปีกรีดยางได้ไม่ถึง&nbsp;120&nbsp;วัน&nbsp;แต่ขณะที่พืชผัก&nbsp;ผลไม้ที่ปลูกไว้กลายเป็นรายได้หลักที่หมุนเวียนเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี&nbsp;โดยเฉพาะกาแฟ&nbsp;และผักเหมียง&nbsp;แต่จะแตกยอดอ่อนจำนวนมากในช่วงหน้าแล้ง&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงหยุดกรีดยางพารา&nbsp;แต่ละวันสามารถเก็บได้วันละประมาณ&nbsp;30&nbsp;กิโลกรัมหรือปีละประมาณ&nbsp;200&nbsp;&nbsp;300&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;</p><p><strong>โดยจะมีแม่ค้าแย่งกันซื้อ&nbsp;ส่วนใหญ่ขายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;50&nbsp;บาท</strong>&nbsp;แต่ไม่เคยต่ำกว่า&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับกาแฟ&nbsp;สายพันธุ์โรบัสต้า&nbsp;ตนเองปลูกไว้สามารถเก็บผลผลิตได้ปีละประมาณ&nbsp;350&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;แต่ปีนี้เก็บได้ทั้งหมดประมาณ&nbsp;500&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;หากเป็นเมล็ดสดกิโลกรัมละ&nbsp;25&nbsp;บาท&nbsp;แต่ตนเองจะนำมาตากแห้งแล้วคัดเฉพาะเมล็ดที่สมบูรณ์&nbsp;ส่งขายได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;โดยจะมีคนมารับซื้อถึงที่นำไปขายที่กรุงเทพฯ&nbsp;สร้างแบรนด์กาแฟ&nbsp;โรบัสต้า&nbsp;จากพื้นที่โฉนดชุมชนบ้านทับเขือ&nbsp;ซึ่งรสชาติของกาแฟได้อย่างใจปอง&nbsp;จากการนำไปทดสอบโดยนักชิม&nbsp;รับรองว่ารสชาติจะหอมนุ่มอร่อยกว่ากาแฟที่ปลูกบริเวณพื้นราบทั่วไป&nbsp;เพราะปลูกบนพื้นที่สูงติดเขตเทือกเขาเหนือระดับน้ำทะเล&nbsp;ผืนป่าอุดมสมบูรณ์ชุ่มชื้นตลอดปี&nbsp;ซึ่งกาแฟจะชอบสภาพอากาศที่ชุ่มชื้นอุดมสมบูรณ์&nbsp;จึงมีรสชาติหอมอร่อย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302110948463
225	จังหวัดปัตตานี จัดพิธีถวายราชสักการะแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2565	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมตานี&nbsp;</strong>สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;23&nbsp;ปัตตานี&nbsp;นายสมนึก&nbsp;พรหมเขียว&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;เป็นประธานในพิธีเนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;โดยมีว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ตระกูล&nbsp;โทธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;พนักงานของรัฐ&nbsp;และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานเข้าร่วมในพิธี</p><p><strong>กิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ</strong>&nbsp;ทยอยนำพานพุ่มดอกไม้สีขาวถวายเครื่องราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;จากนั้น&nbsp;ประธานในพิธีขึ้นถวายความเคารพ&nbsp;วางพานพุ่มดอกไม้สีขาวถวายเครื่องราชสักการะ&nbsp;ถวายคำนับ&nbsp;กล่าวถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในฐานะทรงเป็นพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;แล้วถวายความเคารพ&nbsp;จากนั้นประธานในพิธีและผู้ร่วมพิธีได้เยี่ยมชมนิทรรศการ&nbsp;ซึ่งสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;23&nbsp;ปัตตานี&nbsp;นำมาจัดแสดงไว้&nbsp;เป็นอันเสร็จพิธี</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2513&nbsp;</strong>พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีเปิดงาน&nbsp;&nbsp;แนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;และมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับความเป็นช่างของคนไทย&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ท่าน&nbsp;&nbsp;กระทรวงแรงงาน&nbsp;จึงเห็นสมควรถวายพระราชสมัญญา&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็น&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ""</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302111129465
226	จ.ร้อยเอ็ด จัดพิธีถวายราชสักการะ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2565	<p><strong>นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณโถง&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;โดยการดำเนินงานของ&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานร้อยเอ็ด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายชนาส&nbsp;ชัชวาลวงศ์&nbsp;,&nbsp;นายเชวงศักดิ์&nbsp;พลเยี่ยม&nbsp;,&nbsp;นายสนอง&nbsp;ดลประสิทธิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;นายชูศักดิ์&nbsp;ราชบุรี&nbsp;ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการตุลาการ&nbsp;อัยการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เข้าร่วมพิธีฯ&nbsp;เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ที่มีต่อปวงชนชาวไทย</p><p><strong>ภายในพิธี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์&nbsp;พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;วางพานพุ่มถวายราชสักการะฯ&nbsp;นำกล่าวถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติฯ&nbsp;ในฐานะทรงเป็นพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;และนำผู้เข้าร่วมพิธียืนตรงสงบนิ่ง&nbsp;19&nbsp;วินาที&nbsp;เป็นอันเสร็จพิธี&nbsp;และหลังจากนั้นได้มีการเยี่ยมชมนิทรรศการภายในงาน&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552</strong>&nbsp;ให้ดำเนินการถวายพระราชสมัญญาพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พร้อมทั้งกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ท่านที่มีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;และทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐาน&nbsp;ดังจะเห็นได้จากพระราชดำรัสในครั้งที่เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือช่างของสโมสรโรตารีกรุงเทพใต้&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2513&nbsp;ซึ่งแสดงเห็นถึงพระราชหฤทัยในการเล็งเห็นความสำคัญของช่างไทย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302112422478
227	ศอ.บต. ส่งต่อความห่วงใยจากคนไทยสู่กลุ่มผู้เปราะบางจังหวัดชายแดนภาคใต้ บรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก	<p><strong>พลเรือตรีสมเกียรติ.&nbsp;ผลประยูร.&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัด</strong>ชายแดนภาคใต้&nbsp;ลงพื้นที่นำถุงยังชีพจาก&nbsp;สถาบันส่งเสริมบทบาทพ่อแม่เพื่อสังคม&nbsp;(สพมส.)&nbsp;ที่ได้ส่งผ่านความห่วงใย&nbsp;ช่วยเหลือ&nbsp;กลุ่มเปราะบาง&nbsp;คนพิการ&nbsp;และผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;ที่ประสบภัยได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยเฉพาะในครัวเรือนที่มีผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบางที่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือในรูปแบบพิเศษ&nbsp;ด้วยการสนับสนุนสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีพ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ผ้าอ้อมผู้ใหญ่&nbsp;&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;อาหารแห้ง&nbsp;ตลอดจน&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;โดยบรรจุเป็นถุงยังชีพพิเศษเพื่อครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ส่งความช่วยเหลือผ่านศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;นำไปมอบด้วยมือตัวเอง&nbsp;ให้แก่ครัวเรือนเปราะบางที่ได้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ขอความช่วยเหลือไว้เป็นการเร่งด่วน&nbsp;</p><p><strong>เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้ได้เป็นตัวแทนส่งต่อความห่วงใย</strong>ของคนไทยที่ได้&nbsp;นำสิ่งของจำเป็นไปมอบให้แก่ครัวเรือนที่มีผู้พิการและผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ครอบครัว&nbsp;คือ&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ครอบครัวนายสัยฟูดิง&nbsp;ดอมาลี&nbsp;อายุ&nbsp;33&nbsp;ปี&nbsp;อาศัยอยู่บ้านเลขที่&nbsp;79&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลท่าสาป&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;เป็นผู้พิการติดเตียง&nbsp;เนื่องจากถูกทำร้ายร่างกายเมื่อปี&nbsp;2563&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันอาศัยอยู่กับมารดา&nbsp;อีกทั้งยังมียายที่ตาบอดและพิการติดเตียงไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ครอบครัวนายอับดุลการิม&nbsp;กาซา&nbsp;อาศัยอยู่บ้านเลขที่&nbsp;12/4&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลท่าสาป&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;อายุ&nbsp;62&nbsp;ปี&nbsp;เป็นผู้พิการติดเตียงไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้เนื่องจากความดันสูงจนทำให้เส้นเลือดในสมองแตก&nbsp;ปัจจุบันอาศัยอยู่กับภรรยาโดยมีสมาชิกในบ้านทั้งหมด&nbsp;9&nbsp;คน&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ครอบครัวนายอภิชาต&nbsp;ราชเจริญ&nbsp;อายุ&nbsp;56&nbsp;ปี&nbsp;อาศัยอยู่บ้านเลขที่&nbsp;36&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลหน้าถ้ำ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เป็นผู้พิการติดเตียง&nbsp;และมีโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง&nbsp;ปัจจุบันอาศัยอยู่ภรรยาและบุตรอีก&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>โดยทั้ง&nbsp;3&nbsp;ครอบครัวต่างดีใจและฝากขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น</strong>&nbsp;ถึงแม้จะเป็นของที่ไม่ได้มีจำนวนมากมายแต่ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดต่อการดำรงชีพและบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;เพราะลำพังเงินยังชีพที่ได้รับแต่ละเดือนไม่เพียงพอกับรายจ่ายของครอบครัว&nbsp;นอกจากนี้ได้มาเยี่ยมและให้กำลังใจกลุ่มคนเปราะบางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้น&nbsp;กลุ่มเปราะบาง&nbsp;เด็ก&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;คนพิการ&nbsp;และผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;ถือเป็นผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้อย่างเต็มที่&nbsp;ศอ.บต.ในฐานะหน่วยงานด้านการพัฒนาพื้นที่จะทำหน้าที่ในการหนุนเสริมและสนับสนุนทุกภาคส่วนในการร่วมด้วยช่วยกัน&nbsp;ในท่ามกลางสถานการณ์&nbsp;ที่ทุกคนต้องเผชิญ&nbsp;วิกฤตที่เกิดขึ้นเราได้เห็นถึงน้ำใจของคนไทยที่ส่งผ่านมายังสถาบันส่งเสริมบทบาทพ่อแม่เพื่อสังคม&nbsp;(สพมส.)&nbsp;และทุกภาคส่วนที่ไม่เคยทอดทิ้งประชาชนที่เปรียบเสมือนครอบครัว&nbsp;ให้ได้รับความลำบากโดยลำพัง&nbsp;จากนี้ก็จะให้บัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิ&nbsp;ของศอ.บต.ลงพื้นที่ไปติดตามความเดือดร้อนและนำสิ่งของเหล่านี้ไปมอบให้ถึงมือแก่ครัวเรือนตามเป้าหมายต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;น.ส.รอหานี&nbsp;มะแซ&nbsp;น้าสาวของนายสัยฟูดิง&nbsp;ดอมาลี&nbsp;อายุ&nbsp;33&nbsp;ปี&nbsp;</strong>หนึ่งในครอบครัวกลุ่มเปราะบางที่ได้รับมอบสิ่งของ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ครอบครัวอยู่กัน&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;หลานชายนอนป่วยติดเตียงมากว่า&nbsp;2&nbsp;ปีเนื่องจากโดนทำร้ายร่างกายบริเวณบาดเจ็บสาหัส&nbsp;เข้ารับผ่าตัดสมองมาแล้วถึง&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ทุกวันพี่สาวต้องออกไปทำงานรับจ้างนอกบ้านกลับมาดูแลป้อนข้าวหลานในช่วงพักเที่ยง&nbsp;อีกทั้งยังต้องดูแลแม่วัย&nbsp;82&nbsp;ปีที่พิการตาบอด&nbsp;ติดเตียงไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้&nbsp;ลำพังเงินยังชีพที่ได้รับเดือนละ&nbsp;800&nbsp;บาท&nbsp;ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในครอบครัว&nbsp;ซ้ำยังต้องมาเจอกับสถานการณ์โควิด&nbsp;19&nbsp;และน้ำท่วมแบบไม่ทันตั้งตัวทำให้ครอบครัวเดือนร้อนมาก&nbsp;ครั้งนี้ได้รับการช่วยเหลือ&nbsp;มีคนนำสิ่งของจำเป็นต่อครอบครัว&nbsp;โดยเฉพาะผ้าอ้อมผู้ใหญ่&nbsp;มามอบให้&nbsp;รู้สึกดีใจมากและขอบคุณที่ช่วยเหลือ&nbsp;เพราะตอนนี้ราคาในท้องตลาดปรับขึ้นสูงและต้องซื้อทุกอาทิตย์&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302111445466
228	ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ สนับสนุนช่วยเหลืออพยพคนไทยในยูเครนเดินทางกลับสู่ประเทศไทย หลังจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง รัสเซีย-ยูเครน	<p><strong>นายกิตติพงศ์&nbsp;กิตติขจร&nbsp;ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&nbsp;บริษัท&nbsp;ท่าอากาศยานไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;(ทอท.)&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่มีสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง&nbsp;รัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศยูเครน&nbsp;โดยทางสถานเอกอัครราชทูตไทย&nbsp;ณ&nbsp;กรุงวอร์ซอ&nbsp;ได้ให้การช่วยเหลืออพยพคนไทยในยูเครนถึงกรุงวอร์ซอโดยสวัสดิภาพแล้ว&nbsp;ซึ่งมีกำหนดเดินทางกลับถึงประเทศไทย&nbsp;ในวันพุธที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยกำหนดลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&nbsp;(ทสภ.)&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;สายการบินไทย&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;TG&nbsp;923&nbsp;เดินทางจาก&nbsp;Frankfurt&nbsp;ถึงเวลา&nbsp;06.25&nbsp;น.&nbsp;มีคนไทยจากยูเครนโดยสาร&nbsp;จำนวน&nbsp;38&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;สายการบินเอมิเรตส์&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;EK&nbsp;384&nbsp;เดินทางจาก&nbsp;Dubai&nbsp;ถึงเวลา&nbsp;12.05&nbsp;น.&nbsp;มีคนไทยจากยูเครนโดยสารจำนวน&nbsp;58&nbsp;คน</p><p><strong>นายกิตติพงศ์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;ทสภ.</strong>&nbsp;ได้เตรียมความพร้อมรองรับและสนับสนุนภารกิจรับคนไทยในประเทศยูเครนที่อพยพเดินทางกลับมายังประเทศไทย&nbsp;โดย&nbsp;ทสภ.&nbsp;ได้มีการประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ทสภ.&nbsp;ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ&nbsp;กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;2&nbsp;สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&nbsp;และสายการบิน&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ&nbsp;เพื่อติดต่อประสานงานให้คนไทยได้รับความสะดวกในการผ่านขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศไทย&nbsp;และเป็นไปตามมาตรการการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ทสภ.&nbsp;ได้จัดเตรียมของว่างและน้ำดื่มไว้รับรองคนไทยที่เดินทางมากับเที่ยวบินดังกล่าวให้อีกด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทสภ.&nbsp;พร้อมให้การสนับสนุนภารกิจทุกด้าน</strong>เพื่อช่วยเหลือให้คนไทยที่กำลังประสบภัยในต่างประเทศให้เดินทางกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย&nbsp;โดยผู้ที่ต้องการสอบถามเกี่ยวกับเที่ยวบินเพื่ออพยพคนไทยจากยูเครน&nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;AOT&nbsp;Contact&nbsp;Center&nbsp;1722&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302105937459
229	จังหวัดหนองบัวลำภู จัดพิธีถวายราชสักการะน้อมรำลึก พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย 2 มีนาคม	"<p><strong>นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู</strong>&nbsp;เป็นประธานนำส่วนราชการ&nbsp;ภาครัฐวิสาหกิจ&nbsp;ศาล&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ประกอบพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมอนาลโย&nbsp;ศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;อำเภอเมืองหนองบัวลำภู&nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;ทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐานสากล</p><p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ</strong>&nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;และถวายพระราชสมัญญา&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2513&nbsp;พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือช่างสโมสรโรตารี่&nbsp;กรุงเทพใต้&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กิจกรรมดังกล่าว</strong>&nbsp;ยังเป็นการกระตุ้นให้แรงงานหันมาเห็นความสำคัญของการเพิ่มความรู้&nbsp;ทักษะ&nbsp;ฝีมือ&nbsp;ให้ได้ตามมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ซึ่งจะส่งผลต่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองบัวลำภู	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302112656483
230	จังหวัดแพร่ประกอบพิธีถวายสักการะแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2565	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.</strong>&nbsp;ที่สถาบันประชารัฐพิทักษ์ป่า&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;เป็นประธานนำคณะข้าราชการพลเรือน&nbsp;ข้าราชการตุลาการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;องค์กรต่างๆ&nbsp;ประกอบพิธีถวายราชสักการะ&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย</p><p><strong>ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552</strong>&nbsp;กำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปีเป็น&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;โดยกระทรวงแรงงาน&nbsp;ได้ถวายพระราชสมัญญานามว่า&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และได้น้อมนำมาเป็นแรงดลใจให้ทุกภาคส่วนได้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีมาตรฐาน&nbsp;เพื่อพัฒนาคน&nbsp;เพื่อพัฒนาชาติ&nbsp;และได้ดำเนินการจัดงานวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติขึ้นในวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปี</p><p><strong>สำหรับความเป็นมาของมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาตินั้น</strong>&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2513&nbsp;เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีเปิดงาน&nbsp;แนะแนวอาชีพ&nbsp;และแข่งขันฝีมือแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;และมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับความเป็นช่างของคนไทย&nbsp;ความตอนหนึ่งว่า&nbsp;ช่างทุกประเภท&nbsp;เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของคนทุกคน&nbsp;เพราะตลอดชีวิตของเรา&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการหรือสิ่งต่างๆ&nbsp;ที่มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่&nbsp;สนับสนุนจากทุกๆ&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ยิ่งในสมัยปัจจุบัน&nbsp;วิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้า&nbsp;ยิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษ&nbsp;เพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง&nbsp;ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณภาพดี&nbsp;และเพียงพอกับความต้องการ&nbsp;ในการส่งเสริมนั้นมีปัญหาอันควรจะได้พิจารณาช่วยเหลืออยู่สามประการ&nbsp;ประการแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องการให้ความรู้ทางหลักวิทยาการ&nbsp;และความรู้ทางการออกแบบ&nbsp;ประการที่สอง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องฝีมือ&nbsp;ซึ่งต้องปรับปรุงให้มีความประณีตและประสิทธิภาพได้มาตรฐานจริงๆ&nbsp;ประการที่สาม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องการจัดหางานและหาตลาด&nbsp;เพื่อช่วยให้ช่างได้มีงานทำ&nbsp;มีตลาดที่จะส่งสินค้าที่ผลิตได้ไปจำหน่าย&nbsp;การช่วยเหลือทั้งสามประการนี้จะต้องการทำให้สอดคล้องกันไป&nbsp;เพื่อให้ช่างมีรายได้และผลกำไร&nbsp;สำหรับนำมาเป็นทุนรอนสร้างฐานะและความก้าวหน้า&nbsp;ข้าพเจ้าใคร่ขอฝากความคิดทั้งนี้ไว้เป็นแนวปฏิบัติของท่านทั้งหลายต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302111524467
231	จ.สุพรรณบุรี จัดพิธีถวายราชสักการะพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย ประจำปี 2565	<p><strong>ที่หอประชุมอาชาสีหมอก&nbsp;ศาลากลางสุพรรณบุรี&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;โดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;2&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;จัดพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เนื่องในวัน&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นประธานในพิธีพร้อมกล่าวถวายราชสดุดีเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;และเยี่ยมชมนิทรรศการภายในงาน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางนภัสสร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ศาล&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่เข้าร่วมพิธี</p><p><strong>ด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย</strong>&nbsp;และทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐานสากล&nbsp;สืบเนื่องมาจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ได้เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือช่างของสโมสรโรตารี่&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;เมือง&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.2513&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;และทรงมีพระราชดำรัสในพิธีเปิดงาน&nbsp;โดยทรงกล่าวถึงปัญหาเรื่องช่างฝีมือ&nbsp;ซึ่งต้องปรับปรุงให้มีความประณีตและมีประสิทธิภาพได้มาตรฐาน&nbsp;จากพระราชดำรัสดังกล่าว&nbsp;แสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีความห่วงใยต่อแรงงานไทย&nbsp;และทรงให้ความสำคัญกับมาตรฐานงานช่างของคนไทยเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;รวมทั้งพระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถทางด้านการช่างเป็นที่ประจักษ์ต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างชัดเจน&nbsp;ตามกระแสรับสั่งดังกล่าว&nbsp;ดังนั้นไม่ว่าจะสังกัดใด&nbsp;ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันแบบบูรณาการช่วยกันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;เพื่อแสดงให้เห็นว่า&nbsp;ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีมาตรฐาน&nbsp;ให้ฝีมือแรงงานมีการพัฒนาเพื่อสู้กับนานาประเทศได้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ</strong>&nbsp;ถือเป็นวันสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังแรงงานให้มีมาตรฐาน&nbsp;ซึ่งจะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการผลิตสินค้าและบริการที่ดีแก่ผู้บริโภค&nbsp;และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้จัดแสดงนิทรรศการจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน&nbsp;เพื่อสร้างแรงกระตุ้นแก่แรงงานไทยให้มีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302110909462
232	จ.สุโขทัย จัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะ พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย	<p><strong>จังหวัดสุโขทัย&nbsp;จัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร</strong>&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เนื่องใน&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมอาคารฝึกอบรม&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสุโขทัย&nbsp;อำเภอศรีสำโรง&nbsp;จังหวัดสุโขทัย</strong>&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;ทีคะสุข&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย&nbsp;เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ&nbsp;และกล่าวถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติ&nbsp;เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;องค์กรเอกชน&nbsp;และประชาชนเข้าร่วมในพิธี&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;และเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ที่พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถประดิษฐ์ของเล่นตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์&nbsp;และทรงใช้ทักษะและความถนัดในการสร้างสิ่งประดิษฐ์ด้วยพระองค์เองเป็นจำนวนมาก&nbsp;อาทิ&nbsp;การออกแบบและต่อเรือใบ&nbsp;และกังหันน้ำชัยพัฒนา&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งล้วนแต่สร้างชื่อเสียง&nbsp;และคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ&nbsp;และปวงชนชาวไทยอย่างอเนกอนันต์</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย</strong>&nbsp;ได้มอบหนังสือรับรองให้กับผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;คน&nbsp;และเยี่ยมชมการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;สาขาช่างไฟฟ้าระดับหนึ่งอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุโขทัย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302113525495
233	จ.บุรีรัมย์ จัดพิธีถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;02&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่หอประชุมศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์</strong>&nbsp;นายอนุพงศ์&nbsp;สุขสมนิตย์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เป็นประธานประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สด&nbsp;ถวายราชสักการะ&nbsp;และกล่าวคำถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;ศาล&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;สถานบันการศึกษา&nbsp;องค์กรอิสระ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ร่วมวางพานพุ่มถวายราชสักการะ&nbsp;ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;อย่างหาที่สุดมิได้&nbsp;ที่ทรงมีสายพระเนตรอันยาวไกล&nbsp;ถึงความสำคัญของช่างฝีมือ&nbsp;ที่มีพระราชดำริถึงความสำคัญของช่างฝีมือ&nbsp;ที่มีบทบาทสำคัญต่อทุกคนในสังคม&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552</strong>&nbsp;กำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;และทูลเกล้าขอพระราชทานถวายพระราชสมัญญาแด่&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ทรงเป็น&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;ด้วยพระปรีชาสามารถด้านการช่างอันเป็นที่ประจักษ์&nbsp;ตั้งแต่ทรงประดิษฐ์ของเล่น&nbsp;เมื่อครั้งทรงพระเยาว์วัย&nbsp;จนถึงเรือใบที่ทรงใช้แข่งขันในกีฬาแหลมทอง&nbsp;กังหันน้ำชัยพัฒนา&nbsp;ตลอดจนทรงตั้งโรงเรียนพระดาบส&nbsp;เพื่อสอนวิชาชีพให้แก่เยาวชน&nbsp;และผู้ด้อยโอกาสทั่วไป&nbsp;ทรงพระราชทานพระราชดำรัส&nbsp;เกี่ยวกับการช่างของไทยเมื่อครั้งเสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือช่างของสโมสรโรตารี่&nbsp;กรุงเทพใต้&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2513&nbsp;ความตอนหนึ่งว่า&nbsp;""ช่างทุกประเภทเป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของทุกคน&nbsp;เพราะตลอดชีวิตของเรา&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการ&nbsp;หรือสิ่งต่างๆ&nbsp;ที่มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่าง&nbsp;จึงสมควรได้รับความเอาใจใส่&nbsp;สนับสนุนจากทุกๆฝ่าย&nbsp;ในการส่งเสริมนั้นมีปัญหาเรื่องฝีมือ&nbsp;ซึ่งจะต้องปรับปรุง&nbsp;ให้มีความประณีตและประสิทธิภาพได้มาตรฐานจริงๆ""&nbsp;กระแสพระราชดำรัสดังกล่าว&nbsp;สะท้อนให้เห็นถึงสายพระเนตรอันยาวไกล&nbsp;ที่มีพระราชดำริถึงความสำคัญของช่างฝีมือ&nbsp;ที่มีบทบาทสำคัญต่อทุกคนในสังคม&nbsp;กระทรวงแรงงานจึงได้น้อมนำใส่เกล้าไปปฏิบัติในการพัฒนากำลังแรงงานของไทย&nbsp;ให้มีฝีมือ&nbsp;ได้มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;และมาตรฐานสากล&nbsp;พร้อมทั้งมีจรรยาบรรณในวิชาชีพ&nbsp;เพิ่มขีดความสามารถของประเทศ&nbsp;พัฒนาคุณภาพของสินค้าและบริการ&nbsp;ตลอดจนสร้างความเชื่อมันของนักลงทุนที่มีต่อประเทศไทย&nbsp;รองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและประชาคมโลกในอนาคต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302112330476
234	สจ.เอ็ม ประสานเทศบาล ซ่อมฝาท่อระบายน้ำ ถนนวังหิน	"<p><strong>เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์&nbsp;อำเภอศรีราชา&nbsp;จังหวัดชลบุรี</strong>&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายเอกสิทธิ์&nbsp;อ่ำฉอ้อน&nbsp;สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี&nbsp;นำกำลังเจ้าหน้าที่&nbsp;เข้าดำเนินการซ่อมแซม&nbsp;ฝาท่อระบายน้ำ&nbsp;ภายในถนนวังหิน&nbsp;หมู่&nbsp;10&nbsp;ตำบลสุรศักดิ์&nbsp;อำเภอศรีราชา&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;หลังได้รับเรื่องร้องทุกข์จากชาวบ้าน&nbsp;เนื่องจากฝาท่อมีสภาพชำรุดทรุดเสียหาย&nbsp;หวั่นเกรงว่าจะมีคนที่มองไม่เห็นตกลงไป&nbsp;จนได้รับบาดเจ็บ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายเอกสิทธิ์&nbsp;อ่ำฉอ้อน&nbsp;สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>หลังจากที่ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากชาวบ้าน&nbsp;ตนเองจึงได้รีบประสานงานต่อไปยังเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์&nbsp;เพื่อร่วมกันลงพื้นที่สำรวจ&nbsp;และดำเนินการเปลี่ยนฝาท่อระบายน้ำใหม่&nbsp;โดยดำเนินการเชื่อมติดกับฐานเหล็กที่ติดกับพื้นปูน&nbsp;ให้แน่นหนา&nbsp;เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติของประชาชนที่สัญจรไปมา</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ด้านชาวบ้าน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ดีใจมากที่ทางเทศบาล&nbsp;เข้ามาดำเนินการเปลี่ยนฝาท่อระบายน้ำให้ใหม่</strong>&nbsp;พร้อมกันนี้ก็ขอขอบคุณ&nbsp;นายเอกสิทธิ์&nbsp;อ่ำฉอ้อน&nbsp;สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี&nbsp;ที่ช่วยประสานงานให้ได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ปริญญา&nbsp;&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302135307584
235	ชลบุรี จัดงานพิธีวันพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย	"<p><strong>นายภัครธรณ์&nbsp;เทียนไชย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&nbsp;</strong>ประธานพิธี&nbsp;นำคณะข้าราชการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ศาลตุลาการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;และพสกนิกรชาวจังหวัดชลบุรี&nbsp;ร่วมถวายเครื่องราชสักการะ&nbsp;เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;และจัดงานวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ณ&nbsp;อาคารอเนกประสงค์&nbsp;สถานบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;3&nbsp;ชลบุรี&nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&nbsp;จังหวัดชลบุรี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;ให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ</strong>&nbsp;และทูลเกล้าขอพระราชทานถวายพระราชสมัญญาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ทรงเป็น&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายภัครธรณ์&nbsp;เทียนไชย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่างอันเป็นที่ประจักษ์&nbsp;ตั้งแต่ทรงประดิษฐ์ของเล่นเมื่อครั้งทรงพระเยาว์วัย&nbsp;จนถึงเรือใบที่ทรงใช้แข่งขันในกีฬาแหลมทอง&nbsp;กังหันน้ำชัยพัฒนา&nbsp;ตลอดจนทรงตั้งโรงเรียนพระดาบส&nbsp;เพื่อสอนวิชาชีพให้แก่เยาวชน&nbsp;และผู้ด้อยโอกาสทั่วไปและด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ล้นเกล้าล้นกระหม่อมแก่ปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>และเมื่อปีพุทธศักราช&nbsp;2513&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;</strong>ได้เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือช่าง&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;และทรงพระราชทานพระราชดำรัส&nbsp;เกี่ยวกับการช่วยของไทยความตอนหนึ่งว่า&nbsp;ช่างทุกประเภทเป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของทุกคน&nbsp;เพราะตลอดชีวิตของเรา&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการ&nbsp;หรือสิ่งต่างๆ&nbsp;ที่มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่วัน&nbsp;ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่&nbsp;สนับสนุนจากทุกๆ&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ในการส่งเสริมนั้นมีปัญหาเรื่องฝีมือซึ่งจะต้องปรับปรุง&nbsp;ให้มีความประณีตและประสิทธิภาพได้มาตรฐานจริงๆ&nbsp;กระแสพระราชดำรัสดังกล่าว&nbsp;สะท้อนให้เป็นถึงสายพระเนตรอันยาวไกล&nbsp;ที่มีพระราชดำรัสถึงความสำคัญของช่างฝีมือ&nbsp;ตามมาตรฐานฝีมือแรงงานเพราะนั้นหมายถึงคณะภาพของสินค้าและบริการ&nbsp;ตลอดจนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อประเทศไทย&nbsp;แม้จะพระราชทานไว้เป็นเวลาผ่านมาถึง&nbsp;50&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ยังคงทันสมัยอยู่เสมอ&nbsp;และนับวันจะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น&nbsp;ซึ่งหน่วยงานของรัฐและเหล่าข้าราชการ&nbsp;ได้น้อมนำใส่เกล้ามาปฏิบัติ&nbsp;ในการพัฒนาแรงงานไทยให้มีฝีมือ&nbsp;ได้มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติและมาตรฐานสากล&nbsp;พร้อมทั้งจรรยาบรรณในวิชาชีพ&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ&nbsp;และรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน&nbsp;และประชาคมโลกในอนาคตอีกด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ปริญญา&nbsp;&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	NULL	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302112446480
236	นายกบางพระลงพื้นที่ขอใช้พื้นที่จากธนารักษ์เพื่อจัดสรรที่ดินให้ผู้ยากไร้	"<p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;เกตุวัตถา&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ</strong>&nbsp;พร้อมนายมนตรี&nbsp;เดชชีวะ&nbsp;ประธานสภา&nbsp;ลงพื้นที่ร่วมกับกรมธนารักษ์&nbsp;และชลประทาน&nbsp;เพื่อรังวัดที่ดิน&nbsp;เพื่อจัดสรรที่ดินให้ผู้ยากไร้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;เกตุวัตถา&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่องค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ&nbsp;ได้จัดโครงการเพื่อผู้ยากไร้&nbsp;จึงได้สานต่องานตามนโยบายที่ได้วางไว้&nbsp;เป็นโครงการขอใช้พื้นที่จากกรมธนารักษ์เพื่อจัดสรรที่ดินให้ผู้ยากไร้ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ&nbsp;ให้ได้มีที่อยู่อาศัย&nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยโครงการขอใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์บริเวณขอบอ่างเก็บน้ำบางพระตามนโยบายของนายกองค์การยริหารส่วนตำบลบางพระมุ่งหวังพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่ในเขตรับผิดชอบ&nbsp;เพื่อขจัดความยากจน&nbsp;พัฒนาชนบท&nbsp;และจัดให้มีสถานที่พักอาศัยให้แก่ผู้ยากไร้ในตำบลบางพระ&nbsp;ซึ่งจะมีประกาศหลักเกณฑ์สำหรับผู้ที่จะขอรับความช่วยเหลือต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ปริญญา&nbsp;&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302113434492
237	ผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี นำส่วนราชการสักการะพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย	"<p><strong>ที่หอประชุมอาชาสีหมอก&nbsp;ศาลากลางสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;&nbsp;เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;และเปิดงานวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;และทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐานสากล&nbsp;สืบเนื่องมาจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ได้เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือช่างของสโมสรโรตารี่&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;เมืองวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.2513&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;และทรงมีพระราชดำรัสในพิธีเปิดงาน&nbsp;โดยทรงกล่าวถึงปัญหาเรื่องช่างฝีมือ&nbsp;ซึ่งต้องปรับปรุงให้มีความประณีตและมีประสิทธิภาพได้มาตรฐาน&nbsp;จากพระราชดำรัสดังกล่าว&nbsp;แสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีความห่วงใยต่อแรงงานไทย&nbsp;และทรงให้ความสำคัญกับมาตรฐานงานช่างของคนไทยเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;รวมทั้งพระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถทางด้านการช่างเป็นที่ประจักษ์ต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างชัดเจน&nbsp;ตามกระแสรับสั่งดังกล่าว&nbsp;ดังนั้นไม่ว่าจะสังกัดใด&nbsp;ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันแบบบูรณาการช่วยกันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;เพื่อแสดงให้เห็นว่า&nbsp;ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีมาตรฐาน&nbsp;ให้ฝีมือแรงงานมีการพัฒนาเพื่อสู้กับนานาประเทศได้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;</strong>ถือเป็นวันสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังแรงงานให้มีมาตรฐาน&nbsp;ซึ่งจะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการผลิตสินค้าและบริการที่ดีแก่ผู้บริโภค&nbsp;และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้จัดแสดงนิทรรศการจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน&nbsp;เพื่อสร้างแรงกระตุ้นแก่แรงงานไทยให้มีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302115103512
238	ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์	"<p><strong>ทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;จัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์&nbsp;เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา&nbsp;กระทรวงกลาโหม&nbsp;และทัพเรือภาคที่&nbsp;1</strong></p><p><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;เชิญชวนกำลังพลจิตอาสาจาก&nbsp;กองบัญชาการทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;</strong>เรือในกองเรือปฏิบัติการ&nbsp;ทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;กองพันต่อสู้อากาศยานที่&nbsp;21&nbsp;โรงเรียนชุมพลทหารเรือ&nbsp;สนธิกำลังกับกำลังพลจิตอาสาเทศบาลตำบลบางเสร่&nbsp;เทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว&nbsp;เทศบาลตำบลพลูตาหลวง&nbsp;พร้อมด้วยประชาชนในชุมชนบางเสร่&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;100&nbsp;นาย&nbsp;ร่วมกันทำกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์&nbsp;ณ&nbsp;วัดบางเสร่คงคาราม&nbsp;เนื่องในโอกาสก่อนวันคล้ายวันสถาปนาทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;และเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวประกอบด้วย</strong>&nbsp;การทำความสะอาดบริเวณวัด&nbsp;อันได้แก่&nbsp;เก็บขยะ&nbsp;กวาดลานวัด&nbsp;ล้างห้องน้ำ&nbsp;ทำความสะอาดสถานที่ภายในวัดบางเสร่คงคาราม&nbsp;จากนั้นเป็นกิจกรรมบริจาคโลหิต&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนรถรับบริจาคโลหิตจาก&nbsp;ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่&nbsp;3&nbsp;ชลบุรี&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;เดินทางมารับบริจาคโลหิต&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาอเนกประสงค์วัดบางเสร่คงคาราม&nbsp;มีกำลังพลจิตอาสา&nbsp;พร้อมด้วยประชาชนในชุมชนบางเสร่&nbsp;ร่วมบริจาคโลหิตจำนวน&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;รวมปริมาณโลหิตที่รับบริจาคจำนวน&nbsp;16,000&nbsp;มิลลิลิตร&nbsp;เพื่อสนับสนุนให้แก่สภากาชาดไทย&nbsp;สำรองไว้ช่วยแก้ไขปัญหาวิกฤติขาดแคลนโลหิตในช่วงของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;และใช้ในยามฉุกเฉิน&nbsp;นิมนต์พระภิกษุสงฆ์จำนวน&nbsp;15&nbsp;รูป&nbsp;ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์&nbsp;พร้อมด้วยถวายภัตตาหารเพล&nbsp;โดยเรียนเชิญผู้บังคับบัญชาในทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงาน&nbsp;และผู้นำชุมชนบางเสร่&nbsp;ร่วมพิธี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับกิจกรรมในวันนี้&nbsp;คำนึงถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19</strong>&nbsp;ดำเนินการตามมาตรการ&nbsp;D-M-H-T-T-A&nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี&nbsp;มีประชาชนทั่วไปให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียงกัน&nbsp;ในการนี้ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;ได้จัดซุ้มอาหารพิเศษเลี้ยงกำลังพลจิตอาสา&nbsp;และประชาชนทั่วไปที่เข้ามาร่วมกิจกรรมในวันนี้&nbsp;เพิ่มเติมอีกด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ปริญญา&nbsp;&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302133415572
239	วุฒิสภาเดินหน้าพบประชาชนและส่วนราชการจังหวัดชลบุรี ติดตามรับฟังการดำเนินงาน	"<p><strong>วุฒิสภา&nbsp;โดยคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก</strong>&nbsp;ลงพื้นที่พบประชาชนและส่วนราชการจังหวัดชลบุรี&nbsp;ในวันอังคารที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อติดตามรับฟังการดำเนินงาน&nbsp;โครงการ&nbsp;ตำบล&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;พร้อมทั้งรับฟังแนวทางการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้กับเกษตรกรอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาคประชาชน&nbsp;พร้อมทั้งติดตามรับฟังเรื่องร้องเรียนจากประชาชน&nbsp;ประเด็น&nbsp;แนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อเตรียมรับมือปัญหาภัยแล้ง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนชุมชนบ้านบางเสร่&nbsp;ตำบลบางเสร่&nbsp;อำเภอสัตหีบ</strong>&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก&nbsp;โดยมี&nbsp;พลเอก&nbsp;สิงห์ศึก&nbsp;สิงห์ไพร&nbsp;รองประธานวุฒิสภา&nbsp;คนที่หนึ่ง&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พลเอก&nbsp;วรพงษ์&nbsp;สง่าเนตร&nbsp;รองประธานกรรมการ&nbsp;คนที่หนึ่งและคณะสมาชิกวุฒิสภา&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามและรับฟังการดำเนินงานโครงการ&nbsp;ตำบล&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ตำบลบางเสร่&nbsp;อำเภอสัตหีบ&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ซึ่งเป็นตำบลต้นแบบในการสร้างความมั่นคงด้านอาชีพและรายได้&nbsp;และการสร้างความยั่งยืนด้านทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;และวัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;พร้อมร่วมพูดคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และประชาชน&nbsp;โอกาสนี้&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;จะมอบข้าวสารให้กับประชาชนในพื้นที่ด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับข้อมูล&nbsp;ข้อคิดเห็น&nbsp;และข้อเสนอแนะที่ได้รับฟัง</strong>&nbsp;คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก&nbsp;จะนำมาเป็นข้อมูลในการดำเนินการติดตาม&nbsp;เร่งรัด&nbsp;และเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ตามหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ปริญญา&nbsp;&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302131136560
240	จังหวัดเพชรบูรณ์จัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สด เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2565	"<p><strong>ที่หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;แย้มศิริ&nbsp;&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์</strong>&nbsp;เป็นประธานวางพานพุ่มดอกไม้สดเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ตุลาการ&nbsp;อัยการ&nbsp;ข้าราชการสังกัดกระทรวงแรงงาน&nbsp;เข้าร่วม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552</strong>&nbsp;เห็นชอบการถวายพระราชสมัญญา&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปีเป็น&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;สืบเนื่องมาจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ได้เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือของช่างของสโมสรโรตารี่&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;ใต้&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2531&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;และทรงมีพระราชดำรัสดังกล่าว&nbsp;แสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีความห่วงใยต่อแรงงานไทย&nbsp;และทรงให้ความสำคัญกับมาตรฐานงานช่างของคนไทยเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;รวมทั้งพระองค์ทรงมีปรีชาสามารถทางด้านการช่างเป็นที่ประจักษ์ต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างชัดแจ้ง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	เพชรบูรณ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302113839498
241	ครม. เห็นชอบร่างข้อตกลงแรงงานไทยกับซาอุดีอาระเบีย  ต่อยอดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย-ซาอุ ฯ และขยายตลาดแรงงานไทยในตะวันออกกลาง	<p><strong>นายธนกร วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยมติที่ประชุมคณะรัฐมตรีเห็นชอบร่างข้อตกลงด้านแรงงานระหว่างกระทรวงแรงงานกับกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งซาอุดีอาระเบีย จำนวน 2&nbsp;ฉบับ</strong> ได้แก่ ร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงาน&nbsp;และร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานทำงานบ้าน โดยอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ลงนามข้อตกลงในนามของฝ่ายไทย ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมซาอุดีอาระเบียหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้ ร่างข้อตกลงแรงงานทั้ง&nbsp;2 ฉบับ&nbsp;</strong>มีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อสร้างความมั่นใจในการจัดหาแรงงานไทย (แรงงานทั่วไป/แรงงานที่ทำงานบ้าน) ไปทำงานในซาอุดีอาระเบียอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีจริยธรรม และมีประสิทธิภาพ คุ้มครองสิทธิของนายจ้างและลูกจ้าง โดยทั้งสองฝ่าย จะร่วมมือกันดำเนินการนำไปสู่ระบบที่เป็นที่ยอมรับ ทั้งการจัดหาแรงงาน การจัดส่งแรงงานไปทำงาน และการส่งแรงงานกลับประเทศ&nbsp;เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดหาแรงงานเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีจริยธรรม ซึ่งแรงงานและนายจ้างจะมีสิทธิรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ และสามารถดำเนินมาตรการทางกฎหมายกับสำนักงานจัดหางาน บริษัทจัดหางาน หรือตัวแทนจัดหางาน ในกรณีละเมิดกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อกำหนดที่ใช้บังคับ</p><p><strong>กระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งซาอุดีอาระเบีย</strong> จะมีหน้าที่รับผิดชอบในการระบุคุณสมบัติและประเภทของงานที่เสนอให้มีการจัดหาแรงงาน รวมทั้งค่าจ้าง ผลประโยชน์ และเงื่อนไขอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และสร้างความมั่นใจว่าสวัสดิการและสิทธิของแรงงานไทย ที่ได้รับการว่าจ้างทำงานในซาอุดีอาระเบียได้รับการคุ้มครอง </p><p><strong>ขณะที่ กระทรวงแรงงาน จะสร้างความมั่นใจว่าแรงงานที่จัดหา ตรงตามเงื่อนไขทางด้านสุขภาพ และปราศจากโรคติดต่อ</strong> เป็นผู้ไม่มีประวัติเสื่อมเสีย และผ่านการฝึกอบรมทักษะที่เหมาะสม&nbsp;รวมทั้งจะและดำเนินการที่จำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่แรงงานในการเดินทาง ไปยังซาอุดีอาระเบียและการจัดส่งแรงงานกลับคืนสู่ไทย รวมทั้งสนับสนุนให้แรงงานปฏิบัติตามกฎหมาย ศีลธรรม คุณธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะทบทวน ประเมินผล และติดตามการดำเนินการตามข้อตกลงนี้เป็นระยะด้วย ทั้งนี้ ร่างข้อตกลง ฯ นี้ มีผลบังคับใช้ เมื่อมีการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร มีระยะเวลา 5 ปี และจะต่ออายุได้อีก 5ปี โดยอัตโนมัติ เว้นแต่ภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแสดงเจตจำนงระงับหรือสิ้นสุดข้อตกลง</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า</strong> ร่างข้อตกลง เป็นผลสำเร็จจาการที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้นำคณะเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบีย เมื่อ 25-26 ม.ค. 65 ที่ผ่านมา นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้หารือทวิภาคีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคม ซาอุดีอาระเบียเพื่อผลักดันให้เกิดความร่วมมือด้านแรงงาน&nbsp;ซึ่งร่างข้อตกลงที่ใช้กับแรงงานทั่วไป เช่น สาขาอาชีพอุตสาหกรรมก่อสร้าง สุขภาพและบริการ ส่วนร่างข้อตกลงที่ใช้กับแรงงานที่ทำงานบ้าน เช่น แม่บ้าน คนขับรถ พี่เลี้ยงเด็ก คนสวน&nbsp;ทั้งนี้ คาดว่าคณะผู้เดินทางจากซาอุดีอาระเบียจะเดินทางมาไทยในช่วงวันที่&nbsp;5-&nbsp;7 มี.ค. 65&nbsp;ซึ่งจะมีการลงนามข้อตกลงดังกล่าวในวันที่ 7 มี.ค. 65 นี้&nbsp;ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ที่เข้มแข็งในการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย-ซาอุ ฯ&nbsp;&nbsp;และขยายตลาดแรงงานไทยในตะวันออกกลาง ด้วย</p><p><br></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302110549461
242	จ.ศรีสะเกษ ประชุมเตรียมการรับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดห้องสมุดประชาชน เฉลิมราชกุมารี อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ในวันจันทร์ที่ 14 มีนาคม 2565 (เป็นการส่วนพระองค์)	<p><strong>ที่โรงเรียนราษีไศล&nbsp;และห้องสมุดประชาชน</strong>&nbsp;เฉลิมราชกุมารี&nbsp;อำเภอราษีไศล&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมการรับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดห้องสมุดประชาชน&nbsp;เฉลิมราชกุมารี&nbsp;อำเภอราษีไศล&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ในวันจันทร์ที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;(เป็นการส่วนพระองค์)</p><p><strong>โดยมี&nbsp;พันเอก&nbsp;ชินวิช&nbsp;เจริญพิบูลย์&nbsp;รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;25</strong>&nbsp;นายสำรวย&nbsp;เกษกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดศรีสะเกษ(ท)&nbsp;ปลัดจังหวัด&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัด&nbsp;รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;สนง.กศน.จ.ศรีสะเกษ&nbsp;รองปลัด&nbsp;อบจ.ศรีสะเกษ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด&nbsp;นายอำเภอราษีไศล&nbsp;นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการอำเภอราษีไศล&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้บริหารสถานศึกษา&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302112048472
243	ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง  เน้นย้ำให้ประชาชนชาวตรังเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้น หรือ เข็ม 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน หลังผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด 19  ของตรัง  ส่วนใหญ่ไม่ได้รับวัคซีนและมีโรคประจำตัว	<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากการติดตามความก้าวหน้าในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;โดยล่าสุดจังหวัดตรัง&nbsp;มีผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;สะสม&nbsp;3,155&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยสะสม&nbsp;2,361&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;18&nbsp;ราย(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนางประไพ&nbsp;เจริญฤทธิ์&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;พบผู้ติดเชื้อจากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เฉลี่ยประมาณวันละ&nbsp;1,100&nbsp;คน/วัน&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;เฉลี่ย&nbsp;150&nbsp;คน/วัน&nbsp;&nbsp;ลักษณะการแพร่ระบาดตอนนี้กระจายไปเกือบทุกตำบล&nbsp;จากการสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;การรับประทานอาหารร่วมกัน&nbsp;แพร่ระบาดสูชุมชน&nbsp;และกระจายต่อไปยังโรงเรียน&nbsp;สถานที่ทำงาน&nbsp;โดยการติดเชื้อมีสัดส่วนของโอมิครอน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;63&nbsp;และเดลต้า&nbsp;ร้อยละ&nbsp;37&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;ได้เน้นย้ำ&nbsp;&nbsp;สำหรับประชาชนที่ได้รับวัคซีนโควิดครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;</strong>เป็นระยะเวลามากกว่า&nbsp;3&nbsp;เดือนขึ้นไป&nbsp;ให้รีบเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;หรือ&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้พร้อมต่อสู้ไวรัส&nbsp;ซึ่งโดยส่วนใหญ่พบว่า&nbsp;ระดับภูมิคุ้มกันจะค่อยๆ&nbsp;ลดลงหลังฉีดวัคซีนไปแล้ว&nbsp;3-6&nbsp;เดือน&nbsp;ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายในและภายนอกซึ่งส่งผลต่อระดับภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ&nbsp;(Innate&nbsp;Immunity)&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;COVID-19&nbsp;มีหลายของสายพันธุ์โควิด&nbsp;</strong>อีกทั้งยังพบการกลายพันธุ์ของโควิด-19&nbsp;โดยล่าสุดคือ&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;Omicron&nbsp;(B.1.1.529)&nbsp;การฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;จึงเป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้เท่าทันต่อเชื้อไวรัสอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อช่วยลดความรุนแรงหากติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี&nbsp;&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;ของจังหวัดตรัง&nbsp;ส่วนใหญ่ไม่ได้รับวัคซีนและมีโรคประจำตัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งจังหวัดตรัง&nbsp;ตั้งเป้าให้ประชาชนชาวตรังได้รับวัคซีน&nbsp;กว่าร้อยละ&nbsp;90</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302111657469
244	สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสตูล จัดงานวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2565 เพื่อเทิดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสตูล</strong>&nbsp;จัดงานวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;และทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐาน&nbsp;&nbsp;ประกอบด้วยการประกอบพิธีถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีฯ&nbsp;พร้อมวางพานพุ่มถวายราชสักการะ&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จ&nbsp;พระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมอาคารฝึกอบรม&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสตูล&nbsp;โดยมีข้าราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานและภาคีเครือข่าย&nbsp;ร่วมพิธีฯอย่างพร้อมเพรียง&nbsp;</p><p><strong>ถัดจากนั้นประธานในพิธี&nbsp;ฯ&nbsp;ได้กล่าวถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติ&nbsp;</strong>หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในฐานะทรงเป็น&nbsp;&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;ความตอนหนึ่งว่า&nbsp;วันนี้เมื่อปีพุทธศักราช&nbsp;2513&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;&nbsp;ได้เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือช่างแห่งชาติ&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;และพระราชทานพระราชดำรัสเกี่ยวกับการช่างของไทย&nbsp;ไว้ความตอนหนึ่งว่า&nbsp;ช่างทุกประเภทเป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของผู้คน&nbsp;เพราะตลอดชีวิตของเราต้องอาศัยและใช้บริการหรือสิ่งต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่มาจากฝีมือของช่างทุกวี่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่สนับสนุนจากทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ฝ่าย&nbsp;</p><p><strong>ยิ่งในสมัยปัจจุบันวิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้า</strong>ยิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษ&nbsp;เพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง&nbsp;ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการ&nbsp;&nbsp;และในโอกาสเดียวกันนี้ประธานพร้อมด้วยผู้ร่วมพิธีฯ&nbsp;ได้เยี่ยมชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;ซึ่งเป็นการแสดงพระอัจฉริยภาพด้านงานช่าง&nbsp;อีกด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302112004471
245	จังหวัดตราด จัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้ ถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในการจัดงานวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</strong>&nbsp;&nbsp;นำข้าราชการ&nbsp;กลุ่มพลังมวลชน&nbsp;เข้าร่วมพิธีวางพานพุ่มดอกไม้&nbsp;ถวายราชสักการะ&nbsp;พร้อมทั้งกล่าวถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เนื่องในการจัดงานวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจังหวัดตราด&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานตราด&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;โดยมีข้าราชการ&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เข้าร่วมพิธีครั้งนี้&nbsp;ที่ศาลาประชาคมจังหวัดตราด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตามที่คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;กำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">&nbsp;</span>และได้ถวายพระราชสมัญญา&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">&nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;และทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสําคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐานสากล&nbsp;</span>ทางจังหวัดตราด&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานตราด&nbsp;จึงได้จัดให้มีการประกอบพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะเพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;กลุ่มพลังมวลชนได้ร่วมกันแสดงออกด้วยการถวายราชสักการะได้อย่างสมพระเกียรติ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;การจัดพิธีในครั้งนี้&nbsp;ยังได้จัดให้มีการมอบประกาศนียบัตรสถานประกอบการ&nbsp;ที่มีมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;รวมทั้งผู้ที่ผ่านมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;สาขาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;การแสดงนิทรรศการ&nbsp;พระบิดาแห่งการช่างไทย&nbsp;ที่แสดงถึงพระอัจฉริยภาพด้านการช่าง&nbsp;ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;รวมทั้งการออกหน่วยบริการตรวจซ่อมรถจักรยานยนต์&nbsp;โดย&nbsp;ครู&nbsp;อาจารย์&nbsp;และนักศึกษา&nbsp;ของสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานตราด&nbsp;ในการให้บริการประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302114221500
246	จังหวัดนนทบุรีจัดพิธีถวายราชสักการะในหลวงราชกาลที่ 9 พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ที่หอประชุมวิทยาลัยเทคโนโลยีพงษ์สวัสดิ์&nbsp;</strong>ต.สวนใหญ่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.นนทบุรี&nbsp;นายสุจินต์&nbsp;ไชยชุมศักดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี&nbsp;ประธานนำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;ผู้ประกอบการและแรงงาน&nbsp;ประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;และนำผู้ร่วมพิธีกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;พร้อมกันนี้จังหวัดนนทบุรีได้จัดให้มีการเทิดพระเกียรติ&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;และมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้แรงงานไทยตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาตนเอง&nbsp;ให้มีมาตรฐานฝีมือเพื่อเข้าสู่กระบวนการจ้างงาน&nbsp;และสร้างรายได้ที่เหมาะสม&nbsp;รวมถึงให้ทุกภาคส่วน&nbsp;ตระหนักถึงความสำคัญของมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;พร้อมกันนี้ได้มอบวุฒิบัตร&nbsp;ใบผ่านการทดสอบ&nbsp;และหนังสือรับรองความรู้ความสามารถตามมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติอีกด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302115700521
247	จังหวัดสตูล ประกอบพิธีวางพานพุ่มเนื่องในวันพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย ปี 2565	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมอาคารฝึกอบรม</strong>&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เนื่องในวัน&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ที่ทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐานสากล&nbsp;ในพิธีรองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;วางพานพุ่มถวายเครื่องราชสักการะ&nbsp;นำกล่าวถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติ&nbsp;และร่วมยืนสงบนิ่ง&nbsp;หน้าพระบรมฉายาลักษณ์&nbsp;โดยมีข้าราชการ&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ทหาร&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมวางพานพุ่ม&nbsp;หลังจากนั้นผู้เข้าร่วมในพิธีฯ&nbsp;ร่วมรับชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติ&nbsp;เพื่อแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถทางด้านช่างของพระองค์&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ</p><p><strong>สำนักนายกรัฐมนตรีมีประกาศ&nbsp;ฉบับลงวันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552</strong>&nbsp;เรื่อง&nbsp;การถวายพระราชมัญญา&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;มหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปีเป็น&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ""&nbsp;เพื่อเป็นการรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร&nbsp;ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็น&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;และทรงพระปรีชาสามารถด้านการข่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐาน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ถือเป็นวันสำคัญ</strong>ที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีมาตรฐาน&nbsp;โดยใช้มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติเป็นเครื่องมือในการวัดความรู้&nbsp;ทักษะฝีมือ&nbsp;และทัศนคติในการทำงาน&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาศักยภาพของตนเองให้สูงขึ้น&nbsp;และเปิดโอกาสในการได้รับการปรับขึ้นค่าจ้าง&nbsp;&nbsp;สวัสดิการ&nbsp;หรือความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน&nbsp;และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังเป็นการเพิ่มศักยภาพและผลิตภาพ</strong>ในการผลิตสินค้าและบริการ&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-02-03T00:00:00	NULL	NULL	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302112150475
248	ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เน้นย้ำให้ประชาชนชาวตรังเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้น หรือ เข็ม 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน โดยจังหวัดตรัง ตั้งเป้าให้ประชาชนชาวตรังได้รับวัคซีน กว่าร้อยละ 90	<p><strong>วันนี้(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่เรือนสโมสร&nbsp;จวนผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานกิจกรรม&nbsp;สภากาแฟยามเช้า&nbsp;(Morning&nbsp;Brief)&nbsp;หารือการปฏิบัติราชการประจำสัปดาห์&nbsp;&nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;&nbsp;โดยล่าสุด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;มีผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;สะสม&nbsp;&nbsp;3,155&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;หายป่วยสะสม&nbsp;2,361&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;18&nbsp;ราย(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.)&nbsp;</p><p><strong>ด้านนางประไพ&nbsp;เจริญฤทธิ์&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;พบผู้ติดเชื้อจากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เฉลี่ยประมาณวันละ&nbsp;1,100&nbsp;คน/วัน&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;เฉลี่ย&nbsp;150&nbsp;คน/วัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;ลักษณะการแพร่ระบาดตอนนี้กระจายไปเกือบทุกตำบล&nbsp;จากการสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;การรับประทานอาหารร่วมกัน&nbsp;แพร่ระบาดสู่ชุมชน&nbsp;และกระจายต่อไปยังโรงเรียน&nbsp;สถานที่ทำงาน&nbsp;โดยการติดเชื้อมีสัดส่วนของโอมิครอน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;63&nbsp;และเดลต้า&nbsp;ร้อยละ&nbsp;37&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;ได้เน้นย้ำ&nbsp;&nbsp;สำหรับประชาชนที่ได้รับวัคซีนโควิดครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม</strong>&nbsp;เป็นระยะเวลามากกว่า&nbsp;3&nbsp;เดือนขึ้นไป&nbsp;ให้รีบเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;หรือ&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้พร้อมต่อสู้ไวรัส&nbsp;ซึ่งโดยส่วนใหญ่พบว่า&nbsp;ระดับภูมิคุ้มกันจะค่อยๆ&nbsp;ลดลงหลังฉีดวัคซีนไปแล้ว&nbsp;3-6&nbsp;เดือน&nbsp;ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายในและภายนอกซึ่งส่งผลต่อระดับภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ&nbsp;(Innate&nbsp;Immunity)&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;COVID-19&nbsp;มีหลายของสายพันธุ์โควิด&nbsp;</strong>อีกทั้งยังพบการกลายพันธุ์ของโควิด-19&nbsp;โดยล่าสุดคือ&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;Omicron&nbsp;(B.1.1.529)&nbsp;การฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;จึงเป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้เท่าทันต่อเชื้อไวรัสอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อช่วยลดความรุนแรงหากติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี&nbsp;&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;ของจังหวัดตรัง&nbsp;ส่วนใหญ่ไม่ได้รับวัคซีนและมีโรคประจำตัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งจังหวัดตรัง&nbsp;ตั้งเป้าให้ประชาชนชาวตรังได้รับวัคซีน&nbsp;กว่าร้อยละ&nbsp;90&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302112621482
249	"ผู้ว่าฯพังงา นำข้าราชการถวายราชสักการะและวางพานพุ่ม น้อมรำลึก ""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย"""	"<p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ที่หอประชุมจำปูน&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;จังหวัดพังงาจัดพิธีถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;เป็นประธานในพิธี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางวิภาดา&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพังงาและประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพังงา&nbsp;ผู้บริหารระดับสูง&nbsp;ศาล&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;ร่วมพิธีวางพานพุ่มดอกไม้และยืนสงบนิ่งเป็นเวลา&nbsp;89&nbsp;วินาที&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในฐานะที่ทรงเป็น&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย</p><p><strong>พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;</strong>ทรงมีฝีพระหัตถ์เป็นเยี่ยมมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์&nbsp;อาทิ&nbsp;ด้านช่างไม้&nbsp;ด้านช่างโลหะ&nbsp;เครื่องกล&nbsp;ทรงสามารถทำได้ดีในทุกแขนงของงานพื้นฐานทางวิศวกรรมศาสตร์&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐาน&nbsp;เพื่อให้แรงงานและช่างฝีมือไทยเห็นความสำคัญของการเพิ่มความรู้&nbsp;ทักษะ&nbsp;และฝีมือ&nbsp;ให้เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ</p><p><strong>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;</strong>การถวายพระราชสมัญญา&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็น&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ท่านที่มีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302113447493
250	จังหวัดสุรินทร์เก็บรวบรวมส่งเสริมผ้าไหมสุรินทร์ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์	<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;โดยนางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้ากลุ่มส่งเสริมการประกอบธุรกิจฯ&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมชมและให้กำลังใจกลุ่มผลิตเครื่องประดับเงิน&nbsp;รายนายป่วน&nbsp;เจียวทอง&nbsp;ณ&nbsp;บ้านโชค&nbsp;อ.เขวาสินรินทร์&nbsp;กลุ่มทอผ้าไหมบ้านนาตัง&nbsp;รายนายสุรโชติ&nbsp;ตามเจริญ&nbsp;ทอผ้าโฮลย้อมสีธรรมชาติ&nbsp;และผ้าโฮลลายประยุกต์&nbsp;ณ&nbsp;บ้านนาตัง&nbsp;อ.เมืองสุรินทร์&nbsp;และพบอาจารย์สารภี&nbsp;อดีตอาจารย์มหาวิยาลัยราชภัฏสุรินทร์&nbsp;เพื่อปรึกษาหารือและเก็บรวบรวมข้อมูล&nbsp;ในการส่งเสริมผ้าไหมโฮลสุรินทร์&nbsp;ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI&nbsp;)&nbsp;ณ&nbsp;บ้านนาดี&nbsp;ต.นาดี&nbsp;อ.เมืองสุรินทร์</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302113020487
251	จังหวัดตรัง เร่งผลิตสื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เรื่องการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 เจอ-แจก-จบ เผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ รวมถึงเสียงตามสาย	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่เรือนสโมสร&nbsp;จวนผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานกิจกรรม&nbsp;สภากาแฟยามเช้า&nbsp;(Morning&nbsp;Brief)&nbsp;หารือการปฏิบัติราชการประจำสัปดาห์&nbsp;&nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;โดยได้ติดตามระบบการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;&nbsp;แบบผู้ป่วยนอก&nbsp;หรือ&nbsp;เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ&nbsp;</p><p>ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ได้เริ่มดำเนินการเมื่อวานนี้&nbsp;(1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;เป็นวันแรก&nbsp;&nbsp;ด้ายนายแพทย์สินชัย&nbsp;&nbsp;รองเดช&nbsp;&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;แนวทางการจัดบริการดูแลรักษาโรคโควิด-19&nbsp;โดยจัดระบบบริการเพิ่มขึ้นแบบผู้ป่วยนอก&nbsp;คือ&nbsp;ตรวจผู้ที่สงสัย&nbsp;หรือมีความเสี่ยงว่าจะติดเชื้อ&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หากพบผลเป็นบวก&nbsp;แพทย์จะพิจารณาความเสี่ยงและโรคประจำตัว&nbsp;หากไม่มีความเสี่ยงจะให้การรักษาแบบผู้ป่วยนอกและกลับไปแยกกักตัวที่บ้าน&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามความสมัครใจ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ป่วยติดเชื้อจะได้รับยาตามระดับอาการ&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม</strong>&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มยาตามอาการ&nbsp;3&nbsp;สูตร&nbsp;เช่น&nbsp;ลดไข้&nbsp;แก้ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ขับเสมหะ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ยาฟ้าทะลายโจร&nbsp;และยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์&nbsp;และจะมีการติดตามอาการ&nbsp;หรือที่เรียกว่า&nbsp;""เจอ&nbsp;-&nbsp;แจก&nbsp;-&nbsp;จบ""&nbsp;หมายถึง&nbsp;เมื่อเจอว่าติดเชื้อ&nbsp;จะแจกยา&nbsp;แจกเอกสารให้ความรู้การกักตัวเองที่บ้าน&nbsp;(Self&nbsp;Isolation)&nbsp;ข้อแนะนำการรับประทานยาและผลข้างเคียง&nbsp;และจบด้วยการลงทะเบียนอยู่ในระบบบริการหรือรับไว้ดูแลแบบครบวงจร&nbsp;&nbsp;เพื่อต้องการให้มีการจัดการโรคโควิด-19&nbsp;จากโรคระบาดใหญ่&nbsp;(Pandemic)&nbsp;เป็น&nbsp;""โรคประจำถิ่น""&nbsp;(Endemic)&nbsp;คือ&nbsp;โรคลดความรุนแรงลง&nbsp;มีระบบการรักษาที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;และประชาชนมีภูมิต้านทานที่เพียงพอ&nbsp;โรคไม่ได้มีภาวะอันตราย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ได้กำชับให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เร่งผลิตสื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เรื่องการรักษาผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;เจอ-แจก-จบ&nbsp;แบบ&nbsp;OPD&nbsp;case&nbsp;ที่เป็นมาตรการเสริมเพิ่มเติม&nbsp;เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาล&nbsp;ควบคู่กับระบบ&nbsp;HI/CI&nbsp;เป็นทางเลือกสำหรับผู้ติดเชื้อที่สบายดี&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;ไม่มีภาวะเสี่ยง&nbsp;และสมัครใจรักษาที่บ้าน&nbsp;โดยขอให้ประชาสัมพันธ์ทั้งในรูปแบบอินโฟกราฟฟิก&nbsp;คลิปวีดีโอ&nbsp;จดหมายข่าว&nbsp;เผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์&nbsp;สื่อวิทยุกระจายเสียง&nbsp;รวมถึงเสียงตามสาย&nbsp;หอกระจายข่าวขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั่วทั้งจังหวัดตรัง&nbsp;ด้วย&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302112758484
252	จังหวัดสตูล ประกอบพิธีวางพานพุ่มเนื่องในวันพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย ปี 2565	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมอาคารฝึกอบรม&nbsp;</strong>สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายแด่&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เนื่องในวัน&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ที่ทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐานสากล&nbsp;ในพิธี</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;วางพานพุ่มถวายเครื่องราชสักการะ&nbsp;</strong>นำกล่าวถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติ&nbsp;และร่วมยืนสงบนิ่ง&nbsp;หน้าพระบรมฉายาลักษณ์&nbsp;โดยมีข้าราชการ&nbsp;ตำรวจ&nbsp;&nbsp;ทหาร&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมวางพานพุ่ม&nbsp;หลังจากนั้นผู้เข้าร่วมในพิธีฯ&nbsp;ร่วมรับชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติ&nbsp;เพื่อแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถทางด้านช่างของพระองค์&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ</p><p><strong>สำนักนายกรัฐมนตรีมีประกาศ&nbsp;ฉบับลงวันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552</strong>&nbsp;เรื่อง&nbsp;การถวายพระราชมัญญา&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;มหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปีเป็น&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ""&nbsp;เพื่อเป็นการรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร&nbsp;ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็น&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;และทรงพระปรีชาสามารถด้านการข่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐาน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ถือเป็นวันสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทย</strong>ให้ความสำคัญกับการพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีมาตรฐาน&nbsp;โดยใช้มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติเป็นเครื่องมือในการวัดความรู้&nbsp;ทักษะฝีมือ&nbsp;และทัศนคติในการทำงาน&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาศักยภาพของตนเองให้สูงขึ้น&nbsp;และเปิดโอกาสในการได้รับการปรับขึ้นค่าจ้าง&nbsp;&nbsp;สวัสดิการ&nbsp;หรือความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน&nbsp;และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มศักยภาพและผลิตภาพในการผลิตสินค้าและบริการ&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302113005486
253	จังหวัดตรัง ประชุม Morning Brief ติดตามสถานการณ์โควิด 19 พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสอบสวนและชี้แจงข้อเท็จจริงกับทางญาติและประชาชน กรณีสื่อมวลชนนำเสนอข่าว เรื่องผู้เสียชีวิตเนื่องจากติดโควิดในโรงพยาบาล	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่เรือนสโมสร&nbsp;จวนผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานกิจกรรม&nbsp;สภากาแฟยามเช้า&nbsp;(Morning&nbsp;Brief)&nbsp;หารือการปฏิบัติราชการประจำสัปดาห์&nbsp;&nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;โดยมีนายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;&nbsp;,&nbsp;นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตามที่&nbsp;สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าว</strong>&nbsp;เรื่องผู้เสียชีวิตเนื่องจากติดโควิดในโรงพยาบาลตรัง&nbsp;ได้สั่งการให้ทางโรงพยาบาลตรัง&nbsp;เร่งสอบสวนข้อเท็จจริงและรายงานข้อมูลกลับมายังจังหวัดโดยด่วน&nbsp;รวมถึงชี้แจงข้อเท็จจริงกับทางญาติและพี่น้องประชาชนว่า&nbsp;สาเหตุการเสียชีวิตเป็นอย่างไร&nbsp;สาเหตุของการติดเป็นอย่างไร&nbsp;มาจากที่ไหน&nbsp;และจะมีแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างไรด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302113130489
254	จังหวัดสกลนคร จัดพิธีน้อมรำลึก พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย	"<p><strong>จังหวัดสกลนคร&nbsp;จัดพิธีน้อมรำลึก</strong>&nbsp;ถวายสักการะ&nbsp;และวางพานพุ่ม&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p><strong>ที่หอประชุมชมภูพาน&nbsp;วิทยาลัยอาชีวศึกษาสกลนคร</strong>&nbsp;ตำบลธาตุเชิงชุม&nbsp;อำเภอเมืองสกลนคร&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;ศาล&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน&nbsp;ร่วมในพิธีน้อมรำลึก&nbsp;ถวายสักการะ&nbsp;และวางพานพุ่ม&nbsp;หน้าพระบรมฉายาลักษณ์&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนางจุรีรัตน์&nbsp;เทพอาสน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;เป็นประธานในพิธี</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร</strong>&nbsp;ถวายความเคารพ&nbsp;หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พร้อมวางพานพุ่มถวายเครื่องราชสักการะ&nbsp;กล่าวถวายราชสดุดี&nbsp;เทิดพระเกียรติ&nbsp;ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็น&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;และนำผู้เข้าร่วมพิธี&nbsp;ยืนสงบนิ่ง&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;89&nbsp;วินาที</p><p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปีเป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ</strong>&nbsp;ซึ่งถือเป็นวันเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ที่ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;และเป็นแบบอย่างแรงกายแรงใจต่อแรงงานไทย&nbsp;จึงได้มีการถวายพระราชสมัญญาแด่พระองค์ว่า&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;งานประดิษฐ์เป็นที่รู้จักหลายชิ้น&nbsp;รวมถึงได้รับการยอมรับและขนานนามไปทั่วโลก&nbsp;เช่น&nbsp;กังหันน้ำชัยพัฒนา&nbsp;และฝนหลวง&nbsp;ซึ่งถือเป็นผลงานที่สร้างขึ้นเพื่อพสกนิกรของพระองค์โดยแท้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302113200490
255	จังหวัดชุมพรจัดพิธีถวายราชสักการะเนื่องในวันพระบิดาแห่งมาตรฐานช่างไทย	"<p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นายโชตินรินทร์&nbsp;เกิดสม</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็น""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมพิธีภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมจังหวัดชุมพร&nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดชุมพร</p><p><strong>พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช</strong>&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ทรงสนพระราชหฤทัยในงานช่าง&nbsp;ตั้งแต่ยังทรงศึกษาอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์&nbsp;ทรงประดิษฐ์ของเล่นด้วยพระองค์เอง&nbsp;ซึ่งหลังจากเสด็จขึ้นครองราชสมบัติแล้ว&nbsp;ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจสำคัญนานัปการ&nbsp;เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกร&nbsp;และเมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2513&nbsp;พระองค์เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีเปิดงาน&nbsp;แนะแนวอาชีพ&nbsp;และแข่งขันฝีมือแห่งชาติครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;ทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับความเป็นช่างของคนไทย&nbsp;ความตอนหนึ่งว่า&nbsp;""ช่างทุกประเภท&nbsp;เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของคนทุกคน&nbsp;เพราะตลอดชีวิตของเรา&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการหรือสิ่งต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่&nbsp;สนับสนุนจากทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ฝ่าย&nbsp;</p><p><strong>ยิ่งในสมัยปัจจุบัน&nbsp;วิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้า&nbsp;ยิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษ</strong>&nbsp;เพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง&nbsp;ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการ&nbsp;ในการส่งเสริมนั้น&nbsp;มีปัญหาอันควรจะได้พิจารณาช่วยเหลืออยู่สามประการ&nbsp;ประการแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องการให้ความรู้ทางหลักวิทยาการ&nbsp;และความรู้ทางการออกแบบ&nbsp;ประการที่สอง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องฝีมือซึ่งต้องปรับปรุงให้มีความประณีตและประสิทธิภาพได้มาตรฐานจริงๆ&nbsp;ประการที่สาม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องการจัดหางานและหาตลาด&nbsp;เพื่อช่วยให้ช่างได้มีงานทำ&nbsp;มีตลาดที่จะส่งสินค้าที่ผลิตได้ไปจำหน่าย&nbsp;การช่วยเหลือทั้งสามประการนี้จะต้องการทำให้สอดคล้องกันไป&nbsp;เพื่อให้ช่างมีรายได้และผลกำไรสำหรับนำมาเป็นทุนรอนสร้างฐานะและความก้าวหน้า&nbsp;ข้าพเจ้าใคร่ขอฝากความคิดทั้งนี้ไว้เป็นแนวปฏิบัติของท่านทั้งหลายต่อไป...""</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ</strong>&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;และทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐาน&nbsp;คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;ถวายพระราชสมัญญา&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;และกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปีเป็น&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งงานแห่งชาติ""</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ชุมพร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302113634496
256	จังหวัดสิงห์บุรีจัดพิธีถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2565	<p><strong>จังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสิงห์บุรีจัดพิธีถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</strong></p><p><strong>นายชัยชาญ&nbsp;สิทธิวิรัชธรรม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และกล่าวถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติพระบรมฉายาลักษณ์&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในฐานะทรงเป็น&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;จากนั้นยืนสงบนิ่งเป็นเวลา&nbsp;89&nbsp;วินาที&nbsp;โดยมี&nbsp;หัวหน้าศาล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ทหาร&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;และพนักงานหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานเข้าร่วมพิธีพร้อมเพรียงกันยืนเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;</p><p><strong>โดยเมื่อปีพุทธศักราช&nbsp;2513&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร</strong>&nbsp;ได้เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือช่างแห่งชาติ&nbsp;ณ&nbsp;สวนลุมพินีสถาน&nbsp;และพระราชทานพระราชดำรัสเกี่ยวกับการช่างของไทย&nbsp;ซึ่งจากกระแสพระราชดำรัสดังกล่าว&nbsp;สะท้อนให้เห็นถึงสายพระเนตรอันยาวไกลที่มีพระราชดำริถึงความสำคัญของช่างฝีมือ&nbsp;ที่มีบทบาทสำคัญต่อทุกคนในสังคม&nbsp;จึงจำเป็นต้องพัฒนาให้มีฝีมือตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;ซึ่งกระทรวงแรงงานได้น้อมนำใส่เกล้ามาปฏิบัติ&nbsp;ในการพัฒนากำลังแรงงานให้มีฝีมือ&nbsp;พัฒนาสู่มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ทั้งด้านผลิตสินค้าและบริการ&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ&nbsp;สร้างการยอมรับในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและประชาคมโลก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติถวายพระราชสมัญญาแด่พระองค์เป็น&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;พร้อมกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติด้วย&nbsp;เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สิงห์บุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302122318542
257	โรงพยาบาลสตูล ลงพื้นที่เชื่อมโยงเครือข่ายการติดตามผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง ณ โรงพยาบาลละงู และ โรงพยาบาลทุ่งหว้า เพื่อครอบคลุมทุกมิติ	<p><strong>นายแพทย์วุฒิพงศ์&nbsp;วิไลวรางกูร&nbsp;นายแพทย์ชำนาญพิเศษ</strong>&nbsp;สาขาหลอดเลือดสมอง&nbsp;โรงพยาบาลสตูล&nbsp;และทีมงาน&nbsp;Service&nbsp;Plan&nbsp;สาขาหลอดเลือดสมองและสาขาการดูแลผู้ป่วยระยะกลาง&nbsp;(Intermediate&nbsp;care)&nbsp;โรงพยาบาลสตูล&nbsp;ได้ลงพื้นที่เชื่อมโยงเครือข่ายการติดตามผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง&nbsp;รวมไปถึงการดูแลรักษาและส่งกลับผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลชุมชน&nbsp;เพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติ&nbsp;ทั้งด้านการรักษาการพยาบาล&nbsp;ด้านกายภาพบำบัด&nbsp;ด้านการแพทย์แผนไทยและอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้งนี้ทางโรงพยาบาลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและได้เสนอและทำความเข้าใจกับโรงพยาบาลชุมชน&nbsp;โดยได้ลงพื้นที่โรงพยาบาลละงูและโรงพยาบาลทุ่งหว้า&nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายการทำงานเป็นอย่างดี</p><p><strong>สำหรับโรคหลอดเลือดสมอง&nbsp;หรือ&nbsp;Stroke&nbsp;คือ&nbsp;ภาวะสมองขาดเลือด</strong>ที่เกิดจากหลอดเลือดสมองตีบ/อุดตันหรือมีเลือดออกในสมอง&nbsp;หรืออาการเส้นเลือดในสมองตีบทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงสมองได้&nbsp;ทำให้เซลล์สมองขาดออกซิเจนจนส่งผลให้สมองตาย&nbsp;ผู้ป่วยจึงจำเป็นต้องพบแพทย์ทันทีเพราะการรักษาได้เร็วที่สุดจะเป็นสิ่งสำคัญมาก&nbsp;อีกทั้งช่วยลดความรุนแรงจากภาวะสมองตายรวมถึงลดภาวะแทรกซ้อนอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;และยังป้องกันความพิการและทุพพลภาพที่จะเกิดขึ้นได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;จึงควรสังเกตและตรวจเช็คอาการ&nbsp;เพราะอาจเป็นสัญญาณ</strong>ของโรคหลอดเลือดสมองได้&nbsp;เช่น&nbsp;พูดไม่ชัด&nbsp;ผู้ป่วยจะรู้สึกสับสน&nbsp;มึนงง&nbsp;พูดไม่ชัด&nbsp;หรือมีปัญหาในการทำความเข้าใจสิ่งที่คนอื่นพูด&nbsp;,&nbsp;อาการอ่อนแรง&nbsp;(อัมพฤกษ์/อัมพาต)&nbsp;หรือชาบริเวณหน้า&nbsp;แขน&nbsp;ขา&nbsp;โดยส่วนใหญ่แล้วอาการจะเกิดกับร่างกายแค่ด้านเดียว&nbsp;ร่วมกับอาการปากเบี้ยว&nbsp;พูดไม่ชัดหรือพูดไม่ได้&nbsp;,&nbsp;ปัญหาด้านการมองเห็น&nbsp;ผู้ป่วยจะเกิดอาการตามัวแบบเฉียบพลัน&nbsp;หรือเห็นภาพซ้อน&nbsp;และการเวียนศรีษะ/ปวดศรีษะ&nbsp;หากมีอาการรุนแรงแบบเฉียบพลัน&nbsp;มักจะพบร่วมกับอาการอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ปัญหาด้านการเดินเซ&nbsp;การทรงตัวผิดปกติ&nbsp;หรือซึมลง&nbsp;(Altered&nbsp;Consciousness)&nbsp;มึนศีรษะ&nbsp;อาการคลื่นไส้อาเจียน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302113308491
258	กรมทางหลวง เร่งบูรณะปรับปรุงทางม้าลายบนทางหลวงทั่วประเทศกว่า 1,700 แห่ง คาดแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2565	<p><strong>นายสราวุธ</strong>&nbsp;<strong>ทรงศิวิไล</strong>&nbsp;<strong>อธิบดีกรมทางหลวง</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปรับปรุงทางม้าลายทั่วประเทศให้มีสภาพพร้อมใช้งาน&nbsp;ว่า&nbsp;ขณะนี้กรมทางหลวง&nbsp;ได้สั่งการให้สำนักงานทางหลวงและแขวงทางหลวงทั่วประเทศ&nbsp;ดำเนินการตรวจสอบและปรับปรุงทางม้าลายในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;เช่น&nbsp;&nbsp;ตำแหน่งที่ตั้งไม่ถูกต้องและปลอดภัยตามหลักวิศวกรรม&nbsp;การมองเห็นในบริเวณทางข้ามไม่ชัดเจนมีสิ่ง&nbsp;บดบังสายตา&nbsp;ป้ายและเครื่องหมายจราจรในบริเวณทางข้ามไม่ครบถ้วนตามมาตรฐานและสภาพไม่สะอาดเรียบร้อยพร้อมใช้งาน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยจะทำการบูรณะปรับปรุงป้ายและเส้นให้ทางม้าลายมีความชัดเจน&nbsp;เพื่อเพิ่มความปลอดภัยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุต่างๆให้กับผู้ใช้ทางม้าลายและผู้ขับขี่ยิ่งขึ้น</p><p><strong>สำหรับทางม้าลายในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง&nbsp;</strong>มีทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;5,176&nbsp;แห่ง&nbsp;ซึ่งอยู่ระหว่างปรับปรุงทั้งสิ้น&nbsp;1,791&nbsp;แห่ง&nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน&nbsp;2565</p><p><strong>กรมทางหลวง&nbsp;ขอความร่วมมือผู้ขับขี่&nbsp;</strong>ชะลอความเร็วและเตรียมหยุดรถให้คนเดินข้ามบริเวณทางม้าลาย&nbsp;เพื่อความปลอดภัยและป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้</p><p><br></p><p><br></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302212535848
259	สพฐ.เตรียมดำเนินโครงการสอนเสริมให้นักเรียนในช่วงปิดภาคเรียนที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2564 หวังยกคุณภาพนักเรียนในการเรียนช่วงโควิด -19 ที่ผ่านมา	<p><strong>นายอัมพร&nbsp;พินะสา&nbsp;&nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)&nbsp;เตรียมดำเนินโครงการสอนเสริมให้นักเรียนในช่วงปิดภาคเรียนที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปีการศึกษา&nbsp;2564&nbsp;นี้&nbsp;เนื่องจากตลอดภาคเรียนที่ผ่านมานักเรียนอาจเรียนที่โรงเรียนไม่เต็มที่&nbsp;และ&nbsp;โรงเรียนบางแห่งอาจหยุดการเรียนการสอนบ่อยครั้งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด&nbsp;-19&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จึงได้มอบหมายให้สถานศึกษาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั่วประเทศดำเนินโครงการดังกล่าวขึ้น&nbsp;โดยให้สถานศึกษาและแห่งกำหนดเป้าหมายเอง&nbsp;โดยยึดบริบทของพื้นที่และความคาดหวังของนักเรียนและผู้ปกครองเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก&nbsp;เช่น&nbsp;นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย&nbsp;ครูอาจสอนเสริมเพื่อให้นักเรียนมีความพร้อมในการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา&nbsp;และ&nbsp;นักเรียนในระดับปฐมศึกษาตอนต้น&nbsp;ครูอาจเน้นในเรื่องการอ่านออกเขียนได้&nbsp;เพื่อใช้ในการต่อยอดในการเรียนในระดับที่สูงขึ้นต่อไป&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;การดำเนินโครงการดังกล่าว&nbsp;ต้องขึ้นอยู่กับความยินยอมของผู้ปกครอง&nbsp;และ&nbsp;นักเรียน&nbsp;ด้วย&nbsp;โดยไม่มีการบังคับนักเรียนให้เข้าร่วมโครงการแต่อย่างใด&nbsp;&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302114141499
260	จังหวัดพะเยา จัดงานพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย ปี 2565	<p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายศักดิ์ฤทธิ์&nbsp;สลักคำ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา&nbsp;</strong>เป็นประธานนำข้าราชการพลเรือน&nbsp;ตุลาการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;พ่อค้า&nbsp;กลุ่มมวลชน&nbsp;และประชาชนชาวจังหวัดพะเยา&nbsp;ประกอบพิธีถวายพานพุ่มดอกไม้สดและกล่าวคำถวายราชสดุดีแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ที่&nbsp;ศาลาประชาคมจังหวัดพะเยา&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;เห็นชอบให้ถวายพระราชสมัญญา&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;แด่พระองค์ท่าน&nbsp;และกำหนดให้ทุกวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปีเป็น&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;โดยภายในงานได้มีการจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;ที่มีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;และทรงพระปรีชาสามารถด้านช่าง&nbsp;รวมทั้งให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	พะเยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพะเยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302114809507
261	กฟผ. เตรียมจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการระบบโครงข่ายไฟฟ้า รองรับไฟฟ้าจากลาว	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;บ่ายวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>ที่ห้องประชุมไชยบูรณ์?&nbsp;ชั้น?&nbsp;5?&nbsp;อาคาร?&nbsp;2?&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแพร่&nbsp;นายสมหวัง?&nbsp;พ่วงบางโพ?&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่?&nbsp;รับฟังการชี้แจงรายละเอียดโครงการ?&nbsp;ฯ?&nbsp;จากผู้แทน?การไฟฟ้าฝ่ายผลิต&nbsp;หรือ&nbsp;กฟผ.&nbsp;ในการหารือแนวทางการดำเนินงานจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในกระบวนการศึกษาและจำทำรายงาน?&nbsp;EIA?&nbsp;โครงการระบบโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อรองรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว&nbsp;(สปป.ลาว)?&nbsp;(ในส่วนที่พาดผ่านพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่?&nbsp;1)&nbsp;เป็นการก่อสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้า?&nbsp;500?&nbsp;กิโลโวลต์?&nbsp;เชื่อมโยงจากระบบโครงข่ายไฟฟ้าระหว่างประเทศกับ?&nbsp;สปป.ลาว?&nbsp;จากตำบลชนแดน?&nbsp;อำเภอสองแคว?&nbsp;จังหวัดน่าน?&nbsp;ไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูง?&nbsp;ตำบลดู่ใต้?&nbsp;อำเภอเมือง?&nbsp;จังหวัดน่าน?&nbsp;จนถึงสถานีไฟฟ้าแรงสูงเด่นชัย?&nbsp;ตำบลไทรย้อย?&nbsp;อำเภอเด่นชัย?&nbsp;จังหวัดแพร่?&nbsp;ระยะทางประมาณ?&nbsp;228.17&nbsp;กิโลเมตร?&nbsp;ซึ่งมีบางส่วนของแนวระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่พาดผ่านพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ช่วง&nbsp;ซึ่งจังหวัดแพร่มีช่วงที่&nbsp;3&nbsp;ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่สาครฝั่งขวา&nbsp;และป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่คำมี&nbsp;ท้องที่ตำบลอ่ายนาไลย&nbsp;อำเภอเวียงสา&nbsp;จังหวัดน่าน&nbsp;และตำบลห้วยโรง&nbsp;อำเภอร้องกวาง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;รวมระยะทางประมาณ&nbsp;680&nbsp;เมตร</p><p><strong>การศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;(EIA)</strong>&nbsp;ของ&nbsp;โครงการระบบโครงข่ายไฟฟ้า&nbsp;เพื่อรองรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;(ส่วนที่พาดผ่านพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่&nbsp;1)&nbsp;ซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในขั้นขอใบอนุญาต&nbsp;หรือขั้นขอรับความเห็นชอบจากหน่วยงานรับผิดชอบ&nbsp;ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เรื่อง&nbsp;กำหนดโครงการ&nbsp;กิจการ&nbsp;หรือการดำเนินการ&nbsp;ซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและหลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;และเงื่อนไขในการจัดทำ&nbsp;รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;2)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;ดังนั้น&nbsp;การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;จึงมอบหมายให้บริษัท&nbsp;เอ็นไวร์ไซน์&nbsp;จำกัด&nbsp;เป็นผู้ศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ&nbsp;เพื่อนำเสนอรายงานตามขั้นตอนของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สผ.)&nbsp;เพื่อนำเสนอคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;(คชก.)&nbsp;และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;(กก.วล.)&nbsp;พิจารณาให้ความเห็นชอบตามลำดับ&nbsp;</p><p><strong>ส่วนพื้นที่ศึกษาด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;</strong>พื้นที่ดำเนินงานรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในระดับพื้นที่/ชุมชน&nbsp;คือ&nbsp;พื้นที่ที่แนวระบบโครงข่ายไฟฟ้าพาดผ่านพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่&nbsp;1&nbsp;ที่ต้องทำการศึกษา&nbsp;โดยมีพื้นที่ศึกษาครอบคลุม&nbsp;2&nbsp;ตำบล&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;2&nbsp;จังหวัด&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;สำหรับจังหวัดแพร่มี&nbsp;1&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;คือ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;บ้านสวนป่า&nbsp;ตำบลห้วยโรง&nbsp;อำเภอร้องกวาง&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302114504501
262	พม.ลำปาง จับมือ ตำรวจภูธรลำปางเร่งวางแผนแก้ไขปัญหาคนเร่ร่อน เพื่อความปลอดภัยของประชาชน	<p><strong>นายณรงค์ฤทธิ์&nbsp;นุปิง&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>พร้อมกำลังสายตรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านร้าง&nbsp;ณ&nbsp;บ้านท้ายเขื่อน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;พบชายเร่ร่อนอาศัยอยู่&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;คนแรก&nbsp;ชื่อพล&nbsp;นามสมมุติ&nbsp;มีภูมิลำเนาอยู่ที่ตำบลน้ำใจ้&nbsp;อำเภอแม่ทะ&nbsp;และรายที่&nbsp;2&nbsp;ชื่อเอก&nbsp;มีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอเกาะคา&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำว่ากล่าวตักเตือนและวางแผนนำส่งกลับบ้าน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;ได้ร่วมลงพื้นที่ไปตรวจสอบกรณีคนเร่ร่อนเสียชีวิตที่อาคารสโมสรข้าราชการ&nbsp;พร้อมกับทีมสหวิชาชีพทุกส่วนราชการ&nbsp;เทศบาลนครลำปางเทศกิจ&nbsp;กรณีข่าวกลุ่มชายเร่ร่อนมั่วสุมภายในอาคารสโมสรข้าราชการจังหวัดเก่า&nbsp;(ข้างสวนสาธารณะเขลางค์ฯ)&nbsp;ซึ่งได้รับแจ้งจากประชาชนว่าได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน</p><p><strong>จากกรณีดังกล่าว&nbsp;นาย&nbsp;ณรงค์ฤทธิ์&nbsp;นุปิง&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;ได้เข้าพบ&nbsp;พ.ต.อ.สุรชัย&nbsp;ศุภยศอมร&nbsp;รอง&nbsp;ผบก.ภ.จว.ลำปาง&nbsp;เพื่อร่วมวางแผนระยะยาวในการเฝ้าระวังคนเร่ร่อนคนไร้ที่พึ่งในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมีผลสรุปการหารือ&nbsp;ซึ่งเทศบาลนครลำปางจะได้รวบรวมเอกสารสัญญาเช่าอาคารและขออนุญาตต่างๆ&nbsp;เร่งประสานเจ้าของเข้ามาดำเนินแก้ไขอาคารสโมสร&nbsp;โดยทางศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งได้ประสานตำรวจภูธรอำเภอเมือง&nbsp;ให้สายตรวจเฝ้าระวังอาคารสโมสรตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;พร้อมลงพื้นที่ติดตามเยี่ยมบ้านและติดต่อญาติเพื่อส่งกลับคืนสู่ครอบครัว&nbsp;แต่หากกรณีไม่ประสงค์กลับบ้านจะได้มีการวางแผนเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองช่วยเหลือและวางแผนจัดหางานอาชีพให้ทำ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาคนเร่ร่อนคนขอทานหมุนเวียนในพื้นที่สาธารณะและเพื่อความปลอดภัยของประชาชนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302115107513
263	วิทยาลัยชุมชนตราด เปิดเวทีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมความคิดสู่แนวทางการพัฒนาหลักสูตรแบบมีส่วนร่วม สำหรับยกระดับและพัฒนาทักษะแรงงานในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษตราด	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดเวทีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมความคิดสู่แนวทางการพัฒนาหลักสูตรแบบมีส่วนร่วม&nbsp;สำหรับยกระดับและพัฒนาทักษะแรงงานในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษตราด&nbsp;ซึ่งวิทยาลัยชุมชนตราด&nbsp;จัดขึ้นภายใต้&nbsp;โครงการพัฒนาทักษะอาชีพตามความต้องการในเขตเศรษฐกิจพิเศษตราด&nbsp;โดยมีส่วนราชการ&nbsp;ผู้แทนภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;ภาคอุตสาหกรรม&nbsp;ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และประชาชนเข้าร่วม&nbsp;ที่ห้องประชุมวิทยาลัยชุมชนตราด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ดร.กรรณิกา&nbsp;สุภาภา&nbsp;ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนตราด&nbsp;กล่าวรายงานว่า</strong>&nbsp;การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมความคิดสู่แนวทางการพัฒนาหลักสูตรแบบมีส่วนร่วม&nbsp;สำหรับยกระดับและพัฒนาทักษะแรงงานในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษตราด&nbsp;ที่จัดขึ้นในครั้งนี้&nbsp;เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการขึ้นเพื่อรองรับการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตราด&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการในการพัฒนาทักษะอาชีพของประชาชนในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตราดจากทุกภาคส่วน&nbsp;เพื่อนำสู่การจัดทำแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรสำหรับการยกระดับและพัฒนาทักษะแรงงานในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตราด&nbsp;โดยเฉพาะสามารถผลิตนักศึกษาที่จบออกไปให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานในพื้นที่จังหวัดตราด&nbsp;ต่อไป&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302125251553
264	พาณิชย์ลำพูน เสริมแกร่งด้วยการตลาดยุค New Normal สร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจแก่สตรี	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;โดยนางสาวอรทัย&nbsp;สมณา&nbsp;นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ&nbsp;</strong>เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้&nbsp;หัวข้อ&nbsp;เสริมแกร่งด้วยการตลาดยุค&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ณ&nbsp;เดอะแกรนด์จามจุรีรีสอร์ท&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ให้กับกลุ่มอาชีพสตรี&nbsp;จำนวน&nbsp;56&nbsp;คน&nbsp;ที่เข้ารับการอบรมกิจกรรมเสริมสร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจแก่สตรี&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;จัดโดยศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;72&nbsp;พรรษา&nbsp;บรมราชินีนาถ&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;สังกัดกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว&nbsp;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์</p><p><strong>โดยการจัดกิจกรรมครั้งนี้</strong>&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการดำเนินธุรกิจให้กลุ่มอาชีพสตรีให้สามารถพัฒนามาตรฐานการจัดการองค์กร&nbsp;และมาตรฐานสินค้าเพื่อการแข่งขันให้กับกลุ่มอาชีพที่สำเร็จการฝึกอบรมผ่านการรวมกลุ่มตามโครงการสร้างชีวิตใหม่ให้แก่สตรีและครอบครัว&nbsp;(104&nbsp;วัน)&nbsp;และโครงการสนับสนุนการรวมกลุ่มประกอบอาชีพ&nbsp;(110&nbsp;วัน)&nbsp;ของศูนย์ฯ&nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และแม่ฮ่องสอน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302120152533
265	สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 18 จัดพิธีวันพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย	"<p><strong>สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;18&nbsp;อุดรธานี</strong>&nbsp;จัดงานวัน""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;ปี&nbsp;65&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;18&nbsp;อุดรธานี&nbsp;ประกอบพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่หอประชุมทองใหญ่&nbsp;ศาลากลาง&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;นายสยาม&nbsp;ศิริมงคล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็นประธานพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีข้าราชการตุลาการ&nbsp;อัยการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการสังกัดกระทรวงแรงงาน&nbsp;และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;18&nbsp;อุดรธานี&nbsp;ร่วมพิธี&nbsp;เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ฯ&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติ&nbsp;น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระปรีชาสามารถด้านช่าง&nbsp;และทรงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐานสากล&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;ิคณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552</strong>&nbsp;กำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระราชสมัญญา&nbsp;""พระบิดามาตรฐานแห่งการช่างไทย""&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ด้วยพระปรีชาสามารถทางด้านการช่าง&nbsp;ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ตั้งแต่ทรงพระเยาว์&nbsp;ด้วยทรงประดิษฐ์ของเล่น&nbsp;รวมทั้งเรือใบที่ใช้ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง&nbsp;กังหันน้ำชัยพัฒนา&nbsp;ตลอดจนการตั้งโรงเรียนพระดาบส&nbsp;เพื่อสอนวิชาชีพช่างแก่เยาวชน&nbsp;และผู้ด้อยโอกาส&nbsp;กิจกรรมในวันนี้นอกจากจัดให้มีพิธีถวายราชสักการะด้วยพานพุ่มดอกไม้สดเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์&nbsp;การกล่าวคำถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติแล้ว&nbsp;ยังจัดให้มีนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;ทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทย&nbsp;เป็นการกระตุ้นให้แรงงานไทยตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาตนเอง&nbsp;ให้มีมาตรฐานฝีมือเพื่อเข้าสู่กระบวนการจ้างงาน&nbsp;และสร้างรายได้ที่เหมาะสม&nbsp;รวมถึงให้ทุกภาคส่วน&nbsp;ตระหนักถึงความสำคัญของมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านมาตรฐานฝีมือแรงงานสู่สาธารณชน&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302125114551
266	จังหวัดนครพนม มอบหนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทย ฉบับบสมบูรณ์ ปี 2564 ให้หน่วยงานเร่งขยายผลสู่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่	<p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมพระธาตุพนม</strong>&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครพนม&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นประธานการมอบหนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทย&nbsp;ฉบับสมบูรณ์&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ให้กับตัวแทนส่วนราชการ&nbsp;จำนวน&nbsp;29&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;เพื่อนำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้แก่ข้าราชการ&nbsp;พนักงานของรัฐ&nbsp;เด็กและเยาวชน&nbsp;ตลอดจนประชาชนในจังหวัดนครพนม&nbsp;ให้ได้เรียนรู้เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและสำนึกในความเป็นไทย&nbsp;โดยเฉพาะการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้เป็นพิเศษ&nbsp;เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้เกิดความรักชาติและมีความกตัญญูต่อบรรพบุรุษไทย&nbsp;ตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2561-2580)&nbsp;ที่ได้กำหนดวิสัยทัศน์ว่า&nbsp;ประเทศไทยมีความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;เป็นประเทศพัฒนาแล้ว&nbsp;ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โดยในยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคงได้กำหนดประเด็นการพัฒนาและเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ&nbsp;เพื่อให้คนในชาติมีจิตสำนึกรักและหวงแหน&nbsp;มุ่งจงรักภักดี&nbsp;พร้อมธำรงรักษาไว้ซึ่ง&nbsp;สถาบันชาติ&nbsp;ศาสนา&nbsp;พระมหากษัตริย์&nbsp;ให้เป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยว&nbsp;และเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งชาติ&nbsp;โดยปลูกฝังและสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของสถาบันหลักของชาติ&nbsp;รณรงค์เสริมสร้างความรักความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทยและชาติไทย&nbsp;ผ่านกลไกต่างๆ&nbsp;รวมถึงการศึกษาประวัติศาสตร์ในเชิงสร้างสรรค์&nbsp;</p><p><strong>โดยหนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทย</strong>&nbsp;ฉบับสมบูรณ์&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;นี้&nbsp;มีจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;736&nbsp;หน้า&nbsp;ซึ่งภายในเล่มได้บรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติที่ผ่านการประมวลรวบรวมโดยละเอียด&nbsp;ประกอบด้วยพระราชดำรัส&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และพระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ถ้อยแถลงของนายกองโท&nbsp;ธาร&nbsp;คชเสนีและว่าที่ร้อยตรี&nbsp;น้ำเพชร&nbsp;คชเสนี&nbsp;สัตยารักษ์&nbsp;ผู้เรียบเรียง&nbsp;ที่กล่าวถึงที่มาของการเรียบเรียงหนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ได้รวบรวมสรุปข้อมูลจากพระราชพงศาวดาร&nbsp;ฉบับพระราชหัตถเลขาและเอกสารทางประวัติศาสตร์โบราณคดี&nbsp;เท่าที่จะหาอ่านได้ไว้เป็นหนทางเรียนรู้&nbsp;ประวัติเกี่ยวกับถิ่นกำเนิดของชนชาติไทยซึ่งมี&nbsp;5&nbsp;แนวคิดที่เชื่อว่าถิ่นกำเนิดของชนชาติไทยอยู่&nbsp;ณ&nbsp;ที่แห่งใด&nbsp;ประวัติความเป็นมาของชนชาติไต&nbsp;หรือ&nbsp;ไท&nbsp;พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของชนชาติไต&nbsp;ตั้งแต่ยุคต้น&nbsp;มาสู่ยุคกลางและยุคปลาย&nbsp;การดำรงอยู่ได้ของความเป็นไทย&nbsp;หลักและสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยดำรงอยู่ได้&nbsp;ประวัติศาสตร์ชาติไทยสู่อาณาจักรสยาม&nbsp;ราชวงศ์จักรี&nbsp;ราชลีในสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;9&nbsp;ยอดวีรกษัตริย์-ยอดวีรสตรีและบุคคลสำคัญ&nbsp;ต้นราชสกุลจักรีวงศ์&nbsp;พระปฐมบรมกษัตริย์ราชวงศ์จักรี&nbsp;ธงชาติไทย&nbsp;ประวัติศาสตร์การเสียดินแดน&nbsp;14&nbsp;ครั้ง&nbsp;ทศรัตนมณี&nbsp;บทกวีประวัติศาสตร์ชาติไทยและบุญคุณพระมหากษัตริย์ไทย&nbsp;ปราชญ์ชาวบ้าน&nbsp;บทกลอนประวัติศาสตร์ของชาติไทย&nbsp;นายกรัฐมนตรีของไทย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302125303554
267	สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานอ่างทอง จัดงานวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2565	<p><strong>ณ&nbsp;ห้องประชุมอำเภอเมืองอ่างทอง&nbsp;นายวีระศักดิ์&nbsp;วิจิตร์แสงศรี</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง&nbsp;เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นางชุติพร&nbsp;วิจิตร์แสงศรี&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอ่างทอง&nbsp;นายศักดิ์ดา&nbsp;บรรดาศักดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง&nbsp;นางจันทิรา&nbsp;สุนทรสุวรรณ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานอ่างทอง&nbsp;ศาลจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;จากภาครัฐ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;ตลอดจนภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับด้านฝีมือแรงงานในจังหวัด&nbsp;เข้าร่วมพิธี</p><p><strong>ภายในงานประกอบด้วย&nbsp;การจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ</strong>พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ที่ทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่างและให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐาน&nbsp;ตามที่คณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;เห็นชอบให้ดำเนินการถวายพระราชสมัญญา&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พร้อมทั้งกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็น&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	อ่างทอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302163804700
268	ปัตตานี จัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2565	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;23</strong>&nbsp;ปัตตานี&nbsp;นายสมนึก&nbsp;พรหมเขียว&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะ&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;โดยมีข้าราชการ&nbsp;พนักงานของรัฐ&nbsp;และองค์กรภาคเอกชนเข้าร่วมในพิธี&nbsp;กิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ทยอยนำพานพุ่มดอกไม้สีขาวถวายเครื่องราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ประธานในพิธีถวายความเคารพ&nbsp;วางพานพุ่มดอกไม้สีขาว</strong>ถวายเครื่องราชสักการะ&nbsp;ถวายคำนับ&nbsp;จากนั้น&nbsp;ได้กล่าวถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในฐานะทรงเป็นพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;ยืนสงบนิ่งเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ถวายความเคารพ&nbsp;จากนั้นประธานในพิธีและผู้ร่วมพิธีได้เยี่ยมชมนิทรรศการ&nbsp;ซึ่งสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;23&nbsp;ปัตตานี&nbsp;นำมาจัดแสดงไว้บริเวณหน้าห้องประชุม&nbsp;เป็นอันเสร็จพิธี&nbsp;</p><p><strong>สำหรับความเป็นมาของการจัดกิจกรรมในวันนี้&nbsp;</strong>สืบเนื่องจากเมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2513&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีเปิดงาน&nbsp;แนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;และมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับความเป็นช่างของคนไทย&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ท่าน&nbsp;กระทรวงแรงงาน&nbsp;จึงเห็นสมควรถวายพระราชสมัญญา&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็น&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ""&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว&nbsp;เพชรน้อย&nbsp;ส.ปชส.ปัตตานี</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302123444545
269	จังหวัดสงขลา ประกอบพิธีถวายสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย	"<p><strong>ที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;12&nbsp;สงขลา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;นายเจษฎา&nbsp;จิตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;ประธานในพิธีถวายสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เนื่องใน&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนางอารี&nbsp;เตชะวันโต&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;12&nbsp;สงขลา&nbsp;พร้อมด้วยข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;ในสังกัดกระทรวงแรงงาน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธีด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านอย่างหาที่สุดมิได้</p><p><strong>ตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552</strong>&nbsp;เห็นชอบถวายพระราชสมัญญาแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เป็น&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;พร้อมกับกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็น&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;12&nbsp;สงขลา&nbsp;ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ท่านที่มีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;และทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง</p><p><strong>รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทย</strong>&nbsp;ที่มีบทบาทสำคัญต่อทุกคนในสังคม&nbsp;ให้มีความเป็นมาตรฐาน&nbsp;สู่การพัฒนากำลังแรงงานให้มีฝีมือ&nbsp;และพัฒนาสู่มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ทั้งด้านการผลิตสินค้าและบริการ&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ&nbsp;สร้างการยอมรับในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและประชาคมโลก</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายเจษฎา&nbsp;จิตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;เป็นประธานมอบป้ายศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;และมอบใบอนุญาตดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;เนื่องใน&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ""&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการ&nbsp;มีส่วนร่วมในการพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;ให้เข้าสู่เกณฑ์มาตรฐานแห่งชาติ&nbsp;ได้พิจารณามอบป้ายศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;ศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา&nbsp;ได้รับอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร&nbsp;ระดับ&nbsp;1</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้มอบใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;วิทยาลัยรัตภูมิ&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย&nbsp;ได้รับอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร&nbsp;ระดับ&nbsp;1,&nbsp;ศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;วิทยาลัยอาชีวศึกษาสงขลา&nbsp;ได้รับอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;สาขาผู้ประกอบอาหารไทย&nbsp;ระดับ&nbsp;1,&nbsp;ศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;มหาชัยโฟร์คลิฟท์&nbsp;ได้รับอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;สาขาพนักงานควบคุมเครื่องจักรรถยกใช้เครื่องยนต์&nbsp;ระดับ&nbsp;1,&nbsp;และ&nbsp;ศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;พิธานพาณิชย์&nbsp;ได้รับอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;สาขาบำรุงรักษารถยนต์&nbsp;ระดับ&nbsp;1</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ณิชารีย์&nbsp;หนูบุญ/ข่าว/ภาพ&nbsp;2&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302130031558
270	จ.นครพนม ค่า PM 2.5 สูง แนะกลุ่มเสี่ยงควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง	<p><strong>สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครพนม&nbsp;</strong>เผยแพร่ข้อมูลค่าฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;(ค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชม.)&nbsp;83&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;อยู่ในเกณฑ์&nbsp;เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;และมีแนวโน้มลดลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;เนื่องจากมีความเร็วลม&nbsp;15&nbsp;กม./ชม&nbsp;พัดผ่าน&nbsp;ค่าฝุ่น&nbsp;PM10&nbsp;มีค่า&nbsp;97&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;อยู่ในเกณฑ์&nbsp;คุณภาพอากาศปานกลาง&nbsp;ค่ามลพิษที่สำคัญ&nbsp;โอโซน&nbsp;ไนโตรเจนไดออกไซด์,&nbsp;คาร์บอนมอนอกไซด์&nbsp;และซัลเฟอร์ไดออกไซด์&nbsp;อยู่ในเกณฑ์&nbsp;คุณภาพดีมาก&nbsp;ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ(AQI)&nbsp;ของจังหวัดนครพนม&nbsp;อยู่ในระดับ&nbsp;เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ</p><p><strong>คำแนะนำสุขภาพ&nbsp;ประชาชนทั่วไป&nbsp;ควรเฝ้าระวังสุขภาพ</strong>&nbsp;ถ้ามีอาการเบื้องต้น&nbsp;เช่น&nbsp;ไอ&nbsp;หายใจลำบากระคายเคืองตา&nbsp;ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;กลุ่มเสี่ยง&nbsp;ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;ถ้ามีอาการทางสุขภาพ&nbsp;เช่น&nbsp;ไอ&nbsp;หายใจลำบากตาอักเสบ&nbsp;แน่นหน้าอก&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;หัวใจเต้นไม่เป็นปกติ&nbsp;คลื่นไส้&nbsp;อ่อนเพลีย&nbsp;ควรปรึกษาแพทย์</p><p><strong>สรุปการเกิดจุดความร้อนจากการเผา&nbsp;(Hotspot)</strong>&nbsp;ของจังหวัดนครพนม&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เกิดจุดความร้อนจำนวน&nbsp;18&nbsp;จุด&nbsp;ประเภทพื้นที่เกษตร&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;ประเภทพื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;ประเภทพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ประเภทพื้นที่&nbsp;สปก.&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;(ในท้องที่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;5&nbsp;จุด,&nbsp;อ.ท่าอุเทน&nbsp;2&nbsp;จุด,&nbsp;อ.ปลาปาก&nbsp;4&nbsp;จุด,&nbsp;อ.โพนสวรรค์&nbsp;3&nbsp;จุด,&nbsp;อ.ศรีสงคราม&nbsp;2&nbsp;จุด,&nbsp;อ.นาแก&nbsp;1&nbsp;จุด,&nbsp;อ.วังยาง&nbsp;1&nbsp;จุด)</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นายเดช&nbsp;บำรุงหงษ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกัน</strong>และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยผ่านกลุ่มไลน์สาธารณภัยนครพนมเย็นวานนี้ว่า&nbsp;เวลา&nbsp;18.00&nbsp;น&nbsp;มี&nbsp;hotspot&nbsp;(จุดความร้อนจากการเผาไหม้)&nbsp;จำนวนมาก&nbsp;จาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;คาดว่าจะส่งผลให้ฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ของนครพนมสูงขึ้น&nbsp;จึงประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนระมัดระวังสุขภาพ&nbsp;งดเว้นการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;และสวมใส่หน้ากากป้องกัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302125221552
271	จ.บึงกาฬ ให้ผู้ป่วยโควิด-19 ที่ไม่มีอาการ สามารถรับการรักษาที่บ้านได้ ภายใต้การสื่อสารและติดตามอาการของแพทย์ ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข	<p><strong>เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในประเทศ</strong>&nbsp;และในจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นสูงต่อเนื่อง&nbsp;จากการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ซึ่งแพร่ระบาดได้เร็ว&nbsp;ติดง่าย&nbsp;และหายเร็ว&nbsp;และประชาชนก็สามารถดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะคนที่ฉีดวัคซีนครบ&nbsp;3&nbsp;เข็ม&nbsp;สามารถป้องกันได้เยอะมาก&nbsp;โอกาสที่จะติดก็น้อย&nbsp;แต่ถ้ายังฉีดไม่ครบ&nbsp;3&nbsp;เข็ม&nbsp;หรือไม่ได้ฉีด&nbsp;ก็มีความเสี่ยงที่จะติดสายพันธุ์โอมิครอนได้ง่ายกว่า&nbsp;แต่ถึงจะติดก็ไม่ต้องตกใจ&nbsp;เราสามารถที่จะดูแลตัวเองได้</p><p><strong>โดยตอนนี้&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขได้รณรงค์ส่งเสริมให้ดูแลตัวเองที่บ้าน</strong>&nbsp;เนื่องจากว่าจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;ถ้าทุกคนมารักษาตัวที่โรงพยาบาลทั้งหมด&nbsp;อาจจะทำให้ไม่สามารถดูแลคนไข้อื่นๆ&nbsp;ได้ทั่วถึง&nbsp;ประกอบกับว่า&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนมีความรุนแรงน้อย&nbsp;จึงสามารถดูแลตัวเองที่บ้านหลังติดเชื้อได้&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ไม่ได้ให้ผู้ป่วยดูแลตัวเองที่บ้านทุกคน&nbsp;เพราะการที่จะดูแลตัวเองที่บ้านได้&nbsp;จะต้องประกอบด้วย&nbsp;1.ผู้ป่วยต้องเป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรง&nbsp;ไม่มีโรคประจำตัวที่ร้ายแรง&nbsp;2.อายุต้องน้อยกว่า&nbsp;75&nbsp;ปี&nbsp;3.จะต้องมีสถานที่ที่สามารถแยกตัวเองไม่ให้ไปสัมผัสกับผู้อื่นในบ้านได้&nbsp;4.ทางโรงพยาบาลจะมีการจัดอุปกรณ์เครื่องมือในการดูแลตัวเองที่บ้านได้&nbsp;ซึ่งประกอบไปด้วย&nbsp;เครื่องวัดระดับออกซิเจนในกระแสเลือด&nbsp;2.เครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย&nbsp;3.ยาที่จำเป็นต้องใช้&nbsp;และ&nbsp;4.คู่มือแนะนำการปฏิบัติตัวเมื่ออยู่ที่บ้าน&nbsp;เพื่อดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้องพร้อมหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ประสานทางโรงพยาบาลที่จะใช้ในการติดต่อสื่อสาร&nbsp;ติดตามอาการ&nbsp;</p><p><strong>โดยทางโรงพยาบาลจะติดตามอาการผู้ป่วยทุกวัน</strong>&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ถ้ามีความผิดปกติ&nbsp;เช่น&nbsp;มีไข้ขึ้นสูงกว่า&nbsp;39&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ติดต่อกันเกิน&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;หรือความรู้สึกอาการไม่ดีขึ้น&nbsp;หรือแย่ลง&nbsp;หรือโรคประจำตัวกำเริบรุนแรง&nbsp;ก็จะต้องมีการนำส่งผู้ป่วยมาที่โรงพยาบาล&nbsp;ซึ่งผู้ป่วยสามารถติดต่อกับโรงพยาบาลได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บึงกาฬ	สวท.บึงกาฬ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302124957550
272	"จ.แม่ฮ่องสอน จัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สด ถวายพระราชสักการะแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องใน ""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ"" ประจำปี 2565"	"<p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายพระราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และงาน&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ""&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ที่มีต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;ทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทย&nbsp;ให้มีความเป็นมาตรฐาน&nbsp;โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ&nbsp;ให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;ถือเป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;รวมถึงมีการถวายพระราชสมัญญาว่า&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย</p><p><strong>ในการนี้นายประเสริฐ&nbsp;จิตต์พลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;และหน่วยงานทุกภาคส่วน&nbsp;เข้าร่วมพิธีฯ&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตำบลผาบ่อง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พิธีฯ&nbsp;ดังกล่าวได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)</strong>&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขและจังหวัดแม่ฮ่องสอนอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302120418539
273	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดบึงกาฬ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการจำหน่ายชุดตรวจโควิด-19 (ATK) เจลแอลกอฮอล์ และหน้ากากอนามัย ในพื้นที่อำเภอเมืองบึงกาฬ	<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดบึงกาฬ</strong>&nbsp;โดย&nbsp;พาณิชย์จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;(นางสาวเอื้อนจิตร&nbsp;ช่วยนก)&nbsp;และเจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;ออกตรวจติดตามการจำหน่ายชุดตรวจโควิด-19&nbsp;(ATK)&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;และหน้ากากอนามัย&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองบึงกาฬ&nbsp;จากการติดตามสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ซึ่งกำลังประสบกับภาวะการระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอไมครอน&nbsp;ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;ผลการตรวจติดตาม&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;ชุดตรวจโควิด-19&nbsp;แบบแหย่จมูกและตรวจจากน้ำลาย&nbsp;ราคาประมาณ&nbsp;60&nbsp;-&nbsp;169&nbsp;บาท</p><p>2.&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;ราคาประมาณ&nbsp;29&nbsp;-&nbsp;600&nbsp;บาท</p><p>3.&nbsp;หน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;(Surgical&nbsp;Mask)&nbsp;ราคากล่องละ&nbsp;60&nbsp;-&nbsp;125&nbsp;บาท</p><p>4.&nbsp;ฟ้าทะลายโจร&nbsp;ราคาประมาณ&nbsp;110&nbsp;-&nbsp;180&nbsp;บาท</p><p><strong>สถานการณ์โดยรวมส่วนใหญ่ประชาชนสามารถซื้อสินค้าได้ตามปกติ</strong>&nbsp;วางจำหน่ายตามปกติ&nbsp;เพียงพอต่อความต้องการใช้&nbsp;ซื้อหาได้ง่าย&nbsp;สถานการณ์ปริมาณการจำหน่าย&nbsp;ทางผู้ประกอบการแจ้งว่า&nbsp;ได้สั่งซื้อสินค้าไปยังผู้ประกอบการรายใหญ่&nbsp;(ยี่ปั๊ว)&nbsp;สั่งซื้อได้ตามจำนวนที่สั่ง&nbsp;ส่วนร้านขายยาบางร้านแจ้งว่า&nbsp;เนื่องจากร้านมีสินค้าจำหน่ายตามสต็อกเดิมที่มีอยู่&nbsp;สินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;ส่วนร้านค้าทั่วไป&nbsp;สั่งซื้อหน้ากากอนามัย&nbsp;ผ่านช่องทางร้านขายออนไลน์</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดบึงกาฬ</strong>&nbsp;ได้ขอความร่วมมือร้านขายยาทุกร้าน&nbsp;ติดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้า&nbsp;และห้ามจำหน่ายสินค้าสูงเกินสมควร&nbsp;ขอให้พิจารณาต้นทุน&nbsp;ก่อนตั้งราคาจำหน่ายและหากมีผู้บริโภคร้องเรียน&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดบึงกาฬจะดำเนินการตาม&nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2542&nbsp;โดยเด็ดขาด&nbsp;และหากผู้บริโภครายใดพบเห็นผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;โทร.&nbsp;042&nbsp;492&nbsp;528&nbsp;หรือสายด่วน&nbsp;1569</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บึงกาฬ	สวท.บึงกาฬ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302124850549
274	จังหวัดแพร่ขับเคลื่อนการดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบาง ภายใต้โครงการบูรณาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน ในพื้นที่จังหวัดแพร่	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;</strong>ตามที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดแพร่&nbsp;ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;84&nbsp;แห่ง&nbsp;ภายใต้โครงการบูรณาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนตัวชี้วัดจังหวัดแพร่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โดยได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ในการประชุมและลงนามความร่วมมือในการปฏิบัติราชการ&nbsp;(MOU)&nbsp;ตัวชี้วัดจังหวัดแพร่&nbsp;เสร็จเรียบร้อยแล้ว</p><p>และเพื่อให้การดำเนินการศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;บรรลุวัตถุประสงค์&nbsp;สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดแพร่&nbsp;จึงได้ทำหนังสือซึ่งลงนามโดยผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ไปถึงท้องถิ่นจังหวัดแพร่&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองแพร่&nbsp;นายอำเภอทุกอำเภอ&nbsp;โดยให้อำเภอแจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ทราบ&nbsp;เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&nbsp;ตามตัวชี้วัดของจังหวัดแพร่&nbsp;12&nbsp;เป้าหมายร่วม&nbsp;ซึ่งทุกหน่วยงานต้องบูรณาการร่วมกัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302132411564
275	จังหวัดกาญจนบุรีนำทุกภาคส่วนร่วมวางพานพุ่มถวายพระราชสักการะพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่ห้องประชุมบุษราคัม&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;</strong>นายรณภพ&nbsp;เวียงสิมมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มถวายพระราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เนื่องในงานวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;และประชาชนเข้าร่วมพิธี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>คณะรัฐมนตรีมีมติถวายพระราชสมัญญาแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช</strong>&nbsp;ให้เป็นพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;และกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติเพื่อเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ที่มีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทยและทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐาน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">จังหวัดกาญจนบุรีจึงได้จัดพิธีวางพานพุ่มถวายพระราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;ในงานวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อช่างฝีมือและการส่งเสริมพัฒนาช่างฝีมือไทย&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร</strong>&nbsp;ได้ทรงพระราชทานพระราชดำรัสเกี่ยวกับการช่างของไทย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2513&nbsp;ในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือช่างแห่งชาติ&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;ความตอนหนึ่งว่า&nbsp;ช่างทุกประเภท&nbsp;เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของทุกคน&nbsp;เพราะตลอดชีวิตของเรา&nbsp;ต้องอาศัยและใช้บริการ&nbsp;หรือสิ่งต่างๆ&nbsp;ที่มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่วัน&nbsp;ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับการเอาใจใส่สนับสนุนจากทุกๆ&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ยิ่งในสมัยปัจจุบันวิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้า&nbsp;ยิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษ&nbsp;เพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง&nbsp;ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณภาพดี&nbsp;และเพียงพอกับความต้องการ&nbsp;จากกระแสพระราชดำรัสดังกล่าว&nbsp;สะท้อนให้เห็นถึงสายพระเนตรอันยาวไกลที่มีพระราชดำริถึงความสำคัญของช่างฝีมือ&nbsp;ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อทุกคนในสังคม&nbsp;แม้จะผ่านมาถึง&nbsp;52&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ยังคงทันสมัยและนับวันจะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น&nbsp;ซึ่งกระทรวงแรงงานได้น้อมนำมาปฏิบัติ&nbsp;ในการพัฒนากำลังแรงงานให้มีฝีมือ&nbsp;พัฒนาสู่มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ทั้งด้านการผลิตสินค้าและบริการ&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ&nbsp;สร้างการยอมรับในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและประชาคมโลก</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ภัสร์ภรณ์&nbsp;เหลืองทองข่าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จิตริน&nbsp;มัชฌันติกะ&nbsp;&nbsp;ภาพนิ่ง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ทีมข่าวสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302131834562
276	จ.พระนครศรีอยุธยา จัดพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะและสดุดี พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย เพื่อน้อมรำลึกเนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ 2 มีนาคม 2565	"<p><strong>ที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;15&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;อำเภอนครหลวง&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะและถวายราชสดุดีแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จัดโดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;15&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;โดยมี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงาน&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ร่วมพิธี&nbsp;เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์&nbsp;ในโอกาสนี้&nbsp;ประธานฯ&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหาร&nbsp;ได้เยี่ยมชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติ&nbsp;เพื่อแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถด้านช่างของพระองค์&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ยังมีการออกบูธสาธิตในเรื่องของการพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;ระบบโซล่าเซลล์&nbsp;ระบบไฟฟ้า&nbsp;การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อีกทั้งได้รับความร่วมมือจากสถานประกอบกิจการและหน่วยงานต่างๆ&nbsp;นำผลผลิตนำมาแสดงภายในงานอีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>มติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;ได้ถวายพระราชสมัญญาแด่พระองค์</strong>ให้เป็น&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;พร้อมกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2513&nbsp;</p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(32,&nbsp;33,&nbsp;34);"">พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;</span>เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือช่างแห่งชาติ&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;และพระราชทานพระราชดำรัสเกี่ยวกับการช่างของไทย&nbsp;ความตอนหนึ่งว่า&nbsp;""...ช่างทุกประเภท&nbsp;เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของทุกคนเพราะตลอดชีวิตของเรา&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการ&nbsp;หรือสิ่งต่างๆ&nbsp;ที่มาจากฝีมือช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่สนับสนุนจากทุกๆ&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ยิ่งในสมัยปัจจุบันวิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้ายิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษ&nbsp;เพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง&nbsp;ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการ&nbsp;ในการส่งเสริมนั้นมีปัญหาอันควรจะได้พิจารณาช่วยเหลืออยู่สามประการ&nbsp;ประการแรก&nbsp;ปัญหาเรื่องการให้ความรู้ทางหลักวิชาการ&nbsp;และความรู้ทางการออกแบบ&nbsp;ประการที่สอง&nbsp;ปัญหาเรื่องฝีมือซึ่งจะต้องปรับปรุงให้มีความประณีตและประสิทธิภาพได้มาตรฐานจริงๆ&nbsp;และประการที่สาม&nbsp;ปัญหาเรื่องการจัดหางานและหาตลาด&nbsp;เพื่อช่วยให้ช่างได้มีงานทำ&nbsp;มีตลาดที่จะส่งสินค้าที่ผลิตได้ไปจำหน่าย&nbsp;การช่วยเหลือทั้งสามประการนี้&nbsp;จะต้องกระทำให้สอดคล้องกันไป&nbsp;เพื่อให้ช่างมีรายได้และผลกำไร&nbsp;สำหรับนำมาเป็นทุนรอนสร้างฐานะและความก้าวหน้า&nbsp;ข้าพเจ้าใคร่ขอฝากความคิดทั้งนี้ไว้เป็นแนวทางปฏิบัติของท่านทั้งหลายต่อไป...""&nbsp;จากกระแสพระราชดำรัสดังกล่าว&nbsp;สะท้อนให้เห็นถึงสายพระเนตรอันยาวไกลที่มีพระราชดำริถึงความสำคัญของช่างฝีมือ&nbsp;ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อทุกคนในสังคมจึงจำเป็นต้องพัฒนาให้มีมาตรฐานฝีมือ&nbsp;เพราะนั่นหมายถึงคุณภาพของสินค้าและบริการตลอดจนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อประเทศไทย&nbsp;แม้จะพระราชทานไว้เป็นเวลาผ่านมาถึง&nbsp;50&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ยังคงทันสมัยอยู่เสมอและนับวันจะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302132626567
277	จ.หนองคาย พิธีถวายราชสักการะฯ พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย	"<p><strong>จังหวัดหนองคาย</strong>&nbsp;จัดพิธีถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เนื่องใน&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปีพุทธศักราช&nbsp;2565</p><p><strong>ที่หอประชุมประจักษศิลปาคม</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดหนองคาย&nbsp;นายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เนื่องใน&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปีพุทธศักราช&nbsp;2565&nbsp;ที่จังหวัดหนองคาย&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานหนองคาย&nbsp;จัดให้มีขึ้น</p><p><strong>พิธีถวายราชสักการะฯ&nbsp;ที่จัดให้มีขึ้นในครั้งนี้</strong>&nbsp;เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;ที่พระองค์ทรงให้ความสนพระราชหฤทัยต่อความสำคัญของการช่างไทย&nbsp;และยังทรงพระปรีชาสามารถทางด้านงานช่าง&nbsp;เป็นอย่างมาก&nbsp;เมื่อทรงพระเยาว์&nbsp;ยามว่างจากการศึกษา&nbsp;ทรงนำสิ่งของเหลือใช้ภายในพระตำหนักประดิษฐ์เป็นของเล่นต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ด้วยพระองค์เองอยู่เสมอ&nbsp;พระองค์ทรงสนับสนุนให้พสกนิกรชาวไทยมีอาชีพ&nbsp;มีฝีมือ&nbsp;เพื่อเสริมสร้างรายได้&nbsp;เลี้ยงตนเองเลี้ยงครอบครัว&nbsp;และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ&nbsp;ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย&nbsp;คณะรัฐมนตรีจึงได้ถวายพระราชสมัญญา&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติในพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;และทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐานสากล&nbsp;รวมทั้งกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;คือ&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ""</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองคาย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302122854544
278	สนับสนุนเด็กเยาวชนรับการศึกษาศาสนาที่ถูกต้องในการอยู่ร่วมกัน	<p><strong>พลเอก คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า</strong> พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมนายสุชาติ  ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะ ลงพื้นที่ภาคใต้ตรวจราชการและติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้และการให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ โดยมีผู้นำศาสนาพุทธ ผู้นำศาสนาอิสลามและประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั้ง 5 จังหวัด ร่วมให้การต้อนรับและหารือร่วมกัน&nbsp;</p><p><strong>พลเอก ประวิตร กล่าวขอบคุณ</strong> ที่ร่วมกันขัดเกลาทางศาสนาที่ถูกต้องกับเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่องมาและแสดงความห่วงใยด้านการศึกษา ด้านสุขภาพอนามัยและการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมของเด็กและเยาวชนที่นับถือศาสนามุสลิมและพุทธในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่กระทำได้อย่างจำกัด จากการขาดการสนับสนุนงบประมาณ โดยเฉพาะการสนับสนุนอาหารกลางวันให้เด็กได้รับอาหารดี มีสุขภาพดี&nbsp;&nbsp;จึงได้สั่งการให้ ศอ.บต.เร่งจัดทำโครงการส่งเสริมสร้างคนดีตามหลักการทางศาสนาที่ถูกต้องทั้ง 2 ศาสนา เพื่อให้การสนับสนุนงบประมาณต่อไป ซึ่งโครงการดังกล่าว คาดว่าประชาชนจะได้ประโยชน์ประมาณ 615,000 คน&nbsp;</p><p>จากนั้น รับฟังรายงานสถานการณ์น้ำ การคาดการณ์ในพื้นที่ภาคใต้และการให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี จากผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 3 จังหวัด ที่ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส สรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคใต้ ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมใน 3 จังหวัดคือ จังหวัดปัตตานี ยะลา และจังหวัดนราธิวาส รวม 21 อำเภอ&nbsp;18,371 ครัวเรือน อยู่ระหว่างเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงจากระดับน้ำเอ่อล้นตลิ่งและท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโกลกในอำเภอรามันและอำเภอบันนังสตาร์ จังหวัดยะลา อำเภอสายบุรี และอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี รวมทั้งอำเภอแว้ง  สุคิริน ศรีสาคร สุไหงปาดี ตากใบ รือเสาะ จะแนะ และอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ความเสียหายรวม 49,000 ไร่&nbsp;สำหรับการให้การช่วยเหลือได้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการบรรเทาทุกข์เบื้องต้น&nbsp;พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์อพยพประชาชนในพื้นที่ ให้ช่วยเหลือเร่งด่วนและมอบถุงยังชีพกับผู้ประสบอุทกภัย</p><p><strong>พลเอก ประวิตร แสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยในพื้นที่</strong> และขอบคุณทุกส่วนราชการที่ให้การช่วยเหลือเร่งด่วนกับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;พร้อมทั้งย้ำให้ความสำคัญกับการทำงานเชิงรุกทั้งแจ้งเตือนและการป้องกันให้มากขึ้น โดยดึงทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมกันให้มากขึ้น&nbsp;และสั่งการให้กระทรวงมหาดไทย โดย ปภ.จังหวัดและ ศอ.บต.บูรณาการเร่งให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นการเร่งด่วน&nbsp;และย้ำให้ กระทรวงมหาดไทย ประสานกับกรมชลประทาน เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้คลี่คลายโดยเร็ว และวางแผนเร่งรัดการก่อสร้างพนังกั้นน้ำ ในจุดเสี่ยงอุทกภัยทั้ง 3 จังหวัด ได้แก่ ชุมชนตลาดมูโน๊ะ&nbsp;ชุมชนสุไหงไก-ลก และชุมชนต่อเนื่อง โดยต้องสร้างความเข้าใจและการยอมรับจากประชาชนในโครงการต่างๆ ที่จะช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่ระยะยาวไปพร้อมกัน&nbsp;สำหรับพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ขอให้เร่งสำรวจความเสียหายในพื้นที่ให้ครอบคลุมทั้งสิ่งปลูกสร้าง ผลกระทบทางอาชีพและสาธารณะประโยชน์ เพื่อให้การช่วยเหลือ ฟื้นฟูและเยียวยาประชาชนให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติโดยเร็วที่สุด&nbsp;</p><p>จากนั้น ได้มอบถุงยังชีพแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 3 จังหวัด เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนในแต่ละพื้นที่และเดินทางต่อไปเยี่ยมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ พร้อมทั้งพบปะให้กำลังใจประชาชนและแจกจ่ายถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่จำบลมูโนะ จังหวัดนราธิวาส</p><p><br></p><p>..</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302122634543
279	โควิดยะลา น่าห่วง  พบผู้ติดเชื้อรายวันต่อเนื่อง  ล่าสุดเพิ่ม 201 รายใหม่   ตรวจ ATK เจอบวกกว่าพัน	<p><strong>สำหรับสถานการณ์&nbsp;โควิด&nbsp;-19&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;ซึ่งมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;มาตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ล่าสุด&nbsp;วันนี้&nbsp;2&nbsp;มี.ค&nbsp;65&nbsp;มีรายงานจากทางสำนักงานสาธารณสุข&nbsp;ยะลา&nbsp;พบรายใหม่เพิ่มอีก&nbsp;31&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ที่&nbsp;201&nbsp;ราย&nbsp;จากเมื่อวานนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค&nbsp;65)&nbsp;มี&nbsp;ผู้ติดเชื้อ&nbsp;170&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ยอดป่วยสะสม&nbsp;2,771&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;6,749&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;2,434&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนผู้ติดเชื้อที่เข้าข่ายตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พบเพิ่ม&nbsp;1,185&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;สะสมรวม&nbsp;6,755&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ผู้ติดเชื้อ&nbsp;201&nbsp;รายใหม่&nbsp;&nbsp;พบกระจายไปทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ</strong>&nbsp;ของ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;โดยอำเภอเมืองยะลา&nbsp;มีผู้ป่วยมากสุดที่&nbsp;103&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;32&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;29&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.รามัน&nbsp;7&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.เบตง&nbsp;21&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;5&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;2&nbsp;&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ส่วนผลการตรวจคัดกรองตามมาตรการด้านสาธารณสุข&nbsp;รวมสะสม&nbsp;20,055&nbsp;ราย</p><p><strong>ในขณะที่บรรยากาศ&nbsp;การตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่จุดตรวจสะพานดำ</strong>&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;พบว่า&nbsp;ได้มีประชาชนกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ต้องสงสัยติดเชื้อจากการสัมผัสใกล้ชิด&nbsp;กับคนในครอบครัว&nbsp;เพื่อนร่วมงาน&nbsp;ที่ชุมชน&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ผู้ที่มีอาการใกล้เคียงทยอยเดินทางเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;กันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;Rapid&nbsp;Test&nbsp;&nbsp;ซึ่งจะทราบผลตรวจภายใน&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;หากพบผลเป็นบวกก็จะเข้าสู่กระบวนการรักษา&nbsp;ตามระบบต่อไปโดยจะมีทางเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำถึงขั้นตอนการรักษา&nbsp;ต่างๆ</p><p><strong>สำหรับที่ผ่านมาในระยะหลังมีผู้เข้าตรวจ&nbsp;วันละ&nbsp;กว่า&nbsp;80-100&nbsp;ราย&nbsp;</strong>&nbsp;ซึ่งในจำนวนนี้&nbsp;พบ&nbsp;ผลเป็นบวกในแต่ละวัน&nbsp;เกือบครึ่ง&nbsp;ของผู้ที่เข้ารับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;โดยทางเทศบาลนครยะลา&nbsp;ได้เชิญชวนให้ประชาชนเร่งรับวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;กระตุ้นภูมิ&nbsp;พร้อมทั้งปฎิบัติตนตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัดตลอดเวลา&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ที่ต้องการตรวจหาเชื้อโควิด&nbsp;ที่ศูนย์ตรวจแห่งนี้&nbsp;</strong>สามารถติดต่อจองคิว&nbsp;ได้ใน&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-15.00&nbsp;น.&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;&nbsp;094&nbsp;315&nbsp;7779&nbsp;&nbsp;หรือทางไลน์&nbsp;@&nbsp;YALACITY</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302131818561
280	ผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์ ประกอบพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ น้อมนำแนวทางส่งเสริมพัฒนาฝีมือแรงงานไทยให้ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ	"<p><strong>ที่สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานประจวบคีรีขันธ์&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;</strong>นายเสถียร&nbsp;เจริญเหรียญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ร่วมประกอบพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณและน้อมนำพระราชดำรัสของพระองค์มาเป็นแนวทางในการส่งเสริมพัฒนายกระดับฝีมือแรงงานไทยให้เป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ&nbsp;รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปและช่างฝีมือได้เห็นถึงประโยชน์ของมาตรฐานฝีมือแรงงานในการประกอบอาชีพ&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;ได้มอบป้ายมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติให้แก่สถานประกอบกิจการที่ผ่านการรับรอง&nbsp;จากนั้นได้เยี่ยมชมการจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติ&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการถวายพระราชสมัญญา&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย</strong>&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พร้อมทั้งกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปีเป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;และทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีมาตรฐาน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายศักดิ์ศรี&nbsp;เส้งเตง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานประจวบคีรีขันธ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการฝึกอบรมพัฒนาทักษะฝีมือให้แก่ลูกจ้าง&nbsp;ปัจจุบันมีกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;ให้สามารถยื่นคำขอกู้เงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม&nbsp;หรือการทดสอบมาตรฐาน&nbsp;โดยกู้ได้สูงสุดถึง&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีระยะเวลาชำระคืนภายใน&nbsp;12&nbsp;เดือน&nbsp;โดยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;มีการยกเว้นดอกเบี้ยให้&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;สถานประกอบกิจการยังได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้เพิ่มเติมอีกร้อยละร้อย&nbsp;ขณะเดียวกันจำนวนพนักงาน/ลูกจ้างที่ได้รับการฝึกอบรม&nbsp;หรือทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;สามารถนำไปยื่นประเมินเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานได้อีกด้วย&nbsp;โดยในปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;มีสถานประกอบการที่ได้รับการอนุมัติจากกองทุนจำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รายละ&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยขั้นตอนการยื่นเรื่องกู้ไม่ยุ่งยาก&nbsp;ใช้เวลาพิจารณาไม่นาน&nbsp;เพียงนำหลักฐานของสถานประกอบกิจการ&nbsp;พร้อมคำขอกู้ยืมเงินมายื่นที่สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดฯ&nbsp;โดยสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่เว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=""www.dsd.go.th/sdpaa&nbsp;""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">www.dsd.go.th/sdpaa&nbsp;</a></p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานประจวบคีรีขันธ์&nbsp;</strong>พร้อมที่จะจัดการฝึกอบรมในสาขาอาชีพต่างๆ&nbsp;และเป็นสถานที่ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;รองรับประชาชนที่ต้องการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะประเทศซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงแรงงานที่ให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	ประจวบคีรีขันธ์	สวท.ประจวบคีรีขันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302130647559
281	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ย้ำ คุรุสภาต้องมุ่งยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูเป็นสิ่งสำคัญ	<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ย้ำ คุรุสภาต้องมุ่งยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูเป็นสิ่งสำคัญ</strong></p><p><br></p><p><br></p><p>น.ส.ตรีนุช เทียนทอง&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานกรรมการคุรุสภา เป็นประธานในพิธีการจัดงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ครบรอบ 77 กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้ดำเนินการตามบทบาทขององค์กรตามพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 และพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ในปัจจุบันถือเป็นการดำเนินการตามภารกิจที่สำคัญต่อวิชาชีพครู ซึ่งเป็นวิชาชีพชั้นสูง การปฏิบัติตามภารกิจ นอกจากจะต้องใช้ความรู้ ความสามารถประสบการณ์และศักยภาพของพนักงานเจ้าหน้าที่ทุกคนแล้ว ยังต้องอาศัยความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่จะต้องร่วมมือดำเนินงาน โดยเฉพาะในเรื่องของการกำหนดมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ ซึ่งเป็นมาตรฐานนำไปสู่การรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา&nbsp;การดำเนินการออกและต่ออายุใบอนุญาต&nbsp;&nbsp;ประกอบวิชาชีพ การกำกับดูแลการประพฤติและการปฏิบัติตนตามมาตรฐานวิชาชีพจรรยาบรรณของวิชาชีพ การพัฒนาวิชาชีพและการยอย่องวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพ&nbsp;</p><p>รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้การดำเนินงานเพื่อให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง ในสถานการณ์ปัจจุบันของโลก เรื่องมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ มีความสำคัญมากต่อผู้เป็นครู และบุคลากรทางการศึกษา ดังนั้น บุคลากรของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ต้องใช้ความรู้ความสามารถดำเนินงานด้วยความมุ่งมั่น ยึดถือประโยชน์สมาชิกคุรุสภาที่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาอยู่ทั่วประเทศเป็นที่ตั้ง เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการสร้างมาตรฐานวิชาชีพ และการดูแลจรรยาบรรณวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เพื่อสร้างหลักประกันด้านคุณภาพการศึกษาแก่สังคม ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความศรัทธาให้บังเกิดแก่องค์กรวิชาชีพครูต่อไป</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302124042548
282	พล.อ.ประวิตร ลง 3 จชต.พบผู้นำศาสนา สนับสนุนเด็กเยาวชนรับการศึกษาศาสนาที่ถูกต้องในการอยู่ร่วมกัน พร้อมทั้งเยี่ยมให้กำลังใจช่วยประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;พร้อม&nbsp;คณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้</strong>&nbsp;<strong>รวมทั้งให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;</strong>โดยมีผู้นำศาสนาพุทธ&nbsp;ผู้นำศาสนาอิสลามและประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั้ง&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;ให้การต้อนรับและหารือร่วมกัน&nbsp;พล.อ.ประวิตร&nbsp;ได้กล่าวขอบคุณที่ร่วมกันขัดเกลาทางศาสนาที่ถูกต้องกับเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่องมา&nbsp;แสดงความห่วงใยด้านการศึกษา&nbsp;ด้านสุขภาพอนามัย&nbsp;การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมของเด็กและเยาวชนที่นับถือศาสนามุสลิมและพุทธในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;จึงสั่งการให้&nbsp;ศอ.บต.เร่งจัดทำโครงการส่งเสริมสร้างคนดีตามหลักการทางศาสนาที่ถูกต้องทั้ง&nbsp;2&nbsp;ศาสนา&nbsp;เพื่อให้การสนับสนุนงบประมาณต่อไป&nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าว&nbsp;คาดว่าประชาชนจะได้ประโยชน์ประมาณ&nbsp;615,000&nbsp;คน</p><p><strong>ต่อจากนั้น&nbsp;ได้รับฟังรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคใต้และการให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ยะลา&nbsp;และปัตตานี</strong>&nbsp;จากผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ภาพรวมปัจจุบันยังคงมีนำ้ท่วมใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;รวม&nbsp;21&nbsp;อำเภอ&nbsp;18,371&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;อยู่ระหว่างเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงจากระดับน้ำเอ่อล้นตลิ่งและท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;บริเวณแม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโกลก&nbsp;ความเสียหายรวม&nbsp;49,000&nbsp;ไร่ได้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่&nbsp;และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการบรรเทาทุกข์เบื้องต้น&nbsp;พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์อพยพประชาชนในพื้นที่&nbsp;ให้ช่วยเหลือเร่งด่วนและมอบถุงยังชีพกับผู้ประสบอุทกภัย</p><p><strong>พล.อ.ประวิตร&nbsp;ได้แสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยในพื้นที่</strong>&nbsp;สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย&nbsp;โดย&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;และ&nbsp;ศอ.บต.บูรณาการเร่งให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบเร่งด่วน&nbsp;ย้ำให้กระทรวงมหาดไทย&nbsp;ประสานกับ&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้คลี่คลายโดยเร็ว&nbsp;วางแผนเร่งรัดการก่อสร้างพนังกั้นน้ำ&nbsp;ในจุดเสี่ยงอุทกภัยทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัดได้แก่&nbsp;ชุมชนตลาดมูโน๊ะ&nbsp;ชุมชนสุไหงไก-ลก&nbsp;และชุมชนต่อเนื่อง&nbsp;โดยต้องสร้างความเข้าใจและการยอมรับจากประชาชนในโครงการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่จะช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่ระยะยาวไปพร้อมกัน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว&nbsp;ให้เร่งสำรวจความเสียหายในพื้นที่ให้ครอบคลุม&nbsp;</strong>ทั้งสิ่งปลูกสร้าง&nbsp;ผลกระทบทางอาชีพและสาธารณะประโยชน์&nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือ&nbsp;ฟื้นฟูและเยียวยาประชาชนให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติโดยเร็วที่สุด&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ได้มอบถุงยังชีพแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัด</strong>&nbsp;เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนในแต่ละพื้นที่&nbsp;และเดินทางต่อไปเยี่ยมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่&nbsp;พร้อมทั้งพบปะให้กำลังใจประชาชนและแจกจ่ายถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่&nbsp;ต.มูโนะ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302133548573
283	จ.สุรินทร์ ตรวจสอบการทำงานของคนต่างด้าวในพื้นที่อำเภอเมืองสุรินทร์ เตรียมจ้างแรงงานตามมาตรา 64	<p><strong>นายเดช&nbsp;ผุยคำสิงห์&nbsp;นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนจัดหางานจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานจัดหางานจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบการทำงานของคนต่างด้าว&nbsp;อำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;ในสถานประกอบการ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;บริษัททวีกิจก่อสร้างจังหวัดสุรินทร์&nbsp;พบมีการจ้างแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;บริษัทพูนผลอโกร&nbsp;จำกัด&nbsp;จ้างแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา&nbsp;8&nbsp;คน&nbsp;โรงสีชัยรุ่งเรือง&nbsp;จ้างแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา&nbsp;17&nbsp;คน&nbsp;และโรงน้ำแข็งวรรณเทพสุรินทร์&nbsp;จ้างชาวกัมพูชา&nbsp;43&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งทั้งที่&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ไม่พบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายแต่อย่างใด&nbsp;</p><p><strong>พร้อมแนะนำให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19</strong>&nbsp;เคร่งครัด&nbsp;และการห้ามเคลื่อนย้ายแรงงาน&nbsp;ขอความร่วมมือมิให้รับแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเข้าทำงานหรือเข้าพัก&nbsp;หากฝ่าฝืนจะมีโทษตามหกฎหมาย&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302125736555
284	จ.เลย  จัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;จังหวัดเลย</strong>&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดเลย&nbsp;ประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดเพื่อถวายราชสักการะ&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในฐานะทรงเป็นพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาประชาคมอำเภอเมืองเลยจังหวัดเลย&nbsp;โดยมีนายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;เป็นประธานในพิธี&nbsp;และหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ร่วมวางพานพุ่ม</p><p><strong>สำหรับการจัดพิธีดังกล่าว</strong>&nbsp;จัดขึ้นเนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติซึ่งตรงกับวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ที่ทรงมีพระปรีชาสามารถทางด้านช่างเป็นที่ประจักษ์แก่คนทั่วไป&nbsp;ให้ทุกภาคส่วนพร้อมแรงงานไทย&nbsp;ตระหนักและเห็นความสำคัญของมาตรฐานของฝีมือแรงงาน&nbsp;โดยภายในงานมีการจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;น้อมรำลึกในพระปรีชาสามารถและพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;อันหาที่สุดมิได้&nbsp;ที่ทรงเล็งเห็นและให้ความสำคัญแก่วงการช่างฝีมือไทย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สวท.เลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302125809556
285	จ.ลำปาง ประกอบพิธีวางพานพุ่ม ถวายราชสดุดีพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย	"<p><strong>ข้าราชการ&nbsp;และประชาชนชาวลำปาง&nbsp;ร่วมประกอบพิธีวางพานพุ่มถวายราชสดุดี&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;""</strong>พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""</p><p><strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีนำคณะผู้บริหาร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานองค์กรภาครัฐ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และข้าราชการจากสังกัดหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ทั้งฝ่ายพลเรือน&nbsp;อัยการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ตลอดจนตัวแทนประชาชนชาวลำปางทุกหมู่เหล่า&nbsp;ร่วมประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สด&nbsp;เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ร่วมน้อมถวายราชสดุดีประกาศเทิดพระเกียรติคุณ&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;โดยได้มีการประกอบพิธีขึ้น&nbsp;ที่อาคารหอประชุมจังหวัดลำปาง&nbsp;ตำบลพระบาท&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;เพื่อน้อมเกล้าฯ&nbsp;รวมใจเหล่าพสกนิกรชาวลำปางถวายความจงรักภักดี&nbsp;ร่วมน้อมรำลึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ที่พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถทางด้านการช่าง&nbsp;ทรงเป็นแบบอย่างและแรงจูงใจต่อแรงงานไทย&nbsp;ทั้งทรงพระเมตตาให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้ก้าวไปสู่ความมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ</p><p><strong>พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;</strong>พระองค์ทรงมีความสนพระราชหฤทัยในงานช่าง&nbsp;มาตั้งแต่ยังทรงศึกษาอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ทรงได้ประดิษฐ์ของเล่นด้วยพระองค์เอง&nbsp;และแม้ภายหลังจะได้เสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติแล้ว&nbsp;ยังคงมีความสนพระราชหฤทัยในงานช่างอยู่เสมอ&nbsp;ดังผลงานช่างชิ้นหนึ่งที่ได้แสดงถึงพระปรีชาสามารถ&nbsp;คือ&nbsp;""ผลงานการออกแบบและต่อเรือใบ""&nbsp;เพื่อใช้ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;เมื่อปีพุทธศักราช&nbsp;2510&nbsp;และได้ทรงชนะเลิศการแข่งขัน&nbsp;นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ยังทรงมีผลงานฝีมือและงานประดิษฐ์ที่เป็นที่รู้จักได้รับการยอมรับและขนานนามไปทั่วโลก&nbsp;อย่างเช่นกังหันน้ำชัยพัฒนา&nbsp;และฝนหลวง&nbsp;จึงเป็นที่ประจักษ์ได้ว่าพระองค์ทรงมีพระปรีชาชาญในงานช่างอย่างแท้จริง&nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;จึงเห็นสมควรประกาศถวายพระราชสมัญญา&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปีเป็น&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ""</p><p><strong>เนื่องในโอกาสที่&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ""&nbsp;</strong>ได้เวียนมาบรรจบครบอีกวาระหนึ่ง&nbsp;พสกนิกรชาวลำปางทุกหมู่เหล่าต่างซาบซึ้งสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้&nbsp;จึงได้พร้อมใจร่วมกันประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดต่อเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์&nbsp;เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี&nbsp;ถวายราชสดุดีประกาศก้องถึงพระเกียรติคุณของ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ในฐานะผู้ทรงเป็น&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;พร้อมกันนี้ได้จัดนิทรรศการเผยแพร่พระเกียรติคุณ&nbsp;พระปรีชาสามารถ&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ข้าราชการ&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;และประชาชนทั่วไปได้รู้ถึงความเป็นมาเกี่ยวกับ&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ""&nbsp;โดยโอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางพร้อมกับประชาชนชาวลำปางทุกหมู่เหล่า&nbsp;ที่ได้มาร่วมในงานพิธีต่างได้ร่วมแสดงความน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการพระราชกรณียกิจ&nbsp;ชื่นชมพระอัจฉริยภาพ&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกถึงพระเมตตาคุณและพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นไพศาลหาที่สุดมิได้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302133733574
286	ประจวบคีรีขันธ์ ประกอบพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ	"<p><strong>ผู้ว่าฯ&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ประกอบพิธีถวายราชสักการะ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;น้อมนำแนวทางส่งเสริมพัฒนาฝีมือแรงงานไทยให้ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ</strong></p><p>&nbsp;</p><p><strong>ที่สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานประจวบคีรีขันธ์&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์</strong>&nbsp;นายเสถียร&nbsp;เจริญเหรียญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ร่วมประกอบพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณและน้อมนำพระราชดำรัสของพระองค์มาเป็นแนวทางในการส่งเสริมพัฒนายกระดับฝีมือแรงงานไทยให้เป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ&nbsp;รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปและช่างฝีมือได้เห็นถึงประโยชน์ของมาตรฐานฝีมือแรงงานในการประกอบอาชีพ&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;ได้มอบป้ายมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติให้แก่สถานประกอบกิจการที่ผ่านการรับรอง&nbsp;จากนั้นได้เยี่ยมชมการจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติ&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการถวายพระราชสมัญญา&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย</strong>&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พร้อมทั้งกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;และทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีมาตรฐาน&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายศักดิ์ศรี&nbsp;เส้งเตง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานประจวบคีรีขันธ์&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการฝึกอบรมพัฒนาทักษะฝีมือให้แก่ลูกจ้าง&nbsp;ปัจจุบันมีกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;ให้สามารถยื่นคำขอกู้เงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม&nbsp;หรือการทดสอบมาตรฐาน&nbsp;โดยกู้ได้สูงสุดถึง&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีระยะเวลาชำระคืนภายใน&nbsp;12&nbsp;เดือน&nbsp;โดยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;มีการยกเว้นดอกเบี้ยให้&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;สถานประกอบกิจการยังได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้เพิ่มเติมอีกร้อยละร้อย&nbsp;ขณะเดียวกันจำนวนพนักงาน/ลูกจ้างที่ได้รับการฝึกอบรม&nbsp;หรือทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;สามารถนำไปยื่นประเมินเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานได้อีกด้วย&nbsp;โดยในปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;มีสถานประกอบการที่ได้รับการอนุมัติจากกองทุนจำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รายละ&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยขั้นตอนการยื่นเรื่องกู้ไม่ยุ่งยาก&nbsp;ใช้เวลาพิจารณาไม่นาน&nbsp;เพียงนำหลักฐานของสถานประกอบกิจการ&nbsp;พร้อมคำขอกู้ยืมเงินมายื่นที่สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดฯ&nbsp;โดยสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่เว็บไซต์<a&nbsp;href=""&nbsp;www.dsd.go.th/sdpaa""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">&nbsp;www.dsd.go.th/sdpaa</a></p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานประจวบคีรีขันธ์</strong>&nbsp;พร้อมที่จะจัดการฝึกอบรมในสาขาอาชีพต่างๆ&nbsp;และเป็นสถานที่ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;รองรับประชาชนที่ต้องการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะประเทศซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงแรงงานที่ให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	ประจวบคีรีขันธ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302144448622
287	แนะเสพข่าวพอประมาณวันละ 1-2 ครั้งเพื่อไม่ตกข่าว ไม่ควรตามอ่านทุกข่าว	<p><strong>พญ.อัมพร&nbsp;เบญจพลพิทักษ์&nbsp;อธิบดีกรมสุขภาพจิต</strong>&nbsp;กล่าวถึงกรณีกระแสสังคมและสื่อมวลชนให้ความสนใจติดตามนำเสนอข่าวการจากไปของแตงโม&nbsp;นิดา&nbsp;ดาราสาวตกแม่น้ำเจ้าพระยาเสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ว่า&nbsp;สังคมไทยเป็นสังคมที่เห็นอกเห็นใจกัน&nbsp;การจากไปของคนมีชื่อเสียงและเป็นที่รัก&nbsp;ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกคนจะรู้สึกสะเทือนใจ&nbsp;ท่ามกลางการส่งกำลังใจ&nbsp;อาจจะมีบางเหตุการที่ชวนให้เกิดความไม่สบายใจ&nbsp;หรือความสงสัยในบางบุคคล&nbsp;ซึ่งกลไกตรงนี้อาจเป็นประเด็นให้การสูญเสีย&nbsp;หรือการจากไปตรงนี้เกิดการค้นหาข้อมูล&nbsp;ในยุคที่ทุกคนสามารถเป็นสื่อได้ด้วยตัวเอง&nbsp;จากอินเทอร์เน็ต&nbsp;จากโซเชียลมีเดีย&nbsp;ซึ่งการค้นหา&nbsp;การสืบด้วยตัวเองเช่นนี้กลายเป็นกระแสที่ทำให้ทั้งสังคมรับรู้ทั้งจากสื่อกระแสหลักและสื่อที่ว่ากันเองโดยประชาชน&nbsp;ความสับสนเกิดขึ้นได้มาก&nbsp;การตั้งข้อสงสัยการมองกันในเชิงลบเป็นอารมณ์ที่ปลุกเร้ากันได้ง่าย&nbsp;การรับสื่อเช่นนี้&nbsp;วนไปเรื่อยๆ&nbsp;และมีการก้าวล่วงความเป็นส่วนตัวโดยไม่ได้คาดถึงผลต่อผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นประเด็นที่ต้องระวัง&nbsp;</p><p><strong>อีกเรื่องคือ&nbsp;การเสพข่าวหมุนวนเรื่องเดิมๆ</strong>&nbsp;อาจทำให้เกิดอารมณ์ทางลบ&nbsp;เช่น&nbsp;อารมณ์โกรธซ้อนไปบนความโศกเศร้า&nbsp;ยิ่งซ้ำเติมบาดแผลในใจของญาติผู้สูญเสีย&nbsp;ทุกครั้งที่มีข่าว&nbsp;หรือเห็นการพูดถึงเหตุการณ์นี้จะทำให้ผู้สูญเสียที่เจ็บปวดจะยิ่งจมอยู่กับความทุกข์มากขึ้น&nbsp;รบกวนกระบวนการเยียวยาจิตใจตามธรรมชาติ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;เมื่อสังคมปลุกเร้ากันเองเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ</strong>&nbsp;มีโอกาสแทรกแซงกระบวนการต่างๆ&nbsp;การดำเนินคดีและถึงขั้นด่วนตัดสินคนบางคนจากสิ่งที่ยังไม่ชัดเจน&nbsp;ทำให้คนนั้นตายทั้งเป็นได้&nbsp;เป็นสิ่งที่สังคมพึงระวัง&nbsp;ควรแสดงความเข้าใจต่อการสูญเสีย&nbsp;แต่ไม่ควรด่วนตัดสิน&nbsp;หรือขยายความสูญเสีย</p><p><strong>แนะประชาชนเสพข่าว&nbsp;หรือดรามาพอประมาณ</strong>&nbsp;หากรู้ตัวว่าเริ่มเสพมากจนมีผล&nbsp;ให้ดูแค่วันละ&nbsp;1-2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ตามเรื่องจากคนรอบโดยไม่ต้องตามอ่านทุกข่าว&nbsp;สำหรับสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเสพดรามาจนเริ่มมีผลกระทบต่อตัวเอง&nbsp;อาการอย่างเบาคือ&nbsp;กินไม่ค่อยได้&nbsp;นอนไม่ค่อยหลับ&nbsp;คิดวนเวียนแต่กับเรื่องนี้&nbsp;มีการเรียนรู้และเลียนแบบ&nbsp;เห็นคนอินก็อินตาม&nbsp;เห็นคนตามข่าวก็ตามตามกัน&nbsp;อาการเริ่มหนักคือ&nbsp;เสพข่าวจนเบียดเบียนกิจกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน&nbsp;ไม่ทำสิ่งที่เคยทำ&nbsp;เกิดการเปลี่ยนแปลงสัมพันธ์ภาพคือ&nbsp;อินมากจนถกเถียง&nbsp;ขัดแย้งกับคนอื่น&nbsp;ส่วนกรณีมีทั้งสื่อและคนจำนวนมากออกาจำลองเหตุการณ์ทบสอบนั้น&nbsp;หากจำลองด้วยความรู้&nbsp;ความระวังตัว&nbsp;ถือเป็นประโยชน์เพื่อการเรียนรู้&nbsp;แต่หากเลียนแบบเพื่อส่งเป็นไวรัล&nbsp;โดยไม่รู้ความจริง&nbsp;จะยิ่งซ้ำแผลทางใจของผู้สูญเสียให้หายช้าขึ้น</p><p><br></p><p><br></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302145538632
288	กลุ่มจังหวัดภาคกลาง สัมมนาการขับเคลื่อนจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง	<p><strong>คณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;และสำนักงาน&nbsp;ก.พ.ร.&nbsp;ร่วมผลักดันการขับเคลื่อนจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง&nbsp;เริ่มกลุ่มจังหวัดภาคกลางก่อนที่จะดำเนินการไปยังกลุ่มจังหวัดอื่นๆ&nbsp;ภายในเดือนเมษายนนี้</strong></p><p><br></p><p><strong>ที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมสัมมนาการขับเคลื่อนจังหวัด</strong>ที่มีผลสัมฤทธิ์สูง&nbsp;โดยคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;และสำนักงาน&nbsp;ก.พ.ร.&nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกล&nbsp;เพื่อผลักดันให้มีจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง&nbsp;สามารถบูรณาการงาน&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ&nbsp;ที่เกิดขึ้นให้กับประชาชนร่วมกัน&nbsp;เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนได้อย่างทั่วถึง&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;ลดขั้นตอนในการบริการ&nbsp;ไม่เกิดความล่าช้า&nbsp;โดยกรอบแนวทางการขับเคลื่อนจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;มีจำนวน&nbsp;4&nbsp;มิติ&nbsp;หลายประเด็นที่สำคัญ&nbsp;ซึ่งรูปแบบการพัฒนาจะเป็นการนำระบบดิจิทัลมาใช้ในการทำงาน&nbsp;การพัฒนานวัตกรรมของรัฐ&nbsp;การพัฒนาไปสู่ราชการระบบเปิดและการพัฒนาสู่การบริการภาครัฐที่เป็นเลิศ</p><p><strong>สำหรับการสัมมนาการขับเคลื่อนจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง&nbsp;จะจัดขึ้น&nbsp;7&nbsp;ครั้ง&nbsp;</strong>ตามภูมิภาคต่างๆ&nbsp;ภายในเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในกลุ่มจังหวัดภาคกลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;จังหวัด&nbsp;โดยได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้บรรลุเป้าหมาย&nbsp;สาระสำคัญและการขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน&nbsp;การติดตามความคืบหน้า&nbsp;ข้อสังเกต&nbsp;และข้อเสนอแนะที่ผ่านมาต่อการขับเคลื่อนจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง&nbsp;การขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล&nbsp;ในประเด็นการนำระบบดิจิทัลมาใช้ปรับกระบวนงานภาครัฐและการให้บริการประชาชน&nbsp;การขับเคลื่อน&nbsp;และนโยบาย&nbsp;การขับเคลื่อนจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง&nbsp;ตลอดจนรับฟังความคิดเห็น&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;ประเด็นปัญหาข้อขัดข้อง&nbsp;การบริหารราชการแผ่นดินที่ต้องการลดเงื่อนไขนำไปสู่ข้อเสนอการบริหารราชการในภาพรวม&nbsp;ทั้งด้านระบบงาน&nbsp;ระบบแผน&nbsp;ระบบงบประมาณและระบบบริหารงานบุคคล&nbsp;หลังจากนี้จะนำข้อมูลจากทุกกลุ่มภาคจังหวัดนำมาพัฒนาให้เห็นเป็นรูปธรรมต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302164427707
289	รองผู้ว่าฯยะลา นำส่วนราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เอกชน และประชาชน  ถวายราชสักการะพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย เนืองในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2565	"<p><strong>นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>เป็นประธานวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายเครื่องราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;พนักงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;เอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมวางพานพุ่มดอกไม้สดอย่างพร้อมเพรียง&nbsp;เป็นไปตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมเทศบาลนค&nbsp;ยะลา&nbsp;สำนักงานเทศบาลนครยะลา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;24&nbsp;ยะลา&nbsp;จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;เป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตรที่มีต่อวงการช่างไทย&nbsp;ด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;เห็นชอบการถวายพระราชสมัญญา&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;แด่&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;24&nbsp;ยะลา&nbsp;จึงได้กำหนดจัดงานวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ</strong>&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;และทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐาน&nbsp;และเป็นการสร้างแรงกระตุ้นให้แก่แรงงานไทยให้ได้การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และตระหนักถึงความสำคัญของ&nbsp;""มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;เพราะเป็นประโยชน์ทั้งแก่&nbsp;ผู้ใช้แรงงาน&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และผู้รับบริการ&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ประกอบการสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการคัดเลือกบุคคลที่มีทักษะความรู้</strong>&nbsp;เข้าปฏิบัติงานในองค์กร&nbsp;ส่วนพนักงานจะได้ทราบระดับทักษะฝีมือและข้อบกพร่อง&nbsp;เพื่อนำไปพัฒนาฝีมือแรงงานให้สูงขึ้น&nbsp;ขณะที่สังคมและผู้รับบริการ&nbsp;จะได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ&nbsp;กิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วยการแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ&nbsp;ของหน่วยงานกระทรวงแรงงาน&nbsp;นิทรรศการวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302132434565
290	จังหวัดตรัง  ประชุม Morning Brief ติดตามสถานการณ์โควิด 19  พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสอบสวนและชี้แจงข้อเท็จจริงกับทางญาติและประชาชน  กรณีสื่อมวลชนนำเสนอข่าว  เรื่องผู้เสียชีวิตเนื่องจากติดโควิดในโรงพยาบาล	<p><strong>ที่เรือนสโมสร&nbsp;จวนผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานกิจกรรม&nbsp;สภากาแฟยามเช้า&nbsp;(Morning&nbsp;Brief)&nbsp;หารือการปฏิบัติราชการประจำสัปดาห์&nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;โดยมีนายไพบูลย์&nbsp;โอมาก,นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตามที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าว</strong>&nbsp;เรื่องผู้เสียชีวิตเนื่องจากติดโควิดในโรงพยาบาลตรัง&nbsp;ได้สั่งการให้ทางโรงพยาบาลตรัง&nbsp;เร่งสอบสวนข้อเท็จจริงและรายงานข้อมูลกลับมายังจังหวัดโดยด่วน&nbsp;รวมถึงชี้แจงข้อเท็จจริงกับทางญาติและพี่น้องประชาชนว่า&nbsp;สาเหตุการเสียชีวิตเป็นอย่างไร&nbsp;สาเหตุของการติดเป็นอย่างไร&nbsp;มาจากที่ไหน&nbsp;และจะมีแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างไรด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302132533566
291	นิพนธ์ ร่วมเป็นสักขีพยานท้องถิ่น เพิ่มประสิทธิภาพเร่งรัดจัดเก็บภาษีรถยนต์ค้างจ่าย นำรายได้กระจายการพัฒนาท้องถิ่นไปสู่การพัฒนาประเทศ	<p><strong>ที่อาคารสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;</strong>นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการประสานความร่วมมือเพื่อการดำเนินการเร่งรัดจัดเก็บภาษีประจำปีสำหรับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์และกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกระหว่าง&nbsp;สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;กรมการขนส่งทางบก&nbsp;อบจ.กระบี่&nbsp;และ&nbsp;อบจ.สงขลา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายประยูร&nbsp;รัตนเสนีย์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.กระบี่&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.สงขลา&nbsp;ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงฯ&nbsp;และมีรองศาสตราจารย์&nbsp;วีระศักดิ์&nbsp;เครือเทพ&nbsp;ประธานอนุกรรมการเฉพาะกิจ&nbsp;เพื่อการพัฒนาการจัดเก็บภาษีรายได้ให้แก่&nbsp;อปท.&nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้ด้วย</p><p><strong>สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ</strong>ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;พ.ศ.&nbsp;๒๕๔๒&nbsp;กำหนดการจัดสรรรายได้จากภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์ให้แก่&nbsp;อปท.&nbsp;ซึ่งคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่&nbsp;อปท.&nbsp;ได้พิจารณาเห็นชอบหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์ให้แก่&nbsp;อปท.&nbsp;และประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลใช้บังคับมาตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2543&nbsp;มาจนถึงปัจจุบัน&nbsp;ซึ่งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อพัฒนาการจัดเก็บรายได้ของ&nbsp;อปท.&nbsp;ได้พิจารณาเรื่อง&nbsp;แนวทางการแก้ไขปัญหาภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์ที่ค้างชำระให้แก่&nbsp;อปท.&nbsp;ตามที่สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย&nbsp;ได้ขอหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหาภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์ที่ค้างชำระเป็นจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อการพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;เพราะต้องใช้งบประมาณในการดำเนินงาน&nbsp;จึงจัดการประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;กรมการขนส่งทางบก&nbsp;สมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์ที่ค้างชำระให้แก่&nbsp;อปท.&nbsp;และเพื่อให้การดำเนินการเร่งรัดจัดเก็บภาษีประจำปีสำหรับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์และรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกที่จดทะเบียนใน&nbsp;จ.กระบี่&nbsp;และ&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;ที่ค้างชำระได้มากขึ้นและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และส่งเสริมให้เจ้าของรถได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้ง&nbsp;สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กรมการขนส่งทางบก</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;อบจ.กระบี่&nbsp;และ&nbsp;อบจ.สงขลา&nbsp;สามารถปฏิบัติงานสนับสนุนการจัดเก็บภาษีประจำปีสำหรับรถที่จดทะเบียน&nbsp;ในจังหวัดดังกล่าว&nbsp;ที่ค้างชำระภาษีประจำปีสำหรับรถของกรมการขนส่งทางบก&nbsp;และสนับสนุนการประชาสัมพันธ์&nbsp;เชิญชวน&nbsp;และอำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าของรถยนต์สามารถชำระภาษีประจำปีสำหรับรถและค่าธรรมเนียมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น</p><p><strong>นายนิพนธ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การลงนามบันทึกข้อตกลงฯ&nbsp;ในวันนี้&nbsp;</strong>เป็นนิมิตหมายอันดีในการที่จะขับเคลื่อนการจัดเก็บภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์และรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกที่จดทะเบียนในจังหวัดกระบี่&nbsp;และจังหวัดสงขลา&nbsp;ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&nbsp;โดยทั้ง&nbsp;5&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;จะได้ประสานความร่วมมือกันเป็นภาคีเครือข่ายหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน&nbsp;ตนขอขอบคุณหน่วยที่เกี่ยวข้อง&nbsp;คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อพัฒนาการจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ที่ได้ดำเนินการประชุมเพื่อพิจารณาผลักดันในเรื่องนี้มาเป็นระยะยาวนานถึง&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;</p><p><strong>โดยมองว่า&nbsp;การลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการประสาน</strong>ความร่วมมือเพื่อการดำเนินการเร่งรัดจัดเก็บภาษีประจำปี&nbsp;สำหรับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์&nbsp;และกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกระหว่าง&nbsp;สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;กรมการขนส่งทางบก&nbsp;อบจ.&nbsp;กระบี่&nbsp;และ&nbsp;อบจ.&nbsp;สงขลา&nbsp;ในวันนี้&nbsp;จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญอย่างยิ่ง&nbsp;ในการผลักดัน&nbsp;อปท.&nbsp;ให้มีการพัฒนาแหล่งรายได้จากที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่&nbsp;อปท.&nbsp;สมควรจะได้รับมาเป็นเวลานานแล้ว&nbsp;เช่น&nbsp;กรณี&nbsp;อบจ.สงขลา&nbsp;ที่มีภาษีคงค้างกว่า&nbsp;200&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จากภาพรวมทั้งประเทศกว่า&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หากสัดส่วนการจัดเก็บภาษีในส่วนนี้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด&nbsp;ก็จะสามารถงบประมาณดังกล่าวไปพัฒนาท้องถิ่นและพัฒนาประเทศชาติต่อไปได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302133735575
292	จ.ลำปางพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ เพิ่ม 380 ราย	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม&nbsp;380&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;จำนวน&nbsp;380&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ติดเชื้อยืนยันตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;จำนวน&nbsp;34&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;จำนวน&nbsp;3461&nbsp;ราย&nbsp;สถานการณ์ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;9,228&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;3,320&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้วสะสม&nbsp;5,899&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;(ไม่นับรวมทันฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง)</p><p><strong>ด้านสถานการณ์คลัสเตอร์ทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง&nbsp;ตำบลปงยางคก&nbsp;อำเภอห้างฉัตร&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>วันนี้ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มเติม&nbsp;และหายป่วยเพิ่ม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสมจำนวน&nbsp;1,011&nbsp;ราย&nbsp;และหายป่วยสะสม&nbsp;1,011&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันเดียวกัน</strong>&nbsp;จังหวัดลำปางวัคซีนไปแล้ว&nbsp;1,154,959&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;492,989&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;474,749&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;181,974&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;5,427&nbsp;คน</p><p><strong>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;DMHTT</strong>&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัย&nbsp;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนโควิด-19&nbsp;ลำปาง&nbsp;โทร.&nbsp;093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;ในวันเวลาราชการ&nbsp;และวันเสาร์-อาทิตย์&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน&nbsp;และขอเชิญชวนชาวลำปางซึ่งมีอายุ&nbsp;5&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;เข้ารับบริการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;และฉีดกระตุ้นในเข็มที่&nbsp;3&nbsp;ให้เร็วที่สุด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302134802583
293	ผู้ว่าฯ ตรัง กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งผลิตสื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เรื่องการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 เจอ-แจก-จบ เผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ รวมถึงเสียงตามสาย	"<p><strong>ที่เรือนสโมสร&nbsp;จวนผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานกิจกรรม&nbsp;สภากาแฟยามเช้า&nbsp;(Morning&nbsp;Brief)&nbsp;หารือการปฏิบัติราชการประจำสัปดาห์&nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;โดยได้ติดตามระบบการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;แบบผู้ป่วยนอก&nbsp;หรือ&nbsp;เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ&nbsp;ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้เริ่มดำเนินการเมื่อวานนี้&nbsp;(1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;เป็นวันแรก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;นายแพทย์สินชัย&nbsp;&nbsp;รองเดช&nbsp;&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;แนวทางการจัดบริการดูแลรักษาโรคโควิด-19&nbsp;โดยจัดระบบบริการเพิ่มขึ้นแบบผู้ป่วยนอก&nbsp;คือ&nbsp;ตรวจผู้ที่สงสัย&nbsp;หรือมีความเสี่ยงว่าจะติดเชื้อ&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หากพบผลเป็นบวก&nbsp;แพทย์จะพิจารณาความเสี่ยงและโรคประจำตัว&nbsp;หากไม่มีความเสี่ยงจะให้การรักษาแบบผู้ป่วยนอกและกลับไปแยกกักตัวที่บ้าน&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามความสมัครใจ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ป่วยติดเชื้อจะได้รับยาตามระดับอาการ&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;</strong>คือ&nbsp;กลุ่มยาตามอาการ&nbsp;3&nbsp;สูตร&nbsp;เช่น&nbsp;ลดไข้&nbsp;แก้ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ขับเสมหะ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ยาฟ้าทะลายโจร&nbsp;และยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์&nbsp;และจะมีการติดตามอาการ&nbsp;หรือที่เรียกว่า&nbsp;""เจอ&nbsp;-&nbsp;แจก&nbsp;-&nbsp;จบ""&nbsp;หมายถึง&nbsp;เมื่อเจอว่าติดเชื้อ&nbsp;จะแจกยา&nbsp;แจกเอกสารให้ความรู้การกักตัวเองที่บ้าน&nbsp;(Self&nbsp;Isolation)&nbsp;ข้อแนะนำการรับประทานยาและผลข้างเคียง&nbsp;และจบด้วยการลงทะเบียนอยู่ในระบบบริการหรือรับไว้ดูแลแบบครบวงจร&nbsp;&nbsp;เพื่อต้องการให้มีการจัดการโรคโควิด-19&nbsp;จากโรคระบาดใหญ่&nbsp;(Pandemic)&nbsp;เป็น&nbsp;""โรคประจำถิ่น""&nbsp;(Endemic)&nbsp;คือ&nbsp;โรคลดความรุนแรงลง&nbsp;มีระบบการรักษาที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;และประชาชนมีภูมิต้านทานที่เพียงพอ&nbsp;โรคไม่ได้มีภาวะอันตราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>ได้กำชับให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง&nbsp;ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เร่งผลิตสื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เรื่องการรักษาผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;เจอ-แจก-จบ&nbsp;แบบ&nbsp;OPD&nbsp;case&nbsp;ที่เป็นมาตรการเสริมเพิ่มเติม&nbsp;เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาล&nbsp;ควบคู่กับระบบ&nbsp;HI/CI&nbsp;เป็นทางเลือกสำหรับผู้ติดเชื้อที่สบายดี&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;ไม่มีภาวะเสี่ยง&nbsp;และสมัครใจรักษาที่บ้าน&nbsp;โดยขอให้ประชาสัมพันธ์ทั้งในรูปแบบอินโฟกราฟฟิก&nbsp;คลิปวีดีโอ&nbsp;จดหมายข่าว&nbsp;เผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์&nbsp;สื่อวิทยุกระจายเสียง&nbsp;รวมถึงเสียงตามสาย&nbsp;หอกระจายข่าวขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั่วทั้งจังหวัดตรัง&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302134448577
294	สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก จัดกิจกรรมล้านโดส ล้านใจ ล้านความห่วงใย เพื่อชาวตาก	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.นายสวนิต&nbsp;สุริยกุล&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก</strong>&nbsp;เป็นประธานมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ&nbsp;และใบประกาศเกียรติคุณ&nbsp;ให้กับหน่วยงาน&nbsp;และบุคคลที่มีผลงานดีเด่นในการดำเนินกิจกรรมฉีดวัคซีนและการจับฉลากมอบรางวัลให้กับผู้โชคดีจากการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ตามนโยบายล้านโดส&nbsp;ล้านใจ&nbsp;ล้านความห่วงโย&nbsp;เพื่อชาวตาก&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมศาลากลางจังหวัดตาก</p><p><strong>กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายเร่งรัดการฉีดป้องกันโรคโควิด-19</strong>&nbsp;ให้กับประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายให้ครบ&nbsp;100&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ภายในเดือนพฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว&nbsp;จังหวัดตากได้กำหนดเป็นนโยบายสู่การปฏิบัติ&nbsp;คือ&nbsp;กิจกรรมล้านโดส&nbsp;ล้านใจ&nbsp;ล้านความห่วงใย&nbsp;เพื่อชาวตาก&nbsp;ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเร่งรัดให้ทุกพื้นที่กระตุ้นให้กับประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายเข้ารับการฉีดวัคซีนให้มีความครอบคลุมเกินร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ซึ่งจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่&nbsp;และลดอันตรายลดการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19&nbsp;ให้กับประชาชนจังหวัดตาก&nbsp;เพื่อคืนความสุขและวิถีชีวิตที่ใกล้เคียงสู่สภาวะปกติรวมถึงฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมให้กลับโดยเร็ว</p><p><strong>จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา&nbsp;จังหวัดตากได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากทุกภาคส่วน&nbsp;</strong>ทั้งภาคราชการ&nbsp;ธุรกิจเอกชน&nbsp;และภาคีเครือข่ายสุขภาพต่างๆ&nbsp;จนทำให้จังหวัดตากสามารถดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ให้กับประชาชนจังหวัดตากทุกกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;รวมทุกเข็มตั้งแต่เข็มที่&nbsp;1&nbsp;ถึงเข็มที่&nbsp;4&nbsp;ครบ&nbsp;1&nbsp;ล้านโดสตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นเกียรติและเป็นขวัญกำลังใจให้กับผู้ที่มีผลงานเด่น&nbsp;ในการดำเนินการฉีดวัคซีนได้ตามเป้าหมายที่กำหนด&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก&nbsp;จัดกิจกรรมมอบโล่รางวัลและเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ&nbsp;ขึ้นในครั้งนี้&nbsp;และร่วมจับฉลากมอบรางวัลให้กับผู้โชคดีจากการเข้ารับการฉีดวัคซีนในลำดับ&nbsp;2&nbsp;หมื่นเข็มสุดท้ายก่อนครบ&nbsp;1&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ตามลำดับต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ตาก	สวท.ตาก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302141243596
295	จังหวัดเพชรบุรี  น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย ประกอบพิธี ถวายเครื่องราชสักการะ วางพานพุ่ม เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ	<p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ข้าราชการและเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะเนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>นำคณะผู้บริหาร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;ทุกสังกัด&nbsp;ประกอบพิธีถวายเครื่องราชสักการะ&nbsp;วางพานพุ่มดอกไม้&nbsp;และกล่าวคำถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติ&nbsp;น้อมนำพระราชดำรัสที่เกี่ยวกับการช่างของไทย&nbsp;ความตอนหนึ่งว่า&nbsp;...ช่างทุกประเภท&nbsp;เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของทุกคน&nbsp;.....&nbsp;ยิ่งในสมัยปัจจุบันวิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้า&nbsp;ยิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษเพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง&nbsp;ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการ&nbsp;ในการส่งเสริมนั้น&nbsp;มีปัญหาอันควรจะได้พิจารณาช่วยเหลืออยู่สามประการ&nbsp;ประการแรก&nbsp;ได้แก่ปัญหาเรื่องการให้ความรู้ทางหลักวิทยาการ&nbsp;และความรู้ทางการออกแบบ&nbsp;ประการที่สอง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องฝีมือ&nbsp;ซึ่งจะต้องปรับปรุงให้มีความประณีต&nbsp;และประสิทธิภาพได้มาตรฐานจริงๆ&nbsp;ประการที่สาม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องการจัดหางานและหาตลาด&nbsp;เพื่อช่วยให้ช่างได้มีงานทำ&nbsp;มีตลาด&nbsp;ที่จะส่งสินค้าที่ผลิตได้ไปจำหน่าย&nbsp;การช่วยเหลือทั้งสามประการนี้&nbsp;จะต้องกระทำให้สอดคล้องกันไป&nbsp;เพื่อให้ช่างมีรายได้และผลกำไร&nbsp;สำหรับนำมาเป็นทุนรอน&nbsp;สร้างฐานะและความก้าวหน้า&nbsp;พระองค์ได้ฝากความคิดนี้ไว้เป็นแนวปฏิบัติที่สำคัญ&nbsp;หลังจากนั้นผู้ร่วมประกอบพิธีได้ถวายความอาลัย&nbsp;ยืนสงบนิ่งเป็นเวลา&nbsp;89&nbsp;วินาที&nbsp;ด้วยความน้อมรำลึก&nbsp;และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&nbsp;สำหรับความสำคัญ&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;นั้น&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติถวายพระราชสมัญญาแด่พระองค์ท่าน&nbsp;ให้เป็น&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;พร้อมกับกำหนดให้</p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;&nbsp;รายงาน</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302135904588
296	ผอ.รพ.ตรัง แจงกรณีลูกติดใจแม่เข้ารักษาโรคไตแต่ติดเชื้อโควิดตาย เตรียมประสานเข้าพูดคุยกับญาติ แจงข้อเท็จจริง และในส่วนเรื่องของการเยียวยาเนื่องจากว่าทางกระทรวงสาธารณสุขไม่มีงบประมาณในส่วนนี้ก็จะทำการพูดคุยกับญาติต่อไป	<p><strong>จากกรณี&nbsp;นางประจบ&nbsp;เป้าทอง&nbsp;อายุ&nbsp;87&nbsp;ปี&nbsp;ได้ป่วยเป็นโรคไตและเกาท์&nbsp;</strong>เป็นผู้ป่วยติดเตียงเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยมีลูกสาวชื่อ&nbsp;นางจิตราภรณ์&nbsp;เคลือกล่อม&nbsp;อายุ&nbsp;56&nbsp;ปี&nbsp;ทำหน้าที่นอนเฝ้าดูอาการแม่ของตัวเอง&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;10-13&nbsp;ก.พ.ได้ขอผลัดเปลี่ยนเวรกับพี่สาว&nbsp;ตนเองขอกลับบ้านและมาทราบ&nbsp;ซึ่งในระหว่างนั้นก็รู้สึกไม่สบายตัวก็ได้ไปทำการตรวจหาเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;พบติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;และมั่นใจว่าติดเชื้อโควิดมาจากโรงพยาบาลตรังอย่างแน่นอน&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่เฝ้าดูแลแม่ตนเองไม่ได้ไปไหนต้องระมัดระวังแต่ก็ยังติดเชื้อ</strong>&nbsp;ซึ่งโดยปกติแล้วญาติๆ&nbsp;ที่เฝ้าทุกคนต้องผ่านการสวอปก่อนจะที่ขึ้นตึกเฝ้าไข้ผู้ป่วยได้&nbsp;ส่วนพี่สาวที่มาช่วยเฝ้าไข้ได้ทำการสวอปแต่ผลเป็นลบ&nbsp;ในขณะที่แม่ที่นอนรักษาโรคไตกลับติดโควิด&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่พยาบาลจึงได้แยกตัวและพาเข้ารักษาตามขั้นตอน&nbsp;จนเสียชีวิตเมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ส่วนตนเองรักษาตัวอยู่ที่บ้านเป็นเวลา&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;โดยลูกๆ&nbsp;ติดใจแม่ป่วยโรคไตรักษาตัวในรพ.แต่กลับติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ลงปอดเสียชีวิต</p><p><strong>ทางนายแพทย์สมบัติ&nbsp;สธนเสาวภาคย์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตรัง</strong>&nbsp;ได้ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว&nbsp;โดยให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวว่า&nbsp;สำหรับผู้ป่วยที่เป็นข่าวในรายนี้&nbsp;จากการไปตรวจสอบประวัติในช่วงวันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;ผู้ป่วยมีอาการไข้ไม่รู้ตัวและได้ไปโรงพยาบาลนาโยง&nbsp;และได้นำตัวส่งโรงพยาบาลตรัง&nbsp;อาการในช่วงแรกรับผู้ป่วยความดันตก&nbsp;อาการยังไม่ปลอดภัย&nbsp;ทางโรงพยาบาลตรังก็ได้ให้การรักษา&nbsp;โดยการเพิ่มยา&nbsp;เพิ่มความดันรักษาอาการทั่วๆ&nbsp;ไป&nbsp;</p><p><strong>ประเมินเบื้องต้นผู้ป่วยมีอาการติดเชื้อทางกระแสเลือด&nbsp;มีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ</strong>&nbsp;มีแผลกดทับ&nbsp;มีอาการซึม&nbsp;ซึ่งจากการพูดคุยญาติผู้ป่วย&nbsp;ในตอนนั้นทางญาติไม่ให้ใส่ท่อช่วยหายใจ&nbsp;ไม่ขอปั้มหัวใจ&nbsp;ในกรณีที่อาการทรุดลง&nbsp;แต่โรงพยาบาลตรังก็ให้การดูแลรักษาเพื่อประคับประคองต่อ&nbsp;จนสัญญาณชีพกลับมาดี&nbsp;ผู้ป่วยอยู่โรงพยาบาลมาเรื่อยตั้งแต่วันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;</p><p><strong>เนื่องจากว่าช่วงที่ผ่านมาอนุญาตให้ผู้ป่วยเฝ้าไข้ได้&nbsp;1&nbsp;คน</strong>&nbsp;ก็เป็นคนเดิมเฝ้ามาจนถึงวันที่&nbsp;13&nbsp;ก.พ.&nbsp;จนเปลี่ยนเป็นคนเฝ้าไข้คนที่&nbsp;2&nbsp;ซึ่งคนแรกก็ได้บอกว่าไปตรวจแล้วพบติดโควิด&nbsp;19&nbsp;จึงโทรแจ้งทางโรงพยาบาล&nbsp;ก็ได้ทำการตรวจผู้ป่วยก็พบว่าติดเชื้อโควิด&nbsp;รวมกับโรคเดิม&nbsp;มีเชื้อติดแผลและมีอาการซึม&nbsp;จากนั้นผู้ป่วยก็ย้ายไปในวอร์ดรวมสำหรับผู้ป่วยโควิด&nbsp;และผู้ป่วยเสียชีวิตในวันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;</p><p>ในกรณีทางญาติค่อนข้างติดใจนั้น&nbsp;จริง&nbsp;ๆ&nbsp;ทางโรงพยาบาลมีแนวทางในการป้องกัน&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;แนวทาง&nbsp;ในส่วนของผู้ป่วยเองรวมทั้งญาติ&nbsp;และผู้ให้บริการเองทีมเจ้าหน้าที่รพ.&nbsp;และสิ่งแวดล้อมรพ.&nbsp;ผู้ป่วยทุกรายที่เข้าจะรับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และญาติเฝ้าได้&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;ญาติต้องตรวจATK&nbsp;ทุกสัปดาห์&nbsp;แม้การเปลี่ยนตัวก็ต้องเปลี่ยนATK&nbsp;และเจ้าหน้าที่ก็จะต้องสุ่มตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกสัปดาห์&nbsp;&nbsp;เช่นกัน&nbsp;&nbsp;หากพบใครเชื้อเป็นบวกก็ให้พักงานไป&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งแนวทางนี้มาตรการของรพ.ค่อนข้างจะรัดกุมในการป้องกัน</strong>ไม่ให้เชื้อภายนอกเข้ามาสู่&nbsp;รพ.&nbsp;ส่วนที่เป็นเหตุสุดวิสัยจริง&nbsp;ๆ&nbsp;ของรพ.&nbsp;ที่เจ้าหน้าที่จะต้องกลับบ้านแล้วกลับมาทำงานที่รพ.&nbsp;ก็ต้องสุ่มตรวจเป็นระยะ&nbsp;แต่ถ้าหากพบผู้ติดเชื้อก็เป็นเหตุสุดวิสัยจริง&nbsp;ๆ&nbsp;ในส่วนของญาติหากออกไปซื้ออาหารข้างนอกก็อาจจะรับเชื้อได้เพราะโอไมครอนกระจายได้เร็ว&nbsp;และติดค่อนข้างง่าย&nbsp;จากที่ญาติผู้เสียชีวิตติดใจทางโรงพยาบาลก็ประสานไปเพื่อจะมาทำความเข้าใจเรื่องมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ส่วนเรื่องการเยียวยาเนื่องจากว่าทางกระทรวงสาธารณสุขไม่มีงบประมาณในส่วนนี้ก็จะทำการพูดคุยกับญาติต่อไป</p><p><strong>สำหรับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ของญาติแล้วต้องจ่ายเงิน&nbsp;สำหรับญาติที่เฝ้าไข้เราอนุญาตให้เฝ้า&nbsp;1&nbsp;คน</strong>และจะทำ&nbsp;ATK&nbsp;ให้ฟรี&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;แต่ถ้าในระหว่าง&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์มีการเปลี่ยนตัว&nbsp;ญาติคนต่อไปต้องเสียค่าใช้จ่ายเองในตอนนั้นเป็นเงิน&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;และก็ได้มีการปรับลดเงินลงมาเหลือ&nbsp;350&nbsp;บาท&nbsp;หากญาติที่จะขอเข้าเยี่ยมก็ต้องจ่ายค่าตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพราะกระทรวงสาธารณสุขไม่มีงบในส่วนนี้ให้ทางญาติรับภาระในส่วนนี้เอง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302135314585
297	จังหวัดเพชรบุรี ขานรับนโยบาย แนวทางการพัฒนาระบบบริหารงาน การขับเคลื่อนจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง(High Performance Province) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการจังหวัด ภายใต้ระบบงาน ระบบเงิน และระบบกำลังคน	<p><strong>จังหวัดเพชรบุรีนำข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมรับฟัง&nbsp;การสัมมนาการขับเคลื่อนจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง</strong>(&nbsp;High&nbsp;Performance&nbsp;Province)&nbsp;ผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล&nbsp;(Video&nbsp;Conference&nbsp;System)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;สำหรับการประชุมจากส่วนกลาง&nbsp;พลเอก&nbsp;อกนิษฐ์&nbsp;หมื่นสวัสดิ์&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;ได้กล่าวเปิดงานและปาฐกถาพิเศษ&nbsp;เรื่อง&nbsp;การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้บรรลุเป้าหมาย&nbsp;โดยที่ประชุมมีการร่างข้อเสนอรูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการจังหวัด&nbsp;ในการบริหารระบบงาน&nbsp;ระบบเงิน&nbsp;และระบบกำลังคน&nbsp;(&nbsp;จังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง(&nbsp;High&nbsp;Performance&nbsp;Province)&nbsp;แยกเป็นด้านระบบโครงสร้างและการบริหารงาน&nbsp;มุ่งเน้นการส่งเสริมให้เกิดเอกภาพในการบริหารงานจังหวัดด้วยกลไกคณะกรมการจังหวัด(Unity)&nbsp;,พัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศ,ระบบบริหารงานอำเภอให้เป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ&nbsp;ในส่วนด้านระบบแผนงานและงบประมาณ&nbsp;เน้นการตั้งคณะทำงานในรูปภาคีหุ้นส่วนยุทธศาสตร์&nbsp;ภายใต้&nbsp;ก&nbsp;.บ.จ.&nbsp;,การปรับแผนงาน&nbsp;งบประมาณให้เกิดการบูรณาการ&nbsp;,การมอบอำนาจการบริหารงบประมาณเพื่อลดขั้นตอนการดำเนินการ&nbsp;เพิ่มอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำกับ&nbsp;ดูแล&nbsp;ให้ผู้บริหารท้องถิ่นทุกแห่ง&nbsp;ร่วมจัดสรรงบประมาณสนับสนุนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดได้&nbsp;และด้านระบบการบริหารงานบุคคล&nbsp;กำหนดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;(&nbsp;4&nbsp;ปี)&nbsp;และมอบอำนาจการบริหารทั้งส่วนภูมิภาค&nbsp;และส่วนกลางในภูมิภาคให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์จังหวัดต้องจัดอัตรากำลังให้เหมาะสมตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดร้องขอ&nbsp;รวม&nbsp;11&nbsp;ประเด็น&nbsp;เพื่อสานต่อการปฏิรูปประเทศให้บรรลุเป้าหมาย&nbsp;</p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;&nbsp;รายงาน</p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302143115608
298	กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน  อสม.ต.นาท่ามเหนือ อ.เมือง จ.ตรัง ระดมความช่วยเหลือด้านถุงยังชีพ เพื่อนำไปแจกแก่ชาวบ้านที่พักรักษาตัวอยู่กับบ้านเพื่อเสริมความช่วยเหลือ  และผู้กักตัว เนื่องจากสัมผัสเสี่ยงสูง	<p><strong>กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และอสม.ในพื้นที่ตำบลนาท่ามใต้&nbsp;</strong>อ.เมือง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ทั้ง&nbsp;13&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;เข้ารับถุงยังชีพจากนายนิพันธ์&nbsp;ศิริธร&nbsp;ส.ส.ตรัง&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;พรรคพลังประชารัฐ&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ชุด&nbsp;พร้อมกับนำไปแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่รวม&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;คือ&nbsp;</p><p>1.กลุ่มประชาชนผู้ติดเชื้อในพื้นที่ที่พักรักษาตัวอยู่กับบ้าน&nbsp;เนื่องจากขณะนี้ผู้ติดเชื้อใน&nbsp;อ.เมืองตรัง&nbsp;เริ่มได้รับการจัดสรรอาหารวันละ&nbsp;3&nbsp;มื้อแล้ว&nbsp;พร้อมยารักษาโรคตามอาการแล้ว&nbsp;&nbsp;</p><p>แต่หากได้รับถุงยังชีพเพิ่มเติม&nbsp;จะสามารถช่วยเสริมความช่วยเหลือ&nbsp;ทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;</p><p>2.แจกจ่ายให้แก่ประชาชนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่ต้องกักตัวเฝ้าสังเกตุอาการ&nbsp;ตามคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรค&nbsp;ที่&nbsp;ทาง&nbsp;รพ.สต.จะต้อส่งรายชื่อไปให้&nbsp;อบต.นำถุงยังชีพไปแจกให้&nbsp;แต่อาจล่าช้า&nbsp;เพราะต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ&nbsp;แต่ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;เมื่อทราบว่าคนในครอบครัวติดเชื้อ&nbsp;ก็จะต้องกักตัวเองทันที&nbsp;ในจำนวนนี้อาจมีเด็กรวมอยู่ด้วย&nbsp;ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน&nbsp;เพราะอาจล่าช้า&nbsp;</p><p>3.แจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ&nbsp;หรือรู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยง&nbsp;ก็รับผิดชอบกักตัวเองอยู่กับบ้าน&nbsp;แต่ไม่มีรายชื่อที่&nbsp;อบต.&nbsp;ทำให้ทางกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และ&nbsp;อสม.ต้องระดมนำถุงยังชีพดังกล่าวเข้าไปแจกจ่ายให้ถึงบ้าน&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาปัญหาความเดือดร้อน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนายประสิทธิ์&nbsp;หนูพรม&nbsp;กำนัน&nbsp;ต.นาท่ามเหนือ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ทางกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และอสม.ต้องทำงานร่วมกัน&nbsp;เนื่องในขณะนี้ภาพรวมการระบาดเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ในส่วนของตำบลนาท่ามเหนือก็เช่นกัน&nbsp;ผู้ติดเชื้อรักษาตัวอยู่กับบ้านมีประมาณ&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;และผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;เสี่ยงต่ำที่กักตัวเองอยู่กับบ้านอีกจำนวนมาก&nbsp;หากรอถุงยังชีพจากท้องถิ่น&nbsp;อาจล่าช้า&nbsp;และบางส่วนไม่มีรายชื่อในท้องถิ่น&nbsp;ก็ต้องจัดหาถุงยังชีพจากเอกชน&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ส.ส.ในพื้นที่มาช่วยแจกให้&nbsp;เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน&nbsp;</p><p><strong>เช่นเดียวกับ&nbsp;นางสุจินต์&nbsp;แก้วกล่ำ&nbsp;ประธาน&nbsp;อสม.ตำบลนาท่ามเหนือ</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;บริการเจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์ระบาดดีขึ้น&nbsp;เพราะตอบโต้ได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;แต่ทาง&nbsp;อสม.จะต้องทำงานหนักขึ้น&nbsp;ในการดูแลประชาชนในเขตรับผิดชอบ&nbsp;&nbsp;โดย&nbsp;ต.นาท่ามเหนือมีรพ.สต.ทั้งหมด&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;มีทั้งหมด&nbsp;13&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ในส่วนของ&nbsp;อสม.จะต้องรับผิดชอบครัวเรือนอย่างน้อย&nbsp;15&nbsp;ครัวเรือนต่อ&nbsp;อสม.1&nbsp;คน&nbsp;ที่ผ่านมาทุกคนก็ทำงาน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานหนัก&nbsp;</p><p><strong>และหลังจากนี้&nbsp;เมื่อกระทรวงสาธารณสุขให้บริการ&nbsp;เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ</strong>&nbsp;ด้วยการจ่ายยาให้ประชาชน&nbsp;เช่น&nbsp;ยาฟ้าทลายโจร&nbsp;ยาแก้ไข้&nbsp;แก้ไอ&nbsp;หรือยาฟาวิพิราเวียร์ในคนที่อาจมีอาการแต่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง&nbsp;แพทย์จึงให้รักษาตัวอยู่กับบ้านได้&nbsp;เป็นผู้ป่วยนอก&nbsp;เชื่อว่าจะทำให้&nbsp;อสม.ทำงานหนักขึ้น&nbsp;เพราะจะต้องดูแลประชาชน&nbsp;และยังต้องระดมความช่วยเหลืออื่นๆที่บางส่วนเข้าไม่ถึงระบบบริการ&nbsp;เช่น&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงในส่วนของประชาชนที่รู้ตัวว่าเสี่ยง&nbsp;จึงรับผิดชอบตัวเองก่อนด้วยการกักตัวเองอยู่กับบ้าน&nbsp;ไม่มีรายชื่อที่ท้องถิ่น&nbsp;ทาง&nbsp;อสม.และฝ่ายปกครองในพื้นที่ก็จะต้องช่วยกันดูแลจัดหาถุงยังชีพไปช่วย&nbsp;เฉพาะตำบลนาท่ามเหนือ&nbsp;วันนี้ได้รับถุงยังชีพจาก&nbsp;ส.ส.ในพื้นที่มา&nbsp;100&nbsp;ชุด&nbsp;ยังไม่เพียงพอ&nbsp;จะต้องเพิ่มอีก&nbsp;100&nbsp;ชุดในวันพรุ่งนี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302135616586
299	อว.เปิด 58 หลักสูตรสะเต็ม (STEM) พัฒนาโดย 12 หน่วยฝึกอบรมชั้นนำ สอดคล้องอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ศ.(พิเศษ)&nbsp;ดร.เอนก&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;รมว.การอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;อว.&nbsp;จัดทำหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;วิศวกรรมศาสตร์&nbsp;และคณิตศาสตร์&nbsp;หรือสะเต็ม&nbsp;(STEM)&nbsp;กว่า&nbsp;58&nbsp;หลักสูตร&nbsp;เป็นทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย&nbsp;(Future&nbsp;Skills&nbsp;Set)&nbsp;โดยมาจาก&nbsp;12&nbsp;หน่วยฝึกอบรมชั้นนำที่มีความน่าเชื่อถือ&nbsp;ทั้งมหาวิทยาลัย&nbsp;ภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;ที่ผ่านการรับรองตามมาตรการ&nbsp;Thailand&nbsp;Plus&nbsp;Package&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">โดยผู้ประกอบการที่ส่งบุคลากรเข้ารับการอบรม</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;สามารถนำไปขอยกเว้นภาษีเงินได้ถึง&nbsp;250%&nbsp;ของค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมลูกจ้าง&nbsp;และหากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในอุตสาหกรรมเป้าหมายจ้างงานบุคลากรที่มีทักษะสูงในด้านดังกล่าว&nbsp;สามารถนำค่าใช้จ่าย&nbsp;เงินเดือน&nbsp;ของพนักงานไปขอยกเว้นภาษีเงินได้ได้อีก&nbsp;150%&nbsp;จากกรมสรรพากร</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายกิติพงค์&nbsp;พร้อมวงค์</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ผอ.สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ&nbsp;(สอวช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัจจุบันมีหลักสูตรที่ได้รับการอนุมัติแล้ว&nbsp;58&nbsp;หลักสูตร&nbsp;และยังมีอีกกว่า&nbsp;222&nbsp;หลักสูตรที่ยังรอการพิจารณา&nbsp;ซึ่งทุกหลักสูตรต้องสอดคล้องกับความต้องการทักษะบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย&nbsp;และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการวิจัยพัฒนาเพื่ออุตสาหกรรมเป้าหมาย&nbsp;ผู้สนใจสามารถเข้าดูหลักสูตรฝึกอบรมที่ผ่านการรับรองหรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;</span><a&nbsp;href=""http://www.stemplus.or.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">www.stemplus.or.th</a></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302212654849
300	สร้างแกนนำเยาวชนรุ่นใหม่ เป็นเครือข่ายร่วมเฝ้าระวังรับมือภัยคุกคามโลกและกลโกงในโลกออนไลน์	<p><strong>นางยุพา&nbsp;ทวีวัฒนะกิจบวร&nbsp;ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ได้ร่วมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;และสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย&nbsp;จัดอบรมเชิงปฏิบัติการการมีส่วนร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหาของเด็กและเยาวชน&nbsp;ภายใต้กิจกรรม&nbsp;Youth&nbsp;Leader&nbsp;New&nbsp;Gen&nbsp;ตลอดเดือนมีนาคม&nbsp;เพื่อสร้างผู้นำเยาวชนรุ่นใหม่&nbsp;ในรูปแบบออนไลน์จากสังคมที่เปลี่ยนแปลงด้วยเทคโนโลยี&nbsp;ความคิด&nbsp;วิถีชีวิต&nbsp;และรูปแบบการสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์&nbsp;จนกลายเป็นช่องทางการติดต่อสื่อสารหลัก&nbsp;นำมาสู่ปัญหาภัยคุกคามความมั่นคงรูปแบบใหม่&nbsp;อาทิ&nbsp;ภัยข่าวปลอม&nbsp;การกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์&nbsp;รวมถึงการฉ้อโกงผ่านระบบออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ</p><p><strong>สำหรับการอบรมครั้งนี้&nbsp;</strong>มีวิทยากรด้านการสร้างภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรม&nbsp;สื่อสารมวลชน&nbsp;และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอบรมให้แก่เด็กและเยาวชน&nbsp;ระดับมัธยมศึกษา&nbsp;หรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาต่างๆ&nbsp;ทั่วประเทศกว่า&nbsp;400&nbsp;คน&nbsp;เน้นสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม&nbsp;ประเพณีอันดีงาม&nbsp;รู้เท่าทันสื่อและสามารถรับมือภัยคุกคามและกลโกงในโลกออนไลน์&nbsp;และผลิตสื่อสร้างสรรค์เผยแพร่ในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;&nbsp;เพื่อสร้างบุคลากรแกนนำเยาวชนรุ่นใหม่เป็นเครือข่ายเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม&nbsp;รวมถึงการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเป็นพลเมืองที่ดีในยุคดิจิทัล</p><p><br></p><p><br></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302145759637
301	รองเลขาฯ ศอ.บต.เป็นผู้แทน นำอาหารพระราชทานจากมูลนิธีเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ไปมอบให้แก่ผู้ประสบภัย ในพื้นที่ จ.ปัตตานี	<p><strong>นายบุญพาศ&nbsp;รักนุ้ย&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;</strong>(ศอ.บต.)&nbsp;ลงพื้นที่ตำบลปะกาฮารัง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;เพื่อนำอาหารกล่อง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,500&nbsp;กล่อง&nbsp;จากมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ยามยาก&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;ไปมอบให้แก่ประชาชนที่รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&nbsp;โดยมี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ</p><p><strong>รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ&nbsp;บต.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องประชาชนและทุกภาคส่วน</strong>&nbsp;ซึ่งขณะนี้พวกเรากำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ&nbsp;เชื่อว่าอีกไม่นานทุกอย่างจะต้องคลี่คลายลง&nbsp;หลังจากนี้ภาครัฐจะไม่ทอดทิ้ง&nbsp;พร้อมจะเร่งช่วยเหลือตามขั้นตอนอย่างสุดความสามารถ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ยามยาก&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;</strong>ได้มีการจัดตั้งโรงครัวพระราชทานขึ้นตั้งแต่วันที่28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยในแต่ละวันมีการประกอบอาหารวันละ&nbsp;5,000&nbsp;กล่อง&nbsp;เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย&nbsp;ในห้วงที่ผ่านมา&nbsp;และ&nbsp;แจกจ่าย&nbsp;ไปยัง&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ประกำอบด้วย&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และ&nbsp;นราธิวาส</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302135737587
302	พัฒนาฝีมือแรงงานเชียงราย จัดงานวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ พ.ศ.2565	"<p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายภาสกร&nbsp;บุญญลักษม์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย&nbsp;</strong>เป็นประธานเนื่องใน&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ""&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;สืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระผู้เปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถด้านงานช่างฝีมือ&nbsp;น้อมนำเป็นแบบอย่างสร้างงานสร้างคน&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมสามัคคี&nbsp;โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้แรงงานและช่างฝืมือไทย&nbsp;รวมถึงประชาชนทั่วไปในจังหวัดเชียงราย&nbsp;ได้ตระหนักถึงคุณค่าของแรงงานและช่างฝีมือ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ภายในงานมีพิธีถวายเครื่องราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;องค์พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;หัวหน้าหน่วยงานผู้บริหารองค์กร&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;และพนักงาน&nbsp;เข้าร่วมพิธีวางพานพุ่มถวายเครื่องราชสักการะ&nbsp;เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระปรีชาสามารถและพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้&nbsp;ที่ทรงเล็งเห็นและให้ความสำคัญ&nbsp;แก่วงการช่างฝีมือ&nbsp;ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล&nbsp;</p><p><strong>สืบเนื่องจากเมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2513&nbsp;</strong>พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ&nbsp;เสด็จเป็นองค์ประธาน&nbsp;พิธีเปิดการแข่งขันฝีมือช่างแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;สโมสรโรตารี&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;ใต้&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;โดยกรมแรงงาน&nbsp;ภายใต้สังกัดกระทรวงมหาดไทยขณะนั้น&nbsp;เป็นเจ้าภาพ&nbsp;และทรงมีพระราชดำรัส&nbsp;ความว่า&nbsp;""&nbsp;ช่างทุกประเภท&nbsp;เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของคนทุกคน&nbsp;เพราะตลอดชีวิตของคนเรา&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการสิ่งต่างๆ&nbsp;ที่มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่สนับสนุนจากทุกๆ&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ยิ่งในสมัยปัจจุบันวิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้า&nbsp;ยิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษ&nbsp;เพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง&nbsp;ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการ""&nbsp;จากกระแสพระราชดำรัสดังกล่าว&nbsp;สะท้อนให้เห็นถึงสายพระเนตรอันยาวไกลที่มีพระราชดำริถึงความสำคัญของช่างฝีมือ&nbsp;ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อทุกคนในสังคม&nbsp;จึงจำเป็นต้องพัฒนาให้มีฝีมือตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;เพราะนั่นหมายถึงคุณภาพสินค้าและบริการ&nbsp;ตลอดจนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อประเทศไทย&nbsp;แม้จะผ่านมาถึง&nbsp;50&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ยังคงทันสมัยและนับวันจะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น&nbsp;ซึ่งกระทรวงแรงงานได้น้อมนำใส่เกล้ามาปฏิบัติ&nbsp;ในการพัฒนากำลังแรงงานให้มีฝีมือ&nbsp;พัฒนาสู่มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ทั้งด้านการผลิตและบริการ&nbsp;เพิ่มขีดความสามารถของประเทศ&nbsp;สร้างการยอมรับในอาเซียนและประชาคมโลก&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;ถวายพระราชสมัญญา&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;แด่พระองค์ท่าน&nbsp;เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ที่มีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;และทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐาน&nbsp;และได้กำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็น&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	เชียงราย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302140452591
303	จังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบพิธีถวายราชสักการะ เนื่องในวันพระบิดาแห่งมาตรฐานช่างไทย	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลนครนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฏ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เป็นประธานประกอบพิธีถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายไตรรัตน์&nbsp;ไชยรัตน์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;ศาล&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ตลอดจนผู้แทนจากภาคส่วน&nbsp;องค์กรเอกชน&nbsp;เข้าร่วมในพิธี&nbsp;ภายใต้การปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน&nbsp;และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>การประกอบพิธีดังกล่าว&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้</strong>ของ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ซึ่งตลอดรัชสมัยของพระองค์&nbsp;ทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานช่างไทย&nbsp;เพื่อให้มีความเป็นมาตรฐาน&nbsp;กอปรกับพระองค์ทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่างในสาขาต่างๆ&nbsp;อันเป็นกำลังใจสูงสุดแก่แรงงานช่างทุกสาขา&nbsp;ทรงสนพระราชหฤทัยในงานช่าง&nbsp;ตั้งแต่ยังทรงศึกษาอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์&nbsp;ทรงประดิษฐ์ของเล่นด้วยพระองค์เอง&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งหลังจากเสด็จขึ้นครองราชสมบัติแล้ว&nbsp;ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ</strong>สำคัญนานัปการ&nbsp;เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกร&nbsp;และเมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2513&nbsp;พระองค์เสด็จ&nbsp;พระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพ&nbsp;และแข่งขันฝีมือแห่งชาติครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;โดยถวายพระราชสมัญญา&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;และกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปีเป็น&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ""</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>อุไรวรรณ/ข่าว&nbsp;พรรณี-บุณณดา/ภาพ&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302140327590
304	จ.หนองคายตรวจประเมินสถานศึกษารางวัลพระราชทาน	"<p><strong>คณะอนุกรรมการคัดเลือกนักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;และสถานศึกษา&nbsp;เพื่อรับรางวัลพระราชทาน&nbsp;ประจำปีการศึกษา&nbsp;2564&nbsp;</strong>ตรวจประเมินวิทยาลัยเทคนิคหนองคาย&nbsp;ที่ได้เข้ารับการตรวจประเมินสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทาน&nbsp;ประเภทอาชีวศึกษา&nbsp;สถานศึกษาขนาดใหญ่&nbsp;ปีการศึกษา&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาเคยได้รับรางวัลสถานศึกษาพระราชทาน&nbsp;ระดับอาชีวศึกษา&nbsp;ประเภท&nbsp;สถานศึกษาขนาดใหญ่&nbsp;มาแล้ว&nbsp;2&nbsp;ครั้ง</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่วิทยาลัยเทคนิคหนองคาย</strong>&nbsp;สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;1&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;คณะอนุกรรมการคัดเลือกนักเรียน&nbsp;นักศึกษาและสถานศึกษา&nbsp;เพื่อรับรางวัลพระราชทาน&nbsp;ประจำปีการศึกษา&nbsp;2564&nbsp;ระดับเขตความรับผิดชอบของกลุ่มจังหวัด&nbsp;7&nbsp;ประเภทสถานศึกษาขนาดใหญ่&nbsp;นำโดย&nbsp;นายอาคม&nbsp;จันทร์นาม&nbsp;ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด&nbsp;ประธานคณะอนุกรรมการฯ&nbsp;ได้เข้าตรวจประเมินวิทยาลัยเทคนิคหนองคาย&nbsp;ที่ได้เข้ารับการตรวจประเมินสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทาน&nbsp;ประเภทอาชีวศึกษา&nbsp;สถานศึกษาขนาดใหญ่&nbsp;ปีการศึกษา&nbsp;2564&nbsp;โดยมีนายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;พระครูภาวนาธรรมโฆสิต&nbsp;เจ้าคณะอำเภอเมืองหนองคาย,&nbsp;พระครูสุญาณโสภิต&nbsp;เจ้าคณะตำบลหนองกอมเกาะ,&nbsp;ดร.เดชวิชัย&nbsp;พิมพ์โคตร&nbsp;ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคหนองคาย&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;ผู้บริหารสถานศึกษา&nbsp;หัวหน้าหน่วยงานเอกชน&nbsp;ตัวแทนผู้ประกอบการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ให้การต้อนรับและแสดงความคิดเห็น</p><p><strong>สำหรับวิทยาลัยเทคนิคหนองคาย</strong>&nbsp;เป็นสถานศึกษาอาชีวศึกษาที่มุ่งสร้างกำลังคนด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่มีมาตรฐานวิชาชีพระดับประเทศ&nbsp;เปิดทำการสอนมาตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.2481&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;รวมเป็นระยะเวลาถึง&nbsp;84&nbsp;ปี&nbsp;จัดการเรียนการสอนใน&nbsp;3&nbsp;ระดับ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ระดับ&nbsp;ปวช.&nbsp;,&nbsp;ระดับ&nbsp;ปวส.&nbsp;และระดับปริญญาตรีหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต&nbsp;ที่ผ่านมามีผลงานเชิงประจักษ์&nbsp;ได้รับรางวัลสถานศึกษาพระราชทาน&nbsp;ระดับอาชีวศึกษา&nbsp;ประเภท&nbsp;สถานศึกษาขนาดใหญ่&nbsp;มาแล้ว&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;คือในปีการศึกษา&nbsp;2555&nbsp;และในปีการศึกษา&nbsp;2560&nbsp;นอกจากนี้วิทยาลัยเทคนิคหนองคาย&nbsp;เป็นสถานศึกษาหลักด้านวิชาชีพของจังหวัดหนองคาย&nbsp;ที่ได้ผลิตนักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;ออกมารับใช้สังคมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;มีคุณภาพ&nbsp;และประสบความสำเร็จในอาชีพการงานเป็นถึงระดับหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าของกิจการ&nbsp;และที่สำคัญได้ออกมาเป็นกำลังในการขับเคลื่อนพัฒนาจังหวัดหนองคาย&nbsp;เนื่องจากแนวทางและกระบวนการจัดการเรียนการสอนของวิทยาลัยฯ&nbsp;มีการสอดรับกับความต้องการของตลาดแรงงาน&nbsp;และการพัฒนาระบบเศรษฐกิจในพื้นที่เป็นอย่างดี&nbsp;นอกจากนี้วิทยาลัยเทคนิคหนองคาย&nbsp;ยังได้ให้ความร่วมมือในภารกิจและกิจกรรมของจังหวัดอย่างต่อเนื่องตลอดมา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-center""><br></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองคาย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302145631636
305	จังหวัดบุรีรัมย์ ประชุมคณะกรมการจังหวัดบุรีรัมย์ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2565 เพื่อปรึกษาหารือ รับทราบปัญหาอุปสรรค และพิจารณาขับเคลื่อนการดำเนินงานต่างๆ	"<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายธัชกร&nbsp;หัตถาธยากุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;</strong>ประชุมคณะกรมการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ประจำเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;(ครั้งที่&nbsp;2/2565)&nbsp;เพื่อปรึกษาหารือ&nbsp;รับทราบปัญหาอุปสรรค&nbsp;และพิจารณาขับเคลื่อนการดำเนินงานต่างๆ&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;และภาคเอกชนภาคประชาชนเข้าร่วมประชุมที่&nbsp;หอประชุมศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;อำเภอเมืองฯ&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการประชุมวันนี้ได้มีการพิจารณาการขับเคลื่อนการดำเนินงานขจัดความยากจนและพัฒนา&nbsp;</strong>คนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน&nbsp;ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง,&nbsp;โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;ตามหลักทฤษฏีใหม่ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;และการจัดพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ซึ่งก่อนการประชุม&nbsp;ได้จัดพิธีมอบโล่รางวัลหมู่บ้านที่ได้รับรางวัลจากการประกวดโครงการคัดเลือกหมู่บ้านเข้มแข็งตามแนวทาง&nbsp;""แผ่นดินธรรม&nbsp;แผ่นดินทอง""&nbsp;(หมู่บ้าน&nbsp;อยู่เย็น)&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ&nbsp;2565,&nbsp;มอบโล่&nbsp;และเกียรติบัตร&nbsp;""คนดีศรีบุรีรัมย์""&nbsp;และมอบเกียรติบัตรให้แก่ส่วนราชการ/หน่วยงานที่ร่วมรณรงค์และมีผลการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ของบุคลากรในสังกัดครบ&nbsp;ร้อยละ&nbsp;100&nbsp;และ&nbsp;มอบเกียรติบัตรแสดงความยินดีแก่ผู้ที่ได้รับรางวัลจากการประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี&nbsp;To&nbsp;Be&nbsp;Number&nbsp;One&nbsp;Teen&nbsp;Dancercise&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ที่ผ่านการตัดเลือกในระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และระดับประเทศ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302162716694
306	จังหวัดนครศรีธรรมราช หารือเตรียมจัดงานวันข้าราชการพลเรือน ประจำปี 2565 เสริมสร้างกำลังใจผู้ปฏิบัติงานภายใต้มาตรการการป้องกันและควบคุมโรคเคร่งครัด เพื่อเป็นแบบอย่างการดำเนินชีวิตแบบนิวนอมอล	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;ชั้น&nbsp;4</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฏ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เป็นประธานประชุมการจัดงานวันข้าราชการพลเรือนของจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายสมพงษ์&nbsp;มากมณี&nbsp;นายไตรรัตน์&nbsp;ไชยรัตน์&nbsp;และนางเรืองอุไร&nbsp;บุญช่วยชูพันธุ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด&nbsp;ผู้แทนหน่วยงาน&nbsp;องค์กรที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม</p><p><strong>สำหรับการประชุมในครั้งนี้เพื่อร่วมหารือถึงขอบเขตแนวทาง</strong>การจัดงาน&nbsp;ความเหมาะสมของห้วงระยะเวลาในการจัดกิจกรรม&nbsp;และรายละเอียดกิจกรรมที่จะจัด&nbsp;ทั้งในส่วนของกิจกรรมทำบุญตักบาตร&nbsp;พิธีสดุดี&nbsp;เชิดชูเกียรติ&nbsp;และถวายสัตย์ปฏิญาณตนในการเป็นข้าราชการที่ดี&nbsp;กิจกรรมการบำเพ็ญประโยชน์&nbsp;กิจกรรมแข่งขันกีฬา&nbsp;และกิจกรรมเสริมสร้างความรักสามัคคี&nbsp;ซึ่งในปีนี้จะเน้นการมีส่วนร่วมของหน่วยงาน/ส่วนราชการส่วนกลาง&nbsp;ภาคเอกชนและองค์กรต่างๆ&nbsp;มากขึ้นเพื่อความเป็นหนึ่งในเดียวทั้งจังหวัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>อุไรวรรณ/ข่าว/ภาพ&nbsp;&nbsp;บุณณดา/ภาพ&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	NULL	นครศรีธรรมราช	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302140607593
307	จังหวัดสุรินทร์จัดกิจกรรมจิตอาสาลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ตัดทำเครื่องหมายจราจรบนพื้นถนนทางข้าม	<p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10:00&nbsp;น.</strong>&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าตลาดชายแดนช่องจอม&nbsp;บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านเกษตรถาวร&nbsp;และบริเวณทางเข้าโรงเรียนบ้านด่าน&nbsp;นายอดิเทพ&nbsp;กมลเวชช์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาลดอุบัติเหตุบนถนน&nbsp;โดยมีนายสุทธิโรจน์&nbsp;เจริญธนะศักดิ์&nbsp;นายอำเภอกาบเชิง&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลด่าน&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ให้ได้เล็งเห็นความสำคัญในด้านความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน&nbsp;และเพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้สัญจรทางเท้าให้ครอบคลุมทั้งจังหวัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302162853695
308	ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ มอบเกียรติบัตรแสดงความยินดีแก่ผู้ที่ได้รับรางวัลจากการประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE (TO BE NUMBER ONE IDOL) รุ่นที่ 12 ระดับจังหวัดบุรีรัมย์	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ที่หอประชุมจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;</strong>นายธัชกร&nbsp;หัตถาธยากูล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เป็นประธานมอบเกียรติบัตรแสดงความยินดีแก่ผู้ที่ได้รับรางวัลจากการประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;(TO&nbsp;BE&nbsp;&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;IDOL)&nbsp;รุ่นที่&nbsp;12&nbsp;ระดับจังหวัดบุรีรัมย์จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;และทีม&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;TEE&nbsp;DANCERCISE&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ที่ผ่านการคัดเลือกในระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เข้าร่วมการแข่งขัน&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;TEEN&nbsp;DANCERCISE&nbsp;THAILAND&nbsp;CHAMPIONSHIP&nbsp;2022&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ทีม&nbsp;</p><p><strong>ด้วยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;</strong>ได้จัดกิจกรรมการประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;(TO&nbsp;BE&nbsp;&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;&nbsp;IDOL)&nbsp;รุ่นที่&nbsp;12&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวทีกิจกรรมเขากระโดง&nbsp;มีผู้ได้รับรางวัลและเป็นตัวแทนจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เข้าร่วมประกวดฯ&nbsp;ในระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;และได้ส่งทีม&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;TEEN&nbsp;&nbsp;DANCERCISE&nbsp;ที่ผ่านการคัดเลือกในระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เข้าร่วมการแข่งขัน&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;TEEN&nbsp;DANCERCISE&nbsp;THAILAND&nbsp;CHAMPIONSHIP&nbsp;2022&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ทีม&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลจากการประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;</strong>(TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;IDOL)&nbsp;รุ่นที่&nbsp;12&nbsp;ระดับจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวทีกิจกรรมภูเขาไฟกระโดง&nbsp;และเป็นตัวแทนจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เข้าร่วมการประกวดฯ&nbsp;ในระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์&nbsp;โคราช&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;(ฝ่ายหญิง)&nbsp;รางวัลชนะเลิศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาวชนกนันท์&nbsp;แสงมะดัน&nbsp;(โรงเรียนลำปลายมาศ)&nbsp;-&nbsp;รางวัลรองชนะเลิศอันดับ&nbsp;1&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาวทิพาพรรณ&nbsp;สิงห์จานุสงค์&nbsp;(โรงเรียนหนองกี่พิทยาคม)&nbsp;-&nbsp;รางวัลรองชนะเลิศอันดับ&nbsp;2&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาวพิชชาสินี&nbsp;ลักษมีเศรษฐ&nbsp;(โรงเรียนประโคนชัยพิทยาคม)&nbsp;-&nbsp;รางวัลชมเชย&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาวอันจิลา&nbsp;ดำเนินงาม&nbsp;(โรงเรียนประโคนชัยพิทยาคม)&nbsp;-&nbsp;รางวัลชมเชย&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาวอทิตยา&nbsp;บัญดาดี&nbsp;(โรงเรียนห้วยราชพิทยาคม)&nbsp;(ฝ่ายชาย)-&nbsp;รางวัลชนะเลิศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายธนะพัฒน์&nbsp;ลิ้มสุวรรณไชกุล&nbsp;(โรงเรียนนางรอง)&nbsp;-&nbsp;รางวัลรองชนะเลิศอันดับ&nbsp;1&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายก้องภพ&nbsp;น้อยพลี&nbsp;(โรงเรียนห้วยราชพิทยาคม)&nbsp;-&nbsp;รางวัลรองชนะเลิศอันดับ&nbsp;2&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายณรัตน์ชพงศ์&nbsp;แปลงดี&nbsp;(โรงเรียนประโคนชัยพิทยาคม)&nbsp;-&nbsp;รางวัลชมเชย&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายวรนิพิฐ&nbsp;จีนชาติ&nbsp;(โรงเรียนหนองกี่พิทยาคม)&nbsp;-&nbsp;รางวัลชมเชย&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายเจตนิพัทธ์&nbsp;ถามนตรี&nbsp;(โรงเรียนประโคนชัยพิทยาคม)&nbsp;2.&nbsp;ทีม&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;TEEN&nbsp;DANCERCISE&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ที่ผ่านการคัดเลือกในระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เข้าร่วมการแข่งขัน&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;TEEN&nbsp;&nbsp;DANCERCISE&nbsp;&nbsp;THAILAND&nbsp;&nbsp;CHAMPIONSHIP&nbsp;2022&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์&nbsp;บางกะปิ&nbsp;กรุงเทพน&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ทีม&nbsp;ได้แก่&nbsp;รุ่น&nbsp;PRE-TEENAGE&nbsp;(อายุ&nbsp;9-14&nbsp;ปี)&nbsp;1.ทีม&nbsp;THOSSAPORN&nbsp;THUNDERโรงเรียนทศพรวิทยา&nbsp;อำเภอสตึก&nbsp;(ได้รับรางวัลชนะเลิศและได้รับถ้วยพระราชทานจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา&nbsp;สิริวัฒนาพรรณวดี)&nbsp;รุ่น&nbsp;TEENAGE&nbsp;(อายุ&nbsp;15&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;ปี)&nbsp;1.ทีม&nbsp;BE&nbsp;ME&nbsp;โรงเรียนสตึก&nbsp;อำเภอสตึก&nbsp;(ได้รับรางวัลชมเชย)&nbsp;2.ทีม&nbsp;THE&nbsp;ONENESSโรงเรียนหนองกี่พิทยาคม&nbsp;อำเภอหนองกี่&nbsp;(ได้เข้าร่วมการแข่งขันฯ)&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302163516699
309	"จังหวัดมหาสารคาม จัดพิธีถวายราชสักการะแด่ พระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ""พระบิดาแห่งมาตรฐาน การช่างไทย เนื่องใน ""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2565"	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่หอประชุมจังหวัดมหาสารคาม</strong>&nbsp;<strong>นายเกียรติศักดิ์&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จ&nbsp;พระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพล&nbsp;อดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐาน&nbsp;การช่างไทย&nbsp;เนื่องใน&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นางพรศรี&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายธัญญวัฒน์&nbsp;ชาญพินิจ&nbsp;นายธรรมนูญ&nbsp;แก้วคำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ศาล&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;และพสกนิกรทุกหมู่เหล่าเข้าร่วมพิธี</p><p><strong>จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552</strong>&nbsp;เห็นชอบให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปีเป็น&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;และได้ถวายพระราชสมัญญานามพระบาทสมเด็จ&nbsp;พระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ว่า&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐาน&nbsp;การช่างไทย&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ที่ทรงพระปรีชาสามารถทางการช่างและเป็นแบบอย่างและแรงใจต่อแรงงานไทย&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปีจึงเป็น&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;โดยได้น้อมนำมาเป็นแรงดลใจให้ทุกภาคส่วนได้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีมาตรฐาน&nbsp;เพื่อพัฒนาคน&nbsp;เพื่อพัฒนาชาติ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2513&nbsp;เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว</strong>&nbsp;เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธาน&nbsp;ในพิธีเปิดงาน&nbsp;แนะแนวอาชีพ&nbsp;และแข่งขันฝีมือแห่งชาติครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;และมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับความเป็นช่างของคนไทย&nbsp;ความตอนหนึ่งว่า&nbsp;""ช่างทุกประเภท&nbsp;เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่ง&nbsp;ในชีวิตของบ้านเมืองและของคนทุกคน&nbsp;เพราะตลอดชีวิตของเรา&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการหรือสิ่งต่างๆ&nbsp;ที่มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่&nbsp;สนับสนุนจากทุกๆ&nbsp;ฝ่ายยิ่งในสมัยปัจจุบัน&nbsp;วิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้า&nbsp;ยิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษ&nbsp;เพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง&nbsp;ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณภาพดี&nbsp;และเพียงพอกับความต้องการในการส่งเสริมนั้นมีปัญหาอัน&nbsp;ควรจะได้พิจารณา&nbsp;ช่วยเหลืออยู่สามประการ&nbsp;ประการแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องการให้ความรู้&nbsp;ทางหลักวิทยาการ&nbsp;และความรู้ทางการออกแบบ&nbsp;ประการที่สอง&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องฝีมือซึ่งต้องปรับปรุงให้มีความประณีตและประสิทธิภาพได้มาตรฐานจริงๆ&nbsp;ประการที่สาม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องการจัดหางาน&nbsp;และหาตลาดเพื่อช่วยให้ช่างได้มีงานทำ&nbsp;มีตลาดที่จะส่งสินค้าที่ผลิตได้ไปจำหน่าย&nbsp;การช่วยเหลือทั้ง&nbsp;สามประการนี้&nbsp;จะต้องทำให้สอดคล้องกันไปเพื่อให้ช่างมีรายได้และผลกำไร&nbsp;สำหรับนำมาเป็นทุนรอนสร้างฐานะและความก้าวหน้า&nbsp;ข้าพเจ้าใคร่ขอฝากความคิดนี้ไว้เป็นแนวปฏิบัติของท่านทั้งหลายต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มหาสารคาม	สวท.มหาสารคาม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302150003642
310	ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ มอบโล่และเกียรติบัตร รางวัล คนดีศรีบุรีรัมย์ ที่เก็บสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 1 บาท พร้อมจี้พระ ได้ในบริเวณศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ ขณะเดินทางมาอบรมอาสาสมัครแรงงาน และส่งคืนเจ้าของ	"<p><strong>ที่หอประชุมจังหวัด&nbsp;นายธัชกร&nbsp;หัตถาธยากูล</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เป็นประธานมอบโล่และเกียรติบัตร&nbsp;รางวัล&nbsp;คนดีศรีบุรีรัมย์&nbsp;ให้นายสมศักดิ์&nbsp;ตรีตรอง&nbsp;ชาวตำบลหนองบัว&nbsp;อำเภอปะคำ&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ที่เก็บสร้อยคอทองคำ&nbsp;น้ำหนัก&nbsp;1&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมจี้พระ&nbsp;ได้ในบริเวณศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ขณะเดินทางมาอบรมอาสาสมัครแรงงาน&nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;และได้นำมามอบให้แก่สำนักงานจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์หาเจ้าของทรัพย์ดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งต่อมา&nbsp;นางวาสนา&nbsp;แก่นอินทร์&nbsp;</strong>ได้มาแสดงตนว่าเป็นเจ้าของสร้อยคอทองคำพร้อมจี้พระ&nbsp;และได้ทำการส่งคืนเจ้าของเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์การทำความดี&nbsp;ตามประกาศจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ข้อ&nbsp;3&nbsp;ผู้ที่แสดงออกถึงความซื่อสัตย์สุจริต&nbsp;ทั้งนี้จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ได้มีประกาศ&nbsp;เรื่อง&nbsp;การมอบรางวัล&nbsp;คนดีศรีบุรีรัมย์&nbsp;ลงวันที่&nbsp;23&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2561&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อยกย่องเชิดชูผู้ทำคุณงามความดี&nbsp;เสียสละ&nbsp;เพื่อส่วนรวม&nbsp;ด้วยความกตัญญู&nbsp;ความกล้าหาญ&nbsp;ความมีสำนึกดี&nbsp;ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก&nbsp;และเป็นการจุดประกายให้ประชาชนชาวบุรีรัมย์ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการทำความดี&nbsp;และชี้ให้เห็นว่าการทำความดีเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง&nbsp;น่าภาคภูมิใจ&nbsp;ควรจะได้รับการเชิดชูให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่สังคม&nbsp;และมอบโล่และเกียรติบัตร&nbsp;คนดีศรีบุรีรัมย์</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302174002736
311	จ.กาฬสินธุ์ จัดพิธีถวายราชสักการะเนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2565	"<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;</strong>นำส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่หอประชุมจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;</strong>ศูนย์ราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;นายทรงพล&nbsp;ใจกริ่ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เป็นประธานพิธีถวายราชสักการะ&nbsp;วางพานพุ่มดอกไม้สด&nbsp;และอ่านประกาศถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็น&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีข้าราชการ&nbsp;ศาล&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;หน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน&nbsp;เข้าร่วมพิธี</p><p><strong>คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;</strong>เป็น&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ""&nbsp;มีการถวายพระราชสมัญญาแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ว่า&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติฯ&nbsp;และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นในการพัฒนาฝีมือการช่าง&nbsp;พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถทั้งด้านช่างไม้&nbsp;ช่างโลหะ&nbsp;ด้านอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;หรือแม้แต่ด้านเครื่องยนต์&nbsp;ทรงสามารถทำได้ดีในทุกแขนง&nbsp;เป็นแบบอย่างและแรงใจต่อแรงงานไทยทุกคน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	กาฬสินธุ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302150215647
312	ศบค.จังหวัดสตูล ประชุมติดตามสถานการณ์ COVID-19 หลังจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากสายพันธุ์โอมิครอน ที่ประชุมห่วงกลุ่มที่ยังไม่รับการฉีดวัคซีน แม้อาการไม่รุนแรงแต่อาจเสียชีวิตได้	<p><strong>ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสตูล&nbsp;จัดการประชุมติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสตูล&nbsp;โดยมีนายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานการประชุมพร้อมด้วยคณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมและผ่านระบบออนไลน์</p><p><strong>ที่ประชุมรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19</strong>&nbsp;ในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;โดยจังหวัดสตูลมีจำนวนผู้ติดเชื้อที่เข้ารับการรักษาตัวจำนวน&nbsp;1,980&nbsp;ราย&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;และ&nbsp;5,769&nbsp;ราย&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;(ข้อมูลเมื่อเวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ถือว่าเป็นช่วงขาขึ้นที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มอย่างรวดเร็ว&nbsp;ซึ่งผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;โดยผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสำหรับกลุ่มสีแดง&nbsp;เหลือง&nbsp;และรักษาตัวที่บ้าน&nbsp;HI&nbsp;และ&nbsp;CI&nbsp;ดูแลโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;มีทีมหมอครอบครัวติดตามสังเกตอาการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;สำหรับการฉีดวัคซีนป้องกัน&nbsp;COVID-19&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;2564-ปัจจุบัน&nbsp;มีผู้เข้ารับวัคซีนแล้วจำนวน&nbsp;424,514&nbsp;โดส&nbsp;รวมเข็ม&nbsp;1&nbsp;&nbsp;4&nbsp;แต่ยังมีกลุ่มที่ยังไม่รับการฉีดวัคซีนด้วยเหตุต่างๆ&nbsp;อีกจำนวนมาก&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;</p><p><strong>นายแพทย์สมบัติ&nbsp;ผดุงวิทย์วัฒนา&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การติดเชื้อของชาวสตูล&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;มีการติดอย่างรวดเร็ว&nbsp;และติดกันเป็นหมู่คณะทั้งภายในครอบครัว&nbsp;ในสถานที่ทำงานเดียวกัน&nbsp;หรือแม้แต่ผู้ที่มีกิจกรรมร่วมกัน&nbsp;บางรายแสดงอาการก็เข้าสู่ระบบการรักษา&nbsp;แต่บางรายไม่แสดงอาการและไม่รู้ว่าตัวเองมีเชื้อยังคงใช้ชีวิตตามปกติ&nbsp;โดยกลุ่มที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดคือกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;ที่ไม่เข้ารับการฉีดวัคซีน&nbsp;แม้ว่าสายพันธ์โอมิครอนจะมีอาการไม่รุนแรง&nbsp;แต่ก็ยังมีผู้เสียชีวิตจากโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;</p><p><strong>ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวเน้นย้ำให้หน่วยงานสร้างความเข้าใจ</strong>ที่ดีเรื่องความจำเป็นในการฉีดวัคซีนและการดูแลรักษาป้องกันตัวเองแบบ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;พร้อมเน้นย้ำเรื่องการเตรียมความพร้อมในการเปิดด่านพรมแดนทางบก&nbsp;ทางน้ำ&nbsp;ทางอากาศ&nbsp;ซึ่งได้มอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรองรับการเปิดด่านในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวถึงมาตรการรัฐ&nbsp;เจอ-แจก-จบ</strong>&nbsp;เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ติดเชื้อที่อาการไม่มาก&nbsp;เมื่อเจอผู้ติดเชื้อก็จะเข้าสู่ระบบการรักษา&nbsp;โดยหน่วยงานสาธารณสุขจะแจกจ่ายยาให้สอดคล้องกับอาการและความเสี่ยง&nbsp;มี&nbsp;3&nbsp;สูตรด้วยกัน&nbsp;คือ&nbsp;สูตร&nbsp;1&nbsp;จ่ายยาฟาวิพิราเวีย&nbsp;ให้แก่กลุ่มเปราะบาง&nbsp;ผู้มีโรคประจำตัว&nbsp;เป็นต้น&nbsp;,&nbsp;สูตร&nbsp;2&nbsp;จ่ายยาฟ้าทะลายโจร&nbsp;ให้แก่ผู้ที่มีอาการไม่มาก&nbsp;และจ่ายยารักษาตามอาการ&nbsp;สำหรับผู้ที่ไม่มีอาการหรือเป็นกลุ่มสีเขียว&nbsp;แต่หากมีอาการมากขึ้นก็จะเข้าสู่ระบบการรักษาในโรงพยาบาลตามลำดับ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302140806594
313	จังหวัดสมุทรสงคราม จัดพิธีน้อมรำลึก ถวายสักการะและวางพานพุ่ม แด่ พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2565	"<p><strong>ที่อาคารกิจกรรมวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;พร้อมกล่าวถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;นายกรกฏ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัด,ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;และสถานศึกษาเข้าร่วมพิธี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2513&nbsp;เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีเปิดงาน&nbsp;แนะแนวอาชีพ&nbsp;และแข่งขันฝีมือแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;และมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับความเป็นช่างของคนไทย&nbsp;ความตอนหนึ่งว่า&nbsp;""ช่างทุกประเภท&nbsp;เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของคนทุกคน&nbsp;เพราะตลอดชีวิตของเรา&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการหรือสิ่งต่างๆ&nbsp;ที่มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่&nbsp;สนับสนุนจากทุกๆ&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ยิ่งในสมัยปัจจุบัน&nbsp;วิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้า&nbsp;ยิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษ&nbsp;เพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถ&nbsp;เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระองค์ท่าน&nbsp;กระทรวงแรงงาน&nbsp;จึงเห็นสมควรถวายพระราชสมัญญา&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;โดยกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปีเป็น&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ""&nbsp;&nbsp;&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;โดยมอบหมายสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดแต่ละจังหวัด&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;จบแล้วประธานนำผู้ร่วมพิธี&nbsp;ยืนสงบนิ่ง&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;99&nbsp;วินาที&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็น&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ประธานในพิธี&nbsp;มอบใบอนุญาตการจัดตั้งศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ</strong>&nbsp;ให้กับวิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรสงคราม&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;สาขา&nbsp;มอบหนังสือรับรองผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ระดับ&nbsp;1&nbsp;ในสาขาช่างภายในอาคาร&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;และมอบหนังสือรับรองผู้ผ่านการประเมินความรู้ความสามารถในสาขาอาชีพที่อาจก่อให้เกิดอันตราย&nbsp;ระดับ&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;นายพูลโชค&nbsp;โตประเสริฐ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานฯ&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานในจังหวัดฯ&nbsp;นำประธานและผู้ร่วมพิธีเยี่ยมชมการจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติ&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;รวมทั้งการออกบูธจากหน่วยงานและสถานประกอบการต่าง&nbsp;ๆ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302140531592
314	อ.จัตุรัส เร่งสร้างสะพานไม้บึงละหานพร้อมทดสอบตกแต่งแสงไฟจากวัสดุในพื้นที่	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายวรศิษย์&nbsp;พุฒจีบ&nbsp;นายอำเภอจัตุรัส</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินงานก่อสร้างสะพานไม้&nbsp;เพื่อพัฒนาบึงละหาน&nbsp;โดยล่าสุดได้มีการตรวจติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างสะพานฯ&nbsp;และการพัฒนาพื้นที่ร่วมกับ&nbsp;นายชาญชัย&nbsp;ศรศรีวิชัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ,&nbsp;นายอำเภอหนองบัวแดง,&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมงานพัฒนาชุมชน&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยภูมิ,&nbsp;พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดชัยภูมิ,&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดชัยภูมิ,&nbsp;คลังจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;และ&nbsp;ผู้แทนโยธาธิการจังหวัดชัยภูมิ</p><p><strong>สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างฯ&nbsp;</strong>ซึ่งดำเนินการเป็นวันที่&nbsp;14&nbsp;ได้มีการตอกเสาไม้ลงได้รวมทั้งหมด&nbsp;400&nbsp;ต้น&nbsp;(&nbsp;200&nbsp;คู่)&nbsp;ระยะทางรวมประมาณ&nbsp;400&nbsp;เมตร&nbsp;(เพิ่มจากเดิม&nbsp;20&nbsp;ต้น&nbsp;(10&nbsp;คู่)&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;20&nbsp;เมตร)&nbsp;รวมถึง&nbsp;วางคานสะพานได้&nbsp;130&nbsp;ช่อง&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;260&nbsp;เมตร&nbsp;(เพิ่มจากเดิม&nbsp;12&nbsp;ช่อง&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;24&nbsp;เมตร)&nbsp;ตอกตะปูพื้นสะพานได้&nbsp;35&nbsp;ช่อง&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;70&nbsp;เมตร&nbsp;และทดสอบตกแต่งแสงไฟจากวัสดุในพื้นที่เพื่อให้สะพานไม้สามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ในเวลากลางคืน</p><p><strong>นอกจากนี้ยังมอบหมายพัฒนาการอำเภอ&nbsp;</strong>และกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ตำบลบ้านขาม&nbsp;ก่อสร้างกองอำนวยการบริการนักท่องเที่ยว&nbsp;ความคืบหน้าประมาณ&nbsp;15%</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302152141654
315	ดีอีเอส แจ้งเตือนประชาชนไม่ให้หลงเชื่อและส่งต่อข่าวปลอมแอปเป๋าตังให้กู้เงิน 1 หมื่นบาทลงทะเบียนได้ทุกอาชีพ	<p><strong>นางสาวนพวรรณ&nbsp;หัวใจมั่น</strong>&nbsp;โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง&nbsp;(ดีอีเอส)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบกรณีการเผยแพร่ข่าว&nbsp;แอปเป๋าตัง&nbsp;ให้กู้เงิน&nbsp;1&nbsp;หมื่นบาท&nbsp;ลงทะเบียนได้ทุกอาชีพ&nbsp;กับธนาคารกรุงไทย&nbsp;พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ&nbsp;พร้อมชี้แจงว่า&nbsp;ปัจจุบันยังไม่มีบริการให้สินเชื่อผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;เป๋าตัง&nbsp;ซึ่งแอปพลิเคชันเป๋าตัง&nbsp;เป็นแพลตฟอร์มด้านการเงินระบบเปิด&nbsp;สามารถใช้บริการแม้ไม่มีบัญชีเงินฝากของธนาคารกรุงไทย&nbsp;ให้บริการครอบคลุมทั้งบริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;(E-wallet)&nbsp;รองรับการทำธุรกรรมโอนเงิน&nbsp;เติมเงิน&nbsp;และชำระค่าสินค้าและบริการ&nbsp;รวมถึงบริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ&nbsp;(G-wallet)&nbsp;รองรับการทำนโยบายของภาครัฐ&nbsp;บริการกระเป๋าสุขภาพ&nbsp;(Health&nbsp;Wallet)&nbsp;ตรวจเช็กสิทธิด้านสุขภาพผ่านเป๋าตัง&nbsp;บริการด้านการลงทุนพันธบัตรของรัฐผ่านวอลเล็ต&nbsp;รวมถึงบริการเกี่ยวกับกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา&nbsp;(กยศ.)&nbsp;ที่ช่วยให้การจัดการบัญชี&nbsp;กยศ.&nbsp;สะดวกและรวดเร็ว&nbsp;</p><p><strong>แจ้งเตือนประชาชนไม่ให้หลงเชื่อและไม่ส่งต่อข้อมูลดังกล่าว</strong>&nbsp;หากพบ&nbsp;SMS&nbsp;อีเมล&nbsp;หรือ&nbsp;LINE&nbsp;ลิงก์แอบอ้างเป็นธนาคาร&nbsp;สามารถแจ้งผ่าน&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;Krungthai&nbsp;Care&nbsp;และ&nbsp;Krungthai&nbsp;Contact&nbsp;Center&nbsp;โทร&nbsp;02-111-1111&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302212804850
316	"พิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย"" เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2565"	"<p><strong>ที่หอประชุมพญานาครินทร์&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;นายทวีป&nbsp;&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานประกอบพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พ.อ.อัครพนธ์&nbsp;มูลประดับรอง&nbsp;ผอ.กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;อ.จ.(ท.)&nbsp;ร่วมพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ท่านที่มีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทยและทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่างรวมทั้งได้ทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทย</p><p><strong>พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร</strong>&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ได้มีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า&nbsp;""ช่างทุกประเภท&nbsp;เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของคนทุกคนเพราะตลอดชีวิตของคนเรา&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการสิ่งต่างๆ&nbsp;ที่ได้มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่สนับสนุนจากทุกๆ&nbsp;ฝ่ายยิ่งในสมัยปัจจุบัน&nbsp;วิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้ายิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษ&nbsp;เพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง&nbsp;ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการ""&nbsp;ถือเป็นอีกหนึ่งวันที่มีความพิเศษต่อช่างฝีมือแรงงานไทยทั่วประเทศ</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302174033737
317	"จังหวัดตาก จัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย"" เนื่องในวันมาตรฐานผีมือแรงงานแห่งชาติ"	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานตาก&nbsp;จังหวัดตาก</strong>&nbsp;นายสมชัย&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานผีมือแรงงานแห่งชาติประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นางวรรณฤดี&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดตาก&nbsp;นางสาวศุภมาศ&nbsp;คุ้มศรีวงษ์&nbsp;ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดตาก&nbsp;รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;310&nbsp;รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก&nbsp;นางสาวกอบกุล&nbsp;มะลิวัลย์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานตาก&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน</p><p><strong>โดยกิจกรรมในครั้งนี้ภายในงานมีการจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;การทำอาหาร&nbsp;ขนมหนาว&nbsp;กาแฟ&nbsp;งานเย็บผ้า&nbsp;ตัดผม&nbsp;งานเชื่อมโลหะ&nbsp;งานติดตั้งเครื่องปรับอากาศ&nbsp;และงานฝีมือ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทย&nbsp;ให้มีความเป็นมาตรฐาน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;</strong>เห็นชอบถวายพระราชสมัญญา&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปีเป็น&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;โดยพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสถึงปัญหาเรื่องช่างฝีมือ&nbsp;ซึ่งต้องปรับปรุงให้มีความประณีตและมีประสิทธิภาพได้มาตรฐาน&nbsp;จากพระราชดำรัสดังกล่าว&nbsp;แสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ส่งมีความห่วงใยต่อแรงงานไทย&nbsp;และทรงให้ความสำคัญกับมาตรฐานงานช่างของคนไทยเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;รวมทั้งพระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถทางด้านการช่าง&nbsp;เป็นที่ประจักษ์ต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างชัดแจ้ง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND.</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	ตาก	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302142509605
318	พช.ลำพูน ลงพื้นที่เยี่ยมเยือน ครัวเรือนเป้าหมาย TPMAP ที่ตกเกณฑ์ จปฐ. ด้านความเป็นอยู่ พร้อมนำสิ่งของช่วยเหลือเบื้องต้น	<p><strong>นางบำเพ็ญ&nbsp;เมืองมูล&nbsp;พัฒนาการจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายโยธิน&nbsp;ประสงค์ความดี&nbsp;นายอำเภอเมืองลำพูน&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยือน&nbsp;ครัวเรือนเป้าหมาย&nbsp;TPMAP&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;นายทอง&nbsp;ตันแก้ว&nbsp;อายุ&nbsp;75&nbsp;ปี&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;155/2&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลเหมืองง่า&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ซึ่งเป็นครัวเรือนที่ตกเกณฑ์&nbsp;TPMAP&nbsp;มิติที่&nbsp;2&nbsp;ด้านความเป็นอยู่&nbsp;ตกเกณฑ์&nbsp;จปฐ.&nbsp;ข้อที่&nbsp;8&nbsp;ครัวเรือนมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและบ้านมีสภาพคงทนถาวร&nbsp;จปฐ.&nbsp;ข้อที่&nbsp;11&nbsp;ครัวเรือนมีการจัดการบ้านเรือนเป็นระเบียบเรียบร้อยและถูกสุขลักษณะ&nbsp;และมิติที่&nbsp;3&nbsp;ด้านการมีงานทำและรายได้&nbsp;ตกเกณฑ์&nbsp;จปฐ.&nbsp;ข้อ&nbsp;22&nbsp;รายได้เฉลี่ยของคนในครัวเรือนต่อปีไม่ถึงเกณฑ์&nbsp;ในโอกาสนี้ทางคณะยังได้มอบเครื่องอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;และเจลแอลกอฮอล์&nbsp;เพื่อเป็นการให้กำลังใจและเป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302142824607
319	จ.ชัยภูมิยังพบโควิดกระจายทั้ง 16 อำเภอ ในเมืองพบมากสุด	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายวชิระ&nbsp;บถพิบูลย์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดชัยภูมิพบผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;รายใหม่จำนวน&nbsp;189&nbsp;ราย&nbsp;เป็นการติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;144&nbsp;ราย&nbsp;และพบผู้ที่เดินทางกลับจากต่างจังหวัดอีก&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;โดยพบที่อำเภอเมือง&nbsp;69&nbsp;ราย,&nbsp;อำเภอจัตุรัส&nbsp;26&nbsp;ราย,&nbsp;อำเภอภักดีชุมพล&nbsp;26&nbsp;ราย,&nbsp;อำเภอคอนสาร&nbsp;19&nbsp;ราย,&nbsp;อำเภอหนองบัวแดง&nbsp;15&nbsp;ราย,&nbsp;อำเภอบ้านแท่น&nbsp;8&nbsp;ราย,&nbsp;อำเภอภูเขียว&nbsp;7&nbsp;ราย,&nbsp;อำเภอเนินสง่า&nbsp;7&nbsp;ราย,&nbsp;อำเภอหนองบัวระเหว&nbsp;5&nbsp;ราย,&nbsp;อำเภอเกษตรสมบูรณ์&nbsp;2&nbsp;ราย,&nbsp;อำเภอซับใหญ่&nbsp;2&nbsp;ราย,&nbsp;อำเภอคอนสวรรค์&nbsp;1&nbsp;ราย,&nbsp;อำเภอแก้งคร้อ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;อำเภอบำเหน็จณรงค์&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;สรุปยอดรวมผู้ป่วยสะสมของจังหวัดชัยภูมิอยู่ที่&nbsp;20,241&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษาตัว&nbsp;3,512&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตรวม&nbsp;144&nbsp;ราย</p><p><strong>ขณะข้อมูลการรักษาตัวของผู้ติดเชื้อโควิดในขณะนี้&nbsp;พบว่าร้อยละ&nbsp;92.1&nbsp;</strong>เป็นผู้ป่วยสีเขียว&nbsp;คือ&nbsp;มีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการ&nbsp;ขณะที่ร้อยละ&nbsp;7.6&nbsp;เป็นผู้ป่วยที่มีอาการปานกลาง&nbsp;มีเพียงร้อยละ&nbsp;0.3&nbsp;เท่านั้นที่เป็นผู้ป่วยสีแดง&nbsp;เหลือเตียงว่าง&nbsp;1,504&nbsp;เตียง&nbsp;หรือคิดเป็น&nbsp;31.64%&nbsp;ของเตียงทั้งหมด</p><p><strong>ส่วนผลการเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;ในจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ณ&nbsp;ปัจจุบัน</strong>&nbsp;มีผู้เข้ารับบริการวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;แล้วจำนวน&nbsp;658,950&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;68.68&nbsp;%&nbsp;และมีผู้เข้ารับบริการวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;แล้วจำนวน&nbsp;603,002&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;62.81&nbsp;%&nbsp;&nbsp;มีผู้เข้ารับบริการวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;แล้ว&nbsp;134,230&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;13.99&nbsp;%&nbsp;และมีผู้เข้ารับบริการวัคซีนเข็มที่&nbsp;4&nbsp;แล้ว&nbsp;9,153&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;0.95&nbsp;%</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302152707656
320	จังหวัดสุรินทร์ ขับเคลื่อนกิจกรรมตลาดหน้าจวน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว  และส่งเสริมวัฒนธรรมความเป็นไทย	"<p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมรวยประสาท</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;นางทรงลักษณ์&nbsp;วรภัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นประธานการประชุมการดำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรมตลาดหน้าจวน&nbsp;บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์&nbsp;(หลังเก่า)&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดสุรินทร์ร่วมกับภาครัฐและเอกชน</strong>ได้บูรณาการการจัดกิจกรรมบริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์&nbsp;(หลังเก่า)&nbsp;ในชื่อ&nbsp;""ตลาดหน้าจวน""&nbsp;ให้เป็นลานกิจกรรมเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว&nbsp;ส่งเสริมวัฒนธรรมความเป็นไทย&nbsp;และสร้างความมีชีวิตให้กับศาลากลางจังหวัดสุรินทร์&nbsp;(หลังเก่า)&nbsp;ให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดสุรินทร์&nbsp;และได้เริ่มดำเนินการจัดกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยที่ประชุมได้ติดตามผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนกิจกรรมตลาดหน้าจวน&nbsp;เช่น&nbsp;การออกแบบการใช้บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์&nbsp;การปรับภูมิทัศน์สถานที่&nbsp;เครื่องเสียง&nbsp;ไฟฟ้า&nbsp;และแสงสว่าง&nbsp;การดูแลหญ้าและความสะอาดบริเวณการจัดกิจกรรม&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;การจำหน่ายผ้าไหม&nbsp;การจำหน่ายพืชผัก&nbsp;&nbsp;การจำหน่ายอาหารและสินค้าทางวัฒนธรรม&nbsp;กลุ่มผู้จำหน่ายสินค้า&nbsp;กิจกรรมตักบาตรเช้าวันเสาร์&nbsp;กิจกรรมการออกกำลังกาย&nbsp;และการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับแนวทางในการขับเคลื่อนกิจกรรมการจัดตลาดหน้าจวนในช่วงต่อไป</strong>&nbsp;จะเน้นการประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรม&nbsp;โดยสร้างเพจบน&nbsp;application&nbsp;facebook&nbsp;การประชาสัมพันธ์เสียงตามสาย&nbsp;รถแห่&nbsp;ฯลฯ&nbsp;นอกจากนั้นได้เตรียมเรื่องการจัดตั้งกลุ่มองค์กรเข้าร่วมกิจกรรมในช่วงเย็นเวลา&nbsp;16.00-20.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;และการจัดตั้งร้านค้าจำหน่ายอาหารและสินค้าพื้นเมือง&nbsp;&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	NULL	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302174116738
321	"เทศบาลเมืองศรีสะเกษ ร่วมพิธีทำบุญใส่บาตร ""ศรีสะเกษพร้อมใจ นุ่งผ้าไทยใส่บาตร ทำความดี    วิถีพอเพียง"""	"<p><strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;พ่อค้า&nbsp;และประชาชนชาวศรีสะเกษ&nbsp;ร่วมพิธีทำบุญใส่บาตร&nbsp;โครงการรณรงค์แต่งกายด้วยผ้าไทยและผ้าพื้นเมือง&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;๒๕๖๕&nbsp;""ศรีสะเกษพร้อมใจ&nbsp;นุ่งผ้าไทยใส่บาตร&nbsp;ทำความดี&nbsp;วิถีพอเพียง""&nbsp;ณ&nbsp;สนามกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ถนนเลี่ยงเมือง&nbsp;ตำบลหนองครก&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดกิจกรรมประกอบด้วย</strong></p><p>-&nbsp;พิธีทำบุญใส่บาตรพระสงฆ์&nbsp;๙&nbsp;รูป</p><p>-&nbsp;การมอบเกียรติบัตรแก่ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกแต่งกายด้วยผ้าไทย&nbsp;ผ้าพื้นเมืองสวยงาม&nbsp;และผู้ใช้วัสดุทำจากธรรมชาติที่สวยงาม</p><p>-&nbsp;การแสดงดนตรีไทย&nbsp;จากโรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย&nbsp;และโรงเรียนอนุบาลศรีสะเกษ</p><p>-&nbsp;การจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม&nbsp;CPOT&nbsp;และสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จากกลุ่มผู้ประกอบการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กลุ่มผู้ผลิตผ้าแส่ว&nbsp;ผ้าทอมือ&nbsp;ผ้าพื้นเมือง</p><p>-&nbsp;การจำหน่ายอาหารพื้นถิ่น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ดร.ฉัฐมงคล&nbsp;อังคสกุลเกียรติ&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ</strong>&nbsp;ได้ร่วมกิจกรรมโครงการรณรงค์แต่งกายด้วยผ้าไทยและผ้าพื้นเมือง&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;๒๕๖๕&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;สำหรับการจัดกิจกรรม&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;๒๐๑๙&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;และจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302174206740
322	เทศบาลเมืองศรีสะเกษ เปิดโครงการเสวนาประสาชาวเมือง ระดม แสดงความคิดเห็น พูดคุย เสนอแนะ  ร่วมพัฒนาเทศบาล	"<p><strong>ดร.ฉัฐมงคล&nbsp;อังคสกุลเกียรติ</strong>&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการเสวนาประสาชาวเมือง&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมสโมสรพนักงานเทศบาลเมืองศรีสะเกษ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้รับเกียรติจากนายสิริพงศ์&nbsp;อังคสกุลเกียรติ</strong>&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ประชาชน&nbsp;ผู้แทนจากหน่วยงานราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;หน่วยงานเอกชน&nbsp;กลุ่มองค์กรอิสระ&nbsp;นักปราชญ์&nbsp;นักเรียน&nbsp;และนักศึกษา&nbsp;เข้าร่วมเสวนาในครั้งนี้&nbsp;เพื่อร่วมกันระดม/&nbsp;แสดงความคิดเห็น&nbsp;พูดคุย&nbsp;เสนอแนะ&nbsp;ร่วมคิด&nbsp;ร่วมพัฒนาเทศบาลต่อไปในอนาคต</p><p><strong>โดยประเด็นหัวข้อการเสวนาแบ่งออกเป็น&nbsp;5&nbsp;ประเด็น</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>1).&nbsp;การพัฒนาด้านสังคม&nbsp;</p><p>2).&nbsp;การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;</p><p>3).&nbsp;การพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;</p><p>4).&nbsp;การพัฒนาเมืองสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะเทศบาลเมืองศรีสะเกษ&nbsp;Smart&nbsp;City&nbsp;ภายใต้วิสัยทัศน์&nbsp;Sisaket&nbsp;Smart&nbsp;Life</p><p>&nbsp;(small&nbsp;yellow&nbsp;diamond)กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ&nbsp;โทร.045-620211-4&nbsp;ต่อ&nbsp;124(small&nbsp;yellow&nbsp;diamond)</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302174254741
323	เทศบาลเมืองศรีสะเกษ เฝ้าระวังเข้มตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค                  โควิด-19	"<p><strong>ดร.ฉัฐมงคล&nbsp;อังคสกุลเกียรติ&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ</strong>&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เทศกิจ&nbsp;รณรงค์จัดระเบียบตลาดสดเทศบาล&nbsp;1,&nbsp;3&nbsp;และตลาดจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรริมทางรถไฟ&nbsp;(หลังตลาดสดเทศบาล&nbsp;3)&nbsp;และขอความร่วมมือพ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;และประชาชน&nbsp;ได้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ในช่วงการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;และการแข่งขังขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;นครลำดวนเกมส์&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในครั้งนี้&nbsp;(การจัดงานในรูปแบบวิถีปกติใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;ภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19)</p><p>(small&nbsp;green&nbsp;triangle)ศรีสะเกษไม่ประมาท&nbsp;การ์ดอย่าตก(small&nbsp;green&nbsp;triangle)</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302174336742
324	ขนส่งสมุทรปราการเชิญชวนผู้ประกอบการขนส่งที่สนใจสมัครขอรับรองมาตรฐานคุณภาพบริการขนส่งด้วยรถบรรทุก (Q Mark)	"<p><strong>นางสุนิสา&nbsp;อนันตกูล&nbsp;ขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>กรมการขนส่งทางบกได้สร้างระบบมาตรฐานคุณภาพบริการขนส่งด้วยรถบรรทุก&nbsp;หรือ&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;Q&nbsp;Mark&nbsp;เพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนา&nbsp;สนับสนุน&nbsp;และส่งเสริมระบบการขนส่งสินค้าทางถนน&nbsp;ให้มีคุณภาพได้มาตรฐานสอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม&nbsp;ลดต้นทุนการดำเนินงานของผู้ประกอบการขนส่ง&nbsp;และลดต้นทุนการขนส่งในภาพรวม&nbsp;ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;โดยผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน&nbsp;Q&nbsp;Mark&nbsp;จะต้องมีระบบการทำงานที่มีความปลอดภัยทุกเที่ยวการขนส่ง&nbsp;ยานพาหนะมีการดูแลบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;พนักงานขับรถมีทักษะและความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;ซึ่งมาตรฐาน&nbsp;Q&nbsp;Mark&nbsp;มีข้อกำหนดที่ครอบคลุมการดำเนินการใน&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;(1)&nbsp;ด้านองค์กร&nbsp;(2)&nbsp;ด้านปฏิบัติการขนส่ง&nbsp;(3)&nbsp;ด้านพนักงาน&nbsp;(4)&nbsp;ด้านยานพาหนะ&nbsp;และ&nbsp;(5)&nbsp;ด้านลูกค้าและภายนอก&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นางสุนิสา&nbsp;ยังกล่าวต่อไปว่า&nbsp;</strong>นอกจากประโยชน์ในการประกอบธุรกิจแล้วยังลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;รวมทั้งทำให้ระบบโลจิสติกส์ไทยมีศักยภาพในการเติบโตที่เหมาะสม&nbsp;โดยผู้ประกอบการที่ได้การรับรองมาตรฐาน&nbsp;Q&nbsp;Mark&nbsp;จะได้รับสิทธิประโยชน์จากกรมการขนส่งทางบกในการขออนุญาตประกอบการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ&nbsp;(Road&nbsp;Transport&nbsp;Permit)&nbsp;ได้รับสิทธิเข้าร่วมประชุม&nbsp;สัมมนาเพื่อสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ&nbsp;(Business&nbsp;Matching)&nbsp;ได้รับสิทธิในการประชาสัมพันธ์ธุรกิจผ่านทุกช่องทางของกรมการขนส่งทางบก&nbsp;และสิทธิในการพิจารณาผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองให้สามารถใช้สถานีขนส่งสินค้าของกรมการขนส่งทางบก&nbsp;(Truck&nbsp;Terminal)&nbsp;ทั้งที่ให้บริการในปัจจุบันและที่อยู่ในแผนพัฒนาสถานีในอนาคต</p><p><strong>ขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;หากผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถบรรทุกผ่านการตรวจประเมินและได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพฯ&nbsp;แล้ว&nbsp;จะได้รับหนังสือรับรองฯ&nbsp;และได้รับสิทธิในการจัดทำตราสัญลักษณ์&nbsp;Q&nbsp;เพื่อใช้สำหรับติดรถบรรทุกและ/หรือใช้ประชาสัมพันธ์หน่วยงานได้&nbsp;การรับรองมีอายุ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรอง&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการขนส่งประเภทการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถบรรทุกและผู้ประกอบการขนส่งส่วนบุคคลด้วยรถบรรทุก&nbsp;ที่สนใจและมีความพร้อมขอรับรองมาตรฐานคุณภาพบริการขนส่งด้วยรถบรรทุก&nbsp;(Q&nbsp;Mark)&nbsp;สามารถสมัครหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;<a&nbsp;href=""https://www.thaitruckcenter.com/tdsc%20%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%20%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3.0-2271-8490""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">https://www.thaitruckcenter.com/tdsc&nbsp;สำนักการขนส่งสินค้า&nbsp;โทร.0-2271-8490</a>&nbsp;ต่อ&nbsp;4706&nbsp;หรือกลุ่มวิชาการขนส่ง&nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;โทร.0-2323-2872</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302143812612
325	"สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดพังงา ร่วมพิธีวางพานพุ่มและถวายราชสักการะ เนื่องใน ""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ"	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;นางสาวธัญรัศม์&nbsp;ศรีริพราหมณ์&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานพังงา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดพังงา&nbsp;เข้าร่วมพิธีวางพานพุ่มและถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตรเนื่องใน&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;โดยมีนายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมจำปูน&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพังงา</p><p><strong>กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;ได้ดำเนินการจัดกิจกรรม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พิธีถวายราชสักการะ&nbsp;วางพานพุ่ม&nbsp;และนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบามสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ที่ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;และเป็นแบบอย่างแรงกายแรงใจต่อแรงงานไทย&nbsp;คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;ถวายพระราชสมัญญาเฉลิมพระเกียรติพระองค์ในฐานะทรงเป็น&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;และกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปีเป็น&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302141750600
326	เทศบาลเมืองศรีสะเกษ เร่งทำความสะอาดถนนวิจิตรนคร เพื่อรองรับการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ	"<p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;ดร.ฉัฐมงคล&nbsp;อังคสกุลเกียรติ</strong>&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ&nbsp;มอบหมายเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กองสวัสดิการสังคม&nbsp;และงานป้องกันสาธารณภัย&nbsp;ร่วมกับชมชนทุ่งนาดีและชุมชนป่าม่วงทำความสะอาดถนนวิจิตรนคร&nbsp;เพื่อรองรับการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ</p><p>(small&nbsp;green&nbsp;triangle)กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;โทร.&nbsp;045-620211-4&nbsp;ต่อ&nbsp;154(small&nbsp;green&nbsp;triangle)</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302174404743
327	จังหวัดกระบี่ จัดพิธีถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร  มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช  บรมนาถบพิตร  พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย	<p><strong>นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;โดยประธานถวายความเคารพ&nbsp;วางพานพุ่มถวายราชสักการะ&nbsp;กล่าวถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในฐานะทรงเป็น&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;&nbsp;มีนายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสุดมงคล&nbsp;สำนักงาน&nbsp;เทศบาลเมืองกระบี่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การจัดพิธีดังกล่าว&nbsp;สืบเนื่องจาก&nbsp;เมื่อปีพุทธศักราช&nbsp;2513</strong>&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ได้เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือช่างแห่งชาติ&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;และพระราชทานพระราชดำรัสเกี่ยวกับ&nbsp;การช่างของไทย&nbsp;ความตอนหนึ่งว่า&nbsp;&nbsp;ช่างทุกประเภท&nbsp;เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของทุกคน&nbsp;เพราะตลอดชีวิตของเรา&nbsp;&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการหรือสิ่งต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่าง&nbsp;จึงสมควรได้รับความเอาใจใส่สนับสนุนจากทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ฝ่าย&nbsp;</p><p><strong>ยิ่งในสมัยปัจจุบันวิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้า&nbsp;</strong>ยิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษ&nbsp;เพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง&nbsp;ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการ&nbsp;ในการส่งเสริมนั้น&nbsp;มีปัญหาอันควรจะได้พิจารณาช่วยเหลืออยู่สามประการ&nbsp;ประการแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องการให้ความรู้ทางหลักวิทยาการ&nbsp;และความรู้ทางการออกแบบ,&nbsp;ประการที่สอง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องฝีมือ&nbsp;ซึ่งจะต้องปรับปรุงให้มีความประณีตและประสิทธิภาพได้มาตรฐานจริง&nbsp;ๆ,&nbsp;ประการที่สาม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องการจัดหางานและหาตลาด&nbsp;เพื่อช่วยให้ช่างได้มี&nbsp;งานทำ&nbsp;มีตลาดที่จะส่งสินค้าที่ผลิตได้ไปจำหน่าย&nbsp;การช่วยเหลือ&nbsp;ทั้งสามประการนี้&nbsp;จะต้องกระทำให้สอดคล้องกันไป&nbsp;เพื่อให้ช่าง&nbsp;มีรายได้และผลกำไร&nbsp;สำหรับนำมาเป็นทุนรอนสร้างฐานะและความก้าวหน้า&nbsp;ข้าพเจ้าใคร่ขอฝากความคิดทั้งนี้ไว้เป็นแนวทางปฏิบัติของท่านทั้งหลายต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากกระแสพระราชดำรัสดังกล่าว&nbsp;สะท้อนให้เห็นถึงสายพระเนตร</strong>&nbsp;อันยาวไกลที่มีพระราชดำริถึงความสำคัญของช่างฝีมือ&nbsp;ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อทุกคนในสังคม&nbsp;จึงจำเป็นต้องพัฒนาให้มีฝีมือตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;เพราะนั่นหมายถึงคุณภาพของสินค้าและบริการ&nbsp;ตลอดจนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อประเทศไทย&nbsp;แม้จะผ่านมาถึง&nbsp;๕๐&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ยังคงทันสมัยและนับวันจะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งกระทรวงแรงงานได้น้อมนำใส่เกล้ามาปฏิบัติ&nbsp;ในการพัฒนากำลังแรงงานให้มีฝีมือ&nbsp;</strong>พัฒนาสู่มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ทั้งด้านการผลิตสินค้าและบริการ&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ&nbsp;สร้างการยอมรับในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและประชาคมโลก&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติถวายพระราชสมัญญาแด่พระองค์ท่านให้เป็น&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐาน&nbsp;การช่างไทย&nbsp;พร้อมกับกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</p><p>ปริญญา&nbsp;งอสอน/ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302142454604
328	ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน สั่งทุกภาคส่วนรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์หมอกควัน ไฟป่าพร้อมชะลอการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในเขตป่าทุกชนิด หลังค่า PM2.5 เกินมาตรฐานติดต่อกัน 3 วัน	<p><strong>นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;พบค่าปริมาณฝุ่นละอองในอากาศเกินค่ามาตรฐานติดต่อกัน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากฝุ่นควันจากการเผา&nbsp;จากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ที่มีไฟป่าเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก&nbsp;ขณะที่ลมจากทิศตะวันตกพัดเข้ามายังประเทศไทยด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ส่งผลให้ปริมาณค่าฝุ่นควันจากการเผาในอากาศเกินค่ามาตรฐาน&nbsp;นอกจากนั้นยังเป็นผลมาจากความกดอากาศต่ำ&nbsp;และมีภูมิประเทศเป็นลักษณะหุบเขาแอ่งกระทะ&nbsp;ลักษณะของป่าไม้ที่ส่วนมากเป็นป่าเต็งรังเริ่มมีความแห้งแล้ง&nbsp;ส่งผลให้ฝุ่นความที่เกิดขึ้นไม่หมุนเวียนออกจากพื้นที่จังหวัด</p><p><strong>ทั้งนี้คณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>ได้สรุปการเปรียบเทียบสถิติการเกิดจุดความร้อน&nbsp;(Hot&nbsp;Sport)&nbsp;พบว่าในช่วงเดือนมกราคม-&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เกิดจุดความร้อนสะสม&nbsp;จำนวน&nbsp;864&nbsp;จุดน้อยกว่าสถิติในช่วงเดียวกันของปี&nbsp;2564&nbsp;เกิดความร้อนสะสม&nbsp;จำนวน&nbsp;2,449&nbsp;จุด&nbsp;โดยในปีนี้มีแนวโน้มที่ดีกว่าหลายปีที่ผ่านมา&nbsp;ส่วนอำเภอที่ยังต้องเฝ้าระวัง&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;รองลงมา&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;และอำเภอปางมะผ้า&nbsp;พบว่าปัจจุบันค่าฝุ่นละอองในอากาศเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;สำหรับปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนตั้งเป้าหมายจุดความร้อนสะสม&nbsp;ต้องไม่เกิน&nbsp;9,556&nbsp;จุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;สั่งการให้ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;สั่งการหน่วยงานป่าไม้ทุกแห่ง&nbsp;หยุดและชะลอการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในเขตป่าทุกชนิดในช่วงนี้&nbsp;&nbsp;ทั้งในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ป่าอนุรักษ์&nbsp;และในพื้นที่ชุมชน&nbsp;รวมทั้งของความร่วมมือจากประชาชนในการสอดส่อง&nbsp;และดูแล&nbsp;เพื่อป้องกันการลักลอบจุดไฟเผาป่า&nbsp;ขณะเดียวกันจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ยังคงมาตรการทางกฏหมายมาบังคับใช้ด้วย&nbsp;หากสถานการณ์หมอกควันไฟป่าในพื้นที่มีความรุนแรงจากการลักลอบจุดไฟเผาป่า&nbsp;เนื่องจากขณะนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้ออกประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ถึง&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><strong>สำหรับในด้านการดูแลสุขภาพประชาชนนั้น&nbsp;</strong>ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดดูแลประชาชน&nbsp;ดำเนินการจัดสถานที่ให้เป็นห้องปลอดฝุ่น&nbsp;(Safe&nbsp;Zone)&nbsp;เพื่อดูแลประชาชนที่มีผลกระทบจากฝุ่นละออง&nbsp;โดยประกาศให้โรงพยาบาล&nbsp;และโรงพยาบาลสุขภาพตำบลทุกแห่ง&nbsp;เตรียมพร้อมดูแลและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศแล้ว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302143318609
329	เทศบาลเมืองศรีสะเกษ ประกอบพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รูปหล่อพระนางศรีสะเกศ	"<p><strong>ดร.ฉัฐมงคล&nbsp;อังคสกุลเกียรติ&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายธานนท์&nbsp;โสภิตชา&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;และสิ่งแวดล้อมจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ผู้แทนและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;หัวหน้าส่วนการบริหารงานเทศบาลฯ&nbsp;ได้ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์&nbsp;รูปหล่อพระนางศรีสะเกศ&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณวงกลมรูปหล่อพระนางศรีสะเกศ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคลในการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ</strong>&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5-25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;นครลำดวนเกมส์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302174832747
330	จังหวัดแพร่กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง ป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามคำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ	<p><strong>นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;(ศบค.มท.)&nbsp;ได้รับแจ้งจากคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ&nbsp;กรมควบคุมโรค&nbsp;ขอความร่วมมือในการกำกับติดตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่อย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;แบบกลุ่มก้อน&nbsp;(Cluster)&nbsp;และแก้ไขปัญหาการระบาดแบบพุ่งเป้านั้น&nbsp;จังหวัดแพร่จึงขอให้ส่วนราชการทุกส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง&nbsp;อำเภอทุกอำเภอ&nbsp;องค์กรภาคเอกชน&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่&nbsp;และเทศบาลเมืองแพร่&nbsp;ดำเนินการดังนี้&nbsp;เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงต่างๆ&nbsp;รวมถึงการนำเชื้อจากชุมชนเข้าไปแพร่ในสถานพยาบาล&nbsp;และเตรียมแผนเผชิญเหตุกรณีเกิดการระบาดในพื้นที่&nbsp;ให้สอดคล้องตามสถานการณ์และความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่,&nbsp;กำกับติดตามการให้บริการวัคซีนโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เข็มกระตุ้นในกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;และเด็กอายุ&nbsp;5-17&nbsp;ปี&nbsp;โดยเร่งรัดการให้วัคซีนในโรงเรียน&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;รวมถึงโรงเรียนประจำหรือโรงเรียนสอนศาสนา,&nbsp;เน้นย้ำการดำเนินการตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;ในกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;กิจกรรมการรวมกลุ่ม&nbsp;พิธีกรรมทางศาสนา&nbsp;มหกรรมการแสดงต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;กำกับติดตามมาตรการความปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;(Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting)&nbsp;และมาตรการควบคุมโรคในพื้นที่เฉพาะ&nbsp;(Bubble&nbsp;and&nbsp;Seal)&nbsp;สำหรับตลาดค้าส่งที่มีขนาดใหญ่&nbsp;โรงงาน&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;รวมถึงสถานประกอบการที่มีแรงงานข้ามชาติ&nbsp;และเข้มงวดการจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มคน&nbsp;เช่น&nbsp;วงสุราหลังเลิกงาน&nbsp;ร้านอาหารกึ่งผับ&nbsp;สนามชนไก่&nbsp;กิจกรรมที่ผิดกฎหมาย&nbsp;เช่น&nbsp;บ่อนการพนัน&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302144448623
331	จังหวัดอำนาจเจริญ จัดงานวัน พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย	"<p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.ณ&nbsp;หอประชุมพญานาครินทร์</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานประกอบพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;นางอัจฉรา&nbsp;ศิริจันทร์&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;สถานีวิทยุกระจายเสียงวิทยุแห่งประเทศไทยจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ร่วมพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ท่านที่มีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทยและทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่างรวมทั้งได้ทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทย</p><p><strong>พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร</strong>&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ได้มีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า&nbsp;""ช่างทุกประเภท&nbsp;เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของคนทุกคนเพราะตลอดชีวิตของคนเรา&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการสิ่งต่างๆ&nbsp;ที่ได้มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่สนับสนุนจากทุกๆ&nbsp;ฝ่ายยิ่งในสมัยปัจจุบัน&nbsp;วิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้ายิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษ&nbsp;เพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง&nbsp;ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการ""&nbsp;ถือเป็นอีกหนึ่งวันที่มีความพิเศษต่อช่างฝีมือแรงงานไทยทั่วประเทศ&nbsp;ภายใต้มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด&nbsp;-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;นอกจากนี้ทางสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานอำนาจเจริญได้จัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""ให้ผู้ร่วมพิธีได้เยี่ยมชมอีกด้วย</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302174642744
332	กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อช่วยเหลือปัญหาภัยแล้ง	"<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง</strong>&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้เปิดหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ณ&nbsp;ท่าอากาศยานบุรีรัมย์&nbsp;อำเภอสตึก&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ที่เริ่มมีสถานการณ์ภัยแล้งเกิดขึ้น&nbsp;น้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่างๆ&nbsp;มีปริมาณน้ำกักเก็บลดลงตามลำดับ&nbsp;โดยช่วงฤดูร้อนนี้มีแนวโน้มของสถานการณ์การเกิดไฟป่า&nbsp;ปัญหาหมอกควันและปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;เกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน&nbsp;</p><p><strong>โดยปฏิบัติการครอบคลุมพื้นที่&nbsp;10&nbsp;จังหวัด</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;และจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;โดยเริ่มเปิดหน่วยตั้งแต่วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302174714745
333	ผบ.ฉก.ปัตตานี ส่งมอบอาหารกล่องและถุงยังชีพ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;1100&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;มัสยิดอัลอะมาห์ดี&nbsp;ดาเราะมาเซ็ง</strong>&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลม่วงเตี้ย&nbsp;อำเภอเเม่ลาน&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;พลตรี&nbsp;คมกฤช&nbsp;รัตนฉายา&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี&nbsp;ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรม&nbsp;ARMY&nbsp;DELIVERY&nbsp;ในการนำรถครัวสนาม&nbsp;ที่ได้รับสนับสนุนจากมณฑลทหารบกที่&nbsp;46&nbsp;จัดทำอาหารกล่องฮาลาลปรุงสุก&nbsp;เมนูข้าวหน้าไก่&nbsp;และแกงจืดไก่สับสาหร่าย&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;กล่อง&nbsp;เเละมอบถุงยังชีพ&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;ชุด&nbsp;เพื่อช่วยเหลือ&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่&nbsp;ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย&nbsp;ในขณะที่ยัง&nbsp;มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	NULL	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302144020614
334	จังหวัดแพร่ จัดพิธีถวายราชสักการะและสดุดีพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ 2565	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่หอประชุมตรีเทพ&nbsp;สถาบันประชารัฐพิทักษ์ป่า&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;</strong>นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;พร้อมด้วยนางวันทนา&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแพร่&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;องค์กรต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ร่วมพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะ&nbsp;พร้อมกล่าวถวายราชสดุดีและยืนสงบนิ่งเป็นเวลา&nbsp;89&nbsp;วินาที&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ตรงกับวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;</strong>ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;กำหนดขึ้นตามที่กระทรวงแรงงาน&nbsp;รวมถึงถวายพระราชสมัญญาแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ว่า&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติที่พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถทางการช่างและเป็นแบบอย่างและแรงใจต่อแรงงานไทยทุกคน&nbsp;สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2513&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ&nbsp;เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันฝีมือช่างแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;และมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า</p><p><strong>""ช่างทุกประเภท&nbsp;เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของคนทุกคนเพราะตลอดชีวิตของคนเรา&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการสิ่งต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่ได้มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่สนับสนุนจากทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ฝ่ายยิ่งในสมัยปัจจุบัน&nbsp;วิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้ายิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษเพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง&nbsp;ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการ""</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302144931625
335	รายงานสถานการณ์ COVID-19 จ.อำนาจเจริญ	<p><strong>รายงานสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;จ.อำนาจเจริญ</strong></p><p>ระลอกมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</p><p><strong>จังหวัดอำนาจเจริญมีผู้ติดเชื้อโควิด-19</strong>&nbsp;<strong>จำนวน&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;</strong>รวมยอดจำนวนที่พบเชื้อสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันประจำวันที่ที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;1,766&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาหายแล้ว&nbsp;1,200&nbsp;ราย&nbsp;คงเหลือกำลังรักษาอีก&nbsp;563&nbsp;ราย.มีผู้เสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;รายเป็นผู้ติดเชื้อ&nbsp;</p><p><strong>หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่สายด่วนโควิด-19&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;&nbsp;</strong>โทร.&nbsp;0933234686/&nbsp;0866515424/0902410098&nbsp;และ&nbsp;0951924903&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นชนิดโอมิครอน&nbsp;ซึ่งมีความรุนแรงต่ำ&nbsp;แต่แพร่กระจายเชื้อได้เร็วทุกพื้นที่&nbsp;ทุกคนที่อยู่รอบตัวเราถือว่ามีความเสี่ยง&nbsp;ถ้าทุกคนปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;&nbsp;ดังนี้&nbsp;จะสามารถป้องกันโควิด-19&nbsp;ได้ทุกสายพันธุ์</p><p>1.V&nbsp;Vaccine&nbsp;รับการฉีดวัคซีนเพื่อช่วยให้มีภูมิคุ้มกัน&nbsp;ลดอาการหนัก&nbsp;ลดการเสียชีวิต</p><p>2.U&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ป้องกันตัวเองครอบจักรวาล&nbsp;โดยสวมหน้ากากตลอดเวลา&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;ลดการสัมผัสใกล้ชิด</p><p>3.C&nbsp;COVID-Free&nbsp;Setting&nbsp;สถานที่บริการปลอดภัย&nbsp;สะอาด&nbsp;ลดความแออัด&nbsp;ผู้ให้บริการและผู้รับบริการได้รับวัคซีนครบ</p><p>4.A&nbsp;ATK&nbsp;(Antigen&nbsp;test&nbsp;kit)&nbsp;ตรวจเมื่อใกล้ชิดคนติดเชื้อ&nbsp;หรือมีอาการทางเดินหายใจ&nbsp;เพื่อวินิจฉัย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303103538957
336	ภารกิจอพยพคนไทยกลุ่มแรกกลับจากยูเครน	"<p><strong>จากกรณี&nbsp;""รัสเซีย""&nbsp;ส่งกองทัพและอาวุธยุทโธปกรณ์ยิงถล่ม&nbsp;""ยูเครน""</strong>&nbsp;ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัยของคนไทยในประเทศยูเครนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สู้รบ&nbsp;ซึ่งล่าสุดทางการเปิดเผยว่า&nbsp;คนไทยในประเทศยูเครนชุดแรกได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;เมื่อช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302143558610
337	สตูล พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย จำนวน 184 ราย และเสียชีวิต จำนวน 1 ราย	<p><strong>นายแพทย์สมบัติ&nbsp;ผดุงวิทย์วัฒนา&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดสตูลมีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่&nbsp;184&nbsp;ราย&nbsp;ผลการสอบสวนโรคของผู้ป่วยทั้งหมด&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;แยกเป็นรายอำเภอ&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>อำเภอเมือง&nbsp;48&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;8&nbsp;&nbsp;76&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;32&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;9&nbsp;เดือน&nbsp;&nbsp;83&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาตำบลพิมาน&nbsp;ตำบลคลองขุด&nbsp;ตำบลควนขัน&nbsp;ตำบลบ้านควน&nbsp;ตำบลฉลุง&nbsp;ตำบลเกตรี&nbsp;ตำบลควนโพธิ์&nbsp;ตำบลตำมะลัง&nbsp;ตำบลเจ๊ะบิลัง&nbsp;ตำบลตันหยงโป&nbsp;และตำบลเกาะสาหร่าย&nbsp;</p><p>อำเภอควนโดน&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;40&nbsp;&nbsp;95&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;8&nbsp;เดือน&nbsp;&nbsp;78&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาตำบลควนโดน&nbsp;ตำบลควนสตอ&nbsp;และตำบลย่านซื่อ&nbsp;</p><p>อำเภอควนกาหลง&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;8&nbsp;เดือน&nbsp;&nbsp;45&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;15&nbsp;&nbsp;55&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาตำบลควนกาหลง&nbsp;ตำบลทุ่งนุ้ย&nbsp;และตำบลอุใดเจริญ&nbsp;</p><p>อำเภอท่าแพ&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อายุ&nbsp;44&nbsp;และ&nbsp;77&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;77&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาตำบลท่าแพ&nbsp;ตำบลแป-ระ&nbsp;และตำบลสาคร&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;73&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;5&nbsp;เดือน&nbsp;&nbsp;88&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;54&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;1&nbsp;&nbsp;83&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาตำบลกำแพง&nbsp;ตำบลละงู&nbsp;ตำบลเขาขาว&nbsp;ตำบลน้ำผุด&nbsp;ตำบลปากน้ำ&nbsp;และตำบลแหลมสน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;มีผู้เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;69&nbsp;ปี</strong>&nbsp;ภูมิลำเนาตำบลสาคร&nbsp;อำเภอท่าแพ&nbsp;มีโรคประจำตัว&nbsp;โรคหัวใจ&nbsp;แผลกดทับ&nbsp;และไม่มีประวัติได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ทางโรงพยาบาลและส่วนที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือจัดพิธีศพตามหลักศาสนาเรียบร้อยแล้ว&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการติดตามค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิดและผู้สัมผัสร่วมบ้าน</strong>ของผู้ป่วยทั้ง&nbsp;184&nbsp;ราย&nbsp;เบื้องต้นมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;221&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งทั้งหมดได้กักตัวเพื่อสังเกตอาการที่บ้าน&nbsp;(HQ)&nbsp;และอยู่ในความดูแลเฝ้าสังเกตอาการโดยหมอครอบครัวอย่างใกล้ชิด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302144331617
338	SPRC เดินหน้าจ่ายเงินช่วยเหลือกลุ่มประมงท้องถิ่นวันที่สอง  รวมสองวันมอบเงินช่วยเหลือไปแล้วกว่า 29 ล้านบาท	<p><strong>หลังจากที่&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)</strong>&nbsp;(SPRC)&nbsp;ได้เริ่มจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับกลุ่มประมงท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วบริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเล&nbsp;(SPM)&nbsp;เมื่อวันอังคารที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยมีเจ้าของเรือประมงท้องถิ่นบนเกาะเสม็ด&nbsp;จำนวน&nbsp;41&nbsp;ลำ&nbsp;เข้ารับมอบเงินช่วยเหลือ&nbsp;45,000&nbsp;บาทต่อเรือประมงหนึ่งลำ&nbsp;รวมเป็นเงินช่วยเหลือที่&nbsp;SPRC&nbsp;มอบให้กว่า&nbsp;1.8&nbsp;ล้านบาทไปแล้วนั้น&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุดวันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;SPRC&nbsp;ยังคงเดินหน้าจ่ายเงินช่วยเหลือต่อเนื่องเป็นวันที่สอง</strong>&nbsp;ให้แก่กลุ่มประมงท้องถิ่นที่ได้ทำการลงทะเบียนและได้รับสิทธิ์รับเงินช่วยเหลืออีกประมาณ&nbsp;617&nbsp;ลำ&nbsp;รวมจำนวนเงินกว่า&nbsp;27&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ณ&nbsp;ศาลากลางจังหวัดระยอง&nbsp;ทำให้มีจำนวนของเรือประมงท้องถิ่นซึ่งได้รับผลกระทบ&nbsp;ได้รับเงินช่วยเหลือไปแล้ว&nbsp;รวมทั้งสิ้นกว่า&nbsp;650&nbsp;ลำ&nbsp;ด้วยยอดเงินช่วยเหลือรวมทั้งหมดกว่า&nbsp;29&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งการดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือในครั้งนี้&nbsp;ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง,&nbsp;นายเสรี&nbsp;เรือนหล้า&nbsp;ประมงจังหวัดระยอง&nbsp;และนางไพรัช&nbsp;เจียะรัตน์&nbsp;ประมงอำเภอเมืองระยอง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;SPRC&nbsp;ขอขอบคุณในความร่วมมืออย่างดีจากหน่วยงานภาครัฐ</strong>ในด้านการเตรียมการและสถานที่&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม&nbsp;สมเหตุสมผล&nbsp;และรวดเร็ว&nbsp;พร้อมเดินหน้าศึกษาและรวบรวมข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบทั้งในระยะสั้นและระยะยาวให้ดียิ่งขึ้น&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมในการฟื้นฟูธรรมชาติให้กับชาวระยองต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302145445631
339	สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสมุทรสาคร จัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ 2565	<p><strong>ที่ลานสาครบุรี&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;</strong>นายณรงค์&nbsp;รักร้อย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เป็นประธานในงานวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้แรงงานและช่างฝีมือไทย&nbsp;รวมถึงประชาชนทั่วไป&nbsp;ตระหนักถึงคุณค่าของแรงงานและช่างฝีมือ&nbsp;ซึ่งภายในงานได้มีพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธีรพัฒน์&nbsp;คัชมาตย์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;นายอาวุธ&nbsp;วิเชียรฉาย&nbsp;ปลัดจังหวัด&nbsp;นายอุดม&nbsp;ไกรวัตนุสสรณ์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;นายประพันธ์&nbsp;ถึกสกุล&nbsp;นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เข้าร่วมพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะ&nbsp;เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระปรีชาสามารถและพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้&nbsp;ที่ทรงเล็งเห็นและให้ความสำคัญแก่วงการช่างฝีมือด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นอกจากพิธีถวายเครื่องราชสักการะ</strong>แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตรแล้ว&nbsp;ยังได้เทิดพระเกียรติ&nbsp;ในฐานะที่พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านงานช่าง&nbsp;ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์&nbsp;กระทั่งเสด็จขึ้นครองราชย์&nbsp;ก็ยังคงสนพระราชหฤทัยในงานช่างอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;และทรงใช้ทักษะและความถนัดในการสร้างสิ่งประดิษฐ์ด้วยพระองค์เองเป็นจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งล้วนแต่สร้างชื่อเสียงและคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและปวงชนชาวไทย&nbsp;อาทิ&nbsp;กังหันน้ำชัยพัฒนา&nbsp;,&nbsp;การต่อเรือใบเล็กลงแข่งขันกีฬาแหลมทอง&nbsp;ในปี&nbsp;2510&nbsp;กระทั่งสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ&nbsp;และเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;กระทรวงแรงงาน&nbsp;ได้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทูลเกล้าฯ&nbsp;ถวายพระราชสมัญญาแด่พระองค์ท่านให้เป็น&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;พร้อมทั้งกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็น&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;โดยตั้งปณิธานว่า&nbsp;จะขอยึดถือพระองค์เป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจในการดำเนินการพัฒนาฝีมือแรงงานและทรัพยากรบุคคลทั่วไปสืบต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	สมุทรสาคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302144952626
340	วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2565 อำนาจเจริญ	"<p><strong>วันพุธที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.ณ&nbsp;หอประชุมพญานาครินทร์</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานประกอบพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พล.ต.ต.ประสงค์&nbsp;เรืองเดช</p><p><strong>ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;ร่วมพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;และมอบป้ายศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานและใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานให้กับโรงเรียนเอกวรรณวิชาชีพอำนาจเจริญ&nbsp;โดยมี&nbsp;คณะตุลาการ&nbsp;อัยการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;และประชาชน&nbsp;เข้าร่วมในพิธีเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ท่านที่มีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทยและทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่างรวมทั้งได้ทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทย</p><p><strong>พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร</strong>&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ได้มีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า&nbsp;""ช่างทุกประเภท&nbsp;เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของคนทุกคนเพราะตลอดชีวิตของคนเรา&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการสิ่งต่างๆ&nbsp;ที่ได้มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่สนับสนุนจากทุกๆ&nbsp;ฝ่ายยิ่งในสมัยปัจจุบัน&nbsp;วิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้ายิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษ&nbsp;เพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง&nbsp;ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการ""&nbsp;ถือเป็นอีกหนึ่งวันที่มีความพิเศษต่อช่างฝีมือแรงงานไทยทั่วประเทศ&nbsp;ภายใต้มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด&nbsp;-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;นอกจากนี้ทางสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานอำนาจเจริญได้จัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""ให้ผู้ร่วมพิธีได้เยี่ยมชมอีกด้วย</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302173834734
341	จังหวัดนครราชสีมาจัดพิธีถวายราชสักการะ แด่สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2565	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;นายภูมิสิทธิ์&nbsp;วังคีรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้างสรรพสินค้าเซนทรัลพลาซ่านครราชสีมา&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการพร้อมด้วยหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนในจังหวัดนครราชสีมาเข้าร่วมพิธี</p><p><strong>นายปราบพล&nbsp;โล่ห์วีระ&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;5&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ถือเป็นวันที่มีความพิเศษต่อช่างฝีมือแรงงานไทยทั่วประเทศ&nbsp;เนื่องจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอให้&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;ถือเป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;รวมถึงมีการถวายพระราชสมัญญาแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ&nbsp;ว่า&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ที่พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถทางการช่างและเป็นแบบอย่างและแรงใจต่อแรงงานไทยทุกคน</p><p><strong>การถวายพระราชสมัญญาและกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปี</strong>&nbsp;นับแต่นี้ไปเป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานนี้&nbsp;สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2513&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ&nbsp;เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันฝีมือช่างแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;โดยกรมแรงงานสังกัดกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้นเป็นเจ้าภาพ&nbsp;การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนั้น&nbsp;แสดงให้เห็นถึงพระราชหฤทัยในการเล็งเห็นถึงความสำคัญของการช่างไทย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ&nbsp;</strong>ยังทรงสนพระราชหฤทัยในงานช่างตั้งแต่ยังทรงศึกษาอยู่ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์&nbsp;เนื่องจากมีบันทึกว่าหากพระองค์ทรงอยากได้ของเล่นชิ้นใด&nbsp;ต้องทรงเก็บสตางค์ซื้อเองหรือทรงประดิษฐ์ขึ้นมาเอง&nbsp;โดยในครั้งทรงพระเยาว์นั้น&nbsp;พระองค์ได้ทรงประดิษฐ์ของเล่นด้วยพระองค์เอง&nbsp;อาทิ&nbsp;เครื่องร่อน&nbsp;เรือรบจำลอง&nbsp;และรถลากไม้&nbsp;พระอัจฉริยภาพในการเป็น&nbsp;""นักประดิษฐ์""&nbsp;และ&nbsp;นักการช่าง&nbsp;ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ&nbsp;ทรงมีพื้นฐานมาจาก&nbsp;""การประดิษฐ์ของเล่นสมัยทรงพระเยาว์""&nbsp;นั่นเอง</p><p><strong>แม้ภายหลังจากที่ได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติแล้ว</strong>&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ&nbsp;ยังคงสนพระราชหฤทัยในงานช่างอยู่เสมอ&nbsp;ดังงานช่างชิ้นหนึ่งที่แสดงถึงพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ&nbsp;อย่างเป็นที่ประจักษ์ชัด&nbsp;คือ&nbsp;ผลงานการออกแบบและต่อเรือ&nbsp;เนื่องจากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ&nbsp;ทรงสนพระราชหฤทัยในกีฬาเรือใบเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;ประกอบกับทรงพระปรีชาสามารถทางการช่าง&nbsp;ทำให้ทรงมีผลงานการออกแบบและต่อเรือใบที่ดีเลิศ&nbsp;โดยทรงชนะเลิศการแข่งขันกีฬาเรือใบในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;พ.ศ.2510&nbsp;ณ&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;ด้วยเรือที่ทรงต่อขึ้นด้วยพระองค์เอง&nbsp;จึงเป็นที่ประจักษ์ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ&nbsp;ทรงมีพระอัจฉริยภาพทางการช่างอย่างแท้จริง</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจต่างๆ&nbsp;มากมาย</strong>&nbsp;จนมีผลงานฝีมือและงานประดิษฐ์เป็นที่รู้จักหลายชิ้น&nbsp;รวมถึงได้รับการยอมรับและขนานนามไปทั่วโลก&nbsp;อย่างกังหันน้ำชัยพัฒนา&nbsp;และฝนหลวง&nbsp;เหล่านี้ถือเป็นผลงานที่ทำขึ้นเพื่อพสกนิกรของพระองค์อย่างแท้จริง&nbsp;โดยมิได้ทรงคำนึงถึงความเหน็ดเหนื่อยพระวรกาย&nbsp;เพราะทรงตระหนักว่าประโยชน์สุขของประชาชนต้องมีความสำคัญก่อนเสมอ&nbsp;พระองค์จึงทรงเป็นแบบอย่างต่อช่างฝีมือแรงงานไทย&nbsp;ที่มุ่งพัฒนางานของตนเพื่อยังประโยชน์แก่ส่วนรวม</p><p><strong>หากพิจารณาถึงแรงงานไทยถือเป็นวิชาชีพที่มีคนไทยกลุ่มใหญ่ประกอบอาชีพนี้&nbsp;และถือได้ว่า&nbsp;</strong>ประเทศไทย&nbsp;เป็นแหล่งผลิตแรงงานที่ดีและได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก&nbsp;เนื่องจากความละเอียดอ่อนและฝีมือการช่างที่ได้มาตรฐาน&nbsp;การกำหนดวันดังกล่าวให้เป็นวันสำคัญสำหรับแรงงานไทยทุกคน&nbsp;จึงถือเป็นการปลุกเร้าให้ช่างฝีมือแรงงานไทยพยายามพัฒนาฝีมือให้ดีขึ้น&nbsp;ดังพระประสงค์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ&nbsp;ทรงมีพระราชดำรัส</p><p><strong>ในวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปี</strong>&nbsp;จึงถือเป็นวันที่แรงงานและช่างฝีมือไทยทุกคน&nbsp;ต่างได้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น&nbsp;ในการพัฒนาฝีมือการช่างเพื่อประโยชน์แด่ส่วนรวม&nbsp;ดังพระราชกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติเป็นแบบอย่างเสมอมา&nbsp;สมดังพระราชสมัญญา&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;และเพื่อให้แรงงานและช่างฝืมือไทยต่างได้ย้อนเห็นถึงคุณค่าของแรงงานและช่างฝีมือ&nbsp;ในการเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยให้พัฒนาอย่างทัดเทียมกับชาติอื่นๆ&nbsp;และร่วมกันพัฒนาฝีมือช่างของตนเพื่อให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลกสืบไป&nbsp;ดังที่คนไทยภาคภูมิใจในวัฒนธรรมฝีมือการช่างและพระอัจฉริยภาพของในหลวงของเรา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302155033668
342	จังหวัดกาฬสินธุ์ มอบของที่ระลึกพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเสด็จทรงเปิดอาคาร สิริสินธุศาสตร์ โรงเรียนคำม่วง อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องเจ้าเมือง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;นายทรงพล&nbsp;ใจกริ่ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีมอบของที่ระลึกพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;โดยมีผู้เข้ารับเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;120&nbsp;คน&nbsp;ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดป้ายอาคาร&nbsp;สิริสินธุศาสตร์&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนคำม่วง&nbsp;อำเภอคำม่วง&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><strong>โดยนายอัคเรศศ์&nbsp;ป้องกัน&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนคำม่วง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นการขอบคุณแก่เจ้าหน้าที่&nbsp;คณะครูอาจารย์&nbsp;ประชาชน&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;ที่ได้ร่วมกันดำเนินงานในการรับเสด็จและร่วมพัฒนาโรงเรียนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;ซึ่งโรงเรียนคำม่วงได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ตลอดจนบุคลากรในการดำเนินงานจนสำเร็จลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ทางโรงเรียนคำม่วงจึงได้จัดทำพิธีรับมอบของที่ระลึกพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;โดยประกอบไปด้วย&nbsp;ผู้มีอุปการะคุณ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ประชาชน&nbsp;และคณะผู้แทนหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;120&nbsp;คน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	กาฬสินธุ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302155626671
343	"ผู้ว่าฯ สุรินทร์ นำชาวสุรินทร์ร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย"" ประจำปี 2565"	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่ห้องประชุมช้างเผือก</strong>&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;อาคารครุศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัย</p><p>ราชภัฏสุรินทร์&nbsp;อำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดย&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสุรินทร์&nbsp;ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์&nbsp;จัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะ&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายสุวงพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นประธานนำผู้ร่วมพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สด&nbsp;ถวายราชสักการะ&nbsp;พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย&nbsp;และกล่าวกวายราชสดุดี&nbsp;เทิดพระเกียรติพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิหลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบทิตร&nbsp;เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ท่านที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ต่อปรงชนชาวไทย&nbsp;และทรงพระปรีซาสามารถด้านการช่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงานของซ่างไทย&nbsp;ให้มีความเป็นมาตรฐาน&nbsp;และกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็น&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ""</p><p><strong>จังหวัดสุรินทร์&nbsp;จึงขอเชิญท่านเข้าร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะ</strong>แด่พระบาทสมเด็จพระบรชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302173801733
344	คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.สุพรรณบุรี แจ้งจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วย COVID-19 และสถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19	"<p><strong>คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยข้อมูล&nbsp;สถานการณ์การใช้เตียงผู้ป่วย&nbsp;COVID-19&nbsp;</strong>ประจำวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;มีเตียงรับผู้ป่วยทั้งหมด&nbsp;1,940&nbsp;เตียง&nbsp;มีผู้ป่วยในโรงพยาบาลทั้งหมด&nbsp;1,670&nbsp;คน&nbsp;(บางโรงพยาบาลเสริมเตียงในห้องผู้ป่วย)&nbsp;มีเตียงคงเหลือ&nbsp;419&nbsp;เตียง&nbsp;</p><p><strong>โดยจำแนกผู้ป่วยเป็น&nbsp;5&nbsp;อาการ&nbsp;ดังนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.ผู้ป่วยไม่แสดงอาการ&nbsp;จำนวน&nbsp;217&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.ผู้ป่วยแสดงอาการเล็กน้อย&nbsp;จำนวน&nbsp;870&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.ผู้ป่วยอาการปานกลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;553&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.ผู้ป่วยอาการปานกลาง&nbsp;ที่ไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีอาการไม่รุนแรง&nbsp;แต่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง&nbsp;หรือมีโรคร่วมสำคัญ&nbsp;จำนวน&nbsp;27&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คน</p><p><strong>โรงพยาบาลสนาม&nbsp;7&nbsp;แห่ง&nbsp;มีเตียงรับผู้ป่วยทั้งหมด&nbsp;820&nbsp;เตียง</strong>&nbsp;มีผู้ป่วยเข้าทำการรักษา&nbsp;669&nbsp;คน&nbsp;มีเตียงคงเหลือ&nbsp;193&nbsp;เตียง&nbsp;และ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;มีผู้เข้าพักจำนวน&nbsp;1,720&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;windowtext;"">สำหรับสถานการณ์โรค&nbsp;COVID-19&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;วันนี้มีผู้ติดเชื้อ&nbsp;455&nbsp;ราย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;windowtext;"">&nbsp;รวมยอดจำนวนที่พบเชื้อสะสมระรอกใหม่ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;9,080&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาหายแล้ว&nbsp;4,779&nbsp;ราย&nbsp;คงเหลือกำลังรักษาอีก&nbsp;4,274&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มวันนี้&nbsp;รวมเสียชีวิตสะสม&nbsp;27&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาหายแล้วกลับบ้าน&nbsp;222&nbsp;คน</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302145819640
345	โรงพยาบาลสระบุรีเปิดห้องพักพิเศษสำหรับผู้ต้องขังเรือนจำสระบุรีตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว	<p><strong>ที่โรงพยาบาลสระบุรี&nbsp;นายแพทย์กฤษณ์&nbsp;สกุลแพทย์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระบุรี&nbsp;</strong>เป็นประธานพิธีเปิดห้องพักพิเศษสำหรับผู้ต้องขังเรือนจำสระบุรี&nbsp;โดยนายแพทย์อนันต์&nbsp;กมลเนตร&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสระบุรี&nbsp;รายงานว่า&nbsp;ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;ทรงเล็งเห็นว่าการเข้าถึงบริการทางการแพทย์&nbsp;การพยาบาล&nbsp;รวมถึงการได้รับความรู้ในการดูแลสุขภาพของผู้ต้องขังเป็นสิทธิของผู้ต้องขังควรได้รับความเท่าเทียมกับบุคคลภายนอก&nbsp;จึงได้ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดตั้งโครงการราชทัณฑ์ปันสุข&nbsp;ทำความดีเพื่อชาติ&nbsp;ศาสน์&nbsp;กษัตริย์&nbsp;ขึ้น&nbsp;และได้พระราชทานความช่วยเหลือประชาชนอย่างเท่าเทียม&nbsp;ไม่เลือกปฏิบัติ&nbsp;แม้กระทั่งผู้ถูกคุมขังที่อยู่ในเรือนจำ&nbsp;และหากจำเป็นต้องรับตัวรักษาในโรงพยาบาลต้องจัดห้องแยกกัก&nbsp;และสถานที่เพื่อให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์&nbsp;นอนเฝ้า</p><p><strong>ขณะนี้&nbsp;โรงพยาบาลสระบุรี&nbsp;ได้ดำเนินการจัดทำและพร้อมให้บริการ&nbsp;ผู้ต้องขัง&nbsp;</strong>กรณีจำเป็นต้องรับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาล&nbsp;ได้รับการดูแลสุขภาพเท่าเทียมกับบุคคลภายนอกแล้ว</p><p><strong>โดยพิธีเปิดมีผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสระบุรี</strong>&nbsp;และคณะผู้บริหารโรงพยาบาลสระบุรี&nbsp;ร่วมในพิธีเปิด&nbsp;ณ&nbsp;อาคารออร์โธปิดิกส์และเวชศาสตร์ฟื้นฟู&nbsp;โรงพยาบาลสระบุรี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสระบุรี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สระบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302155349670
346	วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ จังหวัดนครนายก	<p><strong>จังหวัดนครนายกจัดพิธี&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</strong></p><p><br></p><p><strong>นายอำพล&nbsp;อังคภากรณ์กุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก</strong>&nbsp;ประธานพิธีถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เนื่องใน&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมสุพรรณิการ์&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;อาคารศูนย์อาหารปลอดภัยและนันทนาการบริการประชาชน&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครนายก</p><p><strong>ภายในบริเวณงานได้จัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติ&nbsp;</strong>พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐาน&nbsp;และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานนครนายก</p><p><strong>วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ถือเป็นอีกหนึ่งวันที่มีความพิเศษต่อช่างฝีมือแรงงานไทย</strong>ทั่วประเทศนับต่อแต่นี้ไป&nbsp;เนื่องจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ&nbsp;ให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;ถือเป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;รวมถึงมีการถวายพระราชสมัญญาแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ&nbsp;ว่า&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ที่พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถทางการช่างและเป็นแบบอย่างและแรงใจต่อแรงงานไทยทุกคน&nbsp;การถวายพระราชสมัญญาและกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปีนับแต่นี้ไป&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานนี้&nbsp;สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2513&nbsp;พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ&nbsp;เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันฝีมือช่างแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;โดยกรมแรงงานสังกัดกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้นเป็นเจ้าภาพ&nbsp;การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนั้นแสดงให้เห็นถึงพระราชหฤทัยในการเล็งเห็นถึงความสำคัญของการช่างไทย&nbsp;โดยในครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ได้มีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า</p><p><strong>ช่างทุกประเภท&nbsp;เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมือง</strong>และของคนทุกคนเพราะตลอดชีวิตของคนเรา&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการสิ่งต่างๆ&nbsp;ที่ได้มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่สนับสนุนจากทุกๆ&nbsp;ฝ่ายยิ่งในสมัยปัจจุบัน&nbsp;วิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้ายิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษเพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง&nbsp;ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการพระราชดำรัสในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือช่างของสโมสรโรตารี&nbsp;กรุงเทพฯใต้&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;วันจันทร์ที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2513</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว</strong>&nbsp;ยังทรงสนพระราชหฤทัยในงานช่างตั้งแต่ยังทรงศึกษาอยู่ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์&nbsp;เนื่องจากมีบันทึกว่าหากพระองค์ทรงอยากได้ของเล่นชิ้นใด&nbsp;ต้องทรงเก็บสตางค์ซื้อเองหรือทรงประดิษฐ์ขึ้นมาเอง&nbsp;โดยในครั้งทรงพระเยาว์นั้น&nbsp;พระองค์ได้ทรงประดิษฐ์ของเล่นด้วยพระองค์เอง&nbsp;อาทิ&nbsp;เครื่องร่อน&nbsp;เรือรบจำลอง&nbsp;และรถลากไม้&nbsp;พระอัจฉริยภาพในการเป็น&nbsp;นักประดิษฐ์&nbsp;และ&nbsp;นักการช่าง&nbsp;ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ทรงมีพื้นฐานมาจาก&nbsp;การประดิษฐ์ของเล่นสมัยทรงพระเยาว์&nbsp;นั่นเอง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครนายก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302183253772
347	แพทย์เตือน โรคพยาธิปอดหนูระบาด พบมากในสัตว์น้ำจืด ประเภทหอย กุ้ง ปู อาจถึงตายหากไม่ได้รับการรักษา แนะนำให้ทานอาหารปรุงสุก	"<p><strong>จากกรณีคนไข้หญิงชาวพิษณุโลก&nbsp;อายุ&nbsp;40&nbsp;ปี</strong>&nbsp;&nbsp;มีอาการตาอักเสบ&nbsp;พร่ามัวและพบพยาธิในวุ้นตาจนต้องเร่งทำการรักษา&nbsp;ล่าสุดนายแพทย์สุรศักดิ์&nbsp;อ่ำแก้ว&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;แผนกอายุรกรรม&nbsp;โรงพยาบาลบุรีรัมย์&nbsp;เปิดเผยกรณีดังกล่าวว่า&nbsp;อาการดังกล่าวเกิดจากโรคพยาธิปอดหนูที่มีการแพร่ระบาดในหลายพื้นที่โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน&nbsp;ซึ่งโรคพยาธิปอดหนู&nbsp;เรียกอีกชื่อว่า&nbsp;พยาธิหอยโข่ง&nbsp;พบมากในสัตว์น้ำจืดจำพวกหอยขม&nbsp;หอยเชอรี่&nbsp;กุ้ง&nbsp;ปูน้ำจืด&nbsp;หรือสัตว์อื่นประเภท&nbsp;กบ&nbsp;ตะกวด&nbsp;งู&nbsp;เมื่อคนกินสัตว์เหล่านี้ไปโดยไม่ทำให้สุกก่อน&nbsp;ระยะแรกเมื่อได้รับตัวอ่อนระยะติดต่อ&nbsp;จะมีอาการปวดท้อง&nbsp;คลื่นไส้&nbsp;อาเจียน&nbsp;เมื่อพยาธิเดินทางเข้าสู่สมอง&nbsp;ส่วนใหญ่จะเกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง&nbsp;บริเวณหน้าผาก&nbsp;และขมับทั้งสองข้างจนถึงท้ายทอย&nbsp;และจะค่อยๆ&nbsp;หายไปภายใน&nbsp;2-3&nbsp;วัน&nbsp;หลังจากนั้นจะมีอาการคอและหลังแข็ง&nbsp;บางรายเกิดอัมพาตและเสียชีวิตได้&nbsp;หากพยาธิไชเข้าตาอาจทำให้ตาบอดได้</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในช่วงฤดูร้อน&nbsp;ขอเตือนให้ประชาชนทานอาหารที่ปรุงสุก</strong>&nbsp;โดยเฉพาะอาหารประเภทส้มตำปูปลาร้า&nbsp;ที่ต้องใช้วัตถุดิบเป็นน้ำปลาร้าต้ม&nbsp;ที่ผ่านการหมักเกลือ&nbsp;1&nbsp;เดือนขึ้นไป&nbsp;ส่วนปูน้ำจืด&nbsp;ขอให้เลี่ยงในการรับประทานเนื่องจากปูนั้นมีเชื้อโรคและพยาธิมากมาย&nbsp;โดยเฉพาะไข่&nbsp;หรือตัวอ่อนของพยาธิตัวจิ๊ด&nbsp;และพยาธิใบไม้ในปอด&nbsp;ซึ่งน้ำย่อยไม่สามารถฆ่าได้&nbsp;ส่วนความเชื่อที่ว่า&nbsp;การบีบมะนาว&nbsp;นั่งทานเหล้าขาว&nbsp;จะสามารถฆ่าพยาธิได้นั้นไม่จริง&nbsp;เพราะการกระทำดังกล่าวยิ่งจะทำให้พยาธิเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น&nbsp;สำหรับการทานยาฆ่าพยาธิ&nbsp;โดยทั่วไปสามารถฆ่าพยาธิทั่วไปได้&nbsp;แต่พยาธิใบไม้ในตับอาจจะต้องใช้ยาจำเพาะ&nbsp;นอกจากนี้ยาฆ่าพยาธิที่หาซื้อได้ทั่วไปยังไม่สามารถฆ่าพยาธิตัวจี๊ด&nbsp;และพยาธิปอดหนูได้&nbsp;</p><p><strong>ส่วนของการรับประทานอาหารในช่วงฤดูร้อนให้ปลอดภัยมากที่สุด</strong>&nbsp;คือการรับประทานอาหารสุก&nbsp;สดใหม่&nbsp;หากจะทานปลาดิบ&nbsp;ปลาต้องผ่านการแช่แข็งในอุณหภูมิ&nbsp;-20&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;เป็นเวลามากกว่า&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ส่วนการอบด้วยไมโครเวฟนั้น&nbsp;ต้องอบด้วยระดับความร้อนที่&nbsp;80&nbsp;องศา&nbsp;เพื่อให้ทานอาหารได้อย่างปลอดภัย</p><p><strong>สำหรับพยาธิปอดหนู&nbsp;สามารถพบได้ที่</strong>&nbsp;ประเทศจีน&nbsp;ไต้หวัน&nbsp;ญี่ปุ่น&nbsp;อินเดีย&nbsp;อินโดนีเซีย&nbsp;ไทย&nbsp;คิวบา&nbsp;เป็นต้น&nbsp;สถานการณ์ทั่วโลกพบผู้ป่วยโรคพยาธิปอดหนูขึ้นตา&nbsp;ประมาณ&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับในประเทศไทยสามารถพบได้ในทุกภาคของประเทศ&nbsp;แต่พบมากในภาคเหนือ&nbsp;และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ประมาณ&nbsp;2&nbsp;ราย/แสนประชากร</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302172726724
348	จังหวัดนครศรีธรรมราช หารือคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ซิตี้ จังหวัดนครศรีธรรมราช เตรียมพร้อมผู้ประกอบการสำหรับการประเมินมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย	<p><strong>ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;นายไตรรัตน์&nbsp;ไชยรัตน์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เป็นประธานประชุม&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้แทนหน่วยงาน&nbsp;องค์กรภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม</p><p><strong>สำหรับการประชุมในครั้งนี้มีประเด็นที่น่าสนใจเป็นการร่วมพิจารณา</strong>&nbsp;การเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการสำหรับการประเมินมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย&nbsp;และการอบรมพัฒนาผู้ประกอบการในพื้นที่&nbsp;,โครงการสนับสนุนไมซ์ซิตี้และเมืองที่มีศักยภาพในการทำการตลาดเมือง&nbsp;โดยใช้ยุทธศาสตร์กำหนดจุดขายเมืองจาก&nbsp;City&nbsp;DNA&nbsp;ภาคใต้&nbsp;ทั้งในส่วนของการพิจารณาจัดตั้งคณะทำงานเพื่อประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการสนับสนุนไมซ์ซิตี้&nbsp;และเมืองที่มีศักยภาพในการทำการตลาดเมือง&nbsp;โดยใช้ยุทธศาสตร์กำหนดจุดขายเมืองจาก&nbsp;City&nbsp;DNA&nbsp;ภาคใต้&nbsp;รวมทั้งโครงการพัฒนาสินค้าและบริการของอุตสาหกรรมเรือสำราญและอาหารพื้นถิ่นผ่านงานไมซ์ในงานภูมิภาค&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งเบื้องต้นจะมีการรวบรวมรายชื่อร้านอาหารหรือสถานจัดกิจกรรม</strong>&nbsp;เพื่อจัดทำเส้นทางเพื่อรองรับอุตสาหกรรมไมซ์และอุตสาหกรรมเรือสำราญ&nbsp;ทั้งนี้จุดเด่นของจังหวัดนครศรีธรรมราชในการเป็นไมซ์ซิตี้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การมีแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมที่หลากหลาย&nbsp;เป็นศูนย์รวมสถาบันการศึกษาและมหาวิทยาลัยของภาคใต้ตอนกลาง&nbsp;เป็นแหล่งรวมประวัติศาสตร์&nbsp;เป็นเมืองแห่งมรดกวัฒนธรรมและภูมิปัญญา&nbsp;และเป็นเมืองศูนย์กลางตลาดสินค้าเกษตรของภาคใต้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>อุไรวรรณ/ข่าว/ภาพ&nbsp;&nbsp;บุณณดา/ภาพ&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302152619655
349	จ.สระบุรี จัดพิธีวางพานพุ่มถวายเครื่องราชสักการะพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่มีต่อปวงชนชาวไทย	"<p><strong>ที่หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี</strong>&nbsp;นายสมภพ&nbsp;สมิตะสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี&nbsp;เป็นประธานนำส่วนราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;วางพานพุ่มถวายเครื่องราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เนื่องในวันพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;ซึ่งจัดขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ที่มีต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;และทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐาน</p><p><strong>เนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;เห็นชอบ&nbsp;</strong>การถวายพระราชสมัญญา&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็น&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงเจตนารมณ์ว่า&nbsp;รัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมและให้ความสำคัญต่อการพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้มีความสามารถ&nbsp;และพัฒนาศักยภาพฝีมือให้ได้มาตรฐานในระดับสากล&nbsp;และยังเป็นการกระตุ้นให้แรงงานหันมาเห็นความสำคัญของการเพิ่มความรู้&nbsp;ทักษะ&nbsp;ฝีมือ&nbsp;ให้ได้ตามมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการผลิตสินค้าและบริการที่ดีแก่ผู้บริโภค&nbsp;และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ในด้านคุณภาพมาตรฐานของสินค้า&nbsp;และการบริการที่ดีรวมทั้งแรงงานไทยต้องใช้มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ให้เป็นประโยชน์กับตัวเอง&nbsp;ซึ่งจะส่งผลดีต่อการได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร</strong>&nbsp;ทรงสนพระราชหฤทัยในงานช่างตั้งแต่ยังทรงศึกษาอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์&nbsp;ได้ทรงประดิษฐ์ของเล่นด้วยพระองค์เอง&nbsp;เช่น&nbsp;เครื่องร่อน&nbsp;และเรือรบจำลอง&nbsp;หลังจากที่ได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติแล้ว&nbsp;ได้ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจต่างๆ&nbsp;มากมาย&nbsp;เพราะทรงตระหนักว่า&nbsp;ประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยามต้องมีความสำคัญก่อนเสมอ&nbsp;และจากการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ทรงสนพระราชหฤทัยในกีฬาเรือใบเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;ประกอบกับทรงพระปรีชาสามารถทางการช่าง&nbsp;จึงทำให้ทรงมีผลงานการออกแบบ&nbsp;และต่อเรือใบที่ดีเลิศ&nbsp;โดยทรงชนะเลิศการแข่งขันกีฬาเรือใบในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;พุทธศักราช&nbsp;2510&nbsp;ณ&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;ด้วยเรือที่ทรงต่อขึ้นด้วยพระองค์เองจึงเป็นที่ประจักษ์ว่าพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;มีพระอัจฉริยภาพทางการช่างอย่างแท้จริง</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร</strong>&nbsp;กระทรวงแรงงาน&nbsp;จึงเห็นสมควรถวายพระราชสมัญญา&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;โดยกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปีเป็น&nbsp;""วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ""</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สระบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302182819771
350	จังหวัดบุรีรัมย์ เตรียมเปิดตลาด ถนนคนเดินอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน ด้วยการส่งเสริมท่องเที่ยวบุรีรัมย์ 365 วัน (BURIRAM LIFESTYLE)	"<p><strong>ที่ห้องประชุมโครงการชลประทานบุรีรัมย์</strong>&nbsp;ตำบลบ้านบัว&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยุรีรัมย์&nbsp;นายไชยวัฒน์&nbsp;จุนถิระพงศ์&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดงานถนนคนเดินอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก&nbsp;โดยกำหนดเปิดงานในวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณสวนสาธารณะอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มากอ&nbsp;อำเภอเมืองจังหวัดยุรีรัมย์&nbsp;ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน&nbsp;ด้วยการส่งเสริมท่องเที่ยวบุรีรัมย์&nbsp;365&nbsp;วัน&nbsp;(BURIRAM&nbsp;LIFESTYLE)</p><p><strong>ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของจังหวัดบุรีรัมย์</strong>&nbsp;ที่ได้ขอความร่วมมือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;ผู้ประกอบการด้านที่พัก&nbsp;(โฮมสเตย์)&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;สินค้าเกษตรปลอดภัยด้วยการเพิ่มช่องทางการสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;และของดีบุรีรัมย์&nbsp;(รูปแบบตลาดถนนคนเดิน)&nbsp;เพื่อรองรับการท่องเที่ยวและสนับสนุนการท่องเที่ยวบุรีรัมย์&nbsp;365&nbsp;วันอีกทั้งเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนของประชาชนด้านค่าครองชีพของครัวเรือน&nbsp;เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;และส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนต่อไป</p><p><strong>กิจกรรมภายในตลาดถนนคนเดินอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก</strong>&nbsp;ประกอบด้วยการจำหน่ายผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;ทั้ง&nbsp;5&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;อาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;ผ้าและเครื่องแต่งกาย&nbsp;สมุนไพรที่ไม่ใช่อาหารและยา&nbsp;ผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;ผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;กล้าไม้&nbsp;ไม้ดอกไม้ประดับ&nbsp;และผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;ที่ปลอดภัย&nbsp;มีมาตรฐาน&nbsp;ปลอดแอลกอฮอล์&nbsp;ปลอดน้ำอัดลม&nbsp;ปลอดสารพิษตกค้าง&nbsp;การบรรจุหีบห่อปลอดภัยเพื่อเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม&nbsp;ห้ามใช้กล่องโฟม&nbsp;โดยผู้ประกอบการนำสินค้ามาจำหน่าย&nbsp;กว่า&nbsp;300&nbsp;ร้าน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผู้เข้าร่วมจำหน่ายในตลาดฯต้องได้รับวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็มขึ้นไป</strong>&nbsp;และต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกสัปดาห์&nbsp;และต้องปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;Social&nbsp;Distancing&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ที่สำคัญระหว่างจัดจำหน่ายสินค้า&nbsp;ต้องมีเจลแอลกอฮอล์&nbsp;ไว้บริการประจำร้าน&nbsp;ทุกร้านและต้องปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ตามที่&nbsp;ศบค.กำหนดอย่างเคร่งครัด</p><p><strong>สำหรับตลาดถนนคนเดินอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก</strong>&nbsp;จะเปิดให้บริการเป็นประจำทุกวันศุกร์&nbsp;เสาร์&nbsp;อาทิตย์&nbsp;ระหว่างเวลา&nbsp;16.00-&nbsp;21.00&nbsp;น.ผู้สนใจสามารถสามารถไปเที่ยวชมได้ตามเวลาที่กำหนด</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302172831725
351	โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ฝ่ายมัธยม เปิดรับสมัครนักเรียนรอบพิเศษ พร้อมจัดการเรียนการสอน ด้วยอาจารย์มืออาชีพ บนความพร้อมด้าน facility ที่ครบครัน เพื่อการเรียนรู้สู่อนาคต	<p><strong>โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา&nbsp;ฝ่ายมัธยม</strong>&nbsp;เปิดรับสมัครนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;รอบพิเศษ&nbsp;เน้นการเรียนการสอนในรายวิชาวิทย์-คณิต-อังกฤษ&nbsp;พร้อมกิจกรรมค่ายปรับพื้นฐานทางวิชาการ&nbsp;เสริมสร้างการเรียนรู้&nbsp;ปลูกฝังให้นักเรียนเป็นคนดีและคนเก่งสู่สังคม&nbsp;โดยอาจารย์มืออาชีพ&nbsp;อาทิ&nbsp;อาจารย์ดำ&nbsp;(คณิตศาสตร์)&nbsp;ครูนะ&nbsp;ศักดิ์คินธ์&nbsp;(ภาษาอังกฤษ)&nbsp;และคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา&nbsp;ได้แก่&nbsp;คณิตศาสตร์&nbsp;ดร.ญาณภัทร&nbsp;ภาษาอังกฤษ&nbsp;ดร.แวววลี&nbsp;และ&nbsp;อาจารย์ดำรงศักดิ์&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;ได้แก่&nbsp;อาจารย์ปอย&nbsp;อาจารย์เจริญศักดิ์&nbsp;อาจารย์รณกฤต&nbsp;อาจารย์ณัฐกานต์&nbsp;อาจารย์มะลิวัล&nbsp;อาจารย์ธนากร&nbsp;พร้อมกันนี้ยังมีความพร้อมในสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ให้กับนักเรียนอย่างครบครัน&nbsp;อาทิ&nbsp;ห้องเรียน&nbsp;Hybrid&nbsp;Classroom&nbsp;มีการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน&nbsp;ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยสนับสนุนการเรียนรู้,&nbsp;สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ&nbsp;(ห้องสมุด)&nbsp;ศูนย์รวมสารสนเทศที่ทันสมัยสามารถสืบค้นผ่านฐานข้อมูลกับห้องสมุดอื่นๆในระดับประเทศ,&nbsp;ศูนย์วิทยาศาสตร์&nbsp;แหล่งรวมห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ที่จะเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติในห้องปฏิบัติการ&nbsp;มาตรฐานระดับอุดมศึกษา,&nbsp;ด้านสันทนาการ&nbsp;มีแหล่งสนับสนุนให้นักเรียนได้เสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย&nbsp;เช่น&nbsp;ศูนย์สุขภาพ&nbsp;(Fitness&nbsp;Center)&nbsp;สนามกีฬาขนาดมาตรฐาน&nbsp;ยิมเนเซียม&nbsp;ทักษะพิเศษอื่น&nbsp;อาทิ&nbsp;สำนักศิลปะและวัฒนธรรม,&nbsp;ห้องดนตรี&nbsp;ไทย-สากล</p><p><strong>การสอนเสริมโรงเรียนได้จัดการสอนเสริมในช่วงเย็น&nbsp;</strong>โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม&nbsp;ด้วยติวเตอร์แถวหน้าของเมืองโคราช&nbsp;อาจารย์อนุชิต&nbsp;ครูนพ&nbsp;คณิตศาสตร์&nbsp;ครูนะ&nbsp;ครูเจค&nbsp;ภาษาอังกฤษ&nbsp;และคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา&nbsp;อีกทั้งยังสนับสนุนให้นักเรียนได้มีโอกาสแข่งขันบนเวทีระดับชาติและนานาชาติต่อไป</p><p><strong>เปิดรับสมัครนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;รอบพิเศษ&nbsp;</strong>จ่ายครั้งเดียวได้รับสิทธิพิเศษ&nbsp;มากมาย&nbsp;อาทิ&nbsp;กิจกรรมการเรียนการสอนในเวลา,&nbsp;หนังสือแบบเรียนและเอกสารการเรียนเสริม,&nbsp;การเรียนเสริมศักยภาพนอกเวลาเรียน&nbsp;(เรียนพิเศษ)&nbsp;,&nbsp;อาหารกลางวัน,&nbsp;อาหารเย็น&nbsp;,&nbsp;วัสดุ-อุปกรณ์&nbsp;ในห้องปฏิบัติการ,&nbsp;กิจกรรมเสริมนอกเวลาและในชัวโมงชมรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ศิลปะ&nbsp;ดนตรี&nbsp;กีฬา&nbsp;และภาษาจีน,&nbsp;กิจกรรมค่ายพัฒนาทักษะทางด้านคณิต&nbsp;วิทย์&nbsp;และภาษาอังกฤษ&nbsp;และการทัศนศึกษา&nbsp;เปิดรับสมัครในระหว่างวันที่&nbsp;7-17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ทางเว็บไซต์&nbsp;โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา&nbsp;ฝ่ายมัธยม&nbsp;&nbsp;www.satitmattayom.nrru.ac.th&nbsp;หรือสมัครได้ด้วยตัวเอง&nbsp;ที่อาคาร&nbsp;9&nbsp;ชั้น&nbsp;10&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา&nbsp;โทร.0-4400-9009&nbsp;ต่อ&nbsp;9110&nbsp;หรือ&nbsp;06-1023-9696</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302160243675
352	นายแพทย์ สสจ.เตือนเดินตลาดเสี่ยงโควิดสูง คาดช่วงปลายเดือนสถานการณ์ดีขึ้น	"<p><strong>นายแพทย์วชิระ&nbsp;บถพิบูลย์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ของจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ยังคงพบการแพร่ระบาดในหลายพื้นที่โดยเฉพาะการระบาดแบบเป็นกลุ่มก้อน&nbsp;(Cluster)</p><p><strong>สำหรับกลุ่มคลัสเตอร์ที่ต้องเฝ้าระวัง</strong>&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มคลัสเตอร์ที่เกิดจากตลาด&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีถึง&nbsp;3&nbsp;แห่งด้วยกัน&nbsp;ปัจจัยสำคัญของการติดเชื้อ&nbsp;เนื่องจากตลาดเป็นสถานที่ที่มีการรวมตัวกันของคนเป็นจำนวนมาก&nbsp;ดังนั้นในช่วงที่ผ่านมาทางสาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;จึงได้ทำการปิดตลาดเพื่อทำความสะอาด&nbsp;ฆ่าเชื้อวิด&nbsp;และขอความร่วมมือกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า&nbsp;ปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;เพื่อตนเองและผู้มาใช้บริการ&nbsp;รวมถึงรณรงค์ให้พ่อค้าแม่ค้าที่ชายของในตลาด&nbsp;ต้องทำการฉีดวัคซีนให้ครบ&nbsp;3&nbsp;เข็ม&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>สำหรับแนวโน้มสถานการณ์โควิด-19</strong>&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;นพ.สสจ.ชัยภูมิ&nbsp;คาดว่า&nbsp;ตัวเลขการติดเชื้อต่อวันน่าจะค่อยๆลดลงในช่วงปลายเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จากปัจจัยหลายอย่าง&nbsp;โดยคนจะมีภูมิต้านทางมากขึ้นจากการฉีดวัคซีน&nbsp;ส่วนคนที่เคยติดเชื้อก็จะมีภูมิคุ้นกันที่เพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งจะทำให้ผลการแพร่กระจายเชื้อลดลงไปได้</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302161437682
353	จังหวัดบุรีรัมย์ ติดตามการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของทุกภาคส่วน ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2565 มีผลการจับกุมในข้อหายาเสพติดทั้งหมดจำนวน 350 คดี ข้อหาผลิตและปลูกพืชกัญชา 22 คดี	"<p><strong>นายดำรงชัย&nbsp;เนรมิตตกพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์</strong>&nbsp;ประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;และอนุกรรมการกำกับ&nbsp;ติดตามผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ประจำเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมพนมรุ้ง&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อสรุปสถานการณ์ตลอดทั้งติดตามการดำเนินงาน</strong>ด้านต่างๆของศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในระดับอำเภอ&nbsp;ตลอดทั้งการส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เช่น&nbsp;งานด้านการปราบปราม&nbsp;การจับกุมผู้กระทำผิดทั้งผู้ค้า&nbsp;และผู้เสพ&nbsp;งานด้านป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;กลุ่มผู้ใช้แรงงานทั้งในระบบ&nbsp;และนอกระบบ&nbsp;การดำเนินงานของชมรม&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;การจัดระเบียบสังคม&nbsp;การสร้างหมู่บ้านชุมชนหมู่บ้านเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติด&nbsp;การดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;การติดตามดูแลผู้ผ่านการบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดทุกระบบ&nbsp;การให้ความช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพ&nbsp;ผู้ติดยาเสพติด</p><p><strong>ส่วนสถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ในห้วงเดือนมกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;พบว่ามีการจับกุมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนักค้ารายย่อยในพื้นที่&nbsp;ลักลอบมาจากจังหวัดใกล้เคียงที่ติดแนวชายแดนจำหน่ายให้กับกลุ่มอาชีพรับจ้าง&nbsp;กลุ่มว่างงาน&nbsp;กลุ่มนักเรียนเยาวชนนักศึกษา&nbsp;พื้นที่ที่มีการค้าของยาเสพติดในระดับที่รุนแรงยังคงเป็น&nbsp;อำเภอเมืองบุรีรัมย์&nbsp;อำเภอสตึก&nbsp;และอำเภอลำปลายมาศ&nbsp;มีผลการจับกุมในข้อหายาเสพติดทั้งหมดจำนวน&nbsp;350&nbsp;คดี&nbsp;โดยแยกเป็นคดีค้า&nbsp;จำนวน&nbsp;177&nbsp;คดี&nbsp;และคดีเสพ&nbsp;จำนวน&nbsp;173&nbsp;คดี&nbsp;ส่งผลให้จังหวัดบุรีรัมย์มีสถิติการจับกุมเป็นอันดับที่&nbsp;5&nbsp;ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ยังมีการจับกุมข้อหาผลิตและปลูก</strong>&nbsp;พืชเสพติดประเภทกัญชา&nbsp;ซึ่งเป็นการลักลอบปลูกในกระถาง&nbsp;และตามป่าริมหนองน้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;คดี&nbsp;จับกุมผู้ต้อง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;สามารถยึดกัญชาสดได้นำหนักประมาณ&nbsp;12,705&nbsp;กรัม&nbsp;ซึ่งเป็นการปลูกกัญชาเองโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต&nbsp;และยังคงอยู่ในบัญชียาเสพติดประเภท&nbsp;5&nbsp;ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เรื่อง&nbsp;ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท&nbsp;5&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;ที่มีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302172925726
354	รองผู้ว่าฯปัตตานี รับมอบรถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง จากประกันสังคมจังหวัดปัตตานี และส่งมอบให้แก่นายอำเภอเมืองปัตตานี เพื่อนำไปใช้ในทางราชการ	<p><strong>นายนิพันธ์&nbsp;บุญหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ตระกูล&nbsp;โทธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;รับมอบรถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;ยี่ห้อ&nbsp;ISUZU&nbsp;&nbsp;จากนางสาวกัญจนัท&nbsp;สิทธิชัย&nbsp;ประกันสังคมจังหวัดปัตตานี&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;รองผู้ว่าฯปัตตานี&nbsp;ส่งมอบต่อให้&nbsp;นายเศวต&nbsp;เพชรนุ้ย&nbsp;</strong>นายอำเภอเมืองปัตตานี&nbsp;เพื่อนำไปใช้ในทางราชการ&nbsp;โดยมี&nbsp;แรงงานจังหวัดปัตตานี&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานที่&nbsp;23&nbsp;ปัตตานี&nbsp;และข้าราชการ&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติในพิธีส่งมอบ&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณที่ว่าการอำเภอเมืองปัตตานี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302152913658
355	สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 7 อุบลราชธานีจัดพิธีถวายวางพานพุ่มถวายราชสักการะ แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรเนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2565	"<p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;อาคารอเนกประสงค์</strong>&nbsp;สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;7&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;โดย&nbsp;</p><p>&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เป็นประธานในพิธีถวายวางพานพุ่มถวายราชสักการะ&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในฐานะทรงเป็น&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ&nbsp;พระองค์ท่านที่มีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;และทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทย&nbsp;ให้มีความเป็นมาตรฐานสากล&nbsp;โดยมี&nbsp;นางศลิษา&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ตุลาการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;ทหาร&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;องค์กรหน่วยงาน&nbsp;ทั้งภาครัฐ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ร่วมในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สด&nbsp;ถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้มีมติถวายพระราชสมัญญาแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร</strong>&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ให้ทรงเป็น&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;พร้อมกับกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302173100727
356	จ.บุรีรัมย์ ประชุมคณะกรมการจังหวัดบุรีรัมย์ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2565 เพื่อปรึกษาหารือ รับทราบปัญหาอุปสรรค และพิจารณาขับเคลื่อนการดำเนินงานต่างๆ	"<p><strong>นายธัชกร&nbsp;หัตถาธยากุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์</strong>&nbsp;ประชุมคณะกรมการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ประจำเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;(ครั้งที่&nbsp;2/2565)&nbsp;เพื่อปรึกษาหารือ&nbsp;รับทราบปัญหาอุปสรรค&nbsp;และพิจารณาขับเคลื่อนการดำเนินงานต่างๆ&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;และภาคเอกชนภาคประชาชนเข้าร่วมประชุมที่&nbsp;หอประชุมศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;อำเภอเมืองฯ&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการประชุมวันนี้&nbsp;ได้มีการพิจารณาการขับเคลื่อน</strong>การดำเนินงานขจัดความยากจนและพัฒนา&nbsp;คนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน&nbsp;ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง,&nbsp;โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;ตามหลักทฤษฏีใหม่ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;และการจัดพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งก่อนการประชุม&nbsp;ได้จัดพิธีมอบโล่รางวัลหมู่บ้านที่ได้รับรางวัล</strong>จากการประกวดโครงการคัดเลือกหมู่บ้านเข้มแข็งตามแนวทาง&nbsp;""แผ่นดินธรรม&nbsp;แผ่นดินทอง""&nbsp;(หมู่บ้าน&nbsp;อยู่เย็น)&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</p><p>นอกจากนี้&nbsp;ประธานได้มอบโล่และเกียรติบัตร&nbsp;รางวัล&nbsp;คนดีศรีบุรีรัมย์&nbsp;ให้นายสมศักดิ์&nbsp;ตรีตรอง&nbsp;ชาวตำบลหนองบัว&nbsp;อำเภอปะคำ&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ที่เก็บสร้อยคอทองคำ&nbsp;น้ำหนัก&nbsp;1&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมจี้พระ&nbsp;ได้ในบริเวณศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ขณะเดินทางมาอบรมอาสาสมัครแรงงาน&nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;และได้นำมามอบให้แก่สำนักงานจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์หาเจ้าของทรัพย์ดังกล่าว&nbsp;ซึ่งต่อมา&nbsp;นางวาสนา&nbsp;แก่นอินทร์&nbsp;ได้มาแสดงตนว่าเป็นเจ้าของสร้อยคอทองคำพร้อมจี้พระ&nbsp;และได้ทำการส่งคืนเจ้าของเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์การทำความดี&nbsp;ตามประกาศจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ข้อ&nbsp;3&nbsp;ผู้ที่แสดงออกถึงความซื่อสัตย์สุจริต&nbsp;และมอบเกียรติบัตรให้แก่ส่วนราชการ/หน่วยงานที่ร่วมรณรงค์และมีผลการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ของบุคลากรในสังกัดครบ&nbsp;ร้อยละ&nbsp;100&nbsp;และ&nbsp;มอบเกียรติบัตรแสดงความยินดีแก่ผู้ที่ได้รับรางวัลจากการประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี&nbsp;To&nbsp;Be&nbsp;Number&nbsp;One&nbsp;Teen&nbsp;Dancercise&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ที่ผ่านการคัดเลือกในระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และระดับประเทศ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302173154728
