{
  "fields": [{"id":"_id","type":"int"},{"id":"NewsTitle","type":"text"},{"id":"Detail","type":"text"},{"id":"NewsDate","type":"timestamp"},{"id":"Region","type":"text"},{"id":"Province","type":"text"},{"id":"Department","type":"text"},{"id":"Link_News","type":"text"}],
  "records": [
    [1,"กอนช. ขอให้ประชาชนระวังฝนตกในหลายพื้นที่ของประเทศ พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงใน 17 จังหวัด","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังฝนตกในหลายพื้นที่ของประเทศ&nbsp;พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงใน&nbsp;17&nbsp;จังหวัด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(1&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.น่าน&nbsp;36&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;กระบี่&nbsp;48&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และพังงา&nbsp;35&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้า&nbsp;จ.สมุทรปราการ&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียงถึงวันที่&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;เนื่องจากเป็นช่วงน้ำทะเลหนุนสูง&nbsp;คาดระดับน้ำจะมีความสูงประมาณ&nbsp;1.8&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;จากระดับน้ำทะเลปานกลาง&nbsp;บริเวณกรุงเทพมหานคร&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ระยอง&nbsp;จันทบุรี&nbsp;ตราด&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;34,174&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;59&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;27,364&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;57&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-01-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201100008020"],
    [2,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม. ปริมณฑล และพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่ ยกเว้นภาคเหนือ 3 พื้นที่ค่าฝุ่นสูงระดับสีส้มบริเวณพะเยา แพร่ และน่าน","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;ยกเว้นภาคเหนือ&nbsp;3&nbsp;พื้นที่ค่าฝุ่นสูงระดับสีส้มบริเวณจังหวัดพะเยา&nbsp;แพร่&nbsp;และน่าน</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(1ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีฝนตกลงมา&nbsp;และมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;แล้วฝุ่นจะสูงขึ้นวันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;เกินมาตรฐานใน&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;อยู่ระหว่าง&nbsp;15&nbsp;-&nbsp;82&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;,&nbsp;ต.นาจักร&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แพร่&nbsp;และ&nbsp;ต.บ้านต๋อม&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.พะเยา&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-01-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201101358026"],
    [3,"กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหอยโข่ง เขาพระทอง จ.นครศรีธรรมราช เพาะพันธุ์หอยโข่งมาตรฐานฟาร์ม GAP จำหน่ายออนไลน์ทั่วประเทศ","<p><strong>จากเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลเขาพระทอง&nbsp;อำเภอชะอวด</strong>&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราชได้มีการทดลองเพาะเลี้ยงหอยโข่ง&nbsp;โดยใช้วัสดุอุปกรณ์ในครัวเรือน&nbsp;จนเกิดการรวมกลุ่มเป็นกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหอยโข่ง&nbsp;เขาพระทอง&nbsp;แล้วขยายเครือข่ายเพาะเลี้ยงหอยโข่งไปทั่วประเทศ&nbsp;สามารถจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ทั้งหอยโข่งเพื่อการบริโภค&nbsp;และไข่หอยโข่งเพื่อนำไปขยายพันธุ์ต่อไป</p><p><strong>นายนพดล&nbsp;พลพันธ์&nbsp;สมาชิกกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหอยโข่ง</strong>&nbsp;เขาพระทอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้เริ่มต้นนำหอยโข่งจากแหล่งน้ำธรรมชาติ&nbsp;มาเข้าสู่ระบบการเลี้ยงในบ่อ&nbsp;โดยใช้พื้นที่ประมาณ&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;จากนั้นก็ทำเป็นกระชังบกขึ้นมา&nbsp;แล้วนำไข่หอยโข่งขึ้นมาเคาะและเพาะพันธุ์ในบ่อธรรมชาติ&nbsp;เนื่องจากภาคใต้ยังหาไข่หอยโข่งจากธรรมชาติได้เป็นจำนวนมาก&nbsp;จากการสังเกตพบว่าถ้าเลี้ยงหอยโข่งจากแหล่งธรรมชาติ&nbsp;อัตราการรอดของหอยโข่งก็จะน้อย&nbsp;เพราะมีปลา&nbsp;ปู&nbsp;ที่เป็นศัตรูของหอยโข่ง&nbsp;เมื่อเลี้ยงหอยโข่งจนโตในระดับหนึ่งก็นำไปปล่อยตามธรรมชาติเหมือนเดิม&nbsp;เพื่อการขยายพันธุ์แบบต่อเนื่องสมบูรณ์แบบ</p><p><strong>ด้านสำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราชและสำนักงานประมง</strong>อำเภอชะอวดได้เข้ามาดูแลและให้ความรู้เรื่องการเพาะเลี้ยงหอยโข่ง&nbsp;จากนั้นได้มีการรวมกลุ่มสมาชิกกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหอยโข่ง&nbsp;เขาพระทอง&nbsp;ขณะนี้มีสมาชิก&nbsp;ประมาณ&nbsp;120&nbsp;คน&nbsp;และกำลังรวมกลุ่มผู้เลี้ยงหอยโข่งใต้&nbsp;เพื่อการจำหน่ายเป็นสินค้าในชุมชน&nbsp;โดยเน้นการเลี้ยงหอยโข่งในระบบปิด&nbsp;ระบบน้ำใส&nbsp;เลี้ยงด้วยพืชธรรมชาติ&nbsp;ไม่มีสารพิษตกค้าง&nbsp;และได้รับมาตรฐานฟาร์มเพาะเลี้ยง&nbsp;GAP&nbsp;ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น&nbsp;ผู้บริโภคทางภาคเหนือ&nbsp;ภาคอีสาน&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;ยังนิยมบริโภคหอย&nbsp;ซึ่งอัตราการโตต่อการบริโภคไม่น่าจะทันต่อความต้องการของตลาด&nbsp;จึงคาดว่าตลาดหอยโข่งน่าจะเติบโตต่อไปเรื่อย&nbsp;ๆ</p><p><strong>ส่วนราคาการจำหน่ายนั้น&nbsp;ได้มีการจำหน่ายโดยแยกเป็นขนาด&nbsp;ดังนี้&nbsp;</strong></p><p>ขนาด&nbsp;12&nbsp;ตัวต่อกิโลกรัม&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;120&nbsp;บาท</p><p>ขนาด&nbsp;8&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;ตัวต่อกิโลกรัม&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;150&nbsp;บาท</p><p>ขนาด&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;ตัวต่อกิโลกรัม&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;180&nbsp;บาท</p><p>ไข่หอยโข่งขนาดกลาง&nbsp;ตัวละ&nbsp;10&nbsp;บาท</p><p>ไข่หอยโข่งขนาดใหญ่&nbsp;ตัวละ&nbsp;15&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;</p><p><strong>เกษตรกรที่สนใจเรื่องการเพาะพันธุ์หอยโข่ง&nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่&nbsp;เพจ&nbsp;พลพันธ์ฟาร์ม&nbsp;หอยโข่งใต้&nbsp;หรือโทร.&nbsp;08&nbsp;5750&nbsp;7204</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-02T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สวท.นครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201111629078"],
    [4,"จ.สุโขทัย เร่งสูบน้ำแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง นำน้ำไปช่วยพื้นที่การเกษตรที่ประสบภัยแล้ง","<p><strong>จังหวัดสุโขทัยเร่งสูบน้ำแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังเป็นเวลานานหลายเดือน&nbsp;</strong>ส่งน้ำระยะไกลไปให้พื้นที่การเกษตรที่ประสบภัยแล้ง&nbsp;กว่า&nbsp;3,000&nbsp;ไร่&nbsp;ในพื้นที่อำเภอศรีสำโรง&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดสุโขทัยได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่อำเภอศรีสำโรง</strong>&nbsp;ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำเป็นเวลานานหลายเดือน&nbsp;ตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่เมื่อเดือนสิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;ทำให้พืชสวนที่ปลูกในพื้นที่บริเวณดังกล่าวได้รับความเสียหาย&nbsp;และการเดินทางเข้าออกหมู่บ้านไม่สะดวก&nbsp;ขณะที่ด้านการเกษตรในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;1<strong>&nbsp;</strong>ตำบลวัดเกาะ&nbsp;อำเภอศรีสำโรง&nbsp;กำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;</p><p><strong>นายวิรุฬ&nbsp;พรรณเวที&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;จึงได้มอบหมายให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุโขทัย&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล&nbsp;เพื่อเร่งสูบน้ำแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำเป็นเวลานานหลายเดือนจากบริเวณพื้นที่หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลวัดเกาะ&nbsp;อำเภอศรีสำโรง&nbsp;โดยการสูบน้ำจำนวน&nbsp;80,000&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ให้ไปลงคลองระบายน้ำ&nbsp;และสูบน้ำจากคลองระบายน้ำไปกักเก็บไว้ที่หนองตำลึง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลวัดเกาะ&nbsp;อำเภอศรีสำโรง&nbsp;รวมระยะทางกว่า&nbsp;3&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เพื่อเป็นแก้มลิงกักเก็บน้ำ&nbsp;สำหรับช่วยเหลือพื้นที่ด้านการเกษตรทั้งการทำนา&nbsp;ปลูกข้าวโพด&nbsp;และยาสูบ&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;3,000&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งขณะนี้กำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรในช่วงภัยแล้ง&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>นายวิรุฬ&nbsp;พรรณเวที</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;รัฐบาลมีความห่วงใยประชาชนที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน&nbsp;ขอให้แจ้งกำนันผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;เพื่อจะได้ประสานความร่วมมือเข้าไปให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุโขทัย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201123157102"],
    [5,"พ่อเมืองศรีสะเกษ เปิดกิจกรรมงานประชาสัมพันธ์\"สื่อรักด้วยใจรักใครให้หอม\"ในช่วงเทศกาลแห่งความรัก","<p><strong>ที่สวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเฉลิมพระชนมพรรษา</strong>&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;&nbsp;ลานโคปุระเกาะกลางน้ำห้วยน้ำคำ&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมงานประชาสัมพันธ์\"สื่อรักด้วยใจรักใครให้หอม\"&nbsp;โดยมีนายสำรวย&nbsp;เกษกุล&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายชัยรัตน์&nbsp;บุญส่ง&nbsp;พาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;และประชาชนร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>ภายในกิจกรรมประกอยบด้วย</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;สแกนคิวอาโค้ด&nbsp;โครงการประชาสัมพันธ์\"สื่อรักด้วยใจรักใครให้หอม&nbsp;สั่งซื้อหอมแดงส่งให้แก่ผู้ที่รัก/ชอบทางไปรษณีย์และปล่อยขบวนรถยนต์บรรทุกหอมแดง&nbsp;ตามโครงการประชาสัมพันธ์\"สื่อรักด้วยใจรักใครให้หอม&nbsp;ไปจำหน่ายให้แก่ประชาชนในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน&nbsp;เช่นจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ฯลฯ</p><p><strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในช่วงหอมแดงออกมาก&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษได้จัดกิจกรรมงานประชาสัมพันธ์\"สื่อรักด้วยใจรักใครให้หอม\"&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายหอมแดงให้มีราคาสูงขึ้น&nbsp;โดยการส่งจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคโดยตรงในราคาประหยัด&nbsp;ซึ่งหอมแดงศรีสะเกษในปีนี้&nbsp;เป็นหอมแดงที่มีคุณภาพ&nbsp;เก็บไว้บริโภคได้นาน&nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปได้ร่วมกิจกรรมงานประชาสัมพันธ์\"สื่อรักด้วยใจรักใครให้หอม\"&nbsp;ในช่วงเทศกาลแห่งความรัก&nbsp;สั่งซื้อหอมแดงจังหวัดศรีสะเกษส่งให้แก่ผู้ที่รัก/ชอบทางไปรษณีย์ด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201143047163"],
    [6,"เตือนภัยชาวสวนระวัง 2 ด้วงบุกเข้าทำลายต้นอินทผลัม เกษตรกรตัดวงจรแพร่ระบาดหมั่นทำความสะอาดสวน","<p><strong>นายศรุต&nbsp;สุทธิอารมณ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช</strong>&nbsp;กรมวิชาการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในช่วงนี้ขอแจ้งเตือนให้เกษตรกรเฝ้าระวังการระบาดของด้วงแรดมะพร้าวและด้วงงวงมะพร้าว&nbsp;หรือด้วงสาคู&nbsp;โดยเริ่มพบการระบาดในสวนอินทผลัมซึ่งเป็นพืชที่เกษตรกรนิยมปลูกมากขึ้น&nbsp;โดยด้วงแรดมะพร้าวจะเป็นศัตรูด่านหน้าเข้าไปเจาะกินก่อนหลังจากนั้นด้วงงวงมะพร้าวตามเข้ามาทำลาย&nbsp;โดยวางไข่บริเวณบาดแผลตามลำต้น&nbsp;&nbsp;บริเวณที่ด้วงแรดมะพร้าวเจาะไว้&nbsp;หรือบริเวณรอยแตกของเปลือก&nbsp;รวมทั้งยังสามารถเจาะส่วนที่อ่อนรวมถึงส่วนลำต้นบริเวณซอกโคนกาบใบเพื่อวางไข่ได้&nbsp;โดยหนอนที่ฟักออกจากไข่จะกัดกินชอนไชไปในลำต้นทำให้เกิดแผลเน่าภายใน&nbsp;บางครั้งอาจมีของเหลวข้นสีน้ำตาลมีกลิ่นเหม็นไหลออกมาจากบริเวณรอยแผลที่โดนเจาะ&nbsp;ต้นอินทผลัมที่ถูกทำลายจะแสดงอาการใบเหี่ยวเฉาเพราะท่อน้ำ&nbsp;ท่ออาหารภายในลำต้นถูกทำลายไม่สามารถส่งน้ำและอาหารไปถึงยอดได้&nbsp;บริเวณที่หนอนทำลายจะเป็นโพรงรูและแผลเน่าต่อเนื่องไปในบริเวณใกล้เคียง&nbsp;ซึ่งตัวหนอนจะกัดกินไปจนกระทั่งต้นเป็นโพรงใหญ่และทำให้ต้นอินทผลัมตายในที่สุด&nbsp;</p><p><strong>การป้องกันกำจัดด้วงงวงมะพร้าว</strong>ที่พบการเข้าทำลายในต้นอินทผลัมให้ตัดโค่นทอนเป็นท่อนแล้วผ่า&nbsp;&nbsp;พร้อมกับจับหนอนไปทำลาย&nbsp;และไม่ควรให้ต้นอินทผลัมเกิดแผลเพราะจะเป็นช่องทางให้ด้วงงวงมะพร้าววางไข่และตัวหนอนที่ฟักจากไข่จะเจาะเข้าทำลายในต้นอินทผลัมได้&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;หากลำต้นเป็นรอยแผล&nbsp;</strong>ควรทาด้วยน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ที่ใช้แล้วหรือชันยา&nbsp;เรือผสมกับน้ำมันยาง&nbsp;เพื่อป้องกันการวางไข่&nbsp;พร้อมกับใช้กับดักฟีโรโมนชนิดดึงดูดด้วงงวงมะพร้าวเพื่อล่อตัวเต็มวัยมาทำลาย&nbsp;ซึ่งกับดักฟีโรโมนสามารถลดจำนวนประชากรด้วงงวงมะพร้าวได้โดยตรงและลดการวางไข่ได้ผลอีกด้วย&nbsp;โดยตัวกับดักทำจากถังพลาสติกใส่น้ำไว้และใช้แผ่นฟิวเจอร์บอร์ดสีดําประกอบกันเป็นฉากที่ด้านบนเหนือตัวถัง&nbsp;ซึ่งฟีโรโมนในกับดักจะมีกลิ่นดึงดูดด้วงงวงมะพร้าวให้บินเข้าหาชนฉากฟิวเจอร์บอร์ดและร่วงลงในถังจมน้ำตายในที่สุด&nbsp;</p><p><strong>โดยแนะนำเกษตรกรให้ติดกับดัก&nbsp;</strong>ในอัตรา&nbsp;1&nbsp;กับดักต่อพื้นที่&nbsp;10-12&nbsp;ไร่&nbsp;ขณะที่ด้วงงวงมะพร้าวเป็นศัตรูพืชที่พบการเข้าทำลายในพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ&nbsp;เช่น&nbsp;มะพร้าว&nbsp;อินทผลัม&nbsp;และพืชตะกูลปาล์มอื่นๆ&nbsp;โดยมักพบเข้าทำลายตามรอยแผลที่ด้วงแรดมะพร้าวเจาะไว้เป็นช่องทางให้ด้วงงวงมะพร้าววางไข่และฟักออกเป็นตัวหนอนเข้าไปทำลายในต้นอินทผลัมได้ง่ายขึ้น&nbsp;ดังนั้นจึงต้องป้องกันกำจัดด้วงแรดมะพร้าวไม่ให้ระบาดในสวน&nbsp;โดยแหล่งขยายพันธุ์ของด้วงแรดมะพร้าวส่วนใหญ่มาจากการทิ้งเศษพืช&nbsp;ซากเน่าเปื่อยของตอมะพร้าวหรือปาล์มน้ำมัน&nbsp;กองมูลสัตว์เก่า&nbsp;กองปุ๋ยหมัก&nbsp;ปุ๋ยคอก&nbsp;ขุยมะพร้าว&nbsp;</p><p><strong>เกษตรกรควรทำความสะอาดสวน&nbsp;</strong>ไม่ให้เป็นแหล่งแพร่ขยายพันธุ์ของด้วงแรดมะพร้าว&nbsp;ซึ่งทั้งด้วงแรดมะพร้าวและด้วงงวงมะพร้าวเป็นศัตรูพืชที่พบการกระจายได้ทั่วประเทศและระบาดได้ตลอดทั้งปีโดยการเข้าทำลายในระยะแรกๆ&nbsp;ยากต่อการมองเห็น&nbsp;ดังนั้นเกษตรกรจึงควรเฝ้าระวังและป้องกันกำจัดตามคำแนะนำโดยทันที&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201153312228"],
    [7,"จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยยังสูงกว่า 800จุดโดยเฉพาะในเขตป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์โดยวันนี้ไทยติดอันดับหนึ่งพบไฟป่าสูงสุดต่อเนื่อง","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยยังสูงกว่า&nbsp;800&nbsp;จุด&nbsp;โดยเฉพาะในเขตป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์&nbsp;โดยวันนี้ไทยติดอันดับหนึ่งพบไฟป่าสูงสุดต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(31&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;860&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากวันก่อน&nbsp;199&nbsp;จุด&nbsp;โดยพบมากสุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;309&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;220&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;157&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;95&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;76&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;88&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;อุตรดิตถ์&nbsp;71&nbsp;จุด&nbsp;และลำปาง&nbsp;56&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือที่มีจุดความร้อนเพิ่งสูงต่อเนื่องหลายวัน&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเกิดจากการเตรียมพื้นที่เพื่อการเกษตร&nbsp;หรือการเข้าไปหาของป่า&nbsp;เนื่องจากพื้นที่ที่พบจุดความร้อนมากที่สุดบริเวณพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบรองลงมาจากประเทศไทยเป็นเมียนมา&nbsp;836&nbsp;จุด&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;190&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-01-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201142117146"],
    [8,"อ.ภักดีชุมพล จัดทำแนวกันไฟป่า 4 เส้นทาง ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน","<p><strong>นางสาวอัจฉรา&nbsp;อาษาสู้?&nbsp;นายอำเภอภักดีชุมพล</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป่าไม้ฯ?&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเจียง?&nbsp;ผู้นำท้องที่/ท้องถิ่น?&nbsp;ประชาชนจิตอาสาภักดีชุมพล?&nbsp;ร่วมดำเนินกิจกรรมโครงการ?จัดทำแนวกันไฟป่าเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน?&nbsp;อำเภอภักดีชุมพล?&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ?&nbsp;ประจำปีงบประมาณ?&nbsp;2565?&nbsp;ในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า?&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันไฟป่าและหมอกควันที่เกิดขึ้นในฤดูแล้ง?&nbsp;ณ?&nbsp;วัดถ้ำวัวแดง?&nbsp;หมู่&nbsp;11?&nbsp;บ้านนาเจริญ?&nbsp;ตำบลบ้านเจียง?&nbsp;อำเภอภักดีชุมพล?&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ</p><p><strong>ผลการปฏิบัติดำเนินการฝึกอบรมโดยมีผู้เข้ารับการฝึกอบรม?&nbsp;จำนวน?&nbsp;70?&nbsp;คน?&nbsp;</strong>และฝึกปฏิบัติการจริงในการจัดทำแนวกันไฟป่า?&nbsp;แบ่งเป็น?&nbsp;4?&nbsp;ทีม?&nbsp;จำนวน?&nbsp;4?&nbsp;เส้นทาง?&nbsp;รวมระยะทางจัดทำแนวกันไฟป่าประมาณ?&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ทั้งนี้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอภักดีชุมพล?&nbsp;จะทำการติดตาม?&nbsp;เฝ้าระวังเหตุ?&nbsp;การเกิดไฟป่าในพื้นที่อย่างใกล้ชิด?&nbsp;และปฏิบัติตามข้อสั่งการของศูนย์บัญชาการณ์เหตุการณ์จังหวัดชัยภูมิ?&nbsp;โดยช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์?&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่?&nbsp;มีแผนในการปฏิบัติการจัดทำแนวกันไฟป่าเพิ่มเติมเพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ชัยภูมิ","สวท.ชัยภูมิ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201145209182"],
    [9,"เกษตรจังหวัดกระบี่ส่งเสริมเกษตรกรปลูกองุ่นเป็นพืชที่สร้างรายได้ให้กับชุมชน  เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ให้กับเกษตรกรผู้ที่สนใจ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายชำนาญ&nbsp;&nbsp;&nbsp;นุ่นดำ&nbsp;&nbsp;เกษตรจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวถึงการส่งเสริมเกษตรกรในการปลูกองุ่น&nbsp;</strong>ว่า&nbsp;องุ่นเป็นพืชทางเลือกใหม่ของเกษตรกรในภาคใต้&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดกระบี่&nbsp;บางคนยังไม่รู้จักองุ่นดีพอ&nbsp;ส่วนใหญ่เคยทานแต่องุ่นในตลาด&nbsp;แต่วิธีการปลูกยังไม่รู้จัก&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่&nbsp;จึงได้มีการส่งเสริมให้เกษตรปลูกเพื่อเป็นพืชทางเลือก&nbsp;ซึ่งในพื้นที่อำเภอคลองท่อม&nbsp;ก็เป็นรายแรกที่มีการปลูกชื่อไร่องุ่นอดิศร&nbsp;กระบี่&nbsp;ของนายอดิศร&nbsp;แดงร่า&nbsp;ตั้งอยู่ที่บ้านห้วยลึก&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ทรายขาว&nbsp;อ.คลองท่อม&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;มีพื้นที่ปลูกจำนวน&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;ปลูกได้&nbsp;135&nbsp;ต้น&nbsp;มี&nbsp;10&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;&nbsp;ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่เล็งเห็นแล้วว่าองุ่นนอกเหนือจากมีรายได้จากการให้ผลผลิตแล้ว&nbsp;ยังมีรายได้ในเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวของชุมชน&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรของตนเอง&nbsp;เกิดการเชื่อมโยง&nbsp;สร้างรายได้ในชุมชน&nbsp;ยกตัวอย่างเช่นในมีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวสวนองุ่นก็มีการซื้อของ&nbsp;&nbsp;จับจ่ายสินค้าที่ระลึกของชุมชน&nbsp;&nbsp;ทำให้ชุมชนมีรายได้เกิดขึ้น&nbsp;นอกเหนือจากนั้นก็จะเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกองุ่นรายอื่นโดยเฉพาะที่แปลงนี้มีอยู่จำนวน&nbsp;10&nbsp;สายพันธุ์ก็จะได้ศึกษาต่อไปว่ามีสายพันธุ์ไหนบ้างที่เหมาะสมกับพื้นที่&nbsp;สายพันธุ์ไหนบ้างที่ให้ผลผลิตออกมาดีมีคุณภาพ&nbsp;เป็นที่ต้องการของตลาดสำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่ก็จะเข้ามาส่งเสริมในเรื่องขององค์ความรู้&nbsp;การศึกษาดูงานในแปลงต้นแบบเพื่อให้ได้ผลผลิตดีมีคุณภาพ&nbsp;&nbsp;ส่วนผู้ที่สนใจก็จะอำนวยความสะดวกในเรื่องของการศึกษาดูงานจากแปลงต้นแบบและการให้คำปรึกษาทั่วไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายอดิศร&nbsp;แดงร่า&nbsp;อายุ&nbsp;35&nbsp;ปี&nbsp;เจ้าของสวนองุ่น</strong>กล่าวถึงแนวคิดในการปลูกองุ่นว่าสาเหตุที่ได้ปลูกก็เนื่องมาจากสถานการณ์โรค&nbsp;covid&nbsp;&nbsp;19&nbsp;โดยเมื่อก่อนได้ประกอบอาชีพธุรกิจท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;มีภาวะว่างงานอยู่นานจึงเดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ได้ไปเที่ยวที่สวนองุ่นพร้อมกับซื้อต้นองุ่นมาปลูกจำนวน&nbsp;3&nbsp;ต้น&nbsp;ปรากฏว่าปลูกแล้วได้ผลดี&nbsp;ออกลูกสวยงาม&nbsp;ทำให้ตนเองเกิดความชอบและมีความสุขกับการปลูกองุ่น&nbsp;จึงได้เริ่มทดลองปลูกในเนื้อที่ปลูก&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;มี&nbsp;10&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;ต้นทุนในการผลิตต่อโรงเรือน&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;ประมาณ&nbsp;2&nbsp;แสนบาท&nbsp;ใช้เวลาในการปลูกประมาณ&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;ก็เริ่มให้ผลผลิต&nbsp;การปลูกก็จะไม่ใช้สารเคมี&nbsp;ใช้มูลวัวในพื้นที่มาใส่ผสมกับดิน&nbsp;เป็นที่สนใจของชาวบ้านในชุมชนมีการตอบรับเป็นอย่างดี&nbsp;ขณะนี้จำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;ในส่วนของตลาดยังไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย&nbsp;โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียงที่เข้ามาท่องเที่ยว&nbsp;เข้ามาเช็คอิน&nbsp;เข้ามาถ่ายรูป&nbsp;ต่างชื่นชมว่ามีความสวยงาม&nbsp;แปลกตา&nbsp;สำหรับสายพันธุ์ที่นำมาปลูก&nbsp;ได้แก่&nbsp;พันธุ์แบล็คโอปอล&nbsp;ไวท์มะละกา&nbsp;และก็สายพันธุ์อื่นๆ&nbsp;ในอนาคตคาดว่าต้องขยายพื้นที่ปลูกออกไป&nbsp;เพราะมีการตอบรับเป็นอย่างดี&nbsp;ในส่วนของผู้ที่เข้าชมโดยเฉพาะเด็กที่อายุต่ำกว่า&nbsp;5&nbsp;ขวบหรือคนชราตั้งแต่อายุ&nbsp;60&nbsp;ปีขึ้นก็ให้เข้ามาเที่ยวชมได้ฟรี&nbsp;โดยจะเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.&nbsp;จนถึงเวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;ผู้ที่สนใจสามารถโทรมาสอบถามได้ที่เบอร์&nbsp;0987186063&nbsp;และ&nbsp;0881814906</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-02T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สวท.กระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201145350183"],
    [10,"จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประกาศห้ามการเผาในที่โล่งทุกชนิด ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง เริ่ม 20 ก.พ - 30 เม.ย 65","<p><strong>นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการจังหวัด&nbsp;ออกประกาศจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กำหนดให้พื้นที่ทุกหมู่บ้าน/ตำบล/อำเภอ&nbsp;ในท้องที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็น&nbsp;\"เขตห้ามการเผาในที่โล่งทุกชนิด\"&nbsp;&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;เพื่อป้องกันไฟป่า&nbsp;หรือเหตุจำเป็นอื่น&nbsp;ซึ่งดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ตามมาตรา&nbsp;19&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.2507&nbsp;มาตรา&nbsp;18&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;มาตรา&nbsp;52&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;รวมถึงแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;ที่ได้รับความเห็นชอบจากศูนย์ปฏิบัติการป้องกัน&nbsp;แก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองระดับอำเภอ&nbsp;และได้รับอนุมัติจากศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>หากฝ่าฝืนประกาศจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ฉบับนี้&nbsp;มีความผิดตามมาตรา&nbsp;52&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;พ.ศ.2550&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน&nbsp;หรือปรับไม่เกินสองพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;การจุดไฟเผาป่า&nbsp;หรือปล่อยให้ไฟลุกลามเข้าไปในพื้นที่ป่า&nbsp;จะมีความผิดตามกฎหมายด้วยเช่นเดียวกัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201151728207"],
    [11,"นักวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คิดค้นระบบผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรม ลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม","<p><strong>นักวิจัย&nbsp;มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์&nbsp;คิดค้นระบบผลิตก๊าซชีวภาพ</strong>จากน้ำเสียอินทรีย์ในโรงงานอุตสาหกรรมแบบใหม่&nbsp;3ขั้นตอน&nbsp;(3S-ASBR)&nbsp;สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสีย&nbsp;ได้ปริมาณก๊าซเพิ่มขึ้นจากระบบเดิมกว่า&nbsp;98%&nbsp;ช่วยลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมได้สูงถึง&nbsp;90%&nbsp;พร้อมตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติด้านพลังงานแล้ว</p><p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.เกศรา&nbsp;เสนีย์ศรีสกุล&nbsp;รักษาการแทนหัวหน้าสาขาวิชา</strong>ปิโตรเคมีและพอลิเมอร์&nbsp;สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี&nbsp;ม.วลัยลักษณ์&nbsp;(มวล.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตนได้ร่วมกับทีมนักวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;ออกแบบและทดสอบระบบบำบัดน้ำเสียแบบใหม่&nbsp;ASBR&nbsp;3&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;(A&nbsp;new&nbsp;three-step&nbsp;anaerobic&nbsp;&nbsp;sequencing&nbsp;&nbsp;batch&nbsp;&nbsp;reactor)&nbsp;เพื่อผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียอินทรีย์ของโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;เช่น&nbsp;โรงงานสกัดปาล์มน้ำมัน&nbsp;โรงงานผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลัง&nbsp;โรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง&nbsp;&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งผลการทดสอบระบบดังกล่าวโดยการวัดค่า&nbsp;COD&nbsp;(Chemical&nbsp;Oxygen&nbsp;Demand)&nbsp;</strong>หรือค่าที่บอกคุณภาพของน้ำ&nbsp;แสดงความสกปรกของน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;พบว่า&nbsp;สามารถลดมลพิษในน้ำได้กว่า&nbsp;90%&nbsp;มากกว่าระบบบำบัดนำเสียแบบเดิมที่เป็นขั้นตอนเดียวหรือ&nbsp;2&nbsp;ขั้นตอนซึ่งลดค่า&nbsp;COD&nbsp;ได้ประมาณ&nbsp;60-80%&nbsp;ที่สำคัญยังได้ปริมาณก๊าซเพิ่มขึ้น&nbsp;98%&nbsp;มากกว่าระบบเดิมที่ได้ประมาณ&nbsp;60%&nbsp;และระบบ&nbsp;ASBR&nbsp;3&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;ถือเป็นระบบบำบัดน้ำเสียระบบใหม่ที่ให้ประสิทธิภาพดีที่สุดในการกำจัดของเสีย</p><p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.เกศรา&nbsp;กล่าวต่อไปอีกว่า&nbsp;กระบวนการทำงานของระบบ&nbsp;ASBR&nbsp;</strong>แบบ&nbsp;3&nbsp;ขั้นตอนนี้จะแยกชนิดจุลินทรีย์ออกเป็น&nbsp;3&nbsp;ถังตามสภาวะที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต&nbsp;ทั้งอุณหภูมิ&nbsp;ค่าความเป็นกรด&nbsp;เวลาและขนาดถัง&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;1&nbsp;ไฮโดรไลซิสแบคทีเรียและแอซิโดเจน&nbsp;ทำหน้าที่ย่อยสารอินทรีย์โมเลกุลใหญ่ในน้ำเสียให้เป็นกรดไขมันระเหยง่าย&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;2&nbsp;อะซิโตเจน&nbsp;ทำหน้าที่เปลี่ยนกรดไขมันระเหยง่ายไปเป็นสารโมเลกุลเล็กลงและกลุ่มที่&nbsp;3&nbsp;เมทาโนเจน&nbsp;ทำหน้าที่เปลี่ยนโมเลกุลสุดท้ายให้เป็นก๊าซชีวภาพ&nbsp;อีกทั้งระบบนี้ยังช่วยรักษาระดับของสารไมโครนิวเทรียนท์&nbsp;ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการทำงานของจุลินทรีย์ทั้ง&nbsp;3&nbsp;กลุ่มให้คงอยู่ในระบบค่อนข้างมากเมื่อเทียบกัยระบบเดิมทีมักจะเกิดการตกตะกอนของสารอาหารชนิดนี้&nbsp;และจากผลการวิจัยยังพบว่า&nbsp;อัตราส่วนโดยปริมาตรของถังที่&nbsp;1:2:3&nbsp;เท่ากับ&nbsp;1:1.5:5&nbsp;ให้ประสิทธิภาพดีที่สุดในการกำจัดของเสีย</p><p><strong>ระบบ&nbsp;ASBR&nbsp;ยังสามารถใช้เป็นต้นแบบ&nbsp;ในการผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียของโรงงาน&nbsp;</strong>ซึ่งนอกจากจะให้ปริมาณก๊าซที่สูงขึ้นแล้ว&nbsp;ยังช่วยบำบัดน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;&nbsp;สามารถนำก๊าซชีวภาพกลับมาใช้เป็นเชื้อเพลิงหมุนเวียนภายในโรงงาน&nbsp;ลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงหรือนำไปผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้ภายในโรงงานหรือส่งออกขายสร้างรายได้อีกทาง&nbsp;ขณะเดียวกันยังช่วยลดมลพิษที่เกิดจากการปล่อยน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรมที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดีผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.เกศรา&nbsp;กล่าว</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;งานวิจัยดังกล่าวถือเป็นองค์ความรู้ใหม่</strong>และได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร&nbsp;Energy&nbsp;ซึ่งเป็นวารสารระดับนานาชาติด้านพลังงานในฐานข้อมูล&nbsp;Scopus&nbsp;โดยผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี&nbsp;https://engineer.wu.ac.th/&nbsp;หรืออ่านงานวิจัยเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0360544221007611?fbclid=IwAR2VgBz0t8qATFEiUujtirYi9lDK5LiA2oZF_m7Xt54rVOK-wICwzt5_aNc</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-02T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สวท.นครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201154500246"],
    [12,"จังหวัดศรีสะเกษจับมือภาคีเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงจัดแคมเปญ สื่อรักด้วยใจ รักให้หอม ในช่วงวันวาเลนไทน์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับหอมแดง GI ศรีสะเกษ และสร้างรายได้ให้กับเกษตรผู้ปลูกหอมแดง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;</strong>ที่บริเวณลานโคปุระ&nbsp;สวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;เกาะกลางห้วยน้ำคำ&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และ&nbsp;ภาคีเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดง&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;KICK&nbsp;OFF&nbsp;&nbsp;รักใครให้หอม&nbsp;สื่อรักด้วยใจ&nbsp;หอมแดง&nbsp;GI&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;&nbsp;เป็นการส่งความสุขช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์&nbsp;ด้วยการมอบหอมแดงคุณภาพ&nbsp;GI&nbsp;ศรีสะเกษแทนใจให้กับบุคคลที่เรารักและเคารพนับถือ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยจังหวัดศรีสะเกษเปิดออนไลน์สั่งหอมแดง&nbsp;GI&nbsp;เกรด&nbsp;A&nbsp;</strong>ใส่ในถุงตาข่าย&nbsp;ถุงละประมาณ&nbsp;1&nbsp;กก.&nbsp;พร้อมป้ายข้อความอวยพร&nbsp;บรรจุกล่องละ&nbsp;3&nbsp;ถุง&nbsp;หรือ&nbsp;ประมาณ&nbsp;3&nbsp;กก.ต่อ&nbsp;1&nbsp;ชุด&nbsp;ราคาพร้อมจัดส่งถึงบุคคลที่เรารักและเคารพนับถือ&nbsp;ผ่านบริษัทไปรษณีย์ไทยในราคาเพียง&nbsp;189&nbsp;บาท/ชุด&nbsp;หรือ&nbsp;3&nbsp;กิโลกรัม</p><p><strong>ผู้สนใจสั่งซื้อผ่าน&nbsp;Line&nbsp;Official&nbsp;</strong>เพียงสแกนคิวอาร์โค้ด&nbsp;ID&nbsp;LINE&nbsp;:&nbsp;@119&nbsp;pgqgr&nbsp;หรือ&nbsp;ทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Fan&nbsp;page&nbsp;:&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์นี้&nbsp;&nbsp;สื่อรักด้วยใจ...ส่งหอมแดง&nbsp;GI&nbsp;ศรีสะเกษไปเสิร์ฟถึงครัวคนที่เรารัก&nbsp;&nbsp;เพียง&nbsp;2-&nbsp;3&nbsp;วันจัดส่งถึงแน่นอน&nbsp;</p><p><strong>เบื้องต้นผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และภาคีเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดง&nbsp;ได้ร่วมปล่อยคาราวาน&nbsp;สื่อรักด้วยใจ&nbsp;รักใครให้หอม&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ตัน&nbsp;เพื่อเดินทางไปส่งยังจังหวัดกาฬสินธ์&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;และจังหวัดเลยเป็นปฐมฤกษ์</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-01-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201154551247"],
    [13,"ผู้ว่าฯ ลำปาง ลงพื้นที่หารือต่อยอดส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ทำการเกษตรเชิงคุณภาพ ในเขตพื้นที่ชลประทานโครงการชลประทานอันเนื่องมาจากพระราชดำริอ่างเก็บน้ำห้วยแม่นึง","<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่นึงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;พร้อมหารือต่อยอดส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ทำการเกษตรเชิงคุณภาพ&nbsp;ในเขตพื้นที่ชลประทานโครงการชลประทานอันเนื่องมาจากพระราชดำริอ่างเก็บน้ำห้วยแม่นึง&nbsp;อ.เมืองปาน&nbsp;ให้มีความเหมาะสมและยั่งยืน&nbsp;ทั้งด้านพืช&nbsp;ด้านดิน&nbsp;ประมง&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;การทำเกษตรอินทรีย์/เกษตรปลอดภัย&nbsp;และการพัฒนาส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกรในพื้นที่&nbsp;โดยมี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานลำปาง&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดลำปาง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;เกษตรกร&nbsp;ร่วมลงพื้นที่และประชุมหารือฯ&nbsp;ณ&nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่นึง&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;อ.เมืองปาน&nbsp;จ.ลำปาง</p><p><strong>โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่นึง</strong>&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ตั้งอยู่ที่ตำบลทุ่งกว๋าว&nbsp;อำเภอเมืองปาน&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ปัจจุบันเก็บกักน้ำได้&nbsp;8.125&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มีผลงานร้อยละ&nbsp;100&nbsp;เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จสามารถส่งน้ำช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่จำนวนกว่า&nbsp;2,000&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่การเกษตรประมาณ&nbsp;6,550&nbsp;ไร่</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-02T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201161855265"],
    [14,"พ่อเมืองระยอง พบกลุ่มชาวประมง ผู้ประกอบการร้านขายอาหารทะเลพูดคุยผลกระทบจากน้ำมันดิบรั่วไหลกลางทะเล","<p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายอนันต์&nbsp;นาคนิยม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้เดินทางไปพบกลุ่มชาวประมง&nbsp;และพ่อค้าแม่ค้าขายอาหารทะเลบริเวณศาลาเขียว&nbsp;และตลาดร้อยเสา&nbsp;ต.เพ&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากการทำงานหากินและขายอาหารทะเล&nbsp;หลังคราบน้ำมันรั่วไหลกลางทะเล&nbsp;และพัดเข้าฝั่งหาดแม่รำพึง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;จนกระทบในวงกว้างทั้งชายหาด&nbsp;และเดือดร้อนจากการทำมาหากินของประชาชน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบน้ำมันรั่วไหลกลางทะเล</strong>&nbsp;ให้นำหลักฐานไปยื่นเรื่องร้องทุกข์ได้ที่จุดรับเรื่องราวร้องทุกข์&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;บ.สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ตั้งอยู่หมู่บ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;เพื่อจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือเยียวยาตามความเหมาะสมต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201170452284"],
    [15,"จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่3จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่าต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า&nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม&nbsp;MODIS&nbsp;แสดงให้เห็นพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าช่วง&nbsp;7&nbsp;วันนี้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบมี&nbsp;3&nbsp;จังหวัดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;คือ&nbsp;ตาก&nbsp;ลำปาง&nbsp;และเชียงใหม่&nbsp;ที่มีตัวเลขคาดการณ์เสี่ยงเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;14&nbsp;จังหวัดที่เหลือมีความเสี่ยงใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์&nbsp;สาเหตุอาจเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;หรือการเผาเพื่อหาของป่าจนทำให้เกิดการลุกลาม&nbsp;สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปวางแผนจัดการเชื้อไฟและจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ</p>","2022-01-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201165955282"],
    [16,"สินเชื่อสร้างฝันสร้างอาชีพ ให้กับเกษตรกร","<p><strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์&nbsp;และธนาคารเพื่อการเกษตร</strong>และสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ร่วมกันส่งเสริมการประกอบอาชีพด้านการเกษตรให้กับเกษตรกร&nbsp;และหรือลูกหลานของเกษตรกรด้านปศุสัตว์&nbsp;และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง&nbsp;เพื่อการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;ให้ประชาชนมีความอยู่ดี&nbsp;กินดีอย่างยั่งยืนต่อไป&nbsp;ภายใต้โครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;และยกระดับรายได้เกษตรกรด้วยโครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;และยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;เป็นโครงกรสร้างอาชีพและแก้ไขปัญหาการดำรงชีวิตให้กับเกษตรกร&nbsp;ลูกหลานของเกษตรกร&nbsp;รวมถึงประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ประกอบอาชีพด้านการเกษตร&nbsp;(พืช&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;ประมง&nbsp;และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง)&nbsp;และนอกภาคเกษตรที่มีศักยภาพและมีความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่</p><p><strong>สินเชื่อสานฝัน&nbsp;สร้างอาชีพ</strong></p><p>คุณสมบัติของลูกค้า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-เกษตรกรลูกค้าหรือบุคคลทั่วไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-มีแผนการประกอบอาชีพการเกษตรหรือประกอบการเกษตรตามแนวพระราชดำริหรือตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;หรืออาชีพนอกภาคการเกษตรหรืออาชีพที่มีลักษณะเป็นการลงทุนค้าขายเพื่อเลี้ยงชีพในครัวเรือนซึ่งใช้เงินลงทุนไม่มากนัก</p><p>วัตถุประสงค์การขอกู้เงิน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-เป็นค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพการเกษตร&nbsp;หรืออาชีพนอกภาคการเกษตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-เป็นค่าลงทุนในการประกอบอาชีพการเกษตร&nbsp;หรืออาอาชีพนอกภาคการเกษตร</p><p>หลักประกันเงินกู้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.ที่ดิน&nbsp;หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่อยู่อาศัย&nbsp;จำนองเป็นประกันให้กู้ได้ไม่เกินร้อยละ&nbsp;95&nbsp;ของวงเงินจดทะเบียนจำนอง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.บุคคลตั้งแต่&nbsp;2&nbsp;คนขึ้นไปค้ำประกันหนี้&nbsp;ให้กู้ได้ไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.บุคคลตั้งแต่&nbsp;5&nbsp;คนขึ้นไป&nbsp;รับรองรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม&nbsp;ให้กู้ได้ไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท</p><p>วงเงินกู้ขั้นสูง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-รายได้ไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;แต่ต้องไม่เกินค่าใช้จ่าย&nbsp;หรือค่าลงทุนจริง</p><p>ระยะเวลาการจ่ายสินเชื่อ</p><p><br></p><p><strong>ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2567</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#สนง.เกษตรและสหกรณ์อำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201173949295"],
    [17,"รอง.ผบ.ควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า เตรียมนำการแลกเปลี่ยนข้อมูลในวันนี้  ไปวางแผนรับมือกับปัญหาไฟป่าหมอกควันและและฝุ่นละอองในอนาคตที่จะถึงนี้","<p><strong>พลตรีประสิษฐิพงศ์&nbsp;มูลดี&nbsp;รองผู้บัญชาการกองบัญชาการ</strong>ควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;เป็นผู้แทนแม่ทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;นำคณะลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันในพื้นที่&nbsp;โดยคณะได้เข้าพบ&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อประสานการปฏิบัติในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>พลตรีประสิษฐิพงศ์&nbsp;กล่าวภายหลังการประชุมว่า&nbsp;</strong>จะนำการแลกเปลี่ยนข้อมูลในวันนี้&nbsp;ไปวางแผนรับมือกับปัญหาไฟป่าหมอกควันและและฝุ่นละอองในอนาคตที่จะถึงนี้&nbsp;ซึ่งในปีที่ผ่านมา&nbsp;ในส่วนของการแก้ไขปัญหามีทิศทางที่ดีขึ้น&nbsp;เกิดจากการรับรู้ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;และส่วนราชการได้เตรียมการแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้ดี&nbsp;ทำให้ปัญหาลดลง&nbsp;ดังนั้นเพื่อการเตรียมการในส่วนที่เราคิดว่าเป็นปัญหา&nbsp;ทุกภาคส่วนต้องมาร่วมบูรณาการร่วมกันแก้ปัญหา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง</strong>ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนล่าสุด&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบจุดความร้อนจำนวน&nbsp;30&nbsp;จุด&nbsp;ขณะที่ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64&nbsp;ถึง&nbsp;&nbsp;31&nbsp;&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;&nbsp;จังหวัดมีจุดความร้อนสะสม&nbsp;จำนวน&nbsp;244&nbsp;จุด&nbsp;เปรียบเทียบกับปี&nbsp;64&nbsp;ห้วงเวลาเดียวกันลดลง&nbsp;729&nbsp;จุด&nbsp;คิดเป็น&nbsp;74.92&nbsp;%&nbsp;&nbsp;โดยส่วนใหญ่เกิดจุดความร้อนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;155&nbsp;จุด,&nbsp;พื้นที่ป่าสงวน&nbsp;68&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่เกษตรจำนวน&nbsp;&nbsp;11&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังไม่มีวันที่ค่าคุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐาน&nbsp;ซึ่งตั้งแต่วันที่&nbsp;31&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มีประกาศจังหวัดเรื่องห้ามการเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;เพื่อควบคุมการเผา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201174541301"],
    [18,"รอง.ผบ.กองควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า พร้อมคณะ ติดตามโครงการเปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง ณ หน่วย ฉ.กร.7 จ.แม่ฮ่องสอน","<p><strong>รองผู้บัญชาการกองควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ</strong>&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ร่วมรับฟังการบรรยายโครงการเปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง&nbsp;ณ&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;&nbsp;โครงการ&nbsp;เปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง&nbsp;เพื่อลดปริมาณใบไม้เชื้อเพลิง&nbsp;กำจัดขยะตามธรรมชาติ&nbsp;แก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน&nbsp;ในจังหวัดภาคเหนือตอนบนอย่างยั่งยืน&nbsp;และเพื่อสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้ให้ชุมชน&nbsp;และกลุ่มเกษตรกร</p><p><strong>โดยได้รับการสนับสนุนวิทยากรจาก&nbsp;สภาเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>และภาคเอกชนผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากใบไม้&nbsp;มาบรรยายให้ความรู้&nbsp;การนำเชื้อเพลิงทางการเกษตรไปทำประโยชน์&nbsp;แปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;เช่น&nbsp;การนำใบตองตึงมาแปรรูป&nbsp;อัดแท่งขาย&nbsp;ทำเป็นภาชนะใส่อาหาร&nbsp;แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;ผลิตภัณฑ์ล้างจาน&nbsp;ผลิตภัณฑ์ซักผ้า&nbsp;ถ่านใบไม้&nbsp;น้ำส้มควันไม้&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งภาคเอกชนที่รับซื้อไปแปรรูป&nbsp;เปิดเผยข้อมูลว่า&nbsp;สารสกัดจากใบตองตึงมีสารที่สามารถแอนตี้เชื้อจุลินทรีย์และเชื่อแบคทีเรียได้&nbsp;99.99&nbsp;เปอร์เซ็น</p><p><strong>ด้านนางสาวรดาณัฐ&nbsp;อุปนิชาการ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;นอกจากใบตองตึงแล้ว&nbsp;เปลือกข้าวโพด&nbsp;ที่เป็นวัสดุเหลือทิ้งจากการเกษตร&nbsp;ก็สามารถนำมาแปรรูปสร้างได้&nbsp;ได้เช่นกัน&nbsp;ซึ่งในอนาคต&nbsp;จะมีการพัฒนาต่อยอด&nbsp;ทำกล่องบรรจุภัณฑ์ทางเลือก&nbsp;จากวัสดุธรรมชาติ&nbsp;เช่น&nbsp;ช้อนส้อม&nbsp;มีด&nbsp;จาน&nbsp;ถาดใส่อาหาร&nbsp;4&nbsp;ช่อง&nbsp;ที่ทำมาจากข้าวโพด&nbsp;</p><p>ประโยชน์ของการแปรรูป&nbsp;จะช่วยแก้ปัญหามลภาวะสิ่งแวดล้อม&nbsp;และหมอกควันในพื้นที่ที่เกิดการเผาทำลายวัสดุเหลือทิ้ง&nbsp;ทั้งช่วยส่งเสริมเกษตรปลูกข้าวโพดเพื่อสร้างรายได้&nbsp;ลดต้นทุนให้กับเกษตรกร&nbsp;และเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบเหลือทิ้งทางการเกษตร&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201181352306"],
    [19,"จ.ระยอง เผยใช้สารเคมี Dispersant 80,000 ลิตร ในการสลายคราบน้ำมันดิบรั่วไหลกลางทะเล เร่งฟื้นฟูชายหาดแม่รำพึง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวเล่นน้ำทะเลและความปลอดภัยอาหารทะเล","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ที่กองอำนวยการปฏิบัติการกู้คราบน้ำมันรั่วไหล&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;</strong>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;นายอนันต์&nbsp;นาคนิยม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;พล.ร.ต.&nbsp;อภิชาต&nbsp;วรภมร&nbsp;รองโฆษกกองทัพเรือ&nbsp;และนายธวัช&nbsp;เจนการ&nbsp;หน.อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าการปฏิบัติการกู้คราบน้ำมันของ&nbsp;บ.SPRC&nbsp;รั่วไหลกลางทะเล&nbsp;จังหวัดระยอง</p><p><strong>พล.ร.ต.อภิชาต&nbsp;วรภมร&nbsp;รองโฆษกกองทัพเรือ&nbsp;ได้ยืนยันว่า</strong>ตั้งแต่ปฏิบัติภารกิจมาวันเกิดเหตุวันที่&nbsp;25&nbsp;ม.ค.ไม่เหลือคราบน้ำมันหลงเหลือในพื้นที่ผิวชายหาด&nbsp;แต่ในทะเลที่สลายในทะเลอาจจะหลงเหลืออยู่บ้าง&nbsp;อาจจับตัวแป็นก้อนเล็กๆ&nbsp;ขึ้นฝั่ง&nbsp;แต่ก็มีเจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังตามหาดต่างๆ&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชม.&nbsp;เข้าไปเก็บกู้ให้กระทบชายหาดน้อยที่สุด&nbsp;ส่วนการปฏิบัติการกู้คราบน้ำมันครั้งนี้&nbsp;มีการขออนุญาตใช้สารเคมี&nbsp;Dispersant&nbsp;สลายคราบน้ำมันในทะเล&nbsp;ประมาณ&nbsp;80,000&nbsp;ลิตรเศษ&nbsp;ซึ่งจาก&nbsp;2&nbsp;วันที่ผ่านมา&nbsp;ไม่ได้มีการใช้สารเคมีสลายคราบน้ำมันเลย&nbsp;ส่วนคราบน้ำมันที่เก็บกู้ขึ้นมาจะมีการนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายอนันต์&nbsp;นาคนิยม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;ยอมรับว่ากังวลกับการแก้ไขเหตุการณ์และความปลอดภัยของประชาชนที่มาเล่นน้ำ&nbsp;ได้มีการประชาสัมพันธ์งดเล่นน้ำหาดแม่รำพึงไปก่อน&nbsp;ส่วนหาดอื่น&nbsp;และเกาะเสม็ดก็สามารถมาเที่ยวได้ไม่ได้รับผลกระทบ&nbsp;ซึ่งบรรยากาศท่องเที่ยวจังหวัดจะได้โฟกัสหาดแม่รำพึง&nbsp;พยายามให้สภาพความสวยงามกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด&nbsp;และจะสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวในการเล่นน้ำทะเลและความปลอดภัยอาหารทะเลด้วย</p><p><strong>นายธวัช&nbsp;เจนการ&nbsp;หน.อุทยานฯ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงดำน้ำตรวจใต้ทะเลอ่าวพร้าว&nbsp;และพื้นที่ของอุทยานฯ&nbsp;พบว่า&nbsp;หญ้ามะกรูด&nbsp;ปะการัง&nbsp;สัตว์ทะเล&nbsp;ยังไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;ยังคงสภาพสมบูรณ์ตามปกติ&nbsp;จึงถือว่าปลอดภัย&nbsp;นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ตามปกติ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201181605308"],
    [20,"แนวทางการผลิตสุกรให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ยกแนวทาง 3S ส่งเสริมและฟื้นฟูการเลี้ยงสุกรรายย่อย-รายเล็ก","<p><strong>นายทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>ประชุมคณะกรรมการบริหารการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกลออนไลน์&nbsp;(Zoom&nbsp;Meeting)&nbsp;ซึ่งที่ประชุมได้มีการนำเสนอแนวทางการผลิตสุกรให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์ได้นำเสนอแผนการส่งเสริมและฟื้นฟู&nbsp;การเลี้ยงสุกรรายย่อย-รายเล็ก&nbsp;ภายใต้มาตรการที่รัดกุมและเข้มงวด&nbsp;เพื่อผลิตสุกรให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด&nbsp;คือแนวทาง&nbsp;3S&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;Scan&nbsp;สำรวจพื้นที่ภายใต้มาตรการประเมินความเสี่ยง&nbsp;เพื่อกำหนดพื้นที่นำร่อง&nbsp;โดยใช้หลักการของ&nbsp;Pig&nbsp;Sandbox&nbsp;2)&nbsp;Screen&nbsp;ตรวจสอบเกษตรกร&nbsp;คอก&nbsp;โรงเรือน&nbsp;เครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีความพร้อมที่เหมาะสม&nbsp;และ&nbsp;3)&nbsp;Support&nbsp;สนับสนุนเกษตรกรอบรมให้ความรู้ในการเลี้ยงที่ได้มาตรฐาน&nbsp;ให้สนับสนุนอุดหนุนปัจจัยที่จำเป็น&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นอาหารสัตว์และลูกสุกรขุนราคาถูก&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์และภาคีเครือข่ายผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;ตลอดจนการจ้างงานอาสาปศุสัตว์ช่วยเหลือสัตวแพทย์</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้มีการเตรียมแหล่งเงินทุนให้แก่เกษตรกร</strong>&nbsp;จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;ภายใต้มาตรการต่างๆ&nbsp;ที่ได้รับเครื่องมือจากทุกภาคส่วน&nbsp;จึงให้ความเชื่อมั่นได้ว่าอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรจะมีความมั่นคงและสามารถผลิตสุกรให้มีปริมาณเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศได้ตลอดทั้งปี</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201210516345"],
    [21,"รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ปี 2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา</strong>&nbsp;รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(ทส.)&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;ร่วมกันสักการะกราบไหว้บูชาเจ้าพ่อหลักเมือง&nbsp;พร้อมทั้งตีระฆังใบใหญ่ที่สุดในประเทศไทย&nbsp;และนำพวงมาลัยมาไหว้&nbsp;อนุสาวรีย์บรรหาร&nbsp;ศิลปาอาชา&nbsp;เนื่องในเทศกาลตรุษจีน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนักท่องเที่ยวและชาวไทยเชื้อสายจีนหลั่งไหลเดินทางมากราบไหว้ขอพรเจ้าพ่อหลักเมือง&nbsp;และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในบริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมือง&nbsp;เที่ยวชมหมู่บ้านมังกรสวรรค์และอุทยานลูกหลานพันธุ์มังกรที่อยู่บริเวณใต้ท้องมังกรกันอย่างคึกคัก&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งทุกปีจะมีการจัดงานตรุษจีนมหัศจรรย์&nbsp;มังกรสวรรค์</strong>&nbsp;แต่ในปีนี้ต้องยกเลิกการจัดงานเนื่องสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;แต่ทางศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;รวมทั้งอุทยานมังกรสวรรค์&nbsp;และหมู่บ้านมังกรสวรรค์&nbsp;ก็ยังเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวเข้ามากราบไหว้ขอพรเจ้าพ่อหลักเมือง&nbsp;และเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวภายในอุทยานมังกรสวรรค์ได้ตามปกติ&nbsp;โดยเปิดให้บริการภายใต้มาตรการป้องกันโควิด&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยมีเจ้าหน้า&nbsp;อสม.ตั้งจุดคัดกรองวัดอุณหภูมิ&nbsp;ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์&nbsp;ฆ่าเชื้อปลอดภัย</p><p><strong>นายวราวุธ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนเองพร้อมทั้งหัวหน้าส่วนราชการ</strong>&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหารได้มาประกอบพิธี&nbsp;ป่วยเซียงรับไท้จื่อ&nbsp;ร่วมทำบุญพร้อมทั้งได้มาเคาะระฆังที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย&nbsp;และได้ขอพรเจ้าพ่อหลังเมืองให้คุ้มครองพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;และพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ&nbsp;ให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงตลอดปี&nbsp;ให้มีสุขภาพที่ดี&nbsp;เพื่อที่จะร่วมกันพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรีให้เจริญก้าวหน้า</p><p><strong>สำหรับศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์</strong>และเป็นที่เคารพนับถือของชาวสุพรรณบุรีและประชาชนทั่วไปมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล&nbsp;ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองแห่งนี้&nbsp;ตั้งอยู่ในเขตเมืองโบราณสุพรรณบุรี&nbsp;ถนนมาลัยแมน&nbsp;ตำบลรั้วใหญ่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-02T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201205254336"],
    [22,"บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฟื้นฟูชายหาดคืนสู่ระบบธรรมชาติ เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำมันดิบรั่ว","<p><strong>นายภูริพัฒน์&nbsp;ธีรกุลพิศุทธิ์&nbsp;รองอธิบดีกรมเจ้าท่า&nbsp;</strong>เปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลในทะเลระยอง&nbsp;ว่า&nbsp;กรมเจ้าท่าจัดตั้งศูนย์ประสานงานป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน&nbsp;ภายใต้แผนป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันแห่งชาติ&nbsp;(แผนชาติ)&nbsp;เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติและความรับผิดชอบทั้งรัฐและเอกชน&nbsp;ในการขจัดมลพิษจากน้ำมัน&nbsp;ตามแผนชาติที่จัดทำโดยคณะกรรมการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;รวมระยะเวลา&nbsp;8&nbsp;วัน&nbsp;</p><p><strong>จากภาพถ่ายจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ</strong>&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;(GISTDA)&nbsp;และเรือตรวจการณ์เจ้าท่า&nbsp;802,804,&nbsp;175&nbsp;เรือเด่นสุทธิ&nbsp;และโดรนของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ&nbsp;(DTI)&nbsp;ลาดตระเวนพื้นที่ตั้งแต่&nbsp;โซน&nbsp;A&nbsp;(บริเวณกองพันทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;ถึง&nbsp;ศูนย์วิจัยกรมประมง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตร)&nbsp;โซน&nbsp;B&nbsp;(บริเวณศูนย์วิจัยกรมประมง&nbsp;ถึง&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตร)โซน&nbsp;C&nbsp;(บริเวณหาดแม่รำพึง&nbsp;ถึง&nbsp;ลานหินขาว&nbsp;ระยะทาง&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตร)&nbsp;โซน&nbsp;D&nbsp;(บริเวณลานหินขาว&nbsp;ถึง&nbsp;เขาแหลมหญ้า&nbsp;&nbsp;หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;ระยะทาง&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตร)&nbsp;โซน&nbsp;E&nbsp;1&nbsp;(บริเวณเขาแหลมหญ้า&nbsp;&nbsp;หมู่เกาะเสม็ด)&nbsp;และโซน&nbsp;E&nbsp;2&nbsp;(บริเวณเกาะเสม็ด)&nbsp;ยังไม่พบคราบน้ำมันในทะเลและบริเวณชายฝั่งแต่อย่างใด&nbsp;</p><p><strong>กรมเจ้าท่า&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;</strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า&nbsp;&nbsp;หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;IESG&nbsp;และเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน&nbsp;(ทสม.)&nbsp;ระยอง&nbsp;หารือในเรื่องของการนำแผ่นดูดซับคราบน้ำมันขึ้นจากพื้นทราย&nbsp;เพื่อตรวจสอบคราบน้ำมันดิบและคืนพื้นที่ชายหาด&nbsp;ซี่งสถานการณ์แนวโน้มดีขึ้นโดยตลอด&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;Beach&nbsp;Clean&nbsp;up&nbsp;และเตรียมเข้าสู่ระยะการฟื้นฟูชายหาด&nbsp;เพื่อเคลียร์พื้นที่ชายหาดคืนสู่ระบบธรรมชาติและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;โดยหลักเกณฑ์การลดระดับสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;ไปสู่ระยะแผนฟื้นฟู&nbsp;ต้องไม่พบคราบน้ำมันใหม่ในทะเล&nbsp;คราบน้ำมันบนชายฝั่งในทุกโซน&nbsp;A-E&nbsp;คราบน้ำมัน&nbsp;ผลจากการสำรวจใต้น้ำ&nbsp;ในทุกระยะ&nbsp;1&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;3&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และในพื้นที่อ่อนไหว&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ติดต่อกัน</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในระยะฟื้นฟู&nbsp;</strong>จะมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฟื้นฟูและประเมินค่าความเสียหายต่อสภาพแวดล้อมอันเนื่องมาจากน้ำมัน&nbsp;ทำหน้าที่ประเมินค่าใช้จ่ายในการขจัดคราบน้ำมันของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เข้าร่วมปฏิบัติการ&nbsp;อีกทั้งความเสียหายของพื้นที่ชายฝั่งและพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ตลอดจนจัดทำแผนฟื้นฟูสภาพแวดล้อมของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำมัน/จัดทำแผนป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันแห่งชาติ&nbsp;เพื่อนำเสนอคณะกรรมการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน&nbsp;เสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี&nbsp;และแต่งตั้งคณะทำงานรับเรื่องราวร้องทุกข์&nbsp;ค่าเสียหาย&nbsp;ค่าเสียโอกาส&nbsp;ในพื้นที่ที่เกิดความเสียหาย&nbsp;ตลอดจนติดตามผลการดำเนินการชดใช้ค่าเสียหาย&nbsp;การฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพเดิมต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202100202387"],
    [23,"เดินหน้าออกใบรับรองตราสัญลักษณ์ ปศุสัตว์ OK  ร้านค้าคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย ถูกสุขอนามัย สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค","<p><strong>นายสัตวแพทย์อภินันท์&nbsp;คงนุรัตน์&nbsp;</strong>รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์&nbsp;กรมปศุสัตว์<strong>&nbsp;&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคเนื้อสัตว์และไข่สด&nbsp;กรมปศุสัตว์ดำเนินโครงการปศุสัตว์&nbsp;0K&nbsp;&nbsp;มาตั้งแต่ปี&nbsp;2559&nbsp;ทำหน้าที่รับรองร้านค้า&nbsp;หรือสถานที่จำหน่ายสินค้าปศุสัตว์&nbsp;ที่อยู่ในขอบข่ายการรับรองทั้งหมด&nbsp;7&nbsp;ชนิด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;เนื้อเป็ด&nbsp;เนื้อโค&nbsp;ไข่ไก่สด&nbsp;ไข่เป็ดสด&nbsp;และไข่นกกระทาสด&nbsp;ผ่านตราสัญลักษณ์ปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;เป็นการสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่าสินค้าที่วางจำหน่ายในร้านค้าดังกล่าว&nbsp;มีความปลอดภัยผ่านการควบคุมมาตรฐานการผลิตตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์&nbsp;ที่ได้รับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;จากกรมปศุสัตว์&nbsp;รวมไปถึงโรงฆ่าสัตว์ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;สามารถตรวจสอบกลับไปยังแหล่งผลิตหรือที่มาของสินค้าที่นำมาวางจำหน่ายได้เพื่อง่ายต่อการตวจสอบหากพบสินค้ามีปัญหาก็สามารถแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุได้ทันที</p><p><strong>ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ผ่านการรับรองว่าเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า&nbsp;7,000&nbsp;แห่ง</strong>&nbsp;ซึ่งการได้รับรองตราสัญลักษณ์&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;จะเป็นการจูงใจให้ลูกค้าหันมาซื้อสินค้าคุณภาพจากร้านค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐานมากยิ่งขึ้น&nbsp;หากผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ&nbsp;ปศุสัตว์OK&nbsp;สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและยื่นคำขอได้ที่ปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;หรืออำเภอในแต่ละพื้นที่&nbsp;จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่จากกรมปศุสัตว์เข้าไปตรวจสอบก่อนออกใบรับรอง</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202092529371"],
    [24,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย ปศุสัตว์จังหวัดเลย เก็บตัวอย่างเลือดโคเนื้อ เพื่อตรวจโรคพยาธิในเลือดและตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ","<p><strong>นายทวีพงศ์&nbsp;&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ดำเนินการเก็บตัวอย่างเลือดโคเนื้อ&nbsp;เพื่อตรวจโรคพยาธิในเลือด&nbsp;ของนางเขมณยา&nbsp;สิทธิ์บุญยานนท์&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;501&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลโคกงาม&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;58&nbsp;ตัว&nbsp;ที่บ้านโคกงาม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลโคกงาม&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><strong>จากนั้น</strong>&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายตรวจเยี่ยม&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนายชาตรี&nbsp;คำนัน&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;137&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลอิปุ่ม&nbsp;เลี้ยงแพะ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;ที่บ้านตาดเสี้ยว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลอิปุ่ม&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202161015665"],
    [25,"กอนช. ขอให้ประชาชนระวังฝนตกในหลายพื้นที่ของประเทศ พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงจากปรากฏการณ์น้ำเกิดช่วง ก.พ. - มี.ค.","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังฝนตกในหลายพื้นที่ของประเทศ&nbsp;พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงจากปรากฏการณ์น้ำเกิดช่วงเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;มีนาคม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(2&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.น่าน&nbsp;36&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;กระบี่&nbsp;48&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และพังงา&nbsp;35&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;34,067&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;59&nbsp;แลแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;27,261&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;57&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังต้องเฝ้าระวังความเค็มรุกตัวจากอิทธิพลของน้ำทะเลขึ้นสูงช่วงปรากฏการณ์น้ำเกิด&nbsp;(ปรากฏการณ์ที่น้ำขึ้นสูงมากและลดต่ำมากในช่วงวัน)&nbsp;ในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;มีนาคม&nbsp;คาดการณ์ระดับน้ำทะเลขึ้นสูงของกรมอุทกศาสตร์&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;,&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;15&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;และช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;จะเกิดภาวะน้ำทะเลขึ้นเต็มที่&nbsp;โดยข้อมูลฐานน้ำขึ้นสูงสุดแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าสถานีกองบัญชาการกองทัพเรือ&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(1&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;พบน้ำทะเลขึ้นสูงสุดในช่วงเช้าและระดับความเค็มแม่น้ำเจ้าพระยายังอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;คาดการณ์วันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;จะมีระดับน้ำทะเลขึ้นสูงสุด&nbsp;จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ติดตามและเฝ้าระวังคุณภาพน้ำเนื่องจากความเค็มรุกตัวบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;และกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำช่วงดังกล่าวเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน&nbsp;ทั้งการใช้น้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค&nbsp;และการเกษตร</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202091656369"],
    [26,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม. ปริมณฑล และพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่ ยกเว้นภาคเหนือ 2 พื้นที่ค่าฝุ่นสูงระดับสีส้มบริเวณพะเยาและเชียงใหม่","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;ยกเว้นภาคเหนือ&nbsp;2&nbsp;พื้นที่ค่าฝุ่นสูงระดับสีส้มบริเวณจังหวัดพะเยาและเชียงใหม่</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(2&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;แล้วฝุ่นจะสูงขึ้นวันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;เกินมาตรฐานในระดับสีส้ม&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.บ้านต๋อม&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.พะเยา&nbsp;และ&nbsp;รพ.เทพรัตนฯ&nbsp;อ.แม่แจ่ม&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;มีโอกาสเจอฝนในบางพื้นที่ของบริเวณภาคเหนือจะช่วยลดฝุ่นลงได้บางส่วน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202092725372"],
    [27,"เตรียมปิดศูนย์บัญชาการสถานการณ์ฉุกเฉินส่วนหน้าและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง หลังไม่พบคราบน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึงและในทะเลแล้ว","<p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;กรณีเกิดเหตุน้ำมันดิบ</strong>ของ&nbsp;บริษัทสตาร์ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;รั่วไหลจากท่อใต้ทะเลบริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึก&nbsp;หรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล&nbsp;(SPM)&nbsp;ซึ่งรั่วไหลลงทะเลจำนวน&nbsp;160,000&nbsp;ลิตร&nbsp;พัดเข้าชายหาดแม่รำพึง&nbsp;สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดระยอง&nbsp;ได้ร่วมกับทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้เร่งกำจัดคราบน้ำมันจนสถานการณ์คลี่คลายในทะเลไม่พบคราบน้ำมันแล้ว&nbsp;และบริเวณชายแม่รำพึง&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้เคลียร์จนไม่มีคราบน้ำมันแล้วเช่นกัน</p><p><strong>เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว&nbsp;ความคืบหน้าล่าสุด&nbsp;วันนี้ทางจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;ทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จะมีการตั้งคณะกรรมการจาก&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคผู้ประกอบการท่องเที่ยว&nbsp;ประชาชน&nbsp;ร้านอาหารริมชายหาด&nbsp;และภาคประชาสังคมด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ตรวจสอบบริเวณชายหาดแม่รำพึงและในทะเล&nbsp;เพื่อประเมินสถานการณ์พื้นที่จริงช่วงน้ำทะเลลง&nbsp;เพื่อให้มั่นใจว่าไม่พบคราบน้ำมันบริเวณชายหาดและในทะเลแล้ว&nbsp;ก็จะมีการประกาศปิดศูนย์บัญชาการสถานการณ์ฉุกเฉินส่วนหน้า&nbsp;และของส่วนราชการทุกหน่วยที่มาเปิดศูนย์ปฏิบัติการกู้คราบน้ำมันดังกล่าว</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การเฝ้าระวังปัญหาคราบน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึง</strong>&nbsp;และในทะเล&nbsp;และพื้นที่อื่นๆ&nbsp;จะยังคงมีชุดเจ้าหน้าที่สแตนบายตลอด&nbsp;24&nbsp;ชม.เพื่อติดตามเฝ้าสังเกตุการณ์คราบน้ำมันที่อาจจะหลงเหลือและเล็ดลอดพัดเข้าฝั่ง.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202095933385"],
    [28,"สภาเกษตรกรจังหวัดสระบุรี ต่อยอดบูรณาการจัดการองค์ความรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการเพาะเห็ด","<p><strong>ที่ศูนย์วิสาหกิจชุมชนบ้านโพธิ์พร้อมจิต&nbsp;ต.ธารเกษม&nbsp;อ.พระพุทธบาท&nbsp;จ.สระบุรี&nbsp;</strong>นางสาวอรอนง&nbsp;ขำวงษ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสระบุรี&nbsp;ร่วมขับเคลื่อนต่อยอดบูรณาการพัฒนากลุ่มองค์กรเกษตรกรสู่เกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;ตามแผนพัฒนาเกษตรกรรมระดับตำบลธารเกษม&nbsp;ปี&nbsp;2561&nbsp;ตามเจตนารมณ์&nbsp;ของ&nbsp;MOU&nbsp;ระหว่าง&nbsp;สภาเกษตรกรแห่งชาติ&nbsp;และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;ในโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;สนับสนุนกลุ่มวิสาหกิจบ้านโพธิ์พร้อมจิต&nbsp;ในการใช้เตาชีวมวล&nbsp;และสนับสนุนการทำเตาในรูปแบบประหยัดเชื้อเพลิง</p><p><strong>และในปี&nbsp;2565&nbsp;ได้ขับเคลื่อนต่อยอดบูรณาการอบรมเชิงปฏิบัติการ&nbsp;โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสม</strong>เพื่อการผลิตก้อนเพาะเห็ด&nbsp;ภายใต้โครงการสนับสนุนวิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อชุมชน&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม&nbsp;สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;ดร.&nbsp;บริสุทธิ์&nbsp;จันทรวงศ์ไพศาล&nbsp;โดยมีกลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเห็ดในจังหวัดสระบุรีเข้าร่วม&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการเพาะเห็ด&nbsp;ที่กลุ่มสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์&nbsp;สูงสุด&nbsp;และช่วยลดต้นทุน&nbsp;เชื้อเพลิง&nbsp;ประหยัดเวลา&nbsp;แรงงาน&nbsp;ในกระบวนการผลิตก้อนเพาะเห็ดให้กับสมาชิกกลุ่มได้เพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นอย่างมากอีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สระบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202095644383"],
    [29,"อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรควรใช้น้ำที่เก็บกักไว้อย่างประหยัดและวางแผนการใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายสมนึก&nbsp;สวนดอกไม้&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ระยะนี้&nbsp;ลมฝ่ายตะวันตกในระดับบนยังคงพัดปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน&nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;ประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนปกคลุมด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และทะเลจีนใต้&nbsp;ส่งผลทำให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลางตอนล่าง&nbsp;รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;และภาคตะวันออก&nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นเป็นบางแห่ง&nbsp;และมีอากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;โดยภาคเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออกมีอากาศเย็นในตอนเช้า</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง&nbsp;ระยะนี้อากาศเปลี่ยนแปลง</strong>&nbsp;เกษตรกรควรดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง&nbsp;เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย&nbsp;ส่วนผู้ที่เลี้ยงสัตว์&nbsp;ควรควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนอย่าให้เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว&nbsp;เพื่อป้องกันสัตว์ปรับตัวไม่ทันอ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย&nbsp;สำหรับพื้นที่การเกษตรที่อยู่นอกเขตชลประทาน&nbsp;เกษตรกรควรใช้น้ำที่เก็บกักไว้อย่างประหยัดและวางแผนการใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพ&nbsp;เพื่อจะได้มีน้ำใช้ทางด้านการเกษตรในช่วงแล้ง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202103439411"],
    [30,"เกษตรลำปาง ขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) ปี 65","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;จัดกิจกรรมพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;เวทีที่&nbsp;1&nbsp;ตามโครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง&nbsp;(Smart&nbsp;Farmer)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัดลำปาง&nbsp;และอำเภอเมืองปาน&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธีระพงศ์&nbsp;ฤทธิโชติ&nbsp;เกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิด&nbsp;และมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน&nbsp;40&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมในเวทีที่&nbsp;1</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การชี้แจงวัตถุประสงค์และรายละเอียดโครงการ&nbsp;โดยนายสมศิลป์&nbsp;ลาวพันธ์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;การปรับกระบวนทัศน์&nbsp;วิเคราะห์ตนเอง&nbsp;และการจัดทำแผนการผลิตรายบุคคล&nbsp;(IFPP)&nbsp;การจัดทำแผนที่กิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพตนเองร่วมกับเครือข่าย&nbsp;โดยมีรุ่นพี่เครือข่าย&nbsp;YSF&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นพี่เลี้ยงในการดำเนินกิจกรรม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;</strong>การจัดกิจกรรมดังกล่าวได้ปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202105129437"],
    [31,"ปศุสัตว์จันทบุรี นำปราชญ์ชาวบ้านเสนอผลงาน เพื่อพิจารณาคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นระดับประเทศ ปี 2565","<p><strong>น.สพ.ชาติชาย&nbsp;ยิ้มเครือ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดจันทบุรี&nbsp;พร้อม&nbsp;นายภาณุ&nbsp;อินทฤทธิ์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;</strong>นายทยากร&nbsp;เพ็ชรผ่อง&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอนายายอาม&nbsp;และ&nbsp;นางสาวภัชราภรณ์&nbsp;แก้วน้ำใส&nbsp;ผอ.ส่วนส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์เขต&nbsp;2&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ต้อนรับคณะอนุกรรมการคัดเลือกเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร(ศพก.)&nbsp;เครือข่ายปศุสัตว์&nbsp;ของนายสมศักดิ์&nbsp;ชัยเกิด&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;37&nbsp;ม.6&nbsp;ต.กระแจะ&nbsp;อ.นายายอาม&nbsp;ซึ่งเป็นปราชญ์ชาวบ้าน&nbsp;และได้รับคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่นระดับเขต&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;ชัยเกิด&nbsp;เลี้ยงสัตว์แบบผสมผสานในพื้นที่&nbsp;30&nbsp;ไร่&nbsp;</strong>เลี้ยงไก่เนื้อ&nbsp;35,000&nbsp;ตัว&nbsp;ไก่ไข่&nbsp;90&nbsp;ตัว&nbsp;ไก่พื้นเมือง&nbsp;80&nbsp;ตัว&nbsp;ไก่ดำภูพาน&nbsp;5&nbsp;ตัว&nbsp;เป็ดเทศ&nbsp;10&nbsp;ตัว&nbsp;หมูป่า&nbsp;22&nbsp;ตัว&nbsp;กวาง&nbsp;5&nbsp;ตัว&nbsp;ม้า&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;สร้างรายได้ปีละ&nbsp;2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เป็นผู้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์&nbsp;หมั่นศึกษาหาความรู้&nbsp;มีการคิดวิเคราะห์ข้อมูล&nbsp;ค้นหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา&nbsp;พัฒนางานที่ทำอยู่ตลอดเวลา&nbsp;ประดิษฐ์เครื่องผสมอาหารสัตว์&nbsp;โดยดัดแปลงเครื่องยนต์เก่า&nbsp;ใช้หั่นต้นกล้วยและผสมอาหารสัตว์&nbsp;ได้&nbsp;600&nbsp;กิโลกรัมต่อชั่วโมง&nbsp;ทำให้ลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ลงได้&nbsp;200&nbsp;บาทต่อวัน&nbsp;และสามารถปรับเป็นเครื่องผสมปุ๋ยชีวภาพได้&nbsp;1,200&nbsp;ก.ก.ต่อชั่วโมง&nbsp;ขายเป็นรายได้เพิ่มเติม&nbsp;มีการทำบัญชีรายรับ&nbsp;รายจ่าย&nbsp;ทำให้วางแผนจัดการด้านการเงินได้&nbsp;มีความรู้ในการเพาะเลี้ยงหนอน&nbsp;(หนอนพันปี)เพื่อนำหนอนมาเลี้ยงไก่ไข่&nbsp;เลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อยในสวนผลไม้&nbsp;ทำให้ไก่มีสุขภาพดี&nbsp;ได้ไข่ที่ปลอดภัย&nbsp;และให้ผลผลิตไข่ได้นานขึ้น&nbsp;มีการใช้สมุนไพร&nbsp;เช่น&nbsp;ขมิ้น&nbsp;เปลือกมังคุด&nbsp;นำมาตากแห้งบดละเอียดผสมอาหารให้สัตว์กิน&nbsp;เพื่อป้องกันโรค&nbsp;มีการใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านในการเลี้ยงหมูป่าแบบคอนโด&nbsp;เพื่อให้มูลไหลลงในบ่อแก๊สชีวภาพ&nbsp;แบบมินิฟิกส์โดมที่ฝังลงไปในดิน&nbsp;ได้ใช้แก๊สในการทำอาหารในครัวเรือน</p><p><strong>สำหรับกากมูลสุกรนำไปเป็นปุ๋ยให้สวนผลไม้&nbsp;และผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพ</strong>ใช้ในการแก้ปัญหากลิ่นเหม็น&nbsp;ซึ่งเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ให้กับเกษตรกร&nbsp;ผู้สนใจ&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;สมาชิกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี&nbsp;และพื้นที่อื่นๆ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;รวมทั้งยังสอนการแปรรูปเนื้อสุกร&nbsp;เป็นไส้กรอกหมู&nbsp;ให้แก่กลุ่มเกษตรกรแปรรูปผลิตภัณฑ์กระแจะจันท์&nbsp;ขายแก่ผู้บริโภคในท้องถิ่น&nbsp;เป็นการสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้ขยายผลอาชีพการเลี้ยงสัตว์โดยการขายพันธุ์สัตว์ให้แก่เกษตรกรที่สนใจในราคาถูก</strong>&nbsp;พร้อมให้ติดตามให้คำแนะนำการเลี้ยงสัตว์จนประสบผลสำเร็จ&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;ชัยเกิด&nbsp;มีความสามารถในการบริหารและจัดการกลุ่ม&nbsp;และเปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ&nbsp;ทำให้กลุ่มเกษตรกรมีความมั่นคงและมีฐานะทางเศรษฐกิจดีขึ้น&nbsp;จึงเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายอื่น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สวท.จันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202112941465"],
    [32,"จ.แม่ฮ่องสอน ระดมกำลังทุกภาคส่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง","<p><strong>นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;แนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เบื้องต้นได้มีการระดมการแก้ไขปัญหาทุกภาคส่วน&nbsp;โดยนำแนวคิดการป้องกันทุกมิติ&nbsp;เพื่อให้แต่ละอำเภอดำเนินการสำรวจข้อมูล&nbsp;ปัญหา&nbsp;และแนวทางแก้ไข&nbsp;ตลอดจนแนวทางปฏิบัติ&nbsp;ทั้งการแบ่งพื้นที่ประสานความช่วยเหลือ&nbsp;การรวบรวมข้อมูล&nbsp;การบริหารจัดการในทุกระดับ&nbsp;เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์&nbsp;ตลอดจนการดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชน</p><p><strong>เบื้องต้นจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ได้มีการออกประกาศห้ามเผาตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์-วันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นอกจากนั้นยังมีการขอความร่วมมือ&nbsp;การมีส่วนร่วมในการแบ่งพื้นที่การเผาในพื้นที่&nbsp;เพื่อป้องกันและควบคุม&nbsp;โดยเฉพาะพื้นทีไฟป่าซ้ำซาก&nbsp;นอกจากนั้นยังมีการแยกพื้นทีให้ชัดเจน&nbsp;การชี้เป้า&nbsp;เพื่อบริหารจัดการ&nbsp;โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยยึดหลักรัฐศาสตร์&nbsp;โดยจะต้องฟังเสียงชาวบ้านด้วยเพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ&nbsp;รวมทั้งการจัดตั้งหน่วยชี้เป้าเพื่อดับไฟป่า&nbsp;การส่งเสริมการสร้างป่าเปียก&nbsp;การสร้างการรับรู้ให้กับชาวบ้าน&nbsp;และจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ตั้งเป้าลดปัญหาหมอกควัน&nbsp;รวมทั้งการสร้างคู่มือดับไฟป่าให้ชาวบ้านและหน่วยงานต่างๆ&nbsp;เพื่อลดการสูญเสียชีวิตอีกด้วย</p><p><strong>รวมทั้งการสนับสนุนงบประมาณ</strong>&nbsp;ให้กับหน่วยงานต่างๆ&nbsp;การพัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;การต่อยอดขยายผลกิจกรรม&nbsp;คทช.ในพื้นที่ทำกินที่เน้นประชาชนต้องดูแลรักษาป่า&nbsp;ตามนโยบายคนอยู่กับป่า&nbsp;ส่วนปัญหาหมอกควันไม่มีพรมแดน&nbsp;ซึ่งต้องใช้ระดับประเทศต่อไป&nbsp;ในการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ</strong>&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมในการแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202110724441"],
    [33,"ผู้ว่าฯ เพชรบุรี นัดพบ เยี่ยมชาวประมง ถามไถ่ทุกข์  สุข พร้อมติดตามผล ธนาคารปูม้า หาดเจ้าสำราญ-แหลมผักเบี้ย","<p><strong>เมื่อเย็นวานนี้&nbsp;เวลา&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;(1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นายอำเภอเมือง&nbsp;นายอำเภอบ้านแหลม&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และประชาชน&nbsp;ชาวประมงพื้นบ้าน&nbsp;ร่วมพบปะ&nbsp;พูดคุย&nbsp;รับฟังความเป็นอยู่ของพี่น้องชุมชน&nbsp;สานนโยบายผู้ว่า&nbsp;พบประชาชน&nbsp;ณ&nbsp;ธนาคารปูม้า&nbsp;หาดเจ้าสำราญ-แหลมผักเบี้ย&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน&nbsp;วิถีชีวิตความเป็นอยู่&nbsp;มุ่งมั่นดูแลความสุขของชุมชน&nbsp;สานนโยบายผู้ว่า&nbsp;พบประชาชน&nbsp;ต้องเข้าถึงชุมชน&nbsp;รู้ปัญหาความเดือดร้อน&nbsp;ซึ่งจากการลงพื้นที่พบปะพี่น้องชาวประมงที่มาจากหลายกลุ่ม&nbsp;ทราบถึงการประสบปัญหาท่ามกลางสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;ว่า&nbsp;ปัญหาแรกคืออยากให้ทำคานเรือขนาดเล็ก&nbsp;เพื่อชาวประมงชายฝั่งที่มีเรือเกือบ&nbsp;200&nbsp;ลำ&nbsp;ได้มีท่าเรือของตนเอง&nbsp;ซึ่งมีความจำเป็นที่ต้องใช้มาก&nbsp;เพราะท่าเรือที่มีอยู่มันไม่สามารถไปใช้ได้&nbsp;เนื่องจากเรือชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นเรือเล็ก&nbsp;และอยู่ไกล&nbsp;ในเขตพื้นที่อำเภอบ้านแหลม&nbsp;เขตอำเภอชะอำ&nbsp;แต่ประมงชายฝั่งเป็นการออกไปทำมาหากินใกล้ๆ&nbsp;พอกลับเข้ามา&nbsp;จะต้องเดิน&nbsp;ซึ่งเป็นแบบวิธีการโบราณ&nbsp;คือมาจอดอยู่ริมชายหาด&nbsp;แล้วใช้แรงคนร่วมไปลงแขก&nbsp;ลากเข้ามา&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมันทำได้ยาก&nbsp;แล้วก็กินแรงมาก&nbsp;ตรงนี้ก็จะมีความจำเป็น&nbsp;ต้องใช้คานเรือขนาดเล็ก&nbsp;ที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ชาวประมงชายฝั่งต้องการ&nbsp;และประการที่สอง&nbsp;ขอให้หาสถานที่ในการจำหน่ายสินค้า&nbsp;ที่เป็นจุดจำหน่ายสินค้าทางการประมง&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;คือสถานที่ตั้งของธนาคารปูม้า&nbsp;บริเวณหาดเจ้าสำราญ&nbsp;เพื่อดำเนินการขออนุญาตใช้ให้ถูกต้องตามระเบียบ&nbsp;เพื่อชุมชนจะได้ใช้ประโยชน์&nbsp;เพื่อเป็นธนาคารปู&nbsp;และเพาะสัตว์น้ำต่อไป&nbsp;ซึ่งไม่เพียงอนุรักษ์พันธ์ปู&nbsp;แต่ยังหวงแหนสัตว์ทะเลชนิดอื่นด้วย&nbsp;เช่น&nbsp;ปลาหมึก&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนายชูศักดิ์&nbsp;ปานพันธ์&nbsp;ประธานชมรมประมงพื้นบ้านพื้นบ้านของจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;และประธานธนาคารปูม้า</strong>&nbsp;หาดเจ้าสำราญ-แหลมผักเบี้ย&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ธนาคารปูม้าช่วยส่งเสริมต่อยอดอาชีพให้กับชาวประมง&nbsp;สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;เมื่อได้ปูที่ตั้งท้องมีไข่ติดมาด้วย&nbsp;ชาวประมงจะนำปูมาให้ธนาคาร&nbsp;พักเพาะเลี้ยงไว้ประมาณ&nbsp;1&nbsp;คืน&nbsp;หรือไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;วันก่อน&nbsp;เมื่อเกิดลูกมาแล้วก็ปล่อยลูกปูลงทะเล&nbsp;ซึ่งเพียงประมาณ&nbsp;3&nbsp;เดือนปูจะโต&nbsp;ชาวประมงก็จะสามารถไปจับได้อีก&nbsp;นับเป็นการช่วยส่งเสริมให้ชุมชนอยู่ได้&nbsp;ถ้าหากเราไม่ทำแบบนี้ปูก็จะหมดไปเรื่อยๆ&nbsp;เหมือนกับต่อยอด&nbsp;ที่เป็นการต่อยอดให้ทรัพยากรปู&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;ช่วยให้ชาวประมงมีรายได้&nbsp;ดีกว่าเดิม&nbsp;สมัยก่อนไม่เคยทำเพิ่งมาทำกันเมื่อ&nbsp;4-5&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ธนาคารปูเกิดขึ้นเยอะ&nbsp;และช่วยชาวประมงได้มาก&nbsp;ปูหนึ่งตัวให้ลูกปู&nbsp;300,000&nbsp;ถึง&nbsp;2,000,000&nbsp;ต่อ&nbsp;1&nbsp;แม่&nbsp;อัตรารอดประมาณ&nbsp;0.1&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;แต่ถือว่าได้เยอะมาก&nbsp;เสริมสร้างให้ชาวบ้านมีเงินมีทองใช้&nbsp;รายได้จะดีกว่าเก่า&nbsp;ธนาคารปูม้าอยากให้ทำทุกชุมชน&nbsp;เพื่อเพิ่มพันธุ์ปู&nbsp;และร่วมสร้างแนวร่วมของชุมชน&nbsp;ที่เข้มแข็ง&nbsp;อย่างยั่งยืน&nbsp;หลังจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีได้ร่วมปล่อยพันธุ์ปลาลงทะเล&nbsp;ร่วมกับพี่น้องชาวประมง&nbsp;ร่วมอนุรักษ์สัตว์น้ำทะเล&nbsp;ร่วมเสริมสร้างความสุขให้ชุมชน</p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;รายงาน</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202120143488"],
    [34,"ประมงจังหวัดอำนาจเจริญแจ้งเตือนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเฝ้าระวังและเตรียมรับมือภัยแล้ง พร้อมแนะข้อปฏิบัติ","<p><strong>สำนักงานประมงจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;แจ้งเตือนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อเตรียมตัวรับกับสถานการณ์ภัยแล้ง&nbsp;รวมทั้งหาวิธีการป้องกัน&nbsp;แก้ไข&nbsp;และหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น&nbsp;โดยในส่วนของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสำนักงานประมงจังหวัดอำนาจเจริญขอแนะนำให้เกษตรกรปฏิบัติตามข้อแนะนำ&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>การเลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อดิน</strong>&nbsp;ควรปฏิบัติดังนี้</p><p>1.&nbsp;ควรปรับลดขนาดการผลิต&nbsp;หรืองดเว้นการเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;โดยทำการตากบ่อและตกแต่งบ่อเลี้ยงในช่วงฤดูแล้งแทน&nbsp;เพื่อเตรียมไว้รอเลี้ยงสัตว์น้ำในรอบต่อไป</p><p>2.&nbsp;วางแผนการเลี้ยงสัตว์น้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และฤดูกาล</p><p>3.&nbsp;ทยอยจับสัตว์น้ำที่ได้ขนาดขึ้นมาจำหน่ายหรือบริโภค&nbsp;เพื่อลดปริมาณสัตว์น้ำภายในบ่อ</p><p>4.&nbsp;หากจำเป็นต้องเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;ควรคัดเลือกพันธุ์สัตว์น้ำที่มีความแข็งแรงจากฟาร์มผู้ผลิตที่ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้</p><p>5.&nbsp;ควบคุมการใช้น้ำและปริมาณน้ำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำให้มีการสูญเสียน้อยที่สุด&nbsp;ป้องกันการรั่วซึมหรือเร่งจัดทำร่มเงาให้บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ</p><p>6.&nbsp;จัดเตรียมหาแหล่งน้ำสำรองไว้ใช้เพิ่มเติม&nbsp;และควรเลือกปล่อยสัตว์น้ำลงเลี้ยงในปริมาณหนาแน่นน้อยกว่าปกติและควรปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่เพื่อลดระยะเวลาการเลี้ยงให้น้อยลง</p><p>7.&nbsp;ควรเลือกใช้อาหารสัตว์น้ำที่มีคุณภาพดีและให้ปริมาณที่เหมาะสม</p><p>8.&nbsp;ลดปริมาณอาหารสัตว์น้ำลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นอาหารสดเพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย</p><p>9.&nbsp;ควรเพิ่มความสนใจสังเกตุอาการต่างๆของสัตว์น้ำที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดหากมีอาการผิดปกติจะได้แก้ไขและรักษาได้ทันท่วงที</p><p>10.&nbsp;ควรงดเว้นการขนถ่ายสัตว์น้ำถ้าจำเป็นต้องระมัดระวังให้มากเนื่องจากจะมีผลกระทบต่อการกินอาหารและการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำโดยตรง</p><p>11.&nbsp;ควรหมั่นตรวจสุขภาพสัตว์น้ำอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;เมื่อพบสิ่งผิดปกติให้รีบหาสาเหตุและแก้ไขในทันที</p><p><strong>การเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชัง</strong>&nbsp;ควรปฏิบัติดังนี้</p><p>1.&nbsp;ควรปรับลดขนาดการผลิต&nbsp;หรืองดเว้นการเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;โดยทำความสะอาดและซ่อมแซมกระชังในช่วงฤดูแล้งแทน&nbsp;เพื่อเตรียมไว้เลี้ยงสัตว์น้ำในรอบต่อไป</p><p>2.&nbsp;วางแผนการเลี้ยงสัตว์น้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และฤดูกาล</p><p>3.&nbsp;ทยอยจับสัตว์น้ำที่ได้ขนาดขึ้นมาจำหน่ายหรือบริโภค&nbsp;เพื่อลดปริมาณสัตว์น้ำภายในกระชัง</p><p>4.&nbsp;หากจำเป็นต้องเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;ควรคัดเลือกพันธุ์สัตว์น้ำที่มีความแข็งแรงจากฟาร์มผู้ผลิตที่ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้</p><p>5.&nbsp;ควบคุมการใช้น้ำและปริมาณน้ำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;ให้มีการสูญเสียน้อยที่สุด&nbsp;ป้องกันการรั่วซึมหรือเร่งจัดทำร่มเงาให้บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ</p><p>6.&nbsp;จัดเตรียมหาแหล่งน้ำสำรองไว้ใช้เพิ่มเติมและควรเลือกปล่อยสัตว์น้ำลงเลี้ยงในปริมาณหนาแน่นน้อยกว่าปกติและควรปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่เพื่อลดระยะเวลาการเลี้ยงให้น้อยลง</p><p>7.&nbsp;ควรเลือกใช้อาหารสัตว์น้ำที่มีคุณภาพดีและให้ปริมาณที่เหมาะสม</p><p>8.&nbsp;ลดปริมาณอาหารสัตว์น้ำลง&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นอาหารสดเพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย</p><p>9.&nbsp;ควรเพิ่มความสนใจสังเกตอาการต่างๆ&nbsp;ของสัตว์น้ำที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดหากมีอาการผิดปกติจะได้แก้ไขและรักษาได้ทันท่วงที</p><p>10.&nbsp;ควรทำความสะอาดกระชังสม่ำเสมอ&nbsp;กำจัดตะกอนและเศษอาหาร&nbsp;ซึ่งเป็นการตัดวงจรชีวิตปรสิตและเชื้อโรค&nbsp;ช่วยให้กระแสน้ำไหลผ่านได้ดีซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโตและสุขภาพสัตว์น้ำ</p><p>11.&nbsp;ควรงดเว้นการขนถ่ายสัตว์น้ำ&nbsp;ถ้าจำเป็นต้องระมัดระวังให้มาก&nbsp;เนื่องจากจะมีผลกระทบต่อการกินอาหารและการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำโดยตรง</p><p>12.&nbsp;หมั่นตรวจสุขภาพสัตว์น้ำอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;เมื่อพบสิ่งผิดปกติให้รีบหาสาเหตุ&nbsp;และแก้ไขในทันที&nbsp;ในขณะเดียวกันควรแจ้งให้กับผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงทราบ&nbsp;เพื่อที่จะได้หามาตรการป้องกันการแพร่กระจายโรค&nbsp;กรณีสัตว์น้ำป่วยตายควรกำจัดด้วยการฝังหรือเผา&nbsp;ไม่ควรทิ้งสัตว์น้ำป่วย&nbsp;ในบริเวณบ่อที่เลี้ยงเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;เพราะเป็นการแพร่กระจายเชื้อโรคที่ทำให้การระบาดของโรคเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว</p><p><strong>หากมีข้อสงสัย&nbsp;ติดต่อสำนักงานประมงอำเภอใกล้บ้าน&nbsp;</strong>หรือสำนักงานประมงจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โทร.&nbsp;045452027&nbsp;Facebook&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202112413456"],
    [35,"จังหวัดระยอง เปิดงานวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก เพื่ออนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำบึงสำนักใหญ่ (หนองจำรุง) ขนาด 3,800 ไร่ ให้คงอยู่สืบไป","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>เมื่อเวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สวนพฤกษศาสตร์ระยอง&nbsp;ม.&nbsp;2&nbsp;ต.ชากพง&nbsp;อ.แกลง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวัชนะ&nbsp;บุญชัย&nbsp;หัวหน้าสวนพฤกษศาสตร์ระยอง&nbsp;พร้อมตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ประมาณ&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งภายในงานได้จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการทำงานของสวนพฤกษศาสตร์ระยอง&nbsp;ที่ดำเนินงานมาครบรอบ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;และกิจกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;ปลูกต้นไม้และแจกจ่ายพรรณไม้ให้ประชาชนนำกลับไปปลูกที่บ้าน&nbsp;เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้ตระหนักถึงการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำในพื้นที่ของตน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำ&nbsp;ตามอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำระหว่างประเทศ&nbsp;</strong>หรืออนุสัญญาแรมซาร์&nbsp;ได้กำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์ของทุกปี&nbsp;เป็นวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก&nbsp;ซึ่งประเทศไทยได้ร่วมลงนามในอนุสัญญาโลกเมื่อ&nbsp;พ.ศ.2541&nbsp;เพื่อป้องกันยับยั้งการสูญหายของพื้นที่ชุ่มน้ำโลกที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่งผลกระทบต่อระบบน้ำหรืออุทกวิทยาโดยรวมของโลก&nbsp;การที่สวนพฤกษศาสตร์จังหวัดระยองให้ความสำคัญต่อการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และได้รับความไว้วางใจจากจังหวัดระยอง&nbsp;และประชาชนในท้องถิ่นให้เข้ามาดำเนินการพัฒนาพื้นที่ชุ่มน้ำบึงสำนักใหญ่&nbsp;(หนองจำรุง)&nbsp;พื้นที่&nbsp;3,800&nbsp;ไร่&nbsp;เพื่อต้องการให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ทางธรรมชาติ&nbsp;สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;ที่ได้ประกาศให้พื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติและระดับท้องถิ่น&nbsp;ให้คงอยู่สืบไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202114513479"],
    [36,"จังหวัดตราด เตรียมความพร้อมรองรับผลผลิต (ผลไม้) ออกสู่ตลาด ในห้วงฤดูเก็บเกี่ยว ประจำปี 2565","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">(2&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;นายชยุทกฤดิ&nbsp;นนทแก้ว&nbsp;เกษตรจังหวัดตราด</span>&nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมรองรับผลผลิต&nbsp;(ผลไม้)&nbsp;ออกสู่ตลาด&nbsp;ซึ่งจังหวัดตราด&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด&nbsp;เป็นเจ้าภาพจัดประชุมขึ้นตามมติการประชุมของคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมที่<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;ได้มีข้อสั่งการณ์ในครั้งการประชุม</strong>ของคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมด้านการบริหารจัดการผลผลิต&nbsp;ผลไม้ของจังหวัดตราด&nbsp;ออกสู่ตลาดในห้วงฤดูเก็บเกี่ยว&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จึงได้มีการจัดประชุมในครั้งนี้ขึ้นเพื่อร่วมกันพิจารณาในเรื่องต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้งด้านช่องทางในการกระจายผลผลิตผลไม้&nbsp;สู่ตลาดในประเทศ&nbsp;รวมทั้งช่องทางกระจายไปยังต่างประเทศผ่านด่านขนส่งสินค้า&nbsp;รวมทั้งการบริการจัดการตู้คอนเทนเนอร์ในการส่งออกผลไม้&nbsp;รวมไปถึงการใช้มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ของเกษตรกร&nbsp;และ&nbsp;GMP&nbsp;ของผู้ประกอบการการส่งออกผลไม้&nbsp;(ล้ง)&nbsp;รวมไปถึงมาตรการเฝ้าระวังการสวมสิทธิ์ใบรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;สำหรับการส่งออกสินค้าเกษตร&nbsp;การแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลไม้และการนำเข้าแรงงานต่างด้าวภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;รวมไปถึงการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;และการปนเปื้อนในผลผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202123303510"],
    [37,"จังหวัดศรีสะเกษ เปิดตลาดนัดของดี วิถีชุมชนลูกค้า ธ.ก.ส. หนุนผลผลิตทางการเกษตรเข้าถึงตลาดที่มีศักยภาพ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรจากสถานการณ์โควิด","<p><strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดตลาดนัดของดี&nbsp;วิถีชุมชนลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ผลผลิตทางการเกษตรและส่งเสริมให้&nbsp;SMEs&nbsp;และเกษตรกรเข้าถึงตลาดที่มีศักยภาพ&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019(COVID-19)&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุทัย&nbsp;ฉกะนันท์&nbsp;รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;นายนรากร&nbsp;ไชยสิทธิ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานศรีสะเกษ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด&nbsp;ผู้จัดการโลตัสสาขาศรีสะเกษ&nbsp;ประธานศูนย์พัฒนานโยบายสาธารณะจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ผู้จัดการ&nbsp;ธ.ก.ส.สาขาประจำอำเภอ&nbsp;และผู้ประกอบการ&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษยังได้มอบใบประกาศให้แก่ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรบ่มเพาะเกษตรกร</strong>และผู้ประกอบการเกษตรด้วยวิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;เพื่อยกระดับเป็น&nbsp;Smart&nbsp;New&nbsp;Gen&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นางสาวอรนิตย์&nbsp;วงค์ละคร&nbsp;และ&nbsp;นายทศพล&nbsp;ไชยณรงค์</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มีผู้ประกอบการเป็นเกษตรกรภายในจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;และ&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถเลือกซื้อสินค้าของดีวิถีชุมชนบริเวณชั้น&nbsp;2&nbsp;ห้างสรรพสินค้าโลตัส&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019(COVID-19)&nbsp;โดยเคร่งครัด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202125316515"],
    [38,"รับฟังข้อเสนอกลุ่มเครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย หาแนวทางแก้ไขร่วมกัน","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>ให้กลุ่มเครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย&nbsp;นำโดยนายชรินทร์&nbsp;ดวงดารา&nbsp;ที่ปรึกษากลุ่มเครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย&nbsp;เข้าพบ&nbsp;ณ&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อขอทราบความคืบหน้าโครงการปรับโครงสร้างหนี้ของเกษตรกรสมาชิก&nbsp;กรณีเป็นหนี้กับ&nbsp;4&nbsp;ธนาคารของรัฐ<strong>&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;ธนาคารออมสิน&nbsp;ธนาคารอาคารสงเคราะห์&nbsp;และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(SME&nbsp;BANK)&nbsp;โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้นำเสนอโครงการดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว&nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลังและกระทรวงการคลังได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับภาระงบประมาณและวินัยการเงินการคลัง&nbsp;</p><p><strong>กระทรวงเกษตรฯ&nbsp;เตรียมประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</strong>เพื่อจัดเตรียมข้อมูลในการตอบข้อคิดเห็นของกระทรวงการคลัง&nbsp;เพื่อจะได้นำโครงการดังกล่าว&nbsp;เสนอ&nbsp;ครม.&nbsp;เพื่อพิจารณาต่อไป&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ทางกลุ่มเครือข่ายฯ&nbsp;ขอเสนอแนวทางบริหารจัดการ</strong>&nbsp;โดยขอให้ตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามผลการดำเนินงานของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตร&nbsp;(กฟก.)&nbsp;เพื่อรับทราบปัญหาและหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน&nbsp;ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับข้อเสนอ&nbsp;โดยองค์ประกอบของคณะทำงานนี้&nbsp;ได้มอบหมายผู้อำนวยการสำนักบริหารกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและรับเรื่องร้องเรียน&nbsp;พิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้แทนเกษตรกรต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202140002562"],
    [39,"ขนส่งสมุทรปราการ รณรงค์ให้ประชาชนหมั่นตรวจสอบและรักษาเครื่องยนต์ของรถให้มีค่าควันดำไม่เกินกำหนด เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง","<p><strong>นางสุนิสา&nbsp;อนันตกูล&nbsp;ขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สำนักงานขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง&nbsp;PM2.5&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยประชาสัมพันธ์แนะนำและกำชับผู้มาติดต่อดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถ&nbsp;ให้หมั่นตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องยนต์ของรถให้มีค่าควันดำไม่เกินกำหนด&nbsp;กรณีใช้รถบรรทุกสินค้าหรือสิ่งของให้ปิดคลุมป้องกันการตกหล่นรั่วไหลให้เรียบร้อย&nbsp;&nbsp;และสำนักงานขนส่งสาขาพระประแดง&nbsp;ได้รณรงค์ให้หน่วยงานราชการมีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ด้านคมนาคมขนส่ง&nbsp;โดยให้นำรถยนต์ราชการเข้าตรวจวัดควันดำ&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;ตรวจสอบมลพิษทางอากาศและเสียงรถราชการ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565\"&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานขนจังหวัดฯ&nbsp;และขนส่งพระประแดง&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ</p><p><strong>สำหรับการตรวจวัดควันดำรถเพื่อดำเนินการทางทะเบียนและภาษี&nbsp;</strong>ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดฯ&nbsp;ขนส่งสาขาพระประแดง&nbsp;และสถานตรวจสภาพรถ&nbsp;(ตรอ.)&nbsp;จำนวน&nbsp;528&nbsp;คัน&nbsp;พบว่ามีค่าควันดำไม่เกินกำหนด&nbsp;521&nbsp;คัน&nbsp;และมีค่าควันดำเกินกำหนด&nbsp;7&nbsp;คัน&nbsp;โดยให้ปรับปรุงแก้ไขก่อนนำรถเข้าตรวจสอบใหม่&nbsp;ในส่วนการตรวจวัดควันดำรถตามโครงการตรวจสอบมลพิษทางอากาศและเสียงรถราชการ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;5&nbsp;คัน&nbsp;ไม่พบว่ามีค่าควันดำไม่เกินกำหนด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากประชาชนพบเห็นรถควันดำ&nbsp;หรือไม่ปิดคลุมป้องกันสินค้าหรือสิ่งของที่บรรทุก&nbsp;โปรดแจ้งข้อมูลร้องเรียนทาง&nbsp;Facebook&nbsp;1584&nbsp;ร้องเรียนรถโดยสารสาธารณะ&nbsp;หรือสายด่วน&nbsp;โทร.&nbsp;1584</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202133405548"],
    [40,"กษ.อยุธยา ร่วมกับชาวนารักษ์โลก จัดเวทีสาธิตนวัตกรรมทำนาเปียกสลับแห้ง พื้นที่เกษตรแปลงใหญ่หัวเวียง พื้นที่นำร่องแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำช่วงฤดูแล้ง ลดต้นทุนการผลิต และแก๊สเรือนกระจก","<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรตำบลหัวเวียง&nbsp;</strong>หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลหัวเวียง&nbsp;อำเภอเสนา&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;นายวุฒิพงศ์&nbsp;กะสินัง&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;นายธนากร&nbsp;ตันติกุล&nbsp;ผอ.โครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา&nbsp;นายนรเศรษฐ&nbsp;ฤกษ์สงเคราะห์&nbsp;ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผักไห่&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ผู้จัดการภาคสนาม&nbsp;Thai&nbsp;Rice&nbsp;NaMa&nbsp;(Nationally&nbsp;Appropriate&nbsp;Mitigation&nbsp;Action)&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมกับเกษตรกรรอบแปลงใหญ่หัวเวียง&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่อง&nbsp;โดยการจัดกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;มีเกษตรกร&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่า&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>ในโอกาสเดียวกันนี้&nbsp;ได้จัดเวทีสาธิตนวัตกรรมการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง</strong>&nbsp;โดยใช้สถานการณ์น้ำที่วิกฤตเทียบกับช่วงจำเป็นต้องใช้น้ำในแปลงนา&nbsp;ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีน้ำเต็มแปลงนาตลอดเวลา&nbsp;พร้อมทบทวนช่วงวิกฤตของข้าวที่ต้องการน้ำ&nbsp;และสาธิตการใช้อุปกรณ์ให้เกษตรกรได้ปฏิบัติจริงในแปลงนาสาธิต&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;ให้กับเกษตรกรรอบแปลงใหญ่(พื้นที่บริหารจัดการน้ำในพื้นที่เดียวกัน)&nbsp;จำนวน&nbsp;130&nbsp;ราย&nbsp;330&nbsp;แปลง&nbsp;พื้นที่เพาะปลูก&nbsp;จำนวน&nbsp;3,000&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะช่วยทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิต&nbsp;เพิ่มรายได้&nbsp;และลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจก&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายวุฒิพงศ์&nbsp;กะสินัง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ด้วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้กำหนดนโยบายการปลูกพืชฤดูแล้งและนโยบายการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ&nbsp;และความต้องการของเกษตรกร&nbsp;โดยเฉพาะสินค้าเข้าซึ่งเป็นพืชหลักโดยมีทั้งพื้นที่เพาะปลูกและเกษตรกรที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมการข้าวกรมชลประทานและสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>และร่วมกันดำเนินงานให้เกษตรกรทำนาแบบเปียกสลับแห้งซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ทำให้เกิดความคุ้มค่าและเพิ่มประสิทธิภาพ&nbsp;ในการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยจัดเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมกันหาแนวทางในการสร้างการรับรู้ให้เกษตรกรเป็นวงกว้างมากที่สุด&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:<a&nbsp;href=\"&nbsp;https://ayutthaya.prd.go.th/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\">&nbsp;https://ayutthaya.prd.go.th/</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202135104557"],
    [41,"เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า ออกประกาศเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า เป็นเขตควบคุมไฟป่า ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ - 30 เมษายน 2565","<p><strong>นายหฤษฎ์&nbsp;จันทง&nbsp;หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า</strong>&nbsp;แจ้งประกาศเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า&nbsp;ฉบับลงวันที่&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เรื่อง&nbsp;กำหนดพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้าเป็นเขตควบคุมไฟป่า&nbsp;เนื่องจากในสภาวะภัยแล้งของทุกปี&nbsp;มักทำให้เกิดปัญหาไฟป่า&nbsp;ซึ่งก่อให้เกิดหมอกควันในอากาศเกินค่ามาตรฐาน&nbsp;ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;และอนามัยของประชาชนโดยรวม&nbsp;อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ตลอดจนเป็นการทำลายทรัพยากรป่าไม้&nbsp;ธรรมชาติ&nbsp;และสัตว์ป่า&nbsp;และยังทำให้เกิดปัญหาภาวะโลกร้อน&nbsp;ซึ่งมีผลให้เกิดความแปรปรวนของสภาพอากาศโลก&nbsp;ถือว่าเป็นปัญหาวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ที่จำเป็นต้องแก้ไขเร่งด่วน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการตรวจสอบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspots)&nbsp;และพื้นที่เกิดไฟป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.2552&nbsp;ถึงปี&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;พบว่ามีจุดความร้อน&nbsp;(Hotspots)&nbsp;และพื้นที่เกิดไฟป่าเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในท้องที่อำเภอขุนยวม&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ซึ่งสาเหตุการเกิดไฟป่า&nbsp;เกิดจากกิจกรรมในชีวิตประจำวันต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;การเก็บหาของป่า&nbsp;การเผาป่า&nbsp;การล่าสัตว์&nbsp;การเผาวัชพืชในพื้นที่เกษตรกรรมแล้วลุกลามเข้าพื้นที่ป่า&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า&nbsp;</strong>ได้พิจารณาแล้ว&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันมิให้เกิดปัญหาหมอกควันไฟป่า&nbsp;และลดปัญหาไฟไหม้ป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;จึงขอได้จัดทำประกาศกำหนดให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า&nbsp;เป็นเขตควบคุมไฟป่า&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>ห้ามผู้ใดจุดไฟเผาป่าหรือปล่อยให้ไฟป่าลุกลามเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า&nbsp;</strong>ตั้งแต่วันที่&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ในท้องที่ตำบลขุนยวม&nbsp;ตำบลแม่เงา&nbsp;และตำบลแม่กิ๊&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ถือเป็นความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้&nbsp;ดังนี้&nbsp;ตามพระราชบัญญัติป่าไม้&nbsp;พุทธศักราช&nbsp;2484&nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;ตามความในมาตรา&nbsp;54&nbsp;ฐาน&nbsp;เผาป่า&nbsp;หรือกระทำด้วยประการใด&nbsp;ๆ&nbsp;อันเป็นการทำลายป่า&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;และในกรณีบุคคลใดเผาป่าเป็นเนื้อที่เกิน&nbsp;25&nbsp;ไร่&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ถึง&nbsp;15&nbsp;ปี&nbsp;และปรับตั้งแต่&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;ถึง&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ,&nbsp;ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;ตามความในมาตรา&nbsp;55(2)ฐาน&nbsp;เผาป่า&nbsp;หรือกระทำด้วยประการใดให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติเดิม&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;ถึง&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับตั้งแต่&nbsp;10,000&nbsp;บาทถึง&nbsp;2,000,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือราษฎร</strong>&nbsp;หากพบเห็นผู้กระทำผิดจุดไฟเผาป่า&nbsp;หรือเมื่อพบเห็นไฟไหม้ป่าบริเวณใดให้ช่วยกันดับโดยเร็ว&nbsp;เพื่อมิให้ไฟขยายเป็นวงกว้าง&nbsp;หากเป็นกรณีไฟไหม้รุนแรงไม่สามารถดับได้ด้วยตนเอง&nbsp;ขอให้รีบประสานงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ปาดอยเวียงหล้า&nbsp;โทร&nbsp;0-5204-0124&nbsp;หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202134847556"],
    [42,"หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ยืนยันยังไม่พบคราบน้ำมันรั่วบริเวณเกาะเสม็ด เปิดให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำได้ปกติ","<p><strong>นายธวัช&nbsp;เจนการ&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;หลังจากเกิดเหตุการน้ำมันรั่วลงทะเลระยอง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคมเป็นต้นมา&nbsp;จนกระทั่งพบคราบน้ำมันบางส่วนกระจายไปยังหาดแม่รำพึง&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;และยังมีคราบน้ำมันที่เหลือลอยอยู่บริเวณ&nbsp;ด้านหน้าอ่าวพร้าว&nbsp;เกาะเสม็ดนั้น&nbsp;ซึ่งขณะนี้&nbsp;กองทัพเรือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้กำจัดคราบน้ำมันหมดแล้ว&nbsp;ขณะที่กรมอุทยาน&nbsp;ได้ส่งนักดำน้ำลงไปสำรวจสัตว์น้ำ&nbsp;ประการังและหญ้าทะเล&nbsp;บริเวณที่เป็นพบคราบน้ำมันบางจุด&nbsp;พบว่ายังอยู่ในสภาวะปกติ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วลงทะเล&nbsp;ทางอุทยานฯ&nbsp;ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลได้ปกติ&nbsp;ไม่ได้ปิดแต่อย่างใด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดระยองได้ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวและประชาชน&nbsp;งดลงเล่นน้ำบริเวณหาดแม่รำพึง</strong>พื้นที่พบคราบน้ำมันเท่านั้น&nbsp;ส่วนพื้นที่ชายหาดอื่นๆ&nbsp;ยังสามารถลงเล่นน้ำได้ปกติ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202142423579"],
    [43,"อ.แม่ลาน้อย ร่วมทำแนวกันไฟ ยับยั้งไฟป่า","<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;</strong>นายชูชาติ&nbsp;คำมา&nbsp;นายอำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายนนทวัฒน์&nbsp;วุฒิลักษณ์&nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอ&nbsp;พร้อมด้วยสมาชิก&nbsp;อส.อ.แม่ลาน้อย&nbsp;และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ&nbsp;ดำเนินกิจกรรมจัดทำแนวกันไฟ&nbsp;เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองในพื้นที่อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และเป็นแนวตั้งรับในการดับไฟป่า&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงจากเหตุไฟป่าที่อาจเกิดขึ้นได้&nbsp;อีกทั้งยังสามารถแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนช่วยให้ดับไฟป่าได้ง่ายขึ้น</p><p><strong>สำหรับศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม-1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีจุดความร้อนสะสมทั้งหมด&nbsp;258&nbsp;จุด&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;2.16&nbsp;ของจุดความร้อนสะสมปี&nbsp;2564&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;2.70&nbsp;ของค่าเป้าหมายปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดตั้งเป้าหมายปี&nbsp;2565&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;9,556&nbsp;จุด&nbsp;โดยอำเภอที่มีจุดความร้อนสูงสุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;จำนวน&nbsp;112&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนค่า&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ยังไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ค่าสูงสุดที่วัดได้&nbsp;เท่ากับ&nbsp;27&nbsp;ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202144038584"],
    [44,"สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัยศักยภาพสูง สร้างการแข่งขันประเทศ ด้วยวิจัยและนวัตกรรม","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัยศักยภาพสูง สร้างการแข่งขันประเทศ ด้วยวิจัยและนวัตกรรม</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;น.ส.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และศาสตราจารย์ นายแพทย์ประสิทธิ์ ผลิตผลการพิมพ์ รักษาการรองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นประธานการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการ ทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัยศักยภาพสูง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารทั้ง 2 หน่วยงาน เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน โดยจัดขึ้นภายในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564 - 2565 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (บางนา)</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;น.ส.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ วช. กล่าวว่า สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า ในเรื่องการพัฒนาทรัพยากรบุคคลและนักวิจัย วช.ดำเนินการในหลายกลุ่ม ตั้งแต่นักวิจัยรุ่นเยาว์ รุ่นใหม่ รุ่นกลาง และรุ่นอาวุโส ซึ่งแต่ละรุ่นมี กลไกล แผนงานโครงการเข้ามาสนับสนุน</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">และทาง สวทช.มีโครงสร้างพื้นฐานที่เข้มแข็ง ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างให้กลไกลในเรื่องดังกล่าวสามารถเดินหน้าไปได้ด้วยดี ทั้งนี้ ตั้งเป้าในปีนี้จะได้นักวิจัย 3 ท่าน</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;ศาสตราจารย์นายแพทย์ประสิทธิ์ ผลิตผลการพิมพ์ รักษาการรองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ความร่วมมือในโครงการ ทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัยศักยภาพสูง ถือเป็นขั้นบันไดสูงสุดของเส้นทางอาชีพนักวิจัย ด้วยการสนับสนุนงบประมาณรวมไม่เกิน 15 ล้านบาท ในระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปี โดยโครงการมีคุณลักษณะเฉพาะตัวประกอบด้วย มุ่งเน้นความเป็นเลิศ ตั้งเป้าหมายท้าทาย เชื่อมโยงการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ส่งเสริมและสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และ สร้างการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะเป็นทั้งรางวัลเชิดชูเกียรตินักวิจัยผู้นำกลุ่ม และการสนับสนุนงบประมาณวิจัยไปพร้อมกัน เพื่อผลิตผลงานวิจัยอย่างต่อเนื่องและแสดงศักยภาพในระดับนานาชาติ โดยประโยชน์สูงสุดจากความร่วมมือนี้ จะทำให้สามารถดึงทรัพยากรของแต่ละหน่วยงาน มาประสานเชื่อมโยงกันเพื่อให้เกิดประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้เป้าหมายและวิธีการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ</span></p><p><br></p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202155944656"],