357	นายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ เผย บ่อขยะแบบฝังกลบของเทศบาล เต็มแล้วทุกบ่อ เตรียมเพิ่มพื้นที่ทิ้งขยะบ่อที่ 2 ฝังกลบขยะขึ้นเป็นชั้นที่ 4 พร้อมหาผู้รับจ้างเชื่อมบ่อขยะรูปตัวทีโดยเร็ว	"<p><strong>นายสกล&nbsp;ไกรรณภูมิ&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้มอบหมายให้คณะผู้บริหาร&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัด&nbsp;เทศบาลเมืองบุรีรัมย์&nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย(บ่อขยะ)&nbsp;ของเทศบาลเมืองบุรีรัมย์&nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่&nbsp;ต.พระครู&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.บุรีรัมย์&nbsp;บนเนื้อที่&nbsp;100&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งได้เปิดทำการมาตั้งแต่เดือน&nbsp;พ.ค.2543&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;เป็นระยะเวลาประมาณ&nbsp;22&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งในแต่ละวันจะมีหน่วยงาน&nbsp;อบต.และเทศบาล&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่ได้นำขยะมาทิ้งในบ่อขยะแห่งนี้&nbsp;เฉลี่ยปริมาณขยะ&nbsp;100&nbsp;ตันต่อวัน&nbsp;โดยแยกเป็นขยะจากเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์&nbsp;40&nbsp;ตันต่อวัน&nbsp;และจาก&nbsp;อบต.-เทศบาลต่างๆอีกจำนวน&nbsp;60&nbsp;ตันต่อวัน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งเทศบาลเมืองบุรีรัมย์</strong>&nbsp;ได้ดำเนินการฝังกลบกำจัดขยะไปแล้วในอยู่บริเวณเฟสที่&nbsp;3&nbsp;ชั้นที่&nbsp;3&nbsp;ซึ่งเป็นชั้นสุดท้าย&nbsp;และได้ฝังกลบเต็มทั้งพื้นที่ไปแล้ว&nbsp;ทำให้ปัจจุบันนี้มีปริมาณขยะสะสมในบ่อขยะทั้ง&nbsp;4&nbsp;บ่อ&nbsp;ประมาณ&nbsp;518,000&nbsp;ตัน&nbsp;ซึ่งมีปริมาณขยะเต็มทั้งพื้นที่ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว</p><p><strong>นายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์</strong>&nbsp;เปิดเผยด้วยว่า&nbsp;ส่วนแนวทางการแก้ไข&nbsp;ทางเทศบาลจะได้หาพื้นที่รองรับขยะในอนาคต&nbsp;แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้&nbsp;จะได้เพิ่มพื้นที่ทิ้งขยะในบ่อที่&nbsp;2&nbsp;เพิ่มขึ้นอีก&nbsp;1&nbsp;ชั้น&nbsp;พร้อมกับเร่งดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง&nbsp;จากโครงการเชื่อมบ่อขยะ&nbsp;รูปตัวที&nbsp;แต่ด้วยงบประมาณที่จำกัด&nbsp;เทศบาลได้รับขณะนี้ยังมีไม่เพียงพอ&nbsp;ซึ่งเทศบาลจะรายงานให้จังหวัดทราบต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำหรับบ่อขยะดังกล่าว</strong>&nbsp;เป็นบ่อขยะในระบบฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล&nbsp;แบบฝังกลบบนพื้นที่&nbsp;(Area&nbsp;Method)&nbsp;เป็นวิธีฝังกลบที่เริ่มจากระดับดินเดิมโดยไม่มีการขุด&nbsp;ซึ่งจะทำการบดอัดขยะมูลฝอย&nbsp;ตามแนวราบ&nbsp;ก่อนแล้วค่อยบดอัดทับในชั้นถัดไปสูงขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;จนได้ระดับตามที่กำหนด&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;4&nbsp;บ่อ&nbsp;โดยการฝังกลบจะดำเนินการให้แล้วเสร็จวันต่อวัน&nbsp;เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น&nbsp;ต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัย</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302173258729
358	จังหวัดชัยนาท จัดพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร   พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2565	"<p><strong>ที่อาคารวิมลคุณากร&nbsp;ศาลากลางจังหวัดชัยนาท&nbsp;</strong>นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;เป็นประธานพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็น&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีอัยการจังหวัดชัยนาท,&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชัยนาท,&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานชัยนาท,&nbsp;ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และนายอำเภอเมืองชัยนาท&nbsp;ร่วมในพิธี&nbsp;ฯ&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;เป็นประธานวางพานพุ่มถวายราชสักการะ</strong>พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็น&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;เห็นชอบ</strong>ให้ถวายพระราชสมัญญา&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ที่มีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทยและทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐาน&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302183936774
359	แขวงทางหลวงชนบทตรัง ดำเนินการระวังชี้แนวเขตทางหลวงชนบท สาย ตง. 4008 บ.หาดปากเมง	<p><strong>นางสาวชนิดา&nbsp;ฆังคะจิตร&nbsp;รักษาราชการแทนผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทตรัง</strong>&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;แขวงทางหลวงชนบทตรัง&nbsp;ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่&nbsp;ฯ&nbsp;เข้าดำเนินการระวังชี้แนวเขตทางหลวงชนบท&nbsp;สาย&nbsp;ตง.4008&nbsp;แยก&nbsp;ทล.4046&nbsp;-&nbsp;บ.หาดปากเมง&nbsp;อ.กันตัง,&nbsp;สิเกา&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;(&nbsp;ช่วง&nbsp;กม.ที่&nbsp;15+&nbsp;980&nbsp;LT&nbsp;)&nbsp;การระวังชี้แนวเขตและลงชื่อรับรองแนวเขต&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่ดิน&nbsp;และประชาชนร่วมสังเกตการณ์&nbsp;เพื่อให้ได้เขตทางหลวงชนบทตามมาตรฐานชั้นทาง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมทางหลวงชนบท&nbsp;เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการพัฒนาโครงสร้าง</strong>พื้นฐานด้านงานทางการก่อสร้างทางและบำรุงรักษาทางหลวงชนบท&nbsp;ให้มีโครงข่ายทางหลวงชนบทที่สมบูรณ์ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ&nbsp;รวมทั้งพัฒนาและเชื่อมโยงโครงข่ายทางหลวงชนบทให้สอดคล้องกับนโยบายและทิศทางการพัฒนาประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;จึงต้องมีเขตทางหลวงและพื้นที่ที่กรมทางหลวงชนบท</strong>&nbsp;เป็นผู้ดูแลที่ชัดเจน&nbsp;และการพิสูจน์ทราบเขตทางหลวง&nbsp;จะทำให้เกิดความชัดเจนในเขตทางหลวง&nbsp;เพื่อสามารถดูแลรักษาสินทรัพย์ในความรับผิดชอบ&nbsp;และสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302153249660
360	เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรมสภากาชาดไทย ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาทำการตรวจรักษา และผ่าตัดให้แก่ประชาชนในพื้นที่ อำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท	<p><strong>ที่เทศบาลตำบลเนินขาม&nbsp;อำเภอเนินขาม&nbsp;จังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;นายเตช&nbsp;บุนนาค&nbsp;เลขาธิการสภากาชาดไทย&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรมสภากาชาดไทย&nbsp;ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;มาทำการตรวจรักษา&nbsp;และผ่าตัดให้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอเนินขาม&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;โดยมี&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นาวาเอกหญิง&nbsp;อินทิรา&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท&nbsp;นายอำเภอหันคา,&nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอเนินขาม&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลเนินขาม&nbsp;และกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านตำบลเนินขาม&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;สำหรับโครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่สภากาชาดไทย&nbsp;ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;ได้รับการสนับสนุนภารกิจจากสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;เพื่อให้ผู้ด้อยโอกาส&nbsp;ผู้สูงอายุมีโอกาสกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง&nbsp;และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;ซึ่งจะดำเนินโครงการฯ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีผู้ด้อยโอกาสเข้ารับการบริการตรวจรักษา&nbsp;จำนวน&nbsp;372&nbsp;ราย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ผ่าตัดต้อกระจก&nbsp;113&nbsp;ราย&nbsp;ผ่าตัดต้อเนื้อ&nbsp;52&nbsp;ราย&nbsp;ผ่าตัดแก้ไขเปลือกตา&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;มอบแว่นสายตายาว&nbsp;73&nbsp;ราย&nbsp;และเป็นผู้มีสายตาปกติ&nbsp;87&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จังหวัดชัยนาทยังได้รับการสนับสนุน</strong>&nbsp;&nbsp;โครงการไม้เท้าเลเซอร์ช่วยเดินพระราชทาน&nbsp;เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;&nbsp;จากสภากาชาดไทย&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสที่ป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน&nbsp;หรือผู้สูงอายุที่มีอาการเดินติด&nbsp;ก้าวไม่ออก&nbsp;ให้มีความมั่นคงในการก้าวเดิน&nbsp;ให้แก่ผู้ประสบปัญหา&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;อีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302184254775
361	ผู้ว่าฯ แพร่ ลงพื้นที่ลำห้วยแม่แคม ในพื้นที่ 4 ตำบลของอำเภอเมืองแพร่ เตรียมพัฒนาให้เป็นคลองสวย น้ำใส ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่บริเวณลำห้วยแม่แคม&nbsp;ด้านหลังสถานีขนส่งจังหวัดแพร่&nbsp;ตำบลในเวียง&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พ.อ.&nbsp;สุชาติ&nbsp;พุ่มสุวรรณ&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภาสยในจังหวัดแพร่(ฝ่ายทหาร)&nbsp;นายวาทิต&nbsp;ปัญญาคม&nbsp;ปลัดจังหวัดแพร่&nbsp;นายต่อพงษ์&nbsp;ทับทิมโต&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดแพร่&nbsp;นายสายัณห์&nbsp;กาวีวงศ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;สุขประเสริฐ&nbsp;นายอำเภอเมืองแพร่&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจลำห้วยแม่แคม&nbsp;ในเขตของตำบลในเวียง&nbsp;ซึ่งรับผิดชอบโดยเทศบาลเมืองแพร่</p><p><strong>จากนั้นลงพื้นที่ลำห้วยแม่แคมที่บ้านนาแหลม</strong>&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลทุ่งกวาว&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;โดยมีนายอนุวัธ&nbsp;วงศ์วรรณ&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.แพร่ร่วมด้วย&nbsp;คณะยังได้เดินทางไปยังลำห้วยแม่แคมพื้นที่บ้านถิ่น&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลบ้านถิ่น&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;และลงพื้นที่ลำห้วยแม่แคมบ้านสวนเขื่อน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลสวนเขื่อน&nbsp;อำเภอเมืองแพร่</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ในการประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ฝากให้จังหวัดต่างๆ&nbsp;ไปดูลำห้วย&nbsp;ลำคลองของจังหวัดตนเองว่า&nbsp;จะต้องพัฒนาให้ดีขึ้นเกิดความสะอาด&nbsp;สวยงาม&nbsp;น่าอยู่&nbsp;ใช้ประโยชน์จากลำห้วยได้ดีขึ้น&nbsp;จังหวัดแพร่ได้เลือกเอาลำห้วยแม่แคมซึ่งไหลผ่านในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลของอำเภอเมืองแพร่&nbsp;ได้แก่ตำบลสวนเขื่อน&nbsp;ตำบลบ้านถิ่น&nbsp;ตำบลทุ่งกวาว&nbsp;และตำบลในเวียง&nbsp;วันนี้ได้ลงมาดูพื้นที่จริงๆ&nbsp;ได้พบปะผู้นำท้องที่ท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่เพื่อรับทราบข้อมูลนำมาวิเคราะห์ปรับปรุงแก้ไขร่วมกันในการพัฒนาให้เกิดคลองสวย&nbsp;น้ำใส&nbsp;สะอาดน่าอยู่ของชุมชน&nbsp;เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนา&nbsp;ทำยังไงให้ประชาชนทั้งสองฝั่งลำห้วยแม่แคมเกิดความสมัครสมานสามัคคี&nbsp;และสามารถใช้วิถีชีวิตได้เป็นปกติสุข</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302153133659
362	สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานชัยภูมิ จัดพิธีถวายราชสดุดีฯ เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ	"<p><strong>จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานชัยภูมิ</strong>&nbsp;จัดพิธีถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทยเนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมอนุสรณ์&nbsp;186&nbsp;ปี&nbsp;เจ้าพ่อพญาแล&nbsp;โรงเรียนเมืองพญาแลวิทยา</p><p><strong>นายไกรสร&nbsp;กองฉลาด&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายชาญชัย&nbsp;ศรศรีวิชัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;เป็นประธานประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะ&nbsp;และกล่าวคำถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทยเนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีส่วนราชการ&nbsp;ศาล&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;องค์กรอิสระ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ร่วมวางพานพุ่มถวายราชสักการะด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้</p><p><strong>""ช่างทุกประเภท&nbsp;เป็นกลไกสำคัญ</strong>อย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของคนทุกคน&nbsp;เพราะตลอดชีวิตของเรา&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการหรือสิ่งต่างๆ&nbsp;ที่มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่&nbsp;สนับสนุนจากทุกๆ&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ยิ่งในสมัยปัจจุบัน&nbsp;วิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้า&nbsp;ยิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษ&nbsp;เพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง&nbsp;ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการ&nbsp;ข้าพเจ้าใคร่ขอฝากความคิดทั้งนี้ไว้เป็นแนวปฏิบัติของท่านทั้งหลายต่อไป&nbsp;""พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร""</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302161539683
363	ศูนย์ EOC COVID  19 จ.อุบล ฯ ระบุ พบการติดเชื้อโควิดแพร่ระบาดในครอบครัวเพิ่มมากขึ้น	"<p><strong>ศูนย์&nbsp;EOC&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;19&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;มี.ค.2565&nbsp;จ.อุบลฯ&nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;855&nbsp;ราย&nbsp;ที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อในพื้นที่&nbsp;มากถึง&nbsp;771&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากต่างจังหวัดเพียง&nbsp;84&nbsp;รายเท่านั้น&nbsp;มีผู้ป่วยรักษาหายเพิ่ม&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;500&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตเพิ่มอีก&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการประเมินสถานการณ์นั้น&nbsp;การระบาดมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น</strong>&nbsp;โดยมีการระบาดเป็นวงกว้าง&nbsp;ทั้งในโรงเรียน&nbsp;ในชุมชน&nbsp;ตลาด&nbsp;และสถานที่ทำงาน&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อในครอบครัว&nbsp;รองลงมา&nbsp;ติดเชื้อโดยไม่ทราบปัจจัยเสี่ยง&nbsp;มีผู้สูงอายุเสียชีวิตมากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มที่ไม่ฉีดวัคซีน&nbsp;และฉีด&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;แต่ยังไม่กระตุ้น&nbsp;และยังพบว่า&nbsp;ผู้ป่วยจากกรุงเทพมหานคร&nbsp;กลับมารักษามากขึ้น&nbsp;วันละประมาณ&nbsp;60&nbsp;&nbsp;80&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ด้านการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อในขณะนี้</strong>&nbsp;มียอดรวมกว่า&nbsp;5,000&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ที่อาการไม่รุนแรง&nbsp;เข้ารับการรักษาที่บ้าน&nbsp;จำนวนมากถึง&nbsp;4,000&nbsp;รายเศษ&nbsp;รองลงมา&nbsp;รักษาที่โรงพยาบาล&nbsp;ตามด้วยโรงพยาบาลสนาม&nbsp;และศูนย์ดูแลชุมชน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ฝากให้ประชาชนงดการเดินทางเข้าไปในสถานที่เสี่ยง</strong>&nbsp;งดการเข้าร่วมกิจกรรมที่มีคนจำนวนมาก&nbsp;และชะลอการเดินทาง&nbsp;รวมทั้งป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล&nbsp;</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302162713693
364	จังหวัดปทุมธานี จัดพิธีถวายราชสักการะ พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ 2565	"<p><strong>ที่อาคารศาลารักษ์ปทุม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี&nbsp;</strong>นายณรงค์ศักดิ์&nbsp;โอสถธนากร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;เป็นประธานพิธีถวายพานพุ่มดอกไม้สด&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;และถวายราชสดุดีเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเอกวิทย์&nbsp;มีเพียร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;นางกิติมา&nbsp;ศิริประธาน&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;14&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงาน&nbsp;ศาล&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมพิธีเพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์&nbsp;ทั้งนี้มติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552ได้ถวายพระราชสมัญญาแด่พระองค์ให้เป็น&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;พร้อมกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2513&nbsp;เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือช่างแห่งชาติ&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;และพระราชทานพระราชดำรัสเกี่ยวกับการช่างของไทย&nbsp;ความตอนหนึ่งว่า&nbsp;""...ช่างทุกประเภท&nbsp;เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของทุกคนเพราะตลอดชีวิตของเรา&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการ&nbsp;หรือสิ่งต่างๆ&nbsp;ที่มาจากฝีมือช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่สนับสนุนจากทุกๆ&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ยิ่งในสมัยปัจจุบันวิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้ายิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษ&nbsp;เพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง&nbsp;ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการ&nbsp;ข้อความหนึ่งจากกระแสพระราชดำรัสดังกล่าว&nbsp;สะท้อนให้เห็นถึงสายพระเนตรอันยาวไกลที่มีพระราชดำริถึงความสำคัญของช่างฝีมือ&nbsp;ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อทุกคนในสังคมจึงจำเป็นต้องพัฒนาให้มีมาตรฐานฝีมือ&nbsp;เพราะนั่นหมายถึงคุณภาพของสินค้าและบริการตลอดจนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อประเทศไทย&nbsp;แม้จะพระราชทานไว้เป็นเวลาผ่านมาถึง&nbsp;50&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ยังคงทันสมัยอยู่เสมอและนับวันจะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น&nbsp;และเพื่อให้แรงงานไทยและช่างฝีมือไทยต่างได้เห็นถึงคุณค่าของการเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยให้พัฒนาอย่างทัดเทียมกับชาติอื่นๆ&nbsp;รวมทั้งร่วมกันพัฒนาฝีมือช่างของตนเพื่อให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลกสืบไป</p><p><strong>ในโอกาสนี้&nbsp;ประธานฯ&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหาร&nbsp;ได้เยี่ยมชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติ&nbsp;</strong>เพื่อแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถด้านช่างของพระองค์&nbsp;ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;และทรงพระปรีชาสามารถด้านช่าง&nbsp;รวมทั้งให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ปทุมธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302185733778
365	องคมนตรีลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี	<p><strong>พลเอกดาว์พงษ์&nbsp;รัตนสุวรรณ&nbsp;องคมนตรี&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม</strong>และติดตามการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี&nbsp;พร้อมกับรับฟังการบรรยายสรุปการผลิตและพัฒนาครูคณะครุศาสตร์&nbsp;,&nbsp;การยกระดับคุณภาพการศึกษาของคณะอื่นๆ&nbsp;,&nbsp;โครงการพัฒนา&nbsp;Soft&nbsp;Skills&nbsp;ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม&nbsp;และพบผู้แทนนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยนายสุทธิพงษ์&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;พร้อมด้วยนายกสภามหาวิทยาลัยฯ&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;บุคลากร&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;ณ&nbsp;คณะครุศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี&nbsp;</p><p><strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;มาเป็นระยะเวลายาวนาน&nbsp;จากสถาบันอุดมศึกษาที่ทำหน้าที่ผลิตครูเพียงอย่างเดียวในอดีต&nbsp;เพื่อทำหน้าที่พัฒนาด้านการศึกษาของประเทศ&nbsp;ปัจจุบันสถาบันอุดมศึกษาแห่งนี้ยังมีหลักสูตรและสาขาวิชาที่หลากหลาย&nbsp;เพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชน&nbsp;เช่น&nbsp;สาขาวิชาธุรกิจเกษตร&nbsp;สาขาวิชาธุรกิจอาหาร&nbsp;สาขาวิชาการจัดการท่องเที่ยว&nbsp;สาขาวิชาโลจิสติกส์&nbsp;เป็นต้น&nbsp;จากความรู้ความสามารถของบุคลากรในมหาวิทยาลัย&nbsp;องค์ความรู้จากการวิจัยและบริการวิชาการ&nbsp;สามารถตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของจังหวัดได้อย่างดียิ่ง&nbsp;โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และสิ่งแวดล้อม</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;มหาวิทยาลัยฯ&nbsp;ยังมีบทบาทในการแก้ไขปัญหาของประชาชนในจังหวัด</strong>&nbsp;โดยใช้องค์ความรู้ที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัยในหลาย&nbsp;ๆ&nbsp;ด้าน&nbsp;เช่น&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;ยาง&nbsp;ปาล์ม&nbsp;ไม้ผล&nbsp;การประมง&nbsp;และการท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;ได้อย่างแท้จริง&nbsp;ด้วยเหตุผลดังกล่าว&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานีกับมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี&nbsp;มีเจตนารมณ์อย่างเดียวกัน&nbsp;คือ&nbsp;การทำงานเพื่อตอบสนองการรับใช้ชุมชนท้องถิ่น&nbsp;และจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;พร้อมที่จะสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานีในทุกมิติ&nbsp;เพื่อประโยชน์สุขแก่ประชาชนชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีต่อไป.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302152758657
366	2 มี.ค.65 จ.ลำพูน พบติดเชื้อ COVID-19 จากผล RT-PCR 6 ราย จากผลตรวจ ATK Positive 407 ราย เสียชีวิต 1 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพิ่มจากผล&nbsp;RT-PCR&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นในจังหวัด&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ต่างจังหวัด&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;การตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;Positive&nbsp;407&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยติดเชื้อสะสมทั้งสิ้น&nbsp;13,990&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ยอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;53&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันรักษาตัวทั้งหมด&nbsp;109&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;Pro.Case&nbsp;จำนวน&nbsp;3,094&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ใน&nbsp;รพ.รัฐ&nbsp;101&nbsp;ราย&nbsp;รพ.เอกชน&nbsp;451&nbsp;ราย&nbsp;CI&nbsp;259&nbsp;ราย&nbsp;HI&nbsp;2,173&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;5,391&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;Pro.Case&nbsp;จำนวน&nbsp;5,352&nbsp;ราย</p><p><strong>ในส่วนของสถิติการครองเตียงของโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งในจังหวัดลำพูนมีทั้งหมด&nbsp;288&nbsp;เตียง&nbsp;</strong>ใช้ไป&nbsp;101&nbsp;เตียงหรือคิดเป็น&nbsp;35.07%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วย&nbsp;187&nbsp;เตียงคิดเป็น&nbsp;64.93%&nbsp;นอกจากนี้เตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชนมีรองรับทั้งสิ้น&nbsp;636&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;451&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;70.91%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วยอีก&nbsp;185&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;29.09%</p><p><strong>สำหรับการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มียอดสะสมการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;334,242&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;81.97%&nbsp;ของผู้ประสงค์ฉีดทั้งหมด&nbsp;126,648&nbsp;คน&nbsp;จากประชากรทั้งหมด&nbsp;401,408&nbsp;คนคิดเป็น&nbsp;83.27%&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;334,242&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;319,269&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;159,442&nbsp;ราย&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;5,240&nbsp;เข็ม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302153405661
367	จ.พระนครศรีอยุธยา มอบทุนการศึกษาของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กที่บิดามารดาเสียชีวิตจากสถานการณ์โรคโควิด-19 เพื่อสร้างอนาคตของชาติ	"<p><strong>ณ&nbsp;โดมอเนกประสงค์&nbsp;วัดพนัญเชิงวรวิหาร&nbsp;</strong>นางสาวนุชนาถ&nbsp;ประทีปธีรานันต์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา/รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เป็นประธานฝ่ายฆราวาส&nbsp;ในการมอบทุนการศึกษาของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;และมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กกำพร้าที่บิดามารดาหรือผู้ปกครองเสียชีวิตจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;โดยมี&nbsp;พระธรรมรัตนมงคล&nbsp;เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา/เจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหาร&nbsp;เป็นประธานฝ่ายสงฆ์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ประธานมูลนิธิพระมงคลบพิตร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอทุกอำเภอ&nbsp;และสมาชิกแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เข้าร่วมพิธี&nbsp;</p><p><strong>ด้วยสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญเกี่ยวกับการศึกษาของครอบครัว</strong>ข้าราชการและบุคลากร&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;จึงกำหนดให้มีการมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรของข้าราชการ&nbsp;ลูกจ้างประจำ&nbsp;พนักงานของศูนย์ราชการหรือหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัด&nbsp;และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน&nbsp;โดยได้จัดสรรเงินทุนการศึกษาให้แม่บ้านมหาดไทยทุกจังหวัด&nbsp;สำหรับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ได้มอบทุนให้กับบุตรหลาน&nbsp;จำนวน&nbsp;48&nbsp;ทุน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบทั้งด้านสุขภาพร่างกาย&nbsp;ด้านสภาพชีวิตความเป็นอยู่&nbsp;ด้านรายได้&nbsp;ในบางรายที่ผู้ปกครองเสียชีวิต&nbsp;สูญเสียหัวหน้าครอบครัว&nbsp;ทำให้เด็กกลายเป็นเด็กกำพร้า&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและคณะสงฆ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ได้เห็นถึงปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับเด็กที่ต้องสูญเสียผู้ปกครอง&nbsp;จึงได้ร่วมกันมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กดังกล่าว&nbsp;จำนวน&nbsp;31&nbsp;ทุน&nbsp;เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนในเบื้องต้น&nbsp;รวมทั้งเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เด็กสามารถเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=""https://ayutthaya.prd.go.th""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">https://ayutthaya.prd.go.th</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302170837717
368	"อุบลฯประชุมนำเสนอผลงานการศึกษาวิจัยภายใต้โครงการ ""การประเมินระบบบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโคโรนา 2019 ในเขตสุขภาพที่ 10 กรณีพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว-กัมพูชา"""	"<p><strong>ที่ห้องประชุมโรงแรมบ้านสวนคุณตา&nbsp;กอล์ฟ&nbsp;แอนด์&nbsp;รีสอร์ท</strong>&nbsp;อำเภอวารินชำราบ&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานีนายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;มอบหมายให้นายศุภภิมิตร&nbsp;&nbsp;เปาริก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เป็นประธานกล่าวต้อนรับและกล่าวเปิดการประชุมนำเสนอผลงานการศึกษาวิจัยภายใต้โครงการ&nbsp;""การประเมินระบบบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในเขตสุขภาพที่&nbsp;10&nbsp;กรณีพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว-กัมพูชา""&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งเป็นการดำเนินการร่วมกับหน่วยงานในจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;และศรีษะเกษ&nbsp;ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์&nbsp;ดังนี้</p><p>1)&nbsp;ประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในพื้นที่ชายแดน&nbsp;ไทย-ลาว-กัมพูชา&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;10</p><p>2)&nbsp;ประเมินระบบงานเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ของแต่ละระดับของหน่วยปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในพื้นที่ชายแดน&nbsp;ไทย-ลาว-กัมพูชา&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;10&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ</strong>&nbsp;ได้กล่าวถึงการดำเนินงานฯ&nbsp;การบริหารจัดการในพื้นที่ที่จะต้องมีส่วนร่วมทุกฝ่าย&nbsp;ทั้งท้องถิ่น&nbsp;ท้องที่&nbsp;ชุมชน&nbsp;อำเภอ&nbsp;และจังหวัด&nbsp;โดยยึดหลัก&nbsp;งาน-งบ-ระบบ-คน&nbsp;มาบูรณารจัดการที่มีความซับซ้อนร่วมกันอย่างเข้มงวด&nbsp;และเคร่งครัด&nbsp;ซึ่งจะต้องเป็นความร่วมมือกันทั้งสามฝ่าย&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;และรวมไปถึงอาสาสมัครในพื้นที่</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302164132703
369	ผู้ว่าฯ ปทุมธานี และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดปทุมธานี นำลายผ้าพระราชทาน ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา ส่งมอบแก่กลุ่มทอผ้า ผู้ผลิตผ้า เพื่อนำไปเป็นต้นแบบพัฒนาต่อยอดเพิ่มมูลค่าผ้าพื้นถิ่น ฟื้นคืนภูมิปัญญาผ้าไทยให้ดำรงคงอยู่คู่แผ่นดิน	<p><strong>นายณรงค์ศักดิ์&nbsp;โอสถธนากร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นางจินจณา&nbsp;โอสถธนากร&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดปทุมธานี&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ณ&nbsp;อาคารศาลารักษ์ปทุม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีรับแบบลายผ้าพระราชทานจากผู้เชิญลายผ้าพระราชทานเพื่อเชิญไปวางบนพานเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์และให้ผู้รับมอบแบบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;เข้ารับมอบตามลำดับ&nbsp;เพื่อนำลายผ้าพระราชทานไปเป็นต้นแบบและพัฒนาต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นถิ่น&nbsp;</p><p><strong>สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ทรงออกแบบผ้าลายพระราชทาน</strong>โดยได้รับแรงบันดาลพระทัยจากผ้าขิดลายสมเด็จที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ทรงพระราชทานแก่ราษฎร&nbsp;อันเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;กล่าวด้วยความปลื้มปิติ</strong>และสำนึกในพระกรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ที่ทรงมีต่อพสกนิกร&nbsp;ได้อุทิศพระองค์ปฏิบัติบำเพ็ญพระกรณียกิจนานัปการเพื่ออำนวยประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษฎร์&nbsp;ทรงมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาหัตถกรรมไทยให้ดำรงอยู่ยั่งยืนตลอดไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ปทุมธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302161609684
370	สถิติจังหวัดสุราษฎร์ธานีส่งเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลสถิติ 5 โครงการ  เพื่อวางแผนพัฒนาจังหวัดและประเทศชาติ	<p><strong>นางพรทิพย์&nbsp;โพธิครูประเสริฐ&nbsp;สถิติจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานสถิติจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;มีแผนปฏิบัติงานเพื่อลงพื้นที่เก็บรวบรวมข้อมูลสถิติโครงการต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;โครงการ&nbsp;ประจำเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยจะสำรวจและเก็บข้อมูลด้านต่างๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ภาวะการทำงานของประชากร&nbsp;การมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือน&nbsp;ภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน&nbsp;การประมวลข้อมูลพื้นที่ก่อสร้าง&nbsp;&nbsp;และการจัดทำแผนที่ชุมชนลและปรับปรุงข้อมูลเขตแจงนับ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการวางแผนพัฒนาจังหวัดและประเทศชาติในด้านต่างๆ&nbsp;ต่อไป</strong>&nbsp;โดยข้อมูลที่ได้จากการสำรวจจะไม่มีการเปิดเผยเป็นรายบุคคล&nbsp;แต่จะใช้ในการประมวลผลและนำเสนอในภาพรวมเท่านั้น&nbsp;ซึ่งหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานสถิติจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กลุ่มปฏิบัติการสถิติ&nbsp;โทร.&nbsp;0-7727-2580</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302160124674
371	จังหวัดสระแก้วจัดพิธีถวายราชสักการระแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบิดาแห่งมาตราฐานการช่างไทย	<p><strong>ที่สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดสระแก้ว&nbsp;อำเภอวัฒนานคร&nbsp;จังหวัดสระแก้ว</strong>&nbsp;นายณัฏฐชัย&nbsp;นำพูลสุขสันติ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการระแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตราฐานการช่างไทย&nbsp;โดยในพิธีได้จัดให้มีพิธีวางพานพุ่ม&nbsp;กล่าวถวายราชสดุดีและยืนสงบนิ่งเป็นเวลา&nbsp;89&nbsp;วินาที&nbsp;หลังจากนั้นเป็นพิธีมอบหนังสือรับรองให้กับผู้ผ่านการทดสอบมาตราฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร&nbsp;ระดับ&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;และเยี่ยมชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;และเยี่ยมชมกิจกรรมสาธิตการทดสอบมาตราฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติทั้ง&nbsp;3&nbsp;สาขา&nbsp;ได้แก่&nbsp;ช่างเชื่อมแม็ก&nbsp;ช่างไฟฟ้าภายในอาคาร&nbsp;และช่างเครื่องปรับอากาศในบ้านและการพาณิชย์ขนาดเล็ก&nbsp;</p><p><strong>สำหรับพิธีถวายราชสักการระแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร</strong>&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;ทรงสนพระราชหฤทัยและทรงมีพระปรีชาสามารถทรงงานด้านต่างๆ&nbsp;หลายด้าน&nbsp;งานช่างเป็นงานด้านหนึ่งที่ทรงมีความสนพระราชหฤทัย&nbsp;มีความถนัด&nbsp;และทรงมีฝีพระหัตถ์เป็นเยี่ยมมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์&nbsp;ทั้งด้านช่างไม้&nbsp;ด้านช่างโลหะ&nbsp;ด้านอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;หรือแม้แต่ด้านเครื่องยนต์&nbsp;ทรงสามารถทำได้ดีในทุกแขนงของงานพื้นฐานทางวิศวกรรมศาสตร์เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นในการพัฒนาฝีมือการช่างเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและเพื่อให้แรงงาน&nbsp;และช่างฝืมือไทยต่างได้ย้อนเห็นถึงคุณค่าของช่างฝีมือ&nbsp;ได้จึงกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปีเป็น&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ</p><p><br></p><p>ประจัก&nbsp;สารการ&nbsp;&nbsp;สุชีวิน&nbsp;ปิยะมิตรบัณฑิต&nbsp;/ภาพ/ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	สระแก้ว	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302234651878
372	ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ณ ศูนย์พักคอย Community Isolation (CI) ในพื้นที่อำเภอควนโดน หลังเปิดพื้นที่เพื่อรักษาประชาชนอีกครั้งรับสถานการณ์การระบาดในปัจจุบัน	<p><strong>นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล&nbsp;นายแพทย์สมบัติ&nbsp;ผดุงวิทย์วัฒนา&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ให้กำลังใจพร้อมติดตามการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการดูแลรักษาผู้ป่วย&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์พักคอย&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;(CI)&nbsp;ในพื้นที่อำเภอควนโดน&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;</p><p>จุดแรกคือ&nbsp;ที่&nbsp;CI&nbsp;วิทยาลัยเทคโนโลยีอิบนูเอาฟ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลควนสตอ&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;และ&nbsp;</p><p>จุดที่สองคือ&nbsp;ที่&nbsp;CI&nbsp;สนามกีฬากลางอำเภอควนโดน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลควนสตอ&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายพีรพัฒน์&nbsp;เงินเจริญ&nbsp;นายอำเภอควนโดน</strong>&nbsp;และนายแพทย์สุพล&nbsp;เจริญวิกกัย&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลควนโดน&nbsp;รายงานสถานการณ์ภาพรวมการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อในอำเภอควนโดน</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;CI&nbsp;วิทยาลัยเทคโนโลยีอิบนูเอาฟ&nbsp;รองรับผู้ป่วยได้สูงสุด&nbsp;150&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษาตัวอยู่ราว&nbsp;54&nbsp;คน&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย&nbsp;ผู้ป่วยมีอาการสีเขียวคือ&nbsp;อาการไม่หนักมาก&nbsp;ส่วน&nbsp;CI&nbsp;สนามกีฬากลางอำเภอควนโดน&nbsp;ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อรักษาตัวอยู่ประมาณ&nbsp;73&nbsp;ราย&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ป่วยสีเขียวเช่นกัน&nbsp;โดยมีโรงพยาบาลควนโดน&nbsp;เป็นแม่ข่ายใหญ่ในการรักษา&nbsp;และ&nbsp;รพ.สต.&nbsp;รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่บูรณาการการทำงานร่วมด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล&nbsp;ได้มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน&nbsp;ณ&nbsp;CI&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ด้วย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>มีผู้ติดเชื้อเป็นวงกว้าง&nbsp;จังหวัดสตูลจึงได้ยกระดับการดูแลรักษาประชาชนด้วยระบบ&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;&nbsp;(CI)&nbsp;&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302154801666
373	ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม เปิดการอบรมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการท้องถิ่นสำหรับผู้บริหาร และบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพร้อมเน้นย้ำให้ความสำคัญศูนย์ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโควิด-19	<p><strong>นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรมและบรรยายพิเศษ&nbsp;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการท้องถิ่นสำหรับผู้บริหารและบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมคุ้มพญาซอรีสอร์ท&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชำนาญ&nbsp;มีขำ&nbsp;รักษาราชการแทนท้องถิ่นจังหวัด&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;การจัดโครงการดังกล่าว&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น&nbsp;สำหรับผู้บริหารและบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ทั้ง&nbsp;36&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบด้วยนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้อำนวยการการคลัง&nbsp;หัวหน้าส่วนการคลังและบุคลากรทางการศึกษา&nbsp;จำนวน&nbsp;144&nbsp;คน&nbsp;เข้ารับการอบรม&nbsp;ซึ่งมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;โดยมี&nbsp;นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;นายกรกฏ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ปลัดจังหวัด&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัด&nbsp;และนายอำเภอทั้งสามอำเภอร่วมรับฟัง</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันมีนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้อำนวยการการคลัง&nbsp;หัวหน้าส่วนการคลังและบุคลากรทางการศึกษาเข้ามารับตำแหน่งใหม่หลายแห่ง&nbsp;เพื่อให้ผู้บริหารได้รับการพัฒนา&nbsp;เพิ่มพูนความรู้&nbsp;ความเข้าใจในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับหลักกฎหมายและให้มีสมรรถนะ&nbsp;ในการจัดทำบริการสาธารณะ&nbsp;ส่งเสริมการเรียนรู้&nbsp;การทำงานเป็นทีม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนในพื้นที่ของตนเอง&nbsp;2&nbsp;ส่วนที่สำคัญคือ&nbsp;เงินอุดหนุนทั่วไป&nbsp;ขณะนี้จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ใช้ประมาณในการจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุ&nbsp;68&nbsp;ล้านบาท/ปี&nbsp;เงินช่วยเหลือคนพิการ&nbsp;ผู้ป่วยโรคเอดส์&nbsp;อาหารกลางวันเด็กก่อนวัยเรียน&nbsp;ขอให้กรอกข้อมูลรายละเอียดในระบบให้ครบถ้วนจะได้ไม่มีปัญหาในการเบิกจ่าย&nbsp;ส่วนที่สองเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;ที่ผ่านมาจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ได้งบประมาณปีละน้อยมาก&nbsp;&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง&nbsp;ขอให้ผู้บริหารจัดทำแผนทั้งระยะสั้น&nbsp;ระยาว&nbsp;ในการเตรียมความพร้อม&nbsp;รวมทั้งเรื่องการบริหารจัดการขยะมูลฝอย&nbsp;และขยะติดเชื้อที่เพิ่มเข้ามา&nbsp;นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ได้เน้นย้ำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งให้ความสำคัญศูนย์ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่แต่ละวันตัวเลขค่อนข้างสูงขึ้น&nbsp;จากวัยทำงาน&nbsp;ไปสู่นักเรียน&nbsp;สู่ผู้สูงอายุ&nbsp;เป็นดาวกระจายในครัวเรือน&nbsp;โดยขอให้ประสานภาคีเครือข่ายในพื้นที่รณรงค์การฉีดวัคซีนให้ครบ&nbsp;รณรงค์การป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302160529678
374	อบจ.ตรัง เตรียมขับเคลื่อนศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการการแพทย์ฉุกเฉิน จัดประชุมโครงการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ประจำปี 2565 และศึกษาดูงาน อบจ.สงขลา	<p><strong>นายบุ่นเล้งโล่สถาพรพิพิธ&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ตรัง&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิด</strong>การประชุมโครงการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพสมาชิกสภา&nbsp;อบจ.ตรัง&nbsp;คณะผู้บริหารและบุคลากร&nbsp;อบจ.ตรัง&nbsp;&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสภา&nbsp;อบจ.ตรัง&nbsp;โดยมีคณะผู้บริหาร&nbsp;ประธานสภา&nbsp;อบจ.ตรัง&nbsp;พร้อมสมาชิกสภา&nbsp;อบจ.ตรังและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>มีนายอนันต์&nbsp;อัครสุวรรณกุล&nbsp;นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ</strong>&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง&nbsp;บรรยายพิเศษ&nbsp;เรื่อง&nbsp;บทบาทและความสำคัญของศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการการแพทย์ฉุกเฉิน&nbsp;เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจการดำเนินการและบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินขององค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;นำประสบการณ์จากการศึกษาดูงานมาเป็นแนวทางในการบริหารจัดการศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการแพทย์ฉุกเฉินองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรังและให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ระหว่างหน่วยงาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>หลังจากนั้น&nbsp;คณะ&nbsp;อบจ.ตรัง&nbsp;ได้เดินทางเข้าศึกษาดูงานศูนย์รับแจ้งเหตุ</strong>และสั่งการการแพทย์ฉุกเฉิน&nbsp;อบจ.สงขลา&nbsp;โดยมีนายไพเจน&nbsp;มากสุวรรณ์&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.สงขลา&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหาร&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;และให้ข้อมูล&nbsp;แนวทางในการบริหารจัดการศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการการแพทย์ฉุกเฉิน&nbsp;อบจ.สงขลา&nbsp;ซึ่งเป็นประโยชน์ในการเตรียมการดำเนินงานของ&nbsp;อบจ.ตรัง&nbsp;&nbsp;เป็นอย่างมาก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อบจ.สงขลา&nbsp;ได้ร่วมกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ&nbsp;(สพฉ.)</strong>&nbsp;และภาคีเครือข่ายเปิดศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการจังหวัดสงขลา&nbsp;1669&nbsp;ศูนย์ควบคุมระบบโทรทัศน์วงจรปิดอบจ.สงขลา&nbsp;ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน&nbsp;191ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา&nbsp;เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันในการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้ประสบเหตุด่วนเหตุร้ายในจังหวัดสงขลาอย่างเต็มรูปแบบ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายก&nbsp;อบจ.ตรัง&nbsp;มีนโยบายการจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการของอบจ.&nbsp;ตรัง&nbsp;</strong>เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงระบบการแพทย์ฉุกเฉินอย่างทั่วถึง&nbsp;เท่าเทียม&nbsp;มีคุณภาพมาตรฐานโดยได้รับการช่วยเหลือและรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพและทันต่อเหตุการณ์มากขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302155157669
375	รองผวจ.สุราษฎร์ธานี ประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 (ปฐมนิเทศโครงการ) โครงการศึกษาความเป็นไปได้การพัฒนาโครงข่ายทางหลวงชนบทบนเกาะสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Online) ผ่านโปรแกรม ZOOM Cloud Meetings	<p><strong>ที่ห้องประชุมเพชรสมุย&nbsp;สำนักงานเทศบาลนครเกาะสมุย</strong>&nbsp;อำเภอเกาะสมุย&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;(ปฐมนิเทศโครงการ)&nbsp;โครงการศึกษาความเป็นไปได้การพัฒนาโครงข่ายทางหลวงชนบทบนเกาะสมุย&nbsp;อำเภอเกาะสมุย&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;(Online)&nbsp;ผ่านโปรแกรม&nbsp;ZOOM&nbsp;Cloud&nbsp;Meetings&nbsp;พร้อมด้วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>กรมทางหลวงชนบท&nbsp;ได้ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้การพัฒนาโครงข่ายทางหลวงชนบทบน&nbsp;&nbsp;เกาะสมุย&nbsp;อ.เกาะสมุย&nbsp;&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาจราจร&nbsp;สนับสนุนการคมนาคมขนส่ง&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;และการพัฒนาเมืองอย่างบูรณาการและยั่งยืน&nbsp;บริเวณพื้นที่โครงข่ายทางหลวงชนบทเกาะสมุย&nbsp;&nbsp;อ.เกาะสมุย&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานีพร้อมทั้งช่วยส่งเสริมให้เกิดการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบทั้งทางบก&nbsp;ทางน้ำ&nbsp;และทางอากาศ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าว&nbsp;กรมทางหลวงชนบท&nbsp;ได้ให้ความสำคัญ</strong>กับกระบวนการการมีส่วนร่วม&nbsp;และรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วน&nbsp;โดยเฉพาะภาคประชาชนผู้มีส่วนได้เสียในโครงการ&nbsp;เพื่อเป็นการลดผลกระทบต่อชุมชน&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่&nbsp;จึงเป็นโอกาสอันดีที่ทุกท่านที่เป็นตัวแทนจากหลายภาคส่วน&nbsp;ได้มีโอกาสในการร่วมแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์&nbsp;อันจะนำไปสู่การสำรวจและออกแบบ&nbsp;ให้สอดคล้องตรงกับความต้องการของชุมชน&nbsp;มีความครบถ้วนสมบูรณ์&nbsp;และก่อให้เกิดประโยชน์กับจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประชุมในครั้งนี้</strong>&nbsp;จะให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆที่หลากหลายเพื่อที่กรมทางหลวงชนบท&nbsp;จะได้นำแนวคิด&nbsp;ข้อคิดเห็นที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้&nbsp;นำไปคัดเลือกแนวสายทาง&nbsp;และ&nbsp;รูปแบบโครงการเบื้องต้นที่เหมาะสม&nbsp;รวมไปถึงรูปแบบจุดตัด&nbsp;ทางเชื่อม&nbsp;ทางแยก&nbsp;ให้มีความปลอดภัยและมีมาตรฐานตามหลักวิศวกรรม&nbsp;และมีความคุ้มค่าในการลงทุน&nbsp;และตอบสนองความต้องการของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302160335676
376	นายกฤษฎา บุญราช สั่งนายกกาชาดจังหวัดตรวจสอบโรงเรียนสงเคราะห์ยะลา	<p><strong>นายกฤษฎา&nbsp;บุญราช&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย&nbsp;สังการด่วน&nbsp;</strong>ไปยังนายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา&nbsp;ตรวจสอบและพิจารณาในความช่วยเหลือหรือประสานงานกับสถานีกาชาดในพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ&nbsp;กรณี&nbsp;ที่มีการเผยแพร่&nbsp;ในประเด็น&nbsp;โควิดทำน้องๆ&nbsp;63&nbsp;ชีวิตต้องทนหิว&nbsp;สถานเลี้ยงเด็กชายยะลาวอนขอบริจาคอาหาร-น้ำ-นม&nbsp;</p><p><strong>หลังจาก&nbsp;ได้มีการโทรศัพท์สอบถาม&nbsp;น.ส.ชมฤดี&nbsp;นาทะศิริ</strong>&nbsp;ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์เด็กชายจังหวัดยะลา&nbsp;ได้ความว่า&nbsp;ช่วงนี้เด็กเรียนออนไลน์&nbsp;ที่ผ่านมาโรงเรียนเปิดเรียนปกติได้ไม่นาน&nbsp;ตอนนี้ก็ต้องปิดอีกเพราะโควิด&nbsp;เมื่อโควิดเยอะ&nbsp;ก็ไม่อยากให้เด็กออกไปไหน&nbsp;ทำให้ทางสถานสงเคราะห์ฯต้องจัดหานม&nbsp;ขนม&nbsp;และผลไม้ให้เด็กๆ</p><p><strong>ล่าสุดทราบว่า&nbsp;ผศ.ดร.ทิพยวรรณ&nbsp;นิลทยา&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;มอบน้ำดื่มและบหมีกึ่งสำเร็จรูปแก่สถานส่งเคราะห์เด็กชายจังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;แพ็คๆ&nbsp;ละ&nbsp;12&nbsp;ขวด&nbsp;รวมเป็น&nbsp;480&nbsp;ขวด&nbsp;และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรายำยำ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;แพ็ค&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;จ.ยะลา</p><p><strong>จากการตรวจสอบ&nbsp;ของทีมสื่อในพื้นที่&nbsp;ไปยัง&nbsp;น.ส.ชมฤดี&nbsp;นาทะศิริ</strong>&nbsp;ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์เด็กชายจังหวัดยะลา&nbsp;พบว่า&nbsp;ล่าสุดยังต้องการรับบริจาคของอย่างต่อเนื่อง&nbsp;อีกทั้งขอเป็นพวกผลไม้เปรี้ยว&nbsp;ๆเช่นมะม่วง&nbsp;ส้ม&nbsp;ด้วย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;สถานสงเคราะห์เด็กชายยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ได้ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมบริจาคสิ่งของสนับสนุนและส่งกำลังใจให้แก่เด็กและเจ้าหน้าที&nbsp;เป็นชุด&nbsp;PPE&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;เสื้อกันฝน&nbsp;ถุงมือ&nbsp;เฟสชิว&nbsp;หมวกคลุมผม&nbsp;แว่นครอบตา&nbsp;และวิตามินซีสำหรับเด็กและผู้ใหญ่&nbsp;นอกจากนี้ต้องย้ายตึก&nbsp;นอน&nbsp;เลยต้องขอของ&nbsp;เป็น&nbsp;เบาะที่นอนมุ้ง&nbsp;ชุดผ้าปูที่นอน&nbsp;หมอนผ้าห่ม&nbsp;ผ้าขนหนูและกางเกงในจำนวนมากอีกด้วย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายกฤษฎา&nbsp;บุญราช&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;</strong>ยังได้สั่งการให้&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา&nbsp;ช่วยตรวจตรวจสอบและพิจารณาให้การช่วยเหลือตามสมควรอีกด้วย&nbsp;หลังจาก&nbsp;ทราบ&nbsp;ข้อมูลจากสื่อ&nbsp;มีนักเรียน&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;ติดโควิด&nbsp;19</p><p><strong>โดย&nbsp;นางมาซีเตาะ&nbsp;ใชยมิกัน&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;น้ำค้าง&nbsp;ต.สะบ้าย้อย</strong>&nbsp;อ.สะบ้าย้อย&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;วอนขอความช่วยเหลือ&nbsp;นักเรียน&nbsp;โรงเรียนบ้านทำเนียบ&nbsp;ต.สะบ้าย้อย&nbsp;อ.สะบ้าย้อย&nbsp;&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;ติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;และขณะนี้&nbsp;นักเรียนทั้ง&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;ได้กักตัวอยู่ที่โรงเรียนบ้านทำเนียบ&nbsp;สำหรับเด็ก&nbsp;ที่&nbsp;กักตัว&nbsp;อายุ&nbsp;ประมาณ&nbsp;6-13&nbsp;ปี&nbsp;เรียนอยู่ในชั้น&nbsp;ประถมปีที่&nbsp;1-6&nbsp;วันนี้เป็นวันแรกที่มีการกักตัว&nbsp;จึงต้องขอบริจาค&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;นม&nbsp;และ&nbsp;ขนม&nbsp;เพื่อให้เด็กได้กินในระหว่างที่กักตัว&nbsp;ซึ่งทุกท่านสามารถ&nbsp;ติดต่อ&nbsp;นางมาซีเตาะ&nbsp;ใชยมิกัน&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;น้ำค้าง&nbsp;ที่เบอร์โทร&nbsp;092-908-7600</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302155759672
377	ข้าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีพร้อมใจถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน</strong>&nbsp;ถนนสุราษฎร์&nbsp;-&nbsp;นาสาร&nbsp;ตำบลขุนทะเล&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายนันธวัช&nbsp;เจริญวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพล&nbsp;อดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมวางพานพุ่มดอกไม้สด&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;กล่าวคำถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติ&nbsp;</strong>พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และร่วมยืนสงบนิ่ง&nbsp;89&nbsp;วินาที&nbsp;และมีการมอบแผ่นป้ายศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ป้าย&nbsp;แก่ศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานวิทยาลัยสารพัดช่าง&nbsp;ศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานวิทยาลัยการอาชีพเวียงสระ&nbsp;ศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานวิทยาลัยการอาชีพไชยา&nbsp;ศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานคณะวิทยาการจัดการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี&nbsp;และ&nbsp;หจก.สุราษฎร์&nbsp;เนอสซิ่งโฮม&nbsp;มอบป้ายเครื่องหมายมาตรฐานฝีมือแรงงานให้กับสถานประกอบกิจการจำนวน&nbsp;1&nbsp;ป้าย</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชน</strong>&nbsp;ต่างพร้อมใจร่วมวางพานพุ่มถวายราชสักการะ&nbsp;ถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติ&nbsp;และเยี่ยมชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;อย่างพร้อมเพรียงกัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ</strong>&nbsp;ให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;รวมถึงมีการถวายพระราชสมัญญาแด่ในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ว่า&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ท่าน&nbsp;ที่ทรงพระปรีชาสามารถทางการช่าง&nbsp;และเป็นแบบอย่างและแรงใจต่อแรงงานไทยทุกคน&nbsp;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2513&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ&nbsp;เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันฝีมือช่างแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ซึ่งการเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนั้นแสดงให้เห็นถึงพระราชหฤทัยในการเล็งเห็นถึงความสำคัญของการช่างไทย.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302160514677
378	ผู้ว่าฯ แพร่ลงพื้นที่ตรวจลำห้วยแม่แคมเตรียมพัฒนาให้สะอาด เพื่อจังหวัดแพร่น่าอยู่	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่</strong>&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจลำห้วยแม่แคมในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองแพร่&nbsp;พื้นที่ตำบลทุ่งกวาว&nbsp;พื้นที่ตำบลบ้านถิ่น&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;เพื่อเตรียมการพัฒนาแหล่งน้ำลำห้วยแม่แคมให้สะอาดและเป็นพื้นที่น่าอยู่&nbsp;เนื่องจากตามลำห้วยแม่แคมบางจุดมีการเติบโตของวัชพืชกีดขวางทางน้ำ&nbsp;มีสภาพไม่สวยงามน่ามอง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่จึงลงพื้นที่ตรวจสภาพเพื่อเตรียมดำเนินการพัฒนาให้พื้นที่ของจังหวัดแพร่น่าอยู่&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ยังได้ตรวจพื้นที่ต้นน้ำลำห้วยแม่แคมในเขตตำบลสวนเขื่อนด้วย</p><p><strong>การลงพื้นที่ตรวจสภาพลำน้ำของผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่</strong>&nbsp;เป็นหนึ่งในการดำเนินงานจังหวัดสะอาด&nbsp;ตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดแพร่&nbsp;ตัวชี้วัดหลัก&nbsp;12&nbsp;เป้าหมายร่วม&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งรับผิดชอบโดยสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดแพร่&nbsp;โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาให้จังหวัดแพร่ปลอดจากทัศนะอุจาด&nbsp;ที่รวมถึงลำน้ำต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ต้องได้รับการพัฒนาให้สวยงามน่ามอง&nbsp;ไม่มีวัชพืชปกคลุม&nbsp;หรือเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็น&nbsp;ส่งเสริมให้จังหวัดแพร่เป็นเมืองแพร่&nbsp;เมืองงาม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302160640679
379	จังหวัดตรังประชุมคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (กบจ.) ครั้งที่ 1 ประจำปี 2565	<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา</strong>&nbsp;<strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ&nbsp;(กบจ.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;&nbsp;ที่ห้องพระยารัษฎา&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อพิจารณาปรับแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดและการโอนเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;และการยืมใช้พัสดุที่ได้จากการจัดหาโดยใช้งบประมาณโครงการเงินกู้เพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;เยียวยา&nbsp;และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดมีสินทรัพย์ที่ได้จากการจัดหาโดยใช้งบประมาณโครงการเงินกู้</strong>เพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;เยียวยา&nbsp;และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ที่ดำเนินการแล้วเสร็จำนวน&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;52&nbsp;รายการ&nbsp;งบประมาณ&nbsp;3,206,485&nbsp;บาท&nbsp;จำแนกเป็นรายการครุภัณฑ์&nbsp;49&nbsp;รายการ&nbsp;งบประมาณ&nbsp;2,927,500&nbsp;บาท&nbsp;และที่ดินและสิ่งก่อสร้าง&nbsp;3&nbsp;รายการ&nbsp;งบประมาณ&nbsp;333,985&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302155943673
380	ทน.พระนครศรีอยุธยา มอบชุดตรวจ ATK พร้อมอุปกรณ์ ให้กับโรงเรียน และหน่วยงานราชการในพื้นที่ กว่า 5,000 ชุด	<p><strong>ที่วัดศาลาปูนวรวิหาร&nbsp;อ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;</strong>นางสาวนุชนาถ&nbsp;ประทีปธีรานันต์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ร่วมกับว่าที่ร้อยตรี&nbsp;สมทรง&nbsp;สรรพโกศลกุล&nbsp;นายกเทศมนตรีเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหาร&nbsp;สมาชิกสภา&nbsp;โดยมี&nbsp;พระครูอนุกูลศาสนกิจ&nbsp;เจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา/เจ้าอาวาสวัดศาลาปูนวรวิหาร&nbsp;ร่วมมอบชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พร้อมอุปกรณ์&nbsp;ให้กับโรงเรียน&nbsp;และหน่วยงานราชการในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;5,000&nbsp;ชุด&nbsp;จากนั้น&nbsp;ได้เข้าตรวจเยี่ยมความพร้อมในศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;(Local&nbsp;Quarantine)&nbsp;วัดศาลาปูนวรวิหาร&nbsp;ที่ทางเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาร่วมกับวัดศาลาปูนวรวิหาร&nbsp;จัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อระลอกใหม่&nbsp;โดยศูนย์แห่งนี้จะเป็นสถานที่รองรับบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;บุคลากรด่านหน้า&nbsp;และพระภิกษุสงฆ์&nbsp;ที่เป็นผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เข้ามาพักรักษา&nbsp;โดยมีทีมแพทย์พยาบาลของเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา&nbsp;มาดูแลตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;สำหรับประชาชน&nbsp;ได้จัดตั้งศูนย์พักคอย&nbsp;(&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;)&nbsp;CI&nbsp;ที่โรงเรียนวัดศาลาปูนวรวิหาร&nbsp;และที่วิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เพื่อดูแลประชาชนในเขตรับผิดชอบอีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นางสาวนุชนาถ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;นำโดย&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ได้ชื่นชมทางเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา&nbsp;&nbsp;และองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ในการสนับสนุนการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้สู้กับโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;รวมถึงสนับสนุนสถานที่จัดตั้งศูนย์พักคอยและแยกกักตัวชุมชน&nbsp;(&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;)&nbsp;CI&nbsp;ให้กับประชาชนและดูแลประชาชนเป็นอย่างดีมาโดยตลอด&nbsp;</p><p><strong>ว่าที่ร้อยตรีสมทรง&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ทางเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เป็นห่วงสถานการณ์โควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;ที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จึงได้จัดตั้งศูนย์พักคอยและแยกกักตัวชุมชน&nbsp;(&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;)&nbsp;CI&nbsp;เพื่อรองรับประชาชนที่ไม่สามารถเข้าระบบการรักษา&nbsp;HI&nbsp;ได้&nbsp;ส่วนด้านการคัดกรองเพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ได้จัดส่งชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับสถานศึกษาและหน่วยงานราชการในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;รวมถึงเปิดจุดตรวจคัดกรองโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;แบบไดร์ทรู&nbsp;ที่สำนักงานเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เพื่อให้บริการกับพี่น้องประชาชนด้วย&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ยังได้รับความเมตตาสนับสนุนอาหารสำหรับผู้กักตัวจากพระครูอนุกูลศาสนกิจ&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302170109711
381	"ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้โอวาทและมอบเงินสนับสนุนเพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่นักกีฬาผู้ฝึกสอน ในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 47 ""ศรีสะเกษเกมส์"" วันที่ 5-25 มี.ค. 2565"	"<p><strong>ที่บริเวณหน้ามุขศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์</strong>&nbsp;นายทรงพล&nbsp;ใจกริ่ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;กล่าวให้โอวาทพร้อมมอบเงินอุดหนุนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย&nbsp;จำนวน&nbsp;208,542&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงค่าในเดินทางแก่นักกีฬา&nbsp;ในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;""ศรีสะเกษเกมส์""&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5-25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายพิพัฒน์&nbsp;วิชัยรัมย์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมให้กำลังใจ</p><p><strong>นายพิพัฒน์&nbsp;วิชัยรัมย์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;มีนักกีฬา&nbsp;ผู้ฝึกสอน&nbsp;และเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;""ศรีสะเกษเกมส์""&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ประเภทกีฬา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กรีฑา&nbsp;ยูโด&nbsp;มวยสากลสมัครเล่น&nbsp;เทควันโด&nbsp;ปันจักสีลัต&nbsp;แบดมินตัน&nbsp;ลีลาศ&nbsp;ฟุตซอล&nbsp;หมากล้อม&nbsp;และกีฬาเอ็กซ์ตรีม&nbsp;โดยแบ่งเป็น&nbsp;นักกีฬา&nbsp;52&nbsp;คน&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;14&nbsp;คน&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;66&nbsp;คน&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ได้ส่งกีฬาสาธิตจำนวน&nbsp;2&nbsp;ชนิดกีฬา&nbsp;ได้แก่&nbsp;กีฬาเกมบอล&nbsp;จำนวน&nbsp;21&nbsp;คน&nbsp;และกีฬาซูโม่&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;คน&nbsp;เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์</strong>&nbsp;ได้มอบพระเครื่องให้แก่นักกีฬาและผู้ฝึกสอนกีฬาทุกคนเพื่อความเป็นสิริมงคล&nbsp;พร้อมกล่าวชื่นชมกับ&nbsp;ที่สามารถผ่านการคัดเลือกในระดับภาค&nbsp;ไปร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;""ศรีสะเกษเกมส์""&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;ถือเป็นตัวอย่างที่ดี&nbsp;ที่ใช้กีฬาเป็นสื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีในหมู่คณะ&nbsp;มีความรัก&nbsp;ความสามัคคี&nbsp;ความมีวินัย&nbsp;อันจะนำไปสู่การพัฒนาตนเอง&nbsp;พัฒนาสังคมและพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต&nbsp;โอกาสนี้อวยพรให้คณะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทุกคนประสบความสำเร็จในการแข่งขัน&nbsp;ปฏิบัติตามกฎกติกา&nbsp;รู้แพ้&nbsp;รู้ชนะ&nbsp;รู้อภัย&nbsp;มีน้ำใจนักกีฬา&nbsp;ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มความสามารถ&nbsp;คว้าชัยชนะ&nbsp;สร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดกาฬสินธุ์</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	กาฬสินธุ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302162126689
382	นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา นำจิตอาสา 5 ตำบล ทำความสะอาดศูนย์พักคอยและแยกกักตัวชุมชน (CI) เตรียมเปิดรับผู้ติดเชื้อในพื้นที่	<p><strong>&nbsp;ที่&nbsp;สวนน้ำ&nbsp;The&nbsp;Rabbit&nbsp;Water&nbsp;Park&nbsp;อ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;จ.พระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;นายวิทยา&nbsp;เขียวรอด&nbsp;นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เป็นประธานนำจิตอาสาและประชาชนในอำเภอพระนครศรีอยุธยา&nbsp;จาก&nbsp;5&nbsp;ตำบล&nbsp;มาร่วมทำความสะอาดศูนย์พักคอยและแยกกักตัวชุมชน&nbsp;(&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;)&nbsp;CI&nbsp;เพื่อเตรียมเปิดรับผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ในพื้นที่อำเภอพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ในวันจันทร์ที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยศูนย์พักคอยแห่งนี้&nbsp;นายก&nbsp;อบต.เกาะเรียน&nbsp;ได้จัดตั้งขึ้นด้วยความร่วมมือของ&nbsp;นายเกื้อกูล&nbsp;ด่านชัยวิจิตร&nbsp;สส.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;นางสมทรง&nbsp;พันธ์เจริญวรกุล&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ซึ่งสามารถรองรับผู้ติดเชื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;234&nbsp;เตียง&nbsp;มีพื้นที่และตัวอาคาร&nbsp;แบ่งเป็นที่พัก&nbsp;ห้องน้ำ&nbsp;ระบบดูแลรักษาความสะอาด&nbsp;ชั้นล่างจะเป็นที่พักคอยของผู้ติดเชื้อที่ตรวจพบเชื้อด้วยวิธีการใช้ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit)&nbsp;เมื่อทราบผลตรวจจะนำเข้ามาพักคอยแยกตัวออกมาจากชุมชนทันที&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;จะนำผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบการรักษา</strong>&nbsp;ตรวจเอกซเรย์ปอด&nbsp;เจาะเลือด&nbsp;เพื่อประเมินอาการ&nbsp;หากเป็นกลุ่มอาการสีเขียว&nbsp;จะให้พักอาศัยในโซนชั้นที่&nbsp;2&nbsp;และหากมีอาการสีเหลือง&nbsp;หรือสีแดง&nbsp;จะนำส่งไปรักษาในโรงพยาบาลต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302170443713
383	จังหวัดตราด ประชุมเตรียมความพร้อมจัดงานวันตราดรำลึก ครบรอบ 116 ปี ประจำปี พ.ศ.2565	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมการเตรียมการจัดงานวันตราดรำลึก&nbsp;ครบรอบ&nbsp;116&nbsp;ปี&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เป็นคณะกรรมการฝ่ายต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เข้าร่วมประชุมที่ห้องตราดสีทอง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตามที่&nbsp;จังหวัดตราดร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด</strong>&nbsp;กำหนดจัดงานวันตราดรำลึก&nbsp;ครบรอบ&nbsp;116&nbsp;ปี&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;&nbsp;ขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;23&nbsp;-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;บริเวณสนามหลวงเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;(สนามหน้าศาลากลางจังหวัดตราด)&nbsp;ทั้งนี้เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระปรีชาญาณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;5&nbsp;ที่ทรงดำเนินวิเทโศบายทางการเมืองระหว่างประเทศด้วยพระปรีชาสามารถ&nbsp;จนในที่สุดฝรั่งเศสยอมทำสัญญายกเมืองตราดคืนให้แก่สยามประเทศ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;มีนาคม&nbsp;2449&nbsp;หรือเมื่อ&nbsp;116&nbsp;ปีที่แล้ว&nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการดำเนินงาน&nbsp;จึงได้มีการจัดประชุมในครั้งนี้ขึ้น&nbsp;โดยที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาเรื่องต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;คำสั่งตั้งคณะกรรมการจัดงานวันตราดรำลึก&nbsp;ครบรอบ&nbsp;116&nbsp;ปี&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;&nbsp;การพิจารณาร่างกำหนดการจัดงาน&nbsp;รายละเอียดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพิ่มเติมในการจัดงาน&nbsp;รวมทั้งการขออนุญาตคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตราด&nbsp;ในการจัดงานวันตราดรำลึก&nbsp;ครบรอบ&nbsp;116&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302182333768
384	จ.หนองคาย ตรวจยึดยาบ้ายาอีริมฝั่งแม่น้ำโขงเกือบ 2.3 ล้านเม็ด	<p><strong>กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี&nbsp;โดยกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่&nbsp;2105&nbsp;</strong>ร่วมกับหลายหน่วยงาน&nbsp;ตรวจยึดยาบ้าและยาอีหลากสี&nbsp;ริมฝั่งแม่น้ำโขง&nbsp;ปากน้ำเป&nbsp;บ้านน้ำเป&nbsp;ตำบลรัตนวาปี&nbsp;อำเภอรัตนวาปี&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;เกือบ&nbsp;2.3&nbsp;ล้านเม็ด&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;100&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>เวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มีนาคม&nbsp;65)&nbsp;ที่หน้าหอประชุมประจักษศิลปาคม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดหนองคาย</strong>&nbsp;นายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย/พันเอกมงคล&nbsp;หอทอง&nbsp;รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี/นายกิตติคุณ&nbsp;บุตรคุณ&nbsp;ปลัดจังหวัดหนองคาย/พล.ต.ต.พุฒิพงศ์&nbsp;มุสิกูล&nbsp;ผบก.ภ.จว.หนองคาย/พ.อ.วีระวัฒน์&nbsp;ท้าวพิมพ์&nbsp;รอง&nbsp;เสธ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี/ร.อ.วิทยา&nbsp;สิงห์อร&nbsp;ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่&nbsp;2105/นายสมบัติ&nbsp;ฆ้อนทอง&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมศุลกากร&nbsp;ด่านศุลกากรหนองคาย/พ.ต.พิมล&nbsp;ประดิษฐ์ด้วง&nbsp;หน.ชรต.กอ.รมน&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดยาบ้า&nbsp;จำนวน&nbsp;2,286,000&nbsp;เม็ด&nbsp;ยาอีหลากสี&nbsp;จำนวน&nbsp;23,867&nbsp;เม็ด&nbsp;และระบุชนิดไม่ได้&nbsp;จำนวน&nbsp;1,540&nbsp;เม็ด&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;100&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ที่เจ้าหน้าที่ร่วมกันตรวจยึดได้ที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง&nbsp;ปากน้ำเปบ้านน้ำเป&nbsp;ตำบลรัตนวาปี&nbsp;อำเภอรัตนวาปี&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;เมื่อเวลาประมาณ&nbsp;19.45&nbsp;น.ของวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>การตรวจยึดยาบ้าและยาอี&nbsp;ริมฝั่งแม่น้ำโขงครั้งนี้</strong>&nbsp;สืบเนื่องจาก&nbsp;ร.อ.วิทยา&nbsp;สิงห์อร&nbsp;ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่&nbsp;2105&nbsp;ได้รับแจ้งจากสายว่าในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ต้นเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จะมีการลักลอบนำยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศ&nbsp;ที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง&nbsp;ปากน้ำเป&nbsp;บ้านน้ำเป&nbsp;ตำบลรัตนวาปี&nbsp;อำเภอรัตนวาปี&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทราบ&nbsp;พ.อ.จักรพงษ์&nbsp;โพธิ์นาแค&nbsp;ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมที่&nbsp;2&nbsp;จึงได้ใช้กำลังจาก&nbsp;พ.อ.อุทัย&nbsp;นิลเนตร&nbsp;ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ&nbsp;กรมทหารพรานที่&nbsp;21&nbsp;จัดกำลังของกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่&nbsp;2105&nbsp;และสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันลาดตระเวนเฝ้าตรวจบริเวณริมฝั่งโขงและดักซุ่มใกล้จุดที่ได้รับแจ้ง&nbsp;จนกระทั่งเวลาประมาณ&nbsp;19.45&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ได้มีเรือเพลายาวติดเครื่องยนต์ท้ายแล่นจากบ้านหนองเขียด&nbsp;เมืองบอลิคำไซ&nbsp;ของประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาจุดเทียบฝั่งไทย&nbsp;ใกล้จุดที่เจ้าหน้าที่ดักซุ่มอยู่&nbsp;จากนั้นมีชาย&nbsp;3&nbsp;คนช่วยกันขนกระสอบที่อยู่บนเรือขึ้นมาวางไว้บนฝั่ง&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อเข้าตรวจค้น&nbsp;กลุ่มชายดังกล่าวได้โยนกระสอบทิ้งไว้ที่ริมฝั่งโขง&nbsp;ก่อนวิ่งขึ้นเรือและแล่นเรือกลับไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด&nbsp;พบกระสอบจำนวน&nbsp;6&nbsp;กระสอบ&nbsp;ภายในมียาบ้า&nbsp;ยาอีหลากสี&nbsp;และไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นยาอะไร&nbsp;ซุกซ่อนอยู่&nbsp;จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ทั้งหมด&nbsp;และจะได้นำส่งพนักงานสอบสวน&nbsp;สภ.รัตนวาปี&nbsp;เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองคาย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302161418681
385	ป.ป.ช.สุราษฎร์ธานี เผย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ประชาชนร้องเรียนการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว 68 เรื่อง ฝากเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับพึงปฏิบัติหน้าที่ โดยยืดกฎ ระเบียบอย่างเคร่งครัด	"<p><strong>นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;โชติพงศ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในห้วงกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ประจำจังหวัดสุราษฎธานี&nbsp;ได้ดำเนินงานด้านป้องกันการทุจริต&nbsp;โดยจัดกิจกรรมพัฒนาศูนย์การเรียนรู้&nbsp;STRONG&nbsp;-&nbsp;จิต&nbsp;พอเพียงต้านทุจริตเครือข่าย&nbsp;โดยเชิญ&nbsp;อสม.&nbsp;อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี&nbsp;ร่วมเป็นเครือข่ายต่อต้านการทุจริต&nbsp;โดยมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน&nbsp;(อสม.)&nbsp;และผู้แทนส่วนราชการจำนวนกว่า&nbsp;160&nbsp;คน&nbsp;ร่วมกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;STRONG-&nbsp;จิตพอเพียงต้านทุจริต&nbsp;ซึ่งสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;จัดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน&nbsp;ปลูกฝังวิธีคิด&nbsp;แยกแยะ&nbsp;ผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม&nbsp;รวมทั้งความอายและไม่ทนต่อการทุจริต&nbsp;ด้วยโมเดล&nbsp;STRONG-&nbsp;จิตพอเพียงต้นทุจริต&nbsp;เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของพลเมืองกับความรับผิดชอบต่อสังคม&nbsp;เป็นเครือข่ายร่วมฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสการทุจริต&nbsp;ผ่านเพจเฟสบุ๊ค&nbsp;""ชมรม&nbsp;STRONG&nbsp;ต้านทุจริตจังหวัดสุราษฎร์ธานี""&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้ในส่วนของการปราบปรามการทุจริต&nbsp;</strong>พบมีคดีทุจริตที่ร้องเรียนมายังสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;ต.ค.&nbsp;64&nbsp;-&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;ประชาชนร้องเรียนการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐจำนวน&nbsp;68&nbsp;เรื่อง&nbsp;ประเด็นที่มีการร้องเรียนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;เรื่องการทุจริตเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง&nbsp;และประเด็นที่น่าสังเกต&nbsp;คือ&nbsp;ประชาชนร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามามากขึ้น&nbsp;จึงฝากให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกตำแหน่งทุกระดับ&nbsp;พึงปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยยืดกฎ&nbsp;ระเบียบ&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งนี้หากประชาชนพบเห็นเจ้าหน้าที่รัฐทุจริต&nbsp;สามารถร้องเรียนได้ที่&nbsp;สายด่วน&nbsp;1205</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302161847687
386	จังหวัดกำแพงเพชรประกอบพิธีส่งมอบสิ่งของพระราชทานให้กับผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนในพื้นที่โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง	"<p><strong>จังหวัดกำแพงเพชรจัดพิธีวางพานพุ่มเพื่อถวายพระราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;</strong>""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;และวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p><strong>สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2513&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช</strong>&nbsp;ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ&nbsp;เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันฝีมือช่างแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;โดยกรมแรงงานสังกัดกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้นเป็นเจ้าภาพ&nbsp;การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนั้นแสดงให้เห็นถึงพระราชหฤทัยในการเล็งเห็นถึงความสำคัญของการช่างไทย&nbsp;โดยในครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ&nbsp;ได้มีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า&nbsp;""&nbsp;ช่างทุกประเภท&nbsp;เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของคนทุกคนเพราะตลอดชีวิตของคนเรา&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการสิ่งต่างๆ&nbsp;ที่ได้มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่สนับสนุนจากทุกๆ&nbsp;ฝ่ายยิ่งในสมัยปัจจุบัน&nbsp;วิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้ายิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษเพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง&nbsp;ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการ""</p><p>&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงาน&nbsp;เสนอให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;ถือเป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;รวมถึงมีการถวายพระราชสมัญญาแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ&nbsp;ว่า&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ&nbsp;ที่พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถทางการช่างและเป็นแบบอย่างและแรงใจต่อแรงงานไทยทุกคน</p><p><strong>โดยวันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;ที่หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดกำแพงเพชร</strong>&nbsp;นายเชาวลิตร&nbsp;แสงอุทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มเพื่อถวายพระราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;และวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ศาล&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;เข้าร่วมในพิธีกันอย่างพร้อมเพรียง&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมใหญ่ศูนย์ราชการจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กำแพงเพชร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302162331690
387	ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะผู้ตรวจราชการ เขตตรวจราชการที่ 1 ลงพื้นที่จังหวัดชัยนาท ตรวจราชการแบบบูรณาการฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 รอบที่ 1	<p><strong>นางรุ่งรัตนา&nbsp;บุญ-หลง&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;และคณะผู้ตรวจราชการ&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;1&nbsp;เดินทางมาที่จังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินการ&nbsp;แผนงาน/โครงการ&nbsp;ต่างๆ&nbsp;ตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการฯ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;รอบที่&nbsp;1</p><p><strong>ในช่วงเช้า&nbsp;(08.30&nbsp;น.)&nbsp;ได้ร่วมหารือข้อราชการกับนายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;และต่อมาได้ประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยมีประเด็นการตรวจราชการ&nbsp;ที่เกี่ยวเนื่องกับการขับเคลื่อนประเด็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล&nbsp;อาทิ&nbsp;การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด&nbsp;-&nbsp;19),&nbsp;การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืนตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(BCG&nbsp;Model),&nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน&nbsp;และในด้านของการติดตาม&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;และประเมินผล&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์&nbsp;และการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ด้านการแก้ไขปัญหาสำคัญเชิงพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;การแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;และการลดอุบัติเหตุทางถนนและการติดตามและประเมินผลการดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;รวมถึงโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัย&nbsp;จากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธานศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;</p><p><strong>และต่อมาในช่วงบ่าย&nbsp;(13.00&nbsp;น.)&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;และคณะผู้ตรวจราชการ&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;1&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ที่วิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มผลิตและพัฒนาพืชอาหารสัตว์&nbsp;ตำบลหางน้ำสาคร&nbsp;อำเภอมโนรมย์&nbsp;และที่กลุ่มแปลงใหญ่ส้มโอขาวแตงกวา&nbsp;ตำบลศิลาดาน&nbsp;อำเภอมโนรมย์&nbsp;เพื่อติดตามการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานรากให้พัฒนาไปตามแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สวท.ชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302181906763
388	สพป.เขต 3 สุพรรณบุรี ลงพื้นที่ประเมิน รร.สิ่งแวดล้อมศึกษา โรงเรียนวัดบ่อกรุ โรงเรียนพระราชทาน 2 ปีซ้อน	"<p><strong>นายสุชาติ&nbsp;อินทรศักดิ์&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.สพป.เขต&nbsp;3&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;</strong>ในฐานะประธานกรรมการประเมินโรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษา&nbsp;เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;พร้อมคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;ได้ลงพื้นที่ที่โรงเรียนวัดบ่อกรุคุรุประชาสรรค์&nbsp;ต.บ่อกรุ&nbsp;อ.เดิมบางนางบวช&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;เพื่อทำการประเมินโรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษา&nbsp;ซึ่งในพื้นที่มี&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ที่เข้าแข่งขัน&nbsp;ถ้าโรงเรียนใดชนะเลิศจะได้โล่ห์&nbsp;ได้รางวัลในวันครู&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;นายธราธร&nbsp;แข็งขัน&nbsp;นายอำเภอเดิมบางนางบวช&nbsp;นายศักดิ์ชัย&nbsp;จันทร์ใหม่มูล&nbsp;ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นที่&nbsp;โรงเรียนวัดบ่อกรุฯ&nbsp;รศ.ดร.ปิยพงษ์&nbsp;จันทร์ใหม่มูล&nbsp;ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;รร.วัดบ่อกรุฯ&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;รอดหลง&nbsp;ผอ.ด้านอ้อยโรงงานน้ำตาลมิตรผล&nbsp;ร่วมพิธี</p><p><strong>นายสุชาติ&nbsp;อินทรศักดิ์&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.สพป.เขต&nbsp;3&nbsp;สุพรรณบุรี</strong>&nbsp;ในฐานะประธานกรรมการประเมินโรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษา&nbsp;เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประเมินครั้งนี้ยึดเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(&nbsp;สพฐ.)&nbsp;เป็นตัวตั้งหลักสำคัญ&nbsp;ส่วนการคัดเลือกคณะกรรมการประเมิน&nbsp;นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย&nbsp;เพราะมีโรงเรียนถึง&nbsp;3&nbsp;ขนาด&nbsp;คือขนาดเล็ก&nbsp;ขนาดกลาง&nbsp;และขนาดใหญ่&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;ขนาด&nbsp;โรงเรียนค่อนข้างพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;หน้ามือเป็นหลังมือ&nbsp;และโรงเรียนที่พยายามพัฒนาตัวเองก็มีเยอะ&nbsp;จึงต้องตั้งคณะกรรมการออกเป็น&nbsp;5&nbsp;ชุด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ระดับวิทยาเขต&nbsp;ประเมินโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลาง&nbsp;เพื่อเป็นตัวแทนของแต่ละขนาดเข้าร่วมรับการประเมิน&nbsp;ระดับ&nbsp;สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ&nbsp;และยังมีอีกคณะซึ่งเป็นคณะค่อนข้างใหญ่&nbsp;จะเป็นผู้ประเมินโรงเรียนขนาดใหญ่&nbsp;ซึ่งมีถึง&nbsp;14&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ฉะนั้นกรรมการจึงต้องคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน&nbsp;และต้องเป็นผู้รู้&nbsp;และเป็นผู้ที่ผู้คนให้ความเชื่อถือ&nbsp;จึงขอยืนยันว่าจะกำกับด้วยตัวเกณฑ์ที่เราได้ร่วมกันร่างขึ้นมา&nbsp;และให้ความเชื่อมั่นว่าจะดำเนินการด้วยความเป็นธรรมที่สุด</p><p><strong>นายพนม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประเมินจะดู&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;</strong>1.&nbsp;ด้านผู้บริหาร&nbsp;ว่ามีวิสัยทัศน์&nbsp;มีความสามารถในการบริหารจัดการเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างไร&nbsp;2.เรื่องหลักสูตร&nbsp;จัดการเรียนการสอนอย่างไร&nbsp;3.ลงพื้นที่จริงดูว่าโรงเรียนสะอาดร่มรื่น&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;แข็งแรง&nbsp;อย่างไร&nbsp;4.เรื่องของภาคเครือข่าย&nbsp;มีการขยายผลทำ&nbsp;MOU&nbsp;กับใคร&nbsp;5.ผลที่เกิดขึ้นกับนักเรียนเป็นอย่างไร&nbsp;ทั้งหมดนี้ทางโรงเรียนบ่อกรุทำเป็นประจำอยู่แล้ว&nbsp;เคยชนะเลิศมาแล้วในระดับโรงเรียนขนาดกลาง&nbsp;เป็นแชมป์เขต&nbsp;3&nbsp;ปัจจุบันนักเรียนและผู้ปกครองต่างมีความสุขและภูมิใจ&nbsp;เพราะมีคนมาดูงานและชื่นชมโรงเรียนของเรามากมาย&nbsp;ที่สำคัญเคยได้รับรางวัลโรงเรียนพระราชทานถึง&nbsp;2&nbsp;ปีซ้อน</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายศักดิ์ชัย&nbsp;จันทร์ใหม่มูล&nbsp;ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นที่&nbsp;โรงเรียนวัดบ่อกรุ&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;การประเมินครั้งนี้&nbsp;จะได้หรือไม่ได้ก็แล้วแต่&nbsp;เด็กและชุมชนจะได้ประโยชน์&nbsp;อย่างน้อยเราได้ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นกว่าเดิม&nbsp;จนเราประสบความสำเร็จมากมาย&nbsp;มีโรงเรียนหลายแห่งเข้ามาศึกษาดูงาน&nbsp;ทำให้เราได้รับคำชี้แนะ&nbsp;จนเป็นที่มาของการปรับปรุงพัฒนา&nbsp;ดังนั้นการประเมินครั้งนี้&nbsp;ในส่วนของรางวัลนั้นเชื่อว่าทุกโรงเรียนก็มีความคาดหวัง&nbsp;แต่สิ่งที่เราจะได้รับก็คือเมื่อจบการประเมินเราจะได้คำชี้แนะเพิ่มเติมเพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อยๆ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-center"">&nbsp;</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302171443722
389	พมจ.สกลนคร เตรียมจัดงานเชิดชูเกียรติคนพิการต้นแบบ เนื่องในวันคนพิการสากล พร้อมเชิญชวนร่วมสนับสนุนของขวัญให้คนพิการ	<p><strong>นางสาววรางคณา&nbsp;วงศ์มหาชัย&nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคง</strong>ของมนุษย์จังหวัดสกลนคร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เนื่องในวันคนพิการสากล&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ด้วยสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ได้เลื่อนการจัดงานจากช่วงเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เป็นวันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องแกรนด์บอลรูม&nbsp;โรงแรมสกลแกรนด์พาเลซ&nbsp;อำเภอเมืองสกลนคร&nbsp;โดยกิจกรรมประกอบด้วยการแสดงนิทรรศการและนวัตกรรมเพื่อคนพิการ&nbsp;พิธีมอบสามล้อโยก&nbsp;รถเข็น&nbsp;สำหรับคนพิการ&nbsp;พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณคนพิการต้นแบบ&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการดำรงชีวิตในสังคมอย่างมีความสุข</p><p><strong>ด้านนายปิยะกูล&nbsp;คุณแก้ว&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์บริการคนพิการประจำจังหวัดสกลนคร&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;ขอเชิญชวนหน่วยงานราชการ&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ร่วมสนับสนุนของขวัญ&nbsp;ของรางวัล&nbsp;เพื่อมอบเป็นกำลังใจให้กับคนพิการ&nbsp;เนื่องในวันคนพิการสากลจังหวัดสกลนคร&nbsp;ในวันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยสามารถสนับสนุนได้ที่ศูนย์บริการคนพิการจังหวัดสกลนคร&nbsp;สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสกลนคร&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสกลนคร&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;0&nbsp;4271&nbsp;1439&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สวท.สกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302180509755
390	จังหวัดระยอง จัดพิธีถวายราชสักการะน้อมรำลึกพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย ประจำปี 2565	"<p><strong>ที่ห้องประชุมโรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร&nbsp;ต.มาบตาพุด&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;</strong>นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีข้าราชการตุลาการ&nbsp;อัยการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการสังกัดกระทรวงแรงงาน&nbsp;และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;17&nbsp;ระยอง&nbsp;ร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สืบเนื่องจาก&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;เห็นชอบ</strong>ให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;จึงได้จัดพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ดังกล่าวขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นการรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;และได้สืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระผู้เปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถด้านงานช่างฝีมือในการน้อมนำเป็นแบบอย่างสร้างงานสร้างคนสืบไป</p><p><br></p><p>วฐิต&nbsp;กลางนอก/ระยอง&nbsp;0871373960</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302165900710
391	จังหวัดตราด เตรียมการพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการในจังหวัดให้มีการทำงานที่มีผลสัมฤทธิ์สูง จังหวัดตราด	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายณรงค์&nbsp;เทพเสนา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานการขับเคลื่อนการพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการในจังหวัดให้มีการทำงานที่มีผลสัมฤทธิ์สูง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เป็นคณะทำงานฯ&nbsp;เข้าร่วมที่ห้องประชุมพลอยแดง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับการประชุมคณะทำงานการขับเคลื่อนการพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพ</strong>การบริหารราชการในจังหวัดให้มีการทำงานที่มีผลสัมฤทธิ์สูง&nbsp;จังหวัดตราดครั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมได้มีพิจารณาค่าเป้าหมายตัวชี้วัดตามมาตรการการปรับปรุงประสิทธิภาพโครงการปฏิบัติราชการของจังหวัดตราด&nbsp;รอบ&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;องค์ประกอบที่&nbsp;1&nbsp;ด้านการประเมินประสิทธิผลการดำเนินงาน&nbsp;(Performance&nbsp;Base)&nbsp;ที่น้ำหนักร้อยละ&nbsp;70&nbsp;โดยมีตัวชี้วัด&nbsp;คือ&nbsp;รายได้จากการท่องเที่ยวของคนไทย&nbsp;รายได้จากการจำหน่ายทุเรียนชะนีเกาะช้าง&nbsp;มูลค่าการค้าชายแดน&nbsp;อัตราคดีอาชญากรรม&nbsp;และอัตราการคลอดมีชีพในหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;15-19&nbsp;ปี&nbsp;องค์ประกอบที่&nbsp;2&nbsp;การประเมินศักยภาพในการดำเนินงาน&nbsp;(Potential&nbsp;Base)&nbsp;น้ำหนักร้อยละ&nbsp;90&nbsp;มีตัวชี้วัด&nbsp;คือ&nbsp;การให้บริการประชาชนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;และการประเมินสถานะของหน่วยงานในการเป็นระบบราชการ&nbsp;4.0&nbsp;(PMQA&nbsp;4.0)&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้มียังมีการพิจารณาเพื่อปรับน้ำหนัก&nbsp;ตัวชี้วัด&nbsp;ที่เหมาะสม&nbsp;และสามารถที่จะสามารถทำได้ตามที่&nbsp;กพร.กำหนดไว้&nbsp;เป็นเกณฑ์ในการชี้วัดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานบริการราชการและจังหวัดตราด&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302181630761
392	ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นำส่วนราชการ ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจผู้ติดเชื้อที่อยู่ระหว่างรักษาตัวภายใน CI และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ในพื้นที่อำเภอควนโดน	<p><strong>นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น&nbsp;นายกเหล่าจังหวัดสตูล&nbsp;นายชาตรี&nbsp;ณ&nbsp;ถลาง&nbsp;ปลัดจังหวัดสตูล&nbsp;และหลายภาคส่วนร่วมลงพื้นที่&nbsp;ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจ&nbsp;ผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ที่รักษาตัวที่ศูนย์พักคอย&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;(CI)&nbsp;วิทยาลัยเทคโนโลยีอิฟนูเอาฟ&nbsp;ตำบลควนสตอ&nbsp;และศูนย์พักคอย&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;&nbsp;(CI)&nbsp;สนามกีฬากลางควนโดน&nbsp;ตำบลควนสตอ&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;พร้อมนี้ได้พบปะพูดคุยให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;โดยสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;และหน่วยงานราชการได้มอบสิ่งของจำเป็นช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่ตำบลควนสตอ&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;จังหวัดสตูล</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;CI&nbsp;วิทยาลัยเทคโนโลยีอิบนูเอาฟ&nbsp;</strong>ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษาตัว&nbsp;จำนวน&nbsp;54&nbsp;คน&nbsp;ส่วน&nbsp;CI&nbsp;สนามกีฬากลางอำเภอควนโดน&nbsp;ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อรักษาตัวอยู่ประมาณ&nbsp;73&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยอาการสีเขียวคือ&nbsp;อาการไม่หนักมาก&nbsp;โดยมีโรงพยาบาลควนโดน&nbsp;และ&nbsp;รพ.สต.&nbsp;รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่บูรณาการการทำงานร่วมกัน&nbsp;ทั้งนี้สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในจังหวัดสตูล&nbsp;มีผู้ติดเชื้อเป็นวงกว้าง&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;มีการติดอย่างรวดเร็ว&nbsp;และติดกันเป็นหมู่คณะทั้งภายในครอบครัว&nbsp;ในสถานที่ทำงานเดียวกัน&nbsp;หรือผู้ที่มีกิจกรรมร่วมกัน&nbsp;จังหวัดสตูลจึงได้ยกระดับการดูแลรักษาประชาชนด้วยระบบ&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;(CI)&nbsp;เพื่อให้รองรับสถานการณ์การระบาดในปัจจุบัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302170800716
393	ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นำส่วนราชการ ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจผู้ติดเชื้อที่อยู่ระหว่างรักษาตัวภายใน CI และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ในพื้นที่อำเภอควนโดน	<p><strong>นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยนาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น</strong>&nbsp;นายกเหล่าจังหวัดสตูล&nbsp;นายชาตรี&nbsp;ณ&nbsp;ถลาง&nbsp;ปลัดจังหวัดสตูล&nbsp;และหลายภาคส่วนร่วมลงพื้นที่&nbsp;ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจ&nbsp;ผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ที่รักษาตัวที่ศูนย์พักคอย&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;(CI)&nbsp;วิทยาลัยเทคโนโลยีอิฟนูเอาฟ&nbsp;ตำบลควนสตอ&nbsp;และศูนย์พักคอย&nbsp;Community&nbsp;&nbsp;Isolation&nbsp;(CI)&nbsp;สนามกีฬากลางควนโดน&nbsp;ตำบลควนสตอ&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;พร้อมนี้ได้พบปะพูดคุยให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;โดยสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;และหน่วยงานราชการได้มอบสิ่งของจำเป็นช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่ตำบลควนสตอ&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;จังหวัดสตูล</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;CI&nbsp;วิทยาลัยเทคโนโลยีอิบนูเอาฟ&nbsp;ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษาตัว&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;54&nbsp;คน&nbsp;ส่วน&nbsp;CI&nbsp;สนามกีฬากลางอำเภอควนโดน&nbsp;ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อรักษาตัวอยู่ประมาณ&nbsp;&nbsp;73&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยอาการสีเขียวคือ&nbsp;อาการไม่หนักมาก&nbsp;โดยมีโรงพยาบาลควนโดน&nbsp;และ&nbsp;รพ.สต.&nbsp;รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่บูรณาการการทำงานร่วมกัน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด&nbsp;-19</strong>&nbsp;ในจังหวัดสตูล&nbsp;มีผู้ติดเชื้อเป็นวงกว้าง&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;มีการติดอย่างรวดเร็ว&nbsp;และติดกันเป็นหมู่คณะทั้งภายในครอบครัว&nbsp;ในสถานที่ทำงานเดียวกัน&nbsp;หรือผู้ที่มีกิจกรรมร่วมกัน&nbsp;จังหวัดสตูลจึงได้ยกระดับการดูแลรักษาประชาชนด้วยระบบ&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;(CI)&nbsp;เพื่อให้รองรับสถานการณ์การระบาดในปัจจุบัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302170925718
394	จ.มุกดาหารประกอบพิธีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย	"<p><strong>จ.มุกดาหาร&nbsp;ประกอบพิธีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ</strong>พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทยเนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติปี&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;2&nbsp;มี.ค.65&nbsp;)&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นประธานพิธีวางพานพุ่ม&nbsp;และกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทยเนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานมุกดาหาร&nbsp;ตำบลคำป่าหลาย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;โดยมีผู้บริหาร&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;ในสังกัดกระทรวงแรงงานในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ร่วมในพิธี&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไว้รัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อแสดงความจงรักภักดี&nbsp;และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ได้กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ</strong>ว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;2&nbsp;มี.ค.65&nbsp;)เมื่อปีพุทธศักราช&nbsp;2513&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ได้เสด็จเป็นองค์ประธาน&nbsp;ในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือ&nbsp;ช่างแห่งชาติ&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;และพระราชทานพระราชดำรัสเกี่ยวกับการช่างของไทย&nbsp;ความตอนหนึ่งว่า&nbsp;ช่างทุกประเภท&nbsp;เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมือง&nbsp;และของทุกคน&nbsp;เพราะตลอดชีวิตของเรา&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการหรือสิ่งต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่าง&nbsp;จึงสมควรได้รับความเอาใจใส่สนับสนุนจากทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ยิ่งในสมัยปัจจุบันวิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้า&nbsp;ยิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษ&nbsp;เพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง&nbsp;ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการในการส่งเสริมนั้น&nbsp;มีปัญหาอันควรจะได้พิจารณาช่วยเหลืออยู่&nbsp;3&nbsp;ประการ</p><p><strong>ประการแรก</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องการให้ความรู้ทางหลักวิทยาการ&nbsp;และความรู้&nbsp;ทางการออกแบบ</p><p><strong>ประการที่สอง</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องฝีมือ&nbsp;ซึ่งจะต้องปรับปรุงให้มีความประณีตและประสิทธิภาพได้มาตรฐานจริง&nbsp;ๆ</p><p><strong>ประการที่สามได้แก่</strong>&nbsp;ปัญหาเรื่องการจัดหางานและหาตลาด&nbsp;เพื่อช่วยให้ช่างได้มีงานทำ&nbsp;มีตลาดที่จะส่งสินค้าที่ผลิตได้ไปจำหน่าย</p><p><strong>การช่วยเหลือทั้งสามประการนี้</strong>&nbsp;จะต้องกระทำให้สอดคล้องกันไป&nbsp;เพื่อให้ช่างมีรายได้และผลกำไร&nbsp;สำหรับนำมาเป็นทุนรอนสร้างฐานะและความก้าวหน้า&nbsp;จากกระแสพระราชดำรัสดังกล่าว&nbsp;สะท้อนให้เห็นถึงสายพระเนตรอันยาวไกลที่มีพระราชดำริถึงความสำคัญของช่างฝีมือ&nbsp;ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อทุกคนในสังคม&nbsp;จึงจำเป็นต้องพัฒนาให้มีฝีมือตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;เพราะนั้นหมายถึง&nbsp;คุณภาพของสินค้าและบริการตลอดจนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อประเทศไทย</p><p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติถวายราชสมัญญาแด่พระองค์เป็น</strong>&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทยพร้อมกับกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;</p><p><strong>แม้จะผ่านมาถึง&nbsp;52&nbsp;ปีแล้ว</strong>&nbsp;ยังคงทันสมัยและนับวันจะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น&nbsp;ซึ่งกระทรวงแรงงานได้น้อมนำใส่เกล้ามาปฏิบัติ&nbsp;ในการพัฒนากำลังแรงงานให้มีฝีมือ&nbsp;พัฒนาสู่มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ทั้งด้านการผลิตสินค้าและบริการ&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ&nbsp;สร้างการย้อมรับ&nbsp;ในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและประชาคมโลก&nbsp;นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทยและประเทศอย่างหาที่สุดมิได้และจะนำกระแสพระราชดำรัสไปปฏิบัติด้วยความตั้งใจมั่นสืบไป</p><p>&nbsp;</p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span>&nbsp;</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302173549731
395	จ.เลย เน้นมาตรการ VUCA ลดความเสี่ยงโรคโควิด-19 พร้อมปรับระบบการรักษาผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ (สีเขียว) แบบ Self Isolation และ Home Isolation	<p><strong>นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเลย&nbsp;ครั้งที่&nbsp;10/2565&nbsp;คณะกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์ฉุกเฉินการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ครั้งที่&nbsp;10/2565&nbsp;และคณะกรรมการป้องกันและยั้งยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;10/2565&nbsp;ที่ห้องประชุมศรีสองรัก&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดเลย&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายผดุงศักดิ์&nbsp;หาญปรีชาสวัสดิ์&nbsp;นายดำรงค์&nbsp;สิรวิชย&nbsp;อิ่มวิเศษ</strong>&nbsp;นายณรงค์&nbsp;จีนอ่ำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;นายศิริวัฒน์&nbsp;พินิจพานิชย์&nbsp;ปลัดจังหวัดเลย&nbsp;นายชาญชัย&nbsp;บุญอยู่&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย&nbsp;นายแพทย์บัญชา&nbsp;ผลานุวงษ์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลย&nbsp;นายปรเมศวร์&nbsp;ยศปัญญา&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;ร่วมประชุมฯ&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;ได้เน้นย้ำในการปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;</strong>อย่างเข้มข้นจะช่วยให้ทุกคนปลอดภัย&nbsp;ลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;ได้อย่างแน่นอน&nbsp;พร้อมกับการได้รับวัคซีนครบโด๊สจะช่วยลดความเลี่ยงและความรุนแรงจากโรคโควิด-19&nbsp;ลงได้&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขได้ปรับระบบการรักษาผู้ที่มีผลตรวจพบเชื้อหรือผลเป็นบวกที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย&nbsp;(สีเขียว)&nbsp;ให้เข้าสู่กระบวนการรักษา&nbsp;Self&nbsp;Isolation&nbsp;และ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;</p><p><strong>ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการเข้าสู่การรักษาที่โรงพยาบาล</strong>&nbsp;พร้อมกับเน้นย้ำให้หมั่นสังเกตอาการตนเองตลอดเวลา&nbsp;หากมีอาการป่วยและมีความเสี่ยงให้ตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;หากผลตรวจเป็นลบให้กักตนเองและสังเกตอาการ&nbsp;และหากพบผลเป็นบวกหรือพบเชื้อก็เข้าสู่กระบวนการรักษาตามอาการ&nbsp;เพื่อป้องกันและลดการแพร่เชื้อสู่บุคคลรอบข้าง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302180651756
396	จ.มุกดาหารมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ 220 ราย รักษาหายเพิ่ม 104 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;2&nbsp;มี.ค&nbsp;.65&nbsp;)&nbsp;เพจเฟชบุ๊ค&nbsp;โควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;สำนักงานสาธารณสุข&nbsp;</strong>จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ได้รายงาน&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือ&nbsp;โควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;มีผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง&nbsp;ล่าสุดวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นถึง&nbsp;220&nbsp;ราย&nbsp;เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;เป็นการติดเชื้อนอกเขตจังหวัด&nbsp;46&nbsp;ราย&nbsp;ภายในจังหวัด&nbsp;174&nbsp;ราย&nbsp;กระจายครบทุกอำเภอทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ</p><p><strong>โดย&nbsp;อำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;มีผู้ติดเชื้อ&nbsp;มากที่สุด&nbsp;121&nbsp;ราย&nbsp;</strong>(&nbsp;ติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;99&nbsp;ราย&nbsp;นอกจังหวัด&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;)&nbsp;อำเภออำเภอนิคมคำสร้อยติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;(&nbsp;ติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;43&nbsp;ราย&nbsp;นอกเขตจังหวัด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอดอนตาล&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;(&nbsp;ติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;นอกเขตจังหวัด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;)&nbsp;อำเภอคำชะอีติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;(&nbsp;ติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;นอกพื้นที่จังหวัด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อำเภอหว้านใหญ่&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;(&nbsp;ติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;นอกเขตจังหวัด&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;)&nbsp;อำเภอหนองสูง&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;(&nbsp;ติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;นอกพื้นที่จังหวัด&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;)&nbsp;อำเภอดงหลวงติดเชื้อนอกพื้นที่จังหวัด&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;104&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>รวมผู้ป่วยระลอกใหม่สะสม&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;</strong>ถึง&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;จำนวน&nbsp;6,639&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายสะสม&nbsp;4,677&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;1,943&nbsp;ราย&nbsp;(โรงพยาบาล&nbsp;144&nbsp;ราย&nbsp;ชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;320&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;1,446&nbsp;ราย&nbsp;เรือนจำ&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนเตียงคงเหลือ&nbsp;1,548&nbsp;เตียง&nbsp;มีอาการหนัก&nbsp;ปอดอักเสบและภาวะบกพร่องออกซิเจน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;สะสมมีผู้เสียชีวิต&nbsp;19&nbsp;ราย</p><p><strong>ทางด้านนายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;เนื่องจากมีการตรวจคัดกรองเชิงรุก&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;และ&nbsp;PCR&nbsp;เพื่อควบคุม&nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดในชุมชนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ขอให้ประชาชนอย่าได้ตระหนก&nbsp;จนไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข&nbsp;เราสามารถอยู่กับโรคอย่างปลอดภัยได้&nbsp;หากมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง&nbsp;มีการฉีดวัคซีน&nbsp;ลดอันตรายจากการติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;การปฏิบัติตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;เช่น&nbsp;การสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;การเว้นระยะห่างหางสังคม&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;และล้างมือบ่อย&nbsp;ๆ&nbsp;ก็สามารถป้องกันตนเองจากการติดเชื้อได้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302174848748
397	จังหวัดสตูล ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด มอบให้ทุกภาคส่วนร่วมรณรงค์การฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง ให้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่ต้องขับเคลื่อน	<p><strong>ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสตูล&nbsp;และคณะกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019(COVID-19)&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;เพื่อรับทราบสถานการณ์การแพร่ระบาด&nbsp;และรับทราบผลการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอ&nbsp;ในการดำเนินงานตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019(COVID-19)&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;การดำเนินงานฉีดวัคซีน&nbsp;พร้อมพิจารณาอนุญาตจัดการเรียนการสอนแบบปกติ&nbsp;(ON&nbsp;Site)&nbsp;การขออนุญาตจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนมากกว่า&nbsp;50&nbsp;คนและการขออนุญาตอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019&nbsp;(COVID-19)</strong>&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ป่วยสูงขึ้น&nbsp;มีการติดเชื้อกระจายไปสู่หมู่บ้านชุมชน&nbsp;ส่วนใหญ่ติดเชื้อจากสัมผัสผู้ป่วยในครัวเรือนและเป็นโควิดสายพันธ์โอมิครอน&nbsp;ระลอกเดือนมกราคม&nbsp;(1มกราคม&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;มีผู้ป่วยสะสม&nbsp;จำนวน&nbsp;1,908&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยสะสม&nbsp;จำนวน&nbsp;949&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;มีโรคประจำตัวและไม่ได้ฉีดวัคซีน&nbsp;สำหรับผลการฉีดวัคซีนขณะนี้&nbsp;(28&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ฉีดไปแล้วเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;202,637&nbsp;&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;62.38&nbsp;ของประชากรทั้งหมด&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;187,187&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;57.36&nbsp;คนและเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;31,995&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;9.85</p><p><strong>ส่วนการขออนุญาตจัดการเรียนการสอนแบบปกติ&nbsp;(ON&nbsp;Site)&nbsp;</strong>มีโรงเรียนที่ขอเปิดการเรียนการสอนจำนวน&nbsp;1&nbsp;โรง&nbsp;คือ&nbsp;โรงเรียนสันติพณิชยการ&nbsp;รวมโรงเรียนเปิดการเรียนการสอนแบบปกติ&nbsp;(ON&nbsp;Site)&nbsp;แล้วจำนวน&nbsp;224&nbsp;โรง&nbsp;การขออนุญาตจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนมากกว่า&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;มีการขออนุญาตจัดงานมงคลสมรส&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;งานและจัดกิจกรรมทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนกำแพงวิทยา</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมได้มอบให้ทุกภาคส่วนร่วมรณรงค์การฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;ให้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่ต้องขับเคลื่อน&nbsp;เน้นการสื่อสารสร้างความเข้าใจ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น&nbsp;ลดความลังเลและพร้อมรับวัคซีน&nbsp;และให้ติดตามข้อร้องเรียน&nbsp;ร้องทุกข์&nbsp;การขอความช่วยเหลือที่เกิดจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019(COVID-19)&nbsp;ในทุกช่องทาง&nbsp;เมื่อทราบเรื่องให้รีบดำเนินการแก้ไขโดยทันที่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในทันทีและให้เร่งสร้างความรับรู้กับประชาชนเกี่ยวกับ&nbsp;การรักษาโควิด-19&nbsp;&nbsp;แบบผู้ป่วยนอก&nbsp;หรือ&nbsp;เจอ-แจก-จบ&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการเสริมสำหรับผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีอาการน้อยมาก&nbsp;ไม่มีภาวะเสี่ยงและสมัครใจรักษาที่บ้านเป็นทางเลือกควบคู่กับระบบ&nbsp;Hi&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;CI&nbsp;เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษา&nbsp;พร้อมมอบหมายให้นายอำเภอ&nbsp;ไปจัดประชุมระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาขยะติดเชื้อในชุมชน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302171557723
398	จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมป์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เตรียมจัดกิจกรรมทอดผ้าป่าสมทบกองทุน ช่วยเหลือเด็กที่มีฐานะยากจน	"<p><strong>นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมป์&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน&nbsp;พร้อมกำหนดกิจกรรมในการช่วยเหลือและสนับสนุนการพัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน&nbsp;อายุตั้งแต่แรกเกิด&nbsp;ถึงหกปี&nbsp;ที่ครอบครัวมีฐานะยากจนและด้อยโอกาส&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมประดิษฐ์จองคำ&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การดำเนินการช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่มีฐานะยากจน&nbsp;และด้อยโอกาส&nbsp;ถือเป็นภารกิจสำคัญของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ที่ต้องเร่งดำเนินการโดยเฉพาะปัญหาพื้นฐาน&nbsp;เช่น&nbsp;สุขภาพอนามัย&nbsp;อาหาร&nbsp;การเรียน&nbsp;ยารักษาโรค&nbsp;เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม&nbsp;ซึ่งการดำเนินการกิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นการช่วยเหลือเด็กนักเรียนเป้าหมายตามหลักเกณฑ์ได้เป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;ได้อนุมัติให้กรมการพัฒนาชุมชน</strong>ดำเนินการทอดผ้าบ้า&nbsp;สมทบกองทุนพัฒนาเด็กและชนบทในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพร้ตนราชสุดาฯ&nbsp;&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค&nbsp;โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กำหนดการภวายองค์ผ้าป่า&nbsp;วันศุกร์&nbsp;ที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.19&nbsp;นาที&nbsp;ณ&nbsp;วัดพระธาตุดอยกองมู&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นประธานในพิธี&nbsp;&nbsp;ซึ่งผู้มีจิตศรัทธา&nbsp;สามารถสมทบองค์ผ้าป่าได้ที่&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</p><p><strong>โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;ได้ดำเนินการการมอบทุนอุปการะ</strong>&nbsp;กองทุนพัฒนาเด็กชนบท&nbsp;ฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;120&nbsp;ทุนๆ&nbsp;ละ&nbsp;1,500&nbsp;บาท&nbsp;รวมเป็นเงิน&nbsp;180,00&nbsp;บาท&nbsp;พิจารณาจากหลักเกณ์&nbsp;4&nbsp;ประการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เป็นเด็กที่อยู่ในพื้นที่&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ตำบล&nbsp;อำเภอ&nbsp;จังหวัด&nbsp;ที่ขอรับทุน&nbsp;,&nbsp;มีอายุตั้งแต่แรกเกิดถึง&nbsp;6&nbsp;ปีบริบูรณ์&nbsp;,&nbsp;เป็นครอบครัวที่ยากจนและด้อยโอกาส&nbsp;หรือผู้ปกครองไม่สามารถประกอบอาชีพ&nbsp;เป็นเด็กกำพร้า&nbsp;เด็กถูกทอดทิ้ง&nbsp;เด็กพิการ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และใช้ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน&nbsp;หรือ&nbsp;จปฐ.&nbsp;รายได้เฉลี่ยของคนในครอบครัวต่อปี&nbsp;เป็นเกณฑ์ประกอบในการพิจารณา&nbsp;และดำเนินการการจัดสรรทุน&nbsp;ให้กับทุกอำเภอเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป</p><p><strong>กองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมป์&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า</strong>&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;จัดตั้งขึ้นโดยกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;เมื่อ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2522&nbsp;&nbsp;เพื่อเป็นกองทุนในการช่วยเหลือและสนับสนุนการพัฒนาเด็กก่อนวัย&nbsp;เรียน&nbsp;ที่ครอบครัวมีฐานะยากจนและด้อยโอกาสในพื้นที่ชนบท&nbsp;ต่อมาในปี&nbsp;พ.ศ.2536&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ทรงรับกองทุนพัฒนาเด็กชนบท&nbsp;ไว้ในพระราชูปถัมภ์&nbsp;</p><p><strong>โดยพระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้ชื่อว่า</strong>&nbsp;""กองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี""&nbsp;โดยคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเด็กชนบทฯ&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้ดำเนินงาน&nbsp;กองทุนฯ&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.2536&nbsp;&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;มีเงินกองทุน&nbsp;จำนวน&nbsp;1,552,062.75&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302180942757
399	กองทัพบก รณรงค์เรียนรู้การตรวจ ATK ด้วยตนเอง ตามแนวทางกระทรวงสาธารณสุข 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พันโทหญิง&nbsp;พัชรินทร์&nbsp;บุศยกุล&nbsp;ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;กองทัพบก&nbsp;โดยศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19&nbsp;กองทัพบก&nbsp;(ศบค.-19&nbsp;ทบ.)&nbsp;มอบให้หน่วยทหารประชาสัมพันธ์&nbsp;สร้างการตระหนักรู้ให้กำลังพลและครอบครัว&nbsp;รับวัคซีนเข็มกระตุ้นและให้หน่วยพิจารณาให้กำลังพลและครอบครัว&nbsp;เรียนรู้การตรวจหาเชื้อโควิด&nbsp;แบบ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;จากเดิมที่มีการจัดตรวจคัดกรองกำลังพลที่ปฏิบัติงาน&nbsp;ณ&nbsp;ที่ตั้งหน่วย&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์&nbsp;ในพื้นที่กองบัญชาการกองทัพบก&nbsp;จะปรับให้กำลังพลตรวจคัดกรองหาเชื้อด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเองก่อนปฏิบัติงาน&nbsp;ภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์&nbsp;และ&nbsp;ศบค.-19&nbsp;ทบ.&nbsp;ให้เป็นไปตามมาตรฐาน&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ควบคู่กับการปฏิบัติตนตามมาตรการการป้องกันโรคแบบครอบจักรวาล&nbsp;&nbsp;จัดกำลังพลปฏิบัติงาน&nbsp;ณ&nbsp;ที่ตั้งหน่วยไม่เกิน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;50</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นอกจากนี้&nbsp;ศบค.-19&nbsp;ทบ.</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;มอบให้โรงพยาบาลสังกัดกองทัพบก&nbsp;ทั้ง&nbsp;37&nbsp;แห่ง&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;จัดตั้ง&nbsp;ศูนย์ประสานการดูแลผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;รองรับการรักษาผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ(สีเขียว)&nbsp;แยกกักตัวที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;รองรับการดูแลผู้ติดเชื้อให้เข้าถึงระบบการรักษาอย่างทั่วถึง&nbsp;ให้หน่วยทหารจัดเตรียมพื้นที่ในค่ายทหาร&nbsp;สำหรับเป็นพื้นที่แยกกักตัวในชุมชนของหน่วย&nbsp;เพื่อแบ่งเบาภาระงานของสาธารณสุขและใช้ศักยภาพหน่วยทหารสนับสนุนส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;เตรียมความพร้อมด้านทรัพยากร&nbsp;เตียง&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;ยานพาหนะและบุคลากรสายแพทย์&nbsp;เพื่อจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพิ่มเติม&nbsp;เมื่อได้รับการประสานจากสาธารณสุข</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302212303846
400	"จังหวัดศรีสะเกษ จัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็น ""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย"""	"<p><strong>ณ&nbsp;โรงเรียนราชประชานุเคราะห์&nbsp;29&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็น&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงให้ความสำคัญในการพัฒนากำลังแรงงานสู่มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่มทั้งด้านการผลิตสินค้า&nbsp;และบริการ&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ&nbsp;สร้างการยอมรับในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและประชาคมโลก&nbsp;การดำเนินพิธีการภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019(COVID-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>โดยมีข้าราชการพลเรือน&nbsp;ตุลาการ&nbsp;อัยการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัด</strong>&nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&nbsp;หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;องค์กรเอกชน&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;องค์กรนายจ้างลูกจ้าง&nbsp;และภาคประชาชนเข้าร่วมพิธี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302175003750
401	จังหวัดภูเก็ต จัดงานเนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2565	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมเทพกระษัตรี</strong>&nbsp;สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;21&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานวางพานพุ่มดอกไม้&nbsp;&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;ในสังกัดกระทรวงแรงงาน&nbsp;ผู้แทนกระทรวง&nbsp;ทบวง&nbsp;กรม&nbsp;ต่างๆ&nbsp;ผู้แทน</p><p>รัฐวิสาหกิจ&nbsp;&nbsp;เอกชน&nbsp;องค์กร&nbsp;นายจ้าง&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมพิธีเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณขอพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร</p><p><strong>สืบเนืองจาก&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2513&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร</strong>&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ทรงเสด็จเป็นองค์ประธาน&nbsp;ในพิธิเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือช่างแห่งชาติ&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;และทรงพระราชทานพระราชดำรัสเกี่ยวกับการช่างของไทย&nbsp;ความตอนหนึ่งว่า</p><p>""...ช่างทุกประเภท&nbsp;เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมือง&nbsp;และของทุกคน&nbsp;เพราะตลอดชีวิตของเรา&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการ&nbsp;หรือสิ่งต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่สนับสนุนจากทุกๆ&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ยิ่งในสมัยปัจจุบันวิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้า&nbsp;ยิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษเพื่อให้ได้ช่างที่มี</p><p>ความสามารถสูง&nbsp;ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการในการส่งเสริมนั้น&nbsp;มีปัญหาอันควรจะได้พิจารณาช่วยเหลืออยู่สามประการ&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประการแรก&nbsp;ได้แก่ปัญหาเรื่องการให้ความรู้ทางหลักวิทยาการ&nbsp;และความรู้ทางการออกแบบ&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประการที่สอง&nbsp;ได้แก่ปัญหาเรื่องฝีมือ&nbsp;ซึ่งจะต้องปรับปรุงให้มีความประณีตและประสิทธิภาพได้มาตรฐานจริงๆ&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประการที่สาม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องการจัดหางานและหาตลาด&nbsp;เพื่อช่วยให้ช่างได้มีงานทำ&nbsp;มีตลาดที่จะส่งสินค้าที่ผลิตได้ไบจำหน่าย&nbsp;การช่วยเหลือ</p><p>ทั้งสามประการนี้&nbsp;จะต้องกระทำให้สอดคล้องกันปเพื่อให้ช่างมีรายได้และผลกำไร&nbsp;สำหรับนำมาเป็นทุนรอนสร้างฐานะและความก้าวหน้า&nbsp;ข้าพเจ้าใคร่ขอฝากความคิดทั้งนี้</p><p>ไว้เป็นแนวทางปฏิบัติของท่านทั้งหลายต่อไป""</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากกระแสพระราชดำรัสดังกล่าว</strong>&nbsp;สะท้อนให้เห็นถึงสายพระเนตรอันยาวไกล&nbsp;ที่มีพระราชดำริถึงความสำคัญของช่างฝีมือ&nbsp;ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อทุกคนในสังคม&nbsp;จึงจำเป็นต้องพัฒนาให้มีฝีมือตามมาตรฐานฝีมือแรงงานเพราะนั่นหมายถึงคุณภาพของสินค้าและบริการ&nbsp;ตลอดจนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อประเทศไทย&nbsp;แม้จะพระราชทานไว้เป็นเวลาผ่านมาถึง&nbsp;52&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ยังคงทันสมัยอยู่เสมอ&nbsp;และนับวันจะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งกระทรวงแรงงานได้น้อมนำใส่เกล้ามาปฏิบัติในการพัฒนา</strong>กำลังแรงงานให้มีฝีมือพัฒนาสู่มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่มทั้งด้านการผลิตสินค้าและบริการ&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ&nbsp;สร้างการยอมรับในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและประชาคมโลก&nbsp;และเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติถวายพระราชสมัญญาแด่พระองค์ท่านให้เป็น&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;พร้อมกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302173431730
402	มรภ.ยะลา เดินหน้าโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ	<p>มรภ.ยะลา&nbsp;ประชุมคณะกรรมการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัย&nbsp;</strong>อาคารเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;50&nbsp;พรรษา&nbsp;มหาวชิราลงกรณ&nbsp;และประชุมผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมบัติ&nbsp;&nbsp;โยธาทิพย์&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงานการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ&nbsp;ของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;แนวทางการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ&nbsp;(อพ.สธ.)&nbsp;ตามแผนแม่บท&nbsp;อพ.สธ.&nbsp;ระยะ&nbsp;5&nbsp;ปีที่&nbsp;7&nbsp;และหารือเพื่อขับเคลื่อนการเป็นศูนย์ประสานงาน&nbsp;อพ.สธ.&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายพรชัย&nbsp;จุฑามาศ&nbsp;รองผู้อำนวยการ&nbsp;อพ.สธ.&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;</strong>ดร.ปิยรัษฎ์&nbsp;ปริญญาพงษ์&nbsp;เจริญทรัพย์&nbsp;เลขานุการคณะกรรมการฯ&nbsp;รองอธิการบดี&nbsp;ผู้ช่วยอธิการบดี&nbsp;หัวหน้าส่วนทั้ง&nbsp;7&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;และคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302181926764
403	พิธีบวงสรวงสักการะศาลหลักเมือง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 47 ศรีสะเกษเกมส์ และการจัดการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 37 นครลำดวนเกมส์ เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคล	<p><strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนางมัลลิกา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ/ประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานในพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์&nbsp;การจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;และการจัดการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;นครลำดวนเกมส์&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้บ้านเมืองและการจัดการแข่งขันเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามวัตถุประสงค์</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มีคณะผู้บริหารหน่วยงานหลักในจังหวัดศรีสะเกษ</strong>ร่วมทำพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสถานที่สำคัญจำนวน&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสำรวย&nbsp;เกษกุล&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;นายนพ&nbsp;พงศ์ผลาดิสัย&nbsp;นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัด&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัด&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัด&nbsp;เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด&nbsp;ผู้แทนปลัดจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302175210751
404	เทศบาลตำบลทับมา เปิดโครงการสังคมมีสุข มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการรู้รักสามัคคี มีความปรองดองสมานฉันท์	<p><strong>ที่ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลทับมา&nbsp;ต.ทับมา&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;</strong>นายสโรธร&nbsp;วงษ์ศรี&nbsp;กำนันตำบลทับมา&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการสังคมมีสุข&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;มีคณะผู้บริหารเทศบาล&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลทับมา&nbsp;และนักเรียนเยาวชนในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;คน&nbsp;เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นโดยเทศบาลตำบลทับมา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เทศบาลตำบลทับมา&nbsp;ได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้นมา&nbsp;มีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการรู้รักสามัคคี&nbsp;มีความปรองดองและสมานฉันท์&nbsp;ให้มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งแบบสันติ&nbsp;เพื่อน้อมนำหลักธรรมในทางพระพุทธศาสนาที่จักส่งเสริมความปรองดอง&nbsp;สมานฉันท์&nbsp;ในการประพฤติตนให้รู้จักหน้าที่ของตนเอง&nbsp;เพื่อสร้างจิตสำนึกในการรู้จักหน้าที่ของตนเองที่มีต่อส่วนรวม&nbsp;สังคม&nbsp;และประเทศชาติ&nbsp;รวมทั้งเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้มีความรักชาติ&nbsp;ศาสนา&nbsp;และพระมหากษัตริย์</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302182107766
405	จังหวัดนครราชสีมาเตรียมเข้าร่วมประกวดผลงาน TO BE NUMBER ONE ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อม Kick off ถนน  TO BE NUMBER ONE จังหวัดนครราชสีมา	<p><strong>นายชรินทร์&nbsp;ทองสุข&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมโรงแรมเฮอร์มิเทจ&nbsp;โฮเต็ล&nbsp;แอนด์&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;อำเภอเมืองฯ&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยก่อนเริ่มการประชุม&nbsp;มีเด็กนักเรียนจากโรงเรียนอนุบาลอัจฉรา&nbsp;อำเภอสูงเนิน&nbsp;มาร่วมนำเสนอผลการดำเนินงานชมรม&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;ในสถานศึกษา&nbsp;จากนั้นคณะกรรมการได้รับทราบนโยบายการดำเนินงานโครงการ&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;แนวทางการพัฒนาการดำเนินงานโครงการ&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และผลการดำเนินงานโครงการ&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และสำนักงานแรงงานจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยจังหวัดนครราชสีมาเตรียมเข้าร่วมประกวดผลงานจังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;และชมรม&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ในวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่โรงแรมพูลแมน&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;ราชา&nbsp;ออคิด&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ในการประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;IDOL&nbsp;รุ่นที่&nbsp;12&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เยาวชนจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;7&nbsp;คนที่ร่วมประกวดระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;สามารถผ่านเข้ารอบ&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายโกเมศ&nbsp;มาลีวรรณ&nbsp;โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย&nbsp;และนางสาวอรณิชา&nbsp;เพชรรัตน์&nbsp;โรงเรียนปากช่อง&nbsp;จึงขอเชิญชวนร่วมส่งกำลังใจให้เยาวชนทั้ง&nbsp;2&nbsp;คนในการประกวดระดับประเทศต่อไป</p><p><strong>คณะกรรมการ&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;ยังได้พิจารณาภารกิจและกิจกรรม&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ที่&nbsp;1&nbsp;รณรงค์ปลุกจิตสำนึกและสร้างกระแสนิยมที่เอื้อต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;2&nbsp;การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้แก่เยาวชน&nbsp;และยุทธศาสตร์ที่&nbsp;3&nbsp;มีการสร้างและพัฒนาเครือข่ายเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;พร้อมเตรียมจัดกิจกรรม&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;ถนน&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรมที่ถนนตัดใหม่หลังโรงเรียนสุรนารี-ตลาดประปา&nbsp;ซึ่งเป็นบริเวณที่มีสถานศึกษาหลายแห่ง&nbsp;ในวันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;วันงดสูบบุหรี่โลก&nbsp;เพื่อสร้างกระแสการรับรู้ในการรณรงค์&nbsp;Korat&nbsp;เมืองที่คุณสร้างได้&nbsp;ควบคู่ไปกับเยาวชนรุ่นใหม่&nbsp;เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302173922735
406	จ.นราธิวาส จัดพิธีถวายราชสักการะ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย เนื่องในงานวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2565	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;2มี.ค.65)&nbsp;ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;7&nbsp;รอบพระชนมพรรษา</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส&nbsp;นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;&nbsp;เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เนื่องในงานวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์&nbsp;โดยพิธีฯมีนายไพโรจน์&nbsp;จริตงาม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;นายประทีป&nbsp;นุ่นชื่น&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;25&nbsp;นราธิวาส&nbsp;ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการร่วมในพิธีฯ</p><p><strong>นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ประธานในพิธี</strong>ได้วางพานพุ่มดอกไม้สด&nbsp;เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เพื่อถวายพระราชสักการะ&nbsp;จากนั้นประธานกล่าวคำถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติประธานและผู้เข้าร่วมพิธียืนสงบนิ่ง&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;99&nbsp;วินาที</p><p><strong>พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดช</strong>&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ทรงสนพระราชหฤทัยในงานช่างตั้งแต่ยังทรงศึกษาอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์&nbsp;ได้ทรงประดิษฐ์ของเล่นด้วยพระองค์เอง&nbsp;ประกอบกับทรงพระปรีชาสามารถทางการช่าง&nbsp;โดยทรงชนะเลิศการแข่งขันกีฬาเรือใบในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;พ.ศ.2510&nbsp;ณ&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;ด้วยเรือที่ทรงต่อขึ้นด้วยพระองค์เองจึงเป็นที่ประจักษ์ว่าพระองค์ท่านทรงมีพระอัฉริยภาพด้านการช่างอย่างแท้จริง</p><p><strong>&nbsp;วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;</strong>ถือเป็นอีกหนึ่งวันที่มีความพิเศษต่อช่างฝีมือ&nbsp;แรงงานไทยทั่วประเทศนับต่อแต่นี้ไป&nbsp;เนื่องจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ&nbsp;ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ&nbsp;ให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;ถือเป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;รวมถึงมีการถวายพระราชสมัญญาแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพล&nbsp;อดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ว่าพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติ&nbsp;ที่พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถทางการช่าง&nbsp;และเป็นแบบอย่างและแรงใจต่อแรงงานไทยทุกคน&nbsp;การถวายพระราชสมัญญาและกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปีนับแต่นี้ไป&nbsp;เป็น""วันมาตรฐานฝีมือแรงงาน""</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302182226767
407	เหล่ากาชาดจังหวัดยะลา มอบอุปกรณ์ป้องกันโรคโควิด-19  แก่สถานสงเคราะห์เด็กชายจังหวัดยะลา เพื่อใช้ป้องกันการสัมผัสเชื้อแก่เด็กในสถานสงเคราะห์ ฯผู้ดูแด ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโอมิครอนที่มีสูงขึ้น	<p><strong>วันนี้&nbsp;2&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ที่สถานสงเคราะห์เด็กชายจังหวัดยะลา&nbsp;อำเภอเมือง</strong>&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;นางสาววิชชุตา&nbsp;แก้วศิริ&nbsp;กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;ได้เป็นตัวแทนเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;เข้ามอบเครื่องมือและอุปกรณ์การป้องโรคโควิด-19&nbsp;และน้ำดื่มให้กับ&nbsp;นางสาวชมฤดี&nbsp;นาทะศิริ&nbsp;ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์เด็กชายจังหวัดยะลา</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นางสาววิชชุตา&nbsp;แก้วศิริ&nbsp;กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;โดยนายกเหล่ากาชาด&nbsp;มีความห่วงใยต่อความเป็นอยู่ของเด็กและผู้ดูและของสถานสงเคราะห์เด็กชายจังหวัดยะลา&nbsp;โดยเฉพาะช่วงที่มีการระบาดของเชื้อโอไมครอนที่มีมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากสามารถติดต่อได้ง่าย&nbsp;โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ทางสำนักงานเหล่ากาชาดได้นำน้ำดื่มมามอบให้แล้วจำนวนหนึ่ง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>และวันนี้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;ได้มอบหมายให้</strong>นำเครื่องมือและอุปกรณ์การป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;1,158&nbsp;ชิ้น&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ชุด&nbsp;PPE&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;200&nbsp;ชิ้น&nbsp;&nbsp;แอลกฮอลเจล์น้ำ&nbsp;48&nbsp;ขวด&nbsp;น้ำยาฆ่าเชื้อพื้นผิว&nbsp;12&nbsp;แกลลอน&nbsp;สบู่เหลวล้างมือ&nbsp;3&nbsp;M&nbsp;8&nbsp;แกลลอน&nbsp;เสื้อกันฝน&nbsp;20&nbsp;ตัว&nbsp;หมวกคลุมผม&nbsp;20&nbsp;ชิ้น&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;600&nbsp;ขวด&nbsp;ถุงมือ&nbsp;200&nbsp;ชิ้น</p><p><strong>ด้านนางสาวชมฤดี&nbsp;นาทะศิริ&nbsp;ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์เด็กชายจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สิ่งของทั้งหมดครั้งนี้จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อการป้องกันโรคโควิด-19ให้เด็กๆ&nbsp;ต่อไป&nbsp;พร้อมเผยว่าสถานสงเคราะห์เด็กชายจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นสถานที่ดูแลเด็กชายอายุระหว่าง&nbsp;6&nbsp;-24&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งเป็นเด็กที่ประสบปัญหาทางสังคม&nbsp;ประเภทต่างๆ&nbsp;หลายรูปแบบ&nbsp;เช่น&nbsp;ผู้ปกครองเสียชีวิต&nbsp;ฐานะยากจน&nbsp;หรือไม่มีความปลอดภัยในครอบครัว&nbsp;ถูก&nbsp;ทำร้ายร่างกาย&nbsp;โดยมีพื้นที่รับผิดชอบในเขต&nbsp;14&nbsp;จังหวัดทางภาคใต้&nbsp;โดยขณะนี้มีเด็กอยู่ในอุปการะทั้งหมด&nbsp;63&nbsp;คน&nbsp;ทุกคนได้มีการดูแลเรื่องปัจจัย&nbsp;4&nbsp;และการส่งเสริมทักษะต่างๆ&nbsp;เรื่องการศึกษา&nbsp;และการเตรียมความพร้อมที่จะออกไปสู่สังคมหรือกลับไปสู่ครอบครัวในอนาคตต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302182352769
408	องคมนตรี ตรวจเยี่ยม โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเวียงสระจังหวัดสุราษฎร์ธานี ติดตามความก้าวหน้าของโรงพยาบาลและการร่วมพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง พร้อมเน้นย้ำในการปลูกฝังเยาวชนในการประกอบสัมมาชีพในอนาคตอย่างสุจริต	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ศาสตราจารย์เกียรติคุณ</strong>&nbsp;นายแพทย์เกษม&nbsp;วัฒนชัย&nbsp;องคมนตรี&nbsp;ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช&nbsp;และคณะ&nbsp;ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเวียงสระ&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายแพทย์จิรชาติ&nbsp;เรืองวัชรินทร์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;นายแพทย์ปรีชา&nbsp;สุมาลัย&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเวียงสระ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ</p><p><strong>องคมนตรี&nbsp;ถวายสักการะและวางพวงมาลา&nbsp;ที่บริเวณพระอนุสาวรีย์&nbsp;</strong>พระเจ้าวรวงศ์เธอ&nbsp;พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต&nbsp;พร้อมเยี่ยมชมโรงเรือนเพาะปลูกกัญชา&nbsp;ตามโครงการวิจัยกัญชา&nbsp;ด้วยภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย&nbsp;จากนั้นได้เดินทางไปยังอาคารผู้ป่วยนอก&nbsp;2&nbsp;ถวายความเคารพและเปิดกรวยถวายสักการะ&nbsp;เบื้องหน้าพระบรมพระฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;และเยี่ยมชมระบบบริการผู้ป่วยนอก&nbsp;Smart&nbsp;Hospital&nbsp;ที่นำระบบเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ในการให้บริการประชาชนตลอดจนให้คำแนะนำหลังการรับบริการที่โรงพยาบาล</p><p><strong>ต่อมาในเวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;องคมนตรีเป็นประธานการประชุม</strong>ติดตามความคืบหน้าพร้อมรับชมวิดีทัศน์นำเสนอบริบทและความก้าวหน้าของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเวียงสระ&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมราชพฤกษ์&nbsp;พร้อมมอบถุงของขวัญพระราชทานแก่ผู้รับมอบตัวแทนผู้ป่วย&nbsp;และมอบเครื่องหมายตอบแทนประกาศเกียรติคุณแก่ผู้บริจาคและผู้ทำคุณประโยชน์แก่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเวียงสระ&nbsp;ตามลำดับ</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;องคมนตรีพร้อมคณะ&nbsp;ได้เดินทางไปเยี่ยมชม</strong>กิจกรรมโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช&nbsp;ร่วมพัฒนาชุมชนในด้าน&nbsp;การดูแลสุขภาพประชาชนตามกลุ่มวัย&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ที่พักสำนักสงฆ์ถ้ำเขาโคก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลบ้านส้อง&nbsp;อำเภอเวียงสระ&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;รับชมการแสดงบาสโลบ&nbsp;3&nbsp;วัย&nbsp;สร้างสรรค์&nbsp;เพื่อคุณภาพชีวิต&nbsp;&nbsp;การดูแลสุขภาพนักเรียน&nbsp;การดูแลสุขภาพลดเอว&nbsp;ลดพุง&nbsp;&nbsp;กิจกรรมเข้าจังหวะในวัยทำงาน&nbsp;โครงการวันละบาทและการสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในชุมชน&nbsp;&nbsp;พร้อมให้กำลังใจ&nbsp;แก่เจ้าหน้าที่และประชาชนถึงความร่วมมือ&nbsp;และความเข้มแข็งในชุมชน&nbsp;โดยเน้นย้ำให้ราษฎรในพื้นที่และบุคลากรทางการศึกษา&nbsp;ปลูกฝัง&nbsp;ให้เยาวชนมีแนวทางในการประกอบสัมมาชีพอย่างสุจริต&nbsp;และสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ต่อไปในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302174146739
409	พัฒนาชุมชน จังหวัดยโสธร  จัดพิธีมอบลายผ้าขิดพระราชทาน ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา เพื่อมอบให้แก่ผู้ประกอบการ ช่างทอผ้าทุกกลุ่ม สืบสานภูมิปัญญาพื้นถิ่นสู่การพัฒนาผ้าถิ่นไทย	<p><strong>นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมด้วย</strong>&nbsp;นางพัทธานันท์&nbsp;ยังตรง&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดยโสธร&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบแบบผ้าลายพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;และพิธีมอบแบบองค์ความรู้&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ให้กับหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;ภริยานายอำเภอ&nbsp;พัฒนาการอำเภอ&nbsp;และกลุ่มผู้ผลิตผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย&nbsp;จำนวน&nbsp;52&nbsp;กลุ่ม&nbsp;จากทั้ง&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;ในพื้นจังหวัดยโสธร&nbsp;ณ&nbsp;ห้องทับทิม&nbsp;เอ&nbsp;บี&nbsp;โรงแรม&nbsp;เจ.พี.เอ็มเมอรัลด์&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;จังหวัดยโสธร</p><p><strong>โดย&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;เปิดกรวยถวายเครื่องราชสักการะเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;และกล่าวสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการ&nbsp;เพื่ออำนวยประโยชน์สุขแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า&nbsp;ทรงมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธาน&nbsp;ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ในการอนุรักษ์ฟื้นฟู&nbsp;ศิลปวัฒนธรรม&nbsp;ภูมิปัญญาหัตถกรรมไทย&nbsp;ให้ดำรงอยู่ยั่งยืนตลอดไป&nbsp;ด้วยพระอัจฉริยภาพ&nbsp;พระองค์ทรงต่อยอดผสมผสานมุมมองด้านแฟชั่นที่ร่วมสมัย&nbsp;แต่ยังคงไว้ซึ่งการสืบสานอัตลักษณ์&nbsp;เรื่องราวประจำภูมิภาค&nbsp;เป็นคุณูปการอย่างยิ่งแก่ปวงชนคนไทย&nbsp;ทรงพระราชทานลายผ้า&nbsp;ชื่อลาย&nbsp;ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&nbsp;แก่พสกนิกรชาวไทย&nbsp;</p><p><strong>โดยได้พระราชทานพระอนุญาตให้&nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;และสภาสตรีแห่งชาติ&nbsp;</strong>ในพระบรมราชินูปถัมภ์&nbsp;จัดการประกวดผ้าลายพระราชทาน&nbsp;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&nbsp;อีกทั้งยังทรงพระราชทานลายผ้าบาติก&nbsp;3&nbsp;ลาย&nbsp;ปาเต๊ะร่วมใจเทิดไท้เจ้าหญิง&nbsp;ท้องทะเลไทย&nbsp;และ&nbsp;ป่าแดนใต้&nbsp;ที่พระองค์ได้แรงบันดาลพระทัยจากการเสด็จไปทอดพระเนตรงานศิลปหัตถกรรมจากภูมิปัญญาพื้นถิ่นในภาคใต้&nbsp;เพื่อพระราชทานให้กับช่างฝีมือบาติก&nbsp;เป็นของขวัญตอบแทนมิตรภาพและความจริงใจที่ประชาชนชาวภาคใต้มอบให้กับพระองค์&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;ยังเป็นการเพิ่มคุณค่าและมูลค่าของผลิตภัณฑ์ด้วยเรื่องราว</strong>และความหมายชวนประทับใจ&nbsp;เป็นการยกระดับผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย&nbsp;สามารถก้าวสู่ระดับสากล&nbsp;เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืนเปรียบดังแสงสว่างแห่งวิถีความงดงามของอัตลักษณ์ไทยส่งผ่านไปสู่พี่น้องประชาชน&nbsp;นำทางให้เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;อันเป็นพลังที่จะสืบสานความเป็นไทยให้คงอยู่สืบไป&nbsp;และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ท่านทรงมีพระเมตตาพระราชทานลายผ้า&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ผ่านนายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เพื่อมอบให้กับช่างทอผ้าทุกกลุ่ม&nbsp;ทุกเทคนิค&nbsp;นำไปใช้ทอผ้าผลิตผ้าตามอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่ง&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;พระองค์ทรงได้รับแรงบันดาลพระทัยจาก</strong>&nbsp;ผ้าขิดลายสมเด็จ&nbsp;ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ได้พระราชทานแก่ราษฎร&nbsp;อันเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย&nbsp;โดยในลวดลายผ้าแต่ละลวดลายแฝงไปด้วยความหมายที่มีความลึกซึ้ง&nbsp;แสดงถึงความตั้งพระทัยมั่นในการสืบสาน&nbsp;รักษาและต่อยอด&nbsp;พระราชกรณียกิจของสมเด็จย่าของพระองค์&nbsp;ในการฟื้นคืนภูมิปัญญาผ้าไทยให้ดำรงคงอยู่คู่แผ่นดิน</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;นายสุรชัย&nbsp;แดนพิบูย์&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศฯ&nbsp;</strong>รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมด้วยผู้อำนวยการกลุ่มงานฯ&nbsp;เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัดยโสธร&nbsp;ได้จัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ที่ทรงมีพระอัจฉริยภาพและมีพระเมตตาต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้&nbsp;ตลอดจนได้นำกลุ่มทอผ้าจังหวัดยโสธร&nbsp;มาจัดแสดงและจำหน่ายผ้าลายอัตลักษณ์และผ้าลายพระราชทาน&nbsp;&nbsp;ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นำไปสู่การสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;กระจายสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง&nbsp;ส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงและชุมชนพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สวท.ยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302175925752
410	ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 1 ลงพื้นที่จังหวัดชัยนาท ตรวจราชการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบที่ 1	<p><strong>ที่ห้องประชุมธรรมจักร&nbsp;(501)&nbsp;ศาลากลางจังหวัดชัยนาท&nbsp;</strong>นางรุ่งรัตนา&nbsp;บุญ-หลง&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;พร้อมคณะผู้ตรวจราชการฯ&nbsp;เดินทางมาตรวจราชการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;โดยประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินการแผนงาน&nbsp;/โครงการ&nbsp;ตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ&nbsp;ในการขับเคลื่อนประเด็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืนตามแนวทางพัฒนาการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพเศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(BCG&nbsp;Model)&nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังติดตาม&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;และประเมินผล</strong>&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติ&nbsp;เช่น&nbsp;การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปผลิตภัณฑ์&nbsp;และการเพิ่มศักยภาพและขัดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก,&nbsp;การติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาสำคัญในเชิงพื้นที่&nbsp;(การแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;การลดอุบัติเหตุทางถนน)&nbsp;ตลอดจนการตรวจราชการตามมาตรา&nbsp;34&nbsp;แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ&nbsp;พ.ศ.2551&nbsp;รวมทั้งโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัย&nbsp;จากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธานของศาสตราจารย์&nbsp;ดร.&nbsp;สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;จากนั้นในภาคบ่าย&nbsp;นางรุ่งรัตนา&nbsp;บุญ-หลง&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;และคณะผู้ตรวจราชการฯ&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอมโนรมย์&nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการในพื้นที่&nbsp;ด้านการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;คือ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตและพัฒนาพืชอาหารสัตว์&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลหางน้ำสาคร&nbsp;และกลุ่มแปลงใหญ่ส้มโอขาวแตงกวา&nbsp;ตำบลศิลาดาน&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302190124782
411	COVID-19 จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้ป่วยติดเชื้อยืนยัน(RT-PCR)เพิ่ม  17 ราย ใน 5 อำเภอ ขณะที่ผู้ป่วยเข้าข่ายติดเชื้อ (ATK) 230 ราย	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์(การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ว่ามีผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;703&nbsp;ราย&nbsp;(ตรวจ&nbsp;RT-PCR)&nbsp;ผู้ป่วยเข้าข่ายสะสม&nbsp;(ตรวจ&nbsp;ATK)&nbsp;4,276&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ป่วย&nbsp;สะสมทั้งหมด&nbsp;4,979&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,293&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ยังรักษาอยู่&nbsp;1,677&nbsp;ราย&nbsp;โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่&nbsp;99.70&nbsp;%&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย&nbsp;เนื่องจากได้รับวัคซีนป้องกันโรคแล้ว&nbsp;</p><p>โดยมีผู้ป่วยรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลเพียง&nbsp;33&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;(1.97%)&nbsp;ศูนย(แยกกักโรคชุมชน(CI)&nbsp;91&nbsp;ราย&nbsp;(5.43%)&nbsp;และแยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;1,553&nbsp;ราย&nbsp;(92.60%)&nbsp;การตรวจหาเชื้อ&nbsp;&nbsp;COVID-19</p><p><strong>ในวันนี้&nbsp;ตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;41&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;6&nbsp;ราย</strong>&nbsp;อำเภอ&nbsp;แม่สะเรียง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอขุนยวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;761&nbsp;ชุด&nbsp;&nbsp;ผลบวก&nbsp;230&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;74ราย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;65รายแม่สะเรียง&nbsp;65รายอำเภอปาย&nbsp;21ราย&nbsp;แม่ลาน้อย&nbsp;3ราย&nbsp;และ&nbsp;อำเภอปางมะผ้า&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับผลการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;&nbsp;COVID-19</strong>&nbsp;แก่ประชาชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;สะสมถึงวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;174,076&nbsp;คน&nbsp;(70.83%)&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;146,937&nbsp;คน&nbsp;(59.79%)&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;33,606&nbsp;คน&nbsp;(13.67%)</p><p><strong>จากข้อมูลผู้ป่วยพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับวัคซีนแล้ว&nbsp;</strong>ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีอาการป่วยเพียงเล็กน้อย&nbsp;ส่วนผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน&nbsp;จะมีอาการป่วยรุนแรงมากกว่า&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเข้ารับ&nbsp;การฉีดวัคซีน&nbsp;หรือผู้ที่ได้รับแล้วให้มาฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่&nbsp;3&nbsp;เพื่อลดความรุนแรงของโรค&nbsp;ซึ่งจะทำให้สถานการณ์แพร่ระบาดในพื้นที่ของจังหวัดลดลง&nbsp;และพี่น้องประชาชนจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติได้ในเร็ววัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302181203758
412	กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ แจ้งเตือนระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;แจ้งเตือนให้ประชาชน</strong>ที่สัญจรและประกอบกิจกรรมในบริเวณแม่น้ำโขง&nbsp;รวมทั้งผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณ&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;ริมแม่น้ำโขง&nbsp;ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&nbsp;และเตรียมการเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำโขงอย่างฉับพลัน</p><p><strong>นายชยันต์&nbsp;เมืองสง&nbsp;รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;</strong>แจ้งว่า&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติได้ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขง&nbsp;พบว่าระดับน้ำจากสถานีจิ่งหง&nbsp;ประเทศจีน&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;0.66&nbsp;เมตร&nbsp;หรืออัตราการระบายน้ำจากเดิม&nbsp;997&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;เป็นอัตราการระบายน้ำ&nbsp;1,463&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที</p><p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;ได้ประเมินระดับน้ำในแม่น้ำโขง</strong>&nbsp;เนื่องจากการเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนจิ่งหง&nbsp;จึงขอแจ้งเตือนผลกระทบที่จะเกิดขึ้น&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;ช่วงเหนือเขื่อนไซยะบุรี&nbsp;สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว&nbsp;บริเวณสถานีเชียงแสน&nbsp;อำเภอเชียงแสน&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;คาดการณ์ในช่วงวันที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;0.50&nbsp;&nbsp;0.60&nbsp;เมตร</p><p>2.&nbsp;ช่วงท้ายเขื่อนไซยะบุรี&nbsp;สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว&nbsp;บริเวณอำเภอเชียงคาน&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และอำเภอโขงเจียม&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;คาดการณ์ในช่วงวันที่&nbsp;7&nbsp;&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำโขง&nbsp;มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ประมาณ&nbsp;0.40&nbsp;&nbsp;0.50&nbsp;เมตร&nbsp;โดยขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนไซยะบุรี</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;จึงแจ้งเตือนให้ประชาชนที่สัญจร</strong>และประกอบกิจกรรมในบริเวณแม่น้ำโขง&nbsp;รวมทั้งผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณ&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;ริมแม่น้ำโขง&nbsp;ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&nbsp;และเตรียมการเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำโขงอย่างฉับพลัน</p><p><strong>สำหรับระดับน้ำในแม่น้ำโขง&nbsp;ที่ศูนย์อุทกวิทยาจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;ใกล้สะพานมิตรภาพแห่งที่&nbsp;2&nbsp;ล่าสุดวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีระดับน้ำ&nbsp;1.8&nbsp;เมตร&nbsp;ต่ำกว่าระดับตลิ่ง&nbsp;10.69&nbsp;เมตร&nbsp;(&nbsp;ระดับตลิ่ง&nbsp;12.50&nbsp;เมตร&nbsp;ระดับเฝ้าระวัง&nbsp;11.00&nbsp;เมตร&nbsp;ระดับเตือนภัย&nbsp;12.00&nbsp;เมตร&nbsp;)&nbsp;เปรียบเทียบกับวันเดียวกันของปี&nbsp;2564&nbsp;ระดับน้ำสูงกว่า&nbsp;00.33&nbsp;เมตร&nbsp;และแนวโน้มเพิ่มขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302180401754
413	เหล่ากาชาดจังหวัดยะลา มอบอุปกรณ์ป้องกัน โควิด โอมิครอน   สถานสงเคราะห์เด็กชายจังหวัดยะลา	<p><strong>เหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;ห่วงใย&nbsp;เด็กและผู้ดูแล&nbsp;สถานสงเคราะห์เด็กชายจังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;</strong>ช่วงโควิด&nbsp;โอมิครอนระบาด&nbsp;&nbsp;&nbsp;มอบ&nbsp;ชุด&nbsp;PPE&nbsp;-&nbsp;ATK&nbsp;อุปกรณ์สำหรับ&nbsp;ป้องกัน</p><p><strong>นางสาววิชชุตา&nbsp;แก้วศิริ&nbsp;กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>ได้เป็นตัวแทนเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;เข้ามอบเครื่องมือและอุปกรณ์การป้องโรคโควิด-19&nbsp;และน้ำดื่มให้กับ&nbsp;นางสาวชมฤดี&nbsp;นาทะศิริ&nbsp;ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์เด็กชายจังหวัดยะลา&nbsp;ที่สถานสงเคราะห์เด็กชายจังหวัดยะลา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;</p><p><strong>นางสาววิชชุตา&nbsp;แก้วศิริ&nbsp;กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;โดยนายกเหล่ากาชาด&nbsp;มีความห่วงใยต่อความเป็นอยู่ของเด็กและผู้ดูแล&nbsp;ของสถานสงเคราะห์เด็กชายจังหวัดยะลา&nbsp;โดยเฉพาะช่วงที่มีการระบาดของเชื้อโอไมครอนที่มีมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากสามารถติดต่อได้ง่าย&nbsp;โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ทางสำนักงานเหล่ากาชาดได้นำน้ำดื่มมามอบให้แล้วจำนวนหนึ่ง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>วันนี้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;ได้มอบหมายให้นำเครื่องมือ</strong>และอุปกรณ์การป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;1,158&nbsp;ชิ้น&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ชุด&nbsp;PPE&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;200&nbsp;ชิ้น&nbsp;แอลกฮอลเจลน้ำ&nbsp;48&nbsp;ขวด&nbsp;น้ำยาฆ่าเชื้อพื้นผิว&nbsp;12&nbsp;แกลลอน&nbsp;สบู่เหลวล้างมือ&nbsp;3&nbsp;M&nbsp;8&nbsp;แกลลอน&nbsp;เสื้อกันฝน&nbsp;20&nbsp;ตัว&nbsp;หมวกคลุมผม&nbsp;20&nbsp;ชิ้น&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;600&nbsp;ขวด&nbsp;ถุงมือ&nbsp;200&nbsp;ชิ้น</p><p><strong>ทาง&nbsp;ด้านนางสาวชมฤดี&nbsp;นาทะศิริ&nbsp;ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์เด็กชายจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สิ่งของทั้งหมดครั้งนี้จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อการป้องกันโรคโควิด-19ให้เด็กๆ&nbsp;ต่อไป&nbsp;&nbsp;สำหรับสถานสงเคราะห์เด็กชายจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นสถานที่ดูแลเด็กชายอายุระหว่าง&nbsp;6&nbsp;-24&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งเป็นเด็กที่ประสบปัญหาทางสังคม&nbsp;ประเภทต่างๆ&nbsp;หลายรูปแบบ&nbsp;เช่น&nbsp;ผู้ปกครองเสียชีวิต&nbsp;ฐานะยากจน&nbsp;หรือไม่มีความปลอดภัยในครอบครัว&nbsp;ถูก&nbsp;ทำร้ายร่างกาย&nbsp;โดยมีพื้นที่รับผิดชอบในเขต&nbsp;14&nbsp;จังหวัดทางภาคใต้&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;มีเด็กอยู่ในอุปการะทั้งหมด&nbsp;63&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;ทุกคนได้มีการดูแลเรื่องปัจจัย&nbsp;4&nbsp;และการส่งเสริมทักษะต่างๆ&nbsp;เรื่องการศึกษา&nbsp;และการเตรียมความพร้อมที่จะออกไปสู่สังคมหรือกลับไปสู่ครอบครัวในอนาคตต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302191141788
414	กาชาดจังหวัดยะลา มอบอุปกรณ์ป้องกันโรคโควิด-19 แก่สถานสงเคราะห์เด็กชาย ใช้ป้องกันการสัมผัสติดเชื้อ	<p><strong>ที่สถานสงเคราะห์เด็กชายจังหวัดยะลา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;</strong>นางสาววิชชุตา&nbsp;แก้วศิริ&nbsp;กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;ได้เป็นตัวแทนเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;เข้ามอบเครื่องมือและอุปกรณ์การป้องโรคโควิด-19&nbsp;และน้ำดื่มให้กับ&nbsp;นางสาวชมฤดี&nbsp;นาทะศิริ&nbsp;ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์เด็กชายจังหวัดยะลา&nbsp;</p><p><strong>นางสาววิชชุตา&nbsp;แก้วศิริ&nbsp;กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;โดยนายกเหล่ากาชาด&nbsp;มีความห่วงใยต่อความเป็นอยู่ของเด็กและผู้ดูและของสถานสงเคราะห์เด็กชายจังหวัดยะลา&nbsp;โดยเฉพาะช่วงที่มีการระบาดของเชื้อโอไมครอนที่มีมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากสามารถติดต่อได้ง่าย&nbsp;โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ทางสำนักงานเหล่ากาชาดได้นำน้ำดื่มมามอบให้แล้วจำนวนหนึ่ง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>วันนี้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;ได้มอบหมายให้นำเครื่องมือ</strong>และอุปกรณ์การป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;1,158&nbsp;ชิ้น&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ชุด&nbsp;PPE&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;200&nbsp;ชิ้น&nbsp;แอลกฮอลเจล์น้ำ&nbsp;48&nbsp;ขวด&nbsp;น้ำยาฆ่าเชื้อพื้นผิว&nbsp;12&nbsp;แกลลอน&nbsp;สบู่เหลวล้างมือ&nbsp;3&nbsp;M&nbsp;8&nbsp;แกลลอน&nbsp;เสื้อกันฝน&nbsp;20&nbsp;ตัว&nbsp;หมวกคลุมผม&nbsp;20&nbsp;ชิ้น&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;600&nbsp;ขวด&nbsp;ถุงมือ&nbsp;200&nbsp;ชิ้น&nbsp;</p><p><strong>ด้านนางสาวชมฤดี&nbsp;นาทะศิริ&nbsp;ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์เด็กชายจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สิ่งของทั้งหมดครั้งนี้จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อการป้องกันโรคโควิด-19ให้เด็กๆ&nbsp;ต่อไป&nbsp;พร้อมเผยว่าสถานสงเคราะห์เด็กชายจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นสถานที่ดูแลเด็กชายอายุระหว่าง&nbsp;6&nbsp;-24&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งเป็นเด็กที่ประสบปัญหาทางสังคม&nbsp;ประเภทต่างๆ&nbsp;หลายรูปแบบ&nbsp;เช่น&nbsp;ผู้ปกครองเสียชีวิต&nbsp;ฐานะยากจน&nbsp;หรือไม่มีความปลอดภัยในครอบครัว&nbsp;ถูก&nbsp;ทำร้ายร่างกาย&nbsp;โดยมีพื้นที่รับผิดชอบในเขต&nbsp;14&nbsp;จังหวัดทางภาคใต้&nbsp;โดยขณะนี้มีเด็กอยู่ในอุปการะทั้งหมด&nbsp;63&nbsp;คน&nbsp;ทุกคนได้มีการดูแลเรื่องปัจจัย&nbsp;4&nbsp;และการส่งเสริมทักษะต่างๆ&nbsp;เรื่องการศึกษา&nbsp;และการเตรียมความพร้อมที่จะออกไปสู่สังคมหรือกลับไปสู่ครอบครัวในอนาคตต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302191306790
415	"พัฒนาฝีมือแรงงานศรีสะเกษ  จัดพิธีเทิดพระเกียรติ ""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย"" เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ"	"<p><strong>จังหวัดศรีสะเกา&nbsp;โดย&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานศรีสะเกษ&nbsp;</strong>เทิดพระเกียรติจัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมเฉลิมพระเกียรติครองราชย์&nbsp;60&nbsp;ปี</strong>&nbsp;โรงเรียนราชประชานุเคราะห์&nbsp;29&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ในวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมเฉลิมพระเกียรติครองราชย์&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;โรงเรียนราชประชานุเคราะห์&nbsp;29&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายสำรวย&nbsp;เกษกุล&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต</strong>&nbsp;นายนพ&nbsp;พงศ์ผลาดิสัย&nbsp;นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ผู้พิพากษาศาลจว.ศรีสะเกษ&nbsp;ผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวจว.ศรีสะเกษ&nbsp;ผบก.ภ.จว.&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;&nbsp;นายกเหล่ากาชาด&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;ปลัดจว.ศรีสะเกษ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ให้เกียรติร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง</p><p><strong>และในโอกาสการตรวจติดตามความก้าวหน้าผลการปฎิบัติงานตามแผนการตรวจราชการ</strong>ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;รอบที่&nbsp;2&nbsp;(Progress&nbsp;Review)&nbsp;ของนางจิรวรรณ&nbsp;สุตสุนทร&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;ซึ่งมีกำหนดการตรวจราชการ&nbsp;เข<strong>ต</strong>&nbsp;14&nbsp;พื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ในวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ได้ร่วมถวายเครื่องราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p><strong>หลังจากเสร็จสิ้นพิธีถวายเครื่องราชสักการะฯ&nbsp;ประธานในพิธีได้เยี่ยมชม</strong>นิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ&nbsp;มีหน่วยงานมาร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;""&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;58&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;96&nbsp;คน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302185618777
416	9 มี.ค.นี้ จังหวัดภูเก็ต เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฏราชกุมาร ครั้งที่ 2/2565 ณ.อบต.สาคู อ.ถลาง	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฏราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;โดยมีคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&nbsp;สำหรับการจัดโครงการดังกล่าว&nbsp;เพื่อสร้างความร่วมมือของงานวิจัย&nbsp;พัฒนา&nbsp;และงานบริการวิชาการเกษตร&nbsp;ให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์&nbsp;ในพื้นที่เป้าหมายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ให้บริการและแก้ไขปัญหาด้านการเกษตร&nbsp;พืช&nbsp;ดิน&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;ประมง&nbsp;ชลประทาน&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;12&nbsp;คลินิค&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เป็นการทำงานเชิงรุกและให้บริการเคลื่อนที่<strong>&nbsp;</strong>ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาได้เข้ารับการบริการ&nbsp;ทางการเกษตรอย่างรวดเร็วทั่งถึงและครบถ้วน&nbsp;</p><p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สำหรับการจัดงานดังกล่าว&nbsp;ต้องเป็นการสอบถามถึงความต้องการของประชาชน&nbsp;ในพื้นที่เป้าหมายว่าต้องการให้บริการเรื่องอะไรบ้าง&nbsp;และต้องมีการประชาสัมพันธ์&nbsp;โดยให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ช่วยกันประชาสัมพันธ์&nbsp;การดำเนินงานให้ประชาชน&nbsp;กลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ได้รับทราบตลอดกิจกรรม&nbsp;</p><p><strong>นายสุบรรณ&nbsp;รักษ์ทอง&nbsp;เกษตรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ชี้แจงว่า&nbsp;</strong>สำหรับแผนการจัดงานโครงการเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;อย่างน้อยปีละ&nbsp;4&nbsp;ครั้ง&nbsp;ไตรมาสละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;&nbsp;โดยไตรมาสที่&nbsp;1&nbsp;ดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;โดยมีผู้เข้ารับบริการ&nbsp;จำนวน&nbsp;209&nbsp;ราย&nbsp;ไตรมาส&nbsp;2&nbsp;กำหนดจัด&nbsp;ในวันพุธที่&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลสาคู&nbsp;อ.ถลาง&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>โดยมีหน่วยงานที่ให้บริการ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;คลินิค&nbsp;และมีกิจกรรมเสริม&nbsp;</strong>อาทิ&nbsp;การจำหน่ายสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์กลุ่มเกษตรกร&nbsp;การถ่ายทอดความรู้&nbsp;เรื่องการปลูกทุเรียนเสริมราก&nbsp;และการเพาะเลี้ยงปลากัด&nbsp;และกิจกรรมเสริมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;การทำหมัน&nbsp;ฉีดวัคซีน&nbsp;แมว&nbsp;สุนัข&nbsp;ฟรี&nbsp;เป็นต้น&nbsp;สำหรับไตรมาส&nbsp;3&nbsp;จัดระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ดำเนินการในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;ส่วนไตรมาส&nbsp;4&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;กรกฏาคม-5&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;ดำเนินการในอำเภอถลาง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302181456760
417	ป.ป.ช.จังหวัดภูเก็ตเร่งขับเคลื่อนการป้องกันการทุจริตในจังหวัดภูเก็ต	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมชั้น&nbsp;2&nbsp;อาคารคอซิมบี้&nbsp;</strong>ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตหลังเก่า&nbsp;นายสุขสันต์&nbsp;ประสาระเอ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานป.ป.ช.จังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;&nbsp;คณะอนุกรรมการการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>นายสุขสันต์&nbsp;ประสาระเอ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประชุมในครั้งนี้&nbsp;</strong>เพื่อให้การดำเนินการของคณะอนุกรรมการการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตจังหวัดภูเก็ตเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;มีประสิทธิภาพ&nbsp;และมีผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการติดตามในเรื่องของการประเมินคุณธรรม</strong>และความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดภูเก็ต(ITA)ประจำปีงบประมาณ2565&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริตในภาครัฐในหน่วงงานเพื่อให้จังหวัดภูเก็ตปลอดจากการทุจริตต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302181646762
418	จังหวัดศรีสะเกษ เปิดลานถ่ายภาพ3มิติเป็นจุดเช็คอินรองลำดวนเกมส์	<p><strong>จังหวัดศรีสะเกษ-ผู้ว่าฯศรีสะเกษเปิดลานถ่ายภาพ&nbsp;3&nbsp;มิติ&nbsp;</strong>เป็นจุดเช็คอินรองรับนักกีฬาแห่งชาติครั้งที่47ศรีสะเกษเกมส์</p><p><strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;พร้อมนางมัลลิกา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ได้ร่วมเปิดพื้นที่งานศิลปะที่บริเวณลานต้นโพธิ์&nbsp;สร้างสรรค์งานศิลป์&nbsp;ปรับภูมิทัศน์หน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษให้มีความสวยงาม&nbsp;เป็นจุดเช็คอินรองรับนักกีฬาแห่งชาติครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการต่างได้สนใจร่วมถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์มือถือตามจุดต่างๆ&nbsp;ซึ่งหากยกกล้องขึ้นมุมสองประมาณ&nbsp;30&nbsp;องศา&nbsp;ภาพที่ถ่ายออกมาจะเป็นภาพ&nbsp;3&nbsp;มิติที่มีสีสันสวยงาม&nbsp;ซึ่งภาพวาดดังกล่าว&nbsp;ศิลปินคนศรีสะเกษใช้เวลาวาดถึง&nbsp;24&nbsp;วัน&nbsp;</p><p><strong>โดยมหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษได้ออกแบบปรับพื้นที่ทางเท้า</strong>&nbsp;มาบรรเลงลายเส้นและสีสันนำเสนอจุดเด่นสำคัญไว้ที่เดียว&nbsp;ตลอดจนวิถีหรืออัตลักษณ์ของชาวจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;&nbsp;มาเป็นลานถ่ายภาพ&nbsp;3&nbsp;มิติ&nbsp;เพื่อเป็นจุดเช็คอินที่ผู้มาเยือนต้องมาถ่ายรูปให้ได้&nbsp;โดยเฉพาะการต้อนรับทัพนักกีฬาและคณะ&nbsp;ที่จะเดินทางเข้าร่วมแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;25&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;และ&nbsp;กีฬาคนพิการ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;นครลำดวนเกมส์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302190419783
419	สนง.กษ.อำนาจเจริญ ร่วมพัฒนาศูนย์ราชการ สร้างจิตสำนึกการมีส่วนร่วมปรับภูมิทัศน์ให้บ้านเมืองสะอาด	<p><strong>นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</strong>มอบหมายข้าราชการและเจ้าหน้าที่กลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและโครงการพิเศษ&nbsp;และฝ่ายบริหารงานทั่วไป&nbsp;สำนักงานฯ&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ปรับปรุงภูมิทัศน์&nbsp;ทำความสะอาดบริเวณศูนย์ราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ตรงบริเวณพื้นที่รอบสระน้ำด้านทิศเหนือ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งเจ้าหน้าที่สำนักงานฯ&nbsp;ได้ช่วยกันเก็บขยะ&nbsp;</strong>กวาดเศษใบไม้&nbsp;เศษหญ้า&nbsp;นับเป็นการสร้างจิตสำนึกการมีส่วนร่วมในการรักษาพื้นที่ส่วนรวม&nbsp;ซึ่งเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติราชการ&nbsp;ให้เกิดความสะอาด&nbsp;สวยงาม&nbsp;และเป็นระเบียบเรียบร้อย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302191801795
420	ศรีสะเกษ !! ลุยตรวจคัดกรอง ATK หาเชื้อโควิด คณะผู้บริหารทต.หนองใหญ่	<p><strong>จังหวัดศรีสะเกษ-&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลหนองใหญ่&nbsp;</strong>ได้รับการอนุเคราะห์จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านปลาซิว&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาลตำบลหนองใหญ่ข้าราชการเทศบาลตำบลหนองใหญ่</p><p><strong>เทศบาลตำบลหนองใหญ่&nbsp;นำโดย&nbsp;นายเอกอมร&nbsp;มะโนรัตน์&nbsp;</strong>&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลหนองใหญ่ได้รับการอนุเคราะห์จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านปลาซิว&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาลตำบลหนองใหญ่ข้าราชการเทศบาลตำบลหนองใหญ่&nbsp;&nbsp;ผู้เข้ารับการอบรมพัฒนาศักยภาพสมาชิกสภา&nbsp;อบต.ใหม่&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมศรีลำดวนเมื่อวันที่&nbsp;15-16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;อาคารเรียนโรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลหนองใหญ่&nbsp;&nbsp;#ผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;รอบที่&nbsp;2&nbsp;ผลเป็นลบ&nbsp;(Negative)&nbsp;ทั้ง&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานเทศบาลตำบลหนองใหญ่เปิดให้บริการประชาชนทั่วไป</strong>ตามปกติในวันเวลาราชการสำหรับ&nbsp;พี่น้องประชาชนที่มาติดต่อราชการ&nbsp;ได้ให้ความร่วมมือใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;ใช้แอลกอฮอล์ล้างมือ&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302192005797
421	กษ.อำนาจเจริญร่วมประชุมคณะกรรมการดําเนินการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน	<p><strong>นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการดําเนินการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายศิริพันธ์&nbsp;ขุ่มด้วง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอํานาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานในการประชุม&nbsp;พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์&nbsp;ระดับความรุนแรงของภัยพิบัติ&nbsp;วิเคราะห์สถานการณ์&nbsp;ความเป็นไปได้&nbsp;พฤติการณ์&nbsp;ปัจจัยบ่งชี้ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ว่ามีความจําเป็นต้องดําเนินการป้องกันหรือยับยั้ง&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้ง&nbsp;การเสนอมาตรการแนวทางในการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติ</strong>&nbsp;การใช้จ่ายเงินทดรองราชการฯ&nbsp;ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดอํานาจเจริญ&nbsp;เพื่ออนุมัติใช้จ่ายเงินทดรองราชการ&nbsp;ซึ่งจังหวัดอํานาจเจริญได้รับการร้องขอรับการสนับสนุนการสูบส่งน้ําระยะไกล&nbsp;เพื่อแก้ไข&nbsp;ปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ตําบลกุดปลาดุก&nbsp;ตําบลนาผือ&nbsp;และตําบลนาหมอม้า&nbsp;อําเภอเมืองอํานาจเจริญ&nbsp;จํานวน&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;และตําบลหนองข่า&nbsp;อําเภอปทุมราชวงศา&nbsp;จํานวน&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;5&nbsp;จุด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กษ.อำนาจเจริญ&nbsp;ได้นำเรียนต่อที่ประชุมในเรื่อง</strong>&nbsp;การดำเนินการช่วยเหลือภัยพิบัติด้านเกษตร&nbsp;ปี&nbsp;2564</p><p>1)&nbsp;อุทกภัย&nbsp;ปี&nbsp;64&nbsp;จ.อำนาจเจริญ&nbsp;ได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อน&nbsp;เตี้ยนหมู่&nbsp;จ.อำนาจเจริญประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;25&nbsp;ตำบล&nbsp;&nbsp;157&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ครัวเรือนที่ประสบภัย&nbsp;4,054&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่ประสบภัย&nbsp;43,845&nbsp;ไร่</p><p>ผลการดำเนินงานให้ความช่วยเหลือ&nbsp;ศูนย์ติดตามฯ&nbsp;ได้ติดตาม&nbsp;ประเมินสถานการณ์&nbsp;ออกเยี่ยม&nbsp;ให้คำแนะนำในการดูแลผู้ประสบภัย&nbsp;และประเมินผลกระทบเบื้องต้น&nbsp;รวมทั้งได้จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ&nbsp;14&nbsp;เครื่อง&nbsp;รถบรรทุกน้ำ&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;สถานที่อพยพสัตว์&nbsp;28&nbsp;จุด&nbsp;สนับสนุนเสบียงอาหาร&nbsp;(หญ้าแห้ง)&nbsp;จำนวน&nbsp;830&nbsp;ฟ่อน&nbsp;และวัคซีน/เวชภัณฑ์&nbsp;สำหรับช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัย</p><p>ด้านพืช&nbsp;ขณะนี้&nbsp;อยู่ระหว่างขั้นตอนขอขยายวงเงินไปยังกรมบัญชีกลาง&nbsp;หากกรมบัญชีกลางอนุมัติ&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จะได้โอนเงินให้เกษตรกรต่อไป</p><p>ด้านประมง&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้โอนเงินช่วยเหลือเกษตรแล้วเมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p>2)&nbsp;โรคระบาดในสัตว์&nbsp;ชนิด&nbsp;โรคลัมปีสกิน&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;(โรคระบาดสัตว์&nbsp;ชนิดโรคลัมปีสกิน)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;56&nbsp;ตำบล&nbsp;607&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;31&nbsp;ชุมชน</p><p>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;มีการประชุม&nbsp;ก.ช.ภ.จ.&nbsp;(คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด)&nbsp;ผลการพิจารณาคณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินฯ&nbsp;กรณีโรคระบาดสัตว์&nbsp;ชนิดลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;1,676&nbsp;ราย&nbsp;โค&nbsp;1,789&nbsp;ตัว&nbsp;กระบือ&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;รวมสัตว์ทั้งสิ้น&nbsp;1792&nbsp;ตัว</p><p>รณรงค์การฉีดวัคซีนโรคลัมปีสกิน&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;54,480&nbsp;ตัว&nbsp;ฉีดไปแล้ว&nbsp;54,480&nbsp;ตัว&nbsp;ภาพรวมการฉีดวัคซีน&nbsp;100%ฃ</p><p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;ได้ดำเนินการส่งเอกสารหลักฐาน</strong>&nbsp;ไปยังกรมปศุสัตว์ส่วนกลางให้หน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบข้อมูล&nbsp;เรียบร้อยแล้ว&nbsp;ขณะนี้&nbsp;อยู่ระหว่างขั้นตอนขอขยายวงเงินไปยังกรมบัญชีกลาง&nbsp;หากกรมบัญชีกลางอนุมัติ&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จะได้โอนเงินให้เกษตรกรต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302192308799
422	อำเภอเมืองปัตตานี ร่วมมอบข้าวกล่องพระราชทาน ให้แก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ หมู่ 2 ตำบลปะกาฮะรัง	<p><strong>นายเศวต&nbsp;เพชรนุ้ย&nbsp;นายอำเภอเมืองปัตตานี&nbsp;/&nbsp;ผอ.ศปก.</strong>อ.เมืองปัตตานี&nbsp;ร่วมมอบข้าวกล่องพระราชทาน&nbsp;โดยโรงครัวพระราชทาน&nbsp;มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ยามยาก&nbsp;&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;&nbsp;ให้แก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายกเหล่ากาชาดปัตตานี&nbsp;นายณฐนน&nbsp;สุวรรณ์&nbsp;</strong>ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;บุคลากรที่ทำการปกครองอำเภอเมืองปัตตานี&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ร่วมมอบ&nbsp;ณ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลปะกาฮารัง&nbsp;อำเภอเมืองปัตตานี</p><p>ทั้งนี้&nbsp;ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302191448791
423	นอภ.โพธิ์ศรีสุวรรณรับโล่รางวัล อำเภอคุณธรรม ต้นแบบโดดเด่น	<p><strong>นายสุวรรณ&nbsp;เนตรเนติกุล&nbsp;นายอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ&nbsp;</strong>รับบมอบโล่รางวัลอำเภอคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ห้อง&nbsp;G&nbsp;5&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;อาคารหอศิลป์แห่งชาติกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;เขตห้วยขวางกรุงเทพมหานคร</p><p><strong>โดยรับมอบโล่รางวัลอำเภอคุณธรรมต้นแบบโดดเด่นจาก&nbsp;</strong>นายอิทธิพล&nbsp;คุณปลื้ม&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางยุพา&nbsp;ทวีวัฒนะกิจบวร&nbsp;ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;นายเกรียงศักดิ์&nbsp;บุญประสิทธิ์&nbsp;อธิบดีกรมการศาสนา&nbsp;ผู้แทนหน่วยงาน&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;จำนวน&nbsp;550&nbsp;รูป/คน&nbsp;ในพิธีมอบ&nbsp;โล่รางวัล&nbsp;โดยมีหน่วยงานของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เข้ารับรางวัล&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1)&nbsp;อำเภอคุณธรรม&nbsp;อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2)&nbsp;ชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดจำปา&nbsp;บ้านหัวนา&nbsp;ตำบลหนองแก้ว&nbsp;อำเภอกันทรารมย์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3)&nbsp;สำนักงานยุติธรรมจังหวัดศรีสะเกษ</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;นางเพชรลดา&nbsp;เนตรเนติกุล&nbsp;ภรรยานายอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ</strong>&nbsp;นางณัฐวดีนามวงษ์&nbsp;นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ&nbsp;นางสาววารุณี&nbsp;มหาผลนักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ&nbsp;สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เข้าร่วมพิธีดังกล่าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในการรับรางวัลอำเภอคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;</strong>พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ&nbsp;ได้เห็นความสำคัญในการส่งเสริมคุณธรรมในทุกภาคส่วน&nbsp;ซึ่งมีนโยบายส่งเสริมการขับเคลื่อนคุณธรรมในระดับชุมชน&nbsp;องค์กร&nbsp;อำเภอ&nbsp;และจังหวัด&nbsp;โดยกำหนดตัวชี้วัดและเกณฑ์การประเมินที่มีมาตรฐานกลางในการประเมินความสำเร็จ&nbsp;3&nbsp;ระดับ&nbsp;คือ&nbsp;ระดับส่งเสริมคุณธรรม&nbsp;ระดับคุณธรรม&nbsp;และระดับคุณธรรมต้นแบบ&nbsp;เพื่อบ่งบอกถึงกระบวนการในการพัฒนาคุณธรรมที่ได้มาตรฐาน&nbsp;และในปีงบประมาณพุทธศักราช&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;ได้มีการคัดเลือกในระดับคุณธรรมต้นแบบที่มีผลสัมฤทธิ์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในเชิงประจักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;235&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p>1.&nbsp;ชุมชนคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;จำนวน&nbsp;76&nbsp;ชุมชน&nbsp;</p><p>2.&nbsp;องค์กรคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;จำนวน&nbsp;84&nbsp;องค์กร</p><p>3.&nbsp;อำเภอคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;จำนวน&nbsp;70&nbsp;อำเภอ&nbsp;</p><p>4.&nbsp;จังหวัดคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;</p><p>เพื่อรับโล่รางวัลคุณธรรมต้นแบบโดดเด่นจากนายกรัฐมนตรี&nbsp;โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นผู้มอบโล่รางวัลดังกล่าว&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับทุกภาคส่วนที่เข้าร่วมการประเมิน&nbsp;และเป็นแรงจูงใจในการส่งเสริมและพัฒนาคุณธรรม&nbsp;เพื่อสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมคุณธรรมอย่างยั่งยืน</p><p><strong>การขับเคลื่อนอำเภอคุณธรรมในพื้นที่อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ</strong>&nbsp;นอกจากจะขับเคลื่อนตามแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;(พ.ศ.2559&nbsp;-&nbsp;2565)&nbsp;แล้ว&nbsp;โครงการดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำคัญของกรมการปกครองประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;(10&nbsp;Flagships&nbsp;to&nbsp;DOPA&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;2021)&nbsp;ซึ่งบรรจุ&nbsp;โครงการอำเภอคุณธรรม&nbsp;ต้นแบบ&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;10&nbsp;โครงการสำคัญ&nbsp;</p><p>โดยมุ่งเน้นการดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาในพื้นที่ตามแนวทาง&nbsp;3&nbsp;มิติ&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>1)&nbsp;ปฏิบัติตามหลักศาสนา&nbsp;</p><p>2)&nbsp;น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;</p><p>3)&nbsp;ดำเนินตามวิถีชีวิตที่ดีงาม</p><p><strong>ความสำเร็จของอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณเกิดจากการ</strong>น้อมนำหลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;มหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;คือ&nbsp;การระเบิดจากข้างใน&nbsp;เข้าใจ&nbsp;เข้าถึง&nbsp;พัฒนา&nbsp;และศาสตร์พระราชามาเป็นหลักในการปฏิบัติงาน&nbsp;ประกอบกับการใช้ทุนทางวัฒนธรรมของอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ&nbsp;ซึ่งคือ&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;วัด&nbsp;และราชการ&nbsp;หรือ&nbsp;บวร&nbsp;เป็นภูมิคุ้มกันและเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;หากพิจารณาถึงหลัก&nbsp;บวร&nbsp;มิใช่มีเพียง&nbsp;</strong>มิติเชิงสังคมและวัฒนธรรมเท่านั้น&nbsp;หากยังมีความสำคัญเป็นกลไกในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;นโยบายรัฐบาล&nbsp;นโยบายของกระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครอง&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;หน้าที่ของฝ่ายปกครอง&nbsp;คือ&nbsp;ทำให้ประชาชนทุกข์น้อยลง&nbsp;สุขมากขึ้น</p><p><strong>สำหรับในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ</strong>มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนอำเภอคุณธรรมเพื่อสร้าง&nbsp;อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณเป็นสังคมคุณธรรม&nbsp;ที่มีความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;และยั่งยืน&nbsp;โดยเฉพาะการรักษาวิถีชีวิตของประชาชนให้มีความผูกพันกับหลักธรรมทางศาสนา&nbsp;ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และวิถีวัฒนธรรมไทยอันดีงามโดยประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาคประชาชนในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302192901802
424	"หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ ร่วมพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดมหาราช บรมนาถบพิตร ""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย"" เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2565"	"<p><strong>นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;ว่าที่ร้อยโท&nbsp;ปุณณกิจ&nbsp;เชาว์น้อย&nbsp;สหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;,&nbsp;น.ส.จริยา&nbsp;วงศ์วีระ&nbsp;ปฏิรูปที่ดินจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;,&nbsp;นายไมตรี&nbsp;สายจันดา&nbsp;หัวหน้าสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์อำนาจเจริญ&nbsp;,&nbsp;นายสำรวย&nbsp;เฉลยบุญ&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอำนาจเจริญ&nbsp;และบุคลากรในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมใจกันเข้าร่วมพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ&nbsp;รวมถึงแสดงความจงรักภักดี&nbsp;เทิดทูนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;โดยมี&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานในพิธีฯ&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมพญานาครินทร์&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><br></p><p>Cr#&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302192715801
425	ศรีสะเกษ เตรียมจัดงาน วันสตรีสากล เสริมพลังสตรี ร่วมตัดสินใจ ลดผลกระทบภัยพิบัติจากธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และสมัชชาสตรีและครอบครัว ปี 2565	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาครอบครัวระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษกำหนดจัดงานสมัชชาครอบครัวจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ในวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;OTOP&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;โดยบูรณาการร่วมกับงานวันสตรีสากล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;และสมัชชาสตรีจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยมีการจัดเวทีเสวนา&nbsp;ในหัวข้อ&nbsp;การเสริมพลังสตรี&nbsp;และเด็กหญิงในการจัดการภัยพิบัติในภาวะวิกฤตจากภัยธรรมชาติอย่างมีมุมมองมิติเพศภาวะ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>กรมกิจการสตรี&nbsp;และสถาบันครอบครัว&nbsp;ได้กำหนดประเด็นหลักและประเด็นย่อย</strong>&nbsp;สำหรับจัดสมัชชาครอบครัวระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้ประเด็น&nbsp;การสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อครอบครัว&nbsp;โดยผู้เข้าร่วมงานสมัชชาครอบครัวจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จะได้ร่วมกันระดมความคิด&nbsp;และมาตรการ&nbsp;ในการขับเคลื่อน&nbsp;ประเด็น&nbsp;การจัดการพื้นที่เรียนรู้&nbsp;สำหรับครอบครัว&nbsp;การจัดสวัสดิการครอบครัว&nbsp;ในภาวะวิกฤติโควิด&nbsp;-19&nbsp;และการพัฒนากลไก&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับครอบครัว&nbsp;โดยการจัดกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินการจาก&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว&nbsp;126,800&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302192437800
426	ศรีสะเกษ ประชุมเตรียมความพร้อมรับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี	<p><strong>วานนี้&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมการรับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดห้องสมุดประชาชน&nbsp;เฉลิมราชกุมารี&nbsp;อำเภอราษีไศล&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ในวันจันทร์ที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;(เป็นการส่วนพระองค์)</p><p><strong>โดยมี&nbsp;พันเอก&nbsp;ชินวิช&nbsp;เจริญพิบูลย์&nbsp;รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;25</strong>&nbsp;นายสำรวย&nbsp;เกษกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดศรีสะเกษ(ท)&nbsp;ปลัดจังหวัด&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัด&nbsp;รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;สนง.กศน.จ.ศรีสะเกษ&nbsp;รองปลัด&nbsp;อบจ.ศรีสะเกษ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด&nbsp;นายอำเภอราษีไศล&nbsp;นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการอำเภอราษีไศล&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้บริหารสถานศึกษา&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนราษีไศล&nbsp;และห้องสมุดประชาชน&nbsp;เฉลิมราชกุมารี&nbsp;อำเภอราษีไศล&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302192124798
427	ศรีสะเกษ ประชุมคณะกรรมการจังหวัด	"<p><strong>ศรีสะเกษ&nbsp;""วัฒนา""&nbsp;ผู้ว่าฯ&nbsp;ศรีสะเกษเป็นประธานการประชุมคณะกรมการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565</strong></p><p><strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรมการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;ประจำเดือน&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><strong>โดยได้ดำเนินพิธีการ&nbsp;การประกาศเกียรติคุณ&nbsp;มอบรางวัลเป็นขวัญกำลังใจ&nbsp;การรายงาน&nbsp;ติดตามผลและพิจารณาแนวทางดำเนินงานของหน่วยงาน&nbsp;ดังนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;พิธีมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติในโอกาสได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขัน&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;TEEN&nbsp;DANCERCISE&nbsp;THAILAND&nbsp;CHAMPIONSHIP&nbsp;2022&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;ประเภท&nbsp;Junior&nbsp;(อายุ&nbsp;6-9&nbsp;ปีบริบูรณ์)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;พิธีมอบโล่รางวัลและใบประกาศนียบัตรแก่ผู้ที่ได้รับรางวัล&nbsp;""เพชรพลศึกษา""&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;พิธีมอบโล่รางวัลเกียรติบัตรและของที่ระลึกให้แก่เด็กและเยาวชนดีเด่นเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;พิธีมอบประกาศเกียรติคุณข้าราชการ&nbsp;ลูกจ้างประจำ&nbsp;และพนักงานราชการดีเด่น&nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;การนำเสนอกิจกรรมในห้วงเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ประกอบด้วยการดำเนินงานศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;,&nbsp;งานอาหารและอาภรณ์&nbsp;ของดี&nbsp;22&nbsp;อำเภอ&nbsp;ของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;,&nbsp;การขับเคลื่อนวาระจังหวัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;การดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ภารกิจสำคัญของกระทรวงต่างๆ&nbsp;ปฏิทินกิจกรรม&nbsp;&nbsp;และงานสำคัญในเดือนมีนาคม&nbsp;2565</p><p>การปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายสำรวย&nbsp;เกษกุล&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;</strong>นายนพ&nbsp;พงศ์ผลาดิสัย&nbsp;นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดศรีสะเกษ(ท)&nbsp;อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด&nbsp;รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;รทก.หัวหน้าสำนักงานจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายอำเภอทุกอำเภอ&nbsp;ผู้บริหารภาคเอกชน&nbsp;คณะกรมการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศรีพฤทเธศวร&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-center""><br></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302191830796
428	จังหวัดบึงกาฬ จัดพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา น้อมนำแนวพระดำริมาเป็นต้นแบบและพัฒนาต่อยอด เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ผ้าไทย	<p><strong>นายสนิท&nbsp;ขาวสอาด&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ</strong>&nbsp;ประธานในพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ในด้านการออกแบบเครื่องแต่งกายการอนุรักษ์ศิลปะหัตกรรมจากภูมิปัญญาพื้นถิ่นของไทย&nbsp;และประชาสัมพันธ์แบบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ให้กับกลุ่มทอผ้า&nbsp;และผู้ผลิตผ้าทุกกลุ่มทุกเทคนิค&nbsp;ได้นำลายพระราชทานไปเป็นต้นแบบและพัฒนาต่อยอด&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสิรินธรวัลลี&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;พร้อมทั้งคณะผู้บริหาร&nbsp;ข้าราชการและเหล่าพสกนิกรชาวจังหวัดบึงกาฬเข้าร่วมในพิธี</p><p><strong>ภายในพิธี&nbsp;ประธานเปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์</strong>สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;พร้อมทั้งกล่าวสำนึกในพระกรุณาธิคุณ&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;จากนั้นประธานในพิธี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&nbsp;เป็นผู้แทนพระองค์มอบผ้าพระราชทาน&nbsp;ให้แก่ผู้แทนนายอำเภอ&nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนนายกกิ่งกาชาดอำเภอ&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;คู่&nbsp;และผู้แทนกลุ่มทอผ้าจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;คู่&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านสะง้อ&nbsp;อำเภอเมืองบึงกาฬ&nbsp;2)&nbsp;กลุ่มสองมือพิมพ์&nbsp;อำเภอเมืองบึงกาฬ&nbsp;3)&nbsp;กลุ่มทอผ้าบ้านโนนศิลา&nbsp;อำเภอปากคาด&nbsp;4)&nbsp;กลุ่มทอผ้าบ้านนาดงน้อย&nbsp;อำเภอปากคาด&nbsp;5)&nbsp;กลุ่มทอผ้าบ้านสามหนอง&nbsp;อำเภอโซ่พิสัย&nbsp;6)&nbsp;กลุ่มทอผ้าแม่บ้านสามหนอง&nbsp;อำเภอโซ่พิสัย&nbsp;7)&nbsp;กลุ่มทอผ้าไหมแพรวา&nbsp;อำเภอศรีวิไล&nbsp;8)&nbsp;กลุ่มทอผ้าบ้านโชคอำนวย&nbsp;อำเภอบึงโขงหลง&nbsp;9)&nbsp;กลุ่มทอผ้าบ้านคำสมบูรณ์&nbsp;อำเภอบึงโขงหลง&nbsp;10)&nbsp;กลุ่มทอผ้าไหมบ้านโพธิ์หมากแข้ง&nbsp;อำเภอบึงโขงหลง&nbsp;11)&nbsp;ศูนย์ศิลปาชีพอำเภอบึงโขงหลง&nbsp;อำเภอบึงโขงหลง&nbsp;12)&nbsp;กลุ่มทอผ้ามัดหมี่ย้อมสีธรรมชาติบ้านท่าเชียงเครือ&nbsp;อำเภอเซกา&nbsp;13)&nbsp;กลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดงสาร&nbsp;อำเภอเซกา&nbsp;14)&nbsp;กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านศรีวิชัย&nbsp;อำเภอพรเจริญ&nbsp;15)&nbsp;กลุ่มทอผ้าศรีมงคล&nbsp;อำเภอพรเจริญ&nbsp;16)&nbsp;กลุ่มทอผ้าบ้านบุ่งคล้าทุ่ง&nbsp;อำเภอบุ่งคล้า</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดบึงกาฬมีความคาดหวังให้หน่วยงานภาคราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;เอกชน</strong>&nbsp;และประชาชนทั่วไป&nbsp;มีการใช้และสวมใส่ผ้าไทยอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และกลุ่มทอผ้าในจังหวัดบึงกาฬมีการนำลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ไปประยุกต์กับรูปแบบการทอที่แสดงถึงความเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;และสืบทอดภูมิปัญญาผ้าไทย&nbsp;ก่อให้เกิดการสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บึงกาฬ	สวท.บึงกาฬ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302191528792
429	กรมควบคุมมลพิษ บูรณาการกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริหารจัดการขยะมูลฝอยและผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อมให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ	<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;บูรณาการกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;บริหารจัดการขยะมูลฝอยและผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อมให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ</strong></p><p><br></p><p><br></p><p>นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ได้จับมือกับ&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;และสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;6&nbsp;จัดอบรมหลักสูตรผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;(EPU)&nbsp;ขึ้นที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-2&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ให้เป็นไปตามบันทึกข้อตกลง&nbsp;เพื่อมุ่งเน้นให้การจัดการสิ่งแวดล้อมของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นไปอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพที่สุด&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ได้มอบประกาศนียบัตรให้กับผู้เข้ารับการอบรมจำนวน&nbsp;150&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;โดยนางสมทรง&nbsp;พันธ์เจริญวรกุล&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ร่วมเป็นประธานมอบประกาศนียบัตรให้กับผู้เข้าอบรมดังกล่าว&nbsp;&nbsp;และมีนางสาวผุสดี&nbsp;เยี่ยมสวัสดิ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;6&nbsp;นายอนันต์&nbsp;ถ้ำทอง&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดฯ&nbsp;รวมถึงผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมในพิธี&nbsp;โดยการฝึกอบรมครั้งนี้มีวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;บรรยายและสาธิตการใช้เครื่องมือ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การตรวจวัดเสียง&nbsp;การตรวจเรื่องร้องเรียน&nbsp;การตรวจคุณภาพอากาศ&nbsp;และการบริหารจัดการขยะมูลฝอย&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302191608793
430	"ศรีสะเกษพร้อมใจน้อมรำลึก""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย"""	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ศรีสะเกษ-""วัฒนา""&nbsp;ผู้ว่าฯ&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็น&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็น&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงให้ความสำคัญในการพัฒนากำลังแรงงานสู่มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่มทั้งด้านการผลิตสินค้า&nbsp;และบริการ&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ&nbsp;สร้างการยอมรับในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและประชาคมโลก</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">การดำเนินพิธีการภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019(COVID-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โดยมีข้าราชการพลเรือน&nbsp;ตุลาการ&nbsp;อัยการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัด</strong>&nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&nbsp;หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;องค์กรเอกชน&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;องค์กรนายจ้างลูกจ้าง&nbsp;และภาคประชาชนเข้าร่วมพิธี&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนราชประชานุเคราะห์&nbsp;29&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302193155804
431	ชาวมหาสารคาม พร้อมต้อนรับผู้เข้าประกวด Mister Global 2021 จาก 38 ประเทศทั่วโลก	<p><strong>ที่ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม</strong>&nbsp;&nbsp;นายเกียรติศักดิ์&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;เป็นประธานประชุมมอบหมายภารกิจภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการเตรียมความพร้อม&nbsp;การจัดกิจกรรมประกวด&nbsp;Mister&nbsp;Global&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;Inspiring&nbsp;Gentleman&nbsp;สุภาพบุรุษ&nbsp;ผู้สร้างแรงบันดาลใจ&nbsp;และเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม&nbsp;โดยมีจุดประสงค์เพื่อรณรงค์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;การเรียนรู้ในประวัติศาสตร์ความเป็นไทยสู่การสร้างความสัมพันธ์อันดี&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ซึ่งมีผู้เข้าร่วมการประกวดมากกว่า&nbsp;38&nbsp;ประเทศ&nbsp;กำหนดจัดประกวดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมตักสิลา&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;โดยมีนายวิวัฒน์&nbsp;อินทร์ไทยวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;นายอนุพงศ์&nbsp;คำภูแก้ว&nbsp;ปลัดจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประกวดหนุ่มหล่อระดับโลก</strong>&nbsp;มิสเตอร์&nbsp;โกลบอล&nbsp;2021ครั้งที่&nbsp;7&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;&nbsp;(Inspiring&nbsp;Gentlemen)&nbsp;สุภาพบุรุษผู้สร้างแรงบันดาลใจ&nbsp;และเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม&nbsp;ซึ่งจะมีการจัดแถลงข่าวในวันที่&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา18.25&nbsp;-&nbsp;19.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม&nbsp;ต.ขามเรียง&nbsp;อ.กันทรวิชัย&nbsp;จ.มหาสารคาม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้เข้าร่วมประกวดจะร่วมทำกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ</strong>&nbsp;เพื่อร่วมรณรงค์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นไทยสู่การสร้างความสัมพันธ์อันดี&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมตักสิลา&nbsp;และในพื้นที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;พระธาตุนาดูน&nbsp;ชุมชนคุณธรรมนาดูน&nbsp;อำเภอนาดูน&nbsp;วัดป่าวังน้ำเย็น&nbsp;แกลลอรี่ภาพ&nbsp;3&nbsp;มิติ&nbsp;ค่ายมวยดาบรัน&nbsp;อำเภอเมืองมหาสารคาม&nbsp;สะพานไม้&nbsp;3&nbsp;ฤดู&nbsp;พระพุทธมิ่งเมือง&nbsp;อำเภอกันทรวิชัย&nbsp;สะพานไม้แกดำ&nbsp;วัดหนองหูลิง&nbsp;อำเภอแกดำ&nbsp;อำเภอป่าหนองชาด&nbsp;อำเภอเชียงยืน&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;</p><p><strong>จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;</strong>ร่วมภาคภูมิใจ&nbsp;ส่งต่ออัตลักษณ์ความเป็นไทย&nbsp;ให้คนทั้งโลกได้เห็นมหาสารคามมากกว่าที่เคย&nbsp;และเป็นเจ้าบ้านที่ดีด้วยการต้อนรับและให้กำลังใจผู้เข้าร่วมประกวด&nbsp;มิสเตอร์โกลบอล&nbsp;2021&nbsp;ครั้งที่&nbsp;7&nbsp;จาก&nbsp;38&nbsp;ประเทศทั่วโลก&nbsp;และร่วมลุ้นว่า&nbsp;ใครจะเป็นสุภาพบุรุษผู้สร้างแรงบันดาลใจ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;นี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สุจิตรา-ข่าว/สุวนันท์-ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มหาสารคาม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302193353806
432	"รายการ  ""ผู้ว่าคุยกับประชาชนอำนาจเจริญ"""	"<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ร่วมจัดรายการวิทยุ&nbsp;ความถี่&nbsp;FM&nbsp;103.25&nbsp;MHz.&nbsp;นายวีระพล&nbsp;บัวทอง&nbsp;ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ร่วมจัดรายการวันนี้&nbsp;ที่&nbsp;สวท.อำนาจเจริญ&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;สรุปสถานการณ์&nbsp;</strong>covid-19&nbsp;ภายในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;การรักษาโควิด&nbsp;-19&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;1766&nbsp;คน.&nbsp;ภายใน&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;จำแนกเป็น</p><p>เด็กอายุ&nbsp;5&nbsp;ปีจำนวน&nbsp;106&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;/&nbsp;เด็กประถมจำนวน&nbsp;186&nbsp;คน</p><p>มัธยมจำนวน&nbsp;166&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;/นักศึกษา&nbsp;จำนวน&nbsp;246&nbsp;คน</p><p>วัยทำงาน&nbsp;881&nbsp;คน.ผู้สูงอายุ&nbsp;181&nbsp;คน</p><p>เริ่มป่วยรักษา&nbsp;563&nbsp;คน&nbsp;รักษาที่โรงพยาบาล&nbsp;75&nbsp;คน</p><p>&nbsp;Ci&nbsp;จำนวน&nbsp;29&nbsp;คน.&nbsp;รักษาที่บ้านจำนวน&nbsp;459&nbsp;คน.</p><p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปี</strong>&nbsp;เป็น<strong>วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;</strong>&nbsp;จัดพิธีราชการพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร&nbsp;เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ท่านที่มีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทยและทรงพระปรีชาสามารถด้าน&nbsp;การชั่งรวมทั้งได้ทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้&nbsp;มีความเป็นมาตรฐาน&nbsp;และเพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน</p><p><strong>รายการผู้ว่าฯ&nbsp;เปิดสายคุยกับพี่น้องประชาชนชาวอำนาจเจริญ&nbsp;ติดต่อ&nbsp;045523070&nbsp;#&nbsp;045523508</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302203144810
433	นายอำเภอขุนหาญ ลงแขกเอามื้อสามัคคี ติดตามแปลงโคกหนองนา น้อมนำศาสตร์พระราชามุ่งพัฒนาอย่างยั่งยืน	"<p><strong>นายพรชัย&nbsp;วงศ์งาม&nbsp;นายอำเภอขุนหาญ&nbsp;ร่วมกิจกรรม</strong>&nbsp;""เอามื้อสามัคคีที่โคกหนองนา&nbsp;พช.""&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอมร&nbsp;ธุษาวัน&nbsp;พัฒนาการอำเภอขุนหาญ&nbsp;นางสาริณี&nbsp;&nbsp;คำศรี&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโนนแฝก&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และเกษตรกรที่เป็นเครือข่ายโคกหนองนาในพื้นที่อำเภอขุนหาญ&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;&nbsp;แปลงโคกหนองนาติมวิลา&nbsp;บ้านขี้เหล็ก&nbsp;ตำบลพราน&nbsp;อำเภอขุนหาญ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</p><p><strong>กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อกระตุ้นส่งเสริมครัวเรือน&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา</strong>&nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่&nbsp;""โคกหนองนาโมเดล""&nbsp;ได้ดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างครัวเรือน&nbsp;สร้างการรับรู้ให้ประชาชนทั่วไปได้เห็นถึงความสำเร็จและความคุ้มค่าของโครงการ&nbsp;ตลอดจนเครือข่ายครัวเรือนโคกหนองนาได้ทบทวนความรู้&nbsp;แลกเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาและการแก้ปัญหาต่างๆในแปลง&nbsp;</p><p><strong>โดยความสำเร็จของนางสาวติมวิลา&nbsp;วิลา&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ที่ศรัทธาในศาสตร์พระราชา</strong>&nbsp;ได้ศึกษาและลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง&nbsp;สร้างพื้นที่จากที่นาว่างเปล่ามาทำเป็นโคกหนองนา&nbsp;ปลูกไม้ป่าให้ความร่มรื่น&nbsp;และกำลังปลูกพืชอาหารและสมุนไพรเพิ่ม&nbsp;ทำให้เห็นเป็นต้นแบบว่าโคกหนองนาทำได้จริง&nbsp;หยุดท่วม&nbsp;หยุดแล้งได้จริง&nbsp;ในขณะที่พื้นที่รอบข้างยังคงประสบกับภัยแล้งและน้ำท่วม&nbsp;ซึ่งในภายภาคหน้าพื้นที่แห่งนี้ก็จะเป็นแหล่งอาหารปลอดภัยและเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากวิกฤตต่างๆ&nbsp;ได้อย่างสมบูรณ์แบบ&nbsp;โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมมาร่วมเรียนรู้ผ่านการทำกิจกรรมต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;การปล่อยปลา&nbsp;ทำแปลงปลูกผักอินทรีย์&nbsp;ปลูกพืชผักสวนครัวและสมุนไพร&nbsp;การปลูกไม้&nbsp;5&nbsp;ระดับ&nbsp;ห่มฟางใส่ปุ๋ยแห้งปุ๋ยน้ำ&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>นางสาวติมวิลา&nbsp;วิลา&nbsp;ได้เปิดเผยว่า&nbsp;มีความสุขและความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง</strong>ในการเป็นส่วนหนึ่งที่มีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;และดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โดยเฉพาะผลผลิตที่สามารถบริโภคและสามารถสร้างรายได้ให้แก่ครัวเรือนในปัจจุบัน&nbsp;อนาคตต่อไปจะมุ่งดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;และหลักกสิกรรมธรรมชาติ&nbsp;ที่ว่า&nbsp;""พอกิน&nbsp;พอใช้&nbsp;พออยู่&nbsp;พอร่มเย็น""&nbsp;หรือเศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐาน&nbsp;ที่ตนได้รับการฝึกอบรมมา&nbsp;และจะพัฒนาให้เป็นศูนย์เรียนรู้&nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนในการทำโคกหนองนา&nbsp;ขอขอบคุณกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;จังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน&nbsp;ผู้นำชุมชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง&nbsp;ที่เมตตาและให้การสนับสนุนจนสามารถนำพาความความมั่นคงทางอาหารและความอุดมสมบูรณ์&nbsp;และเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับพี่น้องประชาชนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ&nbsp;ไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)</p><p><strong>สำหรับแปลงโคกหนองนาติมวิลาแห่งนี้เป็นตัวอย่างความสำเร็จที่สะท้อนชัดว่า</strong>&nbsp;ศาสตร์พระราชาสามารถปฏิบัติได้จริง&nbsp;ด้วยความมุ่งมั่น&nbsp;สืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอดพระราชปณิธาน&nbsp;เพื่อสร้างสรรค์ชุมชน&nbsp;สร้างคน&nbsp;สร้างชาติ&nbsp;อย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302204025814
434	ชาวมหาสารคาม พร้อมต้อนรับผู้เข้าประกวด Mister Global 2021 จาก 38 ประเทศทั่วโลก	<p><strong>ที่ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม</strong>&nbsp;นายเกียรติศักดิ์&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;เป็นประธานประชุมมอบหมายภารกิจภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการเตรียมความพร้อม&nbsp;การจัดกิจกรรมประกวด&nbsp;Mister&nbsp;Global&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;Inspiring&nbsp;Gentleman&nbsp;สุภาพบุรุษ&nbsp;ผู้สร้างแรงบันดาลใจ&nbsp;และเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม&nbsp;โดยมีจุดประสงค์เพื่อรณรงค์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;การเรียนรู้ในประวัติศาสตร์ความเป็นไทยสู่การสร้างความสัมพันธ์อันดี&nbsp;&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ซึ่งมีผู้เข้าร่วมการประกวดมากกว่า&nbsp;38&nbsp;ประเทศ&nbsp;</p><p><strong>กำหนดจัดประกวดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมตักสิลา&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;โดยมีนายวิวัฒน์&nbsp;อินทร์ไทยวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;นายอนุพงศ์&nbsp;คำภูแก้ว&nbsp;ปลัดจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;&nbsp;และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประกวดหนุ่มหล่อระดับโลก</strong>&nbsp;มิสเตอร์&nbsp;โกลบอล&nbsp;2021ครั้งที่&nbsp;7&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;9&nbsp;&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;(Inspiring&nbsp;Gentlemen)&nbsp;สุภาพบุรุษผู้สร้างแรงบันดาลใจ&nbsp;และเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม&nbsp;ซึ่งจะมีการจัดแถลงข่าวในวันที่&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;18.25&nbsp;-&nbsp;19.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม&nbsp;ต.ขามเรียง&nbsp;อ.กันทรวิชัย&nbsp;จ.มหาสารคาม</p><p><strong>โดยผู้เข้าร่วมประกวดจะร่วมทำกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</strong>เพื่อร่วมรณรงค์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นไทยสู่การสร้างความสัมพันธ์อันดี&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมตักสิลา&nbsp;และในพื้นที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;พระธาตุนาดูน&nbsp;ชุมชนคุณธรรมนาดูน&nbsp;อำเภอนาดูน&nbsp;วัดป่าวังน้ำเย็น&nbsp;แกลลอรี่ภาพ&nbsp;3&nbsp;มิติ&nbsp;ค่ายมวยดาบรัน&nbsp;อำเภอเมืองมหาสารคาม&nbsp;สะพานไม้&nbsp;3&nbsp;ฤดู&nbsp;พระพุทธมิ่งเมือง&nbsp;อำเภอกันทรวิชัย&nbsp;สะพานไม้แกดำ&nbsp;วัดหนองหูลิง&nbsp;อำเภอแกดำ&nbsp;อำเภอป่าหนองชาด&nbsp;อำเภอเชียงยืน</p><p><strong>จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดมหาสารคาม</strong>&nbsp;ร่วมภาคภูมิใจ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่งต่ออัตลักษณ์ความเป็นไทย&nbsp;ให้คนทั้งโลกได้เห็นมหาสารคามมากกว่าที่เคย&nbsp;และเป็นเจ้าบ้านที่ดีด้วยการต้อนรับและให้กำลังใจผู้เข้าร่วมประกวด&nbsp;มิสเตอร์โกลบอล&nbsp;2021&nbsp;ครั้งที่&nbsp;7&nbsp;จาก&nbsp;38&nbsp;ประเทศทั่วโลก&nbsp;และร่วมลุ้นว่าใครจะเป็นสุภาพบุรุษผู้สร้างแรงบันดาลใจ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;9-15&nbsp;มีนาคม&nbsp;นี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มหาสารคาม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302204830821
435	ที่ปรึกษารัฐมนตรีแรงงาน ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ มอบสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค ให้ชาวบ้านโป่งลึก บางกลอย  ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19	<p><strong>ที่ปรึกษารัฐมนตรีแรงงาน&nbsp;ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ</strong>&nbsp;มอบสิ่งของเครื่องอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;ให้ชาวบ้านโป่งลึก&nbsp;บางกลอย&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโป่งลึก&nbsp;หมู่บ้านโป่งลึกบางกลอย&nbsp;ตำบลห้วยแม่เพรียง&nbsp;อำเภอแก่งกระจาน&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นางธิวัลรัตน์&nbsp;อังกินันทน์&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;จ.อ.อภิชาติ&nbsp;แก้วโกศล&nbsp;นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านลาด&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่มอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;อาหารสด&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;ให้แก่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;</p><p><strong>นางธิวัลรัตน์&nbsp;อังกินันทน์&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโป่งลึก&nbsp;บางกลอย&nbsp;เปิดเป็นศูนย์กักตัวของนักเรียนและประชาชนที่ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เนื่องจากเมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;พบผู้สงสัยว่าติดเชื้อโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;123&nbsp;คน&nbsp;จากจำนวนประชากรทั้งหมด&nbsp;1,088&nbsp;คน&nbsp;และต้องกักตัวจนถึงวันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ผู้ติดเชื้อไม่มีอาการ&nbsp;แต่ส่วนใหญ่ต้องการกลับบ้านพักอาศัยของตนเอง&nbsp;จึงต้องให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลห้วยแม่เพรียง&nbsp;พร้อมผู้ใหญ่บ้านชี้แจงขั้นตอนการกักตัวเพื่อไม่ให้แพร่เชื้อไปยังครอบครัว&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;ได้ประสานกาชาดจังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;จัดถุงยังชีพให้กับชาวบ้านกลุ่มแรกที่จะกลับบ้านพักจำนวน&nbsp;80&nbsp;ชุด&nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ยังมีการติดเชื้อในวงกว้างและเกิดคลัสเตอร์ในระดับชุมชน&nbsp;ในฐานะที่เป็นชาวจังหวัดเพชรบุรีและอยู่ในพื้นที่&nbsp;จึงได้ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เดินทางมายังศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโป่งลึก&nbsp;ซึ่งเป็นศูนย์กักตัวผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;เพื่อนำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;อาหารสด&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;และถุงยังชีพมามอบให้แก่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้ง&nbsp;ให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ทีมแพทย์&nbsp;พยาบาล&nbsp;บุคลากรทางการแพทย์</strong>โรงพยาบาลแก่งกระจานและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลห้วยแม่เพรียง&nbsp;ที่มาดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;และขอเป็นขวัญกำลังใจในการต่อสู้เพื่อให้รอดพ้นและก้าวข้ามสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี/2&nbsp;มี.ค.65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302205308829
436	ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา มอบถุงยังชีพพระราชทาน มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมถ์ แก่ครัวเรือนประสบอัคคีภัย ในพื้นที่อำเภอสูงเนิน	<p><strong>นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเชิญถุงยังชีพพระราชทาน&nbsp;มูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมถ์&nbsp;พร้อมด้วยนายไพฑูรย์&nbsp;มหาชื่นใจ&nbsp;นายอำเภอสูงเนิน&nbsp;กิ่งนายกเหลากาชาด&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดดนครราชสีมา&nbsp;ให้กับครัวเรือนประสบอัคคีภัย&nbsp;ในพื้นที่อำเภอสูงเนิน&nbsp;จุดที่&nbsp;1&nbsp;บ้านใหม่สมบูรณ์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ตำบลบุ่งขี้เหล็ก&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และจุดที่&nbsp;2&nbsp;บ้านโนนค่า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโนนค่า&nbsp;อำเภอสูงเนิน&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เพื่อเป็นสิ่งของในการดำรงชีพเบื้องต้น&nbsp;และเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ประสบภัย</p><p><strong>นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;มูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมถ์&nbsp;ได้มอบหมายจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เชิญสิ่งของในการดำรงชีพเบื้องต้น&nbsp;ประเภทเครื่องครัว&nbsp;เครื่องนอน&nbsp;ของกินของใช้ประจำวัน&nbsp;มามอบให้กับผู้ประสบอัคคีภัยในวันนี้&nbsp;เพื่อให้มีขวัญและกำลังใจ&nbsp;ในการต่อสู้ฝ่าฟัน&nbsp;ให้พ้นจากวิกฤติอัคคีภัยไปได้ด้วยดี&nbsp;</p><p><strong>มูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;พระบาทสมเด็จพระปรมินทร</strong>&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&nbsp;ให้ก่อตั้งเป็นมูลนิธิขึ้น&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2506&nbsp;จากเหตุการณ์มหาวตภัยที่แหลมตะลุมพุกจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2505&nbsp;เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ประสบภัยพิบัติต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในเบื้องต้น&nbsp;</p><p><strong>ส่วนการช่วยเหลือแบบยั่งยืนนั้นเป็นหน้าที่ของส่วนราชการ</strong>&nbsp;ตากฎหมาย&nbsp;มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ได้ยึดถือพระราชดำริมาปฏิบัติเป็นเวลากว่า&nbsp;58&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;นับเป็นมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยตรง&nbsp;ดังนั้น&nbsp;สิ่งที่พวกเราควรพร้อมใจกันทำถวายพระองค์ได้&nbsp;ก็คือ&nbsp;การเป็นคนดี&nbsp;คิดดี&nbsp;ทำดี&nbsp;เป็นประชาชนที่ดีของประเทศต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302205027824
437	"จังหวัดอำนาจเจริญ ประกอบพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย"""	"<p>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่หอประชุมพญานาครินทร์&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</p><p><strong>นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</strong>เป็นประธานประกอบพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;และมอบป้ายศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานและใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานให้กับโรงเรียนเอกวรรณวิชาชีพอำนาจเจริญ&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;คณะตุลาการ&nbsp;อัยการ&nbsp;ทหาร&nbsp;&nbsp;ตำรวจ&nbsp;&nbsp;</strong>หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;และประชาชน&nbsp;เข้าร่วมในพิธี&nbsp;ภายใต้มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;นอกจากนี้ทางสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานอำนาจเจริญได้จัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""ให้ผู้ร่วมพิธีได้เยี่ยมชมอีกด้วย</p><p><strong>คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ</strong>&nbsp;ให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;ถือเป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;รวมถึงมีการถวายพระราชสมัญญาแด่พระองค์ท่าน&nbsp;เป็น&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ท่านที่มีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;และทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทย</strong>ให้มีความเป็นมาตรฐาน&nbsp;และเพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน&nbsp;ในการเสด็จทรงเป็นประธานในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและการแข่งขันฝีมือช่างแห่งชาติ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2513&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;</p><p><strong>โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช</strong>&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ได้มีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า&nbsp;""ช่างทุกประเภท&nbsp;เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของคนทุกคนเพราะตลอดชีวิตของคนเรา&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการสิ่งต่างๆ&nbsp;ที่ได้มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่สนับสนุนจากทุกๆ&nbsp;ฝ่ายยิ่งในสมัยปัจจุบัน&nbsp;วิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้ายิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษ&nbsp;&nbsp;เพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง&nbsp;ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการ""&nbsp;ถือเป็นอีกหนึ่งวันที่มีความพิเศษต่อช่างฝีมือแรงงานไทยทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302204424816
438	ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เดินทางเยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลมิตรผลอำนาจเจริญ	<p><strong>นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอาทิตย์&nbsp;อิงคุทานนท์&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดอำนาจเจริญและเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เดินทางเข้าเยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลมิตรผลอำนาจเจริญ&nbsp;จำกัด&nbsp;ตำบลน้ำปลีก&nbsp;อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;&nbsp;เพื่อดูกระบวนการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในโรงงานและนโยบายในการรับซื้ออ้อยไฟไหม้ในฤดูกาลหน้า&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;เจ้าหน้าที่โรงงานน้ำตาลมิตรผลอำนาจเจริญ&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong>ให้การต้อนรับพร้อมพาเยี่ยมชมโรงงาน&nbsp;โดยทางโรงงานมีการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดซึ่งมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ในการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในโรงงานไม่ให้กระทบกับสิ่งแวดล้อมและชุมชนรอบข้างทั้งเรื่องของน้ำเสียและฝุ่นควันจากกระบวนการผลิต&nbsp;และการให้ชุมชนได้ประโยชน์จากการบริหารจัดการระบบน้ำเสียมีโดยมีแปลงปลูกต้นฤาษีและต้นกกซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตเสื่อกก&nbsp;เครื่องจักสานและผลิตภัณฑ์จากกกต่างๆโดยให้ชาวบ้านมาตัดได้ฟรี&nbsp;อีกทั้งมีกองทุนในการช่วยเหลือชุมชนรอบข้างทั้งในเรื่องของสาธารณะประโยชน์และการสร้างอาชีพในชุมชน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302204621820
439	"พ่อเมืองกำแพงเพชรให้โอวาทนักกีฬา และเจ้าหน้าที่ที่จะเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 47 ""ศรีสะเกษเกมส์"""	"<p><strong>ด้วยนักกีฬาจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;ได้ผ่านการคัดเลือกเป็นตัวแทนภาค&nbsp;5</strong>&nbsp;เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;""ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;""&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ชนิดกีฬา&nbsp;รวมนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทั้งสิ้น&nbsp;154&nbsp;คน</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงาน</strong>การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;ณ&nbsp;สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;&nbsp;นายเชาวลิตร&nbsp;แสงอุทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;ได้ให้โอวาทนักกีฬา&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่จะเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;""ศรีสะเกษเกมส์""&nbsp;พร้อมมอบงบประมาณค่าเบี้ยเลี้ยง&nbsp;ค่าพาหนะเดินทางนักกีฬาและเจ้าหน้าที่&nbsp;จากการกีฬาแห่งประเทศไทย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;จำนวน&nbsp;823,836&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับเจ้าหน้าที่&nbsp;และนักกีฬาที่จะเดินทางไปแข่งขันกีฬา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;/&nbsp;ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-02-03T00:00:00	NULL	กำแพงเพชร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302203806813
440	"จังหวัดกำแพงเพชรจัดพิธีวางพานพุ่มเพื่อถวายพระราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย"" และวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2565"	"<p><strong>สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2513</strong>&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ&nbsp;เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันฝีมือช่างแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;</p><p><strong>กรมแรงงานสังกัดกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้นเป็นเจ้าภาพ&nbsp;</strong>การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนั้นแสดงให้เห็นถึงพระราชหฤทัยในการเล็งเห็นถึงความสำคัญของการช่างไทย&nbsp;โดยในครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ได้มีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า&nbsp;""&nbsp;ช่างทุกประเภท&nbsp;เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของคนทุกคนเพราะตลอดชีวิตของคนเรา&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการสิ่งต่างๆ&nbsp;ที่ได้มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่สนับสนุนจากทุกๆ&nbsp;ฝ่ายยิ่งในสมัยปัจจุบัน&nbsp;วิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้ายิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษเพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง&nbsp;ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการ""</p><p><strong>คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงาน</strong>&nbsp;เสนอให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;ถือเป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;รวมถึงมีการถวายพระราชสมัญญาแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ว่า&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชการลที่&nbsp;9&nbsp;ที่พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถทางการช่างและเป็นแบบอย่างและแรงใจต่อแรงงานไทยทุกคน</p><p><strong>โดยวันนี้&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;ที่หอประชุมศูนย์ราชการ</strong>จังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;นายเชาวลิตร&nbsp;แสงอุทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;เป็นประธานในพิธี&nbsp;วางพานพุ่มเพื่อถวายพระราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;และวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ศาล&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;เข้าร่วมในพิธีกันอย่างพร้อมเพรียง&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมใหญ่ศูนย์ราชการจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;/&nbsp;ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กำแพงเพชร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302211002843
441	จังหวัดบึงกาฬ จัดพิธีถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยมหาราช บรมนาถบพิตร พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย	<p><strong>ณ&nbsp;ห้องแกรนด์บอลรูม&nbsp;โรงแรมบีเค&nbsp;จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;</strong>นายสนิท&nbsp;ขาวสอาด&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;เป็นประธานวางพานพุ่มดอกไม้&nbsp;จุดธูป-เทียน&nbsp;เครื่องทองน้อย&nbsp;และนำกล่าวถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เนื่องในวันพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ศาล&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้แทนองค์กรภาครัฐและเอกชน&nbsp;เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บึงกาฬ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302212200845
442	จังหวัดบึงกาฬ จัดพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา น้อมนำแนวพระดำริในการยกระดับผลิตภัณฑ์ผ้าไทย	<p><strong>นายสนิท&nbsp;ขาวสอาด&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;</strong>ประธานในพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ในด้านการออกแบบเครื่องแต่งกายการอนุรักษ์ศิลปะหัตกรรมจากภูมิปัญญาพื้นถิ่นของไทย&nbsp;และประชาสัมพันธ์แบบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ให้กับกลุ่มทอผ้า&nbsp;และผู้ผลิตผ้าทุกกลุ่มทุกเทคนิค&nbsp;ได้นำลายพระราชทานไปเป็นต้นแบบและพัฒนาต่อยอด&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสิรินธรวัลลี&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;พร้อมทั้งคณะผู้บริหาร&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;และเหล่าพสกนิกรชาวจังหวัดบึงกาฬเข้าร่วมในพิธี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บึงกาฬ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302212006844
443	นอภ.อำเภอขุนหาญ เปิดการประชุมหัวหน้าส่วนราชการฯ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้บริหาร อปท. ปลัดอำเภอ และกำนัน ประจำเดือนมีนาคม 65	"<p><strong>นายพรชัย&nbsp;วงศ์งาม&nbsp;นายอำเภอขุนหาญ</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมหัวหน้าส่วนราชการฯ&nbsp;หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานศึกษา&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;อปท.&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;และกำนัน&nbsp;ประจำเดือนมีนาคม&nbsp;65&nbsp;โดยนายอำเภอและหัวหน้าส่วนราชการชี้แจงข้อราชการสำคัญจากจังหวัดและหน่วยงานต่างๆ&nbsp;เช่น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;""ศรีสะเกษเกมส์""&nbsp;และกีฬาคนพิการแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;""นครลำดวนเกมส์""ระหว่างวันที่&nbsp;30มี.ค-3&nbsp;เม.ย.65&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.การบังคับใช้กฎหมายควบคุมการบริโภคยาสูบในสถานที่ราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;และสถานประกอบการของเอกชน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302222252865
444	ปลัดจังหวัดปัตตานีลงพื้นที่อำเภอเมืองปัตตานีตรวจติดตาม ประเมินรับรอง มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร (COVID-Free Setting)	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศรีสะบารัง</strong>&nbsp;ที่ว่าการอำเภอเมืองปัตตานี&nbsp;นายยะห์ยา&nbsp;ปะนาฆอ&nbsp;ปลัดจังหวัดปัตตานีในฐานะประธานคณะทำงานตรวจ&nbsp;ติดตาม&nbsp;ประเมินรับรอง&nbsp;มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;(COVID-Free&nbsp;Setting)&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;เป็นประธานการประชุมรับฟังผลการดำเนินงานตามมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;(COVID-Free&nbsp;Setting)&nbsp;ของอำเภอเมืองปัตตานี&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;คณะทำงานตรวจ&nbsp;ติดตาม&nbsp;ประเมินรับรอง</strong>&nbsp;มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;(COVID-Free&nbsp;Setting)&nbsp;จังหวัดปัตตานี,&nbsp;สาธารณสุขอำเภอเมืองปัตตานี,&nbsp;ปลัดอำเภอเมืองปัตตานี&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;จากนั้น&nbsp;ปลัดจังหวัดปัตตานีพร้อมคณะ&nbsp;ได้เดินทางลงพื้นที่สุ่มตรวจสถานที่&nbsp;(Setting)&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อตรวจสอบและให้คำแนะนำในการดำเนินการภายใต้มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;(COVID-Free&nbsp;Setting)&nbsp;ให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานและข้อกำหนด&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>1.ตลาดสดเทศบาลเมืองปัตตานี</p><p>2.มัสยิดกลางปัตตานี</p><p>3.ร้านอาหารมาอัฟ</p><p>4.ศูนย์การค้าไดอาน่าคอมเพล็กซ์&nbsp;ปัตตานี</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการป้องกัน</strong>ควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302221739861
445	ปลัดจังหวัดชัยนาท เผยการจัดงานมหกรรมหุ่นฟางนกและของดีศรีท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท ประจำปี 2565 ครั้งที่ 37 ในรูปแบบ New Normal โดยงดการแสดงคอนเสิร์ตและดนตรี เน้นการแสดงออกด้านศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นเท่านั้น	<p><strong>นายยุทธพร&nbsp;พิรุณสาร&nbsp;ปลัดจังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;กล่าวในรายการ&nbsp;ผู้ว่าราชการชัยนาทพบประชาชน&nbsp;ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;ว่า&nbsp;การจัดงานมหกรรมหุ่นฟางนกและของดีศรีท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11&nbsp;&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เขื่อนเรียงหินและสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท&nbsp;โดยจะมีการเปิดงานในวันศุกร์ที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เริ่มตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;มีขบวนแห่วัฒนธรรมประเพณีที่สะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมประจำถิ่นของแต่ละพื้นที่&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;จากนั้นเวลา&nbsp;19.00&nbsp;น.&nbsp;พิธีเปิดงานโดยผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาทเป็นประธาน&nbsp;พร้อมการมอบรางวัลการประกวดขบวนแห่วัฒนธรรม&nbsp;และการเปิดร้านสกุณากาชาด&nbsp;ของเหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท</p><p><strong>ส่วนการจัดกิจกรรมภายในงานฯ&nbsp;มีการจัดแสดงสวนนก&nbsp;หุ่นฟางนก&nbsp;</strong>ทั้งประเภทสวยงาม&nbsp;ประเภทความคิด&nbsp;และโมบายนก&nbsp;ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม&nbsp;พร้อมมุมถ่ายภาพอย่างสวยงาม&nbsp;ส่วนการแสดงด้านบันเทิงนั้นเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอนที่มีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว&nbsp;ดังนั้นทางจังหวัดชัยนาทจึงได้งดการจัดแสดงดนตรีและคอนเสิร์ตในปีนี้&nbsp;แต่จะมีเพียงการจัดแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;ลิเกชัยนาท&nbsp;โดยการสนับสนุนของกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;นอกจากนี้ในมาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19&nbsp;ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาทได้ให้ความสำคัญและเน้นย้ำการจัดแบบในรูปแบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;เริ่มจากขบวนแห่วัฒนธรรมประชาชนที่ร่วมขบวนแห่ทุกคนต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;และทั้งรายชื่อและผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยนาท&nbsp;ตรวจสอบทุกราย&nbsp;เพื่อคัดกรองก่อน&nbsp;เพื่อตรวจสอบและง่ายต่อการควบคุม&nbsp;ส่วนร้านค้าที่จำหน่ายในงาน&nbsp;ทางจังหวัดได้เชิญผู้ประกอบการมาประชุมชี้แจงทำความเข้าใจก่อนแล้ว&nbsp;พร้อมทั้งให้มีการส่งผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;เช่นกัน&nbsp;และตลอดการจัดงานผู้ค้าขายในงานทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทุก&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการเดียวกับที่ทางจังหวัดดำเนินการกับผู้ค้าในตลอดภาษีซุงและตลาดพื้นที่อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ในจังหวัดชัยนาท&nbsp;ซึ่งหากผู้ค้าขายมีการละเลยไม่ปฏิบัติตาม&nbsp;ทางจังหวัดจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดคือให้ปิดร้านค้าทันที&nbsp;ทั้งนี้จะมีเจ้าหน้าที่ออกสุ่มตรวจตลอดระยะเวลาของการจัดงานฯ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับประชาชนที่มาเที่ยวงาน&nbsp;ขอความร่วมมือสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์</strong>&nbsp;ตลอดเวลา&nbsp;หากไม่สวมหน้ากากอนามัยจะไม่อนุญาตให้เข้ามาเที่ยวงาน&nbsp;หรือหากลืมนำติดตัวมาจะมีจำหน่ายบริเวณหน้างาน&nbsp;รวมทั้งมีบริการเจล/แอลกอฮอล์ล้างมือ&nbsp;ตามจุดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;รวม&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;และกิจกรรม&nbsp;ตักไข่สกุณา&nbsp;ณ&nbsp;ร้านกาชาดจังหวัดชัยนาท&nbsp;จะมีการกำหนดจุดยืนที่เว้นระยะห่างของประชาชน&nbsp;และเจ้าหน้าที่บริการต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเช่นกัน&nbsp;พร้อมฉากกั้นเพื่อป้องกันอย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ย้ำว่างานมหกรรมหุ่นฟางนกและของดีศรีท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;ไม่มีการแสดงดนตรีหรือคอนเสิร์ต&nbsp;อย่างเด็ดขาด&nbsp;แต่ป้ายประชาสัมพันธ์ตามเส้นทางต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อาจยังมีอยู่&nbsp;แต่ยืนยันว่าไม่มีการจัดดนตรีและคอนเสิร์ตแน่นอน&nbsp;รวมทั้งไม่มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&nbsp;หรือการอนุญาตให้ดื่มสุราในร้านอย่างเด็ดขาด&nbsp;รวมทั้งไม่มีร้านจำหน่ายสินค้าที่เข้าข่ายการพนันหรือสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สวท.ชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302223556868
446	อุตสาหกรรมจังหวัดปัตตานีประชุมหารือชี้แจงกรอบแนวทางการประเมิน คุณธรรมและความโปร่งใส(ITA)	<p><strong>นางสาวมาลี&nbsp;ทองเกลี้ยง&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดปัตตานี&nbsp;</strong>เป็นประธานในการประชุมประจำเดือนของสำนักงานฯ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปัตตานี&nbsp;เพื่อร่วมกันหารือแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานตามภารกิจของกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;รวมถึงการติตตามผลการปฏิบัติงานของแต่ละกลุ่มงานให้เป็นไปตามแผนงาน/โครงการและเป้าหมายที่วางไว้&nbsp;รวมถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหา/อุปสรรคในการดำเนินงานเพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น&nbsp;อีกทั้งได้มีการชี้แจงกรอบแนวทางการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;(ITA)&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302224229870
447	ศรีสะเกษ รวมพลังจิตอาสาศรีสะเกษปรับภูมิทัศน์สนามกีฬากลาง	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ณ&nbsp;สนามกีฬากลางจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;นายสำรวย&nbsp;เกษกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ประธานพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;&nbsp;เราทำความดี&nbsp;เพื่อชาติ&nbsp;ศาสน์&nbsp;กษัตริย์&nbsp;ที่สนามกีฬากลางจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เพื่อรองรับในการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5-25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และกีฬาคนพิการแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;นครลำดวนเกมส์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดย&nbsp;การกีฬาแห่งประเทศไทยได้ให้เกียรติจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในครั้งนี้</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">โดยมี&nbsp;นายชนินทร์&nbsp;คุ้มใหญ่โต&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย&nbsp;(กกท.)&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;พ.ต.อ.ฉัตรพัฒน์&nbsp;&nbsp;แก้วจันดี&nbsp;รอง&nbsp;ผบก.ฯ&nbsp;ปรก.ภ.จว.ศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมข้าราชการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ตลอดจน&nbsp;ประชาชนจิตอาสาพระราชทานจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;&nbsp;เพื่อให้ทุกภาคส่วน&nbsp;ได้มีส่วนร่วมในการดูแล&nbsp;รักษาความสะอาดและพัฒนาภูมิทัศน์ในพื้นที่&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;อีกทั้งเป็นการร่วมแสดงความจงรักภักดี&nbsp;และความร่วมมือ&nbsp;ร่วมใจ&nbsp;มุ่งมั่นทำความดีเพื่อประโยชน์ส่วนรวม</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">นายสำรวย&nbsp;เกษกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ตามแนวพระราชดำริ&nbsp;เราทำความดีเพื่อ&nbsp;ชาติ&nbsp;ศาสน์&nbsp;กษัตริย์&nbsp;ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกร&nbsp;ทุกหมู่เหล่า&nbsp;มีความสมัครสมาน&nbsp;สามัคคี&nbsp;ร่วมมือ&nbsp;ร่วมใจ&nbsp;ประกอบกิจกรรมสาธารณะ&nbsp;เพื่อประโยชน์สุขของชุมชนส่วนรวม&nbsp;โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน&nbsp;เพื่อให้เกิดความรัก&nbsp;ความผูกพันใน&nbsp;4&nbsp;สถาบันหลักของชาติ&nbsp;คือ&nbsp;สถาบันชาติ&nbsp;สถาบันศาสนา&nbsp;สถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;และประชาชน&nbsp;กิจกรรม&nbsp;จิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์&nbsp;ทำความสะอาด&nbsp;สนามกีฬากลางเทศบาลเมืองเบตง&nbsp;เป็นกิจกรรมตามแนวพระราโชบายที่มุ่งส่งเสริมให้มีการพัฒนาสิ่งแวดล้อม&nbsp;สิ่งสาธารณประโยชน์&nbsp;และการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน&nbsp;อย่างยั่งยืน</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-center""><br></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302230317872
448	พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดสกลนคร ร่วมสวดมนต์ทำวัตรเย็น ในวันธรรมสวนะ	<p><strong>พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดสกลนคร&nbsp;ร่วมสวดมนต์ทำวัตรเย็น&nbsp;เวียนเทียนรอบองค์พระธาตุเชิงชุม&nbsp;ในวันธรรมสวนะ&nbsp;ที่วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร&nbsp;หลังห่างหายไป&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</strong></p><p><br></p><p><strong>ที่บริเวณลานวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร&nbsp;อำเภอเมืองสกลนคร&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;</strong>คณะสงฆ์&nbsp;พร้อมด้วยอุบาสก&nbsp;อุบาสิกา&nbsp;และพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดสกลนคร&nbsp;ร่วมสวดมนต์ทำวัตรเย็น&nbsp;เนื่องในวันธรรมสวนะ&nbsp;โดยกำหนดเดือนละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;คือในวันขึ้น&nbsp;15&nbsp;ค่ำ&nbsp;และวันแรม&nbsp;15&nbsp;ค่ำ&nbsp;ซึ่งเป็นวันพระใหญ่&nbsp;หลังจากที่ก่อนหน้านี้&nbsp;มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;จึงจำเป็นต้องงดกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;และเมื่อสถานการณ์คลี่คลายและประชาชนสามารถปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;จึงได้กำหนดให้มีการจัดกิจกรรม&nbsp;สวดมนต์ทำวัตรเย็นขึ้น&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวเพ็ญประภา&nbsp;แพงไทย&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสกลนคร&nbsp;เป็นประธานฝ่ายฆราวาส&nbsp;พระรัตนากรวิสุทธิ์&nbsp;รองเจ้าคณะจังหวัดสกลนคร&nbsp;เจ้าอาวาสวัดทุ่ง&nbsp;อำเภออากาศอำนวย&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;ในนามคณะสงฆ์จังหวัดสกลนคร&nbsp;เป็นประธานฝ่ายสงฆ์&nbsp;พร้อมนำสวดมนต์ทำวัตรเย็น&nbsp;และเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุเชิงชุม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การสวดมนต์ทำวัตรทุกเช้า-เย็น&nbsp;และสวดมนต์ทุกวัน</strong>&nbsp;ถือได้ว่าเป็นการสวดยกย่องความดีของทุทธเจ้า&nbsp;พระธรรม&nbsp;และพระสงฆ์&nbsp;เป็นการชำระจิตใจให้สงบและยังได้ความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302231016873
449	สพป.อำนาจเจริญ ร่วมพิธีถวายราชสักการะ พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย	<p><strong>นายอดุลย์&nbsp;กองทอง&nbsp;ผอ.สพป.อำนาจเจริญ&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายณรงศักดิ์&nbsp;จันทรังษี&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.สพป.อำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วยบุคลากรสังกัด&nbsp;สพป.อำนาจเจริญ&nbsp;เป็นตัวแทนเข้าร่วมพิธีถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานในพิธี&nbsp;และข้าราชการทุกภาคส่วนในจังหวัดอำนาจเจริญเข้าร่วมพิธี&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมพญานาครินทร์&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302233548877
450	ร่วมประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทั่วประเทศ ครั้งที่ 22565 ผ่านระบบ Video Conference	<p>วั<strong>นที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นายอดุลย์&nbsp;กองทอง</strong>&nbsp;ผอ.สพป.อำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;คณะ&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.สพป.อำนาจเจริญ&nbsp;และบุคลากร&nbsp;&nbsp;สพป.อำนาจเจริญ&nbsp;&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;ผ่านระบบทางไกล&nbsp;(Video&nbsp;&nbsp;Conference)&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>เพื่อรับมอบนโยบายและการติดตามผล</strong>การดำเนินงานตามนโยบาย&nbsp;จากท่านอัมพร&nbsp;พินะสา&nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;&nbsp;โดย&nbsp;รับชม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;3&nbsp;สพป.อำนาจเจริญ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303075930879
451	"ร่วมพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย"	"<p><strong>นายวชิระ&nbsp;กว้างขวาง&nbsp;ประมงจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวอุไร&nbsp;พันเอ็ด&nbsp;เจ้าพนักงานประมงปฎิบัติงาน&nbsp;พร้อมด้วยนายกัณฑ์เอนก&nbsp;บรรลือ&nbsp;เจ้าหน้าที่ประมง&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ร่วมพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;&nbsp;""พระบิดาแห่งการช่างไทย""&nbsp;</p><p><strong>เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2556</strong>&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมพญานาคราช&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานในพิธี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#ประมงจังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303080126880
452	"สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอำนาจเจริญ พิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย"""	"<p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมพระญานาครินทร์&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัด&nbsp;ตำบลโนนหนามแท่ง&nbsp;อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;นายเฉลียว&nbsp;หวังค้ำกลาง</strong>&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;มอบหมายให้นางอภิญญา&nbsp;รัตนเรืองรุ่ง&nbsp;ผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วยนายบวร&nbsp;วงษ์ชม&nbsp;หัวหน้าฝ่ายป้องกันและปฏิบัติการ&nbsp;นางสาวปรีดาพร&nbsp;ดวงจันทร์&nbsp;หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์และการจัดการ&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เข้าร่วมพิธีฯ&nbsp;ในครั้งนี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303112857982
453	อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ประชุมแจ้งข้อราชการ แก่ผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่นำไปปฏิบัติ	<p><strong>ที่ห้องประชุมอำเภอบัวเชด&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;อำเภอบัวเชด&nbsp;จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;จัดประชุมหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หัวหน้ารัฐวิสาหกิจ&nbsp;ปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;คณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอบัวเชด&nbsp;และคณะกรรมการรักษาความสงบเรียบร้อยส่วนภูมิภาคอำเภอบัวเชด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;เพื่อที่ได้รับจากการประชุมประจำเดือนของกรมการจังหวัดและนโยบายของข้อสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;นายพิศาล&nbsp;เค้ากล้า&nbsp;นายอำเภอบัวเชด&nbsp;เป็นประธานการประชุม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303112757981
454	จ.มุกดาหาร ตรวจประเมินผลงานตามโครงการหนึ่งจังหวัดหนึ่งศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบระดับจังหวัดประจำปี 2565	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารมอบหมายให้คณะกรรมการตรวจประเมินผลงานตามโครงการหนึ่งจังหวัดหนึ่งศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบระดับจังหวัดประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบ&nbsp;บ้านหนองโอใหญ่&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;อำเภอหนองสูง&nbsp;และ&nbsp;บ้านหนองบัว&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลหนองบัว&nbsp;อำเภอดงหลวงจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ซึ่ง&nbsp;กรมการปกครองกำหนดให้อำเภอ&nbsp;878&nbsp;อำเภอ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;จัดตั้ง&nbsp;ศูนย์เรียนรู้&nbsp;โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริระดับอำเภอเพื่อเป็นศูนย์ถ่ายทอดองค์ความรู้ในการขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;หลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาทิเบศรมหาภูมิพลอดุลเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตรและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ไปสู่ประชาชนในพื้นที่เพิ่อให้ประชาชนนำแนวคิดและหลักปฏิบัติไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้&nbsp;ที่อำเภอหนองสูง&nbsp;นายปิติณัช&nbsp;นิธิศธานี&nbsp;นายอำเภอหนองสูง&nbsp;พร้อมหัวหน้าหน่วยงานระดับอำเภอกล่าวต้อนรับและแนะนำหัวหน้าศูนย์ฯ&nbsp;สวนบูมสมใจเกษตรอินทรีย์&nbsp;&nbsp;ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่&nbsp;234&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;บ้านหนองบัวใหญ่&nbsp;ตำบลโนนยาง&nbsp;อำเภอหนองสูง&nbsp;นายปาริชาติ&nbsp;ปัททุม&nbsp;สมาชิกเครือข่าย&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</p><p><strong>หัวหน้าศูนย์ฯ&nbsp;""สวนบูมสมใจเกษตรอินทรีย์""&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;ตนได้ดำเนินชีวิตภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยทำการเกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;และประยุกต์ใช้ความรู้เกษตรทฤษฏีใหม่&nbsp;บนเนื้อที่&nbsp;37&nbsp;ไร่&nbsp;โดย&nbsp;ปลูกหวายเป็นรายได้หลักของครอบครัว&nbsp;มีพืช&nbsp;ผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;เช่น&nbsp;ข่า&nbsp;ชะอม&nbsp;ผักหวาน&nbsp;กาแฟ&nbsp;ทุเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;ส้มโอ&nbsp;ซึ่งรับการรับรองมาตฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;(Orgarnic&nbsp;Thailand)&nbsp;และยังมีพืชผักสวนครัวหมุนเวียนทั้งปี&nbsp;ในการดำรงชีวิตประจำวัน&nbsp;เน้นการการลงมือทำ&nbsp;เพื่อเป็นแบบอย่างในการเรียนรู้และแบ่งปันขยายเครือข่ายสู่เพื่อนบ้านและชุมชนตลอดจนผู้ที่สนใจ&nbsp;ส่วนที่&nbsp;ศูนย์เรียนรู้ฯ&nbsp;อำเภอดงหลวงนายนราวิชญ์&nbsp;มณีฤทธิ์&nbsp;นายอำเภอหนองสูง&nbsp;นายบุญฐิน&nbsp;ประทุมลี&nbsp;ส.ส.เขต&nbsp;2&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;และหน่วยงานในพื้นที่พร้อมเครือข่ายสมาชิก&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;นายพร้อมพงษ์&nbsp;คำมุงคุณ&nbsp;หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบระดับอำเภอดงหลวง&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;100&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;บ้านหนองบัว&nbsp;อำเภอดงหลวง&nbsp;จังหวัดมุกดาหารกล่าวว่า&nbsp;ตนเป็นสมาชิกเครือข่าย&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ปี&nbsp;2559&nbsp;ได้บริหารจัดการพื้นที่ภายในศูนย์&nbsp;บนเนื้อที่&nbsp;30ไร่&nbsp;ทำการเกษตรผสมผสาน&nbsp;ประกอบด้วยพื้นที่ทำนา&nbsp;ปลูกไม้ยืนต้น&nbsp;สวนยางพารา&nbsp;สวนไผ่&nbsp;ยางนา&nbsp;นอกจากนี้ยังมีมะนาว&nbsp;หม่อน&nbsp;และกระเจี๊ยบ&nbsp;ที่มีการนำมาแปรรูปเป็นน้ำกระเจี๊ยบและน้ำหม่อน&nbsp;จำหน่ายสร้างรายได้ให้ครอบครัวและขยายผลสู่เครือข่ายสมาชิกผ่านฐานการเรียนรู้ภายในศูนย์&nbsp;และยังมีการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;โดยใช้นวัตกรรมเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรน้ำอีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303112719980
455	จ.ประจวบฯ เตรียมจัดตั้งศูนย์แยกกักตัวในชุมชน หรือ CI เพิ่ม รองรับผู้ป่วยโควิด -19 ที่มีจำนวนมากขึ้น พร้อมเร่งรัดฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน	<p><strong>นายพรหมพิริยะ&nbsp;กิจนุสนธิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong></p><p>สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ยังคงมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากจากการระบาดของเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนที่แพร่กระจายได้รวดเร็ว&nbsp;แม้ความรุนแรงของโรคไม่มากแต่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ยังไม่ได้รับวัคซีน&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;จึงขอให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์</strong>&nbsp;รวมถึงการรับวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;กระตุ้นภูมิคุ้มกัน&nbsp;หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงติดเชื้อ&nbsp;ส่วนแนวทางการรักษาผู้ที่ผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;หากอาการไม่รุนแรงจะแนะนำให้เข้าสู่ระบบการแยกกักตัวเองที่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;HI&nbsp;หรือระบบการรักษาที่ศูนย์แยกกักตัวในชุมชน&nbsp;หรือ&nbsp;CI&nbsp;ก่อนเป็นลำดับแรก&nbsp;ซึ่งขณะนี้จังหวัดได้เตรียมพร้อมจัดตั้ง&nbsp;CI&nbsp;เพิ่มใน&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;รวม&nbsp;23&nbsp;แห่ง&nbsp;จำนวนเตียงผู้ป่วย&nbsp;1,160&nbsp;เตียง&nbsp;จากเดิมที่มีการจัดตั้ง&nbsp;CI&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;21&nbsp;แห่ง&nbsp;จำนวนเตียงผู้ป่วย&nbsp;920&nbsp;เตียง&nbsp;เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่มีมากขึ้น&nbsp;โดยทางจังหวัดจะมีการออกประกาศคำสั่งเรื่องการจัดตั้ง&nbsp;CI&nbsp;พร้อมกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	ประจวบคีรีขันธ์	สวท.ประจวบคีรีขันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303100919928
456	เหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหารรับบริจาคโลหิต โครงการ จิตอาสา บริจาคโลหิตโลหิต Plus 1 เพิ่มจำนวนครั้ง เพิ่มโลหิต เพิ่มชีวิต (ปี 2)  อำเภอคำชะอี	<p><strong>วานนี้&nbsp;(2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;นางอิสรีย์&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>เหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหารออกหน่วยรับบริจาคโลหิตณ&nbsp;หอประชุมอำเภอคำชะอี&nbsp;โดยมี&nbsp;นางจันทร์เพ็ญ&nbsp;เสาวโกมุท&nbsp;นางนภาภรณ์&nbsp;เมฆฉิม&nbsp;รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ที่ปรึกษา&nbsp;กรรมการ&nbsp;สมาชิกเหล่ากาชาดออกรับบริจาคโลหิต&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;จิตอาสา&nbsp;บริจาคโลหิต&nbsp;Plus&nbsp;1&nbsp;เพิ่มจำนวนครั้ง&nbsp;เพิ่มโลหิต&nbsp;เพิ่มชีวิต&nbsp;(ปี&nbsp;2)&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมอำเภอคำชะอี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมพงษ์&nbsp;คุ้มสุวรรณ&nbsp;นายอำเภอคำชะอี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ปลัดอำเภอคำชะอี&nbsp;เจ้าหน้าที่ร่วมให้กำลังใจ&nbsp;และมอบของที่ระลึก&nbsp;แก่ผู้บริจาคโลหิต&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมอำเภอคำชะอี&nbsp;</p><p><strong>นางอิสรีย์&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การรับบริจาคโลหิต&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;จิตอาสา&nbsp;บริจาคโลหิต&nbsp;Plus&nbsp;1&nbsp;เพิ่มจำนวนครั้ง&nbsp;เพิ่มโลหิต&nbsp;เพิ่มชีวิต&nbsp;(ปี&nbsp;2)&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมอำเภอคำชะอี&nbsp;ครั้งนี้มี&nbsp;ยอดผู้บริจาคโลหิตทั้งสิ้น&nbsp;113&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นปริมาณโลหิต&nbsp;33,900&nbsp;ซีซี&nbsp;บริจาคดวงตา&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;และบริจาคอวัยวะ&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;โดยเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหารได้ดำเนินการภายใต้การป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303101200938
457	ศรชล.จว.สมุทรปราการ บูรณาการร่วมออกตรวจพื้นที่ชายฝั่งทะเลจังหวัดสมุทรปราการ	<p><strong>เมื่อวานนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.50&nbsp;น.&nbsp;ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล</strong>&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล&nbsp;จว.สป.&nbsp;สทช.2&nbsp;และศูนย์ปราบปรามประมงทะเล&nbsp;สป.&nbsp;จัดเจ้าหน้าที่พร้อมเรือตรวจการณ์&nbsp;ทช.222&nbsp;ออกตรวจพื้นที่ชายฝั่งทะเลจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ตั้งแต่เทศบาลตำบลบางปู&nbsp;ซอย&nbsp;118&nbsp;ถึงวัดหงส์ทอง&nbsp;ขณะตรวจถึงบริเวณปากคลองยายหงษ์&nbsp;พบเรือต้องสงสัย&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;คนประจำเรือ&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;จึงเรียกให้หยุดเรือเพื่อทำการตรวจสอบ&nbsp;แต่เรือลำดังกล่าวกลับแล่นหนีเข้าไปในคลองยายหงษ์&nbsp;และโยนอุปกรณ์ทำการประมงและหอยทะเล&nbsp;ลงในคลอง&nbsp;เมื่อเรือตรวจการณ์ของเจ้าหน้าที่เข้าไปใกล้&nbsp;เรือลำดังกล่าวได้เข้าเทียบบริเวณชายฝั่งคลอง&nbsp;คนประจำเรือทั้ง&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;กระโดดหนีเข้าไปในป่าโกงกาง&nbsp;ไม่สามารถติดตามได้&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจยึดเรือไว้เป็นหลักฐาน&nbsp;และลากเรือของกลางดังกล่าวมาเก็บรักษาไว้ที่&nbsp;ศูนย์บริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลน&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;พร้อมกับรวบรวมเอกสารหลักฐานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;แจ้งบันทึกประจำวันต่อพนักงานสอบสวน&nbsp;สภ.บางปู&nbsp;เพื่อเป็นหลักฐาน</p><p><strong>การดำเนินการดังกล่าว&nbsp;เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>กับการรักษาผลประโยชน์ทางทะเล&nbsp;ตามที่ได้รับการร้องเรียนว่ามีเรือคราดหอยลักลอบเข้ามาทำการประมงโดยไม่ได้รับอนุญาต&nbsp;ในเขตหวงห้ามทะเลชายฝั่ง&nbsp;ระยะห่างฝั่ง&nbsp;1,200&nbsp;เมตร&nbsp;และ&nbsp;800&nbsp;เมตร&nbsp;ซึ่งสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลชายฝั่งเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;โดย&nbsp;เจ้าหน้าที่รัฐ&nbsp;จะร่วมกันกวดขัน&nbsp;และป้องปราม&nbsp;มิให้มีการกระทำประมงผิดกฎหมาย&nbsp;เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลให้มีความอุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งทำมาหากินของชาวประมงส่วนใหญ่&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303094759893
458	"จ.สมุทรปราการ จัดพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย"" ประจำปี 2565"	"<p><strong>นายวันชัย&nbsp;คงเกษม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องโพทะเล&nbsp;แกรนด์ฮอลล์&nbsp;สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;1&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;ตำบลบางเสาธง&nbsp;อำเภอบางเสาธง&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ</p><p><strong>ด้วยคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552</strong>&nbsp;เห็นชอบให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ดังนั้นในวันนี้จังหวัดสมุทรปราการจึงได้จัดพิธีถวายราชสักการะ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีข้าราชการตุลาการ&nbsp;อัยการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;และองค์กรภาคเอกชน&nbsp;&nbsp;พร้อมใจกันร่วมประกอบพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;โดยพร้อมเพรียง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;ได้นำส่วนราชการประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้&nbsp;และกล่าวถวายราชสดุดีน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;โดยภายหลังจากเสร็จพิธีฯ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ได้มอบป้ายศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;และเยี่ยมชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303094302890
459	สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จ.ระยอง  ประจำวันที่ 3 มีนาคม 2565  พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 754 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ศูนย์โควิด-19&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;754&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;81&nbsp;ปี&nbsp;อยู่ที่&nbsp;ต.เชิงเนิน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;มีโรคประจำตัวเป็นตับอักเสบ&nbsp;ความดันโลหิตสูง&nbsp;ไตวาย&nbsp;ส่งตรวจโรงพยาบาลระยอง&nbsp;วันที่&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;และเสียชีวิตวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;ส่วนผู้ป่วยที่รักษาหายเดินทางกลับบ้าน&nbsp;จำนวน&nbsp;256&nbsp;ราย&nbsp;ทำให้มีผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;14,014&nbsp;ราย&nbsp;ผู้เสียชีวิตสะสม&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;4,793&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;และมีผู้อยู่ระหว่างกักตัวในสถานที่กักตัวของรัฐ&nbsp;จำนวน&nbsp;900&nbsp;ราย&nbsp;และกักตัวที่บ้าน&nbsp;975&nbsp;ราย&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่พบในวันนี้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</strong></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อ.เมือง&nbsp;414&nbsp;ราย&nbsp;(ต.&nbsp;เชิงเนิน&nbsp;51,ต.&nbsp;ตะพง&nbsp;22,ต.&nbsp;ทับมา&nbsp;33,ต.&nbsp;เนินพระ&nbsp;83,ต.&nbsp;ห้วยโป่ง&nbsp;50&nbsp;,ต.&nbsp;มาบตาพุด&nbsp;68,ต.&nbsp;ท่าประดู่&nbsp;19,ต.&nbsp;กะเฉด&nbsp;7,ต.ปากน้ำ&nbsp;19,ต.&nbsp;เพ&nbsp;27,ต.&nbsp;น้ำคอก&nbsp;9,ต.&nbsp;นาตาขวัญ&nbsp;8,ต.&nbsp;สำนักทอง&nbsp;4,ต.&nbsp;แกลง&nbsp;9,ต.บ้านแลง&nbsp;5)</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อ.ปลวกแดง&nbsp;147&nbsp;ราย&nbsp;(ต.&nbsp;ตาสิทธิ์&nbsp;17,ต.&nbsp;ปลวกแดง&nbsp;44,ต.&nbsp;มาบยางพร&nbsp;58,ต.&nbsp;แม่น้ำคู้&nbsp;22,ต.&nbsp;หนองไร่&nbsp;4,ต.&nbsp;ละหาร&nbsp;2)</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อ.นิคมพัฒนา&nbsp;56&nbsp;ราย&nbsp;(&nbsp;ต.&nbsp;นิคมพัฒนา&nbsp;21,ต.&nbsp;พนานิคม&nbsp;13,ต.&nbsp;มะขามคู่&nbsp;7,ต.&nbsp;มาบข่า&nbsp;15)</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อ.&nbsp;บ้านฉาง&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;(ต.&nbsp;บ้านฉาง&nbsp;8,ต.&nbsp;สำนักท้อน&nbsp;2,ต.&nbsp;พลา&nbsp;1)</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อ.&nbsp;บ้านค่าย&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;(ต.&nbsp;หนองบัว&nbsp;5,ต.&nbsp;ตาขัน&nbsp;8,ต.&nbsp;หนองตะพาน&nbsp;2,ต.&nbsp;บ้านค่าย&nbsp;1,ต.หนองละลอก&nbsp;8)</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อ.&nbsp;แกลง&nbsp;38&nbsp;ราย&nbsp;(ต.&nbsp;ชกพง&nbsp;4,ต.&nbsp;ปากน้ำประแส&nbsp;4,ต.ทุ่งควายกิน&nbsp;2,ต.&nbsp;กร่ำ&nbsp;1,ต.&nbsp;ทางเกวียน&nbsp;11,ต.&nbsp;เนินฆ้อ&nbsp;1,ต.&nbsp;กองดิน&nbsp;1,ต.&nbsp;วังหว้า&nbsp;6,ต.&nbsp;กระแสบน&nbsp;5,ต.&nbsp;สองสลึง&nbsp;2,ต.&nbsp;ห้วยยาง&nbsp;1)</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อ.&nbsp;เขาชะเมา&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;(ต.ซำฆ้อ&nbsp;4,ต.&nbsp;ห้วยทับมอญ&nbsp;4,ต.&nbsp;น้ำเป็น&nbsp;1)</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อ.&nbsp;วังจันทร์&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;(ต.&nbsp;ชุมแสง&nbsp;)</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;มาจากต่างจังหวัด&nbsp;51&nbsp;ราย</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สวท.ระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303095217896
460	คนไทยที่อพยพจากยูเครน ชุดที่ 3 จำนวน 40 คน  เดินทางกลับถึงไทยวันนี้	<p><strong>สถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงวอร์ซอ</strong>&nbsp;รายงานความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในยูเครน(สถานะวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;23.30&nbsp;น.)&nbsp;โดยระบุว่า&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;คณะคนไทย&nbsp;ที่อพยพออกจากยูเครน&nbsp;ชุดที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;ได้เดินทางออกจากประเทศโปแลนด์กลับไทย&nbsp;และมีกำหนดถึงประเทศไทยในวันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;โดยสายการบินเอมิเรตส์&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;EK384&nbsp;เวลา&nbsp;12.05&nbsp;น.&nbsp;</p><p><strong>ส่วนการช่วยเหลือคนไทยอพยพออกจากยูเครนเพิ่มเติม</strong>&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;คนไทย&nbsp;จำนวน&nbsp;43&nbsp;คนได้เดินทางจากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยในยูเครนเมืองลวิฟ&nbsp;&nbsp;(Lviv)&nbsp;เข้าประเทศโปแลนด์&nbsp;และเข้าพักในโรงแรมที่กรุงวอร์ซอ&nbsp;เพื่อเตรียมเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;สถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงบูคาเรสต์</strong>&nbsp;ได้ช่วยเหลือให้คนไทยที่อพยพออกจากประเทศยูเครน&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;คน&nbsp;(จากเมืองวีนีเซีย&nbsp;15&nbsp;คน)&nbsp;เดินทางเข้าประเทศโรมาเนีย&nbsp;และจัดให้พำนักในโรงแรมที่กรุงบูคาเรสต์&nbsp;เพื่อเตรียมเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคมเช่นกัน&nbsp;ทำให้ขณะนี้&nbsp;มีการอพยพคนไทยออกจากยูเครน&nbsp;รวมแล้ว&nbsp;203&nbsp;คน&nbsp;จากทั้งหมด&nbsp;256&nbsp;คน&nbsp;</p><p>ทั้งนี้&nbsp;ยังมีคนไทยอีก&nbsp;14&nbsp;คนที่เข้าพักที่ศูนย์ปฏิบัติการฯ&nbsp;หรืออยู่ระหว่างเดินทางมาที่ศูนย์ปฏิบัติการฯ&nbsp;เพื่อเดินทางเข้าประเทศโปแลนด์&nbsp;ในวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;และเดินทางกลับไทยต่อไป&nbsp;ซึ่งจากการตรวจสอบคนไทยที่ต้องการอพยพในเมืองต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;กรุงเคียฟ&nbsp;เมืองโอเดซา&nbsp;เมืองคาร์คีฟ&nbsp;สามารถเดินทางออกมาได้หมดแล้ว&nbsp;ยกเว้นคนไทย&nbsp;31&nbsp;คน&nbsp;ที่แสดงความประสงค์จะอยู่ต่อ&nbsp;ผู้ที่มีครอบครัวในยูเครน&nbsp;อย่างไรก็ดี&nbsp;ยังมีคนไทยอีก&nbsp;8&nbsp;คน&nbsp;ในเมืองเซเบโรโดเนส(Severodonetsk)&nbsp;และเมืองมิกโคลาอีฟ&nbsp;(Mykolayiv)&nbsp;ที่ไม่สามารถเดินทางออกมาได้&nbsp;เพราะสถานการณ์ยังไม่ปลอดภัย&nbsp;โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือทันทีเมื่อสถานการณ์อำนวย&nbsp;ซึ่งคนไทยกลุ่มนี้ยังปลอดภัย</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.จันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303100530917
461	นายกรัฐมนตรี ขอความร่วมมือการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในเด็ก ลดการติดเชื้อ	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ต่อกรณีการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ในเด็ก&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ได้สั่งการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรัดการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ในเด็กที่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง&nbsp;เนื่องจากมีความห่วงกังวลแนวโน้มการติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นในสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ซึ่งแม้จะมีความรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์ที่ผ่านมาแต่สามารถแพร่เชื้อได้ง่ายและขยายวงกว้างขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กนักเรียนที่มีการเปิดการเรียนการสอนที่โรงเรียน&nbsp;(On&nbsp;Site)&nbsp;ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่เล็งเห็นถึงประสิทธิภาพและความสำคัญสูงสุดของรูปแบบการเรียนในแต่ละองค์ความรู้ผ่านประสบการณ์&nbsp;การพัฒนาร่างกายและจิตใจ&nbsp;ซึ่งเมื่อเปิดการเรียนการสอนที่โรงเรียน&nbsp;(On&nbsp;Site)&nbsp;นั้นทำให้อาจมีความใกล้ชิดร่วมกับบุคคลรอบข้าง&nbsp;คุณครู&nbsp;เพื่อนร่วมชั้นเรียน&nbsp;และบุคคลอื่นๆ&nbsp;</p><p><strong>ผลการให้บริการฉีดวัคซีนในกลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นเด็กช่วงอายุ&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;ปี</strong>&nbsp;&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;แล้วกว่า&nbsp;754,990&nbsp;ราย&nbsp;และฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;แล้ว&nbsp;16,369&nbsp;ราย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์ปัจจุบันว่ามีเด็กติดเชื้อโควิด-19&nbsp;มากขึ้น&nbsp;พบในช่วงอายุ&nbsp;3&nbsp;-11&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากเด็กช่วงอายุ&nbsp;5&nbsp;&nbsp;11&nbsp;ปี&nbsp;พึ่งได้รับวัคซีนป้องกัน&nbsp;รวมไปถึงมีการเปิดเรียนในโรงเรียนบางแห่ง</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;ถึงนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญต่อเยาวชน&nbsp;โดยเฉพาะสนับสนุนพัฒนาการด้านการศึกษาและสุขภาพควบคู่กันไปอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อสร้างทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพและศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศในอนาคต&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอให้เน้นย้ำการดูแลผู้ป่วยเด็กให้ปลอดภัย&nbsp;ทำความเข้าใจกับผู้ปกครองเพื่อสร้างความเชื่อมั่น&nbsp;โดยต้องขอชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ทุ่มเทต่อการดำเนินงานเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;มาโดยตลอด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303100744921
462	นายกรัฐมนตรี ห่วงคนไทยถูกหลอกไปทำงานในประเทศกัมพูชา คิดรอบด้าน อย่าหลงเชื่อ	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคง&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงการช่วยเหลือคนไทยจำนวน&nbsp;56&nbsp;คน&nbsp;ที่ถูกหลอกให้ไปทำงานในกัมพูชากลับมาประเทศไทยได้อย่างปลอดภัยว่า&nbsp;เป็นความร่วมมือของรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาที่ได้มีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด&nbsp;ซึ่งการช่วยเหลือคนไทยครังนี้ถือเป็นการช่วยเหลือรอบที่&nbsp;9&nbsp;รวมคนไทยที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;583&nbsp;คน</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;กำชับให้เจ้าหน้าที่สอบสวนข้อเท็จจริงให้ชัดเจน</strong>&nbsp;คนไหนที่ตกเป็นเหยื่อขบวนการขอให้ช่วยเหลืออย่างเต็มที่&nbsp;พร้อมกับบันทึกประวัติไว้อย่างละเอียดมอบหมายให้ส่วนราชการในพื้นที่คอยเฝ้าระวัง&nbsp;เพื่อความปลอดภัยและไม่ให้คนเหล่านี้ถูกหลอกเป็นเหยื่ออีก&nbsp;รวมทั้งให้ติดตามกลุ่ม&nbsp;แกงส์&nbsp;กระบวนการที่มีพฤติกรรม&nbsp;หลอกลวงคนไปค้ามนุษย์&nbsp;หรือแรงงานทาสในต่างประเทศ&nbsp;หากมีหลักฐาน&nbsp;ให้จยายผล&nbsp;จับกุม&nbsp;ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ</strong>&nbsp;คำชักชวนให้ไปทำงานต่างประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะข้อเสนอเรื่องค่าตอบแทนที่สูง&nbsp;ขอให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ&nbsp;หากไม่แน่ใจให้ไปขอคำปรึกษาส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;พร้อมกับเน้นย้ำเรื่องการสอบสวนหากพบเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นระดับใด&nbsp;ขอให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303102212949
463	ไทย ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 124 ล้านโดสะทั่วโลกแล้ว 10,811 ล้านโดส ใน 205 ประเทศเขตปกครอง	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ศ.นพ.สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั่วโลกแล้ว&nbsp;10,811&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;205&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่&nbsp;28.9&nbsp;ล้านโดสต่อวัน&nbsp;และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่&nbsp;553&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยมีชาวอเมริกันกว่า&nbsp;216&nbsp;ล้านคนได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;โดสแล้ว</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;แล้ว</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;มียอดรวมกันที่ประมาณ&nbsp;972.7&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยบรูไนฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค&nbsp;ร้อยละ&nbsp;95&nbsp;ของประชากร&nbsp;ในขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่&nbsp;345.7&nbsp;ล้านโดส&nbsp;สำหรับประเทศไทยข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า&nbsp;124&nbsp;ล้านโดส</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303091213887
464	สยามคูโบต้า ปันสุข บริจาคอ้อยพันธุ์ดี เพื่อช้างเขาเขียว	"<p><strong>สยามคูโบต้า&nbsp;ปันสุข&nbsp;บริจาคอ้อยพันธุ์ดี&nbsp;กว่า&nbsp;5&nbsp;ตัน&nbsp;ให้กับช้างสวนสัตว์เปิดเขาเขียว&nbsp;จังหวัดชลบุรี</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายเทวินทร์&nbsp;รัตนะวงศะวัต&nbsp;ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;คุณวราภรณ์&nbsp;โอสถาพันธุ์&nbsp;กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส&nbsp;บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้บริจาคมอบอ้อย&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;5&nbsp;ตัน&nbsp;ให้แก่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว&nbsp;ซึ่งเป็นอ้อยพันธุ์ขอนแก่น&nbsp;3&nbsp;ที่ปลูกแบบปลอดสารเคมี&nbsp;ด้วยวิธีการ&nbsp;KAS&nbsp;ระบบน้ำหยด&nbsp;ทำให้ต้นมีความสูงเท่ากันทั้งแปลง&nbsp;ได้ผลผลิตคุณภาพดี&nbsp;จากคูโบต้าฟาร์ม&nbsp;ฟาร์มสร้างประสบการณ์เกษตรสมัยใหม่&nbsp;ของคูโบต้า&nbsp;โดยใช้นวัตกรรมด้านการเกษตรอย่างครบวงจรในภูมิภาคอาเซียนบนเนื้อที่มากกว่า&nbsp;220&nbsp;ไร่&nbsp;ตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านบึง&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;โดยส่งมอบให้กับทางสวนสัตว์เปิดเขาเขียว&nbsp;ซึ่งทางสวนสัตว์ฯ&nbsp;จะใช้เป็นอาหารเสริมให้กับช้าง&nbsp;ทำให้สวนสัตว์เปิดเขาเขียวสามารถประหยัดค่าอาหารช้างได้ถึง&nbsp;16,000&nbsp;บาท&nbsp;อีกด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ปริญญา&nbsp;&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303100142901
465	จังหวัดสุรินทร์จัดกิจกรรมจิตอาสาลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ตัดทำเครื่องหมายจราจรบนพื้นถนนทางข้าม	<p><strong>ณ&nbsp;บริเวณหน้าตลาดชายแดนช่องจอม&nbsp;บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านเกษตรถาวร</strong>&nbsp;และบริเวณทางเข้าโรงเรียนบ้านด่าน&nbsp;นายอดิเทพ&nbsp;กมลเวชช์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาลดอุบัติเหตุบนถนน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุทธิโรจน์&nbsp;เจริญธนะศักดิ์&nbsp;นายอำเภอกาบเชิง&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลด่าน&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้เล็งเห็นความสำคัญในด้านความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน</strong>&nbsp;และเพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้สัญจรทางเท้า</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303104437963
466	รพ.ระนองเปิดให้บริการฉีดวัคซีนโควิด 19 เด็กไทย อายุ 5  11 ปี ได้รับความสนใจจากเด็กในจังหวัดระนอง กว่า 1 พันคน พร้อมเชิญชวนเพื่อนๆ ฉีดวัคซีนเพื่อความปลอดภัยจากโควิด 19	<p><strong>โรงพยาบาลระนอง&nbsp;เปิดให้บริการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;19&nbsp;(วัคซีนไฟเซอร์)</strong>&nbsp;เข็มแรก&nbsp;ให้กับกลุ่มเด็กไทย&nbsp;ที่มีอายุระหว่าง&nbsp;5-11&nbsp;ปี&nbsp;ในเขตอำเภอเมืองระนอง&nbsp;จ.ระนอง&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้ฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;19&nbsp;เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;มีเด็กนักเรียนให้ความสนใจลงทะเบียนผ่านโรงเรียน&nbsp;จำนวน&nbsp;32&nbsp;แห่ง&nbsp;รวม&nbsp;1,139&nbsp;ราย&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่รพ.ระนอง&nbsp;และคุณครูอำนวยความสะดวกให้กับเด็กนักเรียนทุกคน</p><p><strong>จากการสัมภาษณ์นักเรียนที่มาฉีดวัคซีน&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คน</strong>&nbsp;ให้ข้อมูล&nbsp;ดังนี้&nbsp;เด็กหญิงวรัชยา&nbsp;สารบุญ&nbsp;อายุ&nbsp;9&nbsp;ปี&nbsp;โรงเรียนอนุบาลระนอง&nbsp;ได้ให้สัมภาษณ์ว่า&nbsp;มาฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;19&nbsp;เข็มแรก&nbsp;ไม่รู้สึกเจ็บ&nbsp;และขอเชิญชวนเพื่อนๆ&nbsp;ที่มีอายุ&nbsp;5-&nbsp;11&nbsp;ปี&nbsp;มาฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;19&nbsp;เด็กชายศรัณย์&nbsp;พุ่มทรัพย์&nbsp;อายุ&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;โรงเรียนอนุบาลสุพัชชา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รู้สึกดีใจที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;19&nbsp;และขอให้ทุกคนมาฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโควิด&nbsp;19&nbsp;และเด็กหญิงรินนารา&nbsp;พึ่งเจริญ&nbsp;อายุ&nbsp;8&nbsp;ปี&nbsp;โรงเรียนอนุบาลระนอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้มาฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;19&nbsp;เข็มแรก&nbsp;ไม่เจ็บเลย&nbsp;ขอให้เพื่อนๆ&nbsp;ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนมาฉีดวัคซีน&nbsp;จะได้ปลอดภัยจากโควิด&nbsp;19</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ระนอง	สวท.ระนอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303094330891
467	NIA ร่วมกับ มทร. ศรีวิชัย จัดเต็มจุดประกายแนวคิดเร่งสร้างและต่อยอดนวัตกรรมเกษตรและอาหารจากอัตลักษณ์ท้องถิ่นใต้	<p><strong>สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;NIA&nbsp;</strong>ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย&nbsp;(มทร.&nbsp;ศรีวิชัย)&nbsp;จัดงานสัมมนา&nbsp;AgTech&nbsp;&amp;&nbsp;FoodTech&nbsp;Innovation&nbsp;&nbsp;Forum&nbsp;@มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยเรื่อง&nbsp;นวัตกรรมเกษตรและอาหาร...ทางเลือกใหม่ของเกษตรกรภาคใต้สู่ความยั่งยืน&nbsp;มีผู้เข้าร่วมทั้งในภาคใต้และทั่วประเทศจากหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ชุมชน&nbsp;อาจารย์&nbsp;และนักศึกษากว่า&nbsp;450&nbsp;คน&nbsp;ทางออนไลน์&nbsp;</p><p><strong>โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์สุภาพร&nbsp;ไชยรัตน์</strong>&nbsp;คณบดีคณะเทคโนโลยีการจัดการ&nbsp;มทร.ศรีวิชัย&nbsp;กล่าวเปิดงาน&nbsp;โดยงานสัมมนาในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในถึงแนวโน้มการพัฒนานวัตกรรมเกษตรและอาหาร&nbsp;ซึ่งถือเป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกรที่จะสามารถพัฒนาธุรกิจการเกษตรไปสู่ความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;รวมทั้งการเรียนรู้ประสบการณ์จากผู้ประกอบการจริง&nbsp;ที่จะเป็นตัวอย่างสำคัญที่จะนำไปปรับใช้ทั้งการสร้างสรรค์ให้เกิดธุรกิจใหม่&nbsp;เพื่อสร้างฐานการผลิตภาคเกษตรให้เข้มแข็งขึ้น&nbsp;ทำให้เกิดการพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรและอาหาร&nbsp;ทำให้เกิดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่อไป</p><p><strong>จากนั้นนางสาวมณฑา&nbsp;ไก่หิรัญ&nbsp;ผู้จัดการส่งเสริมนวัตกรรม&nbsp;</strong>ฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรม&nbsp;สนช.&nbsp;ได้นำเสนอในหัวข้อเรื่อง&nbsp;แนวโน้มการพัฒนานวัตกรรมเกษตรและอาหาร...ทางเลือกใหม่ของเกษตรกรภาคใต้สู่ความยั่งยืน&nbsp;โดยได้นำเสนอบทบาทสำคัญของ&nbsp;สนช.&nbsp;ภายใต้&nbsp;Groom&nbsp;Grant&nbsp;และ&nbsp;Growth&nbsp;ในการพัฒนานวัตกรรมเกษตรและอาหาร&nbsp;โดยจุดประกายแนวคิดการสร้างสตาร์ทอัพด้านเกษตรและอาหาร&nbsp;ที่ชี้ให้เห็นแนวโน้มสำคัญของการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจ&nbsp;ต่อด้วยการแชร์ประสบการณ์ของการพัฒนานวัตกรรมการเกษตร&nbsp;โดยนายพิสุทธิ์&nbsp;ฆังคะมะโน&nbsp;บริษัท&nbsp;อัพสแคว์&nbsp;จำกัด&nbsp;มาเล่านำเสนอเรื่อง&nbsp;พรรัตภูมิฟาร์ม&nbsp;:&nbsp;ฟาร์มไก่ไข่ระบบอัจฉริยะ&nbsp;ด้วย&nbsp;IoT&nbsp;และ&nbsp;นายพีรภัฒน์&nbsp;วุฒิ&nbsp;บริษัท&nbsp;ฟาร์มไทยแลนด์&nbsp;จำกัด&nbsp;นำเสนอการพัฒนาฟาร์มไทยแลนด์&nbsp;:&nbsp;ระบบควบคุม&nbsp;ดูเเลและจัดการแปลงเกษตร&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีไอโอที&nbsp;ผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือ&nbsp;ได้ทุกที่&nbsp;ทุกเวลา&nbsp;ต่อด้วยผู้ประกอบการในการสร้างสรรค์เป็นธุรกิจนวัตกรรมอาหารที่พัฒนาการใช้วัตถุดิบในภาคใต้&nbsp;โดยนางสาวนัฐสุนันท์&nbsp;ไชยเทพ&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;PEAPO&nbsp;เจ้าของผลงาน&nbsp;พีโปมี้ท:&nbsp;ผลิตภัณฑ์เลียนแบบเนื้อสัตว์จากโปรตีนพืชจากภาคใต้&nbsp;และนางสาวสุขศิริ&nbsp;ฤทธิเดช&nbsp;ห้างหุ้นส่วนจำกัด&nbsp;เคยนิคะ&nbsp;เจ้าของผลงาน&nbsp;เคยนิคะ&nbsp;:&nbsp;ซอสกะปิสำเร็จรูป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการงานสัมมนานี้นับว่าจะเป็นการเพิ่มองค์ความรู้&nbsp;สร้างความเข้าใจ</strong>&nbsp;และเรียนรู้จากประสบการณ์ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจด้านนวัตกรรมเกษตรและอาหาร&nbsp;ร่วมกับการนำแนวโน้มด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้สอดคล้องกับภาวะปัจจุบันและอนาคต&nbsp;เพื่อจุดประกายการสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพด้านการเกษตรและอาหาร&nbsp;รวมถึงการนำไปต่อยอดร่วมมือในการใช้งานนวัตกรรมเกษตรและอาหารร่วมกันต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สวท.นครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303094637892
468	คณะเกษตรศาสตร์ มทร.ศรีวิชัย (ไสใหญ่) นำนักศึกษา คว้ารางวัล ผลงานวิศวกรรมเกษตร  เครื่องอัดก้อนข้าวยำปักษ์ใต้	<p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;24-25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ดร.เศรษฐวัฒน์&nbsp;ถนิมกาญจน์&nbsp;</strong>อาจารย์สมชาย&nbsp;เรืองสว่าง&nbsp;และอาจารย์สาธิต&nbsp;บัวขาว&nbsp;อาจารย์สังกัดคณะเกษตรศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย&nbsp;วิทยาเขตนครศรีธรรมราช&nbsp;(ไสใหญ่)&nbsp;นำนักศึกษาเข้าร่วมนำเสนอผลงาน&nbsp;ได้รับรางวัลชมเชย&nbsp;ด้านการนำไปใช้ประโยชน์&nbsp;การนำเสนอโครงงานวิศวกรรมเกษตร&nbsp;เรื่องเครื่องอัดก้อนข้าวยำปักษ์ใต้&nbsp;ในการประชุมวิชาการโครงงานวิศวกรรมเกษตรแห่งชาติครั้งที่&nbsp;28&nbsp;จัดโดยสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และนวัตกรรมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกจังหวัดชลบุรี&nbsp;โดยมีทีมเข้าร่วมนำเสนอผลงานจำนวน&nbsp;22&nbsp;ผลงานจาก&nbsp;11&nbsp;มหาวิทยาลัยฯ&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;</p><p><strong>ผลงานวิศวกรรมเกษตร&nbsp;เครื่องอัดก้อนข้าวยำปักษ์ใต้&nbsp;</strong>เป็นการสร้างเสริมให้นักศึกษาสามารถนำความรู้ที่เรียน&nbsp;บูรณาการสร้างนวัตกรรมใหม่ที่สามารถใช้งานได้จริงและเป็นประโยชน์ต่อสังคม&nbsp;ชุมชนอีกด้วย&nbsp;อีกทั้งยังช่วยยกระดับเศรษฐกิจ&nbsp;ส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้ให้กับผู้ที่สนใจและลดแรงงานในการผลิตที่ไม่ทันต่อความต้องการ&nbsp;อีกทั้งเป็นการสร้างนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาด้านแรงงานและเพิ่มกำลังการผลิตที่ไม่ทันต่อออเดอร์ที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีความสม่ำเสมอเท่ากัน&nbsp;จึงได้คิดสร้างนวัตกรรมเครื่องเครื่องอัดก้อนข้าวยำปักษ์ใต้&nbsp;โดยเครื่องนี้เป็นการพัฒนารูปแบบและกลไกการทำงานให้สมบูรณ์ตรงกับความต้องการใช้งานของชุมชนมากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สวท.นครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303095032895
469	มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากมอบถุงยังชีพ 4,500 ถุง แก่ ผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ในพื้นที่ จชต.	<p><strong>พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการศูนย์อำนวยการ</strong>บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;เป็นประธานพิธีรับมอบถุงยังชีพพระราชทานจากมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ยามยาก&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ&nbsp;พระองค์เจ้าโสมสวลี&nbsp;กรมหมื่นสุทธนารีนาถ&nbsp;องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ&nbsp;และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา&nbsp;นเรนทิราเทพยวดี&nbsp;&nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&nbsp;มหาวัชรราชธิดา&nbsp;องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ยามยาก&nbsp;&nbsp;เพื่อนำไปแจกจ่าย&nbsp;และบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งขณะนี้มี&nbsp;21,413&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;โดยมี&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;</strong>ข้าราชการ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด&nbsp;ยะลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนพึ่งพาชายแดนใต้&nbsp;เจ้าหน้าที่จิตอาสา&nbsp;904&nbsp;และเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ชายแดนใต้&nbsp;3&nbsp;จชต.&nbsp;เข้าร่วมในพิธีฯ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมน้อมเกล้า&nbsp;ศอ.บต.</p><p><strong>ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีฯ&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;</strong>ได้เป็นประธานส่งมอบถุงยังชีพพระราชทานจากมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ยามยาก&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;ให้แก่ผู้แทนในแต่ละจังหวัด&nbsp;&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;ถุง&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;จำนวน&nbsp;1,800&nbsp;ถุง&nbsp;และจังหวัดปัตตานี&nbsp;จำนวน&nbsp;800&nbsp;ถุง&nbsp;รวมถึง&nbsp;เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ชายแดนใต้&nbsp;289&nbsp;ถุง&nbsp;เพื่อร่วมกันส่งต่อให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบฯ&nbsp;และนอกจากนี้ในช่วงบ่าย&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และคณะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;มีกำหนดลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส&nbsp;เพื่อนำถุงยังชีพพระราชทานไปมอบให้แก่ประชาชนต่อไป</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในการดำเนินการครั้งนี้&nbsp;ศอ.บต&nbsp;</strong>ได้ขอรับการสนับสนุนถุงยังชีพพระราชทาน&nbsp;ไปยังมูลนิธิอาสา&nbsp;เพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ยามยาก&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;เพื่อนำมาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นพระภิกษุ&nbsp;จำนวน&nbsp;161&nbsp;ถุง&nbsp;และประชาชน&nbsp;4,339&nbsp;ถุง&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;4,500&nbsp;ถุง&nbsp;เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303100043900
470	ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเดินหน้าสร้างความเข้าใจกัญชา หลังปลดล็อกจากยาเสพติด	"<p><strong>นางสุนิสา&nbsp;รามแก้ว&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">ภายหลังจากราชกิจจานุเบกษา&nbsp;ได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เรื่อง&nbsp;ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท&nbsp;5&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;(มีผลบังคับใช้&nbsp;120&nbsp;วันนับจากประกาศ)&nbsp;โดยประกาศดังกล่าวระบุสารสกัดจากกัญชายังเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;5&nbsp;ยกเว้นสารสกัดที่มีปริมาณ&nbsp;THC&nbsp;ไม่เกินร้อยละ&nbsp;0.2&nbsp;ที่ได้รับอนุญาตให้สกัดจากกัญชาที่ปลูกในประเทศ&nbsp;และสารสกัดจากเมล็ดของกัญชาหรือกัญชง&nbsp;ที่ปลูกภายในประเทศซึ่งจากประกาศดังกล่าว&nbsp;ทำให้ส่วนอื่นของกัญชาที่ไม่ได้ระบุไว้&nbsp;ไม่ถือเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;5&nbsp;ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.ใบจริง&nbsp;/&nbsp;ใบพัด&nbsp;/&nbsp;ราก&nbsp;/กิ่ง&nbsp;ก้าน&nbsp;&nbsp;2.เปลือก&nbsp;ลำต้น&nbsp;เส้นใย&nbsp;3.เมล็ดกัญชา&nbsp;และ&nbsp;4.สารสกัด&nbsp;และกากจากการสกัดที่ค่า&nbsp;THC&nbsp;ไม่เกินร้อยละ&nbsp;0.2&nbsp;โดยต้องเป็นการปลูกและสกัดในประเทศ</span></p><p><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เดินหน้าสร้างความเข้าใจกับประชาชน</strong><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">ในการใช้ประโยชน์จากกัญชาอย่างถูกต้อง&nbsp;โดยจะมีการจัดประชุมวิชาการด้านการแพทย์&nbsp;มหกรรมกัญชา&nbsp;กัญชง&nbsp;และคลินิกกัญชาทางการแพทย์&nbsp;โดยมีกำหนดการจัดประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์&nbsp;ในเขตสุขภาพต่างๆ&nbsp;ทั่วประเทศดังนี้&nbsp;วันที่&nbsp;&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;9&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;,&nbsp;วันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;มีนาคม&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;5&nbsp;จ.กาญจนบุรี&nbsp;,&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;4&nbsp;จ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;,&nbsp;วันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;8&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;,&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;7&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;,&nbsp;วันที่&nbsp;8&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;10&nbsp;จ.ศรีสะเกษ,&nbsp;วันที่&nbsp;22&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;11&nbsp;จ.ระนอง&nbsp;,&nbsp;วันที่&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;12&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;,&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;6&nbsp;จ.ชลบุรี&nbsp;,&nbsp;วันที่&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;2&nbsp;จ.สุโขทัย&nbsp;,&nbsp;วันที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;20&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;1&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;และวันที่&nbsp;27&nbsp;-&nbsp;29&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;3&nbsp;จ.อุทัยธานี</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303100340912
471	โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือน หยุดแพร่ภาพศพ นักแสดงสาว แตงโม ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หากฝ่าฝืน เข้าข่ายผิดกฎหมาย มีโทษทั้งโทษปรับและจำคุก	<p><strong>พลตำรวจตรียิ่งยศ&nbsp;เทพจำนงค์&nbsp;โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;กล่าวเตือนถึงกรณีสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;นำภาพศพ&nbsp;นางสาวนิดา&nbsp;พัชรวีระพงษ์&nbsp;หรือ&nbsp;แตงโม&nbsp;นักแสดงสาว&nbsp;ที่เสียชีวิตจากการตกเรือ&nbsp;มาแชร์และเผยแพร่ต่อ&nbsp;</strong>รวมถึง&nbsp;การถ่ายทอด&nbsp;(Live)&nbsp;ผ่านช่องทางต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ว่า&nbsp;ผู้กระทำดังกล่าวจะเข้าข่ายการกระความผิดทางอาญา&nbsp;ตามประมวลกฎหมายอาญา&nbsp;มาตรา&nbsp;366/4&nbsp;ผู้ใดกระทำด้วยประการใด&nbsp;ๆ&nbsp;อันเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามศพ&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุก&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำ&nbsp;ทั้งปรับ&nbsp;พร้อมขอให้ผู้ที่กระทำการดังกล่าว&nbsp;ตระหนักถึงความสูญเสียที่ครอบครัว&nbsp;คนรัก&nbsp;ญาติ&nbsp;ของผู้เสียหายชีวิตต้องเผชิญ&nbsp;โดยควรเคารพให้เกียรติ&nbsp;อย่าซ้ำเติมความสูญเสียที่เกิดขึ้น&nbsp;ซึ่งตำรวจในฐานะผู้บังคับใช้กฏหมาย&nbsp;จะดำเนินการตามที่กฎหมายเพื่อไม่เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.จันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303103103954
472	นายกรัฐมนตรี ย้ำนักเรียนไทยต้องไม่เสียโอกาสสอบเข้ามหาวิทยาลัย เน้นมาตรการป้องกันโควิดขั้นสูงสุด	<p>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผย<strong>&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;มอบนโยบายกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;และกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม</strong>&nbsp;เน้นย้ำนักเรียนจะต้องไม่เสียโอกาสในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีการศึกษา&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้มาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;อย่างเข้มข้น&nbsp;ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;ได้ข้อสรุปยืนยันให้สิทธิ์เด็กนักเรียนติดเชื้อโควิดอาการเล็กน้อยและกลุ่มมีความเสี่ยงสูงได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยทุกคน&nbsp;โดยจัดสนามสอบที่กำหนดเพิ่มขึ้นเป็นการเฉพาะสำหรับผู้ติดเชื้อที่มีอาการเล็กน้อย&nbsp;หรือไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีความเสี่ยงสูง&nbsp;ซึ่งผู้ประสงค์จะเข้าสอบที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าวให้ลงทะเบียนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงก่อนการสอบ&nbsp;โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;เช่น&nbsp;การเดินทางมายังสนามสอบด้วยรถยนต์ส่วนตัว&nbsp;รถยนต์ที่จัดให้เป็นการเฉพาะจากหน่วยบริการสาธารณสุข&nbsp;หรือจากสนามสอบจัดให้เท่านั้น</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การจัดสอบตามหลัก&nbsp;VUCA&nbsp;ผู้สอน&nbsp;ผู้จัดสอบ&nbsp;ต้องได้รับวัคซีนตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;ลดการสัมผัส&nbsp;และเว้นระยะห่าง&nbsp;สถานที่จัดสอบ&nbsp;ต้องดำเนินการตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ผู้สอบ&nbsp;ผู้จัดสอบ&nbsp;ต้องประเมินความเสี่ยง&nbsp;และควรตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เมื่อมีอาการและมีความเสี่ยงสูง&nbsp;ไม่แนะนำให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกคน&nbsp;พร้อมขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ในนามคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;หน่วยงานด้านการศึกษาในจังหวัด&nbsp;และผู้จัดสอบในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;ดำเนินการจัดการสอบให้&nbsp;เป็นไปตามมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด&nbsp;และสนามสอบต่างๆ&nbsp;จะต้องเข้มมาตรการป้องกันโควิดขั้นสูงสุด&nbsp;ให้มีพื้นที่แยก&nbsp;</p><p><strong>สำหรับจัดการสอบเป็นสัดส่วนแยกกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงกลุ่มผู้ติดเชื้อ&nbsp;และในส่วน&nbsp;กทม.&nbsp;แลปริมณฑล</strong>&nbsp;ได้ร่วมกับมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี&nbsp;ให้บริการรับ-ส่งผู้ติดเชื้อ&nbsp;ไปยังสถานที่สอบหรือศูนย์พักคอยต่างๆ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;กลุ่มนักเรียนที่ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยในช่วงมีนาคมนี้ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดอีกด้วย</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303103811960
473	จ.อุบลฯ พบผู้สูงอายุที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เสียชีวิตเพิ่มขึ้น	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ศูนย์&nbsp;EOC&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;19&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;มี.ค.65&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม&nbsp;715&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นผู้ติดเชื้อในพื้นที่&nbsp;โดยจากการวิเคราะห์สถานการณ์&nbsp;พบว่า&nbsp;การระบาดแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น&nbsp;และมีการระบาดเป็นวงกว้าง&nbsp;เช่น&nbsp;ในโรงเรียน&nbsp;ชุมชน&nbsp;ตลาด&nbsp;งานผ้าป่า&nbsp;งานบายสีสู่ขวัญ&nbsp;การชนไก่&nbsp;และในสถานที่ทำงาน&nbsp;การติดเชื้อในครอบครัวจำนวนมากถึงประมาณ&nbsp;48&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;รองลงมาติดเชื้อโดยไม่ทราบปัจจัยเสี่ยง&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นอกจากนี้&nbsp;พบว่า&nbsp;ผู้สูงอายุเสียชีวิตมากขึ้น</strong>&nbsp;ในกลุ่มยังไม่ได้ฉีดวัคซีนและฉีดเข็ม&nbsp;2&nbsp;แต่ยังไม่กระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;ขณะที่ผู้ป่วยติดเชื้อจากกรุงเทพมหานครและจากต่างจังหวัด&nbsp;เดินทางกลับมารักษาที่ภูมิลำเนา&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;มากขึ้น&nbsp;วันละ&nbsp;60&nbsp;&nbsp;80&nbsp;ราย&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ดังนั้น&nbsp;ขอให้ประชาชนงดการเดินทางเข้าไปในสถานที่เสี่ยง</strong>&nbsp;งดการเข้าร่วมกิจกรรมที่มีคนจำนวนมาก&nbsp;และชะลอการเดินทาง&nbsp;ทำการเร่งฉีดวัคซีนในผู้สูงอายุและกลุ่มโรคเรื้อรัง&nbsp;ตั้งแต่เข็มที่&nbsp;1&nbsp;ถึง&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;และเร่งฉีดวัคซีนให้นักเรียน&nbsp;รวมทั้งป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">กรกช&nbsp;ภูมี&nbsp;สวท.อุบลฯ&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายงาน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">&nbsp;</span></p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303103027953
474	อบจ.แพร่ ติดตามฝายซอยซีเมนต์กั้นแม่น้ำยม อำเภอสอง	<p><strong>องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่&nbsp;ติดตามฝายซอยซีเมนต์&nbsp;กั้นแม่น้ำยม&nbsp;</strong>อำเภอสอง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;เพื่อชะลอน้ำแก้ปัญหาภัยแล้ง&nbsp;และสร้างความชุ่มชื้นให้กับผืนดินและป่า</p><p><strong>ว่าที่&nbsp;ร.ต.ศุภชัย&nbsp;ทานะขันธ์&nbsp;ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนายสำเริง&nbsp;ใจเอื้อ&nbsp;ผู้อำนวยการกองช่าง&nbsp;เจ้าหน้าที่จากกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;โครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการก่อสร้างฝายชะลอน้ำแม่น้ำยมบ้านหนองเสี้ยว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลหัวเมือง&nbsp;อำเภอสอง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ขนาดความกว้างสันฝาย&nbsp;14&nbsp;เมตร&nbsp;ยาว&nbsp;90&nbsp;เมตร&nbsp;สูง&nbsp;1.50&nbsp;เมตร/โครงการก่อสร้างฝายชะลอน้ำแม่น้ำยม(ดอยผี)&nbsp;บ้านห้วยหม้าย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;17&nbsp;ตำบลห้วยหม้าย&nbsp;อำเภอสอง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ขนาดความกว้างสันฝาย&nbsp;14&nbsp;เมตร&nbsp;ยาว&nbsp;103&nbsp;เมตร&nbsp;สูง&nbsp;1.50&nbsp;เมตร&nbsp;และโครงการก่อสร้างฝายชะลอน้ำแม่น้ำยมบ้านน้ำโค้ง&nbsp;หมู่&nbsp;14&nbsp;ตำบลป่าแมต&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ขนาดความกว้างสันฝาย&nbsp;12&nbsp;เมตร&nbsp;ยาว&nbsp;92&nbsp;เมตร&nbsp;สูง&nbsp;1.5&nbsp;เมตร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการชะลอการไหลของน้ำยกระดับน้ำให้สูงขึ้น</strong>&nbsp;ทำให้บ่อน้ำมีระดับสูงขึ้นให้มีน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตรในฤดูแล้ง&nbsp;เป็นการแก้ปัญหาภัยแล้ง&nbsp;และสร้างความชุ่มชื้นให้กับผืนดินและป่า</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303103325956
475	อำเภอเมืองหนองบัวลำภู  ขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด	<p><strong>นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู </strong>นายเวียงชัย&nbsp;แก้วพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู มอบหมายให้นายประยูร&nbsp;อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู นายสุรชาติ&nbsp;ชัยทองดี ปลัดอำเภอ จัดชุดปฏิบัติการ แก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ซึ่งได้มีการสืบทราบข้อมูลและได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีบุคคลที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจึงเชื่อได้ว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายยาเสพติด จึงได้ให้ชุดปฎิบัติการ ดำเนินการจับกุมนายกิตติศักดิ์ (น๊อต)อายุ 28 ปี ในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้าจำนวน&nbsp;123 เม็ด&nbsp; นายกรันณ์ (พี) อายุ 24 ปี ในข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย พร้อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน 35 เม็ดนายภัควัต (เฟลม) อายุ 25 ปี ในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 13 เม็ด นายมงคล (อ๊อฟ) อายุ 32 ปี ในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 89 เม็ดอาวุธปืน 1 กระบอกแม็กกาซีน 2 อัน กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 24 นัด</p><p><strong>นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู กล่าวว่า </strong>การดำเนินการดังกล่าวนอกจากได้ปฎิบัติตามยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายสำคัญของรัฐบาล จังหวัดหนองบัวลำภู และเป็นการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกรมการปกครอง (10 Flagships to DOPA All Smart 2022&nbsp;อำเภอมั่นคง ปลอดปลอดภัย ขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด : หมู่บ้านมั่นคง ปลอดภัยจากยาเสพติด และเพื่อลดปัญหายาเสพติดที่ส่งผลกระทบกับการดำเนินชีวิตของประชาชน</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303103204955
476	"อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ร่วมพิธีถวายราชสักการะ ""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย"""	"<p><strong>นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู</strong> ร่วมวางพานพุ่มดอกไม้สด พิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย"" โดยมีนางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วยส่วนราชการต่างๆ ที่หอประชุมอนาลโย ศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งการจัดพิธีฯ ดังกล่าวดำเนินการตามมาตรการการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303103702959
477	"อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ส่งเสริมการดำเนินกิจกรรม ""อำเภอคุณธรรม"""	"<p><strong>นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู</strong> พร้อมด้วยข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองหนองบัวลำภู พัฒนาทำความสะอาดและปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบอาคารที่ว่าการอำเภอ ทุกวันพุธ เพื่อส่งเสริมการดำเนินกิจกรรม ""อำเภอคุณธรรม"" ประเด็นความดีที่อยากทำ ซึ่งได้เสนอในเรื่องการขับเคลื่อนภารกิจจิตอาสาในการพัฒนาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งวันนี้ได้ทำความสะอาดและปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบอาคารที่ว่าการอำเภอหนองบัวลำภู  มีผู้ร่วมกิจกรรม  50 คน</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303104216962
478	บริษัทน้ำตาลสุรินทร์ จำกัด มอบน้ำตาลทราย จำนวน 500 กิโลกรัมให้กับสรรพากรพื้นที่สุรินทร์  สนับสนุนกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ของจังหวัด	<p><strong>บริษัท&nbsp;น้ำตาลสุรินทร์&nbsp;จำกัด&nbsp;และ&nbsp;บริษัท&nbsp;ไฟฟ้าสุรินทร์&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;นายยงยุทธ&nbsp;เสถียรถิระกุล&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;มอบหมายให้นายสุดเขต&nbsp;เขียวอุไร&nbsp;ผู้จัดการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์และกิจกรรมเพื่อสังคม&nbsp;และ&nbsp;เจ้าหน้าที่รัฐกิจสัมพันธ์&nbsp;เป็นตัวแทนของพนักงาน&nbsp;มอบน้ำตาลทราย&nbsp;จำนวน&nbsp;500&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ในโครงการ&nbsp;1CSR010-015&nbsp;น้ำตาลสุรินทร์ร่วมใจสรรพากรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ซึ่งเป็นน้ำตาลทรายขาวและเป็นผลิตภัณฑ์ของทางโรงงานน้ำตาลสุรินทร์&nbsp;&nbsp;เพื่อใช้มอบเป็นของที่ระลึกสำหรับประชาชน&nbsp;ที่เข้าร่วมในโครงการจังหวัดสุรินทร์สร้างสุข&nbsp;สร้างรอยยิ้ม&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่จัดขึ้นเพื่อบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชนในพื้นที่ทุรกันดาล&nbsp;เป็นการนำบริการจากภาครัฐลงไปบริการในพื้นที่โดยตรงโดย&nbsp;มีการออกบูทหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในหลายด้านที่มาให้บริการ&nbsp;ทั้งภาคการเกษตร&nbsp;แรงงาน&nbsp;สุขภาพ&nbsp;การให้คำปรึกษาด้านกฎหมายและสิทธิต่างๆ&nbsp;การจำหน่ายสินค้าโอทอป&nbsp;มาให้บริการประชาชนในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;ของจังหวัดสุรินทร์&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งที่ผ่านมาทาง&nbsp;KI&nbsp;GROUP&nbsp;บริษัท&nbsp;น้ำตาลสุรินทร์&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;และ&nbsp;บริษัท&nbsp;ไฟฟ้าสุรินทร์&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้สนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมมาโดยตลอด&nbsp;ทั้ง&nbsp;10&nbsp;ด้าน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ด้านเศรษฐกิจ(พัฒนาอาชีพ)&nbsp;ด้านสังคม&nbsp;ด้านศาสนาและวัฒนธรรม&nbsp;(กิจกรรมและการส่งเสริม)&nbsp;ด้านการศึกษา&nbsp;ด้านเทคโนโลยี&nbsp;ด้านชุมชนรอบโรงงาน&nbsp;ด้านกีฬา&nbsp;ด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ด้านสาธารณสุข&nbsp;(โรคระบาด&nbsp;และ&nbsp;กิจกรรม&nbsp;รพ.สต.)&nbsp;และ&nbsp;ด้านองค์กรเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303112103976
479	กรมป่าไม้ จัดประกวดป่าชุมชนโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประจำปี 2565 เพื่อกระตุ้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการป่าชุมชน	"<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา</strong>&nbsp;<strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;ด้วยกรมป่าไม้&nbsp;และบริษัทราช&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ร่วมกันจัดให้มีการประกวดป่าชุมชนตามโครงการคนรักษ์ป่า&nbsp;ป่ารักชุมชน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการป่าชุมชน&nbsp;ตลอดจนเพื่อคัดเลือกป่าชุมชนที่มีแผนงาน&nbsp;ระบบและกระบวนการในการอนุรักษ์และพัฒนาป่าอย่างเข้มแข็งโดยการมีส่วนร่วมของสมาชิกในชุมชน&nbsp;สามารถเป็นชุมชนตัวอย่างและเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชนอื่นได้&nbsp;</p><p><strong>กำหนดเปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;</strong>คุณสมบัติของชุมชนที่มีสิทธิ์สมัคร&nbsp;ต้องเป็นป่าชุมชนตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;หรือเป็นป่าชุมชนเป้าหมายจัดตั้งป่าชุมชนตามแผนปฏิบัติงานและแผนงบประมาณกิจกรรมส่งเสริมการจัดการป่าชุมชน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2563-2565&nbsp;สมาชิกในชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ในท้องถิ่น&nbsp;โดยการจัดการป่าชุมชน&nbsp;ยังไม่เคยได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศของโครงการคนรักษ์ป่า&nbsp;ป่ารักชุมชน&nbsp;และการเข้าประกวดในประเภทป่าชุมชนดีเด่นด้านการพัฒนา&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ต้องเป็นป่าชุมชนที่ไม่เคยได้รับรางวัลจากโครงการคนรักษ์ป่า</strong>&nbsp;ป่ารักชุมชน&nbsp;และไม่เคยผ่านการขอขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิตกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;มาก่อน</p><p><strong>เกณฑ์การตัดสินการประกวด&nbsp;จะพิจารณาจากความอุดมสมบูรณ์</strong>ของทรัพยากรป่าไม้และป่าชุมชน&nbsp;การส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการป่าชุมชน&nbsp;มีกระบวนการบริหารอย่างมีส่วนร่วม&nbsp;มีการอนุรักษ์และมีการใช้ประโยชน์โดยคำนึงถึงคุณค่าของทรัพยากรให้คงความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยรางวัลในการประกวดแบ่งออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่ประเภทป่าชุมชนระดับประเทศ&nbsp;และประเภทป่าชุมชนดีเด่นด้านการพัฒนา&nbsp;ซึ่งในประเภทป่าชุมชนระดับประเทศ&nbsp;รางวัลชนะเลิศจะได้รับถ้วยรางวัลและเงินรางวัล&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;&nbsp;แสนบาท&nbsp;พร้อมป้ายประกาศเกียรติคุณ&nbsp;ณ&nbsp;ป่าชุมชน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีรางวัลรองชนะเลิศระดับประเทศ</strong>&nbsp;และรางวัลชนะเลิศระดับภาค&nbsp;ได้รับเงินรางวัลพร้อมป้ายประกาศเกียรติคุณ&nbsp;ณ&nbsp;ป่าชุมชน&nbsp;ส่วนรางวัลประเภทป่าชุมชนดีเด่นด้านการพัฒนา&nbsp;มี&nbsp;4&nbsp;รางวัล&nbsp;ได้รับรางวัลถ้วยรางวัลชนะเลิศ&nbsp;เงินรางวัล&nbsp;และป้ายประกาศเกียรติคุณ&nbsp;ณ&nbsp;ป่าชุมชนด้วย</p><p><strong>จึงขอเชิญชวนชุมชนที่สนใจขอรับและยื่นใบสมัครโดยตรงได้ที่</strong>&nbsp;สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;1-13&nbsp;สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้สาขาทุกสาขา&nbsp;ในวันเวลาราชการ&nbsp;หรือดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัครได้&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.forest.go.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">www.forest.go.th</a>&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;15&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303121155007
480	สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานพังงา น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  ปลูกผักสวนครัว เดินตามรอยพ่ออยู่อย่างพอเพียง	<p><strong>นางสาวธัญรัศม์&nbsp;ศรีริพราหมณ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานพังงา</strong>&nbsp;นำทีมเจ้าหน้าที่&nbsp;แม่บ้าน&nbsp;คนสวน&nbsp;ร่วมพลังปลูกผักตามโครงการ&nbsp;พังงาเมืองแห่งความสุข&nbsp;น้อมนำเศรษฐกิจร่วมพลังปลูกผักสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;รักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ปลูกผักสวนครัวภายในพื้นที่สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานพังงา&nbsp;ผักสวนครัวที่บุคลากรในหน่วยงานได้ปลูก&nbsp;เช่น&nbsp;ผักบุ้ง&nbsp;พริกขี้หนู&nbsp;มะเขือ&nbsp;ผักกวางตุ้ง&nbsp;ผักกาดขาว&nbsp;บวบ&nbsp;ตะไคร้&nbsp;ผักชี&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>นางสาวธัญรัศม์&nbsp;ศรีริพราหมณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;มีเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยง&nbsp;และบางครั้งก็มีเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ได้รับความเสี่ยงสูงในการปฏิบัติงานนอกพื้นที่&nbsp;การน้อมนำเศรษฐกิจร่วมพลังปลูกผักสวนครัวตามโครงการฯ&nbsp;นับเป็นโอกาสที่ดีที่บุคลากรของหน่วยงานช่วยกันปลูกผัก&nbsp;&nbsp;ไว้กิน&nbsp;ไว้ขาย&nbsp;ไว้แจก&nbsp;สู้สถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;เมื่อเลิกงานก็ช่วยกันสร้างสวนหย่อมเป็นแปลงผัก&nbsp;สานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;ที่ได้ทรงสืบสานรักษาและต่อยอด&nbsp;ตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ในเรื่องของความพอเพียง&nbsp;ความมีอยู่มีกิน&nbsp;ซึ่งได้นำมาปฏิบัติจริงในช่วงของสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;ลองทำแล้วว่าดีจริง&nbsp;ที่เราจะมีพืชผักสวนครัวไว้ประกอบอาหาร&nbsp;ลดค่าใช้จ่ายในครอบครัวอย่างเห็นได้ชัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303113507984
481	จังหวัดกำแพงเพชร ประกอบพิธีส่งมอบสิ่งของพระราชทานให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน และราษฎรในพื้นที่โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง บ้านป่าคา	<p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ที่ห้องประชุมค่ายเยาวชน&nbsp;อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า&nbsp;อำเภอโกสัมพีนคร&nbsp;จังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;</strong>นายเชาวลิตร&nbsp;แสงอุทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;เป็นประธานในพิธีส่งมอบสิ่งของพระราชทาน&nbsp;เครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;และราษฎรในพื้นที่โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;บ้านป่าคา&nbsp;อำเภอคลองลาน&nbsp;จังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;ถุง&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ราษฎร&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่สร้างขวัญ&nbsp;กำลังใจในการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติหน้าที่ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่สูงต่อไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง&nbsp;</strong>ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;บ้านป่าคา&nbsp;ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริ&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2551&nbsp;เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้โดยมุ่งส่งเสริมอาชีพการเกษตร&nbsp;ยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่&nbsp;ตลอดจนสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;ป่าไม้&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;ให้กับราษฎรชาวไทยบนพื้นที่สูง&nbsp;มีกลุ่มหมู่บ้านเป้าหมาย&nbsp;คือ&nbsp;บ้านป่าคา&nbsp;บ้านโล๊ะโค๊ะ&nbsp;และบ้านป่าหมาก&nbsp;โดยได้น้อมนำพระราชดำริมาใช้ในการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ประสานการทำงาน&nbsp;ภายใต้คณะกรรมการประสานงานการขับเคลื่อนและขยายผล&nbsp;โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;จังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;ทำให้การดำเนินงานโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงบ้านป่าคา&nbsp;มีประสิทธิภาพ&nbsp;และมีความก้าวหน้ามาโดยตลอด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.กำแพงเพชร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303114444988
482	ปลัดจังหวัดชัยนาท เผยการจัดงานมหกรรมหุ่นฟางนกและของดีศรีท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท ประจำปี 2565 ครั้งที่ 37 ในรูปแบบ New Normal โดยงดการแสดงคอนเสิร์ตและดนตรี เน้นการแสดงออกด้านศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น	<p><strong>นายยุทธพร&nbsp;พิรุณสาร&nbsp;ปลัดจังหวัดชัยนาท&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;การจัดงานมหกรรมหุ่นฟางนกและของดีศรีท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11&nbsp;&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เขื่อนเรียงหินและสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท&nbsp;โดยจะมีการเปิดงานในวันศุกร์ที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เริ่มตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;มีขบวนแห่วัฒนธรรมประเพณีที่สะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมประจำถิ่นของแต่ละพื้นที่&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;จากนั้นเวลา&nbsp;19.00&nbsp;น.&nbsp;พิธีเปิดงานโดยผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาทเป็นประธาน&nbsp;พร้อมการมอบรางวัลการประกวดขบวนแห่วัฒนธรรม&nbsp;และการเปิดร้านสกุณากาชาด&nbsp;ของเหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท&nbsp;ส่วนการจัดกิจกรรมภายในงานฯ&nbsp;มีการจัดแสดงสวนนก&nbsp;หุ่นฟางนก&nbsp;ทั้งประเภทสวยงาม&nbsp;ประเภทความคิด&nbsp;และโมบายนก&nbsp;ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม&nbsp;พร้อมมุมถ่ายภาพอย่างสวยงาม&nbsp;ส่วนการแสดงด้านบันเทิงนั้นเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอนที่มีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว&nbsp;<strong>ดังนั้น&nbsp;ทางจังหวัดชัยนาทจึงได้งดการจัดแสดงดนตรีและคอนเสิร์ตในปีนี้&nbsp;</strong>แต่จะมีเพียงการจัดแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;ลิเกชัยนาท&nbsp;โดยการสนับสนุนของกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;นอกจากนี้ในมาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19&nbsp;ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาทได้ให้ความสำคัญและเน้นย้ำการจัดแบบในรูปแบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;เริ่มจากขบวนแห่วัฒนธรรมประชาชนที่ร่วมขบวนแห่ทุกคนต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;และทั้งรายชื่อและผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยนาท&nbsp;ตรวจสอบทุกราย&nbsp;เพื่อคัดกรองก่อน&nbsp;เพื่อตรวจสอบและง่ายต่อการควบคุม&nbsp;ส่วนร้านค้าที่จำหน่ายในงาน&nbsp;ทางจังหวัดได้เชิญผู้ประกอบการมาประชุมชี้แจงทำความเข้าใจก่อนแล้ว&nbsp;พร้อมทั้งให้มีการส่งผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;เช่นกัน&nbsp;และตลอดการจัดงานผู้ค้าขายในงานทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทุก&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการเดียวกับที่ทางจังหวัดดำเนินการกับผู้ค้าในตลอดภาษีซุงและตลาดพื้นที่อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ในจังหวัดชัยนาท&nbsp;ซึ่งหากผู้ค้าขายมีการละเลยไม่ปฏิบัติตาม&nbsp;ทางจังหวัดจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดคือให้ปิดร้านค้าทันที&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จะมีเจ้าหน้าที่ออกสุ่มตรวจตลอดระยะเวลาของการจัดงานฯ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับประชาชนที่มาเที่ยวงาน&nbsp;ขอความร่วมมือสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;</strong>ตลอดเวลา&nbsp;หากไม่สวมหน้ากากอนามัยจะไม่อนุญาตให้เข้ามาเที่ยวงาน&nbsp;หรือหากลืมนำติดตัวมาจะมีจำหน่ายบริเวณหน้างาน&nbsp;รวมทั้งการบริการเจล/แอลกอฮอล์ล้างมือตามจุดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;รวม&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;และกิจกรรม&nbsp;ตักไข่สกุณา&nbsp;ณ&nbsp;ร้านกาชาดจังหวัดชัยนาท&nbsp;จะมีการกำหนดจุดยืนที่เว้นระยะห่างของประชาชน&nbsp;และเจ้าหน้าที่บริการต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเช่นกัน&nbsp;พร้อมฉากกั้นเพื่อป้องกันอย่างเคร่งครัด&nbsp;ย้ำว่างานมหกรรมหุ่นฟางนกและของดีศรีท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท&nbsp;จะไม่มีการแสดงดนตรีหรือคอนเสิร์ต&nbsp;ป้ายประชาสัมพันธ์ตามเส้นทางต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อาจยังมีอยู่เนื่องจากได้มีการจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าก่อนแล้ว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยืนยันว่าไม่มีการจัดดนตรีและคอนเสิร์ตอย่างแน่นอน&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303112523978
483	จังหวัดชัยนาท  จัดประชุมคณะอนุกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน  เพื่อพิจารณาโครงการพัฒนาสถานประกอบกิจการต้นแบบระบบการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานสู่อาเซียน ประจำปี พ.ศ.2565 ระดับจังหวัด	<p><strong>ที่ห้องประชุม&nbsp;9&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;อาคารศูนย์ราชการกระทรวงแรงงานจังหวัดชัยนาท&nbsp;</strong>ตำบลบ้านกล้วย&nbsp;อำเภอเมืองชัยนาท&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการความปลอดภัย&nbsp;อาชีวอนามัย&nbsp;และสภาพแวดล้อมในการทำงานจังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อพิจารณาโครงการพัฒนาสถานประกอบกิจการต้นแบบระบบการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย&nbsp;อาชีวอนามัย&nbsp;และสภาพแวดล้อมในการทำงานสู่อาเซียน&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;และโครงการเร่งรัดพัฒนาระบบการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย&nbsp;อาชีวอนามัย&nbsp;และสภาพแวดล้อมในการทำงานเชิงรุกในสถานประกอบกิจการประเภทกลุ่มเสี่ยงขนาดกลางและขนาดเล็ก&nbsp;SMEs&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การดำเนินงานของคณะอนุกรรมการความปลอดภัย&nbsp;อาชีวอนามัย</strong>&nbsp;และสภาพแวดล้อมในการทำงานจังหวัดชัยนาท&nbsp;เป็นการประสานนโยบาย&nbsp;แผนงาน&nbsp;และสนับสนุนการดำเนินงานด้านความปลอดภัย&nbsp;อาชีวอนามัย&nbsp;และสภาพแวดล้อมในการทำงานของจังหวัดชัยนาท&nbsp;ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล&nbsp;สอดคล้องกับนโยบาย&nbsp;และแผนงานความปลอดภัย&nbsp;อาชีวอนามัย&nbsp;และสภาพแวดล้อมในการทำงานของประเทศ&nbsp;รวมทั้งการกำหนดแผนด้านความปลอดภัยของผู้ใช้แรงงานในเขตจังหวัดชัยนาท&nbsp;ตลอดจนส่งเสริมและรณรงค์ให้เกิดจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการทำงาน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303120508006
484	วันพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย	"<p><strong>นายกู้เกียรติ&nbsp;วงศ์กระพันธุ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง</strong>&nbsp;เป็นประธานประกอบพิธีถวายราชสักการะวางพานพุ่มดอกไม้สด&nbsp;ถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;วันพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่หอประชุมจังหวัดพัทลุง&nbsp;นายกู้เกียรติ&nbsp;วงศ์กระพันธุ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง</strong>&nbsp;เป็นประธานประกอบพิธีถวายราชสักการะวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พร้อมส่วนราชการต่างในจังหวัดพัทลุงอีก&nbsp;20&nbsp;กว่าหน่วยงาน&nbsp;น้อมรำลึกในพรมหากรุณาธิคุณ&nbsp;วันพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จากนั้นนายกู้เกียรติ&nbsp;วงศ์กระพันธุ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;นำผู้ร่วมพิธีกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;นอกจากกิจกรรมพิธีถวายราชสักการะวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;จังหวัดพัทลุงยังจัดให้มีการแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติ&nbsp;""พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย""&nbsp;และมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้แรงงานไทยตระหนักถึงความสำคัญในการ&nbsp;พัฒนาตนเองให้มีมาตรฐานฝีมือเพื่อเข้าสู่กระบวนการจ้างงาน&nbsp;และสร้างรายได้ที่เหมาะสม&nbsp;รวมถึงให้ทุกภาคส่วน&nbsp;ตระหนักถึงความสำคัญของมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านมาตรฐานฝีมือแรงงานสู่สาธารณชน</p><p><strong>วันพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;</strong>คณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;กำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็นวันพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;หรือวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระราชมัญญา&nbsp;พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;บรมนาถบพิตรทรงเป็นพระบิดามาตรฐานแห่งการช่างไทย&nbsp;ด้วยพระปรีชาสามารถทางด้านการช่าง&nbsp;ทรงเป็นที่ประจักษ์ตั้งแต่พระเยาว์&nbsp;ทรงประดิษฐ์ของเล่น&nbsp;รวมทั้งเรือใบที่ใช้ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง&nbsp;กังหันน้ำชัยพัฒนา&nbsp;ตลอดจนการตั้งโรงเรียนพระดาบส&nbsp;เพื่อสอนวิชาชีพช่างแก่เยาวชน&nbsp;และผู้ด้อยโอกาส&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ทรงสนพระราชหฤทัยและพระปรีชาสามารถทรงงานด้านต่างๆ&nbsp;หลายด้าน&nbsp;งานช่างเป็นงานด้านหนึ่งที่ทรงมีความสน&nbsp;พระราชหฤทัย&nbsp;มีความถนัด&nbsp;และทรงมีฝีพระหัตถ์เป็นเยี่ยมมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์&nbsp;ทั้งด้านช่างไม้&nbsp;ด้านช่างโลหะ&nbsp;ด้านอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;หรือแม้แต่ด้านเครื่องยนต์&nbsp;เรือใบที่ทรงใช้แข่งขันในกีฬาแหลมทอง&nbsp;กังหันน้ำ&nbsp;ชัยพัฒนา&nbsp;ตลอดจนทรงตั้งโรงเรียนพระดาบสเพื่อสอนวิชาชีพช่างให้แก่เยาวชน&nbsp;รวมทั้งผู้ด้อยโอกาสทั่วไป&nbsp;ทรงสามารถทำได้ดีในทุกแขนงของงานพื้นฐานทางวิศวกรรมศาสตร์&nbsp;และเมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2513&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ทรงเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือช่างของสโมสรโรตารี่&nbsp;กรุงเทพใต้&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;ทรงมีพระราชดำรัสมีใจความสำคัญ&nbsp;ถึงความสำคัญในการส่งเสริมวิชาชีพช่างฝีมือซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ&nbsp;ให้มีความสามารถและฝีมือที่มีมาตรฐานซึ่งจะส่งผลต่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	พัทลุง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303115538000
485	มท.1 ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา มอบนโยบายขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการขจัดความยากจน 14 จังหวัดภาคใต้ เน้นย้ำ ผู้ว่าฯ-นายอำเภอ ต้องบูรณาการทุกภาคส่วนลงสำรวจและแก้ไขปัญหาแบบพุ่งเป้าให้กับประชาชน	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมบุรีศรีภู&nbsp;คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;</strong>พลเอกอนุพงศ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;พร้อมนายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;มอบนโยบายในการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อซักซ้อมแนวทางการขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับพื้นที่&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;รุ่นที่&nbsp;2&nbsp;ภาคใต้&nbsp;ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;14&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับ&nbsp;เพื่อบูรณาการร่วมกันแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;เกิดผลเป็นรูปธรรม&nbsp;นำไปสู่การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกมิติได้อย่างแท้จริง&nbsp;</p><p><strong>พลเอกอนุพงศ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและความยากจนของประชาชนในทุกมิติ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในทุกช่วงวัย&nbsp;โดยพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้มีคำสั่งให้จัดตั้ง""ศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน&nbsp;ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง""&nbsp;เพื่อเป็นกลไกเชิงนโยบาย&nbsp;ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;และพัฒนาคนทุกช่วงวัย&nbsp;เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาที่เกี่ยวข้องอย่างบูรณาการเป็นรูปธรรมและยั่งยืนได้ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;โดยใช้ระบบ&nbsp;TPMAP&nbsp;(Thai&nbsp;People&nbsp;Map&nbsp;and&nbsp;Analytics&nbsp;Platform)&nbsp;ซึ่งเป็นระบบ&nbsp;Big&nbsp;Data&nbsp;ของภาครัฐที่สามารถระบุได้ว่ากลุ่มเป้าหมายนั้นอยู่ที่ไหน&nbsp;มีปัญหาในมิติอะไร&nbsp;เช่น&nbsp;การศึกษา&nbsp;สุขภาพ&nbsp;ความเป็นอยู่&nbsp;รายได้และการเข้าถึงบริการภาครัฐ&nbsp;ซึ่งข้อมูลที่ได้จะเป็นประโยชน์กับผู้กำหนดนโยบายและหน่วยงาน&nbsp;เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้ตรงจุด&nbsp;</p><p><strong>การจัดประชุมในครั้งนี้&nbsp;มีผู้เข้าร่วมประชุมรูปแบบ&nbsp;On&nbsp;site&nbsp;จำนวน&nbsp;345&nbsp;คน</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ผู้บริหารส่วนกลาง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ปลัดจังหวัด&nbsp;พัฒนาการจังหวัด&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดและนายอำเภอ&nbsp;14&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;และยังมีการจัดประชุมในรูปแบบ&nbsp;Online&nbsp;ผู้เข้าประชุมได้แก่&nbsp;สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;พัฒนาการอำเภอ&nbsp;สาธารณสุขอำเภอ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และ&nbsp;อสม.โดยกระทรวงมหาดไทย&nbsp;(กรมการปกครอง)&nbsp;ดำเนินการถ่ายทอดสดการประชุมในครั้งนี้&nbsp;ผ่านช่องทาง&nbsp;แอปพลิเคชัน&nbsp;DOPA&nbsp;Channel&nbsp;และช่องทางออนไลน์อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;Youtube&nbsp;Facebook&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดสงขลาได้ดำเนินการถ่ายทอดเสียงการประชุมในครั้งนี้ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303115013995
486	จังหวัดเลย จัดงานวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ	<p><strong>ที่ศาลาประชาคมอำเภอเมืองเลย&nbsp;นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;เป็นประธานพิธีวางพานพุ่มถวายสักการะเนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;โดยมีผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเลย&nbsp;&nbsp;อัยการจังหวัดเลย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมวางพานพุ่มถวายสักการะ&nbsp;</p><p><strong>นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2513&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ทรงเสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานแนะแนวและแข่งขันฝีมือช่างแห่งชาติ&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;และทรงพระราชทานพระราชดำรัสเกี่ยวกับการช่างของไทย&nbsp;ความตอนหนึ่งว่า&nbsp;ช่างทุกประเภท&nbsp;เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของทุกคน&nbsp;เพราะตลอดชีวิตของเรา&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการ&nbsp;หรือสิ่งต่างๆ&nbsp;ที่มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่สนับสนุนจากทุกๆ&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ยิ่งในสมัยปัจจุบัน&nbsp;วิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้า&nbsp;ยิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษ&nbsp;เพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง&nbsp;ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการ&nbsp;ในการส่งเสริมนั้น&nbsp;มีปัญหาอันควรจะได้พิจารณาช่วยเหลืออยู่สามประการ&nbsp;ประการแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องการให้ความรู้ทางหลักวิทยาการ&nbsp;และความรู้ทางการออกแบบ&nbsp;ประการที่&nbsp;สอง&nbsp;ได้แก่ปัญหาเรื่องฝีมือ&nbsp;ซึ่งจะต้องปรับปรุงให้มีความประณีตและประสิทธิภาพได้มาตรฐานจริงๆ&nbsp;ประการที่สาม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาเรื่องการจัดหางานและการตลาด&nbsp;เพื่อช่วยให้ช่างมีงานทำ&nbsp;มีตลาดที่จะส่งสินค้าที่ผลิตได้ไปจำหน่าย&nbsp;การช่วยเหลือทั้งสามประการนี้จะต้องกระทำให้สอดคล้องกันไป&nbsp;เพื่อให้ช่างมีรายได้และผลกำไร&nbsp;สำหรับมานำมาเป็นทุนรอนสร้างฐานะและความก้าวหน้า</p><p><strong>จากระแสพระราชดำรัสดังกล่าว</strong>&nbsp;สะท้อนให้เห็นถึงสายพระเนตรอันยาวไกลที่มีพระราชดำริถึงความสำคัญของช่างฝีมือ&nbsp;ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อทุกคนในสังคม&nbsp;จึงจำเป็นต้องพัฒนาให้มีฝีมือตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;เพราะนั่นหมายถึงคุณภาพของสินค้าบริการ&nbsp;ตลอดจนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อประเทศไทย&nbsp;แม้จะพระราชทานไว้เป็นเวลาผ่านมา&nbsp;ถึง&nbsp;48&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ยังคงทันสมัยอยู่เสมอ&nbsp;และนับวันจะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น&nbsp;ซึ่งกระทรวงแรงงานได้น้อมนำใส่เกล้ามาปฏิบัติในการพัฒนากำลังแรงงานให้มีฝีมือ&nbsp;พัฒนาสู่มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่มทั้งด้านการผลิตสินค้าและบริการ&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ&nbsp;สร้างการยอมรับในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและประชาคมโลก&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติถวายพระราชสมัญญาแด่พระองค์ท่านให้เป็น&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทยพร้อมกับกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303114911994
487	จ.หนองคาย เร่งยกระดับค่าคะแนน ITA ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ทุกประเภท	"<p><strong>ที่ห้องแกรนด์บอลรูม&nbsp;1&nbsp;โรงแรมอัศวรรณ</strong>&nbsp;อำเภอเมืองหนองคาย&nbsp;นายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการ&nbsp;""อบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาและยกระดับค่าคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;(ITA)&nbsp;จังหวัดหนองคาย""&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1&nbsp;ประเภทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;(ITA)&nbsp;ให้กับข้าราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ของรัฐ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;หลักสูตร&nbsp;โดยมีผู้บริหาร&nbsp;ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;จำนวน&nbsp;160&nbsp;คน&nbsp;เข้าร่วม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของจังหวัดหนองคาย&nbsp;</strong>ผ่านเกณฑ์การประเมินครบทุกแห่ง&nbsp;จังหวัดหนแองคาย&nbsp;จึงได้จัดโครงการ&nbsp;""อบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาและยกระดับค่าคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;(ITA)&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;""ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;(ITA)&nbsp;ให้กับข้าราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ของรัฐ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;หลักสูตร&nbsp;โดยมีจุดมุ่งหมายยกระดับค่าคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสของจังหวัดหนองคาย&nbsp;ให้สามารถผ่านเกณฑ์การประเมินไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;85&nbsp;ทุกประเภท</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองคาย	สวท.หนองคาย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303114800991
488	รองผู้ว่าฯ สมุทรสงครามประชุมคณะทำงานฝ่ายจัดสร้างวัตถุมงคลฯ	<p><strong>รองผู้ว่าฯ&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;ประชุมคณะทำงานฝ่ายจัดสร้างวัตถุมงคลและฝ่ายรับจองวัตถุมงคลที่ระลึกครบรอบ&nbsp;121&nbsp;ปี&nbsp;จังหวัดสมุทรสงครามกำหนดเปิดจองวัตถุมงคลวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคมถึงวันที่&nbsp;6&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</strong></p><p><br></p><p><strong>ที่ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัด&nbsp;</strong>นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายกรกฎวงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะทำงานฝ่ายจัดสร้างวัตถุมงคลและฝ่ายรับจองวัตถุมงคลที่ระลึกครบรอบ&nbsp;121&nbsp;ปี&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เนื่องจากปีนี้นับเป็นปีมงคลครบรอบ&nbsp;121&nbsp;ปี&nbsp;จังหวัดสมุทรสงครามจึงเตรียมจัดสร้างวัตถุมงคลที่ระลึก&nbsp;โดยพระครูโสภิตวิริยาภรณ์&nbsp;เจ้าอาวาสวัดจุฬามณี&nbsp;อนุญาตให้จัดสร้างเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ประชาชน&nbsp;อีกทั้งนำรายได้สมทบในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาตลอดจนการสาธารณกุศลและสาธารณประโยชน์&nbsp;เพื่อหารือเรื่องการจัดสร้างวัตถุมงคลดังกล่าว&nbsp;ซึ่งมีการจัดสร้างวัตถุมงคล&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;เนื้อ&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.เนื้อทองคำบริสุทธิ์ลงยาราชาวดีสีแดง&nbsp;2.&nbsp;เนื้อทองคำบริสุทธิ์&nbsp;3.เนื้อเงินบริสุทธิ์หน้ากากทองคำ&nbsp;4.เนื้อเงินบริสุทธิ์ลงยาราชาวดีสีแดง&nbsp;5.เนื้อเงินบริสุทธิ์&nbsp;6.&nbsp;เนื้อนวโลหะ&nbsp;7.เนื้อตะกั่ว&nbsp;หน้ากากกาหลั่ยทอง&nbsp;8.เนื้อมหาชนวนกาหลั่ยทอง&nbsp;ลงยาสีแดงหน้า-หลัง&nbsp;9.เนื้อทองทิพย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;10.เนื้อทองแดงขัดเงา&nbsp;11.เนื้อทองแดงรมดำโบราณ&nbsp;12.&nbsp;ชุดกรรมการ&nbsp;3&nbsp;เหรียญ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เนื้อมหาชนวนกาหลั่ยทอง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ลงยาสีแดง&nbsp;,ลงยาสีเขียวและลงยาสีดำ&nbsp;13.ชุดพิเศษ&nbsp;สมโภชทวีทรัพย์&nbsp;3&nbsp;เหรียญ&nbsp;เป็นเนื้อทองคำบริสุทธิ์ลงยาราชาวดีสีแดงหน้า-หลัง&nbsp;เนื้อเงินบริสุทธิ์ลงยาราชวดีสีแดงหน้า-หลัง&nbsp;หน้ากากทองคำ&nbsp;และเนื้อนวโลหะลงยาราชาวดีสีแดง&nbsp;หน้า-หลัง&nbsp;หน้ากากทองคำ&nbsp;ทั้งนี้จะดำเนินการจัดสร้างตามจำนวนของผู้สั่งจองเท่านั้น&nbsp;</p><p><strong>นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ส่วนการจองเหรียญเนื้อทองคำและชุด&nbsp;สมโภชทวีทรัพย์&nbsp;121&nbsp;เปิดจองระหว่างวันที่&nbsp;28&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ส่วนเเบบอื่นๆ&nbsp;เปิดจองระหว่างวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;สามารถสั่งจองได้ที่ที่ทำการปกครองจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดฯ&nbsp;,ที่ว่าการอำเภอทั้ง&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ทุกแห่งจะเริ่มแจกบัตรคิวเวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;ในวันราชการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนการสั่งจองที่วัดจุฬามณีเปิดจอง&nbsp;แบบออนไลน์&nbsp;5&nbsp;ช่องทาง&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ทั้งไลน์&nbsp;ID&nbsp;พระปลัดชัยมิตร&nbsp;093-6495123&nbsp;Line:@watchulamanee&nbsp;(วัดจุฬามณี),&nbsp;เพจพระอุปัชฌาย์อิฏฐ์&nbsp;วัดจุฬามณี&nbsp;Line:@taovessuwanno&nbsp;(ท้าวเวสสุวรรณโณ)&nbsp;และศูนย์จองชั้นนำทั่วไทย&nbsp;ศิษย์หลวงพ่ออิฏฐ์และศิษย์ท้าวเวสสุวรรณโณร่วมสร้างบุญหนุนบารมี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303114835992
489	รองอธิบดีกรมหม่อนไหม ประชุมเตรียมพร้อมจัดนิทรรศการเกษตรสมัยใหม่ต้อนรับคณะศึกษาดูงานของผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง (วกส.) รุ่นที่ 1	<p><strong>นายวัชรพงษ์&nbsp;แก้วหอม&nbsp;รองอธิบดีกรมหม่อนไหม</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;เพื่อเตรียมการต้อนรับคณะศึกษาดูงานของผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง&nbsp;(วกส.)&nbsp;รุ่นที่๑&nbsp;ที่จะมาศึกษาดูงานและเยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดขอนแก่น</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายวิศิษฐ์&nbsp;ไฝจันทร์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ</strong>&nbsp;เขต&nbsp;3&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;นางสาวจิราลักษณ์&nbsp;ปรีดี&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมมัดหมี่&nbsp;ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ฯ&nbsp;ขอนแก่น</p><p><strong>ซึ่งกิจกรรมประกอบด้วย</strong></p><p>-การปลูกและขยายพันธุ์หม่อน,&nbsp;การผลิตไข่ไหมพันธุ์ดีเพื่อแจกจ่ายเกษตรกร,&nbsp;การเลี้ยงไหม,&nbsp;การสาวไหมและการรับรองมาตรฐานเส้นไหม,&nbsp;การฟอกย้อมสีเส้นไหมด้วยวัสดุธรรมชาติ,&nbsp;การผลิตผ้าไหมมัดหมี่ลายแคนแก่นคูน,&nbsp;ผ้าไหมไทยประเภทต่างๆ&nbsp;และการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน&nbsp;,&nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหม&nbsp;(ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ฯ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;)</p><p>-การปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;(สถานีพัฒนาที่ดินขอนแก่น)</p><p>-เครื่องมือและอุปกรณ์พัฒนาคุณภาพเส้นไหม&nbsp;(หจก.ทิพย์พัฒนาไหมไทย)</p><p>-การเลี้ยงครั่งเพื่อใช้ย้อมไหม&nbsp;(ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดขอนแก่น&nbsp;(ผึ้ง))</p><p>-เมืองหัตถกรรมโลกแห่งผ้ามัดหมี่&nbsp;(สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดขอนแก่น)</p><p>-สินค้าผ้าไหม&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;(กลุ่มผู้ทอผ้าไหม)</p><p>-หมอนเพื่อสุขภาพจากไหมอีรี่&nbsp;อาหารจากดักแด้ไหมอีรี่&nbsp;(กลุ่มเกษตรกร)</p><p>-การใช้หม่อนไหมเพื่อประโยชน์ด้านอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;หม่อนพืชอาหารสัตว์&nbsp;(สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดขอนแก่น)</p><p>-เสื้อเกราะกันกระสุนจากรังไหม&nbsp;(เกษตรกร&nbsp;อ.ภูเวียง)</p><p>-ผ้าฝ้ายผสมใยหม่อน&nbsp;(เกษตรกร&nbsp;บ.หนองหญ้าปล้อง&nbsp;อ.มัญจาคีรี)</p><p>-กิจกรรมเด่นของหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าวพันธุ์ทับทิมชุมแพ&nbsp;(ศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ),&nbsp;อ้อย,&nbsp;ถั่วลิสง&nbsp;พันธุ์ใหม่&nbsp;(ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น),&nbsp;ผักปลอดสารพิษ&nbsp;(สำนักงานเกษตรจังหวัดขอนแก่น),&nbsp;การเลี้ยงปลานิล&nbsp;(สำนักงานประมงจังหวัดขอนแก่น)&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งจะจัดกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;ในวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่จะถึงนี้</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;หลักสูตร&nbsp;วิทยาการเกษตร&nbsp;ระดับสูง&nbsp;(วกส.)</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;Agriculture&nbsp;and&nbsp;Cooperatives&nbsp;Executive&nbsp;Program&nbsp;(ACE)&nbsp;นี้เป็นหลักสูตรเพื่อขับเคลื่อนผู้นำภาคการเกษตรของไทย&nbsp;ให้เป็นผู้นำในระดับนานาชาติ&nbsp;อย่างมีนวัตกรรมและยั่งยืน&nbsp;ด้วยวิทยาการเกษตรเทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรมสมัยใหม่&nbsp;ภายใต้หลักการตลาดนำการผลิต&nbsp;และเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เพื่อความสมดุล&nbsp;มั่นคงและยั่งยืน&nbsp;มีเป้าหมายในการพัฒนาศักยภาพและสร้างผู้นำระดับสูง&nbsp;ให้มีความรู้&nbsp;ความสามารถ&nbsp;ด้านการพัฒนาการเกษตร&nbsp;รวมทั้งก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้&nbsp;วิสัยทัศน์&nbsp;และประสบการณ์&nbsp;ระหว่างผู้นำ&nbsp;ทั้งภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;และภาคประชาชน&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;ประชารัฐ&nbsp;มุ่งสู่การเกษตรวิถีใหม่&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303114701989
490	3 มี.ค.65 จ.ลำพูน พบติดเชื้อ COVID-19 จากผล RT-PCR 10 ราย จากผลตรวจ ATK Positive 280 ราย เสียชีวิต 1 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน&nbsp;รายงานสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;</strong>ในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพิ่มจากผล&nbsp;RT-PCR&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นในจังหวัด&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;การตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;Positive&nbsp;280&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยติดเชื้อสะสมทั้งสิ้น&nbsp;14,280&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ยอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;54&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันรักษาตัวทั้งหมด&nbsp;102&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;Pro.Case&nbsp;จำนวน&nbsp;3,074&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ใน&nbsp;รพ.รัฐ&nbsp;109&nbsp;ราย&nbsp;รพ.เอกชน&nbsp;452&nbsp;ราย&nbsp;CI&nbsp;262&nbsp;ราย&nbsp;HI&nbsp;2,256&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;5,408&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;Pro.Case&nbsp;จำนวน&nbsp;5,652&nbsp;ราย</p><p><strong>ในส่วนของสถิติการครองเตียงของโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งในจังหวัดลำพูนมีทั้งหมด&nbsp;288&nbsp;เตียง</strong>&nbsp;ใช้ไป&nbsp;109&nbsp;เตียงหรือคิดเป็น&nbsp;37.85%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วย&nbsp;179&nbsp;เตียงคิดเป็น&nbsp;62.15%&nbsp;นอกจากนี้เตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชนมีรองรับทั้งสิ้น&nbsp;636&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;452&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;71.07%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วยอีก&nbsp;184&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;28.93%</p><p><strong>สำหรับการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19</strong>&nbsp;ของจังหวัดลำพูน&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มียอดสะสมการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;334,635&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;81.99%&nbsp;ของผู้ประสงค์ฉีดทั้งหมด&nbsp;126,648&nbsp;คน&nbsp;จากประชากรทั้งหมด&nbsp;401,408&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;83.37%&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;334,635&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;319,716&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;159,844&nbsp;ราย&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;5,265&nbsp;เข็ม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303112540979
491	จ.หนองคาย พัฒนาและยกระดับค่าคะแนนการประเมินคุณธรรม	<p><strong>จังหวัดหนองคาย&nbsp;จัดโครงการอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ</strong>เพื่อพัฒนาและยกระดับค่าคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;(ITA)&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ให้สามารถผ่านเกณฑ์ประเมินได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;85&nbsp;ทุกประเภท</p><p><strong>ที่ห้องแกรนด์บอลรูม&nbsp;โรงแรมอัศวรรณ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดหนองคาย</strong>&nbsp;นายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ&nbsp;อบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาและยกระดับค่าคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;(ITA)&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;ที่จังหวัดหนองคาย&nbsp;โดยสำนักงานจังหวัดหนองคาย&nbsp;จัดให้มีขึ้น</p><p><strong>โครงการอบรมสัมมนาฯที่จัดให้มีขึ้นครั้งนี้</strong>&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ให้กับข้าราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ของรัฐ&nbsp;โดยมีจุดมุ่งหมายยกระดับค่าคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสของจังหวัดหนองคาย&nbsp;ให้สามารถผ่านเกณฑ์การประเมินไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;85&nbsp;ทุกประเภท&nbsp;ผู้เข้ารับการอบรมฯ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ของรัฐสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;จำนวน&nbsp;160&nbsp;คน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองคาย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303114334987
492	จ.ชัยภูมิ พบผู้เสียชีวิตจากโควิดเพิ่มอีก 2 ขณะที่ยอดติดเชื้อต่อวันยังอยู่ในระดับที่สูง	<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายแพทย์วชิระ&nbsp;บถพิบูลย์</strong>&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;พบผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;รายใหม่จำนวน&nbsp;239&nbsp;ราย&nbsp;เป็นการติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;224&nbsp;ราย&nbsp;และพบผู้ที่เดินทางกลับจากต่างจังหวัดอีก&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;โดยพบที่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;63&nbsp;ราย,&nbsp;อ.จัตุรัส&nbsp;34&nbsp;ราย,&nbsp;อ.เทพสถิต&nbsp;33&nbsp;ราย,&nbsp;อ.คอนสวรรค์&nbsp;25&nbsp;ราย,&nbsp;อ.บ้านเขว้า&nbsp;17&nbsp;ราย,&nbsp;อ.หนองบัวแดง&nbsp;15&nbsp;ราย,&nbsp;อ.ภูเขียว&nbsp;11&nbsp;ราย,&nbsp;อ.คอนสาร&nbsp;10&nbsp;ราย,&nbsp;อ.ภักดีชุมพล&nbsp;9&nbsp;ราย,&nbsp;อ.เนินสง่า&nbsp;7&nbsp;ราย,&nbsp;อ.บ้านแท่น&nbsp;5&nbsp;ราย,&nbsp;อ.หนองบัวระเหว&nbsp;4&nbsp;ราย,&nbsp;อ.แก้งคร้อ&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;อ.บำเหน็จณรงค์&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จังหวัดชัยภูมิยังพบผู้สียชีวิตจากโรคโควิด-19</strong>&nbsp;เพิ่มเติมอีก&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;โดยรายแรกหญิง&nbsp;วัยเพียง&nbsp;26&nbsp;ปี&nbsp;อาศัยอยู่ที่&nbsp;อ.เกษตรสมบูรณ์&nbsp;มีโรคประจำตัว&nbsp;คือ&nbsp;โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง&nbsp;และ&nbsp;โรคเยื่อบุสมองอักเสบ&nbsp;เสียชีวิตหลังเข้ารับการรักษาตัว&nbsp;9&nbsp;วัน&nbsp;ส่วนรายที่&nbsp;2&nbsp;เป็นหญิงชรา&nbsp;เป็น&nbsp;91&nbsp;ปี&nbsp;เสียชีวิตด้วยอาการปอดอักเสบอย่างรุนแรง&nbsp;หลังเข้ารับการรักษาตัวได้&nbsp;3&nbsp;วัน</p><p><strong>สรุปยอดรวมผู้ป่วยสะสมของจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;</strong>อยู่ที่&nbsp;20,480&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษาตัว&nbsp;3,237&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตรวม&nbsp;146&nbsp;ราย</p><p><strong>ขณะข้อมูลการรักษาตัวของผู้ติดเชื้อโควิดในขณะนี้</strong>&nbsp;พบว่าร้อยละ&nbsp;93.3&nbsp;เป็นผู้ป่วยสีเขียว&nbsp;คือ&nbsp;มีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการเลย&nbsp;ขณะที่ร้อยละ&nbsp;6.5&nbsp;เป็นผู้ป่วยที่มีอาการปานกลาง&nbsp;มีเพียงร้อยละ&nbsp;0.2&nbsp;เท่านั้นที่เป็นผู้ป่วยสีแดง&nbsp;เหลือเตียงว่าง&nbsp;1,535&nbsp;เตียง&nbsp;หรือคิดเป็น&nbsp;32.21%&nbsp;ของเตียงทั้งหมด</p><p><strong>ส่วนผลการเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19</strong>&nbsp;ในจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ณ&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;มีผู้เข้ารับบริการวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;659,634&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;68.75&nbsp;%&nbsp;และมีผู้เข้ารับบริการวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;603,381&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;62.89&nbsp;%&nbsp;และ&nbsp;มีผู้เข้ารับบริการวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;แล้ว&nbsp;135,417&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;14.11&nbsp;%&nbsp;และมีผู้เข้ารับบริการวัคซีนเข็มที่&nbsp;4&nbsp;แล้ว&nbsp;9,295&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;0.97&nbsp;%</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303114152985