    [45,"วราวุธ กำชับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแผนฟื้นฟูและประเมินความเสียหายสิ่งแวดล้อม จากคราบน้ำมันดิบรั่วกลางทะเลมาบตาพุด พร้อมเร่งรัดฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กำชับ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแผนฟื้นฟูและประเมินความเสียหายสิ่งแวดล้อม&nbsp;จากคราบน้ำมันดิบรั่วกลางทะเลมาบตาพุด&nbsp;พร้อมเร่งรัดฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวถึงกรณีน้ำมันของ&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;รั่วไหลในทะเลเขตการนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ว่า&nbsp;ยังคงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลบริเวณที่คาดการณ์จะเกิดคราบน้ำมันขึ้นชายฝั่ง&nbsp;ตรวจสอบการเคลื่อนกระจายตัวของคราบน้ำมันในพื้นที่ชายฝั่ง&nbsp;คุณภาพอากาศ&nbsp;คุณภาพน้ำ&nbsp;ดินทราย&nbsp;ตะกอนดิน&nbsp;และประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานต่างๆเตรียมเฝ้าระวังและป้องกันคราบน้ำมันรั่วไหล&nbsp;ในส่วนของ&nbsp;คพ.&nbsp;จะวิเคราะห์องค์ประกอบสารอินทรีย์และองค์ประกอบสารอนินทรีย์ของน้ำมันดิบจากบริษัทฯและก้อนน้ำมัน&nbsp;//&nbsp;ตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลเบื้องต้นและตรวจสอบคราบน้ำมันพื้นที่ชายฝั่งทะเล&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;ตั้งแต่หาดพยูนถึงอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า&nbsp;-&nbsp;หมู่เกาะเสม็ดต่อเนื่อง&nbsp;//&nbsp;ตรวจสอบและเก็บตัวอย่างน้ำทะเลส่งตรวจวิเคราะห์ปริมาณโลหะหนัก&nbsp;ทั้งปรอท&nbsp;ทองแดง&nbsp;แคดเมียม&nbsp;ตะกั่ว&nbsp;เหล็ก&nbsp;และปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนทั้งหมด&nbsp;(TPH)&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งทำแล้ว&nbsp;3&nbsp;ครั้งและมีแผนเก็บตัวอย่างเพิ่มเติม&nbsp;พร้อมตรวจสอบน้ำทะเลอีก&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;ผลจากการตรวจสอบคุณภาพเบื้องต้นอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ส่วนผลการวิเคราะห์ค่าโลหะหนักและ&nbsp;TPH&nbsp;อยู่ระหว่างการวิเคราะห์&nbsp;//&nbsp;ตรวจสอบการปนเปื้อนของดินบนชายหาด&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;ตรวจสอบคุณภาพอากาศบริเวณที่พบคราบน้ำมัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;จากนี้&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชต้องเร่งจัดทำแผนการฟื้นฟูร่วมกับหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;คพ.&nbsp;ประสาน&nbsp;สวทช.&nbsp;และบริษัทเอกชนที่ร่วมสนับสนุนการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในพื้นที่ทดลอง&nbsp;ส่วนการเร่งรัดฟ้องเรียกค่าเสียหาย&nbsp;คพ.&nbsp;ได้เข้ายื่นเอกสารแจ้งกล่าวโทษบริษัทฯไว้แล้ว&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตำรวจมาบตาพุด&nbsp;พร้อมแต่งตั้งคณะอนุกรรมการประเมินผลกระทบด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและด้านสิ่งแวดล้อมกรณีน้ำมันดิบรั่วไหลของบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กรณีน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;ภายใต้คณะกรรมการควบคุมมลพิษ&nbsp;โดย&nbsp;คพ.&nbsp;จะนำเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติต่อไป</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202151126609"],
    [46,"ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เชิญชวนประชาชนและเยาวชน ร่วมชมผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมมากกว่า 1,000 ผลงานมาจัดแสดงภายในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564 - 2565 (Thailand Inventors Day 2021 & 2022) ครั้งที่ 23 ระหว่างวันที่ 2 - 6 กุมภาพันธ์ 2565 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เชิญชวนประชาชนและเยาวชน ร่วมชมผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมมากกว่า 1,000 ผลงานมาจัดแสดงภายในงานวันนักประดิษฐ์&nbsp;ประจำปี 2564 - 2565 (Thailand Inventors Day 2021 &amp; 2022) ครั้งที่ 23 ระหว่างวันที่ 2 - 6 กุมภาพันธ์ 2565 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;น.ส.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า วันนักประดิษฐ์จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่ทรงประดิษฐ์คิดค้น เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย หรือ กังหันน้ำชัยพัฒนา และทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2536 และเพื่อเป็นการระลึกถึงวันประวัติศาสตร์การจดทะเบียนและออกสิทธิบัตรแด่พระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลก และทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญา พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย โดยวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564 -2565 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 23 ระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2565 ภายใต้แนวคิด วิถีใหม่ ใส่ใจชีวิต สู่สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม\" พร้อมมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ 309 รางวัล แบ่งเป็น 4 ประเภท ใน 12 สาขาวิชาการ</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับกิจกรรมภายในงานได้มีการรวบรวมผลงานประดิษฐ์คิดค้นจาก ปี 2564 และ ปี 2565 มาแสดงศักยภาพต่อสาธารณชนอย่างคับคั่ง ประกอบด้วยภาคนิทรรศการและกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 สืบสาน รักษา ต่อยอด สร้างสุขเพื่อประชาชน และนิทรรศการน้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่ 9 พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย นิทรรศการผลงานประดิษฐ์คิดค้นและนวัตกรรมในระดับชาติ ได้แก่ ผลงานรางวัลการวิจัยแห่งชาติ นิทรรศการผลงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนบัญชีสิ่งประดิษฐ์ไทยและบัญชีนวัตกรรมไทย นิทรรศการผลงานจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนสถาบันการศึกษา ใน 6 กลุ่มเรื่อง กว่า 1,000 ผลงาน จาก 100 กว่าหน่วยงาน พร้อมนิทรรศการระดับนานาชาติ อีกจำนวน 200 ผลงาน จาก 24 องค์กร 20 ประเทศพันธมิตร ในรูปแบบ Online Event ทั้งนี้ ยังจัดการประกวดสิ่งประดิษฐ์ระดับเยาวชน กว่า 400 ผลงาน ในโครงการ Thailand New Gen Inventors Award : I  New Gen 2021 โดยนักประดิษฐ์ที่สนใจต่อยอดผลงาน สามารถรับคำปรึกษาทางธุรกิจ และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาทักษะการเริ่มต้นเป็นผู้ประกอบการได้ อีกทั้ง กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้อีกมากมาย ผู้สนใจสามารถร่วมชมงานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2565 ณ Event Hall 102  104 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา&nbsp;</span></p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202160131659"],
    [47,"เกษตรอำเภอเบตง เยี่ยมโรงน้ำดื่มประชารัฐ ของกองทุนน้ำดื่มหมู่บ้านปากบางจัดจำหน่ายน้ำดื่มในหมู่บ้าน พร้อมจัดส่งน้ำดื่มให้ผู้บริโภคทั่ว อ.เบตง  จ.ยะลา","<p><strong>วันนี้&nbsp;2&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;นายอารีฟ&nbsp;มหัศนียนนท์&nbsp;เกษตรอำเภอเบตง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเบตง&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนโรงน้ำดื่มประชารัฐของกองทุนหมู่บ้านปากบาง&nbsp;ณ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งได้ใบรับรองทะเบียนพาณิชย์&nbsp;สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา&nbsp;มาตรฐานรับรองฮาลาล&nbsp;และจัดจำหน่ายน้ำดื่มในหมู่บ้าน&nbsp;จัดส่งน้ำดื่มตามคำสั่งซื้อของผู้บริโภคทั่วเบตง&nbsp;ทั้งนี้ได้แนะนำให้จดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่ม&nbsp;รองรับการสนับสนุนจากภาครัฐและเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่ม</p><p><strong>นายอารีฟ&nbsp;มหัศนียนนท์&nbsp;เกษตรอำเภอเบตง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>โรงน้ำดื่มประชารัฐเป็นโครงการโรงน้ำดื่มชุมชน&nbsp;เพื่อตอบสนองความต้องการน้ำสะอาดให้กับประชาชนในชุมชน&nbsp;เพราะน้ำคือสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตของทุกคน&nbsp;โดยเฉพาะน้ำสะอาดในการใช้ดื่มกินในทุกวันนั้นก็ยังหาได้ทั่วไป&nbsp;แค่เพียงซื้อน้ำสะอาดบรรจุขวดก็ได้แล้ว&nbsp;แต่ราคาหากเทียบกับปริมาณก็ยังนับว่าแพงมาก&nbsp;ยิ่งหากจะต้องซื้อเป็นประจำบ่อยๆ&nbsp;นั้นยิ่งใช้เงินเป็นจำนวนมากหากเทียบยอดเงินที่ต้องใช้ซื้อน้ำต่อปี&nbsp;เพราะน้ำเปล่าบรรจุขวดติดแบรนด์ที่เราๆ&nbsp;รู้จักกันดี&nbsp;มีต้นทุนที่สูงที่เกิดจากกระบวนการผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;การโฆษณา&nbsp;และการจัดส่ง&nbsp;จะดีกว่ามาก&nbsp;หากหลายๆ&nbsp;ท้องถิ่นสามารถผลิตน้ำดื่มสะอาด&nbsp;โดยการสร้างโรงงานน้ำดื่มขนาดเล็ก&nbsp;เพื่อตอบสนองความต้องในคนในชุมชนนั้นๆ&nbsp;ได้&nbsp;ยิ่งถ้าหากมีทุนจากโครงการภาครัฐเข้ามาสนับสนุนและคนในชุมชนเห็นด้วยในการทำการประเภทนี้&nbsp;ก็จะมีน้ำดื่มสะอาดบรรจุขวด&nbsp;หรือน้ำดื่มที่ผ่านกระบวนการที่ได้มาตรฐานผ่านตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ&nbsp;ที่สามารถขายให้กับทุกคนในชุมชนในราคาถูกกว่าได้</p><p><strong>เกษตรอำเภอเบตง&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;ซึ่งปัจจุบันการสร้างโรงงานน้ำดื่ม</strong>บรรจุขวดขนาดเล็กนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อม&nbsp;แค่มีงบประมาณเพียง&nbsp;200,000&nbsp;&nbsp;300,000&nbsp;บาท&nbsp;ก็สามารถทำได้แล้ว&nbsp;ยิ่งถ้าชุมชนใดมีงบประมาณ&nbsp;หรืองบกองทุน&nbsp;กองทุนโครงการประชารัฐ&nbsp;กองทุนไทยยั่งยืน&nbsp;ฯลฯ&nbsp;ก็สามารถใช้งบประมาณเหล่านี้เพื่อเอามาสร้าง&nbsp;เพื่อให้คนในชุมชนได้มีน้ำดื่มสะอาดดื่ม&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำดื่มบรรจุถังที่คนในพื้นที่สามารถมาซื้อเองที่จุดบริการหน้าโรงกรองน้ำดื่มชุมชน&nbsp;จะยิ่งสามารถซื้อในราคาที่ถูกกว่าน้ำดื่มบรรจุขวดที่มาจากที่ต่างๆ&nbsp;ได้เป็นอย่างมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202153823637"],
    [48,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจติดตามต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการฆ่าสัตว์และตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ","<p><strong>นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ตรวจติดตามต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการฆ่าสัตว์&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับการตรวจประเมินของคณะกรรมการพิจารณาแผนงานการประกอบกิจการฆ่าสัตว์&nbsp;ในด้านความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารและสุขอนามัยของโรงฆ่าสัตว์&nbsp;ตามเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;ตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2559&nbsp;ณ&nbsp;โรงฆ่าสัตว์เทศบาลตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย</strong>&nbsp;ตรวจเยี่ยมให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนายชาตรี&nbsp;คำนัน&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;137&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลอิปุ่ม&nbsp;เลี้ยงแพะ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;ที่บ้านตาดเสี้ยว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลอิปุ่ม&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202161226666"],
    [49,"ก.ทรัพย์ เร่งสำรวจพื้นที่ปลูกป่าเพิ่มเติมไว้ใช้กักเก็บคาร์บอน คาดจะดูดกลับก๊าซเรือนกระจกได้ 120 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในปี 2580","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เร่งสำรวจพื้นที่ปลูกป่าเพิ่มเติมไว้ใช้กักเก็บคาร์บอน&nbsp;คาดจะดูดกลับก๊าซเรือนกระจกได้&nbsp;120&nbsp;ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในปี&nbsp;2580&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการประชุมคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการขับเคลื่อนและบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตจากมาตรการการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ได้ขอความร่วมมือทุกหน่วยงานเร่งสร้างความเข้าใจกับบุคลากรและประชาชนเกี่ยวกับแนวคิดคาร์บอนเครดิตและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;พร้อมเชิญชวนประชาชนและชุมชนร่วมกันปลูกป่าเพื่อสร้างรายได้ระยะยาวในอนาคตจากการซื้อขายคาร์บอนเครดิต&nbsp;เชื่อว่า&nbsp;มูลค่าคาร์บอนเครดิตจะสูงขึ้นในอนาคต&nbsp;โดยให้กรมป่าไม้&nbsp;,&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ทบทวนศักยภาพการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของป่าแต่ละประเภทให้เป็นปัจจุบันมากที่สุด&nbsp;ควบคู่จัดทำหลักเกณฑ์การจัดสรรพื้นที่การปลูก&nbsp;อนุรักษ์&nbsp;และฟื้นฟูป่าไม้ให้หน่วยงานภายนอก&nbsp;และแนวทางการแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาคประชาชนในพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้ขอความร่วมมือทุกหน่วยงานเร่งสำรวจพื้นที่เป้าหมายสำหรับการกักเก็บคาร์บอนโดยเร็ว&nbsp;พร้อมจัดส่งข้อมูลพื้นที่ที่มีความพร้อมดำเนินการปีนี้และแผนงานภายในวันที่&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกในภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน&nbsp;ภายใต้ยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะสามารถดูดกลับก๊าซเรือนกระจกได้&nbsp;120&nbsp;ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า&nbsp;ภายในปี&nbsp;2580&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ปัจจุบันมีพื้นที่เป้าหมายของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพย์ฯที่มีศักยภาพมากกว่า&nbsp;1.1&nbsp;ล้านไร่&nbsp;และมีความพร้อมดำเนินการปีนี้มากกว่า&nbsp;600,000&nbsp;ไร่&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะสามารถดูดกลับก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ&nbsp;181,000&nbsp;ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202153721636"],
    [50,"กรมส่งเสริมการเกษตร โชว์ผลสำเร็จโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายขจร&nbsp;เราประเสริฐ&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;จากการลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ที่สมัครเข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;พบว่า&nbsp;มีกลุ่มแปลงใหญ่หลายกลุ่มสามารถดำเนินการบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการในการจัดหาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาพัฒนาอาชีพของกลุ่มได้เป็นอย่างดี&nbsp;ตัวอย่างที่น่าสนใจกลุ่มหนึ่งคือ&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่เกลือทะเล&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลบ้านบ่อ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">เกษตรกรกลุ่มนี้ได้จัดซื้อผ้าใบมาใช้ปูพื้นนาเกลือทะเล</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เพื่อให้แก้ไขปัญหาด้านคุณภาพผลผลิตที่ไม่สามารถควบคุมได้จากกระบวนการผลิตเกลือสมุทรหรือเกลือทะเลแบบดั้งเดิม&nbsp;ซึ่งจะทำกับพื้นนาโดยตรง&nbsp;ทำให้เวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตจะมีเศษดินติดมา&nbsp;หรือสีของเกลือไม่ขาวใส&nbsp;สำหรับการใช้ผ้าใบมาปูรองพื้นนาเกลือ&nbsp;จะทำให้ผลผลิตเกลือทะเลที่ได้มีสีขาว&nbsp;ใส&nbsp;และมีปริมาณเพิ่มขึ้น&nbsp;มีคุณภาพดีตรงความต้องการของตลาด&nbsp;รวมทั้งยังช่วยลดต้นทุนการผลิตลงได้อีกด้วย&nbsp;สำหรับกลุ่มแปลงใหญ่เกลือทะเล&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลบ้านบ่อ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ได้รับการสนับสนุนเพื่อจัดซื้อผ้าใบที่ใช้ปูพื้นนาเกลือทะเล&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;บนพื้นที่จำนวน&nbsp;12&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวน&nbsp;2,208,000&nbsp;บาท&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ผลจากการปูผ้าใบในแปลงนาเกลือ&nbsp;(นาปรง)</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;จะช่วยลดค่าแรงงาน&nbsp;ค่าน้ำมันในการบดอัดพื้นดินในแต่ละรอบการผลิต&nbsp;รวมถึงค่าซ่อมเครื่องจักร&nbsp;ในขณะที่คุณภาพเกลือทะเลที่ได้นั้น&nbsp;พบว่าได้เกลือขาวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ&nbsp;20&nbsp;เป็นร้อยละ&nbsp;80&nbsp;เกลือกลาง&nbsp;ลดลงจากร้อยละ&nbsp;60&nbsp;เป็นร้อยละ&nbsp;20&nbsp;และเกลือดำ&nbsp;จากร้อยละ&nbsp;20&nbsp;เป็นร้อยละ&nbsp;0&nbsp;คือ&nbsp;ไม่มีผลผลิตที่เป็นเกลือดำเลย&nbsp;(ราคาซื้อเกลือดำ&nbsp;0.33&nbsp;บาท/กิโลกรัม)&nbsp;และที่สำคัญ&nbsp;การปูผ้าใบในแปลงนาเกลือ&nbsp;(นาปรง)&nbsp;จะช่วยเพิ่มรอบการผลิตเกลือ&nbsp;จากปีละ&nbsp;5&nbsp;รอบ&nbsp;เป็นปีละ&nbsp;7&nbsp;รอบ&nbsp;รวมถึงผลผลิตต่อรอบจะเพิ่มขึ้นจาก&nbsp;24,000&nbsp;กิโลกรัม/ไร่&nbsp;เป็น&nbsp;32,000&nbsp;กิโลกรัม/ไร่&nbsp;ทั้งนี้ผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้ว่าผ้าใบที่ใช้ปูพื้นนาเกลือทะเล&nbsp;เป็นวัสดุที่ผลิตจากเม็ดพลาสติก&nbsp;High&nbsp;Density&nbsp;Polyethylene&nbsp;(HDPE)&nbsp;ผลิตจากเม็ดพลาสติกใหม่บริสุทธิ์&nbsp;โดยไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน&nbsp;และเป็นพลาสติกคุณภาพสำหรับอาหาร&nbsp;ที่มีใบรับรองคุณภาพแสดงขอบเขตต้องการแผ่นกันซึม&nbsp;สำหรับการใช้ปูพื้นบ่อผลิตเกลืออย่างถูกหลักอนามัยด้วย&nbsp;นอกจากนี้กรมส่งเสริมการเกษตรได้วางเป้าหมายให้สมาชิกแปลงใหญ่&nbsp;ทั้ง12&nbsp;ราย&nbsp;ดำเนินการผลิตตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับการทำนาเกลือทะเล&nbsp;และดำเนินการขอตรวจรับรองแหล่งผลิต&nbsp;GAP&nbsp;การทำนาเกลือทะเล&nbsp;และเกลือทะเลธรรมชาติ&nbsp;รวมถึงการผลักดันการขอการรับรองสินค้าเกลือทะเล&nbsp;ให้เป็นสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;ของจังหวัดสมุทรสาครต่อไปในอนาคต&nbsp;ซึ่งจะเป็นช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้สูงขึ้นได้</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202193848783"],
    [51,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเหลือกว่า 500 จุด โดยเฉพาะในเขตป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์ โดยวันนี้เมียนมากลับมาสูงสุดกระทบชายแดนภาคเหนือไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเหลือกว่า&nbsp;500&nbsp;จุด&nbsp;โดยเฉพาะในเขตป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์&nbsp;โดยวันนี้เมียนมากลับมาสูงสุดกระทบชายแดนภาคเหนือไทย</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(1&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;523&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากวันก่อน&nbsp;337&nbsp;จุด&nbsp;โดยพบมากสุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;180&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;141&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;87&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;61&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;51&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;ลำปาง&nbsp;53&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;อุตรดิตถ์&nbsp;46&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;37&nbsp;จุด&nbsp;โดยพบจุดความร้อนในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเบาบางลง&nbsp;หลังเกิดฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่&nbsp;ยกเว้นภาคเหนือที่ยังพบจุดความร้อนปริมาณมาก&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเกิดจากการเตรียมพื้นที่เพื่อการเกษตร&nbsp;หรือการเข้าไปหาของป่า&nbsp;เนื่องจากพื้นที่พบจุดความร้อนมากที่สุดคือพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อนแล้ว&nbsp;3,969&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;2,857&nbsp;จุด&nbsp;และภาคเหนือ&nbsp;2,646&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบมากสุดที่เมียนมา&nbsp;1,078&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นประเทศไทย&nbsp;523&nbsp;จุด&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;438&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในเมียนมาอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202160547662"],
    [52,"นายก อบจ.ระยอง ประกาศยื่นมือเป็นตัวกลางเจรจาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบน้ำมันรั่ว หากไม่พอใจ","<p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ที่ห้องประชุมชั้น&nbsp;3&nbsp;อบจ.ระยอง&nbsp;ต.เนินพระ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง</strong>&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;นายปิยะ&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ระยอง&nbsp;ได้ร่วมประชุมกับกลุ่มสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&nbsp;กลุ่มประมงพื้นบ้านเรือเล็ก&nbsp;และกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในจังหวัดระยอง&nbsp;ทั้งนี้เพื่อหาข้อสรุปในการเจรจากับบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมันรั่วไหล&nbsp;</p><p><strong>นายปิยะ&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ระยอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>วันนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมันทุกกลุ่มมาพูดคุยกัน&nbsp;ทบทวนมาตรการในการเยียวยาให้เป็นที่พอใจทั้งกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยว&nbsp;กลุ่มชาวประมง&nbsp;กลุ่มร้านอาหารทะเล&nbsp;ฯลฯ&nbsp;ซึ่งจะต้องได้รับการเยียวยาโดยเร็วที่สุด&nbsp;ทั้งนี้หากไปยื่นเรื่องศูนย์ดำรงธรรมที่ตั้งขึ้นมาแล้ว&nbsp;ไม่พอใจ&nbsp;ทาง&nbsp;อบจ.&nbsp;ก็พร้อมที่จะเป็นตัวกลางในการเจรจากับ&nbsp;ทางบริษัทฯ&nbsp;เรียกร้องค่าเยียวยาให้&nbsp;เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมที่สุด&nbsp;ส่วนการกระตุ้นภาคท่องเที่ยว&nbsp;อบจ.ระยอง&nbsp;มีแผนเตรียมจัดงานอีเว้นท์เร็วๆ&nbsp;นี้&nbsp;เพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่&nbsp;โดยชายหาดพื้นที่อื่นๆ&nbsp;ของจังหวัดไม่ได้รับผลกกระทบ&nbsp;จึงอยากเชิญชวนให้มาเที่ยวกัน&nbsp;</p><p><strong>คุณสุวรรณา&nbsp;โดตี้&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวระยอง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลที่เกิดขึ้น&nbsp;เป็นการรับเคราะห์ซ้ำของชาวระยอง&nbsp;ภาคท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ&nbsp;ปัจจุบันที่เห็นชัดคือนักท่องเที่ยวหายไป&nbsp;เนื่องจากไม่มั่นใจพบยอดจองห้องลดลง&nbsp;อยากให้มีการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับกระทบโดยตรง&nbsp;และพื้นที่อื่นก็ได้นับว่าได้ผลกระทบเช่นกัน&nbsp;และที่สำคัญต้องการให้มีมาตรการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่มีมาตรฐาน&nbsp;และมีแผนกระตุ้นท่องเที่ยวที่เป็นรูปธรรม&nbsp;เพื่อดึงนักท่องเที่ยวให้กลับมาโดยเร็ว&nbsp;ในส่วนการการตรวจสอบนั้น&nbsp;อยากให้ภาคเอกชน&nbsp;เข้าไปมีส่วนร่วมในการตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์ของบริษัทฯ&nbsp;ด้วย&nbsp;ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก&nbsp;</p><p><strong>นายธนู&nbsp;ทิพย์มณี&nbsp;รองประธานกลุ่มประมงพื้นบ้านเรือเล็กแหลมเทียน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ชาวประมงหากินลำบากอยู่แล้ว&nbsp;ต้องมาได้รับผลกระทบคราบน้ำมันรั่วไหลซ้ำเติมอีก&nbsp;ต้องสูญเสียรายได้นับหมื่นบาทต่อเดือน&nbsp;ทางกลุ่มได้มีการปรึกษากลุ่มประมงมีอยู่ประมาณ&nbsp;40&nbsp;กลุ่ม&nbsp;อยากให้บริษัทฯ&nbsp;เยียวยาเบื้องต้นใช้เกณฑ์การเยียวยาปี&nbsp;56&nbsp;คือ&nbsp;วันละ&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;ทั้งนี้บริษัทฯ&nbsp;ต้องเข้ามาคุยกับกลุ่มประมงโดยตรง&nbsp;เพื่อจะได้พูดคุยการเยียวยาจะฟื้นฟูทะเลอย่างไรด้วย&nbsp;เพื่อให้สัตว์น้ำกลับมาอุดมสมบูรณ์&nbsp;ซึ่งทะเลระยองเป็นของทุกคน&nbsp;ขอเรียกร้องให้มาช่วยกันปกป้องทะเลระยอง&nbsp;เพื่อลูกหลานจะได้มีอาชีพ&nbsp;และมีสัตว์น้ำไว้กินตลอดไป&nbsp;ส่วนการทำประมงขณะนี้ได้ขอให้งดวางอวนจับสัตว์น้ำในช่วงนี้&nbsp;ให้การกู้คราบน้ำมันเสร็จสิ้นเสียก่อน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202162026668"],
    [53,"ม. บูรพา ร่วมกับ อบจ. ระยอง จัดแถลงข่าวผลกระทบน้ำมันรั่วไหล","<p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;รศ.ดร.วัชรินทร์&nbsp;กาสลัก&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา&nbsp;</strong>และ&nbsp;นายปิยะ&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง&nbsp;พร้อมด้วยคณะทำงานจากทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมแถลงข่าว&nbsp;การติดตามผลกระทบของน้ำมันรั่วไหลต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง</p><p><strong>สืบเนื่องจากสถานการณ์น้ำมันรั่วไหลจากท่อส่งน้ำมันที่เกิดขึ้น&nbsp;</strong>ในวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และน้ำมันดังกล่าวได้แพร่กระจายเข้าสู่พื้นที่ชายหาด&nbsp;บริเวณหาดแม่รำพึง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;นั้น&nbsp;ทางองค์การบริหาส่วนจังหวัดระยอง&nbsp;ได้คำนึงความจำเป็นเร่งด่วนในการดูแลทรัพยากรและความเป็นอยู่ของประชาชน&nbsp;จึงได้วางแผนติดตามผลกระทบกรณีน้ำมันรั่วไหลที่จะเกิดขึ้นทางด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;เศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดระยอง&nbsp;โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยบูรพา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;มหาวิทยาลัยบูรพา&nbsp;ได้ส่งคณาจารย์&nbsp;นักวิจัย&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจพบคราบน้ำมันลอยบริเวณผิวน้ำทะเล&nbsp;ในวันที่&nbsp;29-30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยเก็บข้อมูลสิ่งแวดล้อมบริเวณชายฝั่ง&nbsp;พบว่าน้ำมันส่วนหนึ่งถูกกระแสน้ำพัดขึ้นมาเกยอยู่บริเวณชายหาด&nbsp;ซึ่งส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;และสังคม&nbsp;ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว</p><p><strong>ในการศึกษาผลกระทบนี้&nbsp;มหาวิทยาลัยบูรพาได้จัดตั้งคณะทำงาน</strong>เพื่อติดตามผลกระทบที่จะเกิดขึ้นและได้จัดตั้งคณะทำงาน&nbsp;ซึ่งประกอบไปด้วย&nbsp;สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล&nbsp;คณะวิทยาศาสตร์&nbsp;คณะเทคโนโลยีทางทะเล&nbsp;คณะวิศวกรรมศาสตร์&nbsp;คณะภูมิสารสนเทศศาสตร์&nbsp;คณะการจัดการการท่องเที่ยว&nbsp;คณะสาธารณสุขศาสตร์&nbsp;คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์&nbsp;เพื่อสำรวจสภาพน้ำทะเลบริเวณที่เกิดเหตุ&nbsp;รวมทั้งตรวจสอบผลกระทบของคราบน้ำมันมีผลต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;เศรษฐกิจและสังคม&nbsp;เพื่อให้ข้อมูลที่ได้ครอบคลุมผลกระทบที่จะเกิดขึ้น&nbsp;และสามารถประเมินผลกระทบทั้งในระยะสั้นและระยะยาวได้</p><p>ในการนี้&nbsp;คณะทำงานได้แบ่งประเด็นปัญหาและขอบเขตการศึกษาออกเป็น&nbsp;3&nbsp;ส่วนหลัก&nbsp;คือ&nbsp;1.&nbsp;การศึกษาผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมทางทะเล&nbsp;ได้แก่&nbsp;การสำรวจการปนเปื้อน&nbsp;การแพร่กระจายของคราบน้ำมัน&nbsp;ผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในแนวปะการัง&nbsp;แหล่งหญ้าทะเล&nbsp;แพลงก์ตอน&nbsp;ดินตะกอน&nbsp;กระแสน้ำ&nbsp;คุณภาพน้ำ&nbsp;การปนเปื้อนของโลหะหนักที่พบในสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต&nbsp;และนำไปสู่การฟื้นฟูทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมหากจำเป็น&nbsp;2.การศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ได้แก่&nbsp;การศึกษาผลกระทบต่อการท่องเที่ยว&nbsp;การประกอบอาชีพของคนในพื้นที่&nbsp;การตรวจสอบสารปนเปื้อนในอาหารทะเลที่อาจจะส่งผลทางกับสุขภาพของผู้บริโภค&nbsp;การสร้างการรับรู้&nbsp;สื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องให้แก่นักท่องเที่ยว&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;นำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นและฟื้นฟูธุรกิจการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และ&nbsp;3.การจัดทำแผนการป้องกันและรับมือเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต&nbsp;โดยวางโครงสร้างการทำงานร่วมระหว่างหน่วยงาน&nbsp;การสื่อสารประชาสัมพันธ์&nbsp;การตอบสนองต่อเหตุการณ์&nbsp;มหาวิทยาลัยบูรพาและองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง&nbsp;ได้ทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านการวิจัย&nbsp;การผลิตกำลังคนและพัฒนาบุคลากร&nbsp;การดูแลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งผลการศึกษาในกรณีนี้จะได้นำเสนอให้ทราบเป็นระยะต่อไป</p><p><br></p><p>ปริญญา&nbsp;&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202164012697"],
    [54,"เปลี่ยนขยะ สร้างรายได้เสริมนักศึกษา-บุคลากรมีเงินออม มรย. กิจกรรม ธนาคารขยะออนไลน์\"","<p><strong>มรย.ยะลา&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;ธนาคารขยะออนไลน์&nbsp;คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี</strong>และการเกษตร&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;สร้างรายได้แก่บุคลากร&nbsp;และนักศึกษา</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่&nbsp;อาคาร&nbsp;5&nbsp;คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร&nbsp;</strong>มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;ดร.ศิริชัย&nbsp;นามบุรี&nbsp;รองอธิการบดี&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;ธนาคารขยะออนไลน์&nbsp;คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;เพื่อให้บุคลากร&nbsp;และนักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะ&nbsp;และลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย&nbsp;พร้อมทั้งมอบเกียรติบัตร&nbsp;และเงินรางวัลให้แก่นักศึกษาที่ได้รับรางวัลชนะเลิศกิจกรรมประกวด&nbsp;การออกแบบ&nbsp;ตราสัญลักษณ์&nbsp;(Logo)&nbsp;ธนาคารขยะ&nbsp;โดยมี&nbsp;ผศ.ดร.ลิลลา&nbsp;อดุลยศาสน์&nbsp;คณบดีคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร&nbsp;อาจารย์&nbsp;บุคลากร&nbsp;นักศึกษา&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้</p><p><strong>ดร.ศิริชัย&nbsp;นามบุรี&nbsp;รองอธิการบดี&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;มีโครงการพัฒนาสภาพเเวดล้อม&nbsp;สู่มหาวิทยาลัยสีเขียว&nbsp;(Green&nbsp;YRU)&nbsp;ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้ให้ความสำคัญในการจัดการขยะที่เป็นระบบ&nbsp;การจัดตั้งธนาคารขยะออนไลน์ของคณะวิทยาศาสตร์นี้&nbsp;ถือเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการขยะ&nbsp;ภายในมหาวิทยาลัย&nbsp;เพื่อลดการใช้ทรัพยากรและสามารถจัดการขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ&nbsp;ฝากถึงนักศึกษาซึ่งเป็นกำลังขับเคลื่อนที่สำคัญ&nbsp;ต้องรู้จักทิ้งขยะให้ลงถัง&nbsp;แยกขยะอย่างถูกต้อง&nbsp;เพื่อรักษาความเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว</p><p><strong>สำหรับกิจกรรม&nbsp;ธนาคารขยะออนไลน์&nbsp;คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร&nbsp;</strong>มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;จัดขึ้นเพื่อให้บุคลากรและนักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะรีไซเคิล&nbsp;หรือวัสดุที่เหลือใช้นำมาแปรรูปเป็นวัตถุดิบในการกระบวนการผลิต&nbsp;เช่น&nbsp;แก้ว&nbsp;กระดาษ&nbsp;กระป๋องเครื่องดื่ม&nbsp;ขวดน้ำพลาสติก&nbsp;และน้ำมันพืชใช้แล้ว&nbsp;ทั้งนี้ส่งผลให้นักศึกษาและบุคลากรมีเงินออม&nbsp;และรายได้เสริมจากการขายขยะรีไซเคิลอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202163929696"],
    [55,"จังหวัดแพร่จัดโครงการฝึกอบรมสร้างภาคีเครือข่ายประชารัฐร่วมใจป้องกัน แก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างยั่งยืน ประจำปีงบประมาณ 2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่ศาลาอเนกประสงค์&nbsp;วัดดอนชัย</strong>&nbsp;ตำบลสะเอียบ&nbsp;อำเภอสอง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;อนุสาสนนันท์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมสร้างภาคีเครือข่ายประชารัฐร่วมใจป้องกัน&nbsp;แก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างยั่งยืน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;รุ่นที่&nbsp;8&nbsp;ซึ่งสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่จัดขึ้น</p><p><strong>นายปรีชา&nbsp;โตมี&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัญหาหมอกควันและไฟป่าที่เกิดขึ้นเป็นประจำในพื้นที่ภาคเหนือในช่วงภัยแล้ง&nbsp;และเกิดอย่างต่อเนื่องมาหลายๆปี&nbsp;ติดต่อกันจนเกิดผลกระทบ&nbsp;ทั้งด้านเศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;และกระทบต่อสุขภาพของประชาชน&nbsp;รัฐบาลจึงเล็งเห็นความสำคัญของปัญหา&nbsp;จึงมอบหมายให้กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;2&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;น่าน&nbsp;พะเยา&nbsp;และเชียงราย&nbsp;เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่จึงได้ดำเนินการภายใต้โครงการบูรณาการสิ่งแวดล้อมและสาธารณภัย&nbsp;เพื่อปลูกจิตสำนึก&nbsp;และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ&nbsp;และประชาชนจิตอาสาในการป้องกันแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า&nbsp;และการคุ้มครอง&nbsp;ป้องกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืน&nbsp;โดยกำหนดให้มีการอบรม&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;รุ่น&nbsp;มีผู้เข้าอบรมรุ่นละ&nbsp;45&nbsp;คน&nbsp;ครั้งนี้เป็นรุ่นที่&nbsp;8&nbsp;ซึ่งการจัดอบรมมีทั้งภาคบรรยายให้ความรู้&nbsp;และภาคปฏิบัติ&nbsp;ในการนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ได้ไปเยี่ยมชมการสาธิตการทำแนวกันไฟและการบดอัดใบไม้เพื่อใช้ประโยชน์อย่างอื่นแทนการเผา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202162505679"],
    [56,"อว. ร่วมกับ17 มหาวิทยาลัย ปฏิรูปการศึกษารูปแบบใหม่ เปิด 22 หลักสูตร Non degree พัฒนาทักษะกำลังคนของประเทศ เพื่อการมีงานทำ เน้น เกษตรอัจฉริยะ - ยกระดับการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ - อุตสาหกรรมอาหาร - การจัดการโลจิสติกส์ - นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;อว. ร่วมกับ17 มหาวิทยาลัย ปฏิรูปการศึกษารูปแบบใหม่ เปิด 22 หลักสูตร Non degree พัฒนาทักษะกำลังคนของประเทศ เพื่อการมีงานทำ เน้น เกษตรอัจฉริยะ -&nbsp;ยกระดับการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ - อุตสาหกรรมอาหาร - การจัดการโลจิสติกส์ -&nbsp;นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เป็นประธานการลงนามในบันทึกข้อตกลงการสนับสนุนการดำเนินการหลักสูตรประกาศนียบัตร(Non degree) ภายใต้โครงการพัฒนาทักษะกำลังคนของประเทศ (Reskill/ Upskill/ Newskill) เพื่อการมีงานทำและเตรียมความพร้อมรองรับการทำงานในอนาคต ระหว่างสำนักงาน อว.และสถาบันอุดมศึกษา 17 แห่ง พร้อมกล่าวว่า การลงนามครั้งนี้ เป็นการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของประเทศ เพื่อตอบสนองการพัฒนากำลังคนและขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศที่จะนำไปสู่การสร้างอาชีพ สอดคล้องกับบริบทของสังคมในยุคปัจจุบัน โดยผ่าน 22 หลักสูตร ใน 17 สถาบัน&nbsp;เน้นการศึกษาระยะสั้นที่มหาวิทยาลัยจะร่วมกับภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และภาคธุรกิจ จัดหลักสูตร non-degree ใน 3 กลุ่มสาขา ได้แก่ เกษตรกรอัจฉริยะ (Smart Farming) การยกระดับการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ (Smart Tourism) และ หลักสูตรใหม่ที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ เช่น ด้านการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ด้านอุตสาหกรรมอาหาร ด้านการจัดการโลจิสติกส์ ด้านนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) เป็นต้น&nbsp;โครงการนี้จะเป็นการขับเคลื่อนการอุดมศึกษาเพื่อนำมหาวิทยาลัย เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาบุคลากรที่สามารถเข้าสู่ตลาดงานอย่างรวดเร็ว สร้างงานโดยตรง เพิ่มเติมจากภารกิจที่มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการอยู่แล้ว</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับ 17 สถาบันอุดมศึกษาที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ ในครั้งนี้ ประกอบด้วย ม.ขอนแก่น ม.เชียงใหม่ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ม.นเรศวร ม.บูรพา ม.มหิดล ม.แม่โจ้ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ม.สงขลานครินทร์ ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ม.เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ม.ราชภัฏเพชรบุรี ม.ราชภัฏรำไพพรรณี ม.ราชภัฏราชนครินทร์ ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี ม.กรุงเทพ&nbsp;และ ม.ศรีปทุม&nbsp;</span></p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202170246714"],
    [57,"สหรัฐไฟเขียวเปิดตลาดนำเข้าส้มโอไทยแบบไม่จำกัดพันธุ์ หลังคอยนาน 15 ปี ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายพิเชษฐ์&nbsp;วิริยะพาหะ&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กรมวิชาการเกษตรได้รับแจ้งข่าวดีจากหน่วยงานบริการตรวจสอบสุขอนามัยพืชและสัตว์&nbsp;(APHIS)&nbsp;ประจำประเทศไทย&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศสหรัฐอเมริกาอนุญาตให้นำเข้าส้มโอผลสดจากประเทศไทยภายใต้เงื่อนไขการนำเข้าที่กำหนดแล้ว&nbsp;และผู้ประสงค์จะส่งออกส้มโอผลสดไปสหรัฐอเมริกาต้องลงทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร&nbsp;เพื่อเข้าร่วม&nbsp;โครงการตรวจสอบผลไม้ฉายรังสีก่อนการส่งออก&nbsp;นับเป็นข่าวดีที่รอคอยมานานถึง&nbsp;15&nbsp;ปี&nbsp;หลังจากที่กรมวิชาการเกษตรได้เสนอขอเปิดตลาดส้มโอเมื่อปี&nbsp;2549&nbsp;พร้อมกับผลไม้อีกหลายชนิด&nbsp;แต่ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันได้รับอนุญาตจากสหรัฐอเมริกาให้นำเข้าได้เพียง&nbsp;7&nbsp;ชนิด&nbsp;คือ&nbsp;มะม่วง&nbsp;มังคุด&nbsp;เงาะ&nbsp;ลำไย&nbsp;ลิ้นจี่&nbsp;สับปะรด&nbsp;และแก้วมังกร&nbsp;เนื่องจากการที่จะอนุญาตให้นำเข้าผลไม้ชนิดใดก็ตามจะต้องผ่านขั้นตอนการวิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืชจากประเทศผู้นำเข้าเพื่อป้องกันมิให้มีแมลงศัตรูพืชกักกันที่ไม่มีในประเทศผู้นำเข้าติดปนเปื้อนไปกับผลผลิต&nbsp;ซึ่งประเทศไทยได้ใช้เงื่อนไขการวิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืชก่อนที่จะอนุญาตให้มีการนำเข้าผลไม้จากประเทศอื่นๆ&nbsp;ด้วยเช่นกัน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ประเทศไทยมีส้มโอมากกว่า&nbsp;30&nbsp;พันธุ์ที่มีลักษณะเด่น</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ได้แก่&nbsp;พันธุ์ทับทิมสยาม&nbsp;เปลือกผลบาง&nbsp;เนื้อนิ่มมีสีชมพูเข้มหรือสีแดงเข้มคล้ายทับทิม&nbsp;มีเมล็ดน้อย&nbsp;รสชาติหวานไม่มีรสขมเจือปน&nbsp;ผิวผลส้มโอมีขนอ่อนนุ่มปกคลุมคล้ายกำมะหยี่&nbsp;มีแหล่งปลูกที่สำคัญอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;พันธุ์ขาวแตงกวา&nbsp;ผนังกลีบสีขาว&nbsp;เปลือกบาง&nbsp;เนื้อกุ้งใหญ่สีขาวแห้ง&nbsp;รสชาติหวานฉ่ำ&nbsp;ให้ผลดก&nbsp;เป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;มีแหล่งปลูกที่สำคัญอยู่ที่จังหวัดชัยนาทและพันธุ์ทองดี&nbsp;ผิวเรียบ&nbsp;ผนังกลีบสีชมพู&nbsp;เนื้อกุ้งสีชมพู&nbsp;รสชาติหวาน&nbsp;ฉ่ำน้ำ&nbsp;ขายได้ราคาดี&nbsp;มีแหล่งปลูกที่สำคัญอยู่ที่จังหวัดนครปฐม&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;ราชบุรี&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ส้มโอไทยแต่ละพันธุ์มีรสชาติและสีสัน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากส้มโอจากประเทศอื่น&nbsp;ทำให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี&nbsp;รวมทั้งยังเป็นผลไม้ที่สามารถเก็บรักษาได้ระยะเวลายาวนานจึงเหมาะสมต่อการขนส่งทั้งทางเครื่องบินและทางเรือ&nbsp;ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยสามารถส่งออกส้มโอผลสดไปจำหน่ายในต่างประเทศได้จำนวน&nbsp;29&nbsp;ประเทศ&nbsp;โดยมีตลาดหลักที่สำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;จีน&nbsp;และมาเลเซีย&nbsp;ในปี2564&nbsp;ประเทศไทยส่งออกส้มโอจำนวน&nbsp;29,782&nbsp;ตัน&nbsp;คิดเป็นมูลค่ากว่า&nbsp;903&nbsp;ล้านบาท</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นางสาวชลธิชา&nbsp;รักใคร่&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยการกักกันพืช</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช&nbsp;กรมวิชาการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้รับหนังสือจากหน่วยงาน&nbsp;APHIS&nbsp;แจ้งให้ทราบถึงการอนุญาตการนำเข้าส้มโอผลสดจากประเทศไทยโดยให้เพิ่มส้มโอเข้าอยู่ภายใต้โครงการฉายรังสีที่มีการดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน&nbsp;และให้ส่งข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับส้มโอเพื่อประกอบการประเมินจากคณะที่ปรึกษาโครงการฉายรังสี&nbsp;เพื่อพิจารณาออกใบอนุญาตให้นำเข้าต่อไป&nbsp;ซึ่งการดำเนินการมาถึงขั้นตอนนี้แล้วคาดว่าในฤดูกาลผลิตส้มโอเดือนสิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้จะสามารถส่งออกส้มโอล๊อตแรกจากประเทศไทยไปจำหน่ายที่สหรัฐอเมริกาได้แล้ว&nbsp;สำหรับเงื่อนไขการส่งออกส้มโอผลสดไปสหรัฐอเมริกานั้นผลผลิตต้องมาจากแหล่งผลิตที่ได้รับการรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;โรงคัดบรรจุได้รับการรรับรองตามมาตรฐาน&nbsp;GMP&nbsp;ก่อนการส่งออกต้อง&nbsp;ล้าง&nbsp;ขัด&nbsp;ฆ่าเชื้อ&nbsp;และจุ่มสารเคมีเพื่อกำจัดเชื้อราตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;รวมทั้งผู้ส่งออกต้องลงทะเบียนเข้าร่วม&nbsp;โครงการตรวจสอบผลไม้ฉายรังสีก่อนการส่งออกกับกรมวิชาการเกษตร&nbsp;โดยผลผลิตส้มโอที่จะส่งออกต้องผ่านการฉายรังสีที่&nbsp;400&nbsp;เกรย์เพื่อกำจัดแมลงวันผลไม้ซึ่งสามารถทำได้ทั้งก่อนส่งออกหรือที่จุดนำเข้าในประเทศสหรัฐอเมริกา&nbsp;โดยหากฉายรังสีที่จุดนำเข้าไม่ต้องใช้ใบรับรองสุขอนามัยพืช&nbsp;แต่ต้องผ่านการตรวจสอบทุกล๊อตที่นำเข้า&nbsp;ซึ่งการอนุญาตให้นำเข้าส้มโอจากไทยต้องเป็นการส่งออกเพื่อการค้าเท่านั้น</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202193530780"],
    [58,"2 นักวิทยาศาสตร์ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติในงาน วันนักประดิษฐ์ จากผลงานวิจัยเพื่อพัฒนาแบตเตอรี่รูปแบบใหม่จากแก้วหน้าที่พิเศษ และรางวัลวิทยานิพนธ์เพื่อพัฒนาวัสดุสำหรับเซนเซอร์ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;2 นักวิทยาศาสตร์ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติในงาน วันนักประดิษฐ์ จากผลงานวิจัยเพื่อพัฒนาแบตเตอรี่รูปแบบใหม่จากแก้วหน้าที่พิเศษ และรางวัลวิทยานิพนธ์เพื่อพัฒนาวัสดุสำหรับเซนเซอร์ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายพินิจ กิจขุนทด ผู้จัดการระบบลำเลียงแสง สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ได้รับรางวัลผลงานวิจัย ระดับดี ประจำปี 2564 และ 2565 และ นายสุทธิพงษ์ วรรณไพบูลย์ นักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสง สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ ระดับดี ประจำปี 2564 จากวิทยานิพนธ์ เข้ารับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ภายในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564-2565 ที่จัดขึ้นโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. และ ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง อว. ร่วมมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ นายพินิจ กิจขุนทด รับรางวัลผลงานวิจัย ประจำปี 2564 จากผลงานวิจัย การศึกษา พัฒนาและสังเคราะห์วัสดุขั้นสูงสำหรับการประยุกต์ใช้งานขั้นสูง โดยใช้เทคโนโลยีแสงซินโครตรอน : แก้วระบบบอเรต สำหรับใช้เป็นขั้วแคโทดในแบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออนศักยภาพสูง และรางวัลผลงานวิจัย ประจำปี 2565 จากผลงานวิจัยเรื่อง แก้วหน้าที่พิเศษสำหรับใช้กักเก็บพลังงานสะอาดแห่งอนาคต ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาวัสดุสำหรับผลิตแบตเตอรี่ในรูปของแข็งจากแก้วหน้าที่พิเศษ</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;ด้านนายสุทธิพงษ์ วรรณไพบูลย์ ได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ จากผลงาน การออกแบบเชิงโครงสร้างและการปรับปรุงคุณสมบัติฟิล์มบางของวัสดุรูพรุนโครงผลึกผสมโลหะและสารอินทรีย์ จากการสร้างองค์ความรู้พื้นฐานเชิงลึกสู่การพัฒนาเพื่อการประยุกต์ใช้ประโยชน์จริง เพื่อพัฒนาวัสดุตรวจวัดในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยสามารถขึ้นรูปเป็นฟิล์มบางบนพื้นผิวของหัววัดได้โดยตรง&nbsp;และทำการปรับเปลี่ยนคุณสมบัติขององค์ประกอบภายในโครงสร้างวัสดุ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจวัด ทำให้สามารถเพิ่มความจำเพาะเจาะจงต่อสารเป้าหมายได้ดีขึ้น และมีความคงทนต่อสภาวะการใช้งานจริง</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;นอกจากนี้ นายณรงค์ จันทร์เล็ก ผู้จัดการระบบลำเลียงแสงและนักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสง ยังมีส่วนร่วมในงานวิจัยเรื่อง การพัฒนาและปรับปรุงสมบัติของอนุภาคแม่เหล็กนาโน และอนุภาคกราฟีนออกไซด์เพื่อการใช้งานทางด้านสิ่งแวดล้อม และการแพทย์ ซึ่งได้รับรางวัลผลงานวิจัย ระดับดี ประจำปี 2564 ด้วย</span></p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202170505716"],
    [59,"ผู้ว่าฯ แพร่ ลงพื้นที่ติดตามผลการสร้างทำนบกระสอบทรายชั่วคราว แก้ปัญหาภัยแล้ง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เวลา&nbsp;15.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายสมหวัง?&nbsp;พ่วงบางโพ?&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่/ผู้บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดแพร่?&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินการโครงการสร้างทำนบกระสอบทรายชั่วคราวกั้นลำน้ำแม่ยม&nbsp;หมู่ที่?&nbsp;3?&nbsp;ตำบลวังหลวง&nbsp;และหมู่ที่?&nbsp;6?&nbsp;ตำบลหนองม่วงไข่?&nbsp;อำเภอหนองม่วงไข่?&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;เพื่อยกระดับน้ำให้สูงขึ้น?&nbsp;ใช้ประโยชน์ในการเกษตรและใช้สอยประโยชน์ในช่วงภัยแล้ง?&nbsp;จากงบประมาณจังหวัดแพร่?&nbsp;ภายใต้งบการใช้จ่ายเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน?&nbsp;ประจำปีงบประมาณ?&nbsp;พ.ศ.?&nbsp;2565&nbsp;ดำเนินการโดย?&nbsp;สนง.ปภ.จ.แพร่?&nbsp;อำเภอ&nbsp;และความร่วมมือของ?&nbsp;อปท.กำนัน?&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน?&nbsp;และประชาชนในพื้นที่?</p><p><strong>ภาพรวมของการดำเนินการโครงการฯ&nbsp;ดังกล่าว</strong>&nbsp;สำหรับปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแพร่ดำเนินการแล้วในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;อำเภอหนองม่วงไข่&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;อำเภอสอง&nbsp;19&nbsp;จุด&nbsp;อำเภอสูงเม่น&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินการ&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;อำเภอเด่นชัย&nbsp;30&nbsp;จุด&nbsp;อำเภอลอง&nbsp;42&nbsp;จุด&nbsp;อำเภอวังชิ้น&nbsp;115&nbsp;จุด&nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินการ&nbsp;5&nbsp;จุด</p><p><strong>ทั้งนี้โครงการฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;</strong>สามารถแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ลำน้ำยม&nbsp;44&nbsp;จุด&nbsp;ลำน้ำสาขา&nbsp;88&nbsp;จุด&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;132&nbsp;จุด&nbsp;ใช้งบประมาณดำเนินการ&nbsp;8,069,504&nbsp;บาท&nbsp;ประชาชนในพื้นที่จังหวัดแพร่ได้รับผลประโยชน์รวมทั้งหมด&nbsp;83,375&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;291,520&nbsp;คน&nbsp;ผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;283,331,911&nbsp;บาท&nbsp;น้ำอุปโภค-บริโภค&nbsp;32,742,000&nbsp;บาท&nbsp;ผลประโยชน์ที่ได้รับ&nbsp;รวม&nbsp;316,073,911&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202171904720"],
    [60,"กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เดินหน้าโครงการโรงเรียนปลอดขยะต่อเนื่อง หวังเพิ่มศักยภาพองค์ความรู้โรงเรียนปลอดขยะระดับประเทศออนไลน์ให้กับเยานและบุคลากรครูอาจารย์","<p><strong>กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สส.)&nbsp;เดินหน้าโครงการโรงเรียนปลอดขยะ&nbsp;(Zero&nbsp;Waste&nbsp;School)&nbsp;ต่อเนื่อง&nbsp;หวังเพิ่มศักยภาพองค์ความรู้โรงเรียนปลอดขยะระดับประเทศออนไลน์ให้กับเยานและบุคลากรครูอาจารย์</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางภาวินี&nbsp;ณ&nbsp;สายบุรี&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า<strong>&nbsp;</strong>กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ทำโครงการโรงเรียนปลอดขยะ&nbsp;(Zero&nbsp;Waste&nbsp;School)&nbsp;ภายใต้แนวคิดการจัดการขยะเหลือศูนย์&nbsp;หรือ&nbsp;Zero&nbsp;Waste&nbsp;ต่อเนื่องตั้งแต่ปี&nbsp;2556&nbsp;มาจนถึงปัจจุบัน&nbsp;ด้วยการเปิดสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้โรงเรียนปลอดขยะระดับประเทศออนไลน์&nbsp;เพื่อพัฒนาสถานศึกษาให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;สร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี&nbsp;ลดมลพิษ&nbsp;และสร้างการมีส่วนร่วมลดและคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง&nbsp;แล้วนำไปต่อยอดขยายผลเป็นต้นแบบการจัดการขยะมูลฝอยตั้งแต่ต้นทางในสถานศึกษาและพัฒนาผู้เรียนให้กลายเป็นพลเมืองสิ่งแวดล้อมในอนาคต&nbsp;ถือเป็นการให้ความรู้ผู้บริหารโรงเรียนและคณะครูอาจารย์ให้มีความเข้าใจและหันมาให้ความสำคัญการจัดการขยะ&nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนโรงเรียนให้จัดการขยะที่ต้นทางอย่างยั่งยืน&nbsp;นำไปใช้บริหารจัดการขยะที่ต้นทางในโรงเรียนของตนเอง&nbsp;และพัฒนากิจกรรมในโรงเรียนปลอดขยะให้ดีขึ้น&nbsp;แล้วขยายผลองค์ความรู้และแนวคิดการจัดการขยะที่ต้นทาง&nbsp;(Zero&nbsp;Waste)&nbsp;ส่งต่อไปยังโรงเรียนข้างเคียงต่อไป&nbsp;สำหรับโรงเรียนใดที่สนใจเข้าร่วมโครงการโรงเรียนปลอดขยะ&nbsp;(Zero&nbsp;Waste&nbsp;School)&nbsp;สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ&nbsp;โดยดาวน์โหลดเอกสารรายละเอียดโครงการโรงเรียนปลอดขยะ&nbsp;(Zero&nbsp;Waste&nbsp;School)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ได้ที่&nbsp;QR&nbsp;code&nbsp;หรือทางเว็บไซต์&nbsp;www.deqp.go.th&nbsp;หรือทาง&nbsp;Facebook&nbsp;:&nbsp;โครงการโรงเรียนปลอดขยะ&nbsp;Zero&nbsp;Waste&nbsp;School&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์นี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นางวาสนา&nbsp;บุญทน&nbsp;ผู้อำนวยการสถานศึกษา&nbsp;โรงเรียนบ้านลำต้นกล้วย&nbsp;กรุงเทพมหานคร<strong>&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;ผู้บริหารมีส่วนสำคัญในการจัดการขยะในสถานศึกษาที่เริ่มจากการทำความเข้าใจและให้ทุกภาคส่วนจัดการขยะร่วมกัน&nbsp;เพื่อลดขยะต้นทางและนำไปหมุนเวียนใช้อย่างคุ่มค่ามากที่สุด&nbsp;เช่นเดียวกับ&nbsp;นางสาวสลิลดา&nbsp;ทศานนท์&nbsp;ผู้จัดการโรงเรียนอนุบาลสุดารักษ์&nbsp;บางเขน&nbsp;กรุงเทพมหานคร<strong>&nbsp;</strong>กล่าวว่า<strong>&nbsp;</strong>การให้ความรู้เรื่องผู้พิทักษ์ตัวน้อยในโรงเรียนสู่ครอบครัวปลอดขยะที่ในระดับอนุบาลเป็นช่วงเวลาสำคัญในการปลูกฝังเด็กๆและสร้างลักษณะนิสัยให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีใจรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในอนาคต</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;นางสาวกนกวรรณ&nbsp;ไข่แก้ว&nbsp;ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลบ้านบ่อฝ้าย&nbsp;(สังฆประชาอุทิศ)&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์<strong>&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;โรงเรียนได้เริ่มต้นจากการสร้างเครือข่าย&nbsp;ด้วยการชักชวนโรงเรียนอื่นๆมาเข้าร่วมกิจกรรมเป็นเครือข่ายการจัดการขยะ&nbsp;และเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ตนเองสู่การพัฒนาผู้เรียนต่อยอดความสำเร็จโรงเรียนปลอดขยะอย่างยั่งยืน</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202172623722"],
    [61,"อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด เปิดท่องเที่ยวตามปกติ หลังดำน้ำสำรวจไม่พบคราบน้ำมันแล้ว","<p><strong>อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;เปิดท่องเที่ยวตามปกติ&nbsp;หลังดำน้ำสำรวจไม่พบคราบน้ำมันแล้ว</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสาธิต&nbsp;ปิ่นกุล&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;2&nbsp;(ศรีราชา)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;นายธวัช&nbsp;เจนการ&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;ได้ให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;ร่วมกับกองทัพเรือ&nbsp;ลงดำน้ำสำรวจใต้ทะเลอ่าวพร้าว&nbsp;อ่าวปลาต้ม&nbsp;ด้านทิศตะวันตกของเกาะเสม็ด&nbsp;พบหญ้ามะกรูด&nbsp;ปะการัง&nbsp;สัตว์ทะเล&nbsp;แต่ไม่พบมีคราบน้ำมันในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;และยังคงสภาพสมบูรณ์ตามปกติ&nbsp;ส่วนคราบสีดำที่พบบ้างบนหาดทราย&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะมาจากเรือที่ใช้ปฏิบัติการขจัดคราบน้ำมันช่วงเฝ้าระวังที่ต้องใช้เรือหลายลำ&nbsp;จึงมีคราบเขม่า&nbsp;โดยได้เก็บกู้จนหาดทรายสะอาดแล้ว&nbsp;จึงเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า&nbsp;&nbsp;หมู่เกาะเสม็ดได้ตามปกติ&nbsp;พร้อมปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัดด้วย</p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202183032749"],
    [62,"กรมควบคุมมลพิษ เก็บตัวอย่างดินทราย และน้ำทะเลตรวจหาสารโลหะหนักปนเปื้อน หวั่นกระทบประชาชน","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;16.30&nbsp;น.วันที่&nbsp;2&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ที่กองอำนวยการปฏิบัติการกู้คราบน้ำมันรั่วไห</strong>ล&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;นายอนันต์&nbsp;นาคนิยม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;พล.ร.ต.อภิชาต&nbsp;วรภมร&nbsp;รองโฆษกกองทัพเรือ&nbsp;และนายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;และนายแพทย์สุนทร&nbsp;เหรียญภูมิการกิจ&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง&nbsp;ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าการปฏิบัติการกู้คราบน้ำมันของ&nbsp;บ.SPRC&nbsp;รั่วไหลกลางทะเล&nbsp;จังหวัดระยอง</p><p><strong>พล.ร.ต.อภิชาต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การสำรวจถ่ายภาพทะเล&nbsp;เช้าและบ่ายวันนี้&nbsp;</strong>ไม่พบคราบน้ำมันในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งภาพถ่ายจากจิสด้า&nbsp;และการตรวจสอบล่าตระเวนทางเรือ&nbsp;ก็ไม่พบคราบน้ำมันเช่นกัน&nbsp;ส่วนแนวปะการังเกาะเสม็ด&nbsp;ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ&nbsp;และมีโดรนบินตรวจ&nbsp;2&nbsp;เที่ยว&nbsp;รวมทั้งมีการตรวจน้ำทะเลบริเวณชายหาดอีก&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;ทั้งจังหวัด&nbsp;ส่งตรวจไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;ค่าน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ</p><p><strong>นายอรรถพล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ตรวจติดตามแนวชายฝั่ง</strong>&nbsp;และภาคพื้นทะเล&nbsp;เก็บตรวจคุณภาพน้ำชายฝั่ง&nbsp;และในทะเลลึกเข้าไปในทะเลยังจุดตำแหน่งคราบน้ำมันรวม&nbsp;36&nbsp;จุด&nbsp;และตรวจชายฝั่ง&nbsp;คุณภาพดินและทราย&nbsp;12&nbsp;จุด&nbsp;หาค่า&nbsp;PH&nbsp;ค่าความเป็นกรด-ด่าง&nbsp;ค่าความสกปรก&nbsp;ค่านำไฟฟ้าอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ส่วนค่าปะปนสารโลหะหนักและค่าปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนที่อยู่ในคราบน้ำมัน&nbsp;ซึ่งผลรอบแรกจะออกในวันพรุ่งนี้&nbsp;ในเรื่องการตรวจหาค่าปะปนสารโลหะหนักและค่าปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนที่อยู่ในคราบน้ำมันที่มีผลกระทบกับคนโดยตรงนั้น&nbsp;ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา&nbsp;2&nbsp;ชุด&nbsp;</p><p>ชุดแรกเป็นชุดฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งและสิ่งแวดล้อม&nbsp;จะดูข้อมูลคุณภาพสิ่งแวดล้อมในอดีตและหลังเกิดเหตุเป็นอย่างไร&nbsp;จะเป็นชุดที่ตัดสินว่าน้ำทะเลปลอดภัยพอจะลงเล่น&nbsp;และจับสัตว์น้ำมาบริโภคได้หรือไม่&nbsp;และมีการจับสัตว์น้ำในทะเลและตลาดไปตรวจสอบด้วย&nbsp;</p><p>ชุดที่&nbsp;2&nbsp;เป็นชุดที่ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมทั้งทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;เพื่อเรียกร้องค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น&nbsp;ส่วนการประเมินสภาพน้ำทะเลและสัตว์น้ำจะจับได้หรือไม่&nbsp;ขอเวลาประเมินใน&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์แรกก่อนว่าจะปลอดภัยหรือไม่</p><p><strong>ส่วนนายแพทย์สุนทร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เก็บตัวอย่างเลือด&nbsp;ปัสสาวะ&nbsp;ค่าตับ&nbsp;ไ</strong>ต&nbsp;คนเก็บกู้คราบน้ำมันไปตรวจ&nbsp;508&nbsp;ราย&nbsp;ผลตรวจค่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;และในกลุ่มประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคปอดรัศมี&nbsp;1&nbsp;กม.94&nbsp;คน&nbsp;ไม่พบผิดปกติ&nbsp;และนำประชาชนบริเวณชายหาดแม่รำพึงมาตรวจ&nbsp;38&nbsp;ราย&nbsp;มี&nbsp;34&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเวียนศีรษะ&nbsp;หน้ามืด&nbsp;แสบจมูก&nbsp;ไม่ต้องส่ง&nbsp;รพ.นอกจากนี้ยังประเมินสุขภาพจิตกลุ่มร้านค้าน&nbsp;ประมงอีก&nbsp;195&nbsp;ราย&nbsp;เสียงเครียดสูง&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;ซึมเศร้า&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;ส่ง&nbsp;รพ.3&nbsp;รายตรวจเพิ่มเติม&nbsp;ส่วนเรื่องคุณภาพอาหาร&nbsp;เก็บตัวอย่าง&nbsp;14&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;วิเคราะห์&nbsp;แคทเมียม&nbsp;ปรอท&nbsp;ตะกั่ว&nbsp;ค่าปกติ&nbsp;และเก็บตัวอย่างอาหารเพิ่มอีก&nbsp;17&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;ผลจะออกสัปดาห์หน้า&nbsp;ส่วนแผนต่อไปจะมีการติดตามสุขภาพผู้เก็บกู้และประชาชน&nbsp;ตรวจสัตว์น้ำ&nbsp;เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือการบริโภคอาหารทะเล</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายอนันต์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การติดตามของศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์</strong>ผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;4&nbsp;วัน&nbsp;พบผู้มาร้องทุกข์แล้ว&nbsp;1,426&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งศูนย์แห่งนี้จะเปิดไปเรื่อยๆ&nbsp;ไม่เว้นวันหยุดราชการ&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ยังเพิ่มจุดให้บริการร้องทุกข์ที่&nbsp;สภ.เพ&nbsp;อบต.ตะพง&nbsp;อบต.เพ&nbsp;เทศบาลตำบลเพ&nbsp;ส่วนการสำรวจชายหาดหาคราบน้ำมันหลงเหลือ&nbsp;มีการเก็บตัวอย่างชั้นทรายไปวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ&nbsp;และจะมีการตรวจอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202183717750"],
    [63,"สถานการณ์น้ำมันดิบรั่วลงทะเลระยองคลี่คลาย ไม่พบคราบน้ำมันบริเวณชายฝั่งและนอกชายฝั่ง ขณะที่กรมควบคุมมลพิษตั้งคณะทำงานฟื้นฟูและเรียกค่าเสียหายทางแพ่งกับบริษัทที่เกิดเหตุ","<p><strong>ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดระยอง&nbsp;แถลงความคืบหน้า</strong>การเก็บกู้คราบน้ำมันรั่วลงทะเล&nbsp;ของบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล&nbsp;ห่างฝั่งมาบตาพุต&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ประมาณ&nbsp;20&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;โดยนายอนันต์&nbsp;นาคนิยม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;พร้อมด้วยพลเรือตรีอภิชาติ&nbsp;วรภมร&nbsp;รองโฆษกกองทัพเรือ&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;นพ.สุนทร&nbsp;เหรียญภูมิการกิจ&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง&nbsp;และเรือโท&nbsp;ธนวัฒน์&nbsp;รุจะศิริ&nbsp;โฆษกภาคภาษาอังกฤษ&nbsp;ร่วมกันแถลงในครั้งนี้</p><p><strong>พลเรือตรี&nbsp;อภิชาติ&nbsp;วรภมร&nbsp;รองโฆษกกองทัพเรือ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำหรับสถานการณ์ในวันนี้ทุกโซนตั้งแต่โซน&nbsp;A&nbsp;จนถึงโซน&nbsp;E2&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมันขึ้นชายฝั่ง&nbsp;ส่วนแนวโน้มสถานการณ์ในวันนี้ทาง&nbsp;GISTDA&nbsp;รายงานว่าไม่พบคราบน้ำมันดิบในทะเล&nbsp;ขณะที่ประเด็นพบฟองเมือกน้ำบริเวณธงชัยรีสอร์ทและวรารัตน์รีสอร์ทนั้น&nbsp;ทางกรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือได้นำไปตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ใช่สารที่มาจากคราบน้ำมัน&nbsp;รวมทั้งนำน้ำทะเลไปตรวจสอบ&nbsp;พบว่าไม่มีสารตะกั่วภายในน้ำและไม่พบมลพิษในอากาศ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยอง&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ทสจ.ระยอง&nbsp;และเทศบาลตำบลบ้านเพ&nbsp;ลงพื้นที่บริเวณหาดเภตรา&nbsp;บ้านเพ&nbsp;ที่พบคราบสีดำยาวประมาณ&nbsp;10&nbsp;เมตร&nbsp;พบว่ามีลักษณะเป็นทรายสีดำ&nbsp;ไม่ใช่คราบน้ำมัน&nbsp;อาจเป็นทรายที่ถูกทับถมในทะเลแล้วถูกพัดขึ้นมา</p><p><strong>นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ได้ทำการสำรวจคุณภาพของน้ำทั้งค่า&nbsp;PH&nbsp;ค่าความสกปกและ&nbsp;ค่าการนำไฟฟ้า&nbsp;ทั้งที่อยู่ชายฝั่งและในทะเล&nbsp;จำนวน&nbsp;36&nbsp;จุด&nbsp;และตรวจคุณภาพของดิน&nbsp;ทรายอีก&nbsp;12&nbsp;จุด&nbsp;อยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ส่วนค่าปะปนของไฮโดรคาบอนและโลหะหนัก&nbsp;คาดว่าจะทราบผลการตรวจในวันพรุ่งนี้&nbsp;อย่างไรก็ตามจะให้ความสำคัญของค่าปิโตรเลี่ยมโฮโดรคาร์บอน&nbsp;และโลหะหนัก&nbsp;ซึ่งเป็นค่าที่ยืนยันความปลอดภัยมากที่สุด&nbsp;ซึ่งขณะนี้&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมา&nbsp;2&nbsp;ชุด&nbsp;ทำหน้าที่ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กับการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง&nbsp;ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจ&nbsp;กับผู้ก่อเหตุในครั้งนี้&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายอนันต์&nbsp;นาคนิยม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในวันนี้&nbsp;มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;มายื่นเรื่องร้องเรียนเกือบ&nbsp;1&nbsp;พันราย&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;วันที่ผ่านมา&nbsp;มีผู้ประกอบการร้านค้า&nbsp;หาบเร่แผงลอย&nbsp;และชาวประมงมายื่นเรื่องร้องเรียนจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;1,426&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับผู้ใดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำมันรั่วไหลดังกล่าว&nbsp;จังหวัดระยองได้ตั้งจุดรับเรืองราวร้องทุกข์ทุกวัน&nbsp;ช่วงเวลา&nbsp;09.00&nbsp;-&nbsp;15.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณชายหาด&nbsp;บ้านสบ๊ายสบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;ตำบลตะพง&nbsp;อำเภอเมืองระยอง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;หลังจากนี้&nbsp;จะขยายไปยัง&nbsp;อบต.ตะพง&nbsp;,อบต.เพ&nbsp;เทศบาลบ้านเพ</p><p><strong>นายแพทย์สุนทร&nbsp;เหรียญภูมิการกิจ&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากการเฝ้าระวังอันตรายจากผู้สัมผัสสารพิษโดยตรง&nbsp;เช่นเจ้าหน้าที่เก็บกู้คราบน้ำมัน&nbsp;และประชาชนที่ดูดดมกลิ่นคราบน้ำมันยังไม่มีผู้ได้รับอันตรายรุนแรง&nbsp;นอกจากนี้ส่งเจ้าหน้าที่ออกสุ่มตัวอย่างตรวจสอบอาหารทะเลตามตลาดสดต่างๆ&nbsp;ของ&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ผลการตรวจยังไม่พบว่า&nbsp;มีสารปนเปื้อนจากคราบน้ำมันในอาหารทะเลที่วางจำหน่ายอยู่แต่อย่างใด&nbsp;หลังจากนี้&nbsp;จะเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202193159775"],
    [64,"รอง ผวจ.ระนอง พร้อมคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและแปรรูปสมุนไพรและพืชเศรษฐกิจใหม่ ตำบล จ.ป.ร. อ.กระบุรี","<p><strong>วันที่&nbsp;(2&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายปิยพงศ์&nbsp;ชูวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง</strong>&nbsp;ได้เดินทางไปเยี่ยม&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและแปรรูปสมุนไพรและพืชเศรษฐกิจใหม่&nbsp;ตำบล&nbsp;จ.ป.ร.&nbsp;อ.กระบุรี&nbsp;จ.ระนอง&nbsp;เพื่อติดตามโครงการธุรกิจผลิตและแปรรูปสมุนไพร&nbsp;และพืชเศรษฐกิจใหม่&nbsp;เช่น&nbsp;กระชาย&nbsp;ใบเตย&nbsp;กระท่อม&nbsp;โดยมีพัฒนาการจังหวัดระนอง&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดระนอง&nbsp;ประธานหอการค้าระนอง&nbsp;หน่วยงานสาธารณสุข&nbsp;หน่วยงานเกษตรในพื้นที่&nbsp;เข้าร่วม</p><p><strong>สำหรับกลุ่มส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนผลิตและแปรรูปสมุนไพร&nbsp;</strong>และพืชเศรษฐกิจใหม่&nbsp;ซึ่งอยู่ใน&nbsp;โครงการวิจัย&nbsp;ระบบต้นแบบการรับรองวัตถุดิบและสารสกัดสมุนไพรสู่เชิงพาณิชย์&nbsp;โดยมูลนิธิสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ได้รับความชาวเหลือจาก&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและแปรรูปสมุนไพรและพืชเศรษฐกิจใหม่&nbsp;ตำบล&nbsp;จ.ป.ร.&nbsp;อ.กระบุรี&nbsp;ได้ขออนุญาตกิจการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฎิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;พ.ย.2553&nbsp;จำนวนเนื้อที่ขออนุญาตจำนวน&nbsp;13&nbsp;ไร่&nbsp;1&nbsp;งาน&nbsp;89&nbsp;ตารางวา&nbsp;</p><p>สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้&nbsp;เพื่อใช้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและแปรรูปสมุนไพรและพืชเศรษฐกิจใหม่&nbsp;ตำบล&nbsp;จ.ป.ร.&nbsp;อ.กระบุรี&nbsp;สนับสนุนการแปรรูปพืชกระท่อม&nbsp;จากนั้น&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&nbsp;ได้ลงสำรวจพื้นที่จัดเตรียมตั้งตู้อบใบกระท่อม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคใต้","ระนอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระนอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202210546804"],
    [65,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค11ปฏิบัติการตรวจจับควันดำลดฝุ่น PM2.5 อำเภอพระทองคำจังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้(2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)&nbsp;</strong>ร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และสถานีตำรวจภูธรพระทองคำ&nbsp;ตั้งจุดปฏิบัติการตรวจจับควันดำ&nbsp;บริเวณทางหลวงหมายเลข&nbsp;205&nbsp;ป้อมสถานีตำรวจพระทองคำ&nbsp;อำเภอพระทองคำ&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ภายใต้กิจกรรม&nbsp;รัฐเข้มตรวจจับ&nbsp;ปรับจริงห้ามใช้รถควันดำ&nbsp;ตามข้อสั่งการ&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;จากการจราจรและการขนส่งทางบก&nbsp;</p><p><strong>ผลการตรวจวัดควันดำจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล&nbsp;จำนวน&nbsp;73&nbsp;คัน</strong>&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;คัน&nbsp;แบ่งออกเป็นรถตาม&nbsp;พ.ร.บ.ขนส่งทางบก&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2522&nbsp;จำนวน&nbsp;36&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;7&nbsp;คัน&nbsp;พ่นสัญลักษณ์ห้ามใช้รถ&nbsp;7&nbsp;คัน&nbsp;และรถตาม&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;จำนวน&nbsp;37&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;พนักงานเจ้าหน้าที่ออกคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไข&nbsp;และติกสติ๊กเก้อห้ามใช้รถยนต์ชั่วคราว&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;ยอดตรวจสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;26&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;750&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐานสะสมรวมทั้งสิ้น&nbsp;125&nbsp;คัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202230013820"],
    [66,"สิ่งแวดล้อมภาค11จับมือเทศบาลท่าเยี่ยมพัฒนาศักยภาพเครือข่ายชุมชน เพื่อสร้างการรับรู้ และมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมพื้นที่อุตสาหกรรม จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;นายเอกสิทธิ์&nbsp;อักษร&nbsp;รก.ผอ.ส่วนส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อม&nbsp;</strong>และเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมกับเทศบาลตำบลท่าเยี่ยม&nbsp;จัดอบรมโครงการการจัดทำแผนผังภูมินิเวศ&nbsp;และสร้างการรับรู้ปัญหาสิ่งแวดล้อม&nbsp;ภายใต้โครงการยกระดับศักยภาพชุมชนสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมเทศบาลตำบลท่าเยี่ยม&nbsp;อำเภอโชคชัย&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</p><p><strong>โดยมีนายสุนทร&nbsp;หาญสูงเนิน&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลท่าเยี่ยม</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดการอบรม&nbsp;และมีผู้แทนจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ผู้แทนสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ผู้แทนบริษัท&nbsp;ซีพีเอฟ&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ร่วมสังเกตการณ์&nbsp;โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาศักยภาพ&nbsp;ผู้นำ&nbsp;แกนนำชุมชน&nbsp;ในพื้นที่ชุมชนหมู่ที่&nbsp;4&nbsp;บ้านโจด&nbsp;ตำบลท่าเยี่ยม&nbsp;อำเภอโชคชัย&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ผ่านการวิเคราะห์สภาพปัญหา&nbsp;โดยใช้&nbsp;แผนผังภูมินิเวศ&nbsp;และการวิเคราะห์จุดอ่อน&nbsp;จุดแข็ง&nbsp;โอกาส&nbsp;และอุปสรรค&nbsp;(SWOT&nbsp;analysis)&nbsp;ในการทำงาน&nbsp;</p><p><strong>ประเด็นสิ่งแวดล้อมชุมชน&nbsp;เพื่อกำหนดทิศทางในการพัฒนาเมืองที่คำนึงถึงมิติทางสังคม</strong>&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;วิถีชีวิต&nbsp;และระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมใน&nbsp;3&nbsp;ประเด็นหลัก&nbsp;ได้แก่&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;อนุรักษ์&nbsp;และพัฒนา&nbsp;และเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานเชิงพื้นที่</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ชุมชนบ้านโจด&nbsp;ได้สะท้อนถึงปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากโรงงานอุตสาหกรรม</strong>&nbsp;และร่วมหารือแนวทางในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด&nbsp;และแนวทางการส่งเสริมพื้นที่สีเขียว&nbsp;และส่งเสริมพื้นที่การเกษตรอินทรีย์&nbsp;ให้มีความยั่งยืน&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202230211822"],
    [67,"กลุ่มชุ่มกระบี่จับมือรัฐเอกชน จัดเวทีล้อมวงคุย  \"เสวนาภาษาสิ่งแวดล้อม  2กุมภาพันธ์ เนื่องในวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก \" เพื่อสืบทอดรักษาต่อยอด อนุรักษ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืน","<p><strong>นางสาวมณปภา&nbsp;สีหเดชโยธา&nbsp;ผู้ประสานงานกลุ่มชุ่มกระบี่</strong>&nbsp;และคณะ&nbsp;จัดกิจกรรมล้อมวงคุยเวทีเสวนาภาษาสิ่งแวดล้อม&nbsp;มีความสำคัญกับจังหวัดกระบี่อย่างไร&nbsp;ผู้ร่วมเสวนา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นายชาญณรงค์ลีลาบูรณพงศ์&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองกระบี่&nbsp;นาย&nbsp;นิวัฒน์&nbsp;วัฒนยมนาพร&nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;ด้านประวัติศาสตร์&nbsp;โบราณคดี&nbsp;อนุกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมประจำจังหวัดกระบี่&nbsp;และชมรมคนรักถ้ำ&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;ว่าที่ร้อยตรีอนุวัตร&nbsp;ไทรทอง&nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิด้านนิเวศสิ่งแวดล้อม&nbsp;นายอัครเดช&nbsp;ฉากจินดา&nbsp;ผู้ประสานงานเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย&nbsp;CanNaKin&nbsp;และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม&nbsp;Save&nbsp;krabiนายประสิทธิชัย&nbsp;หนูนวล&nbsp;เลขาคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้&nbsp;โดยมี&nbsp;นาย&nbsp;ภัติพงศ์&nbsp;สุนทรวร&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;มีหน่วยงานภาครั&nbsp;ฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณริมเขื่อนปากแม่น้ำกระบี่&nbsp;ในวันที่&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ของทุกปี&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมดังกล่าวจัดโดย&nbsp;กลุ่มชุ่มกระบี่จับมือกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่&nbsp;</strong>ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่&nbsp;เทศบาลเมืองกระบี่และองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่&nbsp;เพื่อสืบทอดรักษาต่อยอด&nbsp;อนุรักษ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืน&nbsp;มีการพูดคุยล้อมวงแบบเป็นกันเอง&nbsp;เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของพื้นที่ชุ่มน้ำกระบี่จากอดีตสู่ปัจจุบัน&nbsp;ถ่ายทอดจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้&nbsp;ทุกภาคส่วน&nbsp;ร่วมกันอนุรักษ์ธรรมชาติ&nbsp;และขับเคลื่อน&nbsp;ทิศทางแห่งการพัฒนาธรรมชาติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน&nbsp;ตอบสนองยุทธ์ศาสตร์กระบี่โมเดล&nbsp;และAndamun&nbsp;goes&nbsp;green</p><p>ซึ่งภายในงานได้จัดกิจกรรมแจกแผ่นพับ&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;เผยแพร่ความรู้&nbsp;โดยกำหนดให้วันที่&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก&nbsp;ให้ภาคีทุกประเทศจัดกิจกรรมในประเทศของตน&nbsp;เพื่อเป็นการให้ความรู้และสร้างความตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของพื้นที่ชุมน้ำประเทศไทยร่วมลงนามเป็นภาคีในอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำหรือนุสัญญาแรมซาร์&nbsp;พื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่&nbsp;เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทที่ราบชายฝั่งน้ำทะเลขึ้นถึง&nbsp;มีผืนป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;และหนาแน่น&nbsp;มีความหลากหลายของชนิดพันธุ์นกที่ใกล้สูญพันธุ์ในระดับโลก&nbsp;พื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่&nbsp;เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ&nbsp;(Ramsar&nbsp;Site)&nbsp;ลำดับที่&nbsp;1100&nbsp;และเป็นลำดับที่&nbsp;4&nbsp;จากจำนวน&nbsp;15&nbsp;แห่ง&nbsp;ของประเทศ&nbsp;และยังเป็นเป็นพื้นที่เครือข่ายสำหรับนกชายเลนในเส้นทางบินเอเชียตะวันออก-ออสเตรเลีย&nbsp;แห่งแรกของประเทศไทยซึ่งเป็นการแสดงเจตนารมณ์ของประเทศที่ต้องการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำโดยการสนับสนุนให้มีการใช้ประโยชน์อย่างชาญฉลาด</p><p><strong>มีการแนะนำผู้จัดตั้งกลุ่มอาสา&nbsp;Touch&nbsp;Zero&nbsp;Krabi&nbsp;Town&nbsp;เพื่อดูแลพื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำจังหวัดกระบี่&nbsp;</strong>ผ่านกิจกรรมร่วมกันเก็บขยะริมเขื่อนหน้าเมืองเพื่อให้พื้นที่ชุ่มน้ำยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ตามกฎสนธิสัญญา&nbsp;และกิจกรรมอื่นๆที่น่าสนใจ&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;ขับกล่อมบรรเลงบทเพลงรักษ์โลก&nbsp;โดย&nbsp;สถาบันดนตรีสมาร์ทมิวสิค&nbsp;ฉ่อยดิอันดามันแบนด์&nbsp;บุหงาฮาร์โมนิคแอนด์ยิปซีแบนด์&nbsp;อาจารย์บุญเกษมสันติ&nbsp;ผู้ถ่ายทอด&nbsp;ความงามตามธรรมชาติและผู้คนอันดามันภาพวาดธรรมชาติที่งดงามของจังหวัดกระบี่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเป็นนายครรชิต&nbsp;แต่พันธ์&nbsp;เและผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม&nbsp;save&nbsp;กระบี่&nbsp;และที่ปรึกษากลุ่มชุ่มกระบี่นางสาววิชญาพัส&nbsp;รุจิระ&nbsp;ผู้จัดการมูลนิธิเกาะสีเขียว&nbsp;ที่ปรึกษาพิเศษ&nbsp;กลุ่ม&nbsp;TrashZeroKrabiTown&nbsp;จัดตั้งกลุ่มอาสา&nbsp;TrashZeroKrabiTown&nbsp;เพื่อดูแลพื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำจังหวัดกระบี่ถ่ายทอดการผ่านกิจกรรมร่วมกันดูแลความสะอาดเรียบร้อยบริเวณส่วนเชื่อมวิถีเมืองกระบี่&nbsp;และพื้นที่ชุ่มน้ำกระบี่&nbsp;เช่น&nbsp;มีการร่วมกันเก็บขยะริมเขื่อนหน้าเมืองเพื่อให้พื้นที่ชุ่มน้ำยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ตามกฎสนธิสัญญา&nbsp;(Ramsar&nbsp;Convention)&nbsp;เขียว/Co-Founder&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;Food&nbsp;Loss&nbsp;Food&nbsp;Waste-Thailand&nbsp;/&nbsp;ทีมงานกลยุทธ์เครือข่ายปฏิวัติขยะ&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;(เปลี่ยนถุงพลาสติกที่ไร้ค่าให้เป็นน้ำมันราคาถูก)&nbsp;โดยภายในงานจัดกิจกรรมภายใต้รูปแบบวิถี&nbsp;New&nbsp;normal&nbsp;ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203075816830"],
    [68,"อำเภอรัตนบุรี จัดจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ ผลผลิตโครงการโคกหนองนา และ ผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน และนำสุขภาพที่ดีสู่ประชาชน","<p><strong>ที่ด้านหน้าที่ว่าการอำเภอรัตนบุรี&nbsp;บริเวณทางเข้าหอประชุมอำเภอรัตนบุรี&nbsp;</strong>มีการนำสินค้าสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;ผลผลิตจากโครงการโคกหนองนาโมเดล&nbsp;และผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;มาจัดแสดงจำหน่าย&nbsp;บริเวณใกล้การประชุมปลัดอำเภอ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ประจำเดือน&nbsp;ตามนโยบายของจังหวัดสุรินทร์&nbsp;และกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ที่มุ่งช่วยเหลือเกษตรกรตั้งแต่การผลิต&nbsp;นำไปสู่การจำหน่าย&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้บริโภคสินค้าการเกษตรที่มีคุณภาพ&nbsp;มีสุขภาพดี&nbsp;ตาม&nbsp;โครงการสุรินทร์รุ่งเรือง&nbsp;เมืองเกษตรอินทรีย์&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;อำเภอรัตนบุรี&nbsp;ได้ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจด้วยการสร้างช่องทางการจำหน่ายสินค้าในพื้นที่</strong>&nbsp;กระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนจับจ่ายใช้สอย&nbsp;ขณะเดียวกันประชาชนได้ซื้อสินค้าการเกษตรที่มีราคาถูก&nbsp;และมีความปลอดภัยด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203094630852"],
    [69,"กรมชลประทาน ชี้แจงกรณีชาวบ้านพุระกำประกาศพร้อมใจกลับแผ่นดิน หากรัฐอนุมัติสร้างเขื่อนทับชุมชน หวั่นความขัดแย้งซ้ำกรณีบางกลอย","<p><strong>นายสุรชาติ&nbsp;มาลาศรี&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ชี้แจงกรณีกรมชลประทานชี้แจงกรณี&nbsp;ชาวบ้านพุระกำประกาศพร้อมใจกลับแผ่นดิน&nbsp;หากรัฐอนุมัติสร้างเขื่อนทับชุมชน</strong>&nbsp;หวั่นความขัดแย้งซ้ำกรณีบางกลอย&nbsp;นี้ว่า&nbsp;โครงการดังกล่าว&nbsp;คือ&nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านหนองตาดั้ง&nbsp;อำเภอสวนผึ้ง&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;ซึ่งได้มีการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;แล้วเสร็จเมื่อปี&nbsp;2555&nbsp;โดยรายงานการศึกษา&nbsp;EIA&nbsp;ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการชำนาญการด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;กันยายน&nbsp;2560&nbsp;จากนั้นได้นำเสนอรายงาน&nbsp;EIA&nbsp;ต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;กันยายน&nbsp;2562&nbsp;ซึ่งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;(กก.วล.)&nbsp;มีมติให้กรมชลประทานไปทบทวนผลการศึกษาในบางประเด็น&nbsp;โดยเฉพาะเรื่องการทำความเข้าใจกับราษฎรที่ได้รับผลกระทบ(บ้านพุระกำ)&nbsp;และทบทวนเรื่องการจัดสรรพื้นที่อาศัย&nbsp;ที่ทำกิน&nbsp;(แปลงอพยพ)&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านหนองตาดั้ง</strong>&nbsp;เป็นโครงการประเภทอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง&nbsp;มีความจุประมาณ&nbsp;48&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์&nbsp;38,600&nbsp;ไร่&nbsp;อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี&nbsp;โดยในเขตอ่างเก็บน้ำมีหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่ากระเหรี่ยง(บ้านพุระกำ)&nbsp;77&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เป็นผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;หากมีการพัฒนาโครงการดังกล่าว&nbsp;ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยต่อโครงการฯ&nbsp;โดยให้เหตุผลว่า&nbsp;ไม่ต้องการโยกย้ายที่อยู่อาศัย&nbsp;ที่ทำกินไปยังพื้นที่แปลงอพยพ&nbsp;ตามที่กรมชลประทานเสนอไว้ในรายงานการศึกษา&nbsp;ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;โดยสำนักบริหารโครงการ&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานอื่นๆ&nbsp;และบริษัทที่ปรึกษาฯ&nbsp;ได้มีการลงพื้นที่ไปทำความเข้าใจกับราษฎรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อให้คำแนะนำและหารือแนวทางแก้ไขปัญหาจากโครงการดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุดได้มีการทบทวนรูปแบบของพื้นที่แปลงอพยพ&nbsp;ตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</strong>และตามข้อทักท้วงของราษฎรบ้านพุระกำที่ว่า&nbsp;แปลงอพยพที่เสนอไว้เดิมไม่เพียงพอและดินไม่อุดมสมบูรณ์&nbsp;ไม่เหมาะแก่การเพาะปลูกพืช&nbsp;ซึ่งจะได้นำไปชี้แจงและนำเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติต่อไป</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203110831887"],
    [70,"เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่หามรุ่งหามค่ำ สำรวจหาดแม่รำพึง และดำน้ำสำรวจสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลบริเวณปลายแหลมอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด หวั่นคราบน้ำมันกระทบปะการัง หญ้าทะเล","<p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากศูนย์ควบคุมการปฏิบัติในการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำ</strong>เนื่องจากน้ำมัน&nbsp;ทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;(ศคปน.ทรภ.1)&nbsp;ว่าได้จัดกำลังพลทหารจากหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน&nbsp;และหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งกว่า&nbsp;100&nbsp;นาย&nbsp;ออกปฏิบัติการเฝ้าระวังและกำจัดคราบน้ำมันตลอด&nbsp;24&nbsp;ชม.&nbsp;เพื่อเร่งฟื้นฟูให้บริเวณชายหาดแม่รำพึงกลับมาสวยและสะอาดเหมือนเดิม&nbsp;โดยวิธีใช้แผ่นซับน้ำมันที่ลอยมาติดบนหาดและเก็บขยะบริเวณลานหินขาว&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;จากการปฏิบัติการดังกล่าว&nbsp;ยังไม่พบคราบน้ำมันลอยมาติดชายฝั่งแต่อย่างใด</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้รับการสนับสนุนทหารและนักประดาน้ำจากหน่วยเฉพาะกิจ&nbsp;กองเรือยุทธการ&nbsp;อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด</strong>&nbsp;เก็บตัวอย่างทรายช่วงเวลากลางคืนไปตรวจสอบ&nbsp;และดำน้ำลงไปสำรวจบริเวณปลายแหลมทะเลอุทยานฯ&nbsp;เขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด&nbsp;ระดับน้ำลึก&nbsp;6.6&nbsp;เมตร&nbsp;ทัศนวิสัยการมองเห็นใต้น้ำ&nbsp;3-4&nbsp;เมตร&nbsp;ผลการสำรวจไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;สภาพสิ่งแวดล้อมใต้ทะเลปกติ&nbsp;ปะการัง&nbsp;หญ้าทะเล&nbsp;ปลาเล็ก&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมันติดตตามตัว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203095815860"],
    [71,"กอนช. ขอให้ประชาชนระวังฝนตกในหลายพื้นที่ของประเทศ ขณะที่ประเทศไทยมีปริมาณน้ำใช้การปัจจุบันกว่า 33,000 ล้านลูกบาศก์เมตร","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังฝนตกในหลายพื้นที่ของประเทศ&nbsp;ขณะที่ประเทศไทยมีปริมาณน้ำใช้การปัจจุบันกว่า&nbsp;33,000&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(3&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า&nbsp;โดยภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.น่าน&nbsp;46&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;45&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และพังงา&nbsp;37&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;33,942&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;59&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;27,147&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;57&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203100829866"],
    [72,"สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ให้บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพกระท่อม เพื่อส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทั้งภายในและต่างประเทศ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;ให้บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพกระท่อม&nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการไทย&nbsp;ด้วยวิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทั้งภายในและต่างประเทศ</strong></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;ศ.&nbsp;(วิจัย)&nbsp;ดร.&nbsp;ชุติมา&nbsp;เอี่ยมโชติชวลิต&nbsp;ผู้ว่าการ&nbsp;สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;(วว.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วว.มีความเชี่ยวชาญและให้บริการตรวจวิเคราะห์ทางเคมีของกระท่อม&nbsp;ให้บริการทดสอบประสิทธิภาพและการประเมินความปลอดภัยด้วยมาตรฐานห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง&nbsp;ISO&nbsp;/&nbsp;IEC&nbsp;17025&nbsp;และ&nbsp;OECD&nbsp;-&nbsp;GLP&nbsp;และให้บริการทดสอบประสิทธิภาพ&nbsp;การประเมินความปลอดภัยของกระท่อม&nbsp;เพื่อยืนยันผลและสร้างความมั่นใจในการนำไปใช้&nbsp;ได้แก่&nbsp;การทดสอบประสิทธิภาพ&nbsp;เช่น&nbsp;ฤทธิ์ต้านการอักเสบ&nbsp;แก้ปวด&nbsp;&nbsp;ชาเฉพาะที่&nbsp;ลดระดับน้ำตาลในเลือด&nbsp;และการประเมินความปลอดภัย&nbsp;ได้แก่&nbsp;การทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันทางปาก&nbsp;เป็นต้น</span></p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203142950045"],
    [73,"ภาพรวมสถานการณ์ในทะเลระยองดีขึ้นไม่พบคราบน้ำมัน หลังตรวจสอบเส้นทางการเคลื่อนย้ายของคราบน้ำมันและชายหาดสำคัญ 6 หาด คุณภาพน้ำและชายหาดปกติ","<p><strong>ภาพรวมสถานการณ์ในทะเลระยองดีขึ้นไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;หลังตรวจสอบเส้นทางการเคลื่อนย้ายของคราบน้ำมันและชายหาดสำคัญ&nbsp;6&nbsp;หาด&nbsp;คุณภาพน้ำและชายหาดปกติ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(ระยอง)&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ได้นำเรือ&nbsp;ทช.111&nbsp;ทช.221&nbsp;และ&nbsp;ทช.331&nbsp;ปฏิบัติการตรวจติดตามเส้นทางการแพร่กระจายของน้ำมันรั่วไหลในมาบตาพุด&nbsp;3&nbsp;เส้นทาง&nbsp;คือ&nbsp;เขาแหลมหญ้า-หน้ากรมประมง&nbsp;(ป่าคั่น)&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;8&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;//&nbsp;เขาแหลมหญ้า-สถานีรายงานอากาศ&nbsp;(หาดแม่รำพึง)&nbsp;ระยะทาง&nbsp;12&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และบ้านเพ-รอบเกาะเสม็ด&nbsp;ระยะทาง&nbsp;20&nbsp;กิโลเมตรทุกเส้นทางไม่พบคราบน้ำมันดิบรั่วในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;ส่วนฝั่งตะวันออกศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออกได้ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลและการปนเปื้อนของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนในสิ่งแวดล้อมทางทะเลและบริเวณชายหาดระยอง&nbsp;6&nbsp;หาดสำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;หาดสุชาดา&nbsp;,&nbsp;หาดแสงจันทร์&nbsp;,&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;(คลองหัวรถ)&nbsp;,&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;(ก้นอ่าว)&nbsp;,&nbsp;บ้านเพ&nbsp;และหาดสวนสน&nbsp;พบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติ&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;และไม่พบสัตว์น้ำตาย&nbsp;โดยคุณภาพน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ปกติและมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อการนันทนาการปกติ</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203102851869"],
    [74,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม. ปริมณฑล และพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่ ยกเว้นภาคเหนือ 2 พื้นที่ค่าฝุ่นสูงระดับสีส้มในเชียงใหม่","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;ยกเว้นภาคเหนือ&nbsp;2&nbsp;พื้นที่ค่าฝุ่นสูงระดับสีส้มในจังหวัดเชียงใหม่</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(3&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;แล้วฝุ่นจะสูงขึ้นวันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;เกินมาตรฐานในระดับสีส้ม&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;รพ.เทพรัตนฯ&nbsp;อ.แม่แจ่ม&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;และ&nbsp;ต.แม่นะ&nbsp;อ.เชียงดาว&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;มีโอกาสเจอฝนในบางพื้นที่ของบริเวณภาคเหนือจะช่วยลดฝุ่นลงได้บางส่วน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203104937877"],
    [75,"จังหวัดแม่ฮ่องสอน กำชับห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด 70 วัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2565 เพื่อลดปัญหาหมอกควันไฟป่า","<p><strong>วันที่&nbsp;(3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการไฟป่า</strong>จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;warroom&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;จิตพลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5/2565&nbsp;เพื่อสรุปสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยสถานการณ์ไฟป่าตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคมถึงวันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีจุดความร้อนสะสมทั้งหมด&nbsp;258&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจังหวัดแม่ฮ่องสอนตั้งเป้าหมายปี&nbsp;2565&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;9,556&nbsp;จุด&nbsp;โดยอำเภอที่มีจุดความร้อนสูงสุดในปี&nbsp;2565&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;เกิดจำนวนจุดความร้อนขึ้น&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;112&nbsp;จุด</p><p><strong>ในขณะเดียวกันจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ออกประกาศ</strong>&nbsp;เรื่องการห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;เนื่องด้วยในช่วงฤดูแล้งระหว่างเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ถึงเดือนเมษายนของทุกปีในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเผชิญกับเหตุไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองที่มีความรุนแรง&nbsp;โดยมีสาเหตุมาจากการเผาในที่โล่งทั้งการเผาเพื่อเก็บหาของป่า&nbsp;ล่าสัตว์&nbsp;รวมถึงการกำจัดวัชพืชเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกในที่ดินทำกินของเกษตรกรโดยไม่มีการควบคุม&nbsp;ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยของประชาชนสภาวะทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งเป็นสาธารณภัยในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการลดผลกระทบจากปัญหาไฟป่าหมอกควัน</strong>และฝุ่นละอองในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;โดยจังหวัดได้กำหนดให้ทุกพื้นที่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;เพื่อลดปัญหาหมอกควันไฟป่า&nbsp;ในช่วง&nbsp;70&nbsp;วัน&nbsp;โดยเริ่ม&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203120752974"],
    [76,"จ.แพร่ ส่งเสริมการไถกลบและผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ลด ละ เลิกการเผา","<p><strong>จังหวัดแพร่&nbsp;เดินหน้าโครงการส่งเสริมการไถกลบและผลิตปุ๋ยอินทรีย์</strong>?&nbsp;เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;ลด?&nbsp;ละ?&nbsp;เลิกการเผา&nbsp;นำเศษวัสดุทางการเกษตรมาไถกลบ?ตามหลักวิชาการ</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;?10.00?&nbsp;น.?&nbsp;ณ?&nbsp;แปลงนาบ้านปากยาง?</strong>&nbsp;หมู่ที่?&nbsp;4?&nbsp;ตำบลหนองม่วงไข่?&nbsp;อำเภอหนองม่วงไข่?&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;นายสมหวัง?&nbsp;พ่วงบางโพ?&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่?&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์ส่งเสริมการไถกลบและผลิตปุ๋ยอินทรีย์?&nbsp;เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก?&nbsp;ประจำปีงบประมาณ?&nbsp;2565&nbsp;เพื่อส่งเสริมกระตุ้นให้เกษตรกร?&nbsp;ลด?&nbsp;ละ?&nbsp;เลิกการเผา&nbsp;โดยการนำเศษวัสดุทางการเกษตรมาไถกลบ?ตามหลักวิชาการ?&nbsp;เพื่อปรับปรุงบำรุงดิน?&nbsp;อนุรักษ์ทรัพยากรดินและน้ำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดแพร่ได้กำหนดห้ามเผา&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์</strong>&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นช่วง&nbsp;วิกฤติหมอกควัน&nbsp;และกำหนดให้ทุกพื้นที่&nbsp;ทุกหมู่บ้านในท้องที่&nbsp;จังหวัดแพร่เป็น&nbsp;เขตควบคุมไฟป่าและการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากไฟป่าและการเผาในที่โล่ง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203121226980"],
    [77,"จังหวัดลำปาง โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา ติดตามการบริหารงานส่งน้ำและความก้าวหน้าการเพาะปลูกพืชภัยแล้ง","<p><strong>นายพีรยุทธ์&nbsp;เหมาะพิชัย&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;2&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามงานในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา&nbsp;เขตพื้นที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่&nbsp;1&nbsp;โดยมีนายทองเด่น&nbsp;สุภาพ&nbsp;หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่&nbsp;1&nbsp;นำเสนอในรูปแบบ&nbsp;Power&nbsp;Point&nbsp;และรายงานความก้าวหน้า&nbsp;งานบำรุงรักษา,&nbsp;งานซ่อมแซม&nbsp;และงานปรับปรุงต่างๆ&nbsp;ของปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;รวมทั้งการบริหารงานส่งน้ำ&nbsp;ติดตามความก้าวหน้าการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;ตลอดจนปัญหาอุปสรรคต่างๆ&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่&nbsp;1&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลทุ่งฝาย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามดูงานภาคสนาม&nbsp;</strong>งานปรับปรุงเสริมขอบคอนกรีตดาดคลองซอย&nbsp;15.2L-RMC.กิ่วลม&nbsp;กม.0+000-กม.3+950&nbsp;และงานปรับปรุงดาดคอนกรีตคลองแยกซอย&nbsp;0.5L-1.4L-18.3L-&nbsp;RMC.กิ่วลม&nbsp;พร้อมอาคารประกอบ&nbsp;กม.0+729-กม.1+950&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา&nbsp;ให้ข้อเสนอแนะ&nbsp;เพื่อให้ปฏิบัติงานเป็นไปตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้ต่อไป&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่ดำเนินงานของตำบลนิคมพัฒนา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203122516986"],
    [78,"ซีอีโอ SPRC เข้าหารือกับผู้ว่าระยอง ยันรับผิดชอบความเสียหายน้ำมันรั่วที่เกิดขึ้นทั้งหมด","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า</strong>&nbsp;นายยุทธพล&nbsp;องอาจอิทธิชัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;ได้เดินทางไปตรวจติดตามการรับเรื่องราวร้องทุกข์กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;บ.สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;จากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมันรั่ว&nbsp;ที่หมู่บ้านสบายสบาย&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;ซึ่งมีผู้เดือดร้อนหอบหลักฐานทยอยเดินทางเข้ามาแจ้งเรื่องอย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>นายยุทธพล&nbsp;องอาจอิทธิชัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ล่าสุดทางผู้บริหารของ&nbsp;บริษัทสตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;ได้เดินทางเข้าหารือกับทางนายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;แล้ว&nbsp;พร้อมทั้งยืนยันว่าจะรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น&nbsp;รวมทั้งเรื่องการเยียวยาโดยให้ทางจังหวัดเป็นผู้ตรวจสอบคัดกรองข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ</p><p><strong>สำหรับการคัดกรองผู้ได้รับกระทบได้มีการตั้งคณะการ&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;</strong>เพื่อตรวจพิจารณา&nbsp;เพื่อให้ได้ความเป็นธรรม&nbsp;โดยจะเร่งให้ได้รับการเยียวยาโดยเร็วที่สุด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203130833003"],
    [79,"จ.สุโขทัย มอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2564 จำนวนกว่า 110 ล้านบาท","<p><strong>จ.สุโขทัย&nbsp;มอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;</strong>จำนวนกว่า&nbsp;110&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;มอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;(อุทกภัย)&nbsp;&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ด้านพืช&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;วงเงินกว่า&nbsp;105&nbsp;ล้าน&nbsp;และด้านประมง&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;วงเงินกว่า&nbsp;7&nbsp;ล้านบาท&nbsp;พร้อมจัดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ตำบลน้ำขุม&nbsp;อำเภอศรีนคร&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;นายวิรุฬ&nbsp;พรรณเทวี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;(อุทกภัย)&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ด้านพืช&nbsp;ให้กับผู้แทนเกษตรกรจากทั้ง&nbsp;9&nbsp;อำเภอของจังหวัดสุโขทัย&nbsp;วงเงินช่วยเหลือ&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;105,576,856.-&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;(หนึ่งร้อยห้าล้านห้าแสนเจ็ดหมื่นหกพันแปดร้อยห้าสิบ&nbsp;หกบาทถ้วน)&nbsp;โดยมีเกษตรกรประสบภัยด้านพืช&nbsp;จำนวน&nbsp;6,115&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่การเกษตรเสียหายทั้ง&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;64&nbsp;ตำบล&nbsp;341&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;รวมพื้นที่การเกษตรเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;74,527.50&nbsp;ไร่&nbsp;พร้อมทั้งมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;(อุทกภัย)&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ด้านประมง&nbsp;ให้กับผู้แทนเกษตรกร&nbsp;8&nbsp;อำเภอของจังหวัดสุโขทัย&nbsp;วงเงินช่วยเหลือ&nbsp;จำนวน&nbsp;7,997,478.97&nbsp;บาท&nbsp;(เจ็ดล้านเก้าแสนเก้าหมื่นเจ็ดพันสี่ร้อยเจ็ดสิบแปดบาทเก้าสิบเจ็ดสตางค์)&nbsp;รวมวงเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;(อุทกภัย)&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ทั้งด้านพืช&nbsp;และด้านประมง&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;113,574,334.97&nbsp;บาท&nbsp;(หนึ่งร้อยสิบสามล้านห้าแสนเจ็ดหมื่นสี่พันสามร้อยสามสิบสี่บาทเก้าสิบเจ็ดสตางค์)&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสุโขทัย&nbsp;ยังได้จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี</strong>เพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่&nbsp;โดยมีหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดสุโขทัย&nbsp;&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ได้ร่วมจัดนิทรรศการด้านการเกษตร&nbsp;และการเสวนาเรื่อง&nbsp;นวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;เพื่อถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรที่ไปร่วมงาน&nbsp;ได้นำไปพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรให้มีประสิทธิภาพ&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุโขทัย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203132934011"],
    [80,"กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับ กรมทางหลวงชนบท ตรวจเข้มเครื่องจักรกลและยานพาหนะ พร้อมเดินหน้าตรวจควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารต่อเนื่องทั่วประเทศ มุ่งลดปัญหามลภาวะทางอากาศ และแก้ไขปัญหา PM 2.5","<p><strong>นายจิรุตม์&nbsp;&nbsp;วิศาลจิตร&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมการขนส่งทางบก&nbsp;&nbsp;เปิดเผยผลการดำเนินการตรวจควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารทั่วประเทศ&nbsp;</strong>ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อเนื่อง&nbsp;ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม&nbsp;เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ดำเนินการตรวจควันดำรถทั้งสิ้น&nbsp;104,008&nbsp;คัน&nbsp;พ่นห้ามใช้แล้วจำนวน&nbsp;492&nbsp;คัน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ร่วมกับกรมทางหลวงเข้าตรวจเช็คค่าควันดำจากท่อไอเสียของเครื่องจักรและยานพาหนะของหน่วยงาน&nbsp;เพื่อตรวจหาค่าไอเสีย&nbsp;ฝุ่นละออง&nbsp;หรือ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ที่เกินกว่ามาตรฐานกำหนด&nbsp;ณ&nbsp;แขวงทางหลวงชนบทในหลายพื้นที่&nbsp;เช่นที่จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ผลตรวจเช็คปรากฏว่า&nbsp;เครื่องจักร&nbsp;ยานพาหนะทั้งหมด&nbsp;ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับการที่กรมทางหลวงชนบทดูแล&nbsp;บำรุงรักษา&nbsp;เครื่องจักร&nbsp;ยานพาหนะ&nbsp;ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน&nbsp;และให้ความสำคัญต่อสถานการณ์มลภาวะทางอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ตามนโยบายกระทรวงคมนาคม&nbsp;ที่ได้เน้นย้ำในเรื่องการตรวจสอบสภาพเครื่องจักรให้อยู่ในสภาพดี&nbsp;ห้ามใช้เครื่องจักรที่ก่อให้เกิดเขม่าควันดำ&nbsp;งดใช้น้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วกับเครื่องจักร&nbsp;และให้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามกำหนด&nbsp;เลือกใช้เกรดน้ำมันให้เหมาะสมตามมาตรฐาน</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กรมการขนส่งทางบก&nbsp;ได้กำชับผู้ประกอบการและเจ้าของรถทุกคันที่ถูกพ่นห้ามใช้&nbsp;</strong>ต้องนำรถไปแก้ไขและนำรถเข้ารับการตรวจสภาพ&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานขนส่ง&nbsp;หากฝ่าฝืนใช้รถโดยที่มีคำสั่งห้ามใช้&nbsp;มีความผิดตามกฎหมาย&nbsp;ด้านประชาชนสามารถมีส่วนร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;ด้วยการส่งภาพรถบรรทุกและรถโดยสารควันดำที่สังเกตเห็นหมายเลขทะเบียนชัดเจน&nbsp;ให้ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน&nbsp;สายด่วน&nbsp;1584&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203130711002"],
    [81,"สทนช. เร่งแก้ปัญหาน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนล่าง-ป่าสักตอนบน ด้วยการก่อสร้างประตูระบายน้ำ 4 โครงการ เพื่อช่วยเก็บกักน้ำหลากใช้ประโยชน์ช่วงหน้าแล้งได้กว่า 190,000 ไร่","<p><strong>สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;เร่งแก้ปัญหาน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนล่าง-ป่าสักตอนบน&nbsp;ด้วยการก่อสร้างประตูระบายน้ำ&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;เพื่อช่วยเก็บกักน้ำหลากใช้ประโยชน์ช่วงหน้าแล้งได้กว่า&nbsp;190,000&nbsp;ไร่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวถึงการบริหารจัดการน้ำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเพิ่มปริมาณน้ำใหักับแหล่งน้ำต้นทุน&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;โดยเฉพาะการแก้ปัญหาด้านน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนล่าง&nbsp;ที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำและอุทกภัยเป็นประจำทุกปี&nbsp;เพราะสภาพพื้นที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาโครงการแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;ว่า&nbsp;สทนช.&nbsp;และกรมชลประทาน&nbsp;ได้พิจารณารูปแบบการพัฒนาแหล่งน้ำโดยใช้ระบบประตูระบายน้ำเพื่อชะลอน้ำและผันน้ำเข้าทุ่งหรือแก้มลิงตลอดช่วงแม่น้ำยม&nbsp;จะสามารถบรรเทาปัญหาอุทกภัยช่วงน้ำหลากและช่วยเก็บกักน้ำบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำช่วงหน้าแล้ง&nbsp;อยู่ระหว่างก่อสร้าง&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;คือ&nbsp;โครงการประตูระบายน้ำท่านางงาม&nbsp;ต.ท่านางงาม&nbsp;อ.บางระกำ&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;คืบหน้าร้อยละ&nbsp;55&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเริ่มใช้บริหารจัดการน้ำได้ปีนี้&nbsp;หากแล้วเสร็จทั้งหมดปี&nbsp;2566&nbsp;จะเก็บกักน้ำได้ประมาณ&nbsp;7&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;พื้นที่รับประโยชน์&nbsp;51,375&nbsp;ไร่&nbsp;ประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;2,568&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;//&nbsp;โครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านวังจิก&nbsp;ต.วังจิก&nbsp;อ.โพธิ์ประทับช้าง&nbsp;จ.พิจิตร&nbsp;คืบหน้าร้อยละ&nbsp;47&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะแล้วเสร็จต้นปี&nbsp;2566&nbsp;สามารถกักเก็บน้ำในแม่น้ำยมได้ประมาณ&nbsp;6&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;เพิ่มพื้นที่ชลประทานได้&nbsp;37,397&nbsp;ไร่&nbsp;//&nbsp;โครงการประตูระบายน้ำท่าแห&nbsp;ต.กำแพงดิน&nbsp;อ.สามง่าม&nbsp;จ.พิจิตร&nbsp;คืบหน้าร้อยละ&nbsp;43&nbsp;จะเร่งรัดให้แล้วเสร็จปีนี้&nbsp;สามารถเก็บกักน้ำได้&nbsp;12&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์&nbsp;81,111&nbsp;ไร่&nbsp;ประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;1,412&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;โครงการประตูระบายน้ำโพธิ์ประทับช้าง&nbsp;ต.ไผ่ท่าโพ&nbsp;อ.โพธิ์ประทับช้าง&nbsp;จ.พิจิตร&nbsp;ระยะเวลาก่อสร้าง&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ระหว่างปี&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;2568&nbsp;คืบหน้าร้อยละ&nbsp;16&nbsp;หากก่อสร้างแล้วเสร็จสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทาน&nbsp;28,868&nbsp;ไร่&nbsp;เก็บกักน้ำได้&nbsp;5&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เมื่อประตูระบายน้ำแม่น้ำยม&nbsp;เมื่อแล้วเสร็จสมบูรณ์&nbsp;จะสามารถใช้เป็นเครื่องมือในบริหารจัดการน้ำที่ช่วยลดผลกระทบน้ำท่วมและการขาดแคลนน้ำให้กับประชาชนในลุ่มน้ำยมให้ลดลงได้เป็นอย่างดี&nbsp;ซึ่งหากการดำเนินการประตูระบายน้ำทั้ง&nbsp;4&nbsp;แห่งแล้วเสร็จทั้งหมด&nbsp;จะสามารถสนับสนุนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;และบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนให้แก่ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนล่างได้ถึง&nbsp;198,000&nbsp;ไร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวถึงความก้าวหน้าการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำและปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสักว่า&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;อยู่ระหว่างเร่งดำเนินโครงการพัฒนาสำคัญ&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;คือ&nbsp;โครงการระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำคลองลำกง&nbsp;ภายใต้แผนงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำลุ่มน้ำป่าสักตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ต.วังท่าดี&nbsp;อ.หนองไผ่&nbsp;จ.เพชรบูรณ์&nbsp;พื้นที่รับประโยชน์&nbsp;50,000&nbsp;ไร่&nbsp;คืบหน้าร้อยละ&nbsp;38&nbsp;และโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำเฮี้ย&nbsp;ต.บ้านเนิน&nbsp;อ.หล่มเก่า&nbsp;จ.เพชรบูรณ์&nbsp;หากแล้วเสร็จสามารถเก็บกักน้ำได้&nbsp;5.40&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์ในพื้นที่ชลประทานฤดูฝน&nbsp;4,500&nbsp;ไร่&nbsp;และหน้าแล้ง&nbsp;900&nbsp;ไร่&nbsp;ปัจจุบันคืบหน้าแล้วกว่าร้อยละ&nbsp;80</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203130348998"],
    [82,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยืนยันเดินหน้าฟ้องเรียกค่าเสียหายบริษัทเอกชนที่ปล่อยให้เกิดน้ำมันรั่วทะเลจังหวัดระยองไม่มีการปกป้องเอกชนแต่อย่างใด","<p><strong>การประชุมสภาผู้แทนราษฏร&nbsp;วันนี้&nbsp;(3&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ตอบกระทู้ถามสดของนางสาวเบญจา&nbsp;แสงจันทร์&nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&nbsp;พรรคก้าวไกล&nbsp;กรณีน้ำมันดิบรั่วไหลที่จังหวัดระยอง</strong>&nbsp;ว่า&nbsp;จากการลงพื้นที่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;พบว่าคราบน้ำมันเป็นเพียงแผ่นฟิล์มบาง&nbsp;ๆ&nbsp;ไม่เหมือนกับน้ำมันรั่วเมื่อปี&nbsp;2556&nbsp;ที่อ่าวพร้าว&nbsp;ซึ่งจากข้อมูลวานนี้&nbsp;(2&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบว่าปะการังมีสภาพสมบูรณ์&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยืนยันว่าไม่มีทางที่จะปกป้องบริษัทเอกชนดังกล่าวแน่นอนจะเดินหน้าฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสารที่ใช้กำจัดน้ำมันนั้นมีองค์ประกอบไฮโดรคาร์บอนที่สามารถรวมตัวกับน้ำและน้ำมันได้</strong>&nbsp;และเมื่อสารควบรวมกันแล้วจะทำให้น้ำมันแตกตัวลงระดับที่ตาเปล่ามองไม่เห็นก่อนที่จุลินทรีย์ในทะเลจะกัดกินก้อนน้ำมันขนาดเล็กดังกล่าวในเวลา&nbsp;1-2&nbsp;เดือน&nbsp;ถือว่าสารที่ใช้ปลอดภัยระดับหนึ่ง&nbsp;ไม่ต่างจากน้ำยาล้างจานที่ใช้ในครัวเรือนซึ่งใช้สารดังกล่าวไป&nbsp;8.5&nbsp;หมื่นลิตร.</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203131107004"],
    [83,"กรมส่งเสริมการเกษตร แนะวิธีเลี้ยงผึ้งโพรง สำหรับเกษตรกรมือใหม่ เพื่อให้ได้น้ำผึ้งที่สะอาดปราศจากสิ่งเจือปน","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ผึ้งโพรง&nbsp;เป็นผึ้งพื้นเมืองของไทยมีอยู่ทุกภูมิภาค</strong>&nbsp;เป็นแมลงช่วยผสมเกสรพืชตามธรรมชาติ&nbsp;และพืชผลทางการเกษตร&nbsp;สามารถสร้างความหลากหลายทางชีวภาพได้&nbsp;โดยการเลี้ยงผึ้งโพรงให้ประสบความสำเร็จ&nbsp;ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์และความหลากหลายของพืชอาหารผึ้ง&nbsp;มีปริมาณน้ำหวานและเกสรมากต่อเนื่อง&nbsp;เกษตรกรมือใหม่สามารถทำการล่อผึ้งโพรงจากธรรมชาติ&nbsp;มาใส่คอนเลี้ยงไว้ในกล่องเลี้ยงได้เอง&nbsp;ซึ่งการจัดการก็ไม่ยุ่งยาก&nbsp;ต้นทุนการเลี้ยงต่ำ&nbsp;ประกอบกับผลิตภัณฑ์จากผึ้งเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ&nbsp;และน้ำผึ้งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ&nbsp;เก็บไว้ได้นาน&nbsp;จำหน่ายได้ราคาสูง&nbsp;เป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย&nbsp;</p><p><strong>รูปแบบการเลี้ยงผึ้งโพรงไทยในปัจจุบัน&nbsp;มี&nbsp;3&nbsp;ขั้นตอน</strong>&nbsp;คือ&nbsp;1)&nbsp;เลือกสถานที่ตั้งรังผึ้งโพรง&nbsp;โดยให้เลือกพื้นที่ที่มีพืชอาหารของผึ้งโพรงอุดมสมบูรณ์&nbsp;2)&nbsp;การหาผึ้งโพรงมาเลี้ยง&nbsp;สามารถเลือกทำได้หลายวิธีโดยการซื้อผึ้ง&nbsp;การล่อผึ้ง&nbsp;หรือการจับผึ้งเข้าคอนเลี้ยง&nbsp;ควรดูแลทำความสะอาดรังไม่ให้มีมดเข้ามาทำรังอาศัยอยู่&nbsp;โดยตรวจสอบรังทุก&nbsp;7&nbsp;&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;และ&nbsp;3)&nbsp;การจัดการดูแลรังผึ้งโพรง&nbsp;ควรตรวจรังผึ้งทุก&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;ในช่วงเช้าหรือเย็น&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ข้อควรปฏิบัติการจัดการดูแลรังผึ้งโพรง&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;การตรวจภายนอกรังผึ้ง&nbsp;สังเกตได้จากตัวผึ้งที่เลี้ยงมีสุขภาพดี&nbsp;คือผึ้งงานมีเกสรติดขาหลังมา&nbsp;และบินเข้าออกจากปากทางเข้าสม่ำเสมอ&nbsp;หน้ารังสะอาด&nbsp;ไม่มีศัตรูรบกวน&nbsp;เช่น&nbsp;มด&nbsp;คางคก&nbsp;เป็นต้น&nbsp;การตรวจภายในรังผึ้ง&nbsp;ตรวจได้จากการดูปริมาณผึ้งให้สัมพันธ์กับคอน&nbsp;โดยที่มีผึ้งเกาะเต็มทุกด้านของคอน&nbsp;มีการเก็บน้ำผึ้งมาก&nbsp;และตรวจดูการวางไข่ของนางพญาผึ้ง&nbsp;นางพญาผึ้งที่ดีจะมีการวางไข่สม่ำเสมอ&nbsp;ผึ้งไม่ดุ&nbsp;ขยันหาอาหาร&nbsp;ต้านทานโรค&nbsp;และไม่ควรให้มีการสร้างหลอดนางพญาบ่อย&nbsp;ๆ&nbsp;ตลอดจนตรวจดูสภาพรวงผึ้ง&nbsp;โรคและศัตรูผึ้ง&nbsp;สำหรับการเก็บน้ำผึ้งในได้คุณภาพควรเก็บในช่วงที่มีน้ำผึ้งปริมาณมาก&nbsp;ๆ&nbsp;น้ำผึ้งที่ได้ควรมีความชื้นไม่เกิน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;21&nbsp;</p><p><strong>การเก็บน้ำผึ้งจะมี&nbsp;วิธีเก็บ&nbsp;2&nbsp;วิธี</strong>&nbsp;ได้แก่วิธีที่&nbsp;1&nbsp;เก็บน้ำผึ้งจากรังล่อ&nbsp;ผึ้งโพรงจะสร้างรวงอยู่ใต้ฝารัง&nbsp;ให้หงายฝารัง&nbsp;ตัดเอาเฉพาะรวงน้ำผึ้ง&nbsp;ส่วนรวงตัวอ่อนและดักแด้ให้นำเข้าคอนแล้วเก็บไว้ในรัง&nbsp;นำส่วนที่เป็นน้ำผึ้งมาสับลงบนตะแกรงกรองสแตนเลสเพื่อให้น้ำผึ้งไหลออกมา&nbsp;วิธีที่&nbsp;2&nbsp;เก็บน้ำผึ้งจากรังที่นำรวงผึ้งใส่คอน&nbsp;ให้ตัดเฉพาะส่วนที่เป็นน้ำผึ้งแล้วนำไปสับบนตะแกรงเพื่อให้น้ำผึ้งไหลออกมา&nbsp;เพื่อให้ได้น้ำผึ้งที่สะอาดปราศจากสิ่งเจือปน&nbsp;แล้วจึงนำน้ำผึ้งไปบรรจุในภาชนะที่สะอาดเพื่อจำหน่ายต่อไป</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203133003012"],