493	จ.อุบลฯ ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ อาคาร 80 ปี กรมการแพทย์  เพื่อให้สามารถรองรับผู้ป่วยโรคมะเร็งในเขตพื้นที่รับผิดชอบได้ และแก้ปัญหาลดความแออัดของผู้มารับบริการในปัจจุบัน	"<p><strong>วันนี้&nbsp;3&nbsp;มีนามคม&nbsp;2565&nbsp;นายแพทย์สมศักดิ์&nbsp;อรรฆศิลป์</strong>&nbsp;อธิบดีกรมการแพทย์&nbsp;เป็นประธานวางศิลาฤกษ์&nbsp;อาคาร&nbsp;80&nbsp;ปี&nbsp;กรมการแพทย์&nbsp;(อาคารผู้ป่วยหนักและผู้ป่วยใน&nbsp;โรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี&nbsp;)&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณพื้นที่ก่อสร้างอาคาร&nbsp;80&nbsp;ปี&nbsp;กรมการแพทย์&nbsp;โรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี&nbsp;โดยมีผู้อำนวยการโรงพยาบาล&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี&nbsp;เข้าร่วมพิธี&nbsp;เพื่อให้การดำเนินการก่อสร้างอาคาร&nbsp;80&nbsp;ปี&nbsp;กรมการแพทย์&nbsp;(อาคารผู้ป่วยหนักและผู้ป่วยใน&nbsp;โรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี)&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;เป็นสิริมงคลแก่ผู้มารับบริการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน</p><p><strong>นายแพทย์สมศักดิ์&nbsp;อรรฆศิลป์&nbsp;อธิบดีกรมการแพทย์</strong>&nbsp;เปิดเผย&nbsp;ตามที่&nbsp;โรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี&nbsp;กรมการแพทย์&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบลงทุน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;2567&nbsp;ก่อสร้างอาคาร&nbsp;80&nbsp;ปี&nbsp;กรมการแพทย์&nbsp;(อาคารผู้ป่วยหนักและผู้ป่วยใน)&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;หลัง&nbsp;โดยมีพื้นที่ใช้สอย&nbsp;13,144&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;งบประมาณก่อสร้างจำนวน&nbsp;338,000,000&nbsp;บาท&nbsp;(สามร้อยสามสิบแปดล้านบาทถ้วน)&nbsp;ได้เริ่มก่อสร้างตามสัญญาตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถรองรับผู้ป่วยโรคมะเร็งในเขตพื้นที่รับผิดชอบได้&nbsp;และแก้ปัญหาลดความแออัดของผู้มารับบริการในปัจจุบัน&nbsp;ประกอบกับโรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี&nbsp;มีการวางแผนเพิ่มพื้นที่การให้บริการในหอผู้ป่วยให้มีความสะดวก&nbsp;เป็นสัดส่วน&nbsp;สามารถแยกผู้ป่วยตามประเภทการรักษา&nbsp;รวมทั้งขยายการให้บริการผู้ป่วยหนัก&nbsp;(ICU),&nbsp;ห้องผ่าตัด,&nbsp;รังสีร่วมรักษา&nbsp;รองรับการพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาล&nbsp;ให้เป็นโรงพยาบาลเครือข่ายโรคมะเร็งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;สอดรับต่อการขับเคลื่อนนโยบาย&nbsp;80&nbsp;ปี&nbsp;กรมการแพทย์&nbsp;ประชาชนสามารถ&nbsp;เข้าถึงบริการทางการแพทย์&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;""ทำดีที่สุด&nbsp;เพื่อทุกชีวิต""&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303115718001
494	จ.ศรีสะเกษ มอบนโยบายขับเคลื่อนงานด้านวัฒนธรรม	<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายวิทยา&nbsp;วิรารัตน์</strong>&nbsp;ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานในการประชุม&nbsp;และมอบนโยบายขับเคลื่อนแนวทางการดำเนินงานสภาวัฒนธรรม&nbsp;ในการประชุมสภาวัฒนธรรมอำเภอกันทรารมย์&nbsp;/&nbsp;สภาวัฒนธรรมตำบล&nbsp;/&nbsp;เทศบาลตำบล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565</p><p><strong>โดยมีนายทวี&nbsp;บุญพอ&nbsp;ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอกันทรารมย์</strong>&nbsp;นายปรเมษฐ์&nbsp;วิเศษศรี&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;สมหมาย&nbsp;รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด&nbsp;นางตระกูล&nbsp;แสงลับ&nbsp;นายสมบัติ&nbsp;สามสี&nbsp;กรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัด&nbsp;พร้อมด้วยคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอกันทรารมย์&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลกันทรารมย์&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303115306997
495	เหล่ากาชาดจังหวัดหนองบัวลำภู มอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค แก่ผู้กักตัวและผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่รักษาตัวที่บ้าน	<p><strong>ที่สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดหนองบัวลำภู</strong>&nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;อำเภอเมืองหนองบัวลำภู&nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;นายมานัส&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ที่ปรึกษานายกเหล่ากาชาดจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;นายอนุชา&nbsp;พัสถาน&nbsp;ปลัดจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;พร้อมด้วยสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ร่วมกันมอบถุงยังชีพ&nbsp;เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ชุด&nbsp;ให้นายประยูร&nbsp;อรัญรุท&nbsp;นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู&nbsp;นำไปแจกจ่ายให้กับผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;และผู้กักตัวในเขตอำเภอเมืองหนองบัวลำภู&nbsp;โดยเฉพาะครัวเรือนขาดแคลนและยากไร้</p><p><strong>โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19</strong>&nbsp;ในเขตอำเภอหนองบัวลำภู&nbsp;พบการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;34&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;ซึ่งข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีจำนวนผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;1,324&nbsp;ราย&nbsp;อัตราป่วยในรอบ&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์สูงสุด&nbsp;31.43&nbsp;ต่อประชากรแสนคน&nbsp;(จำนวน&nbsp;220&nbsp;ราย)&nbsp;มีผู้ป่วยรับการรักษาที่โรงพยาบาล&nbsp;69&nbsp;ราย&nbsp;ศูนย์พักคอย&nbsp;32&nbsp;ราย&nbsp;และที่บ้านพักอาศัย&nbsp;359&nbsp;ราย&nbsp;และมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวนมาก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองบัวลำภู	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303115818002
496	"รัฐฯ สานต่อ ""บ้านมั่นคงริมคลอง"" แก้ปัญหารุกคลองสาธารณะ สร้างคุณภาพชีวิตชาวชุมชนให้ดีขึ้น"	"<p><strong>สิ่งปลูกสร้างของชุมชนแออัดรุกล้ำคลองสายหลักในเขตกรุงเทพฯ และบางพื้นที่ของปริมณฑล</strong> เป็นภาพชินตามาหลายทศวรรษและเป็นปัญหาเรื้อรังหลายด้าน ปัญหาขยะ สิ่งสกปรก น้ำเน่าเสียในลำคลอง และทัศนียภาพไม่สวยงาม</p><p><strong>จากข้อมูลของผู้คนที่อาศัยในชุมชนริมคลองสายหลักของกรุงเทพฯ อย่าง คลองลาดพร้าว คลองเปรมประชากร </strong>พบว่าหลายต่อหลายครอบครัวตั้งรกรากสร้างที่อยู่อาศัยทั้งที่ริมคลองและรุกล้ำลงไปในคลองมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายถึงรุ่นพ่อแม่ หรือราว 60 - 70 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่นั้นเรื่อยมาก็มีการรุกล้ำเพิ่มเติมต่อเนื่อง ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ จึงตามมา ทั้งขยะ สิ่งสกปรก น้ำที่ผ่านการใช้ในชีวิตประจำวันถูกทิ้งลงสู่คลอง น้ำจึงเน่าเสีย ขยะจำนวนมากลอยเกาะเป็นแพแผ่หราในคลอง กลายเป็นภาพที่ไม่พึงประสงค์ได้พบเจอ ทำลายทัศนียภาพ โดยเฉพาะขยะซึ่งพบข้อมูลจากกรุงเทพฯ เมื่อปี 2563 เจ้าหน้าที่ กทม. เก็บขยะในคู คลอง แม่น้ำ และหน้าสถานีสูบน้ำได้มากกว่าวันละ 10 ตัน ในวันฝนตกกว่า 20 ตัน</p><p><strong><u>ปัญหาต่อการระบายน้ำและน้ำท่วม</u></strong></p><p>ขยะและสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำคลอง เป็นอุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งต่อการระบายน้ำ ส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วม เนื่องจากขยะได้ลอยไปปิดและอุดตันช่องระบายน้ำของสถานีสูบน้ำแต่ละแห่ง ประสิทธิภาพการระบายจึงลดลง ขณะที่สิ่งปลูกสร้างรุกล้ำที่ขยายตัวต่อเนื่อง เสาและตัวบ้านก็ขวางทางน้ำไหลไปสู่สถานีระบาย น้ำที่มีปริมาณมากขึ้น เมื่อฝนตก จึงไหลไปสู่สถานีระบายได้ช้าลงจนเกิดน้ำเอ่อตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่ริมคลองและพื้นที่ชั้นใน ยกตัวอย่างให้เห็นชัดขึ้นกรณีคลองลาดพร้าว ที่มีความยาวราว 22 กิโลเมตร ไหลผ่าน 8 เขตของ กทม. ตั้งแต่วังทองหลางถึงสายไหมและดอนเมือง เดิมทีคลองคลาดพร้าวมีความกว้างเฉลี่ยราว 35 เมตร แต่เมื่อมีการรุกล้ำลำคลองจากสองฝั่งกว่า 50 ชุมชน กว่า 7,000 ครัวเรือน ความกว้างของคลองลาดพร้าวจึงเหลือประมาณ 10 เมตร ในหลายช่วงทำให้พื้นที่รับน้ำเพื่อระบายหรือแก้มลิงลดลงจากสิ่งกีดขวางดังกล่าว</p><p><strong><u>ปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิต</u></strong></p><p>คำว่ารุกล้ำ แน่นอนว่าผิดกฎหมาย ดังนั้น ชาวชุมชนที่อยู่ในสิ่งก่อสร้างที่รุกคลองจึงมีความไม่แน่นอนว่าจะถูกไล่รื้อหรือถูกดำเนินคดีเมื่อไหร่ ส่วนด้านคุณภาพชีวิตย่อมไม่ดีแน่ เพราะสภาพบ้านเรือนที่เสื่อมโทรมไม่แน่นหนามักเกิดอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะภัยจากสิ่งแวดล้อม อย่างอันตรายจากคลื่นในคลองซัด ภัยจากแรงลมแรงฝนกระหน่ำ หรือภัยจากปัญหาอาชญากรรมต่าง ๆ ก็เกิดขึ้นได้ง่ายในบ้านที่ไม่มั่นคงเช่นนั้น นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บ เพราะผู้ที่อาศัยในสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำคลองมักอยู่ใกล้กับน้ำเสียเหม็นเน่าและขยะจำนวนมาก</p><p><strong><u>ที่มาของโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยริมคลอง</u></strong></p><p>ข้อมูลจากสำนักการระบายน้ำ กทม. ระบุว่าในพื้นที่กรุงเทพฯ&nbsp;มีคลอง&nbsp;คู ลำกระโดง&nbsp;รวมกัน 1,980 สาย&nbsp;ความยาวรวมประมาณ 2,700 กิโลเมตร ในจำนวนนี้ถูกรุกล้ำ 1,161 สาย&nbsp;มีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำประมาณ 23,500 หลัง สิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำและขยะในคลองได้สะท้อนปัญหาออกมาชัดเจนเมื่อปลายปี 2554 ที่เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ สิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำและขยะเป็นอุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งต่อการระบายน้ำดังที่กล่าวมา ชุมชนริมคลองจึงมักได้รับผลกระทบน้ำท่วมก่อนแล้วจึงทะลักเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน</p><p><strong><u>รัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญ เริ่มแก้ปัญหาเรื้อรัง</u></strong></p><p>เมื่อปี 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ตระหนักถึงปัญหาจึงกำหนดมาตรการจัดระเบียบ แก้ไขปัญหาชุมชนแออัดและก่อสร้างที่อยู่อาศัยรุกแนวลำคลองและทางระบายน้ำ เพื่อให้เป็นไปตามแผนแม่บทพัฒนาที่อยู่อาศัย ระยะเวลา 20 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ ""คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่ว และมีคุณภาพชีวิตที่ดี""&nbsp;</p><p><strong><u>พอช. - กทม. รับทำโครงการให้ประสบผลสำเร็จ</u></strong></p><p>โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยริมคลอง เริ่มดำเนินการในปี 2559 รัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มอบหมายให้กรุงเทพมหานครรับผิดชอบการสร้างเขื่อนระบายน้ำ ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัดทำแผนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยรองรับชาวชุมชนริมคลองที่ต้องรื้อย้ายออกจากแนวคลองและแนวเขื่อน&nbsp;</p><p><strong><u>สร้างเขื่อนระบายน้ำ กำจัดขยะ แก้น้ำท่วม ปรับปรุงสภาพน้ำให้กลับมาใสขึ้น</u></strong></p><p>ในส่วนการสร้างเขื่อนระบายน้ำ กทม. ได้รับงบประมาณจากรัฐบาล 1,646 ล้านบาท ในช่วงต้นนำไปว่าจ้างเอกชนก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตระบายน้ำที่คลองลาดพร้าวก่อน ระยะทาง 45 กิโลเมตร ทั้งสองฝั่งคลอง เริ่มสร้างมาตั้งแต่ปี2559 ล่าสุดมีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 55 ส่วนคลองเปรมประชากร สร้างสำเร็จไปแล้ว 2 ช่วง ระยะทางรวม10.81 กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างสร้างช่วงที่ 3 - 4 โดยทั้งสองคลองในแต่ละช่วงที่สร้างเขื่อนก็มีการปรับสภาพน้ำและกำจัดขยะไปด้วย</p><p><strong><u>บ้านมั่นคงริมคลอง สำเร็จให้เห็นเป็นระยะ</u></strong></p><p>ขณะที่การพัฒนาที่อยู่อาศัย พอช.รับงบประมาณกว่า 4,061 ล้านบาทจากรัฐบาล นำร่องชุมชนคลองลาดพร้าว&nbsp;50 ชุมชน 7,069 ครัวเรือน และต่อเนื่องมาบางชุมชนของคลองเปรมประชากร เริ่มก่อสร้างปี 2559 เช่นกัน&nbsp;โดยยึดตามรูปแบบ บ้านมั่นคง แต่มีแนวทางที่แตกต่างบ้างหลัก ๆ คือ หากชุมชนใดสามารถอยู่ในที่ดินเดิมได้ (หลังจากสำรวจและวัดแนวเขตว่าพ้นจากแนวเขื่อนฯ แล้ว) จะต้องทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ ระยะเวลาช่วงแรก 30 ปี อัตราค่าเช่าประมาณ 1.25  4&nbsp;บาท/ตารางวา/เดือน ทุกครอบครัวจะได้รับที่ดินเท่ากัน&nbsp;ขนาดบ้านประมาณ&nbsp;4?6 - 4?8 ตารางเมตร มีทั้งบ้านชั้นเดียวและ 2 ชั้น บางชุมชนมี 3 ชั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการของชาวบ้านและความสามารถในการผ่อนชำระสินเชื่อ ประมาณเดือนละ 1-3 พันบาทเศษ </p><p><strong>รัฐบาลโดย พอช.สนับสนุนสินเชื่อก่อสร้างบ้านไม่เกิน 330,000 บาท/ครัวเรือน</strong> และสนับสนุนงบประมาณสร้างสาธารณูปโภค  เงินอุดหนุน 147,000 บาท/ครัวเรือน&nbsp;หากชุมชนใดมีพื้นที่ไม่เพียงพอ&nbsp;ชาวบ้านอาจจะรวมตัวกันไปหาที่ดินแปลงใหม่ที่อยู่ไม่ไกลจากชุมชนเดิม เพื่อความสะดวกในการประกอบอาชีพ การเดินทาง&nbsp;เช่น ที่ดินของบริษัทในสังกัดกระทรวงการคลัง หรือที่ดินเอกชน โดย พอช.จะสนับสนุนสินเชื่อเพื่อซื้อที่ดินและสร้างบ้านครัวเรือนละไม่เกิน 360,000 บาท ส่วนการสร้างบ้าน ชุมชนจะคัดเลือกบริษัทหรือผู้รับเหมามาสร้างบ้านทั้งชุมชน&nbsp;มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อดำเนินการ&nbsp;ทั้งนี้มีเป้าหมาย 13,455 ครัวเรือน จากคลองลาดพร้าว คลองบางซื่อและคลองเปรมประชากร เริ่มนำร่องก่อสร้างที่ชุมชนริมคลองลาดพร้าว และคลองเปรมประชากร&nbsp;</p><p><strong>ข้อมูลจาก พอช.เมื่อกรกฎาคม 2564&nbsp;พอช.ก่อสร้างบ้านในชุมชนริมคลองลาดพร้าว ที่ครอบคลุมพื้นที่ 8 เขตไปแล้ว</strong> 35 ชุมชน รวม 3,536 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 50.02 ของกลุ่มเป้าหมาย คลองเปรมประชากร ครอบคลุม 4 เขตและบางพื้นที่ของจังหวัดปทุมธานี สร้างแล้ว 668 ครัวเรือน หรือร้อยละ 10.46&nbsp;ของกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong><u>บ้านมั่นคงริมคลอง ยกระดับคุณภาพชีวิต  มีรายได้เพิ่ม</u></strong></p><p>จนถึงขณะนี้รัฐบาลชุดปัจจุบันที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังคงเดินหน้าก่อสร้างบ้านมั่นคงริมคลองและเขื่อนระบายน้ำต่อไป อีกไม่กี่ปีข้างหน้าคลองสายสำคัญในกรุงเทพฯ จะต้องพลิกโฉมเปลี่ยนแปลงครบถ้วนตามเป้าหมาย ที่สำคัญคือคุณภาพชีวิตของชาวชุมชนริมคลองจะดีขึ้นอีก เพราะไม่ต้องอยู่ในสิ่งปลูกสร้างที่เสื่อมทรุด รุกล้ำคลองและรายล้อมด้วยขยะ แต่กลับได้อยู่บ้านริมคลองที่สภาพมั่นคงแน่นหนา สวยงาม มีสาธารณูปโภค มีพื้นที่ส่วนกลางไว้พักผ่อนและประกอบกิจกรรมต่าง ๆ และมีเจ้าหน้าที่ภาครัฐจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสอนประกอบอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นอีกทางหนึ่ง ดังที่เกิดขึ้นกับชุมชนบ้านมั่นคงริมคลองที่สร้างแล้วเสร็จมาแล้วหลายแห่ง</p><p><br></p>"	2022-03-03T00:00:00	NULL	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303120237004
497	ลำปาง พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่  395  ราย	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม&nbsp;395&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;395&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;93&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;302&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;9,609&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;3,309&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้วสะสม&nbsp;6,291&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;9&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันเดียวกัน</strong>&nbsp;จังหวัดลำปางฉีดวัคซีนไปแล้ว&nbsp;1,156,085&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;493,119&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;475,007&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;182,467&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;5,492&nbsp;คน</p><p><strong>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;DMHTT</strong>&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัย&nbsp;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สายด่วนโควิด-19&nbsp;ลำปาง&nbsp;โทร.&nbsp;093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;ในวันเวลาราชการ&nbsp;และวันเสาร์-อาทิตย์&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน&nbsp;และขอเชิญชวนชาวลำปางซึ่งมีอายุ&nbsp;5&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;เข้ารับบริการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;และฉีดกระตุ้นในเข็มที่&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;ให้เร็วที่สุด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303122917011
498	กลุ่มเด็ก 5-11 ขวบ จังหวัดสกลนคร พร้อมฉีดวัคซีนไฟเซอร์ฝาส้ม	<p><strong>กลุ่มเด็กนักเรียนอายุ&nbsp;5-11&nbsp;ขวบ</strong>&nbsp;ในเขตเทศบาลนครสกลนคร&nbsp;พร้อมเข้ารับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ชนิดฝาส้ม&nbsp;สร้างภูมิคุ้มกันและลดอาการรุนแรงของการเกิดโรคโควิด&nbsp;-19</p><p><strong>ที่อาคารศาลาการเปรียญ</strong>&nbsp;ภายในวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร&nbsp;เทศบาลนครสกลนคร&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;ครู&nbsp;อาจารย์&nbsp;พ่อ&nbsp;แม่&nbsp;ผู้ปกครอง&nbsp;ของนักเรียนจากโรงเรียนเชิงชุมราษฎร์นุกูล&nbsp;โรงเรียนสกลนคร&nbsp;(วันครู&nbsp;2501)&nbsp;และโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครสกลนคร&nbsp;กลุ่มอายุ&nbsp;5-11&nbsp;ขวบ&nbsp;เข้ารับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์&nbsp;ชนิดฝาสีส้ม&nbsp;ซึ่งโรงพยาบาลศูนย์สกลนคร&nbsp;ออกหน่วยให้บริการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มดังกล่าว&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;3-4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้ผ่านการยินยอมของผู้ปกครองเรียบร้อยแล้ว</p><p><strong>นางอ้อยทิพย์&nbsp;ยะไวทย์&nbsp;คุณครูโรงเรียนเชิงชุมราษฎร์นุกูล</strong>&nbsp;กล่าว&nbsp;กลุ่มนักเรียนที่ฉีดวัคซีนครั้งนี้&nbsp;เกือบร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ที่ผู้ปกครองให้ความยินยอมเนื่องจากตระหนักถึงเรื่องของการ&nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;โดยคณะครู&nbsp;อาจารย์จะ&nbsp;ได้มีการประชาสัมพันธ์&nbsp;ทำความเข้าใจกับนักเรียน&nbsp;เพื่อไปสื่อสาร&nbsp;กับพ่อแม่ผู้ปกครอง&nbsp;ให้เห็นความสำคัญของการฉีดวัคซีน</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นางสาวศรนรินทร์&nbsp;คำทะเนตร&nbsp;ผู้ปกครอง</strong>&nbsp;และ&nbsp;ตัวแทนนักเรียนที่มาฉีดวัคซีน&nbsp;ต่างมีความเชื่อมั่น&nbsp;เพื่อร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันและลดอาการรุนแรงของโรคโควิด-&nbsp;19&nbsp;ได้</p><p><strong>สำหรับการฉีดวัคซีนกลุ่มเด็กอายุ&nbsp;5&nbsp;-11&nbsp;ขวบ&nbsp;จังหวัดสกลนคร</strong>&nbsp;ได้มีการ&nbsp;ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับบุคลากรในสถานศึกษาเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจให้นักเรียนและผู้ปกครอง&nbsp;เห็นความสำคัญและสร้างความตระหนักในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-&nbsp;19&nbsp;โดยจะมีการนัดหมายฉีดวัคซีนตามหน่วยบริการที่กำหนด&nbsp;สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่โรงพยาบาล&nbsp;ในพื้นที่ใกล้บ้าน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303125535020
499	เดินหน้าส่งแรงงานไทยไปซาอุฯ เตรียมร่างข้อตกลง 2 ฉบับ คุ้มครองสิทธิประโยชน์แรงงานไทย ให้หลักประกันนายจ้างได้คนดี มีฝีมือ เตรียมลงนาม 7 มีนาคมนี้	<p><strong>ครม.เห็นชอบ ร่างข้อตกลงด้านแรงงาน ระหว่างกระทรวงแรงงาน กับกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งซาอุดิอาระเบีย จำนวน 2&nbsp;ฉบับ</strong> ได้แก่ ร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงาน และร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานทำงานบ้าน โดยร่างข้อตกลงแรงงานทั้ง&nbsp;2 ฉบับ&nbsp;มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความมั่นใจในการจัดหาแรงงานไทย ไปทำงานในซาอุฯ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีจริยธรรม และมีประสิทธิภาพ คุ้มครองสิทธิของนายจ้างและลูกจ้าง ซึ่งแรงงานและนายจ้างจะมีสิทธิรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ และสามารถดำเนินมาตรการทางกฎหมายกับสำนักงานจัดหางาน บริษัทจัดหางาน หรือตัวแทนจัดหางาน ในกรณีละเมิดกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อกำหนดที่ใช้บังคับ</p><p><strong>ร่างข้อตกลง ฯ นี้ จะมีผลบังคับใช้ เมื่อมีการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร ระยะเวลา 5 ปี </strong>และจะต่ออายุได้อีก 5 ปี โดยอัตโนมัติ เว้นแต่ภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแสดงเจตจำนงระงับหรือสิ้นสุดข้อตกลง</p><p><strong>ร่างข้อตกลงนี้ เป็นผลสำเร็จจากการที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong> ได้นำคณะเดินทางเยือนซาอุดิอาระเบีย เมื่อ 25 - 26 ม.ค. 65 ที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;และคาดว่าคณะผู้เดินทางจากซาอุฯ จะเดินทางมาไทยในช่วงวันที่&nbsp;5 -&nbsp;7 มี.ค.นี้ ซึ่งจะมีการลงนามข้อตกลงดังกล่าวในวันที่ 7 มี.ค. 65 นี้&nbsp;ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ที่เข้มแข็งในการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย - ซาอุ ฯและขยายตลาดแรงงานไทยในตะวันออกกลาง</p><p><br></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303122524010
500	โรงพยายาลยะลาสิริรัตนรักษ์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เปิดลงทะเบียนฉีดวัคซีน ไฟเซอร์	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>พ.ต.อ.นพ.ดร.บันเจิด&nbsp;ฐิตาภิวัฒนกุล&nbsp;หัวหน้าโรงพยายาลยะลาสิริรัตนรักษ์</strong>&nbsp;เข้าพบ&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมบัติ&nbsp;โยธาทิพย์&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;เพื่อให้บริการฉีดวัควัคซีน&nbsp;ไฟเซอร์&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;ให้กับบุคลากรและนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;500&nbsp;โดส&nbsp;พร้อมเยี่ยมชมพื้นที่หน่วยบริการปฐมภูมิ&nbsp;(primary&nbsp;care&nbsp;unit&nbsp;หรือ&nbsp;PCU)&nbsp;โรงพยาบาลยะลาสิริรัตนรักษ์&nbsp;(โรงพยาบาลศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้)&nbsp;ที่จะจัดตั้งภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โดยเปิดจองลงทะเบียนฉีดวัคซีน&nbsp;ไฟเซอร์&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;4</strong>&nbsp;ลงทะเบียน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;3&nbsp;&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กำหนดฉีดวัคซีน&nbsp;ที่ใต้หอประชุมใหญ่&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;&nbsp;11.30&nbsp;น.&nbsp;โดยประเภทบุคลากร&nbsp;และครอบครัว&nbsp;มรย&nbsp;.&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;โดส&nbsp;และนักศึกษา&nbsp;มรย.&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;โดส&nbsp;เงื่อนไข&nbsp;กระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;ต้องห่างจากเข็ม&nbsp;2&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;กระตุ้นเข็ม&nbsp;4&nbsp;ต้องห่างจากเข็มที่&nbsp;3&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;ไม่จำกัดชนิดวัคซีนที่ฉีดมา&nbsp;สามารถกระตุ้นด้วยวัคซีน&nbsp;Pfizer&nbsp;ได้&nbsp;และเตรียมหลักฐานการลงทะเบียน&nbsp;เพื่อแสดงที่หน้างาน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303123128012
501	จังหวัดร้อยเอ็ด รับมอบถังน้ำช่วยภัยแล้ง กล่องพลาสติกบรรจุสิ่งของอุปโภคบริโภค และเก้าอี้สุขาพลาสติก	"<p>ที่&nbsp;บริษัท&nbsp;เกรียงถาวร&nbsp;คอนเทนเนอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;ต.อ้อมน้อย&nbsp;อ.กระทุ่มแบน&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสนอง&nbsp;ดลประสิทธิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;และนายธนบดี&nbsp;ครองยุติ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ร่วมพิธีรับมอบถังน้ำพลาสติก&nbsp;ขนาด&nbsp;1,000&nbsp;ลิตร&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;ชุด&nbsp;ให้กับครัวเรือนยากจน&nbsp;ในหมู่บ้านที่ประสบภัยแล้ง&nbsp;กล่องพลาสติกบรรจุสิ่งของอุปโภคบริโภค&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;ชุด&nbsp;ให้ผู้ที่ขาดแคลน&nbsp;และเก้าอี้สุขาพลาสติก&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;ชุด&nbsp;ให้กับผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้พิการและผู้ป่วยติดเตียงตามโครงการ&nbsp;""สุขใจผู้ให้&nbsp;ประโยชน์ยิ่งใหญ่ผู้รับ""</p><p><strong>เพื่อส่งต่อให้จังหวัดที่คาดว่าจะประสบปัญหาภัยแล้ง</strong>&nbsp;โดยจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ได้รับการจัดสรร&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;ชุด&nbsp;รวมเป็นเงินทั้งสิ้น&nbsp;937,500&nbsp;บาท&nbsp;และวันนี้ได้มีการปล่อยขบวนรถบรรทุกขนส่งถังน้ำ&nbsp;เครื่องอุปโภคบริโภคและเก้าอี้สุขา&nbsp;โดยมีนายวิบูลย์</p><p>สงวนพงศ์&nbsp;อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นายบุญธรรม&nbsp;เลิศสุขีเกษม&nbsp;อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;นายอาทิตย์&nbsp;บุญญะโสภัต&nbsp;อดีตอธิบดีกรมการปกครอง&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สวท.ร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303125331018
502	ระดับความเสี่ยงเครียดประชาชนเพิ่มขึ้น แนะดูข่าวอย่างมีสติ งดเติมความรู้สึกทางลบให้ตัวเอง	<p><strong>พญ.อัมพร&nbsp;เบญจพลพิทักษ์&nbsp;อธิบดีกรมสุขภาพจิต&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ล่าสุดกรมสุขภาพจิตได้มีการวิเคราะห์ระดับความเครียดของประชาชนในระยะต้นเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;พบระดับความเสี่ยงเรื่องเครียดเพิ่มขึ้น&nbsp;2.1&nbsp;เท่า&nbsp;จากเดิมที่พบร้อยละ&nbsp;1.7&nbsp;ในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ตอนนี้เป็นร้อยละ&nbsp;3.6&nbsp;ซึมเศร้า&nbsp;4.8&nbsp;เท่า&nbsp;เป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงที่มีข่าวแรงๆ&nbsp;เข้ามาหลายข่าว&nbsp;โดย&nbsp;3&nbsp;ข่าวที่มีผลกระทบสุด&nbsp;3&nbsp;ข่าวคือ&nbsp;ข่าวแตงโม&nbsp;นิดา&nbsp;ข่าวยูเครน&nbsp;เกี่ยวกับสงครามและผลกระทบเศรษฐกิจ&nbsp;และข่าวระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนที่มีการเพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;3&nbsp;ข่าวนี้เป็นแรงกระทำสำคัญต่อความเครียดและเสี่ยงซึมเศร้า&nbsp;ต้องชวนประชาชนเสริมภูมิคุ้มกันตัวเองไม่ปล่อยให้เป็นเหยื่อของข่าวทุกข์เหล่านี้จนดำเนินชีวิตต่อไปไปไม่ไหว&nbsp;</p><p><strong>แนะการดูบ่อยถ้าไม่ช่วยให้ชีวิตเราเปลี่ยนก็ไม่ควร</strong>&nbsp;ต้องใจแข็งพอที่จะปิดจอแล้วหันไปดำรงชีวิตต่อ&nbsp;สงครามที่ยูเครนไม่ต้องรู้เป็นราย&nbsp;ชม.&nbsp;รู้เป็นรายวันก็ยังปรับตัวรอดได้&nbsp;สถานการณ์โอมิครอน&nbsp;ติดตามวันละครั้ง&nbsp;อย่างมาก&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;จาก&nbsp;ศบค.&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;และข่าวสารทั่วไป&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ก็เพียงพอ&nbsp;ส่วนกรณีแตงโม&nbsp;นิดา&nbsp;การสูญเสียเกิดขึ้นแล้ว&nbsp;แต่กระบวนการค้นหาความจริงยังดำเนินต่อไป&nbsp;ไม่มีความจริงใดที่จะค้นพบภายในเสี้ยววินาทีแล้วเราจะติดตามไม่ทัน&nbsp;แล้วความจริงนั้นไม่ใช่เรื่องด่วนที่มีผลกับการใช้ชีวิต&nbsp;</p><p><strong>แต่การติดตามเสมือนเรื่องด่วนต่างหากที่จะกระทบต่อการใช้ชีวิตด้านลบของเรา</strong>&nbsp;ต้องมีสติในการแยกแยะว่าควรจะตามบ่อยแค่ไหน&nbsp;ตามจากแหล่งข่าวอะไร&nbsp;หากตามจากแหล่งข่าวที่ประชาชนตั้งขึ้นเองมีการใช้ภาษาที่ก้าวร้าวทำให้เกิดความขุ่นเคือง&nbsp;ก็ต้องมีสติที่จะรู้ว่าหากฟังแบบนี้ต่อไปใจเราจะยิ่งเศร้าหมองก็ต้องแยกแยะให้เป็น</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303145759088
503	กาชาด จ.ยะลา ออกหน่วยร่วม โรงพยาบาล รับบริจาคโลหิต ช่วยประชาชน ช่วงสถานการณ์โควิด-19	<p><strong>สำนักงานเหล่ากาชาด&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โดย&nbsp;ผศ.ดร.ทิพยวรรณ&nbsp;นิลทยา</strong>&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;กรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;ร่วมกับโรงพยาบาลยะลา&nbsp;ออกหน่วยรับบริจาคโลหิตตามโครงการ&nbsp;Plus&nbsp;1&nbsp;เพิ่มจำนวนครั้ง&nbsp;เพิ่มโลหิต&nbsp;เพิ่มชีวิต&nbsp;(Plus&nbsp;One&nbsp;Blood&nbsp;Donation,&nbsp;More&nbsp;Blood&nbsp;More&nbsp;Live)&nbsp;ณ&nbsp;ค่ายพระยาเดชานุชิต&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ซึ่งมีผู้เข้าร่วมแสดงความจำนงบริจาคโลหิต&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;ผ่านการคัดกรองและสามารถบริจาคโลหิตได้&nbsp;จำนวน&nbsp;55&nbsp;ราย&nbsp;รวมจำนวนโลหิตที่ได้&nbsp;24,750&nbsp;ซีซี&nbsp;ดวงตา&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อวัยวะ&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;ขอขอบคุณผู้บังคับการกองพันทหารราบที่&nbsp;2</strong>&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;152&nbsp;ผู้เกี่ยวข้องและผู้ร่วมบริจาคโลหิตทุกท่านที่มีส่วนร่วมการสนับสนุนการรับบริจาคโลหิตในครั้งนี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303124454014
504	สหรัฐฯร่วมกับไทย ค้นหานักบินสูญหายระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง	<p><strong>รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเริ่มปฏิบัติการร่วมกับไทย</strong>&nbsp;เพื่อค้นหานักบินอเมริกันที่สูญหายมานานกว่า&nbsp;70&nbsp;ปี&nbsp;โดยเชื่อว่านักบินคนดังกล่าวพร้อมด้วยเครื่องบิน&nbsp;P-38&nbsp;ตกใกล้กับหมู่บ้านแม่กัวะ&nbsp;อ.สบปราบ&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง&nbsp;</p><p><strong>การสำรวจครั้งนี้มีผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานค้นหาเชลยศึกและผู้สูญหาย</strong>&nbsp;(DPAA)&nbsp;สำนักงานใหญ่ในฮาวาย&nbsp;กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;คน&nbsp;เดินทางมาเพื่อร่วมปฏิบัติการค้นหา&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนจากชุมชนบ้านแม่กัวะ&nbsp;อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ&nbsp;ประจำประเทศไทย&nbsp;ไมเคิล&nbsp;ฮีธ&nbsp;กงสุลใหญ่สหรัฐฯ&nbsp;เชียงใหม่,&nbsp;ฌอน&nbsp;โอนีลล์&nbsp;และพันเอก&nbsp;อลงกต&nbsp;ดอนมูล&nbsp;ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ได้ลงพื้นที่และพบกับคณะค้นหา&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญกลุ่มดังกล่าว&nbsp;ตลอดจนร่วมในปฏิบัติการค้นหาด้วย</p><p><strong>อุปทูตฮีธ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;แม้เวลาจะผ่านไปกว่า&nbsp;70&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;แต่สหรัฐฯ</strong>&nbsp;ยังคงดำเนินการเพื่อนำทหารทุกนายกลับบ้าน&nbsp;ภารกิจด้านมนุษยธรรมนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือและมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่ระหว่างสหรัฐฯ&nbsp;กับไทย&nbsp;ในนามของสหรัฐฯ&nbsp;และประชาชนอเมริกัน&nbsp;และขอขอบคุณสมาชิกชุมชนและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น&nbsp;ตลอดจนรัฐบาลไทยที่ช่วยเราปฏิบัติหน้าที่ที่สำคัญและทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับสหรัฐฯ&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;พ.ต.ไบรอัน&nbsp;ดับเบิลยู.&nbsp;สมิท&nbsp;หัวหน้าคณะค้นหา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เป้าหมายของทีมสำรวจคือการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้มากที่สุด&nbsp;และสื่อสารกับครอบครัวของผู้สูญหายอย่างเปิดเผย&nbsp;และขอขอบคุณเจ้าภาพชาวไทยที่ช่วยสหรัฐฯ&nbsp;นำทหารกลับสู่มาตุภูมิ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทหารอเมริกันประมาณ&nbsp;81,600&nbsp;คน&nbsp;</strong>ยังคงสูญหายจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในอดีต&nbsp;รัฐบาลสหรัฐฯ&nbsp;มุ่งมั่นหาข้อมูลของผู้สูญหายอย่างเต็มความสามารถเพื่อนำพวกเขากลับสู่มาตุภูมิและครอบครัว&nbsp;ภารกิจนี้เป็นปฏิบัติการนำตัวผู้สูญหายกลับสู่มาตุภูมิที่สำคัญครั้งแรกในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี&nbsp;2550&nbsp;เมื่อเดือนกรกฎาคม&nbsp;2561&nbsp;สำนักงาน&nbsp;DPAA&nbsp;ได้รับข้อมูลชุดใหม่เกี่ยวกับการพบเครื่องบินที่สูญหายไปของสหรัฐฯ&nbsp;ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองจำนวน&nbsp;3&nbsp;ลำในพื้นที่ภาคเหนือของไทย&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งนำไปสู่การตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม</strong>เกี่ยวกับรายงานเครื่องบินที่สูญหายในพื้นที่<strong>&nbsp;</strong>ความสูญเสียแต่ละเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับทหารอเมริกันที่ยังคงสูญหายอยู่&nbsp;ภารกิจนี้เกิดขึ้นได้จากการค้นคว้าโดยละเอียดของนักประวัติศาสตร์และอาสาสมัครทั้งจากไทยและสหรัฐฯ&nbsp;ตลอดจนใช้ข้อมูลที่ได้จากบันทึกของผู้เห็นเหตุการณ์&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303125440019
505	เจ้าหน้าที่สาธารณสุขศรีสะเกษ เร่งตรวจ ATK นักกีฬาศรีสะเกษเกมส์	<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่สวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว</strong>&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;(เกาะกลางน้ำห้วยน้ำคำ)&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเร่งตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับนักกีฬาที่เดินเข้า&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;เพื่อร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;25&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;และ&nbsp;กีฬาคนพิการ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;นครลำดวนเกมส์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;30&nbsp;มี.ค.&nbsp;&nbsp;3&nbsp;เม.ย.&nbsp;65</p><p><strong>โดยจังหวัดได้จัดหาและสำรองชุดตรวจ&nbsp;ATK</strong>&nbsp;ที่ได้มาตรฐานกว่า&nbsp;1&nbsp;แสนชุด&nbsp;ทุกคนที่เดินทางมาเข้าร่วมการแข่งขันที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จะต้องเข้ารับการตรวจเชื้อด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ในทุกๆ&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ในสถานที่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;ที่เกาะกลางน้ำห้วยน้ำคำ&nbsp;ม.การกีฬาแห่งชาติ&nbsp;วิทยาเขตศรีสะเกษ&nbsp;และ&nbsp;รร.กีฬา&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;ซึ่งในการตรวจถ้าใครที่มีผลเป็นบวก&nbsp;จะมีทีมแพทย์&nbsp;ให้ความช่วยเหลือและดำเนินมาตรการในการดูแลนักกีฬาต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303125157017
506	สธ.ประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์เขตสุขภาพที่ 9  ในระหว่างวันที่ 4- 6 มีนาคม 2565	<p><strong>กระทรวงสาธารณสุขกำหนดจัดการประชุมวิชาการ</strong>กัญชาทางการแพทย์เขตสุขภาพที่&nbsp;9&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;4-&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;อาคารเรียนรวม&nbsp;100&nbsp;ปี&nbsp;คณะเทคโนโลยีการจัดการ&nbsp;มทร.อีสาน&nbsp;วิทยาเขตสุรินทร์&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแลกเปลี่ยนประสบการณ์&nbsp;และข้อมูลวิชาการกัญชาทางการแพทย์&nbsp;ส่งเสริมกัญชากัญชงเพื่อเศรษฐกิจ&nbsp;และการเข้าถึงบริการคลินิกกัญชาทางการแพทย์ของประชาชน&nbsp;ซึ่งกลุ่มเป้าหมายในการจัดงาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ผู้ประกอบวิชาชีพแผนปัจจุบัน&nbsp;แผนไทย&nbsp;ประชาชนและผู้ประกอบการ</p><p><strong>ขอเชิญผู้สนใจ&nbsp;เข้าร่วมรับฟังการบรรยาย</strong>&nbsp;และพบกับกิจกรรมที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้กัญชาทางการแพทย์&nbsp;ชมนิทรรศการ&nbsp;พร้อมเข้าปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง&nbsp;ที่คลินิกกัญชาทางการแพทย์</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303125039016
507	เกษตร อ.เมืองยาง โคราช ลุยดับไฟตอซังข้าว หลังพบการลักลอบเผา กว่า 30 ไร่ พร้อมทำความเข้าใจเกษตรกรถึงโทษในการลักลอบเผา	<p><strong>วันนี้(3&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายจารพัฒน์&nbsp;ไตรพัฒนจันทร์</strong>&nbsp;รักษาการเกษตรอำเภอเมืองยาง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พร้อมคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองยาง&nbsp;ลงพื้นที่บ้านโนนเพชร&nbsp;ม.3&nbsp;ต.ละหานปลาค้าว&nbsp;อ.เมืองยาง&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;เพื่อทำความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกร&nbsp;ขณะที่กำลังเผาต่อซังข้าว&nbsp;บนเนื้อที่กว่า&nbsp;30&nbsp;ไร่&nbsp;พร้อมช่วยกันนำน้ำระดมดับไฟที่เกิดจากการเผาตอซังข้าวของเกษตรกร&nbsp;พร้อมกล่าวตักเตือนเกษตรกรและทำความเข้าใจถึงข้อสั่งการของทางจังหวัดที่ห้ามทำการเผาตอซังข้าวทุกพื้นที่เพื่อลดการเกิดฝุ่นละอองPM2.5&nbsp;และถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>นายจารพัฒน์&nbsp;ไตรพัฒนจันทร์&nbsp;รักษาการเกษตรอำเภอเมืองยาง</strong>&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เกษตรกรที่พบเจอว่ากำลังเผาตอซังข้าวในครั้งนี้ได้มีการตักเตือนและหากเข้ามาตรวจสอบและพบว่ามีการเผาตอซังข้าวซ้ำอีก&nbsp;จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทันทีโดยไม่มีการละเว้น&nbsp;เนื่องจากได้มีการว่ากล่าวตักเตือนไปแล้ว&nbsp;ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาในพื้นที่อำเภอเมืองยาง&nbsp;พบว่ามีการลักลอบเผาตอซังข้าวในพื้นที่ไม่มากนัก&nbsp;แต่คาดว่าในช่วงเดือนมีนาคม2565&nbsp;น่าจะมีการเผามากขึ้นเนื่องจากเกษตรจะเตรียมพื้นที่เพื่อรอการปลูกข้าวนาปี&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางเกษตรอำเภอเมืองยาง</strong>&nbsp;ได้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกรอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เกษตรกรในพื้นที่ทำการเผาตอซังข้าวตามนโยบายของนายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พร้อมกันนี้ยังได้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อวางแนวทางในการป้องกันรณรงค์ให้เกษตรหยุดการเผาตอซังข้าว&nbsp;หลังจากนี้หากลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วพบว่าเกษตรกรรายใดยังลักลอบเผาตอซังข้าว&nbsp;จะแจ้งความดำเนินคดีทันที&nbsp;สำหรับข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตรอำเภอเมืองยาง&nbsp;มีจำนวน&nbsp;4&nbsp;ตำบล&nbsp;46&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;เกษตรกร&nbsp;6,941&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่ทางการเกษตร&nbsp;118,133&nbsp;ไร่&nbsp;มีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ข้าว&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;และอ้อย&nbsp;โดยมีเกษตรกรปลูกข้าว&nbsp;จำนวน&nbsp;6,941&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่ทางการเกษตร&nbsp;117,822&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;เกษตรกรปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;จำนวน&nbsp;28&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่ทางการเกษตร&nbsp;219.75&nbsp;ไร่เกษตรกรปลูกอ้อย&nbsp;7&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่ทางการเกษตร&nbsp;92&nbsp;ไร่&nbsp;และเกษตรกรปรับเปลี่ยนพื้นที่เป็นเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;97&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;352&nbsp;ไร่&nbsp;นายจารพัฒน์&nbsp;กล่าว</p><p>&nbsp;</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303133449035
508	จังหวัดสตูล พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย จำนวน 145 ราย และเสียชีวิต จำนวน 1 ราย	<p><strong>จังหวัดสตูล&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;145&nbsp;ราย</strong>&nbsp;แยกเป็นรายอำเภอ&nbsp;ดังนี้&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;83&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;32&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;&nbsp;83&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;51&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;7&nbsp;&nbsp;73&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลพิมาน&nbsp;ตำบลคลองขุด&nbsp;ตำบลควนขัน&nbsp;ตำบลบ้านควน&nbsp;ตำบลฉลุง&nbsp;ตำบลตันหยงโป&nbsp;ตำบลเกตรี&nbsp;ตำบลควนโพธิ์&nbsp;ตำบลเจ๊ะบิลัง&nbsp;และตำบลปูยู&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อายุ&nbsp;38&nbsp;และ&nbsp;73&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;25&nbsp;&nbsp;73&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลควนโดน&nbsp;ตำบลควนสตอ&nbsp;ตำบลย่านซื่อ&nbsp;และตำบลวังประจัน&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;อำเภอควนกาหลง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;29&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลอุใดเจริญ&nbsp;เป็นผู้สัมผัสผู้ป่วย&nbsp;อำเภอท่าแพ&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อายุ&nbsp;40&nbsp;และ&nbsp;69&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;88&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลท่าแพ&nbsp;ตำบลท่าเรือ&nbsp;ตำบลแป-ระ&nbsp;และตำบลสาคร&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;&nbsp;78&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;5&nbsp;เดือน&nbsp;&nbsp;87&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลกำแพง&nbsp;ตำบลละงู&nbsp;ตำบลเขาขาว&nbsp;ตำบลน้ำผุด&nbsp;และตำบลปากน้ำ&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;อำเภอทุ่งหว้า&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลทุ่งหว้า&nbsp;เป็นผู้สัมผัสผู้ป่วย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;81&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลสาคร&nbsp;อำเภอท่าแพ&nbsp;โรคประจำตัว&nbsp;ความดันโลหิตสูง&nbsp;โรคหัวใจ&nbsp;ไทรอยด์&nbsp;ไม่มีประวัติ&nbsp;ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ทางโรงพยาบาลและส่วนที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือจัดพิธีศพตามหลักศาสนาเรียบร้อยแล้ว</p><p><strong>จากการติดตามสืบสวนสอบสวนค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิด&nbsp;และผู้สัมผัสร่วมบ้านของผู้ป่วยทั้ง&nbsp;145&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ในเบื้องต้น&nbsp;มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;จำนวน&nbsp;153&nbsp;คน&nbsp;ได้ไปกักตัวที่บ้าน&nbsp;(HQ)&nbsp;จำนวน&nbsp;153&nbsp;คน&nbsp;พร้อมคำแนะนำให้ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;มีสุขอนามัยที่ดี&nbsp;อยู่ในความดูแลเฝ้าสังเกตอาการโดยหมอครอบครัว&nbsp;ส่วนอาคารสถานที่ต่างๆที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ทำความสะอาดฆ่าเชื้อโดยผู้ประกอบการและเจ้าของเรียบร้อยแล้ว</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;จังหวัดสตูล</strong>&nbsp;ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ป่วยสูงขึ้น&nbsp;มีการติดเชื้อกระจายไปสู่หมู่บ้านชุมชน&nbsp;ส่วนใหญ่ติดเชื้อจากสัมผัสผู้ป่วยในครัวเรือนและเป็นโควิดสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ซึ่งผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;มีโรคประจำตัวและไม่ได้ฉีดวัคซีน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนตามเกณฑ์&nbsp;เพื่อป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303130721024
509	รองผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม ประชุมคณะทำงานฝ่ายจัดสร้างวัตถุมงคลและฝ่ายรับจองวัตถุมงคลที่ระลึกครบรอบ 121 ปี จังหวัดสมุทรสงครามกำหนดเปิดจองวัตถุมงคลวันที่ 28 มีนาคมถึงวันที่ 6 เมษายน 2565	<p><strong>ที่ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัด</strong>&nbsp;นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายกรกฎวงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะทำงานฝ่ายจัดสร้างวัตถุมงคลและฝ่ายรับจองวัตถุมงคลที่ระลึกครบรอบ&nbsp;121&nbsp;ปีจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เนื่องจากปีนี้นับเป็นปีมงคลครบรอบ&nbsp;121&nbsp;ปี&nbsp;จังหวัดสมุทรสงครามจึงเตรียมจัดสร้างวัตถุมงคลที่ระลึก&nbsp;โดยพระครูโสภิตวิริยาภรณ์&nbsp;เจ้าอาวาสวัดจุฬามณี&nbsp;อนุญาตให้จัดสร้างเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ประชาชน&nbsp;อีกทั้งนำรายได้สมทบในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาตลอดจนการสาธารณกุศลและสาธารณประโยชน์&nbsp;เพื่อหารือเรื่องการจัดสร้างวัตถุมงคลดังกล่าว&nbsp;ซึ่งมีการจัดสร้างวัตถุมงคล&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;เนื้อ&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.เนื้อทองคำบริสุทธิ์ลงยาราชาวดีสีแดง&nbsp;2.&nbsp;เนื้อทองคำบริสุทธิ์&nbsp;3.เนื้อเงินบริสุทธิ์หน้ากากทองคำ&nbsp;4.เนื้อเงินบริสุทธิ์ลงยาราชาวดีสีแดง&nbsp;5.เนื้อเงินบริสุทธิ์&nbsp;6.&nbsp;เนื้อนวโลหะ&nbsp;7.เนื้อตะกั่ว&nbsp;หน้ากากกาหลั่ยทอง&nbsp;8.เนื้อมหาชนวนกาหลั่ยทอง&nbsp;ลงยาสีแดงหน้า-หลัง&nbsp;9.เนื้อทองทิพย์&nbsp;10.เนื้อทองแดงขัดเงา&nbsp;11.เนื้อทองแดงรมดำโบราณ&nbsp;12.&nbsp;ชุดกรรมการ&nbsp;3&nbsp;เหรียญ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เนื้อมหาชนวนกาหลั่ยทอง&nbsp;ลงยาสีแดง&nbsp;,ลงยาสีเขียวและลงยาสีดำ&nbsp;13.ชุดพิเศษ&nbsp;สมโภชทวีทรัพย์&nbsp;3&nbsp;เหรียญ&nbsp;เป็นเนื้อทองคำบริสุทธิ์ลงยาราชาวดีสีแดงหน้า-หลัง&nbsp;เนื้อเงินบริสุทธิ์ลงยาราชวดีสีแดงหน้า-หลัง&nbsp;หน้ากากทองคำ&nbsp;และเนื้อนวโลหะลงยาราชาวดีสีแดง&nbsp;หน้า-หลัง&nbsp;หน้ากากทองคำ&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้จะดำเนินการจัดสร้างตามจำนวนของผู้สั่งจองเท่านั้น&nbsp;</p><p><strong>นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ส่วนการจองเหรียญเนื้อทองคำและชุด&nbsp;สมโภชทวีทรัพย์&nbsp;121&nbsp;เปิดจองระหว่างวันที่&nbsp;28&nbsp;ถึง&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ส่วนเเบบอื่นๆเปิดจองระหว่างวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคมถึง&nbsp;6&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;สามารถสั่งจองได้ที่ที่ทำการปกครองจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดฯ&nbsp;,ที่ว่าการอำเภอทั้ง&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ทุกแห่งจะเริ่มแจกบัตรคิวเวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.ในวันราชการ&nbsp;ส่วนการสั่งจองที่วัดจุฬามณีเปิดจอง&nbsp;แบบออนไลน์&nbsp;5&nbsp;ช่องทาง&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ทั้งไลน์&nbsp;ID.&nbsp;พระปลัดชัยมิตร&nbsp;093-6495123&nbsp;Line:@watchulamanee&nbsp;(วัดจุฬามณี),&nbsp;เพจพระอุปัชฌาย์อิฏฐ์&nbsp;วัดจุฬามณี&nbsp;Line:@taovessuwanno&nbsp;(ท้าวเวสสุวรรณโณ)&nbsp;และศูนย์จองชั้นนำทั่วไทย&nbsp;ศิษย์หลวงพ่ออิฏฐ์และศิษย์ท้าวเวสสุวรรณโณร่วมสร้างบุญหนุนบารมี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303130453023
510	ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน  ลงพื้นที่  มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จังหวัดยะลา	<p><strong>นายอรเทพ&nbsp;อินทรสกุล&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน</strong>&nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดยะลา&nbsp;ตามข้อสั่งการของนายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวพุทธชาติ&nbsp;อินทร์สวา&nbsp;แรงงานจังหวัดยะลา&nbsp;นางถนอมจิต&nbsp;แก้วเกื้อ&nbsp;สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นางชวนชม&nbsp;บัวอนนท์&nbsp;จัดงานหางานจังหวัดยะลา&nbsp;นางเยาวดี&nbsp;เพชรเกลี้ยง&nbsp;ประกันสังคมจังหวัดยะลา&nbsp;และนายจามร&nbsp;กิ้มสวัสดิ์&nbsp;ผู้แทนสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมด้วยบัณฑิตแรง&nbsp;4&nbsp;อำเภอประกอบด้วย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;และอำเภอบันนังสตา&nbsp;&nbsp;ร่วมต้อนรับ</p><p><strong>โดยนายอรเทพ&nbsp;อินทรสกุล&nbsp;ได้เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจ&nbsp;</strong>เจ้าหน้าที่&nbsp;พนักงาน&nbsp;ลูกจ้างของกระทรวงแรงงานจังหวัดยะลา&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ราชการกระทรวงแรงงานจังหวัดยะลา&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;ได้เดินทางไปเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลท่าสาป&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;และมอบถุงยังชีพ&nbsp;ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา&nbsp;33&nbsp;&nbsp;มาตรา&nbsp;39&nbsp;มาตรา&nbsp;40&nbsp;ด้วย&nbsp;ส่วนกรณีเสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วม&nbsp;ทางสำนักงานประกันสังคม&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้ช่วยเหลือเยียวยา&nbsp;ค่าทำศพ&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;ม.40&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;25,000&nbsp;บาท</p><p><strong>นายอรเทพ&nbsp;อินทรสกุล&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน</strong>&nbsp;ได้เปิดเผยว่า&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้สั่งการ&nbsp;กำชับให้&nbsp;กระทรวงแรงงานและหน่วยงานเกี่ยวของ&nbsp;ได้เข้าติดตามดำเนินการช่วยเหลือ&nbsp;ผู้ประกันตนตามระเบียบกระทรวงแรงงาน&nbsp;พร้อมกับให้&nbsp;สถานบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;เข้าดำเนินการช่วยเหลือ&nbsp;ซ่อมแซม&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;เครื่องมือเครื่องใช้&nbsp;ภายในบ้านเรือนให้กับประชาชน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังเน้นย้ำให้บัณฑิตแรงงานและอาสาสมัครแรงงาน&nbsp;</strong>ลงพื้นที่สำรวจ&nbsp;ความต้องการผู้ประสบภัยน้ำท่วมภายใต้โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านอาชีพ&nbsp;เพื่อรับการสนับสนุนงบประมาณด้านความช่วยเหลือต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303131001026
511	คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ลงพื้นที่ศึกษาดูงานในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามแก้ไขปัญหาบุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานตามที่กฎหมายกำหนด	<p><strong>จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ให้ประชาชนสามารถเข้าถึง</strong>สิทธิขั้นพื้นฐานตามที่กฎหมายกำหนด&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;นายสุวพันธุ์&nbsp;ตันยุวรรธนะ&nbsp;ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน&nbsp;สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;ที่นำคณะอนุกรรมาธิการด้านสิทธิมนุษยชนและสิทธิเสรีภาพ&nbsp;เดินทางมาศึกษาดูงานในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานเรื่องบุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนในระหว่างวันที่&nbsp;2-4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564</p><p><strong>ทั้งนี้เพื่อให้คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน</strong>&nbsp;สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;ได้รับทราบข้อมูล&nbsp;และข้อเท็จจริงจากหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และภาคประชาชน&nbsp;ผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่&nbsp;ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินงานในการรวมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว&nbsp;รวมทั้งเพื่อให้ประชาชนซึ่งเป็นคนไทยแต่ยังไม่ได้รับสัญชาติไทยและไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและสิทธิอันพึงมีตามที่กฎหมายกำหนดไว้ได้</p><p><strong>เบื้องต้น&nbsp;คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน&nbsp;สิทธิเสรีภาพ</strong>และการคุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;วุฒิสภาได้มีการสอบถามการดำเนินการแก้ไขปัญหาบุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานแนวทางการดำเนินงานในปัจจุบัน&nbsp;และแนวทางการดำเนินงานในอนาคต&nbsp;ตลอดจนข้อเสนอแนะต่อการแก้ไขปัญหาของบุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์และข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมาธิการเพื่อดำเนินงานและขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวต่อไป</p><p><strong>ขณะเดียวกันมีนายอำเภอในพื้นที่ทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ</strong>&nbsp;ได้นำเสนอข้อมูลและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานการพิจารณาให้สถานะทางทะเบียนราษฎร์ตลอดจนการรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนผู้นำชุมชนต่อปัญหาและอุปสรรค</p><p><strong>ในเบื้องต้นจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีการสำรวจบุคคล&nbsp;</strong>ซึ่งไม่มีสัญชาติไทยจำนวน&nbsp;30680&nbsp;คน&nbsp;มีการดำเนินการให้สัญชาติไทยแล้ว&nbsp;1948&nbsp;คน&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2562-ปัจจุบัน&nbsp;นอกจากนั้นยังเป็นกลุ่มบุคคลที่อยู่ในระหว่างการพิสูจน์สถานะ&nbsp;ส่วนปัญหาอุปสรรค&nbsp;มีการระบุมีข้อกฎหมายและระเบียบที่มีความซับซ้อน&nbsp;และมีการออกกฎระเบียบหลักเกณฑ์&nbsp;ทำให้การตรวจสอบให้สัญชาติเป็นไปอย่างล่าช้า&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ยังประสบปัญหาด้านการสื่อสาร</strong>&nbsp;เนื่องจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีความหลากหลายชาติพันธุ์และการสื่อสารไม่ทั่วถึง&nbsp;รวมทั้งยังมีคนไทยที่ตกสำรวจจำนวนมาก&nbsp;เนื่องจากปัญหาการคมนาคมที่ยาดลำบากทำให้เกิดปัญหาการตกสำรวจและไม่มีการแจ้งเกินตามกำหนดระยะเวลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303132156029
512	ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพัฒนาแก้มลิงทุ่งหิน พร้อมร่วมติดตามแผนการก่อสร้างแก้มลิงทุ่งหินในการพัฒนาเป็นแหล่งจัดเก็บน้ำดิบขนาดใหญ่	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>เป็นประธานประชุมคณะทำงานพัฒนาแก้มลิงทุ่งหิน&nbsp;หารือแผนการก่อสร้างแก้มลิงทุ่งหินที่ตำบลยี่สาร&nbsp;อำเภออัมพวา&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดฯ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;,นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารือ&nbsp;โดยที่ประชุมได้ติดตามแนวคิดการพัฒนาแก้มลิงทุ่งหิน&nbsp;เพื่อปรับปรุงคลองบ้านน้อย&nbsp;และคลองวัดประคู่&nbsp;ช่วงคลองขุดหนองบัวถึงคลองบ้านน้อย&nbsp;เพื่อระบายน้ำจากคลองบ้านน้อยเข้าสู่พื้นที่แก้มลิง,&nbsp;กับปรับปรุงพื้นที่แก้มลิงโดยการขุดลอกเพื่อเพิ่มความจุพื้นที่แก้มลิงและทำคันล้อมรอบพร้อมอาคารควบคุมน้ำ&nbsp;เพื่อบริหารจัดการน้ำในพื้นที่แก้มลิงกับพื้นที่โดยรอบทั้งในช่วงน้ำหลากและน้ำแล้ง,&nbsp;ปรับปรุงคุณภาพน้ำเพื่อจัดการกับความเค็มที่สะสมอยู่ภายในดินจากการที่มีน้ำกร่อยจากคลองไหหลำและคลองบ้านสามแพรกไหลย้อนเข้าพื้นที่แก้มลิงเป็นระยะเวลานาน,&nbsp;การตั้งสถานีผลิตน้ำประปาบริเวณพื้นที่แก้มลิงทุ่งหิน&nbsp;โดยใช้น้ำจากแก้มลิงทุ่งหินเป็นแหล่งน้ำดิบเพื่อส่งจ่ายไปยังพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พื้นที่อำเภอเขาย้อย&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;และอำเภอปากท่อ&nbsp;จังหวัดราชบุรี,&nbsp;การเชื่อมโยงระบบการคมนาคมเข้าสู่พื้นที่แก้มลิงทุ่งหิน,&nbsp;การพัฒนาพื้นที่แก้มลิงทุ่งหินเป็นแหล่งท่องเที่ยวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดสมุทรสงครามในลักษณะการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและกีฬาทางน้ำ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ส่วนหลักการจัดแผนพัฒนาแก้มลิงทุ่งหิน&nbsp;รวมงบประมาณ&nbsp;3,796,094,982&nbsp;บาท&nbsp;จะดำเนินการขุดลอกแก้มลิงทุ่งหินและก่อสร้างอาคารประกอบ&nbsp;770,000,000&nbsp;บาท,&nbsp;การปรับปรุงเส้นทางน้ำเข้าโครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพแก้มลิงทุ่งหิน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตั้งแต่คลองบ้านนา&nbsp;คลองขวางคลองบ้านน้อยและคลองประดู่สายหลักตั้งแต่ฝายบ้านน้อยถึงท่อลอดคลองระบายน้ำสายใหญ่ประดู่&nbsp;ประตูแพรกเป้ง&nbsp;20,000,000&nbsp;บาท,&nbsp;การปรับปรุงท่อลอดคลองระบายน้ำสายใหญ่ประดู่&nbsp;ประตูแพรกเป้ง&nbsp;120&nbsp;เมตร&nbsp;10,000,000&nbsp;บาท,&nbsp;การจัดการคุณภาพน้ำเพื่อจัดการกับความเค็มที่สะสมอยู่ภายในดิน&nbsp;ปัญหาดินเค็ม&nbsp;บูรณาการข้อมูลร่วมกับสถานีพัฒนาที่ดินสมุทรสงคราม,&nbsp;การปลูกและบำรุงป่าชายเลนทดแทน&nbsp;563,394,982&nbsp;บาท&nbsp;เนื้อที่&nbsp;2,310&nbsp;ไร่&nbsp;3&nbsp;งาน&nbsp;56&nbsp;ตารางวา&nbsp;โดยมีแผนการใช้จ่ายเป็นงบประมาณระยะเวลา&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;2568&nbsp;และกำหนดพื้นที่เป้าหมายปลูกป่าชายเลนทดแทนใน&nbsp;21&nbsp;จังหวัด,&nbsp;การก่อสร้างโรงผลิตน้ำประปาขนาด&nbsp;1,000&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง&nbsp;พร้อมท่อส่งน้ำและงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;572,700,000&nbsp;บาท,&nbsp;การปรับปรุงถนนทางเข้าแก้มลิงทุ่งหิน&nbsp;งบประมาณ&nbsp;810,000,000&nbsp;บาท,&nbsp;การศึกษาออกแบบภูมิทัศน์โครงการพัฒนาแก้มลิงทุ่งหิน&nbsp;50,000,000&nbsp;บาท,&nbsp;และการปรับปรุงภูมิทัศน์และพัฒนาพื้นที่แก้มลิงทุ่งหิน&nbsp;1,000,000,000&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนโครงการในปี&nbsp;2565&nbsp;ถึง&nbsp;2568&nbsp;จะเป็นการขุดลอกแก้มลิงทุ่งหิน&nbsp;ก่อสร้างปรับปรุงอาคารท่อรับน้ำ&nbsp;ก่อสร้างปรับปรุงท่อระบายน้ำ&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;ก่อสร้างอาคารบังคับน้ำจากคลองประดู่เข้าโครงการพร้อมขุด&nbsp;และก่อสร้างอาคารท่อลอดรางรถไฟ&nbsp;รวม&nbsp;840&nbsp;ล้านบาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303133003033
513	กระทรวงสาธารณสุข ร่วมหน่วยงานพันธมิตร เตรียมจัดงาน Thailand International Health Expo 2022	"<p><strong>นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายสาธิต&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;นพ.ธเรศ&nbsp;กรัษนัยรวิวงค์&nbsp;อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ&nbsp;นายยุทธศักดิ์&nbsp;สุภสร&nbsp;ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;นายจิรุตถ์&nbsp;อิศรางกูร&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;ทพ.สุปรีดา&nbsp;อดุลยานนท์&nbsp;ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพ&nbsp;และผู้บริหารโรงพยาบาลและสถานประกอบการ<strong>&nbsp;ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน&nbsp;Thailand&nbsp;International&nbsp;Health&nbsp;Expo&nbsp;2022&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;สร้างสุขภาพ&nbsp;เสริมเศรษฐกิจ&nbsp;เพื่อคุณภาพชีวิตประชาชน</strong>&nbsp;นอกจากนี้ได้รับเกียรติจากเลขาธิการองค์การอนามัยโลก&nbsp;ร่วมประกาศความเชื่อมั่นในสถานการณ์โรคโควิด&nbsp;19&nbsp;และระบบวัคซีนของโลก&nbsp;</p><p><strong>นายอนุทิน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลได้ส่งเสริมและผลักดันนโยบายการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และสาธารณสุขของโลก&nbsp;ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพของสถานบริการสุขภาพทุกระดับให้ได้คุณภาพมาตรฐาน&nbsp;มีระบบการจัดการโรคติดต่อและวัคซีนที่ดี&nbsp;การจัดงาน&nbsp;<strong>Thailand&nbsp;International&nbsp;Health&nbsp;Expo&nbsp;2022&nbsp;</strong>ครั้งนี้&nbsp;จะทำให้เห็นถึงศักยภาพ&nbsp;ความพร้อมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุขของไทย&nbsp;รวมถึงยกระดับและเพิ่มมูลค่า&nbsp;ให้กับ&nbsp;สมุนไพรไทย&nbsp;การแพทย์แผนไทย&nbsp;และภูมิปัญญาในการดูแลรักษาสุขภาพแบบไทย&nbsp;โดยเฉพาะกัญชา&nbsp;ที่มีการปลดล็อคให้เป็นพืชเศรษฐกิจที่จะนำมาพัฒนาเป็น&nbsp;ยา&nbsp;และผลิตภัณฑ์สุขภาพต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;สร้างรายได้ให้กับประชาชน&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;เกิดการส่งเสริมและการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รวมทั้งเพิ่มโอกาสในการเชื่อมโยงกับตลาดธุรกิจสุขภาพทั่วโลก&nbsp;โดยคาดหวังว่าการจัดงานครั้งนี้จะสร้างมูลค่าจากการให้บริการ&nbsp;Magnet&nbsp;ที่มีศักยภาพดึงดูดผู้รับบริการ&nbsp;การจับคู่เจรจาทางธุรกิจ&nbsp;และการเผยแพร่ภาพลักษณ์ชื่อเสียงด้านสุขภาพที่ดีของไทยสู่สากล&nbsp;และทำให้การท่องเที่ยวของไทยกลับมาสู่ความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืนต่อไป&nbsp;โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การค้าสยามพารากอน&nbsp;</p><p><strong>ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์</strong><a&nbsp;href=""&nbsp;http://www.thailandhealthexpo.com""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">&nbsp;http://www.thailandhealthexpo.com</a>&nbsp;Facebook&nbsp;:&nbsp;Thailand&nbsp;International&nbsp;Health&nbsp;Expo&nbsp;2022&nbsp;หรืออีเมล์&nbsp;info@thailandhealthexpo.com&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;รัฐบาลยังมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพผ่านโครงการสำคัญต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;การเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน&nbsp;Specialised&nbsp;Expo&nbsp;ในปี&nbsp;2571&nbsp;ภายใต้ชื่องาน&nbsp;Expo&nbsp;2028&nbsp;&nbsp;Phuket,&nbsp;Thailand&nbsp;การเตรียมพร้อมสู่การเป็นเมืองมหาอำนาจเวลเนสของโลกในเขตอันดามัน&nbsp;(Andaman&nbsp;Wellness&nbsp;Corridor:&nbsp;AWC)&nbsp;รวมถึงการเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมเอเปคในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303133846037
514	ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดสระบุรีนำรถพระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยลงพื้นที่ชุมชน เพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุก ในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง	<p><strong>ชาวจังหวัดสระบุรีต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;พระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย&nbsp;เพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;เชิงรุก&nbsp;ในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี</strong></p><p><br></p><p><strong>ที่บริเวณหอประชุมโดมกองช่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี</strong>&nbsp;นายแมนรัตน์&nbsp;รัตนสุคนธ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดสระบุรี&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนงานราชการ&nbsp;จิตอาสาพระราชทานจังหวัดสระบุรี&nbsp;&nbsp;บุคลากรทางการแพทย์&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่&nbsp;4&nbsp;สระบุรี&nbsp;พร้อมส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;นำรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คัน&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อตรวจหาเชื้อในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในระบบการเฝ้าระวังและค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เชิงรุก&nbsp;โดยมีประชาชนในพื้นที่เขตอำเภอเมืองสระบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงต่างทยอยเดินทางมาต่อคิวเพื่อตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19&nbsp;จากรถชีวนิรภัยพระราชทานที่มาให้บริการ&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี&nbsp;ได้ปล่อยรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;</strong>เพื่อไปให้บริการพี่น้องประชาชนประชาชนอีกจำนวน&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;คือ&nbsp;ที่บริเวณสถานีขนส่ง&nbsp;อำเภอเมืองจังหวัดสระบุรี&nbsp;&nbsp;และบริเวณตลาดโรงเกลือ&nbsp;ถนนบายพาสฝั่งตะวันออก&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สระบุรี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตั้งเป้าคาดว่าจะมีประชาชนเข้ารับการตรวจหาเชื้อในวันนี้จำนวน&nbsp;1,&nbsp;500&nbsp;คน</p><p><strong>สำหรับการคัดแยกหลังจากที่ทราบผลการตรวจคัดกรองโควิด-19</strong>&nbsp;หากพบผู้ติดเชื้อมีผลเป็นบวก&nbsp;ก็จะนำไปสู่กระบวนการการคัดกรองผู้ป่วยเข้ารับการคัดแยกในระบบ&nbsp;CI&nbsp;และ&nbsp;HI&nbsp;จังหวัดสระบุรีขณะนี้มีผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่เดือน&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ยืนยันผล&nbsp;RT-PCR&nbsp;จำนวน&nbsp;8,858&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ติดเชื้อเข้าข่าย&nbsp;ATK&nbsp;จำนวน&nbsp;4,019&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;7,929&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;คันนั้น</strong>&nbsp;ได้ปฏิบัติหน้าที่คัดกรองกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ตลาด&nbsp;โรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;ชุมชน&nbsp;ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในพื้นที่เขตสุขภาพที่&nbsp;4&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;เขตภาคกลางตอนบน&nbsp;เช่น&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;และจังหวัดสระบุรี&nbsp;&nbsp;รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน&nbsp;เริ่มให้บริการคัดกรองมาตั้งแต่เดือนมกราคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;หากหน่วยงานมีความประสงค์ที่จะรับบริการรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน&nbsp;โดยสามารถประสานมาที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัดสระบุรี&nbsp;หรือจะประสานกับสาธารณสุขจังหวัดและสาธารณสุขอำเภอซึ่งเป็นเครือข่ายของสาธารณสุข&nbsp;ทางสำนักงานมีเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดูแลรถพระราชทาน&nbsp;พร้อมจะนำรถออกให้บริการกับประชาชนตามความประสงค์ที่ร้องขอและตามความเสี่ยงที่เกิดขึ้น&nbsp;&nbsp;ประชากรทั้งหมดที่ดำเนินการคัดกรองมาตั้งต้น&nbsp;ที่ได้รับพระราชทาน&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;มีการบริการประชาชนไปแล้วประมาณกว่า&nbsp;9,000&nbsp;ราย</p><p><strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;</strong>ทรงพระราชทานรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย&nbsp;เพื่อให้กระทรวงสาธารณสุขนำไปใช้ประโยชน์&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเขตสุขภาพ&nbsp;ที่&nbsp;1-12&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;และเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครที่กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ดูแลรับผิดชอบเพื่อใช้เป็นห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ในการเก็บตัวอย่างโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019(COVID-19)&nbsp;ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;ได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;เช่น&nbsp;โรงเรียน&nbsp;วัด&nbsp;ชุมชนแออัด&nbsp;และกลุ่มอาชีพเสี่ยงทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระบบการเฝ้าระวังและค้นหาผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;เชิงรุก&nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์&nbsp;อันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สระบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303134316040
515	กรมพลศึกษา พร้อมส่งเสริมพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ จังหวัดสกลนคร	<p><strong>กรมพลศึกษา&nbsp;โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสกลนคร</strong>&nbsp;จัดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพและบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวและกีฬาในจังหวัดสกลนคร&nbsp;นำบุคลากรทางการศึกษา&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เข้าร่วมประชุมสัมมนา</p><p><strong>ที่โรงแรมสกลแกรนด์&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;กรมพลศึกษา</strong>&nbsp;โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสกลนคร&nbsp;จัดการประชุมสัมมนาการส่งเสริมพัฒนาการกีฬาและนันทนาการจังหวัดสกลนคร&nbsp;ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพและบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสกลนคร&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.นิวัตน์&nbsp;ลิ้มสุขนิรันดร์&nbsp;อธิบดีกรมพลศึกษา&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;นายพิสิษฐ์&nbsp;แร่ทอง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร&nbsp;ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;บุคลากรในสถานศึกษา&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ด้านการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสกลนคร&nbsp;เข้าร่วมประชุมสัมมนา&nbsp;โดยกำหนดกิจกรรมในระหว่างวันที่&nbsp;3-4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>นายดลจินดา&nbsp;โมธรรม&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสกลนคร</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การส่งเสริมพัฒนาการกีฬาและนันทนาการจังหวัดสกลนคร&nbsp;ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&nbsp;เพื่อให้เกิดความเป็นระบบและมีมาตรฐานซึ่งจะเป็นการยกระดับ&nbsp;ด้านการกีฬาและนันทนาการของจังหวัดสกลนครได้เป็นอย่างดี</p><p><strong>ดร.นิวัตน์&nbsp;ลิ้มสุขนิรันดร์&nbsp;อธิบดีกรมพลศึกษา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในแต่ละปีกรมพลศึกษาจะมีการจัดแข่งขันกีฬา&nbsp;ซึ่งเมื่อได้มีการเสริมสร้าง&nbsp;พัฒนาการกีฬาและนันทนาการจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายแล้ว&nbsp;จะทำให้ได้ตัวแทนของนักกีฬาและผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เป็นการเสริมสร้างการพัฒนาด้านการกีฬาและนันทนาการของจังหวัดสกลนคร&nbsp;ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303133357034
516	จังหวัดอ่างทอง จัดกิจกรรรมการพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์  บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 368	<p><strong>นายวีระศักดิ์&nbsp;วิจิตร์แสงศรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง</strong>&nbsp;ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจจิตอาสาที่ร่วมกิจกรรรมการพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์&nbsp;บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข&nbsp;368&nbsp;ตอนเลี่ยงเมืองอ่างทอง&nbsp;ซึ่งเป็นถนนเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ของจังหวัดอ่างทอง&nbsp;เพื่อให้สภาพภูมิทัศน์&nbsp;มีความสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อยและสมพระเกียรติ</p><p><strong>การจัดกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;มีนายศักดิ์ดา&nbsp;บรรดาศักดิ์&nbsp;</strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ปลัดจังหวัดอ่างทอง&nbsp;นายอำเภอเมืองอ่างทอง&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดอ่างทอง&nbsp;ผอ.แขวงทางหลวงอ่างทอง&nbsp;ผกก.สภ.เมืองอ่างทอง&nbsp;ในการพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ถนนเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ทางหลวงหมายเลข&nbsp;368&nbsp;(แยกบ้านอิฐ&nbsp;-&nbsp;แยกศาลาแดง)&nbsp;ณ&nbsp;ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัสอ่างทอง&nbsp;พร้อมด้วยบุคลากรพนักงาน&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และประชาชนจิตอาสา&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;จำนวน&nbsp;210&nbsp;คน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้มีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;จัดทำแผนและมอบหมายหน้าที่&nbsp;จัดกิจกรรมเพื่อดูแลรักษาความสะอาดเป็นประจำทุกเดือน&nbsp;เพื่อให้ถนนมีความสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	อ่างทอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303135552049
517	โควิดยะลา เสียชีวิตเพิ่มอีก 1  รายใหม่ วันเดียว 346 ราย   ย้ำป้องกันตนเองขั้นสูงสุด	<p><strong>สำหรับสถานการณ์&nbsp;&nbsp;การติดเชื้อ&nbsp;โควิด&nbsp;-19&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;&nbsp;ยังคงมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;ล่าสุดวันนี้&nbsp;3&nbsp;มี.ค&nbsp;65&nbsp;&nbsp;พบเพิ่มรายใหม่&nbsp;346&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;จากเมื่อวานนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค&nbsp;65)&nbsp;ที่มีผู้ติดเชื้อ&nbsp;201&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ป่วยสะสม&nbsp;3,117&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;7,488&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;2,700&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ขณะที่วันนี้มีผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มอีก&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;จากพื้นที่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;&nbsp;สะสมรวม&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อที่เข้าข่ายตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พบเพิ่ม&nbsp;1,323ราย&nbsp;&nbsp;สะสมรวม&nbsp;8,078&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;346&nbsp;รายใหม่&nbsp;&nbsp;พบในอำเภอเมืองยะลา&nbsp;98&nbsp;&nbsp;&nbsp;ราย</strong>&nbsp;&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;98&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;&nbsp;&nbsp;39&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.รามัน&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.เบตง&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;&nbsp;&nbsp;5&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ส่วนผลการตรวจคัดกรองตามมาตรการด้านสาธารณสุข&nbsp;รวมสะสม&nbsp;20,953&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับในช่วงนี้&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;เพิ่มขึ้น</strong>&nbsp;และยังคงมีผู้เสียชีวิต&nbsp;ต่อเนื่อง&nbsp;ทางสำนักงานสาธารณสุข&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ยังคงย้ำให้&nbsp;ประชาชนปฎิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;ขั้นสูงสุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งการสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;หมั่นล้างมือ&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;งดไปสถานที่เสี่ยง&nbsp;งดการรวมกลุ่มสังสรรค์&nbsp;&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;&nbsp;รวมไปถึงเร่งฉีดวัคซีน&nbsp;สร้างภูมิป้องกัน&nbsp;ลดอาการป่วยรุนแรง&nbsp;ลดการเสียชีวิต&nbsp;&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้ป่วย&nbsp;7&nbsp;กลุ่มโรค&nbsp;&nbsp;&nbsp;หากพบความเสี่ยงให้รีบ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;เพื่อรักษา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303134002038
518	ศอ.บต. รับมอบถุงยังชีพพระราชทาน จากมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย 4,500 ถุง เพื่อส่งต่อผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้	<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีรับมอบถุงยังชีพพระราชทาน&nbsp;จากมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ยามยาก&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;โดยมีพระเจ้าวรวงศ์เธอ&nbsp;พระองค์เจ้าโสมสวลี&nbsp;กรมหมื่นสุทธนารีนาถ&nbsp;เป็นองค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ&nbsp;และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา&nbsp;นเรนทิราเทพยวดี&nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&nbsp;มหาวัชรราชธิดาเป็นองค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ&nbsp;เพื่อนำมาแจกจ่าย&nbsp;และบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ซึ่งขณะนี้มี&nbsp;21,413&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;โดยมีผู้บริหาร&nbsp;ศอ.บต.รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปัตตานี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดยะลา&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่จิตอาสา&nbsp;904&nbsp;และเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ชายแดนใต้&nbsp;เข้าร่วมในพิธีฯ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมน้อมเกล้า&nbsp;ศอ.บต.</p><p><strong>ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีฯ&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;</strong>ได้เป็นประธานส่งมอบถุงยังชีพพระราชทาน&nbsp;จากมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ยามยาก&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;ให้แก่ผู้แทนในแต่ละจังหวัด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;ถุง&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;จำนวน&nbsp;1,800&nbsp;ถุง&nbsp;และจังหวัดปัตตานี&nbsp;จำนวน&nbsp;800&nbsp;ถุง&nbsp;รวมถึงเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ชายแดนใต้&nbsp;จำนวน&nbsp;289&nbsp;ถุง&nbsp;เพื่อร่วมกันส่งต่อให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบฯ&nbsp;อย่างไรก็ตามในการดำเนินการครั้งนี้&nbsp;ศอ.บต.ได้ขอรับการสนับสนุนถุงยังชีพพระราชทาน&nbsp;ไปยังมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ยามยาก&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;เพื่อนำมาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นพระภิกษุ&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;161&nbsp;ถุง&nbsp;และประชาชน&nbsp;4,339&nbsp;ถุง&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;4,500&nbsp;ถุง&nbsp;เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303134309039
519	อัยการสูงสุด จับมือ UNODC ติวเข้มอัยการภาค 4 เดินหน้าสืบพยานแบบดิจิทัล รับมือการก่อเหตุทุกรูปแบบ	<p><strong>อัยการสูงสุด&nbsp;จับมือ&nbsp;UNODC&nbsp;ติวเข้มอัยการภาค&nbsp;4</strong>&nbsp;เดินหน้าสืบพยานแบบดิจิทัล&nbsp;รับมือการก่อเหตุทุกรูปแบบ&nbsp;หลังพบคดีต่างๆกว่าร้อยละ&nbsp;90&nbsp;มีพยานแบบดิจิทัลที่ต้องสอบสวนอย่างละเอียดและเข้าถึงทุกข้อมูลเพื่อเอาคนผิดมาลงโทษตามกฎหมาย</p><p><strong>ที่โรงแรม&nbsp;อวานี&nbsp;แอนด์&nbsp;คอนเวนชั่น&nbsp;เซนเตอร์&nbsp;จ.ขอนแก่น</strong>&nbsp;นายสิงห์ชัย&nbsp;ทนินซ้อน&nbsp;อัยการสูงสุด&nbsp;เปิดการสัมมนาเชิงปฎิบัติการเพื่อเพิ่มศักยภาพของพนักงานอัยการในการสืบพยานหลักฐานในระบบดิจิทัล&nbsp;ซึ่งสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาการสอบสวนและการดำเนินคดี&nbsp;สำนักงานอัยการสูงสุด&nbsp;ร่วมกับสำนักงานสหประชาชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;UN&nbsp;ประจำประเทศไทย&nbsp;และ&nbsp;สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;UNODC&nbsp;ได้จัดการประชุมขึ้น&nbsp;โดยมีพนักงานอัยการในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค&nbsp;4&nbsp;เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวด</p><p><strong>นายประยุทธ์&nbsp;เพชรคุณ&nbsp;รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ</strong>&nbsp;ในฐานะ&nbsp;รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัจจุบันในทางปฎิบัติความรู้ของเจ้าหน้าที่ที่ยังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีที่จำเป็นต้องมีความรู้และทักษะนั้นมีจำนวนน้อยมาก&nbsp;ซึ่งสวนทางกับจำนวนของการกระทำความผิดที่มีเทคโนโลยีมาเกี่ยวข้อง&nbsp;ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นในระยะเวลาอันสั้น&nbsp;ทำให้ผู้กระทำความผิดสามารถอาศัยประโยชน์จากความไม่รู้หรือความไม่เท่าทันของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายในการที่จะกระทำความผิดผ่านสื่ออุปกรณ์ดังกล่าว&nbsp;จึงทำให้การพิสูจน์เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลหรือพยานหลักฐานที่ใช้ในการสืบความผิดมีความยากลำลากมากขึ้น&nbsp;สำนักงานอัยการสูงสุด&nbsp;โดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาการสอบสวนและการดำเนินคดี&nbsp;จึงประสานความร่วมมือกับองค์การสหประชาชาติ&nbsp;และได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;UNDOC&nbsp;ดำเนินโครงการจัดฝึกอบรมดังกล่าว&nbsp;ครอบคลุม&nbsp;9&nbsp;สำนักงานอัยการทั้งประเทศ&nbsp;โดยเริ่มดำเนินการอบรมและสัมมนา&nbsp;ในหลักสูตรดังกล่าวอย่างเข้มข้น</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นายมาร์ค&nbsp;เจริญวงศ์&nbsp;อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด</strong>&nbsp;สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาการสอบสวนและการดำเนินคดี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัจจุบันคดีที่เกิดขึ้นมากกว่าร้อยละ&nbsp;90&nbsp;มีพยานหลักฐานในระบบดิจิทัลเกิดขึ้นอย่างมาก&nbsp;ดังนั้นอัยการจึงควรมีทักษะและความรู้เท่ากันกับมาตรฐานในระดับสากล&nbsp;ซึ่งในการกำจัดหรือลดจำนวนของการกระทำความผิดผ่านสื่อดิจิทัลบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ต้องใช้ความร่วมมือระหว่างองค์กรสากลและองค์กรชาติ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ&nbsp;ที่จะต้องมีความรู้&nbsp;ความชำนาญในการดำเนินคดี&nbsp;เพื่อประโยชน์สูงสุดในการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน&nbsp;ซึ่งแม้พนักงานอัยการจะไม่ไดเป็นพนักงานสอบสวน&nbsp;แต่ยังคงเป็นผู้ที่มีบทบาทในการอำนวยความยุติธรรมที่อยู่ในกระบวนการในชั้นศาล&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;การสัมมนาดังกล่าวพนักงานอัยการที่ปฎิบัติงานในระดับภูมิภาค</strong>&nbsp;โดยเฉพาะพนักงานอัยการระดับปฎิบัติการหรือระดับ&nbsp;2-4&nbsp;จะร่วมกันสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องของความสำคัญประเภทของพยานในรูปแบบดิจิทัลที่จะสามารถใช้พิสูจน์การกระทำความผิดในชั้นศาล&nbsp;รู้ถึงปัญหาอุปสรรค&nbsp;ข้อควรระวังเกี่ยวกับเรื่องพยานหลักฐานดิจิทัลทั้งในกระบวนการจัดเก็บและกระบวนการใช้พยานหลักฐานในชั้นศาล&nbsp;และที่สำคัญคือเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับพนักงานอัยการสามารถนำพยานหลักฐานดิจิทัลไปใช้พิสูจน์ความผิดในกระบวนการชั้นศาลได้อย่างถูกต้องแม่นยำและมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>การอบรมดังกล่าว&nbsp;จะเป็นการร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูล</strong>&nbsp;การรับทราบถึงเทคนิควิธี&nbsp;และกระบวนการเรียนรู้&nbsp;ของคณะทำงานร่วมทุกฝ่าย&nbsp;และการเข้าถึงข้อมูลของตำรวจสากล&nbsp;หรือ&nbsp;Inter&nbsp;Pool&nbsp;,หน่วยงานด้านกฎหมายระดับประเทศและระดับนานาชาติ&nbsp;รวมไปถึงหน่วยงานตำรวจในระดับพื้นที่ที่รับผิดชอบด้านพยานหลักฐานด้านดิจิทัล&nbsp;และข้อสังเกตในประจักษ์พยานหลักฐานในคดีต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องกับระบบดิจิทัล&nbsp;ระบบไอที&nbsp;หรือการสืบค้นข้อมูลผ่านกูเกิ้ล&nbsp;หรือข้อมูลเฉพาะทางในอำนาจหน้าที่และแนวทางการสืบสวนสอบสวนของพนักงานอัยการ&nbsp;เพื่อให้การสืบพยานหลักฐานเป็นไปตามหลักสากล&nbsp;สร้างความน่าเชื่อถือในกระบวนการยุติธรรมและสำนักงานอัยการสูงสุดในภาพรวม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303143942072
520	มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯมอบถุงยังชีพพระราชทานผู้ประสบอัคคีภัยอำเภอน้ำโสม	<p><strong>มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯมอบถุงยังชีพพระราชทาน</strong>ผู้ประสบอัคคีภัยอำเภอน้ำโสม&nbsp;มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เชิญถุงยังชีพและสิ่งของพระราชทานมอบบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;ที่หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลศรีสำราญ&nbsp;อำเภอน้ำโสม&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่บ้านเลขที่&nbsp;184&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลศรีสำราญ&nbsp;อำเภอน้ำโสม&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;นายสยาม&nbsp;ศิริมงคล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;มอบหมายให้นายวิสูติ&nbsp;ซื่อพัฒนะ&nbsp;นายอำเภอน้ำโสมเป็นประธานพิธีเชิญถุงยังชีพและสิ่งของพระราชทานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;พระราชทานพระราชทรัพย์ผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด&nbsp;เพื่อเป็นเงินสำรองจ่ายในงานบรรเทาทุกข์ที่มีอยู่ทางจังหวัด&nbsp;พร้อมด้วยสิ่งของพระราชทานที่ใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน&nbsp;มอบให้กับนางเทา&nbsp;บุญมา&nbsp;และครอบครัว&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนเป็นการเบื้องต้นและเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัย&nbsp;ให้มีจิตใจที่เข้มแข็ง&nbsp;สามารถต่อสู้กับทุกข์ภัยและผ่านพ้นวิกฤตการณ์ไปได้&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ได้รับแจ้งจากอำเภอน้ำโสม&nbsp;ว่า&nbsp;เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักอาศัยของนางเทา&nbsp;บุญมา&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;184&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลศรีสำราญ&nbsp;อำเภอน้ำโสม&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ได้รับความเสียหายทั้งหลัง&nbsp;เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยเป็นการเบื้องต้น&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ในนามประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์</strong>ประจำจังหวัดอุดรานี&nbsp;จึงอนุมัติสั่งจ่ายเงินสำรองจ่ายมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ที่มีอยู่ทางจังหวัด&nbsp;จัดซื้อสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น&nbsp;พร้อมจัดซื้อ&nbsp;สิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพเบื้องต้น&nbsp;ประเภทเครื่องครัว&nbsp;เครื่องนอน&nbsp;ของกินของใช้ประจำวัน&nbsp;มอบให้บรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า&nbsp;ในนามมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูบถัมภ์&nbsp;พร้อมกันนี้นายอำเภอน้ำโสม&nbsp;ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้แทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุดรธานี&nbsp;กิ่งกาชาดอำเภอน้ำโสม&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ร่วมมอบสิ่งของ&nbsp;เงิน&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบอัคคีภัยในครั้งนี้ด้วย&nbsp;</p><p><strong>นางเทา&nbsp;บุญมา&nbsp;กล่วาว่า&nbsp;ช่วงที่เกิดอัคคีภัยไม่อยู่บ้านไปเยี่ยมญาติป่วย</strong>&nbsp;พอมาเห็นบ้านไฟไหม้หมดแรงทำอะไรไม่ถูก&nbsp;ถึงกับจนจะเป็นลมอยู่บนถนนเกือบถูกรถชนเสียชีวิต&nbsp;</p><p><strong>ด้านสามี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เห็นไฟไหม้ตกใจกลัวไม่มีบ้านพักอาศัย</strong>&nbsp;หลังจากไฟไหม้คนเขามาช่วยรู้สึกตื้นตันใจจนกระทั่งเดี่ยวนี้&nbsp;พูดอะไรไม่ถูกพูดไม่เป็นรู้สึกตื้นตันใจมากๆ&nbsp;วันนี้ได้รับของพระราชทานความช่วยเหลือรู้สึกดีใจพูดไม่ออก&nbsp;จะนำรูปของทุกพระองค์ไปสักการะที่หัวนอนเพื่อเคารพบูชาทำอย่างนี้มาตลอด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303140215056
521	คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสงคราม ย้ำเตือนประชาชนรักษาสุขอนามัยของตนเองอย่างเคร่งครัด หลังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เริ่มสูงขึ้นอีกครั้ง	<p><strong>จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เตรียมพร้อมรับมือโควิด-19&nbsp;ในทุกด้าน&nbsp;หลังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;มีแนวโน้มสูงขึ้น&nbsp;ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามย้ำเตือนประชาชนยังต้องรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง</strong></p><p><br></p><p><strong>นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสงครามว่า&nbsp;ขณะนี้การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;เริ่มมีแนวโน้มสูงขึ้นอีกครั้ง&nbsp;ซึ่งจังหวัดสมุทรสงครามได้มีมาตรการป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่อย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;แพร่กระจายเป็นวงกว้างและเป็นกลุ่มก้อน&nbsp;โดยได้มีการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงต่างๆ&nbsp;รวมถึงการนำเชื้อจากชุมชนเข้าไปแพร่ในสถานพยาบาล&nbsp;เชิญชวนประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;เข็มกระตุ้น&nbsp;รวมทั้งเข้มงวดการจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มคนเป็นจำนวนมาก&nbsp;และให้ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฯอย่างเข้มงวด&nbsp;ตลอดจนกำกับติดตามมาตรการความปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;และมาตรการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่เฉพาะ&nbsp;สำหรับตลาดค้าส่งที่มีขนาดใหญ่&nbsp;โรงงาน&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;รวมถึงสถานประกอบการที่มีแรงงานข้ามชาติ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ได้เตรียมพร้อมในทุกด้านทั้งสถานที่</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;ศูนย์พักคอยชุมชน&nbsp;บุคลากรทางการแพทย์&nbsp;วัสดุอุปกรณ์&nbsp;เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่อาจจะมีจำนวนมากขึ้น&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอให้ประชาชนยังคงดูแลสุขอนามัยของตนเอง&nbsp;อยู่ห่างไว้&nbsp;ใส่แมสกัน&nbsp;หมั่นล้างมือ&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;ตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;(เฉพาะกรณี)&nbsp;สแกนแอปพลิเคชันไทยชนะ&nbsp;เพื่อห่างไกลจากโควิด-&nbsp;19&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303144846079
522	ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในพื้นที่จังหวัดยะลา	<p><strong>นายอรเทพ&nbsp;อินทรสกุล&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน</strong>&nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดยะลา&nbsp;ตามข้อสั่งการของนายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;โดยมีนางสาวพุทธชาติ&nbsp;อินทร์สวา&nbsp;แรงงานจังหวัดยะลา&nbsp;นางถนอมจิต&nbsp;แก้วเกื้อ&nbsp;สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นางชวนชม&nbsp;บัวอนนท์&nbsp;จัดงานหางานจังหวัดยะลา&nbsp;นางเยาวดี&nbsp;เพชรเกลี้ยง&nbsp;ประกันสังคมจังหวัดยะลา&nbsp;และนายจามร&nbsp;กิ้มสวัสดิ์&nbsp;ผู้แทนสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมด้วยบัณฑิตแรง&nbsp;4&nbsp;อำเภอประกอบด้วย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;และอำเภอบันนังสตา&nbsp;</p><p><strong>โดยนายอรเทพ&nbsp;อินทรสกุล&nbsp;ได้เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจ&nbsp;</strong>เจ้าหน้าที่&nbsp;พนักงาน&nbsp;ลูกจ้างของกระทรวงแรงงานจังหวัดยะลา&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ราชการกระทรวงแรงงานจังหวัดยะลา&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;</p><p>จากนั้น&nbsp;ได้เดินทางไปเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลท่าสาป&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;และมอบถุงยังชีพ&nbsp;ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ประกันตน&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;33&nbsp;มาตรา&nbsp;39มาตรา&nbsp;40&nbsp;ด้วย&nbsp;โดยกรณีเสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วม&nbsp;ทางสำนักงานประกันสังคม&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้ช่วยเหลือค่าทำศพ&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;ม.40&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;25,000&nbsp;บาท</p><p><strong>นายอรเทพ&nbsp;อินทรสกุล&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน&nbsp;</strong>ได้เปิดเผยว่า&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้สั่งการ&nbsp;กำชับให้&nbsp;กระทรวงแรงงานและหน่วยงานเกี่ยวของ&nbsp;ได้เข้าติดตามดำเนินการช่วยเหลือ&nbsp;ผู้ประกันตนตามระเบียบกระทรวงแรงงาน&nbsp;พร้อมกับให้&nbsp;สถานบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;เข้าดำเนินการช่วยเหลือ&nbsp;ซ่อมแซม&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;เครื่องมือเครื่องใช้&nbsp;ภายในบ้านเรือนให้กับประชาชน&nbsp;นอกจากนี้ยังเน้นย้ำให้บัณฑิตแรงงานและอาสาสมัครแรงงาน&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจ&nbsp;ความต้องการผู้ประสบภัยน้ำท่วมภายใต้โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านอาชีพ&nbsp;เพื่อรับการสนับสนุนงบประมาณด้านความช่วยเหลือต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303135655050
523	คณะเกษตรศาสตร์ มข.เปิดโครงการ KKU Smart flower farm 2022 พลิกฟื้นและสร้างมูลค่าเพิ่มให้พื้นที่ว่างเปล่ากลายเป็น Landmark แห่งใหม่ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว	<p><strong>ที่&nbsp;แปลงเกษตรเชิงท่องเที่ยว</strong>&nbsp;บริเวณทิศใต้&nbsp;อุทยานเทคโนโลยีการเกษตร&nbsp;มหาวิทยาลัยขอนแก่น&nbsp;นักศึกษาชั้นปีที่&nbsp;3&nbsp;ร่วมกับนักศึกษาชั้นปีที่&nbsp;1&nbsp;คณะเกษตรศาสตร์&nbsp;ร่วมกันปลูกไม้ตัดดอก&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;KKU&nbsp;Smart&nbsp;flower&nbsp;farm&nbsp;2022&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;พลิกฟื้นและสร้างมูลค่าเพิ่มให้พื้นที่ว่างเปล่าของคณะเกษตรศาสตร์&nbsp;ให้กลายเป็น&nbsp;Landmark&nbsp;แห่งใหม่ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น&nbsp;พร้อมต้อนรับทุกคนอย่างอบอุ่นและประทับใจ&nbsp;แก่ผู้ที่มาเยือน&nbsp;</p><p><strong>โครงการ&nbsp;KKU&nbsp;Smart&nbsp;flower&nbsp;farm&nbsp;2022</strong>&nbsp;คณะเกษตรศาสตร์&nbsp;ได้เริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในปี&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;โดยนักศึกษาชั้นปีที่&nbsp;3&nbsp;ร่วมกับนักศึกษาชั้นปีที่&nbsp;1&nbsp;คณะเกษตรศาสตร์&nbsp;ในช่วงแรกนั้นเป็นการปลูกในพื้นที่&nbsp;100&nbsp;ตารางวา&nbsp;โดยเป็นการทดลองปลูกเพื่อเป็นไม้ตัดดอกจำหน่าย&nbsp;ในเวลาต่อมาแปลงดอกไม้ได้รับการยอมรับในการเป็นสถานที่ถ่ายภาพที่มีความสวยงาม&nbsp;มีความแปลกใหม่ของไม้ดอกที่ไม่เคยมีที่ใดในจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ซึ่งก็ได้รับการตอบรับด้วยดีจากบุคลากรชาว&nbsp;มข.&nbsp;นักศึกษา&nbsp;และประชาชนทั่วไป&nbsp;การดำเนินโครงการในปีแรกถือได้ว่าประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง&nbsp;และในปีนี้ได้เพิ่มพื้นที่ในการปลูกคัตเตอร์&nbsp;เป็น&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;แปลงคอสมอส&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;และแปลงทานตะวัน&nbsp;7&nbsp;ไร่&nbsp;ถือว่าเป็นการใช้พื้นที่ว่างเกือบทั้งหมดในการดำเนินโครงการ</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303140018054
524	พัฒนาฝีมือแรงงานหนองบัวลำภู เพิ่มทักษะยกระดับฝีมือช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคารให้นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคหนองบัวลำภูก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน หรือประกอบอาชีพอิสระ	<p><strong>นายนพพร&nbsp;มานะ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานหนองบัวลำภู</strong>&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานหนองบัวลำภู&nbsp;จัดฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกยกระดับฝีมือ&nbsp;สาขาช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคาร&nbsp;รุ่นที่&nbsp;2/2565&nbsp;ภายใต้โครงการยกระดับเพื่อเพิ่มศักยภาพฝีมือและสมรรถนะแรงงาน&nbsp;ให้กับกลุ่มเป้าหมายนักศึกษาปีสุดท้ายของวิทยาลัยเทคนิคหนองบัวลำภู&nbsp;จำนวน&nbsp;23&nbsp;คน&nbsp;โดยมีการฝึกอบรมภาคทฤษฎีผ่านระบบออนไลน์&nbsp;และฝึกอบรมภาคปฏิบัติ&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานหนองบัวลำภู&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>การจัดอบรมในครั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการยกระดับฝีมือ</strong>&nbsp;สาขาช่างไฟฟ้าในอาคารในการเพิ่มทักษะความรู้ให้กับผู้เข้ารับการอบรมเกี่ยวกับทักษะการเดินสายไฟฟ้าและการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดภายในอาคาร&nbsp;รวมถึง&nbsp;ให้มีความสามารถตรวจสอบซ่อมบำรุงวงจรไฟฟ้า&nbsp;และสามารถต่อวงจรไฟฟ้าได้&nbsp;ตลอดจน&nbsp;เป็นการเตรียมความพร้อมทักษะฝีมือแรงงานสู่ตลาดแรงงานในอนาคต&nbsp;หรือสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพอิสระ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองบัวลำภู	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303135836052
525	สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา เตรียมรับมือฝนตกหนักช่วง 6-8 มีนาคมนี้	<p><strong>สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา&nbsp;เตรียมรับมือฝนตกหนักช่วง 6-8 มีนาคมนี้ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง</strong></p><p>นายธนากร&nbsp;&nbsp;ตันติกุล&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ระหว่างวันที่ 6-8 มีนาคมนี้ บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยเฉพาะภาคใต้จะมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;ดังนั้น สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา ส่วนประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้แจ้งเตือนให้เขตชลประทานและนอกเขตชลประทาน เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์&nbsp;โดยให้สำนักงานชลประทานที่ 5-13 และสำนักเครื่องจักรกล กำชับให้โครงการชลประทานที่ประจำอยู่ในพื้นที่เสี่ยง คอยติดตาม ตรวจสอบอาคารชลประทานให้มีสภาพพร้อมใช้งาน และบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางให้อยู่ในเกณฑ์&nbsp;พร้อมปรับการรระบายน้ำให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ อีกทั้ง เตรียมความพร้อมของเครื่องจักร เครื่องมือ รถแบคโฮ/รถขุด รถเทรลเลอร์ เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่&nbsp;และเครื่องผลักดันน้ำในพื้นที่เสี่ยง ให้สามารถนำไปช่วยเหลือได้ทันที&nbsp;รวมทั้ง กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และมอบหมายเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 24 ชั่วโมง</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303135231046
526	ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดสระบุรีนำรถพระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยลงพื้นที่ชุมชน เพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุก ในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง	<p><strong>ที่บริเวณหอประชุมโดมกองช่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี&nbsp;</strong>นายแมนรัตน์&nbsp;รัตนสุคนธ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดสระบุรี&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนงานราชการ&nbsp;จิตอาสาพระราชทานจังหวัดสระบุรี&nbsp;&nbsp;บุคลากรทางการแพทย์&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่&nbsp;4&nbsp;สระบุรี&nbsp;นำรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คัน&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อตรวจหาเชื้อในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในระบบการเฝ้าระวังและค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เชิงรุก&nbsp;โดยมีประชาชนในพื้นที่เขตอำเภอเมืองสระบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงเข้ารับการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19</p><p><strong>พร้อมนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี&nbsp;ได้ปล่อยรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;เพื่อไปให้บริการพี่น้องประชาชนอีกจำนวน&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ที่บริเวณสถานีขนส่งจังหวัดสระบุรี&nbsp;&nbsp;และบริเวณตลาดโรงเกลือ&nbsp;อ.เมืองสระบุรี&nbsp;คาดว่าจะมีประชาชนเข้ารับการตรวจหาเชื้อในวันนี้จำนวน&nbsp;1,500&nbsp;คน&nbsp;สำหรับการตรวจหากพบผู้ติดเชื้อมีผลเป็นบวก&nbsp;ก็จะนำไปสู่กระบวนการการคัดกรองผู้ป่วยเข้ารับการคัดแยกในระบบ&nbsp;CI&nbsp;และ&nbsp;HI&nbsp;จังหวัดสระบุรีขณะนี้มีผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่เดือน&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ยืนยันผล&nbsp;RT-PCR&nbsp;จำนวน&nbsp;8,858&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ติดเชื้อเข้าข่าย&nbsp;ATK&nbsp;จำนวน&nbsp;4,019&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;7,929&nbsp;ราย</p><p><strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี</strong>&nbsp;ทรงพระราชทานรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย&nbsp;เพื่อให้กระทรวงสาธารณสุขนำไปใช้ประโยชน์&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเขตสุขภาพ&nbsp;ที่&nbsp;1-12&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;และเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;4&nbsp;ได้รับพระราชทาน&nbsp;3&nbsp;คันลงปฏิบัติหน้าที่&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;เริ่มให้บริการคัดกรองมาตั้งแต่เดือนมกราคม&nbsp;&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;มีประชาชนรับบริการไปแล้วประมาณ&nbsp;9,000&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์&nbsp;อันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สระบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303143844071
527	ปทุมธานี เปิดโครงการแก้ไขปัญหาผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดในรูปแบบศูนย์ขวัญแผ่นดิน จังหวัดปทุมธานี 2565	<p><strong>ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน&nbsp;ภาค&nbsp;1&nbsp;อำเภอคลองหลวง&nbsp;จังหวัดปทุมธานี</strong>&nbsp;นายณรงค์ศักดิ์&nbsp;โอสถธนากร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการแก้ไขปัญหาผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดในรูปแบบศูนย์ขวัญแผ่นดิน&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พล.ต.ท.คำรณวิทย์&nbsp;ธูปกระจ่าง&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี&nbsp;นายวีรพันธ์&nbsp;พวงเพชร&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดปทุมธานี&nbsp;พล.ต.ต.กัญชล&nbsp;อินทราราม&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจตะเวนชายแดน&nbsp;ภาค&nbsp;1&nbsp;และหัวหน้าผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดโครงการแก้ไขปัญหาผู้เสพและผู้ติดยาเสพติด</strong>ในรูปแบบของศูนย์ขวัญแผ่นดินจังหวัดปทุมธานี&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;มีระยะเวลาการดำเนินการ&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;12&nbsp;วัน&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี&nbsp;ภายใต้การบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพและผู้ติดยาเสพติด&nbsp;เพื่อลดจำนวนผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดทุกประเภท&nbsp;เพื่อสร้างทักษะด้านอาชีพให้ผู้เสพและผู้ติดยาเสพติด&nbsp;ให้สามารถนำไปใช้ในการสร้างรายได้&nbsp;และดำรงชีวิตในชุมชนต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดปทุมธานี&nbsp;</strong>ขอขอบคุณ&nbsp;นายนิติชัย&nbsp;วิริยานนท์&nbsp;นายอำเภอคลองหลวง&nbsp;ที่ได้ให้การสนับสนุน&nbsp;ทั้งกำลังพล&nbsp;และอำนวยความสะดวก&nbsp;ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นอย่างดียิ่ง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ปทุมธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303140414057
528	สาธารณสุขขอนแก่น ประชุม EOC ชี้แจงการให้บริการผู้ป่วยโควิด แบบผู้ป่วยนอก เจอ แจก จบ	<p><strong>นายแพทย์ภาคี&nbsp;ทรัพย์พิพัฒน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;EOC&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ครั้งที่&nbsp;24/2565&nbsp;ผ่านการประชุมทางไกล&nbsp;Web&nbsp;Conference&nbsp;มีประเด็นติดตามและข้อสั่งการที่สำคัญ&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p><strong>ปลัดกระทรวงแจ้งเรื่องการให้บริการผู้ติดเชื้อโควิด-19</strong>&nbsp;แบบผู้ป่วยนอก&nbsp;(OPD)&nbsp;ด้วยความสมัครใจ&nbsp;หรือ&nbsp;เจอ-แจก-จบ&nbsp;ผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สามารถตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเองที่บ้าน&nbsp;หรือมาตรวจที่คลินิกโรคทางเดินหายใจ&nbsp;(ARI&nbsp;Clinic)&nbsp;ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ทุกแห่ง&nbsp;หากพบผลเป็นบวก&nbsp;แพทย์จะพิจารณาความเสี่ยงและโรคประจำตัว&nbsp;หากไม่มีความเสี่ยงจะให้การรักษาแบบผู้ป่วยนอกและกลับไปแยกกักตัวที่บ้าน&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามความสมัครใจ</p><p><strong>การรับยาตามระดับอาการ&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม</strong>&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มยาตามอาการ&nbsp;เช่น&nbsp;ลดไข้&nbsp;แก้ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ขับเสมหะ&nbsp;เป็นต้น,&nbsp;ยาฟ้าทะลายโจร&nbsp;และยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์&nbsp;และจะติดตามอาการ&nbsp;เมื่อครบ&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ไปจนถึง&nbsp;7&nbsp;+&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เจอ-แจก-จบ&nbsp;หมายถึง&nbsp;เมื่อพบว่าติดเชื้อ</strong>&nbsp;จะแจกยา&nbsp;แจกเอกสารให้ความรู้การกักตัวเองที่บ้าน&nbsp;(Self&nbsp;Isolation)&nbsp;ข้อแนะนำการรับประทานยาและผลข้างเคียง&nbsp;และจบด้วยการลงทะเบียนอยู่ในระบบบริการหรือรับไว้ดูแลแบบครบวงจร&nbsp;</p><p><strong>คาดการณ์&nbsp;สถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>&nbsp;ให้คงมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และประชาชนร่วมมือ&nbsp;ในระดับปัจจุบัน&nbsp;และคาดการณ์พบการแพร่โรคต่อเนื่องไปทุกจังหวัด&nbsp;จนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;จะมีผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;40,000&nbsp;ราย&nbsp;จนถึงกลางเดือนเมษายนและลดลงช่วงปลายเดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้เสียชีวิตสูงสุด&nbsp;150&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>เน้นตรวจจับการระบาดในลักษณะ&nbsp;Cluster</strong>&nbsp;ในกลุ่มเสี่ยงต่อการป่วยรุนแรง&nbsp;และสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดในวงกว้าง&nbsp;เช่น&nbsp;ร้านอาหารกึ่งผับ&nbsp;บาร์&nbsp;กิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มกันมากกว่า&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;ในสถานที่ปิด&nbsp;พูดคุยและไม่สวมหน้ากากเป็นเวลานาน</p><p>จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ให้โรงพยาบาลทุกแห่งเตรียมแผนในการรองรับผู้ป่วยระดับ&nbsp;2.2</p><p><strong>โดยการจัดอบรมแนวทางเวชปฏิบัติ</strong>&nbsp;การวินิจฉัย&nbsp;การดูแลและการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล&nbsp;กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(CPG&nbsp;COVID-19)&nbsp;ของกรมการแพทย์&nbsp;(1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;สำหรับบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;เร่งรัดการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นในกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;อสม.&nbsp;กลุ่ม&nbsp;608&nbsp;เป้าหมายร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ภายใน&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีกลยุทธ์&nbsp;กำหนดเป้าหมาย&nbsp;ชี้เป้ารายบุคคล&nbsp;กระจายเป้าหมาย&nbsp;ออกฉีดเชิงรุก&nbsp;เพิ่มศักยภาพในการฉีด&nbsp;จัดกิจกรรมรณรงค์ในวันอสม&nbsp;แห่งชาติ&nbsp;รวมทั้งการนำเข้าในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303144839078
529	จ.สุรินทร์ จัดมหกรรมการออม ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน เนื่องในวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพทย์เพื่อการผลิต ครบรอบ 48 ปี	<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;11.10&nbsp;น.&nbsp;นายสุวงพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;มอบหมายให้นางทรงลักษณ์&nbsp;วรภัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานโครงการมหกรรมการออม&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องรัตนสุวรรณ&nbsp;โรงแรมทองธารินทร์&nbsp;ตำบลในเมือง&nbsp;อำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดยมีพัฒนาการจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;พัฒนาการอำเภอ&nbsp;ประธานและคณะกรรมการเครือข่ายกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตทุกระดับ&nbsp;ภาคเอกชนประมาณ&nbsp;70&nbsp;คน</p><p><strong>นางทรงลักษณ์&nbsp;วรภัย&nbsp;เล็งเห็นว่าการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์</strong>เพื่อการผลิตเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีการออมเงิน&nbsp;และนำเงินไปใช้ในการพัฒนาอาชีพ&nbsp;โดยลดภาระการกู้ยืมเงินจากแหล่งอื่นๆ&nbsp;ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง&nbsp;พัฒนาคนให้มีคุณธรรม&nbsp;ฝึกประสบการณ์การบริหารเงินทุนให้กับบุคคลในชุมชน&nbsp;พัฒนาศักยภาพของคนในด้านต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;การเป็นผู้นำ&nbsp;การปกครอง&nbsp;ตามระบบประชาธิปไตย&nbsp;ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา&nbsp;คิดและแก้ปัญหาของตนเองด้วยวิธีการทำงานร่วมกัน&nbsp;ซึ่งยึดหลักคุณธรรม&nbsp;5&nbsp;ประการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ความซื่อสัตย์&nbsp;ความเสียสละ&nbsp;ความรับผิดชอบ&nbsp;ความเห็นอกเห็นใจกัน&nbsp;และความไว้วางใจกัน&nbsp;โดยสอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;คือ&nbsp;ความพอประมาณ&nbsp;ความมีเหตุผล&nbsp;การมีภูมิคุ้มกัน&nbsp;และการมีความรู้ควบคู่คุณธรรมมหกรรมการออมลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ได้มอบเกียรติบัตรแก่กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตดีเด่น&nbsp;3&nbsp;ประเภท</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มที่มีระยะเวลาการดำเนินงานมากที่สุด&nbsp;กลุ่มที่มีอัตราของจำนวนสมาชิกมากที่สุด&nbsp;และกลุ่มที่มีเงินออมมากที่สุด&nbsp;จัดนิทรรศการความสำเร็จการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตและการส่งเสริมการออมภาคประชาชน&nbsp;และการเสวนา&nbsp;หัวข้อ&nbsp;ความสำเร็จของการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในงานได้จัดแสดงสินค้าจากชุมชน</strong>&nbsp;และสินค้าโอทอป&nbsp;อาทิ&nbsp;ผ้าไหม&nbsp;ผักอินทรีย์&nbsp;เครื่องเงิน&nbsp;และสินค้าแปรรูปอื่นๆอีกมากมาย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303145330083
530	จ.มหาสารคาม จัดพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา	<p><strong>ที่ศาลากลางน้ำ&nbsp;วัดขุนพรหมดำริ</strong>&nbsp;บ้านอุปราช&nbsp;ตำบลท่าสองคอนอำเภอเมืองมหาสารคาม&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;นายเกียรติศักดิ์&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;เป็นประธานพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;แก่ผู้แทนกลุ่มทอผ้า&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;โดยมี&nbsp;นางพรศรี&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;ข้าราชการและผู้แทนกลุ่มทอผ้า&nbsp;จ.มหาสารคาม&nbsp;ทั้ง&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว&nbsp;ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ&nbsp;ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ทรงมุ่งมั่น&nbsp;ที่จะสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนี&nbsp;พันปีหลวง&nbsp;ในการอนุรักษ์ฟื้นฟู&nbsp;ศิลปวัฒนธรรม&nbsp;ภูมิปัญญาหัตถกรรมไทย&nbsp;ให้ดำรงอยู่ยั่งยืนตลอดไป&nbsp;ด้วยพระอัจฉริยภาพ&nbsp;พระองค์ทรงต่อยอดผสมผสานมุมมองด้านแฟชั่นที่ร่วมสมัย&nbsp;แต่ยังคงไว้ซึ่งการสืบสานอัตลักษณ์เรื่องราวประจำภูมิภาค&nbsp;เป็นคุณูปการอย่างยิ่งแก่ปวงชนคนไทย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;เสด็จพระราชดําเนิน&nbsp;ณ&nbsp;อำเภอนาหว้า&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ทอดพระเนตร&nbsp;กลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ&nbsp;ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;และการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทย&nbsp;และงานหัตถกรรมชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ณ&nbsp;วัดธาตุประสิทธิ์&nbsp;และหอประชุมโรงเรียนนาหว้าพิทยาคม&nbsp;ตำบลนาหว้า&nbsp;อำเภอนาหว้า&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;เนื่องในโอกาสครบรอบ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ของโครงการศิลปาชีพ&nbsp;และในโอกาสเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้า&nbsp;สิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ทรงเจริญพระชนมพรรษา&nbsp;ครบ&nbsp;90&nbsp;พรรษา&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้ประวัติศาสตร์&nbsp;สู่คนรุ่นหลัง&nbsp;และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป&nbsp;โดยมีสมาชิก&nbsp;กลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนครพนม&nbsp;และราษฎรเฝ้าฯ&nbsp;รับเสด็จ&nbsp;ในการนี้&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ทรงพระราชทาน&nbsp;แบบลายผ้า&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ผ่านปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เพื่อเป็นของขวัญ&nbsp;ให้กับช่างทอผ้าทุกกลุ่ม&nbsp;ทุกเทคนิค&nbsp;นำไปทอผ้า&nbsp;ผลิตผ้าตามอัตลักษณ์ภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่น&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;ทรงออกแบบ&nbsp;ผ้าลายพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;โดยได้รับแรงบันดาลพระทัยจาก&nbsp;ผ้าขิดลายสมเด็จ&nbsp;ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ทรงพระราชทานแก่ราษฎร&nbsp;อันเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาผ้าไทย&nbsp;ให้มีความร่วมสมัยโดยแต่ละลวดลายมีความหมายที่ลึกซึ้ง&nbsp;แสดงถึงความตั้งพระทัยมั่น&nbsp;ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ในการสืบสาน&nbsp;รักษาและต่อยอด&nbsp;พระราชกรณียกิจ&nbsp;ของสมเด็จย่าของพระองค์&nbsp;ในการฟื้นคืนภูมิปัญญาผ้าไทยให้ดำรงคงอยู่คู่แผ่นดิน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มหาสารคาม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303145156082
531	ผู้ว่าฯ พังงา ร่วมประชุมรับฟังนโยบายและแนวทางในการขับเคลื่อน ศจพ. ในระดับพื้นที่	<p><strong>นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;นางวิภาดา&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพังงา&nbsp;และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพังงา&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในจังหวัดพังงา&nbsp;เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อซักซ้อมแนวทางการขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(ศจพ.)&nbsp;ในระดับพื้นที่&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;รุ่นที่&nbsp;2&nbsp;ภาคใต้&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมบุรีศรีภู&nbsp;คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์&nbsp;อ.หาดใหญ่&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;โดยมี&nbsp;พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เป็นประธาน</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัด</strong>ได้มอบนโยบายและกระบวนการทำงานต่อไปยังระดับอำเภอโดยมีนายอำเภอเป็นหลัก&nbsp;ระดับตำบล&nbsp;ให้เกิดความรู้ความเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ของผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่&nbsp;นำไปสู่การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมุ่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนแบบพุ่งเป้าที่ประชาชนโดยตรง&nbsp;เพื่อขจัดความยากจนให้หมดไปอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303141509058
532	เทศบาลเมืองเพชรบุรี ยกระดับการศึกษา ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ( MOU) หวังสร้างศักยภาพโรงเรียนดีสี่มุมเมือง	<p><strong>นายกิตติพงษ์&nbsp;เทพพานิช&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี&nbsp;</strong>หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะอาจารย์&nbsp;มหาวิทยาลัย&nbsp;ฯลฯ&nbsp;ร่วมงานแถลงข่าวพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ&nbsp;(&nbsp;MOU)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพระปรางค์&nbsp;สำนักงานเทศบาลเมืองเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายกิตติพงษ์&nbsp;เทพพานิช&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เทศบาลเมืองเพชรบุรี&nbsp;มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพทางด้านการศึกษา&nbsp;โดยเฉพาะโรงเรียนในสังกัดเทศบาลมีทั้งหมด&nbsp;4&nbsp;โรงเรียนที่จะพัฒนายกระดับให้เป็นโรงเรียนดีสี่มุมเมือง&nbsp;หวังยกระดับทางด้านการศึกษาทุกด้าน&nbsp;โดยร่วมทำ&nbsp;MOU&nbsp;ประสานกับมหาวิทยาลัยทั้ง&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพการเรียนการสอนของครูบาอาจารย์&nbsp;สร้างจุดแข็ง&nbsp;แบ่งประเภทความสามารถของเด็ก&nbsp;ที่มีความสนใจแต่ละด้าน&nbsp;เช่น&nbsp;ด้านวิชาการทางด้านหุ่นยนต์&nbsp;ด้านการอาชีพศิลปวัฒนธรรม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งการทำ&nbsp;MOU&nbsp;จะเป็นข้อตกลงที่จะมาร่วมกันพัฒนา&nbsp;เพิ่มศักยภาพของครูผู้สอน&nbsp;สร้างโอกาสการศึกษาดูงาน&nbsp;เปิดทางเลือกให้เด็ก&nbsp;เพิ่มช่องทางการศึกษา&nbsp;รวมถึงสร้างโอกาสการต่อยอด&nbsp;โดยให้ทุนการศึกษาหรือให้รับเข้าเรียนเพิ่มในแต่ละสถาบัน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมถึงการจัดการ&nbsp;เรียนการสอน</strong>ท่ามกลางสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;ว่า&nbsp;ส่งผลถึงระดับการเรียนการสอนด้อยลงไปด้วย&nbsp;เด็กอาจจะไม่ได้มีเวลามาเจอกับครู&nbsp;อาจารย์&nbsp;จึงต้องหาแนวทางการสอนเพิ่มศักยภาพของเด็ก&nbsp;ให้เด็กมีทางเลือก&nbsp;ครอบครัวพ่อแม่ก็มีทางเลือก&nbsp;เพื่อจะได้ส่งเสริมได้หลายๆ&nbsp;ทาง&nbsp;ในการเพิ่มคุณภาพทางการศึกษา&nbsp;</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.รุ่งทิวา&nbsp;แย้มรุ่ง&nbsp;คณบดีคณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ</strong>&nbsp;กล่าวถึงการทำ&nbsp;MOU&nbsp;ว่า&nbsp;เราจะมุ่งมั่นร่วมกันในการยกระดับคุณภาพการศึกษา&nbsp;ของเทศบาลเมืองเพชรบุรี&nbsp;โดยเริ่มต้นจากการศึกษาปัญหา&nbsp;และอุปสรรค&nbsp;ที่ส่งผลต่อความเจริญก้าวหน้าและคุณภาพของการศึกษา&nbsp;พร้อมให้ดูต้นแบบการจัดการศึกษา&nbsp;ที่ประสบความสำเร็จ&nbsp;ทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา&nbsp;หลังจากนั้นจะได้วางแผนร่วมกันว่า&nbsp;ในการพัฒนาครูและนักเรียนเราจะทำอะไรบ้างให้รอบด้าน&nbsp;โดยนำปัญหาที่แท้จริง&nbsp;มาแก้ไขเพื่อพัฒนายกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเทศบาลเมืองเพชรบุรีต่อไป</p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;รายงาน</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303142054060
533	ธ.ก.ส. เตือน ระวังมิจฉาชีพแอบอ้างเรียกเก็บเงินลูกค้า แนะอย่าด่วนติดต่อกลับหรือให้ข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น	<p><strong>นายสมเกียรติ&nbsp;กิมาวหา</strong>&nbsp;รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;หรือ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;มีมิจฉาชีพที่แอบอ้างชื่อในนามบริษัท&nbsp;เอสพีแอล&nbsp;อัลฟ่า&nbsp;เทค&nbsp;จำกัด&nbsp;จัดส่งเอกสารมายังธนาคาร&nbsp;พร้อมข้อมูลสินเชื่อของลูกค้า&nbsp;โดยให้ธนาคารดำเนินการตัดเงินจากบัญชีของบริษัทดังกล่าว&nbsp;ซึ่งอ้างว่ามีเงินในบัญชีมากกว่า&nbsp;97&nbsp;ล้านยูโร&nbsp;เพื่อชำระหนี้ให้แก่บุคคลซึ่งเป็นลูกค้าของธนาคารนั้น&nbsp;</p><p><strong>พฤติกรรมดังกล่าว&nbsp;ดูผิดปกติน่าสงสัย</strong>&nbsp;ธนาคารจึงได้ประสานงานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน&nbsp;(ปปง.)&nbsp;เพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูล&nbsp;พบว่า&nbsp;ไม่สามารถทำการติดต่อบริษัทฯ&nbsp;หรือบุคคลดังกล่าวที่ระบุมาในเอกสารได้&nbsp;จึงสันนิษฐานได้ว่า&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;และบุคคลดังกล่าว&nbsp;เป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมหลอกลวง&nbsp;แอบอ้าง&nbsp;</p><p><strong>ขอแจ้งเตือนลูกค้าให้ทราบก่อนการให้ข้อมูล&nbsp;</strong>หรือการทำธุรกรรมผ่านบริษัทฯ&nbsp;ในลักษณะดังกล่าว&nbsp;เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดและการนำข้อมูลลูกค้าไปหาผลประโยชน์อื่นต่อไป&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;หากพบเห็นการแอบอ้าง&nbsp;</strong>หรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&nbsp;สามารถติดต่อได้ที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขาใกล้บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;02&nbsp;555&nbsp;0555&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;โดยธนาคารจะรับฟังข้อสังเกตเพื่อนำไปตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303151107103
534	แขวงทางหลวงชนบทตรัง เร่งดำเนินการซ่อมบำรุงไฟฟ้าแสงสว่างสัญญาณจราจร สาย ตง.4020 บ้านหนองคล้า	<p><strong>นางสาวชนิดา&nbsp;ฆังคะจิตร&nbsp;รักษาราชการแทนผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทตรัง&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;แขวงทางหลวงชนบทตรัง&nbsp;เร่งดำเนินการซ่อมบำรุงไฟฟ้าแสงสว่างสัญญาณจราจร&nbsp;สาย&nbsp;ตง.4020&nbsp;แยกทางหลวง&nbsp;4046&nbsp;-&nbsp;บ้านหนองคล้า&nbsp;อำเภอสิเกา,&nbsp;อำเภอเมือง,&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;(&nbsp;ช่วง&nbsp;กม.ที่&nbsp;2+160&nbsp;)&nbsp;เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทาง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;วัตถุประสงค์ของการติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างบนทางหลวง</strong>&nbsp;คือ&nbsp;ช่วยเพิ่มความสามารถในการขับขี่ในช่วงเวลากลางคืน&nbsp;เพื่อให้การมองเห็นเส้นทางและวัตถุข้างทางที่ถูกต้องในเวลาอันรวดเร็ว&nbsp;ทำให้ผู้ใช้ทางสามารถหลบหลีกหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;และช่วยลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;การออกแบบเพื่อติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างนั้น&nbsp;ผู้ออกแบบจึงจำเป็นต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับสภาพการใช้งานจริงของผู้ใช้ทางและการติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างที่ดีและมีประสิทธิภาพนั้น&nbsp;ควรคำนึงถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจ&nbsp;สังคมและความปลอดภัยต่อผู้ใช้ทาง&nbsp;เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเวลากลางคืนและลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้ทางหลวง&nbsp;ลดปัญหาอาชญากรรมและเพิ่มความปลอดภัยต่อผู้ใช้ทางหลวง&nbsp;เพิ่มความคล่องตัวและการมองเห็นแก่ผู้ใช้ทางหลวง&nbsp;เพราะการมองเห็น&nbsp;ถือเป็นกลไกที่สำคัญอย่างหนึ่งของการรับรู้ทางสายตา&nbsp;ระบบไฟฟ้าแสงสว่างที่ติดตั้งบนทางหลวง&nbsp;ต้องให้ผู้ขับขี่และคนเดินเท้าสามารถมองเห็นกายภาพถนน&nbsp;สภาพข้างทาง&nbsp;ตลอดจนวัตถุอันตรายข้างทางได้อย่างสะดวกและชัดเจน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303142644064
535	ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม เปิดการสัมมนาสวัสดิการสังคมก้าวหน้าเพื่อพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน เสริมสร้างความรู้ในการจัดสวัสดิการด้านหลักประกันรายได้พื้นฐานที่จำเป็นในการดำรงชีวิต	"<p><strong>ที่อาคารเอนกประสงค์โรงเรียนศรัทธาสมุทร&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;เป็นประธานเปิดการสัมมนาสวัสดิการสังคมก้าวหน้าเพื่อพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวรังสิมา&nbsp;รอดรัศมี&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมกล่าวรายงาน&nbsp;สืบเนื่องจากปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำของประชากรในประเทศไทยถือเป็นปัญหาที่ภาครัฐต้องให้ความสำคัญในการหามาตรการแก้ไขอย่างจริงจัง&nbsp;ซึ่งจำเป็นต้องมีการศึกษาหาทางเยียวยาผ่านนโยบายและมาตรการต่างๆ&nbsp;ของรัฐอย่างเร่งด่วนในการปรับปรุงระบบสวัสดิการและบริการพื้นฐานให้สามารถครอบคลุมและมีคุณภาพเพียงพอกับความต้องการของประชาชนในสังคมไทย&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออมเงินไว้ใช้หลังเกษียณอายุเพื่อรองรับสภาพสังคมของประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรสู่สังคมผู้สูงอายุ&nbsp;ตลอดจนความสำคัญเรื่องทรัพยากรน้ำ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้มีน้ำอุปโภคบริโภคอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายศิริศักดิ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;นายสันชัย&nbsp;พัฒนะวิชัย&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัด&nbsp;เข้าร่วมพิธีเปิด&nbsp;มีผู้นำท้องที่&nbsp;ท้องถิ่นเข้าร่วมกิจกรรมกันเป็นจำนวนมาก</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การสัมมนาครั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในแนวทางการจัดสวัสดิการด้านหลักประกันรายได้พื้นฐานที่จำเป็นในการดำรงชีวิตและการเข้าถึงระบบสวัสดิการแห่งรัฐในด้านต่างๆ&nbsp;ที่มีอยู่ตั้งแต่เยาว์วัยจนถึงผู้สูงอายุ&nbsp;ตลอดจนรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เข้าร่วมสัมมนา&nbsp;อย่างไรก็ตามปัจจุบันภาครัฐได้มีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนการจัดสวัสดิการให้กับประชาชนโดยมุ่งหวังให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;ซึ่งภาครัฐจะต้องจัดให้ประชาชนได้รับสวัสดิการถ้วนหน้าอย่างทั่งถึงเพื่อตอบสนองความจำเป็นขั้นพื้นฐานของประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;มีความมั่นคงในชีวิต&nbsp;และพึ่งพาตนเองได้อย่างทั่วถึง&nbsp;เป็นธรรมเป็นไปตามมาตรฐาน&nbsp;โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และการมีส่วนร่วมในการจัดสวัสดิการสังคมทุกระดับ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303143022066
536	สำนักงานบังคับคดีจังหวัดตรัง ปิดประกาศบังคับคดี โรงแรมตรัง หลังไม่จ่ายค่าเช่าให้ทางเทศบาลฯ ทำให้เทศบาลนครตรังนั้นได้รับความเสียหาย มูลค่าความเสียหายเกือบ 50 ล้าน	<p><strong>ว่าที่ร้อยตรีสุวิทย์&nbsp;นาคะวัจนะ&nbsp;นิติกรเจ้าของสำนวน</strong>&nbsp;เจ้าพนักงานบังคับคดี&nbsp;สำนักงานบังคับคดีจังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่เทศบาลนครตรัง&nbsp;เข้าปิดประกาศบังคับคดี&nbsp;ตามคำพิพากษาศาลจังหวัดตรัง&nbsp;ที่มีหมายบังคับคดีให้ขับไล่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาและบริวาร&nbsp;พร้อมทั้งขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากอาคารโรงแรมตรังรวมทั้งอาคารพาณิชย์ในสัญญาสัมปทานเช่ากับทางเทศบาลนครตรัง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ประกาศให้ผู้ที่อ้างว่าไม่ใช่บริวารของบรัษัทเกาะหวังเนเจอร์รัลรีสอร์ท&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong>หรือบริษัทเกาะหวังเนเจอร์รัลรีสอร์ท&nbsp;จำกัด&nbsp;หรือ&nbsp;บริษัทอ่าวสวรรค์&nbsp;จำกัด&nbsp;ลูกหนี้ตามคำพิพากษายื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายใน&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;นับแต่วันที่ปิดประกาศ&nbsp;มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นบริวารของ&nbsp;บริษัทเกาะหวังเนเจอร์รัลรีสอร์ท&nbsp;จำกัด&nbsp;หรือบริษัทเกาะหวังเนเจอร์รัลรีสอร์ท&nbsp;จำกัด&nbsp;หรือบริษัทอ่าวสวรรค์&nbsp;จำกัด&nbsp;และเจ้าพนักงานบังคับคดีจะดำเนินการบังคับคดีตามกฎหมายต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่บังคับคดีไปถึงโรงแรมตรัง&nbsp;</strong>พร้อมด้วยเจ้าหน้าเทศบาลนครตรัง&nbsp;และเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;ได้พบกับพนักงานของบริษัทเกาะหวังเนเจอรัลรีสอร์ท&nbsp;จำกัด&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานชายของเจ้าของบริษัทฯ&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวและแสดงหมายขับไล่ให้ทราบ&nbsp;พนักงานดังกล่าวได้ให้คำตอบกับเจ้าหน้าที่แค่ว่าการดำเนินการต่างๆ&nbsp;ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ทางผู้บริหาร&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายสัญญา&nbsp;ศรีวิเชียร&nbsp;นายกเทศมนตรีนครตรัง&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;ตั้งแต่ตนเข้ามารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครตรัง&nbsp;ตั้งแต่เดือนมิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ได้ดำเนินการเรื่องคดีค้างเก่าของเทศบาลนครตรัง&nbsp;และคดีของโรงแรมตรัง&nbsp;ที่มีปัญหาเรื้อรังมานาน&nbsp;ซึ่งผู้เช่าโรงแรมตรังจากเทศบาลนครตรัง&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2555&nbsp;&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;ไม่จ่ายค่าเช่าให้ทางเทศบาลฯ&nbsp;ทำให้เทศบาลนครตรังนั้นได้รับความเสียหายเนื่องจากผู้เช่าไม่ปฏิบัติตามสัญญา&nbsp;ต่อมาทางเทศบาลนครตรังได้ฟ้องร้องต่อศาลเพื่อขับไล่ผู้เช่า&nbsp;ให้ออกจากพื้นที่พร้อมด้วยอาคารใต้โรงแรมตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;8&nbsp;ห้อง&nbsp;ได้เช่าช่วงจากคู่สัญญาของเทศบาลนครตรัง&nbsp;ซึ่งเทศบาลนครตรังไม่ได้ประโยชน์&nbsp;มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจนถึงปัจจุบันเกือบ&nbsp;50&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>โดยค่าเช่ารายเดือนตกเดือนละ&nbsp;3&nbsp;แสนบาทเศษ&nbsp;</strong>คำนวณจากปี2555&nbsp;&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;และยังมีเงินค่าเช่าต่างตอบแทนอีกปีหนึ่งกว่า&nbsp;2.5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ต้องจ่ายทุกเดือนกันยายนของทุกปี&nbsp;&nbsp;เทศบาลนครตรังยื่นฟ้องต่อศาลขอขับไล่&nbsp;ขอชดใช้ที่ทางเทศบาลฯสูญเสียไปทั้งหมด&nbsp;ศาลชั้นต้นตัดสินให้เทศบาลนครตรังเป็นผู้ชนะคดี&nbsp;หลังจากนั้นผู้เช่าได้อุทธรณ์&nbsp;ซึ่งผลให้ผู้เช่าออกไป&nbsp;</p><p><strong>วันนี้ทางเทศบาลนครตรังได้แจ้งไปยังสำนักงานบังคับคดี&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;</strong>ให้ปิดหมายขับไล่&nbsp;นับจากวันนี้อีก15&nbsp;วัน&nbsp;ถ้าไม่ออกจากโรงแรมตรัง&nbsp;จะดำเนินคดีตามกฎหมาย&nbsp;เพราะหากเทศบาลฯม่ทำก็เท่ากับละเว้นเช่นกั&nbsp;หลังจากการขับไล่สิ้นสุดลง&nbsp;ทางเทศบาลฯ&nbsp;จะจัดสรรการใช้ประโยชน์โรงแรมตรัง&nbsp;ต้องเปิดให้มีการประมูลต่อไป.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303144036073
537	สมาคมอาสาสมัครกู้ภัยจังหวัดแพร่ ขอรับบริจาคอุปกรณ์การแพทย์ช่วยเหลือผู้ติดเชื้อโควิด - 19	<p><strong>สมาคมอาสาสมัครกู้ภัยจังหวัดแพร่&nbsp;</strong>ขอรับบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัดแพร่</p><p><strong>นายพิษณุ&nbsp;ดวงตาดำ&nbsp;กรรมการบริหารสมาคมอาสาสมัครกู้ภัยจังหวัดแพร่&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ครั้งใหม่&nbsp;ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;ทำให้ทางสมาคมอาสาสมัครกู้ภัยจังหวัดแพร่ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์&nbsp;สำหรับออกรับผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;และทำการฌาปนกิจผู้ป่วยในเขตพื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;ซึ่งขณะนี้อุปกรณ์ต่างๆ&nbsp;ของทางสมาคมอาสาสมัครกู้ภัยจังหวัดแพร่&nbsp;ตอนนี้เหลือน้อยลง&nbsp;และใกล้จะหมดแล้ว&nbsp;ทางสมาคมอาสาสมัครกู้ภัยจังหวัดแพร่&nbsp;จึงประกาศขอรับบริจาคอุปกรณ์&nbsp;อาทิ&nbsp;แว่นตากันเชื้อโรค&nbsp;(เหลือน้อย)/ถุงเท้ากันเชื้อโรคของชุด&nbsp;PPE&nbsp;ทั้งขนาดยาว&nbsp;และขนาดสั้น&nbsp;(ตอนนี้ไม่มีใช้)/หมวกตัวหนอน&nbsp;(ตอนนี้ไม่มีใช้)/ชุดคลุม&nbsp;CPC&nbsp;(เหลือน้อย)/&nbsp;เฟสชิว&nbsp;(เหลือน้อย)&nbsp;และถุงมือยาง&nbsp;(เหลือน้อย)</p><p><strong>หากท่านใดอยากร่วมทำบุญสามารถบริจาคสิ่งของได้</strong>&nbsp;โดยติดต่อหัวหน้าอ็อฟ&nbsp;โทร&nbsp;065-4574054&nbsp;หรือทางเฟซบุ๊ก&nbsp;Aofsa&nbsp;Moonoi&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้เสียชีวิต</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303143152067
538	ศร.ชล.ภาค 2 แถลง การจับกุม เรือสัญชาติเวียดนาม ทำประมงผิดกฎหมาย ที่ จ.ปัตตานี	<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.65&nbsp;)&nbsp;เวลา&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ท่าเทียบเรือสะพานปูน</strong>&nbsp;อบต.บานา&nbsp;อ.เมืองปัตตานี&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;ศร.ชล.ภาค&nbsp;2&nbsp;ได้แถลง&nbsp;ผลการ&nbsp;จับกุม&nbsp;เรือสัญชาติเวียดนาม&nbsp;รุกน้ำน่านน้ำไทย&nbsp;เข้ามาทำประมงผิดกฎหมาย&nbsp;ในพื้น&nbsp;ห่างจาก&nbsp;แหลมตาชี&nbsp;อ.ยะหริ่ง&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;ประมาณ&nbsp;100&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งดำเนินการจับกุม&nbsp;โดย&nbsp;เรือหลวงกันตัง</p><p><strong>เบื้องต้น&nbsp;สามารถจับกุมเรือ&nbsp;สัญชาติ&nbsp;เวียดนามได้&nbsp;1&nbsp;ลำ</strong>&nbsp;ลูกเรือ&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มี.ค.65&nbsp;เวลา&nbsp;17.30&nbsp;น.&nbsp;โดยได้รับการแจ้งเบาะแสจากเครือข่าย&nbsp;เรือประมงไทย&nbsp;ในทะเลอ่าวไทย&nbsp;</p><p><strong>การดำเนินการดังกล่าว&nbsp;เรือหลวงกันตัง&nbsp;ได้ทำการแสดงตัวเพื่อจับกุมเรือได้&nbsp;1&nbsp;ลำ</strong>&nbsp;ลูกเรือ&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;โดยปฏิบัติการตามหลักการพื้นฐานของสิทธิมนุษยชน&nbsp;และมาตรการป้องกันโรค&nbsp;COVID&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;เรือหลวง&nbsp;กันตัง&nbsp;ต้องเข้าควบคุมเรือประมง</strong>พร้อมลูกเรือและทำการพ่วงจูงเรือประมงลำดังกล่าว&nbsp;เนื่องจากตรวจพบว่า&nbsp;เครื่องยนต์เรือขัดข้อง&nbsp;โดยดำเนินการลากจูงเรือมายัง&nbsp;ท่าเทียบเรือ&nbsp;สะพานปูน&nbsp;อบต.บานา&nbsp;ในวันนี้</p><p><strong>ทางเจ้าหน้าที่&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี&nbsp;ได้ตรวจหาเชื้อโควิด&nbsp;19</strong>&nbsp;ผลปรากฏไม่มีลูกเรือพบเชื้อ&nbsp;แต่เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ทาง&nbsp;&nbsp;จนท.ฝ่ายความมั่นคงจำดำเนินการ&nbsp;กักตัว&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;ก่อนจะส่งตัวดำเนินการตามกฎหมาย&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>ศร.ชล&nbsp;ภาค&nbsp;2&nbsp;ได้แจ้ง&nbsp;ว่า&nbsp;เรือลำดังกล่าว&nbsp;เป็นเรือ&nbsp;ประมงหาปลิงทะเล</strong>&nbsp;ซึ่งเป็น&nbsp;ทรัพยากรสัตว์น้ำ&nbsp;ที่มีราคาสูงเป็นที่ต้องการมากของตลาดประเทศจีน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303144519077
539	คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.สุพรรณบุรี แจ้งจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วย COVID-19 และสถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19	<p><strong>คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยข้อมูล&nbsp;สถานการณ์การใช้เตียงผู้ป่วย&nbsp;COVID-19&nbsp;</strong>ประจำวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;มีเตียงรับผู้ป่วยทั้งหมด&nbsp;1,887&nbsp;เตียง&nbsp;มีผู้ป่วยในโรงพยาบาลทั้งหมด&nbsp;1,691&nbsp;คน&nbsp;(บางโรงพยาบาลเสริมเตียงในห้องผู้ป่วย)&nbsp;มีเตียงคงเหลือ&nbsp;425&nbsp;เตียง&nbsp;</p><p><strong>โดยจำแนกผู้ป่วยเป็น&nbsp;5&nbsp;อาการ&nbsp;ดังนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.ผู้ป่วยไม่แสดงอาการ&nbsp;จำนวน&nbsp;219&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.ผู้ป่วยแสดงอาการเล็กน้อย&nbsp;จำนวน&nbsp;893&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.ผู้ป่วยอาการปานกลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;544&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.ผู้ป่วยอาการปานกลาง&nbsp;ที่ไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีอาการไม่รุนแรง&nbsp;แต่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง&nbsp;หรือมีโรคร่วมสำคัญ&nbsp;จำนวน&nbsp;32&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;คน</p><p><strong>โรงพยาบาลสนาม&nbsp;7&nbsp;แห่ง&nbsp;มีเตียงรับผู้ป่วยทั้งหมด&nbsp;820&nbsp;เตียง&nbsp;</strong>มีผู้ป่วยเข้าทำการรักษา&nbsp;672&nbsp;คน&nbsp;มีเตียงคงเหลือ&nbsp;194&nbsp;เตียง&nbsp;และ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;มีผู้เข้าพักจำนวน&nbsp;1,971&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์โรค&nbsp;COVID-19&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;วันนี้มีผู้ติดเชื้อ&nbsp;429&nbsp;ราย&nbsp;</strong>รวมยอดจำนวนที่พบเชื้อสะสมระรอกใหม่ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;9,509&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาหายแล้ว&nbsp;4,929&nbsp;ราย&nbsp;คงเหลือกำลังรักษาอีก&nbsp;4,553&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มวันนี้&nbsp;รวมเสียชีวิตสะสม&nbsp;27&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาหายแล้วกลับบ้าน&nbsp;150&nbsp;คน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303144224074
540	เทศบาลนครขอนแก่น อบรมให้ความรู้ในการรักษาโรคและให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการใช้ยาสามัญประจำบ้านได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัย แก่ อสม.	<p><strong>ที่&nbsp;ห้องประชุมนครเป็งจาล&nbsp;เทศบาลนครขอนแก่น</strong>&nbsp;นายธีระศักดิ์&nbsp;ฑีฆายุพันธุ์&nbsp;นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายบุญฤทธิ์&nbsp;พาณิชย์รุ่งเรือง&nbsp;รองนายกเทศมนตรี&nbsp;เป็นประธานในการประชุมเชิงปฏิบัติการ&nbsp;โครงการส่งเสริมการใช้ยาสามัญประจำบ้านอย่างสมเหตุผล&nbsp;ในศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชน&nbsp;เทศบาลนครขอนแก่น&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พนักงานเทศบาลที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมในกิจกรรม&nbsp;โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย&nbsp;มหาวิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย&nbsp;นำโดย&nbsp;ผศ.เสาวลักษณ์&nbsp;แย้มศรี&nbsp;คณบดีคณะพยาบาล&nbsp;คณะอาจารย์คณะพยาบาลศาสตร์&nbsp;,&nbsp;กลุ่มงานเภสัชกรรม&nbsp;โรงพยาบาลศรีนครินทร์&nbsp;มหาวิทยาลัยขอนแก่น&nbsp;และเครือข่ายศูนย์แพทย์&nbsp;เขตเทศบาลนครขอนแก่น&nbsp;ในการส่งวิทยากรมาให้ความรู้กับผู้เข้าร่วมโครงการ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้ความรู้ในการรักษาโรคและให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น</strong>&nbsp;รวมถึงสามารถใช้ยาสามัญประจำบ้านได้อย่างถูกต้อง&nbsp;เหมาะสม&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;และสามารถแนะนำการใช้ยาสามัญประจำบ้านให้ประชาชนในชุมชนได้&nbsp;โดยมีผู้เข้าอบรมได้แก่&nbsp;ประธานชุมชน&nbsp;อสม.&nbsp;และตัวแทน&nbsp;จากชุมชนเขต&nbsp;2&nbsp;ซึ่งหัวข้อในการอบรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;การซักประวัติ&nbsp;การประเมินอาการผู้ป่วย&nbsp;การรักษา&nbsp;การปฐมพยาบาลเบื้องต้น&nbsp;และการใช้ยายาสามัญประจำบ้าน&nbsp;ในศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชน&nbsp;เทศบาลนครขอนแก่น&nbsp;โดยดำเนินการตามมาตรการของคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303150147096
541	จ.อุบลฯ มอบเงินชดเชยค่าทำลายสุกรที่ป่วยตายผิดปกติ แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร ในพื้นทีจังหวัดอุบลราชานี 13 อำเภอ รวมมูลค่า 28,664,200  บาท (ยี่สิบแปดล้านหกแสน หกหมื่น สี่พัน สองร้อย บาทถ้วน)	<p><strong>ที่หอประชุมประชาวาริน</strong>&nbsp;อำเภอวารินชำราบจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;มอบเงินชดเชยค่าทำลายสุกรที่ป่วยตายผิดปกติ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;โดยเงินค่าชดเชยการทำลายสุกรในรอบแรก&nbsp;จะเป็นเกษตรกรที่มีการทำลายสุกรตั้งแต่วันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึง&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;2564&nbsp;เกษตรกรรวม&nbsp;235&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอเขื่องใน&nbsp;เดชอุดม&nbsp;ตระการพืชผล&nbsp;ทุ่งศรีอุดม&nbsp;นาเยีย&nbsp;น้ำยืน&nbsp;บุณฑริก&nbsp;พิบูลมังสาหาร&nbsp;ม่วงสามสิบ&nbsp;เมืองอุบลราชธานี&nbsp;วารินชำราบ&nbsp;สำโรง&nbsp;และอำเภอสิรินธร&nbsp;เป็นเงินค่าชดเชยรวม&nbsp;28,664,200&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้จัดสรรงบประมาณ&nbsp;และได้โอนเงินให้สำนักงานปศุสัตว์เขต&nbsp;เป็นผู้นำเช็คฝากเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง&nbsp;และเกษตรกรของจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ได้รับเงินชดเชยค่าทำลายสุกรครบแล้วทั้ง&nbsp;235&nbsp;ราย</p><p><strong>ด้าน&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;ได้กล่าวว่าการควบคุม&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และกำจัดโรค&nbsp;ในปัจจุบันได้ตั้งคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF&nbsp;War&nbsp;room)&nbsp;จังหวัดอุบราชธานี&nbsp;โดยมีหน้าที่&nbsp;ติดตามสถานการณ์&nbsp;เฝ้าระวังและป้องกันโรค&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่น&nbsp;และควบคุมโรคได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;และให้คำแนะนำสำหรับเกษตรกรที่จะกลับมาเลี้ยงใหม่&nbsp;ให้ปฏิบัติตามแนวทางที่กรมปศุสัตว์กำหนด&nbsp;คือมีการปรับปรุงฟาร์มเข้าสู่ระบบมาตรฐานฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;(Good&nbsp;Farming&nbsp;Management;&nbsp;GFM)&nbsp;เพื่อที่จะมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่า&nbsp;ฟาร์มเราสามารถป้องกันโรคได้&nbsp;พร้อมทั้งได้กล่าวให้กำลังใจเกษตรกร&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกระดับที่ทำงานหนักในการช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงที่ผ่านมา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303145557085
542	โคราช เตรียมรับมือภัยแล้ง คิกออฟ  โครงการ โคราชไม่ท่วมไม่แล้ง  เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ   ภายในลำตะคองและลำบริบูรณ์	<p><strong>ที่บริเวณสะพานสำโรงจันทร์&nbsp;ตำบลในเมือง</strong>&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;คิกออฟ&nbsp;การขับเคลื่อนนโยบาย&nbsp;โคราชไม่ท่วมไม่แล้ง&nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ&nbsp;&nbsp;ภายในลำตะคองและลำบริบูรณ์&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังจะมาถึง&nbsp;เพื่อให้น้ำภายในอ่างเก็บน้ำลำตะคองสามารถไหลไปสู่พื้นที่ปลายน้ำได้อย่างสะดวก&nbsp;&nbsp;สำหรับกิจกรรมภายในงาน&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ได้นำส่วนราชการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;และประชาชนจิตอาสา&nbsp;นั่งเรือร่วมกันกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ&nbsp;ในลำตะคองจากชุมชมมิตรภาพ&nbsp;ซอย&nbsp;4&nbsp;ถึงโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา&nbsp;รวมระยะทาง&nbsp;7,300&nbsp;เมตร&nbsp;&nbsp;รวมทั้งทำการรื้อฝายกั้นน้ำ&nbsp;รื้อท่อระบายน้ำ&nbsp;รื้อสะพานที่ชำรุด&nbsp;ในลำตะคองและลำบริบูรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำภายในลำตะคองและลำบริบูรณ์</p><p><strong>นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำหรับสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ในปีนี้ถึงแม้ว่าสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆจะไม่น่าเป็นห่วง&nbsp;เนื่องจากมีปริมาณน้ำเกินกว่า&nbsp;ร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ของความจุ&nbsp;แต่หากมีน้ำเพียงพอแต่น้ำไม่สามารถไหลไปสู่พื้นที่ปลายน้ำหรือพื้นที่ที่ต้องการน้ำได้&nbsp;ประชาชนปลายน้ำก็จะได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน&nbsp;สำหรับลำน้ำลำตะคองตั้งแต่บริเวณชุมชนมิตรภาพซอย4ถึงบริเวณโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมานั้นถือว่าเป็นพื้นที่ลำคลองที่แคบและขดเขี้ยวตามภูมิประเทศเขตเมืองนครราชสีมา&nbsp;และมีสิ่งกีดขวางไม่ว่าจะเป็นวัชพืช&nbsp;ฝายเก่า&nbsp;สะพานเก่า&nbsp;เป็นจำนวนมาก&nbsp;ทำให้น้ำสามารถไหลผ่านตัวเมืองนครราชสีมาไปได้ช้า&nbsp;การระดมกำลังทุกภาคส่วนในวันนี้เพื่อดำเนินการกำจัดสิ่งกีดขวางทุกชนิดที่อยู่ในน้ำ&nbsp;ในลำคลอง&nbsp;เพื่อเปิดทางให้น้ำสามารถไหลได้อย่างสะดวก&nbsp;สามารถไหลไปสู่พื้นที่ปลายน้ำได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;หากการระบายน้ำสามารถไหลได้สะดวกต่อเนื่อง&nbsp;ก็จะทำให้ไม่เกิดน้ำท่วมและไม่เกิดภัยแล้งในพื้นที่ที่อยู่ติดลำตะคอง</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303150022092
543	คณะเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ ออกหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ พร้อมรับแสดงความจำนงบริจาคดวงตาและอวัยวะ	<p><strong>นางนงรัตน์&nbsp;คงเกษม&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;มอบหมายให้คณะเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ร่วมกับหน่วยรับบริจาคโลหิต&nbsp;(ธนาคารเลือด)&nbsp;โรงพยาบาลสมุทรปราการ&nbsp;จัดกิจกรรมหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่&nbsp;และรับแสดงความจำนงบริจาคดวงตาและอวัยวะ&nbsp;ณ&nbsp;บริษัท&nbsp;สยามเคมีคอลอินดัสตรี้&nbsp;จำกัด&nbsp;ตำบลบางปูใหม่&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรปราการ&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ</p><p><strong>โดยมีผู้บริจาคโลหิต&nbsp;จำนวน&nbsp;34&nbsp;ราย&nbsp;ได้ปริมาณโลหิตจำนวน&nbsp;13,300&nbsp;ซีซี&nbsp;</strong>มีผู้แสดงความจำนงบริจาคดวงตา&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งในหน่วยรับโลหิตได้มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ&nbsp;Covid-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยเว้นระยะห่าง&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ?&nbsp;บริการเจลแอลกอฮอล์ทุกจุด&nbsp;ทำความสะอาดพ่นฆ่าเชื้อเตียงบริจาคโลหิตทั้งก่อนและหลังการใช้งานทุกครั้ง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303150650101
544	จังหวัดสตูล ร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อซักซ้อมแนวทางการขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) ในระดับพื้นที่ รุ่นที่ 2 ภาคใต้	<p><strong>พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อซักซ้อมแนวทางการขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(ศจพ.)&nbsp;ในระดับพื้นที่&nbsp;รุ่นที่&nbsp;2&nbsp;ภาคใต้&nbsp;&nbsp;โดยมีนายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญกล่าวรายงาน&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;มีอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;อธิบดีกรมที่ดิน&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;อธิบดีกรมการปกครอง&nbsp;ร่วมมอบแนวทางในการขับเคลื่อน&nbsp;วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่โรงแรมบุรีศรีภู&nbsp;หาดใหญ่&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;</p><p><strong>โดยการจัดการประชุม&nbsp;ดำเนินการใน&nbsp;2&nbsp;รูปแบบ&nbsp;คือ&nbsp;รูปแบบ&nbsp;on&nbsp;site&nbsp;</strong>กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสตูล&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดสตูล&nbsp;และนายอำเภอทุกอำเภอ&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมบุรีศรีภู&nbsp;หาดใหญ่&nbsp;และรูปแบบ&nbsp;on&nbsp;line&nbsp;กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย&nbsp;&nbsp;คจพ.จ&nbsp;คจพ.อ.&nbsp;คจพ.ทม.&nbsp;ทีมปฏิบัติการฯ&nbsp;ทีมพี่เลี้ยง&nbsp;ฯ&nbsp;ของจังหวัดสตูล&nbsp;โดยรับชมแบบ&nbsp;on&nbsp;line&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;dopa&nbsp;channal&nbsp;ของกรมการปกครอง&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล&nbsp;ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอ&nbsp;ห้องประชุมเทศบาลเมืองสตูล&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดประชุมในครั้งนี้&nbsp;เพื่อสร้างความเข้าใจ</strong>ในการจัดทำฐานข้อมูลการบันทึกข้อมูล&nbsp;การสนับสนุนการขับเคลื่อนงานในพื้นที่&nbsp;เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;เกิดผลเป็นรูปธรรม&nbsp;และเกิดการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน&nbsp;นำไปสู่การแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนของประชาชนทั่วประเทศในทุกมิติได้อย่างแท้จริง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303150300097
545	องคมนตรี ตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าการดำเนินงานของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช	<p><strong>องคมนตรี&nbsp;ตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าการดำเนินงานของโรงพยาบาล</strong>สมเด็จพระยุพราชฉวาง&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เน้นย้ำโรงพยาบาลต้องดูแลเป็นที่พึ่งแก่ประชาชนและร่วมพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็ง</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชฉวาง</strong>&nbsp;อำเภอฉวาง&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ศาสตราจารย์เกียรติคุณ&nbsp;นายแพทย์เกษม&nbsp;วัฒนชัย&nbsp;องคมนตรี&nbsp;ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชฉวาง&nbsp;โดยมีนางเรืองอุไร&nbsp;บุญช่วยชูพันธุ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายแพทย์จรัสพงษ์&nbsp;สุขกรี&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;แพทย์หญิงจริญญา&nbsp;แสงจันทร์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชฉวาง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;รายงานผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชฉวาง&nbsp;พร้อมรับชมวิดีทัศน์นำเสนอผลการดำเนินงานความก้าวหน้าของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชฉวาง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ก่อนประชุมติดตามผลการดำเนินงาน&nbsp;</strong>โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชฉวาง&nbsp;องคมนตรี&nbsp;เป็นประธานมอบถุงของขวัญพระราชทาน&nbsp;พร้อมกล่าวให้กำลังใจ&nbsp;แก่ตัวแทนผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชฉวาง&nbsp;สร้างความปลาบปลื้มใจแก่ผู้ป่วยเป็นอย่างยิ่ง</p><p><strong>สำหรับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชฉวาง&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;21</strong>&nbsp;แห่งของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั่วประเทศ&nbsp;ถือกำเนิดขึ้นด้วยพลังศรัทธาอันแรงกล้าของเหล่าพสกนิกร&nbsp;ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ&nbsp;พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;ด้วยที่พระองค์ทรงมีความห่วงใยในสุขภาพอนามัยของราษฎร&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลให้ได้รับการดูแลด้านสุขภาพอนามัยอย่างทั่วถึงและมีสุขภาพที่ดี&nbsp;โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชฉวาง&nbsp;ได้ปฏิบัติภารกิจสนองพระราชปณิธานมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อความสุขของประชาชน&nbsp;ให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี</strong>&nbsp;ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง&nbsp;มีประสิทธิภาพจากบุคลากรทางการแพทย์แฉพาะทาง&nbsp;ขณะเดียวกันโรงพยาบาลได้มีการพัฒนาคุณภาพการให้บริการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&nbsp;เพื่อดูแลประชาชน&nbsp;โดยมีผลการพัฒนาที่สำคัญ&nbsp;คือได้รับการรับรองคุณภาพบริการตามมาตรฐานห้องปฏิบัติการ&nbsp;ISO&nbsp;15189&nbsp;ผ่านมาตรฐานบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน&nbsp;ของกรมอนามัย&nbsp;และผ่านการประเมินและรับรองคุณภาพมาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ&nbsp;HA</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;องคมนตรี&nbsp;ได้กล่าวถึงการลงพื้นที่ติดตาม</strong>ผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลพระยุพราชฉวาง&nbsp;นอกจากติดตามผลการดำเนินงานที่ผ่านมาแล้ว&nbsp;ยังต้องการรับทราบปัญหาของโรงพยาบาล&nbsp;รวมถึงแผนยุทธศาสตร์&nbsp;ในการพัฒนาโรงพยาบาล&nbsp;เพื่อสนองตอบความต้องการของประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ&nbsp;ตามนโยบายการพัฒนาโรงพยาบาลของมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช&nbsp;และกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ภายใต้ความร่วมมือและการสนับสนุนของมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช&nbsp;รวมทั้งภาคส่วนต่างๆ&nbsp;ทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;รวมถึงประชาชนในพื้นที่&nbsp;โดยเน้นย้ำโรงพยาบาลต้องดูแลเป็นที่พึ่งแก่ประชาชนและร่วมพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็ง</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ในช่วงบ่าย&nbsp;องคมนตรี&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงาน&nbsp;</strong>ของศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงออายุเทศบาลตำบลฉวาง&nbsp;(โรงเรียนวัดวังม่วง)&nbsp;อำเภอฉวาง&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>พรรณี&nbsp;มณีวรรณ/ภาพ-ข่าว&nbsp;&nbsp;จุรีรัตน์&nbsp;ยอดถึง&nbsp;/ภาพ</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p>3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303163740154
546	ปศุสัตว์จังหวัดพะเยา ตรวจสอบและติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อมจากฟาร์มไก่ไข่ และฟาร์มสุกร	<p><strong>นายสัตวแพทย์สมบัติ&nbsp;ศุภประภากร&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดพะเยา&nbsp;</strong>มอบหมายให้นายสัตวแพทย์บุญเชิด&nbsp;อาจองค์&nbsp;นายสัตวแพทย์ชำนาญพิเศษ&nbsp;สัตวแพทย์หญิงพีรมาส&nbsp;สามณี&nbsp;นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ&nbsp;และนายณัฐวุธ&nbsp;พันธ์พืช&nbsp;นักวิชาการสัตวบาล&nbsp;กลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&nbsp;เข้าตรวจสอบติดตามดำเนินการแก้ไขปัญหาฯ&nbsp;ฟาร์มไก่ไข่ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;5&nbsp;บ้านไชยพรม&nbsp;ตำบลเวียง&nbsp;อำเภอเชียงคำ&nbsp;ขณะที่ในช่วงบ่าย&nbsp;เข้าตรวจสอบ&nbsp;ติดตามฯ&nbsp;ฟาร์มสุกร&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลนาปรัง&nbsp;อำเภอปง&nbsp;และฟาร์มไก่ไข่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลดอนศรีชุม&nbsp;อำเภอดอกคำใต้&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากการตรวจสอบติดตาม</strong>&nbsp;พบว่าฟาร์มเลี้ยงสัตว์ดังกล่าว&nbsp;ได้ดำเนินการแก้ไขการจัดการฟาร์ม&nbsp;ระบบบำบัดน้ำเสีย&nbsp;ตามที่ได้บันทึกถ้อยคำ&nbsp;จนเป็นที่พอใจของชุมชนใกล้เคียง&nbsp;จนตลอดระยะเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือนที่ผ่านมา&nbsp;ไม่มีการร้องเรียนฟาร์มเลี้ยงสัตว์แต่อย่างใด&nbsp;และระยะเวลาที่ผ่านมาผู้ประกอบการฟาร์มเลี้ยงสัตว์ทั้ง&nbsp;5&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;ได้เล็งเห็นความสำคัญของการอยู่ร่วมกัน&nbsp;ระหว่างคนในชุมชนและฟาร์มปศุสัตว์&nbsp;คือ&nbsp;ความรับผิดชอบต่อสังคมด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;(CSR&nbsp;:&nbsp;Corporate&nbsp;Social&nbsp;Responsibility)&nbsp;มีการจัดกิจกรรมช่วยเหลือชุมชนในด้านต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;การช่วยเหลือเพื่อลดค่าครองชีพ&nbsp;การบำเพ็ญสาธารณประโยชน์&nbsp;ในชุมชนใกล้เคียง&nbsp;เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข&nbsp;ลดการเกิดข้อพิพาทในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคเหนือ	พะเยา	สวท.พะเยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303150418099
547	จ.นครพนม เปิดโรงเรือนและปลูกกัญชาต้นแรกที่ถูกต้องตามกฎหมาย สร้างศูนย์กลางขับเคลื่อนกัญชาทางการแพทย์	<p><strong>ที่บ้านหนองแสง&nbsp;ตำบลโคกหินแฮ่&nbsp;อำเภอเรณูนคร&nbsp;จังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;นายชวนินทร์&nbsp;วงศ์สถิตจิรกาล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นประธานนำคณะหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมกับสมาชิกเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;61&nbsp;ทำกิจกรรมเปิดโรงเรือน&nbsp;และปลูกกัญชาต้นแรกที่ถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;เพื่อสร้างศูนย์กลางในการขับเคลื่อนกัญชาทางการแพทย์&nbsp;ในการส่งเสริม&nbsp;พัฒนาการแปรรูปผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์&nbsp;และการวิจัย&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่เกษตรกรและสมาชิกรัฐวิสาหกิจทั่วประเทศ&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;</p><p><strong>ดร.วรทัศน์&nbsp;แก้วก๋องมา&nbsp;ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;61</strong>&nbsp;แห่งชาติ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;61&nbsp;ได้ทำข้อตกลงความร่วมมือกับกรมการแพทย์แผนไทย&nbsp;และการแพทย์ทางเลือกกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;และได้รับอนุญาตเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ให้ผลิต&nbsp;ปลูกกัญชาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเป็นแห่งแรกของประเทศ&nbsp;ดังนั้นในวันนี้ทุกคนจึงได้พร้อมใจกันทำกิจกรรมเปิดโรงเรือนและร่วมกันปลูกกัญาต้นแรกในสถานที่แห่งนี้&nbsp;สำหรับแนวนโยบายในการขับเคลื่อนเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;61&nbsp;แห่งนี้นั้นมีการวางแผนนำร่อง&nbsp;โดยจะทำให้วิสาหกิจนี้สามารถแปรรูปผลิตภัณฑ์สมุนไพรกัญชาที่มีมาตรฐานในระดับนาโนและเข้าสู่ระดับสากล&nbsp;จากนั้นจะตามมาด้วยพืชกระท่อมและกัญชง&nbsp;นโยบายต่อมาคือการส่งเสริมเกษตรกรในกลุ่มอาชีพต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อแบ่งปันในสิ่งที่มีอยู่&nbsp;เช่น&nbsp;เมล็ดพันธุ์กัญชาที่ทางเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;61&nbsp;ขึ้นทะเบียนครอบครองไว้มากสุดเป็นอันดับแรกของประเทศ&nbsp;คือ&nbsp;105,000&nbsp;เมล็ด&nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้จากนักวิชาการ&nbsp;นักวิจัย&nbsp;แพทย์แผนไทย&nbsp;ปราชญ์ชาวบ้าน&nbsp;และองค์กรสหวิชาชีพต่างๆ&nbsp;เพียงเกษตรกรในสาขาอาชีพต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่สนใจเข้ามาร่วมเป็นเครือข่ายด้วยการทำบันทึกข้อตกลงหรือทำบันทึกความเข้าใจ&nbsp;ทั้งนี้ในปัจจุบัน&nbsp;เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;61&nbsp;มีงานวิจัยเกี่ยวกับกัญชาสายพันธุ์ภูพานหางกระรอก&nbsp;หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ&nbsp;ไทยสติ๊ก(Thai&nbsp;Stick)&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ดีที่สุดในโลก&nbsp;เพราะมีค่า&nbsp;THC&nbsp;(Tetrahydrocannabinol)&nbsp;หรือสารที่ทำให้เคลิ้มที่ทางการแพทย์ใช้ในการรักษามีค่าสูงมาก&nbsp;และมีสาร&nbsp;CBD&nbsp;(Cannabidiol)&nbsp;ที่ไม่มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;รวมถึงยังมีการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ที่เป็นสายพันธุ์ต้นแบบอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;อีกประมาณ&nbsp;5&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;เพราะต้องการนำมาประยุกต์กับสมุนไพรไทยในท้องถิ่นเพื่อเป็นตำรับการรักษาใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เป็นการขยายโอกาสและส่งเสริมสุขภาพ&nbsp;ทำให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงและมีความผ่อนคลายนอกจากนี้ยังมีการวางแผนในการส่งเสริมเส้นทางการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับแหล่งปลูกกัญชาในพื้นที่&nbsp;ให้กลายเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวกัญชาทางการแพทย์เชิงสุขภาพ&nbsp;ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;กระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่กับเส้นทางธุรกิจที่รวมอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้าด้วยกัน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303150331098
548	อาชีวะร้อยเอ็ด ประเมินการคัดเลือกสถานศึกษารางวัลพระราชทาน ประจำปีการศึกษา 2564	"<p><strong>ที่&nbsp;หอประชุมอินทนิล&nbsp;วิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;อำเภอเมืองร้อยเอ็ด&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;นายชนาส&nbsp;ชัชวาลวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ร่วมให้กำลังใจในการประเมินสถานศึกษา&nbsp;โดยมี&nbsp;พระครูสุตพัฒนาโชติ&nbsp;เจ้าอาวาสวัดสว่างอารมณ์&nbsp;,&nbsp;นายเชาวฤทธิ์&nbsp;ลำพาย&nbsp;ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด&nbsp;ดร.สถาพร&nbsp;มงคลศรีสวัสดิ์&nbsp;ประธานกรรมการวิทยาลัย&nbsp;,&nbsp;คณะกรรมการประเมินสถานศึกษา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;คณะครู&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมการประเมิน&nbsp;เพื่อเสนอเข้ารับรางวัลพระราชทานประจำปีการศึกษา&nbsp;2564&nbsp;ประเภทสถานศึกษาขนาดกลาง&nbsp;ระดับเขตความรับผิดชอบของกลุ่มจังหวัด&nbsp;7&nbsp;วิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นสถานศึกษาที่เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาจังหวัดร้อยเอ็ดให้เจริญก้าวหน้าได้เป็นอย่างดี&nbsp;และมีความเหมาะสม&nbsp;คู่ควรกับรางวัลอันทรงคุณค่า&nbsp;""รางวัลสถานศึกษาพระราชทาน""</p><p><strong>วิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด&nbsp;ได้สมัครเข้ารับการคัดเลือกสถานศึกษา</strong>เพื่อรับรางวัลพระราชทาน&nbsp;สถานศึกษาขนาดกลาง&nbsp;ระดับเขตความรับผิดชอบของกลุ่มจังหวัด&nbsp;7&nbsp;ประจำปีการศึกษา&nbsp;2564&nbsp;ด้วยเห็นถึงความพร้อม&nbsp;ความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้บริหาร&nbsp;คณะครู&nbsp;บุคลากร&nbsp;และนักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;ในการร่วมแรงร่วมใจเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน&nbsp;ร่วมกันพัฒนาสถานศึกษาอย่างเต็มความรู้&nbsp;ความสามารถ&nbsp;และในการดำเนินกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในการบริหารจัดการศึกษาที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่ง&nbsp;วิทยาลัยฯ&nbsp;ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง&nbsp;จากภาคีเครือข่ายทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;ผู้ปกครอง&nbsp;ชุมชน&nbsp;ให้การส่งเสริมสนับสนุน&nbsp;และมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ตามนโยบาย&nbsp;ในด้านการจัดการศึกษาของวิทยาลัยฯ&nbsp;""คุณภาพ&nbsp;คู่คุณธรรม""</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สวท.ร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303151733112
549	ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดพะเยา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเวทีรับฟังข้อเสนอแนะยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนสภาผู้บริโภคจังหวัดพะเยา ปี 2565-2568	<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดพะเยา&nbsp;</strong>ร่วมกับสภาองค์กรผู้บริโภคจังหวัดพะเยา&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งภาครัฐ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;และภาคเอกชนเปิดเวทีรับฟังข้อเสนอแนะยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนสภาผู้บริโภคจังหวัดพะเยา&nbsp;ปี&nbsp;2565-2568&nbsp;ที่ห้องประชุมโรงแรมเคเอ็ม&nbsp;กว๊านพะเยา&nbsp;โดยมุ่งหวังขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อให้ผู้บริโภคจังหวัดพะเยา&nbsp;รู้สิทธิ&nbsp;และปกป้องพิทักษ์สิทธิของตนเอง&nbsp;ผ่านการดำเนินงานของสภาผู้บริโภคจังหวัดพะเยา&nbsp;ตามพระราชบัญญัติการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค&nbsp;พ.ศ.2562</p><p><strong>นางสาวพวงทอง&nbsp;ว่องไว&nbsp;ประธานศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดพะเยา</strong>&nbsp;กลไกเขตพื้นที่ภาคเหนือสภาองค์กรของผู้บริโภค&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดพะเยา&nbsp;อยู่ภายใต้การดำเนินงานของ&nbsp;มูลนิธิพะเยาเพื่อการพัฒนา&nbsp;ทำหน้าที่เผยแพร่ข้อมูล&nbsp;ความรู้&nbsp;แนวคิด&nbsp;ในการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค&nbsp;และการสร้างความเข้าใจเรื่องสิทธิผู้บริโภค&nbsp;และรับเรื่องราวร้องทุกข์เกี่ยวกับผู้บริโภคถูกละเมิดสิทธิในทุกด้าน&nbsp;เช่น&nbsp;บริการสาธารณสุข&nbsp;สินค้าและบริการ&nbsp;โทรคมนาคม&nbsp;อาหารและยา&nbsp;พัฒนาฐานระบบข้อมูล&nbsp;และการจัดการความรู้&nbsp;รวมทั้งการส่งเสริมการมีส่วนร่วมเครือข่ายและภาคีที่เกี่ยวข้องในการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค&nbsp;เพื่อนำไปสู่การผลักดันเชิงนโยบายในระดับท้องถิ่น&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;และในระดับชาติ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;งานคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค&nbsp;สภาองค์กรผู้บริโภคจังหวัดพะเยา</strong>&nbsp;ได้รับเรื่องร้องเรียนหรือขอรับคำปรึกษา&nbsp;ในช่วงเดือนสิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึง&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;178&nbsp;เรื่อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด้านสินค้าและบริการทั่วไป&nbsp;จำนวน&nbsp;43&nbsp;เรื่อง&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;24.16&nbsp;ด้านการเงินการธนาคาร&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;เรื่อง&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;22.47&nbsp;และด้านอาหาร&nbsp;ยา&nbsp;และผลิตภัณฑ์สุขภาพ&nbsp;จำนวน&nbsp;32&nbsp;เรื่อง&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;17.98&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;เรื่องร้องเรียนหรือขอรับคำปรึกษาสามารถยุติได้&nbsp;มีอยู่จำนวน&nbsp;166&nbsp;เรื่อง&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;93.26&nbsp;และอยู่ระหว่างการดำเนินการ&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;เรื่อง&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;6.74</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคเหนือ	พะเยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพะเยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303151205108
550	นายกเทศมนตรีตำบลรัษฏา จังหวัดภูเก็ต ให้ความสำคัญป้องกันการระบาดโรคโควิด-19 ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง	<p><strong>นายนครินทร์&nbsp;ยอแสงรัตน์&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลรัษฎา&nbsp;จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ&nbsp;เทศบาลตำบลรัษฎา&nbsp;เปิดเผยถึงแนวทางมาตรการป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่พร้อมการดูแลช่วยเหลือพนักงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และประชาชน&nbsp;ที่ติดเชื้อ&nbsp;ที่ทางเทศบาลตำบลรัษฎา&nbsp;ได้ให้การดูแลเอาใจใส่และช่วยเหลือมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และศูนย์บริการสาธารณสุข&nbsp;เทศบาลตำบลรัษฎา&nbsp;ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคมาตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของโรคอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับมาตรการดูแลพนักงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ที่ทุกฝ่ายต้องปฏิบัติงานบริการดูแลประชาชน&nbsp;</strong>ซึ่งมีความเสี่ยงทั้งการรับเชื้อและแพร่เชื้อได้&nbsp;ทางเทศบาลจึงวางมาตรการโดยการให้พนักงานทุกคนตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย&nbsp;สแกนไทยชนะ&nbsp;ก่อนเข้าปฏิบัติงาน&nbsp;แจกแอลกอฮอล์&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทุกวันศุกร์&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;สำหรับกลุ่มเสี่ยง&nbsp;&nbsp;ซึ่งหากพบพนักงานติดเชื้อ&nbsp;จะทำการสอบสวนโรค&nbsp;เพื่อเร่งควบคุมการระบาด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในส่วนของประชาชน&nbsp;ได้เปิดให้ประชาชนผู้ติดเชื้อ&nbsp;ลงทะเบียน&nbsp;</strong>เพื่อขอรับยาฟาวิพิราเวียร์&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;และเปิดให้ผู้ติดเชื้อลงทะเบียนรับอาหารสำเร็จรูป&nbsp;หรืออาหารปรุงสำเร็จ&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;โดยเริ่มเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;ซึ่งเทศบาลตำบลรัษฎา&nbsp;ถือเป็นแห่งแรกในการแจกอาหารสำเร็จรูป&nbsp;อาหารปรุงสำเร็จ&nbsp;สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;เปิดสายให้คำปรึกษากับประชาชนและออกใบกักตัวให้แก่ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;เทศบาลตําบลรัษฎา&nbsp;เน้นย้ำการปฏิบัติงานด้วยความรัดกุม&nbsp;</strong>เพื่อให้พนักงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และประชาชนมีความมั่นใจ&nbsp;พร้อมให้ความสำคัญถึงความปลอดภัยของประชาชน&nbsp;โดยยึดหลักการดูแลอย่างทั่วถึง&nbsp;แต่ทั้งนี้ขอความร่วมมือประชาชนทุกคน&nbsp;ให้ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;D-M-H-T-T-A&nbsp;มาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;FREE&nbsp;SETTING&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303151144107
551	ทต.ศรีบัวบาน ร่วมกับมูลนิธิพระพุทธสันติธรรม และมูลนิธิสุทธาธรรมสถาน มอบเตียงสนามกระดาษ จำนวน 50 เตียง เพื่อใช้ในศูนย์ CI อำเภอเมืองลำพูน	<p><strong>ที่ศูนย์พักคอยและแยกกักตัวในชุมชน&nbsp;เทศบาลตำบลศรีบัวบาน&nbsp;ค่ายลูกเสือหริภุญไชย&nbsp;ตำบลศรีบัวบาน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>นายจรูญ&nbsp;คำปันนา&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลศรีบัวบาน&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายอนุกูล&nbsp;ชวพงศ์&nbsp;ผู้แทนมูลนิธิพระพุทธสันติธรรม&nbsp;และมูลนิธิสุทธาธรรมสถาน&nbsp;ผู้แทน&nbsp;บริษัท&nbsp;SCG&nbsp;พร้อมด้วยคณะทำงาน&nbsp;ร่วมมอบเตียงสนามกระดาษ&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;เตียง&nbsp;ซึ่งได้รับการประสานงานของเทศบาลตำบลศรีบัวบาน&nbsp;โดยได้รับเกียรติจากนายโยธิน&nbsp;ประสงค์ความดี&nbsp;นายอำเภอเมืองลำพูน&nbsp;เป็นผู้รับมอบ&nbsp;โดยมีสาธารณสุขอำเภอเมืองลำพูน&nbsp;สมาชิกสภาจังหวัดลำพูน&nbsp;เขต&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;รพ.สต.ในพื้นที่&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วม</p><p><strong>นายกเทศมนตรีตำบลศรีบัวบาน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่ตำบลมีบัวบาน&nbsp;มีแนวโน้มที่ลดลงแล้ว&nbsp;เนื่องจากเตียงกระดาษมีความจำเป็น&nbsp;และเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยในตำบลอื่น&nbsp;รวมทั้งตำบลศรีบัวบาน&nbsp;ยังได้ใช้ศูนย์&nbsp;CI&nbsp;เป็นศูนย์รวมใจชุมชนและหมู่บ้าน&nbsp;เพื่อรองรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่มีอาการไม่รุนแรง&nbsp;(ระดับสีเขียว)&nbsp;และไม่สามารถทำการกักตัวที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)ได้</p><p><strong>ในการนี้นายอำเภอเมืองลำพูน&nbsp;ได้กำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;</strong>และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&nbsp;ร่วมกันป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยเฉพาะการกักตัวหากปฏิบัติตาม&nbsp;ต้องมีความผิดและระวางโทษปรับสูงสุดถึง&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยอำเภอเมืองลำพูนจะได้นำเตียงกระดาษที่ได้รับ&nbsp;นำไปมอบให้กับ&nbsp;อปท.&nbsp;ที่ต้องการ&nbsp;หรือขาดแคลน&nbsp;เพื่อนำไปใช้ในศูนย์&nbsp;CI&nbsp;ของตำบลอื่นต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	NULL	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303151523110
552	แขวงทางหลวงชนบทตรัง ดำเนินการระวังชี้แนวเขตทางหลวงชนบท สาย ตง. 4003 บ.พรุโต๊ะปุก	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางสาวชนิดา&nbsp;ฆังคะจิตร&nbsp;รักษาราชการแทนผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>&nbsp;วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;แขวงทางหลวงชนบทตรัง&nbsp;ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่&nbsp;ฯ&nbsp;เข้าดำเนินการระวังชี้แนวเขตทางหลวงชนบท&nbsp;สาย&nbsp;ตง.4003&nbsp;แยก&nbsp;ทล.4264&nbsp;-&nbsp;บ.พรุโต๊ะปุก&nbsp;อ.ปะเหลียน,&nbsp;ย่านตาขาว&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;(&nbsp;ช่วง&nbsp;กม.ที่&nbsp;10&nbsp;+&nbsp;140&nbsp;RT&nbsp;)&nbsp;การระวังชี้แนวเขตและลงชื่อรับรองแนวเขต&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่ดิน&nbsp;และประชาชนร่วมสังเกตการณ์&nbsp;เพื่อให้ได้เขตทางหลวงชนบทตามมาตรฐานชั้นทาง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมทางหลวงชนบท&nbsp;เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านงานทางการก่อสร้างทาง</strong>และบำรุงรักษาทางหลวงชนบท&nbsp;ให้มีโครงข่ายทางหลวงชนบทที่สมบูรณ์ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ&nbsp;รวมทั้งพัฒนาและเชื่อมโยงโครงข่ายทางหลวงชนบทให้สอดคล้องกับนโยบายและทิศทางการพัฒนาประเทศ&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จึงต้องมีเขตทางหลวงและพื้นที่ที่กรมทางหลวงชนบท&nbsp;เป็นผู้ดูแลที่ชัดเจน&nbsp;และการพิสูจน์ทราบเขตทางหลวง&nbsp;จะทำให้เกิดความชัดเจนในเขตทางหลวง&nbsp;เพื่อสามารถดูแลรักษาสินทรัพย์ในความรับผิดชอบ&nbsp;และสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303151507109
553	ผู้ว่าฯ ตรัง นำทีมเข้าร่วมประชุมและรับนโยบายขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) ในระดับพื้นที่ ปีงบประมาณ 2565	"<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนางละมัย&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดตรัง&nbsp;นายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;ปลัดจังหวัดตรัง&nbsp;พัฒนาการจังหวัด&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดและนายอำเภอ&nbsp;เข้าร่วมประชุมและรับนโยบายการซักซ้อมแนวทางการขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับพื้นที่&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;รุ่นที่&nbsp;2&nbsp;ภาคใต้&nbsp;จาก&nbsp;พลเอกอนุพงศ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และนายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เพื่อบูรณาการร่วมกันแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;เกิดผลเป็นรูปธรรม&nbsp;นำไปสู่การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกมิติได้อย่างแท้จริง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>พลเอกอนุพงศ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและความยากจนของประชาชนในทุกมิติ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในทุกช่วงวัย&nbsp;โดยพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้มีคำสั่งให้จัดตั้ง""ศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน&nbsp;ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง""&nbsp;เพื่อเป็นกลไกเชิงนโยบาย&nbsp;ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;และพัฒนาคนทุกช่วงวัย&nbsp;&nbsp;เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาที่เกี่ยวข้องอย่างบูรณาการเป็นรูปธรรมและยั่งยืนได้ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;โดยใช้ระบบ&nbsp;TPMAP&nbsp;&nbsp;(Thai&nbsp;People&nbsp;Map&nbsp;and&nbsp;Analytics&nbsp;&nbsp;Platform)&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นระบบ&nbsp;Big&nbsp;Data&nbsp;ของภาครัฐที่สามารถระบุได้ว่ากลุ่มเป้าหมายนั้นอยู่ที่ไหน&nbsp;มีปัญหาในมิติอะไร&nbsp;เช่น&nbsp;การศึกษา&nbsp;สุขภาพ&nbsp;ความเป็นอยู่&nbsp;รายได้และการเข้าถึงบริการภาครัฐ&nbsp;ซึ่งข้อมูลที่ได้จะเป็นประโยชน์กับผู้กำหนดนโยบายและหน่วยงาน&nbsp;เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้ตรงจุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การจัดประชุมในครั้งนี้&nbsp;มีผู้เข้าร่วมประชุมรูปแบบ&nbsp;On&nbsp;site</strong>&nbsp;และยังมีการจัดประชุมในรูปแบบ&nbsp;Online&nbsp;ผู้เข้าประชุมได้แก่&nbsp;สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;พัฒนาการอำเภอ&nbsp;&nbsp;สาธารณสุขอำเภอ&nbsp;&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และ&nbsp;อสม.โดยกระทรวงมหาดไทย&nbsp;(กรมการปกครอง)&nbsp;ดำเนินการถ่ายทอดสดการประชุมในครั้งนี้&nbsp;ผ่านช่องทาง&nbsp;แอปพลิเคชัน&nbsp;DOPA&nbsp;Channel&nbsp;&nbsp;และช่องทางออนไลน์อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;Youtube&nbsp;Facebook</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303152442115
554	ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ตรวจติดตามการดำเนินงานโครงการในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายเจริญ&nbsp;ชื้อตระกูล&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายไตรภพ&nbsp;วงศ์ไตรรัตน์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นางสาวอุไร&nbsp;เล็กน้อย&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;&nbsp;ที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน&nbsp;และคณะฯ&nbsp;ร่วมประชุมตรวจติดตามการดำเนินงานของแผนงาน/โครงการ&nbsp;ตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการของผู้ตรวจราชการ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ที่จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เพื่อรับทราบความก้าวหน้าและอุปสรรคในการดำเนินงาน&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ต่อมา&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;พร้อมคณะฯ&nbsp;</strong>ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามโครงการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานเพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ&nbsp;ณ&nbsp;เทศบาลตำบลเทพารักษ์&nbsp;อ.เมืองสมุทรปราการ&nbsp;และกลุ่มชุมชนลาดหวายพัฒนาผลิตภัณฑ์&nbsp;ปลาร้าคุณย่า&nbsp;ต.บางเพรียง&nbsp;อ.บางบ่อ&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;&nbsp;ซึ่งการตรวจติดตามงานโครงการในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;โดยมีสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;1&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เป็นหน่วยดำเนินการเพื่อส่งเสริมเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์ให้ประชาชนจังหวัดสมุทรปราการต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303152719120
555	อ.คอนสวรรค์ สั่งปิดพื้นที่บ้านโนนโพธิ์ หมู่ที่ 6 ต่ออีก 14 วัน หลังคลัสเตอร์ยังไม่ซา	<p><strong>นายสุชาติ&nbsp;อยู่เจริญ&nbsp;นายอำเภอคอนสวรรค์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่าตามที่&nbsp;ได้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ในพื้นที่บ้านโนนโพธิ์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลคอนสวรรค์&nbsp;อำเภอคอนสวรรค์&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;และจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ได้มีคำสั่งปิดพื้นที่หมู่บ้านเป็นการชั่วคราว&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;19&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นั้น</p><p><strong>เนื่องด้วยขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดยังพบผู้ป่วยติดเชื้อยืนยัน</strong>โรคคิดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;โดยเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบผู้ป่วยยืนยันโรคคิดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการควบคุมการแพร่ะบาคของโรคติดเชื้อใวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;อำเภอคอนสรรค์&nbsp;โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอคอนสวรรค์&nbsp;(ศปก.อ.)&nbsp;จึงขออนุมัติขยายเวลาการปิดพื้นที่บ้านโนนโพธิ์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลคอนสวรรค์&nbsp;อำเภอคอนสวรรค์&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ออกไปอีกเป็นระยะเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303160517142
556	อาชีวะร้อยเอ็ด ประเมินการคัดเลือกสถานศึกษารางวัลพระราชทาน ประจำปีการศึกษา 2564	"<p><strong>ที่หอประชุมอินทนิล&nbsp;วิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;อำเภอเมืองร้อยเอ็ด&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;นายชนาส&nbsp;ชัชวาลวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติและให้กำลังใจในการประเมินสถานศึกษา&nbsp;โดยมี&nbsp;พระครูสุตพัฒนาโชติ&nbsp;เจ้าอาวาสวัดสว่างอารมณ์&nbsp;,&nbsp;นายเชาวฤทธิ์&nbsp;ลำพาย&nbsp;ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด&nbsp;ดร.สถาพร&nbsp;มงคลศรีสวัสดิ์&nbsp;ประธานกรรมการวิทยาลัย&nbsp;,&nbsp;คณะกรรมการประเมินสถานศึกษา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;คณะครู&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมการประเมิน&nbsp;เพื่อรับรางวัลพระราชทานประจำปีการศึกษา&nbsp;2564&nbsp;ประเภทสถานศึกษาขนาดกลาง&nbsp;ระดับเขตความรับผิดชอบของกลุ่มจังหวัด&nbsp;7&nbsp;</p><p><strong>วิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;ได้สมัครเข้ารับการคัดเลือกสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทาน&nbsp;สถานศึกษาขนาดกลาง&nbsp;ระดับเขตความรับผิดชอบของกลุ่มจังหวัด&nbsp;7&nbsp;ประจำปีการศึกษา&nbsp;2564&nbsp;ด้วยเห็นถึงความพร้อม&nbsp;ความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้บริหาร&nbsp;คณะครู&nbsp;บุคลากร&nbsp;และนักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;ในการร่วมแรงร่วมใจเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน&nbsp;ร่วมกันพัฒนาสถานศึกษาอย่างเต็มความรู้&nbsp;ความสามารถ&nbsp;และในการดำเนินกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในการบริหารจัดการศึกษาที่&nbsp;ผ่านมา&nbsp;วิทยาลัยฯ&nbsp;ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง&nbsp;จากภาคีเครือข่ายทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;ผู้ปกครอง&nbsp;ชุมชน&nbsp;ให้การส่งเสริมสนับสนุน&nbsp;และมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ตามนโยบาย&nbsp;ในด้านการจัดการศึกษาของวิทยาลัยฯ&nbsp;คือ&nbsp;""คุณภาพ&nbsp;คู่คุณธรรม""</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายชนาส&nbsp;ชัชวาลวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;ได้กล่าวต้อนรับคณะกรรมการการประเมินสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทาน&nbsp;และให้กำลังใจ&nbsp;คณะครู&nbsp;และนักเรียนนักศึกษา&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;วิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นสถานศึกษาแห่งหนึ่งของจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ที่จัดการเรียนการสอนทางด้านวิชาชีพได้ดี&nbsp;ทำให้มีชื่อเสียงมาแต่เดิม&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;ครู&nbsp;บุคลากร&nbsp;มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่พัฒนาผู้เรียน&nbsp;ให้มีสมรรถนะในการขับเคลื่อนบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในจังหวัดร้อยเอ็ดได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยวันนี้มีการนำเสนอผลงานการบริหารสถานศึกษาในด้านต่างๆ&nbsp;ให้ทุกคนเห็นเป็นประจักษ์&nbsp;เชื่อมั่นว่าวิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ดจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาจังหวัดร้อยเอ็ดให้เจริญก้าวหน้าได้เป็นอย่างดี&nbsp;และมีความเหมาะสม&nbsp;คู่ควรกับรางวัลอันทรงคุณค่า&nbsp;""รางวัลสถานศึกษาพระราชทาน""&nbsp;อย่างแน่นอน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303153947130
557	สำนักงานประกันสังคมจังหวัดแพร่จัด โครงการประชุมชี้แจงให้ความรู้งานประกันสังคมประจำปี 2565	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;</strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องแกรนด์บอลรูม&nbsp;โรงแรมแพร่นครา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวนิติยา&nbsp;พงษ์พานิช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมตามโครงการประชุมชี้แจงให้ความรู้งานประกันสังคมประจำปี&nbsp;2565&nbsp;แก่ผู้ประกอบการ&nbsp;นายจ้าง&nbsp;และลูกจ้าง&nbsp;เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนประกันสังคมของสถานประกอบ&nbsp;การเก็บเงินสมทบตามพระราชบัญญัติประกันสังคม&nbsp;และพระราชบัญญัติเงินทดแทน&nbsp;ให้ความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์ของกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน&nbsp;รวมถึงช่องทางการชำระ&nbsp;การจ่ายประโยชน์ทดแทน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานประกันสังคม&nbsp;มีภารกิจหลักในการให้ความรู้&nbsp;</strong>ความคุ้มครองแก่นายจ้าง&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;ผู้ประกันตนที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย&nbsp;สูญเสียอวัยวะ&nbsp;ทุพพลภาพ&nbsp;และตาย&nbsp;อันเนื่องมาจากการทำงาน&nbsp;และการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย&nbsp;ทุพพลภาพ&nbsp;และตาย&nbsp;ที่ไม่เนื่องจากการทำงาน&nbsp;รวมถึงการคลอดบุตร&nbsp;สงเคราะห์บุตร&nbsp;ชราภาพ&nbsp;และการประกันการว่างงาน&nbsp;เพื่อสร้างหลักประกันและความมั่นคงในการดำรงชีวิตให้แก่สมาชิก&nbsp;ขณะเดียวกันในห้วงของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อแรงงาน&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;ในการดำรงชีพ&nbsp;ซี่งทางสำนักงานประกันสังคมได้มีมาตรการด้านต่างๆ&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตน&nbsp;นายจ้าง&nbsp;และลูกจ้าง&nbsp;ให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303153447128
558	จ.ลำปาง หนุนสถานประกอบการจ้างแรงงานต่างด้าวถูกต้องตามกฎหมาย ป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน	<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยสำนักงานจัดหางานจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>จัดอบรมโครงการเสริมสร้างการรับรู้ให้กับนายจ้าง&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;แรงงานต่างด้าว&nbsp;และองค์กรภาคีเครือข่าย&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสันติ&nbsp;รังษิรุจิ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;และมีนายจ้าง/สถานประกอบการที่จ้างแรงงานต่างด้าวในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;เข้าร่วมอบรมฯ</p><p><strong>นางฐิติมา&nbsp;นราพงศ์&nbsp;จัดหางานจังหวัดลำปาง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การอบรมเพื่อสร้างการรับรู้&nbsp;เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร&nbsp;และประชาสัมพันธ์มติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เพื่อให้นายจ้าง/สถานประกอบการที่จ้างแรงงานต่างด้าวได้รับทราบ&nbsp;และตระหนักรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการทำงานของคนต่างด้าว&nbsp;ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;ป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานต่างด้าว&nbsp;และเพื่อให้นายจ้างสถานประกอบการไม่จ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย&nbsp;รวมถึงได้ทราบขั้นตอนการขออนุญาตทำงาน&nbsp;การจัดเตรียมเอกสารหลักฐาน&nbsp;ระบบประกันสังคม&nbsp;การตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพ&nbsp;และการตรวจอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักร&nbsp;ตามแนวทางบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว&nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</p><p><strong>สำหรับจังหวัดลำปางมีแรงงานต่างด้าว&nbsp;3&nbsp;สัญชาติ</strong>&nbsp;(กัมพูชา/ลาว/เมียนมา)&nbsp;ที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดลำปาง&nbsp;จำนวน&nbsp;3,457&nbsp;คน&nbsp;แยกเป็นแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา&nbsp;37&nbsp;คน&nbsp;สัญชาติลาว&nbsp;587&nbsp;คน&nbsp;และสัญชาติเมียนมา&nbsp;2,833&nbsp;คน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303153826129
559	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่มอบนโยบายขับเคลื่อนแก้ปัญหาความยากจนผ่านศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 14 จังหวัดภาคใต้	<p><strong>พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เป็นประธานเปิดและมอบนโยบายแนวทางขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(ศจพ.)&nbsp;ในระดับพื้นที่</strong>&nbsp;ที่โรงแรมบุรีศรีภู&nbsp;คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;โดยกล่าวว่า&nbsp;รัฐบาลให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาความยากจนให้กับประชาชน&nbsp;จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(ศจพ.)&nbsp;มีเป้าหมายแก้ปัญหาความยากจนแบบมุ่งเป้าแต่ละครัวเรือน&nbsp;มีกลไกการดำเนินงานตั้งแต่ระดับนโยบายถึงระดับปฏิบัติในพื้นที่&nbsp;โดยตั้ง&nbsp;ทีมพี่เลี้ยง&nbsp;เข้าไปรับทราบปัญหา&nbsp;ช่วยหาทางแก้ไข&nbsp;จัดทำแผนครัวเรือนร่วมกับทุกครัวเรือนยากจนในทุกหมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;สนับสนุนให้ครัวเรือนมีการวางแผน/แก้ปัญหา&nbsp;และนำข้อมูลมารายงาน&nbsp;ศจพ.&nbsp;อำเภอ&nbsp;เพื่อบูรณาการความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เสร็จสิ้นในระดับอำเภอทั้ง&nbsp;5&nbsp;มิติ&nbsp;หรือ&nbsp;5&nbsp;เมนูแก้จน&nbsp;ได้แก่&nbsp;สุขภาพ&nbsp;ความเป็นอยู่&nbsp;การศึกษา&nbsp;ด้านรายได้&nbsp;และการเข้าถึงบริการภาครัฐ&nbsp;ด้วยการลงไปพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของครัวเรือนยากจนอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;การสร้างการรับรู้เป็นเรื่องที่สำคัญ&nbsp;ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ&nbsp;รวมพลังทุกภาคส่วน&nbsp;ใช้ช่องทางการสื่อสารทุกรูปแบบ&nbsp;ทุกขั้นตอนทั้ง&nbsp;Online&nbsp;Onsite&nbsp;On&nbsp;Ground&nbsp;สร้างความรู้ความเข้าใจให้เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;พร้อมเน้นย้ำนโยบายการขับเคลื่อนการทำงานในระดับพื้นที่&nbsp;ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบูรณาการทุกภาค&nbsp;เช่น&nbsp;การรณรงค์ลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม&nbsp;//&nbsp;บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ตามแนวทางกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;โดยจัดเตรียมศูนย์พักคอย&nbsp;(CI)&nbsp;เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อในพื้นที่จังหวัดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อย่างเหมาะสม&nbsp;//การจัดระเบียบสายสื่อสารบริเวณเสาไฟฟ้า&nbsp;และการบริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาลในทุกระดับ&nbsp;ให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส&nbsp;ตรวจสอบได้</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303154222131
560	จ.ราชบุรียังเป็นพื้นที่ควบคุมขอให้ประชาชนเข้มมาตรการป้องกันโควิด ย้ำยังห้ามบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน	<p><strong>ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดราชบุรี&nbsp;</strong>นายรณภพ&nbsp;เหลืองไพโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดราชบุรี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;7/2565&nbsp;โดยการประชุมในวันนี้เพื่อทราบสถานการณ์โควิด-19&nbsp;และการดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรค&nbsp;ของแต่ละอำเภอ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ซึ่งมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี&nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อฯ&nbsp;นายอำเภอทุกแห่ง&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุม</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีได้แจ้งให้ทราบถึงสถานการณ์โควิดของจังหวัดราชบุรี&nbsp;</strong>ปัจจุบันยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อเนื่อง&nbsp;ในตัวเลขนั้นมีเด็กและวัยรุ่นติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;วัคซีนยังคงสำคัญต่อกลุ่มเสี่ยงและเด็กในการสนร้างภูมิต้านทานของโรคโควิด&nbsp;ซึ่งสามารถไปรับวัคซีนได้ที่&nbsp;รพ.ใกล้บ้านท่าน&nbsp;ขณะเดียวกันจังหวัดราชบุรียังเป็นพื้นที่ควบคุม&nbsp;และห้ามบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมายังมีร้านอาหารบางแห่งฝ่าฝืน&nbsp;ได้กำชับให้นายอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ของจังหวัดราชบุรีในวันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;570&nbsp;ราย&nbsp;</strong>อยู่อันดับ&nbsp;9&nbsp;ของประเทศ&nbsp;มีคลัสเตอร์เฝ้าระวังอยู่&nbsp;8&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;มีสถานประกอบการ&nbsp;โรงเรียน&nbsp;งานสังสรรค์&nbsp;สถานดูแลผู้สูงอายุ&nbsp;ค่ายทหาร&nbsp;งานบุญ&nbsp;งานศพ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมแผนการบริหารจัดการให้โรคโควิดออกจากการเป็นโรคระบาดไปสู่การเป็นโรคติดต่อทั่วไปหรือโรคประจำถิ่น&nbsp;เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ&nbsp;โดยทำการตรวจผู้ที่สงสัยป่วยโควิด&nbsp;-19&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หากพบผลเป็นบวก&nbsp;แพทย์จะพิจารณาจ่ายยารักษาตามอาการ&nbsp;3&nbsp;สูตร&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.ยาฟาวิพิราเวียร์&nbsp;2.ยาฟ้าทะลายโจร&nbsp;3.ยารักษาตามอาการ&nbsp;เช่น&nbsp;ยาลดไข้&nbsp;แก้ไอ&nbsp;ลดน้ำมูก&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ติดเชื้อในการเข้าถึงบริการ&nbsp;และเป็นการเชื่อมโยงเข้าสู่การเป็นโรคที่ดูแลได้ด้วยตนเอง</p><p>ส่วนเรื่องพิจารณาในการประชุมวันนี้&nbsp;คือ&nbsp;การพิจารณาการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวของผู้ประกอบการ&nbsp;และการจัดทำหรือปรับปรุงทะเบียนประวัติและการจัดทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติให้แก่คนต่างด้าว&nbsp;3&nbsp;สัญชาติ&nbsp;กัมพูชา&nbsp;ลาว&nbsp;และเมียนมา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	NULL	ราชบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303155219135
561	อ.แก้งคร้อ เร่งควบคุมคลัสเตอร์ในพื้นที่ ล่าสุดหยุดคลัสเตอร์ใหญ่ได้แล้ว	<p><strong>นายแพทย์วชิระ&nbsp;บถพิบูลย์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.แก้งคร้อ&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ในช่วงสัปดาห์นี้ไม่พบการระบาดของคลัสเตอร์งานแต่งงานในพื้นที่อำเภอแก้งคร้อ&nbsp;หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการติดเชื้อรวมกว่า&nbsp;100&nbsp;ราย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;สถานการณ์กลุ่มคลัสเตอร์ในเขตเทศบาลตำบลแก้งคร้อ</strong>&nbsp;ยังดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จากข้อมูลในช่วงที่ผ่านมา</p><p>1.&nbsp;คลัสเตอร์ตลาดสดเทศบาล&nbsp;ผู้ติดเชื้อ&nbsp;70&nbsp;ราย&nbsp;ไม่พบผู้ป่วยมาแล้ว&nbsp;2&nbsp;วัน</p><p>2.&nbsp;คลัสเตอร์โรงงานน้ำแข็ง&nbsp;พบผู้ติดเชื้อ&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;ไม่พบผู้ป่วยมาแล้ว&nbsp;2&nbsp;วัน</p><p>3.&nbsp;คลัสเตอร์ไปตัดอ้อย&nbsp;บ้านนาแกท่าขอนยุง&nbsp;หมู่&nbsp;17&nbsp;ต.นาหนองทุ่ม&nbsp;พบผู้ติดเชื้อ&nbsp;53&nbsp;ราย&nbsp;ไม่พบผู้ป่วยมาแล้ว&nbsp;3&nbsp;วัน</p><p>4.คลัสเตอร์ร้าน&nbsp;Q8&nbsp;พบผู้ติดเชื้อ&nbsp;23&nbsp;ราย&nbsp;ไม่พบผู้ป่วยมาแล้ว&nbsp;9&nbsp;วัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทีมงาน&nbsp;อ.แก้งคร้อกำลังเร่งสอบสวนควบคุมโรค</strong>อย่างเต็มที่</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303160424140
562	เหล่ากาชาดจังหวัดหนองบัวลำภู ห่วงใย ช่วยเหลือผู้ประสบความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19	"<p><strong>นางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู </strong>/นายกเหล่ากาชาดจังหวัดหนองบัวลำภู และคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดหนองบัวลำภู มอบถุงยังชีพให้ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานอำเภอเมืองหนองบัวลำภู เพื่อส่งมอบความห่วงใยให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของ<span style=""background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(77, 81, 86);"">โรคติดต่อ</span><span style=""background-color: rgb(255, 255, 255);"">เชื้อไวรัสโคโรน่า 2019&nbsp;(โควิด</span><span style=""background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(77, 81, 86);"">-19)&nbsp;</span>ซึ่งศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานอำเภอเมืองหนองบัวลำภู โดยนายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู และหัวหน้าส่วนราชการ ได้จัดชุดจิตอาสาประจำหมู่บ้านนำไปมอบให้ผู้ป่วยฯ ที่รักษาตัวที่บ้าน(Home Isolation : HI) เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ จำนวน 200 ชุด</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303154459133
563	รมว.ศธ. เปิดโครงการสร้างการรับรู้การเข้าถึงระบบมาตรฐานความปลอดภัยสถานศึกษา : MOE Safety Center ที่ จ.นราธิวาส	<p><strong>รมว.ศธ.&nbsp;เปิดโครงการสร้างการรับรู้การเข้าถึงระบบมาตรฐาน</strong>ความปลอดภัยสถานศึกษา&nbsp;:&nbsp;MOE&nbsp;Safety&nbsp;Center&nbsp;ที่จ.นราธิวาส&nbsp;มุ่งหวังแจ้ง&nbsp;4&nbsp;กลุ่มภัย&nbsp;ผ่าน&nbsp;4&nbsp;ช่องทาง&nbsp;เพื่อนำไปสู่การดูแลมากยิ่งขึ้น&nbsp;และแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที</p><p><strong>นางสาวตรีนุช&nbsp;&nbsp;เทียนทอง&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดโครงการสร้างการรับรู้การเข้าถึงระบบมาตรฐานความปลอดภัยสถานศึกษา&nbsp;:&nbsp;MOE&nbsp;Safety&nbsp;Center&nbsp;ที่หอประชุมโรงเรียนนราธิวาส&nbsp;อำเภอเมืองนราธิวาส&nbsp;ซึ่งมีนายทศพล&nbsp;&nbsp;สวัสดิสุข&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>นางสาวตรีนุช&nbsp;&nbsp;เทียนทอง&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความห่วงใยทั้งในด้านการศึกษา&nbsp;ซึ่งได้เปิดโครงการฯ&nbsp;ในวันนี้&nbsp;ขณะเดียวกันในนามของนายกนรัฐมนตรีก็ได้เยี่ยมให้กำลังใจครู&nbsp;นักเรียน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ประสบอุกภัยอยู่ในขณะนี้&nbsp;รวมกว่า&nbsp;190&nbsp;แห่ง&nbsp;เน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการให้ความช่วยเหลือให้โรงเรียนสามารถจัดการเรียนการสอนได้&nbsp;ประกอบกับตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา&nbsp;ช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;รัฐบาลได้เร่งให้ความสำคัญกับครูให้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;เพื่อให้โรงเรียนเปิดเรียนได้ปกติเด็กไม่เสียโอกาสในการเรียนรู้&nbsp;ขณะนี้ครูทั่วประเทศ&nbsp;ฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;กว่า&nbsp;80&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;และทยอยฉีดเข็มที่&nbsp;3&nbsp;ขณะที่นักเรียนอายุ&nbsp;12-18&nbsp;ปี&nbsp;รับการฉีดเข็มที่&nbsp;2&nbsp;เด็กอายุ&nbsp;5-11&nbsp;ปี&nbsp;เริ่มทยอยฉีดวัคซีนแล้ว&nbsp;</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;กล่าวต่อว่า&nbsp;โครงการดังกล่าว&nbsp;</strong>หรือ&nbsp;&nbsp;MOE&nbsp;Safety&nbsp;Center&nbsp;&nbsp;ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนเพราะเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษาถือว่ามีความสำคัญ&nbsp;ซึ่งที่จังหวัดนราธิวาส&nbsp;เป็นการสัญจรเปิดงานครั้งที่&nbsp;5&nbsp;จะเปิดทั่วประเทศรวม&nbsp;8&nbsp;ครั้ง&nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์&nbsp;มีส่วนในการรับรู้โครงการฯ&nbsp;ซึ่งเน้นเรื่องการนำแอปพลิเคชันต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่ให้เด็ก&nbsp;ผู้ปกครอง&nbsp;และครู&nbsp;ได้ดาวน์โหลดไปใช้งาน&nbsp;มีการอบรมครูในการใช้งานแอปพลิเคชันไปแล้ว&nbsp;เพื่อเป็นกลไกเครื่องมือที่สามารถให้น้อง&nbsp;ๆ&nbsp;นักเรียนแจ้งปัญหาในเรื่องของภัยด้านความรุนแรง&nbsp;ภัยจากอุบัติเหตุ&nbsp;ภัยจากการระเมิดสิทธิ์&nbsp;และภัยสุขภาพทางกายและจิต&nbsp;&nbsp;&nbsp;แจ้งผ่าน&nbsp;4&nbsp;ช่องทาง&nbsp;www.moesafetycenter.com&nbsp;//&nbsp;Moble&nbsp;App.&nbsp;MOESafetyCenter&nbsp;//&nbsp;Line@&nbsp;MOESafetyCenter&nbsp;//หรือโทร.&nbsp;02-1266565&nbsp;เพื่อนำไปสู่การดูแลมากยิ่งขึ้น&nbsp;และแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที&nbsp;โดยเฉพาะความปลอดภัยในเรื่องสังคมออนไลน์</p><p><strong>ด้านนายอัมพร&nbsp;&nbsp;พินะสา&nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;การจัดกิจกรรมตามโครงการฯ&nbsp;ในวันนี้&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้ระบบการเข้าถึงมาตรฐานความปลอดภัยในสถานศึกษา&nbsp;เพื่อให้นักเรียน&nbsp;ครู&nbsp;บุคลากรทางการศึกษา&nbsp;และผู้ปกครอง&nbsp;มีความเชื่อมั่นไว้วางใจต่อการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;และขับเคลื่อนนโยบายของนัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็นวาระเร่งด่วนตั้งแต่ปี&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;มุ่งเน้น&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;ดังนี้&nbsp;ด้านป้องกัน&nbsp;ด้านปลูกฝัง&nbsp;และด้านปราบปราม&nbsp;เพื่อสามารถดูแลนักเรียนให้มีความปลอดภัยได้อย่างแท้จริง&nbsp;ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;ได้รับมอบหมายให้ดูแล&nbsp;สร้างระบบความปลอดภัยในล่องทางต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;โดยนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดความสะดวก&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;ในการบริหารจัดการในด้านความปลอดภัยในสถานศึกษาเพื่อเชื่อมโยงความปลอดภัยไปสู่กระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;หรือเรียกว่า&nbsp;MOE&nbsp;Safety&nbsp;Center&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การดำเนินงานโครงการฯ&nbsp;ได้ร่วมกับ&nbsp;8&nbsp;กระทรวง&nbsp;2&nbsp;หน่วยงาน</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;กระทรวงกลาโหมสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;บูรณาการขับเคลื่อนการสร้างความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในสถานศึกษา&nbsp;ร่วมกับชุมชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง&nbsp;ได้กำหนดจัดกิจกรรมตามโครงการฯ&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;ภูมิภาค&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303155436136
564	พม.ลำปาง เตรียมปลูกบ้านหลังใหม่ช่วยเหลือผู้เฒ่าไร้ที่อยู่ หลังโฉนดติดจำนองธนาคารนานกว่า 10 ปี	"<p><strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>มอบหมายให้หน่วยงานสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความั่นคงของมนุษย์&nbsp;(พม.)&nbsp;โดย&nbsp;นางสาวพีรญา&nbsp;นพรัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการผู้สูงอายุจังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายณรงค์ฤทธิ์&nbsp;นุปิง&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่&nbsp;เข้าพบ&nbsp;นายวีระพงษ์&nbsp;คำทา&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเอื้อม&nbsp;และผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเอื้อม&nbsp;พร้อมผู้นำท้องที่และแกนนำชุมชนทุกภาคส่วน&nbsp;เพื่อดูสถานที่เตรียมความพร้อมปลูกสร้างบ้านให้ครอบครัวคนเปราะบางไร้ที่พึ่ง&nbsp;คือ&nbsp;นายเกียม&nbsp;นามสมมุติ&nbsp;ผู้ประสบปัญหาทางสังคม&nbsp;กรณีอดีตลูกเขยและลูกสาวนำโฉนดที่ดินติดจำนองธนาคารนาน&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;ทำให้ไม่มีที่อยู่ไร้ที่พักพิงอาศัย&nbsp;จึงได้ขอความช่วยเหลือ</p><p><strong>นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเอื้อม</strong>&nbsp;จึงได้ประสานศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดลำปาง&nbsp;โดยได้สนับสนุนเงินสงเคราะห์รายได้น้อยคนไร้ที่พึ่งจำนวน&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;และได้ประสานศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการผู้สูงอายุจังหวัดลำปาง&nbsp;ขอสนับสนุนงบประมาณสนับสนุนปลูกสร้างบ้านหลังใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;40,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำกระบวนการให้การช่วยเหลือสวัสดิการต่างๆ&nbsp;ต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303162821148
565	กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จัดฝึกอบรมวิทยากรกระบวนการด้านสิทธิมนุษยชน สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ ทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ปัตตานี	<p><strong>ที่ห้องประชุมโรงแรม&nbsp;ซี&nbsp;เอส&nbsp;ปัตตานี&nbsp;นายเรืองศักดิ์&nbsp;สุวารี&nbsp;</strong>อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ&nbsp;กระทรวงยุติธรรม&nbsp;ได้เป็นประธานเปิดการอบรมและบรรยายพิเศษผ่านระบบประชุมออนไลน์&nbsp;หลักสูตรวิทยากรกระบวนการด้านสิทธิมนุษยชน&nbsp;สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจและฝ่ายปกครอง&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยมีนายทหารระดับสัญญาบัตร&nbsp;ที่ปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดปัตตานี&nbsp;ยะลาและนราธิวาสเช้ารับการอบรมจำนวน&nbsp;60&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>นางสาวกวิพันธ์&nbsp;รอดคมศัลย์&nbsp;หัวหน้าศูนย์ฝึกอบรมด้านสิทธิมนุษยชน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ&nbsp;มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริม&nbsp;เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน&nbsp;หน้าที่&nbsp;สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญให้แก่ประชาชนทุกกลุ่ม&nbsp;และในวันนี้&nbsp;ได้จัดฝึกอบรมให้นายทหารระดับสัญญาบัตรที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิ&nbsp;เสรีภาพและสิทธิมนุษยชน&nbsp;สามารถเป็นผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ด้านสิทธิมนุษยชน&nbsp;และนำไปขยายผลต่อในองค์กรได้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว&nbsp;เพชรน้อย&nbsp;ส.ปชส.ปัตตานี</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303160405139
566	กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าสร้างความเข้าใจกับประชาชน ในการใช้ประโยชน์จากกัญชาอย่างถูกต้อง ภายหลังปลดล็อกจากยาเสพติด	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า</strong>&nbsp;ภายหลังจากราชกิจจานุเบกษา&nbsp;ได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เรื่อง&nbsp;ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท&nbsp;5&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;(มีผลบังคับใช้&nbsp;120&nbsp;วันนับจากประกาศ)&nbsp;โดยประกาศดังกล่าว&nbsp;ระบุสารสกัดจากกัญชายังเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;5&nbsp;ยกเว้น&nbsp;สารสกัดที่มีปริมาณ&nbsp;THC&nbsp;ไม่เกินร้อยละ&nbsp;0.2&nbsp;ที่ได้รับอนุญาตให้สกัดจากกัญชาที่ปลูกในประเทศ,&nbsp;สารสกัดจากเมล็ดของกัญชาหรือกัญชง&nbsp;ที่ปลูกภายในประเทศซึ่งจากประกาศดังกล่าว&nbsp;ทำให้ส่วนอื่นของกัญชาที่ไม่ได้ระบุไว้&nbsp;ไม่ถือเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;5&nbsp;ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด&nbsp;ได้แก่&nbsp;/1.</p><p>ใบจริง&nbsp;ใบพัด&nbsp;ราก&nbsp;กิ่ง&nbsp;ก้าน/2.&nbsp;เปลือก&nbsp;ลำต้น&nbsp;เส้นใย/3.เมล็ดกัญชา/4.สารสกัด&nbsp;และกากจากการสกัดที่ค่า&nbsp;THC&nbsp;ไม่เกินร้อยละ&nbsp;0.2&nbsp;โดยต้องเป็นการปลูกและสกัดในประเทศ</p><p><strong>ด้านกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เดินหน้าสร้างความเข้าใจกับประชาชนในการใช้ประโยชน์จากกัญชาอย่างถูกต้อง&nbsp;</strong>โดยจะมีการจัดประชุมวิชาการด้านการแพทย์&nbsp;มหกรรมกัญชา&nbsp;กัญชง&nbsp;และคลินิกกัญชาทางการแพทย์&nbsp;โดยมีกำหนดการจัดประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์&nbsp;ในเขตสุขภาพต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;ดังนี้&nbsp;วันที่&nbsp;4-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;9&nbsp;จังหวัดสุรินทร์/วันที่&nbsp;8-10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;10&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ/วันที่&nbsp;11-13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี/วันที่&nbsp;18-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา/วันที่&nbsp;22-24&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;11&nbsp;จังหวัดระนอง/วันที่&nbsp;23-25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;8&nbsp;จังหวัดบึงกาฬ/วันที่&nbsp;1-3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;7&nbsp;จังหวัดขอนแก่น/วันที่&nbsp;29&nbsp;เมษายน-1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;12&nbsp;จังหวัดพัทลุง/วันที่&nbsp;6-8&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;6&nbsp;จังหวัดชลบุรี/วันที่&nbsp;13-15&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดสุโขทัย/วันที่&nbsp;20-22&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;1&nbsp;จังหวัดเชียงราย/วันที่&nbsp;27-29&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดอุทัยธานี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303163523153
567	อ.เมืองชัยภูมิ วางมาตรการคุมโควิดเข้ม หลังพบมีถึง 18 คลัสเตอร์ที่ยังแพร่ระบาด	<p><strong>นายอนุชา&nbsp;เจริญรักษ์&nbsp;นายอำเภอเมืองชัยภูมิ</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สถานการณ์และการดำเนินการแก้ไขปัญหาโควิด-19ในพื้นที่อำเภอเมืองชัยภูมิ&nbsp;ณ&nbsp;ปัจจุบันยังคงพบการแพร่กระจายของเชื้อในหลายพื้นที่&nbsp;และเกิดกลุ่มคลัสเตอร์ใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยข้อมูลผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เม.ย.64&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;มี.ค.65&nbsp;พบผู้ป่วยสะสมจำนวน&nbsp;3,819&nbsp;ราย&nbsp;ปัจจุบันรักษาตัวอยู่&nbsp;1,283&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตแล้วรวม&nbsp;31&nbsp;ราย</p><p><strong>และในปัจจุบัน&nbsp;มีกลุ่ม&nbsp;Cluster</strong>&nbsp;เกิดขึ้นรวมถึง&nbsp;25&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;สงบแล้ว&nbsp;3&nbsp;คลัสเตอร์,&nbsp;อยู่เฝ้าระวังในระยะ&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;Cluster&nbsp;และยังพบการแพร่ระบาดต่อเนื่องถึง&nbsp;18&nbsp;คลัสเตอร์</p><p><strong>ขณะที่ศักยภาพด้านการสาธารณสุขในเขต</strong>&nbsp;อ.เมือง&nbsp;ปัจจุบันมีศูนย์&nbsp;CI&nbsp;7&nbsp;แห่ง,&nbsp;จำนวนเตียงทั้งหมด&nbsp;315&nbsp;เตียง&nbsp;ปัจจุบันมีผู้ป่วยครองเตียงแล้ว&nbsp;184&nbsp;ราย/&nbsp;เตียงว่าง&nbsp;131&nbsp;เตียง</p><p><strong>ด้านมาตรการดำเนการป้องกัน</strong>&nbsp;ล่าสุดได้มีคำสั่ง&nbsp;ดำเนินการปิดหมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;ที่มีการแพร่ระบาด&nbsp;และทำการตรวจ&nbsp;ATK/RT-PCR&nbsp;กลุ่มเสี่ยงสูง&nbsp;รวมถึงตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;บุคคลจาก&nbsp;ตจว.ที่เข้าพื้นที่</p><p><strong>6&nbsp;มาตรการเชิงพื้นที่</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;รพ.สต.ร่วมกับผู้นำท้องที่&nbsp;ติดตามผู้ถูกกักตัว/ฝ่าฝืนดำเนินการตามคำสั่งจังหวัด&nbsp;การค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก&nbsp;และการจัดเตรียม&nbsp;CI&nbsp;ในพื้นที่ระบาดทุกตำบล</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303160307138
568	"จังหวัดนครราชสีมา จัดกิจกรรม Kick off การขับเคลื่อนนโยบาย ""โคราชไม่ท่วมไม่แล้ง"""	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ที่บริเวณสะพานซอยสำโรงจันทร์&nbsp;ตำบลในเมือง&nbsp;</strong>อำเภอเมืองนครราชสีมา&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;การขับเคลื่อนนโยบาย&nbsp;""โคราชไม่ท่วมไม่แล้ง""&nbsp;การดำเนินการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ&nbsp;โดยการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำและการรื้อฝายกั้นน้ำในลำตะคอง&nbsp;และลำบริบูรณ์&nbsp;การจัดกิจกรรมขับเคลื่อนนโยบาย&nbsp;""โคราชไม่ท่วมไม่แล้ง""&nbsp;ซึ่งเป็นนโยบาย</p><p>เร่งด่วน&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;8&nbsp;นโยบายของจังหวัดครั้งนี้&nbsp;เป็นการดำเนินการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำโดยการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำในลำตะคองจากมิตรภาพ&nbsp;ซอย&nbsp;4&nbsp;ถึง&nbsp;โรงพยาบาลมหาราชซึ่งโดยสภาพขณะนี้ในบริเวณดังกล่าวมีต้นไผ่ล้มขวางทางน้ำ&nbsp;มีขยะมูลฝอย&nbsp;รวมทั้งต้นไม้และวัชพืชกีดขวางทางน้ำเป็นจำนวนมาก&nbsp;รวมระยะทางประมาณ&nbsp;7,300&nbsp;เมตร&nbsp;และจะดำเนินการต่อเนื่องตลอดช่วงลำน้ำให้น้ำสามารถไหลได้สะดวกมากขึ้นในช่วงฤดูน้ำหลากให้ลำน้ำในเขตเทศบาลนครเป็น&nbsp;""คลองสวย&nbsp;น้ำใส&nbsp;ไหลสะดวก""</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จะได้ดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ</strong>โดยการรื้อฝายกั้นน้ำ&nbsp;การรื้อท่อระบายน้ำ&nbsp;การรื้อสะพานที่ชำรุดในลำตะคองและลำบริบูรณ์&nbsp;รวม&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จุดฝ่ายบ้านพุดซา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลพะเนา&nbsp;จุดฝ่ายปู่ขำ&nbsp;บ้านบุ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;จุดท่อระบายน้ำชำรุด&nbsp;บ้านบุ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;จุดสะพานชำรุด&nbsp;บ้านตลาด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;และจุดฝ่ายบ้านโพธิ์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลตลาด&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมบรรลุตามเป้าหมาย&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;จึงได้บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชนใช้ศักยภาพในพื้นที่ในการดำเนินการโดยแต่ละหน่วยงานสนับสนุนกำลังคน&nbsp;เครื่องจักรกล&nbsp;วัสดุ&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;งบประมาณ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา</p><p>&nbsp;</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303160207137
569	ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ ลงนามในสัญญาจ้างก่อสร้างหอผู้ป่วยในโรงพยาบาลกระสัง ขนาด 5 ชั้น 114 เตียง วงเงิน 78 ล้านบาท รองรับการขยายบริการให้กับประชาชน ซึ่งมีแนวโน้มครองเตียงสูงขึ้น	<p><strong>ที่ห้องประชุมฝ้ายคำ&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;</strong>นายธัชกร&nbsp;หัตถาธยากูล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ลงนามในสัญญาจ้างก่อสร้างหอผู้ป่วยใน&nbsp;เป็นอาคาร&nbsp;5&nbsp;ชั้น&nbsp;พื้นที่ใช้สอยประมาณ&nbsp;4,797&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;โรงพยาบาลกระสัง&nbsp;อำเภอกระสัง&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;หลัง&nbsp;กับบริษัท&nbsp;เคบีบี&nbsp;คอนสตรัคชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายศิริเดช&nbsp;พุทธเตซะ&nbsp;ลงนามเป็นผู้รับจ้าง&nbsp;ซึ่งเสนอราคาในวงเงิน&nbsp;78,000,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ระยะเวลาก่อสร้างจำนวน&nbsp;650&nbsp;วัน&nbsp;14&nbsp;งวดงาน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการรองรับการขยายบริการให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอกระสัง</strong>&nbsp;และใกล้เคียง&nbsp;ให้ได้รับบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน&nbsp;ลดความแออัด&nbsp;ซึ่งอัตราครองเตียงมีแนวโน้มสูงขึ้น&nbsp;และพัฒนางานบริการประชาชนให้ได้รับความสะดวกสบาย&nbsp;และพัฒนามาตรฐานการบริการด้านต่างๆ&nbsp;ให้สูงขึ้น&nbsp;ซึ่งในโอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ได้กำชับให้ผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐาน&nbsp;มีความมั่นคงแข็งแรงตามตามหลักวิชาการ&nbsp;เป็นไปตามสัญญาจ้างทุกประการและที่สำคัญส่งมอบงานตามที่กำหนด&nbsp;ไม่ทิ้งงาน&nbsp;</p><p><br></p><p>ดำรง&nbsp;โค่นถอน&nbsp;ส.ปชส.บุรีรัมย์&nbsp;ภาพ/ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303162434146
570	จังหวัดอุบลราชธานี จัดพิธีมอบแบบผ้าลายพระราชทาน ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา ให้แก่หัวหน้าส่วนราชการและกลุ่มทอผ้าในจังหวัดอุบลราชธานี	<p>ที่หอประชุมจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางศลิษา&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เป็นประธานเปิดในพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ให้แก่รองผู้ว่าราชการจังหวัด/หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;12&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;/นายอำเภอ&nbsp;25&nbsp;อำเภอ&nbsp;และกลุ่มทอผ้า&nbsp;26&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ได้นำลายพระราชทานเพื่อไปเป็นต้นแบบพัฒนาต่อยอดเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นถิ่น&nbsp;ให้เกิดร่วมสมัยก้าวทันสากล&nbsp;เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืนสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ตั้งพระทัยมั่นในการทรงสืบสาน&nbsp;พระราชกรณียกิจของ&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ในการฟื้นฟูภูมิปัญญาผ้าไทยได้ดำรงอยู่คู่แผ่นดิน.</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303172243178
571	จังหวัดตรัง  ร่วมประชุมและรับนโยบายขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) ในระดับพื้นที่ ปีงบประมาณ 2565	"<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนางละมัย&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดตรัง&nbsp;นายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;ปลัดจังหวัดตรัง&nbsp;พัฒนาการจังหวัด&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดและนายอำเภอ&nbsp;เข้าร่วมประชุมและรับนโยบายการซักซ้อมแนวทางการขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับพื้นที่&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;รุ่นที่&nbsp;2&nbsp;ภาคใต้&nbsp;จาก&nbsp;พลเอกอนุพงศ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และนายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เพื่อบูรณาการร่วมกันแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;เกิดผลเป็นรูปธรรม&nbsp;นำไปสู่การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกมิติได้อย่างแท้จริง&nbsp;</p><p><strong>พลเอกอนุพงศ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและความยากจนของประชาชนในทุกมิติ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในทุกช่วงวัย&nbsp;โดยพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้มีคำสั่งให้จัดตั้ง""ศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน&nbsp;ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง""&nbsp;เพื่อเป็นกลไกเชิงนโยบาย&nbsp;ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;และพัฒนาคนทุกช่วงวัย&nbsp;&nbsp;เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาที่เกี่ยวข้องอย่างบูรณาการเป็นรูปธรรมและยั่งยืนได้ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;โดยใช้ระบบ&nbsp;TPMAP&nbsp;(Thai&nbsp;People&nbsp;Map&nbsp;and&nbsp;Analytics&nbsp;&nbsp;Platform)&nbsp;ซึ่งเป็นระบบ&nbsp;Big&nbsp;Data&nbsp;ของภาครัฐที่สามารถระบุได้ว่ากลุ่มเป้าหมายนั้นอยู่ที่ไหน&nbsp;มีปัญหาในมิติอะไร&nbsp;เช่น&nbsp;การศึกษา&nbsp;สุขภาพ&nbsp;ความเป็นอยู่&nbsp;รายได้และการเข้าถึงบริการภาครัฐ&nbsp;ซึ่งข้อมูลที่ได้จะเป็นประโยชน์กับผู้กำหนดนโยบายและหน่วยงาน&nbsp;เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้ตรงจุด&nbsp;</p><p><strong>การจัดประชุมในครั้งนี้&nbsp;มีผู้เข้าร่วมประชุมรูปแบบ&nbsp;On&nbsp;site&nbsp;</strong>และยังมีการจัดประชุมในรูปแบบ&nbsp;Online&nbsp;ผู้เข้าประชุมได้แก่&nbsp;สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;พัฒนาการอำเภอ&nbsp;&nbsp;สาธารณสุขอำเภอ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และ&nbsp;อสม.โดยกระทรวงมหาดไทย&nbsp;(กรมการปกครอง)&nbsp;ดำเนินการถ่ายทอดสดการประชุมในครั้งนี้&nbsp;ผ่านช่องทาง&nbsp;แอปพลิเคชัน&nbsp;DOPA&nbsp;Channel&nbsp;&nbsp;และช่องทางออนไลน์อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;Youtube&nbsp;Facebook&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303161942144
572	นิพนธ์ ลงพื้นที่ มอบนโยบายเร่งรัดขจัดความยากจนภาคใต้ ชงจังหวัดจับมือ อปท. ปรับแผนดันงบประมาณ กระจายทรัพยากรแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่โรงแรมบุรีศรีภู&nbsp;คอนเวนชั่น&nbsp;เซ็นเตอร์&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เข้าร่วมพิธีเปิดและมอบนโยบายและแนวทางขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(ศจพ.)&nbsp;ในระดับพื้นที่&nbsp;โดยมีพลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เป็นประธานในพิธี&nbsp;พร้อมด้วยปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;อธิบดีทุกกรมในสังกัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ข้าราชการในสังกัด&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ประชาชนในพื้นที่&nbsp;ฯลฯ&nbsp;เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>กระทรวงมหาดไทย&nbsp;ได้ดำเนินการประชุมเชิงปฏิบัติการ&nbsp;</strong>เพื่อซักซ้อมแนวทางการขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(ศจพ.)&nbsp;ในระดับพื้นที่&nbsp;เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการจัดทำฐานข้อมูล&nbsp;การบันทึกข้อมูล&nbsp;และการสนับสนุนการขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่&nbsp;เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;โดยการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน&nbsp;นำไปสู่การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศในทุกมิติได้อย่างแท้จริง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กับดักความยากจน&nbsp;คือ&nbsp;กลไกซ้ำเติมที่ทำให้คนจนลืมตาอ้าปากได้ยาก&nbsp;ภารกิจนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากและท้ายทายความสามารถ&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีข้อจำกัดในเรื่องของงบประมาณ&nbsp;ทั้งยังต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับเงื่อนเวลา&nbsp;ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินการดังกล่าว&nbsp;รัฐบาล&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง&nbsp;ท่านนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาโดยตลอด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยได้เร่งรัดแก้ไขปัญหาดังกล่าว</strong>&nbsp;ผ่านกลไกของหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;รวมถึงภาคประชาชน&nbsp;ซึ่งได้บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ก็มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนการดำเนินงานตั้งแต่ระดับจังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;จนลงไปสู่ท้องที่ท้องถิ่น&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนและหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;""...ในการแก้ไขปัญหาขจัดความยากจน&nbsp;ลดความความเหลื่อมล้ำให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมได้นั้น&nbsp;ท้องถิ่นท้องที่เป็นกลไกสำคัญของกระทรวงมหาดไทยที่ต้อง&nbsp;บำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;ให้แก่พี่น้องประชาชน...""</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>หากมีการบูรณาการการทำงานร่วมกัน</strong>&nbsp;จังหวัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;อำเภอโดยนายอำเภอ&nbsp;สามารถประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้&nbsp;อาจจะใช้โอกาสการประชุมประจำเดือน&nbsp;หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นวาระพิเศษในการพูดคุย&nbsp;ปรับแผนพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;โดยใช้สัดส่วนงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;แบ่งสัดส่วนโครงสร้างมาดูแลในส่วนนี้&nbsp;ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และนโยบายการขจัดปัญหาความยากจน&nbsp;ซึ่งในปัจจุบันกระทรวงมหาดไทยได้มีการแก้ไขกฎหมายหลาย&nbsp;ๆ&nbsp;ฉบับ&nbsp;ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความคล่องตัวในการดูแลพี่น้องประชาชนมากขึ้น&nbsp;เชื่อว่าจะทำให้สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>พร้อมกล่าวต่อไปอีกว่า</strong>&nbsp;ตนในฐานะประธานคณะทำงานช่วยอำนวยการพิจารณากลั่นกรองแผนงานโครงการ&nbsp;อ.ก.บ.ภ.&nbsp;ภาคใต้และภาคใต้ชายแดน&nbsp;ทราบดีว่างบประมาณที่ได้รับการจัดสรรลงมานั้น&nbsp;ได้รับการจัดสรรลงมาอย่างจำกัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในส่วนของงบพื้นที่&nbsp;หรืองบประมาณบริหารจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ&nbsp;งบฟังก์ชั่นของกระทรวงต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เชื่อว่า&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถบริหารได้&nbsp;แต่สิ่งที่อยากเน้นย้ำ&nbsp;คือ&nbsp;การประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;วางแผนร่วมกันในการดึงงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกมาใช้&nbsp;เพื่อตอบสนองต่อความต้องการและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด&nbsp;ซึ่งหากสามารถนำงบประมาณในส่วนนี้มาปรับใช้ได้อย่างทันท่วงที&nbsp;ก็จะเป็นนิมิตหมายใหม่ในการพัฒนาประเทศต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี</strong>&nbsp;กล่าวต่อว่า&nbsp;ตนเชื่อว่าไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ภาคใต้ที่ควรให้ความสำคัญและเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหา&nbsp;หากแต่ควรเกิดขึ้นในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ภูมิภาคของประเทศ&nbsp;ซึ่งกระทรวงมหาดไทยไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้แต่อย่างใด&nbsp;และพร้อมดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&nbsp;เน้นย้ำการลงพื้นที่ไปคลุกคลีกับชาวบ้านเรื่องเรื่องสำคัญ&nbsp;เพราะถือเป็นจุดเชื่อมระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับพี่น้องประชาชน&nbsp;หากสามารถรับสารจากพื้นที่ขึ้นมาแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด&nbsp;ก็จะเกิดเป็นผลรูปธรรมมากยิ่งขึ้น&nbsp;เพราะการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว&nbsp;นอกจากจะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยแล้วนั้น&nbsp;ยังเป็นการช่วยสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่และสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;""...ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกหน่วย&nbsp;ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;การ&nbsp;ให้เบ็ด&nbsp;ดีกว่าให้ปลา&nbsp;ถ้าท่านให้ปลาใครหนึ่งตัว&nbsp;เขามีกินแค่หนึ่งวัน&nbsp;แต่ถ้าสอนเขาจับปลา&nbsp;เขาจะมีกินตลอดชีวิต&nbsp;เน้นแก้ไขปัญหาความยากจนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน&nbsp;ประชาชนยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง...""</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ต่อจากนั้นในช่วงบ่ายได้ร่วมกับคณะ&nbsp;เดินทางไปยังวัดคลองแห</strong>&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;คืนคลองสวย&nbsp;น้ำใส&nbsp;ให้คลองแห&nbsp;ชมนิทรรศการการแก้ไขและพัฒนาคลองแห&nbsp;ซึ่งคลองแห่งนี้ปัจจุบันเป็นตลาดการท่องเที่ยว&nbsp;ตนในฐานะกำกับดูแลองค์การจัดการน้ำเสีย&nbsp;(อจน.)&nbsp;จึงได้ถือโอกาสนี้เดินสำรวจสภาพน้ำในปัจจุบัน&nbsp;พร้อมได้ร่วมกิจกรรมโยน&nbsp;EM&nbsp;Ball&nbsp;หรือตัวการทำน้ำเน่า&nbsp;เพื่อช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ&nbsp;รักษาสภาพความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ได้เชิญชวนพี่น้องประชาชนที่อยู่ริมฝั่งคลอง&nbsp;ร่วมแรงร่วมใจกันดูแลรักษาคุณภาพของน้ำก่อนที่จะปล่อยลงมายังคลองแห&nbsp;เข้าสู่กระบวนการบำบัดและปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>หลังจากนั้น&nbsp;ได้เดินทางต่อไปยังบ้านของนางจาง&nbsp;ทองเด็จ&nbsp;ในพื้นที่อำเภอรัตภูมิ&nbsp;</strong>เพื่อตรวจเยี่ยมครัวเรือนตกเกณฑ์ตามโครงการฯ&nbsp;โดยได้ร่วมมอบบัตรประชาชนให้แก่นายทวี&nbsp;ไชยช่วย&nbsp;สามีของนางจาง&nbsp;ทองเด็จ&nbsp;และมอบถุงยังชีพให้แก่ครอบครัวของนางจาง&nbsp;ทองเด็จ&nbsp;พร้อมพบปะผู้นำชุมชน&nbsp;ส่วนราชการในพื้นที่ในลำดับถัดไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303162635147
573	รมว.ศธ.เป็นประธานพิธีเปิดโครงการสร้างความรับรู้การเข้าถึงระบบมาตรฐานความปลอดภัยสถานศึกษา MOE Safety Center	"<p><strong>นางสาวตรีนุช?&nbsp;เทียนทอง?&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสร้างการรับรู้การเข้าถึงระบบมาตรฐานความปลอดภัยสถานศึกษา?&nbsp;และสร้างการรับรู้การเข้าถึงแอปพลิเคชั่น?&nbsp;MOE&nbsp;Safety?&nbsp;Center&nbsp;ณ?&nbsp;โรงเรียนนราธิวาส?&nbsp;สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานราธิวาส?&nbsp;โดยมีนายทศพล?&nbsp;สวัสดิสุข?&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสกล่าวต้อนรับ?&nbsp;และมีนักเรียน&nbsp;บุคลากรทางการศึกษา&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพิธี</p><p><strong>โดยภายในงานมีการเปิดวิดิโอสั้น?&nbsp;""SAFE""&nbsp;สถานศึกษาต้องปลอดภัย?&nbsp;</strong>เรื่อง?&nbsp;สิทธิมนุษยชนที่ถูกตัดไปพร้อม?&nbsp;""ผม""&nbsp;มีการร่วมพูดคุยสร้างการเรียนรู้บุคคลต้นแบบ?&nbsp;และสร้างการรับรู้การเข้าถึงแอปพลิเคชั่น?&nbsp;MOE?&nbsp;Safety?&nbsp;Center.โดย&nbsp;ศิลปินดารา&nbsp;Dj&nbsp;เจมส์&nbsp;นายณัฏฐ์ปวินท์&nbsp;กุลกัลยาดี?&nbsp;และสาธิตกิจกรรมมาตรการเพื่อความปลอดภัยเรื่อง?&nbsp;เด็กนรารู้เท่าทัน?&nbsp;ป้องกันภัยจากสื่อออนไลน์</p><p><strong>การจัดกิจกรรมโครงการสร้างการรับรู้การเข้าถึงระบบมาตรฐานความปลอดภัย</strong>สถานศึกษาในวันนี้&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้การเข้าถึงระบบมาตรฐานความปลอดภัยสถานศึกษาให้นักเรียน&nbsp;ครู&nbsp;และบุคลากรทางการศึกษาเกิดความปลอดภัยในทุกมิติ&nbsp;สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;ได้ขับเคลื่อนนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;ในด้านความปลอดภัยสถานศึกษาเป็นวาระเร่งด่วน&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;โดยมีมาตรการดำเนินงาน?&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การป้องกัน&nbsp;การปลูกฝัง&nbsp;และการปราบปราม&nbsp;เพื่อให้นักเรียนและพ่อแม่ผู้ปกครองเกิดความรู้สึก&nbsp;สบายใจ&nbsp;อุ่นใจ&nbsp;และไว้วางใจต่อสถานศึกษาให้มาก&nbsp;เมื่อมีความรู้สึกไม่ปลอดภัยและมีความประสงค์จะร้องทุกข์&nbsp;ร้องเรียน&nbsp;หรือเตือนให้ทราบว่าสถานศึกษาแห่งหนึ่งกำลังเกิดภัยอย่างหนึ่งอย่างใดใน&nbsp;4&nbsp;กลุ่มภัย&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;ภัยที่เกิดจากการใช้ความรุนแรงของมนุษย์(Violence)&nbsp;2)&nbsp;ภัยที่เกิดจากอุบัติเหตุ(Accident)&nbsp;3)&nbsp;ภัยที่เกิดจากการถูกละเมิดสิทธิ์&nbsp;(Right)&nbsp;และ&nbsp;4)&nbsp;ภัยที่เกิดจากผลกระทบต่อสุขภาวะทางกายและจิตใจ&nbsp;(Unhealthiness)&nbsp;สามารถร้องทุกข์ร้องเรียน&nbsp;หรือเตือน&nbsp;โดยผ่านระบบ&nbsp;MOE&nbsp;Safety&nbsp;Center</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;รมว.ศธ.ได้กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการช่วยเหลือสถานศึกษา</strong>ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย&nbsp;ว่าในเบื้องต้นท่านนายกฯมอบหมายให้ทุกหน่วยงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงศึกษาธิการที่ได้รับผลกระทบท่านได้ส่งความห่วงใยให้พวกเราลงมาดูแล&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;191&nbsp;แห่งได้มีการสำรวจความเสียหาย&nbsp;ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการเราได้เร่งรัด&nbsp;สำรวจเพื่อจะสามารถที่จะเตรียมความพร้อม&nbsp;เพื่อที่จะให้โรงเรียนมีการเรียนต่อในช่วงถัดไปแต่ยังโชคดีว่าโรงเรียนก็อยู่ในช่วงจะปิดเทอมแล้วด้วย&nbsp;พอมีเวลาให้เราได้เตรียมตัวและจัดเรื่องของการซอมแซมต่างๆ&nbsp;โดยให้เป็นความเรียบร้อย&nbsp;</p><p><strong>เบื้องต้นกระทรวงได้เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวันนี้</strong>&nbsp;โดยมีอาชีวะได้ลงมาทำจิตอาสาและช่วยเหลือพี่น้องพี่น้องทั่วไปในการที่ช่วยเหลือผู้ที่อุทกภัยในพื้นที่ด้วยตลอดจนในเบื้องต้นทางสำนักงาน&nbsp;สพฐ.&nbsp;จะช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนในเบื้องต้นซึ่งขณะนี้ในเรื่องงบประมาณต่างๆเราได้เร่งรัดและพร้อมที่จะช่วยเหลือเบื้องต้นค่ะ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303163010149
574	ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้ตรวจราชการกระทรวง เขตตรวจราชการที่ 1 ตรวจติดตามแผนงานโครงการขับเคลื่อนประเด็นสำคัญของรัฐบาลในพื้นที่จังหวัดลพบุรี	<p><strong>ที่ห้องประชุมทานตะวัน&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลพบุรี</strong>&nbsp;นางรุ่งรัตนา&nbsp;บุญ-หลง&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;1&nbsp;นำคณะผู้ตรวจราชการกระทรวงเขตตรวจราชการที่&nbsp;1&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินการแผนงานโครงการตามแผนตรวจราชการแบบบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาล&nbsp;อาทิ&nbsp;การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(Covid-19)&nbsp;7&nbsp;การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืน&nbsp;ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียนเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(BCG&nbsp;Model)&nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังติดตามตรวจสอบและประเมินผลเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติ</strong>&nbsp;โดยการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์&nbsp;การเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;&nbsp;การติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;การลดอุบัติเหตุทางถนนและการตรวจราชการตามมาตรา&nbsp;34&nbsp;แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ&nbsp;พ.&nbsp;ศ.&nbsp;2551&nbsp;และโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าตามพระปณิธานของศาสตราจารย์ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวชิระ&nbsp;เกตุพันธุ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องชี้แจงถึงผลการดำเนินงานและปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมคณะผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะผู้ตรวจราชการกระทรวง</strong>&nbsp;ได้เดินทางตรวจติดตามผลการดำเนินงานโครงการในพื้นที่จังหวัดลพบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;คือ&nbsp;โครงการจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืนตามแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ที่บริษัทเบทาโกร&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ตำบลช่องสาริกา&nbsp;อำเภอพัฒนานิคม&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และเน้นคุณภาพ&nbsp;ณ&nbsp;เขาพระยาเดินธง&nbsp;ตำบลพัฒนานิคม&nbsp;อำเภอพัฒนานิคม&nbsp;&nbsp;จังหวัดลพบุรี</p><p><strong>นางรุ่งรัตนา&nbsp;บุญ-หลง&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเขตตรวจราชการที่&nbsp;1&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากการลงพื้นที่รับฟังการจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ของบริษัทเบทาโกร&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;พบว่าการทำงานของบริษัทดังกล่าวสมบูรณ์ทุกขั้นตอนในเรื่องของการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมภายในชุมชนทั้ง&nbsp;17&nbsp;โรงงานในตำบลช่องสาริกา&nbsp;อำเภอพัฒนานิคม&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;โดยเฉพาะการออกมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หลังจากที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงปี&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งคิดว่าจะสามารถเป็นต้นแบบ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ให้กับโรงงานอื่นๆ&nbsp;ได้อย่างแน่นอน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ลพบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303163358151
575	ผบ.ฉก.ปัตตานี ร่วมกิจกรรมพบปะกาแฟยามเช้า เครือข่ายเสวนาสัญจรอำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี	<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;07.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ริมคลองราเกาะ&nbsp;</strong>หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลเกาะจันทร์&nbsp;อำเภอมายอ&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลตรี&nbsp;คมกฤช&nbsp;รัตนฉายา&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี&nbsp;ร่วมกิจกรรมพบปะกาแฟยามเช้า&nbsp;เครือข่ายเสวนาสัญจร&nbsp;อำเภอมายอ&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างสัมพันธ์อันดี&nbsp;กับ&nbsp;ผู้นำท้องที่,&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น,&nbsp;ผู้นำศาสนา&nbsp;และ&nbsp;หน่วยงานราชการในพื้นที่&nbsp;โดยมี&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;เป็นประธาน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303163125150
576	คณะกรรมการโรคติดต่อฯ อยุธยา จัดฉีดวัคซีน Pfizer แบบ Walk-in พร้อมเปิด Call Center เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 หลังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง	"<p><strong>ที่ห้องประชุมมหาธาตุ&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</strong>นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายไพรัตน์&nbsp;เพชรยวน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;8/2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายนครินทร์&nbsp;อาจหาญ&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;และคณะกรรมการฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>โดยที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)</strong>&nbsp;ของประเทศไทยและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ระลอกเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ล่าสุด&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;485&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยวันนี้&nbsp;266&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่&nbsp;3,476&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนการให้บริการฉีดวัคซีนได้ครอบคลุมทุกกลุ่ม&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;92.74&nbsp;ของจำนวนประชากร&nbsp;จำแนกเป็น&nbsp;กลุ่มอายุ&nbsp;12-17&nbsp;ปี&nbsp;และกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;91.57&nbsp;และ&nbsp;82.29&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;โดยมี&nbsp;2&nbsp;ตำบล&nbsp;ที่สามารถจัดฉีดวัคซีนได้ครบ&nbsp;100%&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตำบลบ้านรุน&nbsp;อ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;และตำบลลำตะเคียน&nbsp;อ.ผักไห่&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ยังได้พิจารณาจัดฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;Pfizer&nbsp;เชิงรุกแบบ&nbsp;Walk-in&nbsp;วันละ&nbsp;1,500&nbsp;คน&nbsp;</strong>ระหว่างวันที่&nbsp;7-12&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;เวลา&nbsp;09.00-15.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;อาคารอเนกประสงค์(ด้านหลัง)&nbsp;วัดใหญ่ชัยมงคล&nbsp;ทั้งเข็มที่&nbsp;1-2-3&nbsp;โดยจัดบริการให้กับประชาชนไม่จำกัดสัญชาติ&nbsp;อายุ&nbsp;18&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;</p><p><strong>นายไพรัตน์ฯ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</strong>มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;59&nbsp;ปี&nbsp;จึงขอให้หน่วยงานท้องที่ท้องถิ่น&nbsp;เร่งประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนปฏิบัติตามประกาศจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ฉบับที่&nbsp;2&nbsp;ในสาระสำคัญแนวทางการปฏิบัติสำหรับประชาชน&nbsp;และหน่วยงานราชการ&nbsp;รวมทั้งให้นำข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขไปใช้ในการบริหารจัดการสถานการณ์ในพื้นที่ของตนเอง&nbsp;รวมทั้งสื่อสารทำความเข้าใจการรูปแบบการรักษา&nbsp;OPD&nbsp;และ&nbsp;IPD&nbsp;พร้อมขอชื่นชมและขอบคุณตำบล&nbsp;อำเภอ&nbsp;ที่สามารถฉีดวัคซีนได้ครบ&nbsp;100%&nbsp;และช่วยรณรงค์ให้ฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่&nbsp;ซึ่งจะสามารถลดอาการรุนแรง&nbsp;ตลอดจนให้ทุกอำเภอประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;2&nbsp;โดยให้บูรณาการหน่วยงานท้องที่ท้องถิ่น&nbsp;ทำงานเชิงรุกเข้าไปหาประชาชนแต่ละตำบล&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;พร้อมสำรวจความต้องการเข็มที่&nbsp;3&nbsp;ในคราวเดียวกัน&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ให้เพิ่มช่องทางการช่วยเหลือผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;</strong>โดยเปิดศูนย์โควิด-19&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;หมายเลข&nbsp;0&nbsp;3532&nbsp;1456&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;คู่สาย&nbsp;เพื่อให้คำปรึกษาด้านการแพทย์&nbsp;เริ่มวันที่&nbsp;7&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;18.30-17.00&nbsp;น.ของทุกวัน&nbsp;รวมทั้งประสานการให้ความช่วยเหลือด้านการรักษา&nbsp;และประสานการให้ความช่วยเหลือด้านอื่นๆ&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอให้เน้นย้ำการปฏิบัติตาม&nbsp;4&nbsp;มาตรการเร่งด่วน&nbsp;หรือ&nbsp;V&nbsp;U&nbsp;C&nbsp;A&nbsp;โดยเฉพาะการสวมหน้ากาก&nbsp;ฉีดวัคซีน&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;และรณรงค์สร้างการรับรู้ถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อให้ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=""https://ayutthaya.prd.go.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">https://ayutthaya.prd.go.th/</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303163930155
577	ราชภัฏยะลา ประชุมถอดบทเรียนฯ เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ยกระดับผลการทดสอบ O-NET  โรงเรียน จชต.	<p>สำนักวิทยบริการฯ&nbsp;ราชภัฏยะลา&nbsp;ประชุมถอดบทเรียนโครงการยุทธศาสตร์ราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;ยกระดับผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน&nbsp;(O-NET)&nbsp;โรงเรียนจชต.</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยี&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;</strong>จัดประชุมถอดบทเรียนการดำเนินโครงการยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;กิจกรรมยกระดับการจัดการเรียนรู้โรงเรียนเครือข่ายขนาดเล็ก&nbsp;:&nbsp;ยกระดับผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน&nbsp;(O-NET)&nbsp;โรงเรียนจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ยะลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;นราธิวาส)&nbsp;ในรูปแบบออนไลน์&nbsp;เพื่อรวบรวมปัญหา&nbsp;อุปสรรคและข้อเสนอแนะต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;รวมทั้งการประเมินและติดตามการดำเนินโครงการ&nbsp;อีกทั้งนำมาปรับปรุงการดำเนินงานในครั้งต่อไป&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;ผู้บริหารสำนักวิทยบริการฯ&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาท้องถิ่น</strong>&nbsp;คณาจารย์ประจำหลักสูตรคณิตศาสตร์&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;ภาษาไทย&nbsp;ภาษาอังกฤษ&nbsp;บุคลากรของสำนักวิทยบริการฯ&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;ครูโรงเรียนสังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่&nbsp;44&nbsp;(ค่ายพญาลิไท)&nbsp;และโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เข้าร่วมจำนวน&nbsp;36&nbsp;คน&nbsp;เพื่อร่วมสะท้อนปัญหา&nbsp;อุปสรรคและข้อเสนอแนะต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จากการเข้าร่วมกิจกรรม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303163403152
578	จังหวัดนครปฐมเปิดการฝึกอบรมพระวิปัสสนาจารย์ของคณะธรรมยุตประจำปี 2565 เพื่อให้พระภิกษุผู้เข้ารับการอบรมเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจ ในวิธีการปฏิบัติสมถะวิปัสสนา ตามแนวสติปัฏฐาน 4	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่วัดสระกะเทียม&nbsp;ตำบลสระกะเทียม&nbsp;อำเภอเมืองนครปฐม&nbsp;จังหวัคนครปฐม&nbsp;</strong>สมเด็จพระธีรญาณมุนี&nbsp;กรรมการมหาเถรสมาคม&nbsp;วัดเทพศิรินทราวาส&nbsp;เป็นประธานเปิดพิธีการฝึกอบรมพระวิปัสสนาจารย์ของคณะธรรมยุตประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ในความอุปถัมภ์ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ&nbsp;และโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย&nbsp;รุ่นที่&nbsp;12&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;รูป&nbsp;โดยมี&nbsp;พระเถรานุเถระ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสุรศักดิ์&nbsp;เจริญศิริโชติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชนร่วมพิธี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ซึ่งคณะธรรมยุตได้จัดสรรงบประมาณในโครงการอุดหนุนส่งเสริมพัฒนาบุคลากรการเผยแผ่พระพุทธศาสนา&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;เพื่อให้จัดดำเนินการโครงการฝึกอบรมพระวิปัสสนาจารย์ของคณะธรรมยุตประจำปี&nbsp;เพื่อหน้าที่อันสำคัญของพระภิกษุผู้เป็นศาสนทายาท&nbsp;มี&nbsp;2&nbsp;ประการ&nbsp;หนึ่งคือ&nbsp;การศึกษาเล่าเรียน&nbsp;พระธรรมวินัย&nbsp;เรียกว่า&nbsp;คันถธุระ&nbsp;และสองคือ&nbsp;การอบรมกาย&nbsp;วาจาใจ&nbsp;ตามแนวทาง&nbsp;ไตรสิกขา&nbsp;อันได้แก่&nbsp;ศีล&nbsp;สมาธิ&nbsp;ปัญญา&nbsp;เรียกว่าวิปัสสนาธุระ&nbsp;ได้เล็งเห็นความสำคัญของวิปัสสนาธุระ&nbsp;เพื่อให้พระภิกษุผู้เข้ารับการอบรมเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจ&nbsp;ในวิธีการปฏิบัติสมถะวิปัสสนา&nbsp;ตามแนวสติปัฏฐาน&nbsp;4&nbsp;สามารถปฏิบัติเองและอบรมสั่งสอนได้อย่างถูกต้อง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>คณะธรรมยุต&nbsp;ได้มีมติให้จัดโครงการฝึกอบรมพระวิปัสสนาจารย์ของคณะธรรมยุตเป็นประจำทุกปี</strong>&nbsp;ในปีนี้มีพระเข้ารับการฝึกอบรมพระวิปัสสนาจารย์&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;รูป&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;20&nbsp;วัน&nbsp;ณ&nbsp;วัดสระกะเทียม&nbsp;ตำบลสระกะเทียม&nbsp;อำเภอเมืองนครปฐม&nbsp;และให้นิมนต์พระเถระที่มีวุฒิภาวะทั้งวัยวุฒิ&nbsp;และคุณวุฒิ&nbsp;ตลอดจนเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมของคณะธรรมยุต&nbsp;ที่มหาเถรสมาคมได้มีมติตั้งไว้ตามวัดต่างๆ&nbsp;รวมทั้งผู้ที่เคยรับการฝึกอบรมมาแล้ว&nbsp;มาเข้ารับการฝึกอบรมและฝึกปฏิบัติในโครงการนี้อีกครั้งหนึ่ง&nbsp;เพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมชัดเจนอย่างแท้จริง&nbsp;และให้นิมนต์พระวิปัสสนาจารย์ผู้มีประสบการณ์มีผู้ศรัทธาเลื่อมใส&nbsp;ในสำนักปฏิบัติธรรม&nbsp;มาถวายความรู้หรือแนะแนวในข้อปฏิบัติด้วยวิธีการสอนตามหลักมหาสติปัฏฐานและจตุรารักข์ด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นครปฐม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303165159165
579	จังหวัดกาญจนบุรีร่วมกับเทศบาลเมืองปากแพรก รณรงค์กระตุ้นเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎหมายจราจร	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่ทางแยกเข้าห้างสรรพสินค้าโรบินสัน&nbsp;ถนนสถานีปากแพรก&nbsp;ตำบลปากแพรก&nbsp;อำเภอเมือง</strong>&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;นายกองเอก&nbsp;พงศธร&nbsp;ศิริสาคร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;การรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุบริเวณทางแยกและทางข้าม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายปราโมทย์&nbsp;อุ่นจิตสกุล&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองปากแพรก&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงานฯ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;พนักงานเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองปากแพรก&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ตำรวจ&nbsp;กลุ่มอาสาสมัครต่างๆ&nbsp;พนักงานห้างสรรพสินค้าโรบินสัน&nbsp;ห้างไทวัสดุสาขากาญจนบุรี&nbsp;และประชาชนในเขตเทศบาลเมืองปากแพรก&nbsp;ร่วมกิจกรรมฯ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>เทศบาลเมืองปากแพรก&nbsp;จัดกิจกรรมการรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุบริเวณทางแยกและทางข้าม</strong>&nbsp;โดยศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนเทศบาลเมืองปากแพรก&nbsp;ร่วมกับอำเภอเมืองกาญจนบุรี&nbsp;และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎหมายจราจร&nbsp;โดยตระหนักถึงความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นแก่ชีวิตและทรัพย์สินหากประมาทและขาดวินัยจราจร&nbsp;ซึ่งสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมของผู้ใช้รถ&nbsp;ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายจราจร&nbsp;ขาดวินัยเกี่ยวกับการจราจร&nbsp;ขาดจิตสำนึกในการขับขี่&nbsp;และไม่เคารพกฎระเบียบในการขับขี่&nbsp;และเพื่อบังคับให้ผู้ขับขี่รวมถึงคนเดินเท้าทราบถึงสิทธิและหน้าที่ของตนเองบนท้องถนนหรือทางเท้า&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้งของการจราจรและหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามมติคณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้มีการจำลองเหตุการณ์&nbsp;ผู้ขับขี่รถย้อนศรเพื่อที่จะเดินทางกลับบ้านของตนเอง&nbsp;</strong>จะเข้าพุ่งชนคณะของรองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;โดยอ้างว่าบ้านอยู่ใกล้และขับขี่แบบนี้อยู่แล้วเป็นประจำ&nbsp;ซึ่งเป็นการใช้รถใช้ถนนจากการขาดจิตสำนึก&nbsp;มีความประมาท&nbsp;ความเคยชินและละเลยถึงความปลอดภัยของทั้งตนเองและผู้อื่น&nbsp;เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการแนะนำและตักเตือนว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย&nbsp;มีโทษปรับ&nbsp;และขออย่าให้ขับขี่รถด้วยพฤติกรรมดังกล่าวอีกต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>หลังจากนั้น&nbsp;ได้ร่วมกันติดตั้งป้ายเครื่องหมายสัญลักษณ์จราจรให้มีความชัดเจน&nbsp;</strong>และร่วมกันทาสีฟุตบาทบริเวณทางข้าม&nbsp;โดยใช้สีดำขาวสะท้อนแสง&nbsp;ซึ่งมีความเด่นชัดขึ้น&nbsp;สะดุดตาต่อผู้ขับขี่สัญจรไปมาให้สามารถชะลอและหยุดรถได้ทันท่วงที&nbsp;เพื่อความปลอดภัยในการข้ามถนนของประชาชน&nbsp;ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุกับผู้ใช้ทางข้ามและผู้ใช้รถใช้ถนน&nbsp;และเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ภัสร์ภรณ์&nbsp;เหลืองทอง&nbsp;&nbsp;ข่าว&nbsp;&nbsp;/&nbsp;&nbsp;จิตริน&nbsp;มัชฌันติกะ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภาพนิ่ง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ทีมข่าวสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303165751168
580	จังหวัดนครปฐม เปิดศูนย์แยกกักตัวในชุมชนตำบลหนองดินแดง (Community Isolation) เพื่อป้องกันควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิค-19	<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่วิทยาลัยสารพัดช่างนครปฐม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครปฐม&nbsp;</strong>นายรัฐศาสตร์&nbsp;ชิดชู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองดินแดง&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;เจ้าหน้าที่จากส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมเปิดศูนย์แยกกักตัวในชุมชนตำบลหนองดินแดง&nbsp;(Community&nbsp;Isolation)&nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพการดูแลและรักษาผู้ติดเชื้อโควิค&nbsp;19&nbsp;รวมทั้งเป็นการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่สถานการณ์โควิค-19&nbsp;จังหวัดนครปฐม</strong>&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;684&nbsp;ราย&nbsp;ผู้เสียชีวิตวันนี้&nbsp;+2&nbsp;ผู้ป่วยสะสม&nbsp;(ระลอกปี&nbsp;2565)?&nbsp;14,641&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;29&nbsp;ราย</p><p><strong>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;covid-19&nbsp;</strong>ที่ขยายวงกว้างและมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากปัจจุบัน&nbsp;ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลหนองดินแดง&nbsp;มีผู้ป่วยสะสมจำนวน&nbsp;245&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษาตัวอยู่&nbsp;47&nbsp;ราย&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลหนองดินแดง&nbsp;จึงได้จัดตั้งศูนย์แยกกับตัวในชุมชนหรือ&nbsp;CI&nbsp;โดยใช้อาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านเมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์&nbsp;ของวิทยาลัยสารพัดช่างนครปฐม&nbsp;เป็นศูนย์ดูแลผู้ป่วย&nbsp;covid-19&nbsp;เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อในพื้นที่ที่มีอาการไม่รุนแรง&nbsp;คือกลุ่มผู้ป่วยสีเขียว</p><p><strong>ทั้งนี้ได้จัดเตรียมการรองรับผู้ป่วยไว้จำนวน&nbsp;32&nbsp;เตียง</strong>&nbsp;ภายในมีกล้องวงจรปิดดูแลตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;มี&nbsp;WiFi&nbsp;เป็นช่องทางการสื่อสารกับผู้ป่วยช่วยให้เห็นหน้าคนไข้&nbsp;สามารถสังเกตอาการและพูดคุยผ่านกล้องได้&nbsp;ซึ่งมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลหนองดินแดง&nbsp;เจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนตำบลหนองดินแดง&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และอสม.จัดเวรมาดูแลผู้ป่วย&nbsp;ซึ่งจะพร้อมเปิดดูแลผู้ป่วยในวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคมนี้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นครปฐม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303165445166
581	จ.พระนครศรีอยุธยา จัดประชุม คพรฟ. กองทุนพัฒนาไฟฟ้าบริษัท กัลฟ์ เจพี ยูที จำกัด (ครั้งที่ 33)	<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมอโยธยา&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายประทีป&nbsp;การมิตรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;เป็น&nbsp;ประธานการประชุม&nbsp;คพรฟ.&nbsp;กองทุนพัฒนาไฟฟ้าบริษัท&nbsp;กัลฟ์&nbsp;เจพี&nbsp;ยูที&nbsp;จำกัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;(ครั้งที่&nbsp;33)&nbsp;โดยมี&nbsp;นางณิชาภา&nbsp;ช่วยสมบูรณ์&nbsp;ผู้จัดการสำนักงานกองทุนฯ&nbsp;เป็นเลขานุการ&nbsp;มี&nbsp;นายชัชวาล&nbsp;ตรีพืช&nbsp;รองประธานกรรมการคนที่&nbsp;2&nbsp;ผู้แทนตำบลคานหาม&nbsp;และคณะกรรมการฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;โดยที่ประชุมได้พิจารณาการเสนอโครงการชุมชนตามแผนงานประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;(ครั้งที่&nbsp;2)&nbsp;ที่&nbsp;กกพ.&nbsp;ไม่รับทราบการอนุมัติ&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;โครงการ&nbsp;เนื่องจากมีลักษณะโครงการไม่เป็นไปตามกรอบวัตถุประสงค์ที่กำหนด&nbsp;รวมทั้งขอปรับแผนงานประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;งบประมาณในการบริหารจัดการ&nbsp;(เพิ่มเติม)&nbsp;ในเรื่องของค่าใช้จ่ายจัดประชาคมเพื่อสรรหา&nbsp;คพรฟ.คพรต.ทดแทน&nbsp;อีกจำนวน&nbsp;12&nbsp;ตำบล&nbsp;อีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>#คพรฟ&nbsp;#กองทุนพัฒนาไฟฟ้าบริษัท&nbsp;กัลฟ์&nbsp;เจพี&nbsp;ยูที&nbsp;จำกัด</p><p><br></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303165154164
582	มูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี ลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง ตรวจเยี่ยมสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ บ้านควนปอม จังหวัดพัทลุง เพื่อยกระดับให้ประชาชนได้รับการบริการด้านสาธารณสุขที่ดีขึ้น	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ศาสตราจารย์กิตติคุณ&nbsp;แพทย์หญิง&nbsp;คุณหญิงกอบจิตต์&nbsp;ลิมปพยอม&nbsp;พร้อมคณะ</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินี&nbsp;บ้านควนปอม&nbsp;อำเภอป่าบอน&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายแพทย์ดุษฎี&nbsp;คงตระกูลทรัพย์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพัทลุง&nbsp;นายวิสุทธิ์&nbsp;ธรรมเพชร&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;สำหรับการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในครั้งนี้&nbsp;เพื่อรับทราบผลการพัฒนา&nbsp;ปัญหาอุปสรรค&nbsp;ร่วมหาแนวทางแก้ไข&nbsp;และสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินี&nbsp;บ้านควนปอม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>จังหวัดพัทลุง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;11&nbsp;อำเภอ&nbsp;65&nbsp;ตำบล&nbsp;</strong>มีประชากร&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;523,077&nbsp;คน&nbsp;โดยผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเล็กน้อย&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามโครงสร้างประชากรของประเทศไทย&nbsp;สถานะทางสุขภาพสาเหตุป่วยส่วนใหญ่เป็นโรคเรื้อรัง&nbsp;โรคมะเร็ง&nbsp;และปอดบวม&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามสาเหตุป่วยของคนโดยรวมของประเทศ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>อำเภอป่าบอน&nbsp;ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดพัทลุง</strong>&nbsp;ห่างจากตัวเมืองจังหวัดพัทลุง&nbsp;50&nbsp;&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;5&nbsp;ตำบล&nbsp;มีอำเภอป่าบอน&nbsp;ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดพัทลุง&nbsp;ประชากร&nbsp;47,713&nbsp;คน&nbsp;สัดส่วนหญิงมากกว่าชายในอัตราที่ใกล้เคียงกับของจังหวัด&nbsp;เช่นเดียวกับสาเหตุป่วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โดยตำบลโคกทราย&nbsp;มีประชากร&nbsp;10,349&nbsp;คน</strong>&nbsp;มี&nbsp;รพ.สต.&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;กับ&nbsp;1&nbsp;สถานีอนามัย&nbsp;รับผิดชอบประชากรโดยเฉลี่ยแห่งละ&nbsp;3,400&nbsp;คน&nbsp;โดยสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;แห่งนี้&nbsp;ตั้งอยู่ในตำบลโคกทราย&nbsp;ซึ่งได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2536&nbsp;เพื่อเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;และฉลองในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;มีพระชนมายุครบ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;โดยได้รับบริจาคที่ดิน&nbsp;จากนายพัน&nbsp;-&nbsp;นางวิลัย&nbsp;จิตอักโข&nbsp;และได้ทำพิธีเปิดเป็นทางการ&nbsp;เมื่อ&nbsp;16&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2536&nbsp;รับผิดชอบ&nbsp;5&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ประชาชน&nbsp;4,283&nbsp;คน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ผลงานเด่นของสถานีอนามัยแห่งนี้&nbsp;มีหลายกิจกรรมด้วยกัน</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;รางวัลรองชนะเลิศพื้นที่ต้นแบบด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกระดับประเทศ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2562&nbsp;,&nbsp;&nbsp;รางวัลชนะเลิศ&nbsp;สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ต้นแบบ&nbsp;ระดับเขต&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;,&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้สูงอายุ&nbsp;ซึ่งได้เป็นพื้นที่นำร่องต้านการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ&nbsp;โดยการมีส่วนร่วมของครอบครัว&nbsp;ชุมชน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ทำให้ผู้สูงอายุไม่เป็นภาระของสังคม&nbsp;เป็นพื้นที่แห่งความสุขของผู้สูงอายุ&nbsp;โดยมีผู้สูงอายุติดเตียงแค่&nbsp;4&nbsp;คน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินี&nbsp;บ้านควนปอม</strong>&nbsp;ตำบลโคกทราย&nbsp;อำเภอป่าบอน&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;มีความมุ่งมั่นพัฒนางานสาธารณสุขทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพ&nbsp;การป้องกันโรค&nbsp;การรักษาพยาบาล&nbsp;และการฟื้นฟูสภาพ&nbsp;โดยใช้หลักการดูแลสุขภาพประชาชนแบบองค์รวม&nbsp;ต่อเนื่อง&nbsp;และผสมผสาน&nbsp;เน้นความร่วมมือของทุกภาคส่วน&nbsp;อันจะนำไปสู่การพึ่งตนเองทางด้านสาธารณสุขและการมีสุขภาวะของประชาชนอย่างแท้จริง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	พัทลุง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303170507171
583	อำเภอยะรัง พร้อมด้วยพัฒนาการอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อสม. ร่วมรับฟังการประชุมโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการซักซ้อมแนวทางการขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน	<p>วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;นายรุ่งโรจน์&nbsp;สะท้าน&nbsp;นายอำเภอยะรัง/ผอ.ศปก.อ.ยะรัง&nbsp;มอบหมายให้นางสาวรอมีฮัส&nbsp;ลูดิง&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;พร้อมด้วยพัฒนาการอำเภอ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และ&nbsp;อสม.&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการซักซ้อมแนวทางการขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(ศพจ.)ในระดับพื้นที่&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โดยผ่านระบบถ่ายทอดสด&nbsp;DOPA&nbsp;Channel&nbsp;ของกระทรวงมหาดไทย&nbsp;โดยมี&nbsp;พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;&nbsp;เป็นประธานฯ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมอำเภอยะรัง&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ที่ว่าการอำเภอยะรัง&nbsp;จังหวัดปัตตานี</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303202154251
584	ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา ประชุมติดตามความพร้อมเตรียมการรับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ พระธรรมมังคลาจารย์ (ประยงค์  ปิยวณฺโณ)	<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมศาลาการเปรียญ&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;วัดโสธรวราราม&nbsp;วรวิหาร&nbsp;อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา</strong>&nbsp;นายไมตรี&nbsp;ไตรติลานันท์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;เป็นประธานฝ่ายฆราวาส&nbsp;และพระเทพรัตนมุนี&nbsp;ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหา&nbsp;เป็นประธานฝ่ายสงฆ์&nbsp;ประชุมติดตามความพร้อมเตรียมการรับเสด็จ&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ&nbsp;พระธรรมมังคลาจารย์&nbsp;(ประยงค์&nbsp;ปิยวณฺโณ)&nbsp;อายุ&nbsp;96&nbsp;พรรษา&nbsp;54&nbsp;วิทยาฐานะ&nbsp;น.ธ.เอก&nbsp;อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค&nbsp;12&nbsp;และอดีตเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม&nbsp;วรวิหาร&nbsp;ณ&nbsp;เมรุชั่วคราววัดโสธรวราราม&nbsp;วรวิหาร&nbsp;ตำบลหน้าเมือง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;ในวันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;โดยมี&nbsp;พระราชภาวนาพิธาน&nbsp;เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร&nbsp;คณะสงฆ์&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;สาธารณสุข&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมฯ&nbsp;เพื่อมอบหมายภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การเตรียมด้านสถานที่บริเวณพิธี&nbsp;และ&nbsp;การจัดเตรียมด้านพิธีการ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อ&nbsp;ให้การถวายงานและการถวายความปลอดภัย&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ</p><p><strong>พระธรรมมังคลาจารย์&nbsp;(ประยงค์&nbsp;ปิยวณฺโณ)&nbsp;อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค&nbsp;12&nbsp;</strong>และอดีตเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม&nbsp;วรวิหาร&nbsp;&nbsp;มีนามเดิมว่า&nbsp;ประยงค์&nbsp;วรรณประดิษฐ์&nbsp;เกิดเมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2468&nbsp;ที่หมู่&nbsp;3&nbsp;ตำบลท่าสะอ้าน&nbsp;อำเภอบางปะกง&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;ได้ละสังขารอย่างสงบ&nbsp;เมื่อเวลาประมาณ&nbsp;18.00.น&nbsp;วันที่&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;สิริอายุได้&nbsp;96&nbsp;ปี&nbsp;พรรษา&nbsp;54</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ฉะเชิงเทรา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงเทรา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303170002169
585	ทัณฑสถานหญิงพิษณุโลกพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างผู้ต้องขัง ปรับปรุงสัญญาจ้างเพื่อความถูกต้องเป็นธรรมตามหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมอเนกประสงค์&nbsp;ทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก</strong>&nbsp;คณะกรรมการกำหนดอัตราค่าจ้างแรงงานผู้ต้องขัง&nbsp;ประกอบด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้องตามคำสั่งทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก&nbsp;ที่&nbsp;93/2565&nbsp;ได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางการดำเนินงานด้านการฝึกวิชาชีพและการส่งเสริมทักษะการทำงาน&nbsp;(ด้านการจ้างงานผู้ต้องขัง)&nbsp;เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพความโปร่งใสให้สอดคล้องกับแนวทางด้านสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและเป็นไปตามข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง&nbsp;(ข้อกำหนดแมนเดลา&nbsp;Mandela&nbsp;Rules)&nbsp;และมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิแรงงานข้ามชาติ</p><p><strong>นางสาวบุญเอิบ&nbsp;เขม้นงาน&nbsp;ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก</strong>&nbsp;ได้นำเสนอข้อมูลพื้นฐานผู้ต้องขังในทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก&nbsp;ซึ่งมีจำนวน&nbsp;650&nbsp;คน&nbsp;ในแต่ละปีมีผู้ประกอบการภายนอกทำสัญญาจ้างงานผู้ต้องขังประเภทงานรับจ้างประดิษฐ์เพื่อประกอบงานหัตถกรรม&nbsp;เช่น&nbsp;งานประดิษฐ์วัสดุจากดิน&nbsp;งานรับจ้างประเภทงานถักและปักผ้า&nbsp;งานรับจ้างประเภทตัดเย็บประกอบชิ้นส่วนจากผ้า&nbsp;โดยผู้ต้องขังอายุระหว่าง&nbsp;20&nbsp;-70&nbsp;ปี</p><p><strong>ทั้งนี้คณะกรรมการได้มีมติให้ปรับปรุงอัตราค่าจ้างงานผู้ต้องขังประเภทงานประดิษฐ์วัสดุจากดิน&nbsp;</strong>งานรับจ้างประเภทงานถัก&nbsp;และปักผ้าในอัตราที่เหมาะสม&nbsp;โดยให้เชิญผู้ว่าจ้างมาหารือในการปรับปรุงอัตราค่าจ้างก่อนทำสัญญาในปีต่อไป&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้คณะกรรมการเสนอเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่ผลิต&nbsp;</strong>โดยทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าให้กับสินค้าของเรือนจำอีกด้วย</p><p>&nbsp;</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พิษณุโลก	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303174153186
586	"สกลนคร อพวช. ยกโลกอาชีพแห่งอนาคตมาไว้ในงาน ""Enjoy Science Careers : สนุกกับอาชีพวิทย์ "" ครั้งที่ 4"	"<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;บริษัทเชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong>ร่วมกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.)&nbsp;สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;จัดงาน&nbsp;""Enjoy&nbsp;Science&nbsp;Careers:&nbsp;สนุกกับอาชีพวิทย์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;ขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์&nbsp;สกลนคร&nbsp;โดยมีนายชูศักดิ์&nbsp;รู้ยิ่ง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมความรู้สาขาสะเต็ม&nbsp;(STEM)&nbsp;และเพิ่มโอกาสในการศึกษาต่อทางด้านวิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรมในอนาคตให้แก่เยาวชนไทยและประชาชนที่สนใจเข้ามาเรียนรู้กับสุดยอด&nbsp;""10&nbsp;อาชีพแห่งอนาคต""&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;วิศวกรภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;2)&nbsp;ผู้เชี่ยวซาญด้านสุขภาพ&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;และความปลอดภัย&nbsp;3)&nbsp;นักพัฒนาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ&nbsp;4)&nbsp;นักพัฒนาชอฟต์แวร์&nbsp;5)วิศวกรชีวการแพทย์&nbsp;6)นักคิดคันวัคซีน&nbsp;7)&nbsp;นักออกแบบผลติภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;8)นักสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากขยะ&nbsp;9)&nbsp;นักวิทยาศาสตร์อาหาร&nbsp;และ&nbsp;10)&nbsp;เกษตรกรยุคใหม่&nbsp;ด้วยการส่งเสริมและจุดประกายการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;พร้อมปลูกฝังให้เยาวชนมีทัศนคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์&nbsp;เปิดมุมมองใหม่ในการเรียนรู้เพื่อยกระดับตัวเองไปเป็นบุคลากรที่มีทักษะความสามารถ&nbsp;ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต</p><p><strong>สำหรับงานนิทรรศการ&nbsp;""Enjoy&nbsp;Science&nbsp;Careers:&nbsp;</strong>สนุกกับอาชีพวิทย์""&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;กำหนดจัดแสดงระหว่างวันที่&nbsp;3&nbsp;&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;วัน&nbsp;ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์&nbsp;สกลนคร&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;10.30&nbsp;-20.00&nbsp;น.&nbsp;เยาวชนและประชาชนทั่วไปสามารถเข้าร่วมกิจกรรมในรูปแบบเวิร์คช็อปอินเตอร์แอคทีฟที่จำลองภารกิจ&nbsp;หน้าที่ความรับผิดชอบ&nbsp;และลักษณะการทำงานของอาชีพแห่งอนาคตเหล่านี้อย่างสมจริง&nbsp;ที่จะทำให้ทุกคนได้เพลิดเพลินไปกับการลงมือปฏิบัติด้วยตัวเองพร้อมกับรับฟังคำแนะนำพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์&nbsp;และถ่ายทอดแรงบันดาลใจในการเรียนรู้อาชีพฟรี</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303170334170
587	จังหวัดระนองจัดประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด พร้อมติดตามความคืบหน้าการขออนุมัติเพิกถอนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ กว่า 500 ไร่	<p><strong>นายนพสิทธิ์&nbsp;อุดมสุวรรณกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด&nbsp;จังหวัดระนอง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมโกมาซุม&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดระนอง&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมประชุม&nbsp;ในการประชุมครั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบพื้นที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองหัวเขียวทับซ้อน&nbsp;โครงการจัดที่อยู่อาศัยให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่ป่าชายเลนชุมชนบ้านเกาะคณฑี&nbsp;การกำหนดพื้นที่ป่าชายเลนเป้าหมายปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;รวมทั้งแผนการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกรภายใต้โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&nbsp;</strong>ได้สอบถามความคืบหน้าเรื่องการขออนุมัติเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองหัวเขียวและป่าคลองเกาะสุย&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แปลง&nbsp;เนื้อที่&nbsp;520.86&nbsp;ไร่&nbsp;ว่าอยู่ในขั้นตอนใด&nbsp;เนื่องจากประชาชนในจังหวัดระนองให้ความสนใจกับเรื่องนี้มาก&nbsp;</p><p><strong>ด้านผู้แทนกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการเตรียมนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;เมื่อที่ประชุมเห็นชอบแล้ว&nbsp;จึงนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ&nbsp;และส่งมอบให้กรมธนารักษ์นำไปบริหารจัดการตามกฎหมายต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ระนอง	สวท.ระนอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303170824172
588	อำเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร จัดพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา	"<p><strong>อำเภอบ้านม่วง&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;จัดพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;และขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีประชาชน&nbsp;ทุกมิติ</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่ศาลาสวนสาธารณะหนองลิ้นจี่&nbsp;อำเภอบ้านม่วง&nbsp;จังหวัดสกลนคร</strong>&nbsp;นายคเณศวร&nbsp;เกษอินทร์&nbsp;นายอำเภอบ้านม่วง&nbsp;เป็นประธานพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ให้กับกลุ่มผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการผ้าอำเภอบ้านม่วง&nbsp;โดยผ้าพระราชทานลายดังกล่าว&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ทรงมีพระเมตตาพระราชทาน&nbsp;ผ่านนายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทยเพื่อมอบให้กับช่างทอผ้าทุกกลุ่ม&nbsp;ทุกเทคนิค&nbsp;นำไปใช้ทอผ้า&nbsp;ผลิตผ้าตามอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;พระองค์ทรงได้รับแรงบันดาลพระทัยจาก&nbsp;ผ้าขิดลายสมเด็จ&nbsp;ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ได้พระราชทานแก่ราษฎร&nbsp;อันเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาผ้าไทย&nbsp;ให้มีความร่วมสมัย&nbsp;โดยในลวดลายผ้าแต่ละลวดลายแฝงไปด้วยความหมายที่มีความลึกซึ้ง&nbsp;แสดงถึงความตั้งพระทัยมั่นในการสืบสาน&nbsp;รักษาและต่อยอด&nbsp;พระราชกรณียกิจของสมเด็จย่าของพระองค์&nbsp;ในการฟื้นคืนภูมิปัญญาผ้าไทยให้ดำรงคงอยู่คู่แผ่นดิน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>จากนั้น&nbsp;นายอำเภอบ้านม่วง&nbsp;เป็นประธานการประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ฯ</strong>&nbsp;ประจำเดือน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ปลัดอาวุโสอำเภอบ้านม่วง&nbsp;ปลัดอำเภอบ้านม่วง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการอำเภอบ้านม่วง&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอบ้านม่วง&nbsp;และหัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในพื้นที่&nbsp;เพื่อวางแนวปฏิบัติราชการ&nbsp;และข้อราชการอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;โดยเฉพาะการขับเคลื่อนการดำเนินงานขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของ&nbsp;(ศจพ.)&nbsp;ทั้ง&nbsp;5&nbsp;มิติ&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;สุขภาพ&nbsp;เช่น&nbsp;การดูแลสุขภาพ&nbsp;การติดตามผู้ป่วยเรื้อรัง&nbsp;2)&nbsp;ความเป็นอยู่&nbsp;เช่น&nbsp;ปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัย&nbsp;3)&nbsp;การศึกษา&nbsp;สร้างโอกาสให้กับเด็ก&nbsp;เยาวชน&nbsp;ที่อยู่ในสภาวะยากลำบากไม่สามารถศึกษาต่อจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานได้&nbsp;4)&nbsp;ด้านรายได้&nbsp;ด้วยการส่งเสริมด้านอาชีพ&nbsp;และ&nbsp;5)&nbsp;การเข้าถึงบริการภาครัฐ&nbsp;เช่น&nbsp;สนับสนุนเบี้ยผู้พิการ&nbsp;ผู้สูงอายุ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303171438174
589	นายกรัฐมนตรี กล่าวถ้อยแถลง เน้นย้ำการยกระดับความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ ชูโมเดลเศรษฐกิจ BCG	<p><strong>วันนี้&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;16.50&nbsp;น.&nbsp;ตามเวลาประเทศไทย</strong>&nbsp;(หรือเท่ากับเวลา&nbsp;12.50&nbsp;น.&nbsp;ของกรุงไนโรบี)&nbsp;ณ&nbsp;สาธารณรัฐเคนยา&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ร่วมกล่าวถ้อยแถลงผ่านการบันทึกเทปถ้อยแถลงล่วงหน้า&nbsp;ในพิธีเปิดการประชุมสมัยพิเศษ&nbsp;เนื่องในวาระครบรอบ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ&nbsp;(United&nbsp;Nations&nbsp;Environment&nbsp;Programme&nbsp;@50:&nbsp;UNEP@50)</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวถึงประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมต่างๆ&nbsp;และวิกฤตโควิด-19</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาที่ไม่สมดุลและการคุกคามธรรมชาติ&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;เห็นว่า&nbsp;UNEP&nbsp;ควรยกระดับบทบาทในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยการบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักเลขาธิการของความตกลงพหุภาคีระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;(Multilateral&nbsp;Environmental&nbsp;Agreements:&nbsp;MEAs)&nbsp;ผ่านสำนักงานในภูมิภาคต่างๆ&nbsp;ทั่วโลก&nbsp;ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญที่ช่วยเสริมกลไกในการบรรลุเป้าหมายในภาพรวม&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรียินดีที่ไทยได้รับความไว้วางใจให้เป็นที่ตั้งของสำนักงานภูมิภาคของ&nbsp;UNEP&nbsp;ในเอเชียและแปซิฟิกมายาวนานเกือบ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ตลอดจนเน้นย้ำความพร้อมของไทยในการสนับสนุนการดำเนินงานของ&nbsp;UNEP&nbsp;อย่างแข็งขันต่อไป</p><p><strong>ในระดับประเทศ&nbsp;ไทยบังคับใช้กฎหมายและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มข้น</strong>&nbsp;ใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และความรู้พื้นบ้านไทยจากปราชญ์ชาวบ้านอย่างผสมผสาน&nbsp;ตลอดจนได้พัฒนากฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมและกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีเห็นว่า&nbsp;ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเป็นโอกาสร่วมมือกันอย่างสร้างสรรค์&nbsp;และหวังว่า&nbsp;UNEP&nbsp;จะสนับสนุนการแสวงหาแนวทางและนวัตกรรมใหม่ๆ&nbsp;ที่ส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกันในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยคำนึงถึงศักยภาพที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ในฐานะเจ้าภาพการประชุมเอเปคปีนี้&nbsp;ไทยจะส่งเสริมโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;ซึ่งเป็นการสร้างความสมดุลของสรรพสิ่ง&nbsp;ควบคู่กับการใช้นวัตกรรมเพิ่มคุณค่า&nbsp;เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;และเป็นแนวทางสำหรับการฟื้นฟูภายหลังสถานการณ์โควิด-19</p><p><strong>การประชุมสมัยพิเศษ&nbsp;UNEP@50</strong>&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยเป็นการประชุมระดับสูง&nbsp;(High&nbsp;Level&nbsp;Segment)&nbsp;ในโอกาสวาระครบรอบ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ของ&nbsp;UNEP&nbsp;ภายใต้หัวข้อหลัก&nbsp;Strengthening&nbsp;UNEP&nbsp;for&nbsp;the&nbsp;implementation&nbsp;of&nbsp;the&nbsp;environmental&nbsp;dimension&nbsp;of&nbsp;the&nbsp;2030&nbsp;Agenda&nbsp;for&nbsp;Sustainable&nbsp;Development&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;นายอูฮูรู&nbsp;เคนยาตา&nbsp;ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเคนยา&nbsp;เป็นผู้กล่าวเปิด&nbsp;โดยมีผู้นำและผู้แทนองค์การระหว่างประเทศที่เข้าร่วม&nbsp;อาทิ&nbsp;นายอันโตนิอู&nbsp;กุแตเรช&nbsp;เลขาธิการสหประชาชาติ&nbsp;อิงเกอร์&nbsp;แอนเดอร์สัน&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ&nbsp;(UNEP)&nbsp;นายโมเควซี&nbsp;มาซีซี&nbsp;ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐบอตสวานา&nbsp;นายมูฮัมมาดู&nbsp;บูฮารี&nbsp;ประธานาธิบดีสหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย&nbsp;ซึ่งนอกเหนือจากนั้น&nbsp;ผู้นำทั่วโลก&nbsp;ร่วมส่งกล่าวถ้อยแถลงผ่านการบันทึกเทปล่วงหน้า</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303190233213
590	การฉีดวัคซีนไฟเซอร์สำหรับเด็ก ไฟเซอร์สำหรับเด็กอายุ 5-12 ปี   พื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ	<p><strong>แพทย์หญิงอุไรวรรณ&nbsp;จำนรรจ์สิริ&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;โดยทีมแพทย์พยาบาล&nbsp;โรงพยาบาลอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;ให้บริการเชิงรุกลงพื้นที่ให้บริการครั้งนี้เป็นการให้บริการประชาชนในพื้นที่เทศบาลเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;โดยมีนายวิชัย&nbsp;มานะพิมพ์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลอำนาจเจริญ&nbsp;&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยตั้งแต่ช่วงเช้าเดินมายืนรอเข้าคิวฉีดวัคซีนกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ดูแลอำนวยความสะดวก&nbsp;จัดคิวเข้ารับบริการเพื่อลดความแออัด&nbsp;เป็นไปตามขั้นตอนการฉีดวัคซีนและมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นางศิตา&nbsp;พทาเพชร&nbsp;คุณนิยม&nbsp;สาระไทย&nbsp;พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ&nbsp;นางเตือนใจ&nbsp;เค้ากล้า&nbsp;นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ&nbsp;</strong>ได้ลงมากำกับดูแลด้วยตนเอง&nbsp;ทีมงาน&nbsp;ดังนี้&nbsp;&nbsp;นางขษิญฐา&nbsp;แสงสุริยา&nbsp;น.ส.ศิราพร&nbsp;สันตะวงค์&nbsp;&nbsp;ซึ่งเปิดเผยว่า&nbsp;การเปิดจุดฉีดวัคซีนเชิงรุกเป็นการดำเนินการเชิงรุก&nbsp;ศูนยฉีดวัคซีนฉีดวัคซีน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;จะต้องเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ให้นักเรียนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้เร็วที่สุด&nbsp;และจะได้เปิดเมืองกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่&nbsp;หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสังคม&nbsp;วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนมาเป็นเวลานาน&nbsp;ในส่วนของเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;ได้ตั้งเป้าหมายฉีดวัคซีนให้นักเรียน&nbsp;อนุบาล&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;ป.6&nbsp;จำนวน&nbsp;450&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;1&nbsp;ไฟเซอร์&nbsp;ให้ความรู้หลังจากการฉีดวัคซีนการดื่มน้ำมาก</p><p><strong>&nbsp;ข้อควรระวังในการฉีดวัคซีนไฟเซอร์สำหรับเด็ก</strong></p><p>&nbsp;การวัคซีนไฟเซอร์สำหรับเด็กอายุ&nbsp;5-12&nbsp;ปี&nbsp;จะมีกลุ่มเสี่ยงเป็นเด็กที่มีโรคประจำตัว&nbsp;ได้แก่</p><p>&nbsp;1.&nbsp;เด็กที่เป็นโรคอ้วน&nbsp;หรือมีภาวะทางเดินหายใจอุดตัน</p><p>&nbsp;2.&nbsp;เด็กที่เป็นโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง&nbsp;รวมทั้งหอบหืด&nbsp;มีอาการปานกลางถึงรุนแรง</p><p>&nbsp;3.&nbsp;เด็กที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด&nbsp;รวมทั้งเด็กที่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง</p><p>&nbsp;4.&nbsp;เด็กที่เป็นโรคไตวายเรื้อรัง</p><p>&nbsp;5.&nbsp;เด็กที่เป็นโรคมะเร็ง&nbsp;และภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ</p><p>&nbsp;6.&nbsp;เด็กที่เป็นโรคเบาหวาน</p><p>&nbsp;7.&nbsp;เด็กที่อยู่ในกลุ่มอาการดาวน์&nbsp;หรือเด็กที่มีภาวะบกพร่องทางประสาทอย่างรุนแรง&nbsp;รวมทั้งเด็กที่มีพัฒนาการช้า&nbsp;ในกลุ่มโรคทางพันธุกรรม</p><p><strong>ก่อนทำการฉีดวัคซีนเด็กที่เป็นกลุ่มเสี่ยง</strong>&nbsp;และมีโรคประจำตัว&nbsp;ควรรับประทานอาหาร&nbsp;และรับประทานยาตามที่แพทย์แนะนำอย่างปกติ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;เด็กที่อยู่ในช่วงกำลังป่วย</strong>&nbsp;มีไข้&nbsp;ร่างกายอ่อนเพลีย&nbsp;ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อน&nbsp;เพื่อทำการรักษาให้อาการป่วยบรรเทาลง&nbsp;จนร่างกายหายเป็นปกติ&nbsp;รวมทั้งเด็กที่มีโรคประจำตัวรุนแรง&nbsp;หรืออาการของโรคที่ห้ามฉีดวัคซีน&nbsp;ควรให้แพทย์ประเมินสภาพร่างกายก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303171713175
591	ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ เพื่อติดตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลในจังหวัดหนองบัวลำภู ผ่านระบบ Zoom meeting	<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;POC&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู</strong>&nbsp;นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้ารับการตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;เพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลในจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;โดยมีนางสาวปภัสมน&nbsp;อัมราลิขิต&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;10&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ร่วมกับผู้ตรวจราชการกระทรวงจาก&nbsp;10&nbsp;กระทรวง&nbsp;ที่เกี่ยวข้องผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;meeting</p><p><strong>มีประเด็นการตรวจติดตามการดำเนินงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ประเด็น&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</strong>ประเด็นที่&nbsp;1&nbsp;การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;เน้นเรื่องการช่วยเหลือและพัฒนาศักยภาพ&nbsp;SMEs&nbsp;ประเด็นที่&nbsp;2&nbsp;การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;เศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;เน้นเรื่องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวโดยการรณรงค์ส่งเสริมความร่วมมือในการปลูกป่า&nbsp;การดูแลรักษาป่าอย่างยั่งยืน&nbsp;ประเด็นที่&nbsp;3&nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน&nbsp;เน้นการให้ความสงเคราะห์สิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต&nbsp;การส่งเสริมอาชีพ&nbsp;และ&nbsp;การแนะแนวอาชีพให้กลุ่มเปราะบาง&nbsp;4.การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์&nbsp;เน้นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรผ่านการควบคุมคุณภาพดินและน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;ควบคุมคุณภาพสินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;5.การเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;เน้นการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีรายได้จากการดำเนินงานในรูปของกลุ่มอาชีพในชุมชน</p><p><strong>ภายหลังการรับฟังข้อมูลผลการดำเนินงานจากหน่วยงานที่รับผิดชอบในประเด็นต่างๆ&nbsp;แล้ว</strong>&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้ฝากให้ทุกหน่วยงานช่วยกันขับเคลื่อนในทุกประเด็นเพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้โดยเร็ว&nbsp;ประชาชนสามารถกลับไปดำเนินชีวิตภายใต้สถานการณ์โรคระบาดได้ง่ายขึ้น&nbsp;พร้อมฝากให้ความสำคัญกับเรื่องโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;ฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;และ&nbsp;การใช้รถใช้ถนนให้ปลอดภัย&nbsp;เป็นพิเศษด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองบัวลำภู	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303172029176
592	"โรงพยาบาลศรีสะเกษ จัดกิจกรรม ""นุ่งผ้าไทยปลูกดอกไม้สนับสนุนศรีสะเกษเกมส์"" เพื่อเตรียมความพร้อมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 47 ""ศรีสะเกษเกมส์"""	"<p><strong>ที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานพิธี&nbsp;""นุ่งผ้าไทยปลูกดอกไม้สนับสนุนศรีสะเกษเกมส์""&nbsp;เป็นกิจกรรมการปรับภูมิทัศน์&nbsp;ประดับตกแต่งสถานที่บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลศรีสะเกษ&nbsp;ให้มีความสวยงาม&nbsp;เป็นระเบียบ&nbsp;ปลอดภัยต่อการเข้ามารับบริการและยังเป็นการสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนในห้วงการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;และการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;นครลำดวนเกมส์&nbsp;ที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยได้ดำเนินกิจกรรมตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายสำรวย&nbsp;เกษกุล&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต</strong>&nbsp;นายนพ&nbsp;พงศ์ผลาดิสัย&nbsp;นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายแพทย์ทนง&nbsp;วีระแสงพงษ์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายแพทย์ชลวิทย์&nbsp;หลาวทอง&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมด้วยรองผู้อำนวยการ&nbsp;บุคลากรทางการแพทย์&nbsp;พยาบาล&nbsp;และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303172330179
593	ผอ.สพร กอ.รมน.ภาค 1 ตรวจเยี่ยมการพัฒนาระบบราชการและนวัตกรรม ชู อบต.รางจรเข้ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นต้นแบบความร่วมมือของชุมชนมั่นคง เตรียมขยายผลไปพื้นที่อื่น	"<p><strong>พลตรี&nbsp;พัลลภ&nbsp;รัตนอุดม&nbsp;ผอ.สำนักพัฒนาระบบบริหาร&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมตรวจเยี่ยมการพัฒนาระบบราชการและนวัตกรรม&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมห้องประชุมมงคลบพิตร(2)&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;โดยมี&nbsp;พันเอก&nbsp;ภัทราวุธ&nbsp;ทิพโกมุท&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.&nbsp;จ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน&nbsp;ต่อจากนั้นเวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของ&nbsp;อบต.รางจรเข้&nbsp;โดยมี&nbsp;นางอมรรัตน์&nbsp;กรึงไกร&nbsp;นายอำเภอเสนา&nbsp;นายพงศกร&nbsp;มงคลหมู่&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลรางจรเข้&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ให้การต้อนรับและรายงานถึงการทำงานของ&nbsp;อบต.&nbsp;รางจรเข้&nbsp;อ.เสนา&nbsp;</p><p><strong>พลตรี&nbsp;พัลลภฯ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำหรับการมาตรวจเยี่ยมในครั้งนี้&nbsp;</strong>เนื่องจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญด้านสภาพแวดล้อมที่มีความหลากหลาย&nbsp;ในเรื่องของการเป็นอยู่&nbsp;โดยเฉพาะเรื่องศาสนา&nbsp;ที่มีหลายศาสนาอยู่ด้วยกัน&nbsp;มีความสงบเรียบร้อยและมีการพัฒนาในเรื่องโครงการต่างๆ&nbsp;โดยเฉพาะตำบลรางจรเข้&nbsp;อำเภอเสนา&nbsp;เนื่องจากทำรูปแบบได้อย่างสมบูรณ์&nbsp;สามารถกำหนดลักษณะของแต่ละพื้นที่ได้อย่างชัดเจน&nbsp;ว่ามีปัญหาอะไร&nbsp;และสามารถแก้ไขได้ตรงเป้าหมาย&nbsp;อีกทั้งมีโครงการที่ตอบสนองต่อการดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมและผลประเมินที่ออกมาเป็นโครงการที่ดี&nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่การขยายผลให้พื้นที่อื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;เรื่องของการพัฒนาด้านการศึกษาและความเป็นอยู่ของเด็กนักเรียน&nbsp;ซึ่งโรงเรียนที่ก่อตั้งขึ้นในพื้นที่ไม่ต้องใช้งบประมาณมาก&nbsp;เพียงแต่ใช้ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการดำเนินการเพื่อให้เด็กเรียนในพื้นที่สามารถมีการศึกษาเท่าเทียมกัน&nbsp;ก็จะมีการสร้างอาชีพรวมทั้งการต่อยอดทางด้านการศึกษาเพื่อเป็นกำลังของชาติต่อไป&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการแก้ปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ขนาดตำบล&nbsp;เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลตัวเองได้&nbsp;ส่งผลให้เกิดความมั่นคงในระดับประเทศได้ง่ายที่สุด&nbsp;ซึ่งหลักการดำเนินการในขั้นต้น&nbsp;จะให้หน่วยงานราชการลงไปช่วยดูแลก่อน&nbsp;พอเริ่มมีความเข้มแข็งในพื้นที่จะให้พื้นที่ดูแลตัวเองต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:<a&nbsp;href=""&nbsp;https://ayutthaya.prd.go.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">&nbsp;https://ayutthaya.prd.go.th/</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303172100177
594	รายงานสถานการณ์ COVID-19 จ.อำนาจเจริญ	<p><strong>รายงานสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;จ.อำนาจเจริญ&nbsp;</strong>ระลอกเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญมีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;46&nbsp;ราย&nbsp;รวมยอดจำนวนที่พบเชื้อสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันประจำวันที่ที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;1,812&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาหายแล้ว&nbsp;1,211&nbsp;ราย&nbsp;คงเหลือกำลังรักษาอีก&nbsp;598&nbsp;ราย.มีผู้เสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;รายเป็นผู้ติดเชื้อ&nbsp;</p><p><strong>หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่สายด่วนโควิด-19&nbsp;อำนาจเจริญ</strong>&nbsp;โทร.&nbsp;0933234686/0866515424/0902410098&nbsp;และ&nbsp;0951924903&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นชนิดโอมิครอน&nbsp;ซึ่งมีความรุนแรงต่ำ&nbsp;แต่แพร่กระจายเชื้อได้เร็วทุกพื้นที่&nbsp;ทุกคนที่อยู่รอบตัวเราถือว่ามีความเสี่ยง&nbsp;ถ้าทุกคนปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;ดังนี้&nbsp;จะสามารถป้องกันโควิด-19&nbsp;ได้ทุกสายพันธุ์</p><p>1.V&nbsp;Vaccine&nbsp;รับการฉีดวัคซีนเพื่อช่วยให้มีภูมิคุ้มกัน&nbsp;ลดอาการหนัก&nbsp;ลดการเสียชีวิต</p><p>2.U&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ป้องกันตัวเองครอบจักรวาล&nbsp;โดยสวมหน้ากากตลอดเวลา&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;ลดการสัมผัสใกล้ชิด</p><p>3.C&nbsp;COVID-Free&nbsp;Setting&nbsp;สถานที่บริการปลอดภัย&nbsp;สะอาด&nbsp;ลดความแออัด&nbsp;ผู้ให้บริการและผู้รับบริการได้รับวัคซีนครบ</p><p>4.A&nbsp;ATK&nbsp;(Antigen&nbsp;test&nbsp;kit)&nbsp;ตรวจเมื่อใกล้ชิดคนติดเชื้อ&nbsp;หรือมีอาการทางเดินหายใจ&nbsp;เพื่อวินิจฉัย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303172632180
595	รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมต้อนรับ ผอ.สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคงฯ และคณะเดินทางเพื่อตรวจติดตาม ประเมินผลโครงการ การกำกับ ติดตาม และประเมินผลแผนงานตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และโครงการ พมพ. จังหวัดแม่ฮ่องสอน	<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้นายประเสริฐ&nbsp;จิตต์พลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ร่วมต้อนรับ&nbsp;พล.ท.สวัสดิ์&nbsp;ชนะจิตราสกุล&nbsp;สกุล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&nbsp;(ผอ.สนย.กอ.รมน.)&nbsp;และคณะฯ&nbsp;ที่เดินทางเพื่อตรวจติดตาม&nbsp;ประเมินผลโครงการ&nbsp;การกำกับ&nbsp;ติดตาม&nbsp;และประเมินผลแผนงานตำบลมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืนของ&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และ&nbsp;โครงการ&nbsp;แผนการพัฒนาพื้นที่เพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ&nbsp;(พมพ.)&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยได้มีการประชุมหารือข้อราชการร่วมกันกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อพัฒนาจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>พล.ท.สวัสดิ์&nbsp;ชนะจิตรสกุล&nbsp;ผอ.สนย.กอ.รมน.&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การติดตามขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการตำบลมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ในครั้งนี้ได้เห็นศักยภาพของชาวแม่ฮ่องสอนที่สามารถดึงศักยภาพในด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;การปลูกกาแฟ&nbsp;มาส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ทั้งตำบล&nbsp;ไปสู่ความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;และยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303174945191
596	จ.กาฬสินธุ์ เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ	<p><strong>จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;แก้ไขปัญหาด้านเกษตรประชาชนในพื้นที่ห่างไกล</strong></p><p><br></p><p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่โรงเรียนกุดจิกวิทยาคาร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลกุดจิก&nbsp;อำเภอท่าคันโท&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์</strong>&nbsp;นายทรงพล&nbsp;ใจกริ่ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมงกุฎราชกุมาร&nbsp;โดยมีนายพลานุภาพ&nbsp;ธพรคำแพทย์&nbsp;นายอำเภอท่าคันโท&nbsp;นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ชินคีรี&nbsp;เกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;พร้อมด้วยส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ประชาชน&nbsp;เข้าร่วมพิธี</p><p><strong>โดยโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่มีวัตถุประสงค์&nbsp;</strong>เพื่อให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงงานบริการทางวิชาการ&nbsp;และได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจร&nbsp;ภายใต้ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริมการเกษตรในระดับพื้นที่&nbsp;ศูนย์บริการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล&nbsp;และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับการบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็วทั่วถึงและครบถ้วน</p><p><strong>นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ชินคีรี&nbsp;เกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในคราวเดียวกัน&nbsp;และสอดคล้องกับปัญหาความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;โดยได้กำหนดให้โรงเรียนกุดจิกวิทยาคาร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลกุดจิก&nbsp;อำเภอท่าคันโท&nbsp;เป็นจุดให้บริการโครงการ&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;2&nbsp;การให้บริการคลินิกต่างๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกข้าวคลินิกดิน&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกปศุสัตว์คลินิกยางพารา&nbsp;คลินิกหม่อนไหม&nbsp;และคลินิกพันธุ์พืชเพาะเลี้ยงพร้อมทั้งหน่วยงานภาคเอกชนเข้าร่วมให้บริการแก่เกษตรกรในครั้งนี้โดยมีเกษตรกรร่วมงานและเข้ารับบริการทั้งสิ้น&nbsp;&nbsp;100&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	กาฬสินธุ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303173451184
597	เลขาธิการ ศอ.บต. ประดับเครื่องหมายประจำหน่วยงาน แก่รองเลขาธิการ ศอ.บต. พร้อมมอบนโยบายการดำเนินงานพัฒนา จชต.	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เป็นประธานประดับเครื่องหมายประจำหน่วยงาน&nbsp;แก่รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;พร้อมมอบนโยบายการดำเนินงานพัฒนา&nbsp;จชต.</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ด้วยสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ประกาศแต่งตั้งข้าราชการพลเรือน&nbsp;ใจความว่า</strong>&nbsp;พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ&nbsp;สังกัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง&nbsp;สังกัดศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;คือ&nbsp;นายศรัทธา&nbsp;คชพลายุกต์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และ&nbsp;นายบุญพาศ&nbsp;รักนุ้ย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;นับตั้งแต่วันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยประกาศ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โดยวันนี้&nbsp;(3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.</strong>&nbsp;เป็นประธานประดับเครื่องหมายประจำหน่วยงาน&nbsp;แก่รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;พร้อมมอบนโยบายการปฏิบัติงานพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ภายใต้นโยบายของรัฐบาลและศอ.บต.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมน้อมเกล้า&nbsp;ศอ.บต.</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>จากนั้น&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เป็นประธานการประชุมผู้บริหารเพื่อติดตามงาน</strong>และรับมอบนโยบายแนวทางการขับเคลื่อนงาน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมปัญจเพชร&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;โดยที่ประชุมได้มีการรับทราบคำสั่ง&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ที่&nbsp;62/2565&nbsp;เรื่อง&nbsp;การมอบหมายและมอบอำนาจให้รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และกำกับดูแลหน่วยงานเพื่อให้การบริหารราชการของ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;มีความคล่องตัว&nbsp;สะดวก&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;และมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยมอบหมาย&nbsp;นายชนธัญ&nbsp;แสงพุ่ม&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;มีอำนาจในการปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และกำกับดูแลการปฏิบัติราชการและหน่วยงานภายใน&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สำนักงานเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;กองบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;กองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน&nbsp;กลุ่มตรวจสอบภายใน&nbsp;กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต&nbsp;ซึ่งเป็นหน่วยงานภายในของ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;นอกจากนี้ยังมอบหมายให้ทำหน้าที่กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;หรือ&nbsp;กพต.&nbsp;และทำหน้าที่รองผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ในส่วนของ&nbsp;นายศรัทธา&nbsp;คชพลายุกต์&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;</strong>ให้มีอำนาจในการปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และกำกับดูแลการปฏิบัติราชการของหน่วยงานภายใน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง&nbsp;สถาบันพัฒนาเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายพลเรือนจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;กำกับดูแลพื้นที่จังหวัดปัตตานีและจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมมอบหมายให้ทำหน้าที่ผู้แทนคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนกลไกการบริหารการสื่อสารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;หรือ&nbsp;SBIC&nbsp;สำหรับนายบุญพาศ&nbsp;รักนุ้ย&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ระบุ&nbsp;มอบหมายให้มีอำนาจในการปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และกำกับดูแลการปฏิบัติราชการภายในหน่วยงาน&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;คือ&nbsp;กองประสานและเร่งรัดการพัฒนาพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;กองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจการพิเศษ&nbsp;พร้อมกำกับดูแลพื้นที่จังหวัดนราธิวาสและจังหวัดสงขลา&nbsp;และมอบหมายให้ทำหน้าที่รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายในคำสั่งมีการมอบหมายและมอบอำนาจให้&nbsp;รองศาสตราจารย์&nbsp;ดร.บดินทร์&nbsp;รัศมีเทศ&nbsp;</strong>ช่วยราชการในตำแหน่งรองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;มีอำนาจในการกำกับดูแลการปฏิบัติราชการของหน่วยงาน&nbsp;โดยดูแลกลุ่มประสานงานคณะรัฐมนตรีและราชการส่วนกลาง&nbsp;งานกิจการพิเศษ&nbsp;พร้อมกำกับดูแลพื้นที่จังหวัดยะลาด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303174732189
598	ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการเพื่อติดตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลในจังหวัดหนองบัวลำภู ผ่านระบบ Zoom meeting	<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;POC&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;</strong>นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้ารับการตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;เพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลในจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;โดยมีนางสาวปภัสมน&nbsp;อัมราลิขิต&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;10&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ร่วมกับผู้ตรวจราชการกระทรวงจาก&nbsp;10&nbsp;กระทรวง&nbsp;ที่เกี่ยวข้องผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;meeting</p><p><strong>มีประเด็นการตรวจติดตามการดำเนินงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ประเด็น</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ประเด็นที่&nbsp;1&nbsp;การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;เน้นเรื่องการช่วยเหลือและพัฒนาศักยภาพ&nbsp;SMEs&nbsp;ประเด็นที่&nbsp;2&nbsp;การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;เศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;เน้นเรื่องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวโดยการรณรงค์ส่งเสริมความร่วมมือในการปลูกป่า&nbsp;การดูแลรักษาป่าอย่างยั่งยืน&nbsp;ประเด็นที่&nbsp;3&nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน&nbsp;เน้นการให้ความสงเคราะห์สิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต&nbsp;การส่งเสริมอาชีพ&nbsp;และ&nbsp;การแนะแนวอาชีพให้กลุ่มเปราะบาง&nbsp;4.การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์&nbsp;เน้นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรผ่านการควบคุมคุณภาพดินและน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;ควบคุมคุณภาพสินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;5.การเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;เน้นการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีรายได้จากการดำเนินงานในรูปของกลุ่มอาชีพในชุมชน</p><p><strong>ภายหลังการรับฟังข้อมูลผลการดำเนินงานจากหน่วยงานที่รับผิดชอบในประเด็นต่างๆ&nbsp;แล้ว</strong>&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้ฝากให้ทุกหน่วยงานช่วยกันขับเคลื่อนในทุกประเด็นเพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้โดยเร็ว&nbsp;ประชาชนสามารถกลับไปดำเนินชีวิตภายใต้สถานการณ์โรคระบาดได้ง่ายขึ้น&nbsp;พร้อมฝากให้ความสำคัญกับเรื่องโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;ฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;และ&nbsp;การใช้รถใช้ถนนให้ปลอดภัย&nbsp;เป็นพิเศษด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองบัวลำภู	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303172920181
599	พระราชทานวิสุงคามสีมาวัดสร้างถ่อนอกและร่วมพิธีปักเขตพระราชทานวิสุงคามสีมาอุโบสถวัดสร้างถ่อนอก บ้านสร้างถ่อนอก หมู่ที่ 11 ตำบลสร้างถ่อน้อย อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ	<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พ่อเมืองอำนาจเจริญเป็นประธานฝ่ายฆราวาส</strong>&nbsp;ได้อ่านประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เรื่องพระราชทานวิสุงคามสีมาวัดสร้างถ่อนอกและร่วมพิธีปักเขตพระราชทานวิสุงคามสีมาอุโบสถวัดสร้างถ่อนอก&nbsp;บ้านสร้างถ่อนอก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;&nbsp;ตำบลสร้างถ่อน้อย&nbsp;อำเภอหัวตะพาน&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;&nbsp;โดยมีพระครูกิตติโกศล&nbsp;เจ้าคณะอำเภอหัวตะพาน&nbsp;เป็นประธานฝ่ายสงฆ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และประชาชนพุทธศาสนิกชน&nbsp;เข้าร่วมในพิธี&nbsp;ภายใต้มาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด&nbsp;-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>วิสุงคามสีมา&nbsp;หมายถึง</strong>&nbsp;เขตที่พระราชทานแก่สงฆ์เพื่อใช้เป็นที่สร้างอุโบสถหรือเขตที่พระสงฆ์ใช้ประกอบสังฆกรรม&nbsp;พระมหากษัตริย์ผู้เป็นองค์ศาสนูปถัมภกมีพระราชประสงค์อำนวยความสะดวกแก่สงฆ์&nbsp;จึงทรงออกประกาศพระราชทานที่ตั้งวัดเป็น&nbsp;วิสุงคามสีมา&nbsp;ยกที่ดินเป็นเขตวิสุงคามสีมาถือว่าได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ตั้งวัด&nbsp;แต่การขอพระบรมราชานุญาตนั้น&nbsp;กำหนดเฉพาะที่ตั้งอุโบสถเท่านั้น&nbsp;ปัจจุบันการขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมาให้แก่วัด&nbsp;ดำเนินตามกฎกระทรวงซึ่งออกความตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์&nbsp;พ.ศ.2505&nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;พ.ศ.2535&nbsp;คือ&nbsp;วัดที่สมควรได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา&nbsp;ต้องปรากฏว่าได้สร้างขึ้นหรือไปปฏิสังขรเป็นหลักฐานถาวร&nbsp;และมีพระภิกษุอยู่ประจำไม่น้อยกว่า&nbsp;5&nbsp;รูป&nbsp;ติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;มิได้ใช้บังคับแก่วัดที่สร้างอุโบสถเสร็จเรียบร้อยแล้วและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเห็นสมควรขอพระราชทานวิสุงคามสีมา&nbsp;การขอพระราชทานวิสุงคามสีมา&nbsp;เจ้าอาวาสเป็นผู้เสนอรายงานต่อผู้บังคับบัญชาฝ่ายสงฆ์&nbsp;และเจ้าหน้าที่บ้านเมืองตามลำดับชั้น&nbsp;จนถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ&nbsp;เมื่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเห็นสมควรแล้ว&nbsp;ก็จะกราบบังคมทูลสมเด็จพระสังฆราช&nbsp;สกลมหาสังฆปริณายก&nbsp;เพื่อทรงอนุมัติแล้วนำความกราบบังคมทูลขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา&nbsp;วัดสร้างถ่อนอก&nbsp;บ้านสร้างถ่อนอก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ตำบลสร้างถ่อน้อย&nbsp;อำเภอหัวตะพาน&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ได้ดำเนินตามขั้นตอนดังกล่าว&nbsp;และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา&nbsp;ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;เดือนกันยายน&nbsp;2564&nbsp;และเพื่อได้สามารถประกอบสังฆกรรมได้อย่างถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย&nbsp;จึงได้ประกอบพิธีปักเขตวิสุงคามสีมา&nbsp;ในวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.39&nbsp;น.&nbsp;โดยมีพื้นที่กว้าง&nbsp;20&nbsp;เมตร&nbsp;ยาว&nbsp;40&nbsp;เมตร</p><p><strong>สำหรับวัดสร้างถ่อนอก&nbsp;ในอดีตเป็นสำนักเรียนมูลกัจจายน์ที่ใหญ่มากแห่งหนึ่งของภาคอีสาน</strong>&nbsp;โดยครั้งรุ่งเรืองที่สุดในสมัยที่หลวงปู่สิงห์&nbsp;ขันตยาคโม&nbsp;เป็นอาจารย์สอน&nbsp;โดยมีพระภิกษุสามเณรเดินทางมาจากที่ต่างๆ&nbsp;เพื่อมาศึกษาเล่าเรียนเป็นจำนวนมาก&nbsp;หนึ่งในนั้นคือหลวงปู่แหวน&nbsp;สุจิณโณ&nbsp;เมื่อครั้งเป็นสามเณรก็ได้มาศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่วัดแห่งนี้&nbsp;จนอุปสมบทเป็นพระฝ่ายมหานิกายและจำพรรษาอยู่ที่วัดสร้างถ่อนอกแห่งนี้&nbsp;ภายหลังจึงได้ออกธุดงค์ไปสู่สถานที่ต่างๆ&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นวัดทีมีความสำคัญในการสร้างพระเกจิอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน&nbsp;ขององค์หลวงปู่มั่น&nbsp;ภูริทัตโต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303181633197
600	การรักษาโควิดแบบผู้ป่วยนอก(OPD) เจอ-แจก-จบ คืออะไร หลายคนสงสัยติดตามได้ที่	"<p><strong>การรักษาโควิดแบบผู้ป่วยนอก(OPD)&nbsp;เจอ-แจก-จบ&nbsp;คืออะไร&nbsp;หลายคนสงสัย!&nbsp;และแตกต่างจากระบบรักษาที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;อย่างไร&nbsp;วันนี้!&nbsp;สปสช.&nbsp;มีคำตอบให้</strong></p><p><br></p><p><strong>การรักษาโควิดแบบผู้ป่วยนอก&nbsp;(OPD)&nbsp;</strong><a&nbsp;href=""https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%9A?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZWrsHBN5QjuR3in4LFn3mBKPRifPRMDEVO6-5OWzKP2pib0JcQg6KlGqciNLn7R-43kKoP8UiUgvII6DtT8lnn04ougGdpIEFO4b2PkQBFCyD5nl_sirN2RbmI-mV347910pdeOoG2P7NIbpkiB1W8s&amp;__tn__=*NK-R""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--accent);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;""><strong>#เจอแจกจบ</strong></a><strong>&nbsp;</strong>เป็นการรักษาผู้ติดเชื้อ&nbsp;<a&nbsp;href=""https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%9419?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZWrsHBN5QjuR3in4LFn3mBKPRifPRMDEVO6-5OWzKP2pib0JcQg6KlGqciNLn7R-43kKoP8UiUgvII6DtT8lnn04ougGdpIEFO4b2PkQBFCyD5nl_sirN2RbmI-mV347910pdeOoG2P7NIbpkiB1W8s&amp;__tn__=*NK-R""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--accent);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;"">#โควิด19</a>&nbsp;ที่ไม่มีอาการแบบผู้ป่วยนอก&nbsp;เมื่อ&nbsp;(เจอ)&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แล้วผลเป็นบวก&nbsp;ให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลตามสิทธิ&nbsp;(แจก)&nbsp;แพทย์จะพิจารณาจ่ายยารักษาตามอาการว่าจ่ายยาสูตรไหน&nbsp;ซึ่งมีด้วยกัน&nbsp;3&nbsp;สูตร&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.ยาฟ้าทะลายโจร&nbsp;2.ยารักษาตามอาการ&nbsp;เช่น&nbsp;ยาลดไข้&nbsp;แก้ไอ&nbsp;ลดน้ำมูก&nbsp;3.ยาฟาวิพิราเวียร์&nbsp;แพทย์จะแนะนำการดูแลรักษาต่อไป&nbsp;(จบ)&nbsp;จ่ายยาแล้วให้กลับมากักตัวที่บ้าน&nbsp;โดยจะมีหน่วยบริการติดตามอาการ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;เมื่อครบ&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;แต่ไม่มีการแจกอุปกรณ์ตรวจประเมิน&nbsp;เช่น&nbsp;เครื่องวัดอุณหภูมิ&nbsp;เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว&nbsp;และไม่มีบริการอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;อาหาร&nbsp;3&nbsp;มื้อ&nbsp;เหมือนระบบรักษาที่บ้าน</p><p><strong>ส่วนผู้ป่วยที่มีภาวะเสี่ยง&nbsp;มีโรคประจำตัว</strong>&nbsp;เมื่อแพทย์ตรวจมีอาการไม่รุนแรงก็ให้เข้าระบบรักษาที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation&nbsp;หรือ&nbsp;HI)&nbsp;หรือการรักษาในระบบชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolation&nbsp;หรือ&nbsp;CI),&nbsp;Hospitel&nbsp;และ&nbsp;Hotel&nbsp;Isolation&nbsp;แต่หากมีอาการรุนแรงมาก&nbsp;มีภาวะเสี่ยงจะถูกคัดแยกไปที่โรงพยาบาล&nbsp;โดยระบบ&nbsp;HI&nbsp;จะได้รับยาตามอาการ&nbsp;โทรติดตามอาการทุกวัน&nbsp;ได้รับอุปกรณ์ตรวจประเมิน&nbsp;เช่น&nbsp;เครื่องวัดอุณหภูมิ&nbsp;เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว&nbsp;รวมถึงบริการอาหาร&nbsp;3&nbsp;มื้อ&nbsp;(ข้อมูลเพิ่มเติมตามภาพ)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303234438282
601	เดินหน้า ส่งแรงงานไทยไปซาอุฯ เตรียมร่างข้อตกลง 2 ฉบับ คุ้มครองสิทธิประโยชน์แรงงานไทย ให้หลักประกันนายจ้างได้คนดี  มีฝีมือ เตรียมลงนาม  7 มีนาคมนี้	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">ครม.เห็นชอบ&nbsp;ร่างข้อตกลงด้านแรงงาน&nbsp;ระหว่างกระทรวงแรงงาน&nbsp;กับกระทรวงทรัพยากรมนุษย์</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">และการพัฒนาสังคมแห่งซาอุดีอาระเบีย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ฉบับ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงาน&nbsp;และร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานทำงานบ้าน&nbsp;โดยร่างข้อตกลงแรงงานทั้ง&nbsp;2&nbsp;ฉบับ&nbsp;มีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจในการจัดหาแรงงานไทย&nbsp;ไปทำงานในซาอุฯ&nbsp;อย่างถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;มีจริยธรรม&nbsp;และมีประสิทธิภาพ&nbsp;คุ้มครองสิทธิของนายจ้างและลูกจ้าง&nbsp;ซึ่งแรงงานและนายจ้างจะมีสิทธิรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ&nbsp;และสามารถดำเนินมาตรการทางกฎหมายกับสำนักงานจัดหางาน&nbsp;บริษัทจัดหางาน&nbsp;หรือตัวแทนจัดหางาน&nbsp;ในกรณีละเมิดกฎหมาย&nbsp;กฎระเบียบ&nbsp;และข้อกำหนดที่ใช้บังคับ</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">ร่างข้อตกลง&nbsp;ฯ&nbsp;นี้&nbsp;จะมีผลบังคับใช้&nbsp;เมื่อมีการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;5&nbsp;ปี</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">&nbsp;และจะต่ออายุได้อีก&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;โดยอัตโนมัติ&nbsp;เว้นแต่ภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแสดงเจตจำนงระงับหรือสิ้นสุดข้อตกลง</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">ร่างข้อตกลงนี้&nbsp;เป็นผลสำเร็จจากการที่&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ได้นำคณะเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบีย&nbsp;เมื่อ&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;และคาดว่าคณะผู้เดินทางจากซาอุฯ&nbsp;จะเดินทางมาไทยในช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;มี.ค.นี้&nbsp;ซึ่งจะมีการลงนามข้อตกลงดังกล่าวในวันที่&nbsp;7&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;นี้&nbsp;ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ที่เข้มแข็งในการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย&nbsp;-&nbsp;ซาอุ&nbsp;ฯ&nbsp;และขยายตลาดแรงงานไทยในตะวันออกกลาง</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304001825288
602	รองผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม เป็นประธานประชุมคณะกรรมการประสานและขับเคลื่อนนโยบายพลังประชารัฐจังหวัดร่วมกันพิจารณาร่างแผนการขับเคลื่อนงานเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565	<p><strong>นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>เป็นประธานประชุมคณะกรรมการประสานและขับเคลื่อนพลังประชารัฐ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัด&nbsp;โดยมีคณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>นางชยานี&nbsp;มัจฉาเดช&nbsp;พัฒนากรจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>ทำหน้าที่ฝ่ายเลขารายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ได้รายงานความก้าวหน้าผลการขับเคลื่อนการขอสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;GI&nbsp;ผลิตภัณฑ์น้ำตาลมะพร้าว&nbsp;เกลือสมุทร&nbsp;ปลาทู&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;จากนั้นที่ประชุมร่วมกันพิจารณาร่างแผนการขับเคลื่อนงานเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;พร้อมทั้งทบทวนรายชื่อคณะกรรมการประสานและขับเคลื่อนนโยบายสานพลังประชารัฐประจำจังหวัด&nbsp;เพื่อแก้ไขให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน&nbsp;พร้อมจัดส่งข้อมูลให้กรมพัฒนาชุมชนดำเนินการต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303174202187
603	จังหวัดเลยจัดโครงการสร้างและส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีตามรอยพระยุคลบาท  ด้านการศึกษา สู่การปฏิบัติ โดยกระบวนการลูกเสือ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 70 พรรษา	<p><strong>ที่ห้องประชุมเทพบุญเติม&nbsp;สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;</strong>นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;ประธานพิธีเปิดโครงการสร้างและส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีตามรอยพระยุคลบาท&nbsp;ด้านการศึกษา&nbsp;สู่การปฏิบัติ&nbsp;โดยกระบวนการลูกเสือ&nbsp;เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;70&nbsp;พรรษา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;แสนมหาชัย&nbsp;ศึกษาธิการจังหวัดเลย,&nbsp;ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ,&nbsp;ลูกเสือ,&nbsp;เนตรนารี&nbsp;สามัญรุ่นใหญ่&nbsp;เข้าร่วมพิธี</p><p><strong>นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;ถือเป็นปีอันมงคลยิ่งที่จะน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;นำมาเป็นหลักชัยสู่การขับเคลื่อนปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;และเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;70&nbsp;พรรษา&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ศึกษาเรียนรู้พระราชกรณียกิจของพระราชวงศ์จักรี&nbsp;มีเจตคติที่ดีต่อบ้านเมือง&nbsp;ได้เรียนรู้นวัตวิถีของท้องถิ่น&nbsp;มีจิตสำนึกรักและภูมิใจในท้องถิ่น&nbsp;ชุมชนของตนเอง&nbsp;ตลอดจนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน&nbsp;</p><p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;แสนมหาชัย&nbsp;ศึกษาธิการจังหวัดเลย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สืบเนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;ได้มอบหมายให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดทุกจังหวัด&nbsp;ดำเนินโครงการสร้างและส่งเสริมความเป็นพลเมืองดี&nbsp;ตามรอยพระยุคลบาท&nbsp;ด้านการศึกษา&nbsp;สู่การปฏิบัติเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;70&nbsp;พรรษา&nbsp;สำนักงานศึกษาธิการ&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;โดยใช้กระบวนการลูกเสือ&nbsp;หลักสูตร&nbsp;การสอบเครื่องหมายวิชาพิเศษลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่&nbsp;เป็นหลักสูตรในการอบรมครั้งนี้&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;5&nbsp;วิชาหลัก&nbsp;และ&nbsp;1&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;วิชาเครื่องหมายลูกเสือโลกวิชาผู้จัดการค่ายพักแรม&nbsp;วิชานักเดินทางไกลวิชาผู้ช่วยการจราจรวิชาหน้าที่พลเมือง&nbsp;และกิจกรรมสาธารณประโยชน์&nbsp;จิตอาสารักษ์บ้าน&nbsp;รักษ์ถิ่น&nbsp;โดยเริ่มต้นเดินทางไกล&nbsp;จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย&nbsp;เขต&nbsp;๑&nbsp;ไปยังค่ายลูกเสือศรีสองรัก&nbsp;บ้านตูบโกบ&nbsp;ระยะทาง&nbsp;๙.๕&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และพักแรม&nbsp;ณ&nbsp;ค่ายลูกเสือศรีสองรัก&nbsp;โดยกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย&nbsp;ลูกเสือ&nbsp;เนตรนารี&nbsp;สามัญรุ่นใหญ่&nbsp;ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;3&nbsp;พร้อมผู้บังคับบัญชาลูกเสือ&nbsp;รวม&nbsp;77&nbsp;คน&nbsp;จากสถานศึกษา&nbsp;7&nbsp;แห่ง</p><p><strong>ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์ในการอบรม&nbsp;เพื่อให้ลูกเสือ&nbsp;เนตรนารี</strong>&nbsp;มีความรู้ความเข้าใจพระราโชบาย&nbsp;ด้านการศึกษา&nbsp;ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;และมีเจตคติที่ดีต่อบ้านเมือง&nbsp;ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี&nbsp;และมีคุณธรรม&nbsp;เพื่อให้ลูกเสือ&nbsp;เนตรนารี&nbsp;นำความรู้ที่ได้รับไปปฏิบัติหน้าที่ด้านการจราจร&nbsp;ในสถานศึกษา&nbsp;ชุมชน&nbsp;และสังคมเป็นการบำเพ็ญประโยชน์ช่วยเหลือสังคม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303180050193
604	ประชุมคณะกรรมการดำเนินการจัดหาอุปกรณ์สำหรับใช้ในการเรียนการสอนออนไลน์ระดับสถานศึกษา  สพป.อำนาจเจริญ	<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;นายอดุลย์&nbsp;กองทอง&nbsp;ผอ.สพป.อำนาจเจริญ&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;พูลเชื้อ&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.สพป.อำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดำเนินการจัดหาอุปกรณ์สำหรับใช้ในการเรียนการสอนออนไลน์ระดับสถานศึกษา&nbsp;เพื่อกำหนดรายละเอียดในการดำเนินงานระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา&nbsp;โดยวัตถุประสงค์ของการจัดหาฯ&nbsp;เพื่อสร้างโอกาส&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ&nbsp;และสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลให้กับกำลังคนของชาติ&nbsp;ซึ่งจะเป็นอนาคตของประเทศไทย&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;3&nbsp;สพป.อำนาจเจริญ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303181010195
605	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกิจกรรม คืนคลองสวย น้ำใส ให้คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โยน EM ball ช่วยบำบัดน้ำเสีย ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวริมน้ำ	"<p><strong>พลเอกอนุพงศ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;</strong>พร้อมนายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เดินทางมาร่วมกิจกรรม&nbsp;คืนคลองสวย&nbsp;น้ำใส&nbsp;ให้คลองแห&nbsp;ที่ศาลาอเนกประสงค์&nbsp;วัดคลองแห&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;รับฟังบรรยายสรุปการดำเนินโครงการจากนายเจษฎา&nbsp;จิตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;มีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ได้กำหนดให้คลองแห&nbsp;เป็นแหล่งน้ำในการพัฒนาฟื้นฟู&nbsp;และแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำ&nbsp;ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ในการฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติให้สะอาด&nbsp;สวยงาม&nbsp;โดยโครงการดังกล่าว&nbsp;สืบเนื่องจาก&nbsp;โครงการจิตอาสา&nbsp;""ลงมืออาสา""&nbsp;คืนคลองสวยน้ำใสให้คลองแห&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์อำนวยการใหญ่&nbsp;จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ได้กำหนดโครงการพัฒนาคลองต้นแบบ&nbsp;พื้นที่ภาคใต้&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คลองแห&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;และคลองบางใหญ่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ซึ่งคลองแห&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;2&nbsp;ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นคลองต้นแบบ&nbsp;สอดคล้องยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดสงขลา&nbsp;ประเด็นการพัฒนาที่&nbsp;3&nbsp;อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>ด้านการแก้ไขปัญหาการบำบัดน้ำเสียในระยะยาว&nbsp;</strong>ได้บูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานทุกภาคส่วน&nbsp;โดยการรวบรวมน้ำเสียจากแหล่งชุมชนเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียรวม&nbsp;การก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการกัดเซาะตลิ่ง&nbsp;และการรุกล้ำพื้นที่สาธารณะ&nbsp;และได้พัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ให้คลองแหเป็นแหล่งท่องเที่ยววิถีชีวิตของคนริมน้ำและเชิงวัฒนธรรมต่อไป</p><p><strong>โอกาสนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;</strong>ได้รับชมนิทรรศการการแก้ไขและพัฒนาคลองแห&nbsp;ซึ่งคลองแห่งนี้ปัจจุบันเป็นตลาดการท่องเที่ยว&nbsp;และได้?ร่วมกิจกรรมโยน&nbsp;EM&nbsp;Ball&nbsp;หรือ&nbsp;จุลินทรีย์ก้อนช่วยบำบัดน้ำเสีย&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ได้เชิญชวนพี่น้องประชาชนที่อยู่ริมฝั่งคลอง&nbsp;ร่วมแรงร่วมใจกันดูแลรักษาคุณภาพของน้ำก่อนที่จะปล่อยลงมายังคลองแห&nbsp;ช่วยกันฟื้นฟูและรักษาสภาพความสมบูรณ์ของระบบนิเวศอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303202013249
606	จังหวัดตราด จัดการประชุมคณะกรรมการประเมินผลการควบคุมภายในหน่วยงานภาครัฐ (ภาพรวมจังหวัด) จังหวัดตราด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพสูงสุด	<p><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายณรงค์&nbsp;เทพเสนา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประเมินผลการควบคุมภายในหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;(ภาพรวมจังหวัด)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เป็นคณะกรรมการเข้าร่วมที่ห้องประชุมพลอยแดง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด</p><p><strong>สำหรับการประชุมในครั้งนี้&nbsp;เป็นการพิจารณาการจัดทำสรุปรายงานประเมินผล</strong>การควบคุมภายในของส่วนราชการบริหารส่วนภูมิภาคและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;(ภาพรวมจังหวัด)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ตามหลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;ข้อ&nbsp;10&nbsp;วรรค&nbsp;4&nbsp;โดยสำนักงานคลังจังหวัดตราด&nbsp;ในฐานะฝ่ายเลขานุการ&nbsp;เป็นผู้จัดทำสรุปรายงาน&nbsp;เมื่อผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการชุดนี้แล้ว&nbsp;จะได้นำเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดตราดพิจารณาลงนาม&nbsp;และส่งให้กระทรวงการคลังภายใน&nbsp;180&nbsp;วัน&nbsp;นับแต่วันสิ้นปีงบประมาณต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303174932190
607	หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง พร้อมยืนยันว่า จะช่วยเหลือประชาชนชาวตราดอย่างเต็มความสามารถ	<p><strong>นาวาเอก&nbsp;พงษ์ศักดิ์&nbsp;ทองไสย&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด</strong>&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ต.แหลมกลัด&nbsp;อ.เมืองตราด&nbsp;จ.ตราด&nbsp;โดยมี&nbsp;นาวาเอก&nbsp;พิสิษฐ์&nbsp;&nbsp;หนูเล็ก&nbsp;รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่&nbsp;3&nbsp;และผู้นำชุมชน&nbsp;ร่วมกิจกรรม</p><p><strong>สำหรับการลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงในครั้งนี้</strong>&nbsp;นับได้ว่าเป็นกิจกรรมที่หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด&nbsp;ได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยในครั้งนี้ได้ลงพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;พร้อมทั้งได้มอบอาหารแห้ง&nbsp;และยารักษาโรคให้กับผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว</p><p><strong>ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จะยังคงดำเนินกิจกรรมนี้&nbsp;ร่วมกับผู้นำชุมชนในพื้นที่รับผิดชอบทุกพื้นที่&nbsp;เพื่อส่งผ่านกำลังใจให้กับผู้ป่วยติดเตียงและครอบครัว&nbsp;ให้มีกำลังใจในการใช้ชีวิตประจำวัน&nbsp;การลงพื้นที่จะทำให้ทราบถึงปัญหาและความเดือดร้อนที่แท้จริง&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราดพร้อมจะช่วยเหลือประชาชนชาวตราดอย่างเต็มความสามารถ&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303181436196
608	มท.1 มอบนโยบายขับเคลื่อนขจัดความยากจน 14 จังหวัดภาคใต้ ด้วยระบบ TPMAP วางเป้าพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างเป็นระบบและยั่งยืน	<p><strong>ที่โรงแรมบุรีศรีภู&nbsp;คอนเวนชั่น&nbsp;เซ็นเตอร์&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;</strong>พลเอก&nbsp;อนุพงศ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและแนวทางขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการขจัดความยากจน&nbsp;และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยังยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(ศจพ.)&nbsp;ในระดับพื้นที่&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;รุ่นที่&nbsp;2&nbsp;ภาคใต้&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนกลไกเชิงนโยบายในการแก้ปัญหาความยากจนทุกช่วงวัย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นายสุทธิพงศ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;ชื่นโกสุม&nbsp;รองปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;พัฒนาการจังหวัด&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัด&nbsp;ตลอดจนนายอำเภอจาก&nbsp;14&nbsp;จังหวัดภาคใต้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้</p><p><strong>สำหรับนโยบายการขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน</strong>ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(ศจพ.)&nbsp;มีประเด็นที่สำคัญ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;แนวทางการขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ได้มอบนโยบายและแนวทางปฏิบัติจากผู้บริหารส่วนกลางไปสู่ระดับพื้นที่&nbsp;ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน&nbsp;อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติอย่างเป็นรูปธรรม</p><p><strong>พลเอก&nbsp;อนุพงศ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำหรับการประชุมในครั้งนี้&nbsp;สิ่งสำคัญเพื่อมาชี้แจงแนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;ศจพ.จังหวัด&nbsp;ศจพ.อำเภอ&nbsp;และ&nbsp;ศจพ.ตำบล&nbsp;รวมทั้งทีมพี่เลี้ยง&nbsp;ในการซักซ้อมความเข้าใจแนวทางในการปฏิบัติ&nbsp;ซึ่งได้นำเอาฐานข้อมูล&nbsp;มาตรวจสอบเพื่อทราบปัญหาว่าเกิดจากจุดใด&nbsp;ในเรื่องใด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ให้ดำเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้นได้ในทุกมิติ&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ&nbsp;ด้านการศึกษาและทักษะที่จำเป็น&nbsp;ด้านสุขภาพ&nbsp;ด้านคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่&nbsp;และด้านการเข้าถึงบริการ&nbsp;ความช่วยเหลือ&nbsp;และหวังให้การดำเนินการให้เป็นไปตามเวลาที่กำหนด&nbsp;และประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น</p><p><br></p><p>ณิชารีย์&nbsp;หนูบุญ&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303182147199
609	ทน.พระนครศรีอยุธยา มอบเงินเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนชาวบ้านในพื้นที่เกาะเมืองที่หายป่วยโควิด-19	<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;สมทรง&nbsp;สรรพโกศลกุล&nbsp;นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;พันจ่าอากาศเอก&nbsp;สุวัฒน์&nbsp;สรรพโกศลกุล&nbsp;นายกฤษณ์&nbsp;เถี่ยนมิตรภาพ&nbsp;รองนายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;ร่วมกันมอบเงินเยียวยาผู้ที่เข้ารับการรักษาที่ศูนย์พักคอยเราไม่ทิ้งกัน&nbsp;Community&nbsp;isolation&nbsp;โรงเรียนเทศบาลวัดศาลาปูน&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวสุกัญญา&nbsp;เอี่ยมสิทธิพระกุล&nbsp;ผอ.กองสวัสดิการสังคม&nbsp;เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาและคณะ&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;ณ&nbsp;ลานกิจกรรมวัดศาลาปูนวรวิหาร&nbsp;อ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;จ.พระนครศรีอยุธยา</p><p><strong>นายกฤษณ์ฯ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตามที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19</strong>&nbsp;ในพื้นที่เขตเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;สมทรง&nbsp;สรรพโกศลกุล&nbsp;นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ได้ร่วมกับ&nbsp;พระครูอนุกูลศาสนกิจ&nbsp;(ประดิษฐ์&nbsp;ฐานิโก)&nbsp;เจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เจ้าอาวาสวัดศาลาปูนวรวิหาร&nbsp;จัดตั้งศูนย์พักคอย&nbsp;เราไม่ทิ้งกัน&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;โรงเรียนเทศบาลวัดศาลาปูน&nbsp;ขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ได้เข้ามาพักรักษาตัวจนอาการดีขึ้นและหายเป็นปกติ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้จัดงบประมาณโครงการสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อย&nbsp;งานสังคมสงเคราะห์กองสวัสดิการสังคม&nbsp;เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ดำเนินการส่งมอบเงินเยียวยาให้แก่ตัวแทนครอบครัวที่เข้ารับการรักษาตัวที่ศูนย์พักคอยดังกล่าว&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;ครอบครัว&nbsp;ครอบครัวละ&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;72,000&nbsp;บาท</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;</strong>ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;485&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยวันนี้&nbsp;266&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่&nbsp;3,4762&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;8&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303182533202
610	จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร แก้ไขปัญหาด้านเกษตรประชาชนในพื้นที่ห่างไกล	<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่โรงเรียนกุดจิกวิทยาคาร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลกุดจิก&nbsp;อำเภอท่าคันโท&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;</strong>นายทรงพล&nbsp;ใจกริ่ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมงกุฎราชกุมาร&nbsp;โดยมีนายพลานุภาพ&nbsp;ธพรคำแพทย์&nbsp;นายอำเภอท่าคันโท&nbsp;นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ชินคีรี&nbsp;เกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;พร้อมด้วยส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ประชาชน&nbsp;เข้าร่วมพิธี</p><p><strong>โดยโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่มีวัตถุประสงค์&nbsp;</strong>เพื่อให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงงานบริการทางวิชาการ&nbsp;และได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจร&nbsp;ภายใต้ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริมการเกษตรในระดับพื้นที่&nbsp;ศูนย์บริการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล&nbsp;และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับการบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทั่วถึงและครบถ้วน</p><p><strong>นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ชินคีรี&nbsp;เกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในคราวเดียวกัน&nbsp;และสอดคล้องกับปัญหาความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;โดยได้กำหนดให้โรงเรียนกุดจิกวิทยาคาร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลกุดจิก&nbsp;อำเภอท่าคันโท&nbsp;เป็นจุดให้บริการโครงการ&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;2&nbsp;การให้บริการคลินิกต่างๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกข้าวคลินิกดิน&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกปศุสัตว์คลินิกยางพารา&nbsp;คลินิกหม่อนไหม&nbsp;และคลินิกพันธุ์พืชเพาะเลี้ยงพร้อมทั้งหน่วยงานภาคเอกชนเข้าร่วมให้บริการแก่เกษตรกรในครั้งนี้โดยมีเกษตรกรร่วมงานและเข้ารับบริการ&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	กาฬสินธุ์	สวท.กาฬสินธุ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303182441201
611	ผู้ว่าฯ ยโสธร ติดตามสถานการณ์โควิด-19 พร้อมย้ำมาตรการป้องกันโควิด-19 ชวนเที่ยวงานวันสถาปนาจังหวัดยโสธร สะออน 50 ปี ศรียโสธรอย่างปลอดภัย ห่างไกลโควิด-19	<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยโสธร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;10/2565&nbsp;โดยมีนายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยโสธร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพญาแถน&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร&nbsp;รวมทั้งนายอำเภอ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยโสธรได้ร่วมประชุมผ่านระบบประชุมทางไกลด้วย&nbsp;ทั้งนี้เพื่อรับทราบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;และผลการฉีดวัคซีน&nbsp;การพิจารณาทบกวนประกาศจังหวัดยโสธร&nbsp;เรื่องมาตรการเร่งด่วนในการป้องกัน&nbsp;และควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19&nbsp;)&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;55)&nbsp;โดยชมรมศิลปินและอาชีพสายบันเทิง&nbsp;และมาตรการคัดกรองและการป้องกันโควิด-19&nbsp;ในงานวันสถาปนาจังหวัดยโสธร&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสวนสาธารณะบุ่งน้อย-บุ่งใหญ่&nbsp;ตำบลในเมือง&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;จังหวัดยโสธร</p><p><strong>โดยจังหวัดยโสธรยังได้รณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่&nbsp;3</strong>&nbsp;โดยประชาชนในกลุ่ม&nbsp;608<strong>&nbsp;</strong>สามารถ&nbsp;Walk&nbsp;in&nbsp;ไปฉีดวัคซีนได้เลยที่สถานพยาบาลหรือที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;หรือไปฉีดวัคซีนได้ทุกวันพุธที่อาคารโอทอป&nbsp;สวนสาธารณะวิมานพญาแถน&nbsp;&nbsp;พร้อมเชิญชวนผู้ปกครองพาบุตรหลานที่มีอายุ&nbsp;5-11&nbsp;ปี&nbsp;และอายุ&nbsp;6-17&nbsp;ปี&nbsp;รับการฉีดวัคซีนด้วย&nbsp;&nbsp;โดยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โรงพยาบาลยโสธร&nbsp;045-973900</p><p><strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนในพื้นที่จังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีประชาชนฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;321,698&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;296,842&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;80,427&nbsp;ราย&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;3,996&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนผลการฉีดวัคซีนในเด็กอายุ&nbsp;5-11&nbsp;ปี&nbsp;มีเด็กลงทะเบียนฉีดวัคซีนแล้วจำนวน&nbsp;17,980&nbsp;คน&nbsp;จากเด็กทั้งหมด&nbsp;32,203&nbsp;คน</p><p><strong>โดยภายหลังจากการประชุม&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายธีระพงษ์&nbsp;แก้วภมร&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร&nbsp;ได้ร่วมกันไลฟ์สดแถลงข่าวสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ผ่านทางเพจสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร&nbsp;เพจศูนย์สื่อสารโควิดจังหวัดยโสธร&nbsp;เพจเครือข่ายประชาสัมพันธ์&nbsp;และเครือข่ายสื่อมวลชนทุกแขนง&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข่าวสารสถานการณ์โควิด-19&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร&nbsp;/ข่าว&nbsp;/&nbsp;3&nbsp;มี.ค.&nbsp;65</p>	2022-03-03T00:00:00	NULL	ยโสธร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303182909203
612	แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้แทนกองทัพสหรัฐอเมริกา  ร่วมพิธีส่งมอบอาคารโครงการช่วยเหลือประชาชน  (HCA) ด้านการก่อสร้าง  (ENCAP) ในพื้นที่การฝึกร่วมผสม คอบร้าโกลด์ 2022 จังหวัดกระบี่	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ผู้แทนกองทัพสหรัฐอเมริกา&nbsp;</strong>และผู้บังคับกองพันทหารช่างที่&nbsp;5&nbsp;กองพลทหารราบที่&nbsp;5&nbsp;ร่วมในพิธีส่งมอบอาคารโครงการช่วยเหลือประชาชน&nbsp;(HCA)&nbsp;ด้านการก่อสร้าง&nbsp;(ENCAP)&nbsp;ให้แก่โรงเรียนบ้านทุ่งนุ้ย&nbsp;ตำบลพรุดินนา&nbsp;อำเภอคลองท่อม&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอนุวรรตน์&nbsp;โหมดพริ้ง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นผู้แทนรับมอบ&nbsp;พร้อมด้วยผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่&nbsp;และ&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านทุ่งนุ้ย&nbsp;&nbsp;ในโอกาสนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;และผู้แทนกองทัพสหรัฐอเมริกา&nbsp;ได้มอบรถจักรยานตามโครงการ&nbsp;จักรยานสานฝันปันสุข&nbsp;และมอบถุงยังชีพตามโครงการ&nbsp;ถุงยังชีพเพื่อการศึกษาให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านทุ่งนุ้ย&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารราบที่&nbsp;1&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;ข้าราชการครู&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;ได้ให้การต้อนรับและเข้าร่วมในพิธีส่งมอบดังกล่าว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>การฝึกร่วม/ผสม&nbsp;คอบร้าโกลด์&nbsp;2022</strong>&nbsp;เป็นการฝึกทางทหารระหว่างกองทัพไทยและกองทัพสหรัฐอมริกา&nbsp;เป็นการดำเนินความร่วมมือทางทหารในสภาวะปกติ&nbsp;ระหว่างมิตรประเทศ&nbsp;และพันธมิตรในเขตพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสหรัฐฯ&nbsp;ภาคพื้นแปซิฟิก&nbsp;ซึ่งการฝึกคอบร้าโกลด์&nbsp;ในทุกปี&nbsp;กองทัพไทย&nbsp;และกองทัพที่เข้าร่วมการฝึกได้จัดโครงการช่วยเหลือประชาชนเพื่อเป็นการสนับสนุน&nbsp;การพัฒนาชุมชน&nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิตในพื้นที่การฝึกฯ&nbsp;รวมถึงการมีส่วนร่วมในการสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;และชุมชน&nbsp;และยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพของมิตรประเทศ&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การฝึกคอบร้าโกลด์&nbsp;2022&nbsp;มีโครงการก่อสร้าง&nbsp;6&nbsp;โครงการ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;สระบุรี&nbsp;จันทบุรี&nbsp;ตราด&nbsp;และระยอง&nbsp;มีการจัดกำลังพลจากกองบัญชาการกองทัพไทย,&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาและ&nbsp;เหล่าทัพปฏิบัติงานร่วมกับมิตรประเทศอีก&nbsp;8&nbsp;ประเทศ</p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ปริญญา&nbsp;งอสอน&nbsp;/&nbsp;ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303191100218
613	กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหารร่วมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ขับเคลื่อนแผนงานตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ประจำปี 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.65&nbsp;)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;พ.อ.วรพรต&nbsp;แก้ววิจิตร&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นประธาน</strong>&nbsp;จัดกิจกรรมการพัฒนาและบำเพ็ญสาธารณประโยชน์&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;กำกับ&nbsp;ติดตาม&nbsp;และประเมินผล&nbsp;โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน&nbsp;(กอ.รมน.)&nbsp;ภายใต้งานบริหารจัดการขับเคลื่อนแผนงานตำบล&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ของ&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p><strong>พ.อ.วรพรต&nbsp;แก้ววิจิตร&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตำบลชะโนด&nbsp;อ.หว้านใหญ่&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นหนึ่งใน&nbsp;15&nbsp;ตำบลเป้าหมาย&nbsp;ในการดำเนินงานตามโครงการฯ&nbsp;จึงได้ร่วมกับเทศบาลตำลบชะโนด&nbsp;และราษฎรในพื้นที่&nbsp;จัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์&nbsp;โดยพัฒนา&nbsp;ปรับปรุงภูมิทัศน์&nbsp;และทำความสะอาดพื้นที่บริเวณสถานสาธารณประโยชน์&nbsp;ศาลาเอนกประสงค์ริมโขง&nbsp;บ้านพาลุกา&nbsp;หาดมโนภิรมย์&nbsp;ของ&nbsp;เทศบาลตำบลชะโนด</p><p><strong>ทั้งนี้เพื่อปลูกจิตสำนึกให้เกิดความรับผิดชอบต่อส่วนรวม&nbsp;</strong>ในฐานะพลเมืองของประเทศ&nbsp;ให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสาธารณะ&nbsp;ส่งเสริมให้บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อ&nbsp;ครอบครัว&nbsp;ชุมชน&nbsp;สังคม&nbsp;และประเทศชาติ&nbsp;ในลักษณะอาสาสมัคร&nbsp;และเพื่อช่วยขัดเกลาจิตใจให้มีความ&nbsp;เมตตากรุณา&nbsp;มีความเสียสละ&nbsp;และมีจิตสาธารณะเพื่อช่วยสร้างสรรค์สังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข&nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมือจากราษฎรในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303192802224
614	จังหวัดมุกดาหารตรวจประเมินผลงานตามโครงการหนึ่งจังหวัดหนึ่งศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบระดับจังหวัด	<p><strong>จังหวัดมุกดาหารตรวจประเมินผลงานตามโครงการหนึ่งจังหวัดหนึ่งศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบระดับจังหวัดประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่อำเภอหนองสูงและอำเภอดงหลวง</strong></p><p><br></p><p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;มอบหมายให้คณะกรรมการตรวจประเมินผลงานตามโครงการหนึ่งจังหวัดหนึ่งศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบระดับจังหวัดประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบ&nbsp;บ้านหนองโอใหญ่&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;อำเภอหนองสูง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายปิติณัช&nbsp;นิธิศธานี&nbsp;นายอำเภอหนองสูง&nbsp;พร้อมหัวหน้าหน่วยงานระดับอำเภอและหัวหน้าศูนย์ฯ&nbsp;สวนบูมสมใจเกษตรอินทรีย์&nbsp;&nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่&nbsp;234&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;บ้านหนองบัวใหญ่&nbsp;ตำบลโนนยาง&nbsp;อำเภอหนองสูง&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><strong>นายปาริชาติ&nbsp;ปัททุม&nbsp;สมาชิกเครือข่าย&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>หัวหน้าศูนย์ฯ&nbsp;สวนบูมสมใจเกษตรอินทรีย์&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนได้ดำเนินชีวิตภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยทำการเกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;และประยุกต์ใช้ความรู้เกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;บนเนื้อที่&nbsp;37&nbsp;ไร่&nbsp;โดยปลูกหวายเป็นรายได้หลักของครอบครัว&nbsp;มีพืช&nbsp;ผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;เช่น&nbsp;ข่า&nbsp;ชะอม&nbsp;ผักหวาน&nbsp;กาแฟ&nbsp;ทุเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;ส้มโอ&nbsp;ซึ่งรับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;(Orgarnic&nbsp;Thailand)&nbsp;และยังมีพืชผักสวนครัวหมุนเวียนทั้งปี&nbsp;ในการดำรงชีวิตประจำวัน&nbsp;เน้นการการลงมือทำ&nbsp;เพื่อเป็นแบบอย่างในการเรียนรู้และแบ่งปันขยายเครือข่ายสู่เพื่อนบ้านและชุมชนตลอดจนผู้ที่สนใจ</p><p><strong>จากนั้นได้ลงพื้นที่&nbsp;ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบระดับอำเภอดงหลวง</strong>&nbsp;ณ&nbsp;บ้านเขที่&nbsp;100&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;บ้านหนองบัว&nbsp;อำเภอดงหลวง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายนราวิชญ์&nbsp;มณีฤทธิ์&nbsp;นายอำเภอดงหลวง&nbsp;นายบุญฐิน&nbsp;ประทุมลี&nbsp;ส.ส.เขต&nbsp;2&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;และหน่วยงานในพื้นที่พร้อมเครือข่ายสมาชิก&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ</p><p><strong>นายพร้อมพงษ์&nbsp;คำมุงคุณ&nbsp;หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบระดับอำเภอดงหลวง</strong>&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;100&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;บ้านหนองบัว&nbsp;อำเภอดงหลวง&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนเป็นสมาชิกเครือข่าย&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ปี&nbsp;2559&nbsp;ได้บริหารจัดการพื้นที่ภายในศูนย์&nbsp;บนเนื้อที่&nbsp;30&nbsp;ไร่&nbsp;ทำการเกษตรผสมผสาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พื้นที่ทำนา&nbsp;ปลูกไม้ยืนต้น&nbsp;สวนยางพารา&nbsp;สวนไผ่&nbsp;ยางนา&nbsp;นอกจากนี้ยังมีมะนาว&nbsp;หม่อน&nbsp;และกระเจี๊ยบ&nbsp;ที่มีการนำมาแปรรูปเป็นน้ำกระเจี๊ยบและน้ำหม่อน&nbsp;จำหน่ายสร้างรายได้ให้ครอบครัวและขยายผลสู่เครือข่ายสมาชิกผ่านฐานการเรียนรู้ภายในศูนย์&nbsp;และยังมีการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;โดยใช้นวัตกรรมเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรน้ำอีกด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมการปกครองกำหนดให้อำเภอ&nbsp;878&nbsp;อำเภอทั่วประเทศ</strong>&nbsp;จัดตั้งศูนย์เรียนรู้&nbsp;โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริระดับอำเภอเพื่อเป็นศูนย์ถ่ายทอดองค์ความรู้ในการขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;หลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ไปสู่ประชาชนในพื้นที่เพื่อให้ประชาชนนำแนวคิดและหลักปฏิบัติไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและมีคุณภาพชีวิตที่ดี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303192746223
615	เทศบาลเมืองศรีสะเกษ  เร่งทำความสะอาดเตรียมรองรับทับนักกีฬา	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>เทศบาลเมืองศรีสะเกษ&nbsp;เร่งทำความสะอาดเตรียมรองรับทับนักกีฬา</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ชาวตลาดโต้รุ่งศรีนครลําดวนร่วมกับเจ้าหน้ากองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม</strong>ร่วมพัฒนาล้างตลาดโต้รุ่งให้สะอาดเพื่อต้อนรับการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;และกีฬาคนพิการ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;เพื่อให้เกิดความสะอาดและปลอดภัย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303193506228
616	เทศบาลเมืองศรีสะเกษ เฝ้าระวังเข้มตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19	<p><strong>เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ดร.ฉัฐมงคล&nbsp;อังคสกุลเกียรติ&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ&nbsp;</strong>มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เทศกิจ&nbsp;รณรงค์จัดระเบียบตลาดสดเทศบาล&nbsp;1,&nbsp;3&nbsp;และตลาดจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรริมทางรถไฟ&nbsp;(หลังตลาดสดเทศบาล&nbsp;3)&nbsp;และขอความร่วมมือพ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;และประชาชน&nbsp;ได้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ในช่วงการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;และการแข่งขังขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;นครลำดวนเกมส์&nbsp;ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในครั้งนี้&nbsp;(การจัดงานในรูปแบบวิถีปกติใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;ภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303192426222
617	ศอ.บต. ต้อนรับรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมหารือ การดำเนินงาน  ด้านการพัฒนาบทบาทสตรี และการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้	<p><strong>ผศ.ดร.รัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;&nbsp;&nbsp;ร่วมหารือ&nbsp;</strong>การดำเนินงานด้านการพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;และการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยมี&nbsp;นายศรัทธา&nbsp;คชพลายุกต์&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;นางกนกรัตน์&nbsp;เกื้อกิจ&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;น.อ.จักรพงษ์&nbsp;อภิมหาธรรม&nbsp;ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน&nbsp;ตลอดจนเจ้าหน้าที่บุคลากรที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับและร่วมพูดคุยหารือ</p><p><strong>สำหรับประเด็นที่หารือในครั้งนี้มีการพูดคุยเรื่องการประชาสัมพันธ์เชิงบวก</strong>เรื่องราวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้คนในพื้นที่และนอกพื้นที่ได้รับทราบ&nbsp;ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยในฐานะผู้แทนโฆษกของรัฐบาลพร้อมที่จะประชาสัมพันธ์ข่าวสารของทาง&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;อย่างเต็มที่&nbsp;รวมถึงมีแผนที่จะร่วมมือกับกลุ่มงานบริหารยุทธศาสตร์การสื่อสารสร้างความเข้าใจที่ดีในการส่งเสริมภาพลักษณ์ในพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำ&nbsp;Influencer&nbsp;มาเป็นกระบอกเสียงในการบอกเล่าเรื่องราวดีๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการหารือในประเด็นการศึกษาร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาสตรี&nbsp;ของ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;โดยเฉพาะการกำหนดสัดส่วนจำนวนผู้หญิง&nbsp;อย่างชัดเจนในคณะกรรมการชุดต่างๆ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ได้หารือในประเด็นที่ภาคประชาชนได้มีการเสนอให้ปลดล็อคนกกรงหัวจุกออกจากบัญชีสัตว์สงวนเพื่อส่งเสริมให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจ&nbsp;รวมถึงการส่งเสริมเยาวชนสมาคมดิจิทัลเพื่อสันติภาพ&nbsp;เปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพ&nbsp;ให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพด้านต่างๆ&nbsp;เชื่อมโยงระหว่างส่วนกลางและคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยมี&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เป็นหน่วยงานประสานเชื่อมโยง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303193158226
618	ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม-ติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญที่จังหวัดศรีสะเกษ	<p><strong>ที่ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;อาคารฝึกอบรมสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานศรีสะเกษ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นางจิรวรรณ&nbsp;สุตสุนทร&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมตรวจติดตามความก้าวหน้า&nbsp;ผลการปฏิบัติงานตามแผนการตรวจราชการ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;รอบที่&nbsp;2&nbsp;(Progress&nbsp;Review)&nbsp;โดยมี&nbsp;นางทัศนี&nbsp;ขจัดมลทิน&nbsp;ผอ.&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานศรีสะ&nbsp;เกษ&nbsp;พร้อมด้วยข้าราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ในสังกัดให้การต้อนรับและร่วมประชุมด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นางจิรวรรณ&nbsp;สุตสุนทร&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน</strong>&nbsp;ได้มาติดตามผลการดำเนินงานตามแผนงานโครงการของกรมพัฒนาฝีมือแรง&nbsp;งาน&nbsp;ตามนโยบายสำคัญ&nbsp;ภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงแรงงานแรงงาน&nbsp;กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;รวมทั้งติดตามผลการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี&nbsp;งบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ติดตามการป้องกันทุจริตประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่&nbsp;และตรวจราชการในประเด็นอื่นๆ&nbsp;ที่ได้รับมอบหมาย</p><p><strong>อีกทั้งได้ให้ข้อเสนอแนะในการดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการ&nbsp;</strong>ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;และให้กำลังใจข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนัก&nbsp;งานพัฒนาฝีมือแรงงานศรีสะเกษ&nbsp;ในการขับเคลื่อนภารกิจภายใต้สถาน&nbsp;การณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยให้เจ้าหน้าที่ทุกคนดูแลตนเองและครอบครัวรวมถึงปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังและขอบคุณที่ได้ร่วมกันปฏิบัติราชการตามแผนงานของกรมให้บรรลุตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ตรวจเยี่ยมผู้รับการฝึกหลักสูตรการฝึกยกระดับฝีมือ&nbsp;สาขานวดไทยเพื่อสุขภาพ&nbsp;150&nbsp;ชั่วโมงอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303193153225