    [84,"สทนช. รับฟังความเห็นภาคส่วนเกี่ยวข้องจากระยองและชลบุรี มาใช้ปรับปรุงสรุปผลศึกษาการผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล เพื่อรองรับความเสี่ยงขาดแคลนน้ำในพื้นที่ EEC โดยจะเสนอ กนช.พิจารณาต้น มี.ค.นี้","<p><strong>สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;รับฟังความเห็นภาคส่วนเกี่ยวข้องจากระยองและชลบุรี&nbsp;มาใช้ปรับปรุงสรุปผลศึกษาการผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล&nbsp;เพื่อรองรับความเสี่ยงขาดแคลนน้ำในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(EEC)&nbsp;โดยจะเสนอ&nbsp;กนช.พิจารณาต้นเดือนมีนาคมนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวในการประชุมปัจฉิมนิเทศ&nbsp;โครงการศึกษาการผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาความเสี่ยงของการขาดแคลนน้ำในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;ว่า&nbsp;เตรียมรองรับความต้องการใช้น้ำที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ที่มีความต้องการใช้น้ำสูงกว่าปริมาณน้ำต้นทุนปัจจุบันจำเป็นต้องจัดหาน้ำต้นทุนเพิ่มเติมสร้างความมั่นคงของทรัพยากรน้ำในพื้นที่&nbsp;และจัดสรรน้ำให้ภาคส่วนต่างๆอย่างสมดุล&nbsp;เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเชิงพื้นที่ตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ยกระดับคุณภาพชีวิต&nbsp;และลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างภาคส่วนต่างๆ&nbsp;จึงจำเป็นที่ภาครัฐต้องเร่งดำเนินการโครงการพัฒนาแหล่งน้ำทางเลือก&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีที่ให้น้ำในปริมาณสูงเพียงพอที่จะเสริมความมั่นคงของทรัพยากรน้ำในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(EEC)&nbsp;เช่น&nbsp;การผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล&nbsp;(Desalination)&nbsp;โดยพื้นที่มีความเหมาะสมเป็นพื้นที่เศรษฐกิจตามแนวชายฝั่งที่เป็นพื้นที่ต้องการความมั่นคงด้านน้ำสูง&nbsp;ปัจจุบันมีทั้งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่&nbsp;เช่น&nbsp;นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด&nbsp;นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง&nbsp;อุตสาหกรรมในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;และเมืองท่องเที่ยว&nbsp;ดังนั้น&nbsp;การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีผลิตน้ำในปริมาณสูงจำเป็นต้องศึกษาถึงความเป็นไปได้ทั้งด้านเศรษฐกิจ&nbsp;วิศวกรรม&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;และศึกษารูปแบบการลงทุนที่เหมาะสม&nbsp;เพื่อเป็นข้อมูลการบริหารจัดการความเสี่ยงของทรัพยากรน้ำในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและระยอง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;สทนช.&nbsp;ได้ให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยดำเนินโครงการศึกษาการผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลเพื่อแก้ปัญหาความเสี่ยงของการขาดแคลนน้ำในพื้นที่&nbsp;EEC&nbsp;เพื่อศึกษาการแก้ปัญหาลดความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำของพื้นที่&nbsp;EEC&nbsp;อย่างยั่งยืน&nbsp;//&nbsp;เสนอแนวทางการใช้น้ำจืดที่ผลิตจากน้ำทะเลร่วมกับการบริหารจัดการน้ำต้นทุนอื่นๆ&nbsp;เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำในพื้นที่ชลบุรีและระยองอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;//&nbsp;ศึกษาปริมาณและคุณภาพน้ำที่ต้องการสำหรับพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและเมืองพัทยา&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;เสนอรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสม&nbsp;แนวทางการคำนวณเพื่อกำหนดราคาค่าน้ำ&nbsp;และปัจจัยที่ควรพิจารณาจัดทำหลักเกณฑ์เพื่อการลงทุนและการก่อสร้างโครงการ&nbsp;จากนี้จะนำไปพิจารณาปรับปรุงผลการศึกษาของโครงการให้ครบถ้วนสมบูรณ์แล้วเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กนช.)&nbsp;พิจารณาช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203135840025"],
    [85,"จังหวัดตรัง เปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day)","<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;ก.พ.65)</strong>&nbsp;นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลวังมะปรางเหนือ&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><strong>อำเภอวังวิเศษมีพื้นที่ทั้งหมด&nbsp;298,203&nbsp;ไร่</strong>&nbsp;โดยมีพื้นที่ทำการเกษตรประมาณ&nbsp;2472,445&nbsp;ไร่&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;81.30&nbsp;มีเกษตรกร&nbsp;6,907&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยางพารา&nbsp;และปาล์มน้ำมัน&nbsp;โดยเฉพาะยางพารา&nbsp;เป็นพืชมีพื้นที่เพาะปลูกมากที่สุดและทำรายได้หลักให้แก่อำเภอวังวิเศษ&nbsp;จากสถานการณ์ราคายางพาราที่ตกต่ำต่อเนื่องกันมาเป็นเวลานาน&nbsp;รวมทั้งการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาปุ๋ยเคมี&nbsp;ซึ่งเป็นปัจจัยผลิตหลักในการผลิตยางพารา&nbsp;ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น&nbsp;กระทบต่อรายได้ของเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้สำนักงานเกษตรจังหวัดและหน่วยงานภาคี&nbsp;</strong>ได้จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ขึ้นในวันนี้&nbsp;นับเป็นโอกาสดีของเกษตรกรที่จะได้รับความรู้เกี่ยวกับการจัดการดินปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิต&nbsp;แนวทางการประกอบอาชีพเสริมสร้างรายได้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-02T00:00:00","NULL","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203150518079"],
    [86,"สคทช. เร่งจัดที่ดินทํากินให้ชุมชน?ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยขมิ้น ป่าพุน้าร้อน และป่าหนองหญ้าไทร พร้อมส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาดสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น","<p><strong>สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(สคทช.)&nbsp;เร่งจัดที่ดินทํากินให้ชุมชน?ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยขมิ้น&nbsp;ป่าพุน้ำร้อน&nbsp;และป่าหนองหญ้าไทร&nbsp;พร้อมส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาดสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น</strong></p><p>?&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางรวีวรรณ&nbsp;ภูริเดช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(สคทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(สคทช.)&nbsp;ได้ดำเนินการเร่งจัดที่ดินทํากินให้ชุมชน?พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยขมิ้น&nbsp;ป่าพุน้ำร้อน&nbsp;และป่าหนองหญ้าไทร&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;โดยกรมป่าไม้ได้แก้ปัญหาการอยู่อาศัยในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ด้วยการนำนโยบายการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนมาดำเนินการต่อเนื่อง&nbsp;โดยการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในลักษณะแปลงรวม&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;16&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2507&nbsp;ในพื้นที่บ้านกกตาดได้รับอนุญาตแล้ว&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;เนื้อที่ประมาณ&nbsp;267&nbsp;ไร่&nbsp;สำหรับพื้นที่บ้านกกตาดที่เหลืออยู่ในระหว่างดำเนินการอนุญาตจากกรมป่าไม้&nbsp;รวมประมาณ&nbsp;735&nbsp;ไร่&nbsp;ที่รวมอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยขมิ้น&nbsp;ป่าพุน้ำร้อน&nbsp;และป่าหนองหญ้าไทร&nbsp;รวมกว่า&nbsp;15,417&nbsp;ไร่&nbsp;และในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าองค์พระ&nbsp;ป่าเขาพุระกา&nbsp;และป่าเขาห้วยพลู&nbsp;รวมกว่า&nbsp;20,151&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่ง&nbsp;คทช.&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรีได้เห็นชอบและยื่นขออนุญาตใช้ประโยชน์จากกรมป่าไม้แล้ว&nbsp;ในส่วนของพื้นที่ได้รับหนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์ไปพื้นที่บ้านกกตาดและหมู่บ้านใกล้เคียง&nbsp;เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยขมิ้น&nbsp;ป่าพุน้ำร้อน&nbsp;และป่าหนองหญ้าไทร&nbsp;ได้จัดคนลงพื้นที่แล้ว&nbsp;137&nbsp;ราย&nbsp;รวม&nbsp;155&nbsp;แปลง&nbsp;พร้อมจัดทำสมุดประจาตัวผู้ได้รับการคัดเลือก&nbsp;155&nbsp;เล่ม&nbsp;แล้วได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานของรัฐดูแลรักษาฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้&nbsp;การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพในพื้นที่&nbsp;คทช.&nbsp;ส่งผลให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(สคทช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่มีการรวมกลุ่มเกษตรกรเข้มแข็ง&nbsp;สามารถบริหารจัดการโดยชุมชนได้ดี&nbsp;และทําให้การบริหารจัดการที่ดินของชุมชนเกิดความยั่งยืน?&nbsp;โดยสํานักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติจะยกระดับการจัดที่ดินทํากินให้ชุมชน?&nbsp;ด้วยการปรับเปลี่ยนให้ผู้ขอใช้ประโยชน์การอยู่อาศัยและทำกินในป่าสงวนแห่งชาติจากผู้ว่าราชการจังหวัด?เป็นสหกรณ์?&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;หรือกลุ่มเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของรัฐในพื้นที่จัดที่ดินทํากินให้ชุมชนตามนโยบาย&nbsp;คทช.?&nbsp;ภายใต้เงื่อนไขแนวทางปฏิบัติของกรมป่าไม้มาตรา&nbsp;16&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2507&nbsp;และเป็นไปตามแนว?ทางการประเมินความเข้มแข็ง?การบริหาร?จัดการ?ของสหกรณ์?&nbsp;โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์?และเสนอผ่าน&nbsp;คทช.จังหวัด&nbsp;เพื่อเห็นชอบการขอเปลี่ยนผู้ขอใช้ประโยชน์&nbsp;แล้วเสนอกรมป่าไม้ดําเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง?&nbsp;พร้อมจัดทำแผนปฎิบัติงานส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&nbsp;ภายใต้คณะทำงานส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างตรงจุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายสุรชัย&nbsp;อจลบุญ&nbsp;อธิบดีกรมป่าไม้&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมป่าไม้&nbsp;ได้เดินตามนโยบายขจัดปัญหาความยากจน&nbsp;แก้ปัญหาการมีที่อยู่อาศัย&nbsp;และที่ทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติให้ประชาชนอยู่ในพื้นที่อย่างถูกกฎหมายตามนโยบายของ&nbsp;คทช.&nbsp;พร้อมมีแนวทางส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้จากการปลูกไม้เศรษฐกิจและส่งเสริมให้คนอยู่กับป่าในลักษณะของโครงการป่าชุมชน</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203145501063"],
    [87,"จังหวัดแพร่รณรงค์ส่งเสริมการไถกลบตอซังข้าว และผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควัน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก","<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(3&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;</strong>ที่บริเวณแปลงนา&nbsp;บ้านปากยาง&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลหนองม่วงไข่&nbsp;อำเภอหนองม่วงไข่&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์ส่งเสริมการไถกลบตอซังข้าว&nbsp;และผลิตปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควัน&nbsp;และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งปัญหาหมอกควันในหลายพื้นที่ของประเทศ&nbsp;มีสาเหตุสำคัญมาจากการเผาในพื้นที่การเกษตรเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการเพาะปลูก&nbsp;และหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศส่งผลเสียต่อสุขภาพ&nbsp;และทำลายสิ่งมีชีวิต&nbsp;และจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดินและทำให้ความชื้นและความอุดมสมบูรณ์ของดินโดยรวมลดลง&nbsp;อีกทั้งการเผาไหม้ในพื้นที่เกษตร&nbsp;ยังก่อให้เกิดหมอกควัน&nbsp;ฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์&nbsp;ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินแพร่เป็นหน่วยงานหนึ่ง&nbsp;ซึ่งส่งเสริมให้เกษตรกร&nbsp;ลด&nbsp;ละ&nbsp;เลิก&nbsp;การเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;จึงร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่จัดกิจกรรมขึ้น&nbsp;เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้เกษตรกร&nbsp;ลด&nbsp;ละ&nbsp;เลิก&nbsp;การเผา&nbsp;และหันมาไถกลบเศษวัสดุทางการเกษตรแทน&nbsp;เพื่อส่งเสริมและบริหารจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร&nbsp;นำมาทำปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;และเป็นการปรับปรุงบำรุงดินและเพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน&nbsp;รวมถึงรณรงค์ดูแลสิ่งแวดล้อม&nbsp;ลดการเกิดภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการเผาตอซัง&nbsp;และลดหมอกควัน</p><p><strong>ในปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินแพร่ได้รับพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินการไถกลบตอซัง&nbsp;จำนวน&nbsp;4,360&nbsp;ไร่&nbsp;และผลิตปุ๋ยหมักจำนวน&nbsp;200&nbsp;ตัน&nbsp;ซึ่งในอำเภอหนองม่วงไข่&nbsp;มีเป้าหมายดำเนินการไถกลบ&nbsp;จำนวน&nbsp;258&nbsp;ไร่&nbsp;ผลิตปุ๋ยหมักจำนวน&nbsp;12&nbsp;ตัน&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ปีที่ผ่านมาสามารถแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกคัวนได้ตามเป้า&nbsp;แต่ปีนี้ตั้งเป้าไม่ให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เกินค่ามาตรฐานได้ไม่เกิน&nbsp;31&nbsp;วัน&nbsp;โดยจังหวัดแพร่ได้กำหนดให้วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นช่วง&nbsp;วิกฤติหมอกควัน&nbsp;และกำหนดให้ทุกพื้นที่&nbsp;ทุกหมู่บ้านในท้องที่จังหวัดแพร่เป็น&nbsp;เขตควบคุมไฟป่าและการเผาในที่โล่ง&nbsp;หันมาใช้วิธีไถกลบตอซังแทนการเผา&nbsp;ซึ่งจะได้ประโยชน์มากกว่า&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203151542089"],
    [88,"คพ. ระบุ สถานการณ์คุณภาพน้ำปี 2564 น้ำผิวดินมีแนวโน้มคุณภาพดีขึ้น ส่วนน้ำทะเลมีแนวโน้มคุณภาพลดลง","<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ระบุ&nbsp;สถานการณ์คุณภาพน้ำปี&nbsp;2564&nbsp;น้ำผิวดินมีแนวโน้มคุณภาพดีขึ้น&nbsp;ส่วนน้ำทะเลมีแนวโน้มคุณภาพลดลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ผลตรวจสอบคุณภาพน้ำประจำปี&nbsp;2564&nbsp;พบสถานการณ์คุณภาพน้ำผิวดินมีแนวโน้มดีขึ้น&nbsp;ด้านคุณภาพน้ำ&nbsp;59&nbsp;แหล่งน้ำ&nbsp;และ&nbsp;6&nbsp;แหล่งน้ำนิ่งส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์พอใช้&nbsp;ร้อยละ&nbsp;46&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปี&nbsp;2563&nbsp;และเกณฑ์เสื่อมโทรมลดลงเหลือร้อยละ&nbsp;14&nbsp;ส่วนแหล่งน้ำที่มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี&nbsp;5&nbsp;อันดับแรก&nbsp;คือ&nbsp;ตาปีตอนบน&nbsp;หนองหาร&nbsp;เพชรบุรีตอนบน&nbsp;กุยบุรี&nbsp;และปราณบุรี&nbsp;แล้วยังมีแหล่งน้ำมีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม&nbsp;5&nbsp;อันดับแรก&nbsp;คือ&nbsp;เจ้าพระยาตอนล่าง&nbsp;ลำตะคองตอนล่าง&nbsp;ท่าจีนตอนล่าง&nbsp;กวง&nbsp;และลพบุรี&nbsp;ซึ่งพบว่าแหล่งน้ำที่อยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมมีปัจจัยหลักก่อให้เกิดมลพิษทางน้ำ&nbsp;เช่น&nbsp;การระบายน้ำทิ้งจากชุมชนเมือง&nbsp;พื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;(นาข้าว)&nbsp;การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;การปศุสัตว์ที่ไม่มีระบบการจัดการของเสีย&nbsp;การระบายน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่หนาแน่น&nbsp;กิจกรรมทางเรือท่องเที่ยว&nbsp;โดยช่วง&nbsp;5&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ระหว่างปี&nbsp;2560-2564&nbsp;คุณภาพน้ำของแหล่งน้ำมีแนวโน้มดีขึ้น&nbsp;ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์พอใช้ถึงดีและไม่มีแหล่งน้ำที่อยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับสถานการณ์คุณภาพน้ำทะเลมีแนวโน้มคุณภาพน้ำทะเลลดลงจากปีที่ผ่านมาภาพรวมคุณภาพน้ำทะเลส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดีร้อยละ&nbsp;47&nbsp;ลดลงจากปี&nbsp;2563&nbsp;และมีเกณฑ์เสื่อมโทรมมากร้อยละ&nbsp;3&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปี&nbsp;2563&nbsp;มีแหล่งน้ำทะเลที่มีคุณภาพน้ำดี&nbsp;5&nbsp;อันดับแรก&nbsp;คือ&nbsp;เกาะยูง&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;,&nbsp;หาดโล๊ะดาลัม&nbsp;เกาะพีพี&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;,&nbsp;อ่าวมาหยา&nbsp;เกาะพีพี&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;,&nbsp;หาดโล๊ะบาเกา&nbsp;เกาะพีพี&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;และหาดต้นไทร&nbsp;เกาะพีพี&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;และยังพบแหล่งน้ำทะเลที่มีคุณภาพน้ำเสื่อมโทรม&nbsp;5&nbsp;อันดับแรก&nbsp;คือ&nbsp;ปากคลองบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;,&nbsp;ปากแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;,&nbsp;อ่าวชลบุรี&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;,&nbsp;แหลมฉบัง&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;และปากคลองชากหมาก&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังพบการเกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีในพื้นที่ชายฝั่งอ่าวไทย&nbsp;25&nbsp;ครั้ง&nbsp;เกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลในทะเลและชายฝั่ง&nbsp;17&nbsp;ครั้ง&nbsp;ด้านปะการังฟอกขาวพบฝั่งอ่าวไทยเริ่มมีสีจางลงและฟอกขาวในบางพื้นที่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่มีแนวปะการังโผล่ช่วงน้ำลง&nbsp;เนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;ซึ่งส่งผลให้เกิดปะการังฟอกขาว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;คพ.&nbsp;ได้กำหนดให้ลดและควบคุมการระบายมลพิษทางน้ำจากแหล่งกำเนิด&nbsp;ตรวจและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นกับแหล่งกำเนิดมลพิษ&nbsp;ปรับปรุงและพัฒนามาตรฐานคุณภาพน้ำและมาตรฐานควบคุมมลพิษทางน้ำจากแหล่งกำเนิด&nbsp;สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;(อปท.)&nbsp;จัดสร้างและเพิ่มศักยภาพระบบบำบัดน้ำเสียรวมของท้องถิ่น&nbsp;นำระบบอนุญาตการระบายมลพิษมาใช้ในการควบคุมการระบายมลพิษไม่ให้เกินศักยภาพรองรับของแหล่งน้ำ&nbsp;สร้างเครือข่ายระหว่างองค์กรของรัฐและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อประสานงานการจัดการแก้ปัญหาน้ำเสียแบบบูรณาการ&nbsp;และรณรงค์ให้ช่วยฟื้นฟูแม่น้ำ&nbsp;ลำคลอง&nbsp;ทะเล&nbsp;และชายฝั่ง</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203153022098"],
    [89,"จังหวัดพังงา ประชุมติดตามความคืบหน้าการจัดงาน หลาดริมคลองงา ชูเป็นตลาดปลอดโฟม ปลอดถุงพลาสติก ปลอดภัย เน้นอัตลักษณ์ของพังงา","<p><strong>ที่ห้องประชุมดีบุก&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพังงา&nbsp;นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;เป็นประธานประชุมติดตามความคืบหน้าการวางแผนดำเนินงานการจัดงาน&nbsp;หลาดริมคลองงา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพังงา</p><p><strong>โดยมี&nbsp;พันจ่าโท&nbsp;อนันต์&nbsp;บุญสำราญ&nbsp;ปลัดจังหวัดพังงา&nbsp;</strong>นางสาวภัทรกันยา&nbsp;ชูวงศ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดพังงา&nbsp;และคณะทำงานฝ่ายต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ซึ่งจังหวัดพังงาได้กำหนดจัดกิจกรรมในลักษณะที่ให้เกษตรกรได้พบปะกับผู้ซื้อโดยตรง&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ผู้ผลิต&nbsp;และแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;ให้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้า&nbsp;ฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;กระตุ้นการค้าขายและสร้างรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานเอนกประสงค์&nbsp;ข้างริมคลองพังงา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพังงา&nbsp;ภายในงานมีการจำหน่ายสินค้าเกษตร&nbsp;สินค้าอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;ของกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ชุมชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;เดิมจะเปิดจำหน่ายครั้งแรกวันที่&nbsp;14&nbsp;-16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;และเปิดขายครั้งถัดไปทุกวันศุกร์&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;ถึง&nbsp;19.00&nbsp;น.&nbsp;แต่เนื่องจากจังหวัดพังงามีกิจกรรมสำคัญหลายอย่างในพื้นที่&nbsp;ที่ประชุมจึงมีมติเลื่อนการจัดงานเป็น&nbsp;วันที่&nbsp;23-25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;และทุกวันศุกร์&nbsp;เวลา&nbsp;17.00-20.00&nbsp;น.&nbsp;ภายในบริเวณจะมีการแสดงของเด็กนักเรียน&nbsp;ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน&nbsp;และการละเล่นต่างๆ&nbsp;เพื่อสร้างความสุขให้กับผู้ซื้อและผู้ขาย&nbsp;และยังได้กราบไหว้พระทิพยมงคลพุทธปฏิมากร&nbsp;ที่ประดิษฐานอยู่ภายในหอพระด้วย&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของพ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;หรือประชาชน&nbsp;ที่ต้องการนำสินค้ามาจำหน่าย</strong>ไม่ว่าจะเป็นของกิน&nbsp;ของใช้&nbsp;เสื้อผ้า&nbsp;สินค้าเบ็ดเตล็ด&nbsp;สินค้ามือสอง&nbsp;ก็สามารถทำได้ฟรี&nbsp;ไม่เสียค่าใช้จ่าย&nbsp;เพื่อให้ตลาดมีสินค้าที่หลากหลายและเป็นที่สนใจของผู้คนให้เข้ามายังตลาดแห่งนี้มากขึ้น&nbsp;แต่จำกัดจำนวนร้านค้าแค่&nbsp;99&nbsp;ร้านค้า&nbsp;โดยขอความร่วมมือทุกร้านค้าแต่งกายด้วยชุดผ้าไทย&nbsp;ผ้าบาติก&nbsp;ใช้วัสดุหีบห่อธรรมชาติแทนโฟมและถุงพลาสติก&nbsp;และเพื่อเอาใจคนใช้โซเซียลมีเดีย&nbsp;จังหวัดได้จัดให้มีบริการฟรี&nbsp;Wi-Fi&nbsp;ความเร็วสูง&nbsp;ตลอดงาน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มีการตรวจคัดกรองตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</strong>&nbsp;มีการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและความปลอดภัยให้กับประชาชนโดยหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203153725107"],
    [90,"ผู้ว่าฯ สตูล เปิดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การคุ้มครองสิทธิเกษตรกรและผู้บริโภคก่อนการเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ CPTPP และการเตรียมแผนปฏิบัติการของชุมชน","<p><strong>วันนี้&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมวิทยาลัยชุมชนสตูล&nbsp;</strong>อำเภอเมืองสตูล&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ&nbsp;การคุ้มครองสิทธิเกษตรกรและผู้บริโภคก่อนการเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก&nbsp;หรือ&nbsp;CPTPP&nbsp;และการเตรียมแผนปฏิบัติการของชุมชน&nbsp;จัดโดยนางกัลยาทัศน์&nbsp;ติ้งหวัง&nbsp;นายกสมาคมผู้บริโภคสตูล&nbsp;โดยมีเครือข่ายเกษตรกรจังหวัดสตูล&nbsp;เครือข่ายผู้บริโภคจังหวัดสตูล&nbsp;กว่า&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;และมีหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดสตูล&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการสัมมนา&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;(Zoom)&nbsp;เพื่อลดจำนวนการแออัด</p><p><strong>นางกัลยาทัศน์&nbsp;ติ้งหวัง&nbsp;นายกสมาคมผู้บริโภคสตูล&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;วัตถุประสงค์การจัดโครงการเพื่อสร้างความเข้าใจและสร้างการรับรู้ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากไทยเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิกหรือ&nbsp;CPTPP&nbsp;แก่เกษตรกรและผู้บริโภคและเป็นการเตรียมการให้เกษตรกรพัฒนาแผนปฏิบัติการคุ้มครองสิทธิในฐานทรัพยากรพันธุกรรมท้องถิ่น&nbsp;และคาดว่าผลจากการอบรมสัมมนาเกษตรกรและผู้บริโภคจะมีความรู้ความเข้าใจมากยิ่งขึ้น</p><p><strong>สำหรับการอบรมฯ&nbsp;มีการให้ความรู้ด้านการคุ้มครองสิทธิเกษตรกร</strong>และผู้บริโภคก่อนกานเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก&nbsp;หรือ&nbsp;CPTPP&nbsp;และมีการแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อพัฒนาแผนการปฏิบัติการของชุมชนและผู้บริโภคด้านการคุ้มครองสิทธิเกษตรกรบนฐานพันธุกรรมพืชท้องถิ่น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทางสมาคมผู้บริโภคสตูล&nbsp;จะจัดประชุมทำแผนปฏิบัติการและนำเสนอต่อจังหวัดสตูล&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องอีกครั้ง&nbsp;ในเดือน&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;และจัดประชุมสรุปและติดตาม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203153243102"],
    [91,"คณะอนุกรรมการตรวจข้อมูลเชิงประจักษ์ฯ ลงพื้นที่สัมภาษณ์ตัวแทนภาคประชาชนจังหวัดอ่างทอง เข้ารับการสรรหาปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปี 2565","<p><strong>ด้วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เห็นสมควรยกย่องและเชิดชูเกียรติแก่ผู้ทรงภูมิปัญญา</strong>ด้านการเกษตรในสาขาต่างๆ&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ที่มีคุณความดี&nbsp;มีความรู้ความสามมารถ&nbsp;และประสบการณ์&nbsp;สมควรเป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน&nbsp;ให้ได้รับการดูแลด้านสวัสดิการและสนับสนุนให้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ประสบการณ์และความสามารถสู่สังคม&nbsp;ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน&nbsp;มี&nbsp;4&nbsp;สาขา&nbsp;คือ&nbsp;1.ปราชญ์เกษตรผู้ทรงภูมิปัญญาและมีคุณูปการต่อภาคการเกษตรไทย&nbsp;2.ปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;3.ปราชญ์เกษตรดีเด่น&nbsp;4.ปราชญ์เกษตรผู้นำชุมชนและเครือข่าย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;นายอเนก&nbsp;สีเขียวสด&nbsp;เป็นตัวแทนภาคประชาชนจังหวัดอ่างทอง&nbsp;เข้ารับการสรรหาปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;สาขาปราชญ์เกษตรผู้ทรงภูมิปัญญาและมีคุณูปการต่อภาคเกษตรไทย</p><p><strong>ซึ่งในวันนี้&nbsp;(3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;คณะอนุกรรมการตรวจข้อมูลเชิงประจักษ์ฯ&nbsp;(ส่วนกลาง)&nbsp;</strong>ประกอบด้วย&nbsp;นายประเทศ&nbsp;ขอรักษ์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมประมง&nbsp;นายกฤติพิพัฒน์&nbsp;รัตนนาวินกุล&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านส่งเสริมและพัฒนาสัตว์ปีก&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;นายจิตติศักดิ์&nbsp;ศรีปัญญา&nbsp;ผู้อำนวยการกองนโยบายเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรฯ&nbsp;นายสัญญา&nbsp;เธียรสุนทร&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;นายประภัสร์&nbsp;คมไพบูลย์กิจ&nbsp;วิศวกรชลประทานชำนาญการ&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจข้อมูลเชิงประจักษ์ของผู้เข้ารับการสรรหาสาขาปราชญ์เกษตรผู้ทรงภูมิปัญญาและมีคุณูปการต่อภาคเกษตรไทย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวีระศักดิ์&nbsp;วิตร์แสงศรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;นายศักดิ์ดา&nbsp;บรรดาศักดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ปลัดจังหวัด&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง&nbsp;เข้าร่วมรับฟังและให้กำลังใจ&nbsp;นายอเนก&nbsp;สีเขียวสด</p><p><strong>สำหรับเกณฑ์การพิจารณาของอนุกรรมการในวันนี้&nbsp;มี&nbsp;3&nbsp;ด้าน</strong>&nbsp;ด้านที่&nbsp;1&nbsp;คุณลักษณะส่วนบุคคล&nbsp;ด้านที่&nbsp;2&nbsp;ผลงานที่สร้างคุณประโยชน์&nbsp;ด้านที่&nbsp;3&nbsp;การขยายผลงาน&nbsp;เกณฑ์การผ่านการประเมินการสรรหาปราชญ์เกษตรสาขาปราชญ์เกษตรผู้ทรงภูมิปัญญาและมีคุณูปการต่อภาคเกษตรไทย&nbsp;ของคณะอนุกรรมการสรรหาคือผู้รับการสรรหาต้องได้รับคะแนนรวมทุกด้านไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;80</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","อ่างทอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203171046165"],
    [92,"เกษตรยะลา จัดอบรมโครงการพัฒนาคุณภาพไม้ผลที่มีศักยภาพในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน","<p><strong>เกษตร&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เดินหน้าโครงการพัฒนาคุณภาพไม้ผลที่มีศักยภาพ</strong>ในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน&nbsp;โดยนายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;จัด&nbsp;กิจกรรมอบรมเกษตรกรสร้างการรับรู้ปัญหาหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนแก่เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน&nbsp;ตามแนวทางโรงเรียนเกษตรกร&nbsp;และกิจกรรมอบรมเกษตรกรสร้างการรับรู้ปัญหาโรครากเน่าโคนเน่าทุเรียนแก่เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน&nbsp;ตามแนวทางโรงเรียนเกษตรกร&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้&nbsp;และสามารถนำไปปฎิบัติ&nbsp;ให้เกิดประโยชน์แก่สวนทุเรียนในพื้นที่ของตนเอง&nbsp;สำหรับการจัดอบรมครั้งนี้ใช้ระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;2-3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองยะลา&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203162817147"],
    [93,"ก.ทรัพย์ เตรียมเสนออุทยานธรณีขอนแก่นให้ ครม. พิจารณาช่วง ก.พ. ถึง มี.ค.นี้ เพื่อผลักดันเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เตรียมเสนออุทยานธรณีขอนแก่นให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมนี้&nbsp;เพื่อผลักดันเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอุทยานธรณี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ได้มีมติเห็นชอบให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ&nbsp;การนำเสนออุทยานธรณีขอนแก่นเข้ารับการประเมินเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก&nbsp;โดยอุทยานธรณีขอนแก่นมีพื้นที่ครอบคลุม&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;อ.ภูเวียง&nbsp;และ&nbsp;อ.เวียงเก่า&nbsp;รวมพื้นที่&nbsp;1,038&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;มีความโดดเด่นเป็นอาณาจักรไดโนเสาร์ของประเทศไทย&nbsp;ที่เป็นไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ของโลก&nbsp;5&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;และพบกระดูกหน้าแข้งของไดโนเสาร์ในกลุ่มคอมป์ซอกนาธัส&nbsp;โดยไดโนเสาร์ที่พบมีทั้งตัวเล็กและตัวใหญ่&nbsp;เป็นชนิดกินพืชและกินเนื้อ&nbsp;มีทั้งตัวเต็มวัยและวัยเยาว์&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีได้ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมนี้&nbsp;ก่อนจัดทำเอกสารเสนอขอการรับรองต่อยูเนสโกต่อไป&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;มีมติเห็นชอบให้เพิ่มปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอุทยานธรณี&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับอุทยานธรณีประเทศไทยในด้านการศึกษา&nbsp;วิจัย&nbsp;และสร้างนวัตกรรมในอุทยานธรณี&nbsp;เพื่อให้เกิดการพัฒนาในทุกมิติและสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;ประเทศไทยมีอุทยานธรณีทั้งในระดับท้องถิ่น&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;และระดับโลก&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1)&nbsp;อุทยานธรณีโลกของยูเนสโก&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;อุทยานธรณีโลกสตูล&nbsp;ประกาศเมื่อปี&nbsp;2561&nbsp;โดยจะมีการประเมินซ้ำทุก&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;2)&nbsp;อุทยานธรณีประเทศไทย&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;อุทยานธรณีโคราช&nbsp;ประกาศเมื่อปี&nbsp;2561&nbsp;ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการขอรับรองเป็นอุทยานธรณีโลก&nbsp;แห่งที่&nbsp;2&nbsp;ของไทย&nbsp;อุทยานธรณีผาชัน&nbsp;สามพันโบก&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;ประกาศเมื่อปี&nbsp;2562&nbsp;อุทยานธรณีเพชรบูรณ์&nbsp;ประกาศเมื่อปี&nbsp;2563&nbsp;และอุทยานธรณีขอนแก่น&nbsp;ประกาศเมื่อปี&nbsp;2563&nbsp;และ&nbsp;3)&nbsp;อุทยานธรณีท้องถิ่น&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;อุทยานธรณีไม้กลายเป็นหินตาก&nbsp;จัดตั้งเมื่อปี&nbsp;2560&nbsp;อุทยานธรณีชัยภูมิ&nbsp;จัดตั้งเมื่อปี&nbsp;2564&nbsp;และล่าสุด&nbsp;อุทยานธรณีพุหางนาค&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;จัดตั้งในปี&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ที่ประชุมยังได้รับทราบผลการประชุมนานาชาติอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก&nbsp;ครั้งที่&nbsp;9&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานธรณีโลก&nbsp;เกาะเจจู&nbsp;สาธารณรัฐเกาหลี&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;12-16&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ได้พิจารณาผลการรับรองอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก&nbsp;18&nbsp;แห่ง&nbsp;โดยทวีปยุโรปและลาตินอเมริกา&nbsp;ผ่านการรับรองเพียง&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;พร้อมรับทราบการเปลี่ยนแปลงตราสัญลักษณ์อุทยานธรณีโลกของยูเนสโก&nbsp;(UNESCO&nbsp;Global</p><p>Geoparks)&nbsp;เพื่อสื่อสารการเป็นตัวตนของยูเนสโกในเชิงประจักษ์&nbsp;โดยเน้นคำว่า&nbsp;\"ยูเนสโก\"&nbsp;ให้ชัดเจนขึ้นและออกแบบให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203161622141"],
    [94,"ผู้บริหารบริษัททำน้ำมันรั่ว ชาวแคนาดา ลงพื้นที่พบกลุ่มชาวประมงหาดแม่รำพึง จ.ระยอง ยกมือไหว้ขอโทษพร้อมสัญญาจะเยียวยาอย่างเป็นธรรมโดยเร็ว","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;นายโรเบิร์ต&nbsp;โดบริค</strong>&nbsp;กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร&nbsp;บริษัทสตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;และ&nbsp;นายจีรศักดิ์&nbsp;มหาสุคนธ์&nbsp;ผจก.ฝ่ายทรัพยากรบุคคล&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่งฯ&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&nbsp;ได้เดินทางมาบริเวณกลุ่มประมงเรือเล็กคลองกะเฌอ&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;พร้อมนำถุงยังชีพมามอบให้&nbsp;โดยมีตัวแทนชาวประมงจำนวน&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;มารวมตัวกัน</p><p><strong>นายสุนทร&nbsp;แสงเนตร&nbsp;อายุ&nbsp;56&nbsp;ปี&nbsp;ตัวแทนชาวประมง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ต้องการให้ทาง&nbsp;SPRC&nbsp;รับปากว่าจะเยียวยาเมื่อไหร่อย่างไร&nbsp;เพราะน้ำมันรั่วครั้งที่แล้วรอนานหลายปี&nbsp;และได้เงินเยียวยาเพียงแค่&nbsp;30,000&nbsp;บาทต่อรายเท่านั้น&nbsp;ถือว่าไม่คุ้มกับความเสียหายที่เสียไป&nbsp;จึงต้องการให้ทางผู้บริหารรับปากว่าจะเยียวยาอย่างเร็วที่สุดเมื่อไหร่</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายจีรศักดิ์&nbsp;ผจก.ฝ่ายทรัพยากรบุคคลสตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่งฯ&nbsp;</strong>กล่าวต่อหน้ากลุ่มชาวประมง&nbsp;ว่าทางบริษัทฯ&nbsp;จะรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น&nbsp;ส่วนเรื่องการเยียวยา&nbsp;จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;และตัวแทนผู้ที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;เพื่อให้เกิดความโปร่งใสมากที่สุด&nbsp;ส่วนระยะเวลาในการเยียวยา&nbsp;คงต้องรอให้มีการสรุปก่อน&nbsp;ซึ่งจะมาให้คำตอบอีกครั้งในสัปดาห์หน้า&nbsp;ในวันนี้ได้เตรียมถุงน้ำใจมามอบให้&nbsp;ยืนยันจะไม่เงียบหายไปอย่างแน่นอน</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายโรเบิร์ต&nbsp;โดบริค&nbsp;กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทฯ&nbsp;</strong>ได้ยกมือไหว้ขอโทษกลุ่มชาวประมง&nbsp;พร้อมกล่าวเป็นภาษาอังกฤษโดยมีล่ามแปลภาษาว่า&nbsp;ขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น&nbsp;และจะรับผิดชอบอย่างเป็นธรรมที่สุด&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายสุนทร&nbsp;ชาวประมง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ทางกลุ่มชาวประมง&nbsp;ต่างก็พร้อมจะรอหวังว่าคงจะไม่หนีหายไป&nbsp;เพราะทุกวันนี้ลำบากกันถ้วนหน้า&nbsp;คงจะมาตามสัญญาที่นัดไว้และเยียวยาให้กับพวกเราโดยเร็ว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203172221168"],
    [95,"ทัพเรือภาคที่ 1 ดึงบุ๋ม ปนัดดา และเล็ก ฝันเด่น ดำน้ำพิสูจน์คราบน้ำมัน พบก้อนน้ำมันทาร์บอลใต้ทะเล นำขึ้นมาตรวจสอบ","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ผู้สื่อรายงานว่า&nbsp;</strong>พล.ร.ท.พิชัย&nbsp;ล้อชูสกุล&nbsp;ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;ได้พา&nbsp;บุ๋ม&nbsp;ปนัดดา&nbsp;วงศ์ผู้ดี&nbsp;อดีตนางสาวไทย&nbsp;และเล็ก&nbsp;ฝันเด่น&nbsp;จรรยาธนากร&nbsp;มาดำน้ำพิสูจน์คราบน้ำมันที่มีการสลายจมลงทะเลห่างฝั่งหาดแม่รำพึง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;เพื่อตรวจสอบสภาพชายหาด&nbsp;และท้องทะเลว่ายังคงมีการปนเปื้อนขอบคราบน้ำมันหรือไม่&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้พี่น้องประชาชนจากภารกิจขจัดคราบน้ำมันรั่วไหลของเจ้าหน้าที่&nbsp;ทั้งนี้ได้ลงดำสำรวจรวม&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ระยะทางห่างฝั่ง&nbsp;3,5&nbsp;และ&nbsp;10&nbsp;กม.&nbsp;โดยดำน้ำระดับความลึก&nbsp;ประมาณ&nbsp;10,15&nbsp;และ&nbsp;20&nbsp;ม.</p><p><strong>บุ๋ม&nbsp;ปนัดดา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากการดำน้ำสำรวจ&nbsp;เพื่อพิสูจน์คราบน้ำมันที่ใช้สารเคมีย่อยสลายจมในทะเล&nbsp;พบก้อนทาร์บอลขนาดเล็กๆ&nbsp;ทั่วบริเวณ&nbsp;บางจุดพบเป็นแผ่นขนาดเท่าฝ่ามือกระจายอยู่ก้นทะเลทั้ง&nbsp;3&nbsp;จุดที่ดำลงไป&nbsp;แต่พบในจำนวนที่น้อยมาก&nbsp;ซึ่งก็ได้มีการเก็บก้อนทาร์บอลดังกล่าวขึ้นมา&nbsp;เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบต่อไป&nbsp;ส่วนการสำรวจแนวปะการัง&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมันปนเปื้อนแต่อย่างใด&nbsp;อย่างไรตามน้ำทะเลบริเวณชายหาดแม่รำพึงสามารถลงเล่นน้ำได้แล้ว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203172455169"],
    [96,"โคก หนอง นา โมเดล โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 49 จังหวัดตราด ยั่งยืนจากความพอเพียง","<p><strong>&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;เป็นหนึ่งปรัชญาในการออกแบบพื้นที่ทำการเกษตรตามศาสตร์พระราชา</strong>&nbsp;ซึ่งสามารถสร้างประโยชน์&nbsp;ให้เกิดขึ้นอย่างเห็นผล&nbsp;เพราะไม่ว่าจะเป็นคนเมือง&nbsp;หรือคนชนบท&nbsp;โรงเรียนราชประชานุเคราะห์&nbsp;49&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;1&nbsp;ในโรงเรียน&nbsp;ที่ถูกให้สร้างแปลงโคกหนองนาสาธิต&nbsp;นางพันทิวา&nbsp;กมลรัตนพิสุทธิ์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์&nbsp;49&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;กล่าวถึงการสร้างแปลงโคกหนองนาสาธิต&nbsp;ของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์&nbsp;49&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;เนื่องมาจากการตรวจเยี่ยมโรงเรียน&nbsp;ของ&nbsp;พลเรือเอก&nbsp;พงษ์เทพ&nbsp;หนูเทพ.&nbsp;องคมนตรี&nbsp;ในช่วงของปี&nbsp;2563&nbsp;และเห็นว่าโรงเรียนมีพื้นที่จำนวนมาก&nbsp;มีความต้องการให้โรงเรียนทำแปลงเกษตรสาธิตเพื่อให้ประชาชนได้เข้ามาเรียนรู้&nbsp;&nbsp;จึงได้เกิดแปลงโคกหนองนาที่นี่ขึ้น&nbsp;โดยร่วมกับพัฒนาชุมชนจังหวัด&nbsp;และเกษตร&nbsp;เข้ามาดูแลปรับปรุงพื้นที่&nbsp;และในการทำโครงการก็จะมีการศึกษาถึงสภาพของพื้นที่&nbsp;ลักษณะของดิน&nbsp;ลักษณะของภูมิอากาศ&nbsp;มีการตรวจสอบสภาพดิน&nbsp;และแก้ไข&nbsp;ปัญหาดินในพื้นที่&nbsp;ที่มีความเป็นกรด&nbsp;โดยใช้ปูนขาว&nbsp;ในการปรับสภาพ&nbsp;ของดิน&nbsp;ให้ลดความเป็นกรดลง&nbsp;&nbsp;ส่วนแปลงโคกหนองนาภายในโรงเรียนนั้น&nbsp;เน้นให้เด็กนักเรียน&nbsp;มีการปฏิบัติในคาบเรียนในวิชา&nbsp;มีพื้นที่แปลงโคกหนองนา&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;แบ่งเป็นการกับเก็บน้ำ&nbsp;จากการขุดบ่อ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;บ่อ&nbsp;มีคลองไส้ไก่&nbsp;มีการแบ่งแยกโซน&nbsp;พืช&nbsp;ไม้ให้ผล&nbsp;พืชสวนครัว&nbsp;ไม้ป่า&nbsp;มีแปลงนา&nbsp;ให้เด็กได้มีความรู้&nbsp;ใช้เกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;</p><p><strong>นางพันทิวา&nbsp;กมลรัตนพิสุทธิ์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์&nbsp;49&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;</strong>ยังกล่าวถึงประโยชน์&nbsp;ของการทำแปลโคกหนองนาสาธิต&nbsp;อีกว่า&nbsp;หากเราเชื่อในวิถีชีวิตการกินอยู่แบบพอเพียง&nbsp;ชีวิตตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;หรือตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;แล้วมีการลงมือทำให้เกิดขึ้นจริง&nbsp;เท่ากับกำลังสร้างภูมิคุ้มกันที่ทำให้นักเรียนพึ่งพาตนเองได้จากการสร้างพื้นที่ทำกิน&nbsp;ที่มีอาหาร&nbsp;มีน้ำไว้กินไว้ใช้&nbsp;และสามารถเข้าถึงพลังงานได้&nbsp;คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ก็จะดีขึ้น&nbsp;ความมั่นคง&nbsp;และยั่งยืนก็จะตามมา</p><p><br></p><p>สวท.ตราด</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สวท.ตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203173102172"],
    [97,"บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)  พร้อมเดินหน้า เพาะพันธุ์ดี NT Youth Club สร้างเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน","<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่จังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;นางสมจิตต์&nbsp;ธีระชุติกุล&nbsp;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานขายและปฏิบัติการลูกค้า&nbsp;2&nbsp;บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;นำคณะผู้บริหาร&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ตลอดจนสื่อมวลชนทั้งจากส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น&nbsp;ลงพื้นที่โรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล&nbsp;ศึกษาดูงานโครงการเพาะพันธุ์ดี&nbsp;NT&nbsp;Youth&nbsp;Club&nbsp;Mini&nbsp;Smart&nbsp;Farming&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(&nbsp;CSR&nbsp;)&nbsp;ที่บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ได้จัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรในการทำการเกษตรแบบลดต้นทุน&nbsp;มีผลผลิตที่น่าพอใจ&nbsp;เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้มีความกินดีอยู่ดีอย่างยั่งยืน&nbsp;ด้วยการปลูกฝังความรู้ให้แก่เด็กนักเรียนเพื่อนำไปขยายต่อยังครอบครัวและชุมชน&nbsp;</p><p><strong>นางสมจิตต์&nbsp;ธีระชุติกุล&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เกิดขึ้นจากการควบรวมของบริษัท&nbsp;ทีโอที&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;และบริษัท&nbsp;กสท&nbsp;โทรคมนาคม&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;เพื่อให้บริการด้านการสื่อสารโทรคมนาคม&nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้ในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ปี&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;บริษัทจะมีกิจกรรม&nbsp;CSR&nbsp;ที่ออกไปถ่ายทอดความรู้ให้กับเด็กและเยาวชนในการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างถูกวิธี&nbsp;ทั้งการสร้างเพจ&nbsp;สร้างคอนเทนต์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เกี่ยวกับวัฒนธรรม&nbsp;สังคม&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;ไปจนถึงการจำหน่ายสินค้าออนไลน์&nbsp;และการให้ความรู้ด้านการเกษตร&nbsp;เมื่อควบรวมกิจการจึงเกิดเป็นโครงการ&nbsp;เพาะพันธุ์ดี&nbsp;NT&nbsp;Youth&nbsp;Club&nbsp;ที่เป็นการต่อยอดนำนวัตกรรมทางด้านดิจิทัลมาต่อเชื่อมกับการเกษตร&nbsp;ผ่านโครงการ&nbsp;Smart&nbsp;Farming&nbsp;เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปลูกพืชผักต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และนำไปขยายผลต่อยังครอบครัวของตนเองและชุมชน&nbsp;ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจและสังคมมีความยั่งยืนต่อไปในอนาคตตามเป้าหมายของบริษัท&nbsp;และในช่วงสถานการณ์โควิดเช่นนี้ถือว่าโครงการนี้ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี&nbsp;เพราะได้รับความสนใจจากทุกภาคส่วน&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;เด็กนักเรียน&nbsp;คณะครูอาจารย์&nbsp;ผู้ปกครอง&nbsp;ไปจนถึงผู้บริหารในระดับต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เนื่องจากวิทยากรที่นำมาถ่ายทอดความรู้นั้น&nbsp;เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ&nbsp;เป็นกูรูที่ทำงานจริง&nbsp;และคาดว่าในอนาคตเด็ก&nbsp;ๆ&nbsp;จะสามารถนำไปทำเป็นอาชีพได้&nbsp;และบริษัทก็มีความภูมิใจและพร้อมที่จะต่อยอดออกไปอีกเรื่อย&nbsp;ๆ&nbsp;เป็นการขยายเครือข่าย&nbsp;ซึ่งถ้าโรงเรียนไหนสนใจสามารถติดต่อได้ที่โทรศัพท์จังหวัดทุกจังหวัด&nbsp;ขณะเดียวกันในด้านของสังคมอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ทางบริษัทก็ไม่ได้&nbsp;เช่น&nbsp;กรณีที่เกิดโควิดแล้วเด็กนักเรียนไม่สามารถมาเรียนที่โรงเรียนได้&nbsp;ทางบริษัทก็ได้สนับสนุนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อให้เด็ก&nbsp;ๆ&nbsp;ได้เข้าถึงการเรียนแบบออนไลน์แทน&nbsp;เพราะบริษัทอยากพัฒนาให้เด็กทุกคนมีความรู้ความสามารถ&nbsp;เป็นเด็กที่มีคุณภาพ&nbsp;กลายเป็นกลุ่มเพาะพันธุ์ดี&nbsp;ที่จะนำเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ภูมิศักดิ์&nbsp;ขำปู่&nbsp;นายอำเภอเรณูนคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ในเรื่องของการนำอินเทอร์เน็ตหรือระบบดิจิทัลมาใช้&nbsp;ในส่วนของรัฐบาลนั้นกระทรวงดิจิทัลได้มีโครงการที่เรียกว่าอาสาดิจิทัลในพื้นที่เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับระบบดิจิทัลและระบบเทคโนโลยีใหม่ๆ&nbsp;และกระทรวงเกษตรก็มีเรื่องของ&nbsp;Smart&nbsp;Farming&nbsp;ซึ่งโครงการเพาะพันธุ์ดี&nbsp;NT&nbsp;Youth&nbsp;Club&nbsp;ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทุกคนได้เห็นว่าสามารถเกิดขึ้นจริงได้&nbsp;สำคัญคือนักเรียนในฐานะที่เป็นลูกเกษตรกรสามารถเห็นภาพแล้วนำไปสื่อสารต่อยังผู้ปกครองได้ว่าสิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้&nbsp;กลายเป็นเกษตรรุ่นใหม่ที่ไม่ต้องตากแดด&nbsp;ตากฝน&nbsp;แต่สามารถนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้กับแปลงเกษตร&nbsp;ที่พร้อมสร้างผลผลิตที่สูงขึ้น&nbsp;คุณภาพดีขึ้น&nbsp;และมีตลาดรองรับจากการจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ได้&nbsp;</p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว/ส.ปชส.นครพนม</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-02T00:00:00","NULL","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203174548178"],
    [98,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเขตป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์ โดยจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบชายแดนภาคเหนือไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะในเขตป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์&nbsp;โดยจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบชายแดนภาคเหนือไทย</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(2&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;612&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อน&nbsp;89&nbsp;จุด&nbsp;โดยพบมากสุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;250&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;133&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;107&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขตสปก.&nbsp;79&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;40&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุดอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;ลำปาง&nbsp;96&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ตาก&nbsp;71&nbsp;จุด&nbsp;และเชียงใหม่&nbsp;60&nbsp;จุด&nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคมถึง&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;โดยจุดความร้อนในพื้นที่ภาคเหนือค่อนข้างน่าเป็นห่วง&nbsp;เนื่องจากมีจำนวนมากที่สุดติดต่อกันเป็นวันที่&nbsp;7&nbsp;ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวนลดลง&nbsp;เนื่องจากเกิดฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในภาคเหนือ&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเกิดจากการจุดไฟเผาเพื่อล่าสัตว์&nbsp;หรือการเข้าไปหาของป่า&nbsp;เพราะพบจุดความร้อนมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;4,036&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;2,963&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;2,941&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&nbsp;1,361&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นกัมพูชา&nbsp;917&nbsp;จุด&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;612&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203173457175"],
    [99,"กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ผลักดันเยาวชนไทยในสถานศึกษาต่างๆลดและคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง แล้วสามารถต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มจากขยะ","<p><strong>กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สส.)&nbsp;ผลักดันเยาวชนไทยในสถานศึกษาต่างๆลดและคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง&nbsp;แล้วสามารถต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มจากขยะสร้างรายได้เพิ่ม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางภาวินี&nbsp;ณ&nbsp;สายบุรี&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้จัดทำโครงการโรงเรียนปลอดขยะ&nbsp;(Zero&nbsp;Waste&nbsp;School)&nbsp;ต่อเนื่อง&nbsp;ภายใต้แนวคิดการจัดการขยะเหลือศูนย์&nbsp;หรือ&nbsp;Zero&nbsp;Waste&nbsp;เน้นการสร้างการมีส่วนร่วมพัฒนาของทุกภาคส่วน&nbsp;เพราะเด็กและเยาวชนถือเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญของประเทศจำเป็นต้องได้รับการปลูกฝังความรู้&nbsp;ทัศนคติ&nbsp;และคุณธรรมให้เป็นพลเมืองคุณภาพและใช้ชีวิตอย่างพอเพียง&nbsp;เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน&nbsp;ผ่านการสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้โรงเรียนปลอดขยะระดับประเทศออนไลน์&nbsp;มาพัฒนาสถานศึกษาให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;สร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี&nbsp;ลดมลพิษ&nbsp;และสร้างการมีส่วนร่วมลดและคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง&nbsp;&nbsp;แล้วสามารถนำไปต่อยอดขยายผลเป็นต้นแบบการจัดการขยะมูลฝอยตั้งแต่ต้นทางในสถานศึกษา&nbsp;และพัฒนาผู้เรียนให้กลายเป็นพลเมืองสิ่งแวดล้อมในอนาคต&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังมีการเสวนาแลกเปลี่ยนความสำเร็จโรงเรียนปลอดขยะ&nbsp;Zero&nbsp;waste&nbsp;School&nbsp;มุ่งสู่ความยั่งยืนจากโรงเรียนปลอดขยะต้นแบบ&nbsp;ทั้งเรื่อง&nbsp;1&nbsp;งด&nbsp;2&nbsp;ลด&nbsp;3&nbsp;พก&nbsp;4&nbsp;แยก&nbsp;สร้างมูลค่า&nbsp;สู่ความยั่งยืน&nbsp;//&nbsp;นวัตกรรมชนะปัญหาขยะ&nbsp;นำพาสู่เศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;//&nbsp;ลดขยะให้เหลือศูนย์&nbsp;ควบคู่บูรณาการ&nbsp;พัฒนาผู้เรียน&nbsp;และหนทางสู่โรงเรียนปลอดขยะ&nbsp;ตามหลักศาสตร์พระราชา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นางสาวจงกล&nbsp;ทะยะ&nbsp;ครูวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ&nbsp;โรงเรียนท่าปลาประชาอุทิศ&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้เริ่มจากค้นหาต้นทางการเกิดขยะในโรงเรียน&nbsp;เก็บข้อมูลปริมาณขยะตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงปัจจุบัน&nbsp;และขับเคลื่อนการดำเนินงานจัดการขยะร่วมกับชุมชน&nbsp;พัฒนาต่อยอดเป็นนวัตกรรมอิฐตัวหนอนจากพลาสติก&nbsp;และกระดาษไม่มีวันตาย&nbsp;ทำให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างครบวงจร&nbsp;เช่นเดียวกับ&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ประพันธ์&nbsp;บานที&nbsp;ครู&nbsp;คศ.1&nbsp;โรงเรียนหัวตะพานวิทยาคม&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขยะในโรงเรียนหากส่งกำจัดจะมีค่าใช้จ่าย&nbsp;แต่ได้นำมาเพิ่มมูลค่าด้วยกิจกรรมการจัดการขยะ&nbsp;ควบคู่กับสร้างจิตสำนึก&nbsp;สร้างความยั่งยืน&nbsp;&nbsp;และสร้างความสุขให้ทุกคนที่ร่วมกิจกรรม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;นางชุติพร&nbsp;เหล็กคำ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานศึกษา&nbsp;โรงเรียนราชประชานุเคราะห์&nbsp;57&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;นโยบายโรงเรียนปลอดขยะสอดแทรกอยู่ทุกกิจกรรม&nbsp;แล้วต่อยอดฝึกอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้จากขยะเป็นทักษะการใช้ชีวิตให้นักเรียน&nbsp;และพัฒนาให้โรงเรียนสะอาดปราศจากขยะ&nbsp;ด้าน&nbsp;นายณัฏฐ์ชัย&nbsp;เบี้ยวเก็บ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานศึกษา&nbsp;โรงเรียนศรีบุญเรืองวิทยาคาร&nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู<strong>&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;ผู้บริหารเป็นหัวใหญ่คิดแล้วต่อยอดบูรณาการ&nbsp;ทั้งคณะกรรมกรรมการสถานศึกษา&nbsp;ครู&nbsp;บุคลากรในโรงเรียน&nbsp;แล้วให้นักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดเป้าหมายร่วมกัน&nbsp;เพื่อเป็นโรงเรียนปลอดขยะ&nbsp;(Zero&nbsp;Waste&nbsp;School)&nbsp;จัดการขยะให้เหลือศูนย์ให้ได้</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203183226215"],
    [100,"จังหวัดระยอง แถลงความคืบหน้าสถานการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลลงทะเล ไม่พบคราบน้ำมัน บริเวณชายฝั่งและนอกชายฝั่งรอบเกาะเสม็ด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดระยอง</strong>&nbsp;บ้านสบ๊าย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;นายอนันต์&nbsp;นาคนิยม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;อภิชาติ&nbsp;วรภมร&nbsp;รองโฆษกกองทัพเรือ&nbsp;นายพิทักษ์&nbsp;วัฒนพงศ์พิศาล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;นายธวัช&nbsp;เจนการ&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;และเรือโท&nbsp;ธนวัฒน์&nbsp;รุจะศิริ&nbsp;โฆษกภาคภาษาอังกฤษ&nbsp;ร่วมกัน&nbsp;รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานการเก็บกู้คราบน้ำมัน&nbsp;หลังจากเกิดน้ำมันดิบรั่วไหลลงทะเลระยอง&nbsp;บริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบหรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล&nbsp;(SPM)&nbsp;ของ&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เมื่อคืนวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>พลเรือตรี&nbsp;อภิชาติ&nbsp;วรภมร&nbsp;รองโฆษกกองทัพเรือ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;วันนี้เป็นวันที่&nbsp;9&nbsp;หลังจากเกิดเหตุน้ำมันรั่วลงทะเลระยอง&nbsp;ศูนย์อำนวยการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;ยังได้จัดเฮลิคอปเตอร์&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;ขึ้นบินสำรวจ&nbsp;พร้อมถ่ายภาพทางอากาศ&nbsp;ทั้งรอบเช้าและรอบบ่าย&nbsp;บริเวณชายหาดแม่รำพึงและอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ่า-เกาะเสม็ด&nbsp;ผลปรากฏว่า&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;ขณะที่ภาพถ่ายผ่านดาวเทียมของจีสด้า&nbsp;ก็ไม่พบคราบน้ำมันเช่นกัน&nbsp;และยังได้จัดชุดดำน้ำ&nbsp;ร่วมกับทีมดำน้ำของอุทยานฯ&nbsp;ลงไปสำรวจแนวประการังใต้ทะเล&nbsp;บริเวณหาดแม่รำพึงระยะห่าง&nbsp;3&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และ&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;รวมถึงอ่าวพร้าวและรอบเกาะเสม็ด&nbsp;ก็ไม่พบคราบน้ำมันและสิ่งผิดปกติ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;กรมควบคุมมลพิษได้สุ่มตรวจคุณภาพน้ำและอากาศ&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;ตั้งแต่บริษัท&nbsp;IRPC&nbsp;ถึงอุทยาน&nbsp;พบน้ำและอากาศอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ส่วนหลังจากนี้&nbsp;จะปรับลดระดับจากสถานการณ์ฉุกเฉินไปสู่แผนฟื้นฟูหรือไม่นั้น&nbsp;ต้องผ่านองค์ประกอบ&nbsp;3&nbsp;อย่าง&nbsp;คือ&nbsp;1.ต้องตรวจไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;&nbsp;2.ต้องไม่พบคราบน้ำมันบริเวณชายฝั่งตั้งแต่&nbsp;A&nbsp;ถึง&nbsp;E(&nbsp;IRPC&nbsp;ถึงเกาะเสม็ด)&nbsp;และ&nbsp;3.ต้องผ่านความเห็นจากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;จึงจะปรับลดระดับลงได้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายธวัช&nbsp;เจนการ&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากการลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบและการดำน้ำสำรวจใต้ทะเล&nbsp;โดยเพิ่มความถี่ในการดูการเปลี่ยนแปลงใต้ทะเลอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ผลปรากฏว่า&nbsp;สิ่งมีชีวิต&nbsp;ปะการัง&nbsp;สัตว์น้ำยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ&nbsp;ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง&nbsp;หลังจากนี้ยังจะเฝ้าระวังต่อไป&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายพิทักษ์&nbsp;วัฒนพงศ์พิศาล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สถานการณ์วันนี้ดีขึ้น&nbsp;ส่วนในหลังจากนี้จะมีการประเมินลดระดับจากภาวะฉุกเฉินเข้าสู่ระดับการฟื้นฟู&nbsp;แต่ยังคงเจ้าหน้าที่และเครื่องมืออุปกรณ์&nbsp;เพื่อคอยเฝ้าระวังติดตามต่อไป&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายอนันต์&nbsp;นาคนิยม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;หลังจากลดระดับสถานการณ์ฉุกเฉินลง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;จะย้ายศูนย์บัญชาการณ์เหตุการส่วนหน้า&nbsp;จากบริเวณชายหาดแม่รำพึง&nbsp;มาที่สบ๊ายสบายรีสอร์ท&nbsp;เพื่อปฏิบัติภารกิจต่อไปอีก&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์&nbsp;ก่อนย้ายไปศูนย์ราชการจังหวัดระยอง&nbsp;ส่วนการรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน&nbsp;จะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงวันที่&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จากนั้นให้ไปร้องเรียนได้ที่&nbsp;อบต.&nbsp;หรือเทศบาล&nbsp;ที่อยู่ติดกับชายฝั่งทะเล&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;อ.บ้านฉาง&nbsp;ถึง&nbsp;อ.&nbsp;แกลง&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ประชาสัมพันธ์แจ้งนักท่องเที่ยว</strong>&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;ในการเฝ้าสังเกตกลิ่นและคราบน้ำมันบริเวณชายหาด&nbsp;หากพบกลิ่นและคราบน้ำมันขอให้แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เพื่อเข้าตรวจสอบ&nbsp;ส่วนการรับเรื่องร้องทุกข์กรณีน้ำมันดิบผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถยื่นเรื่องได้ที่จุดรับเรื่องราว&nbsp;ร้องทุกข์&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.00&nbsp;-&nbsp;15.30&nbsp;น.&nbsp;ของทุกวัน&nbsp;บริเวณบ้านสบ๊าย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;และหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของแต่ละพื้นที่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;</span></p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203185114223"],
    [101,"ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 สร้างเครือข่ายรวมกลุ่มและเชื่อมโยงอุตสาหกรรม (Cluster) คลัสเตอร์เกษตรแปรรูปจังหวัดพิจิตร","<p><strong>(3&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ที่เรือนศรีพรรณ&nbsp;สวนอาหารขวัญข้าว&nbsp;อำเภอเมืองพิจิตร&nbsp;จังหวัดพิจิตร</strong>&nbsp;นายสิทธิรงณ์&nbsp;เร่งเงียบ&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่&nbsp;3&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะอาจารย์&nbsp;จากบริษัท&nbsp;ไชนิ่ง&nbsp;คอนซัลท์&nbsp;จำกัด&nbsp;ร่วมกันจัดกิจกรรมการรวมกลุ่มและเชื่อมโยงอุตสาหกรรม&nbsp;(Cluster)&nbsp;คลัสเตอร์เกษตรแปรรูปจังหวัดพิจิตร&nbsp;</p><p><strong>ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่&nbsp;3&nbsp;กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม&nbsp;ได้จัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล</strong>&nbsp;แผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;2&nbsp;และแผนพัฒนาจังหวัดพิจิตร&nbsp;ที่มีพื้นที่ภาคการเกษตรส่วนใหญ่&nbsp;และอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปในจังหวัดพิจิตร&nbsp;เป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่เพิ่มมูลค่าให้กับภาคการเกษตรที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย&nbsp;เป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจในจังหวัดพิจิตร&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมในวันนี้&nbsp;มีกิจกรรมการเสวนา&nbsp;สภาพตลาด&nbsp;ทิศทาง</strong>&nbsp;แนวโน้มการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์จังหวัด&nbsp;และกิจกรรมการร่วมกลุ่มเบื้องต้น&nbsp;เพื่อเกิดความร่วมมือ&nbsp;ความเข้าใจในการพัฒนาการรวมกลุ่มอุตสาหกรรม&nbsp;เน้นให้ผลิตสินค้าตรงตามเป้าหมายขอผู้บริโภค&nbsp;รวมกลุ่มสินค้า&nbsp;เครือข่ายภาคการเกษตรให้มีการเชื่อมโยง&nbsp;สานต่อแนวทางพิจิตรโมเดล&nbsp;และการพัฒนา&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ของรัฐบาลมาใช้ในภาคอุตสาหกรรม&nbsp;เพิ่มมูลค่าและขีดความสามารถ&nbsp;ลดของเสียโดยจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;และการนำกลับมาใช้ใหม่&nbsp;เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;และเพื่อให้การขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลเกิดประสิทธิผลมากที่สุด&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.พิจิตร&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคเหนือ","พิจิตร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิจิตร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203195841265"],
    [102,"พช.ศรีสะเกษ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมชุมชนพึ่งตนเองได้","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดย&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานภารกิจสำคัญ&nbsp;ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ส่งเสริมชุมชนพึ่งตนเองได้&nbsp;รวมถึงการขับเคลื่อน&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;พช.&nbsp;สู่การเรียนรู้และใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">นางสาววริศรา&nbsp;โสภาค&nbsp;พัฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานภารกิจสำคัญกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ส่งเสริมชุมชนพึ่งตนเองได้&nbsp;รวมถึงการขับเคลื่อน&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;พช.&nbsp;สู่การเรียนรู้&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้ผู้นำจิตอาสา&nbsp;นางจุรี&nbsp;แก้ววงสา&nbsp;หมูที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลจาน&nbsp;อำเภอกันทรารมย์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยมี&nbsp;นางพจนี&nbsp;ผ่องใส&nbsp;พัฒนาการอำเภอกันทรารมย์&nbsp;พร้อมด้วยนักวิชาการพัฒนาชุมชนอำเภอกันทรารมย์&nbsp;ผู้นำอช.พื้นที่ตำบลจาน&nbsp;เครือข่ายโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ตำบลจาน&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;และรายงานผลการดำเนินงานภาพรวมอำเภอกันทรารมย์&nbsp;โอกาสนี้นายเดวิด&nbsp;โฮป&nbsp;นักท่องเที่ยวสัญชาติอังกฤษซึ่งได้แต่งงานกับภรรยาชาวไทย&nbsp;ได้ร่วมเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ฯ&nbsp;ดังกล่าวร่วมกับคณะฯ</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ในการนี้&nbsp;นางสาววริศรา&nbsp;โสภาค&nbsp;พัฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;ได้หารือการดำเนินงานร่วมกับนางพจนี&nbsp;ผ่องใส&nbsp;พัฒนาการอำเภอกันทรารมย์&nbsp;และคณะ&nbsp;โดยกล่าวเน้นย้ำครัวเรือนต้นแบบฯ&nbsp;ผู้นำจิตอาสาฯ&nbsp;เมื่อตนมีความสุขแล้วให้แบ่งปันความรู้&nbsp;ความสุข&nbsp;ปัญญา&nbsp;ให้ครอบคลุมในพื้นที่ทุกครัวเรือน&nbsp;โดยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในการดำเนินงานศูนย์เรียนรู้ผู้นำจิตอาสา&nbsp;นางจุรี&nbsp;แก้ววงสา&nbsp;ในการจัดเก็บข้อมูลสถิติผู้เข้าเยี่ยมชม&nbsp;ศึกษาดูงานศูนย์เรียนรู้ฯ&nbsp;โดยทำสมุดตรวจเยี่ยม&nbsp;เพื่อเป็นข้อมูลสถิติ&nbsp;สำหรับผู้ที่มาดูงานศูนย์เรียนรู้&nbsp;และเพิ่มจุดเช็คอินสำหรับผู้เข้ามาเยี่ยมชม&nbsp;ในการสื่อสารสร้างการรับรู้&nbsp;เนื่องจากโดยบริบทพื้นที่แล้วมีภูมิทัศน์สวยงาม&nbsp;เหมาะเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงท่องเที่ยวให้แกผู้เข้ามาเยี่ยมชม</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">นอกจากนี้&nbsp;ยังกล่าวต่ออีกว่า&nbsp;โคกหนอง&nbsp;นา&nbsp;พช.&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">คือ&nbsp;การจัดการพื้นที่ซึ่งเหมาะกับพื้นที่การเกษตร&nbsp;ซึ่งเป็นผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;เข้ากับภูมิปัญญาพื้นบ้านที่อยู่อย่างสอดคล้องกับธรรมชาติในพื้นที่นั้น&nbsp;ๆ&nbsp;เป็นการที่ให้ธรรมชาติจัดการตัวมันเองโดยมี&nbsp;มนุษย์เป็นส่วนส่งเสริมให้มันสำเร็จเร็วขึ้น&nbsp;อย่างเป็นระบบ&nbsp;การลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานฯ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;เห็นได้อย่างชัดเจนว่า&nbsp;โคกหนอง&nbsp;นา&nbsp;พช.&nbsp;ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนที่จะอยู่รอดได้&nbsp;ในสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;และรุนแรง&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิกฤติสถานการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ฝากเป็นพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ขยายผลต่อไป</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;มุ่งขับเคลื่อนภารกิจไปสู่การปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;มีการดำเนินงานหลายด้าน&nbsp;ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม&nbsp;ฝากเครือข่ายผู้นำ&nbsp;อช.&nbsp;และเครือข่ายโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;พช.ศรีสะเกษ&nbsp;รวมไปถึงภาคีเครือข่ายการทำงานในพื้นที่&nbsp;ร่วมกันส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้การพึ่งตนเองการบริหารจัดการชุมชนให้พึ่งตนเองได้&nbsp;รวมถึงส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง&nbsp;โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนภารกิจ&nbsp;เพื่อให้&nbsp;เศรษฐกิจครัวเรือนมีความมั่นคง&nbsp;ประชาชนใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนอย่างมีความสุข</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ต่อจากนั้น&nbsp;ได้ร่วมปลูกต้นไม้และเยี่ยมชมพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ผู้นำจิตอาสา&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">นางจุรี&nbsp;แก้ววงสา&nbsp;หมูที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลจาน&nbsp;อำเภอกันทรารมย์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">#cddsisaket&nbsp;#พชศรีสะเกษ&nbsp;#อะไรๆก็ดีที่ศรีสะเกษ&nbsp;#โคกหนองนาศรีสะเกษ</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">พัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;:&nbsp;นครแห่งความสุข</span></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203235752301"],
    [103,"รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานสหกรณ์นิคมแม่ระมาด จำกัด และสหกรณ์นิคมแม่สอด จำกัด","<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;ก.พ.&nbsp;2565)&nbsp;นายประกอบ&nbsp;เผ่าพงศ์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์และคณะ&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานสหกรณ์นิคมแม่ระมาด&nbsp;จำกัด&nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ที่&nbsp;ต.แม่ระมาด&nbsp;อ.แม่ระมาด&nbsp;จ.ตาก&nbsp;โดยมี&nbsp;นายนำโชค&nbsp;ศิลกุล&nbsp;สหกรณ์จังหวัดตาก&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สหกรณ์&nbsp;ให้การต้อนรับและร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้&nbsp;</p><p><strong>ที่ผ่านมากรมส่งเสริมสหกรณ์ได้สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้าง</strong>และจัดหาอุปกรณ์ทางการตลาดให้กับสหกรณ์นิคมแม่ระมาด&nbsp;จำกัด&nbsp;อาทิ&nbsp;ลานตากผลผลิต&nbsp;โกดังเก็บผลผลิต&nbsp;โรงสีข้าวชุมชนขนาดเล็ก&nbsp;โรงงานคัดแยกและทำความสะอาดเมล็ดพันธุ์พืช&nbsp;และโรงอบลดความชื้นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;เพื่อให้สหกรณ์ฯ&nbsp;สามารถดำเนินงานได้อย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพ&nbsp;พัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิก&nbsp;ประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง&nbsp;สร้างรายได้อย่างยั่งยืน</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์และคณะ&nbsp;ได้เดินทางไปยังสหกรณ์นิคมแม่สอด&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ที่&nbsp;ต.แม่กาษา&nbsp;อ.แม่สอด&nbsp;จ.ตาก&nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน&nbsp;รับฟังปัญหาอุปสรรค&nbsp;พร้อมให้แนวทางในการดำเนินงานของสหกรณ์&nbsp;คำแนะนำในการแก้ปัญหาต่างๆ&nbsp;เพื่อให้สหกรณ์สามารถดำเนินงานกิจการต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป</p><p><strong>สำหรับสหกรณ์นิคมแม่สอด&nbsp;จำกัด&nbsp;เป็นสหกรณ์ต้นแบบในการขับเคลื่อนธุรกิจ</strong>เพื่อสังคมโดยวิธีการสหกรณ์&nbsp;และสามารถเชื่อมโยงกับขบวนการสหกรณ์กับประเทศเมียนมา&nbsp;ภายใต้ความสัมพันธ์ในลักษณะบ้านพี่เมืองน้อง&nbsp;และสามารถช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจ&nbsp;และสังคม&nbsp;ให้กับชุมชนในเขตนิคมสหกรณ์แม่สอด&nbsp;และอำเภอใกล้เคียงด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203225739292"],
    [104,"เกษตรโคราช กดไลค์เกษตรอินทรีย์ขั้นพื้นฐาน จ.นครราชสีมา (KOS) สร้างเศรษฐกิจจากชุุมชนสู่ความยั่งยืนที่เป็นรูปธรรม","<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;นายคณกร&nbsp;ทองสุขนอก&nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวจุฑาสัณห์&nbsp;&nbsp;ตั้งตรีวีระกุล&nbsp;สมาชิกสภาองค์การบริหารจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ติดตามเยี่ยมเยียนกลุ่มเกษตรกรหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์วิถีคนโคราชบ้านป่าหวาย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธวัชชัย&nbsp;ศรีมาจารย์&nbsp;รักษาการในตำแหน่งเกษตรอำเภอบัวลาย&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอบัวลาย&nbsp;นำเยี่ยมเยียน&nbsp;ณ&nbsp;บ้านป่าหวาย&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลบัวลาย&nbsp;อำเภอบัวลาย&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</p><p><strong>กลุ่มเกษตรอินทรีย์วิถีคนโคราช&nbsp;บ้านป่าหวาย&nbsp;</strong>ดำเนินกิจกรรมการเกษตรอินทรีย์ขั้นพื้นฐานจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;(Korat&nbsp;Organic&nbsp;Standard)&nbsp;โดยใช้หลัก&nbsp;\"เกษตรอินทรีย์&nbsp;5&nbsp;ดี&nbsp;วิถีคนโคราช\"&nbsp;ได้แก่&nbsp;พันธุ์ดี&nbsp;ดินดี&nbsp;น้ำดี&nbsp;การจัดการดี&nbsp;คนดี&nbsp;โดยปัจจุบันมีเกษตรกรที่ได้รับรองมาตรฐานแล้ว&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ชนิดพืช&nbsp;ฝรั่ง&nbsp;หน่อไม้&nbsp;ผักพื้นบ้าน&nbsp;และมีเกษตรกรสมัครเข้าร่วมเพื่อเข้ารับการประเมิน&nbsp;อีกกว่า&nbsp;30&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203224928291"],
    [105,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11  หารือแนวทางการจัดการน้ำเสียชุมชนในพื้นที่เทศบาลตำบลสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;นายธนัญชัย&nbsp;วรรณสุข&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสมพงษ์&nbsp;บุญเฟรือง&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;และ&nbsp;นางสาวปวีณา&nbsp;ด่านกุล&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อม&nbsp;ร่วมประชุมหารือกับนางสาวอัจฉราพร&nbsp;สุวรรณ&nbsp;รองนายกเทศมนตรีตำบลสูงเนิน&nbsp;และ&nbsp;นางวิรัตน์&nbsp;ร่วมกระโทก&nbsp;ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ในการจัดการปัญหาน้ำเสียชุมชนในพื้นที่เทศบาลตำบลสูงเนิน&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียรวมชุมชนจากแหล่งงบประมาณต่างๆ&nbsp;ทั้งจากแผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมระดับจังหวัด&nbsp;กองทุนสิ่งแวดล้อม&nbsp;และองค์การจัดการน้ำเสีย&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;ซึ่งสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)&nbsp;ได้ชี้แจงรายละเอียดขั้นตอนการขอรับงบประมาณ&nbsp;เอกสารประกอบเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;และกรอบระยะเวลาในการพิจารณา&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เทศบาลตำบลสูงเนินเป็นเทศบาลขนาดใหญ่ริมลำตะคอง&nbsp;</strong>ที่เป็นแหล่งน้ำวิกฤตของประเทศที่มีคุณภาพน้ำเสื่อมโทรม&nbsp;โดยสาเหตุสำคัญประการหนึ่ง&nbsp;คือ&nbsp;น้ำเสียจากชุมชน&nbsp;จึงควรเร่งดำเนินการให้มีการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203224554290"],
    [106,"สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดยโสธร  บูรณาการจัด นิทรรศการเกษตรอินทรีย์วิถียโสธร เฉลิมฉลองจังหวัดยโสธร สะออน 50 ปี ศรียโสธร ส่งเสริมความรู้เกษตรอินทรีย์  ขับเคลื่อนยโสธรเมืองเกษตรอินทรีย์ เมืองแห่งวิถีอีสาน","<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดนิทรรศการเกษตรอินทรีย์วิถียโสธร&nbsp;เฉลิมฉลองจังหวัดยโสธร&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;โดยมีนายชัยวัฒน์&nbsp;ชัยเวชพิสิฐ&nbsp;ปลัดจังหวัดยโสธร&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดยโสธร&nbsp;พาณิชย์จังหวัดยโสธร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้ผลิต/ผู้ประกอบการสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;ประชาชนและสื่อมวลชน&nbsp;ร่วมงาน&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าโลตัส&nbsp;สาขายโสธร&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;จังหวัดยโสธร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;โดย&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดยโสธร&nbsp;</strong>บูรณาการ&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยโสธร&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;บูรณาการจัดนิทรรศการ&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้และชวนเชิญให้เกษตรกรเห็นคุณค่าและประโยชน์ในการทำเกษตรอินทรีย์&nbsp;พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาตามแนวทางของยุทธศาสตร์จังหวัดยโสธร&nbsp;ยโสธรเมืองเกษตรอินทรีย์&nbsp;เมืองแห่งวิถีอีสาน&nbsp;อีกทั้งการจัดงานดังกล่าวยังเป็นการเฉลิมฉลองจังหวัดยโสธร&nbsp;ครบรอบ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ด้วย</p><p><strong>โดยในงานนี้ยังมี&nbsp;การจำหน่ายงานสินค้า&nbsp;มหกรรมสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;วิถียโสธร&nbsp;2565&nbsp;</strong>สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;ด้วยการจำหน่ายสินค้าอินทรีย์&nbsp;เกษตรปลอดภัย&nbsp;เกษตรแปรรูป&nbsp;และสินค้าจากธรรมชาติ&nbsp;อาทิ&nbsp;ข้าว&nbsp;ผักสด&nbsp;ผลไม้&nbsp;อาหาร&nbsp;สินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;สมุนไพร&nbsp;ผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติ&nbsp;จักสานไม้ไผ่&nbsp;ส่งตรงจากฟาร์มและชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;คูหา&nbsp;มีนิทรรศการเกษตรอินทรีย์วิถียโสธร&nbsp;การประกวดผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;การทำอาหารจากวัตถุดิบอินทรีย์&nbsp;เสวนาการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์วิถียโสธร&nbsp;สะออน&nbsp;&nbsp;&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;สาธิตแปรรูปสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน&nbsp;การแสดงดนตรี&nbsp;และกิจกรรมส่งเสริมการขายนาทีทองชิงโชคเครื่องใช้ไฟฟ้า&nbsp;</p><p><strong>จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาชม&nbsp;ชิม&nbsp;ช้อป&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจในงาน&nbsp;มหกรรมสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;วิถียโสธร&nbsp;2565&nbsp;</strong>สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;พร้อมเยี่ยมชม&nbsp;นิทรรศการเกษตรอินทรีย์วิถียโสธร&nbsp;เฉลิมฉลองจังหวัดยโสธร&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;3-6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ที่บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าโลตัส&nbsp;สาขายโสธร&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203220950285"],
    [107,"จ.อุบลฯ มอบเงินเยียวยาแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดสัตว์ \"ลัมปี สกิน\" บรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรในพื้นที่ 5 อำเภอ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ที่หอประชุมอำเภอม่วงสามสิบ&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;</strong>นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบเงินเยียวยาแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดสัตว์&nbsp;ชนิดโรค&nbsp;\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;รอบที่&nbsp;1ให้กับผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอกุดข้าวปุ้น&nbsp;อำเภอเหล่าเสือโก้ก&nbsp;อำเภอดอนมดแดง&nbsp;อำเภอม่วงสามสิบ&nbsp;และอำเภอวารินชำราบ&nbsp;รวมเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;1,125&nbsp;ราย&nbsp;สัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;1,199&nbsp;ตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับอัตราการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโค-กระบือ&nbsp;เสียชีวิตจากโรค&nbsp;\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"</strong>&nbsp;เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ซึ่งมีผลบังคับใช้ย้อนหลังตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ตามระเบียบกระทรวงการคลัง&nbsp;เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;สามารถสร้างรายได้และเพิ่มผลผลิตเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้ต่อไป</p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สวท.อุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204075331309"],
    [108,"แนวทางบริหารจัดการน้ำช่วงหน้าแล้ง ยืนยันปีนี้มีน้ำเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน","<p><strong>นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;</strong>เปิดเผยถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำในช่วงหน้าแล้งนี้&nbsp;&nbsp;ว่าได้ปฏิบัติตามแผนรองรับการบริหารจัดการน้ำในช่วงหน้าแล้ง&nbsp;9&nbsp;มาตรการตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;&nbsp;โดยด้านอุปทาน&nbsp;&nbsp;เร่งกักเก็บน้ำก่อนสิ้นฤดูฝน&nbsp;จัดหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ&nbsp;รวมทั้งปฏิบัติการเติมน้ำโดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;ด้านอุปสงค์หรือความต้องการ&nbsp;ได้กำหนดจัดสรรน้ำในช่วงหน้าแล้ง&nbsp;วางแผนเพาะปลูกพืชหน้าแล้ง&nbsp;6.41&nbsp;ล้านไร่เฉพาะนาปรัง&nbsp;&nbsp;สำรองน้ำสำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำเพื่อทำนาปีช่วงเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;และการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ&nbsp;ด้านการจัดการ&nbsp;&nbsp;จะติดตามประเมินผล&nbsp;พร้อมสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนและเกษตรกร&nbsp;&nbsp;&nbsp;เน้นความสำคัญในการจัดสรรน้ำอุปโภค-บริโภค&nbsp;น้ำรักษาระบบนิเวศ&nbsp;สำรองน้ำช่วงฤดูฝนหน้า&nbsp;ลดความเสี่ยงฝนทิ้งช่วง&nbsp;น้ำเพื่อเกษตรกรรมและการอุตสาหกรรม&nbsp;</p><p><strong>ข้อมูลเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564</strong>&nbsp;&nbsp;พบว่ามีน้ำใช้การ&nbsp;&nbsp;37,857&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยใช้หลักการ&nbsp;6+3&nbsp;มาบริหารจัดการ&nbsp;&nbsp;ยืนยันมีน้ำเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการบริการจัดการน้ำด้านการเกษตร</strong>&nbsp;อ่างเก็บน้ำ&nbsp;35&nbsp;แห่ง&nbsp;และขนาดกลาง&nbsp;&nbsp;412&nbsp;แห่ง&nbsp;มีน้ำ&nbsp;ณ&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;&nbsp;54,310&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;71&nbsp;ของความจุอ่าง&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อกับปีที่แล้วยังมีปริมาณมากถึง&nbsp;10,150&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;&nbsp;ดังนั้นในพื้นที่ชลประทาน&nbsp;&nbsp;จึงมีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำน้อยมาก&nbsp;&nbsp;ยกเว้นในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาที่มีความต้องการในการใช้น้ำเพื่อเกษตรกรรมสูง&nbsp;เนื่องจากมีแผนการเพาะปลูกข้าว&nbsp;2.81&nbsp;ล้านไร่&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันมีการปลูกข้าวแล้ว&nbsp;4.08&nbsp;ล้านไร่&nbsp;จึงได้แก้ปัญหาโดยทำนาเปียกสลับแห้ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204101048348"],
    [109,"ทุเรียนภาคตะวันออกปีนี้ ต้องปลอดทุเรียนอ่อนและ Zero COVID เท่านั้น","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการและบริหารการจัดการผลไม้&nbsp;(Fruit&nbsp;Board)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขณะนี้ผลผลิตทุเรียนกำลังจะออกสู่ตลาด&nbsp;จึงได้เน้นย้ำไปยังกรมส่งเสริมการเกษตรให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร&nbsp;</p><p><strong>โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งผลิตทุเรียนสำคัญของประเทศ&nbsp;&nbsp;ให้ลงพื้นที่และประสานความร่วมมือในการดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดร่วมกับจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ตราดและจังหวัดระยอง&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;ภาคส่วน&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพการส่งออก&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นสู่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นมาตรการควบคุมและป้องกันทุเรียนอ่อน&nbsp;</p><p><strong>ด้วยการกำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียนแต่ละชนิดพันธุ์คือ</strong>&nbsp;พันธุ์กระดุม&nbsp;วันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;พันธุ์ชะนีและพวงมณี&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;พันธุ์หมอนทองและก้านยาว&nbsp;วันที่&nbsp;&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;และมาตรการเฝ้าระวัง&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ในสวนเกษตรกร&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลัก&nbsp;</p><p><strong>ในฤดูกาลผลไม้ปีนี้</strong>&nbsp;ประเทศจีนในฐานะเป็นประเทศคู่ค้าของผลไม้ที่สำคัญของภาคตะวันออก&nbsp;กำหนดให้ต้องตรวจไม่พบเชื้อ&nbsp;COVID&nbsp;-19&nbsp;ทั้งในคน&nbsp;ผลไม้&nbsp;และองค์ประกอบอื่นในการขนส่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ภาชนะบรรจุภัณฑ์&nbsp;รถขนส่ง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยจะมีการสุ่มตรวจทั้งโรงคัดบรรจุและสวนเกษตรกรเป็นประจำ&nbsp;ทำให้เกษตรกรต้องวางระบบป้องกันการระบาดของ&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ในสวนของตนเองด้วย&nbsp;โดยในปีนี้ได้กำหนดเป้าหมายสำหรับการส่งออกผลไม้ภาคตะวันออก&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;คือ&nbsp;การส่งออกผลไม้ต้อง&nbsp;Zero&nbsp;COVID&nbsp;เท่านั้น&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางให้ทุกฝ่ายได้ดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน</p><p><strong>ด้านนายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ได้เตรียมที่จะจัดงานประชาสัมพันธ์สร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้าในช่วงเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยจะเน้นสร้างการรับรู้เกี่ยวกับมาตรฐานการควบคุมคุณภาพทุเรียน&nbsp;ทั้งในเรื่องการปฏิบัติการควบคุมการเก็บเกี่ยวทุเรียนให้เป็นไปตามมาตรฐานทุเรียนไทยและระบบวิธีการจัดการควบคุม&nbsp;COVID&nbsp;19&nbsp;ในระดับสวนเกษตรกร&nbsp;เพื่อเป็นการประกาศให้ทราบถึงระบบการจัดการทุเรียนประเทศไทยในฤดูกาลผลไม้ภาคตะวันออกที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพให้กับผู้บริโภค</p><p><br></p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204102241360"],
    [110,"สุโขทัย จัดฝึกอบรมหลักสูตร ผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ (Drone) เพื่อการเกษตร","<p><strong>สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสุโขทัย&nbsp;จัดฝึกอบรมหลักสูตร&nbsp;</strong>ผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ&nbsp;(Drone)&nbsp;เพื่อการเกษตร&nbsp;เพิ่มทักษะ&nbsp;สร้างอาชีพด้านเกษตรกรรม&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสุโขทัย&nbsp;ร่วมกับบริษัทแอโร&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;(1992)&nbsp;จำกัด&nbsp;จัดฝึกอบรมหลักสูตร&nbsp;ผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ&nbsp;(Drone)&nbsp;เพื่อการเกษตร&nbsp;ให้กับแรงงานภาคการเกษตร&nbsp;และผู้ที่สนใจประกอบอาชีพผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานไร้คนขับ&nbsp;(Drone)&nbsp;เพื่อการเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;37&nbsp;คน&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสุโขทัย&nbsp;อำเภอศรีสำโรง&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;โดยมีนายณัฏฐพงศ์&nbsp;สุขวิสิฏฐ์&nbsp;ปลัดจังหวัดสุโขทัย&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งเป็นการจัดฝึกอบรมให้ความรู้ทั้งทางด้านภาคทฤษฎีเกี่ยวกับ</strong>การบังคับโดรน&nbsp;การซ่อมบำรุงรักษา&nbsp;รวมทั้งชมการสาธิต&nbsp;และฝึกทดลองบังคับโดรน&nbsp;เพื่อนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในภาคการเกษตร&nbsp;และนำไปถ่ายทอดให้แก่เกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่เกษตรกรควรที่จะมีความรู้&nbsp;รวมถึงประโยชน์ที่สำคัญของโดรนภาคการเกษตร&nbsp;คือ&nbsp;เรื่องการพ่นยา&nbsp;ซึ่งเกษตรกรไม่ต้องไปสัมผัสกับสารเคมีโดยตรง&nbsp;ถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งทั้งทางตรงและทางอ้อม&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้ง&nbsp;สามารถนำไปใช้ในการประกอบเป็นอาชีพเสริม</strong>&nbsp;หรือเป็นอาชีพหลักในอนาคตได้&nbsp;อันจะนำไปสู่การส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;และพัฒนาเกษตรกรให้มีความมั่นคงในอาชีพได้อย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุโขทัย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204090326323"],
    [111,"ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง วางแผนดำเนินการสนองพระราชดำริต่อเนื่องในปี 2565","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;โดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;รับผิดชอบดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>ในปี&nbsp;2564&nbsp;ศูนย์บริการดังกล่าวมีความก้าวหน้าในการดำเนินงานที่สำคัญ</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;จัดทำแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;พื้นที่&nbsp;21&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;จัดทำแปลงทดสอบเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;จัดทำแปลงขยายผลข้าวพันธุ์&nbsp;กข.87&nbsp;ในพื้นที่ตำบลหนองตะพาน&nbsp;อำเภอบ้านค่าย&nbsp;และส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ในพื้นที่ตำบลบางบุตร&nbsp;อำเภอบ้านค่าย&nbsp;เน้นสำหรับการบริโภคในครัวเรือนเป็นหลัก&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ดำเนินการศึกษาวิจัย</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;การศึกษาศักยภาพของพืชคลุมดินที่ปลูกร่วมกับต้นทุเรียน&nbsp;&nbsp;การศึกษาประสิทธิภาพการใช้ขมิ้นชันผงต่อสมรรถภาพการเจริญเติบโตและคุณภาพซากในไก่พื้นเมืองเหลืองหางขาวกบินทร์บุรี&nbsp;และการใช้ประโยชน์จากเนื้อปลาหมอสีคางดำเพื่อลดต้นทุนในการเลี้ยงปูทะเล&nbsp;ขยายผลเกษตรกรสู่เกษตรกรต้นแบบ&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรตัวอย่างทั้งสิ้น&nbsp;268&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในปี&nbsp;2565&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;มีแผนจะดำเนินการพัฒนาแปลงเกษตรทฤษฏีใหม่ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น&nbsp;โดยจะดำเนินงานวิจัยและพัฒนาควบคู่กัน&nbsp;รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรการอบรมและฐานเรียนรู้ให้ทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ที่จะเข้ามาศึกษาดูงานและการขยายผลองค์ความรู้ของศูนย์ไปสู่เกษตรกรต้นแบบ&nbsp;และพัฒนาเกษตรกรต้นแบบให้เป็นศูนย์การเรียนรู้&nbsp;เพื่อขยายผลไปยังเกษตรกรรอบข้างต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ&nbsp;จังหวัดระยอง</strong>&nbsp;จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;โดยได้ทรงพระราชทานแนวทางการพัฒนา&nbsp;4&nbsp;ข้อคือ&nbsp;ให้พัฒนาด้านการเกษตร&nbsp;โดยเฉพาะด้านปศุสัตว์&nbsp;การประมง&nbsp;เพื่อการบริโภคและสำรองอาหารไว้ในยามวิกฤต&nbsp;มูลสัตว์ทำเป็นเชื้อเพลิงและปุ๋ยปรับปรุงดิน&nbsp;ให้มีศูนย์ฝึกปฏิบัติการด้านการประกอบอาชีพ&nbsp;ให้จัดเป็นศูนย์กลางส่งเสริมการเลี้ยงปศุสัตว์&nbsp;โดยให้ประชาชนขอยืมพ่อพันธุ์&nbsp;แม่พันธุ์ที่ดีไปผสม&nbsp;&nbsp;หรือเลี้ยงแล้วส่งลูกคืน&nbsp;หรือขายให้ราษฎรนำไปเลี้ยงและให้มีศูนย์พัฒนาการเกษตรที่ราษฎรจะได้ศึกษาและเยี่ยมชม&nbsp;เพื่อนำเอารูปแบบไปปรับปรุงไร่นาของตนเอง</p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204103225366"],
    [112,"ภาพรวมการสำรวจการปนเปื้อนของคราบน้ำมันในทะเลระยองและแนวปะการังยังปกติ แต่พบตะกอนลักษณะเป็นก้อนบางๆสีน้ำตาลเข้มจากการดำน้ำลึก จึงเก็บตัวอย่างไปตรวจสอบ","<p><strong>ภาพรวมการสำรวจการปนเปื้อนของคราบน้ำมันในทะเลระยองและแนวปะการังยังปกติ&nbsp;แต่พบตะกอนลักษณะเป็นก้อนบางๆสีน้ำตาลเข้มจากการดำน้ำลึก&nbsp;จึงเก็บตัวอย่างไปตรวจสอบ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออกและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;ได้ติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเล&nbsp;การปนเปื้อนของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนในสิ่งแวดล้อม&nbsp;และผลกระทบของน้ำมันรั่วไหลในทะเลมาบตาพุดที่อาจจะมีผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทางทะเล&nbsp;บริเวณมาบตาพุด-เกาะเสม็ด&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;พร้อมสำรวจชายหาดตั้งแต่ชายหาดสุชาดาถึงหาดสวนสน&nbsp;เบื้องต้นพบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติและไม่พบสัตว์น้ำตายเกยหาด&nbsp;ส่วนนอกชายฝั่งและแนวปะการังเกาะเสม็ด-เขาแหลมหญ้า&nbsp;พบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติและไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;โดยคุณภาพน้ำทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ซึ่งอยู่ในมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;1&nbsp;,&nbsp;2&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;การอนุรักษ์แหล่งปะการัง&nbsp;และการนันทนาการ&nbsp;ขณะเดียวกันยังร่วมกับกองทัพเรือ&nbsp;สำรวจติดตามคราบน้ำมันบนพื้นท้องทะเลบริเวณอ่าวพร้าวทิศตะวันตก&nbsp;ด้วยวิธีการดำน้ำลึก&nbsp;(SCUBA)&nbsp;ที่ระดับน้ำลึก&nbsp;16&nbsp;เมตร&nbsp;พบตะกอนลักษณะเป็นก้อนบางๆสีน้ำตาลเข้ม&nbsp;ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;กระจายทั่วพื้นทะเลบริเวณที่สำรวจ&nbsp;แต่ไม่พบความผิดปกติของสัตว์ทะเลที่พบ&nbsp;เช่น&nbsp;ปลาบู่&nbsp;ดาวทะเล&nbsp;ดอกไม้ทะเล&nbsp;ปากกาทะเล&nbsp;พร้อมได้เก็บตัวอย่างตะกอนนำไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออกและศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันออก&nbsp;ยังได้ร่วมกับคณะเทคโนโลยีทางทะเล&nbsp;มหาวิทยาลัยบูรพา&nbsp;สำรวจทรัพยากรปะการังบริเวณแนวปะการังอ่าวพร้าวและอ่าวปลาต้ม&nbsp;เกาะเสม็ด&nbsp;ตั้งแต่แนวน้ำตื้นจนถึงแนวน้ำลึก&nbsp;โดยไม่พบคราบน้ำมันบนผิวน้ำและบนผิวโคโลนีปะการัง&nbsp;ส่วนพฤติกรรมของสัตว์น้ำบริเวณที่สำรวจ&nbsp;เช่น&nbsp;ปลา&nbsp;ปู&nbsp;หอย&nbsp;ยังเป็นปกติ&nbsp;โดย&nbsp;ทช.&nbsp;จะติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องต่อไป</p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204094100330"],
    [113,"สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยโสธร บูรณาการจัดงานมหกรรมสินค้าเกษตรอินทรีย์ วิถียโสธร 2565 สะออน 50 ปี ศรียโสธร   ขับเคลื่อนด้านเกษตรอินทรีย์","<p><strong>นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงานแสดงและจำหน่ายสินค้ามหกรรมสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;วิถียโสธร&nbsp;2565&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;โดยมีนายชัยวัฒน์&nbsp;ชัยเวชพิสิฐ&nbsp;ปลัดจังหวัดยโสธร&nbsp;พาณิชย์จังหวัดยโสธร&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดยโสธร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้ผลิต/ผู้ประกอบการสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;ประชาชนและสื่อมวลชน&nbsp;ร่วมงาน&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าโลตัส&nbsp;สาขายโสธร&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;จังหวัดยโสธร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;โดย&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;ได้บูรณาการหน่วยงาน&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดยโสธร&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;มหกรรมสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;วิถียโสธร&nbsp;2565&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อส่งเสริมด้านการตลาด&nbsp;เสริมสร้างโอกาสให้ผู้ซื้อพบผู้ขาย&nbsp;และขยายโอกาสการจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;พร้อมชมนิทรรศการเกษตรอินทรีย์วิถียโสธร&nbsp;เฉลิมฉลองจังหวัดยโสธร&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;ด้วย&nbsp;สำหรับกิจกรรมภายในงาน&nbsp;มีการแสดงและจำหน่ายสินค้าอินทรีย์&nbsp;เกษตรปลอดภัย&nbsp;เกษตรแปรรูป&nbsp;และสินค้าจากธรรมชาติ&nbsp;อาทิ&nbsp;ข้าว&nbsp;ผักสด&nbsp;ผลไม้&nbsp;อาหาร&nbsp;สินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;สมุนไพร&nbsp;ผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติ&nbsp;จักสานไม้ไผ่&nbsp;ส่งตรงจากฟาร์มและชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;คูหา&nbsp;มีนิทรรศการเกษตรอินทรีย์วิถียโสธร&nbsp;การประกวดผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;การทำอาหารจากวัตถุดิบอินทรีย์&nbsp;เสวนาการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์วิถียโสธร&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;สาธิตแปรรูปสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน&nbsp;การแสดงดนตรี&nbsp;และกิจกรรมส่งเสริมการขายนาทีทองชิงโชคเครื่องใช้ไฟฟ้า</p><p><strong>จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาชม&nbsp;ชิม&nbsp;ช้อป</strong>&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจในงานมหกรรมสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;วิถียโสธร&nbsp;2565&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธรพร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการเกษตรอินทรีย์วิถียโสธร&nbsp;เฉลิมฉลองจังหวัดยโสธร&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี</p><p>ศรียโสธร&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;3-6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ที่บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าโลตัส&nbsp;สาขายโสธร&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;จังหวัดยโสธร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204100825344"],
    [114,"กอนช. ขอให้ประชาชนระวังฝนตก ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังฝนตก&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และลูกเห็บตก&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(4&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือตอนบนมีพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และลูกเห็บตกบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.น่าน&nbsp;49&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;50&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และชุมพร&nbsp;50&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;33,818&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;59&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;27,040&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;57&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204100635342"],
    [115,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม. ปริมณฑล และพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่</strong>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(4&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;และช่วงวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;แล้วฝุ่นจะสูงขึ้นวันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;มีโอกาสเจอฝนในบางพื้นที่ของบริเวณภาคเหนือจะช่วยลดฝุ่นลงได้บางส่วน&nbsp;แล้วช่วงวันที่&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์?พื้นที่ภาคเหนือจะมีแนวโน้มฝุ่นละอองสูงขึ้น&nbsp;แต่ภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204103704370"],
    [116,"เกษตรจังหวัดกระบี่ เตือนเกษตรกรเฝ้าระวัง หนอนปลอกเล็ก ระบาดในสวนปาล์มน้ำมัน","<p><strong>นายชำนาญ&nbsp;นุ่นดำ&nbsp;เกษตรจังหวัดกระบี่&nbsp;ฝากเตือนเกษตรกร</strong>ชาวสวนปาล์มน้ำมันว่าขณะนี้พบมีการระบาดหนอนปลอกเล็ก&nbsp;ระบาดในสวนปาล์มน้ำมันให้เฝ้าระวังหนอนปลอกเล็กทำลายปาล์มน้ำมันในช่วงนี้&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศมีความเหมาะสม&nbsp;ลักษณะการทำลายของหนอนปลอกเล็กจะแทะผิว&nbsp;ทำให้ใบแห้งเป็นสีน้ำตาล&nbsp;และกัดทะลุใบเป็นรูและขาดแหว่ง&nbsp;ถ้ารุนแรงจะเห็นทางใบทั้งต้นเป็นสีน้ำตาลแห้ง&nbsp;ทำให้ต้นชะงักการเจริญเติบโตและผลผลิตลดลง&nbsp;มีการวางไข่ในซากดักแด้ของตัวเมีย&nbsp;และอยู่ภายในปลอกหุ้มอีกชั้นหนึ่ง&nbsp;</p><p><strong>หนอนที่ฟักออกจากไข่ใหม่ๆ&nbsp;มีลำตัวสีน้ำตาลไหม้</strong>&nbsp;หัวสีดำ&nbsp;ขนาดความยาวประมาณ&nbsp;0.8-1.0&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;เวลาหนอนเคลื่อนไหวจะยกส่วนท้องขึ้นและแทะผิวใบผสมกับใยที่ออกมาจากปาก&nbsp;สร้างปลอกห่อหุ้มตัวเอง&nbsp;โดยใช้เวลาประมาณ&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ขนาดปลอกมีความยาวตั้งแต่&nbsp;1.1-1.2&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ลักษณะปลอกมีรูเปิด&nbsp;2&nbsp;ทาง&nbsp;ส่วนหัวของตัวหนอนจะโผล่ออกมาทางช่องเปิดส่วนฐานปลอก&nbsp;ปลายปลอกเรียวแหลมมีรูเปิดไว้เพื่อให้หนอนขับถ่ายมูลออกมา&nbsp;หนอนวัยที่&nbsp;3&nbsp;ส่วนหัวและลำตัวมีสีน้ำตาล&nbsp;หนอนจะสร้างปลอกหุ้มใหญ่ขึ้น&nbsp;และเริ่มนำเศษชิ้นส่วนของใบพืชแห้งชิ้นเล็กๆ&nbsp;ปะติดกับปลอกหุ้มด้วย&nbsp;ทำให้ผิวปลอกเริ่มขรุขระ&nbsp;หนอนวัย&nbsp;1-4&nbsp;กินอาหารแบบแทะผิวใบ&nbsp;หนอนวัยที่&nbsp;5-&nbsp;6&nbsp;จะกัดกินทั้งใบ&nbsp;เมื่อหนอนเจริญเติบโตเต็มที่จะสร้างปลอกหุ้มตัวเอง&nbsp;มีขนาดยาวตั้งแต่&nbsp;6.8-10.0&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ช่องเปิดฐานปลอกมักพบคราบกะโหลกขนาดต่างๆ&nbsp;ติดอยู่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การแพร่กระจายและฤดูการระบาด&nbsp;การแพร่กระจายของหนอนปลอก</strong>อาศัยแรงลมพัดพาหนอนปลอกขนาดเล็กซึ่งชอบสาวใยปล่อยตัว&nbsp;ห้อยลงมาแกว่งไกวไปตามลม&nbsp;จากต้นหนึ่งไปสู่ต้นอื่นๆ&nbsp;หนอนปลอกมักจะระบาดในปีที่มีฤดูร้อนยาวนาน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>แนวทางในการป้องกันกำจัด&nbsp;หากพบมีการระบาดไม่มาก</strong>ให้ตัดทางใบปาล์มน้ำมันที่หนอนกินมาเผาทำลาย&nbsp;หรือใช้ไฟสุมเพื่อรมควันทำลายตัวหนอน&nbsp;ใช้กับดักแสงไฟล่อเพศผู้มาทำลายพ่นด้วยเชื้อแบคทีเรีย&nbsp;ใช้แตนเบียนดักแด้&nbsp;ใช้สารเคมีไซเพอร์เมทริน&nbsp;(Cypermethin)&nbsp;หรือคาร์บาริล&nbsp;(carbaryl)&nbsp;เพื่อฉีดพ่น&nbsp;อัตราตามคำแนะนำในฉลาก&nbsp;เพื่อควบคุมหนอนปลอกเล็กไม่ให้ระบาดต่อไปหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&nbsp;หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่&nbsp;โทร.&nbsp;075-611-649</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สวท.กระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204110337384"],
    [117,"รมว.อว.ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายวิทยาลัยเพาะช่าง พร้อมเห็นถึงความตั้งใจในการที่จะยกระดับวิทยาลัยเพาะช่างให้ขึ้นเป็นสถาบันอุดมศึกษา ที่เน้นทางด้านศิลปกรรม ด้านสุนทรียะ ความสร้างสรรค์","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;รมว.อว.ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายวิทยาลัยเพาะช่าง พร้อมเห็นถึงความตั้งใจในการที่จะยกระดับวิทยาลัยเพาะช่างให้ขึ้นเป็นสถาบันอุดมศึกษา ที่เน้นทางด้านศิลปกรรม ด้านสุนทรียะ ความสร้างสรรค์ ซึ่งสอดคล้องกับการปฏิรูปอุดมศึกษา พร้อมจะเสนอต่อคณะกรรมการสภานโยบายอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พิจารณาโดยเร็ว เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญ ต่อไปพร้อมชม อัตลักษณ์เพาะช่าง อัตลักษณ์ไทย บอกเล่าเรื่องราวความเป็นเพาะช่าง</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะ เข้าตรวจเยี่ยมวิทยาลัยเพาะช่าง และชมนิทรรศการ อัตลักษณ์เพาะช่าง อัตลักษณ์ไทย ที่จัดขึ้นเพื่อบอกเล่าถึงรากเหง้า ความเข้มแข็งและศักยภาพของวิทยาลัยเพาะช่างในสถานะการเป็นสถาบันอุดมศึกษาด้านศิลปะและวัฒนธรรมของไทย ณวิทยาลัยเพาะช่าง พร้อมกล่าวว่า ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมพร้อมให้กำลังใจ และชื่นชมบุคลากร รวมทั้งผลงานศิลปะดีๆ เห็นแล้วรู้สึกปลาบปลื้มใจและอยากให้คนไทยมาเห็นกันเยอะๆ เป็นอะไรที่ทำให้ตระหนักรู้ว่าคนไทยมีทุนทางวัฒนธรรม ทุนทางศิลปะ ทุนทางอารยะธรรมที่สูงมาก ซึ่งเมื่อประมาณปลายปี 2564 เว็บไซต์ US News and World Report ได้จัดอันดับให้ประเทศไทยเป็นอันดับ 7 ของโลก ที่มีมรดกทางวัฒนธรรมดีที่สุดในโลก ซึ่งก็ต้องมีการพัฒนากันต่อไป อย่างไรก็ตามจากที่ได้รับฟังจากผู้บริหารและคณาจารย์แล้ว เห็นถึงความตั้งใจที่จะยกระดับวิทยาลัยเพาะช่างให้ขึ้นไปเป็นสถาบันอุดมศึกษา ที่เน้นทางด้านศิลปกรรม ด้านสุนทรียะ และความสร้างสรรค์ ซึ่งสอดคล้องกับการปฏิรูปอุดมศึกษา ซึ่งตนเองก็จะทำเรื่องเสนอต่อคณะกรรมการสภานโยบายอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ที่มี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาต่อไป ทั้งนี้ก็จะเร่งดำเนินการให้ดีที่สุด เนื่องจากเป็นเรื่องที่สำคัญ</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ บรรลุ วิริยาภรณ์ประภาส ผู้อำนวยการวิทยาลัยเพาะช่าง กล่าวว่า รู้สึกอบอุ่นและได้กำลังใจอย่างมากที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้ความสำคัญกับการศึกษาด้านศิลปะและวัฒนธรรม โดยเฉพาะศิลปวัฒนธรรมไทย ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ ของวิทยาลัยเพาะช่างและมีผลงานเป็นที่ยอมรับในเชิงประจักษ์ของสังคมทั้งจากส่วนของคณาจารย์ ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน พร้อมยืนยันจากนี้จะเร่งดำเนินการให้เข้มแข็ง ดีขึ้น และมีทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ รมว.อว.และคณะ ยังได้เยี่ยมชมการสาธิตงานจิตรกรรมไทย งานหัตถศิลป์&nbsp;งานสลักดุน งานถม&nbsp;ศิลปะโบราณ เป็นงานเทคนิคที่หาดูได้ยาก งานออกแบบเครื่องประดับโลหะและอัญมณี ซึ่งล้วนแสดงถึง อัตลักษณ์เพาะช่าง อัตลักษณ์ไทย ที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นเพาะช่าง ด้วย&nbsp;</span></p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204171817625"],
    [118,"กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมเครือข่าย ทสม. 100 แห่งทั่วประเทศ ให้ปรับการดำเนินงานโครงการโคก หนอง นา โมเดล เพื่อต่อยอดกองทุนสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต","<p><strong>กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สส.)&nbsp;ส่งเสริมเครือข่าย&nbsp;ทสม.&nbsp;100&nbsp;แห่งทั่วประเทศ&nbsp;ให้ปรับการดำเนินงานโครงการโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;เพื่อต่อยอดกองทุนสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางภาวินี&nbsp;ณ&nbsp;สายบุรี&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สส.)&nbsp;กล่าวในการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาข้อเสนอโครงการส่งเสริมเครือข่าย&nbsp;ทสม.&nbsp;ในการดำเนินงาน&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;และการทำเกษตรกรรมยั่งยืนว่า&nbsp;เป็นการส่งเสริมเครือข่าย&nbsp;ทสม.&nbsp;ให้มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจการเขียนโครงการฯ&nbsp;ปรับปรุงข้อเสนอโครงการฯให้มีความชัดเจนสมบูรณ์&nbsp;เพื่อสนับสนุนงบประมาณให้กับเครือข่าย&nbsp;ทสม.&nbsp;มีประสิทธิภาพ&nbsp;ตรงตามเป้าหมาย&nbsp;และเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ร่วมกันจัดทำกรอบแนวทางการสนับสนุนเงินกองทุนสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;รวม&nbsp;50&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เป็นหนึ่งของขวัญปีใหม่สร้างสุขตลอดปี&nbsp;2565&nbsp;ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เครือข่าย&nbsp;ทสม.&nbsp;100&nbsp;แห่งทั่วประเทศ&nbsp;ให้สามารถยื่นขอรับการสนับสนุนนำไปจัดทำโครงการขนาดเล็กวงเงิน&nbsp;500,000&nbsp;บาท&nbsp;เกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญสอดรับกับนโยบายรัฐบาล&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และสถานการณ์สิ่งแวดล้อมปัจจุบัน&nbsp;2&nbsp;ประเด็นหลัก&nbsp;คือ&nbsp;ประเด็นการจัดการไฟป่าและลดหมอกควัน&nbsp;และประเด็นโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;และการทำเกษตรยั่งยืน&nbsp;โดยปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมามีเครือข่าย&nbsp;ทสม.&nbsp;ได้รับการอนุมัติโครงการ&nbsp;47&nbsp;พื้นที่&nbsp;ใน&nbsp;16&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;23,445,100&nbsp;บาท&nbsp;แล้วจะสิ้นสุดโครงการเดือนสิงหาคมนี้&nbsp;รวมระยะโครงการ&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;พบเครือข่าย&nbsp;ทสม.&nbsp;สามารถเข้าไปมีบทบาทและเป็นกำลังสำคัญร่วมเฝ้าระวังไฟป่า&nbsp;และลดหมอกควันในพื้นที่รวมกันกว่า&nbsp;300,000&nbsp;ไร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สส.)&nbsp;กล่าวย้ำว่าปีนี้&nbsp;สส.&nbsp;ได้เปิดโอกาสให้เครือข่าย&nbsp;ทสม.&nbsp;ยื่นข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุนสิ่งแวดล้อมในประเด็น&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;และการทำเกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;จึงจัดอบรมให้เครือข่าย&nbsp;ทสม.&nbsp;ได้ทราบถึงแนวทางและวิธีการจัดทำข้อเสนอโครงการที่จะขอรับการสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อม&nbsp;ในประเด็น&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;และการทำเกษตรกรรมยั่งยืนส่งเสริมการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตในการผลิต&nbsp;และการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของคนในชุมชนนำไปสู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน&nbsp;จนเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน&nbsp;มีคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี&nbsp;และเป็นเศรษฐกิจฐานรากที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับคนในชุมชน</p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204111950392"],
    [119,"วช.จัดกิจกรรมการเพิ่มศักยภาพและมาตรฐานบุคลากรอุดมศึกษา : บ่มเพาะและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมขึ้น","<p>สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จัดกิจกรรมการเพิ่มศักยภาพและมาตรฐานบุคลากรอุดมศึกษา : บ่มเพาะและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมขึ้น เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรสายอุดมศึกษาให้ได้รับการพัฒนาสู่มาตรฐาน</p><p>โดยในปี 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช.ได้กำหนดกลุ่มเรื่องผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมให้มีความสอดคล้องกับกลุ่มเรื่องของ Thailand 4.0 และ BCG โมเดล 4 กลุ่ม ได้แก่ การเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร, การสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์, การพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ อุปกรณ์อัจฉริยะ พลังงานและสิ่งแวดล้อม, และการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งการจัดกิจกรรมมีทั้งในรูปแบบ online และ onsite โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรอบรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในการพัฒนาผลงานในการพัฒนาผลงานนวัตกรรมในเวทีระดับชาติและระดับนานาชาติ จะมาให้ความรู้ ความเข้าใจ กับทีมสายอุดมศึกษา เพื่อพัฒนาผลงานนวัตกรรม ซึ่งจะเป็นกลไกหนึ่งในการพัฒนากำลังคน ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม ในการขับเคลื่อนการพัฒนาและสร้างนวัตกรรมในอนาคต</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นภายในงาน\"วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2565 ระหว่างวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ 2565 โดย น.ส.วิภารัตน์&nbsp;ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. เป็นประธานในพิธีเปิด ในวันนี้( 4 กพ65) ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ซึ่งวช.ได้วางเป้าหมายให้กิจกรรมดังกล่าวเป็นกลไกสำคัญ ที่จะพัฒนาสมรรถนะและเทคนิคด้านการประดิษฐ์คิดค้นและนวัตกรรมของคณาจารย์และนิสิตนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา ให้สามารถพัฒนาผลงานประดิษฐ์และนวัตกรรม ที่รองรับโจทย์และความต้องการของสังคมและประเทศ พร้อมกันนี้ จะมีกานมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมการบ่มเพาะตลอดการจัดกิจกรรม 3 วัน โดยคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้&nbsp;</p><p><br></p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204172011626"],
    [120,"โครงการอบรมและศึกษาดูงานโรงงานกำจัดขยะมูลฝอยชุมชน เทศบาลเมืองกระบี่","<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;เปิดการอบรมและบรรยายพิเศษ&nbsp;โครงการอบรมและศึกษาดูงานโรงงานกำจัดขยะมูลฝอยชุมชน&nbsp;เทศบาลเมืองกระบี่</strong></p><p><br></p><p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมกาบบัว&nbsp;(ชั้น&nbsp;5)&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพัทลุง</strong>&nbsp;นายกู้เกียรติ&nbsp;วงศ์กระพันธุ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรมและบรรยายพิเศษ&nbsp;โครงการอบรมและศึกษาดูงานโรงงานกำจัดขยะมูลฝอยชุมชน&nbsp;เทศบาลเมืองกระบี่&nbsp;โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อใช้เป็นกรอบและทิศทางในการดำเนินการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยและขยะอันตรายของประเทศ&nbsp;ให้เกิดการจัดการขยะมูลฝอยอย่างครบวงจรโดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;ประชาสังคม&nbsp;มุ่งสู่การแก้ไขปัญหาขยะอย่างยั่งยืน</p><p><strong>ทางจังหวัดพัทลุงได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว&nbsp;</strong>จึงได้กำหนดมาตรการแนวทางในการแก้ไขปัญหาการกำจัดขยะตั้งแต่ต้นทาง&nbsp;กลางทาง&nbsp;และปลายทาง&nbsp;โดยได้ดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดขยะมูลฝอยหลายๆโครงการ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนตระหรักและเห็นความสำคัญ&nbsp;พร้อมทั้งเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการการแก้ไขปัญหา&nbsp;โดยสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดพัทลุงได้นำกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;จำนวน&nbsp;74&nbsp;คน&nbsp;ไปอบรมและศึกษาดูงานที่โรงงานกำจัดขยะมูลฝอยชุมชน&nbsp;เทศบาลเมืองกระบี่&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;ซึ่งโครงการที่ดำเนินการบริหารจัดการขยะในลักษณะ&nbsp;โรงไฟฟ้าขยะชุมชน&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือผู้เกี่ยวข้องมีประสบการณ์มีความรู้จากการศึกษาดูงาน&nbsp;เพื่อให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือผู้เกี่ยวข้องได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การบริหารจัดการขยะ&nbsp;และเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการจัดการขยะมูลฝอยอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;คุ้มค่า&nbsp;และยั่งยืน</p><p><strong>โดยก่อนการเดินทาง&nbsp;สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดพัทลุงได้จัดการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;</strong>โดยใช้ชุดทดสอบโควิด-19&nbsp;(ATK)&nbsp;ให้กับผู้ที่จะเดินทางไปศึกษาดูงานที่โรงงานกำจัดขยะมูลฝอยชุมชน&nbsp;เทศบาลเมืองกระบี่</p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;074612404</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคใต้","พัทลุง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204122440432"],
    [121,"คณะอนุกรรมการสรรหา ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรี ตรวจประเมินข้อมูลเชิงประจักษ์ นายสุพจน์ สิงโตศรี เพื่อคัดเลือกเป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปี 2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่ฟาร์มหมูหลุม&nbsp;ดอนแร่&nbsp;ตำบลดอนแร่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดราชบุรี</strong>&nbsp;คณะกรรมการสรรหาปราชญ์เกษตรของแผ่นดินประจำปี&nbsp;2565&nbsp;นำโดย&nbsp;นายกฤติพิพัฒน์&nbsp;รัตนนาวินกุล&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านส่งเสริมและพัฒนาสัตว์ปีกกรมปศุสัตว์&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;เดินทางลงพื้นที่&nbsp;เพื่อตรวจข้อมูลเชิงประจักษ์&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;สิงโตศรี&nbsp;ปราชญ์เกษตรดีเด่นจังหวัดราชบุรี&nbsp;และเป็นผู้เข้ารับการประเมิน&nbsp;สรรหาปราชญ์เกษตรของแผ่นดินประจำปี&nbsp;2565&nbsp;สาขาปราชญ์เกษตรผู้ทรงภูมิปัญญาและมีคุณุปการต่อภาคการเกษตรไทย&nbsp;และสาขาปราชญ์เกษตรดีเด่น&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;นายสุพจน์มีคุณสมบัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนด&nbsp;มีความรู้ความสามารถ&nbsp;และเป็นผู้มีองค์ความรู้&nbsp;สามารถถ่ายทอดเผยแพร่วิธีการเลี้ยงหมูหลุม&nbsp;เริ่มจากชุมชนและขยายไปยังพื้นที่จังหวัดอื่นๆ&nbsp;ที่มีความสนใจ&nbsp;ตลอดจนต่างประเทศ&nbsp;อีกทั้งฟาร์มหมูหลุมแห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้การเลี้ยงสัตว์ประเภทสุกรของกรมปศุสัตว์&nbsp;ได้รับการรับรองฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปลอดการใช้ยาปฏิชีวนะ&nbsp;และเป็นฟาร์มเลี้ยงหมูหลุมแห่งแรกของไทย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ดำเนินการสรรหาปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน</strong>&nbsp;เพื่อเป็นการยกย่องและเชิดชูเกียรติแก่ผู้ทรงภูมิปัญญาด้านการเกษตรสาขาต่างๆ&nbsp;ซึ่งเป็นผู้มีคุณความดี&nbsp;มีความรู้&nbsp;ความสามารถ&nbsp;และประสบการณ์&nbsp;สมควรเป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดินให้ได้รับการดูแลด้านสวัสดิการและสนับสนุนให้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ประสบการณ์และความสามารถเข้าสู่สังคม</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคตะวันตก","ราชบุรี","สวท.ราชบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204124135440"],
    [122,"ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาโรคเหี่ยวในกล้วยหิน จังหวัดยะลา","<p><strong>เกษตรยะลา&nbsp;ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา</strong>การระบาดโรคเหี่ยวในกล้วยหิน&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><strong>นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธาน</strong>ในการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการระบาดโรคเหี่ยวในกล้วยหิน&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โดยมีหัวหน้ากลุ่ม&nbsp;เกษตรอำเภอ&nbsp;เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรยะลา&nbsp;เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยพืชสวนยะลา&nbsp;เจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;เจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดสงขลา&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>เพื่อติดตามสถานการณ์การะบาดของโรคเหี่ยวกล้วยในจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>และพิจารณาวิธีการป้องกันการกำจัดโรคเหี่ยวกล้วยในพื้นที่แปลงปลูกเดิมและพื้นที่แปลงปลูกใหม่&nbsp;และหาแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาและส่งเสริมการผลิตกล้วยหิน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204124602443"],