619	ศรีสะเกษ เซิ้งโปรดักชั่น จับมือ WE TV ผลิตซีรีส์อีสานครบรส มนต์รัก อบต.	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ชู&nbsp;ยูโร&nbsp;ยศวรรธน์&nbsp;ดาราช่อง&nbsp;7&nbsp;สี&nbsp;เป็นพระเอกนำ&nbsp;เผยเรื่องราวมิตรภาพ-ความรักระหว่างชุมชน</strong></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ที่ศาลหลักเมืองศรีสะเกษ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">นายอวิรุทธ์&nbsp;อรรคบุตร&nbsp;ประธานกรรมการบริหาร&nbsp;บริษัท&nbsp;เซิ้ง&nbsp;โปรดักชั่น&nbsp;แอนด์&nbsp;ออร์แกไนเซอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;นำผู้กำกับ&nbsp;ดารา&nbsp;นักแสดง&nbsp;ช่างภาพ&nbsp;และพนักงานร่วมกันประกอบพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ศาลหลักเมืองศรีสะเกษ&nbsp;เปิดกล้องซีรีส์&nbsp;เรื่อง&nbsp;ไทบ้านคึกคัก&nbsp;มนต์รัก&nbsp;อบต.&nbsp;We&nbsp;TV&nbsp;ซึ่งเป็นซีรีส์เรื่องใหม่ของค่ายเซิ้งฯ&nbsp;ที่จะมาสร้างสีสันอีกครั้งในแนวซีรีส์แบบบ้านๆ&nbsp;ให้ติดตามกัน&nbsp;หลังประสบความสำเร็จมาแล้วจากภาพยนตร์เรื่อง&nbsp;ไทบ้านเดอะซีรีส์&nbsp;จนโด่งดังเป็นที่รู้จักของผู้ชมทั่วทั้งประเทศ&nbsp;ซึ่งในโอกาสนี้มี&nbsp;นายสิริพงศ์&nbsp;อังคสกุลเกียรติ&nbsp;นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และ&nbsp;ส.ส.ศรีสะเกษ&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;พรรคภูมิใจไทย&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติในพิธีด้วย</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">นายอวิรุทธ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;บริษัท&nbsp;เซิ้ง&nbsp;โปรดักชั่นฯ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ได้ร่วมกับ&nbsp;We&nbsp;TV&nbsp;ผลิตซีรีส์อีสานครบรสเรื่องใหม่&nbsp;ในแบบสไตล์ไทบ้าน&nbsp;ซึ่งปกติแล้วทางเซิ้งฯ&nbsp;จะทำเป็นภาพยนตร์เป็นส่วนใหญ่&nbsp;จึงลองขยับมาทำซีรีส์&nbsp;และเตรียมทำละคร&nbsp;เป็นช่องทางใหม่ของทางเซิ้ง&nbsp;โดยในซีรีส์เรื่องนี้&nbsp;เราได้พระเอกแนวหน้าของเมืองไทย&nbsp;ยูโร&nbsp;ยศวรรธน์&nbsp;นักแสดงจากช่อง&nbsp;7&nbsp;สี&nbsp;มาร่วมกับทีมนักแสดงจากเซิ้งโปรดักชั่นฯ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กุ๊งกิ๊ง&nbsp;ปฏิมา&nbsp;,เบ็น&nbsp;ศรัณยู&nbsp;,ด้งเด้ง&nbsp;ณัฐวุฒิ&nbsp;และตาต้า&nbsp;ชาติชาย&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ที่จะมาสร้างสีสันให้กับซีรีส์เรื่องนี้</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">สำหนับเนื้อหาของซีรีส์เรื่องนี้</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความวุ่นวายของระหว่างชุมชน&nbsp;ในเขต&nbsp;อบต.แห่งหนึ่ง&nbsp;ซึ่งไม่ค่อยถูกกันนัก&nbsp;จึงเกิดเป็นการท้าทายกันโดยการจัดแข่งขันฟุตบอล&nbsp;อบต.ขึ้น&nbsp;เพื่อกระชับมิตร&nbsp;สร้างความสัมพันธ์ระหว่างหมู่บ้าน&nbsp;โดยมีเรื่องราวของความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง&nbsp;เมื่อพระเอกหนุ่มนักเตะของทีมต่างหมู่บ้าน&nbsp;มาพบรักกับนางเอกสาวลูก&nbsp;1&nbsp;เรื่องราวความรักและมิตรภาพของหมู่บ้านนี้&nbsp;จะลงเอยเป็นเช่นไรนั้นต้องรอติดตาม</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ส่วนกำหนดปล่อยซีรีส์เรื่องดังกล่าวตอนแรกนั้น&nbsp;คาดว่าภายในช่วงกลางปีหรือไม่ก็ปลายปีนี้แน่นอน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;ซึ่งสถานที่ถ่ายจะเน้นความเป็นชนบทแบบบ้านๆ&nbsp;สไตล์ไทบ้าน&nbsp;ในเขตพื้นที่&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;เป็นส่วนใหญ่&nbsp;และอยากฝากถึงผู้ชมทุกท่านว่า&nbsp;สถานการณ์ตอนนี้ภาพยนตร์เรา&nbsp;ยังไม่สามารถฉายในโรงภาพยนตร์ได้&nbsp;เราจึงขยับมาทำซีรีส์&nbsp;และคิดว่าจะขยับมาทำละครในแบบสไตล์ของอีสานบ้านๆ&nbsp;ในอนาคตอันใกล้นี้&nbsp;และจะทำให้ทุกผลงานมีความน่าสนใจมากขึ้น&nbsp;จึงขอฝากท่านผู้ชมทุกท่านช่วยเป็นกำลังใจให้ทีมงาน&nbsp;โดยการช่วยกันกดไลค์&nbsp;กดแชร์&nbsp;และฝากติดตามผลงานซีรีส์เรื่องนี้ด้วย</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-center""><br></p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304001226286
620	"ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ มอบบ้าน ""เฮือนดีๆ ศรีสะเกษ ไม่ทิ้งกัน"""	"<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong>เป็นประธานมอบบ้านตามโครงการสร้าง/ซ่อมบ้านให้ผู้ขาดโอกาส&nbsp;""เฮือนดีๆ&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;ไม่ทิ้งกัน""&nbsp;เนื่องในงานเฉลิมฉลอง&nbsp;238&nbsp;ปี</p><p><strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;เป็นประธานมอบบ้านตามโครงการสร้าง/ซ่อมบ้านให้ผู้ขาดโอกาส&nbsp;""เฮือนดีๆ&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;ไม่ทิ้งกัน""&nbsp;เนื่องในงานเฉลิมฉลอง&nbsp;238&nbsp;ปี&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;หลังที่&nbsp;47,&nbsp;223&nbsp;,&nbsp;52&nbsp;,&nbsp;25&nbsp;และ&nbsp;224&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;หลัง&nbsp;ดังนี้</p><p>1.บ้านหลังที่&nbsp;47&nbsp;นายสิทธิ์&nbsp;งอมสงัด&nbsp;อายุ&nbsp;78&nbsp;ปี&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;51&nbsp;บ้านขมิ้น&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลทุ่ม&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุน&nbsp;238&nbsp;ปี&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จำนวน&nbsp;25,000&nbsp;บาท&nbsp;และการสนับสนุนเพิ่มเติมจากส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;พร้อมวัสดุก่อสร้างเพิ่มเติมจำนวน&nbsp;5,900&nbsp;บาท&nbsp;รวมจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;30,900&nbsp;บาท</p><p>2.&nbsp;บ้านหลังที่&nbsp;223&nbsp;นายพูล&nbsp;ยมมา&nbsp;อายุ&nbsp;44&nbsp;ปี&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;71&nbsp;บ้านหนองหว้า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลซำ&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;ได้รับเงินสนับสนุนจาก&nbsp;กองทุน&nbsp;238&nbsp;ปีจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จำนวน&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;และการสนับสนุนเพิ่มเติมจากส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;พร้อมวัสดุก่อสร้างเพิ่มเติม&nbsp;จำนวน&nbsp;8,000&nbsp;บาท&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;58,000&nbsp;บาท</p><p>3.&nbsp;บ้านหลังที่&nbsp;52&nbsp;นางราตรี&nbsp;คำฉิม&nbsp;อายุ&nbsp;52&nbsp;ปี&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;27&nbsp;บ้านหนองสิม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลหมากเขียบ&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุน&nbsp;238&nbsp;ปี&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จำนวน&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;และการสนับสนุนเพิ่มเติมจากส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;พร้อมวัสดุก่อสร้างเพิ่มเติมจำนวน&nbsp;42,000&nbsp;บาท&nbsp;รวมจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;92,000&nbsp;บาท</p><p>4.&nbsp;บ้านหลังที่&nbsp;25&nbsp;นางมาลี&nbsp;จันเทพา&nbsp;อายุ&nbsp;53&nbsp;ปี&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;21&nbsp;บ้านหนองสิม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลหมากเขียบ&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;ได้รับเงินสนับสนุนจาก&nbsp;สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ/การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ผ่านกองทุน&nbsp;238&nbsp;ปีจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จำนวน&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;และการสนับสนุนเพิ่มเติมจากส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;พร้อมวัสดุก่อสร้างเพิ่มเติม&nbsp;จำนวน&nbsp;42,000&nbsp;บาท&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;92,000&nbsp;บาท</p><p>5.&nbsp;บ้านหลังที่&nbsp;224&nbsp;นายบุญเลิศ&nbsp;ศรีจันทร์&nbsp;อายุ&nbsp;72&nbsp;ปี&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;131&nbsp;บ้านหนองแสง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ตำบลน้ำคำ&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;ได้รับเงินสนับสนุนจาก&nbsp;กองทุน&nbsp;238&nbsp;ปีจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จำนวน&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;และการสนับสนุนเพิ่มเติมจากส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;พร้อมวัสดุก่อสร้างเพิ่มเติม&nbsp;จำนวน&nbsp;57,000&nbsp;บาท&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;107,000&nbsp;บาท&nbsp;บ้านทั้งหมดมีสภาพเดิม&nbsp;เป็นบ้านสภาพทรุดโทรม&nbsp;ไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย&nbsp;มีลักษณะบ้านผุพัง&nbsp;ไม่มีความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ก่อสร้างโดยการสละแรงงาน&nbsp;</strong>อปท.กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;และจิตอาสาในพื้นที่มอบสิ่งของ&nbsp;เครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;และเครื่องใช้จำเป็นจากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายสิริพงศ์&nbsp;อังคสกุลเกียรติ&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เขต&nbsp;1/นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&nbsp;ชมรมนุ่งผ้าไทยใส่บาตร&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;พัฒนาชุมชนจังหวัด&nbsp;ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด&nbsp;สำนักงานที่ดินจังหวัด&nbsp;สำนักงานแขวงทางหลวงชนบท&nbsp;สำนักงานแรงงานจังหวัด&nbsp;สำนักงานประกันสังคมจังหวัด&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้ปกครองท้องที่&nbsp;ให้แก่ครอบครัวของราษฎรรายดังกล่าวเพื่อใช้ในการดำรงชีพต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวดำเนินการภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;</strong>กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสิริพงศ์&nbsp;อังคสกุลเกียรติ&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เขต&nbsp;1/นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นางมัลลิกา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;นางมัลลิกา&nbsp;เกษกุล&nbsp;นางพวงทอง&nbsp;วิรารัตน์&nbsp;รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;คลังจังหวัด&nbsp;แรงงานจังหวัด&nbsp;ประกันสังคมจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;ผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด&nbsp;นายคมป์&nbsp;สังข์วงษ์&nbsp;นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการอำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;อปท.&nbsp;ผู้ปกครองท้องที่&nbsp;อสม.&nbsp;อพปร.&nbsp;ชรบ.&nbsp;ผรส.&nbsp;เข้าร่วมพิธี&nbsp;&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลทุ่ม&nbsp;ตำบลซำ&nbsp;ตำบลหมากเขียบ&nbsp;และตำบลน้ำคำ&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</p><p&nbsp;class=""ql-align-center""><br></p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303194956235
621	ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ นำทุกหมู่เหล่าถวายเครื่องราชสักการะแด่ พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดย&nbsp;ผู้ว่าฯ&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;นำทุกหมู่เหล่าถวายเครื่องราชสักการะแด่&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</strong></p><p><br></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติครองราชย์&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;โรงเรียนราชประชานุเคราะห์&nbsp;29&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">อ.เมือง&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็น&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ในวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสำรวย&nbsp;เกษกุล&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;นายนพ&nbsp;พงศ์ผลาดิสัย&nbsp;น.ส.ชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ผู้พิพากษาศาลจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;ปลัดจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมพิธี</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">สำหรับวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ถือเป็นวันที่มีความสำคัญต่อช่างฝีมือแรงงานไทย&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">โดยเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;ก.พ.&nbsp;2552&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติถวายพระราชสมัญญาแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ให้เป็น&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;พร้อมกำหนดวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติที่พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถทางการช่างและเป็นแบบอย่างต่อแรงงานไทยทุกคน&nbsp;และในโอกาสการตรวจติดตามความก้าวหน้าผลการปฏิบัติงานตามแผนการตรวจราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;รอบที่&nbsp;2&nbsp;(Progress&nbsp;Review)&nbsp;ของ&nbsp;นางจิรวรรณ&nbsp;สุตสุนทร&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;ซึ่งมีกำหนดการตรวจราชการ&nbsp;เขต&nbsp;14&nbsp;พื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ในวันที่&nbsp;2&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางทัศนี&nbsp;ขจัดมลทิน&nbsp;ผอ.สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และอีก&nbsp;58&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;รวม&nbsp;96&nbsp;คน&nbsp;ได้ร่วมถวายเครื่องราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303200057241
622	จ.อุดรธานีปรับแนวทางการป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19	<p><strong>คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี&nbsp;</strong>เห็นชอบให้อำเภอพิจารณาอนุมัติการจัดงานศพ&nbsp;งานแต่ง&nbsp;งานประเพณี&nbsp;หรือกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมงานไม่เกิน&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;ที่ไม่ใช่งานคอนเสิร์ต&nbsp;หรือมหรสพ&nbsp;โดยผู้จัดงานต้องแจ้งอำเภอและร่วมวางแผน&nbsp;ก่อนจัดงาน&nbsp;สำหรับผู้เข้าสอบเรียนต่อ&nbsp;ม.1&nbsp;และ&nbsp;ม.4&nbsp;วันที่&nbsp;5-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;สามารถตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเองได้โดยให้รับรองผลและนำชุดผลตรวจมาแสดงก่อนเข้าห้องสอบและปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ประชุมพระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร&nbsp;อาคาร&nbsp;1&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี&nbsp;</strong>นายวันชัย&nbsp;จันทร์พร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;10/2565&nbsp;โดยมีคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์โรคโควิด-19&nbsp;พิจารณามาตรการป้องกัน&nbsp;ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>นายอุเทน&nbsp;หาแก้ว&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>อุดรธานี&nbsp;พบผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;7,998&nbsp;ราย&nbsp;รักษาตัว&nbsp;5,895&nbsp;ราย&nbsp;หายกลับบ้านแล้ว&nbsp;446&nbsp;คน&nbsp;ในขณะที่มีประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนทั้งจังหวัด&nbsp;2,163,636&nbsp;โดส&nbsp;แยกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;987,460&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;912,153&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;245,437&nbsp;คน&nbsp;เข็ม&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;18,586&nbsp;คน&nbsp;โดยครอบคลุมกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;เข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;301,601&nbsp;ราย&nbsp;เข็ม&nbsp;2&nbsp;286,660&nbsp;ราย&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง&nbsp;ประชาชนกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;เข้ารับฉีดวัคซีนที่ศูนย์บริการฉีดวัคซีนใกล้บ้าน&nbsp;</p><p><strong>ในการประชุมครั้งนี้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี</strong>&nbsp;มีมติเห็นชอบให้อำเภอพิจารณาอนุมัติการจัดงานศพ&nbsp;งานแต่ง&nbsp;งานประเพณี&nbsp;หรือกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมงานไม่เกิน&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;ที่ไม่ใช่งานคอนเสิร์ต&nbsp;หรือมหรสพ&nbsp;โดยผู้จัดงานต้องแจ้งอำเภอและร่วมวางแผน&nbsp;ก่อนจัดงาน&nbsp;พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้ร่วมกันอนุมัติการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานและทำบัตรประจำตัวคนงานไม่มีสัญชาติในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;พิจารณาอนุญาตการจัดการแข่งขันเจ๊สกี&nbsp;Pro&nbsp;Tour&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;สนามที่&nbsp;2&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7-8&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565,&nbsp;การจัดงานนมัสการหลวงปู่เครื่องและของดีนายูง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;วันที่&nbsp;25-26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565,&nbsp;การจัดงานเดินวิ่ง&nbsp;ชมภู&nbsp;อยู่นายูง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;2565,&nbsp;การจัดกิจกรรม&nbsp;Mini&nbsp;Concert&nbsp;Group&nbsp;Selfie/Hi-Touch&nbsp;วันที่&nbsp;5-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565,&nbsp;การจัดหมอลำศิริชัย&nbsp;ใจเกินร้อย&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565,&nbsp;การจัดกิจกรรมมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษา&nbsp;ของวิทยาลัยเทคโนโลยีอีสานเหนือ&nbsp;วันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565,&nbsp;การจัดซื้อชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี&nbsp;และการสอบเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;ของโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล&nbsp;โรงเรียนสตรีราชินูทิศ&nbsp;วันที่&nbsp;6-7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ผู้เข้าสอบสามารถตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเอง</strong>&nbsp;ให้ผู้ปกครองเซ็นรับรอง&nbsp;และให้นำชุดผลตรวจมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าสอบ&nbsp;รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน&nbsp;ควบคุมโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303194146231
623	แขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษ จัดกิจกรรมปรับปรุงทางข้าม  ทางม้าลาย เพื่อความปลอดภัย บริเวณหน้าโรงเรียน ป้องกันอุบัติเหตุทางถนน	<p><strong>จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยสำนักงานแขวงทางหลวงชนบท&nbsp;</strong>จัดกิจกรรมปรับปรุงทางข้าม&nbsp;&nbsp;ทางม้าลาย&nbsp;บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านกงพาน&nbsp;ตำบลก้านเหลือง&nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมทาสีเครื่องหมายจราจร&nbsp;ทางม้าลายถนนหน้าโรงเรียนฯ&nbsp;เพื่อลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม&nbsp;เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;กรณีรถจักรยานยนต์ชนคนเดินข้ามถนน&nbsp;บริเวณทางข้าม&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ตามโครงการจิตอาสา&nbsp;ปรับปรุงทางข้ามทางม้าลายหน้าโรงเรียนปลอดภัย</p><p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านกงพาน&nbsp;ตำบลก้านเหลือง</strong>&nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานจัดกิจกรรมปรับปรุงทางข้ามทางม้าลาย&nbsp;บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านกงพาน&nbsp;ตำบลก้านเหลือง&nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมทาสีเครื่องหมายจราจร&nbsp;ทางม้าลายถนนหน้าโรงเรียนฯ&nbsp;ถนนทางหลวงชนบท&nbsp;ศก.4020&nbsp;ถนนต้นตาล&nbsp;ซึ่งอยู่ในความดูแลของหมวดบำรุงทางหลวงชนบทอุทุมพรพิสัย&nbsp;เพื่อลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม&nbsp;เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;กรณีรถจักรยานยนต์ชนคนเดินข้ามถนน&nbsp;บริเวณทางข้าม&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ตามโครงการจิตอาสา&nbsp;ปรับปรุงทางข้ามทางม้าลายหน้าโรงเรียนปลอดภัย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายปรพัทธ์&nbsp;ภูงามทอง&nbsp;ผอ.แขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษ&nbsp;นายสุริยันต์&nbsp;ศรีพิธาธนสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการหมวดบำรุงทางหลวงชนบทอุทุมพรพิสัย&nbsp;นายก&nbsp;อบต.ก้านเหลือง&nbsp;,ผอ&nbsp;รร.บ้านกงพาน,&nbsp;พร้อมด้วยผู้นำท้องที่/ท้องถิ่น&nbsp;และทีมงาน&nbsp;แขวงทางหลวงชนบท&nbsp;และหมวดทางหลวงชนบท&nbsp;ในสังกัด&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมปรับปรุง&nbsp;เพื่อความปลอดภัย&nbsp;ในทางข้ามและทางม้าลาย&nbsp;อย่างพร้อมเพรียง&nbsp;</p><p><strong>นายปรพัทธ์&nbsp;ภูงามทอง&nbsp;ผอ.แขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษ&nbsp;รายงานกล่าวว่า</strong>&nbsp;สำนักงานแขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษได้รับการมอบหมายงานโครงการประชุมกรมการจังหวัดนั้น&nbsp;เพื่อให้การปรับปรุงภูมิทัศน์&nbsp;พัฒนาเมือง&nbsp;เตรียมจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;และกีฬาคนพิการแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;แขวงทางหลวงชนบทจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จะดำเนินการทำความสะอาดปรับปรุงภูมิทัศน์&nbsp;พัฒนาเมือง&nbsp;จึงได้กำหนดจัดกิจกรรม&nbsp;จิตอาสา&nbsp;ตีเส้นทางม้าลาย&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านกงพาน&nbsp;ตำบลก้านเหลือง&nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ถนนสาย&nbsp;ศก.4020&nbsp;ถนนต้นตาล</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303195305237
624	ศรีสะเกษ เดินหน้าโครงการ 1 อำเภอ 1 อาชีพ สร้างงาน-รายได้ เตรียมพร้อมรองรับสังคมสูงอายุ	<p><strong>ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรครบวงจรอำเภอพยุห์&nbsp;ต.พยุห์&nbsp;อ.พยุห์&nbsp;จ.ศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นางจิรวรรณ&nbsp;สุตสุนทร&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางทัศนี&nbsp;ขจัดมลทิน&nbsp;ผอ.&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานศรีสะเกษ&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้เข้ารับการฝึกอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพแรงงาน&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสังคมสูงอายุ&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;1&nbsp;อำเภอ&nbsp;1&nbsp;อาชีพ&nbsp;เพื่อสร้างงานและมีรายได้ที่มั่นคง&nbsp;รุ่นที่&nbsp;6/2565&nbsp;สาขาการปลูกผักปลอดสารพิษ&nbsp;18&nbsp;ชั่วโมง</p><p><strong>ซึ่งการดำเนินการฝึกอบรมในครั้งนี้&nbsp;มี&nbsp;นางธัญญรินทร์&nbsp;เหตุผล&nbsp;เป็นวิทยากรฝึกอบรม</strong>&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;1-3&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ที่ผ่านมาให้กับสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรครบวงจรอำเภอพยุห์&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;ที่มีความต้องการพัฒนาทักษะด้านการปลูกผักปลอดสารพิษ&nbsp;นำความรู้ไปประกอบอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้อย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303194809234
625	จังหวัดศรีสะเกษ ผอ.สนง.การกีฬาฯคว้ารางวัลเพชรพลศึกษาองค์กรดีเด่น	"<p><strong>ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย&nbsp;</strong>เข้ารับรางวัลเพชรพลศึกษา&nbsp;ประเภทองค์กรดีเด่นด้านส่งเสริมกีฬา&nbsp;ณ&nbsp;ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ</p><p><strong>สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong>พร้อมด้วยสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยนายชนินทร์&nbsp;คุ้มใหญ่โต&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เข้ารับรางวัลเพชรพลศึกษา&nbsp;ประเภทองค์กรดีเด่นด้านส่งเสริมกีฬา&nbsp;ณ&nbsp;ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ร่วมเป็นกำลังใจให้พวกเราสมาคมกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;สำนักงาน&nbsp;กกท.&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ขอขอบพระคุณที่เห็นคุณค่าความตั้งใจทำงานของพวกเรา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-center""><br></p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303200837245
626	ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษนุ่งผ้าไทยปลูกดอกไม้สนับสนุนศรีสะเกษเกมส์	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษนุ่งผ้าไทยปลูกดอกไม้สนับสนุนศรีสะเกษเกมส์&nbsp;ต้อนรับการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;""ศรีสะเกษเกมส์""</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่บริเวณรั้วหน้าโรงพยาบาลศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;""นุ่งผ้าไทยปลูกดอกไม้สนับสนุนศรีสะเกษเกมส์""&nbsp;เพื่อเตรียมการต้อนรับการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;""ศรีสะเกษเกมส์""&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสำรวย&nbsp;เกษกุล&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;นายนพ&nbsp;พงศ์ผลาดิสัย&nbsp;และนางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นพ.ทนง&nbsp;วีระแสงพงษ์&nbsp;สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นพ.ชลวิทย์&nbsp;หลาวทอง&nbsp;ผอ.โรงพยาบาลศรีสะเกษ&nbsp;นำคณะผู้บริหาร&nbsp;แพทย์&nbsp;พยาบาลโรงพยาบาลศรีสะเกษ&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;เป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อต้อนรับทัพนักกีฬาและคณะกรรมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;</strong>ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;25&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;และการแข่งขันกีฬาคนพิการ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;นครลำดวนเกมส์&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303201015246
627	จ.ศรีสะเกษ ผู้ตรวจฯ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ชื่นชมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรตามรอยพ่อหลวง มุ่งมั่นฝึกอาชีพเพิ่มรายได้สู่ครัวเรือน	<p><strong>ที่บ้านทุ่งสุวพัชร&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;27/9&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลดูน&nbsp;อำเภอกันทรารมย์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นางจิรวรรณ&nbsp;สุตสุนทร&nbsp;ผู้ตรวจราช&nbsp;การกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามความก้าว&nbsp;หน้าผลการปฏิบัติงานตามแผนการตรวจราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;รอบที่&nbsp;2&nbsp;(Progress&nbsp;Review)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เพื่อตรวจติดตามนโยบายสำคัญ&nbsp;รวมถึงผลการดำเนินงานตามแผนงานโครง&nbsp;การของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;กระ&nbsp;ทรวงแรงงาน&nbsp;ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย&nbsp;โดยมี&nbsp;นางทัศนี&nbsp;ขจัดมลทิน&nbsp;ผอ.สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวรวุฒิ&nbsp;นิรันตรานนนท์&nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุม&nbsp;ชนเกษตรตามรอยพ่อหลวงตำบลทุ่ม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และสมาชิกร่วมให้การต้อนรับ</p><p><strong>โอกาสนี้ได้เยี่ยมและให้กำลังใจ&nbsp;นางสุวณี&nbsp;ธานี</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ผ่านการฝึกอบรม&nbsp;หลักสูตรการฝึกอาชีพเสริม&nbsp;สาขาบาริสต้ามืออาชีพ&nbsp;30&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;รุ่นที่&nbsp;2/2565&nbsp;ฝึกอบรมระหว่างวันที่&nbsp;14-18&nbsp;ก.พ.&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งหลังจากผ่านการฝึกอบรม&nbsp;ได้ลงทุนซื้อเครื่องชงกาแฟ&nbsp;อุปกรณ์การทำกาแฟ&nbsp;และเครื่องดื่มอื่นๆ&nbsp;โดยเปิดร้านที่บ้านตนเองชื่อว่า&nbsp;บ้านทุ่งสุวพัชร&nbsp;ซึ่งสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานศรีสะเกษ&nbsp;ได้ส่งเสริมให้ความรู้พัฒนาทักษะด้านการชงเครื่องดื่มกาแฟ&nbsp;และอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ให้มีความเชี่ยวชาญ&nbsp;ฝีมือได้มาตรฐานและสามารถจำหน่ายให้กับลูกค้าได้หลากหลายกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;พร้อมกับจำหน่ายผ่านทางสื่อออนไลน์ต่างๆ&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303200554244
628	จ.สุรินทร์ เปิดโครงการมหกรรมการออม ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องรัตนสุวรรณ&nbsp;โรงแรมทองธารินทร์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>โดยคณะกรรมการเครือข่ายกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุรินทร์&nbsp;จัดกิจกรรมเปิดโครงการมหกรรมการออม&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน&nbsp;เนื่องในโอกาสครบรอบ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;ของการก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้มีการประหยัดและออมเงินในรูปเงินสัจจะ&nbsp;มีการบริหารเงินทุนในการประกอบอาชีพและสวัสดิการของสมาชิก&nbsp;มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการเงินทุนด้วยตนเอง&nbsp;และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน&nbsp;โดยมี&nbsp;นางทรงลักษณ์&nbsp;วรภัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;นายชูศักดิ์&nbsp;ยิ่งรุ่งโรจน์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;พร้อมปลัดจังหวัดสุรินทร&nbsp;หัวหน้าส่วนราช&nbsp;ผู้มีเกียรติร่วมเป็นเกียรติและ&nbsp;กลุ่มองค์กร&nbsp;ภาคีเครือข่าย&nbsp;เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน&nbsp;และภาคเอกชนประมาณ&nbsp;70&nbsp;คนร่วมกิจกรรม</p><p><strong>กิจกรรมประกอบด้วย</strong>&nbsp;การจัดแสดงนิทรรศการ&nbsp;การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของแต่ละอำเภอ&nbsp;การจัดเวทีเสวนา&nbsp;เรื่อง&nbsp;""48&nbsp;ปี&nbsp;กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตจากปัจจุบันสู่อนาคด&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน""&nbsp;ประธานในพิธีเปิดกรวยดอกไม้&nbsp;ถวายเครื่องราชสักการะ&nbsp;นำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณในการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และอ่านสารอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;เนื่องในวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเป็นวันคล้ายวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;ครบรอบ&nbsp;45&nbsp;ปี&nbsp;และการมอบเกียรติบัตรกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตดีเด่น&nbsp;อำเภอละ&nbsp;1&nbsp;กลุ่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;กลุ่ม&nbsp;กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;จัดตั้งโดยการรวมตัวกันของชาวบ้าน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน&nbsp;โดยการประหยัดทรัพย์แล้วนำมาสะสมรวมกันทีละเล็กละน้อยเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;เพื่อใช้เป็นทุนให้สมาชิกที่มีความจำเป็นเดือดร้อนกู้ยืมไปใช้ในการลงทุนประกอบอาชีพ&nbsp;หรือเพื่อสวัสดิการของตนเองและครอบครัวภายใต้คุณธรรม&nbsp;5&nbsp;ประการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ความซื่อสัตย์&nbsp;ความเสียสละ&nbsp;ความรับผิดชอบ&nbsp;ความเห็นอกเห็นใจกัน&nbsp;และความไว้วางใจกัน</p><p><strong>ปัจจุบันจังหวัดสุรินทร์มีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;530&nbsp;กลุ่ม</strong>&nbsp;สมาชิก&nbsp;57,928&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เงินสัจจะสะสมจำนวน&nbsp;321,524,330&nbsp;บาท&nbsp;และในปีนี้กรมการพัฒนาชุมชนกำหนดให้การดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์&nbsp;เพื่อการผลิตเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างกระบวนเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;ตามภารกิจกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;และภารกิจของกระทรวงมหาดไทยในการบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุขของประชาชน&nbsp;แก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม&nbsp;รวมทั้งประกาศวาระชุมชน&nbsp;""การส่งเสริมการออมภาคประชาชน""&nbsp;ในระดับจังหวัดและอำเภอ&nbsp;เพื่อส่งเสริมการออมของประชาชนเป็นการสร้างหลักประกันและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่สมาชิกในครัวเรือน&nbsp;โดยมีเป้าหมายให้ครัวเรือนมีการออมเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า&nbsp;ร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ของเงินออมเดิมที่มีอยู่&nbsp;ครัวเรือนมีการออมร้อยละ&nbsp;90&nbsp;ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมด&nbsp;และครัวเรือนยากจนเป้าหมายของระบบ&nbsp;TPMAP&nbsp;ที่ประสบปัญหามิติด้านรายได้มีการออมเงินอย่างน้อยร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมด&nbsp;&nbsp;การจัดงานในครั้งนี้&nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ดำเนินงานในไตรมาสที่&nbsp;2</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303195657239
629	กิจกรรม PEA ปันยิ้ม อิ่มบุญ คืนความสุข สู่สังคม ประจำปี 2565 มอบอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา ตรวจสอบและปรับปรุงระบบไฟฟ้าภายในโรงเรียน	<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นางศรัญญา&nbsp;โชติกะ&nbsp;ประธานคณะแม่บ้านฯ&nbsp;กฟน.1</strong>&nbsp;เดินทางเป็นประธาน&nbsp;ในพิธีเปิดกิจกรรม&nbsp;PEA&nbsp;ปันยิ้ม&nbsp;อิ่มบุญ&nbsp;คืนความสุข&nbsp;สู่สังคม&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ให้กับโรงเรียน&nbsp;ตชด.&nbsp;ชมรมอนุรักษ์พุทธศิลปไทยอนุสรณ์&nbsp;บ้านแสนคำลือ&nbsp;ตำบลถ้ำลอด&nbsp;อำเภอปางมะผ้า&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</p><p><strong>นายนคร&nbsp;โชติกะ&nbsp;ผู้ช่วยผู้ว่าการ&nbsp;การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;(ภาคเหนือ)&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;นอกจากมีภารกิจหลักในการให้บริการด้านพลังงานไฟฟ้าแล้ว&nbsp;ยังมีนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคม&nbsp;ที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกับ&nbsp;ชุมชน&nbsp;สังคม&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;และเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โดยในเรื่องการศึกษา&nbsp;การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;ให้ความสำคัญกับโรงเรียนที่ห่างไกล&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโรงเรียนตำรวจตระเวณชายแดน&nbsp;จึงได้จัดให้มีกิจกรรม&nbsp;PEA&nbsp;ปันยิ้ม&nbsp;อิ่มบุญ&nbsp;คืนความสุขสู่สังคม&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2557&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จะมีการจัดกิจกรรมปีละ&nbsp;4&nbsp;ครั้ง&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ด้านนางศรัญญา&nbsp;โชติกะ&nbsp;ประธานคณะแม่บ้านฯ&nbsp;กฟน.1&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การจัดกิจกรรม&nbsp;PEA&nbsp;ปันยิ้ม&nbsp;อิ่มบุญ&nbsp;คืนความสุขสู่สังคม&nbsp;ในวันนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ดำเนินการสนับสนุนทุนอาหารกลางวัน&nbsp;สนับสนุนเครื่องเขียนแบบเรียน&nbsp;อุปกรณ์กีฬา&nbsp;เครื่องอุปโภค-บริโภค&nbsp;ของใช้ที่จำเป็น&nbsp;พร้อมได้ดำเนินการปรับปรุงระบบไฟฟ้าภายในโรงเรียนให้มีความปลอดภัย&nbsp;พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า&nbsp;และเครื่องตัดไฟรั่ว&nbsp;(RCD)&nbsp;ให้กับโรงเรียน&nbsp;รวมเป็นเงินทั้งสิ้น&nbsp;220,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่โรงเรียนและส่วนเกี่ยวข้อง&nbsp;ได้นำไปใช้พัฒนาทางด้านการศึกษาต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303201342248
630	อ.บัวเชด ประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประจำเดือนมีนาคม 2565 เพื่อเเจ้งข้อราชการ และนโยชายจากทางราชการ	<p><strong>ที่หอประชุมโรงเรียนบัวเชดวิทยา&nbsp;นายพิศาล&nbsp;เค้ากล้า&nbsp;นายอำเภอบัวเชด</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ประจำเดือน&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเเจ้งข้อราชการ&nbsp;ที่ได้รับจากการประชุมประจำเดือนกรมการจังหวัดเเละนโยบายพร้อมข้อสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดยก่อนที่จะเข้าสู่วาระการประชุมได้มีพิธีดังนี้</p><p>1)&nbsp;อ่านสารนายกรัฐมนตรี&nbsp;สารรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;สารปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และสารอธิบดีกรมการปกครอง&nbsp;เนื่องในวันคณะกรรมการหมู่บ้าน(กม.)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;และบรรยายบทบาทหน้าที่ของ&nbsp;กม.</p><p>2)&nbsp;ประดับเครื่องหมายและมอบหนังสือสำคัญ&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านที่ได้รับเลือกใหม่&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายสาร&nbsp;ชอมสุข&nbsp;บ้านตะเปียงคล็อง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลจรัส&nbsp;นางสมพร&nbsp;วาหะมงคล&nbsp;บ้านแสนสนุก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลบัวเชด&nbsp;และนายสุริยา&nbsp;ลักษขร&nbsp;บ้านสะเดาน้อย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลสะเดา</p><p>3)&nbsp;มอบใบประกาศเกียรติบัตรผลการประกวดผลงานหมู่บ้าน&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;ตามโครงการคัดเลือกหมู่บ้านเข้มแข็ง&nbsp;ตามแนวทางแผ่นดินธรรม&nbsp;แผ่นดินทอง&nbsp;(หมู่บ้าน&nbsp;อยู่เย็น)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;รางวัลชนะเลิศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;บ้านสะเดาน้อย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลสะเดา&nbsp;และรางวัลรองชนะเลิศ&nbsp;บ้านตาวัง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลตาวัง</p><p>4)&nbsp;มอบใบประกาศเกียรติบัตรผลการประกวดผลงานหมู่บ้าน&nbsp;ระดับตำบล&nbsp;ตามโครงการคัดเลือกหมู่บ้านเข้มแข็ง&nbsp;ตามแนวทางแผ่นดินธรรม&nbsp;&nbsp;แผ่นดินทอง&nbsp;(หมู่บ้าน&nbsp;อยู่เย็น)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ได้แก่&nbsp;บ้านหมื่นสังข์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลบัวเชด,&nbsp;บ้านสะเดาน้อย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลสะเดา,&nbsp;บ้านนาสนวน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลจรัส,&nbsp;บ้านประเม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลอาโพน,&nbsp;บ้านตาวัง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลตาวัง,&nbsp;บ้านไทยเดิมน้อย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลสำเภาลูน</p><p>5)&nbsp;มอบประกาศเกียรติบัตร&nbsp;แก่ผู้ใหญ่บ้านตาวัง&nbsp;นายอนิวัฒน์&nbsp;ลำดวนหอม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ที่ได้อุทิศกำลังกาย&nbsp;กำลังใจปฎิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านด้วยความเรียบร้อยและเป็นผลดี&nbsp;แก่ทางราชการจนอายุ&nbsp;60&nbsp;ปี</p><p>6)&nbsp;มอบใบประกาศเกียรติบัตร&nbsp;ทีมก่อการดีบัวเชด&nbsp;ผ่านการรับรองเป็นผู้ก่อการดี&nbsp;Merit&nbsp;Marker&nbsp;การดำเนินงานป้องกันการจมน้ำ&nbsp;ระดับเงิน</p><p>7)&nbsp;มอบเงินช่วยเหลือจากกองทุนเจ้าพ่อหมื่นขุนวัง&nbsp;ได้แก่&nbsp;มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบธารณภัย&nbsp;กรณีไฟไหม้บ้านทั้งหลังของนางอ้วน&nbsp;ไชยพร&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;38&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลอาโพน&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;/&nbsp;การมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&nbsp;กรณีไฟไหม้บ้านบางส่วนของนางวนิดา&nbsp;ปุ่มแก้ว&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;47&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลอาโพน&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;/&nbsp;การมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&nbsp;กรณีไฟไหม้บ้านบางส่วนของนางสมวน&nbsp;สุดหาร&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;49&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลอาโพน&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;หลังจากการประชุมได้เยี่ยมชมการจัดนิทรรศการ&nbsp;การแสดงผลงาน&nbsp;เนื่องในวันคณะกรรมการหมู่บ้าน&nbsp;(กม.)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303200025240
631	จังหวัดสุรินทร์ออกให้ความช่วยเหลือราษฎรผู้ยากไร้ในพื้นที่อำเภอศีขรภูมิ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นางจันทร์เพ็ญ&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์&nbsp;และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ลงพื้นที่ออกเยี่ยมให้ความช่วยเหลือราษฎรยากไร้&nbsp;และด้อยโอกาส&nbsp;ในพื้นที่อำเภอศีขรภูมิ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>โดยเวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;ออกเยี่ยมนายพูพันธ์&nbsp;มั่นจิต&nbsp;อายุ&nbsp;62&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;20&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลขวาวใหญ่&nbsp;อำเภอศีขรภูมิ&nbsp;ราษฎรผู้ประสบปัญหาป่วยด้วยอาการกระดูกสันหลังหัก&nbsp;3&nbsp;ท่อน&nbsp;และอยู่ระหว่างพักรักษาตัวตามคำสั่งแพทย์&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ทำให้ไม่สามารถประกอบอาชีพหรือทำงานหนักได้&nbsp;มีภาระต้องเลี้ยงดูบุตรที่พิการ&nbsp;เนื่องจากเส้นเลือดในสมองแตกและหลานอีก&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;เวลา&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ออกเยี่ยมนางสาววรรณิดา&nbsp;หมายชัย&nbsp;อายุ&nbsp;18&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;64/1&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลยาง&nbsp;อำเภอศีขรภูมิ&nbsp;ราษฎรผู้ประสบปัญหาทางสายตาแต่กำเนิด&nbsp;ตาบอด&nbsp;1&nbsp;ข้าง&nbsp;ซึ่งขณะนี้กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่&nbsp;4&nbsp;อาศัยอยู่กับน้าสาว&nbsp;อายุ&nbsp;40&nbsp;ปี&nbsp;และย่า&nbsp;อายุ&nbsp;78&nbsp;ปี&nbsp;ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการศึกษาเล่าเรียนและการรักษาพยาบาล</p><p><strong>โดยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์พร้อมคณะ</strong>&nbsp;ได้เยี่ยมให้กำลังใจ&nbsp;มอบเงินช่วยเหลือ&nbsp;และสิ่งของบรรเทาทุกข์&nbsp;จากเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์&nbsp;แก่ครอบครัวราษฎร&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;และมอบหมายให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ดำเนินการช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303200233242
632	สวดพระอภิธรรมศพพระครูสิริสุตคุณอดีตเจ้าคณะจังหวัดพัทลุง	<p><strong>ผู้ว่าฯ&nbsp;พัทลุง&nbsp;นำหัวส่วนราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;เป็นเจ้าภาพพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมศพพระครูสิริสุตคุณ&nbsp;อดีตเจ้าคณะจังหวัดพัทลุงและอดีตเจ้าอาวาสวัดอัมพวนาราม&nbsp;ก่อนพระราชทานเพลิงศพ&nbsp;วันที่&nbsp;29&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565</strong></p><p><br></p><p><strong>ณ&nbsp;วัดอัมพวนาราม&nbsp;ตำบลท่ามิหรำ&nbsp;อำเภอเมืองพัทลุง</strong>&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;นายกู้เกียรติ&nbsp;วงศ์กระพันธุ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;นายวิญญ์&nbsp;สิทธิเซนทร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;และนางมะลิ&nbsp;วงศ์กระพันธุ์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพัทลุง&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;พร้อมข้าราชการ&nbsp;และศิษย์ญานุศิษย์&nbsp;เพื่อเป็นเจ้าภาพพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมศพพระครูสิริสุตคุณ&nbsp;อดีตเจ้าคณะจังหวัดพัทลุงและอดีตเจ้าอาวาสวัดอัมพวนาราม&nbsp;เนื่องด้วยพระครูสิริสุตคุณ&nbsp;ฉายา&nbsp;ฐิตปญโญ&nbsp;อายุ&nbsp;78&nbsp;พรรษา&nbsp;57&nbsp;วิทยฐานะ&nbsp;น.ธ.เอก,&nbsp;ป.ธ.5.&nbsp;พธ.บ.&nbsp;มจร.&nbsp;มรณภาพด้วยโรคสมองฝ่อวัยชรา&nbsp;เมื่อวันอังคารที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;ณ&nbsp;วัดอัมพวนาราม&nbsp;ตำบลท่ามิหรำ&nbsp;อำเภอเมืองพัทลุง&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;ก่อนที่จะมีการทำพิธีพระราชทานเพลิงศพ&nbsp;วันที่&nbsp;29&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565</p><p><strong>ขณะที่การบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมศพพระครูสิริสุตคุณ&nbsp;อดีตเจ้าคณะจังหวัดพัทลุง</strong>และอดีตเจ้าอาวาสวัด&nbsp;นั้น&nbsp;ได้มีการสวดพระอภิธรรมทุกวันตั้งแต่พระครูสิริสุตคุณ&nbsp;มรณภาพเป็นต้นมา&nbsp;และทุกวันประชาชนทั้งจังหวัดพัทลุง&nbsp;และศิษย์ญานุศิษย์เป็นที่นับถือพระครูสิริสุตคุณ&nbsp;เข้าฟังการสวดพระอภิธรรมเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>สำหรับพระครูสิริสุตคุณ&nbsp;พระครูสิริสุตคุณ&nbsp;(บุญนำ)&nbsp;ฉายา&nbsp;ฐิตปุญโญ&nbsp;อายุ&nbsp;78&nbsp;พรรษา&nbsp;57&nbsp;วิทยาฐานะ</strong>&nbsp;ป.ธ.5&nbsp;,&nbsp;น.ธ.เอก,&nbsp;พธ.บ.&nbsp;วัดอัมพวนาราม&nbsp;ตำบลท่ามิหรำ&nbsp;เจ้าคณะอำเภอเมืองพัทลุง&nbsp;ได้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะจังหวัดพัทลุง&nbsp;ในทางปกครองคณะสงฆ์ภายในจังหวัดพัทลุง&nbsp;จากการประชุมมหาเถรสมาคม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2562&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2562&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;มหาเถรสมาคมเสนอว่า&nbsp;พระพรหมจริยาจารย์&nbsp;เจ้าคณะใหญ่หนใต้&nbsp;ได้มีลิขิต&nbsp;ที่&nbsp;จญ.ต.&nbsp;01/2562&nbsp;ลงวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2562&nbsp;แจ้งตามรายงานของ&nbsp;พระเทพสิทธิมุนี&nbsp;ผู้รักษาการแทน&nbsp;เจ้าคณะภาค&nbsp;18&nbsp;ว่า&nbsp;พระเทพวิริยาภรณ์&nbsp;เจ้าคณะจังหวัดพัทลุง&nbsp;วัดคูหาสวรรค์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค&nbsp;18&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2561&nbsp;เป็นเหตุให้ผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดพัทลุงว่างลง&nbsp;ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะภาค&nbsp;18&nbsp;จึงแต่งตั้งพระครูสิริสุตคุณ&nbsp;วัดอัมพวนาราม&nbsp;ตำบลท่ามิหรำ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;เจ้าคณะอำเภอเมืองพัทลุง&nbsp;ให้เป็นผู้รักษาการแทน&nbsp;เจ้าคณะจังหวัดพัทลุง&nbsp;และพระครูสิริสุตคุณได้ปฏิบัติหน้าที่มาโดยเรียบร้อย</p><p><strong>บัดนี้&nbsp;ผู้รักษาการแทน&nbsp;เจ้าคณะภาค&nbsp;18&nbsp;ได้เสนอแต่งตั้ง&nbsp;พระครูสิริสุตคุณ</strong>&nbsp;(บุญนำ&nbsp;ฐิตปุญฺโญ)&nbsp;อายุ&nbsp;75&nbsp;พรรษา&nbsp;55&nbsp;ป.ธ.&nbsp;5&nbsp;น.ธ.&nbsp;เอก&nbsp;พธ.บ.&nbsp;วัดอัมพวนาราม&nbsp;ตำบลท่ามิหรำ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;เจ้าคณะอำเภอเมืองพัทลุง&nbsp;ให้ดำรงตำแหน่ง&nbsp;เจ้าคณะจังหวัดพัทลุง&nbsp;เป็นต้นมา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;074&nbsp;612404</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	พัทลุง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303234115281
633	รอง ผอ.ศรชล.ภาค 2 ลงพื้นที่หาดเสม็ด ต.เจ๊ะเห ต.ตากใบ จ.นราธิวาส เพื่อตรวจสอบเรือประมงสัญชาติมาเลเซีย ที่ลอยมาเกยตื้นในฝั่งประเทศไทย	<p><strong>พล.ร.ท.สุนทร&nbsp;คำคล้าย&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค&nbsp;2/</strong>ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่&nbsp;2&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;พล.ร.ต.สุรศักดิ์&nbsp;ประทานวรปัญญา&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.ศรชล.ภาค&nbsp;2&nbsp;ลงพื้นที่หาดเสม็ด&nbsp;ต.เจ๊เห&nbsp;อ.ตากใบ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;เพื่อนำเจ้าหน้าที่&nbsp;สหวิชาชีพลงตรวจสอบเรือประมงสัญชาติมาเลเซีย&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ลำ&nbsp;และเรือประมงไม่ปรากฏสัญชาติ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ลำ&nbsp;ที่ลอยตามน้ำจากท่าเรืออารีรอเซาะ&nbsp;ในแม่น้ำโก-ลก&nbsp;ฝั่งมาเลเซีย&nbsp;(รัฐกะลันตัน)&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;03.00&nbsp;น.&nbsp;ของ&nbsp;1&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยเรือทั้ง&nbsp;8&nbsp;ลำ&nbsp;ได้ลอยตามกระแสน้ำที่ไหลหลากเนื่องจากฝนตกหนัก&nbsp;ออกมาทางปากแม่น้ำโก-ลก&nbsp;ลงสู่ทะเล&nbsp;และถูกคลื่นซัดเข้ามาเกยหาดยังฝั่งประเทศไทย&nbsp;ในวันนี้&nbsp;ได้ให้เจ้าหน้าที่&nbsp;สหวิชาชีพ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;หน.ศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัดนราธิวาส&nbsp;หน.ศูนย์แจ้งเข้า-ออกเรือประมงนราธิวาส&nbsp;จนท.สนง.เจ้าท่าภูมิภาคสาขานราธิวาส&nbsp;และ&nbsp;จนท.จากสถานีตำรวจน้ำ&nbsp;4(ตากใบ)&nbsp;ลงตรวจเรือหมายเลข&nbsp;TRF1426&nbsp;ผลการตรวจไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย&nbsp;และ&nbsp;ผู้ประสานงานจากฝั่งไทย&nbsp;กำลังดำเนินการเอาเครื่องมือต่างๆ&nbsp;และอวนลงจากเรือ&nbsp;เพื่อให้เรือมีน้ำหนักเบา&nbsp;และจะใช้เรือประมง&nbsp;ลากออกจากหาด&nbsp;ส่วนที่เหลืออีก&nbsp;7&nbsp;ลำ&nbsp;จะดำเนินการตรวจสอบในวันต่อๆ&nbsp;ไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเรือที่มีทะเบียน(4&nbsp;ลำ)&nbsp;ให้เจ้าของเรือดำเนินการยื่นเอกสาร</strong>เพื่อขออนุญาตนำเรือเข้าเทียบท่าในราชอาณาจักรไทยให้ถูกต้อง&nbsp;ส่วนเรือที่ไม่ปรากฏสัญชาติ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ลำ&nbsp;ด่านตรวจประมงนราธิวาส&nbsp;จะดำเนินการควบคุมไว้เพื่อตรวจสอบโดยมิให้ทำการเคลื่อนย้าย&nbsp;ต่อไป&nbsp;ล่าสุด&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เรือไม่ปรากฏสัญชาติ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ลำได้ถูกคลื่นชัดจนเรือพังเหลือแต่ซากพัดเข้ามายังชายหาด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304000122284
634	ผู้ว่าฯ ระยอง เปิดโรบินสัน พร้อมฉลองเปิดตัว ท็อปส์ มาร์เก็ต สาขาที่ 130 ที่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง	<p><strong>นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์&nbsp;และห้างสรรสินค้าโรบินสัน&nbsp;บ้านฉาง&nbsp;รวมถึง&nbsp;ท็อปส์&nbsp;มาร์เก็ต&nbsp;โรบินสัน&nbsp;บ้านฉาง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายฟิลิปป์&nbsp;โบรยานิโก้&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานอสังหาริมทรัพย์&nbsp;และพัฒนาธุรกิจ&nbsp;ศูนย์การค้าโรบินสัน&nbsp;ไลส์สไตล์&nbsp;ในเครือเซ็นทรัล&nbsp;รีเทล&nbsp;,นายโอลิวิเยร์&nbsp;บรง&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร&nbsp;กลุ่มห้างสรรพสินค้า&nbsp;ในเครือเซ็นทรัล&nbsp;รีเทล&nbsp;,นางสุจิตา&nbsp;เพ็งอุ่น&nbsp;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการ&nbsp;บริษัท&nbsp;เซ็นทรัลฟู้ด&nbsp;รีเทล&nbsp;จำกัด&nbsp;ในเครือเซ็นทรัล&nbsp;รีเทล&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;และพาเยี่ยมชมภายในศูนย์การค้า</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;ท็อปส์&nbsp;มาร์เก็ต&nbsp;สาขาใหม่&nbsp;โรบินสัน&nbsp;บ้านฉาง</strong>&nbsp;มาพร้อมสินค้าคุณภาพมากกว่า&nbsp;18,000&nbsp;รายการ&nbsp;พร้อมเผย&nbsp;7&nbsp;โซนใหม่&nbsp;ที่ช่วยให้การจับจ่ายแบบมีสไตล์ครบจบในสไตล์เดียว&nbsp;และบริการผู้ช่วยช้อปส่วนตัว&nbsp;Personal&nbsp;Shopper&nbsp;เพียงแอดไลน์&nbsp;@&nbsp;Tops&nbsp;Thailand&nbsp;ที่ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ช้อปปิ้งที่แตกต่างจากเดิม</p><p><strong>นางสุจิตา&nbsp;เพ็งอุ่น&nbsp;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการ&nbsp;&nbsp;Large&nbsp;Format&nbsp;บริษัท&nbsp;เซ็นทรัลฟู้ด&nbsp;รีเทล&nbsp;จำกัด&nbsp;ในเครือเซ็นทรัล&nbsp;รีเทล&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;บริษัทเล็งเห็นถึงศักยภาพของจังหวัดระยองทั้งในด้านอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มสูงขึ้น&nbsp;จึงได้เปิดตัว&nbsp;ท็อปส์&nbsp;มาร์เก็ต&nbsp;สาขาที่&nbsp;2&nbsp;ที่โรบินสันไลฟ์สไตล์&nbsp;บ้านฉาง&nbsp;ให้กับพี่น้องชาวระยอง&nbsp;ซึ่งสาขานี้มีความพิเศษคือ&nbsp;เป็นสาขาเฉลิมฉลองในโอกาสที่ท็อปส์&nbsp;มาร์เก็ต&nbsp;เปิดให้บริการครบ&nbsp;130&nbsp;สาขาทั่วประเทศ&nbsp;ทำให้มีโปรโมชั่นพิเศษคูณสองที่มาพร้อมกับความครบครันของสินค้าคุณภาพที่ผ่านการคัดสรรแล้วกว่า&nbsp;18,000&nbsp;รายการ</p><p><strong>จากนี้&nbsp;ชาวระยองจะได้พบกับคลื่นความสนุกแห่งใหม่&nbsp;</strong>ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์&nbsp;และห้างสรรพสินค้าโรบินสัน&nbsp;บ้านฉาง&nbsp;ภายใต้คอนเซ็ปต์&nbsp;บ้านฉาง&nbsp;บ้านฉัน&nbsp;ให้ทุกวันมีแต่เรื่องดีย์ๆ&nbsp;ที่พร้อมมอบประสบการณ์&nbsp;กิน&nbsp;ช้อป&nbsp;เที่ยว&nbsp;และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของทุกครอบครัวแบบครบจบในที่เดียว&nbsp;ในบรรยากาศการออกแบบที่สะท้อนความโดดเด่นของอำเภอบ้านฉางได้อย่างงดงาม&nbsp;จัดเต็มทั้งทัพสินค้าแบรนด์ดังกว่า&nbsp;200&nbsp;แบรนด์&nbsp;และร้านค้าชั้นนำกว่า&nbsp;100&nbsp;ร้านค้า&nbsp;พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษและกิจกรรมความสนุกที่ยกขบวนมาสร้างความสุข&nbsp;&nbsp;สุดฟินแก่ชาวอำเภอบ้านฉาง&nbsp;และชาวจังหวัดระยอง&nbsp;พบกัน&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;มี.ค.นี้&nbsp;เป็นต้นไป!&nbsp;เปิดทำการทุกวัน&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;10.00&nbsp;&nbsp;21.00&nbsp;น.</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303213405263
635	แรงงานอยุธยา ขานรับนโยบายฟื้นความสัมพันธ์ไทย - ซาอุ เตือน !! อย่าลงเชื่อนายหน้าเถื่อน พาทำงานซาอุฯ	<p><strong>แรงงานอยุธยา&nbsp;ขานรับนโยบายฟื้นความสัมพันธ์ไทย&nbsp;-&nbsp;ซาอุ&nbsp;เตือน&nbsp;!!&nbsp;อย่าลงเชื่อนายหน้าเถื่อน&nbsp;พาทำงานซาอุฯ</strong></p><p><br></p><p><strong>จากการเยือนซาอุดีอาระเบียของ&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong>และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-26&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;นับเป็นการเยือนของผู้นำรัฐบาลไทยครั้งแรก&nbsp;ในรอบ&nbsp;32&nbsp;ปี&nbsp;และเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ที่ส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจทั้งภาคการท่องเที่ยวและโอกาสของการจ้างแรงงานไทยในตะวันออกกลาง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ครม.&nbsp;มีมติเห็นชอบร่างข้อตกลงด้านแรงงานระหว่างกระทรวงแรงงานกับกระทรวงทรัพยากรมนุษย์</strong>และการพัฒนาสังคมแห่งซาอุดีอาระเบีย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ฉบับ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานทํางานบ้าน&nbsp;และร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงาน&nbsp;ซึ่งจะมีการลงนามข้อตกลงดังกล่าวในวันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคมนี้</p><p><strong>ประโยชน์ที่เกิดจากร่างข้อตกลงดังกล่าว&nbsp;จะทำให้การจัดหาผู้ที่ต้องการไปทำงานที่ซาอุดีอาระเบียเป็นไปตามกฎหมาย</strong>&nbsp;ได้รับการคุ้มครองสิทธิของนายจ้างและลูกจ้าง&nbsp;ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ&nbsp;โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันทำระบบที่ได้รับการยอมรับ&nbsp;ทั้งการจัดหา&nbsp;การจัดส่งคนไปทำงาน&nbsp;และการส่งแรงงานกลับประเทศ&nbsp;ตามระยะเวลาที่กำหนด</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน&nbsp;บิน&nbsp;อับดุลอะชีช&nbsp;อัลชะอูด</strong>&nbsp;แห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียที่ทรงพระราชทานอัลกุรอาน&nbsp;จำนวน&nbsp;50,060&nbsp;เล่ม&nbsp;แก่ชาวไทยมุสลิม&nbsp;โดยได้มีพิธีส่งมอบไปแล้วเมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;จึงสะท้อนถึงสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยความสำเร็จแรกๆ&nbsp;จากการเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>ซึ่งได้จัดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบิน&nbsp;Saudi&nbsp;Arabian&nbsp;Airlines&nbsp;จากเมืองเจดดาห์&nbsp;กรุงริยาด&nbsp;ได้บินตรงถึงประเทศไทย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยมีคณะนักท่องเที่ยวชาวซาอุดีอาระเบีย&nbsp;จำนวน&nbsp;71&nbsp;คน&nbsp;และมีการควบคุมให้ไปตามมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จะช่วยส่งเสริมการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว&nbsp;เป็นประเทศศูนย์กลางการเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ&nbsp;ได้สะดวก&nbsp;ตลอดจนเป็นโอกาสต่อยอดขยายตลาดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ&nbsp;เช่น&nbsp;ยุโรป&nbsp;และตะวันออกกลาง&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303215806267
636	ฝึกอบรมหลักสูตรชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามโครงการจิตอาสาพระราชทาน รุ่นที่ 2 อำเภอเมืองปทุมธานี	<p><strong>ที่เดอะไพน์&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;อ.สามโคก&nbsp;จ.ปทุมธานี&nbsp;</strong>นายพงศธร&nbsp;กาญจนะจิตรา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;(ทบทวน)&nbsp;และฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;(เพิ่มเติม)&nbsp;ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอเมืองปทุมธานี&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;(รุ่นที่&nbsp;1)&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพิษณุ&nbsp;ประภาธนานันท์&nbsp;นายอำเภอเมืองปทุมธานี&nbsp;นายชัยชนะ&nbsp;ดำศรีสวัสดิ์&nbsp;ท้องถิ่นอำเภอเมืองปทุมธานี&nbsp;ผู้บริหารองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;อำเภอเมืองปทุมธานี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการพร้อมด้วย&nbsp;วิทยากร&nbsp;และผู้เข้าอบรม&nbsp;เข้าร่วมพิธี</p><p><strong>นายพงศธร&nbsp;กาญจนะจิตรา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตามที่ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;(ศอญ.จอส.พระราชทาน)&nbsp;มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย&nbsp;จัดตั้งชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ได้แก่&nbsp;อบต.&nbsp;เทศบาลตำบลทุกแห่ง&nbsp;โดยรับสมัครจิตอาสาภัยพิบัติอย่างน้อย&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;ต่อแห่ง&nbsp;เพื่อเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการป้องกันและบรรเทาภัย&nbsp;ในพื้นที่ทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;ของจังหวัดปทุมธานี&nbsp;โดยมีการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติดังกล่าว&nbsp;ให้มีความพร้อมปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย&nbsp;เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่ชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติ&nbsp;ให้มีความรู้ความเข้าใจในการจัดการสาธารณภัยเบื้องต้น&nbsp;ระบบบัญชาการเหตุการณ์&nbsp;(Incident&nbsp;Command&nbsp;System&nbsp;:&nbsp;ICS)&nbsp;การควบคุมสั่งการ&nbsp;การบริหารจัดการสาธารณภัยในพื้นที่เกิดเหตุ&nbsp;ที่เป็นรูปแบบและมีมาตรฐานเดียวกัน&nbsp;สามารถบัญชาการและปฏิบัติการร่วมกับชุดปฏิบัติการต่อเนื่องอย่างมีเอกภาพ&nbsp;โดยใช้วิทยากรจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;904&nbsp;วปร.&nbsp;หน่วยงานทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;สาธารณสุข&nbsp;และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ทุก&nbsp;อปท.จะต้องมีจิตอาสาภัยพิบัติในพื้นที่&nbsp;โดยจะต้องมีการฝึกทบทวน&nbsp;อบรมให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ&nbsp;พร้อมทั้งการเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่&nbsp;ซึ่งจะต้องอาศัยความพร้อมความรู้ความเข้าใจในการช่วยเหลือตัวเองก่อน&nbsp;ที่จะไปช่วยเหลือผู้อื่นและสามารถเผชิญเหตุการณ์ได้ทันท่วงที&nbsp;โดยจิตอาสาภัยพิบัติสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้จริง&nbsp;มีความรู้ทักษะ&nbsp;และขีดความสามารถในการสนับสนุนภารกิจการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;ระยะ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ระยะเตรียมความพร้อม&nbsp;(ลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย)&nbsp;ระยะเผชิญเหตุ&nbsp;และระยะฟื้นฟู&nbsp;สร้างความยั่งยืนพร้อมทั้งสามารถบูรณาการกับทุกภาคส่วน&nbsp;เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม&nbsp;เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี&nbsp;ทุกคนดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายพิษณุ&nbsp;ประภาธนานันท์&nbsp;นายอำเภอเมืองปทุมธานี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่จังหวัดปทุมธานี&nbsp;ได้แจ้งให้เทศบาลตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบลทุกแห่ง&nbsp;จัดตั้งชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;อย่างน้อยแห่งละ&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งเทศบาลตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;ในเขตอำเภอเมืองปทุมธานีได้ดำเนินการจัดตั้งชุดปฏิบัติการเสร็จเรียบร้อยแล้ว&nbsp;นั้น&nbsp;เทศบาลตำบล&nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;ในเขตอำเภอเมืองปทุมธานีจังหวัดปทุมธานี&nbsp;มีทั้งสิ้น&nbsp;12&nbsp;แห่ง&nbsp;มีชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติจังหวัดปทุมธานี&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;60&nbsp;คน&nbsp;มีโครงสร้างประกอบด้วย&nbsp;หัวหน้าชุดปฏิบัติการ&nbsp;รองหัวหน้าชุดปฏิบัติการ&nbsp;และทีมปฏิบัติการ&nbsp;ชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติ&nbsp;มีหน้าที่ติดตามข้อมูลสถานการณ์สาธารณภัย&nbsp;สำรวจตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงภัย&nbsp;การจัดเตรียมเครื่องมือพาหนะความพร้อมในการปฏิบัติงาน&nbsp;การฝึกซ้อมฝึกปฏิบัติการใช้เครื่องมือร่วมฝึกซ้อมแผนระดับท้องถิ่น/อำเภอ/จังหวัด&nbsp;และกลุ่มจังหวัดร่วมฝึกอบรมให้แก่อาสาสมัครให้คำแนะนำประชาชนและภาคีเครือข่าย&nbsp;การเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย</p><p><strong>โดยวันนี้ถึงวันที่&nbsp;5&nbsp;มี.ค.2565&nbsp;เป็นการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</strong>&nbsp;(ทบทวน)&nbsp;และฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(เพิ่มเติม)&nbsp;ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอเมืองปทุมธานี&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;(รุ่นที่&nbsp;2)&nbsp;เป็นการจัดฝึกอบรมแบบบูรณาการร่วมกันของเทศบาลตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;ในเขตอำเภอเมืองปทุมธานี&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เทศบาลตำบลหลักหก&nbsp;เทศบาลตำบลบางหลวง&nbsp;เทศบาลตำบลบางเดื่อ&nbsp;เทศบาลตำบลบางขะแยง&nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลสวนพริกไทย&nbsp;มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมแห่งละ&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;250&nbsp;คน&nbsp;ผู้เข้าฝึกอบรมทุกคนได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็มแล้ว&nbsp;และผ่านการตรวจคัดกรองโรคฯ&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;ตามมาตรการการป้องกันและควบคุมโรคฯ&nbsp;จังหวัดปทุมธานี</p><p><strong>การฝึกอบรมหลักสูตรชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;</strong>ถือเป็นการเตรียมความพร้อม&nbsp;และเพิ่มศักยภาพ&nbsp;เพื่อให้มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;และมีความพร้อมในการปฏิบัติงาน&nbsp;เพื่อเป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในระดับพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ปทุมธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303214448265
637	มทส.จับมือ รร.อัสสัมชัญนครราชสีมา ร่วมมือพัฒนาการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์	<p><strong>รองศาสตราจารย์&nbsp;ดร.อนันต์&nbsp;ทองระอา&nbsp;อธิการบดี&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&nbsp;(มทส.)&nbsp;</strong>ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา&nbsp;โดย&nbsp;ภราดา&nbsp;ดร.สอาด&nbsp;วงศาเจริญภักดี&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียน&nbsp;เพื่อดำเนินโครงการความร่วมมือในการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา&nbsp;การปฏิรูปการจัดการเรียนการสอน&nbsp;และกิจกรรมวิชาการด้านวิศวกรรมศาสตร์&nbsp;รวมถึงส่งเสริมและพัฒนาทักษะทางวิศวกรรมศาสตร์แก่นักเรียน&nbsp;ครู&nbsp;และบุคลากรของโรงเรียน&nbsp;ตลอดจนให้คำปรึกษาและบริการทางวิชาการเกี่ยวกับการบริหารและการพัฒนาหลักสูตรตามความต้องการของท้องถิ่นและชุมชนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;พุทธศักราช&nbsp;2551&nbsp;โดยมี&nbsp;รองศาสตราจารย์&nbsp;ดร.พรศิริ&nbsp;จงกล&nbsp;คณบดีสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์&nbsp;และคณะผู้บริหาร&nbsp;มทส.&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;คณะที่ปรึกษาอำนวยการ&nbsp;ครู&nbsp;และบุคลากรโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติในพิธี&nbsp;ณ&nbsp;อาคารเรยีนา&nbsp;เชลี&nbsp;โรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303221118271
638	รองผู้ว่าฯ ปทุมธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการในพื้นที่อำเภอเมืองปทุมธานี	<p><strong>นายเอกวิทย์&nbsp;มีเพียร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;คณะทำงานตรวจสอบการทำงานของคนต่างด้าวและนายจ้าง/สถานประกอบการ&nbsp;ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ&nbsp;ปราบปราม&nbsp;และดำเนินคดีนายจ้างสถานประกอบการ&nbsp;และแรงงานต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองปทุมธานี&nbsp;&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>&nbsp;1.&nbsp;แคมป์งานก่อสร้างหมู่บ้าน&nbsp;Pleno&nbsp;ติวานนท์&nbsp;</strong>หมู่&nbsp;3&nbsp;ตำบลบางกะดี&nbsp;อำเภอเมืองปทุมธานี&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;พบว่า&nbsp;บริษัท&nbsp;มาสเตอร์&nbsp;คอนสตรัคชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง&nbsp;มีลูกจ้างทั้งหมด&nbsp;89&nbsp;คน&nbsp;เป็นคนไทย&nbsp;23&nbsp;คน&nbsp;แรงงานต่างด้าว&nbsp;สัญชาติ&nbsp;เมียนมา&nbsp;51&nbsp;คน&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;15&nbsp;คน&nbsp;มีใบอนุญาตทำงานถูกต้อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>2.&nbsp;แคมป์งานก่อสร้างตึก&nbsp;ข้างวิลล่า&nbsp;แคลิฟอร์เนีย&nbsp;</strong>ตำบลบางกะดี&nbsp;อำเภอเมืองปทุมธานี&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;พบว่า&nbsp;บริษัท&nbsp;ทราชสิทเอ็นจิเนียริ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง&nbsp;มีลูกจ้างทั้งหมด&nbsp;19&nbsp;คน&nbsp;เป็นคนไทย&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;แรงงานต่างด้าว&nbsp;สัญชาติ&nbsp;กัมพูชา&nbsp;17&nbsp;คน&nbsp;มีใบอนุญาตทำงานถูกต้อง</p><p>&nbsp;&nbsp;<strong>3.&nbsp;บริษัท&nbsp;ดราโก้&nbsp;พีซีบี&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)</strong>&nbsp;ตั้งอยู่&nbsp;152&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ซอย&nbsp;33&nbsp;นิคมอุตสาหกรรมบางกะดี&nbsp;ถนนติวานนท์&nbsp;&nbsp;ตำบลบางกะดี&nbsp;อำเภอเมืองปทุมธานี&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;ประกอบกิจการ&nbsp;ผลิตแม่พิมพ์วงจรไฟฟ้า&nbsp;มีลูกจ้างทั้งหมด&nbsp;1,258&nbsp;คน&nbsp;เป็นคนไทย&nbsp;953&nbsp;คน&nbsp;ต่างด้าวสัญชาติเมียนมา&nbsp;292&nbsp;คน&nbsp;และจีน&nbsp;13&nbsp;คน&nbsp;มีใบอนุญาตทำงานถูกต้อง&nbsp;</p><p>&nbsp;<strong>&nbsp;4.&nbsp;แคมป์งานก่อสร้างโครงการสิริเพลสรังสิต&nbsp;ถนนรังสิต-ปทุมธานี&nbsp;</strong>ตำบลสวนพริกไทย&nbsp;อำเภอเมืองปทุมธานี&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;พบว่า&nbsp;(1)&nbsp;นายศิริพันธ์&nbsp;มัชฒิมา&nbsp;ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง&nbsp;มีลูกจ้างทั้งหมด&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;เป็นคนไทย&nbsp;และ(2)&nbsp;บริษัท&nbsp;อมรพัฒน์&nbsp;บิลดิ้ง&nbsp;จำกัด&nbsp;ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง&nbsp;มีลูกจ้างทั้งหมด&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;เป็นคนไทย&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;แรงงานต่างด้าว&nbsp;สัญชาติกัมพูชา&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;มีใบอนุญาตทำงานถูกต้อง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ปทุมธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303215227266
639	คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยะลา  มีมติให้จัดกิจกรรมดะวะห์โลก   ผวจ.ยะลา ย้ำเข้ม รูปแบบ Sandbox	<p><strong>ที่ห้องประชุมศรียะลา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยะลา&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</strong>นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยะลา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;นายก้องสกุล&nbsp;จันทราช&nbsp;ปลัดจังหวัดยะลา&nbsp;นายแพทย์วิเศษ&nbsp;สิรินทรโสภณ&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำศาสนา</p><p>และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยะลา</strong></p><p>มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ที่ประชุมได้ร่วมนำเสนอผลการดำเนินงาน&nbsp;ปัญหา&nbsp;และอุปสรรค&nbsp;โดยหัวข้อสำคัญในการประชุมครั้งนี้คือ<strong>&nbsp;</strong>แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด&nbsp;-19&nbsp;และการขออนุญาตจัดงานดะวะห์โลก&nbsp;ณ&nbsp;มัรกัสประเทศไทย(ตาเซะ)&nbsp;ต.ตาเซะ&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;มี.ค.65&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>ได้เน้นย้ำ<strong>&nbsp;</strong>เรื่องการจัดกิจกรรมดะวะห์โลก&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;Sandbox<strong>&nbsp;</strong>ผู้เข้าร่วมงานต้องได้รับการฉีดวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้างาน&nbsp;บันทึกข้อมูลส่วนตัวพร้อมเลขประจำตัวประชาชน&nbsp;13&nbsp;หลัก&nbsp;และมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอำนวยความสะดวก&nbsp;ห้ามรับประทานอาหารโดยใช้ภาชนะร่วมกัน&nbsp;และมีศูนย์&nbsp;CI&nbsp;ภายในบริเวณสถานที่จัดงาน&nbsp;พร้อมทั้งจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;คน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303220725269
640	พ่อเมืองศรีสะเกษ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการจิตอาสาปรับปรุงทางม้าลายหน้าโรงเรียน เสริมสร้างความปลอดภัยวิยัยจราจร	<p><strong>วันนี้&nbsp;&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านกงพาน&nbsp;ตำบลก้านเหลือง&nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ตรวจเยี่ยมโครงการจิตอาสาปรับปรุงทางม้าลายหน้าโรงเรียนเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัย&nbsp;วินัยการจราจร&nbsp;และเป็นส่วนหนึ่งในการปรับปรุงภูมิทัศน์พัฒนาเมือง&nbsp;เตรียมการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;และการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;นครลำดวนเกมส์&nbsp;โดยร่วมทาสีตีเส้นทางม้าลายบริเวณหน้าโรงเรียนบ้านกงพาน&nbsp;พร้อมทั้งร่วมรณรงค์การข้ามถนนโดยใช้ทางม้าลายอย่างปลอดภัย&nbsp;เพิ่มความระมัดระวังทั้งผู้ข้ามถนนและผู้ใช้ถนนในการสัญจร&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายปรพัทธ์&nbsp;ภูงามทอง&nbsp;ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษ</strong>&nbsp;พล.ต.ต.ชัยวัฒน์&nbsp;หัดกล้า&nbsp;ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;นายศราวุธ&nbsp;ทรงโฉม&nbsp;นายอำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;ผู้แทนหัวหน้าสำนักงาน&nbsp;ปภ.จังหวัด&nbsp;นายก&nbsp;อบต.ก้านเหลือง&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกงพาน&nbsp;คณะครู&nbsp;นักเรียน&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303220622268
641	มณฑลทหารบกที่ 28 กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 8 พร้อมด้วยคณะ พสบ.ทภ.2 และภาคเอกชนมอบบ้านให้ประชาชน ในโครงการ กองทัพบก สร้างบ้านแห่งน้ำใจ	<p><strong>ที่บริเวณบ้านนาโม้&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ตำบลหาดคำภีร์&nbsp;อำเภอปากชม&nbsp;จังหวัดเลย</strong>&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;28,&nbsp;กองพันทหารราบที่&nbsp;1&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;8&nbsp;&nbsp;บูรณาร่วมกับคณะหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;2&nbsp;รุ่นที่&nbsp;2&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;จัดพิธีมอบบ้านและห้องน้ำตามโครงการ&nbsp;กองทัพบก&nbsp;สร้างบ้านแห่งน้ำใจ&nbsp;เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล&nbsp;เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ให้แก่&nbsp;นายสมหมาย&nbsp;ศรีอินทร์&nbsp;ชาวบ้านบ้านนาโม้&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ตำบลหาดคำภีร์&nbsp;อำเภอปากชม&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอัคคีภัย&nbsp;ทำให้บ้านพักอาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลัง&nbsp;จากเหตุการณ์ดังกล่าว&nbsp;หน่วยทหารในค่ายศรีสองรักจึงได้ร่วมกันจัดกำลังพลชุดช่างเข้าช่วยเหลือตามนโยบายกองทัพบกโดยสร้างบ้านให้ผู้ยากไร้เป็นโครงการนำร่องต้นแบบสร้างชุมชนคุณธรรมด้วย&nbsp;พลังบวร&nbsp;อย่างยั่งยืน&nbsp;และมีกำลังใจลุกขึ้นมาต่อสู้อีกครั้ง&nbsp;ด้วยแสงแห่งความหวัง&nbsp;แทนความห่วงใยจากกองทัพบก&nbsp;โดยบูรณาการร่วมกับทุกส่วนราชการ&nbsp;รวมถึงภาคเอกชนในพื้นที่ตำบลหาดคำภีร์&nbsp;อำเภอปากชม&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;เข้าให้การช่วยเหลือสร้างชุมชนและสังคมแห่งการให้และแบ่งปันน้ำใจ&nbsp;เกิดเป็นพลังบุญที่ยิ่งใหญ่ต่อไป&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303223902275
642	สพฐ. จับมือ กรมอนามัย สร้างความเข้าใจเตรียมพร้อมโรงเรียนที่เป็นสนามสอบรองรับนักเรียน ติดเชื้อโควิด -19 อาการเล็กน้อยหรือสัมผัสเสี่ยงสูง	<p><strong>สพฐ. จับมือ กรมอนามัย สร้างความเข้าใจเตรียมพร้อมโรงเรียนที่เป็นสนามสอบรองรับนักเรียน ติดเชื้อโควิด -19&nbsp;อาการเล็กน้อยหรือสัมผัสเสี่ยงสูง</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ จังหวัดเพชรบุรี ในการสื่อสารสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการจัดสอบสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง 4 กระทรวง โดยเน้นย้ำว่าการบริหารจัดการดังกล่าวต้องคำนึงถึงโอกาส และสิทธิของนักเรียนในการสอบเข้าศึกษาต่อเป็นสำคัญ&nbsp;โดยยึดมาตรการเพื่อความปลอดภัยของทุกคนเป็นหลัก ส่วนมาตรการจัดสอบสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ตามที่ ศบค. เห็นชอบให้ผู้ติดเชื้อที่มีอาการเล็กน้อยสามารถเข้าสอบเพื่อศึกษาต่อในระดับชั้น ม.1 ม.4 สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่ง รอบทั่วไป ม.1 จะสอบวันที่ 26 มีนาคม 2565 และ ม.4 สอบวันที่ 27 มีนาคม 2565 จะดำเนินการตามมาตรการของ สธ. อย่างเคร่งครัด ซึ่งเด็กที่ติดเชื้อ จะมีการแยกสนามสอบไม่ให้ปะปนกับเด็กทั่วไป และมีการแยกทางเข้าออก หากใช้พื้นที่สอบเดียวกัน ให้ผู้จัดสนามสอบจัดพื้นที่สอบสำหรับผู้ติดเชื้อ เป็นพื้นที่เปิดโล่ง หากมีเครื่องปรับอากาศ ต้องมีพัดลมดูดอากาศ และเว้นระยะห่าง 2 เมตร&nbsp;</p><p><br></p><p>ด้าน นายแพทย์สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การจัดสนามสอบสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ต้องเป็นไปตามมาตรการของ สธ. โดยไม่แนะนำให้ตรวจ ATK ทุกราย แต่ให้ตรวจในรายที่มีอาการหรือมีความเสี่ยงสูง ส่วนสถานที่จัดสอบนั้นให้ประสานหน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่ ทำการคัดกรองและให้คำแนะนำด้านสาธารณสุขเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยจัดพื้นที่แยกสอบระหว่างผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและกลุ่มผู้ติดเชื้อ เน้นการระบายอากาศที่ดี จัดที่นั่งสอบห่างกันไม่น้อยกว่า 2 เมตร จัดระบบอนามัยสิ่งแวดล้อม จัดการขยะติดเชื้อ และทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส ด้านผู้คุมสอบให้ปฏิบัติการคุมสอบตามมาตรฐานการป้องกันการติดเชื้อ เช่น สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ เว้นระยะห่าง ใช้เวลาในห้องสอบให้น้อยที่สุด วางแผนจัดการสอบให้เหมาะสม&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303223609274
643	รับมอบหนังสือจาก บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด	<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายอดุลย์&nbsp;กองทอง&nbsp;ผอ.สพป.&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสุทธินาถ&nbsp;ทานนท์&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.สพป.&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานในการมอบหนังสือในโครงการนานมีบุ๊คส์รีดดิ้งคลับ&nbsp;ปีที่&nbsp;21&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ภายใต้สโลแกน&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;นานมีบุ๊คส์&nbsp;ส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิต&nbsp;เพื่อสร้าง&nbsp;Active&nbsp;Citizen&nbsp;คนเก่ง&nbsp;คนดี&nbsp;รับผิดชอบต่อสังคม&nbsp;รวมถึง&nbsp;ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนอ่านหนังสืออย่างต่อเนื่องและบอกต่อ&nbsp;Read&nbsp;&amp;&nbsp;Share&nbsp;เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้&nbsp;โดยบริษัท&nbsp;นานมีบุ๊คส์&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้สนับสนุนให้กับโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาละ&nbsp;10&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;สพป.อำนาจเจริญ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303230625277
644	ธปท.อีสาน ผนึกกำลังสื่อสุรินทร์แจ้งเตือนประชาชนระมัดระวังภัยจากการถูกหลอกห้วงสถานการณ์โควิด-19	<p><strong>ที่ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดสุรินทร์&nbsp;(สวท.สุรินทร์)</strong>&nbsp;ถนนเทพสุรินทร์&nbsp;ตำบลในเมือง&nbsp;อำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือจัดประชุมสื่อมวลชนจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างพันธมิตรการเตือนภัยการหลอกลวงประชาชนที่มีมากในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวรวิวรรณ์&nbsp;ศิริเกษมทรัพย์&nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;มีสื่อมวลชนทุกแขนงเข้าร่วมประชุมรับฟังการชี้แจงและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเป็นกันเอง</p><p><strong>นางสาวรวิวรรณ์&nbsp;ศิริเกษมทรัพย์&nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การพูดคุยครั้งนี้จะเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนทุกจังหวัดในภาคอีสาน&nbsp;เป็นช่องทางในการสื่อสารร่วมกันช่วยเตือนภัยประชาชนให้ระมัดระวังการถูกหลอกจากหลากหลายลักษณะ&nbsp;สำหรับประชาชนเองอยากให้ตั้งสติทุกครั้งก่อนที่จะเชื่อใคร&nbsp;เรื่องใดๆ&nbsp;ป้องกันการถูกหลอก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303232128280
645	จ.นครพนม ปลูกกัญชาต้นแรกเพื่อวิจัยใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ถูกต้องตามกฎหมาย	<p><strong>ที่บ้านหนองแสง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลโคกหินแฮ่&nbsp;ตำบลเรณูนคร&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;</strong>นายชวนินทร์&nbsp;วงศ์สถิตจิรกาล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;ประธานเปิดโครงการปลูกกัญชาต้นแรกเพื่อการวิจัยและใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ถูกต้องตามกฎหมายต้นแรกของประเทศไทย</p><p><strong>ดร.วรทัศน์&nbsp;แก้วก๋องมา&nbsp;ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;61&nbsp;แห่งชาติ</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;61&nbsp;แห่งชาติ&nbsp;ปลูกกัญชาต้นแรกที่ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อการวิจัยและประโยชน์ทางการแพทย์&nbsp;โดยร่วมมือและการกำกับดูแลของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก&nbsp;ณ&nbsp;บ้านหนองแสง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลโคกหินแฮ่&nbsp;อำเภอเรณูนคร&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ซึ่งเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;61&nbsp;แห่งชาติ&nbsp;ได้ยื่นขออนุญาตในลักษณะเมล็ดพันธุ์&nbsp;จำนวน&nbsp;105,000&nbsp;เม็ด&nbsp;เพื่อปลูกให้เป็นแหล่งวัตถุดิบที่ถูกต้องตามกฎหมายและขยายพื้นที่ไปยังสมาชิกในระดับ&nbsp;อำเภอ&nbsp;ตำบล&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ในจังหวัดนครพนม&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจละ&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;รองรับการผลิตใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ทั้งภายในและต่างประเทศ&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;และกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้ยังเป็นการจัดการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว&nbsp;สร้างรายได้ในพื้นที่&nbsp;</strong>และด้านศึกษาวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์กัญชา&nbsp;การจัดบรรยายวิชาการ&nbsp;การจัดอบรมแพทย์แผนไทย&nbsp;แพทย์พื้นบ้าน&nbsp;ให้มีการวิจัยกัญชาทางการแพทย์&nbsp;วิจัยผลผลผลิต&nbsp;เช่น&nbsp;ไวน์&nbsp;กาแฟ&nbsp;เครื่องดื่มชูกำลัง&nbsp;ยาสีฟัน&nbsp;วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และทดลองโดยมหาวิทยาลัย&nbsp;และทดลองเปิดจำหน่ายผลิตภัณฑ์</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303234921283
646	จังหวัดสุรินทร์ พร้อมนำร่อง การประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์เขตสุขภาพที่ 9   4-6 มี.ค.นี้	<p><strong>สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับเขตสุขภาพที่&nbsp;9</strong>&nbsp;โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์&nbsp;กำหนดจัด&nbsp;การประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์เขตสุขภาพที่&nbsp;9&nbsp;&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;4-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;อาคารเรียนรวม&nbsp;100&nbsp;ปี&nbsp;คณะเทคโนโลยีการจัดการ&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีอีสาน&nbsp;วิทยาเขตสุรินทร์&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อมูลวิชาการกัญชาทางการแพทย์&nbsp;การส่งเสริมกัญชากัญชงเพื่อเศรษฐกิจและการเข้าถึงบริการคลินิกกัญชาทางการแพทย์ของประชาชน&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;คือ&nbsp;ผู้ประกอบวิชาชีพแผนปัจจุบัน/แผนไทย&nbsp;ประชาชนและผู้ประกอบการที่สนใจ</p><p><strong>โดยกำหนดการภายในงานมีกิจกรรมการปาฐกถาพิเศษหัวข้อ&nbsp;</strong>กัญชา&nbsp;กัญชงไทย&nbsp;ความมั่นคงทางเศรษฐกิจความมั่นคงทางสุขภาพและเศรษฐกิจของชาติ&nbsp;&nbsp;โดยนายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กิจกรรมการเสวนาวิชาการหัวข้อ&nbsp;สถานการณ์กัญชา&nbsp;กัญชง&nbsp;ในประเทศไทยโอกาสและความท้าทาย&nbsp;กิจกรรมการอภิปราย&nbsp;การบรรยาย&nbsp;การแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;กว่า&nbsp;25&nbsp;หน่วยงานทั่วประเทศ&nbsp;โดยมีการแยกห้องประชุมวิชาการออกเป็น&nbsp;3&nbsp;ห้อง&nbsp;คือ&nbsp;ห้องวิชาการกัญชาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน&nbsp;ห้องวิชาการกัญชาทางการแพทย์แผนไทยและห้องประชุมกัญชาภาคประชาชนและลานกิจกรรมสำหรับการบรรยาย&nbsp;การสาธิต&nbsp;การฝึกปฏิบัติการต่างๆ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สารสกัดจากกัญชา&nbsp;</strong>กัญชงและอาหารที่ปรุงด้วยกัญชาและการเปิดบริการคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนปัจจุบันและคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทย&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.00-16.00&nbsp;น.&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;</strong>และเพื่อความรวดเร็วในการคัดกรองตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่&nbsp;http://surin.moph.go.th/r9cannabis/index.php/registration</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304000314285
647	ยะลา  คุมเข้มสถานประกอบการ-ร้านอาหาร  ป้องกันโควิดโอมิครอน ระบาดเพิ่ม	<p><strong>ภายใต้การอำนวยการ&nbsp;สั่งการของ&nbsp;นายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด</strong>&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา/ผอ.ศปก.อ.เมืองยะลา&nbsp;และนายสมบูรณ์&nbsp;พรหมณี&nbsp;ปลัดอาวุโส&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.ศปก.อ.เมืองยะลา&nbsp;มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอ&nbsp;(ศปก.อ.)&nbsp;โดย&nbsp;นายยืนยง&nbsp;คิดถูก&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;(จพง.ปค.ชำนาญการพิเศษ)&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง&nbsp;นายชินโชติบัวทอง&nbsp;ปลัดอำเภองาน&nbsp;ปภ.&nbsp;นายนพพล&nbsp;เศรษฐพูธ์&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;งานป้องกัน&nbsp;นายพิสาน&nbsp;บุญแก้ว&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;งานอนุญาตทางปกครอง&nbsp;นายรุ่งเรือง&nbsp;เจ้าหน้าที่ปกครองชำนาญงาน&nbsp;งานอนุญาตทางปกครอง&nbsp;ร่วมบูรณาการ&nbsp;กับ&nbsp;สถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา&nbsp;สาธารณสุขอำเภอเมืองยะลา&nbsp;วัฒนธรรมอำเภอเมืองยะลา&nbsp;สรรพสามิตพื้นที่สาขาเมืองยะลา&nbsp;และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน&nbsp;กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองยะลา&nbsp;ที่&nbsp;2&nbsp;</p><p><strong>ออกตรวจสอบ&nbsp;และบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้สถานบริการ&nbsp;</strong>สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ&nbsp;สถานบันเทิง&nbsp;ผับ&nbsp;บาร์&nbsp;คาราโอเกะ&nbsp;และสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค&nbsp;ที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัด&nbsp;อนุญาตให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบสถานประกอบการเป็นร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;ปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา&nbsp;9&nbsp;&nbsp;แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2548&nbsp;ในการควบคุม&nbsp;ป้องกันการการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด19)&nbsp;ให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด&nbsp;</p><p><strong>ทั้ง&nbsp;การจัดจุดคัดกรองบริเวณหน้าสถานประกอบการ</strong>&nbsp;และให้ผู้มีหน้าที่ทำการคัดกรองบุคลากร&nbsp;พนักงาน&nbsp;และผู้ใช้บริการ&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;กับทั้งผู้ประกอบการ&nbsp;บุคลากร&nbsp;พนักงาน&nbsp;ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ให้บริการ&nbsp;และพนักงานบริการต้องสวมถุงมืออนามัยขณะให้บริการ&nbsp;จัดพื้นที่บริการภายในสถานประกอบการ&nbsp;ให้มีระยะห่างโต๊ะบริการอย่างน้อย&nbsp;1.5&nbsp;เมตร&nbsp;&nbsp;และมีระยะห่างบุคคลภายในโต๊ะ&nbsp;ส่วนสถานประกอบการที่มีการแสดงดนตรี&nbsp;ให้มีผู้แสดงไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;มีระยะห่างและ&nbsp;งดการติดต่อสัมผัสกับผู้ใช้บริการ&nbsp;และให้นักดนตรีสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;โดยอนุโลมให้เฉพาะ&nbsp;1&nbsp;คนถอดหน้ากากอนามัยขณะทำการแสดง&nbsp;&nbsp;เข้มงวดการจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ไม่เกินเวลา&nbsp;23.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;รวมถึง&nbsp;สถานประกอบการที่มีการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ภายในร้าน&nbsp;และมีระบบปรับอากาศให้งดเปิดเครื่องปรับอากาศ&nbsp;และให้มีระบบถ่ายเทที่ดี&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการตรวจครั้งนี้&nbsp;มีเป้าหมาย&nbsp;13&nbsp;แห่งในพื้นที่&nbsp;เขตเทศบาลนครยะลา</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยทางด้านนายยืนยง&nbsp;คิดถูก&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;ระบุว่า&nbsp;การลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการ&nbsp;ร้านอาหารต่างๆ&nbsp;เป็นไปตามที่ทาง&nbsp;ผวจ.ยะลา&nbsp;ได้เน้นย้ำ&nbsp;ให้ทุกอำเภอ&nbsp;บูรณการกำลังในการออกตรวจสอบ&nbsp;เพื่อป้องกัน&nbsp;ควบคุม&nbsp;การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ซึ่งขณะนี้&nbsp;มีการแพร่ระบาดมาก</p><p><strong>จริงๆ&nbsp;แล้วทางรัฐบาลยังไม่ให้เปิดสถานบริการ</strong>&nbsp;เพียงแต่ผ่อนคลายให้ร้านเหล่านี้&nbsp;ปรับรูปแบบมาเป็นร้านอาหาร&nbsp;ขายอาหารเครื่องดื่มได้&nbsp;บางร้านมีการแสดงดนตรี&nbsp;&nbsp;ยกเว้นคาราโอเกะ&nbsp;ไม่มีการร้องเพลงในร้าน&nbsp;ส่วนการจำหน่ายสุราก็จะต้องไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;ทุ่ม&nbsp;&nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้ทุกร้าน&nbsp;ก็ได้ตรวจสอบมาตรการความปลอดภัย&nbsp;ประเมินตัวเอง&nbsp;และผ่านการประเมินจากทาง&nbsp;ศบค.จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;แล้ว&nbsp;วันนี้&nbsp;ก็ได้มากำชับ&nbsp;ไม่ให้หละหลวม&nbsp;&nbsp;ส่วนผู้ประกอบการเอง&nbsp;ก็มีความตระหนักในการแก้ไขปัญหาโควิด-19&nbsp;&nbsp;ร่วมกับทางราชการ&nbsp;ซึ่งทุกภาคส่วน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ก็ได้ระดมกำลัง&nbsp;ระงับ&nbsp;ยับยั้งไม่ให้โควิด-19&nbsp;แพร่กระจายไปมากกว่านี้&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304091124294
648	เลขาธิการ ศอ.บต.-  ชาว 3 จังหวัดใต้ ซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณ  พระราชทาน ถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม	<p><strong>พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการศูนย์อำนวยการ</strong>บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)เผยว่า&nbsp;นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&nbsp;ซึ่งทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ&nbsp;&nbsp;โดยเฉพาะอุทกภัย&nbsp;จะได้รับพระราชทานความช่วยเหลือจากสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;พระบรมวงศานุวงศ์&nbsp;โดยเฉพาะมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ยามยาก&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;โดยมีพระเจ้าวรวงศ์เธอ&nbsp;พระองค์เจ้าโสมสวลี&nbsp;&nbsp;กรมหมื่นสุทธนารีนาถ&nbsp;เป็นองค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ&nbsp;และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา&nbsp;นเรนทิราเทพยวดี&nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&nbsp;มหาวัชรราชธิดาเป็นองค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ&nbsp;ทรงได้พระราชทานความช่วยเหลือตลอดทุกๆ&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะนี้&nbsp;สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เริ่มคลี่คลายลง</strong>&nbsp;และคงต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูอีกระยะหนึ่งที่จะกลับมาดำรงชีวิตได้อย่างปกติ&nbsp;เชื่อว่าถุงยังชีพที่ได้รับพระราชทานจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;และเป็นขวัญกำลังใจ&nbsp;ในเบื้องต้นแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ได้</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;นางต่วนโซเฟียน&nbsp;เลาะอูมา&nbsp;ราษฎร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;</strong>ตำบลบาตง&nbsp;อำเภอรือเสาะ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ซึ่งได้รับถุงยังชีพพระราชทานช่วยเหลือในครั้งนี้&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ดีใจมากที่ได้รับถุงพระราชทานทานในครั้งนี้&nbsp;ที่ทางมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ยามยาก&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;พระราชทานถุงยังชีพแก่พสกนิกรชาวจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ผ่านศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ยอมรับว่าอุทกภัยในครั้งนี้หนักมาก&nbsp;ทุกคนลำบากมาก&nbsp;ตนและครอบครัว&nbsp;ร้องไห้ทุกวัน&nbsp;เพราะติดอยู่ในบ้านไม่สามารถออกไปไหนได้&nbsp;และวันนี้รู้สึกดีใจที่พระองค์ฯ&nbsp;และทุกคนไม่ทิ้งกัน&nbsp;นำถุงยังชีพฯ&nbsp;มามอบให้&nbsp;รู้สึกมีกำลังใจอย่างมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304091345295
649	ร.พ.ยะลา แจง มาตรการ ดูแลผู้ป่วยโควิดเจอ แจก จบสู่โรคประจำถิ่น	"<p><strong>จากการที่โรงพยาบาลยะลา&nbsp;ได้เริ่มระบบบริการด้านสาธารณสุข</strong>&nbsp;ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;""เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ""&nbsp;เชื่อมโยงเข้าสู่การเป็นโรคที่ดูแลได้ด้วยตนเอง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นมาทางด้าน&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายแพทย์อินทร์&nbsp;จันแดง&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยะลา&nbsp;ได้&nbsp;เผยถึง&nbsp;มาตรการ&nbsp;เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ&nbsp;ว่าเป็นการปรับตัวของมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;&nbsp;ในการดูแลผู้ป่วยโควิด&nbsp;เนื่องจากการดูแลผู้ป่วย&nbsp;โควิด-19&nbsp;ที่ผ่านมาโรคส่วนใหญ่ไม่รุนแรงกลุ่มนี้แค่เป็นการเฝ้าระวังอาการก็ดูแลตามอาการก็หายเองนั่นคือที่ไปที่มาการดูแลรักษาแบบเจอแจกจบหมายถึงกลุ่มคนกลุ่มนี้ที่มีอาการเล็กน้อย&nbsp;ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของกลุ่มโรคโควิดโอมิครอน&nbsp;ที่ไม่มีความรุนแรงการดูแลรักษาก็ไม่ได้ต้องใช้อะไรมากเปรียบเสมือนไข้หวัดแต่ยังไว้ใจไม่ได้แต่ต้องดูแลอย่างต่อเนื่องแต่ถ้าเจอเมื่อไหร่ก็ต้องมีการแจกยาเปรียบเสมือนไข้หวัดที่ต้องให้ยาตามอาการอาจจะได้ฟาวิพิราเวียก็แล้วแต่ตามอาการเป็นยาลดไข้พาราเซตามอลยาลดน้ำมูกยาแก้ไอยาแก้ปวดแก้เมื่อย&nbsp;และทางโรงพยาบาลยะลาก็คงยังต้องติดตามอาการ&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ถ้าหลังจากนั้นไม่มีอาการก็ถือว่าปกติ&nbsp;เป็นการนำไปสู่โรคประจำถิ่น</p><p><strong>ก่อนหน้านี้โรค&nbsp;โควิด-19&nbsp;เป็นโรคที่ติดต่อร้ายแรงที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด</strong>&nbsp;&nbsp;แต่ช่วงหลังพวกเราส่วนหนึ่งได้รับวัคซีนพอสมควรแล้ว&nbsp;ทำให้โรคที่มารอบหลังไม่ว่าจะเป็นโควิดสายพันธุ์เดลต้าความรุนแรงของโรคก็จะลดลงเพราะว่าส่วนหนึ่งน่าจะเป็นประสิทธิภาพของวัคซีนสูตรไขว้&nbsp;เลยทำให้กระบวนการรักษามีการเปลี่ยนแปลงไปในกลุ่มที่ไม่เสี่ยงก็ดูแบบเจอจ่ายจบแต่ถ้าเป็นผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;ถึงแม้ว่าจะมีอาการน้อยเราก็ต้องดูแลแบบเข้มนิดหนึ่ง&nbsp;ก็คือต้องดูแลแบบ&nbsp;Home&nbsp;isolation&nbsp;อยู่ที่บ้านแล้วก็ติดตามอาการทุกวันจนครบ&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;ในขณะที่ผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองคนที่ลงปอดแล้วมีอาการหายใจหอบเหนื่อยมีอาการขาดออกซิเจนกลุ่มนี้ต้องนอนโรงพยาบาลและนี่คือหลักการการรักษาโควิดในสายพันธุ์โอมิครอน</p><p><strong>สำหรับวิธีการสังเกตอาการ&nbsp;ส่วนหนึ่งของผู้ติดเชื้อ&nbsp;โควิด-19&nbsp;</strong>มักจะไม่แสดงอาการและส่วนหนึ่งอาจจะมีการแสดงอาการ&nbsp;ซึ่งจะมีการแสดงอาการที่เล็กน้อยมีอาการคล้ายหวัดธรรมดามีครั่นเนื้อครั่นตัวมีน้ำมูกจมูกไม่ได้กลิ่นมีอาการคันในคอลักษณะมีการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนเนื่องจากเป็นเชื้อสายพันธุ์ใหม่ที่มีการแพร่กระจายง่ายและในช่วงแรกมีผู้เสียชีวิตสูงประมาณ&nbsp;1%&nbsp;ของคนติดเชื้อแต่ในขณะนี้ผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต่อ&nbsp;1&nbsp;พันคน&nbsp;ซึ่งปัจจัยที่ทำให้มีส่วนเป็นอย่างนี้คือการได้รับวัคซีนของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเข็มที่&nbsp;3&nbsp;ตอนนี้วัคซีนสองเข็มไม่สามารถป้องกันโควิดสายพันธุ์โอมิครอนได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งตอนนี้ทางจังหวัดยะลามีการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิเพียงแค่ร้อยละแปด</strong>&nbsp;และอยากให้ทุกคนเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นถึงแม้ว่าจะเป็นวัยรุ่นหรือกลุ่มวัยหนุ่มสาวก็ควรได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อลดการติดเชื้อลดการเสียชีวิต&nbsp;และยิ่งผู้สูงอายุยิ่งต้องฉีดและกลุ่มคนที่มีโรคประจำตัวก็ยิ่งต้องฉีดเพราะหากติดเชื้อขึ้นมาจะเป็น&nbsp;ยิ่งมีโรคประจำตัวก็ต้องยิ่งฉีด&nbsp;&nbsp;ดูแลตัวเองในระบบ&nbsp;Home&nbsp;isolation&nbsp;คือ&nbsp;ต้องดูแลรักษาตัวเองให้ดี&nbsp;ต้องดูแลภูมิต้านทานของตัวเองให้ดีซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โรคหายเร็วทำให้ร่างกายแข็งแรงมีการพักผ่อนที่เพียงพอดื่มน้ำเยอะเยอะกินยาแล้วก็ดูแลอาการแล้วก็งดรับประทานอาหารที่เป็นปัจจัยเสี่ยงแล้วก็ระวังตัวเองไม่ให้แพร่เชื้อโรคไปยังคนอื่นเป็นส่วนสำคัญโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่ในบ้านกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;ที่อยู่ในบ้านเพราะฉะนั้นต้องมีการแยกกับตัวอยู่ในบ้านเดียวกันได้แต่ต้องแยกการแยกการใช้เครื่องใช้ส่วนตัว&nbsp;ไม่กินข้าวพร้อมกันใส่หน้ากากอนามัยล้างมือสามารถเข้าห้องน้ำห้องเดียวกันได้ไม่จำเป็นต้องแยกห้องน้ำแต่ที่สำคัญคือต้องมีการล้างทำความสะอาดทั้งมือจับลูกบิดประตูหัวฉีดต้องทำความสะอาดโดยใช้น้ำสบู่หรือแอลกอฮอล์</p><p><strong>สำหรับมาตรการป้องกัน&nbsp;โควิด-19&nbsp;ของจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>คือทุกคนต้องคิดว่าคนรอบข้างเราติด&nbsp;โควิด-19&nbsp;แล้วเราจะปลอดภัยครับต้องคิดว่าคนรอบตัวเราเป็นโควิดและเราจะปลอดภัยจากโควิดหนึ่งต้องทิ้งระยะห่างระยะห่าง&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัยเป็นประจำมันล้างมือและหมั่นสังเกตอาการตัวเองว่าเป็นไข้หวัดไหมและหากสงสัยว่าตัวเองติดเชื้อ&nbsp;โควิด-19&nbsp;ต้องตรวจเพื่อยืนยัน&nbsp;หากพบว่าติดเชื้อ&nbsp;โควิด-19&nbsp;ให้รีบติดต่อเจ้าหน้าที่ดำเนินการประเมินเพื่อเข้าสู่ระบบบริการการรักษา</p><p><strong>สำหรับสายด่วน&nbsp;โควิด-19&nbsp;ผู้ที่ต้องการเข้ารับบริการสามารถติดต่อได้ที่&nbsp;</strong>เบอร์โทรศัพท์&nbsp;1567&nbsp;และก็เบอร์&nbsp;0954716018&nbsp;ซึ่งเปิดบริการทุกวันถึงสองทุ่มและถ้าหากมีปัญหาด้านความเร่งด่วนฉุกเฉินสามารถติดต่อสายด่วน&nbsp;1669&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304091701296
650	คณะกรรมการและคณะทำงานเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดยะลา และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยะลา มีมติอนุญาตจัดกิจกรรมทางศาสนา งานดาวะห์โลก ภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเข้มข้น เพื่อให้ผู้แสวงบุญทุกคนปลอดภัยจากโรค	<p><strong>เมือวันที่&nbsp;3&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;ที่ห้องประชุมศรียะลา&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยะลา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4/2565&nbsp;ซึ่งมีนายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โดยได้เชิญคณะกรรมการจัดงานดาวะห์โลก</strong>เข้าชี้แจงข้อมูลต่อที่ประชุมของคณะกรรมการฯ&nbsp;ถึงแนวทางและข้อปฏิบัติในการจัดกิจกรรมทางศาสนา&nbsp;งานดาวะห์โลกจังหวัดยะลาครั้งนี้&nbsp;ซึ่งคณะกรรมการจัดงานฯ&nbsp;ได้ทำหนังสื่อขออนุญาตต่อจังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อขอจัดกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;ซึ่งคณะกรรมการได้ร่วมกันพิจารณา&nbsp;ถึงมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่ทางคณะผู้จัดงานกำหนดขึ้น&nbsp;จึงได้มีมติเห็นชอบอนุญาตให้สามารถจัดงานได้&nbsp;แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ทางจังหวัดยะลากำหนดอย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ได้เปิดเผยว่า&nbsp;การจัดดะวะห์ครั้งนี้ถือว่าเป็นการทำความดีเป็นการประกอบศาสนกิจของพี่น้องชาวไทยมุสลิมผู้มีศรัทธาที่บริสุทธิ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;และคณะกรรมการจัดงานได้ทำหนังสือขออนุญาตมาทางจังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อให้คณะกรรมการและคณะทำงานเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;และคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดยะลาพิจารณา&nbsp;และทราบว่าจะมีคนมาร่วมงานจำนวนมาก&nbsp;จึงมีความเป็นห่วงว่าจะทำให้เกิดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคเกิดขึ้นได้&nbsp;&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์&nbsp;covid-19&nbsp;ขณะนี้ยังพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง&nbsp;แม้จะไม่รุนแรงก็ตาม&nbsp;แต่ต้องมีมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;รองรับ&nbsp;</p><p><strong>จึงได้ขอให้นำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคฯ</strong>&nbsp;ให้เป็นไปตามกฎหมาย&nbsp;ซึ่งที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาอย่างรอบด้าน&nbsp;และมีมติอนุญาตให้มีการจัดงานได้&nbsp;แต่ต้องอยู่ภายใต้มาตรการของ&nbsp;ศบค&nbsp;และประกาศมาตรการของจังหวัดยะลาอย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยเบื้องต้นขอให้ทุกคนที่เข้ามาในงานนี้ต้องฉีดวัคซีนมาแล้วอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข้ม&nbsp;มีใบรับรองผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่ไม่เป็นบวก&nbsp;ให้มีเจ้าหน้าที่&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;ฝ่ายสาธารณสุข&nbsp;ร่วมกับฝ่ายจัดงานครั้งนี้&nbsp;ตั้งกองอำนวยการร่วม&nbsp;</p><p><strong>เพื่อให้เกิดความรัดกุม&nbsp;คนที่เข้าร่วมงานต้องลงทะเบียน&nbsp;</strong>ระบุตัวตนชัดเจน&nbsp;มีเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อได้&nbsp;ให้มีจัดจุดคัดกรอง&nbsp;และ&nbsp;CI&nbsp;ภายในสถานที่จัดงาน&nbsp;และให้มีร่วมงานอยู่ในพื้นที่ได้ไม่เกิน&nbsp;250&nbsp;คน&nbsp;ต่อพื้นที่&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;ในพื้นที่การจัดงานทั้งหมดประมาณ&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;และขอให้ทุกคน&nbsp;ได้ปฏิบัติตามประกาศของจังหวัดยะลาอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อให้ผู้แสวงบุญที่มาจากจังหวัดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มีความมั่นใจว่า&nbsp;มาปฏิบัติศาสนกิจที่จังหวัดยะลาแล้วมีความปลอดภัยจากโรคโควิด-19&nbsp;และมีความสุขกับการได้แสวงบุญด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304092015297
651	จ.ลำปาง จัดอบรมให้ความรู้ด้านกฎหมาย แก่นายจ้างสถานประกอบการแรงงานต่างด้าว	"<p><strong>จัดหางานลำปาง&nbsp;รวมพลังหน่วยงานเครือข่าย&nbsp;</strong>ขับเคลื่อนงานนโยบายรัฐด้านการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์&nbsp;จัดอบรมนายจ้างสถานประกอบการแรงงานต่างด้าว&nbsp;เสริมสร้างการรับรู้เรื่องการบริหารจัดการแรงงาน,&nbsp;พ.ร.บ.กฎหมาย&nbsp;ระเบียบข้อบังคับ&nbsp;และสิทธิประโยชน์</p><p><strong>สำนักงานจัดหางานจังหวัดลำปาง&nbsp;บูรณาการร่วมกับ&nbsp;</strong>หน่วยงานที่ดูแลคุ้มครองด้านสิทธิประโยชน์ของแรงงานในเขตพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;จัดกิจกรรมขับเคลื่อนนโยบายรัฐในการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงานต่างด้าว&nbsp;ร่วมเปิดพื้นที่นำตัวแทนนายจ้างกลุ่มสถานประกอบการ&nbsp;ที่มีลูกจ้างซึ่งอยู่ในความดูแลเป็นแรงงานต่างด้าวสามสัญชาติ&nbsp;เมียนมา&nbsp;ลาว&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;เข้ารับการอบรมเสริมสร้างการรับรู้เรื่องแนวทางปฏิบัติการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว&nbsp;3&nbsp;สัญชาติ&nbsp;และเพิ่มพูนองค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง&nbsp;พ.ร.บ.กฎหมาย&nbsp;ระเบียบข้อบังคับ&nbsp;และสิทธิประโยชน์ในด้านต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องกับแรงงานต่างด้าว&nbsp;ซึ่งได้มีการจัดการฝึกอบรมขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมจิตต์บัวคำ&nbsp;โรงแรมบุษย์น้ำทอง&nbsp;ตำบลชมพู&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;</p><p><strong>มีนายสันติ&nbsp;รังษิรุจิ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;ให้เกียรติเป็นประธาน</strong>เปิดการฝึกอบรมอย่างเป็นทางการ&nbsp;พร้อมกล่าวชี้แนะมอบแนวทางข้อควรปฏิบัติที่จำเป็นเบื้องต้น&nbsp;โดยมีนายจ้างสถานประกอบการจากกว่า&nbsp;60&nbsp;แห่ง&nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;ให้ความสนใจจัดส่งตัวแทนของสถานประกอบการ&nbsp;เข้าร่วมฝึกอบรมรับฟังข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกฎหมาย&nbsp;ข้อบังคับ&nbsp;วิธีการและแรงงานต่างด้าว&nbsp;ถูกต้อง&nbsp;รวมจำนวนทั้งสิ้นกว่า&nbsp;100&nbsp;ราย</p><p><strong>โดยการอบรมได้รับเกียรติจากทีมวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;</strong>ทั้งสำนักงานจัดหางานจังหวัดลำปาง&nbsp;สำนักงานประกันสังคมจังหวัดลำปาง&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดลำปาง&nbsp;มาบรรยายให้ความรู้ในเรื่องข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติ&nbsp;และพระราชกำหนด&nbsp;ระเบียบข้อบังคับ&nbsp;รวมถึงแนวทางวิธีปฏิบัติในเรื่องต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว&nbsp;อาทิ&nbsp;การบรรยายให้ความรู้ในเรื่อง&nbsp;""การปฏิบัติตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม""&nbsp;การบรรยายให้ความรู้ในเรื่อง&nbsp;""การเข้าสู่ระบบประกันสังคมของแรงงานต่างด้าวและสิทธิประโยชน์ที่พึงจะได้รับ""&nbsp;การบรรยายให้ความรู้เรื่อง&nbsp;""การตรวจสุขภาพและการทำประกันสุขภาพของแรงงานต่างด้าวตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข""&nbsp;และเรื่อง&nbsp;""การดำเนินการขออนุญาตให้แรงงานต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักร""</p><p><strong>ซึ่งการดำเนินการอบรมดังกล่าว&nbsp;นางฐิติมา&nbsp;นราพงศ์&nbsp;</strong>จัดหางานจังหวัดลำปาง&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;การอบรมนายจ้างสถานประกอบการแรงงานต่างด้าว&nbsp;จัดทำขึ้นเพื่อต้องการสร้างการรับรู้&nbsp;เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร&nbsp;และประชาสัมพันธ์มติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เพื่อให้นายจ้าง/สถานประกอบการที่จ้างแรงงานต่างด้าว&nbsp;ได้รับทราบและตระหนักรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการทำงานของคนต่างด้าวเพื่อจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามข้อกฎหมาย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานต่างด้าว</strong>&nbsp;และเพื่อป้องปรามมิให้นายจ้างสถานประกอบการมีการจ้างแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย&nbsp;รวมถึงนายจ้างสถานประกอบการได้ทราบถึงวิธีปฏิบัติขั้นตอนการขออนุญาตการทำงานของแรงงานต่างด้าว&nbsp;ซึ่งจะต้องมีการจัดเตรียมเอกสารหลักฐาน&nbsp;มีการปฏิบัติเข้าสู่ระบบประกันสังคม&nbsp;ตรวจสุขภาพประกันสุขภาพ&nbsp;และมีการตรวจอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร&nbsp;ตามแนวทางบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว&nbsp;โดยหากนายจ้าง/สถานประกอบการใดไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดจะต้องถูกลงโทษปรับ&nbsp;10,000-100,000&nbsp;บาท&nbsp;ต่อคนต่างด้าวหนึ่งคน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำหรับจังหวัดลำปาง&nbsp;มีรายงานข้อมูลเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว&nbsp;3&nbsp;สัญชาติ</strong>&nbsp;ที่ได้รับใบอนุญาตทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;เข้ามาทำงานอยู่ในพื้นที่รวมทั้งสิ้น&nbsp;&nbsp;3,457&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;แยกเป็นแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา&nbsp;จำนวน&nbsp;37&nbsp;คน&nbsp;สัญชาติลาว&nbsp;587&nbsp;คน&nbsp;และสัญชาติเมียนมา&nbsp;จำนวน&nbsp;2,833&nbsp;คน&nbsp;โดยมีนายจ้าง/สถานประกอบการในพื้นที่&nbsp;ที่มีจ้างแรงงานต่างด้าวรวมจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;1,393&nbsp;แห่ง&nbsp;</p><p><strong>ส่วนสภาพปัญหาของแรงงานต่างด้าวที่เกิดขึ้นในสถานประกอบการ</strong>&nbsp;จากการสอบถามตัวแทนผู้ประกอบการรายหนึ่ง&nbsp;ทราบว่าปัญหาแรงงานส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากตัวของแรงงานต่างด้าวเอง&nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมาแรงงานมักมีการเรียกร้องขอเปลี่ยนงาน&nbsp;หรือขอเปลี่ยนนายจ้างบ่อย&nbsp;บางครั้งแจ้งขอกลับประเทศ&nbsp;แม้สถานประกอบการจะมีการดูแลอย่างดีมีสวัสดิการครบทุกอย่าง&nbsp;ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้สถานประกอบการบางแห่งเสียประโยชน์ด้านแรงงานไปเป็นจำนวนมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง&nbsp;</p><p>นายชาญณรงค์&nbsp;ปันเต</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304094447308
652	ศบค.ยะลา อนุญาตจัดกิจกรรมทางศาสนา (ดะวะห์โลก) เข้มมาตรการต้องฉีดวัคซีน 2 เข็ม และมีใบตรวจ ATK ยื่นก่อนเข้างาน	<p><strong>นายภิรมย์&nbsp;นิลยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>ได้มีการประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยะลา&nbsp;โดยได้เชิญคณะกรรมการจัดงานดาวะห์โลกเข้าชี้แจงข้อมูลต่อที่ประชุมของคณะกรรมการฯ&nbsp;ถึงแนวทางและข้อปฏิบัติในการจัดกิจกรรมทางศาสนา&nbsp;งานดาวะห์โลกจังหวัดยะลาครั้งนี้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายหลังจากที่คณะกรรมการจัดงานฯ&nbsp;</strong>ได้ทำหนังสื่อขออนุญาตต่อจังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อขอจัดกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;ซึ่งคณะกรรมการได้ร่วมกันพิจารณา&nbsp;ถึงมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่ทางคณะผู้จัดงานกำหนดขึ้น&nbsp;จึงได้มีมติเห็นชอบอนุญาตให้สามารถจัดงานได้&nbsp;แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ทางจังหวัดยะลากำหนดอย่างเคร่งครัด</p><p><strong>นายภิรมย์&nbsp;นิลยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;การจัดดะวะห์ครั้งนี้ถือว่าเป็นการทำความดีเป็นการประกอบศาสนกิจของพี่น้องชาวไทยมุสลิมผู้มีศรัทธาที่บริสุทธิ์&nbsp;&nbsp;และคณะกรรมการจัดงานได้ทำหนังสือขออนุญาตมาทางจังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อให้คณะกรรมการและคณะทำงานเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;และคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดยะลาพิจารณา&nbsp;&nbsp;และทราบว่าจะมีคนมาร่วมงานจำนวนมาก&nbsp;จึงมีความเป็นห่วงว่าจะทำให้เกิดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคเกิดขึ้นได้&nbsp;&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์&nbsp;covid-19&nbsp;ขณะนี้ยังพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;แม้จะไม่รุนแรงก็ตาม&nbsp;แต่ต้องมีมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;รองรับ&nbsp;&nbsp;จึงได้ขอให้นำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคฯ&nbsp;ให้เป็นไปตามกฎหมาย</p><p><strong>ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาอย่างรอบด้าน&nbsp;และมีมติอนุญาต&nbsp;</strong>ให้มีการจัดงานได้แต่ต้องอยู่ภายใต้มาตรการของ&nbsp;ศบค&nbsp;และประกาศมาตรการของจังหวัดยะลาอย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยเบื้องต้นขอให้ทุกคนที่เข้ามาในงานนี้&nbsp;ต้องฉีดวัคซีนมาแล้วอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข้ม&nbsp;&nbsp;มีใบรับรองผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่ไม่เป็นบวก&nbsp;ให้มีเจ้าหน้าที่&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;ฝ่ายสาธารณสุข&nbsp;ร่วมกับฝ่ายจัดงานครั้งนี้&nbsp;ตั้งกองอำนวยการร่วม&nbsp;เพื่อให้เกิดความรัดกุม&nbsp;ผู้ที่เข้าร่วมงานต้องลงทะเบียนระบุตัวตนชัดเจน&nbsp;มีเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อได้&nbsp;ให้มีจัดจุดคัดกรอง&nbsp;และ&nbsp;CI&nbsp;ภายในสถานที่จัดงาน&nbsp;และให้มีผู้ร่วมงานอยู่ในพื้นที่ได้ไม่เกิน&nbsp;250&nbsp;คนต่อพื้นที่&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;ในพื้นที่การจัดงานทั้งหมดประมาณ&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;และขอให้ทุกคน&nbsp;ได้ปฏิบัติตามประกาศของจังหวัดยะลาอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อให้ผู้แสวงบุญที่มาจากจังหวัดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มีความมั่นใจว่า&nbsp;มาปฏิบัติศาสนกิจที่จังหวัดยะลาแล้วมีความปลอดภัยจากโรคโควิด-19&nbsp;และมีความสุขกับการได้แสวงบุญด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304092327298
653	คณะตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 8 ตรวจราชการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย กรณีปกติ รอบที่ 1 ปี 2565	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย&nbsp;รับการตรวจราชการ</strong>&nbsp;จากคณะตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;8&nbsp;กรณีปกติ&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ในการติดตามนโยบายสำคัญด้านสุขภาพ&nbsp;ยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ของหน่วยงานสาธารณสุขพื้นที่จังหวัดเลย&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;สสจ.เลย&nbsp;โดย&nbsp;นพ.ปราโมทย์&nbsp;เสถียรรัตน์&nbsp;ผู้ตรวจราชการฯ&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;8&nbsp;และ&nbsp;นพ.จรัญ&nbsp;จันทมัตตุการ&nbsp;สาธารณสุขนิเทศก์&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;8&nbsp;เป็นประธานที่ประชุม&nbsp;คณะรับตรวจราชการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นพ.ชาญชัย&nbsp;บุญอยู่&nbsp;นพ.สสจ.เลย&nbsp;นพ.บัญชา&nbsp;ผลานุวงษ์&nbsp;ผอ.รพ.เลย&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงาน/&nbsp;งาน&nbsp;ในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย&nbsp;โรงพยาบาลเลย&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมรับการตรวจราชการฯ&nbsp;Onsite&nbsp;และ&nbsp;Online&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Zoom</p><p><strong>ก่อนหน้านั้น&nbsp;นายแพทย์จรัญ&nbsp;จันทมัตตุการ&nbsp;สาธารณสุขนิเทศก์</strong>&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;8&nbsp;และคณะเดินทางไปตรวจราชการและนิเทศงาน&nbsp;กรณีปกติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย&nbsp;และร่วมรับฟัง&nbsp;ผลการดำเนินงานตามประเด็นการตรวจราชการและนโยบายสำคัญของพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมน้ำเลย&nbsp;โรงพยาบาลเลย&nbsp;โดยมีนายแพทย์สมชาย&nbsp;ชมภูคำ&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย&nbsp;นายแพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมป้องกัน&nbsp;นายแพทย์บัญชา&nbsp;ผลานุวงษ์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลย&nbsp;ผู้บริหารหน่วยงานสาธารณสุข&nbsp;ในระดับจังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมต้อนรับและเข้าร่วมประชุม&nbsp;จำนวน&nbsp;90&nbsp;คน&nbsp;และผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;meeting&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;คน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สวท.ด่านซ้าย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304105302353
654	รพ.สมุทรปราการ เปิดห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉิน เพื่อลดการแออัดของสถานที่ให้บริการ	<p><strong>นายวันชัย&nbsp;คงเกษม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉินโรงพยาบาลสมุทรปราการ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉิน&nbsp;อาคารผู้ป่วยนอก&nbsp;โรงพยาบาลสมุทรปราการ&nbsp;โดยมีนางสาวนันทิดา&nbsp;แก้วบัวสาย&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;นายแพทย์นเรศฤทธิ์&nbsp;ขัดธะสีมา&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;&nbsp;นายแพทย์นำพล&nbsp;แดนพิพัฒน์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรปราการ&nbsp;และบุคลากรทางการแพทย์เข้าร่วมในครั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โรงพยาบาลสมุทรปราการ&nbsp;ให้บริการงานผู้ป่วยนอกโดยเฉลี่ย</strong>&nbsp;2,980&nbsp;ราย/วัน&nbsp;โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทำให้เกิดความแออัดของสถานที่ให้บริการ&nbsp;อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้งานมีสภาพเก่า&nbsp;ชำรุดไม่ได้มาตรฐาน&nbsp;ผู้รับบริการเกิดความไม่พึงพอใจ&nbsp;แต่ก็มีการพัฒนาปรับปรุงศักยภาพในการให้บริการมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ด้วยวิสัยทัศน์ของโรงพยาบาลสมุทรปราการ&nbsp;มุ่งมั่นสู่การเป็นโรงพยาบาลตติยภูมิชั้นนำของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ที่มีภูมิสถาปัตย์เอื้อต่อสุขภาพ&nbsp;จึงเห็นควรจัดทำโครงการปรับปรุงและพัฒนาศักยภาพการให้บริการห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉินโรงพยาบาลสมุทรปราการขึ้น&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำสถานที่และจัดหาเครื่องมือทางการแพทย์&nbsp;ที่เหมาะสมได้มาตรฐานต่อการให้บริการ&nbsp;เพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วย&nbsp;ลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นได้ต่อผู้ป่วยและผู้ให้บริการ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โรงพยาบาลสมุทรปราการ&nbsp;ได้รับการสนับสนุน</strong>งบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เป็นจำนวนเงิน&nbsp;18,975,000&nbsp;บาท&nbsp;และโรงพยาบาลสมุทรปราการ&nbsp;&nbsp;สมทบงบประมาณโดยใช้เงินบำรุง&nbsp;จำนวน&nbsp;6,325,000&nbsp;บาท&nbsp;รวมเป็นเงินทั้งสิ้น&nbsp;25,300,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อใช้ในการปรับปรุงสถานที่และจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น&nbsp;โดยใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวได้เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;พร้อมเปิดให้บริการผู้ป่วย&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304092907300
655	แนวทางการแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งเกินราคา  เชื่อว่าจะเริ่มดำเนินการซื้อ-ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเต็มรูปแบบได้งวด 2 พฤษภาคมนี้	<p><strong>นายธนวรรธน์&nbsp;พลวิชัย&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล&nbsp;&nbsp;กล่าวถึงการแก้ปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาว่ามี&nbsp;2&nbsp;ระดับ&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลและคณะทำงานแก้ไขปัญหาของรัฐบาล&nbsp;ที่มีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน&nbsp;ได้ประสานการทำงานร่วมกัน&nbsp;เน้นสนับสนุนคนขายเอง&nbsp;คนขายจริงและไม่ขายช่วงเพื่อหวังเอากำไร&nbsp;</p><p><strong>แบ่งการดำเนินการเป็น&nbsp;3&nbsp;กรอบแนวทาง&nbsp;</strong>&nbsp;โดยแนวทางแรกคือ&nbsp;การลงทะเบียนใหม่ทั้งคนขายสลากรายเดิมและรายใหม่&nbsp;จะคัดเหลือ&nbsp;2&nbsp;แสนคน&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างคัดกรองความถูกต้องของคุณสมบัติ&nbsp;&nbsp;ขายสลาก&nbsp;โดยสำนักงานกินแบ่งรัฐบาล&nbsp;ผ่านตัวแทนต่างๆ&nbsp;ในรูปแบบแพลตฟอร์ม&nbsp;&nbsp;อยู่ระหว่างหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และการขายด้วยแอปพลิเคชันเป๋าตังค์&nbsp;จะดำเนินการ&nbsp;1&nbsp;พันจุดทั่วประเทศทุกจังหวัดให้ครอบคลุม&nbsp;ขณะนี้เริ่มอบรมสัมมนา&nbsp;&nbsp;เชื่อว่า&nbsp;หากทุกอย่างดำเนินการได้ตามแนวทางดังกล่าว&nbsp;จะสามารถซื้อ-ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเต็มรูปแบบได้&nbsp;งวดวันที่&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับความคืบหน้าในส่วนของผู้ค้าที่สมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายสลาก</strong>&nbsp;&nbsp;ในโครงการสลาก&nbsp;80&nbsp;พื้นที่ส่วนกลางนั้น&nbsp;&nbsp;นายธนวรรธน์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การคัดเลือกแต่ละเขตแต่ละอำเภอ&nbsp;สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล&nbsp;จะเข้าไปตรวจสอบสถานที่จำหน่าย&nbsp;มีการอบรมและต้องยอมรับเงื่อนไขตามที่กำหนด&nbsp;&nbsp;เห็นว่าการให้ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคา&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;จะประสบความสำเร็จได้ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;-40&nbsp;จากจำนวนคนขาย&nbsp;&nbsp;แต่การจะทำให้ประสบความสำเร็จครบร้อยเปอร์เซนต์&nbsp;&nbsp;ต้องทำควบคู่ไปกับการออกผลิตภัณฑ์ใหม่&nbsp;&nbsp;มีการจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม&nbsp;&nbsp;ซึ่งแนวทางนี้ต้องใช้เวลา&nbsp;เพราะต้องรับฟังความเห็นจากประชาชนและนำเสนอคณะรัฐมนตรีด้วย&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304105734358
656	จ.อุบลราชธานี มอบเงินชดเชย 28 ล้าน แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร ในพื้นที่ 13 อำเภอ	<p><strong>ที่&nbsp;หอประชุมประชาวาริน&nbsp;อำเภอวารินชำราบจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;มอบเงินชดเชยค่าทำลายสุกรที่ป่วยตายผิดปกติ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;โดยเงินค่าชดเชยการทำลายสุกรในรอบแรก&nbsp;ซึ่งเป็นเกษตรกรที่มีการทำลายสุกรตั้งแต่วันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึง&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;2564&nbsp;รวม&nbsp;235&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้จัดสรรงบประมาณ&nbsp;และได้โอนเงินให้สำนักงานปศุสัตว์เขต&nbsp;เป็นผู้นำเช็คฝากเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง&nbsp;และเกษตรกรของจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ได้รับเงินชดเชยค่าทำลายสุกรครบแล้วทั้ง&nbsp;235&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การควบคุม&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และกำจัดโรค&nbsp;ในปัจจุบันได้ตั้งคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;จังหวัดอุบราชธานี&nbsp;มีหน้าที่&nbsp;ติดตามสถานการณ์&nbsp;เฝ้าระวังและป้องกันโรค&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่น&nbsp;และควบคุมโรคได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;และให้คำแนะนำสำหรับเกษตรกรที่จะกลับมาเลี้ยงใหม่&nbsp;ให้ปฏิบัติตามแนวทางที่กรมปศุสัตว์กำหนด&nbsp;คือมีการปรับปรุงฟาร์มเข้าสู่ระบบมาตรฐานฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;เพื่อที่จะมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่า&nbsp;ฟาร์มเราสามารถป้องกันโรคได้&nbsp;พร้อมทั้งได้กล่าวให้กำลังใจเกษตรกร&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกระดับที่ทำงานหนักในการช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงที่ผ่านมา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304100852325
657	จ.อุบลราชธานี จัดพิธีมอบแบบผ้าลายพระราชทาน	<p><strong>จ.อุบลราชธานี&nbsp;จัดพิธีมอบแบบผ้าลายพระราชทาน</strong>&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ให้แก่หัวหน้าส่วนราชการและกลุ่มทอผ้าในจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;</p><p>ที่&nbsp;หอประชุมจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางศลิษา&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เป็นประธานเปิดในพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ให้แก่&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด/&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;12&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;/นายอำเภอ25&nbsp;อำเภอและกลุ่มทอผ้า&nbsp;26&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ได้นำลายพระราชทานเพื่อไปเป็นต้นแบบพัฒนาต่อยอดเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นถิ่น&nbsp;ให้เกิดร่วมสมัยสมารถก้าวสากล&nbsp;เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ตั้งพระทัยมั่นในการทรงสืบสาน&nbsp;พระราชกรณียกิจของ&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ในการฟื้นฟูภูมิปัญญาผ้าไทยได้ดำรงอยู่คู่แผ่นดิน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304100535324
658	ศูนย์อนามัยที่ 10 จ.อุบลฯ คุมเข้มมาตรการ COVID Free Setting สำหรับศาสนสถาน	<p><strong>ศูนย์อนามัยที่&nbsp;10&nbsp;อุบลฯ&nbsp;คุมเข้มมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting</strong>&nbsp;สำหรับศาสนสถาน&nbsp;และชี้แจงแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพพระภิกษุสงฆ์</p><p><strong>นายแพทย์ปกรณ์&nbsp;ตุงคะเสรีรักษ์&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่&nbsp;10</strong>&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;มอบหมายให้กลุ่มอนามัยผู้สูงอายุ&nbsp;ลงพื้นที่สื่อสารมาตรการ&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;COVID&nbsp;และ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;สำหรับศาสนสถาน&nbsp;และชี้แจงแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพพระภิกษุสงฆ์&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;และการใช้โปรแกรม&nbsp;Health&nbsp;Temple&nbsp;ในการประชุมพระสังฆาธิการทุกระดับในเขตปกครองคณะสงฆ์อำเภอเมืองอุบลราชธานี&nbsp;โดยมีพระครูสารกิจโกศล&nbsp;เจ้าอาวาสวัดกลางและเจ้าคณะอำเภอเมืองอุบลราชธานี&nbsp;เป็นประธานในการประชุม&nbsp;ณ&nbsp;วัดกลาง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;โดยศูนย์อนามัยที่&nbsp;10&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;ได้ดำเนินงานวัดส่งเสริมสุขภาพมาอย่างต่อเนื่องภายใต้หลัก&nbsp;5&nbsp;ร.&nbsp;คือ&nbsp;ร่มรื่น&nbsp;ร่มเย็น&nbsp;ร่วมสร้าง&nbsp;ร่วมจิตวิญญาณและร่วมพัฒนา&nbsp;เน้นการทำงานแบบบูรณาการทุกภาคส่วน&nbsp;ขับเคลื่อนองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพโดยอาศัยกลไกสำคัญ&nbsp;คือการสร้างและพัฒนาพระคิลานุปัฏฐากหรือพระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด&nbsp;(อสว.)&nbsp;ให้มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพอนามัยของตนเอง&nbsp;และให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพพระภายในวัดและชุมชน&nbsp;มุ่งให้เกิด&nbsp;พระแข็งแรง&nbsp;วัดมั่นคง&nbsp;ชุมชนเป็นสุข&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304100123322
659	จ.อุบลฯ ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ อาคาร 80 ปี กรมการแพทย์	"<p><strong>จ.อุบลฯ&nbsp;ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์&nbsp;อาคาร&nbsp;80&nbsp;ปี</strong>&nbsp;กรมการแพทย์&nbsp;เพื่อให้สามารถรองรับผู้ป่วยโรคมะเร็งในเขตพื้นที่รับผิดชอบได้&nbsp;และแก้ปัญหาลดความแออัดของผู้มารับบริการในปัจจุบัน</p><p><strong>นายแพทย์สมศักดิ์&nbsp;อรรฆศิลป์&nbsp;อธิบดีกรมการแพทย์</strong>&nbsp;เป็นประธานวางศิลาฤกษ์&nbsp;อาคาร&nbsp;80&nbsp;ปี&nbsp;กรมการแพทย์&nbsp;หรืออาคารผู้ป่วยหนักและผู้ป่วยใน&nbsp;โรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณพื้นที่ก่อสร้างอาคาร&nbsp;80&nbsp;ปี&nbsp;กรมการแพทย์&nbsp;โรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี&nbsp;เพื่อให้การดำเนินการก่อสร้าง&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;เป็นสิริมงคลแก่ผู้มารับบริการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน</p><p>&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;โรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี</strong>&nbsp;กรมการแพทย์&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบลงทุน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;2567&nbsp;ก่อสร้างอาคาร&nbsp;80&nbsp;ปี&nbsp;กรมการแพทย์&nbsp;(อาคารผู้ป่วยหนักและผู้ป่วยใน)&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;หลัง&nbsp;โดยมีพื้นที่ใช้สอย&nbsp;13,144&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;งบประมาณก่อสร้างจำนวน&nbsp;338,000,000&nbsp;บาท&nbsp;(สามร้อยสามสิบแปดล้านบาทถ้วน)&nbsp;ได้เริ่มก่อสร้างตามสัญญาตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถรองรับผู้ป่วยโรคมะเร็งในเขตพื้นที่รับผิดชอบได้&nbsp;และแก้ปัญหาลดความแออัดของผู้มารับบริการในปัจจุบัน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;โรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี</strong>&nbsp;มีการวางแผนเพิ่มพื้นที่การให้บริการในหอผู้ป่วยให้มีความสะดวก&nbsp;เป็นสัดส่วน&nbsp;สามารถแยกผู้ป่วยตามประเภทการรักษา&nbsp;รวมทั้งขยายการให้บริการผู้ป่วยหนัก&nbsp;(ICU),&nbsp;ห้องผ่าตัด,&nbsp;รังสีร่วมรักษา&nbsp;รองรับการพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาล&nbsp;ให้เป็นโรงพยาบาลเครือข่ายโรคมะเร็งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;สอดรับต่อการขับเคลื่อนนโยบาย&nbsp;80&nbsp;ปี&nbsp;กรมการแพทย์&nbsp;ประชาชนสามารถ&nbsp;เข้าถึงบริการทางการแพทย์&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;""ทำดีที่สุด&nbsp;เพื่อทุกชีวิต""</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304095939321
660	ไทยฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วกว่า 124 ล้านโดส ทั่วโลกแล้ว 10,819 ล้านโดส ใน 205 ประเทศเขตปกครอง	<p><strong>ศ.นพ.สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล</strong>&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั่วโลกแล้ว&nbsp;10,819&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;205&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่&nbsp;30.2&nbsp;ล้านโดสต่อวัน&nbsp;และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่&nbsp;554&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยมีชาวอเมริกันกว่า&nbsp;216&nbsp;ล้านคนได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;โดสแล้ว</p><p><strong>ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;แล้ว</strong>&nbsp;มียอดรวมกันที่ประมาณ&nbsp;976.7&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยบรูไนฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค&nbsp;ร้อยละ&nbsp;95&nbsp;ของประชากร&nbsp;ในขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่&nbsp;348.8&nbsp;ล้านโดส&nbsp;สำหรับประเทศไทยข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า&nbsp;124&nbsp;ล้านโดส</p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304101605329
661	เทศบาลนครเชียงใหม่ จัดจุดจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ให้กับผู้ติดเชื้อ COVID-19 ผ่านช่องทางพิเศษเฉพาะ ตามระบบ เจอ แจ้ง จ่าย	<p><strong>เทศบาลนครเชียงใหม่&nbsp;เพิ่มจุดจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์&nbsp;ให้กับผู้ติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;Drive&nbsp;Thru&nbsp;ตามระบบ&nbsp;เจอ&nbsp;แจ้ง&nbsp;จ่าย&nbsp;แก้ไขปัญหาการเข้าถึงการรักษา&nbsp;ย้ำต้องได้รับการคัดกรอง&nbsp;และนัดหมายก่อนไม่รับ&nbsp;Walk&nbsp;In</strong></p><p><br></p><p><strong>นายอัศนี&nbsp;บูรณุปกรณ์&nbsp;นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เทศบาลนครเชียงใหม่&nbsp;เพิ่มจุดจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ให้กับผู้ติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;Drive&nbsp;Thru&nbsp;โดยประชาชนในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ที่ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตัวเองและพบผลบวก&nbsp;ให้ติดต่อศูนย์&nbsp;ATK&nbsp;โรงพยาบาลเทศบาลนครเชียงใหม่&nbsp;โทร.&nbsp;08-9366-3215&nbsp;หรือ&nbsp;09-0523-0425&nbsp;เพื่อซักประวัติ&nbsp;และคัดกรองอาการ&nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่จะออกหมายเลขทะเบียนการรับยา&nbsp;เพื่อไปรับยาที่ช่อทางพิเศษแบบ&nbsp;Drive&nbsp;Thru&nbsp;โดยไม่ต้องลงจากรถ&nbsp;ได้ที่บริเวณประตูทางออกโรงพยาบาลเทศบาลนครเชียงใหม่&nbsp;ซึ่งการรับยาผู้ติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ไม่จำเป็นต้องมาด้วยตัวเอง&nbsp;แต่สามารถให้ญาตินำหมายเลขทะเบียนรับยามารับแทนได้&nbsp;และไม่สามารถ&nbsp;Walk&nbsp;In&nbsp;เข้ามารับยาโดยไม่มีการนัดหมาย&nbsp;ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ผู้ติดเชื้อไม่ต้องออกจากบ้าน&nbsp;รวมทั้งจะช่วยลดการรวมกลุ่มคนที่จะเข้าไปที่จุดตรวจหาเชื้อได้&nbsp;ต่อไปทุกคนสามารถตรวจและรับยาได้ด้วยตัวเอง</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;เทศบาลนครเชียงใหม่&nbsp;ได้จัดจุดตรวจ&nbsp;ATK</strong>&nbsp;พร้อมจ่ายยาในทันที&nbsp;หากผลตรวจเป็น&nbsp;บวก&nbsp;โดยให้บริการที่สำนักงานแขวงนครพิงค์&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;3-4&nbsp;และ&nbsp;7&nbsp;มี.ค.65,&nbsp;ที่สำนักงานแขวงศรีวิชัย&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;8-10&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;และที่สุสานสันกู่เหล็ก&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;11&nbsp;และ&nbsp;13-14&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.00-15.00&nbsp;น.&nbsp;ซึ่งได้มีการจัดเตรียมยาฟาวิพิราเวียร์ไว้&nbsp;3&nbsp;แบบ&nbsp;สำหรับประชาชนทั่วไป&nbsp;เด็ก&nbsp;และบุคคลต่างด้าวที่จะมีฉลากแนะนำเป็นภาษาเฉพาะ&nbsp;โดยจะประเมินจ่ายยาให้กับผู้ที่มีผลตรวจเป็นบวกและไม่มีอาการ&nbsp;กลับไปรับประทานและกักตัวที่บ้านแบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;หรือ&nbsp;HI&nbsp;แต่หากประเมินแล้วมีข้อบ่งชี้ที่ไม่สามารถให้ยากลับไปทานเองได้&nbsp;เช่น&nbsp;ผู้ป่วยเรื้อรัง&nbsp;โรคตับ&nbsp;โรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมน้ำตาลในเลือดได้&nbsp;หรือ&nbsp;ออกซิเจนในเลือดต่ำกว่าเกณฑ์&nbsp;จะถูกส่งตัวไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนครพิงค์ทันที</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304102033331
662	คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดหนองบัวลำภู มีมติเห็นชอบอนุญาตให้จัดงานสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กาชาดหนองบัวลำภู ประจำปี 2565 ภายหลังเลื่อนการจัดงานออกไปแบบไม่มีกำหนดเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19	<p><strong>ที่ห้องประชุมเอราวัณ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู</strong>&nbsp;(3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ครั้งที่&nbsp;8/2565</p><p><strong>ที่ประชุมรับทราบสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;โดยจังหวัดหนองบัวลำภูยังคงมีแนวโน้มการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น&nbsp;โดยข้อมูลประจำวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;มีผู้ติดเชื้อยืนยันจากการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;จำนวน&nbsp;68&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ติดเชื้อเข้าข่าย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;จำนวน&nbsp;107&nbsp;ราย&nbsp;รวมเป็นผู้ติดเชื้อประจำวัน&nbsp;175&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมระลอกมกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;3,637&nbsp;ราย</p><p><strong>พร้อมนี้&nbsp;ที่ประชุมได้รับทราบข้อมูลผู้ป่วยในโรงพยาบาลหลัก&nbsp;6&nbsp;แห่ง</strong>&nbsp;มีจำนวน&nbsp;219&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยสีแดง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยสีส้ม&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยสีเหลือง&nbsp;144&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยสีเขียว&nbsp;68&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนเตียงรวม&nbsp;362&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;219&nbsp;เตียง&nbsp;คงเหลือ&nbsp;143&nbsp;เตียง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีผู้ป่วยพักรักษาตัวที่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;HI&nbsp;จำนวน&nbsp;725&nbsp;ราย&nbsp;พักรักษาตัวที่ศูนย์พักคอย&nbsp;หรือ&nbsp;CI&nbsp;จำนวน&nbsp;172&nbsp;ราย&nbsp;จากข้อมูลดังกล่าวพบว่า&nbsp;จำนวนเตียงในโรงพยาบาลหลัก&nbsp;และ&nbsp;จำนวนชุดรักษาที่ต้องใช้ใน&nbsp;HI&nbsp;และ&nbsp;CI&nbsp;ยังคงเพียงพอต่อการรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น</p><p><strong>สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;นับเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ต้องฉีดวัคซีนให้ครบทุกคน</strong>&nbsp;ต้องเร่งรัดการฉีดวัคซีนในผู้สูงอายุทั้งที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีน&nbsp;รวมถึงผู้สูงอายุที่รอฉีดเข้มกระตุ้น&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;เข็ม&nbsp;4&nbsp;ซึ่งวัคซีนสามารถป้องกันผู้สูงอายุเสียชีวิตจากโควิด-19&nbsp;ได้ผลดีมาก&nbsp;หากผู้สูงอายุได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จะมีการเสียชีวิตจากโควิด-19&nbsp;ลดลง&nbsp;6&nbsp;เท่า&nbsp;และหากผู้สูงอายุได้รับวัคซีนครบ&nbsp;3&nbsp;เข็ม&nbsp;จะมีการเสียชีวิตจากโควิด-19&nbsp;ลดลงมากถึง&nbsp;41&nbsp;เท่า</p><p><strong>ที่ประชุมมีการพิจารณาเรื่องการจัดงานสักการะ</strong>สมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;กาชาดหนองบัวลำภู&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;มีมติเห็นชอบอนุญาตให้จัดงานสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช-กาชาดหนองบัวลำภู&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ภายหลังเลื่อนการจัดงานออกไปแบบไม่มีกำหนดเนื่องจาก&nbsp;&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือ&nbsp;โควิด-19&nbsp;ในช่วงเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยกำหนดให้มีการจัดงานฯ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;21&nbsp;&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือ&nbsp;โควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>โอกาสเดียวกันนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นปัจจุบันนี้เกี่ยวข้องกับปัจจัย&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;คือ&nbsp;ด้านคน&nbsp;ด้านสถานที่&nbsp;และ&nbsp;ด้านกิจกรรม&nbsp;ปัจจุบันเกิดคลัสเตอร์&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;67&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;เกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านสถานที่มากที่สุด&nbsp;โดยเฉพาะโรงเรียน&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จึงขอความร่วมมือจากทุกคนให้ป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากโควิด-19&nbsp;ในระดับสูงสุด&nbsp;และขอให้สถานที่ต่างๆ&nbsp;ใช้มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;หรือ&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;หากพบว่า&nbsp;สถานที่ใดไม่ปฏิบัติตามแล้วเกิดการแพร่ระบาดจะต้องมีการสอบสวนและใช้บทลงโทษตามกฎหมายอย่างจริงจัง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองบัวลำภู	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304105229352
663	จังหวัดเลย แจ้งเตือนประชาชนเตรียมการเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำโขงอย่างฉับพลัน เนื่องจากการเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนจิ่งหง ประเทศจีน	<p><strong>นายดำรงค์&nbsp;สิริวิชย&nbsp;อิ่มวิเศษ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ด้วยกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย&nbsp;ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง&nbsp;กอปรกับกองอำนวยการน้ำแห่งชาติได้ออกประกาศลงวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;แจ้งสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงว่า&nbsp;ระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;จากการเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนจิ่งหง&nbsp;ประเทศจีน&nbsp;โดยผลกระทบที่จะเกิดขึ้นช่วงท้ายเขื่อนไชยะบุรี&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;บริเวณอำเภอเชียงคาน&nbsp;จังหวัดเลย,&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดหนองคาย,&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครพนม,&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และอำเภอโขงเจียม&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;คาดการณ์ในช่วงระหว่างวันที่&nbsp;7-10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ประมาณ&nbsp;0.40-0.50&nbsp;เมตร&nbsp;โดยขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนไชยะบุรี</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้ให้อำเภอเชียงคาน&nbsp;และอำเภอปากชม&nbsp;จังหวัดเลย</strong>&nbsp;ซึ่งมีพื้นที่ติดแม่น้ำโขง&nbsp;ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำและแจ้งเตือนประชาชนที่สัญจร&nbsp;และประกอบกิจกรรมในบริเวณแม่น้ำโขง&nbsp;รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&nbsp;และเตรียมการเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำโขงอย่างฉับพลัน&nbsp;ในห้วงระหว่างวันที่&nbsp;4-10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้ไว้ด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.เลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304101221326
664	สธ.สงขลา เชิญชวนประชาชนรับวัคซีนเข็ม 3 ลดติด ลดตาย สู้ไวรัสกลายพันธุ์ เพื่อรับเทศกาลสงกรานต์ปลอดภัย ห่างไกลโควิด - 19	<p><strong>นพ.สงกรานต์&nbsp;ไหมชุม&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>เดือนเมษายน&nbsp;ที่กำลังจะถึงเป็นเทศกาลสงกรานต์ซึ่งถือเป็นวันปีใหม่ไทย&nbsp;ประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุและท่องเที่ยว&nbsp;รวมทั้งมีการเลี้ยงสังสรรค์ภายในครอบครัว&nbsp;และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;&nbsp;มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังโรคโควิด-19&nbsp;มีเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์โอมิครอนที่สามารถแพร่ระบาดได้เร็วขึ้น&nbsp;โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อในครอบครัว&nbsp;และคนรู้จัก&nbsp;ขณะทำกิจกรรมร่วมกัน&nbsp;รวมทั้งจากการรวมกลุ่มกิจกรรมทางสังคม&nbsp;เช่น&nbsp;งานศพ&nbsp;งานแต่งงาน&nbsp;งานบุญ&nbsp;งานเลี้ยงสังสรรค์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;สำหรับผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่&nbsp;ยังคงเป็นกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;รวมทั้งกลุ่มที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;(Booster&nbsp;dose)&nbsp;และการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;อาจมีประสิทธิผลในการป้องกันการติดเชื้อลดลงเมื่อช่วงเวลาผ่านไป&nbsp;และไม่เพียงพอที่จะป้องกันการติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนได้&nbsp;จึงจำเป็นต้องได้รับวัคซีนกระตุ้นเข็มที่&nbsp;3&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเป็นเข็มที่&nbsp;3&nbsp;เป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อ&nbsp;ลดความรุนแรง&nbsp;ลดอัตราการเสียชีวิต&nbsp;และเพิ่มประสิทธิผลการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนได้</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;จังหวัดสงขลาข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565&nbsp;(เวลา&nbsp;12.00&nbsp;น.)&nbsp;</strong>มีเป้าหมายผู้รับวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั้งจังหวัด&nbsp;1,487,320&nbsp;คน&nbsp;มีการฉีดวัคซีนสะสม&nbsp;1,166,960&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็นร้อยละการฉีดสะสม&nbsp;78.46&nbsp;%&nbsp;โดยเข็มที่&nbsp;1&nbsp;ฉีดสะสม&nbsp;1,166,960&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;78.46&nbsp;%&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;ฉีดสะสม&nbsp;1,078,174&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;72.49&nbsp;%&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;ฉีดสะสม&nbsp;353,318&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;23.76&nbsp;เข็มที่&nbsp;4&nbsp;ฉีดสะสม&nbsp;23,453&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;1.58</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;แม้ว่าวัคซีนป้องกันโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;จะเป็นเครื่องมือที่จะช่วยเสริมการป้องกันโรค&nbsp;</strong>แต่การป้องกันตนเองที่ดีที่สุดตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;ได้แก่&nbsp;V&nbsp;วัคซีน&nbsp;โดยผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนขอให้เข้ารับการฉีดวัคซีนโดยเร็ว&nbsp;ส่วนผู้ที่ได้รับวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็มและครบตามเวลาที่กำหนด&nbsp;ให้ไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;U&nbsp;ป้องกันตนเองสูงสุดแบบครอบจักรวาล&nbsp;(UP&nbsp;:&nbsp;Universal&nbsp;Prevention)&nbsp;ตลอดเวลา&nbsp;โดยการเว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;สวมหน้ากากโดยสวมอย่างถูกวิธีทั้งหน้ากากผ้าและหน้ากากอนามัย&nbsp;โดยสวมหน้ากากอนามัยทับด้วยหน้ากากผ้า&nbsp;เมื่ออยู่ในชุมชนหรือสถานที่ที่มีคนแออัด&nbsp;C&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;มาตรการความปลอดภัยสำหรับองค์กรโดยหน่วยงาน&nbsp;และสถานประกอบการจำเป็นต้องให้ความร่วมมือในการดำเนินการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;&nbsp;เพื่อดูแลความปลอดภัยทั้งด้านสถานที่&nbsp;,&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;ผู้ให้บริการและผู้รับบริการ&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;กรณีที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ&nbsp;หากได้รับ&nbsp;การวินิจฉัยโดยเร็วและแยกกักตัวเข้ารับการรักษา&nbsp;จะช่วยป้องกันการแพร่ระบาดได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จึงขอเชิญชวนประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีน&nbsp;และขอให้ผู้ที่รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็มแล้ว</strong>&nbsp;และครบระยะเวลารับวัคซีนกระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;ให้เร่งฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน&nbsp;โดยจังหวัดสงขลามีเป้าหมายให้ประชาชนได้รับวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;(เข็มกระตุ้น)&nbsp;ในเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ครอบคลุม&nbsp;80&nbsp;%&nbsp;ซึ่งมีผู้ที่ครบกำหนดฉีดเข็ม&nbsp;3&nbsp;ในเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;743,221&nbsp;คน&nbsp;ฉีดไปแล้ว&nbsp;353,318&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;47.54&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;2&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565)&nbsp;โดยสามารถติดต่อขอรับการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;ได้ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทุกแห่ง&nbsp;หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา&nbsp;โทร.&nbsp;093-5766411&nbsp;,&nbsp;063-4941577&nbsp;(ในวันและเวลาราชการ)</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304100200323
665	พัฒนาฝีมือแรงงานหนองบัวลำภู อบรมยกระดับฝีมือช่างเขียนแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์ เสริมความรู้ให้นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคเตรียมพร้อมสู่ตลาดแรงงาน	<p><strong>นายนพพร&nbsp;มานะ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานหนองบัวลำภู</strong>&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานหนองบัวลำภู&nbsp;จัดฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกยกระดับฝีมือ&nbsp;สาขาช่างเขียนแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1-2/2565&nbsp;ภายใต้โครงการยกระดับเพื่อเพิ่มศักยภาพฝีมือและสมรรถนะแรงงาน&nbsp;ให้กับกลุ่มเป้าหมายให้แก่นักศึกษาปีสุดท้ายของวิทยาลัยการอาชีพศรีบุญเรือง&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;โดยมีการฝึกอบรมภาคทฤษฎีผ่านระบบออนไลน์&nbsp;และฝึกอบรมภาคปฏิบัติ&nbsp;ณ&nbsp;วิทยาลัยการอาชีพศรีบุญเรือง&nbsp;รวม&nbsp;30&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p><strong>การจัดอบรมในครั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการยกระดับฝีมือ</strong>&nbsp;สาขาช่างเขียนแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์&nbsp;ในการเพิ่มทักษะความรู้ให้กับผู้เข้ารับการอบรมเกี่ยวกับให้มีทักษะความรู้ด้านการใช้งานโปรแกรมเขียนแบบเครื่องกล&nbsp;(autocad)&nbsp;ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับ&nbsp;ใช้เขียนแบบด้วยคอมพิวเตอร์&nbsp;แทนการเขียนด้วยมือ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้เข้าอบรมสามารถนำไปต่อยอดฝึกฝนทักษะ&nbsp;และยกระดับฝีมือแรงงานเพื่อให้ได้มาตรฐานเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ในอนาคต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองบัวลำภู	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304105129351
666	นายก อบต.นาเชือก ลุยพัฒนาแหล่งน้ำ เตรียมเสนอแผนงานโครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านแสนสำราญ	<p><strong>นายทำนอง&nbsp;แก้วสิมมาพร&nbsp;นายกองค์การบริหารตำบลนาเชือก</strong>&nbsp;พร้อมด้วยกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และชาวบ้าน&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจจุดที่จะดำเนินการก่อสร้าง&nbsp;สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านแสนสำราญ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.นาเชือก&nbsp;อ.ยางตลาด&nbsp;จ.กาฬสินธุ์&nbsp;เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำสำหรับประชาชนได้อุปโภคบริโภค&nbsp;และใช้เพื่อการเกษตร</p><p><strong>นายทำนอง&nbsp;แก้วสิมมาพร&nbsp;นายกองค์การบริหารตำบลนาเชือก</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลนาเชือก&nbsp;มีนโยบายในการพัฒนาแหล่งน้ำสำหรับประชาชนได้อุปโภค-บริโภค&nbsp;และใช้เพื่อทำการเกษตร&nbsp;โดยได้เตรียมแผนงาน/โครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านแสนสำราญ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรในหลายพื้นที่&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาองค์การบริหารส่วนตำบลนาเชือกได้เสนอของบประมาณจากกรมชลประทานในการการดำเนินโครงการในลักษณะนี้มาแล้ว&nbsp;คือ&nbsp;สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านโนนภักดีและบ้านวังฝั่งแดง&nbsp;จึงได้นำแนวทางของสถานีสูบน้ำทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่งมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ในปัจจุบัน&nbsp;ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลนาเชือก&nbsp;จึงได้วางแผนการดำเนินการตามโครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านแสนสำราญเพื่อดึงน้ำจากเขื่อนลำปาวได้โดยตรงให้พี่น้องประชาชนที่ยังขาดแคลนแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;บ้านหนองกาว&nbsp;บ้านโนนลาน&nbsp;บ้านนาแก&nbsp;ได้มีแหล่งน้ำเพื่อทำการเกษตรใช้อย่างเพียงพอ&nbsp;โดยหากดำเนินโครงการได้สำเร็จประชาชนจะได้รับประโยชน์ร่วมกันหลายพื้นที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตำบลนาเชือก&nbsp;ตำบลเขาพระนอน&nbsp;ตำบลบัวบานและตำบลลำคลอง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;รวมพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์ประมาณ&nbsp;5,000&nbsp;ไร่</p><p><strong>ด้านนางสุวะลี&nbsp;แก่นนาคำ&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านบ้านแสนสำราญ</strong>&nbsp;ม.5&nbsp;ต.นาเชือก&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในนามตัวแทนประชาชนบ้านแสนสำราญ&nbsp;มีความรู้สึกยินดีมากที่ทางองค์การบริหารส่วนตำบลนาเชือกได้มีนโยบายพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อทำการเกษตรให้กับชาวบ้าน&nbsp;โดยมีโครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านแสนสำราญ&nbsp;หวังว่าชาวบ้านคงจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้เป็นอย่างมากเพราะชาวบ้านไม่มีแหล่งน้ำเพื่อทำการเกษตรต้องอาศัยน้ำฝนและน้ำบาดาลซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของชาวบ้าน</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ประชาชนในพื้นที่ต่างเข้าใจ</strong>แนวทางการดำเนินโครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านแสนสำราญ&nbsp;เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำสำหรับประชาชนได้อุปโภคบริโภค&nbsp;และใช้เพื่อการเกษตร&nbsp;นั้น&nbsp;เป็นโครงการที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งทางองค์การบริหารตำบลนาเชือก&nbsp;จะต้องนำเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรซึ่งชาวบ้านเองอยากให้องค์การบริหารตำบลนาเชือก&nbsp;ติดตามและเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	กาฬสินธุ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304104842346
667	เข็มทิศการศึกษา พัฒนาประเทศไทย ยกระดับสภาการศึกษาเป็นศูนย์กลางงานวิจัยด้านการศึกษาระดับนานาชาติ	<p><strong>คุณหญิงกัลยา&nbsp;โสภณพนิช&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</strong>&nbsp;&nbsp;กล่าวในการเป็นประธานเปิดงาน&nbsp;เข็มทิศการศึกษา&nbsp;พัฒนาประเทศไทย&nbsp;ว่า&nbsp;ได้วางนโยบายการศึกษา&nbsp;โดยเน้นการปฏิรูปที่ตัวผู้เรียนศตวรรษที่&nbsp;21&nbsp;ภายใต้นโยบายหลัก&nbsp;4&nbsp;เรื่องคือ&nbsp;โค้ดดิ้ง(Coding)&nbsp;ซึ่งบรรจุเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลข้อที่&nbsp;7&nbsp;และเป็นทักษะที่มีความจำเป็นสำหรับศตวรรษที่&nbsp;21&nbsp;ที่ทุกคนต้องเรียนรู้&nbsp;การพัฒนาวิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;โดยใช้กระบวนการการเรียนการสอนแบบสติ&nbsp;การสร้างมิติใหม่การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ผสานศาสตร์และศิลป์&nbsp;&nbsp;และการพัฒนาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี&nbsp;และวิทยาลัยประมง&nbsp;ให้จัดการเรียนการสอนแบบ&nbsp;Digital&nbsp;Farming&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาที่สำคัญประสบความสำเร็จ&nbsp;จะใช้กลไกของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา&nbsp;(สกศ.)&nbsp;เป็นองค์กรนำในการพัฒนาและขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;เชื่อมต่อกับทุกภาคส่วนในการผลักดันนโยบายต่างๆ&nbsp;ให้บรรลุตามเป้าหมาย&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;สกศ.เป็นองค์กรหลักที่มีบทบาทในการจัดทำแผนและนโยบายการศึกษาที่จะใช้เป็นกรอบหรือทิศทางในการพัฒนาการศึกษาของประเทศ&nbsp;โดยมีฐานข้อมูลองค์ความรู้&nbsp;และผลงานวิจัยด้านการศึกษา&nbsp;ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่จะนำมาใช้ในการกำหนดนโยบายการจัดการศึกษา&nbsp;เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการศึกษาของประเทศ</p><p><strong>การจัดงานดังกล่าวจึงเป็นเวทีที่มีความสำคัญ&nbsp;</strong>ต่อการกำหนดทิศทางการพัฒนาการศึกษาและการปฏิรูปการศึกษาของประเทศ&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการประกาศเจตนารมณ์ในการยกระดับสภาการศึกษาสู่การเป็นศูนย์กลางงานวิจัยด้านการศึกษาระดับนานาชาติ&nbsp;และเพื่อเป็นการยืนยันว่าในวันนี้งานวิจัย&nbsp;แผนการศึกษา&nbsp;ยุทธศาสตร์&nbsp;กฎหมาย&nbsp;รวมทั้งนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ&nbsp;ภายใต้การขับเคลื่อนของสภาการศึกษา&nbsp;จะถูกหยิบยกและนำมาใช้ในการกำหนดเข็มทิศการศึกษาและพัฒนาประเทศไทย&nbsp;</p><p><strong>งานวิจัยดังกล่าวจะเอื้อประโยชน์ต่อการเข้าถึงของหน่วยงานภาคการศึกษา</strong>&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;นักเรียนนักศึกษาและผู้ที่สนใจ&nbsp;ได้ง่ายขึ้นผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;OEC&nbsp;Knowledge&nbsp;(OECK)&nbsp;ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจของสภาการศึกษา&nbsp;กระทรวงศึกษาธิการ</p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304104751342
668	สำนักงานสถิติจังหวัดสตูล กำหนดลงพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติ โครงการต่าง ๆ ประจำเดือนมีนาคม 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายธเนส&nbsp;สุวัตถิกุล&nbsp;สถิติจังหวัดสตูล&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>สำนักงานสถิติจังหวัดสตูล&nbsp;จะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติโครงการต่างๆ&nbsp;โดยให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานสถิติจังหวัดสตูล&nbsp;ออกสัมภาษณ์หน่วยตัวอย่างในพื้นที่จังหวัดสตูล&nbsp;ประจำเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>โครงการสำรวจสภาวะการทำงานของประชากร&nbsp;พ.ศ.2565</strong>&nbsp;ผนวกกับโครงการสำรวจการมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือน&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;โดยจะสัมภาษณ์เกี่ยวกับลักษณะทั่วไปของครัวเรือน&nbsp;จำนวนผู้มีงานทำ&nbsp;ผู้ไม่มีงานทำ&nbsp;ทั้งที่กำลังหางานทำและไม่มีงานทำแต่พร้อมที่จะทำงาน&nbsp;รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน&nbsp;ค่าจ้างแรงงาน&nbsp;ผลประโยชน์อื่นๆ&nbsp;ที่ได้จากการทำงานของลูกจ้าง&nbsp;จำนวนผู้อาศัยในแต่ละบ้าน&nbsp;มีภูมิลำเนาอยู่ที่ไหน&nbsp;สถานที่เดิมอยู่ที่ใด&nbsp;มีสัญชาติอะไร&nbsp;การใช้อินเทอร์เน็ต&nbsp;การใช้โทรศัพท์มือถือ&nbsp;การมีคอมพิวเตอร์&nbsp;ตลอดจนการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของครัวเรือน&nbsp;ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นข้อมูลพื้นฐานสำคัญสำหรับใช้ในการวางนโยบาย&nbsp;แก้ไขปัญหาการว่างงาน&nbsp;การนำแรงงานมาใช้อย่างเต็มที่&nbsp;ทราบถึงจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่จริง&nbsp;และทราบถึงจำนวนประชากรแฝง&nbsp;กำหนดนโยบายในการพัฒนาประเทศด้าน&nbsp;เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารตามเป้าหมายได้อย่างตรงจุด&nbsp;และเป็นฐานข้อมูลสำหรับหน่วยงานที่&nbsp;เกี่ยวข้องใช้สำหรับติดตามประเมินผลด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์&nbsp;ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;แห่งชาติ&nbsp;รวมถึงประกอบการวางแผนจัดทำนโยบาย&nbsp;กำหนดเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างวันที่&nbsp;1-12&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>โครงการประมวลข้อมูลพื้นที่ก่อสร้าง&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;</strong>โดยจะสัมภาษณ์จากองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;เทศบาลตำบลและเทศบาลเมือง&nbsp;เกี่ยวกับจำนวนสิ่งก่อสร้างที่ได้รับอนุญาต&nbsp;พื้นที่หรือความยาวของ&nbsp;สิ่งก่อสร้างที่ได้รับอนุญาต&nbsp;เพื่อให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายและ&nbsp;วางแผนพัฒนาการลงทุน&nbsp;ปรับปรุงกิจการของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์&nbsp;ตลอดจนใช้เป็นดัชนีชี้วัดและสัญญาณ&nbsp;เตือนภัยทางด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และสิ่งแวดล้อมได้อย่างกว้างขวาง&nbsp;กำหนดเก็บรวบรวมข้อมูล&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>ทั้งนี้จะลงพื้นที่เพื่อรวบรวมข้อมูลจากครัวเรือนที่ตกเป็นเป็นตัวของการสำรวจตามโครงการฯ&nbsp;ข้างต้น&nbsp;</strong>จึงขอความร่วมมือให้ข้อมูลที่เป็นจริงต่อเจ้าหน้าที่ฯ&nbsp;หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานสถิติจังหวัดสตูล&nbsp;โทร&nbsp;0&nbsp;7471&nbsp;1161&nbsp;ในวันและเวลาราชการ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304104600338
669	จังหวัดสงขลา ปรับระบบบริการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด -19 แบบผู้ป่วยนอก โดยสมัครใจแบบ เจอ แจก จบ ย้ำไม่มีอาการรักษาที่บ้านได้	<p><strong>จังหวัดสงขลา&nbsp;ปรับระบบบริการเพิ่มการดูแลผู้สงสัยป่วยโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในระบบผู้ป่วยนอก&nbsp;(OPD)</strong>&nbsp;โดยไม่ต้องนอนพักในโรงพยาบาล&nbsp;แบบ&nbsp;&nbsp;เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ&nbsp;เพิ่มทางเลือกในการดูแลรักษา&nbsp;ให้ประชาชนเข้าถึงระบบการรักษา&nbsp;ที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;ตามแนวทางกระทรวงสาธารณสุข</p><p><strong>นพ.สงกรานต์&nbsp;&nbsp;ไหมชุม&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากสถานการณ์การติดเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;พบรายงานผู้ติดเชื้อ&nbsp;มี&nbsp;แนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งปัจจุบันเป็นสายพันธุ์โอมิครอนที่มีความรุนแรงน้อย&nbsp;ซึ่งพบว่าผู้ติดเชื้อกว่า&nbsp;95&nbsp;%&nbsp;ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย&nbsp;ในเบื้องต้น&nbsp;พบว่าอาการสามารถเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลือง&nbsp;น้อยกว่า&nbsp;1&nbsp;%&nbsp;ซึ่งผู้ติดเชื้อ&nbsp;กลุ่มนี้สามารถพักดูแลอยู่ในสถานที่กักแยกตัวในชุมชน&nbsp;หรือที่บ้านได้&nbsp;โดยอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์และพยาบาลอย่างใกล้ชิด&nbsp;ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ปรับรูปแบบการให้บริการเพิ่มทางเลือกการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด&nbsp;-19&nbsp;ให้ประชาชนได้เข้าถึงระบบการรักษาที่มีประสิทธิภาพรวดเร็ว&nbsp;ในระบบผู้ป่วยนอกแบบสมัครใจ&nbsp;โดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล&nbsp;แบบ&nbsp;เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ&nbsp;ควบคู่กับระบบแยก&nbsp;รักษาตัวที่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;Home&nbsp;&nbsp;Isolation&nbsp;สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง&nbsp;แต่มีปัจจัยเสี่ยง&nbsp;</p><p><strong>นพ.สงกรานต์&nbsp;ไหมชุม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ระบบบริการตรวจผู้สงสัย&nbsp;ติดเชื้อโควิด&nbsp;แบบ&nbsp;&nbsp;เจอ&nbsp;&nbsp;แจก&nbsp;จบ&nbsp;แบบผู้ป่วยนอก&nbsp;(OPD)&nbsp;เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่ไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีอาการเล็กน้อย&nbsp;และไม่มีปัจจัยเสี่ยง&nbsp;โดย&nbsp;เจอ&nbsp;หมายถึงตรวจพบเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;ที่บ้านหรือมาตรวจที่คลินิก&nbsp;โรคทางเดิน&nbsp;หายใจ&nbsp;(ARI&nbsp;Clinic)&nbsp;,แจก&nbsp;หมายถึงการแจกยาตามอาการและคำแนะนำ&nbsp;หากผลเป็นบวก&nbsp;&nbsp;แพทย์จะพิจารณาความเสี่ยง&nbsp;และโรคประจำตัว&nbsp;หากไม่มีความเสี่ยงจะให้การรักษาแบบผู้ป่วยนอก&nbsp;แบบสมัครใจและกลับไปแยกกักตัว&nbsp;ที่บ้าน&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;โดยแพทย์จะพิจารณาให้ยาตามระดับอาการ&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มยาตามอาการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ลดไข้&nbsp;แก้ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ขับเสมหะ&nbsp;ยาฟ้าทะลายโจร&nbsp;และยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์&nbsp;พร้อมเอกสารให้คำแนะนำในการกักตัวที่บ้าน&nbsp;(Self&nbsp;Isolation)&nbsp;การรับประทานยาและผลข้างเคียง&nbsp;และจะมีการติดตาม&nbsp;อาการหลังครบ&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;หากมีอาการมากขึ้นสามารถติดต่อ&nbsp;หน่วยบริการ&nbsp;เพื่อส่งต่อไปยังโรงพยาบาลได้&nbsp;จบ&nbsp;หมายถึงผู้ป่วยได้รับการลงทะเบียนใน&nbsp;ระบบบริการสาธารณสุขที่รับไว้ดูแลเรียบร้อยแล้ว&nbsp;อย่างไรก็ตามผู้ที่มีผล&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวกและมีความต้องการมาตรวจที่โรงพยาบาล&nbsp;ขอให้ยึดหลักป้องกัน&nbsp;ตนเอง&nbsp;แบบครอบจักรวาล&nbsp;ใส่หน้ากาก&nbsp;2&nbsp;ชั้นตลอดเวลา&nbsp;เว้นระยะห่างจากผู้อื่น&nbsp;ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์&nbsp;เป็นหลักพื้นฐานในการป้องกัน&nbsp;การแพร่&nbsp;กระจาย&nbsp;ของเชื้อโรค</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304104810345
670	กรมการขนส่งทางราง ร่วมกับ กปถ.จัดการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 2 (จังหวัดพิษณุโลก) โครงการศึกษาเพื่อลดอุบัติเหตุจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ	<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายรณชัย&nbsp;จิตรวิเศษ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดการประชุมกลุ่มย่อย&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;โครงการศึกษาเพื่อลดอุบัติเหตุจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ&nbsp;เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ที่ห้องตาลโตนด&nbsp;โรงแรมภัทธารา&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;แอนด์&nbsp;สปา&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ&nbsp;และนำไปพิจารณาวิเคราะห์ประกอบการศึกษาหรือปรับแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เกิดความเหมาะสมและสอดคล้องกับลักษณะของพื้นที&nbsp;ทั้งนี้โดยมีผู้แทนส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;นายกเทศมนตรี&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และผู้นำชุมชนในพื้นที่เข้าร่วม</p><p><strong>ซึ่งจากข้อมูลพบว่า&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกมีทางรถไฟผ่านพื้นที่&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;อำเภอบางกระทุ่ม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;และอำเภอพรมพิราม&nbsp;มีจุดตัดทางถนนและทางรถไฟรวม&nbsp;52&nbsp;แห่ง&nbsp;เป็นจุดตัดต่างระดับ&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;จุดตัดเสมอระดับ&nbsp;42&nbsp;แห่ง&nbsp;ในจำนวนนี้มีเครื่องกั้นแล้ว&nbsp;39&nbsp;แห่ง&nbsp;และทางลักผ่าน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;อนาคตเมื่อมีโครงการรถไฟทางคู่ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย&nbsp;ซึ่งปัจจุบันออกแบบรายละเอียดเสร็จเรียบร้อยแล้ว&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมการขนส่งทางราง&nbsp;(ขร.)&nbsp;จะได้เร่งดำเนินการโครงการดังกล่าว&nbsp;</strong>ตลอดจนปรับแก้กายภาพจุดตัดทางถนนและทางรถไฟที่เกิดอุบัติเหตุซ้ำซากหรือที่ต้องเร่งดำเนินการ&nbsp;ตลอดจนการปรับแก้ไขกฎหมาย&nbsp;และจัดทำฐานข้อมูลจุดตัดถนนทางและทางรถไปทั่วประเทศ&nbsp;และจะได้มีการจัดงานฯ&nbsp;ครั้งต่อไปในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;(จังหวัดสุราษฎร์ธานี)&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;(จังหวัดชลบุรี)&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;(จังหวัดสมุทรสาคร)&nbsp;ภายในเดือนมีนาคมนี้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคเหนือ	พิษณุโลก	สวท.พิษณุโลก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304110310362
671	กษ.อำนาจเจริญ ร่วมประชุมคณะทำงานภายใต้คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดอำนาจเจริญ (คทช.จ.อจ.) ครั้งที่ 12565	<p><strong>นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;เข้าร่วมประชุมคณะทำงานภายใต้คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;(คทช.จ.อจ.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมี&nbsp;ว่าที่ร้อยโท&nbsp;ปุณณกิจ&nbsp;เชาว์น้อย&nbsp;สหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานการประชุมฯ&nbsp;และคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;เพื่อพิจารณาการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาดให้แก่ราษฎรที่ได้รับการจัดที่ดินในเขต&nbsp;ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ป่าดงใหญ่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ศาลากลาง&nbsp;ชั้น&nbsp;3</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304122727394
672	ชาวขอนแก่น จับจ่ายสินค้าราคาถูก คุณภาพดี ในงานตลาดพาณิชย์ ลดราคา ช่วยประชาชน กันอย่างคึกคัก ลดภาระค่าครองชีพในครัวเรือน	<p><strong>ที่&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;ประชาชนชาวขอนแก่น&nbsp;ต่างออกมาจับจ่ายสินค้าราคาถูก&nbsp;คุณภาพดี&nbsp;ในงานตลาดพาณิชย์&nbsp;ลดราคา&nbsp;ช่วยประชาชน&nbsp;MOC&nbsp;ขายถูก&nbsp;ครั้งที่&nbsp;7&nbsp;ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ได้ดำเนินการเปิดจุดจำหน่ายสินค้าราคาถูก&nbsp;คุณภาพดี&nbsp;เป็นประจำทุกวันศุกร์&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09:30&nbsp;น&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนในช่วงที่สินค้าราคาแพง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;ได้นำสินค้ามาลดกระหน่ำ&nbsp;ส่งต่อความสดใหม่&nbsp;ความอร่อยให้กับชาวขอนแก่น&nbsp;โดยมีสินค้าราคาพิเศษมาจำหน่าย&nbsp;อาทิ</p><p>-หมูเนื้อแดง&nbsp;กก.&nbsp;ละ&nbsp;129&nbsp;บาท&nbsp;หมูเนื้อแดงบด&nbsp;กก.&nbsp;ละ&nbsp;120&nbsp;บาท</p><p>-ปูเนื้อ&nbsp;(คัดพิเศษ)&nbsp;กก.&nbsp;ละ&nbsp;399&nbsp;บาท&nbsp;หมึกไข่แดดเดียว&nbsp;แพ็คละ&nbsp;139&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>-ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;2&nbsp;(30&nbsp;ฟอง)&nbsp;แผงละ&nbsp;107&nbsp;บาท&nbsp;ข้าวหอมมะลิ&nbsp;1&nbsp;กก.&nbsp;ถุงละ&nbsp;25&nbsp;บาท</p><p>-ไก่ย่างเขาสวนกวาง&nbsp;ไม้ละ&nbsp;90&nbsp;บาท&nbsp;ไก่สด&nbsp;ตัวละ&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;ไก่ไร้เก๊าท์&nbsp;(ไก่สด&nbsp;1&nbsp;กก.)&nbsp;ตัวละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ไก่ไร้เก๊าท์&nbsp;(น่อง&nbsp;1&nbsp;กก.)&nbsp;ชุดละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ไก่หมัก&nbsp;ตัวละ&nbsp;65บาท&nbsp;-ปลาส้ม&nbsp;ตัวละ&nbsp;80-150&nbsp;บาท&nbsp;ปลานิลสด&nbsp;กก.&nbsp;ละ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;ผักสด&nbsp;เริ่มต้นที่&nbsp;5&nbsp;บาท</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังเปิดโอกาสให้&nbsp;กลุ่มอาชีพ</strong>&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มโอทอป&nbsp;ได้นำสินค้าและพืชผักปลอดสารนานาชนิดได้นำสินค้ามาวางจำหน่าย&nbsp;โดยประชาชนส่วนใหญ่ยังคงให้ความสนใจ&nbsp;เลือกซื้อไข่ไก่&nbsp;ราคาถูก&nbsp;และหมูเนื้อแดง&nbsp;กันอย่างคึกคัก</p><p>ประชาชนที่มาเลือกซื้อสินค้าส่วนใหญ่กล่าวว่า&nbsp;ตั้งใจมาเลือกซื้อสินค้าราคาถูก&nbsp;คุณภาพดี&nbsp;ที่ตลาดพาณิชย์&nbsp;ลดราคาช่วยประชาชน&nbsp;ของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดขอนแก่น&nbsp;เป็นประจำทุกวันศุกร์&nbsp;เพราะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี&nbsp;และยังได้เลือกซื้อสินค้าดี&nbsp;มีคุณภาพและปลอดภัยด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304121028390
673	จังหวัดลำปางพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 250  ราย	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม&nbsp;250&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;250&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;57&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบันพบผู้ป่วยสะสม&nbsp;9,859&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;3,164&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้วสะสม&nbsp;6,676&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;9&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ของวันเดียวกัน&nbsp;จังหวัดลำปางฉีดวัคซีนไปแล้ว&nbsp;1,157,765&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;494,139&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;475,131&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;182,983&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;5,512&nbsp;คน</p><p><strong>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;DMHTT&nbsp;</strong>ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัย&nbsp;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนโควิด-19&nbsp;ลำปาง&nbsp;&nbsp;โทร.&nbsp;093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;ในวันเวลาราชการ&nbsp;และวันเสาร์-อาทิตย์&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน&nbsp;และขอเชิญชวนชาวลำปาง&nbsp;ซึ่งมีอายุ&nbsp;5&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;เข้ารับบริการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;และฉีดกระตุ้นในเข็มที่&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;ให้เร็วที่สุด&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304110723364
674	ตรวจเยี่ยมการฝึกอบรมโครงการยกระดับเพื่อเพิ่มศักยภาพฝีมือและสมรรถนะแรงงาน สาขาการซ่อมคอมพิวเตอร์เบื้องต้น	<p><strong>นางจิรวรรณ&nbsp;สุตสุนทร&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน</strong>&nbsp;ตรวจเยี่ยมการฝึกอบรมโครงการยกระดับเพื่อเพิ่มศักยภาพฝีมือและสมรรถนะแรงงาน&nbsp;สาขาการซ่อมคอมพิวเตอร์เบื้องต้น(30&nbsp;ชม.)&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานอำนาจเจริญร่วมกับป่าไม้จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;จัดขึ้นเพื่อยกระดับฝีมือแรงงานด้านการซ่อมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์เบื้องต้น&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานอำนาจเจริญ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304115332378
675	จังหวัดอุตรดิตถ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดอาคารเรียนโรงเรียนบ้านในเมือง อำเภอพิชัย 	<p><strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</strong>&nbsp;เปิดอาคารเรียนโรงเรียนบ้านในเมือง&nbsp;อำเภอพิชัย&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;รับฟังความความคิดเห็นเรื่องการควบรวมสถานศึกษาให้เป็นไปตามความพร้อมและความต้องการของแต่ละพื้นที่&nbsp;ที่โรงเรียนบ้านในเมืองอำเภอพิชัย&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;</p><p><strong>ดร.กนกวรรณ&nbsp;วิลาวัลย์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดป้ายอาคารเรียน&nbsp;99&nbsp;ปี&nbsp;โรงเรียนบ้านในเมือง&nbsp;ชึ่งดำเนินการก่อสร้างโดยงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;เป็นอาคารแบบ&nbsp;สปช.105/29&nbsp;อาคารเรียน&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;8&nbsp;ห้องเรียน&nbsp;งบประมาณ&nbsp;4,679,800&nbsp;บาท&nbsp;ชึ่งมีนายสหวิช&nbsp;อภิชัยวิศรุตกุล&nbsp;และนายพยงค์&nbsp;ยาเภอ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;พร้อมข้าราชการสังกัดกระทรวงศึกษาธิการให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>ดร.กนกวรรณ&nbsp;วิลาวัลย์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากการลงพื้นที่เพื่อการตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจบุคลากรทางการศึกษานั้น&nbsp;ความคาดหวัง&nbsp;นักเรียน&nbsp;และครู&nbsp;อาจารย์.&nbsp;ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาให้ก้าวไกล&nbsp;ขอให้ครู&nbsp;อาจารย์ช่วยติดตามดูแลปัญหาเด็กนักเรียนที่หลุดการศึกษาเองจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ส่วนการเรียนการสอนนั้นให้ยึดหลัก&nbsp;3&nbsp;อย่าง&nbsp;คือ&nbsp;รู้จริง&nbsp;รู้ทุกเรื่องที่สอน&nbsp;และรู้ทันโลกเหตุการณ์&nbsp;โดยให้ปรับปรุงหลักสูตรที่ทันสมัย&nbsp;ต้องสอดคล้องกับยุคที่เปลี่ยนแปลง&nbsp;ให้มีความทันสมัย&nbsp;หลักสูตรการเรียนรู้ให้นำเทคโนโลยีเข้ามาสอน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคเหนือ	อุตรดิตถ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304114332371
676	เพชรอัมพรสุดยอดมะขามหวานรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ประจำปี 2565	<p><strong>ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;แย้มศิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;แก่นางแดง&nbsp;คำแว่น&nbsp;ที่ส่งมะขามพันธุ์อื่นๆ&nbsp;พันธุ์เพชรอัมพรเข้าประกวดในงานมะขามหวานนครบาลเพชรบูรณ์&nbsp;และได้รับการคัดเลือกเป็นสุดยอดมะขามหวานเพชรบูรณ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมมอบรางวัลผู้ชนะการประกวดมะขามหวานแต่ละสายพันธุ์&nbsp;โดยมีนายอนันต์&nbsp;ตั่นฉ้วน&nbsp;เกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;เข้าร่วมพิธี</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์จัดการประกวดมะขามหวาน</strong>&nbsp;ในงานมะขามหวานนครบาลเพชรบูรณ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;พันธุ์ศรีชมภู/พันธุ์ขันตี/พันธุ์สีทอง/พันธุ์ประกายทอง&nbsp;พันธุ์อื่นๆ&nbsp;และนำมะขามหวาน&nbsp;5&nbsp;สายพันธุ์ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศมาคัดเลือก&nbsp;เป็นสุดยอดมะขามหวานเพชรบูรณ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;และได้ลงพื้นที่สวนที่ได้รับรางวัลเก็บคะแนน&nbsp;โดยจะต้องมีหลักเกณฑ์เป็นสวนที่มีการปลูกตั้งแต่&nbsp;5&nbsp;ไร่ขึ้นไป&nbsp;และขึ้นทะเบียนเกษตรกร&nbsp;มีการบริหารจัดการสวนสร้างองค์ความรู้ที่ได้คุณภาพและมาตรฐาน&nbsp;สามารถพัฒนาเป็นเกษตรกรต้นแบบสวนมะขามสามารถเผยแพร่ขยายผลให้แก่สาธารณชนได้&nbsp;ซึ่งผลการคัดเลือกได้คัดมะขามหวานพันธุ์เพชรอัมพรของนางแดง&nbsp;คำแว่น&nbsp;ชนะเลิศ&nbsp;เป็นสุดยอดมะขามหวานเพชรบูรณ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;พร้อมเงินรางวัล&nbsp;10,000&nbsp;บาท</p><p><strong>มะขามหวานพันธุ์เพชรอัมพร&nbsp;มีถิ่นกำเนิดที่ตำบลตาดกลอย&nbsp;อำเภอหล่มเก่า&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์</strong>&nbsp;เกิดจากนายอัมพรญ์&nbsp;คำแว่น&nbsp;ได้ซื้อมะขามพันธุ์ศรีชมภูมาปลูก&nbsp;และพบว่ามีรสชาติหอมหวานกว่าปกติ&nbsp;จึงได้เก็บเมล็ดมาปลูก&nbsp;3&nbsp;เมล็ดจนติดผล&nbsp;จึงคัดเลือกพันธุ์&nbsp;โดยนายอัมพรญ์&nbsp;คำแว่น&nbsp;สังเกตเห็นมะขามต้นหนึ่งติดผลมาก&nbsp;และมีลักษณะฝักใหญ่ยาว&nbsp;ซึ่งแตกต่างจากมะขามพันธุ์ศรีชมภูและพันธ์อื่นๆ&nbsp;จึงได้ขยายพันธ์ุด้วยการทาบกิ่งจำนวน&nbsp;10&nbsp;ต้น&nbsp;ในปี&nbsp;2554&nbsp;มะขามหวานพันธุ์เพชรอัมพร&nbsp;มีลักษณะลำต้นขรุขระ&nbsp;เปลือกไม่ลึกมาก&nbsp;เปลือกต้นหนา&nbsp;มีสีน้ำตาลเกือบดำ&nbsp;กลีบดอกสีเหลืองและมีลายม่วงแดงอยู่ตรงกลางกลีบดอก&nbsp;ฝักใหญ่และเรียวยาว&nbsp;ฝักค่อนข้างตรง&nbsp;ท้องฝักแบน&nbsp;หลังฝักเป็นเหลี่ยม&nbsp;เนื้อมีสีเหลืองทอง&nbsp;คล้ายสีน้ำผึ้ง&nbsp;มีรกน้อย&nbsp;เมล็ดมีสีดำสนิท&nbsp;รูปทรงเป็นเหลี่ยมปลายข้างหนึ่งแหลม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคเหนือ	เพชรบูรณ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304115536379
677	จังหวัดสมุทรสาคร จัดอบรมโครงการยกระดับคะแนน ประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ(ITA) จังหวัดสมุทรสาคร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565	<p><strong>ที่ห้องประชุมแกรนด์นรสิงห์&nbsp;โรงแรมแกรนด์อินเตอร์&nbsp;โฮเทล&nbsp;ตำบลโคกขาม&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสาคร</strong>&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;นายสุรศักดิ์&nbsp;ผลยังส่ง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ในการเปิดอบรมโครงการยกระดับคะแนน&nbsp;ประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส&nbsp;ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ(ITA)&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;โดยมี&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เข้าร่วมการอบรมฯ</p><p><strong>รัฐบาลผลักดันให้การป้องกันและปราบปรามทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ</strong>&nbsp;และได้แถลงนโยบาย&nbsp;11&nbsp;ด้าน&nbsp;โดยมีประเด็นเรื่องการส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาล&nbsp;และการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.2561-2580)&nbsp;ข้อ&nbsp;21&nbsp;ประเด็นต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ภาครัฐต้องมีความโปร่งใส&nbsp;ปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ&nbsp;รวมทั้งสร้างจิตสำนึกและค่านิยมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมต่อต้านการทุจริต&nbsp;พร้อมทั้งส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคีองค์กรภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ภาคประชาสังคม&nbsp;และประชาชน&nbsp;มีส่วนร่วมในการตรวจสอบการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ได้แก่&nbsp;ราชการส่วนภูมิภาค/ส่วนกลาง&nbsp;อำเภอทุกอำเภอ&nbsp;หน่วยงานรัฐวิสาหกิจและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร</p><p><strong>จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;จึงได้จัดโครงการยกระดับการประเมินคุณธรรม&nbsp;</strong>และความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;(ITA)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ของจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและยกระดับคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;(ITA)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ของจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ให้ผ่านเกณฑ์การประเมินฯ&nbsp;ตามแนวทางที่สำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.กำหนดและเพื่อให้บุคลากร/เจ้าหน้าที่ของส่วนราชการในจังหวัดสมุทรสาครได้ศึกษาแนวทางและวิธีการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;(ITA)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ตลอดจนเป็นการให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถนำความรู้จากการฝึกอบรมไปปฏิบัติตามแนวทางและวิธีการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;(ITA)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ได้ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;กำหนด&nbsp;โดยระยะแรกภายในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;หน่วยงานที่เข้าร่วมการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน&nbsp;จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;80&nbsp;จะได้ได้คะแนนร้อยละ&nbsp;85&nbsp;คะแนนขึ้นไป&nbsp;ซึ่งหากคะแนนผลการประเมินอยู่ในระดับสูง&nbsp;จะสะท้อนถึงภาพลักษณ์ความโปร่งใสของหน่วยงานที่สูงขึ้น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ประโยชน์ที่ได้รับจากการดำเนินการโครงการนี้</strong>&nbsp;เพื่อพัฒนาปรับปรุงการดำเนินงานและยกระดับผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และเพื่อเพิ่มทักษะ&nbsp;ประสบการณ์ของผู้เข้ารับการอบรมให้มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;แนวทางและวิธีการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงาน&nbsp;รวมถึงผู้เข้ารับการอบรมสามารถปฏิบัติตามแนวทางและวิธีการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;(ITA)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ได้ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;กำหนด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	สมุทรสาคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304120058385
678	จ.ลำปาง เดินหน้าโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบ ม.3 สร้างแรงงานมีฝีมือ มุ่งแก้ปัญหาความยากจน	<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมอาคารประชาสัมพันธ์&nbsp;สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;10&nbsp;ลำปาง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>โดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;10&nbsp;ลำปาง&nbsp;จัดกิจกรรมการศึกษาดูงานและรับสมัครเข้าฝึกอบรมโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ&nbsp;(ม.3)&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายมานิตย์&nbsp;มงคลชื่น&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;10&nbsp;ลำปาง&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;คณะเจ้าหน้าที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดลำปาง&nbsp;คณะครู&nbsp;และนักเรียนที่แจ้งความประสงค์เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ&nbsp;15&nbsp;คน</p><p><strong>ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;10&nbsp;ลำปาง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;โครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ&nbsp;(ม.3)&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นโครงการที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน&nbsp;บูรณาการการทำงานทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งในส่วนภาครัฐ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;เพื่อเพิ่มทักษะด้านอาชีพให้กับนักเรียนกลุ่มเป้าหมายให้มีความรู้&nbsp;ความสามารถ&nbsp;ทักษะฝีมือแรงงาน&nbsp;และการเตรียมความพร้อมทางด้านจรรยาบรรณในวิชาชีพ&nbsp;เพื่อเข้าสู่กระบวนการทำงาน&nbsp;สร้างความยั่งยืนในการประกอบอาชีพ&nbsp;สามารถพึ่งพาตนเองได้&nbsp;และสังคมให้การยอมรับในศักยภาพการทำงาน&nbsp;อีกทั้งเพื่อเป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพด้วยการพัฒนาฝีมือแรงงานก่อนออกสู่ตลาดแรงงานในฐานะ&nbsp;แรงงานมีฝีมือ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้</strong>&nbsp;จะได้รับทราบและเข้าใจวัตถุประสงค์และประโยชน์ของโครงการ&nbsp;เยี่ยมชมสถานที่ฝึกและสอบถามรายละเอียดการฝึก&nbsp;พร้อมให้ข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อนำไปเป็นแนวทางการขับเคลื่อนโครงการฯ&nbsp;ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกลุ่มเป้าหมายต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304115815383
679	จ.อุบลฯ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ กว่า 800 ราย โดยมาจาก กทม. และปริมณฑล มากขึ้น วันละ 80-100 ราย	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ศูนย์&nbsp;EOC&nbsp;COVID-19&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด&nbsp;&nbsp;19</strong>&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;มี.ค.2565&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม&nbsp;854&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อในพื้นที่&nbsp;734&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากต่างจังหวัด&nbsp;120&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยรักษาหายเพิ่ม&nbsp;433&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;90&nbsp;ปี&nbsp;อยู่ที่&nbsp;ต.สีวิเชียร&nbsp;อ.น้ำยืน&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;มีโรคประจำตัวคือ&nbsp;ความดันโลหิต</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">สูง&nbsp;ไตวายเรื้อรัง&nbsp;และยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับการประเมินสถานการณ์&nbsp;นั้น&nbsp;</strong>แนวโน้มการระบาดเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ระบาดเป็นวงกว้างมากขึ้น&nbsp;ทั้งในสถานศึกษา&nbsp;ชุมชน&nbsp;ตลาด&nbsp;งานผ้าป่า&nbsp;งานบายสีสู่ขวัญ&nbsp;&nbsp;&nbsp;การชนไก่&nbsp;และสถานที่ทำงาน&nbsp;เป็นการติดเชื้อในครอบครัวมากที่สุด&nbsp;ผู้สูงอายุเสียชีวิตมากขึ้นในกลุ่มไม่ฉีดวัคซีนและฉีด&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;แต่ยังไม่กระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;และพบว่าผู้ป่วยจากกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;กลับมารักษาที่ภูมิลำเนามากขึ้น&nbsp;วันละ&nbsp;80&nbsp;&nbsp;110&nbsp;ราย&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;กรกช&nbsp;&nbsp;ภูมี&nbsp;สวท.อุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;รายงาน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304121040391
680	กองพลทหารม้าที่ 1 ปล่อยชุดปฏิบัติการป้องกันไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์	<p><strong>ที่บริเวณสนามหน้าแหล่งสมาคมนายทหารค่ายพ่อขุนผาเมือง&nbsp;</strong>อำเภอเมืองจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;พลตรีนฤทธิ์&nbsp;ถาวรวงษ์&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่&nbsp;1&nbsp;เป็นประธานพิธีตรวจความพร้อมและปล่อยแถวชุดป้องกันไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;กองพลทหารม้าที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;พ.ท.บุญญฤทธิ์&nbsp;แจ้งแสงทอง&nbsp;หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน&nbsp;กองพลทหารม้าที่&nbsp;1&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;แย้มศิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;กำลังพลทหารเข้าร่วม</p><p><strong>พ.ท.บุญญฤทธิ์&nbsp;แจ้งแสงทอง&nbsp;หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน&nbsp;กองพลทหารม้าที่&nbsp;1&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>รัฐบาลมีนโยบายในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้เริ่มเข้าสู่ภัยแล้งทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว&nbsp;รัฐบาลได้ให้หน่วยงานของภาครัฐ&nbsp;และภาคเอกชนบูรณาการร่วมกันในการแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;กองทัพบกจึงได้มอบให้หน่วยขึ้นตรงของทัพบก&nbsp;ประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานและส่วนราชการในการดำเนินการแก้ไขปัญหา&nbsp;โดยใช้กำลังพลและยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่สนับสนุนการปฏิบัติอย่างเต็มขีดความสามารถ</p><p>กองพลทหารม้าที่&nbsp;1&nbsp;จึงร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;และส่วนราชการในพื้นที่จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่แก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยมีกำลังพลจากหน่วยขึ้นตรงกองบัญชาการกองพลทหารม้าที่&nbsp;1&nbsp;และหน่วยขึ้นตรง&nbsp;กองพลทหารม้าที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ชุดปฏิบัติการ&nbsp;พร้อมยานพาหนะของหน่วยในการเดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคเหนือ	เพชรบูรณ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304122206393
681	กกต.บุรีรัมย์ อบรมเครือข่าย อาสาสมัครหน่วยงานรัฐ ผู้จัดรายการวิทยุ เพื่อนำความรู้ด้านการเลือกตั้ง การเมืองการปกครองแบบมีส่วนร่วมเป็นพลเมืองที่ดีวิถีประชาธิปไตยไปถ่ายทอดต่อสู่ประชาชน	<p><strong>นายดำรงชัย&nbsp;เนรมิตตกพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์</strong>&nbsp;เปิดการอบรมหลักสูตร&nbsp;วิทยากรพลเมืองคุณภาพ&nbsp;วิทยากรครู&nbsp;ข.&nbsp;ที่ห้องประชุมโรงแรมสกายวิว&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;จัดอบรมให้ความรู้แก่วิทยากรเครือข่ายหน่วยงานรัฐในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;6&nbsp;หน่วยงานประกอบด้วย&nbsp;ที่ทำการปกครอง&nbsp;สำนักงานท้องถิ่นจังหวัด&nbsp;สำนักงานสาธารณสุข&nbsp;สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชน&nbsp;สำนักงาน&nbsp;กศน.&nbsp;และนักจัดรายการวิทยุ&nbsp;เพื่อให้ผู้ผ่านการอบรมสามารถทำหน้าที่เป็นวิทยากร&nbsp;นำความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&nbsp;การมีส่วนร่วมทางการเมืองและการตรวจสอบการเลือกตั้ง&nbsp;และพลเมืองคุณภาพ&nbsp;ไปถ่ายทอดแก่บุคลาการในหน่วยงานของตนเอง&nbsp;หรือเครือข่ายภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงาน&nbsp;และประชาชนทั่วไป&nbsp;</p><p><strong>ด้านนางสาวปิยนาฏ&nbsp;กลางพนม&nbsp;ผอ.กกต.ประจำจังหวัดบุรีรัมย์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช&nbsp;2560&nbsp;มาตรา&nbsp;78&nbsp;ได้กำหนดให้รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&nbsp;ซึ่งการจะทำให้การเลือกตั้งเป็นประชาธิปไตย&nbsp;ปราศจากการซื้อสิทธิ์ขายเสียง&nbsp;คนที่มีความสำคัญมากที่สุดคือประชาชนเพราะเป็นต้นทางในการใช้สิทธิเลือกตั้ง&nbsp;เลือกผู้ที่ไปทำหน้าที่นิติบัญญัติ&nbsp;อำนาจบริหาร&nbsp;ตลอดทั้งการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง&nbsp;การจัดอบรมในครั้งนี้&nbsp;มุ่งหวังว่า&nbsp;ผู้เข้ารับการอบรมจะได้นำความรู้&nbsp;วิธีปฏิบัติ&nbsp;วัฒนธรรมทางการเมืองถูกต้อง&nbsp;ไปบอกต่อกับประชาชน&nbsp;เป็นพลเมืองวิถีประชาธิปไตย&nbsp;ส่งผลให้การเลือกตั้ง&nbsp;ได้คนดีมีความสามารถเข้าไปเป็นตัวแทนทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร&nbsp;โดยสุจริตและเที่ยงธรรม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304125152401
682	ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ ลงนามในสัญญาจ้างก่อสร้างหอผู้ป่วยในโรงพยาบาลกระสัง ขนาด 5 ชั้น 114 เตียง วงเงิน 78 ล้านบาท รองรับการขยายบริการให้กับประชาชน ซึ่งมีแนวโน้มครองเตียงสูงขึ้น	<p><strong>ที่ห้องประชุมฝ้ายคำ&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์</strong>&nbsp;นายธัชกร&nbsp;หัตถาธยากูล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ลงนามในสัญญาจ้างก่อสร้างหอผู้ป่วยใน&nbsp;เป็นอาคาร&nbsp;5&nbsp;ชั้น&nbsp;พื้นที่ใช้สอบประมาณ&nbsp;4,797&nbsp;ตรารางเมตร&nbsp;โรงพยาบาลกระสัง&nbsp;อำเภอกระสัง&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;หลัง&nbsp;กับบริษัท&nbsp;เคบีบี&nbsp;คอนสตรัคชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;โดยมีนายศิริเดช&nbsp;พุทธเตซะ&nbsp;ลงนามเป็นผู้รับจ้าง&nbsp;ซึ่งเสนอราคาในวงเงิน&nbsp;78,000,000.&nbsp;บาท&nbsp;(เจ็ดสิบแปดล้านบาทถ้วน)&nbsp;ระยะเวลาก่อสร้างจำนวน&nbsp;650&nbsp;วัน&nbsp;14&nbsp;งวดงาน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการรองรับการขยายบริการให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอกระสัง</strong>&nbsp;และใกล้เคียง&nbsp;ให้ได้รับบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน&nbsp;ลดความแออัด&nbsp;ซึ่งอัตราครองเตียงมีแนวโน้มสูงขึ้น&nbsp;และพัฒนางานบริการประชาชนให้ได้รับความสะดวกสบาย&nbsp;และพัฒนามาตรฐานการบริการด้านต่างๆให้สูงขึ้น&nbsp;ซึ่งในโอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ได้กำชับให้ผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐาน&nbsp;มีความมั่นคงแข็งแรงตามตามหลักวิชาการ&nbsp;เป็นไปตามสัญญาจ้างทุกประการและที่สำคัญส่งมอบงานตามที่กำหนด&nbsp;ไม่ทิ้งงาน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304122904395
683	ผู้การทหารพราน 45 นำกำลังพลในสังกัด ร่วมเกี่ยวข้าวช่วยชาวบ้านนิบง มะรือโบตก-ระแงะ จังหวัดนราธิวาส หลังฝนตกหนักแปลงนาข้าวมีน้ำท่วมขังและต้นข้าวใกล้เก็บเกี่ยวล้มเสียหาย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พันเอก&nbsp;ทวีรัตน์&nbsp;&nbsp;เบญจาทิกุล&nbsp;</strong>ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;45&nbsp;นำกำลังพลทหารพรานชาย-หญิง&nbsp;ในสังกัด&nbsp;นายอับดุลฮาเร็ม&nbsp;&nbsp;เจ๊ะฮามะ&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;นางมาริสา&nbsp;&nbsp;อับดุลเลาะห์&nbsp;รักษาการผู้อำนวยการรพ.สต.สะโล&nbsp;ผู้บริหารสถานศึกษาและครูโรงเรียนบ้านนิบง&nbsp;และชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;ร่วมเกี่ยวข้าวบริเวณแปลงนา&nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านนิบง&nbsp;ตำบลมะรือโบตก&nbsp;อำเภอระแงะ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส</p><p><strong>การร่วมกันเกี่ยวข้าวในวันนี้&nbsp;สืบเนื่องจากเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา</strong>ได้มีฝนตกหนักในพื้นที่&nbsp;ทำให้แปลงนาข้าวมีน้ำท่วมขังและต้นข้าวใกล้เก็บเกี่ยวล้มเสียหาย&nbsp;ทางหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;45&nbsp;จึงได้นำกำลังพลร่วมกับชาวบ้านเกี่ยวข้าว&nbsp;โดยในพื้นที่หมู่&nbsp;3&nbsp;บ้านนิบง&nbsp;ชาวบ้านจะทำนาปลูกข้าวไว้เพื่อรับประทานในครัวเรือนเป็นหลัก&nbsp;หากเหลือก็นำไปแบ่งปันให้กันในชุมชน&nbsp;&nbsp;ซึ่งการที่ได้ร่วมกันเกี่ยวข้าวในครั้งนี้&nbsp;นอกจากเพื่อไม่ให้ข้าวเสียหายมากไปกว่านี้แล้ว&nbsp;ยังเป็นการลดรายจ่ายจากการจ้างแรงงานในการเก็บเกี่ยว</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ทางหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;45</strong>&nbsp;ได้แบ่งปันความสุขและสร้างรอยยิ้ม&nbsp;ให้กับเด็ก&nbsp;ๆ&nbsp;ชาวบ้านในพื้นที่โดยนำน้ำดื่มสมุนไพร&nbsp;(น้ำกระเจี๊ยบ)&nbsp;&nbsp;ขนมอร่อย&nbsp;ๆ&nbsp;ไปแจกจ่าย&nbsp;อีกทั้งร่วมพูดคุยเน้นย้ำถึงมาตรการในการดูแลตนเองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304123040396
684	สมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล เขตทัพเรือภาคที่ 1 และในจังหวัดตราด ร่วมงานวันสถาปนาไทยอาสาป้องกันชาติ (ทสปช.) 4 มีนาคม	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่บริเวณอนุสรณ์สถานยุทธนาวีที่เกาะช้าง&nbsp;อำเภอแหลมงอบ&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;</strong>พลเรือโท&nbsp;พิชัย&nbsp;ล้อชูสกุล&nbsp;ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;นำสมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล&nbsp;เขตทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;และในจังหวัดตราด&nbsp;ร่วมงานวันสถาปนาไทยอาสาป้องกันชาติ&nbsp;(ทสปช.)&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยได้ร่วมกันรับฟังสารจาก&nbsp;พลเรือเอก&nbsp;สมประสงค์&nbsp;นิลสมัย&nbsp;ผู้บัญชาการทหารเรือ&nbsp;ผ่านในระบบออนไลน์&nbsp;พร้อมกันกับสมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล&nbsp;เขตทัพเรือภาคที่&nbsp;2&nbsp;&nbsp;&nbsp;เขตทัพเรือภาคที่&nbsp;3&nbsp;โดยมี&nbsp;นายกัฬชัย&nbsp;&nbsp;เทพวรชัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>จากนั้น&nbsp;พลเรือโท&nbsp;พิชัย&nbsp;ล้อชูสกุล&nbsp;ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่&nbsp;1</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์&nbsp;ทำความสะอาดอนุสรณ์สถานยุทธนาวีที่เกาะช้าง&nbsp;และปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบ&nbsp;เนื่องในโอกาสวันสถาปนาไทยอาสาป้องกันชาติ&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมกันนี้ยังได้มีการมอบประกาศนียบัตรให้กับวิทยากรไทยอาสาป้องกันชาติดีเด่น&nbsp;และไทยอาสาป้องกันชาติดีเด่น&nbsp;รวมทั้งอุปกรณ์ป้องกันโควิด&nbsp;-19&nbsp;ให้กับผู้แทนสมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติในทะเลอีกด้วย&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับการจัดงานวันสถาปนาไทยอาสาป้องกันชาติ&nbsp;4&nbsp;มีนาคมในครั้งนี้&nbsp;</strong>มีวัตถุประสงค์เพื่อรำลึกและสดุดีวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของบรรพชน&nbsp;รวมทั้งเพื่อเป็นการรักษาฐานมวลชนที่เป็นสมาชิก&nbsp;ทสปช.&nbsp;ในทะเล&nbsp;และรวมพลังแสดงออกถึงความสามัคคีของสมาชิก&nbsp;ทสปช.&nbsp;ที่เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มชาวประมงตามท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดชายทะเล&nbsp;ทั้ง&nbsp;22&nbsp;จังหวัด&nbsp;ให้มีทัศนคติที่ดีและให้ความร่วมมือกับทางราชการและกองทัพเรือ&nbsp;ในการป้องกันการกระทำความผิดในทะเล&nbsp;มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-center"">&nbsp;</p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304131119409
685	"นิพนธ์ ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่มูลนิธิหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ""จัดถุงปันน้ำใจ ส่งต่อความห่วงใย ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และผู้ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อ COVID-19 ที่ยังคงระบาดอย่างต่อเนื่อง"""	<p><strong>นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมมูลนิธิหม่อมราชวงศ์เสนีย์&nbsp;ปราโมช&nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน&nbsp;รับทราบปัญหาและวางแผนสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากฝนตกหนักและคลื่นลมแรง&nbsp;ซึ่งทำให้หลายพื้นที่ในภาคใต้&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมอย่างหนัก&nbsp;กระทบต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><strong>นายนิพนธ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ก่อนหน้านี้ตนได้ออกประกาศแจ้งเตือน</strong>ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักและคลื่นลมแรง&nbsp;พร้อมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม&nbsp;ในจังหวัดนราธิวาสและปัตตานี&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเหตุการณ์ดังกล่าว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขณะลงพื้นที่ได้&nbsp;ระดมทุกหน่วย&nbsp;สั่งการให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;พร้อมเร่งรัดเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน</p><p><strong>วันนี้ได้มีโอกาสตรวจเยี่ยมมูลนิธิหม่อมราชวงศ์เสนีย์&nbsp;ปราโมช</strong>&nbsp;ซึ่งมีนายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์&nbsp;เป็นประธานมูลนิธิฯ&nbsp;จึงได้ติดตามผลการดำเนินงาน&nbsp;&nbsp;ประสานความร่วมมือเพื่อวางมาตรการให้การช่วยเหลือเยียวยาประชาชนผู้ประสบอุทกภัยจากเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;พร้อมเติมเสบียง&nbsp;นำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน&nbsp;มามอบให้มูลนิธิฯ&nbsp;เพื่อส่งต่อไปยังผู้ประสบภัย&nbsp;ทั้งภัยน้ำท่วม&nbsp;ภัยจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ด้วย&nbsp;ซึ่งสถานการณ์ในวันนี้เป็นการระบาดระลอกใหม่&nbsp;ที่เชื้อไวรัสกลายพันธุ์เป็นโอมิครอน&nbsp;ติดได้ง่ายมากขึ้น&nbsp;ตนเองนอกจากจะได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่แล้วนั้น&nbsp;วันนี้พร้อมประสานมูลนิธิฯ&nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนอีกทางหนึ่งด้วย&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;กล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304124827399
686	คณะที่ปรึกษา รมว.แรงงาน ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนาม MOU โครงการ Factory Sandbox พร้อมออกเยี่ยมผู้ประกันตนทุพพลภาพในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	"<p><strong>นางสาวอำพันธ์&nbsp;ธุรวิทย์&nbsp;คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน&nbsp;</strong>ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงในการดำเนินโครงการ&nbsp;Factory&nbsp;Sandbox&nbsp;ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ณ&nbsp;บริษัท&nbsp;ฟูจิคุระ&nbsp;อิเล็คทรอนิกส์(ประเทศไทย)&nbsp;สวนอุตสาหกรรมโรจนะ&nbsp;อำเภออุทัย&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายศักดิ์นาถ&nbsp;สนธิศักดิ์โยธิน&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมสำนักงานประกันสังคม&nbsp;นางเบญจวรรณ&nbsp;รัตนภาค&nbsp;ประกันสังคมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;นายสมลักษ์&nbsp;ยกน้อยวงษ์&nbsp;นายอำเภออุทัย&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงาน&nbsp;สาธารณสุขอำเภอ&nbsp;ประธาน&nbsp;บริษัทฟูจิคุระ&nbsp;อิเล็คทรอนิกส์(ประเทศไทย)&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน&nbsp;โดยการลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;Mr.tetsuya&nbsp;sakamoto&nbsp;กรรมการบริหาร&nbsp;ผู้จัดการทั่วไป&nbsp;บริษัท&nbsp;ฟูจิคุระ&nbsp;อิเล็คทรอนิกส์(ประเทศไทย)&nbsp;นางเบญจวรรณ&nbsp;รัตนภาค&nbsp;ประกันสังคมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;และ&nbsp;นายแพทย์กฤษดา&nbsp;ทิพย์รัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอเซียอินเตอร์เนชั่นแนล&nbsp;ได้ร่วมกันลงนาม&nbsp;หลังจากนั้น&nbsp;คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน&nbsp;ได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมผู้ประกันตนทุพพลภาพในพื้นที่ตำบลคานหาม&nbsp;อำเภออุทัย&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นและให้กำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป&nbsp;<strong>สำหรับโครงการ&nbsp;Factory&nbsp;Sandb๐x&nbsp;เป็นแนวคิดในการจัดการโครงสร้าง</strong>และกระบวนการในลักษณะ&nbsp;""เศรษฐศาสตร์สาธารณสุข""&nbsp;ที่มุ่งเป้าดำเนินการควบคู่กันระหว่างสาธารณสุข&nbsp;และเศรษฐกิจ&nbsp;ซึ่งหัวใจหลักสำคัญคือตรวจ&nbsp;รักษา&nbsp;ควบคุม&nbsp;และดูแล&nbsp;เพื่อให้การบริหารทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดเกิดประโยชน์สูงสุดและตรงกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;อีกทั้งกระทรวงแรงงานได้ให้ความสำคัญเร่งด่วนกับการจัดหาวัคซีนให้กลุ่มแรงงานอย่างทั่วถึงเอกชนร่วมสนับสนุนและแบ่งเบาภาระของภาครัฐในการดูแลพนักงานของตน&nbsp;ตามมาตรการทางสาธารณสุข&nbsp;รวมถึงมีการเชื่อมโยงกับสถานพยาบาลที่มีความพร้อมสำหรับการควบคุม&nbsp;และดูแลลูกจ้างในสถานประกอบการ&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดในโรงงาน&nbsp;(คลัสเตอร์โรงงาน)&nbsp;ให้ลูกจ้างมีสุขอนามัยที่ดีพร้อมที่จะปฏิบัติงาน&nbsp;เมื่อโรงงานสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;จะส่งผลให้นักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;เกิดความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีความพร้อมในการส่งออกสินค้า&nbsp;ตลอดจนสามารถรักษาระดับการจ้างงานในภาคการผลิตและอุตสาหกรรมส่งออกไว้ได้อีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=""https://ayutthaya.prd.go.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">https://ayutthaya.prd.go.th/</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-03T00:00:00	NULL	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304132946416
687	รายใหม่ยะลา 269 ราย พบเพิ่มตรวจ ATK  อีกกว่าพันราย ร.พ. อำนวยความสะดวก เปิดสายด่วนโควิด 1567 บริการสอบถาม	<p><strong>รายใหม่ยะลา&nbsp;&nbsp;269&nbsp;ราย</strong>&nbsp;<strong>พบเพิ่มตรวจ&nbsp;ATK</strong>&nbsp;<strong>&nbsp;อีกกว่าพันราย</strong>&nbsp;&nbsp;ร.พ.&nbsp;อำนวยความสะดวก&nbsp;เปิดสายด่วนโควิด&nbsp;1567&nbsp;บริการสอบถาม&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;โควิด-19&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;วันนี้&nbsp;4&nbsp;มี.ค&nbsp;65&nbsp;มีจำนวน&nbsp;อยู่ที่&nbsp;269&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งลดลงจากเมื่อวานนี้(&nbsp;3&nbsp;มี.ค&nbsp;65)&nbsp;77&nbsp;ราย&nbsp;ที่มีตัวเขสูงถึง&nbsp;346&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ป่วยสะสม&nbsp;อยู่ที่&nbsp;3,386&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;8,027&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,204&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;&nbsp;สะสมรวม&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อที่เข้าข่ายตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พบเพิ่ม&nbsp;1,144&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;สะสมรวม&nbsp;9,222&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วนรายใหม่&nbsp;ทั้ง&nbsp;269&nbsp;ราย&nbsp;พบในอำเภอเมืองยะลา&nbsp;76&nbsp;ราย</strong>&nbsp;&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;79&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;&nbsp;&nbsp;23&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.รามัน&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.เบตง&nbsp;34&nbsp;ราย&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;29&nbsp;ราย&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ส่วนผลการตรวจคัดกรองตามมาตรการด้านสาธารณสุข&nbsp;รวมสะสม&nbsp;21,375&nbsp;ราย</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;เพิ่มขึ้น</strong>&nbsp;ทาง&nbsp;โรงพยาบาลยะลา&nbsp;ได้เปิดสายด่วนโควิด-19&nbsp;ทาง&nbsp;1567&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;095-4716018&nbsp;&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30-20.30&nbsp;น.&nbsp;ทุกวันโดยไม่เว้นวันหยุดราชการเพื่อให้บริการประชาชน&nbsp;ในการสอบถามข้อมูล&nbsp;รวมถึงกรณีตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเองแล้วพบผลบวก</p><p><strong>สำหรับในส่วนของภาพรวมวัคซีน&nbsp;-19&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ล่าสุด&nbsp;</strong>พบว่า&nbsp;เข็ม&nbsp;1&nbsp;ฉีดแล้ว&nbsp;357,970&nbsp;ร้อยละ&nbsp;65.32&nbsp;เข็ม&nbsp;2&nbsp;ฉีดแล้ว&nbsp;296,534&nbsp;ร้อยละ&nbsp;54.11&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;ฉีดแล้ว&nbsp;47,803&nbsp;ร้อยละ&nbsp;8.72&nbsp;&nbsp;เข็ม&nbsp;4&nbsp;ฉีดแล้ว&nbsp;3,323&nbsp;ร้อยละ&nbsp;0.61&nbsp;ฉีดแล้วสะสม&nbsp;รวม&nbsp;705,630&nbsp;โดส</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304125102400
688	จังหวัดยโสธร จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์วิมานพญาแถน เพื่อสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว	<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดยโสธร&nbsp;เป็นผู้นำจิตอาสาพระราชทานร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;ชัยเวชพิสิฐ&nbsp;ปลัดจังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;กำลังพล&nbsp;ประชาชน&nbsp;จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;และจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา&nbsp;บำเพ็ญสาธารณประโยชน์&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณวิมานพญาแถน&nbsp;ตำบลในเมือง&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;จังหวัดยโสธร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ด้วยจังหวัดยโสธร&nbsp;โดยศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา&nbsp;เพื่อเป็นการขับเคลื่อนโครงการจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดการปัญหาพื้นฐานในชุมชน&nbsp;และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์&nbsp;ด้วยการกวาดใบไม้&nbsp;เก็บขยะ&nbsp;ตัดหญ้า&nbsp;และตัดแต่งกิ่งไม้&nbsp;ปรับภูมิทัศน์&nbsp;เพื่อความสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย&nbsp;ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวชมวิมานพญาแถน&nbsp;จุดแลนด์มาร์คของจังหวัดยโสธร&nbsp;โดยดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด&nbsp;-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สวท.ยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304134418420
689	กรุงเทพมหานคร เปิดตัวแอปพลิเคชัน หมอ กทม. เพิ่มความสะดวกเข้าถึงง่ายในแอปเดียว พร้อมรองรับผู้ป่วยนอกกว่า 4 ล้านคนต่อปี	<p><strong>พลตำรวจเอก&nbsp;อัศวิน&nbsp;ขวัญเมือง&nbsp;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้สำหรับการเปิดตัวแอพพลิเคชัน&nbsp;หมอ&nbsp;กทม.&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;Smart&nbsp;OPD&nbsp;ซึ่งตลอดระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ประเทศไทยและประชาคมโลกต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะด้านสุขภาพ&nbsp;&nbsp;กรุงเทพมหานครจึงร่วมมือกับหน่วยงานทุกภาคส่วนในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;ผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่หรือ&nbsp;New&nbsp;normal&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้มีการพัฒนาบริการรูปแบบใหม่ในหลายด้าน</strong>&nbsp;โดยเฉพาะด้านการแพทย์และสาธารณสุข&nbsp;ที่ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนเพื่อให้การบริการมีคุณภาพมากขึ้น&nbsp;ทั้ง&nbsp;โทรเวชกรรม&nbsp;และบริการเจาะเลือดถึงบ้าน&nbsp;ซึ่งการเปิดตัวแอปพลิเคชัน&nbsp;หมอ&nbsp;กทม.&nbsp;ในวันนี้&nbsp;ถือเป็นการบูรณาการระบบการให้บริการทางการแพทย์&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชันของกรุงเทพมหานคร&nbsp;ซึ่งประชาชนสามารถรับบริการได้ด้วยตนเองผ่านสมาร์ทโฟน&nbsp;ที่เชื่อมโยงข้อมูลด้านสุขภาพ&nbsp;และอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้สะดวกยิ่งขึ้น&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังช่วยลดความแออัดและลดเวลารอคอย&nbsp;รวมถึงสามารถแจ้งเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินที่แสดงพิกัดจุดเกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว</p><p><strong>เบื้องต้น&nbsp;ได้นำระบบมาให้บริการที่โรงพยาบาลกลางเป็นแห่งแรก</strong>&nbsp;และภายในเดือนเมษายน&nbsp;จะขยายระบบครอบคลุมโรงพยาบาลที่สังกัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;ทั้ง&nbsp;11&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่มีจำนวนผู้ป่วยนอกมาใช้บริการกว่า&nbsp;4&nbsp;ล้านรายต่อปี&nbsp;และในอนาคตจะพัฒนาให้สามารถชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันได้</p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304204917631
690	"จังหวัดบุรีรัมย์ เกิด""คลัสเตอร์"" ใหญ่ จ.บุรีรัมย์ สั่งปิดวัดกลางพระอารามหลวง ห้ามเข้า-ออก งดบิณฑบาต หลังพบพระ เณร ติด ""โควิด"" 25 รูป โยมอีก 1"	"<p><strong>สืบเนื่องจากเมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;ก.พ.2565&nbsp;มีการจัดสอบบาลีสนามหลวง</strong>&nbsp;ที่วัดกลางพระอารามหลวง&nbsp;จ.บุรีรัมย์&nbsp;ซึ่งกำหนดสอบพร้อมกันทั่วประเทศ&nbsp;มีพระภิกษุสงฆ์&nbsp;สามเณร&nbsp;จากทั้งจังหวัดมาเข้าสอบ&nbsp;รวมถึงมีคณะกรรมการควบคุมการสอบ&nbsp;และฆราวาสที่มาดูแลพื้นที่ภายในวัด&nbsp;รวมกว่า&nbsp;600&nbsp;คน&nbsp;ก่อนเข้าห้องสอบ&nbsp;ได้มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เบื้องต้นพบสามเณร&nbsp;ติดเชื้อ&nbsp;""โควิด""&nbsp;มีผลเป็นบวก&nbsp;13&nbsp;รูป&nbsp;ต่อมาตรวจพบพระ&nbsp;เณร&nbsp;ติดเชื้อเพิ่ม&nbsp;12&nbsp;รูป&nbsp;และโยมที่อยู่ในวัดอีก&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;รวมเป็น&nbsp;25&nbsp;รูป&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;กลายเป็น&nbsp;""คลัสเตอร์""&nbsp;ใหญ่</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.2565)&nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์</strong>&nbsp;จึงมีคำสั่งให้ปิดวัดกลางพระอารามหลวง&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมืองบุรีรัมย์&nbsp;เป็นพื้นที่เสี่ยงสูง&nbsp;ห้ามไม่ให้บุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้า-ออกวัดอย่างเด็ดขาด&nbsp;ทั้งให้งดกิจกรรมทางศาสนาทุกประเภทและไม่ให้พระภิกษุสงฆ์&nbsp;หรือสามเณร&nbsp;ออกรับบิณฑบาต&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง</p><p><strong>นายเพทาย&nbsp;สดทรงศิลป์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา</strong>&nbsp;จ.บุรีรัมย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขณะนี้ทั้งพระภิกษุสงฆ์&nbsp;สามเณร&nbsp;และโยมที่ตรวจพบติดเชื้อโควิดทั้ง&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;ได้รักษาตัวอยู่ภายในวัด&nbsp;โดยมีการแยกพื้นที่เป็นสัดส่วน&nbsp;มีเจ้าหน้าที่จากทางโรงพยาบาลมาตรวจวัดไข้&nbsp;และจัดส่งยาให้&nbsp;ส่วนภัตตาหาร&nbsp;ก็จะมีทั้งหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และผู้มีจิตศรัทธา&nbsp;ร่วมบริจาคถวายภัตตาหารตามเวลาที่กำหนด&nbsp;ส่วนที่มาของการติดเชื้อ&nbsp;เท่าที่สอบถามข้อมูลเบื้องต้นพบว่า&nbsp;น่าจะติดเชื้อมาจากกรณีที่สามเณรออกไปรับบิณฑบาตรแถวตลาด&nbsp;แล้วนำเชื้อมาแพร่ต่อกับเณรที่อยู่ในกุฏิเดียวกัน&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304134523421
691	นายกเทศมนตรีตำบลสตึก บุรีรัมย์ ร้อง กมธ.ปราบโกง หลังพบเงินขาดบัญชีกว่า 9 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2561 แต่การสอบสวนไม่คืบหน้า ถูกดึงเรื่อง	<p><strong>นายวีรวิชญ์&nbsp;พีรยศพัฒน์&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลสตึก&nbsp;อ.สตึก&nbsp;จ.บุรีรัมย์</strong>&nbsp;ยื่นหนังสือต่อพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์&nbsp;เตมียเวส&nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&nbsp;หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)&nbsp;การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;เพื่อขอให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่เทศบาลต.สตึก&nbsp;กรณีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต&nbsp;ภายหลังได้รับรายงานจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)จ.บุรีรัมย์&nbsp;เรื่องเงินขาดบัญชี&nbsp;และพบการทุจริต&nbsp;จำนวน&nbsp;9,129,229&nbsp;บาท&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2561</p><p><strong>นายวีรวิชญ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนเข้าปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรี&nbsp;</strong>เมื่อ&nbsp;7&nbsp;มิ.ย.&nbsp;2564&nbsp;ได้ตรวจสอบหาข้อมูลกรณีดังกล่าว&nbsp;จากผู้เกี่ยวข้องในเทศบาลฯ&nbsp;แต่ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร&nbsp;มีการประวิงเวลาส่งเอกสารให้&nbsp;สตง.บุรีรัมย์&nbsp;ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่&nbsp;25&nbsp;มิ.ย.&nbsp;2561&nbsp;มาแล้ว</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;ตนได้รับหนังสือร้องขอความเป็นธรรม&nbsp;</strong>ให้ทบทวนคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง&nbsp;เนื่องจากผู้ออกคำสั่งมีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงกับเรื่องนี้&nbsp;และเมื่อสอบถาม&nbsp;กลับพบข้อพิรุธหลายประการ&nbsp;อาทิ&nbsp;วิธีสั่งจ่ายเงินไม่เป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน&nbsp;จ่ายเงิน&nbsp;ฝากเงิน&nbsp;เก็บรักษาเงิน&nbsp;และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;พ.ศ.2547&nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;จนถึง&nbsp;พ.ศ.2561&nbsp;ทำให้เกิดความเสียหายหลายครั้งเป็นจำนวนมาก&nbsp;แต่การตรวจสอบยังไม่มีความคืบหน้าเลย&nbsp;จึงขอให้กมธ.ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อความถูกต้องและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย</p><p><strong>ด้านพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จะเร่งนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของกมธ.&nbsp;พร้อมเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304135826433
692	จังหวัดมหาสารคาม  กำหนดจัดงานแถลงข่าวการประกวด Mister Global 2021 ครั้งที่ 7 เตรียมพบกับหนุ่มหล่อจาก 38 ประเทศทั่วโลก ที่จะร่วมทำกิจกรรมในพื้นที่ระหว่าง 9  15 มีนาคม 2565	<p><strong>นายเกียรติศักดิ์&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;องค์กรภาคเอกชน&nbsp;ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประกวด&nbsp;Mister&nbsp;Global&nbsp;2021&nbsp;ครั้งที่&nbsp;7&nbsp;&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;Inspiring&nbsp;Gentleman&nbsp;สุภาพบุรุษผู้สร้างแรงบันดาลใจและเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม&nbsp;โดยการจัดประกวดฯ&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;มีจุดประสงค์เพื่อรณรงค์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;การเรียนรู้ในประวัติศาสตร์ความเป็นไทย&nbsp;สู่การสร้างสัมพันธ์อันดี&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ซึ่งมีผู้เข้าประกวดจาก&nbsp;38&nbsp;ประเทศทั่วโลก&nbsp;โดยการจัดประกวดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;9&nbsp;&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมตักสิลา&nbsp;อำเภอเมืองมหาสารคาม&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;และสถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;กำหนดจัดงานแถลงข่าวการจัดงานฯ&nbsp;ในวันที่&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;17.30&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ณ&nbsp;พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม&nbsp;ตำบลขามเรียง&nbsp;อำเภอกันทรวิชัย&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;โดยในวันดังกล่าว&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เมื่อผู้เข้าร่วมประกวดฯ&nbsp;จาก&nbsp;38&nbsp;ประเทศทั่วโลก&nbsp;เดินทางถึงพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม&nbsp;จะร่วมกันถ่ายภาพ&nbsp;Portrait&nbsp;และ&nbsp;VTR&nbsp;ชุดประจำชาติและชุดสูท&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;จะมีการปรับสมดุลร่างกายและบำรุงธาตุด้วยน้ำดื่มสมุนไพรตรีผล</strong>&nbsp;และร่วมฐานเรียนรู้วิถีชีวิตชาวอีสาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ฐาน&nbsp;A&nbsp;ผ้าทออีสาน&nbsp;ฐาน&nbsp;B&nbsp;ดนตรีอีสาน&nbsp;และฐาน&nbsp;C&nbsp;เอกสารใบลาน&nbsp;จากนั้นจะเป็นการแสดง&nbsp;ฟ้อนต้อนฮับ&nbsp;และหลังจบการแถลงข่าว&nbsp;จะมีการแสดงบัลเล่ต์ร่วมสมัย&nbsp;สาวนาฮ่ำฮอน</p><p><strong>สำหรับในวันอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ตลอด&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;9&nbsp;&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ผู้เข้าร่วมการประกวด&nbsp;Mister&nbsp;Global&nbsp;จะลงพื้นที่ทำกิจกรรมในสถานที่ท่องเที่ยวของอำเภอต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;วัดพุทธวนาราม&nbsp;(วัดป่าวังน้ำเย็น),แกลลอรี่ภาพ&nbsp;3&nbsp;มิติ,&nbsp;ค่ายมวยดาบรัน&nbsp;อำเภอเมืองมหาสารคาม&nbsp;วิหารคดหมื่นสมเด็จฯ&nbsp;วัดป่าหนองชาด,&nbsp;ร้านกาแฟควายแคระ&nbsp;อำเภอเชียงยืน&nbsp;ร้านสินค้าโอทอป&nbsp;โพธิ์ศรีบ้านลาด,พระพุทธรูปยืนมงคล&nbsp;วัดพุทธมงคลพระพุทธมิ่งเมือง&nbsp;วัดสุวรรณาวาส,&nbsp;สะพานไม้&nbsp;3&nbsp;ฤดู&nbsp;อำเภอกันทรวิชัย&nbsp;สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์&nbsp;ตามเส้นทางถนนสายวัฒนธรรมนครจัมปาศรี&nbsp;พระบรมธาตุนาดูน,ชุมชนคุณธรรมอำเภอนาดูน,สวนน้ำวอร์เตอร์นาดูน&nbsp;อำเภอนาดูน&nbsp;สะพานไม้แกดำ&nbsp;และวัดหนองหูลิง&nbsp;อำเภอแกดำ&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ให้รู้จักกันไปทั่วโลก&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม</strong>&nbsp;กล่าวย้ำเรื่องมาตรการในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;ในห้วงระหว่างการจัดกิจกรรมตลอดทั้ง&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ว่า&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้าร่วมการประกวดฯ&nbsp;ผู้เกี่ยวข้องในการทำงาน&nbsp;ตลอดจนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยของทุกคน&nbsp;จึงมอบหมายสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;จัดเจ้าหน้าที่ลงในทุกพื้นที่เพื่อให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการ&nbsp;และสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่ง&nbsp;ที่ผู้เข้าประกวดฯ&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องลงทำกิจกรรม&nbsp;ด้วยการปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;และตามมาตรฐาน&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;19&nbsp;Free&nbsp;setting&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ส่วนการดูแลผู้เข้าร่วมประกวดฯ&nbsp;ก็เน้นปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;เช่นเดียวกัน&nbsp;ทั้งเรื่องการสวมแมสตลอดเวลาการร่วมทำกิจกรรม&nbsp;การรักษาระยะห่างระหว่างบุคคล&nbsp;เช่น&nbsp;ตอนรับประทานอาหาร&nbsp;ยกเว้นในคืนประกวด&nbsp;วันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผู้เข้าประกวดอยู่บนเวที&nbsp;ซึ่งมีความจำเป็นจะต้องถอดแมสให้คณะกรรมการตัดสินได้ดูหน้าตาเพื่อการตัดสินการประกวดรอบชิงชนะเลิศ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานที่จัดการประกวดฯ</strong>&nbsp;คือ&nbsp;โรงแรมตักสิลา&nbsp;ก็ผ่านมาตรฐาน&nbsp;SHA,&nbsp;SHA&nbsp;Plus&nbsp;และSHA&nbsp;Extra&nbsp;Plus&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยสำหรับกิจการด้านการท่องเที่ยว&nbsp;เรียบร้อยแล้ว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304134311418
693	"นิพนธ์ ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่มูลนิธิหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ""จัดถุงปันน้ำใจ ส่งต่อความห่วงใย ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และผู้ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อ COVID-19 ที่ยังคงระบาดอย่างต่อเนื่อง"""	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;</strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมมูลนิธิหม่อมราชวงศ์เสนีย์&nbsp;ปราโมช&nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน&nbsp;รับทราบปัญหาและวางแผนสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากฝนตกหนักและคลื่นลมแรง&nbsp;ซึ่งทำให้หลายพื้นที่ในภาคใต้&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมอย่างหนัก&nbsp;กระทบต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><strong>นายนิพนธ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ก่อนหน้านี้ตนได้ออกประกาศแจ้งเตือน&nbsp;</strong>ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักและคลื่นลมแรง&nbsp;พร้อมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม&nbsp;ในจังหวัดนราธิวาสและปัตตานี&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเหตุการณ์ดังกล่าว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขณะลงพื้นที่ได้&nbsp;ระดมทุกหน่วย&nbsp;สั่งการให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;พร้อมเร่งรัดเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน</p><p><strong>วันนี้ได้มีโอกาสตรวจเยี่ยมมูลนิธิหม่อมราชวงศ์เสนีย์&nbsp;ปราโมช</strong>&nbsp;ซึ่งมีนายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์&nbsp;เป็นประธานมูลนิธิฯ&nbsp;จึงได้ติดตามผลการดำเนินงาน&nbsp;&nbsp;ประสานความร่วมมือเพื่อวางมาตรการให้การช่วยเหลือเยียวยาประชาชนผู้ประสบอุทกภัยจากเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;พร้อมเติมเสบียง&nbsp;นำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน&nbsp;มามอบให้มูลนิธิฯ&nbsp;เพื่อส่งต่อไปยังผู้ประสบภัย&nbsp;ทั้งภัยน้ำท่วม&nbsp;ภัยจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ด้วย&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งสถานการณ์ในวันนี้เป็นการระบาดระลอกใหม่&nbsp;</strong>ที่เชื้อไวรัสกลายพันธุ์เป็นโอมิครอน&nbsp;ติดได้ง่ายมากขึ้น&nbsp;ตนเองนอกจากจะได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่แล้วนั้น&nbsp;วันนี้พร้อมประสานมูลนิธิฯ&nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนอีกทางหนึ่งด้วย&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;กล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304131521410
694	สหรัฐ-ไทย ปฏิบัติการสำรวจค้นหานักบินสูญหาย ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2	<p><strong>สหรัฐฯ&nbsp;ร่วมกับไทย&nbsp;ค้นหานักบินสูญหายระหว่างสงครามโลกครั้งที่&nbsp;2</strong>&nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;หลังผ่านช่วงเวลามากว่า&nbsp;77&nbsp;ปี&nbsp;หวังนำร่างนักบินกลับภูมิลำเนาบ้านเกิด&nbsp;เบื้องต้นพบหลักฐานจากคำบอกเล่าของชาวบ้านชี้จุดเกิดเหตุ&nbsp;พร้อมสำรวจขุดค้นรอบพื้นที่พบชิ้นส่วนเศษเหล็กคล้ายส่วนประกอบเครื่องบิน&nbsp;เตรียมส่งให้ผู้เชี่ยวชาญชันสูตรให้ชัดเจนอีกครั้ง</p><p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายไมเคิล&nbsp;ฮีธ&nbsp;อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ&nbsp;ประจำประเทศไทย</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายฌอน&nbsp;โอนีลล์&nbsp;กงสุลใหญ่สหรัฐฯ&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และ&nbsp;พ.อ.อลงกต&nbsp;ดอนมูล&nbsp;กอ.รมน.&nbsp;ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;ได้ลงพื้นที่พบกับคณะค้นหา&nbsp;และร่วมในปฏิบัติการค้นหา&nbsp;โดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเริ่มปฏิบัติการร่วมกับไทย&nbsp;ค้นหานักบินอเมริกันที่สูญหายมากว่า&nbsp;70&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งมีข้อมูลที่น่าเชื่อว่า&nbsp;อาจมีนักบินร่วมรบสมัยสงครามโลกครั้งที่&nbsp;2&nbsp;พร้อมด้วยเครื่องบิน&nbsp;P-38&nbsp;ประสบเหตุตกใกล้กับหมู่บ้านแม่กัวะ&nbsp;ตำบลแม่กัวะ&nbsp;อำเภอสบปราบ&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยทางคณะค้นหาได้สืบทราบจากคำบอกเล่าของชาวบ้าน&nbsp;ซึ่งในการค้นหามีผู้เชี่ยวชาญ&nbsp;9&nbsp;คน&nbsp;จากสำนักงานค้นหาเชลยศึกและผู้สูญหาย&nbsp;(DPAA)&nbsp;สำนักงานใหญ่ในฮาวาย&nbsp;กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ&nbsp;เดินทางมาร่วมปฏิบัติการด้วย</p><p><strong>โดยในจุดบริเวณพื้นที่ที่ค้นหาดังกล่าว</strong>&nbsp;ปัจจุบันมีสภาพเป็นทุ่งนาอยู่ในเขตชุมชนบ้านแม่กัวะ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลแม่กัวะ&nbsp;อำเภอสบปราบ&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;มีนายบัญชา&nbsp;อุดใจ&nbsp;เป็นเจ้าของพื้นที่ซึ่งได้ให้ความร่วมมือในการค้นหาเป็นอย่างดี&nbsp;นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านในพื้นที่ชุมชนอีกประมาณ&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;ที่สนับสนุนเข้าร่วมปฏิบัติการค้นหา&nbsp;โดยทีมค้นหาและชาวบ้านที่ร่วมปฏิบัติการได้ปักหลักอยู่ในพื้นที่มานานกว่า&nbsp;10&nbsp;วันแล้ว&nbsp;และก็คาดว่าจะทำภารกิจค้นหาต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคมนี้&nbsp;ขณะที่การปฏิบัติการคณะทีมค้นหาได้มีการใช้เครื่องตรวจจับโลหะของสหรัฐอเมริกา&nbsp;ทำการตรวจสแกนค้นหาทั่วบริเวณ&nbsp;เมื่อตรวจพบสิ่งต้องสงสัยว่าจะเป็นโลหะอยู่ใต้ผืนดินก็จะทำการปักธงสีขาวไว้เป็นจุดๆ&nbsp;ตามตำแหน่งที่ตรวจพบ&nbsp;จากนั้นจึงจะทำการขุดค้นหาเพื่อนำชิ้นส่วนโลหะขึ้นมา&nbsp;โดยชิ้นส่วนโลหะที่ขุดพบเจอจะถูกส่งไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง&nbsp;ที่สำนักงานค้นหาเชลยศึกและผู้สูญหาย&nbsp;(DPAA)&nbsp;สำนักงานใหญ่ในฮาวาย&nbsp;กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ&nbsp;ขณะเดียวกันคาดหวังว่าการขุดค้นอาจเจอกระดูกชิ้นส่วนร่างของนักบินอยู่ในบริเวณพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้เนื่องจากคำบอกเล่าของชาวบ้านที่ได้ให้ข้อมูลว่าจุดบริเวณนี้&nbsp;ในอดีตเคยเป็นสถานที่ที่ใช้ฌาปณกิจ&nbsp;หรือเผาร่างผู้เสียชีวิตตามประเพณีของคนทางเหนือ&nbsp;ทางทีมค้นหาจึงทำการขุดค้นเปิดชั้นดินเป็นชั้นๆ&nbsp;ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีตรวจสอบอายุของดินให้เทียบเท่ากับสมัยสงครามเมื่อ&nbsp;70&nbsp;กว่าปีก่อน&nbsp;ซึ่งดินที่ขุดเปิดเป็นชั้นๆ&nbsp;จะถูกนำไปร่อนตรวจสอบหาชิ้นส่วนต่างๆ&nbsp;อย่างละเอียด</p><p><strong>นายไมเคิล&nbsp;ฮีธ&nbsp;อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ&nbsp;ประจำประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านมาแล้วกว่า&nbsp;70&nbsp;ปี&nbsp;แต่สหรัฐฯ&nbsp;ยังคงดำเนินการค้นหา&nbsp;โดยมีเป้าหมายที่จะนำทหารทุกนายของสหรัฐฯ&nbsp;กลับบ้าน&nbsp;ซึ่งภารกิจด้านมนุษยธรรมนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือและมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่ระหว่างสหรัฐฯ&nbsp;กับไทย&nbsp;โดยในนามของสหรัฐฯ&nbsp;และประชาชนอเมริกัน&nbsp;ขอขอบคุณสมาชิกชุมชนและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตลอดจนรัฐบาลไทย&nbsp;ที่ได้ช่วยปฏิบัติภารกิจหน้าที่ที่สำคัญและทำตามสัญญาที่ได้ให้ไว้กับประเทศสหรัฐฯ</p><p><strong>ด้าน&nbsp;พ.ต.ไบรอัน&nbsp;ดับเบิลยู&nbsp;สมิท&nbsp;หัวหน้าคณะค้นหา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เป้าหมายของเราที่นี่คือการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้มากที่สุด&nbsp;และสื่อสารกับครอบครัวของผู้สูญหายอย่างเปิดเผย&nbsp;ผมขอขอบคุณเจ้าภาพชาวไทยที่ช่วยเรานำทหารของเรากลับสู่มาตุภูมิ&nbsp;ภารกิจนี้เป็นปฏิบัติการนำตัวผู้สูญหายกลับสู่มาตุภูมิที่สำคัญครั้งแรกในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี&nbsp;2550&nbsp;และเมื่อเดือนกรกฎาคม&nbsp;2561&nbsp;สำนักงาน&nbsp;DPAA&nbsp;ได้รับข้อมูลชุดใหม่เกี่ยวกับการพบเครื่องบินที่สูญหายไปของสหรัฐฯ&nbsp;ระหว่างสงครามโลกครั้งที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ลำในพื้นที่ภาคเหนือของไทย&nbsp;ซึ่งนำไปสู่การตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงานเครื่องบินที่สูญหายในพื้นที่&nbsp;ความสูญเสียแต่ละเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับทหารอเมริกันที่ยังคงสูญหายอยู่&nbsp;ภารกิจนี้เกิดขึ้นได้จากการค้นคว้าโดยละเอียดของนักประวัติศาสตร์และอาสาสมัครทั้งจากไทยและสหรัฐฯ&nbsp;ตลอดจนใช้ข้อมูลที่ได้จากการบันทึกของบุคคลผู้เห็นเหตุการณ์</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304133149417
695	จ.มุกดาหาร พร้อมเปิดด่านชายแดนไทย-ลาว (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) 1 เมษายน นี้	<p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดด่านชายแดน&nbsp;ไทย-ลาว&nbsp;(มุกดาหาร&nbsp;-สะหวันนะเขต)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมแก้วกินรี&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร</p><p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในการเตรียมความพร้อมที่จะเปิดเปิดด่านชายแดนไทย-ลาว&nbsp;(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)ทั้งด่านประเพณีสำหรับขนส่งสินค้าและด่านสะพานมิตรภาพสองมุกดาหาร-สะหวันนะเขต&nbsp;ที่ประชุมมีการหารือและกำหนดมาตรการที่ชัดเจน&nbsp;ทั้งการขนส่งสินค้าและการเดินทางของนักท่องเที่ยว</p><p><strong>สำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>จะกำหนดให้อยู่ในพื้นที่ได้ไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ส่วนการเข้าพักโรงแรมต้องเข้าโรงแรมที่ได้รับมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;EXTRA&nbsp;PLUS&nbsp;และจะมีการตรวจตามมาตรการป้องกันโควิด-19</p><p><strong>ส่วนการขนส่งสินค้าทางเรือ&nbsp;กำหนดวันละ&nbsp;2&nbsp;รอบ</strong>&nbsp;ในเวลา&nbsp;09.00&nbsp;น&nbsp;และ&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ยังกล่าวว่า&nbsp;จังหวัดมุกดาหารมีการเตรียมความพร้อมในการเปิดด่าน&nbsp;เพื่อให้เกิดการค้าขายขนส่งสินค้ารวมถึงเปิดรับนักท่องเที่ยวเพื่อให้เศรษฐกิจมีการหมุนเวียน</p><p>ทั้งนี้&nbsp;ได้มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานการดำเนินการตามระเบียบและจะนัดประชุมร่วมกับแขวงสะหวันนะเขต&nbsp;และขอกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ในความพร้อมการเปิดด่านตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304134928425
696	อำเภอเบตง เตรียมความพร้อมของศูนย์แยกกักตัวในชุมชน (Community Isolation : CI) รองรับผู้ป่วยโควิดที่มีอาการไม่รุนแรง และไม่สามารถแยกกักตัวที่บ้าน	<p><strong>วันนี้&nbsp;4&nbsp;มี.ค.65&nbsp;นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง</strong>&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย&nbsp;ลงพื้นที่ทำความสะอาดจัดเตียงนอน&nbsp;เตรียมความพร้อมของศูนย์แยกกักตัวในชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;CI)&nbsp;ณ&nbsp;อาคารสถาบันพัฒนาและส่งเสริมการศึกษาระดับอุดมศึกษา&nbsp;เพื่อการขยายโอกาสเทศบาลเมืองเบตง(นานาชาติ)</p><p><strong>นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ศปก.อ.เบตง&nbsp;มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;(Omicron)&nbsp;ที่แพร่กระจายอยู่ในขณะนี้&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอาการสีเขียวและได้เน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการด้านการเตรียมความพร้อมสถานที่รองรับผู้ติดเชื้อในกรณีไม่สามารถแยกกักตัวที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;ได้</p><p><strong>สำหรับศูนย์แยกกักในชุมชน&nbsp;จะรองรับผู้ป่วยโควิดที่มีอาการไม่รุนแรง</strong>&nbsp;หรือกลุ่มสีเขียว&nbsp;ประชาชนที่มีผลตรวจเชื้อโควิดเป็นบวก&nbsp;ทั้ง&nbsp;ATK&nbsp;และ&nbsp;RT-PCR&nbsp;และไม่สามารถแยกกักตัวที่บ้านได้ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;สามารถเข้ารับการรักษาตัวที่&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;ใกล้บ้านได้&nbsp;จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษาและให้การดูแลอย่างใกล้ชิด&nbsp;</p><p><strong>สอบถามได้&nbsp;สายด่วน&nbsp;COVID-19&nbsp;โทร&nbsp;063-8314586</strong>&nbsp;กรณีฉุกเฉิน&nbsp;โns&nbsp;1669&nbsp;/&nbsp;073-234077&nbsp;แจ้งอาการเจ็บป่วยเบื้องต้น&nbsp;สถานที่และเบอร์ติดต่อกลับ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304132706414
697	อบจ.มุกดาหาร แจงกรณีร้องเรียนห้องน้ำศูนย์แยกกักในชุมชน อ.เมืองฯ ชำรุด	<p><strong>จากกรณีที่มีการส่งข้อความทางกลุ่ม&nbsp;Line&nbsp;ต่างๆ</strong>&nbsp;ในจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เพื่อขอความอนุเคราะห์ตรวจสอบข้อเท็จจริงโรงพยาบาลสนาม&nbsp;อบจ.มุกดาหาร&nbsp;โดยมีใจความว่าสภาพห้องน้ำมีความชำรุดมาก&nbsp;โดยเฉพาะห้องน้ำหญิงใช้ได้&nbsp;1&nbsp;ห้อง&nbsp;อาบน้ำได้&nbsp;3&nbsp;ห้อง&nbsp;และห้องน้ำชายด้านนอกมีความสกปรกมาก&nbsp;คนไข้ที่เข้าไปรักษาใช้งานได้ค่อนข้างทุลักทุเลพอสมควรนั้น</p><p><strong>คณะผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่อาคารจงวุฒิเวศย์</strong>ที่ใช้เป็นศูนย์แยกกักในชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolstion)&nbsp;อ.เมืองฯ&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากนางกัลยกร&nbsp;สุขสานต์&nbsp;เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;โดยนางกัลยกร&nbsp;สุขสานต์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;องค์การบริการส่วนจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;(อบจ.มุกดาหาร)&nbsp;ได้อำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มาแยกกักตัวที่ศูนย์ฯ&nbsp;ให้ได้รับความสะดวกสบายในทุกด้าน&nbsp;โดยทุกครั้งที่ผ่านมาเมื่อมีการแจ้งห้องน้ำชำรุดเข้ามา&nbsp;ทาง&nbsp;อบจ.จะรีบเร่งดำเนินการซ่อมแซมในทันที&nbsp;และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน&nbsp;โดยทาง&nbsp;อบจ.ได้รับแจ้งในช่วงเช้าว่าห้องน้ำใช้การไม่ได้&nbsp;3&nbsp;ห้อง&nbsp;และทางอบจ.กำลังจัดทีมช่างเข้ามาดำเนินการซ่อมแซม&nbsp;<strong>เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;กล่าวต่อไปว่า&nbsp;การใช้ห้องน้ำของคนจำนวนมากในเวลาใกล้ๆ&nbsp;กันอาจทำให้เกิดความเสียหายชำรุดได้&nbsp;และการซ่อมบำรุงก็จำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของช่างที่เข้ามาดำเนินการซ่อมแซม&nbsp;เนื่องจากเป็นการปฏิบัติงานในพื้นที่มีเชื้อโรคแพร่กระจายอยู่</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304132935415
698	จังหวัดมุกดาหารจัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรเนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ	"<p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะ&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ที่ห้องประชุมชั้น&nbsp;1&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานมุกดาหาร</p><p><strong>ด้วยวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2513&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร</strong>&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ได้เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพ&nbsp;และแข่งขันฝีมือช่างแห่งชาติ&nbsp;ณ&nbsp;ลุมพินีสถาน&nbsp;และพระราชทานพระราชดำรัสเกี่ยวกับการช่างของไทย&nbsp;ความตอนหนึ่งว่า&nbsp;""...ช่างทุกประเภทเป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของทุกคน&nbsp;เพราะตลอดชีวิตของเรา&nbsp;เราต้องอาศัยและใช้บริการหรือสิ่งต่างๆที่ได้มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน&nbsp;ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่&nbsp;สนับสนุนจากทุกๆ&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ยิ่งในสมัยปัจจุบัน&nbsp;วิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้ายิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษ&nbsp;เพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง&nbsp;ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณภาพดีและเพียงพอต่อความต้องการในการส่งเสริมนั้น""</p><p><strong>คณะรัฐมนตรีจึงมีมติถวายพระราชสมัญญา</strong>&nbsp;แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เป็นพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2552&nbsp;พร้อมกับกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;โดยคณะผู้บริหาร&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;และลูกจ้าง&nbsp;ในสังกัดกระทรวงแรงงาน&nbsp;จึงต่างพร้อมใจกันจัดพิธีดังกล่าวขึ้น&nbsp;ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านอย่างหาที่สุดมิได้&nbsp;พร้อมทั้งน้อมนำพระราชดำรัสดังกล่าวมาปฏิบัติในการพัฒนากำลังแรงงานให้มีฝีมือ&nbsp;พัฒนาสู่มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ทั้งด้านการผลิตสินค้าและบริการ&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ&nbsp;และสร้างการยอมรับในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและประชาคมโลกต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304135520431
699	ผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์ แนะผู้ปกครองให้บุตรหลานเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด -19 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ลดความรุนแรงของโรคหากติดเชื้อ หลังพบผู้ปกครองเด็กเล็กกว่า 4,000 คน ยังกังวลผลกระทบของวัคซีน	<p><strong>ที่หอประชุมโรงเรียนอนุบาลประจวบคีรีขันธ์&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;</strong>นายเสถียร&nbsp;เจริญเหรียญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายกิตติพงศ์&nbsp;สุขภาคกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;เดินทางมาตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;-19&nbsp;ชนิดไฟเซอร์&nbsp;ฝาสีส้ม&nbsp;ให้แก่เด็กนักเรียนอายุ&nbsp;5-11&nbsp;ปี&nbsp;โดยมีบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์&nbsp;มาให้บริการฉีดวัคซีนแก่เด็กนักเรียนจากโรงเรียนอนุบาลประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่&nbsp;1-4&nbsp;และโรงเรียนอนุบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์&nbsp;(สละชีพ)&nbsp;ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่&nbsp;1-6&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;560&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;ระบุว่า&nbsp;จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่&nbsp;ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;เด็กๆ&nbsp;มีกำลังใจดี&nbsp;ซึ่ง&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;มีเด็กเล็กอายุ&nbsp;5-11&nbsp;ปี&nbsp;ที่ผู้ปกครองแสดงความประสงค์ให้เข้ารับการฉีดวัคซีนจำนวนกว่า&nbsp;33,000&nbsp;คน&nbsp;แต่ยังมีเด็กเล็กอีกกว่า&nbsp;4,000&nbsp;คน&nbsp;ที่ผู้ปกครองยังไม่อนุญาตเพราะกังวลเรื่องผลกระทบของวัคซีน&nbsp;จึงได้กำชับหน่วยงานเกี่ยวข้องและสถานศึกษาเร่งรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับวัคซีนโควิดสำหรับเด็กซึ่งได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา&nbsp;หรือ&nbsp;อย.&nbsp;แล้วว่ามีความปลอดภัย&nbsp;เพื่อให้ผู้ปกครองคลายความกังวลใจและอนุญาตให้บุตรหลานเข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่&nbsp;ลดอาการรุนแรงของโรคหากติดเชื้อ&nbsp;ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนของจังหวัดในการให้ประชาชนทุกกลุ่มได้รับวัคซีนอย่างครอบคลุมทั่วถึง</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นพ.อภิวัฒน์&nbsp;บัณฑิตย์ชาติ&nbsp;รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์&nbsp;</strong>นายแพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมสาขากุมารเวชกรรม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;อาการของเด็กภายหลังการฉีดวัคซีนที่อาจจะเกิดขึ้นได้&nbsp;เช่น&nbsp;ปวดหัว&nbsp;อ่อนเพลีย&nbsp;มีไข้หนาวสั่น&nbsp;ป่วยเมื่อยกล้ามเนื้อ&nbsp;กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ&nbsp;แต่พบว่าส่วนมากอาการไม่รุนแรงและสามารถที่จะหายได้เองภายใน&nbsp;1-2&nbsp;วัน&nbsp;จึงขอให้ผู้ปกครองมีความมั่นใจในการให้บุตรหลานฉีดวัคซีนซึ่งมีประโยชน์&nbsp;ช่วยลดความรุนแรงของโรคได้หากมีการติดเชื้อ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	ประจวบคีรีขันธ์	สวท.ประจวบคีรีขันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304134901424
700	นครหัตถศิลป์โลกเจ้าแห่งครามธรรมชาติ เปิดศูนย์จำหน่ายผ้าครามสกลนคร แหล่งรวบรวมผ้าย้อมครามธรรมชาติ	<p><strong>ที่ศูนย์จำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ตรงข้ามธนาคารกรุงเทพ&nbsp;สาขาสกลนคร</strong>&nbsp;นางจุรีรัตน์&nbsp;เทพอาสน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;พร้อมด้วยนายจำรัส&nbsp;นาแฉล้ม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;หัวส่วนราชการทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;ร่วมตัดริบบิ้นเปิดศูนย์จำหน่ายผ้าครามสกลนครอย่างเป็นทางการ&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสกลนคร&nbsp;จัดขึ้นเพื่อให้เป็นศูนย์แสดงและจำหน่ายผ้าย้อมครามของจังหวัด&nbsp;รวมทั้งเพื่อสนับสนุนให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการ&nbsp;ได้มีช่องทางในการจำหน่ายสินค้า&nbsp;ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น</p><p><strong>นายสมาน&nbsp;พั่วโพธิ์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสกลนคร</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;มีกลุ่มทอผ้าย้อมครามในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;320&nbsp;กลุ่ม&nbsp;สามารถทำรายได้ให้กับผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ปีละกว่า&nbsp;200,000,000&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งสภาหัตถศิลป์โลก&nbsp;ได้ประกาศรับรองให้จังหวัดสกลนครเป็น&nbsp;นครหัตถศิลป์โลกเจ้าแห่งครามธรรมชาติ&nbsp;โดยการเปิดศูนย์จำหน่ายผ้าครามสกลนคร&nbsp;จะเป็นแหล่งรวบรวมผ้าย้อมคราม&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมครามธรรมชาติ&nbsp;ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตลักษณ์และมีความหลากหลาย&nbsp;ประชาชนที่มีความสนใจ&nbsp;สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมครามได้</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในศูนย์จำหน่ายสินค้า&nbsp;ยังมีสินค้า&nbsp;OTOP</strong>&nbsp;ที่มีความโดดเด่นแสดงถึงอัตลักษณ์ของจังหวัดสกลนคร&nbsp;เป็นที่ต้องการของตลาดในปัจจุบัน&nbsp;โดยผลิตภัณฑ์เด่นเป็นที่รู้จัก&nbsp;คือ&nbsp;โค&nbsp;ข้าว&nbsp;เม่า&nbsp;คราม&nbsp;ซึ่งผู้สนใจสามารถไปเลือก&nbsp;ชม&nbsp;ช้อป&nbsp;ใช้&nbsp;ได้ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;ของทุกวัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304135405429
701	เจ้าหน้าที่ จ.ตาก สนธิกำลังจับ 4 มอดไม้ พร้อมยาบ้า 157 เม็ด ในป่าบ้านขุนห้วยแม่สอด	<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่กระท่อมในป่าบริเวณหลังบ้านขุนห้วยแม่สอด&nbsp;</strong>ม.6&nbsp;ต.พระธาตุผาแดง&nbsp;อ.แม่สอด&nbsp;จ.ตาก&nbsp;นายฉันวัสส์&nbsp;อิ่มเนย&nbsp;หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้&nbsp;สำนักจัดการป่าไม้ที่&nbsp;4&nbsp;(ตาก)&nbsp;นายธนวัฒน์&nbsp;ชื่นจิต&nbsp;หัวหน้าสายตรวจปราบปราม&nbsp;สายที่&nbsp;1&nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;14&nbsp;ตาก&nbsp;ร.ต.ท.สมพงษ์&nbsp;&nbsp;สีตามา&nbsp;ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ตำรวจกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่&nbsp;346&nbsp;นำโดย&nbsp;ร.ต.ต.เดชา&nbsp;คำหล่อ&nbsp;และทหารกองกำลังนเรศวรได้ร่วมกันจับกุมชาย&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;คือ&nbsp;1.นายอู๊ด&nbsp;2.นายโปโล&nbsp;3.นายโตโต้&nbsp;4.นายจ่อ&nbsp;ทั้งหมดไม่มีนามสกุล&nbsp;สัญชาติเมียนมา&nbsp;และตรวจยึดไม้กระยาเลยท่อนจำนวน&nbsp;4&nbsp;ท่อน&nbsp;ปริมาตร&nbsp;1.50&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ไม้กระยาเลยแปรรูป&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;แผ่น&nbsp;อุปกรณ์ในการกระทำผิดหลายรายการ&nbsp;และตรวจยึดยาเสพติดประเภท&nbsp;1&nbsp;(ยาบ้า)&nbsp;จำนวน&nbsp;157&nbsp;เม็ด</p><p><strong>โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดตาม&nbsp;พรบ.ประมวลกฎหมายยาเสพติด&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564</strong>&nbsp;และ&nbsp;พรบ.ป่าไม้&nbsp;พ.ศ.2484&nbsp;และ&nbsp;พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.2507&nbsp;นำส่งพนักงานสอบสวน&nbsp;สภ.แม่สอด&nbsp;ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	ตาก	สวท.แม่สอด จ.ตาก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304135149428
702	จังหวัดสตูล พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย จำนวน 143 ราย	<p><strong>จังหวัดสตูล&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;143&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ทีมสอบสวนโรคสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสตูลร่วมกับหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคระดับอำเภอ&nbsp;ลงพื้นที่สอบสวนโรคในวันที่&nbsp;3&nbsp;&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อค้นหาขอบเขตการระบาด&nbsp;แหล่งโรค&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อ&nbsp;และให้คำแนะนำการป้องกันควบคุมโรคเบื้องต้น&nbsp;</p><p><strong>ผลการสอบสวนโรค&nbsp;ผู้ป่วยทั้งหมด&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;</strong>แยกเป็นรายอำเภอ&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;4&nbsp;&nbsp;84&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;27&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;11&nbsp;&nbsp;75&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลพิมาน&nbsp;ตำบลคลองขุด&nbsp;ตำบลควนขัน&nbsp;ตำบลบ้านควน&nbsp;ตำบลฉลุง&nbsp;ตำบลตันหยงโป&nbsp;ตำบลเกตรี&nbsp;ตำบลควนโพธิ์&nbsp;ตำบลเจ๊ะบิลัง&nbsp;และตำบลเกาะสาหร่าย&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;8&nbsp;เดือน&nbsp;-&nbsp;74&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;27&nbsp;&nbsp;69&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลควนโดน&nbsp;ตำบลควนสตอ&nbsp;และตำบลย่านซื่อ&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;อำเภอควนกาหลง&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;45&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;38&nbsp;-&nbsp;64&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลทุ่งนุ้ย&nbsp;ตำบลควนกาหลง&nbsp;และตำบลอุใดเจริญ&nbsp;เป็นผู้สัมผัสผู้ป่วย&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอท่าแพ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อายุ&nbsp;74&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อายุ&nbsp;28&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลท่าแพ&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;48&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;8&nbsp;เดือน&nbsp;&nbsp;84&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;31&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;&nbsp;85&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลกำแพง&nbsp;ตำบลละงู&nbsp;ตำบลเขาขาว&nbsp;ตำบลน้ำผุด&nbsp;ตำบลปากน้ำ&nbsp;และตำบลแหลมสน&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอทุ่งหว้า&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อายุ&nbsp;34,&nbsp;34&nbsp;และ&nbsp;71&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;6&nbsp;&nbsp;73&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลทุ่งหว้า&nbsp;ตำบลนาทอน&nbsp;และตำบลป่าแก่บ่อหิน&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอมะนัง&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อายุ&nbsp;14&nbsp;และ&nbsp;39&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;5&nbsp;&nbsp;40&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลปาล์มพัฒนา&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย</p><p><strong>สำหรับการติดตามสืบสวนสอบสวนค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิด</strong>&nbsp;และผู้สัมผัสร่วมบ้านของผู้ป่วยทั้ง&nbsp;143&nbsp;ราย&nbsp;ในเบื้องต้น&nbsp;มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;จำนวน&nbsp;171&nbsp;คน&nbsp;ได้ไปกักตัวที่บ้าน&nbsp;(HQ)&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;171&nbsp;&nbsp;คน&nbsp;พร้อมคำแนะนำให้ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;มีสุขอนามัยที่ดี&nbsp;อยู่ในความดูแลเฝ้าสังเกตอาการโดยหมอครอบครัว&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p><p><strong>แต่ถึงอย่างไรก็&nbsp;ตามการป้องกันเชื้อโควิด-19&nbsp;ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด</strong>&nbsp;ต้องขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในการมีสุขอนามัยที่ดี&nbsp;ป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล&nbsp;ทำงานที่บ้าน&nbsp;(Work&nbsp;From&nbsp;Home:&nbsp;WFH)&nbsp;งดเว้นการรวมกลุ่มคนมาก&nbsp;หรือ&nbsp;งดสังสรรค์ชั่วคราว&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;เข้มงวดมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;และเข้ารับวัคซีนโควิด-19&nbsp;ได้ทุกเข็ม&nbsp;ทั้งเข็ม&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอายุ&nbsp;60&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;และมีโรคประจำตัว&nbsp;ตามสถานที่และเวลาที่กำหนด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เข็ม&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;สามารถ&nbsp;Walk-in&nbsp;ได้ทุกศูนย์ที่มีการฉีด&nbsp;หรือ&nbsp;ติดตาม&nbsp;รพ.สต.ใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304135110426
703	จ.ลำปางเปิดศูนย์สร้างสุขผู้สูงอายุ ANTI AGEING ACTIVITY สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ สำหรับผู้สูงอายุและทุกกลุ่มวัย	"<p><strong>นายอนันต์&nbsp;ดนตรี&nbsp;ผู้ตรวจกระทรวงการพัฒนาและความมั่นคงของมนุษย์</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดศูนย์สร้างสุขผู้สูงอายุ&nbsp;ANTI&nbsp;AGEING&nbsp;ACTIVITY&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์จัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธนู&nbsp;ธิแก้ว&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ&nbsp;9&nbsp;(เชียงใหม่)และหัวหน้าหน่วยงานสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;ร่วมในพิธี</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นางสาวพีรญา&nbsp;นพรัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์การเปิดศูนย์สร้างสุขผู้สูงอายุแห่งนี้&nbsp;ว่า&nbsp;เพื่อสร้างความสุขแก่ผู้สูงอายุ&nbsp;ตลอดจนเป็นการเตรียมพร้อมเข้าสู่สังคมสูงอายุ&nbsp;ที่ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย&nbsp;ตอบโจทย์ความต้องการและความสนใจของผู้สูงอายุ&nbsp;และการพัฒนาสู่การเป็นผู้สูงอายุที่ยังคงเป็นพลังของสังคมที่มีคุณภาพใน&nbsp;4&nbsp;มิติ&nbsp;ได้แก่&nbsp;มิติสุขภาพ&nbsp;มิติเศรษฐกิจและรายได้&nbsp;มิติสังคม&nbsp;และมิติสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งสามารถศึกษาเรียนรู้และใช้บริการได้อย่างต่อเนื่องอย่างมีความสุข</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304135452430
704	ทหารพรานที่ 35 สกัดจับแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย พื้นที่รอยต่อ จ.ตาก-จ.เชียงใหม่	<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;พันเอก&nbsp;จักรพงษ์&nbsp;เทพพันธุ์&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;35&nbsp;</strong>สั่งการกำลังพลชุดปฏิบัติการ&nbsp;ออกทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจและสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่ออำเภอแม่ระมาด&nbsp;และอำเภอท่าสองยาง&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;กับอำเภออมก๋อย&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ตามแผนการเปิดยุทธการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและยาเสพติด&nbsp;พื้นที่รอยต่อ&nbsp;สามารถตรวจพบจับกุมแรงงานต่างด้าว&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;เป็นชาย&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;คน&nbsp;และเป็นหญิง&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;บริเวณเจดีย์โค๊ะผะโด๊ะ&nbsp;อำเภออมก๋อย&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;และได้ทำการขยายผล&nbsp;บริเวณพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;จนสามารถตรวจพบรถยนต์จอดอยู่&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;เป็นรถยนต์ปิคอัพ&nbsp;สีเทา&nbsp;</p><p><strong>ต่อมาเวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;35&nbsp;</strong>จัดกำลังพล&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ชุดปฏิบัติการ&nbsp;ออกลาดตระเวนพิสูจน์ทราบขยายผลพื้นที่โดยรอบ&nbsp;จนสามารถตรวจพบจับกุมแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเพิ่มเติมอีก&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;คน&nbsp;เป็นชาย&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;คน&nbsp;และเป็นหญิง&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;บริเวณเจดีย์โค๊ะผะโด๊ะ&nbsp;อำเภออมก๋อย&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;</p><p><strong>รวมการจับกุมแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;38&nbsp;คน</strong>&nbsp;เป็นชาย&nbsp;จำนวน&nbsp;27&nbsp;คน&nbsp;และเป็นหญิง&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;คน&nbsp;พร้อมรถยนต์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;โดยได้ดำเนินการตรวจคัดกรอง&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายขั้นต้นประสานตำรวจ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	ตาก	สวท.แม่สอด จ.ตาก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304142656441
705	ปศุสัตว์ฯ แม่ฮ่องสอน เร่งขับเคลื่อนให้จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดปลอดโรคพิษสุนัขบ้า	<p><strong>ระหว่างวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์-3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>น.สพ.ดร.อนิรุธ&nbsp;เนื่องเม็ก&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;น.สพ.ธราภัท&nbsp;คงเหล็กดี&nbsp;นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการและเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;ออกให้บริการผ่าตัดทำหมันและฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ให้สุนัขด้อยโอกาส&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;วัด&nbsp;ในพื้นที่ตำบลจองคำ&nbsp;และตำบลปางหมู&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</p><p><strong>จากการดำเนินงานได้ให้บริการผ่าตัดทำหมันสุนัขเพศเมีย&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ตัว</strong>&nbsp;สุนัขเพศผู้&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;แมวเพศเมีย&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ตัว&nbsp;แมวเพศผู้&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;21&nbsp;ตัว&nbsp;ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;จำนวน&nbsp;46&nbsp;ตัว&nbsp;รักษาแผลให้แก่สุนัข&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;รวมทั้งให้ความรู้&nbsp;ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;การดูแลสุนัขและแมวในกำกับดูแลให้เป็นไปตามระเบียบ&nbsp;กฎหมายและปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ให้แด่พระสงฆ์&nbsp;สามเณร&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลวัด&nbsp;ตามแนวทางการขับเคลื่อนให้จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดปลอดโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธาน&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304141916437
706	รพ.สต.สังกัด สสอ.ด่านซ้าย จ.เลย ลงพื้นที่ตรวจ ATK กลุ่มเสี่ยงสูงและให้บริการวัคซีน  พร้อมแนะนำในการปฏิบัติตัวตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อโควิด19 (DMHTTA) อย่างเคร่งครัด	<p><strong>เจ้าหน้าที่&nbsp;รพ.สต.บ้านกกจำปาได้ลงพื้นที่ตรวจ&nbsp;ATK</strong>&nbsp;กลุ่มเสี่ยงสูง&nbsp;ผล&nbsp;ATK&nbsp;Positive&nbsp;บ้านปางคอม&nbsp;ได้ค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;ผลตรวจATK&nbsp;เบื้องต้นเป็น&nbsp;พบผล&nbsp;Positive&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;Negative&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;พร้อมทั้งได้รับรายงานจาก&nbsp;ผอ.&nbsp;ร.ร.บ้านโป่งชี&nbsp;ว่าคุณครูประจำชั้นนักเรียน&nbsp;ป.6&nbsp;ผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;Positive&nbsp;จึงได้ทำการค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูงนักเรียน&nbsp;รร.บ้านโป่งชี&nbsp;จำนวน&nbsp;12คน&nbsp;และคุณครู&nbsp;2&nbsp;คนพบผล&nbsp;Negative&nbsp;ทั้ง&nbsp;14&nbsp;คน&nbsp;รพ.สต.บ้านกกจำปา&nbsp;ได้แนะนำในการปฏิบัติตัวตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อโควิด19&nbsp;(DMHTTA)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ด้านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านตูบค้อ&nbsp;</strong>ได้ให้บริการวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;โดยมีผู้มารับบริการเข็มที่&nbsp;1,2,3,4&nbsp;จำนวน&nbsp;66&nbsp;ราย&nbsp;เป็นวัคซีน&nbsp;PZ&nbsp;ไม่มีผู้แพ้วัคซีน&nbsp;ยอดรวมผู้รับบริการ&nbsp;ก.พ.-ปัจจุบัน&nbsp;จำนวน&nbsp;754&nbsp;ราย</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;รพ.สต.บ้านทับกี่&nbsp;ได้ตรวจ&nbsp;ATK</strong>&nbsp;ให้กลุ่มเสี่ยงจากงานงานศพ&nbsp;บ้านหลักด่าน&nbsp;อ.น้ำหนาว&nbsp;จ.เพชรบูรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;ผลตรวจATK&nbsp;เบื้องต้นเป็น&nbsp;พบผล&nbsp;Positive&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;Negative&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;ผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;Positive&nbsp;เจ้าหน้าที่รพ.สต.บ้านทับกี่/วังบอนได้แนะนำในการปฏิบัติตัวตามมาตราการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อโควิด19&nbsp;(DMHTTA)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สวท.ด่านซ้าย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304135136427
707	บริษัท SPRC จ่ายเงินช่วยเหลือกลุ่มประมงพื้นบ้านเป็นวันที่สาม มีกลุ่มเรือประมงพื้นบ้าน 5 กลุ่ม 122 ราย ทยอยเดินทางมารับเงินรายละ 45,000 บาท	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(101,&nbsp;101,&nbsp;101);"">ที่อาคารเอนกประสงค์&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลตะพง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(101,&nbsp;101,&nbsp;101);"">บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;ส่งเจ้าหน้าที่มาจ่ายเงินช่วยเหลือก้อนแรกให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลลงทะเล&nbsp;เป็นวันที่สาม&nbsp;ซึ่งกลุ่มประมงที่รับเงินในวันนี้&nbsp;มีจำนวน&nbsp;5&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กลุ่มประมงพื้นบ้านบางกะเฌอ&nbsp;หินขาว&nbsp;คลองกะเฌอ&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;และท่าตอมะพร้าว&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;จำนวน&nbsp;122&nbsp;รายๆ&nbsp;ละ&nbsp;45,000&nbsp;บาท&nbsp;นอกจากนี้ยังเก็บตก&nbsp;กลุ่มประมงที่ไม่ได้มารับเงินเมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมาอีกประมาณ&nbsp;10&nbsp;กว่าราย&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;มีกลุ่มประมงบางรายเดินทางมาตรวจดูรายชื่อ&nbsp;แต่ไม่ปรากฏมีชื่อของตนเอง&nbsp;จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า&nbsp;ทางบริษัทฯจะทยอยนัดให้แต่ละกลุ่มมารับเงินไม่พร้อมกัน&nbsp;เพื่อลดความแออัดและเว้นระยะห่างป้องกันการระบาดของโควิด-19&nbsp;ขณะนี้ประธานกลุ่มประมงได้ทราบข้อมูลแล้ว&nbsp;กำลังอยู่ระหว่างประสานข้อมูลกับสมาชิก&nbsp;คาดว่า&nbsp;ภายในสัปดาห์หน้า&nbsp;จะจ่ายเงินให้กับประมงพื้นบ้านทั้งหมด&nbsp;20&nbsp;กลุ่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;3,897&nbsp;ราย&nbsp;จากนั้นจะเริ่มจ่ายให้กับกลุ่มอาชีพอื่นๆ&nbsp;และกลุ่มโรงแรมที่พักและร้านอาหารต่อไป&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(101,&nbsp;101,&nbsp;101);"">ทั้งนี้&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;จากกรณีเหตุน้ำมันรั่วไหล</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(101,&nbsp;101,&nbsp;101);"">&nbsp;ยื่นคำร้องผ่านศูนย์ดำรงค์ธรรมจังหวัดระยอง&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและ&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;จำนวน&nbsp;11,223&nbsp;ราย&nbsp;แยกออกเป็น&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ดังนี้</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(101,&nbsp;101,&nbsp;101);"">1.กลุ่มประมงพื้นบ้าน&nbsp;18&nbsp;กลุ่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;3,897&nbsp;ราย</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(101,&nbsp;101,&nbsp;101);"">2.กลุ่มโรงแรม/ร้านอาหาร&nbsp;986&nbsp;ราย</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(101,&nbsp;101,&nbsp;101);"">3.กลุ่มอาชีพอื่นๆ&nbsp;6,340&nbsp;ราย</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สวท.ระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304142333440
708	จังหวัดสระบุรี จัดพิธีมอบแบบผ้าลายพระราชทาน ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา ให้กับนายอำเภอ ตัวแทนกลุ่มทอผ้า นำไปต่อยอดสร้างงาน สร้างรายได้กระจายสู่ชุมชน	<p><strong>ที่หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี&nbsp;นายแมนรัตน์&nbsp;รัตนสุคนธ์&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี&nbsp;นางวรสุดา&nbsp;รัตนสุคนธ์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสระบุรี&nbsp;เป็นประธานในพิธีเชิญแบบผ้าลายพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;และแบบองค์ความรู้&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;มอบให้แก่นายอำเภอทั้ง&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;ของจังหวัดสระบุรี&nbsp;และตัวแทนกลุ่มทอผ้าของจังหวัดสระบุรี&nbsp;เพื่อนำไปใช้เป็นต้นแบบ&nbsp;ให้ช่างทอผ้า&nbsp;กลุ่มทอผ้า&nbsp;และผู้ผลิตผ้าทุกกลุ่ม&nbsp;ทุกเทคนิค&nbsp;ได้นำลายพระราชทานไปพัฒนาต่อยอด&nbsp;ตามอัตลักษณ์แต่ละท้องถิ่น&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นถิ่น&nbsp;นำไปสู่การสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้กระจายสู่ชุมชน</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายแมนรัตน์&nbsp;รัตนสุคนธ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี</strong>&nbsp;ประธานในพิธีเปิดกรวยกระทงธูปเทียนแพ&nbsp;ถวายความเคารพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;และกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;นายแมนรัตน์&nbsp;รัตนสุคนธ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี</strong>&nbsp;&nbsp;นางวรสุดา&nbsp;รัตนสุคนธ์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสระบุรี&nbsp;ได้เชิญลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;และแบบองค์ความรู้&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;มอบให้แก่นายอำเภอ&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;&nbsp;ผู้แทนกลุ่มทอผ้าจังหวัดสระบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;</p><p><strong>สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา</strong>&nbsp;ทรงมีพระเมตตาพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ผ่านนายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ในการมอบให้กับช่างทอผ้าทุกกลุ่มทุกเทคนิค&nbsp;นำไปใช้ทอผ้า&nbsp;ผลิตผ้า&nbsp;ตามอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งพระองค์ทรงได้รับแรงบันดาลพระทัยจาก&nbsp;ผ้าขิดลายสมเด็จ&nbsp;ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ได้พระราชทานแก่ราษฎร&nbsp;อันเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย&nbsp;โดยในลวดลายผ้าแต่ละลวดลายแฝงไปด้วยความหมายที่มีความลึกซึ้ง&nbsp;แสดงถึงความตั้งพระทัยมั่นในการสืบสานรักษาและต่อยอดพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ในการอนุรักษ์&nbsp;พื้นฟู&nbsp;ศิลปวัฒนธรรม&nbsp;ภูมิปัญญาหัตถกรรมไทย&nbsp;ให้ดำรงอยู่ยั่งยืนตลอดไปในการฟื้นคืนภูมิปัญญาผ้าไทยให้ดำรงคงอยู่คู่แผ่นดิน&nbsp;และเป็นการยกระดับผ้าไทยให้มีความร่วมสมัยสามารถก้าวสู่ระดับสากล</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สระบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304141557436
709	ผู้ว่าฯ ชัยนาท เป็นประธานปิดโครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่สภากาชาดไทย ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท	<p><strong>ที่บริเวณสำนักงานเทศบาลตำบลเนินขาม&nbsp;อำเภอเนินขาม&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;</strong>นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;เป็นประธานพิธีปิดโครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่สภากาชาดไทย&nbsp;ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;โดยมี&nbsp;นาวาเอกหญิง&nbsp;อินทิรา&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท&nbsp;นางสาวชไมพร&nbsp;อำไพจิตร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท&nbsp;ปลัดจังหวัดชัยนาท&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมในพิธีปิดฯ&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้กล่าวขอบคุณ&nbsp;แพทย์หญิงอุไรวัลย์&nbsp;ตินนังวัฒนะ&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ&nbsp;นายแพทย์&nbsp;9&nbsp;จักษุแพทย์&nbsp;สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;และคณะบุคลากรทางการแพทย์สภากาชาดไทย&nbsp;ที่ได้เสียสละเวลา&nbsp;อุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;ตามโครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่สภากาชาดไทย&nbsp;ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;และปฏิบัติงานเชิงรุก&nbsp;โดยการออกให้บริการสัญจรในพื้นที่อำเภอชนบทห่างไกลและไม่มีจักษุแพทย์&nbsp;เพื่อทำการรักษาช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้สูงอายุที่ยากไร้ในชนบท&nbsp;ซึ่งเป็นผู้มีรายได้น้อยและด้อยโอกาส&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่ง&nbsp;การเข้าถึงการรักษาพยาบาลโรคเกี่ยวกับดวงตา&nbsp;อันเป็นความทุกข์ยากในการดำเนินชีวิต&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท&nbsp;แพทย์หญิงอุไรวัลย์&nbsp;ตินนังวัฒนะ&nbsp;ปลัดจังหวัดชัยนาท&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ได้ร่วมกันมอบถุงยังชีพ&nbsp;พร้อมอุปกรณ์ช่วยเดินที่ใช้ในการช่วยพยุงการทรงตัวของผู้ป่วย&nbsp;(Walker)&nbsp;และไม้เท้า&nbsp;ให้แก่ผู้สูงอายุ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่สภากาชาดไทยฯ&nbsp;ในครั้งนี้จัดขึ้น&nbsp;นับเป็นการปฏิบัติงานครั้งที่&nbsp;71&nbsp;ของสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;เพื่อทำการตรวจรักษาและผ่าตัดตาให้แก่ประชาชนผู้ด้อยโอกาสโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เทศบาลตำบลเนินขาม&nbsp;อำเภอเนินขาม&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;โดยมีเป้าหมายในการดำเนินงานให้บริการตรวจรักษาโรคตาผ่าตัดโรคต้อกระจก&nbsp;และทำผ่าตัดโรคตาอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ต้อเนื้อ&nbsp;ต้อหิน&nbsp;โรคของเปลือกตาในผู้ป่วยทุกรายที่จำเป็นต้องรักษา&nbsp;จำนวน&nbsp;250&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304144503448
710	รองนายกรัฐมนตรี กำชับ นำกัญชากัญชง ไปให้ใช้ให้เกิดประโยชน์ทางด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสร้างรายได้ หากใช้ผิดวัตถุประสงค์ จะกลายเป็นโทษทันที	<p><strong>นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี</strong>ว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กล่าวในการปาฐกถาพิเศษหัวข้อ&nbsp;กัญชา&nbsp;กัญชงไทย&nbsp;ความมั่นคงทางสุขภาพและเศรษฐกิจของชาติ&nbsp;ในการประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;9&nbsp;ปลดล็อกกัญชา&nbsp;กัญชง&nbsp;สร้างสุขภาพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ที่จังหวัดสุรินทร์ในวันนี้ว่า&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขได้นำองค์ความรู้และกิจกรรมเชิงวิชาการให้ประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เตรียมความพร้อมในการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทั้งทางสุขภาพเศรษฐกิจและสร้างรายได้&nbsp;ตามที่ได้ประกาศบัญชียาเสพติดให้โทษประเภทที่&nbsp;5&nbsp;ไม่มีกัญชาและกัญชง&nbsp;มีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา&nbsp;120&nbsp;วัน&nbsp;โดยเน้นย้ำให้ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;หากนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์&nbsp;เช่น&nbsp;ใช้ในการสูบ&nbsp;ก็จะกลายเป็นโทษทันที&nbsp;เมื่อเห็นประโยชน์แล้ว&nbsp;อยากให้ช่วยกันรณรงค์ให้ใช้อย่างถูกต้อง&nbsp;และรอการยกร่างกฎหมายเพื่อนำมาใช้ควบคู่&nbsp;ควบคุม&nbsp;ตามเจตนารมย์ที่สุจริตได้อย่างเต็มที่&nbsp;ป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิดต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304143958447
711	พัฒนาฝีมือแรงงานพะเยา รับรองฝีมือ จัดทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติสาขา ผู้ปฎิบัติการคลังสินค้า ระดับ 1 บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) สาขาพะเยา	<p><strong>สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานพะเยา&nbsp;</strong>ได้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติตามโครงการยกระดับแรงงานไทยให้ได้มาตรฐานฝีมือแรงงานเพื่อรองรับการแข่งขัน&nbsp;กิจกรรม&nbsp;พัฒนาศักยภาพแรงงานเพื่อรองรับการจ่ายค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ&nbsp;สาขาผู้ปฏิบัติการคลังสินค้า&nbsp;ระดับ&nbsp;1&nbsp;ให้แก่&nbsp;แรงงานในสถานประกอบกิจการ&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;กำหนดทดสอบฯระหว่างวันที่&nbsp;3-4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริษัท&nbsp;สยามโกลบอลเฮ้าส์&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;สาขาพะเยา&nbsp;ตำบลบ้านต๋อม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพะเยา</p><p><strong>นายอนุชา&nbsp;ละอองพันธ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานพะเยา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;กระทรวงแรงงาน&nbsp;เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดทำทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;เพื่อจำแนกระดับความรู้&nbsp;ความสามารถ&nbsp;และทัศนคติในการทำงานของแรงงานในสาขาอาชีพต่างๆ&nbsp;ซึ่งผู้ประกอบอาชีพจะมีความรู้&nbsp;ทักษะจากแรงงานที่มีความสามารถอยู่แล้วเพื่อไปสู่การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;วัดระดับฝีมือแรงงาน&nbsp;และการประเมินความรู้ความสามารถ&nbsp;โดยผู้ผ่านการทดสอบจะได้รับหนังสือรับรองว่าเป็นผู้ที่มีฝีมือแรงงานได้มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ</p><p><strong>ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานพะเยา&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;สาขาผู้ปฏิบัติการคลังสินค้า&nbsp;ระดับ&nbsp;1&nbsp;ผู้ทดสอบจะผ่านการทดสอบต้องประกอบด้วย&nbsp;การทดสอบความรู้&nbsp;เป็นการทดสอบความรู้และความสามารถที่จําเป็นจะต้องนําไปใช้ในการปฏิบัติงานอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ&nbsp;และการทดสอบความสามารถ&nbsp;เป็นการทดสอบความสามารถที่เกิดจากการสะสมประสบการณ์จนเกิดความชํานาญเพียงพอที่จะปฏิบัติงานได้อย่างมีคุณภาพและมีทัศนคติในการทํางาน&nbsp;ตามข้อกําหนดของมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ซึ่งในแบบทดสอบจะวัดประเมิน&nbsp;การใช้เครื่องมือ&nbsp;อุปกรณ์การทํางานที่ถูกต้องตามขั้นตอน&nbsp;ประหยัด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;และเสร็จทันตามเวลาที่กําหนด&nbsp;โดยลักษณะของแบบทดสอบจะเป็นการทดสอบทักษะฝีมือโดยให้ผู้เข้ารับการทดสอบ&nbsp;ปฏิบัติงานตามรูปแบบและกฎเกณฑ์ในวิธีการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;สาขาอาชีพผู้ปฏิบัติการคลังสินค้า&nbsp;ระดับ&nbsp;1&nbsp;เริ่มตั้งแต่การปฏิบัติตามกฎระเบียบในการปฏิบัติงาน&nbsp;การยกสินค้าขึ้นลงจากระวางบรรทุก&nbsp;การจัดเรียงสินค้า&nbsp;การบรรจุสินค้า&nbsp;และการตรวจนับสินค้า&nbsp;ผู้สอบผ่านจะได้รับหนังสือรับรองว่าเป็นผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;สาขาอาชีพผู้ปฏิบัติการคลังสินค้า&nbsp;ระดับ&nbsp;1</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคเหนือ	พะเยา	สวท.พะเยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304142200439
712	จ.กาฬสินธุ์ จับมือทุกภาคส่วน TO BE NUMBER ONE ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด	<p><strong>จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ลงนาม&nbsp;MOU&nbsp;ส่วนราชการ</strong>&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;เพื่อร่วมกันรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;และมอบสายสะพายเยาวชนต้นแบบเก่งและดี&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE</p><p><strong>ที่ห้องประชุมโสมพะมิตร&nbsp;ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;</strong>นายทรงพล&nbsp;ใจกริ่ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;กับนายแพทย์อภิชัย&nbsp;ลิมานนท์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;นายปราชญา&nbsp;อุ่นเพชรวรากร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;ผู้บริหารสถานศึกษา&nbsp;เพื่อสนับสนุน&nbsp;ความร่วมมือทุกภาคส่วนของจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;ในกลุ่มเป้าหมายหลักคือ&nbsp;เด็ก&nbsp;เยาวชน&nbsp;อายุ&nbsp;6-24&nbsp;ปี&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ได้มอบสายสะพายเยาวชนต้นแบบเก่งและดี&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p><strong>นายแพทย์อภิชัย&nbsp;ลิมานนท์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ส่งชมรมเข้าร่วมประกวด&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;17&nbsp;ชมรม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ชมรม&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ชมรม&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;อำเภอท่าคันโท&nbsp;ห้วยเม็ก&nbsp;ร่องคำ&nbsp;โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์&nbsp;โรงเรียนอนุกูลนารี&nbsp;โรงเรียนสมเด็จพิทยาคม&nbsp;โรงเรียนบัวขาว&nbsp;โรงเรียนเขาวงพิทยาคาร&nbsp;มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์&nbsp;วิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์&nbsp;สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;บริษัทไทยเพิ่มพูนโฮมช็อป&nbsp;รีเทล&nbsp;สาขากุฉินารายณ์&nbsp;บ้านโคกป่ากุง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลคำใหญ่&nbsp;อำเภอห้วยเม็ก&nbsp;และชุมชนบ้านกกมะค่า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลร่องคำ&nbsp;อำเภอร่องคำ&nbsp;ซึ่งการลงนามความร่วมมือครั้งนี้&nbsp;เพื่อมอบโยบายและแนวทางการดำเนินงาน&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;นำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน&nbsp;และเตรียมความพร้อมของทั้ง&nbsp;17&nbsp;ชมรมในการนำเสนอผลงานในระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	กาฬสินธุ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304143921446
713	คณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบลเนินขาม อำเภอเนินขาม จัดประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการมีส่วนร่วมของสตรีและเด็ก ในการจัดการภัยพิบัติภาวะวิกฤตจากภัยธรรมชาติ ประจำปีงบประมาณ 2565	<p><strong>ที่ศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมการทอผ้าโบราณลาวเวียงบ้านเนินขาม&nbsp;ตำบลเนินขาม</strong>&nbsp;อำเภอเนินขาม&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;คณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบลเนินขาม&nbsp;จัดประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการมีส่วนร่วมของสตรีและเด็ก&nbsp;ในการจัดการภัยพิบัติภาวะวิกฤตจากภัยธรรมชาติ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;จากกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว&nbsp;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้สตรีและครอบครัวในตำบลเนินขามเกิดความตระหนักรู้เกี่ยวกับการจัดการภัยพิบัติในภาวะวิกฤตจากภัยธรรมชาติที่ถูกต้องและเหมาะสม&nbsp;ทราบแนวทางในการดูแลสุขภาพกายและใจของตนเอง&nbsp;ครอบครัว&nbsp;และชุมชนเมื่อประสบภาวะวิกฤตจากภัยธรรมชาติ&nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปเผยแพร่แก่สตรีกลุ่มและครอบครัว&nbsp;นางสาวดรุณี&nbsp;มนัสวานิช&nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยนาท&nbsp;ร่วมพบปะผู้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ&nbsp;และรับมอบของที่ระลึกจากนางอุษา&nbsp;บุญสาพิพัฒน์&nbsp;ประธานคณะกรรมการสตรีตำบลเนินขาม&nbsp;พร้อมทั้งถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับคณะวิทยากรและผู้เข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;ด้วย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การประชุมฯ&nbsp;มีการบรรยายหัวข้อ&nbsp;การจัดการภัยพิบัติในภาวะวิกฤตจากภัยธรรมชาติอย่างมีมุมมองมิติเพศภาวะ&nbsp;</strong>โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;และการบรรยาย&nbsp;การดูแลสุขภาพของตนเอง&nbsp;ครอบครัว&nbsp;และชุมชนอย่างถูกต้องและเหมาะสมเมื่อประสบภาวะวิกฤตจากภัยธรรมชาติอย่างมีมุมมองมิติเพศภาวะ&nbsp;โดยสาธารณสุขตำบลเนินขาม&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304145419462
714	จ.เลย จัดพิธีมอบแบบผ้าลายพระราชทาน ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา ให้แก่หัวหน้าส่วนราชการและกลุ่มทอผ้าในจังหวัดเลย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมยอดภู&nbsp;วิทยาลัยอาชีวศึกษาเลย</strong>&nbsp;ตำบลกุดป่อง&nbsp;อำเภอเมืองเลย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวิตรี&nbsp;หาญปรีชาสวัสดิ์&nbsp;รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเลย&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ให้แก่หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด&nbsp;24&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;นายอำเภอพร้อมคู่สมรส&nbsp;หรือผู้แทน๑๔อำเภอ&nbsp;และกลุ่มทอผ้าจังหวัดเลย&nbsp;46&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เบื้องหน้าพระรูป&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;เพื่อเชิญไปมอบให้แก่กลุ่มทอผ้าในจังหวัดเลย&nbsp;เป็นต้นแบบพัฒนาต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นถิ่น&nbsp;ให้มีความทันสมัยสามารถก้าวสู่สากล&nbsp;เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน</p><p><strong>สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา</strong>&nbsp;ทรงพระราชทานแบบลายผ้า&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ผ่านปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เพื่อเป็นของขวัญให้กับช่างทอผ้าทุกกลุ่ม&nbsp;ทุกเทคนิค&nbsp;นำไปทอผ้า&nbsp;ผลิตผ้าตามอัตลักษณ์ภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่น&nbsp;ทั่วประเทศทรงออกแบบผ้าลายพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;โดยได้รับแรงบันดาลพระทัยจาก&nbsp;ผ้าขิดลายสมเด็จ&nbsp;ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ได้พระราชทานแก่ราษฎร&nbsp;อันเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย&nbsp;โดยในลวดลายผ้าแต่ละลวดลายแฝงไปด้วยความหมายที่มีความลึกซึ้ง</p><p><strong>สำหรับแบบผ้าลายพระราชทานนี้</strong>&nbsp;เป็นการเพิ่มคุณค่าและมูลค่าของผลิตภัณฑ์ด้วยเรื่องราวและความหมายชวนประทับใจเป็นการยกระดับผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย&nbsp;สามารถก้าวสู่ระดับสากล&nbsp;เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืนนำทางให้เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;อันเป็นพลังที่จะสืบสานความเป็นไทยให้คงอยู่สืบไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สวท.เลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304143323443
715	ผู้ตรวจกระทรวง พม. มอบนโยบายหน่วยงาน ONE HOME พม.ลำปาง พร้อมขับเคลื่อนช่วยเหลือสังคมกลุ่มคนเปราะบาง	<p><strong>ที่ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;นายอนันต์&nbsp;ดนตรี&nbsp;ผู้ตรวจกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายธนู&nbsp;ธิแก้ว&nbsp;ผู้อำนวยสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ&nbsp;9&nbsp;(เชียงใหม่)&nbsp;หัวหน้าหน่วยงานสังกัดกระทรวง&nbsp;พม.จังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมประชุมเพื่อหารือขับเคลื่อนการทำงานด้านการพัฒนาสังคม&nbsp;การติดตามผลการเบิกจ่ายงบประมาณและเร่งรัดเบิกจ่าย&nbsp;ในการนี้ได้ติดตามการดำเนินงานแผนงานการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลตลอดจนปัญหาอุปสรรคตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565</p><p><strong>สรุปประเด็นการประชุมครั้งนี้ประกอบด้วย&nbsp;</strong>โครงการบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนพัฒนาคคุณภาพชีวิตคนเปราะบางรายครัวเรือนในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;การซ่อมสร้างบ้านผู้สูงอายุ&nbsp;คนพิการ&nbsp;เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ&nbsp;70&nbsp;พรรษา&nbsp;ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ&nbsp;พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;ในวันที่&nbsp;28&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวนไม่น้อย&nbsp;560&nbsp;หลังคา&nbsp;พร้อมสรุปผลการทำงานการเบิกจ่ายและหน่วยงานสังกัด&nbsp;ONE&nbsp;HOME&nbsp;พม.ลำปาง&nbsp;วางแผนลงพื้นที่ตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;ทั้ง&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ตำบล&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304145050451
716	เสถียรภาพทางเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง ทั้งฐานะการคลังและฐานะการเงิน ทุนสำรองระหว่างประเทศ	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากตัวเลขทางเศรษฐกิจ&nbsp;ชี้ให้เห็นว่า&nbsp;ประเทศไทยมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งทั้งด้านฐานะการคลังและฐานะการเงิน&nbsp;โดยสัดส่วนหนี้สาธารณะ&nbsp;ณ&nbsp;สิ้นเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&nbsp;59.88&nbsp;ต่อ&nbsp;GDP&nbsp;ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง&nbsp;ทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง&nbsp;ณ&nbsp;สิ้นเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;อยู่ที่&nbsp;242,772.44&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;และมีสัดส่วนทุนสำรองระหว่างประเทศต่อหนี้ต่างประเทศระยะสั้นสูงถึง&nbsp;3&nbsp;เท่า&nbsp;อีกทั้งดุลบัญชีเดินสะพัดปี&nbsp;2565&nbsp;คาดว่าจะกลับมาเกินดุลได้เล็กน้อยตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว&nbsp;รัฐบาลยังมีเงินคงคลังเพียงพอต่อการใช้จ่ายที่จำเป็นและความสามารถในการชำระหนี้ของรัฐบาลยังอยู่ในเกณฑ์ดี</p><p>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังเปิดเผยว่า&nbsp;วิกฤตรัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ส่งผลกระทบต่อตลาดหลักทรัพย์ไทยในช่วงที่ผ่านมายังค่อนข้างน้อยและเป็นไปเพียงในระยะสั้น&nbsp;โดยปกติตลาดหลักทรัพย์จะมีความผันผันผวนตามสถานการณ์ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบที่เกิดขึ้นเป็นระยะ&nbsp;ๆ&nbsp;นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สถานเงินทุนสุทธิของนักลงทุนต่างชาติไหลเข้าในตลาดหลักทรัพย์ที่&nbsp;81,356.8&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทยังคงมีความแข็งแกร่ง</strong>&nbsp;เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาทิศทางค่าเงินบาทโดยรวมยังปรับตัวแข็งค่าขึ้นที่ร้อยละ&nbsp;2.10&nbsp;จากต้นปี&nbsp;2565&nbsp;จากแผนการเปิดประเทศและตามสถานะเงินลงทุนสุทธิของนักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้าในตลาดหลักทรัพย์และตลาดพันธบัตรไทย&nbsp;ด้านการส่งออก&nbsp;ในเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบว่าการส่งออกในเดือนนี้ขยายตัว&nbsp;8%&nbsp;หรือมีมูลค่า&nbsp;21,258.6&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;ส่วนมูลค่านำเข้าขยายตัว&nbsp;20.5%&nbsp;หรือมีมูลค่า&nbsp;23,785&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การที่ส่งออกไทยขยายตัวเป็นบวกในเดือนแรก&nbsp;มาจากความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในรูปแบบ&nbsp;กรอ.พาณิชย์ในการผลักดันการส่งออกไทย&nbsp;รวมถึงการฟื้นความสัมพันธ์การค้าระหว่างซาอุดิอาระเบีย&nbsp;และยังมีการประเมินว่า&nbsp;ปัญหาสงครามการระหว่างรัสเซีย-ยูเครนจะยังไม่กระทบกับการส่งออกไทยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;รัสเซียและยูเครนไม่ใช่ประเทศคู่ค้าหลักของไทย&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;ไทยได้ส่งออกสินค้าสู่รัสเซีย&nbsp;และยูเครนมีมูลค่า&nbsp;32,507.68&nbsp;ล้านบาท&nbsp;(คิดเป็นร้อยละ&nbsp;0.38&nbsp;ของมูลค่าการส่่งออกรวม)&nbsp;และ&nbsp;4,228.78&nbsp;ล้านบาท&nbsp;(คิดเป็นร้อยละ&nbsp;0.05&nbsp;ของมูลค่าการส่่งออกรวม)&nbsp;หรือเป็นประเทศคู่ค้าลำดับที่&nbsp;36&nbsp;และ&nbsp;74&nbsp;ของไทย&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;ทางด้านการนำเข้า&nbsp;ไทยได้นำเข้าสินค้าจากรัสเซีย&nbsp;และยูเครนมีมูลค่า&nbsp;55,659.65&nbsp;ล้านบาท&nbsp;(คิดเป็น&nbsp;ร้อยละ&nbsp;0.65&nbsp;ของมูลค่านำเข้ารวม)&nbsp;และ&nbsp;8,199.64&nbsp;ล้านบาท&nbsp;(คิดเป็นร้อยละ&nbsp;0.09&nbsp;ของมูลค่าการนำเข้ารวม)&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;หรือคิดเป็นประเทศคู่ค้าด้านการนำเข้าลำดับที่&nbsp;26&nbsp;และ&nbsp;57&nbsp;ของไทย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์</strong>&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ยังเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศษฐกิจ&nbsp;ส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่&nbsp;S-Curve&nbsp;รวมทั้งการลงทุนภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;ดิจิทัล&nbsp;พลังงาน&nbsp;EEC&nbsp;การใช้มาตรการทางการเงินและการคลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;ตลอดจนมาตรการผ่อนคลายการควบคุมการระบาดของโควิด&nbsp;และการปูพรมฉีดวัคซีนป้องกันโควิดให้ประชาชน&nbsp;ช่วยสร้างความเข็มแข็งให้กับจากทำให้ระบบและโครงสร้างเศรษฐกิจไทย&nbsp;ซึ่งหากวิกฤตรัสเซียยูเครน&nbsp;สามารถยุติลงได้โดยเร็ว&nbsp;มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยจะยังคงจะสามารถขยายตัวทั้งปี&nbsp;ที่ร้อยละ&nbsp;3.5-4.5&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;ได้ตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304144609449
717	องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี จับหมายเลขผู้เข้าประกวดธิดาดอนเจดีย์ พร้อมส่งเสริมสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;อำเภอเดิมบางนางบวช&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;นายบุญชู&nbsp;จันทร์สุวรรณ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;นายเธียรินทร์&nbsp;ปัทมนิรันดร์กุล&nbsp;รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;รักษาราชการแทนปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติและเป็นสักขีพยาน&nbsp;และมีสื่อมวลชนร่วมเป็นเกียรติและร่วมทำข่าวการจับหมายเลขผู้เข้าประกวดธิดาดอนเจดีย์&nbsp;ในงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จัดขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;5-19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์&nbsp;และจัดการประกวดธิดาดอนเจดีย์ในวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งหลังจากการจับหมายเลขเสร็จสิ้น&nbsp;บรรดาสาวงามได้ถ่ายทำ&nbsp;VTR&nbsp;ในจุดถ่ายภาพ&nbsp;และสถานที่ต่างๆ&nbsp;ที่สวยงามของสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;เพื่อโปรโมทและเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาท่องเที่ยวสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรีอีกด้วย&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับ&nbsp;ผู้ชนะเลิศได้เป็นธิดาดอนเจดีย์&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;จะได้รับเงินสด&nbsp;40,000&nbsp;บาท</strong>&nbsp;พร้อมสายสะพายและถ้วยเกียรติยศ&nbsp;และรองอันดับ&nbsp;1&nbsp;จะได้รับเงินสด&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมถ้วยเกียรติยศ&nbsp;และรองอันดับ&nbsp;2&nbsp;จะได้รับเงินสด&nbsp;20,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมถ้วยเกียรติยศ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีรางวัลพิเศษ&nbsp;ชุดตะเบงมานงามตา&nbsp;จะได้รับเงินสด&nbsp;15,000&nbsp;บาท</strong>&nbsp;พร้อมสายสะพาย&nbsp;และถ้วยเกียรติยศ&nbsp;รางวัลขวัญใจช่างภาพ&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;เงินสด&nbsp;15,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมสายสะพาย&nbsp;และถ้วยเกียรติยศ&nbsp;และรางวัลขวัญใจคนสุพรรณ&nbsp;รับเงินสด&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมสายสะพาย&nbsp;และถ้วยเกียรติยศ(นับคะแนนจากการซื้อดอกไม้&nbsp;เงินรายได้มอบให้ศูนย์การศึกษาพิเศษ&nbsp;เขตการศึกษา&nbsp;5&nbsp;สุพรรณบุรี)&nbsp;&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;&nbsp;Popular&nbsp;Vote&nbsp;-&nbsp;เงินสด&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;สายสะพายพร้อมถ้วยเกียรติยศ&nbsp;(นับคะแนนจากยอดกดไลค์ในเพจเฟสบุ๊ค&nbsp;ศูนย์ประชาสัมพันธ์&nbsp;อบจ.สุพรรณบุรี)</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ที่จะเข้าชมการประกวดฯ&nbsp;</strong>จะต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304154121483
718	เหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานรวมน้ำใจสู่กาชาดประจำปี 2565	<p><strong>เหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงาน</strong>&nbsp;รวมน้ำใจสู่กาชาดประจำปี&nbsp;2565ในวันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-12.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;จวนผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์?</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มีค.65)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์</strong>&nbsp;ชั้น&nbsp;1?&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;นายดาระใน?&nbsp;ยี่ภู?&nbsp;ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมการจัดงาน?&nbsp;วันรวมน้ำใจสู่กาชาด?&nbsp;พร้อมด้วยคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์?&nbsp;โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและคณะกรรมการเหล่ากาชาดเข้าร่วม</p><p><strong>นายดาระใน?&nbsp;ยี่ภู?&nbsp;ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประชุมในครั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในเรื่องที่ทางเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ได้กำหนดจัดงานรวมน้ำใจ?สู่กาชาดประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อหารรายได้ใช้ในการดำเนินการตามภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์?&nbsp;โดยมีกิจกรรมขอรับเงินบริจาคและสิ่งของกับผู้มีจิตศรัทธาและจำหน่ายสลากการกุศลช่วยกาชาด&nbsp;ในการนี้เหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ขอเรียนเชิญท่านผู้มีจิตศรัทธาสามารถบริจาคได้&nbsp;วันอังคาร&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-12&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;จวนผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ซึ่งเงินที่บริจาคสามารถนำใบเสร็จรับเงินไปลดหย่อนภาษีได้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;</strong>เป็นหน่วยงานของสภากาชาดไทย&nbsp;ที่ปฏิบัติภารกิจตามที่สภากาชาดไทยมอบหมายในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;ผู้ยากไร้&nbsp;ผู้ด้อยโอกาส&nbsp;ให้มีความเป็นอยู่และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	กาฬสินธุ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304145238456
719	เหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหารรับบริจาคโลหิต โครงการ จิตอาสา บริจาคโลหิตโลหิต Plus 1 เพิ่มจำนวนครั้ง เพิ่มโลหิต เพิ่มชีวิต (ปี 2) อำเภอคำชะอี	<p><strong>นางอิสรีย์&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหารมอบหมายให้</strong>&nbsp;นางจันทร์เพ็ญ&nbsp;เสาวโกมุท&nbsp;นางนภาภรณ์&nbsp;เมฆฉิม&nbsp;รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ที่ปรึกษา/กรรมการ/สมาชิกเหล่ากาชาดออกหน่วยรับบริจาคโลหิต&nbsp;ตาโครงการ&nbsp;จิตอาสา&nbsp;บริจาคโลหิต&nbsp;Plus&nbsp;1&nbsp;เพิ่มจำนวนครั้ง&nbsp;เพิ่มโลหิต&nbsp;เพิ่มชีวิต&nbsp;(ปี&nbsp;2)&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมอำเภอคำชะอี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมพงษ์&nbsp;คุ้มสุวรรณ&nbsp;นายอำเภอคำชะอี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ปลัดอำเภอคำชะอี/เจ้าหน้าที่ร่วมให้กำลังใจ&nbsp;และมอบของที่ระลึก&nbsp;แก่ผู้บริจาคโลหิต&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมอำเภอคำชะอี</p><p><strong>นางอิสรีย์&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;การรับบริจาคโลหิต&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;จิตอาสา&nbsp;บริจาคโลหิต&nbsp;Plus&nbsp;1&nbsp;เพิ่มจำนวนครั้ง&nbsp;เพิ่มโลหิต&nbsp;เพิ่มชีวิต&nbsp;(ปี&nbsp;2)&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมอำเภอคำชะอี&nbsp;ครั้งนี้มี&nbsp;ยอดผู้บริจาคโลหิตทั้งสิ้น&nbsp;113&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;ปริมาณโลหิต&nbsp;33,900&nbsp;ซีซีบริจาคดวงตา&nbsp;7&nbsp;รายและบริจาคอวัยวะ&nbsp;6&nbsp;ราย</p><p>โดยเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหารได้ดำเนินการภายใต้การป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304144739450
720	จ.ยะลาฝึกผู้ด้อยโอกาส เพาะเลี้ยงไส้เดือนส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพให้ผู้ด้อยโอกาส ในพื้นที่	<p><strong>องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา&nbsp;จัดโครงส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพให้แก่ผู้ด้อยโอกาส&nbsp;</strong>โดยมี&nbsp;นายมุขตาร์&nbsp;มะทา&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศรีญาลอ&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมฯดังกล่าว&nbsp;อบจ.ยะลา&nbsp;ดำเนินการเพื่อเป็นส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพให้กับผู้ด้อยโอกาสในจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>สามารถนำความรู้จากการเพาะเลี้ยงไส้เดือน&nbsp;การผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือน&nbsp;และการทำน้ำหมักมูลไส้เดือน&nbsp;ไปประกอบอาชีพสร้างรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัว&nbsp;ลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และให้ผู้ด้อยโอกาสมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;อีกทั้งเป็นการนำทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน&nbsp;ซึ่งก็เป็นต้นทุนทางธรรมชาติมาใช้ให้เกิดเป็นอาชีพ&nbsp;อีกทั้งส่งเสริมให้ผู้ด้อยโอกาสในชุมชนหันมาทำเกษตรอินทรีย์&nbsp;หลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ยเคมี&nbsp;ลดสารพิษ&nbsp;ลดต้นทุนในการทำการเกษตร&nbsp;และรักษาระบบนิเวศน์ทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ต่อดินไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งมีผู้เข้ารับการอบรม&nbsp;เป็นผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;เป็นไปตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304145326459
721	"จ.มุกดาหาร นำหน่วยงานราชการร่วมกิจกรรม ""คนมุกสุขใจ นุ่งผ้าไทย ใส่บาตรพระ"" ทุกวันศุกร์"	<p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายวุฒิชัย&nbsp;เสาวโกมุท&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นประธานกิจกรรม&nbsp;คนมุกสุขใจ&nbsp;นุ่งผ้าไทย&nbsp;ใส่บาตรพระ&nbsp;และนำหน่วยงานราชการ&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์&nbsp;อำเภอเมืองมุกดาหาร</p><p><strong>สำหรับหน่วยงานร่วมกิจกรรมในวันนี้</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;และหน่วยงานราชการ&nbsp;ร่วมใส่บาตรพระ&nbsp;ณ&nbsp;วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์&nbsp;โดยมีพระมหามงคลมงฺคลคุโณเจ้าอาวาสวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์&nbsp;เป็นประธานสงฆ์</p><p><strong>จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;จัดกิจกรรมขึ้นเพื่อเป็นการสร้างอานิสงส์</strong>ผลบุญทั้งกับผู้เข้าร่วมกิจกรรมและครอบครัว&nbsp;และยังได้แสดงออกถึงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมที่ดีงามอันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของชนในชาติ&nbsp;และสืบต่อพระพุทธศาสนา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304155312491
722	ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จังหวัดเพชรบุรี (ศรชล.) สร้างการรับรู้ข้อกฎหมายและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ลดปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ลดความขัดแย้งของประชาชน	<p><strong>ณ&nbsp;ห้องประชุมชั้น&nbsp;3&nbsp;เทศบาลตำบลบ้านแหลม&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;นาวาเอก&nbsp;จีระ&nbsp;มิตรดี&nbsp;รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;สร้างการรับรู้ข้อกฎหมายและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล&nbsp;ลดปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย&nbsp;ลดความขัดแย้งของประชาชนในพื้นที่บ้านแหลม&nbsp;</p><p><strong>นาวาเอก&nbsp;จีระ&nbsp;มิตรดี&nbsp;รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดเพชรบุรี(ศรชล.)&nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบอาชีพประมงชายฝั่ง&nbsp;ในพื้นที่อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;พบว่าประชาชนผู้ประกอบอาชีพประมงชายฝั่ง&nbsp;ยังขาดความรู้&nbsp;ความเข้าใจในข้อกฎหมายต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพประมงชายฝั่ง&nbsp;รวมถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล&nbsp;ศลชล.&nbsp;จึงได้เตรียมจัดกิจกรรม&nbsp;ชุมชนสร้างการรับรู้ข้อกฎหมายและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล&nbsp;เพื่อให้ความรู้&nbsp;เกี่ยวกับข้อกฎหมาย&nbsp;และประชาสัมพันธ์การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ&nbsp;ลดปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย&nbsp;ลดความขัดแย้งของประชาชนจากการแสวงหาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล&nbsp;กระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมในการบริหารทรัพยากรจากทะเล&nbsp;และปลูกจิตสำนึกในการดูแลรักษาทรัพยากรทางทะเล&nbsp;ซึ่งจะเป็นผลดี&nbsp;ต่อการพัฒนาตนเอง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ศรชล.&nbsp;ได้ส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล&nbsp;เพื่อให้อาชีพประมงพื้นบ้าน&nbsp;เกิดความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;และยั่งยืนตามนโยบายของรัฐบาล</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304151730476
723	จังหวัดเลย จัดพิธีมอบแบบผ้าลายพระราชทาน ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา	<p><strong>ที่หอประชุมยอดภู&nbsp;วิทยาลัยอาชีวศึกษาเลย</strong>&nbsp;อำเภอเมืองเลย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวิตรี&nbsp;หาญปรีชาสวัสดิ์&nbsp;รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเลย&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ให้แก่หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด&nbsp;24&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;พร้อมคู่สมรส&nbsp;หรือผู้แทน&nbsp;14&nbsp;อำเภอ&nbsp;และกลุ่มทอผ้าจังหวัดเลย&nbsp;46&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;เพื่อเชิญไปมอบให้แก่กลุ่มทอผ้าในจังหวัดเลย&nbsp;เพื่อเป็นต้นแบบพัฒนาต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นถิ่น&nbsp;ให้มีความทันสมัย&nbsp;สามารถก้าวสู่สากล&nbsp;เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา</strong>&nbsp;ทรงพระราชทานแบบลายผ้า&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ผ่านปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เพื่อเป็นของขวัญให้กับช่างทอผ้าทุกกลุ่ม&nbsp;ทุกเทคนิค&nbsp;นำไปทอผ้า&nbsp;ผลิตผ้าตามอัตลักษณ์ภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่น&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;ทรงออกแบบผ้าลายพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;โดยได้รับแรงบันดาลพระทัยจาก&nbsp;ผ้าขิดลายสมเด็จ&nbsp;ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ได้พระราชทานแก่ราษฎร&nbsp;อันเป็นจุดเริ่มต้น&nbsp;ในการพัฒนาผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย&nbsp;โดยในลวดลายผ้าแต่ละลวดลาย&nbsp;แฝงไปด้วยความหมาย</p><p>ที่มีความลึกซึ้ง&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>ลาย&nbsp;S&nbsp;ที่ท้องผ้า&nbsp;หมายถึง&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ</strong>&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ที่ทรงเป็นต้นแบบในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทย&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ได้ทรงออกแบบให้เว้นช่องว่างไว้&nbsp;เพื่อให้ราษฎรได้ร่วมถักทอลวดลายของตนเอง&nbsp;ลงในช่องว่างเป็นการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวสำหรับแต่ละท้องถิ่น&nbsp;โดยลายขิดที่เป็นกรอบล้อมรอบตัว&nbsp;S&nbsp;นี้&nbsp;หมายถึง&nbsp;ความจงรักภักดีที่ชาวไทยมีต่อพระบรมราชจักรีวงศ์</p><p>-ลายเชิงผ้ารูปหัวใจ&nbsp;หมายถึง&nbsp;ความรักของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่&nbsp;๑๐&nbsp;ที่มีต่อปวงชนชาวไทย</p><p>-ลาย&nbsp;S&nbsp;ประกอบกับลายขิดที่เชิงผ้า&nbsp;หมายถึง&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ที่ทรงปรารถนาให้คนไทยอยู่ดีมีสุข</p><p>-ลายต้นสนที่เชิงผ้า&nbsp;หมายถึง&nbsp;พระดำริในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ในการฟื้นฟูประวัติศาสตร์ของโครงการศิลปาชีพฯ&nbsp;ลายต้นสนนี้&nbsp;เป็นลวดลายพื้นถิ่นที่ถักทออยู่บนผืนผ้าของบ้านนาหว้า&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ที่ซึ่งเป็นจุดกำเนิดโครงการศิลปาชีพฯ</p><p>-ลายหางนกยูงที่เชิงผ้า&nbsp;หมายถึง&nbsp;ความตั้งพระทัยมั่นของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ในการสืบสาน&nbsp;รักษาและต่อยอด&nbsp;พระราชกรณียกิจของสมเด็จย่าของพระองค์&nbsp;ในการฟื้นคืน</p><p><strong>ภูมิปัญญาผ้าไทยให้ดำรงอยู่คู่แผ่นดินแบบผ้าลายพระราชทานนี้</strong>&nbsp;เป็นการเพิ่มคุณค่าและมูลค่าของผลิตภัณฑ์&nbsp;ด้วยเรื่องราวและความหมายชวนประทับใจ&nbsp;เป็นการยกระดับผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย&nbsp;สามารถก้าวสู่ระดับสากล&nbsp;เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืนเปรียบดังแสงสว่างแห่งวิถีความงดงามของอัตลักษณ์ไทย&nbsp;ส่งผ่านไปสู่พี่น้องประชาชน&nbsp;นำทางให้เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;อันเป็นพลังที่จะสืบสานความเป็นไทยให้คงอยู่สืบไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304155617495
724	กาชาดตราด เยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงยากไร้ พื้นที่อำเภอเมืองตราด และอำเภอแหลมงอบ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางชุลีพร&nbsp;เตรัตน์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดตราด</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางฐิติวรดา&nbsp;เทพเสนา&nbsp;รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดตราด&nbsp;คณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดตราด&nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด&nbsp;และคณะแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดตราด&nbsp;ออกเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงยากไร้&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอแหลมงอบ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;พร้อมมอบสิ่งของและเงินสงเคราะห์&nbsp;ตามโครงการสงเคราะห์ผู้ป่วยติดเตียงยากไร้&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;ชุมนุม&nbsp;นายอำเภอเมืองตราด&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลหนองเสม็ด&nbsp;ปลัดอำเภอแหลมงอบ&nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;และ&nbsp;อสม.&nbsp;ให้การต้อนรับและร่วมออกเยี่ยมในครั้งนี้ด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับโครงการสงเคราะห์ผู้ป่วยติดเตียงยากไร้&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;</strong>ของเหล่ากาชาดจังหวัดตราด&nbsp;มีเป้าหมายให้การสงเคราะห์ผู้ป่วยติดเตียงยากไร้&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการช่วยเหลือครอบครัวผู้ป่วยติดเตียงไปแล้ว&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเกาะกูด&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเขาสมิง&nbsp;จำนวน&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;จำนวน&nbsp;98&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอแหลมงอบ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;148&nbsp;ราย&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304145809466
725	ผู้ว่าฯสกลนคร ส่งมอบบ้านหลังใหม่ให้ผู้ยากจน น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ	<p><strong>จังหวัดสกลนคร&nbsp;ขับเคลื่อนกิจกรรมขจัดความยากจน</strong>และพัฒนาคนทุกช่วงวัย&nbsp;อย่างยั่งยืน&nbsp;ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ส่งมอบบ้านหลังใหม่ให้ครัวเรือนยากจนในพื้นที่บ้านเหล่า&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;ตำบลห้วยยาง&nbsp;อำเภอเมืองสกลนคร&nbsp;ตามแนวทางการดำเนินงานในมิติรายได้และที่อยู่อาศัย</p><p><strong>นางจุรีรัตน์&nbsp;เทพอาสน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร</strong>&nbsp;เป็นประธานในการส่งมอบบ้านหลังใหม่&nbsp;เลขที่&nbsp;53&nbsp;ให้กับนายเหลิน&nbsp;อาสาสูญ&nbsp;อายุ&nbsp;65&nbsp;ปี&nbsp;ชาวบ้านเหล่า&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;ตำบลห้วยยาง&nbsp;อำเภอเมืองสกลนคร&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;ซึ่งเป็นกิจกรรมตามโครงการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัย&nbsp;อย่างยั่งยืน&nbsp;ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;มิติรายได้และที่อยู่อาศัย&nbsp;โดยมีนายจำรัส&nbsp;นาแฉล้ม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;จ่าสิบเอก&nbsp;คำนึง&nbsp;พรหมพิมพ์&nbsp;นายอำเภอเมืองสกลนคร&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมส่งมอบ&nbsp;และบ้านหลังดังกล่าว&nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างจากองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง&nbsp;จำนวน&nbsp;60,000&nbsp;บาท&nbsp;และมีทีมกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านตำบลห้วยยาง&nbsp;และชาวบ้าน&nbsp;ร่วมสนับสนุนด้านแรงงาน&nbsp;นอกจากนี้ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดจังหวัดสกลนคร&nbsp;ได้มอบพันธุ์ปลาเพื่อสร้างอาชีพและรายได้&nbsp;อำเภอเมืองสกลนคร&nbsp;มอบพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;หลอดไฟฟ้า&nbsp;แสงโซลาเซล&nbsp;และเมล็ดพันธุ์ผัก&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ร่วมสนับสนุนสิ่งของเครื่องใช้สมทบ&nbsp;จำนวนหนึ่ง</p><p><strong>&nbsp;นายเหลิน&nbsp;อาสาสูญ&nbsp;ชาวบ้านเหล่า</strong>&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;ตำบลห้วยยาง&nbsp;อำเภอเมืองสกลนคร&nbsp;ซึ่งมีที่ทำกินและบ้านที่อยู่อาศัย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;สปก.&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;แบ่งเป็นพื้นที่ทำการเกษตร&nbsp;เลี้ยงปลา&nbsp;เลี้ยงไก่&nbsp;อยู่ได้ด้วยความพอเพียง&nbsp;กล่าวด้วยความรู้สึกดีใจ&nbsp;ภูมิใจ&nbsp;และขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ทำให้ตนมีบ้านใหม่&nbsp;แทนหลังเดิมซึ่งทรุดโทรมมาก&nbsp;พร้อมทั้งยังให้อาชีพเพื่อให้มีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวต่อไป</p><p><strong>จังหวัดสกลนคร&nbsp;มีครัวเรือนยากจน</strong>&nbsp;ทั้ง&nbsp;18&nbsp;อำเภอ&nbsp;ที่อยู่ในระบบ&nbsp;TPMAP&nbsp;จำนวน&nbsp;564&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และมีครัวเรือนใหม่&nbsp;และตกหล่น&nbsp;จำนวน&nbsp;227&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;รวมทั้งสิ้ร&nbsp;791&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;โดยมีสภาพปัญหาครัวเรือน&nbsp;ทั้งด้านสุขภาพ&nbsp;ด้านความเป็นอยู่&nbsp;ด้านการศึกษา&nbsp;ด้านรายได้&nbsp;ด้านการเข้าถึงการบริการของภาครัฐและปัญหาอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;โดยจังหวัดสกลนคร&nbsp;ได้บูรณาการจากทุกภาคส่วน&nbsp;เพื่อร่วมกันดำเนินการตามโครงการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัย&nbsp;อย่างยั่งยืน&nbsp;ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304153235482
726	จังหวัดลำปาง จัดงานวันคนพิการสากล คนพิการร่วมนำการเปลี่ยนแปลงเพื่อการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วน สู่โลกใหม่หลังโควิด-19	<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;จัดงานวันคนพิการสากล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564</strong>&nbsp;ณ&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;อำเภอเกาะคา&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสันติ&nbsp;รังษิรุจิ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงาน&nbsp;นายอนันต์&nbsp;ดนตรี&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;มอบนโยบายการขับเคลื่อนพัฒนาคคุณภาพชีวิตคนพิการและเปราะบาง&nbsp;และนางสาวตวงรัตน์&nbsp;โล่ห์สุนทร&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมต้อนรับ&nbsp;พร้อมด้วยพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำปาง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง&nbsp;คณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการประจำจังหวัดลำปาง&nbsp;ประธานสภาคนพิการทุกประเภทประจำจังหวัดลำปาง&nbsp;ผู้นำองค์กรด้านคนพิการ&nbsp;ผู้พิการ&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>กิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</strong>การออกบูธของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;การแสดงผลงาน&nbsp;และผลิตภัณฑ์ของคนพิการ&nbsp;การจัดบริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น&nbsp;การให้คำปรึกษาด้านการประกอบอาชีพของคนพิการ&nbsp;การสมัครงานของคนพิการ&nbsp;การบริการให้คำแนะนำด้านการศึกษาของคนพิการ&nbsp;มอบเกียรติบัตรให้แก่คนพิการตัวอย่างจังหวัดลำปาง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;มอบใบอนุญาตศูนย์บริการคนพิการทั่วไป&nbsp;มอบป้ายสัญลักษณ์สถานที่ดีเด่นที่เชื่อมต่อคนพิการ&nbsp;มอบเกียรติบัตรสถานประกอบการที่มีการจ้างงานคนพิการดีเด่น&nbsp;มอบกายอุปกรณ์ได้แก่รถสามล้อโยก&nbsp;การจับฉลากของขวัญ&nbsp;การแสดงของเด็กนักเรียนพิการ&nbsp;การแสดงของคนพิการโดยองค์กรคนพิการ</p><p>ทั้งนี้&nbsp;สืบเนื่องจากองค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้วันที่&nbsp;3&nbsp;ธันวาคมของทุกปี&nbsp;เป็นวันคนพิการสากล&nbsp;เพื่อเป็นการรำลึกถึงวันที่สมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติได้รับรองแผนปฏิบัติการโลกว่าด้วยเรื่องคนพิการ&nbsp;และเชิญชวนให้ประเทศสมาชิก&nbsp;ร่วมกันจัดกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อให้คนพิการได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม&nbsp;มีโอกาสได้แสดงศักยภาพให้สังคมประจักษ์ซึ่งทำให้สังคมเกิดเจตคติเชิงสร้างสรรค์ต่อคนพิการและความพิการให้การยอมรับคนพิการในฐานะที่เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของสังคม&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;องค์การสหประชาชาติได้กำหนดประเด็นหลักคือ&nbsp;คนพิการร่วมนำการเปลี่ยนแปลงเพื่อการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วน&nbsp;สู่โลกใหม่หลังโควิด-19&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304145817467
727	สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานยาฟาวิพิราเวียร์ จำนวน 250,000 เม็ด ให้กับจังหวัดสุราษฎร์ธานีใช้รักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19	<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ที่ห้องประชุมชั้น&nbsp;5&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นประธานในพิธีรับพระราชทานยาฟาวิพิราเวียร์&nbsp;(Favipiravir)&nbsp;จำนวน&nbsp;250,000&nbsp;เม็ด&nbsp;ในศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&nbsp;ผ่านทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมในพิธี&nbsp;โดยมีนายพิริยะ&nbsp;ธานีรณานนท์&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร&nbsp;&nbsp;บริษัท&nbsp;บ้านสวยกรุ๊ป&nbsp;(สุราษฎร์ธานี)&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ผู้แทนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&nbsp;เป็นผู้ประสานงาน</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;ประธานในพิธีได้ถวายความเคารพเปิดกรวยกระทงดอกไม้&nbsp;ธูปเทียนแพถวายสักการะ&nbsp;เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์&nbsp;&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&nbsp;โดยมีนายแพทย์จิรชาติ&nbsp;เรืองวัชรินทร์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงาน</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ประธานในพิธีรับมอบยาฟาวิพิราเวียร์&nbsp;พระราชทาน</strong>&nbsp;และกล่าวสดุดีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ที่ได้ทรงติดตามสถานการณ์&nbsp;แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;และทรงมีความ&nbsp;ห่วงใย&nbsp;ต่อสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้พระราชทานยาฟาวิพิราเวียร์&nbsp;ผ่านทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&nbsp;เพื่อรักษาประชาชนที่ป่วยด้วยโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;10,000&nbsp;เม็ด&nbsp;และในวันนี้เป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;อีกจำนวน&nbsp;250,000&nbsp;เม็ด&nbsp;นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ประชาชนชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นล้นพ้น</p><p><strong>ปัจจุบันสถานการณ์ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;</strong>ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ติดเชื้อยืนยันรายใหม่&nbsp;196&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;10,115&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษา&nbsp;7,302&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายกลับบ้านวันนี้&nbsp;935&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาล&nbsp;1,628&nbsp;ราย&nbsp;ที่ศูนย์พักคอย&nbsp;292&nbsp;ราย&nbsp;และบ้านอุ่นใจ&nbsp;5,297&nbsp;ราย.&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304151530474
728	จ.ชัยภูมิ ยังพบโควิดกระจายทั้ง 16 อำเภอ อ.เมืองชัยภูมิ ยังมากสุด	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายแพทย์วชิระ&nbsp;บถพิบูลย์&nbsp;</strong>นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;พบผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;รายใหม่จำนวน&nbsp;169&nbsp;ราย&nbsp;เป็นการติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;146&nbsp;ราย&nbsp;และพบผู้ที่เดินทางกลับจากต่างจังหวัดอีก&nbsp;23&nbsp;ราย&nbsp;โดยพบที่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;58&nbsp;ราย,&nbsp;อ.เทพสถิต&nbsp;27&nbsp;ราย,&nbsp;อ.เนินสง่า&nbsp;16&nbsp;ราย,&nbsp;อ.หนองบัวแดง&nbsp;14&nbsp;ราย,&nbsp;อ.ภูเขียว&nbsp;12&nbsp;ราย,&nbsp;อ.ซับใหญ่&nbsp;8&nbsp;ราย,&nbsp;อ.คอนสาร&nbsp;8&nbsp;ราย,&nbsp;อ.แก้งคร้อ&nbsp;7&nbsp;ราย,&nbsp;อ.เกษตรสมบูรณ์&nbsp;4&nbsp;ราย,&nbsp;อ.หนองบัวระเหว&nbsp;3&nbsp;ราย,&nbsp;อ.ภักดีชุมพล&nbsp;3&nbsp;ราย,&nbsp;อ.บำเหน็จณรงค์&nbsp;3&nbsp;ราย,&nbsp;อ.บ้านแท่น&nbsp;3&nbsp;ราย,&nbsp;อ.คอนสวรรค์&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;อ.จัตุรัส&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p><strong>สรุปยอดรวมผู้ป่วยสะสมของจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;</strong>อยู่ที่&nbsp;20,649&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษาตัว&nbsp;3,093&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตรวม&nbsp;146&nbsp;ราย</p><p><strong>ขณะข้อมูลการรักษาตัวของผู้ติดเชื้อโควิดในขณะนี้</strong>&nbsp;พบว่าร้อยละ&nbsp;93.3&nbsp;เป็นผู้ป่วยสีเขียว&nbsp;คือ&nbsp;มีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการเลย&nbsp;ขณะที่ร้อยละ&nbsp;6.5&nbsp;เป็นผู้ป่วยที่มีอาการปานกลาง&nbsp;มีเพียงร้อยละ&nbsp;0.2&nbsp;เท่านั้นที่เป็นผู้ป่วยสีแดง&nbsp;เหลือเตียงว่าง&nbsp;1,535&nbsp;เตียง&nbsp;หรือคิดเป็น&nbsp;32.21%&nbsp;ของเตียงทั้งหมด</p><p><strong>ส่วนผลการเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19</strong>&nbsp;ในจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ณ&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;มีผู้เข้ารับบริการวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;660,216&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;68.81&nbsp;%&nbsp;และมีผู้เข้ารับบริการวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;603,056&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;62.92&nbsp;%&nbsp;และ&nbsp;มีผู้เข้ารับบริการวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;แล้ว&nbsp;136,628&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;14.24&nbsp;%&nbsp;และมีผู้เข้ารับบริการวัคซีนเข็มที่&nbsp;4&nbsp;แล้ว&nbsp;9,409&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;0.98&nbsp;%</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304153147481
729	ธ.ก.ส.นราธิวาส มอบถุงยังชีพช่วยเหลือลูกค้า ธ.ก.ส.ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ตำบลลำภู อำเภอเมืองนราธิวาส	<p><strong>นางรอยฮา&nbsp;&nbsp;วาหลง&nbsp;ผู้จัดการ&nbsp;ธ.ก.ส.สาขานราธิวาส&nbsp;</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนพร้อมผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ลงพื้นที่เพื่อมอบถุงยังชีพให้ลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.ที่ประสบอุทกภัย&nbsp;ที่&nbsp;อบต.ลำภู&nbsp;อำเภอเมืองนราธิวาส&nbsp;เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;โดยสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ภายใต้การนำของนายธันว์&nbsp;&nbsp;ภู่อาภรณ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานธ.ก.ส.จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ได้จัดสรรถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จำนวน&nbsp;5,000&nbsp;ถุง&nbsp;เพื่อกระจายให้กับสาขาในสังกัด&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;7&nbsp;สาขา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สาขาเมืองนราธิวาส&nbsp;บาเจาะ&nbsp;รือเสาะ&nbsp;ศรีสาคร&nbsp;ตันหยงมัส&nbsp;สุไหงปาดี&nbsp;และแว้ง</p><p><strong>ในส่วนของสาขาเมืองนราธิวาส&nbsp;ได้รับการจัดสรรถุงยังชีพ&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;500&nbsp;ถุง&nbsp;และในวันนี้&nbsp;(4&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ได้ส่งมอบให้ลูกค้าธ.ก.ส.ที่ประสบอุทกภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;ถุง&nbsp;พร้อมมอบข้าวกล่องให้กับเจ้าหน้าที่&nbsp;อบต.ลำภู&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;กล่อง&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและมีส่วนสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ส่วนถุงยังชีพที่เหลืออีก&nbsp;350&nbsp;ถุง&nbsp;จะส่งมอบให้กับตำบลอื่นในเขตพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;พร้อมขอให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ไปด้วยกัน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304151118471
730	จ.ร้อยเอ็ด จัดพิธีบวงสรวงและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการจัดงานบุญผะเหวด ปี 2565	<p><strong>นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีบวงสรวงและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์&nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคลในการจัดงานมหาทานบารมีประเพณีบุญผะเหวด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางดนิตา&nbsp;สมจิตต์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,&nbsp;นายชนาส&nbsp;ชัชวาลวงศ์&nbsp;,&nbsp;นายเชวงศักดิ์&nbsp;พลเยี่ยม&nbsp;,นายสนอง&nbsp;ดลประสิทธิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,&nbsp;นายชูศักดิ์&nbsp;ราชบุรี&nbsp;ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,&nbsp;นายอำเภอเมืองร้อยเอ็ด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และพุทธศาสนิกชน&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานพระพุทโธดม&nbsp;เกาะกลางบึงพลาญชัย</p><p><strong>โดยในช่วงเช้า&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ได้ออกรายการสด&nbsp;อีสานเช้านี้&nbsp;ผ่านทางช่องโทรทัศน์&nbsp;NBT&nbsp;Northeast&nbsp;11&nbsp;หลังจากนั้นได้เดินทางไปยังพิธีบวงสรวงและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์&nbsp;ณ&nbsp;หน้าลานพระพุทโธดม&nbsp;ซึ่งพระพุทโธดม&nbsp;เป็นพระพุทธรูปยืน&nbsp;ที่พุทธศาสนิกชนเคารพนับถือเป็นอย่างมาก&nbsp;การจัดพิธีบวงสรวงในครั้งนี้&nbsp;เพื่อขอความเป็นสิริมงคล&nbsp;ให้การดำเนินงานราบรื่น&nbsp;ในการจัดงานมหาทานบารมีประเพณีบุญผะเหวดร้อยเอ็ด&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;4-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ซึ่ง&nbsp;ภายพิธี&nbsp;ประธานได้จุดธูปเทียนบูชาเทพทั้งปวง</strong>&nbsp;พราหมณ์อ่านโองการชุมนุมเทวดาและบูชาฤกษ์ถวายเครื่องบวงสรวงและขอพรเทพทั้งปวง&nbsp;จากนั้นประธานในพิธี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และผู้เข้าร่วมพิธี&nbsp;ปักธูปที่เครื่องสังเวยและกระทงต่างๆ&nbsp;รวมถึงรับชมการแสดงจากวิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด&nbsp;และแจกจ่ายเครื่องสังเวย&nbsp;เป็นอันเสร็จพิธี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ที่&nbsp;บริเวณสนามข้างลานสาเกตนคร&nbsp;ยังมีการประกวดธงผะเหวด&nbsp;จากอำเภอต่างๆ&nbsp;ที่นำมาประกวดอย่างสวยงาม&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304155418492
731	สำนักงานชลประทานที่ 17 เตรียมสำรวจพื้นที่และแนวทางแก้ปัญหาในระยะยาวจากเหตุอุทกภัยที่อำเภอสุไหงโก-ลก	<p><strong>ตามที่พลเอกประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี</strong>ได้เดินทางมาประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ยะลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ได้สั่งการให้กรมชลประทานดำเนินการจัดทำแผนในการป้องกันน้ำท่วมอย่างยั่งยืน&nbsp;รวมทั้งหามาตราในการเสริมความมั่นคงแข็งแรงให้กับพนังกั้นน้ำแม่น้ำโก-ลกนั้น</p><p><strong>สำนักงานชลประทานที่&nbsp;17&nbsp;ได้เร่งรัดดำเนินการแก้ปัญหา</strong>ในพื้นที่ประสบอุทกภัยโดย&nbsp;ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;รวม&nbsp;9&nbsp;เครื่อง&nbsp;ติดตั้งเครื่องสูบน้ำด้วยระบบไฮโดรโฟล&nbsp;(Hydro&nbsp;Flow)&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;เครื่อง&nbsp;และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;เครื่อง&nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่&nbsp;ทำให้ระดับน้ำที่ล้นตลิ่งระบายออกอย่างรวดเร็ว&nbsp;ขณะที่บริเวณพนังกั้นน้ำชั่วคราวชุมชนตลาดมูโนะ&nbsp;ได้นำกระสอบทรายเข้าไปเสริมความแข็งแรงคันกั้นน้ำชั่วคราว&nbsp;ส่วนที่ประตูระบายน้ำปากคลองระบายน้ำมูโนะ(ปตร.)&nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโก-ลก&nbsp;ได้ดำเนินการวางกล่องกระชุหิน&nbsp;(Gabion)&nbsp;บรรจุหินมาวางเพิ่มเติมด้านท้าย&nbsp;เพื่อเสริมความแข็งแรงและป้องกันน้ำกัดเซาะคันดินด้านท้ายปตร.ดังกล่าว&nbsp;จนสามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ตรีนรินทร์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&nbsp;17</strong>&nbsp;ได้เตรียมร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกรมชลประทาน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เร่งสำรวจพื้นที่และแนวทางการแก้ปัญหาในระยะยาว&nbsp;พร้อมจัดทำแผนในการขอรับงบประมาณสนับสนุนในการแก้ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;และการเสริมความแข็งแรงให้กับพนังกั้นน้ำริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก&nbsp;และประตูระบายน้ำปากคลองระบายน้ำมูโนะ&nbsp;เพื่อป้องกันการเกิดอุทกภัยซ้ำรอยในพื้นที่ตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำโก-ลกที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304151249473
732	นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพังงา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ประเด็นการดูแลผู้ป่วยโควิด 19 ของจังหวัดพังงา	<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม</strong>&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงา&nbsp;นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;มอบหมายให้นายแพทย์วิทยา&nbsp;วัฒนเรืองโกวิท&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพังงา&nbsp;ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน&nbsp;ประเด็นการดูแลผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;ของจังหวัดพังงา&nbsp;พร้อมทั้งเน้นย้ำ&nbsp;นโยบาย&nbsp;เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบของกระทรวงสาธารณสุข</p><p><strong>นายแพทย์วิทยา&nbsp;วัฒนเรืองโกวิท&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;มีผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;ที่ตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT&nbsp;PCR&nbsp;จำนวน&nbsp;4,797&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;4,415&nbsp;ราย&nbsp;ยังคงรักษาในโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนาม&nbsp;368&nbsp;ราย&nbsp;และมีผู้เสียชีวิต&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับในส่วนของผู้ป่วยสีเขียวที่พบผล&nbsp;ATK&nbsp;บวก&nbsp;อาการไม่รุนแรงและพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ตามเกณฑ์&nbsp;สปสช.&nbsp;ผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวจะได้รับค่าดูแลคนละ&nbsp;400&nbsp;บาท&nbsp;ต่อคนต่อวัน&nbsp;แต่จะไม่ได้รับเป็นเงินสด&nbsp;โดยจะได้รับเป็นอาหารครบทั้ง&nbsp;3&nbsp;มื้อ&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;ได้มอบหมายให้โรงพยาบาลและ&nbsp;รพ.สต.&nbsp;แต่ละแห่ง&nbsp;เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานรับผิดชอบผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;กลุ่มสีเขียวในพื้นที่&nbsp;ให้ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพ&nbsp;</p><p><strong>นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพังงา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;อย่างไรก็ตาม</strong>&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ได้จัดทำแนวทางเวชปฏิบัติการวินิจฉัย&nbsp;ดูแลรักษาและการให้บริการผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เพื่อการดูแลผู้ป่วยแบบโรคประจำถิ่น&nbsp;(Endemic)&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยให้เพิ่มการจัดบริการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19&nbsp;ที่ไม่มีภาวะเสี่ยงแบบผู้ป่วยนอกและแยกกักตัวที่บ้าน&nbsp;(OP&nbsp;self&nbsp;&nbsp;Isolation)&nbsp;หรือแนวทางเจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ&nbsp;โดยมีแนวทางดังนี้&nbsp;</p><p><strong>หากพบว่าผู้ป่วยไม่มีภาวะเสี่ยง&nbsp;จะนำเข้าสู่ระบบ&nbsp;</strong>รักษาแบบผู้ป่วยนอกและแยกกักตัวที่บ้าน&nbsp;จากนั้นสถานพยาบาลจะดูแลให้คำแนะนำในการแยกกักตัวที่บ้าน&nbsp;โดยจ่ายยาตามอาการ&nbsp;โทรติดตามอาการเมื่อครบ&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และการจัดระบบส่งต่อเมื่อมีอาการเปลี่ยนแปลง&nbsp;แต่ผู้ป่วยกลุ่มนี้&nbsp;จะไม่ได้รับ&nbsp;อุปกรณ์การตรวจประเมินเช่นเครื่องวัดไข้&nbsp;เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว&nbsp;และอาหาร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จะมีบริการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด19&nbsp;ที่ไม่มีภาวะเสี่ยงแบบผู้ป่วยนอก&nbsp;และแยกกักตัวที่บ้านเพิ่มเติมเข้ามาในระบบ&nbsp;แต่ในส่วนของการบริการดูแลผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;ที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;ยังคงให้บริการอยู่&nbsp;แต่ทั้งนี้&nbsp;จะขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยรวมทั้ง&nbsp;ความพร้อมและความสะดวกในการเข้าถึงบริการของผู้ป่วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304151646475
733	ขอเชิญชวนโฮมสเตย์ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี สมัครรับการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย	<p><strong>สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาญจนบุรี</strong>&nbsp;ขอเชิญชวนโฮมสเตย์ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;สมัครรับการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565</p><p><strong>นายจีระเกียรติ&nbsp;ภูมิสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เปิดให้โฮมสเตย์ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีสมัครรับการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพโฮมสเตย์และชุมชน&nbsp;และเป็นการยกระดับการท่องเที่ยวของประเทศให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย</strong>&nbsp;ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกปี&nbsp;โดยในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จะดำเนินการตรวจประเมิน&nbsp;และให้การรับรองมาตรฐานสำหรับโฮมสเตย์ไทยที่จะหมดอายุการรับรอง&nbsp;(3&nbsp;ปี)&nbsp;และโฮมสเตย์ใหม่ที่มีความพร้อมและประสงค์ขอรับการตรวจประเมิน&nbsp;โฮมสเตย์ที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของกรมการท่องเที่ยว&nbsp;ที่มีความพร้อมและประสงค์จะสมัครขอรับการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;สามารถส่งใบสมัครมายังสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ได้ตั้งแต่วันนี้&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;สอบถามเพิ่มเติม&nbsp;โทร.&nbsp;034&nbsp;-&nbsp;520335&nbsp;ต่อ&nbsp;204&nbsp;สามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ทางhttps://drive.google.com/file/d/17pMWb8U_hC5tiuZ9da8NPfIBT_k3qKs3/view?usp=drivesdk</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304170827555
734	สมาชิกวุฒิสภา เตรียมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดกาญจนบุรี	<p><strong>สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;เตรียมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็น</strong>ของประชาชนในจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เน้นประเด็นที่ดินทำกิน&nbsp;การสร้างอ่างเก็บน้ำ&nbsp;และประเด็นที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในวันที่&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่เขื่อนศรีนครินทร์&nbsp;อำเภอศรีสวัสดิ์&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี</p><p><strong>พลเอก&nbsp;สิงห์ศึก&nbsp;สิงห์ไพร&nbsp;รองประธานวุฒิสภา&nbsp;คนที่หนึ่ง</strong>&nbsp;ประธานกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง&nbsp;ได้กำหนดลงพื้นที่&nbsp;เพื่อพบประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ในวันพุธ&nbsp;ที่&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ที่&nbsp;เขื่อนศรีนครินทร์&nbsp;อำเภอศรีสวัสดิ์&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี</p><p><strong>โดยจะมีการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และรับฟังความคิดเห็น</strong>ของประชาชนในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในประเด็นที่สำคัญ&nbsp;ทั้งประเด็นการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน&nbsp;การจัดรูปที่ดินเพื่อการพัฒนา&nbsp;โครงการสร้างสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์&nbsp;และประเด็นอื่นๆที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เป็นข้อมูลประกอบในการพิจารณาและกลั่นกรองกฎหมาย&nbsp;การประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย&nbsp;เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้วและพัฒนากฎหมายทุกฉบับให้สอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทต่างๆ&nbsp;ที่เปลี่ยนแปลงไป&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้ง&nbsp;การรับฟังความคิดเห็น&nbsp;ข้อเสนอแนะของประชาชนในพื้นที่&nbsp;</strong>ที่ได้สะท้อนข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะไปสู่การแก้ไข&nbsp;โดยกลไกของวุฒิสภา&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามการปฏิบัติในภารกิจด้านการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย&nbsp;มาตรา&nbsp;270&nbsp;บัญญัติให้วุฒิสภามีหน้าที่และอำนาจในการติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศ&nbsp;ตลอดจนเสนอแนะและเร่งรัดเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย&nbsp;หมวด&nbsp;16&nbsp;การปฏิรูปประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งถือเป็นการร่วมกันขับเคลื่อนประเทศตั้งแต่ระดับฐานราก</strong>&nbsp;ชุมชน&nbsp;สังคม&nbsp;และระดับประเทศ&nbsp;ให้พัฒนาไปข้างหน้าได้อย่างสอดคล้องกันและเป็นระบบ&nbsp;เพื่อให้เกิคความตระหนักสำนึกรับผิดชอบต่อประเทศชาติและสังคมโดยรวม&nbsp;จะนำไปสู่สังคมที่ประชาชนมีความสุขมีคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;มีความสงบสุขเป็นธรรม&nbsp;ประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อย&nbsp;มีความสามัคคี&nbsp;ปรองดองและมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกด้าน&nbsp;บนพื้นฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&nbsp;จึงขอเชิญชวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และประชาชนที่สนใจ&nbsp;เข้าร่วมงานได้ในวัน&nbsp;เวลา&nbsp;และสถานที่ดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304171059556
735	จังหวัดตรัง ประชุมคณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัดตรัง พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง  เกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการจัดเก็บภาษี	<p><strong>นายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องศรีตรัง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;โดยได้ชี้แจงเรื่องที่&nbsp;กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งคำปรึกษาหารือหรือคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประเด็นการย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านเพราะเหตุจำเป็นของข้าราชการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรณีเจ้าของที่ดินมีเจตนาปล่อยที่ดินทิ้งไว้เพื่อให้มีต้นไม้ขึ้นเองตามธรรมชาติเพื่ออนุรักษ์พื้นที่สีเขียว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรณีเอกชนจัดพื้นที่ซึ่งไม่ใช่พื้นที่ที่ใช้อยู่อาศัย&nbsp;&nbsp;เพื่อให้ประชาชนใช้ทอผ้าในลักษณะวิสาหกิจชุมชนหรือกลุ่มเกษตรกร&nbsp;และอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;ได้แจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;ศึกษาขั้นตอนการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและจัดเตรียมแบบพิมพ์ที่ใช้ในการจัดเก็บภาษีไว้ให้พร้อม&nbsp;&nbsp;สำหรับการจัดเก็บภาษีในปี&nbsp;2565&nbsp;ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจที่ถูกต้อง&nbsp;&nbsp;เกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการจัดเก็บภาษี&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;&nbsp;คณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>ได้ประกาศกำหนดวันเริ่มใช้บัญชีราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง&nbsp;ตามพระราชบัญญัติการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;โดยมีสาระสำคัญให้คณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐประจำจังหวัดทุกจังหวัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;เริ่มใช้บัญชีราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั่วประเทศในวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2566&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในปัจจุบันยังส่งผลกระทบโดยรวมต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304152530478
736	นครปฐม ม.มหิดล เปิดตัว สถาบันปัญญาประดิษฐ์มหิดล นำ AI ยกระดับวงการแพทย์ไทยสู่เครือข่ายนานาชาติ	<p><strong>มหาวิทยาลัยมหิดล&nbsp;จับมือพันธมิตร&nbsp;ภายใต้การสนับสนุนจากกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;</strong>จัดพิธีเปิดศูนย์วิจัย&nbsp;AI&nbsp;สถาบันปัญญาประดิษฐ์มหิดล&nbsp;หรือ&nbsp;Mahidol&nbsp;AI&nbsp;Center&nbsp;เพื่อยกระดับการวิจัยสู่เครือข่ายระดับชาติ&nbsp;โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19&nbsp;ทีมแพทย์ได้นำนวัตกรรมปรับใช้ประเมินอาการรักษาผู้ติดเชื้อ&nbsp;พร้อมประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดได้แม่นยำ</p><p>ศาสตราจารย์&nbsp;นายแพทย์สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดสถาบันปัญญาประดิษฐ์มหิดล&nbsp;(Mahidol&nbsp;AI&nbsp;Center)&nbsp;โดยมี&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;นพ.&nbsp;บรรจง&nbsp;มไหสวริยะ&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล&nbsp;พร้อมด้วยผู้บริหารมหาวิทยาลัยและแขกผู้มีเกียรติจากกระทรวง&nbsp;อว.&nbsp;บริษัท&nbsp;จีเอเบิล&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;บริษัท&nbsp;NVIDIA&nbsp;จำกัด&nbsp;และคณะผู้ติดตามฯ&nbsp;เข้าร่วมพิธีเปิดสถาบันปัญญาประดิษฐ์มหิดล&nbsp;(Mahidol&nbsp;AI&nbsp;Center)&nbsp;ณ&nbsp;อาคารคณะ&nbsp;ICT&nbsp;มหาวิทยาลัยมหิดล&nbsp;วิทยาเขตศาลายา</p><p><strong>ศาสตราจารย์&nbsp;นพ.&nbsp;บรรจง&nbsp;มไหสวริยะ&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล&nbsp;เผยว่า&nbsp;</strong>มหาวิทยาลัยมหิดลได้มีการนำ&nbsp;IT&nbsp;system&nbsp;ซึ่งเป็นการนำระบบ&nbsp;AI&nbsp;มาใช้ในการวิเคราะห์&nbsp;ทำนายและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับโรคต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ประเมินเกี่ยวกับโรคต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;หรือแม้ในเรื่องของพันธุกรรม&nbsp;ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีฐานข้อมูลที่ใหญ่มาก&nbsp;ซึ่งการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ทำให้เกิดการทำงานที่รวดเร็วและแม่นยำ&nbsp;ซึ่งการเปิดตัว&nbsp;สถาบันปัญญาประดิษฐ์มหิดล&nbsp;จะเป็นการสร้าง&nbsp;Station&nbsp;เพื่อพัฒนากำลังคน&nbsp;เพื่อการวิจัยค้นคว้า&nbsp;ซึ่งจะมีการให้บริการเพื่อทำให้ทรัพยากรบุคคลากรมีการพัฒนาอีกหลายองค์กร&nbsp;เพื่อรองรับการพัฒนาในอนาคต&nbsp;โดยระบบ&nbsp;AI&nbsp;ที่มหาวิทยาลัยมหิดลได้มีการดำเนิน&nbsp;จะทำให้เกิดเข้ามาเรียนรู้และจะได้มีการเข้ามาสัมผัสระบบการทำงาน&nbsp;โดยมีตัวอย่างให้เห็นข้อมูลทั้งหมดและได้ทราบจากข้อมูลจริง&nbsp;ซึ่งมหาวิทยาลัยมหิดลมีความเชี่ยวชาญทั้งในวงการแพทย์และวิทยาศาสตร์การแพทย์&nbsp;ซึ่งเราจะสร้างมาตรฐานกฎเกณฑ์เพื่อให้ตรงกับข้อมูลของภาครัฐและก้าวไปสู่เวทีสากลได้</p><p><strong>ศาสตราจารย์&nbsp;นายแพทย์สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันได้มีการมุ่งเน้นการศึกษาให้มีการผลิตบุคลากรให้ตรงกับความต้องการในการขับเคลื่อนประเทศ&nbsp;ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;ได้ให้แนวทางคือให้ทุกสถาบันการศึกษานำความจุดเด่นที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนั้น&nbsp;ๆมาผลิตคนให้ตรงกับความต้องการ&nbsp;ซึ่งตอนนี้ทั่วโลกต่างให้ความสนใจในเรื่องของ&nbsp;ปัญญาประดิษฐ์&nbsp;ซึ่งจะทำให้คนมีความรู้และสามารถเชื่อมโยงหลักวิชาการไปสู่ผู้ใช้ประโยชน์ได้&nbsp;ซึ่งปัญญาประดิษฐ์&nbsp;แบ่งออก&nbsp;คือเรื่องของปัญญา&nbsp;คือสมอง&nbsp;ที่มีความสามารถในการวิเคราะห์&nbsp;ประเมินสิ่งที่เกิดขึ้นได้&nbsp;และส่วนสิ่งประดิษฐ์&nbsp;ซึ่งคอมพิวเตอร์ก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้นซึ่งหากเราพัฒนาคอมพิวเตอร์ให้พัฒนาขึ้นเราก็จะสามารถนำมาต่อยอดได้ซึ่งโดยหลักคือการมีข้อมูล&nbsp;การสร้างการเรียนรู้&nbsp;และทำให้เกิดปัญญาได้&nbsp;ซึ่งตอนนี้&nbsp;มีการพัฒนาระบบ&nbsp;AI&nbsp;อย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>สถาบันปัญญาประดิษฐ์มหิดล&nbsp;(Mahidol&nbsp;AI&nbsp;Center)&nbsp;ตั้งอยู่&nbsp;ณ&nbsp;ลาน&nbsp;Innovative&nbsp;Space&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;</strong>อาคารคณะ&nbsp;ICT&nbsp;มหาวิทยาลัยมหิดล&nbsp;วิทยาเขตศาลายา&nbsp;โดยสถาบันฯ&nbsp;นี้จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการค้นคว้า&nbsp;และวิจัยด้านการแพทย์&nbsp;โดยมุ่งเน้นที่จีโนมิกส์&nbsp;โปรตีโอมิกส์&nbsp;พยาธิวิทยา&nbsp;และรังสีวิทยา&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้เกิดความร่วมมือด้านการวิจัยแบบ&nbsp;Federated&nbsp;Learning&nbsp;และช่วยให้นักวิจัยสามารถแก้ปัญหาที่ท้าทายบนแพลตฟอร์มที่ทันสมัยทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์&nbsp;โดยในขั้นต้น&nbsp;สถาบันฯ&nbsp;จะสนับสนุนโครงการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จากกลุ่มความเป็นเลิศด้านการวินิจฉัยทางการแพทย์ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์&nbsp;(AI),&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการด้านชีววิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์&nbsp;และแพลตฟอร์มการค้นคว้ายาแบบบูรณาการด้วยปัญญาประดิษฐ์&nbsp;โดยในระยะเริ่มต้น&nbsp;เป็นความร่วมมือระหว่างคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร&nbsp;คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี&nbsp;คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล&nbsp;คณะเภสัชศาสตร์&nbsp;คณะทันตแพทยศาสตร์&nbsp;คณะเวชศาสตร์เขตร้อน&nbsp;และวิทยาลัยราชสุดา&nbsp;และจะขยายไปยังคณะและสถาบันอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ภายในมหาวิทยาลัยต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นครปฐม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304160417498
737	จ.ฉะเชิงเทราประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดฉะเชิงเทรา (กรอ.จังหวัด) เพื่อระดมความคิดเห็นแก้ไขปัญหาร่วมกันในพื้นที่	<p><strong>ที่ห้องประชุมมรุพงษ์ศิริพัฒน์&nbsp;ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;</strong>นายไมตรี&nbsp;ไตรติลานันท์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;&nbsp;(กรอ.จังหวัด)&nbsp;&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;พร้อมด้วยส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&nbsp;เพื่อหารือและ&nbsp;ระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์และปัญหาเศรษฐกิจของจังหวัดในการแก้ไขปัญหาร่วมกันในพื้นที่&nbsp;รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนหน่วยงานภาคเอกชนในระดับจังหวัดให้มีบทบาทในการส่งเสริมการผลิต&nbsp;การค้าการลงทุน&nbsp;และการจ้างงานในจังหวัดร่วมกับภาครัฐและท้องถิ่น</p><p><strong>โดยมีเรื่อง&nbsp;สืบเนื่องจากการประชุมครั้งที่แล้ว&nbsp;</strong>ประกอบด้วย&nbsp;โครงการศึกษาสำรวจออกแบบสูบกลับอ่างเก็บน้ำคลองสียัด&nbsp;(สูบน้ำคืนถิ่น)&nbsp;&nbsp;โครงการยกระดับน้ำประปาเพื่อไปสู่ประปาน้ำดื่มได้&nbsp;&nbsp;การส่งเสริมการท่องเที่ยวทางสายน้ำ&nbsp;และการติดตามโครงการรถบรรทุกสีขาวจังหวัดฉะเชิงเทรา</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ที่ประชุมแจ้ง&nbsp;รายชื่อประธานและเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาค&nbsp;5&nbsp;ภาค</strong>และประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัด&nbsp;18&nbsp;กลุ่มจังหวัด&nbsp;หอการค้าไทย&nbsp;วาระปี&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายปรัชญา&nbsp;สมะลาภา&nbsp;ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออก&nbsp;หอการค้าไทย&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวิรัตน์&nbsp;ศิริสกุลงาม&nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออก&nbsp;หอการค้าไทย&nbsp;และ&nbsp;นายสุนทร&nbsp;ธัญญวัฒนกุล&nbsp;ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก&nbsp;1</p><p><strong>&nbsp;สำหรับในการประชุมวันนี้มีประเด็นสำคัญๆ&nbsp;ประกอบด้วย</strong>&nbsp;การพัฒนาด้านการศึกษาทุกช่วงวัยให้เกิดประสิทธิภาพ&nbsp;&nbsp;&nbsp;การพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษา/หลักสูตร&nbsp;ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;การพัฒนาผังเมืองรวมจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนา&nbsp;&nbsp;&nbsp;การลดหย่อนภาษี&nbsp;2&nbsp;เท่า&nbsp;แก่ผู้ประกอบที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมอาชีพคนพิการ&nbsp;ตามมาตรการ&nbsp;35&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขอให้ภาครัฐมีหน่วยงานกลางในการเป็นศูนย์ส่งเสริม&nbsp;และเผยแพร่ข้อมูลการใช้พลังงานไฟฟ้าทางเลือก&nbsp;รองรับการเป็นเมือง&nbsp;Smart&nbsp;City&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผลักดันโครงการศึกษาสำรวจออกแบบการก่อสร้างถนนเลียบชายทะเลเชื่อมต่อจาก&nbsp;ตำบลบางทราย&nbsp;ตำบลบางทราย&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ผ่าน&nbsp;ตำบลสอง&nbsp;คลอง&nbsp;อำเภอบางปะกง&nbsp;ต่อเชื่อมถึงอำเภอบางปู&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;และผลักดันการสร้างสะพานข้ามทางรถไฟบริเวณสถานีเปร็ง&nbsp;เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;&nbsp;ฯลฯ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ฉะเชิงเทรา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงเทรา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304161747506
738	ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ เรื่อง กัญชา หลังปลดล็อกจากยาเสพติด	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;<span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">ภายหลังจากราชกิจจานุเบกษา&nbsp;ได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เรื่อง&nbsp;ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท&nbsp;5&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;(มีผลบังคับใช้&nbsp;120&nbsp;วันนับจากประกาศ)</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">ประกาศดังกล่าว&nbsp;ระบุสารสกัดจากกัญชายังเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;5&nbsp;ยกเว้น&nbsp;</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">1.สารสกัดที่มีปริมาณ&nbsp;THC&nbsp;ไม่เกินร้อยละ&nbsp;0.2&nbsp;ที่ได้รับอนุญาตให้สกัดจากกัญชาที่ปลูกในประเทศ</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">2.สารสกัดจากเมล็ดของกัญชาหรือกัญชง&nbsp;ที่ปลูกภายในประเทศซึ่งจากประกาศดังกล่าว&nbsp;ทำให้ส่วนอื่นของกัญชาที่ไม่ได้ระบุไว้&nbsp;ไม่ถือเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;5&nbsp;ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด&nbsp;ได้แก่</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;ใบจริง&nbsp;/&nbsp;ใบพัด&nbsp;/&nbsp;ราก&nbsp;/กิ่ง&nbsp;ก้าน</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;เปลือก&nbsp;ลำต้น&nbsp;เส้นใย</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;เมล็ดกัญชา&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;สารสกัด&nbsp;และกากจากการสกัดที่ค่า&nbsp;THC&nbsp;ไม่เกินร้อยละ&nbsp;0.2&nbsp;โดยต้องเป็นการปลูกและสกัดในประเทศ</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">ด้านกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เดินหน้าสร้างความเข้าใจกับประชาชนในการใช้ประโยชน์จากกัญชาอย่างถูกต้อง</strong><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;โดยจะมีการจัดประชุมวิชาการด้านการแพทย์&nbsp;มหกรรมกัญชา&nbsp;กัญชง&nbsp;และคลินิกกัญชาทางการแพทย์&nbsp;โดยมีกำหนดการจัดประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์&nbsp;ในเขตสุขภาพต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั่วประเทศดังนี้</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;9&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;มีนาคม&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;5&nbsp;จ.กาญจนบุรี</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;4&nbsp;จ.พระนครศรีอยุธยา</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;8&nbsp;จ.บึงกาฬ</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;7&nbsp;จ.ขอนแก่น</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;&nbsp;8&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;10&nbsp;จ.ศรีสะเกษ</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;&nbsp;22&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;11&nbsp;จ.ระนอง</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;12&nbsp;จ.พัทลุง</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;6&nbsp;จ.ชลบุรี</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;2&nbsp;จ.สุโขทัย</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;20&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;1&nbsp;จ.เชียงราย</span></p><p><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;27&nbsp;-&nbsp;29&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;3&nbsp;จ.อุทัยธานี</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304160952503
739	จ.ร้อยเอ็ด บวงสรวงและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการจัดงานบุญผะเหวด ปี 2565	<p><strong>นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีบวงสรวงและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์&nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคลในการจัดงานมหาทานบารมีประเพณีบุญผะเหวด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นางดนิตา&nbsp;สมจิตต์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,&nbsp;นายชนาส&nbsp;ชัชวาลวงศ์&nbsp;,&nbsp;นายเชวงศักดิ์&nbsp;พลเยี่ยม&nbsp;,นายสนอง&nbsp;ดลประสิทธิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,&nbsp;นายชูศักดิ์&nbsp;ราชบุรี&nbsp;ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,&nbsp;นายอำเภอเมืองร้อยเอ็ด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และพุทธศาสนิกชน&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานพระพุทโธดม&nbsp;เกาะกลางบึงพลาญชัย&nbsp;ที่&nbsp;หน้าลานพระพุทโธดม&nbsp;บึงพลาญชัย&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ซึ่งพระพุทโธดม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อขอความเป็นสิริมงคล&nbsp;ให้การดำเนินงานราบรื่น</strong>&nbsp;ในการจัดงานมหาทานบารมีประเพณีบุญผะเหวดร้อยเอ็ด&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;4-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สวท.ร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304155849497