    [123,"เกษตรอำเภอสบเมย แนะเกษตรกรปลูกพืชใช้น้ำน้อย 38 ชนิด ทดแทนการปลูกข้าวรับมือภัยแล้ง","<p><strong>ว่าที่ร้อยตรีประสาร&nbsp;เสียวกสิกรณ์</strong>&nbsp;เกษตรอำเภอสบเมย&nbsp;แนะอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเกษตรกรรับมือภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;คือ&nbsp;การปลูกพืชใช้น้ำน้อยที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกช่วงฤดูแล้ง&nbsp;ซึ่งพืชใช้น้ำน้อย&nbsp;หมายถึง&nbsp;พืชที่ใช้น้ำน้อยกว่าข้าว&nbsp;(ข้าวใช้น้ำ&nbsp;1,000-1,500&nbsp;ลบ.ม./ไร่/ฤดูกาลผลิต)&nbsp;เช่น&nbsp;พืชไร่&nbsp;พืชผัก&nbsp;ไม้ดอกไม้ประดับ&nbsp;ใช้น้ำประมาณ&nbsp;300-800&nbsp;ลบ.ม./ไร่/ถดูกาลผลิต&nbsp;โดยมีข้อควรคำนึงในการเลือกพืชใช้น้ำน้อยเพื่อลดหรือทดแทนการปลูกข้าว&nbsp;ในช่วงวิกฤตภัยแล้ง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.&nbsp;ต้องเป็นพืชที่สร้างรายได้&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนช่วงภัยแล้งและมีตลาดรองรับแน่นอน&nbsp;2.&nbsp;ต้องเป็นพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่ของเกษตรกรสามารถเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวได้ในช่วงภัยแล้ง&nbsp;3.ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อประโยชน์ในการจัดการด้านการผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;และสินเชื่อ</p><p><strong>กลุ่มพืชและชนิดพืชแนะนำที่สามารถเพาะปลูกได้ในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;</strong>แบ่งออกเป็นกลุ่มพืชไร่&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ถั่วเขียว&nbsp;ถั่วเหลือง&nbsp;ถั่วเหลืองฝักสด&nbsp;และถั่วลิสง&nbsp;กลุ่มพืชสมุนไพร&nbsp;ได้แก่&nbsp;อัญชัน&nbsp;กลุ่มไม้ดอกไม้ประดับ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ดาวเรืองตัดดอก&nbsp;และอโกลนีมา</p><p><strong>กลุ่มพืชผัก&nbsp;จำนวน&nbsp;31&nbsp;ชนิด&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;ตระกูลกะหล่ำ&nbsp;เช่น&nbsp;กะหล่ำปลี&nbsp;ผักกาดหัว&nbsp;กวางตุ้ง&nbsp;คะน้า&nbsp;ตระกูลแตง&nbsp;เช่น&nbsp;บวบ&nbsp;มะระจีน&nbsp;ฟัก/แฟง&nbsp;ฟักทองญี่ปุ่น&nbsp;แตงโม&nbsp;แคนตาลูป/เมล่อน&nbsp;แตงไทย&nbsp;แตงกวา&nbsp;ตระกูลถั่ว&nbsp;เช่น&nbsp;ชะอม&nbsp;ถั่วพู&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;ตระกูลมะเขือ&nbsp;เช่น&nbsp;พริก&nbsp;มะเขือ&nbsp;พืชผักกินใบ&nbsp;เช่น&nbsp;ผักชี&nbsp;กะเพรา&nbsp;โหระพา&nbsp;ผักบุ้งจีนในตะกร้า&nbsp;กุยช่าย&nbsp;พืชหัว&nbsp;เช่น&nbsp;หอมแดง&nbsp;มันเทศ&nbsp;เห็ด&nbsp;เช่น&nbsp;การเพาะเห็ดถุง&nbsp;การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า&nbsp;การเพาะเห็ดฟางกองเตี้ย&nbsp;พืชผักอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;กระเจี๊ยบเขียว&nbsp;ตะไคร้&nbsp;ต้นอ่อนทานตะวัน&nbsp;ข้าวโพดฝักสด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204131359456"],
    [124,"ขับเคลื่อนประกันรายได้ปี 64-65 ช่วยชาวสวนปาล์มต่อเนื่อง เน้นน้ำมันปาล์มคุณภาพ ส่งเสริมการแข่งขัน ผลักดันส่งออก","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>ประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;VDO&nbsp;Conference&nbsp;รับทราบผลการดำเนินงานตามแนวทางการขับเคลื่อนกลไกบริหารจัดการ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม&nbsp;ระดับจังหวัด</p><p><strong>ที่ประชุมพิจารณาเห็นชอบโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน</strong>&nbsp;&nbsp;ปี&nbsp;64-65&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรฯ&nbsp;จากปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ&nbsp;โดยกำหนดราคาเป้าหมายเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา&nbsp;(น้ำมัน&nbsp;18%&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;4&nbsp;บาท)&nbsp;ณ&nbsp;หน้าโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม&nbsp;ระยะดำเนินการ&nbsp;ก.ย.64-ส.ค.65&nbsp;</p><p><strong>เห็นชอบให้ขยายเวลาโครงการผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์ม</strong>&nbsp;เพื่อลดผลผลิตส่วนเกินปี&nbsp;64&nbsp;และดำเนินโครงการผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์มปี&nbsp;65&nbsp;ต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อใช้เป็นกลไกการบริหารจัดการสมดุลอุปทานในประเทศ&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้ราคาผลปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มปรับเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;และมีขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก&nbsp;</p><p><strong>ประชุมยังได้เห็นชอบให้ขับเคลื่อน</strong>&nbsp;การเพิ่มมูลค่าปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอีก&nbsp;2&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;ได้แก่&nbsp;น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ&nbsp;กรีนดีเซล&nbsp;(Bio&nbsp;Hydrogenated&nbsp;Diesel&nbsp;:BHD)&nbsp;และน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพ&nbsp;ไบโอเจ็ต&nbsp;(Biojet&nbsp;fuels)&nbsp;เพื่อรองรับการแก้ปัญหา&nbsp;อุตสาหกรรมปาล์ม&nbsp;ทั้งระบบต่อไป</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;ให้กระทรวงต่างๆ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;ปฏิบัติตามมติที่ประชุมโดยเคร่งครัด&nbsp;พร้อมกำชับให้เร่งนำเข้า&nbsp;ครม.&nbsp;เพื่อให้นำไปสู่การปฏิบัติโดยเร็วและเน้นย้ำ&nbsp;&nbsp;สตช.&nbsp;และหน่วยงานด้านความมั่นคง&nbsp;เพ่งเล็งการลักลอบการนำเข้าน้ำมันปาล์มและผลิตภัณฑ์ในพื้นที่เสี่ยงตามแนวชายแดน&nbsp;เพื่อให้การแก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม&nbsp;บรรลุวัตถุประสงค์&nbsp;สามารถช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนปาล์มได้อย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204142917508"],
    [125,"ผู้บริหารบริษัท SPRC ลงพื้นที่พบปะพูดคุยกลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน พร้อมรับผิดชอบในผลกระทบที่เกิดขึ้น","<p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)</strong>&nbsp;ลงพื้นที่มอบถุงห่วงใยให้กับชาวบ้านและชาวประมงผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลบริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกกลางทะเล&nbsp;โดยมีชาวบ้านและกลุ่มประมงเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก&nbsp;พร้อมทั้งรับฟังพูดคุยถึงปัญหาผลกระทบที่เกิดจากในพื้นที่&nbsp;โดยบริษัทได้กล่าวกับประชาชนว่าพร้อมให้การช่วยเหลือและเยียวยาให้ความช่วยเหลือ&nbsp;ขณะที่กลุ่มประมงพร้อมร่วมทำงานในการฟื้นฟูกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;</p><p><strong>นายวิสุทธิ์&nbsp;สุขจันทร์&nbsp;ประธานกลุ่มประมง&nbsp;รองนายกสมาคมเรือเล็กระยอง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;รู้สึกดีใจที่บริษัทเข้ามาช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและพร้อมชดเชยเยียวยาอย่างเท่าเทียมกัน&nbsp;แต่สิ่งที่สำคัญคือต่อจากนี้ต้องดูผลกระทบสิ่งแวดล้อมทางทะเลในระยะยาว&nbsp;ซึ่งต้องใช้ระยะเวลายาวนาน&nbsp;ถ้าหากบริษัทยินดีรับผิดชอบชดใช้ทั้งหมดและร่วมจับมือทำงานร่วมกับหน่วยงานองค์กรต่างๆ&nbsp;และกลุ่มชาวประมงที่มีประสบการณ์ด้านการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางทะเลก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดี&nbsp;เพราะกลุ่มประมงเคยมีประสบการณ์จากการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในเหตุน้ำมันรั่วในปี&nbsp;2556&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ตนอยากให้ทำข้อตกลงร่วมกัน&nbsp;ออกเป็นกฎหมายข้อบังคับว่าสำหรับอุตสาหกรรมใหญ่&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ปิโตรเคมี&nbsp;หากสร้างผลผลกระทบกับทะเลจะต้องรับผิดชอบชดใช้เยียวยาฟื้นฟูทั้งระบบ&nbsp;ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวหรือจนกว่าสิ่งแวดล้อมทางทะเลจะกลับสู่สภาวะปกติ&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นายเสรี&nbsp;เรือนหล้า&nbsp;ประมงจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในวันนี้มีกลุ่มประมงพื้นบ้านบ้านเพ&nbsp;แหลมรุ่งเรือง&nbsp;และกลุ่มบางกระเฌอ&nbsp;ได้มาพูดคุยกับผู้บริหารบริษัทเพื่อเรียกร้องให้ทางบริษัทช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้นให้เร็วที่สุด&nbsp;พร้อมทั้งให้บริษัททำงานร่วมกับกลุ่มชาวประมง&nbsp;ร่วมกันฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น&nbsp;ซึ่งทางกลุ่มประมงพื้นบ้านยินดีให้ความร่วมมือในการฟื้นฟูทะเลอย่างเต็มที่</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204134925481"],
    [126,"เกษตรโคราชเดินหน้าส่งเสริมใช้ถ่านชีวภาพลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ดึงเกษตรกรให้ความรู้งานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตถ่านชีวภาพ (Biochar) เพื่อการนำไปใช้ด้านการเกษตร","<p>เกษตรโคราชเดินหน้าส่งเสริมใช้ถ่านชีวภาพลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;ดึงเกษตรกรให้ความรู้งานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตถ่านชีวภาพ&nbsp;(Biochar)&nbsp;เพื่อการนำไปใช้ด้านการเกษตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ที่บ้านสวนป่าไผ่เทพารักษ์โคราช</strong>&nbsp;แหล่งเรียนรู้เรื่องไผ่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลหนองแวง&nbsp;อำเภอเทพารักษ์&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;นายคณกร&nbsp;ทองสุขนอก&nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตถ่านชีวภาพ&nbsp;(Biochar)&nbsp;เพื่อการนำไปใช้ด้านการเกษตร&nbsp;โครงการศึกษาการจัดการดิน&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;และน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยมีนายวรกร&nbsp;เปรื่องค้า&nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และเกษตรกรในพื้นที่ตำบลหนองแวง&nbsp;ร่วมในพิธี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้าน&nbsp;นายคณกร&nbsp;ทองสุขนอก&nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำหรับการจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตถ่านชีวภาพ&nbsp;(Biochar)&nbsp;เพื่อการนำไปใช้ด้านการเกษตรในครั้งนี้&nbsp;จัดขึ้นเนื่องจากปัญหาภัยแล้งมีผลกระทบโดยตรงกับการเกษตรและแหล่งน้ำ&nbsp;สร้างความเสียหายต่อกิจกรรมทางการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;พื้นที่ดินขาดความ&nbsp;ชุ่มชื้น&nbsp;พืชขาดน้ำ&nbsp;พืชชะงักการเจริญเติบโต&nbsp;ส่งผลให้ผลผลิตที่ได้มีปริมาณลดลง&nbsp;คุณภาพตกต่ำ&nbsp;และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืช&nbsp;จำเป็นต้องจัดการปัจจัยพื้นฐานในการ&nbsp;ผลิตพืช&nbsp;คือ&nbsp;ดิน&nbsp;ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการเป็นแหล่งให้น้ำ&nbsp;อากาศ&nbsp;และธาตุอาหารแก่ต้นพืช</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การทำให้ดินเป็นดินที่ดี&nbsp;โดยจัดการดินให้มีคุณสมบัติที่เหมาะสม</strong>&nbsp;ทั้งทางกายภาพ&nbsp;เคมี&nbsp;และชีวภาพ&nbsp;เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืช&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ได้รับอนุมัติและจัดสรรงบประมาณโครงการศึกษาการจัดการดิน&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;และน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;จากกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ภายใต้งบประมาณสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(สกสว.)&nbsp;โดยจัดทำแปลงศึกษาการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ร่วมกับการใช้ถ่านชีวภาพ&nbsp;(Biochar)&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเทพารักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แปลง&nbsp;เพื่อเป็นแปลงต้นแบบการจัดการดินให้มีสมบัติที่เหมาะสม&nbsp;มีโครงสร้างที่ดี&nbsp;มีความร่วนซุย&nbsp;ไม่แข็งแน่นทึบ&nbsp;มีช่องว่าง&nbsp;มีความพรุน&nbsp;อันจะส่งผลให้การผลิตพืช&nbsp;มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น&nbsp;เมื่อต้นพืชมีความแข็งแรงเจริญเติบโตดีแล้ว&nbsp;การใช้ปุ๋ยเคมี&nbsp;สารเคมีจะลดลงตาม&nbsp;และสามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย&nbsp;โดยได้มีการให้ความรู้แก่เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;จำนวน&nbsp;80&nbsp;คน&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้ถึงการผลิตถ่านชีวภาพและน้ำส้มควันไม้&nbsp;การเพิ่มมูลค่าสินค้าจากไผ่&nbsp;การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน&nbsp;การเพาะเห็ดฟาง&nbsp;เห็ดตะกร้า&nbsp;และการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน&nbsp;ซึ่งความรู้ที่ได้เกษตรกรสามารถนำไปปรับใช้ในพื้นที่ของจนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204140323490"],
    [127,"จังหวัดร้อยเอ็ด เกษตรกรชาวร้อยเอ็ดยื่นหนังสือถึง ผู้ว่าฯ เร่งรัดการประชุมคณะอนุกรรมการการแก้ไขปัญหาจากการสร้างเขื่อนร้อยเอ็ด ลุ่มน้ำชี","<p><strong>ที่ลานสาเกตนคร&nbsp;สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;เกษตรกร&nbsp;เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;และจังหวัดยโสธร&nbsp;รวมตัวกันยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เพื่อเร่งรัดการดำเนินการ&nbsp;กำหนดวันประชุมคณะอนุกรรมการการแก้ไขปัญหา&nbsp;จากการสร้างเขื่อนร้อยเอ็ด&nbsp;เขื่อนยโสธร-พนมไพร&nbsp;ลุ่มน้ำชี&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;โดย&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายชนาส&nbsp;ชัชวาลวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;มารับหนังสือ&nbsp;จากตัวแทนเกษตรกร&nbsp;เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินนโยบายโครงการ&nbsp;โขง&nbsp;ซี&nbsp;มูลเดิม&nbsp;ซึ่งมีการสร้างเขื่อนกันน้ำ&nbsp;โดยเฉพาะเขื่อนร้อยเอ็ดเขื่อนยโสธร-พนมไพร&nbsp;และเขื่อนธาตุน้อยลุ่มน้ำชี&nbsp;ที่ทำให้พื้นที่การเกษตร&nbsp;ถูกน้ำท่วมนาน&nbsp;1-3&nbsp;เดือน&nbsp;ทำให้เกิดต้นข้าวเน่าตาย&nbsp;เสียหายต่อเนื่องกว่า&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;ก่อปัญหาด้านสภาพเศรษฐกิจทั้งภายในครัวเรือนและชุมชน&nbsp;ซึ่ง&nbsp;อำเภอที่ได้รับผลกระทบมี่ทั้งหมด&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอทุ่งเขาหลวง&nbsp;อำเภออาจสามารถ&nbsp;อำเภอพนมไพร&nbsp;อำเภอเสลภูมิ&nbsp;และอำเภอเชียงขวัญ&nbsp;</p><p><strong>โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;</strong>ได้หารือกับแกนนำเกษตรกร&nbsp;เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง&nbsp;ได้มีการตกลงให้มีการประชุมคณะอนุกรรมกรรมการแก้ไขปัญหาจากการสร้างเขื่อนร้อยเอ็ด&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;ในวันที่&nbsp;9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยให้อำเภอรับรอง&nbsp;จากนั้นจะมีการประชุมระดับจังหวัด&nbsp;วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลาง&nbsp;อำเภอเชียงขวัญ&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;และส่งเรื่องไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สวท.ร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204162838607"],
    [128,"สุพรรณบุรี SP-Net เสวนาสื่อออนไลน์เพื่อชุมชน เรื่อง   เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ ลดต้นทุน-เวลา ได้ผลผลิตดี","<p><strong>อาจารย์กิติ&nbsp;จารุอารยนันท์&nbsp;ประธานสถาบันพัฒนาธุรกิจภูมิภาค</strong>&nbsp;เปิดเผยว่าสถาบันพัฒนาธุรกิจภูมิภาค&nbsp;โดย&nbsp;มูลนิธิองค์กรเครือข่ายบริการธุรกิจภูมิภาค&nbsp;ได้ออกแบบ&nbsp;และจัดทำรายการสื่อออนไลน์เพื่อชุมชนขึ้น&nbsp;ทุกวันศุกร์&nbsp;เวลา&nbsp;18.30&nbsp;-&nbsp;20.00&nbsp;น.&nbsp;เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้รับรู้ข่าวสาร&nbsp;และแนวทางในการรับมือ&nbsp;แก้ปัญหา&nbsp;เพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข&nbsp;และยั่งยืน&nbsp;โดยในวันที่4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;\"เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่&nbsp;ลดต้นทุน-เวลา&nbsp;ได้ผลผลิตดี\"&nbsp;หัวข้อสนทนา&nbsp;</p><p>-&nbsp;รู้จัก&nbsp;เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่&nbsp;เป็นการบริหารจัดการทำงานในไร่&nbsp;ในฟาร์ม&nbsp;ของการใช้ทรัพยากรต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;พันธุ์พืช&nbsp;น้ำ&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;ดิน&nbsp;พื้นที่เพาะปลูก&nbsp;แรงงานที่มีคุณภาพมากกว่าดั้งเดิมที่ใช้แรงงานเป็นหลัก</p><p>-&nbsp;เปิดมุมคิดเทคโนโลยีการให้น้ำอัจฉริยะสำหรับพืชด้วยต้นทุนต่ำ&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยระบบควบคุมสั่งการเปิด-ปิดรดน้ำในแปลงเกษตร&nbsp;เซ็นเซอร์ติดตามสภาพอากาศ&nbsp;การตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้นในดิน&nbsp;มีการสั่งการและติดตามผล&nbsp;ผ่านสมาร์ทโฟน</p><p>-&nbsp;แชร์ประสบการณ์การใช้เทคโนโลยีระบบน้ำอัจฉริยะแปลงเกษตร&nbsp;และทำการเกษตรปลอดภัย&nbsp;ส่งผลต่อการกินเพื่อส่งเสริมสุขภาพ&nbsp;ส่งเสริม&nbsp;การผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดเคมี&nbsp;สารกำจัดศัตรูพืช&nbsp;เช่น&nbsp;ระบบการผลิตแบบปิดทำให้การเพาะปลูกปลอดโรคและปลอดภัยมากขึ้น</p><p>-&nbsp;เสริมแนวคิดเกษตรอัจฉริยะความหวังใหม่ของเกษตรกร&nbsp;เกษตรแม่นยำสูง&nbsp;ที่มีคุณภาพรวมถึงปริมาณที่ตรงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ก่อนเพาะปลูกอย่างแม่นยำ</p><p><strong>ดำเนินรายการ&nbsp;โดย&nbsp;นายอนุศักดิ์&nbsp;คงมาลัย&nbsp;:&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;มีผู้ร่วมสนทนา</strong>&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>1.&nbsp;ดร.ภคพงศ์&nbsp;อมรกุล&nbsp;:&nbsp;รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา&nbsp;คณะวิศวกรรมศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย</p><p>2.&nbsp;นายสุธี&nbsp;จารุรัตนวารี&nbsp;:&nbsp;กรรมการ&nbsp;บริษัท&nbsp;แอคเซีย&nbsp;เอนจิเนียริ่ง&nbsp;จำกัด</p><p>3.&nbsp;นางสวณีย์&nbsp;โพธิ์รัง&nbsp;:&nbsp;เกษตรต้นแบบการทำนาด้วยเทคโนโลยี&nbsp;IOT</p><p><strong>ผู้สนใจสามารถรับชมรายการสด&nbsp;และร่วมแสดงความคิดเห็น</strong>&nbsp;ระหว่างรายการ&nbsp;ได้ทาง&nbsp;</p><p>Facebook&nbsp;มูลนิธิเอสพีเน็ต&nbsp;:&nbsp;https://www.facebook.com/SP.Net.Foundation/live_videos/</p><p>https://www.facebook.com/SP.Net.Foundation/posts/5496058220407542</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-02T00:00:00","NULL","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204144950543"],
    [129,"เผยภาพเกาะเสม็ด และหาดแม่รำพึงสวยสะอาดไม่พบคราบน้ำมันแล้ว ขณะที่ใต้ทะเลบริเวณปลายแหลมอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด เจ้าหน้าที่ดำน้ำของทัพเรือภาคที่ 1 ถ่ายภาพสัตว์ทะเลไว้ได้ โดยเผยให้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติใต้ท้องทะเล","<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;บริเวณหาดแม่รำพึง</strong>&nbsp;จุดลานหินดำ&nbsp;หินขาวที่มีคราบน้ำมันพัดเข้าฝั่ง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;ม.ค.ที่ผ่านมา&nbsp;ผ่านมา&nbsp;9&nbsp;วันแล้ว&nbsp;สภาพชายหาดกลับมาสวยงามแล้ว&nbsp;โดยความร่วมมือจากทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และ&nbsp;บ.SPRC&nbsp;ได้ร่วมกันปฏิบัติการกู้คราบน้ำมันจนสำเร็จ&nbsp;บริเวณชายหาดไร้คราบน้ำมันแล้ว&nbsp;มีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง&nbsp;และเก็บขยะบริเวณชายหาดต่อเนื่องถึงแม้จะไม่พบครายน้ำมันแล้วก็ตาม&nbsp;ส่วนบริเวณชายหาดอ่าวพร้าว&nbsp;เกาะเสม็ด&nbsp;ก็ไม่พบคราบน้ำมันมีความสวยงามไม่แพ้กัน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ทหารยังได้เปิดเผยคลิปให้เห็นใต้ท้องทะเล</strong>&nbsp;บริเวณปลายแหลมอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด&nbsp;และบริเวณเกาะเสม็ด&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งที่มีปะการัง&nbsp;และหญ้าทะเล&nbsp;รวมทั้งสัตว์น้ำใต้ท้องทะเลจำนวนมาก&nbsp;และมีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดระยอง&nbsp;จากการดำน้ำสำรวจของเจ้าหน้าที่ทหาร&nbsp;พบว่าไม่ได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมันแต่อย่างใด&nbsp;โดยพบสัตว์น้ำจำพวกหอย&nbsp;และปลาชนิดต่างๆ&nbsp;อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวจำนวนมาก.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204150626555"],
    [130,"ธ.ก.ส.กาฬสินธุ์ มอบโชคใหญ่ จับรางวัลเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;มอบโชคใหญ่รถยนต์&nbsp;3&nbsp;รางวัล&nbsp;พร้อมรางวัลอื่นๆอีกมูลค่ากว่า&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีนายอำเภอสมเด็จ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ตัวแทนประชาชน&nbsp;ลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยานในการจับรางวัลครั้งนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ที่ศาลารวมใจศาลเจ้าพ่อสมเด็จ&nbsp;อำเภอสมเด็จ&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์</strong>&nbsp;นายอดิศร&nbsp;วิทูรศิลป์&nbsp;นายอำเภอสมเด็จ&nbsp;เป็นประธานการจับรางวัลเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2564&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ตัวแทนประชาชนลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยานในการจับรางวัลเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายเชาวฤทธิ์&nbsp;เกตุดี&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดกาฬสินธุ์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เงินฝากออมทรัพย์ทวีโชคเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.2539&nbsp;ซึ่งผู้ฝากเงินจะได้สิทธิประโยชน์เป็นดอกเบี้ยเงินฝาก&nbsp;พร้อมได้สิทธิ์ลุ้นรางวัล&nbsp;เพียงมีเงินฝากคงเหลือทุก&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;ติดต่อกัน&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;จะได้สิทธิ์ลุ้นรางวัล&nbsp;1&nbsp;สิทธิ์&nbsp;โดยการจับสลากในระดับจังหวัดปีละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ทุกวันที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;และ&nbsp;5&nbsp;สิงหาคมของทุกปี&nbsp;และมีเงินฝากคงเหลือทุก&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;ติดต่อกัน&nbsp;7&nbsp;เดือน&nbsp;จะได้สิทธิ์ลุ้นรางวัลระดับประเทศอีก&nbsp;1&nbsp;สิทธิ์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การจับรางวัลในครั้งนี้เป็นการจับรางวัลมอบโชคให้สำหรับลูกค้าระดับจังหวัด</strong>&nbsp;รวมรางวัลจำนวน&nbsp;802&nbsp;รางวัล&nbsp;มูลค่ารางวัลกว่า&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยธนาคารได้ดำเนินการจับรางวัลจากทุกสาขาในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;โดยผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลที่&nbsp;1&nbsp;เป็นรถยนต์มิตซูบิชิ&nbsp;ไทรทัน&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;รางวัล&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.นายศิริชัย&nbsp;ชื่นช้อย&nbsp;ชาวอ.ห้วยผึ้ง&nbsp;2.นางไพศิริ&nbsp;เชิดชู&nbsp;ชาว&nbsp;อ.เขาวง&nbsp;3.นายสีกัน&nbsp;สะแกวา&nbsp;ชาว&nbsp;อ.กุฉินารายณ์&nbsp;,&nbsp;รางวัลที่&nbsp;2&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;จำนวน&nbsp;27&nbsp;รางวัล&nbsp;,&nbsp;รางวัลที่&nbsp;3&nbsp;ทองคำรูปพรรณหนัก&nbsp;1&nbsp;บาท&nbsp;จำนวน&nbsp;41&nbsp;รางวัล&nbsp;,&nbsp;รางวัลที่&nbsp;4&nbsp;ทองคำรูปพรรณนำหนัก&nbsp;2&nbsp;สลึง&nbsp;จำนวน&nbsp;97&nbsp;รางวัล&nbsp;และรางวัลที่&nbsp;5&nbsp;ทองคำรูปพรรณหนัก&nbsp;1&nbsp;สลึง&nbsp;จำนวน&nbsp;634&nbsp;รางวัล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับช่องทางการตรวจสอบรายชื่อของลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ทุกท่าน&nbsp;</strong>สามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่สาขาที่ท่านฝากเงินออมทรัพย์ทวีโชค&nbsp;หรือรอรับหนังสือ/จดหมายจากทางธนาคารแจ้งให้ไปรับรางวัล&nbsp;โดยเอกสารการขอรับรางวัลประกอบไปด้วย&nbsp;เป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค&nbsp;สมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค&nbsp;บัตรประจำตัวประชาชน&nbsp;หนังสือ/จดหมายแจ้งให้ไปรับรางวัล</p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","กาฬสินธุ์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204155655585"],
    [131,"คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร เจ้าของผลงาน ศึกษาวิจัยมะม่วงให้ได้คุณภาพมาตรฐานส่งออก ได้รับรางวัลผลงานวิจัย ระดับดี ในงานวันนักประดิษฐ์ 2564-2565 ล่าสุด ผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง จะถูกขนส่งทางเรือ เป็นครั้งแรกจากประเทศไทย ในช่วงเดือนมีนาคม 2565","<p>คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร เจ้าของผลงาน ศึกษาวิจัยมะม่วงให้ได้คุณภาพมาตรฐานส่งออก ได้รับรางวัลผลงานวิจัย ระดับดี ในงานวันนักประดิษฐ์ 2564-2565 ล่าสุด ผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง จะถูกขนส่งทางเรือ เป็นครั้งแรกจากประเทศไทย ในช่วงเดือนมีนาคม 2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร เจ้าของผลงาน ศึกษาวิจัยมะม่วงให้ได้คุณภาพมาตรฐานส่งออก ได้รับรางวัลผลงานวิจัย ระดับดี ในงานวันนักประดิษฐ์ 2564-2565 พร้อมเผยว่า ทีมวิจัย ได้ศึกษาปัจจัยที่เหมาะสมต่อการฉายรังสีของมะม่วง จนค้นพบว่า การคัดเลือกความสมบูรณ์ของผลมะม่วงภายหลังการเก็บเกี่ยว ในระยะการสุกแก่ที่ 80% โดยใช้เทคนิค NIR (Near Infrared Spectroscopy) อย่างแม่นยำ ก่อนนำมาฉายรังสีชนิดก่อไอออน จะช่วยให้ผลผลิตมีความสมบูรณ์ผล และความแน่นของเนื้อที่ทนทานต่อการบอบช้ำ จึงเหมาะสมต่อการส่งออกไปต่างประเทศ จากนั้นได้พัฒนาเทคนิคการยืดอายุมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองด้วยตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมสภาพบรรยากาศ (Controlled Atmosphere Storage) ควบคุมปริมาณออกซิเจน และคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดระยะเวลาการเก็บรักษา สามารถเก็บรักษาคุณภาพผลผลิตในระหว่างการขนส่งได้ 15 วัน และมีอายุการเก็บรักษาเป็นเวลา 6 วัน ด้วยตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมสภาพบรรยากาศ ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส และการเก็บรักษามะม่วงน้ำดอกไม้สีทองในสภาพดัดแปลงบรรยากาศ MAP (Modified atmosphere packaging) โดยการบรรจุถุงพลาสติก WEB (White ethylene absorbing bag) และเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 13 องศาเซลเซียส ทำให้สามารถยืดอายุการเก็บรักษามะม่วงน้ำดอกไม้สีทองได้เป็นระยะเวลา 33 วัน เพิ่มขึ้นจากเดิม 15 วัน การขนส่งมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองผลสดด้วยตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมสภาพบรรยากาศ สามารถขนส่งทางเรือได้ที่มีต้นทุนต่ำได้ ผลผลิตจึงมีคุณภาพดีเมื่อไปถึงประเทศปลายทาง มีขั้นตอนที่สะดวกและเหมาะสมกับสภาพปัญหาแรงงานที่หายาก และมีราคาแพงในประเทศปลายทาง</p><p>&nbsp;ล่าสุด ผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง จะถูกขนส่งทางเรือ เป็นครั้งแรกจากประเทศไทย ในช่วงเดือนมีนาคม 2565 ซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูกาลมะม่วง ที่คาดว่าราคาผลผลิตอาจตกต่ำ ดังนั้นจึงเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร ในช่วงฤดูกาลผลิตระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม ได้เป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><br></p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204172209628"],
    [132,"รมว.อว.เร่งเครื่อง BCG ผ่านความร่วมมือของ  สวทช. และ ปตท. มุ่งวิจัยต่อยอดนวัตกรรมสุขภาพการแพทย์แก้วิกฤติสุขภาพ","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">รมว.อว.เร่งเครื่อง BCG ผ่านความร่วมมือของ</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">สวทช. และ ปตท. มุ่งวิจัยต่อยอดนวัตกรรมสุขภาพการแพทย์แก้วิกฤติสุขภาพ</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานพิธีลงนามความร่วมมือการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพและการแพทย์ตอบโจทย์โมเดลเศรษฐกิจ BCG ประกอบด้วย การลงนามสัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยี น้ำยาเคลือบวัสดุคอมพอสิทของ ไฮดรอกซีอะพาไทต์และไทเทเนียมไดออกไซค์บนแผ่นนอนวูฟเวนเพื่อใช้เป็นแผ่นกรองสำหรับการผลิตหน้ากากอนามัย Safie Plus และ การลงนามความร่วมมือการวิจัยและพัฒนาวัสดุฝังในทางการแพทย์ (Implant devices) โดยมีนายณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และนายนพดล ปิ่นสุภา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ลงนามความร่วมมือ</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;รมว.อว. กล่าวว่า BCG สาขาเครื่องมือแพทย์ เป็นหนึ่งในสาขาสำคัญของ BCG Economy Model ที่ต้องการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) ภายในปี 2570 ผลักดันให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศ โดยสนับสนุนให้มีการพัฒนาเครื่องมือแพทย์ที่มีประสิทธิภาพและมาตรฐานเทียบเท่าสากล&nbsp;โดยรัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการยกระดับคุณภาพบริการด้านสาธารณสุขและสุขภาพของประชาชน ดังนั้น อว. พร้อมสนับสนุนภาคธุรกิจที่ผลิตนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์จากการวิจัยอย่างเต็ม</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;นายณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา สวทช.ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมโดยการดำเนินการส่งมอบหน้ากากอนามัย Safie Plus กว่า 300,000 ชิ้น เป็นนวัตกรรมผลงานวิจัยโดยทีมวิจัยไทยเพื่อคนไทย แก่โรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลสนาม หน่วยงานของรัฐทั่วประเทศ และนำมาสู่การขยายผลความร่วมมือครั้งนี้การถ่ายทอดเทคโนโลยีงานวิจัยน้ำยาเคลือบแผ่นกรองหน้ากาก Safie Plus ที่มีคุณสมบัติในการกรองไวรัส แบคทีเรีย และฝุ่น PM 2.5 ที่มีประสิทธิภาพสูง และ การผลิตเครื่องมือแพทย์และวัสดุฝังในร่างกายมนุษย์ ถือเป็น 1 ในแผนหลักเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์ในอาเซียน (Medical Hub) ในปี 2570 ซึ่ง สวทช.ร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ฝังในทางการแพทย์ ร่วมกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ถือเป็นก้าวแรกของการร่วมมือกันในการขยายผลและการร่วมวิจัยพัฒนา ทดสอบ ออกแบบและผลิตต้นแบบผลิตภัณฑ์จากเม็ดพลาสติกชนิดพิเศษ โดยสามารถนำมาพัฒนาให้มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ทางการแพทย์สำหรับวัสดุฝังใน เช่น กะโหลกศีรษะเทียม เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วย เป็นการลดการนำเข้าจากต่างประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้คนไทยสามารถเพิ่มการเข้าถึงการรักษาด้วยวัสดุฝังในที่ผลิตในประเทศ และได้มาตรฐานทางการแพทย์ระดับสากล สอดคล้องกับเป้าหมายนโยบาย BCG สาขาเครื่องมือแพทย์&nbsp;</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านนายนพดล ปิ่นสุภา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน ปตท. กล่าวว่า การดำเนินการทั้งสองโครงการดังกล่าวนับเป็นการต่อยอดองค์ความรู้ของนักวิจัยไทยให้สามารถนำไปผลิตเป็นนวัตกรรมที่สามารถจำหน่ายเชิงพาณิชย์ได้จริง ทั้งยังเป็นการตอบโจทย์กลยุทธ์การพัฒนาเศรษฐกิจแบบ BCG สาขาเครื่องมือแพทย์เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางทางด้านนวัตกรรมเพื่อสุขภาพของอาเซียนในอนาคต</p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204172633630"],
    [133,"จังหวัดลำพูน จัดประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ","<p><strong>จังหวัดลำพูนมุ่งป้องกันแก้ไขปัญหา&nbsp;ไฟป่าหมอกควัน&nbsp;</strong>และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ตั้งเป้าลดจำนวนจุดความร้อนระบบ&nbsp;VIIRS&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ร้อยละ&nbsp;30&nbsp;</p><p><strong>ที่ห้องประชุมโชควัฒนา&nbsp;สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ลำพูน</strong>&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานในการประชุมร่วมกับคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดลำพูน&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์&nbsp;รวมถึงความก้าวหน้าการดำเนินงานป้องกันปัญหา&nbsp;ไฟป่าหมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีนายอนุพงษ์&nbsp;วาวงศ์มูล&nbsp;นายภาษเดช&nbsp;หงส์ลดารมภ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&nbsp;ซึ่งจังหวัดลำพูน&nbsp;มีการติดตามสถานการณ์&nbsp;ในการป้องกันการเกิดปัญหาไฟป่าหมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;พร้อมทั้งได้ตั้งเป้าหมายในการลดจำนวนจุดความร้อนระบบ&nbsp;VIIRS&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ลดลงจากค่าเฉลี่ย&nbsp;3&nbsp;ปีย้อนหลัง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;30&nbsp;(รายอำเภอ)&nbsp;ส่วนการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมการเผาในพื้นที่โล่งนั้น&nbsp;และมุ่งให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่มีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหา&nbsp;โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ห้ามเผา&nbsp;พื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;และริมทางหลวงท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งหากผู้ใดพบเห็นการลักลอบเผาให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินคดี&nbsp;และหากมีการจุดไฟเผาป่าหรือปล่อยให้ไฟลุกลามเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า&nbsp;เขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;และเขตป่าไม้&nbsp;โดยมิใช่การบริหารจัดการเชื้อเพลิงตามหลักวิชาการจะมีโทษตามกฎหมาย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204155936588"],
    [134,"ภาพรวมสามารถเก็บกู้ของเสียจากคราบน้ำมันดิบรั่วในทะเลระยองเกือบ 70 ตัน แต่ยังไม่สามารถคำนวณตัวเลขน้ำมันรั่วและค่าเสียหายได้ ","<p><strong>ภาพรวมสามารถเก็บกู้ของเสียจากคราบน้ำมันดิบรั่วในทะเลระยองเกือบ&nbsp;70&nbsp;ตัน&nbsp;แต่ยังไม่สามารถคำนวณตัวเลขน้ำมันรั่วและค่าเสียหายได้&nbsp;พร้อมประสานตำรวจเร่งสืบสวนสอบสวนความชัดเจนประเมินความเสียหายฟื้นฟูและฟ้องคดีทางแพ่ง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีคราบน้ำมันดิบรั่วในทะเลมาบตาพุด&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ว่า&nbsp;ได้ตรวจพบคราบฝุ่นผงสีดำบนหาดทรายและลักษณะของตะกอนสีน้ำตาลเข้ม&nbsp;เป็นวุ้นๆ&nbsp;และเป็นฟองใต้ทะเล&nbsp;โดยทีมวิจัย&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ได้นำมาส่งตรวจวิเคราะห์ที่ห้องปฎิบัติการเพื่อตรวจว่าเป็นคราบน้ำมันที่เกิดจากการย่อยสลายคราบน้ำมัน&nbsp;และมีสารมลพิษอื่นๆหรือไม่&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะทราบผลภายใน&nbsp;1-2&nbsp;วันนี้&nbsp;ส่วนภาพรวมการเก็บกู้คราบน้ำมันที่พัดเขาชายหาดแม่รำพึง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;29&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;พบมีน้ำเสียปนเปื้อน&nbsp;18.20&nbsp;ตัน&nbsp;มีวัสดุปนเปื้อนน้ำมัน&nbsp;12&nbsp;ตัน&nbsp;และทรายปนเปื้อน&nbsp;39.50&nbsp;ตัน&nbsp;ขณะนี้เก็บไว้ที่โรงกลั่นของบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จํากัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;รอรวบรวมและส่งกำจัดที่บริษัท&nbsp;ปูนซีเมนต์&nbsp;นครหลวง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;จ.สระบุรี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่ติดตามผลกระทบชายหาด&nbsp;คุณภาพน้ำทุกวันต่อเนื่อง&nbsp;แม้จะเก็บของเสียจากคราบน้ำมันรั่วได้ปริมาณหนึ่งแต่ยังไม่สามารถยืนยันตัวเลขน้ำมันรั่วที่ชัดเจนได้&nbsp;โดยปริมาณของเสียที่เก็บได้ทั้งหมด&nbsp;69&nbsp;ตัน&nbsp;ยังไม่สามารถนำไปคำนวณตัวเลขนำมันที่รั่วลงทะเลได้จริง&nbsp;แล้วมีผลทำให้ไม่สามารถคำนวณเรียกค่าเสียสิ่งแวดล้อมได้เช่นกัน&nbsp;จึงประสานให้พนักงานสอบสวนสืบค้นตัวเลขน้ำมันรั่วออกมาให้ชัดเจนที่สุด&nbsp;เพราะมีผลต่อคดีและการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ส่วนการเฝ้าระวังตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;ทั้งด้านคุณภาพอากาศ&nbsp;คุณภาพน้ำ&nbsp;ดินทราย&nbsp;ตะกอนดิน&nbsp;คพ.&nbsp;ได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆวิเคราะห์องค์ประกอบสารอินทรีย์และองค์ประกอบสารอนินทรีย์ของน้ำมันดิบจากบริษัทสตาร์ฯและก้อนน้ำมัน&nbsp;พร้อมติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเล&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;ตั้งแต่หาดพยูนถึงอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;ตรวจสอบและเก็บตัวอย่างน้ำทะเล&nbsp;แล้วส่งตรวจวิเคราะห์ปริมาณโลหะหนัก&nbsp;คือ&nbsp;ปรอท&nbsp;ทองแดง&nbsp;แคดเมียม&nbsp;ตะกั่ว&nbsp;เหล็ก&nbsp;และปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนทั้งหมด&nbsp;(TPH)&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;ผลการตรวจสอบคุณภาพเบื้องต้นอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ด้านผลการวิเคราะห์ค่าโลหะหนัก&nbsp;และปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนอยู่ระหว่างการวิเคราะห์</p><p><br></p><p>สำหรับการเร่งรัดฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย&nbsp;คพ.&nbsp;ได้เข้ายื่นเอกสารแจ้งกล่าวโทษบริษัทสตาร์&nbsp;ฯแล้ว&nbsp;โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ตั้งคณะอนุกรรมการประเมินผลกระทบด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและด้านสิ่งแวดล้อมกรณีน้ำมันดิบรั่วไหลของบริษัทสตาร์ฯ&nbsp;ภายใต้คณะกรรมการควบคุมมลพิษ&nbsp;ซึ่ง&nbsp;คพ.&nbsp;จะนำวาระเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;(บอร์ดสิ่งแวดล้อม)&nbsp;ต่อไป</p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204161114601"],
    [135,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเขตป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์ โดยจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบชายแดนภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะในเขตป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์&nbsp;โดยจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคกลางของไทย</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(3&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;720&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อน&nbsp;108&nbsp;จุด&nbsp;โดยพบมากสุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;258&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;199&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;112&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขตสปก.&nbsp;73&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;71&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุดอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;ลำปาง&nbsp;118&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;64&nbsp;จุด&nbsp;และเชียงใหม่&nbsp;50&nbsp;จุด&nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;ถึง&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;โดยจุดความร้อนในพื้นที่ภาคเหนือค่อนข้างน่าเป็นห่วง&nbsp;เนื่องจากมีจำนวนมากที่สุดติดต่อกันเป็นวันที่&nbsp;8&nbsp;ส่วนพื้นที่ภาคอื่นๆเริ่มมีจุดความร้อนกระจายตัวมากขึ้นโดยเฉพาะภาคตะวันตก&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในภาคเหนือคาดจะเกิดจากการจุดไฟเผาเพื่อล่าสัตว์&nbsp;หรือการเข้าไปหาของป่า&nbsp;เนื่องจากพื้นที่พบจุดความร้อนมากที่สุดคือพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;3,909&nbsp;จุด&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;3,784&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;2,936&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในกัมพูชา&nbsp;1,237&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;1,091&nbsp;จุด&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;720&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204164943616"],
    [136,"ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายพิจิตร บุญทัน เขตตรวจราชการที่ 14 ตรวจติดตามการดำเนินโครงการโคกหนองนา","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.</strong>&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นายพิจิตร&nbsp;บุญทัน&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;14&nbsp;เดินทางลงพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เพื่อตรวจติดตามการขับเคลื่อนโครงการที่สำคัญตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;และกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ร่วมกับส่วนราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามโครงการ&nbsp;\"โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล\"</strong>&nbsp;ที่ดำเนินโครงการโดยกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ณ&nbsp;แปลงโคกหนองนาของนายวิชัย&nbsp;แซ่พัว&nbsp;บ้านก้าวหน้าสามัคคี&nbsp;ตำบลโนนโพธิ์&nbsp;อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยได้เดินตรวจเยี่ยมแปลง&nbsp;และให้คำแนะนำต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;พร้อมทั้งได้ปลูกต้นเงาะในแปลงโคกหนองนาของนายวิชัยอีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับนายวิชัย&nbsp;แซ่พัว&nbsp;ได้นำพื้นที่นา&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ไร่</strong>&nbsp;เข้าร่วมโครงการ&nbsp;\"โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล\"&nbsp;กับสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;ซึ่งเดิมทีแปลงนาที่เอาเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;นี้&nbsp;ใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตรไม่ค่อยได้ผลผลิต&nbsp;เช่น&nbsp;เคยปลูกมัน&nbsp;และปลูกข้าวก็ไม่ค่อยได้ผลผลิตเท่าที่ควร&nbsp;จึงตัดสินใจนำแปลงนาดังกล่าว&nbsp;เข้าร่วมโครงการ&nbsp;\"โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล\"&nbsp;ปัจจุบันหลังจากเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;พื้นที่นาเริ่มมีสีเขียว&nbsp;กล้วยเริ่มให้ผลผลิต&nbsp;และพืชผักสวนครัวต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ก็กำลังงาม&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ปลาที่เลี้ยงไว้กำลังเจริญเติบโต&nbsp;ไม้ยืนต้นและไม้ผลก็กำลังสวยโตวันโตคืนเช่นเดียวกัน&nbsp;นับได้ว่าการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการโคกหนองนาไม่เสียเปล่า&nbsp;อีกหน่อยก็จะมีผลผลิตหลายอย่างออกจำหน่ายสร้างรายได้&nbsp;ได้แล้ว&nbsp;และตนเองก็จะมีอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์อยากกินอะไรก็ได้กิน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้าน&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;14</strong>&nbsp;กล่าวทิ้งท้ายว่า&nbsp;การลงพื้นที่ในวันนี้&nbsp;เพื่อมาเยี่ยมให้กำลังใจทั้งเกษตรกรและเจ้าหน้าที่&nbsp;ซึ่งการทำการเกษตรอันดับแรกต้องมีความขยัน&nbsp;และต้องมีความอยากทำด้วยไม่ใช่แค่อยากได้อย่างเดียว&nbsp;และต้องมีการศึกษาเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา&nbsp;รู้จักประมาณตนในการทำเกษตร&nbsp;ทำเท่าที่ตนเองทำได้&nbsp;พยายามลดต้นทุนให้มากที่สุดแล้วจะประสบความสำเร็จ</p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204190307667"],
    [137,"ช่วยชาวสวนปาล์มต่อเนื่อง ขับเคลื่อนประกันรายได้ปี 64-65 เน้นน้ำมันปาล์มคุณภาพ ส่งเสริมการแข่งขัน ผลักดันส่งออก สร้างสมดุลอุปทานในประเทศ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ประชุมคณะกรรมการประชุมพิจารณาเห็นชอบโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ปี&nbsp;64-65&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรฯ&nbsp;จากปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ&nbsp;โดยกำหนดราคาเป้าหมายเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา&nbsp;(น้ำมัน&nbsp;18%&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;4&nbsp;บาท)&nbsp;ณ&nbsp;หน้าโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม&nbsp;ระยะดำเนินการ&nbsp;ก.ย.&nbsp;64-ส.ค.&nbsp;65</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยเห็นชอบให้ขยายเวลาโครงการผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์ม&nbsp;เพื่อลดผลผลิตส่วนเกินปี&nbsp;64</strong>&nbsp;และดำเนินโครงการผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์มปี&nbsp;65&nbsp;ต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อใช้เป็นกลไกการบริหารจัดการสมดุลอุปทานในประเทศ&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้ราคาผลปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มปรับเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;และมีขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ประชุมยังได้เห็นชอบให้ขับเคลื่อนการเพิ่มมูลค่าปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอีก&nbsp;2&nbsp;เป้าหมาย</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ&nbsp;กรีนดีเซล&nbsp;(Bio&nbsp;Hydrogenated&nbsp;Diesel&nbsp;:BHD)&nbsp;และน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพ&nbsp;ไบโอเจ็ต&nbsp;(Biojet&nbsp;fuels)&nbsp;เพื่อรองรับการแก้ปัญหา&nbsp;อุตสาหกรรมปาล์ม&nbsp;ทั้งระบบต่อไป</p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204190507668"],
    [138,"รายการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พบเกษตรกร โดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอำนาจเจริญ ร่วมกับสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขา จ.อำนาจเจริญ และ สนง.กษ.อำนาจเจริญ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;08.10-09.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;ณ&nbsp;สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;นายกิตตินันท์&nbsp;จามรพิพัฒน์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มพัฒนาธุรกิจ&nbsp;น.ส.สุภาภรณ์&nbsp;จำรูญ&nbsp;นักวิชาการเกษตร&nbsp;ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอำนาจเจริญ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;น.ส.พิมพ์ญาดา&nbsp;คำมา&nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มงานฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกร&nbsp;นายธนกฤต&nbsp;เนื้ออ่อน&nbsp;จ.วิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;และ&nbsp;น.ส.สุภิตา&nbsp;จันทบาล&nbsp;จ.วิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;สนง.กษ.อำนาจเจริญ&nbsp;ดำเนินรายการ&nbsp;นำเสนอข่าวสาร&nbsp;โครงการฯ/กิจกรรม&nbsp;ดังต่อไปนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอำนาจเจริญ&nbsp;ที่ตั้ง&nbsp;:&nbsp;169&nbsp;หมู่&nbsp;10&nbsp;บ.คำสมบูรณ์&nbsp;ต.คึมใหญ่&nbsp;อ.เมืองฯ&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;0-4552-5677&nbsp;บทบาท&nbsp;ภารกิจ&nbsp;ศึกษา&nbsp;วิจัยและพัฒนาวิทยาการเมล็ดพันธุ์&nbsp;และกระจายเมล็ดพันธุ์&nbsp;วางแผนผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชั้นพันธุ์ขยายและพันธุ์จำหน่าย&nbsp;บริหารจัดการและติดตามประเมินผลการผลิตและการกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนธุรกิจเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;ส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;ถ่ายทอดวิทยาการเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;ตรวจสอบและรับรองระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;กํากับดูแลการดําเนินงานของศูนย์ข้าวชุมชน&nbsp;และปฏิบัติงานร่วม&nbsp;สนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอำนาจเจริญ&nbsp;เปิดจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;ให้แก่เกษตรกรชาวนาทั้งในและนอกพื้นที่ได้เข้าถึงการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีของกรมการข้าว&nbsp;โดยในฤดูการทำนาปี2565ที่จะมาถึงนี้&nbsp;ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอำนาจเจริญได้มีพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ105,&nbsp;ข้าวเจ้าดอ&nbsp;กข.15,และข้าวเหนียว&nbsp;กข.6&nbsp;มาบริการให้เกษตรกรชาวนาได้เลือกใช้อย่างครบถ้วน&nbsp;ท่านใดสนใจสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอำนาจเจริญ&nbsp;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;0-4552-5677</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอำนาจเจริญ&nbsp;แนะวิธีการเก็บรักษาเมล็ดและเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;การเก็บรักษาข้าว&nbsp;ข้าวที่จะเก็บต้องผ่านการเก็บ&nbsp;เกี่ยวและปฏิบัติหลังเก็บเกี่ยวอย่างถูกต้องเหมาะสม&nbsp;ทําความสะอาด&nbsp;เพื่อกําจัดสิ่งเจือปนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ออกไป&nbsp;โดยการฝัด&nbsp;หรือสีฝัด&nbsp;บรรจุใส่ภาชนะที่สะอาดปราศจาก&nbsp;แมลงและศัตรูโรงเก็บ&nbsp;และนําไปเก็บในโรงเก็บที่มิดชิด&nbsp;กันแดด&nbsp;กันฝน&nbsp;และนก&nbsp;หนู&nbsp;แมลงศัตรูโรงเก็บได้ดี&nbsp;การเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;ถ้าต้องการเก็บข้าวไว้ทํา&nbsp;พันธุ์เป็นเวลาหลายเดือนหรือข้ามปี&nbsp;จะต้องลดความชื้น&nbsp;ข้าวให้เหลือประมาณ&nbsp;9-10%&nbsp;หรือต่ำกว่า&nbsp;แล้วบรรจุใส่&nbsp;ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด&nbsp;ป้องกันการถ่ายเทของอากาศจาก&nbsp;ภายนอกได้&nbsp;และแมลงศัตรูโรงเก็บไม่สามารถเจาะทําลาย&nbsp;ได้&nbsp;เช่น&nbsp;ปีบสังกะสี&nbsp;ถังพลาสติกขนาดใหญ่&nbsp;ถ้าเมล็ดพันธุ์มี&nbsp;ปริมาณมาก&nbsp;เช่น&nbsp;หลาย&nbsp;ๆ&nbsp;ตัน&nbsp;สามารถใช้ภาชนะบรรจุ&nbsp;สําเร็จรูป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.กฟก.&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สาขาอำนาจเจริญ&nbsp;ที่ตั้ง&nbsp;:&nbsp;อาคารหอประชุมพญานาครินทร์&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;0-4552-3144&nbsp;ภารกิจกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;การขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร&nbsp;การขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกร&nbsp;การฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกร&nbsp;และการจัดการหนี้ของเกษตรกร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.กฟก.&nbsp;ขอเชิญชวนเกษตรทุกท่านในจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ&nbsp;สาขาจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;มาสมัครเป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ&nbsp;อายุ&nbsp;20&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;รวมกันเป็นกลุ่ม&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;สมัครเป็นสมาชิกได้ที่&nbsp;สนง.กองทุนฟื้นฟูฯ&nbsp;ประโยชน์ของผู้ที่มาขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ&nbsp;คือ&nbsp;การฟื้นฟูอาชีพ&nbsp;สามารถยื่นเสนอแผนในการประกอบอาชีพ&nbsp;เพื่อรับการสนับสนุนเงิน&nbsp;ขอแบบฟอร์มได้ที่&nbsp;สนง.กองทุนฯ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;6.กฟก.&nbsp;การจัดการหนี้&nbsp;ยื่นขอขึ้นทะเบียนหนี้&nbsp;เป็นหนี้เสียที่ไม่สามารถชำระไหว&nbsp;ติดต่อ&nbsp;สนง.กองทุนฟื้นฟูฯ&nbsp;ได้ตลอดทั้งปี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;7.กฟก.&nbsp;เปิดรับโครงการขององค์กรเกษตรกรที่ยื่นเสนอต่อสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สาขาจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ปี&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;8.กฟก.&nbsp;เตือนประชาชน&nbsp;อย่าหลงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ&nbsp;เรียกรับเงิน&nbsp;อ้าง&nbsp;เพื่อเป็นค่าช่วยเหลือในการสมัครเป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ&nbsp;เพื่อชะระหนี้ให้&nbsp;โดยนโยบายของสำนักงานกองทุนฯ&nbsp;ไม่มีการเรียกเก็บเงินจากประชนชน&nbsp;สมัครเป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ&nbsp;ฟรี&nbsp;!&nbsp;ไม่มีค่าใช้จ่าย</p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204192311674"],
    [139,"ภูเก็ต เร่งสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร ส่งเสริมการผลิตพืชปลอดภัยบริโภคในครัวเรือน เป็นอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ ให้แก่เกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;เร่งสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร&nbsp;ส่งเสริมการผลิตพืชปลอดภัยบริโภคในครัวเรือน&nbsp;เป็นอาชีพเสริม&nbsp;เพิ่มรายได้&nbsp;ให้แก่เกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ที่ห้องประชุมมุขหน้า&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางหลังใหม่&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พร้อมด้วยนายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;,&nbsp;นายสุบรรณ์&nbsp;รักษ์ทอง&nbsp;เกษตรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;,&nbsp;นายเชาว์&nbsp;เรืองสวัสดิ์&nbsp;ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ&nbsp;บจก.ซีพีเอฟ&nbsp;เทรดดิ้ง&nbsp;และเครือข่ายเกษตรร่วมแถลงข่าวโครงการคนภูเก็ตปลูกผักกินเอง&nbsp;เพื่อส่งเสริมการเกษตร&nbsp;สร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร&nbsp;ส่งเสริมการผลิตพืชปลอดภัยบริโภคในครัวเรือน&nbsp;ลดรายจ่าย&nbsp;และต่อยอดเป็นอาชีพเสริม&nbsp;เพิ่มรายได้&nbsp;ให้แก่เกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ&nbsp;โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนทุกภาคส่วน&nbsp;จังหวัดภูเก็ตได้เล็งเห็นความสำคัญการประยุกต์ใช้ศาสตร์พระราชา&nbsp;วางรากฐานความเป็นอยู่ของประชาชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ประชาชน&nbsp;ให้สามารถปรับตัวได้ต่อภาวะวิกฤตต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลง&nbsp;ซึ่งได้มอบหมายสำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ดำเนินโครงการคนภูเก็ตปลูกผักกินเองเพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางด้านการเกษตร&nbsp;สร้างความมั่นคงทางด้านอาหารในระยะสั้น&nbsp;และระยะยาว&nbsp;เพื่อส่งเสริมการผลิตพืชปลอดภัยบริโภคในครัวเรือน&nbsp;ลดรายจ่าย&nbsp;และต่อยอดเป็นอาชีพเสริม&nbsp;เพิ่มรายได้&nbsp;ให้แก่เกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายสุบรรณ์&nbsp;รักษ์ทอง&nbsp;เกษตรจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;มีผู้ติดเชื้อกระจายไปหลายจังหวัด&nbsp;และจังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดในระดับสูงกระจายทุกอำเภอในช่วงที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน&nbsp;ภาคการท่องเที่ยว&nbsp;ภาคการเกษตร&nbsp;ภาคธุรกิจและแรงงานที่เกี่ยวข้องในวงกว้าง&nbsp;โดยจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ได้มีมาตรการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;และลดผลกระทบของประชาชน&nbsp;ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ซึ่งต้องปรับตัวจากการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยวกระแสหลักทางเดียว&nbsp;มาสู่การสร้าง&nbsp;ความเข้มแข็งของเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับชุมชน&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;แล้วเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยว&nbsp;กระแสหลักในระยะยาว&nbsp;ประกอบกับจังหวัดภูเก็ตได้รับการประกาศจากยูเนสโก&nbsp;(Unesco)&nbsp;ให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร&nbsp;หรือ&nbsp;City&nbsp;of&nbsp;Gastronomy&nbsp;จึงได้มีการฟื้นฟูภาคเกษตรกรรมในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;รวมทั้งเกาะแก่งที่มีประชาชนอาศัยอยู่&nbsp;เพื่อส่งเสริม&nbsp;ให้ประชาชนดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ให้มีความมั่นคงด้านอาหาร&nbsp;ลดรายจ่าย&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&nbsp;รวมทั้งมีแหล่งอาหารของชุมชนและท้องถิ่นในระยะยาว&nbsp;เป็นการเตรียมความพร้อมช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์จากบริษัท&nbsp;เจียไต๋&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;เพื่อดำเนินโครงการคนภูเก็ตปลูกผักกินเอง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เมล็ดพันธุ์คะน้ายอด&nbsp;เมล็ดพันธุ์ผักบุ้งจีนเรียวไผ่&nbsp;เมล็ดพันธุ์ผักชี&nbsp;เมล็ดพันธุ์กะเพรา&nbsp;และเมล็ดพันธุ์พริกขี้หนู&nbsp;การดำเนินโครงการครั้งนี้&nbsp;ได้รับความร่วมมือจาก&nbsp;ศพก.หลัก&nbsp;ศพก.เครือข่าย&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;โรงเรียน&nbsp;วัด&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในการร่วมดำเนินการให้เกิดความสำเร็จ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายเชาว์&nbsp;เรืองสวัสดิ์&nbsp;ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ&nbsp;บริษัท&nbsp;ซีพีเอฟ&nbsp;เทรดดิ้ง&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;บริษัทเจียไต๋&nbsp;จำกัด&nbsp;รู้สึกมีความภาคภูมิใจในการมีส่วนร่วมสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;รวมทั้งส่งต่อความรู้จากพระราชา&nbsp;สู่ชุมชน&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้ปลูกผักสวนครัวไว้รับประทาน&nbsp;นอกจากจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว&nbsp;ยังช่วยให้สามารถเข้าถึงแหล่งอาหารที่สด&nbsp;สะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;และสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารในภาวะวิกฤตได้ทั้งในระยะสั้น&nbsp;และระยะยาว&nbsp;รวมทั้งเป็นการปลูกฝังเยาวชน&nbsp;สมาชิกในครัวเรือน&nbsp;ได้เข้าใจ&nbsp;เข้าถึงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ปรับใช้ในการพัฒนาตนเองอย่างสร้างสรรค์</p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204193709677"],
    [140,"รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.ตาก ตรวจเยี่ยมติดตามผลการดำเนินงานของสหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงพบพระ จำกัด สหกรณ์โครงการหลวงดีเด่น อันดับ 1 ปี 2564","<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;นายอัชฌา&nbsp;สุวรรณนิตย์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายปรีชา&nbsp;พันธุ์วา&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;และนายประกอบ&nbsp;เผ่าพงศ์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตำบลคีรีราษฎร์&nbsp;อำเภอพบพระ&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;เพื่อตรวจเยี่ยมติดตามผลการดำเนินงานของสหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงพบพระ&nbsp;จำกัด&nbsp;สหกรณ์โครงการหลวงดีเด่น&nbsp;อันดับ&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;โดยมี&nbsp;นายทรงภพ&nbsp;อาชาวัฒนกุล&nbsp;ประธานกรรมการสหกรณ์&nbsp;และสมาชิกสหกรณ์&nbsp;คอยให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;</strong>นายอัชฌา&nbsp;สุวรรณนิตย์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;ได้มอบโล่รางวัลให้แก่สหกรณ์และบุคคลดีเด่น&nbsp;ในพื้นที่โครงการหลวง&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;รางวัลสหกรณ์ในพื้นที่โครงการหลวงดีเด่น&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;รางวัล&nbsp;และรางวัลสมาชิกสหกรณ์ดีเด่น&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;รางวัล&nbsp;พร้อมรับฟังผู้แทนสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;นำเสนอกระบวนการผลิต&nbsp;ของโครงการหลวงพบพระ&nbsp;จากนั้นได้ร่วมปลูกพืชแนวกันชน&nbsp;(buffet&nbsp;zone)&nbsp;เพื่อป้องกันการปนเปื้อน&nbsp;สารเคมีต้องห้ามในแปลงสาธิต&nbsp;ได้แก่&nbsp;ต้นกล้วย&nbsp;ต้นอ้อย&nbsp;ข่า&nbsp;และตะไคร้&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณแปลงสาธิตเกษตรอินทรีย์&nbsp;และร่วมเก็บผลผลิตในแปลงสาธิต&nbsp;ซึ่งมีผักมากมายหลายชนิด&nbsp;สหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงพบพระ&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้จดทะเบียนจัดตั้ง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2558&nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิก&nbsp;จำนวน&nbsp;69&nbsp;คน&nbsp;ปริมาณธุรกิจรวม&nbsp;2,867,158&nbsp;บาท&nbsp;ดำเนินธุรกิจ&nbsp;2&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย&nbsp;และธุรกิจรวบรวมผลผลิต&nbsp;โดยดำเนินธุรกิจรวบรวมผลผลิตเป็นธุรกิจหลัก&nbsp;เช่น&nbsp;พริกหวาน&nbsp;ผักสลัด&nbsp;มะเขือโทมัส&nbsp;กาแฟ&nbsp;แกนกัญชง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;สหกรณ์มีความพร้อมในด้านอุปกรณ์&nbsp;การรวบรวมผลผลิตของเหล่าสมาชิก&nbsp;เช่น&nbsp;โรงคัดผลผลิต&nbsp;ตะกร้าผลผลิต&nbsp;ที่ล้างผลผลิต&nbsp;ที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน&nbsp;และเป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;สหกรณ์มีช่องทางการจำหน่ายผลผลิตในตลาด&nbsp;ทั้งออนไลน์&nbsp;Facebook&nbsp;และ&nbsp;Line&nbsp;นอกจากนี้สหกรณ์ฯ&nbsp;ยังได้รางวัลเลิศรัฐ&nbsp;สาขาบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม&nbsp;ประเภทร่วมใจแก้จน&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ระดับดี&nbsp;โครงการร่วมใจแก้จนชุมชนชาติพันธุ์&nbsp;สหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูง&nbsp;แบบโครงการหลวงพบพระ&nbsp;จำกัด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดตากได้ร่วมกับสถาบันวิจัย</strong>&nbsp;และพัฒนาพื้นที่สูง&nbsp;และผู้นำชุมชนร่วมกันสร้างความเข้าใจ&nbsp;โดยให้ข้อมูลข่าวสารแก่ชุมชน&nbsp;ถ่ายทอดองค์ความรู้&nbsp;อีกทั้งยังได้ส่งเสริมให้กลุ่มสมาชิก&nbsp;ปลูกพืชผักในโรงเรือน&nbsp;ได้แก่&nbsp;พริกหวาน&nbsp;มะเขือเทศโทมัส&nbsp;พืชผักเมืองหนาว&nbsp;ผักนอกโรงเรือน&nbsp;ได้แก่&nbsp;แตงกวาญี่ปุ่น&nbsp;ฟักทองญี่ปุ่น&nbsp;บีทรูท&nbsp;พริกซุปเปอร์ฮอต&nbsp;เนื่องจากเป็นพืชผักที่เหมาะ&nbsp;ต่อสภาพภูมิประเทศ&nbsp;ภูมิอากาศ&nbsp;ตรงกับความต้องการของตลาด&nbsp;โดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต&nbsp;โดยให้สมาชิกร่วมกันวางแผนการผลิตและการตลาด&nbsp;จัดตารางการปลูก&nbsp;เพื่อที่จะสามารถส่งผลผลิตออกสู่ตลาดให้เพียงพอ&nbsp;ต่อความต้องการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อเป็นการรักษาเสถียรภาพด้านราคา&nbsp;โดยใช้สหกรณ์เป็นแหล่งรวบรวมผลผลิตและส่งต่อ&nbsp;เพื่อจำหน่ายไปยังตลาดชุมชน&nbsp;และท้องตลาดต่างๆ&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคตะวันตก","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204233851734"],
    [141,"รายงานสถานการณ์ PM2.5 พื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ประจำวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2565","<p><strong>รายงานสถานการณ์&nbsp;PM2.5&nbsp;</strong>และจุดความร้อน&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ไม่มีจุดความร้อนเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ไม่มีจุดความร้อนเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204233129733"],
    [142,"อว. เผย ไทย ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 116 ล้านโดส และทั่วโลกแล้ว 10,191 ล้านโดส ใน 205 ประเทศเขตปกครอง","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;อว.&nbsp;เผย&nbsp;ไทย&nbsp;ฉีดวัคซีนแล้วกว่า&nbsp;116&nbsp;ล้านโดส&nbsp;และทั่วโลกแล้ว&nbsp;10,191&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;205&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.นพ.สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั่วโลกแล้ว&nbsp;10,191&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;205&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่&nbsp;25.6&nbsp;ล้านโดสต่อวัน&nbsp;และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่&nbsp;541&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยมีชาวอเมริกันกว่า&nbsp;212&nbsp;ล้านคนได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;โดสแล้ว</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;แล้ว&nbsp;มียอดรวมกันที่ประมาณ&nbsp;908.5&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยบรูไนฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค&nbsp;ร้อยละ&nbsp;94.8%&nbsp;ของประชากร&nbsp;ในขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่&nbsp;321.2&nbsp;ล้านโดส&nbsp;สำหรับประเทศไทยข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า&nbsp;116&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยฉีดให้กับประชาชนมากที่สุดในสัดส่วนร้อยละ&nbsp;64.75</span></p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205200011945"],
    [143,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม. ปริมณฑล และพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่ หลังมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;หลังมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(5&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;และช่วงวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;12&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;แล้วฝุ่นจะสูงขึ้นบางพื้นที่วันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;มีโอกาสเจอฝนในบางพื้นที่ของบริเวณภาคเหนือจะช่วยลดฝุ่นลงได้บางส่วน&nbsp;แล้วช่วงวันที่&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์?พื้นที่ภาคเหนือจะมีแนวโน้มฝุ่นละอองสูงขึ้น&nbsp;แต่ภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205093506742"],
    [144,"สภาพชายฝั่งทะเลระยองและเกาะเสม็ด พบน้ำทะเลและปะการังเป็นปกติไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำมันรั่ว พร้อมเร่งแผนฟื้นฟูและประเมินความเสียหายของทรัพยากรธรรมชาติ","<p><strong>สภาพชายฝั่งทะเลระยองและเกาะเสม็ด&nbsp;พบน้ำทะเลและปะการังเป็นปกติไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำมันรั่ว&nbsp;พร้อมเร่งแผนฟื้นฟูและประเมินความเสียหายของทรัพยากรธรรมชาติ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออกและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ยังคงติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลและการปนเปื้อนของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนในสิ่งแวดล้อมและผลกระทบของน้ำมันรั่วต่อสิ่งมีชีวิตทางทะเล&nbsp;บริเวณมาบตาพุด-เกาะเสม็ด&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;และสำรวจชายหาดตั้งแต่หาดสุชาดาถึงหาดสวนสนต่อเนื่อง&nbsp;พบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติและไม่พบสัตว์น้ำตายเกยหาด&nbsp;ส่วนนอกชายฝั่งและแนวปะการังเกาะเสม็ด-หมู่เกาะมันมีสภาพน้ำทะเลเป็นปกติและไม่พบคราบน้ำมันเช่นกัน&nbsp;โดยคุณภาพน้ำทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;1&nbsp;,&nbsp;2&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;การอนุรักษ์แหล่งปะการัง&nbsp;และการนันทนาการ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;สำรวจเชิงรุกค้นหาสัตว์ทะเลหายากที่อาจจะได้รับผลกระทบจากน้ำมันรั่วในทะเลระยอง&nbsp;โดยเฉพาะการสำรวจสัตว์ที่พบได้บ่อยกลางทะเล&nbsp;คือ&nbsp;นกนางนวลแกลบ&nbsp;นกนางนวลท้ายทอยดำ&nbsp;ไม่พบสัตว์ทะเลหายากได้รับผลกระทบจากน้ำมัน&nbsp;แต่ยังต้องเฝ้าระวังสัตว์ทะเลที่อาจจะได้รับผลกระทบในอนาคตที่ร่วมกับเครือข่ายช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากในพื้นที่&nbsp;ขณะที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(ระยอง)&nbsp;ตรวจสอบหาดทรายแก้วของเกาะเสม็ด&nbsp;หลังได้รับแจ้งพบตะกอนสีดำบริเวณหาดทรายระยะทาง&nbsp;100&nbsp;เมตร&nbsp;มีตะกอนสีดำเล็กน้อยและไม่มีกลิ่น&nbsp;ส่วนน้ำทะเลสภาพเป็นปกติและผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำทั่วไปพบอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อการนันทนาการ&nbsp;แล้วเก็บตะกอนดินไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ส่วนการสำรวจทรัพยากรปะการังในพื้นที่ระยองบริเวณแนวปะการัง&nbsp;สถานีก้นอ่าว&nbsp;(หาดแม่รำพึง)&nbsp;และสถานีอ่าวกิ่วหน้าใน&nbsp;(เกาะเสม็ด)&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมันบนผิวน้ำ&nbsp;บนพื้นทรายในแนวปะการัง&nbsp;และบนผิวโคโลนีปะการัง&nbsp;และพฤติกรรมของสัตว์น้ำบริเวณที่สำรวจ&nbsp;เช่น&nbsp;ปลา&nbsp;ปู&nbsp;และหอยยังเป็นปกติ&nbsp;ภาพรวมการปฏิบัติงานขจัดคราบน้ำมันดิบรั่วกลางทะเลระยอง&nbsp;ด้วยการป้องกันคราบน้ำมันเคลื่อนเข้าสู่ชายฝั่ง&nbsp;โดยใช้น้ำยาขจัดคราบน้ำมัน&nbsp;(Dispersant)&nbsp;ประมาณ&nbsp;80,000&nbsp;ลิตร&nbsp;ภายใต้การควบคุมของกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;รวมระยะเวลาปฏิบัติการ&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมสั่งระงับการใช้งานทุ่นเทียบเรือ&nbsp;SINGLE&nbsp;POINT&nbsp;MOORING&nbsp;(SPM)&nbsp;จนกว่าจะแก้ไขปรับปรุงให้แล้วเสร็จ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับแผนการฟื้นฟูและเยียวยาอยู่ระหว่างประเมินค่าความเสียหายต่อสภาพแวดล้อมและค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เข้าร่วมปฏิบัติการ&nbsp;พร้อมจัดทำแผนฟื้นฟูสภาพแวดล้อมของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำมันรั่ว&nbsp;ด้วยการกำหนดหน่วยงานรับเรื่องราวร้องทุกข์&nbsp;ค่าเสียหาย&nbsp;และค่าเสียโอกาสในพื้นที่ที่เกิดความเสียหาย&nbsp;ควบคู่กับติดตามผลการดำเนินการชดใช้ค่าเสียหายและการฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพเดิมต่อไป</p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205094428745"],
    [145,"จ.สุราษฎร์ธานีติดตามความคืบหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำคลองสีสุก อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค - บริโภค","<p><strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้รับมอบหมายจากนายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุาาษฏร์ธานี&nbsp;ให้ลงพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาการประชุมโรงเรียนบ้านป่าตง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลต้นยวน&nbsp;อำเภอพนม&nbsp;จังหวัดสุราษฏร์ธานี&nbsp;เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำคลองสีสุก&nbsp;อันเนื่องมาจากกระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค-&nbsp;บริโภค&nbsp;และทำการเกษตร&nbsp;ช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ราษฎรในเขตโครงการ&nbsp;เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรทั้งฤดูฝนและฤดูแล้ง&nbsp;ราษฎรสามารถเพิ่มรายได้จากการประมง&nbsp;และสามารถใช้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำให้แก่ราษฎร&nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ปลัดอาวุโสอำเภอพนม&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ</p><p><strong>ในการนี้</strong>&nbsp;ได้ถ่ายทอดความห่วงใยจากผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีต่อชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโครงการดังกล่าว&nbsp;และพูดคุยหาทางออกร่วมกันระหว่างทางราชการกับชาวบ้าน&nbsp;ซึ่งชาวบ้านยอมรับการดำเนินการตามระเบียบทางราชการ&nbsp;ยืนยันความพร้อมในพื้นที่&nbsp;อย่างไรก็ตามขอความชัดเจนการดำเนินโครงการ&nbsp;เช่น&nbsp;ความสูงระดับสันเขื่อน&nbsp;แนวเขตการก่อสร้าง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ไม่อยากให้กระทบต่อโรงเรียนและวัด&nbsp;ซึ่งชาวบ้านจะยืนยันและสรุปความต้องการผ่านทางอำเภอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205103254747"],
    [146,"ประชาชนใช้ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เที่ยวชมงานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2565 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน วันสุดท้ายคึกคัก","<p><strong>ตลอดช่วงเช้าวันนี้&nbsp;ที่งานเกษตรแฟร์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;ภายใต้งาน&nbsp;เกษตรวิถีใหม่&nbsp;หลังมหันตภัยโควิด&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นเป็นวันสุดท้าย&nbsp;พบว่ามีประชาชนใช้ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เข้าเที่ยวงานกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;โดยผู้ที่จะเข้างานทุกคนต้องแสดงผลการรับวัคซีนแก่เจ้าหน้าที่และเช็คอินผ่านแอปพลิเคชันหมอพร้อมก่อนเข้างานทั้ง&nbsp;6&nbsp;จุดด้วยกัน&nbsp;ภายในงานในปีนี้ยังอัดแน่นไปกับกิจกรรมให้ความรู้ต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;นวัตกรรมเห็ดเป็นยา&nbsp;งานนิทรรศการต่างๆ&nbsp;รวมโซนร้านค้าต่างๆ&nbsp;ที่น่าสนใจไม่แพ้ปีก่อนๆ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;ตลาดน้ำ&nbsp;ตลาดโบราณ&nbsp;หาชมได้ที่โซนตลาดน้ำนนทรี&nbsp;โซนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;แหล่งรวมสินค้าร้านค้าเอสเอ็มอี&nbsp;สินค้าโอทอป&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;สินค้าจากเกษตรออนไลน์&nbsp;โซนเทคโนโลยีการเกษตร&nbsp;แหล่งรวมเครื่องจักรทางการเกษตร&nbsp;และเทคโนโลยีทางการเกษตร,&nbsp;โซนต้นไม้&nbsp;และเครื่องมือ-อุปกรณ์ทางเกษตร&nbsp;ที่มีพันธุ์ไม้&nbsp;ไม้ดอกไม้ประดับ&nbsp;รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งสวน&nbsp;โซนสัตว์เลี้ยงและอุปกรณ์ต่างๆ&nbsp;โซนขายสินค้าเกษตรอุปโภคและบริโภค&nbsp;รวมถึงโซนร้านค้าจากทุกภาคส่วน&nbsp;ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก&nbsp;</p><p><strong>จากการสอบถามปรชาชนที่เข้าร่วมงาน</strong>&nbsp;ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า&nbsp;การจัดงานครั้งนี้เป็นงานที่รอคอยกว่า&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;เนื่องจากมาเที่ยวประจำทุกปี&nbsp;มีของที่หลากหลายมาให้เลือก&nbsp;แต่ยังคงมีความกังวลโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;แต่เชื่อมั่นภายในงานมีมาตรการที่เคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในปีนี้ยังเอาใจผู้ที่อยู่ต่างจังหวัด&nbsp;หรือผู้ที่ไม่สะดวกเข้าชมงานด้วยตัวเอง</strong>&nbsp;เปิดตัว&nbsp;virtual&nbsp;kasetfair&nbsp;2022&nbsp;เพื่อใช้เป็นช่องทางเข้าเยี่ยมชมงานได้อีกช่องทางที่เสมือนจริง&nbsp;ซึ่ง<strong>นอกจากจะเห็นบรรยากาศภายในงานแล้ว&nbsp;</strong>ทั้งใช้เป็นช่องทางเลือกซื้อสินค้าภายในงานเกษตรแฟร์&nbsp;2565&nbsp;ผ่านทางเว็บไซต์&nbsp;https://kasetfair.ku.ac.th/&nbsp;ได้ด้วย&nbsp;ซึ่งประชาชนที่สนใจอยากเที่ยวชมงาน&nbsp;ชิม&nbsp;ช้อป&nbsp;สินค้าที่หลากหลาย&nbsp;สามารถมาได้จนถึงวันนี้เป็นสุดท้าย&nbsp;ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;บางเขน&nbsp;ซึ่งสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าbts&nbsp;ลงสถานี&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;สะดวกสบายยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205122605807"],
    [147,"กอนช. ขอให้ประชาชนระวังฝนตก ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน พร้อมเร่งแผนรับมือภัยแล้งปีนี้","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังฝนตก&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และลูกเห็บตก&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน&nbsp;พร้อมเร่งแผนรับมือภัยแล้งปีนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(5&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือตอนบนมีพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และลูกเห็บตกบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.น่าน&nbsp;61&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สุโขทัย&nbsp;64&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และกรุงเทพมหานคร&nbsp;63&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;33,392&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;58&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;26,932&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;57&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตรให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;โดยเฉพาะในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงที่ไหลผ่านกรุงเทพมหานคร&nbsp;ด้วยการตรวจวัดค่าความเค็มบริเวณคลองที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยาทั้ง&nbsp;2&nbsp;ฝั่ง&nbsp;พบอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;หากค่าความเค็มสูงเกินมาตรฐานจะเร่งแจ้งเตือนประชาชนให้ระวังการใช้น้ำทันที&nbsp;แล้วจะผลักดันน้ำเค็มโดยใช้น้ำที่สำรองไว้ตาม&nbsp;ส่วนแผนหน้าแล้งปีนี้&nbsp;กอนช.&nbsp;ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตาม&nbsp;9&nbsp;มาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้งอย่างเข้มงวด&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามแผนบริหารจัดการน้ำ&nbsp;พร้อมเตรียมช่วยเหลือประชาชนหากประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างทันท่วงที&nbsp;ควบคู่กับรณรงค์ให้เกิดความร่วมมือการใช้น้ำอย่างประหยัดรู้คุณค่า</p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205105141762"],
    [148,"จังหวัดเพชรบูรณ์ ประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) จังหวัดเพชรบูรณ์ ปี พ.ศ.2564-2565 ครั้งที่ 1/2565","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์&nbsp;ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.2564-2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565</p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;โดย&nbsp;สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;</strong>จัดประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์&nbsp;ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.2564-2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ในเวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องเมืองราด&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;อาคาร&nbsp;2&nbsp;ตำบลสะเดียง&nbsp;อำเภอเมืองเพชรบูรณ์&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;โดยนายสุเมธ&nbsp;ธีรนิติ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เป็นประธานการประชุม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายณรงค์&nbsp;บ่วงรักษ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบูรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การประชุมดังกล่าว&nbsp;มีคณะกรรมการตามคำสั่ง&nbsp;ร่วมประชุมเพื่อบูรณาการการแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;เพื่อรับทราบสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;,&nbsp;การดำเนินการนำร่องการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า&nbsp;ด้วยแอปพลิเคชั่น&nbsp;Burn&nbsp;Check&nbsp;,&nbsp;การถ่ายโอนภารกิจการควบคุมไฟป่าจากกรมป่าไม้&nbsp;และแผนการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;,&nbsp;และการติดตามสถานการณ์การรายงานผลการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","เพชรบูรณ์","สวท.เพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205123652815"],
    [149,"เจ้าหน้าที่เก็บขยะหาดแม่รำพึง เร่งฟื้นฟูให้ชายหาดกลับมาสวยดังเดิม ขณะที่ ซีอีโอ บริษัทต้นตอน้ำมันรั่วกลางทะเล ยัน น้ำมันรั่วจริง 4.7 หมื่นลิตร รับปากจะนำผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกร่วมสอบสวนหาสาเหตุเชิงลึก","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;หลังทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;ได้ยุติภารกิจกู้คราบน้ำมันที่บริเวณหาดแม่รำพึง&nbsp;อ.เมืองระยอง</strong>&nbsp;<strong>และในทะเลระยอง</strong>&nbsp;หลังไม่พบคราบน้ำมันแล้ว&nbsp;และมีการส่งมอบภารกิจให้หน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ไปเร่งฟื้นฟูสภาพชายหาดและทะเลที่ได้รับผลกระทบให้กลับมาสวยงามดังเดิม&nbsp;ซึ่งบรรยากาศช่วงเช้า&nbsp;มีเจ้าหน้าที่ของพนักงาน&nbsp;บ.สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟนืนิ่ง&nbsp;จก.&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ต้นตอทำน้ำมันรั่ว&nbsp;ได้นำเจ้าหน้าที่เร่งเก็บขยะตลอดแนวชายหาด&nbsp;และสำรวจคราบน้ำมัน&nbsp;ซึ่งอาจจะมีหลงเหลือพัดเข้าฝั่งนำบูมและกระดาษซับชนิดพิเศษซับคราบน้ำมัน&nbsp;นำไปกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามแผนฟื้นฟูทรัพยากรธรรมาชาติและสิ่งแวดล้อมและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;เพื่อให้ชายหาดกลับสภาพเดิมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้าน&nbsp;มิสเตอร์รเบิร์ต&nbsp;โจเซฟ&nbsp;โดบริค&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร&nbsp;บ.สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขอโทษและเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อทุก&nbsp;ๆ&nbsp;คนที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลบริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเล&nbsp;หรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล&nbsp;(SPM)&nbsp;โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;เวลา&nbsp;21.06&nbsp;น.&nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ห่างชายฝั่งท่าเรือมาบตาพุดไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด&nbsp;ประมาณ&nbsp;20&nbsp;กม.&nbsp;ขอเรียนให้ทราบว่า&nbsp;จากการคำนวณล่าสุด&nbsp;ปริมาณน้ำมันดิบที่รั่วไหลโดยประมาณอยู่ที่&nbsp;39&nbsp;ตัน&nbsp;หรือเทียบเท่าโดยประมาณ&nbsp;47,000&nbsp;ลิตร&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ประมาณ&nbsp;20-50&nbsp;ตัน&nbsp;บริษัทขอแสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อการปฏิบัติงาน&nbsp;และรู้สึกเสียใจและผิดหวังอย่างมากต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการรั่วไหลในครั้งนี้&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;จะเริ่มทำการสืบสวนอย่างละเอียดถี่ถ้วนสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;เพื่อจะทำการหาสาเหตุและทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในกระบวนการสืบสวนครั้งนี้อีกด้วย</p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205125541824"],
    [150,"ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชนติดตามโครงการ \"โคกหนองนาโมเดล พช.\" และเยี่ยมครัวเรือนยากลำบาก ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตให้พึ่งพาตนเองได้","<p><strong>นางสงวน&nbsp;มะเสนา&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน</strong>&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;เดินทางเข้าติดตามโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชน&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;ระดับตำบล&nbsp;(Community&nbsp;Lab&nbsp;Model&nbsp;for&nbsp;quality&nbsp;of&nbsp;Life&nbsp;:&nbsp;CLM)&nbsp;ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสุรินทร์&nbsp;ตำบลหนองบัวบาน&nbsp;อำเภอรัตนบุรี&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;และแปลงตัวอย่างกรณีถูกน้ำท่วมและยังไม่สามารถดำเนินการขุดได้&nbsp;โดยมี&nbsp;นายคเณศวร&nbsp;เกษอินทร์&nbsp;นายอำเภอรัตนบุรี&nbsp;นางศรินทราภรณ์&nbsp;ไกรเสือ&nbsp;พัฒนาการอำเภอรัตนบุรี&nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มงาน&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุรินทร์&nbsp;และอำเภอรัตนบุรี&nbsp;พร้อมด้วยครัวเรือนต้นแบบร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;และให้ข้อมูลพื้นที่&nbsp;นำเยี่ยมชมแปลงตัวอย่างพื้นที่</p><p><strong>จากนั้น</strong>&nbsp;ร่วมเดินทางเข้าติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;ร่วมกับทีมปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน&nbsp;ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับพื้นที่&nbsp;เพื่อรับทราบแนวทางการรวบรวมข้อมูล&nbsp;และแนวทางพัฒนาคุณภาพชีวิตนำเสนอต่อ&nbsp;ศูนย์อำนวยการปฏิบัติการขจัดความยากจน&nbsp;และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอำเภอ&nbsp;(ศจพ.อ.รัตนบุรี)&nbsp;พิจารณาดำเนินการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ช่วยเหลือผู้ยากไร้&nbsp;ตามลำดับความจำเป็นเร่งด่วน&nbsp;พัฒนาคุณภาพชีวิตให้พึ่งพาตนเองได้&nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205121102789"],
    [151,"คณะกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ 4 จังหวัด รับฟังปัญหาแหล่งน้ำตื้นเขินอันเกิดจากการกัดเซาะเพื่อเร่งหาแนวทางแก้ไข","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;นางสาวธนกร&nbsp;โสมทองแดง&nbsp;ประธานอนุกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;เข้ารับฟังและรับทราบปัญหารวมถึงการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นอันเกิดจากการกัดเซาะริมตลิ่ง&nbsp;การตื้นเขินของแม่น้ำลำคลองทำให้ตลิ่งเกิดการพังทลายเกิดผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่&nbsp;มีนายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;นำคณะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและให้การต้อนรับ&nbsp;โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมรายงานสภาพปัญหา&nbsp;แนวทางแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นให้คณะกรรมาธิการรับทราบ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายจตุพร&nbsp;เจริญเชื้อ&nbsp;กรรมาธิการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การลงพื้นที่ครั้งนี้&nbsp;คณะกรรมาธิการฯ&nbsp;จะทำการเก็บข้อมูลทั้งจากการรายงานของผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งข้อมูลที่ได้ลงไปสำรวจในพื้นที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้ง&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;เพื่อนำมารวบรวมสภาพปัญหา&nbsp;ซึ่งแต่ละที่พบว่าจะมีปัญหาที่แตกต่างกัน&nbsp;พร้อมหาแนวทางแก้ไข&nbsp;และนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>หลังจากร่วมประชุมรับทราบปัญหาอันเกิดจากกัดริมตลิ่ง</strong>&nbsp;<strong>การตื้นเขินของแม่น้ำลำคลอง</strong>&nbsp;ทำให้ตลิ่งเกิดการพังทลายเกิดผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่&nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่นแล้ว&nbsp;จะเดินทางไปตรวจสภาพพื้นที่และรับฟังปัญหาความเดือดร้อนนของประชาชน&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;,&nbsp;อุดรธานี&nbsp;,&nbsp;มหาสารคาม&nbsp;และขอนแก่น&nbsp;ตามลำดับ</p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205130631830"],
    [152,"ศูนย์หม่อนไหมฯ ขอนแก่น จัดอบรม เกษตรกร Smart Farmer เพื่อต่อยอดกิจกรรมด้านการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม สร้างเครือข่ายและความยั่งยืนในอาชีพด้านหม่อนไหม","<p><strong>ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ขอนแก่น</strong>&nbsp;จัดอบรมโครงการ&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;หม่อนไหม&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;หลักสูตร&nbsp;การพัฒนา&nbsp;Developing&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ของกรมหม่อนไหม&nbsp;ที่ห้องประชุมศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;โดยมีนางสาวจิราลักษณ์&nbsp;ปรีดี&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;เป็นประธานเปิดการฝึกอบรม&nbsp;และพบปะเกษตรกร&nbsp;มีนางสาวพิมลรัตน์&nbsp;เมธินธรังสรรค์&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&nbsp;กล่าวต้อนรับและรายงาน&nbsp;โดยได้รับเกียรติจากวิทยากร&nbsp;นางสาวธัญญาลักษณ์&nbsp;พลีพูล&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;จากสำนักงานเกษตรอำเภอหนองสองห้อง&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ในงานส่งเสริมและการถ่ายทอดด้านการเกษตร&nbsp;การเป็น&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ด้านต่างๆ&nbsp;ยุวเกษตร&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>โดยเกษตรกรที่เข้าอบรมเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมหม่อนไหม&nbsp;</strong>และเป็นเกษตรกร&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ด้านหม่อนไหม&nbsp;จำนวน&nbsp;105&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งการฝึกอบรมเป็น&nbsp;3&nbsp;รุ่นๆ&nbsp;ละ&nbsp;35&nbsp;ราย&nbsp;จากอำเภอต่างๆ&nbsp;ของจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ได้แก่&nbsp;อ.มัญจาคีรี&nbsp;อ.เมือง&nbsp;อ.หนองสองห้อง&nbsp;อ.สีชมพู&nbsp;อ.ซำสูง&nbsp;อ.น้ำพอง&nbsp;อ.กระนวน&nbsp;อ.หนองนาคำ&nbsp;อ.ภูเวียง&nbsp;อ.เวียงเก่า&nbsp;และจากจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;อ.ฆ้องชัย&nbsp;อ.คำม่วง&nbsp;และ&nbsp;อ.สหัสขันธ์</p><p><strong>จากการอบรมครั้งนี้</strong>เกษตรกรสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาและต่อยอดกิจกรรมด้านการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมให้มีรายได้ที่เพิ่มขึ้น&nbsp;สร้างความยั่งยืนในอาชีพ&nbsp;และยังได้รู้จักเครือข่ายผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมจากอำเภอต่างๆ&nbsp;ของจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ที่มีความสามารถและความถนัดที่แตกต่างกัน&nbsp;ซึ่งผู้เข้ารับการฝึกอบรมให้ความสนใจในการฝึกอบรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การเป็น&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ของกรมหม่อนไหมเป็นอย่างดียิ่ง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205123339813"],
    [153,"รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์พร้อมคณะลงพื้นที่จังหวัดตาก ตรวจเยี่ยมโครงการ นำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร","<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;ก.พ&nbsp;65)&nbsp;</strong>นายอัชฌา&nbsp;สุวรรณนิตย์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์พร้อมคณะลงพื้นที่จังหวัดตาก&nbsp;ตรวจเยี่ยมโครงการ&nbsp;นำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&nbsp;สานต่ออาชีพการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;แปลงผลผลิตทางการเกษตรของนายกิตติศักดิ์&nbsp;เรือนมา&nbsp;ตำบลช่องแคบ&nbsp;อำเภอพบพระ&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;ซึ่งนายกิตติศักดิ์&nbsp;เรือนมา&nbsp;ได้ทำการเกษตรแบบผสมผสานและจัดสรรพื้นที่ทำการเกษตรโดยปลูกไม้ผลเป็นองุ่นหลากหลายสายพันธุ์&nbsp;เช่น&nbsp;แบล็คโอปอล&nbsp;สกาล็อตต้าซีดเลส&nbsp;ไวท์มะละกา&nbsp;บิวตี้ซีดเลส&nbsp;ซึ่งทำเป็นแปลงเกษตรปลอดภัยใช้สารชีวภาพ&nbsp;รวมทั้งปลูกสตรอเบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน&nbsp;80&nbsp;และไม้ผลอีกหลายชนิด&nbsp;เช่น&nbsp;เงาะ&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ฝรั่ง&nbsp;ทับทิม&nbsp;เสาวรส&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยจำหน่ายโดยตรงในพื้นที่อำเภอพบพระ&nbsp;อำเภอแม่สอด&nbsp;และผ่านช่องทางออนไลน์&nbsp;นอกจากนี้ยังได้ทำการทดลองแปรรูปผลโกโก้เองและวางแผนทำเป็นผลิตภัณฑ์ของตนเองในอนาคตอีกด้วย</p><p><strong>รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่หันมาประกอบอาชีพการเกษตรและกลับสู่ถิ่นฐานร่วมกันพัฒนาบ้านเกิดและใกล้ชิดครอบครัวมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยการดำเนินการจากหน่วยงานทุกภาคส่วน&nbsp;ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ดำเนินงานเปิดรับสมัครก่อนการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;โดยเริ่มตั้งแต่กำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ&nbsp;จัดอบรมส่งเสริมความรู้&nbsp;และความสามารถทางด้านการผลิตและการตลาด&nbsp;แผนธุรกิจที่เหมาะสมให้แก่ลูกหลานเกษตรกรเป้าหมาย&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;มีเจ้าหน้าที่ติดตามประเมินผลเป็นระยะๆ&nbsp;เพื่อให้กิจกรรมที่ดำเนินการประสบความสำเร็จ&nbsp;เกษตรกรมีอาชีพที่มั่นคง&nbsp;และมีรายได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ปัจจุบันจังหวัดตากมีผู้สมัครยืนยันเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;38&nbsp;ราย&nbsp;โดยมีตัวอย่างผลผลิตและผลิตภัณฑ์จากเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;เช่น&nbsp;น้ำหมักปลาทะเล&nbsp;ข้าวโตวันโตคืน&nbsp;ขมิ้นชันผงสำเร็จรูป&nbsp;ขมิ้นพร้อมชง&nbsp;เครื่องดื่ม&nbsp;PREMIUM&nbsp;CRAFT&nbsp;SODA&nbsp;สบู่มะนาว&nbsp;สบู่อัญชันมะกรูดน้ำผึ้ง&nbsp;สบู่ตะไคร้หอมใบเตย&nbsp;สบู่ขมิ้นน้ำผึ้งมะนาว&nbsp;สบู่แก่นฝาง&nbsp;ไม้ประดับ&nbsp;ดินปลูกต้นไม้&nbsp;และข้าวปลอดภัยบ้านไร่รังสิมันตุ์</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205125018820"],
    [154,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 2 (ลำปาง) ร่วมกับขนส่งจังหวัดลำปาง และ สภ.เขลางค์นคร ตั้งจุดตรวจควันดำ","<p><strong>นายระพีศักดิ์&nbsp;มาลัยรุ่งสกุล</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;2&nbsp;(ลำปาง)&nbsp;มอบหมายเจ้าหน้าที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;2&nbsp;(ลำปาง)&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดลำปาง&nbsp;ตำรวจภูธรเขลางค์นคร&nbsp;ตั้งจุดวัดควันดำ&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณจุดตรวจขันวินัยจราจร&nbsp;สภ.&nbsp;เขลางค์นคร&nbsp;ถนนพหลโยธินขาขึ้น&nbsp;ตำบลปงแสนทอง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมีเป้าหมายกำกับดูแล&nbsp;ลดปัญหาฝุ่น&nbsp;ละออง&nbsp;PM2.5&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำปางตามนโยบายแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&nbsp;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองเพื่อยกระดับการป้องกันและแก้ไขมลพิษ&nbsp;ฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ที่เกิดจากควันดำรถยนต์ในช่วงสถานการณ์วิกฤติ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการปฏิบัติงานในครั้งนี้</strong>&nbsp;ได้เรียกรถตรวจสอบทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;95&nbsp;คัน&nbsp;เป็นรถยนต์ตาม&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;จำนวน&nbsp;59&nbsp;คัน&nbsp;มีค่าควันดำเกินมาตรฐานและออกคำสั่งห้ามใช้ชั่วคราว&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;คัน&nbsp;และรถยนต์ตาม&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;การขนส่งทางบก&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2522&nbsp;จำนวน&nbsp;36&nbsp;คัน&nbsp;มีค่าควันดำเกินมาตรฐานและออกคำสั่งห้ามใช้ชั่วคราว&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ขับขี่ดูแลรักษาและตรวจสภาพเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;เพื่อช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205131855834"],
    [155,"4 ก.พ.65 อุดรธานีเร่งแก้จอกหูหนูยักษ์ระบาดในทะเลบัวแดง","<p><strong>ผู้ว่าอุดรฯสั่งตั้งคณะทำงาน&nbsp;จัดการ&nbsp;จอกหูหนูยักษ์</strong>&nbsp;ที่ระบาดหนักในหนองหาน-กุมภวาปี&nbsp;ส่งผลให้ตื้นเขินชาวบ้าน&nbsp;ราชการ&nbsp;ประสานเสียง&nbsp;เก็บเท่าไหร่ไม่หมด&nbsp;คาดปีนี้มามากกว่า&nbsp;2&nbsp;ล้านตัน</p><p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธุ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>ที่ห้องประชุมคำชะโนด&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;อาคาร&nbsp;1&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี&nbsp;นายสยาม&nbsp;ศิริมงคล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็นประธานประชุมศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;โดยมีนายวันชัย&nbsp;จันทร์พร&nbsp;นายนิติพัฒน์&nbsp;ลีลาเลิศแล้ว&nbsp;นายจำรัส&nbsp;กังน้อย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมทางไกลกับ&nbsp;20&nbsp;อำเภอ&nbsp;โดยรับรายงานว่าในหนองหาน-กุมภวาปี&nbsp;หรือทะเลบัวแดง&nbsp;มีวัชพืชลอยน้ำโดยเฉพาะจอกหูหนูยักษ์&nbsp;เติบโตขยายพันธุ์ปิดกั้นเส้นทางเข้าออกเรือท่องเที่ยว&nbsp;และมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น</p><p><strong>ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่&nbsp;ท่าเรือเชียงแหว&nbsp;(เชียง-แว๋)</strong>&nbsp;เทศบาลตำบลเชียงแหว&nbsp;อำเภอกุมภวาปี&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;ท่าเรือท่องเที่ยวทะเลบัวแดง&nbsp;พบมีจอกหูหนูยักษ์ที่ชาวบ้านที่นี่เรียกว่า&nbsp;จอกหูช้าง&nbsp;ลอยเต็มพื้นน้ำมีลักษณะสีเขียว(ตองอ่อน)&nbsp;แซมด้วยสีน้ำตาล&nbsp;กลีบใบม้วนเรียงกันเป็นชั้นๆ&nbsp;เกิดและเติบโตขยายพันธุ์&nbsp;อยู่ชิดติดกันจนปิดผิวน้ำไปมากกว่า&nbsp;80&nbsp;%&nbsp;เรือท่องเที่ยวที่จอดอยู่ที่ท่าเรือ&nbsp;ก็ถูกจอกหูหนูยักษ์ปิดล้อมทั้งหมด&nbsp;จะเหลือเห็นผิวน้ำเฉพาะร่องน้ำ&nbsp;เส้นทางเดินเรือออกไปดูบัวแดง&nbsp;</p><p><strong>ขณะบริเวณริมฝั่งหลายจุดพบว่า&nbsp;</strong>มีกองซากจอกหูหนูยักษ์&nbsp;ที่ชาวบ้านร่วมกับองค์กรปกครองท้องถิ่น&nbsp;ชลประทาน&nbsp;&nbsp;และอำเภอกุมภวาปี&nbsp;นำแรงงานคนและเครื่องจักร&nbsp;มาร่วมกันเก็บขึ้นจากแหล่งน้ำจนมีสภาพแห้งเป็นสีดำ&nbsp;และพบร่องรอยของการนำเอา&nbsp;ซากจอกหูหนูยักษ์&nbsp;ไปใช้ประโยชน์เป็นปุ๋ย&nbsp;หรือวัสดุปลูก&nbsp;และบริเวณใกล้กันพบเรือดูดโคลนของ&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;จอดอยู่หลังทำการขุดลอกร่องน้ำ&nbsp;เพื่อใช้เป็นร่องเรือ&nbsp;หรือเส้นทางให้เรือท่องเที่ยวเคลื่อนออกไปได้</p><p><strong>นายสมจิตร์&nbsp;จรูญวรรณ&nbsp;</strong>&nbsp;รองประธานกลุ่มเรือบ้านเชียงแหว&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กลุ่มเรือบ้านเชียงแหว&nbsp;มีเรือท่องเที่ยวให้บริการ&nbsp;28&nbsp;ลำ&nbsp;พบปัญหาในการเดินเรือคือมีวัชพืชอุดตันเส้นทางเดินเรือเข้ายากออกยาก&nbsp;ลมไปทิศทางไหนมันก็ไหลไปตามน้ำไม่รู้ว่ามาจากไหน&nbsp;คนเรือเอาขึ้นมาและเอาขึ้นด้วยรถแมคโคร&nbsp;แล้วเอาไปทำปุ๋ย&nbsp;&nbsp;เอาขึ้นจากน้ำแล้วก็หมดไป&nbsp;แต่ตัวนี้เอาขึ้นยังไงมันก็ไม่หมด&nbsp;เขาเรียกว่าจอก&nbsp;เรื่องน้ำไม่มีปัญหา&nbsp;แต่จะสร้างปัญหาคือจะไปทับทำให้บัวไม่เกิด&nbsp;ตอนนี้ที่หนองหานเยอะแล้ว&nbsp;มองไปทางไหนก็จะเต็มไปหมด&nbsp;&nbsp;อยากให้ทางราชการกำจัดให้หมดไป&nbsp;ทางชาวบ้านที่มีจิตอาสาก็ช่วยกันเอาขึ้นจากน้ำอยู่ตลอด&nbsp;แต่ยังแก้ปัญหาได้ไม่หมดไปสักที</p><p><strong>นายสุชาติ&nbsp;ทอนมณี&nbsp;</strong>นายอำเภอกุมภวาปี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;มารับตำแหน่งที่นี่&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;แต่ละปีได้แก้ปัญหามาต่อเนื่อง&nbsp;ปีแรกเราเจอปัญหาที่สถานีสูบน้ำดิบของการประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;หน้าวัดศรีนครา&nbsp;ทำให้คุณภาพดิบที่จะนำไปผลิตน้ำประปาลดลง&nbsp;เราจึงชักชวนพี่น้องจิตอาสากว่าพันคน&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;ชลประทาน&nbsp;ฝายกุมภวาปี&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;นำเครื่องจักมาให้การสนับสนุน&nbsp;กำจัดจอกหูหนูยักษ์&nbsp;และปีต่อๆมาก็ทำต่อเนื่อง&nbsp;โดยพี่น้องจิตอาสาและเทศบาลโดยรอบช่วยกัน&nbsp;อีกส่วนก็คือพี่น้องชาวเรือช่วยกันเก็บ&nbsp;แต่ว่า&nbsp;เนื่องจากจากหูหนู่ยักษ์เป็นพืชที่กระจายตัวได้เร็ว&nbsp;&nbsp;เก็บไปแล้วไม่ควบคุมให้ดีหรือไม่เก็บต่อเนื่องก็จะขยายตัวไปอีกมาก&nbsp;ได้คุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยเฉพาะฝายกุมภวาปี&nbsp;ได้มีการประเมินว่าพื้นที่หนองหาน-กุมภวาปี&nbsp;22,000&nbsp;ไร่&nbsp;มีปริมาณวัชพืชจอกหูหนูยักษ์อยู่&nbsp;2&nbsp;ล้านกว่าตัน&nbsp;ซึ่งแต่ละปีเราทำเท่าที่ทำได้&nbsp;เพราะเราไม่มีเรือเก็บวัชพืช&nbsp;ต้องแก้ไขเฉพาะในแต่ละปี&nbsp;เรื่องนี้มีผลกับท่าเรือต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพราะว่าช่วงเปิดฤดูท่องเที่ยว&nbsp;ลมจากทิศเหนือจะพัดพาวัชพืช&nbsp;เข้ามาปกคลุมพื้นที่ท่าเรือ&nbsp;เราก็ระดมพี่น้องจิตอาสา&nbsp;ชาวเรือ&nbsp;ขอความอนุเคราะห์หน่วยงานอื่น&nbsp;มาสนับสนุนแก้ไขในทุกปี&nbsp;</p><p><strong>การเก็บวัชพืชในละปีน่าจะไม่ถึง&nbsp;10%</strong>&nbsp;เราจะเก็บได้เฉพาะที่อยู่ตลิ่ง&nbsp;โดยใช้เรือท่องเที่ยวดันเข้ามาฝั่ง&nbsp;และใช้รถแบ็กโคร&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดตักขึ้นมา&nbsp;สำหรับการกำจัดจอกหูหนูยักษ์ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;มีข้อสั่งการให้แต่งตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด&nbsp;และระดับอำเภอ&nbsp;ขึ้นมาเพื่อแก้ไขเรื่องนี้&nbsp;ว่าจะแก้ไขกันอย่างไร&nbsp;เริ่มจากแก้ไขเฉพาะหน้า&nbsp;และการแก้ไขระยะยาวให้เกิดความอย่างยั่งยืน&nbsp;สำหรับจอกหูหนูยักษ์ที่เก็บขึ้นมาจะนำมาทำเป็นปุ๋ย&nbsp;ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ที่จัดตั้งขึ้นในรูปแบบเกษตรปลอดสารพิษ&nbsp;ซึ่งก็จะสอดคล้องกับเรื่องการนำวัชพืชนี้มาเป็นปุ๋ย&nbsp;ซึ่งจะเกิดระโยชน์กับพี่น้องประชาชน&nbsp;และช่วยลดปริมาณจอกหูหนูยักษ์ที่อยู่ทะเลบัวแดงได้อีกทางหนึ่ง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206111640029"],
    [156,"จังหวัดสุรินทร์ ขับเคลื่อนโครงการ \"สุรินทร์รุ่งเรือง สู่เมืองเกษตรอินทรีย์\" ต่อเนื่อง ปี 2565 มุ่งขยายพื้นที่ให้ชาวสุรินทร์ร่ำรวย ด้วยความรวดเร็ว","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;\"สุรินทร์รุ่งเรือง&nbsp;สู่เมืองเกษตรอินทรีย์\"</strong>&nbsp;ด้วยนโยบายและหลักคิด&nbsp;4&nbsp;ร.&nbsp;ของนายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ที่มุ่งให้จังหวัดสุรินทร์มีความ&nbsp;\"รุ่งเรือง&nbsp;รื่นรมย์&nbsp;และร่ำรวย&nbsp;ด้วยความรวดเร็ว\"&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญเร่งด่วนในเชิงพื้นที่&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมานั้น&nbsp;ถือว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย&nbsp;นั่นคือการบูรณาการการทำงานร่วมกันจากทุกภาคส่วนในจังหวัด&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชอินทรีย์และเลี้ยงสัตว์อินทรีย์&nbsp;สร้างทักษะอาชีพและรายได้&nbsp;รวมทั้งส่งเสริมให้คนสุรินทร์มีสุขภาพ&nbsp;และคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;ในพื้นที่เป้าหมายทั้ง&nbsp;17&nbsp;อำเภอ&nbsp;18&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;โดยผ่านการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมตามแผนงานโครงการที่วางไว้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>และจากผลการดำเนินการใน&nbsp;1&nbsp;ปีที่ผ่านมา</strong>&nbsp;ผลผลิตและผลลัพธ์จากการขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;\"สุรินทร์รุ่งเรือง&nbsp;สู่เมืองเกษตรอินทรีย์\"&nbsp;ภายใต้บริบทเชิงพื้นที่และศักยภาพของ</p><p>เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ด้าน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ด้านข้าว&nbsp;,&nbsp;พืชผักสมุนไพร&nbsp;,&nbsp;พืชสวน&nbsp;,&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;,&nbsp;ประมง&nbsp;และหญ้าเลี้ยงสัตว์&nbsp;มีผลการดำเนินงานด้านเป็นที่น่าสนใจ&nbsp;เช่น&nbsp;ด้านข้าว&nbsp;มีผลผลิตเป็นพันธุ์ข้าวอินทรีย์และการแปรรูปเป็นข้าวสารอินทรีย์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ส่วนด้านพืชผัก&nbsp;มีพื้นที่เพาะปลูกและผลผลิตผักอินทรีย์เพิ่มขึ้น</strong>&nbsp;ซึ่งแต่เดิมเกษตรกรมักจำหน่ายผักสตดในตลาดทั่วไป&nbsp;หรือขายให้พ่อค้าคนกลางที่เข้าไปรับซื้อ&nbsp;แต่ในปัจจุบันมีช่องทางการจำหน่ายมากขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;ในร้านอาหาร&nbsp;โรงแรม&nbsp;โรงพยาบาล&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;และห้างสรรพสินค้า&nbsp;ด้วยการจัดทำ&nbsp;MOU&nbsp;ความร่วมมือในการขับเคลื่อนโครงการรร่วมกันระหว่างภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;ในขณะเดียวกัน&nbsp;เกษตรกรต้นแบบในทุกอำเภอ&nbsp;ได้ปลูกสมุนไพรไว้บริโภคเพื่อป้องกันและรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;จากการสำรวจติดตามการดำเนินโครงการของทุกกลุ่มในทุกอำเภอ&nbsp;ขณะนี้สามารถปลูกผักจำหน่ายให้กลุ่มที่ทำ&nbsp;MOU&nbsp;กันไว้มีรายได้เฉลี่ยกลุ่มละ&nbsp;3-4&nbsp;แสนบาทต่อเดือน&nbsp;คิดเป็นรายได้เฉลี่ยทุกลุ่มต่อปีกว่า&nbsp;80&nbsp;ล้านบาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับในปี&nbsp;2565&nbsp;โครงการ&nbsp;\"สุรินทร์รุ่งเรือง&nbsp;สู่เมืองเกษตรอินทรีย์\"</strong>&nbsp;ยังคงดำเนินการขับเคลื่อนต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ&nbsp;ภายใต้มาตรการด้านต่างๆ&nbsp;ที่คณะกรรมการโครงการฯ&nbsp;กำหนดไว้แล้ว&nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้ให้ชาวสุรินทร์&nbsp;ร่ำรวย&nbsp;ด้วยความรวดเร็ว&nbsp;ต่อไป</p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205140143849"],
    [157,"นักประดิษฐ์ของศูนย์ความเป็นเลิศด้านไม้และวัสดุชีวภาพ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คิดค้น เครื่องวัดความเค้นในไม้แปรรูปอุตสาหกรรมความแม่นยำสูง StressWooD meter แก้ปัญหาไม้แตกจากการอบไม้ ลดต้นทุนการผลิตทั้งด้านเวลาและพลังงาน","<p>นักประดิษฐ์ของศูนย์ความเป็นเลิศด้านไม้และวัสดุชีวภาพ&nbsp;มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์&nbsp;คิดค้น&nbsp;เครื่องวัดความเค้นในไม้แปรรูปอุตสาหกรรมความแม่นยำสูง&nbsp;StressWooD&nbsp;meter&nbsp;แก้ปัญหาไม้แตกจากการอบไม้&nbsp;ลดต้นทุนการผลิตทั้งด้านเวลาและพลังงาน</p><p>?&nbsp;&nbsp;รองศาสตราจารย์&nbsp;ดร.นิรันดร&nbsp;มาแทน&nbsp;หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านไม้และวัสดุชีวภาพ&nbsp;และอาจารย์ประจำสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้วิจัยและพัฒนาเครื่องมือเพื่อหาวิธีการอบไม้แต่ละชนิดอย่างไรให้รวดเร็วที่สุด&nbsp;เพื่อลดต้นทุนในส่วนของพลังงานความร้อนและพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในการผลิต&nbsp;โดยจุดเด่นของสิ่งประดิษฐ์ประกอบด้วย&nbsp;2&nbsp;ส่วนหลัก&nbsp;คือ&nbsp;Stress&nbsp;Wood-Machine&nbsp;เป็นเครื่องมือที่ทำการผ่าครึ่งชิ้นไม้ตัวอย่างพร้อมกับวัดค่าแรงคืนตัวที่ระยะผ่าค่าต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;แบบอัตโนมัติ&nbsp;และ&nbsp;StressWooD-Analyzer&nbsp;ไว้คำนวณหาค่าความเค้นในไม้จากค่าแรงคืนตัวแบบอัตโนมัติ&nbsp;ระบบสามารถดำเนินการได้ง่ายในโรงงาน&nbsp;สามารถใช้ได้ทั้งไม้แห้งหลังการอบและไม้เปียกในระหว่างการอบ&nbsp;StressWooD-Meter&nbsp;ผ่านการทดสอบการใช้งานในบริษัทไม้ยางพาราแปรรูปจำนวน&nbsp;3&nbsp;บริษัท&nbsp;ซึ่งเครื่องมือที่สร้างขึ้น&nbsp;สามารถใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลงความเค้นในไม้ในระหว่างการอบและหลังการอบได้&nbsp;คาดว่าจะส่งผลให้โรงงานสามารถปรับปรุงกระบวนการอบให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นต่อไป&nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือแรกที่สามารถตรวจวัดความเค้นในไม้แปรรูปได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องทราบค่าโมดูลัสของไม้&nbsp;ซึ่งเป็นค่าที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะการอบและสภาวะบรรยากาศที่ทำการเก็บไม้&nbsp;เป็นค่าที่วัดได้ยากในโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;การที่สามารถวัดความเค้นในไม้ในโรงงานอุตสาหกรรมได้&nbsp;ทำให้สามารถปรับปรุงเทคนิคการอบ&nbsp;เทคนิคการคลายความเค้น&nbsp;และเทคนิคการเก็บไม้หลังการอบ&nbsp;ให้มีประสิทธิภาพได้&nbsp;ซึ่งจะทำให้ลดการสูญเสียและลดการใช้พลังงานในการแปรรูปไม้ลงได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับสิ่งประดิษฐ์&nbsp;เครื่องวัดความเค้นในไม้แปรรูปอุตสาหกรรมความแม่นยำสูง&nbsp;ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;:&nbsp;รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น&nbsp;ระดับดี&nbsp;สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จาก&nbsp;สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)&nbsp;ในงานวันนักประดิษฐ์&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;</p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205200254947"],
    [158,"กองทัพเรือ ยังคงปฏิบัติภารกิจตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลและสำรวจใต้ทะเลต่อเนื่อง แม้จะยุติภารกิจกู้คราบน้ำมันส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปฟื้นฟู","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)</strong>&nbsp;เจ้าหน้าที่ทหาร&nbsp;จากกรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;จัดชุดปฏิบัติการวิทยาศาสตร์&nbsp;ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจ&nbsp;กองเรือยุทธการ&nbsp;(ฉก.กร.642)&nbsp;และชุดปฏิบัติการพิเศษ&nbsp;พัน&nbsp;ร.7&nbsp;เพื่อดำเนินการสำรวจ&nbsp;ตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำทะเลภาคสนาม&nbsp;สุ่มเก็บตัวอย่างน้ำทะเล&nbsp;และดำน้ำเพื่อเก็บตัวอย่างตะกอนดิน/ทรายนำไปวิเคราะห์ทดสอบในห้องปฏิบัติการ&nbsp;ตลอดจนดำเนินการเก็บตัวอย่างทรายบริเวณชายฝั่งที่ความลึก&nbsp;3&nbsp;ระดับจากผิวหน้าที่อาจได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมันดิบรั่วไหลลงสู่ทะเลในห้วงเวลาที่น้ำขึ้นสูงสุดและต่ำสุด&nbsp;ที่บริเวณชายหาดทะเลพัน&nbsp;ร.7&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับชายหาดแม่รำพึง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ฉก.กร.642</strong>&nbsp;ยังคงปฏิบัติภารกิจร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;และอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;ทำการดำน้ำสำรวจหาคราบน้ำมันบริเวณโดยรอบหมู่เกาะเสม็ด&nbsp;ผลการสำรวจยังไม่พบคราบน้ำมันหรือสารเคมีต่างๆในทะเล&nbsp;และได้เก็บตัวอย่างน้ำ&nbsp;ดิน&nbsp;ทราย&nbsp;หินใต้ทะเล&nbsp;นำไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการอีกครั้ง&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ฉก.กร.642&nbsp;จะดำน้ำสำรวจตามจุดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในสัปดาห์หน้าอีกครั้ง&nbsp;ซึ่งการปฏิบัติภารกิจดังกล่าว&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;ยังคงปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่องแม้จะยุติภารกิจกู้คราบน้ำมันส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปฟื้นฟูแล้วก็ตาม</p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205142023859"],
    [159,"นวัตกรรม หอมข้าว : อุปกรณ์ตรวจสอบความหอมในข้าวหอมมะลิ แบบพกพาด้วยเทคนิคปัญญาประดิษฐ์ ","<p><strong>นายอดิสร&nbsp;เตือนตรานนท์</strong>&nbsp;รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์&nbsp;สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ&nbsp;(สวทช.)&nbsp;ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;:&nbsp;รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น&nbsp;ระดับดีมาก&nbsp;สาขาวิทยาศาสตร์&nbsp;กายภาพและคณิตศาสตร์&nbsp;จากผลงานประดิษฐ์คิดค้น&nbsp;เรื่อง&nbsp;หอมข้าว&nbsp;:&nbsp;อุปกรณ์ตรวจสอบความหอมในข้าวหอมมะลิ&nbsp;แบบพกพาด้วยเทคนิคปัญญาประดิษฐ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;นวัตกรรมดังกล่าวใช้สำหรับตรวจหาค่า&nbsp;2AP&nbsp;ตรวจวัดและวิเคราะห์ผลได้รวดเร็วด้วย&nbsp;AI&nbsp;ลดความผิดพลาดจากการวิเคราะห์ผล&nbsp;สามารถถ่ายทอดตัวอย่างการตรวจให้กับเครื่องอื่นๆ&nbsp;ได้&nbsp;สามารถพกพาสะดวก&nbsp;มีราคาต้นทุนถูกกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศถึง&nbsp;20&nbsp;เท่า&nbsp;โมเดลในการวิเคราะห์ค่า&nbsp;2AP&nbsp;ถูกต้องมากกว่า&nbsp;90&nbsp;%&nbsp;เมื่อเทียบกับ&nbsp;MOS&nbsp;ALPHA&nbsp;FOX&nbsp;3000&nbsp;อาเรย์แก๊สเซ็นเซอร์&nbsp;อายุใช้งานได้ถึง&nbsp;3&nbsp;ปี</p><p><strong>ในอนาคตจะนำนวัตกรรมดังกล่าว&nbsp;</strong>ไปใช้งานร่วมกับโรงสีและชุมชนสำหรับการตรวจสอบคุณภาพข้าวสำหรับการคัดกรองข้าวคุณภาพดี&nbsp;เพื่อให้เกิดรายได้ที่สูงขึ้นแก่เกษตรกรและจะนำไปใช้งานในภาคอุตสาหกรรม&nbsp;เพื่อทำความเข้าใจในมาตรฐานของคุณภาพข้าวที่ผ่านการทดสอบด้วยเครื่องมือเดียวกัน&nbsp;รวมถึงการเพิ่มมูลค่าในการส่งออกโดยกำหนดมาตรฐานข้าวหอมมะลิด้วยการตรวจวัดทางวิทยาศาสตร์สำหรับการกำหนดมาตรฐานด้วย&nbsp;สำหรับ&nbsp;นวัตกรรมหอมข้าว&nbsp;อุปกรณ์ตรวจสอบความหอมในข้าวหอมมะลิ&nbsp;แบบพกพา&nbsp;ได้รับรางวัลในงานวันนักประดิษฐ์&nbsp;พร้อมจัดแสดงผลงานถึงวันที่&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา&nbsp;กรุงเทพ</p><p><br></p><p><br></p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205185314928"],
    [160,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดฯ ที่โครงการพัฒนาดอยตุง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย","<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมคณะลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย&nbsp;โดยมีนายวราดิศร&nbsp;อ่อนนุช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย&nbsp;หม่อมหลวงดิศปนัดดา&nbsp;ดิศกุล&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ร่วมต้อนรับ&nbsp;โดยหม่อมหลวงดิศปนัดดา&nbsp;ดิศกุล&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ได้รายงานข้อมูลในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุง&nbsp;ร่วมกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;พระตำหนักดอยตุง&nbsp;โครงการพัฒนาดอยตุง&nbsp;(พื้นที่ทรงงาน)&nbsp;อ.แม่ฟ้าหลวง&nbsp;จ.เชียงราย</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;</strong>ได้มอบนโยบายแนวทางในการปฏิบัติงาน&nbsp;พร้อมกับการน้อมนำแนวพระราชดำริฯ&nbsp;ไปขยายผลเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่&nbsp;ให้กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดเชียงราย&nbsp;พร้อมกันนี้ได้กล่าวชื่นชมการบริหารจัดการของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ&nbsp;ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ร่วมงานกับประชาชนในพื้นที่&nbsp;จนสามารถฟื้นฟูพื้นที่ป่ากลับคืนมาได้กว่า&nbsp;60%&nbsp;โครงการพัฒนาดอยตุง&nbsp;(พื้นที่ทรงงาน)&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีมีที่ตั้งครอบคลุมพื้นที่&nbsp;93,515&nbsp;ไร่&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;อำเภอของจังหวัดเชียงราย&nbsp;(อ.แม่จัน/อ.แม่ฟ้าหลวง/อ.แม่สาย)&nbsp;มีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่&nbsp;11,000&nbsp;คน&nbsp;จาก&nbsp;6&nbsp;ชนเผ่า&nbsp;อาทิ&nbsp;อาข่า&nbsp;ลาหู่&nbsp;ไทใหญ่&nbsp;สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี&nbsp;ทรงดำเนินโครงการในรูปแบบ&nbsp;ปลูกป่า&nbsp;ปลูกคน&nbsp;หรือการแก้ปัญหาความยากจนที่ยึดคนเป็นศูนย์กลาง&nbsp;และยึดหลักความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่สมดุลกับความมั่นคงทางสังคม&nbsp;และความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ&nbsp;การปลูกป่าที่ดอยตุง&nbsp;คือ&nbsp;จุดเริ่มต้นแห่งการคืนความสมบูรณ์จากสภาพป่าเขาที่เสื่อมโทรม&nbsp;พื้นดินที่หมดสภาพ&nbsp;ลำธารที่แห้งเหือด&nbsp;ปัจจุบันกลายเป็นป่าต้นน้ำอันอุดมสมบูรณ์&nbsp;ป่าเศรษฐกิจ&nbsp;และป่าใช้สอยในสัดส่วนที่พอเหมาะเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนบนดอยตุง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในส่วนของภาคบ่ายวันนี้</strong>&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และคณะจะร่วมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อตรวจพื้นที่การจับกุมการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้&nbsp;ณ&nbsp;โครงการร้อยใจรักษ์&nbsp;อ.แม่อาย&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงราย","สวท.เชียงราย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205160616882"],
    [161,"จ.ศรีสะเกษเตรียมนำร่อง ระบบ QR CODE ใช้กับสวนทุเรียน","<p><strong>จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong>ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;(depa)&nbsp;สาขาภาคอีสานตอนล่างนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในสวนทุเรียน&nbsp;เพื่อให้สามารถระบุวันเก็บเกี่ยวผลทุเรียนแต่ละลูกได้</p><p><strong>ที่สวนทุเรียนนายเวียง&nbsp;สุภาพ&nbsp;</strong>บ้านซำขี้เหล็ก&nbsp;ตำบลพราน&nbsp;อำเภอขุนหาญ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สถิติจังหวัด&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์ข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ผู้แทนเกษตรจังหวัด&nbsp;ผู้แทนเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;ผู้แทนประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;depa&nbsp;สาขาภาคอีสานตอนล่าง&nbsp;ลงพื้นที่สวนทุเรียน&nbsp;ร่วมปรึกษาหารือกับคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล(depa)&nbsp;ในการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับทุเรียน&nbsp;GI&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;ตั้งแต่กระบวนการผลิต&nbsp;การเก็บเกี่ยว&nbsp;การแปรรูป&nbsp;และการตลาด&nbsp;เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปปรับปรุงและพัฒนาด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;ซึ่งจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทุเรียน&nbsp;GI&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;และสร้างรายได้แก่เกษตรกรชาวสวนทุเรียนศรีสะเกษ&nbsp;ซึ่งมีนายเวียง&nbsp;สุภาพ&nbsp;ในฐานะผู้ประกอบการสวนทุเรียนเป็นผู้ให้ข้อมูล&nbsp;โดยการดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ให้เป็นเมือง&nbsp;&nbsp;\"Smart&nbsp;City\"</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205160946883"],
    [162,"อุตุฯ ศรีสะเกษ เตือนอิสานใต้ ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็นลง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายจำเริญ&nbsp;ทองละมุล&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ</strong>&nbsp;รายงานสภาพอากาศ&nbsp;ประจำวันเสาร์ที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้&nbsp;ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา&nbsp;04.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;บริเวณความกดอากาศสูง&nbsp;หรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีน&nbsp;ได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้&nbsp;ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีอากาศเย็น&nbsp;พยากรณ์อากาศตั้งแต่เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;ถึงเวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;วันพรุ่งนี้&nbsp;บริเวณจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ลักษณะอากาศ&nbsp;มีอากาศเย็นกับมีลมแรง&nbsp;ลมผิวพื้น&nbsp;ลมตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ความเร็ว&nbsp;10-30&nbsp;กม./ชม.&nbsp;คาดว่าอุณหภูมิสูงสุดบ่ายวันนี้&nbsp;ประมาณ&nbsp;31&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;อุณหภูมิต่ำสุดเช้าพรุ่งนี้&nbsp;ประมาณ&nbsp;19&nbsp;&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ข้อควรระวัง&nbsp;ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็นลง</p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205161240884"],
    [163,"วราวุธ กำชับกรมป่าไม้คุมเข้มการบุกรุกป่าและลักลอบตัดไม้เขตป่าอย่างเด็ดขาด หลังพบเครือข่ายเล่าต๋าแผ้วถางป่าพื้นที่ในโครงการร้อยใจรักษ์กว่า 24 ไร่ในเขตป่าแม่อาย พร้อมเดินหน้าดำเนินคดีให้ถึงที่สุด","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กำชับกรมป่าไม้คุมเข้มการบุกรุกป่าและลักลอบตัดไม้เขตป่าอย่างเด็ดขาด&nbsp;หลังพบเครือข่ายเล่าต๋าแผ้วถางป่าพื้นที่ในโครงการร้อยใจรักษ์กว่า&nbsp;24&nbsp;ไร่ในเขตป่าแม่อาย&nbsp;พร้อมเดินหน้าดำเนินคดีให้ถึงที่สุด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินคดีและการจับกุมการลักลอบตัดไม้&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ&nbsp;(พยัคฆ์ไพร)&nbsp;สนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจยึดที่ดินหลังพบการบุกรุกเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มน้ำแม่ฝาง&nbsp;ต.ท่าตอน&nbsp;อ.แม่อาย&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;ซึ่งพื้นที่ถูกยึดเป็นของผู้มีอิทธิพลยาเสพติดรายใหญ่ของประเทศ&nbsp;หรือเครือข่ายเล่าต๋า&nbsp;จากการตรวจสอบรอบพื้นที่ลักลอบตัดไม้เขตป่าแม่อาย&nbsp;พบการตัดโค่นไม้กระจายอยู่ทั่วพื้นที่และมีการไถปรับพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง&nbsp;และขุดสระเก็บน้ำขนาดกว่า&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;แล้วพบสิ่งก่อสร้างภายในที่เกิดเหตุ&nbsp;5&nbsp;รายการ&nbsp;ที่เดินสายไฟฟ้าเข้ามาใช้&nbsp;จึงได้ตรวจวัดตำแหน่งแปลงที่ดินจากเครื่องมือหาค่าพิกัดตำแหน่งแปลงที่ดินด้วยดาวเทียมโดยรอบแปลงที่ดินประมาณกว่า&nbsp;24&nbsp;ไร่&nbsp;ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มน้ำแม่ฝางทั้งหมด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ถูกอายัติและยึดทรัพย์ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว&nbsp;ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่อนุญาตให้นายเล่าต๋า&nbsp;แสนลี่&nbsp;และภรรยาทำประโยชน์&nbsp;จนถูกจับกุมในคดียาเสพติดจำคุกตลอดชีวิต&nbsp;จากนั้นโครงการร้อยใจรักษ์ได้เข้ามาทำแปลงปลูกและฟื้นฟูพื้นที่จนมีความสมบูรณ์&nbsp;แต่พบมีเครือข่ายเล่าต๋าที่เป็นภรรยาทั้ง&nbsp;2&nbsp;คนของลูกชายนายเล่าต๋าได้ว่าจ้างประชาชนจากหมู่บ้านอื่นเข้ามาแผ้วถางและตัดต้นไม้ทั้งขนาดเล็ก-ขนาดใหญ่&nbsp;และไม้มีค่าในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;พร้อมสร้างสิ่งปลูกสร้างและขุดสระน้ำในพื้นที่&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาตักเตือนและห้ามปรามว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย&nbsp;แต่ผู้ว่าจ้างกลุ่มดังกล่าวอ้างได้รับการว่าจ้างมา&nbsp;ส่วนสะใภ้ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ที่ถูกกล่าวอ้างได้ปฏิเสธว่าไม่ได้เข้ามาใช้ประโยชน์ในที่ดินนี้ตั้งแต่ปี&nbsp;2559&nbsp;และซัดทอดว่าบุตรชายนายเล่าต๋า&nbsp;หรือสามีของตนเองเป็นผู้ว่าจ้าง&nbsp;ถือเป็นการกระทำผิดพระราชบัญญัติป่าไม้ฯโดยไม่ได้รับอนุญาต&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้ติดประกาศรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและเตรียมฟื้นฟูให้กลับมาสมบูรณ์&nbsp;พร้อมยืนการดำเนินการเช่นนี้เป็นสิ่งที่ต้องการให้ทุกคนรู้ว่าไม่มีใครใหญ่กว่ากฎหมาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ปัจจุบันกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้เร่งสำรวจพื้นที่ตามเงื่อนไขของ&nbsp;คทช.&nbsp;ไปแล้วประมาณ&nbsp;3.9&nbsp;ล้านไร่&nbsp;โดยให้สิทธิ์ทำกินไม่ใช่ให้เอกสารสิทธิ์ครอบครอง&nbsp;จึงไม่สามารถซื้อขายได้&nbsp;แต่สามารถสืบทอดโดยสันดานได้&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้อยู่อย่างถูกกฎหมาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายสุรชัย&nbsp;อจลบุญ&nbsp;อธิบดีกรมป่าไม้&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจยึดพื้นที่ป่าที่ถูกแผ้วถาง&nbsp;ยึดไม้กระถินป่า&nbsp;7&nbsp;ท่อน&nbsp;ปริมาตร&nbsp;0.21&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;และตรวจยึดสิ่งก่อสร้าง&nbsp;5&nbsp;รายการ&nbsp;พร้อมนำเอกสารหลักฐานทั้งหมดแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่อายให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&nbsp;ในส่วนกรมป่าไม้จะบังคับใช้กฎหมายป่าไม้&nbsp;มาตรา&nbsp;25&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.2507&nbsp;อย่างเด็ดขาด&nbsp;จากนี้กรมป่าไม้จะวางแผนดำเนินการฟื้นฟูป่าที่ถูกบุกรุกให้คืนสภาพป่าสมบูรณ์ต่อไป</p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205165958902"],
    [164,"ติดตามความคืบหน้ากรณีการมีการตัดไม้หวงห้ามและไถปรับพื้นที่ ในโครงการร้อยใจรักษ์","<p><strong>นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;นายสุรชัย&nbsp;อจลบุญ&nbsp;อธิบดีกรมป่าไม้&nbsp;นายธัญญา&nbsp;เนติธรรมกุล&nbsp;อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืช&nbsp;และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ&nbsp;ลงพื้นที่บ้านห้วยส้าน&nbsp;ตำบลท่าตอน&nbsp;อำเภอแม่อาย&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ติดตามความคืบหน้ากรณีการมีการลักลอบตัดไม้หวงห้ามและไถปรับพื้นที่&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ในโครงการร้อยใจรักษ์</p><p><strong>นายสุรชัย&nbsp;อจลบุญ&nbsp;อธิบดีกรมป่าไม้</strong>&nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดฯ&nbsp;ปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ในพื้นที่รับผิดชอบอย่างเฉียบขาด&nbsp;โดยได้สั่งการให้นายชาญชัย&nbsp;กิจศักดาภาพ&nbsp;หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ&nbsp;(พยัคฆ์ไพร)&nbsp;นายสักรินทร์&nbsp;ปัญญาใจ&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปรามบปรามที่&nbsp;3&nbsp;(ภาคเหนือ)&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้&nbsp;ที่&nbsp;1&nbsp;(เชียงใหม่)&nbsp;บูรณาการกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ฝ่ายปกครองในท้องที่&nbsp;ตรวจยึดพื้นที่ป่าที่ถูกแผ้วถางและไถจนโล่งเตียน&nbsp;รวมเนื้อที่&nbsp;24&nbsp;ไร่&nbsp;31&nbsp;ตารางวา&nbsp;ตรวจพบการตัดไม้หวงห้าม&nbsp;ไม้กระถินป่า&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ท่อน&nbsp;และตรวจยึดสิ่งก่อสร้าง&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;รายการ</p><p><strong>โดยพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;</strong>นางอาส่าหม่า&nbsp;แสนลี่&nbsp;ภรรยาของนายเล่าต๋า&nbsp;แสนลี่&nbsp;อดีตพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่&nbsp;แจ้งครอบครองที่ดินตามโครงการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้&nbsp;ต่อมานางอรุณี&nbsp;เป็งน้อย&nbsp;หรือแสนลี่&nbsp;(สะไภ้)&nbsp;และนางมะลิวัลย์&nbsp;บารมีเกื้อกูลทรัพย์&nbsp;หรือต่อพอกพูน&nbsp;(สะไภ้)&nbsp;ได้แจ้งครอบครองที่ดินตามโครงการร้อยใจรักษ์&nbsp;และแจ้งว่า&nbsp;ที่ดินแปลงดังกล่าว&nbsp;เป็นของนางอาส่าหม่า&nbsp;แสนลี่&nbsp;และนายบัญญัติ&nbsp;แสนลี่&nbsp;ซึ่งเป็นบุตรชายนายเล่าต๋า&nbsp;แสนลี่&nbsp;ได้จ้างราษฎรนอกพื้นที่เข้ามาทำไม้และปรับไถพื้นที่&nbsp;จนเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจยึดดังกล่าว</p><p><strong>ปัจจุบันสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้&nbsp;ที่&nbsp;1&nbsp;(เชียงใหม่)</strong>&nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้แม่อาย&nbsp;ไปดำเนินการปิดประกาศ&nbsp;แจ้งให้ผู้ครอบครองแสดงสิทธิ์โต้แย้ง&nbsp;ตามกฎหมาย&nbsp;ห้ามบุคคลใดเข้าทำประโยชน์&nbsp;หรือกระทำการใดๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย</p><p><br></p><p><br></p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.ฝาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205173821916"],
    [165,"วช.จัดเสวนา AI-Blockchain Integration Platform มุ่งนำวิจัยไทย สู่อุตสาหกรรม อย่างเท่าทันโลก","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;วช.จัดเสวนา AI-Blockchain Integration Platform มุ่งนำวิจัยไทย สู่อุตสาหกรรม อย่างเท่าทันโลก</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดเวทีเสวนา เรื่อง แนวโน้มการวิจัยเพื่ออนาคตอุตสาหกรรมไทย ในหัวข้อAI-Blockchain Integration Platformจัดโดย สำนักประสานงานชุดโครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Innovative House ในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564 -2565 โดย รศ.ดร.ศิริเดช บุญแสง คณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า ในอนาคตภายใน 5  10 ข้างหน้า เทคโนโลยีที่กำลังจะเข้ามาเป็นรูปเป็นร่างเชิงประจักษ์มากขึ้น คือ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ และ Blockchain ซึ่งจะทำให้เกิด Smart living Smart Society การสร้าง Low code No code Framework เช่น Ciracore ซึ่งเป็น Platform สัญชาติไทย สำหรับช่วยพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ให้เป็นแอปพลิเคชัน จึงนับเป็นต้นแบบความก้าวหน้าของงานวิจัยไทยที่เป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมระดับโลกอย่างเห็นได้ชัด มีการนำไปใช้งานอย่างแพร่หลาย ด้วยลักษณะการใช้งานที่ง่าย หน่วยงานรัฐ สถาบันศึกษาสามารถใช้ได้ ทำงานโดยเชื่อมโยงอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมทั้ง การค้า และการบริการ</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดังนั้น แนวโน้มความก้าวหน้าทางการวิจัย เพื่อต่อยอดในระดับอุตสาหกรรมอย่างเท่าทันโลกของประเทศไทย จึงอาจมองถึงการสร้างโมเดลแบบกระจาย (Blockchain) ของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เนื่องจากการนำ Blockchain เข้ามาช่วย จะทำให้การสร้าง AI เกิดขึ้นได้ง่าย รวมทั้ง นวัตกรรมใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นจากการควบรวมของ AI และ Blockchain ด้วย เชื่อว่าในอนาคตอันไม่ไกล ภายใน 5 ปีนี้ อุปกรณ์รอบ ๆ ตัวเรา จะมีความเป็นอัจฉริยะมากขึ้น ซึ่งจะต้องเตรียมตัว ทำการศึกษาวิจัย เพื่อให้การใช้ AI เกิดประโยชน์สูงสุด อันเป็นการส่งเสริมงานวิจัยจากหิ้งลงมาสู่ห้าง ได้อย่างแท้จริง</span></p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205200356948"],
    [166,"ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดระยองส่วนหน้าประชุมติดตามความคืบหน้าการเฝ้าระวังเหตุน้ำมันรั่วกลางทะเลระยอง คาดผลการตรวจสารประกอบในน้ำมันชายหาดลานหินขาวและก้นอ่าวรอบสองจะออกศุกร์นี้","<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;ต่ออาจหาญ&nbsp;ปลัดจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดระยองส่วนหน้า&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;ณ&nbsp;บ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;สำหรับสถานการณ์ในวันนี้ทุกโซนตั้งแต่โซน&nbsp;A&nbsp;จนถึงโซน&nbsp;E2&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมันขึ้นชายฝั่ง&nbsp;อย่างไรก็ตามสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองได้จัดเรือเฝ้าระวังในพื้นที่ชายหาดแม่รำพึงถึงเกาะเสม็ด&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;SPRC&nbsp;ได้ตั้งทีมเฝ้าระวังทำความสะอาดชายฝั่ง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมได้สั่งการให้&nbsp;SPRC</strong>&nbsp;หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ดำเนินการจัดทำแผนลดระดับความรุนแรงของกรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;ระดับ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ระดับรุนแรง&nbsp;(สีแดง)&nbsp;ปานกลาง&nbsp;(สีส้ม)&nbsp;และระดับปลอดภัย&nbsp;(สีเขียว)&nbsp;โดยนำหลักเกณฑ์&nbsp;3&nbsp;เกณฑ์&nbsp;มาเป็นเงื่อนไขในการพิจารณาในการยุติสถานการณ์ดังกล่าว&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.คุณภาพชายหาดและพื้นที่ชายหาด&nbsp;ต้องไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;2.&nbsp;คุณภาพน้ำทะเลต้องอยู่ในระดับ&nbsp;4&nbsp;ที่สามารถลงเล่นน้ำได้&nbsp;และ&nbsp;3.&nbsp;คุณภาพอาหารทะเลในพื้นที่ต้องไม่มีสารปนเปื้อน&nbsp;สามารถรับประทานได้ตามปกติ&nbsp;โดย&nbsp;SPRC&nbsp;จะต้องนำเสนอแผนต่อที่ประชุมภายในวันจันทร์นี้&nbsp;ขณะเดียวกันต้องประชาสัมพันธ์ข้อมูลหลักเกณฑ์ทั้งสามด้านลงสื่อทุกช่องทางที่มีอยู่</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;</strong>นายธานี&nbsp;จารุนัฎ&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยอง&nbsp;ได้ตรวจสอบเฝ้าระวังบริเวณชายหาด&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;พบว่า&nbsp;คุณภาพน้ำเบื้องต้นอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;และได้เก็บตัวอย่างน้ำชายหาดไปตรวจวิเคราะห์หาสารโลหะหนัก&nbsp;(HM)&nbsp;ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า&nbsp;อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ยกเว้นตัวอย่างน้ำที่เก็บเมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีค่าสารผสมของสารประกอบในน้ำมัน&nbsp;(TPH)&nbsp;ที่จุดชายหาดลานหินขาวและก้นอ่าวสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;อย่างไรก็ตามทางกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ได้เก็บตัวอย่างน้ำชายหาดจุดเดิมไปวิเคราะห์รอบสอง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินการวิเคราะห์&nbsp;คาดว่าผลจะออกประมาณวันที่&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;นี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205185803935"],
    [167,"คณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัยสภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ จ.ชัยภูมิ แก้ไขปัญหาน้ำชีกัดเซาะตลิ่ง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เวลา&nbsp;16.30&nbsp;น.</strong>&nbsp;คณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัยสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะริมตลิ่งการตื้นเขินของแม่น้ำและลำคลอง&nbsp;นำโดย&nbsp;นางสาวธนภร&nbsp;โสมทองแดง&nbsp;ประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายเชิงชาย&nbsp;ชาลีรินทร์&nbsp;ส.ส.จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;เขต&nbsp;2,&nbsp;นายสมบัติ&nbsp;ไตรศักดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;และคณะทำงานลงพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;เพื่อติดตามแนวทางแก้ไขปัญหาการกัดเซาะริมตลิ่ง&nbsp;ของแม่น้ำชี&nbsp;พร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชนในพื้นที่&nbsp;อำเภอบ้านเขว้า&nbsp;และอำเภอจัตุรัส&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์น้ำท่วมเมื่อปี&nbsp;2564&nbsp;</p><p><strong>นายเชิงชาย&nbsp;ชาลีรินทร์&nbsp;</strong>ส.ส.จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา&nbsp;จังหวัดชัยภูมิได้ประสบอุทกภัยอย่างหนักจากอิทธิพลของพายุเตี้ยนหมู่&nbsp;ส่งผลให้หลายพื้นที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักที่สุดในรอบกว่า&nbsp;10&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;เช่นที่บ้านหางเรียง&nbsp;ตำบลลุ่มลำชี&nbsp;อำเภอบ้านเขว้า&nbsp;ตำบลท่าศาลา&nbsp;และตำบลส้มป่อย&nbsp;ในเขตอำเภอจัตุรัส&nbsp;มวลแม่น้ำชีได้กัดเซาะตลิ่งและพนังกั้นน้ำจนพังเสียงหายส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนเสียหาย&nbsp;ตนซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการจะนำความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เข้าที่ประชุมฯ&nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่</p><p><strong>นางสาวธนภร&nbsp;โสมทองแดง&nbsp;</strong>ประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ภารกิจการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัยสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้&nbsp;เพื่อเดินทางมาศึกษาสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น&nbsp;จากการเสนอปัญหาของ&nbsp;ส.ส.ในพื้นที่เขต&nbsp;2&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ซึ่งเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯชุดใหญ่&nbsp;เพื่อจัดทำแผนในปี&nbsp;2566&nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;ซึ่งจะมีการก่อสร้างพนังกั้นน้ำที่มีความแข็งแรงในจุดที่แม่น้ำชีไหลมารวมกัน&nbsp;หรือจุดที่มีความเสี่ยง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่อำเภอคอนสวรรค์,&nbsp;อำเภอเนินสง่า,&nbsp;อำเภอบ้านเขว้า&nbsp;และอำเภอจัตุรัส&nbsp;ดังนั้นจึงอยากให้ประชาชนในพื้นที่สบายใจว่าทางคณะกรรมาธิการฯพยายามผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ชัยภูมิ","สวท.ชัยภูมิ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205200013946"],
    [168,"กรรมาธิการลงพื้นที่ชัยภูมิ หาแนวทางแก้ปัญหาการกัดเซาะริมตลิ่งแม่น้ำชี","<p><strong>เย็นวันนี้&nbsp;(5&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;</strong>นางสาวธนภร&nbsp;โสมทองแดง&nbsp;ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ได้นำคณะเดินทางไปศึกษาดูงานและตรวจสภาพพื้นที่ประสบปัญหาการกัดเซาะริมตลิ่ง&nbsp;การตื้นเขินของแม่น้ำและลำคลองในพื้นที่อำเภอต่างๆ&nbsp;ของจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ที่มีพื้นที่ติดกับลำน้ำชี&nbsp;ช่วงน้ำหลาก&nbsp;พื้นที่เหล่านี้ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำชีล้นตลิ่ง&nbsp;ท่วมบ้านเรือน&nbsp;พื้นที่การเกษตร&nbsp;สาธารณูปโภค&nbsp;กัดเซาะถนน&nbsp;ริมตลิ่งได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก</p><p><strong>โดยจุดแรก&nbsp;</strong>ได้เข้ารับทราบสภาพปัญหาจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ที่โรงเรียนบ้านลำชี&nbsp;ต.โนนสะอาด&nbsp;อ.คอนสวรรค์&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;และดูพื้นที่จริงบริเวณด้านหลังอาคารเรียน&nbsp;ติดกับลำน้ำชี&nbsp;ช่วงน้ำหลากน้ำได้ไหลเอ่อล้นคันดิน&nbsp;เข้าท่วมบริเวณโรงเรียนทั้งหมด&nbsp;จนต้องปิดการเรียนการสอน&nbsp;จากนั้นได้ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร&nbsp;บ้านเรือนราษฎรอีกหลายหมู่บ้าน&nbsp;ราษฎรต้องการให้ภาครัฐสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาว&nbsp;ซึ่งตัวแทนกรมเจ้าท่าและกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;ได้สำรวจออกแบบสร้างเขื่อนเอาไว้แล้ว&nbsp;งบประมาณ&nbsp;65&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีแผนดำเนินการก่อสร้างในปี&nbsp;2566&nbsp;-2567&nbsp;คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาในชั้นกรรมธิการประมาณช่วงปลายปีนี้</p><p><strong>จากนั้นได้เดินทางไปรับทราบปัญหาและดูพื้นที่จริง</strong>&nbsp;บริเวณริมแม่น้ำชีบ้านท่าพุทธา&nbsp;ต.กะฮาด&nbsp;อ.เนินสง่า&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;ปัญหาน้ำหลากเข้าท่วมบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ติดริมตลิ่งลำน้ำชี&nbsp;เนื่องจากบริเวณน้ำเป็นที่ต่ำ&nbsp;ไม่มีแนวพนังกั้นน้ำชี&nbsp;จึงเกิดการกัดเซาะริมตลิ่งอย่างรุนแรง&nbsp;เป็นประจำทุกปี&nbsp;ชาวบ้านต้องการเขื่อนกั้นน้ำเซาะตลิ่งเพิ่มเติมในพื้นที่ตำบลกะฮาด&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;จุด&nbsp;ความยาวจุดละประมาณ&nbsp;800-900&nbsp;เมตร&nbsp;ในเขตบ้านหนองตาโพธิ์&nbsp;บ้านขี้เหล็ก&nbsp;บ้านท่าพุทธา&nbsp;บ้านไร่ลำชี&nbsp;บ้านท่าหว้า&nbsp;และบ้านหนองกะเทือง&nbsp;ต้องการยกระดับคันคูป้องกันน้ำท่วมให้สูงขึ้น&nbsp;ตลอดแนว&nbsp;23&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และต้องการประตูปิดเปิด&nbsp;ระบายน้ำลงน้ำชีในช่วงน้ำหลากอีกด้วย</p><p><strong>ซึ่งคณะกรรมาธิการประกอบด้วย&nbsp;</strong>นายจักรพรรดิ&nbsp;ไชยสาส์น&nbsp;รองประธาน&nbsp;คนที่สาม&nbsp;นายเชิงชาย&nbsp;ชาลีรินทร์&nbsp;รองประธานคนที่ห้า&nbsp;นางสาวเพชรดาว&nbsp;โต๊ะมีนา&nbsp;เลขานุการคณะกรรมาธิการ&nbsp;นางสาวธนภร&nbsp;โสมทองแดง&nbsp;ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการ&nbsp;และประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาการกัดเซาะริมตลิ่ง&nbsp;การตื้นเขินของแม่น้ำและลำคลอง&nbsp;จะได้นำโครงการต่างๆ&nbsp;ที่ชาวบ้านเสนอผ่านระบบงบประมาณต่างๆ&nbsp;เข้าสู่การพิจารณาตามลำดับต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ชัยภูมิ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยภูมิ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205220646967"],
    [169,"สภาพชายฝั่งทะเลระยองและเกาะเสม็ดยังเป็นปกติและไม่พบคราบน้ำมัน พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อเนื่อง","<p><strong>สภาพชายฝั่งทะเลระยองและเกาะเสม็ดยังเป็นปกติและไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อเนื่อง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(ระยอง)&nbsp;ได้นำเรือ&nbsp;ทช.111&nbsp;,&nbsp;ทช.221&nbsp;และ&nbsp;ทช.331&nbsp;เข้าปฏิบัติการตรวจติดตามเส้นทางการแพร่กระจายน้ำมันดิบรั่ว&nbsp;บริเวณมาบตาพุด-เกาะเสม็ด&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;2&nbsp;เส้นทาง&nbsp;คือ&nbsp;มาบตาพุด-สุดหาดแม่รำพึง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;28&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และ&nbsp;บ้านเพ-รอบเกาะเสม็ด&nbsp;ระยะทาง&nbsp;22.7&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ทุกเส้นทางไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;พร้อมยังนำเรือ&nbsp;ทช.804&nbsp;(พะยูน)&nbsp;ปฏิบัติภารกิจติดตามสถานการณ์บริเวณหมู่เกาะเสม็ด&nbsp;ชายหาดแม่รำพึง&nbsp;อ่าวเพ&nbsp;&nbsp;ต.เพ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ต่อเนื่อง&nbsp;โดยไม่พบคราบน้ำมันดิบในบริเวณดังกล่าวเช่นกัน&nbsp;ขณะที่ปฏิบัติการลาดตระเวนด้วยการเดินเท้าตรวจติดตามบริเวณชายฝั่งในแนวที่ได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมันดิบรั่วตั้งแต่ชายหาดแสงจันทร์&nbsp;หาดสุชาดา&nbsp;แหลมเจริญ&nbsp;แหลมรุ่งเรือง&nbsp;จนสุดหาดแม่รำพึง&nbsp;บ้านเพ&nbsp;และตลอดแนวชายหาดไม่พบคราบน้ำมันและคุณภาพน้ำทะเลใสแล้ว</p>","2022-06-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206085142994"],
    [170,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม. ปริมณฑล และพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่ หลังมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;หลังมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(6&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงช่วงวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;แล้วฝุ่นจะสูงขึ้นบางพื้นที่วันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;12&nbsp;กุมภาพันธ์?พื้นที่ภาคเหนือจะมีแนวโน้มฝุ่นละอองสูงขึ้น&nbsp;แต่ภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-06-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206095330997"],
    [171,"จ.แม่ฮ่องสอน เร่งตรวจสอบความเสียหายในพื้นที่ และให้ความช่วยเหลือประชาชน หลังวานนี้ (5 ก.พ. 65) มีรายงานฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกในพื้นที่","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ตามที่วันที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;มีรายงานฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ล่าสุดนายประเสริฐ&nbsp;จิตต์พลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;แจ้งด่วนถึงนายอำเภอ&nbsp;ทุกอำเภอของจังหวัด&nbsp;ให้ตรวจสอบความเสียหายในพื้นที่&nbsp;การให้ความช่วยเหลือ&nbsp;และความต้องการความช่วยเหลือจากจังหวัด&nbsp;แล้วรายงานให้จังหวัดทราบโดยด่วน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ให้ติดตามสถานการณ์อากาศแปรปรวน</strong>&nbsp;ฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่&nbsp;ไปจนถึง&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p>","2022-06-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206111000023"],
    [172,"อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะ ตรวจเยี่ยมติดตามผลการดำเนินงานของสหกรณ์นิคมแม่สอด จำกัด จังหวัดตาก","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)?&nbsp;นายวิศิษฐ์&nbsp;ศรีสุวรรณ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายอัชฌา&nbsp;สุวรรณนิตย์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;นายศักดิ์ชัย&nbsp;ไชยพุทธ&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรม&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;1&nbsp;,&nbsp;17&nbsp;,&nbsp;18&nbsp;และคณะ&nbsp;เข้าตรวจเยี่ยมติดตามผลการดำเนินงานของสหกรณ์นิคมแม่สอด&nbsp;จำกัด&nbsp;ตำบล&nbsp;แม่กาษา&nbsp;อำเภอแม่สอด&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;โดยมีนายอาการ&nbsp;ใจแก้วทิ&nbsp;ประธานกรรมการ&nbsp;นายสุวัฒน์&nbsp;มีผิว&nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์&nbsp;และสมาชิกสหกรณ์&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โอกาสนี้&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;ได้ติดตามรับฟังผลการดำเนินงานของสหกรณ์</strong>&nbsp;และให้คำแนะนำแนวทางด้านการตลาด&nbsp;ด้านการประกอบอาชีพของสมาชิกในเขตนิคมสหกรณ์&nbsp;เพื่อให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;เน้นย้ำเรื่องการใช้อุปกรณ์การตลาดที่ได้รับให้คุ้มค่ามากที่สุด&nbsp;การบริหารจัดการที่ดี&nbsp;มีเป้าหมายในการทำงาน&nbsp;วางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับการตลาด&nbsp;ส่งเสริมอาชีพของสมาชิก&nbsp;โดยมอบหมายให้สำนักงานสหกรณ์จังหวัด&nbsp;เข้าไปร่วมจัดทำและขับเคลื่อนแผนการดำเนินงานของสหกรณ์ให้ต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม&nbsp;และได้ให้กำลังใจแก่คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ในการปฏิบัติงาน&nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของสมาชิกให้อยู่ดีกินดีต่อไป&nbsp;พร้อมเยี่ยมชมตลาดกลางรวบรวมข้าวโพดและข้าวเปลือก&nbsp;โกดัง&nbsp;ลานตาก&nbsp;ไซโล&nbsp;ที่ตั้งโรงงานผลิตอาหารสัตว์&nbsp;และสถานที่รวบรวมเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากนั้น&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมชมแปลงเกษตรของนายรังสิต&nbsp;ไชยา</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นสมาชิกของสหกรณ์นิคมแม่สอด&nbsp;จำกัด&nbsp;ตั้งอยู่ที่&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลแม่ปะ&nbsp;อำเภอแม่สอด&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;ซึ่งเป็นแปลงปลูกพืชผักอินทรีย์หลายชนิด&nbsp;เช่น&nbsp;ขึ้นฉ่าย&nbsp;คะน้า&nbsp;และเห็ด&nbsp;รวมทั้งเลี้ยงไก่&nbsp;ไข่&nbsp;ขายในท้องถิ่นตลาดเช้าเย็น&nbsp;มีรายได้ทุกวัน&nbsp;วันละ&nbsp;300-500&nbsp;บาท&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการเลี้ยงโค&nbsp;ทำรายได้รายปี&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;สหกรณ์ได้สนับสนุนการประกอบอาชีพเสริมให้กับสมาชิก&nbsp;โดยให้สินเชื่อเพื่อส่งเสริมอาชีพอัตราดอกเบี้ยตำ่&nbsp;0-1%&nbsp;รวมทั้งจัดหาปัจจัยการผลิต&nbsp;หาช่องทางการตลาดเพิ่มเติมให้กับสมาชิกอีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สหกรณ์นิคมแม่สอด&nbsp;จำกัด&nbsp;จดทะเบียนจัดตั้ง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2518</strong>&nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิก&nbsp;2,450&nbsp;ราย&nbsp;มีทุนดำเนินกว่า&nbsp;180&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สหกรณ์ดำเนินธุรกิจ&nbsp;6&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ธุรกิจรวบรวมผลผลิต&nbsp;ธุรกิจจัดหาปัจจัยการผลิต&nbsp;ธุรกิจแปรรูปผลผลิต&nbsp;ธุรกิจสินเชื่อ&nbsp;ธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;และธุรกิจเมล็ดพันธุ์&nbsp;ซึ่งสหกรณ์ฯ&nbsp;ได้รับงบสนับสนุนอุปกรณ์การตลาดจากกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรงอบลดความชื้น&nbsp;100&nbsp;ตัน/วัน&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;โรง&nbsp;ลานตาก&nbsp;ขนาด&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;โกดังเอนกประสงค์&nbsp;ขนาด&nbsp;30x70&nbsp;เมตร&nbsp;เครื่องสีขาวโพด&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;เครื่อง&nbsp;สหกรณ์ได้มีการส่งเสริมให้สมาชิกปลูกพืชผักปลอดภัยจากสารเคมี&nbsp;และจะพัฒนาไปเป็นพืชพักอินทรีย์ในอนาคต&nbsp;รวมทั้งส่งเสริมให้สมาชิกเลี้ยงวัวอีกด้วย</p>","2022-06-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206124032058"],
    [173,"ปฏิรูปที่ดินจังหวัดพะเยา ประกาศห้ามเผาในเขตปฏิรูปที่ดิน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ - 30 เมษายน 2565","<p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;แก้วบุญเสริฐ&nbsp;</strong>ปฏิรูปที่ดินจังหวัดพะเยา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในช่วงฤดูแล้งของทุกปี&nbsp;ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน&nbsp;มักจะเกิดการเผาในที่โล่งขึ้นเป็นประจำ&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตปฏิรูปที่ดินซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศทำให้ฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานเป็นสาธารณะภัยที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสภาพแวดล้อมโดยทั่วไป&nbsp;ทำให้รัฐต้องสูญเสียงบประมาณในการระดมกำลังเจ้าหน้าที่เครื่องมือ&nbsp;และยานพาหนะเข้าดับไฟ&nbsp;ซึ่งลุกลามเป็นไฟป่าจำนวนมาก&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายและแก้ไขปัญหาการเผาในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดพะเยา&nbsp;จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา&nbsp;11&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;พ.ศ.2518&nbsp;แก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;2)&nbsp;พ.ศ.2519&nbsp;และฉบับที่&nbsp;3&nbsp;พ.ศ.2532&nbsp;ประกอบระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;ว่าด้วย&nbsp;การให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพ.ศ.2535&nbsp;แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่&nbsp;2&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2540&nbsp;ข้อ&nbsp;7&nbsp;(7)&nbsp;จึงออกประกาศ&nbsp;ให้พื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินทุกหมู่บ้าน/ตำบล/อำเภอ&nbsp;ในท้องที่จังหวัดพะเยา&nbsp;เป็นเขตห้ามเผาทุกชนิด&nbsp;โดยเด็ดขาด&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;หากเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยอาจเสียสิทธิ์ในการเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินและถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-06-02T00:00:00","ภาคเหนือ","พะเยา","สวท.พะเยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206130748072"],
    [174,"ชาวประมงเรือเล็กพื้นบ้านบางงกระเฌอ  พบซากเต่ากระลอยตายขึ้นอืดห่างฝั่งหาดแม่รำพึง 2 กม.","<p>เวลา&nbsp;12.00&nbsp;น.วันที่&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายประเสริฐ&nbsp;แสงเมฆ&nbsp;อายุ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้านเรือเล็กบางกะเฌอ&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;ว่าพบเต่ากระลอยตายกลางทะเลห่างฝั่งบริเวณ&nbsp;2&nbsp;กม.จึงนำเข้าฝั่ง&nbsp;แจ้งเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;นำไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตาย&nbsp;</p><p><strong>นายประเสริฐ&nbsp;แสงเมฆ&nbsp;</strong>ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้านเรือเล็กบางกะเฌอ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เมื่อช่วงเช้าได้ออกเรือไปเก็บอวนจับสัตว์น้ำกลางทะเล&nbsp;กำลังจะนำเรือเข้าฝั่ง&nbsp;พบซากเต่ากระลอยตายขึ้นอืดอยู่ใกล้บริเวณที่พบมีคราบน้ำมันลักษณะฟิล์มบางๆ&nbsp;กระจายทั่วบริเวณ&nbsp;ห่างฝั่งประมาณ&nbsp;2&nbsp;กม.ใก้ๆ&nbsp;เกาะเสม็ด&nbsp;จึงนำเข้าฝั่ง&nbsp;ซึ่งจากการตรวจสอบพบเป็นเต่ากระเพศเมีย&nbsp;อายุประมาณ&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;น้ำหนักประมาณ&nbsp;2&nbsp;กก.&nbsp;ยาว&nbsp;30&nbsp;ซม.คาดว่าตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า&nbsp;6&nbsp;ชม.พบมีเลือดออกทางปาก&nbsp;และพบตาถลน&nbsp;ทั้งยังไม่แน่ใจว่าซากเต่ากระตัวดังกล่าวตายเพราะคราบน้ำมันหรือไม่&nbsp;เบื้องต้นได้แจ้งเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;นำไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตายต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-06-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206132015077"],
    [175,"ก.ทรัพย์ และ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ สามารถฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้งกว่าร้อยละ 60 ซึ่งการพัฒนาตามแนวทางคนอยู่ร่วมกับป่าทำได้จริงและประสบความสำเร็จ","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และ&nbsp;มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;สามารถฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้งกว่าร้อยละ&nbsp;60&nbsp;ซึ่งการพัฒนาตามแนวทางคนอยู่ร่วมกับป่าทำได้จริงและประสบความสำเร็จ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมในพื้นที่&nbsp;ปลูกป่า&nbsp;ปลูกคน&nbsp;ของโครงการพัฒนาดอยตุง&nbsp;(พื้นที่ทรงงาน)&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ที่กรมป่าไม้ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;พบสามารถฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมและช่วยเพิ่มพื้นที่ป่ากลับคืนมาให้กับประเทศไทยได้ร้อยละ&nbsp;60&nbsp;จากเดิมอยู่ที่ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ที่ต้องมีพื้นที่สีเขียวไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;55&nbsp;ของพื้นที่ประเทศภายในปี&nbsp;2580&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;พื้นที่ป่าธรรมชาติร้อยละ&nbsp;35&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าเศรษฐกิจร้อยละ&nbsp;15&nbsp;และพื้นที่สีเขียวในเมืองร้อยละ&nbsp;5&nbsp;โดยหัวใจสำคัญทำอย่างไรให้ใช้พื้นที่เท่าเดิมไม่ให้แผ้วถางเพิ่มอีก&nbsp;เบื้องต้นมีจำนวนคนเพิ่มขึ้น&nbsp;และสามารถเพิ่มพื้นที่ป่าให้มากขึ้นด้วย&nbsp;โดยให้องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก&nbsp;(อบก.)&nbsp;เป็นศูนย์กลางประเมินคาร์บอนเครดิตที่สามารถกักเก็บได้จากพื้นที่ป่าที่เพิ่มขึ้น&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามเป้าของโครงการฯช่วยสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;พัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร&nbsp;และเป็นเครื่องยืนยันว่าคนอยู่กับป่าได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โครงการพัฒนาดอยตุงฯ&nbsp;ได้รับการอนุญาตการเข้าใช้ประโยชน์พื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกว่า&nbsp;91,779&nbsp;ไร่&nbsp;มีงานด้านการฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมร่วมกับกรมป่าไม้และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ&nbsp;ด้วยการน้อมนำแนวพระราชดำริฯมาเป็นแนวทางพัฒนาพื้นที่และคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ยึดระเบียบ&nbsp;หลักเกณฑ์&nbsp;และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมาสามารถจัดตั้งป่าชุมชนร่วมกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;และพะเยา&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;รวมพื้นที่&nbsp;10,929&nbsp;ไร่&nbsp;ช่วยกักเก็บปริมาณคาร์บอนได้&nbsp;5,306&nbsp;ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี&nbsp;พร้อมเตรียมจัดตั้งป่าชุมชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อีก&nbsp;7&nbsp;แห่งต่อไป</p>","2022-06-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206150229094"],
    [176,"ปศุสัตว์จังหวัดแพร่ สัมมนาเชิงปฏิบัติการการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ประจำปี 2565","<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&nbsp;ร่วมประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ</strong>&nbsp;เรื่อง&nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินโครงการธนาคารโค-กระบือ&nbsp;เพื่อเกษตรกร&nbsp;ตามพระราชดำริ&nbsp;แบบบูรณาการในพื้นที่สำนักงานปศุสัตว์เขต&nbsp;5&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ปศุสัตว์เขต&nbsp;5&nbsp;ได้รับทราบพระราชดำริ&nbsp;วัตถุประสงค์ของโครงการ&nbsp;เพื่อปฏิบัติงานสนองพระราชดำริ&nbsp;โดยให้ผู้ปฏิบัติงานได้มีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางการดำเนินโครงการ&nbsp;และแลกเปลี่ยนประสบการณ์&nbsp;ทัศนคติ&nbsp;ร่วมเสนอแนะวิธีการแก้ไขปัญหาอุปสรรคจากการดำเนินงานที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายพนม&nbsp;มีศิริพันธุ์&nbsp;ปศุสัตว์เขต&nbsp;5&nbsp;</strong>ได้มอบนโยบายให้กับผู้เข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;ในการดำเนินโครงการธนาคารโค-กระบือ&nbsp;เพื่อเกษตรกร&nbsp;ตามพระราชดำริ&nbsp;จะต้องมีแผนการติดตามลูกเกิดที่ชัดเจน&nbsp;มีการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานในพื้นที่สำนักงานปศุสัตว์เขต&nbsp;5&nbsp;ตั้งแต่ระดับอำเภอ&nbsp;จังหวัด&nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์เขตมีการดำเนินการด้วยความถูกต้อง&nbsp;โปร่งใส&nbsp;ตรงตามระเบียบ&nbsp;นโยบายของโครงการธนาคารโค-กระบือ&nbsp;เพื่อเกษตรกร&nbsp;ตามพระราชดำริ&nbsp;อันเป็นการปฏิบัติงานสนองพระราชดำริอย่างเต็มความสามารถ&nbsp;ทำให้เกิดประสิทธิผลอันเป็นประโยชน์แก่เกษตรกรต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-06-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206142721086"],
    [177,"อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมคณะตรวจเยี่ยมติดตามผลการดำเนินงานของกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 2 สำนักงานสหกรณ์จังหวัดตาก (สาขาแม่สอด)","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;นายวิศิษฐ์&nbsp;ศรีสุวรรณ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายอัชฌา&nbsp;สุวรรณนิตย์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;นายศักดิ์ชัย&nbsp;ไชยพุทธ&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรม&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;1&nbsp;,&nbsp;17&nbsp;,&nbsp;18&nbsp;และคณะ&nbsp;เข้าตรวจเยี่ยมติดตามผลการดำเนินงานของกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;2&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดตาก&nbsp;(สาขาแม่สอด)&nbsp;ตำบลท่าสายลวด&nbsp;อำเภอแม่สอด&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;โดยมีนายนำโชค&nbsp;ศิลกุล&nbsp;สหกรณ์จังหวัดตาก&nbsp;นางสาวนภาวรรณ&nbsp;ตาทิพย์&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;2&nbsp;และบุคลากรสำนักงานสหกรณ์จังหวัดตาก&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;และคณะ</strong>&nbsp;ได้รับฟังผลการดำเนินงานของกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;2&nbsp;ในเรื่องผลประกอบการ&nbsp;และการดำเนินงานของสหกรณ์ที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ&nbsp;โดยเน้นย้ำการทำงานที่มุ่งเน้นที่ตัวสหกรณ์เป็นหลัก&nbsp;แนะนำให้ผู้อำนวยการกลุ่มลงพื้นที่ไปพูดคุยทำงานร่วมกับสหกรณ์&nbsp;สามารถทำงานร่วมกับกลุ่มเกษตรกรได้&nbsp;พร้อมให้ความร่วมมือ&nbsp;สนับสนุน&nbsp;ช่วยเหลือสหกรณ์&nbsp;เพื่อให้สหกรณ์มีความเข้มแข็ง&nbsp;สามารถพัฒนาสหกรณ์ให้เป็นองค์หลักในพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของของสมาชิกสหกรณ์ให้ดีขึ้นต่อไป</p>","2022-06-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206150532097"],
    [178,"กลุ่มประมงพื้นบ้าน เข้าพบผู้ว่าฯ ระยอง เรียกร้องการเยียวยาอย่างทั่วถึง เป็นธรรม แก้ไขปัญหาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอย่างมีส่วนร่วม ยั่งยืน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้มีโอกาสพบปะ&nbsp;พูดคุย&nbsp;และรับฟังข้อเรียกร้องจากพี่น้องกลุ่มประมงพื้นบ้านที่ศูนย์ราชการ&nbsp;เรื่องการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำมันรั่ว&nbsp;ซึ่งทางกลุ่มต้องการให้มีการดำเนินการอย่างมีส่วนร่วม&nbsp;และแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน&nbsp;และในส่วนของการชดใช้ค่าเสียหายก็อยากให้มีความทั่วถึง&nbsp;และเป็นธรรม&nbsp;ทางจังหวัดและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องตระหนักดีว่า&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น&nbsp;ทั้งในเรื่องการฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;รวมไปถึงการชดใช้ค่าเสียหายนั้น&nbsp;ต้องนำบทเรียนจากเหตุการณ์เมื่อปี&nbsp;2556&nbsp;มาปรับปรุงแนวทางการทำงานให้ดีขึ้น&nbsp;และเปิดกว้างให้ผู้ได้รับผลกระทบเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา&nbsp;เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างยั่งยืนและตรงกับความต้องการของประชาชนมากที่สุด&nbsp;รวมทั้งได้เร่งรัดให้ทางบริษัทเอกชนซึ่งได้ออกแถลงการณ์ว่ายินดีที่จะรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้น&nbsp;ทั้งระยะสั้นและระยะยาว&nbsp;พร้อมทั้งเร่งบรรเทาความเดือดร้อนเป็นการเฉพาะหน้าให้รวดเร็วที่สุด&nbsp;เพื่อลดที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ขาดรายได้ในช่วงนี้&nbsp;ส่วนของจำนวนเงินที่จะชดใช้นั้น&nbsp;ขอให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย&nbsp;นั่นก็คือพี่น้องกลุ่มอาชีพต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และบริษัทได้ร่วมกันพิจารณาและหาข้อตกลงร่วมกัน&nbsp;ซึ่งแต่ละกลุ่มอาชีพแต่ละกลุ่มจะต้องหาข้อตกลงกันให้ได้&nbsp;และส่งตัวแทนมาทำหน้าที่เจรจาเพื่อให้ได้ข้อยุติที่ยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;ได้ให้ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เร่งลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็น&nbsp;ความต้องการและขอเสนอจากกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;และผู้ประกอบการรายย่อยอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ในพื้นที่ด้วยเพื่อให้การแก้ปัญหาและการชดใช้ค่าเสียหายเป็นไปโดยทั่วถึงและครอบคลุม&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;จังหวัดระยองได้ตั้งจุดรับเรื่องราวร้องทุกข์ในกรณีนี้ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด&nbsp;เทศบาลเมืองบ้านฉาง&nbsp;เทศบาลตำบลพลา&nbsp;เทศบาลนครระยอง&nbsp;เทศบาลเมืองมาบตาพุด&nbsp;เทศบาลตำบลเนินพระ&nbsp;เทศบาลตำบลบ้านเพ&nbsp;เทศบาลตำบลเชิงเนิน&nbsp;อบต.ตะพง&nbsp;อบต.แกลง&nbsp;อบต.กะเฉด&nbsp;เทศบาลตำบลสุนทรภู่&nbsp;เทศบาลตำบลแกลงกะเฉด&nbsp;เทศบาลตำบลปากน้ำประแส&nbsp;และเทศบาลตำบลน้ำคอก&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกกับประชาชน&nbsp;รวมทั้งทางโทรศัพท์ของศูนย์ดำรงธรรม&nbsp;สายด่วน&nbsp;1567&nbsp;ในการปรึกษาปัญหาและสอบถามข้อมูล</p>","2022-06-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206151332098"],
    [179,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงมากเหลือเพียงกว่า 100 จุด หลังมีฝนตกลงมาในภาคเหนือ โดยจุดความร้อนจากกัมพูชาและลาวกระทบชายแดนภาคอีมานและภาคตะวันออกของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงมากเหลือเพียงกว่า&nbsp;100&nbsp;จุด&nbsp;หลังมีฝนตกลงมาในภาคเหนือ&nbsp;โดยจุดความร้อนจากกัมพูชาและ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;กระทบชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคตะวันออกของไทย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(5&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;106&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากววันก่อน&nbsp;317&nbsp;จุด&nbsp;โดยพบมากสุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;51&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;17&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;15&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;และแม่ฮ่องสอน&nbsp;11&nbsp;จุด&nbsp;โดยพบจุดความร้อนมีปริมาณลดลงมากอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;ยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากเกิดฝนฟ้าคะนองในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันตก&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;ส่งผลให้คุณภาพอากาศวันนี้มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั้งประเทศอยู่ในระดับดีถึงดีมาก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อนแล้ว&nbsp;4,065&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;4,019&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;2,992&nbsp;จุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในกัมพูชา&nbsp;2,579&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;311&nbsp;จุด&nbsp;และเมียนมา&nbsp;183&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศกัมพูชาและ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-06-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206153838100"],
    [180,"ร้องทุกข์ผลกระทบน้ำมันรั่วไหลทะเลระยอง 8 วัน ทะลุ 5,000 ราย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(6&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)</strong>&nbsp;นายอนันต์&nbsp;นาคนิยม&nbsp;รอง&nbsp;ผวจ.ระยอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;หลังจากเปิดศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำมันรั่วที่หมู่บ้านสบายสบาย&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;มาแล้ว&nbsp;8&nbsp;วัน&nbsp;มีศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยอง&nbsp;,&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;,&nbsp;อำเภอเมืองระยอง&nbsp;,&nbsp;เทศบาลตำบลบ้านเพ&nbsp;,&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลเพ&nbsp;,&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลตะพง&nbsp;และบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ซึ่งมีผู้เดือดร้อนทยอยเข้ารับแจ้งตลอด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับยอดผู้ที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่วันแรกถึงวันนี้&nbsp;มียอดรวมทั้งหมด&nbsp;5,235&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ได้รับผลกระทบเข้ามาร้องเรียนเพิ่มอีก&nbsp;ซึ่งยังคงเปิดศูนย์รับร้องเรียนไปจนถึงวันที่&nbsp;11&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;ก่อนจะย้ายไปรับเรื่องร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง&nbsp;พร้อมกับเปิดศูนย์เพิ่มอีก&nbsp;14&nbsp;แห่ง&nbsp;ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ติดกับทะเลใน&nbsp;จ.ระยอง</p>","2022-06-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206155030103"],
    [181,"เทศบาลตำบลท่าระหัด จับมือชาวบ้านจัดกิจกรรมรักษาความสะอาดถนนหลวง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายคมสันติ์&nbsp;สุขสมดาว&nbsp;นายกเทศบาลตำบลท่าระหัด&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สุพรรณบุรี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากกรณีที่เทศบาลท่าระหัด&nbsp;จับมือแขวงทางหลวง&nbsp;บ.ชมเดือน&nbsp;คอมเพล็กซ์&nbsp;จำกัด&nbsp;ลงนาม&nbsp;MOU&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;\"สร้างวินัย&nbsp;รักษาความสะอาดในชุมชน\"&nbsp;คุณทิ้งเราเก็บ&nbsp;ของ&nbsp;ดร.อุดม&nbsp;โปร่งฟ้า&nbsp;และ&nbsp;ดร.สุจิตรา&nbsp;ทรงมัจฉา&nbsp;ที่ปรึกษา&nbsp;รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;จึงได้ร่วมกับข้าราชการ&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;พร้อมใจกันเก็บขยะมูลฝอย&nbsp;ทำความสะอาดฟุตบาธ&nbsp;ทางเท้า&nbsp;ถนนหลวง&nbsp;พร้อมนำรถน้ำมาฉีดทำความสะอาด&nbsp;ให้มีความสะอาดสวยงาม&nbsp;น่าอยู่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันของทุกภาคส่วน</strong>&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยในเขตพื้นที่ของเทศบาลตำบลท่าระหัด&nbsp;โดยการรณรงค์ให้ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาคประชาชน&nbsp;ได้ร่วมมือกันบริหารจัดการขยะมูลฝอยอย่างเป็นระบบ&nbsp;ตามแผนพัฒนาชุมชน&nbsp;จังหวัดสะอาด&nbsp;เพื่อให้สามารถดำเนินการกำจัดขยะ&nbsp;มูลฝอย&nbsp;ได้อย่างถูกสุขลักษณะและมีความยั่งยืน&nbsp;เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;หมู่บ้านชุมชน&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ในการกำจัดขยะมูลฝอยในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลท่าระหัด&nbsp;เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการขยะมูลฝอย&nbsp;เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ประสิทธิผล&nbsp;เกิดผลดีต่อส่วนรวมและถูกต้อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้าน&nbsp;นายคมสันติ์ฯ</strong>&nbsp;กล่าวต่อว่า&nbsp;การทำความสะอาดในครั้งนี้ถือว่าเป็นการต่อยอดจากการที่เทศบาลท่าระหัด&nbsp;จับมือ&nbsp;แขวงทางหลวง&nbsp;บ.ชมเดือน&nbsp;คอมเพล็กซ์&nbsp;จำกัด&nbsp;ลงนาม&nbsp;MOU&nbsp;โครงการ&nbsp;\"สร้างวินัย&nbsp;รักษาความสะอาดในชุมชน&nbsp;คุณทิ้งเราเก็บ&nbsp;อีกด้วย&nbsp;เพื่อทำให้&nbsp;ต.ท่าระหัด&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียงมีความใสสะอาด&nbsp;เป็นระเบียบเรียบร้อย&nbsp;สร้างบรรยากาศที่ดีให้กับชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป</p>","2022-06-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206161130110"],
    [182,"คุมเข้มการบริหารจัดการน้ำช่วงแล้งปีนี้  ทั่วถึงและสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังลงพื้นที่ไปติดตามการบริหารจัดการน้ำช่วงแล้ง&nbsp;2564/65&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี&nbsp;ว่าปัจจุบันปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;ความจุเก็บกัก&nbsp;960&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.&nbsp;มีปริมาณน้ำใช้การได้&nbsp;676&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;75&nbsp;ของความจุอ่างฯ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับแผนการบริหารจัดการน้ำหน้าแล้งปีนี้ในพื้นที่สำนักงานชลประทานที่&nbsp;10&nbsp;</strong>ซึ่งได้วางแผนในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งตามแผนบริหารความเสี่ยง&nbsp;ด้วยการเพิ่มศักยภาพการลำเลียงน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาสู่คลองส่งน้ำชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;โดยเตรียมความพร้อมการติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณปากคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;เพื่อสูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่คลองส่งน้ำชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;วางแผนจัดสรรน้ำเพื่อสนับสนุนการผลิตน้ำประปา&nbsp;ด้วยการจัดสรรน้ำแบบรอบเวรการใช้น้ำในคลอง&nbsp;ชัยนาท&nbsp;&nbsp;ป่าสัก&nbsp;รวมทั้งเตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่&nbsp;เพื่อสนับสนุนการลำเลียงน้ำจากคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;เข้าไปเติมให้กับแม่น้ำบางขาม&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ด้วย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในระยะสั้น</strong>&nbsp;ได้ดำเนินการตามมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำในช่วงแล้งปีนี้ทั้ง&nbsp;8&nbsp;มาตรการอย่างเคร่งครัด&nbsp;ที่สำคัญให้ทำการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงสถานการณ์น้ำและแนวทางในการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;รณรงค์ให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการประหยัดทรัพยากรน้ำ&nbsp;</p><p><strong>ส่วนแผนการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในระยะยาว</strong>&nbsp;&nbsp;กรมชลประทานได้วางแผนการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าแบบอาคารถาวรบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ที่อำเภอมโนรมย์&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อให้สามารถสูบน้ำเข้าคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;และสนับสนุนน้ำดิบในการผลิตน้ำประปา&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ดำเนินการ&nbsp;โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล&nbsp;แนวส่งน้ำยวม&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;สามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพลปีละประมาณ&nbsp;1,795&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานในพื้นที่</strong>&nbsp;บริหารจัดการน้ำให้ทั่วถึงและสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน&nbsp;ตามลำดับความสำคัญของกิจกรรมการใช้น้ำ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การอุปโภคบริโภค&nbsp;การรักษาระบบนิเวศ&nbsp;การเกษตรและการอุตสาหกรรม&nbsp;เพื่อให้มีน้ำใช้เพียงพอตลอดหน้าแล้งนี้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-06-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206180033142"],
    [183,"อธิบดีกรมชลประทาน นำทีมลงพื้นที่เขื่อนป่าสักฯ คุมเข้มการบริหารจัดการน้ำภัยแล้ง","<p><strong>ที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;จังหวัดลพบุรี</strong>&nbsp;นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ดร.ทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;ลงพื้นที่ไปติดตามการบริหารจัดการน้ำภัยแล้ง&nbsp;2564/65&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุรัช&nbsp;ธนูศิลป์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&nbsp;10&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมและรายงานสถานการณ์น้ำ&nbsp;นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่าปัจจุบัน&nbsp;ปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;ความจุเก็บกัก&nbsp;960&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.&nbsp;มีปริมาณน้ำใช้การได้&nbsp;676&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;75&nbsp;ของความจุอ่างฯ&nbsp;สำหรับแผนการบริหารจัดการน้ำภัยแล้ง&nbsp;&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;ในพื้นที่สำนักงานชลประทานที่&nbsp;10&nbsp;ซึ่งได้วางแผนในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งตามแผนบริหารความเสี่ยง&nbsp;ด้วยการเพิ่มศักยภาพการลำเลียงน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาสู่คลองส่งน้ำชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;โดยเตรียมความพร้อมการติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณปากคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;เพื่อสูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่คลองส่งน้ำชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;หากระดับน้ำในแม่เจ้าพระยาด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ระดับต่ำกว่า&nbsp;+13.00&nbsp;ม.รทก.&nbsp;พร้อมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;วางแผนจัดสรรน้ำเพื่อสนับสนุนการผลิตน้ำประปา&nbsp;ด้วยการจัดสรรน้ำแบบรอบเวรการใช้น้ำในคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;รวมทั้งเตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่&nbsp;เพื่อสนับสนุนการลำเลียงน้ำจากคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;เข้าไปเติมให้กับแม่น้ำบางขาม&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ด้วย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในระยะสั้น</strong>&nbsp;ได้ดำเนินการตามมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำในช่วงภัยแล้งปี&nbsp;2564/65&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;มาตรการอย่างเคร่งครัด&nbsp;ที่สำคัญให้ทำการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงสถานการณ์น้ำ&nbsp;และแนวทางในการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;รณรงค์ให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการประหยัดทรัพยากรน้ำ&nbsp;ด้านแผนการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในระยะยาว&nbsp;กรมชลประทานได้วางแผนการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าแบบอาคารถาวรบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ที่&nbsp;อ.มโนรมย์&nbsp;จ.ชัยนาท&nbsp;เพื่อให้สามารถสูบน้ำเข้าคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;และสนับสนุนน้ำดิบในการผลิตน้ำประปา&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ดำเนินการ&nbsp;\"โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล&nbsp;แนวส่งน้ำรวม-&nbsp;เขื่อนภูมิพล\"&nbsp;สามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพลปีละประมาณ&nbsp;1,795&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;</p><p><strong>ส่วนการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;</strong>อำเภอบ้านหมี่&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;ในการส่งเสริมการเพาะปลูกข้าวนาปรัง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;ตามแผนที่กรมชลประทานกำหนด&nbsp;แบ่งเป็นพื้นที่ในเขตโครงการชลประทานลพบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;56,685&nbsp;ไร่&nbsp;และพื้นที่ในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาช่องแค&nbsp;จำนวน&nbsp;8,040&nbsp;ไร่&nbsp;(รับน้ำจากคลองส่งน้ำ&nbsp;2&nbsp;ซ้าย&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;ซ้าย)&nbsp;ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรทำนาปรังแล้ว&nbsp;100%&nbsp;คาดว่าจะเก็บเกี่ยวในช่วงต้นเดือนเมษายนนี้และทางโครงการชลประทานลพบุรีได้เตรียมส่งเสริมการเพาะปลูกข้าวนาปีในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมตามแผนปรับปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปีของพื้นที่ลุ่มต่ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาต่อไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานในพื้นที่&nbsp;บริหารจัดการน้ำให้ทั่วถึงและสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน&nbsp;ตามลำดับความสำคัญของกิจกรรมการใช้น้ำ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การอุปโภคบริโภค&nbsp;การรักษาระบบนิเวศ&nbsp;การเกษตร&nbsp;และการอุตสาหกรรม&nbsp;เพื่อให้มีน้ำใช้เพียงพอตลอดภัยแล้งนี้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-06-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ลพบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206192910159"],
    [184,"เกษตรนครพนม จัดกิจกรรมสาธิตถ่ายทอดความรู้การใช้เทคโนโลยีจัดการเศษวัสดุการเกษตรทดแทนการเผา สร้างมูลค่าเพิ่ม ต่อยอดเป็นอาชีพในชุมชน","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอนาหว้า&nbsp;จัดกิจกรรมสาธิตถ่ายทอดความรู้การใช้เทคโนโลยีจัดการเศษวัสดุการเกษตรทดแทนการเผา&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ต่อยอดเป็นอาชีพในชุมชนอบรม&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นทีการเกษตร&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;(พื้นที่นำร่องกลุ่มเดิม)&nbsp;เพื่อเป็นการถ่ายทอดความรู้ในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่&nbsp;ให้เกษตรกรเห็นถึงความสำคัญในการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาสร้างมูลค่าเพิ่มและก่อเกิดเป็นรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;ทดแทนการเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วม&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;บ้านนาพระ&nbsp;ตำบลนาหว้า&nbsp;อำเภอนาหว้า&nbsp;จังหวัดนครพนม</p><p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การเผาในพื้นที่การเกษตรเป็นสาเหตุที่สำคัญของปัญหาที่ทำให้คุณภาพของดินขาดความอุดมสมบูรณ์&nbsp;ส่งผลให้พืชไม่สามารถเจริญเติบโตได้เต็มที่&nbsp;ผลผลิตที่ได้รับต่ำกว่าที่ควรจะเป็น&nbsp;และเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศที่สำคัญแหล่งหนึ่ง&nbsp;ซึ่งก่อให้เกิดก๊าซพิษ&nbsp;หมอกควัน&nbsp;ฝุ่นละออง&nbsp;เถ้า&nbsp;และเขม่าควัน&nbsp;ระบายออกสู่ชั้นบรรยากาศ&nbsp;ส่งผลให้เกิดปัญหาหมอกควันปกคลุมประเทศไทย&nbsp;มีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;ซึ่งพื้นที่การเกษตรที่มีการเผาสูง&nbsp;คือ&nbsp;นาข้าว&nbsp;ไร่อ้อย&nbsp;และไร่ข้าวโพด&nbsp;และสำหรับในพื้นที่อำเภอนาหว้า&nbsp;ภายหลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวแล้วเกษตรกรมักจะทำการเผาทำลายตอซังข้าว&nbsp;ซึ่งเป็นการทำลายจุลินทรีย์ในดิน&nbsp;ทำให้หน้าดินแห้งผลผลิตของพืชตกต่ำ&nbsp;รวมทั้งยังส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ</p><p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอนาหว้า&nbsp;ได้จัดอบรมเกษตรกรภายใต้&nbsp;โครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;กิจกรรม&nbsp;นำร่องสาธิตเทคโนโลยีการจัดการเศษวัสดุการเกษตรทดแทนการเผา&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจให้กับเกษตรกรได้ตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นแล&nbsp;พร้อมแนะนำทางเลือกในการใช้เทคโนโลยีการเกษตรทดแทนการเผา&nbsp;สร้างการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผา&nbsp;รวมทั้งสร้างต้นแบบในการทำการเกษตรปลอดการเผาเพื่อสนับสนุนการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ภายในงานประกอบด้วย&nbsp;กิจกรรมการเรียนรู้นำร่องสาธิตเทคโนโลยีการจัดการเศษวัสดุการเกษตรทดแทนการเผาในพื้นที่การเกษตรทั้งหมด&nbsp;4&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ดังนี้</p><p>กิจกรรมที่&nbsp;1&nbsp;การไถกลับตอซังข้าวแห้งโดยใช้รถแทรกเตอร์</p><p>กิจกรรมที่&nbsp;2&nbsp;สาธิตการปลูกปอเทืองเพื่อบำรุงดิน</p><p>กิจกรรมที่&nbsp;3&nbsp;สาธิตการเพาะเห็ดฟางจากเศษวัสดุทางการเกษตร</p><p>กิจกรรมที่&nbsp;4&nbsp;สาธิตการทำปุ๋ยหมักจากเศษวัสดุทางการเกษตร</p><p><strong>สำหรับการรณรงค์หยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;</strong>ได้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเน้นการถ่ายทอดความรู้พร้อมแนะนำการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;ที่ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;เช่น&nbsp;การเพาะเห็ดฟาง&nbsp;การทำอาหารสัตว์&nbsp;และการทำประมง&nbsp;ซึ่งเน้นในการลดต้นทุนการผลิตเป็นหลัก&nbsp;และสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรนในพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับความรู้ถึงผลกระทบจากการเผาในพื้นที่การเกษตรเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ก่อให้เกิดการสำนึกและรับผิดชอบต่อส่วนรวม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-06-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206192254158"],
    [185,"คพ. พบปี 64 ไทยมีปริมาณขยะติดเชื้อและขยะอันตรายเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์โควิด-19 จึงเพิ่มมาตรการและแนวทางกำจัดอย่างถูกวิธีลดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ขณะที่ขยะมูลฝอยมีปริมาณลดลง","<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;พบปี&nbsp;2564&nbsp;ประเทศไทยมีปริมาณขยะติดเชื้อและขยะอันตรายเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;จึงเพิ่มมาตรการและแนวทางกำจัดอย่างถูกวิธีลดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ขณะที่ขยะมูลฝอยมีปริมาณลดลง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวถึงสถานการณ์ขยะมูลฝอยปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมาว่า&nbsp;ภาพรวมปริมาณขยะมูลฝอยเกิดขึ้น&nbsp;24.98&nbsp;ล้านตัน&nbsp;พบลดลงจากปี&nbsp;2563&nbsp;ร้อยละ&nbsp;1&nbsp;หลังขยะมูลฝอยมีการคัดแยก&nbsp;ณ&nbsp;ต้นทาง&nbsp;และนำกลับไปใช้ประโยชน์&nbsp;8.61&nbsp;ล้านตัน&nbsp;โดยมีการกำจัดอย่างถูกต้อง&nbsp;9.68&nbsp;ล้านตัน&nbsp;และกำจัดไม่ถูกต้องประมาณ&nbsp;6.69&nbsp;ล้านตัน&nbsp;สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ปริมาณขยะมูลฝอยลดลงมาจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่มีการควบคุมการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมาประเทศไทย&nbsp;แต่มาตรการกำหนดให้ปฏิบัติงาน&nbsp;Work&nbsp;From&nbsp;Home&nbsp;และการสั่งอาหารผ่านระบบบริการส่งอาหาร&nbsp;(Food&nbsp;Delivery)&nbsp;เพิ่มมากขึ้น&nbsp;ส่งผลให้ปริมาณพลาสติกใช้ครั้งเดียว&nbsp;(Single&nbsp;use&nbsp;plastic)&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;กล่องโฟม&nbsp;กล่องพลาสติกใส่อาหาร&nbsp;ถุงพลาสติกหูหิ้ว&nbsp;ถุงร้อน-เย็น&nbsp;ถุงเครื่องปรุง&nbsp;ช้อน&nbsp;ส้อม&nbsp;มีดพลาสติก&nbsp;แก้วพลาสติก&nbsp;จากห้างสรรพสินค้า&nbsp;ซูเปอร์มาร์เก็ต&nbsp;ร้านสะดวกซื้อ&nbsp;และ&nbsp;Platform&nbsp;ของผู้ให้บริการส่งอาหาร&nbsp;เช่น&nbsp;Grab&nbsp;Food&nbsp;,&nbsp;Line&nbsp;Man&nbsp;,&nbsp;Wongnai&nbsp;,&nbsp;Gojek&nbsp;,&nbsp;Food&nbsp;Panda&nbsp;,&nbsp;Lalamove&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ส่วนขยะมูลฝอยติดเชื้อปี&nbsp;2564&nbsp;พบมีปริมาณเพิ่มขึ้นเช่นกันอยู่ที่กว่า&nbsp;90,009&nbsp;ตัน&nbsp;เกิดจากโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;โรงพยาบาลสังกัดกรมวิชาการ&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล&nbsp;โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงอื่นๆ&nbsp;โรงพยาบาลเอกชน&nbsp;คลินิกเอกชน&nbsp;สถานพยาบาลสัตว์&nbsp;ห้องปฏิบัติการเชื้ออันตราย&nbsp;และมูลฝอยติดเชื้อของโรงพยาบาลสนาม&nbsp;สถานกักกันที่ราชการกำหนด&nbsp;ศูนย์แยกกักในชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;การแยกกักตัวที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;และสถานที่อื่นๆ&nbsp;ซึ่งได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง&nbsp;81,774.67&nbsp;ตัน&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;90.85&nbsp;โดยกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้จัดทำข้อแนะนำในการทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วและชุดทดสอบแอนติเจน&nbsp;(ATK)&nbsp;ที่ใช้แล้ว&nbsp;ด้วยการคัดแยกออกจากขยะทั่วไปและให้มีถังขยะแยกสำหรับทิ้งขยะติดเชื้อโดยเฉพาะ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ส่วนของเสียอันตรายจากชุมชนปี&nbsp;2564&nbsp;เกิดขึ้นประมาณ&nbsp;669,518&nbsp;ตัน&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;1.6&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;435,187&nbsp;ตัน&nbsp;และของเสียอันตรายประเภทแบตเตอรี่&nbsp;ถ่านไฟฉาย&nbsp;ภาชนะบรรจุสารเคมี&nbsp;กระป๋องสเปรย์&nbsp;ประมาณ&nbsp;234,331&nbsp;ตัน&nbsp;โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังพบประชาชนมีความต้องการและนิยมใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี&nbsp;ส่งผลให้เปลี่ยนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บ่อยขึ้นเพื่อให้ทันสมัย</p>","2022-06-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206191940157"],
    [186,"วราวุธ กำชับอุทยานแห่งชาติภูลังกาบริหารจัดการปัญหานักท่องเที่ยวแออัดช่วงขาลงจากถ้ำนาคาให้เรียบร้อยและรายงานปัญหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น พร้อมเตรียมประชุมวางมาตรการแก้ปัญหาวันอังคารนี้","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กำชับอุทยานแห่งชาติภูลังกาบริหารจัดการปัญหานักท่องเที่ยวแออัดช่วงขาลงจากถ้ำนาคาให้เรียบร้อยและรายงานปัญหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น&nbsp;พร้อมเตรียมประชุมวางมาตรการแก้ปัญหาวันอังคารนี้&nbsp;หลังเปิดท่องเที่ยวถ้ำนาคา&nbsp;3&nbsp;เดือนเกิดความนิยมอย่างก้าวกระโดด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวถึงกรณีมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากลงมาช้ากว่ากำหนดจนเกิดความแออัดช่วงระยะเวลาหนึ่งจากการขึ้นไปชมถ้ำนาคาบนเขาภูลังกา&nbsp;ภายในอุทยานแห่งชาติภูลังกา&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;เมื่อช่วงค่ำของวานนี้&nbsp;(5&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเร่งดำเนินการร่วมกับอุทยานแห่งชาติภูลังกา&nbsp;และจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;เร่งช่วยกันระบายนักท่องเที่ยวให้ทยอยเดินทางลงจากข้างบน&nbsp;พร้อมให้รายงานข้อเท็จจริงกลับมาเป็นไปตามข่าวที่เกิดขึ้นหรือไม่&nbsp;แล้วมีจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า&nbsp;1,000&nbsp;คนตกค้างอยู่จนถึงเวลา&nbsp;21.00&nbsp;น.จริงหรือไม่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ตนเองจะลงพื้นที่ถ้ำนาคาอีกครั้งเพื่อติดตามปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากการท่องเที่ยว&nbsp;หากพบมีการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามเงื่อนไข&nbsp;หรือกติกาของอุทยานแห่งชาติจะเร่งแก้ไข&nbsp;โดยเฉพาะหากบุคลากรมีไม่เพียงพอจะเพิ่มอัตรากำลัง&nbsp;หรือหากบุคลากรไม่มีประสิทธิภาพอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่จากการสอบถามจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่พบว่าได้เร่งระบายนักท่องเที่ยวให้ลงจากถ้ำนาคาทั้งหมดแล้วเสร็จในเวลาประมาณ&nbsp;21.00&nbsp;น.ของวานนี้&nbsp;สาเหตุเกิดจากบางกลุ่มเป็นผู้สูงอายุจะใช้เวลาเดินทางลงมาช้ากว่าที่อุทยานกำหนดไว้&nbsp;และบางกลุ่มใช้เวลาไหว้พระขอพร&nbsp;หรือถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึกนานจนเกินไป&nbsp;จึงเกิดความแออัดเล็กน้อยในบางจุดหรือบางช่วงเวลา&nbsp;โดยเฉพาะช่วงเย็นตั้งแต่เวลา&nbsp;18.00&nbsp;น.เป็นต้นมา&nbsp;เพราะทางขึ้น-ลงถ้ำนาคาจะเป็นลักษณะทางเดินทางเดียว&nbsp;ซึ่งช่วงวันศุกร์&nbsp;เสาร์&nbsp;อาทิตย์จะมีนักท่องเที่ยวจองเข้ามาผ่านแอปพลิเคชั่น&nbsp;QueQ&nbsp;มากกว่าวันธรรมดา&nbsp;และไม่ได้เปิดให้มีนักท่องเที่ยว&nbsp;Walk&nbsp;in&nbsp;แน่นอน&nbsp;เพราะมีมาตรการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวไม่ให้เกินวันละ&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;อุทยานแห่งชาติภูลังกามีเจ้าหน้าที่ดูแลนักท่องเที่ยว&nbsp;60&nbsp;คน&nbsp;ที่ประจำตามจุดสำคัญคอยดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;ประจำจุดคัดกรอง&nbsp;และประจำจุดเสี่ยงอันตรายต่างๆ&nbsp;ส่วนการดูแลกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างๆจะมีมัคคุเทศก์อาสา&nbsp;หรือไกด์อาสา&nbsp;ที่ลงทะเบียนไว้กับอุทยานแห่งชาติ&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;พร้อมเข้าอบรมเรียบร้อยแล้ว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลังจากถ้ำนาคาเปิดรับการท่องเที่ยวมาได้ประมาณ&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;พบมีการเติบโตจากความนิยมของนักท่องเที่ยวอย่างก้าวกระโดด&nbsp;ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เกิดความเหนื่อยล้าอย่างมาก&nbsp;ประกอบกับเกิดปัญหาในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง&nbsp;และนักท่องเที่ยวไม่ปฏิบัติตามกฎกติกาของอุทยานค่อนข้างมาก&nbsp;ทำให้วันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์นี้อุทยานแห่งชาติภูลังกา&nbsp;,&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;,&nbsp;ทรัพยากรจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;และมัคคุเทศก์อาสา&nbsp;หรือไกด์อาสา&nbsp;มาร่วมกันหาแนวทางแก้ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นทั้งหมด&nbsp;เพื่อให้การท่องเที่ยวมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบมากขึ้น&nbsp;เมื่อได้ข้อสรุปให้รายงานผลการหารือมายังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทันที</p>","2022-06-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206193433161"],
    [187,"สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ร่วมกับอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) สำรวจการระบาดของแมลงดำหนามในสวนมะพร้าวตำบลนาหมื่นศรี","<p><strong>นายอำนาจ&nbsp;เซ่งเซี่ยง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;</strong>รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นางปราณี&nbsp;ศรีแก้ว&nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;(อกม.)&nbsp;สำรวจการระบาดของแมลงดำหนามในสวนมะพร้าวของนายสวาสดิ์&nbsp;ฝันนิมิตร&nbsp;เกษตรกรหมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลนาหมื่นศรี&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ปลูกมะพร้าวแกงต้นเตี้ย&nbsp;พันธุ์ชุมพร&nbsp;2&nbsp;พื้นที่ปลูก&nbsp;6&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวน&nbsp;130&nbsp;ต้น&nbsp;อายุ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;พบการเข้าทำลายของแมลงดำหนาม&nbsp;ระยะตัวหนอนซ่อนตัวกัดกินใบมะพร้าวอ่อนที่ยังไม่คลี่&nbsp;แทรกตัวตามรอยพับ&nbsp;และกัดกินผิวใบด้านที่พับอยู่กระจายทั่วทั้งแปลง&nbsp;โดยใบที่ถูกทำลายเมื่อคลี่ออกจะเห็นเป็นรอยสีน้ำตาลแห้งเป็นทางยาวตามใบ&nbsp;ทำให้ใบอ่อนมะพร้าวชะงักการเจริญเติบโต&nbsp;เบื้องต้นแนะนำการกำจัดด้วยชีววิธี&nbsp;เก็บไข่&nbsp;และตัวหนอน&nbsp;ไปทำลาย&nbsp;และใช้แตนเบียนอะซีโคเดส&nbsp;เพื่อทำลายหนอนแมลงดำหนาม&nbsp;โดยได้รายงานพื้นที่พบการระบาดแก่กลุ่มอารักพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อขอสนับสนุนแตนเบียนจากศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;(ศทอ.&nbsp;สงขลา)&nbsp;นำมาปล่อยในพื้นที่มีการระบาดต่อไป</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;\"แมลงดำหนาม\"&nbsp;</strong>ปัจจุบันถือว่าเป็นแมลงศัตรูมะพร้าวประจำถิ่น&nbsp;&nbsp;พบการเข้าทำลายมะพร้าวได้ตลอดทั้งปี&nbsp;โดยจะระบาดรุนแรงในช่วงภัยแล้ง&nbsp;(เดือนพฤศจิกายน&nbsp;เดือนเมษายน)&nbsp;โดยทั้งตัวหนอนและตัวเต็มวัยของแมลงดำหนามมะพร้าวจะซ่อนตัวในใบอ่อนและกัดกินยอดอ่อน&nbsp;โดยเฉพาะยอดที่ยังไม่คลี่&nbsp;ทำให้ยอดอ่อนของมะพร้าวชะงักการเจริญเติบโต&nbsp;หากต้นมะพร้าวถูกทำลายรุนแรงติดต่อกัน&nbsp;ทำให้ทางใบที่ถูกทำลายแห้งกลายเป็นสีน้ำตาล&nbsp;มองเห็นเป็นสีขาวโพลนชัดเจน&nbsp;หรือที่ชาวสวนมะพร้าวมักเรียกว่า&nbsp;\"โรคหัวหงอก\"&nbsp;หากเกษตรกรพบการระบาดไม่รุนแรง&nbsp;สามารถใช้วิธีตัดยอดที่ถูกแมลงดำหนามทำลายออกแล้วนำไปทำลายนอกแปลงปลูก&nbsp;หรือปล่อยแมลงหางหนีบ&nbsp;หรือแตนเบียนแมลงดำหนามมะพร้าว&nbsp;หรือใช้เชื้อราเขียวเมตตาไรเซียม&nbsp;ช่วยควบคุมการระบาดได้&nbsp;ส่วนกรณีพบการระบาดของแมลงดำหนามในระดับรุนแรง&nbsp;ให้เกษตรใช้สารเคมีตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ได้แก่&nbsp;มะพร้าวต้นเตี้ยใช้สารเคมี&nbsp;cartap&nbsp;hydrochloride&nbsp;4%&nbsp;GR&nbsp;อัตรา&nbsp;30&nbsp;กรัม/ต้น&nbsp;ห่อใส่ถุงผ้าเหน็บไว้ที่ยอดมะพร้าว&nbsp;จะมีประสิทธิภาพช่วยป้องกันกำจัดแมลงดำหนามได้นาน&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;สำหรับมะพร้าวต้นสูงให้ใช้สารเคมี&nbsp;emamectin&nbsp;benzoate&nbsp;1.92%&nbsp;EC&nbsp;ฉีดเข้าลำต้น&nbsp;อัตรา&nbsp;50&nbsp;ซีซี/ต้น&nbsp;จะมีประสิทธิภาพป้องกันกำจัดแมลงดำหนามได้นานไม่น้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;&nbsp;หากเกษตรกรพบการเข้าทำลายให้รีบแจ้งอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน(อกม.)&nbsp;หรือเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยงหรืออำเภอใกล้เคียงทันที&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207092629180"],
    [188,"ส้มโชกุนวังน้ำค้าง จังหวัดตรัง ผ่านการรับรองระบบมาตรฐาน GAP จากกรมวิชาการเกษตรว่า เป็นสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพปลอดภัยจากสารเคมี","<p><strong>สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;โดยนางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป</strong>&nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวศัลยา&nbsp;มานะกล้า&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;เยี่ยมเยียนสวนส้มโชกุนไร่วังน้ำค้าง&nbsp;ของนายอดิเรก&nbsp;คงวิทยา&nbsp;ซึ่งตั้งอยู่หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ตำบลปะเหลียน&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;&nbsp;สวนไร่วังค้าง&nbsp;&nbsp;&nbsp;มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ&nbsp;130&nbsp;ไร่</strong>&nbsp;แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกส้มโชกุน&nbsp;70&nbsp;ไร่และอีก&nbsp;60&nbsp;ไร่เป็นสวนผลไม้&nbsp;เช่น&nbsp;ส้มโอ&nbsp;ทุเรียน&nbsp;กระท้อน&nbsp;และพืชเศรษฐกิจท้องถิ่นอื่นๆ&nbsp;แปลงปลูกโอบล้อมไปด้วยภูเขา&nbsp;เหมาะแก่การปลูกส้ม&nbsp;ส้มโชกุนวังน้ำค้าง&nbsp;&nbsp;มีคุณสมบัติพิเศษ&nbsp;&nbsp;รสชาติจะหวานอมเปรี้ยว&nbsp;และผ่านการรับรองระบบมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;จากกรมวิชาการเกษตรว่า&nbsp;เป็นสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพปลอดภัยจากสารเคมี&nbsp;ซึ่งในรอบที่ผ่านมาให้ผลผลิตตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;จนถึงเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยส้มทั้งหมดที่กำลังออกผลผลิตในปีนี้&nbsp;รวมประมาณ&nbsp;80,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งปีนี้นอกจากจะไม่ปรับขึ้นราคาแล้ว&nbsp;ยังมีการลดราคาให้ลูกค้า</strong>กิโลกรัมละ&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อช่วยประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากภาวะของแพง&nbsp;โดยมีทั้งหมดประมาณ&nbsp;5&nbsp;ขนาด&nbsp;จำหน่ายตั้งแต่ราคากิโลกรัมละ&nbsp;80-150&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนใครที่สนใจสั่งซื้อโดยมีช่องทางจำหน่าย&nbsp;&nbsp;โดยมีหน้าร้าน&nbsp;2&nbsp;สาขา&nbsp;ตั้งอยู่บ้านเลขที่&nbsp;147&nbsp;ถ.รักษ์จันทร์&nbsp;และตรงข้ามใกล้โรบินสันตรัง&nbsp;&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;087-2715052&nbsp;&nbsp;หรือจะสั่งจองทางเพจชื่อ&nbsp;ไร่วังน้ำค้างก็ได้เช่นกัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207093834189"],
    [189,"เกษตรกรตำบลนาบินหลา จังหวัดตรัง ปลูกบร็อคโคลี่ 3 เดือน สามารถเก็บเกี่ยวได้ถึง 1,000 กิโลกรัม และจำหน่ายกิโลกรัมละ 100 บาท สร้างรายได้งดงาม","<p><strong>นายประทิ่น&nbsp;วรรณงาม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;&nbsp;เยี่ยมเยียนเกษตรกรตำบลนาบินหลา&nbsp;นางสาวสมพิษ&nbsp;รงรักษ์&nbsp;ซึ่งปลูกบร็อคโคลี่ในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลนาบินหลา&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งมีการปลูกบร็อคโคลี่ต่อเนื่องทุกปี&nbsp;โดยจะปลูกในช่วงตุลาคมทุกปี</strong>&nbsp;ซึ่งใช้ระยะเวลาปลูก&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;แต่ละรอบการผลิตสามารถเก็บเกี่ยวได้ประมาณ&nbsp;1,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;และจัดจำหน่ายกิโลกรัมละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;โดยจัดจำหน่ายในตลาดเกษตรกรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;(Green&nbsp;Field&nbsp;Market)&nbsp;เวลา&nbsp;07.00-11.00&nbsp;น.&nbsp;ทุกวันเสาร์-อาทิตย์&nbsp;บริเวณลานจอดรถ&nbsp;Red&nbsp;House&nbsp;Farm&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>ยังได้ตรวจสอบย้อนกลับในด้านการใช้สารเคมีในแปลง&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค&nbsp;จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า&nbsp;แปลงบร็อคโคลี่&nbsp;ของนางสมพิษ&nbsp;รงรักษ์&nbsp;จะใช้สารชีวภัณฑ์&nbsp;เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า&nbsp;ในการควบคุมโรคพืช&nbsp;โดยไม่มีการใช้สารเคมีที่มีผลตกค้างต่อผู้บริโภค&nbsp;ดังสโลแกนของตลาดเกษตรกรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;เกษตรกรจริงจริง&nbsp;ทุกสิ่งปลอดภัย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นางสมพิษ&nbsp;รงรักษ์&nbsp;ยังเป็นเกษตรกรต้นแบบของ</strong>&nbsp;ศูนย์เครือข่าย&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรตำบลนาบินหลาอีกด้วย&nbsp;สนใจติดต่อ&nbsp;นางสมพิษ&nbsp;รงรักษ์&nbsp;โทร.080-6680171&nbsp;หรือ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;โทร.&nbsp;089-8716304</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207094230192"],
    [190,"สำนักงานเกษตรอำเภอรัษฎา  จังหวัดตรัง จัดอบรมพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้เป็น Smart Farmer","<p><strong>นางฉลวย&nbsp;เวียนคำ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอรัษฎา&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;มอบหมายให้นางเพ็ญศรี&nbsp;กุญชรินทร์&nbsp;เจ้าพนักงานเคหกิจเกษตรชำนาญงาน&nbsp;และนางสาวปนัดดา&nbsp;จีนประสม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;อบรมพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้เป็น&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ภายใต้กิจกรรมพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่องและเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;&amp;&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer)&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาอเนกประสงค์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลหนองบัว&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;มีหัวข้อการฝึกอบรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;การผลิตขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มา&nbsp;พร้อมวิธีการนำไปใช้,&nbsp;การทำปลาดุกร้า&nbsp;โดยนางจิตรา&nbsp;วีระสุข&nbsp;ประธานวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรทำขนมควนหนองกก&nbsp;และสร้างการรับรู้การแพร่ระบาดโรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นโครงการอบรมเกษตร</strong>ที่ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมคนรุ่นใหม่ที่สนใจอาชีพเกษตรกร&nbsp;บุคคลที่เข้ารับการอบรมจากโครงการอบรมเกษตร&nbsp;ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์&nbsp;นอกจากได้รับความรู้เกี่ยวเรื่องเกษตรกรรมขั้นพื้นฐานแล้ว&nbsp;ยังเน้นให้ลงมือปฏิบัติจริง&nbsp;โดยให้คนรุ่นใหม่ให้ดึงศักยภาพของตนเอง&nbsp;ในเชิงความคิดริเริ่มสร้างสรรค์&nbsp;กล้าคิดและกล้าลงมือทำ&nbsp;นำมาปฏิบัติใช้กับอุตสาหกรรมเกษตรกรรมและการทำเกษตรกรรมยุคใหม่&nbsp;เกษตรกรรุ่นใหม่จะต้องสามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ&nbsp;คุณภาพ&nbsp;และมูลค่าให้กับผลผลิตและการตลาด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังส่งเสริมการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ในการแลกเปลี่ยนความรู้&nbsp;</strong>การสร้างเครือข่าย&nbsp;หรือ&nbsp;Connection&nbsp;สามารถขยายเครือข่าย&nbsp;และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกษตรกรรมให้เติบโต&nbsp;และมีความแข็งแกร่ง&nbsp;ก้าวทันโลกยุคดิจิทัล&nbsp;4.0&nbsp;ที่สำคัญเกษตรกรรุ่นใหม่จะต้องรู้จักวิธีบริหารที่สามารถต่อยอดเป็นผู้ประกอบการ&nbsp;ริเริ่มธุรกิจ&nbsp;startup&nbsp;เกี่ยวกับเกษตรกรรมได้อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207094332193"],
    [191,"อำเภอย่านตาขาว  จังหวัดตรัง จัดเวทีถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรแปลงใหญ่ยางพาราบ้านหนองยน ปี 2565 ตำบลย่านตาขาว","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;</strong>มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;ลงพื้นที่จัดเวทีถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรแปลงใหญ่ยางพาราบ้านหนองยน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการกลุ่ม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลย่านตาขาว&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;ได้ชี้แจงเกษตรกรให้เห็นถึงประโยชน์&nbsp;และรายละเอียดของโครงการ</strong>ส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ให้บรรลุเป้าหมาย&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&nbsp;การเพิ่มผลผลิต&nbsp;การพัฒนาคุณภาพ&nbsp;การตลาด&nbsp;และการบริหารจัดการ&nbsp;ในครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ตรัง&nbsp;ร่วมบูรณาการบรรยายเรื่อง&nbsp;การทำบัญชี&nbsp;และนายอดิศักดิ์&nbsp;คงสิน&nbsp;ผู้จัดการศูนย์รวบรวมน้ำยางสด&nbsp;กยท.ย่านตาขาว&nbsp;ร่วมบูรณาการบรรยายเรื่อง&nbsp;การลดต้นทุน&nbsp;การเพิ่มผลผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;การพัฒนาคุณภาพ&nbsp;และการบริหารจัดการกลุ่มของแปลงใหญ่ยางพารา</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207094435195"],
    [192,"อำเภอกันตัง  จังหวัดตรัง จัดอบรมเกษตรกร โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจากและปาล์มสาคูเพื่อความยั่งยืน ณ โรงเรียนบ้านคลองลุ","<p><strong>นายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนางบุญญาพร&nbsp;&nbsp;กายเพ็ชร&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;และนางสาวกรภัทร&nbsp;แซ่ฟู้&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;จัดอบรมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจากและปาล์มสาคูเพื่อความยั่งยืน&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนบ้านคลองลุ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลคลองลุ&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยมีกิจกรรมหลักในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;กิจกรรมย่อยเป็นการสร้างการรับรู้และความเข้าใจ&nbsp;ส่งเสริมการรวมกลุ่มและพัฒนาความรู้โดยการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาการผลิตและการอนุรักษ์จาก&nbsp;โดยให้เกษตรกรร่วมกันวิเคราะห์สภาพพื้นที่&nbsp;สภาพการผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;และต้นทุนของการผลิตจาก&nbsp;รวมถึงการสำรวจความต้องการความรู้ในการผลิตจากของเกษตรกร&nbsp;หลังจากนั้นได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรผู้ปลูกจากในพื้นที่ตำบลคลองลุ&nbsp;</p><p>ทั้งนี้&nbsp;สาคู&nbsp;คือไม้ตระกูลปาล์มชนิดหนึ่ง&nbsp;ขึ้นในพื้นที่ชุ่มน้ำริมห้วย&nbsp;หนอง&nbsp;คลองบึง&nbsp;และป่าพรุ&nbsp;มีมากแถวตรัง&nbsp;พัทลุง&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;ปัตตานี&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;ชาวตรังมีวิถีชีวิต&nbsp;ผูกพันกับป่าสาคูมาตั้งแต่อดีต&nbsp;เพราะตั้งบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำลำคลอง&nbsp;ที่มีต้นสาคูขึ้นเรียงรายหนาแน่น&nbsp;ตลอดสองฝั่ง&nbsp;ประโยชน์ของต้นสาคูเป็นพืชที่ทำให้น้ำในลำห้วยใส&nbsp;เป็นที่เพาะพันธุ์และวางไข่ของสัตว์น้ำต่างๆ&nbsp;เป็นที่กรองสิ่งสกปรกที่ไหลมากับน้ำ&nbsp;ทุกส่วนของต้นสาคูนำมาใช้ประโยชน์ได้หมด&nbsp;เช่น&nbsp;ใบสาคู&nbsp;นำมาทำเป็นตับสำหรับมุงหลังคาและกั้นฝา&nbsp;ทางสาคูทำเป็นตอกใช้สานเสื่อ&nbsp;และเครื่องมือประมง&nbsp;ยางสาคูใช้ทำกาวปิดกระดาษ&nbsp;เนื้อในลำต้น&nbsp;นำมาทำเป็นแป้งใช้ทำอาหารและขนม&nbsp;ส่วนเปลือกนอกลำต้น&nbsp;ขุดทำเรือ&nbsp;ทำไม้ปูพื้น&nbsp;แม้แต่ต้นสาคูที่ตายแล้ว&nbsp;ในลำต้นก็ยังมี&nbsp;\"ด้วงสาคู\"&nbsp;ตัวอ้วนกลม&nbsp;แหล่งโปรตีนรสเลิศอาศัยอยู่</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207094508196"],
    [193,"สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ลงพื้นที่ให้บริการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรประจำปี 2565 ในพื้นที่ตำบลสุโสะ","<p><strong>สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน</strong>&nbsp;โดยนางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป&nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;มอบหมายให้นางบุหลัน&nbsp;ทักษิณาวาณิชย์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;และนางสาวศัลยา&nbsp;มานะกล้า&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ร่วมกับกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;ลงพื้นที่หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลสุโสะ&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนเกษตรกร&nbsp;และการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาอเนกประสงค์&nbsp;บ้านวังยาว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลสุโสะ&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p>ทั้งนี้&nbsp;การแจ้งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรเป็นประจำทุกปี&nbsp;ข้อมูลจะมีความครบถ้วน&nbsp;เป็นปัจจุบันทำให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;เนื่องจากทำให้ภาครัฐสามารถวางแผนการผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;ส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและจัดทำโครงการมาตรการต่างๆ&nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรได้อีกด้วย&nbsp;ดังจะเห็นได้จากการที่หน่วยงานภาครัฐเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรไปใช้เป็นข้อมูลประกอบโครงการและมาตรการเพื่อให้การสนับสนุน&nbsp;และช่วยเหลือเกษตรกรเป็นจำนวนมาก</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207094117191"],
    [194,"กอนช. ขอให้ประชาชนระวังฝนตกบางพื้นที่ในภาคใต้ พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงบริเวณปากแม่น้ำและพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่งใน 17 จังหวัด","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังฝนตกบางพื้นที่ในภาคใต้&nbsp;พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงบริเวณปากแม่น้ำและพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่งใน&nbsp;17&nbsp;จังหวัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(7&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลง&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออกมีอุณหภูมิสูงขึ้น&nbsp;ส่วนในภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;66&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;น่าน&nbsp;54&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และพังงา&nbsp;38&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;33,153&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;57&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;26,722&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;56&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงบริเวณปากแม่น้ำและพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่งบริเวณกรุงเทพมหานคร&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ระยอง&nbsp;จันทบุรี&nbsp;ตราด&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207091752179"],
    [195,"สมาคมผู้เลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย เตือนเกษตรช่วงนี้อากาศแปรปรวนระวังโรคระบาดสัตว์ปีก","<p><strong>นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เตือนเกษตรกรระมัดระวังอากาศแปรปรวน</strong>กระทบการเลี้ยงสัตว์&nbsp;ผู้เลี้ยงไก่ที่มีฟาร์มอยู่ในพื้นที่ราบต่ำเกิดน้ำท่วมฟาร์ม&nbsp;และโรคไข้หวัดนก&nbsp;อหิวาต์&nbsp;และโรคระบาดสัตว์ปีกอื่นๆ</p><p><strong>ดร.&nbsp;ฉวีวรรณ&nbsp;คำพา&nbsp;นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย</strong>ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ปัจจุบันเป็นช่วงรอยต่อของฤดูกาลทำให้อากาศแปรปรวน&nbsp;ทั้งอากาศร้อนจัดสลับกับมีฝนฟ้าคะนองทั่วประเทศไทย&nbsp;บางพื้นที่ต้องเผชิญกับพายุฤดูร้อน&nbsp;และอากาศเย็นในวันเดียวกัน&nbsp;ส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงที่ไม่สามารถปรับตัวได้&nbsp;ทำให้อัตราการกินอาหารและประสิทธิภาพการผลิตลดลง&nbsp;จึงมีคำแนะนำในการเลี้ยงสัตว์แก่เกษตรกรเพื่อเตรียมการป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น</p><p><strong>การเลี้ยงสัตว์ในโรงเรือนระบบปิดปรับอากาศด้วยการระเหยของน้ำ</strong>&nbsp;หรือระบบอีแวป&nbsp;เกษตรกรต้องควบคุมการทำงานของพัดลมและเยื่อกระดาษหน้าโรงเรือนให้เหมาะสม&nbsp;อย่าให้ร้อน&nbsp;เย็น&nbsp;หรือชื้นเกินไป&nbsp;ซึ่งจะกระทบต่อสัตว์ทำให้เกิดความเครียด&nbsp;ควรปรับสภาพภายในโรงเรือนให้สัตว์อยู่สบาย&nbsp;รวมทั้งควรเตรียมเครื่องสำรองไฟและน้ำมันเชื้อเพลิงให้พร้อมสำหรับกรณีไฟดับ&nbsp;เพื่อให้พัดลมทำงานได้ตามปกติ&nbsp;และต้องซ่อมแซมหลังคาให้ดีเพื่อป้องกันน้ำฝนที่จะเข้าไปในโรงเรือนได้&nbsp;ควรปรับปรุงและเสริมความแข็งแรงบริเวณชายคาเพื่อไม่ให้ลมพัดเสียหาย&nbsp;และต้องจัดเก็บอาหารสัตว์ให้มิดชิด&nbsp;</p><p><strong>ส่วนการดูแลสัตว์ในโรงเรือนแบบเปิด&nbsp;ต้องระมัดระวังน้ำฝนที่จะสาดเข้าไปในคอก</strong>เลี้ยงที่จะเป็นการเพิ่มความชื้นในโรงเรือน&nbsp;ด้วยการทำกันสาดหรือปิดผ้าใบเพื่อป้องกันฝนรอบโรงเรือน&nbsp;อาจต้องเพิ่มพัดลมให้สัตว์&nbsp;โดยเฉพาะกรณีที่อากาศร้อนจัดก่อนเกิดฝนตกเพื่อช่วยระบายอากาศและความร้อนแก่สัตว์&nbsp;ช่วยลดอุณหภูมิในโรงเรือน&nbsp;ต้องเตรียมน้ำสำหรับสัตว์ให้เพียงพอ&nbsp;และจัดเตรียมกล่องและไฟกกสำหรับลูกสุกรเพื่อป้องกันความหนาวเย็นในขณะฝนตก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การดูแลสัตว์ในฟาร์มเป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากอากาศที่แปรปรวนทำให้สัตว์ปรับตัวได้ยาก&nbsp;จึงต้องหมั่นตรวจสอบสุขภาพสัตว์เป็นประจำ&nbsp;คอยสังเกตการกินได้ของสัตว์ซึ่งช่วยบ่งชี้สุขภาพสัตว์ได้&nbsp;หากการกินลดลงต้องปรับให้อาหารเท่าที่สัตว์กินได้&nbsp;อาจแบ่งมื้ออาหารเป็นหลายมื้อและหลีกเลี่ยงการให้อาหารในช่วงที่อากาศร้อนจัด&nbsp;</p><p><strong>หากอากาศเปลี่ยนแปลงมากควรผสมวิตามินละลายน้ำให้สัตว์กิน&nbsp;3-5&nbsp;วันติดต่อกัน&nbsp;</strong>เพื่อลดความเครียดและเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับตัวสัตว์การเลี้ยงไก่เนื้อและไก่ไข่ในช่วงอากาศแปรปรวนเช่นนี้&nbsp;นอกจากต้องดูแลทั้งเรื่องความร้อน&nbsp;ฝน&nbsp;และความชื้นที่จะสูงขึ้นซึ่งกระทบต่อตัวสัตว์โดยตรงแล้ว&nbsp;เกษตรกรต้องให้ความสำคัญกับปริมาณก๊าซแอมโมเนียที่เกิดขึ้นในโรงเรือนจะกระทบต่อทางเดินหายใจของไก่&nbsp;ในโรงเรือนไก่เนื้อหากมีแกลบที่เปียกน้ำต้องนำออกทันทีเพื่อไม่ให้หมักหมมและเปลี่ยนแกลบใหม่ทันที&nbsp;และต้องหมั่นกลับแกลบถี่ขึ้นประมาณ&nbsp;3&nbsp;วันต่อครั้ง&nbsp;ส่วนไก่ไข่ต้องนำมูลไก่ออกจากโรงเรือนบ่อยครั้งขึ้น&nbsp;และต้องมีการระบายอากาศที่ดีด้วยการควบคุมความเร็วลมให้เหมาะสม&nbsp;ในโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่แบบเปิดต้องเพิ่มพัดลมด้วย&nbsp;และต้องจัดเตรียมน้ำและอาหารให้เพียงพอกับไก่&nbsp;อาจเพิ่มวิตามินละลายน้ำเช่นเดียวกับสุกร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;เกษตรกรควรสำรวจพื้นที่รอบฟาร์มและทำการตัดแต่งกิ่งไม้</strong>และต้นไม้ให้เรียบร้อย&nbsp;เพื่อไม่ให้หักโค่นมาโดนหลังคาโรงเรือนหรือสายไฟ&nbsp;หากโรงเรือนเลี้ยงสัตว์เป็นโรงเรือนเก่าและไม่แข็งแรง&nbsp;ต้องหาไม้ค้ำยันเพื่อป้องกันการพังเสียหายจากลมที่พัดแรง&nbsp;หากโรงเรือนพังจากพายุฝนต้องรีบย้ายสัตว์เข้าเลี้ยงในโรงเรือนหลังอื่นที่ไม่เสียหายโดยเร็ว&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ดร.&nbsp;ฉวีรรณ&nbsp;กล่าว&nbsp;อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย&nbsp;และมีฝนตกชุกในหลายพื้นที่ของประเทศ&nbsp;อาจทำให้สัตว์ปีกเกิดความเครียดได้&nbsp;ส่งผลต่อระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายของสัตว์ปีกต่ำ&nbsp;ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาด&nbsp;และสามารถแพร่ระบาดของโรคในสัตว์ปีก&nbsp;เช่น&nbsp;โรคหลอดลมอักเสบ&nbsp;ไข้หวัดนก&nbsp;อหิวาต์&nbsp;และโรคระบาดสัตว์ปีกอื่นๆ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ปริญญา/ข่าว/ภาพ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207093047182"],
    [196,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม. ปริมณฑลเกินมาตรฐานระดับสีส้มถึง 39 พื้นที่ โดยสูงสุดบริเวณเขตคลองสามวา จากการจราจรหนาแน่นและอากาศปิด","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑลเกินมาตรฐานระดับสีส้มถึง&nbsp;39&nbsp;พื้นที่&nbsp;โดยสูงสุดบริเวณเขตคลองสามวา&nbsp;จากการจราจรหนาแน่นและอากาศปิด</strong>&nbsp;<strong>ส่วนพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;หลังมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(7&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน&nbsp;39&nbsp;พื้นที่&nbsp;อยู่ระหว่าง&nbsp;31&nbsp;&nbsp;75&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศปิด&nbsp;ลมสงบ&nbsp;และการจราจรหนาแน่น&nbsp;เช่น&nbsp;ต.ทรงคนอง&nbsp;อ.พระประแดง&nbsp;จ.สมุทรปราการ&nbsp;,&nbsp;ริมถนนดินแดง&nbsp;เขตดินแดง&nbsp;,&nbsp;ต.นครปฐม&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.นครปฐม&nbsp;,&nbsp;แขวงคลองกุ่ม&nbsp;เขตบึงกุ่ม&nbsp;,&nbsp;เขตคลองสามวา&nbsp;,&nbsp;ริมถนนพระราม&nbsp;2&nbsp;เขตบางขุนเทียน&nbsp;,&nbsp;ริมถนนสุขุมวิท&nbsp;เขตพระโขนง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนพระรามที่&nbsp;4&nbsp;หน้าสามย่านมิตรทาวน์&nbsp;เขตปทุมวัน&nbsp;,&nbsp;ริมถนนลาดกระบัง&nbsp;เขตลาดกระบัง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;8&nbsp;-&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;12&nbsp;กุมภาพันธ์?พื้นที่ภาคเหนือจะมีแนวโน้มฝุ่นละอองสูงขึ้น&nbsp;แต่ภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207100042201"],
    [197,"พบคราบฟิล์มน้ำมันเล็กน้อยและมีกลิ่นน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึง จ.ระยอง จึงเก็บตัวอย่างไปตรวจสอบ ขณะที่น้ำทะเลคุณภาพปกติ","<p><strong>พบคราบฟิล์มน้ำมันเล็กน้อยและมีกลิ่นน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;จึงเก็บตัวอย่างไปตรวจสอบ&nbsp;ขณะที่น้ำทะเลคุณภาพปกติ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(ระยอง)&nbsp;และศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตะวันออก&nbsp;ได้ร่วมกับ&nbsp;ศรชล.&nbsp;ออกปฏิบัติการติดตามสถานการณ์คราบน้ำมันดิบรั่วในมาบตาพุด&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;โดยเรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;804&nbsp;(พะยูน)&nbsp;ลงดำน้ำสำรวจบริเวณโดยรอบพื้นที่เเละเก็บข้อมูลในพื้นที่เกาะเสม็ดบริเวณอ่าวพร้าว?&nbsp;โดยไม่พบคราบน้ำมัน?และสิ่งปนเปื้อน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังคงติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลและการปนเปื้อนของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน&nbsp;หลังได้รับแจ้งพบคราบน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึง&nbsp;(คลองหัวรถ)&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;เบื้องต้นพบชายหาดมีคราบฟิล์มน้ำมันเล็กน้อย&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;300&nbsp;เมตร&nbsp;และมีกลิ่นน้ำมัน&nbsp;ส่วนน้ำทะเลสภาพเป็นปกติ&nbsp;ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำทั่วไปพบอยู่ในเกณฑ์ปกติมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อการนันทนาการ&nbsp;ด้านผลการวิเคราะห์ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวมในน้ำทะเลและดินตะกอนจะนำเข้าห้องปฏิบัติการเพื่อวิเคราะห์ต่อไป&nbsp;โดยได้ประสาน&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จํากัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เข้าดำเนินการส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207104220223"],
    [198,"ธ.ก.ส.นราธิวาส เผยผลการดำเนินมาตรการพักชำระหนี้ลูกค้า ธ.ก.ส.ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเตรียมแผนตรวจทานเพื่อประเมินศักยภาพลูกค้า เพื่อแก้ปัญหาหนี้ได้อย่างถูกต้องและสามารถชำระหนี้ได้หลังจากเสร็จสิ้นโครงการ","<p><strong>นายธันว์&nbsp;&nbsp;ภู่อาภรณ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดนราธิวาส&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;หรือ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ได้มีมาตรการพักชำระหนี้ลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.ใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบยังไม่คลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติ&nbsp;ประกอบกับยังคงมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ภาครัฐได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนและให้การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง&nbsp;แก่ลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ตลอดจนเพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการประกอบอาชีพและการดำเนินชีวิต&nbsp;โดยให้ลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;รวมถึงได้มีโอกาสในการพัฒนาและฟื้นฟูอาชีพตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในระยะเวลาพักชำระหนี้&nbsp;ระยะเวลาโครงการตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2566&nbsp;รวมระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;ปี</p><p><strong>ในส่วนของจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ขณะนี้ทางสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดนราธิวาส&nbsp;มีลูกค้า&nbsp;&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เข้าร่วมมาตรการฯ</strong>&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;(วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2566)&nbsp;10,334&nbsp;ราย&nbsp;12,392&nbsp;สัญญา&nbsp;&nbsp;วงเงินทั้งสิ้นกว่า&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;พร้อมเตรียมแผนการดำเนินงานในปีบัญชี&nbsp;2565&nbsp;จัดส่งพนักงานธนาคารลงพื้นที่&nbsp;ในช่วงเดือนเมษายนนี้&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เพื่อสอบทานประเมินศักยภาพลูกค้า&nbsp;และจัดทำข้อตกลงต่อท้ายสัญญาเงินกู้&nbsp;&nbsp;เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาหนี้ลูกค้าได้อย่างถูกต้องตามศักยภาพ&nbsp;และสามารถชำระหนี้ได้หลังจากเสร็จสิ้นโครงการ&nbsp;&nbsp;อีกทั้งมีการฟื้นฟูพัฒนาอาชีพให้กับผู้เข้าร่วมมาตรการฯ&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207104434226"],
    [199,"คณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ตรวจสภาพการกำจัดจอกหูหนูยักษ์ ณ ทะเลบัวแดง อุดรธานี","<p><strong>คณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย&nbsp;</strong>สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;นำโดยนางสาวธนภร&nbsp;โสมทองแดง&nbsp;ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการฯ&nbsp;และในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหา&nbsp;นายจักรพรรดิ&nbsp;ไชยสาส์น&nbsp;กรรมาธิการ&nbsp;นายกัญจน์พงศ์&nbsp;จงสุทธนามณี&nbsp;โฆษกคณะกรรมาธิการฯ&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและตรวจสภาพพื้นที่เร่งกำจัดจอกหูหนูยักษ์&nbsp;ทะเลบัวแดงหนองหาน-กุมภวาปี&nbsp;จังหวัดอุดรธานี</p><p><strong>ที่ท่าเรือเชียงแหว&nbsp;อำเภอกุมภวาปี</strong>&nbsp;โดยมีนายนิติพัฒน์&nbsp;ลีลาเลิศแล้ว&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และกลุ่มเรือบ้านเชียงแหว&nbsp;ให้การต้อนรับและบรรยายสรุป&nbsp;ถึงการปฏิบัติงานกำจัดและจัดเก็บวัชพืชน้ำ&nbsp;\"จอกหูหนูยักษ์\"&nbsp;ที่แพร่ระบาดกระจายปกคลุมฝายหนองหานกุมภวาปี&nbsp;ส่งผลกระทบให้แหล่งน้ำตื้นเขิน&nbsp;ดอกบัวไม่เจริญเติบโต&nbsp;และกีดขวางการเดินเรือท่องเที่ยวทะเลบัวแดง&nbsp;ซึ่งปัจจุบันประสบปัญหาอย่างหนัก&nbsp;เนื่องจากจอกหูหนูยักษ์&nbsp;เติบโตขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;และมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น&nbsp;ท่าเรือเชียงแหว&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;ท่าเรือท่องเที่ยว&nbsp;ทะเลบัวแดง&nbsp;ของจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ซึ่งปัจจุบันพบมีจอกหูหนูยักษ์&nbsp;ที่ชาวบ้านที่นี่เรียกว่า&nbsp;จอกหูช้าง&nbsp;ลอยเต็มพื้นน้ำเกิดและเติบโตขยายพันธุ์&nbsp;โดยก่อนนี้พบปริมาณจอกหูหนูยักษ์ปกคลุมปิดผิวน้ำไปมากกว่า&nbsp;80%&nbsp;ทำให้เรือท่องเที่ยวที่จอดอยู่ท่าเรือถูกจอกหูหนูยักษ์ปิดล้อมทั้งหมด&nbsp;&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำได้ทำการดูเหล็กสร้างร่องน้ำสำหรับเดินเรือ&nbsp;ชาวเรือ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัจจุบันเรือที่ให้บริการนักท่องเที่ยวมีจำนวนลดลงเหลือ&nbsp;28&nbsp;ลำ&nbsp;เนื่องจากจอกหูหนูยักษ์ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น&nbsp;บดบังดอกบัวแดงไม่ให้เจริญเติบโตแดงส่งผลให้ดอกบัวแดงไม่ออกดอก&nbsp;การชมดอกบัวแดงต้องนั่งเรือไปไกล</p><p><strong>ขณะที่บริเวณริมหนองหาน-กุมภวาปีในหลายจุด</strong>&nbsp;ที่นำจอกหูหนูยักษ์ขึ้นมาพักไว้รอนำไปผลิตปุ๋ย&nbsp;จนมีสภาพแห้งเป็นสีดำ&nbsp;ซึ่งบ้างกองพบร่องรอยของการนำเอาไปใช้ประโยชน์เป็นปุ๋ย&nbsp;หรือวัสดุปลูก&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณใกล้กับเรือดูดโคลนของกรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;จอดอยู่&nbsp;จากการเดินดูพบมีเห็ดสีขาวคล้ายกับเห็ดฟางเกิดขึ้นจากการทับถมของจอกหูหนูยักษ์&nbsp;ซึ่งก็มีประชาชนมาเก็บไปรับประทาน&nbsp;โดยได้รับการยืนยันว่า&nbsp;เห็ดจอกหูหนูยักษ์มีรสชาติอร่อยคล้ายเห็ดโคลน&nbsp;ตัวเห็ดเปราะคล้ายเห็ดฝาง&nbsp;สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู&nbsp;ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค&nbsp;จึงถือเป็นอีกทางเลือกในการส่งเสริมให้ประชาชนนำไปเป็นก้อนเชื้อเห็ดบริโภคได้อีกทางหนึ่ง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุดรธานี","สวท.อุดรธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207112334239"],
    [200,"จังหวัดมหาสารคาม จัดพิธีมอบปีกฝนหลวงพิเศษ พระราชทาน แก่บุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นายเกียรติศักดิ์&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม</strong>&nbsp;นายธัญญวัฒน์&nbsp;ชาญพินิจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;นายทรงวุฒิ&nbsp;เดชวิชิตชัย&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;นางสุภาวดี&nbsp;อิสรภาพ&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนงานชำนาญการ&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;เข้ารับปีกฝนหลวงพิเศษ&nbsp;พระราชทาน&nbsp;เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;&nbsp;เบื้องพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณห้องโถงชั้น&nbsp;1&nbsp;ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม</p><p><strong>สำหรับพิธีรับปีกฝนหลวงพิเศษ&nbsp;พระราชทาน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;จัดขึ้นเพื่อให้ผู้บริหาร&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;หรือผู้สนับสนุนจากหน่วยงานราชการ&nbsp;องค์กรเอกชนที่ปฏิบัติงานช่วยเหลือการดำเนินงานภารกิจฝนหลวง&nbsp;โดยจะได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการกลั่นกรองการมอบปีกฝนหลวงและเครื่องหมายความสามารถในการบินกิตติมศักดิ์&nbsp;ให้ได้รับปีกฝนหลวงพิเศษ&nbsp;พระราชทาน&nbsp;เพื่อเป็นเกียรติประวัติ&nbsp;สร้างขวัญกำลังใจ&nbsp;และความภาคภูมิใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มหาสารคาม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207112741243"],
    [201,"เขื่อนวชิราลงกรณ สำรวจแนวป้องกันไฟป่า สำรวจพื้นที่ทำฝายชะลอน้ำ","<p><strong>เขื่อนวชิราลงกรณ&nbsp;สำรวจแนวป้องกันไฟป่า&nbsp;สำรวจพื้นที่ทำฝายชะลอน้ำ&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><strong>นายรักษิต&nbsp;ต้วมศรี&nbsp;หัวหน้ากองบำรุงรักษาโยธา&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;คุ่ยเสงี่ยม&nbsp;พนักงานวิชาชีพระดับ&nbsp;8</strong>&nbsp;นายณัฐพล&nbsp;มณีนิล&nbsp;ช่างระดับ&nbsp;5&nbsp;และทีมงานรักษาความปลอดภัยเขื่อนวชิราลงกรณ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายจวิช&nbsp;พวงผิว&nbsp;เจ้าหน้าที่ตรวจป่า&nbsp;กจ.4&nbsp;(อู่ล่อง)&nbsp;พร้อมทีมงานหน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;กจ.4&nbsp;(อู่ล่อง)&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจแนวป้องกันไฟป่า&nbsp;สำรวจพื้นที่ทำฝายชะลอน้ำ&nbsp;พื้นที่แนวป่าบริเวณสันเขื่อนวชิราลงกรณ&nbsp;เพื่อหาแนวทาง&nbsp;ในการป้องกันและลดการเกิดไฟป่าบริเวณพื้นที่รอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ&nbsp;</p><p><br></p><p>ณัฏฐภัส&nbsp;เหลืองพฤกษชาติ&nbsp;/&nbsp;สวท.กาญจนบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สวท.กาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207113049244"],
    [202,"จังหวัดแพร่จัดประชุมเพื่อคัดเลือกกรรมการลุ่มน้ำผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในเขตลุ่มน้ำยม ลุ่มน้ำน่าน และลุ่มน้ำวัง พื้นที่จังหวัดแพร่","<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;</strong>ที่โรงแรมแพร่นครา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นประธานเปิดการประชุมเพื่อคัดเลือกกรรมการลุ่มน้ำผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ในเขตลุ่มน้ำยม&nbsp;ลุ่มน้ำน่าน&nbsp;และลุ่มน้ำวัง&nbsp;พื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;ซึ่งทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค&nbsp;1&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นกรรมการและผู้แทนเข้าไปปฏิบัติหน้าที่การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;ตามองค์ประกอบของคณะกรรมการลุ่มน้ำยม&nbsp;คณะกรรมการลุ่มน้ำน่าน&nbsp;และคณะกรรมการลุ่มน้ำวัง&nbsp;</p><p><strong>นายนิคม&nbsp;ถาน้อย&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผนลุ่มน้ำ</strong>&nbsp;สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค&nbsp;1&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตามที่พระราชกฤษฎีกากำหนดลุ่มน้ำ&nbsp;ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;</p><p><strong>ลุ่มน้ำยม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;11&nbsp;จังหวัด</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดพะเยา/น่าน/ลำปาง/แพร่/อุตรดิตถ์/สุโขทัย/พิษณุโลก/พิจิตร/ตาก/กำแพงเพชร/นครสวรรค์&nbsp;</p><p><strong>ลุ่มน้ำน่าน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;10&nbsp;จังหวัด&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;จังหวัดน่าน/แพร่/อุตรดิตถ์/สุโขทัย/พิษณุโลก/พิจิตร&nbsp;เพชรบูรณ์/เลย/กำแพงเพชร/นครสวรรค์&nbsp;</p><p><strong>และลุ่มน้ำวัง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;จังหวัดเชียงราย/ตาก/ลำปาง/และแพร่</p><p><strong>และพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2523</strong>&nbsp;มาตรา&nbsp;27&nbsp;ได้กำหนดว่า&nbsp;เมื่อมีพระราชกฤษฎีกากำหนดลุ่มน้ำแล้ว&nbsp;ให้มีคณะกรรมการลุ่มน้ำประจำลุ่มน้ำนั้น&nbsp;เพื่อเข้าไปปฏิบัติหน้าที่การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;ตามองค์ประกอบของคณะกรรมการลุ่มน้ำ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กรรมการลุ่มน้ำ&nbsp;โดยตำแหน่งกรรมการลุ่มน้ำผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กรรมการลุ่มน้ำผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้ำ&nbsp;และกรรมการลุ่มน้ำผู้ทรงคุณวุฒิ</p><p><strong>โดยในองค์ประกอบของกรรมการลุ่มน้ำ</strong>ผู้แทนองค์กรองศ์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในคณะกรรมการลุ่มน้ำยม&nbsp;คณะกรรมการลุ่มน้ำน่าน&nbsp;และคณะกรรมการลุ่มน้ำวัง&nbsp;สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค&nbsp;1&nbsp;ได้ดำเนินการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตลุ่มน้ำยม&nbsp;ลุ่มน้ำน่าน&nbsp;และลุมน้ำวัง&nbsp;พื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;และได้ดำเนินการตรวจสอบรายชื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในเขตลุ่มน้ำ&nbsp;จากประกาศสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;เรื่อง&nbsp;รายชื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;เรียบร้อยแล้ว&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในพื้นที่จังหวัดแพร่</strong>&nbsp;ครอบคลุมลุ่มน้ำยม&nbsp;จำนวน&nbsp;84&nbsp;อปท.&nbsp;ครอบคลุมลุ่มน้ำน่าน&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;อปท.&nbsp;และครอบคลุมลุ่มน้ำวัง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;อปท.&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207133654296"],