740	จังหวัดตรัง แถลงพบผู้ป่วยโควิด 19 รายใหม่ 169 ราย สะสม 3,619 ราย หายป่วยกลับบ้านได้ 145 ราย	<p><strong>นายแพทย์&nbsp;สินชัย&nbsp;รองเดช&nbsp;นายแพทย์เชี่ยวชาญ&nbsp;</strong>ด้านเวชกรรมป้องกัน&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรังในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;และ&nbsp;นายราชชัน&nbsp;อรุณแสง&nbsp;นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ&nbsp;สาธารณสุขอำเภอเมืองตรัง&nbsp;แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พบผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;รายใหม่&nbsp;พบจำนวน&nbsp;169&nbsp;ราย&nbsp;จากผลตรวจ&nbsp;298&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นติดเชื้อในจังหวัดตรัง&nbsp;164&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากที่อื่น&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;3,619&nbsp;ราย&nbsp;ผลการตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;1,434&nbsp;ราย&nbsp;จากผลตรวจ&nbsp;3,213&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จำแนกผู้ป่วยเป็นรายอำเภอดังนี้&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;19&nbsp;ราย</strong>&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;16&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;&nbsp;43&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;29&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอหาดสำราญ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;49&nbsp;ราย&nbsp;สัมผัสที่ทำงาน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;สัมผัสในชุมชน&nbsp;90&nbsp;ราย&nbsp;พูดคุยโดยไม่สวมแมส&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;ในวันนี้&nbsp;มีการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;เข็มที่1&nbsp;จำนวน&nbsp;506,365&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;80.81&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;470,811&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;75.14&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;123,732&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;19.75&nbsp;จากประชากร&nbsp;626,581&nbsp;ราย</p><p><strong>ในขณะที่&nbsp;ผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้านได้วันนี้&nbsp;145&nbsp;ราย</strong>&nbsp;หายป่วยสะสม&nbsp;2,798&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;800&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีอาการน้อย&nbsp;611&nbsp;ราย&nbsp;อาการปานกลาง&nbsp;168&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจน&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจนแรงดันสูง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;ใช้เครื่องช่วยหายใจ&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304154636486
741	ผู้ว่าอุบล ปลดหนี้ให้เกษตรกรไม่ใช้งบประมาณราชการแต่อย่างใด พร้อมขับเคลื่อนแก้จนรายครัวเรือนภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืนต่อไป	<p><strong>นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;&nbsp;นำ&nbsp;2&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;นายสมเพชร&nbsp;&nbsp;สร้อยสระคู&nbsp;&nbsp;นายทรงพล&nbsp;&nbsp;วิชัยขัทคะ&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการลงพื้นที่&nbsp;ให้กำลังใจทีมพี่เลี้ยงตำบล&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาทุกช่วงวัย&nbsp;อย่างยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ณ&nbsp;บ้านนางทองพูล&nbsp;สืบลา&nbsp;วัย&nbsp;67&nbsp;ปี&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;99&nbsp;บ้านสนามหมากหญ้า&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลแก้งเหนือ&nbsp;อำเภอเขมราฐ&nbsp;&nbsp;พร้อมด้วยลูกสาวผู้พิการสมองวัย&nbsp;37&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;ภายใต้กิจกรรม&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;การช่วยเหลือครัวเรือนเป้าหมาย&nbsp;โดยได้มีการตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่&nbsp;รับทราบปัญหาความต้องการแนวทางการช่วยเหลือภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงครั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าฯอุบล&nbsp;ได้นำถุงยังชีพข้าวสารอาหารแห้ง&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;ช่วยเหลือเงินสงเคราะห์&nbsp;2,000&nbsp;บาทพัฒนาการจังหวัดมอบปัจจัยการผลิตพันธุ์พืชและพันธุ์ผัก&nbsp;ซึ่งครอบครัวนางทองพูน&nbsp;สืบลา&nbsp;วัย&nbsp;67&nbsp;ปี&nbsp;ไม่มีสามีได้ดูแลบุตรสาวผู้พิการทางสมองวัย&nbsp;37&nbsp;ปีตามลำพัง&nbsp;ไม่มีที่ดินทำกิน&nbsp;ไม่มีอาชีพและรายได้โดยได้อาศัยรายได้จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและเบี้ยยังชีพผู้พิการ&nbsp;1,400&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;มีหนี้กองทุนหมู่บ้าน&nbsp;9,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;พร้อมด้วยรองผู้ว่าและหัวหน้าส่วนราชการได้ร่วมกันบริจาคเงินปลดหนี้ให้กับราษฎรรายดังกล่าวซึ่งเป็นหนี้กองทุนหมู่บ้าน&nbsp;ในครั้งนี้ด้วยเป็นเงินบริจาค&nbsp;9,000&nbsp;บาทโดยไม่ใช้งบประมาณราชการแต่อย่างใดนอกจากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีได้มอบให้นายทรงพล&nbsp;วิชัยขัทคะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ตรวจเยี่ยมสร้างขวัญกำลังใจแก่ทีมพี่เลี้ยงตำบล&nbsp;และkick&nbsp;off&nbsp;การช่วยเหลือ&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;บ้านบะไห&nbsp;หมู่&nbsp;7&nbsp;ตำบลห้วยยาง&nbsp;อำเภอโขงเจียม&nbsp;&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;กรณีรายนางจินตนาโยธาราชบ้านเลขที่&nbsp;307&nbsp;และนางสวาท&nbsp;&nbsp;ขนทอง&nbsp;&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;162&nbsp;พร้อมกับเมนูแก้จนให้เลือกมากกว่า&nbsp;155&nbsp;เมนูเพื่อให้เกษตรกรในครัวเรือนได้เลือกช้อปตามความต้องการฟรี&nbsp;พร้อมมีพี่เลี้ยงตำบลกำกับดูแลครัวเรือนอย่างใกล้ชิดและรายงานผลให้พ้นเกณฑ์ปัญหาความยากจน&nbsp;หรือเกณฑ์&nbsp;จปฐ&nbsp;.ความจำเป็นพื้นฐาน&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304155755496
742	4 มี.ค.65 จ.ลำพูนพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 จากผล RT-PCR 15 ราย จากผลตรวจ ATK Positive 402 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน&nbsp;รายงานสถานการณ์&nbsp;COVID-19</strong>&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพิ่มจากผล&nbsp;RT-PCR&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นในจังหวัด&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;ต่างจังหวัด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;การตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;Positive&nbsp;402&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยติดเชื้อสะสมทั้งสิ้น&nbsp;14,697&nbsp;ราย&nbsp;ยอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;54&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันรักษาตัวทั้งหมด&nbsp;116&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;Pro.Case&nbsp;จำนวน&nbsp;3,040&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ใน&nbsp;รพ.รัฐ&nbsp;97&nbsp;ราย&nbsp;รพ.เอกชน&nbsp;462&nbsp;ราย&nbsp;CI&nbsp;254&nbsp;ราย&nbsp;HI&nbsp;2,230&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;5,408&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;Pro.Case&nbsp;จำนวน&nbsp;6,088&nbsp;ราย</p><p><strong>ในส่วนของสถิติการครองเตียงของโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งในจังหวัดลำพูนมีทั้งหมด&nbsp;288&nbsp;เตียง</strong>&nbsp;ใช้ไป&nbsp;97&nbsp;เตียงหรือคิดเป็น&nbsp;33.68%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วย&nbsp;191&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;66.32%&nbsp;นอกจากนี้เตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชนมีรองรับทั้งสิ้น&nbsp;636&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;462&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;72.64%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วยอีก&nbsp;174&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;27.36%</p><p><strong>สำหรับการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มียอดสะสมการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;335,422&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;82.02%&nbsp;ของผู้ประสงค์ฉีดทั้งหมด&nbsp;126,648&nbsp;คน&nbsp;จากประชากรทั้งหมด&nbsp;401,408&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;83.56%&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;335,422&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;319,968&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;160,033&nbsp;ราย&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;5,288&nbsp;เข็ม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304154858488
743	นายกรัฐมนตรี กล่าวถ้อยแถลง ย้ำความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการ ช่วยยกระดับขีดความสามารถขับเคลื่อนประเทศ	<p><strong>วันนี้&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;กล่าวถ้อยแถลงผ่านระบบวีดิทัศน์&nbsp;ในพิธีเปิดตัวรายงาน&nbsp;&nbsp;OECD&nbsp;Integrity&nbsp;Review&nbsp;of&nbsp;Thailand&nbsp;2021&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการเสริมสร้างความซื่อตรงในการบริหารงานภาครัฐของประเทศไทย&nbsp;ด้วยความร่วมมือของสำนักงาน&nbsp;ก.พ.ร.&nbsp;และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา&nbsp;(Organization&nbsp;for&nbsp;Economic&nbsp;Co-operation&nbsp;and&nbsp;Development:&nbsp;OECD)&nbsp;รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเครื่อข่ายอื่นๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;รู้สึกยินดีที่ได้เป็นประธานในพิธีเปิดตัวรายงานฯ&nbsp;ครั้งนี้</strong>&nbsp;โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ได้นำกรอบแนวทางปฏิบัติของ&nbsp;OECD&nbsp;ด้านความซื่อตรงในภาครัฐมาประเมินตนเอง&nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่ความน่าเชื่อถือในภาครัฐของประเทศให้เทียบเคียงมาตรฐานสากล&nbsp;รัฐบาลไทยตระหนักมาโดยตลอดว่า&nbsp;ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันส่งผลกระทบต่อประชาชน&nbsp;รวมถึงนักลงทุนจากต่างประเทศ&nbsp;จึงต้องอาศัยความร่วมมือ&nbsp;รวมทั้งการสนับสนุนจากองค์กรระหว่างประเทศอย่าง&nbsp;OECD&nbsp;ซึ่งได้ร่วมมือกันมายาวนาน&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการ&nbsp;Country&nbsp;Programme&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;ที่มีส่วนผลักดันการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ให้มีผลเป็นรูปธรรม</p><p><strong>ประเทศไทยมีเจตนารมณ์สร้างภาครัฐที่โปร่งใส&nbsp;ซื่อตรง</strong>&nbsp;และเสริมสร้างวัฒนธรรมด้านคุณธรรมจริยธรรมให้แก่ข้าราชการ&nbsp;ส่งเสริมการเป็น&nbsp;รัฐบาลเปิด&nbsp;ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการทำงาน&nbsp;แจ้งเบาะแส&nbsp;ให้ข้อมูลต่อต้านการทุจริต&nbsp;สร้างจิตสำนึกและค่านิยมละอายต่อการทุจริตประพฤติมิชอบ&nbsp;ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างบริการที่ดี&nbsp;มีคุณภาพ&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นต่อระบบราชการ&nbsp;ตลอดจนยกระดับระบบราชการให้มีขีดความสามารถขับเคลื่อนประเทศอย่างมีประสิทธิผล</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ขอบคุณทุกหน่วยงานที่สนับสนุนและผลักดันความสำเร็จครั้งนี้</strong>&nbsp;ซึ่งเกิดข้อเสนอแนะที่มีประโยชน์นำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&nbsp;สร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เน้นคุณธรรม&nbsp;ความซื่อตรงและความโปร่งใส&nbsp;ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล&nbsp;เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่น&nbsp;เอกชนไว้ใจ&nbsp;เจ้าหน้าที่รัฐมีความภาคภูมิใจในภาครัฐ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304201226611
744	ศูนย์บริการการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต (นาบินหลา) จังหวัดตรัง จัดโครงการเพิ่มทักษะการเรียนรู้ดิจิทัลและสร้างภูมิคุ้มกันต่อภัยคุกคามแก่ผู้สูงอายุ	<p><strong>ดร.สัญญา&nbsp;ศรีวิเชียร&nbsp;นายกเทศมนตรีนครตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการเพิ่มทักษะการเรียนรู้ดิจิทัลและสร้างภูมิคุ้มกันต่อภัยคุกคามแก่ผู้สูงอายุ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์บริการการศึกษาตลอดชีวิต&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต&nbsp;(นาบินหลา)&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ซึ่งทางมหามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตจัดขึ้นเพื่อสร้างเกราะป้องกันทางไซเบอร์ให้กับผู้สูงอายุ&nbsp;โดยมีคณะผู้บริหารฯ&nbsp;และ&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาลนครตรัง&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดการอบรมฯ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมอบรมในครั้งนี้&nbsp;ได้นำความรู้และทักษะดิจิทัล</strong>ถ่ายทอดเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันด้านไซเบอร์แก่ผู้สูงอายุ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;หัวข้อ&nbsp;รู้ทันไซเบอร์&nbsp;:&nbsp;ไม่หลงกลในโลกออนไลน์&nbsp;(ภัยคุกคามทางไซเบอร์&nbsp;เช่น&nbsp;การหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนตัว&nbsp;การคุกคาม)&nbsp;ชนะภัยไซเบอร์&nbsp;:&nbsp;ปฏิบัติอย่างไรให้ปลอดภัยในโลกออนไลน์&nbsp;การฝึกปฏิบัติการใช้แอพพลิเคชันด้านสุขภาพ&nbsp;การสร้างสื่อรูปภาพและการสร้างสื่อวีดีโอด้วยโทรศัพท์มือถือ&nbsp;ตลอดจนกิจกรรมสันทนาการที่สอดแทรกทักษะการใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลฯ&nbsp;ทั้งนี้เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมให้ผู้สูงอายุมีศักยภาพ&nbsp;(Active&nbsp;Aging)&nbsp;ลงมือปฏิบัติจริงพร้อมทั้งฝึกทักษะการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับสังคมผู้สูงอายุในท้องถิ่นต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304161720505
745	โฆษก ศบค.ตรัง เผยอีก 4 เดือนข้างหน้าโควิด 19 จะกลายเป็นโรคประจำถิ่น แต่ยังคงเน้นย้ำมาตรการ Universal Prevention	<p><strong>นายแพทย์&nbsp;สินชัย&nbsp;รองเดช&nbsp;นายแพทย์เชี่ยวชาญ</strong>&nbsp;ด้านเวชกรรมป้องกัน&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรังในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่าในอีก&nbsp;4&nbsp;เดือนข้างหน้าจะมีการปรับให้&nbsp;covid-19&nbsp;เป็นโรคประจำถิ่น&nbsp;คล้ายไข้หวัดใหญ่&nbsp;ซึ่งจะเน้นในส่วนของการใช้ชีวิตตามปกติแบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;และเน้นในส่วนของมาตรการป้องกัน&nbsp;มากกว่าการค้นหาเชิงรุก&nbsp;โดยจะทำการตรวจหาเชื้อ&nbsp;เฉพาะผู้ที่มีอาการและเดินทางเข้ามาทำการตรวจที่โรงพยาบาลไม่เน้นการค้นหาเชิงรุก&nbsp;ซึ่งผู้ที่ติดเชื้อโควิค&nbsp;19&nbsp;ไม่ใช่บุคคลที่น่ารังเกียจ</p><p><strong>สำหรับแนวทางในการรักษาสำหรับกลุ่มผู้ป่วยสีเขียว</strong>จะไม่มีการจ่ายยาฟาวิพิราเวียแต่จะจ่ายยาฟาวิพิราเวียในกลุ่มที่จำเป็นอย่างกลุ่ม&nbsp;607&nbsp;และกลุ่มที่มีอาการรุนแรง&nbsp;ทั้งนี้ขอเชิญชวนให้กลุ่ม&nbsp;607&nbsp;เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันโควิด&nbsp;19&nbsp;ให้เพื่มขึ้น&nbsp;โดยจะมีการแจกรางวัลสำหรับผู้โชคดีที่ฉีดวัคซีนในช่วงเดือนมีนาคมนี้&nbsp;พร้อมเน้นย้ำมาตรการป้องกันโควิด&nbsp;19&nbsp;ด้วยมาตรการป้องกันแบบครอบจักรวาล&nbsp;หรือ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304161811507
746	ผู้ว่าฯ สตูล แสดงเสียใจกรณีเกิดเหตุนักท่องเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ จมน้ำเสียชีวิตหลังดำน้ำจนน๊อค	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</strong>&nbsp;รายงานกรณีเกิดเหตุนักท่องเที่ยวจมน้ำที่เกาะหลีเป๊ะ&nbsp;หลังดำน้ำ&nbsp;น๊อคจนเสียชีวิต&nbsp;เมื่อวานนี้ว่า&nbsp;โดยในวันนี้&nbsp;(4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;ได้แสดงความเสียใจกับครอบครัวของคุณหมอภูวนนท์&nbsp;เอี่ยมจันทร์&nbsp;อายุ&nbsp;62&nbsp;ปี&nbsp;ที่ได้ประสบเหตุจมน้ำขณะท่องเที่ยวดำน้ำกับกลุ่มญาติ&nbsp;ๆ&nbsp;ประมาณ&nbsp;12&nbsp;คน&nbsp;ที่บริเวณเกาะยาง&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งอยู่ด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะหลีเป๊ะ&nbsp;</strong>ใกล้กับเกาะอาดัง&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ซึ่งท่านเป็นนายแพทย์เกษียณอายุราชการ&nbsp;เคยปฏิบัติราชการที่&nbsp;สปสช.เขต&nbsp;2&nbsp;ทางภาคเหนือ&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ผอ.สต.เกาะหลีเป๊ะ&nbsp;ได้รายงานให้ทราบว่า&nbsp;ในวันเกิดเหตุ&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ช่วงเวลาเที่ยง&nbsp;ๆ&nbsp;ทาง&nbsp;1669&nbsp;ได้รับประสานขอความช่วยเหลือว่ามีคนจมน้ำ&nbsp;รพ.สต.เกาะหลีเป๊ะ&nbsp;จึงประสานเรือทางทัพเรือภาคที่&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;หน่วยปฏิบัติการ&nbsp;หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งที่&nbsp;491&nbsp;(นป.สอ.รฝ.491)&nbsp;โดยได้ส่งตัวไปที่&nbsp;รพ.สต.เกาะหลีเป๊ะ&nbsp;อย่างเร่งด่วน&nbsp;ซึ่งขณะไปถึง&nbsp;รพ.สต.เกาะหลีเป๊ะ&nbsp;หัวใจหยุดเต้นแล้ว&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;เจ้าหน้าที่พยาบาลร่วมกับทีมแพทย์บนเกาะหลีเป๊ะ</strong>&nbsp;ทำการ&nbsp;CBR&nbsp;กู้ชีพเป็นเวลากว่า&nbsp;1&nbsp;ช.ม.&nbsp;จนผู้ป่วยหัวใจเต้นอีกครั้ง&nbsp;ทีมญาติจึงให้ส่งตัวไปรักษาที่&nbsp;รพ.วชิระภูเก็ต&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ได้ขอรับการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จาก&nbsp;ทัพเรือภาค&nbsp;3&nbsp;เพื่อลำเลียงผู้ป่วยทาง&nbsp;เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบที่&nbsp;4&nbsp;(S-76B)&nbsp;จากหมวดบินเฉพาะกิจ&nbsp;กองเรือปฏิบัติการ&nbsp;ทัพเรือภาคที่&nbsp;3&nbsp;พร้อมทีมแพทย์จาก&nbsp;รพ.วชิระภูเก็ต&nbsp;ได้เดินทางถึงลานจอด&nbsp;ฮ.&nbsp;นป.สอ.รฝ.491&nbsp;บนเกาะหลีเป๊ะ&nbsp;และลำเลียงผู้ป่วยขึ้นเฮลิคอปเตอร์&nbsp;โดยในเวลา&nbsp;16.35&nbsp;น.&nbsp;เฮลิคอปเตอร์ได้ลงจอดยังสนามกีฬามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต&nbsp;พร้อมลำเลียงผู้ป่วยเข้ารับการรักษาพยาบาล&nbsp;ล่าสุดได้เสียชีวิตลง&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;ในส่วนของจังหวัดสตูล</strong>มีความมั่นใจในการปฏิบัติงานของทีม&nbsp;1669&nbsp;ในการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วย&nbsp;หรือผู้ประสบเหตุได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;และในปีนี้จังหวัดสตูลก็ได้รับงบประมาณสร้างโรงพยาบาลเกาะหลีเป๊ะหลังใหม่ภายใต้วงเงิน&nbsp;85&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ก็จะสามารถให้บริการแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนได้มากยิ่งขึ้น&nbsp;ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือ&nbsp;ร่วมด้วยช่วยกันจนสุดความสามารถ&nbsp;ถึงแม้เราจะไม่สามารถช่วยชีวิตของคุณหมอไว้ได้&nbsp;แต่ทุกคนก็ทำงานจนสุดความสามารถแล้ว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สัมภาษณ์&nbsp;:&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น</p><p>#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304162007508
747	อำเภอเมืองตรัง  ประชุมหัวหน้าส่วนราชการอำเภอเมืองตรัง ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารท้องถิ่น และคณะกรรมการบริหารงานอำเภอเมืองตรัง (กบอ.) ประจำเดือนมีนาคม 2565	<p><strong>ดร.สัญญา&nbsp;ศรีวิเชียร&nbsp;นายกเทศมนตรีนครตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายถนอมพงศ์&nbsp;หลีกภัย&nbsp;รองนายกเทศมนตรีนครตรัง&nbsp;ร่วมประชุมหัวหน้าส่วนราชการอำเภอเมืองตรัง&nbsp;ผู้บริหารสถานศึกษา&nbsp;ผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;และคณะกรรมการบริหารงานอำเภอเมืองตรัง&nbsp;(กบอ.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;ประจำเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;อาคารอเนกประสงค์เทศบาลนครตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;มีประเด็นการประชุมที่สำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;</strong>การขับเคลื่อนคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอเมืองตรัง&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;และโรคติดต่อที่สำคัญของอำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ประจำเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;การดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ&nbsp;การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โครงการเสริมสร้างภารกิจด้านความมั่นคงอำเภอเมืองตรัง&nbsp;(ช.ร.บ.)&nbsp;และ&nbsp;การรักษาความสงบเรียบร้อย&nbsp;และความมั่นคงภายในพื้นที่อำเภอเมืองตรัง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304162122510
748	ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง เดินทางตรวจเยี่ยมโครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ ต้านภัย covid-19 ของศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดอ่างทอง	<p><strong>นายวีระศักดิ์&nbsp;วิจิตร์แสงศรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง</strong>&nbsp;เดินทางตรวจเยี่ยมโครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;ต้านภัย&nbsp;covid-19&nbsp;ของศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดอ่างทอง&nbsp;เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างงานและขาดรายได้เลี้ยงชีพจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;ตลอดจนส่งเสริมให้&nbsp;ประชาชนมีแนวทางในการดำเนินชีวิตและส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิง&nbsp;เกษตร&nbsp;ณ&nbsp;ฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;ตำบลสีบัวทอง&nbsp;อำเภอแสวงหา&nbsp;จังหวัดอ่างทอง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ฟาร์มตัวอย่างใน&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;สีบัวทอง&nbsp;</strong>นับเป็นโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริลำดับที่&nbsp;46&nbsp;ของประเทศ&nbsp;มีองค์ประกอบ&nbsp;คือ&nbsp;การเกษตรปลูกผัก&nbsp;การปศุสัตว์&nbsp;การประมง&nbsp;งานอนุรักษ์ป่าไม้และ&nbsp;ศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง&nbsp;โดยโครงการฟาร์มตัวอย่าง&nbsp;ฯ&nbsp;สีบัวทองเป็นพื้นที่สูง&nbsp;น้ำไม่สามารถท่วมถึง&nbsp;พื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้และสามารถช่วยเหลือประชาชนให้กลับมายืนหยัดได้ด้วยตนเอง&nbsp;เป็นที่พึ่งของประชาชนตลอดมา&nbsp;ซึ่งมีภารกิจ&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;คือ&nbsp;</p><p>1)&nbsp;เป็นแหล่งจ้างแรงงาน&nbsp;เพื่อให้ราษฎรมีงานทำ&nbsp;มีรายได้และฝึกอาชีพภายในฟาร์มให้สามารถนำไปประกอบอาชีพได้,&nbsp;</p><p>2)&nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้เชิงปฏิบัติการด้านการทำเกษตรอินทรีย์และ&nbsp;เกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ตามหลักวิชาการ&nbsp;และปลอดภัยต่อสุขภาพ&nbsp;</p><p>3)&nbsp;เพื่อเป็นแหล่งผลิตอาหาร&nbsp;เป็นธนาคารอาหารของชุมชนสำหรับผลิตอาหารปลอดภัย&nbsp;ราคาถูก&nbsp;หาซื้อได้ในท้องถิ่น&nbsp;ตลอดจนขยายผลไปสู่การค้าและประชาชนทั่วไปในพื้นที่โดยไม่หวังผลกำไร&nbsp;</p><p>4)&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ฟาร์มตัวอย่างของภาคกลาง&nbsp;</p><p>5)&nbsp;เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านการเกษตร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง&nbsp;ได้กล่าวแสดงความชื่นชม</strong>และให้กำลังใจเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ในการสนับสนุนการดำเนินงานของฟาร์มตัวอย่างใน&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;สีบัวทอง&nbsp;ให้เจริญและพัฒนาต่อไปยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	อ่างทอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304171535558
749	ความคืบหน้าการก่อสร้าง ซ่อมแซมอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำปลด	<p><strong>อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำปลด&nbsp;(ตอนบน)&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;</strong>ซ่อมแซมแล้วเสร็จกว่า&nbsp;95&nbsp;%&nbsp;การดำเนินการก่อสร้าง&nbsp;ซ่อมแซมอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำปลด&nbsp;(ตอนบน)&nbsp;อำเภอนายูง&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;แล้วเสร็จแล้วกว่า&nbsp;95&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;เหลือเก็บรายละเอียดเล็กน้อย&nbsp;คาดเสร็จส่งมอบงานได้ภายใน&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;หลังดำเนินการประชาชน&nbsp;5&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;310&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และพื้นที่การเกษตรจะได้รับประโยชน์กว่า&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;ทีมข่าวสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าดำเนินโครงการจ้างเหมาก่อสร้างซ่อมแซมและเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำปลด&nbsp;(ตอนบน)&nbsp;ที่บ้านก้อง&nbsp;ตำบลบ้านก้อง&nbsp;อำเภอนายูง&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;หลังโครงการชลประทานอุดรธานี&nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบประมาณปี&nbsp;2565&nbsp;งบกลางตามอำนาจของรองนายกรัฐมนตรี&nbsp;นายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำปลด&nbsp;(ตอนบน)&nbsp;เดิมอยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน&nbsp;ก่อสร้างเมื่อปี&nbsp;พ.ศ.2536&nbsp;ความจุ&nbsp;215,000&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;ถ่ายโอนภารกิจให้&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านก้อง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;พ.ค.&nbsp;2546&nbsp;เนื่องจากเกิดอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;บ้านก้อง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2563&nbsp;และฝนตกต่อเนื่อง&nbsp;จนเมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2563&nbsp;มีปริมาณมวลน้ำที่ไหลสะสมเข้าสู่อ่างเก็บน้ำจำนวนมาก&nbsp;เกิดการกัดเซาะทำนบดิน&nbsp;เป็นช่องขาด&nbsp;ขนาดกว้าง&nbsp;5&nbsp;เมตร&nbsp;ยาว&nbsp;25&nbsp;เมตร&nbsp;ส่งผลให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;และโครงการชลประทาน</p><p><strong>จังหวัดอุดรธานี&nbsp;จึงขอรับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาล</strong>&nbsp;ซึ่งต่อมานายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้อนุมัติงบกลางตามอำนาจรองนายกรัฐมนตรี&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;6,420,004.99&nbsp;บาท&nbsp;ให้ดำเนินโครงการจ้างเหมาก่อสร้างซ่อมแซมและเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำปลด&nbsp;(ตอนบน)&nbsp;ซึ่งโครงการชลประทานจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็นคู่สัญญากับบริษัท&nbsp;เอ&nbsp;ซี&nbsp;เอ็ม&nbsp;ดีเวลอปเมนท์&nbsp;ดำเนินการปรับปรุงทำนบดิน&nbsp;,ปรับปรุงอาคารระบายน้ำล้น&nbsp;(เพิ่มท่อระบายน้ำ&nbsp;5&nbsp;แถว)&nbsp;และก่อสร้างอาคารท่อส่งน้ำ&nbsp;ขนาดท่อ&nbsp;30&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;อายุสัญญา&nbsp;160&nbsp;วัน&nbsp;เริ่มอายุสัญญาวันที่&nbsp;28&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;ครบกำหนดอายุสัญญา&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เนื่องจากผู้รับจ้างได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;จึงขยายเวลาถึงวันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หลังการการซ่อมแซมปรับปรุงทำนบดินที่ชำรุดเสียหาย</strong>ให้คืนสู่สภาพเดิมและปรับปรุงทางระบายน้ำล้น&nbsp;เพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำและระบายน้ำ&nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;จะส่งผลให้&nbsp;พื้นที่การเกษตรอย่างน้อย&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;ประชาชนจาก&nbsp;5&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;310&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ได้รับประโยชน์&nbsp;มีปริมาณน้ำเก็บกักเพิ่มขึ้น&nbsp;35,000&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;จากความจุเติม&nbsp;215,000&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;เป็นความจุที่&nbsp;250,000&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304160833501
750	กรรมการมูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี ตรวจเยี่ยมสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพอนามัยแก่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพในทุกด้านอย่างสมพระเกียรติ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;</strong>ตำบลพะตง&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ศาสตราจารย์กิตติคุณ&nbsp;แพทย์หญิง&nbsp;คุณหญิงกอบจิตต์&nbsp;ลิมปพยอม&nbsp;กรรมการมูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินี&nbsp;นำคณะกรรมการฯ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินี&nbsp;ตำบลพะตง&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;โดยมีนายวงศกร&nbsp;นุ่นชูคันธ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;นายแพทย์สงกรานต์&nbsp;ไหมชุม&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา&nbsp;พร้อมด้วยส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ</p><p><strong>โดยสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ได้จัดสร้างขึ้น</strong>เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสมหามงคล&nbsp;สมัยที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;ในรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;(พระนามเดิม)&nbsp;ทรงพระชนมายุพรรษา&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;เมื่อปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;โดยจัดสร้างขึ้นจังหวัดละ&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;และมีบางจังหวัดได้สร้างขึ้น&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;จึงมีจำนวนทั้งหมด&nbsp;82&nbsp;แห่งทั่วประเทศ&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;และมูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ได้ร่วมกันกำหนดนโยบายและแนวทางที่จะสนับสนุนการพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;สถานีอนามัยที่ได้รับพระราชทานนาม&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;และสถานีอนามัยพระราชทาน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;92&nbsp;แห่ง&nbsp;ให้มีความสง่างาม&nbsp;สมพระเกียรติ&nbsp;มีความเป็นเลิศในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ด้าน&nbsp;ทั้งในด้านบริหาร&nbsp;บริการและวิชาการ&nbsp;ให้มีคุณภาพได้มาตรฐานสากล&nbsp;บุคลากรในองค์กรมีคุณธรรมและจริยธรรม&nbsp;อาคาร&nbsp;สถานที่&nbsp;ภูมิทัศน์สิ่งแวดล้อมและมีความร่มรื่นสวยงาม&nbsp;สะอาด&nbsp;และสะดวกต่อการให้บริการเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่&nbsp;ที่รับผิดชอบเป็นแบบอย่างและเป็นแม่ข่าย&nbsp;แก่สถานีอนามัยทั่วไปที่อยู่ใกล้เคียงได้</p><p>สำหรับสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ฯ&nbsp;ตำบลพะตง&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;1&nbsp;ถนนเทศบาล&nbsp;45&nbsp;ซอย&nbsp;1&nbsp;ชุมชนอุดมทอง&nbsp;ตำบลพะตง&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ในเขตเทศบาลตำบลพะตง&nbsp;มีเขตรับผิดชอบ&nbsp;4&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;9&nbsp;ชุมชน&nbsp;มีประชากรเขตปฏิบัติการ&nbsp;8,027&nbsp;คน&nbsp;สำหรับสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ตำบลพะตง&nbsp;เปิดให้บริการประชาชนตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;โดยเปิดให้บริการแบบองค์รวม&nbsp;ทั้งในด้านส่งเสริม&nbsp;รักษา&nbsp;ป้องกันและฟื้นฟู&nbsp;รวมทั้งให้บริการรักษาพยาบาล&nbsp;อุบัติเหตุฉุกเฉิน&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ยังเปิดบริการคลินิกการฉีดวัคซีนในเด็ก&nbsp;คลินิกโรคเรื้อรัง&nbsp;คลินิกฝากครรภ์&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ด้านศาสตราจารย์กิตติคุณ&nbsp;แพทย์หญิง&nbsp;คุณหญิงกอบจิตต์&nbsp;ลิมปพยอม</strong>&nbsp;ในนามประธานการตรวจเยี่ยม&nbsp;ฯ&nbsp;ได้เป็นเกียรติมอบเครื่องหมายตอบแทนผู้บริจาค&nbsp;และผู้ทำคุณประโยชน์&nbsp;คณะเยี่ยมชมสถานที่&nbsp;และเป็นประธานตัดริบบิ้นเพื่อเปิดอาคารแพทย์แผนไทยหลังใหม่&nbsp;ต่อจากนั้น&nbsp;ประชุมรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;รวมถึงรับทราบปัญหาอุปสรรค&nbsp;พร้อมหาแนวทางการแก้ไขปัญหาในลำดับต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ฯ</strong>&nbsp;ได้รับการสนับสนุนการพัฒนา&nbsp;ให้มีความสง่างามเป็นเลิศสมบูรณ์แบบ&nbsp;สามารถเป็นแบบอย่างและเป็นแม่ข่ายแก่สถานีอนามัยทั่วไปในทุกๆด้าน&nbsp;ทั้งด้านบริหาร&nbsp;บริการ&nbsp;วิชาการ&nbsp;อาคารสถานที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่สวยงามสมพระเกียรติ&nbsp;รวมทั้งสามารถเป็นศูนย์กลาง&nbsp;ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพอนามัย&nbsp;แก่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ตลอดจนเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ&nbsp;ให้แก่บุคลากรที่ปฏิบัติงานในสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ฯ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ณิชารีย์&nbsp;หนูบุญ/ข่าว/ภาพ&nbsp;4&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304162330512
751	จัดหางานจังหวัดชัยภูมิ เผย 2 แรงงานไทยชาวชัยภูมิที่ตกค้างในยูเครน เดินทางกลับถึงไทยแล้ว แต่ต้องพักรักษาตัวเนื่องจากติดโควิด	<p><strong>น.ส.ภิศนันท์&nbsp;สินธุพันธ์ประทุม&nbsp;รักษาราชการแทนจัดหางานจังหวัดชัยภูมิ</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ผลกระทบจากกรณีความขัดแย้งระหว่าง&nbsp;รัสเซีย&nbsp;กับ&nbsp;ยูเครน&nbsp;ทำให้แรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในประเทศยูเครน&nbsp;ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;139&nbsp;คน&nbsp;นั้นได้ทำการเดินทางถึงประเทศไทย&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยเที่ยวบิน&nbsp;TG923&nbsp;เวลา&nbsp;16.25&nbsp;น.&nbsp;จำนวน&nbsp;38&nbsp;คน&nbsp;และเที่ยวบินที่&nbsp;EK384&nbsp;เวลา&nbsp;12.05&nbsp;น.&nbsp;จำนวน&nbsp;58&nbsp;คน&nbsp;รวม&nbsp;96&nbsp;คน&nbsp;เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ&nbsp;และได้รับการช่วยเหลือคนละ&nbsp;15,000&nbsp;บาท&nbsp;จำนวน&nbsp;69&nbsp;คน&nbsp;รวมเป็นเงิน&nbsp;1,035,000&nbsp;บาท&nbsp;และเดินทางถึงประเทศไทยวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยเที่ยวบินที่&nbsp;KE384&nbsp;เวลา&nbsp;12.05&nbsp;น.&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;เป็นสมาชิก&nbsp;กองทุนฯ&nbsp;และได้รับการช่วยเหลือคนละ&nbsp;15,000&nbsp;บาท&nbsp;จำนวน&nbsp;31&nbsp;คน&nbsp;รวมเป็นเงิน&nbsp;465,000&nbsp;บาท</p><p><strong>สำหรับจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;มีแรงงานที่ไปทำงานอยู่ในประเทศยูเครน&nbsp;3&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ด้วยกัน&nbsp;ซึ่งรายแรกได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยแล้วตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;คือ&nbsp;นางสาวศิริรัตน์&nbsp;สีมาวงษ์&nbsp;ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่&nbsp;ตำบลส้มป่อย&nbsp;อำเภอจัตุรัส&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;และ&nbsp;นางสาวปุณยาภรณ์&nbsp;น่วมตุ่น&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่ที่ตำบลหนองข่า&nbsp;อำเภอเกษตรสมบูรณ์&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ได้เดินทาง&nbsp;กลับมาถึงประเทศไทยแล้วเมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งทั้งคู่จะได้รับการช่วยเหลือจากกองทุนฯ&nbsp;คนละ&nbsp;15,000&nbsp;บาท</p><p><strong>อย่างไรก็ดี&nbsp;ขณะนี้หญิงทั้ง&nbsp;2&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ได้เข้ารับการรักษาอยู่ที่สถาบันบำรุงราษนราดูร&nbsp;สธ.(ปากเกร็ด)&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;เนื่องจากติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ทำให้ปัจจุบันไม่มีแรงงานที่มีภูมิลำเนาจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ตกค้างในประเทศยูเครนแต่อย่างใด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304160719499
752	จังหวัดปัตตานี เรียกประชุมหารือการจัดการเรียนการสอน ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID  19) ก่อนที่จะมีการเปิดภาคเรียนใหม่ 2565	<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดปัตตานี</strong>&nbsp;นายนิพันธ์&nbsp;บุญหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;ได้ประชุมหารือการจัดการเรียนการสอน&nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;&nbsp;19)&nbsp;ร่วมกับศึกษาธิการจังหวัด&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี&nbsp;เขต&nbsp;1,2&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา&nbsp;เขต&nbsp;15&nbsp;ผู้แทนสำนักงานการศึกษาเอกชน&nbsp;และผู้แทนจากหน่วยงานการศึกษาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p><strong>เพื่อหารือถึงการจัดการเรียนการสอน&nbsp;ในช่วงสถานการณ์</strong>การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และผ่านการถ่ายทอดสด&nbsp;(Live&nbsp;Streaming)&nbsp;ไปยังผู้อำนวยการสถานศึกษาในจังหวัดปัตตานี&nbsp;&nbsp;เพื่อรับทราบสถานศึกษา&nbsp;ที่ได้จัดการเรียนการสอนแบบ&nbsp;(On-&nbsp;Site)&nbsp;ของจังหวัดปัตตานีที่ผ่านมา&nbsp;จากทั้งหมด&nbsp;491&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ได้เปิดการเรียนการสอน&nbsp;(กรณีพิเศษ)&nbsp;จำนวน&nbsp;429&nbsp;&nbsp;โรงเรียน&nbsp;และ&nbsp;เปิดการเรียนการสอน&nbsp;(กรณีปกติ)&nbsp;จำนวน&nbsp;46&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ซึ่งพบว่า&nbsp;ในจำนวนนี้&nbsp;ได้มีนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในลักษณะของคลัสเตอร์&nbsp;(Cluster)&nbsp;&nbsp;ถึง&nbsp;10&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ที่ประชุมจึงได้ติดตามผลการดำเนินงานของสถานศึกษาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อการเตรียมความในการเปิดการเรียนการสอนแบบ&nbsp;(On-&nbsp;Site)&nbsp;ภาคเรียนที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปัตตานี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยกำหนดให้แต่ละโรงเรียนจะต้องมีหัวหน้าคณะทำงาน</strong>&nbsp;(Covid&nbsp;Manager)&nbsp;ในการกำกับ&nbsp;ติดตาม&nbsp;และการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในโรงเรียน&nbsp;ตั้งแต่การให้ความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;ที่ถูกต้อง&nbsp;เกี่ยวกับการป้องกัน&nbsp;และการแพร่ระบาดของการติดเชื้อโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;การกำหนดแผนเผชิญเหตุมาตรการป้องกัน&nbsp;ตามระดับการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ของสถานศึกษา&nbsp;พร้อมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้เด็กอายุตั้งแต่&nbsp;5&nbsp;-11&nbsp;ปี&nbsp;เข้ารับการฉีดวัคซีนกันให้มากที่สุด&nbsp;ซึ่งข้อมูลการฉีดวัคซีนของกลุ่มนี้มีจำนวนน้อยมาก&nbsp;</p><p><strong>ในการประชุม&nbsp;ทางศึกษาธิการจังหวัดปัตตานี&nbsp;</strong>ได้แจ้งแนวทางการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในโรงเรียนและสถานศึกษา&nbsp;รวมถึงการกำหนดรูปแบบการเรียนการสอน&nbsp;หากช่วงที่จะเปิดการเรียนการสอนยังมีการแพร่ระบาดของโรคโควิดยังรุนแรงอยู่&nbsp;ซึ่งที่ประชุมมอบให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี&nbsp;ได้ปรับข้อมูลให้มีความสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่&nbsp;เพื่อนำไปใช้ในโรงเรียนและสถานศึกษาในจังหวัดปัตตานีต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304162550514
753	ศอ.บต. นำถุงยังชีพพระราชทานส่งมอบให้ผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม จ.ยะลา	<p><strong>รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เป็นผู้แทนสภากาชาดไทย&nbsp;</strong>นำถุงยังชีพพระราชทานส่งมอบให้ผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;พร้อมเร่งช่วยเหลือ&nbsp;ให้ประชาชนได้ประกอบอาชีพเร็วที่สุด</p><p><strong>นายบุญพาศ&nbsp;รักนุ้ย&nbsp;รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหาร</strong>จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชาวบ้านหมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลท่าธง&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ที่ประสบปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมขัง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน&nbsp;พร้อมเป็นผู้แทนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ยามยาก&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;นำถุงยังชีพพระราชทานกว่า&nbsp;120&nbsp;ถุง&nbsp;นำไปมอบให้แก่ประชาชนในพื้นที่</p><p><strong>รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้มอบหมายให้ผู้นำส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;</strong>เร่งช่วยเหลือและลดระดับน้ำเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด&nbsp;อีกทั้งมอบหมายให้มีมาตรการดูแลเด็กๆในพื้นที่&nbsp;เพี่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์สูญเสีย&nbsp;เนื่องจากระดับน้ำในแอ่งน้ำยังมีปริมาณมาก&nbsp;จึงต้องช่วยกันสอดส่องดูแลและมีมาตรการในการป้องกันให้ชัดเจน&nbsp;อย่างไรก็ตามสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ครั้งนี้&nbsp;เกิดจากฝนตกปริมาณกว่า&nbsp;200&nbsp;มิลลิเมตรติดต่อกัน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้</p><p><strong>ด้านนายประสิทธิ์&nbsp;เพชรเชิงเขา&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;</strong>ตำบลท่าธง&nbsp;กล่าวซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี&nbsp;กรมหมื่นสุทธนารีนาถ&nbsp;องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ&nbsp;และสมเด็จ&nbsp;&nbsp;พระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี&nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&nbsp;มหาวัชรราชธิดา&nbsp;&nbsp;องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสา&nbsp;เพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;&nbsp;ยามยาก&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;ทรงห่วงใยราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&nbsp;ตำบลท่าธง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งได้ส่งมอบถุงยังชีพพระราชทานเกือบทุกครั้งที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน&nbsp;ผ่าน&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;อีกทั้งขอบคุณ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และหน่วยงานในพื้นที่ที่เข้าเยี่ยมเยียนและร่วมดูแลประชาชนในพื้นที่ร่วมกัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304162749515
754	เขตสุขภาพที่ 9 จัดประชุมวิชาการทางการแพทย์เขตสุขภาพที่ 9 ปลดล็อกกัญชา กัญชง สร้างสุขภาพ สร้างรายได้ เพื่อการดูแลสุขภาพ และต่อยอดเศรษฐกิจครอบครัวขแงประชาชน	"<p><strong>กระทรวงสาธารณสุข</strong>&nbsp;จัดประชุมวิชาการทางการแพทย์เขตสุขภาพที่&nbsp;9&nbsp;ปลดล็อกกัญชา&nbsp;กัญชง&nbsp;สร้างสุขภาพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;4-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;อาคารเรียนรวม&nbsp;100&nbsp;ปี&nbsp;คณะเทคโนโลยีการจัดการ&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานวิทยาเขตสุรินทร์&nbsp;อำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เพื่อให้ประชาชนสามารถนำมาใช้ดูแลสุขภาพตนเองเบื้องต้น&nbsp;และต่อยอดเศรษฐกิจครอบครัว&nbsp;ตามที่นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ได้ลงนามปลดพืชกัญชาออกจากรายการยาเสพติดให้โทษ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;และจะมีผลบังคับใช้ภายใน&nbsp;120&nbsp;วัน&nbsp;หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมในวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;เป็นการเปิดการประชุมโดย&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ&nbsp;หัวข้อ&nbsp;""กัญชา&nbsp;กัญชงไทย&nbsp;ความมั่นคงทางสุขภาพและเศรษฐกิจของชาติ""&nbsp;นายแพทย์เกียรติภูมิ&nbsp;วงศ์รจิต&nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;และนายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์กล่าวต้อนรับ&nbsp;มีผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;9&nbsp;และจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติ&nbsp;ประชาชนและผู้สนใจร่วมกิจกรรมจำนวนมาก</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;เป็นการเสวนา</strong>ในหัวข้อ&nbsp;""สถานการณ์กัญชา&nbsp;กัญชง&nbsp;ในประเทศไทยโอกาสและความท้าทาย""&nbsp;โดย&nbsp;ภญ.กรพินธุ์&nbsp;ณ&nbsp;ระนอง&nbsp;สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา&nbsp;แพทย์หญิงบุษกร&nbsp;โลหารชุน&nbsp;ผู้แทนกรมการแพทย์&nbsp;นายแพทย์ขวัญชัย&nbsp;วิศิษฐานนท์&nbsp;รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก&nbsp;ภญ,ศิริวรรณ&nbsp;ชัยสมบูรณ์พันธ์&nbsp;ผู้แทนกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์&nbsp;นายแพทย์กิตติ&nbsp;โล่สุวรรณรักษ์&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันกัญชาฯ&nbsp;เป็นผู้ดำเนินการเสวนา</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการเสวนา&nbsp;การอภิปราย</strong>&nbsp;การบรรยาย&nbsp;การสาธิต&nbsp;และการปฏิบัติในหัวข้อที่น่าสนใจต่างๆ&nbsp;เกี่ยวกับกัญชา&nbsp;กัญชง&nbsp;ตลอดทั้ง&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;โดยมุ่งหวังให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด&nbsp;</p><p><strong>การดำเนินงานของเขตสุขภาพที่&nbsp;9</strong>&nbsp;ซึ่งประกอบไปด้วยจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;สุรินทร์และชัยภูมิ&nbsp;เป็นเขตสุขภาพที่มีความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนกัญชาเสรีทางการแพทย์&nbsp;นำโดยนายแพทย์พงศ์เกษม&nbsp;ไข่มุกด์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;9&nbsp;และนายแพทย์สาธารณสุข&nbsp;ทั้ง&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;มีการดำเนินการทั้งในส่วนต้นน้ำกลางน้ำปลายน้ำ</p><p><strong>นอกเหนือจากการประชุมวิชาการแล้ว</strong>&nbsp;ยังมีนิทรรศการ&nbsp;ตลาดนัดความรู้ที่มีทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มีผลงานโดดเด่นมาร่วมจัดแสดง&nbsp;ให้ประชาชนได้เห็น&nbsp;สัมผัส&nbsp;ชิมและลงมือทำ&nbsp;ผู้สนใจสามารถไปรับฟังการเสวนา&nbsp;หรือร่วมกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ได้&nbsp;ตลอดทั้ง&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ตามวันและเวลาดังกล่าว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304163818524
755	ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามเข้าเฝ้าเข้ารับพระราชทานเกียรติบัตรการแต่งตั้งเป็นประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการเหล่ากาชาดฯ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;เข้าเฝ้าสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา&nbsp;ฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;องค์อุปนายิกา&nbsp;ผู้อำนวยการสภากาชาดไทย&nbsp;เพื่อเข้ารับพระราชทานเกียรติบัตรการแต่งตั้งเป็นประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการเหล่ากาชาด&nbsp;รับพระราชทานเกียรติบัตรการแต่งตั้งเป็นนายกเหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;และรับพระราชทานเข็มกลัดอักษรพระนามาภิไธย&nbsp;สธ.&nbsp;&nbsp;แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายกเหล่ากาชาดที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;อาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร&nbsp;สภากาชาดไทย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304162432513
756	นักวิจัยจากสถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เข้าพบผู้บริหาร ศอ.บต. ร่วมทำวิจัยการสร้างธรรมาภิบาลในการบริหาร จชต.	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;นายสมชาย&nbsp;เกียรติ์ภราดร&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการกองบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ต้อนรับ&nbsp;รองศาสตราจารย์&nbsp;ดร.บุษบง&nbsp;ชัยเจริญ&nbsp;&nbsp;หัวหน้าโครงการวิจัยฯ&nbsp;สถาบันสันติศึกษา&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;วิทยาเขตหาดใหญ่&nbsp;พร้อมคณะฯ&nbsp;เข้าพบผู้บริหาร&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เพื่อหารือการดำเนินงานโครงการวิจัยในหัวข้อ&nbsp;การสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ภายใต้นโยบายการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยมี&nbsp;ผู้อำนวยการกอง&nbsp;/&nbsp;กลุ่มงาน&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;&nbsp;ร่วมต้อนรับและหารือ&nbsp;พร้อมได้เก็บข้อมูลวิจัยในครั้งนี้&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;ปัญจเพชร&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;อาคารศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><strong>รองศาสตราจารย์&nbsp;ดร.บุษบง&nbsp;ชัยเจริญ&nbsp;หัวหน้าโครงการวิจัยฯ&nbsp;</strong>ได้กล่าวว่า&nbsp;การหารือการดำเนินงานโครงการวิจัยในครั้งนี้&nbsp;ด้วยความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี&nbsp;2547&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;มีปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และยังมีความสลับซับซ้อนของสภาพปัญหา&nbsp;สาเหตุ&nbsp;ปัจจัย&nbsp;เงื่อนไข&nbsp;และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เป็นหน่วยงานด้านการพัฒนาในพื้นที่&nbsp;ทำหน้าที่เร่งรัด&nbsp;กำกับ&nbsp;ดูแล&nbsp;ประสานงาน&nbsp;ผนึกกำลังและติดตามประเมินผลการปฏิบัติของหน่วยงานในพื้นที่ให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของนโยบายความมั่นคงแห่งชาติเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;จึงทำให้คณะผู้วิจัยมีความสนใจที่จะศึกษาการสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เพื่อให้ทราบถึงสถานภาพและบทบาทของ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ที่มีการพลวัตรไปท่ามกลางสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่อย่างไรในอนาคต</p><p><strong>สำหรับเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้ให้ข้อมูลวิจัยในครั้งนี้&nbsp;</strong>ต้องเป็นผู้ที่มีบทบาทหน้าที่หรือมีหน้าที่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่เป็นเป้าหมายมาแล้วไม่น้อยกว่า&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;และต้องมีประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และเลือกจากจำนวนนี้&nbsp;กลุ่มละ&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;เพื่อให้เข้าร่วมในกระบวนการสัมภาษณ์เชิงลึก&nbsp;โดยคัดเลือกผู้ที่มีข้อมูลและรายละเอียดเชิงลึกให้มากที่สุดต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304162943517
757	ผวจ.ยโสธร พร้อมนายกเหล่ากาชาด มอบรางวัลชนะเลิศ ประกวด ร้องเพลงลูกทุ่งชาย-หญิง ประเภทท้องที่ ในงานสถาปนาจังหวัดยโสธร สะออน 50 ปี ศรียโสธร ให้กำนัน ต.แคนน้อย อ.คำเขื่อนแก้ว และแพทย์ประจำตำบล อ.เมืองยโสธร	<p><strong>นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;เป็นประธานมอบรางวัลชนะเลิศการประกวด&nbsp;ร้องเพลงไทยลูกทุ่งประกอบหางเครื่อง&nbsp;ในงานสถาปนาจังหวัดยโสธร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;โดยมีนางพัทธานันท์&nbsp;ยังตรง&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการและเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร&nbsp;ร่วมชมการประกวด&nbsp;ที่เวทีกลางงานสถาปนาจังหวัดยโสธร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;สวนสาธารณะบุ่งน้อย&nbsp;บุ่งใหญ่&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมืองยโสธร&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;มอบรางวัลชนะเลิศการประกวด&nbsp;ร้องเพลงไทยลูกทุ่งประกอบหางเครื่อง&nbsp;ประเภทปกครองท้องที่ประเภททีมชาย&nbsp;ชนะเลิศอันดับ&nbsp;1&nbsp;ให้แก่นายสำนวน&nbsp;ไชยวัตน์&nbsp;กำนันตำบลแคนน้อย&nbsp;อำเภอคำเขื่อนแก้ว&nbsp;เงินรางวัล&nbsp;5,000.-บาทพร้อมถ้วยรางวัล&nbsp;รองชนะเลิศอันดับ&nbsp;1&nbsp;ได้แก่นายสวัสดิ์&nbsp;แก่นสุวรรณ&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านอำเภอ&nbsp;เมืองยโสธร&nbsp;เงินรางวัล&nbsp;4,000.-บาทพร้อมถ้วยรางวัล&nbsp;และรองชนะเลิศอันดับ&nbsp;2&nbsp;ได้แก่นายเดชา&nbsp;ศรีวะรมย์&nbsp;กำนันตำบลดู่ลาด&nbsp;อำเภอทรายมูล&nbsp;เงินรางวัล&nbsp;3,000.-บาทพร้อมถ้วยรางวัล</p><p><strong>นางพัทธานันท์&nbsp;ยังตรง&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;มอบรางวัลชนะเลิศการประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่งประกอบหางเครื่อง&nbsp;ประเภทปกครองท้องที่ประเภททีมหญิง&nbsp;ชนะเลิศอันดับ&nbsp;1&nbsp;ให้แก่นางสาวสมปอง&nbsp;ทองมณี&nbsp;แพทย์ประจำตำบล&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;เงินรางวัล&nbsp;5,000.-บาทพร้อมถ้วยรางวัล&nbsp;รองชนะเลิศอันดับ&nbsp;2&nbsp;ได้แก่นางนุกูล&nbsp;เสน่ห์พูด&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ต.โคกนาโก&nbsp;อำเภอป่าติ้ว&nbsp;เงินรางวัล&nbsp;4,000.-บาทพร้อมถ้วยรางวัล&nbsp;รองชนะเลิศอันดับ&nbsp;2&nbsp;ได้แก่นางนางศศิธร&nbsp;ประจวบสุข&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อำเภอค้อวัง&nbsp;เงินรางวัล&nbsp;3,000.-บาทพร้อมถ้วยรางวัล</p><p><strong>พร้อมนี้&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;มอบรางวัลขวัญใจมหาชน&nbsp;ชนะเลิศอันดับ&nbsp;1&nbsp;ให้แก่&nbsp;นายสวัสดิ์&nbsp;แก่นสุวรรณ&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;รองชนะเลิศอันดับ&nbsp;1&nbsp;ให้แก่นางสาวสมปอง&nbsp;ทองมณี&nbsp;แพทย์ประจำตำบล&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;และรองชนะเลิศอันดับ&nbsp;2&nbsp;ให้แก่นางนาราภัทร&nbsp;คำวังแคน&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อำเภอคำเขื่อนแก้ว&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดยโสธร&nbsp;ได้กำหนดจัดงานวันสถาปนาจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;ครบรอบ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;&nbsp;ขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;1-7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณสวนสาธารณะบุ่งน้อยบุ่งใหญ่&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมืองยโสธร&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;โดยมีการประกวดร้องเพลงไทยลุกทุ่งประเภทปกครองท้องที่และปกครองท้องถิ่น&nbsp;ในวันที่&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ที่เวทีกลางภายในงาน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304164024526
758	ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดสงขลา ร่วมวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุทางถนนบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา พร้อมลงพื้นที่เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดสงขลา&nbsp;ร่วมวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุทางถนนบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา&nbsp;พร้อมลงพื้นที่เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ช่วงบ่ายวันนี้&nbsp;(4&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมคชคีรี&nbsp;เทศบาลเมืองเขารูปช้าง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;นายเชาวลิต&nbsp;นิฒรรัตน์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา&nbsp;ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นประธานการประชุมวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุทางถนนบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา&nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;เขต&nbsp;12&nbsp;สงขลา&nbsp;(ศูนย์&nbsp;ปภ.เขต&nbsp;12&nbsp;สงขลา)&nbsp;,&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา&nbsp;(ปภ.สงขลา)&nbsp;,&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา&nbsp;,&nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา&nbsp;,&nbsp;สถานีตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา&nbsp;(สภ.เมืองสงขลา)&nbsp;,&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา&nbsp;,&nbsp;สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่&nbsp;12&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ฯลฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายเชาวลิต&nbsp;นิฒรรัตน์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดสงขลา&nbsp;ได้แต่งตั้งคณะทำงานวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดสงขลา&nbsp;ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุที่มีการเสียชีวิต&nbsp;อุบัติเหตุใหญ่&nbsp;หรืออุบัติเหตุที่น่าสนใจ&nbsp;โดยมีหน้าที่ตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณากำหนดมาตรการ&nbsp;แนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;เนื่องจากเมื่อวันศุกร์ที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;15.40&nbsp;น.</strong>&nbsp;ได้เกิดอุบัติเหตุรถชน&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;คัน&nbsp;บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา&nbsp;ถนนกาญจนวนิช&nbsp;ตำบลเขารูปช้าง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ทำให้มีผู้เสียชีวิต&nbsp;ณ&nbsp;จุดเกิดเหตุ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;และได้รับบาดเจ็บ&nbsp;(Admit)&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา&nbsp;ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;จึงได้จัดประชุมวิเคราะห์การเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;และลงพื้นที่วิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว&nbsp;ณ&nbsp;จุดเกิดเหตุบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา&nbsp;ถนนกาญจนวนิช&nbsp;ตำบลเขารูปช้าง&nbsp;อำเภอเมืองสงขลา&nbsp;เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยในที่ประชุมได้มีการวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ</strong>&nbsp;เบื้องต้นพบว่ามีการขับรถด้วยความเร็วสูงและสภาพรถมีการดัดแปลง&nbsp;ขณะนี้&nbsp;รอผลตรวจแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับ&nbsp;ส่วนมาตรการแนวทางในการแก้ไขปัญหา&nbsp;อาทิ&nbsp;การเร่งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ลดความเร็วในการใช้รถใช้ถนน&nbsp;เชื่อมต่อเมืองและหมู่บ้าน&nbsp;,&nbsp;การทำป้ายควบคุมความเร็วบนผิวการจราจร&nbsp;,&nbsp;การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด&nbsp;อาทิ&nbsp;การควบคุมการดัดแปลงสภาพรถ&nbsp;,&nbsp;การห้ามขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด&nbsp;,&nbsp;การขับรถย้อนศร&nbsp;,&nbsp;การรถจอดบนไหล่ทาง&nbsp;,&nbsp;การจอดซ้อนคัน&nbsp;,&nbsp;การแยกช่องจราจรรถเล็กรถใหญ่&nbsp;,&nbsp;การรณรงค์สร้างจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนน&nbsp;,&nbsp;การนำเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยทางถนนมาใช้&nbsp;พร้อมให้ความรู้แก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน&nbsp;รวมทั้งคนข้ามถนน&nbsp;ฯลฯ</p><p><br></p><p>ฮามิดา&nbsp;หวันยาหวา&nbsp;/&nbsp;ข่าว</p><p>โปรดปราน&nbsp;บุญธรรม&nbsp;/&nbsp;ภาพ</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304163230518
759	จังหวัดสมุทรสงคราม จัดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานทำบุญอุทิศถวายอดีตเจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทรวรวิหาร	<p><strong>ที่อาคารอเนกประสงค์&nbsp;4&nbsp;ชั้น&nbsp;วัดเพชรสมุทรวรวิหาร&nbsp;ตำบลแม่กลอง&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;คณะสงฆ์วัดเพชรสมุทรวรวิหาร&nbsp;จัดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานทำบุญอุทิศถวายอดีตเจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทรวรวิหาร&nbsp;โดยได้น้อมกราบอาราธนาเจ้าประคุณสมเด็จพระราชาคณะ&nbsp;พระราชาคณะ&nbsp;จำนวน&nbsp;120&nbsp;รูป&nbsp;ร่วมเป็นประธานฝ่ายสงฆ์&nbsp;รวมทั้งนิมนต์พระครูสัญญาบัตร&nbsp;พระฐานานุกรม&nbsp;พระเปรียญธรรม&nbsp;และพระสงฆ์ต่างจังหวัด&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;รูป&nbsp;เข้าร่วมพิธี&nbsp;และนายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานฝ่ายฆราวาส&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะศิษยานุศิษย์&nbsp;เข้าร่วมพิธีดังกล่าวและร่วมแสดงมุทิตาสักการะ&nbsp;ถวายเครื่องสักการะ&nbsp;และไทยธรรม&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานทำบุญอุทิศถวายอดีตเจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทรวรวิหาร&nbsp;</strong>ครั้งนี้&nbsp;ได้จัดขึ้นภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;สำหรับ&nbsp;พิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน&nbsp;เป็นพิธีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว&nbsp;นิยมปฏิบัติกันคือ&nbsp;ในงานฉลองหรืองานวันเกิด&nbsp;นิยมนำอัฐิของบรรพบุรุษหรือของอุปัชฌาย์อาจารย์มาทำพิธีบังสุกุลกรวดน้ำอุทิศ&nbsp;ส่วนกุศลไปให้เพื่อแสดงถึงความกตัญญูกตเวที</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304163544522
760	เกิดเหตุเพลิงไหม้ป่าข้างทาง ริมถนนชัยภูมิ -บ้านเขว้า	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;นายอนุชา&nbsp;เจริญรักษ์</strong>&nbsp;นายอำเภอเมืองชัยภูมิ&nbsp;มอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ร่วมตรวจสอบเหตุไฟใหม้ป่าข้างทาง&nbsp;ริมถนนชัยภูมิ&nbsp;-บ้านเขว้า&nbsp;กม.3&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;ในเขตพื้นที่บ้านขี้เหล็กใหญ่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลรอบเมืองฯ&nbsp;พบว่าไฟได้ไหม้ลุกลามบริเวณทุ่งนาด้านทิศใต้ของถนนกินพื้นที่ประมาณ&nbsp;50&nbsp;ไร่&nbsp;อบต.รอบเมือง&nbsp;ได้ประสานกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อปพร.&nbsp;ฯ&nbsp;และรถบรรทุกน้ำของเทศบาลเมืองชัยภูมิ&nbsp;เข้าระงับเหตุ&nbsp;โดยใช้เวลาประมาณ&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;จึงสามารถควบคุมเพลิงได้ทั้งหมด</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;อำเภอเมืองชัยภูมิ</strong>&nbsp;ได้สั่งการให้&nbsp;อบต.รอบเมือง&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านฯ&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;เน้นย้ำให้ประชาชนในพื้นที่ทราบถึงมาตรการ&nbsp;และความผิดตามกฎหมาย&nbsp;กรณีจุดไฟเผาป่าฯ&nbsp;ตลอดจนการสืบหาเบาะแสผู้กระทำผิด&nbsp;เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304164857533
761	กระทรวงสาธารณสุข เปิดฉากทัศน์โควิดเทียบสถานการณ์ปัจจุบัน ไทยกำลังจะทะลุเส้นสถานการณ์รุนแรงที่สุด	<p><strong>นพ.โสภณ&nbsp;เอี่ยมศิริถาวร&nbsp;รองอธิบดีกรมควบคุมโรค&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากฉากทัศน์ประเมินสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ที่มีการนำเสนอที่ผ่านมา&nbsp;ถือว่าสถานการณ์ขณะนี้น่าเป็นห่วงจริงๆ&nbsp;เห็นจากเส้นกราฟผู้ป่วยปอดอักเสบและใส่ท่อช่วยหายใจ&nbsp;กำลังขยับเพิ่มขึ้น&nbsp;มีโอกาสขึ้นเป็นฉากทัศน์ที่จำลองคาดการณ์สถานการณ์กรณีรุนแรงที่สุดได้&nbsp;จึงต้องเข้มมาตรการทั้งหมด&nbsp;รวมทั้งการฉีดวัคซีนจะช่วยลดความรุนแรงของโรคได้และจะทำให้อัตราการเพิ่มของผู้ป่วยปอดอักเสบและใส่ท่อช่วยหายใจไม่มากเกินศักยภาพของระบบรักษาพยาบาล&nbsp;ซึ่งคาดว่าจุดสูงสุดการระบาดที่ทำให้ผู้ป่วยอาการรุนแรงน่าจะอยู่ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม&nbsp;</p><p><strong>จากตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ขณะนี้ที่มีอัตราเพิ่ม&nbsp;</strong>มีโอกาสจะมีผู้ติดเชื้อสูงสุดประมาณกว่า&nbsp;5&nbsp;หมื่นรายต่อวันได้&nbsp;ในช่วงประมาณวันที่&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;แต่หากเราไม่สามารถคงมาตรการเข้มงวด&nbsp;ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;การป้องกันตัวเองแบบเข้มงวดและหากไม่ลดพฤติกรรมเสี่ยง&nbsp;ก็อาจมีโอกาสพบติดเชื้อรายใหม่มากกว่า&nbsp;5&nbsp;หมื่นรายต่อวัน&nbsp;หรือเพิ่มอีก&nbsp;2&nbsp;เท่า&nbsp;แต่เชื่อว่าจากประสบการณ์ของประชาชน&nbsp;เราสามารถร่วมมือร่วมใจกันได้&nbsp;ด้วยการยกระดับมาตรการ&nbsp;ป้องกันการแพร่เชื้อ&nbsp;จะทำให้เส้นสีน้ำเงินนี่อยู่แถวๆ&nbsp;เส้นสีเหลือง&nbsp;ไม่เกินเส้นสีแดง</p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304204321627
762	ประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช กำหนดตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเด่นชัย ประจำปี 2565 ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2565	<p><strong>นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ด้วยมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช&nbsp;ได้กำหนดตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อให้คณะกรรมการมูลนิธิ&nbsp;และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขได้รับทราบปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;และแนวทางแก้ไข&nbsp;ตลอดจนการให้การสนับสนุนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช&nbsp;เพื่อพัฒนาให้ครบทุกด้าน&nbsp;ทั้งด้านโครงสร้างและระบบบริการให้เป็นโรงพยาบาลพัฒนาตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบ&nbsp;จึงกำหนดการตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเด่นชัย&nbsp;อำเภอเด่นชัย&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ในวันที่&nbsp;13&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;ศาสตราจารย์เกียรติคุณ&nbsp;นายแพทย์เกษม&nbsp;วัฒนชัย&nbsp;องคมนตรี&nbsp;ประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช&nbsp;เป็นประธานการตรวจเยี่ยม</p><p><strong>โดยวันที่&nbsp;13&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;ศาสตราจารย์เกียรติคุณ&nbsp;นายแพทย์เกษม&nbsp;วัฒนชัย&nbsp;องคมนตรี&nbsp;ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช&nbsp;พร้อมคณะเดินทางถึงโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเด่นชัย&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ถวายความเคารพและเปิดกรวยถวายสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ณ&nbsp;อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน&nbsp;จากนั้นเข้าไปยังห้องรับรอง&nbsp;และห้องประชุม&nbsp;จุดธูป&nbsp;เทียน&nbsp;บูชาพระรัตนตรัย&nbsp;และเป็นประธานประชุมร่วมกับคณะผู้บริหารจังหวัดแพร่&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;คณะกรรมการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช&nbsp;และมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสาขาเด่นชัย&nbsp;และในช่วงบ่ายจะมอบถุงของขวัญพระราชทานแก่ผู้ป่วยและเยี่ยมชมโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเด่นชัย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304162141511
763	จังหวัดบึงกาฬ จัดงานวันรวมน้ำใจชาวจังหวัดบึงกาฬสู่เหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ	<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่สำนักงานกาชาดจังหวัดบึงกาฬ</strong>&nbsp;นายสนิท&nbsp;ขาวสอาด&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;คณะกรรมการเหล่ากาชาด&nbsp;ได้รับมอบเงินสด&nbsp;และสิ่งของต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จากหน่วยงานราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;ห้างร้าน&nbsp;นักธุรกิจ&nbsp;มูลนิธิ&nbsp;ชมรม&nbsp;และประชาชนชาวจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;เพื่อนำไปใช้จ่ายในกิจการของเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;และนำไปจัดซื้อสิ่งของรางวัลการออกสลากกาชาดจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ในงานวันสถาปนาและ&nbsp;งานของดีจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;2565&nbsp;โดยมีผู้มีจิตศรัทธาอันเป็นกุศลร่วมบริจาครวมเป็นมูลค่า&nbsp;1,096,194&nbsp;บาท</p><p><strong>นายสนิท&nbsp;ขาวสอาด&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ</strong>&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เนื่องจากในวันที่&nbsp;23&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;ถือเป็นวันคล้ายวันสถาปนาจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;โดยหากนับตั้งแต่ปีที่ก่อตั้งเมื่อ&nbsp;พ.ศ&nbsp;2554&nbsp;ในปีนี้&nbsp;จังหวัดบึงกาฬจะครบรอบ&nbsp;11&nbsp;ปีพอดี&nbsp;ซึ่งจังหวัดบึงกาฬของเราก็มีพัฒนาการที่ดีในด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;และทุกภาคส่วนก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างเมือง&nbsp;สร้างคน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ให้กับจังหวัดบึงกาฬได้ก้าวหน้าต่อไป&nbsp;สำหรับวันนี้&nbsp;วันรวมน้ำใจ&nbsp;สู่เหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ก็ถือเป็นอีกวันหนึ่งที่เราได้เห็นการร่วมแรงร่วมใจกันของทุกภาคส่วนที่จะสนับสนุนภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของภาครัฐที่มีภารกิจในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้พ้นจากทุกข์ภัยและเป็นที่พึ่งของบุคคลผู้ยากไร้&nbsp;การจัดงานครั้งนี้&nbsp;รวมถึงการออกร้านนาคากาชาดในงานวันสถาปนาฯ&nbsp;ซึ่งกำหนดจักขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;23&nbsp;&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ก็ถือเป็นกิจกรรมที่จะมีการนำรายได้มาสนับสนุนภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬต่อไปด้วย&nbsp;และจากที่เห็นบรรยากาศในวันนี้&nbsp;ถือว่า&nbsp;ทุกภาคส่วนได้ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดียิ่ง&nbsp;จึงขอให้ทุกท่านจดจำบรรยากาศที่ดีแบบนี้ตลอดไป&nbsp;และขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬเป็นอย่างดี</p><p><strong>สำหรับบรรยากาศภายในงานมีความคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า</strong>&nbsp;มีหน่วยงานทั้งภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;มาร่วมให้การสนับสนุนสิ่งของและเงินสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ภาคส่วนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ยังได้ให้การสนับสนุนตั้งซุ้มโรงทานเพื่อให้บริการอาหาร&nbsp;และน้ำดื่มถึง&nbsp;28&nbsp;ซุ้ม&nbsp;ทำให้ผู้ที่เข้ามาร่วมงานได้อิ่มใจและอิ่มท้องกันตั้งแต่ช่วงเช้าถึงช่วงเที่ยง&nbsp;โดยผู้เข้าร่วมงานจะต้องผ่านจุดคัดกรองตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;ทุกคน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บึงกาฬ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304164956535
764	ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ ร่วมตรวจสอบการลักลอบนำเข้าสัตว์-ซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต	<p><strong>ชุดเฉพาะกิจด่านกักกันสัตว์นครราชสีมา&nbsp;</strong>ร่วมกับ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ปฏิบัติงานเข้าตรวจสอบห้องเย็นในเขตพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;เพื่อป้องกันการกักตุนซากสุกร&nbsp;ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้สุกรมีราคาที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;และเป็นแนวทางป้องกันการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;รวมถึงตรวจสอบการลักลอบนำเข้าสัตว์-ซากสัตว์<strong>โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์</strong>&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่</p><p>1.&nbsp;บ.นายหมูซีฟู้ด?ห้องเย็น&nbsp;เลขที่&nbsp;237&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ต.ธาตุทอง&nbsp;อ.ภูเขียว&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;ตรวจพบซากสุกรทั้งหมด&nbsp;1,000&nbsp;กก.&nbsp;โดยด่านกักกันสัตว์นครราชสีมาได้แนะนำให้&nbsp;เจ้าของกิจการ&nbsp;รายงาน&nbsp;แบบ&nbsp;สก.01&nbsp;ให้กับ&nbsp;สนง.พาณิชย์จังหวัดทราบ</p><p>2.&nbsp;บ.&nbsp;ห้องเย็นรุ่งโรจน์&nbsp;เลขที่&nbsp;786&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ต.ผักปัง&nbsp;อ.ภูเขียว&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;ไม่พบซากสุกร&nbsp;เป็นห้องเย็นเก็บรักษาเครื่องในโค(สไบนาง)?จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีการกักตุนซากสุกรและไม่พบการกระทำความผิดตาม&nbsp;พรบ.โรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;การเข้าปฏิบัติงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการเป็นอย่างดี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304165143538
765	โฆษก ศบค.ตรัง แถลงพบผู้ป่วยโควิด 19 รายใหม่ 169 ราย สะสม 3,619 ราย หายป่วยกลับบ้านได้ 145 ราย	<p><strong>นายแพทย์&nbsp;สินชัย&nbsp;รองเดช&nbsp;นายแพทย์เชี่ยวชาญ&nbsp;</strong>ด้านเวชกรรมป้องกัน&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรังในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;และ&nbsp;นายราชชัน&nbsp;อรุณแสง&nbsp;นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ&nbsp;สาธารณสุขอำเภอเมืองตรัง&nbsp;แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พบผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;รายใหม่&nbsp;พบจำนวน&nbsp;169&nbsp;ราย&nbsp;จากผลตรวจ&nbsp;298&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นติดเชื้อในจังหวัดตรัง&nbsp;164&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากที่อื่น&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;3,619&nbsp;ราย&nbsp;ผลการตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;1,434&nbsp;ราย&nbsp;จากผลตรวจ&nbsp;3,213&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จำแนกผู้ป่วยเป็นรายอำเภอดังนี้</strong>&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;16&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;&nbsp;43&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;29&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอหาดสำราญ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;49&nbsp;ราย&nbsp;สัมผัสที่ทำงาน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;สัมผัสในชุมชน&nbsp;90&nbsp;ราย&nbsp;พูดคุยโดยไม่สวมแมส&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ในวันนี้&nbsp;มีการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>เข็มที่1&nbsp;จำนวน&nbsp;506,365&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;80.81&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;470,811&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;75.14&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;123,732&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;19.75&nbsp;จากประชากร&nbsp;626,581&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในขณะที่&nbsp;ผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้านได้วันนี้&nbsp;145&nbsp;ราย</strong>&nbsp;หายป่วยสะสม&nbsp;2,798&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;800&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีอาการน้อย&nbsp;611&nbsp;ราย&nbsp;อาการปานกลาง&nbsp;168&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจน&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจนแรงดันสูง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;ใช้เครื่องช่วยหายใจ&nbsp;5&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304163532521
766	จ.อุดรธานี ติดตามผลการดำเนินงานอ่างห้วยคล้ายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ	<p><strong>จ.&nbsp;อุดรธานี&nbsp;ประชุมติดตามผลการดำเนินงาน</strong>โครงการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนอ่างเก็บน้ำห้วยคล้ายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;เพื่อสนับสนุนพัฒนาต่อยอดพื้นที่ต้นแบบจังหวัด&nbsp;ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;ของสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ&nbsp;สืบสานแนวพระราชดำริ&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมพระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร&nbsp;อาคาร&nbsp;1&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี&nbsp;นายกองเอกปราโมทย์&nbsp;ธัญญพืช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็นประธานการประชุมสรุปผลการดำเนินงานโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน&nbsp;อ่างเก็บน้ำห้วยคล้ายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;อำเภอหนองวัวซอ&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;และสรุปผลการดำเนินงานโครงการฝ่าวิกฤตด้วยเศรษฐกิจและสังคมฐานรากให้พัฒนาก้าวไปตามแนวพระราชดำริ&nbsp;</p><p><strong>โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมสรุปผลการดำเนินงาน</strong>&nbsp;ตลอดจนร่วมกันพิจารณากระบวนการและขั้นตอนส่งมอบพื้นที่ต้นแบบให้ชุมชนและส่วนราชการพัฒนาต่อยอด&nbsp;รวมทั้งสนับสนุนและพัฒนาต่อยอดพื้นที่ต้นแบบจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;(&nbsp;พ.ศ.2566-25570)ของสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ&nbsp;ดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน&nbsp;อ่างเก็บน้ำห้วยคล้ายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;อำเภอหนองวัวซอ&nbsp;ใน&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;คือบ้านโคกล่าม&nbsp;บ้านแสงอร่าม&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2554&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของราษฎร&nbsp;โดยพัฒนาระบบน้ำ&nbsp;ปรับปรุงดิน&nbsp;และส่งเสริมองค์ความรู้&nbsp;ที่ทำให้ผลผลิตการเกษตรเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยห้วยคล้ายมีพื้นที่&nbsp;15,427&nbsp;ไร่&nbsp;จำแนกเป็นผืนป่า&nbsp;10,562&nbsp;ไร่&nbsp;พื้นที่อยู่อาศัย&nbsp;219&nbsp;ไร่&nbsp;พื้นที่ทำกิน&nbsp;3,995&nbsp;ไร่&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;นอกพื้นที่รับน้ำ&nbsp;2,095&nbsp;ไร่&nbsp;ในพื้นที่รับน้ำ&nbsp;1,900&nbsp;ไร่&nbsp;มีครัวเรือนเข้าร่วมโครงการจำนวน&nbsp;203&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;83&nbsp;ของครัวเรือนที่มีอยู่ทั้ง&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;โครงการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนอ่างเก็บน้ำห้วยคล้ายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;อำเภอหนองวัวซอ&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;9&nbsp;จังหวัด&nbsp;ที่สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ&nbsp;สืบสานพระราชดำริ&nbsp;เข้าไปส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ&nbsp;</p><p><strong>โดยมีเป้าหมายการพัฒนาใน&nbsp;3&nbsp;ระดับ</strong>&nbsp;คือ&nbsp;อยู่รอด&nbsp;พอเพียง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;และจัดกลุ่มพื้นที่ต้นแบบออกเป็น&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;คือ&nbsp;</p><p>1.พื้นที่ต้นแบบที่ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้&nbsp;จะเตรียมส่งมอบการพัฒนาพื้นที่ให้ชุมชนและหน่วยงานราชการ&nbsp;โดยยังถือเป็นพันธกิจในเครือข่ายของการพัฒนา</p><p>2.&nbsp;พื้นที่ต้นแบบที่ชุมชนจำเป็นต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยสถาบันฯยังคงสนับสนุนองค์ความรู้&nbsp;เทคโนโลยีนวัตกรรมและการตลาด&nbsp;</p><p>3.&nbsp;พื้นที่ต้นแบบที่มีผลผลิตภัณฑ์&nbsp;ที่มีศักยภาพในการทำกำไร&nbsp;สามารถนำมาทำแผนธุรกิจ&nbsp;เพื่อพัฒนาไปสู่วิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;เป็นทางเลือกในการสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304165320540
767	ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง จัดแคมเปญกระตุ้นให้ประชาชนกลุ่ม 607 เข้ารับวัคซีน จับหางบัตรชิงรางวัล เดือนละ 2 ครั้ง จำนวน  2 เดือน	<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ตั้งเป้าให้ประชาชนชาวตรังได้รับวัคซีน&nbsp;กว่าร้อยละ&nbsp;90&nbsp;&nbsp;&nbsp;ล่าสุดวันนี้&nbsp;(4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;มีประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;แล้ว&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;506,365&nbsp;ราย&nbsp;จากเป้าหมาย&nbsp;626,581&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;80.81&nbsp;&nbsp;/&nbsp;ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;&nbsp;แล้ว&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;470,811&nbsp;ราย&nbsp;จากเป้าหมาย&nbsp;626,581&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;75.14&nbsp;และ&nbsp;ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;แล้ว&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;123,732&nbsp;ราย&nbsp;จากเป้าหมาย&nbsp;626,581&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;19.75&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;จึงเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนกลุ่ม&nbsp;607</strong>&nbsp;(ผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง&nbsp;โรคหัวใจและหลอดเลือด&nbsp;โรคไตวายเรื้อรัง&nbsp;โรคหลอดเลือดสมอง&nbsp;โรคอ้วน&nbsp;โรคมะเร็ง&nbsp;โรคเบาหวาน)&nbsp;&nbsp;ได้เข้ารับวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;,2&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;ที่โรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใกล้บ้าน&nbsp;พร้อมมีรางวัลจูงใจแก่ผู้เข้ารับวัคซีน&nbsp;&nbsp;โดยจะมีการจับคูปอง&nbsp;4&nbsp;ครั้ง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องแถลงข่าว&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;จะมีการถ่านทอดสดผ่านทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;FM.91.25&nbsp;MHz.&nbsp;และเพจเฟสบุ๊ก&nbsp;สวท.ตรัง&nbsp;&nbsp;LIVE&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การจับรางวัลครั้งที่&nbsp;1&nbsp;สำหรับกลุ่ม&nbsp;607&nbsp;ที่เข้ารับวัคซีน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จะทำการจับรางวัลในวันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;14.15&nbsp;น.&nbsp;รางวัลที่&nbsp;1&nbsp;:&nbsp;ทีวีซัมซุง&nbsp;LED&nbsp;32&nbsp;นิ้ว&nbsp;/&nbsp;รางวัลที่&nbsp;2&nbsp;เงินรางวัลมูลค่า&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;/&nbsp;รางวัลที่&nbsp;3&nbsp;เงินรางวัลมูลค่า&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;3&nbsp;รางวัล&nbsp;,&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การจับรางวัลครั้งที่&nbsp;2&nbsp;สำหรับกลุ่ม&nbsp;607&nbsp;ที่เข้ารับวัคซีน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;16-31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จะทำการจับรางวัลในวันที่&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;14.15&nbsp;น.&nbsp;รางวัลที่&nbsp;1&nbsp;:&nbsp;เครื่องซักผ้าซัมซุง&nbsp;8.5&nbsp;Kg./&nbsp;รางวัลที่&nbsp;2&nbsp;เงินรางวัลมูลค่า&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;/&nbsp;รางวัลที่&nbsp;3&nbsp;เงินรางวัลมูลค่า&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;3&nbsp;รางวัล&nbsp;,&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การจับรางวัลครั้งที่&nbsp;3&nbsp;สำหรับกลุ่ม&nbsp;607&nbsp;ที่เข้ารับวัคซีน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-15&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;จะทำการจับรางวัลในวันที่&nbsp;22&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;14.15&nbsp;น.&nbsp;รางวัลที่&nbsp;1&nbsp;:&nbsp;ตู้เย็นชาร์ป&nbsp;2&nbsp;ประตู&nbsp;&nbsp;5.9&nbsp;คิว&nbsp;/&nbsp;รางวัลที่&nbsp;2&nbsp;เงินรางวัลมูลค่า&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;/&nbsp;รางวัลที่&nbsp;3&nbsp;เงินรางวัลมูลค่า&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;3&nbsp;รางวัล&nbsp;,&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การจับรางวัลครั้งที่&nbsp;4&nbsp;สำหรับกลุ่ม&nbsp;607&nbsp;ที่เข้ารับวัคซีน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;16-30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;จะทำการจับรางวัลในวันที่&nbsp;6&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;14.15&nbsp;น.&nbsp;รางวัลที่&nbsp;1&nbsp;:&nbsp;ตู้เย็นโตชิบา&nbsp;2&nbsp;ประตู&nbsp;6.4&nbsp;คิว&nbsp;/&nbsp;รางวัลที่&nbsp;2&nbsp;เงินรางวัลมูลค่า&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;/&nbsp;รางวัลที่&nbsp;3&nbsp;เงินรางวัลมูลค่า&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;3&nbsp;รางวัล</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304163909525
768	มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยที่จังหวัดนครพนม	<p><strong>มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง&nbsp;แห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;โดยสมาคมพ่อค้าจังหวัดนครพนม&nbsp;มอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอัคคีภัยพื้นที่จังหวัดนครพนม&nbsp;โดยนายชวนินทร์&nbsp;วงศ์สถิตจิรกาล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นประธานการมอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอัคคีภัยจังหวัดนครพนม&nbsp;เขตพื้นที่อำเภอเรณูนคร&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;อำเภอโพนสวรรค์&nbsp;3&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;อำเภอเมืองนครพนม&nbsp;2&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และอำเภอศรีสงคราม&nbsp;5&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;11&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;159,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมกล่าวขอบคุณและกล่าวให้กำลังใจผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;ณ&nbsp;สมาคมพ่อค้าจังหวัดนครพนม&nbsp;อำเภอเมืองนครพนม&nbsp;โดยมีคณะกรรมการบริหารสมาคมพ่อค้าจังหวัด&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม&nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยาน</p><p><strong>นายสุเทพ&nbsp;อติวรรณกุล&nbsp;นายกสมาคมพ่อค้าจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สมาคมพ่อค้าจังหวัดนครพนมถือเป็นตัวแทนมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในจังหวัดนครพนม&nbsp;ได้รับมอบหมายให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยและดำเนินกิจกรรมโครงการต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนครพนม&nbsp;เช่น&nbsp;การช่วยเหลือศพไร้ญาติ&nbsp;ผู้ประสบภัยแล้ง&nbsp;ภัยหนาว&nbsp;อัคคีภัย&nbsp;วาตภัย&nbsp;อุทกภัย&nbsp;การสร้างศาลาที่พักผู้โดยสาร&nbsp;การสร้างถังน้ำเพื่อการบริโภค&nbsp;ฯลฯ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304164113528
769	COVID-19 จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้เสียชีวิตสะสม 9 ราย ผู้ป่วยสะสม 5,426 ราย ขณะที่วันนี้มีผู้ติดเชื้อยืนยันเพิ่ม 21 ราย ในทุกอำเภอ	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์&nbsp;การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม-4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;738&nbsp;ราย&nbsp;(ตรวจ&nbsp;RT-PCR)&nbsp;ผู้ป่วยเข้าข่ายสะสม&nbsp;(ตรวจ&nbsp;ATK)&nbsp;4,688&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ป่วยสะสมทั้งหมด&nbsp;5,426&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,542&nbsp;ราย&nbsp;ยังรักษาอยู่&nbsp;1,730&nbsp;ราย&nbsp;โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่&nbsp;99.52%&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย&nbsp;เนื่องจากได้รับวัคซีนป้องกันโรคแล้ว&nbsp;โดยมีผู้ป่วยรักษาอยู่ที่&nbsp;โรงพยาบาลเพียง&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;(2.20%)&nbsp;ศูนย์แยกกักโรคชุมชน(CI)&nbsp;97&nbsp;ราย&nbsp;(5.20%)&nbsp;และแยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;1,736&nbsp;ราย&nbsp;(92.60%)&nbsp;การตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19</p><p><strong>ในวันนี้ตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;91&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;</strong>อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปางมะผ้า&nbsp;และแม่ลาน้อย&nbsp;อำเภอละ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;682&nbsp;ชุด&nbsp;ผลบวก&nbsp;223&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;78&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;67&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปางมะผ้า&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอขุนยวม&nbsp;3&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับผลการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;</strong>แก่ประชาชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;สะสมถึงวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;174,973&nbsp;คน&nbsp;(71.20%)&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;147,856&nbsp;คน&nbsp;(60.16%)&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;34,042&nbsp;คน&nbsp;(13.85%)</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304163630523
770	โฆษก ศบค.ตรัง เผยอีก 4 เดือนข้างหน้าโควิด -19 จะกลายเป็นโรคประจำถิ่น แต่ยังคงเน้นย้ำมาตรการ Universal Prevention	<p><strong>นายแพทย์&nbsp;สินชัย&nbsp;รองเดช&nbsp;นายแพทย์เชี่ยวชาญ</strong>&nbsp;ด้านเวชกรรมป้องกัน&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรังในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่าในอีก&nbsp;4&nbsp;เดือนข้างหน้าจะมีการปรับให้&nbsp;covid-19&nbsp;เป็นโรคประจำถิ่น&nbsp;คล้ายไข้หวัดใหญ่&nbsp;ซึ่งจะเน้นในส่วนของการใช้ชีวิตตามปกติแบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;และเน้นในส่วนของมาตรการป้องกัน&nbsp;มากกว่าการค้นหาเชิงรุก&nbsp;โดยจะทำการตรวจหาเชื้อ&nbsp;เฉพาะผู้ที่มีอาการและเดินทางเข้ามาทำการตรวจที่โรงพยาบาลไม่เน้นการค้นหาเชิงรุก&nbsp;ซึ่งผู้ที่ติดเชื้อโควิค&nbsp;19&nbsp;ไม่ใช่บุคคลที่น่ารังเกียจ</p><p><strong>สำหรับแนวทางในการรักษาสำหรับกลุ่มผู้ป่วยสีเขียว</strong>จะไม่มีการจ่ายยาฟาวิพิราเวียแต่จะจ่ายยาฟาวิพิราเวียในกลุ่มที่จำเป็นอย่างกลุ่ม&nbsp;607&nbsp;และกลุ่มที่มีอาการรุนแรง&nbsp;ทั้งนี้ขอเชิญชวนให้กลุ่ม&nbsp;607&nbsp;เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันโควิด&nbsp;19&nbsp;ให้เพื่มขึ้น&nbsp;โดยจะมีการแจกรางวัลสำหรับผู้โชคดีที่ฉีดวัคซีนในช่วงเดือนมีนาคมนี้&nbsp;พร้อมเน้นย้ำมาตรการป้องกันโควิด&nbsp;19&nbsp;ด้วยมาตรการป้องกันแบบครอบจักรวาล&nbsp;หรือ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304170633554
771	ชวนผู้สูงอายุรับวัคซีนป้องกันโรคโควิด -19 ให้ครบจนถึงเข็มกระตุ้น หลังอัตราเสียชีวิตเพิ่มขึ้นตามอัตราผู้ติดเชื้อ	<p><strong>นพ.โสภณ&nbsp;เอี่ยมศิริถาวร&nbsp;รองอธิบดีกรมควบคุมโรค&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ข้อมูลการเฝ้าระวังระลอกมกราคม&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ขณะนี้การระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;เป็นสายพันธุ์โอมิครอนเกือบทั้งหมดและมีการติดเชื้อสูงขึ้น&nbsp;ไม่เฉพาะไทยแต่ประเทศอื่นๆ&nbsp;ก็เช่นกัน&nbsp;อย่างเกาหลีใต้&nbsp;เวียดนาม&nbsp;มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เกินวันละแสนราย&nbsp;ส่วนไทยขณะนี้ค่าเฉลี่ย&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;ติดเชื้ออยู่ที่ประมาณ&nbsp;2.2&nbsp;หมื่นรายต่อวัน&nbsp;</p><p><strong>โดยวันนี้วันเดียวตรวจด้วย&nbsp;RT_PCR&nbsp;&nbsp;23,834&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจึงส่งผลให้ผู้ป่วยอาการรุนแรงเพิ่มขึ้น&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;แม้โอมิครอน&nbsp;แพร่เร็วแต่ความรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์เดลตา&nbsp;แต่ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อที้เพิ่มขึ้น&nbsp;ทำให้จำนวนผู้ป่วยที่ปอดอักเสบต้องนอนรักษาใน&nbsp;รพ.&nbsp;เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนด้วย&nbsp;</p><p><strong>ช่วง&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;1.5&nbsp;เท่า&nbsp;</strong>เมื่อเทียบกับ&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;ส่วนผู้ใส่ท่อช่วยหายใจเพิ่มขึ้นเกือบ&nbsp;2&nbsp;เท่า&nbsp;จากเดิมอยู่ใน&nbsp;รพ.&nbsp;จำนวน&nbsp;184&nbsp;ราย&nbsp;เมื่อวานนี้มี&nbsp;337&nbsp;ราย&nbsp;เช่นเดียวกับผู้เสียชีวิตที่ขยับเพิ่มขึ้น&nbsp;แม้อัตราป่วยหนักและเสียชีวิตจะน้อยกว่าปีที่แล้วที่พบสายพันธุ์เดลตา&nbsp;แต่ด้วยยังมีผู้สูงอายุ&nbsp;กลุ่มเสี่ยงที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนจำนวนหนึ่ง&nbsp;ทำให้สถานการณ์มีการเพิ่มขึ้นของผู้เสียชีวิตอยู่&nbsp;ข้อมูลตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;หรือ&nbsp;2&nbsp;เดือนที่ผ่านมาจนถึงวันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จากเดิมพบการติดเชื้อมากในกลุ่มวัยทำงาน&nbsp;และคนอายุมากขึ้น&nbsp;แต่&nbsp;2&nbsp;เดือนที่ผ่านมาพบการติดเชื้อในเด็กมากขึ้น&nbsp;ในกลุ่มอายุ&nbsp;10-19&nbsp;ปี&nbsp;และอายุ&nbsp;0-9&nbsp;ปี&nbsp;แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบทำให้ป่วยหนักและเสียชีวิต&nbsp;เนื่องจากมีอัตราป่วยตายเปอร์เซ็นต์ต่ำ&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในกลุ่มผู้สูงอายุได้รับวัคซีนไปแล้วคิดเป็นร้อยละ&nbsp;83</strong>&nbsp;แม้จะมาก&nbsp;แต่ยังมีอีก&nbsp;ร้อยละ&nbsp;17&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;2.2&nbsp;ล้านคน&nbsp;ขณะนี้ทุกหน่วยงานกำลังเร่งรัดฉีดวัคซีนในผู้สูงอายุ&nbsp;ทั้งการค้นหาผู้สูงอายุที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน&nbsp;มีการเชิญชวน&nbsp;ทำงานอย่างหนักทุกภาคส่วน&nbsp;เพื่อเชิญชวนผู้สูงอายุมาฉีดวัคซีน&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-03T00:00:00	NULL	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304200718608
772	สปสช. คาดสถานการณ์ผู้ป่วยโทร 1330 ตกค้างรอเข้าระบบจะลดลงและดีขึ้น 	<p><strong>ทพ.อรรถพร&nbsp;ลิ้มปัญญาเลิศ</strong>&nbsp;รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;(สปสช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สปสช.ได้ปรับระบบสายด่วน&nbsp;1330&nbsp;เพิ่มคู่สาย&nbsp;3,000&nbsp;คู่สาย&nbsp;เพิ่มเจ้าหน้าที่รับสาย&nbsp;เพิ่มช่องทางลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์และไลน์&nbsp;@nhso&nbsp;รวมถึงเพิ่มจิตอาสาเข้ามาช่วยตอบปัญหา&nbsp;จากเดิมที่มีผู้ป่วยตกค้างรอสายกว่าครึ่ง&nbsp;ขณะนี้เหลือที่คงค้างประมาณ&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;แต่เจ้าหน้าที่พยายามทะยอยโทรกลับ&nbsp;นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากกองทัพบก&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;และกองทัพอากาศ&nbsp;เข้ามาร่วมเพิ่มอีก&nbsp;200&nbsp;คู่สาย&nbsp;เชื่อว่าสถานการณ์ผู้ตกค้างจะลดลงเรื่อยๆ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ยังได้เพิ่มบริการให้ผู้ป่วยอาการน้อยและไม่มีภาวะเสี่ยง</strong>&nbsp;สามารถเข้ารักษาในระบบผู้ป่วยนอก&nbsp;(OPD)&nbsp;โดยสามารถติดต่อเข้ารับบริการที่หน่วยบริการตามสิทธิและสถานพยาบาลที่ร่วมในระบบได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304204211626
773	ประชาชนชาวบ้านห้วยใหญ่ อ.วังวิเศษ ขานรับนโยบายผู้ว่าฯ ตรัง ในการส่งเสริมให้มีการปลูกพืชสมุนไพรฟ้าทะลายโจร สร้างรายได้เดือนละหว่าหมื่นบาท จากการหมุนเวียนปลูกพืชระยะสั้น ตามโครงการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด -19 และกลุ่มเปราะบาง บ้านห้วยใหญ่	<p><strong>นายบุญรอด&nbsp;บุญช่วย&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;</strong>บ้านห้วยใหญ่&nbsp;ตำบลอ่าวตง&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่าคณะกรรมการหมู่บ้านบ้านห้วยใหญ่&nbsp;ได้อนุมัติงบประมาณกว่า&nbsp;4&nbsp;หมื่นบาท&nbsp;ดำเนินโครงการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด&nbsp;-19&nbsp;และกลุ่มเปราะบาง&nbsp;บ้านห้วยใหญ่&nbsp;ปลูกพืชสมุนไพรและพืชทางเลือกระยะสั้นในที่ดินสาธารณะของหมู่บ้าน&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ที่ดินสาธารณะของหมู่บ้านนั้นได้มีการยึดคืนมาจากการบุกรุกของประชาชนและนายทุน&nbsp;กว่า&nbsp;47&nbsp;ไร่&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;ได้สั่งการทุกอำเภอจัดหาสถานที่&nbsp;เพื่อให้ประชาชนประกอบอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว&nbsp;อยู่อย่างไม่เดือดร้อน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;ทางคณะกรรมการหมู่บ้าน&nbsp;บ้านห้วยใหญ่&nbsp;</strong>ได้สนองนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;ได้มีการใช้ที่สาธารณะ&nbsp;กว่า&nbsp;11&nbsp;ไร่&nbsp;ให้กับประชาชนที่ผ่านการคัดเลือกและต้องการที่จะร่วมโครงการจริงๆจำนวน&nbsp;14&nbsp;ครอบครัว&nbsp;เข้ามาใช้ประโยชน์&nbsp;โดยประชาชนได้มีการปลูกพืชสมุนไพรฟ้าทะลายโจร&nbsp;และปลูกพืชระยะสั้น&nbsp;ซึ่งประชาชนที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ได้มีการปลูกมะเขือ&nbsp;พริก&nbsp;ข่า&nbsp;ตะไคร้&nbsp;กระชายขาว&nbsp;ซึ่งการปลูกพืชระยะสั้นส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการปลูกไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;นำออกไปจำหน่ายที่ตลาดในหมู่อีกทั้งยังมีพ่อค้า&nbsp;แม่ค้าเข้ามารับซื้อถึงที่&nbsp;ทำให้มีรายได้เฉลี่ยเดือนละกว่าหมื่นบาท&nbsp;และมีการปลูกพืชหมุนเวียนชนิดอื่นอีกด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านจ่าเอก&nbsp;สุวัฒน์&nbsp;สัญวงศ์&nbsp;นายอำเภอวังวิเศษ</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;นโยบายของจังหวัดของผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ที่ต้องการให้มีอาหารอย่างพอเพียงในพื้นที่&nbsp;ซึ่งสถานการณ์ในปัจจุบัน&nbsp;เป็นที่ทราบกันอยู่ว่าโรค&nbsp;covid&nbsp;19&nbsp;ได้ระบาด&nbsp;ยาที่ใช้รักษาได้อย่างหนึ่งหรือว่าสมุนไพรที่ใช้ได้อย่างหนึ่ง&nbsp;ก็คือฟ้าทะลายโจร&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านก็ได้รับนโยบายของจังหวัด&nbsp;นำมาปฏิบัติในพื้นที่การปลูกฟ้าทะลายโจรควบคู่ไปกับพืชระยะสั้นนั้น&nbsp;จะทำให้ประชาชนมีรายได้&nbsp;เมื่อฟ้าทะลายโจรมีจำนวนมากก็สามารถนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชน&nbsp;ในการกินเป็นยาสมุนไพร&nbsp;ป้องกันโควิด-19</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304164101527
774	รายการผู้ว่าพบประชาชน ทาง Fm 92 สวท.ยะลา ในประเด็นการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดยะลา	<p><strong>นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ร่วมสนทนาในรายการ&nbsp;ผู้ว่าพบประชาชน&nbsp;โดยมีประเด็นในการสนทนาดังนี้&nbsp;การลงพื้นที่ดูแลประชาชนในทุกอำเภอที่ประสบปัญหาอุทกภัย&nbsp;เนื่องจากฝนตกอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;โดยเฉพาะประชาชนที่เกิดอุทกภัยหนักๆในแนวริมแม่น้ำปัตตานี&nbsp;และแม่น้ำสายบุรี&nbsp;องคมนตรี&nbsp;ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;วันนี้&nbsp;ณ&nbsp;ห้องส่ง&nbsp;สวท.ยะลา</p><p><strong>จังหวัดยะลา&nbsp;รวมถึงการดูแล&nbsp;การฟื้นฟูด้านสาธารณูปโภค&nbsp;</strong>ไฟฟ้า&nbsp;ถนนหนทาง&nbsp;รวมถึงด้านการเกษตรต่างๆ&nbsp;การปศุสัตว์&nbsp;พร้อมการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;การจัดทำโรงครัวพระราชทานของมูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภา)ยามยาก&nbsp;การลงนาม&nbsp;MOU&nbsp;งานวิจัยและนวัตกรรมร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาและผู้แทนจากภาคี&nbsp;23&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;เพื่อแก้จนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมกับนโยบายแก้จนของรัฐบาลที่จะต้องดำเนินการ&nbsp;การประชุมการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;รวมถึงมาตรการในการจัดกิจกรรมดาวะห์ของจังหวัดยะลา&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;มอบอุปกรณ์ป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;การจัดกิจกรรมเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล&nbsp;&nbsp;การท่องเที่ยวของจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมประเด็นความช่วยเหลืออื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ทีสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในจังหวัดยะลา</p><p><strong>สำหรับรายการผู้ว่าพบประชาชน&nbsp;</strong>จะออกอากาศทุกวันศุกร์&nbsp;9.10&nbsp;-&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ผู้ชมและผู้ฟังสามารถติดตามข่าวสาร&nbsp;และกิจกรรม&nbsp;มากมายในจังหวัดยะลา&nbsp;และการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในด้านต่างๆ&nbsp;จาก&nbsp;ผู้ว่าราชการ&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ทางเอฟ&nbsp;เอ็ม&nbsp;92&nbsp;เม็กกะเฮิร์ต&nbsp;(Fm&nbsp;92&nbsp;MHz)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304164353531
775	จังหวัดยะลา ประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน  ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด มิติที่ 2 ความเป็นอยู่	"<p><strong>นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน&nbsp;ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด&nbsp;มิติที่&nbsp;2&nbsp;ความเป็นอยู่&nbsp;โดยมี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ที่ห้องประชุมศรียะลา&nbsp;อาคาร&nbsp;3&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยะลา</p><p><strong>ตามข้อสั่งการของรองนายกรัฐมนตรี&nbsp;(พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ)</strong>เป็นประธานคณะกรรมการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(คจพ.)&nbsp;และได้ดำเนินการจัดประชุมคณะกรรมการฯ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2564&nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่&nbsp;19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;301&nbsp;ตึกบัญชาการ&nbsp;1&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;</p><p><strong>โดยมติที่ประชุมเห็นชอบกลไกการดำเนินการบจัดความยากจน</strong>และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ&nbsp;รวมถึงการพัฒนาคนทุกช่วงวัยในระดับพื้นที่เกิดผลสัมฤทธิ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;นำไปสู่การบรรลุวิสัยทัศน์&nbsp;""ประเทศไทยมีความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืนเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว&nbsp;ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง""</p><p><strong>การจัดตั้งศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัย</strong>อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(ศจพ.)&nbsp;ในระดับจังหวัดยะลาแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกชวงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ด้วยระบบ&nbsp;TPMAP&nbsp;คือเติมเต็มข้อมูลในระบบให้ครอบคลุมประเด็นการพัฒนาทุกมิติและทุกพื้นที่ในประเทศ&nbsp;แก้ไขปัญหาในระดับบุคคล/ครัวเรือน&nbsp;หาเป้าหมายวิกฤตและเยี่ยมบ้าน&nbsp;(Knock&nbsp;Knock)&nbsp;แก้ไขและพัฒนาเพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน&nbsp;และติดตาม&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;และประเมินผลต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้มีการพิจารณาตัวชี้วัดจำแนกตามสภาพปัญหา</strong>&nbsp;มิติที่&nbsp;2&nbsp;ความเป็นอยู่&nbsp;ในครัวเรือนมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย&nbsp;และบ้านมีสภาพคงทนถาวร&nbsp;อาทิครัวเรือนมีน้ำสะอาดสำหรับดื่มและบริโภคเพียงพอตลอดปีมีการจัดการบ้านเรือนเป็นระเบียบเรียบร้อย&nbsp;สะอาด&nbsp;และถูกสุขลักษณะอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304164609532
776	การเปิดปฏิบัติการสู้ภัยแล้ง-ไฟป่า กระจาย 5 ภูมิภาค 10 หน่วยทั่วประเทศ	"<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้ง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ปล่อยขบวนเครื่องบินฝนหลวงออกปฏิบัติภารกิจป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยแล้งและภัยพิบัติทั่วประเทศ&nbsp;โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;ได้จัดทำแผนปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;หน่วยปฏิบัติการทั่วประเทศ</p><p><strong>เพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ประสบภัยแล้ง</strong>&nbsp;สร้างความชุ่มชื้นให้กับป่าไม้&nbsp;การเติมน้ำต้นทุนให้กับอ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่างๆ&nbsp;ของประเทศ&nbsp;ป้องกันการเกิดไฟป่าและบรรเทาปัญหาหมอกควัน&nbsp;โดยตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงประจำ&nbsp;5&nbsp;ภูมิภาค&nbsp;10&nbsp;หน่วยปฏิบัติการ&nbsp;ได้แก่</p><p><a&nbsp;href=""https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%99?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZV-Gzebu1NZPosLzfXnlqBmhpXj8-SDlxIV1ZQpqrbkl5kMEyN96rJYzd1BhrAakswPvwBqwJ9sAtmNfVsxfKSAdtIF9iiaWH1usici9Mf9IhFnpNS3HoZfHxlAggPIyWHGjEmnIz9QfUF7UIUerML-hXpoRohZSk5kGrrYc-kAFINSayU66oOsDFVZKtX6fg8&amp;__tn__=*NK-R""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""background-color:&nbsp;transparent;&nbsp;color:&nbsp;var(--accent);"">#ภาคเหนือตอนบน</a>&nbsp;ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;และ&nbsp;จ.ตาก</p><p><a&nbsp;href=""https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZV-Gzebu1NZPosLzfXnlqBmhpXj8-SDlxIV1ZQpqrbkl5kMEyN96rJYzd1BhrAakswPvwBqwJ9sAtmNfVsxfKSAdtIF9iiaWH1usici9Mf9IhFnpNS3HoZfHxlAggPIyWHGjEmnIz9QfUF7UIUerML-hXpoRohZSk5kGrrYc-kAFINSayU66oOsDFVZKtX6fg8&amp;__tn__=*NK-R""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""background-color:&nbsp;transparent;&nbsp;color:&nbsp;var(--accent);"">#ภาคเหนือตอนล่าง</a>&nbsp;ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่&nbsp;จ.แพร่&nbsp;และ&nbsp;จ.พิษณุโลก</p><p><a&nbsp;href=""https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZV-Gzebu1NZPosLzfXnlqBmhpXj8-SDlxIV1ZQpqrbkl5kMEyN96rJYzd1BhrAakswPvwBqwJ9sAtmNfVsxfKSAdtIF9iiaWH1usici9Mf9IhFnpNS3HoZfHxlAggPIyWHGjEmnIz9QfUF7UIUerML-hXpoRohZSk5kGrrYc-kAFINSayU66oOsDFVZKtX6fg8&amp;__tn__=*NK-R""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""background-color:&nbsp;transparent;&nbsp;color:&nbsp;var(--accent);"">#ภาคกลาง</a>&nbsp;ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่&nbsp;จ.นครสวรรค์&nbsp;และ&nbsp;จ.กาญจนบุรี</p><p><a&nbsp;href=""https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%99?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZV-Gzebu1NZPosLzfXnlqBmhpXj8-SDlxIV1ZQpqrbkl5kMEyN96rJYzd1BhrAakswPvwBqwJ9sAtmNfVsxfKSAdtIF9iiaWH1usici9Mf9IhFnpNS3HoZfHxlAggPIyWHGjEmnIz9QfUF7UIUerML-hXpoRohZSk5kGrrYc-kAFINSayU66oOsDFVZKtX6fg8&amp;__tn__=*NK-R""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""background-color:&nbsp;transparent;&nbsp;color:&nbsp;var(--accent);"">#ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน</a>&nbsp;ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่&nbsp;จ.อุดรธานี</p><p><a&nbsp;href=""https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZV-Gzebu1NZPosLzfXnlqBmhpXj8-SDlxIV1ZQpqrbkl5kMEyN96rJYzd1BhrAakswPvwBqwJ9sAtmNfVsxfKSAdtIF9iiaWH1usici9Mf9IhFnpNS3HoZfHxlAggPIyWHGjEmnIz9QfUF7UIUerML-hXpoRohZSk5kGrrYc-kAFINSayU66oOsDFVZKtX6fg8&amp;__tn__=*NK-R""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""background-color:&nbsp;transparent;&nbsp;color:&nbsp;var(--accent);"">#ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง</a>&nbsp;ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่&nbsp;จ.บุรีรัมย์</p><p><a&nbsp;href=""https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZV-Gzebu1NZPosLzfXnlqBmhpXj8-SDlxIV1ZQpqrbkl5kMEyN96rJYzd1BhrAakswPvwBqwJ9sAtmNfVsxfKSAdtIF9iiaWH1usici9Mf9IhFnpNS3HoZfHxlAggPIyWHGjEmnIz9QfUF7UIUerML-hXpoRohZSk5kGrrYc-kAFINSayU66oOsDFVZKtX6fg8&amp;__tn__=*NK-R""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""background-color:&nbsp;transparent;&nbsp;color:&nbsp;var(--accent);"">#ภาคตะวันออก</a>&nbsp;ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่&nbsp;จ.จันทบุรี</p><p><a&nbsp;href=""https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZV-Gzebu1NZPosLzfXnlqBmhpXj8-SDlxIV1ZQpqrbkl5kMEyN96rJYzd1BhrAakswPvwBqwJ9sAtmNfVsxfKSAdtIF9iiaWH1usici9Mf9IhFnpNS3HoZfHxlAggPIyWHGjEmnIz9QfUF7UIUerML-hXpoRohZSk5kGrrYc-kAFINSayU66oOsDFVZKtX6fg8&amp;__tn__=*NK-R""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""background-color:&nbsp;transparent;&nbsp;color:&nbsp;var(--accent);"">#ภาคใต้</a>&nbsp;ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่&nbsp;อ.หัวหิน&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์</p><p>***อ่านข้อมูลเพิ่มเติม&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=""https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/80156?fbclid=IwAR2XA_B1WV9P56k28NX9IWOY5pGFAIIF-aDmSe2TWcl6erAJofZ41FYJayM""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""background-color:&nbsp;transparent;&nbsp;color:&nbsp;var(--blue-link);"">https://www.prd.go.th/.../category/detail/id/39/iid/80156</a></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304164203529
777	ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ประธานปิดโครงการปลูกฝังจิตสำนึกรักสามัคคีและส่งเสริมความปรองดองสมานฉันท์ ประจำปี 2565 พร้อมมอบเกียรติบัตรฯ แก่ผู้เข้ารับอบรม เพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาสังคมให้มีความปรองดองสมานฉันท์ ตลอดจนความจงรักภักดีต่อประเทศชาติ	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;ที่โรงแรมกรีนเวิลด์พาเลซสงขลา</strong>&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;นายเจษฎา&nbsp;จิตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นประธานในพิธีปิดและมอบเกียรติบัตรให้แก่สถานศึกษาและผู้เข้ารับการอบรมโครงการปลูกฝังจิตสำนึกรักสามัคคีและส่งเสริมความปรองดองสมานฉันท์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายจรัญ&nbsp;จันทรปาน&nbsp;ปลัดจังหวัดสงขลา&nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนสถานศึกษา&nbsp;คณะวิทยากร&nbsp;และผู้เข้ารับการอบรมเข้าร่วมในพิธีปิด</p><p><strong>ด้วยที่ทำการปกครองจังหวัดสงขลา&nbsp;ได้จัดทำโครงการ</strong>ปลูกฝังจิตสำนึกรักสามัคคีและส่งเสริมความปรองดองสมานฉันท์&nbsp;เพื่อให้เยาวชนร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้เสริมสร้างความรักสามัคคี&nbsp;ความปรองดอง&nbsp;และความจงรักภักดี&nbsp;ต่อสถาบันชาติ&nbsp;ศาสนา&nbsp;และพระมหากษัตริย์&nbsp;อันเป็นสถาบันหลักของชาติ&nbsp;โดยการปลูกฝังและเสริมสร้างกระบวนการคิดและการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์&nbsp;เพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาสังคมให้มีความปรองดองสมานฉันท์&nbsp;และบูรณาการความรู้และประสบการณ์จากการร่วมกันคุย&nbsp;ร่วมกันคิด&nbsp;มาร่วมกันทำกิจกรรม&nbsp;</p><p><strong>โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในห้องประชุม</strong>&nbsp;การศึกษาดูงานโครงการพระราชดำริ&nbsp;ณ&nbsp;โครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ณ&nbsp;อำเภอคลองหอยโข่ง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;การศึกษาดูงานศูนย์เยนรู้สวนพอเพียงคลองช้าง&nbsp;บ้านคลองช้าง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลบางเหรียง&nbsp;อำเภอควนเนียง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;และการจุดประกายความคิดเชิงสร้างสรรค์&nbsp;(Creative&nbsp;Thinking)&nbsp;การถอดบทเรียนสำคัญ&nbsp;(Lessons&nbsp;Learned)&nbsp;ที่ได้จากการศึกษาดูงานโครงการพระราชดำริและการลงมือปฏิบัติ&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;""กิจกรรมจิตอาสาเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง""</p><p><strong>นายเจษฎา&nbsp;จิตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;ได้กำหนดให้ทุกจังหวัดจัดทำโครงการปลูกฝังจิตสำนึกรักสามัคคีและส่งเสริมความปรองดองสมานฉันท์&nbsp;เพื่อปลูกฝังให้ประชาชนเกิดสำนึกรักสามัคคี&nbsp;เสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์&nbsp;และตระหนักถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม&nbsp;รวมถึงการธำรงรักษาสถาบันหลักของชาติ&nbsp;ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&nbsp;พร้อมเสริมสร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;รวมทั้งแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันตลอดจนกิจกรรมจิตอาสา</strong>พระราชทาน&nbsp;และสัญญาประชาคม&nbsp;เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองให้กับคนในชาติและให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;และให้ผู้เข้ารับการอบรม&nbsp;ได้นำองค์ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง&nbsp;อันจะนำไปสู่ความรักความสามัคคีและปรองดองของประชาชน&nbsp;ตลอดจนความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ&nbsp;ศาสนา&nbsp;และพระมหากษัตริย์</p><p><br></p><p><br></p><p>ณิชารีย์&nbsp;หนูบุญ/ข่าว&nbsp;&nbsp;อารียา&nbsp;คำล้วน/ภาพ4&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304164905534
778	จังหวัดยะลา ประชุมคณะกรรมการบริหารและจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย จังหวัดยะลาครั้งที่ 1/2565	<p><strong>นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารและจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;จังหวัดยะลาครั้งที่&nbsp;1/&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพิกุล&nbsp;อาคาร&nbsp;3&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยะลา</p><p><strong>ที่ประชุมรายงานผลการพิจารณาโครงการจัดหาระบบคอมพิวเตอร์</strong>ของส่วนราชการในสังกัด&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัด&nbsp;&nbsp;จังหวัดยะลางบประมาณ&nbsp;รายจ่ายประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ในรอบ&nbsp;6&nbsp;เดือนที่ผ่านมา&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;2564ในรอบ&nbsp;6&nbsp;เดือนที่ผ่านมา&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;2564&nbsp;คณะกรรมการบริหารและจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทยระดับจังหวัดได้ประชุมพิจารณาเห็นชอบโครงการรวม&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;9&nbsp;โครงการ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้มีการพิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการจัดหา</strong>ระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานสังกัด&nbsp;ทรวงมหาดไทย&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;คือ&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;โครงการ</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการจัดชื้อครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดภายนอกสำนักงานและภายในอาคารสำนักงาน</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการจัดชื้อโปรแกรมระบบงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;(e-Saraban)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304165047536
779	คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดตราด พิจารณาพื้นที่เป้าหมายจัดที่ดินให้แก่ผู้ยากไร้ที่ไม่มีที่ทำกินและที่อยู่อาศัย	<p><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ซึ่งสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตราด&nbsp;จัดขึ้นโดยมีคณะอนุกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&nbsp;ที่ห้องประชุมพลอยแดง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตามคำสั่งคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ</strong>&nbsp;เรื่องแต่งตั้งคณะคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด&nbsp;ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ว่าด้วยคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.2557&nbsp;(คทช.&nbsp;)&nbsp;ของแต่ละท้องที่จังหวัด&nbsp;ในการทำหน้าที่สำรวจ&nbsp;ตรวจสอบที่ดิน&nbsp;และแผนที่ขอบเขตที่ดิน&nbsp;ที่จะจัดให้ผู้ยากไร้&nbsp;ที่ไม่มีที่ทำกินและที่อยู่อาศัย&nbsp;พร้อมด้วยรายชื่อผู้ครอบครอง&nbsp;เพื่อส่งมอบให้คณะอนุกรรมการจัดที่ดินดำเนินการในการกำกับดูแล&nbsp;และเร่งรัดให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการตรวจสอบหลักเกณฑ์การจัดที่ดิน&nbsp;รวมทั้งหลักเกณฑ์อื่นๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และจัดที่ดินให้แก่ผู้ยากไร้ที่ไม่มีที่ทำกินและที่อยู่อาศัยในรูปแบบชุมชนที่เหมาะสม</p><p><strong>สำหรับการประชุมในครั้งนี้</strong>&nbsp;ที่ประชุมได้นำเสนอผลการดำเนินงานที่ผ่านมาในพื้นที่เป้าหมายต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณาพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;ปี&nbsp;2561&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;ชุมชน&nbsp;รวมเนื้อที่&nbsp;135-2-08&nbsp;ไร่&nbsp;/&nbsp;พื้นที่เป้าหมาย&nbsp;ปี&nbsp;2562&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;ชุมชน&nbsp;รวมเนื้อที่&nbsp;280&nbsp;-3-20&nbsp;ไร่&nbsp;/&nbsp;พื้นที่เป้าหมาย&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ชุมชน&nbsp;รวมเนื้อที่&nbsp;24-3-25&nbsp;ไร่&nbsp;/&nbsp;พื้นที่เป้าหมาย&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;(เพิ่มเติม)&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ชุมชน&nbsp;รวมเนื้อที่&nbsp;108-1-32&nbsp;ไร่&nbsp;และพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;(เชิงรุก)&nbsp;ขอบเขตพื้นที่เป้าหมายเนื้อที่&nbsp;515-1-48&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวนราษฎร&nbsp;96&nbsp;ราย&nbsp;108&nbsp;แปลง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด&nbsp;</strong>ยังได้พิจารณาร่างคำสั่งแต่ตั้งคณะทำงานจัดที่ดินภายใต้คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด&nbsp;(คทช.จังหวัด)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304165926546
780	โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยมีเกษตรกรจากพื้นที่ อำเภอลืออำนาจ และอำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ	<p><strong>&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;ได้สนับสนุนปัจจัยการผลิต&nbsp;(ต่อยอด)&nbsp;โครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;โดยมีเกษตรกรจากพื้นที่&nbsp;อำเภอลืออำนาจ&nbsp;และอำเภอเสนางคนิคม&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เข้ารับปัจจัยการผลิต&nbsp;ได้แก่&nbsp;สารเร่งซุปเปอร์&nbsp;พด.&nbsp;ถังหมัก&nbsp;กากน้ำตาล&nbsp;และแตงโม&nbsp;</p><p><strong>เพื่อให้เกษตรกรใช้เป็นปุ๋ยพืชสดปรับปรุงบำรุงดิน</strong>&nbsp;และลดการใช้ปุ๋ยสารเคมีเป็นการลดต้นทุนการผลิต&nbsp;อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรทําเกษตรแบบเกษตรอินทรีย์ให้มากขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ&nbsp;และมีมาตรป้องกันโควิด-19&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304165451541
781	รายงานสถานการณ์ COVID-19 จ.อำนาจเจริญ	<p><strong>รายงานสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;จ.อำนาจเจริญ</strong>&nbsp;ระลอกเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญมีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;36&nbsp;ราย.&nbsp;รวมยอดจำนวนที่พบเชื้อสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันประจำวันที่ที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;1,848&nbsp;ราย.&nbsp;และรักษาหายแล้ว&nbsp;1,279&nbsp;ราย.&nbsp;คงเหลือกำลังรักษาอีก&nbsp;565&nbsp;ราย.มีผู้เสียชีวิต&nbsp;4&nbsp;รายเป็นผู้ติดเชื้อ&nbsp;</p><p><strong>หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่สายด่วนโควิด-19</strong>&nbsp;จ.อำนาจเจริญ&nbsp;</p><p>โทร.&nbsp;0933234686/0866515424/0902410098&nbsp;และ&nbsp;0951924903&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นชนิดโอมิครอน&nbsp;ซึ่งมีความรุนแรงต่ำ&nbsp;แต่แพร่กระจายเชื้อได้เร็วทุกพื้นที่&nbsp;ทุกคนที่อยู่รอบตัวเราถือว่ามีความเสี่ยง&nbsp;ถ้าทุกคนปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;ดังนี้&nbsp;จะสามารถป้องกันโควิด-19&nbsp;ได้ทุกสายพันธุ์</p><p>1.V&nbsp;Vaccine&nbsp;รับการฉีดวัคซีนเพื่อช่วยให้มีภูมิคุ้มกัน&nbsp;ลดอาการหนัก&nbsp;ลดการเสียชีวิต</p><p>2.U&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ป้องกันตัวเองครอบจักรวาล&nbsp;โดยสวมหน้ากากตลอดเวลา&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;ลดการสัมผัสใกล้ชิด</p><p>3.C&nbsp;COVID-Free&nbsp;Setting&nbsp;สถานที่บริการปลอดภัย&nbsp;สะอาด&nbsp;ลดความแออัด&nbsp;ผู้ให้บริการและผู้รับบริการได้รับวัคซีนครบ</p><p>4.A&nbsp;ATK&nbsp;(Antigen&nbsp;test&nbsp;kit)&nbsp;ตรวจเมื่อใกล้ชิดคนติดเชื้อ&nbsp;หรือมีอาการทางเดินหายใจ&nbsp;เพื่อวินิจฉัย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304165557542
782	เหล่ากาชาดจังหวัดระยอง มอบรางวัลให้ผู้โชคดีถูกสลากกาชาดการกุศล ประจำปี 2565 รางวัลที่ 1 เป็นรถยนต์เก๋ง ผู้โชคดีเป็นผู้ใหญ่บ้าน	<p><strong>ที่บริเวณหน้าที่ทำการสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;ต.ท่าประดู่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;นางธัมมิกา&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง&nbsp;และกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง&nbsp;ร่วมมอบรางวัล&nbsp;และแสดงความยินดีแก่ผู้โชคดีที่ถูกสลากกาชาดการกุศล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยรางวัลที่&nbsp;1&nbsp;รถยนต์&nbsp;โตโยต้า&nbsp;ยาริส&nbsp;1.2&nbsp;เอนทรี้&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;รางวัล&nbsp;ผู้โชคดีได้แก่นายบุญรอด&nbsp;เชียงเงิน&nbsp;อายุ&nbsp;39&nbsp;ปี&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ม.3&nbsp;ต.มาบยางพร&nbsp;อ.ปลวกแดง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;รวมทั้งยังได้มอบรางวัลที่&nbsp;2&nbsp;ทองคำแท่ง&nbsp;มูลค่า&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;รางวัล&nbsp;ได้แก่นางสาวปิยนุช&nbsp;จำปา&nbsp;และรางวัลที่&nbsp;3&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;รางวัล&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาวกัลยากร&nbsp;ลืมสวัสดิ์</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีรางวัลอีกหลายรางวัล</strong>&nbsp;สามารถตรวจสอบรางวัลอีกครั้งได้ที่สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง&nbsp;ต.ท่าประดู่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;โทร.038-870235</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304165801545
783	จังหวัดมุกดาหารประชุมคณะอนุกรรมการการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตจังหวัดมุกดาหาร ครั้งที่ 12565	<p><strong>นายเฉลิมพลมั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>มอบหมายให้นายวุฒิชัย&nbsp;เสาวโกมุท&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมช้างน้าว&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหารเพื่อติดตามความคืบหน้าของการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสการดำเนินงานภาครัฐ(ITA)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;และ&nbsp;รายงานความคืบหน้าของการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานภาครัฐของจังหวัดมุกดาหารและขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดมุกดาหารรวมถึงการขับเคลื่อนโครงการจับตามองและแจ้งเบาะแสของชมรม&nbsp;STRONG&nbsp;จิตพอเพียง&nbsp;</p><p><strong>ด้านทุจริตจังหวัดมุกดาหารภายใต้การสนับสนุนเงินจากกองทุนป้องกัน</strong>และปรับรามการทุจริตแห่งชาติ&nbsp;นายอนุชา&nbsp;พึ่งบุญศรี&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ประจำจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;25กุมภาพันธ์&nbsp;2525&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ปปช.ประจำจังหวัดมุกดาหารได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ&nbsp;จำนวน&nbsp;54&nbsp;เรื่อง&nbsp;เป็นเรื่องร้องเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน&nbsp;40&nbsp;เรื่อง&nbsp;และเจ้าหน้าที่รัฐ&nbsp;14&nbsp;เรื่อง&nbsp;ส่วนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดมุกดาหารได้รับเรื่องร้องเรียน&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;74&nbsp;เรื่อง&nbsp;ดำเนินการยุติแล้วเสร็จ&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;เรื่อง&nbsp;และอยู่ระหว่างดำเนินการ&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;เรื่อง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;คณะอนุกรรมการการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติ</strong>ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ได้พิจารณาแผนปฎิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;67&nbsp;โครงการ&nbsp;27&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;รวมเป็นเงิน&nbsp;718,510&nbsp;บาท</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304170209550
784	พาณิชย์ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงจังหวัดพิจิตร	<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร</strong>&nbsp;(นายชนก&nbsp;มากพันธุ์)&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายพิชัย&nbsp;เมืองมัจฉา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดพิจิตร&nbsp;เกษตรจังหวัดพิจิตร&nbsp;นายอำเภอสากเหล็ก&nbsp;และประชาสัมพันธ์จังหวัดพิจิตร&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดเชื่อมโยงกระจายผลผลิตมะม่วงพันธุ์ฟ้าลั่นออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;ณ&nbsp;จุดรวบรวมมะม่วงกลุ่มแปลงใหญ่มะม่วงตำบลคลองทราย&nbsp;ตำบลคลองทราย&nbsp;อำเภอสากเหล็ก&nbsp;จังหวัดพิจิตร&nbsp;ตามโครงการกระจายผลผลิตโดยกรมการค้าภายใน&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร&nbsp;อาทิ&nbsp;ห้างค้าปลีกค้าส่ง&nbsp;สถานีบริการน้ำมัน&nbsp;ซึ่งมีแผนในการรับซื้อผลผลิตมะม่วงภายใต้มาตรการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุกในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายสินค้าเกษตรกระจายออกนอกแหล่งผลิตอันจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดปริมาณมาก&nbsp;</p><p><strong>โดยเป้าหมายในการรับซื้อครั้งแรก</strong>&nbsp;ปริมาณ&nbsp;20&nbsp;ตัน&nbsp;จากกลุ่มแปลงใหญ่มะม่วงตำบลคลองทราย&nbsp;และกลุ่มแปลงใหญ่มะม่วงตำบลวังทับไทร&nbsp;อำเภอสากเหล็ก&nbsp;จังหวัดพิจิตร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคเหนือ	พิจิตร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิจิตร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304170110549
785	จ.สมุทรสาคร ย้ำสถานประกอบการต้องทำ FAI ทุกแห่ง อย่างน้อย 10% ของลูกจ้าง	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร</strong>&nbsp;นายธีรพัฒน์&nbsp;คัชมาตย์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เป็นประธานในการประชุมชี้แจงมาตรการรองรับการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ภายในสถานประกอบการ&nbsp;โดยมีนายสุรศักดิ์&nbsp;ผลยังส่ง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;เนี่ยมสกุล&nbsp;แรงงานจังหวัด&nbsp;นายวันชัย&nbsp;สาครมณีรัตน์&nbsp;จัดหางานจังหวัด&nbsp;นางสาวสุวดี&nbsp;ทวีสุข&nbsp;สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด&nbsp;นางรัชนี&nbsp;ภู่พร้อมพันธุ์&nbsp;ประกันสังคมจังหวัด&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;และผู้แทนสถานประกอบการในจังหวัดเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนมาก</p><p><strong>สำหรับจังหวัดสมุทรสาคร</strong>&nbsp;ได้มีการออกประกาศแนวทางในการจัดการโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ของโรงงานหรือสถานประกอบการในจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ระลอกมกราคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเป็นแนวปฏิบัติในการเผชิญเหตุการระบาดของโรงงานหรือสถานประกอบการ&nbsp;โดยให้โรงงานหรือสถานประกอบการ&nbsp;ดําเนินการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ในพนักงานทุกรายที่อาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;หายใจเร็ว&nbsp;หรือได้รับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อ&nbsp;ไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;น้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;และ&nbsp;หากโรงงานหรือสถานประกอบการที่ตรวจพบการติดเชื้อให้ดําเนินการ&nbsp;ดังนี้&nbsp;ให้โรงงานหรือสถานประกอบการที่มีจํานวนพนักงานตั้งแต่&nbsp;50&nbsp;คนขึ้นไป&nbsp;หรือมีกําลังเครื่องจักร&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;50&nbsp;แรงม้าขึ้นไป&nbsp;ให้ดําเนินการนําผู้ติดเชื้อเข้าโรงพยาบาลสนามสําหรับแยกกักผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ในโรงงานหรือสถานประกอบการ&nbsp;(Factory&nbsp;Accommodation&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;FAI),&nbsp;โรงงานหรือสถานประกอบการที่มีจํานวนพนักงานน้อยกว่า&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;หรือมีกําลังเครื่องจักร&nbsp;น้อยกว่า&nbsp;50&nbsp;แรงม้า&nbsp;ที่ไม่มีโรงพยาบาลสนามสําหรับแยกกักผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ในโรงงาน&nbsp;หรือสถานประกอบการ&nbsp;(Factory&nbsp;Accommodation&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;FAI)&nbsp;ให้ดําเนินการนําผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษา&nbsp;ที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;HI)&nbsp;โรงพยาบาลสนามในชุมชน&nbsp;หรือ&nbsp;ศูนย์พักคอยคนสาคร&nbsp;(Community&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;CI)&nbsp;หรือโรงพยาบาลสนาม&nbsp;สําหรับแยกกักผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ในโรงงาน&nbsp;หรือสถานประกอบการ&nbsp;(Factory&nbsp;Accommodation&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;FAI)&nbsp;โดยพิจารณาเข้ารับการรักษาที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;HI)&nbsp;เป็นลําดับแรก&nbsp;และ&nbsp;กรณีพบผู้ติดเชื้อมีไข้สูงเกิน&nbsp;39&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;นานกว่า&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;หายใจเร็วมากกว่า&nbsp;25&nbsp;ครั้งต่อนาที&nbsp;Oxygen&nbsp;saturation&nbsp;น้อยกว่า&nbsp;94&nbsp;%&nbsp;โรคประจําตัวมีอาการเปลี่ยนแปลง&nbsp;หรือเด็กที่มีอาการ&nbsp;หายใจลําบาก&nbsp;ทานอาหารได้น้อยลง&nbsp;ให้ดําเนินการส่งโรงพยาบาลตามสิทธิการรักษา</p><p>นายธีรพัฒน์&nbsp;คัชมาตย์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร</p><p><strong>ประเด็น&nbsp;ย้ำสถานประกอบการ</strong>ต้องทำ&nbsp;FAI&nbsp;ทุกแห่ง&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;10%&nbsp;ของลูกจ้าง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	สมุทรสาคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304170422552
786	รมว.ศธ.ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียน การสอนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี สู่ความสำเร็จของศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีเขตพื้นที่ ภาคตะวันออก 2 จ.ระยอง ชมมีการจัดการระบบทวิภาคีที่เข้มแข็ง ผลิตแรงงานคุณภาพป้อนภาคผู้ประกอบการที่มีความยั่งยืน	<p><strong>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;นางสาวตรีนุช&nbsp;เทียนทอง</strong>&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;ได้เดินไปตรวจเยี่ยมการจัดการเรียน&nbsp;การสอนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี&nbsp;สู่ความสำเร็จของศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีเขตพื้นที่&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;2&nbsp;ที่วิทยาลัยเทคนิคบ้านค่าย&nbsp;อ.บ้านค่าย&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;มีนายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;นายสุเพท&nbsp;แก่งสันเที้ยะ&nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา&nbsp;สิบโทไชยยันต์&nbsp;เกิดเหมาะ&nbsp;ศึกษาธิการจังหวัดระยอง&nbsp;ว่าที่เรือตรีชูชีพ&nbsp;อรุณเหลือง&nbsp;ประธานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาภาค&nbsp;ภาคตะวันออกและกรุงเทพมหานคร&nbsp;นายประทีป&nbsp;จุฬาเลิศ&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีเขตพื้นที่&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;2&nbsp;และผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคบ้านค่าย&nbsp;และผู้แทนสถานประกอบการในพื้นที่&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;ที่อาคารเอนกประสงค์วิทยาลัยเทคนิคบ้านค่าย&nbsp;ต.หนองละลอก&nbsp;อ.บ้านค่าย&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;</p><p><strong>โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;</strong>ได้เยี่ยมชมนิทรรศการการบริหารจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา&nbsp;ในการเชื่อมโยงการบริหารศูนย์อาชีวศึกษาเขตพื้นที่&nbsp;15&nbsp;ศูนย์&nbsp;และนิทรรศการฯ&nbsp;ของศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีเขตพื้นที่&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;2&nbsp;พร้อมมอบนโยบายการขับเคลื่อนอาชีวศึกษาทวิภาคีเขตพื้นที่&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;2</p><p><strong>นางสาวตรีนุช&nbsp;เทียนทอง&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;การจัดการเรียน&nbsp;การสอนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีเป็นการตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม&nbsp;ซึ่งตรงตามความต้องการตลาดแรงงาน&nbsp;โดยศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีเขตพื้นที่&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;2&nbsp;เป็นศูนย์ที่มีความเข้มแข็งในการบริหารจัดการและนำระบบทวิภาคีมาใช้&nbsp;โดยจะมีการเร่งทำในเรื่องของการปรับระเบียบการต่างๆ&nbsp;ให้เอื้อประโยชน์ในการเรียนของนักเรียน&nbsp;นักศึกษาในระบบทวิภาคีดังกล่าว&nbsp;ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณสถานประกอบการที่ได้ร่วมมือในการจัดการเรียน&nbsp;การสอนร่วมกันในผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพตอบสนองภาคผู้ประกอบการให้มีความยั่งยืนต่อไป.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304170503553
787	อุดรธานีประชุมคณะกรรมการ To be number one	<p><strong>จังหวัดอุดรธานีจัดประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน</strong>โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;To&nbsp;be&nbsp;number&nbsp;one&nbsp;เพื่อสรุปผลการดำเนินกิจกรรม&nbsp;ในเดือนตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมสบายดี&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี&nbsp;</p><p><strong>นายกองเอก&nbsp;ปราโมทย์&nbsp;ธัญญพืช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;</strong>เป็นประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;To&nbsp;be&nbsp;number&nbsp;จังหวัดอุดรธานีครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;เพื่อสรุปผลการดำเนินกิจกรรม&nbsp;ในเดือนตุลาคม&nbsp;2564-&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;และติดตามความกว้าหน้าของชมรม&nbsp;To&nbsp;be&nbsp;number&nbsp;one&nbsp;ที่จะเข้าประกวดระดับภาค&nbsp;จังหวัดอุดรธานีกำหนดส่งชมรม&nbsp;To&nbsp;be&nbsp;number&nbsp;one&nbsp;เข้าประกวดระดับภาค&nbsp;7&nbsp;ประเภท&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประเภทอำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชมรม&nbsp;To&nbsp;be&nbsp;number&nbsp;one&nbsp;อำเภอบ้านดุง,&nbsp;อำเภอหนองหาน&nbsp;และ&nbsp;อำเภอศรีธาตุ&nbsp;,&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประเภทสถานศึกษาต้นแบบ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชมรม&nbsp;To&nbsp;be&nbsp;number&nbsp;one&nbsp;โรงเรียนมัธยมเทศบาล&nbsp;6&nbsp;นครอุดรธานี&nbsp;รักษามาตรฐานพร้อมเป็นต้นแบบระดับทอง&nbsp;ปีที่&nbsp;2&nbsp;,ชมรม&nbsp;To&nbsp;be&nbsp;number&nbsp;one&nbsp;&nbsp;โรงเรียนพันดอนวิทยา&nbsp;รักษามาตรฐานพร้อมเป็นต้นแบบระดับเงิน&nbsp;ปีที่&nbsp;3,ชมรม&nbsp;To&nbsp;be&nbsp;number&nbsp;one&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี&nbsp;รักษามาตรฐานพร้อมเป็นต้นแบบระดับเงิน&nbsp;ปีที่&nbsp;2,ชมรม&nbsp;To&nbsp;be&nbsp;number&nbsp;one&nbsp;โรงเรียนเชียงเพ็งวิทยา&nbsp;รักษามาตรฐานพร้อมเป็นต้นแบบระดับเงิน&nbsp;ปีที่&nbsp;1,ชมรม&nbsp;To&nbsp;be&nbsp;number&nbsp;one&nbsp;ชุมชนบ้านดงเย็น&nbsp;รักษามาตรฐานพร้อมเป็นต้นแบบระดับเงิน&nbsp;ปีที่&nbsp;1&nbsp;,</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประเภทสถาศึกษาอุดมศึกษา-อาชีวศึกษา&nbsp;ระดับดีเด่น&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชมรม&nbsp;To&nbsp;be&nbsp;number&nbsp;one&nbsp;วิทยาลัยการอาชีพหนองหาน,&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประเภทสถานศึกษา&nbsp;ระดับดีเด่น&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชมรม&nbsp;To&nbsp;be&nbsp;number&nbsp;one&nbsp;โรงเรียนพังงูพิทยา&nbsp;,โรงเรียนบ้านดุงวิทยาคม&nbsp;,โรงเรียนแชแลพิทยานุสรณ์&nbsp;และโรงเรียนหนองวัวซอพิทยาคม&nbsp;ประเภทชุมชน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชมรม&nbsp;To&nbsp;be&nbsp;number&nbsp;one&nbsp;ชุมชนบ้านบ่อปัทม์&nbsp;อำเภอหนองหาน&nbsp;,ชุมชนบ้านหนองเม็ก&nbsp;อำเภอหนองวัวซอ&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประเภทสถานประกอบการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชมรม&nbsp;To&nbsp;be&nbsp;number&nbsp;one&nbsp;บริษัทอุดรกระจกรถยนต์&nbsp;,ระดับกระทรวงยุติธรรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชมรม&nbsp;To&nbsp;be&nbsp;number&nbsp;one&nbsp;เรือนจำกลางอุดรธานี&nbsp;,สถานพินิจคุ้มครองเด็กและเยาวชน&nbsp;และคุมประพฤติจังหวัดอุดรธานี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ทีมข่าว&nbsp;ส.ปชส.อด.&nbsp;ปัณฑารีย์&nbsp;กล้าหาญ&nbsp;ข่าว/&nbsp;</p><p>ณัฏฐกิตติ์&nbsp;กฤษสิริพัฒธ์&nbsp;ภาพ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304172130561
788	เทศบาลนครขอนแก่น ลงพื้นที่ให้กำลังใจศูนย์สร้างโอกาสเด็กและเยาวชน(เด็กชายขอบ) ให้มีการศึกษา วิชาชีพ เพื่อสร้างโอกาสในอนาคต	<p><strong>ที่&nbsp;ศูนย์สร้างโอกาสเด็กและเยาวชนบ้านเรา</strong>&nbsp;ชุมชนชัยณรงค์สามัคคี&nbsp;เทศบาลนครขอนแก่น&nbsp;(เด็กชายขอบ)&nbsp;นายธีระศักดิ์&nbsp;ฑีฆายุพันธุ์&nbsp;นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น&nbsp;นำคณะผู้บริหารและพนักงานเทศบาลที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ให้กำลังใจศูนย์สร้างโอกาสเด็กและเยาวชนบ้านเรา&nbsp;ชุมชนชัยณรงค์สามัคคี&nbsp;เทศบาลนครขอนแก่น&nbsp;(เด็กชายขอบ)&nbsp;โดยมีนายประดิษฐ์จรัส&nbsp;อสุชีวะ&nbsp;หรือ&nbsp;พี่เปี๊ยก&nbsp;มังกรดำ&nbsp;ให้การต้อนรับและนำชมเยี่ยมศูนย์ดังกล่าว</p><p><strong>นายธีระศักดิ์&nbsp;ฑีฆายุพันธุ์&nbsp;นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์สร้างโอกาสเด็กและเยาวชนบ้านเรา&nbsp;(เด็กชายขอบ)&nbsp;โครงการฟื้นฟูเยียวยาและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กเยาวชนชายขอบในสังคมเมือง&nbsp;(เด็กชายขอบ)&nbsp;มีกลุ่มเด็กกลุ่มหนึ่งที่หลุดออกจากระบบการศึกษา&nbsp;กลุ่มเหล่านี้จะมีปัญหาเรื่องการหารายได้&nbsp;เรื่องที่อยู่อาศัย&nbsp;และจะไปอยู่ตามบ้านร้าง&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบัน&nbsp;เทศบาลนครขอนแก่นได้มีการทำกิจกรรม</strong>ร่วมกัน&nbsp;เช่น&nbsp;การเข้าค่าย&nbsp;กิจกรรมการกีฬา&nbsp;การอบรมอาชีพ&nbsp;การบำบัดยาเสพติด&nbsp;การจัดการเรื่องการศึกษา&nbsp;ตลอดจนการหาพื้นที่ดีๆ&nbsp;ให้เด็กเหล่านั้นได้อยู่รวมกันโดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายเข้ามาช่วยกันดูแล&nbsp;จึงได้จัดตั้งเป็นศูนย์สร้างโอกาสเยาวชนชายขอบ&nbsp;เทศบาลนครขอนแก่น&nbsp;โดยเป็นสถานที่ในการใช้เป็นที่อยู่อาศัยพักพิง&nbsp;ทำกิจกรรมร่วมกันทุกวัน&nbsp;เพื่อสร้างความเสมอภาค&nbsp;สร้างโอกาสทางการศึกษาให้มีวิชาชีพเพราะการศึกษาเป็นแรงผลักดันสร้างโอกาสและอนาคตให้พวกเขาต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304172128560
789	จังหวัดยะลา ประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน  ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง	"<p><strong>นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน&nbsp;ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด&nbsp;มิติที่&nbsp;2&nbsp;ความเป็นอยู่&nbsp;โดยมี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ที่ห้องประชุมศรียะลา&nbsp;อาคาร&nbsp;3&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยะลา</p><p><strong>ตามข้อสั่งการของรองนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;(พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ)เป็นประธานคณะกรรมการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(คจพ.)&nbsp;และได้ดำเนินการจัดประชุมคณะกรรมการฯ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2564&nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่&nbsp;19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;301&nbsp;ตึกบัญชาการ&nbsp;1&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;โดยมติที่ประชุมเห็นชอบกลไกการดำเนินการบจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ&nbsp;รวมถึงการพัฒนาคนทุกช่วงวัยในระดับพื้นที่เกิดผล&nbsp;สัมฤทธิ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;นำไปสู่การบรรลุวิสัยทัศน์&nbsp;""ประเทศไทยมีความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืนเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว&nbsp;ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง""</p><p><strong>การจัดตั้งศูนย์อำนวยการขจัดความยากจน</strong>และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(ศจพ.)&nbsp;ในระดับจังหวัดยะลาแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกชวงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ด้วยระบบ&nbsp;TPMAP&nbsp;คือเติมเต็มข้อมูลในระบบให้ครอบคลุมประเด็นการพัฒนาทุกมิติและทุกพื้นที่ในประเทศ&nbsp;แก้ไขปัญหาในระดับบุคคล/ครัวเรือน&nbsp;หาเป้าหมายวิกฤตและเยี่ยมบ้าน&nbsp;(Knock&nbsp;Knock)&nbsp;แก้ไขและพัฒนาเพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน&nbsp;และติดตาม&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;และประเมินผลต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้มีการพิจารณาตัวชี้วัดจำแนกตามสภาพปัญหา</strong>&nbsp;มิติที่&nbsp;2&nbsp;ความเป็นอยู่&nbsp;ในครัวเรือนมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย&nbsp;และบ้านมีสภาพคงทนถาวร&nbsp;อาทิครัวเรือนมีน้ำสะอาดสำหรับดื่มและบริโภคเพียงพอตลอดปีมีการจัดการบ้านเรือนเป็นระเบียบเรียบร้อย&nbsp;สะอาด&nbsp;และถูกสุขลักษณะอีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304172039559
790	บรรยากาศ วันรวมน้ำใจ สู่เหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ คึกคัก ทุกภาคส่วนร่วมให้การสนับสนุนของรางวัล และเงินสนับสนุนภารกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้ออกร้านนาคากาชาด ในงานวันสถาปนาฯ จ.บึงกาฬ ปี 2565	<p><strong>ที่&nbsp;สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;อ.เมืองบึงกาฬ&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;</strong>นายสนิท&nbsp;ขาวสอาด&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ในฐานะนายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;พร้อมด้วยนายนฤชา&nbsp;โฆษาศิวิไลซ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ/ที่ปรึกษาคณะทำงานเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;,&nbsp;นายธาตรี&nbsp;บุญมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ/ที่ปรึกษาคณะทำงานเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ,&nbsp;นางวาทิณี&nbsp;โฆษาศิวิไลซ์&nbsp;รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ,&nbsp;นางเฉลิมศรี&nbsp;บุญมาก&nbsp;รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ,&nbsp;นางคำหมุน&nbsp;ยอดเทพ&nbsp;รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;พร้อมด้วยคณะทำงานเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ร่วมรับมอบสิ่งของ&nbsp;และเงินสนับสนุนภารกิจจากทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;เพื่อสนับสนุนภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;และใช้เป็นของรางวัลในการออกร้านนาคากาชาด&nbsp;ภายในงานวันสถาปนาและงานของดีจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p><strong>นายสนิท&nbsp;ขาวสอาด&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ/</strong>&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เนื่องจากในวันที่&nbsp;23&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;ถือเป็นวันคล้ายวันสถาปนาจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;โดยหากนับตั้งแต่ปีที่ก่อตั้งเมื่อ&nbsp;พ.ศ&nbsp;2554&nbsp;ในปีนี้&nbsp;จังหวัดบึงกาฬจะครบรอบ&nbsp;11&nbsp;ปีพอดี&nbsp;ซึ่งจังหวัดบึงกาฬของเราก็มีพัฒนาการที่ดีในด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;และทุกภาคส่วนก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างเมือง&nbsp;สร้างคน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ให้กับจังหวัดบึงกาฬได้ก้าวหน้าต่อไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;วันรวมน้ำใจ&nbsp;สู่เหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ</strong>&nbsp;ก็ถือเป็นอีกวันหนึ่งที่เราได้เห็นการร่วมแรงร่วมใจกันของทุกภาคส่วนที่จะสนับสนุนภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของภาครัฐที่มีภารกิจในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้พ้นจากทุกข์ภัยและเป็นที่พึ่งของบุคคลผู้ยากไร้&nbsp;การจัดงานครั้งนี้&nbsp;รวมถึงการออกร้านนาคากาชาดในงานวันสถาปนาฯ&nbsp;ซึ่งกำหนดจักขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;23&nbsp;&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ก็ถือเป็นกิจกรรมที่จะมีการนำรายได้มาสนับสนุนภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬต่อไปด้วย&nbsp;และจากที่เห็นบรรยากาศในวันนี้&nbsp;ถือว่า&nbsp;ทุกภาคส่วนได้ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดียิ่ง&nbsp;จึงขอให้ทุกท่านจดจำบรรยากาศที่ดีแบบนี้ตลอดไป&nbsp;และขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬเป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ยังกล่าวด้วยว่า&nbsp;</strong>สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการสนับสนุนสิ่งของ&nbsp;และเงินสนับสนุนภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ยังคงสามารถมาร่วมให้การสนับสนุนได้จนกว่าจะถึงงานวันสถาปนาฯ&nbsp;ที่สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;อ.เมืองบึงกาฬ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับบรรยากาศภายในงานมีความคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า&nbsp;</strong>มีหน่วยงานทั้งภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;มาร่วมให้การสนับสนุนสิ่งของและเงินสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ภาคส่วนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ยังได้ให้การสนับสนุนตั้งซุ้มโรงทานเพื่อให้บริการอาหาร&nbsp;และน้ำดื่มถึง&nbsp;28&nbsp;ซุ้ม&nbsp;ทำให้ผู้ที่เข้ามาร่วมงานได้อิ่มใจและอิ่มท้องกันตั้งแต่ช่วงเช้าถึงช่วงเที่ยง&nbsp;โดยผู้เข้าร่วมงานจะต้องผ่านจุดคัดกรองตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;ทุกคน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บึงกาฬ	สวท.บึงกาฬ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304173223564
791	จังหวัดสุรินทร์ ตรวจสอบสต็อกมันสำปะหลังของผู้เข้าร่วมโครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกมันสำปะหลัง ปี 256465 จังหวัดสุรินทร์	<p><strong>จังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;ร่วมกับคณะทำงานตรวจสอบสต็อกมันสำปะหลังของผู้เข้าร่วมโครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกมันสำปะหลัง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ตรวจสอบสต็อกมันสำปะหลังของผู้เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;นำโดยนางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;&nbsp;หัวหน้ากลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;พร้อมด้วยคณะทำงานฯ&nbsp;ดำเนินการตรวจสอบสต็อกมันสำปะหลัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;บริษัท&nbsp;ทรัพย์อนันต์ค้ามัน&nbsp;จำกัด&nbsp;ตั้งอยู่ตำบลบักได&nbsp;อำเภอพนมดงรัก&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ฉบับ&nbsp;มูลค่ารวม&nbsp;108,000,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งในขณะที่ตรวจสอบสต็อกมันสำปะหลัง</strong>&nbsp;(มันเส้น)&nbsp;ผู้ประกอบการได้แจ้งขอยกเลิกการเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;เนื่องจากผู้ประกอบการไม่สามารถแยกชนิดมันสำปะหลังจากภายในประเทศและภายนอกประเทศ&nbsp;จากราชอาณาจักรกัมพูชา&nbsp;ให้คณะทำงานฯ&nbsp;ตรวจนับสต็อกมันสำปะหลังได้&nbsp;คณะทำงานฯ&nbsp;จึงไม่สามารถตรวจสอบสต็อกมันสำปะหลังได้เสร็จสิ้นกระบวนการ&nbsp;ซึ่งผู้ประกอบการจะได้มีหนังสือแจ้งยกเลิกส่งให้ฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการฯ&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ดำเนินการต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304172251562
792	คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.ขอนแก่น เห็นควรให้จัดกลุ่มประเภทร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มตามความเสี่ยง และเร่งรัดฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เข็ม 3	<p><strong>นายพันธ์เทพ&nbsp;เสาโกศล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ครั้งที่&nbsp;23/2565&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายแพทย์ภาคี&nbsp;ทรัพย์พิพัฒน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น&nbsp;และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น&nbsp;โดยมีมติและข้อสั่งการ&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ขอให้หน่วยงานตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อการเฝ้าระวัง&nbsp;และการจัดกิจกรรม&nbsp;โดยมีการฝึกตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อดำเนินการเอง&nbsp;,รับทราบแนวทางการเปิดการเรียนการสอน&nbsp;On&nbsp;Site&nbsp;ของสถานศึกษา,&nbsp;เห็นชอบมาตรการการเร่งรัดฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;โดยให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการฉีดวัคซีน,เห็นชอบในการดำเนินการโครงการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น&nbsp;โดยให้เหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น&nbsp;จัดเบอร์โทรศัพท์ในการติดต่อประสานงานโครงการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;ของเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น</p><p>-เห็นควรให้จัดกลุ่มประเภทร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มตามความเสี่ยง&nbsp;เพื่อใช้พิจารณาการผ่อนปรนร่วมกับเกณฑ์&nbsp;11&nbsp;ข้อ&nbsp;ที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมที่อนุญาตให้ดำเนินการนั้น</strong>&nbsp;ให้ปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข&nbsp;และประกาศจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ฯ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;51&nbsp;ฉบับที่&nbsp;58&nbsp;และฉบับที่&nbsp;64&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>-&nbsp;ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อซักซ้อมแนวทางการขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(ศจพ.)&nbsp;ในระดับพื้นที่&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ในวันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมอวานี&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;โฮเทล&nbsp;แอนด์&nbsp;คอนเวนชั่น&nbsp;เซ็นเตอร์</p><p>-&nbsp;การสอบวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียนที่&nbsp;2&nbsp;ปีการศึกษา&nbsp;2564&nbsp;ของ&nbsp;กศน.อำเภอเมืองขอนแก่น&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;5-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สนามสอบในจังหวัดขอนแก่น&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;สนามสอบ&nbsp;ในอำเภอเมืองขอนแก่น&nbsp;จังหวัดขอนแก่น</p><p>-&nbsp;งานประเพณี&nbsp;ฮีตฮอยอีสาน&nbsp;งานของดีหนองเรือ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;21-25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอหนองเรือ&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;โดยให้คงเหลือเฉพาะกิจกรรมพิธีบวงสรวง&nbsp;พิธีบุญกุ้มข้าว&nbsp;พิธีการเปิดงาน&nbsp;จำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;และการออกร้านกิ่งกาชาดอำเภอหนองเรือ</p><p>-&nbsp;งานการแข่งขันกอล์ฟการกุศล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ในวันที่&nbsp;12&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สนามแดนคูณกอล์ฟคลับ&nbsp;</p><p>-&nbsp;การประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;7&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น&nbsp;(KICE)</p><p>-&nbsp;การสอบคัดเลือกนักเรียนเพื่อเข้าเรียน&nbsp;(ภาคปฏิบัติ)&nbsp;ประจำปีการศึกษา&nbsp;2565&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;5-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;รร.กีฬาจังหวัดขอนแก่น</p><p>-&nbsp;พิธีการปิดการฝึกอบรมและรับประกาศนียบัตร&nbsp;ผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศดาบตำรวจที่มีอายุ&nbsp;53&nbsp;ปี&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;เพื่อเลื่อนตำแหน่ง&nbsp;และเลื่อนยศแบบเลื่อนไหลเป็นชั้นสัญญาบัตรถึงยศร้อยตำรวจเอก&nbsp;ประจำปีงบฯพ.ศ.2565&nbsp;ในวันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค&nbsp;4&nbsp;</p><p><strong>โดยกิจกรรมที่ไม่อนุญาตให้ดำเนินการ</strong>&nbsp;คือ&nbsp;การเป็นสนามสอบพิเศษในการดำเนินการจัดทดสอบความถนัดทางวิชาชีพและทางวิชาการ&nbsp;(GAT&nbsp;PAT)&nbsp;ประจำปีการศึกษา&nbsp;2565&nbsp;กรณีผู้สมัครสอบที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จากทุกภูมิภาค&nbsp;ยกเว้นผู้ติดเชื้อของจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นดำเนินการเป็นสถานที่ฯ&nbsp;โดยให้ปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ตามเกณฑ์ที่กำหนดอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304172413563
793	เทศบาลตำบลทับมา เพิ่มประสิทธิภาพและศึกษาดูงานคณะกรรมการชุมชนและผู้นำชุมชน ในการฝึกอบรมและศึกษาดูงาน เพื่อนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้พัฒนาชุมชนตนเองอย่างยั่งยืน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลทับมา&nbsp;</strong>ต.ทับมา&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;วงษ์ศรี&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลทับมา&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเพิ่มประสิทธิภาพและศึกษาดูงานคณะกรรมการชุมชนและผู้นำชุมชน&nbsp;ในกิจกรรมการฝึกอบรมและศึกษาดูงาน&nbsp;มีผู้บริหารเทศบาลเข้าร่วมโครงการ&nbsp;และมีคณะกรรมการชุมชน&nbsp;และผู้นำชุมชนในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;120&nbsp;คน&nbsp;เข้าร่วมโครงการ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;4-5&nbsp;มี.ค.นี้&nbsp;โดยมีการจัดใน&nbsp;2&nbsp;กิจกรรม&nbsp;คือ</strong>&nbsp;การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับแนวทางความคืบหน้าการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;หรือ&nbsp;EEC&nbsp;และกิจกรรมที่&nbsp;2&nbsp;คือการศึกษาดูงานและแบ่งกลุ่มสัมพันธ์&nbsp;การพัฒนาทีมงาน&nbsp;การทำงานเป็นทีม&nbsp;รักองค์กร&nbsp;</p><p><strong>มีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชน</strong>&nbsp;คณะกรรมการชุมชน&nbsp;โดยให้ความรู้การเป็นผู้นำชุมชนเข้มแข็ง&nbsp;และเพื่อให้ความรู้หลักการบริหารชุมชน&nbsp;โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ไปสู่การปฏิบัติจนเป็นวิถีชีวิต&nbsp;รวมทั้งให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำความรู้&nbsp;แนวคิดและประสบการณ์ที่ได้รับจากการฝึกอบรม&nbsp;และศึกษาดูงานไปประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนของตนเองได้อย่างย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังเป็นการเพิ่มทักษะการส่งเสริมอาชีพ</strong>ที่แตกต่างและหลาหลายนำมาสู่การพัฒนาอาชีพและรายได้ของชุมชนอีกด้วย.&nbsp;วฐิต&nbsp;กลางนอก/ระยอง&nbsp;0871373960</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304173801565
794	จังหวัดขอนแก่น พร้อมจัดประชุมสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ครั้งที่ 3 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	"<p><strong>นายพันธ์เทพ&nbsp;เสาโกศล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสิริพร&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดขอนแก่น&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ประชุมเตรียมความพร้อมการจัดประชุมสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;พื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;โดยกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์&nbsp;ที่&nbsp;12&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมแก่นเมือง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น&nbsp;</p><p><strong>ผู้เข้าร่วมประชุม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คณะแม่บ้านมหาดไทย</strong>จาก&nbsp;20&nbsp;จังหวัด&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;จำนวนจังหวัดละ&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;รวม&nbsp;120&nbsp;คน&nbsp;เข้าร่วมงาน&nbsp;โดยมีนายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานเปิดการประชุม</p><p><strong>สำหรับการเตรียมความพร้อมของจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;ได้มีการเตรียมศูนย์การเรียนรู้ชุมชน&nbsp;เพื่อให้คณะได้ศึกษาเรียนรู้&nbsp;คือ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้ชุมชนปลอดขยะ&nbsp;Zero&nbsp;waste&nbsp;บ้านหัวถนน&nbsp;ตำบลพระลับ&nbsp;อำเภอเมืองขอนแก่น&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ฐาน&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>จุดที่&nbsp;1&nbsp;ฐานที่&nbsp;1&nbsp;และฐานที่&nbsp;2&nbsp;""เปลี่ยนงานศพสารพิษจากพวงหรีดพลาสติกเป็นวิถีธรรมชาติ""&nbsp;และ&nbsp;""ลดโลกร้อนจากเสวียน""</p><p>จุดที่&nbsp;2&nbsp;ฐานที่&nbsp;3&nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเศษผ้า</p><p>จุดที่&nbsp;3&nbsp;ฐานที่&nbsp;4-5-6&nbsp;การนำขยะเปียกมาทำเป็นปุ๋ยหมักอินทรีย์&nbsp;ปุยน้ำชีวภาพ&nbsp;การเลี้ยงไส้เดือนกินเศษอาหาร&nbsp;และการผลิตปุ๋ยจากมูลไส้เดือน&nbsp;การแปรรูปขยะรีใซเคิล&nbsp;และการแปรรูปขยะทั่วไป</p><p>จุดที่&nbsp;4&nbsp;ฐานที่&nbsp;7&nbsp;ครัวเรือนต้นแบบ&nbsp;หมอพื้นบ้านสืบสานวัฒนธรรม&nbsp;เป็นครัวเรือนต้นแบบในการบริหารจัดการขยะการใช้ปุ๋ยจากขยะมาปลูกพืชสมุนไพรเพื่อช่วยรักษาคนในชุมชน</p><p>จุดที่&nbsp;5&nbsp;ฐานที่&nbsp;8&nbsp;ศึกษาดูงานหมู่บ้านต้นแบบ&nbsp;""บ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง""&nbsp;เป็นครัวเรือนต้นแบบ&nbsp;ในการนำขยะเปียกมาผลิตเป็นปุ๋ยชีวภาพและนำปุ๋ยไปใช้ในการปลูกผักสวนครัวทั้งเพื่อรับประทานและจำหน่ายในชุมชน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304175245566
795	สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส จัดกิจกรรม เปิดตัว  Kick off ก้าวท้าใจ Season 4 วิถีถัดไป พิชิต 100 วัน 100 แต้มสุขภาพ	<p><strong>นายแพทย์ชัยวัฒน์&nbsp;พัฒนาพิศาลศักดิ์</strong>&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส&nbsp;เป็นประธานในเปิดกิจกรรม&nbsp;เปิดตัว&nbsp;&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;ก้าวท้าใจ&nbsp;Season&nbsp;4&nbsp;วิถีถัดไป&nbsp;พิชิต&nbsp;100&nbsp;วัน&nbsp;100&nbsp;แต้มสุขภาพ&nbsp;&nbsp;ที่บริเวณลานหน้าสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส&nbsp;อำเภอเมืองนราธิวาส&nbsp;เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ&nbsp;โดยการสนับสนุนและส่งเสริมการออกกำลังกาย&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพของตนเอง&nbsp;ไม่ให้เกิดโรคที่สามารถเกี่ยวข้องกันได้จากพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์&nbsp;</p><p><strong>นายแพทย์ชัยวัฒน์&nbsp;พัฒนาพิศาลศักดิ์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ&nbsp;บดินทรเทพยวรางกูร&nbsp;เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ&nbsp;บดินทรเทพยวรางกูร&nbsp;โดยการน้อมนำพระราชดำริด้านการส่งเสริมกิจกรรมการออกกำลังกาย&nbsp;ที่ช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์&nbsp;และสามารถร่วมปฏิบัติกันได้ทุกเพศทุกวัยในครอบครัวเป็นเป้าหมายหลักในการดำเนินงานขับเคลื่อนแผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย&nbsp;พ.ศ.2561-2573&nbsp;</p><p><strong>โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการบูรณาการ</strong>&nbsp;การสร้างกลไกในการขับเคลื่อนที่เข้มแข็งเพียงพอที่จะทำให้คนไทยไม่เนือยนิ่ง&nbsp;อันจะนำไปสู่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง&nbsp;ที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ&nbsp;สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์&nbsp;การเสริมสร้างให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดี&nbsp;ครอบคลุมทั้งด้านกาย&nbsp;ใจ&nbsp;สติปัญญาและสังคม&nbsp;มุ่งเน้นการเสริมสร้างการจัดการสุขภาวะในทุกรูปแบบ&nbsp;ที่นำไปสู่การมีศักยภาพในการจัดการสุขภาวะที่ดีได้ด้วยตนเอง&nbsp;พร้อมทั้งสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการสร้างเสริมให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดี&nbsp;มีทักษะด้านสุขภาวะที่เหมาะสม&nbsp;และเป็นการลดความเสี่ยงต่อภาวะขาดสัมพันธภาพภายในครอบครัว&nbsp;อันเป็นปัจจัยสู่โรคทางสภาพจิตใจและความรุนแรงในครอบครัว</p><p><strong>กิจกรรมในโครงการนี้&nbsp;ประกอบด้วยกิจกรรม&nbsp;10&nbsp;ล้าน</strong>ครอบครัวไทยออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ&nbsp;เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&nbsp;ซึ่งในโครงการฯ&nbsp;มีการจัดกิจกรรมด้านส่งเสริมการออกกำลังกายโดยการวิ่ง&nbsp;ปั่นจักรยาน&nbsp;รวมไปถึงการออกกำลังกายในด้านอื่นๆ&nbsp;มีการลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมออกกำลังกาย&nbsp;ผ่านQR&nbsp;code&nbsp;ก้าวท้าใจ&nbsp;Season&nbsp;4&nbsp;และเว็บไซต์ก้าวท้าใจ&nbsp;ผู้สมัครคือ&nbsp;ประชาชนทุกกลุ่มวัยในจังหวัดนราธิวาส&nbsp;หน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;&nbsp;ชมรมการออกกำลังกาย&nbsp;อสม.&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และสถานประกอบการเอกชน&nbsp;โดยดำเนินการลงทะเบียนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;11&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565</p><p><strong>กระทรวงสาธารณสุขและกรมอนามัย</strong>&nbsp;จึงได้ให้หน่วยงานในสังกัดจัดโครงการ&nbsp;10&nbsp;ล้านครอบครัวไทยออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้น&nbsp;เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;มหาวชิราลงกรณ&nbsp;บดินทรเทพยวรางกูร&nbsp;และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีพระเมตตาต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า&nbsp;และช่วยให้ประชาชนมีกิจกรรมออกกำลังกายร่วมกันเป็นแบบครอบครัวอย่างสม่ำเสมอตามบริบทสภาพแวดล้อม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304175436567
796	จังหวัดลพบุรี แจ้งเตือนประชาชนเตรียมรับสถานการณ์พายุฤดูร้อน 6-8 มีนาคมนี้	<p><strong>นายวชิระ&nbsp;เกตุพันธุ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี&nbsp;แจ้งว่า</strong>&nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศฉบับที่&nbsp;1&nbsp;(45/2565)&nbsp;ลงวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;6&nbsp;&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&nbsp;ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน&nbsp;ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทย&nbsp;ลักษณะเช่นนี้&nbsp;ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&nbsp;</p><p>โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่&nbsp;รวมถึงมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นด้วย&nbsp;โดยจะเริ่มมีผลกระทบ&nbsp;ในภาคตะวันออกเฉียงเหนืก่อน&nbsp;ส่วนภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;และภาคใต้ตอนบนจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดลพบุรี&nbsp;จึงขอแจ้งให้ประชาชนระมัดระวังอันตราย</strong>จากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง&nbsp;ที่อาจจะเกิดขึ้นได้&nbsp;โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง&nbsp;ใต้ต้นไม้ใหญ่&nbsp;และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง&nbsp;สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย&nbsp;รวมทั้งขอให้ติดตามข้อมูลสภาวะอากาศ&nbsp;ปริมาณน้ำฝน&nbsp;&nbsp;และข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด&nbsp;&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;&nbsp;เตรียมความพร้อมรับมือ&nbsp;พายุฤดูร้อน&nbsp;ฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น&nbsp;</p><p>หากพบเห็นหรือได้รับผลกระทบ&nbsp;และต้องการความช่วยเหลือเมื่อเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติ&nbsp;สามารถแจ้งเหตุผ่านโทรศัพท์สายด่วน&nbsp;1784&nbsp;หรือแจ้งผ่านไลน์&nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ&nbsp;1784&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;Line&nbsp;ID@1784DDPM&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ลพบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304175730568
797	จังหวัดขอนแก่น ร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมตามแผนปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (Big Rock) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการต่อต้านการทุจริต	<p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;กล่าวต้อนรับ</strong>&nbsp;นายประชา&nbsp;เตรัตน์&nbsp;กรรมการ&nbsp;สปท.ป.ป.ท.และประธานอนุกรรมการสร้างความเข้มแข็งและเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม&nbsp;เปิดการประชุมปฏิบัติการหนุนเสริมขับเคลื่อนการส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมประชาชนในการต่อต้านการทุจริต&nbsp;และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&nbsp;&nbsp;(องค์การมหาชน)ได้บูรณาการเชื่อมโยงหนุนเสริมการขับเคลื่อนกิจกรรมปฏิรูปประเทศที่ส่งผล&nbsp;ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ&nbsp;(Big&nbsp;Rock)&nbsp;ส่งเสริมการมีส่วนร่วมประชาชนในการต่อต้านการทุจริตตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การประชุมหารือร่วม&nbsp;และกำหนดปฏิทินการลงพื้นที่จังหวัดนำร่อง&nbsp;โดยกำหนดลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น&nbsp;และประชุมเชิงปฏิบัติการหนุนเสริมขับเคลื่อนการส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมประชาชนในการต่อต้านการทุจริต&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพระธาตุขามแก่น&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายอำเภอแต่ละอำเภอ&nbsp;คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด</strong>&nbsp;ตัวแทนจากชมรม&nbsp;STRONG&nbsp;จิตพอเพียงต้านทุจริต&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตจังหวัดขอนแก่น&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ปปท.และผู้แทนเครือข่ายองค์กรชุมชน/พอช.ภาค&nbsp;เข้าร่วมนำเสนอและแลกเปลี่ยนข้อมูล&nbsp;สถานการณ์&nbsp;และแนวทางบูรณาการส่งเสริมสนับสนุนการมีส่วนร่วมด้านการต่อต้านการทุจริตในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น&nbsp;เข้าร่วมประชุมปฏิบัติการหนุนเสริม&nbsp;ขับเคลื่อนการส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมประชาชนในการต่อต้านการทุจริต</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมได้นำเสนอและแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์จังหวัดขอนแก่น&nbsp;</strong>ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและข้อมูลสถานการณ์สำคัญด้านการทุจริตของจังหวัด&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.การดำเนินงานเกี่ยวกับ&nbsp;นโยบายและมาตรการด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของจังหวัด&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการสอดส่องและเสนอแนะการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.สถานการณ์การทุจริตและประพฤติมิชอบภาครัฐในพื้นที่และมาตรการ/กลไกการส่งเสริมธรรมาภิบาลและเสริมสร้างการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.การขับเคลื่อนของภาคีเครือข่ายส่งเสริมธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริตและการขับเคลื่อนงานของขบวนองค์กรชุมชนจังหวัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304175933569
798	เจอ...แจก...จบ นายกฯสาคร ลงพื้นที่ นำชุด Set Box พร้อมด้วยเครื่องอุปโภคบริโภค มอบแก่ผู้ที่มีผลตรวจ ATK เป็นบวก รักษาตัวแบบ Home Isolation ภายใต้การดูแลของศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลนครหาดใหญ่	<p><strong>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019</strong>&nbsp;(เชื้อโอมิครอน)&nbsp;ของประชาชนในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่และผู้ที่เดินทางเข้ามาประกอบอาชีพในเมืองหาดใหญ่&nbsp;ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อรายวันมีจำนวนสูงมากขึ้น&nbsp;จากที่มีการตรวจด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ตามหน่วยให้บริการต่างๆ&nbsp;และที่ตรวจด้วยตนเอง&nbsp;แล้วมีผลเป็นบวก&nbsp;เพื่อลดความล่าช้าในการลงระบบจ่ายยาของโรงพยาบาลหาดใหญ่ที่เข้าระบบการรักษาของโรงพยาบาลแล้ว&nbsp;เทศบาลนครหาดใหญ่จึงได้ให้ศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลนครหาดใหญ่&nbsp;14&nbsp;แห่ง&nbsp;อสม.ในพื้นที่&nbsp;&nbsp;และสมาชิกสภาเทศบาลนครหาดใหญ่&nbsp;ร่วมกันกระจายยาให้ผู้ป่วยในเขตเทศบาลฯ&nbsp;เจอ...แจก...จบ&nbsp;ภายใต้การดูแลของศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลนครหาดใหญ่&nbsp;14&nbsp;ศูนย์&nbsp;พร้อมทั้งการติดตามอาการของผู้ป่วยจากโรงพยาบาลหาดใหญ่&nbsp;โดยบุคลากรทางการแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยอาการของผู้ป่วยต่อไป</p><p><strong>โดยวันนี้&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พล.ต.ท.สาคร&nbsp;ทองมุณี&nbsp;นายกเทศมนตรี</strong>&nbsp;พร้อมด้วยสมาชิกกสภา&nbsp;อสม.และศูนย์บริการสาธารณสุขคลองเรียน&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;เจอ...แจก...จบ&nbsp;นำชุด&nbsp;Set&nbsp;Box&nbsp;&nbsp;พร้อมด้วยเครื่องอุปโภค&nbsp;มอบแก่ผู้ที่มีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;(กลุ่มสีเขียวไม่แสดงอาการ)&nbsp;รักษาตัวแบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งไม่สามารถออกไปภายนอกได้&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในการรักษาพยาบาลและการดูแลผู้ติดเชื้อในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ให้ดีที่สุด&nbsp;และจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304180143570
799	โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ สร้างจิตสำนึกและกระตุ้นเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้เกิดความระมัดระวัง เปิดตัว ทางม้าลายกระต่ายน้อย เพื่อความปลอดภัยของคนเดินเท้า	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.โรงพยาบาลเพชรบูรณ์</strong>&nbsp;จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์เปิดตัว&nbsp;""ทางม้าลายกระต่ายน้อย&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของคนเดินเท้า""&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณทางม้าลายภายในโรงพยาบาล&nbsp;ใกล้บ่อน้ำพุ&nbsp;ด้านหน้าโรงพยาบาลเพชรบูรณ์&nbsp;อ.เมืองเพชรบูรณ์&nbsp;จ.เพชรบูรณ์</p><p><strong>สำหรับทางม้าลายกระต่ายน้อย&nbsp;เป็นทางม้าลายสีแดงน่ารักสดใส</strong>&nbsp;มาพร้อมป้ายสัญลักษณ์ของกระต่ายกำลังกระโดดข้ามทางม้าลาย&nbsp;มีชื่อโครงการว่า&nbsp;ทางม้าลายกระต่ายน้อย&nbsp;มีความโดดเด่นแปลกตา&nbsp;แทนสัญลักษณ์แห่งความปลอดภัย&nbsp;ปลูกจิตสำนึกให้ผู้ขับขี่รู้จักระมัดระวังและชะลอความเร็ว&nbsp;ขณะเข้าใกล้ทางม้าลายคนข้าม</p><p><strong>การจัดกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;นำโดยนายแพทย์นิติ&nbsp;เหตานุรักษ์</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรบูรณ์&nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร&nbsp;และบุคคลากรของโรงพยาบาลเพชรบูรณ์&nbsp;ได้ร่วมกันจัดทำทางม้าลายรูปกระต่ายขึ้นมา&nbsp;เพื่อร่วมรำลึกถึงแพทย์หญิงวราลัคน์&nbsp;สุภวัตรจริยากุล&nbsp;หรือหมอกระต่าย&nbsp;ที่จากไปด้วยอุบัติเหตุถูกรถบิ๊กไบก์พุ่งชนขณะข้ามทางม้าลาย</p><p><strong>นายแพทย์นิติ&nbsp;เหตานุรักษ์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรบูรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การจัดกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;เพื่อสร้างจิตสำนึก&nbsp;กระตุ้นเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้เกิดความระมัดระวังยิ่งขึ้น&nbsp;โดยการชะลอหรือหยุดรถในขณะที่กำลังมีคนข้ามทางม้าลาย</p><p><strong>โดยกิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>ผู้เข้าร่วมกิจกรรมพร้อมกันที่บริเวณจัดงาน&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;นายแพทย์นิติ&nbsp;เหตานุรักษ์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรบูรณ์&nbsp;กล่าวเปิดกิจกรรม&nbsp;และร่วมร้องเพลงมาร์ชโรงพยาบาลเพชรบูรณ์&nbsp;และเดินรณรงค์แจกแผ่นพับ&nbsp;ใบปลิว&nbsp;รณรงค์ให้กับผู้มารับบริการในโรงพยาบาลเพชรบูรณ์&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;มีกิจกรรมมอบเกียรติบัตรโรงอาหารปลอดภัยใส่ใจชุมชน</strong>&nbsp;(Healthy&nbsp;Canteen)&nbsp;จากกรมอนามัย&nbsp;ให้กับร้านอาหารภายในโรงพยาบาลเพชรบูรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ร้าน&nbsp;ที่มีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี&nbsp;อาหารมีคุณค่าทางโภชนาการและมีปริมาณที่เหมาะสม&nbsp;วัตถุดิบ&nbsp;เครื่องปรุงมีความปลอดภัยจากสารปนเปื้อนและสารพิษ&nbsp;ส่งเสริมการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ปลอดภัยในการปรุงประกอบอาหาร&nbsp;รวมทั้งมีสื่อประชาสัมพันธ์&nbsp;สร้างความรอบรู้ด้านสุขาภิบาลอาหารและโภชนาการให้กับผู้บริโภค</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เพลินจิต&nbsp;สวนศิลป์พงศ์&nbsp;:&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p>สวท.เพชรบูรณ์</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	เพชรบูรณ์	สวท.เพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304182807571
800	แขวงทางหลวงชนบทเพชรบุรี   ทำทางเรียบ ลบรอยขรุขระลูกรัง   เร่งปรับปรุงเส้นทางถนนทางเข้าโรงพยาบาลสนาม ฯ หลังรับการร้องขอ แก้ปัญหาถนนเป็นหลุม เป็นบ่อ หวั่นเกิดอุบัติเหตุ เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้เส้นทางที่ส่วนใหญ่เป็นแพทย์ พยาบาล ผู้ป่วยและญาติ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;นายประทักษ์&nbsp;เสรีรักษ์</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทราชบุรี&nbsp;รักษาราชการแทนผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทเพชรบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ลงพื้นที่การปรับปรุงเส้นทางถนน&nbsp;บริเวณพื้นที่&nbsp;ทางเข้าศูนย์พัฒนาบุคลากรสภากาชาดไทย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลบางเก่า&nbsp;อำเภอชะอำ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นสถานที่จัดตั้งโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วยจากโรคโควิด19<strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>นายประทักษ์&nbsp;เสรีรักษ์&nbsp;ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทราชบุรี</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทเพชรบุรีเปิดเผยว่า&nbsp;หลังรับหนังสือจากนายอำเภอชะอำ&nbsp;&nbsp;ประสานขอความช่วยเหลือเรื่องความเดือดร้อน&nbsp;โดยขอให้ช่วยดำเนินการ&nbsp;แก้ไขปัญหาถนนเป็นหลุม&nbsp;เป็นบ่อ&nbsp;การสัญจรเป็นด้วยความยากลำบาก&nbsp;หวั่นจะเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้เส้นทางที่ส่วนใหญ่เป็นแพทย์&nbsp;พยาบาล&nbsp;ผู้ป่วยและญาติ&nbsp;ซึ่งแขวงทางหลวงชนบทเพชรบุรี&nbsp;ได้เร่งปรับปรุงเส้นทางถนน&nbsp;บริเวณพื้นที่&nbsp;ทางเข้าศูนย์พัฒนาบุคลากรสภากาชาดไทย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลบางเก่า&nbsp;อำเภอชะอำ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ซึ่งเป็นสถานที่จัดตั้งโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วยจากโรคโควิด19&nbsp;</p><p><strong>โดยนำวัสดุซึ่งเป็นกากยางจากวัสดุผิวเดิมของถนนเก่า</strong>&nbsp;ที่ได้เก็บไว้&nbsp;และที่มีเหลือจากการก่อสร้างนำมาปั่นเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่&nbsp;ปรับพื้นที่เทกลบ&nbsp;หลุมบ่อที่ขรุขระ&nbsp;ใช้รถเกรดเกลี่ยทั้งเส้น&nbsp;พร้อมนำรถบด&nbsp;รถน้ำ&nbsp;บดอัดถนนให้เป็นทางเรียบ&nbsp;รวมระยะทาง&nbsp;900&nbsp;เมตร&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทเพชรบุรีได้กล่าวเพิ่มเติมว่าแม้ถนนเส้นนี้ไม่ได้เป็นโครงข่ายของทางหลวงชนบทแต่เพื่อการให้ความช่วยเหลือ&nbsp;ซึ่งแขวงทางหลวงชนบทสำนักงานทางหลวงชนบทที่&nbsp;4&nbsp;พร้อมให้การช่วยเหลือสนับสนุนภารกิจในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกด้าน&nbsp;ช่วยเหลือสังคม&nbsp;เพื่อสาธารณประโยชน์&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรีรายงาน</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304183045572
801	จังหวัดมุกดาหาร เร่งรัดการฉีดวัคชีนโควิด 19 เข็มกระตุ้น ในประชาชนทุกกลุ่มโดยเฉพาะในผู้มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป ผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค	<p><strong>นายแพทย์ประวิตร&nbsp;ศรีบุญรัตน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ยังคงเร่งรัดการฉีดวัคซีนให้ประชาชนทุกกลุ่มโดยเฉพาะในผู้มีอายุ&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;ผู้มีโรคเรื้อรัง&nbsp;7&nbsp;กลุ่มโรค&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง&nbsp;โรคหัวใจและหลอดเลือด&nbsp;โรคไตวายเรื้อรัง&nbsp;โรคหลอดเลือดสมอง&nbsp;โรคอ้วน&nbsp;โรคมะเร็ง&nbsp;โรคเบาหวาน&nbsp;และเข็มกระตุ้น&nbsp;หลังจากพบว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนไวรัสโควิด&nbsp;&nbsp;19</p><p><strong>เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายป้องกันโรค&nbsp;ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;19</strong>&nbsp;ลดความรุนแรงจากการติดเชื้อไวรัส&nbsp;COVID&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ทุกสายพันธุ์&nbsp;ลดอัตราความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต&nbsp;เมื่อได้รับเชื้อ&nbsp;โดยประชาชนทุกกลุ่ม&nbsp;สามารถเข้าไปรับการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ได้ที่หอประชุม&nbsp;250&nbsp;ปีมุกดาหาร&nbsp;หรือ&nbsp;สถานพยาบาลใกล้บ้าน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โดยจะมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้คำปรึกษา</strong>และให้คำแนะนำสำหรับการรับบริการวัคซีนทั้งก่อนและหลังการฉีด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304183152573
802	จังหวัดเพชรบุรี จัดมหกรรมการออม ยกย่องกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตดีเด่น 3 ประเภท กลุ่มที่มีระยะเวลาดำเนินงานนานที่สุด กลุ่มที่มีอัตราของจำนวนสมาชิกมากที่สุด และ กลุ่มที่มีเงินออมมากที่สุด	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นายธรรมนูญ&nbsp;ไขว้พันธุ์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และคณะกรรมการฯร่วม&nbsp;โครงการมหกรรมการออม&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน&nbsp;เนื่องในโอกาสครบรอบ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;ของการก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;ณ&nbsp;ห้องพริบพรี&nbsp;ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>เปิดเผยถึงการก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;โดยกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;กระทรวงมหาดไทยว่า&nbsp;ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมายาวนาน&nbsp;ถึง&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;นับเป็นการช่วยสมาชิก&nbsp;ชาวบ้านให้มีเงินออม&nbsp;และเป็นเงินกองทุนการสะสมทรัพย์&nbsp;สามารถนำทุนเหล่านี้&nbsp;ไปเป็นเงินกู้ให้กับสมาชิกได้&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด&nbsp;19&nbsp;ที่หลายคนต้องประสบปัญหาทางด้านงานอาชีพ&nbsp;สามารถจะเอาทุนที่มีอยู่&nbsp;มาประกอบอาชีพ&nbsp;สร้างอาชีพใหม่ได้&nbsp;เช่น&nbsp;ปลูกผักสวนครัว&nbsp;เลี้ยงปลาสลิด&nbsp;เลี้ยงเป็ด&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งที่ผ่านมาหลายกลุ่มประสบความสำเร็จ</strong>&nbsp;ทั้งทางตรงทางอ้อม&nbsp;เพราะว่าดอกเบี้ยเงินกู้&nbsp;สมาชิกสามารถได้รับเงินปันผล&nbsp;และเป็นสวัสดิการชุมชน&nbsp;เด็กแรกเกิดจะมีเงินขวัญถุงให้&nbsp;เจ็บไข้ได้ป่วย&nbsp;เข้าโรงพยาบาลก็มีเงินค่าใช้จ่ายในการนอนแต่ละคืนเสียชีวิตก็มีเงินฌาปนกิจให้อีก&nbsp;รวมถึงการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;ซึ่งถ้าทุกชุมชน&nbsp;ได้มีการรวมกลุ่มกันแล้วก็ออมทรัพย์ไว้เป็นทุน&nbsp;เป็นธนาคารชุมชน&nbsp;ช่วยสร้างชุมชนเข้มแข็ง&nbsp;และสามารถที่จะฝ่าพ้นสถานการณ์วิกฤตโควิด&nbsp;19&nbsp;ไปได้&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ได้อ่านสารอธิบดีกรมการพัฒนาชุมช</strong>น&nbsp;เนื่องในวาระครบรอบ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;วันคล้ายวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;และ&nbsp;มอบเกียติบัตรแก่กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตดีเด่น&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มที่มีระยะเวลาดำเนินงานนานที่สุด&nbsp;กลุ่มที่มีอัตราของจำนวนสมาชิกมากที่สุด&nbsp;และ&nbsp;กลุ่มที่มีเงินออมมากที่สุด&nbsp;พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการของกลุ่มออมทรัพย์ฯ&nbsp;ทางด้านนายเนือง&nbsp;เครือเหลา&nbsp;ประธานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;บ้านไร่กล้วยหมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลต้นมะม่วง&nbsp;หนึ่งในผู้ได้รับการยกย่องได้กล่าวถึงการยึดหลักในการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตจนสำเร็จว่าต้อง&nbsp;&nbsp;ใจซื่อ&nbsp;มือสะอาด&nbsp;&nbsp;คนก็จะให้ความเชื่อถือ&nbsp;กลุ่มออมทรัพย์ถ้าขาดความใจซื่อมือสะอาด&nbsp;ไปไม่รอดแน่นอน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งทางกลุ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี&nbsp;2530&nbsp;ไม่เคยมีสะดุด&nbsp;</strong>ตอนนี้มีเงินออม&nbsp;30&nbsp;กว่าล้านแล้ว&nbsp;ทั้งตำบลต้นมะม่วง&nbsp;6&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;มีสมาชิก&nbsp;1238&nbsp;ราย&nbsp;และให้ข้อคิดการออมว่า&nbsp;การออมเป็นสิ่งที่ดี&nbsp;มีเงินเหลือจ่าย&nbsp;แม้นเล็กน้อย&nbsp;ก็เอามาออมไว้&nbsp;เพื่อไว้ใช้ยามจำเป็น&nbsp;บางครั้งคนในครอบครัว&nbsp;ต้องการใช้เงิน&nbsp;ถ้าเราออมไว้เราก็สามารถมากู้ได้&nbsp;มาถอนได้&nbsp;ถ้าเกิดเราไม่ออมก็จะไม่มีเงิน&nbsp;ไม่รู้จะหันไปทางไหน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี/รายงาน</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304183733575
803	ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และผู้กักตัวในศูนย์พักคอย (CI) และรักษาตัวตามระบบ HI ในพื้นที่ตำบลนาทอน อำเภอทุ่งหว้า	<p><strong>นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;&nbsp;ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมชมและให้กำลังการผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์พักคอย&nbsp;CI&nbsp;สนามกีฬาตำบลนาทอน&nbsp;ตำบลนาทอน&nbsp;อำเภอทุ่งหว้า&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของอำเภอทุ่งหว้า&nbsp;และมีโรงพยาบาลทุ่งหว้า&nbsp;เป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายหลัก&nbsp;บูรณาการร่วมกับ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุ่งหว้า&nbsp;รพ.สต.&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;โดยได้มอบสิ่งของจำเป็นแก่เจ้าหน้าที่ด้วย&nbsp;เช่น&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;แอลกอฮอล์&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;และผ้าห่ม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับใช้ในการบริหารจัดการภายใน&nbsp;CI&nbsp;แห่งนี้</strong>&nbsp;ซึ่งในขณะนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อเข้ารับการรักษารวม&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;4&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยที่มีอาการสีเขียว&nbsp;มีทั้งผู้ป่วยเพศชายและหญิง&nbsp;ซึ่งได้มีการจัดแบ่งโซนที่พักอย่างชัดเจน</p><p><strong>ถัดจากนั้น&nbsp;ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมประชาชนที่เข้ารับการรักษาด้วยระบบ&nbsp;H</strong>I&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;จุดในพื้นที่ตำนาทอน&nbsp;ประกอบด้วยบ้านเลขที่&nbsp;62&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลนาทอน&nbsp;รักษาตัว&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อาการสีเขียว&nbsp;,&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;62/2&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลนาทอน&nbsp;รักษาตัว2&nbsp;ราย&nbsp;อาการสีเขียว&nbsp;และบ้านเลขที่&nbsp;11&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลนาทอน&nbsp;รักษาตัว&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อาการสีเขียว&nbsp;ซึ่งทั้งหมดอยู่ในระยะการรักษาตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;ได้พูดคุยและซักถามความเป็นอยู่ทั่วไป</strong>&nbsp;พร้อมมอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแก่ประชาชนกลุ่มดังกล่าวที่ได้รับผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ด้วย&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;&nbsp;</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304185434579
804	ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล ลงพื้นที่มอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นแด่ผู้นำศาสนาอิสลามและศาสนาพุทธ ในพื้นที่อำเภอทุ่งหว้า	<p><strong>นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;ร่วมมอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นแด่ผู้นำศาสนาอิสลามและศาสนาพุทธที่สูงอายุ&nbsp;ในพื้นที่อำเภอทุ่งหว้า&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ตามโครงการเยี่ยมผู้นำศาสนา&nbsp;พระภิกษุสงฆ์สูงอายุ&nbsp;ของเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;เพื่อให้ผู้นำศาสนาที่สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยในเวลา&nbsp;14.50&nbsp;น.&nbsp;ได้ลงพื้นที่มัสยิดบ้านท่าศิลา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5</strong>&nbsp;ตำบลนาทอน&nbsp;อำเภอทุ่งหว้า&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;พบปะผู้นำศาสนาอิสลามและส่งต่อความปรารถนาดีด้วยการมอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น&nbsp;เช่น&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;แอลกอฮอล์&nbsp;ผ้าปูละหมาด&nbsp;ไม้หวาด&nbsp;ไม้ถูพื้น&nbsp;และผงซักฟอก&nbsp;เป็นต้น&nbsp;สำหรับบริหารจัดการภายในมัสยิดฯ&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ถัดจากนั้นเวลา&nbsp;15.30&nbsp;น.&nbsp;ได้ลงพื้นที่สำนักสงฆ์ทุ่งใหญ่</strong>&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลนาทอน&nbsp;อำเภอทุ่งหว้า&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;พบปะพระภิกษุสงฆ์&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;รูป&nbsp;และมอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น&nbsp;เช่น&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;แอลกอฮอล์&nbsp;นม&nbsp;ไม้กวาด&nbsp;ไม้ถูพื้น&nbsp;เป็นต้น&nbsp;สำหรับบริหารจัดการภายในสำนักสงฆ์&nbsp;ฯ&nbsp;ต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ด้วยสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>เป็นองค์กรการกุศลที่มีวัตถุประสงค์ในการบำเพ็ญสาธารณกุศลอย่างกว้างขวาง&nbsp;เพื่อสร้างความผาสุกและบรรเทาความทุกข์เดือดร้อนของประชาชน&nbsp;และเป็นองค์กรที่ตระหนักและให้ความสำคัญในการประกอบพิธีทางศาสนาของทุกศาสนา&nbsp;โดยเชื่อว่าผู้นำศาสนาทุกศาสนาล้วนเป็นผู้สนับสนุนให้คนเป็นคนดี&nbsp;และเป็นผู้นำในการประกอบพิธีกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทางศาสนา&nbsp;วัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นที่สำคัญ&nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมหรือพิธีกรรมทางศาสนาของผู้นำแต่ละศาสนา&nbsp;และเป็นการดูแลกลุ่มผู้นำศาสนาที่สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304185603580
805	จังหวัดสุรินทร์เตือนพายุฤดูร้อนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง	<p><strong>นายสุวพงศ์&nbsp;กิตติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ได้ติดตามสภาวะอากาศ&nbsp;พบว่า&nbsp;ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;6-8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&nbsp;ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน&nbsp;ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทย&nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&nbsp;โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่&nbsp;รวมถึงมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นด้วย</p><p><strong>ดังนั้นเพื่อเตรียมความพร้อม&nbsp;ป้องกัน&nbsp;รับมือ&nbsp;ลดผลกระทบ</strong>&nbsp;และสร้างการรับรู้ของประชาชน&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์&nbsp;จึงขอความร่วมมือสื่อมวลชนประชาสัมพันธ์ไห้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโซกแรง&nbsp;และลูกเห็บตกรวมถึงฟ้าผ่าที่อาจจะเกิดขึ้นได้&nbsp;โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง&nbsp;ใต้ต้นไม้ใหญ่&nbsp;และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง&nbsp;สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304185722581
806	ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ตรวจเยี่ยม CI ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลกำแพง และ HI ตำบลกำแพง อำเภอละงู	<p><strong>นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล&nbsp;ปลัดจังหวัดสตูล&nbsp;&nbsp;สาธารณสุขจังหวัดสตูล&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสตูล&nbsp;นายอำเภอละงู&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลละงู&nbsp;สาธารณสุขอำเภอละงู&nbsp;นายก&nbsp;อบต.กำแพง&nbsp;กรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล&nbsp;ปลัดอำเภอผู้ประสานงานประจำตำบลกำแพง&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาลตำบลกำแพง&nbsp;สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกำแพง&nbsp;ปลัดอำเภองานสำนักงานอำเภอ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม&nbsp;CI&nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลกำแพง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลกำแพง&nbsp;ซึ่งมีผู้ป่วยติดเชื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;69&nbsp;ราย&nbsp;และผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาตามระบบ&nbsp;HI&nbsp;ในพื้นที่ตำบลกำแพง&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>1.&nbsp;นางดารุณี&nbsp;หนูวงศ์&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;105&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลกำแพง&nbsp;สมาชิกในบ้าน&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;ติดเชื้อทั้งหมด&nbsp;</p><p>2.นายสกูล&nbsp;เพชรวิเชียร&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;160&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลกำแพง&nbsp;สมาชิกในบ้าน&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;โดยมีสมาชิกติดเชื้อ&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>ได้มอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน&nbsp;ณ&nbsp;CI&nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลกำแพง&nbsp;และประชาชนที่รักษาตัวตามระบบ&nbsp;HI&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;ด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304185936582
807	ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจผู้ติดเชื้อโควิด-19 และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ที่ CI ,HI ในพื้นที่อำเภอทุ่งหว้าและอำเภอละงู	<p><strong>นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;</strong>นาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ให้กำลังใจพร้อมติดตามการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่อำเภอทุ่งหว้า&nbsp;ที่ศูนย์พักคอย&nbsp;(CI)&nbsp;จุดแรกคือ&nbsp;สนามกีฬาตำบลนาทอน&nbsp;ซึ่งมีผู้ป่วยติดเชื้อ&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;(ข้อมูลวันที่&nbsp;3&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;และผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่อยู่ระหว่างรักษาตัวภายในบ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;หลัง&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายพิชญพัทธ์&nbsp;เรืองชาตรี&nbsp;นายอำเภอทุ่งหว้า</strong>&nbsp;และส่วนราชการในพื้นที่รายงานสถานการณ์ภาพรวมการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อในอำเภอทุ่งหว้า&nbsp;โอกาสเดียวกันนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมพร้อมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค&nbsp;ให้แก่มัสยิดบ้านท่าศิลา&nbsp;และสำนักสงฆ์ทุ่งใหญ่&nbsp;เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้นำศาสนา&nbsp;ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;และคณะ&nbsp;เดินทางต่อไปยังพื้นที่อำเภอละงู&nbsp;</strong>เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมติดตามการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่ศูนย์พักคอย&nbsp;(CI)&nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลกำแพง&nbsp;ซึ่งมีผู้ป่วยติดเชื้อ&nbsp;95&nbsp;ราย&nbsp;(ข้อมูลวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;65)&nbsp;และผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่อยู่ระหว่างรักษาตัวภายในบ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;หลัง&nbsp;โดยมีนายธานี&nbsp;หะยีมะสาและ&nbsp;นายอำเภอละงู&nbsp;และส่วนราชการในพื้นที่รายงานสถานการณ์ภาพรวมการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อในอำเภอละงู</p><p><strong>พร้อมกันนี้เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล&nbsp;และส่วนราชการ&nbsp;ได้มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่อยู่ระหว่างรักษาตัว&nbsp;ใน&nbsp;CI,HI&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ทั้งสองอำเภอดังกล่าวด้วย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด&nbsp;-19</strong>&nbsp;ในจังหวัดสตูล&nbsp;มีผู้ติดเชื้อเป็นวงกว้าง&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;มีการติดอย่างรวดเร็ว&nbsp;จังหวัดสตูลจึงได้ยกระดับการดูแลรักษาประชาชนด้วยระบบ&nbsp;CI&nbsp;สำหรับผู้ที่ไม่มีอาการหรือเป็นกลุ่มสีเขียว&nbsp;อีกทั้งขณะนี้ประชาชนเริ่มเข้าใจและปรับเปลี่ยนบ้านให้เป็น&nbsp;HI&nbsp;ได้ดีขึ้น&nbsp;ส่วนบ้านไหนที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนเป็น&nbsp;HI&nbsp;ได้&nbsp;ก็สามารถเข้ารับการรักษาตัวที่&nbsp;CI&nbsp;ของแต่ละพื้นที่ได้เช่นกัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304190128583
808	จ.มุกดาหารมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ 181 ราย รักษาหายเพิ่ม 137 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;4&nbsp;มี.ค&nbsp;.65&nbsp;)&nbsp;เพจเฟชบุ๊ค&nbsp;โควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;สำนักงานสาธารณสุข&nbsp;</strong>จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ได้รายงาน&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือ&nbsp;โควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;มีผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง&nbsp;ล่าสุดวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นถึง&nbsp;181&nbsp;ราย&nbsp;เป็นการติดเชื้อนอกเขตจังหวัด&nbsp;49&nbsp;ราย&nbsp;ภายในจังหวัด&nbsp;132&nbsp;ราย&nbsp;กระจายอยู่ทุกอำเภอทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ</p><p><strong>โดย&nbsp;อำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;มีผู้ติดเชื้อ&nbsp;มากที่สุด&nbsp;109&nbsp;ราย&nbsp;</strong>(&nbsp;ติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;74&nbsp;ราย&nbsp;นอกจังหวัด&nbsp;35&nbsp;ราย&nbsp;)&nbsp;อำเภออำเภอนิคมคำสร้อยติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอดอนตาล&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;(&nbsp;ติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;นอกเขตจังหวัด&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;)&nbsp;อำเภอคำชะอีติดเชื้อ&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;(&nbsp;ติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;นอกพื้นที่จังหวัด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;)&nbsp;&nbsp;อำเภอหว้านใหญ่&nbsp;ติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอดงหลวง&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;(&nbsp;ติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;นอกพื้นที่จังหวัด&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;)&nbsp;อำเภอหนองสูง&nbsp;ติดเชื้อ&nbsp;ภายในจังหวัด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;137&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>รวมผู้ป่วยระลอกใหม่สะสม&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;เป็นต้นมา</strong>&nbsp;ถึง&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;จำนวน&nbsp;6,639&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายสะสม&nbsp;4,950&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;2,029&nbsp;ราย&nbsp;รักษาในโรงพยาบาล&nbsp;142&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาในชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;จังหวัดและอำเภอ&nbsp;280&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;1,587&nbsp;ราย&nbsp;เรือนจำ&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนเตียงคงเหลือ&nbsp;1,578&nbsp;เตียง&nbsp;มีอาการหนัก&nbsp;ปอดอักเสบและภาวะบกพร่องออกซิเจน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตเพิ่มในเขตพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;ราย&nbsp;สะสมมีผู้เสียชีวิต&nbsp;20&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304190815586
809	จังหวัดนครราชสีมา จัดพิธีวางพวงมาลาสักการะอนุสรณ์สถานนางสาวบุญเหลือ	<p><strong>นายสมเกียรติ&nbsp;วิริยะกุลนันท์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาสักการะอนุสรณ์สถานนางสาวบุญเหลือ&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณอนุสรณ์สถานนางสาวบุญเหลือ&nbsp;โรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์&nbsp;ต.โคกสูง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;ซึ่งพิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อระลึกถึงวีรกรรมของนางสาวบุญเหลือที่ได้ต่อสู้กับอริราชศัตรูจนทำให้จังหวัดนครราชสีมาพ้นจากการรุกรานของข้าศึก</p><p><strong>นางสาวบุญเหลือ&nbsp;หรือย่าเหลือ&nbsp;บุคคลในประวัติศาสตร์ไทย</strong>&nbsp;ในฐานะวีรสตรี&nbsp;ที่มีส่วนสำคัญในการกอบกู้เมืองนครราชสีมาร่วมกับท่านท้าวสุรนารี&nbsp;จากการที่ถูกเข้ายึดตีเมืองของกองทัพเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์&nbsp;ที่บริเวณทุ่งสัมฤทธิ์&nbsp;ในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2369&nbsp;ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;3&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304191114588
810	เทศบาลตำบลราไวย์แถลงข่าวเตรียมจัดการแข่งขันจักรยานทางไกล Rawai Cycling Team Race 2022	<p><strong>จังหวัดภูเก็ตประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหา</strong>การให้บริการรถยนต์สาธารณะและรถยนต์บริการในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;วันนี้(4&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมมุขหลังชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตหลังใหม่&nbsp;</p><p><strong>นายอานุภาพ&nbsp;รอดขวัญ&nbsp;ยอดระบำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>เป็นประธานการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาการให้บริการรถยนต์สาธารณะและรถยนต์บริการในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;โดยมีนายจตุรงค์&nbsp;แก้วกสิ&nbsp;รักษาการขนส่งจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และส่วนราชการ&nbsp;ภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>นายอานุภาพ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;มีคำสั่งที่&nbsp;1427/2565&nbsp;</strong>ลงวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;แต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาการให้บริการรถยนต์สาธารณะและรถยนต์บริการในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการให้บริการรถยนต์สาธารณะและรถยนต์บริการในจังหวัดภูเก็ตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;มีค่าโดยสารที่มีความเป็นธรรม&nbsp;นักท่องเที่ยวมีทางเลือกในการเดินทางที่เหมาะสมและเพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานการให้บริการให้เป็นที่ยอมรับของสังคมโดยให้คณะทำงานฯ&nbsp;มีหน้าที่ในการศึกษา&nbsp;วิเคราะห์ข้อมูล&nbsp;ปัญหา&nbsp;สาเหตุ&nbsp;การให้บริการรถยนต์สาธารณะและรถยนต์บริการที่ด้อยคุณภาพเพื่อนำมากำหนดแนวทางและวิธีแก้ไขปัญหา&nbsp;</p><p><strong>รวมถึงศึกษากฏหมายและกฏระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการควบคุม&nbsp;</strong>กำกับ&nbsp;ดูแลและบังคับใช้กฏหมายที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์สาธารณะและรถยนต์บริการ&nbsp;ตลอดจนกำหนดแนวทางและวิธีแก้ไขปัญหาการให้บริการรถยนต์สาธารณะและรถยนต์บริการในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ตลอดจนนำเสนอแผนปฏิบัติการวิธีแก้ไขปัญหาการให้บริการรถยนต์สาธารณะและรถยนต์บริการในจังหวัดภูเก็ตต่อจังหวัดภูเก็ตก่อนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการให้เกิดผลลัพธ์ในทางปฏิบัติต่อไป&nbsp;</p><p><strong>นายอานุภาพกล่าวต่อไปว่า&nbsp;ทางที่ประชุมได้มีการพิจารณา</strong>ปรับโครงสร้างค่าโดยสารรถแท๊กซี่มิเตอร์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;โดยทางที่ประชุมได้มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการศึกษาข้อมูลให้ละเอียดเพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุมอีกครั้ง&nbsp;หลังจากนั้นได้มีการประชุมเรื่องการแก้ไขปัญหาและการบริหารจัดการการเรียกเก็บค่าโดยสารของรถยนต์บริการ&nbsp;(ป้ายเขียว)&nbsp;โดยมีการหารือในเรื่องการนำแอพพลิเคชันมาช่วยในการเรียกใช้รถ&nbsp;และแจ้งค่าโดยสารที่เป็นธรรมสอดคล้องกับอัตราค่าโดยสารที่จังหวัดประกาศใช้และการจัดพื้นที่จดรถตามแหล่งท่องเที่ยวหรือพื้นที่สำคัญ&nbsp;เพื่อให้รถรับจ้างทุกประเภทสามารถไปจอดรอรับผู้โดยสารได้&nbsp;(ลดปัญหาการวิ่งรับผู้โดยสารได้เที่ยวเดียว)&nbsp;ตลอดจนถึงการฝึกอบรมผู้ขับขี่&nbsp;เพื่อสร้างจิตสำนึกการบริการและสร้างการรับรู้ถึงการให้บริการอย่างเป็นระบบตามที่ราชการกำหนด&nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้การแก้ไขปัญหาในเรื่องดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304191847591
811	แม่ทัพภาคที่ 1  ผอ.รมน.ภาค 1 และจังหวัดเพชรบุรี ร่วมสืบสานพระราชปณิธาน รัชกาลที่ 9 ขับเคลื่อน อ่างเก็บน้ำทุ่งขามอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จัดโครงการร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ( 28 กรกฎาคม 2565)	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;พลโท&nbsp;สุขสรรค์&nbsp;หนองบัวล่าง</strong>&nbsp;แม่ทัพภาคที่1&nbsp;/&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน&nbsp;ภาค&nbsp;1&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และผู้แทนภาคประชาชน&nbsp;ร่วมการประชุม&nbsp;การจัดโครงการร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;สโมสรนายทหาร,&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;15,&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>พลโท&nbsp;สุขสรรค์&nbsp;หนองบัวล่าง&nbsp;แม่ทัพภาคที่1&nbsp;/&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน&nbsp;ภาค&nbsp;1&nbsp;เปิดเผยถึงแผนงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;1&nbsp;และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ว่าในปีนี้จะจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;28&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;นี้&nbsp;ซึ่งจะน้อมนำการปฏิบัติตาม&nbsp;พระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ที่จะรักษา&nbsp;สืบสาน&nbsp;และต่อยอด&nbsp;โดยร่วมสืบสานพระราชปณิธาน&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ขับเคลื่อน&nbsp;อ่างเก็บน้ำทุ่งขามอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ที่พระองค์ท่านทรงพระราชทานให้ไว้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ซึ่งถือเป็นอ่างพวงแห่งแรกของประเทศไทย&nbsp;มีประชาชนจำนวนถึง&nbsp;8&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ยังสามารถได้ใช้ประโยชน์ในการประกอบการเกษตร&nbsp;ประกอบอาชีพ&nbsp;มาตั้งแต่ปี&nbsp;2524&nbsp;จนถึงปัจจุบันนี้&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว</strong>เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;28&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;นั้น&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;1ได้กล่าวถึงความร่วมมือของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;1&nbsp;กับจังหวัดเพชรบุรีและทุกภาคส่วนในจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ว่า&nbsp;ได้เตรียมการจัดกิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ประมาณ&nbsp;10,460&nbsp;ต้น&nbsp;บนที่พื้นที่&nbsp;75&nbsp;ไร่&nbsp;โดยจะเริ่มกิจกรรมตั้งแต่เดือนเมษายนนี้และจะทำการปลูกในวันที่&nbsp;30&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;จะมีการพัฒนาบูรณะซ่อมแซมอ่างเก็บน้ำทุ่งขาม</strong>&nbsp;,การปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืดและกุ้งในอ่างเก็บน้ำ&nbsp;เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์ต่อไป&nbsp;นอกจากนั้นแม่ทัพภาคที่&nbsp;1ได้กล่าวเพิ่มเติมถึง&nbsp;ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ทั้ง&nbsp;8&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;โดยชมรมคนรักอ่างเก็บน้ำทุ่งขาม&nbsp;ซึ่งล้วนเป็นประชาชนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการอ่างเก็บน้ำทุ่งขามอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ต่างมีความน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;อยากที่จะสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์&nbsp;ซึ่งได้มีการประสานติดต่อกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อขอพระบรมราชานุญาติ&nbsp;สร้างถวายให้กับในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;เป็นการน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่าน&nbsp;ด้วยความน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;</p><p>ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรีรายงาน</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304192232592
812	ผู้ว่าฯศรีสะเกษ  ตรวจติดตามการดำเนินการตรวจคัดกรองโควิด-19 สำหรับผู้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ	<p><strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong>ตรวจติดตามการดำเนินการตรวจคัดกรองโควิด-19&nbsp;สำหรับผู้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติฯ&nbsp;กำหนดให้บริการระหว่างวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;-&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;มีเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดจากทีมควบคุมโรค(CDCU)&nbsp;ทั้ง&nbsp;22&nbsp;อำเภอ&nbsp;จุดละ&nbsp;25&nbsp;คน&nbsp;(รวมทั้งหมด&nbsp;75&nbsp;คนต่อวัน)&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;จุดตรวจ&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1)&nbsp;เกาะกลางน้ำห้วยน้ำคำ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2)โรงเรียนกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3)&nbsp;มหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติวิทยาเขตศรีสะเกษ</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายนพ&nbsp;พงศ์ผลาดิสัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;รองผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัด&nbsp;บุคลากรทางการแพทย์&nbsp;และสาธารณสุข&nbsp;&nbsp;ร่วมตรวจติดตาม&nbsp;ณ&nbsp;เกาะกลางน้ำห้วยน้ำคำ,&nbsp;โรงเรียนกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติวิทยาเขตศรีสะเกษ&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304192359593
813	"ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ตรวจติดตามการดำเนินการตรวจคัดกรองโควิด-19 สำหรับผู้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 47 ""ศรีสะเกษเกมส์"""	"<p><strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;ตรวจติดตามการดำเนินการตรวจคัดกรองโควิด-19&nbsp;สำหรับผู้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่&nbsp;47&nbsp;""ศรีสะเกษเกมส์""&nbsp;โดยหนดให้บริการระหว่างวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;-&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;มีเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดจากทีมควบคุมโรค(CDCU)&nbsp;ทั้ง&nbsp;22&nbsp;อำเภอ&nbsp;จุดละ&nbsp;25&nbsp;คน&nbsp;(รวมทั้งหมด&nbsp;&nbsp;75&nbsp;คนต่อวัน)&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;จุดตรวจ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เกาะกลางน้ำห้วยน้ำคำ&nbsp;โรงเรียนกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ&nbsp;วิทยาเขตศรีสะเกษ</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายนพ&nbsp;พงศ์ผลาดิสัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;รองผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัด&nbsp;บุคลากรทางการแพทย์&nbsp;และสาธารณสุข&nbsp;ร่วมตรวจติดตาม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304192541594
814	ศปถ.อำเภอบัวเชด ร่วมกับ บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด สาขาสุรินทร์ ออกหน่วยบริการเคลื่อนที่ในการจัดทำประกันภัยภาคบังคับตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535	<p><strong>นายพิศาล&nbsp;เค้ากล้า&nbsp;นายอำเภอบัวเชด&nbsp;/&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนอำเภอบัวเชด&nbsp;(ศปถ.อ.บัวเชด)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้มอบหมายให้เลขานุการการ&nbsp;ศปถ.อำเภอบัวเชด&nbsp;ประสานกับบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ&nbsp;จำกัด&nbsp;สาขาสุรินทร์&nbsp;ออกหน่วยบริการเคลื่อนที่ในการจัดทำประกันภัยภาคบังคับตาม&nbsp;พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ&nbsp;พ.ศ.2535&nbsp;&nbsp;ให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;ตำบลจรัส&nbsp;อำเภอบัวเชด&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาประชาคมหมู่บ้านบ้านจรัสพัฒนา&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;&nbsp;โดยมีประชาชนในพื้นที่สนใจเข้ารับบริการจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;102&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุม</strong>การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด--19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304192700595
815	คณะกรรมการมูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี ตรวจเยี่ยมสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ณ&nbsp;สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา</strong>&nbsp;นวมินทราชินี&nbsp;ตำบลห้วยกรด&nbsp;อำเภอสรรคบุรี&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;คณะกรรมการมูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินี&nbsp;โดย&nbsp;ศาสตราจารย์คลินิก&nbsp;เกียรติคุณ&nbsp;นายแพทย์&nbsp;ปิยะสกล&nbsp;สกลสัตยาทร&nbsp;ประธานคณะกรรมการตรวจเยี่ยม&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ได้เดินทางตรวจเยี่ยม&nbsp;สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินี&nbsp;ตำบลห้วยกรด&nbsp;โดยมี&nbsp;พญ.วิพรรณ&nbsp;สังคหะพงศ์&nbsp;ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;3&nbsp;นางรัจริน&nbsp;วงศ์รจิต&nbsp;นายกสมาคมแม่บ้านสาธารณสุข</p><p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ดนัย&nbsp;พิทักษ์อรรณพ&nbsp;นายแพทย์เชี่ยวชาญ</strong>&nbsp;(ด้านเวชกรรมป้องกัน)&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท&nbsp;นายวิฑูรย์&nbsp;สิรินุกุล&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดชัยนาท&nbsp;พร้อมด้วยสมาชิกแม่บ้านสาธารณสุข&nbsp;/ทหาร/ตำรวจ&nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;อสม.&nbsp;ผู้นำชุมชนให้การต้อนรับ&nbsp;คณะกรรมการได้ตรวจเยี่ยมชมอาคารสถานที่&nbsp;พร้อมรับฟังกิจกรรมการดำเนินงานต่างๆ&nbsp;ของสถานีอนามัยและร่วมประชุม&nbsp;ติดตามการดำ&nbsp;เนินงาน&nbsp;รับฟังปัญหา&nbsp;ข้อเสนอแนะต่างๆ&nbsp;รวมถึงให้กำลังใจ&nbsp;แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในสถานีอนามัย&nbsp;โดยมุ่งเม้นการดำเนินการพัฒนาสถานีอนามัยฯ&nbsp;ให้มีคุณภาพตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพของประชาชน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สวท.ชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304193032597
816	จ.ศรีสะเกษ ขับเคลื่อนงานป้องกันและเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดพื้นที่วิกฤต ตำบลมั่นคง  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รุ่นที่ 4	<p><strong>ที่หอประชุมอำเภอบึงบูรพ์&nbsp;อำเภอบึงบูรพ์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสำรวย&nbsp;เกษกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิด/ปิดโครงการป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ขับเคลื่อนงานป้องกันและเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดพื้นที่วิกฤต&nbsp;ตำบลมั่นคง&nbsp;(โดยดำเนินการตามรูปแบบเขินโมเดล)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;รุ่นที่&nbsp;4&nbsp;</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การอบรมรุ่นนี้ประกอบด้วย</strong>ผู้นำชุมชนพื้นที่ตำบลเป๊าะ&nbsp;จำนวน&nbsp;80&nbsp;คน&nbsp;และผ่านการอบรมทั้งหมด&nbsp;พร้อมกันได้มอบวุฒิบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมดังกล่าวด้วย</p><p><strong>โดยมีผู้แทนปลัดจังหวัด&nbsp;นายอำเภอบึงบูรพ์&nbsp;ผกก.สภ.บึงบูรพ์&nbsp;</strong>หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอ&nbsp;หัวหน้าผู้ประสานงานศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดและทีมวิทยากรร่วมพิธี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304193149598
817	ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจผู้ติดเชื้อโควิด-19 และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ที่ CI ,HI ในพื้นที่อำเภอทุ่งหว้าและอำเภอละงู	<p><strong>นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;</strong>นาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ให้กำลังใจพร้อมติดตามการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่อำเภอทุ่งหว้า&nbsp;ที่ศูนย์พักคอย&nbsp;(CI)&nbsp;จุดแรกคือ&nbsp;สนามกีฬาตำบลนาทอน&nbsp;ซึ่งมีผู้ป่วยติดเชื้อ&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;(ข้อมูลวันที่&nbsp;3&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;และผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่อยู่ระหว่างรักษาตัวภายในบ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;หลัง&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายพิชญพัทธ์&nbsp;เรืองชาตรี&nbsp;นายอำเภอทุ่งหว้า&nbsp;</strong>และส่วนราชการในพื้นที่รายงานสถานการณ์ภาพรวมการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อในอำเภอทุ่งหว้า&nbsp;โอกาสเดียวกันนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมพร้อมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค&nbsp;ให้แก่มัสยิดบ้านท่าศิลา&nbsp;และสำนักสงฆ์ทุ่งใหญ่&nbsp;เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้นำศาสนา&nbsp;ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;และคณะ&nbsp;เดินทางต่อไป</strong>ยังพื้นที่อำเภอละงู&nbsp;เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมติดตามการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่ศูนย์พักคอย&nbsp;(CI)&nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลกำแพง&nbsp;ซึ่งมีผู้ป่วยติดเชื้อ&nbsp;95&nbsp;ราย&nbsp;(ข้อมูลวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;65)&nbsp;และผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่อยู่ระหว่างรักษาตัวภายในบ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;หลัง&nbsp;โดยมีนายธานี&nbsp;หะยีมะสาและ&nbsp;นายอำเภอละงู&nbsp;และส่วนราชการในพื้นที่รายงานสถานการณ์ภาพรวมการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อในอำเภอละงู</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล&nbsp;และส่วนราชการ&nbsp;ได้มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่อยู่ระหว่างรักษาตัว&nbsp;ใน&nbsp;CI,HI&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ทั้งสองอำเภอดังกล่าวด้วย&nbsp;ทั้งนี้สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในจังหวัดสตูล&nbsp;มีผู้ติดเชื้อเป็นวงกว้าง&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;มีการติดอย่างรวดเร็ว&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดสตูลจึงได้ยกระดับการดูแลรักษาประชาชนด้วยระบบ&nbsp;CI</strong>&nbsp;สำหรับผู้ที่ไม่มีอาการหรือเป็นกลุ่มสีเขียว&nbsp;อีกทั้งขณะนี้ประชาชนเริ่มเข้าใจและปรับเปลี่ยนบ้านให้เป็น&nbsp;HI&nbsp;ได้ดีขึ้น&nbsp;ส่วนบ้านไหนที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนเป็น&nbsp;HI&nbsp;ได้&nbsp;ก็สามารถเข้ารับการรักษาตัวที่&nbsp;CI&nbsp;ของแต่ละพื้นที่ได้เช่นกัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304193325599
818	"ผู้ว่าฯนราธิวาสนำจิตอาสา "" เราทำความดี ด้วยหัวใจ ร่วมบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ ที่บริเวณตลาดมูโนะ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส หลังเกิดอุทกภัยอย่างหนักในรอบ 23 ปี"	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00น.&nbsp;ที่บริเวณตลาดมูโนะ&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก</strong>&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสา&nbsp;""&nbsp;เราทำความดี&nbsp;ด้วยหัวใจ""บำเพ็ญสาธารณประโยชน์&nbsp;&nbsp;โดยมีปลัดจังหวัดนราธิวาส&nbsp;&nbsp;นายอำเภอสุไหงโกลก&nbsp;ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;และคณะจิตอาสาในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสเข้าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์อย่างพร้อมเพรียงกัน</p><p><strong>โดยคณะจิตอาสาในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสได้ร่วมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์&nbsp;&nbsp;</strong>เช่น&nbsp;เก็บกวาดขยะ&nbsp;กวาดล้างถนน&nbsp;บริเวณถนนบริเวณหน้าถนนใหญ่&nbsp;และโดยรอบบริเวณตลาดมูโนะอำเภอสุไหงโกลก&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;หลังจากเกิดอุทกภัยอย่างหนักในรอบ&nbsp;23&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;ประชาชนผู้ประสบภัยได้รับความเดือดร้อนเป็นบริเวณกว้าง&nbsp;ขณะที่ทุกภาคส่วนผนึกกำลัง</p><p>บูรณาการช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่</p><p><strong>สำหรับจังหวัดนราธิวาสมีพื้นที่ประสบอุทกภัย&nbsp;13&nbsp;อำเภอ</strong>&nbsp;75&nbsp;ตำบล&nbsp;541&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ขณะที่ระดับน้ำคลี่คลายลงอยู่ในระดับปกติแล้ว</p><p><strong>จังหวัดนราธิวาสจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์</strong>&nbsp;จิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ&nbsp;&nbsp;&nbsp;""&nbsp;เราทำความดี&nbsp;ด้วยหัวใจ&nbsp;""&nbsp;เพื่อให้ข้าราชการ&nbsp;จิตอาสาพระราชทานและประชาชนจากทุกภาคส่วนได้มีโอกาสร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;เป็นล้นพ้น&nbsp;ทั้งยังเป็นการรวมพลังแห่งความจงรักภักดี&nbsp;รวมพลังทำความดี&nbsp;รวมพลังความสามัคคีที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวของชาวจังหวัดนราธิวาส</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304193644601
819	เปิดงานกัญชา-กัญชง สร้างสุขภาพ สร้างรายได้	<p><strong>นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เดินทางมาเป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;9&nbsp;ณ&nbsp;อาคารเรียนรวม&nbsp;100&nbsp;ปี&nbsp;คณะเทคโนโลยีการจัดการ&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอิสาน&nbsp;วิทยาเขตสุรินทร์&nbsp;&nbsp;มี&nbsp;นายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์ภิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;บุคลากรด้านสาธารณสุข&nbsp;และประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;เพื่อการสร้างความรู้ให้ประชาชนในศึกษาการใช้ประโยชน์จากกัญชาที่ถูกต้อง&nbsp;ในแนวคิดกัญชา-กัญชง&nbsp;สร้างสุขภาพ&nbsp;สร้างรายได้</p><p><strong>โดยเป็นการจัดมหกรรมสัญจรทั่วไทยใน&nbsp;12&nbsp;เขตสุขภาพ</strong>&nbsp;ช่วงเดือน&nbsp;มี.ค.-พ.ค.&nbsp;65&nbsp;ทุกสัปดาห์&nbsp;ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ในการนำองค์ความรู้และกิจกรรมเชิงประจักษ์ให้ประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เตรียมความพร้อมในการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทั้งทางสุขภาพและเศรษฐกิจ&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนในช่วงนี้&nbsp;ซึ่งกัญชาและกัญชงจะพ้นจากบัญชียาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;5&nbsp;โดยจะมีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา&nbsp;120&nbsp;วัน&nbsp;หรือในวันที่&nbsp;9&nbsp;มิ.ย.&nbsp;65&nbsp;ที่จะถึงนี้</p><p><strong>นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกฯ&nbsp;และรมว.สาธารณสุข&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เป้าหมายแรก&nbsp;คือ&nbsp;การใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์&nbsp;เป็นอีกหนึ่งทางเลือก&nbsp;ที่เป็นประโยชน์ในด้านการรักษาและประโยชน์ด้านคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;เป้าหมายที่&nbsp;2&nbsp;ผลักดันกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจของชุมชน&nbsp;ได้ปรับเปลี่ยนข้อกฎหมายเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการปลูกตามกฎหมายฉบับใหม่&nbsp;แต่ต้องทำให้ถูกต้องและถูกหลัก&nbsp;เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ&nbsp;สร้างรายได้ครัวเรือนและจังหวัด</p><p><strong>ผู้ที่สนใจ&nbsp;สามารถเข้าร่วมงานฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย&nbsp;</strong>ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการและการออกบูธ&nbsp;ให้ประชาชนได้รับทราบความก้าวหน้าในการนำกัญชา&nbsp;กัญชงมาใช้ประโยชน์ทั้งทางสุขภาพ&nbsp;และการหารายได้เพิ่ม&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นคลินิกกัญชาทางการแพทย์&nbsp;ยารักษาโรค&nbsp;การนำมาเพิ่มมูลค่าทั้ง&nbsp;อาหาร&nbsp;ขนม&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;เครื่องสำอาง&nbsp;เส้นทางการท่องเที่ยว&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304193809602
820	รองนายกรัฐมนตรีเปิดศูนย์ไตเทียมที่โรงพยาบาลลำดวน  จังหวัดสุรินทร์	<p><strong>นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกุล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี</strong>ว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ไตเทียมโรงพยาบาลลำดวน&nbsp;อำเภอลำดวน&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดยมีแพทย์หญิงมุกดาวิเศษ&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำดวน&nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงานต้อนรับรองนายกรัฐมนตรีและคณะ</p><p><strong>โรงพยาบาลลำดวนเป็นโรงพยาบาลชุมชนที่มีคุณภาพมาตรฐาน</strong>ได้รับการไว้วางใจจากผู้รับบริการเป็นอย่างดี&nbsp;มีเครือข่ายที่เข้มแข็งให้บริการโดยทีมแพทย์เฉพาะทางครบทุกสาขาหลักได้แก่&nbsp;สาขาอายุรแพทย์&nbsp;ศัลยแพทย์&nbsp;สูตินารีแพทย์&nbsp;และกุมารแพทย์&nbsp;สาขาละ&nbsp;1&nbsp;คน</p><p><strong>ในปัจจุบันให้บริการผู้ป่วยนอกเฉลี่ย&nbsp;329&nbsp;ครั้งต่อวัน119,925&nbsp;ครั้ง</strong>ต่อปี&nbsp;ให้บริการผู้ป่วยตามจริง&nbsp;145&nbsp;รายต่อวัน&nbsp;933&nbsp;รายต่อปี&nbsp;ในขณะนี้ทางโรงพยาบาลได้ทำแผนขอปรับระดับและขยายเตียงเพื่อเพิ่มศักยภาพในการให้บริการรวมทั้งอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบงานเพื่อให้ผ่านการประเมินรับรองคุณภาพสถานพยาบาลชั้นที่&nbsp;3&nbsp;HA&nbsp;อำเภอลำดวนมี&nbsp;5&nbsp;ตำบล&nbsp;51&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;&nbsp;ประชากรตามทะเบียนราษฎร์ที่อาศัยอยู่จริง&nbsp;19,222&nbsp;คน&nbsp;มีประชากรที่มาขึ้นทะเบียนรักษาที่โรงพยาบาลลำดวน&nbsp;42,000&nbsp;คน&nbsp;มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;โรงเรียนประถม&nbsp;1&nbsp;&nbsp;แห่ง&nbsp;&nbsp;โรงเรียนมัธยม&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;มี&nbsp;อสม.&nbsp;จำนวน&nbsp;605&nbsp;คน&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;ของอำเภอลำดวน&nbsp;ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่รักษาที่โรงพยาบาลลำดวนสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;จำนวน&nbsp;91&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;29</p><p><strong>ด้านการฉีดวัคซีน&nbsp;covid-19&nbsp;ของอำเภอลำดวน</strong>&nbsp;มีผลการฉีดรองจากอำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;คาดว่าจะสามารถดำเนินการฉีดเข็มที่&nbsp;3&nbsp;ตามเป้าหมายที่กระทรวงสาธารณสุขวางไว้&nbsp;เนื่องจากอำเภอลำดวนได้กระจายวัคซีนไปจัดเก็บและฉีดในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลต่างๆแล้ว&nbsp;ซึ่งประชาชนสามารถเข้าถึงวัคซีนและบริการด้านสาธารณสุขอย่างเท่าเทียมกัน</p><p><strong>ปัจจุบันโรงพยาบาลลำดวนยังขาดอุปกรณ์เครื่องมือในการฟอกไต</strong>สำหรับผู้ป่วยโรคไต&nbsp;ทางโรงพยาบาลจึงได้ร่วมกับเจ้าคณะอำเภอและประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอลำดวนและใกล้เคียง&nbsp;จัดทำผ้าป่าและรับบริจาคจากประชาชนทั่วไป&nbsp;เพื่อให้ได้เครื่องฟอกไตมาติดตั้งไว้ที่โรงพยาบาลลำดวน&nbsp;เพื่อการรักษาประชาชนผู้เจ็บป่วยด้านโรคไต&nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้นำมาติดตั้งไว้เรียบร้อยแล้ว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304194116603
821	สุไหงโก-ลก ประเดิมฉีดวัคซีนเด็ก5-11 ปีวันแรก มีนักเรียนเข้ารับการฉีด 259 คน โดยไม่พบเด็กที่มีอาการข้างเคียงรุนแรง	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก</strong>&nbsp;เดินหน้าฉีดวัคซีนไฟเซอร์สูตรสำหรับเด็ก&nbsp;อายุ&nbsp;5-11&nbsp;ปี&nbsp;ตามความสมัครใจของเด็กและผู้ปกครองรวมทั้งดุลยพินิจของแพทย์&nbsp;เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันไวรัสโควิด-19&nbsp;ป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิต&nbsp;ส่งเสริมการเข้าสู่ระบบการศึกษาที่โรงเรียนให้ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม&nbsp;ณ&nbsp;อาคารรื่นอรุณ&nbsp;เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;โดยนายแพทย์บรรยง&nbsp;เหล่าเจริญสุข&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก&nbsp;และนางสุชาดา&nbsp;พันธ์นรา&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;นายยุทธนา&nbsp;วังเพ็ชร&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล&nbsp;3&nbsp;เดินทางมาให้กำลังใจนักเรียนและผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด</p><p><strong>สำหรับอำเภอสุไหงโก-ลกมีนักเรียนกลุ่มอายุ&nbsp;5-11&nbsp;ปี</strong>&nbsp;ลงทะเบียนฉีดวัคซีนไฟเซอร์สูตรเด็กแบบสมัครใจประมาณ&nbsp;1,500&nbsp;คน&nbsp;โดยวันแรกเป็นนักเรียนจากโรงเรียนเทศบาล&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;แต่มารับการฉีดจำนวน&nbsp;259&nbsp;คน&nbsp;ทั้งนี้จะเปิดฉีดไฟเซอร์นักเรียนกลุ่มนี้สำหรับโรงเรียนอื่นๆ&nbsp;อีกครั้งในวันที่&nbsp;8&nbsp;และ&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ส่วนเด็กที่มีอายุ&nbsp;12&nbsp;ปีบริบูรณ์ขึ้นไป&nbsp;ขอให้เข้ารับการฉีด&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์แพทย์ใกล้ใจ&nbsp;1&nbsp;วันที่&nbsp;9,16,23,30&nbsp;มี.ค.65&nbsp;และศูนย์แพทย์ใกล้ใจ2&nbsp;วันที่&nbsp;10,17,24,31&nbsp;มี.ค.65&nbsp;เวลา&nbsp;08.00-12.00น.</p><p><strong>นายแพทย์บรรยง&nbsp;เหล่าเจริญสุข&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประเดิมฉีดวัคซีนเด็กอายุ&nbsp;5-11ปีวันแรกไม่พบผู้มีอาการผิดปกติ&nbsp;อย่างไรก็ตามจะมีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยเด็กอาจมีหลังการฉีดวัคซีนไฟเซอร์สูตรเด็ก&nbsp;เช่น&nbsp;ปวด&nbsp;บวม&nbsp;แดง&nbsp;บริเวณที่ฉีด&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;อ่อนเพลีย&nbsp;มีไข้&nbsp;ดังนั้นหลังการฉีด&nbsp;เด็กควรงดออกกำลังกายแบบผาดโผน&nbsp;หรือออกแรงมาก&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อป้องกันภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ&nbsp;หากเกิดอาการรุนแรง&nbsp;หลังการฉีดวัคซีน&nbsp;ได้แก่&nbsp;เจ็บหน้าอก&nbsp;หายใจเร็ว&nbsp;เหนื่อยง่าย&nbsp;ใจสั่น&nbsp;อุณหภูมิร่างกายสูงกว่า&nbsp;39&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ปวดหัวรุนแรง&nbsp;อาเจียน&nbsp;รับประทานอาหารไม่ได้หรือซึม&nbsp;ไม่รู้สึกตัว&nbsp;รีบพามาพบแพทย์ทันทีเพื่อรักษาและติดตามอาการ&nbsp;และแม้ว่าจะฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;แล้ว&nbsp;ยังจำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304195313604
822	จังหวัดชัยนาท ประกาศเตือนภัยพายุฤดูร้อน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง	<p><strong>นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;</strong>ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดชัยนาท&nbsp;ออกหนังสือด่วนที่สุดถึง&nbsp;นายอำเภอ/ผู้อำนวยการอำเภอ&nbsp;ทุกอำเภอ&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท&nbsp;และผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;ระบุว่ากองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้ติดตามการคาดหมายลักษณะอากาศของประเทศไทย&nbsp;</p><p><strong>โดยประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;เรื่องพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทย</strong>&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;ลงวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีน&nbsp;จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&nbsp;ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทย&nbsp;ลักษณะเช่นนี้&nbsp;ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&nbsp;โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;มีลูกเห็บตกบางพื้นที่&nbsp;รวมถึงมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นด้วย&nbsp;โดยจะเริ่มมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน&nbsp;ส่วนภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;และภาคใต้ตอนบน&nbsp;จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป</p><p><strong>จึงขอให้ประชาชน&nbsp;ในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง</strong>&nbsp;และลมกระโชกแรง&nbsp;ที่จะเกิดขึ้นโดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง&nbsp;ใต้ต้นไม้ใหญ่&nbsp;สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง&nbsp;สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย&nbsp;&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดชัยนาท&nbsp;จึงขอให้อำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>1)&nbsp;ให้อำเภอ&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท&nbsp;และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;ประชาสัมพันธ์ผ่านทางสื่อต่างๆสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;ให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด&nbsp;รวมทั้งเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์พายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;โดยแนะนำการปฏิบัติตนให้ปลอดภัย&nbsp;ตรวจสอบบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพแข็งแรง&nbsp;เก็บสิ่งของและหาสิ่งปกคลุมผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;</p><p>2)&nbsp;ให้อำเภอประสานและบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเครือข่ายและภาคเอกชนเพื่อเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่&nbsp;เครื่องจักรกลสาธารณภัยและแผนเผชิญเหตุสำหรับให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สวท.ชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304195547606
823	รพ.สุไหงโก-ลก เตรียมเปลี่ยนผ่านการรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากHIเป็นผู้ป่วยนอก	<p><strong>นายแพทย์บรรยง&nbsp;เหล่าเจริญสุข&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากการรักษาระบบHI(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;ไปเป็นการรักษาแบบผู้ป่วยนอก&nbsp;แต่ในห้วงที่ยังมีสถานการณ์อุทกภัย&nbsp;และโรงพยาบาลสุไหงโก-ลกยังมีศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยแบบHI&nbsp;ทางโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก&nbsp;จึงยังทำการรักษาเเบบHI&nbsp;โดยผู้ป่วยนำผล&nbsp;ATK&nbsp;บวกตัวจริงที่ไม่ใช่เป็นภาพถ่ายมาแสดงตน&nbsp;เข้าระบบการรักษาโดยแพทย์จะจ่ายยาให้ตามอาการ&nbsp;ด้วยยาแก้ไข้&nbsp;ยาฟ้าทะลายโจร&nbsp;และเน้นจ่ายยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์เฉพาะในรายที่มีอาการป่วยปานกลางถึงรุนแรง&nbsp;เป็นกลุ่มเสี่ยงเช่นผู้สูงอายุ&nbsp;60&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;กลุ่มผู้ป่วย&nbsp;7&nbsp;โรคเรื้อรัง&nbsp;หญิงตั้งครรภ์&nbsp;โดยยึดผลการวินิจฉัยจากแพทย์เป็นหลัก&nbsp;มีการแจกข้าวสารอาหารแห้ง&nbsp;คนละ&nbsp;1&nbsp;ชุด&nbsp;&nbsp;พร้อมอุปกรณ์วัดอุณหภูมิร่างกาย&nbsp;และเครื่องหนีบวัดค่าออกซิเจน&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่จะติดตามอาการทุกวัน&nbsp;</p><p><strong>แต่หากมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นก็จะเริ่มปรับไปทำการรักษาแบบ</strong>ผู้ป่วยนอกสำหรับกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ&nbsp;รวมทั้งไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง&nbsp;ด้วยระบบการจ่ายยาจะเป็นลักษณะเดียวกับการรักษาแบบHI&nbsp;แต่จะไม่มีการแจกข้าวสารอาหารแห้ง&nbsp;รวมทั้งไม่มีอุปกรณ์วัดอุณหภูมิ&nbsp;และเครื่องหนีบนิ้ววัดออกซิเจนให้&nbsp;ทั้งนี้อาจมีเจ้าหน้าที่โทรติดตามอาการ&nbsp;2&nbsp;วันครั้ง&nbsp;หรือผู้ป่วยโทรแจ้งอาการเมื่อพบว่าตัวเองมีไข้สูงหรือรู้สึกว่ามีอาการป่วยรุนแรงขึ้น&nbsp;โดยในกลุ่มนี้เมื่อครบ&nbsp;7&nbsp;วันตรวจATKผลเป็นลบก็สามารถออกจากบ้านได้&nbsp;แต่จำเป็นต้องปฏิบัติตามาตรการDMHTT&nbsp;อย่างเคร่งครัดต่อเนื่อง&nbsp;ส่วนกลุ่มผู้ติดเชื้อที่มีอาการและกลุ่มเสี่ยงยังเข้าระบบการรักษาตามปกติของโรงพยาบาลทั้งแบบHIและรักษาตัวที่โรงพยาบาลโดยการวินิจฉัยของแพทย์</p><p><strong>ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19</strong>&nbsp;ในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;ยังมีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;โดยเฉลี่ยพบว่ามีผู้ตรวจATKเป็นบวกเฉลี่ยวันละประมาณ&nbsp;150-250&nbsp;ราย&nbsp;ปัจจุบันรักษาตัวในระบบ&nbsp;HIจำนวน&nbsp;1,592&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนในรายที่มีอาการโรงพยาบาลยังมีเตียงเพียงพอสำหรับการทำการรักษา</p><p><strong>นายแพทย์บรรยง&nbsp;เหล่าเจริญสุข&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก</strong>&nbsp;เน้นย้ำว่า&nbsp;ปัจจัยความเสี่ยงที่ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;คือ&nbsp;การรับประทานอาหารร่วมกัน&nbsp;โดยเฉพาะในห้องปรับอากาศ&nbsp;ที่ไม่มีอากาศถ่ายเท&nbsp;รวมทั้งการรับประทานอาหารและการอยู่ร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว&nbsp;ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกันในห้วงนี้&nbsp;และต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่กับบุคคลอื่น&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;หลีกเลี่ยงการไปในพื้นที่แออัด&nbsp;งดพฤติกรรมเสี่ยงการพูดคุยและอยู่ใกล้ชิดกันโดยไม่สวมหน้ากากอนามัยในระยะ&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304195747607
824	ผู้ว่าฯนราธิวาส ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมมอบถุงพระราขทานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตในเบื้องต้น กรณีครูบรรทุกผู้โดยสารขับรถตกสะพานจากเหตุดินทรุด เมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย	<p><strong>ผู้ว่าฯนราธิวาส&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจ&nbsp;พร้อมมอบถุงพระราขทาน</strong>ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา&nbsp;นเรนทิราเทพยวดี&nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&nbsp;มหาวัชรราชธิดา&nbsp;และมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตในเบื้องต้น&nbsp;กรณีครูบรรทุกผู้โดยสารขับรถตกสะพานจากเหตุดินทรุด&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;ก.พ.ที่ผ่านมา&nbsp;เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต&nbsp;7&nbsp;ราย</p><p>วันนี้&nbsp;&nbsp;(4&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.50&nbsp;น.&nbsp;ที่บ้านเลขที่&nbsp;181/5&nbsp;ม.5&nbsp;ต.ฆอเลาะ&nbsp;อ.แว้ง&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;&nbsp;พร้อมคณะลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต&nbsp;จากกรณีนายนภดล&nbsp;มะลิลา&nbsp;อายุ&nbsp;46&nbsp;ปี&nbsp;ครูโรงเรียนนิคมพัฒนา&nbsp;10&nbsp;อ.สุคิริน&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;ได้ขับรถยนต์กระบะพาครอบครัวและเพื่อนบ้านรวม&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;ผ่านคอสะพานและได้เกิดคอสะพานทรุดตัวไปกับรถยนต์&nbsp;บริเวณสะพานข้ามคลองโนนสมบูรณ์&nbsp;ม.5&nbsp;ต.ภูเขาทอง&nbsp;อ.สุคิริน&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;02.30&nbsp;น.&nbsp;ของคืนวันที่&nbsp;27&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยมีพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องร่วมเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิตในครั้งนี้</p><p><strong>นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;ได้เน้นย้ำและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งตรวจสอบพื้นที่สัญจรไปมาของประชาชน&nbsp;เช่น&nbsp;บริเวณสะพานต้องเร่งตรวจสอบสภาพ&nbsp;หมั่นตรวจสอบความชำรุดพื้นที่สะพาน&nbsp;พร้อมกล่าวว่าหากพบว่าสะพานในพื้นที่รับผิดชอบชำรุดจะต้องดำเนินการแก้ไขและซ่อมแซมในทันที&nbsp;เพื่อป้องกันการสูญเสีย&nbsp;หากประชาชนต้องสัญจรไปมา&nbsp;ในช่วงฤดูฝน&nbsp;หรือฤดูมรสุม&nbsp;พร้อมให้การช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตในครั้งนี้&nbsp;และแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตในครั้งนี้</p><p><strong>ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดนราธิวาส&nbsp;</strong>มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นฉุกเฉิน&nbsp;แก่ครอบครัว&nbsp;นายชูฮารี&nbsp;เจ๊ะปอ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;รายๆละ&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;ต่อจากนั้นนายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่&nbsp;11/2&nbsp;ม.&nbsp;ต.มาโมง&nbsp;อ.สุคิริน&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้ได้มอบถุงพระราขทานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ</strong>&nbsp;เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา&nbsp;นเรนทิราเทพยวดี&nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&nbsp;มหาวัชรราชธิดา&nbsp;และถุงยังชีพของสภากาชาดไทย&nbsp;พร้อมทั้งได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัว&nbsp;ของนายมูฮำมัดนอ&nbsp;ยูโช๊ะ&nbsp;ผู้เสียชีวิตกรณีเสียชีวิตในเบื้องต้น&nbsp;จำนวน&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;เดินทางไปยังบ้านนายนพดล&nbsp;มะลิลา&nbsp;ผู้เสียชีวิต</strong>&nbsp;ณ&nbsp;บ้านไอร์จือเราะ&nbsp;ม.5&nbsp;ต.มาโมง&nbsp;อ.สุศิริน&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;พร้อมมอบเงินช่วยเหลือในเบื้องต้น&nbsp;รายละ&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;1,0000&nbsp;บาท&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ทางสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ได้มอบถุงยังชีพของสภากาชาดไทย&nbsp;และมอบเงินแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต&nbsp;ครอบครัวละ&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304202531620
825	ผู้ว่าฯนราธิวาสตรวจเยี่ยมการดำเนินการลงเสาเอกบ้านของครัวเรือนเป้าหมาย ตามนโยบายของรัฐบาลในการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ณ ต.เกียร์ อ.สุคิริน  จ.นราธิวาส	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ณ&nbsp;ต.เกียร์&nbsp;อ.สุคิริน&nbsp;จังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินการลงเสาเอกบ้านของครัวเรือนเป้าหมาย&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาลในการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งจังหวัดนราธิวาสได้มีการขับเคลื่อนการขจัดความยากจน</strong>และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงภายใต้หัวข้อคนนราธิวาส&nbsp;ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง""โดยมีเป้าหมายที่เป็นครัวเรือน&nbsp;บุคคลที่ตกเกณฑ์มิติด้านสุขภาพ&nbsp;ความเป็นอยู่&nbsp;การศึกษา&nbsp;รายได้&nbsp;การเข้าถึงบริการภาครัฐ&nbsp;หนี้สิ้น&nbsp;และอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ได้มีการบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือ&nbsp;และพัฒนาครัวเรือนเป้าหมาย</p><p><strong>โดยมีศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัย</strong>อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ทั้งในระดับจังหวัดและระดับอำเภอ&nbsp;ซึ่งมีทีมปฏิบัติการระดับตำบลและพี่เลี้ยงกระจายการขับเคลื่อนอยู่ในทุกพื้นที่&nbsp;ซึ่งการดำเนินกิจกรรมเป็นการรวมพลังของทุกภาคส่วนเพื่อช่วยเหลือครัวเรือนที่มีความเป็นอยู่ลำบาก&nbsp;สภาพครัวเรือนไม่มีความมั่นคง</p><p><strong>จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ได้มีการพิจารณาครัวเรือนตกเกณฑ์เป้าหมา</strong>ยมิติด้านความเป็นอยู่ในระยะแรก&nbsp;อำเภอละ&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือในการสร้าง&nbsp;หรือซ่อมแซมบ้าน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304202733622
826	ชาวอำเภอเบตงและนักท่องเที่ยวยังคงเข้ารับการฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง หลังพบการติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ	<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่จุดตรวจ&nbsp;ศอร.กม.2&nbsp;อ.เบตง&nbsp;</strong>จ.ยะลา&nbsp;ชาวอำเภอเบตงและนักท่องเที่ยวยังคงเข้ารับการฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;หลังพบการติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ&nbsp;โดยมีบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขบริการฉีดวัคซีนเชิงรุก&nbsp;(Betong&nbsp;Drive&nbsp;-&nbsp;Thru)&nbsp;ทั้ง&nbsp;เข็ม&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;พร้อมเน้นย้ำการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;และเข็ม&nbsp;4&nbsp;และขอให้รักษามาตรการส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้นได้มอบข้าวสารให้แก่ประชาชนที่เข้ารับบริการฉีดวัคซีนอีกด้วย</p><p><strong>สำหรับตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่</strong>&nbsp;&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;วันนี้&nbsp;4&nbsp;มี.ค&nbsp;65&nbsp;มีจำนวน&nbsp;34&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รวมผู้ป่วยสะสม&nbsp;340&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;แยกเป็นผู้ป่วยในอำเภอเบตง&nbsp;จำนวน&nbsp;337&nbsp;ราย&nbsp;พบจากพื้นที่อื่น&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อที่เข้าข่ายตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;พบ&nbsp;127&nbsp;ราย&nbsp;สะสมรวม&nbsp;1,518&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ส่วนของภาพรวมวัคซีน&nbsp;-19&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ล่าสุด&nbsp;พบว่า</strong>&nbsp;เข็ม&nbsp;1&nbsp;ฉีดแล้ว&nbsp;357,970&nbsp;ร้อยละ&nbsp;65.32&nbsp;เข็ม&nbsp;2&nbsp;ฉีดแล้ว&nbsp;296,534&nbsp;ร้อยละ&nbsp;54.11&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;ฉีดแล้ว&nbsp;47,803&nbsp;ร้อยละ&nbsp;8.72&nbsp;เข็ม&nbsp;4&nbsp;ฉีดแล้ว&nbsp;3,323&nbsp;ร้อยละ&nbsp;0.61&nbsp;ฉีดแล้วสะสม&nbsp;รวม&nbsp;705,630&nbsp;โดส</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304203544625
827	สหกรณ์จ.นราธิวาส หารือแนวทาง แก้หนี้ครู สร้างอนาคตใหม่ ให้ครูนราฯ	<p><strong>นางรอซนานี&nbsp;สันหมุด&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์</strong>&nbsp;เขต&nbsp;5&nbsp;6&nbsp;และ&nbsp;7&nbsp;และนางสาวโสภิดา&nbsp;ศรัทธารัตน์&nbsp;สหกรณ์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ได้ร่วมประชุมหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินของครูและบุคลากรทางการศึกษา&nbsp;ผู้ซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนราธิวาส&nbsp;จำกัด&nbsp;โดยมีคณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนราธิวาส&nbsp;จำกัด&nbsp;และตัวแทนสมาชิกเข้าร่วมการประชุม&nbsp;</p><p><strong>โดยจากการประชุมหารือ&nbsp;ได้ข้อสรุปให้สหกรณ์ฯ&nbsp;</strong>ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงร้อยละ&nbsp;0.15&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือสมาชิกในการดำรงชีพ&nbsp;และเป็นการตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาล</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304215207637
828	เทศบาลเมืองศรีสะเกษ ออกให้บริการทำบัตรประจำตัวประชาชนให้กับผู้ป่วยติดเตียง คนชรา และผู้พิการจนไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้	<p><strong>ดร.ฉัฐมงคล&nbsp;อังคสกุลเกียรติ&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ&nbsp;</strong>ได้มอบหมายให้&nbsp;สำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลเมืองศรีสะเกษ&nbsp;ออกให้บริการทำบัตรประจำตัวประชาชนให้กับผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;คนชรา&nbsp;และผู้พิการจนไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้&nbsp;ร่วมกับศูนย์บริหารการทะเบียน&nbsp;ภาค&nbsp;3&nbsp;สาขาจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จำนวน&nbsp;๒&nbsp;ราย&nbsp;คือ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.นางกาญจนา&nbsp;สิงห์แก้ว&nbsp;ชุมชนศรีสำราญ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.นางสาวบุญมี&nbsp;ชมดี&nbsp;ชุมชน&nbsp;ร.ส.พ.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304215313638
829	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดการเสวนา เรื่อง พญาลิไท พระผู้พระราชทานความรุ่งเรืองให้เมืองนครสวรรค์	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องอมราวดี&nbsp;อาคาร&nbsp;14</strong>&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;(พิเศษ)&nbsp;ดร.เอนก&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;ประธานเปิดการเสวนา&nbsp;เรื่อง&nbsp;พญาลิไท&nbsp;พระผู้พระราชทานความรุ่งเรืองให้เมืองนครสวรรค์&nbsp;เนื่องในโอกาส&nbsp;100&nbsp;ปี&nbsp;แห่งการก่อตั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์&nbsp;เพื่อเผยแพร่ความสำคัญของรัชสมัยพญาลิไทที่มีต่อนครสวรรค์ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการและสาธารณะ&nbsp;โดยมีนายชยันต์&nbsp;ศิริมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><strong>โดยกิจกรรมการเสวนา&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;(พิเศษ)&nbsp;ดร.เอนก&nbsp;เหล่าธรรมทัศ</strong>&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;กล่าวเปิดงานเสวนา&nbsp;และบรรยายพิเศษเรื่อง&nbsp;""อุดมศึกษาไทยในยุคใหม่:&nbsp;ความท้าทายและความคาดหวัง""&nbsp;และพูดคุยเสวนาเรื่อง&nbsp;""พญาลิไทกับเมืองนครสวรรค์""</p><p><strong>โดย&nbsp;รองศาสตราจารย์&nbsp;ดร.&nbsp;ปรีดี&nbsp;พิศภูมิวิถี&nbsp;คณะศิลปศาสตร์</strong>มหาวิทยาลัยมหิดล&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชูชาติ&nbsp;คุ้มขำ&nbsp;สาขาวิชาภาษาไทย&nbsp;คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์&nbsp;และการบรรยาย&nbsp;เรื่อง&nbsp;""100&nbsp;ปี&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์กับการพัฒนาท้องถิ่น""&nbsp;โดย&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.ไชยรัตน์&nbsp;ปราณี&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์&nbsp;จากนั้น&nbsp;รัฐมนตรีและคณะ&nbsp;ชม&nbsp;""นิทรรศการเศรษฐกิจสร้างสรรค์""&nbsp;ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นครสวรรค์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครสวรรค์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304215447639
830	เทศบาลเมืองศรีสะเกษ  เร่งเตรียมการแก้ไขปัญหาของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สาธารณประโยชน์ทุ่งพันทา	<p><strong>ดร.ฉัฐมงคล&nbsp;อังคสกุลเกียรติ&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ&nbsp;</strong>ได้มอบหมายให้&nbsp;เจ้าหน้าที่จากสำนักการช่าง&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายงานนิติการ&nbsp;สำนักปลัดเทศบาลเมืองศรีสะเกษ&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ออกทำการตรวจสอบการครอบครองที่สาธารณประโยชน์&nbsp;ในที่ดินสาธารณประโยชน์ทุ่งพันทา&nbsp;(ฝั่งทิศใต้)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลโพธิ์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการแก้ไขปัญหาของประชาชน</strong>ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;และให้ประชาชนในพื้นที่ได้แสดงขอบเขตการใช้ประโยชน์ในพื้นที่&nbsp;และแจ้งความครอบครองของตน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304215714641
831	ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานอำเภอเมืองหนองบัวลำภู มอบถุงยังชีพแก่ผู้ป่วยโควิด รักษาตัวที่บ้าน	<p><strong>นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู</strong> ออกเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพของสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดหนองบัวลำภู ส่งมอบความห่วงใยให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนซึ่งป่วยด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานอำเภอเมืองหนองบัวลำภู จัดชุดจิตอาสาประจำหมู่บ้าน ซึ่งได้แก่ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) นำไปมอบให้ผู้ป่วยฯ ที่รักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation : HI) เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่&nbsp;</p><p><br></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304210237632
832	มหกรรมภูมิปัญญาพื้นบ้าน มูนมังอีสาน ฮอยฮีตศรัทธา จังหวัดสกลนคร	"<p><strong>จังหวัดสกลนคร&nbsp;จัดงานมหกรรมภูมิปัญญาพื้นบ้าน&nbsp;มูนมังอีสาน&nbsp;</strong>ครั้งที่&nbsp;13&nbsp;""ฮอยฮีตศรัทธา""&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มี.ค&nbsp;65)&nbsp;ที่บริเวณริมห้วยทราย&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร&nbsp;</strong>จัดงานมหกรรมภูมิปัญญาพื้นบ้าน&nbsp;มูนมังอีสาน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;13&nbsp;""ฮอยฮีตศรัทธา""&nbsp;ซึ่งได้รับ&nbsp;ความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย&nbsp;ทั้งส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และภาคประชาชน&nbsp;โดยมีนางจุรีรัตน์&nbsp;เทพอาสน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนครเป็นประธาน&nbsp;ในพิธีเปิด&nbsp;ด้วยการลั่นกลองมโหระทึกและลั่นฆ้องเปิดงาน</p><p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชาคริต&nbsp;ชาญชิตปรีชา</strong>&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กิจกรรมที่สำคัญภายในงานมหกรรมภูมิปัญญาพื้นบ้าน&nbsp;มูนมังอีสาน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;13&nbsp;""ฮอยฮีตศรัทธา""&nbsp;ประกอบด้วยนิทรรศการความเชื่อความศรัทธาได้แก่นิทรรศการอริยสงฆ์&nbsp;นิทรรศการแห่ดาว&nbsp;นิทรรศการเต่างอยนิทรรศการผี&nbsp;และนิทรรศการขะลำ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการแข่งขันทางวิชาการ&nbsp;การเสวนาทางวิชาการเรื่อง</strong>&nbsp;""นาค""&nbsp;การแสดงศิลปะวัฒนธรรมจากทั้ง&nbsp;18&nbsp;อำเภอ&nbsp;นิทรรศการศาสตร์พระราชาและ&nbsp;U2T&nbsp;ตลอดจนนิทรรศการงานบุญกองข้าว&nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรมไปจนถึงวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในพิธีเปิดยังได้มอบโล่เชิดชูเกียรติศิษย์เก่าดีเด่น</strong>&nbsp;ในเครือข่าย&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นายวิทยา&nbsp;เครือสุคนธ์&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;ดร.ชาติชาย&nbsp;ก่อคุณ&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;นายศุภชัย&nbsp;โพธิ์สุ&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;และ&nbsp;ดร.&nbsp;วิภา&nbsp;สายรัตน์&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304215911642
833	ได้ใจวัยเรียน รมช.กระทรวงศึกษาธิการ โชว์สเต็ปร้องเต้น เรียนอย่างมีความสุข พร้อมดัน กศน.ใช้อาคารเรียนจากการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก	<p><strong>ผู้สื่อข่าวรายว่า&nbsp;ดร.กนกวรรณ&nbsp;วิลาวัลย์</strong>&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;เป็นประธานเปิดอาคารเรียนหลังใหม่&nbsp;อาคารครบรอบ&nbsp;99&nbsp;ปี&nbsp;ของ&nbsp;&nbsp;โรงเรียนบ้านในเมือง&nbsp;อ.พิชัย&nbsp;จ.อุตรดิตถ์&nbsp;พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการ&nbsp;จัดการเรียนรู้&nbsp;ทักษะด้านวิชาการและอาชีพ&nbsp;กิจกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนสังกัด&nbsp;สพป.อุตรดิตถ์&nbsp;เขต&nbsp;1,โรงเรียนเอกชน&nbsp;และ&nbsp;กศน.ของจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;เป็นประธานมอบทุนการศึกษา&nbsp;32&nbsp;ทุนให้นักเรียน</strong>&nbsp;รร.บ้านในเมืองที่มีผลการเรียนดี&nbsp;โดยมีนายสหวิช&nbsp;อภิชัยวิศรุตกุล&nbsp;,นายพยงค์&nbsp;ยาเภา&nbsp;รองผู้ว่าฯจ.อุตรดิตถ์&nbsp;,นายอมรศักดิ์&nbsp;ปิ่นทอง&nbsp;ศึกษาธิการ&nbsp;จ.อุตรดิตถ์&nbsp;,&nbsp;นายมงคล&nbsp;รุณธาตุ&nbsp;ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;,และนายชุมพร&nbsp;แก้วเปี้ย&nbsp;ผอ.รร.บ้านในเมือง&nbsp;พร้อมราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;ตัวแทนนักเรียน&nbsp;ของ&nbsp;จ.อุตรดิตถ์ให้การต้อนรับ&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>ผู้สื่อข่าวรายงาน&nbsp;ดร.กนกวรรณ&nbsp;ให้ความสนใจกระบวนการเรียน</strong>การสอนจากนิทรรศการ&nbsp;การแสดงผลงานของครู&nbsp;นักเรียน&nbsp;ได้สอบถามให้แนะนำ&nbsp;และเมื่อมาถึงซุ้มนิทรรศการโรงเรียนบ้านนาอิน&nbsp;อ.พิชัย&nbsp;นักเรียนได้แสดงดนตรีสากลของนักเรียนวงพร้อมโชว์เพลง&nbsp;ชอบที่เธอเป็นเธอ&nbsp;ดร.กนกนวรรณ&nbsp;อดใจไม่ไหวต้องรวมเต้น&nbsp;โชว์สเต็ปขยับบตามจังหวะเพลง&nbsp;ชูมือโยกไปมา&nbsp;ขณะที่ผู้ชมด้านก็ร่วมสนุกสนานด้วย&nbsp;หลังบทเพลงจบลงได้รับเสียงปรบมือดังกึ่งก้อง&nbsp;โดย&nbsp;ดร.กนกนวรรณ&nbsp;กล่าวกับนักเรียนที่ร้องและเล่นดนตรีว่า&nbsp;เรียนให้มีความสุข&nbsp;</p><p><strong>ดร.กนกวรรณ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โรงเรียนบ้านในเมือง</strong>&nbsp;สังกัด&nbsp;สพป.อุตรดิตถ์&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;ก่อตั้งขึ้นเมื่อ&nbsp;1&nbsp;พ.ย.&nbsp;2465&nbsp;หรือ&nbsp;99&nbsp;ปี&nbsp;จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นปฐมวัย-ประถมศึกษาปีที่&nbsp;6&nbsp;มีนักเรียน&nbsp;1,068&nbsp;คน&nbsp;ครูและบุคลากรทางการศึกษา&nbsp;72&nbsp;คน&nbsp;และได้รับงบประมาณปี&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;จำนวน&nbsp;4,617,980&nbsp;บาท&nbsp;ก่อสร้างอาคารเรียน&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;8&nbsp;ห้องเรียน&nbsp;โดยอาคารเรียน&nbsp;99&nbsp;ปี&nbsp;ใช้จัดการเรียนการสอน&nbsp;และเป็นห้องกิจกรรมสำหรับส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน&nbsp;ตามนโยบายพัฒนาการศึกษาของ&nbsp;กระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;</p><p><strong>การลงพื้นที่&nbsp;จ.อุตรดิตถ์&nbsp;ยังได้มอบนโยบาย</strong>ให้กับผู้บริการสถานศึกษา&nbsp;ครูและบุคลากรทางการศึกษา&nbsp;โดยเน้นเรื่องสำรวจ&nbsp;โรงเรียนขนาดเล็ก&nbsp;เพื่อ&nbsp;ควบรวบ&nbsp;หนึ่งในนโยบายการปฏิรูปการศึกษา&nbsp;โรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนน้อยกว่า&nbsp;120&nbsp;คน&nbsp;มี&nbsp;เป็นจำนวนมาก&nbsp;ต้องมีการจัดทำแผนและรับฟังความคิดเห็นของผู้ปกครอง&nbsp;นักเรียนและชุมชน&nbsp;ก่อนจะเสนอให้&nbsp;คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาพิจารณาให้ความเห็นชอบ&nbsp;สำหรับอาคารสถานที่ขึ้นอยู่แต่ละจังหวัดเห็นสมควรให้หน่วยงานใดเข้าไปใช้ประโยชน์&nbsp;ซึ่ง&nbsp;กศน.หลายแห่งก็สามารถใช้เป็นศูนย์ฯ&nbsp;อาคารจะได้ไม่ปล่อยร้าง&nbsp;พุพัง&nbsp;ไม่เป็นแหล่งมั่วสุม&nbsp;สถานที่ได้รับการพัฒนาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>ดร.กนกวรรณ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากที่จะมีการประกาศให้โควิด-19</strong>&nbsp;เป็นโรคประจำถิ่น&nbsp;ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการนั้นต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาล&nbsp;และ&nbsp;ศบค.&nbsp;ในส่วนของการเรียนการสอนนั้นบริบทของแต่ละจังหวัดจะไม่เหมือนกัน&nbsp;ขึ้นอยู่กับสถานการณ์แพร่ระบาด&nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดมีมติอย่างไร&nbsp;ทั้งนี้ต้องให้ประชาชนปลอดภัย&nbsp;การเรียนการสอนก็เช่นกันปรับตามสถานการณ์&nbsp;เน้นความปลอดภัย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคเหนือ	อุตรดิตถ์	สวท.อุตรดิตถ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304220055643
834	พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ครั้งที่ 34 ประจำปีการศึกษา 2562	<p><strong>วันนี้(4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.10&nbsp;น.&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;</strong>ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์&nbsp;ไปยังหอประชุมอาคารเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ในโอกาสฉลองพระชนมายุ&nbsp;5&nbsp;รอบ&nbsp;&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;2558&nbsp;ณ&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน&nbsp;ศูนย์การศึกษาหนองระเวียง&nbsp;ต.หนองระเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;</p><p><strong>พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน</strong>&nbsp;ครั้งที่&nbsp;34&nbsp;ประจำปีการศึกษา&nbsp;2562&nbsp;ทั้งภาคเช้าและภาคบ่ายรวม&nbsp;3,231&nbsp;คน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายแพทย์ธีระเกียรติ&nbsp;เจริญเศรษฐศิลป์&nbsp;นายกสภามหาวิทยาลัย&nbsp;รองศาสตราจารย์&nbsp;ดร.โฆษิต&nbsp;ศรีภูธร&nbsp;อธิการบดี&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหารเฝ้ารับเสด็จฯ&nbsp;ในการนี้พระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แก่บุคคลผู้ปฏิบัติตนด้วยความเสียสละ&nbsp;ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติในด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ดร.ฉัตรชัย&nbsp;พรหมเลิศ,&nbsp;ดร.ประสงค์&nbsp;พูนธเนศ,&nbsp;ดร.รอยล&nbsp;จิตรดอน,&nbsp;นายสมโภชน์&nbsp;ภาหุนัย,&nbsp;นายโทโมอะกิ&nbsp;โกโตะ&nbsp;และ&nbsp;ดร.สันติ&nbsp;พิเชษฐชัยกุล&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ได้พระราชทานพระราโชวาทตอนหนึ่งว่า&nbsp;</strong>......ความสำเร็จทางการศึกษาที่บัณฑิตไห้รับนั้น&nbsp;เป็นปัจจัยสำคัญที่จะเกื้อกูลให้แต่ละคน&nbsp;มีความสำเร็จในการประกอบอาชีพการงาน&nbsp;และในการคำเนินชีวิตต่อไปภายหน้า&nbsp;การสร้างสรรค์ความสำเร็จตังกล่าว&nbsp;นอกจากจะต้องอาศัยความรู้ทางวิชาการ&nbsp;ในสาขาวิชาที่แต่ละคนเล่าเรียนมาแล้ว&nbsp;ปัจจุบันความรู้ด้านเทคโนโลยียังเข้ามามีส่วนอย่างมาก&nbsp;ทั้งในชีวิตประจำวันและในกิจการงานทุกอย่าง&nbsp;เทคโนโลยีเหล่านี้แม้จะมีประโยชน์มากเพียงใด&nbsp;แต่ก็ขึ้นอยู่กับการใช้เป็นสำคัญ&nbsp;บัณฑิตจึงควรศึกษาเรียนรู้ให้เข้าใจชัดและเชี่ยวขาญชำนาญ&nbsp;เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;ข้อสำคัญ&nbsp;พึงระลึกไว้เสมอว่า&nbsp;การใช้เทคโนโสยีให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงนั้น&nbsp;ต้องมีคุณธรรมกำกับประคองทุกเมื่อ&nbsp;จะได้ไม่เกิดเป็นโทษเสียหายแก่ผู้อื่นและสังคมส่วนรวม&nbsp;หากบัณฑิตนำสิ่งที่พูดนี้ไปยึดถือปฏิบัติ&nbsp;ก็เชื่อว่าจะสามารถสร้างสรรค์ความสำเร็จในชีวิตและกิจการงานได้&nbsp;ดังที่ตั้งใจมุ่งหมาย</p><p><strong>สำหรับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน&nbsp;</strong>เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในกลุ่มการพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม&nbsp;ตามประกาศของการทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;ซึ่งมีวิทยาเขตกระจายอยู่ทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;มีศูนย์กลางตั้งอยู่จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และมีวิทยาเขตขอนแก่น&nbsp;วิทยาเขตสกลนคร&nbsp;วิทยาเขตสุรินทร์&nbsp;และวิทยาเขตร้อยเอ็ด&nbsp;ณ&nbsp;ทุ่งกุลาร้องไห้&nbsp;ซึ่งมีพันธกิจในการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาเพื่อผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติบนพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน&nbsp;สอดคล้องกับความต้องการของผู้รับบริการ&nbsp;สร้างงานวิจัย&nbsp;สิ่งประดิษฐ์&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;และการใช้นวัตกรรม&nbsp;บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่การผลิต&nbsp;การบริการ&nbsp;และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศ&nbsp;ทั้งยังมุ่งให้บริการวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่สังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;พร้อมกับการดำเนินงานเพื่อทำนุบำรุงศาสนา&nbsp;อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม&nbsp;รักษาสิ่งแวดล้อม&nbsp;และสนองโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ</p><p><strong>ปัจจุบันมีการจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ</strong>&nbsp;ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง&nbsp;ปริญญาตรี&nbsp;ปริญญาโท&nbsp;และปริญญาเอก&nbsp;มี&nbsp;12&nbsp;&nbsp;คณะ&nbsp;&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คณะบริหารธุรกิจ&nbsp;คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ&nbsp;คณะวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์&nbsp;คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมสร้างสรรค์&nbsp;สถาบันสหสรรพศาสตร์&nbsp;คณะเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี&nbsp;คณะเทคโนโลยีการจัดการ&nbsp;คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม&nbsp;คณะวิศวกรรมศาสตร์&nbsp;คณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ&nbsp;คณะอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี&nbsp;และคณะทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;</p><p><strong>มีการทำความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศ</strong>และต่างประเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการวิจัยที่สอดรับกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศให้มีความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด้านของการคมนาคมขนส่ง&nbsp;ระบบโลจิสติกส์&nbsp;ระบบราง&nbsp;และอากาศยาน&nbsp;ได้จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาบุคคลทุกช่วงวัย&nbsp;ในรูปแบบหลักสูตรระยะสั้น&nbsp;หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง&nbsp;หลักสูตรปริญญาตรี&nbsp;และจะมีการเปิดหลักสูตรระดับปริญญาโทภายในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;&nbsp;2566&nbsp;นี้</p><p><strong>พร้อมทั้ง&nbsp;จัดตั้งสถาบันเครือข่ายโลจิสติกส์และการขนส่ง</strong>&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์รวมองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้กับจังหวัดนครราชสีมาสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์เชื่อมระหว่างประเทศไทย&nbsp;สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว&nbsp;และสาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;ด้านการพัฒนาพืชสมุนไพร&nbsp;กัญชา&nbsp;กัญชง&nbsp;และกระท่อม&nbsp;ด้วยนโยบายกัญนครมหานครแห่งกัญชา&nbsp;ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางแหล่งปลูก&nbsp;วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์&nbsp;ผลิต&nbsp;แปรรูป&nbsp;และให้บริการอย่างครบวงจรสนองต่อการพัฒนาเศรษฐกิจแบบ&nbsp;BCG&nbsp;Economy&nbsp;และด้านเกษตรออร์แกนิก&nbsp;เพื่อสร้างวัตถุดิบที่ดีเสริมการกินดีอยู่ดีด้วยของคนในชาติรองรับสังคมผู้สูงวัย&nbsp;</p><p><strong>พร้อมจัดทำ&nbsp;หลักสูตรห้องเรียนวัยเกษียณส่งเสริมการสร้างอาชีพกว่า&nbsp;100&nbsp;หลักสูตร</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;การปลูกผักเศรษฐกิจ&nbsp;การเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจ&nbsp;การทำเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;การทำอาหารปลอดภัย&nbsp;การตลาดออนไลน์&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้ให้กับกลุ่มผู้สูงวัยสู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างมีความสุข&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน</strong>&nbsp;ได้สร้างโอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชนในชุมชนท้องถิ่น&nbsp;โดยเปิดรับนักศึกษาเข้าศึกษาฟรีตลอดหลักสูตรในโครงการยุวชนคนเกษตร&nbsp;โครงการผู้ประกอบการเกษตรแนวใหม่&nbsp;สร้างคนดี&nbsp;คิดเป็น&nbsp;ทำเป็น&nbsp;ซึ่งมุ่งเน้นการเรียนรู้ด้วยฝึกปฏิบัติเพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้กลับไปพัฒนาพื้นถิ่นของตนเองได้&nbsp;นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรเฉพาะทางอีกหลากหลายแขนงเพื่อสร้างบัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพที่มีคุณธรรมนำหน้า&nbsp;มีปัญญานำทาง&nbsp;และสรรค์สร้างนวัตกรรมด้วยความเชี่ยวชาญ&nbsp;อันเป็นพลังพัฒนาสังคมให้มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;และยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304220508644
835	จังหวัดอ่างทอง จัดกิจกรรมทดสอบตลาด KBO ตามโครงการส่งเสริมกระบวนการเครือข่ายองค์ความรู้ (Knowledge - Based OTOP : KBO)	<p><strong>นายวีระศักดิ์&nbsp;วิจิตร์แสงศรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมทดสอบตลาด&nbsp;KBO&nbsp;ตามโครงการส่งเสริมกระบวนการเครือข่ายองค์ความรู้&nbsp;(Knowledge&nbsp;-&nbsp;Based&nbsp;OTOP&nbsp;:&nbsp;KBO)&nbsp;ณ&nbsp;วัดป่าโมกวรวิหาร&nbsp;อำเภอป่าโมก&nbsp;จังหวัดอ่างทอง&nbsp;ภายในงานสืบสานศรัทธา&nbsp;ไหว้พระพุทธปฏิมาไสยาสน์&nbsp;พร้อมด้วยนางชุติพร&nbsp;วิจิตร์แสงศรี&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอ่างทอง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง&nbsp;นายอำเภอและหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมพิธีเปิด</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมทดสอบตลาด&nbsp;KBO&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อ</strong>ส่งเสริมให้คณะกรรมการเครือข่ายองค์ความรู้&nbsp;KBO&nbsp;เป็นศูนย์กลางในการให้ความช่วยเหลือและการสนับสนุนขีดความสามารถของผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ในการยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ&nbsp;และทดสอบการจำหน่ายสินค้าที่ผ่านการพัฒนาตามโครงการ&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นภายในงานสืบสานศรัทธา&nbsp;ไหว้พระพุทธปฏิมาไสยาสน์ของวัดป่าโมก&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;10.00&nbsp;&nbsp;20.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;วัดป่าโมกวรวิหาร&nbsp;จังหวัดอ่างทอง&nbsp;โดยบูรณาการทำงานร่วมกับคณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดอ่างทอง&nbsp;และบริษัทอ่างทองโอทอปอินเตอร์เทรดเดอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;มีร้านค้าทั้งหมดเข้าร่วมทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;190&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กลุ่มเป้าหมายตามโครงการ&nbsp;KBO&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;กลุ่มเป้าหมายสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;และร้านค้าต้นไม้&nbsp;สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;และสินค้าชุมชน&nbsp;ทั้งในจังหวัดอ่างทองและใกล้เคียง&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;ร้านค้า&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การจัดกิจกรรมได้ดำเนินการปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน</strong>การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;-&nbsp;19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ร้านค้าต้องฉีดวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็มและตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;(ก่อนเข้าจัดร้านค้า&nbsp;และระหว่างงาน)&nbsp;โดย&nbsp;ได้รับการสนับสนุนจากอำเภอป่าโมก&nbsp;เทศบาลตำบลป่าโมก&nbsp;โรงพยาบาลป่าโมกในการจัดฉีดวัคซีน&nbsp;และสถานีตำรวจภูธรอำเภอป่าโมกในการจัดการจราจร&nbsp;เพื่อให้กิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุวัตถุประสงค์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	อ่างทอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304220812646
836	อบจ.ศรีสะเกษ เปิดการประชุมผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดครั้งที่ 3	<p><strong>ศรีสะเกษ-นายกอบจ.ศรีสะเกษ&nbsp;เปิดการประชุมผู้บริหารสถานศึกษา</strong>&nbsp;สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์&nbsp;(OTOP)&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</p><p><strong>นายวิชิต&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสถานศึกษา&nbsp;สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษครั้งที่&nbsp;3/2565</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;ถิระเลิศพานิชย์&nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนจัหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นายไกรศักดิ์&nbsp;วรทัต&nbsp;ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายสวัสดิ์&nbsp;ฤทธิสิงห์&nbsp;รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;&nbsp;นางสาวรภัทภร&nbsp;สายเย็น&nbsp;รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ทั้ง2&nbsp;ท่าน&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;และผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษเข้าร่วมการประชุมโดยพร้อมเพรียง</p><p>&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304220930647
837	"พช. ขุขันธ์ ศรีสะเกษ ขับเคลื่อนโครงการริเริ่มสร้างสรรค์ ""กองทุนแม่ของแผ่นดินขุขันธ์ ร่วมใจ ปลอดภัยจากยาเสพติด"""	"<p><strong>นายอรรถพล&nbsp;อรรคบุตร&nbsp;นายอำเภอขุขันธ์&nbsp;</strong>มอบหมายให้นายสุรัตน์&nbsp;อินทร์แก้ว&nbsp;พัฒนาการอำเภอ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายชาญวิช&nbsp;ทิชาธนภัทร์&nbsp;,&nbsp;นายทศพล&nbsp;โข่กำนัน&nbsp;(เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอ)&nbsp;ร่วมจัดเวทีประชาคม&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;""กองทุนแม่ของแผ่นดินขุขันธ์&nbsp;ร่วมใจ&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;จากยาเสพติด""&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายวิเชียร&nbsp;แต้มงาม&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหลัก&nbsp;</strong>(ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดิน)&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;คณะกรรมการ/สมาชิกกองทุนแม่ของแผ่นดิน&nbsp;และผู้แทนครัวเรือนบ้านหลัก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลปรือใหญ่&nbsp;อำเภอขุขันธ์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จัดเวทีประชาคมทบทวนการดำเนินงาน,&nbsp;Re&nbsp;X-Ray&nbsp;10&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;กองทุนแม่ของแผ่นดิน&nbsp;และตรวจสุขภาพ/ประเมินสถานะเพื่อการพัฒนากองทุนแม่ของแผ่นดิน&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาประชาคมบ้านหลัก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลปรือใหญ่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;##พช.&nbsp;ขุขันธ์&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;น้อมนำ&nbsp;""ยุทธศาสตร์พระราชทาน""&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของหมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;##กองทุนแม่ของแผ่นดิน&nbsp;:&nbsp;ทุนตั้งต้นแห่งความดีงาม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;##กฎหลักของชุมชนเข้มแข็ง&nbsp;:&nbsp;หลักอปริหานิยธรรม&nbsp;7&nbsp;ประการ&nbsp;""กฎอันเป็นที่ต้ังแห่งความไม่เสื่อม&nbsp;เป็นประโยชน์ต่อชุมชนแต่เพียงฝ่ายเดียว""</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;##&nbsp;""60&nbsp;ปี&nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;สร้างสรรค์ชุมชน&nbsp;สร้างคน&nbsp;สร้างชาติ""</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;##อะไรๆ&nbsp;ก็ดีที่&nbsp;ขุขันธ์&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304221150648
838	ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ สั่งยกระดับเข้มคัดกรองโควิดผู้เข้าร่วมแข่งกีฬาแห่งชาติฯ	"<p><strong>ศรีสะเกษ-""วัฒนา""ผวจ.ศรีสะเกษ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตาม</strong>การดำเนินการตรวจคัดกรองโควิด-19&nbsp;ผู้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติฯ&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;11.30&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong>ตรวจติดตามการดำเนินการตรวจคัดกรองโควิด-19&nbsp;สำหรับผู้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติฯกำหนดให้บริการระหว่างวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;-&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;มีเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดจากทีมควบคุมโรค(CDCU)&nbsp;ทั้ง&nbsp;22&nbsp;อำเภอ&nbsp;จุดละ&nbsp;25&nbsp;คน&nbsp;(รวมทั้งหมด&nbsp;75&nbsp;คนต่อวัน)&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;จุดตรวจ&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1)&nbsp;เกาะกลางน้ำห้วยน้ำคำ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2)โรงเรียนกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3)&nbsp;มหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติวิทยาเขตศรีสะเกษ</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายนพ&nbsp;พงศ์ผลาดิสัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong>รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;รองผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัด&nbsp;บุคลากรทางการแพทย์&nbsp;และสาธารณสุข&nbsp;ร่วมตรวจติดตาม&nbsp;&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;เกาะกลางน้ำห้วยน้ำคำ&nbsp;,&nbsp;โรงเรียนกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติวิทยาเขตศรีสะเกษ&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304221632650
839	"อำเภอวังหิน เร่งพัฒนา""หน้าบ้าน..น่ามอง""รับมหกรรมกีฬาแห่งชาติครั้ง 47"	"<p><strong>ศรีสะเกษ-อำเภอวังหิน&nbsp;เร่งพัฒนา""หน้าบ้าน..น่ามอง"".</strong>.ให้สอดคล้องกีฬาแห่งชาติครั้งที่&nbsp;47&nbsp;และกีฬาคนพิการแห่งชาติครั้งที่&nbsp;37</p><p><strong>นางขวัญธิดา&nbsp;ขาวโต&nbsp;ปลัดอำเภออาวุโส</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอวังหิน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้เริ่มต้นจากวันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ก็ได้วางแผนและดำเนินงาน&nbsp;ใช้เวลาเพียง&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;ทุกอย่างก็เป็นรูปเป็นร่างมีรูปธรรม&nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้ทันงานการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ให้สอดคล้อง&nbsp;กับนโยบายของ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</p><p><strong>สำหรับการดำเนินงานของปลัดอำเภอหญิงแกร่ง</strong>เต็มไปด้วยด้วยความตั้งใจจริงในการที่พัฒนาพลิกโฉมอำเภอให้สวยงามเป็นที่ประทับใจแก่ผู้มาพบเห็น&nbsp;ก่อนดำเนินงาน&nbsp;ได้มีการออกแบบวางแผนงานเป็นขั้นเป็นตอน&nbsp;เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณที่ว่าอำเภอวังหิน&nbsp;จากนั้นได้มีการประชุมทีมงานเพื่อสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนประสานงาน&nbsp;ในการปรับปรุงภูมิทัศน์&nbsp;เริ่มต้นจากริมรั้วที่ว่าการอำเภอวังหิน&nbsp;ที่ติดกับถนนใหญ่ได้มีการทำป้ายพระบรมฉายาลักษณ์ใหม่ให้สมพระเกียรติ&nbsp;เมื่อเข้ามา&nbsp;บริเวณรั้วหน้าที่ว่าการอำเภอซ้ายมือมีการปลูก""ต้นเก้าแสนเก้าลำซึ่งอยู่ในกอเดียวกัน""&nbsp;ผลก็กินได้ทั้งยังเป็นอาหารของนกนาชนิด&nbsp;เมื่อผ่านรั้วอำเภอเข้ามาขวามือจะมีต้นมะพร้าวสีทอง&nbsp;""ฟลอลีลา""&nbsp;ถัดมาก็จะปลูกต้น&nbsp;ชะมวง&nbsp;หรืออีสานเรียกว่า&nbsp;ส้มโมง&nbsp;ใบมีรสเปรียวเล็กน้อย&nbsp;นำไปใส่แกงเห็ด&nbsp;และ&nbsp;ต้นกาสะลอง&nbsp;หรือ&nbsp;ต้นปีบ&nbsp;มีดอกสีขาว&nbsp;ให้ความร่มเงาแก่ประชาชนไปติดต่องานราชการได้ดี</p><p><strong>นางขวัญธิดา&nbsp;ขาวโต&nbsp;ปลัดอำเภออาวุโส&nbsp;</strong>กล่าวด้วยว่า&nbsp;เข้ามาทำงานที่อำเภอวังหินในตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง&nbsp;ได้&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ต่อมามีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ทำให้ตำแหน่งนายอำเภอวังหินว่างลง&nbsp;ตนจะได้รับตำแหน่งรักษาราชการแทนนายอำเภอวังหิน&nbsp;มาตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><strong>ส่วนในด้านการพัฒนาอำเภอวังหินนั้น&nbsp;ตนมีแนวคิดว่า</strong>&nbsp;อำเภอวังหินเป็นอำเภอที่อยู่ติดกับเมืองศรีสะเกษ&nbsp;ด้วยความที่อยู่ติดกับเขตอำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;&nbsp;ก็ดูเหมือนว่าอำเภอวังหินจะเป็นอำเภออยู่ไกลปืนเที่ยง&nbsp;เพราะว่ามันใกล้กลับเมืองศรีสะเกษ&nbsp;จนบางคนอยากได้สิ่งของเครื่องอุปโภค-บริโภค&nbsp;ก็จะเดินทางเข้าเมืองศรีสะเกษ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นร้านขายยา&nbsp;ห้างสรรพสินค้า&nbsp;รวมไปถึงสถานที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพราะว่าความเจริญมันต่างกัน&nbsp;จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาอำเภอวังหินให้ดียิ่งขึ้นในช่วงที่รับตำแหน่งรักษาราชการแทนนายอำเภอวังหิน&nbsp;สอดคล้องกับทางจังหวัดศรีสะเกษได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;25&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;และ&nbsp;กีฬาคนพิการ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;นครลำดวนเกมส์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;มีนโยบายให้หน่วยงานราชการได้ตบแต่งสถานที่&nbsp;ทำความสะอาด&nbsp;ทำบ้านเมืองเราให้เป็นแนวทาง&nbsp;หน้าบ้าน&nbsp;หน้ามอง&nbsp;ซึ่งเมื่อเวลาแขกบ้านแขกเมืองเดินทางมาที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เห็นแล้วจะได้มีความรู้สึกประทับใจ&nbsp;ทั้งนักกีฬาที่มาแข่งขันทั้งผู้ฝึกสอนและผู้ติดตาม&nbsp;รวมไปถึงประชาชนที่ไปทำงานอยู่ต่างถิ่นเมื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาจะได้รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง&nbsp;ถึงการพัฒนาบ้านเมืองที่ดีขึ้น</p><p><strong>นางขวัญธิดา&nbsp;กล่าวต่อว่า&nbsp;ในตอนนี้การพัฒนาได้เริ่มจาก</strong>&nbsp;หน้าบ้าน&nbsp;หน้ามอง&nbsp;ซึ่งได้มีการจัดแต่ง&nbsp;ตบแต่งภูมิทัศน์ของอำเภอวังหิน&nbsp;ทั้งด้าน&nbsp;ด้านหลัง&nbsp;และภายในตัวอำเภอให้สะอาด&nbsp;สวยงามน่ามองก่อน&nbsp;บริเวณด้านหน้าอำเภอได้นำต้นไม้ขนาดใหญ่และเป็นต้นไม้ที่มีคุณประโยชน์&nbsp;นอกจากจะดูสวยงามแล้วยังสามารถรับประทานเป็นยาสมุนไพรได้มาตบแต่งบริเวณรอบ&nbsp;ๆ&nbsp;อำเภอ&nbsp;เช่น&nbsp;ชะมวง&nbsp;หรือ&nbsp;ส้มโมง&nbsp;ที่มีสรรพคุณ&nbsp;ช่วยฟอกโลหิต&nbsp;แก้ร้อนในกระหายน้ำ&nbsp;ต้นกาสะลองที่ให้กลิ่มหอมแล้ว&nbsp;ดอกยังมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง&nbsp;บำรุงโลหิต&nbsp;ใช้เป็นยารักษาไซนัสอักเสบ&nbsp;รักษาริดสีดวงจมูก&nbsp;ใช้เป็นยาแก้ลม,ช่วยรักษาอาการหอบหืด&nbsp;หอบเหนื่อย&nbsp;ทำให้ระบบการหายใจดียิ่งขึ้น</p><p><strong>นอกจากต้นไม้สมุนไพรก็ยังมีต้นไม้มงคล&nbsp;</strong>เช่น&nbsp;ต้นเก้าแสนเก้าลำ&nbsp;ที่ปลูกไว้บริเวณทางเข้าอำเภอวังหิน&nbsp;ซึ่งลักษณะฐานของต้นจะดูเหมือนช้าง&nbsp;และมีลำต้นเก้าลำ&nbsp;และมีการจัดแต่งสถานที่ภายในอำเภอให้สะอาดมีต้นไม้วางตามจุดตามมุมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อออกซิเยนให้กับคนทำงาน&nbsp;ให้ความสดชื่นกับผู้มาติดต่อราชการ&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการมอบต้นไม้ปันสุขแบ่งให้กับหน่วยงานข้างเคียง&nbsp;เช่นโรงพยาบาลวังหิน&nbsp;เป็นการขยายผลตามแนวคิดให้มีการปรับภูมิทัศน์ตามสถานที่ตามหน่วยงานราชการให้ดูแล้วสวยงาม&nbsp;สดชื่น</p><p><strong>สุดท้ายได้ดำเนินการทำจุดเช็คอินของอำเภอวังหิน</strong>&nbsp;โดยใช้สถานที่ที่ว่างเปล่ามาตบแต่งเป็นเรือนระแนง&nbsp;ทาสีสวยงาม&nbsp;และประดับประดาดอกไม้นานาชนิด&nbsp;พร้อมมีโต๊ะนั่งเล่นรับลมเย็น&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อเป็นจุดเช็คอินให้กับบุคคลที่เดินทางมาติดต่อราชการ&nbsp;ได้พักผ่อนหย่อนใจ&nbsp;พร้อมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก&nbsp;นอกจากนี้ยังสามารถมาวิ่งออกกำลังกาย&nbsp;เดินเล่น&nbsp;ชมวิว&nbsp;บรรยากาศในอำเภอวังหินของเราได้&nbsp;ซึ่งรับรองว่าแตกต่างจากเดิมอย่างแน่นอน&nbsp;อีกท่านที่ให้แนวคิดในด้านการพัฒนาอำเภอวังหิน&nbsp;นั้นคือ&nbsp;ท่าน&nbsp;ส.ส.สิริพงษ์&nbsp;อังคสกุลเกียรติ&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;สังกัดพรรคภูมิใจไทย&nbsp;ได้ให้แนวคิดและคำปรึกษาแนะนำด้านการปรับปรุงพัฒนาอำเภอวังหิน&nbsp;โดยเฉพาะชาวอำเภอวังหินได้พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดงานกีฬาแห่งชาติ&nbsp;จึงได้มีการจัดและตบแต่งหน้าบ้านให้น่ามอง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304222040651
840	ห้วยทับทันเมืองศรีสะเกษพร้อมใจทำกิจกรรมทำความสะอาดชุมชนเดือนละครั้ง	<p><strong>ศรีสะเกษ-นายกเทศมนตรีตำบลห้วยทับทัน</strong>&nbsp;พร้อมด้วยองนายกเทศมนตรีที่ปรึกษานายกเทศมนตรี&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;ชาวบ้าน&nbsp;และพนักงานเทศบาลตำบลห้วยทับทัน&nbsp;ได้ร่วมกิจกรรมทำความสะอาดชุมชนในเขตเทศบาลตำบลห้วยทับทัน&nbsp;เดือนละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง</p><p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เทศบาลตำบลห้วยทับทัน</strong>&nbsp;นำโดยนายวรวิทย์&nbsp;ลิขิตวรกุล&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลห้วยทับทัน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายไพฑูรย์&nbsp;พวงยอด&nbsp;รองนายกเทศมนตรี&nbsp;นายบุญเสริฐ&nbsp;โคตรพันธ์&nbsp;ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;ชาวบ้าน&nbsp;และพนักงานเทศบาลตำบลห้วยทับทัน&nbsp;ได้ร่วมกิจกรรมทำความสะอาด&nbsp;(Big&nbsp;Cleaning&nbsp;Day)</p><p><strong>โดยการทำความสะอาดและปรับปรุงภูมิทัศน์พัฒนาพื้นที่&nbsp;</strong>ในชุมชนในเขตเทศบาลตำบลห้วยทับทัน&nbsp;เดือนละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;เพื่อให้บุคลากรเทศบาลฯและประชาชนมีส่วนร่วมในการปรับปรุงภูมิทัศน์&nbsp;พัฒนาพื้นที่ชุมชน&nbsp;ให้มีความสะอาด&nbsp;เป็นระเบียบเรียบร้อย&nbsp;และเพื่อเป็นการขับเคลื่อนวาระจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จังหวัดสะอาด&nbsp;โดยออกพัฒนาพื้นที่บริเวณโดยรอบศาลาประชาคม&nbsp;และรอบหนองน้ำหนองสิมใหญ่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304222207652
841	นนทบุรีเตรียมเปิดศูนย์พักคอย (CI) เพิ่มอีก 6 แห่งรวมเตียงรองรับผู้ติดเชื้อในปัจจุบันรวม 1,561 เตียงระบุต้องไม่มีคนรอเตียง	<p><strong>นายทศพล&nbsp;เผื่อนอุดม&nbsp;ปลัดจังหวัดนนทบุรี&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการ&nbsp;เปิดศูนย์พักคอย&nbsp;(CI)&nbsp;เพิ่มอีก&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิคอน&nbsp;ขณะนี้จำนวนผู้ติดเชื้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่ง&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;ได้เตรียมพร้อมรับผู้ป่วยไว้และเปิดรับได้ทันที&nbsp;สำหรับเตียงรักษาผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;65&nbsp;เตียงรองรับผู้ป่วยทั้ง&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;มีเตียงรองรับผู้ป่วยมี&nbsp;1,104&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้รองรับผู้ป่วยไปแล้ว&nbsp;670&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็นร้อย(60.69&nbsp;%)&nbsp;ยังคงเหลือเตียง&nbsp;434&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;(&nbsp;39.31%&nbsp;)และจะเปิดสถานที่รองรับ&nbsp;(Community&nbsp;Isolation)&nbsp;เพิ่มอีก&nbsp;457&nbsp;เตียง&nbsp;ในวันที่7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งปัจจุบันสถานที่รองรับ&nbsp;CI&nbsp;ในจังหวัดนนทบุรีเปิดแล้วจำนวน&nbsp;14&nbsp;แห่ง</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;วัดบัวขวัญ&nbsp;อาคารเทศบาลตำบลไทรม้า&nbsp;อาคารเทศบาลบางศรีเมือง&nbsp;อำเภอบางกรวย&nbsp;วัดสุนทรธรรมิการาม&nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลศาลกลาง&nbsp;อำเภอบางบัวทอง&nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองบางรักพํฒนา&nbsp;อำเภอไทรน้อย&nbsp;อาคารกีฬาอเนกประสงค์องค์การบริหารส่วนตำบลไทรใหญ่&nbsp;อำเภอปากเกร็ดอาคารเก่าองค์การบริหารส่วนตำบลคลองข่อย&nbsp;หน้าที่ว่ากรรองค์การบริหารส่วนตำบลบางตะไนย์&nbsp;อาคารองค์การบริหารส่วนตำบลท่าอิฐ&nbsp;อาคารวัดฉิมพลี&nbsp;เทศบาลปากเกร้ด(บ้านศรีสุข)&nbsp;และอำเภอบางใหญ่&nbsp;วัดสวนแก้ว&nbsp;ศูนย์ชีวิตใหม่&nbsp;และส่วนที่จะเปิดเพิ่มเพื่อรองรับผู้ป่วยอีก&nbsp;457&nbsp;เตียง&nbsp;คือ&nbsp;อาคารกีฬาอเนกประสงค์องค์การบริหารส่วนตำบลลำโพ&nbsp;อาคารอเนกประสงค์เทศบาลเมืองบางแม่นาง&nbsp;อาคารโรงเรียนนนท์ประสิทธ์วิทยา&nbsp;เขตเทศบาลเมืองบางบัวทอง&nbsp;อาคารจัดเก็บภาษี&nbsp;(วายุภักษ์)&nbsp;อาคารที่ทำการหลังเก่าเทศบาลตำบลบางพลับ&nbsp;และอาคารที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลอ้อมเกร็ด</p><p><strong>นอกจากการเพิ่มความสามารถรับผู้ป่วยแล้ว&nbsp;</strong>ยังได้เพิ่มช่องทางให้ผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาให้เร็วที่สุดเพิ่มเติมจาก&nbsp;สายด่วน&nbsp;1669&nbsp;และหากมีการแพร่ระบาดยังเพิ่มสูงขึ้นอีก&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;พร้อมขยายศักยภาพเตียงอีกให้รองรับอย่างเพียงพอได้มากที่สุด&nbsp;และจัดหายารักษา&nbsp;อุปกรณ์ทางการแพทย์&nbsp;สำหรับผู้ป่วยในโรงพยาบาล&nbsp;และที่รักษาในระบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;ยังคงประเมินสถานการณ์อยู่เสมอ&nbsp;เพื่อรับมือได้ทันทีหากการแพร่ระบาดรุนแรงมากขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304222344653
842	เทศบาลตำบลราไวย์ จังหวัดภูเก็ต กระตุ้นเศรษฐกิจและขับเคลื่อนการเป็นเมือง Sport City เตรียมจัดการแข่งขันจักรยานทางไกล Rawai Cycling Team Race 2022 ในวันที่ 20 มีนาคม นี้	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่&nbsp;ลานพลับบลิก&nbsp;เฮ้าส์&nbsp;เซ็นทรัลเฟสติวัล&nbsp;ภูเก็ต</strong>&nbsp;นายอรุณ&nbsp;โสฬส&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาคี&nbsp;แถลงข่าวจัดการแข่งขันจักรยานทางไกล&nbsp;Rawai&nbsp;Cycling&nbsp;Team&nbsp;Race&nbsp;2022&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;และขับเคลื่อนการเป็นเมือง&nbsp;Sport&nbsp;City</p><p><strong>นายอรุณ&nbsp;โสฬส&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ปัจจุบันการเดินทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ&nbsp;เป็นที่ได้รับความสนใจและนิยมจากนักท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงและนิยมเดินทางท่องเที่ยวหรือ&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมรวมถึงส่งผลดีต่อสุขภาพ&nbsp;ดังนั้นการเดินทางท่องเที่ยวโดยใช้จักรยานจึงเป็นตัวเลือกหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมสูงและอยู่ในกระแสนิยมเป็นอย่างมาก</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เทศบาลตำบลราไวย์&nbsp;ถือเป็นอีกหน่วยงานหลักในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;</strong>ด้วยการตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด&nbsp;จึงได้กำหนดจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยใช้จักรยานเป็นพาหนะในการเดินทางในรูปแบบของการแข่งขันปั่นจักรยาน&nbsp;โดยใช้ชื่อกิจกรรมว่า&nbsp;""การแข่งขันจักรยานทางไกล&nbsp;Rawai&nbsp;Cycling&nbsp;Team&nbsp;Race&nbsp;2022&nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เส้นทางการท่องเที่ยวอันดามัน&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย&nbsp;รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับนักท่องเที่ยวในการใช้จักรยานเป็นพาหนะในการเดินทางท่องเที่ยว&nbsp;โดยใช้เส้นทางการแข่งขันภายในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ซึ่งเป็นเส้นทางที่ท้าทายผสมผสานระหว่างเส้นทางโค้ง&nbsp;ทางเรียบ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;</strong>ขนบธรรมเนียมประเพณีที่เก่าแก่&nbsp;และวิถีชีวิตชุมชนในพื้นที่&nbsp;ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ตามแบบวิถีไทย&nbsp;ที่สะท้อนถึงภาพลักษณ์ความเป็นไทยจนมาถึงปัจจุบัน&nbsp;และมีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและนักกีฬาทั่วไป</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;การแข่งขันกำหนดขึ้นในวันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>ตั้งแต่เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;บริเวณแหลมพรหมเทพ&nbsp;ตำบลราไวย์&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง&nbsp;และเป็นหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ที่นักท่องเที่ยวต่างอยากมาสัมผัส&nbsp;และบันทึกไว้ในความทรงจำที่ประทับใจจากการท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304222727655
843	จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดงาน Awakening สุราษฎร์ฯฟู้ดแฟร์ 2022 ครั้งที่ 20  กระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้สถานการณ์โควิด-19	<p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>เป็นประธานในการเปิดงาน&nbsp;Awakening&nbsp;สุราษฎร์ฯฟู้ดแฟร์&nbsp;2022&nbsp;ครั้งที่&nbsp;20&nbsp;จัดขึ้นระหว่างว่าง4-12&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;เวทีบริเวณหน้าสำนักงานอัยการ&nbsp;ริมเขื่อนแม่น้ำตาปี&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายจรุงศักดิ์&nbsp;สุรัฐชนานนท์&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ภาคีเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นเกียรติในการเปิดงานในครั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สืบเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในปัจจุบัน</strong>&nbsp;ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างมาก&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ซึ่งเป็นจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญของภาคใต้&nbsp;ทางจังหวัดสุราษฎร์ธานีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จึงเล็งเห็นว่า&nbsp;การจัดงานสุราษฎร์ฟู้ดแฟร์&nbsp;สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัด&nbsp;สร้างเม็ดเงินกระจายรายได้&nbsp;เกิดการหมุนเวียนขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปสู่ประชาชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้&nbsp;หลังจากปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่าน&nbsp;ได้ชะลอการจัดงานสุราษฎร์ฟู้ดแฟร์&nbsp;เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19</p><p><strong>สำหรับการจัดงานปีนี้ได้วางแนวคิดของงานในชื่อว่า</strong>&nbsp;Awakening&nbsp;Surat&nbsp;food&nbsp;fair&nbsp;2022&nbsp;เพื่อสื่อถึงการปลุกจังหวัดสุราษฎร์ธานีให้ตื่นขึ้น&nbsp;จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและการท่องเที่ยวที่ซบเซาโดยภายในงานประกอบไปด้วยร้านอาหาร&nbsp;ร้านค้าและผู้สนับสนุนที่มาออกบูธมากมาย&nbsp;มีกิจกรรมต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;การปรุงอาหารโชว์และแจกให้ชิมฟรี&nbsp;ในกิจกรรม&nbsp;9&nbsp;วัน&nbsp;9&nbsp;เมนู&nbsp;และกิจกรรมการแข่งขันกินกุ้ง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องติดต่อกันมาหลายปี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;งานสุราษฎร์ฟู้ดแฟร์&nbsp;เป็นงานที่ได้จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี&nbsp;ที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวจะเลือกซื้ออาหารที่เป็นเอกลักษณ์ที่มีความหลากหลาย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะอาหารทะเล&nbsp;เนื่องด้วยจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;มีแหล่งอาหารทะเลที่สมบูรณ์&nbsp;และขึ้นชื่อในเรื่องความสดและรสชาติดีที่&nbsp;รวมไปถึงเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการ&nbsp;ให้มีช่องทางในการสร้างรายได้ในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;แบบนี้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305060041663
844	"เริ่มแล้ว! งานประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์เขตสุขภาพที่ 9 ภายใต้แนวคิด ""กัญชา-กัญชง สร้างสุขภาพ สร้างรายได้"" 4 - 6 มี.ค. นี้"	<p><strong>นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี</strong>ว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;9&nbsp;ภายใต้แนวคิดกัญชา-กัญชง&nbsp;สร้างสุขภาพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;อาคารเรียนรวม&nbsp;100&nbsp;ปี&nbsp;คณะเทคโนโลยีการจัดการ&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน&nbsp;วิทยาเขตสุรินทร์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์ภิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;บุคลากรด้านสาธารณสุขและประชาชนให้การต้อนรับและเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก</p><p><strong>จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ถือเป็นจังหวัดนำร่องจังหวัดแรกของมหกรรมสัญจร</strong>ทั่วไทยใน&nbsp;12&nbsp;เขตสุขภาพ&nbsp;ช่วงเดือน&nbsp;มี.ค.-พ.ค.&nbsp;65&nbsp;ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ในการนำองค์ความรู้และกิจกรรมเชิงประจักษ์ต่างๆ&nbsp;มาสร้างการรับรู้ให้แก่บุคลากรด้านสาธารณสุข&nbsp;ผู้ประกอบการและประชาชนผู้สนใจ&nbsp;ได้รับรู้สรรพคุณและข้อพึงระวังของกัญชา&nbsp;กัญชง&nbsp;รวมถึงได้ซักถาม&nbsp;ชมการสาธิตและลงมือปฏิบัติจากผู้เชี่ยวชาญทั่วประเทศ</p><p><strong>ซึ่งการประชุมฯ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;ถือเป็นการเตรียมความพร้อม</strong>และเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้เกี่ยวข้องได้เรียนรู้วิธีการปลูก&nbsp;วิธีการขออนุญาตและวิธีการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ในด้านสุขภาพ&nbsp;ด้านการสร้างรายได้และด้านการต่อยอดเศรษฐกิจของประเทศ</p><p><strong>โดยราชกิจจานุเบกษา&nbsp;ได้ประกาศให้กัญชาและกัญชงพ้นจาก</strong>บัญชียาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;5&nbsp;และจะมีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา&nbsp;120&nbsp;วัน&nbsp;หรือวันที่&nbsp;9&nbsp;มิ.ย.&nbsp;65&nbsp;ที่จะถึงนี้</p><p><strong>นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี</strong>ว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เป้าหมายแรก&nbsp;คือ&nbsp;การใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์&nbsp;&nbsp;เป็นอีกหนึ่งทางเลือก&nbsp;ที่เป็นประโยชน์ในด้านการรักษาและประโยชน์ด้านคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;เป้าหมายที่&nbsp;2&nbsp;ผลักดันกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจของชุมชน&nbsp;ได้ปรับเปลี่ยนข้อกฎหมายเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการปลูกตามกฎหมายฉบับใหม่&nbsp;แต่ต้องทำให้ถูกต้องและถูกหลัก&nbsp;เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ&nbsp;สร้างรายได้ครัวเรือนและจังหวัด</p><p><strong>ผู้ที่สนใจ&nbsp;สามารถเข้าร่วมงานฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย&nbsp;</strong>โดยภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการและการออกบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ&nbsp;การเสวนาทางวิชาการ&nbsp;การบรรยาย&nbsp;การอภิปราย&nbsp;การสาธิตและปฏิบัติการ&nbsp;โดยมีผู้เชี่ยวชาญจาก&nbsp;25&nbsp;หน่วยงานทั่วประเทศ&nbsp;มาเป็นวิทยากร&nbsp;ให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม</p><p>ทั้งนี้&nbsp;ผู้เข้าร่วมงานจะต้องปฏิบัติการตามมาตรการของ&nbsp;มาตรการป้องกัน&nbsp;covid-19&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305060347664
845	เมืองอำนาจเจริญ ซักซ้อมบุคลากร เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่	<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;นายธนูศักดิ์&nbsp;เสมอภาค&nbsp;นายอำเภอเมืองอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;เปิดการฝึกอบรมบุคลากรฝ่ายปกครอง&nbsp;ตามโครงการสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการป้องกัน&nbsp;ปราบปราม&nbsp;บำบัดรักษา&nbsp;แก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นทราอำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมอำเภอเมืองอำนาจเจริญ</p><p><strong>นายอนุชิตอชิตพล&nbsp;ช่วงทิพย์&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง</strong>&nbsp;นายภูธเนษฐ์&nbsp;ทองโท&nbsp;ปลัดป้องกัน&nbsp;นำกำลังพล&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สมาชิก&nbsp;อส.&nbsp;ชุด&nbsp;ชรบ.ประจำหมู่บ้าน&nbsp;และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ&nbsp;จำนวน&nbsp;194&nbsp;คน&nbsp;เข้ารับการฝึกอบรมเสริมความรู้วิทยาการใหม่ๆ&nbsp;ฝึกการใช้อาวุธ&nbsp;และเสริมความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด&nbsp;เพื่อให้มีความพร้อมในด้านศักยภาพในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคง&nbsp;สนับสนุนและเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือพนักงานฝ่ายปกครอง&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;หรือเจ้าพนักงานอื่น&nbsp;ในการรักษาความสงบเรียบร้อยในหมู่บ้าน&nbsp;และแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;ก่อให้เกิดความมั่นคง&nbsp;ความสงบเรียบร้อยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;มีมาตรการป้องกันโควิด-19</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305084127665
846	ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี นำข้าราชการ พร้อมด้วยสมาชิกแม่บ้านมหาดไทย ปลูกผักสวนครัวตามแผนปฏิบัติการ 90 วัน	<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู</strong>&nbsp;น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา&nbsp;ฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;นำข้าราชการ&nbsp;พร้อมด้วยสมาชิกแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;ปลูกผักสวนครัวตามแผนปฏิบัติการ&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;ภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดฯ</p><p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;</strong>ภายในศูนย์ราชการจังหวัดฯ<strong>&nbsp;</strong>นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;พร้อมด้วยนายมานัส&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ที่ปรึกษานายกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ&nbsp;สมาชิกแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&nbsp;ปลัดจังหวัด&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัด&nbsp;พัฒนาการจังหวัด&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมกันปลูกผักสวนครัว&nbsp;ตามแผนปฏิบัติการ&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร</p><p><strong>โครงการดังกล่าวเป็นโครงการสืบเนื่องจากการที่กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;</strong>ได้น้อมนำโครงการ&nbsp;บ้านนี้มีรัก&nbsp;ปลูกผักกินเอง&nbsp;ในพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;สู่แผนปฏิบัติการ&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;ปลูกผักสวนครัว&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;ให้กับประชาชน&nbsp;12&nbsp;ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ&nbsp;เป็นการกระตุ้นให้ประชาชนปลูกพืชผักสวนครัวบริโภคในรั้วบ้าน&nbsp;มีอาหารปลอดภัยไว้บริโภคในระยะยาว&nbsp;ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19&nbsp;และ&nbsp;เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์</p><p><strong>สำหรับพืชผักที่นำมาปลูกในครั้งนี้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</strong>มะเขือ&nbsp;พริก&nbsp;ผักกาด&nbsp;ผักหอม&nbsp;ต้นหอม&nbsp;ผักชี&nbsp;สะระแหน่&nbsp;คื่นไช่&nbsp;โหระพา&nbsp;ใบแมงลัก&nbsp;ซึ่งเป็นพืชผักสวนครัวที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารประจำวันในครัวเรือน</p><p><strong>โอกาสเดียวกันนี้&nbsp;นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;</strong>ได้เชิญชวนให้ประชาชนชาวจังหวัดหนองบัวลำภูร่วมกันสืบสานแนวพระราชดำริฯ&nbsp;โดยทำกิจกรรมปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในครอบครัว&nbsp;ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีพืชผักปลอดภัยไว้กินเอง&nbsp;สามารถประหยัดเงินในแต่ละวันได้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองบัวลำภู	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305085232668
847	"จ.ลำปาง กำหนดจัดพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน ""ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา"" ในวันที่ 8 มีนาคมนี้"	"<p><strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด&nbsp;กำหนดจัดพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;""ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา""&nbsp;ในวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;19.00&nbsp;น&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;หอประชุมศาลากลางจังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ที่ทรงมอบลายผ้าพระราชทานให้กับช่างทอผ้า&nbsp;กลุ่มทอผ้า&nbsp;และผู้ผลิตผ้าทุกกลุ่ม&nbsp;ทุกเทคนิค&nbsp;ได้นำไปประยุกต์ต่อยอดให้งานหัตถกรรมด้านการทอผ้า&nbsp;สืบสานสู่รุ่นต่อรุ่น&nbsp;ตามแนวพระดำริ&nbsp;""ผ้าไทย&nbsp;ใส่ให้สนุก""&nbsp;ตลอดจนช่วยส่งเสริมรายได้ให้แก่กลุ่มทอผ้า&nbsp;และกลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้า&nbsp;ให้เกิดความเข้มแข็งของเศรษฐกิจชุมชนฐานราก&nbsp;</p><p><strong>สำหรับพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;""ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา""</strong>&nbsp;ดังกล่าวจะเป็นการมอบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;""ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา""&nbsp;ให้กับนายอำเภอและนายกกิ่งกาชาดอำเภอ&nbsp;เพื่อนำลายผ้าพระราชทานไปเผยแพร่สนับสนุน&nbsp;ส่งเสริมให้แก่กลุ่มทอผ้า&nbsp;กลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้าในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;กลุ่ม&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จังหวัดลำปางยังได้จัดกิจกรรม</strong>&nbsp;""สืบสานตำนานผ้าไทย&nbsp;&nbsp;ประชารัฐ&nbsp;ร่วมใจ&nbsp;สตรียุคใหม่&nbsp;สไตล์ล้านนา""&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;8&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;เพื่อส่งเสริมการตลาดผ้าไทย&nbsp;สินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;ของทุกอำเภอ&nbsp;ภายใต้มาตรการเร่งด่วนในการป้องกันวิกฤตการณ์จากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมงานดังกล่าวได้ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;หอประชุมศาลากลางจังหวัดลำปาง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง</p>"	2022-05-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305085646671
848	เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม ชูการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ส่งเสริมกระบวนการปลูก	<p><strong>นางสมพิส&nbsp;ทองดีนอก&nbsp;เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>แนวทางในการพัฒนาด้านการเกษตรกรรมในพื้นที่&nbsp;จะเน้นเรื่องการท่องเที่ยวชุมชนและการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;เชื่อมโยงในหลายๆ&nbsp;ด้าน&nbsp;เพื่อให้เกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการร้านอาหาร&nbsp;ผู้ประกอบการโฮมสเตย์&nbsp;มีรายได้&nbsp;รวมถึงการส่งเสริมกระบวนการปลูก&nbsp;ทั้งการทำเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;Smart&nbsp;Famer&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Famer&nbsp;ซึ่งจะเป็นแนวทางที่จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ประเด็นสำคัญที่จะทำการพัฒนามีอยู่&nbsp;3&nbsp;ด้านคือ</strong>&nbsp;การพัฒนาคน&nbsp;ส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกร&nbsp;ได้มีการพัฒนาตนเอง&nbsp;มีความรู้&nbsp;ความสามารถในการทำสวน&nbsp;รู้ถึงวิธีการถ่ายทอดองค์ความรู้&nbsp;ให้กับผู้ที่มาเยี่ยมชม&nbsp;ได้เข้าใจถึงวิธีการทำเกษตร&nbsp;กระบวนการในการผลิตได้อย่างถูกวิธี&nbsp;รวมทั้งการพัฒนาพื้นที่ให้มีความสะอาด&nbsp;มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม&nbsp;แต่ละพื้นที่ต้องมีการเชื่อมโยง&nbsp;นักท่องเที่ยวเห็นแล้วประทับใจและสุดท้ายคือ&nbsp;การพัฒนาสินค้าให้มีมาตรฐาน&nbsp;คุณภาพดี&nbsp;เท่าเทียมกันหมด&nbsp;ผลผลิต&nbsp;ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดได้รับรองคุณภาพ&nbsp;แพคเกจดูดีและน่าสนใจ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305085930672
849	ไทยฉีดวัคซีนแล้วกว่า 124 ล้านโดส ทั่วโลกแล้ว 10,849 ล้านโดส ใน 205 ประเทศเขตปกครอง	"<p><strong>ศ.นพ.สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล</strong>&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั่วโลกแล้ว&nbsp;10,849&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;205&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่&nbsp;33.2&nbsp;ล้านโดสต่อวัน&nbsp;และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่&nbsp;554&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยมีชาวอเมริกันกว่า&nbsp;216&nbsp;ล้านคนได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;โดสแล้ว</p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;แล้ว</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;มียอดรวมกันที่ประมาณ&nbsp;978.4&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยบรูไนฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค&nbsp;ร้อยละ&nbsp;95&nbsp;ของประชากร&nbsp;ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่&nbsp;349.6&nbsp;ล้านโดส&nbsp;สำหรับประเทศไทยข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า&nbsp;124&nbsp;ล้านโดส</span></p><p><br></p><p><br></p>"	2022-05-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305180410804
850	สถานทูตไทยในโปแลนด์และโรมาเนีย เดินหน้าช่วยเหลืออพยพคนไทยในประเทศยูเครนอย่างต่อเนื่อง	<p><strong>สถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงวอร์ซอ&nbsp;</strong>รายงานความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในยูเครน(สถานะวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;โดยระบุว่า&nbsp;คนไทยชุดที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;คน&nbsp;จากประเทศโรมาเนียและชุดที่&nbsp;5&nbsp;จำนวน&nbsp;45&nbsp;คน&nbsp;จากประเทศโปแลนด์&nbsp;กำหนดเดินทางโดยเครื่องบินถึงประเทศไทยวันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)</p><p><strong>ช่วงบ่ายนี้&nbsp;ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ</strong>&nbsp;ได้นำคนไทย&nbsp;อีก&nbsp;14&nbsp;&nbsp;คน&nbsp;จากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยในยูเครน&nbsp;เมืองลวิฟ&nbsp;อพยพเข้าประเทศโปแลนด์&nbsp;และจัดที่พักในโรงแรมที่กรุงวอร์ซอ&nbsp;เพื่อเตรียมเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;สถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงบูคาเรสต์</strong>&nbsp;นำคนไทยจำนวน&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;จากเมืองมิโคลาอีฟ&nbsp;(Mykolaiv)&nbsp;และ&nbsp;6&nbsp;คนจากเมืองโอเดซา&nbsp;(Odessa)&nbsp;อพยพเข้าประเทศโรมาเนีย&nbsp;และจัดที่พักในโรงแรมที่กรุงบูคาเรสต์&nbsp;เพื่อเตรียมเดินทางกลับประเทศไทย&nbsp;ในวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคมเช่นกัน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;สถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงบูคาเรสต์</strong>&nbsp;ได้ให้ความร่วมมือแก่สถานเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศเยอรมนี&nbsp;ในการอพยพชาวสิงคโปร์&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;(เป็นแม่และเด็กทารก)&nbsp;ออกจากเมืองโอเดซา&nbsp;ไปยังประเทศโรมาเนียด้วย</p><p><br></p><p><br></p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.จันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305113654700
851	ผู้ว่าฯ ลพบุรี ลงพื้นที่การแก้ปัญหาภัยแล้งและป้องกันน้ำท่วม ในเขตอำเภอบ้านหมี่ (Clusters 1 พื้นที่ฝั่งคลองชัยนาท ป่าสัก)	<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายนิวัฒน์&nbsp;รุ่งสาคร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี</strong>&nbsp;พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&nbsp;10&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานลพบุรี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลพบุรี&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;และอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดลพบุรี&nbsp;จากนั้นได้ลงพื้นที่ในเขตอำเภอบ้านหมี่ฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมแผนป้องกันน้ำท่วมก่อนฤดูน้ำหลาก&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.&nbsp;มูลนิธิชัยพัฒนา&nbsp;ตำบลพุคา&nbsp;อำเภอบ้านหมี่&nbsp;2.&nbsp;สถานีสูบน้ำสะพานขาว&nbsp;ตำบลหนองทรายขาว&nbsp;อำเภอบ้านหมี่&nbsp;และ&nbsp;3.&nbsp;วัดบางพึ่ง&nbsp;ตำบลมหาสอน&nbsp;อำเภอบ้านหมี่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;พื้นที่ดังกล่าวเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;6&nbsp;แนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำของจังหวัดลพบุรี&nbsp;นอกจากนี้ได้ติดตามความก้าวหน้าการขุดลอกแม่น้ำบางขาม&nbsp;เพื่อใช้สำหรับกักเก็บน้ำในฤดูแล้ง&nbsp;รวมทั้งเป็นที่ระบายน้ำในฤดูน้ำหลาก&nbsp;ซึ่งจะดำเนินการเป็นระยะทาง&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;จะสามารถเพิ่มปริมาณกักเก็บได้ได้มากขึ้น&nbsp;21&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ซึ่งผลการดำเนินงาน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ได้ขุดลอกไปแล้วประมาณ&nbsp;20%&nbsp;และเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ&nbsp;และเก็บกักน้ำไว้ในภัยแล้งได้ประมาณ&nbsp;2&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ลพบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305103535679
852	ผู้ตรวจกระทรวง พม. เปิดศูนย์ช่วยเหลือสังคม แห่งแรกของ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง พร้อมเดินหน้าขยายครอบคลุมทุกตำบล 100 แห่ง	<p><strong>นายอนันต์&nbsp;ดนตรี&nbsp;ผู้ตรวจกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลป่าตัน&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาคต&nbsp;อำเภอแม่ทะ&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมมอบเกียรติบัตรแก่&nbsp;อพม.&nbsp;ผู้ปฏิบัติหน้าที่ยอดเยี่ยม&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;ในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนทางสังคมและได้รับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธนู&nbsp;ธิแก้ว&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ&nbsp;9&nbsp;(เชียงใหม่)&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายปรีชา&nbsp;สมชัย&nbsp;นายอำเภอแม่ทะ&nbsp;นายยูนิตย์&nbsp;เชื้อคำลือ&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลป่าตันนาครัว&nbsp;ผอ.รพ.สต.บ้านนาคต&nbsp;และประธานศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลให้การต้อนรับคณะ&nbsp;และหัวหน้าหน่วยงานสังกัดกระทรวง&nbsp;พม.ลำปาง&nbsp;8&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;ในการนี้&nbsp;นายสันติ&nbsp;รังษิรุจิ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางกล่าวแนวทางการดำเนินแก่คณะกรรมการ&nbsp;ซึ่งศูนย์ช่วยเหลือสังคมประจำตำบลแห่งนี้&nbsp;นับว่าเป็นแห่งแรกของอำเภอแม่ทะ&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์กลางในการให้บริการปรึกษาอย่างครอบคลุมตามภารกิจกระทรวง&nbsp;พม.&nbsp;สำหรับการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัย&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนทางสังคมและได้รับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;ได้แก่&nbsp;เด็ก&nbsp;เยาวชน&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;คนพิการ&nbsp;และผู้ด้อยโอกาส&nbsp;โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนและอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;(อพม.)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;เป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคมในพื้นที่ระดับตำบลแบบครบวงจรอย่างเบ็ดเสร็จที่จุดเดียว&nbsp;(One&nbsp;Stop&nbsp;Service)&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นางสาวฉัฐพร&nbsp;งามเกลี้ยง&nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>วันนี้ศูนย์ช่วยเหลือสังคม&nbsp;ได้บูรณาการร่วมกับ&nbsp;8&nbsp;กระทรวง&nbsp;โดยกระทรวง&nbsp;พม.&nbsp;จะเปิดศูนย์คลอบคลุมทุกพื้นที่หากพื้นที่&nbsp;และขณะนี้เริ่มกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ&nbsp;โดยศูนย์ทุกแห่งต้องมีคนทำงานที่ทำได้จริง&nbsp;อีกทั้งศูนย์แห่งนี้จะบูรณาการกันให้จบภายในตำบลอำเภอ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นปัญหารายได้ไม่เพียงพอ&nbsp;การศึกษา&nbsp;ความรุนแรงในครอบครัว&nbsp;และแม่เลี้ยงเดี่ยว&nbsp;ซึ่งจะมีหลายกระทรวงที่จะเข้ามาแก้ปัญหาให้กับประชาชน&nbsp;และศูนย์แห่งนี้จะต้องตอบโจทย์และความต้องการของประชาชน&nbsp;หน่วยงานกระทรวง&nbsp;พม.&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ได้วางแผนการเปิดศูนย์ช่วยเหลือสังคมครอบคลุมทุกตำบลทุกอำเภอ&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ตำบล&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;โดยกระทรวง&nbsp;พม.&nbsp;มีหน้าที่รับผิดชอบช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;เด็ก&nbsp;สตรีผู้ด้อยโอกาส&nbsp;การซ่อมสร้างบ้านคนพิการ&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;และผู้เปราะบางที่มีรายได้น้อย&nbsp;ทั้งนี้ประชาชนสามารถขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วน&nbsp;1300&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305104325681
853	นักเรียนจากทุกภูมิภาคของประเทศ 11,854 คน สอบเข้าศึกษาต่อ ม.4 โรงเรียนอุดมศึกษา รับเพียง 1,520 คน 	"<p><strong>นายอัมพร&nbsp;พินะสา&nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;</strong>กระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;&nbsp;(กพฐ.)&nbsp;กล่าวภายหลังการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษา&nbsp;ชั้นมัธยมศึกษาปีที่&nbsp;4&nbsp;โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา&nbsp;ณ&nbsp;สนามสอบ&nbsp;Entrance&nbsp;3&nbsp;Impact&nbsp;เมืองทองธานี&nbsp;&nbsp;ว่า&nbsp;ภาพรวมการสอบเข้า&nbsp;ม.4&nbsp;ของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา&nbsp;ดำเนินการด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ซึ่งโรงเรียนได้ปฎิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;รวมถึงได้มีการวางแผนการรับสมัครนักเรียนเป็นอย่างดี&nbsp;เช่น&nbsp;ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครองและนักเรียนได้รับทราบถึงรูปแบบการสมัครและการเตรียมสนามสอบสำรอง&nbsp;และสำรวจข้อมูลการฉีดวัคซีนของนักเรียน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>โดยการสอบเข้า&nbsp;ม.4&nbsp;โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา</strong>&nbsp;พบนักเรียนติดเชื้อโควิด-19&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;52&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งโรงเรียนได้เตรียมแผนรับมือโดยการจัดสนามสอบเฉพาะให้ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา&nbsp;เขตปทุมวัน&nbsp;มีเจ้าหน้าและแพทย์เฉพาะทางดูแลเป็นพิเศษ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19</strong>&nbsp;กรณีนักเรียนมีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า&nbsp;37.5&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;และมีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นลบ&nbsp;ซึ่งพบ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;จึงได้จัดเตรียมห้องสอบพิเศษคัดแยกเฉพาะสำหรับผู้เข้าสอบและขอให้นักเรียนแจ้งผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ส่งโรงเรียนอีกครั้ง&nbsp;หลังจากการสอบเสร็จภายใน&nbsp;3&nbsp;วัน</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา</strong>&nbsp;ได้จัดการสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่&nbsp;4&nbsp;ปีการศึกษา2565&nbsp;ซึ่งในปีนี้มีผู้เข้าสอบ&nbsp;11,854&nbsp;คน&nbsp;จากทุกภูมิภาคของประเทศ&nbsp;จำนวนนักเรียนที่รับ&nbsp;1,520&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>สพฐ.&nbsp;มีกำหนดการประกาศผลสอบคัดเลือกและรายงานตัวนักเรียนเข้าศึกษา</strong>&nbsp;ชั้นมัธยมศึกษาปีที่&nbsp;4&nbsp;โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา&nbsp;ในวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ทางเว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.triamudom.ac.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.triamudom.ac.th</a>&nbsp;เพื่อให้นักเรียนและต้นสังกัดได้นำผลการทดสอบคัดเลือก&nbsp;ไปวางแผน&nbsp;การจัดการศึกษา&nbsp;ปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้น</p><p><br></p><p><br></p>"	2022-05-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305111647693
854	วันนักข่าว ชมรมผู้สื่อข่าวสกลนคร ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับนักข่าวที่ล่วงลับไปแล้ว	<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่วัดสะพานคำ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสกลนคร</strong>&nbsp;นายเสวต&nbsp;จันทะพรม&nbsp;ประธานชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดสกลนคร&nbsp;นายวัฒนะ&nbsp;แก้วก่า&nbsp;รองประธานชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดสกลนคร&nbsp;นำผู้สื่อข่าวในชมรม&nbsp;ร่วมทำบุญเลี้ยงพระ&nbsp;ถวายผ้าบังสุกุลถวายสังฆทาน&nbsp;เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้สื่อข่าวที่ล่วงลับ&nbsp;และเสริมความเป็นสิริมงคลเนื่องในวันนักข่าว&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนางจุรีรัตน์&nbsp;เทพอาสน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;นายนิยม&nbsp;เวชกามา&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร&nbsp;พ.ต.อ.พยุงศักดิ์&nbsp;นามวรรณ&nbsp;รอง&nbsp;ผบก.ภ.จว.&nbsp;สกลนคร&nbsp;นางสาวชนกพร&nbsp;โพธิสาร&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร&nbsp;และพุทธศาสนิกชนชุมชนวัดสะพานคำ&nbsp;ร่วมพิธี</p><p><strong>พระมหาคาวี&nbsp;ญาณสาโร&nbsp;เจ้าอาวาสวัดสะพานคำ</strong>&nbsp;<strong>ประธานสงฆ์</strong>&nbsp;กล่าวสัมโมทนียกถา&nbsp;ความว่า&nbsp;สื่อมวลชนนับเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องกับประชาชน&nbsp;เนื่องในวันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็นวันนักข่าว&nbsp;วันสื่อมวลชน&nbsp;หรือวันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ&nbsp;ขอให้สื่อมวลชนได้ทำหน้าที่ในการเสนอข้อมูลข่าวสาร&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้&nbsp;สร้างความเข้าใจ&nbsp;ในทุกช่องทาง&nbsp;โดยเฉพาะสื่อโซเชียลที่ข้อมูลข่าวสาร&nbsp;ส่งต่อไปได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;จึงต้องอาศัยการกลั่นกรองจากสื่อมวลชน&nbsp;เพื่อให้ข่าวสาร&nbsp;นั้นเกิดประโยชน์กับประชาชนให้มากที่สุด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305105229684
855	จ.มุกดาหารมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ 250 ราย รักษาหายเพิ่ม 124 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เพจเฟชบุ๊คโควิด-19&nbsp;สำนักงานสาธารณสุข&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>ได้รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;มีผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง&nbsp;ล่าสุดวันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นถึง&nbsp;250&nbsp;ราย&nbsp;เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน&nbsp;69&nbsp;ราย&nbsp;เป็นการติดเชื้อนอกเขตจังหวัด&nbsp;66&nbsp;ราย&nbsp;ภายในจังหวัด&nbsp;184&nbsp;ราย&nbsp;กระจายอยู่ทุกอำเภอทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ</p><p><strong>โดยอำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด&nbsp;135&nbsp;ราย</strong>&nbsp;(ติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;นอกจังหวัด&nbsp;35&nbsp;ราย)&nbsp;อำเภออำเภอนิคมคำสร้อยติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;31&nbsp;ราย&nbsp;(ติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;27&nbsp;ราย&nbsp;นอกพื้นที่จังหวัด&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;)&nbsp;&nbsp;อำเภอดอนตาล&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;(ติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;นอกเขตจังหวัด&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;)&nbsp;อำเภอคำชะอีติดเชื้อ&nbsp;29&nbsp;ราย&nbsp;(ติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;27&nbsp;ราย&nbsp;นอกพื้นที่จังหวัด&nbsp;2&nbsp;ราย)&nbsp;&nbsp;อำเภอหว้านใหญ่ติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอดงหลวง&nbsp;36&nbsp;ราย&nbsp;(ติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;นอกพื้นที่จังหวัด&nbsp;19&nbsp;ราย)&nbsp;อำเภอหนองสูง&nbsp;ติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;124&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>รวมผู้ป่วยระลอกใหม่สะสม&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;ถึง&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;7,249&nbsp;ราย</strong>&nbsp;รักษาหายสะสม&nbsp;5,074&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;2,155&nbsp;ราย&nbsp;รักษาในโรงพยาบาล&nbsp;142&nbsp;ราย&nbsp;รักษาในชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;จังหวัดและอำเภอ&nbsp;291&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;1,702&nbsp;ราย&nbsp;เรือนจำ&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนเตียงคงเหลือ&nbsp;1,565&nbsp;เตียง&nbsp;มีอาการหนัก&nbsp;ปอดอักเสบและภาวะบกพร่องออกซิเจน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;สะสมมีผู้เสียชีวิต&nbsp;20&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305105546685
856	สปสช. แนะแนวปฏิบัติเมื่อตรวจ ATK แล้วขึ้น 2 ขีด ติดเชื้อโควิด-19	<p><strong>สำนักงานหลักประกันสุขภาพ&nbsp;(สปสช.)&nbsp;แนะแนวปฏิบัติของประชาชนเมื่อตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แล้วขึ้น&nbsp;2&nbsp;ขีด&nbsp;ติดเชื้อโควิด-19</strong>&nbsp;ซึ่งหากไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีอาการเล็กน้อย&nbsp;จะรักษาตามอาการ&nbsp;เช่น&nbsp;ยาลดไข้&nbsp;ยาแก้ไอ&nbsp;ดื่มน้ำมากๆ&nbsp;และกักตัวอยู่ที่บ้าน&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;ตามแนวทางใหม่ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;(สธ.)&nbsp;แต่หากต้องการรักษาตามแนวทางเจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ&nbsp;ของ&nbsp;สธ.&nbsp;สามารถไปสถานพยาบาลตามสิทธิใกล้บ้านได้&nbsp;โดยแนะนำโทรนัดหมายก่อน&nbsp;หรือยืนยันต้องการลงทะเบียนรักษาที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;ได้ที่&nbsp;https://crmsup.nhso.go.th/#TicketHI&nbsp;หรือไลน์&nbsp;สปสช.&nbsp;โดยเพิ่มเพื่อน&nbsp;พิมพ์&nbsp;@nhso&nbsp;หรือคลิก&nbsp;https://lin.ee/zzn3pU6&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรณีลงทะเบียนเกิน&nbsp;6&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;แต่ไม่ได้รับการติดต่อกลับจากสถานพยาบาล&nbsp;แนะนำไปสถานพยาบาลตามสิทธิ-ใกล้บ้าน&nbsp;(โทรนัดหมายก่อน)&nbsp;เพื่อรับบริการผู้ป่วยนอกตามแนวทางเจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305105642686
857	อำเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร ตรวจเข้มสถานบริการ คาราโอเกะ ร้านค้า ควบคุมโควิด-19  ป้องปรามอาชญากรรมค้ามนุษย์ แรงงานเถื่อน	<p><strong>นายคเณศวร&nbsp;เกษอินทร์&nbsp;นายอำเภอบ้านม่วง&nbsp;จังหวัดสกลนคร</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายนพพล&nbsp;สอนเคน&nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายบริหารงานปกครอง&nbsp;นายไทยสมุทร&nbsp;จันทร์ทองสุข&nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง&nbsp;น.ส.ศศิพิญญานันท์&nbsp;ปุ่งคำน้อย&nbsp;ปลัดอำเภองานสำนักงานอำเภอ&nbsp;นายณัฐพล&nbsp;มีพรหม&nbsp;สาธารณสุขอำเภอบ้านม่วง&nbsp;สาธารณสุขโรงพยาบาลบ้านม่วง&nbsp;นำกำลังสมาชิก&nbsp;อส.&nbsp;กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอบ้านม่วง&nbsp;ที่&nbsp;12&nbsp;ร่วมกับตำรวจ&nbsp;สภ.บ้านม่วง&nbsp;ออกตรวจตราสถานบริการ&nbsp;ร้านคาราโอเกะ&nbsp;ร้านค้าจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;เพื่อควบคุมจัดระเบียบสังคม&nbsp;ให้คำแนะนำข้อกำหนดด้านกฎหมาย&nbsp;พร้อมกำชับการดำเนินการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19&nbsp;ตามมาตรการสาธารณสุข&nbsp;และคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสกลนครอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อสร้างความความปลอดภัยแก่ผู้ประกอบการ&nbsp;พนักงานประจำร้าน&nbsp;และประชาชน&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;อำเภอบ้านม่วงจะนำประเด็นการเปิดทำการสถานประกอบการ&nbsp;นำเข้าพิจารณา&nbsp;</strong>โดยคณะกรรมการที่ประกอบด้วยภาคส่วนในพื้นที่พิจารณาร่วมกัน&nbsp;โดยคำนึงถึ&nbsp;ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;มาตรการเฝ้าระวัง&nbsp;ตรวจตรา&nbsp;เพื่อป้องกันการค้ามนุษย์&nbsp;และการค้าแรงงานเถื่อน&nbsp;รวมทั้งการกระทำความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยในสังคม&nbsp;โดยหากปรากฎว่า&nbsp;มีการกระทำฝ่าฝืนมาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ให้ทุกหน่วยงานสนธิกำลังดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305114132705
858	นายนิพนธ์ บุญญามณี เตือนเฝ้าระวังพายุฤดูร้อน พายุฝนฟ้าคะนอง และลูกเห็บตก กระทบทั่วไทย ช่วง 6-8 มี.ค.นี้	<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;</strong>ในฐานะกำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศ&nbsp;เรื่อง&nbsp;พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทย&nbsp;ซึ่งจะมีผลกระทบตั้งแต่วันที่&nbsp;6-8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยในช่วงวันที่&nbsp;6-8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีน&nbsp;จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&nbsp;ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน&nbsp;ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทย&nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบน&nbsp;จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&nbsp;โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่&nbsp;รวมถึงมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นด้วย&nbsp;โดยจะเริ่มมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน&nbsp;ส่วนภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;และภาคใต้ตอนบน&nbsp;จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป</p><p><strong>นายนิพนธ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมทั้งสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อม&nbsp;ซักซ้อมการปฏิบัติรับมือตามแผนเผชิญเหตุ&nbsp;เตรียมพร้อมในเรื่องของบุคลากรที่ต้องมีทักษะ&nbsp;ความรู้&nbsp;ความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงาน&nbsp;รวมถึงเครื่องไม้เครื่องมือ&nbsp;เครื่องจักรกลสาธารณภัยที่ทันสมัย&nbsp;พร้อมใช้งานได้ทันที&nbsp;เพื่อให้การให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยเป็นไปด้วยความราบรื่นและทันท่วงที&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังเน้นย้ำถึงการแจ้งเตือนภัยที่จะต้องมีความรวดเร็ว&nbsp;ถูกต้อง&nbsp;และทั่วถึง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าว</strong>&nbsp;ระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น&nbsp;โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง&nbsp;ใต้ตันไม้ใหญ่&nbsp;สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง&nbsp;สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหาย&nbsp;ที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การติดตามสถานการณ์ในพื้นที่&nbsp;</strong>ได้มีการแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เน้นย้ำทุกฝ่ายได้เตรียมความพร้อมเพื่อดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ&nbsp;และที่สำคัญที่สุดชีวิตคนต้องมาเป็นอันดับแรก</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305115737718
859	จ.อุบลฯ เตือนประชาชน เฝ้าระวังพายุฤดูร้อน ระหว่างวันที่ 6-8 มีนาคมนี้	<p><strong>นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;แจ้งหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;ทุกอำเภอ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี&nbsp;และนายกเทศมนตรีเมืองทุกแห่งได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยงต่างๆ&nbsp;เชิงพื้นที่จากข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;และศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;ได้ออกประกาศแจ้งเตือนเรื่อง&nbsp;พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทย&nbsp;และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;6-8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน&nbsp;ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&nbsp;โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง&nbsp;และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่รวมถึงมีฟ้าผ่าเกิดขึ้น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์จากพายุฤดูร้อน&nbsp;</strong>ในช่วงวันที่&nbsp;6-8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;จึงขอส่วนราชการ&nbsp;อำเภอ&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;และเทศบาลทุกแห่งให้ดำเนินการ&nbsp;แจ้งประชาชนในพื้นที่ให้ติดตามข้อมูลสภาพอากาศ&nbsp;และข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิดรวมทั้งเตรียมความพร้อมรับมือสาธารณภัย&nbsp;(พายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง)&nbsp;ที่จะเกิดขึ้น&nbsp;โดยแนะนำการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากพายุฤดูร้อน&nbsp;ตรวจสอบบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง&nbsp;จัดเก็บสิ่งของและหาสิ่งปกคลุมผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;เป็นต้น&nbsp;หากมีข้อบ่งซี้จะเกิดสาธารณภัย(พายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง)&nbsp;ให้รีบแจ้งเตือนภัยประชาชนในพื้นที่เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์&nbsp;ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์&nbsp;วิเคราะห์และประเมินสถานการณ์จากปัจจัยต่างๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;สภาพอากาศ&nbsp;และปัจจัยสภาพความเสี่ยงในพื้นที่&nbsp;เพื่อประสานและบูรณาการหน่วยงาน&nbsp;เครือข่าย&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เตรียมพร้อมทรัพยากรเครื่องจักรกลสาธารณภัย&nbsp;และแผนปฏิบัติการเผชิญเหตุ&nbsp;รวมถึงกำลังเจ้าหน้าที่ให้มีความพร้อมบรรเทาภัยปฏิบัติงาน&nbsp;อำนวยความสะดวก&nbsp;และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ตลอดจนปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการ/แผนเผชิญเหตุ&nbsp;แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;และหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;หากเกิดสถานการณ์ในพื้นที่&nbsp;ให้รายงานกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;โทร&nbsp;0-4534-4635&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305123137725
860	จ.สุรินทร์ บริการรับส่งคนไทยเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยจากประเทศกัมพูชา	<p><strong>สำนักงานขนส่งจังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดย&nbsp;นายกฤติกร&nbsp;ชาวอ่างทอง&nbsp;ขนส่งจังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>รับมอบหมายจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุรินทร์ดำเนินการรับส่งคนไทยเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยจากประเทศกัมพูชาผ่านช่องทางด่านพรมแดนช่องจอม&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;โดยส่งผู้เดินทางเข้าศูนย์กักกันเพื่อสังเกตอาการ&nbsp;โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ซึ่งได้ปฏิบัติตามหลักความปลอดภัยของกรมโรคติดต่อทุกประการ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305125553734
861	จ.ยะลา ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 รายใหม่ วันนี้ 249 ราย	<p>สำหรับสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในวันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดยะลาพบตัวเลขผู้ติดเชื้อ&nbsp;ลดลง&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;รายใหม่วันนี้&nbsp;อยู่ที่&nbsp;249&nbsp;ราย&nbsp;จากเมื่อวานนี้&nbsp;(4&nbsp;มี.ค&nbsp;65)&nbsp;ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อ&nbsp;269&nbsp;ราย&nbsp;โดย&nbsp;249&nbsp;รายใหม่พบที่อำเภอเมืองยะลา&nbsp;79&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;70&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;23&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;35&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;39&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอกรงปินัง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนอำเภอกาบังไม่มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ยอดป่วยสะสมปัจจุบันจังหวัดยะลา&nbsp;มีผู้ติดเชื้อแล้ว&nbsp;3,635&nbsp;ราย&nbsp;</strong>กำลังรักษา&nbsp;8,142&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,919&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;&nbsp;1&nbsp;รายในพื้นที่อำเภอเมืองสะสมรวม&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนยอดผู้ติดเชื้อที่เข้าข่ายตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พบเพิ่ม&nbsp;1,264&nbsp;ราย&nbsp;สะสมรวม&nbsp;10,486&nbsp;ราย&nbsp;ผลการตรวจคัดกรองตามมาตรการด้านสาธารณสุข&nbsp;รวมสะสม&nbsp;21,906&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางด้านโรงพยาบาลศูนย์ยะลา</strong>&nbsp;ได้ให้การรักษาโควิด-19&nbsp;แบบผู้ป่วยนอก&nbsp;เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ&nbsp;สำหรับผู้ป่วยไม่มีอาการ&nbsp;อาการเล็กน้อย&nbsp;แยกกักตัวที่บ้าน&nbsp;จ่ายยาตามอาการ&nbsp;รพ.โทรติดตามอาการใน&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;จัดระบบส่งต่อ&nbsp;เมื่ออาการแย่&nbsp;สามารถสอบถามข้อสงสัยได้ที่&nbsp;สายด่วนโควิด-19&nbsp;โทร&nbsp;1567&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;06.00&nbsp;&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;หรือโทร.095-4716018&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30-20.30&nbsp;น.&nbsp;ได้ทุกวัน&nbsp;ไม่เว้นวันหยุดราชการ&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305130101735
862	จังหวัดสุราษฎร์ธานีน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จัดกิจกรรมบรรพชาอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีบรรพชาอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;90&nbsp;พรรษา&nbsp;12&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยคณะสงฆ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;วัดธารน้ำไหล&nbsp;(สวนโมกขลาราม)&nbsp;ตำบลเลม็ด&nbsp;อำเภอไชยา&nbsp;มีผู้เข้ารับการบรรพชาอุปสมบทฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;รูป&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;19&nbsp;กุมภาพันธ์-วันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อร่วมกันแสดงความจงรักภักดี&nbsp;และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งตลอดระยะเวลาอันยาวนาน</strong>&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ&nbsp;เคียงข้างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่อาณาประชาราษฎร์&nbsp;โดยมิได้ทรงย่อท้อต่อความเหนื่อยยาก&nbsp;พระองค์ทรงมีพระราชศรัทธาและทรงอุปภัมธ์บำรุงพระพุทธศาสนาตลอดมา&nbsp;ทรงตระหนักว่าศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของมนุษย์&nbsp;มิให้ประพฤติปฏิบัติในสิ่งไม่ดี&nbsp;เป็นแนวทางให้มนุษย์เลือกกระทำแต่ความดี</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305130339736
863	จังหวัดแพร่ร่วมจัดแสดงนิทรรศการผ้าตามโครงการยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยภูมิปัญญาผ้าไทย และงานหัตถกรรมชุมชนภาคเหนือ ที่จังหวัดลำพูน	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่าวันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;</strong>ให้การต้อนรับ&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และคณะ&nbsp;ในการเยี่ยมชมบูธแสดงนิทรรศการผลิตภัณฑ์ผ้าของนางประนอม&nbsp;ทาแปง&nbsp;ศิลปินแห่งชาติ&nbsp;ของศูนย์เรียนรู้ผ้าจกเมืองลอง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ผ้าซิ่นตีนจกย้อมสีธรรมชาติ&nbsp;และเตรียมความพร้อมรับเสด็จฯ&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ในการเสด็จไปทอดพระเนตรการทอผ้าท้องถิ่น&nbsp;และผลิตภัณฑ์</p><p>ท้องถิ่นภาคเหนือ&nbsp;ตามโครงการยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยภูมิปัญญาผ้าไทย&nbsp;และงานหัตถกรรมชุมชนภาคเหนือ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305133516740
864	จ.ขอนแก่น จัดอบรมยกระดับความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการประเมิน เพื่อป้องกันการทุจริต	<p><strong>นายรุจติศักดิ์&nbsp;รังษี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการอบรมการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส&nbsp;ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;(Integrity&nbsp;and&nbsp;Transparency&nbsp;Assessment:&nbsp;ITA)&nbsp;โดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ&nbsp;(ป.ป.ช.)&nbsp;ประจำจังหวัดขอนแก่นจัดขึ้น&nbsp;เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้&nbsp;ประสบการณ์เกี่ยวกับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ให้สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;รวมทั้งยกระดับความโปร่งใสของหน่วยงานในจังหวัด&nbsp;ให้ผ่านเกณฑ์การประเมิน&nbsp;85&nbsp;คะแนนขึ้นไป&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;หลังจากในปีที่ผ่านมา&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;มีคะแนนรวมเพียงแค่&nbsp;33&nbsp;%&nbsp;ขณะที่ในปี&nbsp;2563&nbsp;ภาพรวมการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสของจังหวัดมีคะแนนรวมเพียงแค่&nbsp;3%</p><p><strong>สำหรับการประเมิน&nbsp;ITA&nbsp;ของหน่วยงานภาครัฐ</strong>&nbsp;ประชาชนก็สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงความคิดเห็น&nbsp;หากพบความผิดปกติและความไม่ชอบมาพากล&nbsp;สามารถแสดงความคิดผ่านแอพพลิเคชั่น&nbsp;ที่ชื่อ&nbsp;ITAS&nbsp;ได้&nbsp;โดยจะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลของผู้แจ้งแต่อย่างใด&nbsp;ซึ่งความคิดเห็น&nbsp;ข้อเสนอแนะเหล่านี้&nbsp;จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้การปฏิบัติงาน&nbsp;การให้บริการประชาชนมีความโปร่งใส&nbsp;ลดโอกาสการทุจริตให้น้อยลงได้</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ITA&nbsp;ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่จะช่วยให้การทุจริตคอรัปชั่นลดน้อยลง</strong>&nbsp;หากทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐอย่างจริงจัง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305135227742
865	จังหวัดตรัง จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนการขับเคลื่อนองค์กรคนหูหนวกระดับภาค ประจำปี 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65&nbsp;)&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนการขับเคลื่อนองค์กรคนหูหนวกระดับภาค&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;4-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมอีโคอิน&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จัดโดยสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย&nbsp;ร่วมกับสมาชิกคนหูหนวกภาคใต้&nbsp;สนับสนุนโดยกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ&nbsp;</strong>จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและ&nbsp;พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ&nbsp;พ.ศ.2550&nbsp;มาตรา&nbsp;23&nbsp;ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในสํานักงาน&nbsp;เรียกว่า&nbsp;กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ&nbsp;เพื่อเป็นทุนสําหรับการใช้จ่ายเกี่ยวกับการคุ้มครองและพัฒนาสมรรถภาพคนพิการ&nbsp;การศึกษาและการประกอบอาชีพของคนพิการ&nbsp;รวมทั้งการส่งเสริมและการสนับสนุนการดําเนินงานขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ&nbsp;โดยจัดสรรให้อย่างเป็นธรรมและทั่วถึง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305135408743
866	แนะหลักเตรียมรับมือพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก พร้อมดูแลสุขภาพเพื่อความปลอดภัย	<p><strong>นายแพทย์สุวรรณชัย&nbsp;วัฒนายิ่งเจริญชัย&nbsp;อธิบดีกรมอนามัย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;มีโอกาสเกิดพายุฤดูร้อน&nbsp;ฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางพื้นที่&nbsp;&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคใต้&nbsp;&nbsp;ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;จึงต้องดูแลสุขภาพและเตรียมพร้อมรับมือ&nbsp;</p><p><strong>ด้วยหลัก&nbsp;3&nbsp;x&nbsp;5&nbsp;&nbsp;เริ่มจากเตรียมความพร้อมรับมือพายุฤดูร้อน</strong>&nbsp;ฝนฟ้าคะนอง&nbsp;น้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;และน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;3&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;ติดตามสถานการณ์และรับฟังการแจ้งเตือนภัย&nbsp;เฝ้าระวังสุขภาพของกลุ่มเปราะบาง&nbsp;หรือกลุ่มเสี่ยงด้านสุขภาพในครอบครัว&nbsp;เช่น&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;เด็กเล็ก&nbsp;หญิงตั้งครรภ์&nbsp;ผู้ป่วยเรื้อรัง&nbsp;หรือผู้ป่วยที่มีปัญหาทางการเคลื่อนไหวและเตรียมจัดเก็บบรรจุยาสามัญประจำบ้าน&nbsp;ยาที่ต้องใช้เป็นประจำ&nbsp;รวมทั้งอุปกรณ์ช่วยพยุงตัวอื่นๆ&nbsp;&nbsp;ให้พร้อมอยู่เสมอ&nbsp;เพื่อรองรับหากมีการแจ้งให้อพยพจากพื้นที่ได้รับผลกระทบรุนแรง&nbsp;</p><p><strong>อธิบดีกรมอนามัย&nbsp;กล่าวต่อว่า</strong>&nbsp;เมื่อเกิดเหตุในพื้นที่ให้ดูแลสุขภาพ&nbsp;ความปลอดภัยของตนเอง&nbsp;และครอบครัว&nbsp;5&nbsp;ขั้นตอนคือ&nbsp;หากเกิดน้ำท่วมฉับพลันภายในบ้านเรือน&nbsp;&nbsp;ให้รีบยกสะพานไฟภายในบ้านลง&nbsp;ป้องกันไฟฟ้ารั่วไหล&nbsp;หลีกเลี่ยงออกไปนอกตัวอาคารบ้านเรือน&nbsp;อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่&nbsp;ป้ายโฆษณาและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง&nbsp;รวมทั้งห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในช่วงเกิดฝนตก&nbsp;ฟ้าคะนอง&nbsp;หรือฟ้าผ่า&nbsp;หลีกเลี่ยงการเล่นหรือสัมผัสน้ำเน่าขัง&nbsp;หากจำเป็นต้องสัมผัสน้ำเน่าเสียจากน้ำท่วมขังยาวนาน&nbsp;ต้องสวมรองเท้ายางหรือชุดป้องกันน้ำท่วม&nbsp;หลังสัมผัสน้ำเน่าเสียต้องล้างด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันที&nbsp;ดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล&nbsp;โดยหมั่นล้างมือให้สะอาด&nbsp;หลีกเลี่ยงการกินอาหารค้างคืน&nbsp;ทิ้งขยะ&nbsp;&nbsp;เศษอาหาร&nbsp;ใส่ถุงดำ&nbsp;มัดปากถุงให้แน่น&nbsp;เฝ้าระวังสัตว์มีพิษและแมลงนำโรค&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;&nbsp;ในช่วงที่ประชาชน&nbsp;อพยพไปในศูนย์อพยพผู้ประสบภัยน้ำท่วม&nbsp;ให้ปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำ&nbsp;หรือเจลแอลกอฮอล์&nbsp;สวมหน้ากากตลอดเวลา&nbsp;</p><p><br></p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305182152816
867	อบจ. นครพนม จับมือสโมสรพราม แบงค็อก เอฟซี ปั้นเยาวชนสู่ฝันนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติ	<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม&nbsp;</strong>นางสาวศุภพานี&nbsp;โพธิ์สุ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;ศิริตัน&nbsp;ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม&nbsp;ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการส่งเสริมและพัฒนาการกีฬาสู่ความเป็นเลิศกับ&nbsp;ดร.จตุพร&nbsp;ประมวลบาล&nbsp;ประธานสโมสรฟุตบอลพราม&nbsp;แบงค็อก&nbsp;เอฟซี&nbsp;และดร.ฐิติมา&nbsp;ประมวลบาล&nbsp;ผู้อำนวยการสโมสรฟุตบอลพราม&nbsp;แบงค็อก&nbsp;เอฟซี&nbsp;ในการที่จะร่วมกันสร้างเยาวชนจังหวัดนครพนมให้มีความโดดเด่นทางด้านการกีฬาและด้านการศึกษา&nbsp;โดยมีนวัตกรรมใหม่ๆ&nbsp;มาส่งเสริมผ่านทางโรงเรียนกีฬาจังหวัดนครพนม&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเยาวชนจังหวัดนครพนมนำไปสู่การเป็นนักกีฬาเยาวชนทีมชาติ&nbsp;</p><p><strong>นางสาวศุภพานี&nbsp;โพธิ์สุ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม&nbsp;ต้องการที่พัฒนาจังหวัดนครพนในทุกๆ&nbsp;ด้าน&nbsp;เพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้และโอกาสให้กับประชาชนชาวนครพนม&nbsp;ซึ่งในครั้งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งความพยายามในการสานฝันเยาวชนที่มีความสามารถทางด้านการกีฬาให้มีช่องทางและโอกาสที่จะสานฝันสู่นักกีฬาฟุตบอลทีมชาติ&nbsp;และนักกีฬาอาชีพต่อไปในอนาคต&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;ดร.จตุพร&nbsp;ประมวลบาล&nbsp;ประธานสโมสรฟุตบอลพราม&nbsp;แบงค็อก&nbsp;เอฟซี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ต้องขอบคุณทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนมที่ให้โอกาสสโมสรได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันเยาวชนจังหวัดนครพนมสู่ความเป็นเลิศ&nbsp;ซึ่งสโมสรมีวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;ให้นักกีฬาฟุตบอลเยาวชนทุกคนได้มีโอกาสไล่ตามความฝันของตัวเอง&nbsp;ก่อให้เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และทำให้ครอบครัวของเยาวชนเหล่านั้นดีขึ้น&nbsp;ซึ่งสโมสรตั้งมาไม่นานประมาณ&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;แต่ก็มีผลงานที่โดดเด่นให้หลายคนได้เห็น&nbsp;ยกตังอย่างเช่นเมื่อไม่นานมานี้ที่นักกีฬาฟุตบอลเยาวชนทีมชาติไทย&nbsp;รุ่นอายุไม่เกิน&nbsp;23&nbsp;ปี&nbsp;ไปแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียนกับประเทศสิงคโปร์และมีผลการแข่งขันชนะ&nbsp;3&nbsp;ต่อ&nbsp;1&nbsp;ก็มีเยาวชนที่ผ่านสโมสรฟุตบอลพราม&nbsp;แบงค็อก&nbsp;เอฟซี&nbsp;ถึง&nbsp;6&nbsp;คนที่ได้ลงเล่น&nbsp;และทั้ง&nbsp;3&nbsp;ลูกที่เป็นคะแนนก็มาจากผลงานของเยาวชนที่ผ่านสโมสร&nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้ปล่อยให้เซ็นสัญญากับสโมรการท่าเรือไปแล้ว&nbsp;เพราะจะทำให้มีโอกาสในเส้นทางสายอาชีพที่สูงมากยิ่งขึ้น&nbsp;และจากการที่ได้ไปชมการฝึกซ้อมของน้อง&nbsp;ๆ&nbsp;นักกีฬาเยาวชนที่อยู่ในโรงเรียนกีฬาจังหวัดนครพนม&nbsp;ทำให้เห็นว่ามีหลายคนที่ฉายแววโดดเด่นเป็นพิเศษที่จะสามารถก้าวเข้าไปสู่ระดับชาติได้ในเร็ววัน&nbsp;ขณะที่อีกหลายคนก็มีความขยันที่พร้อมจะพัฒนาเพื่อให้ถึงจุดนั้นได้เช่นเดียวกัน&nbsp;จึงขอให้น้องๆ&nbsp;ทุกคนพยายามทุ่มเทอย่างเต็มที่เพราะในวันนี้ทุกคนมีอีกหนึ่งช่องทางและโอกาสแล้ว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	NULL	นครพนม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305140800746
868	นายกรัฐมนตรี ย้ำรัฐบาลมุ่งเดินหน้าส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ  ขับเคลื่อนภาครัฐสู่ยุคใหม่ ด้วยความโปร่งใสของข้อมูล	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;กล่าวระหว่างปฐกถาและมอบนโยบายในงานวันข้อมูลเปิดนานาชาติ&nbsp;international&nbsp;Open&nbsp;Data&nbsp;Day&nbsp;2022&nbsp;ว่างานวันนี้นับเป็นวันที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ&nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลได้ตระหนักถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยี&nbsp;รวมถึงข้อมูลข่าสาร&nbsp;ที่มีปริมาณมากขึ้น&nbsp;จึงได้วางรากฐานการพัฒนาระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่&nbsp;บูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานอย่างเป็นระบบมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;มีเป้าหมายให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้และสามารถนำข้อมูลต่างๆนำไปต่อยอดก่อให้เกิดนวัตรกรรมพัฒนาด้านต่างๆของประเทศอย่างเป็นรูปธรรมพร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;&nbsp;สามารถตรวจสอบการบริหารงานของภาครัฐมุ่งเน้นความโปร่งใสเป็นสิ่งสำคัญ&nbsp;นับได้ว่าเป็นวันที่ดีที่เปิดตัวโครงการดังกล่าว&nbsp;ส่งเสริมพัฒนาขีดความสามารการบริหารจัดการข้อมูล&nbsp;และสนับสนุนภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;รวมถึงเยาวชนร่วมกันเเลกเปลี่ยนความรู้ใช่ข้อมูลเปิดภาครัฐ&nbsp;ขณะเดียวกันส่งเสริมการทีส่วนร่วมในการสร้างนวัตกรรมให้บริการ&nbsp;ฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ</p><p><strong>ด้านนายอนุชา&nbsp;นาคาศัย&nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;อย่างที่ทราบกันว่ายุคดิจิทัล&nbsp;เข้ามามีบทบาทช่วยปรับการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น&nbsp;นำไปสู่การเปลี่ยนเเปลงพฤติกรรมเรื่องการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;เกี่ยวกับการขอรับบริการประชาชนร่วมถึงสถานการณ์โรคระบาคโควิด-19&nbsp;ที่เกิดขึ้น&nbsp;เป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผ่านระบบเทคโนโลยีดิจิทัลก้าวกระโดด&nbsp;ส่งผลให้ภาครัฐมีความจำเป็นปรับตัวสร้างเเรงขับเคลื่อนการเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและสังคมให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลก&nbsp;ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ทั่วโลกให้ความสำคัญสู่การเปลี่ยนผ่านเป็นรัฐบาลยุคดิจิทัล&nbsp;จำเป็นต้องประยุคใช้เทคโนโลยีพัฒนาระบบบริหารงาน&nbsp;มีเป้าหมายบริการให้ประชาชนอย่างรวดเร็ว&nbsp;เข้าถึงง่าย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;การส่งเสริมดังกล่าวจะถึงขีดความสามารถในการเเข่งขันของภาคธุรกิจ</strong>&nbsp;การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเเข่งขันได้ในเวทีโลก&nbsp;ซึ่งข้อมูลเปิดภาครัฐ&nbsp;จะเป็นกลไกที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;สำหรับข้อมูลเปิดภาครัฐถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก&nbsp;เป็นที่มาของมหกรรมวันข้อมูลเปิดนานาชาติครั้งนี้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305181938813