    [203,"พันธุ์งาป้ายแดง อุบลราชธานี 3 ให้ผลผลิตสูงกว่า 200 กิโลกรัมต่อไร่ ถูกใจเกษตรกร","<p><strong>นางสาวอิงอร&nbsp;ปัญญากิจ&nbsp;รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;คณะนักวิจัยของศูนย์วิจัยพืชไร่อุบลราชธานี&nbsp;กรมวิชาการเกษตร&nbsp;วิจัยและปรับปรุงพันธุ์งาแดงเพื่อให้ได้ผลผลิตสูงขึ้นกว่าพันธุ์เดิม&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณผลผลิตงาของประเทศเพิ่มมากขึ้นเพียงพอต่อความต้องการของตลาดและทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>โดยรวบรวมสายพันธุ์งา&nbsp;</strong>ที่ได้จากธนาคารเชื้อพันธุ์พืชของสหรัฐอเมริกาและที่นำเข้าจากต่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;จีน&nbsp;อิรัก&nbsp;ญี่ปุ่น&nbsp;อัฟกานิสถาน&nbsp;เมียนมา&nbsp;รวมทั้งสายพันธุ์พื้นเมืองในประเทศจำนวน&nbsp;77&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;มาปลูกขยายพันธุ์และศึกษาลักษณะทางการเกษตรในแปลงรวบรวมและศึกษาพันธุ์งา&nbsp;และทำการคัดเลือกพันธุ์แบบสายพันธุ์บริสุทธิ์&nbsp;คัดเลือกได้สายพันธุ์ที่มีลักษณะทางการเกษตรและให้ผลผลิตดี&nbsp;จำนวน&nbsp;23&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;จากนั้นนำเข้าประเมินพันธุ์ตามขั้นตอนการปรับปรุงพันธุ์งาแดงเพื่อให้ผลผลิตสูง&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;3&nbsp;ขั้นตอนคือ&nbsp;การรวบรวมและศึกษาพันธุ์&nbsp;การคัดเลือกพันธุ์&nbsp;และการประเมินพันธุ์โดยการเปรียบเทียบเบื้องต้น&nbsp;เปรียบเทียบมาตรฐาน&nbsp;เปรียบเทียบในท้องถิ่นและเปรียบเทียบในไร่เกษตรกรที่จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;และเพชรบูรณ์&nbsp;</p><p><strong>ศึกษาข้อมูลจำเพาะของพันธุ์</strong>&nbsp;โดยประเมินความต้านทานโรคและความต้านทานต่อแมลงศัตรูที่สำคัญของงา&nbsp;จนได้งาแดงที่มีเสถียรภาพในการให้ผลผลิตดีและมีลักษณะเด่นตามที่ต้องการคือ&nbsp;ให้ผลผลิตและปริมาณน้ำมันสูง&nbsp;จึงเสนอคณะกรรมการวิจัยปรับปรุงพันธุ์พืช&nbsp;กรมวิชาการเกษตร&nbsp;พิจารณาเป็นพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตรในปี&nbsp;2564&nbsp;ใช้ชื่อพันธุ์ว่า&nbsp;งาแดงพันธุ์อุบลราชธานี&nbsp;3ที่มีลักษณะเด่น&nbsp;ให้ผลผลิตเฉลี่ยในแหล่งปลูกสำคัญที่จังหวัดเพชรบูรณ์และนครสวรรค์&nbsp;จำนวน&nbsp;216&nbsp;กิโลกรัม/ไร่&nbsp;ซึ่งสูงกว่างาแดงพันธุ์อุบลราชธานี&nbsp;1&nbsp;ที่ให้ผลผลิต&nbsp;192&nbsp;กิโลกรัม/ไร่&nbsp;และงาแดงพันธุ์อุบลราชธานี&nbsp;2&nbsp;ให้ผลผลิต&nbsp;206&nbsp;กิโลกรัม/ไร่&nbsp;และยังให้ปริมาณน้ำมันเฉลี่ยสูง&nbsp;46.4%&nbsp;รวมทั้งยังมีความต้านทานต่อการทำลายของศัตรูพืชมวนฝิ่นสีเขียว&nbsp;เหมาะสำหรับปลูกในแหล่งปลูกที่สำคัญและสภาพการผลิตพืชไร่ทั่วไป&nbsp;โดยเกษตรกรสามารถปลูกสร้างรายได้เสริมได้ตลอดทั้งปี</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207142230322"],
    [204,"จ.ฉะเชิงเทราร่วมประชุมคณะอนุกรรมการบริหารพัฒนา อนุรักษ์ และฟื้นฟูคลองแสนแสบ  ครั้งที่ 1/2565  ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;)&nbsp;ที่ห้องประชุมศูนย์ดำรงธรรม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา</strong>&nbsp;นายพูลทรัพย์&nbsp;สมบูรณ์ปัญญา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารพัฒนา&nbsp;อนุรักษ์&nbsp;และฟื้นฟูคลองแสนแสบ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;จากห้องประชุม&nbsp;301&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ตึกบัญชาการ&nbsp;1&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;โดย&nbsp;สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;รายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินการตามข้อสั่งการ&nbsp;ของ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จากนั้นที่ประชุมแจ้งเรื่อง&nbsp;มติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</strong>&nbsp;เรื่องแผนหลักการพัฒนา&nbsp;ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองแสนแสบ&nbsp;&nbsp;รายงานผลการดำเนินการตามแผนหลักการพัฒนา&nbsp;ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองแสนแสบพร้อมปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;และแนวทางแก้ไข&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;กรมโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;องค์การจัดการน้ำเสีย&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในส่วนของจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;หน่วยงานในจังหวัดฯ&nbsp;มีแผนงาน/โครงการที่ถูกบรรจุ</strong>ในแผนหลักการพัฒนา&nbsp;ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองแสนแสบ&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;45&nbsp;โครงการ&nbsp;และมีผลการดำเนินการในปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;และ&nbsp;2565&nbsp;โดยจำแนกตามเป้าประสงค์ของแผนฯ&nbsp;ดังนี้&nbsp;ผลการดำเนินการในปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;เป้าประสงค์ที่&nbsp;2&nbsp;การปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์บริเวณคลองแสนแสบ&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;โครงการ&nbsp;เป้าประสงค์ที่&nbsp;5&nbsp;การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในคลองแสนแสบ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;&nbsp;และผลการดำเนินการในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เป้าประสงค์ที่&nbsp;2&nbsp;การปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์บริเวณคลองแสนแสบ&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;โครงการ&nbsp;&nbsp;และเป้าประสงค์ที่&nbsp;5&nbsp;การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในคลองแสนแสบ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;โครงการ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยจังหวัดฯ&nbsp;มีปัญหาอุปสรรค&nbsp;ดังนี้</strong>&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีข้อจำกัดด้านงบประมาณที่ลดลง&nbsp;&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;&nbsp;19)&nbsp;ทำให้การเชิญชวนภาคประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมและการลงพื้นที่สร้างการรับรู้&nbsp;มีข้อจำกัด&nbsp;สำหรับแนวทางแก้ไข&nbsp;ให้องค์กรปกครองสวนท้องถิ่นพิจารณาเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณตามแหล่งงบประมาณที่เหมาะสมและมีความจำเป็นไปได้&nbsp;และประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้โดยใช้สื่อออนไลน์ให้มากขึ้นแทนการลงพื้นที่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นอกจากนี้&nbsp;องค์การจัดการน้ำเสีย&nbsp;รายงานผลการดำเนินการในเป้าประสงค์ที่&nbsp;3&nbsp;</strong>ความก้าวหน้าในการดำเนินการโครงการศึกษา&nbsp;ออกแบบ&nbsp;และก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียรวมชุมชน&nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินการขอรับการจัดสรรงบประมาณ&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2566</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ฉะเชิงเทรา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงเทรา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207133525295"],
    [205,"ลูกจ้างเรือประมงระยอง เฮ ซีอีโอ SPRC ประกาศจ่ายเยียวยาน้ำรั่วกลางทะเลก้อนแรกภายในสัปดาห์นี้ ขณะที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกาะเสม็ด หอบหลักฐานผู้ได้รับผลกระทบ 142 ราย ยื่นบริษัทฯ เร่งเยียวยา","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;(7&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายจิระศักดิ์&nbsp;มหาสุคนธ์&nbsp;ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล</strong>&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขณะนี้ทางบริษัทฯ&nbsp;เตรียมเร่งเยียวยาให้กับกลุ่มลูกจ้างเรือประมง&nbsp;ในพื้นที่ประสบผลกระทบน้ำมันรั่วไหลกลางทะเลในทุกพื้นที่&nbsp;เบื้องต้นจะชดเชยให้กับกลุ่มลูกจ้างเรือประมงก่อน&nbsp;ส่วนตัวเงินที่จะชดเชยจะอ้างอิงตามอัตราค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมายกำหนด&nbsp;ซึ่งจะมีการสรุปตัวเลขที่แท้จริง&nbsp;จากการประชุมร่วมกันทั้ง&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;คือ&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;และ&nbsp;SPRC&nbsp;โดยยืนยันว่าจะสามารถเยียวยาได้ภายในสัปดาห์นี้แน่นอน&nbsp;ส่วนจำนวนเงินต้องรอสรุปตัวเลขที่แท้จริงอีกครั้ง&nbsp;ในส่วนของผู้ได้รับผลกระทบในทุกภาคส่วนก็จะเร่งพิจารณาอย่างเร่งด่วน&nbsp;เพราะทางบริษัทเข้าใจถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น&nbsp;และจะเร่งเยียวยาให้เร็วที่สุด</p><p><strong>ต่อมามี&nbsp;นางสริญทิพญ&nbsp;ทัพมงคลทรัพย์&nbsp;นายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ด&nbsp;</strong>พร้อม&nbsp;นายพิศณุ&nbsp;เขมะพรรค์&nbsp;ที่ปรึกษาสมาคมฯ&nbsp;ได้นำหลักฐานผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำมันรั่วดังกล่าว&nbsp;จำนวน&nbsp;142&nbsp;ราย&nbsp;ยื่นกับนายจิระศักดิ์&nbsp;มหาสุคนธ์&nbsp;ผจก.ทรัพยากรบุคคล&nbsp;SPRC&nbsp;รับหนังสือ&nbsp;พร้อมกล่าวขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;และจะพิจารณาให้ได้รับความเป็นธรรมโดยเร็วต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207133837297"],
    [206,"ปิดอ่าวไทย 90 วัน  15 กุมภาพันธ์  15 พฤษภาคมนี้ บริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;มาตรการ&nbsp;ปิดอ่าวไทย&nbsp;&nbsp;เป็นมาตรการสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่&nbsp;วางไข่&nbsp;เลี้ยงตัวอ่อน&nbsp;ในฝั่งทะเลอ่าวไทย&nbsp;เพื่ออนุรักษ์พ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำที่มีไข่แก่&nbsp;พร้อมสืบพันธุ์วางไข่และอนุรักษ์สัตว์น้ำวัยอ่อนให้เจริญเติบโตเป็นสัตว์น้ำรุ่นใหม่&nbsp;สามารถฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้มีใช้อย่างยั่งยืนและเป็นมาตรการที่สำคัญของกรมประมงที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>จากข้อมูลที่ได้จากการสำรวจและสุ่มเก็บตัวอย่างปลาทู</strong>&nbsp;ในช่วงมาตรการปิดอ่าวไทย&nbsp;&nbsp;ในรอบปี&nbsp;2564&nbsp;พบว่าพ่อแม่ปลามีความสมบูรณ์เพศ&nbsp;โดยเฉพาะปลาทู&nbsp;พบพ่อแม่พันธุ์&nbsp;มีขนาดความยาวเฉลี่ย&nbsp;18.5&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังพบลูกปลาเศรษฐกิจ&nbsp;ลูกปลาทู&nbsp;-&nbsp;ลัง&nbsp;และปลาทูขนาดเล็กมีการเคลื่อนย้ายจากเขตปิดอ่าวตอนกลางขึ้นมาอาศัยเลี้ยงตัวในอ่าวไทยรูปตัว&nbsp;ก&nbsp;จึงแสดงให้เห็นว่า&nbsp;ห้วงเวลา&nbsp;พื้นที่&nbsp;และเครื่องมือที่อนุญาตให้ทำการประมงตามประกาศมาตรการปิดอ่าวไทย&nbsp;มีความเหมาะสม&nbsp;สอดคล้องกับวงจรชีวิตสัตว์น้ำ&nbsp;</p><p><strong>การสำรวจแต่ละช่วงเวลาพบว่า</strong>&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ในเขตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพรและสุราษฎร์ธานี&nbsp;พบพ่อแม่พันธุ์ปลาทูมีความสมบูรณ์เพศและพร้อมผสมพันธุ์&nbsp;และมีการแพร่กระจายของลูกปลาทู-ปลาลัง&nbsp;และปลาเศรษฐกิจขนาดเล็ก&nbsp;และช่วงเวลา&nbsp;16&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;14&nbsp;มิถุนายน&nbsp;ในเขตชายฝั่งทะเลตามแผนที่แนบท้ายของประกาศปิดอ่าวไทยตอนกลางของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพร&nbsp;และสุราษฎร์ธานี&nbsp;พบลูกปลาวัยอ่อนที่เกิดบริเวณพื้นที่มาตรการมีโอกาสเลี้ยงตัวบริเวณชายฝั่งและเขตต่อเนื่องปลายแหลมเขาม่องไล่&nbsp;ถึงอำเภอหัวหิน&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;และพบลูกปลาขนาดเล็ก&nbsp;เดินทางเคลื่อนเข้าสู่อ่าวไทยรูปตัว&nbsp;ก&nbsp;เพื่อให้ปลาทูสาวให้เจริญเติบโตเป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อไป</p><p><strong>ในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;กรมประมง&nbsp;ยังดำเนินมาตรการปิดอ่าวไทย</strong>&nbsp;ในช่วงเวลาและพื้นที่เดิม&nbsp;&nbsp;โดยอนุญาตให้ใช้เฉพาะเครื่องมือประมงบางชนิดซึ่งเป็นของกลุ่มประมงขนาดเล็กและไม่กระทบกับมาตรการปิดอ่าวไทย</p><p><strong>สำหรับช่วงระยะเวลาปิดอ่าว</strong>&nbsp;16&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;14&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;อนุญาตให้เครื่องมืออวนลากแผ่นตะเฆ่&nbsp;อวนลากคานถ่าง&nbsp;ไม่ได้จำกัดความยาวของเรือที่ใช้ทำการประมง&nbsp;และเวลาในการทำการประมง&nbsp;ทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่งของพื้นที่บางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพร&nbsp;และสุราษฎร์ธานี&nbsp;สำหรับเครื่องมืออวนครอบ&nbsp;อวนช้อน&nbsp;หรืออวนยกปลากะตัก&nbsp;ที่ใช้ประกอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า&nbsp;(เครื่องปั่นไฟ)&nbsp;ประกอบเรือกลที่มีขนาด&nbsp;10&nbsp;ตันกรอส&nbsp;อนุญาตให้ทำการประมงได้นอกเขตทะเลชายฝั่ง&nbsp;เฉพาะบริเวณเขตต่อเนื่องปลายแหลมเขาม่องไล่&nbsp;ถึงอำเภอหัวหิน&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;แสดงให้เห็นว่า<strong>มาตรการปิดอ่าวเป็นการห้ามทำการประมง</strong>เฉพาะบางพื้นที่และช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น&nbsp;</p><p>เครื่องมือทำการประมงส่วนใหญ่ที่กำหนดห้ามทำการประมง&nbsp;ในช่วงเวลาปิดอ่าวเป็นกลุ่มเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูง&nbsp;โดยกลุ่มเรือที่ใช้เครื่องมือดังกล่าวนี้สามารถย้ายแหล่งทำการประมงไปนอกพื้นที่ปิดอ่าวได้&nbsp;และสำหรับการใช้เครื่องมืออวนติดตาปลายังอนุญาตให้ทำการประมงในช่วงเวลาปิดอ่าวได้เฉพาะเรือประมงพื้นบ้านที่มีขนาดต่ำกว่า&nbsp;10&nbsp;ตันกรอส&nbsp;และขนาดช่องตาอวนไม่ต่ำกว่า&nbsp;2&nbsp;นิ้ว&nbsp;โดยการทำการประมงในเขตทะเลชายฝั่งความยาวอวนติดตาปลาที่ใช้ต้องไม่เกิน&nbsp;2,500&nbsp;เมตร&nbsp;จึงไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการปิดอ่าวมากนัก&nbsp;ขอเน้นย้ำให้พี่น้องชาวประมงโปรดให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด&nbsp;และระมัดระวังการทำประมงโดยให้ทำประมงเฉพาะเครื่องมือที่ประกาศให้ใช้ได้เท่านั้น&nbsp;เครื่องมืออื่นๆ&nbsp;ห้ามทำโดยเด็ดขาด&nbsp;</p><p><strong>หากผู้ใดฝ่าฝืนจะเป็นความผิดตามตามมาตรา&nbsp;70</strong>&nbsp;แห่งพระราชกำหนดการประมง&nbsp;&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;ต้องระวางโทษ&nbsp;ปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงสามสิบล้านบาท&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขึ้นอยู่กับขนาดของเรือประมง&nbsp;หรือปรับจำนวนห้าเท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำการประมง&nbsp;แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า&nbsp;และต้องได้รับโทษทางปกครองอีกด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207143018331"],
    [207,"กฟผ.เขื่อนภูมิพล ส่งมอบโครงสร้างวางถังน้ำขนาด 3,000 ลิตร ให้กับที่ว่าการอำเภอสามเงา จังหวัดตาก","<p><strong>นายวรพจน์&nbsp;วรพงษ์&nbsp;ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล,&nbsp;</strong>นายปรีชา&nbsp;มาเกิด&nbsp;หัวหน้ากองบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าเขื่อนภูมิพล&nbsp;พร้อมด้วยผู้บริหาร&nbsp;และผู้ปฏิบัติงานเขื่อนภูมิพล&nbsp;ร่วมส่งมอบโครงสร้างวางถังน้ำขนาด&nbsp;3,000&nbsp;ลิตร&nbsp;ให้กับที่ว่าการอำเภอสามเงา&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;เนื่องจากที่ว่าการอำเภอสามเงา&nbsp;ยังขาดแคลนน้ำใช้ในการอุปโภค&nbsp;และบำรุงรักษาต้นไม้ในพื้นที่&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อให้หน่วยงานราชการในพื้นที่&nbsp;ที่ว่าการอำเภอสามเงา&nbsp;ได้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ&nbsp;กฟผ.เขื่อนภูมิพล&nbsp;จึงให้การสนับสนุนดำเนินการจัดสร้างฐานราก&nbsp;และโครงเหล็กวางถังน้ำ&nbsp;เพื่อกักเก็บน้ำ&nbsp;จากแหล่งน้ำที่มีอยู่ในบริเวณที่ว่าการอำเภอสามเงาให้ได้ใช้ประโยชน์ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ตาก","สวท.ตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207135547306"],
    [208,"โครงการประกันรายได้ชาวสวนยาง ระยะที่ 3 จังหวัดแพร่","<p><strong>ตามมติ&nbsp;ค.ร.ม.&nbsp;วันที่&nbsp;30&nbsp;พ.ย.64&nbsp;</strong>อนุมัติในหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ในกรณีที่ราคายางตกต่ำ&nbsp;ช่วงวิกฤตการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;และเพิ่มรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง</p><p><strong>จังหวัดแพร่มีเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียน&nbsp;(มีเอกสารสิทธิ์)&nbsp;</strong>และแจ้งข้อมูลปลูกยาง&nbsp;(ไม่มีเอกสารสิทธิ์)&nbsp;และคนกรีดยางที่แจ้งขึ้นทะเบียนกับ&nbsp;กยท.ภายในวันที่&nbsp;14&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;โดยแบ่งรายได้เจ้าของสวนร้อยละ&nbsp;60&nbsp;และคนกรีดยางร้อยละ&nbsp;40&nbsp;จำนวน&nbsp;2,625&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่ยางเปิดกรีด&nbsp;28,685.105&nbsp;ไร่&nbsp;มีสวนยางอายุ&nbsp;7&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;และเปิดกรีดแล้ว&nbsp;รายละไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ไร่&nbsp;กำหนดเวลาประกันรายได้&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;เริ่มเดือนตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;เดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ประกันรายได้ยาง&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยางแผ่นดิบ&nbsp;น้ำยางสด&nbsp;และยางก้อนถ้วย&nbsp;โดยโครงการฯ&nbsp;ในระยะที่&nbsp;3&nbsp;เกษตรกรจังหวัดแพร่&nbsp;ได้รับการชดเชยเฉพาะยางแผ่นดิบ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;13.75&nbsp;ไร่&nbsp;ส่วนรายอื่นๆ&nbsp;แจ้งขึ้นทะเบียนเป็นยางก้อนถ้วย&nbsp;ซึ่งราคากลางสูงกว่าราคาประกันฯ&nbsp;จึงไม่ได้รับการชดเชย</p><p><strong>ปัจจุบันผลผลิตยางก้อนถ้วยของจังหวัดแพร่&nbsp;</strong>มีปริมาณ&nbsp;6,000&nbsp;ตัน/ปี&nbsp;ราคาเฉลี่ย&nbsp;27&nbsp;บาท/กก.&nbsp;มูลค่าเฉลี่ย&nbsp;160&nbsp;ล้านบาท/ปี&nbsp;หากเปิดกรีดยางทั้งหมดประมาณ&nbsp;30,000&nbsp;ไร่&nbsp;จะสร้างมูลค่าเฉลี่ย&nbsp;300&nbsp;ล้านบาท/ปี&nbsp;(ข้อมูลจากกรมพัฒนาที่ดิน)&nbsp;สามารถขยายพื้นที่ปลูกยางในพื้นที่เหมาะสมและมีเอกสารสิทธิ์&nbsp;ได้อีกประมาณ&nbsp;100,000&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าไม่ต่ำกว่า&nbsp;1,000&nbsp;ล้านบาท/ปี&nbsp;นับเป็นอีกหนึ่งอาชีพทางเลือกด้านการเกษตร&nbsp;ที่สร้างความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ให้กับเกษตรกรจังหวัดแพร่ได้ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207141916318"],
    [209,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยภาคเหนือวันนี้ไม่พบจุดความร้อนเลยจากฝนที่ตกลงมา โดยจุดความร้อนจากกัมพูชาและลาว กระทบชายแดนภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคตะวันออกของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&nbsp;โดยภาคเหนือวันนี้ไม่พบจุดความร้อนเลยจากฝนที่ตกลงมา&nbsp;โดยจุดความร้อนจากกัมพูชาและ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;กระทบชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออกของไทย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(6&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;173&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อนเล็กน้อย&nbsp;โดยพบมากสุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;89&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;32&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;29&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;17&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;ปราจีนบุรี&nbsp;33&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;สระบุรี&nbsp;12&nbsp;จุด&nbsp;โดยภาคเหนือไม่พบจุดความร้อนแม้แต่จุดเดียว&nbsp;เนื่องจากเกิดฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคกลางยังคงมีจุดความร้อนกระจายตัวอยู่&nbsp;ส่วนใหญ่พบในพื้นที่เกษตร&nbsp;ภาพรวมคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;พื้นที่ภาคกลางอยู่ในระดับปานกลาง&nbsp;อาจเริ่มส่งผลกระทบกับระบบทางเดินหายใจ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;4,137&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;4,019&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;3,032&nbsp;จุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในกัมพูชา&nbsp;2,518&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมา&nbsp;เป็นเมียนมา&nbsp;375&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;230&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศกัมพูชาและ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ&nbsp;</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207142140321"],
    [210,"คณะทำงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ติดตามการบริหารจัดการน้ำเสีย และการกำจัดขยะภายในเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา","<p><strong>พลตรี&nbsp;กัลย์สรรค์&nbsp;จันทรเสน&nbsp;รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;</strong>พร้อมคณะ&nbsp;เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเพื่อให้คำแนะนำการพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสีย&nbsp;การกำจัดขยะ&nbsp;ภายใต้โครงการราชทัณฑ์ปันสุข&nbsp;ทำความดีเพื่อชาติ&nbsp;ศาสน์&nbsp;กษัตริย์&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;โดยมี&nbsp;พ.อ.ตรีพจน์&nbsp;โพธิสอน&nbsp;ฝ่ายเลขานุการ&nbsp;ศอ.จอส.พระราชทาน&nbsp;ภาค&nbsp;1&nbsp;นายเทวพงศ์พันธ์&nbsp;เมืองยม&nbsp;ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ข้าราชการพลเรือน&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;และจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;และให้ข้อมูลพื้นที่ในการบริหารจัดการน้ำเสียภายในในพื้นที่เรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;และทัณฑสถานบำบัดพิเศษพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207145104351"],
    [211,"เส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตร สัมผัสวิถีชาวสวน ต้อนรับฤดูกาลผลไม้ภาคตะวันออก","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สถานการณ์การผลิตผลไม้ในปี&nbsp;2565&nbsp;โดยเฉพาะผลไม้ที่สำคัญ&nbsp;6&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ทุเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;เงาะ&nbsp;&nbsp;ลองกอง&nbsp;ลำไยและลิ้นจี่&nbsp;ภาพรวมทั้งประเทศ&nbsp;คาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตประมาณ&nbsp;3.6&nbsp;ล้านตัน&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ&nbsp;9.13&nbsp;และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกชนิด&nbsp;</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรเน้นการผลิตผลไม้ให้ได้คุณภาพมาตรฐานเพื่อการส่งออกและบริโภคภายในประเทศมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;รวมถึงส่งเสริม&nbsp;สนับสนุนและพัฒนาศักยภาพเกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;วิสาหกิจชุมชนและส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาพื้นที่การเกษตรให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรทุกจังหวัดทั่วประเทศ</p><p><strong>ปัจจุบันภาคตะวันออก</strong>&nbsp;กำลังจะเข้าสู่ฤดูกาลผลไม้เตรียมออกสู่ตลาด&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้วางแผนเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;เพื่อเชิญชวนประชาชนมาเยี่ยมเยือนแหล่งผลิตผลไม้ที่สำคัญของประเทศ&nbsp;รับประทานผลไม้คุณภาพสดๆ&nbsp;ที่แหล่งผลิต&nbsp;และได้สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนเกษตรของชาวภาคตะวันออก&nbsp;</p><p><strong>นำร่องเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่จังหวัดระยอง</strong>&nbsp;ในช่วงปลายเดือนมีนาคม&nbsp;-&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;อาทิ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรผลิตไม้กฤษณา&nbsp;(มีสุขฟาร์ม)&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้เกี่ยวกับการแปรรูปผลิตภัณฑ์ไม้กฤษณาที่เดียวในจังหวัดระยอง&nbsp;วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านทะเลน้อยระยองฮิ&nbsp;อำเภอแกลง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;มีกิจกรรมเยี่ยมชมวิถีชีวิตชาวประมงทะเลน้ำตื้นแบบดั้งเดิม&nbsp;นอนพักโฮมสเตย์สัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน&nbsp;และล่องเรือชมทัศนียภาพลุ่มน้ำประแส&nbsp;ชมสาธิตการทำปลาเค็มแบบภูมิปัญญาดั้งเดิม&nbsp;การปลูกและเก็บผักกระชับ&nbsp;ผักชนิดเดียวในโลกที่ทะเลน้อย&nbsp;</p><p><strong>การจัดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;</strong>จะช่วยประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักท่องเที่ยวให้เดินทางไปท่องเที่ยวที่ภาคตะวันออกมากขึ้น&nbsp;ซึ่งนอกจากจะกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายเงินภายในประเทศแล้ว&nbsp;ยังสอดรับกับช่วงฤดูกาลผลไม้ภาคตะวันออกที่กำลังจะมาถึง&nbsp;นักท่องเที่ยวจะได้รับประทานผลไม้สดๆ&nbsp;จากต้น&nbsp;พร้อมเยี่ยมชมกระบวนการผลิตในแหล่งผลิตผลไม้คุณภาพส่งออก&nbsp;และเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและชุมชนอย่างยั่งยืนด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207144830344"],
    [212,"จังหวัดแม่ฮ่องสอน แจกจ่าย แบ่งปัน ผักกาดขาว จำนวน 3 ตัน จากเกษตรกรสู่ผู้บริโภค","<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;คลังจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และกองทุนฟื้นฟูฯจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ร่วมแจกจ่าย&nbsp;แบ่งปัน&nbsp;ผักกาดขาว&nbsp;แก่ประชาชน&nbsp;ในกิจกรรมแจกจ่าย&nbsp;แบ่งปัน&nbsp;ผักกาด&nbsp;ขาวจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภค&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าสำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;จำนวน&nbsp;3,000&nbsp;กิโลกรัม</p><p><strong>โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้ขอความร่วมมือหน่วยงานในจังหวัด</strong>&nbsp;สั่งซื้อผักกาดขาวจากเกษตรกร&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกผักกาดขาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ปัจจุบันราคาผักกาดขาวได้ขยับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด&nbsp;ราคาที่เกษตรกรขายได้หน้าสวน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;4&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207145615361"],
    [213,"จังหวัดตราดออกประกาศ มาตรการป้องกันผลผลิตทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) ออกสู่ตลาด ปี 2565","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>(7&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>จังหวัดตราด&nbsp;เป็นแหล่งผลิตผลไม้คุณภาพที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย&nbsp;บางครั้งผู้ประกอบการและเกษตรกรที่ไม่มีความซื่อสัตย์ต่ออาชีพ&nbsp;มุ่งหาผลประโยชน์อันมิชอบต่อผู้บริโภค&nbsp;นำทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;(ทุเรียนอ่อน)&nbsp;มาซื้อขายในตลาด&nbsp;ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการทำลายเศรษฐกิจ&nbsp;สร้างความเดือดร้อนแก่เกษตรกรชาวสวนผลไม้&nbsp;ผู้ค้า&nbsp;และผู้บริโภค&nbsp;และภาพลักษณ์ที่ดีของผลไม้จังหวัดตราด&nbsp;&nbsp;ดังนั้นเพื่อดำเนินงานตามมาตรการควบคุมทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;(ทุเรียนอ่อน)&nbsp;ออกสู่ตลาด&nbsp;จังหวัดตราดจึงประกาศให้เกษตรกรผู้ผลิตผลไม้&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และผู้บริโภค&nbsp;ทราบโดยทั่วกันว่า&nbsp;หากพบผู้จำหน่ายทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;(ทุเรียนอ่อน)&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานที่ระบุไว้&nbsp;ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2551&nbsp;และแก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;โดยเจตนาจะต้องมีความผิดระวางโทษดังนี้&nbsp;ความผิดประมวลกฎหมายอาญา&nbsp;มาตรา&nbsp;271&nbsp;ผู้ใดขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใดๆ&nbsp;ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด&nbsp;สภาพ&nbsp;คุณภาพ&nbsp;หรือปริมาณแห่งนั้นเป็นเท็จ&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุก&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;60,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;และความผิดตาม&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;คุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2522&nbsp;มาตรา&nbsp;47&nbsp;ผู้ใดเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิด&nbsp;ในแหล่งกำเนิด&nbsp;สภาพ&nbsp;คุณภาพ&nbsp;หรือสาระสำคัญ&nbsp;ประการอื่นอันเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการต้องระวางโทษจำคุก&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากผู้บริโภค&nbsp;ผู้ค้า&nbsp;หรือประชาชน&nbsp;รายใดได้รับความเดือดร้อน</strong>&nbsp;จาการซื้อขายทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;(ทุเรียนอ่อน)&nbsp;สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ที่&nbsp;สถานีตำรวจในทุกพื้นที่&nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ&nbsp;หรือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207153731384"],
    [214,"สมุทรสาคร ทำ MOU ร่วมกับสถานประกอบการ แก้ไขปัญหาน้ำเสียในคลองแนวลิขิต","<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่อาคารชัยพฤกษ์&nbsp;วิทยาลัยประมงสมุทรสาคร&nbsp;ตำบลดอนไก่ดี</strong>&nbsp;อำเภอกระทุ่มแบน&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;นายณรงค์&nbsp;รักร้อย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เป็นประธานในการทำ&nbsp;MOU&nbsp;แก้ไขปัญหาน้ำเสียอย่างมีส่วนร่วมของจังหวัดสมุทรสาครในคลองแนวลิขิต&nbsp;ตามแนวทางการพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการในจังหวัดให้มีการทำงานที่มีผลสัมฤทธิ์สูง&nbsp;(High&nbsp;Performance&nbsp;Province&nbsp;:&nbsp;HPP)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุรศักดิ์&nbsp;ผลยังส่ง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;นายอาวุธ&nbsp;วิเชียรฉาย&nbsp;ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ตัวแทนโรงงานสถานประกอบการต่างๆ&nbsp;28&nbsp;แห่ง&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>นายวุฒิพงษ์&nbsp;สุภัควนิช&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสาคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตามแผนปฏิรูปประเทศ&nbsp;13&nbsp;ด้าน&nbsp;หนึ่งในแผนปฏิรูปประเทศในด้านการบริหารราชการแผ่นดิน&nbsp;มีกิจกรรมปฏิรูปที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ&nbsp;(Big&nbsp;Rock)&nbsp;รวม&nbsp;5&nbsp;กิจกรรม&nbsp;โดยมี&nbsp;1&nbsp;กิจกรรม&nbsp;คือการสร้างความเข้มแข็งในการบริหารราชการในระดับพื้นที่โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;โดยมีเป้าหมายการทำงาน&nbsp;\"&nbsp;เป้าหมายหลัก&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.&nbsp;มีกลไกที่บูรณาการ/เชื่อมโยงการทำงานของหน่วยงานในพื้นที่&nbsp;และ&nbsp;2.&nbsp;จังหวัดมีการพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการในจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูงโดยกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และสำนักงาน&nbsp;ก.พ.ร.&nbsp;ได้ร่วมกันขับเคลื่อนรูปแบบการบริหารราชการในจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูงมาตั้งแต่ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โดยนำร่องดำเนินการในพื้นที่&nbsp;20&nbsp;จังหวัด&nbsp;สำหรับในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;กำหนดให้มีการดำเนินงานในทุกจังหวัดโดยให้จังหวัดเลือกขับเคลื่อนในประเด็นนโยบายสำคัญในพื้นที่&nbsp;โดยจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ได้เลือกขับเคลื่อนในประเด็นการแก้ไขปัญหาน้ำเสียอย่างมีส่วนร่วมของจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;นำร่องการแก้ไขปัญหาน้ำเสียในคลองแนวลิขิต&nbsp;ซึ่งได้ส่งแผนการดำเนินงานให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงาน&nbsp;ก.พ.ร.&nbsp;เรียบร้อยแล้ว&nbsp;โดยการขับเคลื่อนจังหวัดมุ่งผลสัมฤทธิ์สูง&nbsp;มีรูปแบบการพัฒนาโดยต้องนำระบบเทคโนโลยี&nbsp;ดิจิทัล&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;การพัฒนาไปสู่ราชการระบบเปิด&nbsp;และการพัฒนาสู่การบริการภาครัฐที่เป็นเลิศ&nbsp;มาใช้ในการดำเนินงานด้วยจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;จึงได้กำหนดจัดโครงการแก้ไขปัญหาน้ำเสียอย่างมีส่วนร่วมในคลองแนวลิขิตในวันนี้&nbsp;ซึ่งตรงกับวันฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาครและถือว่าเป็นวัน&nbsp;KICK&nbsp;OFF&nbsp;ของโครงการฯ&nbsp;โดยเป็นกิจกรรมหนึ่งที่อยู่ในแผนการดำเนินงานของจังหวัดฯ&nbsp;ซึ่งจะต้องขับเคลื่อนตามแผนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตลอดปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้เกิดการพัฒนาการบริหารราชการในจังหวัดให้มีการทำงานที่มีผลสัมฤทธิ์สูง&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เชิญมาร่วมงานในวันนี้ประมาณ&nbsp;150&nbsp;คน&nbsp;มีกิจกรรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;พิธีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;(MOU)&nbsp;ของสถานประกอบการจำนวน&nbsp;28&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่ตั้งอยู่บริเวณแนวคลองลิขิต&nbsp;การเสวนาให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายในประเด็นการจัดการและการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย&nbsp;การมอบชุดตรวจคุณภาพน้ำให้เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และการสาธิตใช้ชุดตรวจคุณภาพน้ำพร้อมมีการจัดกิจกรรมทำความสะอาด&nbsp;การกำจัดขยะและสิ่งขีดขวางทางน้ำการเทจุลินทรีย์น้ำ&nbsp;ตลอดสายคลองแนวลิขิต&nbsp;โดยความร่วมมือของทุกภาคส่วนในพื้นที่</p><p><strong>นายณรงค์&nbsp;รักร้อย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>โครงการแก้ไขปัญหาน้ำเสียอย่างมีส่วนร่วมของจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ในคลองแนวลิขิต&nbsp;ตามแนวทางการพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการในจังหวัดให้มีการทำงานที่มีผลสัมฤทธิ์สูง&nbsp;(High&nbsp;Performance&nbsp;Province&nbsp;:&nbsp;HPP)&nbsp;การพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการในจังหวัดให้มีการทำงานที่มีผลสัมฤทธิ์สูง&nbsp;เกิดจากแผนปฏิรูปประเทศในด้านการบริหารราชการแผ่นดิน&nbsp;โดยเป็นนโยบายของกระทรวงมหาดไทยที่จะขับเคลื่อนให้ทุกจังหวัดมีการทำงานที่มีผลสัมฤทธิ์สูง&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เป็นจังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก&nbsp;ประมาณ&nbsp;6,000&nbsp;โรงงาน&nbsp;และเป็นจังหวัดปลายน้ำของแม่น้ำท่าจีนก่อนที่จะไหลลงสู่อ่าวไทย&nbsp;ทำให้ประสบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาน้ำเสีย&nbsp;ขยะ&nbsp;และปัญหาฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จังหวัดจึงได้เลือกที่จะขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย&nbsp;ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญของจังหวัดโดยนำร่องในคลองแนวลิขิต&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการในจังหวัดให้มีการทำงานที่มีผลสัมฤทธิ์สูง&nbsp;เป้าหมายที่สำคัญนอกจากผลสัมฤทธิ์ในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียการนำนวัตกรรมและระบบดิจิทัลมาใช้ในการแก้ไขปัญหาแล้ว&nbsp;การระบุข้อเสนอในการแก้ไขปัญหา&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นระเบียบ&nbsp;กฎหมาย&nbsp;หรือประเด็นที่จะต้องปลดล็อกเพื่อให้การทำงานประสบผลสำเร็จก็เป็นอีกเรื่องที่ส่วนกลางต้องการที่จะนำไปปรับปรุงระบบการบริหารราชการต่อไป&nbsp;ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียของจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ตามแผนการดำเนินงานตามแนวทางการพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการในจังหวัดให้มีการทำงานที่มีผลสัมฤทธิ์สูง&nbsp;(High&nbsp;Performance&nbsp;Province&nbsp;:&nbsp;HPP)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;และหวังว่าจะขยายผลไปในทุกสายคลองในพื้นที่ของจังหวัดสมุทรสาครต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคตะวันตก","สมุทรสาคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207154829394"],
    [215,"ผู้ว่าฯพังงา ติดตามแผนงานของคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ระดับจังหวัดพังงา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ระดับจังหวัดพังงา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมนางหงส์&nbsp;โรงแรม&nbsp;เลอ&nbsp;เอราวัณ&nbsp;พังงา&nbsp;</p><p><strong>เพื่อทราบการจัดทำแผนปฏิบัติการและความก้าวหน้าผลการดำเนินงาน</strong>โครงการตามแผนปฏิบัติการด้านการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดพังงา&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565,&nbsp;ผลการดำเนินงานโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565,&nbsp;ผลการขับเคลื่อนการบริหารจัดการไม้ผลจังหวัดพังงา&nbsp;(มังคุด),สถานการณ์โรคระบาดด้านการเกษตร&nbsp;การป้องกันและแก้ไขปัญหา,&nbsp;สถานการณ์น้ำท่าและการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ&nbsp;การป้องกันและแก้ไขปัญหาฝนทิ้งช่วง&nbsp;(ภัยแล้ง)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565,&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางพารา&nbsp;ระยะที่&nbsp;3,&nbsp;โครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;2&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่,&nbsp;การขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(G&nbsp;Model)&nbsp;ด้านการเกษตร,&nbsp;โครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง,&nbsp;ปฏิทินผลผลิตสินค้าเกษตรรายเดือนระดับจังหวัด&nbsp;เพื่อการบริหารจัดการด้านความมั่นคงอาหารและโภชนาการจังหวัดพังงา&nbsp;ปี&nbsp;2564,&nbsp;ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี&nbsp;2564&nbsp;และแนวโน้มปี&nbsp;2565&nbsp;ของจังหวัดพังงา,&nbsp;และสถานการณ์และแนวโน้มสินค้าเกษตรที่&nbsp;สำคัญของจังหวัดพังงา&nbsp;ปี&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207154316389"],
    [216,"ฝนซาฟ้ายังใส จ.แม่ฮ่องสอน ต้นปี 65 จุดความร้อนลดลงจากปี 64 เกินครึ่ง และ PM 2.5 ยังไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน","<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;รายงานสถานการณ์ไฟป่า</strong>&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีจุดความร้อนสะสมทั้งหมด&nbsp;437&nbsp;จุด&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;3.66&nbsp;ของจุดความร้อนสะสมปี&nbsp;2564&nbsp;หรือ&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;4.57&nbsp;ของค่าเป้าหมายปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดตั้งเป้าหมายปี&nbsp;2565&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;9,556&nbsp;จุด&nbsp;จากการเปรียบเทียบจุดความร้อนสะสมสูงสุดในห้วงเวลาเดียวกัน&nbsp;พบว่า&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;1,149&nbsp;จุด&nbsp;ขณะที่ปี&nbsp;2565&nbsp;เกิดจุดความร้อนเพียง&nbsp;437&nbsp;จุด</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(GISTDA)</strong>&nbsp;รายงาน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;พบว่า&nbsp;อำเภอที่มีจุดความร้อนสูงสุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;จำนวน&nbsp;186&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาอำเภอปางมะผ้า&nbsp;102&nbsp;จุด&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;101&nbsp;จุด&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;29&nbsp;จุด&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;10&nbsp;จุด&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;และอำเภอสบเมย&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ชุมชนและอื่นๆ</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สถานการณ์คุณภาพอากาศ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;</strong>2565&nbsp;ค่า&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ยังไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ค่าสูงสุดที่วัดได้&nbsp;&nbsp;เท่ากับ&nbsp;40&nbsp;ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207163905428"],
    [217,"กระทรวงต่างประเทศประชุมแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการส่งเสริมการลดขยะอาหารในห่วงโซ่อุปทานของ MSMEs","<p><strong>กระทรวงต่างประเทศประชุมแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการส่งเสริมการลดขยะอาหารในห่วงโซ่อุปทานของ&nbsp;MSMEs&nbsp;โมเดลธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี</strong></p><p><br></p><p><strong>กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;</strong>และสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปคของไทย&nbsp;จัดประชุมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ&nbsp;การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่วิสาหกิจขนาดกลาง&nbsp;ขนาดย่อม&nbsp;และรายย่อย&nbsp;(&nbsp;MSMEs&nbsp;)&nbsp;เพื่อภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก&nbsp;ที่ครอบคลุมและยั่งยืน&nbsp;:&nbsp;การลดขยะอาหารในห่วงโซ่อุปทาน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;13-14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกล&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชุตินทร&nbsp;คงศักดิ์&nbsp;รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;เป็นผู้กล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่น่าสนใจเกี่ยวกับการส่งเสริมการลดขยะอาหารในห่วงโซ่อุปทานของ&nbsp;MSMEs</strong>&nbsp;โมเดลธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อลดขยะอาหารและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;โดยการประชุมดังกล่าวสอดรับกับหลักการเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;ซึ่งแนวคิดสำคัญในการขับเคลื่อนเอเปค&nbsp;2565&nbsp;ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ&nbsp;แนวคิดที่ได้จากการประชุมฯคือ&nbsp;อุปสรรคที่สำคัญ&nbsp;MSMEs&nbsp;ในการลดขยะอาหารคือต้นทุนและข้อจำกัดด้านศักยภาพ&nbsp;แนวทางแก้ไขปัญหาที่เสนอในที่ประชุม&nbsp;คือการส่งเสริมความร่วมมือแบบหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;การมีแพลตฟอร์มในระดับภูมิภาคเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างศักยภาพ&nbsp;ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสมัยใหม่&nbsp;อาทิ&nbsp;แอปพลิเคชันเพื่อการแบ่งปันอาหาร&nbsp;ถังขยะอัจฉริยะเพื่อแยกขยะและเทคโนโลยีที่ช่วยติดตามข้อมูลการสูญเสียอาหารในร้านอาหารเพื่อสร้างความตระหนักรู้และลดการสร้างขยะอาหาร&nbsp;เป็นต้น&nbsp;การลดขยะอาหารอย่างมีประสิทธิภาพต้องอาศัยความร่วมมือแบบองค์รวมจากทุกภาคส่วนในการจัดองค์ประกอบของกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ในห่วงโซ่อุปทานที่เพิ่มคุณค่าให้กับขยะ&nbsp;โดยควรให้ความสำคัญต่อการป้องกันการสร้างขยะมากกว่าการจัดการขยะ&nbsp;และการใช้ประโยชน์จากอาหารอย่างเต็มศักยภาพและแปลงขยะให้มีมูลค่า&nbsp;ซึ่งหลักการนี้สอดคล้องกับแนวคิดเศรษบกิจ&nbsp;BCG</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207171242443"],
    [218,"เร่งปฏิรูปพลิกโฉมกระทรวงเกษตรฯ ผนึกสภาอุตสาหกรรมฯ ขยายเกษตรอัจฉริยะ 2 ล้านไร่ ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีเกษตร&nbsp;4.0&nbsp;และประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม&nbsp;เปิดเผยวันนี้&nbsp;(7&nbsp;ก.พ.)&nbsp;ถึงผลงานความคืบหน้าของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เทคโนโลยีเกษตร&nbsp;4.0&nbsp;ประจำเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;ยุทธศาสตร์การปฏิรูปภาคเกษตรกรรม&nbsp;โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พอใจต่อผลการทำงาน</span><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ล่าสุด&nbsp;โดยเฉพาะการดำเนินงานด้านระบบบริการภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มีความคืบหน้าถึง&nbsp;70%&nbsp;สำหรับผลการดำเนินงานด้านต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;ด้านเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;ได้มีการรายงานการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;-&nbsp;2566&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และการขับเคลื่อนการบูรณาการด้านเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;ดำเนินโครงการเกษตรแม่นยำ&nbsp;2&nbsp;ล้านไร่&nbsp;จับคู่เกษตรแปลงใหญ่&nbsp;(Big&nbsp;Farm)&nbsp;กับบริษัทอุตสาหกรรมเกษตรขนาดใหญ่&nbsp;(Big&nbsp;Brother)&nbsp;โครงการความร่วมมือด้าน&nbsp;Smart&nbsp;Farming&nbsp;ด้าน&nbsp;E-Commerce&nbsp;ได้มีการขับเคลื่อนเรื่องแผนการกระจายผลไม้ในประเทศ&nbsp;และความร่วมมือด้านการเกษตรและการค้าไทย-บาห์เรน&nbsp;รวมทั้งโครงการ&nbsp;Thailand&nbsp;E-Commerce&nbsp;Village&nbsp;ด้านธุรกิจเกษตร&nbsp;(Agribusiness)&nbsp;มีการนำเสนอผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาแบรนด์ธุรกิจ&nbsp;SMEs&nbsp;ด้วยการสร้างสรรค์คาแรคเตอร์ให้โดนใจกลุ่มผู้บริโภค&nbsp;และการประชาสัมพันธ์การจัดงานตลาดนัด&nbsp;Local&nbsp;CIP&nbsp;Fair&nbsp;และ&nbsp;Character&nbsp;Walking&nbsp;Street&nbsp;โดยความร่วมมือของภาคีเครือข่าย&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับผลการดำเนินงานด้านแคตตาล็อกนวัตกรรม</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;AIC&nbsp;(INNOVATION&nbsp;CATALOG)&nbsp;มีจำนวน&nbsp;641&nbsp;เทคโนโลยี/นวัตกรรม&nbsp;เกษตรกรได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมจาก&nbsp;AIC&nbsp;ผ่าน&nbsp;ศพก.&nbsp;จำนวน&nbsp;7,679&nbsp;ราย&nbsp;ศพก.&nbsp;882&nbsp;แห่งมีการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมจาก&nbsp;AIC&nbsp;จำนวน&nbsp;55&nbsp;แห่ง&nbsp;และการรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานของคณะทำงานคัดเลือกรางวัล&nbsp;AIC&nbsp;Award&nbsp;และพิจารณาเชิญผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะเรื่อง&nbsp;เข้าร่วมในคณะทำงาน&nbsp;AIC&nbsp;Award&nbsp;อีกทั้งการประชาสัมพันธ์นิทรรศการเสมือนจริง&nbsp;AIC&nbsp;CHULA&nbsp;SARABURI&nbsp;VIRTUAL&nbsp;EXPO&nbsp;2022&nbsp;ซึ่งจัดโดย&nbsp;AIC&nbsp;จังหวัดสระบุรี&nbsp;ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;24&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จึงเน้นย้ำถึงการปฏิรูปภาคเกษตรของภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ภาควิชาการ&nbsp;และภาคเกษตรกรโดยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่เมดอินไทยแลนด์&nbsp;รวมถึงการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;และศาสตร์พระราชาถือเป็นพื้นฐานสำคัญเสมือนคานงัดการพัฒนาไปสู่เกษตรมูลค่าสูงเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและประเทศชาติ</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207200712505"],
    [219,"เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสงขลา ขับเคลื่อนโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 3 ระดับจังหวัด (จังหวัดสงขลา)ข","<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;เซ่งมาก</strong>&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นประธานการประชุมโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายประดิษฐ์&nbsp;ร่มสุข&nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดสงขลา&nbsp;ทำหน้าที่เลขานุการ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสงขลา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;</p><p><strong>ตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564</strong>&nbsp;มีมติอนุมัติให้ดำเนินการโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ&nbsp;และให้&nbsp;กษ.&nbsp;กยท.&nbsp;ธ.ก.ส&nbsp;ไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยมีเป้าหมาย&nbsp;เพื่อประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;(กยท.)&nbsp;และได้แจ้งข้อมูลพื้นที่ปลูกยาง&nbsp;กับ&nbsp;กยท.&nbsp;ภายใน&nbsp;วันที่&nbsp;14&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;1.8&nbsp;ล้านราย&nbsp;พื้นที่สวนยาง&nbsp;19.1&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ทั่วประเทศ</p><p><strong>สำหรับเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ&nbsp;จะต้อง</strong></p><p>-&nbsp;ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย</p><p>-&nbsp;สวนยางเปิดกรีดอายุ&nbsp;7&nbsp;ปีขึ้นไป</p><p>-&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ไร่/ราย</p><p><strong>สำหรับวัตถุประสงค์&nbsp;</strong></p><p>1.เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือนร้อนของเกษตรกรชาวสวนยางในกรณีราคายางตกต่ำในช่วงวิกฤตการระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา</p><p>2.เพื่อเพิ่มรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง</p><p><strong>สำหรับหลักเกณฑ์และข้อกำหนดของโครงการ</strong></p><p>1.&nbsp;เป็นสวนยางอายุ&nbsp;7&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;ที่เปิดกรีดแล้ว&nbsp;รายละไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ไร่</p><p>2.&nbsp;กำหนดปริมาณผลผลิตยางที่จะประกันรายได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.1&nbsp;ผลผลิตยางแห้ง&nbsp;(DRC&nbsp;100%)&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ก.ก./ไร่/เดือน&nbsp;รายละไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ไร่&nbsp;(ได้แก่&nbsp;ยางแผ่นดิบคุณภาพดีและน้ำยาง&nbsp;DRC&nbsp;100%)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.2&nbsp;ผลผลิตยางก้อนถ้วย&nbsp;(DRC&nbsp;50%)จำนวน&nbsp;40&nbsp;ก.ก./ไร่/เดือน&nbsp;รายละไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ไร่&nbsp;(ได้แก่&nbsp;ยางก้อนถ้วย&nbsp;DRC&nbsp;50%)</p><p>3.&nbsp;ระยะเวลาประกันรายได้&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p>4.&nbsp;การประกันรายได้ยาง&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;คือ</p><p>-&nbsp;ยางแผ่นดิบคุณภาพดี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;60&nbsp;บาท/&nbsp;ก.ก.</p><p>-&nbsp;น้ำยางสด&nbsp;(DRC&nbsp;100%)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;57&nbsp;บาท&nbsp;/ก.ก.</p><p>-&nbsp;ยางก้อนถ้วย&nbsp;(DRC&nbsp;50%)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;23&nbsp;บาท/&nbsp;ก.ก.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ&nbsp;:&nbsp;บัณฑิต&nbsp;แซ่ฉี่</p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;มาโนช&nbsp;จินดาดวง</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207171852449"],
    [220,"กรมชลประทาน ติดตามสถานการณ์น้ำประจำสัปดาห์ เชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมใจประหยัด","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;(7&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น&nbsp;53,866&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;71&nbsp;ของความจุอ่างฯรวมกัน&nbsp;มีน้ำใช้การได้&nbsp;29,935&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ปัจจุบันมีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ&nbsp;11,285&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;สำหรับผลการเพาะปลูกข้าวนาปรัง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;ทั้งประเทศเพาะปลูกข้าวไปแล้ว&nbsp;6.52&nbsp;ล้านไร่&nbsp;เกินแผนที่วางไว้ร้อยละ&nbsp;1&nbsp;(แผน&nbsp;6.41&nbsp;ล้านไร่)&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ด้านสถานการณ์ค่าความเค็ม</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ในแม่น้ำแม่กลอง&nbsp;แม่น้ำท่าจีน&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;และแม่น้ำบางปะกง&nbsp;ปัจจุบัน(7ก.พ.65)&nbsp;อยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงอีกครั้ง&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;14&nbsp;&nbsp;18&nbsp;ก.พ.&nbsp;นี้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้กำชับให้โครงการชลประทาน&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;ควบคุมพื้นที่เพาะปลูกให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;พร้อมบริหารจัดการน้ำด้วยความประณีต&nbsp;หมุนเวียนการส่งน้ำตามรอบเวร&nbsp;เพื่อให้ทุกพื้นที่มีปริมาณน้ำเพียงพออย่างเท่าเทียมกัน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>รวมทั้งดำเนินการตามมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำปี&nbsp;64/65</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ตามมติที่คณะรัฐมนตรีกำหนดทั้ง&nbsp;8&nbsp;มาตรการอย่างเคร่งครัด&nbsp;ติดตามประเมินผลนำข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;เตรียมเครื่องจักรเครื่องมือ&nbsp;อาทิ&nbsp;เครื่องสูบน้ำ&nbsp;รถบรรทุกน้ำ&nbsp;พร้อมช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยได้ทันที&nbsp;ที่สำคัญทำการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้&nbsp;ถึงปริมาณน้ำและสถานการณ์น้ำให้เกษตรกรรับทราบอย่างต่อเนื่อง&nbsp;รณรงค์ให้เกษตรกรหันมาทำนาแบบเปียกสลับแห้ง&nbsp;เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำและลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหายได้&nbsp;และขอให้ประชาชนทุกภาคส่วน&nbsp;ร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัด&nbsp;เพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอต่อทุกกิจกรรมตลอดช่วงแล้งนี้</span></p><p><br></p><p><br></p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207200319501"],
    [221,"สำนักงานเกษตรอำเภอรัษฎา  จังหวัดตรัง  เตรียมการเปิดตลาดเกษตรกรอำเภอรัษฎา โดยกำหนดเปิดตลาดครั้งแรกในวันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565","<p><strong>วันนี้(&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;นางฉลวย&nbsp;เวียนคำ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร</strong>ชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอรัษฎา&nbsp;พร้อมด้วยนางเพ็ญศรี&nbsp;กุญชรินทร์&nbsp;เจ้าพนักงานเคหกิจเกษตรชำนาญงาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการตลาดเกษตรกร&nbsp;เตรียมการเปิดตลาดเกษตรกร&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอรัษฎา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยตลาดเกษตรกรอำเภอรัษฎาจะเปิดขายทุกวันพุธของสัปดาห์&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;โดยเปิดตลาดครั้งแรกในวันพุธที่&nbsp;9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าสำนักงานเกษตรอำเภอรัษฎา&nbsp;เพื่อจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์การเกษตรของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอรัษฎา&nbsp;เช่น&nbsp;ฝรั่ง&nbsp;สละ&nbsp;ขนมไทย&nbsp;พืชผัก&nbsp;สมุนไพร&nbsp;อาหาร&nbsp;เช่น&nbsp;ขนมจีบ&nbsp;ซาลาเปา&nbsp;แกงไตปลา&nbsp;กล้วยฉาบ&nbsp;ผ้ามัดย้อม&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรังดำเนินงานโครงการพัฒนาตลาดเกษตรกร</strong>ระดับอำเภอจังหวัดตรัง&nbsp;ดำเนินการในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรปลอดภัย&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;สินค้าแปรรูป&nbsp;และสินค้าหัตถกรรมที่ดีมีคุณภาพ&nbsp;และเพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรของเกษตรกร&nbsp;และเพื่อพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอให้เป็นแหล่งจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรหลักของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;และรวมถึงให้ภาคเอกชนได้มีโอกาสเข้ามาร่วมมือในการจัดตลาดเกษตรกร&nbsp;โดยให้เกษตรกรสถาบันเกษตรกรผู้ผลิตมาจำหน่ายด้วยตนเอง&nbsp;มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาจำหน่ายอย่างทั่วถึง&nbsp;ตามสโลแกนเกษตรกรจริง&nbsp;ๆ&nbsp;ทุกสิ่งปลอดภัย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207172929456"],
    [222,"โครงการชลประทานตรัง สำนักงานชลประทานที่ 16 ลงพื้นที่สำรวจแนวเขตก่อสร้างโครงการฝายบ้านโคกทราย พร้อมอาคารประกอบ ตำบลโพรงจระเข้ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;นายเอกชัย&nbsp;สังข์พราหมณ์&nbsp;หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม&nbsp;โครงการชลประทานตรัง&nbsp;</strong>สำนักงานชลประทานที่&nbsp;16&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอานนท์&nbsp;คงนิล&nbsp;วิศวกรชลประทานปฏิบัติการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจแนวเขตก่อสร้างฝายบ้านโคกทราย&nbsp;พร้อมอาคารประกอบ&nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โครงการฝายบ้านโคกทราย&nbsp;ตั้งอยู่บริเวณหมู่ที่&nbsp;4&nbsp;บ้านโคกทราย&nbsp;ตำบลจระเข้&nbsp;</strong>อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาน้ำช่วยเหลือราษฎร&nbsp;สำหรับเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสนับสนุนกิจกรรมการเกษตรและการอุปโภค-บริโภค&nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;2,3,4,5&nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;มีพื้นที่การเกษตรประมาณ&nbsp;200&nbsp;ไร่&nbsp;และมีราษฎรประมาณ&nbsp;1,057&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ประชากร&nbsp;3,551&nbsp;คน&nbsp;ให้มีน้ำใช้เพียงพอตลอดปี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207174848461"],
    [223,"เกษตรอำเภอกันตัง  จังหวัดตรัง ติดตามผลประกอบการกลุ่มแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน หมู่ที่ 4 ตำบลย่านซื่อ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;นายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นางบุญญาพร&nbsp;กายเพ็ชร&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ติดตามเยี่ยมเยี่ยม&nbsp;คณะกรรมการแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลย่านซื่อ&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเจตน์&nbsp;สีดี&nbsp;ประธานแปลงใหญ่ฯ&nbsp;นายธันวา&nbsp;ทองแท่น&nbsp;ที่ปรึกษาแปลงใหญ่ฯ&nbsp;ร่วมชี้แจงผลประกอบการประจำเดือนมกราคม&nbsp;ดังนี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">1.การรับซื้อผลผลิตปาล์มน้ำมัน&nbsp;จำนวน&nbsp;210&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่า&nbsp;2,300,000&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งการดำเนินการมีสถานการณ์ที่ดีขึ้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">2.กิจกรรมปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;มียอดสั่งจองจาก&nbsp;กยท.&nbsp;กำหนดส่งภายในเดือนมีนาคม&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ตัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">3.กิจกรรมขยายพันธุ์ปาล์มน้ำมัน&nbsp;โดยขณะนี้กลุ่มฯ&nbsp;ดำเนินการเพาะปาล์มน้ำมันพันธุ์ยูนิตวานิช&nbsp;จำนวน&nbsp;2,100&nbsp;ต้น&nbsp;เปิดให้สมาชิกและเกษตรกรทั่วไปของแล้ว&nbsp;โดยมีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตและเพิ่มช่องทางการตลาด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">4.การหาแหล่งเงินทุนในการขยายธุรกิจ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำในเรื่อง&nbsp;การต่อทะเบียนวิสาหกิจชุมชนประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;การขอใบรับการจำหน่ายพันธุ์ปาล์มน้ำมันกับกรมวิชาการเกษตร&nbsp;สินเชื่อในการดำเนินธุรกิจของ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ที่จะสามารถช่วยสนับสนุนกลุ่มในการขยายธุกิจฯ&nbsp;&nbsp;เกษตรกรท่านใดสนใจปาล์มน้ำมันพันธุ์ดีสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;คุณเจตน์&nbsp;เบอร์&nbsp;063-5143057&nbsp;คุณธันวา&nbsp;เบอร์&nbsp;094-5805861</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207182001469"],
    [224,"โคก หนอง นา ที่มาพร้อมการแลกเปลี่ยน","<p><strong>&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ที่มาพร้อมการแลกเปลี่ยน&nbsp;นายสิทธิศักดิ์&nbsp;กัณณีย์</strong>&nbsp;เกษตรกรบ้านบ่อสะอาด&nbsp;อำเภอเรณูนคร&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตัวเองศึกษาเรื่องเกษตรมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ยังไม่สวรรคต&nbsp;พระองค์ท่านพาทำ&nbsp;มีพื้นที่ไว้ปลูกบ้าน&nbsp;1&nbsp;ส่วน&nbsp;ที่เหลือก็ทำประมง&nbsp;เลี้ยงปลา&nbsp;เลี้ยงกบ&nbsp;เป็นเศรษฐกิจพอเพียงไว้กินไว้ใช้ในครอบครัวแบบปลอดสารพิษ&nbsp;พอดีมีโครงการโคกหนองนาของพัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนมออกมา&nbsp;ก็เลยได้สมัครเข้าร่วมโครงการจึงได้แปลงโคกหนองนาที่สวยงามสมดังที่ตั้งใจไว้&nbsp;</p><p><strong>โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นพื้นที่โคก&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;อีก&nbsp;2&nbsp;ไร่จะเป็นบ่อเก็บกักน้ำ&nbsp;2&nbsp;บ่อ</strong>&nbsp;แล้วก็คลองไส้ไก่ล้อมเต็มพื้นที่&nbsp;ส่วนที่เหลือจะเป็นแปลงนาอีกประมาณ&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;ในตอนนี้กำลังเริ่มลงมือปลูกต้นยางนา&nbsp;แล้วก็ปลูกต้นโกโก้&nbsp;ต้นกาแฟ&nbsp;รวมถึงพืชผักทั่วไปที่กินได้&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;พริก&nbsp;มะเขือ&nbsp;มะละกอ&nbsp;และพืชอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่กินได้&nbsp;เพราะคิดว่าจะกินทุกอย่างที่ปลูก&nbsp;อีกอย่างก็คือกำลังเริ่มเอาปุ๋ยคอกลงพื้นที่เพื่อเตรียมดินปลูกต้นไม้อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ก็ห่มด้วยฟางที่ไปเอาจากท้องนาชาวบ้านคนอื่น&nbsp;ๆ</strong>&nbsp;ที่ทิ้งไว้ไม่ได้ใช้ประโยชน์&nbsp;โดยจ้างรถไปอัดเป็นก้อนไว้เพื่อที่จะเอามาใช้ในการห่มดินตามสูตรพระราชา&nbsp;ซึ่งเมื่อดินพร้อมลงก็จะสามารถลงมือปลูกทุกอย่างได้เลยเพราะตอนนี้มีน้ำเพียงพอแล้ว&nbsp;ซึ่งตามบ่อน้ำเดิมปลูกไปหมดแล้วส่วนบ่อใหม่ที่เพิ่งขุดเสร็จก็กำลังเริ่มลงมือเพื่อให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้&nbsp;ส่วนการเลี้ยงปลานั้น&nbsp;ในบ่อใหม่จะเลี้ยงเป็นปลากดเพราะสามารถทนสภาพน้ำใหม่ได้ดีกว่าปลาชนิดอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;พอน้ำมีแพลงก์ตอนจึงจะมีการเลี้ยงปลากินพืชชนิดอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;ปลาบึก&nbsp;ปลาสวาย&nbsp;ปลาตะเพียน&nbsp;ซึ่งวางแผนไว้ว่าจะเลี้ยงแบบแยกเป็นกระชัง&nbsp;เพราะจะทำให้จับง่าย&nbsp;ๆ&nbsp;ลดต้นทุนในการที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก&nbsp;เมื่อเหลือรับประทานก็จะนำปลาที่เลี้ยงมาแปรรูปจำหน่าย&nbsp;อย่างเช่น&nbsp;ปลาตะเพียนก็ทำเป็นปลาส้ม&nbsp;ปลาดุกก็ทำเป็นปลาแห้งแดดเดียว&nbsp;ที่สำคัญคือจะไม่ส่งให้พ่อค้าแม่ค้าคนกลาง&nbsp;แต่จะนำไปขายเองเพราะจากการสอบถามพบว่าในพื้นที่มีลูกค้าต้องการมากอยู่&nbsp;ซึ่งการแปรรูปนอกจากจะอยู่ได้นานแล้วยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าให้สูงขึ้นด้วย&nbsp;</p><p><strong>ส่วนในอนาคตโคกหนองนาของเราจะเป็นแบบเครือข่าย&nbsp;</strong>เพราะตอนนี้ในปี&nbsp;2565&nbsp;โคกหนองนาในอำเภอเรณูนคร&nbsp;มีอยู่ประมาณ&nbsp;19&nbsp;แปลง&nbsp;ทั้งแปลงขนาดเล็ก&nbsp;แปลงขนาดกลาง&nbsp;และแปลงขนาด&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งเราจะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกัน&nbsp;ใครมีของดีอะไรก็มาแลกเปลี่ยนกัน&nbsp;เช่น&nbsp;ตัวเองมีกล้วยคนอื่นมีมะพร้าวก็จะนำไปแลกเปลี่ยนกัน&nbsp;กล้วย&nbsp;10&nbsp;ต้นแลกต้นมะพร้าว&nbsp;&nbsp;1&nbsp;ต้น&nbsp;เพื่อจะได้เอามาปลูกในแปลงของตัวเองสลับกันไปเพื่อให้มีทุกสิ่งทุกอย่างที่หลากหลาย&nbsp;เราไม่จำเป็นต้องซื้อเพราะถ้าเราแลกเปลี่ยนมาแล้วเราสามารถเพาะขยายพันธุ์ได้&nbsp;</p><p><strong>สำหรับตนได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะทำโคกหนองนาให้เป็นศูนย์เรียนรู้&nbsp;</strong>เพื่อให้ชาวบ้านได้มาศึกษา&nbsp;มาดูงาน&nbsp;เบื้องต้นคาดว่าพอหมดฤดูฝนปีนี้&nbsp;คนอื่นๆที่สนใจจะสามารถมาดูแปลงเกษตรโคกหนองนาได้แล้ว&nbsp;ดังนั้นในตอนนี้ก็พยายามเตรียมดินให้ชุ่มชื้นและเริ่มทยอยปลูกต้นไม้และพืชชนิดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ไปเรื่อย&nbsp;ๆ&nbsp;ตามความเหมาะสม&nbsp;พอเริ่มเข้าฤดูฝนก็จะลงทุกอย่างเพราะเมื่อถึงตอนนั้นจะมีทั้งน้ำในบ่อและน้ำฝนมาช่วยเติมเต็มทำให้ต้นไม้เจริญงอกงาม&nbsp;ภาพ/ข่าว/ส.ปชส.นครพนม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207182443473"],
    [225,"การยางแห่งประเทศไทย เคาะตัวเลขส่วนต่างชดเชยรายได้ชาวสวนยางพารา","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายณกรณ์&nbsp;ตรรกวิรพัท&nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ดำเนินการจ่ายเงินส่วนต่างชดเชยรายได้ให้กับชาวสวนยาง&nbsp;งวดที่&nbsp;1&nbsp;เดือนตุลาคม&nbsp;และ&nbsp;งวด&nbsp;2&nbsp;เดือนพฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;แล้ว&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;9&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;และงวดที่&nbsp;3&nbsp;ประจำเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ได้เริ่มโอนเข้าบัญชีของเกษตรกรชาวสวนยางแล้วตั้งแต่วันที่14&nbsp;มกราคม&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ยอดโอนรวมแล้วกว่า&nbsp;2,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ล่าสุด&nbsp;กยท.&nbsp;ได้กำหนดราคายางพาราอ้างอิงในงวดที่&nbsp;4</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;ราคายางแผ่นดิบคุณภาพดี&nbsp;อยู่ที่&nbsp;54.96&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ชดเชย&nbsp;5.04&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ราคาน้ำยางสด&nbsp;DRC&nbsp;100%&nbsp;อยู่ที่&nbsp;52.64&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ชดเชย&nbsp;4.36&nbsp;บาท/กก.&nbsp;และราคายางก้อนถ้วย&nbsp;(DRC&nbsp;50%)&nbsp;อยู่ที่&nbsp;23.53&nbsp;บาท/กก.&nbsp;จึงไม่ชดเชย&nbsp;เนื่องจากราคาขายยางก้อนถ้วยสูงกว่าราคาประกันที่ตั้งไว้&nbsp;โดยคาดว่าพร้อมจ่ายส่วนต่าง&nbsp;งวดที่&nbsp;4&nbsp;ยอดรวมกว่า&nbsp;647&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ให้เกษตรกรภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ขณะนี้ความต้องการใช้ยางของโลกมีแนวโน้มที่สวนทางกับผลผลิตยางในตลาด</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ทำให้เกิดการขาดแคลนด้านวัตถุดิบ&nbsp;สาเหตุมาจากการขาดแคลนแรงงาน&nbsp;รวมถึงอุตสาหกรรมด้านยางพารากลับมาขยายตัวเพิ่มมากขึ้น&nbsp;จึงจะมีมาตรการเข้ามาสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยางไม่ต้องเร่งโค่นยางเก่า&nbsp;แต่สามารถเพิ่มรายได้จากต้นยางเดิมและสนับสนุน&nbsp;ปัจจัยการผลิต&nbsp;รวมทั้งส่งเสริมนวัตกรรมทำให้มีน้ำยางเพิ่ม&nbsp;มีผลผลิตส่งออกสู่ตลาด&nbsp;เพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องชาวสวนยาง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207201344510"],
    [226,"กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่ง สภาผู้แทนราษฎร ตรวจสภาพพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่ง จ.ประจวบฯ","<p><strong>(7&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นางสาวพิมพ์ภัทรา&nbsp;วิชัยกุล</strong>&nbsp;ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่งและการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็นระบบ&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯ&nbsp;นายสมพงษ์&nbsp;จิรศิริเลิศ&nbsp;รองอธิบดีกรมเจ้าท่า&nbsp;ผู้บริหารกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เดินทางมาศึกษาดูงานและตรวจสภาพพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่งของ&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายคมกริช&nbsp;เจริญพัฒนสมบัติ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;นายปรีดา&nbsp;สุขใจ&nbsp;นายอำเภอปราณบุรี&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายพีรศักดิ์&nbsp;จิวรรจนะโรดม&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลปากนำ้ปราณ&nbsp;อ.ปราณบุรี&nbsp;&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชนชาว&nbsp;ต.ปากน้ำปราณ&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;โดยคณะกรรมาธิการฯ&nbsp;ได้รับทราบรายงานโครงการเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลหาดปราณบุรี&nbsp;ความยาว&nbsp;888&nbsp;&nbsp;เมตร&nbsp;ต.ปากน้ำปราณ&nbsp;อ.ปราณบุรี&nbsp;งบประมาณก่อสร้างปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;144&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมงานก่อสร้าง&nbsp;มีรูปแบบการก่อสร้างแบบเขื่อนคอนกรีตขั้นบันได&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;&nbsp;โครงการนี้มีผู้ร้องคัดค้านคือ&nbsp;นายพิษณุพงศ์&nbsp;เหล่าลาภยศ&nbsp;ประธานกลุ่มคนรักทะเลและชายหาดปราณบุรี&nbsp;ที่เห็นควรยกเลิกการสร้างเขื่อนในโซนที่&nbsp;3&nbsp;บริเวณชายหาดหน้าศาลเสด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์&nbsp;ความยาวประมาณ&nbsp;205&nbsp;เมตร&nbsp;โดยให้เหตุผลว่าหากมีการสร้างเขื่อนบริเวณดังกล่าวอาจจะทำให้ชายหาดหายไป&nbsp;ส่งผลกระทบต่อเนื่องทำให้ชายหาดบริเวณถัดไปถูกกัดเซาะรุนแรงมากขึ้น&nbsp;จึงขอให้มีการปรับแบบให้เหลือเพียงแค่การปรับภูมิทัศน์เท่านั้น&nbsp;เนื่องจากโครงการนี้มีการปรับภูมิทัศน์บริเวณศาลเสด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์บรรจุเข้ามาด้วยซึ่งทางกลุ่มไม่ได้คัดค้าน&nbsp;เช่นเดียวกับโครงการก่อสร้างเขื่อนในโซนที่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;ทางด้านทิศใต้&nbsp;ความยาวประมาณกว่า&nbsp;600&nbsp;เมตร&nbsp;ทางกลุ่มก็ไม่ได้คัดค้านใดๆ&nbsp;เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เห็นว่ามีการกัดเซาะจริง&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายพีรศักดิ์&nbsp;จิวรรจนะโรดม&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลปากน้ำปราณ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>โครงการเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลหาดปราณบุรี&nbsp;เกิดจากความต้องการของประชาชนในพื้นที่ที่เห็นถึงผลกระทบของการกัดเซาะชายฝั่ง&nbsp;จึงได้มีการร้องขอให้มีการสร้างเขื่อนมายังเทศบาลตำบลปากน้ำปราณ&nbsp;ต่อมาเทศบาลจึงได้เสนอเรื่องไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;จนได้รับการพิจารณาจัดสรรงบประมาณมาดำเนินการ&nbsp;โดยที่ผ่านมาได้มีการทำประชาพิจารณ์มาแล้ว&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;มีการปรับแบบก่อสร้างและประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ก็เห็นด้วยที่จะให้ดำเนินการ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งโครงการในโซนที่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;ด้านทิศใต้</strong>&nbsp;คงจะไม่มีปัญหาจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ตามแผน&nbsp;แต่โซนที่&nbsp;3&nbsp;ที่ยังมีผู้คัดค้านคงจะต้องมีการจัดประชุมระดับจังหวัดเพื่อนำข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งมาพูดคุยกันเพื่อให้ได้แนวทางที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย&nbsp;ซึ่งการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการฯ&nbsp;ในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้มาเห็นสภาพพื้นที่จริงและรับฟังเสียงของประชาชนทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นางสาวพิมพ์ภัทรา&nbsp;วิชัยกุล&nbsp;</strong>ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่งและการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็นระบบ&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเป็นปัญหาสำคัญของจังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล&nbsp;โดย&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;มีชายฝั่งทะเลยาวกว่า&nbsp;200&nbsp;กม.&nbsp;บางพื้นที่ประสบปัญหาคลื่นซัดฝั่งสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่ง&nbsp;ซึ่งรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;การก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะตลิ่งในพื้นที่ใดที่ยังมีความเห็นไม่ตรงกันของคนในพื้นที่ก็จะต้องมีการพูดคุยทำความเข้าใจกัน&nbsp;ขณะที่ในส่วนของคณะกรรมาธิการฯ&nbsp;จะนำข้อมูลที่ได้รับจากการลงพื้นที่ในครั้งนี้กลับไปหารือเพื่อให้การพิจารณาสรรจัดสรรงบประมาณของรัฐเกิดประโยชน์และความคุ้มค่ามากที่สุด</p><p><strong>มีรายงานว่า&nbsp;ในระหว่างการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่ง</strong>และการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็นระบบ&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;มีประชาชนชาว&nbsp;ต.ปากน้ำปราณ&nbsp;จำนวนมากมาร่วมกันสะท้อนความต้องการของชาวบ้านในพื้นที่ที่ต้องการเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งโดยเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อชายหาด&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่ง</strong>และการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็นระบบ&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ได้เดินทางไปตรวจสภาพพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งบ้านหนองข้าวเหนียว&nbsp;&nbsp;ต.สามร้อยยอด&nbsp;อ.สามร้อยยอด&nbsp;และชายฝั่งบริเวณท่าเทียบเรือคลองวาฬ&nbsp;ต.คลองวาฬ&nbsp;อ.เมืองประจวบฯ&nbsp;ก่อนที่ในวันพรุ่งนี้&nbsp;(8&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;จะเดินทางไปตรวจสภาพพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่&nbsp;ต.ทับสะแก&nbsp;&nbsp;อ.ทับสะแก&nbsp;และ&nbsp;ต.แม่รำพึง&nbsp;อ.บางสะพาน&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207193301493"],
    [227,"จังหวัดระยอง ประชุมติดตามการดำเนินงานศูนย์ฯ ส่วนหน้า กรณีคราบน้ำมันรั่วกลางทะเล บริษัทเผยใช้สาร Slickgone NS เจ็ดหมื่นกว่าลิตรในการขจัดคราบน้ำมัน","<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายอนันต์&nbsp;นาคนิยม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดระยอง&nbsp;(ส่วนหน้า)&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;ณ&nbsp;บ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;&nbsp;สำหรับสถานการณ์ในวันนี้ทุกโซนตั้งแต่โซน&nbsp;A&nbsp;จนถึงโซน&nbsp;E2&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมันขึ้นชายฝั่ง</p><p><strong>โดยวันนี้ที่ประชุมได้อนุมัติให้&nbsp;SPRC&nbsp;นำบูมในทะเล&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ปาก</strong>&nbsp;บริเวณชายหาด&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;เส้น&nbsp;ออกจากทะเลและชายฝั่ง&nbsp;ส่วนผลสรุปการใช้สารขจัดคราบน้ำมัน&nbsp;SPRC&nbsp;&nbsp;บริษัทใช้สารขจัดน้ำมันชื่อ&nbsp;Slickgone&nbsp;NS&nbsp;ได้ขออนุมัติจากกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;85,400&nbsp;ลิตร&nbsp;ใช้จริง&nbsp;77,850&nbsp;ลิตร&nbsp;ส่วนที่เหลือ&nbsp;7,550&nbsp;ลิตร&nbsp;เตรียมส่งคืน&nbsp;รวมทั้งเสนอร่างแผนชุมชนสัมพันธ์เร่งเยียวยาในระยะเร่งด่วน&nbsp;ระยะสั้น&nbsp;และระยะยาว&nbsp;เช่น&nbsp;การเยียวยากลุ่มลูกจ้างของกลุ่มประมง&nbsp;หาบเร่&nbsp;เตียงผ้าใบ&nbsp;และผู้ประกอบการร้านอาหารโดยด่วน&nbsp;นอกจากนี้บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ได้เตรียมจัดเทศกาลรับประทานอาหารทะเลฟรี&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;12-14&nbsp;&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;บริเวณริมทรายหาดแม่รำพึงถึงลานหินขาว&nbsp;ส่วนที่พักทางบริษัทอาจทำคูปองส่วนลด&nbsp;20-30%&nbsp;แจกจ่ายให้กับผู้ที่สนใจจะเข้าร่วมงาน</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ที่ประชุมได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติงานของศูนย์บัญชาการ</strong>เหตุการณ์จังหวัดระยอง&nbsp;(ส่วนหน้า)&nbsp;จะยุติลงในวันศุกร์ที่&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;แต่ยังคงสถานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยองไว้&nbsp;เพื่อประสานข้อมูลและการปฏิบัติงานต่อไป</p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207202638518"],
    [228,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค11ติดตามการบริหารจัดการขยะมูลฝอยและเฝ้าระวังเชิงรุกการเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานที่กำจัดขยะมูลฝอย ที่อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;นางสาวพิมณดา&nbsp;นามประเทือง</strong>&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่&nbsp;ลงพื้นที่ติดตาม&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;และให้คำแนะนำด้านการบริหารจัดการสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยชุมชน&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่&nbsp;อำเภอหนองบุญมาก&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยมีร้อยตำรวจตรีวิมล&nbsp;โมกศิริ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่&nbsp;และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับและให้ข้อมูลด้านการจัดการขยะมูลฝอย&nbsp;</p><p><strong>สถานที่กำจัดขยะมูลฝอยองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่&nbsp;</strong>เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์&nbsp;ตั้งอยู่หมู่&nbsp;5&nbsp;บ้านหัวอ่าง&nbsp;ตำบลบ้านใหม่&nbsp;อำเภอหนองบุญมาก&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พื้นที่ประมาณ&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;ปริมาณขยะที่นำมากำจัด&nbsp;1&nbsp;ตัน/วัน&nbsp;โดยวิธีการเทกอง&nbsp;สสภ.11&nbsp;ได้มีข้อเสนอแนะให้เทขยะบริเวณด้านในของพื้นที่ก่อน&nbsp;เพื่อป้องกันขยะปลิวเข้าไปในพื้นที่การเกษตรของประชาชน&nbsp;และทำการไถกลบหรือฝังกลบขยะอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;รณรงค์ให้ประชาชนมีการคัดแยกขยะตั้งแต่ในครัวเรือน&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;เฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับมือหากเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานที่กำจัดขยะมูลฝอย&nbsp;ซึ่งจะทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207221329539"],
    [229,"ผู้ว่าฯ เลย มอบเงินรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณ ให้กับเกษตรกรที่ส่งผลผลิตทางการเกษตรเข้าประกวด ทั้ง 5 ประเภท (รางวัลชนะเลิศ)","<p><strong>ที่บริเวณเวทีกลางสนามหน้าศาลาจังหวัดเลย</strong>&nbsp;ภายในงานดอกฝ้ายบาน&nbsp;สืบสานวัฒนธรรมไทเลย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;เป็นประธานมอบเงินรางวัลพร้อมใบประกาศเกียรติคุณ&nbsp;ให้กับเกษตรกรที่ส่งผลผลิตทางการเกษตรเข้าประกวด&nbsp;ทั้ง&nbsp;5&nbsp;ประเภท&nbsp;(รางวัลชนะเลิศ)&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p><strong>ประเภทที่&nbsp;1&nbsp;การประกวดผลผลิตมะขามหวาน</strong>&nbsp;(พันธุ์สีทอง)&nbsp;มีผู้ส่งเข้าประกวด&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;รางวัลชนะเลิศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางปานจันทร์&nbsp;จำปาสิม&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;36&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ตำบลหนองหิน&nbsp;อำเภอหนองหิน&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;</p><p><strong>ประเภทที่&nbsp;2&nbsp;การประกวดผลผลิตฝักหอม</strong>&nbsp;มีผู้ส่งเข้าประกวด&nbsp;35&nbsp;ราย&nbsp;รางวัลชนะเลิศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายสังข์&nbsp;อุทธกรี&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;196&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลวังสะพุง&nbsp;อำเภอวังสะพุง&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;</p><p><strong>ประเภทที่&nbsp;3&nbsp;การประกวดผลผลิตมันสำปะหลัง</strong>&nbsp;มีผู้ส่งเข้าประกวด&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;รางวัลชนะเลิศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายสมพาน&nbsp;สีทาสังข์&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;213&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลนาดอกคำ&nbsp;อำเภอนาด้วง&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;</p><p><strong>ประเภทที่&nbsp;4&nbsp;การประกวดผลผลิตกล้วยน้ำว้า&nbsp;</strong>มีผู้ส่งเข้าประกวด&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;รางวัลชนะเลิศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาววิจิตรา&nbsp;คำเก่า&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;166&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลภูกระดึง&nbsp;อำเภอภูกระดึง&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;</p><p><strong>ประเภทที่&nbsp;5&nbsp;การประกวดการแปรรูปกล้วยน้ำว้า/บรรจุภัณฑ์</strong>&nbsp;มีผู้ส่งเข้าประกวด&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;รางวัลชนะเลิศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายธวัชชัย&nbsp;สุริยะธรรม&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;72&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลนาดอกคำ&nbsp;อำเภอนาด้วง&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207224732544"],
    [230,"อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรควรระวังและป้องกันโรคราน้ำค้าง ในพืชไร่ พืชสวน และพืชผัก โดยเฉพาะพืชตระกูลแตง","<p><strong>นายสมนึก&nbsp;สวนดอกไม้&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่าระยะบริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;กับมีหมอกในตอนเช้า&nbsp;เกษตรกรควรระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนในบริเวณที่มีหมอกลงหนา&nbsp;รวมทั้งควรให้ความอบอุ่นแก่ตนเองอย่างเพียงพอและดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง&nbsp;ส่วนเกษตรกรบริเวณยอดดอย&nbsp;ควรระวังและป้องกันความเสียหายจากสภาวะน้ำค้างแข็งที่จะเกิดกับพืชผลทางการเกษตรไว้ด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง&nbsp;-&nbsp;ในช่วง&nbsp;1-2&nbsp;วันนี้</strong>&nbsp;จะมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า&nbsp;เกษตรกรควรระวังและป้องกันโรคราน้ำค้าง&nbsp;ในพืชไร่&nbsp;พืชสวน&nbsp;และพืชผัก&nbsp;โดยเฉพาะพืชตระกูลแตง&nbsp;ซึ่งโรคดังกล่าวจะทำให้ใบเป็นจุดสีเหลือง&nbsp;เป็นปื้นไปตามแนวใบ&nbsp;ต่อมาแผลจะกลายเป็นสีน้ำตาล&nbsp;ลุกลามจนใบหลุดร่วง&nbsp;ทำให้ต้นชะงักการเจริญเติบโต&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ชาวสวนมะม่วงควรระวังและป้องกันเพลี้ยจักจั่น</strong>&nbsp;ที่จะมาดูดน้ำเลี้ยงจากช่อดอก&nbsp;ทำให้ดอกแห้งและร่วงหล่น&nbsp;ติดผลน้อย&nbsp;ซึ่งเพลี้ยดังกล่าวจะถ่ายมูลออกมามีลักษณะเป็นน้ำหวานเหนียว&nbsp;ติดตามใบ&nbsp;ช่อดอก&nbsp;และผลอ่อน&nbsp;ในขณะที่อากาศมีความชื้นสูง&nbsp;ทำให้เกิดราดำปกคลุมส่งผลต่อการสังเคราะห์แสงได้&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208084635562"],
    [231,"ลำปาง- จิตอาสา อ.แจ้ห่ม ร่วมทำความดี ทำแนวกันไฟรอบวัดพระพุทธบาทสุทธาวาส แหล่งท่องเที่ยวมหัศจรรย์อีกแห่งหนึ่งของไทย","<p><strong>ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;อำเภอแจ้ห่ม&nbsp;จังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;โดยนายชาญ&nbsp;จูดคง&nbsp;นายอำเภอแจ้ห่ม&nbsp;พร้อมด้วยส่วนราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;นักศึกษาวิชาทหารโรงเรียนแจ้ห่มวิทยา&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ตำบลวิเชตนคร&nbsp;และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;ร่วมทำกิจกรรมโครงการจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;เราทำความ&nbsp;ดี&nbsp;ด้วยหัวใจ&nbsp;อาสาพัฒนาทำแนวกันไฟรอบวัดพระพุทธบาทสุทธาวาส&nbsp;(Kick&nbsp;Off)&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานวัดพุทธบาทสุทธาวาส&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลวิเชตนคร&nbsp;อำเภอแจ้ห่ม&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;</p><p><strong>วัดพระพุทธบาทสุทธาวาส&nbsp;ชื่อเดิมคือวัดเฉลิมพระเกียรติ</strong>พระจอมเกล้าราชานุสรณ์&nbsp;หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า&nbsp;วัดพระพุทธบาทปู่ผาแดง&nbsp;ตั้งอยู่บนภูเขาสูงใหญ่ในพื้นที่อำเภอแจ้ห่ม&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ซึ่งเกิดจากแรงศรัทธาของชาวบ้านที่ร่วมกันกับเหล่าพระสงฆ์สร้างขึ้นเนื่องในวโรกาศที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;(รัชกาลที่&nbsp;4)&nbsp;พระราชสมภพครบ&nbsp;200&nbsp;ปี&nbsp;(18&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2547)&nbsp;และเพื่อน้อมรำลึกถึง&nbsp;พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อปวงชนชาวไทย&nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มหัศจรรย์อีกแห่งหนึ่งของไทย&nbsp;เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208090040569"],
    [232,"กษ.อำนาจเจริญ ร่วมกับภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่สร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มเกษตรกร เพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการผลิตและการตลาด แนะนำแนวทางการของบสนับสนุนกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรให้แก่ ผู้แทนสหกรณ์กลุ่มเกษตร ณ กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปทุมราชวงศา","<p><strong>วันจันทร์ที่&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายประสิทธิ์&nbsp;ศรีส่อง&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์อำนาจเจริญ&nbsp;นายสวน&nbsp;เพ่งพิศ&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;3&nbsp;นายพงศ์สรณ์&nbsp;ขวัญกลาง&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอปทุมราชวงศา&nbsp;นายธวัชชัย&nbsp;นาราษฎร์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและโครงการพิเศษนางสาวปิยะพร&nbsp;สุริโยตระกูล&nbsp;หัวหน้ากลุ่มสารสนเทศด้านการเกษตร&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แนะนำแนวทางการของบสนับสนุนกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร&nbsp;สำหรับการส่งเสริมการผลิต&nbsp;ผลิตผลการเกษตรกรรมขั้นต้น&nbsp;ดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;1&nbsp;ในกิจกรรมเลี้ยงโคขุนส่งเข้าโรงเชือด&nbsp;ให้แก่&nbsp;ผู้แทนสหกรณ์/กลุ่มเกษตร&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ</p><p>1.&nbsp;สหกรณ์นิคมนาหว้าใหญ่&nbsp;จำกัด</p><p>2.&nbsp;สหกรณ์ส่งเสริมเกษตรกรพนา&nbsp;จำกัด</p><p>3.&nbsp;สหกรณ์ผู้ปลูกปาล์มน้ำมันปทุมราชวงศา&nbsp;จำกัด</p><p>4.&nbsp;กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปทุมราชวงศา</p><p>5.&nbsp;กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ห้วย</p><p>ณ&nbsp;ที่ทำการกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปทุมราชวงศา&nbsp;เลขที่&nbsp;363&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ต.นาป่าแซง&nbsp;อ.ปทุมราชวงศา&nbsp;จ.อำนาจเจริญ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์อำนาจเจริญ</strong>&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ให้คำปรึกษา&nbsp;และพัฒนากลุ่มดังกล่าวต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208101058587"],
    [233,"ลงพื้นที่สร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มเกษตรกร เพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการผลิตและการตลาด แนะนำแนวทางการของบสนับสนุนกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรให้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจบ้านห้วยร่องคำ","<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.&nbsp;นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี</strong>&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วยนายธวัชชัย&nbsp;นาราษฎร์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและโครงการพิเศษ&nbsp;นางสาวปิยะพร&nbsp;สุริโยตระกูล&nbsp;หัวหน้ากลุ่มสารสนเทศด้านการเกษตร&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานฯ&nbsp;ลงพื้นที่สร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มเกษตรกร&nbsp;เพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการผลิตและแนะนำแนวทางการของบสนับสนุนกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรให้แก่&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจบ้านห้วยร่องคำ&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาประชาคมบ้านห้วยร่องคำ&nbsp;หมู่&nbsp;10&nbsp;ต.กุดปลาดุก&nbsp;อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;กิจกรรมการปลูกตะไคร้และข่าส่งโรงงานน้ำพริก&nbsp;โดยแต่ละกลุ่มให้ความสนใจที่จะเสนอโครงการขอรับสนับสนุนเงินกู้จากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร</p><p><strong>กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจบ้านห้วยร่องคำ&nbsp;ต.กุดปลาดุก&nbsp;อ.เมือง</strong>&nbsp;จ.อำนาจเจริญและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกตระไคร้และผักปลอดสารพิษบ้านนาเยีย&nbsp;ต.นายม&nbsp;อ.เมือง&nbsp;&nbsp;จ.อำนาจเจริญ&nbsp;เป็นกลุ่มเกษตรกรในเขตพื้นที่&nbsp;สปก.&nbsp;ผลิตตะไคร้&nbsp;ข่า&nbsp;พริกดำสด&nbsp;ส่งให้บริษัท&nbsp;ในการประกันสินค้า&nbsp;ตระไคร้&nbsp;7&nbsp;บาทต่อ&nbsp;กก.&nbsp;ข่า&nbsp;15&nbsp;บาทต่อ&nbsp;กก.&nbsp;พริกดำสด&nbsp;20&nbsp;บาทต่อ&nbsp;กก.&nbsp;ขมิ้นชัน&nbsp;20&nbsp;บาทต่อ&nbsp;กก.&nbsp;โดยทั้ง&nbsp;2&nbsp;กลุ่มผลิตมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ผลผลิตที่แต่ละกลุ่มนำส่ง&nbsp;ตระไคร้&nbsp;ข่า&nbsp;วันละ&nbsp;1&nbsp;ตัน&nbsp;โดยรวม&nbsp;ส่งข่า&nbsp;ตระไคร้&nbsp;ให้โรงงาน&nbsp;60&nbsp;ตันต่อเดือนต่อชนิดพืช&nbsp;ซึ่งเป็นการประกันราคาที่เกษตรกรจะได้รับและโรงงานจะได้ผลผลิตตามที่ต้องการ&nbsp;โดยกลุ่มเกษตรได้หาเกษตรกรลูกไร่(เกษตรกรที่ไม่ได้อยู่เป็นสมาชิกในกลุ่ม)&nbsp;เพื่อให้มีผลผลิตส่งโรงงานตามที่ทำข้อตกลงและวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจบ้านห้วยร่องคำ&nbsp;ได้มีการนำตระไคร้มาแปรรูปเพิ่มมูลค่า&nbsp;เช่น&nbsp;ชาตระไคร้&nbsp;ลูกประคบ&nbsp;สเปรย์ตระไคร้&nbsp;สารสกัดตระไคร้เป็นสารตั้งต้นน้ำมันหอมระเหย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์อำนาจเจริญ&nbsp;ร่วมกับหน่วยงาน</strong>ที่เกี่ยวข้องจะได้ให้คำปรึกษา&nbsp;และพัฒนากลุ่มดังกล่าวต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#สำนักงานเกษตรและสหกรณ์อำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208103231610"],
    [234,"กอนช. ขอให้ประชาชนระวังฝนตกบางพื้นที่ในภาคใต้ โดยปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศมีกว่า 33,000 ล้านลูกบาศก์เมตร","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังฝนตกบางพื้นที่ในภาคใต้&nbsp;โดยปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศมีกว่า&nbsp;33,000&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร</strong>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(8&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนืออากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออกอากาศเย็นและมีหมอกในตอนเช้า&nbsp;ส่วนในภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;49&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;กระบี่&nbsp;58&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และพังงา&nbsp;66&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;33,060&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;57&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;26,637&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;56&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208102419601"],
    [235,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม. ปริมณฑลเกินมาตรฐานระดับสีส้มถึง 53 พื้นที่ โดยสูงสุดบริเวณริมถนนลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว 95 เขตวังทองหลาง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑลเกินมาตรฐานระดับสีส้มถึง&nbsp;53&nbsp;พื้นที่&nbsp;โดยสูงสุดบริเวณริมถนนลาดพร้าว&nbsp;ซอยลาดพร้าว&nbsp;95&nbsp;เขตวังทองหลาง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(8&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน&nbsp;53&nbsp;พื้นที่&nbsp;อยู่ระหว่าง&nbsp;39&nbsp;&nbsp;74&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศปิด&nbsp;ลมสงบ&nbsp;และการจราจรหนาแน่น&nbsp;เช่น&nbsp;ต.ทรงคนอง&nbsp;อ.พระประแดง&nbsp;จ.สมุทรปราการ&nbsp;,&nbsp;ริมถนนดินแดง&nbsp;เขตดินแดง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนลาดพร้าว&nbsp;ซอยลาดพร้าว&nbsp;95&nbsp;เขตวังทองหลาง&nbsp;,&nbsp;ต.นครปฐม&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.นครปฐม&nbsp;,&nbsp;แขวงคลองกุ่ม&nbsp;เขตบึงกุ่ม&nbsp;,&nbsp;เขตคลองสามวา&nbsp;,&nbsp;ริมถนนพระราม&nbsp;2&nbsp;เขตบางขุนเทียน&nbsp;,&nbsp;ริมถนนสุขุมวิท&nbsp;เขตพระโขนง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนพระรามที่&nbsp;4&nbsp;หน้าสามย่านมิตรทาวน์&nbsp;เขตปทุมวัน&nbsp;,&nbsp;ริมถนนลาดกระบัง&nbsp;เขตลาดกระบัง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;12&nbsp;กุมภาพันธ์?พื้นที่ภาคเหนือจะมีแนวโน้มฝุ่นละอองสูงขึ้น&nbsp;แต่ภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208141754738"],
    [236,"จังหวัดสุรินทร์ติดตามโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นาของเกษตรกร","<p><strong>นายราชศักดิ์&nbsp;ตระสินธุ์&nbsp;สหกรณ์จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวพยอม&nbsp;พาพาน&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;1&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;เข้าติดตามเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร&nbsp;โครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นาของสมาชิกเกษตรกร&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;ของสหกรณ์การเกษตรลำดวน&nbsp;จำกัด&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>นายพร&nbsp;เทียนทอง&nbsp;นางสายรัตน์&nbsp;มุ่งดี&nbsp;นางเอี่ยม&nbsp;เพิ่มพูน&nbsp;สมาชิกได้รับเงินกู้รายละ&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ได้ขุดเจาะบาดาล&nbsp;ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์&nbsp;และขุดสระ&nbsp;สมาชิกกู้ยืมนำไปพัฒนาแหล่งน้ำในไร่นาของตนเอง&nbsp;ลดการพึ่งพาจากแหล่งน้ำธรรมชาติเพียงอย่างเดียว&nbsp;สามารถบริหารจัดการน้ำได้เพียงพอตลอดฤดูกาลผลิตและตลอดทั้งปี&nbsp;วางแผนบริหารจัดการน้ำจากพื้นที่แห้งแล้ง&nbsp;เป็นแหล่งทำกินอุดมสมบูรณ์ของสมาชิกสหกรณ์อย่างยั่งยืน&nbsp;และสมาชิกสามารถทำการเกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;เช่น&nbsp;ทำนา&nbsp;ปลูกพืชผักสวนครัว&nbsp;ไม้ผล&nbsp;ไม้เศรษฐกิจ&nbsp;เลี้ยงสัตว์&nbsp;ประมง&nbsp;สร้างอาชีพเสริม&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ให้แก่สมาชิกเกษตรกรและครอบครัว&nbsp;สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;15,000&nbsp;บาทต่อปี&nbsp;สมาชิกสามารถส่งชำระหนี้ได้ตามกำหนด&nbsp;งวดที่&nbsp;1&nbsp;ภายในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ได้&nbsp;พร้อมทั้งสอบถามปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานโครงการฯ</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208104423633"],
    [237,"แยกขยะลดโลกร้อน สร้างรายได้","<p><strong>คุณกานต์สินี&nbsp;ปิติแก่นทราย&nbsp;ประธานสมาคมแม่บ้าน&nbsp;ทบ.&nbsp;สาขา&nbsp;ช.พัน.6&nbsp;พล.ร.6&nbsp;</strong>พร้อมด้วยคณะแม่บ้านฯ&nbsp;จัดทำโครงการธนาคารขยะ&nbsp;(ขยะทองคำ)&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สมาชิก&nbsp;รู้จักวิธีการคัดแยกขยะให้ถูกต้อง&nbsp;และการนำขยะมารีไซเคิล&nbsp;ซึ่งผลสำเร็จจากการดำเนินโครงการจะทำให้ช่วยลดขยะมูลฝอยจากแหล่งกำเนิดในครัวเรือน&nbsp;กำลังพลและครอบครัวมีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;และที่สำคัญคือ&nbsp;ผลจะทำให้โลกของเราน่าอยู่มากยิ่งขึ้น</p><p>#&nbsp;\"ธนาคารขยะ&nbsp;เพิ่มมูลค่า&nbsp;ลดโลกร้อน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ให้ครอบครัว\"&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>#&nbsp;กองพันทหารช่างที่&nbsp;6&nbsp;กองพลทหารราบที่&nbsp;6</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มหาสารคาม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208105149640"],
    [238,"ทุกภาคส่วนบูรณาการความร่วมมือแก้ไขปัญหาจอกหูหนูยักษ์ ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดอุดรธานี ขณะที่ภาคเอกชนร่วมสนับสนุนอาหารให้เจ้าหน้าที่และจิตอาสา","<p><strong>นายสยาม&nbsp;ศิริมงคล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;</strong>กล่าวในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาจอกหูหนูยักษ์&nbsp;ที่ท่าเรือเชียงแหว&nbsp;(เชียง-แว๋)&nbsp;อ่างเก็บน้ำหนองหานกุมภวาปี&nbsp;อำเภอกุมภวาปี&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ว่า&nbsp;ตามที่ได้มีการหารือกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งท้องที่&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;เรื่องการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ตั้งโรงงานผลิตปุ๋ย&nbsp;เพื่อรวบรวมจอกหูหนูยักษ์และวัชพืชนำไปทำปุ๋ย&nbsp;ส่งเสริมสนับสนุนการเกษตรปลอดสารพิษ&nbsp;ช่วยลดปริมาณจอกหูหนูยักษ์&nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบประมาณและกำลังคนในการขุดลอกจากจังหวัดอุดรธานี&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการชลประทานอุดรธานี&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุดรธานี&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;มาบูรณาการการทำงานร่วมกันแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่&nbsp;ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของจังหวัดอุดรธานี&nbsp;คือ&nbsp;ทะเลบัวแดง</p><p><strong>ในโอกาสนี้&nbsp;ดร.พรเทพ&nbsp;ศักดิ์สุจริต&nbsp;</strong>ประธานกรรมการบริหาร&nbsp;บริษัท&nbsp;อุดรมาสเตอร์เทค&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ที่ได้นำอาหารมามอบให้กับเจ้าหน้าที่และจิตอาสาในการขุดลอก&nbsp;กำจัด&nbsp;เก็บกวาด&nbsp;จอกหูหนูยักษ์&nbsp;ในบริเวณท่าเรือเชียงแหว&nbsp;เพื่อให้เกิดความสะอาดเรียบร้อย&nbsp;สวยงาม&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวทะเลบัวแดง&nbsp;อีกทั้งได้เหมาไอศกรีมเลี้ยงเจ้าหน้าที่อีกด้วย</p><p><strong>สำหรับอ่างเก็บน้ำหนองหานกุมภวาปี&nbsp;</strong>เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำนานาชาติ&nbsp;โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;มีการกักเก็บน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค&nbsp;เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ&nbsp;นกนานาชนิด&nbsp;และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดอุดรธานี&nbsp;คือ&nbsp;ทะเลบัวแดง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุดรธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208105018638"],
    [239,"จ.ลำพูน สร้างการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครฝนหลวง สนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวงประจำปี 65","<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;</strong>ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครฝนหลวง&nbsp;เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวงประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;อาสาสมัครฝนหลวงพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;จำนวน&nbsp;52&nbsp;นาย&nbsp;คณะทำงานเกษตรจังหวัดลำพูน&nbsp;และเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำพูน&nbsp;ร่วมโครงการ</p><p><strong>นายรังสรรค์&nbsp;บุศย์เมือง</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจัดโครงการในครั้งนี้&nbsp;เป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครฝนหลวง&nbsp;ในการช่วยสนับสนุนข้อมูลสำหรับการปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการปรับปรุง&nbsp;และพัฒนาการดำเนินงานร่วมกัน&nbsp;ระหว่างเครือข่ายอาสาสมัครฝนหลวง&nbsp;และศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ&nbsp;รวมถึงเพื่อสำรวจความต้องการของอาสาสมัครฝนหลวง&nbsp;และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สวท.ลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208111209651"],
    [240,"เทศบาลเมืองเบตงติดตามการดำเนินการก่อสร้างการจัดการระบบขยะเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิง (Refuse derived fuel : RDF) และปุ๋ยอินทรีย์ การจัดการขยะมูลฝอยให้กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ","<p><strong>วันนี้&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่บ่อขยะเทศบาลเมืองเบตง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</strong>นายสกุล&nbsp;เล็งลัคน์กุล&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองเบตง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายทนงศักดิ์&nbsp;มรรคมนตรี&nbsp;หัวหน้าฝ่ายแบบแผนและก่อสร้าง&nbsp;รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองช่าง&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจติดตามการดำเนินการก่อสร้างการจัดการระบบขยะเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิง&nbsp;(Refuse&nbsp;derived&nbsp;fuel&nbsp;:&nbsp;RDF)&nbsp;และปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;ซึ่งระบบการจัดการขยะในรูปแบบดังกล่าวจะสามารถแก้ปัญหาการจัดการขยะในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p><p><strong>นายสกุล&nbsp;เล็งลัคน์กุล&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองเบตง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เทศบาลเมืองเบตงเริ่มต้นดำเนินการก่อสร้างการจัดการระบบขยะเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิง&nbsp;(Refuse&nbsp;derived&nbsp;fuel&nbsp;:&nbsp;RDF)&nbsp;และปุ๋ย&nbsp;เป็นการจัดการขยะมูลฝอยให้กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;สามารถนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงเพื่อผลิตพลังงานได้&nbsp;โดยนำขยะในชุมชนมาแปรรูปเป็น&nbsp;ขยะเชื้อเพลิง&nbsp;(&nbsp;Refuse&nbsp;Derived&nbsp;Fuel&nbsp;:&nbsp;RDF)&nbsp;และปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;มาใช้พื้นที่เกษตรกรรมของชุมชน&nbsp;และสร้างระบบการจัดการขยะเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิง&nbsp;(&nbsp;RDF&nbsp;)&nbsp;และปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;เพื่อรองรับปริมาณ&nbsp;ขยะ&nbsp;40&nbsp;ตัน/วัน&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีทางกลและชีวภาพ&nbsp;หรือเทคโนโลยี&nbsp;สร้างระบบการจัดการขยะชุมชนอย่างยั่งยืน&nbsp;เป็นต้นแบบนำร่องระบบการจัดการขยะชุมชนแบบครบวงจรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;หรือศูนย์การจัดการขยะรวมของท้องถิ่น&nbsp;ทั้งการคัดแยก&nbsp;การนำกลับมาใช้ใหม่&nbsp;อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ก่อให้เกิดความมั่นคงทางด้านพลังงาน&nbsp;และการสร้างระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนของประเทศ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-02T00:00:00","NULL","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208114436666"],
    [241,"เร่งส่งมอบท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง สะอาด ทนทาน ต่อโรคใบด่าง ให้ทันฤดูการปลูก","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สถานการณ์การระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังในขณะนี้พบการระบาดใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;และจังหวัดลพบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;1,067&nbsp;ไร่&nbsp;และช่วงนี้ใกล้ฤดูการปลูกมันสำปะหลังต้นฝน&nbsp;จึงได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เร่งสร้างการรับรู้ให้แก่เกษตรกรในการเลือกใช้พันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและทนทานโรคใบด่าง&nbsp;เพื่อควบคุมการระบาดของโรค&nbsp;ไม่ให้สร้างความเสียหายแก่เกษตรกรและส่งผลกระทบถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องได้&nbsp;รวมถึงให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในการสนับสนุนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและทนทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง&nbsp;เพื่อการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน&nbsp;ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลังแบบครอบคลุมพื้นที่สำหรับความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลังแบบครอบคลุมพื้นที่นั้น&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของการสนับสนุนท่อนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาด</strong>&nbsp;ให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคใบด่างมันสำปะหลัง&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรมีแผนส่งมอบท่อนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาด&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;25&nbsp;ล้านลำ&nbsp;ให้กับเกษตรกรภายในเดือนมีนาคมนี้&nbsp;ขณะที่ผลการดำเนินงานโครงการในกิจกรรมชดเชยค่าทำลาย&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ได้โอนเงินค่าชดเชยตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลังแบบครอบคลุมพื้นที่ให้แก่เกษตรกรใน&nbsp;28&nbsp;จังหวัด&nbsp;จำนวน&nbsp;5,249&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่ประมาณ&nbsp;65,441&nbsp;ไร่&nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;</p><p><strong>ส่วนการสนับสนุนท่อนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดให้แก่&nbsp;21&nbsp;จังหวัด</strong>&nbsp;ล่าสุดมีการส่งมอบท่อนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดให้กับเกษตรกรแล้ว&nbsp;14&nbsp;จังหวัด&nbsp;ซึ่งได้เร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเร่งด่วนต่อไป&nbsp;&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;&nbsp;สามารถขอคำแนะนำเรื่องการใช้ท่อนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและทนต่อโรคใบด่าง&nbsp;ได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอและสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208154930827"],
    [242,"หน่วยเฉพาะกิจกองเรือยุทธการ 642 กองทัพเรือ ยังคงปฏิบัติภารกิจดำน้ำสำรวจผลกระทบสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล รอบเกาะเสม็ด จ.ระยอง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>กองทัพเรือ&nbsp;โดยหน่วยเฉพาะกิจกองเรือยุทธการ&nbsp;642&nbsp;(ฉก.กร.642)&nbsp;</strong>ยังคงปฏิบัติภารกิจดำน้ำสำรวจคราบน้ำมันและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล&nbsp;พร้อมเก็บตัวอย่าง&nbsp;น้ำ&nbsp;ดิน&nbsp;ทราย&nbsp;ที่อยู่ในระดับความลึกตั้งแต่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;10&nbsp;เมตร&nbsp;นำไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ&nbsp;เพื่อดูผลกระทบต่างๆ&nbsp;ที่เกิดจากคราบน้ำมัน&nbsp;จากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;ในทะเลพื้นที่จังหวัดระยอง&nbsp;ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ได้คลี่คลายลง&nbsp;เข้าสู่การฟื้นฟู&nbsp;และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;รวมถึงสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลอาจจะได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมันที่รั่วไหลในครั้งนี้&nbsp;ซึ่งหน่วยเฉพาะกิจกองเรือยุทธการ&nbsp;642&nbsp;(ฉก.กร.642)&nbsp;ยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ดำน้ำสำรวจ&nbsp;รวมทั้งเก็บตัวอย่างเพื่อนำไปตรวจสอบ&nbsp;โดยได้ร่วมกับนักดำน้ำภาคประชาชน&nbsp;ทำการดำสำรวจในพื้นที่บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า&nbsp;และบริเวณโดยรอบเกาะเสม็ด&nbsp;ฝั่งอ่าวพร้าว&nbsp;ซึ่งเป็นจุดที่สุ่มเสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบในครั้งนี้&nbsp;จากการดำสำรวจทั้ง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ในระดับความลึกตั้งแต่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;10&nbsp;เมตร&nbsp;ยังไม่พบความผิดปกติ&nbsp;และคราบน้ำมันดังกล่าว&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;ฉก.กร.642&nbsp;ยังคงปฏิบัติภารกิจดำน้ำสำรวจใต้ทะเลอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;โดยวันพรุ่งนี้&nbsp;9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จะทำการลงดำน้ำสำรวจในพื้นที่บริเวณโดยรอบเกาะเสม็ดอีกครั้งหนึ่ง&nbsp;เพื่อสำรวจผลกระทบ&nbsp;เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;ตลอดจนนักท่องเที่ยว&nbsp;ได้มั่นใจในสถานการณ์ที่จะกลับมาเป็นปกติ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208125652689"],
    [243,"กองทัพเรือ โดยชุดเฉพาะกิจ กองเรือยุทธการ ฉก.กร.642 ยังคงปฏิบัติภารกิจดำน้ำสำรวจผลกระทบของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลระยอง หลังยุติภารกิจกู้คราบน้ำมันรั่วแล้ว ซึ่งเป็นการเฝ้าระวังต่อเนื่อง","<p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;ก.พ.65&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;โดยหน่วยเฉพาะกิจกองเรือยุทธการ&nbsp;642&nbsp;(ฉก.กร.642)</strong>&nbsp;&nbsp;ยังคงปฏิบัติภารกิจดำน้ำสำรวจคราบน้ำมันและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลระยองบริเวณเกาะเสม็ด&nbsp;และหน้าอ่าวอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด&nbsp;พร้อมเก็บตัวอย่าง&nbsp;น้ำ&nbsp;ดิน&nbsp;ทราย&nbsp;ที่อยู่ในระดับความลึกตั้งแต่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;10&nbsp;เมตร&nbsp;นำไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ&nbsp;เพื่อดูผลกระทบต่างๆ&nbsp;ที่เกิดจากคราบน้ำมัน&nbsp;จากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;ในทะเลพื้นที่&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ได้คลี่คลายลง&nbsp;เข้าสู่การฟื้นฟู&nbsp;และเยียวยา&nbsp;แต่สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลอาจจะได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมันที่รั่วไหลในครั้งนี้&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกองเรือยุทธการ&nbsp;642&nbsp;(ฉก.กร.642)&nbsp;ยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ดำน้ำสำรวจ&nbsp;รวมทั้งเก็บตัวอย่างเพื่อนำไปตรวจสอบ&nbsp;โดยได้ร่วมกับนักดำน้ำภาคประชาชน&nbsp;ทำการดำสำรวจในพื้นที่บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า&nbsp;และบริเวณโดยรอบเกาะเสม็ด&nbsp;ฝั่งอ่าวพร้าว&nbsp;ซึ่งเป็นจุดที่สุ่มเสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบในครั้งนี้&nbsp;จากการดำสำรวจทั้ง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ในระดับความลึกตั้งแต่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;10&nbsp;เมตร&nbsp;ยังไม่พบความผิดปกติ&nbsp;และคราบน้ำมันดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ชุด&nbsp;ฉก.กร.642&nbsp;ยังคงปฏิบัติภารกิจดำน้ำสำรวจใต้ทะเลอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</strong>โดยในวันพรุ่งนี้&nbsp;(&nbsp;9&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;จะทำการลงดำน้ำสำรวจในพื้นที่บริเวณโดยรอบเกาะเสม็ดอีกครั้งหนึ่ง&nbsp;เพื่อสำรวจผลกระทบ&nbsp;เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;ตลอดจนนักท่องเที่ยว&nbsp;ได้มั่นใจในสถานการณ์ที่จะกลับมาเป็นปกติ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208131241692"],
    [244,"นายกเทศมนตรีตำบลปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เตรียมเสนอจังหวัดประชุมหาข้อสรุปการสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งปากน้ำปราณ บริเวณชายหาดหน้าศาลเสด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์","<p><strong>นายพีรศักดิ์&nbsp;จิวรรจนะโรดม&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลปากน้ำปราณ&nbsp;อ.ปราณบุรี&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>โครงการเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลหาดปราณบุรี&nbsp;ความยาว&nbsp;888&nbsp;เมตร&nbsp;ต.ปากน้ำปราณ&nbsp;อ.ปราณบุรี&nbsp;เกิดจากความต้องการของประชาชนในพื้นที่ที่เห็นถึงผลกระทบของการกัดเซาะชายฝั่ง&nbsp;จึงได้มีการร้องขอให้มีการสร้างเขื่อนมายังเทศบาลตำบลปากน้ำปราณ&nbsp;ต่อมาเทศบาลจึงได้เสนอเรื่องไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;จนได้รับการพิจารณาจัดสรรงบประมาณ&nbsp;144&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มาดำเนินการ&nbsp;ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมงานก่อสร้าง&nbsp;มีรูปแบบการก่อสร้างแบบเขื่อนคอนกรีตขั้นบันได&nbsp;ที่ผ่านมาได้มีการทำประชาพิจารณ์มาแล้ว&nbsp;4&nbsp;ครั้ง&nbsp;มีการปรับแบบก่อสร้างและประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ก็เห็นด้วยที่จะให้ดำเนินการ&nbsp;ซึ่งโครงการในโซนที่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;ด้านทิศใต้&nbsp;คาดว่าจะไม่มีปัญหา&nbsp;แต่โซนที่&nbsp;3&nbsp;บริเวณชายหาดหน้าศาลเสด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์&nbsp;ความยาวประมาณ&nbsp;205&nbsp;เมตร&nbsp;ยังมีผู้ร้องคัดค้าน&nbsp;ซึ่งเร็วๆ&nbsp;นี้จะมีการเสนอให้มีการจัดประชุมระดับจังหวัดเพื่อนำข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งมาพูดคุยกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายพิษณุพงศ์&nbsp;เหล่าลาภยศ&nbsp;ประธานกลุ่มคนรักทะเลและชายหาดปราณบุรี&nbsp;</strong>เสนอเห็นควรยกเลิกการสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลหาดปราณบุรี&nbsp;ในโซนที่&nbsp;3&nbsp;บริเวณชายหาดหน้าศาลเสด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์&nbsp;ความยาวประมาณ&nbsp;205&nbsp;เมตร&nbsp;โดยให้เหตุผลว่าบริเวณจุดดังกล่าวไม่ได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่ง&nbsp;และหากมีการสร้างเขื่อนบริเวณดังกล่าวอาจจะทำให้ชายหาดหายไป&nbsp;ส่งผลกระทบต่อเนื่องทำให้ชายหาดบริเวณถัดไปถูกกัดเซาะรุนแรงมากขึ้น&nbsp;จึงขอให้มีการปรับแบบให้เหลือเพียงแค่การปรับภูมิทัศน์เท่านั้น&nbsp;เนื่องจากโครงการนี้มีการปรับภูมิทัศน์บริเวณศาลเสด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์บรรจุเข้ามาด้วยซึ่งทางกลุ่มไม่ได้คัดค้าน&nbsp;เช่นเดียวกับโครงการก่อสร้างเขื่อนในโซนที่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;ทางด้านทิศใต้&nbsp;ความยาวประมาณกว่า&nbsp;600&nbsp;เมตร&nbsp;ทางกลุ่มก็ไม่ได้คัดค้านใดๆ&nbsp;เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เห็นว่ามีการกัดเซาะจริง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208133039702"],
    [245,"ส่วนสิ่งแวดล้อม ทสจ.แม่ฮ่องสอน ร่วมกับประชาชนจัดกิจกรรม \"ชิงเก็บ ลดเผา\" แก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองอย่างยั่งยืน ณ บ.แม่นาเติงใน ต.แม่นาเติง อ.ปาย","<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์?&nbsp;2565</strong>&nbsp;นายรุ่งโรจน์?&nbsp;อัศวกุลธารินท์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน?ทรัพยากร?ธรรมชาติ?และ?สิ่ง?แวดล้อม?จังหวัด?แม่ฮ่องสอน?&nbsp;มอบหมายให้ส่วนสิ่งแวดล้อม&nbsp;จัดกิจกรรมบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;\"ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา\"&nbsp;ณ&nbsp;บ้านแม่นาเติงใน&nbsp;ตำบลแม่นาเติง&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;จังหวัด?แม่ฮ่องสอน?&nbsp;โดยมีประชาชนบ้านแม่นาเติงใน&nbsp;และหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ทั้งสถานีควบคุมไฟป่าลุ่มน้ำปาย&nbsp;เขตรักษาพันธุ์?สัตว์ป่า?ลุ่ม?น้ำ?ปาย?&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลแม่นาเติง&nbsp;และหน่วยทหารในพื้นที่&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;และสามารถเก็บใบไม้ได้จำนวน&nbsp;6&nbsp;ตัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ?และ?สิ่ง?แวดล้อม?จังหวัด?แม่ฮ่องสอน?</strong>ได้บูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วนในพื้นที่&nbsp;ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงทรัพยากร?กรธรรมชาติ?และ?สิ่ง?แวดล้อม?&nbsp;และจังหวัดแม่ฮ่องสอน?&nbsp;ในการแก้ปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองอย่างยั่งยืน&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้กำหนดเป้าหมายการชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา&nbsp;ไว้ไม่น้อยกว่า&nbsp;1,000&nbsp;ตัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208140452731"],
    [246,"จังหวัดตราด ออกประกาศ มาตรการป้องกันผลผลิตทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด (กำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียน)","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>(8&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)</strong>&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</span>&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">เปิดเผยว่า</span>&nbsp;ด้วยสถานการณ์การเก็บเกี่ยวทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;(ทุเรียนอ่อน)&nbsp;มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทุกปีและทวีความรุนแรงมากขึ้น&nbsp;ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจาก&nbsp;3&nbsp;ส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;คือ&nbsp;ผู้รับซื้อ&nbsp;มือตัดทุเรียน&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;ที่มีการเก็บเกี่ยวทุเรียนก่อนระยะเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม&nbsp;ทำให้ทุเรียนไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน&nbsp;มีผลต่อการสุกและคุณภาพเนื้อภายในของทุเรียนที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อตลาดส่งออก&nbsp;และตลาดภายในประเทศในอนาคต&nbsp;โดยเฉพาะชื่อเสียงความเป็นหนึ่งของทุเรียนไทยในตลาดโลก&nbsp;และสุดท้ายส่งผลกระทบเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;และความเป็นอยู่ของเกษตรกร&nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นการควบคุมและรักษาคุณภาพทุเรียนให้ได้มาตรฐานอย่างจริงจัง&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จังหวัดตราดขอออกประกาศวันเก็บเกี่ยวทุเรียน&nbsp;5&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">สายพันธุ์กระดุม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">สายพันธุ์ชะนี&nbsp;/&nbsp;พันธุ์พวงมณี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">สายพันธุ์หมอนทอง&nbsp;/&nbsp;พันธุ์ก้านยาว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยที่จังหวัดตราดจะดำเนินตามมาตรการอย่างเข้มงวด</strong>&nbsp;โดยผู้ที่จะเก็บเกี่ยวทุเรียนก่อนวันประกาศฯ&nbsp;ให้ดำเนินการดังนี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">1.เกษตรกรแจ้งได้ที่&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;(อกม.)&nbsp;หรือสำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;ณ&nbsp;ที่ตั้งแปลงปลูก&nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">2.สถานประกอบการ&nbsp;(ล้ง)&nbsp;แจ้งได้ที่ด่านตรวจพืชคลองใหญ่&nbsp;หรือสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;6</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากพบการเก็บเกี่ยวทุเรียนก่อนวันประกาศ&nbsp;และมีการตรวจพบทุเรียนด้อยคุณภาพ</strong>จากการเก็บเกี่ยวก่อนระยะจะดำเนินการตามมาตรการลงโทษ&nbsp;โดยพักการใช้ใบรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;สำหรับเกษตรกร&nbsp;และพักการใช้ใบรับรอง&nbsp;GMP&nbsp;สำหรับสถานประกอบการ&nbsp;(ล้ง)&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตราด&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;0-3951-1008&nbsp;หรือสำนักงานเกษตรอำเภอทุกอำเภอ&nbsp;ในวันและเวลาราชการ&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208140002723"],
    [247,"ติดตั้งระบบบริหารจัดการแปลงเกษตรด้วยระบบเกษตรอัจฉริยะ ในพื้นที่ต้นแบบ 16 จุดทั่วประเทศ ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ขับเคลื่อนโครงการความร่วมมือส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่&nbsp;HandySense&nbsp;ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ&nbsp;(เนคเทค)&nbsp;และ&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;ในพื้นที่ต้นแบบทั้ง&nbsp;16&nbsp;จุด&nbsp;ที่ผ่านการคัดเลือก&nbsp;เพื่อเป็นจุดเรียนรู้ขยายผลสู่เกษตรกรที่สนใจ&nbsp;ปัจจุบันพื้นที่ต้นแบบทั้ง&nbsp;16&nbsp;จุด&nbsp;ได้ติดตั้งอุปกรณ์&nbsp;HandySense&nbsp;เสร็จเรียบร้อยแล้วและอยู่ระหว่างการทดสอบการใช้งานระบบ&nbsp;รวมถึงเตรียมการจัดฝึกอบรมให้แก่เกษตรกรและประชาชนที่สนใจ</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับเงื่อนไขและคุณสมบัติของพื้นที่ต้นแบบตามโครงการนี้</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;แบ่งตามการสนับสนุนที่มาจาก&nbsp;2&nbsp;แหล่งทุนคือ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สนับสนุนให้กับ&nbsp;ศพก.&nbsp;6&nbsp;ศูนย์&nbsp;และเนคเทค&nbsp;สนับสนุนให้กับศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;10&nbsp;ศูนย์&nbsp;โดยคัดเลือกศูนย์ที่มีความพร้อมด้านสาธารณูปโภคคือ&nbsp;ไฟฟ้า&nbsp;น้ำ&nbsp;และอินเทอร์เนต&nbsp;โดยเงื่อนไขและคุณสมบัติของ&nbsp;ศพก.&nbsp;ที่ผ่านการคัดเลือกที่สำคัญคือ&nbsp;ความพร้อมของแปลงเรียนรู้&nbsp;ต้องมีขนาดไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;มีแหล่งน้ำ&nbsp;มีระบบการให้น้ำแบบท่อส่งน้ำในโรงเรือนหรือในแปลงเพาะปลูก&nbsp;รวมถึงปั๊มน้ำ&nbsp;มีระบบไฟฟ้า&nbsp;อินเทอร์เน็ต&nbsp;พร้อมที่จะสามารถเชื่อมต่อหรือใช้งานในพื้นที่ติดตั้งได้&nbsp;ความพร้อมของเกษตรกร&nbsp;ต้องเป็นเกษตรกรต้นแบบ&nbsp;เป็นลูกค้าสินเชื่อกับทาง&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;โดยเกษตรกรจะได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์&nbsp;HandySense&nbsp;ในโรงเรือน&nbsp;หรือแปลงเพาะปลูกแบบเปิด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;sensor&nbsp;(วัดความเข้มแสง&nbsp;วัดความชื้นดิน&nbsp;วัดอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์)&nbsp;แผงวงจร&nbsp;และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์&nbsp;โซลินอย์วาล์ว&nbsp;อุปกรณ์วาล์ว&nbsp;และการให้น้ำระบบท่อ&nbsp;ตู้คอนโทรลและอุปกรณ์&nbsp;แอปพลิเคชัน&nbsp;และการฝึกอบรมการติดตั้ง&nbsp;การใช้งานซ่อมบำรุงอุปกรณ์และการใช้งานแอปพลิเคชั่น&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ส่วนเงื่อนไขและคุณสมบัติของศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ที่ผ่านการคัดเลือกที่สำคัญคือ&nbsp;ความพร้อมของแปลงเรียนรู้ของศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;เป็นโรงเรือน&nbsp;หรือแปลงเพาะปลูก&nbsp;ขนาดไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;มีระบบการให้น้ำแบบท่อส่งน้ำในโรงเรือนหรือในแปลงเพาะปลูก&nbsp;ติดตั้งพร้อมใช้งาน&nbsp;มีแหล่งน้ำและระบบการให้น้ำแบบท่อส่งน้ำ&nbsp;รวมถึงปั๊มน้ำในโรงเรือนหรือในแปลงเพาะปลูก&nbsp;มีระบบไฟฟ้า&nbsp;อินเทอร์เน็ต&nbsp;พร้อมที่จะสามารถเชื่อมต่อหรือใช้งานในพื้นที่ติดตั้งได้&nbsp;/ความพร้อมของเจ้าหน้าที่ของศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;ต้องพร้อมที่จะเป็นต้นแบบในการถ่ายทอดความรู้ของระบบเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;โดยทำหน้าที่เป็นวิทยากรและเป็นแกนนำในการเผยแพร่การนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตรให้แก่เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เกษตรกรและชุมชนโดยรอบต่อไปได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โครงการดังกล่าวได้ดำเนินการมาตั้งแต่&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;เพื่อขยายผลนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่&nbsp;โดยจะมีการสนับสนุนทั้งงานวิชาการและแหล่งทุน&nbsp;ไปสู่เกษตรกร</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208143942761"],
    [248,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น โดยจุดความร้อนจากกัมพูชากระทบชายแดนภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคตะวันออกของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยจุดความร้อนจากกัมพูชากระทบชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออกของไทย</strong>&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(7&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;334&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;132&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;59&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;55&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;45&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;38&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุดอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;35&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;สกลนคร&nbsp;30&nbsp;จุด&nbsp;และขอนแก่น&nbsp;20&nbsp;จุด&nbsp;โดยพบจุดความร้อนกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง&nbsp;โดยกระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณพื้นที่ตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาพรวมคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ในระดับปานกลาง&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดสมุทรปราการมีปริมาณฝุ่นละอองค่อนข้างสูงอาจเริ่มส่งผลกระทบกับระบบทางเดินหายใจ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;4,308&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;4,051&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;3,114&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในกัมพูชาต่อเนื่อง&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;1,656&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;1,071&nbsp;จุด&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;334&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศกัมพูชาอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ&nbsp;</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208145534772"],
    [249,"จังหวัดเพชรบุรี ส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร  นำเสนอทางเลือกการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุทางการเกษตรและเทคโนโลยีการเกษตรทดแทนการเผา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ณ&nbsp;เครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ตำบลบางเก่า</strong>&nbsp;อำเภอชะอำ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;(แปลงนาเกษตรกร&nbsp;นางขวัญล้า&nbsp;เขียวงาม)&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ร่วมด้วย&nbsp;นายภัคพัส&nbsp;ส่งวัฒนายุทธ&nbsp;นายอำเภอชะอำ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ท้องที่&nbsp;ประชาชน&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอชะอำ&nbsp;และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน&nbsp;ได้สนองนโยบายรัฐบาล&nbsp;สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;และแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตรอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ&nbsp;ส่งเสริมให้เกษตรกรหยุดปลอดการเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;และปรับเปลี่ยนวิธีการทำการเกษตรไปสู่การทำเกษตรแบบปลอดการเผา&nbsp;โดยการสร้างการรับรู้&nbsp;การพัฒนาเครือข่ายเกษตรปลอดการเผา&nbsp;เพื่อเร่งรัดจัดการและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;ที่นอกจากจะทำให้เกิดมลพิษและหมอกควันทำลายชั้นบรรยากาศของโลกแล้ว&nbsp;ยังเป็นการทำลายอินทรียวัตถุ&nbsp;ธาตุอาหารและโครงสร้างของดิน&nbsp;ทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์&nbsp;ส่งผลให้ผลผลิตลดต่ำลงและมีต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;กิจกรรมภายในงาน&nbsp;มีการสาธิตการไถกลบตอซัง&nbsp;การใช้จุลินทรีย์หน่อกล้วยเพื่อย่อยสลายตอซังข้าว&nbsp;การผลิตอาหารสัตว์จากฟางข้าว&nbsp;การผลิตปุ๋ยหมัก&nbsp;ปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;นำเสนอทางเลือกในการใช้เทคโนโลยีการเกษตรแทนการเผา&nbsp;สร้างการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผา&nbsp;และสร้างต้นแบบในการทำการเกษตรปลอดการเผา&nbsp;สนับสนุนการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรในระยะต่อไป</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208144703768"],
    [250,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่3จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่าต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า&nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม&nbsp;MODIS&nbsp;แสดงให้เห็นพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าช่วง&nbsp;7&nbsp;วันนี้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7&nbsp;&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบมี&nbsp;3&nbsp;จังหวัดมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;คือ&nbsp;ตาก&nbsp;ลำปาง&nbsp;และเชียงใหม่&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;14&nbsp;จังหวัดที่เหลือยังคงมีตัวเลขคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์&nbsp;สาเหตุอาจเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;หรือการเผาเพื่อหาของป่าและล่าสัตว์จนเกิดการลุกลาม&nbsp;สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปวางแผนจัดการเชื้อไฟ&nbsp;และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208144450767"],
    [251,"ทต.ศรีบัวบาน จัดอบรมให้ความรู้การจัดการไฟป่า แก่ผู้นำชุมชน และเยาวชน ลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 สะสมอย่างยั่งยืน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลศรีบัวบาน&nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&nbsp;</strong>จังหวัดลำพูน&nbsp;นายจรูญ&nbsp;คำปันนา&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลศรีบัวบาน&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการไฟป่า&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวพัชริดา&nbsp;ปัญญาราช&nbsp;หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล&nbsp;นายสยาม&nbsp;หาญกล้า&nbsp;นักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และเยาวชนในพื้นที่เข้าร่วม</p><p><strong>นายกเทศมนตรีตำบลศรีบัวบาน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>เทศบาลตำบลศรีบัวบาน&nbsp;ได้เห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และ&nbsp;ฝุ่น&nbsp;P.M.2.5&nbsp;เป็นปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำพูน&nbsp;และสถานีควบคุมไฟป่า&nbsp;ผาเมือง-ลำพูน&nbsp;เข้าร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายของหมอกควันไฟป่า&nbsp;และการฝึกภาคปฏิบัติ&nbsp;เกี่ยวกับการดับไฟป่าอย่างถูกวิธี&nbsp;พร้อมกำชับให้บุคลากรเตรียมความพร้อมเพื่อดับไฟป่าก่อนวิกฤติ&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;ได้แก่&nbsp;การเตรียมคน&nbsp;เตรียมเครื่องมือ&nbsp;และการฝึกอบรม&nbsp;เพื่อให้มีความรู้และทักษะการใช้อุปกรณ์ให้ถูกต้อง&nbsp;ควบคุมกับการรณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการหยุดเผาป่า&nbsp;เพื่อป้องกันการเกิดมลพิษทางอากาศ&nbsp;ฝุ่น&nbsp;P.M.2.5&nbsp;แสดงพลังในการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าได้อย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สวท.ลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208151908795"],
    [252,"อธิบดีกรมป่าไม้ ให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ตรวจสอบและรังวัดที่ดิน \"ทิดสมปอง\" ในพื้นที่ชัยภูมิ หลังอาจมีที่ดินบางแปลงอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูซำผักหนาม หากพบรุกป่าจะถูกยึดและดำเนินคดีตาม กม.","<p><strong>อธิบดีกรมป่าไม้&nbsp;ให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ตรวจสอบและรังวัดที่ดิน&nbsp;\"ทิดสมปอง\"&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;หลังอาจมีที่ดินบางแปลงอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูซำผักหนาม&nbsp;หากพบรุกป่าจะถูกยึดและดำเนินคดีตามกฎหมาย</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรชัย&nbsp;อจลบุญ&nbsp;อธิบดีกรมป่าไม้&nbsp;กล่าวถึงกรณีที่ดินของ&nbsp;นายสมปอง&nbsp;นครไธสง&nbsp;หรือ&nbsp;ทิดสมปอง&nbsp;ที่มีการกล่าวอ้างซื้อที่ดิน&nbsp;ส.ป.ก.ในพื้นที่&nbsp;อ.คอนสาร&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;กว่า&nbsp;300&nbsp;ไร่&nbsp;เพื่อปลูกยางพารา&nbsp;หรือให้ญาติถือครองที่ดินแทน&nbsp;และบางส่วนพบอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติว่า&nbsp;ได้ให้เจ้าหน้าที่จากหน่วยป้องกันรักษาป่าที่คอนสาร&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ดินของ&nbsp;นายสมปองฯ&nbsp;บางแปลงอยู่ในพื้นที่คาบเกี่ยวกับเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูซำผักหนามจริงหรือไม่&nbsp;โดยจะเข้าไปรังวัดที่ดินอย่างละเอียด&nbsp;หากพบที่ดินอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติตามกระบงนการต้องยึดคืนทั้งหมดและถูกดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหารุกป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใด&nbsp;หรือคนที่มีชื่อเสียง&nbsp;หรือไม่มีชื่อเสียงต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโทษเท่ากัน</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208153524809"],
    [253,"ยะลา ทหาร-ครู ร่วมใจพัฒนาพื้นที่แปลงเกษตรของโรงเรียนบ้านตาชี ขับเคลื่อนโครงการ อาหารชุมชนโรงเรียนต้นแบบ","<p><strong>หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;47&nbsp;จัดกำลังพลของหน่วย</strong>&nbsp;ร่วมกับบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนบ้านตาชี&nbsp;ช่วยกันกำกับดูแล&nbsp;และพัฒนาพื้นที่แปลงเกษตรของโรงเรียนบ้านตาชี&nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;บ้านนอก&nbsp;ตำบลตาชี&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ในการพัฒนา&nbsp;และปรับปรุงพื้นที่&nbsp;เพื่อดำเนินงานเกี่ยวกับการเกษตรตามแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เพื่อมุ่งเน้นให้เยาวชน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ได้ส่งเสริมความรู้ให้กับเยาวชนได้เรียนรู้ในหลักการทำเกษตรปลูกผัก&nbsp;เลี้ยงปลา&nbsp;เพาะเห็ด&nbsp;และการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;สิ่งสำคัญคือเยาวชนในพื้นที่สามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริง&nbsp;อีกทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเยาวชนได้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้&nbsp;และพัฒนาต่อยอดให้ดียิ่งขึ้นจนเกิดความยั่งยืนในอนาคต</p><p><strong>สำหรับการขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;อาหารชุมชนโรงเรียนต้นแบบ&nbsp;</strong>ทางหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;47&nbsp;ได้พัฒนาต่อยอดโครงการดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยใช้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางในการให้ความรู้ในด้านการเกษตร&nbsp;และลงมือปฏิบัติร่วมกัน&nbsp;ภายใต้การยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาดำเนินงาน&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้แนะนำและส่งเสริมความรู้ด้านการเกษตรให้กับนักเรียนในโรงเรียน&nbsp;เพื่อให้โรงเรียนเป็นแหล่งอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียน&nbsp;ได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัยมีคุณค่าทางโภชนาการ&nbsp;และเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียนและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ได้นำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน&nbsp;อันจะทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;รวมทั้งส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ&nbsp;เกี่ยวกับการปลูกพืชผัก&nbsp;สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน&nbsp;พึ่งพาตนเองได้&nbsp;และสามารถพัฒนาต่อยอดให้ดียิ่งขึ้น&nbsp;จนเกิดความยั่งยืนในอนาคตได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208155216831"],
    [254,"ผู้นำชุมชนและชาวแม่ลาน้อย 30 หมู่บ้าน ลงแรงทำเสวียนไม้ไผ่ ลดการเผา ป้องกันไฟป่า","<p><strong>ผู้นำชุมชนและชาวบ้านกว่า&nbsp;30&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ของอำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>เร่งจัดทำเสวียนไม้ไผ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง&nbsp;3&nbsp;เมตร&nbsp;ความสูง&nbsp;1&nbsp;เมตร&nbsp;หมู่บ้านละ&nbsp;2&nbsp;เสวียน&nbsp;เพื่อใช้ในการรวบรวมใบไม้และทำปุ๋ยหมัก&nbsp;อีกทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองในระดับอำเภอ&nbsp;ตามมาตรการบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;โดยการนำเชื้อเพลิงมาใช้ประโยชน์&nbsp;ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ที่เห็นชอบให้ทุกอำเภอขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;โดยการนำเชื้อเพลิงมาประโยชน์ในพื้นที่</p><p><strong>เสวียนไม้ไผ่&nbsp;เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดจากภูมิปัญญาของชาวบ้าน&nbsp;</strong>ซึ่งเคยมีการใช้กันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ&nbsp;อาจมีการขาดหายไปในบางช่วง&nbsp;จนระยะหลังมีปัญหาหมอกควันเกิดขึ้นมาก&nbsp;ชาวบ้านจึงหันกลับมาใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถ่ายทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ&nbsp;การทำเสวียนเป็นการนำเอาไม้ไผ่มาสานรอบโคนต้นไม้เพื่อใช้เก็บขยะใบไม้&nbsp;ให้ใบไม้เศษไม้ย่อยสลายตามธรรมชาติ&nbsp;ลดฝุ่นละอองจากการเผาใบไม้ได้อีกด้วย&nbsp;ประกอบกับไม้ไผ่เป็นไม้ที่หาได้ง่าย&nbsp;มีความยืดหยุ่นสูง&nbsp;ทนทาน&nbsp;ดัดงอให้โค้งได้&nbsp;เหมาะกับการทำเสวียนเสวียนไม้ไผ่</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ไฟป่า</strong>ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม-7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีจุดความร้อนสะสมทั้งหมด&nbsp;437&nbsp;จุด&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;3.66&nbsp;ของจุดความร้อนสะสมปี&nbsp;2564&nbsp;หรือ&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;4.57&nbsp;ของค่า&nbsp;เป้าหมายปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดตั้งเป้าหมายปี&nbsp;2565&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;9,556&nbsp;จุด&nbsp;โดยอำเภอที่มีจุดความร้อนสูงสุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;จำนวน&nbsp;186&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนอำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;ยังพบจุดความร้อนน้อย&nbsp;อยู่ที่&nbsp;29&nbsp;จุด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208155511837"],
    [255,"ผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวบ้านเพ-เกาะเสม็ด จ.ระยอง ยื่นเรื่องขอเยียวยาหลังผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวเกาะเสม็ด 51 ราย เรือ 159 ลำ ได้รับผลกระทบน้ำมันรั่วกลางทะเล","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;8&nbsp;ก.พ.65&nbsp;นายจิระศักดิ์&nbsp;มหาสุคนธ์&nbsp;ผู้จัดการทรัพยากรบุคคล&nbsp;</strong>บริษัท&nbsp;สตาร์ปิโตรเลี่ยม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;ได้เดินทางไปรับฟังปัญหาจากกลุ่มผู้ประกอบการจากสมาคมผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวบ้านเพเกาะเสม็ด&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;สมาชิก&nbsp;จำนวน&nbsp;51&nbsp;ราย&nbsp;ที่ท่าเทียบเรือนวลทิพย์&nbsp;ต.เพ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;หลังได้รับผลกระทบจากน้ำมันรั่วไหลกลางทะเล&nbsp;ซึ่ง&nbsp;นายยานยนต์&nbsp;อรุณเวสสะเศรษฐ&nbsp;นายกสมาคมผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวบ้านเพ-เกาะเสม็ด&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ได้ยื่นหลักฐานการเยียวยาของผู้ประกอบการทั้งหมด&nbsp;51&nbsp;ราย&nbsp;พร้อมหลักฐานทะเบียนเรือ&nbsp;รูปถ่ายเรือ&nbsp;จำนวน&nbsp;159&nbsp;ลำ&nbsp;ต่อ&nbsp;นายจิระศักดิ์&nbsp;มหาสุคนธ์&nbsp;ผู้จัดการทรัพยากรบุคคล&nbsp;สตาร์ปิโตรเลี่ยมฯ&nbsp;เพื่อเป็นหลักฐานในการพิจารณาเยียวยา&nbsp;</p><p><strong>นายยานยนต์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>หลังเกิดเหตุน้ำมันรั่ว&nbsp;ทางผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว&nbsp;จำนวน&nbsp;51&nbsp;ราย&nbsp;มีเรือทั้งหมด&nbsp;159&nbsp;ลำ&nbsp;ได้รับผลกระทบอย่างหนักนักท่องเที่ยวที่จองมาล่วงหน้าได้ขอยกเลิกเกือบทั้งหมด&nbsp;นับว่าสาหัสมากกับผลกระทบครั้งนี้&nbsp;ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงไฮซีซั่น&nbsp;ที่จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจำนวนมาก&nbsp;แทนที่ผู้ประกอบการจะมีรายได้มาชดเชยหลังจากผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;แต่กลับหายไปเกือบหมด&nbsp;ทางสมาคมฯ&nbsp;จึงมีมติในการเสนอให้ทาง&nbsp;บ.SPRC&nbsp;เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น&nbsp;โดยทางสมาคมฯ&nbsp;มีการคัดกรองสมาชิกทุกราย&nbsp;โดยเรือทุกลำที่แจ้งมีหลักฐานทะเบียนเรือที่ถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;และมีการประกอบการจริง&nbsp;ซึ่งสามารถตรวจสอบได้&nbsp;</p><p><strong>นายจิระศักดิ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ก่อนอื่นต้องขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;พร้อมรับฟังปัญหาจากผู้ประกอบการ&nbsp;ซึ่งเข้าใจถึงความเดือดร้อน&nbsp;ยินดีรับข้อเสนอ&nbsp;ส่วนเรื่องการเยียวยาขณะนี้ทางจังหวัดได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ&nbsp;3&nbsp;ฝ่ายขึ้นมาแล้ว&nbsp;เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องการเยียวยาของผู้ที่ยื่นเรื่องเข้ามาโดยยึดหลักให้ความเป็นธรรม&nbsp;อย่างไรก็ตามทาง&nbsp;บ.SPRC&nbsp;จะมีการจ่ายเงินเยียวยาให้กับกลุ่มเปราะบางก่อน&nbsp;คือกลุ่มลูกจ้างรายวันของกลุ่มประมง&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;ราย&nbsp;ในวันพรุ่งนี้&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ที่บริเวณหมู่บ้านสบายสบาย&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;อ.เมืองระยอง</p><p><br></p><p>วฐิต&nbsp;กลางนอก/ระยอง&nbsp;0871373960</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208161612848"],
    [256,"ครม.เห็นชอบกำหนดราคาอ้อยขั้นสุดท้าย ฤดูการผลิตปี 2563/64 ราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตปี 2564/65","<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกำหนดราคาอ้อยขั้นสุดท้ายและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นสุดท้าย&nbsp;ฤดูการผลิตปี&nbsp;2563/2564&nbsp;โดยมีอัตราเฉลี่ยทั่วประเทศ&nbsp;ในอัตราตันอ้อยละ&nbsp;1,002.20&nbsp;บาท&nbsp;ณ&nbsp;ระดับความหวานที่&nbsp;10&nbsp;ซี.ซี.เอส.&nbsp;(ราคาอ้อยขั้นต้น&nbsp;ณ&nbsp;23&nbsp;ก.พ.64&nbsp;อยู่ที่&nbsp;920&nbsp;บาท)&nbsp;ส่วนอัตราขึ้น/ลง&nbsp;ของราคาอ้อย&nbsp;เฉลี่ยทั่วประเทศ&nbsp;เท่ากับ&nbsp;60.13&nbsp;บาท&nbsp;ต่อ&nbsp;1&nbsp;หน่วย&nbsp;ซี.ซี.เอส.&nbsp;และผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นสุดท้าย&nbsp;ฤดูการผลิตปี&nbsp;2563/2564&nbsp;เฉลี่ยทั่วประเทศ&nbsp;เท่ากับ&nbsp;429.51&nbsp;บาทต่อตันอ้อย&nbsp;</p><p><strong>ราคาอ้อยขั้นสุดท้ายฤดูการผลิตปี&nbsp;2563/2564&nbsp;ที่เสนอครั้งนี้</strong>&nbsp;อยู่ในระดับสูงกว่าราคาอ้อยขั้นต้น&nbsp;ดังนั้น&nbsp;กองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายจึงไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยส่วนต่าง&nbsp;ส่วนรายได้สุทธิที่ได้จากการจำหน่ายน้ำตาลทรายสูงกว่าราคาอ้อยขั้นสุดท้าย&nbsp;โรงงานน้ำตาลต้องนำส่งเงินส่วนต่าง&nbsp;ระหว่างรายได้สุทธิและราคาอ้อยขั้นสุดท้าย&nbsp;ให้กับกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย&nbsp;อัตราตันอ้อยละ&nbsp;8&nbsp;บาท&nbsp;รวมเป็นเงินทั้งสิ้น&nbsp;533.27&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ครม.ยังได้เห็นชอบกำหนดราคาอ้อยขั้นต้น</strong>&nbsp;และผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้น&nbsp;ฤดูการผลิตปี&nbsp;2564/2565&nbsp;โดยคำนวณราคาอ้อยเป็นราคาเดียวทั่วประเทศ&nbsp;ในอัตราตันอ้อยละ&nbsp;1,070&nbsp;บาท&nbsp;ณ&nbsp;ระดับความหวานที่&nbsp;10&nbsp;ซี.ซี.เอส.&nbsp;หรือเท่ากับร้อยละ&nbsp;93.34&nbsp;ของประมาณการราคาอ้อยเฉลี่ยทั่วประเทศ&nbsp;1,110.66&nbsp;บาทต่อตันอ้อย&nbsp;ส่วนอัตราขึ้น/ลง&nbsp;ของราคาอ้อยเท่ากับ&nbsp;64.20&nbsp;บาท&nbsp;ต่อ&nbsp;1&nbsp;หน่วย&nbsp;ซี.ซี.เอส.&nbsp;และผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้น&nbsp;ฤดูการผลิตปี&nbsp;2564/2565&nbsp;เท่ากับ&nbsp;458.57&nbsp;บาทต่อตันอ้อย</p><p><strong>ประเด็นข้อพิพาทกรณีน้ำตาลภายใต้องค์การการค้าโลก</strong>&nbsp;(WTO)&nbsp;ระหว่างประเทศไทยกับบราซิลนั้น&nbsp;เรื่องนี้ไม่ขัดกับข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศแต่อย่างใด</p><p><br></p><p><br></p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208192038938"],
    [257,"จังหวัดเพชรบุรี ทำได้ ต้นกล้วยที่ตัดทิ้ง แปรรูปอาหารสัตว์ ทำเป็นไซเลจหยวกกล้วย ใช้เลี้ยงวัว เพิ่มมูลค่าต้นกล้วย ลดต้นทุนในการเลี้ยงโค","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>นางสาวสุกัญญา&nbsp;มีนา&nbsp;ประธานสมาพันธ์&nbsp;SME&nbsp;ไทยจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ร่วมกิจกรรมชมการแสดงนิทรรศการ&nbsp;โครงการผลิตอาหารสัตว์จากต้นกล้วย&nbsp;ใช้เลี้ยงโค&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่ศูนย์การเรียนรู้&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ตำบลบางเก่า&nbsp;อำเภอชะอำ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ปัจจุบันพี่น้องเกษตรกรนิยมเลี้ยง&nbsp;วัว&nbsp;กันมากขึ้น&nbsp;ซึ่งจำเป็นต้องใช้พืชอาหารสัตว์&nbsp;เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;ทำให้ปริมาณความต้องการมีไม่เพียงพอต่อการใช้เลี้ยงวัว&nbsp;ทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพิ่มมูลค่าเกษตร&nbsp;ร่วมกับศูนย์วิจัยพัฒนาอาหารสัตว์เพชรบุรี&nbsp;จึงได้ทดลองและค้นคว้าวิจัยต้นกล้วย&nbsp;ซึ่งเมื่อได้ผลผลิตตัดเครือกล้วยแล้ว&nbsp;ก็ต้องตัดต้นทิ้ง&nbsp;การนำมาทำเป็นอาหารสัตว์&nbsp;จะช่วยลดต้นทุนของเกษตรกรที่เลี้ยงวัว&nbsp;และสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่าอาหารที่เลี้ยงวัว&nbsp;มาจากอินทรีย์&nbsp;ซึ่งจะมีความปลอดภัยกับผู้บริโภคด้วย&nbsp;</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;นางสาวสุกัญญา&nbsp;มีนา&nbsp;ประธานสมาพันธ์&nbsp;SME&nbsp;ไทย&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดเพชรบุรีปลูกกล้วยจำนวนมาก&nbsp;การนำต้นกล้วยมาพัฒนาเป็นพืชอาหารสัตว์โดยทำเป็นไซเลจหยวกกล้วย&nbsp;นำมาผสมรวมกับวัตถุดิบอื่น&nbsp;เพื่อเพิ่มคุณค่าด้านธาตุอาหารให้เหมาะสม&nbsp;ผลิตเป็นอาหารสัตว์&nbsp;จำหน่ายในพื้นที่และส่งขายในพื้นที่จังหวัดภาคใต้&nbsp;จากเดิมต้นกล้วยหลังถูกตัดทิ้ง&nbsp;ต้องเป็นภาระของชาวสวนกล้วย&nbsp;แต่หลังจากการแปรรูปเป็นอาหารสัตว์&nbsp;ส่งผลให้ต้นกล้วยมีราคาถึง&nbsp;ต้นละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;นำส่งโรงงาน&nbsp;ทำการสับเข้าสู่กระบวนการหมักเป็นอาหารหยาบหรือไซเลจ&nbsp;สำหรับเลี้ยงสัตว์&nbsp;ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้น&nbsp;ต้นกล้วยได้รับการพัฒนาเป็นวัตถุดิบ&nbsp;ช่วยลดต้นทุนในการเลี้ยง</p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;รายงาน</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208164029864"],
    [258,"รองพ่อเมืองศรีสะเกษเปิดโครงการบูรณาการส่งเสริมปลูกพืชเศรษฐกิจหลังนา","<p><strong>วันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>ที่แปลงเรียนรู้&nbsp;นายภรนาวา&nbsp;บัวงาม&nbsp;โครงการบูรณาการส่งเสริมปลูกพืชเศรษฐกิจ&nbsp;ในเขตพื้นที่ชลประทาน&nbsp;บ้านหนองแวง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ตำบลหนองแวง&nbsp;อำเภอกันทรารมย์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</p><p><strong>นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;</strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการบูรณาการส่งเสริมปลูกพืชเศรษฐกิจหลังนา&nbsp;ในเขตพื้นที่ชลประทาน&nbsp;ปลูกพืชข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในแปลงนาสาธิต&nbsp;โดยมี&nbsp;นายปราจิต&nbsp;แก้วลา&nbsp;นายอำเภอกันทรารมย์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวิชัย&nbsp;ศรีโพธิ์งาม&nbsp;เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายณัทเศรษฐ์&nbsp;ถิรวัฒน์ธนกร&nbsp;ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหัวนา&nbsp;(เขื่อนหัวนา)&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;และชาวบ้านในพื้นที่ให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรมโครงการบูรณาการส่งเสริมปลูกพืชเศรษฐกิจหลังนา</p><p><strong>นายวิชัย&nbsp;ศรีโพธิ์งาม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>หลังจากที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว&nbsp;เกษตรกรส่วนใหญ่จะทำการปลูกข้าวเป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ในพื้นที่เดิม&nbsp;ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคและแมลงรวมทั้งความเสี่ยงด้านปริมาณน้ำ&nbsp;ที่อาจจะไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูก&nbsp;ส่งผลให้ผลผลิตได้รับความเสียหาย&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์ราคาข้าวของไทยได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่งผลต่อรายได้เกษตรกร&nbsp;ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้นับว่าเป็นการแก้ปัญหาด้านราคา&nbsp;ซึ่งคงต้องทำหลายอย่างไปพร้อมๆ&nbsp;กัน&nbsp;เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาว&nbsp;หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จึงได้มีการบูรการทำงานในการลดพื้นที่การปลูกข้าวนาปรัง&nbsp;เป็นพืชอื่นที่ใช้น้ำน้อยและสร้างรายได้มากกว่า&nbsp;จึงได้ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวนาปรังเป็นพืชอื่นที่ใช้น้ำน้อย&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาด้านราคา&nbsp;ลดการระบาดของโรคแมลงศัตรูพืช&nbsp;เพิ่มปริมาณการผลิต&nbsp;ผลตอบแทนสูงกว่าข้าวนาปรัง&nbsp;และช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินมากขึ้น&nbsp;เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดอาหารสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ซึ่งมีจำนวนโคมากกว่า&nbsp;400,000&nbsp;ตัว&nbsp;มีผู้ประกอบการรับซื้อผลผลิตที่แน่นอน&nbsp;และเพื่อรองรับโรงงานผลิตอาหารสัตว์ที่กำลังจะเกิดขึ้น&nbsp;ตำบลหนองแก้ว&nbsp;อำเภอกันทรารมย์&nbsp;มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการบูรณาการส่งเสริมปลูกพืชเศรษฐกิจ&nbsp;(หลังนา)&nbsp;ในเขตพื้นที่ชลประทาน&nbsp;จำนวน&nbsp;43&nbsp;ราย&nbsp;เป็นพื้นที่ปลุฏข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จำนวน&nbsp;112&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งเป็นพืชที่เหมาะสม&nbsp;ใช้น้ำน้อยเกษตรกรอยู่ในพื้นที่เขตชลประทาน&nbsp;มีแหล่งน้ำเพียงพอที่จะทำการเกษตร&nbsp;รวมทั้งมีการเชื่อมโยงตลาด&nbsp;และประสานผู้ประกอบการรับซื้อผลผลิตไว้แล้ว&nbsp;ทำให้ผลผลิตที่ได้มีตลาดรองรับที่แน่นอน&nbsp;เกษตรกรสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน</p><p><strong>ด้านนายณัทเศรษฐ์&nbsp;ถิรวัฒน์ธนกร</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหัวนา&nbsp;(เขื่อนหัวนา)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เขื่อนหัวนาเป็นโครงการโขง-ชี-มูล&nbsp;ดำเนินการโดยกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานกระทรวงวิทยาศาสตร์ทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรกรรมและอุปโภค-บริโภคในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;มิ.ย.&nbsp;2535&nbsp;แล้วเสร็จในปี&nbsp;2542&nbsp;เป็นเขื่อนคอนกรีตพร้อมติดตั้งบานประตูเหล็กโค้ง&nbsp;(Radial&nbsp;Gate&nbsp;)&nbsp;งบประมาณค่าก่อสร้าง&nbsp;2,150&nbsp;ล้าน&nbsp;แต่เนื่องจากปัญหาเรื่องการร้องเรียนด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมและค่าชดเชยที่ดิน&nbsp;จึงได้ระงับการดำเนินโครงการทั้งหมด&nbsp;จากนั้นได้โอนภารกิจหน้าที่ให้กับกรมซลประทาน&nbsp;และได้แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาผลกระทบทางสังคมจากการก่อสร้างเขื่อนหัวนา&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.2552&nbsp;โด้รับการอนุมัติตามมติคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินการพัฒนาโครงการเขื่อนหัวนา&nbsp;จนแล้วเสร็จในปี&nbsp;พ.ศ.2555&nbsp;และปี&nbsp;2561&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้จัดตั้งโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหัวนา&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาด้านน้ำ&nbsp;ทั้งน้ำท่วมภัยแล้งในเขตพื้นที่ลุ่มแม่น้ำมูลและลำสำขาเหนือเขื่อนหัวนา&nbsp;รวมทั้งแก้ไขปัญหาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนหัวนา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208175601900"],
    [259,"จ.ฉะเชิงเทรา ประชุมเตรียมการรับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เสด็จพระราชดำเนินทรงติดตามงาน ในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานพัฒนาที่ดิน</strong>&nbsp;ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;อำเภอพนมสารคาม&nbsp;&nbsp;นายไมตรี&nbsp;ไตรติลานันท์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;เป็นประธานประชุมเตรียมการรับเสด็จ&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เสด็จพระราชดำเนินทรงติดตามงาน&nbsp;ในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายณัฐพงษ์&nbsp;สงวนจิตร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;นายอำเภอพนมสารคาม&nbsp;ผอ.ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง&nbsp;เพื่อหารือการเตรียมความพร้อมการรับเสด็จ&nbsp;ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ</strong>&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เสด็จพระราชดำเนิน&nbsp;ทรงติดตามงาน&nbsp;ในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;เป็นการส่วนพระองค์&nbsp;ในวันที่ศุกร์ที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;โดยทอดพระเนตรกิจกรรมการดำเนินงานและผลสัมฤทธิ์ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การดำเนินงานโรงสีข้าวชุมชน&nbsp;โรงสีข้าวพระราชทานและรวมกลุ่มสหกรณ์&nbsp;บริเวณยุ้งฉางข้าว&nbsp;/&nbsp;การส่งเสริมอาชีพให้กับเกษตรกร&nbsp;การศิลปาชีพเสริมรายได้สู่ชุมชน&nbsp;/การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ&nbsp;การจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาเพื่อการพัฒนาชนบท&nbsp;การปลูกชะมาง&nbsp;และการแปรรูป&nbsp;และกิจกรรมสวนรุกขชาติสมเด็จพระปิ่นเกล้าในการส่งเสริมการปลูกป่า&nbsp;การเพาะเลี้ยงกบและปลากินพืชบริเวณริมอ่างเก็บน้ำห้วยเจ๊ก&nbsp;และทรงปล่อยปลาพันธุ์ปลากินพืช&nbsp;6&nbsp;ชนิด&nbsp;จำนวน&nbsp;67,000&nbsp;ตัว&nbsp;การใช้น้ำและการบริหารจัดการลุ่มน้ำโจน&nbsp;บริเวณริมอ่างเก็บน้ำห้วยเจ๊ก&nbsp;การดำเนินงานเกษตรทฤษฎีใหม่และการจัดการดิน&nbsp;น้ำ&nbsp;พืช&nbsp;ในแปลงสาธิตการอนุรักษ์ดินและน้ำ&nbsp;ร่วมกับปลูกพืชหมุนเวียน&nbsp;แปลงดินอัจฉริยะ&nbsp;การเลี้ยงและขยายพันธุ์ไก่เขาหินซ้อน&nbsp;เป็ดปากน้ำ&nbsp;แพะพันธุ์แบล็คเบงกอล&nbsp;การขยายผลสู่โรงเรียน&nbsp;ตชด.และเกษตรกร&nbsp;บริเวณงานปศุสัตว์&nbsp;การเพาะเห็ดเศรษฐกิจสู่ชุมชน&nbsp;ขยายผลปุ๋ยชีวภาพและชีวภัณฑ์สู่เกษตรกรเพื่อผลิตผักอินทรีย์&nbsp;ดำเนินงานการขยายผลความรู้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ&nbsp;สู่เกษตรกร&nbsp;และทรงร่วมกิจกรรมวาดลายเส้นฝีพระหัตถ์ลงบนผืนผ้า&nbsp;&nbsp;การรวมกลุ่มผลิตสินค้าเกษตรของเกษตรกรหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ฉะเชิงเทรา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงเทรา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208181905915"],
    [260,"ติดตามโครงการพัฒนาศูนย์บริการและการบริหารการปลูกข้าวความแม่นยำสูงของนาแปลงใหญ่ต้นแบบ จังหวัดปทุมธานี","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายณัฏฐกิตติ์&nbsp;ของทิพย์&nbsp;รองอธิบดีกรมการข้าว</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาศูนย์บริการและการบริหารการปลูกข้าวความแม่นยำสูงของนาแปลงใหญ่ต้นแบบ&nbsp;ณ&nbsp;แปลงนากลุ่มวิสาหกิจเพาะรักกสิกรรม&nbsp;อำเภอลำลูกกา&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;ในช่วงที่ผ่านมาเกษตรกรไทยประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ&nbsp;ทั้งอุทกภัย&nbsp;ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง&nbsp;ทำให้ผลผลิตเสียหายเป็นจำนวนมาก&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ส่งผลกระทบไปทุกภาคส่วน&nbsp;ไม่เว้นแม้แต่ภาคการเกษตรซึ่งก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน&nbsp;ทำให้เกิดการเลิกจ้างงานส่งผลให้แรงงานทั้งในประเทศและต่างประเทศได้โยกย้ายกลับภูมิลำเนาเพื่อพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส&nbsp;และผลักดันให้แรงงานเหล่านี้เป็นกำลังสำคัญหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรของไทยหลังการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยมุ่งเน้นให้ภาคเกษตรสามารถเป็นแหล่งความมั่นคงทางด้านอาหารของไทยและของโลก&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ภาครัฐจึงมีการสนับสนุนให้เกษตรกรรวมตัวกันทำเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">เพื่อสร้างประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;ด้วยระบบบริหารจัดการแบบครบห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมข้าว&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีด้านการเกษตรแม่นยำสูง&nbsp;เป็นการทำการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยเกษตรกรสามารถปรับใช้ทรัพยากรให้สอดคล้องกับสภาพของพื้นที่ย่อยๆ&nbsp;รวมไปถึงการดูแลให้มีประสิทธิภาพและแม่นยำ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการไถพรวนดิน&nbsp;การหว่านเมล็ดพืช&nbsp;การให้ปุ๋ย&nbsp;การใช้ยาปราบศัตรูพืช&nbsp;การให้น้ำพืช&nbsp;การเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;เช่น&nbsp;การใช้โดรนเพื่อการเกษตร&nbsp;ติดตั้งกล้องมัลติสเปกตรัม&nbsp;เพื่อหาค่าดัชนีพืชพรรณ&nbsp;การตรวจวัดพื้นที่เพื่อสร้างแผนที่ด้านการเกษตรแบบแม่นยำสูง&nbsp;การใช้อุปกรณ์เครื่องมือในการตรวจวัดค่าปุ๋ยในดิน&nbsp;การตรวจวัดสภาพอากาศและน้ำแบบ&nbsp;IOT&nbsp;ในการวิเคราะห์และให้ปุ๋ยได้อย่างแม่นยำ&nbsp;รวมไปถึงการใช้สารอินทรีย์หรือ&nbsp;การลดการใช้สารเคมี&nbsp;เพื่อให้หมาะสมกับสภาพพื้นที่และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ในการจัดการด้านเครื่องมือและเครื่องจักรกลสำหรับแปลงนาของเกษตรกร</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;พร้อมใช้ระบบโปรแกรมในการบริหารจัดการงานและข้อมูลภาคการเกษตรขนาดใหญ่&nbsp;มีการเตรียมและประยุกต์ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ในการดูแลอารักขาพืช&nbsp;การวางแผนบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;ซึ่งระบบและนวัตกรรมเหล่านี้จะถูกใช้ในกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ซึ่งอยู่ในส่วนผู้ผลิต&nbsp;หรือต้นน้ำของห่วงโซ่อุปทาน&nbsp;และการใช้ระบบโปรแกรมในการบริหารจัดการด้านการแปรรูป&nbsp;ของกลุ่มผู้แปรรูป&nbsp;ทั้งหมดอย่างครบวงจร&nbsp;เพื่อให้การบริหารจัดการแบบองค์รวมในอุตสาหกรรมข้าวนั้น&nbsp;มีข้อมูลและบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208194506946"],
    [261,"กรมชลประทาน เดินหน้าพัฒนาศักยภาพโครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก จังหวัดอุตรดิตถ์ เร่งก่อสร้างระบบส่งน้ำ ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ในฐานะโฆษกกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์ว่า&nbsp;ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนทดน้ำผาจุกเสร็จเรียบร้อยแล้ว&nbsp;อยู่ในความรับผิดชอบของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผาจุก&nbsp;สามารถเก็บกักน้ำไว้ทางตอนบนของเขื่อนผาจุก&nbsp;และถึงแม้ว่าระบบส่งน้ำจะยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง&nbsp;แต่ก็สามารถส่งน้ำลงลำน้ำเดิมคือ&nbsp;แม่น้ำน่าน&nbsp;ก่อนจะใช้สถานีสูบน้ำบ้านเกาะ&nbsp;ส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรได้ประมาณ&nbsp;34,446&nbsp;ไร่</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับระบบส่งน้ำของเขื่อนทดน้ำผาจุก</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ประกอบด้วยงานก่อสร้าง&nbsp;3&nbsp;สัญญา&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้จัดการประชุมชี้แจงผู้นำในท้องที่และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการมาโดยตลอด&nbsp;เพื่อรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;และนำมาพิจารณาปรับปรุงให้สอดคล้องกับความต้องการ&nbsp;เพื่อลดผลกระทบต่อให้ได้มากที่สุด&nbsp;โดยการเพิ่มพื้นที่ชลประทานในพื้นที่ขาดแคลนน้ำ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นอกจากนี้&nbsp;ยังได้แก้ไขแบบก่อสร้างคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวา</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เพื่อไม่ให้กระทบต่อที่ดินทำกินของประชาชน&nbsp;ที่มีที่ดินอยู่ไม่มากนักหรือไม่เพียงพอต่อการประกอบอาชีพ&nbsp;ซึ่งการแก้ไขแบบก่อสร้างคลองส่งน้ำนี้&nbsp;จะไม่เป็นการลดศักยภาพในการส่งน้ำ&nbsp;เพียงแต่แก้ไขแบบองค์ประกอบอื่นของคลองส่งน้ำ&nbsp;ปัจจุบันสามารถจัดหาที่ดินและส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับจ้างไปแล้ว&nbsp;รวมทั้งสิ้นประมาณ&nbsp;127&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;94&nbsp;ของแผนงาน&nbsp;คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จตามแผนงานที่วางไว้</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">หากโครงการดังกล่าวดำเนินการจนแล้วเสร็จ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;จะช่วยเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้กว่า&nbsp;481,400&nbsp;ไร่&nbsp;ครอบคุลมพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;และสุโขทัย&nbsp;ทำให้ราษฎรมีน้ำกินน้ำใช้&nbsp;รวมไปถึงน้ำทำการเกษตรอย่างยั่งยืน&nbsp;ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ราษฎรในพื้นที่&nbsp;บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯที่เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208194343944"],
    [262,"นายเมธี บุญรักษ์ เกษตรดีเด่นแห่งชาติชาวสุไหงโก-ลก เข้ารับการสรรหารอบ 2 คนสุดท้ายระดับประเทศ สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;ก.พ.65)</strong>&nbsp;คณะอนุกรรมการสรรหาปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นางนิสา&nbsp;มีแซง&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการดินด้วยระบบพืช&nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;นายเกรียงไกร&nbsp;สุภโตชะ&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานคุณภาพสินค้าเกษตร&nbsp;กรมวิชาการเกษตร&nbsp;นายจิตศักดิ์&nbsp;ศรีปัญญา&nbsp;ผู้อำนวยการกองนโยบายเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและเกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;ยุ่นกระโทก&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;กรมการข้าว&nbsp;นายกิจษาธร&nbsp;อ้นเงินทยากร&nbsp;นักวิชาการ&nbsp;สถิติชำนาญการพิเศษ&nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจข้อมูลเชิงประจักษ์&nbsp;ณ&nbsp;สวนเกษตรเมธีของนายเมธี&nbsp;บุญรักษ์&nbsp;เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ&nbsp;สาขาเกษตรอินทรีย์&nbsp;ปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;ที่ผ่านหลักเกณฑ์การพิจารณา&nbsp;และเข้ารับการสรรหารอบ&nbsp;2&nbsp;คนสุดท้ายระดับประเทศ&nbsp;สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โดยมีนายเทิดศักดิ์&nbsp;รัญจวน&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;นายกิตติศักดิ์&nbsp;กังวานโยธากุล&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองสุไห.โก-ลก&nbsp;เกษตรอำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;พัฒนาการอำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;พร้อมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;จากนั้นคณะอนุกรรมการสรรหาปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน&nbsp;ได้เดินชมสวนพร้อมรับฟังบรรยายสรุปและมีการซักถามเรื่องของการดูแลสวนเกษตรเมธีที่ดำเนินการโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;</p><p><strong>นายเทิดศักดิ์&nbsp;รัญจวน&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ผู้ที่จะได้รับรางวัลปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน&nbsp;สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียงอันทรงคุณค่านี้&nbsp;ต้องเป็นผู้ที่มีภูมิปัญญาสามารถสร้างสรรค์&nbsp;และพัฒนาตนเองจนเป็นต้นแบบอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;มีการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษกิจพอเพียงจนเป็นที่ประจักษ์&nbsp;ได้รับการยอมรับ&nbsp;และนำภูมิปัญญาไปสื่อสาร&nbsp;ขยายผลจนเกิดประโยชน์&nbsp;ต่อภาคเกษตร&nbsp;โดยผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้เข้ารับพระราชทานโล่เชิดชูเกียรติ&nbsp;ในงาน&nbsp;พระราชพิธี&nbsp;พืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;และสวัสดิการต่างๆ&nbsp;สำหรับขั้นตอนการสรรหาคณะทำงานจะพิจารณาตรวจสอบประวัติและผลงาน&nbsp;และมีคณะอนุกรรมการสรรหาฯ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลเชิงประจักษ์แล้วนำเสนอคณะกรรมการฯพิจารณา&nbsp;จากนั้นจึงนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร&nbsp;เพื่อลงนามแต่งตั้งเป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดินต่อไป</p><p><strong>นายเมธี&nbsp;บุญรักษ์&nbsp;เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ</strong>&nbsp;ปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รู้สึกดีใจที่ตนเองได้เป็นตัวแทนของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลกในการเข้ารับการพิจารณาคัดเลือกปราชญ์เกษตรของแผ่นดินสาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ซึ่งขณะนี้ตนเองได้ผ่านเข้ารอบ&nbsp;2&nbsp;คนสุดท้ายแล้ว&nbsp;&nbsp;ในครั้งนี้ตนเองคาดหวังเป็นอย่างมาก&nbsp;ที่จะได้เป็นตัวแทนของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ในการได้รับคัดเลือกให้เป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน&nbsp;สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เพราะได้ศึกษาเรียนรู้&nbsp;และลงมือทำเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาหลายปีมีผลงานในเชิงประจักษ์&nbsp;ทั้งผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ&nbsp;รวมทั้งได้รับรางวัล&nbsp;ทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศมาแล้วหลายรางวัล&nbsp;อีกทั้งพร้อมที่จะถ่ายทอดหลักการทำการเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจากสวนเกษตรเมธีให้กับผู้ที่สนใจในทุกกลุ่มวัย&nbsp;เพื่อนำไปสู่การเรียนรู้และพัฒนาตนเองของเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ต่อไป&nbsp;เพราะการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหัวใจหลักของการทำเกษตร&nbsp;สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน&nbsp;อีกทั้งยังสามารถสร้างรายได้&nbsp;ลดรายจ่ายเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208202238963"],
    [263,"อบจ.นครราชสีมาจัดโครงการ \"จัดการของเสียอันตรายชุมชนจังหวัดนครราชสีมา\" ครั้งที่ 1","<p><strong>องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;</strong>จัดทำโครงการ&nbsp;\"จัดการของเสียอันตรายจากชุมชนจังหวัดนครราชสีมา\"&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;เพื่อรวบรวมของเสียอันตรายชุมชนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครราชสีมาไปกำจัดอย่างถูกหลักวิชาการ&nbsp;โดย&nbsp;นายธนัญชัย&nbsp;วรรณสุข&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวปวีณา&nbsp;ด่านกุล&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อม&nbsp;และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;และตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน&nbsp;ณ&nbsp;ลานหน้าที่ว่าการอำเภอพิมาย&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;</p><p><strong>องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;</strong>เป็นเจ้าภาพหลักในการรวบรวมของเสียอันตรายชุมชน&nbsp;จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งในครั้งนี้ได้รวบรวมของเสียอันตรายชุมชนในโซนที่&nbsp;1&nbsp;รวม&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่/พิมาย/จักราช/ห้วยแถลง/โนนสูง/ชุมพวง/ลำทะเมนชัย/โนนแดง/เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ตัน&nbsp;ทั้งนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาจะดำเนินการรวบรวมอีก&nbsp;4&nbsp;โซน&nbsp;คือ&nbsp;โซนอำเภอบัวใหญ่&nbsp;โซนอำเภอสูงเนิน&nbsp;โซนอำเภอสีคิ้ว&nbsp;และโซนอำเภอโชคชัย&nbsp;คาดว่าจะรวบรวมของเสียอันตรายได้รวมทั้งจังหวัดในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ประมาณ&nbsp;40-&nbsp;50&nbsp;ตัน&nbsp;ซึ่ง&nbsp;อบจ.นครราชสีมาได้ให้ความอนุเคราะห์ออกค่าใช้จ่ายในการกำจัดทั้งหมด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208204457972"],
    [264,"จ.ปัตตานี บูรณาการหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ ประชาชนเป็นศูนย์กลาง เฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) พื้นที่ อ.แม่ลาน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ภายใต้อำนวยการของนายศิริสินธุ์&nbsp;เพียรแก้ว&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดปัตตานี&nbsp;</strong>กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบฟาร์มผู้เลี้ยงสุกรในพื้นที่&nbsp;อำเภอแม่ลาน&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังป้องกัน&nbsp;และควบคุมโรคระบาดในสุกร&nbsp;เพื่อให้จังหวัดปัตตานี&nbsp;ยังคงสถานะการปลอดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปและเพื่อปรับปรุงมาตรการในการป้องกันควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;ตามมาตรการของกรมปศุสัตว์</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ยังได้มีการตรวจสอบและควบคุมราคาการจำหน่ายซากสุกรในพื้นที่</strong>&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค&nbsp;ผลการดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ภายใต้เมืองปศุสัตว์ปัตตานี&nbsp;4.0&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน</p><p><strong>พบเห็นการฉวยโอกาสปรับราคาสินค้า</strong>&nbsp;หรือไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า&nbsp;แจ้งได้ที่&nbsp;สายด่วน&nbsp;กรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;หรือ&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปัตตานี&nbsp;โทร.0-7333-6245&nbsp;และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดปัตตานี&nbsp;สายด่วน&nbsp;1567</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209002223014"],
    [265,"สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดกิจกรรมสุดยอดเด็กดีมีเงินออม","<p><strong>วันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>นายพิษณุ&nbsp;พินรอด&nbsp;สหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;พร้อมด้วยบุคลากรในสังกัด&nbsp;จัดกิจกรรมสุดยอดเด็กดีมีเงินออม&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโป่งตะแบก&nbsp;สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่&nbsp;31&nbsp;กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน&nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;ตั้งอยู่ที่บ้านโป่งตะแบก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลพุทธบาท&nbsp;อำเภอชนแดน&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;พิกัด&nbsp;QT&nbsp;37994&nbsp;ห่างจากที่ว่าการอำเภอชนแดน&nbsp;ประมาณ&nbsp;13&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ห่างจากศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ประมาณ&nbsp;60&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และห่างจากกองกำกับการตำรวจ-ตระเวนชายแดนที่&nbsp;31&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;ประมาณ&nbsp;140&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีนักเรียน&nbsp;ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล&nbsp;จนถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่&nbsp;6&nbsp;รวม&nbsp;58&nbsp;คน&nbsp;มี&nbsp;พ.ต.ต.นิยม&nbsp;ชัยพรมเขียว&nbsp;เป็นครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโป่งตะแบก</p><p>น<strong>ายพิษณุ&nbsp;พินรอด&nbsp;สหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประกวดสุดยอดเด็กดีมีเงินออม&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการปูพื้นฐานสร้างจิตสำนึกในหลักการ&nbsp;อุดมการณ์และวิธีการสหกรณ์&nbsp;เป็นการรณรงค์การออม&nbsp;ผลักดันการส่งเสริมการออมเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เพื่อนๆ&nbsp;และผู้อื่น&nbsp;รวมถึงปลูกฝังค่านิยมและสร้างนิสัยรักการออม&nbsp;ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญของหลักการสหกรณ์&nbsp;การช่วยเหลือตนเอง&nbsp;เมื่อตนเองเข้มแข็งแล้วจึงช่วยเหลือซึ่งกันและกัน&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ที่ต้องการส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้พื้นฐานด้านการสหกรณ์&nbsp;เพื่อนำไปปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวัน</p><p><strong>โดยกลุ่มจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;</strong>สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ได้ดำเนินการจัดทำกระปุกออมสินด้วยไม้ไผ่ตกแต่งอย่างสวยงาม&nbsp;นักเรียนจะได้รับกระปุกออมสินคนละ&nbsp;1&nbsp;กระปุก&nbsp;และเขียนชื่อเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ&nbsp;ซึ่งผลการจัดกิจกรรมประกวดสุดยอดเด็กดีมีเงินออมในครั้งนี้&nbsp;นักเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ&nbsp;1&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด.ญ.ปนัดดา&nbsp;กองไผ่กลาง&nbsp;มีเงินออม&nbsp;จำนวน&nbsp;591&nbsp;บาท&nbsp;และได้รับรางวัลจำนวน&nbsp;300&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและต่อยอดให้รู้จักรักการออมต่อไป</p><p><strong>การจัดกิจกรรมในครั้งนี้</strong>&nbsp;ได้รับการสนับสนุนจากบุคลากรสำนักงานสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;สหกรณ์การเกษตรชนแดน&nbsp;จำกัด,&nbsp;สหกรณ์การเกษตร&nbsp;กรป.กลาง/นพค.เพชรบูรณ์&nbsp;จำกัด/บริษัท&nbsp;ที&nbsp;เอ็น&nbsp;อุตสาหกรรม&nbsp;จำกัด&nbsp;และสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน&nbsp;(THAIFA)&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ที่ได้ร่วมกันมอบเงินรางวัล&nbsp;อาหารกลางวันและไอศกรีม&nbsp;พร้อมทั้งของรางวัลต่างๆ&nbsp;ให้กับนักเรียน&nbsp;ซึ่งได้รับความสนใจจากนักเรียนเป็นอย่างมาก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","เพชรบูรณ์","สวท.เพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209001223011"],
    [266,"อบจ.อุบลฯ ร่วมกับปศุสัตว์จังหวัด ป้องกันโรคลัมปี?สกิน","<p><strong>องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;</strong>ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ลงพื้นที่มอบเวชภัณฑ์&nbsp;ป้องกันโรคลัมปี?สกินแก่เกษตรกรในหลายพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>นายกานต์&nbsp;กัลป์ตินันท์&nbsp;นายกองค์การบริหาร</strong>ส่วนจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายกิตติ&nbsp;กุบแก้ว&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอเมืองอุบลราชธานี&nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอม่วงสามสิบ&nbsp;มอบเวชภัณฑ์ยาพ่นกำจัดแมลงเพื่อป้องกันและควบคุมโรคลัมปี?สกิน&nbsp;ให้ความช่วยเหลื?อฟื้นฟูกลุ่มเกษตร?กร?ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสัตว์ที่ป่วยด้วยโรคลัมปีสกิน&nbsp;ในพื้นที่ตำบลหัวเรือ&nbsp;อำเภอเมืองอุบลราชธานี&nbsp;และตำบลหนองช้างใหญ่&nbsp;อำเภอม่วงสามสิบ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;</strong>ให้ความอนุเคราะห์เวชภัณฑ์รักษาสัตว์ป่วย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ยาลดไข้&nbsp;ลดอักเสบ&nbsp;ยาปฏิชีวนะ&nbsp;ยาถ่ายพยาธิภายในและภายนอก&nbsp;วิตามินบำรุง&nbsp;และยาพ่นกำจัดแมลง&nbsp;งบรวมประมาณกว่า&nbsp;1,400,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อใช้ดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคลัมปีสกิน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากการมอบเวชภัณฑ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;แล้ว&nbsp;</strong>ยังมีการฉีดยารักษาสัตว์ป่วย&nbsp;การพ่นยากำจัดแมลงบริเวณคอกสัตว์&nbsp;และแนะนำแนวทางการรักษาสัตว์ป่วยให้แก่เกษตรกร&nbsp;โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความพึงพอใจเป็นอย่างมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>กรกช&nbsp;&nbsp;ภูมี&nbsp;สวท.อุบลฯ&nbsp;/&nbsp;รายงาน&nbsp;9&nbsp;ก.พ.65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สวท.อุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209084353032"],
    [267,"กอนช.ขอให้ประชาชนระวังฝนตกบางพื้นที่ในภาคใต้พร้อมให้กรมชลประทานเร่งดำเนินแผนรับมือภัยแล้งปีนี้","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังฝนตกบางพื้นที่ในภาคใต้&nbsp;พร้อมให้กรมชลประทานเร่งดำเนินแผนรับมือภัยแล้งปีนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(9&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนืออากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออากาศเย็น&nbsp;,&nbsp;ภาคกลางและภาคตะวันออกมีหมอกในตอนเช้า&nbsp;ส่วนภาคใต้ตอนล่างมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;46&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นราธิวาส&nbsp;97&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และยะลา&nbsp;47&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;32,950&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;57&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;26,540&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;56&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามมาตรการรองรับขาดแคลนน้ำช่วงหน้าแล้งปีนี้&nbsp;โดยกรมชลประทานบริหารจัดการน้ำหน้าแล้งในพื้นที่จังหวัดลพบุรี&nbsp;ด้วยการวางแผนการแก้ปัญหาภัยแล้งตามแผนบริหารความเสี่ยง&nbsp;ในการเพิ่มศักยภาพการลำเลียงน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาสู่คลองส่งน้ำชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;พร้อมเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณปากคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;เพื่อสูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่คลองส่งน้ำชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนจัดสรรน้ำสนับสนุนการผลิตน้ำประปา&nbsp;ด้วยการจัดสรรน้ำแบบรอบเวรการใช้น้ำในคลองชัยนาทป่าสัก&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;เตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่สนับสนุนการลำเลียงน้ำจากคลองชัยนาท-ป่าสักเข้าไปเติมให้กับแม่น้ำบางขามบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่&nbsp;พร้อมวางแผนการแก้ปัญหาภัยแล้งระยะสั้นและระยะยาว&nbsp;คือ&nbsp;ระยะสั้น&nbsp;กรมชลประทานได้ดำเนินการตามมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำช่วงแล้งปีนี้อย่างเคร่งครัด&nbsp;พร้อมประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงสถานการณ์น้ำและแนวทางการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;และรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการประหยัดน้ำ&nbsp;ส่วนระยะยาว&nbsp;กรมชลประทานได้วางแผนก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าแบบอาคารถาวรบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ที่&nbsp;อ.มโนรมย์&nbsp;จ.ชัยนาท&nbsp;เพื่อให้สามารถสูบน้ำเข้าคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;และสนับสนุนน้ำดิบในการผลิตน้ำประปา&nbsp;ควบคู่กับดำเนิน&nbsp;โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล&nbsp;แนวส่งน้ำยวมเขื่อนภูมิพล&nbsp;สามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพลได้ปีละประมาณ&nbsp;1,795&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร</p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209090450035"],
    [268,"กรมป่าไม้ ตรวจสอบที่ดิน ทิดสมปอง ในพื้นที่อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิพบอยู่เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าซำผักหนามกว่า 200 ไร่ พร้อมลงสำรวจที่เหลือวันนี้ต่อเนื่องและตรวจสอบรายชื่อผู้ครอบครอง","<p><strong>กรมป่าไม้&nbsp;ตรวจสอบที่ดิน&nbsp;ทิดสมปอง&nbsp;ในพื้นที่อ.คอนสาร&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;พบอยู่เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าซำผักหนามกว่า&nbsp;200&nbsp;ไร่&nbsp;พร้อมลงสำรวจที่เหลือวันนี้ต่อเนื่องและตรวจสอบรายชื่อผู้ครอบครอง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรชัย&nbsp;อจลบุญ&nbsp;อธิบดีกรมป่าไม้&nbsp;กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบที่ดินของ&nbsp;นายสมปอง&nbsp;นครไธสง&nbsp;หรือ&nbsp;ทิดสมปอง&nbsp;ที่มีการกล่าวอ้างซื้อที่ดิน&nbsp;ส.ป.ก.ในพื้นที่&nbsp;อ.คอนสาร&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;กว่า&nbsp;300&nbsp;ไร่&nbsp;ว่า&nbsp;จากการตรวจสอบที่ดินจาก&nbsp;6&nbsp;ใน&nbsp;11&nbsp;แปลง&nbsp;ด้วยการรังวัดพิกัดพบอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าซำผักหนาม&nbsp;อ.คอนสาร&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;กว่า&nbsp;200&nbsp;ไร่&nbsp;โดยพื้นที่ดังกล่าวสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;(ส.ป.ก.)&nbsp;เคยประกาศให้เป็นเขต&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;แต่สภาพไม่เหมาะกับการทำเกษตรกรรมและมีสภาพป่าอยู่จึงส่งมอบพื้นที่คืนให้กรมป่าไม้มาระยะหนึ่งแล้ว&nbsp;ส่วนการสำรวจของเจ้าหน้าที่ป่าไม้พบมีการปลูกยางพาราและทำการเกษตร&nbsp;โดยวันนี้&nbsp;(9&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;จะลงพื้นที่รังวัดพิกัดในแปลงที่เหลือเพิ่มเติม&nbsp;ภาพรวมพบที่ดินดังกล่าวอาจจะทับซ้อนกับพื้นที่ป่าของกรมป่าไม้จึงขอสำรวจในโครงการคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(คทช.)&nbsp;ด้วย&nbsp;โดยขั้นตอนต่อจากนี้ต้องดูรายชื่อผู้ครอบครองที่ดินทั้งหมดอีกครั้ง&nbsp;และหาพยานหลักฐานต่างๆเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษตามกฎหมายป่าไม้&nbsp;เพื่อหาคนกระทำผิดต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;นายศรีสุวรรณ&nbsp;จรรยา&nbsp;สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย&nbsp;จะเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่ออธิบดีกรมป่าไม้&nbsp;เพื่อขอให้มีคำสั่งตรวจสอบที่ดินทั้ง&nbsp;5&nbsp;แปลงของครอบครัวนายสมปองฯว่ามีแปลงใด&nbsp;หรือส่วนใดบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่</p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209093903042"],
    [269,"ปศุสัตว์อำเภอหนองหญ้าปล้อง เสริมสร้างกลุ่มเข้มแข็งพัฒนาการเลี้ยงโคเนื้อ พัฒนาสายพันธุ์โคเนื้อ ลดต้นทุนด้านอาหารสัตว์ การเพิ่มมูลค่าด้านผลผลิต","<p><strong>ปศุสัตว์อำเภอหนองหญ้าปล้อง&nbsp;เสริมสร้างกลุ่มเข้มแข็ง</strong>พัฒนาการเลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;พัฒนาสายพันธุ์โคเนื้อ&nbsp;ลดต้นทุนด้านอาหารสัตว์&nbsp;การเพิ่มมูลค่าด้านผลผลิต&nbsp;(8&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ณ&nbsp;ฟาร์มโคเนื้อหมู่&nbsp;9&nbsp;ตำบลหนองหญ้าปล้อง&nbsp;อำเภอหนองหญ้าปล้อง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยสำนักงานปศุสัตว์อำเภอหนองหญ้าปล้อง&nbsp;ร่วมส่งเสริมสนับสนุนการรวมกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;จัดประชุมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในพื้นที่ตำบลหนองหญ้าปล้อง&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;สมาชิกกลุ่มมีมติเลือกคณะกรรมการ&nbsp;กำหนดข้อบังคับกลุ่มและวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อพัฒนาสายพันธุ์โคเนื้อด้วยวิธีต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;พ่อพันธุ์ดี&nbsp;การผสมเทียม&nbsp;การย้ายฝากตัวอ่อน&nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้อาหารผสม&nbsp;TMR&nbsp;ลดต้นทุนด้านอาหารสัตว์&nbsp;การเพิ่มมูลค่าด้านผลผลิต&nbsp;การทำปุ๋ยจากมูลสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคระบาดและการตลาดร่วมกัน&nbsp;รวมทั้งการสะสมหุ้นของกลุ่ม&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี/9&nbsp;ก.พ.65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209102915052"],
    [270,"สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย และพันธมิตรได้รับ 2รางวัลWAITRO Innovation Award2021 เวทีประกวดไอเดียนวัตกรรม ภายใต้ธีมFood Security and SustainableAgriculture รับเงินรางวัล 25,000USD ต่อ 1 โครงการ เพื่อนำไปสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม ","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;ศ.(วิจัย)ดร.ชุติมา&nbsp;เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กล่าวว่า การได้รับรางวัลดังกล่าวเป็นผลสำเร็จจากการนำเสนอโครงการวิจัยพัฒนาร่วมกับหน่วยงานสมาชิกใน WAITRO จำนวน&nbsp;2&nbsp;โครงการ ได้แก่ โครงการแหล่งอาหารจากแมลงเพื่อเสริมการขาดสารอาหารในพื้นที่เปราะบาง (SMARTinFOOD&nbsp;:&nbsp;Insect-based&nbsp;&nbsp;Food&nbsp;Sources&nbsp;to&nbsp;Supplement&nbsp;Nutrient&nbsp;Deficiencies&nbsp;in&nbsp;Vulnerable&nbsp;Areas)&nbsp;// โครงการเสริมสร้างความยั่งยืนของอาหารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยใช้หัวใต้ดินของบุกคนโท&nbsp;(Strengthening&nbsp;Food&nbsp;Sustainability&nbsp;in&nbsp;Southeast&nbsp;Asia&nbsp;by&nbsp;Utilization&nbsp;of&nbsp;Local Tuber of&nbsp;Amorphophallu&nbsp;smuelleri&nbsp;Blume) ถือเป็นรางวัลที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับ วว.เป็นการได้ทุนจากต่างประเทศ เป็นรางวัลจากการทำงานกับคู่ความร่วมมือที่เท่าเทียมกัน ขอชื่นชมกับความสำเร็จในขั้นต้นของทีมนักวิจัยที่กล้าออกไปร่วมแข่งขันกับหน่วยงานต่างประเทศระดับนานาชาติ&nbsp;อีกทั้งยังได้นำองค์ความรู้ของประเทศไทยต่อยอดสร้างสรรค์ร่วมกับหน่วยงานวิจัยระดับโลก&nbsp;นับเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ประเทศด้วยผลงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่เป็นรูปธรรม</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;นายสายันต์ ตันพานิช รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ วว. กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;รางวัลนวัตกรรม&nbsp;WAITRO&nbsp;มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับแนวคิดใหม่และส่งเสริมทีมใหม่ๆ ในประเทศสมาชิก WAITRO เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ โดยการดำเนินงานมอบรางวัลในปี 2021 มุ่งเน้นไปที่ความมั่นคงด้านอาหารและการเกษตรอย่างยั่งยืน&nbsp;สนับสนุนแนวคิดโครงการนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับแหล่งอาหารแปลกใหม่ทั้งทางทะเลและบนบก และตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในข้อ 2&nbsp;ว่าด้วยการขจัดความหิวโหย : Zero Hunger</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;ทั้งนี้ วว. เป็นสมาชิกของ WAITRO&nbsp;มาตั้งแต่ปี 1985&nbsp;อีกทั้งยังได้รับเลือกเป็นหน่วยงาน WAITRO&nbsp;Regional Focal Point (RFP) Asia and the Pacific ตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา มีหน้าที่ประสานความร่วมมือและการสื่อสารระหว่างสำนักเลขาธิการ WAITRO กับหน่วยงานสมาชิกในภูมิภาค เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งการเป็นเครือข่ายองค์กรวิจัยระดับนานาชาติของสมาชิก WAITRO อย่างต่อเนื่อง&nbsp;</span></p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209112357086"],
    [271,"จ.สุราษฎร์ธานีประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 12565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;ก.พ.&nbsp;64)&nbsp;ที่ห้องประชุมตาปีชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;พร้อมด้วยภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;เพื่อพิจารณา&nbsp;โครงการ&nbsp;ซามูจาน่า&nbsp;(เปลี่ยนการใช้อาคาร)&nbsp;ของบริษัท&nbsp;ซามูจาน่า&nbsp;จำกัด&nbsp;ตั้งอยู่ที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลบ่อผุด&nbsp;อำเภอเกาะสมุย&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นโครงการประเภทโรงแรม&nbsp;มีจำนวนห้องพัก&nbsp;101&nbsp;ห้อง&nbsp;โดยมอบหมายให้&nbsp;บริษัท&nbsp;ทรัพย์ปัญญา&nbsp;คอนซัลแตนท์&nbsp;จำกัด&nbsp;เป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;มาเพื่อให้คณะกรรมการฯ&nbsp;พิจารณาตามระเบียบ&nbsp;สผ.&nbsp;โดยได้ลงตรวจพื้นที่โครงการแล้ว&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้รับหนังสือแจ้งความเห็นเบื้องต้น&nbsp;จาก&nbsp;สผ.&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยจะครบกำหนด&nbsp;45&nbsp;วัน&nbsp;นับตั้งแต่วันได้รับความเห็นเบื้องต้นจาก&nbsp;สผ.&nbsp;ในวันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;และ&nbsp;ผลการตรวจสอบพื้นที่สถานที่ก่อสร้างโครงการ&nbsp;สำหรับความเห็นเบื้องต้นจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สผ.)&nbsp;แจ้งผลการขอถอนรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการ&nbsp;วิง&nbsp;สมุย&nbsp;คอนโด&nbsp;(Wing&nbsp;Samui&nbsp;Condo)&nbsp;ของบริษัท&nbsp;วิง&nbsp;สมุย&nbsp;จำกัด&nbsp;ให้รับทราบการแจ้งมติการจบกระบวนการพิจารณา</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โครงการ</strong>&nbsp;โรงแรม&nbsp;เอส.22&nbsp;โฮเทล&nbsp;(S.22&nbsp;HOTEL)&nbsp;(ดัดแปลงอาคาร)&nbsp;ของบริษัท&nbsp;5&nbsp;พี&nbsp;ดีเวลลอปเม้นท์&nbsp;จำกัด&nbsp;ตั้งอยู่ที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ถนนโฉลกรัฐ&nbsp;ตำบลมะขามเตี้ย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นโครงการประเภทโรงแรม&nbsp;มีจำนวนห้องพัก&nbsp;130&nbsp;ห้อง&nbsp;โดยมอบหมายให้&nbsp;บริษัท&nbsp;โปรเกรสซ์&nbsp;ทีม&nbsp;คอนซัลแตนท์&nbsp;จำกัด</p><p>เป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;มาเพื่อให้คณะกรรมการฯ&nbsp;พิจารณาตาม&nbsp;ระเบียบ&nbsp;สผ.&nbsp;ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้พิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการ&nbsp;โรงแรม&nbsp;เอส.22&nbsp;โฮเทล&nbsp;(S.22&nbsp;HOTEL)&nbsp;(ดัดแปลงอาคาร)&nbsp;ของบริษัท&nbsp;5&nbsp;พี&nbsp;ดีเวลลอปเม้นท์&nbsp;จำกัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;เมื่อการประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นและรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;ในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;7/2564&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;18&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมาโดยที่ประชุมมีมติฯ&nbsp;ไม่ให้ความเห็นชอบ&nbsp;รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการ&nbsp;โรงแรม&nbsp;เอส.22&nbsp;โฮเทล&nbsp;(S.22&nbsp;HOTEL)&nbsp;(ดัดแปลงอาคาร)&nbsp;ของบริษัท&nbsp;5&nbsp;พี&nbsp;ดีเวลลอปเม้นท์&nbsp;จำกัด&nbsp;และให้ดำเนินการแก้ไขตามความเห็นของคณะกรรมการฯ&nbsp;ให้ครบถ้วน</p><p><strong>สำหรับการพิจารณารายงานชี้แจงเพิ่มเติมครั้งที่2ตามประเด็นที่คณะกรรมการ</strong>ได้มีความเห็นให้มีการดำเนินการแก้ไข&nbsp;โดยจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รับเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมครั้งที่2เมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะครบกำหนด&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;ในวันที่&nbsp;12&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565.&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209111845078"],
    [272,"บ้านแม่นาเติงใน ต.แม่นาเติง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน \"ชิงเก็บ ลดเผา\" (วันที่ 2 ) สามารถเก็บใบไม้ได้ถึง  5 ตัน","<p><strong>วันที่?&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์?&nbsp;2565&nbsp;</strong>นายรุ่งโรจน์?&nbsp;อัศวกุลธารินท์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน?ทรัพยากร?ธรรมชาติ?และ?สิ่ง?แวดล้อม?จังหวัด?แม่ฮ่องสอน?&nbsp;มอบหมายให้ส่วนสิ่งแวดล้อม&nbsp;จัดกิจกรรมบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;\"ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา\"&nbsp;ณ&nbsp;บ้านแม่นาเติงใน&nbsp;ตำบลแม่นาเติง&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;จังหวัด?แม่ฮ่องสอน?&nbsp;(วันที่&nbsp;2)&nbsp;โดยมีประชาชนบ้านแม่นาเติงใน&nbsp;และหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ทั้งสถานีควบคุมไฟป่าลุ่มน้ำปาย&nbsp;เขตรักษาพันธุ์?สัตว์ป่า?ลุ่ม?น้ำ?ปาย?&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลแม่นาเติง&nbsp;และหน่วยทหารในพื้นที่&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;และสามารถเก็บใบไม้ได้จำนวน&nbsp;5&nbsp;ตัน&nbsp;และนอกจากนี้ได้มีการจัดทำเสวียนเก็บใบไม้&nbsp;เพื่อแจกจ่ายให้ทุกครัวเรือน&nbsp;จัดทำปุ๋ยหมัก&nbsp;ทดแทนการเผา</p><p><strong>ทั้งนี้</strong>&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ?และ?สิ่ง?แวดล้อม?จังหวัด?แม่ฮ่องสอน?ได้บูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วนในพื้นที่&nbsp;ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงทรัพยา?กรธรรมชาติ?และ?สิ่ง?แวดล้อม?&nbsp;และจังหวัดแม่ฮ่องสอน?&nbsp;ในการแก้ปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองอย่างยั่งยืน&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้กำหนดเป้าหมายการชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา&nbsp;ไว้ไม่น้อยกว่า&nbsp;1,000&nbsp;ตัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>#สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและ&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน</p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209114649119"],
    [273,"ยืนยันราคาเนื้อหมูจะปรับลดลงต่อเนื่อง ขณะนี้เร่งผลิตเนื้อหมูเพื่อมีเนื้อหมูที่เพียงพอ","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;กล่าวถึงสถานการณ์เนื้อหมูแพงจะกลับเข้าสู่ปกติเมื่อไรว่า&nbsp;จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตรวจพบเชื้อ&nbsp;ASF&nbsp;เร่งดำเนินการมาตรการป้องกันมีการใช้มาตรการกฎหมายต่างๆ&nbsp;พร้อมเช็คจำนวนสุกรทั้งหมดของประเทศ&nbsp;เบื้องต้นพบการเสียหายและหยุดเลี้ยงสุกรประมาณร้อยละ&nbsp;12&nbsp;และยังมีปริมาณหมูในท้องตลาดกว่าร้อยละ&nbsp;90&nbsp;ซึ่งปัจจุบันราคาหมูมีราคาลดลงต่อเนื่อง&nbsp;ยืนยันราคาเนื้อหมูจะมีราคาลดลง&nbsp;เนื้อหมูจะไม่ขาดตลาดเเน่นอนโดยต้องใช้เวลาสักระยะกับการปรับราคาเนื้อหมูให้ถูกลง&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่กรมปศุสัตว์มีความพร้อมในการผลิตหมูโดยการผสมเทียมไว้แล้ว</strong>&nbsp;เชื่อมั่นว่าสถานการณ์จะดีขึ้นตามลำดับ&nbsp;ส่วนการนำเข้าหมูต้องมีการพิจารณาตามความเหมาะสม&nbsp;โดยให้กรมปศุสัตส์พิจารณาถึงความเหมาะสมถึงการนำเข้า&nbsp;ทั้งนี้จากการสำรวจปริมาณแม่สุกร&nbsp;ในการผลิตแม่สุกร&nbsp;ขณะนี้สามารถผลิตสุกรรอบปีนี้ได้กว่า&nbsp;20&nbsp;ล้านตัว&nbsp;ฉะนั้นปริมาณสุกรมีเพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศ</p><p><strong>ด้านนายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงการตรวจสอบห้องเย็นการกักตุนเนื้อสุกรว่า&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ตรวจสอบการกักตุนสินค้า&nbsp;พบว่าตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จนถึงปัจจุบันเข้าตรวจสอบห้องเย็นที่มีเนื้อหมูอยู่&nbsp;เข้าไปตรวจสอบแล้ว&nbsp;1,400&nbsp;แห่งทั่วประเทศ&nbsp;พบเนื้อหมูกักตุนกว่า&nbsp;24&nbsp;ล้าน&nbsp;มีทำถูกต้องตามกฎหมายและผิดกฎหมายตาม&nbsp;พ.ร.บ.โรคระบาคสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าหากทุกภาคส่วนร่วมมือกันไม่ค้ากำไรเกินควร&nbsp;จะสามารถผ่านวิกฤติไปได้&nbsp;ยืนยันว่าตั้งแต่พ.ศ.2561&nbsp;-&nbsp;ปัจจุบันนโยบายของรัฐ&nbsp;สามารถป้องกันโรคอหิวาห์แอฟริกา&nbsp;หรือ&nbsp;ASF&nbsp;ได้ดีที่สุดในแถบอาเซียน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209130123163"],
    [274,"ปศุสัตว์เพชรบุรี ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำนมดิบ ส่งตรวจคุณภาพ ทางห้องปฏิบัติการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันตกจังหวัดราชบุรี","<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยกลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&nbsp;</strong>ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอชะอำ&nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอแก่งกระจาน&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่ตรวจนับปริมาณและเก็บตัวอย่างน้ำนมดิบ&nbsp;ตามโครงการอาหารเสริม&nbsp;(นม)&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ประจำเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยการจดบันทึกข้อมูลปริมาณน้ำนมดิบทุกเบอร์ถัง&nbsp;ปริมาณน้ำนมรวม&nbsp;พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำนมดิบ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;ในจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบสหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย&nbsp;จำกัด,&nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบสหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย&nbsp;จำกัด&nbsp;(ศูนย์ชะอำ),&nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบกลุ่มเกษตรกรโคนมชะอำ,&nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี&nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงโคนมพอเพียงอำเภอแก่งกระจาน&nbsp;และ&nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบสหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค&nbsp;ห้วยสัตว์ใหญ่&nbsp;จำกัด&nbsp;สาขาป่าเด็ง&nbsp;ดำเนินการเก็บน้ำนมดิบ&nbsp;2&nbsp;รอบ&nbsp;รอบเย็นวันที่&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;และ&nbsp;รอบเช้าวันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อส่งตรวจคุณภาพของน้ำนมดิบทางห้องปฏิบัติการ&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันตกจังหวัดราชบุรีต่อไป</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209120953134"],
    [275,"ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม นำจิตอาสาพระราชทานเปิดศูนย์ผู้นำจิตอาสาพัฒนาชุมชนบ้านบางสะแกและร่วมกันเอามื้อสามัคคี ปลูกต้นไม้ ปล่อยปลา ปลูกข้าว","<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่บริเวณบ้านบางสะแก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลบางสะแก&nbsp;อำเภอบางคนที</strong>&nbsp;&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานเปิดกรวยดอกไม้&nbsp;เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;และเป็นประธานกล่าวเปิดศูนย์ผู้นำจิตอาสาพัฒนาชุมชนอำเภอบางคนที&nbsp;โดยมี&nbsp;นายมนัส&nbsp;บุญพยุง&nbsp;ประธานศูนย์ผู้นำจิตอาสาพัฒนาชุมชนอำเภอบางคนที&nbsp;กล่าวรายงาน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล</strong>แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;10&nbsp;เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;71&nbsp;พรรษา&nbsp;และเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนเป็นสถานที่บ่มเพาะภาวะผู้นำ&nbsp;ทักษะชีวิต&nbsp;ทักษะอาชีพ&nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิตและการบริหารจัดการชุมชนเพื่อการพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนเป็นสถานที่รวบรวมองค์ความรู้&nbsp;การจัดการความรู้ด้านการพัฒนาชุมชน&nbsp;ที่เหมาะสมตามบริบทของแต่ละภูมิสังคมเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยน&nbsp;สื่อสารสังคมด้านการดำเนินงานกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องกับจิตอาสาพัฒนาชุมชน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พันเอก&nbsp;จิระโรจน์&nbsp;กองวารี&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัด&nbsp;นายอาทร&nbsp;พิมชะนก&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาชุมชน&nbsp;นางชญานี&nbsp;มัจฉาเดช&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมด้วยจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ศูนย์แห่งนี้จะเป็นต้นแบบผู้นำจิตอาสาพัฒนาชุมชนเพื่อจะเป็นศูนย์เรียนรู้ว่าจะมีกิจกรรมหลายอย่างที่เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับขยายผลต่อไปในอนาคตสำหรับพื้นที่สมุทรสงคราม&nbsp;จะมีปัญหาในเรื่องของอาหารไม่เพียงพอยาไม่เพียงพอก็จะเป็นพื้นที่สำหรับความมั่นคงทางอาหารในการรองรับในความรู้สึกที่จะมีอาหารไว้สำหรับช่วยเหลือชาวบ้านในภาวะวิกฤตแล้วก็พัฒนาต่อยอดในลำดับกสิกรรมธรรมชาติในเรื่องขององค์ความรู้ที่จะพัฒนาด้านนี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;นำจิตอาสาพระราชทาน</strong>&nbsp;ร่วมกันเอามื้อสามัคคีด้วยการปลูกกต้นรวงผึ้ง&nbsp;,ปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืด,กิจกรรมห่มดิน&nbsp;แห้งชาม&nbsp;น้ำชาม&nbsp;ทำแซนวิช&nbsp;จากนั้นร่วมกันปลูกข้าวโยน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายมนัส&nbsp;&nbsp;&nbsp;บุญพยุง&nbsp;ประธานศูนย์ผู้นำจิตอาสาพัฒนาชุมชนอำเภอบางคนที&nbsp;&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;บริเวณศูนย์แห่งนี้&nbsp;ถือว่าเป็นโคกหนองนาโมเดล&nbsp;ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ได้คัดเลือกไว้&nbsp;บนเนื้อที่&nbsp;3&nbsp;ไร่เศษ&nbsp;ๆ&nbsp;ต่อมาคนในชุมชนได้ร่วมกันเอามื้อสามัคคี&nbsp;ดำเนินการขุดปรับฟื้นที่จนได้เป็น&nbsp;ครัวเรือนต้นแบบ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พื้นที่ด้านหน้าจะทำนาข้าว&nbsp;ส่วนบนโคกจะปลูกทุเรียน&nbsp;3&nbsp;น้ำ&nbsp;และบริเวณพื้นที่โดยรอบจะปลูกลิ้นจี่&nbsp;มะพร้าว&nbsp;และส้มโอ&nbsp;ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;นอกจากนั้นยังมีต้นส้มแก้ว&nbsp;ซึ่งเป็นผลไม้ที่ต้องการอนุรักษ์ไว้ให้&nbsp;คนรุ่นหลัง&nbsp;เนื่องจากมีที่เดียวในจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ทั้งนี้หากชุมชนใดสนใจมาศึกษาดูงานสามารถสอบถามรายเอียดได้ที่&nbsp;086-794-6347</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209121821137"],
    [276,"เกษตรอำเภอเบตงติดตามการดำเนินงาน กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมุสลีมะห์ ผลิตขนมดอกจอก เค้กกล้วยหอม ขนมตามเทศกาลต่างๆ ในพื้นที่ สร้างรายได้ให้แก่สมาชิกภายในกลุ่ม","<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;นายอารีฟ&nbsp;มหัศนียนนท์&nbsp;เกษตรอำเภอเบตง&nbsp;</strong>มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเบตง&nbsp;ติดตามการดำเนินงานขับเคลื่อนตามนโยบายพัฒนาเกษตรกร&nbsp;ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมุสลีมะห์&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โดยกลุ่มได้ดำเนินกิจกรรมการผลิตขนมดอกจอก&nbsp;เค้กกล้วยหอม&nbsp;ขนมตามเทศกาลต่างๆ&nbsp;เพื่อจำหน่ายในพื้นที่และจำหน่ายเป็นของฝากในร้านค้าต่างๆในอำเภอเบตง&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกภายในกลุ่ม</p><p><strong>นายอารีฟ&nbsp;มหัศนียนนท์&nbsp;เกษตรอำเภอเบตง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมุสลีมะห์&nbsp;เป็นกลุ่มอาชีพหนึ่งที่ก่อตั้งขึ้นจากการรวมตัวของกลุ่มของแม่บ้านชุมชนบูเก็ตตักโกร&nbsp;เพื่อศึกษาเรียนรู้วิธีทำขนมพื้นบ้าน&nbsp;ขนมไทยนานาชนิดเป็นการเพิ่มช่องทางในการประกอบอาชีพ&nbsp;และเพิ่มรายได้ในครัวเรือน</p><p><strong>สำหรับท่านผู้สนใจจะสั่งขนมเพื่อเลี้ยงรับรองในงานต่างๆ&nbsp;หรือสนใจ</strong>เพื่อซื้อจัดจำหน่ายก็ติดต่อได้ที่&nbsp;ที่ทำการวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมุสลีมะห์พัฒนา&nbsp;ตั้งอยู่ที่&nbsp;9/4,&nbsp;ถนนกุนุงจนอง,&nbsp;ตำบลเบตง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เบอร์โทรศัพท์&nbsp;073-&nbsp;235072&nbsp;โดยมีกระบวนการผลิตภายใต้สโลแกน&nbsp;สะอาด&nbsp;สดใหม่&nbsp;ปลอดสารกันบูด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209130906172"],
    [277,"เช้านี้ค่าฝุ่นPM2.5ใน กทม.ปริมณฑลเกินมาตรฐานระดับสีส้ม 5 พื้นที่โดยสูงสุดบริเวณเขตคลองสามวา","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑลเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;5&nbsp;พื้นที่&nbsp;โดยสูงสุดบริเวณเขตคลองสามวา</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(9&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน&nbsp;5&nbsp;พื้นที่&nbsp;อยู่ระหว่าง&nbsp;30&nbsp;&nbsp;54&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;บริเวณริมถนนดินแดง&nbsp;เขตดินแดง&nbsp;,&nbsp;เขตคลองสามวา&nbsp;,&nbsp;ริมถนนลาดพร้าว&nbsp;ซอยลาดพร้าว&nbsp;95&nbsp;เขตวังทองหลาง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนสุขาภิบาล5&nbsp;เขตสายไหม&nbsp;และริมถนนเลียบวารี&nbsp;เขตหนองจอก&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศปิด&nbsp;ลมสงบ&nbsp;และการจราจรหนาแน่น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;12&nbsp;กุมภาพันธ์?พื้นที่ภาคเหนือจะมีแนวโน้มฝุ่นละอองสูงขึ้น&nbsp;แต่ภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209135756192"],
    [278,"เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคในสุกร รับสิ่งของพระราชทาน","<p><strong>เมื่อช่วงบ่าย&nbsp;วันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ศาลาประชาคม&nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์</strong>&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทานจำนวน&nbsp;100&nbsp;ชุด&nbsp;ในสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;เพื่อมอบให้แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคในสุกร&nbsp;โดยมีนายอำเภอในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;เป็นตัวแทนรับมอบ&nbsp;เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ประกาศกำหนดเขตเฝ้าระวังโรคอหิวาต์ในสุกร&nbsp;</strong>หรือ&nbsp;ASF&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ประกอบกับตรวจพบการระบาดของโรค&nbsp;PRRS&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มอาการของโรคในระบบสืบพันธุ์และระบบทางเดินหายใจในสุกร&nbsp;ทำให้แม่สุกรแท้ง&nbsp;ลูกตายแรกคลอดสูง&nbsp;ใน&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;3,534&nbsp;ราย&nbsp;ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2564&nbsp;ได้รับผลกระทบ&nbsp;189&nbsp;ราย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อำเภอ&nbsp;กาญจนดิษฐ์&nbsp;88&nbsp;ราย&nbsp;ดอนสัก&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;บ้านนาสาร&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;พระแสง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;วิภาวดี&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;ท่าฉาง&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;พุนพิน&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;เมืองสุราษฎร์ธานี&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;บ้านนาเดิม&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;เวียงสระ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ชัยบุรี&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;บ้านตาขุน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอคีรีรัฐนิคม&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;รวมสุกร&nbsp;1&nbsp;หมื่น&nbsp;1,951&nbsp;ตัว&nbsp;&nbsp;จาก&nbsp;2&nbsp;แสน&nbsp;2&nbsp;หมื่น&nbsp;7,904&nbsp;ตัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209144417217"],
    [279,"อธิบดีกรมป่าไม้ กำชับเร่งตรวจสอบรายชื่อผู้ครอบครองที่ดินในป่าสงวนแห่งชาติป่าซำผักหนาม จ.ชัยภูมิ พร้อมเตรียมยื่นสอบกรณีที่ดินของทิดสมปองเพิ่มเติม","<p><strong>อธิบดีกรมป่าไม้&nbsp;กำชับเร่งตรวจสอบรายชื่อผู้ครอบครองที่ดินในป่าสงวนแห่งชาติป่าซำผักหนาม&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;พร้อมเตรียมยื่นสอบกรณีที่ดินของทิดสมปองเพิ่มเติม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรชัย&nbsp;อจลบุญ&nbsp;อธิบดีกรมป่าไม้&nbsp;กล่าวภายหลัง&nbsp;นายศรีสุวรรณ&nbsp;จรรยา&nbsp;เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย&nbsp;ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนขอให้ตรวจสอบที่ดินของครอบครัว&nbsp;นายสมปอง&nbsp;นครไธสง&nbsp;หรือ&nbsp;ทิดสมปอง&nbsp;มีที่ดินแปลงใด&nbsp;หรือส่วนใดบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าซำผักหนาม&nbsp;อ.คอนสาร&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;เพิ่มเติมหรือไม่ว่า&nbsp;เบื้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่สำนักทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;8&nbsp;(นครราชสีมา)&nbsp;และศูนย์ประสานงานป่าไม้ชัยภูมิ&nbsp;เข้าตรวจสอบพิกัดพื้นที่&nbsp;6&nbsp;แปลง&nbsp;จากทั้งหมด&nbsp;11&nbsp;แปลง&nbsp;พบที่ดินประมาณ&nbsp;200&nbsp;ไร่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าซำผักหนาม&nbsp;และบางส่วนเป็นพื้นที่เป้าหมายการจัดการที่ดินให้ชุมชนตามนโยบายของ&nbsp;คทช.&nbsp;เนื่องจากที่ดินแปลงดังกล่าวสำนักงานการปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;(ส.ป.ก.)&nbsp;ส่งพื้นที่คืนให้กับกรมป่าไม้เมื่อปี&nbsp;2539&nbsp;เนื่องจากมีสภาพไม่เหมาะกับการทำเกษตรกรรม&nbsp;แล้วจากการสอบถามผู้นำชุมชนไม่ทราบชื่อผู้ครอบครอง&nbsp;ได้ใช้ประโยชน์และได้รับอนุญาตหรือไม่&nbsp;ส่วนใหญ่พบปลูกยางพาราและมีสิ่งปลูกสร้างลักษณะเพิงพัก&nbsp;จึงต้องรอตรวจสอบรายชื่อผู้ครอบครองที่ดินและดำเนินคดีเอาผิดตามกฎหมายต่อไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;นายสมปองฯ&nbsp;ได้อ้างว่าที่ดินบางส่วนที่ถูกตรวจสอบ&nbsp;300&nbsp;ไร่เป็นของบุคคลในครอบครัวนั้น&nbsp;กรมป่าไม้ยังไม่ทราบเป็นที่ดินของใครที่อ้างมาครอบครองและมีสิทธิ์ครอบครองหรือไม่&nbsp;จากนี้จะต้องตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม&nbsp;เพราะการลงพื้นที่วันแรกไม่มีใครมาแสดงเอกสารความเป็นเจ้าของพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;แต่ชัดเจนอยู่ในป่าสงวนแห่งชาติ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมป่าไม้&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;หากพบรายชื่อผู้ครอบครองชัดเจนจะตรวจมีการกระทำผิดหรือไม่&nbsp;หรือบุคคลนั้นมีสิทธิ์ได้รับอนุญาตหรือไม่&nbsp;หากพบกระทำผิดจะมีโทษตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;มาตรา&nbsp;14&nbsp;จะมีโทษจำคุกตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;และปรับตั้งแต่&nbsp;20,000&nbsp;-&nbsp;200,000&nbsp;บาท&nbsp;แต่หากพบกระทำผิดเกิน&nbsp;25&nbsp;ไร่ขึ้นไป&nbsp;ต้องจำคุก&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ปรับ&nbsp;200,000&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ในส่วนแปลงอื่นๆบุกรุกด้วยหรือไม่&nbsp;หาก&nbsp;ส.ป.ก.ส่งคืนพื้นที่แล้วถึงเกิดการบุกรุก&nbsp;ซึ่งเรื่องนี้มีพื้นที่หลายประเภทบางแห่งเมื่อรับมอบมาแล้วนำมาฟื้นฟูสภาพพื้นที่แต่บางส่วนนำมาจัดสรรให้ชาวบ้านอยู่ก่อนมติ&nbsp;ครม.&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2541&nbsp;ทำกินและใช้ประโยชน์ในพื้นที่&nbsp;แล้วขณะนี้กำลังนำมาจัดเป็นที่ดิน&nbsp;คทช.จะให้สิทธิ์ประชาชนตามมติ&nbsp;ครม.&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2541&nbsp;ก่อน&nbsp;และจะให้สิทธิ์คนละไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ไร่</p><p><br></p><p>ด้าน&nbsp;นายศรีสุวรรณ&nbsp;จรรยา&nbsp;เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขอให้กรมป่าไม้เข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดทั้งหมด&nbsp;หากพบครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายต้องเรียกคืนพื้นที่และดำเนินคดี&nbsp;เช่นเดียวกับกรณีของ&nbsp;ส.ส.ราชบุรี&nbsp;เพราะการยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นความผิดทางอาญา&nbsp;เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด</p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209141236200"],
    [280,"วช.  สวทช. ส่งมอบนวัตกรรม MagikTuch ปุ่มกดลิฟต์ไร้สัมผัส แบบ 2 in 1 ให้จังหวัดปทุมธานี นำไปใช้รับมือกับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;วันนี้ (9 ก.พ. 65) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำ นวัตกรรม MagikTuch ปุ่มกดลิฟต์ไร้สัมผัส แบบ 2 in 1 ส่งมอบพร้อมติดตั้งภายในอาคารศาลากลางจังหวัดปทุมธานี โดยมี น.ส.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, นายศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD) สวทช. พร้อมนางกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. ร่วมมอบฯ และมี นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นผู้รับมอบฯ ณ อาคารศาลากลางจังหวัดปทุมธานี</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;น.ส.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ วช. กล่าวว่า ผลงานนวัตกรรม MagikTuch ปุ่มกดลิฟต์ไร้สัมผัส แบบ 2 in 1 ถือเป็นหนึ่งในผลงาน ที่ วช.สนับสนุนนักวิจัย สวทช. เพื่อขยายผลสู่การใช้งานจริงเพื่อบรรเทาวิกฤตการระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศ ด้วยการแปลงระบบลิฟต์ทั่วไปให้เป็นลิฟต์แบบไร้สัมผัสจะช่วยลดความเสี่ยงของประชาชนในการสัมผัสเชื้อโรคต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;ด้าน นายศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD) สวทช. กล่าวว่า ทีมวิจัย พัฒนานวัตกรรมเมจิกทัช (MagikTuch) เพื่อเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ลดการเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคความเสี่ยงจากการสัมผัสกับปุ่มกดลิฟต์ที่อาจมีสารคัดหลั่งหรือเชื้อโรคต่าง ๆ ของผู้ป่วยติดค้างอยู่ สามารถช่วยลดการแพร่กระจายโรคโควิด-19 ได้</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">นวัตกรรม MagikTuch มีจุดเด่น 3 ข้อ คือ Touchless เป็นระบบการทำงานแบบไร้สัมผัส สั่งการด้วยเซนเซอร์// Safe from Infection ปลอดภัยจากการติดเชื้อโรค // Easy Installation ติดตั้งได้ง่ายและมีความยืดหยุ่น โดยชุดอุปกรณ์ MagikTuch สามารถติดตั้งเข้าไปบนลิฟต์ตัวเดิม โดยไม่ต้องดัดแปลงหรือเชื่อมต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์ของตัวลิฟต์ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อสถานะการรับประกันระบบของบริษัทผู้ติดตั้งและผู้ดูแลลิฟต์ ยังออกแบบให้มีความยืดหยุ่นสามารถรองรับจำนวนชั้นได้ตามที่ต้องการสำหรับลิฟต์โดยสารหลากหลายยี่ห้อและผ่านการทดสอบมาตรฐานด้าน EMC/EMI ที่ผ่านมา สวทช. ได้ติดตั้งใช้งานระบบ MagikTuch ตามสถานที่ต่างๆ แล้วกว่า 10 จุดติดตั้ง และจากการสนับสนุนเพิ่มเติมจาก วช. ทำให้เกิดการขยายผลและอยู่ระหว่างการติดตั้ง MagikTuch ให้มีการนำไปใช้งานเพิ่มเติมในสถานที่ที่มีคนไปใช้งานจำนวนมากอีกกว่า 10 แห่ง อาทิ ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า สำหรับที่ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ สวทช. เบอร์โทรศัพท์ : 02 564 6900 ต่อ 2521 E-mail:&nbsp;</span><a href=\"mailto:siwaruk.siw@nstda.or.th\" rel=\"noopener noreferrer\" target=\"_blank\" style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(17, 85, 204);\">siwaruk.siw@nstda.or.th</a></p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209182639372"],
    [281,"กยท. จ.กาญจนบุรี นำ จนท.ลงพื้นที่อำเภอสังขละบุรี ตั้งจุดบริการขึ้นทะเบียนสวนยาง สำหรับชาวสวนยางพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์รายเดิม ย้ำ!ต้องขึ้นทะเบียนใหม่ทุกราย","<p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;7&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;นายสุรชัย&nbsp;ดำเล็ก&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;6&nbsp;</strong>การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า&nbsp;ได้นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อำเภอสังขละบุรี&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เพื่อเปิดจุดบริการเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนสวนยาง&nbsp;(สวนยางที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์)&nbsp;กับ&nbsp;กยท.จ.กาญจนบุรี&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;ถึง&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ต้องมาแจ้งขึ้นทะเบียนใหม่ทุกรายเนื่องจากจะมีการออกสมุดทะเบียนเกษตรชาวสวนยางให้กับเจ้าของสวนและคนกรีดยาง&nbsp;และจะมีการเพิ่มสิทธิการเยียวยาเกษตรกรกรณีเกิดภัยพิบัติธรรมชาติ&nbsp;ไฟไหม้&nbsp;น้ำท่วมและสิทธิอื่นๆ&nbsp;เพิ่มเติมในอนาคต&nbsp;สำหรับขั้นตอนการแจ้งขึ้นทะเบียนในครั้งนี้&nbsp;ให้ชาวสวนยางทุกพื้นที่ในอำเภอสังขละบุรีที่มีสัญชาติไทยและเป็นเจ้าของสวนยาง&nbsp;เตรียมเอกสารหลักฐานประกอบการแจ้งดังนี้</p><p>1&nbsp;สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน</p><p>2&nbsp;สำเนาทะเบียนบ้าน</p><p>3&nbsp;รูปถ่ายขนาด&nbsp;1.5&nbsp;นิ้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;รูป</p><p>4&nbsp;แบบแจ้งข้อมูล&nbsp;คบก.1</p><p>5&nbsp;หนังสือรับรองตนเอง&nbsp;คบก.6</p><p>6&nbsp;แบบบันทึกค่าพิกัดแปลงสวนยาง&nbsp;คบก.7</p><p>7&nbsp;หลักฐานเอกสารเกี่ยวกับที่ดิน&nbsp;(ถ้ามี)&nbsp;เช่น&nbsp;ภ.บ.ท.5,&nbsp;ภ.บ.ท.6&nbsp;และ&nbsp;ภ.บ.ท.11&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยสามารถรับเอกสารได้ที่จุดบริการ&nbsp;หรือเข้าไปดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.raot.co.th/?fbclid=IwAR366Pa1g1VPIQLtKPE-p7THRW-kXJLc31jsRKC2ypv80ja-eTsduarkpSw\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--blue-link);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;\">http://www.raot.co.th</a></p><p><strong>โดยผู้แจ้งต้องให้พยานซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินข้างเคียง&nbsp;หรือกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;</strong>สมาชิกองค์กร&nbsp;ปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;(อปท.)&nbsp;ในพื้นที่ที่สวนยางตั้งอยู่รับรองการใช้ประโยชน์ที่ดิน&nbsp;และการทำกิจกรรมปลูกยางโดยต้องลงลายมือชื่อเป็นพยานในแบบคำขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางให้ครบถ้วน&nbsp;ตามความเป็นจริง&nbsp;พร้อมกรอกข้อมูลลงในแบบคำขอให้ครบถ้วน&nbsp;สมบูรณ์&nbsp;และต้องลงลายมือชื่อรับรองข้อมูลของตนเองในแบบคำขอด้วย&nbsp;ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร&nbsp;ตรวจพิกัดเรียบร้อยแล้วท่านจะได้รับ&nbsp;เสาหลักเขตสวนยาง&nbsp;ตามการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เพื่อนำไปปักหลักพื้นทึ่สวนยางตามพิกัดที่เจ้าหน้าที่แจ้งไว้ในเอกสาร</p><p><strong>สำหรับสถานที่รับแจ้งแบบคำขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ในครั้งนี้</strong>เจ้าหน้าที่ได้ตั้งจุดบริการ&nbsp;ณ&nbsp;ศาลากลุ่มเกษตรกรทำสวนยางสังขละบุรี&nbsp;ม.6&nbsp;(หลังตลาดนัดห้วยมาลัย)&nbsp;ตำบลหนองลู&nbsp;อำเภอสังขละบุรี&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ซึ่งจะเปิดจุดบริการจนถึงวันพฤหัสบดีที่&nbsp;10&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;และในวันศุกร์ที่&nbsp;11&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาประชาคม&nbsp;ม.3&nbsp;ตำบลหนองลู&nbsp;อำเภอสังขละบุรี&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น&nbsp;&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ตั้งจุดบริการรับแจ้งแบบคำขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ในพื้นที่อื่นๆต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สวท.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209151251243"],
    [282,"สำนักงานชลประทานที่ 17 ประชุมพิจารณาแนวทางเพื่อสนองพระราชดำริการจัดหาน้ำเพื่อการอุปโภคและการเกษตรเพิ่มเติมให้กับบ้านกึ่งวิถีปูลารายอ กาแลตาแป ตำบลบางนาค อำเภอนราธิวาส","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ตรีนรินทร์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&nbsp;17</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนแผนงานผู้อำนวยการโครงการชลประทานนราธิวาส&nbsp;&nbsp;หัวหน้าฝ่าย&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานชลประทานที่&nbsp;17&nbsp;ประชุมร่วมกับผู้แทนสำนักงานพลังงานจังหวัดนราธิวาส&nbsp;สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดนราธิวาส&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อหารือพิจารณาแนวทางการจัดหาน้ำสนับสนุนการอุปโภคและการเกษตรเพิ่มเติมให้กับบ้านกึ่งวิถีปูลารายอ&nbsp;กาแลตาแปตำบลบางนาค&nbsp;อำเภอนราธิวาส&nbsp;เพื่อสนองพระราชดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา&nbsp;นเรนทิราเทพยวดี&nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&nbsp;มหาวัชรราชธิดา&nbsp;ทรงมีพระกระแสรับสั่ง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ให้กรมชลประทานดำเนินการพิจารณาจัดหาน้ำและนำน้ำฝนมาใช้สำหรับทำกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เสริมจากแหล่งน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบันอย่างรู้คุณค่าและประหยัด&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกบ้านกึ่งวิถีมีน้ำใช้เพียงพอตลอดทั้งปี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209152710252"],
    [283,"ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดขอนแก่น เตือนการระบาดของไรแดงมันสำปะหลัง ในช่วงสภาพอากาศแห้งแล้งและมีอุณหภูมิสูง","<p><strong>ดร.เสงี่ยม&nbsp;กอนไธสง&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช</strong>&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;เปิดเผยว่าในช่วงสภาพอากาศแห้งแล้งและมีอุณหภูมิสูงขึ้น&nbsp;เป็นช่วงที่เหมาะสมต่อการระบาดของไรแดงมันสำปะหลัง&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกใหม่&nbsp;หรือพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังอายุตั้งแต่&nbsp;1-3&nbsp;เดือน&nbsp;โดยไรแดงทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะเข้าทำลายมันสำปะหลัง&nbsp;โดยดูดกินน้ำเลี้ยงที่อยู่หลังใบของส่วนยอดและขยายปริมาณลงสู่ใบล่าง&nbsp;ทำให้เป็นจุดด่างเหลืองไปจนถึงไหม้&nbsp;หากเกิดที่บริเวณใบจะเห็นเป็นจุดประสีเหลืองขาว&nbsp;จากนั้นจุดประสีเหลืองขาวจะซีดและขยายแผ่กว้างมากขึ้น&nbsp;ใบจะม้วนงอ&nbsp;แห้ง&nbsp;และหลุดร่วงจากต้น&nbsp;&nbsp;เกษตรกรจึงควรสำรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;หากพบอาการใบมันสำปะหลังมีจุดด่าง&nbsp;สีซีด&nbsp;และพบไรแดงหลังใบ&nbsp;ให้เก็บชิ้นส่วนพืชไปทำลายนอกแปลง&nbsp;พร้อมทั้งกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้ต้นมันสำปะหลังตาย&nbsp;หรือการสร้างหัวของมันสำปะหลังลดลง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับแนวป้องกันและแก้ไข</strong>&nbsp;หากพบใบส่วนยอดของต้นอ่อนเริ่มแสดงอาการม้วนงอ&nbsp;หรือสภาพอากาศแห้งแล้งเป็นเวลานาน&nbsp;หรือแปลงที่พบการระบาดที่รุนแรง&nbsp;ให้ฉีดพ่นสารกำจัดไรแดง&nbsp;โดยใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>&nbsp;ไพริดาเบน&nbsp;(pyridaben)&nbsp;20%&nbsp;ดับบลิวพี&nbsp;อัตรา&nbsp;10&nbsp;กรัม/น้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;&nbsp;หรือ</p><p>เฟนบูทาติน&nbsp;ออกไซด์&nbsp;(fenbutatin&nbsp;oxide)&nbsp;55%&nbsp;เอสซี&nbsp;อัตรา&nbsp;10&nbsp;มิลลิลิตร/น้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;หรือ</p><p>สไปโรมีซิเฟน&nbsp;(spiromesifen)&nbsp;24%&nbsp;เอสซี&nbsp;อัตรา&nbsp;6&nbsp;มิลลิลิตร/น้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;หรือ</p><p>เตตราไดฟอน&nbsp;(tetradifon)&nbsp;7.25%&nbsp;อีซี&nbsp;อัตรา&nbsp;50&nbsp;มิลลิลิตร/น้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;หรือ</p><p>อามีทราซ&nbsp;(amitraz)&nbsp;20%&nbsp;อีซี&nbsp;อัตรา&nbsp;40&nbsp;มิลลิลิตร/น้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร</p><p><strong>การฉีดพ่นให้ทั่วบริเวณใต้ใบและหลังใบ</strong>&nbsp;โดยฉีดพ่นสารเฉพาะบริเวณที่พบการทำลายของไรเท่านั้น&nbsp;ไม่ควรพ่นสารชนิดเดียวกันติดต่อกันเกิน&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;ควรสลับชนิดสารเพื่อป้องกันการต้านทานของไรแดงต่อสาร</p><p><strong>ส่วนแนวทางป้องกันและเฝ้าระวัง</strong>&nbsp;เกษตรกรควรอนุรักษ์ด้วงเต่า&nbsp;ด้วงปีกสั้น&nbsp;และไรตัวห้ำ&nbsp;ซึ่งเป็นศัตรูธรรมชาติของไรแดง&nbsp;และหมั่นสำรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;โดยเฉพาะต้นมันสำปะหลังที่มีอายุ&nbsp;1-3&nbsp;เดือน&nbsp;หากพบการระบาดของไรแดงให้เก็บชิ้นส่วนพืชที่ถูกทำลาย&nbsp;นำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209162927282"],
    [284,"จังหวัดกำแพงเพชร ขับเคลื่อนโครงการจัดการผลผลิตเพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน ตามนโยบายรัฐบาลภายใต้หลักการตลาดนำการผลิต จัดพิธีลงนามซื้อ-ขาย ผลิตผลทางการเกษตร คาดจะมีวงเงินหมุนเวียนกว่าสองพันล้านบาท","<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่โรงแรมชากังราว&nbsp;ริเวอร์วิว&nbsp;</strong>นายเชาวลิตร&nbsp;แสงอุทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการ&nbsp;ซื้อ-ขายผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ธกส.กำแพงเพชร&nbsp;สหกรณ์การเกษตร&nbsp;และผู้ประกอบการภาคเอกชน&nbsp;จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการ&nbsp;ซื้อ-ขาย&nbsp;ผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวและมันสำปะหลัง&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการเกษตรภายใต้นโยบายรัฐบาลตามหลักการตลาดนำการผลิตในโครงการจัดการผลผลิตเพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน&nbsp;รูปแบบกำแพงเพชรโมเดล&nbsp;โดย&nbsp;ธกส.จะเป็นแหล่งเงินกู้ให้แก่สหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;0.01&nbsp;หรือล้านละ&nbsp;100&nbsp;บาทต่อปี&nbsp;เพื่อเป็นทุนในการรับซื้อข้าวและมันสำปะหลังจากเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;แล้วนำไปขายให้แก่ผู้ประกอบภาคเอกชนที่ลงนามบันทึกข้อตกลงกันไว้&nbsp;โดยในรอบ&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ผู้ประกอบการจะรับซื้อข้าวเปลือกจากสหกรณ์การเกษตร&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;64,502&nbsp;ตัน&nbsp;คิดเป็นราคารวม&nbsp;499&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มันสําปะหลัง&nbsp;88,000&nbsp;ตัน&nbsp;คิดเป็นราคารวม&nbsp;220&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รวมเป็นระยะเวลาตลอดสัญญา&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;จะมีวงเงินหมุนเวียนเป็นรายได้&nbsp;รวม&nbsp;2,157&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.กำแพงเพชร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209153209255"],
    [285,"กลุ่มอนุรักษ์ ยื่นหนังสือร้องเรียนคัดค้านการจัดงานวิ่งเทรล จ.พัทลุง ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด จ.พัทลุง โดยกรมอุทยานฯได้บังคับใช้ กม.ฉบับใหม่ไม่อนุญาตให้จัดงานวิ่งเทรลอีกต่อไป","<p><strong>กลุ่มอนุรักษ์&nbsp;ยื่นหนังสือร้องเรียนคัดค้านการจัดงานวิ่งเทรลจังหวัดพัทลุง&nbsp;ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;โดยกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้บังคับใช้กฎหมายฉบับใหม่ไม่อนุญาตให้จัดงานวิ่งเทรลอีกต่อไป</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมปอง&nbsp;ทองสีเข้ม&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ได้เป็นตัวแทนเข้ารับเรื่องร้องเรียนของ&nbsp;นายวรา&nbsp;จันทร์มณี&nbsp;เลขาธิการเครือข่ายประชาชนพิทักษ์สิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรม&nbsp;ได้ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขอให้เข้มงวดกวดขันการดูแลเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด&nbsp;เตรียมจัดงานอัลตร้า&nbsp;เทรล&nbsp;ไทยแลนด์&nbsp;ซีรีย์&nbsp;พัทลุง&nbsp;2021&nbsp;พร้อมขอให้ตรวจสอบ&nbsp;และชี้แจงกรณีวิ่งเทรลจังหวัดพัทลุง&nbsp;บนเขาล้อน&nbsp;อำเภอกงหรา&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป๋เทือกเขาบรรทัด&nbsp;ระหว่างคืนวันเสาร์ที่&nbsp;12&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ถึง&nbsp;คืนวันอาทิตย์ที่&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เปราะบางและเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ที่มีสัตว์นานาชนิดอยู่อาศัย&nbsp;โดยเฉพาะสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์อย่างสมเสร็จ&nbsp;เลียงผา&nbsp;เสือไฟ&nbsp;อีเห็นลายเสือโคร่ง&nbsp;และปูแดง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมอุทยานฯ&nbsp;ขอยืนยันไม่ได้อนุญาตให้จัดงานดังกล่าวแน่นอน&nbsp;เนื่องจากระเบียบกรมอุทยานฯ&nbsp;ว่าด้วยการปฏิบัติของผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ข้อ&nbsp;4&nbsp;(9)&nbsp;ระบุชัดเจนห้ามจัดกิจกรรมแข่งรถยนต์&nbsp;แข่งรถจักรยานยนต์&nbsp;แข่งรถจักรยาน&nbsp;วิ่งแข่งขัน&nbsp;วิ่งและเดินการกุศล&nbsp;หรือกิจกรรมอื่นๆที่ทำให้เกิดอันตราย&nbsp;เกิดความรำคาญหรือรบกวนคนหรือสัตว์ป่า&nbsp;เว้นแต่กิจกรรมที่อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายพิจารณาอนุญาตเพื่อประโยชน์ของทางราชการ&nbsp;ส่วนเรื่องการจัดวิ่งเทรลจังหวัดพัทลุงเมื่อปี&nbsp;2563&nbsp;ขณะนั้นอาจมีการอนุญาตได้ตามดุลพินิจ&nbsp;แต่ปัจจุบันยึดตามระเบียบกรมอุทยานฯที่เพิ่งเริ่มบังคับใช้ในปี&nbsp;2564&nbsp;จากนี้จึงไม่มีการอนุญาตจัดงานวิ่งเทรลอีก</p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209151927247"],