869	จังหวัดสุรินทร์ถ่ายทอดองค์ความรู้การจัดทำมาตรฐานงานพิธีการที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตความเป็นไทย	<p><strong>มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์&nbsp;โดยสำนักศิลปะและวัฒนธรรม</strong>&nbsp;จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ&nbsp;การจัดทำมาตรฐานงานพิธีการที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตความเป็นไทย&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;4-5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมบันทายศรี&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;อาคาร&nbsp;44&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์&nbsp;การจัดอบรมโดยการบรรยายสาธิตในห้องประชุม&nbsp;การอบรมผ่านระบบ&nbsp;ZOOM&nbsp;และการเผยแพร่การอบรมโดยการไลฟ์สดผ่านเพจ&nbsp;Facebook&nbsp;คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์&nbsp;การจัดการอบรมเพื่อเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ตลอดจนบูรณาการกับการเรียนการสอน&nbsp;และใช้ในกิจกรรมการด้านการจัดงานพระราชพิธี&nbsp;งานรัฐพิธี&nbsp;และงานพิธี&nbsp;โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์กนก&nbsp;โตสุรัตน์&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการ&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานพิธี&nbsp;กลุ่มพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน&nbsp;สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับงานศาสนพิธี&nbsp;การจัดเตรียมอุปกรณ์เกี่ยวกับงานศาสนพิธี&nbsp;สาธิตการปฎิบัติงานพิธีทำบุญถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต&nbsp;และพิธีทำบุญถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;ตลอดถึงองค์ความรู้เกี่ยวกับงานพิธีการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้แก่คณาจารย์&nbsp;และบุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์&nbsp;เพื่อให้บุคลากรและผู้เข้ารับการอบรม&nbsp;สามารถนำไปปฏิบัติได้ถูกต้องเป็นในแนวทางเดียวกัน&nbsp;และอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามให้คงอยู่และปฏิบัติสืบต่อไปได้อย่างถูกต้อง&nbsp;โดยการดำเนินการจัดพิธีเป็นไปตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;COVID-19&nbsp;และการปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ถูกต้องและเหมาะสม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305143156754
870	พ่อ แม่ นำ ลูกและสมาชิกครอบครัว สืบสานแนวพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมโครงการ สานรัก สานพลัง ครอบครัวหัวใจสีเขียว ณ อุทยานสิ่งแวดล้อม นานาชาติสิรินธร เพชรบุรี	<p><strong>เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พลตำรวจโท&nbsp;ประพันธ์&nbsp;จันทร์เอม&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธรและศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และสมาชิกครอบครัว&nbsp;ร่วมโครงการสานรัก&nbsp;สานพลัง&nbsp;ครอบครัวหัวใจสีเขียว&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานสิ่งแวดล้อม&nbsp;นานาชาติสิรินธร&nbsp;อำเภอชะอำ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>พลตำรวจโท&nbsp;ประพันธ์&nbsp;จันทร์เอม&nbsp;ผู้อำนวยการอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร&nbsp;ฯ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;โครงการ&nbsp;สานรัก&nbsp;สานพลัง&nbsp;ครอบครัวหัวใจสีเขียว&nbsp;เพื่อการอนุรักษ์&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม&nbsp;และพลังงาน&nbsp;โดยให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัว&nbsp;ที่จะเป็นพื้นฐานหลักของการปลูกฝัง&nbsp;ให้เด็กและเยาวชน&nbsp;เป็นคนดีหากเด็กเป็นคนดี&nbsp;อนาคตก็จะดีไปด้วย&nbsp;โดยเด็กๆ&nbsp;และครอบครัวจะได้เรียนรู้ในเรื่องการทำผ้ามัดย้อม&nbsp;การไปปลูกป่า&nbsp;การศึกษาป่าชายเลน&nbsp;การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;และกิจกรรมพายเรือชมธรรมชาติป่าโกงกาง&nbsp;ร่วมศึกษาเพื่อสืบสานโครงการพระราชดำริต่างๆ&nbsp;ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;รวมทั้งเรียนรู้ด้านพลังงาน&nbsp;และการแก้ไขปัญหาขยะ&nbsp;การรีไซเคิล&nbsp;และการนำกลับไปเป็นปุ๋ย&nbsp;สอนให้เขารู้จักวิธีการต่างๆ&nbsp;ความสวยงามของธรรมชาติก็จะกลับคืนมา&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนางสาวชนัญชิดา&nbsp;สิขันธกบุตร&nbsp;คุณแม่&nbsp;</strong>ที่นำลูกและสมาชิกมาเข้าร่วมกิจกรรมเปิดเผยว่า&nbsp;อยากให้ลูกได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมกับคนอื่นบ้าง&nbsp;เพราะปกติมีแต่กิจกรรมในครอบครัว&nbsp;คิดว่าโครงการนี้น่าสนใจก็เลยให้ลูกมาลองร่วมกิจกรรมดู&nbsp;ทั้งการได้มีโอกาสพบปะกับครอบครัวอื่นๆ&nbsp;ด้วยการทำกิจกรรมร่วมกันน่าจะมีความสนุกสำหรับเด็ก&nbsp;และยังให้ลูกได้รับรู้ถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต่างๆ&nbsp;จะได้นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน&nbsp;เช่น&nbsp;การประหยัดพลังงานทำอย่างไร&nbsp;หรือการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นอย่างไรบ้าง&nbsp;และยังช่วยเผยแพร่ความรู้ให้เพื่อนๆคนอื่นได้รับรู้มากขึ้นด้วย&nbsp;</p><p><strong>โครงการสานรัก&nbsp;สานพลัง&nbsp;ครอบครัวหัวใจสีเขียว&nbsp;</strong>เป็นการเปิดโอกาสให้ครอบครัวที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ&nbsp;และผ่านการคัดเลือก&nbsp;12&nbsp;ครอบครัว&nbsp;มีสมาชิกครอบครัวรวมทั้งสิ้น&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งทุกครอบครัวจะได้ร่วมกิจกรรมที่น่าสนใจของอุทยานสิ่งแวดล้อม&nbsp;นานาชาติสิรินธร&nbsp;สำหรับผู้สนใจสามารถเข้าชมและร่วมกิจกรรมได้&nbsp;สามารถติดต่อสอบถามได้ที่&nbsp;โทร&nbsp;032-508352&nbsp;ต่อ&nbsp;501&nbsp;</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305144149756
871	ปศุสัตว์อำเภอลอง ตรวจโครงการอาหารเสริมนมโรงเรียน	<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอลอง&nbsp;จังหวัดแพร่</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามโครงการอาหารเสริมนมโรงเรียน&nbsp;ปีการศึกษา&nbsp;2564&nbsp;เพื่อให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมอย่างครบถ้วนและมีคุณภาพดี</p><p><strong>นายกรเทพ&nbsp;ม้าเมือง&nbsp;พนักงานจ้างเหมาบริการช่วยงานด้านสัตว์แพทย์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอลอง&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ตรวจติดตามโครงการอาหารเสริมนมโรงเรียน&nbsp;ปีการศึกษา&nbsp;2564&nbsp;โดยได้ทำการตรวจสอบการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์นม&nbsp;พร้อมทั้งสอบถามปัญหาและอุปสรรคในการจัดส่งนมโรงเรียนจากคุณครูผู้รับผิดชอบ&nbsp;เพื่อให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมอย่างครบถ้วนและมีคุณภาพดี&nbsp;</p><p><strong>นายอนุชา&nbsp;ใจเสน&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอลอง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;นมโรงเรียนเป็นนโยบายของรัฐบาลไทยที่จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาการขาดสารอาหารในเด็กวัยเรียน&nbsp;และสนับสนุนอุตสาหกรรมโคนมไทยโดยใช้น้ำนมดิบจากเกษตรกรในประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นมโรงเรียนยังเป็นส่วนสำคัญของตลาดนมไทย</strong>&nbsp;และให้เด็กเยาวชนไทยได้ดื่มนมมากขึ้น&nbsp;เป็นการเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง&nbsp;มีภูมิคุ้มกันเข้มแข็ง&nbsp;ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง&nbsp;อีกทั้งช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมอีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305144351757
872	โควิด-19 จ.แพร่ ติดเชื้อรายใหม่พุ่งอีก 103 ราย	<p><strong>สถานการณ์โรคโควิด-19&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม&nbsp;103&nbsp;ราย&nbsp;ผล&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;469&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล&nbsp;76&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยสีแดง&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;สีเหลือง&nbsp;31&nbsp;ราย&nbsp;สีเขียว&nbsp;37&nbsp;ราย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ผู้ป่วยได้สมัครใจแยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;189&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเด่นชัย&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอวังชิ้น&nbsp;9&nbsp;ราย</p><p><strong>ขอให้หลีกเลี่ยงสถานที่รวมคนหมู่มาก&nbsp;</strong>ควรฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการของจังหวัด&nbsp;เพื่อห่างไกลโควิด-19&nbsp;กรณีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวกให้ติดต่อประสานศูนย์โควิด-19&nbsp;แต่ละอำเภอ&nbsp;เพื่อเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาโรค</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305145243760
873	รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมคณะ รับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และร่วมโครงการยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชนภาคเหนือ	"<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายปฐมพงษ์&nbsp;จันทร์สว่าง&nbsp;พัฒนาการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และคณะเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ร่วมโครงการยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชนภาคเหนือ&nbsp;และรับเสด็จ&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;เสด็จไปทอดพระเนตรการทอผ้าท้องถิ่น&nbsp;และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นภาคเหนือ&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์&nbsp;วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน&nbsp;มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย&nbsp;ตำบลต้นธง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ดร.วันดี&nbsp;กุญชรยาคง&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ประธานสภาสตรีแห่งชาติ&nbsp;ในพระบรมราชินูปถัมภ์เยี่ยมชม&nbsp;และให้กำลังใจ&nbsp;บูธผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;กลุ่มผ้าทอขนแกะปางตอง&nbsp;และกลุ่มผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติ&nbsp;""ต่ากีญะ""&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;กระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;ดำเนินโครงการยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาผ้าไทย&nbsp;และงานหัตถกรรมชุมชนภาคเหนือ&nbsp;มีการจัดนิทรรศการศิลปหัตถกรรมภูมิปัญญาผ้าไทย&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;และการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;</strong>ได้ให้ความสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;""ผ้าไทยใส่ให้สนุก""&nbsp;ตามแนวพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;เพื่ออนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงบริบททางสังคมและวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่&nbsp;รวมทั้งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;ได้มีอาชีพ&nbsp;มีรายได้&nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-05-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305145515761
874	โครงการ พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน (ตามรอยพ่อฯ) จัดงานสรุปผลความสำเร็จหลังดำเนินงานมาครบ 9 ปี ณ จังหวัดสระบุรี	<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงสวนล้อมศรีรินทร์&nbsp;ตำบลหนองโน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสระบุรี&nbsp;</strong>โครงการ&nbsp;พลังคนสร้างสรรค์โลก&nbsp;รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน&nbsp;(ตามรอยพ่อฯ)&nbsp;จัดงานสรุปผลความสำเร็จหลังดำเนินงานมาครบ&nbsp;9&nbsp;ปี&nbsp;โดยเริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2556&nbsp;-&nbsp;2564&nbsp;และมีผลการดำเนินงานดีเกินคาด&nbsp;ทั้งด้านการสร้างคนมีใจ&nbsp;เครือข่าย&nbsp;และศูนย์การเรียนรู้ที่เป็นไปตามเป้าหมาย&nbsp;และกิจกรรมเอามื้อสามัคคีหรือการลงแขกในพื้นที่ตัวอย่างความสำเร็จนั้น&nbsp;ได้รับความสนใจจากประชาชนกลุ่มเป้าหมายอย่างมาก&nbsp;ทำให้แนวคิดในการนำศาสตร์พระราชา&nbsp;และภูมิปัญญาท้องถิ่นไปลงมือปฏิบัติแผ่ขยายแตกตัวไปทั่วทั้ง&nbsp;22&nbsp;ลุ่มน้ำในประเทศ&nbsp;เกิดการรับรู้&nbsp;และกระแสความตื่นตัวที่ทำให้ทุกภาคส่วนลุกขึ้นมาขับเคลื่อนพร้อมกัน&nbsp;รวมถึงเกิดแรงกระเพื่อมสู่การเปลี่ยนเชิงนโยบาย&nbsp;โดยมีเครือข่ายจากทั้งใน&nbsp;และนอกลุ่มน้ำป่าสักเข้าร่วมงาน&nbsp;และนำผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปร่วมออกร้าน&nbsp;พร้อมจัดกิจกรรมอบรมหลักการออกแบบโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;และฐานการเรียนรู้ต่างๆ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ตัวแทนเครือข่ายคนมีใจ&nbsp;9&nbsp;คน&nbsp;9&nbsp;ปี&nbsp;ขึ้นเวทีร่วมเสวนา&nbsp;เพื่อยืนยันว่าศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่นแก้วิกฤตได้จริง&nbsp;พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งต่อองค์ความรู้และแรงบันดาลใจแก่คนรุ่นใหม่ต่อไป</p><p><strong>ดร.วิวัฒน์&nbsp;ศัลยกำธร&nbsp;นายกสมาคมดินโลก&nbsp;ผู้ก่อตั้งมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2556&nbsp;ณ&nbsp;อาคารเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;โรงพยาบาลศิริราช&nbsp;ที่ทรงแสดงความห่วงใยต่อปัญหาภัยแล้งและปัญหาอุทกภัยบริเวณลุ่มน้ำป่าสัก&nbsp;ก่อเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้โครงการ&nbsp;พลังคนสร้างสรรค์โลก&nbsp;รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน&nbsp;กำเนิดขึ้นในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2556&nbsp;ด้วยความร่วมมือระหว่าง&nbsp;บริษัท&nbsp;เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต&nbsp;จำกัด&nbsp;สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ&nbsp;และ&nbsp;7&nbsp;ภาคีเครือข่าย&nbsp;ได้แก่&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาควิชาการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ภาคประชาสังคม&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;ภาคศาสนา&nbsp;และสื่อมวลชน&nbsp;โดยได้น้อมนำองค์ความรู้ศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่สู่การปฏิบัติ&nbsp;เป้าหมายเพื่อหยุดท่วม&nbsp;หยุดแล้งในลุ่มน้ำป่าสักอย่างยั่งยืน&nbsp;จนสามารถสร้างรูปธรรมตัวอย่างความสำเร็จและการขยายผลครอบคลุม&nbsp;22&nbsp;ลุ่มน้ำทั่วประเทศ&nbsp;โดยการดำเนินงานเริ่มจากการสร้างพื้นที่ต้นแบบ&nbsp;รวมทั้งบุคคล&nbsp;ชุมชน&nbsp;และโรงเรียนต้นแบบ&nbsp;แล้วจึงขยายผลออกไปสู่ลุ่มน้ำอื่น&nbsp;ทั่วประเทศ</p><p><strong>ดร.วิวัฒน์&nbsp;ศัลยกำธร&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;</strong>การดำเนินโครงการประสบผลสำเร็จอย่างดีทั้งในแง่ปริมาณในการสร้างคน&nbsp;สร้างครู&nbsp;สร้างศูนย์เรียนรู้&nbsp;ส่วนสัมฤทธิผลในเชิงคุณภาพนั้นได้ผลดีเกินคาด&nbsp;การแตกตัวขยายผลครอบคลุมลุ่มน้ำทั่วประเทศ&nbsp;สร้างแรงกระเพื่อมที่ทำให้ทุกภาคส่วนลุกขึ้นมาขับเคลื่อนพร้อมกันจนเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย&nbsp;เริ่มจากการสั่งการจากผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้นให้ดำเนินการอบรมให้ความรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;การจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และการเปิดศูนย์การเรียนรู้ฯ&nbsp;ภายในหน่วยทหาร&nbsp;และยังมีโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;โรงเรียนปูทะเลย์มหาวิชชาลัย&nbsp;โรงเรียนบ้านโป่งเกตุ&nbsp;และโรงเรียนละหานทรายรัชดาภิเษก&nbsp;ซึ่งเป็นโรงเรียนในเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติได้รับการคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนต้นแบบในโครงการอารยเกษตร&nbsp;สืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;ต่อยอดตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;แห่งน้ำใจและความหวัง&nbsp;ของกระทรวงศึกษาธิการอีกด้วย</p><p><strong>ด้านนายอาทิตย์&nbsp;กริชพิพรรธ&nbsp;ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ&nbsp;บริษัท&nbsp;เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวถึง&nbsp;</strong>การสรุปผลความสำเร็จว่า&nbsp;เชฟรอนประเทศไทยได้ร่วมจัดทำโครงการมาตลอดระยะเวลา&nbsp;9&nbsp;ปี&nbsp;โดยที่ผ่านมาเราได้เห็นผลทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพว่าโครงการได้เข้าไปช่วยในการให้ความรู้&nbsp;สร้างตัวอย่าง&nbsp;และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนเป็นล้านๆ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;ทั้งในด้านการอนุรักษ์และอยู่ร่วมกับป่า&nbsp;การนำศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาปรับใช้เพื่อการพึ่งพาตนเองได้&nbsp;และยังสร้างแหล่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืน&nbsp;ทั้งผ่านการสร้างศูนย์เรียนรู้&nbsp;11&nbsp;แห่งใน&nbsp;7&nbsp;จังหวัด&nbsp;รวมถึงการสร้างศูนย์กลางการแบ่งปันความรู้แบบออนไลน์แก่ผู้ที่สนใจ&nbsp;โดยเราได้สร้างเนื้อหาในสื่อออนไลน์มากมายที่เป็นประโยชน์&nbsp;อาทิ&nbsp;การจัดทำบทเรียน&nbsp;คู่มือสู่วิถีกสิกรรมธรรมชาติ&nbsp;ในรูปแบบบทความและวีดิทัศน์บอกเล่าเนื้อหาเกี่ยวกับศาสตร์พระราชาและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฏีและปฏิบัติรวม&nbsp;14&nbsp;บท&nbsp;เพื่อให้ผู้สนใจสามารถนำองค์ความรู้ไปลงมือทำเองได้&nbsp;และยังได้สร้างเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีผู้ติดตามกว่า&nbsp;246,900&nbsp;คน&nbsp;เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับโครงการด้วยช่องทางสื่อสารต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p><strong>ในงานยังได้จัดเสวนาคนมีใจ&nbsp;9&nbsp;คน&nbsp;9&nbsp;ปึ&nbsp;ที่ประสบผลสำเร็จ&nbsp;ได้แก่&nbsp;</strong>นายบุญล้อม&nbsp;เต้าแก้ว/นายศิลา&nbsp;ม่วงงาม/นางพิรัลรัตน์&nbsp;สุขแพทย์/พลเอกธนศักดิ์&nbsp;เก่งถนอมม้า/นายแสวง&nbsp;ศรีธรรมบุตร/นายบัณฑิต&nbsp;ฉิมชาติ/นางกรองกาญน์&nbsp;ศิราไพบูลย์พร/นางปราณี&nbsp;ชัยทวีพรสุข/นางสุณิตา&nbsp;เหวนอก&nbsp;นอกจากนี้ได้จัดนิทรรศการและร้านค้าจากเครือข่ายต่างๆ&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สระบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305151147764
875	อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เผยหลังปลดล็อกกัญชาเสรี ประชาชนสามารถปลูกได้ไม่ผิดกฎหมาย แต่ต้องจดแจ้งกับ สสจ.จังหวัด โดยห้ามจำหน่ายจ่ายแจก ให้ใช้ภายในครัวเรือนเท่านั้น	<p><strong>นายแพทย์&nbsp;ยงยศ&nbsp;ธรรมวุฒิ&nbsp;อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก&nbsp;</strong>เปิดเผยในงานประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;9&nbsp;ปลดล็อกกัญชา&nbsp;กัญชง&nbsp;สร้างสุขภาพ&nbsp;สร้างรายได้ที่จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ว่า&nbsp;ภายหลังการปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชีรายชื่อยาเสพติดให้โทษ&nbsp;และลงประกาศในราชกิจนุเบกษา&nbsp;ครบ&nbsp;120&nbsp;วันแล้ว&nbsp;จึงเรียกว่ากัญชาเสรีทางการแพทย์&nbsp;ซึ่งประชาชนสามารถปลูกที่บ้านได้&nbsp;โดยไม่ผิดกฎหมาย&nbsp;แต่ต้องไปจดแจ้งกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ก่อน&nbsp;ซึ่งจะรวบรวมประวัติอย่างละเอียด&nbsp;ภายใต้เงื่อนไขสำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;ห้ามจำหน่ายจ่ายแจก&nbsp;ให้ใช้ได้ภายในครัวเรือนเท่านั้น&nbsp;นอกจากนี้หากต้องการนำกัญชาไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่ายเชิงธุรกิจ&nbsp;จำเป็นต้องขออนุญาตจากองค์การอาหารและยาก่อนตามเงื่อนไขที่แตกต่างกัน&nbsp;และในอนาคตกัญชาจะเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้นกับภาคธุรกิจอุตสาหกรรมอาหาร&nbsp;ที่จะมีการค้นคว้าวิจัยให้เหมาะกับธุรกิจมากที่สุด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305151415765
876	แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่า จัดหาครุภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับ รพ.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ อ.นาทวี จ.สงขลา เพื่อเตรียมยกระดับเพิ่มศักยภาพในการรักษาผู้ป่วยให้ครอบคลุมทุกโรค	<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;พลโทเกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;</strong>พร้อมด้วยพลโทธิราแดหวา&nbsp;เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี&nbsp;มอบสิ่งของครุภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ&nbsp;ณ&nbsp;อำเภอนาทวี&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;โดยมีพลตรีวรเดช&nbsp;เดชรักษา&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;5/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา&nbsp;นายวรณัฐ&nbsp;หนูรอด&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;นายสุวัฒน์&nbsp;วิริยพงษ์สุกิจ&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถฯ&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;จากนั้นพระครูสุวัฒนาภรณ์&nbsp;รองเจ้าคณะจังหวัด&nbsp;เจ้าคณะอำเภอนาทวี&nbsp;เป็นประธานฝ่ายสงฆ์&nbsp;และคณะสงฆ์นำสวดเจริญพระพุทธมนต์&nbsp;ประธานฝ่ายฆารวาสและผู้มีจิตศรัทธาร่วมถวายพุ่มผ้าป่าและถวายจตุปัจจัยไทยธรรม&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมในครั้งนี้โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ&nbsp;</strong>อำเภอนาทวี&nbsp;จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี&nbsp;ซึ่งในปีนี้ได้จัดกิจกรรมสะพานบุญ&nbsp;ให้ผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมทำบุญผ่านช่องทางต่างๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;กิจกรรมเติมน้ำมัน&nbsp;ได้บุญ&nbsp;ณ&nbsp;ปั๊มน้ำมัน&nbsp;ปตท.&nbsp;สาขาทุ่งน้ำขาว&nbsp;และสาขาโพรงจรเข้&nbsp;อำเภอนาทวี&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ลิตรละ&nbsp;5&nbsp;สตางค์&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;3&nbsp;ม.ค.&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;เป็นยอดเงินกว่า&nbsp;1&nbsp;แสน&nbsp;9&nbsp;พัน&nbsp;999&nbsp;บาท/ยอดเงินจากกิจกรรมผ้าป่าภาพเหมือน&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;หมื่นบาท&nbsp;และพุ่มผ้าป่าจำนวน&nbsp;31&nbsp;พุ่ม&nbsp;เป็นเงินกว่า&nbsp;3&nbsp;แสนบาท&nbsp;และเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาจากการบริจาครวมทั้งสิ้น&nbsp;3&nbsp;ล้าน&nbsp;3&nbsp;แสน&nbsp;5&nbsp;หมื่น&nbsp;4&nbsp;พัน&nbsp;271&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อขอสนับสนุนครุภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแทพย์นำไปใช้ในการดูแลรักษาประชาชนในพื้นที่อำเภอนาทวี&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียงให้ได้รับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป</p><p><strong>สำหรับโรงพยาบาลเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่</strong>&nbsp;ดูแลประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอนาทวี&nbsp;จะนะ&nbsp;เทพา&nbsp;อำเภอสะบ้าย้อย&nbsp;และบางส่วนของอำเภอสะเดา&nbsp;มีประชากรรวมจำนวน&nbsp;4&nbsp;แสนคน&nbsp;โครงสร้างสามารถรองรับผู้ป่วยได้จำนวน&nbsp;150&nbsp;เตียง&nbsp;ปัจจุบันมีแพทย์รักษาเฉพาะทางครอบคลุมหลายโรค&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งนายสุวัฒน์&nbsp;วิริยพงษ์สุกิจ&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถฯ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>การทอดผ้าป่าแต่ละครั้งเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของประชาชนและผู้มีจิตศรัทธา&nbsp;ยอดเงินจากการบริจาคในแต่ละปีก็จะนำมาพัฒนาห้องการรักษาโรคเฉพาะทางต่างๆ&nbsp;ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ครอบคลุมหลายโรค&nbsp;ซึ่งยอดเงินจากการทอดผ้าป่าในครั้งนี้&nbsp;จะนำมาจัดซื้อครุภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่มเติม&nbsp;เพื่อพัฒนาศักยภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วย&nbsp;และเตรียมยกระดับให้เทียบเท่าโรงพยาบาลระดับจังหวัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305151849766
877	จังหวัดลำปาง พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่  407 ราย	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม&nbsp;407&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;404&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากต่างจังหวัด&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;36&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;371&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;10,017&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;3,080&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้วสะสม&nbsp;6,928&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;9&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ของวันเดียวกัน&nbsp;จังหวัดลำปางฉีดวัคซีนไปแล้ว&nbsp;1,160,621&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;495,352&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;475,472&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;184,157&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;5,640&nbsp;คน</p><p><strong>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;DMHTT</strong>&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัย&nbsp;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนโควิด-19&nbsp;ลำปาง&nbsp;โทร.&nbsp;093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;ในวันเวลาราชการ&nbsp;และวันเสาร์-อาทิตย์&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน&nbsp;และขอเชิญชวนชาวลำปางซึ่งมีอายุ&nbsp;5&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;เข้ารับบริการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;และฉีดกระตุ้นในเข็มที่&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;ให้เร็วที่สุด&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305152058767
878	ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลเมืองแพร่ ย้ำยังไม่มีการเลือกตั้งในวันที่ 6 มีนาคมนี้	<p><strong>ประกาศจากผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลเมืองแพร่</strong>&nbsp;การเลือกตั้งในวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ยังไม่เกิดขึ้น&nbsp;โดยให้นายกเทศมนตรีเมืองแพร่ได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม</p><p><strong>นายเจตนิพิฐ&nbsp;หล้าประเสริฐ&nbsp;ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลเมืองแพร่&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ตามที่ศาลปกครองเชียงใหม่ได้มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ที่&nbsp;102/2565&nbsp;ลงวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เรื่อง&nbsp;ให้นายกเทศมนตรีเมืองแพร่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;พ้นจากตำแหน่ง&nbsp;ในวาระการดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2551&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2555&nbsp;และเมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;เมษายน&nbsp;2555&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;และตั้งแต่วันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ไว้เป็นการชั่วคราวก่อนการพิพากษา&nbsp;จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น&nbsp;จึงมีผลให้นายกเทศมนตรีเมืองแพร่&nbsp;ได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;การเลือกตั้งในวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;จึงยังไม่เกิดขึ้น&nbsp;และได้เลื่อนการอบรมเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้ง&nbsp;ในวันที่&nbsp;3-&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ออกไปโดยไม่มีกำหนด</p><p>&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;หากคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาเป็นประการใด</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลเมืองแพร่จะแจ้งให้ทราบต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305152233768
879	แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานทอดผ้าป่าสามัคคี จัดซื้อเครื่องครุภัณฑ์การแพทย์ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ&nbsp;อำเภอนาทวี&nbsp;จังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;เป็นประธานทอดผ้าป่าสามัคคี&nbsp;เพื่อจัดซื้อเครื่องครุภัณฑ์การแพทย์&nbsp;ซึ่งพระครูสุวัฒนาภรณ์&nbsp;รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นประธานฝ่ายบรรพชิต&nbsp;โดยมีพลโท&nbsp;ธิรา&nbsp;แดหวา&nbsp;แม่ทัพน้อยที่&nbsp;4/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า/นายวรณัฏฐ์&nbsp;หนูรอต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา/พลตรี&nbsp;วรเดช&nbsp;เดชรักษา&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;5/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา/คณะผู้บังคับบัญชาจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า/ทหาร/ตำรวจ/บุคลากรทางการแพทย์ภายในโรงพยาบาลฯ&nbsp;ตลอดจนพุทธศาสนิกชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธี&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;covid-19&nbsp;ปัจจุบันมียอดเงินที่ได้จากทอดผ้าป่าสามัคคี&nbsp;และยอดบริจาค&nbsp;(ซอดาเก๊าะห์)&nbsp;จำนวน&nbsp;3,351,427&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ในโอกาสนี้พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/</strong>ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ได้กล่าวพบปะกับผู้เข้าร่วมพิธี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;""&nbsp;วันนี้ทุกท่านได้มีโอกาสมาทำบุญร่วมกัน&nbsp;ทั้งทอดผ้าป่าสามัคคี&nbsp;และการบริจาค(ซอดาเก๊าะห์)&nbsp;เป็นการทำบุญให้กับประชาชนซึ่งพบกับความเจ็บป่วย&nbsp;โรงพยาบาลแห่งนี้มีความสำคัญกับพื้นที่อย่างมากเป็นพึ่งของชาวนาทวีในยามเจ็บป่วย&nbsp;การที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ครบครันก็จะทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในการใช้บริการ&nbsp;มีความสะดวกสบายไม่ต้องเดินทางไปรักษายังโรงพยาบาลต่างอำเภอ&nbsp;ลดความแออัดของโรงพยาบาลใหญ่อีกด้วย&nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการเตรียมการ&nbsp;และความพร้อม&nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;covid-19&nbsp;อย่างไรก็ตามฝากถึงประชาชนให้ได้ใช้ชีวิตแบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;และหากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ต้องการให้ทางกองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ช่วยเหลือ&nbsp;สนับสนุนสามารถประสานมาได้ที่หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้""</p>"	2022-05-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305152641769
880	ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ร่วมสนับสนุนภารกิจ อพยพคนไทยจากยูเครน  2 เที่ยวบิน จำนวน 61 คน ย้ำการอำนวยความสะดวกภายใต้มาตรการคัดกรองเข้ม	<p><strong>นายกิตติพงศ์&nbsp;กิตติขจร&nbsp;ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&nbsp;บริษัท&nbsp;ท่าอากาศยานไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;(ทอท.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&nbsp;(ทสภ.)&nbsp;สนับสนุนภารกิจอพยพคนไทยในยูเครน&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง&nbsp;รัสเซีย-ยูเครน&nbsp;กลับประเทศเป็นวันที่&nbsp;3&nbsp;โดยมีผู้โดยสารคนไทยและครอบครัว&nbsp;เดินทางกลับถึงประเทศไทยจำนวน&nbsp;2&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>1.&nbsp;สายการบินไทย&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;TG&nbsp;971&nbsp;</strong>เดินทางจาก&nbsp;Zurich&nbsp;ถึง&nbsp;ทสภ.&nbsp;เวลา&nbsp;06.14&nbsp;น.&nbsp;มีคนไทยจากยูเครนโดยสาร&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;คน</p><p><strong>2.&nbsp;สายการบินเอมิเรตส์&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;EK&nbsp;384</strong>&nbsp;เดินทางจาก&nbsp;Dubai&nbsp;ถึง&nbsp;ทสภ.&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;12.05&nbsp;น.&nbsp;มีคนไทยจากยูเครนโดยสารจำนวน&nbsp;45&nbsp;คน</p><p><strong>นายกิตติพงศ์&nbsp;กิตติขจร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>เพื่อให้ภารกิจดำเนินการต่อเนื่องและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ทสภ.&nbsp;ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ทสภ.&nbsp;ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ&nbsp;กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;2&nbsp;สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&nbsp;และสายการบินตลอดจนหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ในการอำนวยความสะดวกดูแลผู้โดยสารคนไทยที่ได้รับผลกระทบให้ผ่านกระบวนการขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศไทย&nbsp;ณ&nbsp;ทสภ.&nbsp;ทั้งนี้ผู้โดยสารคนไทยทุกคนที่มากับเที่ยวบินดังกล่าว<strong>&nbsp;</strong>ผ่านการ&nbsp;Swab&nbsp;ตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;แบบ&nbsp;RT-PCR&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่จากด่านควบคุมโรคฯ&nbsp;ก่อนผ่านขั้นตอนกระบวนการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในการเข้าเมือง&nbsp;การรับสัมภาระและขึ้นรถรับส่งไปยังสถาบันบำราศนราดูร&nbsp;ซึ่งการดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;โดย&nbsp;ทสภ.&nbsp;&nbsp;ได้จัดเตรียมของว่างและน้ำดื่มไว้รับรองคนไทยที่เดินทางมากับเที่ยวบินดังกล่าวเช่นเดิม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทสภ.พร้อมให้การสนับสนุนภารกิจทุกด้าน&nbsp;</strong>เพื่อช่วยเหลือให้คนไทยที่กำลังประสบภัยในต่างประเทศให้เดินทางกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย&nbsp;โดยเมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้โดยสารคนไทยและครอบครัวที่อพยพจากยูเครนเดินทางถึง&nbsp;ทสภ.แล้วจำนวน&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;136&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผู้ที่ต้องการสอบถามเกี่ยวกับเที่ยวบินเพื่ออพยพคนไทยจากยูเครน&nbsp;</strong>สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;AOT&nbsp;Contact&nbsp;Center&nbsp;1722&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305154348771
881	จังหวัดสตูล พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า จำนวน 142 ราย	<p><strong>นายแพทย์สมบัติ&nbsp;ผดุงวิทย์วัฒนา&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่จังหวัดสตูลจำนวนทั้งหมด&nbsp;142&nbsp;ราย&nbsp;โดยผลการสอบสวนโรคผู้ป่วยทั้งหมดเป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า&nbsp;แยกเป็นรายอำเภอ&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>อำเภอเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;103&nbsp;ราย&nbsp;</strong>ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลพิมาน&nbsp;ตำบลคลองขุด&nbsp;ตำบลควนขัน&nbsp;ตำบลบ้านควน&nbsp;ตำบลฉลุง&nbsp;ตำบลเกตรี&nbsp;ตำบลควนโพธิ์&nbsp;ตำบลตันหยงโป&nbsp;ตำบลตำมะลัง&nbsp;และตำบลเจ๊ะบิลัง&nbsp;</p><p><strong>อำเภอควนโดน&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลควนโดน&nbsp;ตำบลควนสตอ&nbsp;ตำบลย่านซื่อ&nbsp;และตำบลวังประจัน&nbsp;</p><p><strong>อำเภอท่าแพ&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลท่าแพ&nbsp;ตำบลท่าเรือ&nbsp;ตำบลแป-ระ&nbsp;และตำบลสาคร&nbsp;</p><p><strong>อำเภอละงู&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลกำแพง&nbsp;ตำบลละงู&nbsp;และตำบลน้ำผุด&nbsp;</p><p><strong>ต่างจังหวัด&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;27&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลดินอุดม&nbsp;อำเภอลำทับ&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;</p><p><strong>จากการติดตามสืบสวนสอบสวนค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิด&nbsp;</strong>และผู้สัมผัสร่วมบ้านของผู้ป่วยทั้ง&nbsp;142&nbsp;ราย&nbsp;ในเบื้องต้น&nbsp;มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;จำนวน&nbsp;178&nbsp;คน&nbsp;ได้ไปกักตัวที่บ้าน&nbsp;(HQ)&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;พร้อมคำแนะนำให้ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;มีสุขอนามัยที่ดี&nbsp;</p><p><strong>นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;วันนี้จังหวัดสตูลพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย&nbsp;และมีกิจกรรมร่วมกัน&nbsp;ซึ่งมีการกักตัวตามมาตรการการควบคุมป้องกันโรคโดยคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;หากพบผู้ติดเชื้อทีมงานสอบสวนโรคจะลงพื้นที่เพื่อสอบสวนโรคทันที&nbsp;และเมื่อพบผู้สัมผัสผู้ป่วยก็จะให้กักตัวทันที&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305154648772
882	งานประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์เขตสุขภาพที่ 9 คึกคัก ประชาชนหลายภาคส่วน สนใจร่วมฟังการบรรยายจำนวนมาก ท่ามกลางการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด	<p><strong>การประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;9&nbsp;</strong>ปลดล็อกกัญชา&nbsp;กัญชง&nbsp;สร้างสุขภาพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;4-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่อาคารเรียนรวม&nbsp;100&nbsp;ปี&nbsp;คณะเทคโนโลยีการจัดการ&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน?&nbsp;วิทยาเขตสุรินทร์&nbsp;อำเภอมือง&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ในวันที่&nbsp;2&nbsp;ของการจัดงาน&nbsp;ยังคงมีประชาชนจากหลายภาคส่วนในจังหวัดสุรินทร์&nbsp;และจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;ให้ความสนใจเดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;ที่ทางเจ้าหน้าที่ตั้งจุดคัดกรองอย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ซึ่งในภาคเช้าเป็นการบรรยายในหัวข้อ</strong>&nbsp;การปลูกกัญชาภาคประชาชนต้องเตรียมการอย่างไร&nbsp;โดย&nbsp;เภสัชกรหญิง&nbsp;กัญญารัตน์&nbsp;เหล่าปิยะกุล&nbsp;จากกองควบคุมวัตถุเสพติด?&nbsp;สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา&nbsp;ที่พูดถึงหลักการ&nbsp;วิธีการที่ประชาชนสามารถปลูกกัญชาได้&nbsp;รวมทั้งข้อกฎหมายที่กำกับ&nbsp;การบรรยายเรื่อง&nbsp;การปลูกกัญชงกัญชานั้นแสนง่ายเมื่อเข้าใจสายพันธุ์?&nbsp;โดย?&nbsp;ผศ.ดร.&nbsp;สมชาย&nbsp;แก้ววังชัย?&nbsp;อาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยมหาสารคาม&nbsp;ซึ่งให้ข้อมูลด้านสายพันธุ์&nbsp;และสารต่างๆ&nbsp;ที่เป็นองค์ประกอบจากกัญชา&nbsp;ในการนำไปปรับใช้ให้เหมาะสม</p><p><strong>นอกจากนี้ในช่วงบ่าย</strong>&nbsp;<strong>เป็นการบรรยาย&nbsp;</strong>เรื่อง&nbsp;การนำกัญชามาใช้เพื่อดูแลสุขภาพ&nbsp;โดย?&nbsp;ดร?.เภสัชกรหญิง&nbsp;ผกากรอง&nbsp;ขวัญข้าว&nbsp;จากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร&nbsp;ที่แนะนำเรื่องกัญชาสามารถนำมาเป็นส่วนประกอบในการผลิตอาหาร&nbsp;ผ่านการวิจัยแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ&nbsp;และการอภิปราย&nbsp;การพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพจากกัญชา&nbsp;โดย&nbsp;พทป.แวสะมิง&nbsp;แวหมะ&nbsp;จากมหาวิทยาลัยรังสิต</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;9</strong>&nbsp;ปลดล็อกกัญชา&nbsp;กัญชง&nbsp;สร้างสุขภาพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จะจัดเป็นวันสุดท้าย&nbsp;เน้นการบรรยายเกี่ยวกับการพัฒนากัญชาในภาคธุรกิจ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;และการพัฒนาสู่สากล&nbsp;รวมทั้งการนำกัญชารักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง&nbsp;ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้ารับฟังได้ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305155214773
883	ด่วนจังหวัดอุบลราชธานี ขอให้ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัวทุกคน รีบเข้ารับการฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันการเสียชีวิตจากโควิด-19 ที่กำลังมีการระบาดเป็นวงกว้าง	<p><strong>ศูนย์&nbsp;EOC&nbsp;COVID-19&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;</strong>ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;โดยล่าสุดวันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม&nbsp;837&nbsp;ราย&nbsp;ยอดติดเชื้อสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา&nbsp;จนถึงปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ&nbsp;2&nbsp;หมื่น&nbsp;2&nbsp;พันราย&nbsp;ซึ่งแนวโน้มการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จากข้อมูลพบว่าผู้เสียชีวิต&nbsp;มีทั้งกรณีที่ยังไม่ฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;และฉีด&nbsp;2&nbsp;เข็มแล้วแต่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม&nbsp;3</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;ขอให้ผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้มีโรคประจำตัวทุกคน&nbsp;</strong>รวมถึงประชาชนเข้ารับบริการฉีดวัคชีนโควิด-19&nbsp;และกระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;อย่างเร่งด่วน&nbsp;เพื่อป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิตจากโรคดังกล่าว&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;กลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;กลุ่ม&nbsp;608&nbsp;ผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;ประชาชนทุกคนในจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;หากมีอาการ&nbsp;ไข้&nbsp;ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;จมูกไม่ได้กลิ่น&nbsp;ลิ้นไม่รับรส&nbsp;หอบเหนื่อย&nbsp;เหงื่อออกเวลากลางคืน&nbsp;เพียง&nbsp;1&nbsp;อาการ&nbsp;ให้รีบตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทันที&nbsp;หากผลบวก&nbsp;แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;หรือ&nbsp;โรงพยาบาลใกล้บ้านทันทีเพื่อป้องกันการเสียชีวิต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305160031775
884	การไฟฟ้านครหลวง ห่วงใยประชาชนเตือนภัยพายุฤดูร้อน พร้อมแนะนำวิธีป้องกันอันตรายจากไฟฟ้า	<p><strong>นายจุมภฎ&nbsp;หิมะเจริญ&nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร&nbsp;MEA&nbsp;</strong>หรือการไฟฟ้านครหลวง&nbsp;มีความห่วงใยประชาชนจากพายุฝนฟ้าคะนองที่จะเกิดขึ้น&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;6-8&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;จึงแนะนำให้ตรวจสอบโครงสร้างป้ายโฆษณา&nbsp;ระยะห่างของป้ายโฆษณากับสายไฟฟ้า&nbsp;รวมทั้งขอให้ประชาชนอยู่ห่างจากป้ายโฆษณา&nbsp;ต้นไม้ใหญ่และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงหรือใกล้แนวสายไฟฟ้า&nbsp;เพราะกิ่งไม้อาจหักโค่นจากลมกระโชกแรงและพาดลงมา&nbsp;ทำให้เสาไฟฟ้าล้มหรือสายไฟฟ้าขาด&nbsp;เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;อีกทั้งให้ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า&nbsp;หากชำรุดเร่งซ่อมแซมแก้ไข&nbsp;รวมทั้งสำรวจต้นไม้ที่ปลูกในบริเวณบ้าน&nbsp;ให้กิ่งไม้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย&nbsp;&nbsp;พร้อมทฝติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด&nbsp;MEA&nbsp;มีความพร้อมดูแลระบบไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพ&nbsp;มั่นคงและปลอดภัยอย่างเต็มที่ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p><strong>หากประชาชนพบเห็นสายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าของ&nbsp;MEA&nbsp;ชำรุด</strong>&nbsp;หรืออยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย&nbsp;สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่&nbsp;MEA&nbsp;ได้ทุกเขต&nbsp;หรือที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้า&nbsp;การไฟฟ้านครหลวง&nbsp;MEA&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;1130</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305182418820
885	พ่อเมืองสงขลา นำทีมลงพื้นที่ตรวจสอบโบราณสถานเขาแดงและเขาน้อย อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา หลังมีการลักลอบทำลายโบราณสถานและบุกรุกแผ้วถางป่าจนได้รับความเสียหาย	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายเจษฎา&nbsp;จิตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายปัญญา&nbsp;จินดาวงศ์&nbsp;นายอำเภอสิงหนคร&nbsp;นำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบโบราณสถานเจดีย์องค์ดำ-องค์ขาว&nbsp;สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสงขลา&nbsp;ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาแดง&nbsp;อำเภอสิงหนคร&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;หลังได้รับความเสียหายบริเวณฐานเจดีย์จากการลักลอบเข้าไปขุดเจาะ&nbsp;จากนั้นได้ร่วมกันประกอบพิธีบวงสรวงบูชาพระเจดีย์สมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อยและองค์ใหญ่บนเขาค่ายม่วง&nbsp;(เจดีย์องค์ดำ-องค์ขาว)&nbsp;เพื่อบูรณะซ่อมแซมสภาพให้คงอยู่และมีความมั่นคงแข็งแรง</p><p><strong>นายเจษฎา&nbsp;จิตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ความคืบหน้าการบุกรุกพื้นที่โบราณสถานเขาแดงและเขาน้อย&nbsp;อำเภอสิงหนคร&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;พบว่ามีการบุกรุกพื้นที่จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;โดยจุดแรกบริเวณเขาแดง&nbsp;มีการลักลอบทำลายโบราณสถานและแผ้วถางป่าทำเป็นถนนขึ้นไปบนยอดเขา&nbsp;จุดที่สองบริเวณเขาน้อย&nbsp;หลังป้อมหมายเลข&nbsp;9&nbsp;มีการบุกรุกทำลายพื้นที่ป่าไปแล้วบางส่วน&nbsp;และจุดที่สามบริเวณเจดีย์องค์ดำ-องค์ขาว&nbsp;ตั้งอยู่บนฐานป้อมหมายเลข&nbsp;10&nbsp;มีการลักลอบเข้ามาขุดเจาะฐานเจดีย์องค์ดำ&nbsp;จนได้รับความเสียหาย&nbsp;โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;พนักงานฝ่ายปกครอง&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากสำนักศิลปากรที่&nbsp;11&nbsp;สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;13&nbsp;(สงขลา)&nbsp;และสำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลาฯลฯ&nbsp;ได้เข้ามาตรวจสอบหลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ไปเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา</p><p><strong>สำหรับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคดีความ</strong>&nbsp;ขณะนี้ทางสำนักศิลปากรที่&nbsp;11&nbsp;และกรมป่าไม้&nbsp;ได้นำเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าแจ้งความต่อทางพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสิงหนครเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;ซึ่งทั้งหมดเป็นคดีอาญา&nbsp;โดยทางพนักงานสืบสวนสอบสวน&nbsp;สามารถทราบตัวผู้กระทำความผิดและได้มีการออกหมายเรียกให้มารายงานตัวและรับทราบข้อกล่าวหาไปเมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดสงขลาออกหมายจับ&nbsp;พร้อมทั้งจะเร่งรวบรวมหลักฐานให้หนาแน่น&nbsp;ทั้งในส่วนของพยานสิ่งแวดล้อมและการสอบปากคำผู้ที่เป็นพยาน&nbsp;เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวไม่มีกล้องวงจรปิดทำให้ต้องสืบหาข้อมูลเชิงลึก&nbsp;เพื่อบ่งชี้ถึงตัวผู้ต้องหา&nbsp;รวมถึงผู้เกี่ยวข้องที่ร่วมขบวนการเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป</p><p><strong>ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า&nbsp;</strong>หลังจากนี้หน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะมีการทบทวนมาตรการให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น&nbsp;เพื่อป้องกันและปราบปรามการทำลายเมืองเก่าทุกรูปแบบ&nbsp;และขอยืนยันว่าจะดำเนินการตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงทั้งหมดที่มีให้ถึงที่สุด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-right"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-05-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305164123776
886	นายอำเภอแม่สะเรียง นำถุงยังชีพและผักสดมอบช่วยเหลือผู้ติดเชื้อโควิด-19	<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายสังคม&nbsp;คัดเชียงเเสน&nbsp;นายอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;ว่าที่พันตรี&nbsp;รณยุทธ&nbsp;มะโนวงศ์&nbsp;รองนายกกิ่งกาชาดอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลป่าแป๋&nbsp;รพ.สต.ประจำตำบลป่าแป๋&nbsp;คณะกรรมการ&nbsp;&nbsp;สมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และนายวิทยา&nbsp;หวานซึ้ง&nbsp;บริษัทครอบครัวผักสด&nbsp;ร่วมลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ&nbsp;พร้อมด้วยเครื่องอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;เเละผักสด&nbsp;ให้แก่ผู้ติดเชื้อโรคไวรัสโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่ตำบลป่าแป๋&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;รวม&nbsp;71&nbsp;ครอบครัว&nbsp;จำนวน&nbsp;102&nbsp;ราย&nbsp;ที่หมู่บ้านแม่อุมป๊อก&nbsp;28&nbsp;ครอบครัว&nbsp;38&nbsp;ราย&nbsp;หมู่บ้านป่าแป๋&nbsp;36&nbsp;ครอบครัว&nbsp;53&nbsp;ราย&nbsp;หมู่บ้านห้วยฮากไม้ใต้&nbsp;3&nbsp;ครอบครัว&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;หมู่บ้านแม่อุมลองน้อย&nbsp;3&nbsp;ครอบครัว&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;และหมู่บ้านห้วยหนองหวาย&nbsp;1&nbsp;ครอบครัว&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนผักสดจากนายวิทยา&nbsp;หวานซึ้ง&nbsp;บริษัทครอบครัวผักสด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคเหนือ	เชียงราย	สวท.เชียงราย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305172124779
887	อำเภอเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานีเร่งทำความสะอาดชายหาด หลังคลื่นลมในทะเลแรงซัดหินภูเขาไฟ และขยะ หาดเฉวงและหาดละไม	<p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>ได้รับรายงานจากอำเภอเกาะสมุย&nbsp;ว่า&nbsp;จากกรณีที่ได้ปรากฎภาพข่าวในโซเชียล&nbsp;ระบุว่าบริเวณชายหาดเฉวงและหาดละไม&nbsp;มีหินภูเขาไฟ&nbsp;และขยะ&nbsp;ถูกคลื่นซัดขึ้นมาบริเวณชายหาดนั้น&nbsp;สาเหตุสืบเนื่องจากในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;มีคลื่นลมแรงอย่างต่อเนื่องทำให้สิ่งของต่างๆ&nbsp;ถูกซัดเข้ามาที่บริเวณชายหาด&nbsp;ซึ่งทางอำเภอเกาะสมุยได้มอบหมายให้เทศบาลนครเกาะสมุย&nbsp;เข้าไปจัดเก็บเพื่อให้ชายหาดสวยงามดังเดิม&nbsp;โดยได้ดำเนินการตั้งแต่วันที่&nbsp;5&nbsp;มี.ค&nbsp;65&nbsp;แต่เนื่องจากชายหาดมีระยะยาว&nbsp;จึงได้ทะยอยเก็บอย่างต่อเนื่องอีกระยะหนึ่ง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้ทางอำเภอเกาะสมุย</strong>&nbsp;ได้กำหนดแผนนำจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;เข้าไปดำเนินการเก็บทำความสะอาดชายหาดร่วมกับทางเทศบาลและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305172341780
888	นายก อบจ.ปทุมธานี ลงพื้นที่โปรยเชื้อจุลินทรีย์ ปรับสภาพน้ำเน่าเสีย หน้ามัสยิคแก้วนิมิต	<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ศาลาเอนกประสงค์มัสยิดแก้วนิมิต&nbsp;ตำบลคลองหนึ่ง&nbsp;อำเภอคลองหลวง&nbsp;จังหวัดปทุมธานี</strong>&nbsp;พล.ต.ท.คำรณวิทย์&nbsp;ธูปกระจ่าง&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ปทุมธานี/นายสิระพงษ์&nbsp;สิริโพธินันท์&nbsp;รองนายก&nbsp;อบจ.ปทุมธานี/นางรุจศลักษณ์&nbsp;ธูปกระจ่าง&nbsp;ตั้งวงษ์เลิศ&nbsp;เลขานุการนายก&nbsp;&nbsp;อบจ.ปทุมธานี/พล.ต.ท.&nbsp;&nbsp;อดุลย์&nbsp;รัตนภิรมย์&nbsp;ที่ปรึกษานายก&nbsp;อยจ.ปทุมธานี/นางพรอัปสร&nbsp;นิลจินดา&nbsp;&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี&nbsp;และผู้บริหาร&nbsp;อบจ.ปทุมธานี&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;บริษัท&nbsp;ทีพีไอโพลีน&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;จัดทำกิจกรรมเพื่อการบำบัดน้ำเสียคลองหนึ่ง&nbsp;ชุมชนแก้วนิมิต</p><p><strong>เนื่องจากสภาพน้ำในคลองหนึ่งมีกลิ่นเน่าเหม็น</strong>&nbsp;และมีสีเขียว&nbsp;ทาง&nbsp;อบจ.&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;บริษัท&nbsp;ทีพีไอโพลีน&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;ได้นำน้ำจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย&nbsp;จำนวน&nbsp;220&nbsp;ลิตร&nbsp;เพื่อทดลองเทลงในคลองเพื่อบำบัดน้ำ&nbsp;หากสามารถปรับสภาพน้ำได้จริง&nbsp;ทาง&nbsp;อบจ.ปทุมธานีจะดำเนินการบำบัดน้ำเสียทุกจุดในจังหวัดปทุมธานี</p><p><strong>พล.ต.ท.คำรณวิทย์&nbsp;ธูปกระจ่าง&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ปทุมธานี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เนื่องจากสภาพน้ำในคลองมีสภาพน้ำที่หมักหมมมานาน&nbsp;เราได้พยายามแก้ไขปัญหา&nbsp;&nbsp;โดยการประสานกรมชลประทาน&nbsp;ให้ปิดน้ำไม่ปล่อยน้ำลงคลองตั้งแต่คลอง&nbsp;4&nbsp;&nbsp;ถึงคลอง&nbsp;14&nbsp;จากนั้นให้ปล่อยน้ำจากคลองระพีพัฒน์ลงคลอง&nbsp;1&nbsp;ถึงคลองที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อเป็นการไล่น้ำเสีย&nbsp;ออกไปยังคลองรังสิตประยูรศักดิ์&nbsp;จากนั้นประสานคลองรังสิตใต้ให้สูบน้ำจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ให้ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ขณะนี้ก็เป็นการบรรเทาได้ส่วนหนึ่ง&nbsp;แต่ปัญหาโคลนเลนที่หมักหมมมานานกว่า&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;มันเน่าอยู่ใต้พื้นน้ำมีสภาพเป็นเลนไล่ไม่ออก&nbsp;และส่งกลิ่นเหม็นตลอด&nbsp;หากเราใช้เครื่องตีน้ำเพื่อให้ออกซิเจนก็จะมีกลิ่นออกมา&nbsp;พี่น้องชาวอิสลามที่มานั่งพักผ่อนที่ศาลาริมคลองจะมานั่งพักผ่อนกลายเป็นมาสูดกลิ่นน้ำเน่าแทน&nbsp;จึงต้องขอบคุณทาง&nbsp;บริษัท&nbsp;ทีพีไอโพลีน&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;ได้นำน้ำจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย&nbsp;TPI&nbsp;&nbsp;BIO&nbsp;SAN&nbsp;ที่ผลิตตามหลักวิชาการ&nbsp;เพื่อนำมาเทลงคลอง&nbsp;ใช้เวลา&nbsp;2-3&nbsp;วันจะดับกลิ่นพวกนี้ได้&nbsp;ทางบริษัท&nbsp;ทีพีไอโพลีน&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;ได้นำมาให้ทดลองใช้จำนวน&nbsp;220&nbsp;ลิตร&nbsp;หากทดลองแล้วได้ผล&nbsp;ก็ฝาก&nbsp;ผอ.โต๊ะอิหม่ามที่นี่ด้วย&nbsp;ช่วยพิสูจน์รายงานให้ทราบด้วยว่ากลิ่นหายไปได้จริง&nbsp;สามารถลดน้ำเน่าได้จริง&nbsp;ทาง&nbsp;อบจ.จะตั้งงบประมาณมาซื้อ&nbsp;เพื่อดำเนินการคลองอื่นๆ&nbsp;อีก&nbsp;รวมถึงจุดที่น้ำเน่ามากๆ&nbsp;แบบนี้&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;</p><p><strong>ส่วนคลอง&nbsp;5-คลอง&nbsp;14</strong>&nbsp;สภาพน้ำยังไม่เน่า&nbsp;จากที่เจ้าหน้าที่ได้ไปวัดค่าน้ำมา&nbsp;ซึ่งทาง&nbsp;อบจ.มีโครงการต่อไปโดยการปล่อยพันธุ์ปลา&nbsp;เมื่อถึงฤดูจับปลาประชาชนก็จะมาตกปลากันได้&nbsp;รวมถึงส่งเสริมเมื่อปทุมธานีให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเมืองที่สามารถตกปลาได้ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ปทุมธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305173748792
889	ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดป้าย ศูนย์กู้ภัยสว่างสงขลาร่วมใจ มุ่งมั่นช่วยเหลือสังคมและลดอัตราการสูญเสียจากอุบัติภัยได้อย่างทันท่วงที	<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายเจษฎา&nbsp;จิตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดป้าย&nbsp;ศูนย์กู้ภัยสว่างสงขลาร่วมใจ&nbsp;ซึ่งเป็นองค์การสาธารณกุศล&nbsp;การรวมตัวของอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือสังคมและผู้ประสบภัยต่างๆ&nbsp;ตลอดจนให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ&nbsp;ผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลที่ห่างไกลจากตัวเมือง&nbsp;รวมถึงการให้การสนับสนุนหน่วยงานราชการต่างๆ&nbsp;โดยมีนายไพเจน&nbsp;มากสุวรรณ์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&nbsp;นายวิสิทธิ์&nbsp;ชวลิตนิติธรรม&nbsp;นายกสมาคมพุทธมามกสงเคราะห์การกุศลแห่งประเทศไทย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;อาสาสมัครกู้ภัย&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์กู้ภัยสว่างสงขลาร่วมใจ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา</p><p><strong>นายบุญฤทธิ์&nbsp;ทองเกิด&nbsp;ประธานมูลนิธิสว่างสงขลาร่วมใจ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>มูลนิธิสว่างสงขลาร่วมใจ&nbsp;ได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิฯ&nbsp;ครั้งแรกเมื่อวันที่&nbsp;20&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2555&nbsp;โดยมีชื่อเดิมว่า&nbsp;มูลนิธิร่วมใจกู้ภัยอำเภอเมืองสงขลา&nbsp;ได้มีวัตถุประสงค์จัดตั้งหน่วยงานเป็นองค์การสาธารณกุศล&nbsp;การรวมตัวของอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือสังคมและผู้ประสบภัยต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;อุบัติเหตุ&nbsp;อุบัติภัย&nbsp;อุทกภัย&nbsp;วาตภัย&nbsp;ดินถล่ม&nbsp;เพลิงไหม้&nbsp;ตลอดจนให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ&nbsp;ผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลฯ&nbsp;ซึ่งห่างไกลจากตัวเมืองประมาณ&nbsp;10-20&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;รวมถึงให้การสนับสนุนหน่วยงานราชการต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสงขลา&nbsp;ที่ว่าการอำเภอเมืองสงขลา&nbsp;ฐานทัพเรือภาคที่&nbsp;2&nbsp;สถานีตำรวจสงขลา&nbsp;เทศบาลนครสงขลา&nbsp;และหน่วยงานอื่นๆ</p><p><strong>มูลนิธิสว่างสงขลาร่วมใจได้รับความอนุเคราะห์สนับสนุนสถานที่จากการรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;</strong>ให้เปิดเป็น&nbsp;ศูนย์กู้ภัยสว่างสงขลาร่วมใจ&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์ติดต่อประสานงานรับแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายให้กับประชาชน&nbsp;ตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;นอกจากนี้ทางมูลนิธิฯ&nbsp;ได้ร่วมกันบูรณะปรับทัศนีย์ภาพ&nbsp;ดูแลอาคารสถานที่และปัจจุบันได้มีโรงพระเทพสถิตวิหารเซียน&nbsp;(ศาลโป๊ยเซียน)&nbsp;ให้เจ้าหน้าที่&nbsp;ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สักการะกราบขอพรองค์โป๊ยเซียน&nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตอีกด้วย</p><p><strong>ด้านนายเจษฎา&nbsp;จิตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;ได้กล่าวแสดงความยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานเปิด&nbsp;ศูนย์กู้ภัยสว่างสงขลาร่วมใจ&nbsp;และได้รับทราบถึงวัตถุประสงค์ต่างๆ&nbsp;ของการจัดตั้งมูลนิธิฯ&nbsp;งานจิตอาสา&nbsp;อันเป็นงานช่วยเหลือสังคม&nbsp;รวมทั้งช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;ซึ่งเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการสร้างเสริมกิจกรรมให้ประชาชน&nbsp;เยาวชน&nbsp;ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์&nbsp;ปลูกฝังให้เยาวชนได้รู้จักการเสียสละ&nbsp;พร้อมที่จะรับใช้สังคม&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่อาสาทุกคนได้ผ่านการอบรมตามหลักสูตรของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติให้มีความชำนาญและมีความพร้อมเพื่อออกช่วยเหลือสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305174519796
890	สื่อมวลชนจังหวัดภูเก็ต โดยสมาคมผู้สื่อข่าวจังหวัดภูเก็ต จัดกิจกรรมวันนักข่าวหรือวันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ วันที่ 5 มีนาคม 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่&nbsp;ศูนย์บริการสื่อมวลชนภูเก็ต</strong>&nbsp;หรือสมาคมผู้สื่อข่าวจังหวัดภูเก็ต&nbsp;บริเวณศาลากลางจังหวัดภูเก็ตหลังเก่า&nbsp;นางสาวสาลินี&nbsp;ปราบ&nbsp;&nbsp;นายกสมาคมผู้สื่อข่าวจังหวัดภูเก็ต&nbsp;นำทีมผู้สื่อข่าวจังหวัดภูเก็ต&nbsp;จัดกิจกรรมเนื่องในวันนักข่าวหรือวันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีการทำบุญถวายเพลพระสงฆ์&nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่สมาชิก&nbsp;ครอบครัว&nbsp;และอุทิศส่วนกุสลให้แก่พี่น้องผู้สื่อข่าวที่ล่วงลับไปแล้ว&nbsp;พร้อมมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรสมาชิกสมาคมผู้สื่อข่าวจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ที่ดำเนินการมาเป็นประจำทุกปี&nbsp;&nbsp;เนื่องจากเล็งเห็นที่การศึกษาของบุตรหลานในแวดวงด้านการข่าวมีความสำคัญ&nbsp;จึงส่งเสริมสนับสนุนทุนการศึกษาเพื่อต่อยอดความก้าวหน้าของบุตรหลานในอนาคต&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;นายอานุภาพ&nbsp;รอดขวัญ&nbsp;ยอดระบำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และส่วนราชการแขกผู้มีเกียรติร่วมแสดงความยินดีเนื่องในวันนักข่าว&nbsp;ในปีนี้ด้วย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้นำสิ่งของไปมอบให้กับมูลนิธิเพื่อภารดรภาพ</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลเด็กกำพร้า&nbsp;หญิงหม้าย&nbsp;ทั้งการให้การศึกษา&nbsp;การดูแลความเป็นอยู่&nbsp;การฝึกอาชีพสตรีมุสลิม&nbsp;ตลอดจนการทำงานตามวิถีอิสลามที่ถูกต้อง&nbsp;ซึ่งตั้งอยู่บริเวณบ้านแหลมพันวา&nbsp;ตำบลวิชิต&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;และจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19&nbsp;สมาคมผู้สื่อข่าวจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เล็งเห็นความสำคัญของการให้ความร่วมมือกับจังหวัดและเพื่อช่วยควบคุมป้องกันการระบาดของโควิด-19&nbsp;ได้งดกิจกรรมในภาคกลางคืน&nbsp;เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสังคม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305191230828
891	รพ.จิตเวชนครพนม ทอดผ้าป่าสามัคคี ประจำปี 2565 เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วยจิตเวชและจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยจิตเวช	<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.59&nbsp;น.&nbsp;โรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์&nbsp;</strong>ทอดผ้าป่าสามัคคี&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วยจิตเวชและจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยจิตเวช&nbsp;โดยพระเทพวรมุนี&nbsp;ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค&nbsp;10&nbsp;เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร&nbsp;เป็นประธานฝ่ายสงฆ์&nbsp;และ&nbsp;ดร.สุธาสินี&nbsp;นิติสาครินทร์&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;บริษัท&nbsp;ฟิล์มมาสเตอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;เป็นประธานฝ่ายฆราวาส&nbsp;โดยในโอกาสนี้มี&nbsp;นายแพทย์กิตติ์กวี&nbsp;โพธิ์โน&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวนปรุง&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมงาน&nbsp;โดยมีนายแพทย์โกศล&nbsp;วราอัศวปติ&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์&nbsp;พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารฯและบุคลากร&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับและร่วมทอดผ้าป่า&nbsp;ณ&nbsp;อาคารปฏิบัติธรรม&nbsp;(สำลี&nbsp;ปัญญาวโร)&nbsp;โรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;มียอดปัจจัยร่วมทำบุญ&nbsp;จำนวน&nbsp;756,126&nbsp;บาท</p><p><strong>สำหรับการจัดงานในปีนี้&nbsp;ทางโรงพยาบาลจิตเวชนครพนมฯ&nbsp;</strong>ได้ยึดถือตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดนครพนม&nbsp;โดยการกำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมงานไม่เกิน&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;และต้องแสดงหลักฐานการรับวัคซีนตามเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;หรือหลักฐานการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ก่อนเข้าร่วมงาน&nbsp;รวมทั้งมาตรการเว้นระยะห่าง&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305191611829
892	สมาคมผู้สื่อข่าวนครลำปาง ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับสื่อมวลชนที่ได้ล่วงลับ เนื่องในวันนักข่าว	"<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นางสาวตวงรัตน์&nbsp;โล่ห์สุนทร&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ลำปาง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับสื่อมวลชนที่ได้ล่วงลับไปแล้ว&nbsp;เนื่องในวันนักข่าว&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;วัดพระแก้วดอนเต้าสุขาดาราม&nbsp;ตำบลเวียงเหนือ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายลัพธวิทย์&nbsp;จรรยาวิจิตร&nbsp;เลขานุการนายก&nbsp;อบจ.ลำปาง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;สมาชิกสมาคมผู้สื่อข่าวนครลำปาง&nbsp;ผู้สื่อข่าวในสังกัดส่วนกลาง&nbsp;ส่วนภูมิภาค/ท้องถิ่น&nbsp;และส่วนราชการ&nbsp;เข้าร่วมพิธี&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ลำปาง&nbsp;ได้มอบเงินสนับสนุนสมทบเป็นกองทุนสวัสดิการรักษาพยาบาล</strong>&nbsp;และจัดทำประกันชีวิตกลุ่มให้กับสมาชิกของสมาคม&nbsp;กรณีการเสียชีวิต&nbsp;ฯลฯ&nbsp;โดยมีนายไชยยันตร์&nbsp;เปรมทอง&nbsp;นายกสมาคมผู้สื่อข่าวนครลำปางเป็นผู้รับมอบ&nbsp;""วันนักข่าว""&nbsp;หรือ&nbsp;""วันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ""&nbsp;ตรงกับวันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;ก่อตั้งโดยสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยเมื่อปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2498&nbsp;โดยมีนายกสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยสมัยนั้นคือ&nbsp;นายโชติ&nbsp;มณีน้อย&nbsp;เป็นนักข่าวรุ่นบุกเบิก&nbsp;ก่อตั้งลงนามร่วมกับบรรณาธิการหนังสือพิมพ์รวม&nbsp;16&nbsp;ฉบับ&nbsp;ได้แก่&nbsp;หนังสือพิมพ์เกียรติศักดิ์/หนังสือพิมพ์ข่าวพาณิชย์/&nbsp;หนังสือพิมพ์ข่าวสยาม/หนังสือพิมพ์ซินเสียง/หนังสือพิมพ์เดลินิวส์/หนังสือพิมพ์ตงฮั้ว/หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ/หนังสือพิมพ์ประชาธิปไตย/หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย/หนังสือพิมพ์หลักเมือง/หนังสือพิมพ์ศิรินคร&nbsp;หนังสือพิมพ์สยามนิกร/หนังสือพิมพ์สยามรัฐ/หนังสือพิมพ์สากล/หนังสือพิมพ์บางกอกเวิลด์/และหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;วันนักข่าวทำให้สมาชิกผู้ที่อยู่ในวงการแวดวงข่าวสาร&nbsp;</strong>หนังสือพิมพ์&nbsp;สื่อทุกช่องทาง&nbsp;ตระหนักถึงความสำคัญของข่าวสาร&nbsp;มีการมอบรางวัลนักข่าวดีเด่น&nbsp;ภาพข่าวดีเด่น&nbsp;และข่าวจากสำนักข่าวต่างๆ&nbsp;ที่ต่อยอดเป็นประโยชน์ต่อสังคม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-05-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305200436830
893	รมว.อว. ปิดโครงการอบรมและส่งเสริมการพัฒนายกระดับทักษะในภาคเกษตรกรรม พร้อมชมระบบราง-การบินของมหาวิทยาลัย	"<p><strong>วันนึ้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ศาสตราจารย์พิเศษ&nbsp;ดร.เอนก&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์</strong>&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;เป็นประธานในพิธีปิดโครงการอบรมและส่งเสริมการพัฒนายกระดับทักษะในภาคเกษตรกรรม&nbsp;พร้อมประชุมรับฟังสรุปการดำเนินงาน&nbsp;และเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการระบบรางและอุตสาหกรรมการบิน&nbsp;โดยมีนายแพทย์ธีระเกียรติ&nbsp;เจริญเศรษฐศิลป์&nbsp;นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน&nbsp;(มทร.อีสาน)&nbsp;&nbsp;รองศาสตราจารย์&nbsp;ดร.โฆษิต&nbsp;ศรีภูธร&nbsp;อธิการบดี&nbsp;มทร.อีสาน&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย&nbsp;ร่วมต้อนรับ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การศึกษาหนองระเวียง&nbsp;มทร.อีสาน&nbsp;&nbsp;นครราชสีมา</p><p><strong>สำหรับโครงการนี้มี&nbsp;ผศ.ดร.นิภาพร&nbsp;อามัสสา</strong>&nbsp;เป็นหัวหน้าโครงการ&nbsp;และมี&nbsp;ผศ.ดร.วิโรจน์&nbsp;ลิ้มไขแสง&nbsp;อดีตอธิการบดี&nbsp;มทร.อีสาน&nbsp;เป็นที่ปรึกษาประจำโครงการ&nbsp;โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน&nbsp;ได้รับจัดสรรงบประมาณในการดำเนินการ&nbsp;""โครงการอบรมและส่งเสริมการพัฒนายกระดับทักษะในภาคเกษตรกรรม""&nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานรากของชุมชน&nbsp;เครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่น&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ภาค&nbsp;อาทิ&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;ภาคตะวันตก&nbsp;และภาคใต้&nbsp;โดยจัดอบรมและส่งเสริมการพัฒนายกระดับทักษะอาชีพโนภาคเกษตรกรรม&nbsp;ด้านปศุสัตว์&nbsp;ประมง&nbsp;สินค้าโอทอป&nbsp;พืช&nbsp;และเห็ดเศรษฐกิจ&nbsp;หมอดิน&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;และพืชสมุนไพร&nbsp;เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน&nbsp;ของเครือข่ายหมู่บ้านวิลาหกิจชุมชนท้องถิ่น&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;9&nbsp;จังหวัด&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;&nbsp;20&nbsp;จังหวัด&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;21&nbsp;จังหวัด&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;7&nbsp;&nbsp;จังหวัด&nbsp;ภาคตะวันตก&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;และภาคใต้&nbsp;14&nbsp;จังหวัด&nbsp;จำนวน&nbsp;2,574&nbsp;กลุ่ม&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;25,740&nbsp;ราย&nbsp;โดยได้ช่วยพลิกฟื้นทักษะอาชีพด้านเกษตรกรรมของชุมชนในจังหวัดต่างๆ&nbsp;ซึ่งจะเป็นแนวทางในการแก้ไขเยียวยาแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ&nbsp;รวมถึงวิกฤตของโควิค-19&nbsp;เพื่อเป็นทางรอดและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับกลุ่มเกษตรกรชุมชนท้องถิ่น&nbsp;โดยได้ดำเนินการสำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;มทร.อีสาน&nbsp;</strong>ได้นำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;เข้าเยี่ยมชมศูนย์ฝึกระบบรางที่สถาบันระบบรางแห่ง&nbsp;มทร.อีสาน&nbsp;และศูนย์ฝึกการบินสถาบันอุตสาหกรรมการบิน&nbsp;มทร.อีสาน&nbsp;ซึ่ง&nbsp;มทร.อีสาน&nbsp;ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ด้าน&nbsp;Logistic&nbsp;&amp;&nbsp;Tourism&nbsp;ด้าน&nbsp;Agricultural&nbsp;Technology&nbsp;และด้าน&nbsp;Food&nbsp;&amp;Health&nbsp;ภายใต้ยุทธศาสตร์นโยบายขับเคลื่อนด้าน&nbsp;Logistic&nbsp;&amp;Tourism&nbsp;ด้านระบบราง&nbsp;เพื่อผลิตกำลังคนตอบสนองความต้องการด้านระบบขนส่งทางรางของประเทศ&nbsp;และผลิตงานวิจัย&nbsp;ตอบสนองการพัฒนาสร้างชิ้นส่วน&nbsp;และรถไฟแห่งชาติ&nbsp;และด้านอุตสาหกรรมการบินเพื่อผลิตบุคลากรในวิชาชีพเฉพาะต้านการช่อมบำรุงอากาศยานและการจัดการธุรกิจการบิน&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-05-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305201146831
894	รมว.การอุดมศึกษาฯ เผยภาคอีสานศูนย์กลางโลจิสติกส์ระบบขนส่งทางราง ชู มทร.อีสาน เป็นสถาบันขับเคลื่อนเชื่อมโยงไทยสู่ประเทศกลุ่มอาเซียน	<p><strong>รมว.การอุดมศึกษาฯ&nbsp;เผยภาคอีสานศูนย์กลางโลจิสติกส์ระบบขนส่งทางราง&nbsp;ชู&nbsp;มทร.อีสาน&nbsp;</strong>เป็นสถาบันขับเคลื่อนเชื่อมโยงไทยสู่ประเทศกลุ่มอาเซียน&nbsp;รวมไปถึงสาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;เผยมีเครือข่ายจาก&nbsp;4&nbsp;วิทยาเขต&nbsp;ทั้ง&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;สกลนคร&nbsp;สุรินทร์&nbsp;สร้างนวัตกรรมและพัฒนากำลังคนสนับสนุนอุตสาหกรรมระบบขนส่งทางราง</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ศ.(พิเศษ)&nbsp;ดร.เอนก&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&nbsp;รมว.การอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์</strong>&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เป็นประธานการประชุมสรุปผลการดำเนินงานด้านระบบรางและอากาศยาน&nbsp;พร้อมเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการระบบรางและอุตสาหกรรมการบิน&nbsp;ที่ศูนย์การศึกษาหนองระเวียง&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน&nbsp;(มทร.อีสาน)&nbsp;จ.นครราชสีมา</p><p><strong>ศ.(พิเศษ)&nbsp;ดร.เอนก&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ภาคอีสานกำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ระบบขนส่งทางรางของไทย&nbsp;เชื่อมโยงกับพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนและประเทศในกลุ่มอาเซียน&nbsp;รวมไปถึงสาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาและยกระดับด้านการคมนาคมของรัฐบาล&nbsp;ซึ่ง&nbsp;อว.&nbsp;มีส่วนสำคัญยิ่งในการสร้างนวัตกรรมและพัฒนากำลังทางด้านนี้&nbsp;โดยมี&nbsp;มทร.อีสานเป็นสถาบันขับเคลื่อนหลักในภูมิภาค&nbsp;ซึ่งปัจจุบันการดำเนินงานมีความรุดหน้าไปมาก&nbsp;ขณะนี้เราสามารถสร้างต้นแบบรถไฟฟ้ารางเบาฝีมือคนไทยได้&nbsp;จัดตั้งสถาบันสหสรรพศาสตร์เพื่อพัฒนากำลังคนทางด้านระบบขนส่งทางรางและอุตสาหกรรมการบิน&nbsp;พร้อมผลิตหลักสูตรที่ผ่านการรับรองปริญญาวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมของสภาวิศวกร&nbsp;(กว.)&nbsp;อาทิ&nbsp;หลักสูตรซ่อมระบบอาณัติสัญญาณ&nbsp;การออกแบบสถานี&nbsp;การจัดการสถานี&nbsp;วิศวกรรมโลจิกส์&nbsp;เป็นต้น&nbsp;พัฒนาโครงการ&nbsp;ร้อยแก่นสารสินธุ์&nbsp;เมืองนวัตกรรมระบบราง&nbsp;ที่จะเชื่อมโยงระบบรางของ&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;มหาสารคาม&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;และกาฬสินธุ์&nbsp;เข้าด้วยกัน&nbsp;จัดตั้งสถาบันเครือข่ายโลจิสติกส์และการขนส่งร่วมกับทางจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;รวมถึงวิจัยและพัฒนานวัตกรรมมากมายเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมระบบขนส่งทางรางและอากาศยาน&nbsp;</p><p><strong>รมว.อว.กล่าวอีกว่า&nbsp;</strong>มทร.อีสาน&nbsp;มีความพิเศษตรงที่สามารถทำงานได้ทั้งภาคอีสาน&nbsp;ด้วยมีวิทยาเขตถึง&nbsp;4&nbsp;แห่งใน&nbsp;4&nbsp;จังหวัดทั้งขอนแก่น&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;สกลนคร&nbsp;และสุรินทร์&nbsp;เป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพระดับชาติ&nbsp;และระดับความรู้ก็เหมาะสมกับการพัฒนาพื้นที่&nbsp;ตอบโจทย์การพัฒนาของประเทศ&nbsp;สามารถนำวิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปสู่การปฏิบัติได้จริง&nbsp;ไม่ได้เน้นพัฒนาในงานวิจัยระดับสูง&nbsp;แต่ช่ำชองในการนำมาใช้ประโยชน์&nbsp;ซึ่งเป็นดีเอ็นเอแบบไทยๆ&nbsp;ตนตั้งใจผลักดันให้&nbsp;มทร.อีสาน&nbsp;เป็นมหาวิทยาลัยแห่งการพัฒนาของพื้นที่&nbsp;ซึ่ง&nbsp;มทร.อีสานก็ต้องทำตัวเป็นแม่เหล็กดึงดูดคนให้เข้ามาทำงานร่วมกับเรา&nbsp;ทั้งทางจังหวัด&nbsp;หน่วยงานท้องถิ่น&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ทำให้ทุกคนไว้วางใจอยากร่วมงานกับเราให้ได้&nbsp;ที่สำคัญ&nbsp;มทร.อีสาน&nbsp;ต้องตอบแทนภาคอีสาน&nbsp;ภูมิภาคที่เราเกิด&nbsp;เติบโต&nbsp;แผ่นดินที่เป็นบ้านเกิดเมืองนอนที่เรารัก&nbsp;ถึงเวลาแล้วที่เราจะทำให้อีสานเจริญก้าวหน้า&nbsp;เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และการคมนาคมของภูมิภาคอาเซียน&nbsp;มทร.อีสานต้องเป็นผู้บุกเบิกและเป็นนักรบแห่งภาคอีสาน&nbsp;พลิกแผ่นดินอีสานครั้งใหญ่ให้กลายเป็นอีสานใหม่&nbsp;ถ้าอีสานเปลี่ยนเป็นอีสานใหม่ได้&nbsp;ประเทศไทยก็จะเปลี่ยนเป็นประเทศไทยใหม่ได้เช่นกัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305202313842
895	คณะกรรมการตำรวจ สภ.บัวเชด ร่วมกับ ชมรมผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์และสื่อออนไลน์จังหวัดสุรินทร์ ร่วมมอบสิ่งของเป็นกำลังใจให้ ตชด.และทหาร เนื่องในวันนักข่าว 5 มีนาคม	<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายชนะชล&nbsp;มูลจันทร์&nbsp;ประธาน&nbsp;กต.ตร.สภ.บัวเชด&nbsp;</strong>ประธานชมรมผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;คณะกรรมการเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;สภ.บัวเชด&nbsp;ร่วมกับชมรมผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์และสื่อออนไลน์สุรินทร์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;สภ.บัวเชด&nbsp;สมาชิกชมรม&nbsp;และทีมผู้สื่อข่าวฯ&nbsp;ในสังกัด&nbsp;นำชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ชุด&nbsp;PPE&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;และเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;ไปมอบให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน&nbsp;และทหารในพื้นที่อำเภอบัวเชด&nbsp;เนื่องในวันนักข่าว&nbsp;(5&nbsp;มีนาคม)&nbsp;ตามจุดต่างๆ&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>จุดที่&nbsp;1.&nbsp;ฐานปฏิบัติการช่องกระโดน&nbsp;บ้านตระเวง</p><p>จุดที่&nbsp;2.&nbsp;กองร้อยเฉพาะกิจ&nbsp;ที่&nbsp;214&nbsp;บ้านโอทะลัน</p><p>โดยมี&nbsp;ร.ต.อ.ชูชีพ&nbsp;บาลพิทักษ์<strong>&nbsp;</strong>และตำรวจ&nbsp;ฉก.ตชด.214&nbsp;ร่วมรับมอบสิ่งของ</p><p>จุดที่&nbsp;3&nbsp;โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบัวเชด&nbsp;โดยมี&nbsp;ร.อ.เมธิน&nbsp;สีทาวัน&nbsp;หัวหน้าศูนย์โครงการฯ&nbsp;ร่วมรับมอบสิ่งของดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>ในเวลา&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;มอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือ</strong>&nbsp;ผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;&nbsp;ผู้พิการ&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;บ้านออด&nbsp;หมู่&nbsp;11&nbsp;ตำบลบัวเชด&nbsp;อำเภอบัวเชด&nbsp;จังหวัดสุรินทร์</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305202617843
896	สาธารณสุขขอนแก่น พร้อมรับผู้ป่วยโควิดที่เพิ่มขึ้นและรับไว้รักษาแบบผู้ป่วยนอก	<p><strong>นายแพทย์ภาคี&nbsp;ทรัพย์พิพัฒน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;EOC&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ครั้งที่&nbsp;25/2565&nbsp;ผ่านการประชุมทางไกล&nbsp;Web&nbsp;Conference&nbsp;โดยมีประเด็นติดตามและข้อสั่งการที่สำคัญ&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>ขอให้หน่วยงานตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;</strong>เพื่อการเฝ้าระวัง&nbsp;และการจัดกิจกรรม&nbsp;โดยมีการฝึกตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อดำเนินการเอง</p><p><strong>อนุมัติให้เปิดการเรียนการสอน&nbsp;On&nbsp;Site&nbsp;ของสถานศึกษา</strong>&nbsp;โดยปฏิบัติตามมาตรการ</p><p><strong>การเร่งรัดฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;เข็ม&nbsp;3</strong>&nbsp;จังหวัดขอนแก่นในช่วงเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการฉีดวัคซีน&nbsp;มอบที่ทำการปกครองจังหวัดขอนแก่นแจ้งนายอำเภอติดตามรายชื่อกลุ่มเป้าหมายและสนับสนุนการเข้ารับการฉีดวัคซีนประชาสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่นประชาสัมพันธ์สื่อสารให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;</p><p><strong>การดำเนินการโครงการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่บ้าน</strong>&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น&nbsp;กิจกรรมที่อนุญาตให้ดำเนินการ&nbsp;ให้ปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข&nbsp;และประกาศจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ฯ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;51&nbsp;ฉบับที่&nbsp;58&nbsp;และฉบับที่&nbsp;64&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>ให้ที่ทำการปกครองจังหวัดขอนแก่น&nbsp;</strong>และตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ควบคุมกำกับ&nbsp;เข้มงวด&nbsp;ไม่ให้มีการเล่นการพนัน&nbsp;บ่อนการพนันชนไก่ในพื้นที่&nbsp;และการดื่มแอลกอฮอล์ในร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;</p><p><strong>เหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;จัดเบอร์โทรศัพท์ในการติดต่อประสานงานโครงการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;ของเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น</p><p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;เตรียมพร้อมการรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น&nbsp;และรับไว้รักษาแบบผู้ป่วยนอก&nbsp;(OP&nbsp;Case)&nbsp;ขอให้ทุกอำเภอ&nbsp;ทุกพื้นที่&nbsp;สามารถให้การดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&nbsp;(ATK+)&nbsp;ในรูปแบบผู้ป่วยนอกได้&nbsp;โดยด้วยความสมัครใจ&nbsp;หรือ&nbsp;เจอ-แจก-จบ&nbsp;ผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สามารถตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเองที่บ้าน&nbsp;หรือมาตรวจที่คลินิกโรคทางเดินหายใจ&nbsp;(ARI&nbsp;Clinic)&nbsp;ในโรงพยาบาล&nbsp;รับยาตามระดับอาการ&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มยาตามอาการ&nbsp;เช่น&nbsp;ลดไข้&nbsp;แก้ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ขับเสมหะ&nbsp;เป็นต้น,&nbsp;ยาฟ้าทะลายโจร&nbsp;และยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์&nbsp;และติดตามอาการหลังครบ&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และself&nbsp;Isolation&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;ประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทุกช่องทางการสื่อสาร&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>ให้ประชาชนใช้บริการเข้ารับการรักษา</strong>&nbsp;ณ&nbsp;สถานบริการสาธารณสุขตามสิทธิ์ใกล้บ้าน&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์กลางเพื่อติดต่อเมื่อผล&nbsp;ATK&nbsp;Positive&nbsp;คือ&nbsp;082-2839170&nbsp;และ&nbsp;093-&nbsp;1909161&nbsp;และหมายเลขโทรศัพท์สำหรับประสานของหน่วยบริการทุกแห่ง</p><p><strong>เร่งรัดการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;3</strong>&nbsp;กำหนดจำนวนเป้าหมายรายอำเภอ&nbsp;ส่งจำนวนให้ปกครองกำกับติดตามรายอำเภอ&nbsp;ส่งรายชื่อเป้าหมายให้โรงพยาบาลศรีนครินทร์และเทศบาลนครขอนแก่น&nbsp;ดำเนินการรณรงค์&nbsp;ติดตามนัดหมายมาฉีดวัคซีน&nbsp;รวมทั้งการฉีดเชิงรุกที่บ้านตามบัญชีรายชื่อ</p><p><strong>ขอให้บูรณาการการดำเนินงานร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่</strong>&nbsp;สื่อสารประชาสัมพันธ์&nbsp;สร้างกระแสให้เห็นความสำคัญของการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305220025847
897	ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ห่วงใยประชาชนเร่งบูรณาการทุกภาคส่วนแก้ไขปัญหาโควิด-19 ในพื้นที่ หลังพบการแพร่ระบาดในวงกว้าง	<p><strong>นายพุฒิพงษ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมโครงการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโรคโควิค-19&nbsp;ที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;lsolation)&nbsp;(9/10)&nbsp;โดยมีนายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่&nbsp;คณะกรรมการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องปลายพระยา&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดกระบี่&nbsp;ซึ่งการประชุมในครั้งนี้&nbsp;สภากาชาดไทยได้ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;(สปสช.)&nbsp;และกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ตลอดจนองค์กรภาคประชาสังคมผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;จัดทำโครงการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;โดยมอบหมายให้สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์สภากาชาดไทย&nbsp;สถานีกาชาดทุกแห่งเป็นหน่ายรับผิดชอบหลักและได้กำหนดขั้นตอนการดำเนินงานร่วมกันระหว่างสถานีกาชาด&nbsp;และเหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;ในภารกิจโครงการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิค-19&nbsp;ที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;เพื่อดำเนินโครงการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolaion)&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;และเพื่อเป็นการบูรณาการความช่วยเหลือร่วมกัน&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306092431860
898	ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่พบปะสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดแพร่ เนื่องในวันนักข่าว 5 มีนาคม 2565	<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่สวนอาหารบ้านฝ้าย&nbsp;ตำบลเวียงทอง&nbsp;อำเภอสูงเม่น&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;</strong>ได้กล่าวพบปะสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;เนื่องในโอกาสวันนักข่าว&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งคณะสื่อมวลชนในจังหวัดแพร่ร่วมกันจัดขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นการพบปะแลกเปลี่ยนแนวคิดระหว่างสอมวลชนกับส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;องค์กรภาคเอกชนต่างๆ&nbsp;ในการร่วมกันที่จะขับเคลื่อนและพัฒนาจังหวัดแพร่&nbsp;ให้เกิดความเจริญก้าวหน้า&nbsp;และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างสูงสุด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ความเป็นมาของวันนักข่าวนั้น&nbsp;สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;ได้กำหนดให้วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันที่จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี&nbsp;เพื่อให้วันรุ่งขึ้นเป็นวันหยุดเฉลิมฉลองกันอย่างเต็มที่&nbsp;ในงานเลี้ยงสังสรรค์ประจำปี&nbsp;แต่เดิมมางานทั้งสองจัดขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการสมาคมฯ&nbsp;อาคาร&nbsp;8&nbsp;ถนนราชดำเนิน&nbsp;ซึ่งบริเวณริมฟุตบาทใกล้เคียง&nbsp;ก็เป็นสถานที่ซึ่งบรรดาเหยี่ยวข่าว&nbsp;นัดพบปะสังสรรค์กันเป็นปกติอยู่แล้ว&nbsp;แต่ในช่วงหลังจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างมาก&nbsp;และถนนราชดำเนินยังเป็นถนนสายหลัก&nbsp;มีผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมาก&nbsp;รวมถึงสถานที่ยังคับแคบ&nbsp;ส่งผลให้สร้างความเดือดร้อน&nbsp;รำคาญแก่ผู้สัญจรไปมา&nbsp;จึงได้ย้ายสถานที่จัดการประชุมไปยังโรงแรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ตามความเหมาะสม</p><p><strong>ต่อมาสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยเข้ารวมกับสมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย&nbsp;</strong>กลายเป็น&nbsp;สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2542&nbsp;แต่ยังคงกำหนดให้วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;เป็นวันคล้ายวันสถาปนาสมาคมฯ&nbsp;และวันนักข่าวจนถึงปัจจุบัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306092731861
899	สธ.ยะลา ใช้ระบบการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 แบบผู้ป่วยนอก ตามเกณฑ์กรมการแพทย์	"<p><strong>สาธารณสุขยะลาดำเนินการในระบบการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19</strong>&nbsp;แบบผู้ป่วยนอก&nbsp;ตามเกณฑ์กรมการแพทย์&nbsp;ซึ่งเริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มี.ค.65&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><strong>นายแพทย์&nbsp;วิเศษ&nbsp;สิรินทรโสภณ&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>ระบุการรักษาผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;""เจอ-แจก-จบ""&nbsp;แบบ&nbsp;OPD&nbsp;case&nbsp;เป็นมาตรการเสริมเพิ่มเติม&nbsp;เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาล&nbsp;ควบคู่กับระบบ&nbsp;HI/CI&nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่สบายดี&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;ไม่มีภาวะเสี่ยง&nbsp;และสามารถดูแลรักษาที่บ้านได้</p><p><strong>ซึ่งผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สามารถตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเองที่บ้าน</strong>&nbsp;หรือเดินทางมาตรวจที่คลินิกโรคทางเดินหายใจ&nbsp;(ARI&nbsp;Clinic)&nbsp;ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่ง&nbsp;หากผลเป็นบวก&nbsp;แพทย์จะพิจารณาความเสี่ยงและโรคประจำตัว&nbsp;ถ้าไม่มีความเสี่ยงจะให้การรักษาแบบผู้ป่วยนอก&nbsp;และกลับไปแยกกักตัวที่บ้าน&nbsp;ผู้ป่วยติดเชื้อจะได้รับยาตามระดับอาการ&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;และจะมีการติดตามอาการหลังครบ&nbsp;48&nbsp;ชม.&nbsp;ยาต้านไวรัส&nbsp;ฟาวิพิราเวียร์&nbsp;ยาฟ้าทะลายโจร&nbsp;และกลุ่มยาตามอาการ&nbsp;เช่น&nbsp;ลดไข้&nbsp;แก้ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ขับเสมหะ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>"	2022-06-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306095304865
900	อำเภอสำโรงทาบ พิธีรับพระราชทานเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียว	<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;อดิศักดิ์&nbsp;วิโสรัมย์&nbsp;นายอำเภอสำโรงทาบ&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีรับพระราชทานเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียว&nbsp;เพื่อมอบถั่วเขียวพระราชทานให้กับกลุ่มนาอินทรีย์พระราชทาน&nbsp;เพื่อนช่วยเพื่อน&nbsp;บ้านเกาะแก้วจำนวน&nbsp;27&nbsp;ราย&nbsp;โดยศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ&nbsp;มูลนิธิชัยพัฒนา</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ได้ลงพื้นที่ดูการปลูกพืชหลังนา</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;ถั่วพร้า&nbsp;ปอเทือง&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;ถั่วลิสง&nbsp;ตามเส้นทางโครงการ&nbsp;ทางนี้มีผล&nbsp;ผู้คนรักกัน&nbsp;ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;และเยี่ยมชมแปลงผักอินทรีย์ของ&nbsp;สมาชิก&nbsp;อส.สัมฤทธิ์&nbsp;จำปาดี&nbsp;สมาชิก&nbsp;อส.&nbsp;สังกัดกองร้อย&nbsp;อส.&nbsp;อ.สำโรงทาบ&nbsp;ที่&nbsp;14&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306101719868
901	จ.สุรินทร์ จัดงาน เดิน วิ่ง ทูบีนัมเบอร์วันสุรินทร์ รัน 2564 เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย ภายใต้วิถี New normal	<p><strong>วันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;05.15&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;สนามกีฬาศรีณรงค์&nbsp;อำเภอเมืองสุรินทร์</strong>&nbsp;นางทรงลักษณ์&nbsp;วรภัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงาน&nbsp;เดิน&nbsp;วิ่ง&nbsp;ทูบีนัมเบอร์วันสุรินทร์&nbsp;รัน&nbsp;2021&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายแพทย์สินชัย&nbsp;ตันติรัตนานนท์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์&nbsp;นายแพทย์อภิสรรค์&nbsp;บุญประดับ&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ชมรม&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน&nbsp;800&nbsp;คน&nbsp;โดยมีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าสนามวิ่ง&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;และมีมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>โดยในการแข่งขันมี&nbsp;2&nbsp;ประเภท&nbsp;ประกอบด้วย</strong>&nbsp;ประเภทวิ่งมินิมาราธอน&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และประเภท&nbsp;เดิน-วิ่ง&nbsp;เพื่อสุขภาพ&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งรายได้สมทบกองทุน&nbsp;โครงการ&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เพื่อพัฒนากิจกรรมในโครงการรณรงค์การป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;จังหวัดสุรินทร์ให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;และต่อเนื่อง</p><p><strong>นางทรงลักษณ์&nbsp;วรภัย&nbsp;กล่าวในพิธีเปิดงานว่า</strong>&nbsp;ตลอด&nbsp;19&nbsp;ปี&nbsp;จังหวัดสุรินทร์ได้ดำเนินการโครงการ&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;ภายใต้การบริหารจัดการเชิงบูรณาการของคณะกรรมการดำเนินงาน&nbsp;โครงการ&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยดำเนินการตามยุทธศาสตร์หลักของโครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.รณรงค์ปลูกจิตสำนึกและสร้างกระแสต่อการป้องกันปัญหายาเสพติด&nbsp;2.การสร้างภูมิคุ้มกันด้านจิตใจให้แก่เด็กและเยาวชน&nbsp;3.การสร้างและพัฒนาเครือข่ายป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;ตามกลยุทธ&nbsp;เด็กคิด&nbsp;เด็กทำ&nbsp;เด็กนำ&nbsp;ผู้ใหญ่หนุน&nbsp;ชุมชนมีส่วนร่วม&nbsp;เพื่อเป็นเกราะป้องกันให้เยาวชน&nbsp;และประชาชนจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ห่างไกลยาเสพติด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306102104869
902	สาธารณสุขสุรินทร์จัดกิจกรรม เดิน วิ่ง Tobe Number One Surin Run 2564 ส่งเสริมการออกกำลังกายแบบ New Normal	<p><strong>นางทรงลักษณ์&nbsp;วรภัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีเปิดงาน&nbsp;เดิน&nbsp;วิ่ง&nbsp;ทูบีนัมเบอร์วันสุรินทร์&nbsp;รัน&nbsp;2021&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายแพทย์สินชัย&nbsp;ตันติรัตนานนท์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์&nbsp;นายแพทย์อภิสรรค์&nbsp;บุญประดับ&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์&nbsp;&nbsp;ชมรม&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน&nbsp;800&nbsp;คน&nbsp;โดยมีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าสนามวิ่ง&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;และมีมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ณ&nbsp;สนามกีฬาศรีณรงค์&nbsp;อำเภอเมืองสุรินทร์</p><p><strong>โดยในการแข่งขันมี&nbsp;2&nbsp;ประเภทประกอบด้วย&nbsp;</strong>ประเภทวิ่งมินิมาราธอน&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และประเภท&nbsp;เดิน-วิ่ง&nbsp;เพื่อสุขภาพ&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งรายได้สมทบกองทุน&nbsp;โครงการ&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เพื่อพัฒนากิจกรรมในโครงการรณรงค์การป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;จังหวัดสุรินทร์ให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;และต่อเนื่อง</p><p><strong>นางทรงลักษณ์&nbsp;วรภัย&nbsp;กล่าวในพิธีเปิดงานว่า&nbsp;</strong>ตลอด&nbsp;19&nbsp;ปี&nbsp;จังหวัดสุรินทร์ได้ดำเนินการโครงการ&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;ภายใต้การบริหารจัดการเชิงบูรณาการของคณะกรรมการดำเนินงาน&nbsp;โครงการ&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;โดยดำเนินการตามยุทธศาสตร์หลักของโครงการได้แก่&nbsp;1.รณรงค์ปลูกจิตสำนึกและสร้างกระแสต่อการป้องกันปัญหายาเสพติด&nbsp;2.การสร้างภูมิคุ้มกันด้านจิตใจให้แก่เด็กและเยาวชน&nbsp;3.การสร้างและพัฒนาเครือข่ายป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;ตามกลยุทธ&nbsp;เด็กคิด&nbsp;เด็กทำ&nbsp;เด็กนำ&nbsp;ผู้ใหญ่หนุน&nbsp;ชุมชนมีส่วนร่วม&nbsp;เพื่อเป็นเกราะป้องกันให้เยาวชน&nbsp;และประชาชนจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ห่างไกลยาเสพติด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306105739879
903	รองนายกฯ และ รมว.พณ. เปิดอาคารสำนักงานชมรมใหหนำ จังหวัดสุโขทัย	<p><strong>รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;</strong>เปิดอาคารสำนักงานชมรมใหหนำ&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;เพื่อพัฒนาเครือข่ายความสัมพันธ์ของคนไทยเชื้อสายจีนให้แน่นแฟ้นมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีเปิดอาคารสำนักงานชมรมใหหนำจังหวัดสุโขทัย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;เพื่อสร้างและพัฒนาเครือข่ายความสัมพันธ์ของคนไทยเชื้อสายจีนให้แน่นแฟ้น&nbsp;กลมเกลียวมากขึ้น&nbsp;โดยมีนายวิรุฬ&nbsp;พรรณเทวี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย&nbsp;พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และคนไทยเชื้อสายจีน&nbsp;เข้าร่วมในพิธี&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดสุโขทัยเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีคนไทยเชื้อสายจีนได้เข้ามาตั้งบ้านเรือน&nbsp;ร้านค้า</strong>&nbsp;และพัฒนาขึ้นเป็นชุมชนการค้า&nbsp;ทำให้มีชุมชนคนไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก&nbsp;โดยเฉพาะที่อำเภอเมืองสุโขทัย&nbsp;และอำเภอสวรรคโลก&nbsp;โดยได้ก่อตั้งชมรมใหหนำจังหวัดสุโขทัยมาเป็นระยะเวลานาน&nbsp;เพื่อสืบสานวัฒนธรรม&nbsp;บำเพ็ญสาธารณประโยชน์&nbsp;สร้างความสัมพันธ์&nbsp;ความใกล้ชิด&nbsp;และความร่วมมือของคนไหหลำในจังหวัดสุโขทัย&nbsp;รวมทั้งเชื่อมโยงกับสมาคมหรือชมรมทั่วทั้งประเทศไทยด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุโขทัย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306110618880
904	"ศอ.บต.ย้ำพัฒนาชายแดนใต้สู่อนาคตเน้น ""เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา"""	<p><strong>พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;</strong>กล่าวบรรยายพิเศษการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ทิศทางการพัฒนาจากวันนี้สู่อนาคต&nbsp;ในกิจกรรมเสวนาสร้างการรับรู้การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยระบุว่า&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ได้น้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน&nbsp;เข้าใจ&nbsp;เข้าถึง&nbsp;พัฒนา&nbsp;มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานในพื้นที่&nbsp;โดย&nbsp;การเข้าใจ&nbsp;จำเป็นต้องเข้าใจบริบทประวัติศาสตร์&nbsp;วิวัฒนาการทางการเมืองและสังคม&nbsp;วิถีชีวิตของประชาชนแต่ละเชื้อชาติ&nbsp;ศาสนา&nbsp;พร้อมกับเข้าใจการก่อตัวของกลุ่มคนที่เห็นต่างในการขับเคลื่อนให้บรรลุวัตถุประสงค์ทางการเมือง&nbsp;ส่วน&nbsp;การเข้าถึง&nbsp;จำเป็นต้องเข้าถึงรากเหง้าของปัญหาและความต้องการของประชาชน&nbsp;ทั้งในเชิงกายภาพและเชิงความรู้สึก</p><p><strong>โดยขณะนี้&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;กำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกมิติ&nbsp;</strong>นำไปสู่&nbsp;การพัฒนา&nbsp;เพื่อสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยผ่านคณะกรรมการการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;หรือ&nbsp;คปต.&nbsp;มุ่งเน้นการสร้างความมั่นคง&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;พร้อมพัฒนาผ่านคณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;หรือ&nbsp;กพต.&nbsp;มุ่งการพัฒนาตามศักยภาพพื้นที่&nbsp;เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ทัดเทียมกับภูมิภาคอื่นๆของประเทศ</p><p><strong>อย่างไรก็ตามภายหลังนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;ได้เดินทางเยือนประเทศซาอุดีอาระเบีย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้ดำเนินการจัดการสัมมนา&nbsp;โอกาส&nbsp;ศักยภาพและความท้าทายของจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และของประเทศไทย&nbsp;ภายหลังรัฐบาลเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์&nbsp;ไทย-ซาอุดีอาระเบีย&nbsp;โดยสมบูรณ์&nbsp;ณ&nbsp;มหาวิทยาลัยฟาฏอนี&nbsp;อำเภอยะรัง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;โดยมีเป้าหมายในการระดมความเห็นเพื่อการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ยั่งยืน&nbsp;ภายใต้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ&nbsp;มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเพื่อสันติสุขที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้</p><p>&nbsp;</p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306110905881
905	ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีร่วมปฏิบัติธรรมพัฒนาจิตใจให้เป็นผู้บริหารทางการศึกษามืออาชีพ จัดโดยภาควิชาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์	<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่วัดโตนด&nbsp;ตำบลชลอ&nbsp;อำเภอบางกรวย&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;</strong>นายธีรภัทร&nbsp;ประยูรสิทธิ&nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;รศ.ดร.สุชาดา?&nbsp;นันทไชย&nbsp;รองศาสตราจารย์&nbsp;ประจำวิชาการบริหารการศึกษา&nbsp;ภาควิชาการศึกษา&nbsp;คณะศึกษาศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;พร้อมนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา&nbsp;ระดับปริญญาโท&nbsp;คณะศึกษาศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศสตร์&nbsp;เข้าร่วมโครงการปฏิบัติธรรมเพื่อพัฒนาจิตในเป็น&nbsp;ผู้บริหารทางการศึกษามืออาชีพซึ่งเป็นการพัฒนาตนเองเชิงพุทธศาสตร์และการพัฒนาตนเองแนวจิตตปัญญาศึกษา&nbsp;มีการนำแนวคิด&nbsp;หลักการ&nbsp;กระบวนการในการพัฒนาตนเองเพื่อนำไปสู่ผู้บริหารทางการศึกษาอย่างมืออาชีพ&nbsp;โดยเน้นเชิงพุทธศาสตร์รวมถึงการพัฒนาตนเองตามแนวทางจิตตปัญญาศึกษา&nbsp;ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้บริบทของสังคมไทยและการพัฒนาตนเองเชิงพุทธศาสตร์และการพัฒนาตนเองแนวจิตตปัญญาศึกษา&nbsp;มีแนวคิด&nbsp;หลักการ&nbsp;กระบวนการในการพัฒนาตนเอง&nbsp;โดยที่พระปลัดสุรเชษฐ์&nbsp;สุรเชฎโฐ&nbsp;เจ้าอาวาสวัดโตนดและคณะ&nbsp;เป็นวิทยากรนำคณะอาจารย์และคณะบัณฑิตศึกษาฝึกปฏิบัติธรรมพัฒนาจิตใจให้เป็นผู้บริหารทางการศึกษามืออาชีพต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306111412882
906	พมจ.แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ อ.ขุนยวม คัดแยกบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง	<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายแฉล้ม&nbsp;ทองเกลา&nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(พมจ.&nbsp;มส.)</strong>&nbsp;และเจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ร่วมกับทีมสหวิชาชีพจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่คัดแยกบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตำรวจภูธรประตูเมือง&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ผลจากการสอบข้อเท็จจริงบุคคล&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;(ชาย&nbsp;9&nbsp;รายหญิง&nbsp;7&nbsp;ราย)&nbsp;แยกเป็นเด็กอายุต่ำกว่า&nbsp;18&nbsp;ปี&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;รายและอายุ&nbsp;18&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;ไม่เข้าตามองค์ประกอบความผิดฐานค้ามนุษย์</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มีข้อสรุปว่าการหลบหนีเข้าเมืองไม่มีสภาพบังคับ</strong>&nbsp;ไม่เข้าองค์ประกอบความผิดฐานค้ามนุษย์&nbsp;และให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306114528884
907	จ.ประจวบฯ จัดมหกรรมการออม ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน เนื่องในวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ครบรอบ 48 ปี	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่โรงแรมแอทที&nbsp;บูทีค&nbsp;ตำบลคลองวาฬ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์</strong>&nbsp;นายเสถียร&nbsp;เจริยญเหรียญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมมหกรรมการออม&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน&nbsp;เนื่องในโอกาสครบรอบ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;ของการก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;โดยมีนายดำรงค์&nbsp;มากระจัน&nbsp;พัฒนาการจังหวัดฯ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;พัฒนาการอำเภอ&nbsp;ประธานและคณะกรรมการเครือข่ายกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตทุกระดับ&nbsp;เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน&nbsp;ร่วมพิธี&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต</strong>&nbsp;จัดตั้งโดยการรวมตัวกันของชาวบ้านในรูปแบบเงินสัจจะ&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้มีการประหยัดและออมเงิน&nbsp;มีการบริหารเงินทุนในการประกอบอาชีพและสวัสดิการของสมาชิก&nbsp;มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการเงินทุนด้วยตนเอง&nbsp;โดยการประหยัดทรัพย์แล้วนำมาสะสมรวมกันทีละเล็กละน้อยเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;เพื่อใช้เป็นทุนให้สมาชิกที่มีความจำเป็นเดือดร้อนกู้ยืมไปใช้ในการลงทุนประกอบอาชีพ&nbsp;หรือเพื่อสวัสดิการของตนเองและครอบครัว&nbsp;ภายใต้คุณธรรม&nbsp;5&nbsp;ประการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ความชื่อสัตย์&nbsp;ความเสียสละ&nbsp;ความรับผิดชอบ&nbsp;ความเห็นอกเห็นใจกัน&nbsp;และความไว้วางใจกัน&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตทั้งสิ้น&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;72&nbsp;กลุ่ม&nbsp;สมาชิก&nbsp;14,969&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เงินสัจจะสะสม&nbsp;จำนวน&nbsp;185,419,547&nbsp;บาท&nbsp;และในปีนี้กรมการพัฒนาชุมชนได้กำหนดให้การดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;ตามภารกิจกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;และภารกิจของกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ในการบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุขของประชาชนแก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม&nbsp;รวมทั้งประกาศวาระชุมชน&nbsp;""การส่งเสริมการออมภาคประชาชน""&nbsp;ในระดับจังหวัดและอำเภอ&nbsp;เพื่อส่งเสริมการออมของประชาชนเป็นการสร้างหลักประกันและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่สมาชิกในครัวเรือน&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์</strong>&nbsp;ได้มอบเกียรติบัตรให้แก่กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตดีเด่น&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;ประเภทกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตที่มีระยะเวลาดำเนินงานนับตั้งแต่ปีที่จัดตั้งจนถึงปัจจุบันนานที่สุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านหนองกา&nbsp;ตำบลปราณบุรี&nbsp;อำเภอปราณบุรี&nbsp;จัดตั้งในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2517,&nbsp;ประเภทกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตที่มีอัตราของจำนวนสมาชิกกลุ่มมากที่สุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านขอนทอง&nbsp;ตำบลหินเหล็กไฟ&nbsp;อำเภอหัวหิน&nbsp;จำนวนสมาชิก&nbsp;948&nbsp;ราย&nbsp;และประเภทกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตที่มีเงินออมมากที่สุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านขอนทอง&nbsp;ตำบลหินเหล็กไฟ&nbsp;อำเภอหัวหิน&nbsp;จำนวนเงินสัจจะ&nbsp;20,454,520&nbsp;บาท&nbsp;จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ&nbsp;ผลงานของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;และนิทรรศการสินค้าจากผู้ผลิตที่นำมาจัดแสดงภายในงาน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-06-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	ประจวบคีรีขันธ์	สวท.ประจวบคีรีขันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306115345886
908	จังหวัดแพร่ จัดแสดงนิทรรศการผ้ายกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยภูมิปัญญาผ้าไทย และงานหัตถกรรมชุมชนภาคเหนือ	<p><strong>จังหวัดแพร่ร่วมจัดแสดงนิทรรศการผ้า&nbsp;</strong>ตามโครงการยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยภูมิปัญญาผ้าไทย&nbsp;และงานหัตถกรรมชุมชนภาคเหนือ&nbsp;เตรียมความพร้อมเฝ้ารับเสด็จ&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา</p><p><strong>นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;</strong>ให้การต้อนรับ&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และคณะ&nbsp;ในการเยี่ยมบูธแสดงนิทรรศการผลิตภัณฑ์ผ้า&nbsp;แม่ประนอม&nbsp;ทาแปง&nbsp;ศูนย์เรียนรู้ผ้าจกเมืองลอง&nbsp;ผ้าซิ่นตีนจกย้อมสีธรรมชาติ&nbsp;เตรียมความพร้อมในการเฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ในการเสด็จไปทอดพระเนตรการทอผ้าท้องถิ่น&nbsp;และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นภาคเหนือ&nbsp;ตามโครงการยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยภูมิปัญญาผ้าไทย&nbsp;และงานหัตถกรรมชุมชนภาคเหนือ&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์&nbsp;วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน&nbsp;มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย&nbsp;ตำบลต้นธง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306120006887
909	จ.บึงกาฬ ทหารจับกุมกัญชาได้ 600 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ผู้ต้องหาทิ้งรถหลบหนี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับและเร่งค้นหาเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป	<p><strong>&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่ฐานปฏิบัติการหมวดสกัดกั้น&nbsp;1&nbsp;ร้อยสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดที่&nbsp;1&nbsp;กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี&nbsp;อ.บึงโขงหลง&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;พ.ท.วิทยา&nbsp;สาริยา&nbsp;รองผู้บังคับการควบคุมที่&nbsp;2&nbsp;กองบังคับการควบคุมที่&nbsp;2&nbsp;กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี&nbsp;(กรมทหารราบที่&nbsp;13)&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;พ.ต.อ.พงษ์ศักดิ์&nbsp;วิริยะเกษม&nbsp;ผกก.สภ.บุ่งคล้า&nbsp;และหน่วยงานความมั่นคง&nbsp;แถลงข่าวการตรวจยึดกัญชาแห้งอัดแท่งจำนวน&nbsp;15&nbsp;กระสอบ&nbsp;600&nbsp;&nbsp;แท่ง&nbsp;น้ำหนักประมาณ&nbsp;600&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;หลังไล่จับกุมผู้ต้องหาทิ้งรถพร้อมของกลางวิ่งหลบหนีไปได้</p><p><strong>คืนวันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;20.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;ทหารหมวดสกัดกั้น&nbsp;และปราบปรามยาเสพติดที่&nbsp;1&nbsp;กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี&nbsp;ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า&nbsp;จะมีการลำเลียงยาเสพติดประเภท&nbsp;5&nbsp;กัญชา&nbsp;บริเวณริมแม่น้ำโขงในพื้นที่ตำบลหนองเดิ่น&nbsp;อ.บุ่งคล้า&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;จึงร่วมกับตำรวจกองกำกับการ&nbsp;3&nbsp;กองปราบปราม,&nbsp;ตชด.244,&nbsp;ทหารศูนย์รักษาความปลอดภัย&nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย,&nbsp;ทหารพรานที่&nbsp;2107,&nbsp;ตำรวจ&nbsp;สภ.บุ่งคล้า&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;อ.บึงโขงหลง,&nbsp;ตำรวจน้ำบึงกาฬ&nbsp;และหน่วยเรือ&nbsp;นรข.บ้านแพง&nbsp;วางกำลังใกล้ริมแม่น้ำโขง&nbsp;กระทั่งตรวจพบรถยนต์เก๋ง&nbsp;ยี่ห้อโตโยต้า&nbsp;รุ่นอแวนซา&nbsp;สีเทา&nbsp;ป้ายทะเบียน&nbsp;9กส-4355&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ต้องสงสัยขับออกมาจากบ้านหนองคังคา&nbsp;ออกไปยังถนนหลวงหมายเลข&nbsp;212&nbsp;บึงกาฬ-บ้านแพง&nbsp;และขับมุ่งหน้าเข้าไปตัวเมือง&nbsp;อ.บุ่งคล้า&nbsp;เมื่อคนขับสังเกตเห็นมีรถเจ้าหน้าที่ไล่ติดตาม&nbsp;จึงเร่งความเร็วเพื่อหลบหนี&nbsp;เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามอย่างใกล้ชิด&nbsp;ผ่านตัวอำเภอบุ่งคล้า&nbsp;มุ่งหน้าอำเภอบ้านแพง&nbsp;จ.นครพนม&nbsp;เมื่อเห็นท่าไม่ดีรถต้องสงสัยได้ขับรถเลี้ยวหลบหนีเข้าไปในหมู่บ้านท่าส้มโฮง&nbsp;ต.โคกกว้าง&nbsp;อ.บุ่งคล้า&nbsp;อาศัยช่วงที่ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง&nbsp;จอดรถรีบวิ่งหลบหนี&nbsp;เจ้าหน้าที่วิ่งไล่ติดตามและตรวจบริเวณโดยรอบแต่ไม่พบผู้ต้องสงสัย&nbsp;จึงกลับมาตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว&nbsp;พบว่าภายในรถมีกัญชาจำนวน&nbsp;15&nbsp;กระสอบ&nbsp;จึงตรวจยึดและนำของกลางมาตรวจนับอย่างละเอียดที่ฐานปฏิบัติการ&nbsp;พบว่าเป็นกัญชาแห้งอัดแท่ง&nbsp;เกรดA&nbsp;ห่อหุ้มด้วยกระดาษฟอยล์สีทอง&nbsp;จำนวน&nbsp;600&nbsp;แท่ง&nbsp;น้ำหนักประมาณ&nbsp;600&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;มูลค่าส่งขายในพื้นที่ตอนในของประเทศกว่า&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>พ.ท.วิทยา&nbsp;สาริยา&nbsp;(รอง&nbsp;ผบ.บก.ควบคุมที่&nbsp;2)&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เมื่อตรวจสอบภายในรถยนต์คันดังกล่าวปรากฏชื่อผู้ครอบครองคือ&nbsp;นายอุพิศ&nbsp;คะเนนิล&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;75/181&nbsp;ม.15&nbsp;ต.บางแม่นาง&nbsp;อ.บางใหญ่&nbsp;จ.นนทบุรี&nbsp;และมีใบสั่งฐานขับรถเร็วเกินว่ากฎหมายกำหนด&nbsp;ในท้องที่อำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ออกหมายจับนายอุพิศ&nbsp;เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;5&nbsp;(กัญชา)&nbsp;โดยผิดกฎหมายต่อไป</p><p>&nbsp;</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บึงกาฬ	สวท.บึงกาฬ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306122052891
910	โควิด-19 ชาวยะลาเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ใหม่เกือบ 300  ตรวจ ATK เจอบวกเกินหมื่น	<p><strong>สำหรับสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;วันนี้&nbsp;(6&nbsp;มี.ค&nbsp;65)&nbsp;</strong>จังหวัดยะลาพบเพิ่มผู้ติดเชื้ออีก&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;รายใหม่อยู่ที่&nbsp;290&nbsp;ราย&nbsp;จากเมื่อวานนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค&nbsp;65)&nbsp;ที่มีผู้ติดเชื้อ&nbsp;249&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;ป่วยสะสม&nbsp;3,925&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;8,131&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;4,622&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มอีก&nbsp;1&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;สะสมรวม&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนผู้ติดเชื้อที่เข้าข่ายตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พบเพิ่ม&nbsp;1,364&nbsp;ราย&nbsp;สะสมรวม&nbsp;11,850&nbsp;ราย&nbsp;ผลการตรวจคัดกรองตามมาตรการด้านสาธารณสุข&nbsp;รวมสะสม&nbsp;22,240&nbsp;ราย</p><p><strong>ในขณะที่ผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;290&nbsp;ราย</strong>&nbsp;พบกระจายไปทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกอำเภอ&nbsp;โดยอำเภอเมืองยะลา&nbsp;70&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;81&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;29&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;29&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอกาบัง&nbsp;&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอกรงปินัง&nbsp;23&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอธารโต&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306122635893
911	เคย(กะปิ)ปันรัก แต่ไม่ปันใจ พ่อเมืองสุราษฎร์ฯ ยังคงปันสุขแก่กลุ่มเปราะบางและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง	<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;มีค&nbsp;65&nbsp;)&nbsp;เวลา&nbsp;07.30&nbsp;น&nbsp;ที่บริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;คณะจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;และอาสาสมัคร&nbsp;ร่วมกันแจกจ่ายสิ่งของให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;โดย&nbsp;มีเครื่องอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;อาหารแห้ง&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;ขนม&nbsp;และ&nbsp;อาหารสำหรับเด็ก&nbsp;เพื่อมอบให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบาง&nbsp;และเด็กๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;900&nbsp;คน&nbsp;</p><p>&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เคย&nbsp;หรือกะปิ&nbsp;เป็นวัตถุดิบสำคัญในการประกอบอาหารของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;ที่สามารถนำไปเป็นส่วนประสมในหลายเมนู&nbsp;อย่างต้ม&nbsp;ผัด&nbsp;แกง&nbsp;ทอด&nbsp;หรือน้ำพริก&nbsp;ทางจังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงอยากให้ประชาชนได้รับปันสุขในหลากหลายเมนู&nbsp;หลากหลายวัตถุดิบ&nbsp;และเก็บไว้ได้นาน</p><p><strong>ทั้งนี้ประชาชนกลุ่มเปาะบาง&nbsp;และผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;</strong>ที่เดินทางมารับสิ่งมอบของต่างรู้สึกปลื้มปิติ&nbsp;จากธารน้ำใจที่ได้รับในครั้งนี้&nbsp;ซึ่งสิ่งของส่วนใหญ่ที่นำมาแจกจ่ายให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางนั้น&nbsp;ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเหล่ากาชาดจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานของรัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ที่ร่วมกันสมทบเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่เดือดร้อน&nbsp;ได้นำไปใช้ในครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งการบริจาคสิ่งของในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในการที่จะทำให้ประชาชนในพื้นที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข&nbsp;และที่สำคัญช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้เป็นอย่างดี</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306123112895
912	มัรกัสตาเซะจัดกิจกรรมอิจตีมะอฺโลก โดยมีมุสลิมทั้งในและต่างประเทศร่วมงานเกือบหมื่นคน ตามคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา	<p><strong>ที่มัรกัสฮิดายาตุลนูร&nbsp;ตำบลตาเซะ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา</strong>&nbsp;กลุ่มญามาอะห์ตับลีฆประเทศไทยได้จัดกิจกรรมอิจตีมาอฺโลกหรือการชุมนุมของกลุ่มญามาอะห์ตับลีฆ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;4-7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามทั้งในและต่างประเทศร่วมงานไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;หมื่น&nbsp;คนตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ร่วมงาน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ทางผู้จัดงานยังได้เตรียมศูนย์&nbsp;CI&nbsp;</strong>เพื่อรองรับการติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;ของผู้ร่วมงาน&nbsp;หากมีผู้ติดเชื้อ&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่จะนำมาสังเกตอาการสักระยะ&nbsp;ก่อนนำตัวเข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ตลอดระยะเวลาที่จัดงานนี้&nbsp;ยังไม่มีผู้ติดเชื้อแต่อย่างใด</p><p><strong>สำหรับการจัดงานอิจตีมะโลกในครั้งนี้</strong>&nbsp;จะมีกิจกรรมบายานหรือบรรยาย&nbsp;3&nbsp;ครั้งต่อวัน&nbsp;เพื่อขัดเกลาจิตใจ&nbsp;และเชิญชวนทุกคนทำความดี&nbsp;ห้ามปรามความชั่ว&nbsp;เพื่อให้เกิดสันติสุขในแผ่นดินที่ตนอาศัยอยู่&nbsp;อีกทั้งมีการละหมาด&nbsp;5&nbsp;ครั้งต่อวัน&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;ผู้ร่วมกิจกรรมจะไปพักผ่อนหรือกิจกิจวัตรส่วนตัวตามโซนต่างๆที่มีการแบ่งออกเป็นจังหวัดๆ&nbsp;ลักษณะคล้ายกับกระโจมของผู้แสวงบุญที่ทุ่งมีนาและอารอฟะห์&nbsp;นครมักกะห์ประเทศซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ซึ่งในแต่ละโซนนี้&nbsp;ก็จะมีอามีรหรือผู้นำที่คอยรับสารจากอามีรส่วนกลางเพื่อไปกระจายข้อมูลไปยังสมาชิกในโซนที่ตนเองรับผิดชอบต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306134052899
913	จังหวัดลำปาง พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่  315 ราย	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;วันนี้&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;315&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อในจังหวัดทั้งหมด&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันด้วยการตรวจวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;37&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;278&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;สถานการณ์ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;1,0313&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;2,890&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้วสะสม&nbsp;7,414&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;9&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ณ&nbsp;วันเดียวกัน</strong>&nbsp;จังหวัดลำปางวัคซีนไปแล้ว&nbsp;1,160,621&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;495,352&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;475,472&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;184,157&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;5,640&nbsp;คน</p><p><strong>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการ&nbsp;DMHTTA&nbsp;</strong>ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สายด่วนศูนย์โควิด-19&nbsp;สสจ.ลำปาง&nbsp;โทร.093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306133702898
914	กาชาดลำปาง ห่วงใยหญิงป่วยด้วยมะเร็ง มอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้ช่วยเหลือเบื้องต้น	<p><strong>นางธิติพร&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายณรงค์ฤทธิ์&nbsp;นุปิง&nbsp;กรรมการเหล่ากาชาดพร้อมด้วย&nbsp;นางปริยานุช&nbsp;รักษ์ไพรสาณฑ์&nbsp;นายกกิ่งกาชาดอำเภอเมืองปาน&nbsp;นายนพรัตน์&nbsp;รักษ์ไพรสาณฑ์&nbsp;นายอำเภอเมืองปาน/ที่ปรึกษาคณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอเมืองปาน&nbsp;คณะกรรมการ/สมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอเมืองปานชมรมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;และนางสาวพีระญา&nbsp;นพรัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายสอง&nbsp;ต๊ะเวที&nbsp;นายกองค์การบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลแจ้ซ้อน&nbsp;นำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อนำไปมอบให้แก่&nbsp;นางบัว&nbsp;นามสมมุติ&nbsp;ต.แจ้ซ้อน&nbsp;อ.เมืองปาน&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;ที่ประสบปัญหาทางสังคมป่วยมะเร็งและได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306134711901
915	PEA จังหวัดแม่ฮ่องสอน แจ้งเตือนผู้ใช้รถที่สัญจรบริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 1095 (ปาย-แม่ฮ่องสอน) โปรดเพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน	<p><strong>การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(PEA)</strong>&nbsp;แจ้งว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบจำหน่ายแรงสูง&nbsp;22,000&nbsp;โวลท์&nbsp;ช่วงเขตต่อแดนอำเภอปางมะผ้า&nbsp;(บ้านฝั่งของ)&nbsp;ถึงบ้านห้วยผา&nbsp;ตำบลห้วยผา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นคงในการจ่ายกระแสไฟฟ้าสำหรับบริการผู้ใช้ไฟด้านทิศเหนือของตัวเมือง&nbsp;โดยแผนการดำเนินงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;งานตัดต้นไม้ตามแนวสายไฟฟ้าแรงสูง&nbsp;งานพาดสายไฟฟ้าแรงสูง&nbsp;งานบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้า&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จึงขอแจ้งเตือนผู้ใช้รถที่สัญจรบริเวณถนนทางหลวงหมายเลข&nbsp;1095&nbsp;(ปาย-แม่ฮ่องสอน)&nbsp;ได้โปรดเพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนในช่วงการปฏิบัติงานดังกล่าว&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการระบบไฟฟ้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;053-695027</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306135522904
916	จังหวัดสตูล พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย 196 ราย และเสียชีวิต 2 ราย	<p><strong>นายแพทย์สมบัติ&nbsp;ผดุงวิทย์วัฒนา&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(6&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่จังหวัดสตูล&nbsp;จำนวนทั้งหมด&nbsp;196&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;จำนวน&nbsp;66&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;จำนวน&nbsp;130&nbsp;ราย&nbsp;ภูมิลำเนา&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ผลการสอบสวนโรค&nbsp;ผู้ป่วยทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;196&nbsp;ราย&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;แยกเป็นรายอำเภอ&nbsp;ดังนี้&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;59&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;7&nbsp;เดือน-&nbsp;83&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;จำนวน&nbsp;39&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;7&nbsp;เดือน&nbsp;-78&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลพิมาน&nbsp;ตำบลคลองขุด&nbsp;ตำบลควนขัน&nbsp;ตำบลบ้านควน&nbsp;ตำบลเกาะสาหร่าย&nbsp;ตำบลตันหยงโป&nbsp;ตำบลเจ๊ะบิลัง&nbsp;ตำบลตำมะลัง&nbsp;ตำบลเกตรี&nbsp;และตำบลปูยู&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;27&nbsp;วัน-87&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;44&nbsp;-89&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่ตำบลควนโดน&nbsp;ตำบลควนสตอ&nbsp;ตำบลย่านซื่อ&nbsp;และตำบลวังประจัน&nbsp;อำเภอควนกาหลง&nbsp;จำนวน&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;12-33&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;22&nbsp;-&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลควนกาหลง&nbsp;ตำบลทุ่งนุ้ย&nbsp;และตำบลอุใดเจริญ&nbsp;อำเภอท่าแพ&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;5-&nbsp;80&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;27&nbsp;-&nbsp;73&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลท่าแพ&nbsp;ตำบลท่าเรือ&nbsp;ตำบลแป-ระ&nbsp;และตำบลสาคร&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;จำนวน&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;-&nbsp;83&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;จำนวน&nbsp;33&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;-&nbsp;82&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลกำแพง&nbsp;ตำบลละงู&nbsp;ตำบลเขาขาว&nbsp;ตำบลปากน้ำ&nbsp;และตำบลน้ำผุด&nbsp;อำเภอมะนัง&nbsp;จำนวน&nbsp;29&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;1-62&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;2-&nbsp;62&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลนิคมพัฒนา&nbsp;และตำบลปาล์มพัฒนา&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รายที่&nbsp;1&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;71&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลพิมาน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;โรคประจำตัว&nbsp;ไตวาย&nbsp;มีประวัติ&nbsp;ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;รายที่&nbsp;2&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;68&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลควนกาหลง&nbsp;อำเภอควนกาหลง&nbsp;โรคประจำตัว&nbsp;ความดันโลหิตสูง&nbsp;เบาหวาน&nbsp;ไม่มีประวัติ&nbsp;ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ทางโรงพยาบาลและส่วนที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือจัดพิธีศพตามหลักศาสนาเรียบร้อยแล้ว</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากการติดตามสืบสวนสอบสวนค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิด&nbsp;</strong>และผู้สัมผัสร่วมบ้านของผู้ป่วยทั้ง&nbsp;196&nbsp;ราย&nbsp;ในเบื้องต้น&nbsp;มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;จำนวน&nbsp;213&nbsp;คน&nbsp;ได้ไปกักตัวที่บ้าน&nbsp;(HQ)&nbsp;จำนวน&nbsp;213&nbsp;คน&nbsp;พร้อมคำแนะนำให้ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;มีสุขอนามัยที่ดี&nbsp;อยู่ในความดูแลเฝ้าสังเกตอาการโดยหมอครอบครัว&nbsp;ส่วนอาคารสถานที่ต่างๆที่เกี่ยวข้อง&nbsp;สถานที่ทำงาน/ห้างร้าน&nbsp;ที่พัก&nbsp;รถยนต์&nbsp;ทำความสะอาดฆ่าเชื้อโดยผู้ประกอบการ/เจ้าของเรียบร้อยแล้ว&nbsp;และขอเชิญชวนให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนตามเกณฑ์&nbsp;เพื่อป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิต&nbsp;พร้อมเน้นย้ำทีมหมอครอบครัวดูแลอย่างใกล้ชิด&nbsp;เฝ้าระวังอาการเป็นหวัด&nbsp;รีบรักษาโดยเร็ว&nbsp;แต่ถึงอย่างไรก็ตามการป้องกันเชื้อโควิด-19&nbsp;ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;ต้องขอความร่วมมือประชาชนในการมีสุขอนามัยที่ดี&nbsp;ป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล&nbsp;ทำงานที่บ้าน&nbsp;(Work&nbsp;From&nbsp;Home:&nbsp;WFH)&nbsp;งดเว้นการรวมกลุ่มคนมาก&nbsp;หรืองดสังสรรค์ชั่วคราว&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;เข้มงวดมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;และเข้ารับวัคซีนโควิด-19&nbsp;ได้ทุกเข็ม&nbsp;ทั้งเข็ม&nbsp;1-4&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอายุ&nbsp;60&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;และมีโรคประจำตัว&nbsp;ตามสถานที่และเวลาที่กำหนด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เข็ม&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;สามารถ&nbsp;Walk-in&nbsp;ได้ทุกศูนย์ที่มีการฉีด&nbsp;หรือติดตาม&nbsp;รพ.สต.ใกล้บ้าน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306140310913
917	COVID-19 จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้ติดเชื้อยืนยันเพิ่ม 20 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย มีโรคประจำตัว คือความดันโลหิตสูง และไม่ฉีดวัคซีนป้องกันโรค	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ว่ามีผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;778&nbsp;ราย&nbsp;(ตรวจ&nbsp;RT-PCR)&nbsp;ผู้ป่วยเข้าข่ายสะสม&nbsp;(ตรวจ&nbsp;ATK)&nbsp;5,157&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ป่วย&nbsp;สะสมทั้งหมด&nbsp;5,935&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,854&nbsp;ราย&nbsp;ยังรักษาอยู่&nbsp;2,071&nbsp;ราย&nbsp;โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่&nbsp;99.66%&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย&nbsp;เนื่องจากได้รับวัคซีนป้องกันโรคแล้ว&nbsp;โดยมีผู้ป่วยรักษาอยู่ที่&nbsp;โรงพยาบาลเพียง&nbsp;38&nbsp;ราย(1.80%)&nbsp;ศูนย์แยกกักโรคชุมชน(CI)&nbsp;108&nbsp;ราย&nbsp;(5.20%)&nbsp;และแยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;1,925&nbsp;ราย&nbsp;(93.00%)&nbsp;การตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19</p><p><strong>ในวันนี้&nbsp;ตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;55&nbsp;ชุด&nbsp;</strong>ผลพบเชื้อ&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอสบเมย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;511&nbsp;ชุด&nbsp;พบผลบวก&nbsp;201&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;64&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;56&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;47&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอปางมะผ้า&nbsp;3ราย&nbsp;มีผู้ป่วย&nbsp;COVID-19&nbsp;เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;(รวม&nbsp;10&nbsp;ราย)&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;81&nbsp;ปีภูมิลำเนา&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลผาบ่อง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;มีโรคประจำตัว&nbsp;คือความดันโลหิตสูง&nbsp;และไม่ฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;รักษาแบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;ต่อมาเข้ารับการรักษาที่&nbsp;รพ.ศรีสังวาลย์&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ด้วยอาการหายใจเหนื่อย&nbsp;ความเข้มข้นออกซิเจน&nbsp;ในเลือดต่ำ&nbsp;แพทย์วินิจฉัยปอดอักเสบจากโรคติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ให้การรักษาตามแนวทาง&nbsp;ให้ออกซิเจนอัตราการ&nbsp;ไหลสูง&nbsp;แต่ผู้ป่วยปฏิเสธจึงเปลี่ยนเป็นให้ออกซิเจนทางจมูกแทน&nbsp;แจ้งให้ญาติทราบถึงความเสี่ยงและยอมรับ&nbsp;ไม่ต้องการใส่ท่อช่วยหายใจและกดนวดหัวใจ&nbsp;อาการโดยรวมไม่ดีขึ้น&nbsp;จึงให้การรักษาแบบประคองอาการ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ผู้ป่วยเริ่มซึมลง&nbsp;หายใจเหนื่อย&nbsp;อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น&nbsp;ต่อมาวัดสัญญาณชีพไม่ได้&nbsp;และ&nbsp;เสียชีวิตลงใน&nbsp;เวลา&nbsp;20.10&nbsp;น.</p><p><strong>สำหรับผลการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;COVID-19</strong>&nbsp;แก่ประชาชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;สะสมถึงวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;175,424&nbsp;คน(71.39%)&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;148,378&nbsp;คน(60.37%)&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;34,337&nbsp;คน(13.97%)&nbsp;จากข้อมูลผู้ป่วยที่พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับวัคซีนแล้ว&nbsp;ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีอาการป่วยเพียงเล็กน้อย&nbsp;ส่วนผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน&nbsp;จะมีอาการป่วยรุนแรงมากกว่า&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเข้ารับการฉีดวัคซีน&nbsp;หรือผู้ที่ได้รับแล้วให้มาฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่&nbsp;3&nbsp;เพื่อลดความรุนแรงของโรค&nbsp;ซึ่งจะทำให้สถานการณ์แพร่ระบาดในพื้นที่ของจังหวัดลดลง&nbsp;และประชาชนจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติได้ในเร็ววัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306140554917
918	ผู้ว่าฯแพร่ เตรียมเข้ารับรางวัล คนดีศรีล้านนา ปี 2565 ที่จังหวัดเชียงราย 13 มีนาคมนี้	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;</strong>ตามที่จังหวัดเชียงราย&nbsp;ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย&nbsp;และชมรมคนดีศรีเชียงราย&nbsp;ได้พิจารณาคัดเลือก&nbsp;คนดีศรีล้านนา&nbsp;ใน&nbsp;8&nbsp;จังหวัดภาคเหนือได้แก่&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เชียงราย&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;ลำพูน&nbsp;ลำปาง&nbsp;พะเยา&nbsp;แพร่&nbsp;น่าน&nbsp;โดยขอให้ทางสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดในภาคเหนือเสนอบุคคล&nbsp;ที่มีคุณสมบัติด้าน&nbsp;คุณธรรม&nbsp;จริยธรรม&nbsp;บุคคลต้นแบบ&nbsp;ตั้งแต่เดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;และมีการพิจารณาคัดเลือก&nbsp;คนดีศรีล้านนาเมื่อวันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นั้น</p><p><strong>โดยจะมีพิธีมอบเกียรติบัตรแก่คนดีศรีล้านนา</strong>&nbsp;ในวันที่&nbsp;13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องเชียงรายคอนเวนชั่นฮอลล์&nbsp;โรงแรมเฮอริเทจ&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;ซึ่งนายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;จะเข้ารับรางวัลดังกล่าวจากท่านเจ้าคุณพระไพศาล&nbsp;ประชาทร&nbsp;วิ.&nbsp;หรือ&nbsp;หลวงพ่อพบโชค&nbsp;ซึ่งเป็นประธานมอบในครั้งนี้&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายธเนศธรรม&nbsp;ไคร้ศรี&nbsp;ประธานฝ่ายพิจารณาคัดเลือกคนดีศรีล้านนา&nbsp;</strong>ได้แจ้งรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกคนดีศรีล้านนาทั้งหมด&nbsp;17&nbsp;คน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;พระครูปิยวรรณพิพัฒน์,&nbsp;อาจารย์ปรีชา&nbsp;พัวนุกุลนนท์,&nbsp;นายแพทย์อำพน&nbsp;ศิริบุญมา&nbsp;และนางสลักจฤฎดิ์&nbsp;ติยะไพรัช&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;นายอินตา&nbsp;เลาคำ,&nbsp;นางสาวบัวชม&nbsp;อินถา&nbsp;และนายศักดิ์สิทธิ์&nbsp;พรหมบัติแก้ว&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;นางลำดวน&nbsp;สุวรรณภูคำ,&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;และนายเอกชัย&nbsp;วงศ์วรกุล&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;พระครูกิตติปริยัตินิเวศน์&nbsp;และพระครูใบฎีกาวรายุ&nbsp;วรยุทโธ&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;ประดิษฐ์&nbsp;และนายอมร&nbsp;ศรีตระกูล&nbsp;จังหวัดน่าน&nbsp;นางคำมิ่ง&nbsp;อินสาร&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;นางลดาวัลลิ์&nbsp;วงศ์ศรีวงศ์&nbsp;และจังหวัดลำปาง&nbsp;นางระวีวรรณ&nbsp;ตันศิริ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306134944902
919	ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ใช้เวลาว่างในวันหยุดลงพื้นที่ติดตาม?ความก้าวหน้าโครงการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพ หัวงานฝายแม่ยม อำเภอสอง จังหวัดแพร่	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่บริเวณโครงการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพหัวงานฝายแม่ยม&nbsp;ตำบลบ้านหนุน&nbsp;อำเภอสอง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;พร้อมด้วยนายอำเภอสอง&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญบ้านในพื้นที่&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพหัวงานฝายแม่ยม&nbsp;โดยมีนายวีระพงษ์&nbsp;ประทุมโทน&nbsp;วิศวกรชำนาญการพิเศษ&nbsp;นำเสนอผลการดำเนินงานก่อสร้าง&nbsp;ปัจจุบันมีความก้าวหน้าแล้วร้อยละ&nbsp;68&nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนวันสิ้นสุดสัญญา&nbsp;วันที่&nbsp;24&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565</p><p><strong>สำหรับโครงการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพหัวฝายแม่ยมจังหวัดแพร่</strong>&nbsp;ใช้งบประมาณจากกรมชลประทาน&nbsp;จำนวน&nbsp;738,587,400&nbsp;บาท&nbsp;โดยสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่&nbsp;5&nbsp;สำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;เป็นผู้ดำเนินการมีระยะเวลาดำเนินการ&nbsp;720&nbsp;วันโดยเริ่มสัญญาวันที่&nbsp;4&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2563&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;24&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยการก่อสร้างประตูระบายทรายใหม่&nbsp;และระบบและปรับปรุงฝายเดิมโดยปรับปรุงโครงสร้างฝายงานพร้อมระบบควบคุมใหม่ที่สูงขึ้นสามารถกักเก็บน้ำได้เพิ่มมากขึ้นและเปลี่ยนประตูระบายทรายจากเดิมที่มี&nbsp;3&nbsp;บานประตู&nbsp;ให้เป็น&nbsp;6&nbsp;บานประตูขนาด&nbsp;10&nbsp;x&nbsp;7&nbsp;เมตร&nbsp;อัตราการระบายน้ำสูงสุด&nbsp;1,480&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำเพิ่มขึ้น&nbsp;12&nbsp;เท่า&nbsp;และรักษาระบบนิเวศท้ายน้ำที่ดียิ่งขึ้น&nbsp;พร้อมทั้งมีงานอาคารที่ทำการบ้านพักและอาคารประกอบอื่นๆ&nbsp;อีกหลายรายการ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะสามารถช่วยเพิ่มพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎรอำเภอสอง&nbsp;อำเภอหนองม่วงไข่&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;อำเภอสูงเม่น&nbsp;อำเภอเด่นชัย&nbsp;</strong>ประมาณ&nbsp;196,000&nbsp;ไร่&nbsp;โดยจะมีคลองส่งน้ำประกอบด้วยคลองส่งน้ำฝั่งขวาความยาว&nbsp;64.43&nbsp;กิโลเมตรครอบคลุมพื้นที่ชลประทาน&nbsp;76,341&nbsp;ไร่&nbsp;และคลองส่งน้ำฝั่งซ้าย&nbsp;ความยาว&nbsp;77.39&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ชลประทาน&nbsp;119,659&nbsp;ไร่สามารถส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกในเขตครอบคลุมพื้นที่เกษตรในเขตชลประทาน</p><p><strong>สำหรับฝายแม่ยมก่อสร้างเมื่อ&nbsp;พ.ศ&nbsp;2490&nbsp;</strong>เป็นฝายคอนกรีตเสริมเหล็กแบบ&nbsp;OgeeWeir&nbsp;ยาว&nbsp;350&nbsp;เมตรสูง&nbsp;7&nbsp;เมตร&nbsp;ดำเนินการก่อสร้างเสร็จทั้งโครงการในปี&nbsp;พ.ศ&nbsp;.2516&nbsp;จนกระทั่งมีการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพหัวฝายน้ำยมขึ้นในปัจจุบัน&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306142215935
920	ตลอด 3 วัน การจัดงานประชุมวิชาการทางการแพทย์เขตสุขภาพที่ 9 ที่จังหวัดสุรินทร์ ผู้เข้าชมกว่า 3,000 คน มูลค่าการจำหน่ายสินค้าร่วม 60,000 บาท	<p><strong>การจัดงานประชุมวิชาการทางการแพทย์เขตสุขภาพที่&nbsp;9&nbsp;</strong>ปลดล็อคกัญชา&nbsp;กัญชง&nbsp;สร้างสุขภาพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;4-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน&nbsp;วิทยาเขตสุรินทร์&nbsp;ในการนำองค์ความรู้และกิจกรรมเชิงประจักษ์ให้ประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เตรียมความพร้อมในการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทั้งทางสุขภาพและเศรษฐกิจ&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ในช่วงที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;บัญชียาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;5&nbsp;ไม่มีกัญชาและกัญชง&nbsp;โดยจะมีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา&nbsp;120&nbsp;วัน&nbsp;หรือในวันที่&nbsp;9&nbsp;มิ.ย.&nbsp;65&nbsp;นั้น&nbsp;ตลอด&nbsp;3&nbsp;วันที่ผ่านมา&nbsp;มีประชาชนเข้าร่วมงานทั้ง&nbsp;Onsite&nbsp;และ&nbsp;Online&nbsp;กว่า&nbsp;3,000&nbsp;คน&nbsp;มูลค่าการจำหน่ายสินค้าภายในงาน&nbsp;ร่วม&nbsp;60,000&nbsp;บาท&nbsp;ผู้รับบริการคลินิกกัญชาทางการแพทย์กว่า&nbsp;60&nbsp;คน&nbsp;และปริมาณการจ่ายกัญชากว่า&nbsp;400&nbsp;หน่วย</p><p><strong>นายสินชัย&nbsp;ตันติรัตนานนท์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การจัดงานครั้งนี้จังหวัดสุรินทร์เป็นตัวแทนของเขตสุขภาพทั้ง&nbsp;12&nbsp;เขต&nbsp;ในการจัดครั้งแรก&nbsp;แม้ระยะเวลาเตรียมการสั้น&nbsp;แต่โดยภาพรวมถือว่าประสบผลสำเร็จด้วยดี&nbsp;ประชาชนให้การตอบรับจำนวนมาก&nbsp;ทำให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในจังหวัดสุรินทร์&nbsp;และทุกจังหวัดในเขตสุขภาพที่&nbsp;9&nbsp;รวมทั้งภาคเอกชนที่นำสินค้าผลิตภัณฑ์ต่างๆ&nbsp;มาร่วมออกบูธจัดจำหน่าย&nbsp;ชี้ให้เห็นความตื่นตัวของภาคประชาชนที่สนใจเรื่องกัญชา&nbsp;ทำให้มองเห็นโอกาสเส้นทางการต่อยอด&nbsp;การลงทุน&nbsp;และการสร้างรายได้ในอนาคต</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การจัดประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์</strong>&nbsp;ภายใต้หัวข้อ&nbsp;ปลดล็อก&nbsp;กัญชา-กัญชง&nbsp;สร้างสุขภาพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;จะยังจัดมหกรรมสัญจรทั่วไทยใน&nbsp;12&nbsp;เขตสุขภาพ&nbsp;ช่วงเดือน&nbsp;มี.ค.-พ.ค.&nbsp;65&nbsp;ทุกสัปดาห์&nbsp;ตามนโยบาย&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;โดยประชาชนสามารถเข้าร่วมงานฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย&nbsp;สอดรับ&nbsp;พ.ร.บ.กัญชา-กัญชงฯ&nbsp;ที่กำลังจะออกมาภายใน&nbsp;120&nbsp;วันนี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306143015937
921	กลุ่มเสี่ยงยะลาแห่รับชุดตรวจโควิดฟรีคึกคัก	"<p><strong>เปิด&nbsp;15&nbsp;จุด&nbsp;แจกชุดตรวจ&nbsp;โควิด&nbsp;ฟรีผ่านแอปฯ&nbsp;""เป๋าตัง""&nbsp;กลุ่มเสี่ยงยะลา&nbsp;แห่รับ&nbsp;คึกคัก&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><strong>การแจกชุดตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ฟรี</strong>&nbsp;ให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง&nbsp;ที่ร้านสารพันยาในเมืองยะลา&nbsp;บรรยากาศวันนี้&nbsp;6&nbsp;มี.ค&nbsp;&nbsp;65&nbsp;เป็นไปอย่างคึกคัก&nbsp;มีประชาชน&nbsp;กลุ่มเสี่ยงชาวยะลา&nbsp;เดินทางนำโทรศัพท์มือถือที่มีแอปเป๋าตัง&nbsp;มาเข้าคิวสแกนรับชุดตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ซึ่งวันนี้&nbsp;(6&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ทางร้านสารพันยาในเมืองยะลา&nbsp;ได้นำชุด&nbsp;ATK&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;&nbsp;ชุด&nbsp;มาแจกฟรี&nbsp;ให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง&nbsp;แจกจนกว่าของจะหมด&nbsp;โดย&nbsp;1&nbsp;คนก็จะได้รับฟรี&nbsp;2&nbsp;ชุด&nbsp;และทุกคนก็จะต้องทำแบบประเมินมาเรียบร้อยแล้ว&nbsp;จะได้ไม่เสียเวลา&nbsp;เกิดความรวดเร็ว&nbsp;และลดการแออัดภายในร้าน&nbsp;เพียงแต่นำโทรศัพท์มือถือ&nbsp;มาเปิดแอปเป๋าตังสแกนกับทางร้าน&nbsp;ก็จะได้รับชุดตรวจทันที&nbsp;</p><p><strong>ทางเภสัชกรร้าน&nbsp;บอกว่า&nbsp;ร้านสารพันยาได้เข้าร่วมโครงการแจก&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโควิด-19</strong>&nbsp;หลังจากทาง&nbsp;สปสช.&nbsp;ได้ขอความร่วมมือกับทางร้าน&nbsp;โดยเริ่มแจกในล๊อตแรก&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ประมาณ&nbsp;200&nbsp;ชุด&nbsp;ตอนนี้ก็หมดแล้ว&nbsp;ประชาชนให้ความสนใจมารับชุดตรวจกันอย่างคึกคัก&nbsp;ในวันนี้ก็จะเป็นล๊อตที่&nbsp;2&nbsp;ซึ่งทางร้านได้สั่งชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;มา&nbsp;300&nbsp;ชุด&nbsp;เพื่อแจกให้ประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง&nbsp;โดยจะแจกจนกว่าของจะหมด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทางร้านขอความร่วมมือประชาชนที่ประสงค์จะรับชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้ทำแบบประเมินตนเองในแอปเป๋าตังให้แล้วเสร็จ&nbsp;แล้วถึงจะมารับชุดตรวจได้&nbsp;โดยนำโทรศัพท์มาสแกน&nbsp;รับชุดตรวจ&nbsp;แจก&nbsp;2&nbsp;ชุดต่อ&nbsp;1&nbsp;คนต่อ&nbsp;ครั้ง&nbsp;&nbsp;หลังจากนั้นต้องทำแบบประเมินตนเองทุกวัน&nbsp;หากมีปัญหาหรือข้อสงสัยในการใช้งานแอปเป๋าตัง&nbsp;สามารถโทรติดต่อ&nbsp;KTB&nbsp;&nbsp;โทร&nbsp;02-1111122&nbsp;ย้ำว่าต้องทำแบบประเมินตัวเองตามความเป็นจริง&nbsp;และอยู่ในกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ถึงสามารถใช้สิทธิ์ได้</p><p><strong>สำหรับในพื้นที่จ.ยะลา&nbsp;มีร้านเข้าร่วมโครงการกับทาง&nbsp;สปสช.รวม&nbsp;15&nbsp;แห่ง&nbsp;</strong>ใน&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;ร้านสารพันยา&nbsp;บริษัท&nbsp;เพื่อนยา&nbsp;จำกัด&nbsp;อนันต์เภสัช&nbsp;ศูนย์ยายะลา&nbsp;เซ็นเตอร์&nbsp;คลินิกแล็บ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;ร้านหมอยาเบตง&nbsp;โพธิ์ทองโอสถ&nbsp;รุ่งทิพย์เภสัช&nbsp;คลินิกยาเบตง&nbsp;เรือนยาแกรนด์วิลล่า&nbsp;ร้านปันยา&nbsp;เบตง&nbsp;คลินิกแล็บ&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;ร้าน&nbsp;ศูนย์ยาบันนังสตา&nbsp;อ.รามัน&nbsp;ร้านสลามัตเภสัช&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;ร้านศูนย์ยาธารโต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>"	2022-06-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306143829938
922	เชื่อมข้อมูลภาครัฐ ผ่านศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางด้วยระบบดิจิทัลแบบครบวงจร เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการให้บริการประชาชน	<p><strong>นายสุทธิพล&nbsp;ทวีชัยการ</strong>&nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย&nbsp;(คปภ.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงาน&nbsp;คปภ.&nbsp;ได้บูรณาการร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล&nbsp;&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;DGA&nbsp;ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;(MOU)&nbsp;ว่าด้วยการพัฒนาแนวทางการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลที่มีการจัดทำและครอบครองโดยหน่วยงานของรัฐ&nbsp;เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนผ่านศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล&nbsp;สนับสนุนการดำเนินการของหน่วยงานรัฐในการให้บริการประชาชนผ่านระบบดิจิทัล&nbsp;</p><p><strong>โดยกำหนดกรอบการดำเนินงาน&nbsp;6&nbsp;ด้านหลัก</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ด้านที่&nbsp;1&nbsp;แลกเปลี่ยนข้อมูล&nbsp;ความรู้&nbsp;ด้านที่&nbsp;2&nbsp;พัฒนาแนวทาง&nbsp;รูปแบบและระบบในการเชื่อมโยง&nbsp;ด้านที่&nbsp;3&nbsp;เชื่อมโยงเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัล&nbsp;ผ่านศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูล&nbsp;ด้านที่&nbsp;4&nbsp;ส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมเพื่อประโยชน์ด้านการบริหารงานภาครัฐและการบริการประชาชน&nbsp;ด้านที่&nbsp;5&nbsp;ให้คำปรึกษาในการบริหารจัดการข้อมูลอย่างมีมาตรฐาน&nbsp;และด้านที่&nbsp;6&nbsp;จัดทำกรอบแนวทางการเปิดเผยข้อมูลผ่านศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลาง</p><p>ทั้งสองหน่วยงานจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎ&nbsp;ระเบียบที่กำหนด&nbsp;และจะต้องไม่นำข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายไปใช้ในทางที่ก่อให้เกิดความเสียหาย&nbsp;โดยเป็นการรักษาข้อมูลไว้เป็นความลับตลอดไป&nbsp;การทำ&nbsp;MOU&nbsp;ระหว่างสองหน่วยงานครั้งนี้&nbsp;จะเป็นก้าวแรกของการบูรณาการเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ&nbsp;จากข้อมูลที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและช่วยเพิ่มศักยภาพการดูแลคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัยของประชาชนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306210153010
923	นายนิพนธ์ บุญญามณี ลงพื้นที่เร่งตรวจสอบความเสียหาย มอบถุงยังชีพผู้ประสบภัยริมหาดตะโละกาโปร์ จังหวัดปัตตานี กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด	<p><strong>เวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่อำเภอยะหริ่ง&nbsp;จังหวัดปัตตานี</strong>&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ได้เดินทางลงพื้นตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ที่ประสบภัย&nbsp;ทางวาตภัย&nbsp;พายุกระหน่ำพัดบ้านเรือนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี&nbsp;พร้อมมอบถุงยังชีพและสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประสบภัย&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;120&nbsp;ชุด&nbsp;โดยมี&nbsp;นายนิพันธ์&nbsp;บุญหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้นำท้องที่และคณะ&nbsp;ให้การต้อนรับและร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย</p><p><strong>จากสถานการณ์ลมทะเลที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง&nbsp;</strong>ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมทะเลจีนใต้ตอนล่าง&nbsp;เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย&nbsp;ส่งผลให้เกิดภาวะฝนที่ตกนอกฤดูกาลลงมาอย่างหนัก&nbsp;และต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน&nbsp;คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง&nbsp;โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง&nbsp;2-3&nbsp;เมตร&nbsp;และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า&nbsp;3&nbsp;เมตร&nbsp;เกิดภาวะลมกระโชกเป็นระลอกๆ&nbsp;ทำให้เกิดเหตุวาตภัยในหลายพื้นที่ของจังหวัดปัตตานี</p><p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;25-28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>จังหวัดปัตตานีได้เผชิญกับสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;ทำให้เกิดคลื่นสูงกว่า&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;พัดเข้าหาและกัดเซาะชายฝั่ง&nbsp;โดยพื้นที่อำเภอยะหริ่ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1-5&nbsp;ตำบลตะโละกาโปร์&nbsp;บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;51&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;ประชาชนได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;153&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมขัง&nbsp;จำนวน&nbsp;289&nbsp;ไร่&nbsp;ประชาชนได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;241&nbsp;ราย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีลานคอนกรีตเลียบชายฝั่งบริเวณหาดตะโละกาโปร์&nbsp;ถูกคลื่นซัดได้รับความเสียหาย&nbsp;ความยาวประมาณ&nbsp;300&nbsp;เมตร&nbsp;ส่วนพื้นที่หมู่&nbsp;1-4&nbsp;ตำบลแหลมโพธิ์&nbsp;บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;205&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;ประชาชนได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;615&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมขัง&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ไร่&nbsp;ประชาชนได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;และพื้นที่หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลมายู&nbsp;บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;ประชาชนได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;โดยส่วนใหญ่หลังคาบ้านได้ถูกลมพัดรุนแรง&nbsp;จากภาวะลมกระโชกเป็นระลอกๆ&nbsp;ทำให้กระเบื้องหลังคาหลุดบินลอยไปกับกระแสลม</p><p><strong>นายนิพนธ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การลงพื้นที่ในครั้งนี้</strong>&nbsp;นำความห่วงใยจากรัฐบาล&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;มามอบเพื่อเป็นกำลังใจให้ประชาชน&nbsp;พร้อมมอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;และเร่งตรวจสอบความเสียหาย&nbsp;กรณีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จนน้ำท่วมขังพื้นที่ทางการเกษตร&nbsp;ประกอบกับการเกิดเหตุวาตภัย&nbsp;พายุกระหน่ำพัดบ้านเรือนในพื้นที่ตำบลตะโละกาโปร์&nbsp;ตำบลแหลมโพธิ์&nbsp;และตำบลบามู&nbsp;อำเภอยะหริ่ง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;ซึ่งตนได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด&nbsp;ในส่วนของบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหาย&nbsp;ทราบว่าได้ดำเนินการซ่อมแซมไปแล้วบางส่วน&nbsp;ส่วนถนนหนทางที่โดนคลื่นกัดเซาะ&nbsp;เมื่อเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้นำแผงกั้นและเสากันถนนมาปิดพื้นที่ไว้ชั่วคราว&nbsp;ก่อนดำเนินการเร่งซ่อมแซมต่อไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ตนได้เร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบของทางราชการอย่างเต็มที่&nbsp;ส่วนทางรัฐบาลเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ&nbsp;มีการเตรียมความพร้อมในการเยียวยาและฟื้นฟูประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;ซึ่งจะดูแลรวมไปถึงทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย&nbsp;พร้อมสั่งการจังหวัดวางแผนและเตรียมความพร้อมต่อสถานการณ์&nbsp;โดยต้องพร้อมรับมือตลอดเวลา</p><p><strong>นายนิพนธ์&nbsp;กล่าวต่อว่า</strong>&nbsp;ถึงแม้ตนจะได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่แจ้งเตือนไปยังประชาชน&nbsp;ให้พร้อมติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&nbsp;และต่อเนื่องในช่วงนี้แล้วก็ตาม&nbsp;ก็อยากขอความร่วมมือประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง&nbsp;ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง&nbsp;และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;โดยคอยติดตามสถานการณ์ข่าวสารจากทางราชการใกล้ชิดต่อไป&nbsp;พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมมือกันทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306145035940
924	จังหวัดชัยนาทพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 143 ราย เสียชีวิต 1 ราย	"<p><strong>จังหวัดชัยนาทพบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่&nbsp;143&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;</strong>สรุปพบเชื้อ&nbsp;Covid-19&nbsp;รายใหม่&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้เสียชีวิต&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;90&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.9&nbsp;ต.โพงาม&nbsp;อ.สรรคบุรี&nbsp;&nbsp;จ.ชัยนาท&nbsp;โรคประจำตัว:&nbsp;ผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;ตรวจพบเชื้อวันที่&nbsp;24&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ผู้ป่วยและญาติ&nbsp;ขอรักษาที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;24&nbsp;ก.พ.65&nbsp;-&nbsp;5มี.ค.65&nbsp;ประวัติวัคซีน&nbsp;ไม่เคยได้รับวัคซีน&nbsp;เสียชีวิตวันที่&nbsp;5&nbsp;มี.ค.65&nbsp;เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;ที่บ้าน</p><p><strong>พบเชื้อรายใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;143&nbsp;ราย&nbsp;(ATK&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;RT-PCR&nbsp;43&nbsp;ราย)</strong>&nbsp;ตรวจพบในจังหวัด&nbsp;จำนวน&nbsp;131&nbsp;ราย&nbsp;ผู้เดินทางสัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;มีผลตรวจกลับมาขอรักษา&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;โดยพบเป็นคลัสเตอร์&nbsp;แคมป์คนงานตัดอ้อย&nbsp;อ.เนินขาม&nbsp;พบการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนในกลุ่มคนงานตัดอ้อย&nbsp;พบรายแรกมีอาการ&nbsp;PUI&nbsp;และเข้ารับการรักษา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;มี.ค.65&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;สะสมจำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ไม่รุนแรง&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ไม่ได้รับวัคซีน&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;(อายุต่ำกว่า10&nbsp;ปี)&nbsp;ได้รับวัคซีน&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;1&nbsp;เข็ม&nbsp;PZ+PZ=&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;SV+AZ=&nbsp;5&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับผู้ป่วยที่เสียชีวิตวันนี้เป็นผู้ป่วยที่นอนติดเตียงไม่รู้สึกตัวอยู่แล้ว&nbsp;</strong>และติดโควิด&nbsp;ภายหลังได้แนะนำให้มารักษาในโรงพยาบาลแต่ญาติไม่ยินยอมมาโรงพยาบาล&nbsp;จึงขอรักษาตัวแบบ&nbsp;home&nbsp;isolation</p><p><strong>สรุปผู้ป่วยสะสม&nbsp;รวม&nbsp;5,837&nbsp;ราย&nbsp;รักษาตัวอยู่&nbsp;1,430&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;4,366&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-06-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สวท.ชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306145410941
925	นพ.สสจ.สุรินทร์ เผย พอใจการจัดงานประชุมวิชาการทางการแพทย์เขตสุขภาพที่ 9 ที่จังหวัดสุรินทร์ 3 วัน ผู้เข้าชมกว่า 3,000 คน คาดหวังการต่อยอดสร้างรายได้ในอนาคต	<p><strong>นายสินชัย&nbsp;ตันติรัตนานนท์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การจัดงานประชุมวิชาการทางการแพทย์เขตสุขภาพที่&nbsp;9&nbsp;ปลดล็อค&nbsp;กัญชา&nbsp;กัญชง&nbsp;สร้างสุขภาพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;4-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน&nbsp;วิทยาเขตสุรินทร์&nbsp;โดยภาพรวมทั้ง&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;มีประชาชนเข้าชมทั้งออนไซต์&nbsp;ออนไลน์&nbsp;กว่า&nbsp;3,000&nbsp;คน&nbsp;จากที่จังหวัดสุรินทร์เป็นตัวแทนของเขตสุขภาพทั้ง&nbsp;12&nbsp;เขต&nbsp;ในการจัดครั้งแรก&nbsp;แม้ระยะเวลาเตรียมการสั้น&nbsp;แต่ถือว่าประสบผลสำเร็จด้วยดี&nbsp;ประชาชนให้การตอบรับจำนวนมาก&nbsp;ทำให้เห็นถึงความตื่นตัว&nbsp;และความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในจังหวัดสุรินทร์&nbsp;และจังหวัดในเขตสุขภาพที่&nbsp;9&nbsp;รวมทั้งภาคเอกชนที่นำผลิตภัณฑ์สินค้าต่างๆ&nbsp;มาร่วมจำหน่าย&nbsp;ชี้ให้เห็นความตื่นตัวของผู้ที่สนใจเรื่องกัญชา&nbsp;มองเห็นโอกาส&nbsp;เส้นทางการต่อยอด&nbsp;การลงทุน&nbsp;และการสร้างรายได้ในอนาคต</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การจัดประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์</strong>&nbsp;ภายใต้หัวข้อ&nbsp;ปลดล็อก&nbsp;กัญชา-กัญชง&nbsp;สร้างสุขภาพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;จะยังคงมีหกรรมสัญจรทั่วไทยใน&nbsp;12&nbsp;เขตสุขภาพ&nbsp;ช่วงเดือน&nbsp;มี.ค.-พ.ค.&nbsp;65&nbsp;ทุกสัปดาห์&nbsp;โดยครั้งต่อไปจะจัดขึ้นที่เขตสุขภาพที่&nbsp;5&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306145728942
926	พิธีมอบใบประกาศนียบัตรให้กับวิทยากร และจิตอาสา 904 ประจําสถานีที่ 1 และ 3 นราธิวาส	"<p><strong>พิธีมอบใบประกาศนียบัตรให้กับวิทยากร&nbsp;และจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;ประจําสถานีที่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;</strong>สร้างเครือข่ายประชาชนจิตอาสา&nbsp;เป็นแกนนำหลักในการสร้างจิตสำนึกในหน้าที่การเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ</p><p><strong>ที่โครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านโคกปาฆาบือซา&nbsp;ตำบลกะลุวอ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขำเขียว&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;/ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ฝึกจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ภาค&nbsp;4&nbsp;เดินทางมาเป็นประธาน&nbsp;ในพิธีมอบใบประกาศนียบัตรให้กับวิทยากร&nbsp;และจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;ประจําสถานีที่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;ของการฝึกหลักสูตรจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;ของ""หลักสูตรพื้นฐาน""&nbsp;(ภาค&nbsp;4)&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อสร้างองค์ความรู้&nbsp;และขยายผล&nbsp;ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ให้กับผู้เข้ารับการฝึก&nbsp;นําไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ตลอดจน&nbsp;เพื่อเป็นการสนองพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;ต่อยอด&nbsp;และถ่ายทอด&nbsp;โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;และแนวทางพระราชดำริต่างๆ&nbsp;ในการบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุขให้ประชาชน&nbsp;และพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้ต่อไป&nbsp;ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยมี&nbsp;พันเอกยุทธนา&nbsp;สายประเสริฐ&nbsp;ผู้บังคับการกรมทหารราบที่&nbsp;151&nbsp;และผู้เข้ารับการฝึกร่วมให้การต้อนรับ</p><p><strong>โดย&nbsp;พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขำเขียว&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;15/</strong>ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ฝึกจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ภาค&nbsp;4&nbsp;มอบใบประกาศนียบัตรให้กับวิทยากรประจำสถานีฝึก&nbsp;และจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;พร้อมทั้งเยี่ยมให้กำลังใจผู้เข้ารับการฝึก&nbsp;โดยรับฟังการบรรยายสรุปแผนวิชาองค์ความรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ก่อนเดินเยี่ยมชมฐานการเรียนรู้&nbsp;และชมการสาธิตต่างๆ&nbsp;ทั้งการสาธิตการทำขนมพื้นบ้าน&nbsp;การสาธิตการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ&nbsp;เยี่ยมชมแปลงผัก&nbsp;ตลอดจนได้กล่าวขอบคุณ&nbsp;และให้กำลังใจวิทยากร&nbsp;จากโครงการฟาร์มตัวอย่างต่างๆ&nbsp;ที่หมุนเวียนมาให้ความรู้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรม&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขำเขียว&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่15/</strong>ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ฝึกจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ภาค&nbsp;4&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในนามของศูนย์ฝึกจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ขอขอบคุณท่าน&nbsp;วิทยากร&nbsp;ประจําสถานีฝึกทั้ง&nbsp;16&nbsp;ฐาน&nbsp;และกําลังพลจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;ทุกท่านได้เสียสละเวลา&nbsp;และทุ่มเท&nbsp;ทรัพยากรของตัวท่านเอง&nbsp;และของหน่วยงาน&nbsp;ในการเตรียมการ&nbsp;และการปฏิบัติ&nbsp;การฝึกการอบรม&nbsp;ให้กับผู้เข้ารับการฝึก&nbsp;หลักสูตรจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;หลักสูตรพื้นฐาน&nbsp;ภาค&nbsp;4&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1/65&nbsp;เพื่อสร้างองค์ความรู้&nbsp;และขยายผลปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ให้กับผู้เข้ารับการฝึก&nbsp;นําไปประยุกต์&nbsp;และถ่ายทอดต่อไป&nbsp;ซึ่งในห้วงที่ผ่านมา&nbsp;วิทยากรจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;ทุกท่าน&nbsp;ได้ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ซึ่งสื่อให้เห็นถึงความสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;และแสดงออกถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด&nbsp;ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;กับหน่วยงานทหาร&nbsp;ที่มีความพร้อม&nbsp;ในการปฏิบัติภารกิจ&nbsp;ในทุกๆภารกิจ&nbsp;อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;จนเกิดเป็นประสิทธิผล&nbsp;ให้สําเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ตามที่ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ภาคต่างๆ&nbsp;จัดให้มีการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;หลักสูตรพื้นฐานขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นการสนองพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;และแนวพระราชดำริต่างๆ&nbsp;ในการบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุขให้ประชาชน&nbsp;และพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า&nbsp;ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ภาค&nbsp;4&nbsp;จึงได้จัดให้มีการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อสร้างเครือข่ายประชาชนจิตอาสาเป็นแกนนำหลักในการสร้างจิตสำนึกในหน้าที่การเป็นพลเมืองที่ดี&nbsp;มีความเสียสละ&nbsp;มีระเบียบวินัย&nbsp;รู้จักหน้าที่ของตน&nbsp;และมีจิตสาธารณะช่วยสร้างสรรค์ชุมชนโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน&nbsp;สามารถเป็นผู้นำในการปฏิบัติงานสาธารณประโยชน์ต่อส่วนรวม&nbsp;ตลอดจนสามารถเป็นเครือข่ายจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;ในแต่ละพื้นที่แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;และเข้าประสานความร่วมมือระหว่างศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาคกับส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;หากเกิดสถานการณ์ด้านภัยพิบัติ&nbsp;และสามารถนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปถ่ายทอดให้กับชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้&nbsp;ตลอดเพื่อให้การดำเนินโครงการจิตอาสาพระราชทานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพจึงจำเป็นต้องมีผู้มีความรู้ในเรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์พระราโชบายพระราชนิยม&nbsp;รวมถึงองค์ความรู้ในศาสตร์ต่างๆ&nbsp;โดยเฉพาะด้านจิตอาสา&nbsp;เพื่อจะถ่ายทอดแก่ประชาชนให้ได้รับทราบ&nbsp;และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-06-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306150401943
927	จ.ปัตตานี รมช.มหาดไทย มอบถุงยังชีพแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากพายุพัด	<p><strong>เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลตะโละกาโปร์&nbsp;อำเภอยะหริ่ง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เดินทางลงพื้นที่พบปะประชาชน&nbsp;และมอบสิ่งของช่วยเหลือให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;หลังจากที่เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;ก.พ.ที่ผ่านมา&nbsp;ได้เกิดคลื่นลมกระโชคแรง&nbsp;ทำให้บ้านเรือนราษฎรที่อยู่ริมทะเลอ่าวไทยได้รับความเสียหายจำนวนหลายหลัง&nbsp;และเส้นทางเข้าหมู่บ้านถูกคลื่นทะเลซัดได้รับความเสียหาย&nbsp;1&nbsp;เส้นทาง&nbsp;แต่ยังสามารถสัญจรไปมาได้&nbsp;</p><p><strong>โดยทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;</strong>ได้พบปะให้กำลังใจประชาชนพร้อมมอบถุงยังชีพ&nbsp;จำนวน&nbsp;160&nbsp;ถุง&nbsp;เพื่อช่วยเหลือให้กับผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;เป็นขวัญกำลังใจ&nbsp;และกล่าวแสดงความเป็นห่วงของทางรัฐบาลที่มีต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้&nbsp;โดยมี&nbsp;นายนิพันธ์&nbsp;บุญหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;ว่าที่ร้อยตรีตระกูล&nbsp;โทธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;นายโอฬาร&nbsp;บิลสัน&nbsp;นายอำเภอยะหริ่ง&nbsp;นายกาส&nbsp;เส็นโต๊ะเย็บ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปัตตานี&nbsp;เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;โดยมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลตะโล๊ะกาโปร์&nbsp;อำเภอยะหริ่ง&nbsp;เดินทางออกมารับมอบถุงยังชีพเป็นจำนวนมาก&nbsp;จากนั้นคณะได้เดินทางตรวจจุดชุมชนที่บ้านที่ได้รับความเสียหาย&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดปัตตานีได้ดำเนินการให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว&nbsp;ส่วนเส้นทางสายชนบทที่ได้ถูกคลื่นซัดได้รับความเสียหาย&nbsp;ทางหลวงชนบทได้ดำเนินการตรวจสอบแล้ว&nbsp;และพร้อมเตรียมดำเนินการซ่อมเส้นทางดังกล่าวแล้ว&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306154703957
928	รมช.กระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่รับทราบปัญหา พร้อมนำความห่วงใยจากรัฐบาล และมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนบ้านปาตา ตำบลตะโละกาโปร์ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี	<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;</strong>ลงพื้นที่รับทราบปัญหาและมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนหมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านปาตา&nbsp;ตำบลตะโละกาโปร์&nbsp;อำเภอยะหริ่ง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;จำนวน&nbsp;120&nbsp;ชุด&nbsp;และนำความห่วงใยจากรัฐบาลในโอกาสพบปะพี่น้องประชาชน</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เยี่ยมชมชายหาดตะโละกาโปร์ที่ได้รับความเสียหายจากคลื่นซัดชายฝั่ง&nbsp;</strong>ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจความเสียหาย&nbsp;เพื่อรายงานระดับกระทรวง&nbsp;ทบวง&nbsp;กรม&nbsp;ให้ความช่วยเหลือในระยะยาว&nbsp;เพื่อให้หาดตะโละกาโปร์&nbsp;กลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามเช่นเดิม</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;เดินทางไปมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนที่บ้านเรือนได้รับความเสียหาย&nbsp;และพบปะประชาชนที่ประกอบอาชีพประมงชายฝั่ง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายนิพันธ์&nbsp;บุญหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ตระกูล&nbsp;โทธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;นายโอฬาร&nbsp;บิลสัน&nbsp;นายอำเภอยะหริ่ง&nbsp;นายกาส&nbsp;เส็นโต๊ะเย็บ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปัตตานี&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;พี่น้องประชาชน&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><strong>ในห้วงวันที่&nbsp;24&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>ได้มีฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรงทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจากเหตุวาตภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;44&nbsp;ตำบล&nbsp;92&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;12&nbsp;ชุมชน&nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบ&nbsp;576&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;2,010&nbsp;คน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พื้นที่อำเภอมายอ&nbsp;ยะหริ่ง&nbsp;ปะนาเระ&nbsp;ไม้แก่น&nbsp;สายบุรี&nbsp;เมืองปัตตานี&nbsp;หนองจิก&nbsp;โคกโพธิ์&nbsp;ทุ่งยางแดง&nbsp;และอำเภอยะรัง&nbsp;และยังมีสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มและมีน้ำเอ่อล้นจากแม่น้ำปัตตานี&nbsp;และแม่น้ำสายบุรี&nbsp;ส่งผลให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยครอบคลุมทั้ง&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;82&nbsp;ตำบล&nbsp;351&nbsp;หมู่บ้าน20&nbsp;ชุมชน&nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบ&nbsp;15,458&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;59,847&nbsp;คน&nbsp;และเสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;ในพื้นที่อำเภอยะรัง</p><p><strong>สำหรับการให้ความช่วยเหลือประชาชน</strong>&nbsp;ทางจังหวัดปัตตานี&nbsp;อำเภอ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และหน่วยงานต่างๆได้แจกจ่ายถุงยังชีพ&nbsp;พร้อมซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบเป็นการเบื้องต้นแล้ว</p><p><strong>ปัจจุบัน&nbsp;ปริมาณฝนลดน้อยลง&nbsp;</strong>ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักทั้งแม่น้ำปัตตานีและแม่น้ำสายบุรีลดระดับต่ำกว่าตลิ่งทุกสถานีวัดสถานการณ์ได้คลี่คลายทุกอำเภอแล้ว</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306160238959
929	ผู้ปกครองและนักเรียนที่ติดเชื้อโควิด -19 ขอบคุณทุกฝ่ายไม่ปิดกั้นโอกาสทางการศึกษาต่อ	<p>รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;เปิดเผย ผู้ปกครองและนักเรียนที่ติดเชื้อโควิด -19 ขอบคุณทุกฝ่ายไม่ปิดกั้นโอกาสทางการศึกษาต่อ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;เปิดเผยว่า จากมติ ศบค. เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ที่ให้เด็กที่ติด covid-19 มีอาการเล็กน้อยหรือเด็กกลุ่มเสี่ยงสูงสามารถเข้าสอบได้ นั้น จากการที่ได้รับรายงานพบว่าแต่ละโรงเรียนได้ดำเนินการจัดสอบด้วยความเรียบร้อยในทุกกระบวนการ โดยเฉพาะการจัดห้องสอบให้กับนักเรียนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูง และนักเรียนที่ติดเชื้อ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข และมีการติดตาม รายงานมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งวันนี้และเมื่อวาน โดยผู้อำนวยการเขตพื้นที่ ที่มีโรงเรียนในสังกัดเป็นสนามสอบ นอกจากนี้ นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เน้นย้ำให้ทุกโรงเรียนอำนวยความสะดวกให้กับนักเรียนที่เข้าสอบและผู้คุมสอบด้วย ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเคร่งมาตรการ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ปกครองนักเรียนที่ติดเชื้อได้ขอขอบคุณทางโรงเรียนที่ให้นักเรียนที่ติดเชื้อโควิด 19 ได้มีโอกาสเข้าสอบคัดเลือกเพื่อศึกษาต่อในระดับชั้น ม. 1 ซึ่งนักเรียนจะได้ไม่เสียโอกาสในการเข้าเรียนในปีนี้&nbsp;ไม่ต้องเสียเวลาไป 1 ปี</p><p><br></p><p>รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;กล่าวอีกว่า จากความร่วมมือที่เกิดขึ้นของทุกหน่วยงานเป็นการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียน ลดความเครียด คลายความกังวล ทั้งผู้ปกครองและนักเรียน ซึ่งคำนึงและเน้นย้ำเสมอว่า อย่าให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 มาเป็นอุปสรรคอนาคตทางการศึกษาอย่างเด็ดขาด เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่น และความมั่นใจให้กับนักเรียนและผู้ปกครองได้เชื่อมั่นระบบการศึกษาของไทยว่าจะไม่ปิดกั้นโอกาสทางการศึกษาของนักเรียนอย่างแน่นอน</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306160104958
930	พัฒนาสัมพันธ์กลุ่มไทยพุทธ เสริมสร้างบุญไหว้พระ 9 วัด หารือแนวทางพัฒนาพื้นที่ สร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้	"<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กลุ่มพี่น้องไทยพุทธกว่า&nbsp;80&nbsp;คน</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ออกเดินทางจากค่ายอิงคยุทธบริหาร&nbsp;อำเภอหนองจิก&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;เดินทางทัศนศึกษามุ่งหน้าสู่วัดต่างๆ&nbsp;กว่า&nbsp;9&nbsp;วัดในพื้นที่ภาคใต้เพื่อเปิดโลกทัศน์&nbsp;เรียนรู้หลักธรรม&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;""เสริมสร้างบุญ&nbsp;สักการะไหว้พระ&nbsp;9&nbsp;วัด""&nbsp;ที่สำนักมวลชนและกิจการพิเศษ&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้าจัดขึ้น&nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคล&nbsp;สร้างขวัญกำลังใจ&nbsp;และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับพุทธศาสนิกชนในพื้นที่&nbsp;ทั้งยังเป็นการปลูกฝั่งการเรียนรู้เรื่องหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา&nbsp;นำไปปฏิบัติในครอบครัวและชุมชน&nbsp;ช่วยกันประคอง&nbsp;ทำนุบำรุงพุทธศาสนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และสามารถอยู่ร่วมกัน&nbsp;บนพื้นฐานสังคมพหุวัฒนธรรม&nbsp;เกิดชุมชนที่มีความเข้มแข็ง&nbsp;ซึ่งนั่น&nbsp;จะเป็นหนึ่งในทางออกจากความขัดแย้งและความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยกิจกรรมดังกล่าวมีขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;5-7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีพุทธศาสนิกชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;รวม&nbsp;85&nbsp;คน&nbsp;ที่ผ่านการคัดเลือกจากเครือข่ายชุมชนไทยพุทธ&nbsp;โดยคณะดังกล่าว&nbsp;จะเดินทางปฏิบัติธรรมไหว้พระ&nbsp;9&nbsp;วัดในพื้นที่&nbsp;วัดแหลมพ้อ&nbsp;วัดท้ายยอ&nbsp;วัดเขาน้อย&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;วัดเจดีย์&nbsp;(ไอ้ไข่)&nbsp;วัดก้างปลา&nbsp;วัดพระทอง&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;วัดบางใบไม้&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;วัดภูเขาทอง&nbsp;และวัดเขาอ้อ&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;ซึ่งนอกจากกิจกรรมเดินทางไหว้พระทั้ง&nbsp;9&nbsp;วัดแล้ว&nbsp;คณะทั้งหมดจะได้มีการพัฒนาสัมพันธ์&nbsp;ศึกษาดูงานสถานที่ต่างๆ&nbsp;เพื่อนำกลับมาเป็นแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ของตนให้เกิดความเข้มแข็งต่อไป</p><p><strong>หลังจากที่&nbsp;คณะของโครงการเสริมสร้างบุญสักการะไหว้พระ&nbsp;9&nbsp;วัด</strong>&nbsp;ได้เดินทางมาถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และมีกำหนดการพักค้างคืนเป็นเวลา&nbsp;1&nbsp;คืน&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;พลโทเกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พลโท&nbsp;ธิรา&nbsp;แดหวา&nbsp;แม่ทัพน้อยที่&nbsp;4/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ได้ร่วมให้การต้อนรับและพบปะพูดคุย&nbsp;พัฒนาสัมพันธ์กับกลุ่มพี่น้องไทยพุทธที่ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรม&nbsp;มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น&nbsp;ข้อเสนอแนะต่างๆ&nbsp;ซึ่งนั้นจะเป็นประโยชน์ในการนำข้อมูลต่างๆ&nbsp;ให้หน่วยงานภาครัฐได้ทราบถึงจุดอ่อน&nbsp;จุดแข็ง&nbsp;แล้วนำไปพัฒนาขับเคลื่อน&nbsp;สู่การสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;บนพื้นฐานของสังคมพหุวัฒนธรรมต่อไป</p><p><strong>โดยกำหนดการวันนี้&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ของคณะโครงการเสริมสร้างบุญสักการะไหว้พระ&nbsp;9&nbsp;วัด&nbsp;มีกำหนดการศึกษาดูงาน&nbsp;ยังตลาดน้ำประชารัฐวัดบางใบไม้&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ไปจนถึงวัดภูเขาทอง&nbsp;วัดเขาอ้อ&nbsp;และอุทยานนกน้ำทะเลน้อยจังหวัดพัทลุง&nbsp;เพื่อเป็นการเปิดโลกกว้าง&nbsp;เรียนรู้วิถีชุมชน&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;การพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงในพื้นที่&nbsp;ซึ่งสถานที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;นั้นจะกลับนำมาเป็นตัวอย่างของการพัฒนาท่องเที่ยวโดยชุมชน&nbsp;เพื่อลดความขัดแย้งในพื้นที่&nbsp;ด้วยการดึงคนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อก้าวไปสู่ความยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง&nbsp;รวมทั้งเป็นการลดปัญหาความขัดแย้งของสังคมได้อย่างแท้จริง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-06-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306162049960
931	เหล่านักช้อปต่างประทับใจได้เลือกซื้อสินค้ากว่า 50 ประเทศ ใน งานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 55 	"<p><strong>ตลอดทั้งวันที่ผ่านมากับบรรยากาศงานออกร้านคณะภริยาทูต&nbsp;ครั้งที่&nbsp;55</strong>&nbsp;เนื่องด้วยเป็นวันสุดท้ายหลังจากที่จัดมาตั้งแต่วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;ที่รอยัล&nbsp;พารากอน&nbsp;ฮอลล์&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;จนถึงวันนี้(6&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ประชาชนจากทั่วทุกพื้นที่เดินทางมาจับจ่ายสินค้าภายในงานมหกรรมสินค้านานาชาติเพื่อการกุศลแห่งปี&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;Happy&nbsp;Shopping&nbsp;รูปแบบ&nbsp;Hybrid&nbsp;Event&nbsp;ผสมผสานระหว่างงานออนกราวด์และออนไลน์&nbsp;ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;เป็นการรวบรวมสินค้าจากต่างประเทศกว่า&nbsp;50&nbsp;ประเทศ&nbsp;จำหน่ายในราคาถูก&nbsp;อาทิ&nbsp;สินค้าอุปโภคบริโภคทั้ง&nbsp;อาหารคาว-หวาน&nbsp;เบเกอรี่&nbsp;ผลิตภัณฑ์เครื่องครัว&nbsp;ของใช้&nbsp;เสื้อผ้า&nbsp;รวมถึงสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;จากประเทศไทยและอื่นๆ&nbsp;อีกกว่า&nbsp;176&nbsp;บูธ&nbsp;ซึ่งประชาชนมาที่เดียวสามารถเลือกช้อปสินค้าได้เหมือนช้อปทั่วโลก&nbsp;</p><p><strong>นางสาวดาเร่&nbsp;ขจรศักดิ์ชัย&nbsp;หนึ่งในประชาชนที่เดินทางมาช้อปสินค้า&nbsp;เล่าว่า</strong>&nbsp;ติดตามการจัดงานมหกรรมสินค้าทุกปี&nbsp;โดยภายในงานนี้มีความพิเศษที่ได้รวบรวมสินค้าจะต่างประเทศมากมาย&nbsp;มาให้ได้เลือกซื้อ&nbsp;โดยไม่ต้องเสียเวลาและเดินทางไกลถึงต่างประเทศ</p><p><strong>ด้านนางสาวกาญจนา&nbsp;คงน้อย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;รู้สึกประทับใจกับการจัดงานครั้งนี้&nbsp;ซึ่งสามารถเดินช้อปได้ไม่แออัด&nbsp;พร้อมกับมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;เป็นอย่างดี&nbsp;และยังได้ช้อปสินค้าในราคาที่ถูกกว่าปกติ&nbsp;ส่วนการจัดงานครั้งนี้มองว่าเป็นการกระตุ้นเศษรฐกิจ&nbsp;จึงออกมาจับจ่ายใช้ส้อย</p><p><strong>ทั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้นักชอปทั่วประเทศเข้าถึงและมีส่วนร่วมกับงานได้อีก</strong>&nbsp;โดยผ่านเว็บไซค์&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.dpcredcrossbazaar.com/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.dpcredcrossbazaar.com</a>&nbsp;ผู้ซื้อสามารถเลือกบริการจัดส่งโดยไปรษณีย์ไทย&nbsp;สำหรับรายได้จากการจัดงานออกร้านคณะภริยาทูต&nbsp;ครั้งที่&nbsp;55&nbsp;จะนำไปสนับสนุนด้านการแพทย์ในสถานการณ์โควิด-19&nbsp;และช่วยเหลือเด็ก&nbsp;สตรี&nbsp;ผู้พิการ&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;ในพื้นที่ชนบทและผู้ขาดโอกาส&nbsp;ในด้านต่างๆ&nbsp;ตามวัตถุประสงค์และการจัดสรรเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของสภากาชาดไทยต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>"	2022-06-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306210614013
932	ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานอำเภอเมืองหนองบัวลำภู มอบถุงยังชีพผู้ป่วยโควิด-19	<p><strong>นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู </strong>ออกเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพของสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดหนองบัวลำภู และนำอาหารปรุงสำเร็จพร้อมรับประทานและน้ำดื่ม ของภาคเอกชน เพื่อส่งมอบความห่วงใยให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนซึ่งป่วยโควิด -19 จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) </p><p><strong>นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู กล่าวว่า </strong>อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานอำเภอเมืองหนองบัวลำภู ขับเคลื่อนอำเภอคุณธรรม ในเรื่องความดีที่อยากทำ  จัดชุดจิตอาสาประจำหมู่บ้านซึ่งได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) นำไปมอบให้ผู้ป่วยฯที่รักษาตัว ที่ศูนย์พักคอยชุมชน(Community : CI) และที่บ้าน(Home Isolation : HI) และผู้สูงอายุ ด้อยโอกาส เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่&nbsp;</p><p><br></p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306164613967
933	ผู้ว่าฯ ปัตตานี มอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เหตุอุทกภัยในพื้นที่อำเภอยะรัง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;มี.ค&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;นายนิพันธ์&nbsp;บุญหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ตระกูล&nbsp;โทธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;นายกาส&nbsp;เส็นโต๊ะเย็บ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปัตตานี&nbsp;เดินทางไปยังตำบลคลองใหม่&nbsp;อำเภอยะรัง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;เพื่อมอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;จากเหตุอุทกภัย&nbsp;จากสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดปัตตานี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;24-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลคลองใหม่&nbsp;อำเภอยะรัง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;มอบให้แก่พ่อแม่ผู้เสียชีวิต&nbsp;รายละ&nbsp;29,700&nbsp;บาท&nbsp;ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;โดยมี&nbsp;นายรุ่งโรจน์&nbsp;สะท้าน&nbsp;นายอำเภอยะรัง&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับและมอบถึงยังชีพให้แก่พ่อแม่ผู้เสียชีวิตอีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306165958968
934	ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม ลงพื้นที่ รพ.สนาม ดูแลความเป็นอยู่ของผู้ป่วยและบุคลากรทางการพร้อมมอบสิ่งของเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนาย&nbsp;กรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;นายสันชัย&nbsp;พัฒนะวิชัย&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดฯลงพื้นที่โรงพยาบาลสนามอัมพวาร่วมใจ&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ได้สอบถามความเป็นอยู่และกระบวนการการดูแลรักษาผู้ป่วยใน&nbsp;รพ.สนาม&nbsp;มอบของเยี่ยมเป็นขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;และผู้นำท้องที่&nbsp;ท้องถิ่นที่ปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับญาติผู้ป่วย&nbsp;ขณะนี้มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตัว&nbsp;จำนวน&nbsp;293&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;โดยมีนางกชนัฑ&nbsp;พัฒนะวิชัย&nbsp;นายอำเภออัมพวาและบุคลากรทางการแพทย์ให้การต้อนรับ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306170155969
935	งาน เดิน วิ่ง ทู TO BE NUMBER ONE SURIN RUN 2021 ภายใต้วิถี New normal ที่ จ.สุรินทร์ นอกจากได้ออกกำลังกายแล้ว ยังได้ความสามัคคี	<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่สนามกีฬาศรีณรงค์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;เดิน&nbsp;วิ่ง&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;SURIN&nbsp;RUN&nbsp;2021&nbsp;เพื่อเสริมสร้างการออกกำลังกาย&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;ภายใต้การบริหารจัดการเชิงบูรณาการของคณะกรรมการดำเนินงาน&nbsp;โครงการ&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;โดยดำเนินการตามยุทธศาสตร์หลักของโครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การรณรงค์ปลูกจิตสำนึกและสร้างกระแสต่อการป้องกันปัญหายาเสพติด&nbsp;การสร้างภูมิคุ้มกันด้านจิตใจให้แก่เด็กและเยาวชน&nbsp;การสร้างและพัฒนาเครือข่ายป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;ตามนโยบายจังหวัด&nbsp;เด็กคิด&nbsp;เด็กทำ&nbsp;เด็กนำ&nbsp;ผู้ใหญ่หนุน&nbsp;ชุมชนมีส่วนร่วม&nbsp;เพื่อเป็นเกราะป้องกันให้เยาวชน&nbsp;และประชาชนจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ห่างไกลยาเสพติด</p><p><strong>โดยมีนางทรงลักษณ์&nbsp;วรภัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>เป็นประธานพิธี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายแพทย์สินชัย&nbsp;ตันติรัตนานนท์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์&nbsp;นายแพทย์อภิสรรค์&nbsp;บุญประดับ&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ชมรม&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน&nbsp;800&nbsp;คน&nbsp;โดยมีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าสนามวิ่ง&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;และมีมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>สำหรับการแข่งขัน&nbsp;แบ่งออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ประเภท&nbsp;ประกอบด้วย</strong>&nbsp;วิ่งมินิมาราธอน&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ชาย&nbsp;เวลาปล่อยตัว&nbsp;05.30&nbsp;น.&nbsp;และประเภท&nbsp;เดิน-วิ่ง&nbsp;เพื่อสุขภาพ&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ปล่อยตัว&nbsp;05.40&nbsp;น.&nbsp;ซึ่งรายได้จากการวิ่งครั้งนี้&nbsp;จะสมทบกองทุน&nbsp;โครงการ&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เพื่อพัฒนากิจกรรมในโครงการรณรงค์การป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;จังหวัดสุรินทร์ให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;และต่อเนื่อง</p><p><strong>นางทรงลักษณ์&nbsp;วรภัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;นายสุวงพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;อยากเห็นจังหวัดสุรินทร์เป็นสนามทูบีนัมเบอร์วันที่สามารถทำให้ลูกหลานเยาวชนเข้ามาร่วมกัน&nbsp;โดยเด็กๆ&nbsp;จะเป็นคนทำ&nbsp;ผู้ใหญ่เป็นคนคอยสนับสนุน&nbsp;และกิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่จัดขึ้นได้ในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;โดยมีมาตรการอย่างเข้มงวด&nbsp;ทำให้ได้ออกกำลังกาย&nbsp;มีร่างกายที่แข็งแรง&nbsp;จิตใจที่ผ่องใส&nbsp;ที่สำคัญคือการร่วมมือร่วมใจกัน&nbsp;จึงขอบคุณสาธารณสุขจังหวัดที่จัดงานนี้ขึ้น&nbsp;ขอบคุณชาวสุรินทร์&nbsp;ทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมกับกิจกรรมดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306173152971
936	ฝ่ายความมั่นคงบูรณาการร่วมจับกุมบุหรี่เถื่อนที่ตากใบ 143,500 ซอง มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท	<p><strong>ฝ่ายความมั่นคงบูรณาการร่วมจับกุมบุหรี่เถื่อนที่ตากใบ&nbsp;143,500&nbsp;ซอง</strong>&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;6&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เตรียมขยายผลขบวนการ&nbsp;ตัดวงจรการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนทุกประเภท</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ท่าเทียบเรือบ้านเจ๊ะเห&nbsp;หมู่2&nbsp;ตำบลเจ๊ะเห&nbsp;อำเภอตากใบ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;</strong>พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขำเขียว&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;15/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พันตำรวจเอก&nbsp;นราวี&nbsp;บินแวอารง&nbsp;ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรตากใบ&nbsp;และส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เดินทางลงพื้นที่บูรณาการปฎิบัติร่วมกันจับกุมบุหรี่เถื่อน&nbsp;</p><p><strong>จากเหตุเมื่อวันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีเรือสปีดโบ๊ท&nbsp;ขนสิ่งผิดกฎหมายมาจอดที่ท่าเทียบเรือ&nbsp;บ้านเจ๊ะเห&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ตำบลเจ๊ะเห&nbsp;อำเภอตากใบ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;หลังได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จึงสนธิกำลังเข้าตรวจสอบ&nbsp;พบเป็นเรือสปีดโบ๊ท&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ลำ&nbsp;ซึ่งจอดเทียบริมตลิ่ง&nbsp;หลังจากการตรวจสอบภายในเรือพบกระสอบสีเขียว&nbsp;โดยภายในบรรจุบุหรี่ต่างประเทศ&nbsp;ยี่ห้อ&nbsp;U2&nbsp;จำนวน&nbsp;287&nbsp;ลัง&nbsp;ซึ่งภายใน&nbsp;1&nbsp;ลัง&nbsp;&nbsp;บรรจุ&nbsp;50&nbsp;แถว&nbsp;(143,500&nbsp;ซอง)&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตรวจยึดของกลางดังกล่าวทั้งหมด&nbsp;ไว้&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตำรวจภูธรตากใบ&nbsp;เพื่อนำส่งด่านศุลกากรตากใบดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ด้านพันตำรวจเอก&nbsp;นราวี&nbsp;บินแวอารง&nbsp;ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรตากใบ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมทั่วประเทศ&nbsp;ประกอบกับนโยบายของ&nbsp;พลโทเกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;และพลตำรวจโท&nbsp;นันทเดช&nbsp;ย้อยนวล&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจภาค&nbsp;9&nbsp;ให้มีการดำเนินการ&nbsp;ป้องกันและปราบปรามปัญหาภัยแทรกซ้อน&nbsp;สิ่งผิดกฎหมาย&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้นั้น&nbsp;สถานีตำรวจภูธรตากใบ&nbsp;ได้รับแจ้งถึงพฤติกรรมการนำเรือสปีดโบ๊ท&nbsp;ขนสิ่งผิดกฎหมายมาจอดในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;จึงได้บูรณาการกำลัง&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;ตำรวจภูธรนราธิวาส&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำตากใบ&nbsp;ตำรวจตะเวนชายแดนที่&nbsp;447&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;และเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรตากใบ&nbsp;บังคับใช้กฎหมายเข้าตรวจสอบเรือดังกล่าว&nbsp;โดยพบบุหรี่ต่างประเทศ&nbsp;ยี่ห้อ&nbsp;U2&nbsp;เป็นจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งคาดว่าบุหรี่ต่างประเทศดังกล่าว&nbsp;ลำเลียงทางน้ำ&nbsp;ด้วยเรือสปีดโบ๊ทมาจากประเทศเวียดนาม&nbsp;เพื่อนำไปจำหน่ายยังประเทศที่&nbsp;3&nbsp;โดยสถานที่พบเรือดังกล่าวอาจเป็นจุดพัก&nbsp;ก่อนนำไปส่งประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;และหากนำไปจำหน่ายประเทศที่&nbsp;3&nbsp;คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ&nbsp;6,457,500&nbsp;บาท&nbsp;โดยในขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบเรือสปีดโบ๊ท&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ลำ&nbsp;ไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดแสดงตนเป็นเจ้าของเรือ&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตรวจยึดของกลางดังกล่าวทั้งหมด&nbsp;นำส่งพนักงานสอบสวน&nbsp;สถานีตำรวจภูธรตากใบ&nbsp;ได้ดำเนินกรรมวิธีตามกฎหมาย&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านพลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขำเขียว&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;15/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เป็นไปตามนโยบายของ&nbsp;พลเอก&nbsp;ณรงค์พันธ์&nbsp;จิตต์แก้วแท้&nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;และ&nbsp;พลโทเกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ซึ่งได้เน้นย้ำเรื่องการสกัดกั้นตามแนวชายแดนพยายามทำทุกวิถีทางในการเพิ่มเติมกำลังในการป้องกันชายแดนให้มากขึ้นรวมทั้งการใช้เครื่องมือยุทโธปกรณ์พิเศษในการเข้าตรวจตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพื่อสกัดกั้นตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;ป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง&nbsp;การกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนทุกประเภท&nbsp;ป้องกันภัยแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นเพื่อตัดวงจรการกระทำผิด&nbsp;รวมไปถึงการลักลอบนำสิ่งผิดกฎหมายเข้ามายังประเทศไทย&nbsp;เป็นการการนำเครื่องมือ&nbsp;ยุทโธปกรณ์พิเศษ&nbsp;ทางทหารที่มีอยู่&nbsp;ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;เพื่อความปลอดภัยในชีวิต&nbsp;และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน</strong>&nbsp;โดยสามารถแจ้งข้อมูลให้กับหน่วยทหารในพื้นที่&nbsp;หรือโทรผ่านสายด่วน&nbsp;191&nbsp;และสายด่วนความมั่นคง&nbsp;1341&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306180746980
937	"ไขข้อสงสัย ทำไม ? ผู้ป่วยสีเขียวควรรักษาที่บ้าน พร้อมรู้จัก ""เจอ แจก จบ"" ให้มากขึ้น"	"<p><strong>การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในไทย</strong> ปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์โอมิครอนที่แพร่ระบาดรวดเร็วแต่อาการไม่รุนแรงถึงไม่มีอาการ เฉลี่ยแล้วในระยะนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อรายวัน 20,000 รายขึ้นไป ซึ่งจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อรายวันนี้มาจากการตรวจยืนยันแบบ RT-PCR ไม่รวมผู้เข้าข่ายติดเชื้อที่ตรวจด้วยชุดตรวจแบบ ATK อีกราววันละ 20,000 - 30,000 คน โดยตัวเลขผู้เข้าข่ายติดเชื้อจากการตรวจด้วย ATK อาจเป็นส่วนสำคัญทำให้มีการเพิ่มแนวทางการรักษาแบบผู้ป่วยนอก(OPD) เจอ แจก จบ</p><p><strong>ผู้ป่วยที่ติดเชื้อโอมิครอน มีอาการเบาถึงไม่มีอาการ</strong> หรือเรียกอีกอย่างว่า<strong> ""ผู้ป่วยสีเขียว""</strong> มีมากถึง 90% ของผู้ป่วยในแต่ละวัน หากยังเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลย่อมส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขในภาวะที่เรียกว่า <strong>""ล้นเตียง"" </strong>ได้ ดังนั้น แนวทางการรักษาผู้ป่วยสีเขียวแบบ <strong>""เจอ แจก จบ"" </strong>จึงถูกนำมาใช้เสริมเพิ่มเติมกับแบบโฮมไอโซเลชั่น หรือ HI รักษาตัวที่บ้านและคอมมูนิตี้ไอโซเลชั่น หรือ CI รักษาตัวในชุมชน</p><p><strong><u>สธ. แจงที่มา ""เจอ แจก จบ""</u></strong></p><p><strong>นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบายไว้ก่อนหน้านี้ว่า</strong> ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงสามารถเข้ารับการรักษาในลักษณะเป็นผู้ป่วยนอก (OPD) คือ ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล แต่ดูแลรักษาตัวที่บ้านหรือชุมชน (HI/CI) ได้ นี่คือที่มาของคำว่า เจอ แจก จบ ที่รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข นำมาอำนวยความสะดวกให้บริการกับประชาชน อีกอย่างทางกระทรวงสาธารณสุขต้องการให้มีการจัดการโรคโควิด -19 จากโรคระบาดใหญ่ (Pandemic) เปลี่ยนผ่านเป็นโรคประจำถิ่น (Endemic) คือ โรคลดความรุนแรงลง มีระบบการรักษาที่มีประสิทธิภาพและประชาชนมีภูมิต้านทานที่เพียงพอ โรคไม่ได้มีภาวะอันตราย</p><p><strong>* สรุป 7 เหตุผลเข้าใจง่าย ทำไมผู้ป่วยสีเขียวติดเชื้อโอมิครอน ควรรักษาตัวทึ่บ้าน*</strong></p><p>1. ผู้ป่วยที่จะดูแลตัวเองที่บ้าน ไม่มีอาการถึงอาการน้อย ไม่มีภาวะเสี่ยง</p><p>2. ผู้ป่วย 90% ไม่มีอาการถึงมีอาการน้อย</p><p>3. ผู้ป่วยหนักถึงเสียชีวิต ส่วนใหญ่เป็นคนสูงวัยหรือพวกมีโรคประจำตัว (ภาวะเสี่ยง)</p><p>4. ผู้ป่วยสูงวัย - ผู้ป่วยมีโรคอื่นร่วม มีภาวะเสี่ยง แนวทางการรักษาจะรับไว้ในโรงพยาบาล</p><p>5. ผู้ป่วยสีเขียว เมื่อดูแลตัวเองที่บ้าน มีโอกาสน้อยกว่า 1% ที่จะกลายเป็นสีเหลือง หรืออาการหนักขึ้นกว่าเดิม</p><p>6. ใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะก่อนหน้านี้ใช้งบประมาณถึง 50,000 บาทต่อคน สำหรับผู้ป่วยสีเขียวที่นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเอกชน</p><p>7. ลดภาระเจ้าหน้าที่ ซึ่งทำงานหนักมากว่า 2 ปีแล้ว</p><p><strong><u>การรักษาโควิด-19 แบบ เจอ แจก จบ ขั้นตอนอย่างไร</u></strong></p><p>การรักษาแบบผู้ป่วยนอก เจอ แจก จบ ที่เริ่มใช้เมื่อ 1 มี.ค. 2565 ที่ผ่านมา มีขั้นตอน คือ&nbsp;</p><p><strong>1. หากมีอาการทางเดินหายใจหรือประวัติสัมผัสเสี่ยงสูงให้ตรวจด้วย ATK ที่อาจหามาด้วยตัวเอง </strong>หรือทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. แจกฟรี (สามารถรับได้ผ่านการตอบคำถามประเมินความเสี่ยงทางแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง จากนั้นให้ไปขอรับได้ที่หน่วยบริการที่เข้าร่วมกระจายชุดตรวจ ATK ได้แก่ ร้านยา คลินิกพยาบาล คลินิกกายภาพบำบัด หน่วยเทคนิคการแพทย์ฯ หรือหน่วยบริการอื่นกว่า 2,000 แห่ง ซึ่งจะแจกให้คนละ2 ชุด สำหรับผู้ที่ไม่มีมือถือสมาร์ทโฟน สามารถขอรับโดยตรงได้ที่หน่วยบริการที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว)&nbsp;</p><p><strong>2. เมื่อตรวจ ATK ด้วยตนเอง หากผลเป็นบวก ให้เข้าระบบการรักษาด้วยการโทรไปยังสายด่วน สปสช.1330</strong> ที่มีการเพิ่ม Robot Screening ช่วยคัดกรอง&nbsp;</p><p><strong>3. จากนั้นให้ไปรับบริการที่คลินิกทางเดินหายใจ (ARI Clinic) หรือคลินิกสงสัยผู้ติดเชื้อ (PUI) ที่มีในทุกโรงพยาบาล </strong>หากมีภาวะเสี่ยง ให้โทรติดต่อโรงพยาบาลที่มีสิทธิการรักษาเพื่อประเมินภาวะเสี่ยง ได้แก่ เป็นกลุ่ม 608 มีโรคประจำตัวเสี่ยงสูงเรื้อรัง หรือตั้งครรภ์ โดยอาการที่ติดเชื้อโควิดที่มีอาการไม่มาก จะให้เข้าระบบการกักตัวที่บ้าน ชุมชน กักตัวมี่โรงแรม และฮอสปิเทล แต่หากมีภาวะเสี่ยงและอาการรุนแรงจะส่งรับการรักษาในโรงพยาบาล</p><p><strong>จากทั้ง 3 ขั้นตอน เมื่อแพทย์ประเมินแล้วว่า มีความพร้อมและไม่มีภาวะเสี่ยง </strong>สามารถรักษาแบบผู้ป่วยนอกและแยกกักตัวเองที่บ้าน หรือแบบ เจอ แจก จบ โดยแพทย์จะสั่งจ่ายยาตามระดับอาการของโรค ใน 3 สูตร ได้แก่&nbsp;</p><p>1. ยาฟาวิพิราเวียร์&nbsp;</p><p>2. ยาฟ้าทะลายโจร&nbsp;</p><p>3. ยารักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ แก้ไอ ลดน้ำมูก</p><p><strong><u>*ความเหมือน - ความต่าง&nbsp;เจอ แจก จบ กับ HI/CI *</u></strong></p><p>อย่างที่กล่าวในช่วงต้นว่าการรักษาแบบ เจอ แจก จบ เป็นแนวทางเสริมเพิ่มเติมจาก HI/CI ทั้งสองแบบจึงมีส่วนคล้ายและต่างกัน </p><p><strong><u>ในส่วนต่างพอแยกออกได้ดังนี้</u></strong></p><p><strong>- การโทรติดตามอาการจากบุคลากรสาธารณสุข</strong></p><p>เจอแจกจบ ทางแพทย์หรือบุคลากรด้านสาธารณสุขโทรติดตามอาการผู้ป่วยติดเชื้อ 1 ครั้ง ในรอบ 48 ชั่วโมง แต่ HI /CI มีการโทรติดตามอาการทุกวัน โดยการโทรติดตามอาการ 1 ครั้งใน 48 ชั่วโมงนี้จะช่วยทำให้แพทย์หรือบุคลากรด้านสาธารณสุข1คน สามารถดูแลผู้ป่วยได้มากขึ้นในรอบ 48 ชั่วโมง ซึ่งสอดรับกับจำนวนผู้ป่วยสีเขียวที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลทางการแพทย์ที่ประเมินแล้วว่า การโทรติดตามอาการผู้ป่วย 1 ครั้งในรอบ 48 ชั่วโมง ถือว่าเพียงพอสำหรับผู้ติดเชื้อไม่มีภาวะเสี่ยงและได้รับการฉีดวัคซีนมาแล้ว</p><p><strong>- อุปกรณ์ตรวจประเมิน&nbsp;</strong></p><p>เจอ แจก จบ ไม่มีให้ แต่แบบ HI/CI จะได้รับอุปกรณ์เพื่อติดตามอาการประจำวัน</p><p><strong>- บริการอื่นๆ</strong></p><p>เจอ แจก จบ ไม่มีบริการส่งอาหารฟรีให้ 3 มื้อ แต่แบบ HI/CI มีบริการให้ในส่วนนี้</p><p><strong><u>ด้านความเหมือน ดังนี้</u></strong></p><p><strong>-การแยกกักตัวที่บ้าน</strong></p><p>ทั้ง เจอแจกจบและ HI /CI เป็นผู้ป่วยนอกที่ต้องแยกกักตัวที่บ้านหรือชุมชน จนครบตามกำหนด</p><p><strong>- การจ่ายยา</strong></p><p>ทั้งสองแบบ แพทย์จะจ่ายยาให้ตามระดับอาการของโรค ใน3 สูตรอย่างที่กล่าวไว้</p><p><strong>- ระบบส่งต่อเมื่อมีอาการแย่ลง</strong></p><p>ทั้งสองแบบหากผู้ป่วยมีอาการหนักขึ้น ผู้ป่วยสามารถติดต่อกลับมายังโรงพยาบาล และจะได้รับการส่งตัวต่อเข้ารักษาในโรงพยาบาลได้อย่างทันท่วงที</p><p><strong><u>เจอ แจก จบ รักษาราบรื่น แต่ยังมีปัญหาเรื่องคู่สายโทรศัพท์</u></strong></p><p>กระทรวงสาธารณสุข ได้ติดตามระบบการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 แบบ เจอ แจก จบ ทุกวัน ตั้งแต่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา ไม่พบปัญหาจากผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เข้ารักษาในระบบนี้ได้แล้ว แต่มีปัญหาในส่วนการรับสายด่วน สปสช.1330 ซึ่งเป็นช่องทางรับแจ้งนำผู้ป่วยเข้าระบบ แต่ละวันมีประชาชนโทรเข้ามาหลายหมื่นสาย หลายรายโทรติดยาก หลายรายโทรไม่ติดเลย เป็นต้น</p><p><br></p>"	2022-06-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306181252982
938	ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ นำทาสีทางม้าลายลดอุบัติเหตุ	<p><strong>ที่บริเวณถนนหน้าโรงเรียนบ้านกงพาน&nbsp;ตำบลก้านเหลือง&nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานทาสีทางม้าลายข้ามถนนโรงเรียนบ้านกงพานรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม&nbsp;โดยมีนายปรพัทธ์&nbsp;ภูงามทอง&nbsp;ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษ&nbsp;นายศรายุทธ&nbsp;ทรงโฉม&nbsp;นายอำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;นำผู้บริหารแขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษ&nbsp;ผู้บริหารสถานศึกษา&nbsp;ข้าราชการและตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และนักเรียนโรงบ้านกงพาน&nbsp;ร่วมกิจกรรมการรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม&nbsp;และทาสีทางม้าลายข้ามถนนหน้าโรงเรียนบ้านกงพาน&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนและนักเรียนโรงเรียนบ้านกงพานมีความปลอดภัยจากการข้ามทางม้าลาย&nbsp;และเพื่อสร้างความตระหนักและจิตสำนึกให้แก่พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนต่อไป</p><p><strong>นายปรพัทธ์&nbsp;ภูงามทอง&nbsp;ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ด้วยคณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ&nbsp;มีมติเห็นชอบแนวทางการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;กรณีรถจักรยานยนต์ชนคนเดินข้ามถนนบริเวณทางข้าม&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;กำหนดมาตรการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนจากกรณีรถจักรยานยนต์ชนคนเดินข้ามถนนบริเวณทางข้าม&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;มาตรการด้านกฎหมาย&nbsp;2)&nbsp;มาตรการด้านถนน&nbsp;3)&nbsp;มาตรการด้านผู้ใช้รถใช้ถนน&nbsp;โดยให้เร่งดำเนินการสร้างการรับรู้และความตระหนัก&nbsp;ด้านความปลอดภัยทางถนน&nbsp;โดยเฉพาะผู้ขับขี่ให้มีจิตสำนึกและตระหนักถึงความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นจากการขับรถที่ไม่มีวินัยและไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด&nbsp;และมอบแนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่&nbsp;โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เร่งดำเนินการปรับปรุง&nbsp;แก้ไขด้านกายภาพของถนนในความรับผิดชอบ&nbsp;รวมทั้งตรวจสอบและปรับปรุง&nbsp;แก้ไขเครื่องหมายจราจร&nbsp;สัญญาณไฟและป้ายเตือนให้มีความชัดเจนบริเวณทางข้าม&nbsp;ทางร่วม&nbsp;ทางแยก&nbsp;และจุดคับขันต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนเกิดความปลอดภัย&nbsp;ใช้ความระมัดระวัง&nbsp;และลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ดังนั้นศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เช่น&nbsp;แขวงทางหลวงศรีสะเกษที่&nbsp;1และ&nbsp;2&nbsp;แขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษ&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และเทศบาลเมืองศรีสะเกษ&nbsp;กำหนดมาตรฐานแบบป้ายและเครื่องหมายจราจรบนพื้นทางที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกพื้นที่&nbsp;เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษนำไปใช้เป็นต้นแบบปรับปรุงแก้ไข&nbsp;ด้านกายภาพของถนนในความรับผิดชอบ&nbsp;ที่เป็นบริเวณทางข้าม&nbsp;ทางร่วม&nbsp;ทางแยก&nbsp;และจุดคับขันต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนเกิดความปลอดภัยและเพื่อสร้างความตระหนักและจิตสำนึกให้แก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน</p><p><strong>นายปรพัทธ์&nbsp;ภูงามทอง&nbsp;ผอ.แขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษ&nbsp;กล่าวต่อไปว่า&nbsp;</strong>สำนักงานแขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษได้รับการมอบหมายจากกรมการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และได้ดำเนินการทำความสะอาดปรับปรุงภูมิทัศน์&nbsp;พัฒนาเมือง&nbsp;และจัดกิจกรรมจิตอาสา&nbsp;ตีเส้นทาสีทางม้าลาย&nbsp;ที่บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านกงพาน&nbsp;ตำบลก้านเหลือง&nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;ถนนสาย&nbsp;ศก.4020&nbsp;ถนนต้นตาลศรีสะเกษ&nbsp;สายอุทุมพรพิสัย-ปรางค์กู่&nbsp;เพื่อต้อนรับทัพนักกีฬาและคณะกรรมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;25&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;และการแข่งขันกีฬาคนพิการ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;นครลำดวนเกมส์&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;30&nbsp;มีนาคม-&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306202232003
939	"กอ.รมน.ศรีสะเกษ ร่วมเป็นวิทยากรโครงการบัณฑิตจิตอาสา ส่งเสริมวิชาการ ธรรมาภิบาล สร้างความรู้ควบคู่ คุณธรรม ""ธรรมาภิบาลสัญจร"""	"<p><strong>กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;(กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ศ.ก.)&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;พ.อ.วัชรพล&nbsp;คันธา&nbsp;รอง.ผอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ศ.ก.&nbsp;สนับสนุนเจ้าหน้าที่&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ศ.ก.&nbsp;ร่วมเป็นวิทยากร&nbsp;โครงการบัณฑิตจิตอาสา&nbsp;ส่งเสริมวิชาการ&nbsp;ธรรมาภิบาล&nbsp;สร้างความรู้ควบคู่&nbsp;คุณธรรม&nbsp;""ธรรมาภิบาลสัญจร""&nbsp;เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการบริการวิชาการ&nbsp;ตามพันธกิจของวิทยาลัยกฎหมายและการปกครอง&nbsp;โดยจัดให้มีกิจกรรมแข่งขันตอบปัญหาธรรมาภิบาลร่วมกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย&nbsp;ของโรงเรียนขุขันธ์ราษฎร์บำรุง&nbsp;จำนวน&nbsp;170&nbsp;คน&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมโรงเรียนขุขันธ์ราษฎร์บำรุง&nbsp;อำเภอขุขันธ์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>"	2022-06-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306200900000
940	นพค.44 จ.ปัตตานี จัดชุดจิตอาสาทำความสะอาดพื้นที่ หลังน้ำลด	<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;44</strong>&nbsp;สำนักงานพัฒนา&nbsp;ภาค&nbsp;4&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;จัดกำลังพลจิตอาสา&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;นาย&nbsp;และกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;นาย&nbsp;พร้อม&nbsp;รยบ.น้ำ&nbsp;ขนาด&nbsp;6,000&nbsp;ลิตร&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;รยบ.ตรวจการณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานราชการ&nbsp;และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่&nbsp;ทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;Big&nbsp;Cleanning&nbsp;Day&nbsp;ฉีดล้างทำความสะอาดภายในโรงเรียนบ้านเขาดิน&nbsp;และบ้านประชาชนหลังเกิดอุทกภัยทำให้น้ำท่วมขังเป็นเวลาหลายวันซึ่งมีประชาชนจิตอาสาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนบ้านเขาดิน&nbsp;ตำบลปากู&nbsp;อำเภอทุ่งยางแดง&nbsp;จังหวัดปัตตานี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306192354992
941	จ.ศรีสะเกษ องค์การบริหารส่วนตำบลเสียวจัดบริการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในเขตพื้นที่กองทุนหลักประกันสุขภาพ	<p><strong>ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลเสียว&nbsp;นายจันทร์&nbsp;โต๊ะสิงห์&nbsp;&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเสียว</strong>&nbsp;ได้เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการสนับสนุนการจัดบริการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง&nbsp;(Careplan)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยมีคณะกรรมการประกอบด้วย&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเสียว&nbsp;ผู้แทนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;(สปสช.)&nbsp;เขต&nbsp;10&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ผู้แทนสำนักงานสาธารณสุขอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ&nbsp;ผู้แทนโรงพยาบาลโพธิ์ศรีสุวรรณ&nbsp;ผู้แทนโรงพยาบาลส่งเสริม&nbsp;สุขภาพตำบลเสียว&nbsp;ผู้แทนศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและผู้พิการตำบลเสียว&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อรับทราบรายงานผลการดำเนินโครงการจัดบริการสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงและบุคคลอื่นที่มีภาวะพึ่พิง&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เสนอรายงานสถานะการเงินของบัญชีกองทุนหลักประกันสุขภาพเพื่อการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง&nbsp;เพื่อพิจารณาพิจารณาแผนการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงและบุคคลอื่นที่มีภาวะพึ่งพิง&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;และพิจารณาโครงการจัดบริการสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงและบุคคลอื่นที่มีภาวะพึ่งพิงประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565</p><p><strong>นายจันทร์&nbsp;โต๊ะสิงห์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเสียว&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ปัจจุบันองค์การบริหารส่วนตำบลเสียว&nbsp;มีประชากรทั้งหมด&nbsp;4,963&nbsp;คน&nbsp;พบว่ามีผู้สูงอายุจำนวน&nbsp;885&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;18.9&nbsp;ของประชากร&nbsp;จากการตรวจประเมินความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวันตามดัชนีบาร์เธลเอดีแอล&nbsp;โดยหน่วยบริการสาธารณสุข&nbsp;พบผู้มีภาวะพึ่งพิงที่มีคะแนนเอดีแอลเท่ากับหรือน้อยกว่า&nbsp;11&nbsp;คะแนน&nbsp;(ติดบ้าน&nbsp;ติดเตียง)&nbsp;จำนวน&nbsp;108&nbsp;คน&nbsp;เป็นกลุ่มที่&nbsp;1&nbsp;(เคลื่อนไหวได้บ้างมีปัญหาการกิน/การขับถ่ายแต่ไม่มีภาวะสับสน)&nbsp;จำนวน&nbsp;74&nbsp;คน&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;2&nbsp;(เคลื่อนไหวได้บ้างมีภาวะสับสน&nbsp;และอาจมีปัญหาการกิน/การขับถ่าย)&nbsp;จำนวน&nbsp;15.&nbsp;คน&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;3&nbsp;(เคลื่อนไหวเองไม่ได้&nbsp;และอาจมีปัญหาการกิน/การขับถ่ายหรือเจ็บป่วยรุนแรง)&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;และกลุ่มที่&nbsp;4&nbsp;(เคลื่อนไหวเองไม่ได้&nbsp;เจ็บป่วยรุนแรงหรืออยู่ในระยะท้ายของชีวิต)&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;คน&nbsp;ผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลช่วยเหลือทั้งด้านบริการสาธารณสุขและด้านสังคมโดยเฉพาะกลุ่มติดเตียง(กลุ่มที่3และ4)&nbsp;ถึงแม้จะมีคนในครอบครัวดูแล&nbsp;แต่ก็เป็นภาระของผู้ดูแล&nbsp;</p><p><strong>นายจันทร์&nbsp;โต๊ะสิงห์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและผู้พิการตำบลเสียว&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลเสียว&nbsp;จึงได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลโพธิ์ศรีสุวรรณและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเสียว&nbsp;ในการจัดบริการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง&nbsp;จัดทำโครงการจัดบริการดูแลระยะยาวฯ&nbsp;สำหรับผู้สูงอายุและบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;ทุกสิทธิ์&nbsp;ที่มีภาวะพึ่งพิง&nbsp;โดยมีผู้จัดการระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุข&nbsp;(CM)&nbsp;และผู้ช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง&nbsp;(CG)&nbsp;ไปบริการดูแลด้านสาธารณสุขที่ครัวเรือน/ชุมชน&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง&nbsp;ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลเสียว&nbsp;ได้รับการบริการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขตามแผนการดูแลรายบุคคล&nbsp;(CP)&nbsp;โดยบุคลากรที่เกี่ยวข้องและผู้ช่วยเหลือดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง&nbsp;ณ&nbsp;ที่ครัวเรือนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILANDรนม</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306190840988
942	เทศบาลเมืองศรีสะเกษ เฝ้าระวังเข้มตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19	<p><strong>เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานเทศบาลเมืองศรีสะเกษ&nbsp;</strong>ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;นายฉัฐมงคล&nbsp;อังคสกุลเกียรติ&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ&nbsp;ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เทศกิจ&nbsp;รณรงค์จัดระเบียบตลาดสดเทศบาล&nbsp;1,&nbsp;3&nbsp;และตลาดจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรริมทางรถไฟ&nbsp;(หลังตลาดสดเทศบาล&nbsp;3)&nbsp;และขอความร่วมมือพ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;และประชาชน&nbsp;ได้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ในช่วงการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;และการแข่งขังขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;นครลำดวนเกมส์&nbsp;ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในครั้งนี้&nbsp;(การจัดงานในรูปแบบวิถีปกติใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;ภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306191229989
943	ผบ.พล.นย.รอง ผอ.ศฝ.จิตอาสา ภาค 4 เป็นประธานในพิธีมอบสิ่งของพระราชให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรม หลักสูตรจิตอาสา 904 ที่ จ.นราธิวาส	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;</strong>ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&nbsp;ให้มีการฝึกหลักสูตรจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญผู้ที่จบการฝึกต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่สังคม&nbsp;มีจิตสาธารณะทำความดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน&nbsp;เป็นกำลังหลักในการทำกิจกรรมสาธารณะประโยชน์&nbsp;ต่อชุมชน&nbsp;สังคม&nbsp;และประเทศชาติ&nbsp;สามารถนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปถ่ายทอดให้กับชุมชนในท้องถิ่นของตน&nbsp;และขนะนึ้ได้เปิดทำการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;""หลักสูตรพื้นฐาน""&nbsp;(ภาค&nbsp;4)&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ที่จังหวัดนราธิวาส&nbsp;เวลาทำการฝึก&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;19&nbsp;กุมภาพันธ์-7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งคัดเลือกผู้รับการฝึกจากข้าราชการพลเรือน&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ทหาร&nbsp;และภาคประชาชน&nbsp;จากหน่วยงาน&nbsp;13&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>โดยในวันนี้&nbsp;(6&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ได้จัดพิธีมอบสิ่งของพระราชทาน</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เสื้อรหัสจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;ผ้าพันคอ&nbsp;หมวก&nbsp;ให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรมดังกล่าว&nbsp;ที่ห้องอบรม&nbsp;ศูนย์ฝึกจิตอาสา&nbsp;ภาค&nbsp;4&nbsp;ค่ายจุฬาภรณ์&nbsp;ตำบลโคกเคียน&nbsp;อำเภอเมืองนราธิวาส&nbsp;ซึ่งมีพลเรือตรี&nbsp;เทอดเกียรติ&nbsp;จิตต์แก้ว&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน/รองผู้อำนวยการ&nbsp;ศูนย์ฝึกจิตอาสาภาค&nbsp;4&nbsp;เป็นประธานในพิธี&nbsp;</p><p><strong>ส่วนในวันพรุ่งนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ภาค&nbsp;4&nbsp;และผู้อำนวยการศูนย์ฝึกจิตอาสาภาค&nbsp;4&nbsp;จะเป็นประธานในพิธีปิดการฝึกอบรม&nbsp;หลักสูตรจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;หลักสูตรพื้นฐาน&nbsp;(ภาค&nbsp;4)&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ที่ศูนย์ฝึกจิตอาสา&nbsp;ภาค&nbsp;4&nbsp;ค่ายจุฬาภรณ์&nbsp;ตำบลโคกเคียน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-06-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306191616990
944	ผู้ว่าฯ นราธิวาส เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ของกลุ่มสมาชิกกลุ่มทอผ้าบ้านเชิงเขา อำเภอบาเจาะ เตรียมความพร้อมการเรียนทอผ้าลายพระราชทาน 	<p><strong>ผู้ว่าฯ&nbsp;นราธิวาส&nbsp;เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ของกลุ่มสมาชิกกลุ่มทอผ้าบ้านเชิงเขา&nbsp;อำเภอบาเจาะ&nbsp;</strong>เตรียมความพร้อมการเรียนทอผ้าลายพระราชทาน&nbsp;ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ทรงออกแบบลายผ้า&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;&nbsp;พระราชทานแก่กลุ่มทอผ้าจังหวัดนราธิวาส</p><p><strong>วันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวิจัย&nbsp;เพ็ญพัฒนากุล&nbsp;นายอำเภอบาเจาะ&nbsp;และผบ.กรม&nbsp;ทพ.นย.&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์และพบปะกลุ่มสมาชิกกลุ่มทอผ้าบ้านเชิงเขา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลปะลุกาสาเมาะ&nbsp;อำเภอบาเจาะ&nbsp;ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอนราธิวาส&nbsp;พร้อมชมการสาธิตทอผ้าวิธีการทอแบบกระทบ&nbsp;ผูกเชือกเท้าเหยียบพร้อมรับทราบถึงการเตรียมความพร้อมในการเรียนทอผ้าลายพระราชทาน&nbsp;ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ทรงออกแบบลายผ้า&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;&nbsp;พระราชทานให้แก่กลุ่มทอผ้า&nbsp;สามารถนำไปใช้ทอผ้า&nbsp;และพัฒนาต่อยอดสู่เครื่องแต่งกายโดยการผสมผสานอัตลักษณ์ของท้องถิ่น&nbsp;เพื่อสร้างความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ผ้า&nbsp;และเครื่องแต่งกายให้เป็น&nbsp;OTOP&nbsp;Premium&nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306192725993
945	ผู้ว่าฯ นราธิวาส เยี่ยมการก่อสร้างบ้านของครัวเรือนเป้าหมาย ตามนโยบายของรัฐบาลในการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง	"<p><strong>วันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายวิจัย&nbsp;เพ็ญพัฒนากุล&nbsp;นายอำเภอบาเจาะ&nbsp;และผบ.กรม&nbsp;ทพ.นย.&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมการดำเนินการก่อสร้างบ้านของครัวเรือนเป้าหมาย&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาลในการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ณ&nbsp;บ้านนางแมะซง&nbsp;ยูโซ๊ะ&nbsp;ม.2&nbsp;บ้านอาตะบือเระ&nbsp;ตำบลบาเระเหนือ&nbsp;อำเภอบาเจาะ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ซึ่งจังหวัดนราธิวาสได้มีการขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงภายใต้หัวข้อคนนราธิวาส&nbsp;ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง""โดยมีเป้าหมายที่เป็นครัวเรือน&nbsp;บุคคลที่ตกเกณฑ์มิติด้านสุขภาพ&nbsp;ความเป็นอยู่&nbsp;การศึกษารายได้&nbsp;การเข้าถึงบริการภาครัฐ&nbsp;หนี้สิ้น&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;ได้มีการบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือ&nbsp;และพัฒนาครัวเรือนเป้าหมาย</p><p><strong>โดยมีศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน</strong>ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ทั้งในระดับจังหวัดและระดับอำเภอ&nbsp;ซึ่งมีทีมปฏิบัติการระดับตำบลและพี่เลี้ยงกระจายการขับเคลื่อนอยู่ในทุกพื้นที่&nbsp;ซึ่งการดำเนินกิจกรรมเป็นการรวมพลังของทุกภาคส่วนเพื่อช่วยเหลือครัวเรือนที่มีความเป็นอยู่ลำบาก&nbsp;สภาพครัวเรือนไม่มีความมั่นคง&nbsp;โดยจังหวัดนราธิวาสได้มีการพิจารณาครัวเรือนตกเกณฑ์เป้าหมายมิติด้านความเป็นอยู่ในระยะแรก&nbsp;อำเภอละ&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือในการสร้าง&nbsp;หรือซ่อมแซมบ้านให้กลุ่มเป้าหมายพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-06-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306193205994
946	จังหวัดสุรินทร์จัดประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์ มีผู้ให้ความสนใจรวม 3 วัน 8,000 กว่าราย ยัน! สร้างสุขภาพ สร้างรายได้จริง	<p><strong>ระหว่างวันที่&nbsp;4-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน&nbsp;วิทยาเขตสุรินทร์&nbsp;</strong>โดยภาพรวมทั้ง&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;มีประชาชนเข้าชมทั้งออนไซต์&nbsp;ออนไลน์&nbsp;8,104คน&nbsp;จากที่จังหวัดสุรินทร์เป็นตัวแทนของเขตสุขภาพทั้ง&nbsp;12&nbsp;เขต&nbsp;ในการจัดครั้งแรก</p><p><strong>ทั้งกัญชาและกัญชงมีคุณประโยชน์หลายด้านอย่างกัญชา&nbsp;</strong>มีประโยชน์ในการสกัดเพื่อใช้ในทางเวชกรรม&nbsp;เภสัชกรรม&nbsp;และการแพทย์แผนไทย&nbsp;มีฤทธิ์ในการช่วยลดความอ้วน&nbsp;ชะลอความชรา&nbsp;แก้ปัญหาการอาเจียนในผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัดจากโรคมะเร็ง&nbsp;ทั้งยังสามารถรักษาโรคเรื้อรังร้ายแรงได้หลายโรคด้วยกัน&nbsp;เช่น&nbsp;ความดัน&nbsp;เบาหวาน&nbsp;โรคเกี่ยวกับเส้นประสาท&nbsp;โรคความจำเสื่อม&nbsp;และโรคกล้ามเนื้อแข็งเกร็งได้&nbsp;จึงนิยมนำมาเป็นส่วนผสมของอาหาร&nbsp;เครื่องดื่ม&nbsp;รวมถึงยารักษาโรคต่างๆ&nbsp;อีกทั้งสามารถสร้างรายได้จำนวนมากอีกด้วย&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;กัญชายังคงจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่&nbsp;5&nbsp;พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษอยู่ดี&nbsp;แม้จะมีการอนุญาตให้ปลูกได้&nbsp;แต่ก็ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนด</p><p><strong>สำหรับการจัดประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์&nbsp;</strong>ภายใต้หัวข้อ&nbsp;ปลดล็อก&nbsp;กัญชา-กัญชง&nbsp;สร้างสุขภาพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;จะยังคงมีหกรรมสัญจรทั่วไทยใน&nbsp;12&nbsp;เขตสุขภาพ&nbsp;ช่วงเดือน&nbsp;มี.ค.-พ.ค.65&nbsp;ทุกสัปดาห์&nbsp;โดยครั้งต่อไปจะจัดขึ้นที่เขตสุขภาพที่&nbsp;5&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่จังหวัดกาญจนบุรี</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306205022006
947	ฝ่ายปกครองเมืองอำนาจเจริญ บูรณาการกับองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ และคณะบริหารจัดการตลาด ตรวจตลาดบ้านปลาค้าว ควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19	<p><strong>วันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายธนูศักดิ์&nbsp;เสมอภาค&nbsp;นายอำเภอเมืองอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;นางสาวถาวรีย์&nbsp;ลาภสาร&nbsp;ปลัดอำเภออาวุโส&nbsp;นายอนุชิตอชิตพล&nbsp;ช่วงทิพย์&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง&nbsp;นายภูธเนษฐ์&nbsp;ทองโท&nbsp;ปลัดป้องกัน&nbsp;ลงพื้นที่ตลาดสด(ตลาดเช้า)&nbsp;ออกตรวจแนะนำ&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;จัดระเบียบ&nbsp;ร้านค้า&nbsp;รวมทั้งให้ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;D-M-H-T-T-A&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ตามประกาศจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เรื่อง&nbsp;มาตรการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;(โควิด&nbsp;-19)&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;21)</p><p><strong>การบูรณาการครั้งนี้&nbsp;</strong>นายอำเภอนำผู้ใหญ่บ้านทั้ง&nbsp;12&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;สมาชิก&nbsp;อส.12&nbsp;นาย&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ&nbsp;จำนวน&nbsp;34&nbsp;นาย&nbsp;เจ้าที่ตำรวจ&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;อบต.ปลาค้าว&nbsp;จำนวน&nbsp;88&nbsp;คน&nbsp;ตรวจแนะนำ&nbsp;ให้กำลังใจในการเปิดตลาดครั้งแรก&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ให้ประชาชนนำสินค้าทางการเกษตรมาจำหน่าย</p><p><strong>โดยนายบุญเลิศ&nbsp;โลห์คำ&nbsp;นายก&nbsp;อบต.ปลาค้าว</strong>&nbsp;และนายสมาน&nbsp;ต้นจันทร์&nbsp;กำนันตำบลปลาค้าว&nbsp;จะได้ประสานผู้ประกอบการร้านค้าฉีดวัคซินให้ครบทุกคน&nbsp;และเข็มงวดตามมาตการที่ทางราชการกำหนด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306235725033
948	รายงานสถานการณ์ COVID-19 จ.อำนาจเจริญ	<p><strong>รายงานสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;จ.อำนาจเจริญ&nbsp;</strong>&nbsp;ระลอกเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญมีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;58&nbsp;ราย&nbsp;รวมยอดจำนวนที่พบเชื้อสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันประจำวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;1,958&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาหายแล้ว&nbsp;1,477&nbsp;ราย&nbsp;คงเหลือกำลังรักษาอีก&nbsp;477&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้เสียชีวิต&nbsp;4&nbsp;รายเป็นผู้ติดเชื้อ&nbsp;</p><p><strong>หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่สายด่วนโควิด-19&nbsp;จ.อำนาจเจริญ&nbsp;</strong></p><p>โทร.&nbsp;0933234686/0866515424/0902410098&nbsp;และ&nbsp;0951924903&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นชนิดโอมิครอน&nbsp;ซึ่งมีความรุนแรงต่ำ&nbsp;แต่แพร่กระจายเชื้อได้เร็วทุกพื้นที่&nbsp;ทุกคนที่อยู่รอบตัวเราถือว่ามีความเสี่ยง&nbsp;ถ้าทุกคนปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;ดังนี้&nbsp;จะสามารถป้องกันโควิด-19&nbsp;ได้ทุกสายพันธุ์</p><p>1.V&nbsp;Vaccine&nbsp;รับการฉีดวัคซีนเพื่อช่วยให้มีภูมิคุ้มกัน&nbsp;ลดอาการหนัก&nbsp;ลดการเสียชีวิต</p><p>2.U&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ป้องกันตัวเองครอบจักรวาล&nbsp;โดยสวมหน้ากากตลอดเวลา&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;ลดการสัมผัสใกล้ชิด</p><p>3.C&nbsp;COVID-Free&nbsp;Setting&nbsp;สถานที่บริการปลอดภัย&nbsp;สะอาด&nbsp;ลดความแออัด&nbsp;ผู้ให้บริการและผู้รับบริการได้รับวัคซีนครบ</p><p>4.A&nbsp;ATK&nbsp;(Antigen&nbsp;test&nbsp;kit)&nbsp;ตรวจเมื่อใกล้ชิดคนติดเชื้อ&nbsp;หรือมีอาการทางเดินหายใจ&nbsp;เพื่อวินิจฉัย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307000114034
949	ชาวสุรินทร์ ร่วมพิธีทำบุญฉลองอายุวัฒนมงคล 86 ปี พระราชสุตาลังการ (ฉัตต์ สจฺจวโร) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ เจ้าอาวาสวัดพรหมสุรินทร์	<p><strong>ที่ศาลาการเปรียญวัดพรหมสุรินทร์&nbsp;อ.เมืองสุรินทร์&nbsp;จ.สุรินทร์</strong>&nbsp;นายประสงค์&nbsp;ทองประ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุรินทร์&nbsp;พร้อมด้วยบุคลากรในสังกัด&nbsp;สนองงานคณะสงฆ์และร่วมพิธีทำบุญฉลองอายุวัฒนมงคล?&nbsp;86&nbsp;ปี?&nbsp;พระราชสุตาลังการ&nbsp;(ฉัตต์?&nbsp;สจฺจวโร)?&nbsp;ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เจ้าอาวาสวัดพรหมสุรินทร์&nbsp;โดยมีพระพรหมวชิรโมลี&nbsp;ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค&nbsp;11?&nbsp;วัดศาลาลอย?&nbsp;พระอารามหลวง&nbsp;??เป็นประธานฝ่ายสงฆ์&nbsp;พระราชวิมลโมลี&nbsp;เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์?&nbsp;พระสงฆ์?เถรานุเถระ?&nbsp;เจ้าคณะพระสังฆาธิการ?&nbsp;ร่วมพิธี&nbsp;พลตรี?&nbsp;สาธิต?&nbsp;เกิดโภค?&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่?&nbsp;25&nbsp;เป็นประธานฝ่ายฆราวาส&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ/หน่วยงาน&nbsp;ข้าราชการ?&nbsp;ในพื้นที่?&nbsp;นายอำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;คณะครู?&nbsp;นักเรียน?&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อุบาสก&nbsp;อุบาสิกา&nbsp;และศิษยานุศิษย์&nbsp;ร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307104252076
950	ไทยฉีดวัคซีนแล้วกว่า 124 ล้านโดส ทั่วโลกแล้ว 10,876 ล้านโดส ใน 205 ประเทศเขตปกครอง	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ศ.นพ.สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั่วโลกแล้ว&nbsp;10,876&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;205&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่&nbsp;38.6&nbsp;ล้านโดสต่อวัน&nbsp;และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่&nbsp;554&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยมีชาวอเมริกันกว่า&nbsp;216&nbsp;ล้านคนได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;โดสแล้ว</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;แล้ว</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;มียอดรวมกันที่ประมาณ&nbsp;982.4&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยบรูไนฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค&nbsp;ร้อยละ&nbsp;95&nbsp;ของประชากร&nbsp;ในขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่&nbsp;352.2&nbsp;ล้านโดส&nbsp;สำหรับประเทศไทยข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า&nbsp;124&nbsp;ล้านโดส</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307101158060
951	รองผู้ว่าฯ สุรินทร์ ให้กำลังใจชาวสุรินทร์ร่วมกันฝ่าวิกฤติโควิด-19 ขอความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด คาดจะสามารถใช้ชีวิตปกติ สร้างอาชีพ สร้างรายได้โดยเร็ว	"<p><strong>นางทรงลักษณ์&nbsp;วรภัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดสุรินทร์ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;มากเช่นเดียวกัน&nbsp;แต่ถือว่าได้รับความร่วมมือร่วมใจจากชาวสุรินทร์เป็นอย่างดี&nbsp;ทั้งการรณรงค์การฉีดวัคซีนป้องกัน&nbsp;และในเรื่องมาตรการต่างๆ&nbsp;ที่ได้รณรงค์ประชาสัมพันธ์ไป&nbsp;ชาวสุรินทร์ให้ความร่วมมือปฏิบัติตนตามมาตรการทุกอย่าง&nbsp;จึงทำให้สถานการณ์ไม่รุนแรงและไม่ร้ายแรง&nbsp;</p><p><strong>แต่หลังจากนี้&nbsp;แม้ไม่ทราบสถานการณ์จะดีขึ้นตอนไหน</strong>&nbsp;แต่สิ่งหนึ่งหนึ่งที่ทุกคนทำได้คือ&nbsp;การปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่าง&nbsp;หมั่นล้างมือ&nbsp;และสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ออกไปทำกิจกรรมข้างนอก&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้ปลอดภัย&nbsp;และสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้เป็นปกติ&nbsp;ถือเป็นความคาดหวังที่อยากเห็นพี่น้องชาวสุรินทร์ลุกมาทำกิจกรรมในวิถีชีวิตปกติ&nbsp;และอยู่กับโควิด-19&nbsp;ได้โดยเร็ว&nbsp;จึงขออย่าวิตกกังวล&nbsp;ขอความร่วมมือและเป็นกำลังใจให้ทุกคนฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้&nbsp;เพื่อการใช้ชีวิตตามปกติ&nbsp;ในการ&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้อย่างมั่นคง&nbsp;ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขต่อไป</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p><p><br></p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307102332061
952	"กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าสร้างความเข้าใจ ""กัญชา"" หลัง ปลดล็อกจากยาเสพติด"	<p><strong>ภายหลังจากราชกิจจานุเบกษา</strong>&nbsp;ได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เรื่อง&nbsp;ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท&nbsp;5&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;(มีผลบังคับใช้&nbsp;120&nbsp;วันนับจากประกาศ)ประกาศดังกล่าว&nbsp;ระบุสารสกัดจากกัญชายังเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;5&nbsp;ยกเว้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-สารสกัดที่มีปริมาณ&nbsp;THC&nbsp;ไม่เกินร้อยละ&nbsp;0.2&nbsp;ที่ได้รับอนุญาตให้สกัดจากกัญชาที่ปลูกในประเทศ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-สารสกัดจากเมล็ดของกัญชาหรือกัญชง&nbsp;ที่ปลูกภายในประเทศซึ่งจากประกาศดังกล่าว&nbsp;ทำให้ส่วนอื่นของกัญชาที่ไม่ได้ระบุไว้&nbsp;ไม่ถือเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;5&nbsp;ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.&nbsp;ใบจริง&nbsp;/&nbsp;ใบพัด&nbsp;/&nbsp;ราก&nbsp;/กิ่ง&nbsp;ก้าน&nbsp;2.&nbsp;เปลือก&nbsp;ลำต้น&nbsp;เส้นใย&nbsp;3.&nbsp;เมล็ดกัญชา&nbsp;4.&nbsp;สารสกัด&nbsp;และกากจากการสกัดที่ค่า&nbsp;THC&nbsp;ไม่เกินร้อยละ&nbsp;0.2&nbsp;โดยต้องเป็นการปลูกและสกัดในประเทศ</p><p><strong>ด้านกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เร่งเดินหน้าสร้างความเข้าใจ</strong>กับประชาชนในการใช้ประโยชน์จากกัญชาอย่างถูกต้อง&nbsp;โดยจะมีการจัดประชุมวิชาการด้านการแพทย์&nbsp;มหกรรมกัญชา&nbsp;กัญชง&nbsp;และคลินิกกัญชาทางการแพทย์&nbsp;โดยมีกำหนดการจัดประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์&nbsp;ในเขตสุขภาพต่างๆ&nbsp;ทั่วประเทศ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307091621045
953	ตรัง นักเขียนเปิดบ้านไม้โบราณอายุร่วม 100 ปี ทำผ้ามัดย้อมลวดลายสีสันสวยงามแปลกตา บนเกาะสุกร เน้นขายออนไลน์ ส่งขายทั้งในจังหวัดตรังและต่างจังหวัด มีออเดอร์เข้ามาทุกวัน และราคาเป็นกันเองผลตอบรับดี	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">ที่บ้านมัดย้อมเกาะสุกร&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;80&nbsp;ม.1&nbsp;ต.เกาะสุกร&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;จ.ตรัง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;นางสาวจิตติมา&nbsp;หรือจ้ะโจ้&nbsp;เจริญฤทธิ์&nbsp;อายุ&nbsp;51&nbsp;ปี&nbsp;เป็นนักเขียน&nbsp;นักวาดภาพประกอบ&nbsp;อดีตคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ฅนตรัง&nbsp;หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในจังหวัดตรัง&nbsp;ใช้พื้นที่ใต้ถุนบ้านของตนเองซึ่งเป็นบ้านไม้โบราณอายุร่วม&nbsp;100&nbsp;ปี&nbsp;บนเกาะสุกร&nbsp;มาทำผ้าบาติกผ้ามัดย้อม&nbsp;เปิดขายผ้ามัดย้อม&nbsp;ผ้าบาติกให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเกาะสุกร&nbsp;มีลวดลายสีสันสวยงามแปลกตา&nbsp;ซึ่งเกิดจากแนวคิดของเจ้าของร้าน&nbsp;ที่มีไอเดียในการสร้างลวดลายไม่เหมือนใคร&nbsp;หรือลวดลายขึ้นอยู่ตามอารมณ์ศิลปินของจ้ะโจ้&nbsp;มีทุกสีให้เลือกสรร&nbsp;เป็นชิ้นเดียวในโลก&nbsp;หรือลูกค้าจะต้องการลวดลายที่ทำด้วยฝีมือตัวเองก็สามารถลงมือทำได้&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">สำหรับวิธีการทำผ้ามัดย้อม&nbsp;นำผ้าดิบที่ต้องการมาจุ๋มน้ำให้เปียกแล้วนำมามามัดขึ้นลายตามต้องการ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;แล้วนำสายยางมามัดให้แน่น&nbsp;จากนั้นนำสีที่เตรียมไว้มาเทใส่ตามต้องการ&nbsp;จากนั้นตั้งผ้าทิ้งไว้บางลายอาจใช้เวลาในการทำไม่ต่ำกว่า&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;แล้วนำมาตากให้แห้งก็ได้ลายผ้ามัดย้อมที่ต้องการ&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">ทางร้านจะเน้นขายออนไลน์&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">ส่งทั้งในจังหวัดตรังและต่างจังหวัด&nbsp;มีออเดอร์เข้ามาทุกวัน&nbsp;และราคาเป็นกันเอง</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">ด้านนางสาวจิตติมาหรือจ้ะโจ้&nbsp;เจริญฤทธิ์&nbsp;บอกว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;ก่อนหน้านี้ทำผ้าบาติกจากนั้นก็ได้หันมาทำผ้ามัดย้อม&nbsp;กว่า&nbsp;20&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ซึ่งนิสัยส่วนตัวแล้วจะเป็นคนไม่ชอบทำงานซ้ำ&nbsp;จะลวดลายที่หลากหลาย&nbsp;ขึ้นอยู่กับอารมณ์&nbsp;จะมีการตั้งชื่อแบบลายไปในตัวด้วย&nbsp;เช่น&nbsp;ลายอัสดง&nbsp;Sunshine&nbsp;ผ้าที่ทำจะย้อมเอง&nbsp;ทำเองออกแบบเอง&nbsp;ใช้เวลาในการทำสีผ้าต่อชิ้นไม่ต่ำกว่า&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;สำหรับผ้าเราจะเน้นขายออนไลน์&nbsp;และมีหน้าร้านด้วยที่เกาะสุกร&nbsp;ราคาเริ่มต้น&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;หากชุดเป็นเสื้อผ้า&nbsp;ชุดเดรส&nbsp;ราคาเริ่มต้น&nbsp;199-500&nbsp;บาท&nbsp;ลูกค้าส่วนใหญ่จะซื้อจากเราไปขายต่อ&nbsp;ผ้าแบบนี้นักท่องเที่ยวจะชอบเพราะเรามีลายไม่ซ้ำใคร&nbsp;ร้านจะเปิดทุกวัน&nbsp;หากสนใจติดต่อ&nbsp;0934818895&nbsp;หรือเพจเฟสบุ๊คชื่อ&nbsp;""บ้านมัดย้อมเกาะสุกร""</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307092402047
954	ผู้ใหญ่บ้านในตำบลอ่าวตง  อำเภอวังวิเศษ  จังหวัดตรัง ใช้พื้นที่ 1 งาน ของโครงการโคก หนอง นา  ปลูกผักบุ้ง สร้างรายได้วันละ 300 บาท	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">ผู้ใหญ่บ้านในตำบลอ่าวตง&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ใช้พื้นที่&nbsp;1&nbsp;งาน&nbsp;ของโครงการโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ปลูกผักบุ้ง&nbsp;สร้างรายได้วันละ&nbsp;300&nbsp;บาท&nbsp;หรือเดือนละประมาณ&nbsp;9&nbsp;พันบาท&nbsp;ถือว่าเป็นอาชีพเสริมอีกอย่างหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้&nbsp;ยามวิกฤติโควิด-19&nbsp;แพร่ระบาด</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">ที่บ้านของนายอาคม&nbsp;ครชาตรี&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.อ่าวตง&nbsp;อ.วังวิเศษ&nbsp;จ.ตรัง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;ได้ใช้พื้นที่บริเวณบ้านของตนเองประมาณ&nbsp;9&nbsp;ไร่&nbsp;จัดสรรเป็นพื้นที่ทำโครงการโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ทั้งนี้ได้จัดสรรพื้นที่จำนวน&nbsp;1&nbsp;งาน&nbsp;ปลูกผักบุ้ง&nbsp;ซึ่งเป็นพืชที่สามารถเก็บเกี่ยวยอดผักบุ้งจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยผักบุ้งที่ปลูกนั้นปลอดสารพิษไม่ใช้สารเคมีกำจัดแมลง&nbsp;จึงเป็นที่ต้องการของพ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;รวมถึงประชาชนที่ใส่ใจในสุขภาพ&nbsp;ในแต่ละวันจะแบผักบุ้งจำหน่ายได้วันละประมาณ&nbsp;300&nbsp;บาท&nbsp;หรือ&nbsp;9&nbsp;พันบาทต่อเดือน&nbsp;นับว่าเป็นรายได้เสริมที่ดี&nbsp;และผักบุ้งเป็นพืชที่ไม่ต้องดูแลมาปล่อยไปตามธรรมชาติ</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">นายอาคม&nbsp;ครชาตรี&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;ในช่วงการแพร่บาดของโควิด-19&nbsp;&nbsp;นั้นการออกไปซื้ออาหาร&nbsp;หรือสิ่งของจำเป็นนั้นค่อนข้างลำบาก&nbsp;เนื่องจากหากออกไปตลาดหรือไปในพื้นที่ชุมชน&nbsp;ก็มีอัตราเสี่ยงการติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;จึงใช้พื้นที่ในโครงการโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;มาปลูกผักบุ้ง&nbsp;โดยปลูกไว้กินเอง&nbsp;หากเหลือก็จะนำไปจำหน่าย&nbsp;ผักบุ้งที่ปลูกนั้นเป็นที่ต้องการของพ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;และประชาชนเป็นอย่างมาก&nbsp;เนื่องจากปลอดสารพิษ&nbsp;การปลูกผักบุ้งใช้ระยะประมาณ&nbsp;1-2&nbsp;เดือนก็สามารถเก็บยอดผักบุ้งจำหน่ายได้แล้ว&nbsp;นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กับตนเอง</span></p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307094203053
955	กฟผ.แม่เมาะ คุมเข้มมาตรการป้องกันโควิด-19 งานบำรุงรักษาตามวาระโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 13 เน้นปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด	<p><strong>นายอรรถพล&nbsp;อิ่มหนำ&nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>โรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่&nbsp;13&nbsp;จะหยุดเดินเครื่องเพื่อบำรุงรักษาตามวาระ&nbsp;(Minor&nbsp;Inspection)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม-2&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยจะมีบริษัทผู้รับจ้าง&nbsp;บุคคลภายนอก&nbsp;และผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;กฟผ.จากต่างจังหวัดเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะกว่า&nbsp;800&nbsp;คน&nbsp;เพื่อเป็นการปฏิบัติตามข้อสั่งการและมาตรการควบคุมโควิด&nbsp;-19&nbsp;ของจังหวัดลำปางและประกาศผู้รักษาบริเวณ&nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&nbsp;ในงานบำรุงรักษาตามวาระจึงให้บุคคลภายนอกและผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;กฟผ.ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการเดินทางดังนี้</p><p>1.ผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดทุกคนจะต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และประเมินความเสี่ยงก่อนเข้าพื้นที่</p><p>2.ให้ผู้รับจ้าง&nbsp;บุคคลภายนอก&nbsp;ผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;กฟผ.ที่เดินทางมาจากจังหวัดอื่น&nbsp;Scan&nbsp;QR&nbsp;CODE&nbsp;ลำปางชนะเพื่อยืนยันตัวตนเมื่อเดินทางมาถึงจังหวัดลำปาง</p><p>3.ก่อนเข้าพื้นที่&nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&nbsp;ให้ยื่นเอกสารผลการประเมินคัดกรองและตรวจวัดอุณหภูมิที่หน่วยงานรักษาความปลอดภัย</p><p>4.เมื่อเข้าทำงานต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ในวันแรกของทุกสัปดาห์ก่อนเข้าทำงานจนสิ้นสุดสัญญาจ้าง&nbsp;พร้อมส่งผลตรวจให้ผู้บริหารสัญญาทราบโดยไม่ปกปิดข้อมูล</p><p>5.ขณะที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่&nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&nbsp;ให้ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;DMHTT&nbsp;คือ&nbsp;D&nbsp;:&nbsp;Distancing&nbsp;เว้นระยะระหว่างบุคคล&nbsp;หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่น&nbsp;M&nbsp;:&nbsp;Mask&nbsp;wearing&nbsp;สวมหน้ากากผ้า&nbsp;หรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;H&nbsp;:&nbsp;Hand&nbsp;washing&nbsp;ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;จัดให้มีจุดบริการเจลล้างมืออย่างทั่วถึงเพียงพอ&nbsp;T&nbsp;:&nbsp;Temperature&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าใช้บริการ&nbsp;เพื่อคัดกรองผู้ใช้บริการที่อาจไม่สบาย&nbsp;และ&nbsp;T&nbsp;:&nbsp;Testing&nbsp;ตรวจหาเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;ก่อนเข้า-ออกสถานที่ทุกครั้ง&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;Bubble&nbsp;and&nbsp;Seal&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>เนื่องจากงานบำรุงรักษาตามวาระโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่&nbsp;13</strong>&nbsp;มีบริษัทผู้รับจ้าง&nbsp;บุคคลภายนอก&nbsp;และผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;กฟผ.จากต่างจังหวัดเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่จำนวนมาก&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม&nbsp;สร้างความมั่นใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;เป็นการเตรียมการสำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วยจากการติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ&nbsp;โรงไฟฟ้าแม่เมาะได้เตรียมความพร้อมจัดตั้งศูนย์แยกกักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&nbsp;หรือ&nbsp;EGAT&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;(ECI)&nbsp;บริเวณอาคารอเนกประสงค์บ้านพักผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&nbsp;เพื่อสนับสนุนภารกิจงานของสาธารณสุขอำเภอและโรงพยาบาลแม่เมาะ&nbsp;ซึ่งสามารถรองรับการใช้งานได้จำนวน&nbsp;30&nbsp;เตียง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307094520054
956	เตือนนายจ้างก่อสร้าง เพิ่มความระมัดระวังเกี่ยวกับงานก่อสร้าง รื้อถอนอาคาร	<p><strong>นายนิยม&nbsp;สองแก้ว&nbsp;อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน&nbsp;(กสร.)&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ช่วงเวลาที่ผ่านมา&nbsp;มีอุบัติเหตุในหน่วยงานก่อสร้างขึ้นบ่อยครั้ง&nbsp;เนื่องจากงานก่อสร้างนั้นเป็นลักษณะงานที่มีความเสี่ยงในเรื่องความไม่ปลอดภัยต่อการปฏิบัติงานของลูกจ้างและมีความเป็นอันตรายสูง&nbsp;ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้&nbsp;</p><p><strong>กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน&nbsp;&nbsp;</strong>ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลในเรื่องของความปลอดภัยในการทำงานก่อสร้าง&nbsp;จึงขอความร่วมมือนายจ้างลูกจ้างร่วมจัดมาตรการเชิงป้องกันและปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร&nbsp;จัดการ&nbsp;และดำเนินการด้านความปลอดภัย&nbsp;อาชีวอนามัย&nbsp;และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;เพื่อลดอัตราการประสบอันตรายจากกิจการงานก่อสร้าง&nbsp;พร้อมจัดมาตรการเชิงรุกด้านความปลอดภัยเพื่อลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจากอุบัติเหตุก่อสร้างให้ได้มากที่สุด&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังส่งพนักงานตรวจความปลอดภัยในการทำงาน&nbsp;</strong>เข้าตรวจสถานประกอบกิจการเพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัยของลูกจ้างและทำความเข้าใจ&nbsp;สร้างการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยแก่นายจ้างลูกจ้างในสถานประกอบกิจการ&nbsp;โดยเน้นย้ำให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎกระทรวงฯ&nbsp;เกี่ยวกับงานก่อสร้างและต้องแจ้งข้อมูลงานก่อสร้างก่อนเริ่มงานก่อสร้างไม่น้อยกว่า&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;ดำเนินการให้พื้นที่ทำงานก่อสร้างมีความมั่นคงแข็งแรง&nbsp;รองรับน้ำหนักเครื่องจักร&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;และวัสดุในงานก่อสร้างได้อย่างปลอดภัย&nbsp;จัดให้มีผู้ควบคุมงานทำหน้าที่ตรวจความปลอดภัยในการทำงานก่อนการทำงานและขณะทำงานทุกขั้นตอน&nbsp;กำหนดบริเวณเขตก่อสร้าง&nbsp;โดยทำรั้วที่แข็งแรงสูงไม่น้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;หรือกั้นเขตด้วยวัสดุที่เหมาะสมตามลักษณะงานและมีป้ายเขตก่อสร้าง&nbsp;แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจน&nbsp;พร้อมทั้งห้ามมิให้บุคคลซึ่งไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในเขตก่อสร้าง</p><p><strong>?อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ในวันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจัดงานสัมมนานายจ้างในกิจการก่อสร้างเพื่อเพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง&nbsp;โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากสถานประกอบกิจการในมาตรการด้านความปลอดภัยฯ&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและหยุดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของทั้งลูกจ้างและนายจ้างได้&nbsp;</p><p><strong>หากนายจ้างและลูกจ้างมีข้อสงสัย&nbsp;</strong>สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;กลุ่มงานมาตรฐานวิศวกรรมความปลอดภัยในการทำงาน&nbsp;กองความปลอดภัยแรงงาน&nbsp;0&nbsp;2448&nbsp;9128&nbsp;&nbsp;39&nbsp;ต่อ&nbsp;303&nbsp;&nbsp;305&nbsp;หรือโทรสายด่วน&nbsp;1506&nbsp;กด&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;1546</p><p><br></p><p><br></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307103647069
957	รัฐบาล เชิญชวนแรงงานไทย สมัครสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;จากที่หน่วยงานต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องได้เร่งประสานให้ความช่วยเหลือในการอพยพคนไทยในประเทศยูเครนกลับประเทศไทย&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ได้รับการช่วยเหลือเดินทางกลับมาถึงไทยแล้วทั้งหมด&nbsp;5&nbsp;ชุดรวม&nbsp;197&nbsp;คน&nbsp;ส่วนที่กำลังทยอยเดินทางกลับ&nbsp;นั้น&nbsp;วันนี้(&nbsp;7&nbsp;มี.ค.&nbsp;)มีชุดที่จะเดินทางจากโปแลนด์&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;คน&nbsp;และวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เดินทางจากโรมาเนีย&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;จากผู้ที่เดินทางกลับมาแล้ว&nbsp;197&nbsp;คน&nbsp;มี&nbsp;154&nbsp;คน&nbsp;ที่เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ&nbsp;จำนวน&nbsp;15,000&nbsp;ต่อคน&nbsp;ตามระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยกิจการที่จะใช้จ่ายเงินจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ&nbsp;คิดเป็นยอดเงินช่วยเหลือจากกองทุนฯ&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;2,310,000&nbsp;บาท&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นางสาวไตรศุลี&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;รัฐบาลขอเชิญชวนแรงงานที่กำลังจะเดินทางไปทำงานต่างประเทศได้ให้ความสำคัญกับการเป็นสมาชิกและนำส่งเงินเข้าสมทบกองทุนฯ&nbsp;ก่อนออกเดินทางไปทำงาน&nbsp;เพื่อเป็นหลักประกันให้สิทธิประโยชน์ตามกฎหมายในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นระหว่างที่ทำงานอยู่ต่างประเทศ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นกรณีเจ็บป่วย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;หรือแม้แต่การได้รับผลกระทบจากสงคราม&nbsp;สำหรับการสมัครเป็นสมาชิกกองทุนฯ&nbsp;นั้นสามารถสมัครได้ทั้งกรณีที่เป็นผู้เดินทางไปทำงานโดยบริษัทจัดหางานเป็นผู้จัดส่ง&nbsp;กรมการจัดหางานเป็นผู้จัดส่ง&nbsp;และการเดินทางไปทำงานต่างประเทศด้วยตนเอง&nbsp;โดยการสมัครและนำส่งเงินสมทบก่อนออกเดินทางไปทำงานต่างประเทศ&nbsp;ที่กรมการจัดหางาน&nbsp;หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307144626207
958	รพ.สต.สสอ.ด่านซ้าย จ.เลย ลงพื้นที่สอบสวนโรคและเน้นให้ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงปฏิบัติตัวในการกักป้องกันตัวเองตามมาตรการการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อโควิด-19 (DMHTTA)  อย่างเคร่งครัด	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>รพ.สต.บ้านผึ้ง&nbsp;ได้รับแจ้งจาก&nbsp;อสม.พบผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ด้วยการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเอง</strong>&nbsp;ผล&nbsp;+&nbsp;ข้อมูลเบื้องต้น&nbsp;ปัจจุบันผู้ป่วยอยู่บ้านหนามแท่ง&nbsp;ม.7&nbsp;ต.ด่านซ้าย&nbsp;(อยู่กับครอบครัวของภรรยา)&nbsp;ในวันที่&nbsp;28&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ได้มาร่วมงานบุญที่บ้านปากแดง&nbsp;ม.4&nbsp;ต.วังยาว&nbsp;จากการลงสอบสวนโรคเบื้องต้น&nbsp;พบว่ามีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงผู้ป่วยยืนยันโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;และทำการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;ผล&nbsp;Negative&nbsp;ทั้ง&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;และได้เน้นให้ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงปฏิบัติตัวในการกักป้องกันตัวเองตามมาตรการการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;(DMHTTA)&nbsp;&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;และได้สัดส่วน&nbsp;ATK&nbsp;รอบที่&nbsp;2&nbsp;วันจันทร์ที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ด้านเจ้าหน้าที่&nbsp;รพ.สต.บ้านหนองอุมลัวได้ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;</strong>&nbsp;เข็ม&nbsp;2,3&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;คน&nbsp;หลังการรับวัคซีนไม่มีผู้มีอาการผิดปกติ&nbsp;ผู้รับบริการด้วย&nbsp;Pfizer&nbsp;60&nbsp;คน&nbsp;คณะ&nbsp;จนท.รพ.สต.บ้านหนองอุมลัว&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;จนท.อบต.โพนสูง,อสม.ประจำหมู่บ้าน,และผู้นำชุมชนผู้นำหมู่บ้านได้ร่วมกันออกปฏิบัติงานดังนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">1.&nbsp;ออกตรวจคัดกรองผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่&nbsp;บ้านหนองอุมลัว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.โพนสูง&nbsp;อ.ด่านซ้าย&nbsp;จ.เลย&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;โดยใช้ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;ผลการตรวจเป็น&nbsp;Positive&nbsp;(บวก)&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;และผลการตรวจเป็น&nbsp;Negative&nbsp;(ลบ)&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;คน&nbsp;คณะ&nbsp;จนท.ได้นำผู้ป่วยที่มีผลการตรวจเป็นบวก&nbsp;ส่งต่อไปที่&nbsp;รพร.ด่านซ้าย&nbsp;และคัดแยกผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;คน&nbsp;ให้กักกันตัวเอง&nbsp;โดยแนะนำให้ปฏิบัติตัวในการป้องกันและควบคุมเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ตามมาตรการ&nbsp;D&nbsp;M&nbsp;H&nbsp;T&nbsp;T&nbsp;A&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;โดยทั้ง&nbsp;8&nbsp;คนได้ให้ความร่วมมือกับคณะเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตัวเองตามมาตรการควบคุมโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;เป็นอย่างดี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">2.ได้เดินทางไปตรวจคัดกรองผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่&nbsp;บ้านกกโพธิ์วังก่ำ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.โพนสูง&nbsp;อ.ด่านซ้าย&nbsp;จ.เลย&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;โดยใช้ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;ผลการตรวจเป็น&nbsp;Positive&nbsp;(บวก)&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;และผลการตรวจเป็น&nbsp;Negative&nbsp;(ลบ)&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;คณะ&nbsp;จนท.ได้นำผู้ป่วยที่มีผลการตรวจเป็นบวก&nbsp;ส่งต่อไปที่&nbsp;รพร.ด่านซ้ายและคัดแยกผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;ให้กักกันตัวเอง&nbsp;โดยแนะนำให้ปฏิบัติตัวในการป้องกันและควบคุมเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ตามมาตรการ&nbsp;D&nbsp;M&nbsp;H&nbsp;T&nbsp;T&nbsp;A&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;โดยทั้ง&nbsp;2&nbsp;คนได้ให้ความร่วมมือกับคณะเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตัวเองตามมาตรการควบคุมโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;เป็นอย่างดี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>อีกทั้ง&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;รพ.สต.บ้านปากโป่ง&nbsp;ร่วมด้วยทีม&nbsp;SRRT&nbsp;ด่านซ้าย</strong>&nbsp;นักบริบาลตำบลปากหมันและอสม.&nbsp;บ้านปากโป่ง&nbsp;ได้ทำการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;รอบที่&nbsp;2&nbsp;ให้กับผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจากงานคลัสเตอร์ทำบุญบ้าน/ทำบุญเลี้ยงพระที่บ้านปากโป่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;87&nbsp;ราย&nbsp;และได้คัดกรองค้นหาคนที่สัมผัสกับผู้ที่ติดเชื้อในรอบที่&nbsp;2&nbsp;ได้ทำการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;รอบแรก&nbsp;โดยมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวน&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;เสี่ยงต่ำจำนวน&nbsp;32&nbsp;ราย&nbsp;รวมตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;169&nbsp;ราย&nbsp;ผลเป็น&nbsp;Positive&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;และผล&nbsp;Negative&nbsp;จำนวน&nbsp;156&nbsp;ราย&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ยังได้เน้นให้ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงปฏิบัติตัวในการกักกันตัวเองตามมาตรการการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;(DMHTTA)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สวท.ด่านซ้าย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307100058057
959	กลุ่มเสี่ยงยะลา ตรวจเชื้อหาโควิด-19 ต่อเนื่อง	<p><strong>เปิดจุดตรวจโควิด-19&nbsp;ต้นสัปดาห์&nbsp;หลังหยุด&nbsp;2&nbsp;วัน</strong>&nbsp;เสาร์อาทิตย์&nbsp;บรรยากาศ&nbsp;ที่&nbsp;ศูนย์ตรวจโควิด-19&nbsp;สะพานดำเทศบาลนครยะลา&nbsp;วันนี้&nbsp;7&nbsp;มี.ค&nbsp;65&nbsp;ได้มีประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ทั้งการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ผู้ที่มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;จาม&nbsp;มาเข้าคิวรอเข้าตรวจหาเชื้อกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รวมไปถึง&nbsp;พนักงาน&nbsp;แรงงานต่างด้าว&nbsp;ในโรงงานพื้นที่เขตเมืองยะลา&nbsp;ซึ่งมีผู้ควบคุมนำมาตรวจหาเชื้อ&nbsp;หลังเป็นกลุ่มเสี่ยง&nbsp;พบคนงานในโรงงานติดโควิด&nbsp;&nbsp;เพื่อให้แน่ใจว่าตนเองปลอดเชื้อ&nbsp;ส่วนผู้ที่ติดเชื้อก็จะได้เข้าระบบการรักษา&nbsp;ตามขั้นตอน&nbsp;รับยา&nbsp;กักตัวเองไม่ให้ไปแพร่เชื้อกับบุคคลอื่น&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับศูนย์ตรวจแห่งนี้&nbsp;ในห้วงที่ผ่านมาตลอดเดือนกุมภาพันธ์</strong>&nbsp;จนถึงเดือนมีนาคม&nbsp;พบว่ามีประชาชนเข้ารับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;เกือบ&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;ทุกวันตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์&nbsp;โดยผลการคัดกรองตรวจเชื้อโควิด&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;Rapid&nbsp;Test&nbsp;&nbsp;แต่ละวัน&nbsp;พบจำนวนผู้ติดเชื้อเกินกว่าครึ่ง</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;สถานการณ์&nbsp;&nbsp;โควิด&nbsp;-19&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;ล่าสุด&nbsp;</strong>เมื่อ&nbsp;6&nbsp;มี.ค&nbsp;65&nbsp;มีผู้ติดเชื้อ&nbsp;รายใหม่&nbsp;290&nbsp;ราย&nbsp;ป่วยสะสม&nbsp;3,925&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;8,131&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;4,622&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สะสมรวม&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307094905055
960	"รองผวจ.สุราษฎร์ธานีร่วมเปิดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 47 ""ศรีสะเกษเกมส์"""	"<p><strong>ที่&nbsp;สนามกีฬามวยสากลสมัครเล่นโรงเรียนกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจแก่นักกีฬามวยสากลสมัครเล่นทีมจังหวัดสุราษฏร์ธานี&nbsp;และเวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;ที่สนามกีฬากลางจังหวัดจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;""ศรีสะเกษเกมส์""ต่อไป.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307100800058
961	กรมการกงสุลจัดขบวนรถ กงสุลสัญจร ให้บริการจัดทำพาสปอร์ตเคลื่อนที่ ณ จังหวัดเลย ของขวัญจากกระทรวงการต่างประเทศสำหรับประชาชน	<p><strong>กรมการกงสุล&nbsp;กระทรวงการต่างประเทศจัดขบวนรถ</strong>&nbsp;กงสุลสัญจร&nbsp;ให้บริการจัดทำหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตเคลื่อนที่&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;กงสุลสัญจร&nbsp;จอดทำพาสปอร์ต&nbsp;@&nbsp;สถานีเลย&nbsp;โดยให้บริการประชาชน&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาประชาคมจังหวัดเลย&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7-11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.00-16.30&nbsp;นี้&nbsp;ซึ่งเป็นของขวัญจากกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;สำหรับประชาชน&nbsp;โดยประชาชนไม่ต้องจองคิวล่วงหน้า&nbsp;</p><p><strong>นายกาจฐิติ&nbsp;วิวัธวานนท์&nbsp;ผู้อำนวยการกองหนังเดินทาง&nbsp;กรมการกงสุล</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำหรับประชาชนที่สนใจ&nbsp;กรณีบรรลุนิติภาวะอายุ&nbsp;20&nbsp;ปีบริบูรณ์ขึ้นไป&nbsp;ให้เตรียมบัตรประจำตัวประชาชนมาด้วย&nbsp;หากเคยมีหนังสือเดินทางแล้วและต้องการต่ออายุให้นำเล่มเดิมมาด้วย&nbsp;ส่วนผู้ที่อายุต่ำกว่า&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;บิดามารดาต้องเดินทางมาด้วยตนเอง&nbsp;เพื่อลงนามให้ความยินยอมและอนุญาตให้เด็กเดินทางไปต่างประเทศได้&nbsp;พร้อมนำสูติบัตร&nbsp;ทะเบียนบ้านที่มีชื่อผู้เยาว์และบิดามารดา&nbsp;พร้อมทั้งทะเบียนสมรสของบิดามารดา&nbsp;หากบิดามารดาแยกกันอยู่หรืออยู่ในความปกครองของผู้อื่น&nbsp;ให้นำหลักฐานแสดงอำนาจปกครองผู้เยาว์ด้วย</p><p><strong>ในส่วนค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทางอายุไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;ปี</strong>&nbsp;ฉบับละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนหนังสือเดินทางอายุไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;ฉบับละ&nbsp;1,500&nbsp;บาท&nbsp;หากต้องการให้จัดส่งหนังสือเดินทางทางไปรษณีย์ราคาเล่มละ&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;โดยขั้นตอนการยืนยันตัวตนจะมีการถ่ายภาพใบหน้า&nbsp;การพิมพ์ลายนิ้วมือ&nbsp;การเก็บภาพม่านตา&nbsp;จึงไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์&nbsp;หรือหากใส่ควรใส่คอนแทคเลน์สายตาแบบใสได้&nbsp;โดยการดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.เลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307125351126
962	เตรียมเสนอ ครม.พิจารณาปรับเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนทุกสกัด คาดใช้งบประมาณกว่าหมื่นล้านบาท	<p><strong>นางสาวตรีนุช&nbsp;เทียนทอง&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2566&nbsp;ของหน่วยงานในสังกัดและหน่วยงานในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;(ศธ.)&nbsp;มีจุดเน้นการจ่ายงบประมาณคือ&nbsp;การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย&nbsp;การยกระดับคุณภาพการศึกษา&nbsp;การสร้างโอกาส&nbsp;ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย&nbsp;การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู&nbsp;บุคลากรทางการศึกษานอกจากนี้&nbsp;ยังมีเรื่องสำคัญในการปรับอัตราเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของผู้เรียนทุกสังกัดไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;&nbsp;(สพฐ.)&nbsp;สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา&nbsp;(สอศ.)&nbsp;สำนักงานคณะกรรมการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย&nbsp;(กศน.)&nbsp;ซึ่งการปรับเงินอุดหนุนรายหัวเป็นอัตราที่ใช้มาตั้งแต่ปี&nbsp;2552&nbsp;แล้ว&nbsp;ซึ่งตนต้องการทำให้สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อและสามารถตอบโจทย์คุณภาพการศึกษาในปัจจุบัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการปรับอัตราเงินอุดหนุน</strong>ค่าใช้จ่ายรายหัวการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของผู้เรียนทุกสังกัดนั้น&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการว่าจะปรับรูปแบบใดให้มีความเหมาะสมมากที่สุด&nbsp;เช่น&nbsp;การปรับตามขั้นบันไดโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังระดมความคิดเห็นเรื่องการจัดทำค่าใช้เงินอุดนหนุนรายหัวนักเรียนกันอยู่อย่างเข้มข้น&nbsp;ซึ่งแน่นนอนว่าจะมีการปรับเงินอุดหนุนให้สูงขึ้นกว่าอัตราเดิมอย่างแน่นอน&nbsp;เพราะเราไม่ได้มีการปรับเรืองนี้มานานแล้วกว่า&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;อีกทั้งต้องการให้สอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบันด้วย</p><p><strong>คาดว่าจะใช้งบประมาณในการปรับ&nbsp;</strong>อัตราเงินอุดหนุค่าใช้จ่ายรายหัวการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของผู้เรียนทุกสังกัดประมาณ&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;หากการดำเนินการเรื่องดังกล่าวเสร็จสิ้นจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;พิจารณาต่อไป&nbsp;โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการจัดทำไม่นาน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307103318065
963	ชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามที่ 2 อำเภอปางมะผ้า นำกำลัง ตรวจสอบบุกยึดของกลาง กลุ่มมอดไม้ แปรรูปไม้เถื่อน บริเวณป่าแม่หมูลีซอ อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน	"<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามที่&nbsp;2&nbsp;อำเภอปางมะผ้า&nbsp;</strong>นำโดยนายนิกร&nbsp;แก้วโมรา&nbsp;หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าน้ำริน-แม่อูมอง&nbsp;และเจ้าหน้าที่จุดสกัดกิ่วลม-ดอยจิกจ้อง&nbsp;ได้รับแจ้งว่า&nbsp;มีการลักลอบแปรรูปไม้ในบริเวณป่าแม่หมูลีซอ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลสบป่อง&nbsp;อำเภอปางมะผ้า&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบในพื้นที่เกิดเหตุ&nbsp;พบกลุ่มมอดไม้&nbsp;จำนวน&nbsp;3-5&nbsp;คน&nbsp;กำลังร่วมกันแปรรูปไม้&nbsp;เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่จึงได้หลบหนีโดยใช้ความมืดและความชำนาญในพื้นที่&nbsp;หนีเข้าป่าโดยไม่สามารถติดตามได้&nbsp;โดยทิ้งของกลางไว้ในที่เกิดเหตุ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คัน&nbsp;เลื่อยโซ่ยนต์&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;เครื่อง&nbsp;อาวุธปืนไทยประดิษฐ์&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;กระบอก&nbsp;และโทรศัพท์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;เครื่อง&nbsp;เจ้าหน้าที่คาดว่า&nbsp;น่าจะเป็นของกลุ่มมอดไม้ที่ทำตกไว้&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;รอบๆ&nbsp;พื้นที่&nbsp;พบไม้กระยาเลยแปรรูป&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แผ่น&nbsp;ปริมาณ&nbsp;0.33&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ไม้กระยาเลยท่อน&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ท่อน&nbsp;ปริมาตร&nbsp;1.43&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดนำเก็บที่หน่วยพิทักษ์ป่าปางมะผ้า&nbsp;อำเภอปางมะผ้า&nbsp;และเข้าแจ้งความ&nbsp;ร้องทุกข์กล่าวโทษ&nbsp;ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธร&nbsp;ปางมะผ้า&nbsp;ตามคดีอาญาที่&nbsp;32/65&nbsp;&nbsp;บัญชีของกลางที่&nbsp;22/65&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307095714056
964	อบจ.ลำปาง มอบเครื่องอุปโภคช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิด-19 พื้นที่ อ.ห้างฉัตร และ อ.เมืองปาน	<p><strong>นางสาวตวงรัตน์&nbsp;โล่ห์สุนทร&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ลำปาง</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายลัพธวิทย์&nbsp;จรรยาวิจิตร&nbsp;เลขานุการนายก&nbsp;อบจ.ลำปาง&nbsp;นำเครื่องอุปโภคบริโภคมอบให้ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;รพสต.&nbsp;และ&nbsp;อสม.&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เทศบาลตำบลเมืองยาว&nbsp;อำเภอห้างฉัตร&nbsp;จำนวน&nbsp;65&nbsp;ชุด&nbsp;อบต.หนองหล่ม&nbsp;อำเภอห้างฉัตร&nbsp;จำนวน&nbsp;32&nbsp;ชุด&nbsp;และเทศบาลตำบลเมืองปาน&nbsp;อำเภอเมืองปาน&nbsp;จำนวน&nbsp;28&nbsp;ชุด&nbsp;เพื่อส่งมอบต่อช่วยเหลือผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;และกลุ่มเสี่ยงสูง&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงที่ต้องกักตัว&nbsp;ซึ่งไม่สามารถออกไปทำงานหรือเดินทางออกนอกเคหะสถานได้</p><p><strong>โอกาส?นี้?&nbsp;เลขานุการนายก&nbsp;อบจ.ลำปาง&nbsp;</strong>แจ้งผ่านผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องและประชาชน&nbsp;ซึ่งหากยังมีปัญหาความเดือดร้อนต้องการให้ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ในเรื่องใด&nbsp;ให้แจ้งประสานกับ&nbsp;ส.อบจ.ในเขตพื้นที่&nbsp;เพื่อจะได้นำเสนอปัญหาและพิจารณาหาทางแก้ไขต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307101006059
965	รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ มอบเงินเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากลัมปีสกิน	<p><strong>ที่เทศบาลเมืองชุมเห็ด&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์</strong>&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ที่จะเดินทางมามอบเงินเยียวยาในการดูแลเกษตรกร&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดลัมปีสกิน&nbsp;พร้อมมอบนโยบายโครงการสานฝันสร้างอาชีพยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;โดยมีนายอนุพงษ์&nbsp;สุขสมนิตย์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์,&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์,&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ธนาคาร&nbsp;ธกส,&nbsp;อาสาสมัครปศุสัตว์&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำชุมชนและเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;จาก&nbsp;23&nbsp;อำเภอเข้าร่วม</p><p><strong>โดยการมอบเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดลัมปีสกิน</strong>&nbsp;จะถูกมอบทั้งหมด&nbsp;3&nbsp;รอบ&nbsp;ในครั้งนี้เป็นรอบแรก&nbsp;ซึ่งได้มีการมอบเงินจำนวน&nbsp;105,036,000&nbsp;บาท&nbsp;ผ่านตัวแทน&nbsp;ให้เกษตรกร&nbsp;4,518&nbsp;ราย&nbsp;จาก&nbsp;23&nbsp;อำเภอ&nbsp;ที่แจ้งวัวตายกับปศุสัตว์&nbsp;ในก่อนวันที่&nbsp;26&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;มีโค-กระบือตายรวม&nbsp;4,958&nbsp;ตัว</p><p><strong>ส่วนรอบที่&nbsp;2&nbsp;และรอบที่&nbsp;3&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรรวม&nbsp;538&nbsp;โค-กระบือ&nbsp;575&nbsp;ตัว</strong>&nbsp;วงเงินเยียวยากว่า&nbsp;13,935,000&nbsp;บาท&nbsp;จะมีการมอบเงินในรอบถัดไป&nbsp;ระยะเวลาดำเนินการไม่เกินเดือนเมษายน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307125923128
966	กฟภ. เตือนระวังภัยจากพายุฤดูร้อน	"<p><strong>นายประสิทธิ์&nbsp;จันทร์ประสิทธิ์&nbsp;ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;เขต&nbsp;3</strong>&nbsp;(ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในระยะนี้เกิด""พายุฤดูร้อน""&nbsp;ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมแรงและลูกเห็บตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;จึงขอเตือนประชาชนให้ระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น&nbsp;ซึ่งอาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;ป้ายโฆษณา&nbsp;ต้นไม้ใหญ่และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงและควรหมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพปกติ&nbsp;</p><p><strong>PEA&nbsp;มีข้อแนะนำเพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้า&nbsp;ดังนี้</strong></p><p>1.อาคารสูงควรติดตั้งสายล่อฟ้าป้องกันฟ้าผ่า</p><p>2.เมื่อเกิดฝนฟ้าคะนองไม่ควรใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด</p><p>3.ควรจัดเตรียมอุปกรณ์ไว้ใช้ยามฉุกเฉิน</p><p>4.อย่าติดตั้งเสาอากาศวิทยุหรือเสาอากาศโทรทัศน์ใกล้สายไฟฟ้า</p><p>5.ตรวจสอบความมั่นคงเสาโทรทัศน์/วิทยุและป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้อยู่ในสภาพแข็งแรงเพื่อป้องกันการโค่นล้ม</p><p>6.งดการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าชั่วคราวในขณะที่มีพายุ-ฝน&nbsp;เช่น&nbsp;โทรทัศน์และโทรศัพท์&nbsp;นอกจากมีกรณีฉุกเฉิน</p><p>7.ติดตั้งสายดินที่อุปกรณ์ป้องกัน&nbsp;แผงเมนสวิตช์และอุปกรณ์ไฟฟ้า</p><p>8.&nbsp;เมื่อตัวเปียก&nbsp;พื้นแฉะ&nbsp;ไม่ควรใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า&nbsp;ควรเช็ดตัวให้แห้งก่อนและยืนบนพื้นที่แห้งและเป็นฉนวน</p><p><strong>หากพบเห็นระบบจำหน่ายของ&nbsp;PEA&nbsp;ชำรุดเสียหาย</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;เสาล้ม&nbsp;สายไฟฟ้าขาด&nbsp;กิ่งไม้&nbsp;ต้นไม้&nbsp;ล้มทับสายไฟฟ้า&nbsp;อย่าเข้าใกล้&nbsp;กรุณาแจ้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่อยู่ในพื้นที่ของท่าน&nbsp;หรือ&nbsp;โทร.&nbsp;1129&nbsp;PEA&nbsp;Contact&nbsp;Center&nbsp;ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้า&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><strong>&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307102648062
967	จ.นราธิวาส สรุปรายงานสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่  พร้อมรายงานความก้าวหน้าการฉีดวัคซีน และมาตรการรองรับปรับโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น	<p><strong>นายสนั่น&nbsp;&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเลื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;(ศบค.นธ.)&nbsp;&nbsp;&nbsp;และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ครั้งที่&nbsp;7/2565&nbsp;ที่ห้องประชุมพระนราภิบาล&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส&nbsp;</p><p><strong>นายแพทย์ชัยวัฒน์&nbsp;&nbsp;พัฒนาพิศาลศักดิ์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ระลอกมกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่186&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยสะสม&nbsp;2,988&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยอาการหนัก&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ขณะที่การระบาดกว่า&nbsp;90&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;เป็นสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ทางด้านการรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;ประชากรเป้าหมาย&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;1&nbsp;คิดเป็น&nbsp;54&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;คิดเป็น&nbsp;43&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;3&nbsp;คิดเป็น&nbsp;5.6&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;คิดเป็น&nbsp;0.45&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;</p><p><strong>นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส&nbsp;กล่าวต่อว่า</strong>&nbsp;ไทยเตรียมปรับโควิดเป็นโรคประจำถิ่น&nbsp;คาดว่าในเดือนกรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;ทางจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ได้เตรียมมาตรการรับมือไว้&nbsp;4&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด้านสาธารณสุข&nbsp;เน้นเรื่องชะลอการระบาด//ด้านการแพทย์&nbsp;จะเป็นการแยกกักตัวที่บ้าน//ด้านสังคม&nbsp;ต้องป้องกันตัวเองขั้นสูงสุด//ด้านสนับสนุน&nbsp;คือการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ตรวจหาเชื่อ&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่มาตรการ&nbsp;เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ&nbsp;คาดว่าจะนำมาใช้ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส&nbsp;</strong>รองรับการปรับเป็นโรคประจำถิ่นแล้ว&nbsp;เจอแจก&nbsp;จบ&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;ผู้ที่สงสัยป่วยโควิด-19&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แล้วหากพบผลเป็นบวก&nbsp;(เจอ)&nbsp;ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลตามสิทธิ&nbsp;แพทย์จะพิจารณาจ่ายยารักษาตามอาการ&nbsp;3&nbsp;สูตร&nbsp;(แจก)&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.ยาฟ้าทะลายโจร&nbsp;2.ยารักษาตามอาการเช่น&nbsp;ยาลดไข้&nbsp;แก้ไอ&nbsp;ลดน้ำมูก&nbsp;3.&nbsp;ยาฟาวิพิราเวียร์&nbsp;(การจ่ายยาขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ของแพทย์)&nbsp;แพทย์จะแนะนำการดูแลรักษาต่อไป&nbsp;จ่ายยาแล้วให้&nbsp;กลับมากักตัวที่บ้าน&nbsp;(จบ)&nbsp;ระหว่างกักตัวที่บ้าน&nbsp;จะมีทีมแพทย์โทรสอบถามอาการใน&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพียง&nbsp;1&nbsp;ครั้งต่อการรักษา&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งในเรื่องการฉีดวัคซีน</strong>โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;กลุ่มอายุ&nbsp;5-11&nbsp;ปี&nbsp;และรับการฉีดเข็มที่&nbsp;3//หลีกเลี่ยงไปในสถานที่ชุมชน//ใช้แนวทาง&nbsp;&nbsp;HI&nbsp;-&nbsp;CI&nbsp;First&nbsp;สำหรับผู้ป่วยไม่มีอาการ//ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;DMHTT&nbsp;รวมถึงใส่แมสในบ้าน&nbsp;กินข้าวห่างกัน&nbsp;ที่สำคัญภาคประชาสังคม/สื่อแขนงต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เสนอ/ตรวจสอบ&nbsp;ข้อเท็จจริงก่อนนำเสนอข้อมูล</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307104857084
968	ตรัง ฝ่ายปกครอง อสม. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขแนะผู้ป่วยวิธีเก็บขยะติดเชื้อของตนเองมัดถุงแน่นหนา รอส่งให้เจ้าหน้าที่ รพ.สต.นำไปส่งรพ.ในพื้นที่ นำไปกำจัดอย่างถูกวิธี	<p><strong>ตัวเลขติดเชื้อใน&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ยังสูงกว่า&nbsp;1,000&nbsp;รายต่อวัน&nbsp;</strong>ล่าสุด&nbsp;(6&nbsp;มี.ค.)&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม&nbsp;1,142&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นติดเชื้อจากผลตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;จำนวน&nbsp;106&nbsp;ราย&nbsp;และจากผลตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;จำนวน&nbsp;1,036&nbsp;ราย&nbsp;โดยในจำนวนนี้ส่วนหนึ่งถูกจัดให้เป็นผู้ป่วยนอก&nbsp;รักษาตัวอยู่กับบ้านตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขที่จัดให้เชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;เป็นโรคประจำถิ่นต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการระบาดขณะนี้ส่วนใหญ่เป็นการระบาดในชุมชน</strong>&nbsp;ลามเข้าสู่ครอบครัว&nbsp;ทำยอดติดเชื้อทั้งครอบครัวพุ่งขึ้นอย่างมาก&nbsp;ในจำนวนนี้ประชาชนบางส่วนซึ่งเป็นผู้ป่วยสีเขียว&nbsp;แม้แพทย์จะอนุญาตให้ออกไปหาซื้ออาหารได้&nbsp;แต่ผู้ติดเชื้อบางส่วนไม่กล้าออกไปข้างนอก&nbsp;หวั่นถูกรังเกียจ&nbsp;และหวั่นนำเชื้อไปแพร่กระจายให้คนอื่น&nbsp;ทำให้ทางผู้นำชุมชนทั้ง&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;และ&nbsp;&nbsp;อสม.&nbsp;พยายามจัดหาถุงยังชีพจากนายนิพันธ์&nbsp;ศิริธร&nbsp;ส.ส.เขต&nbsp;1&nbsp;พรรคพลังประชารัฐ&nbsp;ซึ่งเป็นส.ส.ในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>และจาก&nbsp;นายกิตติพงษ์&nbsp;ผลประยูร&nbsp;ไปช่วยเหลือ&nbsp;</strong>เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อน&nbsp;เช่น&nbsp;ที่&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ต.บ้านผุด&nbsp;อ.เมือง&nbsp;พบญาติพี่น้องซึ่งอาศัยอยู่ในละแวกเดียวกันติดเชื้อรวม&nbsp;10&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;18&nbsp;คน&nbsp;ทั้งคนวัยทำงาน&nbsp;เด็ก&nbsp;และคนชรา&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยไม่แสดงอาการ&nbsp;&nbsp;ทางฝ่ายปกครอง&nbsp;และ&nbsp;อสม.ได้ระดมถุงยังชีพจากตัวแทน&nbsp;ส.ส.ในพื้นที่ไปมอบให้&nbsp;และปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่&nbsp;รพ.สต.อย่างเคร่งครัดในการคัดแยกขยะติดเชื้อออกจากขยะทั่วไป&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ติดเชื้อสีเขียว&nbsp;ได้รับเพียงถุงขยะสีดำ&nbsp;</strong>สำหรับใส่ขยะทั่วไป&nbsp;1&nbsp;ใบ&nbsp;แต่ผู้ติดเชื้อสีเหลือง&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่ม&nbsp;607&nbsp;ทุกราย&nbsp;จะได้รับถุงพลาสติกแยกขยะ&nbsp;2&nbsp;สี&nbsp;คือ&nbsp;สีดำ&nbsp;1&nbsp;ใบ&nbsp;สำหรับใส่ขยะทั่วไป&nbsp;และถุงสีแดง&nbsp;3&nbsp;ใบ&nbsp;สำหรับใส่ขยะติดเชื้อ&nbsp;แล้วต้องมัดปากถุง&nbsp;รอนำไปส่งให้เจ้าหน้าที่&nbsp;รพ.สต.ในวันที่ครบกำหนดรักษาตัว&nbsp;เพื่อรพ.สต.ส่งให้รพ.ตรัง&nbsp;นำไปกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป&nbsp;ซึ่งผู้ติดเชื้อทุกรายก็ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307104652083
969	ลำปาง พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่  430 ราย	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19</strong>&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม&nbsp;430&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;61&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;369&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;10,743&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;2,928&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้วสะสม&nbsp;7,806&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;9&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19</strong>&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันเดียวกัน&nbsp;จังหวัดลำปางฉีดวัคซีนไปแล้ว&nbsp;1,160,621&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;495,352&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;475,472&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;184,157&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;5,640&nbsp;คน</p><p><strong>จังหวัดลำปาง&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัด</strong>ตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;DMHTT&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัย&nbsp;&nbsp;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนโควิด-19&nbsp;ลำปาง&nbsp;โทร.&nbsp;093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;ในวันเวลาราชการ&nbsp;และวันเสาร์-อาทิตย์&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน&nbsp;และขอเชิญชวนชาวลำปางซึ่งมีอายุ&nbsp;5&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;เข้ารับบริการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;และฉีดกระตุ้นในเข็มที่&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;ให้เร็วที่สุด</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307104514081
970	ผู้ว่าฯ ตรัง เปิดอบรม โครงการจัดระเบียบและพัฒนาระบบการขนส่งสาธารณะ เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในจังหวัดตรัง	<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรม&nbsp;โครงการจัดระเบียบและพัฒนาระบบการขนส่งสาธารณะ&nbsp;เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในจังหวัดตรัง&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมธรรมรินทร์ธนา&nbsp;อ.เมืองตรัง</p><p><strong>สำนักงานขนส่งจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>ได้รับจัดสรรงบประมาณภายใต้แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;จากจังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;708,000.-บาท&nbsp;(เจ็ดแสนแปดพันบาทถ้วน)&nbsp;เพื่อดำเนินโครงการจัดระเบียบและพัฒนาระบบการขนส่งสาธารณะเพื่อการท่องเที่ยวที่ยังยืนในจังหวัดตรัง&nbsp;โดยมี&nbsp;3&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ประกอบด้วยกิจกรรมการจัดอบรมให้ความรู้&nbsp;หลักสูตรฝึกอบรมให้ความรู้และพัฒนาศักยภาพในด้านการให้บริการและให้ความรู้ด้านการใช้ภาษาต่างประเทศที่จำเป็น&nbsp;และหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;/กิจกรรมสนับสนุนวัสดุในการประกอบอาชีพ&nbsp;ประกอบด้วยเสื้อพนักงานขับรถ&nbsp;(เสื้อเชิ้ต)&nbsp;เสื้อกั๊กสะท้อนแสง&nbsp;หมวกนิรภัย&nbsp;และกิจกรรมติดตั้งป้ายแสดงอัตราค่าโดยสาร&nbsp;ซึ่งในวันนี้สำนักงานขนส่งจังหวัดตรังได้จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;รุ่น&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ผู้ประกอบการและพนักงานขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ&nbsp;จำนวน&nbsp;280&nbsp;คน&nbsp;จัดอบรมจำนวน&nbsp;4&nbsp;รุ่น&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;70&nbsp;คน&nbsp;ในวันที่&nbsp;7,8,9&nbsp;และ&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดตรังของเรานับเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง&nbsp;เป็นเมืองที่ต้องห้ามพลาด&nbsp;สำหรับนักท่องเที่ยว&nbsp;เรามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่เป็นจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งสามารถส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจของจังหวัดตรังให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น&nbsp;สร้างรายได้หลักให้แก่ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;อีกทั้งเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดตรังให้เป็นที่ปรากฏเพื่อบรรลุสู่เป้าหมายให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาเยือนจังหวัดตรังเพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ</strong>และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ด้วย&nbsp;ในการจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้และพัฒนาศักยภาพในด้านการให้บริการและให้ความรู้ด้านการใช้ภาษาต่างประเทศที่จำเป็นแก่ผู้ประกอบการและพนักงานขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง&nbsp;ได้กำหนดจัดกิจกรรมจำนวน&nbsp;4&nbsp;รุ่น&nbsp;สำหรับในวันนี้เป็นการอบรมในรุ่นที่&nbsp;1&nbsp;มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;70&nbsp;คน&nbsp;โดยผู้เข้ารับการอบรมทุกท่านจะได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์สำหรับการประกอบอาชีพด้วย&nbsp;อาทิ&nbsp;เสื้อเชิ้ตพนักงานขับรถ&nbsp;เสื้อกั๊กสะท้อนแสง&nbsp;หมวกนิรภัย&nbsp;ซึ่งจะเป็นการสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการขนส่งรถโดยสารสาธารณะทุกประเภทในเขตพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังได้เน้นย้ำสร้างความตระหนักให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดจิตสำนึกเห็นความสำคัญในการขับรถถูกกฎจราจร&nbsp;สวมหมวกนิรภัยทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย&nbsp;และที่สำคัญหยุดรถในขณะที่มีประชาชนเดินข้ามทางม้าลายลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307104610082
971	พัฒนาหมอพร้อม สู่ Digital Health Platform ของประเทศ เชื่อมโยงโรงพยาบาลรัฐ เอกชน 	"<p><strong>นายสาธิต&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข</strong>&nbsp;กล่าวในการแถลงข่าวความร่วมมือการพัฒนาหมอพร้อม&nbsp;Digital&nbsp;Health&nbsp;Platform&nbsp;ว่า&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขมี&nbsp;นโยบายส่งเสริมการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างสะดวก&nbsp;รวดเร็วและทั่วถึง&nbsp;จึงพัฒนาระบบหมอพร้อม&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวก&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันมีผู้ใช้งานแล้วกว่า&nbsp;28&nbsp;ล้านคน</strong>&nbsp;ทั้งในระบบ&nbsp;LINE&nbsp;OA&nbsp;และแอปพลิเคชัน&nbsp;ถือเป็นแอพฯ&nbsp;ใหญ่สุดมีผู้ใช้มากสุดเป็นอันดับ&nbsp;2&nbsp;รองจากแอพฯ&nbsp;เป๋าตัง&nbsp;ล่าสุด&nbsp;ได้พัฒนาให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น&nbsp;โดยร่วมมือกับ&nbsp;4&nbsp;สภาวิชาชีพ&nbsp;ได้แก่&nbsp;แพทยสภา&nbsp;ทันตแพทยสภา&nbsp;สภาเภสัชกรรมและสภาเทคนิคการแพทย์&nbsp;ขับเคลื่อนระบบหมอพร้อมสู่การเป็น&nbsp;Digital&nbsp;Health&nbsp;Platform&nbsp;ของประเทศไทย&nbsp;ปรับโฉมการให้บริการสุขภาพที่ทั้งทันสมัย&nbsp;เข้าถึงและเท่าทันต่อความต้องการของประชาชน</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นพ.โสภณ&nbsp;เมฆธน&nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข</strong>&nbsp;<strong>กล่าวว่า</strong>&nbsp;การพัฒนาหมอพร้อม&nbsp;Digital&nbsp;Health&nbsp;Platform&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;4&nbsp;สภาวิชาชีพ&nbsp;จะทำให้ระบบบริการสุขภาพของประเทศไทยเชื่อมโยงระบบการให้บริการสุขภาพต่างๆ&nbsp;ของโรงพยาบาลทั้งรัฐ&nbsp;และเอกชน&nbsp;คลินิกเวชกรรม&nbsp;คลินิกทันตกรรม&nbsp;ร้านขายยา&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล&nbsp;สู่ประชาชน&nbsp;ผ่านไลน์และแอปพลิเคชันหมอพร้อม&nbsp;เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเองและเข้าถึงบริการสุขภาพที่สะดวก&nbsp;รวดเร็วและปลอดภัย&nbsp;โดยเปิดระบบ&nbsp;""หมอพร้อม&nbsp;Station""&nbsp;ทั้งนี้เป็นก้าวสู่ระบบบริการสุขภาพแบบดิจิทัล&nbsp;สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ในปัจจุบัน&nbsp;</p><p><strong>โดยการเชื่อมโยงข้อมูลและการให้บริการ</strong>&nbsp;นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้&nbsp;เช่น&nbsp;การนำ&nbsp;AI&nbsp;มาประยุกต์ในการวินิจฉัยและรักษาโรค,&nbsp;การบริหารจัดการข้อมูลสุขภาพด้วย&nbsp;Blockchain,&nbsp;การจัดทำ&nbsp;Big&nbsp;Data&nbsp;เพื่อวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลสุขภาพสำหรับส่งเสริมการให้บริการ,&nbsp;การบริหารจัดการและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการจัดเก็บข้อมูล&nbsp;,&nbsp;การพัฒนาระบบการสื่อสารทางไกลในการให้บริการประชาชน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ช่วยอำนวยความสะดวก&nbsp;คู่กับการคุ้มครองประชาชน&nbsp;ทั้งสิทธิส่วนบุคคล&nbsp;ความปลอดภัยของข้อมูล&nbsp;และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์&nbsp;รวมถึงสนับสนุนและส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข&nbsp;</p><p><strong>กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;จะผลักดันให้&nbsp;หมอพร้อม</strong>&nbsp;เป็น&nbsp;Digital&nbsp;Health&nbsp;Platform&nbsp;ของประเทศไทย&nbsp;และขอเชิญชวนบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทุกวิชาชีพทุกสังกัด&nbsp;ร่วมใช้งานแพลตฟอร์มนี้ในการให้บริการประชาชน&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&nbsp;เพื่อเป็นการปรับตัวและช่วยพัฒนาระบบบริการสุขภาพของประเทศไทย&nbsp;สู่&nbsp;Digital&nbsp;Health&nbsp;Care&nbsp;ที่สมบูรณ์แบบเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายต่อไป</p><p><strong>สำหรับบริการที่เปิดใช้งานเพิ่มเติม&nbsp;</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;การให้บริการตรวจและรายงานผลแลปอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;การตรวจการตั้งครรภ์&nbsp;การตรวจเลือด&nbsp;ตรวจปัสสาวะ&nbsp;การพัฒนาระบบนัดหมายเข้ารับบริการที่โรงพยาบาล&nbsp;คลินิก&nbsp;ร้านขายยา&nbsp;หรือหน่วยบริการสุขภาพอื่นๆ&nbsp;การชำระค่ารักษาพยาบาลแบบอิเล็กทรอนิกส์และจะขยายการใช้งานหมอพร้อม&nbsp;Digital&nbsp;Health&nbsp;Platform&nbsp;ให้ครอบคลุมทั้งประเทศต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307110939091
972	มณฑลทหารบกที่ 12  ประชุมเพื่อชี้แจงแผนและคำสั่งการปฏิบัติถวายความปลอดภัยฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี	<p><strong>ที่ห้องประชุมมรุพงษ์ศิริพัฒน์&nbsp;ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา</strong>&nbsp;&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;12&nbsp;จัดประชุมเพื่อชี้แจงแผนและคำสั่งการปฏิบัติถวายความปลอดภัยฯ&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;อำเภอพนมสารคาม&nbsp;&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;และ&nbsp;เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ&nbsp;พระธรรมมังคลาจารย์&nbsp;(ประยงค์&nbsp;ปิยวณฺโณ)&nbsp;อายุ&nbsp;96&nbsp;พรรษา&nbsp;54&nbsp;วิทยาฐานะ&nbsp;น.ธ.เอก&nbsp;อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค&nbsp;12&nbsp;และอดีตเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม&nbsp;วรวิหาร&nbsp;ณ&nbsp;เมรุชั่วคราววัดโสธรวราราม&nbsp;วรวิหาร&nbsp;ตำบลหน้าเมือง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;ในวันศุกร์ที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;สาธารณสุข&nbsp;</strong>และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมพร้อมเพรียง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;12&nbsp;จัดตั้ง&nbsp;กองอำนวยการร่วมถวายความปลอดภัย&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ในวันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;อาคารโรงอาหารวิทยาลัยเกษตร&nbsp;ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ&nbsp;เวลา&nbsp;&nbsp;03.00&nbsp;น.&nbsp;จนจบภารกิจ&nbsp;และ&nbsp;สำนักงานรองเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;วัดโสธรวราราม&nbsp;วรวิหาร&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;จนจบภารกิจ&nbsp;เพื่อควบคุม&nbsp;อำนวยการ&nbsp;และประสานการปฏิบัติกับส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ให้การถวายความปลอดภัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;สมพระเกียรติ&nbsp;และเป็นไปตามพระราชประสงค์&nbsp;</p><p><strong>โดยแนวทางในการปฏิบัติ&nbsp;วางกำลังคุ้มครอง</strong>&nbsp;ป้องกันตลอดเส้นทางเสด็จฯ&nbsp;และพื้นที่โดยรอบ&nbsp;ระยะ&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยวางกำลังยึดครองพื้นที่&nbsp;และแสดงกำลังด้วยชุดลาดตระเวนเฝ้าตรวจ&nbsp;บูรณาการการใช้กำลังอย่างเป็นระบบ&nbsp;และมีการร่วมการซักซ้อมการปฏิบัติ&nbsp;และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อถวายความปลอดภัยสูงสุด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ฉะเชิงเทรา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงเทรา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307110559089
973	อำเภอเมืองอุดรธานี ออกตรวจตราประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน โควิด-19	<p><strong>นายสามารถ&nbsp;สุวรรณมณี&nbsp;นายอำเภอเมืองอุดรธานี</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;ปลัดอำเภอเมืองอุดรธานี&nbsp;พร้อม&nbsp;จนท.ฝ่ายปกครอง&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ตำรวจ&nbsp;สภ.เมืองอุดรธานี&nbsp;ออกตรวจตราประชาสัมพันธ์แจ้งผู้ประกอบการร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;ให้ปฏิบัติตามมาตรการการควบคุม&nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;</p><p><strong>โดยมีผลการปฏิบัติ</strong></p><p>1.ตรวจตรา&nbsp;แนะนำร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;15แห่ง&nbsp;ดังนี้</p><p>1)ทางของฝุ่น</p><p>2)&nbsp;เอกมัย</p><p>3&nbsp;)โฟร์บาร์</p><p>4)&nbsp;มิตติ้ง&nbsp;พ้อยท์</p><p>5)&nbsp;ฟลูล์&nbsp;ธรอท&nbsp;เทิล&nbsp;แอนด์&nbsp;บาร์</p><p>6&nbsp;)เรดบาร์</p><p>7)&nbsp;TiFFY&nbsp;BAR</p><p>&nbsp;EASYBAR</p><p>9)&nbsp;FUN&nbsp;BAR</p><p>10)&nbsp;happy&nbsp;BAR</p><p>11&nbsp;)แฟรี่&nbsp;บาร์</p><p>12)&nbsp;คันทรีบาร์</p><p>13)เซเว่นสตาร์บาร</p><p>14)&nbsp;เดอะลักษ์บาร์</p><p>15)คริ้ง&nbsp;คอนเน็ค</p><p>2.&nbsp;แนะนำตักเตือนผู้ฝ่าฝืน/กระทำผิดเล็กน้อย</p><p>จำนวน&nbsp;-&nbsp;แห่ง</p><p>3.&nbsp;จับกุมดำเนินคดีการกระทำผิดที่จงใจและร้ายแรง</p><p>จำนวน&nbsp;-&nbsp;แห่ง</p><p>4.&nbsp;ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับมติคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ซึ่งมีมติให้ร้านอาหาร/สถานประกอบการที่ผ่านมาตรฐานการประเมิน&nbsp;SHA+&nbsp;ขายและนั่งดื่มเครื่องดื่มแลกอฮอล์ในร้าน&nbsp;ได้ไม่เกินเวลา&nbsp;21.00&nbsp;น.</p><p>5.ตรวจรักษาความสงบเรียบร้อยป้องกันการมั่วสุมหรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม&nbsp;บริเวณสวนสาธารณะ&nbsp;ฯลฯ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สวท.อุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307110402088
974	จ.อุดรธานี เตรียมพร้อมรับสถานการณ์พายุฤดูร้อน วันที่ 6-8 มีนาคมนี้	<p><strong>นายนิติพัฒน์&nbsp;ลีลาเลิศแล้ว&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี</strong>&nbsp;ปฏิบัติราชการแทน&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี/ผู้อำนวยการจังหวัด&nbsp;ลงนามในโทรสารในราชการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ด่วนที่สุด&nbsp;ที่&nbsp;อด&nbsp;(กอปภ.จ.)&nbsp;0021/ว&nbsp;67&nbsp;ลงวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;แจ้ง&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;/&nbsp;ผู้อำนวยการอำเภอ&nbsp;ทุกอำเภอ&nbsp;ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์พายุฤดูร้อน&nbsp;ซึ่งกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง&nbsp;(กอปภ.ก.)&nbsp;ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง&nbsp;กอปรกับกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;ได้ประกาศฉบับที่&nbsp;1&nbsp;(45/2565)&nbsp;ลงวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;6-8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&nbsp;ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน&nbsp;ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทย&nbsp;ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&nbsp;โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางพื้นที่&nbsp;รวมถึงมีฟ้าผ่าเกิดขึ้น&nbsp;โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์พายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง&nbsp;บริเวณภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;6-8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์</strong>&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;ให้อำเภอดำเนินการ&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;ลูกเห็บตก&nbsp;และอันตรายจากฟ้าผ่า&nbsp;ในช่วงวัน&nbsp;ดังกล่าว</p><p>2.&nbsp;กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;ติดตามสถานการณ์&nbsp;ข้อมูลข่าวสารของทางราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;โดยเฉพาะกรณีพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;ที่พักอาศัยได้รับผลกระทบจากเหตุ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&nbsp;อาทิ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;มูลนิธิ&nbsp;อาสาสมัคร&nbsp;ฯลฯ&nbsp;เตรียมความพร้อมกำลังพล&nbsp;วัสดุ&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;เครื่องจักร&nbsp;ยานพาหนะ&nbsp;ให้พร้อมปฏิบัติงาน&nbsp;อำนวยความสะดวก&nbsp;และให้ความช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สวท.อุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307110054085
975	เทศบาลตำบลทับมา ใส่ใจผู้สูงอายุ และผู้พิการในพื้นที่ ถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เจ้าหน้าที่นำนวัตกรรมการจัดทำคิวอาโค๊ดมาจัดเก็บฐานข้อมูล เพื่อให้ได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและครอบคลุม	<p><strong>วันนี้&nbsp;&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลทับมา</strong>&nbsp;ต.ทับมา&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;วงษ์ศรี&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลทับมา&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการนวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้พิการ&nbsp;ผ่านระบบโซเชียลมิเดีย&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;มีผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้พิการ&nbsp;ผู้ดูแลผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้พิการ&nbsp;อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน&nbsp;และกลุ่มผู้ช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;80&nbsp;คน&nbsp;เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;</p><p><strong>มีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อให้ผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้พิการและผู้ประสบปัญหา</strong>ทางสังคมได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและครอบคลุม&nbsp;และเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับความรู้และนำนวัตกรรมการจัดทำคิวาโค๊ดมาจัดเก็บฐานข้อมูล&nbsp;จัดทำพิกัดผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้พิการและผู้ประสบปัญหาทางสังคมได้&nbsp;รวมทั้งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้พิการและผู้ประสบปัญหาทางสังคมให้ดียิ่งขึ้น</p><p><strong>นายประเสริฐ&nbsp;วงษ์ศรี&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลทับมา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์การดูแลผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้พิการ&nbsp;และผู้ประสบปัญหาสังคม&nbsp;เป็นการดูแลที่เข้าถึงยาก&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โรคติดต่อ&nbsp;เป็นสาเหตุให้ระบบการดูแลเป็นไปด้วยความยากลำบากไม่ทั่วถึงและครอบคลุม&nbsp;เนื่องจากไม่สามารถลงพื้นที่เยี่ยมบ้านได้&nbsp;เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&nbsp;เทศบาลตำบลทับมา&nbsp;</p><p><strong>จึงได้นำระบบโซเชียลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ</strong>ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นด้านการสื่อสารอนนไลน์&nbsp;หรือการนำโซเชียลมาใช้ในการจัดเก็บข้อมูลเป็นระบบฐานข้อมูลและการบันทึกตำแหน่งที่ตั้งของผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้พิการ&nbsp;หรือผู้ประสบปัญหาทางสังคม&nbsp;เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการช่วยเหลือทั้งด้านสุขภาพและด้านคุณภาพชีวิตทั้งยังเป็นการต่อยอดระบบบริการสาธารณะทางด้านสมาร์ท&nbsp;ลีฟวิ่ง&nbsp;แอนด์&nbsp;เซฟตี้&nbsp;พร้อมอุปกรณ์(กินอยู่ดี&nbsp;แพลตฟอร์ม)ให้มีประสิทธิภาพครอบคลุมและทั่วถึง&nbsp;มีการนำระบบโซเชียลเข้ามาใช้โดยการสร้างนวัตกรรมจัดทำคิวอาโค๊ด&nbsp;จัดเก็บฐานข้อมูล&nbsp;สแกนหาพิกัดผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้พิการ&nbsp;และนำข้อมูลมาพัฒนาคุณภาพชีวิตต่อไป.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307110832090
976	กอ.รมน.จังหวัดอุดรธานี บูรณาการหน่วยงานตรวจสอบสถานประกอบการที่จ้างแรงงานต่างด้าว	"<p><strong>จังหวัดอุดรธานี&nbsp;โดย&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดอุดรธานี&nbsp;</strong>พ.อ.&nbsp;ธนาวีร์&nbsp;วิชาชัย&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัดอุดรธานี&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;จนท.หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p><p>บูรณาการร่วมกับ&nbsp;จนท.จัดหางานจังหวัดอุดรธานี&nbsp;จนท.ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดอุดรธานี&nbsp;และสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบการทำงานของคนต่างด้าวเพื่อป้องกันการลักลอบการทำงานอย่างผิดกฎหมายและทำการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในกลุ่มแรงงานต่างด้าว&nbsp;โดยขอความร่วมมือนายจ้างห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้า&nbsp;-&nbsp;ออกพื้นที่&nbsp;การดูแลที่พักอาศัยของแรงงานต่างด้าวให้ถูกสุขลักษณะ&nbsp;และตรวจสอบการทำงานของแรงงานต่างด้าวจำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่</p><p>&nbsp;&nbsp;-&nbsp;นางราตรี&nbsp;เป็นมงคล&nbsp;ที่อยู่เลขที่&nbsp;118&nbsp;ม.7&nbsp;ต.หนองวัวซอ&nbsp;อ.หนองวัวซอ&nbsp;จ.อุดรธานี&nbsp;ประเภทกิจการ&nbsp;สวนยางพารา&nbsp;ตรวจพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติลาวจำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;-&nbsp;บริษัทมิตรไทย&nbsp;1994&nbsp;จำกัด&nbsp;ที่อยู่เลขที่&nbsp;211&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ห้วยสามพาด&nbsp;อ.ประจักษ์ศิลปาคม&nbsp;จ.อุดรธานี&nbsp;ประเภทกิจการฟาร์มเลี้ยงสุกร&nbsp;ตรวจพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติลาวจำนวน&nbsp;19&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;-&nbsp;นางหนูเกียง&nbsp;โคตรชัย&nbsp;ที่อยู่&nbsp;เลขที่&nbsp;54&nbsp;ม.1&nbsp;ต.หนองกุงศรี&nbsp;อ.โนนสะอาด&nbsp;จ.อุดรธานี&nbsp;ประเภทกิจการฟาร์มสุกร&nbsp;(&nbsp;สุนทรฟาร์ม)&nbsp;ตรวจพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติลาว&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p>รวมทั้งสิ้น&nbsp;23&nbsp;ราย&nbsp;มีใบอนุญาตทำงานถูกต้องทุกราย&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;สถานประกอบการให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สวท.อุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307111816098
977	มทร.ศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ตรึงมาตรการป้องกัน COVID-19 เข้มข้น	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ผศ.&nbsp;โกสินทร์&nbsp;พัฒนมณี&nbsp;รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตตรัง</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;หน่วยบริการทั่วไป&nbsp;สำนักงานวิทยาเขตตรัง&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;ยังอาคารสำนักงานวิทยาเขตตรัง&nbsp;อาคารวิทยบริการ&nbsp;อาคารวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี&nbsp;และคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง&nbsp;มทร.ศรีวิชัย&nbsp;วิทยาเขตตรัง&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>เนื่องจากจังหวัดตรังมีการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID&nbsp;-19</strong>&nbsp;เพิ่มมากขึ้น&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย&nbsp;จึงมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;โดยกำหนดให้มีการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด&nbsp;และได้มีการกำหนดให้บุคลากรทุกคน&nbsp;ตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทุก&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;ก่อนเดินทางเข้ามาในพื้นที่มหาวิทยาลัย&nbsp;และเพิ่มมาตรการเข้มข้นในการสุ่มตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ด้วยตรวจหาเชื้อ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;โดยการบันทึกข้อมูลประวัติการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และข้อมูลการรับวัคซีนด้วยระบบ&nbsp;ศรีวิชัยชนะ&nbsp;เพื่อความมั่นใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;และนักศึกษาในพื้นที่&nbsp;และผู้ที่มาติดต่อราชการหน่วยงานของมหาวิทยา</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307113342107
978	คณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ติดตามความคืบหน้าการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายเชื่อมต่อเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก	<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมแควใหญ่ชั้น&nbsp;5&nbsp;</strong>ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;<strong>นายไชยา&nbsp;พรหมา&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายสุรเชษฐ์&nbsp;ประวีณวงศ์วุฒิ&nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการ&nbsp;คนที่สอง&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและติดตามการดำเนินงานความคืบหน้าการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายเชื่อมต่อเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;บุญระยอง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;</strong>นายอุดม&nbsp;เพชรคุต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี&nbsp;นายยศวัฒน์&nbsp;มาไพศาลสิน&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทน<strong>ราษฎร&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เขต&nbsp;3&nbsp;</strong>หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและนำเสนอข้อมูลการดำเนินงานฯ&nbsp;<strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p><strong>นายไชยา&nbsp;พรหมา&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการ</strong>จัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การลงพื้นที่ในครั้งนี้&nbsp;เนื่องจากรัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษพื้นที่ชายแดนกับการรองรับ&nbsp;AEC&nbsp;ซึ่งเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ&nbsp;จึงเห็นว่าควรจะมีแผนการรองรับในระหว่างการพัฒนาอย่างต่อเนื่องไปถึงในอนาคต&nbsp;และสิ่งที่ประเทศไทยจะต้องเตรียมการรองรับก็คือด้านการคมนาคมมายังจังหวัดกาญจนบุรีและโครงการทวายโปรเจ็กต์&nbsp;จึงได้มีการลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินการและการใช้งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรมาในโครงการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้ติดตามในด้านการจัดสรรงบประมาณในการดำเนินการ</strong>ทั้งการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษของจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ในโครงการเศรษฐกิจพิเศษทวายเพื่อเชื่อมต่อเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก&nbsp;โครงการเศรษฐกิจพิเศษบ้านพุน้ำร้อนและความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารด่านศุลากรที่บ้านพุน้ำร้อน&nbsp;ด้านการคมนาคมได้แก่&nbsp;โครงการมอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-กาญจนบุรี&nbsp;และส่วนต่อขยายไปโครงการทวายโปรเจ็กต์&nbsp;โครงการพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางและภาคใต้&nbsp;เชื่อมโยงกับพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภายใต้กรอบ&nbsp;GMS&nbsp;เพื่อสนับสนุนการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวกรุงเทพฯ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยหน่วยงานที่ดำเนินการได้นำเสนอความคืบหน้าในการดำเนินการ&nbsp;</strong>ทั้งด้านการคมนาคมโครงการมอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-กาญจนบุรี&nbsp;ในเส้น&nbsp;M&nbsp;81&nbsp;ขณะนี้ดำเนินการไปแล้วกว่า&nbsp;72%&nbsp;คาดว่าจะสามารถเปิดให้ใช้บริการได้ภายในปี&nbsp;2566&nbsp;นี้&nbsp;หากดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถใช้เป็นเส้นทางหลักเชื่อมโยงในการขนส่งสินค้า&nbsp;จากชายแดนจังหวัดกาญจนบุรีไปยังภูมิภาคอื่นๆได้&nbsp;ส่วนพื้นที่ด่านชายแดน&nbsp;ได้มีการตั้งส่วนของพื้นที่ที่ใช้ในราชการ&nbsp;ทั้งอาคารที่ทำการสำนักงานด่านศุลกากร&nbsp;ศูนย์ประสานงานเพื่อความมั่นคง&nbsp;นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการก่อสร้างที่ทำงานของส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านสาธารณูปโภค&nbsp;ทั้งระบบไฟฟ้า&nbsp;ระบบน้ำ&nbsp;โครงข่ายคมนาคม&nbsp;เครือข่ายโทรคมนาคม&nbsp;และจุดจำหน่ายสินค้าในโครงการก่อสร้างตลาดการค้าชายแดนเพื่อขับเคลื่อนเศรษกิจอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภัสร์ภรณ์&nbsp;เหลืองทอง-/ข่าว-/พิมพ์&nbsp;จิตริน&nbsp;มัชฌันติกะ-/ภาพนิ่ง</p><p>พัชรพล&nbsp;เจริญสุข&nbsp;-/ช่างภาพวีดีโอ/ส่งข่าว</p><p>ทีมข่าวสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307112609102
979	จ.อุบลฯ ประชุมความพร้อมเตรียมรับเสด็จ เสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดห้องสมุดประชาชน เฉลิมราชกุมารี จังหวัดศรีสะเกษ	<p><strong>ที่ห้องประชุมพรหมวรราชศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายสมเพชร&nbsp;สร้อยสระคู&nbsp;นายวิรุจ&nbsp;วิชัยบุญ&nbsp;นายทรงพล&nbsp;วิชัยขัทคะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชานี&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;อำเภอ&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุมความพร้อมเตรียมการรับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดห้องสมุดประชาชน&nbsp;เฉลิมราชกุมารี&nbsp;ตำบลเมืองคง&nbsp;อำเภอราษีไศล&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ในวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;(เป็นการส่วนพระองค์)&nbsp;โดยมีกำหนดการเสด็จ&nbsp;ณ&nbsp;ท่าอากาศยานทหารกองบิน&nbsp;21&nbsp;ตำบลในเมือง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้เพื่อให้การเตรียมความพร้อมสถานที่&nbsp;</strong>และการถวายความปลอดภัย&nbsp;ตลอดเส้นทางการรับเสด็จฯ&nbsp;ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;สมพระเกียรติอย่างสูงสุด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307112736104
980	ผู้ตรวจราชการสํานักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 12 ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ติดตามแผนงานโครงการ ตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ	<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นายพิฆเนศ&nbsp;ต๊ะปวง&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;12</strong>&nbsp;ประชุมร่วมกับ&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินงานแผนงาน&nbsp;โครงการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;โดยมี&nbsp;คณะผู้ตรวจราชการกระทรวง&nbsp;,&nbsp;นายสนอง&nbsp;ดลประสิทธิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด,&nbsp;นายชูศักดิ์&nbsp;ราชบุรี&nbsp;ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด,&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพระเวสสันดร&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้มีการร่วมประชุมทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์</strong>&nbsp;ระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;Meetings&nbsp;ไปยังผู้ตรวจราชการกระทรวงต่างๆ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกด้วย&nbsp;เพื่อหารือ&nbsp;และรับฟังการขับเคลื่อนประเด็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล&nbsp;ติดตาม&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;ประเมินผล&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาตินำไปสู่การปฏิบัติต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307113523108
981	พายุฤดูร้อนเตรียมพี่น้องประชาชนตัวรับมือ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ขณะที่บริเวณประเทศไทยมีอากาศร้อน</strong>&nbsp;ลักษณะเช่นนี้จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&nbsp;โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;ฟ้าผ่าและลูกเห็บตกบางพื้นที่&nbsp;ซึ่งจะเริ่มมีผลกระทบบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน&nbsp;ส่วนภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;ภาคใต้ตอนบน&nbsp;จะได้รับผลกระทบในวันที่&nbsp;7&nbsp;-8&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ขอระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น&nbsp;โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง&nbsp;ใต้ต้นไม้ใหญ่&nbsp;สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;หนองคาย&nbsp;บึงกาฬ&nbsp;หนองบัวลำภู&nbsp;อุดรธานี&nbsp;สกลนคร&nbsp;นครพนม&nbsp;กาฬสินธุ์มุกดาหาร&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;ยโสธร&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;อุบลราชธานี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307130148129
982	สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี สร้างเสริมความรู้บุคลากรภาครัฐหน่วยงานในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี  ป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;3</strong>&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นายแพทย์เพชรฤกษ์&nbsp;แทนสวัสดิ์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายบุญลาภ&nbsp;ทิพย์จันทร์&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เป็นประธานอบรมสร้างเสริมความรู้บุคลากรภาครัฐเพื่อป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ&nbsp;ของเจ้าหน้าที่&nbsp;ของรัฐหน่วยงานในสังกัด&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;และมีโรงพยาบาลชุมชน&nbsp;และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล&nbsp;ร่วมประชุมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;Application&nbsp;Zoom&nbsp;Cloud&nbsp;Meetings&nbsp;</p><p><strong>นายบุญลาภ&nbsp;ทิพย์จันทร์&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;ยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ระยะ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;-2580&nbsp;(ด้านสาธารณสุข)&nbsp;และยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่&nbsp;3&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;-2564)&nbsp;แผนงานบูรณาการเป็นเลิศด้วยธรรมาภิบาล&nbsp;เสริมสร้างพัฒนาความรู้ให้เจ้าหน้าที่รัฐมีพฤติกรรมซื่อสัตย์&nbsp;สุจริต&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่ราชการเป็นไปตามระเบียบ&nbsp;กฎหมายของทางราชการ&nbsp;และป้องกันการเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนในการปฏิบัติงาน&nbsp;การทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ&nbsp;ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ต้องถูกลงโทษทางวินัย&nbsp;แพ่ง&nbsp;และอาญา&nbsp;มุ่งเน้นมาตรการสำคัญ&nbsp;4&nbsp;ด้าน&nbsp;คือ&nbsp;</p><p>มาตรการการใช้รถราชการ&nbsp;</p><p>มาตรการการเบิกค่าตอบแทน&nbsp;</p><p>มาตรการจัดทำโครงการฝึกอบรม&nbsp;ศึกษาดูงาน&nbsp;ประชุม&nbsp;และสัมมนา&nbsp;</p><p>และมาตรการจัดหาพัสดุ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คาดว่าผู้เข้ารับการอบรมจะได้นำความรู้&nbsp;ทักษะ&nbsp;</strong>ประสบการณ์&nbsp;ที่ได้รับจากวิทยากรไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์&nbsp;สุจริตไม่มีพฤติกรรมที่อาจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน&nbsp;หรือการทุจริตคอร์รัปชั่น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี/7&nbsp;มี.ค.&nbsp;65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307114837110
983	แขวงทางหลวงสุพรรณบุรีที่ 1 ตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกในการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2565	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายศรัณย์รัฐ&nbsp;พวงพัฒน์&nbsp;ผู้อำนวยการแขวงทางหลวง</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสุพรรณบุรีที่&nbsp;1&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี&nbsp;2565&nbsp;แขวงทางหลวงสุพรรณบุรีที่&nbsp;1&nbsp;ได้ดำเนินการตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไขสภาพเส้นทาง&nbsp;,&nbsp;ตรวจสอบป้าย&nbsp;เครื่องหมายจราจร&nbsp;สัญญาณไฟ&nbsp;และเสริมป้ายแนะนำต่างๆ&nbsp;ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ดี&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;จัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกและปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานแขวงทางหลวงสุพรรณบุรีที่&nbsp;1&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ให้บริการตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพื่อปะสานงานให้บริการข้อมูลเส้นทางและคำแนะนำในการเดินทาง&nbsp;อีกทั้งจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติงาน&nbsp;ร่วมกับศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนน&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;และหน่วยบริการเคลื่อนที่&nbsp;ตามเส้นทางสายหลัก&nbsp;ให้บริการสำหรับความช่วยเหลือเบื้องต้น</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;เนื่องจากเทศกาลสงกรานต์&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นเทศกาลที่สำคัญเทศกาลหนึ่งของชาวไทย</strong>&nbsp;และเป็นช่วงที่มีวันหยุดต่อเนื่องกันหลายวัน&nbsp;ประชาชนจะใช้เวลาในช่วงวันหยุดนี้เพื่อเดินทางท่องเที่ยว&nbsp;เยี่ยมเยียนญาติมิตรหรือกลับภูมิลำเนาพร้อมกันทำให้ปริมาณการจราจรในช่วงทศกาลสูงกว่าช่วงปกติหลายเท่า&nbsp;ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดชัด&nbsp;ปัญหาอุบัติเหตุ&nbsp;ที่สูงขึ้น&nbsp;เกิดความสูญเสียทั้งทางด้านเศรษฐกิจ&nbsp;รวมทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจำนวนมาก&nbsp;กรมทางหลวงตระหนักถึงปัญหาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกิดขึ้นจึงได้กำหนดมาตรการในการที่จะอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;เพื่อให้เดินทางสู่จุดหมายได้อย่างสะดวก&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;และปลอดภัย&nbsp;เป็นการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลใน&nbsp;ด้านการท่องเที่ยว&nbsp;การกระจายรายได้&nbsp;รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมในด้านความผูกพันของครอบครัวอีกด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>อนึ่ง&nbsp;เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน</strong>&nbsp;ขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎจราจร&nbsp;ป้ายเตือนป้ายแนะนำและป้ายบังคับการจราจรโดยเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หากประชาชนมีข้อสงสัย&nbsp;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์หมายเลข&nbsp;0&nbsp;3552&nbsp;2133&nbsp;และโทรสารหมายเลข&nbsp;0&nbsp;3552&nbsp;2940</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307114508109
984	ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มทบ. 210 ตรวจความพร้อมเพื่อเตรียมรับมือทุกภัยพิบัติ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;พล.ต.สถาพร&nbsp;บุญชู</strong>&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;210&nbsp;(ผบ.มทบ.210)&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;พ.อ.พลพัฒน์&nbsp;ธีรเนตร&nbsp;รอง.ผบ.มทบ.210&nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา&nbsp;ดำเนินการตรวจสภาพความพร้อม&nbsp;ร้อยบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;มทบ.210&nbsp;โดยมี&nbsp;กำลังพล&nbsp;ร้อย.ศบภ.มทบ.210&nbsp;(ชุดเคลื่อนที่เร็ว),&nbsp;ร้อย.สห.มทบ.210&nbsp;และชุดแพทย์เคลื่อนที่&nbsp;รพ.ค่ายพระยอดเมืองขวาง&nbsp;เข้ารับการตรวจเพื่อเตรียมรับสถานการณ์&nbsp;การเกิดสาธารณภัย&nbsp;</p><p><strong>โดยการดำเนินการดังกล่าว</strong>&nbsp;เป็นการตรวจสภาพความพร้อมกำลังพล&nbsp;และยุทโธปกรณ์&nbsp;ให้พร้อมช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติได้ทุกเมื่ออย่างทันท่วงที</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307130357131
985	อบจ.สิงห์บุรี ออกหน่วยบริการเคลื่อนที่ฉีดวัคซีนโมเดอร์น่า สภากาชาดไทยให้กับประชาชนฟรี	"<p><strong>นายศุภวัฒน์&nbsp;เทียนถาวร&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;</strong>ร่วมกับ&nbsp;นายแพทย์ธนา&nbsp;พุทธากรณ์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลท่าช้าง&nbsp;ออกหน่วยบริการเคลื่อนที่บริการฉีดวัคซีนโมเดอร์น่า&nbsp;(moderna)&nbsp;สภากาชาดไทยให้กับประชาชนฟรี&nbsp;บริเวณจุดบริการที่ตลาดนัดผ้าวันจันทร์&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ถึงเวลา&nbsp;11.30&nbsp;น.&nbsp;จำนวน&nbsp;240&nbsp;คิว&nbsp;มีลูกค้าและพ่อค้าแม่ค้าในตลาดนัดผ้า&nbsp;เข้ารับการฉีดวัคซีนแบบวอล์คอิน&nbsp;(walk&nbsp;in)&nbsp;กันตั้งแต่เช้าเป็นจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งก็มีประชาชนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนมาก่อน&nbsp;(&nbsp;เข็มที่&nbsp;1&nbsp;)&nbsp;หรือประสงค์ต้องการรับวัคซีนบูสตอร์โดส&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;เข้าแถวต่อคิวกันแบบเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;เนื่องจากตลาดนัดเป็นแหล่งชุมชนมีประชาชนมาจับจ่ายซื้อของกันเป็นจำนวนมากจึงจำเป็นต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน&nbsp;ลดความรุนแรงของโรค&nbsp;ลดการครองเตียงในโรงพยาบาล&nbsp;และอัตราการเสียชีวิตเพราะโควิด-19</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สิงห์บุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307115254111
986	กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ออกหน่วยบริการรถของขวัญ กงสุลสัญจร ทำหนังสือเดินทาง เคลื่อนที่(Passport) ที่ศาลาประชาคม อบจ.เลย ระหว่างวันที่ 7-11 มีนาคม 2565	<p><strong>นายจาตุรนต์&nbsp;ไชยะคำ&nbsp;รองอธิบดีกรมการกงสุล</strong>&nbsp;กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;นำหน่วยหนังสือเดินทางเคลื่อนที่&nbsp;กงสุลสัญจร&nbsp;ออกให้บริการที่ศาลาประชาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย&nbsp;อำเภอเมืองเลย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวก&nbsp;ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย&nbsp;หลังจากสถานการณ์โรคโควิด-19&nbsp;คลี่คลาย&nbsp;โดยมีนายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าาราชการจังหวัดเลย&nbsp;นายธนาวุฒิ&nbsp;ทิมสุวรรณ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>นายจาตุรนต์&nbsp;ไชยะคำ&nbsp;รองอธิบดีกรมการกงสุล</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมการกงสุลมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ออก&nbsp;หน่วยหนังสือเดินทางเคลื่อนที่&nbsp;ให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดเลยอีกครั้งหนึ่ง&nbsp;โดยหน่วยหนังสือเดินทางเคลื่อนที่&nbsp;หรือ&nbsp;กงสุลสัญจร&nbsp;ที่ทุกคนรู้จักกันดี&nbsp;เคยออกให้บริการพี่น้องประชาชนมาแล้ว&nbsp;เมื่อเดือนกันยายน&nbsp;2562&nbsp;ซึ่งได้รับการต้อนรับที่ดีมาก&nbsp;มีผู้มาใช้บริการมากกว่า&nbsp;3,000&nbsp;คน&nbsp;หรือกว่า&nbsp;600&nbsp;คนต่อวัน&nbsp;และได้รับความอนุเคราะห์จากจังหวัดเลย&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งเอื้อเฟื้อสถานที่&nbsp;สนับสนุนการประชาสัมพันธ์&nbsp;และช่วยเหลือในการประสานงานต่างๆ&nbsp;เป็นอย่างดียิ่ง&nbsp;เมื่อสถานการณ์โรคโควิด-19&nbsp;คลีคลายและมาตรการต่างๆ&nbsp;เริ่มผ่อนปรน&nbsp;กรมการกงสุลจึงเริ่มให้บริการกงสุลสัญจรอีกครั้งหนึ่ง&nbsp;ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนนโยบายการทูตเพื่อประชาชน&nbsp;โดยกรมการกงสุล&nbsp;กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;มีคำขวัญว่า&nbsp;การทูตเพื่อประชาชน&nbsp;ทุกแห่งหนเราดูแล&nbsp;ดังนั้นการเข้าถึงพี่น้องประชาชนจึงเป็นหัวใจสำคัญในการให้บริการ&nbsp;โดยกำหนดออกหน่วยบริการที่จังหวัดเลย&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7-11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;(จันทร์-ศุกร์)&nbsp;ระหว่างเวลา&nbsp;08.00-16.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ศาลาประชาคม&nbsp;อบจ.เลย&nbsp;</p><p><strong>ประชาชนที่มีอายุ&nbsp;20&nbsp;ปีบริบูรณ์ขึ้นไป&nbsp;สามารถเลือกทำพาสปอร์ตที่มี&nbsp;อายุ&nbsp;5&nbsp;ปี</strong>&nbsp;ค่าทำเนียบ&nbsp;1,000&nbsp;และ&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;ค่าทำเนียบ&nbsp;1,500&nbsp;บาท&nbsp;ค่าจัดส่งเล่มพาสปอร์ตทางไปรษณีย์&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;โดยจ่ายเป็นเงินสด&nbsp;ผ่าน&nbsp;QR&nbsp;code&nbsp;หรือบัตรเดบิต/เครดิต&nbsp;โดยจะได้รับเล่มภายใน&nbsp;3-5&nbsp;วัน&nbsp;ใช้เอกสารเพียงบัตรประชาชนเท่านั้น&nbsp;และหากมีพาสปอร์ตเล่มเดิมขอให้นำมาด้วยเพื่อเปรียบเทียบและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล&nbsp;สำหรับเด็กและเยาวชน&nbsp;(อายุตำกว่า&nbsp;20&nbsp;ปี)&nbsp;ทำได้เฉพาะเล่ม&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;เท่านั้น&nbsp;เนื่องจากยังเจริญเติมโตซึ่งอาจทำให้รูปร่างหน้าตาเปลี่ยนแปลงในช่วง&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ให้พ่อแม่ต้องเซ็นยินยอมด้วย&nbsp;ต้องนำหลักฐาน&nbsp;เช่น&nbsp;สูติบัตร&nbsp;ทะเบียนบ้านทะเบียนสมรสที่มีชื่อพ่อแม่&nbsp;หรือหากพ่อแม่แยกกันอยู่&nbsp;เด็กอยู่กับญาติหรือผู้อื่นดูแล&nbsp;ต้องมีหลักฐานแสดงอำนาจปกครองเด็กคนนั้นด้วย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย</strong>&nbsp;นอกจากได้ทำพาสปอร์ตด้วยแล้ว&nbsp;ยังได้กล่าวเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเลย&nbsp;มาทำหนังสือเดินทาง&nbsp;(Passport)&nbsp;โดยกรมการกงสุล&nbsp;กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;ได้ออกหน่วยบริการในพื้นที่จังหวัดเลย&nbsp;ทำให้สะดวกสบายมากไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปทำที่ต่างจังหวัด&nbsp;ลดภาระค่าใช้จ่าย&nbsp;นับเป็นโอกาสดีอย่างยิ่ง&nbsp;และขอบพระคุณกรมการกงสุล&nbsp;กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;ที่มีบริการดีๆ&nbsp;มาให้บริการที่จังหวัดเลยด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307125250125
987	จังหวัดอำนาจเจริญ จัดพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา	"<p><strong>จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;จัดพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ให้กับหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;และผู้แทนกลุ่มอาชีพทอผ้า&nbsp;ทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาลวดลายผ้าไทยให้เกิดความหลากหลายและร่วมสมัย&nbsp;ก้าวสู่สากล</strong></p><p><br></p><p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ศูนย์ประชุมพุทธอุทยานอำนาจเจริญ&nbsp;</strong>นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางรัชชุมา&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ให้กับ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;พัฒนาการอำเภอ&nbsp;ผู้แทนกลุ่มทอผ้าจาก&nbsp;21&nbsp;กลุ่ม&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ต่อเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์&nbsp;&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;เพื่อนำไปใช้เป็นต้นแบบในการทอผ้า&nbsp;ผลิตผ้า&nbsp;และผลิตภัณฑ์&nbsp;ในแต่ละท้องถิ่น&nbsp;เป็นการเริ่มต้น&nbsp;ต่อยอด&nbsp;แนวความคิดในการพัฒนาลวดลายผ้าไทย&nbsp;และพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้มีความทันสมัย&nbsp;สามารถก้าวสู่สากลเพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา</strong>&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;เสด็จพระราชดำเนิน&nbsp;ณ&nbsp;อำเภอนาหว้า&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ทอดพระเนตรกลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ&nbsp;ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;และการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทย&nbsp;และงานหัตถกรรมชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ณ&nbsp;วัดธาตุประสิทธิ์&nbsp;และหอประชุมโรงเรียนนาหว้าพิทยาคม&nbsp;ตำบลนาหว้า&nbsp;อำเภอนาหว้า&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;เนื่องในโอกาสครบรอบ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ของโครงการศิลปาชีพ&nbsp;และในโอกาสเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ทรงเจริญพระชนมพรรษา&nbsp;ครบ&nbsp;90&nbsp;พรรษา&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้ประวัติศาสตร์สู่คนรุ่นหลัง&nbsp;และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;</strong>ทรงพระราชทานแบบลายผ้า&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ผ่านปลัดกระทรงมหาดไทย&nbsp;เพื่อเป็นของขวัญให้กับช่างทอผ้าทุกกลุ่ม&nbsp;ทุกเทคนิค&nbsp;นำไปทอผ้า&nbsp;ผลิตผ้าตามอัตลักษณ์ภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่นทั่วประเทศ&nbsp;ทรงออกแบบผ้าลายพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;โดยได้รับแรงบันดาลพระทัยจาก&nbsp;ผ้าขิดลายสมเด็จ&nbsp;ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ได้พระราชทานแก่ราษฎร&nbsp;อันเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาผ้าไทย&nbsp;ให้มีความร่วมสมัย&nbsp;โดยในลวดลายผ้าแต่ละลวดลายแฝงไปด้วยความหมายที่มีความลึกซึ้ง&nbsp;แสดงถึงความตั้งพระทัยมั่นของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ในการสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;พระราชกรณียกิจของสมเด็จย่าของพระองค์&nbsp;ในการฟื้นฟูภูมิปัญญาผ้าไทยให้ดำรงคงอยู่คู่แผ่นดินสืบไป&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307122901114
988	"สตรีสุรินทร์ กำหนดจัดกิจกรรมเนื่องในวันสตรีสากล ภายใต้โครงการพลังสตรีสุรินทร์ขับเคลื่อนเศษฐกิจฐานรากสวมใส่ผ้าไทย ""ผ้าไทย ใส่ให้สนุก"""	"<p><strong>นางสาวสมธิดา&nbsp;จะเกรง&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ด้วยจังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการ&nbsp;พัฒนาสตรีจังหวัดสุรินทร์&nbsp;(กพสจ.)&nbsp;กำหนดจัดกิจกรรมเนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;(8&nbsp;มีนาคม)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้ชื่อโครงการพลังสตรีสุรินทร์ขับเคลื่อนเศษฐกิจฐานรากสวมใส่ผ้าไทย&nbsp;""ผ้าไทย&nbsp;ใส่ให้สนุก""&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ในวันจันทร์ที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์&nbsp;(หลังเก่า)&nbsp;โดยจะนำองค์กรสตร์ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน&nbsp;เกือบ&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;เดินรณรงค์พลังสตรี&nbsp;3&nbsp;เส้นทางหลักในเวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;เพื่อเข้าสู่พื้นที่จัดงานและร่วมฟังการจัดเวทีเสวนา&nbsp;เรื่อง&nbsp;บทบาทสตรีในการรวมพลังสร้างเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในสภาวะยากลำบากในสังคมไทย&nbsp;จากนั้นจะเป็นพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการโดยผู้ว่าราชการจังวัดสุรินทร์&nbsp;โดยภายในงานยังมีกิจกรรมหลากหลายจากกลุ่มสตรีทั่วทั้งจังหวัดสุรินทร์อีกด้วย</p><p><strong>จึงขอประชาสัมพันธ์กิจกรรมการจัดงานวันสตรีสากล&nbsp;(8&nbsp;มีนาคม)</strong>&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้ชื่อโครงการพลังสตรีสุรินทร์สวมใส่ผ้าไทย&nbsp;""ผ้าไทย&nbsp;ใส่ให้สนุก""&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;""&nbsp;และขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจเข้าร่วมชมกิจกรรมภายในงานฯ&nbsp;ในวันจันทร์ที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ณ&nbsp;สนามหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์&nbsp;(หลังเก่า)&nbsp;ตำบลในเมือง&nbsp;อำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;จังหวัดสุรินทร์</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307130448133
989	จ.ชัยภูมิ แนวโน้มโควิดลดลงอย่างต่อเนื่อง	<p><strong>นายแพทย์วชิระ&nbsp;บถพิบูลย์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;พบผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;รายใหม่จำนวน&nbsp;95&nbsp;ราย&nbsp;เป็นการติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;79&nbsp;ราย&nbsp;และพบผู้ที่เดินทางกลับจากต่างจังหวัดอีก&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;โดยพบที่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;39&nbsp;ราย,&nbsp;อ.หนองบัวแดง&nbsp;33&nbsp;ราย,&nbsp;อ.เทพสถิต&nbsp;8&nbsp;ราย,&nbsp;อ.แก้งคร้อ&nbsp;7&nbsp;ราย,&nbsp;อ.คอนสาร&nbsp;4&nbsp;ราย,&nbsp;อ.ภูเขียว,&nbsp;อ.บ้านแท่น&nbsp;1&nbsp;ราย,&nbsp;อ.จัตุรัส&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;อ.เกษตรสมบูรณ์&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p><strong>สรุปยอดรวมผู้ป่วยสะสมของจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;</strong>อยู่ที่&nbsp;21,037&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษาตัว&nbsp;2,149&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตรวม&nbsp;149&nbsp;ราย</p><p><strong>ขณะข้อมูลการรักษาตัวของผู้ติดเชื้อโควิดในขณะนี้</strong>&nbsp;พบว่าร้อยละ&nbsp;90.5&nbsp;เป็นผู้ป่วยสีเขียว&nbsp;คือ&nbsp;มีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการเลย&nbsp;ขณะที่ร้อยละ&nbsp;9.2&nbsp;เป็นผู้ป่วยที่มีอาการปานกลาง&nbsp;มีเพียงร้อยละ&nbsp;0.3&nbsp;เท่านั้นที่เป็นผู้ป่วยสีแดง&nbsp;เหลือเตียงว่าง&nbsp;1,698&nbsp;เตียง&nbsp;หรือคิดเป็น&nbsp;36.02&nbsp;%&nbsp;ของเตียงทั้งหมด</p><p><strong>ส่วนผลการเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19</strong>&nbsp;ในจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ณ&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;มีผู้เข้ารับบริการวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;661,815&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;68.98&nbsp;%&nbsp;และมีผู้เข้ารับบริการวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;604,149&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;62.97&nbsp;%&nbsp;และ&nbsp;มีผู้เข้ารับบริการวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;แล้ว&nbsp;138,082&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;14.39&nbsp;%&nbsp;และมีผู้เข้ารับบริการวัคซีนเข็มที่&nbsp;4&nbsp;แล้ว&nbsp;9,511&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;0.99&nbsp;%</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307125109122
990	จ.อุตรดิตถ์ เปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่	<p><strong>จังหวัดอุตรดิตถ์เปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;เตรียมความพร้อมของเกษตรกรก่อนเข้าสู่การเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่&nbsp;ที่ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;ตำบลน้ำพี้&nbsp;อำเภอทองแสนขัน&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;</p><p><strong>นายผล&nbsp;ดำธรรม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;</strong>เปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เข้ามาเรียนรู้&nbsp;รับทราบเทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ&nbsp;ช่องทางการตลาด&nbsp;ข้อมูลข่าวสาร&nbsp;การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่&nbsp;ตลอดจนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรด้วยกันเองรวมทั้งนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา&nbsp;ซึ่งเป็นตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;การจัดงาน&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ใช้ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;หรือศูนย์เครือข่ายของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;เป็นสถานที่จัดงานและเป็นแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตร&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรต้นแบบเป็นผู้บริหารจัดการ&nbsp;ภายใต้การสนับสนุนของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อเป็นสัญญาณการเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่ที่เหมาะสมของเกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>นายพัฒนศักดิ์&nbsp;พ่วงสมบัติ&nbsp;เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตรในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและมีการแข่งขันค่อนข้างสูง&nbsp;ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ&nbsp;ขณะเดียวกันเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย&nbsp;มีการผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรลักษณะต่างคนต่างทำ&nbsp;ผลิตสินค้าไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด&nbsp;ขาดการรวมกลุ่มทำให้ยากต่อการจัดการผลผลิต&nbsp;และเกษตรกรขาดโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร&nbsp;แหล่งทุน&nbsp;ทรัพยากรและการตลาด&nbsp;ซึ่งการจัดกิจกรรมผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรและศูนย์เครือข่ายของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;จะเป็นส่วนที่มีการสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสินค้าหลักและเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่&nbsp;ที่เรียกกันว่าโซนนิ่ง&nbsp;เป็นการผสมผสานเทคโนโลยีที่หน่วยราชการส่งเสริมกับภูมิปัญญาของเกษตรกรและประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของพื้นที่&nbsp;เพื่อเป็นส่วนสำคัญในการช่วยเตรียมความพร้อมของเกษตรกรก่อนเข้าสู่การเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่&nbsp;โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้บูรณาการทำงานร่วมกัน&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีองค์ความรู้&nbsp;เพื่อวางแผนการผลิต&nbsp;เข้าถึงปัจจัยการผลิต&nbsp;บริหารจัดการความเสี่ยง&nbsp;สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรได้ต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในการจัดงาน&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;</strong>ส่วนราชการต่างๆในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้นำองค์ความรู้ในเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผักปลอดภัย&nbsp;จำนวนสถานีเรียนรู้&nbsp;คือ&nbsp;1.&nbsp;สถานีเศรษฐกิจพอเพียงการทำไร่นาสวนผสม/เกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;2.&nbsp;สถานีลดต้นทุนการผลิต&nbsp;3.สถานีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;และให้บริการด้านการจัดการศัตรูพืช&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการให้ความรู้จากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;กลุ่มส่งเสริมอาชีพ&nbsp;Smart&nbsp;Farmer/&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;และจุดบริการอื่นๆ&nbsp;โดยมีเกษตรกรในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงร่วมงานประมาณ&nbsp;100&nbsp;คน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคเหนือ	อุตรดิตถ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307124004117
991	ตำรวจน้ำมุกดาหารสนธิกำลังตรวจยึดยาเสพติด (คีตามีน) ประมาณ 69 กก.	<p><strong>วันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยการนำของ&nbsp;พ.ต.อ.พยงศ์&nbsp;เอี่ยมสกุล&nbsp;ผู้กำกับการ&nbsp;10&nbsp;กองบังคับการตำรวจน้ำ(&nbsp;ผกก.10&nbsp;บก.รน.)&nbsp;</strong>ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า&nbsp;จะมีการขนยาเสพติด&nbsp;เข้ามาในพื้นที่บ้านบางทรายน้อย&nbsp;ต.บางทรายน้อย&nbsp;อ.หว้านใหญ่&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;จึงได้สั่งการให้&nbsp;พ.ต.ต.พงษ์พิพัฒน์&nbsp;บูรณะบัญญัติ&nbsp;สว.ส.รน.3กก.10&nbsp;บก.รน.(ตำรวจน้ำมุกดาหาร)&nbsp;สนธิกำลังกับฝ่ายความมั่นคง&nbsp;วางแผนนำกำลังดักซุ่ม&nbsp;สังเกตการณ์อยู่ตามจุดต่างๆ&nbsp;ตามริมฝั่งแม่น้ำโขง&nbsp;บ้านบางทรายน้อย&nbsp;ต.บางทรายน้อย&nbsp;อ.หว้านใหญ่&nbsp;จ.มุกดาหาร</p><p><strong>จนกระทั่งเวลาประมาณ&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>พบมีเรือยนต์หางยาววิ่งมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;มาจอดเทียบท่าริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านบางทรายน้อย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ต.บางทรายน้อย&nbsp;อ.หว้านใหญ่&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;หลังจากนั้นคนที่นั่งมาในเรือได้ช่วยกันยกสิ่งของบางอย่าง&nbsp;จากเรือวางไว้บนฝั่ง&nbsp;ก่อนขับเรือออกไปอย่างรวดเร็ว&nbsp;เจ้าหน้าที่ยังคงดักซุ่มอีกประมาณ&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;เพื่อรอคนมารับของดังกล่าว&nbsp;แต่ไม่พบบุคคลใดมาแสดงตนเป็นเจ้าของ&nbsp;จึงได้เข้าตรวจสอบพื้นที่&nbsp;พบกระสอบสีดำวางอยู่จำนวน&nbsp;2&nbsp;กระสอบ&nbsp;ภายในบรรจุยาเสพติด(คีตามีน)&nbsp;จึงได้นำไปตรวจนับ&nbsp;ที่กองกำกับการ&nbsp;10&nbsp;กองบังคับการตำรวจน้ำ(มุกดาหาร)&nbsp;รวมยาเสพติด(คีตามีน)&nbsp;จำนวน&nbsp;69&nbsp;ถุง&nbsp;ถุงละ&nbsp;1&nbsp;กก.&nbsp;น้ำหนักรวมประมาณ&nbsp;69&nbsp;กก.โดยยาเสพติดจำนวนดังกล่าวมีจุดหมายปลายทางภาคใต้ของไทย&nbsp;และส่งต่อไปยังประเทศที่&nbsp;3&nbsp;&nbsp;จึงตรวจยึดยาเสพติด&nbsp;(คีตามีน)&nbsp;ดังกล่าวไว้เป็นของกลาง&nbsp;ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน&nbsp;เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307181615313
992	มอบทุนการศึกษามูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถเยาวชนในพระบรมชินูปถัมภ์ กลุ่มแรงงานใหม่ที่ไม่ได้ศึกษาต่อ ให้มีความพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงาน	<p><strong>จ.พิษณุโลกมอบทุนการศึกษามูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ&nbsp;รวม&nbsp;40,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถกลุ่มแรงงานใหม่ที่ไม่ได้ศึกษาต่อ&nbsp;ให้มีความพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงาน&nbsp;</strong></p><p><strong>วันนี้&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;นายรณชัย&nbsp;จิตรวิเศษ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษา&nbsp;ของมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ&nbsp;เพื่อเยาวชนในพระบรมราชินูปถัมภ์&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ทุน&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวกุลวดี&nbsp;ยาดี&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;9&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;และขอบคุณมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ&nbsp;ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของอนาคต&nbsp;เยาวชนผู้ด้อยโอกาส&nbsp;ซึ่งเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยพัฒนาประเทศในอนาคต&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;นางวัชรินทร์&nbsp;จิตรวิเศษ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก</strong>&nbsp;และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;ร่วมมอบทุนการศึกษาให้เยาวชนเพิ่มอีกทุนละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ทุน&nbsp;ซึ่งมีรองนายกเหล่ากาชาดพิษณุโลก/รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;กรรมการที่ปรึกษา&nbsp;และ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;ร่วมมอบทุนการศึกษาฯ&nbsp;ให้กับเยาวชนในครั้งนี้</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;9&nbsp;พิษณุโลก</strong>&nbsp;มีภารกิจหลักในการฝึกอบรมฝีมือแรงงานให้แก่&nbsp;แรงงานทั้งในระบบและนอกระบบ&nbsp;รวมทั้งกลุ่มแรงงานใหม่&nbsp;ที่ไม่ได้ศึกษาต่อในระบบการศึกษา&nbsp;เพื่อพัฒนาความรู้&nbsp;ความสามารถ&nbsp;ในสาขาอาชีพต่างๆ&nbsp;ให้มีความพร้อมเป็นแรงงานที่ผ่านมาตรฐานฝีมือก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน&nbsp;ซึ่งผู้รับการฝึกส่วนใหญ่เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์&nbsp;และมีฐานะยากจน&nbsp;สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;9&nbsp;จึงได้ขอรับการสนับสนุนทุนการศึกษาของมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ&nbsp;เพื่อเยาวชนในพระบรมราชินูปถัมภ์&nbsp;เป็นประจำทุกปี&nbsp;ในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;มีผู้รับการฝึกได้รับการสนับสนุนทุนจากมูลนิธิฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ทุน&nbsp;ทุนละ&nbsp;4,000&nbsp;บาท&nbsp;รวมเป็นจำนวนเงิน&nbsp;40,000&nbsp;บาท</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเขต&nbsp;9&nbsp;</strong>ได้พิจารณาคัดเลือก&nbsp;ผู้ที่ได้รับทุนจากผู้ที่มีผลการฝึกดี&nbsp;มีความประพฤติดี&nbsp;ตั้งใจเรียนมีฐานะยากจน&nbsp;เพื่อให้ทุนของมูลนิธิฯ&nbsp;ที่มอบให้เป็นประโยชน์ต่อตัวผู้รับทุนอย่างแท้จริง&nbsp;ให้มีความพร้อมที่จะเป็นแรงงานที่มีฝีมือก่อนที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานต่อไป</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พิษณุโลก	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307124832118
993	จังหวัดสกลนคร เตรียมแจกจ่ายจุลินทรีย์ จิตอาสา	<p><strong>จังหวัดสกลนคร&nbsp;เตรียมแจกจ่ายจุลินทรีย์</strong>&nbsp;จิตอาสา&nbsp;ตามที่ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;สนับสนุน&nbsp;เพื่อแจกจ่ายให้กับหน่วยงานราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชน&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>ที่โรงปุ๋ยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร</strong>&nbsp;ตำบลงิ้วด่อน&nbsp;อำเภอเมืองสกลนคร&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ภาค&nbsp;2&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นายชูพงษ์&nbsp;คำจวง&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร&nbsp;ผู้แทนผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดสกลนคร&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร&nbsp;และผู้แทนหัวหน้าสำนักงานจังหวัดสกลนคร&nbsp;ร่วมกันลงพื้นที่&nbsp;วางแผนเตรียมความพร้อม&nbsp;แจกจ่ายจุลินทรีย์&nbsp;จิตอาสา&nbsp;ตามที่ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;สนับสนุน&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เพื่อให้จังหวัดสกลนครนำไปใช้ประโยชน์&nbsp;กับประชาชน&nbsp;หรือใช้ในการย่อยสลายผักตบชวา&nbsp;แปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;โดยมีแผนการสนับสนุนการใช้จุลินทรีย์&nbsp;จิตอาสา&nbsp;ให้กับ&nbsp;หน่วยงานจำนวน&nbsp;15&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร&nbsp;โครงการฟาร์มตัวอย่าง&nbsp;ตามพระราชดำริ&nbsp;หนองหมากเฒ่า&nbsp;โครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านกุดนาขาม&nbsp;ตามพระราชดำริ&nbsp;โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ&nbsp;บ้านโคกทรายขาว&nbsp;โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ&nbsp;บ้านนาคำ&nbsp;โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ&nbsp;บ้านท่าแร่&nbsp;(ดงปลาปาก)&nbsp;โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ&nbsp;บ้านวังชมพูโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ&nbsp;วัดเสนานฤมิตร&nbsp;โครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านทรายทอง&nbsp;ตามพระราชดำริ&nbsp;โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอ่างเก็บน้ำห้วยหวด&nbsp;ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดสกลนคร&nbsp;โครงการทหารพันธุ์ดี&nbsp;มทบ.&nbsp;29&nbsp;ค่ายกฤษณ์สีวะรา&nbsp;โครงการทหารพันธุ์ดี&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;3&nbsp;และโครงการทหารพันธุ์ดี&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;3&nbsp;ค่าย&nbsp;ร.3&nbsp;พัน&nbsp;1</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;จุลินทรีย์&nbsp;จิตอาสา&nbsp;มีสรรพคุณช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นทุกระดับ</strong>&nbsp;ย่อยไขมันและสิ่งปฏิกูลจากท่อน้ำ&nbsp;แม่น้ำ&nbsp;ลำคลอง&nbsp;ทำให้น้ำใสแก้น้ำเสีย&nbsp;กำจัดแมลงสาบ&nbsp;โดยผ่านการทดลองการใช้จริงจากหลายพื้นที่&nbsp;ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย&nbsp;เป็นสารอินทรีย์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307124956120
994	ผู้ตรวจฯ สำนักนายกฯ พร้อมผู้ตรวจฯ มท. ตรวจราชการแบบบูรณาการที่จังหวัดตราด	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมพลอยแดง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด</strong>&nbsp;นายพีระ&nbsp;โพธิ์ทอง&nbsp;หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;พร้อมด้วยนายธวัชชัย&nbsp;ศรีทอง&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เขต&nbsp;9&nbsp;เดินทางร่วมประชุมการตรวจราชการแบบบูรณาการของคณะผู้ตรวจราชการเขตตรวจราชการที่&nbsp;9&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;โดยมีคณะผู้ตรวจราชการกระทรวงต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เข้าร่วมตรวจราชการผ่านระบบการตรวจราชการออนไลน์โดยมีส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมที่ห้องประชุมพลอยแดง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการเดินทางตรวจราชการในครั้งนี้&nbsp;หน่วยงานราชการต่าง&nbsp;ๆ</strong>&nbsp;ร่วมรายงายผลการปฏิบัติงานตามประเด็นหลักในการตรวจราชการ&nbsp;7&nbsp;ประเด็น&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;&nbsp;การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;-19)&nbsp;โดยเฉพาะการฟื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;และการเสริมศักยภาพในการฟื้นฟูและขับเคลื่อนประเทศให้สามารถ&nbsp;ล้มแล้วลุกไว&nbsp;ตามแผนแม่บทเฉพาะกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติอันเป็นผลมาจากสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;-2565&nbsp;ในภาพรวมของจังหวัดตราด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีประเด็นการจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียว</strong>เพื่อความยั่งยืน&nbsp;ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(BCG&nbsp;Model)&nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน&nbsp;การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์&nbsp;การจัดการประมงอย่างยั่งยืน&nbsp;และโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัย&nbsp;จากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามปณิธาน&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307124941119
995	มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จัดสอบวัดความรู้มาตรฐาน ICDL วุฒิบัตรรับรองความสามารถคอมพิวเตอร์สากล	<p><strong>ที่&nbsp;ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์&nbsp;อาคาร&nbsp;25&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา</strong>&nbsp;จัดสอบวัดความรู้มาตรฐาน&nbsp;ICDL&nbsp;หรือ&nbsp;International&nbsp;Computer&nbsp;Driving&nbsp;License&nbsp;หรือ&nbsp;วุฒิบัตรรับรองความสามารถคอมพิวเตอร์สากลให้แก่นักศึกษา&nbsp;ในโครงการต้นแบบระบบการอบรมกลุ่มหลักสูตรทักษะดิจิทัลพื้นฐานที่จำเป็นและทักษะขั้นสูงเฉพาะทางเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรดิจิทัลทางการศึกษา&nbsp;ในบริบทประเทศไทย&nbsp;โดยแนะนำการสอบ&nbsp;การเข้าเรียนรู้แบบออนไลน์&nbsp;และการทำแบบทดสอบก่อนเรียน&nbsp;(Pretest)&nbsp;ก่อนการสอบจริงในวันที่&nbsp;13&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ซึ่งโครงการนี้ดำเนินการโดย&nbsp;สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา&nbsp;ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;ICDL&nbsp;หรือ&nbsp;International&nbsp;Computer&nbsp;Driving&nbsp;License&nbsp;</strong>หรือ&nbsp;วุฒิบัตรรับรองความสามารถคอมพิวเตอร์สากล&nbsp;เป็นโปรแกรมทดสอบความรู้ความชำนาญทางด้านคอมพิวเตอร์&nbsp;&nbsp;และเทคโนโลยีสารสนเทศ&nbsp;และการสื่อสาร&nbsp;(ICT)&nbsp;ซึ่งได้รับการยอมรับว่ามีมาตรฐานในระดับสากล&nbsp;รับรองโดยสถาบัน&nbsp;ECDL&nbsp;Foundation&nbsp;ผู้ที่ได้รับประกาศนียบัตร&nbsp;&nbsp;ICDL&nbsp;จึงมั่นใจได้ว่าเป็นผู้ที่มีทักษะความสามารถด้านการใช้คอมพิวเตอร์อย่างแท้จริง&nbsp;และยังเป็นมาตรฐานที่องค์การภาครัฐและเอกชนให้ความเชื่อถือ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307125249124
996	นักกีฬาแบดมินตันทุกรุ่นจากทั่วประเทศ 400 คน เข้าร่วมแข่งขันแบดมินตันขอนแก่น-สราญรมญ์ ที่ จ.ระยอง ชิงถ้วย รมช.สธ.และเงินรางวัล 348,000 บาท	<p><strong>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;นายสาธิต&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข</strong>&nbsp;ให้เกียรติมอบเหรียญ&nbsp;ถ้วยรางวัลแก่นักกีฬาที่ชนะการแข่งขันแบดมินตัน&nbsp;รายการแบดมินตันขอนแก่น-สราญรมญ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นที่สนามแข่งขันสราญรมญ์&nbsp;แบดมินตัน&nbsp;ระยอง&nbsp;ต.เนินพระ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;4-7&nbsp;มี.ค.นี้&nbsp;มีนายชัยสิทธิ์&nbsp;ขวัญเกื้อ&nbsp;ที่ปรึกษาอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ</p><p><strong>นายจงศักดิ์&nbsp;สุวณิช&nbsp;ผู้จัดการแข่งขัน&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติฯ&nbsp;</strong>โดยการแข่งขันกีฬาแบดมินตันดังกล่าวมีนักกีฬาจากชมรมแบดมินตันจากทั่วประเทศเข้าร่วมกันแข่งกว่า&nbsp;400&nbsp;คน&nbsp;โดยแบ่งการแข่งขันเป็นรุ่นชาย-หญิง&nbsp;ตั้งแต่อายุ&nbsp;8&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;มีประเภทเดี่ยว-คู่ชาย-หญิง&nbsp;คู่ผสม&nbsp;และประเภทคู่ผู้สูงอายุด้วย&nbsp;โดยผู้ชนะได้รับถ้วยรางวัลของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;และมีเงินรางวัลรวม&nbsp;348,000&nbsp;บาทด้วย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;การจัดการแข่งขันแบดมินตันดังกล่าว</strong>&nbsp;จัดขึ้นเพื่อมุ่งเน้นส่งเสริมให้นักกีฬาแบดมินตัน&nbsp;ได้ใช้เวลาว่างได้ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;เพื่อให้ปราศจาคโรคภัยไข้เจ็บ&nbsp;และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดระยอง&nbsp;ซึ่งนักกีฬาที้ดินทางมาร่วมการแข่งขันจะช่วยให้เศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่&nbsp;ตลอดจนสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ&nbsp;และเป็นการพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันอีกด้วย.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307125047121
997	ส่วนราชการ หน่วยงาน ประชาชน ร่วมแสดงความยินดีกับนางพาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ก่อนที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ราชการเป็นรองผู้ว่าราชการ จังหวัดนราธิวาส	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65&nbsp;)ที่บ้านพักรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ของจังหวัดยะลา&nbsp;ได้เดินทางไปร่วมแสดงความยินดีกับนางพาตีเมาะ&nbsp;สะดียามู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;อย่างอบอุ่น&nbsp;และเป็นกันเอง&nbsp;ก่อนที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ราชการเป็นรองผู้ว่าราชการ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;นางพาตีเมาะ&nbsp;สะดียามู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;เข้ามาดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ในวันที่&nbsp;9&nbsp;ต.ค.&nbsp;63&nbsp;จนถึงวันนี้&nbsp;ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้มีบทบาทการทำงานสำคัญที่&nbsp;เข้าถึงประชาชนในพื้นที่&nbsp;ในบริบทผู้หญิงด้วยกันและมีความเข้าใจได้ดี&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้หญิง&nbsp;เด็ก&nbsp;โดยมีอ่อนโยน&nbsp;อ่อนหนุ่ม&nbsp;เป็นความสวยงาม&nbsp;และเป็นไปด้วยความสร้างสรรค์&nbsp;จนเป็นที่ยังเป็นขวัญใจของพี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;และจังหวัดใกล้เคียง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การร่วมแสดงความยินดีผู้ว่าราชการยะลา&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;</strong>ดำเนินการภายใต้มาตรการวิถีใหม่ป้องกันโควิด-19&nbsp;ผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;ตรวจวัดไข้&nbsp;และล้างมือทุกคน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307130433132
998	ยะลา ป่วยโควิดเสียชีวิตเพิ่ม 2 พบเพิ่มรายใหม่ 225 ราย	<p><strong>โควิด&nbsp;-19&nbsp;ที่จ.ยะลา&nbsp;วันนี้&nbsp;7&nbsp;มี.ค&nbsp;65&nbsp;พบตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง&nbsp;65&nbsp;ราย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายใหม่&nbsp;อยู่ที่&nbsp;225&nbsp;ราย&nbsp;จากเมื่อวานนี้&nbsp;6&nbsp;มี.ค&nbsp;65&nbsp;ที่มีผู้ติดเชื้อ&nbsp;290&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ป่วยสะสมตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;ถึง&nbsp;7&nbsp;มี.ค&nbsp;65&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;4,150&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;7,936&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;5,356&nbsp;ราย&nbsp;ขณะที่ในวันนี้&nbsp;มีผู้ป่วยในพื้นที่&nbsp;อ.เมืองเสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ทำให้สะสมสมเสีย&nbsp;รวม&nbsp;19&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ติดเชื้อที่เข้าข่ายตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พบ&nbsp;812&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;สะสมรวม&nbsp;12,662&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;225&nbsp;ราย&nbsp;พบใน&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;&nbsp;54&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;</strong>&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;73&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;7&nbsp;&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.รามัน&nbsp;47&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.เบตง&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;14&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;3&nbsp;&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;โดยทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอจำนวนผู้ติดเชื้อลดลง&nbsp;ยกเว้น&nbsp;อ.รามัน&nbsp;ที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307130546134
999	รมช.เกษตรและสหกรณ์ มอบเงินชดเชยเยียวยากว่า 131 ล้านบาทให้กับเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีโรคลัมปี สกิน ในพื้นที่    จ.มหาสารคาม พร้อมชี้แจง โครงการ สานฝัน สร้างอาชีพ ยกระดับรายได้เกษตรกร	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่หอประชุมจังหวัดมหาสารคาม</strong>&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นประธานพิธีมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัย&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สิน&nbsp;แก่ตัวแทนเกษตรกร&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;รวม&nbsp;5,940&nbsp;ราย&nbsp;วงเงินช่วยเหลือ&nbsp;131,651,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเกียรติศักดิ์&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ผอ.สนง.ธกส.จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>นายเกียรติศักดิ์&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;&nbsp;สืบเนื่องจากการพบการระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ส่งผลให้โค&nbsp;&nbsp;กระบือ&nbsp;ป่วยและตายเป็นจำนวนมาก&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ได้ประกาศให้พื้นที่จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ทั้ง&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;กรณีโรคระบาดสัตว์&nbsp;(โรคลัมปี&nbsp;สกิน)&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;โดยทางจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ได้เร่งสำรวจผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าว&nbsp;มีเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;รวมเกษตรกรผู้ประสบภัย&nbsp;5,940&nbsp;ราย&nbsp;สัตว์ตาย&nbsp;6,528&nbsp;ตัว&nbsp;วงเงินที่ได้รับความช่วยเหลือ&nbsp;131,651,000&nbsp;บาท&nbsp;(หนึ่งร้อยสามสิบเอ็ดล้านหกแสนห้าหมื่นหนึ่งพันบาทถ้วน)&nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้โอนเงินจำนวนดังกล่าวแล้ว&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยได้รับความอนุเคราะห์จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ในการโอนเงินช่วยเหลือเยียวยาเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงเป็นรายบุคคล&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มีผู้แทนเกษตรกรทั้ง&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;ในจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;เข้าร่วมในพิธีรับมอบเงิน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ชี้แจงโครงการ&nbsp;สานฝัน&nbsp;สร้างอาชีพฯ</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์&nbsp;และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ร่วมกันส่งเสริมการประกอบอาชีพด้านการเกษตรให้แก่เกษตรกร&nbsp;และหรือลูกหลานของเกษตรกรด้านปศุสัตว์&nbsp;และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง&nbsp;เพื่อการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;ให้ประชาชนมีความอยู่ดี&nbsp;กินดีอย่างยั่งยืนต่อไป&nbsp;โดย&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ปล่อยสินเชื่อ&nbsp;สานฝัน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;เป็นค่าลงทุนในการประกอบอาชีพเกษตรกร&nbsp;หรืออาชีพนอกภาคการเกษตรหลักประกันเงินกู้ที่ดิน&nbsp;หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่อยู่อาศัย&nbsp;จำนองเป็นประกันให้กู้ได้ไม่เกินร้อยละ&nbsp;95&nbsp;ของวงเงินจดทะเบียนจำนองบุคคล&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;ค้ำประกันหนี้&nbsp;ให้กู้ได้ไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;บุคคล&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;รับรองรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม&nbsp;ให้กู้ได้ไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;ระยะเวลาการจ่ายสินเชื่อ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;ถึง&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2567&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรผู้สนใจ&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;ทุกสาขา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มหาสารคาม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307130640135
1000	รมว.ศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี Kick off สถานศึกษาปลอดภัยระดับภูมิภาค	<p><strong>นางสาวตรีนุช&nbsp;เทียนทอง&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</strong>&nbsp;นำคณะลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ร่วมงาน&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;สถานศึกษาปลอดภัยระดับภูมิภาค&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา&nbsp;อำเภอเมืองฯ&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยนายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ครู&nbsp;นักเรียน&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>โดยการจัดกิจกรรมโครงการสร้างการรับรู้การเข้าถึง</strong>ระบบมาตรฐานความปลอดภัยสถานศึกษา&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้การเข้าถึงระบบมาตรฐานความปลอดภัยสถานศึกษา&nbsp;ให้นักเรียน&nbsp;ครู&nbsp;และบุคลากรทางการศึกษาเกิดความปลอดภัยในทุกมิติ&nbsp;โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาชั้นพื้นฐาน&nbsp;ได้ชับเคลื่อนนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;ในด้านความปลอดภัยสถานศึกษาเป็นวาระเร่งด่วน&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;มีมาตรการดำเนินงาน&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การป้องกัน&nbsp;การปลูกฝัง&nbsp;และการปราบปราม&nbsp;เพื่อให้นักเรียนและผู้ปกครอง&nbsp;เกิดความรู้สึกสบายใจ&nbsp;อุ่นใจ&nbsp;และไว้วางใจต่อสถานศึกษาให้มากขึ้น&nbsp;ที่จะสามารถดูแลให้นักเรียนมีความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;</strong>ได้สร้างระบบและกลไกในการดูแลความปลอดภัยที่จะเป็นช่องทางในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;โดยใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ&nbsp;เข้ามาช่วยส่งเสริม&nbsp;และสนับสนุนให้เกิดความสะดวก&nbsp;และรวดเร็วในการบริหารจัดการ&nbsp;ความปลอดภัยสถานศึกษาที่เชื่อมโยงศูนย์ความปลอดภัยกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;หรือ&nbsp;&nbsp;MOE&nbsp;Safety&nbsp;Center&nbsp;ให้การรับเรื่องการแจ้งเหตุเป็นไปด้วยความรวดเร็ว&nbsp;ส่งต่อผู้บริหารสถานศึกษา&nbsp;ผู้บริหารหน่วยงานต้นสังกัด&nbsp;และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;สามารถเห็นรายงานการดำเนินการแก้ไขปัญหาในแต่ละรายกรณีได้&nbsp;&nbsp;โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;ได้จัดอบรม&nbsp;ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความพร้อมในการใช้งาน&nbsp;และได้ทำการทดสอบความเข้าใจการใช้งาน&nbsp;Appication&nbsp;มีครูและบุคลากรทางการศึกษาผ่านการทดสอบระดับคะแนน&nbsp;70%&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;จำนวน&nbsp;157,815&nbsp;คน&nbsp;สามารถรองรับการดำเนินการสถานศึกษาปลอดภัยได้เป็นอย่างดี</p><p><strong>สำหรับการจัดงานกิจกรรมสร้างการรับรู้การเข้าถึงระบบมาตรฐาน</strong>ความปลอดภัยสถานศึกษา&nbsp;กระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานดำเนินการ&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;ภูมิภาค&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;บึงกาฬ&nbsp;เชียงรายราชบุรี&nbsp;นราธิวาส&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;สระบุรี&nbsp;และจังหวัดสระแก้ว&nbsp;โดยการจัดงานที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีครั้งนี้&nbsp;เป็นครั้งที่&nbsp;6&nbsp;กิจกรรม&nbsp;จะมีทั้งภาพยนตร์สั้นสะท้อนเรื่องราวในอดีตที่เคยเกิดขึ้นในสถานศึกษา&nbsp;เป็นตัวอย่างของปัญหาที่สามารถใช้&nbsp;Application&nbsp;ของ&nbsp;MOE&nbsp;Safety&nbsp;Center&nbsp;ในการแจ้งเหตุความไม่ปลอดภัยได้&nbsp;รวมทั้งกิจกรรมสาธิตมาตรการเพื่อความปลอดภัย&nbsp;เรื่องการป้องกันภัยจากการถูกกลั่นแกล้งทางสังคมภายในโรงเรียน&nbsp;นอกจากนี้ยังมีศิลปินดารา&nbsp;แทค&nbsp;ภรัณยู&nbsp;โรจนวุฒิธรรม&nbsp;ผู้มีประสบการณ์ตรงด้านความไม่ปลอดภัยในอดีต&nbsp;มาถ่ายทอดประสบการณ์เหล่านั้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสถานศึกษาปลอดภัยในวันนี้ด้วย</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;นางสาวตรีนุช&nbsp;เทียนทอง&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</strong>&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้เดินทางไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี&nbsp;ชุมพร&nbsp;อ.เมือง&nbsp;&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;เพื่อประชุมมอบนโยบายผู้บริหารสถานศึกษา&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ&nbsp;และโครงการพาน้องกลับมาเรียน&nbsp;รวมทั้งรับฟังปัญหา&nbsp;ความต้องการ&nbsp;และข้อเสนอแนะของหน่วยงานในส่วนภูมิภาค.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307131112136
1001	ยะลา ส่วนราชการ-ประชาชนร่วมแสดงความยินดี รองผู้ว่าฯ พาตีเมาะ เดินทางไปรับตำแหน่ง รองผู้ว่าฯนราธิวาส	<p><strong>หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่จังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ได้เดินทางไปร่วมส่ง&nbsp;และแสดงความยินดีกับนางพาตีเมาะ&nbsp;สะดียามู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;ที่ได้รับตำแหน่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ราชการเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;&nbsp;อย่างอบอุ่น&nbsp;และเป็นกันเอง&nbsp;ที่บ้านพักรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;ก่อนเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่&nbsp;&nbsp;ภายใต้มาตรการวิถีใหม่ป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;ตรวจวัดไข้&nbsp;และล้างมือ</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;นางพาตีเมาะ&nbsp;สะดียามู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ได้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ในวันที่&nbsp;9&nbsp;ต.ค.&nbsp;63&nbsp;&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้มีบทบาทการทำงานสำคัญที่&nbsp;เข้าถึงประชาชนในพื้นที่&nbsp;ในบริบทผู้หญิงด้วยกันและมีความเข้าใจได้ดี&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้หญิง&nbsp;เด็ก&nbsp;โดยมีความอ่อนโยน&nbsp;อ่อนนุ่ม&nbsp;ซึ่งนับเป็นความสวยงาม&nbsp;และเป็นไปด้วยความสร้างสรรค์&nbsp;จนเป็นขวัญใจของพี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;และจังหวัดใกล้เคียง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307135506159
1002	ศบค. รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อวันนี้ 21,162 ราย เสียชีวิต 65 คน 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พญ.สุมณี&nbsp;วัชรสินธุ์</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ&nbsp;กรมควบคุมโรค&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;รายงานผู้ติดเชื้อระลอกที่&nbsp;4&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยเป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้&nbsp;21,162&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;824,422&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยเพิ่ม&nbsp;23,159&nbsp;ราย&nbsp;รวมหายป่วยสะสม&nbsp;625,604&nbsp;ราย&nbsp;รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล&nbsp;230,459&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยอาการหนัก&nbsp;1,148&nbsp;ราย&nbsp;ใส่เครื่องช่วยหายใจ&nbsp;375&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;65&nbsp;คน&nbsp;รวมเสียชีวิตสะสม&nbsp;1,602&nbsp;คน&nbsp;ผู้ติดเชื้อในประเทศ&nbsp;20,986&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ผู้ป่วยรายใหม่จากระบบเฝ้าระวังและบริการ&nbsp;20,784&nbsp;ราย&nbsp;จากการคัดกรองเชื้อโรคในชุมชน&nbsp;202&nbsp;ราย&nbsp;ในเรือนจำ&nbsp;74&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากต่างประเทศ&nbsp;102&nbsp;ราย</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ส่วนผู้เสียชีวิต&nbsp;65&nbsp;คน&nbsp;เป็นชาย&nbsp;35&nbsp;คน&nbsp;หญิง&nbsp;31&nbsp;คน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เป็นคนไทยทั้งหมด&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;96&nbsp;ปี&nbsp;เป็นผู้สูงอายุมากกว่า&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;ร้อยละ&nbsp;85&nbsp;เป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรัง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;12&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงการติดเชื้อส่วนใหญ่มาจากคนในครอบครัวและเดินทางไปในสถานที่เสี่ยง&nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศวันนี้สูงสุดอยู่ที่กรุงเทพฯ&nbsp;2,803&nbsp;ราย,&nbsp;ตามด้วยนครศรีธรรมราช&nbsp;1,042&nbsp;ราย,&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;872&nbsp;ราย,&nbsp;ชลบุรี&nbsp;784&nbsp;ราย,&nbsp;นนทบุรี&nbsp;723&nbsp;ราย&nbsp;,&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;659&nbsp;ราย&nbsp;โดยอัตราการครองเตียง&nbsp;ผู้ป่วยปอดอักเสบ&nbsp;ที่กำลังรักษาในโรงพยาบาล&nbsp;กทม.&nbsp;ร้อยละ&nbsp;30.5,&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;ร้อยละ&nbsp;44.3,&nbsp;นนทบุรี&nbsp;ร้อยละ&nbsp;43.1,&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;ร้อยละ&nbsp;46.1</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ขณะที่สถานการณ์ผู้ติดเชื้อทั่วโลก&nbsp;446&nbsp;ล้านราย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เสียชีวิตสะสมทั่วโลก&nbsp;6&nbsp;ล้านคน&nbsp;โดยผู้ป่วยสะสมสูงสุดในช่วง&nbsp;7&nbsp;วันที่ผ่านมา&nbsp;ส่วนใหญ่มาจากทวีปเอเชีย&nbsp;สูงสุดอยู่ที่เกาหลีใต้,&nbsp;ตามด้วยเยอรมนี,&nbsp;เวียดนาม,&nbsp;รัสเซียและญี่ปุ่น</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307144118200
1003	ขอความร่วมมือผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์	<p><strong>พญ.สุมณี&nbsp;วัชรสินธุ์&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ&nbsp;&nbsp;กรมควบคุมโรค&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กรมควบคุมโรค&nbsp;ได้วิเคราะห์จำนวนผู้เสียชีวิตรายวัน&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ถึง&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ยอดผู้เสียชีวิตรายวัน&nbsp;เมื่อเทียบกับประเทศในแถบยุโรปและประเทศแถบเอเชีย&nbsp;จะเห็นว่า&nbsp;ผู้เสียชีวิตจากสายพันธุ์เดลตา&nbsp;มากกว่าผู้เสียชีวิตจากสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;</p><p><strong>โดยปัจจัยที่ลดการเสียชีวิตที่เห็นได้ชัดเจนคือ</strong>&nbsp;วัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;สอดคล้องกับข้อมูลของกรมควบคุมโรค&nbsp;ว่าพูดได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;เสียชีวิตน้อยกว่าผู้ได้รับวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็มถึง&nbsp;7&nbsp;เท่า&nbsp;และลดการเสียชีวิตได้ถึง&nbsp;41&nbsp;เท่า&nbsp;ซึ่งกลุ่มเสี่ยง&nbsp;เช่น&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง&nbsp;ผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย&nbsp;</p><p><strong>ก่อนช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์&nbsp;ขอเชิญชวนให้ประชาชน</strong>&nbsp;ที่เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้ป่วยโรคเรื้อรังและเด็กเล็ก&nbsp;&nbsp;ไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้นให้มากๆ&nbsp;ก่อนจะถึงช่วงวันหยุดยาวที่จะมีการทำกิจกรรมร่วมกันค่อนข้างมากและมีความเสี่ยงที่จะพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากตามที่ได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้</p><p><strong>สำหรับมาตรการความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์</strong>&nbsp;ที่เสี่ยงการแพร่ระบาด&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;การเดินทางกลับภูมิลำเนา&nbsp;การรวมตัวของญาติพี่น้อง&nbsp;พบปะสังสรรค์&nbsp;รับประทานอาหารร่วมกัน&nbsp;มีการทำกิจกรรมในวันสงกรานต์&nbsp;รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่&nbsp;การสาดน้ำปะแป้ง&nbsp;&nbsp;กิจกรรมรวมตัวประเพณีท้องถิ่น&nbsp;วัฒนธรรมพื้นบ้าน&nbsp;สถานที่ต้องเฝ้าระวังคือ&nbsp;การเดินทางโดยรถขนส่งสาธารณะ&nbsp;สถานีขนส่ง&nbsp;ปั๊มน้ำมัน&nbsp;จุดพักรถ&nbsp;ที่บ้าน&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ศาสนสถาน&nbsp;&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่&nbsp;โรงแรม&nbsp;ห้างสรรพสินค้า&nbsp;community&nbsp;mall&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;&nbsp;ศบค.&nbsp;ไม่ได้ห้ามจัดกิจกรรมช่วงสงกรานต์นี้&nbsp;แต่ขอให้ทุกฝ่ายต้องอยู่ภายใต้มาตรการความปลอดภัย&nbsp;ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307141705164
1004	จ.ขอนแก่น ทำพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา	"<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;นำนายอำเภอ&nbsp;26&nbsp;อำเภอ</strong>&nbsp;รับมอบแบบผ้าลายพระราชทาน&nbsp;""ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา""&nbsp;เพื่อนำไปต่อยอดสร้างงานสร้างรายได้&nbsp;และนำไปประยุกต์ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดธีมไว้ว่าใส่ผ้าไทยให้สนุก</p><p>ที่ห้องประชุมแก่นเมือง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;และประธานแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบแบบผ้าลายพระราชทาน&nbsp;""ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา""&nbsp;โดยได้เปิดกรวยกระทงดอกไม้&nbsp;เบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;แล้วกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;นายอำเภอและนายกกิ่งกาชาดจากอำเภอต่าง&nbsp;ๆ</strong>&nbsp;ทั้ง&nbsp;26&nbsp;อำเภอของจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เข้ารับลายผ้าพระราชทานและเอกสารอ้างอิงสำหรับลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ต่อจากนั้น&nbsp;ประธานในพิธีเยี่ยมชมการจัดนิทรรศการสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญาและนิทรรศการผ้าไทยใส่ให้สนุก</p><p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ชาวขอนแก่นทุกคนรู้สึกสำนึกในพระกรุณาธิคุณ&nbsp;ที่พระองค์ท่านทรงมีต่อปวงพสกนิกร&nbsp;ตลอดระยะเวลาที่ได้อุทิศพระองค์ปฏิบัติบำเพ็ญพระกรณียกิจนานัปการ&nbsp;เพื่ออำนวยประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษฎร์&nbsp;ทรงมุ่งมั่นสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ในการอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;ศิลปวัฒนธรรม&nbsp;ภูมิปัญญาหัตถกรรมไทย&nbsp;ให้ดำรงอยู่ยั่งยืนตลอดไป&nbsp;ด้วยพระอัจฉริยภาพ&nbsp;พระองค์ทรงต่อยอดผสมผสาน&nbsp;มุมมองด้านแฟชั่นที่ร่วมสมัย&nbsp;แต่ยังคงไว้ซึ่งการสืบสานอัตลักษณ์&nbsp;เรื่องราวประจำภูมิภาค&nbsp;เป็นคุณูปการอย่างยิ่งแก่ปวงชนคนไทย&nbsp;ซึ่งจะเป็นแรงบันดาลใจให้กลุ่มผู้ผลิตผ้าทอพื้นบ้านเกิดหารสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้ที่ยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งจากนี้ไปจะสืบสานต่อยอดนำผ้าพระราชทานชุดผ้าขิดลาย</strong>นารีรัตนราชกัญญาไปประยุกต์เพื่อตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าหรือชุดสวมใส่ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดธีมไว้ว่าใส่ผ้าไทยให้สนุก&nbsp;ให้เป็นที่แพร่หลายต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307132423137
1005	เกษตรกร โคราช เฮ พ่อเมือง ลั่นทำนาปรังได้อย่างเต็มที่ กว่า 120,000 ไร่ หลังน้ำทุกเขื่อนมีเพียงพอ วอนถึงน้ำจะมีมาก แต่ต้องใช้อย่างรู้ค่า	<p><strong>วันนี้(7&nbsp;มี.ค.65)นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ชุมชนสำโรงจันทร์&nbsp;เขตเทศบาลนครนครราชสีมา&nbsp;เพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำภายในลำน้ำลำตะคอง&nbsp;ตั้งแต่ช่วงชุมชมมิตรภาพ&nbsp;ซอย&nbsp;4&nbsp;ถึง&nbsp;บริเวณโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา&nbsp;ตามโครงการโคราชไม่ท่วมไม่แล้ง&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม&nbsp;และปัญภัยแล้ง&nbsp;เพื่อให้สามารถระบายน้ำได้อย่างสะดวกไม่ติดขัดสิ่งกีดขวางไม่ว่าจะเป็น&nbsp;วัชพืช&nbsp;ผักตบชวา&nbsp;สะพานและฝายเก่า&nbsp;ด้านนายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กล่าว&nbsp;ขณะนี้ได้สั่งการให้ทุกอำเภอดำเนินการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำในทุกลุ่มน้ำของจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เพื่อให้น้ำในทุกลุ่มน้ำสามารถไหลได้อย่างสะดวกรวดเร็ว&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สถานการณ์ภัยแล้งล่าสุดในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;ทั้ง&nbsp;32&nbsp;อำเภอของจังหวัด&nbsp;พบ&nbsp;มีอยู่&nbsp;8&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ใน&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;ที่ต้องมีการแจกจ่ายน้ำให้กับประชาชนเนื่องจากพื้นที่ทั้ง&nbsp;8&nbsp;หมู่บ้านนั้นไม่มีคลองชลประทานหรือแหล่งน้ำ&nbsp;และจากสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั้งขนาดใหญ่และขนาดกลาง&nbsp;ที่มีน้ำกว่าร้อย&nbsp;ละ&nbsp;80&nbsp;ของความจุ&nbsp;ทำให้ในช่วงหน้าแล้งปีนี้ทางจังหวัดสามารถปล่อยน้ำให้เกษตรกร&nbsp;สามารถทำนาปรัง&nbsp;กว่า&nbsp;120,000&nbsp;ไร่&nbsp;ได้อย่างเต็มที่&nbsp;ทุกลุ่มน้ำ&nbsp;อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าน้ำจะมีเพียงพอต่อการบริโภค-อุปโภค&nbsp;รวมถึงการทำการเกษตรในพื้นที่ที่มีคลองชลประทาน&nbsp;แต่ก็อยากจะวิงวอนขอให้ช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัด&nbsp;และใช้อย่างรู้คุณค่า&nbsp;ไม่ใช้อย่างฟุ่มเฟือย&nbsp;เพราะช่วงที่ผ่านมาเราเคยผ่านประสบการณ์ขาดแคลนน้ำมาแล้ว&nbsp;จึงควรใช้น้ำให้คุ้มค่ามากที่สุด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307132529138
1006	จังหวัดสตูล ประชุมคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการจังหวัดสตูล (ก.บ.จ.สตูล) ครั้งที่ 2/2565 ติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการของจังหวัด	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมโต๊ะพญาวัง&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการจังหวัดสตูล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และคณะกรรมการฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง&nbsp;เพื่อพิจารณาปรับแผนพัฒนาจังหวัดสตูล&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.2566-2570)&nbsp;การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการขับเคลื่อนเส้นทางการท่องเที่ยวเพื่อความปลอดภัย&nbsp;ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดสตูล&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในที่ประชุมรายงานผลการประชุมความเห็นชอบการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณโครงการปรับปรุงซ่อนแซมสะพานท่าเรือตะโละวาว&nbsp;</strong>อุทยานแห่งชาติตะรุเตา&nbsp;โดยให้อุทยานแห่งชาติตะรุเตาเร่งดำเนินการหารือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อหาแนวทางการดำเนินการรื้อถอนสะพานท่าเทียบเรือตะโละวาวเดิม&nbsp;และมีการปรับปรุงให้เกิดความสวยงาม&nbsp;เป็นจุดเยี่ยมชมและส่งเสริมการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประชุมไปแล้วและได้ข้อสรุปดังนี้&nbsp;จากการหารือแนวทางการดำเนินการรื้อถอนสะพานท่าเทียบเรือตะโละวาวเดิม&nbsp;โดยที่ประชุมเห็นชอบให้อุทยานแห่งชาติตะรุเตารื้อถอนสะพานท่าเทียบเรือตะโละวาวเดิม&nbsp;ด้วยวิธีการรื้อถอนและขนส่งเศษวัสดุซากปรักหักพังไปบริการจัดการบนฝั่งเนื่องจากการจัดการซากปรักหักพังที่มาจากการรื้อถอนไม่สามารถฝังกลบในพื้นที่อุทยานฯ&nbsp;ได้จากพื้นที่ที่ไม่เพียงพอ&nbsp;ประกอบกับเป็นแหล่งเรียนรู้อุทยานธรณีโลก&nbsp;ซึ่งมุ่งเน้นการอนุรักษ์เป็นหลัก&nbsp;ส่วนแนวความคิดที่จะนำซากปรักหักพังนั้นไปจัดทำเป็นแหล่งปะการังเทียมในทะเลก็ไม่เหมาะสม&nbsp;เนื่องจากการจัดทำปะการังเทียม&nbsp;ต้องมีรูปแบบที่ชัดเจน&nbsp;เป็นรูปแบบเฉพาะที่สัตว์ทะเลสามารถเข้าไปอาศัยและใช้ประโยชน์ได้&nbsp;รวมถึงต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการหลายชุดมีความยุ่งยากซับซ้อนและต้องใช้เวลานาน&nbsp;จึงเห็นชอบให้นำซากปรักหักพักกลับมาบริหารจัดการบนฝั่ง</p><p><strong>อีกทั้งจากการประชุมติดตามเร่งรัดการดำเนินโครงการพบว่าหลายโครงการยังมีความล่าช้า&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;จึงเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตามและดำเนินการให้เร็วที่สุด&nbsp;เพื่อให้สามารถเป็นไปตามแผนของการจัดการงบประมาณต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307135326158
1007	"แขวงทางหลวงขอนแก่นที่ 3 (บ้านไผ่) เตรียมพร้อมรับมือ""พายุฤดูร้อนในช่วงวันที่ 6-8 มีนาคม 2565"	<p><strong>นายสมเจตน์&nbsp;เขื่อนเพชร&nbsp;ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงขอนแก่นที่&nbsp;3</strong>&nbsp;(บ้านไผ่)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้สั่งการให้หมวดทางหลวง&nbsp;และหน่วยงานในสังกัด&nbsp;ดำเนินการสำรวจจุดเสี่ยงในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;พร้อมดำเนินการแก้ไขและเฝ้าระวังเป็นพิเศษ&nbsp;เร่งลงพื้นที่ตัดแต่งกิ่งไม้ต้นไม้ที่สุ่มเสี่ยงต่อการหักโค่นกีดขวางทางจราจรหรือล้มทับรถยนต์ที่สัญจรผ่านไปมา&nbsp;รวมถึงสิ่งปลูกสร้างป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรงต่างๆ&nbsp;เตรียมป้องกันและระวังอุบัติเหตุที่จะเกิดต่อประชาชนผู้ใช้เส้นทาง&nbsp;รวมถึงให้ทุกหน่วยงานติดตามการเตือนภัยของกรมอุตุวิทยา&nbsp;และศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ&nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ใช้เส้นทางได้อย่างทันท่วงที</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนผู้ใช้เส้นทางในช่วงฤดูฝน</strong>นี้ขอให้ระมัดระวังการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษ&nbsp;เพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่คาดว่าจะเกิดความสุ่มเสี่ยง&nbsp;พร้อมขอให้ปฏิบัติตามป้ายเตือน&nbsp;ป้ายแนะนำและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด&nbsp;และหากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง&nbsp;สภาพการจราจร&nbsp;หรือต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่สำนักงแขวงทางหลวงขอนแก่นที่&nbsp;3&nbsp;(บ้านไผ่)&nbsp;หรือหมวดทางหลวงในพื้นที่&nbsp;และสายด่วนกรมทางหลวง&nbsp;1586&nbsp;(โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307132805140
1008	เตรียมนำ UCEP COVID -19 Plus เสนอเข้า ครม. อนุมัติงบประมาณ ในวันพรุ่งนี้	<p><strong>นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในวันพรุ่งนี้(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;จะนำเรื่อง&nbsp;UCEP&nbsp;COVID&nbsp;-19&nbsp;Plus&nbsp;เสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)อีกครั้ง&nbsp;เพื่อตอบข้อสงสัยทั้งหมดที่&nbsp;ครม.ถามกลับเมื่อ&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว&nbsp;ชัดเจนว่า&nbsp;คนป่วยเยอะขึ้นการให้คนครองเตียงมากที่สุดไม่ใช่หลักที่ควรทำ&nbsp;ยิ่งคนป่วยเยอะยิ่งต้องแยกคนที่อาการน้อย&nbsp;ให้รักษาแบบหนึ่ง&nbsp;อาการกลางรักษาแบบหนี่ง&nbsp;เพื่อให้คนอาการหนักที่ต้องเข้าถึงเตียงจะได้มีเตียงอย่างแน่นอน&nbsp;</p><p><strong>ยืนยันเรื่องที่เข้า&nbsp;ครม.&nbsp;ไม่ใช่เรื่องเลิก&nbsp;หรือไม่เลิก</strong>&nbsp;UCEP&nbsp;COVID&nbsp;-19&nbsp;Plus&nbsp;แต่ที่เข้า&nbsp;ครม.&nbsp;เพื่อขอการอนุมัติงบประมาณที่ต้องใช้กับ&nbsp;UCEP&nbsp;COVID&nbsp;-19&nbsp;Plus&nbsp;เพื่อให้มีเงินจ่าย&nbsp;รพ.เอกชน&nbsp;ที่รับผู้ป่วยโควิดสีเหลือง&nbsp;สีแดง&nbsp;เป็นลักษณะฉุกเฉิน&nbsp;ตามเกณฑ์&nbsp;UCEP&nbsp;COVID&nbsp;-19&nbsp;Plus&nbsp;ให้ได้รับการเงินเร็วไม่ติดขัด&nbsp;เพราะมีปัญหาการเบิกจ่าย&nbsp;ปรับหมวดให้เบิกจ่ายได้เร็วขึ้น&nbsp;เพื่อไม่ให้กระทบการให้บริการ&nbsp;ส่วนผู้ป่วยสีเขียวที่มีอาการน้อย&nbsp;ถึงไม่มีอาการ&nbsp;ไม่เข้าข่าย&nbsp;UCEP&nbsp;COVID&nbsp;-19&nbsp;Plus&nbsp;&nbsp;ไปใช้บริการฉุกเฉินใน&nbsp;รพ.เอกชนไม่ได้&nbsp;แต่ยังรับบริการให้รักษาฟรีในระบบ&nbsp;บ้าน&nbsp;HI&nbsp;CI&nbsp;หรือ&nbsp;OPD&nbsp;COVID&nbsp;ได้</p><p><br></p><p><br></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307143453188
1009	รองผวจ.สุราษฎร์ร่วมประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจนครั้งที่ 12565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;4</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายประเวศ&nbsp;ไทยประยูร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยนายประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจนครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล&nbsp;(Video&nbsp;Conference)&nbsp;ณ&nbsp;ห้อง&nbsp;301&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ตึกบัญชาการ&nbsp;1&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;</p><p><strong>เพื่อรับนโยบายการพิจารณาการแก้ไขปรับปรุงองค์ประกอบ</strong>คณะอนุกรรมการประสานงานเร่งรัดติดตามการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน&nbsp;และพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดิน&nbsp;อำเภอปากน้ำโพ&nbsp;อำเภอพยุหคีรี&nbsp;อำเภอโกรกพระ&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;พุทธศักราช&nbsp;2479&nbsp;ทับที่ดินทำกินของราษฎร&nbsp;และกรณีปัญหาโครงการอ่างเก็บน้ำโปร่งขุนเพชร&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;กรณีปัญหาที่สาธารณประโยชน์โคกหนองเหล็ก&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;กรณีปัญหาราษฎรได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่า&nbsp;เขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ดงใหญ่&nbsp;(บ้านเก้าบาตร)&nbsp;ตำบลลำนางรอง&nbsp;อำเภอโนนดินแดง&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;กรณีปัญหาการตัดโค่นต้นยางพาราเพื่อปลูกใหม่ในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;จังหวัดพัทลุงและจังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p><strong>สืบเนื่องการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการ</strong>&nbsp;คณะทำงานภายใต้คำสั่งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการ&nbsp;คณะทำงาน&nbsp;ภายใต้คำสั่งคณะกรรมการฯ&nbsp;และการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307134211152
1010	ผวจ.นครศรีธรรมราช ร่วมประชุมคอนเฟอเร้นท์แก้ปัญหาสมัชชาคนจน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;ชั้น&nbsp;4</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;พร้อมดด้วยนายสนั่น&nbsp;สนธิเมือง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ซึ่งเป็นการประชุมผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล&nbsp;(Video&nbsp;Conference)&nbsp;โดยมี&nbsp;พล.อ.ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานการประชุม</p><p><strong>พล.อ.ประวิตร&nbsp;ได้กล่าวในตอนหนึ่งของการประชุมว่า</strong>&nbsp;การประชุมในวันนี้&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของสมัชชาคนจน&nbsp;และเร่งรัดติดตาม&nbsp;การให้ความช่วยเหลือสมาชิกสมัชชาคนจนที่ได้รับความเดือดร้อนให้ได้ข้อยุติ&nbsp;หากประเด็นปัญหาใดที่ต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ไขปัญหาขอให้สร้างการรับรู้ชี้แจงทำความเข้าใจแก่ประชาชน&nbsp;เพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างรัฐบาลกับประชาชน&nbsp;ขอให้ทุกหน่วยงาน&nbsp;ได้ร่วมกันปฏิบัติงานกันอย่างเต็มที่เต็มความสามารถ&nbsp;แม้ว่าต้องมีการปรับรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับ&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ที่มีอยู่ในขณะนี้&nbsp;และให้เร่งรัด&nbsp;ดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;รวมถึงรายงานผลให้คณะกรรมการทราบอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในการประชุมครั้งนี้ทางคณะกรรมการฯ&nbsp;ได้รับทราบ</strong>&nbsp;ผลการดำเนินการของคณะอนุกรรมการและคณะทำงานภายใต้คำสั่งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน&nbsp;ผลการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;กรณียกเลิกโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ&nbsp;จ.ชุมพร&nbsp;และโครงการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น&nbsp;จ.แพร่&nbsp;กรณีปัญหาที่ราชพัสดุหนองน้ำขุ่น&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;กรณีปัญหาที่ราชพัสดุทุ่งยาว&nbsp;ท้องที่หมู่&nbsp;1&nbsp;ต.ชุมพล&nbsp;อ.ศรีนครินทร์&nbsp;และหมู่&nbsp;7&nbsp;ต.โคกชะงาย&nbsp;อ.เมืองพัทลุง&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;กรณีปัญหาผู้ได้รับผลกระทบจากแผนปฏิบัติการทวงคืน&nbsp;(พลิกฟื้น)&nbsp;ผืนป่าชายเลน&nbsp;ตามนโยบายทวงคืนผืนป่าชายเลน&nbsp;ท้องที่หมู่&nbsp;9&nbsp;บ้านปากน้ำท่าเคย&nbsp;ต.ท่าเคย&nbsp;อ.ท่าฉาง&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;กรณีปัญหาโครงการฝายหัวนา&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;กรณีปัญหาโครงการฝายราษีไศล&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;และขอรับการสนับสนุนโครงการแก้ไขผลกระทบจากปัญหานโยบายของรัฐ&nbsp;และฟื้นฟูเศรษฐกิจและชุมชนชนบทของสมัชชาคนจน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมยังได้ร่วมพิจารณา&nbsp;ประเด็นการแก้ไข</strong>ปรับปรุงองค์ประกอบคณะอนุกรรมการประสานงานเร่งรัดติดตามการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน&nbsp;พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดิน&nbsp;อ.ปากน้ำโพ&nbsp;อ.พยุหคีรี&nbsp;อ.โกรกพระ&nbsp;จ.นครสวรรค์&nbsp;พ.ศ.2479&nbsp;ทับที่ดินทำกินของราษฎร&nbsp;กรณีปัญหาโครงการอ่างเก็บน้ำโปร่งขุนเพชร&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;กรณีปัญหาที่สาธารณประโยชน์โคกหนองเหล็ก&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;กรณีปัญหาราษฎรได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่า&nbsp;กรณีป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่&nbsp;(บ้านเก้าบาตร)&nbsp;ต.ลำนางรอง&nbsp;อ.โนนดินแดง&nbsp;&nbsp;จ.บุรีรัมย์&nbsp;และกรณีปัญหาการตัดโค่นต้นยางพาราเพื่อปลูกใหม่ในพื้นที่&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;และ&nbsp;จ.นครศรีธรรมราชด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>อุไรวรรณ/ข่าว/ภาพ&nbsp;&nbsp;จุรีรัตน์/ภาพ&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307134627154
1011	เทศบาลนครนครศรีธรรมราช มีผู้ติดเชื้อวันละกว่า 300 ราย รักษาตัวอยู่ที่ HI กว่า 2,000 ราย ขอผู้ติดเชื้อที่พักในเขตเทศบาลลงทะเบียนกับ รพ.เทศบาล เพื่อจะได้ดูแลได้อย่างทั่วถึง	<p><strong>ดร.กณพ&nbsp;เกตุชาติ&nbsp;นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช&nbsp;มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งพบผู้ติดเชื้อรายใหม่วันละ&nbsp;50-100&nbsp;ราย&nbsp;แต่ขณะนี้พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นวันละประมาณ&nbsp;300&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ติดเชื้อทีรักษาตัวใน&nbsp;HI&nbsp;รวมกว่า&nbsp;&nbsp;2,000&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;และยังไม่สามารถประเมินสถานการณ์ที่ชัดเจนได้เนื่องจากถึงขณะนี้ยังไม่ถึงจุดพีค&nbsp;เทศบาลนครฯ&nbsp;จึงได้อำนวยความสะดวกในการดูแลประชาชน&nbsp;โดยประชาชนที่ตรวจ&nbsp;&nbsp;ATK&nbsp;พบผลบวก&nbsp;ให้ลงทะเบียนผ่าน&nbsp;Line&nbsp;:&nbsp;Nakhoncity&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;พยาบาลวิชาชีพจะประสานงานเพื่อติดตามอาการ</strong>และจัดถุงยังชีพส่งให้ถึงบ้าน&nbsp;รวมทั้งผู้ที่พักอาศัยในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช&nbsp;แม้ทะเบียนบ้านจะอยู่นอกเขตเทศบาล&nbsp;เทศบาลก็จะดูแลหลังจากรับลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วเช่นเดียกวัน&nbsp;สำหรับประชาชนผู้ติดเชื้อและเด็กที่อายุต่ำกว่า&nbsp;15&nbsp;ปี&nbsp;หากมีอาการไข้สูง&nbsp;เหนื่อยหอบ&nbsp;หายใจเร็ว&nbsp;ให้โทร.แจ้งที่&nbsp;199&nbsp;โรงพยาบาลจะส่งรถไปรับมาที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลเทศบาลนครนครศรีธรรมราช</p><p><strong>ส่วนผู้ที่ต้องการแยกตัวออกจากบ้านพักอาศัย&nbsp;</strong>และไม่มีอาการรุนแรง&nbsp;สามารถติดต่อขอเข้ารับการรักษาตัวที่&nbsp;ศูนย์&nbsp;CI&nbsp;ของเทศบาลฯ&nbsp;ซึ่งอยู่ที่หอประชุมเมืองทุ่งท่าลาด&nbsp;ซึ่งเตรียมไว้จำนวน&nbsp;300&nbsp;เตียง&nbsp;มีผู้เข้าพักเพียง&nbsp;60&nbsp;เตียง&nbsp;จึงยังคงมีความพร้อมรองรับผู้ติดเชื้อได้เพียงพอ</p><p><strong>สำหรับสถิติผู้ติดเชื้อวันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65&nbsp;)&nbsp;มีผู้ป่วยจากผลตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;834&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในเขตอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช&nbsp;275&nbsp;ราย&nbsp;และผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;998&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;กระจายในพื้นที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;1,832&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนได้ระมัดระวังตนเอง&nbsp;ปฏิบัติตนภายใต้มาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เพื่อป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากโควิด&nbsp;และลดผู้ป่วยในพื้นที่ลงให้ได้โดยเร็ว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>จิรา/ข่าว&nbsp;อุไรวรรณ-จุรีรัตน์/ภาพ&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307134915155
1012	จังหวัดแม่ฮ่องสอนถอดบทเรียนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ita หนึ่งในกิจกรรมต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ	<p><strong>วันที่&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่โรงแรมสิบล้านบุรี&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;ตำบลปางหมู&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการถอดบทเรียนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส&nbsp;ita&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;ภายใต้แผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้การประเมิน&nbsp;ita&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;มีผลการประเมินภาพรวมที่ดีขึ้นและผ่านเกณฑ์การประเมินตามตัวชี้วัด</p><p><strong>โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอนจึงได้จัดโครงการถอดบทเรียนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส&nbsp;ita</strong>&nbsp;ภายใต้แผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ&nbsp;เพื่อสังเคราะห์บทเรียนและสกัดชุดความรู้จากการขับเคลื่อนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส&nbsp;ita&nbsp;และเพื่อให้เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส&nbsp;พร้อมทั้งให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถนำความรู้จากการสังเคราะห์บทเรียนและสกัดชุดความรู้ไปขับเคลื่อนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส&nbsp;ของหน่วยงานให้ผ่านเกณฑ์การประเมินประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ได้เพิ่มมากขึ้น</p><p><strong>ซึ่งการอบรมในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมการอบรม&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;คน</strong>&nbsp;ประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานด้านการประเมิน&nbsp;ita&nbsp;ของส่วนราชการส่วนภูมิภาคและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมการอบรม&nbsp;ผ่านการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด&nbsp;และปฏิบัติตามคำสั่งของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307134438153
1013	กรมส่งเสริมวัฒนธรรมแจ้ง สิ้นหะมะ แบลือแบ ศิลปินแห่งชาติดิเกร์ฮูลูปี 2559	<p><strong>นายชาย&nbsp;&nbsp;นครชัย&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ได้รับแจ้งว่า&nbsp;นายหะมะ&nbsp;แบลือแบ&nbsp;ศิลปินแห่งชาติ&nbsp;สาขาศิลปะการแสดง&nbsp;(การแสดงพื้นบ้าน-ดิเกร์ฮูลู)&nbsp;ปี&nbsp;2559&nbsp;ถึงแก่กรรมที่บ้านพักตำบลบาโร๊ะ&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;เนื่องด้วยโรคเบาหวาน&nbsp;&nbsp;สิริรวมอายุ&nbsp;73&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;โดยทายาทได้ทำพิธีฝังศพตามหลักศาสนาอิสลาม&nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;ณ&nbsp;&nbsp;มัสยิดกูแบบาเดาะ&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้มอบเงินช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิตเพื่อร่วมการบำเพ็ญกุศลศพและเงินช่วยเหลือค่าจัดทำหนังสือเพื่อเผยแพร่ผลงาน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับนายหะมะ&nbsp;แบลือแบ</strong>&nbsp;ถือเป็นศิลปินดิเกร์ฮูลูมากด้วยความสามารถ&nbsp;โดยสอดแทรกสาระความรู้เข้าไปกับการแสดงและผสมผสาน&nbsp;การขับร้องภาษาไทยและภาษามลายูท้องถิ่นด้วยจังหวะที่รวดเร็วทันสมัย&nbsp;&nbsp;สามารถสื่อสร้างความเข้าใจและเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย&nbsp;ทำให้มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดยะลาและจังหวัดใกล้เคียงได้บรรจุเรื่องการแสดงดิเกร์ฮูลูเข้าไว้ในหลักสูตรท้องถิ่นของโรงเรียน&nbsp;&nbsp;จากความสามารถได้รับยกย่องให้เป็นศิลปินดีเด่นจังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;ครูภูมิปัญญาไทย&nbsp;รุ่นที่&nbsp;2&nbsp;ด้านศิลปกรรม&nbsp;(การแสดงดิเกร์ฮูลู)&nbsp;และประธานชมรมดิเกร์ฮูลูจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307142155168
1014	จ.อุบลฯ ลงพื้นที่ให้การตรวจเยี่ยมผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดและกลุ่มเสี่ยงที่ถูกกักตัวในพื้นที่	<p><strong>วันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565นายนคร&nbsp;ศิริปริญญานันท์</strong>&nbsp;นายอำเภอเดชอุดมได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเดชอุดม&nbsp;เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านและ&nbsp;อสม.&nbsp;ลงพื้นที่ให้การตรวจเยี่ยมผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดและกลุ่มเสี่ยงที่ถูกกักตัวในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่</p><p>-&nbsp;ต.แก้ง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยได้ดำเนินการวัดอุณหภูมิร่างกาย</strong>&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวในระหว่างการกักตัว&nbsp;(Home&nbsp;Quarantine)&nbsp;และไม่ให้เดินทางออกนอกหมู่บ้าน&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันความเสี่ยงจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;-&nbsp;19)&nbsp;ซึ่งผลการตรวจเยี่ยม&nbsp;พบว่าผู้กักกันตัวอาการทั่วไปปกติ</p><p><strong>สถานการ์ผู้ป่วย&nbsp;COVID-19&nbsp;(เฉพาะการระบาดรอบใหม่)</strong>&nbsp;เขตพื้นที่อำเภอเดชอุดม&nbsp;(1ม.ค.2565-ปัจจุบัน)</p><p>1.&nbsp;ผู้ป่วยรายใหม่วันนี้&nbsp;117&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ต.เมืองเดช&nbsp;56&nbsp;ราย</p><p>ต.โนนสมบูรณ์&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p>ต.นากระแซง&nbsp;4&nbsp;ราย</p><p>ต.กุดประทาย&nbsp;15&nbsp;ราย</p><p>ต.โพนงาม&nbsp;5&nbsp;ราย</p><p>ต.ทุ่งเทิง&nbsp;8&nbsp;ราย</p><p>ต.กลาง&nbsp;9&nbsp;ราย</p><p>ต.ตบหู&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;</p><p>ต.ท่าโพธิ์ศรี&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p>ต.นาเจริญ&nbsp;4&nbsp;ราย</p><p>ต.ป่าโมง&nbsp;3&nbsp;ราย</p><p>ต.คำครั่ง&nbsp;4&nbsp;ราย</p><p>2.&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;1,712&nbsp;ราย</p><p>3.&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;433&nbsp;ราย</p><p>4.&nbsp;หายป่วยวันนี้&nbsp;31&nbsp;ราย</p><p>5.&nbsp;หายป่วยสะสม&nbsp;1,274&nbsp;ราย</p><p>6.&nbsp;เสียชีวิตรายใหม่&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p>7.&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;5&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307134927156
1015	แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมประชุม นขต.ทบ. รับนโยบายปฏิบัติงาน ขอบคุณกำลังพลปฏิบัติหน้าที่เต็มความสามารถ	"<p><br></p><p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;</strong>/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ร่วมประชุมชี้แจง&nbsp;และสั่งการของผู้บัญชาการทหารบกต่อผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;ผ่านระบบทางไกลผ่านจอภาพ&nbsp;ให้หน่วยรับนโยบายปฏิบัติงานตามพันธกิจ&nbsp;3&nbsp;ประการของกองทัพบกให้เกิดประสิทธิภาพ&nbsp;ตลอดจนติดตามผลการปฏิบัติงาน&nbsp;และแนวโน้มสถานการณ์ในพื้นที่&nbsp;โดยมี&nbsp;พลเอก&nbsp;ณรงค์พันธ์&nbsp;จิตต์แก้วแท้&nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;(1)&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ค่ายสิรินธร&nbsp;ตำบลเขาตูม&nbsp;อำเภอยะรัง&nbsp;จังหวัดปัตตานี</p><p><strong>โดยก่อนวาระการประชุม&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4</strong>/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบกมอบใบประกาศเกียรติคุณ&nbsp;ให้กับหน่วยที่มีผลการปฏิบัติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในระดับ&nbsp;""ดีเด่น""&nbsp;โดยมอบให้กับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา&nbsp;จากการปฏิบัติภารกิจบังคับใช้กฎหมายเมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่อำเภอจะนะ&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่&nbsp;ปฏิบัติงานเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยแก่ประเทศชาติและพี่น้องประชาชนต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พลเอก&nbsp;ณรงค์พันธ์&nbsp;จิตต์แก้วแท้&nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;</strong>ได้กล่าวขอบคุณทุกส่วนถึงการปฏิบัติงานให้ห้วงที่ผ่านมาว่า&nbsp;""ในนามของกองทัพบกขอชื่นชมหน่วย&nbsp;กำลังพลที่มีผลการปฏิบัติการช่วยเหลือ&nbsp;และปกป้องประเทศชาติ&nbsp;ทั้งเรื่องการจับกุมยาเสพติดจะเห็นได้ว่า&nbsp;ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคมถือว่ามีผลการปฏิบัติงานดีขึ้นตามลำดับ&nbsp;เรื่องการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;ขอบคุณกำลังพลที่ยังคงปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด&nbsp;และต่อเนื่อง&nbsp;ในส่วนของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ซึ่งมีผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งการบังคับใช้กฎหมายและการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;ขอให้ดำรงการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องใช้แนวทางสันติวิธี&nbsp;ทำอย่างไรให้ผู้หลงผิดเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายมากที่สุด&nbsp;สำหรับการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนของกำลังพลในกองทัพบกนั้น&nbsp;เป็นการแสดงถึงจิตใจที่งดงามของกำลังพลที่พร้อมจะช่วยเหลือบุคคลอื่น&nbsp;ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ&nbsp;ขอขอบคุณกำลังพลที่ทำความดีทั้งหลาย&nbsp;เป็นบุคคลที่หน่วยต้องยกย่อง&nbsp;ให้ครอบครัวได้รับทราบ&nbsp;และจะได้ยึดถือเป็นแบบอย่างต่อไป""</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307135605160
1016	ภาพรวมการสอบเข้า ม.1 และ ม.4 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ย้ำเด็กทุกคนมีที่เรียนแน่นอน	<p><strong>นางสาวตรีนุช&nbsp;เทียนทอง&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;นายอัมพร&nbsp;พินะสา&nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;รายงานภาพรวมการดำเนินการในการสอบแข่งขันเพื่อศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่&nbsp;1&nbsp;และมัธยมศึกษาปีที่&nbsp;4&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;5-6&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;โดยทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;ได้มีการวางแผนบริหารจัดการได้เป็นอย่างดีในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เพราะมีโรงเรียนบางส่วนได้เปิดสอบเข้า&nbsp;ม.1&nbsp;บ้างแล้ว&nbsp;&nbsp;โดยยืนยันว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&nbsp;เด็กทุกคนมีที่เรียน&nbsp;และจะไม่ตัดสิทธิใคร&nbsp;แม้จะมีนักเรียนติดโควิด-19&nbsp;แต่จะต้องได้มาเข้าสอบ&nbsp;เนื่องจากมีการเตรียมความพร้อมจัดห้องสอบเฉพาะแยกเป็นสัดส่วนให้&nbsp;เพื่อไม่ให้เด็กเสียสิทธิการสอบ&nbsp;ซึ่งโรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศก็จะดำเนินการตามมาตรการนี้ด้วย</p><p><br></p><p><br></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307143731193
1017	จ.อุบลฯ ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาด COVID-19 ในพื้นที่อำเภอม่วงสามสิบ	<p><strong>ตามนโยบายของ&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผวจ.อบ.</strong>&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;นายชินวัต&nbsp;ทองปรีชา&nbsp;นายอำเภอม่วงสามสิบ&nbsp;สั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;กำกับ&nbsp;สอดส่อง&nbsp;การกักตัวของผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;การควบคุมการกักตัวใน&nbsp;(HI)&nbsp;และการกักตัวของผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;(HR)&nbsp;พร้อมแนะนำให้ปฏิบัติตามมาตรการที่ทางสาธารณสุขกำหนดโดยเคร่งครัด</p><p>2.&nbsp;เร่งรัดฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;ให้แก่ผู้สูงอายุ&nbsp;กลุ่ม&nbsp;507&nbsp;ทั้งเข็ม&nbsp;1-2-3&nbsp;(เน้นค้นหาเชิงรุก)</p><p>3.&nbsp;เน้นย้ำกับประชาชนในพื้นที่หาดมีการจัดงานประเพณี&nbsp;งานบวช&nbsp;งานมงคลสมรส&nbsp;และงานศพ&nbsp;ห้ามดื่มสุราเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และห้ามเล่นการพนันโดยเด็ดขาด</p><p>&nbsp;ทั้งนี้ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาด&nbsp;COVID-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307135222157
1018	จังหวัดตรัง   จัดสรรงบประมาณให้สำนักงานขนส่งจังหวัดตรัง ขับเคลื่อนโครงการจัดระเบียบและพัฒนาระบบการขนส่งสาธารณะ เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในจังหวัดตรัง	<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดการอบรม&nbsp;โครงการจัดระเบียบและพัฒนาระบบการขนส่งสาธารณะ&nbsp;เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมธรรมรินทร์ธนา&nbsp;อ.เมืองตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดตรังได้รับจัดสรรงบประมาณ</strong>ภายใต้แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;จากจังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;708,000.-บาท&nbsp;(เจ็ดแสนแปดพันบาทถ้วน)&nbsp;เพื่อดำเนินโครงการจัดระเบียบและพัฒนาระบบการขนส่งสาธารณะเพื่อการท่องเที่ยวที่ยังยืนในจังหวัดตรัง&nbsp;โดยมี&nbsp;3&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กิจกรรมการจัดอบรมให้ความรู้&nbsp;หลักสูตรฝึกอบรมให้ความรู้และพัฒนาศักยภาพในด้านการให้บริการและให้ความรู้ด้านการใช้ภาษาต่างประเทศที่จำเป็น&nbsp;และหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กิจกรรมสนับสนุนวัสดุในการประกอบอาชีพ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เสื้อพนักงานขับรถ&nbsp;(เสื้อเชิ้ต)&nbsp;เสื้อกั๊กสะท้อนแสง&nbsp;หมวกนิรภัย&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กิจกรรมติดตั้งป้ายแสดงอัตราค่าโดยสาร&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งในวันนี้สำนักงานขนส่งจังหวัดตรังได้จัดกิจกรรมอบรม</strong>ให้ความรู้&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;รุ่น&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ผู้ประกอบการและพนักงานขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ&nbsp;จำนวน&nbsp;280&nbsp;คน&nbsp;จัดอบรมจำนวน&nbsp;4&nbsp;รุ่น&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;70&nbsp;คน&nbsp;ในวันที่&nbsp;7,8,9&nbsp;และ&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307135906161
1019	ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เน้นย้ำให้ประชาชนเห็นความสำคัญในการขับรถถูกกฎจราจร สวมหมวกนิรภัยทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย และที่สำคัญหยุดรถในขณะที่มีประชาชนเดินข้ามทางม้าลายลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ	<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;นับเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง&nbsp;เป็นเมืองที่ต้องห้ามพลาด&nbsp;สำหรับนักท่องเที่ยว&nbsp;มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่เป็นจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งสามารถส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจของจังหวัดตรังให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น&nbsp;สร้างรายได้หลักให้แก่ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดตรังให้เป็นที่ปรากฏเพื่อบรรลุสู่เป้าหมายให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาเยือนจังหวัดตรังเพิ่มขึ้น&nbsp;&nbsp;เป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ด้วย&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;จึงได้จัดสรรงบประมาณภายใต้แผน</strong>ปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ให้แก่สำนักงานขนส่งจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;708,000.-บาท&nbsp;(เจ็ดแสนแปดพันบาทถ้วน)&nbsp;เพื่อดำเนินโครงการจัดระเบียบและพัฒนาระบบการขนส่งสาธารณะเพื่อการท่องเที่ยวที่ยังยืนในจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ในการจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้และพัฒนาศักยภาพในด้านการให้บริการและให้ความรู้ด้านการใช้ภาษาต่างประเทศที่จำเป็นแก่ผู้ประกอบการและพนักงานขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง&nbsp;ได้กำหนดจัดกิจกรรมจำนวน&nbsp;4&nbsp;รุ่น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในวันนี้เป็นการอบรมในรุ่นที่&nbsp;1&nbsp;มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;70&nbsp;คน&nbsp;โดยผู้เข้ารับการอบรมทุกท่านจะได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์สำหรับการประกอบอาชีพด้วย&nbsp;อาทิ&nbsp;เสื้อเชิ้ตพนักงานขับรถ&nbsp;เสื้อกั๊กสะท้อนแสง&nbsp;หมวกนิรภัย&nbsp;ซึ่งจะเป็นการสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการขนส่งรถโดยสารสาธารณะทุกประเภทในเขตพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังได้เน้นย้ำสร้างความตระหนัก</strong>ให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดจิตสำนึกเห็นความสำคัญในการขับรถถูกกฎจราจร&nbsp;สวมหมวกนิรภัยทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย&nbsp;และที่สำคัญหยุดรถในขณะที่มีประชาชนเดินข้ามทางม้าลายลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307140218162
1020	รมช.เกษตรและสหกรณ์ มอบเงินชดเชยเยียวยาให้กับเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีโรคลัมปี สกิน ในพื้นที่จ.มหาสารคาม พร้อมชี้แจง โครงการ สานฝัน สร้างอาชีพ ยกระดับรายได้เกษตรกร	<p><strong>ที่หอประชุมจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน</strong>&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นประธานพิธีมอบเงินชดเชยเยียวยาให้กับเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ&nbsp;กรณีโรคลัมปี&nbsp;สิน&nbsp;แก่ตัวแทนเกษตรกร&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.มหาสารคาม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเกียรติศักดิ์&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;ผวจ.มหาสารคาม&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ผอ.สนง.ธกส.จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>นายเกียรติศักดิ์&nbsp;ผวจ.มหาสารคาม</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ส่งผลให้โค&nbsp;&nbsp;กระบือ&nbsp;ป่วยและตายเป็นจำนวนมาก&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ได้ประกาศให้พื้นที่&nbsp;ทั้ง&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;กรณีโรคระบาดสัตว์&nbsp;(โรคลัมปี&nbsp;สกิน)&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;โดยจังหวัดได้เร่งสำรวจผู้ที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;มีเกษตรกรผู้ประสบภัย&nbsp;5,940&nbsp;ราย&nbsp;สัตว์ตาย&nbsp;6,528&nbsp;ตัว&nbsp;วงเงินที่ได้รับความช่วยเหลือ&nbsp;131,651,000&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้โอนเงินจำนวนดังกล่าวแล้ว&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ได้รับความอนุเคราะห์จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ในการโอนเงินช่วยเหลือเยียวยาเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงเป็นรายบุคคล&nbsp;ในวันนี้มีผู้แทนเกษตรกรทั้ง&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;ร่วมรับมอบเงิน</p><p><strong>นายประภัตรฯ&nbsp;รมช.เกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รัฐบาลภายใต้การนำของ&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความห่วงใยต่อการประกอบอาชีพของเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;โดยเฉพาะหลังได้รับผลกระทบจากโรคระบาด&nbsp;และสาธารณภัยต่างๆ&nbsp;จึงมีนโยบายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เร่งส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสม&nbsp;และได้ดำเนินโครงการ&nbsp;สานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;และยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์&nbsp;และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ร่วมกันส่งเสริมการประกอบอาชีพด้านการเกษตรให้แก่เกษตรกร&nbsp;ด้านปศุสัตว์&nbsp;และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง&nbsp;เพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;ให้ประชาชนมีความอยู่ดี&nbsp;กินดีอย่างยั่งยืน</p><p><strong>โดย&nbsp;ธ.ก.ส.ปล่อยสินเชื่อ&nbsp;สานฝัน&nbsp;สร้างอาชีพ</strong>&nbsp;เป็นค่าลงทุนในการประกอบอาชีพเกษตรกร&nbsp;หรืออาชีพนอกภาคการเกษตรหลักประกันเงินกู้ที่ดิน&nbsp;หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่อยู่อาศัย&nbsp;จำนองเป็นประกันให้กู้ได้ไม่เกินร้อยละ&nbsp;95&nbsp;ของวงเงินจดทะเบียนจำนองบุคคล&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;ค้ำประกันหนี้&nbsp;ให้กู้ได้ไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;บุคคล&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;รับรองรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม&nbsp;ให้กู้ได้ไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;ระยะเวลาการจ่ายสินเชื่อ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;ถึง&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2567&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;ธ.ก.ส.ทุกสาขา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มหาสารคาม	สวท.มหาสารคาม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307141037163
1021	"นิพนธ์ ปล่อยคาราวานรถมูลนิธิหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ""มอบถุงปันน้ำใจ ส่งต่อความห่วงใย ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ย้ำ! ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง"	"<p><strong>นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;</strong>ร่วมปล่อยคาราวานรถมูลนิธิหม่อมราชวงศ์เสนีย์&nbsp;ปราโมช&nbsp;ซึ่งมีนายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์&nbsp;เป็นประธานมูลนิธิฯ&nbsp;เพื่อส่งต่อถุงปันน้ำใจ&nbsp;ไปยังผู้ประสบภัยฯ</p><p><strong>นายนิพนธ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขณะนี้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;</strong>ยังคงระบาดอย่างต่อเนื่อง&nbsp;นอกจากพี่น้องประชาชนจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ดังกล่าวแล้วนั้น&nbsp;ยังมีเรื่องของภัยภิบัติทางธรรมชาติต่างๆ&nbsp;ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะเหตุอุทกภัยน้ำท่วม&nbsp;ที่ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;ต้องเผชิญมาตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งในวันนี้แม้สถานการณ์ต่างๆ&nbsp;ได้คลี่คลายลงแล้ว&nbsp;แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;พร้อมสำรวจพื้นที่ความเสียหาย&nbsp;รวมทั้งทรัพย์สินบ้านเรือน&nbsp;ที่ทางทางการเกษตรของประชาชน&nbsp;เพื่อเร่งรัด&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;ให้ความช่วยเหลือตามระเบียบของทางระเบียบ&nbsp;ซึ่งตนได้สั่งการและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมานั้น&nbsp;ตน&nbsp;</strong>ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมมูลนิธิหม่อมราชวงศ์เสนีย์&nbsp;ปราโมช&nbsp;นำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน&nbsp;ไปมอบให้มูลนิธิฯ&nbsp;ก่อนบรรจุ&nbsp;เพื่อส่งต่อไปยังผู้ประสบภัย&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้ประชาชนผู้ประสบภัยจากสถานการณ์น้ำท่วม&nbsp;รวมไปจนถึงภัยจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;๒๐๑๙&nbsp;(COVID-19)&nbsp;โดยในวันนี้&nbsp;หลังจากดำเนินการบรรจุสิ่งของดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว&nbsp;จึงได้ร่วมปล่อยคาราวานรถมูลนิธิหม่อมราชวงศ์เสนีย์&nbsp;ปราโมช&nbsp;""มอบถุงปันน้ำใจ&nbsp;ส่งต่อความห่วงใย&nbsp;ไปยังพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัย&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ตรัง&nbsp;และพัทลุง&nbsp;หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในเบื้องต้นได้ไม่มากก็น้อย</p><p><strong>ก่อนกล่าวทิ้งท้าย&nbsp;ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ได้ทุ่มเท</strong>เสียสละอย่างเต็มที่&nbsp;ตนพร้อมสนับสนุนทุกอย่าง&nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างราบรื่น&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;ทันต่อสถานการณ์&nbsp;ยืนยันว่ารัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย&nbsp;พร้อมผนึกกำลังประสานองค์กรต่างๆ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกเชน&nbsp;รวมไปจนถึงองค์กรการกุศล&nbsp;และมูลนิธิต่างๆ&nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือดูแลประชาชนผู้ประสบภัยอย่างกำลังความสามารถ&nbsp;ตั้งแต่ก่อนเกิดภัย&nbsp;ระหว่างเกิดภัย&nbsp;และหลังเกิดภัย&nbsp;โดยไม่ทอดทิ้งใครแน่นอน&nbsp;และเราจะก้าวพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307142222172
1022	จังหวัดตรัง แถลงข่าวสถานการณ์โควิด 19 ประจำวัน พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 303 ราย  กระจายทั่วทั้ง 10 อำเภอ	<p><strong>วันนี้&nbsp;&nbsp;(7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;ที่ห้องลิบง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>&nbsp;นายแพทย์สินชัย&nbsp;รองเดช&nbsp;นายแพทย์เชี่ยวชาญ(ด้านเวชกรรมป้องกัน)&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง&nbsp;ในฐานะ&nbsp;&nbsp;โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;แถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;ของจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;วันนี้(7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง</strong>พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;303&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;เป็นการติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;299&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากต่างจังหวัด&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อสะสม&nbsp;4,188&nbsp;ราย&nbsp;ส่งผลให้อัตราผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันเฉลี่ยในรอบสัปดาห์&nbsp;&nbsp;เฉพาะในจังหวัดตรังอยู่ที่ร้อยละ&nbsp;169.86&nbsp;หากรวมที่รับกลับมารักษาด้วย&nbsp;&nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&nbsp;174.86&nbsp;&nbsp;วันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อัตราผู้เสียชีวิตสะสม&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยกลับบ้านวันนี้&nbsp;215&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;กำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล&nbsp;858&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;หายป่วยสะสม&nbsp;3,306&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;78.94&nbsp;&nbsp;โดยในกลุ่มผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล&nbsp;&nbsp;แบ่งเป็นกลุ่มอาการสีเขียวที่ไม่มีอาการหรืออาการน้อย&nbsp;687&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;กลุ่มสีเหลืองอาการปานกลาง&nbsp;157&nbsp;ราย&nbsp;และกลุ่มสีแดง&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;กระจายอยู่ในทุกอำเภอ</strong>&nbsp;คือ&nbsp;&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;38&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;43&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;29&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;51&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;29&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอหาดสำราญ&nbsp;&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;ยังคงพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ศบค.ตรัง&nbsp;จึงขอเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วน&nbsp;ดำเนินงานตามมาตรการ&nbsp;</strong>VUCA&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;พร้อมเน้นย้ำให้ใช้มาตรการป้องกันตัวเองสูงสุดกับทุกคน&nbsp;แม้เป็นคนในครอบครัว&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;&nbsp;ผู้เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;รายในวันนี้&nbsp;&nbsp;ยังไม่ได้รับวัคซีน&nbsp;&nbsp;จึงเน้นย้ำประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;19&nbsp;ทั้งเข็มปกติและเข็มกระตุ้นตามกำหนด&nbsp;เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน&nbsp;ลดอาการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307142415173
1023	"รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ศึกษาดูงานการจัดสถานที่พักนักกีฬา และให้กำลังใจนักกีฬา เซปัคตะกร้อ ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ""ศรีสะเกษเกมส์"""	"<p><strong>วานนี้&nbsp;(6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;นายฉัตรชัย&nbsp;อุสาหะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ศึกษาดูงานด้านการจัดสถานที่พักสำหรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่&nbsp;ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;""ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมให้กำลังใจนักกีฬาเซปัคตะกร้อ&nbsp;ของจังหวัดพัทลุง&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์""&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนเทศบาล&nbsp;4&nbsp;(บ้านโนนสำนักมิตรภาพที่&nbsp;121)&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมการหารือกับฝ่ายสิทธิประโยชน์</p><p><strong>หลังจากนั้น&nbsp;ได้มอบหมายให้สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;ติดตาม&nbsp;และจ่ายเบี้ยเลี้ยงนักกีฬางวด&nbsp;1&nbsp;นักกีฬามวยปล้ำ&nbsp;ยูโด&nbsp;และปันจักสีลัต&nbsp;ณ&nbsp;สนามการแข่งขันกัฬาประเภทนั้น&nbsp;ๆ</p><p><strong>โดยการแข่งขันกีฬาแห่งชาติในครั้งนี้&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;</strong>ส่งนักกีฬาและผู้ควบคุมทีม&nbsp;เข้าร่วมการแข่งขันใน&nbsp;20&nbsp;ชนิดกีฬา&nbsp;มีนักกีฬาชาย&nbsp;นักกีฬาหญิง&nbsp;และผู้ควบคุมทีม&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;283&nbsp;คน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;074612404</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	พัทลุง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307142619178
1024	จังหวัดตรัง เชิญชวนประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด 19 โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว ตั้งเป้า ประชาชนชาวจังหวัดตรัง จะต้องได้รับวัคซีนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90	<p><strong>นายแพทย์สินชัย&nbsp;รองเดช&nbsp;นายแพทย์เชี่ยวชาญ(ด้านเวชกรรมป้องกัน)</strong>&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง&nbsp;ในฐานะ&nbsp;โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;วันนี้(จันทร์ที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานการณ์การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;&nbsp;ของจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;มีผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;509,834&nbsp;ราย&nbsp;จากเป้าหมาย&nbsp;626,581&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;81.37&nbsp;&nbsp;ผู้ได้รับวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;47849&nbsp;ราย&nbsp;จากเป้าหมาย&nbsp;626,581&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;75.15&nbsp;ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;107&nbsp;ราย&nbsp;จากเป้าหมาย&nbsp;626,581&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อย19.81&nbsp;เท่านั้น&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งจังหวัดตรัง&nbsp;โดยนายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>ได้ตั้งเป้า&nbsp;ประชาชนชาวจังหวัดตรัง&nbsp;จะต้องได้รับวัคซีนไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;90&nbsp;ของจำนวนประชากร&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;&nbsp;&nbsp;เนื่องจากผู้เสียชีวิตด้วยโควิด&nbsp;19&nbsp;กว่าร้อยละ&nbsp;95&nbsp;ของจังหวัดตรัง&nbsp;มีปัจจัยเสี่ยงเป็นผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว&nbsp;&nbsp;จึงขอเน้นย้ำทุกคนป้องกันตัวเองสูงสุดแม้ในครอบครัว&nbsp;และเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;19&nbsp;ทั้งเข็มปกติและเข็มกระตุ้นให้ครบตามเกณฑ์เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน&nbsp;ลดอาการป่วยรุนแรงและเสียชีวิต&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;การฉีดวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;&nbsp;&nbsp;ระดับภูมิคุ้มกันต่อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน</strong>ไม่สูงมากนัก&nbsp;แต่ยังสามารถป้องกันอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้&nbsp;ส่วนการฉีดเข็มกระตุ้นหรือเข็ม&nbsp;3&nbsp;ค่าภูมิคุ้มกันจะสูงขึ้นอย่างมาก&nbsp;ช่วยลดการติดเชื้อ&nbsp;แพร่เชื้อ&nbsp;และลดเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้มากขึ้น&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;จึงขอเชิญชวนผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ให้ลงทะเบียนรับวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;ตามที่กำหนดด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307142803179
1025	จังหวัดตรัง ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา  เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงการติดเชื้อส่วนใหญ่ยังมาจากการสัมผัสใกล้ชิดในชุมชน	<p><strong>นายแพทย์สินชัย&nbsp;รองเดช&nbsp;นายแพทย์เชี่ยวชาญ(ด้านเวชกรรมป้องกัน)</strong>&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง&nbsp;ในฐานะ&nbsp;โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;วันนี้(จันทร์ที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ของจังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>หากแยกจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;ตามสาเหตุการสัมผัส</strong>&nbsp;พบว่า&nbsp;&nbsp;เป็นการสัมผัสในชุมชน&nbsp;มากถึงร้อยละ&nbsp;61.72&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองลงมา&nbsp;&nbsp;คือ&nbsp;การสัมผัสร่วมบ้านร้อยละ&nbsp;21.12&nbsp;จากการพูดคุยกันโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ร้อยละ&nbsp;13.86&nbsp;สัมผัสในที่ทำงาน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;3.30&nbsp;&nbsp;จะเห็นได้ว่า&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงการติดเชื้อส่วนใหญ่ยังมาจากการสัมผัสใกล้ชิดในชุมชน&nbsp;ในครอบครัวคนรู้จักกัน&nbsp;และการพูดคุยกันโดยไม่สวมหน้ากากเป็นเวลานาน&nbsp;</p><p><strong>จึงขอให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเอง</strong>สูงสุดตลอดเวลา&nbsp;สำหรับการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;วันนี้พบผลบวก&nbsp;303&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;จากการ&nbsp;339&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;89.38&nbsp;&nbsp;/&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;928&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;พบผลเป็นบวก&nbsp;519&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;55.93&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อจากการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;และ&nbsp;ATK&nbsp;วันนี้&nbsp;822&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;1,267&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;64.87&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่การตรวจหาเชื้อแยกตามความเสี่ยงและการสัมผัส</strong>ในกลุ่มผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค&nbsp;&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเสี่ยงต่ำ&nbsp;&nbsp;เรือนจำแรกรับ&nbsp;&nbsp;การตรวจเชิงรุก&nbsp;&nbsp;ตรวจแรงงานต่างด้าวเข้าเกณฑ์&nbsp;PUI&nbsp;การตรวจก่อนผ่าตัดและอื่นๆ&nbsp;รวม&nbsp;404&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;จะต้องรอผลตรวจในวันพรุ่งนี้&nbsp;(8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307143106184
1026	"จ.แม่ฮ่องสอนรับมอบศูนย์ประสานงาน พิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน"""	"<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>กล่าวต้อนรับและรับมอบศูนย์&nbsp;ในพิธีเปิดศูนย์ประสานงาน&nbsp;พิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน""&nbsp;ณ&nbsp;วัดคำใน&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;อาจารย์&nbsp;ดร.สราวุธ&nbsp;รูปิน&nbsp;ภาควิชาศิลปะไทย&nbsp;คณะวิจิตรศิลป์&nbsp;มหาวิทยาลัยเชียงใหม่&nbsp;หัวหน้าโครงการฯ</strong>&nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงาน&nbsp;และ&nbsp;ดร.วิภารัตน์&nbsp;ดีอ่อง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;ประธานในพิธีเป็นผู้กล่าวเปิดงาน</p><p><strong>ด้วยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)</strong>&nbsp;ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่&nbsp;มหาวิทยาลัยแม่โจ้&nbsp;และมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง&nbsp;ได้ดำเนิน&nbsp;โครงการด้านเศรษฐกิจฐานรากเพื่อเป้าหมาย&nbsp;SDGs&nbsp;:&nbsp;การบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน""&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;โดยการศึกษาและฝึกอบรม&nbsp;เพื่อสร้างกระบวนการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตเมืองขุนยวม&nbsp;บนแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;ซึ่งเป็นการดำเนินการศึกษาและฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ&nbsp;จัดทำแนวทางกระบวนการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตเมือง&nbsp;ขุนยวม&nbsp;บนแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างสถาบันการศึกษาอุดมศึกษา&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;(อปท.)&nbsp;และคณะสงฆ์อำเภอขุนยวม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307143118185
1027	รองผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ตรวจติดตามการปฏิบัติราชการ ที่ทำการปกครองอำเภอขุนยวม	<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>ตรวจติดตามการปฏิบัติราชการ&nbsp;ของที่ทำการปกครองอำเภอขุนยวม&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยได้เน้นย้ำในเรื่องของความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสถานที่ทำงานและบริเวณโดยรอบของที่ว่าการอำเภอ&nbsp;ตลอดจนถึงหมู่บ้านชุมชนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ริมถนนสองข้างทาง&nbsp;และการบริหารจัดการขยะของหมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;การให้บริการประชาชนให้เกิดความประทับใจ&nbsp;การป้องกัน&nbsp;แก้ไข&nbsp;ปัญหา&nbsp;ไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;ในพื้นที่ของอำเภอ&nbsp;และการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ความเข้าใจทุกช่องทางให้ทั่วถึงประชาชนในพื้นที่</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307143245186
1028	กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดข้อมูลเฝ้าระวังสายพันธุ์โควิดในไทย ล่าสุดพบโอมิครอนครองพื้นที่ระบาดไทยเกือบ 100% แล้ว	<p><strong>นพ.ศุภกิจ&nbsp;ศิริลักษณ์&nbsp;อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากการเก็บตัวอย่างเชื้อเพื่อเฝ้าระวังสายพันธุ์โรคโควิด&nbsp;19&nbsp;รายสัปดาห์&nbsp;พบสัปดาห์ที่ผ่านมาสุ่มตรวจ&nbsp;1,900&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;พบสายพันธุ์ที่ระบาดในประเทศไทย&nbsp;ไม่มีสายพันธุ์อัลฟา&nbsp;และเบตา&nbsp;เหลือเพียงเดลตา&nbsp;แต่มีเพียงร้อยละ&nbsp;0.37&nbsp;นอกนั้น&nbsp;ร้อยละ&nbsp;99.63&nbsp;เป็นสายพันธุโอมิครอน&nbsp;เมื่อจำแนกสัดส่วนสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;26&nbsp;ก.พ.-4&nbsp;มี.ค.2565&nbsp;พบภาพรวมพบ&nbsp;BA.2&nbsp;มากกว่าแล้วที่ร้อยละ&nbsp;51.8&nbsp;ขณะที่&nbsp;BA.1&nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&nbsp;48.2&nbsp;แสดงว่า&nbsp;BA.2&nbsp;มีความเร็วกว่า&nbsp;BA.1&nbsp;ในการแพร่เชื้อแพร่เร็ว&nbsp;1.4&nbsp;เท่า&nbsp;จากนี้จะพบ&nbsp;BA.2&nbsp;สัดส่วนสูงกว่านี้เรื่อย&nbsp;ๆ&nbsp;สักพักจะแทนที่&nbsp;BA.1&nbsp;หากไม่มีสายพันธุ์อื่นที่เปลี่ยนแปลงซึ่งยังต้องติดตาม&nbsp;กรมวิทย์&nbsp;ฯ&nbsp;ยังคงเฝ้าระวังสายพันธุ์ใหม่โดยยังตรวจ&nbsp;500-600&nbsp;ตัวอย่าง/สัปดาห์&nbsp;ซึ่งยังไม่พบสายพันธุ์ใหม่รวมถึง&nbsp;โอมิครอน&nbsp;BA.3&nbsp;ส่วนในแง่ความรุนแรงยังไม่ชัดเจน&nbsp;แต่เท่าที่ติดตามไม่ได้มากมายกว่าเดิมนัก</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307145913219
1029	พม. เผย กองทุนผู้สูงอายุช่วยผู้สูงอายุเกือบ 2 พันคน ด้วยเงินกู้ประกอบอาชีพปลอดดอกเบี้ยกว่า 56 ล้านบาท พร้อมเห็นชอบ นายแผน วรรณเมธี เป็นผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปี 2565	<p><strong>นายจุติ&nbsp;ไกรฤกษ์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;(รมว.พม.)&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ&nbsp;(กผส.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;</strong>เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการดำเนินงานด้านผู้สูงอายุของประเทศไทย&nbsp;โดย&nbsp;นายจุติ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;กองทุนผู้สูงอายุได้ช่วยเหลือผู้สูงอายุ&nbsp;จำนวน&nbsp;1,933&nbsp;คน&nbsp;ด้วยการสนับสนุนเงินทุนกู้ยืมเพื่อการประกอบอาชีพ&nbsp;โดยไม่คิดดอกเบี้ย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;56,605,700&nbsp;บาท&nbsp;อีกทั้งสนับสนุนโครงการเพื่อการพัฒนาทักษะและคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;88&nbsp;โครงการ&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;10,603,746&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมรับทราบข้อเสนอเชิงนโยบายจากการประชุมสมัชชาผู้สูงอายุระดับชาติ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;</strong>ภายใต้แนวคิด<strong>&nbsp;สังคมสูงวัยคนไทยอายุยืน</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ประเด็นที่&nbsp;1&nbsp;การเสริมทักษะอาชีพใหม่หรืออาชีพทางเลือก&nbsp;และรายได้ของผู้สูงอายุในประเทศไทย&nbsp;และ&nbsp;ประเด็นที่&nbsp;2&nbsp;ระบบและกลไกการบูรณาการบริการสังคมและสุขภาพเพื่อการพัฒนาผู้สูงอายุไทย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมยังเห็นชอบการประกาศสดุดีเกียรติคุณยกย่องให้นายแผน&nbsp;วรรณเมธี&nbsp;อายุ&nbsp;99&nbsp;ปี&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;เป็นผู้สูงอายุแห่งชาติ&nbsp;ประจำปีพุทธศักราช&nbsp;2565</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307145235216
1030	"ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง บรรยายพิเศษ เรื่อง ""การตัดสินใจสำหรับนักบริหาร"" หลักสูตร โครงการพัฒนารองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลในสังกัดกรมต่างๆ ของกระทรวงสาธารณสุข รุ่นที่ ๘"	"<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;บรรยายพิเศษ&nbsp;เรื่อง&nbsp;""การตัดสินใจสำหรับนักบริหาร""&nbsp;หลักสูตร&nbsp;โครงการพัฒนารองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป&nbsp;และโรงพยาบาลในสังกัดกรมต่างๆ&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;รุ่นที่&nbsp;8&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมเรือรัษฎา&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;สมาคมนักบริหารสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;</strong>ได้ดำเนินการจัดอบรมหลักสูตรพัฒนารองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป&nbsp;และโรงพยาบาลในสังกัดกรมต่างๆ&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการบริหารให้มีความพร้อมในด้านความรู้&nbsp;ความสามารถ&nbsp;เจตคติ&nbsp;และทักษะในการบริหารจัดการและบริหารทรัพยากรโรงพยาบาลที่เหมาะสมตามโอกาสและสถานการณ์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307143441187
1031	พ่อเมืองแพร่ รับมอบรางวัลเกียรติยศ คนดีศรีล้านนา ประจำปี 2565	<p><strong>พ่อเมืองแพร่&nbsp;รับมอบรางวัลเกียรติยศ&nbsp;คนดีศรีล้านนา&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ส่งเสริมให้ผู้รับรางวัลเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี&nbsp;และเพื่อยกย่องส่งเสริมคนดีให้มีคุณธรรมเป็นแบบอย่างที่ดี</strong></p><p><br></p><p><strong>นายธเนศธรรม&nbsp;ไคร้ศรี&nbsp;ประธานฝ่ายพิจารณาคัดเลือกบุคคดีเด่นด้านคุณธรรม&nbsp;ชมรมคนดีศรีเชียงราย&nbsp;แจ้งว่า</strong>&nbsp;ตามที่ศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมืองสถาบันพระปกเกล้า&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;ร่วมกับชมรมคนดีเชียงราย&nbsp;ได้ประกาศผลการคัดเลือก&nbsp;คนดีศรีล้านนา&nbsp;ที่มีคุณสมบัติด้านคุณธรรม&nbsp;จริยธรรม&nbsp;บุคคลต้นแบบ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ใน&nbsp;8&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่/เชียงราย/แม่ฮ่องสอน/ลำพูน/ลำปาง/พะเยา/แพร่และน่าน</p><p><strong>จังหวัดแพร่&nbsp;มีผู้ได้รับคัดเลือกเป็น&nbsp;คนดีศรีล้านนา&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ท่าน&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;นางลำดวน&nbsp;สุวรรณภูคำ&nbsp;ศิลปินอาวุโสจังหวัดแพร่&nbsp;และนายเอกชัย&nbsp;วงศ์วรกุล&nbsp;ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดแพร่&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ผู้รับรางวัลเข้าใจบทบาทหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี&nbsp;ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&nbsp;และเพื่อยกย่องส่งเสริมคนดีมีคุณธรรม&nbsp;ให้มีความภาคภูมิใจในการทำดี&nbsp;และเป็นแบบอย่างที่ดี</p><p><strong>โดยเจ้าคุณพระไพศาลประชาทร&nbsp;วิ.&nbsp;(หลวงพ่อพบโชค)&nbsp;</strong>จะเป็นประธานผู้มอบรางวัลเกียรติยศบุคคลดีเด่นด้านคุณธรรม&nbsp;องค์การดีเด่นด้านคุณธรรม&nbsp;และรางวัลคนดีศรีล้านนา&nbsp;ในวันที่&nbsp;13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องเชียงรายคอนเวนชั่นฮอลล์&nbsp;โรงแรมเฮอริเทจ&nbsp;จังหวัดเชียงราย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307143619192
1032	จังหวัดตรัง  แถลงข่าวสถานการณ์โควิด 19 ประจำวัน พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 303 ราย เสียชีวิต 1 ราย กระจายทั่วทั้ง 10 อำเภอ	<p><strong>นายแพทย์สินชัย&nbsp;รองเดช&nbsp;นายแพทย์เชี่ยวชาญ(ด้านเวชกรรมป้องกัน)</strong>&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง&nbsp;ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;แถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ของจังหวัดตรัง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องลิบง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดตรัง&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;303&nbsp;รายเป็นการติดเชื้อ</strong>ภายในจังหวัด&nbsp;299&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากต่างจังหวัด&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อสะสม&nbsp;4,188&nbsp;ราย&nbsp;ส่งผลให้อัตราผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันเฉลี่ยในรอบสัปดาห์&nbsp;เฉพาะในจังหวัดตรังอยู่ที่ร้อยละ&nbsp;169.86&nbsp;หากรวมที่รับกลับมารักษาด้วยอยู่ที่ร้อยละ&nbsp;174.86&nbsp;วันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อัตราผู้เสียชีวิตสะสม&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยกลับบ้านวันนี้&nbsp;215&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล&nbsp;858&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยสะสม&nbsp;3,306&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;78.94&nbsp;โดยในกลุ่มผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัวในโรงพยาบาลแบ่งเป็นกลุ่มอาการสีเขียวที่ไม่มีอาการหรืออาการน้อย&nbsp;687&nbsp;ราย&nbsp;กลุ่มสีเหลืองอาการปานกลาง&nbsp;157&nbsp;ราย&nbsp;และกลุ่มสีแดง&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มีผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;กระจายอยู่ในทุกอำเภอ&nbsp;</strong>คือ&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;38&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;43&nbsp;รายอำเภอเมืองตรัง&nbsp;29&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;51&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;29&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;20&nbsp;รายและอำเภอหาดสำราญ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>&nbsp;ยังคงพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ศบค.ตรัง&nbsp;จึงขอเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนดำเนินงานตามมาตรการ&nbsp;&nbsp;VUCA&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;พร้อมเน้นย้ำให้ใช้มาตรการป้องกันตัวเองสูงสุดกับทุกคน&nbsp;แม้เป็นคนในครอบครัว&nbsp;นอกจากนี้ผู้เสียชีวิต1รายในวันนี้ยังไม่ได้รับวัคซีน&nbsp;&nbsp;จึงเน้นย้ำประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;19&nbsp;ทั้งเข็มปกติและเข็มกระตุ้นตามกำหนด&nbsp;เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน&nbsp;ลดอาการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307143613191
1033	แขวงทางหลวงชนบทตรัง เร่งดำเนินการซ่อมบำรุงไฟฟ้าแสงสว่างสัญญาณจราจร สาย ตง. 5036 ถนนศรีตรัง  เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทาง	<p><strong>นางสาวชนิดา&nbsp;ฆังคะจิตร&nbsp;รักษาราชการแทนผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทตรัง</strong>&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;แขวงทางหลวงชนบทตรัง&nbsp;เร่งดำเนินการซ่อมบำรุงไฟฟ้าแสงสว่างสัญญาณจราจร&nbsp;สาย&nbsp;ตง.&nbsp;5036&nbsp;ถนนศรีตรัง&nbsp;1&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;(&nbsp;ช่วง&nbsp;กม.ที่&nbsp;1+848&nbsp;)&nbsp;เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทาง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;วัตถุประสงค์ของการติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างบนทางหลวง</strong>&nbsp;คือ&nbsp;&nbsp;ช่วยเพิ่มความสามารถในการขับขี่ในช่วงเวลากลางคืน&nbsp;&nbsp;เพื่อให้การมองเห็นเส้นทางและวัตถุข้างทางที่ถูกต้องในเวลาอันรวดเร็ว&nbsp;&nbsp;ทำให้ผู้ใช้ทางสามารถหลบหลีกหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;&nbsp;และช่วยลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;การออกแบบเพื่อติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างนั้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ผู้ออกแบบจึงจำเป็นต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับสภาพ</strong>การใช้งานจริงของผู้ใช้ทางและการติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างที่ดีและมีประสิทธิภาพนั้น&nbsp;&nbsp;ควรคำนึงถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจ&nbsp;&nbsp;&nbsp;สังคมและความปลอดภัยต่อผู้ใช้ทาง&nbsp;เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเวลากลางคืนและลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้ทางหลวง&nbsp;ลดปัญหาอาชญากรรมและเพิ่มความปลอดภัยต่อผู้ใช้ทางหลวง&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพิ่มความคล่องตัวและการมองเห็นแก่ผู้ใช้ทางหลวง&nbsp;&nbsp;เพราะการมองเห็น&nbsp;ถือเป็นกลไกที่สำคัญอย่างหนึ่งของการรับรู้ทางสายตา&nbsp;&nbsp;&nbsp;ระบบไฟฟ้าแสงสว่างที่ติดตั้งบนทางหลวง&nbsp;&nbsp;ต้องให้ผู้ขับขี่และคนเดินเท้าสามารถมองเห็นกายภาพถนน&nbsp;สภาพข้างทาง&nbsp;ตลอดจนวัตถุอันตรายข้างทางได้อย่างสะดวกและชัดเจน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307143840196
1034	ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ มอบนโยบายขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดกระบี่ ยกระดับและพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน	<p><strong>นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;มอบหมายให้ทุกอำเภอดำเนินการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางภายใต้โครงการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน&nbsp;ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(ศจพ.)จังหวัดกระบี่&nbsp;โดยบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&nbsp;ขับเคลื่อนนโยบายให้บรรลุเป้าหมาย&nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน</strong>&nbsp;ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(ศจพ.)&nbsp;อำเภออ่าวลึก&nbsp;ได้ขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว&nbsp;โดยนายสมยศ&nbsp;ณ&nbsp;นคร&nbsp;นายอำเภออ่าวลึก&nbsp;ร่วมกับพัฒนาการอำเภออ่าวลึกและเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภออ่าวลึก&nbsp;รับมอบพันธุ์ปลาดุกจาก&nbsp;นายดำ&nbsp;ร้านพรุเตียวพันธ์ุปลา&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;ถุงๆละ&nbsp;200&nbsp;ตัว&nbsp;เพื่อนำส่งมอบให้กับผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;นำไปส่งมอบให้กับครัวเรือนเปราะบางในพื้นที่อำเภออ่าวลึก&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ตำบลบ้านกลาง&nbsp;2&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ตำบลแหลมสัก&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ตำบลคลองหิน&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ตำบลอ่าวลึกใต้&nbsp;12&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ตำบลอ่าวลึกใต้&nbsp;5&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ตำบลเขาใหญ่&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การมอบพันธุ์ปลาในครั้งนี้เป็นการบูรณาการความช่วยเหลือ</strong>ในมิติด้านรายได้ให้กับครัวเรือนเพื่อเป็นการลดรายจ่าย&nbsp;เเละเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือนเปราะบางเป็นการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ครัวเรือนเปราะบางได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307144546206
1035	ผู้ว่าแพร่ลงพื้นที่ติดตามการจัดการภัยแล้ง ก่อสร้างฝายดินซีเมนต์ลำน้ำแม่ยม เสริมความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก	<p><strong>นายสมหวัง?&nbsp;พ่วงบางโพ?&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตาม?การก่อสร้างฝายดินซีเมนต์ลำน้ำแม่ยม&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลำน้ำแม่ยมบ้านห้วยหม้าย&nbsp;หมู่ที่?&nbsp;17&nbsp;ตำบลห้วยหม้าย&nbsp;และลำน้ำแม่ยมบ้านหนองเสี้ยว&nbsp;หมู่ที่?&nbsp;4&nbsp;ตำบลหัวเมือง&nbsp;อำเภอสอง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินการตามโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเป็นการรับมือภัยแล้งและการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดแพร่&nbsp;เนื่องจากในพื้นที่จังหวัดแพร่ไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่&nbsp;จึงมีความจำเป็นที่จะต้องบริหารจัดการกักเก็บน้ำในลำน้ำแม่ยมและลำน้ำสาขา&nbsp;เพื่อให้มีน้ำกินน้ำใช้เพียงพอในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;ซึ่งโครงการฝายชะลอน้ำดินซีเมนต์จะสร้างประโยชน์ในการชะลอการไหลของน้ำและยกระดับน้ำให้สูงขึ้น&nbsp;เพียงพอต่อการใช้อุปโภค-บริโภค&nbsp;และน้ำเพื่อการเกษตรของประชาชน&nbsp;</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;</strong>ยังได้ติดตามความก้าวหน้าโครงการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพ&nbsp;หัวงานฝายแม่ยม&nbsp;ณ?&nbsp;โครงการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพหัวงานฝายแม่ยม&nbsp;ตำบลบ้านหนุน&nbsp;อำเภอสอง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีความก้าวหน้าแล้วร้อยละ&nbsp;68&nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนวันสิ้นสุดสัญญาในวันที่&nbsp;24&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;เมื่อแล้วเสร็จจะสามารถเพิ่มพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎรอำเภอสอง&nbsp;อำเภอหนองม่วงไข่&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;อำเภอสูงเม่น&nbsp;อำเภอเด่นชัย&nbsp;ประมาณ&nbsp;196,000&nbsp;ไร่&nbsp;และส่งน้ำช่วยเหลือครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกในเขตชลประทาน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307144247201
1036	โฆษก ศบค.ตรัง เชิญชวนประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด 19 โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว ตั้งเป้าประชาชนชาวจังหวัดตรังจะต้องได้รับวัคซีนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90	<p><strong>นายแพทย์สินชัย&nbsp;รองเดช&nbsp;นายแพทย์เชี่ยวชาญ(ด้านเวชกรรมป้องกัน)</strong>&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง&nbsp;ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สถานการณ์การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;ของจังหวัดตรัง&nbsp;มีผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;509,834&nbsp;ราย&nbsp;จากเป้าหมาย&nbsp;626,581&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;81.37&nbsp;&nbsp;ผู้ได้รับวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;47849&nbsp;ราย&nbsp;จากเป้าหมาย&nbsp;626,581&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;75.15&nbsp;ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;107&nbsp;ราย&nbsp;จากเป้าหมาย&nbsp;626,581&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อย19.81&nbsp;เท่านั้น&nbsp;ซึ่งจังหวัดตรังโดย&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;ได้ตั้งเป้าประชาชนชาวจังหวัดตรังจะต้องได้รับวัคซีนไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;90&nbsp;ของจำนวนประชากร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เนื่องจากผู้เสียชีวิตด้วยโควิด&nbsp;19&nbsp;กว่าร้อยละ&nbsp;95&nbsp;ของจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มีปัจจัยเสี่ยงเป็นผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว&nbsp;จึงขอเน้นย้ำทุกคนป้องกันตัวเองสูงสุดแม้ในครอบครัวและเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;19&nbsp;ทั้งเข็มปกติและเข็มกระตุ้นให้ครบตามเกณฑ์เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน&nbsp;ลดอาการป่วยรุนแรงและเสียชีวิต&nbsp;การฉีดวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;&nbsp;ระดับภูมิคุ้มกันต่อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนไม่สูงมากนัก&nbsp;แต่ยังสามารถป้องกันอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้&nbsp;ส่วนการฉีดเข็มกระตุ้นหรือเข็ม&nbsp;3&nbsp;ค่าภูมิคุ้มกันจะสูงขึ้นอย่างมาก&nbsp;ช่วยลดการติดเชื้อ&nbsp;แพร่เชื้อ&nbsp;และลดเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้มากขึ้น&nbsp;จังหวัดตรังจึงขอเชิญชวนผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ให้ลงทะเบียนรับวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;ตามที่กำหนดด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307144035199
1037	แขวงทางหลวงชนบทตรัง ประชุมผู้บริหารประจำเดือนมีนาคม 2565 เพื่อติดตามผลการเบิกจ่าย สถานภาพจัดซื้อจัดจ้าง งบประมาณปี พ.ศ. 2565 และปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ  เพื่อให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;นายอภิรัฐ&nbsp;ไชยวงศ์น้อย</strong>&nbsp;อธิบดีกรมทางหลวงชนบท&nbsp;เป็นประธานในการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกรมทางหลวงชนบทประจำเดือนมีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายไกวัลย์&nbsp;โรจนานุกูล&nbsp;นายผดุงศักดิ์&nbsp;สรุจิกำจรวัฒนะ&nbsp;นายสมชาย&nbsp;ลีลาประภาภรณ์&nbsp;รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท&nbsp;และผู้อำนวยการสำนักส่วนกลาง&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมธารสิทธิ์พงษ์&nbsp;กรมทางหลวงชนบท&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;รวมถึงผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบทที่&nbsp;1-18&nbsp;ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบททั่วประเทศ&nbsp;เข้าร่วมประชุมผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;(โปรแกรม&nbsp;Zoom)&nbsp;สำหรับการประชุมในครั้งนี้&nbsp;อธิบดีฯ&nbsp;ได้ติดตามผลการเบิกจ่าย<strong>&nbsp;</strong>สถานภาพจัดซื้อจัดจ้าง&nbsp;งบประมาณปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ของสำนักงานทางหลวงชนบท&nbsp;และแขวงทางหลวงชนบท&nbsp;พร้อมทั้งติดตาม&nbsp;ปัญหาอุปสรรค&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมทางหลวงชนบท&nbsp;ได้สั่งการให้เตรียมความพร้อม</strong>การลงพื้นที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมการตรวจราชการจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ในวันที่&nbsp;12&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;และโครงการก่อสร้างสะพานข้ามเกาะลันตา&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;ในวันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวชนิดา&nbsp;ฆังคะจิตร&nbsp;ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทภูเก็ต&nbsp;รักษาราชการแทนผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทตรัง&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมแขวงทางหลวงชนบทตรัง&nbsp;ชั้น&nbsp;2</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307144350202
1038	ม.นครพนมMOUหัวเว่ย เทคโนโลยี่ เพิ่มทักษะด้านไอทีแก่นักศึกษาและบุคลากร มุ่งสู่การเป็นSMART University	<p><strong>ที่จังหวัดนครพนม&nbsp;ดร.พรหมสวัสดิ์&nbsp;ทิพย์คงคา</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม&nbsp;และ&nbsp;Mr.&nbsp;Justin&nbsp;Fan&nbsp;รองประธานอาวุโส&nbsp;ฝ่ายโซลูชั่นและการตลาด&nbsp;กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์&nbsp;บริษัท&nbsp;หัวเว่ย&nbsp;เทคโนโลยี่&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของนักศึกษาและบุคลากรมหาวิทยาลัยนครพนม&nbsp;นำไปสู่ห้องเรียนอัจฉริยะและโซลูชั่น&nbsp;เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้น&nbsp;โดยมีศาสตราจารย์&nbsp;ดร.นายแพทย์กระแส&nbsp;ชนะวงศ์&nbsp;นายกสภามหาวิทยาลัยนครพนม&nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยาน&nbsp;พร้อมทั้งคณะผู้บริหารของทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมพิธี&nbsp;ณ&nbsp;ห้องแก้วเจ้าจอม&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;อาคารคณะวิทยาการจัดการและเทคโนโลยีสารสนเทศ&nbsp;มหาวิทยาลัยนครพนม&nbsp;ตำบลนาราชควาย&nbsp;อำเภอเมืองนครพนม</p><p><strong>ดร.พรหมสวัสดิ์&nbsp;ทิพย์คงคา&nbsp;รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มหาวิทยาลัยนครพนม&nbsp;มีนโยบายการพัฒนาสู่การเป็น&nbsp;SMART&nbsp;University&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายจังหวัดนครพนมที่จะเป็น&nbsp;SMART&nbsp;CITY&nbsp;ดังนั้นการร่วมมือในครั้งนี้&nbsp;นับเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มทักษะด้านไอทีแก่นักศึกษาและบุคลากร&nbsp;ได้บูรณาการนวัตกรรมสมัยใหม่&nbsp;ให้พร้อมสำหรับการปรับสู่โลกอนาคต&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;การพัฒนาห้องเรียนอัจฉริยะ&nbsp;การเก็บข้อมูลด้วยคลาวด์&nbsp;การสร้าง&nbsp;Big&nbsp;Data&nbsp;และปัญญาประดิษฐ์&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะช่วยกันผลักดันและสร้างแนวคิดการมีโซลูชั่นต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน&nbsp;ภายใต้&nbsp;MOU&nbsp;ฉบับนี้มีขอบเขตระยะเวลา&nbsp;1&nbsp;ปีในการทำงานร่วมกัน&nbsp;โดยจะมีการพัฒนาบุคลากรและนักศึกษาด้านไอที&nbsp;ส่งเสริมการฝึกงาน&nbsp;และต่อยอดการทำงานระหว่าง&nbsp;2&nbsp;สถาบันในอนาคตต่อไป</p><p><strong>นายวรวิทย์&nbsp;จำปาไชยศรี&nbsp;รองประธานอาวุโส</strong>&nbsp;ฝ่ายอุตสาหกรรมการศึกษาและการแพทย์&nbsp;กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์&nbsp;บริษัท&nbsp;หัวเว่ย&nbsp;เทคโนโลยี่&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจับมือกับมหาวิทยาลัยนครพนมในครั้งนี้&nbsp;ทาง&nbsp;บริษัทหัวเว่ย&nbsp;จะเข้ามาช่วยยกระดับสมรรถนะด้านไอที&nbsp;โดยการอบรมนักศึกษาและบุคลากร&nbsp;ติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพด้านโครงข่ายระหว่างหน่วยงานของมหาวิทยาลัย&nbsp;และสนับสนุนการเรียนรู้ให้ก้าวกระโดดในโลกดิจิทัลให้ล้ำสมัยมากขึ้น</p><p><strong>Mr.&nbsp;Justin&nbsp;Fan&nbsp;รองประธานอาวุโส</strong>&nbsp;ฝ่ายโซลูชั่นและการตลาด&nbsp;กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์&nbsp;บริษัท&nbsp;หัวเว่ย&nbsp;เทคโนโลยี่&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยนครพนมที่ให้บริษัทหัวเว่ยเข้ามาร่วมพัฒนามหาวิทยาลัยให้มีความทันสมัยโดยนำระบบเทคโนโลยีใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;เข้ามาช่วยสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนให้ก้าวทันยุคดิจิทัลที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว</p><p><strong>ภายในงานได้มีการบรรยายเรื่อง</strong>&nbsp;เทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่กับสถาบันการศึกษา&nbsp;โดยนายอรรคเดช&nbsp;พิมพา&nbsp;senior&nbsp;account&nbsp;representative&nbsp;พร้อมทั้งจัดนิทรรศการแสดงผลงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ&nbsp;และนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์&nbsp;จากบริษัท&nbsp;หัวเว่ย&nbsp;เทคโนโลยี่&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;และคณะ/วิทยาลัยของมหาวิทยาลัยนครพนม&nbsp;ได้แก่&nbsp;คณะวิทยาการจัดการและเทคโนโลยีสารสนเทศ&nbsp;วิทยาลัยธาตุพนม&nbsp;วิทยาลัยนาหว้า&nbsp;วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมศรีสงคราม&nbsp;คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม&nbsp;และคณะครุศาสตร์</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307143925197
1039	จังหวัดตรัง  ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงการติดเชื้อส่วนใหญ่ยังมาจากการสัมผัสใกล้ชิดในชุมชน	<p><strong>นายแพทย์สินชัย&nbsp;รองเดช&nbsp;นายแพทย์เชี่ยวชาญ(ด้านเวชกรรมป้องกัน)</strong>&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง&nbsp;ในฐานะ&nbsp;โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ของจังหวัดตรัง&nbsp;หากแยกจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;ตามสาเหตุการสัมผัส&nbsp;พบว่า&nbsp;เป็นการสัมผัสในชุมชนมากถึงร้อยละ&nbsp;61.72&nbsp;รองลงมาคือ&nbsp;การสัมผัสร่วมบ้านร้อยละ&nbsp;21.12&nbsp;จากการพูดคุยกันโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ร้อยละ&nbsp;13.86&nbsp;สัมผัสในที่ทำงานร้อยละ&nbsp;3.30&nbsp;จะเห็นได้ว่า&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงการติดเชื้อส่วนใหญ่ยังมาจากการสัมผัสใกล้ชิดในชุมชน&nbsp;ในครอบครัวคนรู้จักกัน&nbsp;และการพูดคุยกันโดยไม่สวมหน้ากากเป็นเวลานาน&nbsp;จึงขอให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;วันนี้พบผลบวก&nbsp;303&nbsp;ราย&nbsp;จากการ339&nbsp;ราย</strong>&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;89.38/&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;928&nbsp;ราย&nbsp;พบผลเป็นบวก&nbsp;519&nbsp;รายคิดเป็นร้อยละ&nbsp;55.93&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อจากการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;และ&nbsp;ATK&nbsp;วันนี้&nbsp;822&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;1,267&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;64.87&nbsp;ขณะที่การตรวจหาเชื้อแยกตามความเสี่ยงและการสัมผัสในกลุ่มผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเสี่ยงต่ำ&nbsp;เรือนจำแรกรับ&nbsp;การตรวจเชิงรุก&nbsp;ตรวจแรงงานต่างด้าวเข้าเกณฑ์&nbsp;PUI&nbsp;การตรวจก่อนผ่าตัดและอื่นๆ&nbsp;รวม&nbsp;404&nbsp;ราย&nbsp;จะต้องรอผลตรวจในวันพรุ่งนี้&nbsp;(8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307144449204
1040	กระทรวงวัฒนธรรมนำร่องคัดเลือก 30 บทเพลงทรงคุณค่าสร้างความรัก สามัคคีคนในชาติมาปรับปรุงหวังเข้าถึงเยาวชนรุ่นใหม่	<p><strong>นางยุพา&nbsp;ทวีวัฒนะกิจบวร&nbsp;ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากการประชุมคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ&nbsp;ซึ่งมีนายวิษณุ&nbsp;เครืองาม&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานผ่านระบบออนไลน์ได้รายงานผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการจัดทำบทเพลงส่งเสริมสังคมไทยตามที่รัฐบาลมอบหมายให้คัดเลือกเพลงที่มีความหมายรณรงค์ให้เกิดความรัก&nbsp;ความสามัคคีและความรักชาตินำมาปรับปรุงเพื่อให้เข้าถึงเยาวชนรุ่นใหม่&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุดได้พิจารณาบทเพลงไทยที่ทรงคุณค่านำกลับคืนมาใน&nbsp;3&nbsp;รูปแบบ</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;การอนุรักษ์เชิดชูครูเพลง&nbsp;&nbsp;ปรับปรุงพัฒนาเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย&nbsp;&nbsp;และการจัดประกวดเพื่อเปิดเวทีให้เด็ก&nbsp;เยาวชน&nbsp;และประชาชนที่สนใจได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์นำเพลงเก่ามาใส่ทำนองใหม่&nbsp;</p><p>สำหรับการนำเพลงกลับมาทำใหม่อาจจะทำในลักษณะการร่วมกับครูเพลง&nbsp;&nbsp;ศิลปินแห่งชาติ&nbsp;และศิลปินรุ่นใหม่ใส่ทำนองเพลงใหม่ประกอบมิวสิควีดีโอถือเป็นการรวบรวมบทเพลงอันทรงคุณค่าของไทย&nbsp;บันทึกเป็นประวัติศาสตร์ชาติ&nbsp;ถือเป็นการเชิดชูครูเพลงในอดีตที่สร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่าฝากไว้ในแผ่นดิน&nbsp;เบื้องต้นอยู่ระหว่างการพิจารณา&nbsp;นำร่องคัดเลือกคัดเลือก&nbsp;30&nbsp;บทเพลงแรกนำกลับมาในรูปแบบใหม่เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย&nbsp;&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307150830227
1041	สร้างฝายชะลอน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นผืนป่าห้วยมะเขือน้ำ	<p><strong>ทหารพราน&nbsp;ฉก.ทพ.36ร่วมกับราษฏรบ้านหัวเงาสร้างฝายชะลอน้ำอำเภอขุนยวม&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong></p><p><br></p><p><strong>พันตรี&nbsp;ธเนศ&nbsp;กันทา&nbsp;ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่&nbsp;3606&nbsp;</strong>หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;36&nbsp;จัดกำลังพลร่วมกิจกรรม&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กำลังพลทหารพราน&nbsp;ฉก.ทพ.36&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;เขตรักษาพันธุ์?สัตว์ป่า?ป่าดอยเวียงหล้า,&nbsp;ผู้?นำชุมชนและราษฎรบ้านหัวเงา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลแม่เงา&nbsp;อำเภอขุน?ยว?ม?&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ร่วมกันสร้างฝายชะลอน้ำขนาดเล็กบริเวณห้วยมะเขือน้ำ?&nbsp;เพื่อเก็บกักน้ำไว้อุปโภค-บริโภคช่วงภัยแล้ง&nbsp;และเป็นการสร้างป่าเปียกเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผืนป่า&nbsp;เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคเหนือ	เชียงราย	สวท.เชียงราย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307145042214
1042	มูลนิธิราชประชานุเคราะห์มอบสิ่งของพระราชทานช่วยอัคคีภัย อำเภอวังสามหมอ	<p><strong>นายจำรัส&nbsp;กังน้อย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี</strong>&nbsp;/รองประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ประจำจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็นประธานพิธีมอบถุงยังชีพพระราชทาน&nbsp;มูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;แก่นางสาวณัฐนี&nbsp;สุวรรณไชยรบ&nbsp;ราษฎรบ้านเลขที่&nbsp;150&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลผาสุก&nbsp;อำเภอวังสามหมอ&nbsp;ซึ่งประสบอัคคีภัยบ้านพักอาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลัง&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;ยังความปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนางจริญญา&nbsp;กังน้อย&nbsp;รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี</strong>&nbsp;นายวิมล&nbsp;สุระเสน&nbsp;นายอำเภอวังสามหมอ&nbsp;นายธีระภัทร์&nbsp;ผิวสวัสธ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ผู้แทนผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวังสามหมอ&nbsp;ผู้แทนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ร่วมพิธี&nbsp;และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307145424217
1043	พายุฤดูร้อนพัดถล่ม อ.จัตุรัส พบบ้านเรือนเสียหายจำนวนมาก	<p><strong>นายวรศิษย์&nbsp;พุฒจีบ&nbsp;นายอำเภอจัตุรัส</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;6&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ได้เกิดเหตุฝนตกและมีลมกรรโชกแรงเนื่องจากพายุฤดูร้อนทำให้เกิดเหตุวาตภัย&nbsp;ขึ้นในพื้นที่เกิดภัยได้แก่&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;หมู่&nbsp;11&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ต.หนองบัวโคก&nbsp;อ.จัตุรัส&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;และภัยดังกล่าวยุติลงเมื่อเวลาประมาณ&nbsp;19.30&nbsp;ของวันเดียวกัน&nbsp;เป็นเหตุให้บ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหาย&nbsp;ดังนี้</p><p>1.ประชาชนได้รับความเดือดร้อน&nbsp;7&nbsp;ครอบครัว</p><p>2.บ้านเรือนเสียหาย&nbsp;(บางส่วน)&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;หลัง</p><p>3.ยุ้งฉางเสียหาย&nbsp;(บางส่วน)&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;หลัง</p><p>4.ไม่มีผู้ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;อำเภอจัตุรัสได้แจ้งประสานให้องค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวโคก</strong>&nbsp;ร่วมกับกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ดำเนินการสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผู้ที่ประสบภัยดังกล่าวแล้ว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307144901212
1044	จ.สกลนคร ผรท.อีสานเฮ กรรมาธิการติดตามงบประมาณสภาผู้แทนราษฎรรับเรื่องร้องเรียน เร่งติดตามการจ่ายเงินชดเชย	<p><strong>จังหวัดสกลนคร&nbsp;กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย</strong>&nbsp;ภาคอีสาน&nbsp;ยื่นหนังสือเรียกร้องต่อรัฐบาล&nbsp;เรื่องการจ่ายเงินช่วยเหลือจากภาครัฐ&nbsp;ที่มีปัญหาติดขัดมาอย่างยาวนาน&nbsp;ย้ำรัฐบาลได้รับข้อมูลคลาดเคลื่อนไม่ตรงกับข้อเท็จจริง</p><p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมเทสรังสี</strong>&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;อาคารศาลางกลางสกลนคร&nbsp;(หลังเก่า)&nbsp;นายสุรทิน&nbsp;พิจารณ์&nbsp;ส.ส.พรรคประชาธิปไตยใหม่&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ดร.นิยม&nbsp;เวชกามา&nbsp;ส.ส.สกลนคร&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;พรรคเพื่อไทย&nbsp;ในฐานะกรรมาธิการติดตามงบประมาณสภาผู้แทนราษฎรและคณะ&nbsp;นายวีระ&nbsp;ฤกษ์วาณิชย์กุลปลัดจังหวัดสกลนคร&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมรับฟังปัญหาการจ่ายเงินจากภาครัฐให้กับกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย&nbsp;ภาคอีสาน&nbsp;หรือ&nbsp;ผรท.&nbsp;ที่มีปัญหาติดขัดมาอย่างยาวนาน&nbsp;ตามที่รัฐบาลให้การช่วยเหลือเงินทุนประกอบอาชีพผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย&nbsp;ทุกครั้งที่ผ่านมารัฐบาลให้เหตุผลว่าได้ให้การช่วยเหลือครบถ้วนครอบคลุมแล้ว&nbsp;ซึ่งเป็นการเข้าใจผิด&nbsp;รัฐบาลได้รับข้อมูลคลาดเคลื่อนไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เป็นอยู่&nbsp;ปัญหาดังกล่าวจึงเรื้อรังมาเป็นเวลายาวนานจนมีการเรียกร้องมาถึงปัจจุบัน</p><p><strong>นายสมาน&nbsp;ขันตี&nbsp;ประธานกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยภาคอีสาน</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การช่วยเหลือเงินทุนประกอบอาชีพที่ผ่านมา&nbsp;ด้วยเงื่อนไขที่ใช้บังคับหรือกำหนดเวลาที่เตรียมการไม่ทัน&nbsp;ดังนั้นเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยเป็นไปตามพันธะสัญญา&nbsp;และสอดคล้องกับความเป็นจริง&nbsp;จึงขอความอนุเคราะห์จากรัฐบาลได้โปรดพิจารณา&nbsp;แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;ให้การช่วยเหลือผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยอีกครั้ง&nbsp;ปัญหาจะได้จบไปอย่างสิ้นเชิง&nbsp;และพวกเราจะยุติการเรียกร้องต่อรัฐบาล</p><p><strong>นายสุรทิน&nbsp;พิจารณ์&nbsp;ส.ส.พรรคประชาธิปไตยใหม่</strong>&nbsp;ภายหลังได้รับการยื่นหนังสือ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้ตนลงพื้นที่&nbsp;จ.สกลนคร&nbsp;เพื่อพบปะกับพี่น้องผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย&nbsp;ปัญหานี้ตนเคยติดตามแก้ไขปัญหามาแล้วในระยะหนึ่งในหลายรัฐบาล&nbsp;แต่เห็นว่างบประมาณของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยนั้นมีพร้อมที่จะดำเนินการแล้ว&nbsp;แต่มาติดปัญหาโควิด-19&nbsp;เสียก่อน&nbsp;รัฐบาลจึงโยกย้ายไปใช้ในสถานการณ์ที่จำเป็นก่อน&nbsp;อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้ตนจะดำเนินการอีกครั้งโดยนำเรื่องเข้าไปกะทู้ทวงถามในคณะกรรมาธิการและในสภาเพื่อรีบเร่งช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307145157215
1045	จังหวัดตรัง ร่วมประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน เพื่อเร่งรัดดำเนินการหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของสมัชชาคนจนให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ร่วมประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล&nbsp;(Video&nbsp;Conference)&nbsp;โดยมี&nbsp;พลเอกประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานฯ&nbsp;สำหรับจังหวัดตรัง&nbsp;มีประเด็นปัญหาการตัดโค่นต้นยางพาราเพื่อปลูกใหม่ในเขตอุทยานแห่งชาติ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตรัง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มีข้อพิจารณาให้คณะทำงานตรวจสอบและตัดโค่นต้นยางพาราเพื่อปลูกใหม่</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;คณะในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;และจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ซึ่งมีคณะทำงานบางคณะที่ได้มีการประชุมและมีมติเห็นชอบให้สามารถตัดโค่นต้นยางพาราที่หมดสภาพได้แล้ว&nbsp;หากแต่ติดขัดปัญหาด้านกฎหมายลำดับรองตามมาตรา&nbsp;64&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการกรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;&nbsp;สัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ส่งผลให้ราษฎรไม่สามารถตัดโค่นต้นยางพาราตามมติที่ประชุมคณะทำงานได้&nbsp;จึงได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการประสานงานและเร่งรัดติดตามการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน&nbsp;ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ประสานงานกับสมัชชาคนจน&nbsp;เพื่อเร่งรัดดำเนินการหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของสมัชชาคนจนให้ได้ข้อยุติโดยเร็วต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307150304221
1046	จังหวัดสกลนคร เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ช่วยเหลือคนไทย ถูกจำหน่ายชื่อ ไม่ได้ทำบัตรประจำตัวประชาชน	<p><strong>จังหวัดสกลนคร&nbsp;โดยนายอำเภอบ้านม่วง</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง&nbsp;กรณีชายไทยถูกจำหน่ายชื่อ&nbsp;ไม่ได้ทำบัตรประจำตัวประชาชน&nbsp;เบื้องต้นทราบว่า&nbsp;ปัจจุบันชายคนดังกล่าวมีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ซึ่งอำเภอบ้านม่วง&nbsp;จะรวบรวมหลักฐาน&nbsp;เพื่อส่งไปเพิ่มชื่อเพื่อขอทำบัตรฯ&nbsp;เป็นการลดภาระประชาชน&nbsp;ที่มีความเป็นอยู่ยากลำบาก</p><p><strong>นายคเณศวร&nbsp;เกษอินทร์&nbsp;นายอำเภอบ้านม่วง</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ปลัดอำเภอบ้านม่วง&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านวังน้ำขาว&nbsp;ตำบลดงหม้อทองใต้&nbsp;ร่วมเดินทางเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง&nbsp;กรณีที่ปรากฎข่าวสารทางสื่อมวลชนว่า&nbsp;มีชายไทยอายุ&nbsp;51&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งเดิมมีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอบ้านม่วง&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่อำเภอวาริชภูมิ&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;และยังไม่สามารถถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนได้&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายรับราชการทหาร&nbsp;เวลาล่วงเลยมาเป็นระยะเวลายาวนาน&nbsp;จนกระทั่ง&nbsp;สำนักทะเบียนที่มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนจำหน่ายรายการออกจากทะเบียนบ้าน&nbsp;สำหรับวันนี้&nbsp;มารดา&nbsp;และ&nbsp;พี่ชายของผู้ถูกจำหน่ายชื่อ&nbsp;ได้ยืนยันข้อเท็จจริงว่า&nbsp;ผู้ถูกจำหน่ายชื่อมีตัวตนอยู่จริง&nbsp;และ&nbsp;ยังคงเดินทางมาเยี่ยมครอบครัวอยู่บ้างเป็นระยะ&nbsp;นายอำเภอบ้านม่วง&nbsp;จึงได้มอบหมายให้&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;กลุ่มงานทะเบียนและบัตร&nbsp;เข้าสอบสวน&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;แก้ไขปัญหาตามอำนาจหน้าที่&nbsp;ให้ดีที่สุด&nbsp;โดยชี้แจงทำความเข้าใจขั้นตอนดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อช่วยเหลือ&nbsp;อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มีความเป็นอยู่ยากลำบาก&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;หลังจากที่นายคเณศวร</strong>&nbsp;เกษอินทร์&nbsp;นายอำเภอบ้านม่วงคนใหม่&nbsp;เดินทางเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ได้รับทราบข่าวสารผ่านสื่อมวลชน&nbsp;ว่ามีคนไทยไม่สามารถจัดทำบัตรประชาชนได้&nbsp;เดิมเป็นคนเคยอยู่ที่อำเภอบ้านม่วง&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;จึงได้แจ้งให้&nbsp;กลุ่มงานทะเบียนและบัตร&nbsp;อำเภอบ้านม่วง&nbsp;ตรวจสอบข้อเท็จจริง&nbsp;และ&nbsp;พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ต่อมา&nbsp;กลุ่มงานทะเบียนและบัตร&nbsp;ได้รายงานให้ทราบว่า&nbsp;บุคคลดังกล่าว&nbsp;ได้ย้ายทะเบียนราษฎร&nbsp;ไปที่จังหวัดนครราชสีมาและ&nbsp;สำนักทะเบียนที่บุคคลดังกล่าวมีชื่อในทะเบียนราษฎร&nbsp;ซึ่งอำเภอบ้านม่วง&nbsp;จะรวบรวมหลักฐาน&nbsp;ส่งไปเพิ่มชื่อเพื่อขอทำบัตรฯ&nbsp;เป็นการอำนวยความสะดวก&nbsp;ลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307150431224
1047	พช.ชัยภูมิ เตรียมความพร้อมจัดจำหน่ายสินค้าและของดีจังหวัดชัยภูมิ ใน เทศกาลชมทุ่งบัวแดงบึงละหาน จังหวัดชัยภูมิ	<p><strong>นางกชพร&nbsp;ปริปุณนัง&nbsp;พัฒนาการจังหวัดชัยภูมิ</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางสาวพุทธิมาลย์&nbsp;เชียรพิมาย&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน&nbsp;พร้อมด้วยนักวิชาการพัฒนาชุมชน&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ประชุมเตรียมความพร้อมการจัดจำหน่ายสินค้าและของดีจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;เทศกาลชมทุ่งบัวแดงบึงละหาน&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอจัตุรัส&nbsp;และผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;คณะกรรมการชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;OTOP&nbsp;นวัตวิถีบ้านมะเกลือ&nbsp;ม.13&nbsp;ต.บ้านกอก&nbsp;อ.จัตุรัส&nbsp;จ.ชัยภูมิ</p><p><strong>โดยการประชุมครั้งนี้</strong>&nbsp;ได้มีการ&nbsp;ทบทวนการดำเนินงานกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีในชุมชน&nbsp;ขั้นตอนการคัดเลือกสินค้า&nbsp;ผลิตภัณฑ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยว&nbsp;กำหนดแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้ได้มาตรฐาน&nbsp;ตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยว&nbsp;และเตรียมความพร้อมในการผลิตสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เพียงพอ&nbsp;และพร้อมจำหน่าย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307150317222
1048	ยะลา ร่วมยินดี ส่งนางพาตีเมาะ สะดียามู รอง ผวจ.ยะลา เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ จ.นราธิวาส	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;)ที่บ้านพักรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ของจังหวัดยะลา&nbsp;ได้เดินทางไปร่วมแสดงความยินดีกับนางพาตีเมาะ&nbsp;สะดียามู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;อย่างอบอุ่น&nbsp;และเป็นกันเอง&nbsp;ก่อนที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ราชการเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;นางพาตีเมาะ&nbsp;สะดียามู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;เข้ามาดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ในวันที่&nbsp;9&nbsp;ต.ค.&nbsp;63&nbsp;จนถึงวันนี้&nbsp;ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้มีบทบาทการทำงานสำคัญที่&nbsp;เข้าถึงประชาชนในพื้นที่&nbsp;ในบริบทผู้หญิงด้วยกันและมีความเข้าใจได้ดี&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้หญิง&nbsp;เด็ก&nbsp;โดยมีอ่อนโยน&nbsp;อ่อนหนุ่ม&nbsp;เป็นความสวยงาม&nbsp;และเป็นไปด้วยความสร้างสรรค์&nbsp;จนเป็นที่ยังเป็นขวัญใจของพี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;และจังหวัดใกล้เคียง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การร่วมแสดงความยินดีรองผู้ว่าราชการยะลา</strong>&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;ดำเนินการภายใต้มาตรการวิถีใหม่ป้องกันโควิด-19&nbsp;ผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;ตรวจวัดไข้&nbsp;และล้างมือทุกคน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307150337223
1049	ผวจ.แพร่ รับมอบประกาศเกียรติคุณผู้สนับสนุน และอุปถัมภ์โรงเรียนพุทธโกศัยวิทยา	<p><strong>บ่ายวันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ศาลาพุทธสถาน&nbsp;วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร&nbsp;ตำบลในเวียง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;</strong>นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;พร้อมด้วยนางวันทนา&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแพร่&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติในพิธีปัจฉิมนิเทศสามเณรนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;6&nbsp;และรับมอบประกาศเกียรติคุณผู้สนับสนุนและอุปถัมภ์&nbsp;โรงเรียนพุทธโกศัยวิทยา&nbsp;โรงเรียนต้นแบบในโครงการตามพระราชดำริ&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>#ฉัตรชัย&nbsp;พวงขจร/ข่าว/สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307150952229
1050	รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ร่วมประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน  เพื่อเร่งรัดดำเนินการหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของสมัชชาคนจนให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว	<p><strong>นายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ร่วมประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล&nbsp;(Video&nbsp;Conference)&nbsp;โดยมี&nbsp;พลเอกประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานฯ&nbsp;สำหรับจังหวัดตรัง&nbsp;มีประเด็นปัญหาการตัดโค่นต้นยางพาราเพื่อปลูกใหม่ในเขตอุทยานแห่งชาติ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มีข้อพิจารณาให้คณะทำงานตรวจสอบและตัดโค่นต้นยางพารา</strong>เพื่อปลูกใหม่จำนวน&nbsp;10&nbsp;คณะในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;จังหวัดพัทลุงและจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ซึ่งมีคณะทำงานบางคณะที่ได้มีการประชุมและมีมติเห็นชอบให้สามารถตัดโค่นต้นยางพาราที่หมดสภาพได้แล้วหากแต่ติดขัดปัญหาด้านกฎหมายลำดับรองตามมาตรา&nbsp;64&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการกรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ส่งผลให้ราษฎรไม่สามารถตัดโค่นต้นยางพาราตามมติที่ประชุมคณะทำงานได้&nbsp;</p><p><strong>จึงได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการประสานงาน</strong>และเร่งรัดติดตามการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจนร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ประสานงานกับสมัชชาคนจนเพื่อเร่งรัดดำเนินการหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของสมัชชาคนจนให้ได้ข้อยุติโดยเร็วต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307150619225
1051	จัดหางานจังหวัดตรัง ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามนายจ้างที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ SMEs จังหวัดตรัง ในพื้นที่อำเภอเมืองตรัง	"<p><strong>นางตรีนุช&nbsp;เกยุรินทร์&nbsp;จัดหางานจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายชัยทัต&nbsp;ณ&nbsp;นคร&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;นักวิชาการแรงงานชำนาญการ&nbsp;และนายวิทยา&nbsp;จำปา&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;นักวิชาการแรงงาน&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามนายจ้างที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ&nbsp;SMEs&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน&nbsp;ตามคำสั่งคณะทำงานบริหารจัดการและทบทวนสิทธิโครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ&nbsp;SMEs&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อตรวจสอบนิติสัมพันธ์ความเป็นนายจ้างและลูกจ้าง&nbsp;สภาพการทำงานและรับฟังความคิดเห็นจากนายจ้าง</p><p><strong>&nbsp;สำหรับโครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ&nbsp;SMEs</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;""ส่งเสริมการจ้างงาน&nbsp;SME""&nbsp;&nbsp;รัฐบาลได้แบ่งเบาภาระนายจ้างด้วยการช่วยจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างรายละ&nbsp;3,000&nbsp;บาทต่อคนต่อเดือน&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;เพื่อช่วยป้องกันปัญหาการเลิกจ้าง&nbsp;(ลูกจ้างตกงาน)&nbsp;&nbsp;ซึ่งรัฐบาลได้ขยายเวลาการลงทะเบียน&nbsp;""โครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ&nbsp;SMEs""&nbsp;รอบที่&nbsp;2&nbsp;หรือ&nbsp;""ส่งเสริมการจ้างงาน&nbsp;SME""&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;23&nbsp;พ.ย.64-วันที่&nbsp;20&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;โดยนายจ้างที่ลงทะเบียนรอบใหม่นี้&nbsp;จะได้รับเงินอุดหนุนตามจำนวนลูกจ้างสัญชาติไทย&nbsp;คนละ&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;สูงสุด&nbsp;200&nbsp;คนเป็นเวลา&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;(ธ.ค.64-&nbsp;ม.ค.65)</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307150713226
1052	กระบี่ ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ แถลงข่าวการจับกุมขยายผล เครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ของกลางยาบ้ากว่า 4 แสนเม็ด	<p><strong>นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;มอบหมาย&nbsp;นายอนุวรรตน์&nbsp;โหมดพริ้งรองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;ให้เป็นประธานการแถลงข่าวการปราบปรามยาเสพติด</p><p>&nbsp;ที่กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่&nbsp;พลตำรวจตรี&nbsp;ศักย์ศิรา&nbsp;เผือกอ่ำ&nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&nbsp;8&nbsp;และพลตำรวจตรี&nbsp;ชัยวัฒน์&nbsp;อุ้ยคำ&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่&nbsp;นายสวาท&nbsp;หึงษาชู&nbsp;นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ&nbsp;สำนักงานปราบปรามยาเสพติดภาค&nbsp;8&nbsp;ร่วมแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายขบวนการแก๊งค้ายาเสพติดรายสำคัญและรายใหญ่ในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;ยึดยาบ้ารวม&nbsp;428,387&nbsp;เม็ด&nbsp;อาวุธปืน&nbsp;2&nbsp;กระบอก&nbsp;รถยนต์&nbsp;2&nbsp;คันว่า</p><p><strong>จากการสืบทราบของพันตำรวจเอก&nbsp;สมศักดิ์&nbsp;ทองเกลี้ยง&nbsp;</strong>ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่&nbsp;ชุดปราบปรามยาเสพติดสถานีตำรวจภูธรอำเภอลำทับ&nbsp;สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค&nbsp;8&nbsp;และฝ่ายปกครองจังหวัดกระบี่&nbsp;ว่าในพื้นที่&nbsp;อำเภอลำทับ&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;มีเครือข่ายขบวนการแก๊งค้ายาเสพติดรายสำคัญและรายใหญ่&nbsp;ที่เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดหลายหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดกระบี่&nbsp;เฝ้าติดตามจับกุมแต่สามารถหลบหนีรอดไปได้ทุกครั้ง&nbsp;จนกระทั้งติดตามจับกุมได้ทั้งหมดมี&nbsp;</p><p>นายสมมาตร&nbsp;อายุ&nbsp;25&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;9&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านทรายขาว&nbsp;ตำบลลำทับ&nbsp;อำเภอลำทับ&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;</p><p>นายอรัญ&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;9&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลเพหลา&nbsp;อำเภอคลองท่อม&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;</p><p>นายชัยรัตน์&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;26&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;116&nbsp;ตำบลหัวหิน&nbsp;อำเภอหัวหิน&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;</p><p><strong>ยึดของกลางบาบ้า&nbsp;9,585&nbsp;เม็ด&nbsp;รถยนต์เก๋งทะเบียน&nbsp;ขก9973</strong>&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ซึ่งจับกุมได้ที่บ้านนายสมมาตร&nbsp;&nbsp;จึงได้ขยายผลจับหัวหน้าแก๊งเพิ่มอีก&nbsp;2&nbsp;คนคือนายมนตรี&nbsp;หรือตรี&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;28&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;81&nbsp;/&nbsp;1&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;บ้านย่านอุดม&nbsp;ตำบลลำทับ&nbsp;นายสุจินต์&nbsp;หรือเล็ก&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;31&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;131&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;บ้านควนยาว&nbsp;ตำบลดินแดง&nbsp;ทั้งสองคนเป็นชาวอำเภอลำทับ&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;พร้อมของกลางยาบ้า&nbsp;418,802&nbsp;เม็ด&nbsp;อาวุธปืนพกสั้นขนาดจุด&nbsp;357&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;กระบอก&nbsp;กระสุน&nbsp;26&nbsp;นัด&nbsp;อาวุธปืนขนาดจุด&nbsp;38&nbsp;ซุปเปอร์&nbsp;1&nbsp;กระบอก&nbsp;กระสุน&nbsp;28&nbsp;นัด&nbsp;รถยนต์กระบะทะเบียน&nbsp;บจ&nbsp;5738&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;จับกุมได้ที่ลานจอดรถปั๊มน้ำมันการปิโตเลียมแห่งประเทศไทยสาขาเหนือคลอง&nbsp;ตำบลเหนือคลอง&nbsp;อำเภอเหนือคลอง&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;</p><p><strong>ต่อเนื่องบ้านนายมนตรี&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา&nbsp;</strong>ร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;1&nbsp;ยาบ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต&nbsp;และมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครอง&nbsp;พาอาวุธปืนไปในเมือง&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต&nbsp;</p><p><strong>พฤติการณ์ของบุคคลทั้ง&nbsp;5&nbsp;ซึ่งสามคนแรกถูกจับกุมได้ให้ความร่วมมือ</strong>กับทางเจ้าหน้าที่ว่าสองคนหลังซึ่งเป็นหัวหน้าเครือข่าย&nbsp;มีการนำยาเสพติดเก็บพักไว้ที่บ้าน&nbsp;บางครั้งนำไปพักตามรีสอร์ทในพื้นที่อำเภอลำทับ&nbsp;อำเภอคลองท่อม&nbsp;และอำเภอเหนือคลอง&nbsp;แต่ละครั้ง&nbsp;300&nbsp;&nbsp;400&nbsp;มัด&nbsp;จำนวน&nbsp;600,000&nbsp;&nbsp;800,000&nbsp;เม็ด&nbsp;จากนั้นจะหกระจ่ายให้พวกคนนำไปว่างตจามจุดต่างๆในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;อำเภอของจังหวัดกระบี่&nbsp;โดยสองหัวหน้าแก๊ง&nbsp;จำนำไปว่างในพื้นที่รอยต่ออำเภอสิเกา&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ล่อยต่ออำเภอทุ่งใหญ่&nbsp;อำเภอบางขัน&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;โดยใช้รถยนต์กระบะที่ตรวจยึดได้เป็นยานพาหนะนำการส่งเวลากลางคืน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งนายตรี&nbsp;&nbsp;และนายสุจินต์&nbsp;&nbsp;ให้การรับสารภาพว่า</strong>ผู้ต้องหาที่ถูกจับทั้งหมดเป็นเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดจริง&nbsp;มีนายต้อม&nbsp;เป็นหัวหน้าใหญ่ในพื้นที่&nbsp;14&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;ปัจจุบันหลบหนีหมายจับไปอยู่ที่ท่าขี้เหล็ก&nbsp;ประเทศเมียนมา&nbsp;ซึ่งได้ติดต่อให้ตนเป็นหัวหน้าในพื้นที่จังหวัดกระบี่&nbsp;ทำหน้าที่เป็นผู้เก็บทั้งจ่ายยาเสพติดให้กับสมาชิกในเครือข่าย&nbsp;เดือนละ&nbsp;4&nbsp;ครั้งๆละ&nbsp;300&nbsp;&nbsp;400&nbsp;มัดหรือ&nbsp;600,000&nbsp;&nbsp;800,000&nbsp;เม็ด&nbsp;ได้ค่าตอบแทนคนละ&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;ต่อ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307151244231
1053	จังหวัดแพร่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเด็กชนบทครั้งที่ 1 ประจำปี 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมเวียงโกศัย&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแพร่&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;</strong>มอบหมายให้นางสาวนิติยา&nbsp;พงษ์พานิช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเด็กชนบทจังหวัดแพร่&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อรับทราบแนวทางการดำเนินงานกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นกองทุนในการให้ความช่วยเหลือสนับสนุนและพัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนตั้งแต่อายุแรกเกิดถึง&nbsp;6&nbsp;ปี&nbsp;ที่ครอบครัวยากจนและด้อยโอกาสให้ได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างถูกต้องเหมาะสมกับวัย&nbsp;ดำเนินการในรูปคณะกรรมการภายใต้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;พ.ศ.2543&nbsp;กองทุนพัฒนาเด็กชนบทอาจมีรายได้จากมีเงินงบประมาณอุดหนุนจากรัฐบาล&nbsp;เงินหรือทรัพย์สินที่มีที่ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคหรือให้เป็นค่าอุปการะเด็ก&nbsp;การจัดกิจกรรมหาทุนดอกเบี้ยและผลประโยชน์จากกองทุนพัฒนาเด็กชนบทและรายได้อื่นๆ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดแพร่ได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเด็กชนบทจังหวัดแพร่&nbsp;ประกอบด้วย</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นประธานกรรมการรองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ที่ได้รับผิดชอบงานพัฒนาชุมชน&nbsp;เป็นรองประธานกรรมการหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ&nbsp;เป็นกรรมการพัฒนาการจังหวัดแพร่เป็นกรรมการและเลขานุการ&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานประสานและสนับสนุนการบริหารงานพัฒนางานพัฒนาชุมชนเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ&nbsp;มีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเด็กชนบทอายุตั้งแต่แรกเกิดถึง&nbsp;6&nbsp;ปี&nbsp;กำหนดแนวทางการจัดกิจกรรมการรณรงค์หาเงินสมทบกองทุนพัฒนาเด็กชนบท&nbsp;ดำเนินงานให้เป็นไปตามนโยบายและแนวทางที่คณะกรรมการอำนวยการกองทุนพัฒนาเด็กชนบทกำหนด&nbsp;พิจารณาอนุมัติการใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาเด็กชนบทกำหนดระเบียบบริหารควบคุมติดตามและประเมินผลการดำเนินงานกองทุนพัฒนาเด็กชนบท</p><p><strong>รายงานสถานะการเงินกองทุนพัฒนาเด็กชนบทจังหวัดแพร่&nbsp;ประจำปี&nbsp;2563-2564</strong>&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดแพร่ได้จัดส่งรายงานฐานะการเงินและผลการดำเนินงานกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมภ์&nbsp;สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ประจำปี&nbsp;2563-2564&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ให้กรมการพัฒนาชุมชนตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมภ์&nbsp;พ.ศ&nbsp;2543&nbsp;ข้อ&nbsp;16&nbsp;โดยมียอดรวมเงินกองทุนทั้งสิ้น&nbsp;1,479,138.82&nbsp;บาท&nbsp;การทอดผ้าป่ากองทุนพัฒนาเด็กชนบทประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ด้วยในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายนของทุกปี&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;โดยกรมพัฒนาชุมชนกำหนดให้ทุกจังหวัดดำเนินการจัดกิจกรรมเพื่อหารายได้สมทบกองทุนซึ่งกิจกรรมที่จะดำเนินการคือการทอดผ้าป่าสมทบกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารีในปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแพร่มีแนวทางการจัดกิจกรรมดังนี้&nbsp;ด้วยการทอดผ้าป่าในวันศุกร์ที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;วัดพระธาตุช่อแฮ&nbsp;พระอารามหลวง&nbsp;ตำบลช่อแฮ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ประสานส่วนราชการเพื่อร่วมเป็นเจ้าภาพจัดพิมพ์ฎีกาผ้าป่าจำนวน&nbsp;5,000&nbsp;ซอง&nbsp;และประชาสัมพันธ์ไปยังหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;ตลอดจนผู้มีจิตศรัทธาทั่วไปร่วมบริจาค</p><p><strong>นอกจากนี้ยังมีการตั้งตู้ขอรับบริจาคไว้ที่วัดพระธาตุช่อแฮ</strong>&nbsp;พระอารามหลวง&nbsp;สำนักงานที่ดินจังหวัดแพร่&nbsp;และที่ห้างมาร์คโฟร์พลาซ่า&nbsp;ห้างโลตัส&nbsp;ห้างแม็คโคร&nbsp;หรือบริจาคผ่านทางคิวอาร์โค๊ดที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจะเป็นผู้ดำเนินการ&nbsp;จึงขอเชิญท่านพุทธศาสนิกชนและผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคได้ตามสถานที่ดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307152829236
1054	สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง จัดอบรมครัวเรือนเป้าหมาย พัฒนาคุณภาพชีวิตแบบชี้เป้า เพื่อต่อยอดอาชีพแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน	<p><strong>นายสำคัญ&nbsp;อรทัย&nbsp;นายอำเภอห้วยยอด</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายพรเทพ&nbsp;เพชรน้อย&nbsp;ปลัดอาวุโสอำเภอห้วยยอด&nbsp;พร้อมด้วยนายปรีดา&nbsp;บุษย์เพชร&nbsp;พัฒนาการอำเภอห้วยยอด&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอห้วยยอด&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมอบรม&nbsp;โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนตกเกณฑ์ยากจน&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม&nbsp;ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;(Sustainable&nbsp;Development&nbsp;Golds&nbsp;(SDGs)&nbsp;มาเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;ความมั่นคงทางด้านอาหาร&nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบชี้เป้า&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;113&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาอเนกประสงค์&nbsp;วัดศรีรัตนาราม(วัดหนองช้างแล่น)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลหนองช้างแล่น&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;ครัวเรือนเป้าหมายจะได้รับการฝึกอบรม</strong>ตามโครงการฯ&nbsp;โดยมีวิทยากรจากภาคีเครือข่าย&nbsp;เกษตรอำเภอห้วยยอด&nbsp;ให้ความรู้&nbsp;คำแนะนำด้านการปฏิบัติ&nbsp;และครัวเรือนเป้าหมายทั้งหมดจะได้รับมอบวัสดุในการต่อยอดด้านอาชีพ&nbsp;เช่น&nbsp;การเลี้ยงไก่&nbsp;การเลี้ยงปลาดุก&nbsp;การปลูกผัก&nbsp;ฯลฯ&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอห้วยยอด&nbsp;ให้การส่งเสริมสนับสนุนโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน&nbsp;และส่งเสริมการต่อยอดอาชีพของประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอห้วยยอด&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;สร้างเศรษฐกิจฐานรากมั่นคง&nbsp;และชุมชนพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืนการจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;ปฏิบัติภายใต้มาตรการเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307151802234
1055	จัดพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา   จังหวัดอำนาจเจริญ	<p><strong>จัดพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ให้กับหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;และผู้แทนกลุ่มอาชีพทอผ้าทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาลวดลายผ้าไทยให้เกิดความหลากหลายและร่วมสมัย&nbsp;ก้าวสู่สากล</strong></p><p><br></p><p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ณ&nbsp;ศูนย์ประชุมพุทธอุทยานอำนาจเจริญ&nbsp;พ่อเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางรัชชุมา&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ให้กับรองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;พัฒนาการอำเภอ&nbsp;ผู้แทนกลุ่มทอผ้าจาก&nbsp;21&nbsp;กลุ่ม&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ต่อเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;เพื่อนำไปใช้เป็นต้นแบบในการทอผ้า&nbsp;ผลิตผ้า&nbsp;และผลิตภัณฑ์ในแต่ละท้องถิ่น&nbsp;เป็นการเริ่มต้น&nbsp;ต่อยอด&nbsp;แนวความคิดในการพัฒนาลวดลายผ้าไทย&nbsp;และพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้มีความทันสมัย&nbsp;สามารถก้าวสู่สากลเพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;เสด็จพระราชดำเนิน&nbsp;ณ&nbsp;อำเภอนาหว้า&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ทอดพระเนตรกลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ&nbsp;ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;และการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทย&nbsp;และงานหัตถกรรมชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ณ&nbsp;วัดธาตุประสิทธิ์&nbsp;และหอประชุมโรงเรียนนาหว้าพิทยาคม&nbsp;ตำบลนาหว้า&nbsp;อำเภอนาหว้า&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;เนื่องในโอกาสครบรอบ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ของโครงการศิลปาชีพ&nbsp;และในโอกาสเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ทรงเจริญพระชนมพรรษา&nbsp;ครบ&nbsp;90&nbsp;พรรษา&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้ประวัติศาสตร์สู่คนรุ่นหลัง&nbsp;และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;ผ้าลายพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;นั้น</strong>&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ทรงออกแบบผ้าลายพระราชทานฯ&nbsp;โดยได้รับแรงบันดาลพระทัยจาก&nbsp;ผ้าขิดลายสมเด็จ&nbsp;ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงพระราชทานแก่ราษฎร&nbsp;อันเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย&nbsp;โดยแต่ละลวดลายมีความหมายที่ลึกซึ้ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ลาย&nbsp;S&nbsp;ที่ท้องผ้า&nbsp;หมายถึง&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ที่ทรงเป็นต้นแบบในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทย&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ได้ทรงออกแบบให้เว้นช่องว่างไว้&nbsp;เพื่อให้ราษฎรได้ร่วมถักทอลวดลายของตนเองลงในช่องว่าง&nbsp;เป็นการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากแต่ละท้องถิ่น&nbsp;โดยลายขิดที่เป็นกรอบล้อมรอบตัว&nbsp;S&nbsp;นี้&nbsp;หมายถึง&nbsp;ความจงรักภักดีที่ชาวไทยมีต่อพระบรมราชจักรีวงศ์,&nbsp;ลายเชิงผ้ารูปหัวใจ&nbsp;หมายถึง&nbsp;ความรักของ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;10&nbsp;ที่มีต่อปวงชนชาวไทย,&nbsp;ลาย&nbsp;S&nbsp;ประกอบกับลายขิดที่เชิงผ้า&nbsp;หมายถึง&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ที่ทรงปรารถนาให้คนไทยอยู่ดีมีสุข,&nbsp;ลายต้นสนที่เชิงผ้า&nbsp;หมายถึง&nbsp;พระดำริในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ในการฟื้นฟูประวัติศาสตร์ของโครงการศิลปาชีพฯ&nbsp;อันลายต้นสนนี้&nbsp;เป็นลวดลายพื้นถิ่น&nbsp;ที่ถักทออยู่บนผืนผ้าของบ้านนาหว้า&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ที่ซึ่งเป็นจุดกำเนิดโครงการศิลปาชีพฯ,&nbsp;ลายหางนกยูงที่เชิงผ้า&nbsp;หมายถึง&nbsp;ความตั้งพระทัยมั่นของ&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ในการสืบสาน&nbsp;รักษาและต่อยอด&nbsp;พระราชกรณียกิจของสมเด็จย่าของพระองค์&nbsp;ในการฟื้นคืนภูมิปัญญาผ้าไทยให้ดำรงคงอยู่คู่แผ่นดิน&nbsp;ได้ปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307154526246
1056	กรุงเทพมหานคร เตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อนในระหว่างวันที่ 6 ถึง 8 มี.ค.นี้	"<p><strong>นายขจิต&nbsp;ชัชวานิชย์&nbsp;ปลัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าในช่วงระหว่างวันที่&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;มี.ค.65&nbsp;อาจมีพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางพื้นที่&nbsp;กรุงเทพมหานครจึงมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดดูแลต้นไม้ใหญ่ทั้งในสวนสาธารณะ&nbsp;และในพื้นที่สาธารณะ&nbsp;เพื่อป้องกันการหักโค่น&nbsp;รวมถึงเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือหากมีสถานการณ์ต้นไม้หักโค่น</p><p><strong>สำหรับความพร้อมของระบบระบายน้ำได้มีการตรวจสอบ&nbsp;บำรุงรักษาอุโมงค์ระบายน้ำ</strong>&nbsp;สถานีสูบน้ำและบ่อสูบน้ำให้พร้อมใช้งาน&nbsp;ทำการลดระดับน้ำตามคลองต่าง&nbsp;ๆให้อยู่ในระดับต่ำ&nbsp;&nbsp;สำรวจและติดตั้งเครื่องสูบน้ำชั่วคราวในพื้นที่จุดเสี่ยงและจุดเฝ้าระวังน้ำท่วม&nbsp;ทำความสะอาดท่อระบายน้ำ&nbsp;ขุดลอกคูคลอง&nbsp;เปิดทางน้ำไหล</p><p>รวมถึงจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่&nbsp;และเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่&nbsp;เพื่อเข้าแก้ไขปัญหาจุดที่เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ&nbsp;และให้การช่วยเหลือประชาชน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้ยังได้ติดตามและตรวจกลุ่มฝนจากเรดาร์ตรวจอากาศของกรุงเทพมหานคร&nbsp;</strong>พร้อมแจ้งเตือนสถานการณ์ให้กับเจ้าหน้าที่&nbsp;และประชาชน&nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงจุดที่มีปัญหาน้ำท่วมบนถนนสายหลัก&nbsp;โดยสามารถติดตามได้ที่&nbsp;เว็บไซต์</p><p>http:<a&nbsp;href=""http://dds.bangkok.go.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">dds.bangkok.go.th/</a>&nbsp;,<a&nbsp;href=""http://www.prbangkok.com/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.prbangkok.com</a>&nbsp;,Facebook:@BKK_BEST,&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์Twitter:@BKK_BEST,&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์&nbsp;&nbsp;และแจ้งเหตุน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพฯ&nbsp;&nbsp;ได้ที่&nbsp;หมายเลข&nbsp;1555&nbsp;หรือศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม&nbsp;โทร.022485115&nbsp;&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307151938235
1057	จังหวัดแม่ฮ่องสอน เจ้าหน้าที่ตรวจยึดไม้แปรรูปในพื้นที่ตำบลแม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อย	<p><strong>เช้าวันนี้&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายรัชพล?&nbsp;ยาใจ?&nbsp;ปลัดอำเภอ?ฝ่ายปกครอง&nbsp;?&nbsp;รักษา?ราชการ?แทนนายอำเภอแม่ลาน้อย?&nbsp;</strong>มอบหมายให้นายวัชร?พงศ์?&nbsp;จันทิมา?&nbsp;ปลัด?อำเภอฝ่าย?ความมั่นคง?&nbsp;นำกำลังสมาชิก?&nbsp;อส.สนธิกำลังกับชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่?&nbsp;36,หน่วยรักษาพันธุ์?สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา?&nbsp;และตำรวจสภานีภูธรแม่ลาหลวง?&nbsp;ออกตรวจสอบการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่?&nbsp;ตำบลแม่ลาหลวง?&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;จากการออกปฏิบัติงานในครั้งนี้&nbsp;สามารถตรวจพบการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า?&nbsp;ตรวจยึดไม้แปรรูปจำนวน?&nbsp;65?&nbsp;แผ่น?&nbsp;แต่ไม่พบผู้ต้องหา?&nbsp;จึงทำการตรวจยึดไม่แปรรูปของกลาง&nbsp;นำส่งมอบพนักงานสอบสวนเพื่อขยายผลต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคเหนือ	เชียงราย	สวท.เชียงราย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307153245238
1058	รมช.เกษตรและสหกรณ์ มอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยจากโรคลัมปีสกินในโค-กระบือ	<p><strong>ที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโนน&nbsp;อำเภอซำสูง&nbsp;จังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รมช.เกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นประธานมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยจากโรคลัมปี&nbsp;สกินในโค-กระบือ&nbsp;พร้อมมอบโคโครงการธนาคารโค-กระบือ&nbsp;เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ&nbsp;และชี้แจงโครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;ยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;โดยมีนายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ</p><p><strong>จังหวัดขอนแก่น&nbsp;มีพื้นที่ทั้งหมด&nbsp;10,886</strong>&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;26&nbsp;อำเภอ&nbsp;198&nbsp;ตำบล&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;จำนวน&nbsp;56.244&nbsp;ราย&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;287,429&nbsp;ตัว&nbsp;โคนม&nbsp;จำนวน&nbsp;39,661ตัว&nbsp;และกระบือ&nbsp;จำนวน&nbsp;45,230&nbsp;ตัว&nbsp;รวมทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;372,320&nbsp;ตัว&nbsp;จังหวัดประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย&nbsp;และประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;โรคระบาดสัตว์&nbsp;ชนิดโรคลัมปีสกิน&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;ทั้ง&nbsp;26อำเภอ&nbsp;มีโค-กระบือ&nbsp;ป่วยสะสมจำนวน&nbsp;33,292&nbsp;ตัว&nbsp;รักษาหายสะสม&nbsp;28,960&nbsp;ตัว&nbsp;ตายสะสม&nbsp;4,261&nbsp;ตัว&nbsp;ได้ดำเนินการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจังหวัด&nbsp;(ก.ช.ภ.จ.)&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ครั้งโดยมติที่ประชุมเห็นชอบให้ช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;3,867&nbsp;ราย&nbsp;โดยใช้เงินทดรองราชการ&nbsp;ในอำนาจของปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;รวมเป็นเงินทั้งสิ้น&nbsp;84,757,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ได้โอนเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยโรคระบาดสัตว์&nbsp;ชนิดโรคลัมปีสกิน&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;จำนวน&nbsp;3,627&nbsp;ราย&nbsp;สัตว์ตายทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;4,012&nbsp;ตัว&nbsp;จากการประชุมครั้งที่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;มาแล้ว&nbsp;เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;78,665,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมโอนให้แก่เกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติต่อไป&nbsp;และยังคงรอเงินช่วยเหลือเกษตรกรจำนวน&nbsp;240&nbsp;ราย&nbsp;สัตว์ตายทั้งสิ้น&nbsp;249&nbsp;ตัว&nbsp;เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;6,092,000&nbsp;บาท</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307154814248
1059	ฝ่ายความมั่นคง อ.แก้งคร้อ บุกทลายแก๊งพนันไก่ชน ในพื้นที่	<p><strong>นางสาวสุกัญญา?&nbsp;กุลสุวรรณ์?&nbsp;นายอำเภอแก้งคร้อ</strong>?&nbsp;มอบหมายให้?&nbsp;นายนาทบดินทร์?&nbsp;ไชยนา?&nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง?&nbsp;พร้อมด้วยสมาชิก?&nbsp;อส.อ.แก้งคร้อ?&nbsp;ที่?&nbsp;14?&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ?&nbsp;สภ.แก้งคร้อ?&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;เนื่องจากได้รับแจ้งจากสายลับ?&nbsp;ว่ามีกลุ่มชาวบ้าน?&nbsp;บ้านโคกกุง?&nbsp;หมู่ที่?&nbsp;1?&nbsp;ตำบลโคกกุง?&nbsp;อำเภอแก้งคร้อ?&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ?&nbsp;ลักลอบเล่นการพนันไก่ชนพร้อมเอาทรัพย์สิน?&nbsp;ที่บริเวณป่าละเมาะท้ายหมู่บ้าน?&nbsp;เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังนั่ง?&nbsp;ยืน?&nbsp;ล้อมวง?&nbsp;ส่งเสียงเชียร์ไก่ชน?&nbsp;อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ?</p><p><strong>เมื่อพบเจ้าหน้าที่?&nbsp;ต่างวิ่งหลบหนี?</strong>&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าได้วิ่งตามและจับกุมผู้เล่นได้&nbsp;1?&nbsp;คน?&nbsp;ซึ่งยอมรับว่าร่วมกับพวกลักลอบเล่นการพนันไก่ชนพนันเอาทรัพย์สินกันจริง?&nbsp;ส่วนผู้ที่หลบหนีไปได้เป็นชาวไทย?&nbsp;ไม่ทราบชื่อ?&nbsp;นามสกุล?&nbsp;และที่อยู่?&nbsp;เจ้าหน้าที่?จึงทำการตรวจยึดของกลาง?&nbsp;ได้แก่&nbsp;ไก่ชนเพศผู้?&nbsp;จำนวน?&nbsp;8?&nbsp;ตัว&nbsp;กระดาษโพยอัตราต่อรองราคา?&nbsp;2?&nbsp;แผ่น&nbsp;ธนบัตรไทยฉบับละ?&nbsp;20&nbsp;?บาท?&nbsp;2?&nbsp;ฉบับ&nbsp;สังเวียนไก่ชน?&nbsp;1?&nbsp;อัน&nbsp;นาฬิกาแบบแขวนติดผนัง?&nbsp;1?&nbsp;เรือน&nbsp;อุปกรณ์สำหรับให้น้ำไก่ชน?&nbsp;1?&nbsp;อัน&nbsp;และ&nbsp;ถังแก็สขนาดเล็ก?&nbsp;พร้อมโครงเตาสีส้ม?&nbsp;1?&nbsp;ชุด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหา</strong>?&nbsp;พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน?&nbsp;สภ.แก้งคร้อ?&nbsp;เพื่อดำเนินคดี?ตามกฎหมาย?&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307155037249
1060	พิธีมอบลายผ้าพระราชทาน ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา อำนาจเจริญ	<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางรัชชุมา&nbsp;บุตรโพธิ์</strong>&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ให้กับ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;ผู้แทนกลุ่มทอผ้าจาก&nbsp;๒๑&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ของจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;เพื่อนำไปใช้เป็นต้นแบบในการทอผ้า&nbsp;ผลิตผ้า&nbsp;และผลิตภัณฑ์&nbsp;ในแต่ละท้องถิ่น&nbsp;เป็นการเริ่มต้น&nbsp;ต่อยอดแนวความคิดในการพัฒนาลวดลายผ้าไทย&nbsp;และพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้มีความทันสมัย&nbsp;สามารถก้าวสู่สากลเพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา</strong>&nbsp;ทรงพระราชทานแบบลายผ้า&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ผ่านปลัดกระทรงมหาดไทย&nbsp;เพื่อเป็นของขวัญให้กับช่างทอผ้าทุกกลุ่ม&nbsp;ทุกเทคนิค&nbsp;นำไปทอผ้า&nbsp;ผลิตผ้าตามอัตลักษณ์ภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่นทั่วประเทศ&nbsp;ทรงออกแบบผ้าลายพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;โดยได้รับแรงบันดาลพระทัยจาก&nbsp;ผ้าขิดลายสมเด็จ&nbsp;ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ได้พระราชทานแก่ราษฎรอันเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาผ้าไทย&nbsp;ให้มีความร่วมสมัย&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยในลวดลายผ้าแต่ละลวดลายแฝงไปด้วยความหมายที่มีความลึกซึ้ง</strong>&nbsp;แสดงถึงความตั้งพระทัยมั่นของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ในการสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;พระราชกรณียกิจของสมเด็จย่าของพระองค์ในการฟื้นฟูภูมิปัญญาผ้าไทยให้ดำรงคงอยู่คู่แผ่นดินสืบไป&nbsp;ได้แก่</p><p><strong>ลาย&nbsp;S&nbsp;ที่ท้องผ้า&nbsp;หมายถึง&nbsp;สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง</strong>&nbsp;ที่ทรงเป็นต้นแบบในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทย&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ได้ทรงออกแบบให้เว้นช่องว่างไว้&nbsp;เพื่อให้ราษฎรได้ร่วมถักทอลวดลายของตนเองลงในช่องว่าง&nbsp;เป็นการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากแต่ละท้องถิ่น&nbsp;โดยลายขิดที่เป็นกรอบล้อมรอบตัว&nbsp;S&nbsp;หมายถึงความจงรักภักดีที่ชาวไทยมีต่อพระบรมราชจักรีวงค์</p><p><strong>ลายเชิงผ้ารูปหัวใจ</strong>&nbsp;หมายถึง&nbsp;ความรักของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อปวงชนชาวไทย</p><p><strong>ลาย&nbsp;S&nbsp;ประกอบกับลายขิดที่เชิงผ้า</strong>&nbsp;หมายถึง&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ที่ทรงปรารถนาให้คนไทยอยู่ดีมีสุข</p><p><strong>ลายต้นสนที่เชิงผ้า</strong>&nbsp;หมายถึง&nbsp;พระดำริในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญาในการฟื้นฟูประวัติศาสตร์ของโครงการศิลปาชีพฯ&nbsp;อันลายต้นสนนี้&nbsp;เป็นลวดลายพื้นถิ่นที่ถักทออยู่บนผืนผ้าของบ้านนาหว้า&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ที่ซึ่งเป็นจุดกำเนิดโครงการศิลปาชีพฯ</p><p><strong>ลายหางนกยูงที่เชิงผ้า</strong>&nbsp;หมายถึง&nbsp;ความตั้งพระทัยมั่นในการสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;พระราชกรณียกิจของสมเด็จย่าของพระองค์ในการฟื้นคืนภูมิปัญญาผ้าไทยให้ดำรงคงอยู่คู่แผ่นดิน</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;นายวิสูตร&nbsp;ดวงสิมา&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;เป็นตัวแทนเข้ารับมอบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานพิธี&nbsp;กลุ่มพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน&nbsp;สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;สนับสนุนการปฏิบัติงานพิธีการดังกล่าวด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307154135243
1061	คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.สุพรรณบุรี แจ้งจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วย COVID-19 และสถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19	"<p>คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยข้อมูล&nbsp;สถานการณ์การใช้เตียงผู้ป่วย&nbsp;COVID-19&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;มีเตียงรับผู้ป่วยทั้งหมด&nbsp;1,858&nbsp;เตียง&nbsp;มีผู้ป่วยในโรงพยาบาลหลัก&nbsp;โรงพยาบาลเอกชน&nbsp;ศูนย์ห่วงใยคนสุพรรณ&nbsp;และโรงพยาบาลสนามอำเภอ&nbsp;1,631&nbsp;คน&nbsp;(บางโรงพยาบาลเสริมเตียงในห้องผู้ป่วย)&nbsp;มีเตียงคงเหลือ&nbsp;388&nbsp;เตียง<strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>โดยจำแนกผู้ป่วยเป็น&nbsp;5&nbsp;อาการ&nbsp;ดังนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.ผู้ป่วยไม่แสดงอาการ&nbsp;จำนวน&nbsp;153&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.ผู้ป่วยแสดงอาการเล็กน้อย&nbsp;จำนวน&nbsp;826&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.ผู้ป่วยอาการปานกลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;613&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.ผู้ป่วยอาการปานกลาง&nbsp;ที่ไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีอาการไม่รุนแรง&nbsp;แต่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง&nbsp;หรือมีโรคร่วมสำคัญ&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;คน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เฉพาะโรงพยาบาลสนาม&nbsp;7&nbsp;แห่ง&nbsp;มีเตียงรับผู้ป่วยทั้งหมด&nbsp;808&nbsp;เตียง&nbsp;</strong>มีผู้ป่วยเข้าทำการรักษา&nbsp;642&nbsp;คน&nbsp;มีเตียงคงเหลือ&nbsp;237&nbsp;เตียง&nbsp;และมีผู้เข้ารับการรักษาระบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;จำนวน&nbsp;2,843&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;windowtext;"">สำหรับสถานการณ์โรค&nbsp;COVID-19&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;วันนี้มีผู้ติดเชื้อ&nbsp;274&nbsp;ราย&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;windowtext;"">รวมยอดจำนวนที่พบเชื้อสะสมระรอกใหม่ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;11,108&nbsp;ราย</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;red;"">&nbsp;</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;windowtext;"">และรักษาหายแล้ว&nbsp;5,522&nbsp;ราย&nbsp;คงเหลือกำลังรักษาอีก&nbsp;5,558&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้เสียชีวิตเพิ่มวันนี้&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รวมเสียชีวิตสะสม&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาหายแล้วกลับบ้าน&nbsp;265&nbsp;คน</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307153016237
1062	ฝ่ายความมั่นคง อ.แก้งคร้อ บุกทลายแก๊งพนันไก่ชน ในพื้นที่	<p><strong>นางสาวสุกัญญา?&nbsp;กุลสุวรรณ์?&nbsp;นายอำเภอแก้งคร้อ?</strong>&nbsp;มอบหมายให้?&nbsp;นายนาทบดินทร์?&nbsp;ไชยนา?&nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง?&nbsp;พร้อมด้วยสมาชิก?&nbsp;อส.อ.แก้งคร้อ?&nbsp;ที่?&nbsp;14?&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ?&nbsp;สภ.แก้งคร้อ?&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;เนื่องจากได้รับแจ้งจากสายลับ?&nbsp;ว่ามีกลุ่มชาวบ้าน?&nbsp;บ้านโคกกุง?&nbsp;หมู่ที่?&nbsp;1?&nbsp;ตำบลโคกกุง?&nbsp;อำเภอแก้งคร้อ?&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ?&nbsp;ลักลอบเล่นการพนันไก่ชนพร้อมเอาทรัพย์สิน?&nbsp;ที่บริเวณป่าละเมาะท้ายหมู่บ้าน?&nbsp;เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังนั่ง?&nbsp;ยืน?&nbsp;ล้อมวง?&nbsp;ส่งเสียงเชียร์ไก่ชน?&nbsp;อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ?</p><p><strong>เมื่อพบเจ้าหน้าที่?&nbsp;ต่างวิ่งหลบหนี</strong>?&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าได้วิ่งตามและจับกุมผู้เล่นได้&nbsp;1?&nbsp;คน?&nbsp;ซึ่งยอมรับว่าร่วมกับพวกลักลอบเล่นการพนันไก่ชนพนันเอาทรัพย์สินกันจริง?&nbsp;ส่วนผู้ที่หลบหนีไปได้เป็นชาวไทย?&nbsp;ไม่ทราบชื่อ?&nbsp;นามสกุล?&nbsp;และที่อยู่?&nbsp;เจ้าหน้าที่?จึงทำการตรวจยึดของกลาง?&nbsp;ได้แก่&nbsp;ไก่ชนเพศผู้?&nbsp;จำนวน?&nbsp;8?&nbsp;ตัว&nbsp;กระดาษโพยอัตราต่อรองราคา?&nbsp;2?&nbsp;แผ่น&nbsp;ธนบัตรไทยฉบับละ?&nbsp;20&nbsp;?บาท?&nbsp;2?&nbsp;ฉบับ&nbsp;สังเวียนไก่ชน?&nbsp;1?&nbsp;อัน&nbsp;นาฬิกาแบบแขวนติดผนัง?&nbsp;1?&nbsp;เรือน&nbsp;อุปกรณ์สำหรับให้น้ำไก่ชน?&nbsp;1?&nbsp;อัน&nbsp;และ&nbsp;ถังแก็สขนาดเล็ก?&nbsp;พร้อมโครงเตาสีส้ม?&nbsp;1?&nbsp;ชุด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหา?</strong>&nbsp;พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน?&nbsp;สภ.แก้งคร้อ?&nbsp;เพื่อดำเนินคดี?ตามกฎหมาย?&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307155841256
1063	จังหวัดขอนแก่น จัดพิธีมอบหนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทย ฉบับสมบูรณ์ ปี พ.ศ. 2564	"<p><strong>ที่ห้องประชุมแก่นเมือง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกูล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เป็นประธานพิธีมอบหนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทย&nbsp;ฉบับสมบูรณ์&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564</p><p><strong>ตาม&nbsp;ยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;-&nbsp;2580)&nbsp;ได้กำหนดวิสัยทัศน์</strong>ว่า&nbsp;""ประเทศไทยมีความ&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;เป็นประเทศพัฒนาแล้ว&nbsp;ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจกิจพอเพียง""&nbsp;โดยในยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคงได้กำหนดประเด็นการพัฒนาและเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ&nbsp;เพื่อให้คนในชาติมีจิตสำนึกรักและหวงแหน&nbsp;มุ่งจงรักภักดี&nbsp;พร้อมธำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ&nbsp;ศาสนาพระมหากษัตริย์&nbsp;ให้เป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวและศูนย์รวมจิตใจหนึ่งเดียวของคนทั้งชาติ&nbsp;โดยปลูกฝังและสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของสถาบันหลักของซาติ&nbsp;รณรงค์เสริมสร้างความรักและภาคภูมิใจในความเป็นคนไทยและชาติไทย&nbsp;ผ่านทางกลไกต่างๆ&nbsp;รวมถึงการศึกษาประวัติศาสตร์ในเชิงสร้างสรรค์</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;กระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;จึงได้มอบหนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทย&nbsp;""แผ่นดินแห่งบุญญาธิการ""&nbsp;ให้จังหวัดนำไปเผยแพร่ให้ข้าราชการ&nbsp;พนักงานของรัฐ&nbsp;และประชาชนในจังหวัดได้เรียนรู้เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและสำนึกในความเป็นไทย&nbsp;การส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้เป็นพิเศษเพื่อให้เด็กและเยาวชนเกิดความรักชาติและมีความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษไทย&nbsp;โดยจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ได้มอบหนังสือประวัติศาสตร์ขาติไทย&nbsp;""แผ่นดินแห่งบุญญาธิการ""&nbsp;ให้แก่อำเภอ&nbsp;จำนวน&nbsp;26&nbsp;อำเภอ&nbsp;เพื่อนำไปมอบให้กับส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานในพื้นที่&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307154450245
1064	รพ.หัวหิน เร่งฉีดวัคซีนโควิด 19 ให้เด็กนักเรียนอายุ 5-11 ปี พร้อมให้เจ้าหน้าที่แต่งชุดมาสคอตดึงดูดความสนใจ ให้เด็กคลายความกังวล ไม่กลัวการฉีดวัคซีน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่จุดบริการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;19&nbsp;</strong>ภายในศูนย์การค้าบลูพอร์ต&nbsp;อ.หัวหิน&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;โรงพยาบาลหัวหินได้จัดบุคลากรทางการแพทย์มาให้บริการฉีดวัคซีนไฟเซอร์&nbsp;ฝาสีส้ม&nbsp;และซิโนแวค&nbsp;ให้แก่เด็กนักเรียนอายุ&nbsp;5-11&nbsp;ปี&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;โดยเป็นการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;จากโรงเรียนต่างๆ&nbsp;นอกเขตเทศบาลเมืองหัวหิน&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;โรงเรียน&nbsp;โดยมีคณะครู&nbsp;ผู้ปกครองมาให้กำลังใจและดูแลอย่างใกล้ชิด&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้แต่งกายและสวมชุดมาสคอต</strong>เป็นสัตว์ชนิดต่างๆ&nbsp;น่ารัก&nbsp;สีสันสดใส&nbsp;เช่น&nbsp;พี่จระเข้&nbsp;พี่วัว&nbsp;พี่เสือ&nbsp;พี่หมีขาว&nbsp;พี่กระต่าย&nbsp;รวมทั้งเจ้าหญิงสโนไวท์&nbsp;โบโซ่พองลมตัวใหญ่&nbsp;เพื่อดึงดูดความสนใจเด็กๆ&nbsp;ทำให้คลายความกังวล&nbsp;ไม่กลัวการฉีดวัคซีน&nbsp;ซึ่งพบว่าเด็กๆ&nbsp;ต่างตื่นเต้นดีใจ&nbsp;บางรายไม่รู้ว่าตัวเองกำลังถูกฉีดวัคซีนเพราะมัวแต่สนใจมาสคอต&nbsp;และต่างพากันไปขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกสร้างรอยยิ้มให้กับผู้ปกครอง&nbsp;ครู&nbsp;และเด็กๆ&nbsp;ได้เป็นอย่างมาก&nbsp;ส่วนเด็กที่ฉีดวัคซีนแล้วอยู่ระหว่างรอสังเกตอาการ&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;พวกพี่ๆ&nbsp;มาสคอตก็จะเข้าไปให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวหลังฉีดวัคซีน&nbsp;เช่น&nbsp;ให้งดออกกำลังกาย&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์&nbsp;หรือหากพบว่ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายให้รีบแจ้งผู้ปกครอง&nbsp;และให้มารับการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;ตามใบนัด&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์โควิด-19&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;</strong>ยังคงมีตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ในระดับเกิน&nbsp;200&nbsp;รายต่อวัน&nbsp;โดยล่าสุดวันนี้&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;รายงานพบผู้ป่วยใหม่&nbsp;239&nbsp;คน&nbsp;เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในระดับสีเขียว&nbsp;คือไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อย&nbsp;ส่วนความคืบหน้าการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;19&nbsp;ของ&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;มีได้รับวัคซีนเข็ม&nbsp;1&nbsp;ร้อยละ&nbsp;74.11,&nbsp;เข็ม&nbsp;2&nbsp;ร้อยละ&nbsp;69.25,&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;ร้อยละ&nbsp;24.76&nbsp;สำหรับกลุ่มเด็กอายุ&nbsp;5-11&nbsp;มีผู้ปกครองแจ้งความประสงค์ให้ฉีดวัคซีนประมาณ&nbsp;33,000&nbsp;คน&nbsp;ขณะที่ยังมีเด็กเล็กอีกจำนวนหนึ่งประมาณ&nbsp;4,000&nbsp;คน&nbsp;ที่ผู้ปกครองยังไม่อนุญาตให้ฉีดเพราะกังวลผลกระทบของวัคซีน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	ประจวบคีรีขันธ์	สวท.ประจวบคีรีขันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307153615239
1065	สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสงขลา ร่วมกับ คณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตในจังหวัดสงขลา จัด โครงการมหกรรมการออม ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน เนื่องในวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ครบรอบ 48 ปี	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องบอลลูน&nbsp;โรงแรมบีพี&nbsp;สมิหลา&nbsp;บีช&nbsp;</strong>อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;นางสุรียพรรณ์&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นประธานในพิธีอ่านสารจากอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;และกล่าวเปิด&nbsp;โครงการมหกรรมการออม&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน&nbsp;เนื่องในวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;ครบรอบ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมารวมตัวกันออมเงินตามศักยภาพของตนเอง&nbsp;เป็นการสร้างหลักประกัน&nbsp;สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่สมาชิกในครัวเรือนและช่วยเหลือคนในชุมชน&nbsp;โดยมีนายจรัญ&nbsp;อินทสระ&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสงขลา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนในระดับจังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;และคณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เข้าร่วมภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19</p><p><strong>นายจรัญ&nbsp;อินทสระ&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด&nbsp;ได้ร่วมกับคณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;ดำเนินการจัดโครงการมหกรรมการออม&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน&nbsp;เนื่องในวันคล้ายวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;ครบรอบ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งปัจจุบัน&nbsp;จังหวัดสงขลามีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;315&nbsp;กลุ่ม&nbsp;สมาชิก&nbsp;57,923&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;124,922&nbsp;คน&nbsp;และมีเงินสัจจะสะสมจำนวน&nbsp;3,397,243,162.95&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>โดยปีนี้กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ได้กำหนดให้การดำเนินงาน</strong>กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;ตามภารกิจกรมการพัฒนาชุมชนและภารกิจของกระทรวงมหาดไทยในการบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุขของประชาชน&nbsp;แก้ไขปัญหาความยากจนลดความเหลื่อมล้ำของสังคม&nbsp;รวมทั้งประกาศวาระชุมชน&nbsp;การส่งเสริมการออมภาคประชาชนในระดับจังหวัดและอำเภอ&nbsp;โดยมีเป้าหมายให้ครัวเรือนมีการออมเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า&nbsp;ร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ของเงินออมเดิมที่มีอยู่&nbsp;ครัวเรือนมีการออมร้อยละ&nbsp;90&nbsp;ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมด&nbsp;และครัวเรือนยากจนเป้าหมายของระบบ&nbsp;TPMAP&nbsp;ที่ประสบปัญหา&nbsp;มิติ&nbsp;ด้านรายได้&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;มีจำนวน&nbsp;1,300&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ให้มีการออมเงินอย่างน้อยร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ของจํานวนครัวเรือนทั้งหมด</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นางสุรียพรรณ์&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;</strong>ได้มอบเกียรติบัตรแก่กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตดีเด่น&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กลุ่มที่มีระยะเวลาการดำเนินงานมากที่สุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;บ้านไร่นา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลเขาแดง&nbsp;อำเภอสะบ้าย้อย,&nbsp;กลุ่มที่มีอัตราของจำนวนสมาชิกมากที่สุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;บ้านจุ้มปะ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลคูหาใต้&nbsp;อำเภอรัตภูมิ,&nbsp;และกลุ่มที่มีเงินออมมากที่สุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;บ้านไร่อ้อย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลฉลุง&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จากนั้นได้เดินเยี่ยมชมการจัดนิทรรศการแสดงผลการดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;และพูดคุยกับผู้เข้าร่วมเพื่อเป็นขวัญ&nbsp;กำลังใจ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ศิริลักษณ์&nbsp;แคล้วคลาด/ข่าว&nbsp;&nbsp;ประชา-อารียา/ภาพ</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา&nbsp;7&nbsp;มี.ค.&nbsp;65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307153951241
1066	โฆษกสำนักงานประกันสังคม เผย ผู้ประกันตนมาตรา 39 หากติดโควิด-19 มีสิทธิรับเงินชดเชยการขาดรายได้	<p><strong>น.ส.ลัดดา&nbsp;แซ่ลี้&nbsp;โฆษกสำนักงานประกันสังคม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;39&nbsp;หากป่วยเป็นโควิด-19&nbsp;หลังจากเข้ารักษาพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิแล้ว&nbsp;อย่าลืมยื่นคำขอคำขอรับประโยชน์ทดแทน&nbsp;(สปส.&nbsp;2-01)&nbsp;เพื่อรับเงินชดเชยการขาดรายจากสำนักงานประกันสังคม&nbsp;เมื่อออกจากโรงพยาบาลแล้วสามารถนำใบรับรองแพทย์มาเบิกรับเงินทดแทนขาดรายได้ร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ของค่าจ้าง&nbsp;โดยคิดจากฐานอัตราการนำส่งเงินสมทบ&nbsp;4,800&nbsp;บาท&nbsp;แปลว่าได้รับเงินชดเชยการขาดรายได้วันละ&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;หยุดพักรักษาตัวกี่วันคูณ&nbsp;80&nbsp;บาทไปได้เลย&nbsp;นี่คือสิทธิที่สำนักงานประกันสังคมมอบให้กับผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;39&nbsp;ที่ป่วยเป็นโควิด-19&nbsp;โดยมีเงื่อนไขและหลักฐานการขอรับเงินชดเชยการขาดรายได้&nbsp;ผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;39&nbsp;จะพิจารณาจากเอกสารหลักฐาน&nbsp;และใบรับรองแพทย์&nbsp;อีกทั้งผู้ประกันตนต้องมีการนำส่งเงินสมทบมาแล้ว&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ภายในระยะเวลา&nbsp;15&nbsp;เดือนก่อนวันรับบริการทางการแพทย์ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข</p><p><strong>สำหรับผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;39&nbsp;คือ</strong>&nbsp;ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ&nbsp;อดีตเคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;33&nbsp;ที่มีนายจ้าง&nbsp;แต่ลาออกจากงานไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;เดือนมาสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;39&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307155740253
1067	นนทบุรีขยายเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด พร้อมดูแลกลุ่มสีเขียว เข้าระบบ HIและCI	<p><strong>นพ.สฤษดิ์เดช&nbsp;เจริญไชย&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;(ข้อมูลวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;การแบ่งผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาแบบกักตัวที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;สะสมมีจำนวน&nbsp;20,911&nbsp;ราย&nbsp;รายอยู่ระหว่างการรักษา13,553&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยที่เข้ารักษาในCIชุมชน&nbsp;(รอง)&nbsp;จำนวน&nbsp;637&nbsp;ราย&nbsp;รักษาในโรงพยาบาลสนามชุมชน&nbsp;(หลัก)&nbsp;จำนวน&nbsp;183&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ส่วนผู้ป่วยที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลสนาม&nbsp;4&nbsp;แห่ง</strong>&nbsp;แบ่งออกเป็นกลุ่มสีเขียว&nbsp;167&nbsp;ราย&nbsp;กลุ่มสีเหลือง&nbsp;229&nbsp;ราย&nbsp;และกำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลกลุ่มสีเขียว&nbsp;438&nbsp;ราย&nbsp;เตียงเต็มในกลุ่มสีเขียว&nbsp;กลุ่มสีเหลือง&nbsp;583&nbsp;รายเหลือเตียงรองรับ&nbsp;689&nbsp;เตียง&nbsp;และกลุ่มสีแดง&nbsp;มีผู้ป่วย&nbsp;51&nbsp;ราย&nbsp;เหลือเตียงรองรับ&nbsp;231&nbsp;เตียง&nbsp;ในส่วนของศักยภาพเตียงใน&nbsp;นนทบุรี&nbsp;ที่รองรับผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ได้&nbsp;โดยได้เพิ่มศูนย์พักคอย&nbsp;(Community&nbsp;Isolation)&nbsp;มีจำนวน&nbsp;18&nbsp;แห่งสามารถรองรับผู้ป่วยได้&nbsp;1,409&nbsp;เตียง&nbsp;</p><p><strong>โดยปัจจุบันมีอัตราการครองเตียง&nbsp;(61.31%)&nbsp;</strong>คงเหลือ&nbsp;(38.69%)&nbsp;แบ่งออกเป็น&nbsp;ศูนย์พักคอยที่เปิดบริการและมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษา&nbsp;มีจำนวน&nbsp;18&nbsp;แห่ง1,409&nbsp;เตียง&nbsp;ศูนย์พักคอยที่จะเปิดในวันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;อีก&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;200&nbsp;เตียง&nbsp;ที่&nbsp;อาคารเอนกประสงค์เทศบาลเมืองบางแม่นาง&nbsp;อำเภอบางใหญ่&nbsp;จังหวัดนนทบุรี</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นนทบุรี&nbsp;ได้เตรียมพร้อมศักยภาพการขยายเตียง</strong>เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;หากมีแนวโน้มจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;โดยผู้ติดเชื้อไม่มีอาการหรืออาการน้อย&nbsp;เป็นผู้ป่วยระดับสีเขียว&nbsp;ขอให้เข้าระบบการดูแลที่บ้านหรือชุมชน&nbsp;(HI/CI)&nbsp;จะทำให้เตียงในโรงพยาบาลมีเพียงพอสำหรับรองรับผู้ติดเชื้อที่จำเป็นต้องใช้เตียงในโรงพยาบาล&nbsp;และสำรองเตียงให้กับผู้ป่วยระดับสีเหลืองและแดง&nbsp;รวมทั้งผู้ป่วยทั่วไปและโรคอื่นๆ&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307153750240
1068	ฉก.ปัตตานี ร่วมเปิดอาคารโรงผลิตเครื่องแกงวิสาหกิจชุมชนบ้านท่าด่าน ส่งเสริมพหุวัฒนธรรม การอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;วิสาหกิจชุมชน</strong>กลุ่มเครื่องแกงบ้านท่าด่าน&nbsp;เลขที่&nbsp;232&nbsp;บ้านท่าด่าน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลตะโละกาโปร์&nbsp;อำเภอยะหริ่ง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;พลตรี&nbsp;คมกฤช&nbsp;รัตนฉายา&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;พันเอก&nbsp;วรจิตร์&nbsp;ศาสตร์ศิลป์&nbsp;รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี&nbsp;(3)&nbsp;เป็นผู้แทน&nbsp;ร่วมพิธีเปิดอาคารโรงผลิตเครื่องแกงวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มเครื่องแกงบ้านท่าด่าน&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;พลเอก&nbsp;มณี&nbsp;จันทร์ทิพย์&nbsp;ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล/</strong>ที่ปรึกษาผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ภายในงานมีการจัดนิทรรศการจำหน่ายสินค้าของกลุ่ม&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>วิสาหกิจชุมชนแห่งนี้&nbsp;เริ่มก่อตั้งในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2559</strong>&nbsp;ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภาคประชาสังคม&nbsp;จำนวน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยมีแนวความคิดมาจากโครงการไทยพุทธคืนถิ่น&nbsp;ที่ต้องการให้ชุมชนไทยพุทธเดิมที่ถูกทิ้งร้างให้กลับเข้ามาอยู่อาศัยในถิ่นฐานเดิม&nbsp;และต่อยอดให้คนไทยพุทธและมุสลิมมีอาชีพ&nbsp;&nbsp;มีรายได้ที่ยั่งยืนเลี้ยงชีพ&nbsp;ส่งเสริมความเป็นพหุวัฒนธรรม&nbsp;การอยู่ร่วมกันอย่างเป็นปกติสุขของคนในชุมชน&nbsp;และได้จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน&nbsp;และ&nbsp;OTOP&nbsp;ในช่วงเดือนกันยายน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;ก่อตั้งครั้งแรกมีสมาชิก&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิก&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;เป็นคนไทยพุทธและมุสลิมอย่างละครึ่ง&nbsp;โดยอัตลักษณ์ของกลุ่มเป็นน้ำพริกแบบตำมือ&nbsp;ที่มีสูตรพิเศษเฉพาะสืบทอดมาจากต้นตระกูลของประธานชุมชนไทยพุทธหมู่บ้านท่าด่าน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307154119242
1069	จังหวัดสุราษฎร์ธานีติดตามสถานการณ์โควิด-19 เน้นย้ำตระหนักในมาตรการป้องกันตนเองอย่างต่อเนื่อง ห่วงการแพร่ระบาดเพิ่มสูงช่วงเทศกาลสงกรานต์และเชงเม้ง	<p><strong>บ่ายวันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายประเวศ&nbsp;ไทยประยูร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสุราษฎร์ธานีเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;8/2565&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาด&nbsp;และพิจารณามาตรการต่างๆ&nbsp;ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;ให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;โดยเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>นายแพทย์จิรชาติ&nbsp;เรืองวัชรินทร์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;มีแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;เริ่มคงตัวในระดับสูงประมาณ&nbsp;1,000&nbsp;คนต่อวัน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงต่อการเสียชีวิต&nbsp;ได้แก่&nbsp;ผู้มีอายุมากกว่า&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;ร้อยละ&nbsp;89.47,&nbsp;มีโรคประจำตัว&nbsp;ร้อยละ&nbsp;84.21,&nbsp;ไม่ได้รับวัคซีน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;60.53&nbsp;ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อ&nbsp;คือ&nbsp;รับเชื้อจากสมาชิกในครอบครัว&nbsp;ร้อยละ&nbsp;70.05&nbsp;เกิดจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อในครอบครัวและคนรู้จัก&nbsp;ขณะทำกิจกรรมร่วมกัน&nbsp;เช่น&nbsp;รับประทานอาหารร่วมกัน&nbsp;กิจกรรมงานบุญ&nbsp;งานศพ&nbsp;งานแต่ง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยขอให้เคร่งครัดในมาตรการป้องกันโรคในครัวเรือน&nbsp;สถานที่ทำงาน&nbsp;สถานที่สาธารณะ&nbsp;งดกิจกรรมการรวมกลุ่ม&nbsp;นอกจากนี้จะได้เร่งการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;โดยเฉพาะผู้ป่วงติดเตียงและผู้สูงอายุ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดวันนี้</strong>&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานีพบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่&nbsp;(PCR)&nbsp;จำนวน&nbsp;212&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ติดเชื้อเข้าข่าย&nbsp;(ATK)&nbsp;จำนวน&nbsp;726&nbsp;ราย&nbsp;รวม&nbsp;938&nbsp;ราย&nbsp;พบมากสุดที่อำเภอพระแสง&nbsp;พนม&nbsp;พุนพิน&nbsp;คีรีรัฐนิคม&nbsp;เคียนซา&nbsp;และเกาะสมุย&nbsp;โดยทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;มีความห่วงใยการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;ที่อาจเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;และเทศกาลเชงเม้งที่จะถึงนี้&nbsp;ขอให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด&nbsp;ให้ตระหนักในมาตรการป้องกันตนเอง&nbsp;หลีกเลี่ยงพื้นที่แออัดหรือมีผู้คนพลุกพล่าน&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307155807255
1070	มหาสารคาม พร้อมเป็นเจ้าภาพการประกวด Mister Global 2021 ครั้งที่ 7	<p><strong>นายวิวัฒน์&nbsp;อินทร์ไทยวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายปฏิมา&nbsp;เหล่าชัย&nbsp;ประธานกรรมการจัดการประกวดฯ&nbsp;ร่วมบันทึกเทปรายการ&nbsp;มองอีสานผ่าน&nbsp;NBT&nbsp;โดยออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยขอนแก่น&nbsp;(NBT&nbsp;ขอนแก่น)&nbsp;เพื่อพูดคุยในประเด็นการประชาสัมพันธ์การประกวด&nbsp;Mister&nbsp;Global&nbsp;2021&nbsp;ครั้งที่&nbsp;7&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;Inspiring&nbsp;Gentleman&nbsp;สุภาพบุรุษ&nbsp;ผู้สร้างแรงบันดาลใจ&nbsp;และเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม&nbsp;โดยมีจุดประสงค์เพื่อรณรงค์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;การเรียนรู้ในประวัติศาสตร์ความเป็นไทยสู่การสร้างความสัมพันธ์อันดี&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ซึ่งมีผู้เข้าร่วมการประกวดกว่า&nbsp;38&nbsp;ประเทศ&nbsp;กำหนดจัดประกวดระหว่างวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมตักสิลา&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม</p><p><strong>&nbsp;โดยผู้เข้าร่วมประกวดจะร่วมทำกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ</strong>&nbsp;เพื่อร่วมรณรงค์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นไทยสู่การสร้างความสัมพันธ์อันดี&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมตักสิลา&nbsp;และในพื้นที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;พระบรมธาตุนาดูน&nbsp;ชุมชนคุณธรรมนาดูน&nbsp;อำเภอนาดูน&nbsp;วัดป่าวังน้ำเย็น&nbsp;แกลลอรี่ภาพ&nbsp;3&nbsp;มิติ&nbsp;ค่ายมวยดาบรัน&nbsp;อำเภอเมืองมหาสารคาม&nbsp;สะพานไม้&nbsp;3&nbsp;ฤดู&nbsp;พระพุทธมิ่งเมือง&nbsp;อำเภอกันทรวิชัย&nbsp;สะพานไม้แกดำ&nbsp;วัดหนองหูลิง&nbsp;อำเภอแกดำ&nbsp;อำเภอป่าหนองชาด&nbsp;อำเภอเชียงยืน&nbsp;ฯลฯ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มหาสารคาม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307154404244
1071	โครงการฝึกอบรมเพิ่มศักยภาพ และการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การปฏิบัติ	<p><strong>วานนี้&nbsp;(&nbsp;6&nbsp;มี.ค.65&nbsp;)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติธรรมสมเด็จพระสังฆราช</strong>&nbsp;(อมฺพรมหาเถร)&nbsp;ตำบลลำลูกกา&nbsp;อำเภอลำลูกกา&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;พ.อ.วินัย&nbsp;อภัยกุลชร&nbsp;รอง&nbsp;&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัดปทุมธานี&nbsp;นายเศรษฐรัชต์&nbsp;เลือดสกุล&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี&nbsp;นาวาอากาศเอก&nbsp;ธ.ธง&nbsp;ธรรมชูโชติ&nbsp;ผู้บังคับการกรมทหารสารวัตรทหารอากาศ&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;นางพรอัปสร&nbsp;นิลจินดา&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธีระพล&nbsp;โชคนำชัย&nbsp;นายอำเภอลูกกา&nbsp;จิตอาสาจังหวัดปทุมธานี&nbsp;อำเภอลำลูกกา&nbsp;ภาคีเครือข่ายรุ่น&nbsp;1&nbsp;กำลังพลของกรมทหารสารวัตรทหารอากาศดอนเมือง&nbsp;พัน.สร.13&nbsp;บก.ตชด.&nbsp;ภาค&nbsp;1&nbsp;สน.ผบ.ดม&nbsp;รพ.สต.พืชอุดม&nbsp;รพ.สต.ลำลูกกา&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดปทุมธานี&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปทุมธานี&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี&nbsp;ศูนย์การศึกษาพิเศษจังหวัดปทุมธานี&nbsp;และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี&nbsp;ร่วมลงพื้นที่โครงการฝึกอบรมเพิ่มศักยภาพ&nbsp;และการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การปฏิบัติ&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมในวันนี้&nbsp;กิจกรรมเอามื้อสามัคคี&nbsp;</strong>ทางครูพาทำได้จัดให้ผู้เข้าร่วมโครงการฝึกเทคนิคการปฏิบัติในแปลง&nbsp;ในพื้นนาจริงๆ&nbsp;เพื่อสัมผัสวิถีการทำนาที่ถูกต้องอย่างแท้จริง&nbsp;โดยมีครูพาทำคอยให้ความรู้อยู่ตลอดเพื่อให้การปฏิบัติในครั้งนี้ออกมาได้ผลที่ดีที่สุดจากความรัก&nbsp;ความสามัคคีของผู้เข้าร่วมโครงการที่ให้การช่วยเหลือซึ่งกันและกันด้วยการทำงานเป็นทีม</p><p><strong>สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ&nbsp;สมเด็จพระสังฆราช</strong>&nbsp;สกลมหาสังฆปริณายก&nbsp;ประทานพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ไร่&nbsp;ให้ดำเนินโครงการ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้&nbsp;เป็นพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาตามหลักทฤษฎีใหม่ให้ประชาชนนำความรู้ไปพัฒนาและต่อยอดในพื้นที่ของตนเอง&nbsp;สู่การสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้ให้กับชุมชนและเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่ตั้งโครงการปฏิบัติธรรมสมเด็จพระสังฆราช&nbsp;คลอง&nbsp;9&nbsp;ตำบลลำลูกกา&nbsp;อำเภอลำลูกกา&nbsp;จังหวัดปทุมธานี</p><p><strong>โดยการฝึกอบรมที่เปี่ยมไปด้วยความรู้&nbsp;คุณภาพ</strong>&nbsp;ส่งเสริมการใช้ชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การปฏิบัติที่ได้ผลจริง&nbsp;ที่ได้รับจากคณะวิทยากร&nbsp;และชุดครูพาทำ&nbsp;สำหรับโคกหนองนา&nbsp;ที่&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติธรรมสมเด็จพระสังฆราช&nbsp;(อมฺพรมหาเถร)&nbsp;ตำบลลำลูกกา&nbsp;อำเภอลำลูกกา&nbsp;ระหว่างเดือน&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;โดยดำเนินการสัปดาห์ละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในทุกวันอาทิตย์&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์&nbsp;ที่&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;</strong>1.)นายก&nbsp;อบต.ลำลูกกา&nbsp;มอบ&nbsp;ไอศครีม&nbsp;2&nbsp;ถัง<strong>&nbsp;</strong>ก๋วยเตี๋ยวไก่&nbsp;200&nbsp;ชาม&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;30&nbsp;แพ็ค&nbsp;2.)ตำบลลำไทร&nbsp;อำเภอลำลูกกามอบ&nbsp;ข้าว+ไข่พะโล้&nbsp;100&nbsp;จาน</p><p>3.)อบต.ลำไทร&nbsp;อำเภอลำลูกกา&nbsp;มอบผัดเผ็ดปลาดุก&nbsp;1&nbsp;หม้อ(ใหญ่)</p><p>4.)เทศบาลตำบลลำไทร&nbsp;มอบอำเภอลำลูกกา&nbsp;มอบขนมถ้วย&nbsp;100&nbsp;กล่อง</p><p>5.)สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;มอบไอศครีมมหาชัย&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ถัง&nbsp;โดย&nbsp;น.ส&nbsp;นารี&nbsp;เชิญขวัญมา&nbsp;/&nbsp;ส้มตำ&nbsp;โดย&nbsp;น.ส&nbsp;สกุลทิพย์&nbsp;แซ่เฮง&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;จาน</p><p>และข้าวเหนียวหมูทอด&nbsp;โดยนางพรอัปสร&nbsp;นิลจินดา&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ชุด</p><p>6.)สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดปทุมธานี&nbsp;มอบส้มตำ&nbsp;200&nbsp;จาน</p><p>7.)เครือข่าย&nbsp;otop&nbsp;ลำลูกกา&nbsp;มอบ&nbsp;ข้าวเหนียวไก่ทอด&nbsp;100&nbsp;ชุด&nbsp;ขนมจีบซาลาเปาทับหลี&nbsp;100&nbsp;ชุด</p><p>8.)เครือข่าย&nbsp;otop&nbsp;อ.หนองเสือ&nbsp;มอบ&nbsp;ขนมกล้วย&nbsp;100&nbsp;กล่อง</p><p>9.)เครือข่าย&nbsp;otop&nbsp;อ.ธัญบุรี&nbsp;มอบ&nbsp;น้ำส้มคั้น&nbsp;200&nbsp;ขวด</p><p>10.)กำนัน&nbsp;ต.พืชอุดม&nbsp;อ.ลำลูกกามอบ&nbsp;ขนมจีนน้ำยาและแกงเขียวหวานไก่&nbsp;200&nbsp;ถ้วย</p><p>11.)อบต.พืชอุดม&nbsp;อ.ลำลูกกา&nbsp;มอบน้ำอัดลม+น้ำผลไม้&nbsp;300&nbsp;ขวด</p><p>12.)ผู้ใหญ่&nbsp;ม.2&nbsp;ต.บึงทองหลาง&nbsp;อ.ลำลูกกามอบ&nbsp;น้ำส้ม&nbsp;3&nbsp;ลัง</p><p>13.)สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;บจก.สวนอุตสาหกรรมบางกะดี&nbsp;และ&nbsp;บจก.ท็อปฟู้ดเอเชีย&nbsp;มอบ&nbsp;ขนมจีนแกงเขียวหวาน&nbsp;1&nbsp;หม้อ&nbsp;ผัดหมี่ซีอิ้ว&nbsp;1หม้อ&nbsp;ข้าวกล่อง&nbsp;40&nbsp;กล่อง&nbsp;และขนมหวาน&nbsp;40&nbsp;ถ้วย</p><p>14.)บริษัท&nbsp;อารีย์อภิรักษ์&nbsp;จำกัด&nbsp;มอบน้ำดื่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;ขวด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ปทุมธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307155510252
1072	มหกรรมออมทรัพย์ชุมชนคนเมืองลุง	"<p><strong>จัดกิจกรรม&nbsp;""มหกรรมออมทรัพย์ชุมชนคนเมืองลุง""</strong>&nbsp;ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทุนชุมชนและยกระดับสู่การเป็นต้นแบบ&nbsp;ปัจจุบันมีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;208&nbsp;กลุ่ม&nbsp;มีสมาชิกรวม&nbsp;81,214&nbsp;คน&nbsp;เงินสัจจะสะสม&nbsp;จำนวน&nbsp;1,516,767,099.13&nbsp;บาท</p><p><strong>วันนี้&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมร้อยทองรีสอร์ท&nbsp;จังหวัดพัทลุง</strong>&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;นายเสรี&nbsp;จิตเวช&nbsp;พัฒนาชุมชนจังหวัดพัทลุง&nbsp;เปิดโครงการจัดกิจกรรม&nbsp;""มหกรรมออมทรัพย์ชุมชนคนเมืองลุง""&nbsp;ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทุนชุมชนและยกระดับสู่การเป็นต้นแบบ&nbsp;กิจกรรมมหกรรมการออมลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน&nbsp;และเนื่องในวันคล้ายวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;ครบรอบ&nbsp;88&nbsp;ปีกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ได้ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตมาตั้งแต่ปี&nbsp;2517&nbsp;โดยการนำของ&nbsp;ดร.ยุวัฒน์&nbsp;วุฒิเมธี&nbsp;อดีตอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;โดยดำเนินการภายใต้หลักการ""ใช้เงินเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน""&nbsp;ให้มีคุณธรรม&nbsp;&amp;&nbsp;ประการ&nbsp;คือ&nbsp;""ซื่อสัตย์&nbsp;เสียสละ&nbsp;รับผิดชอบ&nbsp;เห็นอกเห็นใจไว้วางใจกัน""&nbsp;ซึ่งได้เริ่มทดลองดำเนินการครั้งแรก&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2517&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;บ้านในเมืองหมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลละงู&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;และบ้านข้วมุง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลข้วมุง&nbsp;อำเภอสารภี&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่</p><p><strong>ในโอกาสวันคล้ายวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;</strong>คณะกรรมการเครือข่ายกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตจังหวัดพัทลุง&nbsp;ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชน&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;ได้กำหนดจัดงานขึ้นภายใต้ชื่อโครงการมหกรรมการออม&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเป็นกลุ่มที่จัดตั้งของประชาชน&nbsp;โดยประชาชน&nbsp;เพื่อประชาชน&nbsp;รวมตัวกันเพื่อช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันโดยการประหยัดทรัพย์&nbsp;แล้วนำมาสะสมรวมกันทีละเล็กละน้อยเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;เรียกว่าเงินสัจจะเพื่อใช้เป็นทุนให้สมาชิกที่มีความจำเป็นเดือดร้อน&nbsp;กู้ยืมไปใช้ในการลงทุนประกอบอาชีพ&nbsp;หรือเพื่อสวัสดิการของตนเองและครอบครัว&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้มีการประหยัด&nbsp;และออมเงินในรูปเงินสัจจะมีการบริหารเงินทุนในการประกอบอาชีพ&nbsp;จัดสวัสดิการของสมาชิกในการบริหารจัดการเงินทุนด้วยตนเองและการช่วยเหลือซึ่งกันและกันปัจจุบันจังหวัดพัทลุง&nbsp;มีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;208&nbsp;กลุ่ม&nbsp;มีสมาชิกรวม&nbsp;81,214&nbsp;คน&nbsp;เงินสัจจะสะสม&nbsp;จำนวน&nbsp;1,516,767,099.13&nbsp;บาท</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมงานในวันนี้ได้&nbsp;มอบประกาศเกียรติบัตร</strong>&nbsp;เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและผลงาน&nbsp;แก่กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ประเภท&nbsp;</p><p>1)&nbsp;ประเภทกลุ่มที่มีระยะเวลาการดำเนินงาน&nbsp;นับตั้งแต่ปีที่จัดตั้ง&nbsp;จนถึงปัจจุบันมากที่สุด&nbsp;</p><p>2)&nbsp;ประเภทของกลุ่มออมทรัพย์ที่มีอัตราของจำนวนสมาชิกกลุ่มมากที่สุด&nbsp;เมื่อเทียบกับจำนวน&nbsp;ครัวเรือนตามฐานข้อมูล&nbsp;จปฐ.&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ของหมู่บ้าน&nbsp;</p><p>3)&nbsp;ประเภทกลุ่มที่มีเงินออมมากที่สุดของจังหวัดพัทลุง&nbsp;</p><p>4)&nbsp;ประเภทของกลุ่มออมทรัพย์ทีมีเงินสัจจะสะสมเกิน&nbsp;20&nbsp;ล้านบาท&nbsp;พร้อมด้วยจัดนิทรรศการผลงานส่งเสริมการออมและลดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;อำเภอละ&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;เพื่อแลกเปลี่ยนผลการดำเนินงานและประสบการณ์บริหารจัดการเงินกองทุนชุมชน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;074&nbsp;612404</p><p>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307155510252</p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	พัทลุง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307161350258
1073	สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเพชรบุรี สร้างความเข้มแข็งชมรมแรงงานนอกระบบ อยู่อย่างไรให้ปลอดภัยจากโควิด -19	"<p><strong>ที่ทำการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปอาหารฮาลาลเนื้อสัตว์</strong>&nbsp;ตำบลท่าแร้งออก&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นางสาวภัทราวรรณ&nbsp;กลับกลายดี&nbsp;สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางรัตติยา&nbsp;สอนเคน&nbsp;นักวิชาการแรงงานชำนาญการ&nbsp;นายพิชัย&nbsp;เกตุเขียว&nbsp;นางสาวชนิกานต์&nbsp;เหลืองอร่าม&nbsp;และนายสิรวัฒน์&nbsp;ขอเจริญ&nbsp;นักวิชาการแรงงาน&nbsp;จัดกิจกรรมสร้างความเข้มแข็งชมรมแรงงานนอกระบบ&nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>นางสาวภัทราวรรณ&nbsp;กลับกลายดี&nbsp;สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การจัดกิจกรรมสร้างความเข้มแข็งชมรมแรงงานนอกระบบ&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบ้านแหลม&nbsp;มาให้ความรู้เรื่อง&nbsp;อยู่อย่างไรให้ปลอดภัยจากโควิด-19&nbsp;และมีความสุขในการทำงาน&nbsp;ชีวิตวิถีใหม่&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;บรรยายให้ความรู้เรื่อง&nbsp;การจัดตั้งรวมกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านและสาธิตการจัดทำเจลล้างมือ&nbsp;สร้างความเข้มแข็งให้แรงงานนอกระบบ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้แจกจ่ายให้ผู้เข้ารับการอบรมนำเจลล้างมือกลับไปใช้ที่บ้าน&nbsp;เพื่อป้องกันโควิด-19&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307155748254
1074	อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต นำทีมจัดกิจกรรมรวมพลังแพทย์แผนไทยสู้ภัยโควิด 19 ชูการบริการด้านการแพทย์แผนไทย แพทย์ทางเลือก พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ฟื้นเศรษฐกิจ	<p>อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;นำทีมจัดกิจกรรมรวมพลังแพทย์แผนไทยสู้ภัยโควิด&nbsp;19&nbsp;ชูการบริการด้านการแพทย์แผนไทย&nbsp;แพทย์ทางเลือก&nbsp;พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;ฟื้นเศรษฐกิจ&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่&nbsp;สวนสาธารณะลานกีฬา@อำเภอกะทู้</strong>&nbsp;เทศบาลเมืองกะทู้&nbsp;อำเภอกะทู้&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;นายแพทย์ยงยศ&nbsp;ธรรมวุฒิ&nbsp;อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์การทางเลือก&nbsp;เดินทางมาเป็นประธานเปิดงานรวมพลังแพทย์แผนไทยสู้ภัยโควิด&nbsp;19&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายแพทย์กู้ศักดิ์&nbsp;กู้เกียรติกูล&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต&nbsp;นายสมบูรณ์&nbsp;อัยรักษ์&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองกะทู้&nbsp;ราวมให้การต้อนรับ&nbsp;โดย&nbsp;อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์การทางเลือก&nbsp;ได้ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเครือข่ายแพทย์แผนไทยจังหวัดภูเก็ตและจากส่วนกลาง&nbsp;ที่มาออกหน่วยแพทย์แผนไทยเคลื่อนที่&nbsp;เพื่อตรวจรักษา&nbsp;แนะนำความรู้ด้านศาสตร์การแพทย์แผนไทย&nbsp;การแพทย์ทางเลือก&nbsp;และสมุนไพร&nbsp;ให้ระชาชนกลุ่มเสี่ยงและที่มีอาการหลังติดเชื้อโควิด-19&nbsp;หรือ&nbsp;Long&nbsp;COVID&nbsp;หรือภาวะ&nbsp;Post&nbsp;COVID-19&nbsp;Syndrome&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ซึ่งถือเป็นการดำเนินงานเชิงรุก&nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนโดยเป็นทางเลือกหนึ่งการดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก&nbsp;ในสถานการณ์โควิด-19&nbsp;และเป็นการป้องกันความรุนแรงหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนจากเชื้อไวรัสโควิด-&nbsp;9&nbsp;ในระยะยาว</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้มีการส่งมอบชุดยาสมุนไพร&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม</strong>&nbsp;ของทีมออกหน่วย&nbsp;(ต้นแบบ)&nbsp;ของเขตบริการสุขภาพ&nbsp;เพื่อการจัดบริการในพื้นที่ของตนเองอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และมอบยาฟ้าทะลายโจรให้กับจังหวัดภูเก็ต&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เทศบาลเมืองกะทู้&nbsp;และนายกสมาคมผู้สื่อข่าวจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เพื่อแจกจ่ายให้กับสื่อมวลชนซึ่งถือเป็นบุคลากรด่านหน้าที่มีความเสี่ยงในการปฏิบัติงานในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;</p><p><strong>นายแพทย์ยงยศ&nbsp;ธรรมวุฒิ&nbsp;อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย</strong>และการแพทย์ทางเลือก&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การออกหน่วยแพทย์แผนไทยเคลื่อนที่&nbsp;เป็นการดูแลกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ผู้ป่วย&nbsp;และกลุ่มที่เกิดภาวะ&nbsp;Post&nbsp;-&nbsp;COVID&nbsp;Syndrome&nbsp;โดยการเปิดลงทะเบียนผ่านในระบบไลน์&nbsp;OA&nbsp;หมอแผนไทยสู้ภัยโควิด&nbsp;และระบบไลน์&nbsp;OA&nbsp;Fah&nbsp;First&nbsp;Aid&nbsp;เพื่อคัดกรอง&nbsp;รักษา&nbsp;จ่ายยา&nbsp;และให้คำปรึกษาแก่กลุ่มเสี่ยง&nbsp;ผู้ป่วย&nbsp;และกลุ่มที่เกิดภาวะ&nbsp;Post&nbsp;-&nbsp;COVID&nbsp;Syndrome&nbsp;ที่ได้เริ่มมาตั้งแต่เดือนมกราคม&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;รวม&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;และจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นจังหวัดที่&nbsp;2&nbsp;ของเขตสุขภาพที่&nbsp;11&nbsp;ต่อจากจังหวัด&nbsp;ชุมพร&nbsp;ที่ร่วมจัดกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;ซึ่งในการออกหน่วยได้มีการมอบชุดยาสมุนไพร&nbsp;เพื่อใช้ในการดูแลสุขภาพให้แก่เขตสุขภาพ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมแพทย์แผนไทยฯ&nbsp;ได้จัดสรรยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร&nbsp;</strong>แจกจ่ายให้กับผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;ในระยะเริ่มต้นที่ไม่มีอาการและมีอาการเล็กน้อย&nbsp;ไม่รุนแรง&nbsp;ในผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว&nbsp;ที่กักตัวที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;และผู้ป่วย&nbsp;Post&nbsp;COVID-19&nbsp;Long&nbsp;COVID-19&nbsp;ให้กับโรงพยาบาลในสังกัดของรัฐทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยกว่า&nbsp;7&nbsp;แสนราย&nbsp;พร้อมจัดทำแนวทางและข้อแนะนำวิธีการใช้สมุนไพรในผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;ที่อาการไม่รุนแรง&nbsp;เพื่อเป็นคู่มือในการให้บริการตามมาตรฐานเดียวกัน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;การจัดกิจกรรมแพทย์แผนไทยเคลื่อนที่ในจังหวัดภูเก็ตครั้งนี้</strong>&nbsp;เป็นการดำเนินงานเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ให้มีทางเลือกในการดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก&nbsp;ในสถานการณ์โควิด&nbsp;19&nbsp;เพื่อยกระดับจังหวัดภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่สำคัญ&nbsp;พร้อมชูการให้บริการทางด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกที่ได้มาตรฐาน&nbsp;ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพฟื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;อีกทางหนึ่งด้วย</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กิจกรรมรวมพลังแพทย์แผนไทยสู้ภัยโควิด&nbsp;19&nbsp;จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;มีประชาชนผู้ที่เคยติดเชื้อโควิด-19&nbsp;กลุ่มเสี่ยง&nbsp;ลงทะเบียนเข้ารับการดูแล&nbsp;รักษาด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย&nbsp;เป็นจำนวนมากเพื่อต้องการเรียนการดูแลตนเอง&nbsp;การป้องกันไม่ให้โรคมีความรุนแรงมากขึ้นหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน&nbsp;จากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ในระยะยาว&nbsp;ซึ่งมีการจัดกิจกรรม&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7&nbsp;&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สวนสาธารณะลานกีฬา&nbsp;@อำเภอกะทู้&nbsp;(โรงเหล้าเก่า)&nbsp;เทศบาลเมืองกะทู้&nbsp;อำเภอกะทู้&nbsp;จังหวัดภูเก็ต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307162409262
1075	เหล่ากาชาดจังหวัดพังงา รุดลงพื้นที่มอบอาหารและสิ่งของช่วยเหลือผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) กลุ่มสีเขียว	"<p><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;&nbsp;color:&nbsp;rgb(52,&nbsp;58,&nbsp;64);"">นางวิภาดา&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพังงา</strong><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;&nbsp;color:&nbsp;rgb(52,&nbsp;58,&nbsp;64);"">&nbsp;นางจีรนันท์&nbsp;สุทพัฒน์แก้ว&nbsp;รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดพังงา&nbsp;และกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดพังงา&nbsp;พร้อมนางสาวเสาวนีย์&nbsp;เสาวกูล&nbsp;หัวหน้าสถานีกาชาดที่&nbsp;14&nbsp;พังงา&nbsp;เฉลิมเกียรติ&nbsp;ร่วมกันมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค&nbsp;ชุด&nbsp;Ready&nbsp;Meal&nbsp;อาทิ&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;อาหารกระป๋อง&nbsp;เครื่องตรวจวัดค่าออกซิเจนปลายนิ้ว&nbsp;ปรอทวัดไข้&nbsp;และสิ่งที่จำเป็นอื่นๆ&nbsp;สำหรับผู้ป่วยโควิด&nbsp;-19&nbsp;กลุ่มสีเขียวที่กำลังกักตัวอยู่ในที่พักอาศัยบริเวณย่านโรงเรียนอนุบาลพังงา&nbsp;ต.ถ้ำน้ำผุด&nbsp;อ.เมืองพังงา&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;อสม.&nbsp;และผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ร่วมลงพื้นที่ด้วย&nbsp;พร้อมได้พูดคุยให้คำแนะนำและวิธีการปฏิบัติในขณะที่กำลังอยู่ในระยะเวลาพักรักษาตัว&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-19&nbsp;ซึ่งเหล่ากาชาดจังหวัดพังงาได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนในยามที่ต้องการความช่วยเหลือและในยามเดือดร้อนเรื่อยมา&nbsp;ถือเป็นหนึ่งในภารกิจในการบรรเทาทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;บำบัดโรค&nbsp;กำจัดภัย&nbsp;เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและเป็นที่พึ่งของประชาชน&nbsp;ของเหล่ากาชาดจังหวัดพังงา</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307162448263
1076	ผู้ว่าฯพังงา เปิดสายด่วนโควิด 19 ไขปัญหาให้ความช่วยเหลือ เชิญชวนประชาชนเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นช่วยสร้างภูมิร่างกายต่อเนื่อง ลดอาการเจ็บป่วยจากโควิด 19	<p><strong>จังหวัดพังงา&nbsp;จัดประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;เพื่อติดตามมาตรการควบคุม&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;โดยมีนายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;มีนายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมภูผา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพังงา&nbsp;รวมทั้งนายอำเภอทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอร่วมประชุมผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;ซึ่งที่ประชุมยังเน้นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้ารับวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;ให้มากที่สุด&nbsp;เนื่องจากภูมิของร่างกายนับตั้งแต่ระยะเวลาที่ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;ไปแล้วนั้น&nbsp;เริ่มมีประสิทธิภาพลดลง&nbsp;</p><p><strong>ฉะนั้นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิอย่างต่อเนี่อง</strong>จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นกับสภาวะที่ยังมีการแพร่ระบาดอยู่ทุกพื้นที่เช่นในปัจจุบัน&nbsp;อีกทั้งยังได้กำชับให้ทางอำเภอ&nbsp;รพสต.ในพื้นที่&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;และ&nbsp;อสม.&nbsp;เข้าดูแลให้ความช่วยเหลือและคำแนะนำแก่ผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;ที่รักษาตัวอยู่ที่บ้านในทุกๆด้าน&nbsp;ส่วนพื้นที่ใดที่มีความพร้อมในการจัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจหรือการท่องเที่ยวก็สามารถจัดได้ภายใต้มาตรการ&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;หรือ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ทั้งนี้ก็เพื่อให้การประกอบอาชีพของประชาชนสามารถดำเนินไปได้</p><p><strong>ภายหลังจากการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพังงาแล้วเสร็จ&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพังงา&nbsp;ได้ร่วมกันพูดคุยกับประชาชนในเรื่องสถานการณ์โควิด&nbsp;19&nbsp;ผ่านสื่อมวลชนในพื้นที่และสื่อทางโซเซียลมีเดีย&nbsp;ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาได้มีความห่วงใยในการดำเนินชีวิตในช่วงภาวะที่ยากลำบากของพี่น้องประชาชนทุกคน&nbsp;ทุกหลังคาเรือน&nbsp;ประกอบกับสายพันธุ์โอมิครอนที่ทำให้สามารถติดเชื้อได้ง่ายและเร็วขึ้น&nbsp;จึงทำให้จังหวัดพังงาเองพบผู้ป่วยในแต่ละวันเกือบหลักร้อยคน&nbsp;จึงได้เปิดสายด่วนโควิด&nbsp;19&nbsp;ประกอบด้วยเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อนายอำเภอ&nbsp;โรงพยาบาล&nbsp;สาธารณสุขอำเภอ&nbsp;รพสต.ทุกแห่ง&nbsp;และผู้นำชุมชน&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้สอบถามทุกเรื่องราวที่เกี่ยวกับโควิด&nbsp;19&nbsp;เช่น&nbsp;หากมีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;จะทำอย่างไรต่อไป&nbsp;หรือการรับขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพังงา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ในระลอกเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;สะสม&nbsp;5,080&nbsp;คน&nbsp;ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่พบไม่แสดงอาการถึงมีอาการเล็กน้อย&nbsp;เช่น&nbsp;คัดจมูก&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;และมีไอบ้าง&nbsp;คล้ายเป็นไข้หวัดธรรมดา&nbsp;โดยแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยอาการ&nbsp;ซึ่งหากเป็นผู้ป่วยใน&nbsp;7&nbsp;กลุ่มโรคเรื้อรัง&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;60&nbsp;ปีขึ้นไปและสตรีมีครรภ์&nbsp;หรือเรียกว่า&nbsp;กลุ่ม&nbsp;608&nbsp;จะเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;ส่วนผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรือมีเพียงเล็กน้อยจะเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่บ้านของตนเอง&nbsp;โดยบุคลากรจาก&nbsp;รพสต.ใกล้บ้าน&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;อสม.&nbsp;และผู้นำชุมชุน&nbsp;เพื่อลดภาระของเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;โดยได้รับสิทธิจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;สปสช.&nbsp;ในการดูแลเรื่องอาหารและยาจนกระทั่งหายเป็นปกติ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307162610264
1077	ผู้ว่าฯ หนองบัวลำภู กำชับให้ผู้บริหารสถานศึกษา ปฏิบัติตามมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร หรือ Covid Free Setting อย่างจริงจัง ภายหลังเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 แบบคลัสเตอร์ในสถานศึกษามากขึ้น	<p><strong>นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ขณะนี้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ทวีความรุนแรงมากขึ้น&nbsp;ผู้ติดเชื้อต่อวันเกินกว่า&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;และมีการระบาดเป็นกลุ่มก้อน&nbsp;เฉพาะระลอกเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ล่าสุด&nbsp;(7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;มีจำนวน&nbsp;68&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;คลัสเตอร์จากคนเสี่ยงในครอบครัว&nbsp;จำนวน&nbsp;21&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;จากกิจกรรมเสี่ยง&nbsp;จำนวน&nbsp;21&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;และ&nbsp;จากสถานที่เสี่ยง&nbsp;จำนวน&nbsp;26&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;โดยสถานที่เสี่ยงที่พบการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก&nbsp;ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดการนำเชื้อโควิด-19&nbsp;แพร่กระจายไปถึงคนในครอบครัว&nbsp;คนในชุมชน</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อให้การควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19</strong>&nbsp;ในสถานศึกษา&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก&nbsp;ไปสู่ครอบครัวและชุมชนเกิดประสิทธิภาพ&nbsp;จึงได้กำชับให้ผู้บริหารสถานศึกษาทุกแห่งปฏิบัติตามมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;(Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting)&nbsp;อย่างจริงจัง&nbsp;และปฏิบัติตามคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ที่&nbsp;4/2565&nbsp;ลงวันที่&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เรื่อง&nbsp;การดำเนินการตามมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;(Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>สำหรับมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;(COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting)</strong>&nbsp;กลุ่มสถานศึกษานั้น&nbsp;ผู้บริหารสถานศึกษาทุกแห่งจะต้องดูแล&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;คือ&nbsp;1.ด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;(COVID&nbsp;Free&nbsp;Environment)&nbsp;2.ด้านบุคลากรและนักเรียน&nbsp;(COVID&nbsp;Free&nbsp;Personnel)&nbsp;และ&nbsp;3.ด้านบุคลากรนอกสถานศึกษา&nbsp;ผู้มาติดต่อราชการ&nbsp;(COVID&nbsp;Free&nbsp;Customer)&nbsp;มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนให้รอดพ้นจากการติดเชื้อโควิด-&nbsp;19&nbsp;และเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ในวงกว้าง</p><p>ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการข้างต้น&nbsp;อาจมีความผิดตามมาตรา&nbsp;51&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท&nbsp;หรืออาจมีความผิดตามมาตรา&nbsp;52&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี&nbsp;หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;และอาจเป็นความผิดตามมาตรา&nbsp;18&nbsp;แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2548&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี&nbsp;หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;และอาจถูกสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองบัวลำภู	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307161849259
1078	พิธีเปิดกิจกรรมการพัฒนาความสามารถในการพึ่งพาตนเองของฟาร์มตัวอย่างตามโครงการพระราชดำริในพื้นที่ จชต. รุ่นที่ 4 ณ โครงการฟาร์มตัวอย่างฯ บ้านปิยา อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่โครงการฟาร์มตัวอย่าง</strong>ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;บ้านปิยา&nbsp;ตำบลมุมัง&nbsp;อำเภอยะหริ่ง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;พันเอก&nbsp;อังคาร&nbsp;พร้อมสุข&nbsp;เสนาธิการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;เป็นผู้แทนผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;เดินทางมาเป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมการพัฒนาความสามารถในการพึ่งพาตนเองของฟาร์มตัวอย่างฯ&nbsp;ตามโครงการพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(กิจกรรมเพิ่มความรู้&nbsp;และทักษะทางการเกษตร)&nbsp;รุ่นที่&nbsp;4&nbsp;กิจกรรมดังกล่าว&nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;คน&nbsp;จัดจากสมาชิกโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ในความรับผิดชอบของศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;จัดขึ้นภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยมี&nbsp;พันโท&nbsp;สมร&nbsp;เอี้ยวงษ์&nbsp;รองหัวหน้าคณะทำงานที่&nbsp;2&nbsp;,สมาชิกโครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;บ้านปิยา&nbsp;,หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;42&nbsp;และคณะวิทยากร&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์</strong>&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางการจัดการองค์ความรู้&nbsp;ในการนำไปปฏิบัติในพื้นที่&nbsp;ให้เกิดเสถียรภาพในการดำเนินงานฟาร์มตัวอย่างต่อไปในอนาคต&nbsp;และเพื่อสนับสนุนให้สมาชิกฟาร์มตัวอย่าง&nbsp;ได้รับความรู้ทางด้านการเกษตร&nbsp;ปศุสัตว์หลักเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;บริหารจัดการน้ำด้วยระบบ&nbsp;และวิธีการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;มีแนวทางการปฏิบัติที่เหมาะสมและนำมาประยุกต์ใช้ในแต่ละพื้นที่&nbsp;ตลอดจนเพื่อขยายผลการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นไปอย่างกว้างขวาง&nbsp;สามารถปฏิบัติตามได้จริงและเห็นผลเป็นรูปธรรม&nbsp;สมาชิกฟาร์มสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;จนสามารถพัฒนารูปแบบฟาร์มตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ได้มาตรฐาน&nbsp;ในการดำเนินงานโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ&nbsp;ในอนาคต&nbsp;พร้อมทั้งยังเป็นการพัฒนาความสามารถในการพึ่งพาตนเองของฟาร์มตัวอย่าง&nbsp;ตามโครงการพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เพื่อตอบสนองต่อนโยบายของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ที่สนับสนุนให้สมาชิกฟาร์มตัวอย่างฯ&nbsp;ได้มีทักษะในการดำรงชีพ</p><p><strong>โดยประสานกับโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ&nbsp;ที่ประสบความสำเร็จ</strong>&nbsp;ในด้านการบริหารจัดการที่มีเสถียรภาพ&nbsp;จัดวิทยากรผู้มีความรู้&nbsp;ความสามารถ&nbsp;และมีประสบการณ์&nbsp;เพื่อให้ผู้จัดการและสมาชิกฟาร์มตัวอย่างฯ&nbsp;ได้ศึกษาเรียนรู้และดูงาน&nbsp;นำองค์ความรู้จากการศึกษาแบบอย่างไปประยุกต์ปรับใช้กับพื้นที่ของตนให้เหมาะสม&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ให้การสนับสนุนปัจจัยการผลิตในรูปแบบต่างๆ&nbsp;ส่งเสริมให้ฟาร์มตัวอย่างสามารถสร้างผลผลิต&nbsp;นำมาซึ่งรายได้ในการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้เกิดประโยชน์กับสมาชิกฟาร์มตัวอย่าง&nbsp;และชุมชนในหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยรวมทั้งประชาชนไทยพุทธและไทยมุสลิม&nbsp;ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้&nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดีและอยู่ร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ&nbsp;ด้วยความรัก&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;ภายใต้ความหลากหลายของสังคมพหุวัฒนธรรม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307162139261
1079	จังหวัดนครพนม รับมอบรถโมบายสโตรคยูนิต จากศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช	"<p><strong>นายแพทย์ปรีดา&nbsp;วรหาร&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;ร่วมพิธีเปิดการฝึกอบรมและซ้อมปฏิบัติการเสมือนจริงรถ&nbsp;Mobile&nbsp;Stroke&nbsp;Unit&nbsp;&nbsp;Stroke&nbsp;One&nbsp;Stop&nbsp;(MSU-SOS)&nbsp;พร้อมร่วมพิธีรับมอบรถโมบายสโตรคยูนิตเชื่อมต่อกับระบบปรึกษาทางไกล&nbsp;และการส่งผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันแบบครบวงจรในจังหวัดนครพนม&nbsp;โดยมี&nbsp;รศ.นพ.ยงชัย&nbsp;นิละนนท์&nbsp;ประธานศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช&nbsp;คณะแพทย์ศาสตร์&nbsp;ศิริราชพยาบาล&nbsp;มหาวิทยาลัยมหิดล&nbsp;ผศ.ดร.พรชัย&nbsp;ชันยากร&nbsp;รองคณบดีฝ่ายพัฒนาคุณภาพกระบวนงาน&nbsp;ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า&nbsp;คณะวิศวกรรมศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยมหิดล&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;คูหากาญจน์&nbsp;สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ&nbsp;ร่วมพิธี&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศรีโคตรบูรณ์&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;อาคารอำนวยการ&nbsp;และอุบัตเหตุ-ฉุกเฉิน&nbsp;โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม&nbsp;อำเภอธาตุพนม&nbsp;จังหวัดนครพนม</p><p><strong>รศ.นพ.ยงชัย&nbsp;นิละนนท์&nbsp;ประธานศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช</strong>&nbsp;คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล&nbsp;มหาวิทยาลัยมหิดล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและทุพพลภาพ&nbsp;จากข้อมูลพบว่าทั่วโลกมีจำนวนผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองกว่า&nbsp;13.7&nbsp;ล้านคน&nbsp;ซึ่งการจะรักษาคนไข้กลุ่มนี้ได้นั้นมีปัจจัยหลักอยู่ที่มาตรฐานเวลา&nbsp;หากพบอาการเร็ว&nbsp;ได้รับการวินิจฉัยเร็ว&nbsp;ก็จะได้รับการรักษาที่ถูกต้อง&nbsp;อัตราของโอกาสการหายก็จะมีเพิ่มขึ้น&nbsp;นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงต้องมีเทคโนโลยีใหม่ๆ&nbsp;เข้ามาเป็นเครื่องมือในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์</p><p><strong>วันนี้รถโมบายสโตรคยูนิต&nbsp;</strong>Mobile&nbsp;Stroke&nbsp;Unit&nbsp;&nbsp;Stroke&nbsp;One&nbsp;Stop&nbsp;(MSU-SOS)&nbsp;ได้ให้บริการผู้ป่วยไปแล้วกว่า&nbsp;700&nbsp;ราย&nbsp;พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองได้จริง&nbsp;สามารถวินิจฉัยผู้ป่วยได้ตั้งแต่อยู่บนรถโดยสามารถส่งผล&nbsp;CT&nbsp;Scan&nbsp;ไปยังทีมแพทย์เฉพาะทางให้สามารถทำการตรวจรักษาผ่านจอมอนิเตอร์ที่ถ่ายทอดภาพของผู้ป่วยในรถได้อย่างคมชัด&nbsp;เพื่อให้แพทย์สามารถแนะนำการรักษาได้ตรงตามอาการและความรุนแรงของโรคได้อย่างทันท่วงที&nbsp;ซึ่งกระบวนการทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยนวัตกรรม&nbsp;และดิจิทัลเทคโนโลยีอย่าง&nbsp;5G&nbsp;เข้ามาเป็นตัวช่วยในการผลักดันการทำงานให้เกิดความต่อเนื่อง&nbsp;และสามารถช่วยชีวิตหรือลดอาการความรุนแรงของโรคหลอดเลือดสมองได้จริง&nbsp;รศ.นพ.ยงชัยกล่าว</p><p><strong>ขณะที่นายแพทย์ปรีดา&nbsp;วรหาร&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;(สสจ.นครพนม)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;แม้ข้อมูลจะระบุว่าอัตราการตายของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองของจังหวัดนครพนมมีแนวโน้มลดลง&nbsp;แต่กลับพบว่าอัตราตายของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแตกเพิ่มมากขึ้น&nbsp;และจากการที่จังหวัดนครพนมได้รับมอบรถ&nbsp;Mobile&nbsp;Stroke&nbsp;Unit&nbsp;&nbsp;Stroke&nbsp;One&nbsp;Stop&nbsp;(MSU-SOS)&nbsp;จะช่วยให้คนไข้เข้าถึงการักษาที่ดีขึ้น&nbsp;ลดจำนวน&nbsp;Case&nbsp;ในระยะยาว&nbsp;และจะทำให้เกิดระบบการให้บริการโรคหลอดเลือดสมองที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถลดเวลารอคอย&nbsp;ลดอัตราการเสียชีวิตและความพิการรุนแรงลงได้</p><p><strong>""ขั้นตอนการทำงาน&nbsp;ศูนย์สั่งการ&nbsp;โรงพยาบาลนครพนม</strong>&nbsp;จะเป็นศูนย์ประสานงาน&nbsp;เวลามีกรณีผู้ป่วยที่เข้าข่ายต้องใช้รถโมบายสโตรคยูนิต&nbsp;จะมีอายุแพทย์โรคหลอดสมองเป็นพี่เลี้ยงในการปฏิบัติงาน&nbsp;ส่วนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม&nbsp;สั่งการโดยอายุรแพทย์&nbsp;กำหนดให้รับผู้ป่วยที่เข้าข่ายต้องใช้รถโมบายสโตรคยูนิต&nbsp;ขณะนี้จังหวัดนครพนมได้ดำเนินการให้บริการนำร่องในโรงพยาบาลโซนใต้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม&nbsp;โรงพยาบาลนาแก&nbsp;โรงพยาบาลเรณูนคร&nbsp;และโรงพยาบาลวังยาง&nbsp;ซึ่งรูปแบบการบูรณาการร่วมกันแบบนี้จะทำให้สามารถเชื่อมโยงให้เกิดภาคีเครือข่ายในการร่วมกันปฏิบัติงานหลายภาคส่วน&nbsp;ทำให้สามารถลดขึ้นตอน&nbsp;และลดระยะเวลา&nbsp;ทำให้ลดอัตราเสียชีวิตและความพิการลงได้""&nbsp;สสจ.นครพนมกล่าว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307162044260
1080	ปัตตานี-มอบป้ายศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงาน&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>ว่าที่ร้อยตรีตระกูล&nbsp;โทธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายยะห์ยา&nbsp;ปานาฆอ&nbsp;ปลัดจังหวัดปัตตานี&nbsp;เป็นประธานมอบป้ายศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;ณ&nbsp;ห้องน้ำพราว&nbsp;บอลรูม&nbsp;โรงแรม&nbsp;ชี.เอส.&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ด้วยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;มีนโยบายให้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล&nbsp;เพื่อยกระดับกลไกการบริหารจัดการด้านสวัสดิการสังคมของแต่ละกรมในสังกัด&nbsp;พม.&nbsp;ที่มีกลไกระดับชุมชนโดยปรับภารกิจให้การดูแลประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;สร้างชุมชนให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;ซึ่งจัดให้มีตำบลละ&nbsp;1&nbsp;แห่งในระดับพื้นที่&nbsp;ทำหน้าที่ขับเคลื่อนงานทุกภารกิจของกระทรวง&nbsp;พม.&nbsp;แบบบูรณาการ&nbsp;ณ&nbsp;จุดเดียวเป็นองค์รวม&nbsp;หรือการให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ&nbsp;One&nbsp;stop&nbsp;service&nbsp;ให้ครอบคลุมบริการสวัสดิการสังคมและบริการอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่จำเป็นสำหรับประชาชนอย่างหลากหลาย&nbsp;และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการของภาครัฐ&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ซึ่งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลจึงเป็นการพัฒนาและยกระดับกลไกการพัฒนาสังคม</strong>&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์กลางบูรณาการความร่วมมือในการบริการ&nbsp;สวัสดิการสังคมสำหรับคนทุกช่วงวัย&nbsp;โดยร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ภาคประชาสังคม&nbsp;และภาคีเครือข่าย&nbsp;เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;ประชาชนกลุ่มเป้าหมายในระดับพื้นที่อย่างทั่วถึง&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;สำหรับ&nbsp;ให้บริการประชาชน&nbsp;โดยกลุ่มเป้าหมายที่ใช้บริการศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ประชาชนทุกช่วงวัยในชุมชน&nbsp;ได้แก่&nbsp;เด็กและเยาวชน&nbsp;สตรีและครอบครัว&nbsp;คนพิการ&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;คนไร้ที่พึ่งและขอทาน&nbsp;ผู้ประสบปัญหาทางสังคม&nbsp;ครัวเรือนเปราะบาง&nbsp;และประชาชนทั่วไป&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;ได้ดำเนินการ&nbsp;จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;113&nbsp;ศูนย์&nbsp;ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั้ง&nbsp;12&nbsp;อำเภอในจังหวัดปัตตานี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307163254267
1081	กฟภ.เตือนระวังภัยจากพายุฝน  หากพบพายุฝนลมกระโชกแรงพัดต้นไม้ล้มทับสายไฟขาด อย่าเข้าใกล้	<p><strong>นายประสิทธิ์&nbsp;จันทร์ประสิทธิ์&nbsp;ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;เขต3</strong>&nbsp;(ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เตือนประชาชนระวังภัยจากพายุฝนหากพบพายุฝนลมกระโชกแรงพัดต้นไม้ล้มทับสายไฟขาด&nbsp;อย่าเข้าใกล้&nbsp;และให้ปฏิบัติดับนี้</p><p>-&nbsp;โทรแจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้ทำการตรวจสอบและตัดกระแสไฟฟ้า</p><p>-&nbsp;ห้ามก้าวเท้าลงจากรถ&nbsp;ใช้วิธีกระโดดตัวลอยจากตัวรถลงพื้น</p><p>-&nbsp;เดินออกจากตัวรถโดยเท้าทั้งสองข้างชิดกันพร้อมขยับไปข้างหน้า</p><p>-&nbsp;ห้ามส่วนใดของร่างกายโดนรถ&nbsp;อาจจะทำให้โดนไฟฟ้าดูด</p><p>-&nbsp;ระยะที่ปลอดภัย&nbsp;คือ&nbsp;ห่างจากตัวรถและสายไฟฟ้าที่ขาดไม่น้อยกว่า&nbsp;3&nbsp;เมตร</p><p>-&nbsp;ห้ามก้าวเท้ายาวหรือวิ่ง&nbsp;เพราะอาจถูกไฟดูดจากแรงดันไฟฟ้าที่ต่างกันระหว่างเท้า&nbsp;2&nbsp;ข้าง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากพบเห็นระบบจำหน่ายหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุด</strong>&nbsp;แจ้งให้เจ้าหน้าที่&nbsp;PEA&nbsp;ใกล้บ้าน&nbsp;เพื่อดำเนินการแก้ไขทันที&nbsp;หรือ&nbsp;โทร.&nbsp;1129&nbsp;PEA&nbsp;Contact&nbsp;Center&nbsp;ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้า&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;หรือ&nbsp;แจ้งผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;PEA&nbsp;Smart&nbsp;Plus</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307163714276
1082	จ.สมุทรปราการ แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19)	<p><strong>จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>(COVID-19)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน&nbsp;พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>นายเจนเจตน์&nbsp;เจนนาวิน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;เป็นประธานแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019(COVID-19)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;โดยมี&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้&nbsp;ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;มีผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;872&nbsp;ราย&nbsp;(ติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;741&nbsp;ราย&nbsp;และรับส่งต่อเพื่อรับรักษา&nbsp;131&nbsp;ราย)&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการมีผู้ติดเชื้อระลอกใหม่&nbsp;(ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;จำนวน&nbsp;51,376&nbsp;ราย&nbsp;ผลการดำเนินการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;มียอดผู้ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;1,669,315&nbsp;คน&nbsp;จากประชาชนเป้าหมายในจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;จำนวน&nbsp;1,781,569&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งคิดเป็น&nbsp;93.87&nbsp;%</p><p><strong>จังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;ขอให้ประชาชนป้องกันตนเองด้วยวิธีป้องกันการติดเชื้อโควิด&nbsp;(แบบครอบจักรวาล)&nbsp;:&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ดังนี้&nbsp;ออกจากบ้านเมื่อจำเป็น&nbsp;,เว้นระยะห่าง&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;,สวมหน้ากากอนามัยและทับด้วยหน้ากากผ้าตลอดเวลา&nbsp;,ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์&nbsp;,อย่าใช้มือสัมผัสหน้ากาก&nbsp;รวมทั้งใบหน้า&nbsp;ตา&nbsp;จมูก&nbsp;ปาก&nbsp;,ผู้เป็นกลุ่มเสี่ยง&nbsp;หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน&nbsp;,ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อยๆ&nbsp;,แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด&nbsp;ไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น&nbsp;,กินอาหารปรุงสุกใหม่&nbsp;แยกสำรับ&nbsp;ใช้ช้อนกลางส่วนตัว&nbsp;และหากสงสัยว่าตนเองเสี่ยงตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;บ่อยๆ&nbsp;เพื่อยืนยันว่าติดเชื้อหรือไม่&nbsp;เพื่อปลอดภัยจาก&nbsp;COVID-19</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307164304278
1083	จังหวัดสตูล พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย จำนวน 172 ราย เรือนจำผู้ต้องขัง จำนวน 2 ราย และเสียชีวิต จำนวน 2 ราย	<p><strong>จังหวัดสตูล&nbsp;พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19</strong>&nbsp;รายใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;174&nbsp;ราย&nbsp;แยกเป็นรายอำเภอ&nbsp;ดังนี้&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;48&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ในพื้นที่&nbsp;ตำบลพิมาน&nbsp;ตำบลคลองขุด&nbsp;ตำบลควนขัน&nbsp;ตำบลบ้านควน&nbsp;ตำบลฉลุง&nbsp;ตำบลตันหยงโป&nbsp;ตำบลเกตรี&nbsp;ตำบลปูยู&nbsp;ตำบลเจ๊ะบิลัง&nbsp;และตำบลตำมะลัง&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;23&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ในพื้นที่&nbsp;ตำบลควนโดน&nbsp;ตำบลควนสตอ&nbsp;ตำบลย่านซื่อ&nbsp;และตำบลวังประจัน&nbsp;อำเภอควนกาหลง&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ในพื้นที่&nbsp;ตำบลควนกาหลง&nbsp;ตำบลทุ่งนุ้ย&nbsp;และตำบลอุใดเจริญ&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;อำเภอท่าแพ&nbsp;33&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ในพื้นที่&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลท่าแพ&nbsp;ตำบลท่าเรือ&nbsp;ตำบลแป-ระ&nbsp;และตำบลสาคร&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;47&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ในพื้นที่&nbsp;ตำบลกำแพง&nbsp;ตำบลละงู&nbsp;ตำบลเขาขาว&nbsp;ตำบลน้ำผุด&nbsp;และตำบลปากน้ำ&nbsp;อำเภอทุ่งหว้า&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ในพื้นที่&nbsp;ตำบลนาทอน&nbsp;และตำบลป่าแก่บ่อหิน&nbsp;ซึ่งผู้ป่วยทั้งหมดเป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วยใกล้ชิด&nbsp;</p><p><strong>ส่วนผู้ป่วยในเรือนจำ/ผู้ต้องขัง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;</strong>อยู่ในตำบลพิมาน&nbsp;และผู้เสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รายที่&nbsp;1&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;68&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลพิมาน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;โรคประจำตัว&nbsp;ไตวาย&nbsp;เบาหวาน&nbsp;ไม่มีประวัติ&nbsp;ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;และรายที่&nbsp;2&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;78&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลกำแพง&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;โรคประจำตัว&nbsp;เบาหวาน&nbsp;ไม่มีประวัติ&nbsp;ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ทางโรงพยาบาลและส่วนที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือจัดพิธีศพตามหลักศาสนาเรียบร้อยแล้ว</p><p><strong>สำหรับการติดตามสืบสวนสอบสวนค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิด</strong>&nbsp;และผู้สัมผัสร่วมบ้านของผู้ป่วยทั้ง&nbsp;174&nbsp;ราย&nbsp;ในเบื้องต้น&nbsp;มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;จำนวน&nbsp;228&nbsp;คน&nbsp;ได้ไปกักตัวที่บ้าน&nbsp;(HQ)&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;228&nbsp;คน&nbsp;พร้อมคำแนะนำให้ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;มีสุขอนามัยที่ดี&nbsp;อยู่ในความดูแลเฝ้าสังเกตอาการโดยหมอครอบครัวอย่างใกล้ชิด&nbsp;แต่ถึงอย่างไรก็ตามการป้องกันเชื้อโควิด-19&nbsp;&nbsp;ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;ต้องขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในการมีสุขอนามัยที่ดี&nbsp;ป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล&nbsp;และขอเชิญชวนประชาชนเข้ารับวัคซีนโควิด-19&nbsp;ได้ทุกเข็ม&nbsp;ทั้งเข็ม&nbsp;&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอายุ&nbsp;60&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;และมีโรคประจำตัว&nbsp;ตามสถานที่และเวลาที่กำหนด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เข็ม&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;สามารถ&nbsp;Walk-in&nbsp;ได้ทุกศูนย์ที่มีการฉีด&nbsp;หรือ&nbsp;ติดตาม&nbsp;รพ.สต.ใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307164331279
1084	รองผู้ว่าฯ ยะลา ประชุมคณะกรรมการจังหวัดเพื่อพิจารณาการขออนุญาตผลิตกัญชง(Hemp)	"<p><strong>นายอำนาจ&nbsp;ชูทอง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจังหวัดเพื่อพิจารณาการขออนุญาตผลิตกัญชง(Hemp)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นพ.วิเศษ&nbsp;สิรินทรโสภณ&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&nbsp;ที่ห้องประชุมราชพฤกษ์&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;อาคารศรีฟ้า&nbsp;1สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา&nbsp;</p><p><strong>ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ&nbsp;พ.ศ.2545&nbsp;</strong>แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;3)&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;ได้กำหนดให้การนำกัญชงไปใช้ประโยชน์&nbsp;เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา&nbsp;26/2(2)&nbsp;ประกอบความในข้อ&nbsp;13&nbsp;ของกฎกระทรวงการขออนุญาตผลิต&nbsp;นำเข้าส่งออก&nbsp;จำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท&nbsp;5&nbsp;เฉพาะกัญซง&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;นั้น&nbsp;เพื่อให้การพิจารณาการอนุญาตผลิตกัญชงซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท&nbsp;5&nbsp;ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ&nbsp;พ.ศ.2522&nbsp;ในจังหวัดยะลา&nbsp;ดำเนินไปอย่างรอบคอบ&nbsp;รัดกุมและมีประสิทธิภาพ&nbsp;ตลอดจนมีการกำกับดูแล&nbsp;ติดตาม&nbsp;ตรวจสอบเพื่อป้องกันมีให้มีการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์&nbsp;&nbsp;โดยคณะกรรมการฯดังกล่าวมีหน้าที่และอำนาจ&nbsp;เสนอความเห็นด้านต่างๆ&nbsp;เกี่ยวกับกัญชง&nbsp;รวมทั้งเสนอความเห็นประกอบการ&nbsp;อนุญาตและมาตรการหรือแนวทางการกำกับดูแลกัญชงในจังหวัด&nbsp;วางแนวทางกำกับดูแลการอนุญาตเกี่ยวกับกัญชงในจังหวัด&nbsp;ทั้งระบบในพื้นที่จังหวัดทั้งในด้านการขออนุญาตในระดับพื้นที่&nbsp;การปลูก&nbsp;การเก็บ&nbsp;การขนย้าย&nbsp;และการทำลาย&nbsp;ฯลฯและจัดตั้งคณะทำงาน&nbsp;/&nbsp;ชุดปฏิบัติการตรวจสอบการดำเนินงานระดับจังหวัดได้&nbsp;เพื่อเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติการของคณะกรรมการด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้ในที่ประชุมได้มีการพิจารณาคำขอ</strong>และรายละเอียดประกอบคำขออนุญาตผลิต(ปลูก)&nbsp;ยาเสพติดให้โทษในประเภท&nbsp;5&nbsp;เฉพาะกัญชง&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;เป็นรูปแบบการปลูกระบบปิด&nbsp;ประเภทอาคารและโรงเรือนทั่วไปด้วย</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307164957283
1085	นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีแถลงข่าว โครงการสนับสนุนเพื่อพัฒนาสินค้าและส่งเสริมอาชีพจังหวัดปทุมธานี เป็นการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจชุมชน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;ศูนย์การค้าฟิวเจอร์&nbsp;พาร์ค</strong>&nbsp;ตำบลประชาธิปัตย์&nbsp;อำเภอธัญบุรี&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;</p><p><strong>พลตำรวจโท&nbsp;คำรณวิทย์&nbsp;ธูปกระจ่าง&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี</strong>&nbsp;แถลงข่าวโครงการสนับสนุนเพื่อพัฒนาสินค้าและส่งเสริมอาชีพจังหวัดปทุมธานี&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.ตรีลุพธ์&nbsp;ธูปกระจ่าง&nbsp;นายกเทศมนตรีนครรังสิต&nbsp;นางพรอัปสร&nbsp;นิลจินดา&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี&nbsp;นางรัตนาวดี&nbsp;ครุยทอง&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดปทุมธานี&nbsp;คุณอมรเทพ&nbsp;เพชรกำแพงแสน&nbsp;ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจสัมพันธ์&nbsp;ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแถลงข่าว&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี&nbsp;ได้กำหนดจัดทำโครงการสนับสนุนเพื่อพัฒนาสินค้าและส่งเสริมอาชีพจังหวัดปทุมธานี&nbsp;ขึ้น&nbsp;</p><p><strong>โดยมีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจของชุมชน</strong>ทุกระดับให้สามารถมีรายได้&nbsp;รวมทั้งเสริมสร้างประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์จังหวัดปทุมธานีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการเสริมสร้างโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้รู้จักผลิตภัณฑ์ของจังหวัดปทุมธานี&nbsp;และเป็นการขยายตลาดในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภค&nbsp;เพื่อเสริมสร้างรายได้ให้กับผู้ผลิตเพิ่มขึ้น&nbsp;สนับสนุนช่องทางตลาด&nbsp;เพิ่มโอกาสให้ผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี&nbsp;ได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;พัฒนาชุมชนจังหวัดปทุมธานี&nbsp;</p><p>2.&nbsp;พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี&nbsp;</p><p>3.&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี&nbsp;</p><p>4.&nbsp;เกษตรจังหวัดปทุมธานี&nbsp;</p><p>5.&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี&nbsp;</p><p>6.&nbsp;ศูนย์การค้าฟิวเจอร์&nbsp;พาร์ค&nbsp;</p><p><strong>โดยมีกำหนดการจัดกิจกรรม&nbsp;ในวันที่&nbsp;16&nbsp;&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;10.00&nbsp;&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การค้าฟิวเจอร์&nbsp;พาร์ค&nbsp;ตำบลประชาธิปัตย์&nbsp;อำเภอธัญบุรี&nbsp;จังหวัดปทุมธานี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ปทุมธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307164638282
1086	ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล ประชุมหน่วยงานเกี่ยวข้อง ร่วมกำหนดแนวทางปฏิบัติในการเปิดรับนักท่องเที่ยว (SOP) ในการเดินทางเข้าสู่จังหวัดสตูล เพื่อรองรับการเปิดการท่องเที่ยวด่านชายแดน (ทางบก)	<p><strong>วันนี้&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายสุรัตน์&nbsp;จรณโยธิน</strong>&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล&nbsp;ประชุมคณะทำงานกำหนดมาตรการในการเดินทางเข้าสู่จังหวัดสตูลเพื่อรองรับการเปิดการท่องเที่ยวด่านชายแดน&nbsp;(ทางบก)&nbsp;โดยมีนายภาณุ&nbsp;วรมิตร&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานสตูล&nbsp;พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมวัฒนโกเมร&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล</p><p><strong>สำหรับในที่ประชุมคณะทำงานฯ</strong>&nbsp;ได้ร่วมหารือพร้อมกำหนดมาตรฐานแนวทางปฏิบัติในการเปิดรับนักท่องเที่ยว&nbsp;(STANDARD&nbsp;OPERATION&nbsp;PROCEDURE&nbsp;:&nbsp;SOP)&nbsp;ในการเดินทางเข้าสู่จังหวัดสตูล&nbsp;เพื่อรองรับการเปิดการท่องเที่ยวด่านชายแดน&nbsp;(ทางบก)&nbsp;ด่านชายแดนวังประจัน&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ภายใต้มาตรการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ส่วนมาตรการในการเดินทางเข้าสู่จังหวัดสตูล&nbsp;(ทางน้ำ)&nbsp;จะมีการประชุมเพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติอีกครั้ง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307164420280
1087	จ.ร้อยเอ็ด คณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดินวุฒิสภา เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ	<p><strong>พลเอกอกนิษฐ์&nbsp;หมื่นสวัสดิ์</strong>&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดินวุฒิสภา&nbsp;นำคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;ประชุมเสนอแนะ&nbsp;และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชนาส&nbsp;ชัชวาลวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,นายชูศักดิ์&nbsp;ราชบุรี&nbsp;ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุม&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมพระเวสสันดร&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด</p><p><strong>ภายในการประชุมมีการ&nbsp;สัมมนา</strong>&nbsp;การขับเคลื่อนจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง&nbsp;(High&nbsp;Performance&nbsp;Province)&nbsp;ซึ่งจังหวัดร้อยเอ็ดได้มีการขับเคลื่อนการพัฒนาตามแผนพัฒนาจังหวัด&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ภายใต้เป้าหมายการพัฒนา&nbsp;ร้อยเอ็ดเมืองอัจฉริยะด้านเกษตร&nbsp;ข้าวหอมมะลิ&nbsp;เมืองสุขภาพดี&nbsp;และศูนย์กลางการท่องเที่ยววัฒนธรรมอีสาน&nbsp;โดยจะส่งเสริมและพัฒนากระบวนการผลิตข้าวหอมมะลิและสินค้าเกษตรสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์และอาหารปลอดภัย&nbsp;ยกระดับการท่องเที่ยวการบริการการค้าและการลงทุน&nbsp;รวมถึงพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนและสังคมให้เข้มแข็ง&nbsp;สร้างความสมดุลทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;สิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน&nbsp;อีกทั้งรักษาความมั่นคงภายใน&nbsp;และการบริหารจัดการภาครัฐขับเคลื่อนบนพื้นฐานความเชื่อมโยงตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ดได้เข้าร่วมการขับเคลื่อน</strong>การพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการในจังหวัด&nbsp;ให้มีการทำงานที่มีผลสัมฤทธิ์สูงประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยได้เสนอประเด็นการพัฒนา&nbsp;2&nbsp;เรื่อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการ&nbsp;SMART&nbsp;Tele-Mind&nbsp;101&nbsp;พื้นที่ปลอดภัยห่างไกลยาเสพติดจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;และโครงการส่งเสริม&nbsp;BCG&nbsp;Economy&nbsp;Model&nbsp;พื้นที่ห้วยทราย&nbsp;(ตอนบน)&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริตำบลคำพองอำเภอโพธิ์ชัยจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ส่วนการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบบริหารงานอำเภอ&nbsp;ให้เป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ&nbsp;(One&nbsp;Stop&nbsp;Service:&nbsp;OSS)&nbsp;โดยให้ที่ทำการปกครองอำเภอเมืองร้อยเอ็ด&nbsp;ได้จัดตั้งศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้ส่วนราชการหน่วยงานในพื้นที่&nbsp;ยกระดับการให้บริการโดยให้สมัครขอรับการรับรองมาตรฐาน&nbsp;การบริการของศูนย์ราชการสะดวก&nbsp;(GECC)&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307164634281
1088	จังหวัดสตูลประชุมคณะกรรมการอำนวยการอุทยานธรณีโลกสตูล เพื่อทราบความคืบหน้าการขับเคลื่อนการดำเนินงานอุทยานธรณีโลกสตูล	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;โต๊ะพญาวัง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการอุทยานธรณีโลกสตูล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีนายสุวภาคย์&nbsp;อิ่มสมุทร&nbsp;รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง</p><p><strong>สำหรับการประชุมดังกล่าวเพื่อติดตามและการเตรียมความพร้อมการประเมินซ้ำระดับโลก</strong>&nbsp;ของอุทยานธรณีโลกสตูล&nbsp;แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั่วโลก&nbsp;จึงได้มีการเลื่อนกำหนดการกิจกรรมที่จะจัดขึ้นในประเทศไทยออกไปของปี&nbsp;2563&nbsp;และให้เลื่อนการสัมมนาและการประชุมของอุทยานธรณีโลกในระดับนานาชาติ&nbsp;และระดับภูมิภาคในปี&nbsp;2563-2565&nbsp;ไปเป็นปี&nbsp;2564-2566&nbsp;โดยในส่วนการประเมินซ้ำระดับประเทศ&nbsp;ของอุทยานธรณีโลกสตูล&nbsp;โดยกรมทรัพยากรธรณีมีมติจากที่ประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอุทยานธรณี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2564&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;สรุปให้อุทยานธรณีสตูล&nbsp;ผ่านการประเมินซ้ำอุทยานธรณีโลกสตูลระดับประเทศ&nbsp;ต่ออีก&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;29&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2563-28&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2567&nbsp;และให้เตรียมความพร้อมสำหรับการประเมินซ้ำ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ในช่วงเดือนเมษายน&nbsp;2567&nbsp;แต่ทั้งนี้&nbsp;การประเมินซ้ำระดับโลกของยูเนสโกในปี&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งยูเนสโกยังไม่มีการเลื่อนกำหนดออกไปอย่างเป็นทางการ&nbsp;แต่อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;Covid-19&nbsp;ยังไม่สิ้นสุดลง&nbsp;และยังไม่มีความปลอดภัยสำหรับผู้ประเมินภาคสนาม&nbsp;ซึ่งยูเนสโกอาจจะแจ้งผลารพิจารณากำหนดเวลาการประเมินให้ทราบอีกครั้ง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;ได้ร่วมพิจารณา&nbsp;(ร่าง)</strong>&nbsp;แผนแม่บทอุทยานธรณีโลกสตูล&nbsp;ระยะ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2562-2566)&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307165256284
1089	นายอำเภอตากใบ จ.นราธิวาส นำลงแขกเกี่ยวข้าวช่วยชาวบ้านที่ประสบอุทกภัย อีกทั้งสืบสานประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าวให้คงอยู่กับพื้นที่	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;จิรัสย์&nbsp;&nbsp;ศิริวัลลภ&nbsp;นายอำเภอตากใบ</strong>&nbsp;นำปลัดอำเภอ&nbsp;พัฒนาการอำเภอ&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ผู้แทนร้อยเฉพาะกิจตำรวจนราธิวาส&nbsp;933&nbsp;และชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;ร่วมลงแขกเกี่ยวข้าวบริเวณแปลงนา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;บ้านโคกมะม่วง&nbsp;ตำบลพร่อน&nbsp;อำเภอตากใบ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;หลังช่วงปลายเดือนภุมภาพันธ์&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เกิดฝนตกหนักในรอบ&nbsp;23&nbsp;ปี&nbsp;ทำให้น้ำท่วมขังแปลงนาข้าวที่กำลังใกล้เก็บเกี่ยวได้รับความเสียหาย&nbsp;</p><p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;จิรัสย์&nbsp;&nbsp;ศิริวัลลภ&nbsp;นายอำเภอตากใบ</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปีนี้ชาวบ้านในพื้นที่ประสบความยากลำบากจากเหตุฝนตกหนักผิดฤดู&nbsp;ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือน&nbsp;พื้นที่ทางการเกษตร&nbsp;โดยเฉพาะแปลงนาข้าวที่อยู่ในช่วงของการเก็บเกี่ยวได้รับความเสียหาย&nbsp;จึงจำเป็นต้องใช้แรงงานคนในการช่วยลงแขกเกี่ยวข้าวแทนการใช้รถ&nbsp;พร้อมฝากเกษตรกรที่พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย&nbsp;ให้ไปแจ้งที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;เพื่อขอรับเงินชดเชยจากทางราชการ&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามระเบียบของกระทรวงการคลัง&nbsp;ว่าด้วยเงินทดรองราชการ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินพ.ศ.2562&nbsp;</p><p><strong>นางอรทัย&nbsp;&nbsp;ทองคุปต์&nbsp;ปลัด&nbsp;อบต.พร่อน</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าวนี้เป็นประเพณีไทยที่แสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจ&nbsp;ที่มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน&nbsp;อีกทั้งยังสามารถช่วยสร้างความสมัครสมานสามัคคีกันในหมู่บ้านได้อีกด้วย&nbsp;ซึ่งในพื้นที่ใกล้สูญหาย&nbsp;ไม่มีการจัดกิจกรรมในลักษณะมานาน&nbsp;ซึ่งในการเก็บเกี่ยวได้ใช้แกะเป็นเครื่องมือที่ชาวนาภาคใต้นิยมใช้&nbsp;เพราะสภาพภูมิประเทศ&nbsp;ปลูกข้าวได้ครั้งละไม่มาก&nbsp;และพันธุ์ข้าวท้องถิ่นที่ลำต้นสูง&nbsp;การใช้แกะเก็บเกี่ยวทีละรวงสะดวกกว่าเครื่องมืออื่น&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นายสุพงศ์&nbsp;เทพพรหม&nbsp;กำนันตำบลพร่อน</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กิจกรรมในวันนี้&nbsp;ในพื้นที่แปลงนาประมาณ&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่แปลงนามีน้ำท่วมขัง&nbsp;ไม่สามารถนำรถลงเก็บเกี่ยวข้าวได้&nbsp;ประกอบกับหากไม่รีบเก็บเกี่ยวในช่วง&nbsp;1-2&nbsp;วันนี้&nbsp;ข้าวจะได้รับความเสียหายทั้งหมด&nbsp;ภาพรวมพื้นที่ตำบลพร่อน&nbsp;ชาวบ้านจะทำนาปลูกข้าวไว้รับประทานภายในครัวเรือน&nbsp;และถ้าเหลือก็ไว้จำหน่ายเพื่อเป็นรายได้กับครอบครัว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307165401285
1090	จังหวัดสตูล รายงานพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า จำนวน 172 ราย เรือนจำผู้ต้องขัง จำนวน 2 ราย และเสียชีวิต 2 ราย	<p><strong>นายแพทย์สมบัติ&nbsp;ผดุงวิทย์วัฒนา</strong>&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่จังหวัดสตูล&nbsp;จำนวนทั้งหมด&nbsp;174&nbsp;ราย&nbsp;โดยผลการสอบสวนโรค&nbsp;ผู้ป่วยทั้งหมด&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า&nbsp;แยกเป็นรายอำเภอ&nbsp;ดังนี้</p><p>-อำเภอเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;48&nbsp;ราย&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลพิมาน&nbsp;ตำบลคลองขุด&nbsp;ตำบลควนขัน&nbsp;ตำบลบ้านควน&nbsp;ตำบลฉลุง&nbsp;ตำบลตันหยงโป&nbsp;ตำบลเกตรี&nbsp;ตำบลปูยู&nbsp;ตำบลเจ๊ะบิลัง&nbsp;และตำบลตำมะลัง&nbsp;</p><p>-อำเภอควนโดน&nbsp;จำนวน&nbsp;23&nbsp;ราย&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลควนโดน&nbsp;ตำบลควนสตอ&nbsp;ตำบลย่านซื่อ&nbsp;และตำบลวังประจัน&nbsp;</p><p>-อำเภอควนกาหลง&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลควนกาหลง&nbsp;ตำบลทุ่งนุ้ย&nbsp;และตำบลอุใดเจริญ&nbsp;</p><p>-อำเภอท่าแพ&nbsp;จำนวน&nbsp;33&nbsp;ราย&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลท่าแพ&nbsp;ตำบลท่าเรือ&nbsp;ตำบลแป-ระ&nbsp;และตำบลสาคร&nbsp;</p><p>-อำเภอละงู&nbsp;จำนวน&nbsp;47&nbsp;ราย&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลกำแพง&nbsp;ตำบลละงู&nbsp;ตำบลเขาขาว&nbsp;ตำบลน้ำผุด&nbsp;และตำบลปากน้ำ&nbsp;</p><p>-อำเภอทุ่งหว้า&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลนาทอน&nbsp;และตำบลป่าแก่บ่อหิน&nbsp;&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;เรือนจำ/ผู้ต้องขัง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;26&nbsp;และ&nbsp;52&nbsp;ปี&nbsp;และมีผู้เสียชีวิต&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รายที่&nbsp;1&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;68&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลพิมาน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;โรคประจำตัว&nbsp;ไตวาย&nbsp;เบาหวาน&nbsp;ไม่มีประวัติการได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;,&nbsp;รายที่&nbsp;2&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;78&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลกำแพง&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;โรคประจำตัว&nbsp;เบาหวาน&nbsp;ไม่มีประวัติการได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19</p><p><strong>นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;วันนี้จังหวัดสตูลพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย&nbsp;และมีกิจกรรมร่วมกัน&nbsp;ทั้งนี้ผู้เสียชีวิตทั้ง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เป็นกลุ่มเปราะบาง&nbsp;สูงอายุและมีโรคประจำตัว&nbsp;จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนตามเกณฑ์&nbsp;เพื่อป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิต&nbsp;พร้อมเน้นย้ำทีมหมอครอบครัวดูแลอย่างใกล้ชิด&nbsp;และเข้ารับวัคซีนโควิด-19&nbsp;ได้ทุกเข็ม&nbsp;ทั้งเข็ม&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอายุ&nbsp;60&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;และมีโรคประจำตัว&nbsp;ตามสถานที่และเวลาที่กำหนด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เข็ม&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;สามารถ&nbsp;Walk-in&nbsp;ได้ทุกศูนย์ที่มีการฉีด&nbsp;หรือ&nbsp;ติดตาม&nbsp;รพ.สต.ใกล้บ้าน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307170409287
1091	จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้ป่วย COVID-19 สะสม ทะลุ 6,000 ราย ขณะที่วันนี้ติดเชื้อยืนยันเพิ่ม 18 ราย	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ว่ามี&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;796&nbsp;ราย&nbsp;(ตรวจ&nbsp;RT-PCR)&nbsp;ผู้ป่วยเข้าข่ายสะสม&nbsp;(ตรวจ&nbsp;ATK)&nbsp;5,310&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ป่วย&nbsp;สะสมทั้งหมด&nbsp;6,106&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;4,075&nbsp;ราย&nbsp;ยังรักษาอยู่&nbsp;2,021&nbsp;ราย&nbsp;โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่&nbsp;99.60&nbsp;%&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย&nbsp;เนื่องจากได้รับวัคซีนป้องกันโรคแล้ว&nbsp;โดยมีผู้ป่วยรักษาอยู่ที่&nbsp;โรงพยาบาลเพียง&nbsp;52&nbsp;ราย&nbsp;(2.60%)&nbsp;ศูนย์แยกกักโรคชุมชน(CI)&nbsp;97&nbsp;ราย&nbsp;(4.80%)&nbsp;และแยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;1,872&nbsp;ราย&nbsp;(92.60%)</p><p><strong>การตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19</strong>&nbsp;ในวันนี้&nbsp;ตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;42&nbsp;ชุด&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;683&nbsp;ชุด&nbsp;พบผลบวก&nbsp;153&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;56&nbsp;รายอำเภอปาย&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;34&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปางมะผ้า&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับผลการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;แก่ประชาชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;สะสมถึงวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;175,424&nbsp;คน&nbsp;(71.38%)&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;148,378&nbsp;คน&nbsp;(60.37%)&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;34,337&nbsp;คน&nbsp;(13.97%)</p><p>&nbsp;</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307165824286
1092	จังหวัดสตูล ประชุมคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการจังหวัดสตูล ครั้งที่ 2/2565 ติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการของจังหวัด พร้อมเผยผลหารือปรับปรุงท่าเรือตะโละวาว รองรับการท่องเที่ยว	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">ที่ห้องประชุมโต๊ะพญาวัง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;สำนักงานจังหวัดสตูลจัดการประชุมคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการจังหวัดสตูล&nbsp;(ก.บ.จ.สตูล)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้แทนส่วนราชการ&nbsp;และคณะกรรมการ&nbsp;กบจ.สตูล&nbsp;เข้าร่วมประชุม</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">โดยการประชุมดังกล่าวเพื่อให้คณะกรรมการ&nbsp;ก.บ.จ.สตูล&nbsp;ร่วมรายงานผลความก้าวหน้า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">ในการดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;และการปรับแผนพัฒนาจังหวัดสตูล&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.2566-2570)&nbsp;จากการประชุมติดตามเร่งรัดการดำเนินโครงการพบว่าหลายโครงการยังมีความล่าช้า&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;จึงเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตามและดำเนินการให้เร็วที่สุด&nbsp;เพื่อให้สามารถเป็นไปตามแผนของการจัดการงบประมาณ</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">นอกจากนี้&nbsp;ในที่ประชุมรายงานผลการประชุมความเห็นชอบการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">โครงการปรับปรุงซ่อมแซมสะพานท่าเรือตะโละวาว&nbsp;อุทยานแห่งชาติตะรุเตา&nbsp;โดยให้อุทยานแห่งชาติตะรุเตาเร่งดำเนินการหารือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางการดำเนินการรื้อถอนสะพานท่าเทียบเรือตะโละวาวเดิมและมีการปรับปรุงให้เกิดความสวยงาม&nbsp;เป็นจุดเยี่ยมชมและส่งเสริมการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประชุมไปแล้วและได้ข้อสรุปดังนี้&nbsp;จากการหารือแนวทางการดำเนินการรื้อถอนสะพานท่าเทียบเรือตะโละวาวเดิม&nbsp;โดยที่ประชุมเห็นชอบให้อุทยานแห่งชาติตะรุเตารื้อถอนสะพานท่าเทียบเรือตะโละวาวเดิม&nbsp;ด้วยวิธีการรื้อถอนและขนส่งเศษวัสดุซากปรักหักพังไปบริการจัดการบนฝั่งเนื่องจากการจัดการซากปรักหักพังที่มาจากการรื้อถอนไม่สามารถฝังกลบในพื้นที่อุทยานฯ&nbsp;ได้จากพื้นที่ที่ไม่เพียงพอ&nbsp;ประกอบกับเป็นแหล่งเรียนรู้อุทยานธรณีโลก&nbsp;ซึ่งมุ่งเน้นการอนุรักษ์เป็นหลัก&nbsp;ส่วนแนวความคิดที่จะนำซากปรักหักพังนั้นไปจัดทำเป็นแหล่งปะการังเทียมในทะเลก็ไม่เหมาะสม&nbsp;เนื่องจากการจัดทำปะการังเทียม&nbsp;ต้องมีรูปแบบที่ชัดเจน&nbsp;เป็นรูปแบบเฉพาะที่สัตว์ทะเลสามารถเข้าไปอาศัยและใช้ประโยชน์ได้&nbsp;รวมถึงต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการหลายชุดมีความยุ่งยากซับซ้อนและต้องใช้เวลานาน&nbsp;จึงเห็นชอบให้นำซากปรักหักพักกลับมาบริหารจัดการบนฝั่ง</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">สำหรับโครงการที่ดำเนินการจะเชื่อมโยงกับแนวทางการพัฒนาจังหวัด&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">สนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;แผนระดับชาติ&nbsp;นโยบายรัฐบาล&nbsp;โดยโครงการจะต้องมีความคุ้มค่า&nbsp;ผลลัพธ์&nbsp;หรือประโยชน์ของโครงการที่จะได้รับทั้งด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;ความมั่นคง&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307172737303
1093	คณะกรรมการอำนวยการอุทยานธรณีโลกสตูล ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมรับการประเมินซ้ำระดับโลกของอุทยานธรณีโลกสตูล	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมโต๊ะพญาวัง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสตูล&nbsp;จัดการประชุมคณะกรรมการอำนวยการอุทยานธรณีโลกสตูล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีนายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;พร้อมด้วยนายสุวภาคย์&nbsp;อิ่มสมุทร&nbsp;รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม&nbsp;โดยการประชุมดังกล่าวเพื่อติดตามและการเตรียมความพร้อมการประเมินซ้ำระดับโลก&nbsp;ของอุทยานธรณีโลกสตูล&nbsp;แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั่วโลก&nbsp;จึงได้มีการเลื่อนกำหนดการกิจกรรมที่จะจัดขึ้นในประเทศไทยออกไปของปี&nbsp;2563&nbsp;และให้เลื่อนการสัมมนาและการประชุมของอุทยานธรณีโลกในระดับนานาชาติ&nbsp;และระดับภูมิภาคในปี&nbsp;2563-2565&nbsp;ไปเป็นปี&nbsp;2564-2566</p><p><strong>ส่วนการประเมินซ้ำระดับประเทศ&nbsp;ของอุทยานธรณีโลกสตูล</strong>&nbsp;โดยกรมทรัพยากรธรณีมีมติจากที่ประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอุทยานธรณี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2564&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;สรุปให้อุทยานธรณีสตูล&nbsp;ผ่านการประเมินซ้ำอุทยานธรณีโลกสตูลระดับประเทศ&nbsp;ต่ออีก&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;29&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2563&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2567&nbsp;และให้เตรียมความพร้อมสำหรับการประเมินซ้ำ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ในช่วงเดือนเมษายน&nbsp;2567&nbsp;แต่ทั้งนี้&nbsp;การประเมินซ้ำระดับโลกของยูเนสโกในปี&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งยูเนสโกยังไม่มีการเลื่อนกำหนดออกไปอย่างเป็นทางการ&nbsp;แต่อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;Covid-19&nbsp;ยังไม่สิ้นสุดลง&nbsp;และยังไม่มีความปลอดภัยสำหรับผู้ประเมินภาคสนาม&nbsp;ซึ่งยูเนสโกอาจจะแจ้งผลารพิจารณากำหนดเวลาการประเมินให้ทราบอีกครั้ง&nbsp;</p><p><strong>ด้านรองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี</strong>&nbsp;กล่าวในที่ประชุมว่าแม้ว่ายูเนสโกยังไม่มีการกำหนดการลงพื้นที่เพื่อประเมินอุทยานธรณีโลกสตูลระดับโลก&nbsp;ในห้วงเวลาที่แน่นอน&nbsp;แต่จังหวัดสตูล&nbsp;ก็จะต้องติดตามและเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการประเมินไว้บ้างแล้ว&nbsp;ส่วนที่ติดขัดหรือเป็นอุปสรรคที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ก็ว่ากันไปเป็นเรื่องๆ&nbsp;แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องมีความพร้อมในระดับหนึ่ง</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมไว้รองรับการประเมินซ้ำ&nbsp;แต่เมื่อไม่ทราบระยะเวลาการลงพื้นที่ที่แน่นอนก็อาจจะไม่สามารถประชาสัมพันธ์ได้เต็มรูปแบบ&nbsp;แต่ทั้งนี้&nbsp;หากมีการประชาสัมพันธ์อาจจะต้องมีการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ประกอบการประเมินอุทยานธรณีโลกไว้&nbsp;รวมถึงการเตรียมการเป็นเจ้าภาพงานเครือข่ายอุทยานธรณีโลกที่ได้มีการเลื่อนไปจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;เพื่อให้จังหวัดสตูลยังคงรักษาความเป็นอุทยานธรณีโลกต่อไปได้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307172305296
1094	"อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน จัดพิธีสร้างถนน ""ตามฮอยครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา"" ( ลงจอบแรกขุดดินสร้างถนน ) เชื่อมระหว่าง 2 หมู่บ้าน เพื่อให้การเดินทางเกิดความสะดวก"	"<p><strong>ที่&nbsp;บริเวณทุ่งหลวงลี้&nbsp;ติดถนนสายบ้านลี้-ป่าหก</strong>&nbsp;ตำบลลี้&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานในพิธีการสร้างถนน&nbsp;""ตามฮอยครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา""&nbsp;(&nbsp;ลงจอบแรกขุดดินสร้างถนน&nbsp;)&nbsp;เชื่อมระหว่าง&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;เพื่อให้การเดินทางติดต่อระหว่างกัน&nbsp;เกิดความสะดวก&nbsp;และไม่ต้องใช้&nbsp;ระยะเวลานานในการเดินทาง&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;ครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา&nbsp;ได้เคยมีดำริไว้ในการสร้างถนน&nbsp;เพื่อเป็นเส้นทางสัญจรของพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยมีนายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;นายวิวัฒน์&nbsp;จันทร์โอภาส&nbsp;นายอำเภอลี้&nbsp;นายถาวร&nbsp;สามภูมิศรีนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลวังดิน&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;มาจันทร์&nbsp;ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลวังดิน&nbsp;พระครูอินทวุฒิคุณ&nbsp;เจ้าคณะอำเภอลี้&nbsp;คณะสงฆ์&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และพี่น้องประชาชน&nbsp;ชาวอำเภอลี้&nbsp;ร่วมพิธี</p><p><strong>นายอำเภอลี้&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ด้วยอำเภอลี้</strong>&nbsp;ร่วมกับคณะสงฆ์&nbsp;เทศบาลตำบลวังดิน&nbsp;และพี่น้องประชาชนบ้านลี้&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;และบ้านพระธาตุห้าดวง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;15&nbsp;ตำบลลี้&nbsp;ได้เล็งเห็นความสำคัญและความจำเป็นในการสร้างถนน&nbsp;เส้นทางเชื่อมระหว่าง&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;เพื่อให้การเดินทางติดต่อระหว่างกัน&nbsp;เกิดความสะดวก&nbsp;และไม่ต้องใช้&nbsp;ระยะเวลานานในการเดินทาง&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;ครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา&nbsp;ได้เคยมีดำริไว้ในการสร้างถนน&nbsp;เพื่อเป็นเส้นทางสัญจรของพี่น้องประชาชน&nbsp;ในการนี้&nbsp;ส่วนราชการทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชนและประชาชน&nbsp;ได้ปรึกษาหารือและ&nbsp;ได้ร่วมกันจัดตั้งกองทุนก่อสร้างถนน&nbsp;ตามฮอยครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา&nbsp;โดยร่วมกันบริจาคเงิน&nbsp;เพื่อจัดซื้อที่ดินในการก่อสร้างถนนเชื่อมระหว่างบ้านลี้&nbsp;และบ้านพระธาตุห้าดวง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;650&nbsp;เมตร</p><p><strong>และในวันนี้&nbsp;ถือว่าเป็นฤกษ์อันเป็นมงคล</strong>&nbsp;ในการที่จะร่วมกันประกอบพิธี&nbsp;ลงจอบแรก&nbsp;ขุดดินสร้างถนน&nbsp;โดยได้ร่วมกันวางหมุดหลักแรก&nbsp;ในการลงจอบแรกขุดดินเพื่อสร้างถนนเชื่อมบ้านลี้&nbsp;และบ้านพระธาตุห้าดวงและวงหมุดหลักที่&nbsp;2&nbsp;บริเวณริมตลิ่งฝั่งแม่น้ำแม่แต๊ะ&nbsp;เพื่อดำเนินการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแม่แต๊ะ&nbsp;เป็นการอำนวยความสะดวกด้านการสัญจร&nbsp;การขนส่งพืชผลทางการเกษตร&nbsp;รวมถึงเพื่อประหยัดเวลาการเดินทางระหว่าง&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ซึ่งเป็นที่มาของการร่วมแรงร่วมใจกันก่อสร้างถนน&nbsp;""ตามฮอยครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา""&nbsp;(ลงจอบแรกขุดดินสร้างถนน)&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307171239289
1095	จังหวัดมุกดาหาร รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 199 รายในพื้นที่ 6 อำเภอ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;7&nbsp;มี.ค&nbsp;.65&nbsp;)&nbsp;เพจเฟชบุ๊ค&nbsp;โควิด&nbsp;-&nbsp;19</strong>&nbsp;สำนักงานสาธารณสุข&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ได้รายงาน&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือ&nbsp;โควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;พบมีผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;199&nbsp;ราย</p><p>เป็นการติดเชื้อนอกเขตจังหวัด&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;ภายในจังหวัด&nbsp;158&nbsp;ราย&nbsp;กระจายอยู่ในพื้นที่&nbsp;6&nbsp;อำเภอ</p><p><strong>รวมผู้ป่วยระลอกใหม่สะสม&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน</strong>&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;ถึง&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;7,676&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายเพิ่ม&nbsp;200&nbsp;ราย&nbsp;รวมรักษาหายสะสม&nbsp;5,469&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;2,187&nbsp;ราย&nbsp;รักษาในโรงพยาบาล&nbsp;159&nbsp;ราย&nbsp;รักษาในชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;จังหวัดและอำเภอ&nbsp;271&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;1,756&nbsp;ราย&nbsp;เรือนจำ&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนเตียงคงเหลือ&nbsp;1,579&nbsp;เตียง&nbsp;มีอาการหนัก&nbsp;ปอดอักเสบและภาวะบกพร่องออกซิเจน&nbsp;6&nbsp;รายไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;สะสมมีผู้เสียชีวิต&nbsp;20&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กลุ่มผู้ติดเชื้อกระจายอยู่เกือบครบทุกอำเภอ</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;อำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;มีผู้ติดเชื้อ&nbsp;133&nbsp;ราย&nbsp;(&nbsp;ภายในจังหวัด&nbsp;91&nbsp;ราย&nbsp;นอกจังหวัด&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;)&nbsp;อำเภออำนิคมคำสร้อยติดเชื้อ&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;(&nbsp;ภายในจังหวัด&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;นอกพื้นที่จังหวัด&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;)&nbsp;&nbsp;อำเภอดอนตาลติดเชื้อ&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;(&nbsp;ภายในจังหวัด&nbsp;31&nbsp;ราย&nbsp;นอกเขตจังหวัด&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;)&nbsp;อำเภอคำชะอีติดเชื้อ&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;(&nbsp;ภายในจังหวัด&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;นอกพื้นที่จังหวัด&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;)&nbsp;&nbsp;อำเภอหว้านใหญ่&nbsp;ติดเชื้อ&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;(&nbsp;ภายในจังหวัด&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;นอกเขตจังหวัด&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;)&nbsp;อำเภอดงหลวงไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อ&nbsp;อำเภอหนองสูง&nbsp;ติดเชื้อ&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;(&nbsp;ภายในจังหวัด&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;นอกจังหวัด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;)&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;</strong>ยังคงพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;จึงขอเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนดำเนินงานตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p>V&nbsp;-&nbsp;Vaccine&nbsp;ฉีดวัดนโควิดให้ครบตามเกณฑ์&nbsp;เพื่อลดความรุนแรงของอาการเมื่อป่วย</p><p>U&nbsp;-&nbsp;Universal&nbsp;prevention&nbsp;ป้องกันตัวเองตลอดเวลา&nbsp;เพื่อให้ห่างไกลจากโควิด&nbsp;-&nbsp;19</p><p>C&nbsp;-&nbsp;COVID&nbsp;free&nbsp;setting&nbsp;สถานที่บริการปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;free&nbsp;settingอย่างเคร่งครัด</p><p>A&nbsp;-&nbsp;ATK&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit)&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เสมอ&nbsp;เมื่อบุคคลใกล้ชิดติดเชื้อโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;หรือเมื่อมีอาการทางเดินหายใจ</p><p><strong>พร้อมเน้นย้ำให้ใช้มาตรการป้องกันตัวเองสูงสุดกับทุกคน</strong>&nbsp;แม้เป็นคนในครอบครัว&nbsp;และการเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;19&nbsp;ทั้งเข็มปกติและเข็มกระตุ้นตามกำหนด&nbsp;เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน&nbsp;ลดอาการป่วยรุนแรงและเสียชีวิต&nbsp;เพราะผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ที่ผ่านมาไม่ได้รับการฉีดวัคซีนแต่อย่างใด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307171544291
1096	จังหวัดอำนาจเจริญ จัดพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา	<p><strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางรัชชุมา&nbsp;บุตรโพธิ์</strong>&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ให้กับ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;ผู้แทนกลุ่มทอผ้าจาก&nbsp;๒๑&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ของจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;เพื่อนำไปใช้เป็นต้นแบบในการทอผ้า&nbsp;ผลิตผ้า&nbsp;และผลิตภัณฑ์&nbsp;ในแต่ละท้องถิ่น&nbsp;เป็นการเริ่มต้น&nbsp;ต่อยอดแนวความคิดในการพัฒนาลวดลายผ้าไทย&nbsp;และพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้มีความทันสมัย&nbsp;สามารถก้าวสู่สากลเพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน</p><p><strong>&nbsp;ในการนี้&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา</strong>&nbsp;ทรงพระราชทานแบบลายผ้า&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ผ่านปลัดกระทรงมหาดไทย&nbsp;เพื่อเป็นของขวัญให้กับช่างทอผ้าทุกกลุ่ม&nbsp;ทุกเทคนิค&nbsp;นำไปทอผ้า&nbsp;ผลิตผ้าตามอัตลักษณ์ภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่นทั่วประเทศ&nbsp;ทรงออกแบบผ้าลายพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;โดยได้รับแรงบันดาลพระทัยจาก&nbsp;ผ้าขิดลายสมเด็จ&nbsp;ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ได้พระราชทานแก่ราษฎรอันเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาผ้าไทย&nbsp;ให้มีความร่วมสมัย&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>&nbsp;โดยในลวดลายผ้าแต่ละลวดลายแฝงไปด้วยความหมายที่มีความลึกซึ้ง</strong>&nbsp;แสดงถึงความตั้งพระทัยมั่นของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ในการสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;พระราชกรณียกิจของสมเด็จย่าของพระองค์ในการฟื้นฟูภูมิปัญญาผ้าไทยให้ดำรงคงอยู่คู่แผ่นดินสืบไป&nbsp;ได้แก่</p><p><strong>ลาย&nbsp;S&nbsp;ที่ท้องผ้า&nbsp;หมายถึง&nbsp;สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง</strong>&nbsp;ที่ทรงเป็นต้นแบบในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทย&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ได้ทรงออกแบบให้เว้นช่องว่างไว้&nbsp;เพื่อให้ราษฎรได้ร่วมถักทอลวดลายของตนเองลงในช่องว่าง&nbsp;เป็นการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากแต่ละท้องถิ่น&nbsp;โดยลายขิดที่เป็นกรอบล้อมรอบตัว&nbsp;S&nbsp;หมายถึงความจงรักภักดีที่ชาวไทยมีต่อพระบรมราชจักรีวงค์</p><p><strong>ลายเชิงผ้ารูปหัวใจ</strong>&nbsp;หมายถึง&nbsp;ความรักของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อปวงชนชาวไทย</p><p><strong>ลาย&nbsp;S&nbsp;ประกอบกับลายขิดที่เชิงผ้า</strong>&nbsp;หมายถึง&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ที่ทรงปรารถนาให้คนไทยอยู่ดีมีสุข</p><p><strong>ลายต้นสนที่เชิงผ้า</strong>&nbsp;หมายถึง&nbsp;พระดำริในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญาในการฟื้นฟูประวัติศาสตร์ของโครงการศิลปาชีพฯ&nbsp;อันลายต้นสนนี้&nbsp;เป็นลวดลายพื้นถิ่นที่ถักทออยู่บนผืนผ้าของบ้านนาหว้า&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ที่ซึ่งเป็นจุดกำเนิดโครงการศิลปาชีพฯ</p><p><strong>ลายหางนกยูงที่เชิงผ้า</strong>&nbsp;หมายถึง&nbsp;ความตั้งพระทัยมั่นในการสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;พระราชกรณียกิจของสมเด็จย่าของพระองค์ในการฟื้นคืนภูมิปัญญาผ้าไทยให้ดำรงคงอยู่คู่แผ่นดิน</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;นางสาววันเพ็ญ&nbsp;ตั้งสกุล</strong>&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;&nbsp;เป็นตัวแทนเข้ารับมอบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;และมีมาตรการป้องกันโควิด-19</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307171614292
1097	ผู้ว่าฯ อุตรดิตถ์ แนะเกษตรกร หมั่นเรียนรู้เพิ่มเติมด้านการเกษตรอย่างต่อเนื่อง รับมือสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เน้นยึดหลักพอเพียง	<p><strong>เกษตรกรในพื้นที่&nbsp;อ.ทองแสนขัน&nbsp;จ.อุตรดิตถ์</strong>&nbsp;เดินทางมาร่วมกิจกรรมงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;day)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เรียนรู้การทำการเกษตรอย่างพอเพียง&nbsp;ซึ่งมีหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มส่งเสริมอาชีพ&nbsp;Smart&nbsp;Farmer/Young&nbsp;Smart&nbsp;Famer&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;จัดบูธนิทรรศการให้ความรู้กับเกษตรกรกว่า&nbsp;10&nbsp;บูธ&nbsp;โดยมีนายผล&nbsp;ดำธรรม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์เป็นประธานในการเปิดงาน</p><p><strong>ผู้ว่าราชการ&nbsp;จ.อุตรดิตถ์&nbsp;ได้กล่าวกับเกษตรกรที่มาร่วมงานว่า</strong>&nbsp;การทำการเกษตรในปัจจุบันเกษตรกรต้องเรียนรู้แนวทางการเกษตรเพิ่มเติมให้ทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป&nbsp;เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีต่อผู้บริโภค&nbsp;และลดต้นในการทำการเกษตร&nbsp;โดยให้ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ซึ่งเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระราชดำรัสแก่ชาวไทย&nbsp;ให้สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในกระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่าง&nbsp;ๆ</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;นายพัฒนศักดิ์&nbsp;พ่วงสมบัติ</strong>&nbsp;เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การจัดงานในครั้งนี้&nbsp;เป็นการนำเทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;สถานี&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.&nbsp;สถานีเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;การทำไร่นาสวนผสม/เกษตรผสมผสาน&nbsp;2.&nbsp;สถานีการลดต้นทุนการผลิต&nbsp;3.&nbsp;สถานีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;และ&nbsp;4.&nbsp;สถานีการจัดการศัตรูพืช&nbsp;โดยแบ่งกลุ่มเกษตรกรเป็น&nbsp;4&nbsp;กลุ่ม&nbsp;หมุนเวียนเรียนรู้ในสถานีต่างๆ&nbsp;เพื่อลดความแออัด&nbsp;ป้องกันระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคเหนือ	อุตรดิตถ์	สวท.อุตรดิตถ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307172622302
1098	คณะกรรมการประสานงานการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จ.ลำปาง ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการฯ ในพื้นที่	<p><strong>บ่ายวันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมอาลัมภางค์&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;และขยายผลการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านต่างๆ&nbsp;และการดำเนินงานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่จังหวัดลำปาง</p><p>การประชุมในครั้งนี้&nbsp;มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานความก้าวหน้าโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;ในประเด็นการแก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;การสร้างอ่างเก็บน้ำ&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดเล็ก&nbsp;การพัฒนาแหล่งน้ำบาดาล&nbsp;โครงการโคกหนองนาโมเดล&nbsp;โครงการพัฒนาพื้นที่รอยต่ออำเภอเมืองลำปาง&nbsp;อำเภอเมืองปาน&nbsp;และอำเภอแจ้ห่ม&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;และโครงการพัฒนาบ้านแม่ต๋ำ&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมได้ขอความเห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อนและเป้าหมาย</strong>การดำเนินโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ระยะ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;(1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;2569)&nbsp;และกรอบแผนปฏิบัติงานและงบประมาณโครงการฯ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ที่จังหวัดลำปางพร้อมทั้งส่วนราชการ/หน่วยงาน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และทุกภาคส่วนในพื้นที่ร่วมสนองพระราชดำริฯ&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;185&nbsp;โครงการ</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307172600300
1099	จ.ภูเก็ต อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพภูเก็ต	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่วิสาหกิจชุมชนสมุนไพรและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพภูเก็ต&nbsp;</strong>ซอยเดชาณรงค์&nbsp;ตำบลตลาดใหญ่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;นายแพทย์ยงยศ&nbsp;ธรรมวุฒิ&nbsp;และคณะได้มาเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพภูเก็ต&nbsp;โดยมีนางสาววรรดี&nbsp;เพชรชู&nbsp;ประธานวิสาหกิจชุมชนและสมาชิกร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>นางสาววรรดี&nbsp;เพชรชู&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ทางกลุ่มได้มีโครงการปลูกกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการปลูกกัญชาทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์&nbsp;เพื่อส่งผลผลิตช่อดอกกัญชาที่มีคุณภาพ&nbsp;ให้กับคลังวัตถุดิบกัญชาของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก&nbsp;เพื่อนำไปใช้ในผลิตตำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่,&nbsp;เพื่อนำใบ&nbsp;กิ่ง&nbsp;ก้าน&nbsp;ลำต้น&nbsp;และรากในส่วนของกัญชา&nbsp;ที่ได้รับการยกเว้นไม่เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท&nbsp;5&nbsp;ใช้ประโยชน์ต่อไป&nbsp;และเพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ส่งเสริมสนับสนุนสมาชิก&nbsp;และชุมชนให้มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;การปลูกกัญชา&nbsp;และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ในส่วนของประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับคือได้รูปแบบการปลูกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทยอย่างมีคุณภาพมาตรฐานรวมถึงได้วัตถุดิบช่อดอกกัญชาที่มีคุณภาพ&nbsp;เพื่อนํามาผลิตตํารับยาแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่&nbsp;เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และได้วัตถุดิบในส่วนของกัญชาที่ได้รับการยกเว้นไม่เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท&nbsp;5&nbsp;เช่น&nbsp;ใบ&nbsp;กิ่ง&nbsp;ก้าน&nbsp;ลําต้น&nbsp;และราก&nbsp;เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป&nbsp;สำหรับแผนการผลิต&nbsp;(ปลูก)&nbsp;ในครั้งแรกจะมีการเพาะปลูกโดยใช้เมล็ด&nbsp;การเพาะปลูกโดยใช้&nbsp;1,608&nbsp;เมล็ด/ปี&nbsp;(804&nbsp;เมล็ด/รอบ)&nbsp;โดยแหล่งที่มาของเมล็ดพันธุ์&nbsp;ได้รับจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก&nbsp;ชื่อสายพันธุ์หางกระรอก&nbsp;ส่วนแผนการใช้ประโยชน์&nbsp;จำหน่ายดอกกัญชาแห้งที่ได้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกและส่วนของกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติดให้โทษในประเภท&nbsp;5&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;นำไปใช้ประโยชน์เพื่อต่อยอดเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กัญชาเดิมเป็นสมุนไพรพื้นบ้านใช้ในการประกอบอาหารและเป็นส่วนผสมของตำรับยาไทย</strong>&nbsp;ใช้กันอย่างแพร่หลายในไทยมาตั้งแต่โบราณ&nbsp;แต่ต้องหยุดใช้ตามอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาเสพติดให้โทษ&nbsp;ปี&nbsp;ค.ศ.1961&nbsp;ขององค์การสหประชาชาติ&nbsp;ส่งผลให้กัญชาเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทย&nbsp;ใครปลูกหรือใช้ย่อมมีความผิดทางอาญา&nbsp;ทำให้คนไทยต้องเลิกปลูก&nbsp;เลิกใช้&nbsp;องค์ความรู้ในการปลูกและการใช้กัญชาก็พลอยหายไปหมด&nbsp;มีแอบปลูก&nbsp;แอบใช้อยู่ใต้ดินบ้างก็ไม่มาก&nbsp;ไม่ได้พัฒนาความรู้ทางด้านกัญชาอย่างเปิดเผยและเป็นระบบ&nbsp;แต่ในต่างประเทศได้มีการพัฒนาความรู้ทางด้านกัญชากันในหลายประเทศ&nbsp;มีงานวิจัยมากมายที่แสดงว่ากัญชาสามารถนำไปผลิตเป็นยารักษาโรคต่างๆ&nbsp;ได้&nbsp;เช่น&nbsp;อัลไซเมอร์&nbsp;โครน&nbsp;พาร์กินสัน&nbsp;ทูเร็ตต์&nbsp;สะเก็ดเงิน&nbsp;ฯลฯ&nbsp;รวมทั้งโรคมากมายที่ยาแผนปัจจุบันไม่อาจรักษาได้&nbsp;จึงได้มีการปลูก&nbsp;ทำผลิตภัณฑ์ทั้งอาหาร&nbsp;เครื่องสำอาง&nbsp;&nbsp;และยาออกมาจำหน่ายกันมากมาย&nbsp;กลายเป็นพืชเศรษฐกิจ&nbsp;ทำเงินได้มากมาย&nbsp;อีกทั้งสหประชาชาติได้ปรับระดับลดการควบคุม&nbsp;ให้ใช้กัญชาในการแพทย์ได้&nbsp;รัฐบาลไทยปัจจุบันเล็งเห็นความสำคัญของกัญชาในทางการแพทย์และทางเศรษฐกิจจึงได้ออกกฎหมายให้กัญชาสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้&nbsp;ส่วนราก&nbsp;ใบ&nbsp;ต้นและกิ่งของกัญชา&nbsp;ก็ไม่จัดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;5&nbsp;อีกต่อไป&nbsp;ประชาชนและหน่วยงานต่างๆ&nbsp;จึงมีความคิดนำกัญชามาใช้ในกิจการอาหาร&nbsp;เครื่องสำอางและยากันอย่างมาก&nbsp;กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเองก็จะนำกัญชาผลิตยาตำรับเมตตาโอสถ&nbsp;การุณย์โอสถ&nbsp;แต่เนื่องจากกัญชาที่มีคุณภาพทางการแพทย์ได้นั้นต้องมาจากโรงเรือนที่มีคุณภาพ&nbsp;ทนต่อทุกสภาพอากาศ&nbsp;ป้องกันแมลง&nbsp;ดิน&nbsp;น้ำ&nbsp;ไม่ให้มีโลหะหนักเจือปน&nbsp;เพราะกัญชาจะดูดแร่ธาตุต่างๆสู่ต้นได้รวดเร็วมาก&nbsp;จึงต้องมีการควบคุมคุณภาพอย่างเป็นระบบ&nbsp;การปลูกกัญชาเพื่อหวังผลระยะยาวจึงต้องมีองค์ความรู้และงานวิจัยสนับสนุน&nbsp;ซึ่งต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ด้านเกษตร&nbsp;เงินทุนและเวลา&nbsp;รวมทั้งมีความตั้งใจจริงจึงจะบรรลุเป้าหมายได้</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307174345307
1100	"อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน จัดพิธีสร้างถนน  ""ตามฮอยครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา"" ( ลงจอบแรกขุดดินสร้างถนน )"	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีการสร้างถนน&nbsp;""ตามฮอยครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา""&nbsp;(ลงจอบแรกขุดดินสร้างถนน)&nbsp;เชื่อมระหว่าง&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;เพื่อให้การเดินทางติดต่อระหว่างกัน&nbsp;เกิดความสะดวก&nbsp;และไม่ต้องใช้&nbsp;ระยะเวลานานในการเดินทาง&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;ครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา&nbsp;ได้เคยมีดำริไว้ในการสร้างถนน&nbsp;เพื่อเป็นเส้นทางสัญจรของพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยมีนายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;นายวิวัฒน์&nbsp;จันทร์โอภาส&nbsp;นายอำเภอลี้&nbsp;นายถาวร&nbsp;สามภูมิศรีนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลวังดิน&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;มาจันทร์&nbsp;ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลวังดิน&nbsp;พระครูอินทวุฒิคุณ&nbsp;เจ้าคณะอำเภอลี้&nbsp;คณะสงฆ์&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และประชาชนชาวอำเภอลี้&nbsp;ร่วมพิธี&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณทุ่งหลวงลี้&nbsp;ติดถนนสายบ้านลี้-ป่าหก&nbsp;ตำบลลี้&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;</p><p><strong>นายอำเภอลี้&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ด้วยอำเภอลี้ร่วมกับคณะสงฆ์&nbsp;</strong>เทศบาลตำบลวังดิน&nbsp;และประชาชนบ้านลี้&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;และบ้านพระธาตุห้าดวง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;15&nbsp;ตำบลลี้&nbsp;ได้เล็งเห็นความสำคัญและความจำเป็นในการสร้างถนน&nbsp;เส้นทางเชื่อมระหว่าง&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;เพื่อให้การเดินทางติดต่อระหว่างกัน&nbsp;เกิดความสะดวก&nbsp;และไม่ต้องใช้&nbsp;ระยะเวลานานในการเดินทาง&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;ครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา&nbsp;ได้เคยมีดำริไว้ในการสร้างถนน&nbsp;เพื่อเป็นเส้นทางสัญจรของประชาชน&nbsp;ในการนี้&nbsp;ส่วนราชการทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชนและประชาชน&nbsp;ได้ปรึกษาหารือและ&nbsp;ได้ร่วมกันจัดตั้งกองทุนก่อสร้างถนน&nbsp;ตามฮอยครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา&nbsp;โดยร่วมกันบริจาคเงิน&nbsp;เพื่อจัดซื้อที่ดินในการก่อสร้างถนนเชื่อมระหว่างบ้านลี้&nbsp;และบ้านพระธาตุห้าดวง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;650&nbsp;เมตร&nbsp;และในวันนี้&nbsp;ถือว่าเป็นฤกษ์อันเป็นมงคล&nbsp;ในการที่จะร่วมกันประกอบพิธี&nbsp;ลงจอบแรก&nbsp;ขุดดินสร้างถนน&nbsp;โดยได้ร่วมกันวางหมุดหลักแรก&nbsp;ในการลงจอบแรกขุดดินเพื่อสร้างถนนเชื่อมบ้านลี้&nbsp;และบ้านพระธาตุห้าดวงและวงหมุดหลักที่&nbsp;2&nbsp;บริเวณริมตลิ่งฝั่งแม่น้ำแม่แต๊ะ&nbsp;เพื่อดำเนินการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแม่แต๊ะ&nbsp;เป็นการอำนวยความสะดวกด้านการสัญจร&nbsp;การขนส่งพืชผลทางการเกษตร&nbsp;รวมถึงเพื่อประหยัดเวลาการเดินทางระหว่าง&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ซึ่งเป็นที่มาของการร่วมแรงร่วมใจกันก่อสร้างถนน&nbsp;""ตามฮอยครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา""&nbsp;(ลงจอบแรกขุดดินสร้างถนน)&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307174819308
1101	เกษตรยะลา ขับเคลื่อน พัฒนาและส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืน	<p><strong>นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางวีระ&nbsp;สมศิริ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;ร่วมสัมมนา&nbsp;เรื่อง&nbsp;แนวทางพัฒนาและส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรเกิดความรู้ความเข้าใจ</strong>เกี่ยวกับส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตกล้วยหินให้ได้คุณภาพมาตรฐานและการใช้สารชีวภัณฑ์&nbsp;ตลอดถึง&nbsp;แก้ไขปัญหาโรคพืชได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยให้แก่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;ณ&nbsp;สวนไผ่บ้านแปแจง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลสะเอะ&nbsp;อำเภอกรงปินัง&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307180606311
1102	มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตภูเก็ตจับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาการศึกษาวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ	<p><strong>วันนี้(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมเก็ตโฮ่</strong>&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;สำนักงานวิทยาเขตภูเก็ต&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;วิทยาเขตภูเก็ต&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิวัต&nbsp;แก้วประดับ&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;และ&nbsp;นายยงยศ&nbsp;ธรรมวุฒิ&nbsp;อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก&nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร&nbsp;ม.อ.ภูเก็ต&nbsp;และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จับมือ&nbsp;กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก&nbsp;ส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;และพัฒนาการศึกษาวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;เพื่อบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;และพัฒนาการศึกษาวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;</p><p><strong>นายแพทย์ยงยศ&nbsp;ธรรมวุฒิ&nbsp;อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย</strong>และการแพทย์ทางเลือก&nbsp;กล่าว&nbsp;ปัจุบัน&nbsp;การขยายตัวของตลาดสมุนไพรสอดคล้องกับนโยบายที่ชัดเจนของประเทศในการส่งเสริมอุตสาหกรรมสมุนไพร&nbsp;ที่นำเอาจุดเด่นของประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะพืชสมุนไพร&nbsp;มาพัฒนาเพื่อให้เกิดความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;และยั่งยืนของประเทศ&nbsp;โดยกำหนดแนวทางการส่งเสริมพัฒนาสมุนไพรไทย&nbsp;ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติ&nbsp;และมีเป้าหมายในการเป็นประเทศส่งออกวัตถุดิบสมุนไพรคุณภาพและผลิตภัณฑ์สมุนไพรชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน&nbsp;และมีมูลค่าของวัตถุดิบสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรภายในประเทศเพิ่มขึ้น&nbsp;1&nbsp;เท่าตัว&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;การลงนามในครั้งนี้&nbsp;ยังสนับสนุนนโยบายรัฐบาลด้านการสร้างความสามารถด้านการแข่งขัน&nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลได้กำหนดนโยบายกัญชาเสรี&nbsp;ตามประกาศแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;12&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2560-2564)&nbsp;เป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศ&nbsp;ซึ่งสะท้อนให้เห็นทุกกระบวนการทำงานอย่างบูรณาการและเป็นระบบ&nbsp;นำไปสู่นโยบายสุขภาพที่เกี่ยวกับการใช้กัญชาทางการแพทย์และการวิจัย&nbsp;โดยกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดนโยบายและการบริหารจัดการกัญชาเพื่อการแพทย์ซึ่งเปิดโอกาสให้หน่วยงานของรัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;หรือภาคประชาชนรวมตัวกันกับภาครัฐในรูปแบบของวิสาหกิจชุมชน&nbsp;สามารถขออนุญาตปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์และศึกษาวิจัย&nbsp;รวมถึงต่อยอดให้เกิดการศึกษาวิจัยผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ยา&nbsp;อาหาร&nbsp;เครื่องดื่ม&nbsp;เครื่องสำอาง&nbsp;ผลิตภัณฑ์สุขภาพ&nbsp;และผลิตภัณฑ์สมุนไพรอื่นๆ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งเป็นมิติใหม่ของทั้ง&nbsp;2&nbsp;องค์กร&nbsp;ในการส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;พัฒนาการศึกษาวิจัย&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก&nbsp;เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์&nbsp;สุขภาพ&nbsp;และเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307182003314
1103	เกษตรจังหวัดกระบี่ พัฒนาและขยายผลการพัฒนาการเกษตรฐานรากด้วยนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ตามรูปแบบกระบี่โมเดล ส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมัน และลดต้นทุนด้วยนวัตกรรมใหม่	<p><strong>นายชำนาญ&nbsp;นุ่นดำ&nbsp;เกษตรจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;กล่าวถึงการส่งเสริม&nbsp;เพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมัน&nbsp;และลดต้นทุนด้วยนวัตกรรมใหม่ว่า&nbsp;์ขณะนี้จังหวัดกระบี่ได้มีการขยายผลการพัฒนาการเกษตรฐานรากด้วยนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ตามรูปแบบกระบี่โมเดลเพื่อเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;เป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาและยกระดับเกษตรกรในประเทศให้มีรายได้สูงขึ้น&nbsp;มีการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง&nbsp;เป็นการวางฐานรากที่มั่นคงให้กับเศรษฐกิจไทยในอนาคต&nbsp;โดยการส่งเสริมเศรษฐกิจระดับชุมชนให้มีความเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้และมีศักยภาพในการแข่งขัน&nbsp;ซึ่งจะก่อให้เกิดการยกระดับมาตรฐานการครองชีพและความเป็นอยู่ของประชาชนในชุมชนให้ดีขึ้น&nbsp;นำไปสู่การแก้ไขปัญหาความยากจนได้อย่างยั่งยืน</p><p><strong>จังหวัดกระบี่&nbsp;จึงได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>ดำเนินโครงการพัฒนาและขยายผลการพัฒนาการเกษตรฐานรากด้วยนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ตารมรูปแบบกระบี่ส่งเสริมการผลิตปาล์มน้ำมันและต้นทุนด้วยนวัตกรรมใหม่&nbsp;จัดให้มีการบรรยายเรื่องธรรมชาติของปาล์มน้ำมันเพื่อการจัดการให้ตรงตามความต้องการของพืช&nbsp;การจัดการธาตุอาหารและการใช้ปุ๋ยในปาล์มน้ำมัน&nbsp;การสาธิตและฝึกปฏิบัติเรื่องเทคนิคเชิงปฏิบัติการในการเพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน&nbsp;ณ&nbsp;อำเภออ่าวลึก&nbsp;อำเภอเหนือคลอง&nbsp;&nbsp;อำเภอเขาพนมและอำเภอคลองท่อมจังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นโครงการที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นต้นแบบการสร้างนวัตกรรมชุมชนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;โดยโครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนาเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมครัวเรือนในกลุ่มผู้ผลิตปาล์มน้ำมัน&nbsp;แพะ&nbsp;สาหร่ายขนนก&nbsp;เห็ดร่างแห&nbsp;และผ้าบาติก&nbsp;โดยมีกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ฯ&nbsp;สภาผู้แทนราษฎรเข้ามาสนับสนุน&nbsp;ผลักดันในรูปแบบของงานวิจัย&nbsp;ซึ่งสามารถส่งเสริมเศรษฐกิจระดับชุมชน&nbsp;ให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;และมีศักยภาพในการแข่งขันได้</p><p><strong>จังหวัดกระบี่&nbsp;มีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญคือยางพาราและปาล์มน้ำมัน</strong>&nbsp;โดยเฉพาะปาล์มน้ำมันเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่สำคัญ&nbsp;&nbsp;มีพื้นที่ปลูก&nbsp;1,151,415&nbsp;ไร่&nbsp;พื้นที่ปลูกที่ให้ผลผลิตแล้ว&nbsp;1,106,941&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผลผลิตเฉลี่ย&nbsp;3,166&nbsp;กก./ไร่/ปี&nbsp;</p><p><strong>การส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมันและลดต้นทุนด้วยนวัตกรรมใหม่</strong>&nbsp;จึงเป็นกิจกรรมหนึ่งภายใต้โครงการพัฒนาและขยายผลการพัฒนาการเกษตรฐานรากด้วยนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ตามรูปแบบกระบี่โมเดล&nbsp;มุ่งหวังที่จะให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันได้นำเอานวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้ในการปฏิบัติดูแลรักษาสวนปาล์มน้ำมันของตนเอง&nbsp;ทั้งในเรื่องของการจัดการดิน&nbsp;การใช้ปุ๋ยที่ถูกต้องเหมาะสมตรงตามความต้องการของพืช&nbsp;การปฏิบัติเพื่อเพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมัน&nbsp;รวมถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ถูกต้อง</p><p><strong>การส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมัน</strong>และลดต้นทุนด้วยนวัตกรรมใหม่&nbsp;ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรม&nbsp;ที่เกษตรกรสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ปฏิบัติในสวนปาล์มน้ำมันของตนเอง&nbsp;สามารถที่จะเพิ่มผลผลิต&nbsp;เพิ่มรายได้&nbsp;อีกทั้งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตปาล์มน้ำมันได้อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	กระบี่	สวท.กระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307182337316
1104	จ.เลย พร้อมจัดงานเทศกาลศิลปะร่วมสมัยลุ่มน้ำโขง กิจกรรม สวมหน้ากาก ยลงานศิลป์ เช็คอินริมโขง Mask Festival 2022 ส่งเสริมการท่องเที่ยว เสริมสร้างอัตลักษณ์ด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยของประเทศไทย และในพื้นที่แถบลุ่มน้ำโขง	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.64)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;นายดำรงค์&nbsp;สิริวิชย&nbsp;อิ่มวิเศษ</strong>&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;การจัดโครงการเทศกาลศิลปะร่วมสมัยลุ่มน้ำโขงจังหวัดเลย&nbsp;กิจกรรม&nbsp;สวมหน้ากาก&nbsp;ยลงานศิลป์&nbsp;เช็คอินริมโขง&nbsp;Mask&nbsp;Festival&nbsp;2022&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเชียงคาน&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดี&nbsp;เสริมสร้างอัตลักษณ์ด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยของประเทศไทย&nbsp;และในพื้นที่แถบลุ่มแม่น้ำโขง&nbsp;โดยมุ่งก่อให้เกิดการเผยแพร่แลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมในระหว่างพื้นที่แถบลุ่มแม่น้ำโขง&nbsp;รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยให้พัฒนาต่อยอด&nbsp;กลายเป็นทุนทางวัฒนธรรมในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ประเทศไทย&nbsp;และพื้นที่ในแถบลุ่มแม่น้ำโขงด้วย&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.ณัณธิญาจ์&nbsp;มังคละคีรี&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดเลย&nbsp;นายณัฐพล&nbsp;เหลืองวงษ์ไพศาล&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดเลย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุมฯ&nbsp;</p><p><strong>นายดำรงค์&nbsp;สิริวิชย&nbsp;อิ่มวิเศษ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการลงพื้นที่เพื่อติดตามความพร้อมในการจัดงานฯ&nbsp;ทั้งภาคราชการและภาคเอกชนได้มีการประสานงานบูรณาการในการเตรียมความพร้อมในการจัดงานได้ดีมาก&nbsp;เป็นที่น่าชื่นชม&nbsp;เพื่อให้การจัดงานดังกล่าว&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;จึงได้มีการประชุมเพื่อติดตามความก้าวหน้าของคณะกรรมการในด้านต่างๆ&nbsp;อีกครั้งหนึ่ง&nbsp;ตามคำสั่งจังหวัดเลยที่&nbsp;923/2565&nbsp;ลว.&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เรื่อง&nbsp;แต่งตั้งคณะทำงานโครงการเทศกาลศิลปะร่วมสมัย&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;(กิจกรรม&nbsp;สวมหน้ากาก&nbsp;ยลงานศิลป์&nbsp;เช็คอินริมโขง&nbsp;Mask&nbsp;Festival&nbsp;2022)&nbsp;โดยมีการมอบหมายหน้าที่ปฏิบัติของคณะกรรมการด้านต่างๆ&nbsp;จากที่มีการรายงานผลการดำเนินงาน&nbsp;ยืนยันมีการเตรียมความพร้อมทุกด้านไว้เป็นอย่างดี&nbsp;เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเยือน&nbsp;บนมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;รองรับอย่างเข้มข้น&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;ดร.ณัณธิญาจ์&nbsp;มังคละคีรี&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดเลย</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โครงการศิลปะร่วมสมัยลุ่มแม่น้ำโขง&nbsp;กิจกรรม&nbsp;สวมหน้ากาก&nbsp;ยลงานศิลป์&nbsp;เช็คอินริมโขง&nbsp;Mask&nbsp;Festival&nbsp;2022&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;11-13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีพิธีเปิดงานในวันที่&nbsp;12&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เริ่มเวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;โดยได้รับเกียรติจาก&nbsp;นางยุพา&nbsp;ทวีวัฒนะกิจบวร&nbsp;ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานฯ&nbsp;พร้อมโชว์ขบวนแห่&nbsp;3&nbsp;ผี&nbsp;ได้แก่&nbsp;ผีขนน้ำอำเภอเชียงคาน&nbsp;ผีตาโขนอำเภอด่านซ้าย&nbsp;ผีบุ้งเต้าอำเภอภูเรือ&nbsp;ขบวนหน้ากากจากผู้บริหาร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ร่วมงาน&nbsp;จากถนนคนเดินเชียงคานตั้งแต่หน้าวัดศรีคุนเมือง&nbsp;ถึงบริเวณเวทีเปิดงานที่ลานวัฒนธรรมวัดท่าคก&nbsp;อย่างยิ่งใหญ่&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายในงานชมการการแสดง&nbsp;Amazing&nbsp;3&nbsp;ผี</strong>&nbsp;ยลวิถีไทเลย&nbsp;(ผีขนน้ำ&nbsp;ผีตาโขน&nbsp;ผีบุ้งเต้า)&nbsp;การแสดงดนตรีร่วมสมัย&nbsp;ชมนิทรรศการงานศิลป์ร่วมสมัย&nbsp;ริมฝั่งโขง&nbsp;(หน้ากาก&nbsp;สีสัน&nbsp;คัลเลอร์ฟูล)&nbsp;นิทรรศการหน้าจากจากเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฎ&nbsp;นิทรรศการหน้ากากากนานาชาติ&nbsp;จาก&nbsp;11&nbsp;ประเทศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;เวียดนาม&nbsp;จีน&nbsp;ญี่ปุ่น&nbsp;&nbsp;อินโดนีเชีย&nbsp;ฟิลิปปินส์&nbsp;มาเลียเซีย&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;พม่า&nbsp;ลาว&nbsp;กัมพูชา&nbsp;และอินเดีย&nbsp;กิจกรรม&nbsp;Street&nbsp;Art&nbsp;at&nbsp;loei&nbsp;การแสดงอัตลักษณ์หน้ากากไทเลย&nbsp;เมืองเลยบ้านฉัน&nbsp;Mask&nbsp;Festival&nbsp;2022&nbsp;ชมและชิมการสาธิตอาหารพื้นบ้าน&nbsp;ขนมหวานพื้นเมือง&nbsp;การแสดงทางวัฒนธรรม&nbsp;ศิลป์ร่วมสมัย&nbsp;จากเครือข่ายยุวชนคนไทเลย&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307182532318
1105	"เทศบาลนครภูเก็ตเตรียมจัดงานมหกรรมอาหารทะเล ""หรอย ริม เล "" ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 26 - 27 มีนาคม 2565 ณ บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.10 (ปลายแหลมสะพานหิน)"	"<p><strong>เทศบาลนครภูเก็ตเตรียมจัดงานมหกรรมอาหารทะเล</strong>&nbsp;""หรอย&nbsp;ริม&nbsp;เล&nbsp;""&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;26&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ร.10&nbsp;(ปลายแหลมสะพานหิน)&nbsp;นายสาโรจน์&nbsp;อังคณาพิลาส&nbsp;นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ซึ่งมีรายได้หลักจากการท่องเที่ยว&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดภูเก็ตให้สามารถฟื้นตัวได้ภายหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อันจะทำให้เกษตรกร&nbsp;ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการร้านอาหาร&nbsp;และผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวมีรายได้เพิ่มขึ้นเทศบาลนครภูเก็ต&nbsp;จึงได้ร่วมกับจังหวัดภูเก็ต&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พิจารณาโครงการที่จะสามารถช่วยเหลือผู้เกี่ยวข้องกลุ่มดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>โดยกำหนดจัดงาน&nbsp;""มหกรรมอาหารทะเล</strong>&nbsp;:&nbsp;หรอย&nbsp;ริม&nbsp;เล""&nbsp;ขึ้น&nbsp;ทั่วจังหวัดภูเก็ต&nbsp;สำหรับเทศบาลนครภูเก็ต&nbsp;กำหนดจัดโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากภายใต้ชื่องานมหกรรมอาหารทะเล&nbsp;""หรอย&nbsp;ริม&nbsp;เล&nbsp;""&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ร.10&nbsp;(ปลายแหลมสะพานหิน)&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ดังนี้&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;วันที่&nbsp;26&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565,&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;วันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยการจัดงานฯ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;งานมหกรรมอาหารทะเล&nbsp;""หรอย&nbsp;ริม&nbsp;เล&nbsp;""&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;26&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เริ่มตั้งแต่เวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ร.10&nbsp;(ปลายแหลมสะพานหิน)&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;มีกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การออกร้านจำหน่ายอาหารตามโชน&nbsp;""4โชน""&nbsp;โซนที่&nbsp;1&nbsp;อาหารพื้นเมือง&nbsp;โชนที่&nbsp;2&nbsp;อาหารซีฟู้ด&nbsp;โซนที่&nbsp;3&nbsp;ของดีชุมชน&nbsp;(ซึ่งผู้มาจำหน่ายอาหารทั้งหมดเป็นผู้ประกอบการในเขตเทศบาลนครภูเก็ด)&nbsp;โซนที่&nbsp;4&nbsp;โซนสินค้าธงฟ้า&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีสินค้า&nbsp;Food&nbsp;Truck&nbsp;กว่า&nbsp;10&nbsp;ร้าน</strong>&nbsp;วมสินค้/อาหารจำหน่ายครั้งนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;110&nbsp;ร้าน&nbsp;ฯลฯ&nbsp;สำหรับกิจกรรมการแสดงบนเวที&nbsp;มีการแสดงและกิจกรรมเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศความเป็นครอบครัวภายใต้&nbsp;Concept&nbsp;""ร้อยรวมสามวัย""&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กิจกรรมของกลุ่มคนสามวัย&nbsp;คือ&nbsp;วัยเด็ก,&nbsp;วัยรุ่น&nbsp;และผู้สูงอายุ&nbsp;ในส่วนของสถานที่จอดรถ&nbsp;เทศบาลนครภูเก็ต&nbsp;ได้จัดสถานที่จอดรถไว้บริการผู้มาเที่ยวงาน&nbsp;ซึ่งสามารถจอดรถได้ประมาณ&nbsp;870&nbsp;คัน&nbsp;ดังนี้&nbsp;P&nbsp;1&nbsp;หน้าศาลเจ้ากิ้วเที้ยนเก้ง&nbsp;,&nbsp;P&nbsp;2&nbsp;ริมคลองบางใหญ่&nbsp;ถนนเลียบคลอง&nbsp;(ฝั่งอาคารยิมเนเซียม&nbsp;4,000&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;สะพานหิน)&nbsp;และถนนในชอยต่าง&nbsp;ๆ,&nbsp;P&nbsp;3&nbsp;พื้นที่ว่างปลายแหลมสะพานหิน,&nbsp;P&nbsp;4&nbsp;ลานจอดรถศูนย์&nbsp;CIC&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;และP&nbsp;5&nbsp;ลานจอดรถและสนามด้านข้างโรงยิม&nbsp;4,000&nbsp;ที่นั่งพร้อมจัดรถรับ&nbsp;-&nbsp;ส่ง&nbsp;ไว้บริการ&nbsp;ณ&nbsp;อาคารยิมเนเซียม&nbsp;4,000&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;(สะพานหิน)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307182640319
1106	เกษตรจังหวัดกระบี่ ขับเคลื่อนกระบี่โมเดล ส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมัน และลดต้นทุนด้วยนวัตกรรมใหม่	<p><strong>นายชำนาญ&nbsp;นุ่นดำ&nbsp;เกษตรจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;กล่าวถึงการส่งเสริม&nbsp;เพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมัน&nbsp;และลดต้นทุนด้วยนวัตกรรมใหม่ว่า&nbsp;ขณะนี้จังหวัดกระบี่ได้มีการขยายผลการพัฒนาการเกษตรฐานรากด้วยนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ตามรูปแบบกระบี่โมเดลเพื่อเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;เป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาและยกระดับเกษตรกรในประเทศให้มีรายได้สูงขึ้น&nbsp;มีการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง&nbsp;เป็นการวางฐานรากที่มั่นคงให้กับเศรษฐกิจไทยในอนาคต&nbsp;โดยการส่งเสริมเศรษฐกิจระดับชุมชนให้มีความเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้และมีศักยภาพในการแข่งขัน&nbsp;ซึ่งจะก่อให้เกิดการยกระดับมาตรฐานการครองชีพและความเป็นอยู่ของประชาชนในชุมชนให้ดีขึ้น&nbsp;นำไปสู่การแก้ไขปัญหาความยากจนได้อย่างยั่งยืน</p><p><strong>จังหวัดกระบี่&nbsp;จึงได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัย</strong>และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินโครงการพัฒนาและขยายผลการพัฒนาการเกษตรฐานรากด้วยนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ตารมรูปแบบกระบี่ส่งเสริมการผลิตปาล์มน้ำมันและต้นทุนด้วยนวัตกรรมใหม่&nbsp;จัดให้มีการบรรยายเรื่องธรรมชาติของปาล์มน้ำมันเพื่อการจัดการให้ตรงตามความต้องการของพืช&nbsp;การจัดการธาตุอาหารและการใช้ปุ๋ยในปาล์มน้ำมัน&nbsp;การสาธิตและฝึกปฏิบัติเรื่องเทคนิคเชิงปฏิบัติการในการเพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน&nbsp;ณ&nbsp;อำเภออ่าวลึก&nbsp;อำเภอเหนือคลอง&nbsp;&nbsp;อำเภอเขาพนมและอำเภอคลองท่อมจังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นโครงการที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นต้นแบบการสร้างนวัตกรรมชุมชนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;โดยโครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนาเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมครัวเรือนในกลุ่มผู้ผลิตปาล์มน้ำมัน&nbsp;แพะ&nbsp;สาหร่ายขนนก&nbsp;เห็ดร่างแห&nbsp;และผ้าบาติก&nbsp;โดยมีกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ฯ&nbsp;สภาผู้แทนราษฎรเข้ามาสนับสนุน&nbsp;ผลักดันในรูปแบบของงานวิจัย&nbsp;ซึ่งสามารถส่งเสริมเศรษฐกิจระดับชุมชน&nbsp;ให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;และมีศักยภาพในการแข่งขันได้</p><p><strong>จังหวัดกระบี่&nbsp;มีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญคือยางพาราและปาล์มน้ำมัน</strong>&nbsp;โดยเฉพาะปาล์มน้ำมันเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่สำคัญ&nbsp;&nbsp;มีพื้นที่ปลูก&nbsp;1,151,415&nbsp;ไร่&nbsp;พื้นที่ปลูกที่ให้ผลผลิตแล้ว&nbsp;1,106,941&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผลผลิตเฉลี่ย&nbsp;3,166&nbsp;กก./ไร่/ปี&nbsp;</p><p><strong>การส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมันและลดต้นทุนด้วยนวัตกรรมใหม่</strong>&nbsp;จึงเป็นกิจกรรมหนึ่งภายใต้โครงการพัฒนาและขยายผลการพัฒนาการเกษตรฐานรากด้วยนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ตามรูปแบบกระบี่โมเดล&nbsp;มุ่งหวังที่จะให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันได้นำเอานวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้ในการปฏิบัติดูแลรักษาสวนปาล์มน้ำมันของตนเอง&nbsp;ทั้งในเรื่องของการจัดการดิน&nbsp;การใช้ปุ๋ยที่ถูกต้องเหมาะสมตรงตามความต้องการของพืช&nbsp;การปฏิบัติเพื่อเพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมัน&nbsp;รวมถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ถูกต้อง</p><p><strong>การส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมันและลดต้นทุนด้วยนวัตกรรมใหม่</strong>&nbsp;ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรม&nbsp;ที่เกษตรกรสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ปฏิบัติในสวนปาล์มน้ำมันของตนเอง&nbsp;สามารถที่จะเพิ่มผลผลิต&nbsp;เพิ่มรายได้&nbsp;อีกทั้งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตปาล์มน้ำมันได้อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	กระบี่	สวท.กระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307182849321
1107	รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เยี่ยมชมพระพุทธสิริภูวดลมงคลชัย (พระจมน้ำ)  ขณะที่ ททท. ทำประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวใหม่แห่งนี้ของจังหวัดตราด	<p><strong>นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</strong>&nbsp;นำคณะผู้บริหารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;เดินทางลงพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดตราด&nbsp;พระพุทธสิริภูวดลมงคลชัย&nbsp;(พระจมน้ำ)&nbsp;พระพุทธรูปกลางน้ำ&nbsp;ที่ตั้งอยู่ภายในอ่างเก็บน้ำเขาระกำ&nbsp;ตำบลวังกระแจะ&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;เพื่อถ่ายภาพเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่แห่งนี้&nbsp;ซึ่งทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;เป็นเจ้าภาพดำเนินการ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</strong>&nbsp;และคณะในครั้งนี้มีชมรม&nbsp;SUP&nbsp;Board&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ร่วมนำเสนอการจัดการแหล่งท่องเที่ยวพระจมน้ำแห่งนี้&nbsp;ซึ่งนอกจากจะมีกิจกรรมพาย&nbsp;SUP&nbsp;Board&nbsp;ไว้รองรับนักท่องเที่ยวแล้ว&nbsp;ยังจะมีการเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เรือนจำชั่วคราวเขาระกำอีกด้วย&nbsp;อย่างไรก็ตามแหล่งท่องเที่ยวพระจมน้ำ&nbsp;ทางจังหวัดตราดได้ใช้งบประมาณโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;15.9&nbsp;ล้านบาทเศษ&nbsp;ให้โครงการชลประทานตราด&nbsp;ดำเนินการปรับปรุงเส้นทางสู่แหล่งท่องเที่ยวพระจมน้ำ&nbsp;จากถนนลูกรังเป็นถนนคอนกรีตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;สามารถรองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาเยือนได้เป็นอย่างดี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307183015323
1108	รองผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ พิจารณาอนุมัติเงินกู้ของกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน	<p><strong>ที่ห้องประชุมสระกำแพงใหญ่&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ<strong>&nbsp;</strong>มอบหมายให้นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน&nbsp;(อบก.)&nbsp;ส่วนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เพื่อพิจารณาอนุมัติเงินกู้ของกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจนที่ยื่นกู้จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;วงเงินกู้รวมกว่า&nbsp;2.5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;โดยมีอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ผอ.สำนักงานบังคับคดีจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;คลังจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ประมงจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ผู้แทน&nbsp;ผอ.สนง.&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307182957322
1109	จังหวัดอุตรดิตถ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง พร้อมคณะติดตามผลความคืบหน้าการดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอท่าปลา 	<p><strong>รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ติดตามผลความคืบหน้าการดำเนินโครงการที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณในอำนาจของรองนายกรัฐมนตรีในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;และสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้เป็นอย่างดี&nbsp;โดยที่ห้องประชุมโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;อำเภอท่าปลา&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;</p><p><strong>นายสุนทร&nbsp;ชัยยินดีภูมิ&nbsp;รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนางพรพิมล&nbsp;กาญจนลักษณ์&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;และนางรุ่งรัตนา&nbsp;บุญ-หลง&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;17&nbsp;ประชุมร่วมกับ&nbsp;นายผล&nbsp;ดำธรรม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อติดตามผลความคืบหน้าการดำเนินโครงการที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;งบกลาง&nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นในอำนาจของรองนายกรัฐมนตรี&nbsp;)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งโครงการท่อส่งน้ำ&nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;อำเภอท่าปลา&nbsp;เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ดำเนินการโดย&nbsp;สำนักก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่&nbsp;12&nbsp;สำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;วงเงินกว่า&nbsp;500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ชึ่งในขณะนี้สามารถดำเนินการไปแล้วกว่าร้อยละ&nbsp;79&nbsp;จากนั้น&nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามโครงการระบบท่อส่งน้ำ&nbsp;MP&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;สาย&nbsp;ระยะทาง&nbsp;15.40&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;สามารถ&nbsp;ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตรช่วงฤดูแล้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;17,600&nbsp;ไร่&nbsp;และปัญหาน้ำท่วมที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับพืชผลทางการเกษตร&nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่ต่างมีความพึงพอใจในโครงการนี้&nbsp;ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากผลกระทบที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคเหนือ	อุตรดิตถ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307190642331
1110	จังหวัดศรีสะเกษ เปิดการดำเนินการโครงการปลูกฝังจิตสำนึกรักสามัคคี และส่งเสริมความปรองดอง สมานฉันท์ จังหวัดศรีสะเกษ ประจำปี 2565	"<p><strong>ที่ห้องประชุมวนาสน&nbsp;โรงเรียนไตรมิตร&nbsp;อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ</strong>&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสำรวย&nbsp;เกษกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการดำเนินการโครงการปลูกฝังจิตสำนึกรักสามัคคี&nbsp;และส่งเสริมความปรองดอง&nbsp;สมานฉันท์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;ได้ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ&nbsp;การปกครองระบอบประชาธิปไตย&nbsp;และกล่าวว่าโครงการดังกล่าวเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคงแผนระดับ&nbsp;2&nbsp;โดยที่ทำการปกครองจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินโครงการมีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อให้เยาวชนในพื้นที่&nbsp;""ร่วมกันคุย""&nbsp;แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อ""สร้างความสามัคคี""&nbsp;ความปรองดองของประชาชนและความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ&nbsp;ศาสนาและพระมหากษัตริย์&nbsp;เพื่อให้เด็กและเยาวชน""ร่วมกันคิด""ระดมสมองเพื่อสร้างพลัง&nbsp;เพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาสังคมให้มีความปรองดองสมานฉันท์&nbsp;เพื่อให้เด็กและเยาวชน""ร่วมกันทำ""&nbsp;เพื่อ""สร้างสังคมปรองดอง""&nbsp;ให้ร่วมกันจัดทำโครงการกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความรักสามัคคีและความปรองดอง&nbsp;การฝึกอบรมมีผู้เข้ารับการอบรม&nbsp;เป็นนักเรียนจากโรงเรียนในพื้นที่อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;70&nbsp;คน&nbsp;มีระยะเวลาการฝึกอบรม&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งการดำเนินโครงการอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ</strong>&nbsp;ผู้แทนรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด(ท)&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนไตรมิตร&nbsp;ผกก.สภ.&nbsp;โพธิ์ศรีสุวรรณ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเสียว&nbsp;จิตอาสา&nbsp;904&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและทีมวิทยากรร่วมในพิธีดังกล่าว</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307185712325
1111	หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 54 สำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือราษฎร ที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุฤดูร้อน	<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ที่จังหวัดสุรินทร์&nbsp;หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;54</strong>&nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&nbsp;5&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;ได้จัดกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;นาย&nbsp;ออกพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือราษฎร&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน&nbsp;ทำให้บ้านพักอาศัย&nbsp;และทรัพย์สินของราษฎรเกิดความเสียหาย&nbsp;&nbsp;พร้อมทั้งได้นำน้ำดื่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;ขวด&nbsp;มอบให้กับราษฎรที่ประสบภัย&nbsp;ความเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ราษฎรที่ประสบภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;56&nbsp;คน&nbsp;เป็นบ้านพักอาศัย&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;คอกปศุสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;หลัง&nbsp;ยุ้งข้าว&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;หลัง&nbsp;และโรงเก็บพืชผลทางการเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;หลัง&nbsp;ณ&nbsp;บ.ตาคง&nbsp;ม.4&nbsp;ต.ตาคง&nbsp;อ.สังขะ&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;ความเสียหาย&nbsp;คอกปศุสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;หลัง&nbsp;ณ&nbsp;บ.สามแยก&nbsp;ม.14&nbsp;ต.ตาคง&nbsp;อ.สังขะ&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;และ&nbsp;ความเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ราษฎรที่ประสบภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;ณ&nbsp;บ.หนองเหล็ก&nbsp;ม.9&nbsp;ต.ตาวัง&nbsp;อ.บัวเชด&nbsp;จ.สุรินทร์</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307185823326
1112	มหาวิทยาลัยสงขลานครินทวิทยาเขตภูเก็ต จับมือกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาการศึกษาวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ	<p><strong>ที่&nbsp;ห้องประชุมเก็ตโฮ่&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;สำนักงานวิทยาเขตภูเก็ต</strong>&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;วิทยาเขตภูเก็ต&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;นิวัต&nbsp;แก้วประดับ&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;และ&nbsp;นายยงยศ&nbsp;ธรรมวุฒิ&nbsp;อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;วิทยาเขตภูเก็ต&nbsp;และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก&nbsp;เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในงานมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;ร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก&nbsp;ส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;และพัฒนาการศึกษาวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;เพื่อบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;และพัฒนาการศึกษาวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรม</p><p><strong>นายแพทย์ยงยศ&nbsp;ธรรมวุฒิ&nbsp;อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย</strong>และการแพทย์ทางเลือก&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัจจุบันการขยายตัวของตลาดสมุนไพรสอดคล้องกับนโยบายที่ชัดเจนของประเทศในการส่งเสริมอุตสาหกรรมสมุนไพร&nbsp;ที่นำเอาจุดเด่นของประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะพืชสมุนไพร&nbsp;มาพัฒนาเพื่อให้เกิดความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;และยั่งยืนของประเทศ&nbsp;โดยกำหนดแนวทางการส่งเสริมพัฒนาสมุนไพรไทย&nbsp;ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติ&nbsp;และมีเป้าหมายในการเป็นประเทศส่งออกวัตถุดิบสมุนไพรคุณภาพและผลิตภัณฑ์สมุนไพรชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน&nbsp;และมีมูลค่าของวัตถุดิบสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรภายในประเทศเพิ่มขึ้น&nbsp;1&nbsp;เท่าตัว&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;การลงนามในครั้งนี้&nbsp;ยังสนับสนุนนโยบายรัฐบาลด้านการสร้างความสามารถด้านการแข่งขัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลได้กำหนดนโยบายกัญชาเสรี</strong>&nbsp;ตามประกาศแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;12&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2560-2564)&nbsp;เป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศ&nbsp;ซึ่งสะท้อนให้เห็นทุกกระบวนการทำงานอย่างบูรณาการและเป็นระบบ&nbsp;นำไปสู่นโยบายสุขภาพที่เกี่ยวกับการใช้กัญชาทางการแพทย์และการวิจัย&nbsp;โดยกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดนโยบายและการบริหารจัดการกัญชาเพื่อการแพทย์ซึ่งเปิดโอกาสให้หน่วยงานของรัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;หรือภาคประชาชนรวมตัวกันกับภาครัฐในรูปแบบของวิสาหกิจชุมชน&nbsp;สามารถขออนุญาตปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์และศึกษาวิจัย&nbsp;รวมถึงต่อยอดให้เกิดการศึกษาวิจัยผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ยา&nbsp;อาหาร&nbsp;เครื่องดื่ม&nbsp;เครื่องสำอาง&nbsp;ผลิตภัณฑ์สุขภาพ&nbsp;และผลิตภัณฑ์สมุนไพรอื่นๆ&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ถือเป็นมิติใหม่ของทั้ง&nbsp;2&nbsp;องค์กร</strong>&nbsp;ในการส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;พัฒนาการศึกษาวิจัย&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก&nbsp;เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์&nbsp;สุขภาพ&nbsp;และเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307185942327
1113	สว.จัดโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก (จังหวัดตราด ) รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะนำไปสู่การแก้ไขการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองแอ่งและอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอ	<p><strong>ที่บริเวณอาคารอเนกประสงค์เทศบาลตำบลหนองบอน</strong>&nbsp;อำเภอบ่อไร่จังหวัดตราด&nbsp;คณะสมาชิกวุฒิสภา(สว.)&nbsp;นำโดย&nbsp;พลเอก&nbsp;วรพงษ์&nbsp;สง่าเนตร&nbsp;รองประธานกรรมการคนที่&nbsp;1&nbsp;จัดโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก&nbsp;(จังหวัดตราด&nbsp;)&nbsp;เพื่อรับฟังข้อมูลจากผู้นำท้องถิ่น&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;ในเรื่องของการดำเนินโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองแอ่ง&nbsp;และโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอ&nbsp;โดยมีนายธวัชชัย&nbsp;ศรีทอง&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เขต&nbsp;9&nbsp;เจ้าร่วมกิจกรรม&nbsp;โดยมีนายฐนันดร์&nbsp;สุทธิพิศาล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่&nbsp;9&nbsp;นายธำรงศักดิ์&nbsp;นคราวงศ์&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานตราด&nbsp;นายภาณุวัฒน์&nbsp;พุทธเกสร&nbsp;นายอำเภอบ่อไร่&nbsp;ร่วมให้ข้อมูล&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน</strong>พื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก&nbsp;(จังหวัดตราด&nbsp;)&nbsp;ในครั้งนี้เป็นการมุ่งรับทราบข้อมูลปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำทั้งสองแห่ง&nbsp;ซึ่งพบว่ามีประชาชนบางส่วนยังไม่พอใจกับค่าเวียนคืนพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;ที่ยังไม่เพียงพอในการไปจัดหาที่ดินทำกินใหม่แทนที่ดินที่จะถูกเวียนคืนที่ใช้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ&nbsp;จากนั้น&nbsp;คณะฯ&nbsp;ได้ลงพื้นที่ไปยังสถานที่&nbsp;ที่จะก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองแอ่ง&nbsp;และอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอ&nbsp;เพื่อสำรวจพื้นที่โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำดังกล่าว&nbsp;รวมทั้งยังได้เดินทางไปรับฟังข้อมูลจากผู้นำท้องถิ่น&nbsp;และประชาชนในพื้นที่รับประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ตำบลสะตอ&nbsp;อำเภอเขาสมิงอีกด้วย&nbsp;อย่างไรก็ตามข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ&nbsp;ที่คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก&nbsp;ได้รับจะนำไปดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307190401329
1114	จ.สุราษฎร์ธานี ร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาแตงโมทุ่งอ่าวล้นตลาดให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ พร้อมเตรียมปล่อยคาราวานแตงโมทุ่งอ่าว กว่า 10 ตัน สู่ 4 เมืองเศรษฐกิจ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นประธานในการหารือแนวทางส่งเสริมการบริโภคแตงโมทุ่งอ่าวช่วยเหลือเกษตรกรโครงการขับเคลื่อนการสื่อสารภาครัฐเพื่อปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม&nbsp;ครั้ง&nbsp;(พิเศษ)&nbsp;/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมวายุภักดิ์&nbsp;สำนักงานคลังจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ศาลากลางจังหวัด&nbsp;โดยมี&nbsp;นางช่อทิพย์&nbsp;&nbsp;วาณิชย์เจริญ&nbsp;หัวหน้าส่วนยุทธ์ศาสตร์การเกษตร&nbsp;สำนักงานสภาเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายศุภพงษ์&nbsp;เชาว์แล่น&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต&nbsp;5&nbsp;นางเพ็ญลดา&nbsp;สายสวัสดิ์&nbsp;คลังจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายจรุงศักดิ์&nbsp;สุรัฐชนานนท์&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นางสุนิสา&nbsp;รามแก้ว&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;สื่อมวลชนและหน่วยงานที่เกี่ยว&nbsp;เข้าร่วม</p><p><strong>สืบเนื่องเกษตรกรสวนแตงโมทุ่งอ่าว</strong>&nbsp;บ้านทุ่งอ่าว&nbsp;ต.ศรีวิชัย&nbsp;อ.พุนพิน&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;จำนวน&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;585&nbsp;ไร่&nbsp;ประสบปัญหาแตงโมล้นตลาด&nbsp;รวมไปถึงผลผลิตแตงโมทั่วประเทศ&nbsp;ให้ผลผลิตพร้อมกัน&nbsp;อีกทั้งเกษตรกรส่วนใหญ่ประสบภัยน้ำท่วมสวนแตงโม&nbsp;ทำให้การกระจายสินค้ามีความยากลำบาก&nbsp;ขณะเดียวกันพ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อผลผลิตจากสวนลดน้อยลงเนื่องจากประสบปัญหาโควิด&nbsp;-19&nbsp;และเกษตรกรขาดทุนจากต้นทุนการผลิตที่สูง&nbsp;และรายได้ที่ลดลง&nbsp;ประกอบกับภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน&nbsp;และค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก&nbsp;เกษตรกรจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน</p><p><strong>&nbsp;โดยในที่ประชุม</strong>&nbsp;ได้หารือในการเข้าถึงช่องทางการช่วยเหลือเกษตรกรด้านเงินทุน&nbsp;และการช่วยบริหารจัดการสินค้า&nbsp;และช่องทางการตลาดจากหน่วยงานราชการต่างๆ&nbsp;รวมไปถึงการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมแตงโมทุ่งอ่าวให้เป็นที่นิยมแก่ผู้บริโภคทั่วประเทศ&nbsp;พร้อมผลักดันให้เป็นสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;ได้มีมติในการแก้ไขปัญหาแตงโมทุ่งอ่าวล้นสวนเบื้องต้น&nbsp;ด้วยการกระจายผลผลิต&nbsp;ไปยังภาคีเครือข่าย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.กระบี่&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;และ&nbsp;อ.ไชยา&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมีการปล่อยคาราวานแตงโมทุ่งอ่าว&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกแตงโมบ้านทุ่งอ่าว&nbsp;ในวันอังคาร&nbsp;ที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดย&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นประธานในการปล่อยขบวนคาราวาน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น&nbsp;หมู่ที่3&nbsp;บ้านทุ่งอ่าว&nbsp;ต.ศรีวิชัย&nbsp;อ.พุนพิน&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;ในการนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;สำนักงานสภาเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นผู้ประสานภาคีเครือข่าย&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรเบื้องต้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307190150328
1115	พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเครื่องหมายหลักสูตรจิตอาสา 904  และใบประกาศนียบัตร หลักสูตรพื้นฐานให้กับผู้สำเร็จการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน (ภาค 4) รุ่นที่ 1 ประจำปีพุทธศักราช 2565	<p><strong>พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว</strong>&nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม&nbsp;พระราชทานเครื่องหมายหลักสูตรจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;และใบประกาศนียบัตร&nbsp;&nbsp;หลักสูตรพื้นฐานให้กับผู้สำเร็จการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;หลักสูตรพื้นฐาน&nbsp;(ภาค&nbsp;4)&nbsp;รุ่นที่&nbsp;4&nbsp;ประจำปีพุทธศักราช&nbsp;2565</p><p><strong>วันนี้(&nbsp;7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ภาค&nbsp;4&nbsp;และผู้อำนวยการศูนย์ฝึกจิตอาสาภาค&nbsp;4&nbsp;ได้เป็นประธานในพิธีปิดการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;หลักสูตรพื้นฐาน&nbsp;(ภาค&nbsp;4)&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปีพุทธศักราช&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ฝึกจิตอาสา&nbsp;ภาค&nbsp;4&nbsp;(ค่ายจุฬาภรณ์)&nbsp;ตำบลโคกเคียน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;โดยมีนายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;นายธีรพงศ์&nbsp;เพชรรัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต&nbsp;6&nbsp;นางสาวพิมพ์ศิภัทดิ์&nbsp;บัณฑิโต&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัดสงขลา&nbsp;นายบัญชา&nbsp;กันหาสินธุ์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาสตลอดจนจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;หลักสูตรพื้นฐาน&nbsp;(ภาค&nbsp;4)&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1&nbsp;ร่วมในพิธีฯ</p><p><strong>ตามที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว</strong>&nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีการฝึกหลักสูตรจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือ&nbsp;ผู้ที่จบการฝึกต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่สังคม&nbsp;มีจิตสาธารณะทำความดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน&nbsp;เป็นกำลังหลัก&nbsp;ในการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์&nbsp;ต่อชุมชน&nbsp;สังคม&nbsp;และประเทศชาติ&nbsp;สามารถนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ไปถ่ายทอดให้กับชุมชนในท้องถิ่นของตน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับหลักสูตรนี้&nbsp;เวลาทำการฝึกทั้งหมด&nbsp;15&nbsp;วัน</strong>&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;19&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยคัดเลือกผู้รับการฝึกจากข้าราชการพลเรือน,&nbsp;ตำรวจ,&nbsp;ทหาร&nbsp;และภาคประชาชน&nbsp;จากหน่วยงาน&nbsp;13&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;สำหรับแนวทางการฝึก&nbsp;เน้นการฝึกปฏิบัติ&nbsp;การศึกษาเป็นคณะ&nbsp;รวมทั้งการบรรยายจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;และหน่วยงานต่างๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;36&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;อาทิ&nbsp;กองพลทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&nbsp;12&nbsp;และเขต&nbsp;18&nbsp;โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์&nbsp;และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยการฝึกได้แบ่งเป็น&nbsp;5&nbsp;หมวดวิชา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.&nbsp;การพัฒนาบุคลิกภาพ&nbsp;2.&nbsp;อุดมการณ์&nbsp;และสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;3.&nbsp;องค์ความรู้จิตอาสา&nbsp;4.&nbsp;องค์ความรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และ&nbsp;5.การศึกษาดูงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งผู้เข้ารับการฝึกมีผลการฝึกอยู่ในเกณฑ์ดีมาก</strong>&nbsp;มีผู้สำเร็จการศึกษา&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;199&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ผ่านการฝึกหลักสูตรจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;ทั้งหลักสูตรหลักประจำ&nbsp;และหลักสูตรพื้นฐานแล้วจำนวน&nbsp;12&nbsp;รุ่น&nbsp;รวมมีจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;จำนวน&nbsp;4,945&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้เมื่อผู้เข้ารับการฝึกได้สำเร็จการศึกษาแล้ว</strong>&nbsp;จะได้รับพระราชทาน&nbsp;ใบประกาศนียบัตรพร้อมทั้งได้รับพระราชทานเครื่องหมายหลักสูตรจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;หลักสูตรพื้นฐาน&nbsp;ซึ่งหลังจากนี้&nbsp;ผู้สำเร็จการศึกษาจะต้องมีภารกิจมากขึ้นกว่าเดิม&nbsp;คือ&nbsp;นอกจากทำงานให้กับหน่วยงานตามตำแหน่งหน้าที่ของตนเองแล้ว&nbsp;จะต้องเสียสละทำงานในหน้าที่จิตอาสา&nbsp;904&nbsp;เพื่อสร้างความรักความสามัคคี&nbsp;เทิดทูนสถาบันหลักของชาติ&nbsp;เป็นแกนนำให้กับประชาชนจิตอาสา&nbsp;ทำหน้าที่จิตอาสา&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;คือ&nbsp;จิตอาสาพัฒนา,&nbsp;จิตอาสาภัยพิบัติ,&nbsp;จิตอาสาเฉพาะกิจ&nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล&nbsp;จิตอาสา&nbsp;904&nbsp;ทุกนายที่ผ่านการฝึกหลักสูตรจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;ต้องเป็นที่พึ่งของประชาชน&nbsp;และทำให้ประชาชนเกิดทัศนคติที่ดี&nbsp;ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม&nbsp;อีกทั้งน้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;ในการสืบสาน&nbsp;รักษาต่อยอด&nbsp;โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;รวมทั้งแนวพระราชดำริต่างๆ&nbsp;ของ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ไปถ่ายทอดให้กับประชาชน&nbsp;หน่วยงานราชการต่างๆ&nbsp;ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเพื่อช่วยกันพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไปดัง&nbsp;พระราชปณิธาน&nbsp;ความว่า&nbsp;ประเทศชาติมั่นคง&nbsp;ประชาชนมีความสุข&nbsp;แก้ไขในสิ่งผิด&nbsp;สืบสานในพระราชปณิธาน&nbsp;ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307192134333
1116	อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ต	<p><strong>ที่&nbsp;วิสาหกิจชุมชนสมุนไพรและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ</strong>&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ซอยเดชาณรงค์&nbsp;ตำบลตลาดใหญ่&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;นายแพทย์ยงยศ&nbsp;ธรรมวุฒิ&nbsp;และคณะ&nbsp;เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพภูเก็ต&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาววรรดี&nbsp;เพชรชู&nbsp;ประธานวิสาหกิจชุมชนและสมาชิก&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ</p><p><strong>นางสาววรรดี&nbsp;เพชรชู&nbsp;ประธานวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรและท่องเที่ยว</strong>เชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ทางกลุ่มได้มีโครงการปลูกกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการปลูกกัญชาทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์&nbsp;ส่งผลผลิตช่อดอกกัญชาที่มีคุณภาพให้กับคลังวัตถุดิบกัญชาของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก&nbsp;เพื่อนำไปใช้ในผลิตตำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่&nbsp;เพื่อนำใบ&nbsp;กิ่ง&nbsp;ก้าน&nbsp;ลำต้น&nbsp;และรากในส่วนของกัญชา&nbsp;ที่ได้รับการยกเว้นไม่เป็นยาเสพติดให้โทษใน&nbsp;ประเภท&nbsp;5&nbsp;ใช้ประโยชน์ต่อไป&nbsp;และเพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ส่งเสริมสนับสนุนสมาชิก&nbsp;และชุมชน&nbsp;ให้มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;การปลูกกัญชา&nbsp;และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในจังหวัดภูเก็ต</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในส่วนของประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ&nbsp;</strong>คือ&nbsp;รูปแบบการปลูกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทยอย่างมีคุณภาพมาตรฐาน&nbsp;รวมถึงได้วัตถุดิบช่อดอกกัญชาที่มีคุณภาพ&nbsp;เพื่อนำมาผลิตตำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่&nbsp;เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และได้วัตถุดิบในส่วนของกัญชาที่ได้รับการยกเว้นไม่เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท&nbsp;5&nbsp;เช่น&nbsp;ใบ&nbsp;กิ่ง&nbsp;ก้าน&nbsp;ลําต้น&nbsp;และราก&nbsp;เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป</p><p><strong>สำหรับแผนการผลิต&nbsp;(ปลูก)&nbsp;ในครั้งแรกจะมีการเพาะปลูกโดยใช้เมล็ด</strong>&nbsp;การเพาะปลูกโดยใช้&nbsp;1,608&nbsp;เมล็ด/ปี&nbsp;(804&nbsp;เมล็ด/รอบ)&nbsp;โดยแหล่งที่มาของเมล็ดพันธุ์&nbsp;ได้รับจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก&nbsp;ชื่อสายพันธุ์&nbsp;สายพันธุ์หางกระรอก&nbsp;ส่วนแผนการใช้ประโยชน์&nbsp;จำหน่ายดอกกัญชาแห้งที่ได้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์&nbsp;การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก&nbsp;และส่วนของกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติดให้โทษในประเภท&nbsp;5&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;นำไปใช้ประโยชน์เพื่อต่อยอดเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;</p><p><strong>กัญชาเดิมเป็นสมุนไพรพื้นบ้านใช้ในการประกอบอาหาร</strong>และเป็นส่วนผสมของตำรับยาไทย&nbsp;ใช้กันอย่างแพร่หลายในไทยมาตั้งแต่โบราณ&nbsp;แต่ต้องหยุดใช้ตามอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาเสพติดให้โทษ&nbsp;ปี&nbsp;ค.ศ.1961ขององค์การสหประชาชาติ&nbsp;ส่งผลให้กัญชาเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทย&nbsp;ใครปลูกหรือใช้ย่อมมีความผิดทางอาญา&nbsp;ทำให้คนไทยต้องเลิกปลูก&nbsp;เลิกใช้&nbsp;องค์ความรู้ในการปลูกและการใช้กัญชาก็พลอยหายไปหมด&nbsp;มีแอบปลูก&nbsp;แอบใช้อยู่ใต้ดินบ้างก็ไม่มาก&nbsp;ไม่ได้พัฒนาความรู้ทางด้านกัญชาอย่างเปิดเผยและเป็นระบบ&nbsp;แต่ในต่างประเทศได้มีการพัฒนาความรู้ทางด้านกัญชากันในหลายประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งมีงานวิจัยมากมายที่แสดงว่ากัญชาสามารถนำ</strong>ไปผลิตเป็นยารักษาโรคต่างๆได้เช่น&nbsp;อัลไซเมอร์&nbsp;โครน&nbsp;พาร์กินสัน&nbsp;ทูเร็ตต์&nbsp;สะเก็ดเงิน&nbsp;ฯลฯ&nbsp;รวมทั้งโรคมากมายที่ยาแผนปัจจุบันไม่อาจรักษาได้&nbsp;จึงได้มีการปลูก&nbsp;ทำผลิตภัณฑ์ทั้งอาหาร&nbsp;เครื่องสำอาง&nbsp;และยาออกมาจำหน่ายกันมากมาย&nbsp;กลายเป็นพืชเศรษฐกิจ&nbsp;ทำเงินได้มากมายมหาศาล&nbsp;อีกทั้งสหประชาชาติก็ได้ปรับระดับลดการควบคุม&nbsp;ให้ใช้กัญชาในการแพทย์ได้&nbsp;</p><p>รัฐบาลไทยปัจจุบันเล็งเห็นความสำคัญของกัญชาในทางการแพทย์และทางเศรษฐกิจจึงได้ออกกฎหมายให้กัญชาสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้&nbsp;ส่วนราก&nbsp;ใบ&nbsp;ต้นและกิ่งของกัญชา&nbsp;ก็ไม่จัดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;๕&nbsp;อีกต่อไป&nbsp;ประชาชนและหน่วยงานต่างๆจึงมีความคิดนำกัญชามาใช้ในกิจการอาหาร&nbsp;เครื่องสำอางและยากันอย่างมากมาย&nbsp;กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเองก็จะนำกัญชาผลิตยาตำรับเมตตาโอสถ&nbsp;การุณย์โอสถ&nbsp;แต่เนื่องจากกัญชาที่มีคุณภาพทางการแพทย์ได้นั้นต้องมาจากโรงเรือนที่มีคุณภาพ&nbsp;ทนต่อทุกสภาพอากาศ&nbsp;ป้องกันแมลง&nbsp;ดิน&nbsp;น้ำ&nbsp;ไม่ให้มีโลหะหนักเจือปน&nbsp;เพราะกัญชาจะดูดแร่ธาตุต่างๆสู่ต้นได้รวดเร็วมาก&nbsp;จึงต้องมีการควบคุมคุณภาพอย่างเป็นระบบ&nbsp;การปลูกกัญชาเพื่อหวังผลระยะยาวจึงต้องมีองค์ความรู้และงานวิจัยสนับสนุน&nbsp;ซึ่งต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ด้านเกษตร&nbsp;เงินทุนและเวลา&nbsp;รวมทั้งมีความตั้งใจจริงจึงจะบรรลุเป้าหมายได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307190636330
1117	"นายอำเภอโคกโพธิ์  จังหวัดปัตตานีปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ปกครอง สมาชิก อส. รวมแถวเคารพธงชาติ ในกิจกรรม ปลูกจิตสำนึก ร้องเพลงชาติไทย"""	"<p><strong>นายอับดุลการีม&nbsp;ยีดำ&nbsp;นายอำเภอโคกโพธิ์</strong>&nbsp;ผอ.ศปก.อ.โคกโพธิ์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;เจ้าหน้าที่ปกครอง&nbsp;สมาชิก&nbsp;อส.&nbsp;ร่วมรวมแถวเคารพธงชาติ&nbsp;ในกิจกรรม&nbsp;ปลูกจิตสำนึก&nbsp;ร้องเพลงชาติไทย""&nbsp;ทุกวันจันทร์&nbsp;ณ&nbsp;ลานรวมพลหน้าที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์&nbsp;เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ&nbsp;และชี้แจงข้อราชการ&nbsp;ข้อสั่งการสำคัญ&nbsp;แก่กำลังพลได้นำไปถือปฏิบัติ&nbsp;โดยประเด็นข้อสั่งการที่สำคัญ</p><p><strong>สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>&nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์โอไมครอน&nbsp;(omicron)&nbsp;ซึ่งมีแนวโน้มการแพร่ระบาดสูงโดยเฉพาะห้วงเดือนเมษายน&nbsp;เป็นห้วงเดือนรอมฎอน&nbsp;(เดือนศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิม)&nbsp;เทศกาลวันสงกรานต์&nbsp;(กิจกรรมรดน้ำดำหัว&nbsp;ของชาวไทยพุทธ)&nbsp;และเทศกาลเช็งเม้ง&nbsp;(ประเพณีไหว้บรรพบุรุษที่สุสาน&nbsp;ของชาวไทยเชื้อสายจีน)&nbsp;ซึ่งในกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จะมีการรวมตัวของประชาชนเป็นจำนวนมาก&nbsp;อาจเป็นความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ได้&nbsp;ฝากทุกคนให้ดูแลตนเอง&nbsp;ไม่ควรรวมตัวกันจัดกิจกรรมที่สุ่มเสี่ยง&nbsp;หากมีความจำเป็นขอให้ปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307191132332
1118	รองผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ ร่วมการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล	<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมสระกำแพงใหญ่&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;มอบหมายให้นายสำรวย&nbsp;เกษกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ร่วมการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล&nbsp;(Video&nbsp;Conference)&nbsp;โดยมีพลเอกประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานการประชุม</p><p><strong>การประชุมได้พิจารณาประเด็นสำคัญ&nbsp;อาทิ&nbsp;</strong>การแก้ไขปรับปรุงองค์ประกอบคณะอนุกรรมการประสานงานเร่งรัดติดตามการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน&nbsp;พร้อมกับติดตามกรณีการแก้ไขปัญหาของจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจนดังกล่าวและมอบนโยบายสั่งการหน่วยงานเร่งรัดดำเนินการ&nbsp;โดยมี&nbsp;ผู้แทนรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด(ท)&nbsp;ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด&nbsp;เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด&nbsp;ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด&nbsp;ผู้แทนเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;ผู้แทนผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ศรีสะเกษ&nbsp;ผู้แทนป้องกันจังหวัด&nbsp;โครงการชลประทานศรีสะเกษ&nbsp;และผู้แทนผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307192858335
1119	แม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงใหม่	<p><strong>แม่ทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ติดตามการแก้ไขปัญหาไฟป่า</strong>&nbsp;และหมอกควัน&nbsp;ในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;กำชับให้หน่วยทหารบูรณาการร่วมกับพื้นที่ในการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง&nbsp;พร้อมเก็บข้อมูลการปฏิบัติ&nbsp;ปัญหา&nbsp;และอุปสรรค&nbsp;เพื่อการวางแผนปฏิบัติการในปีต่อไป</p><p><strong>ที่กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน</strong>และฝุ่นละอองภาคเหนือ&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;กองพลทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;อำเภอแม่ริม&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;พลโท&nbsp;อภิเชษฐ์&nbsp;ซื่อสัตย์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ในฐานะผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;แนวทางการแก้ไขปัญหาในแต่ละพื้นที่&nbsp;ซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;หลายพื้นที่คุณภาพอากาศเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน</p><p>แม่ทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;28&nbsp;ก.พ.&nbsp;&nbsp;6&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;ส่งผลให้คุณภาพอากาศในหลายพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;อำเภอเวียงสา&nbsp;และนาน้อย&nbsp;จังหวัดน่าน,&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีค่าคุณภาพอากาศ&nbsp;หรือ&nbsp;ค่า&nbsp;AQI&nbsp;สูงเกินค่ามาตรฐาน&nbsp;เฉลี่ยอยู่ระหว่าง&nbsp;61&nbsp;&nbsp;207&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ขอให้หน่วยทหารในแต่ละพื้นที่บูรณาการร่วมกับจังหวัดในการลาดตระเวน&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;อย่างเข้มข้น&nbsp;เนื่องจากสถิติในปีที่ผ่านมา&nbsp;เดือนมีนาคม&nbsp;-&nbsp;เมษายน&nbsp;เป็นเดือนที่มีความเสี่ยงสูง&nbsp;โดยเฉพาะจุดความร้อนที่เกิดขึ้น&nbsp;ขณะเดียวกันให้รวบรวมข้อมูล&nbsp;ผลการปฏิบัติงาน&nbsp;ปัญหา&nbsp;และอุปสรรค&nbsp;เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปรับแผนการปฏิบัติในปีต่อไป&nbsp;ด้านการสนับสนุนกำลังพล&nbsp;อากาศยาน&nbsp;ยุทโธปกรณ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้สนับสนุนทันทีที่มีการร้องขอจากจังหวัด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภาพรวมค่าคุณภาพอากาศ</strong>&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64&nbsp;&nbsp;6&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;เกิดจุดความร้อนสะสมในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;จำนวน&nbsp;14,926&nbsp;จุด&nbsp;เมื่อเทียบปี&nbsp;2564&nbsp;(41,471)&nbsp;ลดลง&nbsp;26,545&nbsp;จุด&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;64.01&nbsp;เมื่อเทียบปี&nbsp;63&nbsp;(64,363)&nbsp;ลดลง&nbsp;49,437&nbsp;จุด&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;76.81</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307193201336
1120	สื่อมวลชนจากเพชรบูรณ์ รับรางวัลคนไทยตัวอย่าง พระพิฆเณศไอยรา สาขา ผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติดีเด่น จากสมาคมผู้สื่อข่าวจังหวัดนครราชสีมา	<p><strong>นายบุรฉัตร&nbsp;ศิริวัฒนาเกษม&nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;คณะกรรมการรักษาความมั่นคงภายใน&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;</strong>รับมอบรางวัลคนไทยตัวอย่าง&nbsp;พระพิฆเณศไอยรา&nbsp;สาขา&nbsp;ผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติดีเด่น&nbsp;จาก&nbsp;สมาคมผู้สื่อข่าวจังหวัดนครราชสีมาพร้อมภาคีเครือข่าย</p><p><strong>สมาคมผู้สื่อข่าวจังหวัดนครราชสีมาและภาคีเครือข่ายได้จัด</strong>&nbsp;โครงการพัฒนาบุคคลากรของสังคมในปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการให้กำลังใจคนดีที่ทำคุณประโยชน์แก่สังคมและเป็นต้นแบบที่ดีของสังคม&nbsp;ได้จัดให้มีการมอบรางวัลเพื่อประกาศเกียรติคุณการทำความดี&nbsp;ชื่อรางวัลคนไทยตัวอย่าง&nbsp;พระพิฆเณศไอยรา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีการจัดพิธีมอบในวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา&nbsp;หม่อมราชวงศ์ปณิธาน&nbsp;จรูญโรจน์&nbsp;นัดดาในราชวรวงศ์เธอ&nbsp;กรมหมื่นจรัสพรปฏิภาณ&nbsp;เป็นประธานในพิธีและเป็นผู้มอบรางวัลแก่ผู้ที่ได้รับการคัดเลือก</p><p><strong>สำหรับผู้รับมอบรางวัลดังกล่าว</strong>&nbsp;จะมีการพิจารณาสรรหาและคัดเลือก&nbsp;คนดีที่ทำคุณประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศชาติ&nbsp;ในทุกระดับทั่วภูมิภาคในประเทศ&nbsp;เพื่อเข้ารับรางวัลเชิดชูเกียรติและรับใบประกาศเกียรติคุณ&nbsp;โดยพิจารณาจากประวัติและการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;การทำงาน&nbsp;และความประพฤติปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดี&nbsp;หรือทำคุณประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติเข้ารับรางวัลจำนวน&nbsp;250&nbsp;รางวัล</p><p><strong>นางสาวกัญศลักษณ์&nbsp;รุ่งสุขประเสริฐ&nbsp;นายกสมาคมผู้สื่อข่าวจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การจัดงานมอบรางวัลในครั้งนี้&nbsp;จัดยิ่งใหญ่เหมือนทุกปี&nbsp;โดยปีนี้ได้รับเกียรติจากบรรดาเซเลป&nbsp;ดาราศิลปิน&nbsp;นักร้อง-นักแสดง&nbsp;ผู้ประกาศข่าว&nbsp;ที่จะเข้าร่วมงานรับรางวัลมากมาย&nbsp;เช่น&nbsp;กัน-&nbsp;นภัทร,&nbsp;ปุยฝ้าย&nbsp;AF4,&nbsp;ท็อปฟี่&nbsp;3.50,&nbsp;สมจิต&nbsp;จงจอหอ,&nbsp;โตโต้&nbsp;-&nbsp;ธนเดช,&nbsp;แก้ม&nbsp;เดอะสตาร์,&nbsp;บานเย็น&nbsp;รากแก่น,&nbsp;เน็ตไอดลชื่อดังอาทิ&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ม้าม่วง,&nbsp;ท็อป&nbsp;มอซอ,&nbsp;แอน&nbsp;อรดี&nbsp;นักร้องสาวเน็ตไอดอล,&nbsp;ยุคลเดช&nbsp;พลล้ำ&nbsp;หมอลำเน็ตไอดอล&nbsp;สำหรับรางวัลต้องมีคุณค่าและศักดิ์สิทธิ์&nbsp;ตนและคณะกรรมการจะนำรางวัลทั้งหมดไปขอให้พระภาวนารัตนญาณ&nbsp;วิ.(พระคุณเจ้าครูบาอริยชาติ&nbsp;อริยะจิตโต)&nbsp;เทพเจ้าแห่งล้านนาทำพิธีปลุกเสก&nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ได้รับและเก็บไว้บูชา</p><p><strong>ในส่วนของสื่อมวลชนจากจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ปรากฏว่า</strong>&nbsp;นายบุรฉัตร&nbsp;ศิริวัฒนาเกษม&nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;คณะกรรมการรักษาความมั่นคงภายใน&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์ได้รับการเสนอชื่อและคัดเลือกให้รับรางวัลคนไทยตัวอย่าง&nbsp;พระพิฆเณศไอยรา&nbsp;สาขา&nbsp;ผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติดีเด่น&nbsp;นับเป็นเกียรติประวัติของผู้รับมอบ&nbsp;และขอให้รักษาความดีนี้ไว้เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ตนเองและวงศ์ตระกูลต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	เพชรบูรณ์	สวท.เพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307192659334
1121	เจ้าหน้าที่ สวท.เบตง ร่วมทำความสะอาดปรับปรุงภูมิทัศน์ ศาสนสถานในพื้นที่ภายใต้โครงการจิตอาสา ลูกพระอินทร์ทำความดี ด้วยหัวใจ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;&nbsp;นายสุทธิพงศ์&nbsp;สาครินทร์&nbsp;&nbsp;ผอ.สวท.เบตง</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้นายสุริย์&nbsp;หงทอง&nbsp;นายช่างไฟฟ้าอาวุโส&nbsp;นำข้าราชการและเจ้าหน้าที่&nbsp;สวท.&nbsp;เบตง&nbsp;ทำความสะอาดปรับปรุงภูมิทัศน์&nbsp;บริเวณโดยรอบพระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ&nbsp;วัดพุทธาธิวาส&nbsp;พระอารามหลวง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ภายใต้โครงการจิตอาสา&nbsp;ลูกพระอินทร์&nbsp;ทำความดี&nbsp;ด้วยหัวใจ&nbsp;โดยแบ่งพื้นที่และจัดมอบไม้กวาด&nbsp;ถุงมือยาง&nbsp;ถุงดำให้แก่ผู้ร่วมกิจกรรมช่วยกันทำความสะอาด&nbsp;เก็บขยะและปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีของเจ้าหน้าที่&nbsp;เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม&nbsp;ตลอดจนเป็นการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307194559338
1122	จ.บึงกาฬ ยังพบผู้ติดเชื้อรายวันในอัตราที่สูง แต่ไม่มีผู้ป่วยอาการรุนแรง ด้านนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ เน้นย้ำให้ประชาชนมารับวัคซีนเข็มที่ 3 โดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันการเสียชีวิต	<p><strong>นายแพทย์ภมร&nbsp;ดรุณ&nbsp;นายแพทย์สาธารสุขจังหวัดบึงกาฬ</strong>&nbsp;แถลงข่าวถึงสถานการณ์โรคโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่จ.บึงกาฬว่า&nbsp;ขณะนี้พบผู้ติดเชื้อรายวันที่สูงขึ้น&nbsp;ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;มีผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น&nbsp;5422&nbsp;ราย&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;PCR&nbsp;และ&nbsp;ATK&nbsp;ในจำนวนนี้&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;PCR&nbsp;2490&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;ATK&nbsp;2932&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ติดเชื้อที่กำลังรักษาตัวทั้งหมด&nbsp;1993&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นการรักษาที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;1520&nbsp;ราย&nbsp;การรักษาในชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;156&nbsp;ราย&nbsp;และการรักษาตัวในโรงพยาบาล&nbsp;317&nbsp;ราย&nbsp;เกือบทั้งหมดเป็นผู้ป่วยสีเขียว&nbsp;หรือผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีอาการน้อยมาก&nbsp;มีผู้ป่วยที่มีอาการปานกลาง&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;และไม่มีผู้ป่วยสีแดง&nbsp;หรืออาการหนัก&nbsp;อยู่เลย</p><p><strong>โดยแนวทางในการรักษาขณะนี้</strong>&nbsp;ทางกระทรวงสาธารณสุขจะเน้นการวินิจฉัยด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เป็นหลัก&nbsp;ไม่ต้องตรวจ&nbsp;PCR&nbsp;เพื่อให้เป็นการตรวจที่รวดเร็ว&nbsp;และไม่สิ้นเปลืองงบประมาณในการส่งตรวจ&nbsp;PCR&nbsp;ที่โรงพยาบาล&nbsp;หากมีผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;ก็จะมีการจัดการรักษาที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;ทันทีเป็นเวลา&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;โดยในการรักษาที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;เจ้าหน้าที่จะมีการแนะนำคนไข้&nbsp;และมี&nbsp;Set&nbsp;Box&nbsp;ให้&nbsp;ภายในจะมีเครื่องวัดออกซิเจน,&nbsp;ปรอทวัดไข้,&nbsp;หน้ากากอนามัย,&nbsp;เจลแอลกอฮอล์,&nbsp;เบอร์โทรศัพท์ช่องทางการติดต่อ&nbsp;และหากมีอาการเปลี่ยนแปลง&nbsp;หรือผิดปกติ&nbsp;ผู้ป่วยก็สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการรักษาแบบใหม่ที่จะเกิดขึ้นในเดือนนี้ก็คือ</strong>&nbsp;การรักษาที่เรียกว่า&nbsp;Self-Observation&nbsp;เป็นการรักษาที่บ้านอีกวิธีหนึ่ง&nbsp;หรือที่กระทรวงสาธารณสุขประชาสัมพันธ์ว่า&nbsp;เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ&nbsp;โดย&nbsp;เจอ&nbsp;ก็คือ&nbsp;การตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พบเชื้อเป็นบวก&nbsp;ต้องไปโรงพยาบาล&nbsp;คุณหมอก็จะ&nbsp;แจก&nbsp;ยา&nbsp;และความรู้ให้&nbsp;หลังจากนั้นก็&nbsp;จบ&nbsp;ด้วยการกลับบ้าน&nbsp;เพื่อรักษาตัว&nbsp;เมื่อครบ&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมงของการอยู่บ้าน&nbsp;เจ้าหน้าที่ก็จะโทรสอบถามอาการ&nbsp;หากปกติดี&nbsp;ผู้ป่วยก็กินยาให้ครบ&nbsp;และรอจนหายดี&nbsp;ซึ่งการรักษาก็จะง่ายกว่าเดิม&nbsp;เพราะโควิด-19&nbsp;ในปัจจุบัน&nbsp;ไม่ได้มีอาการรุนแรงอะไร&nbsp;หรือแทบจะไม่มีอาการเลย&nbsp;เพียงแค่กินยารักษาเหมือนโรคหวัด&nbsp;ก็จะสามารถหายได้&nbsp;จากนั้นโรคโควิด-19&nbsp;ก็จะกลายเป็นโรคประจำถิ่นในที่สุด&nbsp;โดยกระทรวงสาธารณสุขคาดการณ์ว่า&nbsp;ภายในเดือนกรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;โรคโควิด-19&nbsp;จะกลายเป็นโรคประจำถิ่นของประเทศไทยในที่สุด</p><p><strong>โดยการรักษาปัจจุบันจะใช้การรักษาที่บ้านเป็นหลัก</strong>&nbsp;เพราะเป็นผู้ป่วยสีเขียว&nbsp;สำหรับเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาลจะใช้สำหรับดูแลผู้ป่วยอาการหนักเป็นหลัก&nbsp;ซึ่งสถานการณ์ในจังหวัดบึงกาฬยังค่อนข้างดี&nbsp;เพราะผู้ป่วยหนักของบึงกาฬไม่มีเลย&nbsp;ผู้ป่วยที่รักษาโรงพยาบาลมีเพียงประมาณสามร้อยกว่ารายเท่านั้น&nbsp;และผู้ป่วยส่วนใหญ่รักษาที่บ้าน</p><p><strong>จากข้อมูลการติดเชื้อโควิด-19</strong>&nbsp;ของ&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;ในปัจจุบัน&nbsp;ก็เกิดจากการติดเชื้อในครอบครัว,&nbsp;ชุมชน&nbsp;กระจายไปทุกอำเภอ&nbsp;เนื่องจากมีการผ่อนปรนมีการผ่อนคลายมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ประกอบกับเชื้อโอมิครอนมีการแพร่กระจายได้เร็ว&nbsp;จึงทำให้มีการติดเชื้อค่อนข้างสูงในแต่ละวัน&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามคาดการณ์ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;แม้อาการผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่รุนแรงก็ขอให้ประชาชนอย่าประมาท&nbsp;การ์ดไม่ตก&nbsp;ขอให้ทุกคนปฏิบัติตามมาตรการโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;การสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือบ่อย&nbsp;ๆ&nbsp;และหมั่นตรวจเช็คเป็นระยะด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อลดปริมาณการติดเชื้อรายวันของจังหวัดบึงกาฬลง&nbsp;และเราจะสามารถทำให้โรคโควิด-19&nbsp;เป็นโรคประจำถิ่นของจังหวัดบึงกาฬได้ในที่สุด&nbsp;</p><p><strong>โดยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ</strong>&nbsp;ย้ำว่า&nbsp;เพื่อป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิตนั้น&nbsp;อยากฝากถึงพี่น้องประชาชนที่ฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ครบ&nbsp;2&nbsp;เข็มมาแล้ว&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ให้ไปฉีดเข็มที่&nbsp;3&nbsp;โดยเร็วที่สุด&nbsp;โดยจะสามารถลดการติดเชื้อได้ประมาณ&nbsp;70&nbsp;%&nbsp;แต่สำคัญคือ&nbsp;ลดอัตราการป่วยหนักและตายได้ถึง&nbsp;97&nbsp;%&nbsp;ซึ่งตอนนี้สถานการณ์การฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;ของจังหวัดบึงกาฬค่อนข้างต่ำ&nbsp;โดยเราทำได้เพียง&nbsp;9&nbsp;%&nbsp;จากประชากร&nbsp;ซึ่งต่ำเป็นอันดับท้ายๆ&nbsp;ของประเทศ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;มีจุดบริการฉีดวัคซีนที่สามารถเดินทาง&nbsp;</strong>Walk&nbsp;in&nbsp;เข้ามาได้ทุกโรงพยาบาล&nbsp;รวมทั้งจุดฉีดวัคซีนที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ให้บริการในวันจันทร์&nbsp;-&nbsp;ศุกร์เวลา&nbsp;09.00&nbsp;&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;จึงขอเชิญชวนท่านมารับการฉีดวัคซีนได้ทุกวันทำการ&nbsp;ขณะเดียวกันโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลก็มีการออกหน่วยบริการฉีดวัคซีนเคลื่อนที่กระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;โดยมีเป้าหมายคือ&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;60&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;เนื่องจากมีอัตราการเสียชีวิตสูงที่สุด&nbsp;ซึ่งเราตั้งเป้าว่า&nbsp;ก่อนสงกรานต์&nbsp;จะฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;ให้ผู้สูงอายุให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บึงกาฬ	สวท.บึงกาฬ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307194904339
1123	จังหวัดนครพนม รับมอบรถโมบายสโตรคยูนิตฯ จากศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช	<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>จังหวัดนครพนม&nbsp;รับมอบรถโมบายสโตรคยูนิตเชื่อมต่อกับระบบปรึกษาทางไกล&nbsp;และการส่งผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันแบบครบวงจรในจังหวัดนครพนม&nbsp;จากศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช&nbsp;โดยมี&nbsp;รศ.นพ.ยงชัย&nbsp;นิละนนท์&nbsp;ประธานศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช&nbsp;คณะแพทย์ศาสตร์&nbsp;ศิริราชพยาบาล&nbsp;มหาวิทยาลัยมหิดล&nbsp;ผศ.ดร.พรชัย&nbsp;ชันยากร&nbsp;รองคณบดีฝ่ายพัฒนาคุณภาพกระบวนงาน&nbsp;ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า&nbsp;คณะวิศวกรรมศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยมหิดล&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;คูหากาญจน์&nbsp;สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ&nbsp;นายปรีดา&nbsp;วรหาร&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม&nbsp;นายมนู&nbsp;ชัยวงศ์โรจน์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม&nbsp;ร่วมในพิธี&nbsp;พร้อมเปิดการฝึกอบรมและซ้อมปฏิบัติการเสมือนจริงรถ&nbsp;Mobile&nbsp;Stroke&nbsp;Unit-&nbsp;Stroke&nbsp;One&nbsp;Stop&nbsp;(MSU-SOS)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศรีโคตรบูรณ์&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;อาคารอำนวยการ&nbsp;และอุบัตเหตุ-ฉุกเฉิน&nbsp;โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม&nbsp;อำเภอธาตุพนม</p><p><strong>รศ.นพ.ยงชัย&nbsp;นิละนนท์&nbsp;ประธานศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช&nbsp;คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล&nbsp;มหาวิทยาลัยมหิดล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>โรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและทุพพลภาพ&nbsp;จากข้อมูลพบว่าทั่วโลกมีจำนวนผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองกว่า&nbsp;13.7&nbsp;ล้านคน&nbsp;ซึ่งการจะรักษาคนไข้กลุ่มนี้ได้นั้นมีปัจจัยหลักอยู่ที่มาตรฐานเวลา&nbsp;หากพบอาการเร็ว&nbsp;ได้รับการวินิจฉัยเร็ว&nbsp;ก็จะได้รับการรักษาที่ถูกต้อง&nbsp;อัตราของโอกาสการหายก็จะมีเพิ่มขึ้น&nbsp;นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงต้องมีเทคโนโลยีใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;เข้ามาเป็นเครื่องมือในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;</p><p><strong>วันนี้รถโมบายสโตรคยูนิต&nbsp;</strong>Mobile&nbsp;Stroke&nbsp;Unit&nbsp;&nbsp;Stroke&nbsp;One&nbsp;Stop&nbsp;(MSU-SOS)&nbsp;ได้ให้บริการผู้ป่วยไปแล้วกว่า&nbsp;700&nbsp;ราย&nbsp;พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองได้จริง&nbsp;สามารถวินิจฉัยผู้ป่วยได้ตั้งแต่อยู่บนรถโดยสามารถส่งผล&nbsp;CT&nbsp;Scan&nbsp;ไปยังทีมแพทย์เฉพาะทางให้สามารถทำการตรวจรักษาผ่านจอมอนิเตอร์ที่ถ่ายทอดภาพของผู้ป่วยในรถได้อย่างคมชัด&nbsp;เพื่อให้แพทย์สามารถแนะนำการรักษาได้ตรงตามอาการและความรุนแรงของโรคได้อย่างทันท่วงที&nbsp;ซึ่งกระบวนการทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยนวัตกรรม&nbsp;และดิจิทัลเทคโนโลยีอย่าง&nbsp;5G&nbsp;เข้ามาเป็นตัวช่วยในการผลักดันการทำงานให้เกิดความต่อเนื่อง&nbsp;และสามารถช่วยชีวิตหรือลดอาการความรุนแรงของโรคหลอดเลือดสมองได้จริง</p><p><strong>ผศ.ดร.พรชัย&nbsp;ชันยากร&nbsp;รองคณบดีฝ่ายพัฒนาคุณภาพกระบวนงาน</strong>&nbsp;ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า&nbsp;คณะวิศวกรรมศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยมหิดล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รถโมบายสโตรคยูนิต&nbsp;Mobile&nbsp;Stroke&nbsp;Unit&nbsp;&nbsp;Stroke&nbsp;One&nbsp;Stop&nbsp;(MSU-SOS)&nbsp;ถูกพัฒนาขึ้นโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยมหิดล&nbsp;ร่วมกับศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง&nbsp;โรงพยาบาลศิริราช&nbsp;และพันธมิตร&nbsp;ผ่านการคิด&nbsp;การออกแบบ&nbsp;และการทดสอบของบุคลากรทางการแพทย์ในการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน&nbsp;โดยตัวรถและระบบต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ผ่านการทดสอบสมรรถนะ&nbsp;มาตรฐานความปลอดภัยด้านยานยนต์&nbsp;มาตรฐานความปลอดภัยด้านรังสี&nbsp;ติดตั้งและทดสอบระบบกู้ชีพ&nbsp;ระบบการแพทย์ทางไกล&nbsp;หรือ&nbsp;Telemedicine&nbsp;และสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสารภายในรถกับโครงข่ายสื่อสารสัญญาณ&nbsp;5G&nbsp;ได้อย่างเป็นเนื้อเดียวกัน</p><p>กว่า&nbsp;3&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;รถ&nbsp;Mobile&nbsp;Stroke&nbsp;Unit&nbsp;&nbsp;Stroke&nbsp;One&nbsp;Stop&nbsp;(MSU-SOS)&nbsp;เริ่มทยอยให้บริการรักษาและส่งต่อผู้ป่วยแล้วอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จากพื้นที่ให้บริการในกรุงเทพฯ&nbsp;สู่การขยายพื้นที่การให้บริการไปยังภูมิภาคต่างๆ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;ในขณะนี้มีรถ&nbsp;Mobile&nbsp;Stroke&nbsp;Unit&nbsp;พร้อมปฏิบัติการจำนวน&nbsp;5&nbsp;คัน&nbsp;และอยู่ระหว่างการผลิต&nbsp;ติดตั้งระบบ&nbsp;กำหนดแล้วเสร็จอีก&nbsp;1&nbsp;คันในปีนี้&nbsp;โดยเป้าหมายการทำงานของเราไม่เพียงแค่คิดค้นนวัตกรรมด้านสาธารณสุขเพื่อยกระดับมาตรฐานวงการสาธารณสุขไทยให้เป็น&nbsp;Medical&nbsp;Tech&nbsp;เท่านั้น&nbsp;แต่เรายังมองถึงความยั่งยืนในการช่วยเหลือชีวิตของผู้ป่วย&nbsp;ที่สามารถลดอาการรุนแรงและอัตราการเสียชีวิตของคนไทยได้</p><p><strong>นายปรีดา&nbsp;วรหาร&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ในการดำเนินงานโรคหลอดเลือดสมองในจังหวัดนครพนม&nbsp;แม้ข้อมูลจะระบุว่าอัตราการตายของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมีแนวโน้มลดลง&nbsp;แต่กลับพบว่าอัตราตายของผู้ป้วยโรคหลอดเลือดสมองแตกเพิ่มมากขึ้น&nbsp;และจากการที่จังหวัดนครพนมได้รับมอบรถ&nbsp;Mobile&nbsp;Stroke&nbsp;Unit&nbsp;&nbsp;Stroke&nbsp;One&nbsp;Stop&nbsp;(MSU-SOS)&nbsp;จะช่วยให้คนไข้เข้าถึงการักษาที่ดีขึ้น&nbsp;ลดจำนวน&nbsp;Case&nbsp;ในระยะยาว&nbsp;แน่นอนว่าจะทำให้เกิดระบบการให้บริการโรคหลอดเลือดสมองที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถลดเวลารอคอย&nbsp;ลดอัตราการเสียชีวิตและความพิการรุนแรงลงได้</p><p><strong>โดยขั้นตอนการทำงาน&nbsp;ศูนย์สั่งการ&nbsp;คือ</strong>&nbsp;โรงพยาบาลนครพนม&nbsp;จะเป็นศูนย์ประสานงาน&nbsp;เวลามีกรณีผู้ป่วยที่เข้าข่ายต้องใช้รถโมบายสโตรคยูนิต&nbsp;จะมีอายุรแพทย์โรคหลอดเลือดสมองเป็นพี่เลี้ยงในการปฏิบัติงาน&nbsp;ส่วนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม&nbsp;สั่งการโดยอายุรแพทย์&nbsp;กำหนดให้รับผู้ป่วยที่เข้าข่ายต้องใช้รถโมบายสโตรคยูนิตฯ&nbsp;ซึ่งขณะนี้จังหวัดนครพนมได้ดำเนินการให้บริการนำร่องในโรงพยาบาลโซนใต้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม&nbsp;โรงพยาบาลนาแก&nbsp;โรงพยาบาลเรณูนคร&nbsp;และโรงพยาบาลวังยาง&nbsp;ซึ่งรูปแบบการบูรณาการร่วมกันแบบนี้จะทำให้สามารถเชื่อมโยงให้เกิดภาคีเครือข่ายในการร่วมกันปฏิบัติงานหลายภาคส่วน&nbsp;ทำให้สามารถลดขึ้นตอน&nbsp;และลดระยะเวลา&nbsp;ทำให้ลดอัตราเสียชีวิตและความพิการลงได้</p><p><strong>สำหรับการฝึกอบรมและซ้อมปฏิบัติการเสมือนจริงรถ</strong>&nbsp;Mobile&nbsp;Stroke&nbsp;Unit&nbsp;&nbsp;Stroke&nbsp;One&nbsp;Stop&nbsp;(MSU-SOS)&nbsp;ในวันนี้&nbsp;เป็นการแนะนำรถและอุปกรณ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ภายในรถโมบายสโตรคยูนิต&nbsp;พร้อมการใช้งาน&nbsp;ระบบไฟฟ้าของรถ&nbsp;เครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดเคลื่อนที่ได้&nbsp;การใช้เปลและเครื่องชั่งน้ำหนัก&nbsp;การใช้เครื่องฉีดสารทึบรังสีอัตโนมัติ&nbsp;ระบบ&nbsp;Teleconsultation&nbsp;/&nbsp;Medical&nbsp;Equipment&nbsp;ทบทวนกระบวนการปฏิบัติงานบนรถโมบายสโตรคยูนิต&nbsp;การฝึกผสมยา&nbsp;การบันทึกข้อมูล&nbsp;การใช้ระบบ&nbsp;MSU&nbsp;Management&nbsp;สำหรับ&nbsp;Case&nbsp;Management&nbsp;การฝึกปฏิบัติการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดเคลื่อนที่ได้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307200752341
1124	เทศบาลเมืองเบตงจัดโครงการอบรมและจัดกิจกรรมครอบครัวสัมพันธ์ สร้างความรักความผูกพัน เป็นภูมิคุ้มกันสมาชิกในครอบครัวจากปัญหาต่าง ๆ	<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมไพลิน&nbsp;โรงแรมเบตงเมอร์ลิน&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;</strong>นายจรัญ&nbsp;จันทร์ทิพย์&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองเบตง&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการอบรมและจัดกิจกรรมครอบครัวสัมพันธ์ประจำปี&nbsp;งบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้ผู้ปกครองและบุตรหลาน&nbsp;จากครอบครัวต่างๆ&nbsp;ในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองเบตงได้มีเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;ส่งเสริมให้เกิดความรักความอบอุ่นกับครอบครัว&nbsp;ตลอดจนได้วิเคราะห์สภาพปัญหาของครอบครัวตนเอง&nbsp;สร้างความรักความผูกพันที่แนบแน่นเป็นภูมิคุ้มกันสมาชิกในครอบครัวจากปัญหาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;โดยได้รับเกียรติจากแพทย์หญิงปัทมา&nbsp;หะยีมะมิง&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;โรงพยาบาลเบตง&nbsp;บรรยายให้ความรู้ในหัวข้อจิตวิทยาครอบครัว&nbsp;และกลุ่มเยาวชน&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;มาร่วมทำกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวให้แก่ผู้เข้าร่วมอบรม&nbsp;</p><p><strong>นายจรัญ&nbsp;จันทร์ทิพย์&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองเบตง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากสภาพสังคมไทยในปัจจุบัน&nbsp;พบว่ามีปัญหาด้านสังคมเช่นปัญหาครอบครัวแตกแยก&nbsp;มีการ&nbsp;ตรวจพบการใช้สารเสพติดในเด็กและเยาวชนเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ปัญหาความประพฤติตนที่ไม่เหมาะสมของนักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;ซึ่งปัญหาต่างๆ&nbsp;เหล่านี้&nbsp;ครอบครัวเป็นสิ่งสาคัญที่สุดในการป้องกันหรือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น&nbsp;ความสัมพันธ์ในครอบครัวมีผลต่อความประพฤติของเยาวชนเป็นอย่างมาก&nbsp;การสร้างความเข้มแข็งให้กับครอบครัว&nbsp;ให้มีความผูกพัน&nbsp;มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันระหว่าง&nbsp;บิดา&nbsp;มารดา&nbsp;ผู้ปกครอง&nbsp;และเยาวชน&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้เยาวชนที่เป็นบุตรหลานเป็นคนดีของสังคม&nbsp;ประเทศชาติต่อไป&nbsp;และเพื่อให้ผู้รับผิดชอบจัดโครงการฯ&nbsp;สามารถดำเนินงานและกิจกรรมในโครงการฯ&nbsp;ไปในทิศทางเดียวกัน&nbsp;อย่างเป็นระบบ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307200946342
1125	เหล่ากาชาดจังหวัดยะลา ร่วมแสดงความยินดี การโยกย้าย  รองผู้ว่าฯ-ปลัดจังหวัด	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค&nbsp;65)&nbsp;ผศ.ดร.ทิพยวรรณ&nbsp;นิลทยา&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;ร่วมแสดงความยินดี&nbsp;กับนางพาตีเมาะ&nbsp;สะดียามู&nbsp;รองผู้ราชการจังหวัดยะลา/รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;เนื่องในโอกาสรับตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ณ&nbsp;บ้านพักรองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ผศ.ดร.ทิพยวรรณ&nbsp;นิลทยา&nbsp;</strong>นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;มอบหมายให้กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;ร่วมแสดงความยินดี&nbsp;กับนายก้องสกุล&nbsp;จันทราช&nbsp;ปลัดจังหวัดยะลา&nbsp;และนางฟารีดา&nbsp;จันทราช&nbsp;รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;เนื่องในโอกาสรับตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ณ&nbsp;บ้านพักรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ร่วมแสดงความยินดี&nbsp;กับ&nbsp;นายอนันต์&nbsp;บุญสำราญ&nbsp;ปลัดจังหวัดพังงา&nbsp;เนื่องในโอกาสเดินทางมารับตำแหน่งปลัดจังหวัดยะลา&nbsp;ณ&nbsp;บ้านพักปลัดจังหวัดยะลา&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307201145343
1126	เทคโนธานีจัดสัมมนา เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (Drone Technology) และงานสำรวจด้วยดาวเทียมแบบจลน์ (RTK)	<p><strong>วันนึ้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;รองศาสตราจารย์&nbsp;ดร.อนันต์&nbsp;ทองระอา&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนาวิชาการเชิงปฏิบัติการ&nbsp;หัวข้อ&nbsp;เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ&nbsp;(Drone&nbsp;Technology)&nbsp;และงานสำรวจด้วยดาวเทียมแบบจลน์&nbsp;(RTK)&nbsp;ขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;สุรสัมมนาคาร&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&nbsp;เพื่อแสดงการจัดทำแผนที่สภาพภูมิประเทศ&nbsp;(Topography)&nbsp;ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีและทอดความรู้เกี่ยวกับการจัดทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศด้วยเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ&nbsp;(Drone&nbsp;technology)&nbsp;ให้กับผู้เข้าร่วมงานกว่า&nbsp;150&nbsp;คน</p><p><strong>อาจารย์&nbsp;ดร.สมศักดิ์&nbsp;ศิวดำรงพงศ์&nbsp;รองคณบดีอธิการบดีฝ่ายวิชาการ&nbsp;</strong>สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เทคโนธานี&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา&nbsp;สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&nbsp;จัดการประชุมครั้งนี้โดยมีการบรรยายพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญที่น่าสนใจ&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;การบรรยายพิเศษ&nbsp;Technology&nbsp;Disruption&nbsp;&amp;&nbsp;Surveying&nbsp;โดย&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศาสน์&nbsp;สุขประเสริฐ&nbsp;(มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี)</p><p>2.&nbsp;การบรรยายพิเศษ&nbsp;การนำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ&nbsp;(Drone&nbsp;technology)&nbsp;มาใช้ในงานต่างๆ&nbsp;โดย&nbsp;คุณวิวัฒน์วงศ์&nbsp;วิจิตรวาทการ&nbsp;(กรรมการผู้จัดการ&nbsp;บริษัท&nbsp;สกาย&nbsp;วีไอวี&nbsp;จำกัด)</p><p>3.&nbsp;การบรรยายพิเศษ&nbsp;การนำเทคโนโลยีงานสำรวจด้วยดาวเทียมแบบจลน์&nbsp;(RTK)&nbsp;&nbsp;โดย&nbsp;คุณภัณฑิล&nbsp;นิชรัตน์&nbsp;(ผู้จัดการทั่วไป&nbsp;บริษัท&nbsp;ซีเอชซี&nbsp;นาฟเทค&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด)&nbsp;</p><p>4.&nbsp;การบรรยายพิเศษ&nbsp;การสำรวจขณะติดตั้งอุโมงค์ใต้ดิน&nbsp;โดย&nbsp;&nbsp;คุณจรยุทธ&nbsp;แก้วคงจันทร์&nbsp;(บริษัท&nbsp;เฮอร์เร็นคเน็ช&nbsp;(เอเชีย)&nbsp;จำกัด)</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในงานยังมีการนิทรรศการนำเสนอโดรนเพื่อใช้ในงานสำรวจ</strong>&nbsp;พร้อมการสาธิตการบินโดรน&nbsp;(Drone)&nbsp;และดาวเทียมแบบจลน์&nbsp;(RTK)&nbsp;โดย&nbsp;บริษัท&nbsp;สกาย&nbsp;วีไอวี&nbsp;จำกัด,&nbsp;บริษัท&nbsp;ซีเอชซี&nbsp;นาฟเทค&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด,&nbsp;โดรนเกษตร&nbsp;โดรนพ่นยา&nbsp;จาก&nbsp;Bug&nbsp;away&nbsp;&nbsp;Thailand&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308002945392
1127	ผู้ว่าฯ โคราช ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่กำจัดสิ่งกีดขวางและผักตบชวาในคลองลำตะคอง โคราชไม่ท่วม ไม่แล้ง	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;11.30&nbsp;น.&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนายภูมิสิทธิ์&nbsp;วังคีรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัด&nbsp;เกษตรจังหวัด&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;คปภ.จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และปภ.จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่กำจัดสิ่งกีดขวางและผักตบชวาในคลองลำตะคลอง&nbsp;ภายใต้กิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ&nbsp;การกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำลำตะคอง&nbsp;(จุดสะพานซอยสำโรงจันทร์)&nbsp;ตามนโยบาย&nbsp;8+13&nbsp;โคราชไม่ท่วม&nbsp;ไม่แล้ง&nbsp;พร้อมมอบข้าวกล่อง&nbsp;และเครื่องดื่มให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308003132393
1128	สถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา จัดกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ร่วมต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น : การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ รักชาติ ไม่โกง ซื่อตรง โปร่งใส่ (No Gift Policy) 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นายวิรุธ&nbsp;คงเมือง&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา&nbsp;</strong>นำทีมเจ้าหน้าที่ฯ&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา&nbsp;จัดกิจกรรมแสดงเจตนารมณ์ตามนโยบาย&nbsp;No&nbsp;Gift&nbsp;Policy&nbsp;การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ&nbsp;รักชาติ&nbsp;ไม่โกง&nbsp;ซื่อตรง&nbsp;โปร่งใส่&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;พร้อมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ร่วมต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น&nbsp;เป็นการแสดงเจตจำนงและการแสดงพลังในการต่อต้านการทุจริตและตั้งใจมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริต&nbsp;ณ&nbsp;สถานีพัฒนาที่นครราชสีมา&nbsp;ตำบลจอหอ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308004505396
1129	สว.จัดโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก (จังหวัดตราด ) รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะนำไปสู่การแก้ไขการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองแอ่งและอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;บริเวณอาคารอเนกประสงค์เทศบาลตำบลหนองบอน&nbsp;อำเภอบ่อไร่&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;</strong>คณะสมาชิกวุฒิสภา&nbsp;(สว.)&nbsp;นำโดย&nbsp;พลเอก&nbsp;วรพงษ์&nbsp;สง่าเนตร&nbsp;รองประธานกรรมการคนที่&nbsp;1&nbsp;จัดโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก&nbsp;(จังหวัดตราด)&nbsp;เพื่อรับฟังข้อมูลจากผู้นำท้องถิ่น&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;ในเรื่องของการดำเนินโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองแอ่ง&nbsp;และโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอ&nbsp;โดยมีนายธวัชชัย&nbsp;ศรีทอง&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เขต&nbsp;9&nbsp;เจ้าร่วมกิจกรรม&nbsp;โดยมีนายฐนันดร์&nbsp;สุทธิพิศาล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่&nbsp;9&nbsp;นายธำรงศักดิ์&nbsp;นคราวงศ์&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานตราด&nbsp;นายภาณุวัฒน์&nbsp;พุทธเกสร&nbsp;นายอำเภอบ่อไร่&nbsp;ร่วมให้ข้อมูล&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก&nbsp;(จังหวัดตราด&nbsp;)</strong>&nbsp;ในครั้งนี้เป็นการมุ่งรับทราบข้อมูลปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำทั้งสองแห่ง&nbsp;ซึ่งพบว่ามีประชาชนบางส่วนยังไม่พอใจกับค่าเวียนคืนพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;ที่ยังไม่เพียงพอในการไปจัดหาที่ดินทำกินใหม่แทนที่ดินที่จะถูกเวียนคืนที่ใช้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ&nbsp;จากนั้น&nbsp;คณะฯ&nbsp;ได้ลงพื้นที่ไปยังสถานที่&nbsp;ที่จะก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองแอ่ง&nbsp;และอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอ&nbsp;เพื่อสำรวจพื้นที่โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำดังกล่าว&nbsp;รวมทั้งยังได้เดินทางไปรับฟังข้อมูลจากผู้นำท้องถิ่น&nbsp;และประชาชนในพื้นที่รับประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ตำบลสะตอ&nbsp;อำเภอเขาสมิงอีกด้วย&nbsp;อย่างไรก็ตามข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก&nbsp;ได้รับจะนำไปดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สวท.ตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308004333395
1130	สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 จับมือหน่วยงานอำเภอด่านขุนทด  ประชุมติดตามเร่งรัดการแก้ไขผลกระทบกลิ่นสารเคมีจากโรงงานแป้งมัน จังหวัดนครราชสีมา	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายธนัญชัย&nbsp;วรรณสุข&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายบัญชา&nbsp;ขุนสูงเนิน&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;และนางสาวอัจฉรา&nbsp;อิ่มมณี&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ&nbsp;ร่วมกับอำเภอด่านขุนทด&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขอำเภอด่านขุนทด&nbsp;สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด&nbsp;สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบง&nbsp;และผู้แทนโรงงาน&nbsp;ประชุมเร่งรัดการแก้ไขปัญหากลิ่นเหม็นจากการประกอบกิจการโรงงานแป้งมันในพื้นที่ตำบลหินดาด&nbsp;อำเภอด่านขุนทด&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอด่านขุนทด&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเมธี&nbsp;กาญจนสุนทร&nbsp;นายอำเภอด่านขุนทด&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;มีข้อสรุปดังนี้</p><p>1.&nbsp;ให้องค์การบริหารส่วนตำบลหินดาดออกคำสั่งให้โรงงานปรับปรุงแก้ไขเหตุเดือนร้อนรำคาญตาม&nbsp;พ.ร.บ.การสาธารณสุข&nbsp;พ.ศ.2535&nbsp;ให้แล้วเสร็จภายในวันที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และสำเนาคำสั่งดังกล่าวส่งให้อำเภอด่านขุนทด&nbsp;เพื่อทำหนังสือรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาทราบ&nbsp;ต่อไป&nbsp;</p><p>&nbsp;2.&nbsp;ให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;แจ้งผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณชุมชนที่ได้รับผลกระทบให้องค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด&nbsp;ใช้ประกอบการพิจารณาออกคำสั่งฯ&nbsp;ต่อไป</p><p>3.&nbsp;ให้อำเภอด่านขุนทดทำหนังสือถึงสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ประสานขอความอนุเคราะห์แพทย์เฉพาะทางลงพื้นที่ตรวจสุขภาพประชาชนที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;และเพื่อให้สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด&nbsp;ใช้ประกอบการออกคำสั่งฯ&nbsp;ต่อไป</p><p>4.&nbsp;ให้สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ทำหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบโรงงาน&nbsp;ให้สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด&nbsp;ใช้ประกอบการออกคำสั่งฯ&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากครบกำหนดระยะเวลาปรับปรุงแก้ไขแล้ว&nbsp;</strong>สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;จะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าติดตามตรวจสอบ&nbsp;โดยหากพบว่ายังไม่สามารถแก้ไขปัญหาผลกระทบดังกล่าวได้&nbsp;อำเภอด่านขุนทดอาจจะพิจารณามอบหมายให้องค์การบริหารส่วนตำบลหินดาดออกคำสั่งแจ้งให้ทางโรงงานหยุดประกอบกิจการเป็นการชั่วคราวไปจนกว่าจะปรับปรุงแก้ไขแล้วเสร็จ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308002549391
1131	รายงานสถานการณ์ COVID-19 จ.อำนาจเจริญ	<p><strong>รายงานสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;จ.อำนาจเจริญ&nbsp;</strong>&nbsp;ระลอกเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญมีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;รวมยอดจำนวนที่พบเชื้อสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันประจำวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;1,986&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาหายแล้ว&nbsp;1,539&nbsp;ราย&nbsp;คงเหลือกำลังรักษาอีก&nbsp;442&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้เสียชีวิต&nbsp;5&nbsp;รายเป็นผู้ติดเชื้อ&nbsp;</p><p><strong>หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่สายด่วนโควิด-19&nbsp;จ.อำนาจเจริญ&nbsp;</strong></p><p>โทร.&nbsp;0933234686/0866515424/0902410098&nbsp;และ&nbsp;0951924903&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นชนิดโอมิครอน&nbsp;ซึ่งมีความรุนแรงต่ำ&nbsp;แต่แพร่กระจายเชื้อได้เร็วทุกพื้นที่&nbsp;ทุกคนที่อยู่รอบตัวเราถือว่ามีความเสี่ยง&nbsp;ถ้าทุกคนปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;ดังนี้&nbsp;จะสามารถป้องกันโควิด-19&nbsp;ได้ทุกสายพันธุ์</p><p>1.V&nbsp;Vaccine&nbsp;รับการฉีดวัคซีนเพื่อช่วยให้มีภูมิคุ้มกัน&nbsp;ลดอาการหนัก&nbsp;ลดการเสียชีวิต</p><p>2.U&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ป้องกันตัวเองครอบจักรวาล&nbsp;โดยสวมหน้ากากตลอดเวลา&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;ลดการสัมผัสใกล้ชิด</p><p>3.C&nbsp;COVID-Free&nbsp;Setting&nbsp;สถานที่บริการปลอดภัย&nbsp;สะอาด&nbsp;ลดความแออัด&nbsp;ผู้ให้บริการและผู้รับบริการได้รับวัคซีนครบ</p><p>4.A&nbsp;ATK&nbsp;(Antigen&nbsp;test&nbsp;kit)&nbsp;ตรวจเมื่อใกล้ชิดคนติดเชื้อ&nbsp;หรือมีอาการทางเดินหายใจ&nbsp;เพื่อวินิจฉัย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307224614363
1132	พิธีเปิดการฝึกอบรมลูกเสือจิตอาสาพระราชทานในสถานศึกษาตามโครงการลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน	<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นายอดุลย์&nbsp;กองทอง&nbsp;ผอ.สพป.อำนาจเจริญ</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;พูลเชื้อ&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.สพป.อำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมลูกเสือจิตอาสาพระราชทานในสถานศึกษาตามโครงการลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ของโรงเรียนคึมใหญ่วิทยา&nbsp;โดยมีผู้เข้าอบรมประกอบด้วยลูกเสือ&nbsp;เนตรนารี&nbsp;และยุวกาชาด&nbsp;โดยจัดอบรมในรูปแบบเดินทางไป-กลับ&nbsp;ไม่พักแรมค้างคืน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศิวาลัย&nbsp;โรงเรียนคึมใหญ่วิทยา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307223242353
1133	พิธีมอบลายผ้าพระราชทาน ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา	<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายอดุลย์&nbsp;กองทอง&nbsp;ผอ.สพป.อำนาจเจริญ&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายณรงศักดิ์&nbsp;จันทรังษี&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.สพป.อำนาจเจริญ&nbsp;เข้าร่วมพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ในด้านการออกแบบเครื่องแต่งกายและการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมจากภูมิปัญญาพื้นถิ่นของไทย&nbsp;โดยการมอบลายผ้าพระราชทานให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดและประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;เพื่อส่งมอบลายผ้าพระราชทานให้กับช่างทอผ้า&nbsp;กลุ่มทอผ้า&nbsp;และผู้ผลิตผ้าทุกกลุ่ม&nbsp;ทุกเทคนิค&nbsp;ได้นำลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ไปเป็นต้นแบบและพัฒนาต่อยอด&nbsp;เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นถิ่น&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ประชุมพุทธอุทยานอำนาจเจริญ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;และมาตรการป้องโควิด-19</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307223117352
1134	นพค.51 สนภ.5 นทพ.นำกำลังพลจิตอาสาและกำลังพลของหน่วยฯ ร่วมบริจาคโลหิต	<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย</strong>&nbsp;(หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา)&nbsp;โดย&nbsp;นพค.51&nbsp;สนภ.5&nbsp;นทพ.นำกำลังพลจิตอาสาและกำลังพลของหน่วยฯ&nbsp;ร่วมบริจาคโลหิต&nbsp;เพื่อสนับสนุนการสำรองโลหิตในการรักษา(ผ่าตัด)&nbsp;จ.ส.อ.ถนอม&nbsp;ทองชมภู&nbsp;กำลังพลของหน่วยฯ&nbsp;ที่ป่วยด้วยโรคปอดอักเสบ&nbsp;ตามโครงการครอบครัวเดียวกัน&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;และมีมาตรการป้องกันโควิด-19</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307221203345
1135	ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน โครงการสถานปฏิบัติธรรมสมเด็จพระสังฆราช จ.ปทุมธานี	<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พลเอกเฉลิมพล&nbsp;ศรีสวัสดิ์&nbsp;ผบ.ทสส.&nbsp;</strong>พร้อมคณะฯ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน&nbsp;โครงการสถานปฏิบัติธรรมสมเด็จพระสังฆราช&nbsp;โดยเข้ารับฟังการบรรยายสรุปจาก&nbsp;สนภ.1&nbsp;นทพ.&nbsp;และเยี่ยมชมการปฏิบัติงานในพื้นที่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โครงการดังกล่าวเป็นไปตามดำริของ&nbsp;ผบ.ทสส.</strong>&nbsp;ให้&nbsp;นทพ.&nbsp;สนับสนุนวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม&nbsp;เพื่อใช้เป็นรมณียสถานที่เอื้อต่อการปฏิบัติธรรมเจริญจิตตภาวนาสำหรับพระภิกษุ&nbsp;สามเณร&nbsp;และ&nbsp;พุทธศาสนิกชนทั่วไป&nbsp;และใช้เป็นศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ที่สอดคล้องกับธรรมะอันเป็นการจรรโลงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป</p><p>โดยมี&nbsp;พล.อ.&nbsp;จีรัชญ์&nbsp;บุญชญา&nbsp;ผบ.นทพ.&nbsp;และ&nbsp;พล.ต.&nbsp;กฤษฏิ์ชัย&nbsp;จำนงค์เนียร&nbsp;ผอ.สนภ.1&nbsp;นทพ.&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับฯ&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่โครงการสถานปฏิบัติธรรมสมเด็จพระสังฆราช&nbsp;ต.ลำลูกกา&nbsp;อ.ลำลูกกา&nbsp;จ.ปทุมธานี</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ปทุมธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307221559346
1136	รัฐบาลพอใจรูปแบบการจัดหาที่ดินทำกินให้ชุมชน  เร่งขยายผลตัวอย่างความสำเร็จให้ทั่วถึง เป็นธรรมอย่างสมดุลทั้งประเทศ	<p><strong>พลเอก คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยว่า</strong> พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พอใจผลจัดการและส่งเสริมที่ดินทำกินให้ประชาชน ตามนโยบายของรัฐบาลในการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด สมดุล เป็นธรรมและยั่งยืน หลังรับทราบรายงานผลการขับเคลื่อนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ตั้งแต่ปี 2558 - 2564 สามารถดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน </strong>ตามนโยบายรัฐบาลแล้ว 1,442 พื้นที่ใน 70 จังหวัด รวมเนื้อที่ 5,757,682 ไร่ ประชาชนได้รับการจัดที่ดินทำกินแล้ว 69,368 ราย เป็นพื้นที่ภาคเหนือ 17 จังหวัด รวม 2,159,544 ไร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด รวม 1,481,839 ไร่ ภาคกลาง 19 จังหวัด รวม 1,551,217 ไร่ และภาคใต้ 14 จังหวัด รวม 565,080 ไร่ โดยเข้าไปช่วยส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาดควบคู่กันไปแล้วใน 62 จังหวัดจำนวน 46,820 ราย&nbsp;</p><p><strong>รองนายกรัฐมนตรี </strong>กล่าวขอบคุณ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ( สคทช.) ที่เป็นหน่วยงานหลัก รวมทั้งสถาบันบริหารจัดการที่ดินธนาคารที่ดิน ( บจธ.) และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมกันบูรณาการบริหารจัดการและแก้ปัญหาที่ดินทำกินอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง ที่ผ่านมา ซึ่งเกี่ยวข้องในหลายพื้นที่ ทั้งพื้นที่ป่าไม้ พื้นที่นิคมสหกรณ์ ที่ราชพัสดุ เขตปฏิรูปที่ดินและพื้นที่สาธาณประโยชน์&nbsp;</p><p><strong>รองนายกรัฐมนตรี </strong>กำชับขอให้ยังให้ความสำคัญกับการสงวนหวงห้ามที่ดินของรัฐ เพื่ออนุรักษ์และรักษาสมดุลของธรรมชาติ&nbsp;โดยขอให้เร่งขยายผลความสำเร็จต้นแบบของการจัดที่ดินทำกินชุมชนในแต่ละภาคให้ครอบคลุมทั่วถึงทั้งประเทศอย่างเป็นธรรมโดยเร็ว โดยเน้นการบริหารจัดการที่มุ่งความยั่งยืน พึ่งพาตัวเองได้และเป็นไปตามความต้องการของแต่ละชุมชนในพื้นที่ โดยเฉพาะการมีที่ดินทำกินอย่างถูกกฎหมายและเป็นไปตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;พร้อมทั้งย้ำ ให้เข้าไปเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านอาชีพ ทั้งการจัดหาแหล่งทุน การเตรียมความพร้อมและการเรียนรู้ทางอาชีพ การพัฒนาผลผลิตและการยกระดับคุณภาพสินค้าไปพร้อมๆ กัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307222613347
1137	อำเภอเบตงเชิญชวนประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้นหรือเข็ม 3 ช่วยลดการติดเชื้อ แพร่เชื้อ และลดเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิต	<p><strong>นายวงศ์วิทย์&nbsp;อัครวโรทัย&nbsp;สาธารณสุขอำเภอเบตง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สถานการณ์โควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ป่วยสะสม&nbsp;433&nbsp;ราย&nbsp;แยกเป็นผู้ป่วยในอำเภอเบตง&nbsp;จำนวน&nbsp;426&nbsp;ราย&nbsp;พบจากพื้นที่อื่น&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;และพบใน&nbsp;state&nbsp;Quarantine&nbsp;จำนวน&nbsp;0&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และขอให้ชาวเบตงทุกคนปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;D-M-H-T-T-A.&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;ศปก.อ.เบตง&nbsp;ได้ตั้งเป้าประชาชนชาวจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;จะต้องได้รับวัคซีนไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;90&nbsp;ของจำนวนประชากร&nbsp;และขอเน้นย้ำทุกคนป้องกันตัวเองสูงสุดแม้ในครอบครัว&nbsp;และเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั้งเข็มปกติและเข็มกระตุ้นให้ครบตามเกณฑ์เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน&nbsp;ลดอาการป่วยรุนแรงและเสียชีวิต</p><p><strong>ส่วนการฉีดเข็มกระตุ้นหรือเข็ม&nbsp;3</strong>&nbsp;ค่าภูมิคุ้มกันจะสูงขึ้นอย่างมาก&nbsp;ช่วยลดการติดเชื้อ&nbsp;แพร่เชื้อ&nbsp;และลดเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้มากขึ้น&nbsp;ศปก.อ.เบตง&nbsp;จึงขอเชิญชวนผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ให้ลงทะเบียนรับวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;ตามที่กำหนดด้วย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ศปก.อ.เบตง&nbsp;สั่งการให้&nbsp;ศปก.ต.ทุกตำบล</strong>&nbsp;ดำเนินการตั้งจุดตรวจเข้า-ออก&nbsp;ภายในหมู่บ้าน&nbsp;เพื่อคัดกรองบุคคลเดินทางเข้าหมู่บ้าน&nbsp;และตั้งเป็นจุดประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และความเข้าใจมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะการสวมหน้ากากอนามัยให้กับผู้สัญจรไป-มา&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307224152361
1138	อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด หมู่บ้านมั่นคง ปลอดภัยจากยาเสพติด	<p><strong>นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู </strong>นายเวียงชัย&nbsp;แก้วพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู มอบหมายให้นายประยูร&nbsp;อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู นายสุรชาติ&nbsp;ชัยทองดี ปลัดอำเภอ จัดชุดปฏิบัติการ แก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ โดยมีการสืบทราบข้อมูลและได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีบุคคลที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจึงเชื่อได้ว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายยาเสพติด จึงได้ให้ชุดปฎิบัติการ ดำเนินการจับกุมนายสุรศักดิ์(มอส)อายุ 27 ปี ในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้าจำนวน&nbsp;2 เม็ด&nbsp;</p><p>นายแดง (แดง) อายุ 43 ปี ในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และจำหน่ายและมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย พร้อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน 570 เม็ด</p><p>บันทึกจับกุมส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307224221362
1139	ผู้ตรวจราชการสํานักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 12 ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ติดตามแผนงาน โครงการ ตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ	<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายพิฆเนศ&nbsp;ต๊ะปวง&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;12&nbsp;ประชุมร่วมกับ&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินงานแผนงาน&nbsp;โครงการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;โดยมีคณะผู้ตรวจราชการกระทรวง,&nbsp;นายสนอง&nbsp;ดลประสิทธิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด,&nbsp;นายชูศักดิ์&nbsp;ราชบุรี&nbsp;ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด,&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพระเวสสันดร&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้มีการร่วมประชุมทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;Meetings&nbsp;ไปยังผู้ตรวจราชการกระทรวงต่างๆ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกด้วย</p><p><strong>โดยในการประชุมมีประเด็นนโยบายสำคัญ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</strong>การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืน&nbsp;ตามแนวทางการพัฒนา&nbsp;เศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(BCG)&nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน&nbsp;การติดตาม&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;และประเมินผล&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติ&nbsp;เรื่องการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์&nbsp;การเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;การจัดการประมงอย่างยั่งยืน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;การนำเสนอ&nbsp;การตรวจติดตามและประเมินผลการดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;การลดอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;การดำเนินโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัย&nbsp;จากพิษสุนัขบ้า&nbsp;และการติดตาม&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;ประเมินผล&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;นำไปสู่การปฏิบัติ&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>จากนั้นในช่วงบ่าย&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>ผู้ตรวจราชการสํานักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;12&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดร้อยเอ็ดและคณะ&nbsp;ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจติดตามงานโครงการเพิ่มมูลค่าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์โครงการพัฒนาคุณภาพการผลิตและเพิ่มมูลค่าผลผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพสูงครบวงจร&nbsp;ณ&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปข้าวหอมมะลิวาวี่&nbsp;ตำบลดงลาน&nbsp;อำเภอเมืองร้อยเอ็ด&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายพิฆเนศ&nbsp;ต๊ะปวง&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;12&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การตรวจราชการแบบบูรณาการ&nbsp;ร่วมกับผู้ตรวจราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;อย่างน้อยใน&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ต้องดำเนินการลงพื้นที่ตรวจ&nbsp;2&nbsp;รอบ&nbsp;ให้เป็นไปตามเป้าหมายของราชการ&nbsp;และเป็นไปตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหาโรคระบาด&nbsp;การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ซึ่งวันนี้ได้เห็นภาพของจังหวัดร้อยเอ็ดมีการขับเคลื่อนได้เป็นอย่างดี&nbsp;ในส่วนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ของประชาชน&nbsp;ในเรื่องการเพิ่มมูลค่าของสินค้าเกษตร&nbsp;กลุ่มเปราะบางต่างๆในพื้นที่&nbsp;ก็เป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้&nbsp;ขับเคลื่อนโครงการต่างๆ&nbsp;ได้อย่างเป็นรูปประธรรม&nbsp;และจากการได้ลงพื้นที่สำหรับติดตามโมเดลหรือโครงการผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับข้าว&nbsp;โดยผ่านการสนับสนุนจากทางรัฐบาล&nbsp;ขอชื่นชมจังหวัดร้อยเอ็ดที่สามารถแปรรูปข้าวเป็นผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มต่างๆ&nbsp;เพื่อผลักดันสินค้าเข้าสู่ตลาด&nbsp;ถือเป็นการยกระดับภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศของเราได้อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307231028383
1140	อำเภอศรีเทพ ออกประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ และทำการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ศาลาประชาคมบ้านเนินละคร</strong></p><p><strong>หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลนาสนุ่น&nbsp;อำเภอศรีเทพ</strong>&nbsp;นายวีระวัฒน์&nbsp;วัฒนวงศ์พฤกษ์&nbsp;นายอำเภอศรีเทพพร้อมด้วยปลัดอำเภอประจำตำบลออกประชาสัมพันธ์ให้ความรู้&nbsp;และทำการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แก่ราษฎร&nbsp;จำนวน&nbsp;238&nbsp;คน&nbsp;และพระ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;รูป&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8,&nbsp;9,&nbsp;12&nbsp;ตำบลนาสนุ่น&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;อสม.&nbsp;ผอ.รพ.สต.นาสนุ่น&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และการสนับสนุนชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จาก&nbsp;อบต.&nbsp;นาสนุ่น&nbsp;โดย&nbsp;นายก&nbsp;อบต.</p><p><strong>ผลตรวจพบผู้ติดเชื้อเบื้องต้น&nbsp;8&nbsp;คน&nbsp;</strong>ไม่พบผู้ติดเชื้อ&nbsp;230&nbsp;คน&nbsp;พระ&nbsp;2&nbsp;รูป&nbsp;ได้ให้ฝ่ายปกครอง&nbsp;ทีมสาธารณสุข&nbsp;แจ้งผู้ติดเชื้อ&nbsp;กักตัวอยู่ที่บ้าน&nbsp;และดำเนินการตามมาตรการอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	เพชรบูรณ์	สวท.เพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308001305387
1141	"จังหวัดสุรินทร์มุ่งขับเคลื่อนพลังสตรีให้เป็นพลังสำคัญทุกด้าน จัดงาน เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2565 ภายใต้ชื่อโครงการ พลังสตรีสุรินทร์สวมใส่ผ้าไทย ""ผ้าไทย ใส่ให้สนุก"""	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์&nbsp;(หลังเก่า)&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุรินทร์&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์&nbsp;และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ได้จัดงานเนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้ชื่อโครงการ&nbsp;พลังสตรีสุรินทร์สวมใส่ผ้าไทย&nbsp;""ผ้าไทย&nbsp;ใส่ให้สนุก""&nbsp;โดยมีนายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;นางลาวัลย์&nbsp;งามชื่น&nbsp;ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ในนามของผู้นำองค์กรสตรีจังหวัดสุรินทร์&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;มีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้มีเกียรติ&nbsp;และสตรีในจังหวัดสุรินทร์&nbsp;แต่งกายสวมชุดไทย&nbsp;สวมผ้าไทยย้อนยุค&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;และการมอบรางวัลสตรีสตรีดัเด่นในจังหวัดสุรินทร์</p><p><strong>นางลาวัลย์&nbsp;งามชื่น&nbsp;ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>ในนามของผู้นำองค์กรสตรีจังหวัดสุรินทร์&nbsp;กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ว่า&nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้สตรีมีส่วนร่วมในกิจกรรมทุกด้าน&nbsp;และรวมพลังสตรีเดินรณรงค์สวมใส่ผ้าไทยย้อยยุค&nbsp;""สวมใส่ผ้าไทย&nbsp;ใส่ให้สนุก""&nbsp;โดยเสริมสร้างพลังสตรี&nbsp;ให้เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;การเมือง&nbsp;การปกครอง&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;และวัฒนธรรมประเพณี&nbsp;อย่างยั่งยืน&nbsp;อันเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติสตรีที่มีผลงานดีเด่น&nbsp;และเป็นต้นแบบสตรีผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากลประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่สำคัญให้องค์กรสตรีได้พบปะเชื่อมความสัมพันธ์แลกเปลี่ยนความรู้เพื่อพัฒนาองค์ความรู้&nbsp;และเพิ่มช่องทางการตลาด&nbsp;กลุ่มอาชีพสตรี&nbsp;OTOP&nbsp;ผ่านการบูรณาการกิจกรรมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์</p><p><strong>ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;</strong>หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;กลุ่มองค์กร&nbsp;ภาคีเครือข่าย&nbsp;เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน&nbsp;และสมาชิกองค์กรสตรี&nbsp;&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ประมาณ&nbsp;460&nbsp;คน&nbsp;ภายใต้มาตรการอย่างเคร่งครัด&nbsp;การจัดงานในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;จากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;ประเภทเงินอุดหนุน&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุรินทร์&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์&nbsp;สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;และองค์กรสตรีจากทุกอำเภอ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308000822386
1142	ผู้ว่าราชการ จ.อุบลราชธานี ช่วยปลดหนี้ให้เกษตรกรไม่ใช้งบประมาณราชการแต่อย่างใด พร้อมขับเคลื่อนแก้จนรายครัวเรือนภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน	<p><strong>นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;2&nbsp;ท่าน&nbsp;คือ&nbsp;&nbsp;นายสมเพชร&nbsp;&nbsp;สร้อยสระคู&nbsp;และ&nbsp;นายทรงพล&nbsp;&nbsp;วิชัยขัทคะ&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการลงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาทุกช่วงวัย&nbsp;อย่างยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ที่บ้านนางทองพูล&nbsp;สืบลา&nbsp;วัย&nbsp;67&nbsp;ปี&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;99&nbsp;บ้านสนามหมากหญ้า&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบล&nbsp;แก้งเหนือ&nbsp;อำเภอเขมราฐ&nbsp;ซึ่งอยู่ดูแลลูกสาวพิการทางสมอง&nbsp;วัย&nbsp;37&nbsp;ปี&nbsp;เพียงลำพัง&nbsp;&nbsp;ไม่มีที่ดินทำกิน&nbsp;ไม่มีอาชีพ&nbsp;จะอาศัยรายได้จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและเบี้ยยังชีพผู้พิการ&nbsp;1,400&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;แต่มีหนี้กองทุนหมู่บ้าน&nbsp;9,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการ&nbsp;จ.อุบลฯ&nbsp;พร้อมคณะฯ&nbsp;ร่วมกันบริจาคเงิน</strong>&nbsp;9,000&nbsp;บาทโดยไม่ใช้งบประมาณราชการแต่อย่างใด&nbsp;มอบให้นางทองพูล&nbsp;นำไปปลดหนี้กองทุนหมู่บ้าน&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ผู้ว่าราชการ&nbsp;จ.อุบลฯ&nbsp;ยังได้มอบข้าวสารอาหารแห้ง&nbsp;นายกเหล่ากาชาด&nbsp;จ.อุบลฯ&nbsp;มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;ช่วยเหลือเงินสงเคราะห์&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมมอบพันธุ์พืช&nbsp;พันธุ์ผัก&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจช่วยเหลือครอบครัว</strong>นางจินตนา&nbsp;โยธาราช&nbsp;และ&nbsp;นางสวาท&nbsp;ขนทอง&nbsp;อยู่บ้านบะไห&nbsp;หมู่&nbsp;7&nbsp;ตำบลห้วยยาง&nbsp;อำเภอโขงเจียม&nbsp;ช่วยเหลือโดยการมอบเมนูแก้จนให้เลือกมากกว่า&nbsp;155&nbsp;เมนูให้เกษตรกรในครัวเรือนเลือกช้อปตามความต้องการฟรี&nbsp;พร้อมมีพี่เลี้ยงตำบลกำกับดูแลครัวเรือนอย่างใกล้ชิดและรายงานผลให้พ้นเกณฑ์ปัญหาความยากจน&nbsp;หรือเกณฑ์&nbsp;จปฐ&nbsp;.ความจำเป็นพื้นฐาน&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>กรกช&nbsp;ภูมี&nbsp;สวท.อุบลฯ/รายงาน&nbsp;</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308083445401
1143	โครงการชลประทานเพชรบุรี จัดกิจกรรมสื่อสารมวลชนสัญจรออนไลน์  บริการจัดการลุ่มน้ำเพชรบุรี รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้ง ผ่าน ระบบ Facebook Live กรมชลประทาน และระบบ Zoom meeting  ที่อ่างเก็บน้ำหนองเสือโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ	<p><strong>นายสมเกียรติ&nbsp;แจ่มจันทร์&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเพชรบุรี&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์น้ำจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่&nbsp;มีปริมาณน้ำ&nbsp;80&nbsp;%&nbsp;ของความจุอ่าง&nbsp;อ่างเก็บน้ำ&nbsp;&nbsp;ขนาดกลาง&nbsp;ปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ที่ดี&nbsp;ปีนี้เพชรบุรีมีน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคและเกษตรกรรมได้ตลอดในฤดูแล้ง&nbsp;และมีน้ำสำรองไว้ใช้&nbsp;ในต้นฤดูฝน&nbsp;อ่างเก็บน้ำในโครงการพระราชประสงค์หุบกะพง&nbsp;อ่างเก็บน้ำในพระราชประสงค์ดอนขุนห้วย&nbsp;และอ่างเก็บน้ำที่กระจายอยู่ในจังหวัดเพชรบุรีทุกทุกอำเภอในจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ปริมาณน้ำรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ดี&nbsp;</p><p><strong>และในบ่ายวันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายเฉลิมเกียรติ&nbsp;คงวิเชียรวัฒน์&nbsp;</strong>รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจอ่างเก็บน้ำหนองเสือ&nbsp;ในโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริและอ่างพวง&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำหลังจากที่&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;และคณะได้มาติดตามสถานการณ์น้ำท่วมซ้ำซากของจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;พร้อมจัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจรออนไลน์ในหัวข้อ&nbsp;การบริหารจัดการลุ่มน้ำเพชรบุรี&nbsp;รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้ง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;แถลงข่าวผ่าน&nbsp;ระบบ&nbsp;Facebook&nbsp;Live&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;และระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;meeting&nbsp;ที่อ่างเก็บน้ำหนองเสือโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ&nbsp;บรรยายการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเพชรบุรี&nbsp;การเตรียมการรับมือน้ำท่วม&nbsp;ภัยแล้งในจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;และการจัดหาน้ำให้กับโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะได้ติดตามแผนการแก้ไขปัญหาภัยแล้งของจังหวัดเพชรบุรี</strong>ในอนาคตให้ยั่งยืนได้อย่างไรและในช่วงฤดูของมรสุมที่จะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนตุลาคม&nbsp;ต้นพฤศจิกายน&nbsp;ปีนี้&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้มีแผนรองรับในสถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้อย่างไร&nbsp;พร้อมติดตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในเขตจังหวัดเพชรบุรีของในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;สืบสาน&nbsp;รักษาต่อยอดในหลวงรัชกาลที่&nbsp;10&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี/8&nbsp;มี.ค.65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308083702402
1144	"จังหวัดสุรินทร์ จัดกิจกรรมพลังสตรีสุรินทร์สวมใส่ผ้าไทย ""ผ้าไหม ใส่ยังไงให้สนุก"" เนื่องในวันสตรีสากลประจำปี 2565"	"<p><strong>นายสุวพงศ์&nbsp;กิตติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;ประธานในพิธีเนื่องในวันสตรีสากลประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้ชื่อโครงการ&nbsp;พลังสตรีสุรินทร์สวมใส่ผ้าไทย&nbsp;""ผ้าไหมใส่ยังไงให้สนุก""&nbsp;ซึ่งจัดโดย&nbsp;องค์กรสตรีจังหวัดสุรินทร์ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุรินทร์องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ณ&nbsp;สนามหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์&nbsp;(หลังเก่า)&nbsp;ภายใต้มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>นายสุวพงศ์กิตติภัทย์พิบูลย์</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากลประจำปี&nbsp;2565&nbsp;และเพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้สตรีมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมทุกด้านและรวมพลังสตรีเดินรณรงค์สวมใส่ผ้าไทยย้อนยุค&nbsp;ส่งเสริมการสร้างพลังสตรีให้เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจสังคมการเมืองการปกครองสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมประเพณีอย่างยั่งยืน&nbsp;ยกย่องเชิดชูเกียรติสตรีให้มีผลงานดีเด่นและเป็นต้นแบบสตรีผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม&nbsp;พร้อมทั้งสนับสนุนให้องค์กรสตรีได้พบปะเชื่อมโยงความสัมพันธ์แลกเปลี่ยนความรู้เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเพิ่มช่องทางการตลาดกลุ่มอาชีพสตรี&nbsp;OTOP&nbsp;รวมถึงการบูรณาการกิจกรรมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อีกด้วย</p><p><strong>โดยภายในงานมี&nbsp;การจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP</strong>&nbsp;ของกลุ่มสตรีในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์&nbsp;และการแสดงร่ายรำ&nbsp;สร้างความสนุกสนาน&nbsp;ให้กับผู้ที่เข้าร่วมงาน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308094322414
1145	หอการค้าจังหวัดสุรินทร์ จับมือพันธมิตรภาคส่วนต่างๆ ร่วมโครงการ หอการค้าเพื่อคนสุรินทร์ไม่ทิ้งกัน สิ่งของอุปโภคบริโภค และยารักษาโรคที่จำเป็น มอบบรรเทาความเดือดร้อนชาวบ้านที่ถูกปิดหมู่บ้านจากสถานการณ์โควิด-19	<p><strong>นายวีรศักดิ์&nbsp;พิษณุวงษ์&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;หอการค้าจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ร่วมกับพันธมิตร&nbsp;ภาคส่วนต่างๆ&nbsp;เพื่อคนสุรินทร์ไม่ทิ้งกัน&nbsp;นำสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นจำเป็น&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;ยาสีฟัน&nbsp;แปรงสีฟัน&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป&nbsp;ปลากระป๋อง&nbsp;ผงซักฟอก&nbsp;คะนอคัพโจ๊ก&nbsp;รวมทั้งยาฟ้าทะลายโจน&nbsp;ไปมอบให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนจากการปิดหมู่บ้านเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่มีผู้ติดเชื้อและมีความเสี่ยงสูงจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>โดยมอบให้กับ&nbsp;ตำบลตากูก&nbsp;อำเภอเขวาสินรินทร์&nbsp;จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;ซึ่งชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากการปิดหมู่บ้านทั้งหมด&nbsp;6&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ร่วม&nbsp;500&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และจะไปมอบให้กับพื้นที่ตำบลกระโพ&nbsp;อำเภอท่าตูม&nbsp;และตำกระเบื้อง&nbsp;อำเภอชุมพลบุรี&nbsp;เป็นลำดับต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งกิจกรรมนี้นับเป็นอีกโครงการที่หอการค้าจังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>ได้ร่วมมือกับหลายๆ&nbsp;ภาคส่วนเพื่อช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ภายใต้ชื่อโครงการ&nbsp;หอการค้าเพื่อคนสุรินทร์ไม่ทิ้งกัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308083836403
1146	อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ทั้ง 7 ตำบล ขานรับนโยบาย พม.จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมหวังดูแลประชาชนอย่างทั่วถึงทั้งอำเภอ	<p><strong>นายณรงค์ฤทธิ์&nbsp;นุปิง&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในการประชุมชี้แจงการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมประจำตำบลในพื้นที่อำเภอแจ้ห่ม&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมี&nbsp;พม.จังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมกับผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;นักพัฒนาชุมชนตำบล&nbsp;7&nbsp;แห่ง&nbsp;ภาคีเครือข่าย&nbsp;และประธาน&nbsp;อพม.อำเภอ&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลวิเชตนคร&nbsp;อำเภอแจ้ห่มการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมประจำตำบล&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางของตำบลในการให้บริการปรึกษาช่วยเหลือดูแลกลุ่มเป้าหมายอย่างครอบคลุมตามภารกิจกระทรวง&nbsp;พม.&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัยในพื้นที่&nbsp;</strong>เป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคมในพื้นที่ระดับตำบลแบบครบวงจรอย่างเบ็ดเสร็จที่จุดเดียว&nbsp;(One&nbsp;Stop&nbsp;&nbsp;Service)ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดลำปาง&nbsp;เปิดเผยเพิ่มเติมว่า&nbsp;ที่ประชุมมีมติเห็นชอบจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมครอบคลุมทั้ง&nbsp;7&nbsp;ตำบล&nbsp;โดยได้บูรณาการหน่วยงานสังกัดกระทรวง&nbsp;พม.&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;และได้สร้างความเข้าใจการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมดังกล่าว&nbsp;อีกทั้งศูนย์แห่งนี้จะบูรณาการกันให้จบภายในตำบลอำเภอ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นปัญหารายได้ไม่เพียงพอ&nbsp;การศึกษา&nbsp;ความรุนแรงในครอบครัว&nbsp;และแม่เลี้ยงเดี่ยว&nbsp;โดยมีหลายกระทรวงที่จะเข้ามาแก้ปัญหาให้กับประชาชน&nbsp;และศูนย์จะต้องตอบโจทย์และความต้องการช่วยเหลือของประชาชน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ประชาชนสามารถขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วน&nbsp;1300&nbsp;</strong>ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;กระทรวง&nbsp;พม.&nbsp;มีแผนเปิดศูนย์ช่วยเหลือสังคมครอบคลุมทุกตำบลทุกอำเภอของจังหวัดลำปาง&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ตำบล&nbsp;13&nbsp;อำเภอ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308092009407
1147	ไทยฉีดวัคซีนแล้วกว่า 124 ล้านโดส ทั่วโลกแล้ว 10,887 ล้านโดส ใน 205 ประเทศ/เขตปกครอง 	<p><strong>ศ.นพ.สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;</strong>ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั่วโลกแล้ว&nbsp;10,887&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;205&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่&nbsp;41.5&nbsp;ล้านโดสต่อวัน&nbsp;และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่&nbsp;555&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยมีชาวอเมริกันกว่า&nbsp;216&nbsp;ล้านคนได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;โดสแล้ว</p><p><strong>ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;แล้ว</strong>&nbsp;มียอดรวมกันที่ประมาณ&nbsp;985.9&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยบรูไนฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค&nbsp;ร้อยละ&nbsp;95&nbsp;ของประชากร&nbsp;ในขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่&nbsp;353.1&nbsp;ล้านโดส&nbsp;สำหรับประเทศไทยข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า&nbsp;124&nbsp;&nbsp;ล้าน&nbsp;โดส</p><p><br></p><p><br></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308101105417
1148	เชิญชวนแรงงานไทยในต่างประเทศ สมัครเข้าร่วมสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ เพื่อรับความคุ้มครองสิทธิประโยชน์จากการทำงานในต่างประเทศทุกกรณี	<p><strong>นายไพโรจน์&nbsp;โชติกเสถียร&nbsp;อธิบดีกรมการจัดหางาน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือและสงเคราะห์แรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศ</strong>&nbsp;ให้มีสิทธิประโยชน์ตาม&nbsp;พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2528&nbsp;กรมการจัดหางานจึงได้จัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ&nbsp;&nbsp;สำหรับแรงงานที่จะได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนดังกล่าวต้องสมัครเป็นสมาชิกกองทุน&nbsp;ก่อนออกเดินทางนอกราชอาณาจักรไปทำงานต่างประเทศ&nbsp;ทั้งผ่านบริษัทจัดหางาน&nbsp;กรมการจัดหางาน&nbsp;รวมถึงแรงงานที่เดินทางไปต่างประเทศด้วยตนเอง&nbsp;</p><p><strong>กองทุนดังกล่าวสามารถสมัครด้วยความสมัครใจ&nbsp;ในอัตราการจัดเก็บเงินส่งเข้ากองทุน&nbsp;แบ่งตามโซนประเทศที่เดินทางไปทำงาน&nbsp;อัตรา&nbsp;300&nbsp;400&nbsp;และ&nbsp;500&nbsp;บาท</strong>&nbsp;ชำระเพียง&nbsp;1&nbsp;ครั้งคุ้มครองเป็นระยะเวลา&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;เมื่อครบกำหนดระยะเวลา&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;หากบัตรหมดอายุสามารถนำเงินส่งเข้ากองทุนภายใน&nbsp;60&nbsp;วันเพื่อเป็นสมาชิกต่อได้&nbsp;ทั้งนี้จะได้รับการคุ้มครองกรณีถูกทอดทิ้งในต่างประเทศจะได้รับการสงเคราะห์เป็นค่าเป็นค่าใช้จ่ายให้สมาชิกเดินทางกลับจากต่างประเทศรายละไม่เกิน&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;กรณีประสบอันตรายก่อนไปทำงาน&nbsp;หรือ&nbsp;ขณะทำงานในต่างประเทศ&nbsp;ได้รับเงินสงเคราะห์รักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;กรณีถูกเลิกจ้างจากเหตุประสบภัยอันตราย&nbsp;ได้รับเงินสงเคราห์ไม่เกิน&nbsp;15,000&nbsp;บาท&nbsp;กรณีประสบอันตรายจนพิการได้รับการสงเคราะห์ไม่เกิน&nbsp;15,000&nbsp;บาท&nbsp;กรณีทุกพลภาพไม่เกิน&nbsp;30,000&nbsp;บาทต่อราย&nbsp;กรณีถูกส่งกลับเป็นโรคต้องห้าม&nbsp;กรณีประสบภัยสงคราม</p><p><strong>อธิบดีกรมการจัดหางาน&nbsp;ยังกล่าวถึงการชดเชยกรณีสงครามระหว่างรัสเซียนและยูเครน&nbsp;ว่า</strong>&nbsp;ล่าสุดมีจำนวนแรงงานเดินทางกลับประเทศไทยจำนวน&nbsp;224&nbsp;คน&nbsp;โดยเป็นแรงงานที่สมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;163&nbsp;คน&nbsp;รวมวงเงินได้รับการชดเชยแล้วประมาณ&nbsp;2.4&nbsp;ล้านบาท</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308102725425
1149	ยะลา ตลาดสด  เงียบเหงา น้ำมันขึ้นของแพง  ผลพวง สงครามสู้รบรัสเซีย-ยูเครน-โควิด	<p><strong>สำหรับสถานการณ์&nbsp;การสู้รับ&nbsp;ระหว่างรัสเซีย&nbsp;ยูเครนที่เกิดขึ้น</strong>นานนับสัปดาห์&nbsp;ส่งผลให้น้ำมันปรับราคาสูงขึ้นโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด&nbsp;สินค้าข้าวของอาหารต่างๆ&nbsp;ก็พากันปรับราคาขึ้นตาม&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อสูง&nbsp;ทำให้บรรยากาศที่ตลาดสดรถไฟ&nbsp;ยะลา&nbsp;เงียบเหงาไปถนัดตา&nbsp;ประชาชนออกมาจับจ่ายซื้อของน้อยลง</p><p><strong>ขณะที่ไข่ไก่&nbsp;ซึ่งเป็นอาหารหลักประจำวันของ</strong>&nbsp;ทุกครอบครัว&nbsp;&nbsp;รวมถึงผักสดต่างๆ&nbsp;ส่วนใหญ่ราคาปรับขึ้นมาเล็กน้อย</p><p><strong>โดยแม่ค้าขายไข่ไก่&nbsp;บอกว่า&nbsp;ตอนนี้ไข่ไก่ปรับขึ้นแล้ว</strong>&nbsp;&nbsp;คนมาซื้อน้อยลง&nbsp;จริงๆไม่ใช่ไข่ไก่อย่างเดียวทุกอย่างขึ้นหมด&nbsp;คนก็เลยบริโภคน้อยลงส่วนหนึ่ง&nbsp;พูดถึงตอนนี้จะแก้ก็แก้ยาก&nbsp;&nbsp;ปัญหาโควิดด้วย&nbsp;แม่ค้าก็ติดโควิด&nbsp;คนมาตลาดก็น้อยลง&nbsp;ขายของยาก&nbsp;ไม่รู้จะให้แก้อย่างไรของทุกอย่างแพง&nbsp;น้ำมันแพง&nbsp;แก้ไม่ได้ปลายเหตุ&nbsp;ขึ้นมาจากต้นทาง&nbsp;ทุกคนก็ต้องประคองตามสภาพของตัวเองไป&nbsp;ตอนนี้หวังอยากให้คนมาตลาดกันเยอะๆ&nbsp;เพราะส่วนใหญ่เค้าก็ไม่ได้ขึ้นราคาสูง&nbsp;เพราะขึ้นสูงไม่ได้&nbsp;ขึ้นให้พออยู่ได้&nbsp;ช่วยๆ&nbsp;กัน&nbsp;ผู้บริโภครับได้&nbsp;คนขายรับได้&nbsp;คนขายอยู่ได้&nbsp;ต้องขายไปปรับสภาพให้อยู่ได้กับภาวะปัจจุบัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308094014412
1150	สคร.12 สงขลา เชิญชวน บุตรหลานพาผู้สูงอายุฉีดวัคซีนโควิด 19 กระตุ้นเข็ม 3  ลดป่วยหนัก ลดเสียชีวิต ได้ถึง 41 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่รับวัคซีน	<p><strong>สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่&nbsp;12จังหวัดสงขลา&nbsp;(สคร.12&nbsp;สงขลา)</strong>&nbsp;เชิญชวนพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;มารับวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;(เข็ม3)&nbsp;จะช่วยลดอาการป่วยหนักและลดการเสียชีวิตได้ถึง&nbsp;41&nbsp;เท่า&nbsp;เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่รับวัคซีน&nbsp;และเตรียมพร้อมสำหรับเทศกาลสงกรานต์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายแพทย์เฉลิมพล&nbsp;โอสถพรมมา</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่&nbsp;12&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์โควิดของประเทศไทยยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;กอปรกับเทศกาลสงกรานต์ที่ใกล้จะถึงนี้&nbsp;การเดินทางกลับบ้าน&nbsp;หากไม่มีการป้องกัน&nbsp;ก็จะทำให้แนวโน้มของติดเชื้อเพิ่มมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุแม้ว่ามีการติดเชื้อน้อยกว่ากลุ่มวัยอื่น&nbsp;แต่มีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าหลายเท่า&nbsp;</p><p><strong>กรมควบคุมโรค&nbsp;วิเคราะห์ว่าผู้สูงอายุที่เสียชีวิตจากการระบาด</strong>ของสายพันธุ์โอมิครอนในระลอกนี้&nbsp;เมื่อเทียบกับการรับวัคซีนโควิด&nbsp;19&nbsp;ข้อมูลตั้งแต่วันที่1&nbsp;มกราคม-28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;พบว่าผู้&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;ร้อยละ&nbsp;75&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ(มากกว่า&nbsp;60&nbsp;ปี)&nbsp;โดยผู้สูงอายุที่ฉีดวัคซีนครบ&nbsp;3&nbsp;เข็ม&nbsp;ลดอัตราการเสียชีวิตได้ถึง&nbsp;41&nbsp;เท่า&nbsp;เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่รับวัคซีน&nbsp;และผู้สูงอายุที่ฉีด<strong>วัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จะลดการเสียชีวิตได้&nbsp;6&nbsp;เท่า&nbsp;</strong>เมื่อเทียบกับผู้ไม่ได้รับวัคซีน&nbsp;และผู้สูงอายุที่ฉีดวัคซีนครบ&nbsp;3&nbsp;เข็ม&nbsp;จะลดอัตราการเสียชีวิตลง&nbsp;7&nbsp;เท่า&nbsp;เมื่อเทียบกับฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม</p><p>สำหรับความครอบคลุมการฉีดวัคซีนในพื้นที่เขตสุภาพที่&nbsp;12&nbsp;พบว่า&nbsp;ได้รับวัคซีนเข็ม&nbsp;1&nbsp;ร้อยละ&nbsp;67.95&nbsp;เข็ม&nbsp;2&nbsp;ร้อยละ&nbsp;59.84&nbsp;และเข็ม&nbsp;3&nbsp;ร้อยละ&nbsp;14.61&nbsp;โดยกลุ่มผู้สูงอายุได้รับวัคซีน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;62.61&nbsp;</p><p><strong>สคร.12&nbsp;สงขลา&nbsp;เน้นย้ำ&nbsp;บุตรหลานพาผู้สูงอายุ&nbsp;ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน&nbsp;</strong>มารับวัคซีนเข็มแรก&nbsp;หากฉีดเข็มแรกแล้วให้ฉีดเข็ม&nbsp;2&nbsp;ตามนัด&nbsp;และหากรับครบ&nbsp;2เข็ม&nbsp;เกิน&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ให้รีบมารับเข็มกระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;เพื่อช่วยลดอาการป่วยหนักและลดการเสียชีวิต&nbsp;อีกทั้งเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเทศกาลสงกรานต์&nbsp;ที่ลูกหลานจะเดินทางกลับไปเยี่ยมผู้สูงอายุที่บ้าน&nbsp;โดยลูกหลานต้องฉีดวัคซีนและต้องป้องกันตนเองด้วยเช่นกัน&nbsp;เนื่องจากสงกรานต์ปีที่แล้วหลายครอบครัวต้องสูญเสียผู้สูงอายุที่ติดเชื้อจากลูกหลานที่กลับไปเยี่ยม&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำหรับประชาชนที่ต้องการเข้ารับการฉีดวัคซีนสามารถติดต่อได้&nbsp;&nbsp;</strong>ที่หน่วยงานสาธารณสุขหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.)&nbsp;ใกล้บ้าน&nbsp;หากมีข้อสงสัย&nbsp;สามารถสอบถามได้ที่&nbsp;สายด่วนกรมควบคุมโรค&nbsp;1422&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308094431415
1151	คณะวุฒิสภา โดยคณะกรรมการดำเนินการจัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์ เพื่อสังคมและกิจกรรมนันทนาการของวุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดตาก มอบอุปกรณ์การเรียนการสอน ทุนการศึกษา และหน้ากากอนามัย แก่นักเรียนในพื้นที่ชายแดนอำเภอแม่สอด	<p><strong>นายพีระศักดิ์&nbsp;พอจิต&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;ประธานคณะกรรมการ</strong>ดำเนินการจัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์&nbsp;เพื่อสังคมและกิจกรรมนันทนาการของวุฒิสภา&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดตาก&nbsp;มอบอุปกรณ์การเรียนการสอน&nbsp;ทุนการศึกษา&nbsp;และหน้ากากอนามัย&nbsp;แก่นักเรียนในพื้นที่ชายแดนอำเภอแม่สอด&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนบ้านแม่โกนเกน&nbsp;และโรงเรียนบ้านห้วยไม้แป้น&nbsp;ตำบลมหาวัน&nbsp;อำเภอแม่สอด&nbsp;จังหวัดตาก</p><p><strong>โดย&nbsp;นายสมชัย&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายสุรพล&nbsp;วงศ์สุขพิศาล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;นำผู้บริหารสถานศึกษา&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับคณะวุฒิสภาในครั้งนี้</p><p><strong>สืบเนื่องจากในห้วงที่ผ่านมา&nbsp;เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;</strong>ในพื้นที่&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์ความไม่สงบในฝั่งประเทศเมียนมา&nbsp;ที่มีการสู้รบกันไม่ห่างจากชายแดนไทย-เมียนมา&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนบ้านแม่โกนเกน&nbsp;ที่อยู่ห่างจากพื้นที่สู้รบเพียงระยะ&nbsp;900&nbsp;เมตร&nbsp;สำหรับโรงเรียนบ้านแม่โกนเกน&nbsp;จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล&nbsp;ถึงมัธยมศึกษาปีที่&nbsp;3&nbsp;มีนักเรียนจำนวน&nbsp;380&nbsp;คน&nbsp;ขณะที่โรงเรียนบ้านห้วยไม้แป้น&nbsp;จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล&nbsp;ถึงประถมศึกษาปีที่&nbsp;6&nbsp;มีนักเรียนจำนวน&nbsp;132&nbsp;คน</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;คณะวุฒิสภา&nbsp;ได้มอบงบประมาณในการปรับปรุง</strong>ที่พักและสร้างห้องน้ำให้กับโรงเรียนบ้านแม่โกนเกน&nbsp;,&nbsp;มอบเครื่องแบบนักเรียน&nbsp;กระเป๋านักเรียน&nbsp;และทุนการศึกษาให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านแม่โกนเกน&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;และมอบอ่างล้างมือ&nbsp;เครื่องเล่นสนามเด็กเล่น&nbsp;แอลกอฮอล์&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้แก่โรงเรียนบ้านห้วยไม้แป้น&nbsp;รวมถึงมอบทุนการศึกษา&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ทุน&nbsp;และอุปกรณ์การเรียน&nbsp;จำนวน&nbsp;132&nbsp;ชุดให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยไม้แป้น&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว&nbsp;:&nbsp;สนง.ประชาสัมพันธ์&nbsp;จ.ตาก</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	ตาก	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308094700416
1152	อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำปลด (ตอนบน) จังหวัดอุดรธานีพร้อมส่งมอบ 20 มีนาคม 2565	<p><strong>อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำปลด&nbsp;(ตอนบน)&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;</strong>พร้อมส่งมอบ&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;การดำเนินการก่อสร้าง&nbsp;ซ่อมแซมอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำปลด&nbsp;(ตอนบน)&nbsp;อำเภอนายูง&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;แล้วเสร็จแล้วกว่า&nbsp;95&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;เหลือเก็บรายละเอียดเล็กน้อย&nbsp;คาดเสร็จส่งมอบงานได้ภายใน&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;หลังดำเนินการประชาชน&nbsp;5&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;310&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และพื้นที่การเกษตรจะได้รับประโยชน์กว่า&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;ทีมข่าวสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าดำเนินโครงการจ้างเหมาก่อสร้างซ่อมแซมและเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำปลด&nbsp;(ตอนบน)&nbsp;ที่บ้านก้อง&nbsp;ตำบลบ้านก้อง&nbsp;อำเภอนายูง&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;หลังโครงการชลประทานอุดรธานี&nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบประมาณปี&nbsp;2565&nbsp;งบกลางตามอำนาจของรองนายกรัฐมนตรี&nbsp;</p><p><strong>นายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;ดำเนินการ</strong>&nbsp;อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำปลด&nbsp;(ตอนบน)&nbsp;เดิมอยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน&nbsp;ก่อสร้างเมื่อปี&nbsp;พ.ศ.2536&nbsp;ความจุ&nbsp;215,000&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;ถ่ายโอนภารกิจให้&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านก้อง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;พ.ค.&nbsp;2546&nbsp;เนื่องจากเกิดอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;บ้านก้อง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2563&nbsp;และฝนตกต่อเนื่อง&nbsp;จนเมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2563&nbsp;มีปริมาณมวลน้ำที่ไหลสะสมเข้าสู่อ่างเก็บน้ำจำนวนมาก&nbsp;เกิดการกัดเซาะทำนบดิน&nbsp;เป็นช่องขาด&nbsp;ขนาดกว้าง&nbsp;5&nbsp;เมตร&nbsp;ยาว&nbsp;25&nbsp;เมตร&nbsp;ส่งผลให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;และโครงการชลประทานจังหวัดอุดรธานี&nbsp;จึงขอรับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาล&nbsp;ซึ่งต่อมานายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้อนุมัติงบกลางตามอำนาจรองนายกรัฐมนตรี&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;6,420,004.99&nbsp;บาท&nbsp;ให้ดำเนินโครงการจ้างเหมาก่อสร้างซ่อมแซมและเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำปลด&nbsp;(ตอนบน)&nbsp;ซึ่งโครงการชลประทานจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็นคู่สัญญากับบริษัท&nbsp;เอ&nbsp;ซี&nbsp;เอ็ม&nbsp;ดีเวลอปเมนท์&nbsp;ดำเนินการปรับปรุงทำนบดิน&nbsp;,ปรับปรุงอาคารระบายน้ำล้น&nbsp;(เพิ่มท่อระบายน้ำ&nbsp;5&nbsp;แถว)&nbsp;และก่อสร้างอาคารท่อส่งน้ำ&nbsp;ขนาดท่อ&nbsp;30&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;อายุสัญญา&nbsp;160&nbsp;วัน&nbsp;เริ่มอายุสัญญาวันที่&nbsp;28&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;ครบกำหนดอายุสัญญา&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เนื่องจากผู้รับจ้างได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;จึงขยายเวลาถึงวันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ทั้งนี้หลังการการซ่อมแซมปรับปรุงทำนบดินที่ชำรุดเสียหายให้คืนสู่สภาพเดิมและปรับปรุงทางระบายน้ำล้น&nbsp;เพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำและระบายน้ำ&nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;จะส่งผลให้&nbsp;พื้นที่การเกษตรอย่างน้อย&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;ประชาชนจาก&nbsp;5&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;310&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ได้รับประโยชน์&nbsp;มีปริมาณน้ำเก็บกักเพิ่มขึ้น&nbsp;35,000&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;จากความจุเติม&nbsp;215,000&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;เป็นความจุที่&nbsp;250,000&nbsp;ลูกบาศก์เมตร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308115926454
1153	จ.มุกดาหาร ฝนตกถนนลื่นรถคนงานหลุดโค้งตาย 2 บาดเจ็บสาหัส 7 คน	<p><strong>ร.ต.อ.&nbsp;ทรงวุฒิ&nbsp;เสวีวัฒน์&nbsp;ร้อยเวร&nbsp;สภ.เมืองมุกดาหาร</strong>&nbsp;บอกว่า&nbsp;ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน&nbsp;มีเหตุรถสิบล้อพลิกคว่ำ&nbsp;ที่บริเวณบ้านโค้งสำราญ&nbsp;ตำบลคำอาฮวน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ทำให้คนงานก่อสร้างเสียชีวิต&nbsp;และบาดเจ็บสาหัส&nbsp;จึงได้รุดไปที่เกิดเหตุ</p><p><strong>ที่เกิดเหตุพบรถสิบล้อของ&nbsp;บริษัทนิวสมตระกูล</strong>&nbsp;เลิงนกทา&nbsp;คอนกรีต&nbsp;ยี่ห้ออีซูซุ&nbsp;หมายเลขทะเบียน&nbsp;83-7256&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;ได้บรรทุกคนงานก่อสร้าง&nbsp;เกิดพลิกคว่ำหลุดโค้งเกือบไปชนบ้านของชาวบ้าน&nbsp;ใกล้กันพบศพคนงาน&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;และศพคนงานบริเวณใต้ท้องรถสิบล้อ&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;ทราบชื่อ&nbsp;นาย&nbsp;เอ้ป&nbsp;อายุประมาณ&nbsp;40&nbsp;ปี&nbsp;และนาย&nbsp;แขก&nbsp;อายุประมาณ&nbsp;42&nbsp;ปี&nbsp;เป็นชาวอำเภอเลิงนกทา&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;ส่วนคนงานอีก&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;ได้รับบาดเจ็บสาหัส&nbsp;บางคนแขนและขาหัก&nbsp;ทางกู้ชีพกู้ภัยธงแดง&nbsp;กู้ชีพกู้ภัยร่วมใจ&nbsp;มูลนิธิการกุศลมุกดาหาร&nbsp;ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลมุกดาหาร&nbsp;เป็นการด่วน</p><p><strong>จากการสอบถาม&nbsp;คนงานทั้งหมดไปทำงานก่อสร้างกำแพง</strong>ที่หลังหอแก้วตัวเมืองมุกดาหาร&nbsp;ได้เลิกงานพอมาถึงที่เหตุบ้านโค้งสำราญ&nbsp;เกิดฝนตกถนนลื่น&nbsp;ทำให้รถเสียหลักขณะเข้าโค้ง&nbsp;แล้วรถส่ายไปส่ายมา&nbsp;เสียหลักลงข้างทาง&nbsp;ทำให้มีผู้เสียชีวิต&nbsp;และบาดเจ็บสาหัสหลายคน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308121425465
1154	จ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมรับนโยบายขับเคลื่อน ศจพ. เดินหน้าขจัดความยากจนให้ประชาชนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ในพื้นที่ 27 จังหวัดภาคกลาง	<p><strong>วานนี้&nbsp;(7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมเซ็นทรา&nbsp;บาย&nbsp;เซ็นทารา</strong>&nbsp;ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์&nbsp;แจ้งวัฒนะ&nbsp;เขตหลักสี่&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;มอบนโยบายและบรรยายพิเศษแนวทางการขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(ศจพ.)&nbsp;ในระดับพื้นที่ภาคกลาง&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ</strong>&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ดร.วันดี&nbsp;กุญชรยาคง&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ประธานสภาสตรีแห่งชาติ&nbsp;ในพระบรมราชินูปถัมภ์และนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;ชื่นโกสุม&nbsp;นายอรรษิษฐ์&nbsp;สัมพันธรัตน์&nbsp;นายนิรัตน์&nbsp;พงษ์สิทธิถาวร&nbsp;รองปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นายนิสิต&nbsp;จันทร์สมวงศ์&nbsp;อธิบดีกรมที่ดิน&nbsp;นายธนาคม&nbsp;จงจิระ&nbsp;อธิบดีกรมการปกครอง&nbsp;นายประยูร&nbsp;รัตนเสนีย์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;นายบุญธรรม&nbsp;เลิศสุขีเกษม&nbsp;อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;นายสมคิด&nbsp;จันทมฤก&nbsp;อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย&nbsp;รศ.วรวรรณ&nbsp;โรจนไพบูลย์&nbsp;ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;25&nbsp;จังหวัดภาคกลาง&nbsp;พร้อมด้วยประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ปลัดจังหวัด&nbsp;พัฒนาการจังหวัด&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัด&nbsp;และนายอำเภอ&nbsp;ร่วมรับฟัง&nbsp;และถ่ายทอดสดการประชุมผ่านระบบ&nbsp;DOPA&nbsp;Channel&nbsp;ไปยังทุกจังหวัด/อำเภอทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการประชุมในวันนี้&nbsp;เพื่อสร้างความเข้าใจต่อกลไก</strong>การดำเนินงานตั้งแต่ระดับนโยบาย&nbsp;การขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่&nbsp;ในการวิเคราะห์สภาพปัญหาและแนวทางแก้ไข&nbsp;การบูรณาการความช่วยเหลือครอบคลุมทั้ง&nbsp;5&nbsp;มิติ&nbsp;การจัดทำฐานข้อมูลครัวเรือน&nbsp;และการบันทึกข้อมูลในระบบ&nbsp;TPMAP&nbsp;Logbook&nbsp;รวมทั้งการติดตามผลการดำเนินงาน&nbsp;เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการดำเนินการแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;สามารถบูรณาการกับทุกภาคส่วน&nbsp;และเกิดผลเป็นรูปธรรม&nbsp;ที่สามารถแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทยได้อย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>จากนั้นเวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;นายสมคิด&nbsp;จันทมฤก&nbsp;อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;</strong>ได้ชี้แจงแนวทางขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนในระดับพื้นที่&nbsp;โดยได้ให้ตัวแทนจังหวัดที่เข้าร่วมจัดนิทรรศการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา,&nbsp;จันทบุรี,&nbsp;ฉะเชิงเทรา,&nbsp;ราชบุรี&nbsp;และสมุทรสาคร&nbsp;นำเสนอข้อมูลผลการดำเนินงาน&nbsp;โดยการใช้ปฏิบัติการ&nbsp;4&nbsp;ท&nbsp;&nbsp;(ทัศนคติ&nbsp;ทักษะ&nbsp;ทรัพยากร&nbsp;ทางออก)&nbsp;ในการวิเคราะห์สภาพปัญหาต่อที่ประชุม&nbsp;เพื่อเป็นกรณีศึกษาและเป็นตัวอย่างแนวทางการขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่ให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;และสร้างความเข้าใจในการจัดทำฐานข้อมูล&nbsp;การบันทึกข้อมูล&nbsp;และสนับสนุนการขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่&nbsp;ให้เกิดการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;เกิดผลเป็นรูปธรรม&nbsp;และเกิดการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน&nbsp;นำไปสู่การแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วประเทศในทุกมิติได้อย่างแท้จริง&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;นางสาวนุชนาถ&nbsp;ประทีปธีรานันต์&nbsp;นางสรัลพัชร&nbsp;ประโมทะกะ&nbsp;นายประทีป&nbsp;การมิตรี&nbsp;และนายไพรัตน์&nbsp;เพชรยวน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;นายประจัญ&nbsp;จันทร์เนตร์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ได้นำเสนอคลิปวีดิโอผลการดำเนินงานมิติด้านรายได้ดีเด่น&nbsp;พร้อมบรรยายสรุปผลการขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(ศจพ.)&nbsp;ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;พร้อมนำครัวเรือนเป้าหมายมิติด้านรายได้&nbsp;ร่วมจัดนิทรรศการนำเสนอผลงาน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายมรุต&nbsp;ภูมิมี&nbsp;พัฒนาการอำเภอท่าเรือ&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลจำปา&nbsp;อำเภอท่าเรือ&nbsp;และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัด/อำเภอ&nbsp;ร่วมจัดกิจกรรม&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr.&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด&nbsp;</p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308101347419
1155	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เผยเร่งแก้หนี้ครู กว่า 9 แสนราย ยอดกว่า 1.4 ล้านล้านบาท กำชับเขตพื้นที่ฯ เข้ม คำนวณเงินเหลือร้อยละ 30 ก่อนปล่อยกู้	<p><strong>น.ส.ตรีนุช&nbsp;เทียนทอง&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;(รมว.ศธ.)&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;&nbsp;ในการประชุมสัมมนาแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา&nbsp;โดยใช้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบเป็นฐาน&nbsp;ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;จากข้อมูลพบว่า&nbsp;ปัจจุบันมีครูและบุคลากรทางการศึกษาประมาณ&nbsp;9&nbsp;แสนคน&nbsp;มียอดหนี้รวมกัน&nbsp;1.4&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;ซึ่งในจํานวนนี้เป็นหนี้ที่กู้ยืมจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู&nbsp;108&nbsp;แห่งทั่วประเทศ&nbsp;รวม&nbsp;8.9&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;และหลังจาก&nbsp;ศธ.&nbsp;ได้เริ่มดําเนินโครงการในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วมากกว่า&nbsp;25,800&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้ยังพบด้วยว่า&nbsp;จากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;108&nbsp;แห่งนั้น&nbsp;มีเพียง&nbsp;13&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่กําหนด&nbsp;ดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราไม่เกิน5%&nbsp;ต่อปี&nbsp;</strong>ขณะที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูอย่างน้อย&nbsp;13&nbsp;แห่งกําหนดดอกเบี้ยเงินกู้สูงถึง&nbsp;7-9%&nbsp;ต่อปี&nbsp;สําหรับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุราษฎร์ธานี&nbsp;ซึ่งมีสมาชิก&nbsp;8,478&nbsp;ราย&nbsp;มูลหนี้รวม&nbsp;9,631,331,007&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ได้กําหนดลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไว้อยู่ที่ประมาณ&nbsp;5.5&nbsp;%&nbsp;ซึ่งเป็นแนวทางสําคัญประการหนึ่งที่ทางสหกรณ์ฯ&nbsp;ได้ดําเนินการร่วมกันให้เป็นไปตามแนวทางที่กําหนด&nbsp;นอกเหนือไปจากที่ได้ให้ความช่วยเหลือด้วยการ&nbsp;พักชําระหนี้ในปีที่ผ่านมา&nbsp;โดยทราบว่า&nbsp;ภายในปี&nbsp;2565&nbsp;ทางสหกรณ์ออมทรัพย์สุราษฎร์ธานี&nbsp;จะดําเนินการลดดอกเบี้ยตามแผนขั้นบันไดให้เหลือดอกเบี้ยไม่เกิน&nbsp;5%&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในวันที่&nbsp;9&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;จะมีการประชุมทางไกลของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูระดับจังหวัด</strong>&nbsp;ผ่าน&nbsp;ZOOM&nbsp;MEETING&nbsp;เพื่อสร้างความเข้าใจและร่วมกันแก้ไขปัญหาหนี้สินได้เป็นรูปธรรมอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308104619436
1156	สถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 4 เตรียม จัดประชุมทางวิชาการและนวัตกรมเทคโนโลยีบัณฑิต ครั้งที่ 4	<p><strong>ดร.อินดา&nbsp;แตงอ่อน&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง&nbsp;4&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;สถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง&nbsp;4&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;ได้มีการประชุมทางวิชาการและนวัตกรรมเทคโนโลยีบัณฑิต&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;ขึ้น&nbsp;วันที่&nbsp;13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่หอประชุม&nbsp;วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี&nbsp;เพื่อเป็นการเปิดเวทีสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ&nbsp;ชั้นปีที่&nbsp;2&nbsp;ของสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง&nbsp;4&nbsp;ที่กำลัง&nbsp;จะสำเร็จการศึกษา&nbsp;จำนวน&nbsp;215&nbsp;คน&nbsp;และให้นักศึกษาได้แสดงออกถึงศักยภาพทางการคิดสร้างสรรค์ผลงาน&nbsp;การคิดสร้างผลงานเชิงเทคโนโลยี&nbsp;ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของนักศึกษาใน&nbsp;ศตวรรษที่&nbsp;21&nbsp;นี้&nbsp;โดยมีนายสมภพ&nbsp;ธีระสานต์&nbsp;เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมภาคกลาง&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน</p><p><strong>สำหรับผลงานของนักศึกษาในปีการศึกษา&nbsp;2564&nbsp;นี้</strong>&nbsp;มีจำนวน&nbsp;88&nbsp;ผลงานของ&nbsp;12&nbsp;สาขาวิชา&nbsp;ดังนี้1.&nbsp;สาขาวิชาเทคโนโลยียานยนต์&nbsp;(ต่อเนื่อง)&nbsp;วิทยาลัยเทคนิคกาญจนบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ผลงาน&nbsp;2.&nbsp;สาขาวิซาเทคโนโลยีไฟฟ้า&nbsp;(ต่อเนื่อง)&nbsp;วิทยาลัยเทคนิคนครปฐมจำนวน&nbsp;6&nbsp;ผลงาน&nbsp;3.&nbsp;สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์(ต่อเนื่อง)วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐมจำนวน&nbsp;5&nbsp;ผลงาน4.&nbsp;สาขาวิชาการบัญชี&nbsp;(ต่อเนื่อง)&nbsp;วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐมจำนวน&nbsp;11&nbsp;ผลงาน5.&nbsp;สาขาวิชาการโรงแรม&nbsp;(ต่อเนื่อง)&nbsp;วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐมจำนวน&nbsp;6&nbsp;ผลงาน6.&nbsp;สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ&nbsp;(ต่อเนื่อง)&nbsp;วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐมจำนวน&nbsp;4&nbsp;ผลงาน7.&nbsp;สาขาวิชาดิจิทัลกราฟิก&nbsp;(ต่อเนื่อง)&nbsp;วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม</p><p><strong>สำหรับสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง&nbsp;4&nbsp;</strong>ได้มีการดำเนินการเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนอาชีวศึกษาให้มีคุณภาพสอดคล้องกับแผนการพัฒนาคนตามกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;13&nbsp;ที่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาสมรรถนะด้านการคิด&nbsp;การสร้างสรรค์นวัตกรรม&nbsp;การรู้เทคโนโลยี&nbsp;และการทำงานร่วมกัน&nbsp;แสดงให้เห็นว่านักศึกษาระดับปริญญาตรีสายเทศโนโลยีหรือสายปฏิบัติการของสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง&nbsp;4&nbsp;มีการพัฒนาตนเองในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ด้านทั้งด้านความรู้ทางวิชาการ&nbsp;ทักษะวิชาชีพ&nbsp;ตลอดจนความเป็นผู้มีคุณธรรม&nbsp;จริยธรรม&nbsp;ได้แก่ความเป็นผู้มีความรับผิดชอบ&nbsp;มีวินัย&nbsp;มีความอดทน&nbsp;มีความเสียสละ&nbsp;จึงทำให้ผลงานที่ออกมาน่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308101507421
1157	สคร.12 สงขลา เชิญชวนบุตรหลานพาผู้สูงอายุฉีดวัคซีนโควิด-19 กระตุ้นเข็ม 3 ลดป่วยหนัก ลดเสียชีวิต ได้ถึง 41 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่รับวัคซีน	<p><strong>สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่&nbsp;12&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;(สคร.12&nbsp;สงขลา)&nbsp;</strong>เชิญชวนประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;มารับวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;&nbsp;(เข็ม&nbsp;3)&nbsp;จะช่วยลดอาการป่วยหนักและลดการเสียชีวิตได้ถึง&nbsp;41&nbsp;เท่า&nbsp;เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่รับวัคซีน&nbsp;และเตรียมพร้อมสำหรับเทศกาลสงกรานต์&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายแพทย์เฉลิมพล&nbsp;โอสถพรมมา&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่&nbsp;12&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สถานการณ์โควิดของประเทศไทยยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;กอปรกับเทศกาลสงกรานต์ที่ใกล้จะถึงนี้&nbsp;การเดินทางกลับบ้าน&nbsp;หากไม่มีการป้องกัน&nbsp;ก็จะทำให้แนวโน้มของติดเชื้อเพิ่มมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุแม้ว่ามีการติดเชื้อน้อยกว่ากลุ่มวัยอื่น&nbsp;แต่มีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าหลายเท่า</p><p><strong>กรมควบคุมโรค&nbsp;วิเคราะห์ว่าผู้สูงอายุที่เสียชีวิตจากการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนในระลอกนี้</strong>&nbsp;เมื่อเทียบกับการรับวัคซีนโควิด-19&nbsp;ข้อมูลตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม-28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;พบว่าผู้เสียชีวิต&nbsp;ร้อยละ&nbsp;75&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;(มากกว่า&nbsp;60&nbsp;ปี)&nbsp;โดยผู้สูงอายุที่ฉีดวัคซีนครบ&nbsp;3&nbsp;เข็ม&nbsp;ลดอัตราการเสียชีวิตได้ถึง&nbsp;41&nbsp;เท่า&nbsp;เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่รับวัคซีน&nbsp;และผู้สูงอายุที่ฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จะลดการเสียชีวิตได้&nbsp;6&nbsp;เท่า&nbsp;เมื่อเทียบกับผู้ไม่ได้รับวัคซีน&nbsp;และผู้สูงอายุที่ฉีดวัคซีนครบ&nbsp;3&nbsp;เข็ม&nbsp;จะลดอัตราการเสียชีวิตลง&nbsp;7&nbsp;เท่า&nbsp;เมื่อเทียบกับฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม</p><p><strong>สำหรับความครอบคลุมการฉีดวัคซีนในพื้นที่เขตสุภาพที่&nbsp;12&nbsp;พบว่า</strong>&nbsp;ได้รับวัคซีนเข็ม&nbsp;1&nbsp;ร้อยละ&nbsp;67.95&nbsp;เข็ม&nbsp;2&nbsp;ร้อยละ&nbsp;59.84&nbsp;และเข็ม&nbsp;3&nbsp;ร้อยละ&nbsp;14.61&nbsp;โดยกลุ่มผู้สูงอายุได้รับวัคซีน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;62.61&nbsp;สคร.12&nbsp;สงขลา&nbsp;เน้นย้ำ&nbsp;บุตรหลานพาผู้สูงอายุที่ยังไม่ได้รับวัคซีน&nbsp;มารับวัคซีนเข็มแรก&nbsp;หากฉีดเข็มแรกแล้วให้ฉีดเข็ม&nbsp;2&nbsp;ตามนัด&nbsp;และหากรับครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;เกิน&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ให้รีบมารับเข็มกระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;เพื่อช่วยลดอาการป่วยหนักและลดการเสียชีวิต&nbsp;อีกทั้งเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเทศกาลสงกรานต์&nbsp;ที่ลูกหลานจะเดินทางกลับไปเยี่ยมผู้สูงอายุที่บ้าน&nbsp;โดยลูกหลานต้องฉีดวัคซีนและต้องป้องกันตนเองด้วยเช่นกัน&nbsp;เนื่องจากสงกรานต์ปีที่แล้วหลายครอบครัวต้องสูญเสียผู้สูงอายุที่ติดเชื้อจากลูกหลานที่กลับไปเยี่ยม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สำหรับประชาชนที่ต้องการเข้ารับการฉีดวัคซีนสามารถติดต่อได้ที่หน่วยงานสาธารณสุขหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล&nbsp;(รพ.สต.)&nbsp;ใกล้บ้าน&nbsp;หากมีข้อสงสัย&nbsp;สามารถสอบถามได้ที่&nbsp;สายด่วนกรมควบคุมโรค&nbsp;1422&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308102908427
1158	"ผู้บริหารการศึกษา สพป.ปัตตานี เขต 3 ส่งมอบถุงยังชีพ  ""รินน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย"" จากนางสาวตรีนุช เทียนทอง  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา ให้แก่โรงเรียนที่ประสบภัยน้ำท่วม"	"<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายบุญล้อม&nbsp;โสภาพรม&nbsp;ผอ.สพป.ปัตตานี&nbsp;เขต&nbsp;3</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนางชวนพิศ&nbsp;แก้วพรหมราช&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มอำนวยการ&nbsp;เดินทางลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้แก่โรงเรียนบ้านลานช้าง&nbsp;โรงเรียนบ้านแซะโมะ&nbsp;โรงเรียนบ้านเจาะกือแย&nbsp;โรงเรียนบ้านทุ่งกินนร&nbsp;โรงเรียนบ้านละอาร์&nbsp;อำเภอสายบุรี&nbsp;โรงเรียนบ้านอุแตบือราแง&nbsp;โรงเรียนบ้านมือลอ&nbsp;(มะ&nbsp;อาแดอุทิศ)&nbsp;อำเภอกะพ้อ&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;""รินน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย""&nbsp;จากนางสาวตรีนุช&nbsp;เทียนทอง&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;ซึ่ง&nbsp;สพป.ปัตตานี&nbsp;เขต&nbsp;3&nbsp;ได้รับจัดสรรให้แก่โรงเรียนที่ประสบอุทกภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ถุง&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่นายสวง&nbsp;กองจักร&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.สพป.ปัตตานี&nbsp;เขต&nbsp;3</strong>&nbsp;เป็นผู้แทนมอบให้แก่โรงเรียนบ้านตะโละไกรทอง&nbsp;อ.ไม้แก่น&nbsp;และนางจิราภรณ์&nbsp;เรืองรักษ์&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.สพป.ปัตตานี&nbsp;เขต&nbsp;3&nbsp;ได้เป็นผู้แทนมอบให้แก่โรงเรียนบ้านเขาดิน&nbsp;อำเภอทุ่งยางแดง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ได้ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจคณะครู&nbsp;ซึ่งวันนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากกำลังพลจิตอาสา&nbsp;กองพันทหารราบที่&nbsp;2&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;153&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;อบต.ตะบิ้ง&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ร้อย&nbsp;.ทพ.4412&nbsp;ร่วมกันทำความสะอาดฟื้นฟูโรงเรียนหลังน้ำลด&nbsp;ช่วยกันฉีด&nbsp;ล้าง&nbsp;ทำความสะอาดในห้องเรียน&nbsp;และล้างดินโคลน&nbsp;คราบน้ำบริเวณตัวอาคารเรียน&nbsp;เนื่องจากน้ำท่วมสูง&nbsp;ทำให้ห้องเรียนและอุปกรณ์การเรียนหลายอย่างได้รับความเสียหาย&nbsp;ที่โรงเรียนบ้านแซะโมะ&nbsp;ม.4&nbsp;ต.ตะบิ้ง&nbsp;อ.สายบุรี&nbsp;จ.ปัตตานี</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308110835441
1159	รองผู้ว่าฯ ตรัง เปิดการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติ ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น	<p><strong>นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติ&nbsp;ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเทศบาลควนโพธิ์&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;จ.ตรัง</p><p><strong>ตามที่&nbsp;กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งให้จังหวัดจัดตั้ง&nbsp;</strong>ชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;อย่างน้อยแห่งละ&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;เพื่อเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในระดับพื้นที่นั้น&nbsp;จังหวัดตรังได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการฝึกอบรมหลักสูตรชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติจังหวัดตรังขึ้น&nbsp;และให้คณะทำงานดังกล่าวบูรณาการปัจจัยทางการบริหารในการฝึกอบรมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;</p><p><strong>โดยให้จัดทำแผนการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติ</strong>ของจังหวัดและดำเนินงานตามแผนให้แล้วเสร็จ&nbsp;การฝึกอบรมหลักสูตรชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของจังหวัดตรังในครั้งนี้&nbsp;จะบรรลุและสำเร็จลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพได้&nbsp;ก็ต้องได้รับความร่วมมือร่วมใจจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนและขับเคลื่อนภารกิจที่ได้รับมอบหมาย&nbsp;</p><p><strong>รวมถึงผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกท่านที่มีความตั้งใจในการฝึกอบรม</strong>&nbsp;เก็บเกี่ยวความรู้และหลักการปฏิบัติงาน&nbsp;จากคณะวิทยากร&nbsp;และคณะทำงานขบเคลื่อนการฝึกอบรมหลักสูตรชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติจังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ&nbsp;รู้บทบาทหน้าที่และมีความพร้อมในการปฏิบัติงาน&nbsp;เพื่อเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในระดับพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308131636484
1160	จังหวัดตรังเปิดการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติ ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น	<p><strong>นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติ&nbsp;ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเทศบาลควนโพธิ์&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><strong>ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งให้จังหวัดจัดตั้งชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างน้อยแห่งละ&nbsp;50&nbsp;คน</strong>&nbsp;เพื่อเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในระดับพื้นที่นั้น&nbsp;จังหวัดตรังได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการฝึกอบรมหลักสูตรชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติจังหวัดตรังขึ้น&nbsp;และให้คณะทำงานดังกล่าวบูรณาการปัจจัยทางการบริหารในการฝึกอบรมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;โดยให้จัดทำแผนการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติของจังหวัดและดำเนินงานตามแผนให้แล้วเสร็จ&nbsp;การฝึกอบรมหลักสูตรชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของจังหวัดตรังในครั้งนี้&nbsp;จะบรรลุและสำเร็จลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพได้&nbsp;ต้องได้รับความร่วมมือร่วมใจจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนและขับเคลื่อนภารกิจที่ได้รับมอบหมาย&nbsp;รวมถึงผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกท่านที่มีความตั้งใจในการฝึกอบรม&nbsp;เก็บเกี่ยวความรู้และหลักการปฏิบัติงาน&nbsp;จากคณะวิทยากร&nbsp;และคณะทำงานขบเคลื่อนการฝึกอบรมหลักสูตรชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติจังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ&nbsp;รู้บทบาทหน้าที่และมีความพร้อมในการปฏิบัติงาน&nbsp;เพื่อเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในระดับพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308105704439
1161	ผอ.สพป.ปัตตานี เขต 3 ตรวจเยี่ยมสนามสอบ RT ชั้น ป.1  โรงเรียนชุมชนบ้านบางเก่า อ.สายบุรี จ.ปัตตานี โรงเรียนตามโครงการพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ	<p><strong>นายบุญล้อม&nbsp;โสภาพรม&nbsp;ผอ.สพป.ปัตตานี&nbsp;เขต&nbsp;3&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนางชวนพิศ&nbsp;แก้วพรหมราช&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มอำนวยการ&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมสนามสอบการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน&nbsp;(Reading&nbsp;Test&nbsp;:&nbsp;RT)&nbsp;ของนักเรียนชััน&nbsp;ป.1&nbsp;ปีการศึกษา&nbsp;2564&nbsp;เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้&nbsp;ทักษะ&nbsp;และคุณลักษณะอันพึงประสงค์&nbsp;โดยเฉพาะเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่&nbsp;1&nbsp;ต้องอ่านออก&nbsp;เขียนได้ทุกคน&nbsp;และต้องมีการประเมินอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนชุมชนบ้านบางเก่า&nbsp;อ.สายบุรี&nbsp;ซึ่งเป็นโรงเรียนตามโครงการพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ&nbsp;โดยมีนายอิมรอน&nbsp;ยะหริ่ง&nbsp;รองผู้อำนวยการโรงเรียน&nbsp;และคณะครู&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;สพป.ปัตตานี&nbsp;เขต&nbsp;3&nbsp;ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์สอบปัตตานี&nbsp;เขต&nbsp;3&nbsp;</strong>มีโรงเรียนที่ร่วมการทดสอบตามความสมัครใจ&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;โรง&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรงเรียนบ้านเจาะกือแย&nbsp;โรงเรียนบ้านบน&nbsp;โรงเรียนบ้านละอาร์&nbsp;โรงเรียนบ้านแซะโมะ&nbsp;โรงเรียนบ้านบาโงมูลง&nbsp;โรงเรียนชุมชนบ้านแป้น&nbsp;โรงเรียนบ้านบาโงมูลง&nbsp;โรงเรียนบ้านมะนังดาลำ&nbsp;โรงเรียนบ้านละหาร&nbsp;อำเภอสายบุรี&nbsp;&nbsp;โรงเรียนวัดสารวัน&nbsp;โรงเรียนบ้านตะโละไกรทอง&nbsp;อำเภอไม้แก่น&nbsp;และโรงเรียนบ้านปากู&nbsp;(มีนาประชาคาร)&nbsp;อ.ทุ่งยาแดง&nbsp;ซึ่งสามารถกำหนดวันเวลาจัดการทดสอบได้ตามความเหมาะสม&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และให้ปฏิบัตตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308131817485
1162	จังหวัดชัยนาทจัดงานวันรวมน้ำใจช่วยกาชาด เปิดรับบริจาคเงินและสิ่งของ เพื่อใช้เป็นของรางวัลการออกร้านสกุณากาชาด ในงานมหกรรมหุ่นฟางนกและของดีศรีท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท ประจำปี 2565	<p><strong>จังหวัดชัยนาทจัดงานวันรวมน้ำใจช่วยกาชาด</strong>&nbsp;เปิดรับบริจาคเงินและสิ่งของ&nbsp;เพื่อใช้เป็นของรางวัลการออกร้านสกุณากาชาด&nbsp;ในงานมหกรรมหุ่นฟางนกและของดีศรีท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;เปิดรับบริจาคเงิน&nbsp;และสิ่งของเพื่อใช้เป็นของรางวัลในการออกร้านสกุณากาชาด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสนามหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;ศาลากลางจังหวัดชัยนาท&nbsp;โดยกิจกรรมการออกร้านสกุณากาชาด&nbsp;ในงานมหกรรมหุ่นฟางนกและของดีศรีท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;ที่กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;11-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และเพื่อเป็นการหารายได้ไว้ใช้ในกิจการของเหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนาวาเอกหญิงอินทิรา&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้รับมอบเงินและสิ่งของบริจาคจากหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;อำเภอ&nbsp;และประชาชน&nbsp;ที่ได้นำมาบริจาคในช่วงเช้าวันนี้&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;เงินสดจำนวน&nbsp;218,310&nbsp;บาท&nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้า&nbsp;รถมอเตอร์ไซค์&nbsp;รถจักรยาน&nbsp;เครื่องอุปโภค&nbsp;และบริโภค&nbsp;เป็นจำนวนมูลค่า&nbsp;1,145,510&nbsp;บาท&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;1,363,820&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308111254442
1163	สปสช.เผยสายด่วน 1330 ยังมีผู้ใช้งานปริมาณมาก แต่สายที่ติดต่อไม่ได้ ลดเหลือร้อยละ 20 ตั้งเป้าให้เหลือไม่เกินร้อยละ 5	<p><strong>นพ.จเด็จ&nbsp;ธรรมธัชอารี&nbsp;เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;(สปสช.)&nbsp;กล่าวถึงสถานการณ์สายด่วน&nbsp;สปสช.&nbsp;1330&nbsp;</strong>ซึ่งขณะนี้มีปัญหาเรื่องการโทรไม่ติด&nbsp;เนื่องจากมีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;และประชาชนจำนวนมากโทรเข้ามากว่า&nbsp;40,000-70,000&nbsp;สายต่อวัน&nbsp;เกินศักยภาพของระบบจะรองรับ&nbsp;อีกทั้งมีผู้ติดเชื้อหลายรายที่ลงทะเบียนเข้าระบบการดูแลแบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;แต่ยังรอการตอบรับจากหน่วยบริการนาน&nbsp;ต้องขออภัยประชาชนที่ไม่ได้รับความสะดวก&nbsp;</p><p><strong>ที่ผ่านมา&nbsp;สปสช.ได้ขยายศักยภาพของสายด่วน&nbsp;1330&nbsp;ให้รองรับการโทรของประชาชน&nbsp;</strong>ขณะที่เจ้าหน้าที่สายด่วนและจิตอาสาจากภาคส่วนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เข้ามาช่วยรับสายก็ทำงานอย่างหนัก&nbsp;แต่ก็ยังไม่ทันกับปริมาณสายโทรเข้ามามาก&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตามขณะนี้สายที่ติดต่อไม่ได้หรือสายหลุด&nbsp;เริ่มลดลง&nbsp;จากร้อยละ&nbsp;60&nbsp;เหลือร้อยละ&nbsp;20</strong>&nbsp;แต่&nbsp;สปสช.ต้องการลดให้เหลือน้อยกว่าร้อยละ&nbsp;5&nbsp;ระหว่างนี้&nbsp;ขอความร่วมมือผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เพิ่มเพื่อนกับไลน์&nbsp;สปสช.&nbsp;@nhso&nbsp;และระหว่างที่หน่วยบริการติดต่อมา&nbsp;หากท่านที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อยสามารถขอรับการรักษาแบบผู้ป่วยนอก&nbsp;(OPD)&nbsp;ที่สถานพยาบาลตามสิทธิหรือสถานพยาบาลภาครัฐใกล้บ้านก่อนได้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากการวิเคราะห์ข้อมูลสายที่โทรเข้า&nbsp;</strong>พบว่ากว่าครึ่งเป็นสายจากผู้ติดเชื้อที่ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;แล้ว&nbsp;โทรเข้ามาติดตามสอบถามความคืบหน้าเนื่องจากยังไม่ได้รับการตอบรับจากหน่วยบริการหรือรอการตอบรับนานหลายวัน&nbsp;ทำให้คนไข้รายใหม่โทรไม่ติดหรือเข้าสู่การลงทะเบียนได้ช้า&nbsp;ทั้งนี้ในกรณีติดตามยังไม่ได้รับบริการจากหน่วยบริการนั้น&nbsp;สปสช.ได้รับเรื่องและส่งให้แต่ละหน่วยบริการทราบ&nbsp;จึงต้องขอความร่วมมือจากผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่ลงทะเบียนแล้ว&nbsp;ลดความถี่หรืองดเว้นการโทรติดตามความคืบหน้า&nbsp;จะช่วยลดจำนวนสายโทรเข้า&nbsp;1330&nbsp;ลงได้อย่างมาก&nbsp;และช่วยให้ผู้ติดเชื้อรายใหม่สามารถโทรติดหรือลงทะเบียนเข้าระบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;ได้เร็วมากขึ้น</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308133700498
1164	ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ร่วมออกรายการ เช้านี้ที่ภาคเหนือ ทาง NBT North เชียงใหม่	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;เช้าวันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่ห้องทำงานผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแพร่&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;ให้สัมภาษณ์สด&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;meeting&nbsp;ในรายการ&nbsp;เช้านี้ที่ภาคเหนือ&nbsp;ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยเชียงใหม่&nbsp;(NBT&nbsp;north)&nbsp;ในประเด็น&nbsp;การประชาสัมพันธ์งาน&nbsp;รวมพลคนปีขาล&nbsp;2565&nbsp;(Year&nbsp;of&nbsp;the&nbsp;tiger&nbsp;2022)&nbsp;และงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ&nbsp;เมืองแพร่แห่ตุงหลวง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;11-17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ลิงค์รายการ&nbsp;:&nbsp;https://www.facebook.com/live.nbtnorth/videos/732099477776454/&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ได้เชิญชวนประชาชนที่เกิดปีขาล&nbsp;หรือปีเสือ</strong>&nbsp;ซึ่งประเทศไทยมีจำนวน&nbsp;5,200,000&nbsp;คน&nbsp;ได้มาแสวงบุญ&nbsp;มาเที่ยว&nbsp;มากิน&nbsp;มานอน&nbsp;มาจับจ่ายใช้สอย&nbsp;สร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับจังหวัดแพร่&nbsp;และที่สำคัญในปีนี้&nbsp;ทางวัดพระธาตุช่อแฮ&nbsp;พระอารามหลวง&nbsp;ได้ดำเนินการบูรณะองค์พระธาตุใหม่&nbsp;ให้มีความสวยสดงดงาม&nbsp;เพื่อรับปีขาลหรือปีเสือ&nbsp;เนื่องจากทองจังโกและทองคำเปลวแท้ที่หุ้มองค์พระธาตุได้แตก&nbsp;กะเทาะ&nbsp;บางจุดเป็นรู&nbsp;ทำให้น้ำฝนสาดเข้าถึงเนื้อในองค์พระธาตุที่ได้ชื่อว่า&nbsp;เป็นพระธาตุ&nbsp;1,000&nbsp;ปี&nbsp;พระธาตุที่บรรจุพระเกศาธาตุ&nbsp;พระบรมสารีริกธาตุ&nbsp;พระข้อศอกซ้ายของพระพุทธเจ้าได้รับความเสียหาย&nbsp;จึงได้บูรณปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุ&nbsp;ตั้งแต่เดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ไปจนถึงเดือนมิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;ด้วยการปิดทองและเพิ่มทองคำใหม่บนยอดฉัตร&nbsp;ขอเชิญชวนประชาชนมาร่วมทำบุญปิดทององค์พราตุซึ่งกว่าร้อยปีถึงจะได้มีการบูรณะใหญ่ในลักษณะนี้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยวันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเป้นวันแรกของงาน&nbsp;เวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;จะมีขบวนแห่เครื่องสักการะโบราณล้านนา&nbsp;ขบวนช้างเจ้าหลวง&nbsp;ขบวนแห่เครื่องสักการะ&nbsp;ขบวนปฐมบทตำนาน&nbsp;ขุนลั๊วะอ้ายก้อมวันทากราบน้อมบูชาพระพุทธองค์&nbsp;ขบวนตุงจัยที่ยาวที่สุดในโลก&nbsp;และขบวนเครื่องสักการะของดีอำเภอเมืองแพร่&nbsp;และมีขบวนแห่ทุกวันจากอำเภอต่างๆ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308112547447
1165	จังหวัดอุตรดิตถ์ จัดงานวันสตรีสากล ประจำปี 2565	"<p><strong>คณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดอุตรดิตถ์</strong>&nbsp;ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;จัดงานวันสตรีสากล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อร่วมเฉลิมฉลองและรำลึกถึงการต่อสู้ของสตรี&nbsp;เพื่อให้ได้มาซึ่งความยุติธรรม&nbsp;ความเสมอภาค&nbsp;สันติภาพ&nbsp;และการพัฒนา&nbsp;รวมถึงการทบทวนความก้าวหน้าในการดำเนินงานด้านสิทธิสตรี&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;""โลกสดใส&nbsp;มีสตรี&nbsp;ร่วมสร้างสรรค์แบ่งปันรัก&nbsp;ส่งเสริมภูมิปัญญาอาชีพยั่งยืน""&nbsp;ที่ศาลาประชาคมจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;</p><p><strong>นายผล&nbsp;ดำธรรม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันสตรีสากลจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;""โลกสดใส&nbsp;มีสตรี&nbsp;ร่วมสร้างสรรค์แบ่งปันรัก&nbsp;ส่งเสริมภูมิปัญญาอาชีพยั่งยืน""&nbsp;เพื่อให้สตรีได้พัฒนาศักยภาพ&nbsp;เพิ่มทักษะการดำรงชีวิต&nbsp;นำความรู้แต่ละอาชีพที่หลากหลายมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;สร้างเครือช่ายกลุ่มอาชีพในพื้นที่&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และรายได้เพิ่มให้กับสตรีจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ชึ่งคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ได้เล็งเห็นความสำคัญของสตรีที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนด้านสังคม&nbsp;การเมือง&nbsp;และเศรษฐกิจ&nbsp;ขององค์กรสตรีทุกระดับ&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;จำนวน&nbsp;199,715&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ได้อ่านสารของนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;และมอบเกียรติบัตรแก่สตรีดีเด่นด้านการพัฒนาชุมชนประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;และมอบเกียรติบัตรแก่ผู้สร้างสรรค์ผลงานชุดผ้าไทย&nbsp;เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ตนเองและวงศ์ตระกูล&nbsp;ทั้งนี้เพื่อร่วมเฉลิมฉลองและรำลึกถึงการต่อสู้ของสตรี&nbsp;เพื่อให้ได้มาซึ่งความยุติธรรม&nbsp;ความเสมอภาค&nbsp;สันติภาพ&nbsp;และการพัฒนา&nbsp;รวมถึงการทบทวนความก้าวหน้าในการดำเนินงานด้านสิทธิสตรี&nbsp;ภายในงานได้จัดการแสดง&nbsp;""ผ้าไทยใส่ให้สนุก""&nbsp;กิจกรรมการเดินแบบแฟชั่นโชว์ผ้าไทย&nbsp;การจัดนิทรรศการ""เสริมพลังสตรีและเด็กสู่ความเสมอภาคร่วมตัดสินใจไร้ความรุนแรง""&nbsp;การแสดงผลงานสตรีดีเด่นด้านการพัฒนาชุมชน&nbsp;กิจกรรมการการแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าและการแปรรูปผ้าที่ได้รับการพัฒนา&nbsp;กิจกรรมสาธิตอาชีพ&nbsp;การออกร้าน&nbsp;OTOP&nbsp;โดยกลุ่มสตรีและวิสาหกิจชุมชนทั้ง&nbsp;9&nbsp;อำเภอของจังหวัดอุตรดิตถ์</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคเหนือ	อุตรดิตถ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308114230449
1166	จ.หนองคาย เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ	<p><strong>เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในจังหวัดหนองคาย&nbsp;</strong>โดยเฉพาะเส้นทางคมนาคม&nbsp;เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ&nbsp;รองรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษหนองคาย&nbsp;และรองรับการขนส่งสินค้าจากรถไฟฟ้าลาว-จีน</p><p><strong>นายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันโครงการสร้างพื้นฐาน&nbsp;โดยเฉพาะเส้นทางคมนาคมในจังหวัดหนองคาย&nbsp;ก่อนอื่นต้องขอบคุณทางรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมที่ได้ให้ความสำคัญ&nbsp;ซึ่งโครงสร้างพื้นที่เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของจังหวัดหนองคาย&nbsp;รองรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษหนองคาย&nbsp;และรองรับรถไฟฟ้าลาว-จีน&nbsp;ขณะนี้เส้นทางคมนาคม&nbsp;คือถนนมิตรภาพหนองคาย-อุดรฯ&nbsp;เป็นถนน&nbsp;6&nbsp;ช่องทางจราจร&nbsp;ไม่มีปัญหา&nbsp;คาดจะสามารถรองรับการเจริญเติบโตได้อีกระยะหนึ่ง&nbsp;อีกเส้นทางหนึ่งคือหนองคายไปบึงกาฬ&nbsp;ได้รับการพัฒนาเป็นถนน&nbsp;4&nbsp;ช่องทางจราจรตลอดทั้งเส้นแล้ว&nbsp;ส่วนเส้นทางไปจังหวัดเลยนั้น&nbsp;ขณะนี้ได้มีการพัฒนาเป็นถนน&nbsp;4&nbsp;ช่องทางจราจรจากอำเภอเมืองหนองคายไปถึงอำเภอศรีเชียงใหม่&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;แล้ว&nbsp;ต่อจากนั้นไปยังเป็นถนน&nbsp;2&nbsp;ช่องทางจราจรอยู่</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;กล่าวต่อไปว่า</strong>&nbsp;สำหรับเส้นทางในเขตอำเภอเมืองนั้น&nbsp;จากเดิมที่มีถนนเลี่ยงเมืองไปยังถนนไปอำเภอโพนพิสัย&nbsp;ของแขวงทางหลวงชนบท&nbsp;แต่ปัจจุบันแขวงทางหลวงหนองคาย&nbsp;ได้เข้ามาพัฒนาเพื่อรองรับให้เป็นระบบ&nbsp;คือถนนจากด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&nbsp;ไปเชื่อมต่อกับถนนมิตรภาพหนองคาย-อุดรฯ&nbsp;ได้รับการพัฒนาปรับปรุงจากเดิม&nbsp;4&nbsp;ช่องทางจราจร&nbsp;เป็น&nbsp;6&nbsp;ช่องทางจราจร&nbsp;และมีการตัดเส้นทางใหม่จากถนนมิตรภาพหนองคาย-อุดรฯ&nbsp;ไปเชื่อมกับถนนหนองคาย-โพนพิสัย&nbsp;เป็นถนน&nbsp;6&nbsp;ช่องทางจราจร&nbsp;ถือเป็นถนนวงแหวนรอบนอก&nbsp;จุดที่มีการเชื่อมต่อกันก็จะเป็นทางยกระดับ&nbsp;คาดว่าการก่อสร้างทั้งหมดนี้จะแล้วเสร็จภายในปี&nbsp;2566&nbsp;ขณะนี้กำลังเร่งทำการก่อสร้างอยู่&nbsp;บางช่วงก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ&nbsp;30%&nbsp;บางช่วงก็ก่อสร้างได้ประมาณ&nbsp;50%&nbsp;นอกจากนี้เส้นทางของแขวงทางหลวงชนบท&nbsp;ก็ยังจะมีการพัฒนาอีกเส้นทางหนึ่งคือ&nbsp;จากถนนมิตรภาพหนองคาย-อุดรฯ&nbsp;ตัดเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟนาทา&nbsp;ขณะนี้ได้ออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินแล้ว&nbsp;อีกทั้งยังได้มีแผนที่จะตัดเส้นทางคู่ขนานจากถนนมิตรภาพหนองคาย-อุดรฯ&nbsp;เข้ามาตัวเมืองหนองคายอีกเส้นทางหนึ่ง&nbsp;ให้เป็นเหมือนวงแหวนสายตะวันตกที่จะรอบรับการขยายตัวของเมืองและรองรับรถไฟฟ้าลาว-จีน&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผนการศึกษา&nbsp;ซึ่งโครงการนี้ทางแขวงทางหลวงชนบทเป็นผู้รับผิดชอบ</p><p><strong>หากดำเนินการเส้นทางต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;แล้วเสร็จแล้ว&nbsp;</strong>จะส่งผลดีกับจังหวัดหนองคาย&nbsp;อย่างไรบ้างนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;หากดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;ก็จะทำให้สามารถรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการขนส่งสินค้าจากไทยไป&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;จนถึงจีน&nbsp;และจากจีนกลับมาถึงไทย&nbsp;ซึ่งเส้นทางที่มีอยู่ในปัจจุบันในอนาคตไม่สามารถรองรับการขยายตัวและการขนส่งสินค้าได้เพียงพอ&nbsp;หากเส้นทางดังกล่าวข้างต้นดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;ก็จะทำให้ระบบการคมนาคม&nbsp;การขนส่งไม่ติดขัดและมีความคล่องตัว&nbsp;รวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านเส้นทางคมนาคม&nbsp;ก็จะได้รับผลดีไปพร้อม&nbsp;ๆ&nbsp;กันด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองคาย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308115434453
1167	เจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองระยอง เพื่อหาผู้กระทำความผิดกรณีปล่อยคราบน้ำมันรั่วไหลลงทะเลมีลักษณะเป็นฟิล์มบางๆ บริเวณหาดแหลมเจริญ อ.เมืองระยอง ขณะที่ บ.SPRC ยืนยันว่าคราบน้ำมันที่พบไม่ใช่น้ำมันดิบที่รั่วไหลมาจากทุ่นลอยขนถ่ายน้ำมันของบริษัทฯ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้นางสาวอรพิน&nbsp;ท่วงที&nbsp;นักวิชาการขนส่งปฏิบัติการ&nbsp;ไปลงบันทึกประจำวันแจ้งความกับพ.ต.ท.ภูมิสิทธิ์&nbsp;ยันตระพันธ์สว.(สอบสวน)&nbsp;สภ.เมืองระยอง&nbsp;ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อผู้ที่กระทำความผิดทำให้เกิดมลพิษทางน้ำ&nbsp;เนื่องจากพบคราบน้ำมันลักษณะเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ&nbsp;มีกลิ่นเหม็นคล้ายน้ำมัน&nbsp;ที่บริเวณชายฝั่งแหลมเจริญ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;7&nbsp;มี.ค.ที่ผ่านมา&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;119&nbsp;ทวิ&nbsp;แห่ง&nbsp;พ.ร.บ.การเดินเรือน่านน้ำไทย&nbsp;พ.ศ.2456</p><p><strong>ขณะที่บริษัทสตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;</strong>หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;ได้ออกแถลงการณ์ว่าคราบน้ำมันที่พบเป็นฟิล์มน้ำมัน&nbsp;ขนาด&nbsp;0.09&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;บริเวณหน้าหาดแหลมเจริญ&nbsp;ตรงข้ามกับร้านอาหารครัวลุงระนั้น&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ขอยืนยันว่า&nbsp;ฟิล์มน้ำมันที่พบบริเวณหาดแหลมเจริญไม่ใช่ลักษณะของน้ำมันดิบ&nbsp;และไม่พบว่ามีการรั่วไหลของน้ำมันดิบออกจากบริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&nbsp;(SPM)&nbsp;ในระหว่างปฎิบัติการ</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ทันทีที่ทราบเหตุ&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ได้นำเรือลากทุ่นดูดซับน้ำมัน</strong>&nbsp;(absorbent&nbsp;boom)&nbsp;เพื่อดูดซับฟิล์มน้ำมัน&nbsp;และใช้เรือตีกวนฟิล์มน้ำมันเพื่อให้แตกตัว&nbsp;และเมื่อเวลา&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;ของวานนี้จากโดรนถ่ายภาพทางอากาศที่บินสำรวจเหนือบริเวณร้านอาหารครัวลุงระ&nbsp;ไม่พบฟิล์มน้ำมันเพิ่มเติม&nbsp;และสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เรียบร้อยแล้ว</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ได้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลที่ปนเปื้อนฟิล์มน้ำมัน</strong>เพื่อนำไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์&nbsp;ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าฟิล์มน้ำมันที่พบเป็นน้ำมันชนิดใด&nbsp;และมีสาเหตุมาจากอะไร.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308134429500
1168	จร้อยเอ็ด คณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา และสำนักงาน ก.พ.ร. ร่วมผลักดันการขับเคลื่อนจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง	<p><strong>พลเอกอกนิษฐ์&nbsp;หมื่นสวัสดิ์&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการบริหารราชการ</strong>แผ่นดินวุฒิสภา&nbsp;นำคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;และสำนักงาน&nbsp;ก.พ.ร.&nbsp;จัดสัมมนาเรื่อง&nbsp;การขับเคลื่อนจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง&nbsp;(High&nbsp;Performance&nbsp;Province)&nbsp;โดยมี&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;มหาสารคาม&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;ยโสธร&nbsp;และศรีสะเกษ&nbsp;,นายชูศักดิ์&nbsp;ราชบุรี&nbsp;ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุม&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมพระมหาเจดีย์&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด</p><p><strong>โดย&nbsp;สัมมนาการขับเคลื่อนจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง</strong>&nbsp;โดยคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;และสำนักงาน&nbsp;ก.พ.ร.&nbsp;เพื่อผลักดันให้มีจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง&nbsp;สามารถบูรณาการงาน&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ&nbsp;ที่เกิดขึ้นให้กับประชาชนร่วมกัน&nbsp;ถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนได้อย่างทั่วถึง&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;และลดขั้นตอนในการบริการ&nbsp;ซึ่งกรอบแนวทางการขับเคลื่อน&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;มีจำนวน&nbsp;4&nbsp;มิติ&nbsp;รวมถึงรูปแบบการพัฒนาจะเป็นการนำระบบดิจิทัลมาใช้ในการทำงาน&nbsp;การพัฒนานวัตกรรมของรัฐ&nbsp;การพัฒนาไปสู่ราชการระบบเปิดและการพัฒนาสู่การบริการภาครัฐที่เป็นเลิศ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จะมีการจัดสัมมนาขึ้น&nbsp;7&nbsp;ครั้ง</strong>&nbsp;ตามภูมิภาคต่างๆ&nbsp;ซึ่งครั้งนี้เป็นการสัมมนาในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉีนงเหนือ&nbsp;โดยได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้บรรลุเป้าหมาย&nbsp;สาระสำคัญและการขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน&nbsp;อีกทั้งการติดตามความคืบหน้า&nbsp;ในประเด็นการนำระบบดิจิทัลมาใช้ปรับกระบวนงานภาครัฐและการให้บริการประชาชน&nbsp;ตลอดจนรับฟังความคิดเห็น&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;ประเด็นปัญหาข้อขัดข้อง&nbsp;ของการบริหารราชการแผ่นดินที่ต้องการลดเงื่อนไขนำไปสู่ข้อเสนอการบริหารราชการในภาพรวม&nbsp;และหลังจากนี้จะนำข้อมูลจากทุกกลุ่มภาคจังหวัดนำมาพัฒนาให้เห็นเป็นรูปธรรมต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308121609467
1169	ผู้ว่าฯ สตูล เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ ครั้งที่ 2 การศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียด โครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (จ.สตูล)	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;โต๊ะพญาวัง</strong>&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;การศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียด&nbsp;โครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;(จ.สตูล)&nbsp;โดยมีจ่าสิบตรีอรรถกร&nbsp;กาญจโน&nbsp;นายช่างโยธาอาวุโส&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสตูล&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา&nbsp;และมีผู้นำชุมชน&nbsp;ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย&nbsp;และภาคประชาชนในเขตพื้นที่ชุมชน&nbsp;เข้าร่วมประชุมผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;Meeting&nbsp;จากห้องประชุมบุหงา&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล&nbsp;ด้วย&nbsp;</p><p><strong>จ่าสิบตรีอรรถกร&nbsp;กาญจโน&nbsp;นายช่างโยธาอาวุโส</strong>&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสตูล&nbsp;รายงานผลการดำเนินงานโครงการที่ผ่านมา&nbsp;กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาได้ดำเนินการคัดเลือกพื้นที่เป้าหมายในการพัฒนาจังหวัดสตูล&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.&nbsp;ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสตูล&nbsp;&nbsp;เทศบาลตำบลคลองขุด&nbsp;-&nbsp;ตำบลควนขัน&nbsp;และ&nbsp;2.ชุมชนในเขตตำบลตำมะลัง&nbsp;มีโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแผนงานทั้งสิ้น&nbsp;16&nbsp;โครงการ&nbsp;งบประมาณรวม&nbsp;1,098.75&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยได้คัดเลือกเป็นโครงการในระยะเร่งด่วน&nbsp;และระยะกลาง&nbsp;เพื่อออกแบบรายละเอียดก่อสร้าง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;โครงการ&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ถนน&nbsp;ทางเดินเท้า&nbsp;พร้อมระบบระบายน้ำเทศบาลเมืองสตูล&nbsp;2.โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำริมคลองตายาย&nbsp;ตำบลคลองขุด&nbsp;3.โครงการก่อสร้างลานจุดชมวิวนกอินทรีย์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลตำมะลัง&nbsp;มูลค่าก่อสร้างรวม&nbsp;266.28&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งในวันนี้เป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งที่&nbsp;2&nbsp;</strong>ในพื้นที่จังหวัดสตูล&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และนำเสนอสรุปผลการออกแบบรายละเอียดโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและร่างการออกแบบรายละเอียดงานโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ส่วนที่เหลือที่จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาในระยะเร่งด่วนและระยะกลาง&nbsp;และนำเสนอแผนงานก่อสร้าง&nbsp;พร้อมเปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่างๆ&nbsp;ได้เสนอข้อคิดเห็น&nbsp;และข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อโครงการจากที่ประชุม&nbsp;เพื่อนำไปประกอบการออกแบบโครงการพัฒนาชุมชนรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจเมือง&nbsp;และการท่องเที่ยวภาคใต้ฝั่งอันดามันในอนาคต&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดสตูล&nbsp;ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องตามศักยภาพของพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308132711492
1170	จังหวัดสตูล เตรียมเปิดตลาดย้อนยุค หลาดสวนไผ่ ผัง7 อำเภอมะนัง	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องรับรองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;</strong>ศาลากลางจังหวัดสตูล&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;ร่วมประชุมหารือกับนายสุรัตน์&nbsp;จรณโยธิน&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมพระครูโสภณปัญญาสาร&nbsp;เจ้าคณะอำเภอมะนัง&nbsp;/&nbsp;เจ้าอาวาสวัดนิคมพัฒนาราม&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในเรื่องการจัดโครงการตลาดย้อนยุค&nbsp;หลาดสวนไผ่&nbsp;ผัง7&nbsp;อำเภอมะนัง&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;โดยแบ่งพื้นที่ของตลาดเป็น&nbsp;7&nbsp;โซน&nbsp;ดังนี้&nbsp;โซนท่องเที่ยวโดยชุมชน&nbsp;,&nbsp;โซน&nbsp;OTOP&nbsp;,&nbsp;โซนกิจกรรม&nbsp;,&nbsp;โซนผลผลิตของนักเรียน&nbsp;โซนอาหารพื้นถิ่น&nbsp;โซนสินค้าเกษตร&nbsp;และโซนการแสดงศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่น</p><p><strong>สำหรับการจัดโครงการในครั้งนี้เนื่องจากสถานการณ์</strong>การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ทำให้เกิดผลกระทบเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ&nbsp;สินค้าราคาแพง&nbsp;ผู้คนมีปัญหาเรื่องปากท้อง&nbsp;จึงได้มีการประสานภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;ภาคประชาสังคมและภาคสื่อมวลชน&nbsp;ในการบูรณาการร่วมด้วยช่วยกันในการจัดทำตลาดแบบย้อนยุค&nbsp;ทั้งในเรื่องการตกแต่งสถานที่&nbsp;รูปแบบสินค้าย้อนยุค&nbsp;ภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์เป็นแบบย้อนยุค&nbsp;ใช้วัสดุจากธรรมชาติ&nbsp;ส่งเสริมการแต่งกายย้อนยุค&nbsp;รวมทั้งมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาจับจ่ายใช้สอยตลาดแห่งนี้&nbsp;เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้ในชุมชน&nbsp;รวมทั้งผู้ที่มาร่วมกิจกรรมได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับแนวคิดตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของทางวัดนิคมพัฒนาราม&nbsp;(วัดผัง&nbsp;7)&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308132853494
1171	อ.เมืองชัยภูมิ คลัสเตอร์ยังไม่สงบ พบอีก 67 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายแพทย์วชิระ&nbsp;บถพิบูลย์</strong>&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;พบผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;รายใหม่จำนวน&nbsp;169&nbsp;ราย&nbsp;เป็นการติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;142&nbsp;ราย&nbsp;และพบผู้ที่เดินทางกลับจากต่างจังหวัดอีก&nbsp;27&nbsp;ราย&nbsp;โดยพบที่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;67&nbsp;ราย,&nbsp;อ.หนองบัวแดง&nbsp;20&nbsp;ราย,&nbsp;อ.คอนสาร&nbsp;15&nbsp;ราย,&nbsp;อ.ภูเขียว&nbsp;14&nbsp;ราย,&nbsp;อ.เทพสถิต&nbsp;14&nbsp;ราย,&nbsp;อ.คอนสวรรค์&nbsp;10&nbsp;ราย,&nbsp;อ.แก้งคร้อ&nbsp;10&nbsp;ราย,&nbsp;อ.บ้านแท่น&nbsp;7&nbsp;ราย,&nbsp;อ.บำเหน็จณรงค์&nbsp;4&nbsp;ราย,&nbsp;อ.บ้านเขว้า&nbsp;3&nbsp;ราย,&nbsp;อ.เนินสง่า&nbsp;2&nbsp;ราย,&nbsp;อ.หนองบัวระเหว&nbsp;1&nbsp;ราย,&nbsp;อ.ซับใหญ่&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;อ.จัตุรัส&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p><strong>สรุปยอดรวมผู้ป่วยสะสมของจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;</strong>อยู่ที่&nbsp;21,206&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษาตัว&nbsp;1,884ราย&nbsp;และเสียชีวิตรวม&nbsp;149&nbsp;ราย</p><p><strong>ขณะข้อมูลการรักษาตัวของผู้ติดเชื้อโควิดในขณะนี้</strong>&nbsp;พบว่าร้อยละ&nbsp;89.7&nbsp;เป็นผู้ป่วยสีเขียว&nbsp;คือ&nbsp;มีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการเลย&nbsp;ขณะที่ร้อยละ&nbsp;9.9&nbsp;เป็นผู้ป่วยที่มีอาการปานกลาง&nbsp;มีเพียงร้อยละ&nbsp;0.4&nbsp;เท่านั้นที่เป็นผู้ป่วยสีแดง&nbsp;เหลือเตียงว่าง&nbsp;1,852&nbsp;เตียง&nbsp;หรือคิดเป็น&nbsp;39.28&nbsp;%&nbsp;ของเตียงทั้งหมด</p><p><strong>ส่วนผลการเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19</strong>&nbsp;ในจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ณ&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;มีผู้เข้ารับบริการวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;662,697&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;69.07&nbsp;%&nbsp;และมีผู้เข้ารับบริการวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;604,506&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;63.01&nbsp;%&nbsp;และ&nbsp;มีผู้เข้ารับบริการวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;แล้ว&nbsp;139,330&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;14.52&nbsp;%&nbsp;และมีผู้เข้ารับบริการวัคซีนเข็มที่&nbsp;4&nbsp;แล้ว&nbsp;9,608&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;1.00&nbsp;%</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308121304464
1172	จังหวัดแพร่จัดกิจกรรม Young Smart Farmer Phrae Showcase 2022 สร้างโอกาสให้เกษตรกรเกิดการพัฒนาต่อยอดในอาชีพ	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า</strong>&nbsp;วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ลานกิจกรรมหน้าโรงยิมชมรมแบดมินตัน&nbsp;สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;Phrae&nbsp;Showcase&nbsp;2022&nbsp;ซึ่งทางสำนักงานเกษตรจังหวัดแพร่ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่,&nbsp;เครือข่าย&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;8&nbsp;&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อสร้างโอกาสให้เกษตรกรและภาคส่วนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เกิดการร่วมมือกันในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์&nbsp;ทำให้เกษตรกรรุ่นใหม่ในพื้นที่&nbsp;สามารถนำความรู้ที่ไปประยุกต์ใช้ในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;และนำไปพัฒนาต่อยอดสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตร&nbsp;เป็นการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรและบุคคลทั่วไป&nbsp;มีช่องทางเรียนรู้ด้านการเกษตรอีกทางหนึ่ง&nbsp;พร้อมกันนี้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้จัดนิทรรศการและออกหน่วยให้บริการ&nbsp;เกษตรพบประชาชน&nbsp;แก่เกษตรกรและบุคคลทั่วไปได้มาใช้บริการภายในงานอีกด้วย</p><p><strong>นายฤชภูมิ&nbsp;ถิ่นฐาน&nbsp;ประธานศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัดแพร่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานด้านการเกษตรจากเกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัดแพร่&nbsp;รวมทั้งเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร&nbsp;และกิจกรรมที่น่าสนใจ&nbsp;เช่น&nbsp;การจัดแสดงผลงานทางการเกษตรทุกสาขา&nbsp;ของศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัดแพร่และเครือข่าย&nbsp;กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;6&nbsp;ฐานเรียนรู้&nbsp;ได้แก่&nbsp;ฐานเรียนรู้ศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ฐานเรียนธุรกิจเกษตร&nbsp;ฐานเรียนการปศุสัตว์แนวใหม่&nbsp;ฐานเรียนรู้การเกษตรยั่งยืน&nbsp;ฐานเรียนรู้การออกแบบและการจัดการแปลงเกษตร&nbsp;และฐานเรียนรู้การจัดการดิน&nbsp;น้ำ&nbsp;อาหาร&nbsp;ซึ่งได้บูรณาการการจัดแสดงผลงานจาก&nbsp;16&nbsp;ฟาร์มทั่วจังหวัดแพร่/กิจกรรมจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรและสินค้าแปรรูป/การประกวดลาบเมืองแพร่/การประกวดส้มตำลีลา/การเสวนาทางการเกษตร/กิจกรรม&nbsp;Walk&nbsp;Rally&nbsp;แลกของรางวัลสุดพิเศษ/การแสดงดนตรีในสวน&nbsp;คนเมืองแพร่&nbsp;และกิจกรรมอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;อีกมากมาย</p><p><strong>นายประภาส&nbsp;สานอูป&nbsp;เกษตรจังหวัดแพร่&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดแพร่ได้ดำเนินตามนโยบายรัฐบาลในเรื่องการดูแลลูกหลานของเกษตรกร&nbsp;และให้ความสำคัญกับการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่อย่างเต็มรูปแบบ&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2557&nbsp;โดยดำเนินการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;และยกระดับการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;เน้นกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;และการสร้างเครือข่าย&nbsp;โดยให้เกษตรกรเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้&nbsp;มีเป้าหมายหลักในการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;ให้มีความสามารถด้านการเกษตร&nbsp;สร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่หันมาประกอบอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการตลาด&nbsp;จนเป็นเกษตรกรมืออาชีพ&nbsp;เป็นผู้นำทางการเกษตรในท้องถิ่น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308120052456
1173	จ.นครพนม จัดกิจกรรมวันสตรีสากล 2565 และวันครบรอบ 48 ปี กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต	<p><strong>วันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองนครพนม</strong>&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;รวมพลังสตรีนครพนมร่วมใจใส่ผ้าไทยให้สนุก&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;และมหกรรมการออมลดความเลื่อมล้ำของประชาชน&nbsp;เนื่องในวันครบรอบ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;วันคล้ายวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตจังหวัดนครพนม&nbsp;ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนมและภาคีเครือข่ายจัดขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนบทบาทของผู้หญิงในสังคม&nbsp;รวมทั้งระลึกถึงความเป็นมาแห่งการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความเสมอภาค&nbsp;ยุติธรรม&nbsp;สันติภาพ&nbsp;และเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รู้จักและเห็นความสำคัญของวันสตรีสากล&nbsp;ที่ตรงกับวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;ตามที่องค์กรทำงานด้านผู้หญิงหลายประเทศทั่วโลกได้กำหนดไว้&nbsp;ทั้งเป็นการส่งเสริมการออมภาคประชาชน&nbsp;ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;ส่งเสริมวินัยทางการเงินของสมาชิกในครัวเรือน&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ชุมชน&nbsp;แล้วนำเงินที่ได้มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนา&nbsp;สร้างการพึ่งพาตนเองของคนชุมชน&nbsp;นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>โดยในปีนี้&nbsp;มีกิจกรรมมีกิจกรรมที่หลากหลาย</strong>&nbsp;ทั้งการจัดนิทรรศถ่ายทอดความรู้ด้านการออม&nbsp;การจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน&nbsp;สินค้าจากสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;กลุ่มอาชีพที่กู้ยืมเงินทุนหมุนเวียนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีไปประกอบอาชีพ&nbsp;การเสวนาและการบรรยายถ่ายทอดความรู้ในหัวข้อ&nbsp;สตรียุคใหม่&nbsp;พร้อมใจทำงานด้วยจิตอาสา&nbsp;สู่สังคมไทยเข้มแข็ง&nbsp;การชมวีดิทัศน์ประชาสัมพันธ์โครงการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;การแสดงจากสตรีทั้ง&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;การมอบใบประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติให้แก่สตรีดีเด่น&nbsp;เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนผู้สนับสนุนการขับเคลื่อนกิจกรรมสตรีดีเด่น&nbsp;และกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตจาก&nbsp;12&nbsp;อำเภอนอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการเดินแบบผ้าไทยใส่ให้สนุก&nbsp;ซึ่งเป็นการนำเสนอผ้าไทย&nbsp;ผ้าพื้นเมือง&nbsp;ผ้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น&nbsp;และผ้าเอกลักษณ์ของจังหวัดนครพนม&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักแก่สายตาผู้ที่มาร่วมงาน&nbsp;ด้วยการนำมาออกแบบและตัดเย็บให้สามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาส&nbsp;ทุกเพศ&nbsp;ทุกวัย&nbsp;มีรูปแบบที่ทันสมัยแต่ยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์และลวดลายที่โดดเด่นเฉพาะตัวของชาวนครพนม&nbsp;ซึ่งผ้าที่นำมาทำ&nbsp;มีทั้งผ้าไหม&nbsp;ผ้ามุก&nbsp;ผ้าหมักโคลน&nbsp;ผ้าฝ้ายย้อมคราม&nbsp;ผ้าฝ้ายย้อมไม้มงคล&nbsp;และผ้าทอชุดประจำชนเผ่า&nbsp;รวมถึงได้มีการน้อมนำเอาแบบผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;และแบบลายผ้าขิดพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ที่ได้ทรงอุทิศพระองค์มุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ในการอนุรักษ์&nbsp;พื้นฟู&nbsp;ศิลปวัฒนธรรม&nbsp;ภูมิปัญญาหัตถกรรมไทย&nbsp;ให้ดำรงอยู่ยั่งยืนตลอดไป&nbsp;และทรงพระราชทานแบบให้แก่ช่างทอผ้าทุกกลุ่ม&nbsp;ทุกเทคนิค&nbsp;มาถอดแบบและทอผ้า&nbsp;พร้อมกับตัดเย็บเป็นชุดมาเดินแบบในงานวันนี้ด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308121940469
1174	จังหวัดสมุทรสาคร จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในเรือประมง (เรือประมงสีขาว)	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่องค์การสะพานปลาจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;</strong>สมาคมประมงจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ&nbsp;(MOU)&nbsp;ความร่วมมือการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในเรือประมง&nbsp;(เรือประมงสีขาว)&nbsp;โดยมีนายณรงค์&nbsp;รักร้อย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เป็นประธานในพิธี&nbsp;มีนายเดชา&nbsp;พฤกษ์พัฒนรักษ์&nbsp;รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน,&nbsp;นายมานพ&nbsp;หนูสอน&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมประมง,&nbsp;นายพิชัย&nbsp;แช่ซิ้ม&nbsp;ผู้แทนสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย,&nbsp;ปลัดจังหวดสมุทรสาคร,&nbsp;สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร,&nbsp;ผอ.โรงพยาบาลสมุทรสาคร,&nbsp;นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร,&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และตัวแทนผู้ประกอบการภาคประมง&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมพิธี</p><p><strong>นายณรงค์&nbsp;รักร้อย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เนื่องด้วยสถานการณ์ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญของชาติที่บ่อนทำลายความสงบสุขของคนในสังคมและพบว่าผู้เสพส่วนใหญ่มีอายุอยู่ระหว่าง&nbsp;15&nbsp;-&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งอยู่ในวัยกำลังแรงงานจึงส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและระบบเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;รัฐบาลจึงให้ความสำคัญ&nbsp;ต่อการหยุดยั้งการแพร่ระบาดของปัญหายาเสพติดโดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบควบคุมสถานบริการ&nbsp;โรงงานและสถานประกอบกิจการ&nbsp;มิให้มีการซุกซ่อนจำหน่ายสารเสพติดอย่างเด็ดขาด&nbsp;รวมทั้งให้มีการนำผู้เสพยาเสพติดเข้ารับการบำบัดโดยทันที&nbsp;และติดตามดูแลช่วยเหลือให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตได้ตามปกติ</p><p><strong>นายณรงค์&nbsp;รักร้อย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ&nbsp;(MOU)&nbsp;ความร่วมมือการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในเรือประมง&nbsp;(โครงการเรือประมงสีขาว)&nbsp;ในวันนี้สะท้อนให้เป็นถึงความใส่ใจในการแก้ปัญหายาเสพติดในจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ทั้งในส่วนของภาคราชการและภาคเอกชนที่จะมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหา&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือแรงงานในเรือประมงทะเล&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานผู้ใช้แรงกายในการทำงานย่อมตกเป็นกลุ่มเสี่ยงในการเข้าถึงของยาเสพติดได้ง่าย&nbsp;สมาคมการประมงสมุทรสาคร&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการประมงเล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าวจึงได้หารือหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องและก่อให้เกิดโครงการเรือประมงสีขาวขึ้นมาความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนจะช่วยให้จังหวัดสมุทรสาครของเรามีภูมิคุ้มกันด้านยาเสพติด&nbsp;เป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงานบนเรือประมงให้สามารถทำงนได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;และมีความปลอดภัยในการทำงาน&nbsp;อันจะส่งผลดีในภาพรวมของเศรษฐกิจของประเทศต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	สมุทรสาคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308122244472
1175	การสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนงานแผนปฏิบัติการและแผนการสื่อสารประชาสัมพันธ์ การขับเคลื่อนโครงการเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศจังหวัดนครศรีธรรมราช ปี 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องอัมพาพันธ์&nbsp;โรงแรมปุระนคร&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;</strong>นายวัชรินทร์&nbsp;ไซยานุงพงศ์&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนงาน&nbsp;แผนปฏิบัติการและแผนการสื่อสาร/ประชาสัมพันธ์การขับเคลื่อน&nbsp;โครงการเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;จังหวัคนครศรีธรรมราช&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;พาณิชย์จังหวัด&nbsp;ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;และภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสัมมนาภายใต้การปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด</p><p><strong>&nbsp;โดยการสัมมนาเชิงปฏิบัติการครั้งนี้</strong>&nbsp;เป็นกิจกรรมหนึ่งภายใต้โครงการเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;ที่เป็นภารกิจของหน่วยงาน&nbsp;และองค์กรภาคีเครือข่าย&nbsp;ซึ่งมีเป้าหมายการพัฒนาใน&nbsp;5&nbsp;ระดับ&nbsp;มี&nbsp;5&nbsp;มิติ&nbsp;40&nbsp;ตัวชี้วัด&nbsp;เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน&nbsp;โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากกรมโรงงาน&nbsp;กระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;มาร่วมสร้างองค์ความรู้&nbsp;ใช้ระยะเวลาดำเนินการรวม&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;ทั้งในส่วนของการนำเสนอนโยบายและแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยั่งยืน&nbsp;การนำเสนอข้อกำหนดมาตรฐานเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;การนำเสนอการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในบริบทของประเทศและการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;พื้นที่ตำบลที่วัง&nbsp;อำเภอทุ่งสง&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;รวมทั้งการเสวนาเมืองน่าอยู่คู่อุตสาหกรรมในอนาคตที่อยากเห็นของพื้นที่ตำบลที่วัง&nbsp;เพื่อนำไปสู่ต้นแบบการอยู่ร่วมกันระหว่างชุมชนและอุตสาหกรรม&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308121515466
1176	สุดๆ อุบลฯ ยอดติดเชื้อโควิด วันนี้( 8มี.ค.65) กว่า พันราย	<p><strong>ศูนย์&nbsp;EOC&nbsp;COVID-19&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;วันที่&nbsp;8&nbsp;มี.ค.65&nbsp;จ.อุบลฯ&nbsp;มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม&nbsp;1,135&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อในพื้นที่&nbsp;1,063&nbsp;ราย&nbsp;จากต่างจังหวัด&nbsp;72&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้รักษาหายเพิ่ม&nbsp;735&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;อีก&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นชายอายุ&nbsp;89&nbsp;ราย&nbsp;อยู่&nbsp;ต.แสนสุข&nbsp;อ.วารินชำราบ&nbsp;ทำให้ขณะนี้&nbsp;จ.อุบลฯ&nbsp;มียอดติดเชื้อสะสม&nbsp;กว่า&nbsp;25,000&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตรวม&nbsp;47&nbsp;ราย&nbsp;ยอดรักษาหาย&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;กว่า&nbsp;17,000&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;กว่า&nbsp;7,000&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ศูนย์&nbsp;EOC&nbsp;COVID-19&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;ยังได้ขอความร่วมมือประชาชนเร่งฉีกวัคซีนโควิด-19&nbsp;อย่างเร่งด่วน&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;กลุ่ม&nbsp;607&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ&nbsp;ลดป่วยรุนแรง&nbsp;ลดการเสียชีวิต&nbsp;โดยให้หน่วยงานสังกัดกระทรวงมหาดไทยสำรวจประชากรทุกพื้นที่ซึ่งยังไม่ได้รับวัคซีนในกลุ่ม&nbsp;607&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308122035471
1177	เทศบาลตำบลทับมา เปิดโครงการสตรีทับมาผู้นำการพัฒนาครอบครัวให้ห่างไกลภัยสังคม เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2565	<p><strong>ที่โรงเรียนอนุบาลทับมา&nbsp;ต.ทับมา&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;</strong>นายประเสริฐ&nbsp;วงษ์ศรี&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลทับมา&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการสตรีทับมาผู้นำการพัฒนาครอบครัวให้ห่างไกลภัยสังคม&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;มีนางสาวปรานี&nbsp;จิตติรบำรุง&nbsp;ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบลทับมา&nbsp;นำคณะกรรมการพัฒนาสตรีหมู่บ้าน&nbsp;และตำบลทั้ง&nbsp;8&nbsp;หมู่บ้านของตำบลทับมา&nbsp;จำนวน&nbsp;80&nbsp;คน&nbsp;เข้าร่วมโครงการ&nbsp;</p><p><strong>ภายในงานมีกิจกรรมการบรรยายให้ความรู้เรื่องการเฝ้าระวัง</strong>และการพัฒนาครอบครัวให้ห่างไกลภัยสังคม&nbsp;การเสวนาการพัฒนาสตรีสู่บทบาทผู้นำการพัฒนาครอบครัวให้ห่างไกลภัยสังคม&nbsp;และการลงนาม&nbsp;MOU&nbsp;ขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการสตรีทับมาผู้นำการพัฒนาครอบครัวให้ห่างไกลภัยสังคม&nbsp;ทั้งนี้โครงการดังกล่าว&nbsp;จัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมให้สตรีได้รับความรู้ด้านการเฝ้าระวังและการพัฒนาครอบครัวให้ห่างไกลภัยสังคม&nbsp;และส่งเสริมการพัฒนาสตรีให้เป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการสร้างความเข้มแข็งและตระหนักถึงความสำคัญภัยสังคม&nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการสร้างความรัก&nbsp;ความอบอุ่นในครอบครัว&nbsp;สนับสนุนความสามัคคีและความเข้มแข็งของชุมชนอีกด้วย</p><p><strong>นายประเสริฐ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าภัยสังคมต่างๆ</strong>&nbsp;เป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรา&nbsp;ครอบครัวอยู่ตลอดเวลา&nbsp;ยิ่งปัจจุบันเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้าก็นำมาซึ่งภัยต่างๆ&nbsp;โดยเฉพาะลูกหลาน&nbsp;หรือแม้กระทั่งผู้สูงอายุรู้ไม่ทันภัยที่แอบแฝงมา&nbsp;การติดเกมส์&nbsp;การเล่นการพนัน&nbsp;หรือการถูกล่อลวง&nbsp;ทำให้การดูแลเฝ้าระวังปัญหาภัยสังคม&nbsp;จึงจำเป็นสิ่งที่ดีและจำเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;สำหรับสมาชิกในครอบครัวยุคสมัยนี้&nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับเด็ก&nbsp;เยาวชนและคนในสังคม&nbsp;ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308134528501
1178	รายใหม่โควิดยะลา 129 ราย   จำนวนผู้ติดเชื้อลด คงหลักร้อย	<p><strong>สถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;ที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;ในวันที่&nbsp;8&nbsp;มี.ค&nbsp;65&nbsp;</strong>&nbsp;พบจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง&nbsp;96ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายใหม่&nbsp;อยู่ที่&nbsp;129&nbsp;ราย&nbsp;จากเมื่อวานนี้&nbsp;7&nbsp;มี.ค&nbsp;65&nbsp;ซึ่งมีผู้ติดเชื้อ&nbsp;225&nbsp;ราย&nbsp;ป่วยสะสม&nbsp;&nbsp;4,279&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;8,226&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;5,996&nbsp;ราย&nbsp;ไม่&nbsp;มีผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;สะสมสมเสียชีวิต&nbsp;คงที่&nbsp;19&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ติดเชื้อที่เข้าข่าย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ลดลงเหลือ&nbsp;687&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;สะสมรวม&nbsp;13,349&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับรายใหม่&nbsp;129&nbsp;ราย&nbsp;พบใน&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;&nbsp;60&nbsp;&nbsp;ราย</strong>&nbsp;&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;31&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;8&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.รามัน&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;1&nbsp;&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;ส่วน&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;ที่ไม่มีรายใหม่เพิ่ม&nbsp;&nbsp;&nbsp;คือ&nbsp;กาบัง&nbsp;และเบตง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308133016495
1179	องค์กรสตรีจังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมพลังปันสุขประชาชนกลุ่มเปราะบางและผู้ด้อยโอกาส เนื่องในวันสตรีสากล	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;รับมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;อาหารแห้ง&nbsp;ของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันจากกลุ่มองค์กรสตรีจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;""พลังสตรีเมืองคนดี&nbsp;ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล""&nbsp;โดยมีนางโสภา&nbsp;กาญจนะ&nbsp;ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ในนามของผู้นำองค์กรสตรีจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นตัวแทนมอบสิ่งของดังกล่าว&nbsp;เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง&nbsp;และผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี</p><p><strong>นางโสภา&nbsp;กาญจนะ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>องค์กรสตรีจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ร่วมกับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้กำหนดจัดกิจกรรมจัดมอบสิ่งของอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;ให้กับตู้ปันสุข&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;ให้สตรีมีส่วนร่วมในกิจกรรม&nbsp;และช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;ให้กับกลุ่มเปราะบาง&nbsp;และผู้ด้อยโอกาสทางสังคมที่มีอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และเพื่อเสริมสร้างพลังสตรี&nbsp;ให้เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจสังคม&nbsp;การเมือง&nbsp;การปกครอง&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;และวัฒนธรรมประเพณีอย่างยั่งยืน&nbsp;รวมทั้งเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมให้ประชาชนได้รู้จัก&nbsp;และเห็นความสำคัญของวันสตรีสากล&nbsp;ทั้งนี้สิ่งของดังกล่าวทางผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;จะได้นำไปเป็นถุงปันสุข&nbsp;เพื่อนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือประชาชนผู้ด้อยโอกาสกลุ่มเป้าหมายต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308121944470
1180	จ.ลำปาง พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 545 ราย	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม&nbsp;545&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;78&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;467&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;11,268&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;3,202&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้วสะสม&nbsp;8,057&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;9&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;</strong>ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันเดียวกัน&nbsp;จังหวัดลำปางฉีดวัคซีนไปแล้ว&nbsp;1,162,506&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;495,506&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;475,831&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;185,427&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;5,688&nbsp;คน</p><p><strong>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;DMHTT&nbsp;</strong>ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัย&nbsp;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนโควิด-19&nbsp;ลำปาง&nbsp;โทร.&nbsp;093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;ในวันเวลาราชการ&nbsp;และวันเสาร์-อาทิตย์&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน&nbsp;และขอเชิญชวนชาวลำปางซึ่งมีอายุ&nbsp;5&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;เข้ารับบริการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;และฉีดกระตุ้นในเข็มที่&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;ตามนัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308132538490
1181	จังหวัดสตูล พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย จำนวน 65 ราย เรือนจำผู้ต้องขัง จำนวน 2 ราย และเสียชีวิต จำนวน 2 ราย	<p><strong>นายแพทย์สมบัติ&nbsp;ผดุงวิทย์วัฒนา&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;67&nbsp;ราย&nbsp;ทีมสอบสวนโรคสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสตูลร่วมกับหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอเมือง&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;อำเภอควนกาหลง&nbsp;อำเภอท่าแพ&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;อำเภอทุ่งหว้า&nbsp;และอำเภอมะนัง&nbsp;ลงสอบสวนโรคในวันที่&nbsp;7&nbsp;&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อค้นหาขอบเขตการระบาด&nbsp;แหล่งโรค&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อ&nbsp;และให้คำแนะนำการป้องกันควบคุมโรคเบื้องต้น&nbsp;</p><p><strong>ผลการสอบสวนโรค&nbsp;ผู้ป่วยทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;67&nbsp;ราย&nbsp;</strong>เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;แยกเป็นรายอำเภอ&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;51&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;23&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;24&nbsp;วัน&nbsp;&nbsp;81&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;28&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;9&nbsp;เดือน&nbsp;&nbsp;71&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลพิมาน&nbsp;ตำบลคลองขุด&nbsp;ตำบลควนขัน&nbsp;ตำบลบ้านควน&nbsp;ตำบลฉลุง&nbsp;ตำบลเกาะสาหร่าย&nbsp;ตำบลตันหยงโป&nbsp;ตำบลเจ๊ะบิลัง&nbsp;ตำบลตำมะลัง&nbsp;ตำบลเกตรี&nbsp;และตำบลปูยู&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อายุ&nbsp;70&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อายุ&nbsp;81&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลย่านซื่อ&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอควนกาหลง&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อายุ&nbsp;32&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;44&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลควนกาหลง&nbsp;และตำบลทุ่งนุ้ย&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอท่าแพ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;74&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลท่าแพ&nbsp;เป็นผู้สัมผัสผู้ป่วย&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;80&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลแหลมสน&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอทุ่งหว้า&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อายุ&nbsp;64&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อายุ&nbsp;28&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลทุ่งหว้า&nbsp;และตำบลป่าแก่บ่อหิน&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอมะนัง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลปาล์มพัฒนา&nbsp;เป็นผู้สัมผัสผู้ป่วย&nbsp;เรือนจำ/ผู้ต้องขัง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;24&nbsp;และ&nbsp;27&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลพิมาน&nbsp;&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รายที่&nbsp;1&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;88&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลควนสตอ&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;โรคประจำตัว&nbsp;ความดันโลหิตสูง&nbsp;ไม่มีประวัติ&nbsp;ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;รายที่&nbsp;2&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;84&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลละงู&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;ไม่มีโรคประจำตัว&nbsp;ประวัติ&nbsp;ผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;ไม่มีประวัติ&nbsp;ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ทางโรงพยาบาลและส่วนที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือจัดพิธีศพตามหลักศาสนาเรียบร้อยแล้ว</p><p><strong>จากการติดตามสืบสวนสอบสวนค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิด</strong>&nbsp;และผู้สัมผัสร่วมบ้านของผู้ป่วยทั้ง&nbsp;67&nbsp;ราย&nbsp;ในเบื้องต้น&nbsp;มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;จำนวน&nbsp;95&nbsp;คน&nbsp;ได้ไปกักตัวที่บ้าน&nbsp;(HQ)&nbsp;จำนวน&nbsp;95&nbsp;&nbsp;คน&nbsp;พร้อมคำแนะนำให้ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;มีสุขอนามัยที่ดี&nbsp;อยู่ในความดูแลเฝ้าสังเกตอาการโดยหมอครอบครัว&nbsp;ส่วนอาคารสถานที่ต่างๆที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ทำความสะอาดฆ่าเชื้อโดยผู้ประกอบการ&nbsp;และเจ้าของเรียบร้อยแล้ว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308144638541
1182	ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 13 ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดชัยภูมิ	<p><strong>นายเจริญ&nbsp;ซื้อตระกูล&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เขต&nbsp;13&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;เป็นการตรวจติดตามผลการดำเนินงานแผนงาน/โครงการตามแผนตรวจราชการแบบบูรณาการ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;โดยเข้ารับฟังบรรยายสรุป&nbsp;จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;มีนายชาญชัย&nbsp;ศรศรีวิชัย&nbsp;&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับประเด็นการตรวจราชการครั้งนี้</strong>&nbsp;มี&nbsp;6&nbsp;ประเด็น&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;(1.การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;(2.การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อที่อยู่อาศัยเพื่อความยั่งยืน&nbsp;ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพเศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(BCE&nbsp;Midel])&nbsp;(3.&nbsp;การพัฒนาชีวิตกลุ่มเปาะบางรายครัวเรือน&nbsp;(4.การติดตามตรวจสอบ&nbsp;และประเมินผลเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติ&nbsp;เรื่องการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์&nbsp;และ&nbsp;(5.&nbsp;เรื่องการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;และ(6.ประเด็นการตรวจติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ช่วงบ่ายได้เดินทางไปพบกับกลุ่มทอผ้าขิดมัดหมี่นครกาหลง</strong>&nbsp;ต.คอนสวรรค์&nbsp;อ.คอนสวรรค์&nbsp;โดยรับการข้อสรุปจากหน่วนระดับอำเภอ&nbsp;ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลคอนสวรรค์&nbsp;จากนั้นไปสักการะพระพุทธรูปหินทราย&nbsp;ที่วัดคอนวรรค์&nbsp;หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า&nbsp;พระใหญ่สมัยทวารวดี&nbsp;และชมใบเสมา&nbsp;ที่มีภาพจำหลักชาดกของพระพุทธเจ้า&nbsp;ซึ่งเป็นใบเสมาหินทรายขนาดใหญ่&nbsp;พบเห็นทั่วไปในเขตบ้านคอนสวรรค์&nbsp;ถูกขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน&nbsp;โบราณวัตถุของกรมศิลปากร</p><p><strong>สำหรับกลุ่มทอผ้าขิดมัดหมี่นครกาหลง</strong>&nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตลายผ้าขิดมัดหมี่ทอมือ&nbsp;ลายดอกกาหลงและลายบ้านสวนกาหลง&nbsp;โดยสมาชิกได้รวมตัวกัน&nbsp;ใช้เวลาว่างจากการทำอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;ผลิตผ้าขิดโดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านดั้งเดิม&nbsp;และดัดแปลงตามยุคตามสมัย&nbsp;และตามความต้องการของตลาด&nbsp;โดยเฉพาะการทำผ้าขิดทอมือ&nbsp;การย้อมสีธรรมชาติ&nbsp;มีหน่วยงานราชการเข้าไปส่งเสริม&nbsp;พัฒนาคุณภาพสินค้าและเพิ่มช่องทางการตลาด&nbsp;ทำให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย&nbsp;1หมื่นบาท&nbsp;ต่อราย&nbsp;ต่อปี&nbsp;มีเงินหมุนเวียนในกลุ่มปีละกว่า&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308122708474
1183	"ข้าราชการ กลุ่มสตรี กลุ่มโอทอปสุพรรณบุรี ร่วมพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน   ""ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา"""	"<p><strong>ที่หอประชุมอาชาสีหมอก&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีปผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;""ผ้าขิดลายนารีรัตนราช-กัญญา""&nbsp;โดยมีนางนภัสสร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;กลุ่มสตรี&nbsp;กลุ่มทอผ้า&nbsp;ผู้ผลิตและผู้ประกอบการทอผ้าทุกกลุ่มทุกเทคนิค&nbsp;จากทั้ง&nbsp;10&nbsp;อำเภอของสุพรรณบุรี&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;61&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เข้ารับลายผ้าพระราชทาน""ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา""&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;พระราชทานแบบลายผ้า&nbsp;""ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา""&nbsp;ผ่านปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เพื่อเป็นของขวัญให้กับช่างทอผ้าทุกกลุ่ม&nbsp;ทุกเทคนิค&nbsp;นำไปทอผ้า&nbsp;ผลิตผ้าตามอัตลักษณ์ภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่นทั่วประเทศทรงออกแบบผ้าลายพระราชทาน&nbsp;""ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา""&nbsp;</p><p><strong>โดยได้รับแรงบันดาลพระทัยจาก&nbsp;""ผ้าขิดลายสมเด็จ""</strong>&nbsp;ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ทรงพระราชทานแก่ราษฎร&nbsp;อันเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย&nbsp;โดยแต่ละลวดลายที่ความหมายที่ลึกซึ้ง&nbsp;แสดงถึงความตั้งพระทัยของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ในการสืบสาน&nbsp;&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;พระราชกรณียกิจของสมเด็จย่าของพระองค์&nbsp;ในการฟื้นคืนภูมิปัญญาผ้าไทยให้ดำรงอยู่คู่แผ่นดิน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308134723502
1184	ผู้ว่าฯสมุทรสงคราม นำลายผ้าพระราชทาน ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา ส่งมอบแก่กลุ่มผู้ประกอบการ OTOP วิสาหกิจชุมชน เพื่อนำไปเป็นต้นแบบพัฒนาต่อยอดเพิ่มมูลค่าผ้าพื้นถิ่น ฟื้นคืนภูมิปัญญาผ้าไทยให้ดำรงคงอยู่คู่แผ่นดิน	<p><strong>นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพัฒนาศักยภาพนักเรียน&nbsp;&nbsp;นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนางณัฐสุดา&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;&nbsp;รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;รับแบบลายผ้าพระราชทานจากผู้เชิญลายผ้าพระราชทานเพื่อเชิญไปวางบนพานเบื้องหน้าพระรูปและให้ผู้รับมอบแบบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ให้แก่พัฒนาการจังหวัดฯ&nbsp;นายอำเภอทั้งสาม&nbsp;3&nbsp;อำเภอพร้อมคู่สมรสและผู้แทน&nbsp;และผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เพื่อนำลายผ้าพระราชทานไปเป็นต้นแบบและพัฒนาต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นถิ่น&nbsp;</p><p><strong>สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;</strong>ทรงออกแบบผ้าลายพระราชทานโดยได้รับแรงบันดาลพระทัยจากผ้าขิดลายสมเด็จที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ทรงพระราชทานแก่ราษฎร&nbsp;อันเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย&nbsp;โดยมีนายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;และเหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;เข้าร่วมพิธี</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวด้วยความปลื้มปิติ</strong>และสำนึกในพระกรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ที่ทรงมีต่อพสกนิกร&nbsp;ได้อุทิศพระองค์ปฏิบัติบำเพ็ญพระกรณียกิจนานัปการเพื่ออำนวยประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษฎร์&nbsp;ทรงมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาหัตถกรรมไทยให้ดำรงอยู่ยั่งยืนตลอดไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308134849503
1185	กรมโยธาธิการและผังเมือง แจงรายละเอียดความเหมาะสมและออกแบบโครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน พื้นที่จังหวัดสตูล เน้นแก้ปัญหาผลกระทบจากน้ำท่วมชุมชนและสร้างแลนด์มาร์กแห่งใหม่	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมโต๊ะพญาวัง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>กรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;การศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดโครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;(พื้นที่จังหวัดสตูล)&nbsp;โดยมีนายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุม&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้แทนส่วนราชการ&nbsp;และผู้แทนชุมชนที่มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์รวมกว่า&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;ภายใต้สถานการณ์ป้องกัน&nbsp;COVID-19</p><p><strong>จ่าสิบตรีอรรถกร&nbsp;กาญจโน&nbsp;นายช่างโยธาอาวุโส</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ด้วยรัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;ในด้านโครงสร้างพื้นฐานให้เกิดการพัฒนาทางกายภาพของชุมชนให้เป็นมาตรฐาน&nbsp;มีความเป็นระเบียบสวยงาม&nbsp;มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์&nbsp;เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ&nbsp;และสภาพแวดล้อมที่ดี&nbsp;จึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา&nbsp;ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียด&nbsp;โดยได้คัดเลือกพื้นที่เป้าหมายในการพัฒนาจังหวัดสตูล&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พื้นที่ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสตูล-เทศบาลตำบลคลองขุด-ตำบลควนขัน&nbsp;ปรับปรุงภูมิทัศน์ถนน&nbsp;ทางเดินเท้า&nbsp;พร้อมระบบระบายน้ำเทศบาลเมืองสตูล&nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำริมคลองตายาย&nbsp;เน้นการแก้ปัญหาผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่&nbsp;และปรับปรุงทัศนียภาพโดยรอบศาสนสถาน&nbsp;และในพื้นที่ชุมชนในเขตตำบลตำมะลัง&nbsp;ลานจุดชมวิวนกอินทรีย์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการในระยะเร่งด่วน&nbsp;และระยะกลาง&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวในการประชุมว่า</strong>&nbsp;โครงการทั้งหมดเป็นโครงการที่น่าสนใจและหวังว่าจะได้รับการจัดสรรงบประมาณมาจัดทำได้ตามเป้าหมาย&nbsp;ซึ่งบางโครงการหากไม่ได้รับการจัดสรรงบมาทางจังหวัดอาจจะต่อยอดโดยนำงบพัฒนาจังหวัดดำเนินการต่อเพื่อประโยชน์ของพี่น้องชาวจังหวัดสตูล&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;บริษัทที่ปรึกษาโครงการฯ&nbsp;เปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่างๆ</strong>&nbsp;ได้เสนอข้อคิดเห็น&nbsp;และข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์&nbsp;เพื่อนำไปประกอบการออกแบบพัฒนาชุมชนรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจเมือง&nbsp;และการท่องเที่ยวภาคใต้ฝั่งอันดามันในอนาคต&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308144810544
1186	ก.แรงงาน จ่ายเงินช่วยเหลือแรงงานไทยกลับจากภัยสงครามในยูเครนแล้ว 163 คน เป็นเงินกว่า 2.4 ล้านบาท	<p><strong>นางธิวัลรัตน์&nbsp;อังกินันทน์&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางเธียรรัตน์&nbsp;นะวะมะวัฒน์&nbsp;โฆษกกระทรวงแรงงาน&nbsp;(ฝ่ายการเมือง)</strong>&nbsp;ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจแรงงานไทยที่อพยพเดินทางออกจากภัยสงครามในประเทศยูเครน&nbsp;ที่อาคาร&nbsp;Quarantine&nbsp;Center&nbsp;สถาบันบำราศนราดูร</p><p><strong>นางธิวัลรัตน์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;มีคนไทยชุดที่&nbsp;7&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;คน&nbsp;เดินทางโดยเครื่องบินสายการบินไทย&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;TG&nbsp;971&nbsp;ออกจากกรุงบูคาเรสต์มาถึงประเทศไทย&nbsp;เวลา&nbsp;06.50&nbsp;น.&nbsp;ทันทีที่แรงงานทราบผลตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;(RT-PCR)&nbsp;กรมการจัดหางาน&nbsp;ได้จัดเจ้าหน้าที่รับคำร้องอำนวยความสะดวกในการรับยื่นเอกสารเพื่อจ่ายเงินสงเคราะห์กองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ&nbsp;รายละ&nbsp;15,000&nbsp;บาท&nbsp;ให้แก่แรงงานไทยที่เป็นสมาชิกกองทุนฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;จากทั้งหมด&nbsp;12&nbsp;คน&nbsp;ขณะที่การช่วยเหลือคนไทยออกจากยูเครนเพิ่มเติม&nbsp;คนไทยชุดสุดท้ายมีกำหนดเดินทางกลับมาถึงไทยในวันพรุ่งนี้&nbsp;(9&nbsp;มี.ค.)&nbsp;และยังมีคนไทยบางส่วนที่ไม่ประสงค์อพยพกลับไทย&nbsp;เนื่องจากมีครอบครัวอยู่ที่ยูเครน&nbsp;</p><p><strong>ส่วนการช่วยเหลือแรงงานหลังกลับภูมิลำเนา</strong>&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกำชับให้จัดหางานจังหวัดเข้าไปดูแลหางานให้กับคนงานที่ประสงค์จะทำงาน&nbsp;หรือต้องการพัฒนาทักษะฝีมือเพื่อการประกอบอาชีพ&nbsp;พร้อมย้ำ&nbsp;แรงงานที่ตัดสินใจไปทำงานต่างประเทศ&nbsp;ขอให้ไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;และเห็นถึงความสำคัญของการเป็นสมาชิกกองทุนกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศที่จะดูแลคุ้มครองตลอดสัญญาจ้างงานระยะเวลา&nbsp;5&nbsp;ปี</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;น.ส.อนันไทย&nbsp;กำเนิดสิงห์&nbsp;อายุ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;แรงงานไทยที่อพยพกลับจากยูเครน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;รู้สึกดีใจที่ได้กลับถึงไทยจากความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดของสถานทูต&nbsp;นอกจากนี้ยังได้รับเงินสงเคราะห์จากกองทุนฯ&nbsp;15,000&nbsp;บาทจากการตัดสินใจแจ้งการไปทำงานต่างประเทศกับกรมการจัดหางานและสมัครเป็นสมาชิกกองทุนฯ&nbsp;เพียง&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;หลังจากนี้จะกลับภูมิลำเนาที่จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;พร้อมอยากให้กระทรวงแรงงานเข้ามาช่วยหางานให้ทำประเภทงานนวดสปาที่เคยทำ&nbsp;หากสถานการณ์ในยูเครนคลี่คลายลง&nbsp;ก็จะพิจารณากลับไปทำงานอีกครั้ง&nbsp;เนื่องจากรู้สึกผูกพันธ์กับนายจ้าง&nbsp;</p><p><strong>สรุปภาพรวมคนไทยอพยพเดินทางออกจากภัยสงครามในยูเครน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>มีจำนวน&nbsp;7&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;รวม&nbsp;223&nbsp;คน&nbsp;ในจำนวนนี้&nbsp;163&nbsp;คน&nbsp;เป็นแรงงานที่เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ&nbsp;ได้รับเงินสงเคราะห์กรณีภัยสงคราม&nbsp;รายละ&nbsp;15,000&nbsp;บาท&nbsp;เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น&nbsp;2,445,000&nbsp;บาท</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308140418514
1187	โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนฯ ลงพบปะ ประชาชน และผู้ปฏิบัติงานโครงการ ตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในตำบลน้ำเชี่ยว อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;บริเวณอาคารอเนกประสงค์</strong>&nbsp;ศูนย์&nbsp;OTOP&nbsp;เทศบาลตำบลน้ำเชี่ยว&nbsp;อำเภอแหลมงอบ&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;คณะสมาชิกวุฒิสภา(สว.)&nbsp;นำโดย&nbsp;พลเอก&nbsp;วรพงษ์&nbsp;สง่าเนตร&nbsp;รองประธานกรรมการคนที่&nbsp;1&nbsp;ลงพื้นที่ตำบลน้ำเชี่ยว&nbsp;อำเภอแหลมงอบ&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;เพื่อพบปะประชาชน&nbsp;และผู้ปฏิบัติงานโครงการ&nbsp;ตำบล&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก&nbsp;(จังหวัดตราด&nbsp;)&nbsp;โดยมีนายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;นำส่วนราชการในระดับจังหวัด&nbsp;ในระดับอำเภอ&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว</p><p><strong>สำหรับการติดตามโครงการ&nbsp;ตำบล&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน</strong>&nbsp;ของตำบลน้ำเชี่ยว&nbsp;ในครั้งนี้เป็นการรับทราบการสร้างความมั่นคงด้านอาชีพและรายได้&nbsp;รวมทั้งการสร้างความยั่งยืนด้านทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;และวัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;พร้อมทั้งรับฟังข้อคิดเห็นกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;เรื่องข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รวมทั้งรับฟังความต้องการของคนในชุมชน&nbsp;ซึ่งพบว่ามีความต้องการให้มีการซ่อมบำรุงสะพานวัดใจ&nbsp;ที่เป็นอีกจุดขายของการท่องเที่ยวชุมชนน้ำเชี่ยวแห่งนี้&nbsp;ซึ่งทางเทศบาลตำบลน้ำเชี่ยวได้ชี้แจงกับประชาชนว่าได้มีการดำเนินการใช้งบอุดหนุนปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ในการการซ่อมแซมแล้ว&nbsp;โดยได้ผู้รับเหมาดำเนินการแล้ว&nbsp;นอกจากนี้ยังมีมีความต้องการก่อสร้างสะพานเลียบคลองหมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ทางเทศบาลตำบลน้ำเชี่ยว&nbsp;ได้ดำเนินการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นไปแล้ว&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;คณะสมาชิกวุฒิสภา(สว.)&nbsp;ยังได้ร่วมมอบข้าวสาร</strong>ให้กับประชาชนในพื้นที่ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;&nbsp;พร้องทั้งลงชุมชนเพื่อพบปะประชาชน&nbsp;และเยี่ยมชมสะพานวัดใจของชุมชนน้ำเชี่ยวแห่งนี้อีกด้วย&nbsp;อย่างไรก็ตามการจัดกิจกรรมลงพื้นที่ในครั้งนี้&nbsp;ทางคณะสมาชิกวุฒิสภา&nbsp;(สว.)&nbsp;&nbsp;จะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชนอันเป็นประโยชน์&nbsp;ที่ได้รับฟังไปเป็นข้อมูลในการติดตาม&nbsp;เร่งรัด&nbsp;เสนอแนะ&nbsp;และดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308143328525
1188	จังหวัดพัทลุงพร้อมจัดกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 37 และกีฬาอาวุโสแห่งชาติครั้งที่ 4 ณ จังหวัดพัทลุง	"<p><strong>นายฉัตรชัย&nbsp;อุสาหะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด</strong>&nbsp;ในฐานะหัวหน้าคณะศึกษาดูงานการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ชุดที่&nbsp;1&nbsp;เปิดเผยภายหลังการศึกษาดูงานครั้งนี้ว่า&nbsp;จากการศึกษาดูการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ&nbsp;แล้ว&nbsp;จังหวัดพัทลุงจะนำไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับจังหวัดพัทลุง&nbsp;ทั้งเรื่องงบประมาณที่ได้รับจัดสรร&nbsp;งบประมาณที่ต้องจัดหาเพิ่มเติม&nbsp;จากการจำหน่ายของที่ระลึก&nbsp;ฝ่ายจัดหารายได้และสิทธิประโยชน์&nbsp;การบริหารจัดการของสำนักเลขาธิการ&nbsp;ฝ่ายไฟพระฤกษ์&nbsp;ฝ่ายจัดสถานที่พักนักกีฬา&nbsp;ฝ่ายแพทย์และอนามัย&nbsp;ฝ่ายจัดเตรียมมวลชนให้มีส่วนร่วม&nbsp;ฝ่ายพิธีเปิด&nbsp;-ปิด&nbsp;ฝ่ายประชาสัมพันธ์ฯ&nbsp;ฝ่ายเทคโนโลยี&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>เพื่อให้การจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ</strong>&nbsp;และกีฬาอาวุโส&nbsp;ออกมาสมบูรณ์มากที่สุด&nbsp;คุ้มค่ากับการรอคอยชมของพี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้การจัดแข่งขันครั้งนี้&nbsp;อยู่ภายใต้มาตรการของ&nbsp;ศบค.อย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ในวงกว้าง</p><p><strong>โดยในช่วงเช้าของเมื่อวานนี้&nbsp;(7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;</strong>คณะคึกษาดูงาน&nbsp;ได้เข้าหารือกับฝ่ายจัดสถานที่พักฯ&nbsp;สำนักเลขาธิการ&nbsp;เพื่อรับฟังระบบการจัดทำเอดีการ์ด&nbsp;รับฟังสรูปข้อมูลในภาพรวมการจัดการแข่งขันกีฬแห่งชาติ&nbsp;""ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;และช่วงบ่ายง&nbsp;เยี่ยมชมการแข่งขันกีฬาโรลเลอร์สกี&nbsp;ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;๔๗&nbsp;""ศรีสะเกษเกมส์""&nbsp;พร้อมทั้งหารือแนวทางการจัดการแข่งขันกับสมาคมฯ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เมื่อวานนี้จังหวัดพัทลุงได้รับรางวัลจากการแข่งขันกีฬา</strong>แห่งชาติครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;รางวัล&nbsp;จากนายรักริยา&nbsp;พลนุ้ย&nbsp;นักกีฬามวยปล้ำ&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;ชมรม&nbsp;&nbsp;ร.ร&nbsp;กงหราพิชากร&nbsp;ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ&nbsp;3&nbsp;รุ่นน้ำหนัก&nbsp;63&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ประเภทเกรกโกโรมัน&nbsp;และนางสาวพิมพ์ชนก&nbsp;สินประยงค์&nbsp;กีฬายูโด&nbsp;เหรียญทองแดง&nbsp;รุ่น&nbsp;42&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;สำหรับกีฬาเยาวชนแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;""พัทลุงเกมส์""&nbsp;กำหนดจัดระหว่างวันที่&nbsp;29&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;และกีฬาอาวุโส&nbsp;""เสกักเกมส์&nbsp;กำหนดจัดระหว่างวันที่&nbsp;21-27&nbsp;สิงหาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดพัทลุง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	พัทลุง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308144944545
1189	จังหวัดสตูล รายงานพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า จำนวน 65 ราย เรือนจำผู้ต้องขัง จำนวน 2 ราย และเสียชีวิต จำนวน 2 ราย	<p><strong>นายแพทย์สมบัติ&nbsp;ผดุงวิทย์วัฒนา&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่จังหวัดสตูล&nbsp;จำนวนทั้งหมด&nbsp;67&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;โดยผลการสอบสวนโรคผู้ป่วยทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;67&nbsp;ราย&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า&nbsp;แยกเป็นรายอำเภอ&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;51&nbsp;ราย&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลพิมาน&nbsp;ตำบลคลองขุด&nbsp;ตำบลควนขัน&nbsp;ตำบลบ้านควน&nbsp;ตำบลฉลุง&nbsp;ตำบลเกาะสาหร่าย&nbsp;ตำบลตันหยงโป&nbsp;ตำบลเจ๊ะบิลัง&nbsp;ตำบลตำมะลัง&nbsp;ตำบลเกตรี&nbsp;และตำบลปูยู&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลย่านซื่อ&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอควนกาหลง&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลควนกาหลง&nbsp;และตำบลทุ่งนุ้ย&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอท่าแพ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลท่าแพ&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลแหลมสน</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอทุ่งหว้า&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลทุ่งหว้า&nbsp;และตำบลป่าแก่บ่อหิน&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอมะนัง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลปาล์มพัฒนา&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เรือนจำ/ผู้ต้องขัง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;24&nbsp;และ&nbsp;27&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;และเสียชีวิต&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รายที่&nbsp;1&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;88&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลควนสตอ&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;โรคประจำตัว&nbsp;ความดันโลหิตสูง&nbsp;ไม่มีประวัติ&nbsp;ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;รายที่&nbsp;2&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;84&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลละงู&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;ไม่มีโรคประจำตัว&nbsp;ประวัติผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;ไม่มีประวัติได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;</p><p><strong>จากการติดตามสืบสวนสอบสวนค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิด</strong>&nbsp;และผู้สัมผัสร่วมบ้านของผู้ป่วยทั้ง&nbsp;67&nbsp;ราย&nbsp;ในเบื้องต้น&nbsp;มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;จำนวน&nbsp;95&nbsp;คน&nbsp;พร้อมคำแนะนำให้ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;มีสุขอนามัยที่ดี&nbsp;อยู่ในความดูแลเฝ้าสังเกตอาการโดยหมอครอบครัว&nbsp;</p><p><strong>นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;ผู้เสียชีวิตทั้ง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เป็นกลุ่มเปราะบาง&nbsp;จึงขอเชิญชวนให้กลุ่มเปราะบางและประชาชนทั่วไปเข้ารับการฉีดวัคซีนตามเกณฑ์&nbsp;เพื่อป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิต&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308145129547
1190	"จ.ราชบุรีจัดพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน ""ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา"""	"<p><strong>นายรณภพ&nbsp;เหลืองไพโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี&nbsp;</strong>เป็นประธานพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;""ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา""&nbsp;แก่นายอำเภอ&nbsp;และนายกกึ่งกาชาดอำเภอ&nbsp;และแบบผ้าบาติกลายพระราชทาน&nbsp;""ปาเต๊ะร่วมใจเทิดไท้เจ้าหญิง""&nbsp;""ท้องทะเลไทย""&nbsp;และ&nbsp;""ป่าแคนใต้""&nbsp;แก่พัฒนาการอำเภอ&nbsp;ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอ&nbsp;และกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอ&nbsp;ซึ่งสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดราชบุรีจัดขึ้น&nbsp;</p><p><strong>สืบเนื่องจากกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และกรมการพัฒนาชุมชน</strong>&nbsp;ได้ส่งเสริมสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;""ผ้าไทยใส่ให้สนุก""&nbsp;ตามพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;เพื่ออนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม&nbsp;รวมทั้งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ทั่วประเทศมีอาชีพ&nbsp;มีรายได้&nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&nbsp;รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทยตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;ตลอดจนประชาสัมพันธ์แบบผ้าบาติกลายพระราชทาน&nbsp;เป็นต้นแบบและพัฒนาต่อยอด&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นถิ่นแก่ผู้ที่สนใจต่อไป</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายรณภพ&nbsp;เหลืองไพโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี&nbsp;</strong>ได้เป็นประธานเปิดงานพลังผู้นำพัฒนาชุมชน&nbsp;ส่งเสริม&nbsp;""ผ้าไทย&nbsp;ใส่ให้สนุก""&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมมอบโล่สตรีดีเด่นจังหวัดราชบุรี&nbsp;แก่สตรีที่มีผลงานดีเด่นจากทุกอำเภอ&nbsp;และมอบประกาศเกียรติคุณผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนดีเด่นแก่ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน&nbsp;ที่มีผลงานดีเด่น&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดราชบุรี&nbsp;</strong>ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดราชบุรี&nbsp;จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์&nbsp;""ผ้าไทย&nbsp;ใส่ให้สนุก""&nbsp;ตามพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;และประชาสัมพันธ์แบบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักเพื่อนำไปเป็นต้นแบบ&nbsp;พัฒนาต่อยอดไปสู่เครื่องแต่งกาย&nbsp;เครื่องประดับตามวิถีที่เป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่น&nbsp;รวมทั้งรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนสวมใส่และอนุรักษ์ผ้าไทยหรือผ้าในพื้นถิ่น&nbsp;ภายในงานมีการจัดนิทรรศการผ้าไทย&nbsp;ผ้าภูมิปัญญาคนราชบุรี&nbsp;การเดินแบบผ้าไทย&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;""ผ้าไทย&nbsp;ใส่ให้สนุก""</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	ราชบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308135042504
1191	วธ. ร่วมกับ 76 จังหวัดสร้างสรรค์ลายผ้าอัตลักษณ์ประจำจังหวัดครั้งแรกของประเทศ  และการแสดงแบบผ้าไทย เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 90 พรรษา	<p><strong>นายอิทธิพล&nbsp;คุณปลื้ม&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากการรัฐบาลมอบหมายให้ทุกภาคส่วนร่วมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;90&nbsp;พรรษา&nbsp;12&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;ในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรมจึงเตรียมจัดกิจกรรมโดยเน้นการสืบสานพระราชปณิธานในการส่งเสริมการใช้ผ้าไทย&nbsp;ผ้าพื้นถิ่น&nbsp;และการรณรงค์ส่งเสริมอัตลักษณ์ความเป็นไทยเป็นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมวัฒนธรรม&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้แก่ชุมชนและประเทศ&nbsp;ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดประสานงานกับทุกจังหวัดดำเนินการคัดเลือกและร่วมสร้างสรรค์ลายผ้าที่แสดงถึงอัตลักษณ์และสะท้อนมรดกภูมิปัญญาของแต่ละจังหวัด&nbsp;เพื่อรวบรวมลายผ้าที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของ&nbsp;76&nbsp;จังหวัดครั้งแรกของประเทศไทย&nbsp;จากนั้นจะเผยแพร่องค์ความรู้และลายผ้าอัตลักษณ์มาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าในชุดต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ชุดผ้าไทย&nbsp;ชุดลำลอง&nbsp;ชุดราตรี&nbsp;โดยร่วมมือกับนักออกแบบที่มีชื่อเสียงของไทยสร้างสรรค์ผลงาน&nbsp;พร้อมทั้งจัดทำหนังสือภูษาศิลป์จากท้องถิ่นสู่สากล</p><p><strong>อีกทั้งยังร่วมกับจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติตลอดเดือนสิงหาคม&nbsp;</strong>เน้นการเผยแพร่พระราชกรณียกิจนิทรรศการผ้าไทย&nbsp;และการออกร้านจำหน่ายผ้าไทย&nbsp;และพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม&nbsp;การฟื้นฟูศิลปะการแสดงโขนและการจัดสร้างเครื่องแต่งกายโขนจนเป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ&nbsp;&nbsp;</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308132408489
1192	จังหวัดหนองบัวลำภู ประชุมเตรียมพร้อมรับปลัดกระทรวงมหาดไทย และรองหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติราชการในพื้นที่	<p><strong>นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู</strong>&nbsp;พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประชุมเตรียมความพร้อมรับการตรวจติดตามการปฏิบัติราชการของนายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และนายโสภณ&nbsp;สุวรรณรัตน์&nbsp;รองหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;POC&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;อำเภอเมืองหนองบัวลำภู&nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;</p><p><strong>โดยที่ประชุมได้หารือสรุปประเด็นติดตามการพัฒนาจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;</strong>เกี่ยวกับการขับเคลื่อนผ้าทอพื้นเมืองยกระดับสู่การเป็น&nbsp;เมืองแฟชั่นผ้าทอพื้นเมือง&nbsp;ที่วิชชาลัยผ้าทอหนองบัวลำภู&nbsp;(ศูนย์การเรียนรู้และออบแบบขวัญตา)&nbsp;รวมถึง&nbsp;การพัฒนาส่งเสริมอาชีพของกลุ่มสตรีในพื้นที่ในโครงการมหกรรมรวมพลคนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;และประเด็นโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(SEDZ)&nbsp;ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่&nbsp;ในพื้นที่เป้าหมายบึงหินลับ&nbsp;ตำบลหนองสวรรค์&nbsp;อำเภอเมืองหนองบัวลำภู&nbsp;ตลอดจน&nbsp;ประเด็นการติดตามของรองหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เกี่ยวกับการบริหารจัดการขยะในพื้นที่&nbsp;และการออกเทศบัญญัติและข้อบัญญัติท้องถิ่นของ&nbsp;อปท.&nbsp;โดยกำหนดให้บ้านที่จะขออนุญาตก่อสร้างใหม่ต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียประจำครัวเรือน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองบัวลำภู	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308142959520
1193	อบจ.ระยอง จัดโครงการรวมพลังสตรีระยอง เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2565 เสริมพลังสตรี ร่วมตัดสินใจ ลดผลกระทบภัยพิบัติจากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	<p><strong>ที่โรงแรมโกลเด้นซิตี้ระยอง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;</strong>นายปิยะ&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ระยอง&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการรวมพลังสตรีระยอง&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เสริมพลังสตรี&nbsp;ร่วมตัดสินใจ&nbsp;ลดผลกระทบภัยพิบัติจากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งจัดขึ้นโดย&nbsp;อบจ.ระยอง&nbsp;มีนางธัมมิกา&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติ&nbsp;และมีสตรีกลุ่มองค์กรสตรี&nbsp;ผู้นำสตรีและประชาชนทั่วไป&nbsp;ร่วมงานกว่า&nbsp;250&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>ภายในงานมีการมอบโล่เชิดชูเกียรติสตรีดีเด่นจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ด้าน&nbsp;มอบเกียรติบัตรหน่วยงานที่สนับสนุนและทำคุณประโยชน์แก่สังคม&nbsp;และการสัมมนาหัวข้อสตรีระยอง&nbsp;&nbsp;กับการเตรียมความพร้อมรับภัยพิบัติทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสตรีกับการรับมืออันตรายทางสังคม&nbsp;และการจัดแสดงโชว์ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มชุมชน&nbsp;และสตรีด้วย&nbsp;โดยการจัดงานดังกล่าว&nbsp;มีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อรับฟังความคิดเห็น&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;และแนวทางในการแก้ไขปัญหาของจังหวัดระยองในมิติต่างๆ&nbsp;ของกลุ่มสตรี&nbsp;เพื่อกระตุ้นและตระหนักการรับรู้เกี่ยวกับบทบาทสตรีระยองกับการเตรียมความพร้อมรับมืออันตรายทางสังคมของภัยพิบัติทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และเพื่อส่งเสริมสนับสนุนบทบาทสตรีต่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้ง&nbsp;เพื่อให้สตรีได้แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร</strong>กับบทบาทของสตรีในด้านการรับมือความรุนแรงทางสังคมต่อสตรี&nbsp;รวมถึงประเด็นการเมืองและการมีส่วนร่วมของสตรี&nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการให้สตรีได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็น&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;และแนวทางการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโรคประจำถิ่น&nbsp;การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;อีกด้วย.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308143444527
1194	สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ	"<p><strong>วานนี้&nbsp;(7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;8&nbsp;นาฬิกา&nbsp;50&nbsp;นาที&nbsp;</strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ&nbsp;แทนพระองค์&nbsp;ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล&nbsp;ประจำปีการศึกษา&nbsp;2562&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมราชมงคล&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี&nbsp;อำเภอคลองหลวง&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;เป็นวันแรก&nbsp;โดยมี&nbsp;นายณรงค์ศักดิ์&nbsp;โอสถธนากร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;คณาจารย์มหาวิทยาลัยราชมงคล&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดปทุมธานีเฝ้ารับเสด็จ</p><p><strong>ซึ่งในช่วงเช้า&nbsp;ได้พระราชทานปริญญาบัตร</strong>แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก&nbsp;โดยมีพระสงฆ์&nbsp;รับพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;รูป,&nbsp;มีพระสงฆ์&nbsp;สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;รูป&nbsp;มีผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;รับพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;คน&nbsp;มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก&nbsp;ปริญญาโทและปริญญาตรี&nbsp;รับพระราชทานปริญญาบัตร&nbsp;จำนวน&nbsp;1,578&nbsp;คน</p><p><strong>ในช่วงบ่าย&nbsp;ได้พระราชทานปริญญาบัตร</strong>แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี&nbsp;โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;รับพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก&nbsp;ปริญญาโทและปริญญาตรี&nbsp;รับพระราชทานปริญญาบัตร&nbsp;จำนวน&nbsp;1,852&nbsp;คน</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;พระราชทานพระราโชวาท&nbsp;ความสำคัญตอนหนึ่งว่า&nbsp;</strong>""บัณฑิตทั้งหลายเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว&nbsp;ย่อมปรารถนาที่จะได้รับความสำเร็จในอาชีพการงานเช่นเดียวกัน&nbsp;แต่การประกอบกิจการงานให้ประสบความสำเร็จนั้น&nbsp;จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกำหนดเป้าหมายในการทำงานให้เหมาะสมคือ&nbsp;จะต้องพอเหมาะพอดีกับศักยภาพและพื้นฐานปัจจัยที่แต่ละคนมีอยู่&nbsp;ทั้งนี้เพราะเป้าหมายที่สูงเกินไป&nbsp;อาจทำให้บังเกิดความเหนื่อยหน่ายท้อแท้&nbsp;จนล้มเลิกเสียกลางคัน&nbsp;ส่วนเป้าหมายที่ต่ำเกินไป&nbsp;ก็ไม่ก้าวหน้าและไม่เป็นประโยชน์&nbsp;ทุกคนจึงต้องสำรวจตัวเองอย่างถี่ถ้วน&nbsp;ให้ทราบชัดถึงความรู้&nbsp;ความถนัดและความสามารถทุกด้านของตน&nbsp;แล้วกำหนดเป้าหมายในการทำงานให้พอเหมาะพอดี&nbsp;เมื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว&nbsp;ก็จะสามารถกำหนดวิธีการและขั้นตอนการปฏิบัติ&nbsp;เพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้&nbsp;จึงขอให้บัณฑิต&nbsp;พิจารณาตั้งเป้าหมายของตนให้ถูกต้อง&nbsp;แล้วลงมือปฏิบัติด้วยความอุตสาหะอดทนและความตั้งใจจริง&nbsp;จนบรรลุถึงความสำเร็จ""</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ปทุมธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308135217505
1195	ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน จังหวัดสกลนคร ออกแจกจ่าย จุลินทรีย์ จิตอาสา	<p><strong>ที่โรงปุ๋ยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร</strong>&nbsp;ตำบลงิ้วด่อน&nbsp;อำเภอเมืองสกลนคร&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ภาค&nbsp;2&nbsp;โดยนายวีระ&nbsp;ฤกษ์วาณิชย์กุล&nbsp;ปลัดจังหวัดสกลนคร&nbsp;ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;พร้อมด้วยกำลังจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ออกแจกจ่ายจุลินทรีย์&nbsp;จิตอาสา&nbsp;ตามที่ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;สนับสนุน&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เพื่อให้จังหวัดสกลนครนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์&nbsp;หรือใช้ในการย่อยสลายผักตบชวา&nbsp;แปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;ให้กับ&nbsp;หน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้งส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ฟาร์มตัวอย่างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;และหน่วยทหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;แห่ง</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;จุลินทรีย์&nbsp;จิตอาสา&nbsp;มีสรรพคุณช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นทุกระดับ</strong>&nbsp;ย่อยไขมันและสิ่งปฏิกูลจากท่อน้ำ&nbsp;แม่น้ำ&nbsp;ลำคลอง&nbsp;ทำให้น้ำใสแก้น้ำเสีย&nbsp;กำจัดแมลงสาบ&nbsp;โดยผ่านการทดลองการใช้จริงจากหลายพื้นที่&nbsp;ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย&nbsp;เป็นสารอินทรีย์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;ผ่านการตรวจเชื้อปลอดภัย&nbsp;โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;(วว.)&nbsp;โรงพยาบาลรามาธิบดี&nbsp;และตรวจประสิทธิผลโดย&nbsp;ห้องปฏิบัติการกลาง&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;เรียบร้อยแล้ว&nbsp;อีกทั้งสถาบันวิจัยแห่งชาติ&nbsp;ได้วิจัยแล้วว่า&nbsp;จุลินทรีย์&nbsp;จิตอาสา&nbsp;นี้&nbsp;มีประสิทธิภาพพิเศษ&nbsp;ใช้กำจัดหรือฆ่าเชื้อโคโรนาไวรัสได้&nbsp;ในสัตว์ทดลองอย่างสุกร&nbsp;และได้ผลอย่างมีนัยสำคัญในทุกระดับความเข้มข้นและเวลา&nbsp;เรียบร้อยแล้ว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308143125521
1196	ผวจ.นครศรีธรรมราช กำชับส่วนเกี่ยวข้องบูรณาการความร่วมมือเพื่อเร่งบริหารจัดการ 3 น้ำให้เพียงพอรับหน้าแล้ง	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;ชั้น&nbsp;4</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฏ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เป็นประธานประชุมการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุม</p><p><strong>การประชุมครั้งนี้&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกัน</strong>และแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ของจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ซึ่งกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ&nbsp;ได้ติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;คาดการณ์ว่าระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม&nbsp;2565ปริมาณฝนรวมประเทศไทยจะต่ำกว่าค่าปกติ&nbsp;และคาดว่าจะเข้าสู่ฤดูร้อน&nbsp;ตั้งแต่ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น&nbsp;และตั้งแต่เดือนมีนาคมจะมีอากาศร้อนอบอ้าวและแห้ง&nbsp;ความชื้นในอากาศมีน้อย&nbsp;และมีอากาศร้อนจัดเป็นบางวัน&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณประเทศไทยตอนบน&nbsp;เบื้องต้นจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ได้มีคำสั่งกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ที่&nbsp;134/2565&nbsp;จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นเพื่อรับมือและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;ได้สั่งกำชับให้ส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้มีการบูรณาการความร่วมมือเพื่อเร่งกำหนดแผนการปฏิบัติงานในการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;โดยให้ความสำคัญใน&nbsp;3&nbsp;ส่วน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;น้ำเพื่อการรักษาระบบนิเวศในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง&nbsp;น้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;และน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค&nbsp;พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง&nbsp;อย่างยิ่งสำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้ประสานแนวทางปฏิบัติ&nbsp;สำรวจและจัดหาแหล่งน้ำสำรองเพื่อรับมือสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ด้วย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้กล่าวเน้นย้ำถึงการเตรียมการป้องกัน</strong>และแก้ไขปัญหาภัยแล้งในระยะยาว&nbsp;โดยให้มีการสร้างความตระหนักรู้&nbsp;และส่งเสริมการปลูกและเพิ่มพื้นที่ป่าให้มากขึ้น&nbsp;แม้ว่าขณะนี้จังหวัดนครศรีธรรมราชจะมีการปลูกป่าชายเลนได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้แล้วก็ตาม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>อุไรวรรณ/ข่าว/ภาพ&nbsp;&nbsp;ญาณิกา/ภาพ</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p>8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308131210482
1197	อบจ.ระยอง ติวเข้มเจ้าหน้าที่ อปท.ในพื้นที่ พัฒนาองค์ความรู้และเสริมสร้างศักยภาพภาคีเครือข่ายร่วมใจป้องกันการทุจริต	<p><strong>ที่โรงแรมโกลเด้นซิตี้ระยอง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง</strong>&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานเปิดอบรมโครงการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพภาคีเครือข่ายร่วมใจป้องกันการทุจริต&nbsp;มีเจ้าหน้าที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ในพื้นที่&nbsp;และอบจ.ระยอง&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;เข้าร่วมอบรม&nbsp;ในงานมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.ระยอง&nbsp;และสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดระยอง&nbsp;มาบรรยายให้วคามรู้เสริมสร้างศักยภาพการป้องกันกการทุจริตให้รับทราบ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การจัดโครงการดังกล่าว&nbsp;มุ่งการพัฒนาองค์ความรู้&nbsp;</strong>สร้างความเข้มแข็งในการป้องกันการทุจริตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดระยอง&nbsp;และยกระดับมาตรฐานการป้องกันการทุจริตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับจังหวัด&nbsp;และเพื่อสร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจเกี่ยวกับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ(ITA)และยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดระยอง&nbsp;รวมทั้งเพื่อเสริมสร้างศักยภาพการทำงานร่วมกันในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของภาคีเครือข่ายป้องกันการทุจริตในจังหวัดระยอง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังเป็นการพัฒนาการดำเนินงานขององค์กรปกครอง</strong>ส่วนท้องถิ่นในจังหวัดระยอง&nbsp;ให้เป็นองค์กรที่มีคุณธรรม&nbsp;มีความโปร่งใสตรวจสอบได้และเป็นองค์กรธรรมาภิบาลอีกด้วย.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308143558529
1198	"กลุ่มสตรีจังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดโครงการ ""พลังสตรีเมืองคนดี ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส เนื่องในวันสตรีสากล""  ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสตรีในกิจกรรมทางสังคม"	"<p><strong>นางโสภา&nbsp;กาญจนะ&nbsp;ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรี</strong>จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;ถือเป็น&nbsp;วันสตรีสากล&nbsp;(International&nbsp;Womens&nbsp;Day)&nbsp;ซึ่งเดิมเรียกว่าวันสตรีแรงงานสากล&nbsp;ซึ่งเป็นวันที่ทั่วโลกเฉลิมฉลองและแสดงความนับถือต่อผู้หญิง&nbsp;ที่ขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ&nbsp;การเมือง&nbsp;และสังคม&nbsp;โดยวันสตรีสากลได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากยูเอ็น&nbsp;เมื่อปี&nbsp;1975&nbsp;และในปี&nbsp;1996&nbsp;ยูเอ็นได้กำหนดคำขวัญประจำปีขึ้นเป็นครั้งแรกว่า&nbsp;เฉลิมฉลองอดีต&nbsp;และวางแผนเพื่ออนาคต&nbsp;</p><p><strong>เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;องค์กรสตรีจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ร่วมกับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;จัดโครงการ&nbsp;""พลังสตรีเมืองคนดี&nbsp;ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล""&nbsp;โดยมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;อาหารแห้ง&nbsp;ของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางและผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นการส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;ให้สตรีมีส่วนร่วมในกิจกรรม&nbsp;และช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับกลุ่มเปราะบาง&nbsp;และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม&nbsp;รวมทั้งเพื่อเสริมสร้างพลังสตรีให้เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;การเมือง&nbsp;การปกครอง&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;และวัฒนธรรมประเพณีอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308131342483
1199	พัฒนาชุมชนจังหวัดกำแพงเพชร เปิดโครงการมหกรรมการออม ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน และเป็นผู้แทนอ่านสารจากอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน	"<p><strong>วันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;</strong>นางสาวสุพัตรา&nbsp;คล้ายทิม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการมหกรรมการออม&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน&nbsp;พร้อมกับมอบโล่รางวัล&nbsp;การดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์&nbsp;เพื่อการผลิตดีเด่น&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;และเป็นผู้แทนอ่านสารจากอธิบดีกรมพัฒนาชุมชน&nbsp;เนื่องในโอกาสครบรอบ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;ของการก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต</p><p><strong>การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์&nbsp;เพื่อการผลิตเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีการออมเงิน&nbsp;</strong>และนำเงินไปใช้ในการพัฒนาอาชีพ&nbsp;โดยลดภาระการกู้ยืมเงินจากแหล่งอื่นๆ&nbsp;ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง&nbsp;พัฒนาคนให้มีคุณธรรม&nbsp;ฝึกประสบการณ์การบริหารเงินทุนให้กับบุคคลในชุมชน&nbsp;พัฒนาศักยภาพของคนในด้านต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;การเป็นผู้นำ&nbsp;การปกครอง&nbsp;ตามระบบประชาธิปไตยส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา&nbsp;คิดและแก้ปัญหาของตนเองด้วยวิธีการทำงานร่วมกัน</p><p><strong>โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด&nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการเครือข่ายกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต</strong>&nbsp;ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;ครบรอบ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;ขึ้นในครั้งนี้&nbsp;ซึ่งเป็นการรวมพลังแสดงถึงความพลังความสำเร็จของการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;และยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;ตามภารกิจกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;และภารกิจของกระทรวงมหาดไทยในการบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุขของประชาชน&nbsp;แก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำของสังคมจึงประกาศวาระชุมชน&nbsp;""การส่งเสริมการออมภาคประชาชน""&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กำแพงเพชร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308144222540
1200	รองผู้ว่าฯ ยะลา มอบเงินช่วยเหลือเยียวยา แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ อ.บันนังสตา จำนวน 3 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;8&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;ที่ว่าการอำเภอบังนังสตา</strong>&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ได้เป็นประธานมอบเงินช่วยเหลือเยียวยา&nbsp;แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p>หจก.&nbsp;บันนังสตาปิโตรเลียม&nbsp;โดย&nbsp;นายวาลิด&nbsp;ดางีดิง&nbsp;เป็นผู้รับมอบ&nbsp;จำนวน&nbsp;7,700&nbsp;บาท&nbsp;ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด&nbsp;40&nbsp;มม.&nbsp;บริเวณโรงจอดรถปั๊มน้ำมันปตท.&nbsp;</p><p>ห้างหุ้นส่วนจำกัด&nbsp;บันนังสตาปิโตรเลียม&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;ส.ค.64&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;นายอิบรอเฮม&nbsp;กาแม&nbsp;มูลค่าเช็คเงินช่วยเหลือเยียวยา&nbsp;586,651&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>ส.ต.อ.อธิพงษ์&nbsp;วรรณมณี&nbsp;ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุคนร้ายลอบจุดชนวนระเบิดที่ซุกซ่อนไว้ในรถจักรยานยนต์&nbsp;ขณะที่เจ้าหน้าที่ขนหีบบัตรเลือกตั้ง&nbsp;จากหน่วยเลือกตั้งที่&nbsp;6&nbsp;ร.ร.บ้านธารทิพย์&nbsp;เพื่อไปส่งที่อบต.บันนังสตา&nbsp;เหตุเกิดบริเวณสะพานบ้านกูหมัง&nbsp;ม.6&nbsp;ต.บันนังสตา&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;พ.ย.&nbsp;64&nbsp;(มูลค่าเช็คเงินช่วยเหลือเยียวยา&nbsp;14,000&nbsp;บาท)&nbsp;</p><p><strong>รวมมูลค่าเช็คเงินช่วยเหลือเยียวยาทั้งสิ้น&nbsp;608,351&nbsp;บาท</strong>&nbsp;โดยมีชาคร&nbsp;เสรีกุล&nbsp;ป้องกันจังหวัดยะลา&nbsp;นายรักเกียรติ&nbsp;รุ่งรัตน์&nbsp;หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจังหวัดยะลา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่&nbsp;ร่วมรับมอบ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308145716553
1201	สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง ประชุมคณะกรรมการดำเนินงานอาหารปลอดภัยจังหวัดพัทลุง ครั้งที่ 12565	<p><strong>นายแพทย์ดุษฎี&nbsp;&nbsp;คงตระกูลทรัพย์&nbsp;&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพัทลุง</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานอาหารปลอดภัยจังหวัดพัทลุง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;๑&nbsp;/&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง&nbsp;โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพียงกัน</p><p><strong>การประชุมคณะกรรมการดำเนินงานอาหารปลอดภัยจังหวัดพัทลุง&nbsp;</strong>ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อสรุปผลการดำเนินงาน&nbsp;ปัญหา&nbsp;และอุปสรรค&nbsp;ในการดำเนินงานอาหารปลอดภัยของจังหวัด&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;และพิจารณาร่างแผนบูรณาการด้านอาหารปลอดภัยจังหวัดพัทลุง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนในจังหวัดพัทลุงได้บริโภคอาหารที่สะอาดปลอดภัย&nbsp;สถานประกอบการแปรรูปและจำหน่ายอาหารปลอดภัยได้รับมาตรฐาน&nbsp;และผู้บริโภคมีความตระหนักรู้ด้านอาหารปลอดภัย&nbsp;</p><p><strong>โดยมีโครงการ&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ที่จะดำเนินการภายในปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>ภายใต้ยุทธศาสตร์&nbsp;3&nbsp;ข้อ&nbsp;ดังนี้&nbsp;ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;1&nbsp;ส่งเสริมสนับสนุนแหล่งผลิตอาหารปลอดภัย&nbsp;ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน&nbsp;มีสำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง&nbsp;เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก&nbsp;ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;2&nbsp;ส่งเสริมสนับสนุนแหล่งแปรรูปและจำหน่ายอาหารให้ได้มาตรฐาน&nbsp;และได้รับการควบคุมกำกับตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;มีสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง&nbsp;เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก&nbsp;และยุทธศาสตร์ที่&nbsp;3&nbsp;พัฒนาศักยภาพผู้บริโภคด้านอาหารปลอดภัย&nbsp;โดยการประชาสัมพันธ์&nbsp;ให้ผู้บริโภคมีความรู้&nbsp;สร้างการรับรู้&nbsp;ความตระหนักด้านอาหารปลอดภัย&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;</strong>เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจข้อมูลข่าวสาร&nbsp;เรื่องอาหารปลอดภัยประจำปี&nbsp;2565&nbsp;แก่ประชาชนจังหวัดพัทลุง&nbsp;ทั้ง&nbsp;11&nbsp;อำเภอ&nbsp;เผยแพร่ผ่านช่องทางต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในความรับผิดชอบ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สนง.ประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง/08/03/2565</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	พัทลุง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308145824555
1202	"จ.ลำปาง จัดพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน ""ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา"""	"<p><strong>วันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;หอประชุมศาลากลางจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;""ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา""&nbsp;เพื่อน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ที่ทรงมอบลายผ้าพระราชทานให้กับช่างทอผ้า&nbsp;กลุ่มทอผ้า&nbsp;และผู้ผลิตผ้าทุกกลุ่ม&nbsp;ทุกเทคนิค&nbsp;ได้นำไปประยุกต์ต่อยอดให้งานหัตถกรรมด้านการทอผ้า&nbsp;สืบสานสู่รุ่นต่อรุ่น&nbsp;ตามแนวพระดำริ&nbsp;""ผ้าไทย&nbsp;ใส่ให้สนุก""&nbsp;ตลอดจนช่วยส่งเสริมรายได้ให้แก่กลุ่มทอผ้า&nbsp;และกลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้า&nbsp;ให้เกิดความเข้มแข็งของเศรษฐกิจชุมชนฐานราก</p><p><strong>สำหรับพิธีฯ&nbsp;เป็นการมอบลายผ้าพระราชทาน</strong>&nbsp;""ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา""&nbsp;ให้กับนายอำเภอและนายกกิ่งกาชาดอำเภอ&nbsp;เพื่อนำลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ไปเผยแพร่สนับสนุน&nbsp;ส่งเสริมให้แก่กลุ่มทอผ้า&nbsp;กลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้าในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;กลุ่ม&nbsp;22&nbsp;ราย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จังหวัดลำปางยังได้จัดกิจกรรม</strong>&nbsp;""สืบสานตำนานผ้าไทย&nbsp;ประชารัฐ&nbsp;ร่วมใจ&nbsp;สตรียุคใหม่&nbsp;สไตล์ล้านนา""&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;8&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อส่งเสริมการตลาดผ้าไทย&nbsp;สินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;ของทุกอำเภอ&nbsp;ภายใต้มาตรการเร่งด่วนในการป้องกันวิกฤตการณ์จากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมงานดังกล่าวได้ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;หอประชุมศาลากลางจังหวัดลำปาง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308132839493
1203	สาธารณสุขขอนแก่น ให้ทุกอำเภอ ทุกพื้นที่ สามารถให้การดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 (ATK+) ในรูปแบบผู้ป่วยนอกได้ ด้วยความสมัครใจ หรือ เจอ-แจก-จบ	<p><strong>นายแพทย์ภาคี&nbsp;ทรัพย์พิพัฒน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;EOC&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ครั้งที่&nbsp;25/2565&nbsp;ผ่านการประชุมทางไกล&nbsp;Web&nbsp;Conference&nbsp;มีประเด็นติดตามและข้อสั่งการที่สำคัญ&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>-ทุกอำเภอ&nbsp;ทุกพื้นที่&nbsp;สามารถให้การดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&nbsp;(ATK+)&nbsp;ในรูปแบบผู้ป่วยนอกได้&nbsp;ด้วยความสมัครใจ&nbsp;หรือ&nbsp;เจอ-แจก-จบ&nbsp;</p><p>-ผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สามารถตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเองที่บ้าน&nbsp;แจ้ง&nbsp;อสม.ในพื้นที่&nbsp;หรือโทรศัพท์หน่วยบริการใกล้บ้าน&nbsp;หรือมาตรวจที่คลินิกโรคทางเดินหายใจ&nbsp;(ARI&nbsp;Clinic)&nbsp;ในโรงพยาบาล&nbsp;จากนั้นโรงพยาบาลประเมินความเสี่ยง&nbsp;ถ้าประเมินแล้วไม่มีอาการ&nbsp;ไม่มีความเสี่ยงให้รักษาแบบผู้ป่วยนอก&nbsp;ให้ยาตามระดับอาการ&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มยาตามอาการ&nbsp;เช่น&nbsp;ลดไข้&nbsp;แก้ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ขับเสมหะ&nbsp;เป็นต้น,&nbsp;ยาฟ้าทะลายโจร&nbsp;และยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์&nbsp;และติดตามอาการหลังครบ&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และแยกกักตัวที่บ้าน&nbsp;Self&nbsp;Isolation&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;</p><p>-ให้ทุกอำเภอรณรงค์การฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;ในกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;608&nbsp;ให้ครบภายในเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เนื่องจากในช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;จะมีการเดินทางของลูกหลานกลับมาเยี่ยมบ้านเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p>-ประชาสัมพันธ์ทุกช่องทางการสื่อสาร&nbsp;เรื่อง&nbsp;เจอ-แจก-จบ&nbsp;ให้ประชาชนใช้บริการเข้ารับการรักษา&nbsp;ณ&nbsp;สถานบริการสาธารณสุขตามสิทธิ&nbsp;ใกล้บ้าน&nbsp;และการฉีดวัคซีนในกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;ก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;สงกรานต์&nbsp;เมือบ้านปลอดภัยสูงอายุที่บ้านรับวัคซีนครบ&nbsp;3&nbsp;เข็ม&nbsp;&nbsp;และติดตามการบริหารจัดการเวชภัณฑ์&nbsp;ยาที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด&nbsp;-19&nbsp;ให้พร้อมในการรองรับกรณีมีผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นจำนวนมาก&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308143209523
1204	ประธานคณะกรรมาธิการแรงงาน ประชุมรับฟังการบรรยายสรุปของจังหวัดปทุมธานี พร้อมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวในประเภทกิจการรับเหมาก่อสร้างที่ได้รับ ผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมบัวหลวงปทุมธานี&nbsp;</strong>ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี&nbsp;นายสุเทพ&nbsp;อู่อ้น&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;เป็นประธานการประชุมรับฟังการบรรยายสรุปของจังหวัดปทุมธานี&nbsp;เรื่อง&nbsp;การบริหารจัดการทำงานของแรงงานต่างด้าวในพื้นที่และแนวทางการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวในประเภทกิจการรับเหมาก่อสร้างที่ได้รับ&nbsp;ผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเอกวิทย์&nbsp;มีเพียร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;นายทวีศักดิ์&nbsp;ทักษิณ&nbsp;โฆษกคณะกรรมาธิการแรงงาน&nbsp;พร้อมคณะกรรมาธิการแรงงาน&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;นางสาวกมลวรรณ&nbsp;อิ่มสุวรรณ&nbsp;แรงงานจังหวัดปทุมธานี&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงานเข้าร่วมประชุม</p><p><strong>จังหวัดปทุมธานี&nbsp;มีประชากร&nbsp;จำนวน&nbsp;1,190,060&nbsp;คน</strong>&nbsp;ประชากรแฝง&nbsp;ประมาณ&nbsp;516,000&nbsp;คน&nbsp;และแรงงานต่างด้าว&nbsp;จำนวน&nbsp;177,278&nbsp;คน&nbsp;โดยจำนวนแรงงานต่างด้าวคิดเป็นร้อยละ&nbsp;&nbsp;14.89&nbsp;ของประชากร&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;แบ่งพื้นที่การปกครองเป็น&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;อำเภอสามโคก&nbsp;อำเภอลาดหลุมแก้ว&nbsp;อำเภอธัญบุรี&nbsp;อำเภอลำลูกกา&nbsp;อำเภอคลองหลวง&nbsp;และอำเภอหนองเสือ&nbsp;มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;จำนวน&nbsp;65&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;เทศบาลนคร&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;เทศบาลเมือง&nbsp;11&nbsp;แห่ง&nbsp;เทศบาลตำบล&nbsp;&nbsp;11&nbsp;แห่ง&nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;36&nbsp;แห่ง&nbsp;มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในปี&nbsp;2562&nbsp;มูลค่า&nbsp;434,004&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนใหญ่มาจากภาคอุตสาหกรรม&nbsp;ร้อยละ&nbsp;53.6&nbsp;ภาคบริการ&nbsp;ร้อยละ&nbsp;45.02&nbsp;และภาคเกษตร&nbsp;ร้อยละ&nbsp;1.4&nbsp;ประชากรส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรืออาชีวศึกษา&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;68.50&nbsp;ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพภาคอุตสาหกรรม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ปทุมธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308135428507
1205	จังหวัดอ่างทอง  จัดโครงการ   มหกรรมรวมพลังสตรี จังหวัดอ่างทอง   เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2565	<p><strong>นายวีระศักดิ์&nbsp;วิจิตร์แสงศรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดและมอบมอบโล่ประกาศเกียรติคุณรางวัลเชิดชูเกียรติคนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีดีเด่น&nbsp;ระดับเขตตรวจราชการที่&nbsp;1&nbsp;คณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเทศบาลตำบลไชโย&nbsp;อำเภอไชโย&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางชุติพร&nbsp;วิจิตร์แสงศรี&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอ่างทอง&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;ฯพณฯ&nbsp;สมศักดิ์&nbsp;ปริศนานันทกุล&nbsp;อดีตรัฐมนตรี</strong>ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;นายภราดร&nbsp;ปริศนานันทกุล&nbsp;นายกรวีร์&nbsp;ปริศนานันทกุล&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดอ่างทอง&nbsp;ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดอ่างทอง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดโครงการ&nbsp;&nbsp;มหกรรมรวมพลังสตรี&nbsp;จังหวัดอ่างทอง&nbsp;&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ทั้งนี้มีผู้นำสตรี&nbsp;และสมาชิกสตรีอาสาพัฒนาเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;213&nbsp;คน&nbsp;จาก&nbsp;7&nbsp;อำเภอของจังหวัดอ่างทองเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ณ&nbsp;โดมชั่วคราว&nbsp;วัดป่าโมกวรวิหาร&nbsp;อำเภอป่าโมก&nbsp;จังหวัดอ่างทอง&nbsp;โดยดำเนินการตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด</p><p><strong>สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อรวมพลังสตรี</strong>&nbsp;และเป็นการสร้างความรักความสามัคคีในกลุ่มองค์กรสตรีจังหวัดอ่างทองและตระหนักถึงความสำคัญของวันสตรีสากล&nbsp;8&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;โดยมีเจตนารมณ์ที่มุ่งเน้น&nbsp;ให้ความสำคัญ&nbsp;ถึงบทบาทและสถานภาพของสตรี&nbsp;ในสังคมปัจจุบันที่เปิดโอกาสให้สตรีได้รับความเป็นธรรม&nbsp;และความเท่าเทียม&nbsp;มีโอกาสในการเข้าถึงหรือรับประโยชน์จากการพัฒนา&nbsp;เสริมสร้างความรู้ความสามารถและพัฒนาศักยภาพของสตรีให้สร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวอย่างมีประสิทธิภาพในวิถีชีวิตแบบภาวะปกติใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้สตรีมีความสำนึกและภูมิใจ</strong>ในความเป็นไทยโดยช่วยกันส่งเสริมการสวมใส่ผ้าประจำถิ่น&nbsp;พร้อมทั้งสร้างขวัญกำลังใจให้สตรีที่ได้ทุ่มเทเพื่อพัฒนาสิทธิ&nbsp;บทบาทของสตรี&nbsp;และเป็นตัวอย่างที่ดีแก่สังคมต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	อ่างทอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308135631508
1206	จังหวัดกาฬสินธุ์ จัดพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา	"<p><strong>วันนี้(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดกาฬสินธุ์</strong>&nbsp;นายทรงพล&nbsp;ใจกริ่ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายปราชญา&nbsp;อุ่นเพชรวรากร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ให้กับ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;และพัฒนาการอำเภอ&nbsp;ทั้ง&nbsp;18&nbsp;อำเภอ&nbsp;ของจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;เพื่อนำไปใช้เป็นต้นแบบในการทอผ้า&nbsp;ผลิตผ้า&nbsp;และผลิตภัณฑ์&nbsp;ในแต่ละท้องถิ่น&nbsp;เป็นการเริ่มต้น&nbsp;ต่อยอดแนวความคิดในการพัฒนาลวดลายผ้าไทย&nbsp;และพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้มีความทันสมัย&nbsp;สามารถก้าวสู่สากลเพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน</p><p><strong>นายอุทัย&nbsp;สิงห์ทอง&nbsp;พัฒนาการจังหวัดกาฬสินธุ์</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ผ้าพระราชทานผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ทรงมีพระเมตตาพระราชทาน&nbsp;ผ่านนายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทยเพื่อมอบให้กับช่างทอผ้าทุกกลุ่ม&nbsp;ทุกเทคนิค&nbsp;นำไปใช้ทอผ้า&nbsp;ผลิตผ้าตามอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;พระองค์ทรงได้รับแรงบันดาลพระทัยจาก&nbsp;ผ้าขิดลายสมเด็จ&nbsp;ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ได้พระราชทานแก่ราษฎร&nbsp;อันเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาผ้าไทย&nbsp;ให้มีความร่วมสมัย&nbsp;โดยในลวดลายผ้าแต่ละลวดลายแฝงไปด้วยความหมายที่มีความลึกซึ้ง&nbsp;แสดงถึงความตั้งพระทัยมั่นในการสืบสาน&nbsp;รักษาและต่อยอด&nbsp;พระราชกรณียกิจของสมเด็จย่าของพระองค์&nbsp;ในการฟื้นคืนภูมิปัญญาผ้าไทยให้ดำรงคงอยู่คู่แผ่นดิน</p><p><strong>การจัดงานครั้งนี้&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ได้บูรณาการจัดงานวันสตรีสากล</strong>&nbsp;ซึ่งตรงกับวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;โดยได้จัดกิจกรรม&nbsp;""มหกรรมรวมพลังสตรีกาฬสินธุ์สร้างสรรค์ชุมชน&nbsp;สร้างคนสร้างชาติ""&nbsp;เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;และถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;90พรรษา&nbsp;12&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งประเทศไทยได้เป็นหนึ่งในสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ&nbsp;และจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานสตรีแห่งชาติ&nbsp;(กสส)&nbsp;ขึ้นในวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.2532&nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนบทบาทยองผู้หญิงในสังคม&nbsp;โดยทุกประเทศจะมีการจัดกิจกรรมเพื่อฉลองเนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับองค์กรสตรีจัดงานวันสตรีสากลเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้จัก&nbsp;เห็นความสำคัญของวันสตรีสากล&nbsp;โดยในการจัดงานจะมีการมอบประกาศเกียรติคุณแก่สตรีดีเด่นประจำปี&nbsp;เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติสตรีผู้สร้างประโยชน์ในด้านต่างๆ&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;และเป็นการให้ความสำคัญ&nbsp;ยอมรับผู้หญิงมากขึ้นทำให้&nbsp;ผู้หญิงในปัจจุบันมีบทบาทอย่างแพร่หลายต่อการขับเคลื่อนของสังคม&nbsp;ดังนั้น&nbsp;""วันสตรีสากล""&nbsp;จึงเป็นอีกวันหนึ่งที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงทุกคนได้แสดงความสามารถ&nbsp;ทำให้เห็นถึงความทัดเทียมกันได้เป็นอย่างดี</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์</strong>&nbsp;ได้มอบเกียรติบัตรแก่สตรีที่มีผลงานดี&nbsp;เด่น&nbsp;อำเภอละ&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;รวมทั้งสิ้น18&nbsp;คน&nbsp;เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติสตรีผู้สร้างประโยชน์ในด้านต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;1.ด้านการพัฒนาชุมชน&nbsp;2.ด้านคุณธรรม&nbsp;จริยธรรม&nbsp;3.ด้านแกนนำและส่งเสริมให้สตรีมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน&nbsp;4.ด้านต้นแบบในการดำรงชีวิตตามแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และ5.ด้านส่งเสริมให้สตรีในชุมชนมีส่วนร่วมในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย&nbsp;โดยมีคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอทั้ง&nbsp;18&nbsp;อำเภอ&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติ&nbsp;ในครั้งนี้ด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	กาฬสินธุ์	สวท.กาฬสินธุ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308143307524
1207	รอง ผวจ.ยะลา มอบเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุไม่สงบฯ	<p><strong>ที่ห้องประชุม&nbsp;ที่ว่าการอำเภอบังนังสตา&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ได้เป็นประธานมอบเงินช่วยเหลือเยียวยา&nbsp;แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หจก.&nbsp;บันนังสตาปิโตรเลียม&nbsp;โดย&nbsp;นายวาลิด&nbsp;ดางีดิง&nbsp;เป็นผู้รับมอบ&nbsp;จำนวน&nbsp;7,700&nbsp;บาท&nbsp;ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด&nbsp;40&nbsp;มม.&nbsp;บริเวณโรงจอดรถปั๊มน้ำมันปตท.&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ห้างหุ้นส่วนจำกัด&nbsp;บันนังสตาปิโตรเลียม&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;ส.ค.64ที่ผ่านมา&nbsp;นายอิบรอเฮม&nbsp;กาแม&nbsp;มูลค่าเช็คเงินช่วยเหลือเยียวยา&nbsp;586,651&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.ส.ต.อ.อธิพงษ์&nbsp;วรรณมณี&nbsp;ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุคนร้ายลอบจุดชนวนระเบิดที่ซุกซ่อนไว้ในรถจักรยานยนต์&nbsp;ขณะที่เจ้าหน้าที่ขนหีบบัตรเลือกตั้ง&nbsp;จากหน่วยเลือกตั้งที่&nbsp;6&nbsp;ร.ร.บ้านธารทิพย์&nbsp;เพื่อไปส่งที่อบต.บันนังสตา&nbsp;&nbsp;เหตุเกิดบริเวณสะพานบ้านกูหมัง&nbsp;ม.6&nbsp;ต.บันนังสตา&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;พ.ย.&nbsp;64&nbsp;(มูลค่าเช็คเงินช่วยเหลือเยียวยา&nbsp;14,000&nbsp;บาท)&nbsp;</p><p><strong>รวมมูลค่าเช็คเงินช่วยเหลือเยียวยาทั้งสิ้น&nbsp;608,351&nbsp;บาท&nbsp;</strong>โดยมีชาคร&nbsp;เสรีกุล&nbsp;ป้องกันจังหวัดยะลา&nbsp;นายรักเกียรติ&nbsp;รุ่งรัตน์&nbsp;หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจังหวัดยะลา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่&nbsp;ร่วมรับมอบ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308150101559
1208	สำนักงานจัดหางานจังหวัดแพร่จัดงาน วันมหกรรมอาชีพจังหวัดแพร่ เพื่อจุดประกายทางความคิดด้านอาชีพแก่ประชาชน	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่โรงยิมส์&nbsp;1,000&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;วันมหกรรมอาชีพจังหวัดแพร่&nbsp;ซึ่งสำนักงานจัดหางานจังหวัดแพร่ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดขึ้น&nbsp;ในวันที่&nbsp;8-9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเปิดโลกทัศน์และจุดประกายความคิดทางอาชีพให้แก่ประชาชนทั่วไป&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;ให้มีโอกาสได้รู้จักอาชีพและลักษณะการทำงานที่หลากหลาย&nbsp;ตลอดจนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารตลาดแรงงาน&nbsp;ข้อมูลอาชีพ&nbsp;ข้อมูลด้านการศึกษา&nbsp;เพื่อการวางแผนหรือใช้เป็นแนวทางในการเลือกศึกษาต่อ&nbsp;หรือเลือกประกอบอาซีพได้อย่างเหมาะสม&nbsp;สร้างโอกาสในการเรียนรู้และทดลองฝึกปฏิบัติอาชีพอิสระที่ตนเองสนใจ&nbsp;เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงในอนาคต&nbsp;และให้ผู้ที่เคยได้รับการส่งเสริมอาชีพจากสำนักงานจัดหางานจังหวัดแพร่&nbsp;เช่น&nbsp;กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน&nbsp;กลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;ได้นำสินค้าผลิตภัณฑ์ของตนเองมาจัดจำหน่ายภายในงานเพื่อเป็นการส่งเสริมการตลาดอีกทางหนึ่ง</p><p><strong>นายนิรุศ&nbsp;นเรวรรณ์&nbsp;นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;</strong>จัดหางานจังหวัดแพร่กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานจัดหางานจังหวัดแพร่ได้ปรับรูปแบบการจัดงานให้เป็นรูปแบบผสม&nbsp;คือ&nbsp;ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมภายในงานได้&nbsp;โดยจำกัดจำนวนคนเข้าร่วมวันละไม่เกิน&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;โดยมีการตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์&nbsp;และสำหรับผู้ที่ต้องการหรือสนใจรับชมกิจกรรมแต่ไม่ประสงค์จะมารวมกลุ่มกับคนจำนวนมากหรือหลีกเสี่ยงสถานที่แออัด&nbsp;สามารถรับชมการ&nbsp;Live&nbsp;สด&nbsp;(On&nbsp;line)&nbsp;ผ่านเฟซบุ๊คแฟนเพจของสำนักงานจัดหางานจังหวัดแพร่&nbsp;ทั้งนี้การจัดงานได้ดำเนินการตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;กิจกรรมในวันนี้ประกอบด้วย&nbsp;เสาวนาพิเศษเงินล้านสร้างได้แค่ปรับมายเซ็ท,&nbsp;การจัดแสดงนิทรรศการโลกการศึกษา&nbsp;โลกอาชีพ&nbsp;อาชีพนวัตกรรมสมัยใหม่&nbsp;10&nbsp;เป้าหมายอาชีพ,&nbsp;โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(EEC),&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมอาชีพอิสระและทดลองปฏิบัติ&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;อาชีพ/วัน&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;30&nbsp;อาชีพ&nbsp;เช่น&nbsp;การทำอาหารเพื่อสุขภาพ&nbsp;การทำขนมไดฟูกุ&nbsp;ชาสมุนไพรเพื่อสุขภาพ&nbsp;การทำชิ&nbsp;การปลูกต้นไม้&nbsp;การปลูกแคสตัส&nbsp;การสอนแต่งหน้า&nbsp;การขายสินค้าออนไลน์&nbsp;และอาชีพอื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย,&nbsp;การแข่งขันตอบปัญหาทางอาชีพชิงรางวัล,&nbsp;การทดสอบความพร้อมทางอาชีพ&nbsp;และทดสอบภาษาอังกฤษเพื่อการทำงาน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308141946516
1209	อำเภอท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี รวมพลังสตรีมอบเครื่องอุปโภค-บริโภค แก่ครัวเรือนเปราะบาง เนื่องในวันสตรีสากล ปี 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายสุกิจ&nbsp;มีพริ้ง&nbsp;นายอำเภอท่าฉาง</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ทางอำเภอฯ&nbsp;ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอท่าฉาง&nbsp;และคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอท่าฉาง&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;รวมพลังสตรีเมืองคนดี&nbsp;ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอท่าฉาง&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;อสม.,&nbsp;ทีมพี่เลี้ยง&nbsp;และคณะกรรมการพัฒนาสตรีระดับตำบล&nbsp;6&nbsp;ตำบล&nbsp;ของอำเภอท่าฉาง&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียงกัน&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้นายอำเภอท่าฉาง&nbsp;ได้นำทีมฯ&nbsp;</strong>เดินทางมอบถุงยังชีพ&nbsp;ให้แก่&nbsp;ครัวเรือนเปราะบาง&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;โดยแบ่งเป็นครัวเรือนเปราะบาง&nbsp;ต.เขาถ่าน&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และครัวเรือนเปราะบาง&nbsp;ต.ท่าเคย&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เพื่อบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในเด็ก&nbsp;เยาวชน&nbsp;สตรี&nbsp;และผู้สูงอายุในครัวเรือนเปราะบาง&nbsp;โดยได้พูดคุย&nbsp;สอบถามถึงสภาพปัญหา&nbsp;และสภาพความเป็นอยู่&nbsp;พร้อมทั้งมอบหมายแนวทางการให้ความช่วยเหลือแก่ทีมพี่เลี้ยง&nbsp;ในการช่วยเหลือครัวเรือนเปราะบาง&nbsp;ให้สามารถพัฒนาตนเองและสภาพความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308145756554
1210	สส. ต้น มอบหน้ากากอนามัยให้ชาวอำเภอบ่อทอง	<p><strong>นายสรวุฒิ&nbsp;เนื่องจำนงค์&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต&nbsp;4&nbsp;</strong>จังหวัดชลบุรี&nbsp;พร้อมทีมงาน&nbsp;นำหน้ากากอนามัย&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;แจกจ่ายให้กับประชาชน&nbsp;แทนความห่วงใย&nbsp;ซึ่งในขณะนี้ได้มีการแพร่ระบาดของโควิด19โอไมคลอนระบาดอยู่หลายพื้นที่&nbsp;และในวันนี้&nbsp;สส.&nbsp;ต้น&nbsp;พร้อมทีมงานได้นำหน้ากากอนามัย&nbsp;แจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนชาวอำเภอบ่อทอง&nbsp;บ้านละ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;เพื่อไว้ใช้ในการป้องกันตนเอง&nbsp;จากการแพร่ระบาดของโรคไวรัส&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;19</p><p><strong>นาวสรวุฒิ&nbsp;เนื่องจำนงค์&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต&nbsp;4&nbsp;</strong>จังหวัดชลบุรี&nbsp;กล่าวทิ้งท้ายว่า&nbsp;ขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังตนเองให้มาก&nbsp;ไม่จำเป็นไม่ควรออกจากบ้าน&nbsp;หรือจำเป็นต้องออกจากบ้าน&nbsp;ให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;เว้นระยะห่างทางสังคม&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;ศบค&nbsp;อย่างครังครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ปริญญา/ข่าว/ภาพ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308143708531
1211	จังหวัดชัยนาท จัดประชุมเชิงปฏิบัติการสมัชชาสตรีและกิจกรรมเนื่องในวันสตรีสากล ประจำปีงบประมาณ 2565 เสริมพลังสตรีร่วมตัดสินใจลดผลกระทบภัยพิบัติจากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่โรงแรมเจ้าพระยาธาราริเวอร์ไซด์&nbsp;</strong>อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;นายนที&nbsp;มนตริวัต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;เป็นประธานเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการสมัชชาสตรีและกิจกรรมเนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยนาท&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;เพื่อระลึกถึงความเป็นมาแห่งการต่อสู้ของสตรีให้ได้มาซึ่งความเสมอภาค&nbsp;ยุติธรรม&nbsp;สันติภาพและการพัฒนา&nbsp;รวมทั้งกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนในสังคมตระหนักถึงความสำคัญของสตรี&nbsp;ชุมชน&nbsp;และสังคม&nbsp;</p><p><strong>นายนที&nbsp;มนตริวัต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการสมัชชาสตรีและกิจกรรมเนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;การเสริมพลังสตรีร่วมตัดสินใจลดผลกระทบภัยพิบัติจากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;วันนี้&nbsp;ทำให้ทุกคนได้ร่วมกันรำลึกถึงคุณูปการของสตรีไทยและสตรีทั่วโลก&nbsp;และปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันสตรีเป็นผู้มีบทบาทอย่างยิ่งในทุกมิติ&nbsp;รวมทั้งการดูแลพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในครอบครัว&nbsp;ชุมชน&nbsp;และประเทศชาติ&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;ได้มอบเกียรติบัตรแก่สตรีดีเด่นจังหวัดชัยนาท&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;คนและร่วมถ่ายภาพที่ระลึกกับหัวหน้าส่วนราชการที่มาร่วมในพิธี&nbsp;และผู้เข้าร่วมการประชุมฯ&nbsp;ด้วย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การประชุมเชิงปฏิบัติการสมัชชาสตรีและกิจกรรมเนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เสริมพลังสตรีร่วมตัดสินใจลดผลกระทบภัยพิบัติจากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;มีการบรรยายหัวข้อ&nbsp;การส่งเสริมศักยภาพสตรีและความคุ้มครองพิทักษ์สตรี&nbsp;และส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ&nbsp;/การจัดเวทีเสวนา&nbsp;ตลอดจนการแบ่งกลุ่มระดมสมองในประเด็นการเสริมพลังสตรีและเด็กหญิงในการจัดการภัยพิบัติในภาวะวิกฤตจากภัยธรรมชาติอย่างมีมุมมองมิติเพศภาวะ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308135754510
1212	สส. เขต 7 มอบแอลกอฮอล์ในตลาดสดเห่าดงซิตี้	<p><strong>สส.&nbsp;เขต&nbsp;7&nbsp;มอบแอลกอฮอล์ในตลาดสดเห่าดงซิตี้&nbsp;จำนวน&nbsp;260&nbsp;หลอด&nbsp;</strong>จากสถานการณ์การแพร่บาดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COIVD&nbsp;19)&nbsp;ทำให้หลายพื้นที่มีการแพร่ระบาด&nbsp;นางสาวกวินนาถ&nbsp;ตาคีย์&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต7&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน&nbsp;ได้นำแอลกอฮอล์มอบให้ประชาชนที่มาจับจ่ายตลาดเห่าดงซิตี้</p><p><strong>นางสาวกวินนาถ&nbsp;ตาคีย์&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต7</strong>&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;มอบหมายทีมงานคณะทำงานผู้ช่วย&nbsp;สส.&nbsp;เขต&nbsp;7&nbsp;นำเจลแอลกอฮอล์&nbsp;ชนิดหลอดจำนวน&nbsp;260&nbsp;หลอด&nbsp;แจกจ่ายพ่อค้าแม่ขายและประชาชนทั่วไป&nbsp;ที่เดินมาจับจ่ายใช้สอยภายในตลาดสดเห่าดงซิตี้&nbsp;ตำบลห้วยใหญ่&nbsp;อำเภอบางละมุงจังหวัดชลบุรี&nbsp;แทนความห่วงใย&nbsp;ซึ่งในขณะนี้ได้มีการแพร่ระบาดของโควิด19โอไมคลอนระบาดอยู่ในพื้นที่&nbsp;อำเภอบางละมุง</p><p><strong>โดยมีนายศยสันต์&nbsp;ชัยยกุล&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;ตลาดสดเห่าดงซิตี้&nbsp;</strong>นายพาริน&nbsp;พุกกระแบก&nbsp;ผู้จัดการทั่วไป&nbsp;เป็นผู้รับมอบ&nbsp;เพื่อนำไปแจกจ่ายพ่อค้าแม่ขายภายในตลาดสดเห่าดงซิตี้&nbsp;และยังมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปให้ระมัดระวังกาดไม่ตกห่างโกลโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;แน่นอน&nbsp;นางสาวกวินนาถ&nbsp;ตาคีย์&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต7&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;กล่าวทิ้งท้ายว่า&nbsp;ขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังตนเองให้มาก&nbsp;ไม่จำเป็นไม่ควรออกจากบ้าน&nbsp;หรือจำเป็นต้องออกจากบ้าน&nbsp;ให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;เว้นระยะห่างทางสังคม&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;ศบค&nbsp;อย่างครังครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ปริญญา/ข่าว/ภาพ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308143830532
1213	สส.ขวัญเลิศ มอบชุดตรวจ ATK ให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาศรีราชา	"<p><strong>นายขวัญเลิศ&nbsp;พานิชมาท&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์เขต&nbsp;5&nbsp;</strong>อำเภอศรีราชา&nbsp;ได้นำชุดตรวจATK&nbsp;พร้อมแมสก์&nbsp;จำนวน&nbsp;350&nbsp;ชุด&nbsp;มามอบให้แก่ทางวิทยาลัยอาชีวศึกษาศรีราชา&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;วิทยาลัยอาชีวศึกษาศรีราชา&nbsp;อำเภอศรีราชา&nbsp;จังหวัดชลบุรี</p><p><strong>โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ตรวจนักศึกษา&nbsp;และครูอาจารย์</strong>&nbsp;บุคคลากรทางการศึกษา&nbsp;เพื่อความปลอดภัย&nbsp;และลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;19&nbsp;ซึ่งทาง&nbsp;ส.ส.ขวัญเลิศ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;นอกจากชุดตรวจATK&nbsp;ที่นำมามอบให้ทางวิทยาลัยในวันนี้แล้วอยากขอให้นักศึกษาและครอบครัวได้สแกนคิวอาร์โค้ด&nbsp;ที่นำมาให้ซึ่งจะมคประโยชน์เมื่อ&nbsp;หากตรวจแล้วพบเชื้อให้แจ้งกลับมาเพื่อทางเราจะบอกช่องทางในการติดต่อหน่วยงานหรือรพ.&nbsp;ที่เรามีสิทธิ์รักษา&nbsp;และหากรักษาตัวอยู่ที่บ้านเราจะส่งมอบถุงยังชีพไปให้ถึงที่บ้านตามที่อยู่ที่ให้มา&nbsp;พร้อมมีทีมฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อบริการฟรี&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;นางสุจิตรา&nbsp;หมื่นพวงศ์&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;วิทยาลัยอาชีวศึกษาศรีราชา</strong>&nbsp;ได้กล่าวขอบคุณทาง&nbsp;ส.ส.&nbsp;ขวัญเลิศ&nbsp;ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา&nbsp;เป็นอย่างมาก&nbsp;ที่ได้นำชุดตรวจATK&nbsp;พร้อมแมสก์&nbsp;เดินทางมามอบให้&nbsp;เพื่อจะได้นำไปใช้ตรวจเพื่อความปลอดภัยของทุกคนและยังสร้างความเชื่อมั่นให้แก่บุคลากรและนักศึกษา</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ปริญญา/ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308143947534
1214	ดร.เอ มอบถุงยังชีพ ให้กับผู้กักตัวติดเชื้อโควิด	<p><strong>ดร.เอ&nbsp;มอบถุงยังชีพ&nbsp;ให้กำลังใจประชาชน&nbsp;ผู้กักตัวติดเชื้อโควิด&nbsp;และผู้ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;</strong></p><p><strong>ดร.สะถิระ&nbsp;เผือกประพันธุ์&nbsp;สส.เขต&nbsp;8&nbsp;ชลบุรี</strong>&nbsp;พร้อมด้วยคณะทำงาน&nbsp;จัดถุงยังชีพ&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอสัตหีบ&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;มอบให้กับประชาชน&nbsp;ผู้กักตัวจากเชื้อโควิด19&nbsp;ผู้มีความเสี่ยงสูง&nbsp;ผู้ที่หายจากการติดเชื้อโควิด19&nbsp;และผู้ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;ตามครัวเรือน&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ&nbsp;ในการสู้กับวิกฤตโควิด19&nbsp;ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในปัจจุบัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;ทาง&nbsp;ดร.สะถิระ&nbsp;เผือกประพันธุ์&nbsp;สส.เขต&nbsp;8&nbsp;</strong>ชลบุรีและทีมงาน&nbsp;มีความห่วงประชาชน&nbsp;จัดถุงยังชีพที่มีสิ่งของที่มีความจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน&nbsp;ให้กับครอบครัวผู้ที่ติดเชื้อโควิด19&nbsp;โดยมีญาติผู้ที่ไม่ได้ติดเชื้อ&nbsp;เป็นผู้รับมอบ&nbsp;เพราะต้องกักตนเองอยู่ภายในบ้าน&nbsp;ไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้ตามปกติได้&nbsp;ดังนั้นแล้ว&nbsp;ถุงยังชีพจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก&nbsp;และขอให้ประชาชนหายจากเชื้อโควิด19ในร็ววันและกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ&nbsp;และโอกาสเดียวก็ยังมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนผู้เดือดร้อนที่ร้องขอผ่านยังทีมงานผู้แทนบ้านๆ&nbsp;อีกด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังตนเองให้มากยิ่งขึ้น</strong>&nbsp;ล้างมือบ่อยๆสวมใส่แมสอย่างมิดชิด&nbsp;ชำระล้างร่างกายเมื่อเสร็จกิจในชีวิตประจำวัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ปริญญา/ข่าว/ภาพ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308144136538
1215	COVID-19 จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้ติดเชื้อยืนยัน (RT-PCR) เพิ่ม 22 ราย และมีผู้เข้าข่ายติดเชื้อ (ATK) 184 ราย	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์&nbsp;การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม-&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีดังนี้&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;818&nbsp;ราย&nbsp;(ตรวจ&nbsp;RT-PCR)&nbsp;ผู้ป่วยเข้าข่ายสะสม&nbsp;(ตรวจ&nbsp;ATK)&nbsp;5,494&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ป่วยสะสมทั้งหมด&nbsp;6,312&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;4,122&nbsp;ราย&nbsp;ยังรักษาอยู่&nbsp;2,180&nbsp;ราย&nbsp;โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่&nbsp;99.50%&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย&nbsp;เนื่องจากได้รับวัคซีนป้องกันโรคแล้ว&nbsp;โดยมีผู้ป่วยรักษาอยู่ที่&nbsp;โรงพยาบาลเพียง&nbsp;56&nbsp;ราย&nbsp;(2.60%)&nbsp;ศูนย์แยกกักโรคชุมชน(CI)&nbsp;84&nbsp;ราย&nbsp;(3.90%)&nbsp;และแยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;2,040&nbsp;ราย&nbsp;(93.60%)</p><p><strong>การตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ในวันนี้&nbsp;</strong>ตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;78&nbsp;ชุด&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;1,007&nbsp;ชุด&nbsp;พบผลบวก&nbsp;184&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;77&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;48&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;35&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอปางมะผ้า&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผลการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;</strong>แก่ประชาชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;สะสมถึงวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;175,424&nbsp;คน&nbsp;(71.38%)&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;148,378&nbsp;คน&nbsp;(60.37%)&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;34,337&nbsp;คน&nbsp;(13.97%)&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308142404517
1216	สำนักงานยุติธรรม?จังหวัดตรัง? จัดโครงการนิเทศ ติดตาม เเละประเมินผลการปฏิบัติงานของศูนย์ยุติธรรมชุมชนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ครั้งที่ 1	<p><strong>นายอภัย?&nbsp;เอียดบัว&nbsp;ยุติธรรมจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เป็นประธาน</strong>?และวิทยากรในโครงการนิเทศ&nbsp;ติดตาม&nbsp;เเละประเมินผลการปฏิบัติงานของศูนย์ยุติธรรมชุมชนประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;อาคารอเนกประสงค์&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อพัฒนาศูนย์ยุติธรรมชุมชน&nbsp;ให้มีความพร้อม&nbsp;ความรู้&nbsp;ความเข้าใจและทักษะเกี่ยวกับวิธีการให้บริการประชาชนเเละสามารถเป็นต้นเเบบให้ศูนย์ยุติธรรมชุมชนอื่นได้&nbsp;</p><p><strong>รวมถึง&nbsp;เพื่อยกระดับศักยภาพงานบริการของศูนย์ยุติธรรม</strong>ชุมชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&nbsp;และเพื่อรับทราบข้อเท็จจริง&nbsp;ปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;ข้อเสนอเเนะจากศูนย์ยุติธรรมชุมชน&nbsp;&nbsp;ศูนย์ยุติธรรมชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Justice)&nbsp;คือ&nbsp;การรวมกันเป็นเครือข่ายทางสังคม&nbsp;เป็นการส่งเสริมสนับสนุนหรือกระตุ้นให้ประชาชนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกัน&nbsp;ควบคุมอาชญากรรม&nbsp;จัดการความขัดแย้งเชิงสมานฉันท์&nbsp;ลดและเยียวยาความเสียหายหรือความรุนแรงที่เกิดจากอาชญากรรมหรือการกระทำผิด&nbsp;ตลอดจนคืนคนดีกลับสู่ชุมชนด้วยการฟื้นฟู&nbsp;พัฒนาระบบยุติธรรมชุมชน&nbsp;&nbsp;โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนรู้สึกมั่นคง&nbsp;ปลอดภัยและสามารถเข้าถึงความยุติธรรม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308150229560
1217	สำนักงานสถิติจังหวัดตรังจัดประชุมคณะกรรมการสถิติระดับจังหวัด	<p><strong>นายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการสถิติระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องมรกต&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง</p><p><strong>ตามคำสั่งจังหวัดตรัง&nbsp;ที่&nbsp;941/2564&nbsp;ลงวันที่&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564</strong>&nbsp;เรื่อง&nbsp;แต่งตั้งคณะกรรมการสถิติระดับจังหวัดตรัง&nbsp;ซึ่งในคำสั่งข้างต้น&nbsp;กรรมการฯ&nbsp;มีหน้าที่สำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;จัดทำบัญชีรายชื่อข้อมูลภาครัฐ&nbsp;(Government&nbsp;Data&nbsp;Catalog)&nbsp;จัดทำชุดข้อมูลที่สำคัญ&nbsp;เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจระดับพื้นที่&nbsp;ซึ่งสำนักงานสถิติจังหวัดตรัง&nbsp;ได้ดำเนินการจัดทำการพัฒนาระบบข้อมูลให้เป็นดิจิทัล&nbsp;(Digitize&nbsp;Data)&nbsp;เพื่อนำไปสู่การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ&nbsp;(Open&nbsp;Data)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งสำนักงานสถิติตรังได้ดำเนินการจัดทำรายการข้อมูล</strong>ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสำคัญ&nbsp;(Pain&nbsp;Point)&nbsp;และคำอธิบายข้อมูล&nbsp;(Metadata)&nbsp;ของจังหวัด&nbsp;ประเด็น&nbsp;การพัฒนาการท่องเที่ยวและบริการ&nbsp;เสร็จเรียบร้อยแล้ว&nbsp;จึงแจ้งให้คณะกรรมการสถิติระดับจังหวัดรับทราบ&nbsp;ซึ่งในวันนี้ได้นำเรื่องเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณาในเรื่องการจัดทำ&nbsp;(ร่าง)&nbsp;แผนพัฒนาสถิติระดับจังหวัด&nbsp;&nbsp;ฉบับที่&nbsp;3&nbsp;(พ.ศ.2566-2570)&nbsp;เพื่อขอมติที่ประชุมคณะกรรมการสถิติระดับจังหวัดรับทราบและพิจารณา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308150543565
1218	จังหวัดสุพรรณบุรี จัดพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่หอประชุมอาชาสีหมอก</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางนภัสสร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน&nbsp;ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ให้กับ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;กลุ่มสตรี&nbsp;กลุ่มทอผ้า&nbsp;ผู้ผลิตและผู้ประกอบการทอผ้าทุกกลุ่ม&nbsp;ทุกเทคนิค&nbsp;จากทั้ง&nbsp;10&nbsp;อำเภอของสุพรรณบุรี&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;61&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เพื่อนำไปใช้เป็นต้นแบบในการทอผ้าและผลิตภัณฑ์ในแต่ละท้องถิ่น&nbsp;ต่อยอดแนวความคิดในการพัฒนาลวดลายผ้าไทย&nbsp;และพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้มีความทันสมัย&nbsp;สามารถก้าวสู่สากลเพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน</p><p><strong>สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา</strong>&nbsp;ทรงพระราชทานแบบลายผ้า&nbsp;""ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา""&nbsp;ผ่านปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เพื่อเป็นของขวัญให้กับช่างทอผ้าทุกกลุ่ม&nbsp;ทุกเทคนิค&nbsp;นำไปทอผ้า&nbsp;ผลิตผ้าตามอัตลักษณ์ภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่นทั่วประเทศ&nbsp;ทรงออกแบบผ้าลายพระราชทาน&nbsp;""ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา""&nbsp;โดยได้รับแรงบันดาลพระทัยจาก&nbsp;""ผ้าขิดลายสมเด็จ""&nbsp;ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ทรงพระราชทานแก่ราษฎร&nbsp;อันเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย&nbsp;</p><p><strong>โดยแต่ละลวดลายที่ความหมายที่ลึกซึ้ง</strong>&nbsp;แสดงถึงความตั้งพระทัยของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ในการสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;พระราชกรณียกิจของสมเด็จย่าของพระองค์&nbsp;ในการฟื้นคืนภูมิปัญญาผ้าไทยให้ดำรงอยู่คู่แผ่นดิน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308153642591
1219	รพ.ลำปาง แนะตรวจ ATK ด้วยตนเอง เมื่อมีอาการทางระบบหายใจ-เป็นกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูง พร้อมเปิดตู้อัตโนมัติจำหน่ายอำนวยความสะดวกประชาชน	"<p><strong>โรงพยาบาลลำปาง&nbsp;เชิญชวนประชาชนตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเอง</strong>&nbsp;เมื่อมีอาการทางระบบหายใจ&nbsp;หรือเป็นกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูงกับผู้ติดเชื้อ&nbsp;หากผลตรวจขึ้น&nbsp;2&nbsp;ขีด&nbsp;(ผลเป็นบวก)&nbsp;ให้ติดต่อขอรักษาแบบผู้ป่วยนอกได้ที่&nbsp;รพ.สต&nbsp;และโรงพยาบาล&nbsp;ใกล้บ้าน&nbsp;ตามแนวทาง&nbsp;""เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ""&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;โดยประชาชนสามารถหาซื้อชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ได้ที่ร้านขายยาทั่วไปใกล้บ้านทุกแห่ง&nbsp;ร้านสหกรณ์โรงพยาบาลลำปาง&nbsp;(หลังอาคารผู้ป่วยนอก&nbsp;และชั้น&nbsp;2&nbsp;อาคารโภชนศาสตร์)&nbsp;และตู้อัตโนมัติ&nbsp;ราคาชุดละ&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;(จุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หน้าอาคารสิทธิเกษม&nbsp;และจุดตรวจ&nbsp;คลินิก&nbsp;ARI&nbsp;ข้างอาคารเมตตา)</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;โรงพยาบาลลำปาง&nbsp;เ</strong>ชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์&nbsp;ให้กับโรงพยาบาล&nbsp;หลังหายป่วยโควิด-19&nbsp;เพื่อส่งต่อความห่วงใยแก่ผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่พักรักษาตัวที่บ้าน&nbsp;ในระบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;โดยสามารถนำอุปกรณ์ทางการแพทย์&nbsp;ส่งคืนพร้อมรับใบรับรองแพทย์&nbsp;กับ&nbsp;รพ.สต.,&nbsp;ศสม.&nbsp;หรือ&nbsp;รพ.ลำปาง&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;COVID&nbsp;&amp;&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;เขตอำเภอเมือง&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;อาคารโภชนศาสตร์&nbsp;(โซนด้านหลังโรงพยาบาลลำปาง)&nbsp;โทร.&nbsp;0&nbsp;5401&nbsp;9998&nbsp;เวลา&nbsp;08.00-16.00&nbsp;น.</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308143444528
1220	กรมรบพิเศษที่ 1 ค่ายวชิราลงกรณ์ จังหวัดลพบุรี จัดกำลังพลจิตอาสาฯ ร่วมปรับภูมิทัศน์ถนนหลวง ตามโครงการลพบุรี เมืองสะอาด เพื่อเป็นแบบอย่าง ของความรู้รักสามัคคี ความมีจิตสาธารณะ ร่วมสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามให้เกิดในชุมชน โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน	"<p><strong>กรมรบพิเศษที่&nbsp;1&nbsp;ค่ายวชิราลงกรณ์&nbsp;พลร่มป่าหวาย&nbsp;</strong>จังหวัดลพบุรี&nbsp;จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;""เราทำความดี&nbsp;ด้วยหัวใจ""จาก&nbsp;จุดปฏิบัติการพลเรือน&nbsp;ขุนอาสา&nbsp;524&nbsp;กองพันรบพิเศษที่&nbsp;2&nbsp;กรมรบพิเศษที่&nbsp;1&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;20&nbsp;นาย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และประชาชนจิตอาสา&nbsp;ชาวอำเภอพัฒนานิคม&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;รวมกว่า&nbsp;60&nbsp;คน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;จิตอาสาพัฒนา&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;""ลพบุรี&nbsp;เมืองสะอาด""&nbsp;ณ&nbsp;จุดบริการประชาชนตำรวจทางหลวง&nbsp;ตำบลดีลัง&nbsp;อำเภอพัฒนานิคม&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;เพื่อปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์&nbsp;ทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ&nbsp;บริเวณเกาะกลาง&nbsp;จุดกลับรถ&nbsp;และริมถนนสองข้างทาง&nbsp;ถนนทางหลวง&nbsp;หมายเลข&nbsp;21&nbsp;(สระบุรี&nbsp;-&nbsp;หลักสัก)&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นางสาวนงลักษณ์&nbsp;อยู่พุ่ม&nbsp;ปลัดอำเภอพัฒนานิคมจังหวัดลพบุรี</strong>&nbsp;ให้เกียรติเป็นประธาน&nbsp;เปิดโครงการ&nbsp;เพื่อให้บริเวณพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;เกิดความสวยงาม&nbsp;สะอาดตา&nbsp;แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนที่สัญจรผ่านไปมา&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;""ลพบุรี&nbsp;เมืองสะอาด""&nbsp;และเป็นแบบอย่างให้แก่ชุมชนและประชาชนทั่วไป&nbsp;ได้ทราบถึงการแสดงออกซึ่งความรู้รักสามัคคี&nbsp;ความมีจิตสาธารณะ&nbsp;ในการบำเพ็ญประโยชน์&nbsp;เพื่อส่วนรวม&nbsp;และช่วยเหลือผู้อื่น&nbsp;แบ่งปันความสุขส่วนตน&nbsp;เพื่อทำประโยชน์แก่ส่วนรวมช่วยเหลือสังคม&nbsp;ร่วมสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามให้เกิดในชุมชน&nbsp;โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งทุกขั้นตอนในการปฏิบัติ&nbsp;กำลังพลของหน่วย&nbsp;ได้ยึดมาตรการ</strong>เฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;covid-19&nbsp;ตามที่กองทัพบกห่วงใย&nbsp;และเป็นไปตามมาตรการควบคุมโรคที่&nbsp;ศบค.&nbsp;กำหนดอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ลพบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308153821594
1221	สถานการณ์โควิด 19 จังหวัด พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 164 ราย เสียชีวิต 1 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 25 ราย	<p><strong>นายแพทย์สินชัย&nbsp;รองเดช&nbsp;นายแพทย์เชี่ยวชาญ</strong>(ด้านเวชกรรมป้องกัน)&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง&nbsp;ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ของจังหวัดตรัง&nbsp;ในวันนี้จังหวัดตรังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;164&nbsp;รายเป็นการติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;158&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากต่างจังหวัด&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อสะสม&nbsp;4,352ราย&nbsp;ส่งผลให้อัตราผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันเฉลี่ยในรอบสัปดาห์&nbsp;เฉพาะในจังหวัดตรังอยู่ที่ร้อยละ&nbsp;166.29&nbsp;หากรวมที่รับกลับมารักษาด้วยอยู่ที่ร้อยละ&nbsp;171&nbsp;วันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อัตราผู้เสียชีวิตสะสม&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยในวันนี้&nbsp;ได้มีผู้ป่วยติดเชื้อหายป่วยกลับบ้านวันนี้&nbsp;222&nbsp;ราย</strong>&nbsp;กำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล&nbsp;799&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยสะสม&nbsp;3,528&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;81.07&nbsp;โดยในกลุ่มผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัวในโรงพยาบาลแบ่งเป็นกลุ่มอาการสีเขียวที่ไม่มีอาการหรืออาการน้อย&nbsp;696&nbsp;ราย&nbsp;กลุ่มสีเหลืองอาการปานกลาง&nbsp;75&nbsp;ราย&nbsp;และกลุ่มสีแดง&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มีผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;กระจายอยู่ในทุกอำเภอ</strong>&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;27&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอหาดสำราญ&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308150803569
1222	แขวงทางหลวงชนบทตรัง เร่งดำเนินการซ่อมบำรุงไฟฟ้าแสงสว่างสัญญาณจราจร สาย ตง. 4003 บ.พรุโต๊ะปุก เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทาง	<p><strong>นางสาวชนิดา&nbsp;ฆังคะจิตร&nbsp;รักษาราชการแทนผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทตรัง</strong>&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;แขวงทางหลวงชนบทตรัง&nbsp;เร่งดำเนินการซ่อมบำรุงไฟฟ้าแสงสว่างสัญญาณจราจร&nbsp;สาย&nbsp;ตง.4003&nbsp;แยก&nbsp;ทล.&nbsp;4264&nbsp;-&nbsp;บ.พรุโต๊ะปุก&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;(&nbsp;ช่วง&nbsp;กม.ที่&nbsp;0+778&nbsp;)&nbsp;เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทาง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;วัตถุประสงค์ของการติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างบนทางหลวง</strong>&nbsp;คือ&nbsp;&nbsp;ช่วยเพิ่มความสามารถในการขับขี่ในช่วงเวลากลางคืน&nbsp;&nbsp;เพื่อให้การมองเห็นเส้นทางและวัตถุข้างทางที่ถูกต้องในเวลาอันรวดเร็ว&nbsp;&nbsp;ทำให้ผู้ใช้ทางสามารถหลบหลีกหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;&nbsp;และช่วยลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;การออกแบบเพื่อติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างนั้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ออกแบบจึงจำเป็นต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับสภาพการใช้งานจริงของผู้ใช้ทาง&nbsp;และการติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างที่ดีและมีประสิทธิภาพนั้น&nbsp;&nbsp;ควรคำนึงถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจ&nbsp;&nbsp;สังคมและความปลอดภัยต่อผู้ใช้ทาง&nbsp;</p><p><strong>เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเวลากลางคืน</strong>และลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้ทางหลวง&nbsp;ลดปัญหาอาชญากรรมและเพิ่มความปลอดภัยต่อผู้ใช้ทางหลวง&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพิ่มความคล่องตัวและการมองเห็นแก่ผู้ใช้ทางหลวง&nbsp;&nbsp;เพราะการมองเห็น&nbsp;ถือเป็นกลไกที่สำคัญอย่างหนึ่งของการรับรู้ทางสายตา&nbsp;&nbsp;&nbsp;ระบบไฟฟ้าแสงสว่างที่ติดตั้งบนทางหลวง&nbsp;&nbsp;ต้องให้ผู้ขับขี่และคนเดินเท้าสามารถมองเห็นกายภาพถนน&nbsp;สภาพข้างทาง&nbsp;ตลอดจนวัตถุอันตรายข้างทางได้อย่างสะดวกและชัดเจน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308151017571
1223	สำนักงานสถิติจังหวัดตรังจัดประชุมคณะกรรมการสถิติระดับจังหวัด	<p><strong>นายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการสถิติระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ตามคำสั่งจังหวัดตรัง&nbsp;ที่&nbsp;941/2564&nbsp;ลงวันที่&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;เรื่อง&nbsp;แต่งตั้งคณะกรรมการสถิติระดับจังหวัดตรัง&nbsp;ซึ่งในคำสั่งข้างต้น&nbsp;กรรมการฯ&nbsp;มีหน้าที่สำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;จัดทำบัญชีรายชื่อข้อมูลภาครัฐ&nbsp;(Government&nbsp;Data&nbsp;Catalog)&nbsp;จัดทำชุดข้อมูลที่สำคัญ&nbsp;เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจระดับพื้นที่&nbsp;ซึ่งสำนักงานสถิติจังหวัดตรัง&nbsp;ได้ดำเนินการจัดทำการพัฒนาระบบข้อมูลให้เป็นดิจิทัล&nbsp;(Digitize&nbsp;Data)&nbsp;เพื่อนำไปสู่การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ&nbsp;(Open&nbsp;Data)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งสำนักงานสถิติตรังได้ดำเนินการจัดทำรายการข้อมูล</strong>ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสำคัญ&nbsp;(Pain&nbsp;Point)&nbsp;และคำอธิบายข้อมูล&nbsp;(Metadata)&nbsp;ของจังหวัด&nbsp;ประเด็น&nbsp;การพัฒนาการท่องเที่ยวและบริการ&nbsp;เสร็จเรียบร้อยแล้ว&nbsp;จึงแจ้งให้คณะกรรมการสถิติระดับจังหวัดรับทราบ&nbsp;ซึ่งในวันนี้ได้นำเรื่องเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณาในเรื่องการจัดทำ&nbsp;(ร่าง)&nbsp;แผนพัฒนาสถิติระดับจังหวัด&nbsp;ฉบับที่&nbsp;3&nbsp;(พ.ศ.2566-2570)&nbsp;เพื่อขอมติที่ประชุมคณะกรรมการสถิติระดับจังหวัดรับทราบและพิจารณา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308151548574
1224	มอบเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบฯจากสถานการณใต้  จ.ยะลา	"<p><strong>รองผวจ.ยะลา&nbsp;มอบเช็คเงินช่วยเหลือเยียวยา&nbsp;</strong>แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;&nbsp;ได้มอบเช็คเงินช่วยเหลือเยียวยา&nbsp;แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายรักเกียรติ&nbsp;รุ่งรัตน์&nbsp;หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจังหวัดยะลา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่&nbsp;ร่วมรับมอบเช็คเงินช่วยเหลือเยียวยาในครั้งนี้&nbsp;ณ&nbsp;ที่ว่าการอำเภอบังนังสตา&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา</p><p><strong>นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การเยียวยาในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเยียวยาทรัพย์สิน&nbsp;แต่เป็นการเยียวยาจิตใจด้วย&nbsp;เมื่อเกิดเหตุการณ์&nbsp;ทางหน่วยราชการก็ต้องเข้าทำการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;ขอฝากทางอำเภอ&nbsp;และศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจังหวัดยะลา&nbsp;ให้ช่วยเร่งรัดให้การช่วยเหลือ&nbsp;เมื่อเขาได้รับผลกระทบเราต้องรีบเยียวยาโดยเร็วที่สุด</p><p><strong>สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ</strong>ในพื้นที่&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ที่เข้ารับมอบเช็คเงินช่วยเหลือเยียวยาในครั้งนี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หจก.&nbsp;บันนังสตาปิโตรเลียม&nbsp;โดย&nbsp;นายวาลิด&nbsp;ดางีดิง&nbsp;เป็นผู้รับมอบ&nbsp;ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์&nbsp;คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด&nbsp;40&nbsp;มม.&nbsp;บริเวณโรงจอดรถปั๊มน้ำมันปตท.&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ห้างหุ้นส่วนจำกัด&nbsp;บันนังสตาปิโตรเลียม&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;ส.ค.64&nbsp;(มูลค่าเช็คเงินช่วยเหลือเยียวยา&nbsp;7,700&nbsp;บาท)&nbsp;นาย&nbsp;อิบรอเฮม&nbsp;กาแม&nbsp;(มูลค่าเช็คเงินช่วยเหลือเยียวยา&nbsp;586,651&nbsp;บาท)&nbsp;&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส.ต.อ.อธิพงษ์&nbsp;วรรณมณี&nbsp;ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุคนร้ายลอบจุดชนวนระเบิดที่ซุกซ่อนไว้ในรถจักรยานยนต์&nbsp;ขณะที่เจ้าหน้าที่ขนหีบบัตรเลือกตั้ง&nbsp;จากหน่วยเลือกตั้งที่&nbsp;6&nbsp;ร.ร.บ้านธารทิพย์&nbsp;เพื่อไปส่งที่อบต.บันนังสตา&nbsp;เหตุเกิดบริเวณสะพานบ้านกูหมัง&nbsp;ม.6&nbsp;ต.บันนังสตา&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;พ.ย.&nbsp;64&nbsp;(มูลค่าเช็คเงินช่วยเหลือเยียวยา&nbsp;14,000&nbsp;บาท)&nbsp;</p><p><strong>รวมมูลค่าเช็คเงินช่วยเหลือเยียวยาทั้งสิ้น&nbsp;608,351&nbsp;บาท</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308151938576
1225	ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ประชุมหารือแนวทางเพื่อขอรับทุนกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะ (ท่าเรือปากเมง)	<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>เป็นประธานในการประชุมหารือแนวทางเพื่อขอรับทุนกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะ&nbsp;&nbsp;(ท่าเรือปากเมง)&nbsp;โดยมี&nbsp;นายกิจจา&nbsp;ไวชมภู&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายกรวิทย์&nbsp;ช่วยดู&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ&nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องศรีตรัง&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</strong>&nbsp;ได้ตระหนักถึงบทบาทในการพัฒนาด้านดิจิทัลของประเทศ&nbsp;ทั้งการส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;ให้ความช่วยเหลือ&nbsp;และให้ทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนา&nbsp;เพื่อให้เกิดนวัตกรรมที่สร้างความเปลี่ยนแปลง&nbsp;ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะในวงกว้าง&nbsp;และช่วยเติมเต็มช่องว่างทางเศรษฐกิจและสังคมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้สนับสนุนทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</strong>มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;จบถึงปัจจุบันได้อนุมัติโครงการไปแล้วเกือบ&nbsp;200&nbsp;โครงการ&nbsp;รวมงบประมาณกว่า&nbsp;5,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และสิ่งสำคัญที่หวังเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;คือ&nbsp;ทุกโครงการจะมีการนำไปขยายผลเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศชาติต่อไป&nbsp;สำหรับในปีงบประมาณ&nbsp;&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ได้มีการเปิดให้ผู้สนใจสามารถยื่นเสนอโครงการ&nbsp;หรือกิจกรรมตามกรอบนโยบายการให้ทุนตามมาตรา&nbsp;26&nbsp;(1)และ&nbsp;(2)&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;Digital&nbsp;Agriculture,&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;Digital&nbsp;Government&nbsp;&amp;&nbsp;Infrastructure,&nbsp;ด้าน&nbsp;Digital&nbsp;Manpower&nbsp;และด้าน&nbsp;Digital&nbsp;Technology&nbsp;ผ่านระบบรับทุนทางเว็บไซต์&nbsp;defund.onde.go.th&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;และจะสิ้นสุดในวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;ที่จะถึงนี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308152118578
1226	จังหวัดตรังรายงานสถานการณ์โควิด 19 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 164 ราย เสียชีวิต 1 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 25 ราย	<p><strong>นายแพทย์สินชัย&nbsp;รองเดช&nbsp;นายแพทย์เชี่ยวชาญ</strong>(ด้านเวชกรรมป้องกัน)&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง&nbsp;ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ของจังหวัดตรัง&nbsp;ในวันนี้จังหวัดตรังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;164&nbsp;รายเป็นการติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;158&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากต่างจังหวัด&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อสะสม&nbsp;4,352ราย&nbsp;ส่งผลให้อัตราผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันเฉลี่ยในรอบสัปดาห์&nbsp;เฉพาะในจังหวัดตรังอยู่ที่ร้อยละ&nbsp;166.29&nbsp;หากรวมที่รับกลับมารักษาด้วยอยู่ที่ร้อยละ&nbsp;171&nbsp;วันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อัตราผู้เสียชีวิตสะสม&nbsp;25&nbsp;ราย</p><p><strong>โดยในวันนี้&nbsp;มีผู้ป่วยติดเชื้อหายป่วยกลับบ้านวันนี้&nbsp;222&nbsp;ราย</strong>&nbsp;กำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล&nbsp;799&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยสะสม&nbsp;3,528&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;81.07&nbsp;โดยในกลุ่มผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัวในโรงพยาบาลแบ่งเป็นกลุ่มอาการสีเขียวที่ไม่มีอาการหรืออาการน้อย&nbsp;696&nbsp;ราย&nbsp;กลุ่มสีเหลืองอาการปานกลาง&nbsp;75&nbsp;ราย&nbsp;และกลุ่มสีแดง&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มีผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;กระจายอยู่ในทุกอำเภอ&nbsp;</strong>คือ&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;27&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอหาดสำราญ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;เข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;509,932&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;81.38&nbsp;ฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;471,299&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;75.22&nbsp;ฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน126,127&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;20.13&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308152217579
1227	ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดงานวันสตรีสากลจังหวัดกาญจนบุรี ประจำปี 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมบุษราคัม</strong>&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;นายจีระเกียรติ&nbsp;ภูมิสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันสตรีสากลจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ประจำปี&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางรชยา&nbsp;ภูมิสวัสดิ์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชูศักดิ์&nbsp;แม้นทิม&nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;และ&nbsp;นางสาวสุรีย์&nbsp;แม้นทิม&nbsp;หัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์&nbsp;มีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;องค์กรสตรีและเครือข่ายสตรีภายในจังหวัด&nbsp;เข้าร่วมงานจากทั้ง&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกาญจนบุรี</strong>&nbsp;คณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;จัดงานวันสตรีสากลจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อแสดงพลังสตรี&nbsp;เผยแพร่ผลงานการดำเนินงานและยกย่องเชิดชูเกียรติคณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตอาสา&nbsp;มีความเสียสละมุ่งมั่นและตั้งใจขับเคลื่อนงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอย่างเข้มแข็งและมีผลงานที่โดดเด่น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยภายในงานได้มีกิจกรรมการมอบโล่เชิดชูเกียรติ</strong>แก่หัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;มอบโล่เกียรติคุณแก่&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;โล่&nbsp;ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมฯ&nbsp;พร้อมทั้งยังมีการเดินแบบชุดผ้าไทย&nbsp;ผ้าพื้นถิ่น&nbsp;ในกิจกรรม&nbsp;ผ้าไทยใส่ให้สนุก&nbsp;โดยคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;คณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;และเลือกชมสินค้าผลิตภัณฑ์จากกลุ่มสตรีจากทั้ง&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>เนื่องในวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็นวันสตรีสากล&nbsp;</strong>ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญของการพัฒนาสังคมไปสู่ความเสมอภาค&nbsp;ความเท่าเทียมทางเพศ&nbsp;โดยให้ประชาชนทุกภาคส่วนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา&nbsp;เน้นการมีส่วนร่วม&nbsp;มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มสตรี&nbsp;คือ&nbsp;หนึ่งในยุทธศาสตร์ที่สำคัญและสอดคล้องกับแผนการพัฒนาต่างๆ&nbsp;ซึ่งทางรัฐบาลได้มีนโยบายสนับสนุนให้สตรีมีการศึกษา&nbsp;สามารถเข้าถึง&nbsp;เข้าใจและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสมัยใหม่&nbsp;รวมไปถึงข้อมูลต่างๆ&nbsp;ให้มีความรู้ในการประกอบอาชีพที่มั่นคงและนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันอย่างมีศักยภาพ</p><p><br></p><p>ภัสร์ภรณ์&nbsp;เหลืองทอง-/ข่าว-/พิมพ์&nbsp;จิตริน&nbsp;มัชฌันติกะ</p><p>-/ภาพนิ่งพัชรพล&nbsp;เจริญสุข&nbsp;-/ช่างภาพวีดีโอ/ส่งข่าว</p><p>ทีมข่าวสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308154028595
1228	ผู้สูงอายุ  ยะลา  ทยอยฉีดเข็มกระตุ้น  รับมือโอมิครอนต่อเนื่อง	<p><strong>บรรยากาศการฉีดวัคซีน&nbsp;เข็มกระตุ้น&nbsp;เพื่อป้องกันโควิดโอมิครอน</strong>&nbsp;ที่&nbsp;คลินิกหมอครอบครัวธนวิถี-เวชกรรม&nbsp;ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองยะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;ยังคงมีประชาชนทั่วไป&nbsp;รวมไปถึง&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;ที่ลูกหลานพามา&nbsp;ทยอย&nbsp;walk&nbsp;in&nbsp;เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งจะมีวัคซีน&nbsp;2&nbsp;ชนิดให้เลือก&nbsp;คือไฟเซอร์&nbsp;และแอสตร้า&nbsp;ฯ&nbsp;นอกจากนี้ยังให้บริการ&nbsp;เข็ม&nbsp;1&nbsp;เข็ม&nbsp;2&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นไปตามขั้นตอนการฉีดวัคซีน&nbsp;และมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์โควิด&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;ยังคงมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น</strong>&nbsp;&nbsp;และผู้ป่วยเสียชีวิต&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ล่าสุดเมื่อ&nbsp;8&nbsp;มี.ค&nbsp;65&nbsp;รายใหม่&nbsp;อยู่ที่&nbsp;129&nbsp;ราย&nbsp;ป่วยสะสม&nbsp;4,279&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;&nbsp;19&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ซึ่งผู้ที่เสียชีวิต&nbsp;ส่วนใหญ่&nbsp;อยู่ในกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ทั้งผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้มีโรคประจำตัว&nbsp;และไม่ได้รับวัคซีน</p><p><strong>ซึ่งทางจังหวัดยะลา&nbsp;ได้เร่งรณรงค์&nbsp;ให้ประชาชนรีบรับวัคซีนเข็ม&nbsp;3</strong>&nbsp;เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;โอมิครอน&nbsp;&nbsp;ตลอดจน&nbsp;ลดอาการป่วยหนัก&nbsp;และเสียชีวิต&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;และกลุ่มผู้ป่วย&nbsp;7&nbsp;โรคเรื้อรัง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกันจากตัวเลข&nbsp;การรับวัคซีน&nbsp;โควิด-19&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;ล่าสุด&nbsp;พบว่า&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;ฉีดเพียง&nbsp;&nbsp;&nbsp;49,140&nbsp;ร้อยละ&nbsp;8.97&nbsp;&nbsp;&nbsp;เข็ม&nbsp;1&nbsp;ฉีดแล้ว&nbsp;358,358&nbsp;ร้อยละ&nbsp;65.39&nbsp;&nbsp;เข็ม&nbsp;2&nbsp;ฉีดแล้ว&nbsp;296,771&nbsp;ร้อยละ&nbsp;54.16&nbsp;และเข็ม&nbsp;4&nbsp;ฉีดแล้ว3,500&nbsp;ร้อยละ&nbsp;0.64</p><p><strong>ทาง&nbsp;ศบค.&nbsp;และกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;&nbsp;ได้เร่งให้ประชาชน&nbsp;</strong>ผู้สูงอายุ&nbsp;ฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;&nbsp;หลังจาก&nbsp;ในห้วงสงกรานต์&nbsp;ที่&nbsp;จะมาถึง&nbsp;&nbsp;ไม่ห้ามการจัดกิจกรรมต่างๆ&nbsp;&nbsp;ประชาชนยังสามารถเดินทางข้ามจังหวัดได้&nbsp;แต่ต้องอยู่ภายใต้มาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;(Vaccine,&nbsp;Universal&nbsp;Prevention,&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting,&nbsp;ATK)&nbsp;&nbsp;และต้องได้รับวัคซีนป้องกันโควิดกระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;ทั้งผู้เดินทางกลับบ้าน&nbsp;และผู้ที่อยู่ที่บ้าน&nbsp;และมาตรการป้องกันตนเอง&nbsp;ทั้งระหว่างเดินทางกลับและระหว่างร่วมกิจกรรม&nbsp;ส่วนสถานที่จัดงานต่างๆ&nbsp;ต้องมีระบบการประเมินตนเอง&nbsp;และผู้ให้บริการต้องได้รับวัคซีนครบ&nbsp;รวมไปถึงต้องมีการสุ่มตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทั้งก่อนและหลังเดินทางไปต่างจังหวัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308152358580
1229	"จังหวัดตาก จัดงาน ""รวมพลังสตรีจังหวัดตาก ส่งเสริมอัตลักษณ์ผ้าถิ่นไทย สู่สากล"" เนื่องในวันสตรีสากล เพื่อให้ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของผู้หญิงที่มีต่อการขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจ"	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่อาคารหอประชุมจังหวัดตาก&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตาก&nbsp;นายสมชัย&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ&nbsp;""รวมพลังสตรีจังหวัดตาก&nbsp;ส่งเสริมอัตลักษณ์ผ้าถิ่นไทย&nbsp;สู่สากล""&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;ให้สตรีมีบทบาทในสังคม&nbsp;การเสริมสร้างความเสมอภาคระหว่างชาย-หญิง&nbsp;และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสตรี&nbsp;รวมทั้งเป็นการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย&nbsp;อนุรักษ์ผ้าไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดิน&nbsp;โดยมี&nbsp;นางวรรณฤดี&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดตาก&nbsp;และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดตาก&nbsp;นางรัตนา&nbsp;กันทะวงษ์&nbsp;ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดตาก&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และกลุ่มสตรีจังหวัดตากเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;</strong>ได้มอบใบประกาศเกียรติคุณ&nbsp;สตรีดีเด่นระดับอำเภอ&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;และมอบช่อดอกไม้&nbsp;ให้แก่คณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดตาก&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;โดยมีไฮไลท์อยู่ที่กิจกรรมการเดินแบบผ้าไทย&nbsp;และผ้าพื้นถิ่นของจังหวัดตาก&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ชุด&nbsp;นำโดย&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดตาก&nbsp;และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดตาก&nbsp;ในชุดผ้าไทยลายพระราชทาน&nbsp;""ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ""/ชุดผ้าไทยลายดอกเสี้ยวประจำจังหวัดตาก&nbsp;โดยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดตาก/ชุดผ้าไทยพื้นถิ่นจังหวัดตาก&nbsp;โดยสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;จาก&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;และชุดผ้าไทยใส่ให้สนุก&nbsp;โดยเจ้าหน้าพัฒนาชุมชนจังหวัดตาก&nbsp;และเครือข่ายพัฒนาชุมชน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีบูธนิทรรศการแสดงสินค้า</strong>และผลิตภัณฑ์ของสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;รวมถึงการจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ของจังหวัดตากภายในงานอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ตาก	สวท.ตาก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308144809543
1230	จังหวัดเลย จัดกิจกรรมเนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2565 และกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ครบรอบ 48 ปี	<p><strong>จังหวัดเลย&nbsp;จัดกิจกรรมเนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;ซึ่งตรงกับวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;และกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;ครบรอบ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมใบบุญแกรนด์&nbsp;อำเภอเมืองเลย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;โดยมีนายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;และอ่านสารเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;มอบประกาศนียบัตรแก่สตรีดีเด่น&nbsp;คณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตดีเด่น&nbsp;และครัวเรือนโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;ต้นแบบ&nbsp;พร้อมมอบนโยบายการปฏิบัติงานให้กับองค์กรสตรีและคณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;</p><p><strong>นายคมสิทธิ์&nbsp;สุริยวรรณ&nbsp;พัฒนาการจังหวัดเลย</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;คณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดเลย&nbsp;และคณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเลย&nbsp;บูรณาการจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น&nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้สตรีมีส่วนร่วมในกิจกรรมทุกด้าน&nbsp;รวมพลังสตรีสนับสนุนการออม&nbsp;เสริมสร้างพลังสตรีให้เป็นพลังที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ&nbsp;ยกย่องเชิดชูเกียรติสตรีที่มีผลงานดีเด่นและเป็นต้นแบบของผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม&nbsp;ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้การดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;ตลอดจนยกย่องเชิดชูเกียรติครัวเรือนโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นาโมเดล&nbsp;ต้นแบบของจังหวัดเลย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต</strong>&nbsp;อีกทั้งกำหนดให้และวันที่&nbsp;6&nbsp;&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นสัปดาห์รณรงค์การประหยัดและการออมของประชาชน&nbsp;กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;ซึ่งเป็นกองทุนชุมชนที่สำคัญ&nbsp;ส่วนวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;ยังเป็นวันสตรีสากล&nbsp;(International&nbsp;Womens&nbsp;Day)&nbsp;วันสำคัญแห่งการยกระดับความเท่าเทียมของผู้หญิง&nbsp;เป็นวันสำคัญประจำปีของโลกที่องค์การสหประชาชาติ&nbsp;(ยูเอ็น)&nbsp;ให้การรับรองด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.เลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308143415526
1231	จังหวัดแม่ฮ่องสอน กลุ่มองค์กรสตรี จัดกิจกรรมส่งเสริมอาชีพ ตลาดผลิตภัณฑ์	<p><strong>กลุ่มองค์กรสตรีร่วมกับกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี</strong>&nbsp;จัดกิจกรรมส่งเสริมอาชีพและการตลาดผลิตภัณฑ์เนื่องในวันสตรีสากลและมหกรรมการออมจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมอาชีพและการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มองค์กรสตรี&nbsp;และกลุ่มอาชีพสมาชิก&nbsp;กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;และโครงการมหกรรมการออม&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เนื่องในวันคล้ายวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตครบรอบ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;และมอบเกียรติบัตรกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตดีเด่น&nbsp;คณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และมอบป้ายกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตแก่ผู้แทนทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่บริเวณศูนย์ศิลปาชีพจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;สาขาอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยกิจกรรมประกอบด้วยนิทรรศการออม&nbsp;ผลสำเร็จของการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;และการส่งเสริมการออมภาคประชาชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ธนาคารออมสิน&nbsp;สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;การจัดนิทรรศการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้ากลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาชนบทสตรีจาก&nbsp;3&nbsp;อำเภอคืออำเภอสบเมย&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;และอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จัดให้มีการสาธิตการผลิตสินค้ากลุ่มอาชีพ&nbsp;ตลอดจนองค์กรสตรี&nbsp;และนิทรรศการผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา</p><p><strong>โดยนายปฐมพงษ์&nbsp;จันทร์สว่าง&nbsp;พัฒนาการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>รายงานการจัดกิจกรรมในครั้งนี้การจัดงานมหกรรมการออม&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เนื่องในวันคล้ายวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;ครบรอบ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ได้ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2517&nbsp;ภายใต้หลักการใช้เงินเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคนและการจัดกิจกรรมโครงการส่งเสริมอาชีพและการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มองค์กรสตรี&nbsp;และกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้สตรีของจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มีบทบาททางสังคม&nbsp;รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้สตรีมีอาชีพและรายได้&nbsp;ช่วยเหลือครอบครัวในด้านเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคเหนือ	เชียงราย	สวท.เชียงราย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308143854533
1232	รายงานสถานการณ์ COVID-19 จ.อำนาจเจริญ	<p><strong>รายงานสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;จ.อำนาจเจริญ</strong>&nbsp;ระลอกเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญมีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;27&nbsp;ราย.&nbsp;รวมยอดจำนวนที่พบเชื้อสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันประจำวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;2,013&nbsp;ราย.&nbsp;และรักษาหายแล้ว&nbsp;1,555&nbsp;ราย.&nbsp;คงเหลือกำลังรักษาอีก&nbsp;453&nbsp;ราย.&nbsp;มีผู้เสียชีวิต&nbsp;5&nbsp;ราย.เป็นผู้ติดเชื้อ&nbsp;</p><p><strong>หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่สายด่วนโควิด-19</strong>&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</p><p>โทร.&nbsp;0933234686/0866515424/0902410098&nbsp;และ&nbsp;0951924903&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นชนิดโอมิครอน&nbsp;ซึ่งมีความรุนแรงต่ำ&nbsp;แต่แพร่กระจายเชื้อได้เร็วทุกพื้นที่&nbsp;ทุกคนที่อยู่รอบตัวเราถือว่ามีความเสี่ยง&nbsp;ถ้าทุกคนปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;ดังนี้&nbsp;จะสามารถป้องกันโควิด-19&nbsp;ได้ทุกสายพันธุ์</p><p>1.V&nbsp;Vaccine&nbsp;รับการฉีดวัคซีนเพื่อช่วยให้มีภูมิคุ้มกัน&nbsp;ลดอาการหนัก&nbsp;ลดการเสียชีวิต</p><p>2.U&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ป้องกันตัวเองครอบจักรวาล&nbsp;โดยสวมหน้ากากตลอดเวลา&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;ลดการสัมผัสใกล้ชิด</p><p>3.C&nbsp;COVID-Free&nbsp;Setting&nbsp;สถานที่บริการปลอดภัย&nbsp;สะอาด&nbsp;ลดความแออัด&nbsp;ผู้ให้บริการและผู้รับบริการได้รับวัคซีนครบ</p><p>4.A&nbsp;ATK&nbsp;(Antigen&nbsp;test&nbsp;kit)&nbsp;ตรวจเมื่อใกล้ชิดคนติดเชื้อ&nbsp;หรือมีอาการทางเดินหายใจ&nbsp;เพื่อวินิจฉัย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308145945556
1233	ปัตตานี-วันสตรีสากล	<p><strong>ผู้สื่อข่าวปัตตานี&nbsp;รายงานวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องพญาตานี&nbsp;1</strong>&nbsp;โรงแรมเชาท์เทิร์นวิว&nbsp;ปัตตานี&nbsp;นายณัฐกฤช&nbsp;สิทธิโอสถ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม&nbsp;พลังสตรี&nbsp;พลังสร้างสรรค์สังคม&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์</strong>&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชน&nbsp;คณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดปัตตานี&nbsp;จัดกิจกรรมขึ้นเพื่อระลึกถึงพลังของสตรีที่ร่วมกันต่อสู้ให้ได้มา&nbsp;ซึ่งความเสมอภาค&nbsp;ความยุติธรรม&nbsp;ความสันติภาพ&nbsp;และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสตรี&nbsp;</p><p><strong>การจัดกิจกรรมในวันนี้&nbsp;เพื่อร่วมรำลึกถึงพลังของสตรี&nbsp;</strong>ที่ได้ร่วมกันสร้างสรรค์สังคมมาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน&nbsp;เพื่อส่งเสริมบทบาทสตรี&nbsp;ให้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมทุกด้านในสังคม&nbsp;ร่วมกันแก้ไขปัญหา&nbsp;และพัฒนาหมู่บ้าน&nbsp;ชุมชนของตน&nbsp;อันเป็นการสร้างสังคมสันติสุข&nbsp;และลดความหวาดระแวงในพื้นที่ร่วมกัน&nbsp;และเพื่อใช้กิจกรรม&nbsp;เป็นเครื่องมือให้สตรีได้เชื่อมโยงความสัมพันธ์&nbsp;พบปะ&nbsp;แลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;พร้อมเป็นผู้นำ&nbsp;และทำงานร่วมกันในสังคม&nbsp;โดยมีสตรีจาก&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;ของจังหวัดปัตตานีเข้าร่วมกิจกรรม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308152910583
1234	สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล ส่งมอบน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่พื้นที่ 500 ไร่ที่ จ.นครพนม	<p><strong>ที่ตำบลบ้านค้อ&nbsp;อำเภอโพนสวรรค์&nbsp;จังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;นายวินิต&nbsp;จันทรานนท์&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;เขต&nbsp;10&nbsp;(อุดรธานี)&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายวีระ&nbsp;สุทธศิริ&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการ&nbsp;เจ้าหน้าที่ส่วนปฏิบัติการ&nbsp;ลงพื้นที่ร่วมกับ&nbsp;นางมนพร&nbsp;เจริญศรี&nbsp;ส.ส.นครพนม&nbsp;นายมนตรี&nbsp;จารุธำรง&nbsp;ปลัดอำเภอโพนสวรรค์&nbsp;นางสาวกวิตา&nbsp;ศรีวรมย์&nbsp;เกษตรอำเภอโพนสวรรค์&nbsp;นายจักรพงศ์&nbsp;โลหะ&nbsp;ผู้จัดการ&nbsp;ธกส.สาขาโพนสวรรค์&nbsp;และนายเดือน&nbsp;อณุญาหงส์&nbsp;นายก&nbsp;อบต.บ้านค้อ&nbsp;ส่งมอบงานโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่พื้นที่&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;(งบเงินกู้)&nbsp;ซึ่งเป็นภารกิจจัดหาแหล่งน้ำให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;พร้อมแนะนำวิธีการใช้งานและการบำรุงรักษาเบื้องต้นให้แก่ผู้นำกลุ่มเพื่อให้ใช้ประโยชน์จากน้ำบาดาลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308145526551
1235	อาเซียน เตรียมประชุมคณะกรรมการรายสาขาด้านเศรษฐกิจครั้งแรกภายใต้การเป็นประธานอาเซียนของกัมพูชา ตั้งเป้ายกระดับอาเซียนสู่ยุคดิจิทัล พร้อมเปิดโอกาสภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม	<p><strong>นางอรมน&nbsp;ทรัพย์ทวีธรรม&nbsp;อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>อาเซียนกำหนดจัดประชุมคณะกรรมการรายสาขาด้านเศรษฐกิจของอาเซียน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;12&nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกล&nbsp;ในวันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ซึ่งเป็นการประชุมรายสาขาด้านเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปีนี้&nbsp;ภายใต้การเป็นประธานอาเซียนของกัมพูชา&nbsp;โดยจะเป็นเวทีการประชุมร่วมกันของคณะกรรมการรายสาขาด้านเศรษฐกิจของอาเซียนรวม&nbsp;23&nbsp;ด้าน&nbsp;อาทิ&nbsp;การค้าสินค้า&nbsp;การค้าบริการ&nbsp;การลงทุน&nbsp;ทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์&nbsp;มีผู้แทนจากเสาการเมือง&nbsp;เสาสังคมและวัฒนธรรม&nbsp;และผู้แทนภาคเอกชนของอาเซียน&nbsp;เข้าร่วมหารือแนวทางการทำงานร่วมกัน&nbsp;เพื่อให้เกิดผลได้จริง&nbsp;รวมทั้งหารือผลลัพธ์จากการประชุมเชิงปฏิบัติการ&nbsp;เรื่องแนวทางการทำงานร่วมกันขององค์กรรายสาขาในประเด็นที่คาบเกี่ยวระหว่างสาขา&nbsp;โดยเฉพาะการวางพื้นฐานร่วมกันเรื่องการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน&nbsp;และการเตรียมความพร้อมของอาเซียนในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล&nbsp;พร้อมเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม&nbsp;โดยสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน&nbsp;จะนำเสนอประเด็นที่ต้องการผลักดันในปีนี้&nbsp;และการสนับสนุนจากอาเซียนให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ความสำเร็จจากการประชุมที่ผ่านมา&nbsp;คือ&nbsp;</strong>การจัดทำแผนยุทธศาสตร์อาเซียน&nbsp;ประเด็นการปฏิวัติอุตสาหกรรม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมสุดยอดอาเซียน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;38&nbsp;และ&nbsp;39&nbsp;เมื่อเดือนตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยแผนยุทธศาสตร์มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางเชิงนโยบายในการพัฒนาประชาคมอาเซียนสู่ยุคดิจิทัล&nbsp;ซึ่งอาเซียนกำลังจัดทำแผนดำเนินงานและกิจกรรมเพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ดังกล่าว&nbsp;</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308150014558
1236	จังหวัดเลย จัดกิจกรรมเนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2565 และกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ครบรอบ 48 ปี	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมใบบุญแกรนด์&nbsp;อำเภอเมืองเลย</strong>&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;คณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดเลย&nbsp;และคณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเลย&nbsp;บูรณาการจัดกิจกรรม&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งตรงกับวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;และกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;ครบรอบ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งตรงกับวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;โดยบูรณาการสองกิจกรรมเข้าด้วยกัน&nbsp;โดยมีนายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;พร้อมมอบประกาศนียบัตรแก่สตรีดีเด่น&nbsp;คณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตดีเด่น&nbsp;และครัวเรือนโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;ต้นแบบ&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการภาคเอกชน&nbsp;กลุ่มองค์กร&nbsp;ภาคีเครือข่าย&nbsp;เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน&nbsp;สมาชิกองค์กรสตรี&nbsp;และสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตในพื้นที่จังหวัดเลย&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;130&nbsp;คนเข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>นายคมสิทธิ์&nbsp;สุริยวรรณ&nbsp;พัฒนาการจังหวัดเลย</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กิจกรรมดังกล่าวเพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้สตรีมีส่วนร่วมในกิจกรรมทุกด้าน&nbsp;รวมพลังสตรีสนับสนุนการออม&nbsp;เสริมสร้างพลังสตรีให้เป็นพลังที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ&nbsp;ยกย่องเชิดชูเกียรติสตรีที่มีผลงานดีเด่นและเป็นต้นแบบของผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม&nbsp;ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้การดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;ตลอดจนยกย่องเชิดชูเกียรติครัวเรือนโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นาโมเดล&nbsp;ต้นแบบของจังหวัดเลย</p><p><strong>ด้านนายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;องค์กรสตรีเป็นกลไกที่มีส่วนสำคัญในการเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน&nbsp;สังคมโดยรัฐบาลได้มองเห็นความสำคัญของพลังสตรีที่เป็นพลังอันยิ่งใหญ่&nbsp;ผลักดันและขับเคลื่อนการพัฒนาครอบครัวและสังคม&nbsp;ก้าวสู่สังคมอยู่เย็นเป็นสุข&nbsp;ครอบครัวอบอุ่น&nbsp;ชุมชนเข้มแข็ง&nbsp;และพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน&nbsp;พร้อมกันนี้ได้ประกาศวาระชุมชน&nbsp;การส่งเสริมการออมภาคประชาชนโดยมีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนวาระนี้ให้บรรลุเป้าหมายการเพิ่มขึ้นของเงินออมภาคประชาชนในปี&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สวท.เลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308145702552
1237	คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.สุพรรณบุรี แจ้งจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วย COVID-19 และสถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;เปิดเผยข้อมูล&nbsp;สถานการณ์การใช้เตียงผู้ป่วย&nbsp;COVID-19&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;มีเตียงรับผู้ป่วยทั้งหมด&nbsp;1,870&nbsp;เตียง&nbsp;มีผู้ป่วยในโรงพยาบาลหลัก&nbsp;โรงพยาบาลเอกชน&nbsp;ศูนย์ห่วงใยคนสุพรรณ&nbsp;และโรงพยาบาลสนามอำเภอ&nbsp;1,604&nbsp;คน&nbsp;(บางโรงพยาบาลเสริมเตียงในห้องผู้ป่วย)&nbsp;มีเตียงคงเหลือ&nbsp;425&nbsp;เตียง&nbsp;โดยจำแนกผู้ป่วยเป็น&nbsp;5&nbsp;อาการ&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.ผู้ป่วยไม่แสดงอาการ&nbsp;จำนวน&nbsp;156&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.ผู้ป่วยแสดงอาการเล็กน้อย&nbsp;จำนวน&nbsp;759&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.ผู้ป่วยอาการปานกลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;646&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.ผู้ป่วยอาการปานกลาง&nbsp;ที่ไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีอาการไม่รุนแรง&nbsp;แต่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง&nbsp;หรือมีโรคร่วมสำคัญ&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;คน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เฉพาะ&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;7&nbsp;แห่ง&nbsp;มีเตียงรับผู้ป่วยทั้งหมด&nbsp;808&nbsp;เตียง</strong>&nbsp;มีผู้ป่วยเข้าทำการรักษา&nbsp;614&nbsp;คน&nbsp;มีเตียงคงเหลือ&nbsp;254&nbsp;เตียง&nbsp;และมีผู้เข้ารับการรักษาระบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;จำนวน&nbsp;3,079&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์โรค&nbsp;COVID-19&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;</strong>วันนี้มีผู้ติดเชื้อ&nbsp;352&nbsp;ราย&nbsp;รวมยอดจำนวนที่พบเชื้อสะสมระรอกใหม่ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;11,460&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาหายแล้ว&nbsp;5,552&nbsp;ราย&nbsp;คงเหลือกำลังรักษาอีก&nbsp;5,909&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้เสียชีวิตเพิ่มวันนี้&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รวมเสียชีวิตสะสม&nbsp;29&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาหายแล้วกลับบ้าน&nbsp;0&nbsp;คน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308154336597
1238	ปัตตานี-เปิดงาน มหกรรมการออม ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน	"<p><strong>ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องพญาตานี&nbsp;2</strong>&nbsp;โรงแรมเชาท์เทิร์นวิว&nbsp;ปัตตานี&nbsp;นายณัฐกฤช&nbsp;สิทธิโอสถ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงาน&nbsp;""มหกรรมการออม&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ได้ส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกัน</strong>ออมเงินตามศักยภาพของตนเอง&nbsp;เป็นการสร้างหลักประกัน&nbsp;สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่สมาชิกในครัวเรือน&nbsp;และช่วยเหลือคนในชุมชน&nbsp;ซึ่งสอดคล้องตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ความพอประมาณ&nbsp;ความมีเหตุผล&nbsp;การมีภูมิคุ้มกัน&nbsp;และการมีความรู้คู่คุณธรรม&nbsp;โดยยึดหลักคุณธรรม&nbsp;5&nbsp;ประกา&nbsp;ร&nbsp;ได้แก่&nbsp;ความซื่อสัตย์ความเสียสละ&nbsp;ความรับผิดชอบ&nbsp;ความเห็นอกเห็นใจกัน&nbsp;และความไว้วางใจกัน&nbsp;ปัจจุบันจังหวัดปัตตานีมีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;จำนวน&nbsp;79&nbsp;กลุ่ม&nbsp;</p><p><strong>ในปีนี้&nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ได้กำหนดให้</strong>การดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์&nbsp;เพื่อการผลิต&nbsp;เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;ตามภารกิจของกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;และภารกิจของกระทรวงมหาดไทยในการบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุขของประชาชน&nbsp;แก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน&nbsp;รวมทั้งประกาศวาระชุมชน&nbsp;""การส่งเสริมการออมภาคประชาชน""&nbsp;ในระดับจังหวัดและอำเภอ&nbsp;เพื่อส่งเสริมการออมของประชาชน&nbsp;สร้างหลักประกันและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่สมาชิกในครัวเรือน&nbsp;</p><p><strong>โดยมีเป้าหมายให้ครัวเรือนมีการออมเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;10&nbsp;</strong>ของเงินออมเดิมที่มีอยู่&nbsp;และครัวเรือนยากจนเป้าหมายตามระบบ&nbsp;TPMAP&nbsp;ที่ประสบปัญหามิติด้านรายได้&nbsp;มีการออมเงินอย่างน้อยร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ของจำนวนครัวเรือนเป้าหมาย&nbsp;ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;พัฒนาการอำเภอ&nbsp;เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน&nbsp;คณะกรรมการและสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308153109584
1239	ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา จัดอบรมผู้ประกอบการในพื้นที่ มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (SHA) ตามวิถีการท่องเที่ยวแนวใหม่ (New Normal Tourism Sevices)	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดโครงการอบรมต้นแบบเพื่อยกระดับการให้บริการของสถานประกอบการสู่มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;(SHA)&nbsp;ตามวิถีการท่องเที่ยวแนวใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal&nbsp;Tourism&nbsp;Sevices)&nbsp;เพื่อมุ่งสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูงจังหวัดยะลา&nbsp;โดยมีนางปุณณานันท์&nbsp;ทองหยู&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา&nbsp;นายสุรเชษฐ์&nbsp;สุทธิกุล&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ภาคธุรกิจ&nbsp;และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม</p><p><strong>นางปุณณานันท์&nbsp;ทองหยู&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การจัดกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้สถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวเตรียมความพร้อมและปรับปรุงสถานประกอบการให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่&nbsp;New&nbsp;normal&nbsp;ได้&nbsp;รวมทั้งกระตุ้นและสร้างความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของสถานประกอบการในการให้บริการแก่นักท่องเที่ยว&nbsp;อีกทั้งเพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;COVID-19และได้เชิญผู้ประกอบการตามมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;10&nbsp;ประเภทกิจกรรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ภัตตาคาร/ร้านอาหาร&nbsp;โรงแรม/ที่พักและสถานที่จัดประชุม&nbsp;ชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;ยานพาหนะ/ประเภทบริษัทนำเที่ยว&nbsp;ร้านเสริมสวย&nbsp;สุขภาพและความงาม&nbsp;ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า&nbsp;ร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่นๆ</p><p><strong>นางสาว&nbsp;เมษา&nbsp;ฉัตรศิริเวช&nbsp;ผู้ประกอบการร้านตะกงแกง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;อยากให้ผู้ประกอบการในพื้นที่&nbsp;เข้ามาอบรมโครงการอบรมต้นแบบเพื่อยกระดับการให้บริการของสถานประกอบการสู่มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;(SHA)&nbsp;ตามวิถีการท่องเที่ยวแนวใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal&nbsp;Tourism&nbsp;Sevices)&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและร้านค้าช่วงแรกอาจมีความยุ่งยากแต่จะมีผลดีในระยะยาว</p><p><strong>ด้านนาย&nbsp;อิดรีส&nbsp;เจะนิ&nbsp;ผู้ประกอบการร้านอาหารไลลา&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;การเข้าอบรบครั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมในรองรับนักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไปโดยได้คำนึกถึงความปลอดภัยของผู้มาใช้บริการช่วงโควิด-19&nbsp;ตอนนี้ทางร้านก็ได้ให้บริการกรุ๊ปทัวร์&nbsp;ที่จะเดินทางเข้าอำเภอเบตงอีกด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้ภายในกิจกรรมได้มีการบรรยายในหัวข้อ</strong>&nbsp;เกณฑ์ตรวจสอบเพื่อประเมินมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยในสถานประกอบการ&nbsp;พร้อมเปิดรับลงทะเบียน&nbsp;Amazing&nbsp;Thailand&nbsp;Safety&nbsp;and&nbsp;Health&nbsp;Administration:&nbsp;(SHA)&nbsp;ในระบบและมาตรการแนวทางการดำเนินงานเพื่อป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308152516581
1240	ขอเชิญเที่ยวงาน Young Smart Farmer Phrae Showcase 2022	<p><strong>ศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัดแพร่&nbsp;</strong>ขอเชิญชวนเที่ยวงาน&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;Phrae&nbsp;Showcase&nbsp;2022&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;8&nbsp;-11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.30-20.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานกิจกรรมหน้าโรงยิมชมรมแบดมีนตัน&nbsp;สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่</p><p><strong>นายฤชภูมิ&nbsp;ถิ่นฐาน&nbsp;ประธานศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัดแพร่&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;การจัดงานในครั้งนี้เป็นการจัดแสดงผลงานด้านการเกษตรของเกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัดแพร่&nbsp;มีการนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตรทุกสาขา&nbsp;บูรณาการการจัดแสดงผลงานจาก&nbsp;16&nbsp;ฟาร์มทั่วจังหวัดแพร่&nbsp;ในงานมีการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรและสินค้าแปรรูป&nbsp;การประกวดลาบเมืองแพร่&nbsp;การประกวดส้มตำลีลา&nbsp;การเสวนาทางการเกษตร&nbsp;กิจกรรม&nbsp;Walk&nbsp;Rally&nbsp;แลกของรางวัลสุดพิเศษ&nbsp;การแสดงดนตรีในสวนคนเมืองแพร่&nbsp;และกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัดแพร่&nbsp;</strong>และเครือข่ายมีกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;6&nbsp;ฐานเรียนรู้&nbsp;ได้แก่&nbsp;ฐานเรียนรู้ศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ฐานเรียนรู้ธุรกิจเกษตร/ฐานเรียนรู้การปศุสัตว์แนวใหม่/ฐานเรียนรู้การเกษตรยั่งยืน/ฐานเรียนรู้การออกแบบและการจัดการแปลงเกษตร&nbsp;และฐานเรียนรู้การจัดการดิน&nbsp;น้ำ&nbsp;อาหาร</p><p><strong>ผู้ที่สนใจสามารถร่วมกิจกรรมและสอบถามเทคนิคการเกษตรได้ในงาน</strong>&nbsp;เพื่อสร้างโอกาสให้เกษตรกรและภาคส่วนต่างๆ&nbsp;เกิดการร่วมมือกันในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์&nbsp;ทำให้เกิดเกษตรกรรุ่นใหม่ขึ้นในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308145129548
1241	ปศุสัตว์ชัยภูมิ เน้นย้ำมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคระบาดในสัตว์ปีก	<p><strong>สัตวแพทย์หญิงศรีสมัย&nbsp;โชติวนิช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตามที่องค์การสุขภาพสัตว์โลก&nbsp;(OIE)&nbsp;รายงานพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีกชนิดสายพันธุ์รุนแรง&nbsp;(Highly&nbsp;Pathogenic&nbsp;Avian&nbsp;Influenza&nbsp;:&nbsp;HPAI)&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;พบรายงานการระบาดใน&nbsp;61&nbsp;ประเทศทั่วโลก&nbsp;รวมจุดพบโรคทั้งหมด&nbsp;5,213&nbsp;จุด&nbsp;และล่าสุดเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;องค์การอนามัยโลก&nbsp;(WHO)&nbsp;รายงานพบการระบาดของโรคไข้หวัดนก&nbsp;ชนิด&nbsp;H5N6&nbsp;ในประเทศจีน&nbsp;พบผู้ติดเชื้อ&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตแล้ว&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนประเทศไทยนั้น&nbsp;ไม่พบการติดเชื้อของโรคไข้หวัดนกทั้งในคนและในสัตว์&nbsp;มาเป็น&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;12&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;แต่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างรวดเร็ว&nbsp;มีทั้งร้อนจัดในเวลากลางวัน&nbsp;หนาวถึงหนาวจัดในตอนกลางคืน&nbsp;และมีฝนตกในบางพื้นที่จากสภาพอากาศดังกล่าวทำให้สัตว์ปีกปรับตัวได้ยาก&nbsp;เกิดความเครียด&nbsp;ภูมิคุ้มกันต่ำ&nbsp;ทำให้มีโอกาสเกิดโรคได้ง่าย</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ</strong>และเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;จึงอยากขอความร่วมมือจากประชาชนชาวชัยภูมิทุกคนให้ช่วยสอดส่องดูแล&nbsp;ในเรื่องต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ดังต่อไปนี้</p><p>1.&nbsp;เฝ้าสังเกตุอาการสัตว์ปีกของตน&nbsp;หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ&nbsp;สามารถแจ้งอาสาปศุสัตว์&nbsp;อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อย่างเร่งด่วน&nbsp;เพื่อดำเนินการ&nbsp;ควบคุมโรค&nbsp;ซึ่งกรมปศุสัตว์</p><p>2.ของให้ผู้ประกอบการชำแหละสัตว์ปีก&nbsp;งดรับซื้อสัตว์ปีกที่ป่วยตายผิดปกติ</p><p>3.ขอให้ประชาชนเลือกซื้อไข่ของสัตว์ปีกจากสถานที่จำหน่ายที่สะอาดและเชื่อถือได้</p><p>4.ควรงดกีฬาไก่ชน</p><p>5.สัตว์ปีกที่เลี้ยงในระบบฟาร์ม&nbsp;GAP&nbsp;ควรมีการดำเนินการป้องกันโรค</p><p>6.เข้มงวดในการจัดการมูลสัตว์ปีกก่อนนำออกจากฟาร์มตามมาตรการของกรมปศุสัตว์</p><p>7.ขอความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสการลักลอบนำเข้าสัตว์ปีกและซากสัตว์</p><p>หากมีข้อสงสัย&nbsp;สามารถขอรับคำปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;โทน&nbsp;044-812-334&nbsp;ต่อ&nbsp;13</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308144751542
1242	ท่องเที่ยวและกีฬายะลา จัดอบรมผู้ประกอบการในพื้นที่ มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (SHA) ตามวิถีการท่องเที่ยวแนวใหม่ (New Normal Tourism Sevices)	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>เป็นประธานพิธีเปิดโครงการอบรมต้นแบบเพื่อยกระดับการให้บริการของสถานประกอบการสู่มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;(SHA)&nbsp;ตามวิถีการท่องเที่ยวแนวใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal&nbsp;Tourism&nbsp;Sevices)&nbsp;เพื่อมุ่งสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูงจังหวัดยะลา&nbsp;โดยมีนางปุณณานันท์&nbsp;ทองหยู&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา&nbsp;นายสุรเชษฐ์&nbsp;สุทธิกุล&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ภาคธุรกิจ&nbsp;และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม</p><p><strong>นางปุณณานันท์&nbsp;ทองหยู&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การจัดกิจกรรมครั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้สถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวเตรียมความพร้อมและปรับปรุงสถานประกอบการให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่&nbsp;New&nbsp;normal&nbsp;ได้&nbsp;รวมทั้งกระตุ้นและสร้างความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของสถานประกอบการในการให้บริการแก่นักท่องเที่ยว&nbsp;อีกทั้งเพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;COVID-19และได้เชิญผู้ประกอบการตามมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;10&nbsp;ประเภทกิจกรรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ภัตตาคาร/ร้านอาหาร&nbsp;โรงแรม/ที่พักและสถานที่จัดประชุม&nbsp;ชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;ยานพาหนะ/ประเภทบริษัทนำเที่ยว&nbsp;ร้านเสริมสวย&nbsp;สุขภาพและความงาม&nbsp;ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า&nbsp;ร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่นๆ</p><p><strong>นางสาวเมษา&nbsp;ฉัตรศิริเวช&nbsp;ผู้ประกอบการร้านตะกงแกง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;อยากให้ผู้ประกอบการในพื้นที่&nbsp;เข้ามาอบรมโครงการอบรมต้นแบบเพื่อยกระดับการให้บริการของสถานประกอบการสู่มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;(SHA)&nbsp;ตามวิถีการท่องเที่ยวแนวใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal&nbsp;Tourism&nbsp;Sevices)&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและร้านค้าช่วงแรกอาจมีความยุ่งยากแต่จะมีผลดีในระยะยาว&nbsp;</p><p>ด้านนาย&nbsp;อิดรีส&nbsp;เจะนิ&nbsp;ผู้ประกอบการร้านอาหารไลลา&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;การเข้าอบรบครั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมในรองรับนักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไปโดยได้คำนึกถึงความปลอดภัยของผู้มาใช้บริการช่วงโควิด-19&nbsp;ตอนนี้ทางร้านก็ได้ให้บริการกรุ๊ปทัวร์&nbsp;ที่จะเดินทางเข้าอำเภอเบตงอีกด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้ภายในกิจกรรมได้มีการบรรยายในหัวข้อ</strong>&nbsp;เกณฑ์ตรวจสอบเพื่อประเมินมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยในสถานประกอบการพร้อมเปิดรับลงทะเบียน&nbsp;Amazing&nbsp;Thailand&nbsp;Safety&nbsp;and&nbsp;Health&nbsp;Administration:&nbsp;(SHA)&nbsp;ในระบบและมาตรการแนวทางการดำเนินงานเพื่อป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308151412573
1243	จ.ลำปาง เสนอโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565	<p><strong>ที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;</strong>และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีนายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;และขยายผลการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านต่างๆ&nbsp;และการดำเนินงานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่จังหวัดลำปาง</p><p><strong>ที่ประชุม&nbsp;ได้เห็นชอบแผนงาน/โครงการ&nbsp;</strong>ภายใต้แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ของจังหวัดลำปาง&nbsp;ที่สนับสนุนการชับเคลื่อนและขยายผสโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ&nbsp;ตามแนวทางที่สำนักนายกรัฐมนตรีกำหนดเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;90&nbsp;พรรษา&nbsp;12&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;โครงการ&nbsp;2&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ได้แก่</p><p>1.กิจกรรมซ่อมแซมคลองส่งน้ำ&nbsp;อ่างเก็บน้ำห้วยเป้ง&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;บ้านทุ่งจี้&nbsp;ตำบลทุ่งกว่าว&nbsp;อำเภอเมืองปาน&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ตามที่ราษฎรบ้านทุ่งจี้&nbsp;ตำบลทุ่งกว๋าว&nbsp;อำเภอเมืองปาน&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ได้ร้องขอโครงการซ่อมแซมระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยเป้ง&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ&nbsp;ช่วยเหลือราษฎรที่อยู่ด้านท้ายน้ำให้ได้รับน้ำอย่างเพียงพอเพื่อการเกษตร&nbsp;ประกอบด้วยพื้นที่ประมาณ&nbsp;800&nbsp;ไร่&nbsp;รวมครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์&nbsp;120&nbsp;กว่าครัวเรือน&nbsp;งบประมาณ&nbsp;780,000&nbsp;บาท&nbsp;หน่วยงานเจ้าของโครงการ&nbsp;คือ&nbsp;โครงการชลประทานลำปาง</p><p>2.กิจกรรมก่อสร้างถังเก็บน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก&nbsp;ศูนย์ศิลปาชีพบ้านทุ่งจี้&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ตามที่นางสุภาพร&nbsp;พิมลลิขิตที่&nbsp;ปรึกษาปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้เดินทางตรวจเยี่ยมเพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่รอยต่อ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;อำเภอเมืองปาน&nbsp;และอำเภอแจ้ห่ม&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2563&nbsp;โดยโครงการพัฒนาพื้นที่รอยต่อฯ&nbsp;ได้เสนอปัญหาข้อขัดข้องเกี่ยวกับระบบน้ำภายในโครงการฯ&nbsp;เพื่อสำหรับใช้สนับสนุนในกิจกรรมของศูนย์สาธิตเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทางทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;งบประมาณ&nbsp;1,500,000&nbsp;บาท&nbsp;หน่วยงานเจ้าของโครงการ&nbsp;คือ&nbsp;โครงการชลประทานลำปาง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308145419550
1244	สพป.ปัตตานี เขต 3 ส่งเสริมลูกเสือน้อมนำโครงการจิตอาสาพระราชทานสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมืองดี	<p><strong>นายบุญล้อม&nbsp;โสภาพรม&nbsp;ผอ.สพป.ปัตตานี&nbsp;เขต&nbsp;3&nbsp;</strong>เป็นประธานการฝึกอบรมลูกเสือจิตอาสาพระราชทานในสถานศึกษา&nbsp;ซึ่งเป็นการดำเนินการจัดกิจกรรมร่วมกันของ&nbsp;3&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรงเรียนบ้านกระจูด&nbsp;โรงเรียนบ้านบน&nbsp;และโรงเรียนบ้านกะลาพอ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7-10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนบ้านกระจูด&nbsp;อำเภอไม้แก่น&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;การฝึกอบรมครั้งนี้&nbsp;ได้กำหนดการฝึกอบรม&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;วัน&nbsp;9&nbsp;รายวิชาย่อย&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ลูกเสือและบุคลากรทางการลูกเสือน้อมนำโครงการจิตอาสาพระราชทานมาเสริมสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็งและบำเพ็ญประโยชน์ต่อชุมชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน&nbsp;เป็นการถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;พระประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ&nbsp;โดยการส่งเสริมสนับสนุนการสร้างจิตสำนึกที่ดีให้กับลูกเสือได้ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์&nbsp;มีจิตสาธารณะตามกฎและคำปฏิญาณของลูกเสือ&nbsp;</p><p><strong>นายบุญล้อม&nbsp;โสภาพรม&nbsp;ผอ.สพป.ปัตตานี&nbsp;เขต&nbsp;3&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;การฝึกอบรมลูกเสือจิตอาสาพระราชทานในสถานศึกษา&nbsp;เป็นภารกิจหน้าที่ของสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการลูกเสืออาสาพระราชทานของจังหวัด&nbsp;โดยผู้บังคับบัญชาลูกเสือจิตอาสาพระราชทานในสถานศึกษา&nbsp;ที่ได้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือจิตอาสาพระราชทานในสถานศึกษาเป็นผู้ดำเนินการฝึกอบรม&nbsp;ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่เหล่าลูกเสือ&nbsp;เนตรรานี&nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการพัฒนาขัดเกลาทางร่างกาย&nbsp;จิตใจ&nbsp;และสติปัญญาให้เห็นคุณค่าของการช่วยเหลือผู้อื่น&nbsp;อันส่งผลให้เกิดการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างตัวลูกเสือจิตอาสารพระราชทาน&nbsp;สถานศึกษาและชุมชนในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างตัวลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;สถานศึกษาและชุมชน&nbsp;ในการสร้างความตระหนักให้เห็นคุณค่าของตนเอง&nbsp;ซึ่งทำให้ลูกเสือจิตอาสาพระราชทานมีความเชื่อมั่นในการกระทำความดี&nbsp;ช่วยเหลือสังคม&nbsp;นอกจากนี้กิจกรรมจิตอาสาพระราชทานจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างพื้นฐานของการมีคุณธรรมและจริยธรรมของตนเองให้กับลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308150729568
1245	จ.กาฬสินธุ์ มอบลายผ้าพระราชทาน ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญาให้ 18 อำเภอ	"<p><strong>จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;จัดพิธีรับมอบแบบผ้าลายพระราชทาน</strong>&nbsp;""ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา""&nbsp;ให้กับนายอำเภอ&nbsp;พัฒนาการทั้ง&nbsp;18&nbsp;อำเภอ&nbsp;เพื่อนำไปมอบให้กับช่างทอผ้า&nbsp;นำไปทอผ้าและผลิตเป็นผ้าตามอัตลักษณ์ของภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;และมอบเกียรติบัตรแก่สตรีที่มีผลงานดีเด่น&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล</p><p><strong>ที่หอประชุมจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;นายทรงพล&nbsp;ใจกริ่ม</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เป็นประธานพิธีมอบแบบผ้าลายพระราชทาน&nbsp;""ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา""&nbsp;โดยได้เปิดกรวยถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;และมอบแบบผ้าลายพระราชทาน&nbsp;ให้กับนายอำเภอ&nbsp;และพัฒนการอำเภอ&nbsp;ทั้ง&nbsp;18&nbsp;อำเภอของจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เพื่อไปมอบแก่ช่างทอผ้า&nbsp;กลุ่มทอผ้า&nbsp;ผู้ผลิตผ้า&nbsp;ได้นำลายพระราชทานไปเป็นต้นแบบและพัฒนาต่อยอด&nbsp;เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นถิ่นให้ร่วมสมัย&nbsp;นำไปสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้กระจายสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง&nbsp;โดยมีนายปรัชญา&nbsp;อุ่นเพชรวรากร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;นายอุทัย&nbsp;สิงห์ทอง&nbsp;พัฒนาการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เข้าร่วมพิธี</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์</strong>&nbsp;มอบใบประกาศนียบัตรแก่สตรีดีเด่น&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติสตรีผู้สร้างประโยชน์ในด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;ด้านการพัฒนาชุมชน&nbsp;ด้านคุณธรรม&nbsp;จริยธรรม&nbsp;ด้านแกนนำและส่งเสริมให้สตรีมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน&nbsp;ด้านต้นแบบในการดำรงชีวิตตามแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และด้านส่งเสริมให้สตรีในชุมชนมีส่วนร่วมในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย</p><p><strong>นายอุทัย&nbsp;สิงห์ทอง&nbsp;พัฒนาการจังหวัดกาฬสินธุ์</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ลายผ้าพระราชทาน&nbsp;""ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา""&nbsp;ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;พระราชทานให้เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับช่างทอผ้าทุกกลุ่ม&nbsp;ทุกเทคนิค&nbsp;นำไปผลิตผ้าตามอัตลักษ์ภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่น&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่า&nbsp;สร้างรายได้ให้เพิ่มมากขึ้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	กาฬสินธุ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308150534564
1246	จังหวัดตรังจัดประชุมคณะอนุกรรมการควบคุมการขอทานจังหวัดตรัง ครั้งที่ 1 ประจำปี 2565	<p><strong>ที่ห้องศรีตรัง&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการควบคุมการขอทานจังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานสถานการณ์และผลการดำเนินงานด้านการคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ทำการขอทาน&nbsp;(ศูนย์คุ้มครอง)&nbsp;และผู้แสดงความสามารถ&nbsp;(พมจ.)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;</p><p><strong>ตามที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ</strong>&nbsp;มีนโยบายให้ศูนย์คุ้มครองไร้ที่พึ่งจังหวัดตรังดำเนินการจัดระเบียบคนขอทานในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;โดยเป็นหน่วยงานหลักในการประสานบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงาน&nbsp;พม.ในจังหวัดตรัง&nbsp;และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;(ปีงบประมาณ&nbsp;2565)&nbsp;โดยในปี&nbsp;2565&nbsp;มีผู้มาขอขึ้นทะเบียนผู้แสดงความสามารถเพิ่มจำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรังได้ดำเนินการออกบัตรประจำตัวผู้แสดงความสามารถตาม&nbsp;พรบ.ควบคุมการขอทาน&nbsp;พ.ศ.2560-ปัจจุบัน&nbsp;จำนวน&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;แยกเป็นเพศชาย&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิงจำนวน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;แยกเป็นเด็กและเยาวชน&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;คนพิการจำนวน&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;บุคคลทั่วไปจำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ผู้สูงอายุจำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และจังหวัดได้ประกาศกำหนดพื้นที่สาธารณะของท้องถิ่นสำหรับการแสดงความสามารถ&nbsp;(ศูนย์คุ้มครอง)&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;14&nbsp;ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นในเขตพื้นที่ประกาศเป็นการทั่วไปเพื่อกำหนดเขตพื้นที่หรือสถานที่อันเป็นสาธารณะ&nbsp;วัน&nbsp;เวลา&nbsp;การใช้อุปกรณ์&nbsp;หรือสิ่งอื่นใด&nbsp;ให้ใช้ในการแสดงความสามารถตามพระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน&nbsp;พ.ศ.2559&nbsp;มาตรา&nbsp;14&nbsp;มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ประกาศกำหนดพื้นที่สาธารณะของท้องถิ่นสำหรับการแสดงความสามารถ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แห่งใน&nbsp;1&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;สนามกีฬาทุ่งแจ้ง&nbsp;เทศบาลนครตรัง&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308150007557
1247	นักเรียน นักศึกษา และคนหางาน ร่วมสมัครงานกับนายจ้างสถานประกอบการและฝึกอาชีพในงานมหกรรมอาชีพและนัดพบแรงงานเฉลิมพระเกียรติ ฯ อย่างคึกคัก กระตุ้นจ้างงานฟื้นฟูเศรษฐกิจ	<p><strong>ที่&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;Hall&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า&nbsp;จ.ขอนแก่น</strong>&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เป็นประธานเปิดงานมหกรรมอาชีพและนัดพบแรงงานเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;90&nbsp;พรรษา&nbsp;12&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อส่งเสริมการมีงานทำให้แก่ประชาชน&nbsp;และถวายความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านการส่งเสริมการประกอบอาชีพและการมีงานทำ&nbsp;มีอาชีพ&nbsp;สามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว&nbsp;เป็นที่เคารพรักเทิดทูนอย่างสูงยิ่งของปวงชนชาวไทย&nbsp;เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;90&nbsp;พรรษา&nbsp;12&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565</p><p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ตั้งเป้าขับเคลื่อนสู่การเป็นเมืองของโลก&nbsp;Global&nbsp;City&nbsp;และการเป็นเมืองอัจฉริยะ&nbsp;Smart&nbsp;City&nbsp;โดยได้ให้ความสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้านแรงงาน&nbsp;ทักษะด้านภาษา&nbsp;เพื่อให้คนขอนแก่นสามารถไปทำงานได้ทั่วโลก&nbsp;ส่งเสริมการประกอบอาชีพ&nbsp;การมีงานทำ&nbsp;มีรายได้&nbsp;กระตุ้นการจ้างงานและฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19</p><p><strong>ด้านนายประภาส&nbsp;พรมคำบุตร&nbsp;จัดหางานจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจัดงานมหกรรมอาชีพและนัดพบแรงงานเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ฯ&nbsp;เป็นการเพิ่มโอกาสในการทำงานการจ้างงานให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ประชาชนที่ว่างงานได้มีโอกาสสมัครงานกับนายจ้างโดยตรงและนายจ้างได้พิจารณาคัดเลือกผู้สมัครงานที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งงานว่างได้&nbsp;นักเรียนนักศึกษาและประชาชนทั่วไปมีโอกาสเรียนรู้เรื่องอาชีพการประกอบอาชีพอิสระการศึกษาต่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพ&nbsp;ซึ่งกำหนดจัดขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;8&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมในงาน&nbsp;มีกิจกรรมการฝึก</strong>&nbsp;การสาธิตและฝึกปฏิบัติอาชีพอิสระ&nbsp;30&nbsp;อาชีพ&nbsp;การลงทะเบียนรับสมัครงานโดยมีนายจ้าง&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;เข้าร่วมสัมภาษณ์และรับสมัครงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;59&nbsp;บริษัท&nbsp;มีตําแหน่งงานว่าง&nbsp;287&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,967&nbsp;อัตรา&nbsp;การบรรยายให้ความรู้และรับสมัครนักเรียนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ&nbsp;3&nbsp;ม.&nbsp;(มีงาน&nbsp;มีเงิน&nbsp;มีวุฒิการศึกษาเพิ่ม)&nbsp;การแสดงโครงงานอาชีพนักเรียนจากสถาบันการศึกษา&nbsp;15&nbsp;แห่ง&nbsp;การจัดนิทรรศการโลกอาชีพ&nbsp;การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของคนพิการ&nbsp;,ผู้สูงอายุ&nbsp;การจัดแสดงสินค้าของกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน&nbsp;การออกบูธให้คำปรึกษาและรับลงทะเบียนผู้สนใจไปทำงานต่างประเทศ&nbsp;การออกบูธให้คำปรึกษาแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพ&nbsp;การแสดงนิทรรศการ&nbsp;ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน&nbsp;โดยมีนักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;และประชาชนคนหางานมาร่วมชมการสาธิตและฝึกปฏิบัติประกอบอาชีพอิสระ&nbsp;และสมัครงานกับนายจ้างและสถานประกอบการต่างๆ&nbsp;เป็นจำนวนมาก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308150655566
1248	จัดกิจกรรมรวมพลังสตรีอำนาจเจริญ พลังสร้างสรรค์ ในวันสตรีสากลประจำปี 2565	"<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการรวมพลังสตรีอำนาจเจริญ&nbsp;พลังสร้างสรรค์&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมมอบแนวทางในการขับเคลื่อนองค์กรสตรีจังหวัดอำนาจเจริญให้เข้มแข็งและมอบใบประกาศเกียรติคุณให้กับสตรีดีเด่นเนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ราย.&nbsp;โดยมีนางรัชชุมา&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและคณะกรรมการพัฒนาสตรีทุกระดับ&nbsp;จาก&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;คนเข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้</p><p><strong>นางจันทร์เพ็ญ&nbsp;ประเสริฐศรี&nbsp;รองประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</strong>กล่าวถึงการจัดกิจกรรมในวันนี้ว่า&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ได้จัดโครงการรวมพลังสตรีอำนาจเจริญ&nbsp;พลังสร้างสรรค์&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความเสมอภาค&nbsp;ความเท่าเทียมกันในสังคมของสตรี&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;เป็นการแสดงพลังสตรีในการสร้างสรรค์&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาสตรี&nbsp;ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;และเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานของสตรีอำนาจเจริญ&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมายในการเข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;คณะกรรมการพัฒนาสตรีทุกระดับ&nbsp;จาก&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;คน.&nbsp;กิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;พิธีมอบใบประกาศสตรีดีเด่น&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;การแสดงเดินแบบผ้าไทย&nbsp;""ผ้าไทยใส่ให้สนุก""&nbsp;โดยจัดแสดงแบบ&nbsp;3&nbsp;ชุด&nbsp;คือ&nbsp;ชุดที่&nbsp;1&nbsp;""เลอค่าผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ""&nbsp;ชุดที่&nbsp;2&nbsp;""แม่บ้านมหาดไทย&nbsp;ใส่ผ้าไทยให้สนุก""&nbsp;และชุดที่&nbsp;3&nbsp;""สตรีอำนาจเจริญ&nbsp;ร้อยดวงใจ&nbsp;สวมใส่ผ้าไทยให้สนุก""&nbsp;ของคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอ&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;การประกวดนิทรรศการกลุ่มอาชีพสตรีดีเด่น&nbsp;คำถามชวนรู้เกี่ยวกับบทบาทสตรีไทยในยุค&nbsp;4.0&nbsp;และการจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากชมรมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;คณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัด&nbsp;คณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอทุกอำเภอสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องผลที่คาดว่าจะได้รับ&nbsp;สตรีจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ได้แสดงพลังสตรีสร้างสรรค์&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาสตรี&nbsp;ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;และผลงานของสตรีจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ได้รับการประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308150329561
1249	สมุทรสาครแถลงข่าวจัดงานสืบสาน สีสัน สายเส้น เบญจรงค์ดอนไก่ดี ปีนี้โชว์สีสันฤดูร้อนในธีมลายกล้วยไม้	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่บ้านอุไรเบญจรงค์&nbsp;</strong>ตำบลดอนไก่ดี&nbsp;อำเภอกระทุ่มแบน&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;นายธีรพัฒน์&nbsp;คัชมาตย์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายบรรพต&nbsp;จันทรวงษ์&nbsp;นายอำเภอกระทุ่มแบน&nbsp;นางสาวสุนันทา&nbsp;น้อยพิทักษ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัด&nbsp;นายวิชัย&nbsp;แตงเอี่ยม&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลดอนไก่ดี&nbsp;และนางอุไร&nbsp;แตงเอี่ยม&nbsp;ประธานกลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี&nbsp;ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานสืบสาน&nbsp;สีสัน&nbsp;สายเส้น&nbsp;เบญจรงค์ดอนไก่ดี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;12&nbsp;จะจัดตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;ถึง&nbsp;13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่หมู่บานเบญจรงค์ดอนไก่ดี&nbsp;อำเภอกระทุ่มแบน&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;กลุ่มผู้ประกอบการหมู่บ้านเบญจรงค์ดอกไก่ดี&nbsp;และสื่อมวลชน&nbsp;เข้าร่วมงานแถลงข่าวฯ</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;การจัดงานสืบสาน&nbsp;สีสัน&nbsp;สายเส้น&nbsp;เบญจรงค์&nbsp;ดอนไก่ดี</strong>&nbsp;ครั้งที่&nbsp;12&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;10.00&nbsp;-&nbsp;20.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี&nbsp;อำเภอกระทุ่มแบน&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ภายในงานปีนี้&nbsp;เป็นการผสมผสานระหว่างเครื่องเบญจรงค์กับลวดลายดอกกล้วยไม้&nbsp;ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมากจากคำขวัญของอำเภอกระทุ่มแบน&nbsp;ที่ว่า&nbsp;ท่าจีนไหลผ่าน&nbsp;โรงงานมากมี&nbsp;ของดีเบญจรงค์&nbsp;ดงกล้วยไม้งาม&nbsp;โดยการนำดอกกล้วยไม้มาวาดลวดลายลงบนเครื่องเบญจรงค์&nbsp;ซึ่งสื่อให้เห็นถึงในอำเภอกระทุ่มแบน&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ไม่เพียงแต่มีของดีอย่างเบญจรงค์&nbsp;แต่ยังมีดอกกล้วยไม้&nbsp;ที่ส่งออกไปยังต่างประเทศอีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>โดยอาศัยลวดลายไทยประยุกต์กับ&nbsp;Life&nbsp;Style&nbsp;Modern&nbsp;</strong>เพื่อเป็นการปรับรูปแบบการตลาดให้สอดคล้องกับคนทุกรุ่นทุกวัย&nbsp;เช่น&nbsp;ชุดแก้วกาแฟสำหรับร้อนลายหัวหนุมาน&nbsp;ชุดเซตแก้วกาแฟดริปลายใบกัญชา&nbsp;ต่างหู&nbsp;กำไรลายดอกกล้วยไม้&nbsp;ปิ่นโตลายกล้วยไม้สวยงาม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และภายในงานไม่เพียงแต่มีการจำหน่ายเครื่องเบญจรงค์&nbsp;แต่ยังได้พบกับกิจกรรมที่หลากหลาย&nbsp;เช่น&nbsp;การสอนวาดลวดลายลงบนเครื่องเบญจรงค์&nbsp;การแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตร&nbsp;เกษตรแปรรูป&nbsp;สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;และสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด&nbsp;การแสดงดนตรีโฟล์คซองในระหว่างการจัดงานทุกๆ&nbsp;วัน&nbsp;จุดถ่ายรูปในระหว่างการจัดงาน&nbsp;อีกทั้งหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดียังมีบริการบ้านพักโฮมสเตย์&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจ</strong>ได้มาร่วมสืบสานงานศิลป์&nbsp;กับงานสืบสาน&nbsp;สีสัน&nbsp;สายเส้นเบญจรงค์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;12&nbsp;ได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;11-13&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ณ&nbsp;หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี&nbsp;อำเภอกระทุ่มแบน&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;มาร่วมเรียนรู้การทำเครื่องเบญจรงค์&nbsp;มาร่วมสืบสานงานศาสตร์และศิลป์&nbsp;เพื่อให้อยู่คู่เมืองไทย&nbsp;ตลอดไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	สมุทรสาคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308154518598
1250	จ.หนองคาย เร่งแก้ไขปัญหา PM 2.5 เกินมาตรฐาน	<p><strong>จังหวัดหนองคาย&nbsp;เร่งหามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก</strong>&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ที่สูงเกินมาตรฐาน&nbsp;จนมีผลกระทบต่อสุขภาพติดต่อกันหลายวัน&nbsp;ในขณะที่ฝนที่ตกลงมาในช่วงค่ำของเมื่อวานนี้&nbsp;(7&nbsp;มีนาคม&nbsp;65)&nbsp;ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ที่สูงเกินมาตรฐาน&nbsp;ลดลง</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)ที่ห้องประชุมที่ทำการปกครองจังหวัดหนองคาย</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดหนองคาย&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;นายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;ได้มอบหมายให้นายณัฐวัสส์&nbsp;วิริยานภาภรณ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;เป็นประธานในการประชุมติดตามสถานการณ์การดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ที่ช่วงนี้พบว่าจังหวัดหนองคาย&nbsp;มีปริมาณฝุ่นละออง&nbsp;ขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM2.5)&nbsp;สูงเกินมาตรฐาน&nbsp;อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ</p><p><strong>สำหรับสาเหตุที่ทำให้ปริมาณฝุ่นละออง</strong>&nbsp;ขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ในจังหวัดหนองคายสูงเกินมาตรฐาน&nbsp;คาดว่ามาจากหลายสาเหตุ&nbsp;เช่นการเผาในพื้นที่&nbsp;,&nbsp;จากยานพาหนะ&nbsp;โดยเฉพาะรถขนส่งสินค้าไป&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ที่จอดติดเครื่องรอข้ามไป&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;และจากการก่อสร้าง&nbsp;โดยเฉพาะเส้นทางคมนาคมในพื้นที่&nbsp;นอกจากนี้ลมพัดฝุ่นควันมาจากพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;เนื่องจากตัวเมืองหนองคาย&nbsp;มีลักษณะลาดเป็นแอ่งเอียงลงไปแม่น้ำโขง&nbsp;จึงทำให้กลายเป็นจุดรวมฝุ่นควันได้เป็นอย่างดี&nbsp;แต่เมื่อเทียบปัญหาปริมาณฝุ่นละออง&nbsp;ขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM2.5)&nbsp;สูงเกินมาตรฐาน&nbsp;ระหว่างปีนี้กับปีที่ผ่านมา&nbsp;พบว่าปีนี้ปัญหาลดลงประมาณร้อยละ&nbsp;30</p><p><strong>ในส่วนของมาตรการในการแก้ไขปัญหาฯนั้น</strong>&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งสร้างความเข้าใจ&nbsp;สร้างจิตสำนึก&nbsp;และสร้างการรับรู้ถึงปัญหาฯ&nbsp;ให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้เห็นความสำคัญในการร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหา&nbsp;และให้มีการแจ้งเตือนให้ประชาชนได้ระมัดระวังตัวในช่วงที่มีปริมาณฝุ่นละออง&nbsp;ขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM2.5)&nbsp;สูงเกินมาตรฐาน&nbsp;นอกจากนี้ทางจังหวัดฯจะได้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อสาเหตุของการก่อให้เกิดฝุ่นละลองหมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;ขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM2.5)</p><p><strong>ล่าสุดหลังจากที่มีฝนตกในช่วงค่ำของเมื่อวานนี้&nbsp;(7&nbsp;มีนาคม&nbsp;65)</strong>&nbsp;ปริมาณฝุ่นละออง&nbsp;ขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ที่สูงเกินมาตรฐาน&nbsp;จนมีผลกระทบต่อสุขาภาพ&nbsp;ได้มีปริมาณลดลง&nbsp;รายงานสถานการณ์และคุณภาพอากาศประเทศไทย&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;โดยสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศบรรยากาศ&nbsp;ของกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณสวนสาธารณะหนองถิ่น&nbsp;ต.มีชัย&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.หนองคาย&nbsp;พบมีปริมาณฝุ่นละออง&nbsp;ขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ในช่วงบ่ายของวันนี้&nbsp;(8&nbsp;มีนาคม&nbsp;65)&nbsp;มีค่าลดลงอยู่ที่&nbsp;31&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;สูงสุดในประเทศ&nbsp;ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของเมื่อวานนี้ถึง&nbsp;59&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;อยู่ในเกณฑ์คุณภาพดี</p><p><strong>จากการตรวจสอบสภาพอากาศบริเวณสวนสาธารณะ</strong>หนองถิ่น&nbsp;ต.มีชัย&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย&nbsp;ที่เป็นสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศบรรยากาศ&nbsp;ของกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;พบว่าสภาพอากาศมีฝุ่นควันปกคลุมบาง&nbsp;ๆ&nbsp;มีลมพัดเบา&nbsp;ๆ&nbsp;เช่นเดียวกันสภาพในตัวเมืองหนองคายและพื้นที่โดยรอบ&nbsp;สภาพอากาศพื้นที่ปลอดโปร่ง&nbsp;เช่นเดียวกันกับที่ริมฝั่งแม่น้ำโขงและในแม่น้ำโขง&nbsp;ที่สภาพอากาศปลอดโปร่ง&nbsp;มีลมพัดเบา&nbsp;ๆ&nbsp;ไม่มีฝุ่นควันปกคลุมหนาแน่นเหมือนช่วงก่อนหน้านี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองคาย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308151132572