    [286,"จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะพื้นที่เกษตร ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคอีสานภาคกลางและภาคตะวันออกของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่เกษตร&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออกของไทย</strong>&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(8&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;689&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อน&nbsp;355&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;207&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;179&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;125&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;103&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;66&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;58&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ลำปาง&nbsp;47&nbsp;จุด&nbsp;และชัยภูมิ&nbsp;37&nbsp;จุด&nbsp;โดยพบจุดความร้อนกลับมากระจายตัวเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ภาคเหนือลงมาถึงภาคกลาง&nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือสูงสุดอยู่ที่&nbsp;253&nbsp;จุด&nbsp;ผสมกับจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ทำให้พื้นที่ภาคกลาง&nbsp;คือ&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อยู่ในระดับปานกลาง&nbsp;อาจเริ่มส่งผลกระทบกับระบบทางเดินหายใจ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;4,561&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;4,204&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;3,279&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในกัมพูชาติดต่อกัน&nbsp;6&nbsp;วัน&nbsp;1,416&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;1,259&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;717&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ&nbsp;</p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209155814264"],
    [287,"อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ครั้งที่ 2/2565","<p><strong>ที่ห้องประชุมที่ทำการปกครองอำเภอท่าวังผา&nbsp;ชั้นที่&nbsp;2&nbsp;</strong>ภายใต้การอำนวยการของนายวิบูรณ์&nbsp;แววบัณฑิต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน&nbsp;นายกฤชเพชร&nbsp;เพชรบูระณิน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน&nbsp;นายวิศิษฐ์&nbsp;ทวีสิงห์&nbsp;ปลัดจังหวัดน่าน&nbsp;</p><p><strong>นายสุทัศน์&nbsp;จินตเวชศาสตร์&nbsp;นายอำเภอท่าวังผา</strong>/ผู้บัญชาการเหตุการณ์อำเภอท่าวังผา&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;เพื่อร่วมขับเคลื่อนลดปัญหาหมอกควันและฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อย่างจริงจัง&nbsp;และให้จังหวัดน่านมีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนต่อไป&nbsp;โดยในที่ประชุมได้ปรึกษาหารือแนวทางป้องกันในการงดเว้นเผาเศษวัชพืช&nbsp;การเผาขยะ&nbsp;การเผาในที่โล่งแจ้ง&nbsp;การเผาตามริมถนน/ข้างทาง&nbsp;ตามแนวทาง&nbsp;มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และประกาศจังหวัดน่าน&nbsp;เรื่อง&nbsp;ขอความร่วมมืองดเว้นการเผาโดยเด็ดขาดฯ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;65&nbsp;วัน&nbsp;โดยมีคณะกรรมการฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;จำนวน&nbsp;36&nbsp;คน</p><p><strong>สำหรับค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;จังหวัดน่าน</strong>&nbsp;ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;จากกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;วันที่&nbsp;9&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ดัชนีคุณภาพอากาศ&nbsp;สถานีตรวจวัด&nbsp;(เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.)&nbsp;ตำบลในเวียง&nbsp;อำเภอเมืองน่าน&nbsp;ค่า&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;(มคก./ลบ.ม.)&nbsp;29&nbsp;สภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดี&nbsp;และที่ตำบลห้วยโก๋น&nbsp;อำเภอเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ค่า&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;(มคก./ลบ.ม.)&nbsp;17&nbsp;สภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดีมาก&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคเหนือ","น่าน","สวท.น่าน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209162057272"],
    [288,"เกษตรกร จ.ยะลา เข้าฝึกอบรมเพิ่มความรู้ปลูกพืช ไผ่ แซมสวนยางฯ ด้านเลขาฯ ศอ.บต. ย้ำ พืชเศรษฐกิจมีตลาดรองรับ เป็นที่ต้องการในอนาคต","<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;12.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมอาคารศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้</strong>&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมอบรมพัฒนาเกษตรกรปลูกไผ่<strong>&nbsp;</strong>พืชเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยมี&nbsp;นายถาวร&nbsp;บุญศรี&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;กระทรวงพลังงาน&nbsp;(พน.)&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;และเกษตรกรเข้าร่วมอบรมเพิ่มความรู้เรื่องไผ่&nbsp;จำนวน&nbsp;250&nbsp;คน&nbsp;โดยภายในกิจกรรมมีการรับฟังการบรรยายข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากนักวิชาการ&nbsp;อาทิ&nbsp;การปลูกอย่างถูกวิธี&nbsp;การอารักขาพืช&nbsp;การเก็บเกี่ยว&nbsp;และการสร้างรายได้เสริมจากสวนไผ่&nbsp;โดย&nbsp;เจ้าพระยา&nbsp;ท่าพระจันทร์&nbsp;บริษัท&nbsp;คิงส์แพลนท์&nbsp;การใช้ประโยชน์จากไผ่ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง&nbsp;การถนอมเนื้อไม้&nbsp;การเพิ่มมูลค่า&nbsp;และการส่งออกไม้ไผ่&nbsp;โดย&nbsp;คุณสมจิตร&nbsp;พันธุ์เพ็ง&nbsp;ผู้สร้างอาคารไม่ไผ่&nbsp;บริษัท&nbsp;กอมังดี&nbsp;อีกทั้งรับฟังการบรรยายหัวข้อ&nbsp;ไผ่สำหรับพลังงาน&nbsp;โรงไฟฟ้า&nbsp;ผลผลิต&nbsp;และรายได้ต่อไร่จากการปลูกไผ่&nbsp;โดย&nbsp;คุณประเสริฐ&nbsp;หลักมั่น&nbsp;วิศวกรโรงไฟฟ้า</p><p><strong>โดย&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่ประชาชนส่วนใหญ่ทำอาชีพเกี่ยวกับยางพารา&nbsp;ซึ่งเป็นพืชที่อยู่คู่กับประชาชนและเป็นวิถีชีวิตของคนในพื้นที่&nbsp;แต่อย่างไรก็ตาม&nbsp;เกษตรกรควรมีรายได้หลายช่องทางและไม่ควรยึดอาชีพทำสวนยางเพียงอาชีพเดียว&nbsp;โดยอาจจะมีการปลูกพืชชนิดอื่นๆแซมสวนยางพาราหรือสวนปาล์ม&nbsp;เพื่อไม่ให้พื้นที่ดินในสวนยางฯ&nbsp;ว่างเปล่า&nbsp;ต้องทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;โดย&nbsp;ศอ.บต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เล็งเห็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถปลูกแซมยางเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงได้&nbsp;นั่นคือ&nbsp;ไผ่&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;5&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้มีโรงไฟฟ้าชีวมวล&nbsp;ทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;&nbsp;15&nbsp;โรง&nbsp;มีกำลังการผลิต&nbsp;200&nbsp;เมกกะวัตต์&nbsp;และภายใน&nbsp;1&nbsp;วันต้องใช้พืชพลังงาน&nbsp;900&nbsp;ตัน&nbsp;และมีแนวโน้มจะมีโรงไฟฟ้าเกิดขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก&nbsp;ดังนั้นพืชโตเร็วและพืชเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้จึงเป็นพืชที่ตอบโจทย์ตลาด&nbsp;และคาดว่าสามารถสร้างรายได้แก่เกษตรกรในพื้นที่ได้&nbsp;ทั้งนี้ต้นไผ่ในวันข้างหน้าจะเป็นพืชมิติใหม่ของการก่อสร้าง&nbsp;การออกแบบ&nbsp;และผลิตภัณฑ์เครื่องในที่จำเป็นอื่นๆอีกด้วย</p><p><strong>จากนั้นเวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;เกษตรกรผู้เข้าร่วมอบรม&nbsp;พร้อมด้วยนักวิชาการและหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ฝึกอบรมภาคปฏิบัติการบริหารจัดการสวนไผ่แก่เกษตรกร&nbsp;ณ&nbsp;บ้านตะโละ&nbsp;ตำบลยะต๊ะ&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อฝึกสอนวิธีการปลูกและดูแลสวนไผ่&nbsp;เมื่อปลูกแซมรวมกับยางพารา&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209175054348"],
    [289,"ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เน้นย้ำ อปท.ในพื้นที่บริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและขยะมูลฝอยแบบยั่งยืน ตามบริบทของแต่ละพื้นที่  พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;มอบแนวทางการปฏิบัติราชการแก่นายกองค์การบริหารส่วนตำบล</strong>&nbsp;ที่ได้รับเลือกตั้งใหม่ด้านการบริหารจัดการขยะในพื้นที่&nbsp;&nbsp;เนื่องจากปัญหาขยะ&nbsp;ถือเป็นวาระของชาติ&nbsp;&nbsp;ดังนั้น&nbsp;&nbsp;การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและขยะมูลฝอยแบบยั่งยืนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;(อปท.)&nbsp;ตามบริบทของแต่ละพื้นที่&nbsp;&nbsp;จำเป็นต้องสร้างรูปแบบการจัดการขยะที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่&nbsp;ภายใต้หลักประชารัฐ&nbsp;เป็นการสร้างความรับผิดชอบและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน&nbsp;โดยเฉพาะภาคประชาชน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทุกคนต้องตระหนักรู้นั่นคือ&nbsp;คน&nbsp;เป็นผู้ก่อให้เกิดขยะ&nbsp;ดังนั้น&nbsp;การเสริมสร้างจิตสำนึกในตัวเรา&nbsp;คือจุดเริ่มต้นที่ดี&nbsp;ที่จะนำหลักการ&nbsp;3Rs&nbsp;หรือ&nbsp;3ช&nbsp;:&nbsp;Reduce&nbsp;(ใช้น้อย)&nbsp;Reuse&nbsp;(ใช้ซ้ำ)&nbsp;และ&nbsp;Recycle&nbsp;(นำกลับมาใช้ใหม่)&nbsp;ไปใช้เป็นแนวทางในการจัดการขยะต้นทาง&nbsp;ที่มุ่งเน้นให้ทุกคนร่วมสร้างจิตสำนึกในการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง&nbsp;ให้เกิดการรับรู้และการมีส่วนร่วมในการจัดการขยะในครัวเรือน&nbsp;ให้หมู่บ้าน&nbsp;/&nbsp;ชุมชนมีการจัดการและคัดแยกขยะตามประเภทได้อย่างถูกต้อง&nbsp;โดย&nbsp;อปท.&nbsp;ทุกแห่งกำหนดวันเวลาในการเก็บขนขยะแยกตามประเภทด้วย&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;&nbsp;ขณะนี้&nbsp;&nbsp;ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง&nbsp;กำลังขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างโรงงานแปรรูปขยะมูลฝอยเป็นพลังงานไฟฟ้า&nbsp;&nbsp;รวมถึงเทศบาลนครตรังและเทศบาลเมืองกันตัง&nbsp;ก็กำลังปรับปรุงระบบบริหารจัดการขยะด้วยเช่นกัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209170810317"],
    [290,"เกษตรกร จ.ยะลา  ฝึกอบรมเพิ่มความรู้ปลูกพืช ไผ่ แซมสวนยางฯ","<p><strong>เกษตรกร&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ฝึกอบรมเพิ่มความรู้ปลูกพืช&nbsp;ไผ่&nbsp;แซมสวนยางฯ&nbsp;เลขาฯ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ย้ำ&nbsp;พืชเศรษฐกิจมีตลาดรองรับ&nbsp;เป็นที่ต้องการในอนาคต</strong></p><p><br></p><p><strong>ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เดินหน้าส่งเสริมความรู้ปลูก&nbsp;ไผ่</strong>&nbsp;แซมสวนยางให้เกษตรกรในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา</p><p><strong>ซึ่งในวันนี้&nbsp;(9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;ที่ห้องประชุมอาคารศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;</strong>อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;ได้เปิดกิจกรรมอบรมพัฒนาเกษตรกรปลูกไผ่&nbsp;พืชเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยมี&nbsp;นายถาวร&nbsp;บุญศรี&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.กระทรวงพลังงาน&nbsp;(พน.)&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;และเกษตรกรเข้าร่วมอบรมเพิ่มความรู้เรื่องไผ่&nbsp;จำนวน&nbsp;250&nbsp;คน</p><p><strong>สำหรับกิจกรรม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มีการบรรยายข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากนักวิชาการ&nbsp;อาทิ&nbsp;</strong>การปลูกอย่างถูกวิธี&nbsp;การอารักขาพืช&nbsp;การเก็บเกี่ยว&nbsp;และการสร้างรายได้เสริมจากสวนไผ่&nbsp;โดย&nbsp;เจ้าพระยา&nbsp;ท่าพระจันทร์&nbsp;บริษัท&nbsp;คิงส์แพลนท์&nbsp;การใช้ประโยชน์จากไผ่ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง&nbsp;การถนอมเนื้อไม้&nbsp;การเพิ่มมูลค่า&nbsp;และการส่งออกไม้ไผ่&nbsp;โดย&nbsp;คุณสมจิตร&nbsp;พันธุ์เพ็ง&nbsp;ผู้สร้างอาคารไม่ไผ่&nbsp;บริษัท&nbsp;กอมังดี&nbsp;รวมถึง&nbsp;การบรรยายหัวข้อ&nbsp;ไผ่สำหรับพลังงาน&nbsp;โรงไฟฟ้า&nbsp;ผลผลิต&nbsp;และรายได้ต่อไร่จากการปลูกไผ่&nbsp;โดย&nbsp;คุณประเสริฐ&nbsp;หลักมั่น&nbsp;วิศวกรโรงไฟฟ้านอกจากนี้&nbsp;เกษตรกรที่เข้าร่วมอบรม&nbsp;พร้อมด้วยนักวิชาการและหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ได้ลงพื้นที่ฝึกอบรมภาคปฏิบัติการบริหารจัดการสวนไผ่&nbsp;ซึ่งจะมีการสอนวิธีการปลูกและดูแลสวนไผ่&nbsp;เมื่อปลูกแซมรวมกับยางพารา&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง&nbsp;ณ&nbsp;บ้านตะโละ&nbsp;ตำบลยะต๊ะ&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><strong>พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่ประชาชนส่วนใหญ่ทำอาชีพเกี่ยวกับยางพารา&nbsp;ซึ่งเป็นพืชที่อยู่คู่กับประชาชนและเป็นวิถีชีวิตของคนในพื้นที่&nbsp;แต่อย่างไรก็ตาม&nbsp;เกษตรกรควรมีรายได้หลายช่องทางและไม่ควรยึดอาชีพทำสวนยางเพียงอาชีพเดียว&nbsp;โดยอาจจะมีการปลูกพืชชนิดอื่นๆ&nbsp;แซมสวนยางพาราหรือสวนปาล์ม&nbsp;เพื่อไม่ให้พื้นที่ดินในสวนยางฯ&nbsp;ว่างเปล่า&nbsp;ต้องทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;โดย&nbsp;ศอ.บต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เล็งเห็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถปลูกแซมยางเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงได้&nbsp;นั่นคือ&nbsp;ไผ่&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;5&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้มีโรงไฟฟ้าชีวมวล&nbsp;ทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;15&nbsp;โรง&nbsp;มีกำลังการผลิต&nbsp;200&nbsp;เมกกะวัตต์&nbsp;และภายใน&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;ต้องใช้พืชพลังงาน&nbsp;900&nbsp;ตัน&nbsp;และมีแนวโน้มจะมีโรงไฟฟ้าเกิดขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก&nbsp;ดังนั้นพืชโตเร็วและพืชเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้จึงเป็นพืชที่ตอบโจทย์ตลาด&nbsp;และคาดว่าสามารถสร้างรายได้แก่เกษตรกรในพื้นที่ได้&nbsp;ทั้งนี้ต้นไผ่ในวันข้างหน้าจะเป็นพืชมิติใหม่ของการก่อสร้าง&nbsp;การออกแบบ&nbsp;และผลิตภัณฑ์เครื่องในที่จำเป็นอื่นๆ&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p><p><br></p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209172854328"],
    [291,"ซื้อ  ขาย ผลผลิตการเกษตร ระหว่างสหกรณ์การเกษตรกับผู้ประกอบการโรงสี ผู้ประกอบการมันสำปะหลัง","<p><strong>นายอัชฌา&nbsp;สุวรรณนิตย์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนายเชาวลิตร&nbsp;แสงอุทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;ร่วมลงนามและแถลงข่าวในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;(MOU)&nbsp;ซื้อ&nbsp;&nbsp;ขาย&nbsp;ผลผลิตการเกษตร&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ระหว่างสหกรณ์การเกษตร&nbsp;กับผู้ประกอบการโรงสีและผู้ประกอบการมันสำปะหลัง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;MOU</strong>&nbsp;ซื้อ&nbsp;&nbsp;ขาย&nbsp;ผลผลิตการเกษตรในวันนี้&nbsp;มีการลงนามร่วมกัน&nbsp;18&nbsp;คู่&nbsp;ซึ่งเกิดขึ้นจากกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;ในฐานะหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่ในการส่งเสริมและพัฒนาสหกรณ์&nbsp;ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;สาขากำแพงเพชร&nbsp;ได้บูรณาการความร่วมมือในการขับเคลื่อนการเชื่อมโยงธุรกิจเกษตรครบวงจร&nbsp;ระหว่างสหกรณ์กับผู้ประกอบการภาคเอกชน&nbsp;ในรูปแบบพันธสัญญา&nbsp;หรือคู่ค้า&nbsp;ภายใต้โครงการจัดการผลผลิต&nbsp;เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน&nbsp;รูปแบบกำแพงเพชรโมเดล&nbsp;ระยะเวลาขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;เริ่มตั้งแต่ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ถึงปีการผลิต&nbsp;2566/67&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน&nbsp;การขยายธุรกิจสหกรณ์ภาคการเกษตร&nbsp;ในการรองรับผลผลิตจากเกษตรกรสมาชิกและเกษตรกรทั่วไป&nbsp;ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนให้สถาบันเกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ&nbsp;นำไปรวบรวมรับซื้อผลผลิตจากสมาชิกและเกษตรกรทั่วไปที่ปลูกข้าวและมันสำปะหลัง&nbsp;ส่งเสริมให้สหกรณ์ใช้ประโยชน์อุปกรณ์การตลาดที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์และจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่า&nbsp;รวมทั้งส่งเสริมขับเคลื่อนการบริหารจัดการสินค้าเกษตรที่สำคัญของจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;ภายใต้หลักการตลาดนำการผลิตตามนโยบายของรัฐบาลในรูปแบบกำแพงเพชรโมเดล</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;MOU</strong>&nbsp;ซื้อ&nbsp;&nbsp;ขาย&nbsp;ผลผลิตการเกษตรในวันนี้&nbsp;มีสหกรณ์การเกษตรร่วมลงนาม&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;ผู้ประกอบการโรงสี&nbsp;และผู้ประกอบการมันสำปะหลัง&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;วงเงินรวมทั้งสิ้น&nbsp;719&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ต่อรอบปีการผลิต&nbsp;ผลผลิตการเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;152,502&nbsp;ตัน&nbsp;ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;MOU&nbsp;ซื้อ&nbsp;&nbsp;ขาย&nbsp;ผลผลิตการเกษตร&nbsp;ในรูปแบบกำแพงเพชรโมเดล&nbsp;ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทั้งสามฝ่าย&nbsp;สามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209180759356"],
    [292,"จังหวัดสุรินทร์ ตรวจติดตามการขับเคลื่อนโครงการสุรินทร์รุ่งเรือง  เมืองเกษตรอินทรีย์","<p><strong>วันที่&nbsp;9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;โดยพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานส่งเสริมด้านการตลาด&nbsp;ออกตรวจติดตามการขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;\"สุรินทร์รุ่งเรือง&nbsp;เมืองเกษตรอินทรีย์\"&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ต้นแบบ&nbsp;โครงการสุรินทร์รุ่งเรือง&nbsp;เมืองเกษตรอินทรีย์&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ต้นแบบ&nbsp;บ้านแบกจาน&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;ตำบลสังขะ&nbsp;อำเภอสังขะ&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดยกลุ่มมีตลาดหลักได้แก่&nbsp;ตลาดหน้าแปลง&nbsp;ตลาดเขียว&nbsp;อ.สังขะ&nbsp;โลตัส&nbsp;อ.สังขะ&nbsp;และตลาดจริงใจ&nbsp;ท็อปส์&nbsp;ซุปเปอร์มาร์เก็ต&nbsp;และได้ดำเนินการทำ&nbsp;MOU&nbsp;ส่งผักบุ้งให้กับร้านเนื้อย่างในอำเภอสังขะทุกวัน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ยังได้ตรวจติดตามการดำเนินงานหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ต้นแบบ</strong>&nbsp;บ้านบัวขุนจง&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ตำบลบัวเชด&nbsp;อำเภอบัวเชด&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีการปลูกผักสวนครัวทุกครัวเรือน&nbsp;และหมุนเวียนสลับกันไป&nbsp;ทำให้มีพืชผักที่หลากหลาย&nbsp;โดยสมาชิกจะเก็บส่งตัวแทนของชุมชนส่งขายตลาดทุกวัน&nbsp;ตลาดหลักได้แก่&nbsp;ตลาดสดเทศบาลบัวเชด&nbsp;ตลาดในชุมชน&nbsp;ขณะนี้ได้ทำ&nbsp;MOU&nbsp;ร้านเนื้อย่างเพชรลำพู&nbsp;ร้านเย็นตาโฟบุญเจือ&nbsp;ร้านไก่ย่างวิเชียรบุรี&nbsp;และโรงพยาบาลบัวเชด&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่งมีผลผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209203539410"],
    [293,"มูลนิธิชัยพัฒนามอบพันธุ์แพะพระราชทานแก่เกษตรกรชายแดนใต้ ช่วยเหลือประชาชนให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้","<p><strong>ผู้แทนมูลนิธิชัยพัฒนามอบพันธุ์แพะพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;แก่เกษตรกรชายแดนใต้&nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้</strong></p><p><br></p><p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมน้อมเกล้า&nbsp;อาคารศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;</strong>พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ร่วมพิธีรับมอบพันธุ์แพะพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;โดยมี&nbsp;ร.ศ.&nbsp;ดร.สัณห์ชัย&nbsp;กลิ่นพิกุล&nbsp;ผู้แทนมูลนิธิชัยพัฒนา&nbsp;เป็นประธานในพิธีและมี&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.ไชยวรรณ&nbsp;วัฒนจันทร์&nbsp;หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็ก/คณบดีคณะทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;นาวาเอก&nbsp;จักรพงษ์&nbsp;อภิมหาธรรม&nbsp;ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;&nbsp;นายชานนท์&nbsp;เจะหะมะ&nbsp;ผู้แทนศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดยะลา&nbsp;ภายใต้องค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ตลอดจน&nbsp;บุคลากร&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม</p><p><strong>พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;หรือ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;&nbsp;ได้รับเกียรติจากมูลนิธิชัยพัฒนา&nbsp;โดยมี&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เป็นองค์ประธาน&nbsp;และมีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในการจัดพิธีรับมอบแพะพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;ซึ่งแสดงถึงพระเมตตาต่อพสกนิกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในการส่งเสริมการพัฒนาและช่วยเหลือประชาชนในด้านเศรษฐกิจและสังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;สามารถช่วยเหลือและพึ่งพาตัวเองได้&nbsp;กิจกรรมในครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากการที่&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ร่วมกับองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งมีแนวทางการทำงานการพัฒนาระบบเครือข่ายให้แก่เกษตรกรที่ประกอบอาชีพด้านการปศุสัตว์และด้านการเกษตรที่มีความพร้อมและมีศักยภาพ&nbsp;ยกระดับเป็นธนาคารโค&nbsp;ธนาคารแพะ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และธนาคารอาหารสัตว์ผ่านการรวมกลุ่มเกษตกรเป็นวิสาหกิจหรือสหกรณ์&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการทำเกษตรการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและครบวงจร&nbsp;ซึ่งดูแลและประสานงานโดยองค์กรภาคประชาสังคมและเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยได้กำหนดพื้นที่นำร่อง&nbsp;คือ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านปากาชาแม&nbsp;ตำบลวังพญา&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมที่จะสามารถดำเนินการได้บรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและขยายผลไปยังพื้นที่อื่นได้ในอนาคตข้างหน้า</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้ขอรับการสนับสนุนพันธุ์แพะพระราชทานที่ขยายพันธุ์โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็ก</strong>&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ตัว&nbsp;ให้แก่เกษตรกร&nbsp;จากมูลนิธิชัยพัฒนา&nbsp;และต่อมามูลนิธิชัยพัฒนาได้นำความกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองพระบาทแล้ว&nbsp;พระองค์ท่านได้พระราชทานพระราชานุญาตสนับสนุนพันธุ์แพะพระราชทาน&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ตัว&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนในการประกอบอาชีพเกษตรกรสามารถสร้างรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้น</p><p><strong>ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีรับมอบพันธุ์แพะพระราชทาน</strong>จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;พร้อมผู้แทนมูลนิธิชัยพัฒนาและคณะลงพื้นที่โรงเรือนขยายพันธุ์และเสริมสร้างอาชีพเลี้ยงแพะ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านปากาซาแม&nbsp;ตำบลวังพญา&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อสร้างความเข้าใจในการดูแลแพะพระราชทานและโครวมทั้งให้องค์ความรู้ที่ถูกต้องแก่เกษตรกรในพื้นที่เพื่อต่อยอดในการยกระดับ&nbsp;เป็นธนาคารแพะและธนาคารโคในอนาคตต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209211824416"],
    [294,"เกษตรกรอำเภอรัตนบุรี รับเงินเยียวยาช่วยเหลือ โค - กระบือป่วยตายจากโรคระบาดลัมปีสกิน","<p><strong>นายคเณศวร&nbsp;เกษอินทร์&nbsp;นายอำเภอรัตนบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ได้มอบหมายให้&nbsp;น.ส.นฤมล&nbsp;เมธาศิริ&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;เป็นประธานกิจกรรม&nbsp;มอบเงินเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกผู้เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;จากองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวบาน&nbsp;ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ตำบลหนองบัวบาน&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดลัมปีสกิน&nbsp;14&nbsp;คน&nbsp;เพื่อบรรเทาความทุกข์เบื้องต้นแก่เกษตรกรผู้ได้รับความเดือดร้อน</p><p><strong>ปศุสัตว์อำเภอรัตนบุรี&nbsp;ได้ออกติดตามช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;</strong>ที่เลี้ยงปศุสัตว์โค-กระบือ&nbsp;เพื่อควบคุมป้องกันจากโรคระบาดสัตว์&nbsp;โดยเดินทางเข้าติดตามการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;การสร้างความรู้กับเกษตรกร&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ติดตามแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาช่วยเหลือเยียวยากรณีสัตว์ตายจากโรคลัมปีสกิน&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209213407420"],
    [295,"ผู้ว่าฯ ระยอง จี้ SPRC เร่งจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบน้ำมันรั่วกลางทะเล","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;9&nbsp;ก.พ.65&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับติดตามและคณะทำงานประสานการดำเนินการชดใช้ค่าเสียหาย&nbsp;ระหว่าง&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;กับผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีน้ำมันรั่วกลางทะเลระยอง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;ม.ค.ที่ผ่านมา&nbsp;ที่ห้องประชุมศูนย์ราชการจังหวัดระยอง&nbsp;ต.เนินพระ&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายยุทธพล&nbsp;องอาจอิทธิชัย&nbsp;รอง&nbsp;ผวจ.ระยอง&nbsp;พล.ต.ต.วรา&nbsp;เวชชาภินันท์&nbsp;ผบก.ภ.จว.ระยอง&nbsp;และมิสเตอร์&nbsp;โรเบิร์ต&nbsp;โจเซฟ&nbsp;โดบริค&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร&nbsp;บริษัทสตาร์&nbsp;ปิโตรเลียมฯ&nbsp;หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;และผู้แทนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้ำมันรั่ว&nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ</p><p><strong>นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สิ่งที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันทำในขณะนี้คือการเร่งจ่ายเงินเยียวยาก้อนแรกให้กับคนหาเช้ากินค่ำ&nbsp;ซึ่งขณะนี้คณะทำงาน&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ได้ประสานการดำเนินการชดใช้ค่าเสียหายไปยังบริษัทฯ&nbsp;และกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบแล้วเพื่อให้ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ฝ่ายตกลงเจรจาค่าเสียหายกันจนเป็นที่พอใจ&nbsp;ภายใต้ยึดหลักเกณฑ์คำตัดสินของศาลจังหวัดระยอง&nbsp;กรณีน้ำมันรั่วเมื่อปี&nbsp;2556</p><p><strong>ด้าน&nbsp;มิสเตอร์&nbsp;โรเบิร์ต&nbsp;โจเซฟ&nbsp;โดบริค&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร&nbsp;บริษัทสตาร์&nbsp;ปิโตรเลียมฯ&nbsp;</strong>หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;จะเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่ม&nbsp;โดยจ่ายเงินเยียวยาให้เร็วที่สุด&nbsp;รวมทั้งเร่งจัดทำแผนในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากการเปิดศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์&nbsp;</strong>มีผู้ได้รับผลกระทบยื่นเรื่องขอรับการเยียวยา&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;30&nbsp;ม.ค.&nbsp;&nbsp;9&nbsp;ก.พ.&nbsp;ที่ผ่านมาแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;6,268&nbsp;เรื่อง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209213837422"],
    [296,"จังหวัดระยองประชุมศูนย์ฯ ขจัดคราบน้ำมันจากเหตุน้ำมันรั่วกลางทะเล บริษัทเริ่มเดินแผนฟื้นฟูระยะเร่งด่วน ขณะที่ยอดผู้ร้องทุกข์พุ่งเกินหกพัน","<p><strong>วันที่&nbsp;9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;ต่ออาจหาญ&nbsp;ปลัดจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดระยอง&nbsp;(ส่วนหน้า)&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;ณ&nbsp;บ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;สถานการณ์ในวันนี้ไม่พบคราบน้ำมันขึ้นชายฝั่งและในทะเล&nbsp;รวมถึงกลิ่น&nbsp;อากาศ&nbsp;และยังคงจัดเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังในพื้นที่</p><p><strong>โดยวันนี้&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ได้รายงานการดำเนินงานที่ผ่านมา</strong>ทั้งการจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง&nbsp;การจัดเก็บทุ่นกักน้ำมันในทะเล&nbsp;การมอบถุงห่วงใยให้กับผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;การลงพื้นที่พบปะรับฟังรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผู้ได้รับผลกระทบกลุ่มต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;การจัดผู้เชียวชาญจากสิงคโปร์มาสำรวจพื้นที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;&nbsp;และเตรียมจัดกิจกรรม&nbsp;Big&nbsp;Cleaning@ลานหินขาว&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;ในวันที่&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;โดยจะมีพนักงานของบริษัท&nbsp;&nbsp;SPRC&nbsp;และครอบครัวพนักงานเข้าร่วม&nbsp;โดยตอนนี้อยู่ในระหว่างการเสนอเรื่องขออนุญาตไปยังสำนักงานอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;พร้อมทั้งเสนอร่างแผนฟื้นฟูทางด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งมติที่ประชุมอนุมัติร่างแผนระยะสั้น&nbsp;ให้ดำเนินการตามที่</strong>ขอเข้าดำเนินการในวันที่&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยทางบริษัทฯจะเชิญผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;จากมหาวิทยาลัยบูรพา&nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;เพื่อมาศึกษาผลกระทบและฟื้นฟูด้านสิ่งแวดล้อมและวางแผนการฟื้นฟูผลกระทบสิ่งแวดล้อมในระยะกลางและระยะยาว&nbsp;ขณะที่กรมควบคุมมลพิษก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการจัดการกากของเสียจากเหตุน้ำมันรั่วไหลที่โรงกลั่นของบริษัท&nbsp;SPRC</p><p><strong>ส่วนการรับเรื่องร้องเรียน&nbsp;อำเภอเมืองระยองได้ร่วมกับศูนย์ดำรงธรรม</strong>จังหวัดระยองตั้งจุดรับเรื่องร้องทุกข์จากชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำมันรั่วกลางทะเล&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จนถึงวันนี้&nbsp;พบว่ามีผู้เข้ามายื่นเรื่องร้องทุกข์ทั้งสิ้น&nbsp;6,453&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209220512426"],
    [297,"พังงา ประชุมคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดพังงา ครั้งที่ 1","<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;</strong>ประชุมคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดพังงา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;จากห้องประชุมเหมืองแร่&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพังงา&nbsp;ไปยังหน่วยงานต่างๆในแต่ละพื้นที่&nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเครือข่ายประมงพื้นบ้าน&nbsp;ตำบลโคกกลอย&nbsp;อำเภอตะกั่วทุ่ง&nbsp;</p><p><strong>จากประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เรื่อง&nbsp;กำหนดเงื่อนไข</strong>เกี่ยวกับรูปแบบของอวน&nbsp;ขนาดเรือ&nbsp;วิธีที่ใช้&nbsp;บริเวณพื้นที่และระยะเวลาในการทำการประมงด้วยเครื่องมืออวนรุนเคย&nbsp;ที่ใช้ประกอบเรือยนต์ทำการประมงต้องปฏิบัติ&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;ลงวันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.2562,&nbsp;ติดตามความก้าวหน้าการพิจารณาพื้นที่การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน&nbsp;ประเภทการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชัง&nbsp;ตามคำสั่งคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดพังงาที่&nbsp;1&nbsp;/2563&nbsp;ลงวันที่&nbsp;28&nbsp;กันยายน&nbsp;2563&nbsp;รายงานผลการสำรวจตรวจสอบพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชัง</p><p><strong>จากนั้นได้พิจารณารับรองผู้ที่ใช้เรือประมงที่มีขนาดต่ำกว่า&nbsp;10&nbsp;ตันกรอส&nbsp;</strong>ที่ใช้เครื่องมืออวนล้อมจับปลากะตักอยู่เดิม&nbsp;ในบริเวณพื้นที่เกาะยาว&nbsp;ก่อนประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เรื่องกำหนดให้การใช้เรือประมงทุกขนาดประกอบเครื่องมือทำการประมงบางประเกทเป็นประมงพาณิชย์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;ลงวันที่&nbsp;15&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2560&nbsp;มีผลใช้บังคับ&nbsp;และไม่สามารถขอรับใบอนุญาตได้ตามหลักเกณฑ์การจัดสรรอนุญาตทำการประมงพาณิชย์&nbsp;รอบปีการประมง&nbsp;2561&nbsp;&nbsp;2562&nbsp;</p><p><strong>โดยได้รับการรับรองจากคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดพังงา&nbsp;</strong>ว่า&nbsp;เป็นผู้ที่ใช้เรือประมงดังกล่าวใช้ทำการประมงอวนล้อมจับปลากะตักก่อนออกประกาศดังกล่าวจริง&nbsp;เพื่อใช้ประกอบการยื่นขอใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ในรอบปีการประมง&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;2566,&nbsp;และพิจารณาการกำหนดเขตอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำหน้าชุมชนบริเวณอ่าวทุ่งนางดำ&nbsp;ตำบลคุระ&nbsp;อำเภอคุระบุรี&nbsp;จังหวัดพังงา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209220833429"],
    [298,"ผู้ว่าฯ ยโสธร นำทุกภาคส่วนขับเคลื่อนโครงการคัด แยก (ขยะ) แลกบุญ  สุดเจ๋ง !!!   นำขยะรีไซเคิลมาจำหน่าย เม็ดเงินที่ได้นำไปบริจาคช่วยเหลือสังคม สะสมเป็นแต้มบุญในทุกเดือน  ต่อยอดสู่ จังหวัดสะอาด อย่างยั่งยืน","<p><strong>วันที่&nbsp;9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;11.30&nbsp;น.&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;</strong>นำทุกภาคส่วนร่วมกิจกรรมตามโครงการ&nbsp;\"คัด&nbsp;แยก&nbsp;(ขยะ)&nbsp;แลกบุญ\"&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุวัฒน์&nbsp;เข็มเพชร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัดยโสธร&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดยโสธร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองท้องถิ่น&nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดยโสธร&nbsp;เจ้าหน้าที่ส่วนราชการทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;คณะครู&nbsp;นักเรียน&nbsp;และสื่อมวลชน&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าหอประชุมวิถีอีสาน&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยกิจกรรมการตามโครงการ&nbsp;\"คัด&nbsp;แยก&nbsp;(ขยะ)&nbsp;แลกบุญ\"&nbsp;จัดขึ้นเป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;แล้ว</strong>&nbsp;หลังมีการ&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;จัดครั้งแรกพร้อมกันทั้งจังหวัด&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ทั้งนี้เพื่อร่วมกันทำความดีง่ายๆ&nbsp;ด้วยการคัดแยกขยะและนำรายได้จากการขายขยะรีไซเคิล&nbsp;มาร่วมกันบริจาคโดยมีข้าราชการเจ้าหน้าที่จากสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดยโสธรมาตั้งโต๊ะรับบริจาค&nbsp;เพื่อมอบให้องค์กรการกุศลนำไปช่วยเหลือสังคม&nbsp;ผู้ด้อยโอกาส&nbsp;หรือผู้ประสบภัยต่างๆและยังเป็นกิจกรรมที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันทำความดี&nbsp;เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสการจัดงานวันสถาปนาจังหวัดยโสธร&nbsp;ครบรอบ&nbsp;50&nbsp;ปีด้วย&nbsp;รวมทั้งเพื่อรักษามาตรฐานและต่อยอดขับเคลื่อนสู่&nbsp;จังหวัดสะอาด&nbsp;อย่างยั่งยืน</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมในวันนี้&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากส่วนราชกา</strong>ร&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และโรงเรียน&nbsp;รวม&nbsp;32&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ร่วมบริจาคขยะรีไซเคิล&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัทวงษ์พาณิชย์จังหวัดยโสธร&nbsp;มารับซื้อด้วยตนเองและมียอดรวมจำหน่ายขยะรีไซเคิล&nbsp;รวมเป็นเงินทั้งสิ้น&nbsp;5,291&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;และกำหนดจัดกิจกรรมนี้ประจำทุกเดือนทั้งในระดับจังหวัดและระดับอำเภอทั้ง&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยโสธร&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;</strong>ได้กล่าวเชิญชวนให้ส่วนราชการ&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และประชาชน&nbsp;มาร่วมกิจกรรมตามโครงการ&nbsp;\"คัด&nbsp;แยก&nbsp;(ขยะ)&nbsp;แลกบุญ\"&nbsp;ทุกวันที่&nbsp;5&nbsp;หรือวันที่&nbsp;7&nbsp;ของทุกเดือน&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหอประชุมวิถีอีสาน&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร&nbsp;ด้วยการนำขยะไม่ว่าจะเป็นกระดาษ&nbsp;ขวดพลาสติก&nbsp;กระป๋องสังกะสี&nbsp;มาเปลี่ยนเป็นเงินเพื่อนำไปช่วยเหลือสังคมต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-09-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209232337445"],
    [299,"เกษตรเมืองยะลา เยี่ยมเยียนกลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตรกลุ่มทำนาบ้านดูซง  ตำบลพร่อน","<p><strong>นางวีระ&nbsp;สมศิริ&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองยะลา</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางดรุณี&nbsp;ดอเลาะ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;นายมูฮำมัดรุสดี&nbsp;หะยีลาเป๊ะ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;และนายจารนัย&nbsp;ทองเหม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เยี่ยมเยียนกลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตรกลุ่มทำนาบ้านดุซง&nbsp;ซึ่งได้มีกิจกรรมปลูกแตงกวาเพื่อจำหน่ายในเนื้อที่&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;และจากการติดตามในแปลงปลูกของเกษตรกรพบว่ามีหนอนเข้าทำลายกัดกินใบและเจาะลำต้นแตงกวา&nbsp;ซึ่งอยู่ในระยะเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;เบื้องต้นได้มอบสารสะเดาให้เกษตรกรนำไปใช้ฉีดพ่นในแปลง&nbsp;อาทิตย์ละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;เพื่อควบคุมการทำลายของหนอน&nbsp;และส่งเสริมเกษตรกรหันมาใช้สารไล่แมลงจากสมุนไพร&nbsp;และลดต้นทุนการผลิต&nbsp;จำนวนสมาชิก&nbsp;10&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210113446559"],
    [300,"เกษตรยะลา จัดอบรมกิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไม้ดอกเมืองหนาวเเละไม้ประดับเพื่อการค้า","<p><strong>นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;เปิดการฝึกอบรมโครงการพัฒนาเเละขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดยะลา&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพกาผลิตไม้ดอกเมืองหนาวเเละไม้ประดับเพื่อการค้า&nbsp;ณ&nbsp;สวนหมื่นบุปผา&nbsp;โครงการไม้ดอกเมืองหนาว&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ตำบลตาเนาะเเมเราะ&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมการฝึกอบรม&nbsp;จำนวน&nbsp;80&nbsp;ราย</p><p><strong>ซึ่งในการฝึกอบรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่</strong>อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกร&nbsp;มุ่งเน้นให้เกษตรกรเกิดทักษะด้านการผลิตและขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ&nbsp;เเละเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไม้ดอกไม้ประดับเพื่อการค้า</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210092715462"],
    [301,"ผู้ว่าฯ ยโสธร นำทุกภาคส่วนขับเคลื่อนโครงการคัด แยก (ขยะ) แลกบุญ   สุดเจ๋ง !!!   นำขยะรีไซเคิลมาจำหน่าย  เม็ดเงินที่ได้นำไปบริจาคช่วยเหลือสังคม สะสมเป็นแต้มบุญในทุกเดือน  ต่อยอดสู่ จังหวัดสะอาด อย่างยั่งยืน","<p><strong>วันที่&nbsp;9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;11.30&nbsp;น.&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;นำทุกภาคส่วนร่วมกิจกรรมตามโครงการ&nbsp;\"คัด&nbsp;แยก&nbsp;(ขยะ)&nbsp;แลกบุญ\"&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุวัฒน์&nbsp;เข็มเพชร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัดยโสธร&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดยโสธร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองท้องถิ่น&nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดยโสธร&nbsp;เจ้าหน้าที่ส่วนราชการทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;คณะครู&nbsp;นักเรียน&nbsp;และสื่อมวลชน&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าหอประชุมวิถีอีสาน&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร</p><p><strong>โดยกิจกรรมการตามโครงการ</strong>&nbsp;\"คัด&nbsp;แยก&nbsp;(ขยะ)&nbsp;แลกบุญ\"&nbsp;จัดขึ้นเป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;แล้ว&nbsp;หลังมีการ&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;จัดครั้งแรกพร้อมกันทั้งจังหวัด&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ทั้งนี้เพื่อร่วมกันทำความดีง่ายๆ&nbsp;ด้วยการคัดแยกขยะและนำรายได้จากการขายขยะรีไซเคิล&nbsp;มาร่วมกันบริจาคโดยมีข้าราชการเจ้าหน้าที่จากสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดยโสธรมาตั้งโต๊ะรับบริจาค&nbsp;เพื่อมอบให้องค์กรการกุศลนำไปช่วยเหลือสังคม&nbsp;ผู้ด้อยโอกาส&nbsp;หรือผู้ประสบภัยต่างๆและยังเป็นกิจกรรมที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันทำความดี&nbsp;เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสการจัดงานวันสถาปนาจังหวัดยโสธร&nbsp;ครบรอบ&nbsp;50&nbsp;ปีด้วย&nbsp;รวมทั้งเพื่อรักษามาตรฐานและต่อยอดขับเคลื่อนสู่&nbsp;จังหวัดสะอาด&nbsp;อย่างยั่งยืน</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมในวันนี้</strong>&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากส่วนราชการ&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และโรงเรียน&nbsp;รวม&nbsp;32&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ร่วมบริจาคขยะรีไซเคิล&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัทวงษ์พาณิชย์จังหวัดยโสธร&nbsp;มารับซื้อด้วยตนเองและมียอดรวมจำหน่ายขยะรีไซเคิล&nbsp;รวมเป็นเงินทั้งสิ้น&nbsp;5,291&nbsp;บาท&nbsp;และกำหนดจัดกิจกรรมนี้ประจำทุกเดือนทั้งในระดับจังหวัดและระดับอำเภอทั้ง&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยโสธร</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;ได้กล่าวเชิญชวนให้ส่วนราชการ&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และประชาชน&nbsp;มาร่วมกิจกรรมตามโครงการ&nbsp;\"คัด&nbsp;แยก&nbsp;(ขยะ)&nbsp;แลกบุญ\"&nbsp;ทุกวันที่&nbsp;5&nbsp;หรือวันที่&nbsp;7&nbsp;ของทุกเดือน&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหอประชุมวิถีอีสาน&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร&nbsp;ด้วยการนำขยะไม่ว่าจะเป็นกระดาษ&nbsp;ขวดพลาสติก&nbsp;กระป๋องสังกะสี&nbsp;มาเปลี่ยนเป็นเงินเพื่อนำไปช่วยเหลือสังคมต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210103733504"],
    [302,"กอนช. ขอให้ระวังอากาศแปรปรวนจะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่งบริเวณตอนบนของประเทศ พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงช่วง 14 18 ก.พ.","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ระวังอากาศแปรปรวนจะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และลูกเห็บตกบางแห่งบริเวณตอนบนของประเทศ&nbsp;พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงช่วงวันที่&nbsp;14&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(10&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่โดยต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศแปรปรวนจะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.พังงา&nbsp;59&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;47&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และระยอง&nbsp;128&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;32,830&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;55&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;26,437&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;57&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามมาตรการรองรับสถานการณ์ช่วงหน้าแล้งปีนี้และเตรียมพร้อมการป้องกันปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็มในลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันพื้นที่ภาคกลางปรับปฏิทินการเพาะปลูกในพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำและ&nbsp;10&nbsp;ทุ่งลุ่มต่ำเจ้าพระยาตอนล่าง&nbsp;โดยเน้นสร้างการรับรู้ถึงสถานการณ์น้ำและแผนบริหารจัดการน้ำให้เกษตรกรและกลุ่มผู้ใช้น้ำได้รับทราบต่อเนื่อง</p><p>ส่วนสถานการณ์ค่าความเค็มในแม่น้ำแม่กลอง&nbsp;แม่น้ำท่าจีน&nbsp;และแม่น้ำเจ้าพระยาภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;แต่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงช่วงวันที่&nbsp;14&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ซึ่ง</p><p>กรมชลประทานได้วางแผนบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;ทั้งแม่น้ำท่าจีน&nbsp;แม่น้ำแม่กลอง&nbsp;และแม่น้ำเจ้าพระยาควบคู่กัน&nbsp;เพื่อควบคุมคุณภาพให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;พร้อมดำเนินการตามมาตรกรควบคุมค่าความเค็มด้วยการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนพระรามหกให้สอดคล้องกับจังหวะการขึ้นลงของน้ำทะเล&nbsp;การผันน้ำจากแม่น้ำแม่กลองผ่านคลองจระเข้สามพันและคลองท่าสาร-บางปลา&nbsp;มายังแม่น้ำท่าจีน&nbsp;ก่อนจะผันเข้าคลองพระยาบันลือ&nbsp;และใช้สถานีสูบน้ำสิงหนาท&nbsp;2&nbsp;สูบน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยา</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210094528476"],
    [303,"แจ้งเตือนสภาพอากาศแปรปรวน ขอให้ประชาชนรับมือพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก 11-13 กุมภาพันธ์นี้","<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย&nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนเพื่อเตรียมรับมือกับอากาศแปรปรวนตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จากคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกที่เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้พัดเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ส่งผลให้ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;มีพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง</strong>และลมกระโชกแรง&nbsp;รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจจะเกิดขึ้นได้&nbsp;โดยหลีกเลี่ยงอยู่นี่โล่งแจ้ง&nbsp;ใต้ต้นไม้ใหญ่&nbsp;และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง&nbsp;เกษตรกรเตรียมการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;ในส่วนพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังคงมีอากาศเย็นและมีหมอกในตอนเช้า&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&nbsp;40</strong>&nbsp;ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุงและสงขลา</p><p><br></p><p><br></p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210105821522"],
    [304,"เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมชี้แจงสิทธิ์การครอบครองที่ดินสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมอย่างถูกกฎหมาย","<p><strong>นายวิณะโรจน์&nbsp;ทรัพย์ส่งสุข&nbsp;เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม&nbsp;หรือ&nbsp;ส.ป.ก.</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ที่ดินของ&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;คือที่ดินของรัฐ&nbsp;ที่นำมาปฏิรูปที่ดินโดยผู้ที่มีสิทธิ์ที่จะได้รับที่ดิน&nbsp;ของส.ป.ก.&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;จะต้องเป็นผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นหลัก&nbsp;ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง&nbsp;หรือผู้ที่ประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นหลักมาขอรับที่ดินจากส.ป.ก.&nbsp;ต้องมีรายน้อยได้ไม่เกิน&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;ต่อปี&nbsp;และกลุ่มสถาบันเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ดินของส.ป.ก.ไม่สามารถซื้อขายได้&nbsp;เว้นแต่เป็นการตกทอดทางมรดกแก่ทายาทโดยธรรม&nbsp;</strong>อย่างไรก็ตามเมื่อพบผู้กระทำผิดทาง&nbsp;ส.ป.ก.จะมีหนังสือแจ้งให้มาสอบสวนว่าได้นำที่ดินไปขายจริงหรือไม่&nbsp;หากพบว่ามีการขายหรือโอนที่ดินทาง&nbsp;ส.ป.ก.จะดำเนินการสั่งสิ้นสิทธิ์และยึดที่ดินเพื่อจัดสรรค์ให้กับผู้อื่นต่อไป&nbsp;และถ้าหากพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงสภาพที่ดินจะดำเนินการเรียกค่าเสียหาย&nbsp;ถ้าไม่ปฏิบัติตามทางส.ป.ก.จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป</p><p><strong>สำหรับผู้ที่มีความประสงค์ที่จะมีที่ดินทำกินประกอบอาชีพเกษตรกร&nbsp;</strong>สามารถเข้าไปขึ้นทะเบียนที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด&nbsp;หรือ&nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ถ.ราชดำเนิน</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210105925526"],
    [305,"ภาพรวมผลกระทบน้ำมันดิบรั่วในทะเลระยองยังพบคราบฟิล์มน้ำมันใต้ทรายจากการพลิกและขูดหน้าทรายทำความสะอาด พร้อมส่งผลวิเคราะห์อย่างละเอียด ส่วนน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน","<p><strong>ภาพรวมผลกระทบน้ำมันดิบรั่วในทะเลระยองยังพบคราบฟิล์มน้ำมันใต้ทรายจากการพลิกและขูดหน้าทรายทำความสะอาด&nbsp;พร้อมส่งผลวิเคราะห์อย่างละเอียด&nbsp;ส่วนน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&nbsp;ยังคงติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลและการปนเปื้อนของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนจากคราบน้ำมันดิบรั่วในทะเลมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ต่อเนื่อง&nbsp;หลังได้รับแจ้งพบคราบน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึง&nbsp;(จุดพักสายตรวจ)&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;โดยยังพบมีคราบฟิล์มน้ำมันที่ไหลออกมาจากการพลิกและขูดหน้าทรายเพื่อทำความสะอาดคราบน้ำมันในทราย&nbsp;ซึ่ง&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จํากัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ได้เก็บตัวอย่างดินเพื่อวิเคราะห์หาการปนเปื้อนของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน&nbsp;ส่วนน้ำทะเลสภาพเป็นปกติ&nbsp;และตรวจวัดคุณภาพน้ำทั่วไปพบอยู่ในเกณฑ์ปกติเช่นกันตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อการนันทนาการ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้สำรวจเพิ่มเติมบริเวณหาดแม่รำพึง&nbsp;(คลองหัวรถ)&nbsp;เบื้องต้นพบชายหาดไม่มีคราบน้ำมันและสภาพน้ำทะเลเป็นปกติอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อการนันทนาการเช่นกัน&nbsp;ส่วนผลการวิเคราะห์ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวมในน้ำทะเลจะนำไปวิเคราะห์อย่างละเอียดต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่การติดตามสถานการณ์บริเวณหน้าอ่าวระยองผลกระทบจากน้ำมันรั่วของ&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันออก&nbsp;ผลการสำรวจชายหาดเป็นระยะทาง&nbsp;100&nbsp;เมตร&nbsp;พบก้อนน้ำมันดินขนาดเล็ก&nbsp;10&nbsp;ก้อน&nbsp;ตะกอนละเอียดสีดำขึ้นเกยบริเวณหาดกินรี&nbsp;จ.ชลบุรี&nbsp;และก้อนน้ำมันดินขนาดเล็กจำนวนมากบริเวณหาดนภาธาราภิรมย์&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;โดยจะนำส่งวิเคราะห์เพื่อหาที่มาต่อไป&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;สำรวจบริเวณชายหาดหลังวิหารหลวงพ่อดำ&nbsp;ต.แสมสาร&nbsp;อ.สัตหีบ&nbsp;จ.ชลบุรี&nbsp;หลังได้รับแจ้งมีคราบน้ำมันสีดำขึ้นเกยในวันที่&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;พบเป็นตะกอนสีดำละเอียดจำนวนมากขึ้นเกยหาดในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;แต่ไม่มีกลิ่นน้ำมัน</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210100508483"],
    [306,"เช้านี้ค่าฝุ่นPM2.5ใน กทม.และปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ยกเว้นภาคเหนือบริเวณต.อุทัยใหม่ อ.เมือง จ.อุทัยธานีค่าฝุ่นเกินในระดับสีส้ม","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ยกเว้นภาคเหนือบริเวณ&nbsp;ต.อุทัยใหม่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.อุทัยธานี&nbsp;ค่าฝุ่นเกินในระดับสีส้ม&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;</p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(10&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีลมพัด&nbsp;และหลายพื้นที่มีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยพบบริเวณ&nbsp;ต.อุทัยใหม่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.อุทัยธานี&nbsp;เกินมาตรฐานในระดับสีส้มอยู่ที่&nbsp;52&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;12&nbsp;กุมภาพันธ์?พื้นที่ภาคเหนือจะมีแนวโน้มฝุ่นละอองสูงขึ้น&nbsp;แต่ภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;</span><a&nbsp;href=\"http://bangkokairquality.com/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">bangkokairquality.com</a></p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210101603491"],
    [307,"อบต.แม่นาเรือ อำเภอเมืองพะเยา ร่วมกับผู้นำชุมชนและจิตอาสา กำจัดผักตบวา ปรับปรุงฟื้นฟูแหล่งน้ำของตำบล เพื่อให้เกษตรกรได้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ","<p><strong>นางสาวทัศนันท์&nbsp;ใจบุญ</strong>&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำแม่นาเรือ&nbsp;อำเภอเมืองพะเยา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;กำนันตำบลแม่นาเรือ&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่นาเรือ&nbsp;และจิตอาสากว่า&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;ได้ร่วมกันพัฒนาปรับปรุงฟื้นฟูแหล่งน้ำของตำบลแม่นาเรือ&nbsp;โดยการกำจัดผักตบชวาที่อยู่ในลำเหมืองระยะทางรวม&nbsp;1,900&nbsp;เมตร&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ&nbsp;ส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ</p><p><strong>นายกองค์การบริหารส่วนตำแม่นาเรือ</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตำบลแม่นาเรือ&nbsp;พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าและเป็นแหล่งต้นน้ำ&nbsp;ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;มีความจำเป็นต้องอาศัยน้ำในการดำเนินกิจกรรมทางการเกษตร&nbsp;ปัจจุบันพบว่าในช่วงหน้าแล้ง&nbsp;จะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค&nbsp;และน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;ไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน&nbsp;น้ำในลำห้วยจะแห้ง&nbsp;ไม่สามารถทำเกษตรได้&nbsp;เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ทางองค์การบริหารส่วนตำบลแม่นาเรือ&nbsp;และผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ตำบลแม่นาเรือ&nbsp;จึงมีแนวคิดที่จะปรับปรุงฟื้นฟูแหล่งน้ำ&nbsp;บริเวณลำห้วยต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่ของตำบลแม่นาเรือ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวและสามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำที่มีในธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;เกษตรกรจะได้มีน้ำใช้ในการเกษตรอย่างเพียงพอ&nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการกำจัดวัชพืชในลำเหมือง&nbsp;ลำห้วย&nbsp;เช่น&nbsp;ผักตบชวา&nbsp;จอบ&nbsp;แหน&nbsp;พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำอีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคเหนือ","พะเยา","สวท.พะเยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210103635502"],
    [308,"ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรีตรวจติดตามโรงฆ่าสัตว์ พื้นที่อำเภอเมืองเพชรบุรี  พร้อมให้คำแนะนำขั้นตอนการขออนุญาตฆ่าสัตว์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย","<p><strong>นายสัตวแพทย์กรรัตน์&nbsp;คุ้มกระ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;กลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&nbsp;และปศุสัตว์อำเภอเมืองเพชรบุรี&nbsp;ร่วมกันดำเนินการตรวจติดตามการประกอบกิจการโรงฆ่าสัตว์ตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์&nbsp;พ.ศ.2559&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองเพชรบุรี&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรงฆ่าไก่สมชาย&nbsp;โรงฆ่าไก่เกรียงไกร&nbsp;โรงฆ่าไก่เจ๊ทรัพย์ไก่สด&nbsp;โรงฆ่าโคเสี่ยน&nbsp;โรงฆ่าโควันทนีย์&nbsp;และโรงฆ่าโคสิริพร&nbsp;โดยได้ให้คำแนะนำขั้นตอนการขออนุญาตฆ่าสัตว์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;หลักเกณฑ์และแนวการเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์เข้าในโรงฆ่าสัตว์&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ประกอบการมีความเข้าใจและพร้อมที่จะดำเนินการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์</strong>&nbsp;เพื่อให้ผู้บริโภคได้บริโภคเนื้อสัตว์ที่ปลอดภัย&nbsp;ถูกสุขอนามัยต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210105943527"],
    [309,"กรมอุทยานฯ คุมเข้มจัดระเบียบและบริหารจัดการการท่องเที่ยวถ้ำนาคา โดยให้นักท่องเที่ยวและไกด์อาสาท้องถิ่นแสดงบัตรประชาชนทุกครั้ง และต้องจองคิวผ่านแอปพลิเคชั่น QueQ เท่านั้น","<p><strong>กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;คุมเข้มจัดระเบียบและบริหารจัดการการท่องเที่ยวถ้ำนาคา&nbsp;โดยให้นักท่องเที่ยวและไกด์อาสาท้องถิ่นแสดงบัตรประจำตัวประชาชนทุกครั้ง&nbsp;และต้องจองคิวผ่านแอปพลิเคชั่น&nbsp;QueQ&nbsp;เท่านั้น</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธัญญา&nbsp;เนติธรรมกุล&nbsp;อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;กล่าวถึงกรณีปัญหานักท่องเที่ยวที่ไปชมถ้ำนาคา&nbsp;ภายในเขตอุทยานแห่งชาติภูลังกา&nbsp;อ.บึงโขงหลง&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;และตกค้างอยู่บนเขาจำนวนมาก&nbsp;ว่า&nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;10&nbsp;(อุดรธานี)&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ได้ประชุมถอดบทเรียนดังกล่าวแล้วเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว&nbsp;เบื้องต้นได้สรุปแนวทางมาตรการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวถ้ำนาคา&nbsp;โดยให้นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวถ้ำนาคา&nbsp;อุทยานแห่งชาติภูลังกา&nbsp;ต้องจองคิวผ่านแอปพลิเคชั่น&nbsp;QueQ&nbsp;เท่านั้น&nbsp;แล้วจะตรวจบัตรประจำตัวประชาชนนักท่องเที่ยวทุกคนให้ตรงกับรายชื่อที่จองผ่านแอปพลิเคชั่น&nbsp;QueQ&nbsp;เพื่อควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวไม่ให้เกิน&nbsp;500&nbsp;คนต่อวัน&nbsp;ตามขีดความสามารถรองรับได้ด้านนันทนาการ&nbsp;พร้อมให้อุทยานแห่งชาติภูลังกาศึกษาความเป็นไปได้พิจารณาความเหมาะสมการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้มากกว่า&nbsp;500&nbsp;คนจะเป็นไปได้หรือไม่อย่างไร&nbsp;สำหรับกรณีไกด์อาสาท้องถิ่นและร้านค้าให้ดำเนินการตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ว่าด้วยการอนุญาตให้กระทำการในอุทยานแห่งชาติ&nbsp;วนอุทยาน&nbsp;สวนพฤกษศาสตร์&nbsp;และสวนรุกขชาติ&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;22&nbsp;วรรคสอง&nbsp;,&nbsp;มาตรา&nbsp;27&nbsp;วรรคสาม&nbsp;และมาตรา&nbsp;34&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ด้วยการให้ยื่นคำขอและเอกสารหลักฐานภายในวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;เพื่อรวบรวมส่งกรมอุทยานฯพิจารณาคำขอใบอนุญาตต่อไป&nbsp;ควบคู่กับปรับปรุงเส้นทางเดินขึ้นถ้ำนาคาให้ได้มาตรฐาน&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล&nbsp;(Universal&nbsp;Prevention&nbsp;For&nbsp;COVIC-19)&nbsp;และมาตรการ&nbsp;D-M-H-T-T-A&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;นักท่องเที่ยวและไกด์อาสาท้องถิ่นต้องแสดงหลักฐานการได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;หรือใบรับรองแสดงประวัติเคยติดเชื้อมาก่อนอยู่ในช่วง&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;หรือผลการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;เป็นลบ&nbsp;ภายในระยะเวลาไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;หรือผลการตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;เป็นลบ&nbsp;ภายในระยะเวลาไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;ก่อนเข้ามาท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ&nbsp;ซึ่งนักท่องเที่ยวต้องนำชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;มาเอง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายวันชัย&nbsp;จริยาเศรษฐโชค&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;10&nbsp;(อุดรธานี)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;อุทยานแห่งชาติภูลังกา&nbsp;ได้เตรียมความพร้อมรองรับการท่องเที่ยวในวันมาฆะบูชาตรงกับวันที่&nbsp;16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;โดยได้ระดมกำลังพลจากหน่วยงานใกล้เคียง&nbsp;คือ&nbsp;อุทยานแห่งชาติภูพาน&nbsp;อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ&nbsp;สถานีควบคุมไฟป่า&nbsp;เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง&nbsp;และโครงการพระราชดำริในท้องที่จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;50&nbsp;นาย&nbsp;มาทำความสะอาดและปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณแหล่งท่องเที่ยวถ้ำนาคา&nbsp;พร้อมปรับปรุงห้องน้ำชั่วคราวรองรับนักท่องเที่ยว&nbsp;กำชับการดูแลความปลอดภัย&nbsp;อำนวยความสะดวก&nbsp;และสร้างความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวในการเข้ามาเที่ยวชมถ้ำนาคาอย่างใกล้ชิด&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;เร่งสำรวจเส้นทางเบี่ยงเพื่อไม่ให้เกิดการแออัดการขึ้นชมถ้ำนาคาและเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210105634519"],
    [310,"ปศุสัตว์เพชรบุรีอบรมแปรรูปผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ประจำปีงบประมาณ 2565","<p><strong>ที่ที่ทำการแปลงใหญ่พุสวรรค์โคเนื้อเพชรบุรี&nbsp;ตำบลพุสวรรค์&nbsp;อำเภอแก่งกระจาน&nbsp;</strong>นายกรรัตน์&nbsp;คุ้มกระ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;จัดอบรมแปรรูปผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ระหว่าง&nbsp;วันที่&nbsp;8-9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เกษตรกรจำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;เข้าร่วมอบรม&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี</strong>โดยกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอแก่งกระจาน&nbsp;ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ปทุมธานี&nbsp;กรมปศุสัตว์จัดการฝึกอบรมโครงการส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;หลักสูตร&nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;แก่เกษตรกร&nbsp;เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการแปรรูปผลิตภัณฑ์เนื้อโค&nbsp;และปฏิบัติการทำเนื้อแดดเดียว,&nbsp;เนื้อสวรรค์,&nbsp;บาร์บีคิวเนื้อ,&nbsp;แฮมเบอร์เกอร์และสเต๊กเนื้อ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้รับความสนใจจากผู้เข้ารับการอบรมเป็นอย่างมาก&nbsp;สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับวัตถุดิบในท้องถิ่นและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่มต่อไป</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210110958538"],
    [311,"สส. เสนอแนวทางขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกจากทุกภาคส่วนผ่านเวที COP 26 สู่วิถีชาวบ้าน หวังสร้างการส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม","<p><strong>กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สส.)&nbsp;เสนอแนวทางขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกจากทุกภาคส่วนผ่านเวที&nbsp;COP&nbsp;26&nbsp;สู่วิถีชาวบ้าน&nbsp;หวังสร้างการส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม<strong>&nbsp;</strong>กล่าวบนเวทีออนไลน์&nbsp;COP&nbsp;26&nbsp;สู่วิถีชาวบ้าน&nbsp;จัดโดย&nbsp;กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สส.)&nbsp;เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;สมัยที่&nbsp;26&nbsp;หรือ&nbsp;COP&nbsp;26&nbsp;โดยเฉพาะเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก&nbsp;แล้วยังเป็นเวทีนำเสนอแนวทางขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมว่า&nbsp;การมีส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;การสร้างความรู้ความเข้าใจ&nbsp;การสร้างศักยภาพในระดับพื้นที่&nbsp;การจัดการป่าไม้และพื้นที่สีเขียว&nbsp;การมีส่วนร่วมและการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;แนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากระดับนโยบายสู่การปฏิบัติของประชาชน&nbsp;เพื่อการขับเคลื่อนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกจากการปรับพฤติกรรมของคนไทย&nbsp;ถือเป็นแนวทางสำคัญที่สามารถนำมาปฏิบัติได้จริง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การบรรลุเป้าหมายตามเจตนารมณ์ที่นายกรัฐมนตรีประกาศไว้ในการประชุม&nbsp;COP&nbsp;26&nbsp;จะต้องขับเคลื่อนปัจจัยความสำเร็จ&nbsp;4&nbsp;ข้อ&nbsp;คือ&nbsp;นโยบายภาครัฐและกฎหมาย&nbsp;มุ่งสู่เป้าหมายยุทศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ในเรื่องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวร้อยละ&nbsp;25&nbsp;นำไปสู่เป้าหมายยุทธศาสตร์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;(GHG)&nbsp;//&nbsp;ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&nbsp;มีความสำคัญในการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน&nbsp;//&nbsp;เงินทุน&nbsp;(Funding)&nbsp;การกู้ยืมหรือสินเชื่อเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อสร้างแรงจูงใจในการมีส่วนร่วมป้องกันและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;การสนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือก&nbsp;ศึกษาการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายรัชฎา&nbsp;สุริยกุล&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประชุม&nbsp;COP&nbsp;26&nbsp;ที่ผ่านมางานวิจัยของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สส.)&nbsp;ต่อการตั้งรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;และการลดก๊าซเรือนกระจกที่นำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่&nbsp;บทบาทของอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;ทสม.&nbsp;ช่วยขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;แล้วการสนับสนุนชุมชนตั้งรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;และบทบาทขององค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากธรรมชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;NGO&nbsp;ต่อการขับเคลื่อนความร่วมมือภาคีเครือข่ายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจนเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและต่อยอดแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่ต่อไปด้วย</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210124249591"],
    [312,"สิงห์บุรีจัดกิจกรรมคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ครั้งที่ 2","<p><strong>หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;ได้ออกหน่วยให้บริการประชาชนตามโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อน&nbsp;ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ของปีงบประมาณ&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><strong>นายสัมฤทธิ์&nbsp;กองเงิน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดกิจกรรมคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ณ&nbsp;วัดราษฎร์ศรัทธาทำ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลชี้น้ำร้าย&nbsp;อำเภออินทร์บุรี&nbsp;จังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;ตามที่สำนักเกษตรจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;ได้ร่วมกันจัดขึ้น&nbsp;ตามโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์&nbsp;ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ที่ต้องการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกไปให้บริการแก่เกษตรกร&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาด้านการผลิตสินค้าทางการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;สอดคล้องกับพื้นที่และความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือทั้งหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานที่ทำหน้าที่ส่งเสริม&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา&nbsp;เพื่อเป็นการฟื้นฟูให้เกษตรกรสามารถทำการผลิตสินค้าทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;ภายใต้การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ซึ่งก็มีเกษตรกรเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนกว่า&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>ภายในงานมีการน้ำกล้าไม้ยืนต้น&nbsp;เช่น&nbsp;มะม่วง&nbsp;มอลเบอร์รี่&nbsp;</strong>กล้าไม้พืชผักสวนครัว&nbsp;สารปรุงดิน&nbsp;สารอีเอ็ม&nbsp;เมล็ดพันธุ์ต่างๆ&nbsp;ไปแจกให้กับเกษตรกรที่มาร่วมกิจกรรม&nbsp;มีคลินิกให้คำปรึกษาทางการเกษตร&nbsp;ประมงและปศุสัตว์&nbsp;มีการจำหน่ายผลผลิตทางเกษตรจากเกษตรกรในพื้นที่ในราคาถูก&nbsp;นอกจากนี้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;ก็ยังนำทีมเจ้าหน้าที่ไปให้บริการทำหมันสุนัขและแมว&nbsp;ตามโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัย&nbsp;จากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธานศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>วีรยุทธ&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;/&nbsp;ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สิงห์บุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210132639611"],
    [313,"รองผู้ว่าฯ สงขลา หารือคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) เร่งแก้ไขปัญหา เพื่อลดผลกระทบแก่เกษตรกรและผู้บริโภค","<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;</strong>ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสงขลา&nbsp;นายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสัตวแพทย์กิติกรณ์&nbsp;เจนไพบูลย์&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา&nbsp;นางสาวฉัตร์สุดา&nbsp;ชุมแสง&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสงขลา&nbsp;นางสาวสุธิดา&nbsp;พฤกษ์อุดม&nbsp;ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา&nbsp;นายณัฐชัย&nbsp;วรสุทธิ์&nbsp;หัวหน้าด่านกักกันสัตว์สงขลา&nbsp;ผู้แทนนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&nbsp;และปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้</p><p><strong>สำหรับโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;</strong>คือ&nbsp;สุกรหรือหมูป่าที่เลี้ยงในระบบฟาร์มมากกว่า&nbsp;50&nbsp;ตัว&nbsp;มีอัตราการตายแบบเฉียบพลันมากกว่าร้อยละ&nbsp;3&nbsp;ใน&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;หรือ&nbsp;ฟาร์มรายย่อยที่มีจำนวนสุกรหรือหมูป่าน้อยกว่า&nbsp;50&nbsp;ตัว&nbsp;มีอัตราการตายแบบเฉียบพลัน&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;ขึ้นไปใน&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;หรือปรากฏอาการไข้สูง&nbsp;ไอ&nbsp;แท้ง&nbsp;ขาหลังไม่มีแรง&nbsp;หรือนอนสุมกันร่วมกับท้องเสียเป็นเลือด&nbsp;ผิวหนังแดง&nbsp;มีจุดเลือดออกและมีรอยช้ำ&nbsp;โดยเฉพาะใบหู&nbsp;ท้อง&nbsp;หรือขาหลัง</p><p><strong>ด้านมาตรการเฝ้าระวัง&nbsp;</strong>ป้องกัน&nbsp;และควบคุมโรคอหิวาต์ในแอฟริกาในสุกร&nbsp;ได้แก่&nbsp;ไม่ใช้เศษอาหารเลี้ยงสุกร,&nbsp;งดเข้าฟาร์มสุกรรายอื่น&nbsp;และควบคุมการเข้า-ออกฟาร์ม&nbsp;หรือสถานที่เลี้ยงสุกร,&nbsp;ไม่นำผลิตภัณฑ์จากเนื้อสุกรเข้าไปในบริเวณเล้าหรือโรงเรือน,&nbsp;ใช้การผสมเทียมแทนการผสมจริงจากสุกรพ่อพันธุ์,&nbsp;จัดทำคอกกักสุกรที่หน้าฟาร์มก่อนนำสุกรเข้าฟาร์มและเป็นจุดจำหน่ายสุกร,&nbsp;พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณเล้าหรือโรงเรือนเป็นประจำและสม่ำเสมอ&nbsp;ชะลอหรืองดการนำสุกรจากจังหวัดอื่นเข้ามาในฟาร์ม&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากพบสุกรตายผิดปกติ&nbsp;</strong>ให้ดำเนินการแจ้งเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ในท้องที่&nbsp;ภายใน&nbsp;12&nbsp;ชม.,&nbsp;ไม่ชำแหละซาก&nbsp;และไม่นำซากไปบริโภค&nbsp;ให้รอเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจจนกว่าจะทราบผลตรวจ,&nbsp;ป้องกันไม่ให้โรคแพร่กระจาย&nbsp;โดยการทำความสะอาดร่างกายหลังสัมผัสซากสุกร,&nbsp;เจ้าของหรือผู้เลี้ยง&nbsp;ทำการกักตัวเอง&nbsp;ไม่ไปฟาร์มอื่นเป็นเวลา&nbsp;5-7&nbsp;วัน&nbsp;และทำความสะอาดเสื้อผ้า&nbsp;เครื่องแต่งกายที่สัมผัสกับสุกรป่วย&nbsp;ซึ่งต้องแยกซักและแช่น้ำยาฆ่าเชื้อ</p><p><strong>นอกจากนี้</strong>&nbsp;ที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา&nbsp;จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์&nbsp;การเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์&nbsp;รวมทั้งข้อมูลความเสี่ยงและการแจ้งเหตุ&nbsp;เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนตลอดจนผู้เลี้ยงสุกรในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันโรคฯ&nbsp;ในสุกรอย่างเคร่งครัดและถูกต้อง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210135013623"],
    [314,"จิตอาสา มทบ.32 บริหารจัดการเชื้อเพลิงในค่ายสุรศักดิ์มนตรี ร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันของจังหวัดลำปาง","<p><strong>พลตรีอโณทัย&nbsp;ชัยมงคล</strong>&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;วิทยากรจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;และจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;ร่วมกับชุดปฏิบัติการรณรงค์&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน&nbsp;พัฒนาค่าย&nbsp;ทำความสะอาด&nbsp;เก็บกวาดใบไม้&nbsp;และบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;โดยนำเศษใบไม้กิ่งไม้&nbsp;มาบดอัดเป็นก้อนแท่ง&nbsp;เตรียมการจำหน่ายให้กับโรงงานพลังงานทดแทน&nbsp;พร้อมปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันของจังหวัดลำปาง&nbsp;ณ&nbsp;ค่ายสุรศักดิ์มนตรี&nbsp;ตำบลพิชัย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง</p><p><strong>ขณะเดียวกัน</strong>&nbsp;หน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;ได้ดำเนินการเชิงรุก&nbsp;สร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;เดินหน้า&nbsp;ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา&nbsp;และยุทธการป้องกันไฟป่า\"&nbsp;มุ่งสู่เป้าหมาย&nbsp;\"คนลำปางสุขภาพดี&nbsp;เมื่อไม่มีหมอกควัน\"</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210140507630"],
    [315,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูล ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน กรมปศุสัตว์","<p><strong>นายทวีพงศ์&nbsp;&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ดำเนินการปรับปรุงข้อมูล&nbsp;ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนายจัด&nbsp;ฤทธิศักดิ์&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;4&nbsp;บ้านแก่วตาว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลนาดี&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;41&nbsp;ตัว&nbsp;ไก่พื้นเมือง&nbsp;11&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนฯ&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210141238641"],
    [316,"น้ำแล้งแจ้งได้ ฉก.ทพ.36 พร้อมช่วยราษฎรสู้ภัยแล้ง นำบรรทุกน้ำออกแจกจ่ายในพื้นที่ประสบภัยแล้งซ้ำซาก","<p><strong>หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;36&nbsp;</strong>จัดกำลังพลพร้อมรถบรรทุกน้ำ&nbsp;ขนาด&nbsp;6,000&nbsp;ลิตร&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;ออกแจกจ่ายน้ำช่วยเหลือราษฎร&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนบ้านแม่ต้อบเหนือ&nbsp;และบ้านแพะ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลบ้านกาศ&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้งซ้ำซากทุกปี&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่&nbsp;และเพื่อให้ราษฎรมีน้ำไว้ใช้ในการอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;ทำการเกษตรในช่วงภัยแล้งหรือห้วงฝนทิ้งช่วงเป็นระยะเวลานาน&nbsp;โดยสามารถช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับ&nbsp;ครู&nbsp;นักเรียน&nbsp;และราษฎรในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;ประมาณ&nbsp;20&nbsp;ครัวเรือน</p><p><strong>หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;36</strong>&nbsp;จะยังคงดำเนินการช่วยเหลือภัยแล้ง&nbsp;ให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;รวมถึงการช่วยเหลือราษฎรเมื่อเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;ภัยธรรมชาติ&nbsp;หรือเมื่อได้รับการร้องขอ&nbsp;ตามนโยบายของกองทัพบก&nbsp;โดยกองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ที่ได้มอบนโยบายในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;ที่ประสบปัญหาภัยแล้งขาดแคลนน้ำ&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร&nbsp;ไม่มีระบบน้ำประปาที่เพียงพอ&nbsp;หากประชาชนประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค&nbsp;สามารถขอรับการสนับสนุนได้จากหน่วยทหารในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;หรือที่&nbsp;กรมทหารพรานที่&nbsp;36&nbsp;โทร&nbsp;053-681300</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210140839635"],
    [317,"ชวนชาวแม่สะเรียงและอำเภอใกล้เคียง เที่ยวตลาดประชารัฐ คนไทยยิ้มได้ อุดหนุนผลิตภัณฑ์จากกลุ่มสตรี 11-13 ก.พ.นี้","<p><strong>ว่าที่&nbsp;พ.ต.รณยุทธ์&nbsp;มโนวงศ์</strong>&nbsp;พัฒนาการอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กำหนดดำเนินกิจกรรมส่งเสริมช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;และตลาดประชารัฐ&nbsp;คนไทยยิ้มได้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;โดยจะเริ่มจำหน่ายสินค้าตั้งแต่เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.เป็นต้นไป&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานหน้าศูนย์ศิลปาชีพ&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;และบรรเทาปัญหาค่าครองชีพ&nbsp;ตามข้อสั่งการของจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>จึงขอเชิญชวนประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;</strong>และอำเภอใกล้เคียง&nbsp;มาร่วมชม&nbsp;อุดหนุนสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;กลุ่ม&nbsp;OTOP,&nbsp;กลุ่มอาชีพสตรี&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาบรรเทาปัญหาค่าครองชีพ&nbsp;และส่งเสริมอาชีพ&nbsp;กระตุ้นรายได้&nbsp;และเศรษฐกิจของคนจังหวัดแม่ฮ่องสอนให้ดีขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210145336707"],
    [318,"จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดงานวันหมอดินอาสา ปี 2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่โรงแรม&nbsp;เดอะพีค&nbsp;บูทิก&nbsp;โฮเทล&nbsp;อำเภอพระพรหม</strong>&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นายไตรรัตน์&nbsp;ไชยรัตน์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันหมอดินอาสา&nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่&nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนจากองค์กรภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน</p><p><strong>นายคำนึง&nbsp;แสงขำ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมพัฒนาที่ดินได้ดำเนินการจัดตั้งหมอดินอาสา&nbsp;มากว่า&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ปัจจุบันมีหมอดินอาสาทั่วประเทศแล้วกว่า&nbsp;77,000&nbsp;คน&nbsp;โดยหมอดินอาสามีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่เชื่อมโยง&nbsp;เกษตรกร&nbsp;และสนับสนุนเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดินในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินให้แก่เกษตรกร&nbsp;ส่งเสริมการประกอบอาชีพการเกษตรที่สร้างความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือนและชุมชน&nbsp;รวมทั้งยังเป็นการยกระดับเกษตรกรให้เป็นผู้นำด้านการจัดการทรัพยากรดิน&nbsp;และในปัจจุบันหมอดินอาสาจำนวนหนึ่ง&nbsp;ได้มีการปรับเปลี่ยนตนเองจากผู้ผลิตเป็นผู้ประกอบการที่ผลิตพืชตามความต้องการของตลาด&nbsp;นอกจานี้ทางกรมพัฒนาที่ดินยังได้กำหนดเพิ่มศักยภาพของหมอดินอาสาให้เป็นมืออาชีพด้านการผลิตและผู้ประกอบการตามนโยบายของรัฐ&nbsp;และรองรับสถานการณ์ภาคการเกษตร&nbsp;ที่จะต้องปรับเปลี่ยนตามสภาพเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ด้วยการถ่ายทอดวิชาการที่สามารถให้หมอดินอาสาปรับเปลี่ยนตนเองได้อย่างก้าวกระโดดและเป็นกองกำลังที่สำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจด้านการใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมทั่วประเทศด้วย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแก่หมอดินอาสา&nbsp;</strong>กรมพัฒนาที่ดินที่ได้สร้างคุณประโยชน์ต่อสาธารณะชน&nbsp;เป็นการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างหมอดินอาสาและเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;รวมทั้งเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ&nbsp;ความเข้มแข็งและแนวทางในการช่วยเหลือดูแลกันและกันของหมอดินอาสา&nbsp;ซึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;มีเครือข่ายหมอดินอาสาในระดับจังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;ตำบล&nbsp;และหมู่บ้าน&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;1,831&nbsp;คน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>อุไรวรรณ/ข่าว&nbsp;&nbsp;พรรณี-จุรีรัตน์/ภาพ10&nbsp;ก.พ.&nbsp;65</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210152759730"],
    [319,"เกษตรจังหวัดยะลาจัดการฝึกอบรมเกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไม้ดอกเมืองหนาวและไม้ประดับเพื่อการค้า ตามโครงการพัฒนาและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดยะลา","<p><strong>วันนี้&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่สวนหมื่นบุปผา&nbsp;โครงการไม้ดอกเมืองหนาว</strong>อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมโครงการพัฒนาและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อฝึกอบรมเกษตรกรกิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไม้ดอกเมืองหนาวและไม้ประดับเพื่อการค้า&nbsp;</p><p><strong>โดยมีเกษตรกร&nbsp;ผู้เข้ารับการฝึกอบรม&nbsp;จากกลุ่มขยายผลบ้านยะรม&nbsp;</strong>กลุ่มหมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา&nbsp;10&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;กลุ่มขยายผลหมู่บ้านวังใหม่&nbsp;กลุ่มไม้ดอกบ่อน้ำร้อน&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;&nbsp;กลุ่มขยายผลบ้านธารโต&nbsp;เครือข่ายสมาชิกกลุ่มขยายผล&nbsp;ตำบลคีรีเขต&nbsp;เครือข่ายสมาชิกกลุ่มขยายผลตำบลแม่หวาด&nbsp;อำเภอธารโต&nbsp;เครือข่ายสมาชิกกลุ่มขยายผล&nbsp;ตำบลถ้าทะลุ&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรอำเภอเบตง&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอธารโต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;และเกษตรกรผู้สนใจ&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;คน</p><p><strong>นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การฝึกอบรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกร&nbsp;มุ่งเน้นให้เกษตรกรเกิดทักษะด้านการผลิตและขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ&nbsp;เเละเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไม้ดอกไม้ประดับเพื่อการค้า</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210154032740"],
    [320,"ปศุสัตว์มุกดาหาร เดินหน้าทำหมันและฉีดวัคซีนสุนัขจรจัด ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า","<p><strong>นายพิภพ?&nbsp;เพียวิเศษ?&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร?&nbsp;</strong>มอบหมายให้กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์?&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหารร่วมกับเทศบาลเมืองมุกดาหาร&nbsp;ออกผ่าตัดทำหมันเพื่อควบคุมประชากรสุนัข?&nbsp;แมว&nbsp;?และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า?ตามพระปณิธานศาสตราจารย์?&nbsp;ดร.<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(32,&nbsp;33,&nbsp;36);\">สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;</span>ณ?&nbsp;สำนักสงฆ์พุทธโคตร?&nbsp;ชุมชนศรีบุญเรือง&nbsp;1?&nbsp;ต.ศรีบุญเรือง?&nbsp;อ.เมือง?มุกดาหาร?</p><p><strong>โดยในวันนี้&nbsp;ได้ทำหมันสุนัขจำนวน?&nbsp;7?&nbsp;ตัว?&nbsp;</strong>และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;จำนวน?&nbsp;10?&nbsp;ตัว?&nbsp;ซึ่งเป็นสุนัขที่อาศัยอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักสงฆ์พุทธโคตร?&nbsp;พร้อมทั้งตีตราเย็นทำสัญลักษณ์?และใส่ปลอกคอเพื่อเป็นสัญลักษณ์?ในสุนัขที่ได้ผ่าตัดทำหมันแล้วตามนโยบายกรมปศุสัตว์?</p><p><br></p><p>#โรคพิษสุนัขบ้า</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210152034726"],
    [321,"สถานีพัฒนาที่ดินเชียงราย จัดงานวันหมอดินอาสา กรมพัฒนาที่ดิน ปี 2565 หมอดินอาสา ผู้นำพาอาหารปลอดภัย","<p><strong>เช้าวันนี้&nbsp;(10&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;</strong>ที่สถานีพัฒนาที่ดินเชียงราย&nbsp;นายสนอง&nbsp;คำสองสี&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินเชียงราย&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดงานวันหมอดินอาสา&nbsp;(LDD&nbsp;Volunteer&nbsp;Soil&nbsp;Doctor&nbsp;Day)&nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้ธีมงาน&nbsp;หมอดินอาสา&nbsp;ผู้นำพาอาหารปลอดภัย&nbsp;โดยมีหมอดินอาสาในพื้นที่จังหวัดเชียงรายเข้าร่วมกว่า&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;ณ&nbsp;สถานีพัฒนา?ที่ดิน?&nbsp;ตำบลนางแล&nbsp;อำเภอเมือง?เชียงราย?&nbsp;จังหวัดเชียงราย</p><p><strong>กรมพัฒนาที่ดินได้ริเริ่มจัดตั้งหมอดินอาสาในปี&nbsp;2538</strong>&nbsp;เริ่มต้นจากหมอดินอาสาประจำหมู่บ้าน&nbsp;และจัดให้มีผู้แทนหมอดินอาสาระดับตำบล&nbsp;อำเภอ&nbsp;จังหวัด&nbsp;ปัจจุบันมีอาสาหมอดินจำนวนมากถึง&nbsp;77,000&nbsp;คน&nbsp;เป็นกำลังสนับสนุนที่สำคัญที่ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;มีผลงานเป็นที่ประจักษ์&nbsp;และได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ทุกๆ&nbsp;ปี&nbsp;กรมพัฒนาที่ดินจะจัดให้หมอดินอาสาได้มาพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ร่วมกัน&nbsp;และต่อยอดความรู้ทางวิชาการด้านการพัฒนาที่ดินภายใต้โครงการอบรม&nbsp;หมอดินอาสา&nbsp;เพื่อปรับกระบวนทัศน์สู่การทำงานเชิงรุก&nbsp;รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีผลกระทบต่อภาคการผลิต&nbsp;และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในการบริการเกษตรกร&nbsp;จนเกิดการสร้างเครือข่ายหมอดินอาสากลุ่มต่างๆ&nbsp;ที่มีความหลากหลายทั้งในด้านการจัดการดิน&nbsp;ที่ดิน&nbsp;ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ&nbsp;เกษตรอินทรีย์&nbsp;และการจัดการการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อเชิดซูเกียรติหมอดินอาสา&nbsp;ผู้เสียสละและทุ่มเทการทำงานร่วมกับกรมพัฒนาที่ดินในการอนุรักษ์&nbsp;พัฒนา&nbsp;ดูแลดินและที่ดินทางการเกษตรมาอย่างยาวนาน&nbsp;กรมพัฒนาที่ดินได้ประกาศให้วันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ของทุกปีเป็นวันหมอดินอาสา&nbsp;(LDD&nbsp;Volunteer&nbsp;Soil&nbsp;Doctor&nbsp;Day)&nbsp;โดยวันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นปีแรกของการจัดงานวันหมอดินอาสา&nbsp;ภายใต้ธีมงาน&nbsp;\"หมอดินอาสา&nbsp;ผู้นำพาอาหารปลอดภัย\"</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย&nbsp;</strong>การร่วมรับฟังสารจากอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;ร่วมร้องเพลงหมู่หมอดินอาสา&nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;การเสวนาหมอดินอาสา&nbsp;ผู้นำพาอาหารปลอดภัย&nbsp;โดยหมอดินอาสาจากเครือข่ายกลุ่ม&nbsp;PGS&nbsp;(ศูนย์เรียนรู้สวนเอเดนเกษตรอินทรีย์เศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอุ๊ยหม่อนฟาร์ม&nbsp;แปรรูปข้าวไรซ์เบอรี่&nbsp;ผัก&nbsp;และสมุนไพร&nbsp;วิสาหกิจชุมชนปุยอินทรีย์บ้านนางแลใน)&nbsp;การประกาศเจตนารมณ์&nbsp;หมอดินอาสา&nbsp;ผู้นำพาอาหารปลอดภัย&nbsp;โดยพร้อมเพรียงกัน&nbsp;และกิจกรรมกลุ่ม&nbsp;การขับเคลื่อนพลังหมอดิน&nbsp;สู่อาหารปลอดภัยตลาด&nbsp;online</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงราย","สวท.เชียงราย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210153755738"],
    [322,"จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดกิจกรรมเนื่องในวันหมอดินอาสา","<p><strong>จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;จัดงานวันหมอดินอาสา&nbsp;ปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;วันนี้(10&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่โรงแรม&nbsp;เดอะพีค&nbsp;บูทิก&nbsp;โฮเทล&nbsp;อำเภอพระพรหม&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นายไตรรัตน์&nbsp;ไชยรัตน์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันหมอดินอาสา&nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่&nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนจากองค์กรภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน&nbsp;</p><p><strong>นายคำนึง&nbsp;แสงขำ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมพัฒนาที่ดินได้ดำเนินการจัดตั้งหมอดินอาสา&nbsp;&nbsp;มากว่า&nbsp;&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ปัจจุบันมีหมอดินอาสาทั่วประเทศแล้วกว่า&nbsp;77,000&nbsp;คน&nbsp;โดยหมอดินอาสามีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่เชื่อมโยง&nbsp;เกษตรกร&nbsp;และสนับสนุนเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดินในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินให้แก่เกษตรกร&nbsp;ส่งเสริมการประกอบอาชีพการเกษตรที่สร้างความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือนและชุมชน&nbsp;รวมทั้งยังเป็นการยกระดับเกษตรกรให้เป็นผู้นำด้านการจัดการทรัพยากรดิน&nbsp;และในปัจจุบันหมอดินอาสาจำนวนหนึ่ง&nbsp;ได้มีการปรับเปลี่ยนตนเองจากผู้ผลิตเป็นผู้ประกอบการที่ผลิตพืชตามความต้องการของตลาด&nbsp;</p><p><strong>นอกจานี้&nbsp;ทางกรมพัฒนาที่ดินยังได้กำหนดเพิ่มศักยภาพ</strong>ของหมอดินอาสาให้เป็นมืออาชีพด้านการผลิตและผู้ประกอบการตามนโยบายของรัฐ&nbsp;และรองรับสถานการณ์ภาคการเกษตร&nbsp;ที่จะต้องปรับเปลี่ยนตามสภาพเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ด้วยการถ่ายทอดวิชาการที่สามารถให้หมอดินอาสาปรับเปลี่ยนตนเองได้อย่างก้าวกระโดดและเป็นกองกำลังที่สำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจด้านการใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมทั่วประเทศด้วย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแก่หมอดินอาสา</strong>กรมพัฒนาที่ดินที่ได้สร้างคุณประโยชน์ต่อสาธารณะชน&nbsp;เป็นการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างหมอดินอาสาและเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;รวมทั้งเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ&nbsp;ความเข้มแข็งและแนวทางในการช่วยเหลือดูแลกันและกันของหมอดินอาสา&nbsp;ซึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;มีเครือข่ายหมอดินอาสาในระดับจังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;ตำบล&nbsp;และหมู่บ้าน&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;1,831&nbsp;คน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>อุไรวรรณ/ข่าว&nbsp;พรรณี-จุรีรัตน์/ภาพ&nbsp;10&nbsp;ก.พ.65</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210153119732"],
    [323,"จังหวัดชัยนาท จัดงาน รณรงค์คนชัยนาท กินข้าวชัยนาท เพื่อประชาสัมพันธ์การตลาดข้าวเพื่อบริโภคของจังหวัดชัยนาท และเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่เกษตรกร ผู้ผลิต และผู้ประกอบการข้าวแปรรูป","<p><strong>ที่บริเวณตลาดเกษตรร่วมค้า&nbsp;ถนนพรหมประเสริฐ&nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท&nbsp;</strong>นางสาวชไมพร&nbsp;อำไพจิตร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;รณรงค์คนชัยนาท&nbsp;กินข้าวชัยนาท&nbsp;ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาทจัดขึ้น&nbsp;เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การตลาดข้าวเพื่อบริโภคของจังหวัดชัยนาท&nbsp;และเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่เกษตรกรและผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการข้าวแปรรูป&nbsp;รวมทั้งเพื่อให้เกษตรกรและประชาชนชาวชัยนาท&nbsp;ให้ความสำคัญและตระหนักถึงข้าวที่ปลูกในจังหวัดชัยนาท&nbsp;</p><p><strong>นายสุชาติ&nbsp;อ่อนดำ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดชัยนาทมีประชากรส่วนใหญ่ร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ประกอบอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;ทำนาเป็นหลัก&nbsp;จึงต้องการให้คนชัยนาทได้หันมาบริโภคข้าวที่ปลูกในจังหวัดชัยนาท&nbsp;ปลูกเอง&nbsp;กินเอง&nbsp;เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน&nbsp;รวมทั้งเพื่อเป็นโอกาสให้ชาวนาชัยนาท&nbsp;ได้ผลิตข้าวคุณภาพเพื่อบริโภคและจำหน่ายในจังหวัดชัยนาทและจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;จังหวัดชัยนาทจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลผลิตข้าว&nbsp;รณรงค์ให้ชาวชัยนาทบริโภคข้าวภายในจังหวัด&nbsp;เพื่อการพัฒนาผลผลิตให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;รวมถึงสนับสนุนให้ชาวนา&nbsp;ผลิตสินค้าข้าวที่มีมาตรฐานคุณภาพดี&nbsp;สามารถแปรรูป&nbsp;และเพิ่มมูลค่าของข้าวได้&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ&nbsp;สำหรับกิจกรรมในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การจัดนิทรรศการ&nbsp;การเสวนา&nbsp;การปลูกข้าวพื้นนุ่ม&nbsp;ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์,&nbsp;การออกร้านจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;และการจำหน่ายข้าวสารแปรรูปของวิสาหกิจชุมชน&nbsp;และสหกรณ์การเกษตรจากทุกอำเภอ&nbsp;นำข้าวสารแปรรูปมาจำหน่าย&nbsp;จำนวน&nbsp;3,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวหอมมะลิ&nbsp;105,&nbsp;ข้าวหอมมะลิแดง&nbsp;ข้าว&nbsp;กข&nbsp;43&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข้าว&nbsp;กข.79&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข้าวปทุมธานี&nbsp;1&nbsp;&nbsp;ข้าวไรซ์เบอรรี่&nbsp;ข้าวทับทิมชัยนาท&nbsp;และข้าวกล้องต่างๆ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการประกวดและแข่งขันด้านการเกษตร&nbsp;รวม&nbsp;5&nbsp;ประเภท</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;การประกวดอาหารจานเดียวจากข้าวสามสี&nbsp;ประกวดข้าวขาวพื้นนุ่มจังหวัดชัยนาท&nbsp;ประกวดผลิตภัณฑ์&nbsp;แปรรูปจากกล้วย(กล้วยเบรกแตก)&nbsp;ประกวดมะพร้าวอ่อนนำหอม&nbsp;และประกวดมะละกอสุก&nbsp;พันธุ์ปลักไม้ลาย(พันธุ์ฮอลแลนด์)&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210153452736"],
    [324,"เตือนเกษตรกร เตรียมรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง หวั่นปี 2565 อาจขาดแคลนน้ำเสี่ยงกระทบต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรได้คาดการณ์สถานการณ์ภัยแล้งปี&nbsp;2565&nbsp;อาจมีแนวโน้มขาดแคลนน้ำ&nbsp;เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ&nbsp;ซึ่งประเทศไทยจะเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูแล้งตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป&nbsp;โดยอุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมและอาจแล้งต่อเนื่องยาวนานไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำทั้งในแหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำชลประทานแห้งลง&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จากสภาวะดังกล่าว</strong>&nbsp;ยังทำให้อุณหภูมิน้ำเกิดการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นด้วย&nbsp;ซึ่งเป็นสาเหตุให้สัตว์น้ำที่เกษตรกรเลี้ยงไว้เกิดความเครียด&nbsp;อ่อนแอและตายได้&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น&nbsp;กรมประมงจึงได้จัดทำแผนเตรียมรับสถานการณ์ในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ไว้&nbsp;&nbsp;3&nbsp;ระยะคือ&nbsp;การเตรียมรับสถานการณ์ก่อนเกิดภัยแล้ง&nbsp;การให้ความช่วยเหลือขณะเกิดภัยแล้ง&nbsp;และการให้ความช่วยเหลือหลังเกิดภัยแล้ง&nbsp;</p><p><strong>กรมฯ&nbsp;ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค</strong>&nbsp;เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;&nbsp;และประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนแก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;เพื่อเตรียมตัวรับกับสถานการณ์&nbsp;รวมทั้งหาวิธีการป้องกัน&nbsp;แก้ไข&nbsp;และหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น&nbsp;รวมถึงเฝ้าระวังสัตว์น้ำในที่รักษาพืชพันธุ์โครงการปลาหน้าวัด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังให้คำแนะนำทางวิชาการแก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ</strong>&nbsp;เพื่อเตรียมการป้องกันอีกด้วยในขณะเดียวกันควรแจ้งให้ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอื่นๆ&nbsp;ที่อยู่ใกล้เคียงทราบ&nbsp;เพื่อที่จะได้หามาตรการป้องกันการแพร่กระจายโรค&nbsp;กรณีที่มีสัตว์น้ำป่วยตายควรกำจัดโดยการฝังหรือเผา&nbsp;ไม่ควรทิ้งสัตว์น้ำป่วยในบริเวณแม่น้ำที่เลี้ยงเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;เพราะเป็นการแพร่กระจายเชื้อโรคทำให้การระบาดของโรคเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว</p><p><strong>รองอธิบดีกรมประมง&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;สำหรับโรคสัตว์น้ำที่ควรเฝ้าระวังในฤดูแล้ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรคที่เกิดจากปรสิต&nbsp;โดยสัตว์น้ำที่เป็นโรคที่เกิดจากปรสิตจะมีลักษณะอาการว่ายน้ำผิดปกติ&nbsp;ว่ายน้ำถูตามข้างบ่อ&nbsp;ลอยตัวที่ผิวน้ำ&nbsp;หายใจถี่เร็วกว่าปกติ&nbsp;กินอาหารน้อยลง&nbsp;ผอม&nbsp;ขับเมือกมาก&nbsp;มีจุดแดงหรือมีแผลถลอกตามผิวลำตัว&nbsp;โดยโรคจากปรสิตสามารถควบคุมได้&nbsp;โดยการตัดวงจรชีวิตของปรสิต&nbsp;โรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย&nbsp;ซึ่งมีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย&nbsp;ที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำทั่วไป&nbsp;โดยจะเข้าทำอันตรายต่อสัตว์น้ำเมื่อสัตว์น้ำอ่อนแอเกษตรกรควรติดตามข่าวสารการพยากรณ์อากาศและสถานการณ์น้ำจากทางราชการอย่างใกล้ชิด&nbsp;และหากมีปัญหาในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;สามารถขอรับคำปรึกษาและคำแนะนำได้ที่&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัด&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด&nbsp;/สัตว์น้ำชายฝั่ง&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดทุกแห่งทั่วประเทศ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210183805848"],
    [325,"เกิดท่อน้ำมันดิบรั่วในทะเลมาบตาพุด จ.ระยอง ประมาณ 5,000 ลิตร พบคราบน้ำมันดิบลอยห่างจากทุ่นลอยประมาณ 3 ไมล์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งประชุมรับมือสถานการณ์","<p><strong>เกิดท่อน้ำมันดิบรั่วในทะเลมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ประมาณ&nbsp;5,000&nbsp;ลิตร&nbsp;พบคราบน้ำมันดิบลอยห่างจากทุ่นลอยประมาณ&nbsp;3&nbsp;ไมล์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งประชุมรับมือสถานการณ์</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จํากัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ได้แจ้งมายังศูนย์ฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบน้ำมันดิบรั่วไหลจากท่ออ่อนใต้น้ำของทุ่นลอย&nbsp;(SPM)&nbsp;อยู่ระหว่างการเก็บกู้ขึ้นมาตรวจสอบและหาสาเหตุ&nbsp;เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบคราบน้ำมันดิบลอยห่างจากทุ่นลอยประมาณ&nbsp;3&nbsp;ไมล์&nbsp;คาดการณ์มีปริมาณน้ำมันดิบรั่วไหลลงทะเลมาบตาพุด&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ประมาณ&nbsp;5,000&nbsp;ลิตร&nbsp;จากการตรวจสอบบริษัทฯได้ปรับแต่งท่อจนเกิดการรั่วของท่อน้ำมันดังกล่าวและอยู่ระหว่างตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง&nbsp;โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ท่อน้ำมันรั่ว&nbsp;เพราะน้ำมันที่รั่วไหลในทะเลค่อนข้างไกล&nbsp;ขณะเดียวกันบริษัทฯได้มาขอใช้น้ำยาขจัดคราบน้ำมัน&nbsp;หรือ&nbsp;Dispersant&nbsp;ประมาณ&nbsp;5,000&nbsp;ลิตร&nbsp;ภายใต้การควบคุมของกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;แต่&nbsp;คพ.ไม่อนุญาตเพราะขอใช้ในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือเร่งด่วนรับมือสถานการณ์น้ำมันดิบรั่วครั้งนี้</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210154308744"],
    [326,"หนุนเกษตรกรยะลา เลี้ยงปลากือเลาะห์ - พวงชมพู กระตุ้นเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนประชาชนอยู่ดี กินดี","<p><strong>สว.กษิดิส&nbsp;อาชวคุณ&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ติดตามการดำเนินงาน</strong>ของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;&nbsp;พร้อมผลักดันการเลี้ยงปลากือเลาะห์&nbsp;-&nbsp;พวงชมพู&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อนประชาชนอยู่ดี&nbsp;กินดี</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;นายกษิดิส&nbsp;อาชวคุณ&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;</strong>พร้อมคณะได้ลงพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เยี่ยมชมความสำเร็จของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ต.ถ้ำทะลุ&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;พร้อมร่วมพูดคุยกับเกษตรกร&nbsp;นายชูเกียรติ&nbsp;คงถาวร&nbsp;&nbsp;ซึ่งเดิม&nbsp;เป็นเจ้าของสวน&nbsp;พื้นที่บริเวณบ้านได้มีการปลูกยาง&nbsp;แต่เมื่อราคายางต่ำลง&nbsp;ต่อมามีการปลูกทุเรียนแซมในสวนยาง&nbsp;ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;ทั้งนี้ต้นยางก็ไม่โค่นทิ้ง&nbsp;และปัจจุบันมีการเลี้ยงปลากือเลาะห์เพิ่มเติมเข้ามา&nbsp;เป็นการสร้างรายได้เพิ่มเติมจากการทำอาชีพหลักของครัวเรือน</p><p><strong>สำหรับปลากือเลาะห์นั้นเป็นปลาประจำถิ่น&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</strong>และได้รับความนิยมจากผู้บริโภคต่างประเทศ&nbsp;อาทิ&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;ซึ่งราคาถือว่าดี&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ประมาณ&nbsp;3,000&nbsp;กว่าบาท&nbsp;รสชาติดีมาก&nbsp;เนื้อนุ่มอร่อย&nbsp;เป็นปลาที่สามารถทานได้ทั้งเกล็ด&nbsp;ไม่คาวแม้จะเป็นสัตว์น้ำจืด&nbsp;แต่ยังหาทานได้ยาก&nbsp;การลงพื้นที่ของคณะในวันนี้&nbsp;จึงมาเพื่อติดตามและส่งเสริมให้คนในพื้นที่ได้เลี้ยงปลาชนิดนี้&nbsp;ให้เป็นวงกว้างเพื่อเป็นการสร้างรากฐานเศรษฐกิจที่มั่นคงให้กับคนในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;จากนั้นคณะได้ลงพื้นที่ต่อไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ติดตามการเพาะพันธุ์ปลากือเลาะห์&nbsp;หรือ&nbsp;ปลาพวงชมพู&nbsp;พร้อมพูดคุยถึงทิศทางในการสนับสนุน&nbsp;และส่งเสริมให้ประชาชนเลี้ยงปลากือเลาะห์อีกด้วย</p><p><strong>นาย&nbsp;กษิดิส&nbsp;อาชวคุณ&nbsp;เผยว่าสืบเนื่องจากหลายท่านมาจากส่วนกลาง</strong>ไม่รู้จักปลาคือรอบหลังจากได้รู้ความเป็นมาและได้ลองลิ้มรสชาติ&nbsp;และสอบถามราคาถึงกับอึ้งตกใจของดีที่อยู่ในจังหวัดยะลามีคุณค่าทำไมส่วนอื่นถึงไม่รู้จัก&nbsp;จะรู้จักเฉพาะในวงแคบแคบเลยคิดจะมาขยายผลจากตอนนั้น&nbsp;โดยมีประมงจังหวัดและผู้บริหารจัดการที่ศูนย์นัดแห่งนี้ว่าการเลี้ยงเป็นความอดทนอย่างหนึ่ง&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งกว่าจะได้ปลามารับประทานได้และให้พี่น้องประชาชนได้บริโภค</strong>ค่อนข้างที่จะสูงสิ่งที่อยากจะให้ขยายผลต่อพี่น้องประชาชนไม่เฉพาะแค่จังหวัดชายแดนภาคใต้แต่ทั่วประเทศให้ได้รู้จักของดี&nbsp;ที่อยู่ในจังหวัดยะลาและ&nbsp;สนับสนุนเกษตรกรให้ได้โอกาสให้ได้รับรู้ถึงของดีตรงนี้&nbsp;และทำอย่างไรให้ขยายไปสู่พื้นที่มากขึ้นเพราะว่าราคาตกกิโลประมาณ&nbsp;&nbsp;3,000&nbsp;กว่าบาทตัวหนึ่ง&nbsp;ที่ตนได้ลองทานเกือบ&nbsp;7,000&nbsp;บาท&nbsp;ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีโอกาสมีอาชีพเสริมหรือทำเป็นอาชีพหลักเพราะรายได้ไม่เบาเลยตรงนี้จริงลงมาเยี่ยมและได้ความรู้ก็ได้ไปดูพี่น้องเกษตรกรก็ได้มิกซ์เลี้ยงปลาตรงนี้และเล่าให้ฟังและตนก็สนใจและอยากสะท้อนไปยังผู้บริหารประเทศได้รับทราบว่าพื้นที่ตรงนี้มีอะไรบ้าง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210155838756"],
    [327,"นายก ส.กุ้งไทย เผยเจ้ากระทรวงเกษตรตอบรับ ผลิตกุ้งให้ได้ปีละ 400,000 ตัน ภายใน 2 ปี ","<p>นายก ส.กุ้งไทย เผยเจ้ากระทรวงเกษตรตอบรับ ผลิตกุ้งให้ได้ปีละ 400,000 ตัน ภายใน 2 ปี พร้อมทวงคืน 500,000 ล้านบาท ที่เสียหาย/เสียโอกาสไป พลิกฟื้นอุตฯ กุ้ง กลับมาเป็นสินค้าสำคัญ-พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย&nbsp;</p><p><br></p><p>นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย พร้อมด้วยผู้แทนอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องตลอดสายห่วงโซ่การผลิต เข้าพบ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมหารือแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อความยั่งยืนของประเทศ ร่วมด้วยนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ , นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รักษาราชการอธิบดีกรมประมง และ นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรฯ</p><p><br></p><p>นายเอกพจน์ ยอดพินิจ เปิดเผยว่า นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งของอุตสาหกรรมกุ้งไทย ที่  ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เล็งเห็นความสำคัญของสินค้ากุ้ง รับปาก ยืนยันช่วยผลักดันเต็มที่ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถผลิตกุ้งให้ได้ปีละ 400,000 ตันภายใน 2 ปี สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ที่สำคัญพร้อมทวงคืน 500,000 ล้านบาท ที่เสียหาย/เสียโอกาสไปอันเนื่องจากการระบาดของโรค พลิกฟื้นอุตกุ้งฯ ให้กลับมาเป็นสินค้าสำคัญของประเทศ&nbsp;เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย&nbsp;ด้วยที่ผ่านมา ปี 2553 เคยผลิตได้สูงสุดถึง 640,000 ตัน เป็นผู้นำการผลิตและส่งออกกุ้งของโลก ทำรายได้เข้าประเทศจากส่งออกเป็นมูลค่ากว่า 100,000 ล้านบาท&nbsp;แต่ปัจจุบันผลิตได้เพียง 280,000 ตัน มูลค่าส่งออก-(ตัวเลข ม.ค.-พ.ย. 2564) อยู่ที่ 43,000 ล้านบาท</p><p><br></p><p>ขณะที่ ดร.ผณิศวร ชำนาญเวช นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ยืนยันว่ากำลังการผลิตของโรงงานห้องเย็นแปรรูปกุ้ง ปัจจุบันที่เหลือดำเนินการอยู่ประมาณ 20 แห่ง รวมกับโรงงานฯ ที่อยู่ในสภาพพร้อมที่จะผลิตกุ้งได้อีก 15-30 แห่ง (ที่ตอนนี้หยุดไป) พร้อมรับกุ้งเพื่อแปรรูปส่งออก ได้ถึง 400,000 ตัน คุณภาพกุ้งไทย ยังคงเป็นอันดับหนึ่งของโลก แต่ผู้แปรรูปส่งออกไม่สามารถรับออเดอร์ได้เพราะไม่มั่นใจว่าจะมีกุ้ง ทำให้เสียโอกาสไปเพราะมีผลผลิตไม่เพียงพอ จึงควรเร่งผลักดันให้กลับมาผลิตให้ได้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><em>การเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ และคณะผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ของตัวแทนห่วงโซ่อุปทาน ตลอดสายการผลิตสัตว์น้ำอย่างพร้อมเพรียง นับเป็นนิมิตหมายที่ดีของอุตฯ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของประเทศ&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการฯ เปิดโอกาสรับฟังข้อเสนอต่างๆ จากตัวแทนทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่ และยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ตามข้อเสนอ และมอบหมายให้กรมประมงเร่งดำเนินการ รวมถึงประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยเฉพาะกุ้ง การที่ท่านได้รับปากเข้มแข็ง พร้อมปฏิบัติการเชิงรุก และสนับสนุนความพร้อมแก่เกษตรกร และรูปแบบการเลี้ยงกำจัดโรคกุ้งให้หมดไปอย่างชัดเจน ฯลฯ เพื่อให้ไทยกลับมาเป็นผู้นำการผลิตและส่งออกกุ้งอีกครั้ง ทำให้ชาวกุ้งยิ้มได้ เห็นความหวัง เชื่อมั่นว่าทำได้อย่างแน่นอน</em>&nbsp;นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าว</p><p><br></p><p>ทั้งนี้ ผู้ร่วมหารือประกอบด้วย นายบรรจง นิสภวาณิชย์ ประธานสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย นายสมชาย ฤกษ์โภคี นายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลไทย นางสาวพัชรินทร์ จินดาพรรณ นายกสมาคมกุ้งตะวันออกไทย นายสมาน พิชิตบัญชรชัย นายกสมาคมผู้เพาะเลี้ยงปลาไทย นายสุทธิ มะหะเลา นายกสมาคมผู้เพาะเลี้ยงปลาทะเลไทย ดร.ผณิศวร ชำนาญเวช นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ตัวแทนสมาคมสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย นายมานิตย์ จิตรชุ่ม นายกสมาคมการค้าปัจจัยการผลิตสัตว์น้ำ นายชัยภัทร ประเสริฐมรรค ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฎร์ธานี นายพรชัย บัวประดิษฐ์ ตัวแทนกลุ่มแปลงใหญ่ปลานิลชลบุรี และคณะ </p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210160408760"],
    [328,"น่าน สบอ.13 (แพร่) ตรวจติดตามและรับฟังแนวทางการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ก่อนถึงกำหนดวันห้ามเผา","<p><strong>นายชิดชนก&nbsp;สุขมงคล&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;13&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหาร&nbsp;สบอ.13&nbsp;(แพร่)&nbsp;ออกติดตามและรับฟังแนวทางการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่จริม-สถานีควบคุมไฟป่าแม่จริม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธันวา&nbsp;ม่วงทอง&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่จริม&nbsp;และนายปิยะพงษ์&nbsp;วรรณา&nbsp;ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่จริม&nbsp;พร้อมด้วยคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอุทยานแห่งชาติแม่จริม&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;ณ&nbsp;ทำการสถานีควบคุมไฟป่าแม่จริม&nbsp;ตำบลน้ำพาง&nbsp;อำเภอแม่จริม&nbsp;จังหวัดน่าน</p><p><strong>โดย&nbsp;นายชิดชนก&nbsp;สุขมงคล</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;13&nbsp;ได้กล่าวให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่&nbsp;พร้อมมอบเสบียงอาหารให้กับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่จริม&nbsp;และเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าแม่จริมที่ปฏิบัติงานด้านการควบคุมและป้องกันไฟป่า&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน&nbsp;จากนั้นรับฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานด้านการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่จริม&nbsp;และหน่วยงานในพื้นที่&nbsp;การออกปฏิบัติการดับไฟป่า&nbsp;การจัดทำแนวกันไฟป้องกันไฟในพื้นที่เกิดไฟป่า&nbsp;การฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศ&nbsp;และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;คุมเข้มมิให้มีการเผาในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;และการป้องกันการเกิดอันตรายของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;</strong>นายชิดชนก&nbsp;สุขมงคล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;13&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;เดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานีควบคุมไฟป่าแม่จริม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมนึก&nbsp;เตชะปักษ์&nbsp;หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าแม่จริม&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ&nbsp;ในครั้งนี้</p><p><strong>นายชิดชนก&nbsp;สุขมงคล</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;13&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหาร&nbsp;สบอ.13&nbsp;(แพร่)&nbsp;ออกติดตามและรับฟังแนวทางการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่จริม-สถานีควบคุมไฟป่าแม่จริม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธันวา&nbsp;ม่วงทอง&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่จริม&nbsp;และนายปิยะพงษ์&nbsp;วรรณา&nbsp;ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่จริม&nbsp;พร้อมด้วยคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอุทยานแห่งชาติแม่จริม&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;ณ&nbsp;ทำการสถานีควบคุมไฟป่าแม่จริม&nbsp;ตำบลน้ำพาง&nbsp;อำเภอแม่จริม&nbsp;จังหวัดน่าน</p><p><strong>โดย&nbsp;นายชิดชนก&nbsp;สุขมงคล</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;13&nbsp;ได้กล่าวให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่&nbsp;พร้อมมอบเสบียงอาหารให้กับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่จริม&nbsp;และเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าแม่จริม&nbsp;ที่ปฏิบัติงานด้านการควบคุมและป้องกันไฟป่า&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน&nbsp;จากนั้นรับฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานด้านการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่จริม&nbsp;และหน่วยงานในพื้นที่&nbsp;การออกปฏิบัติการดับไฟป่า&nbsp;การจัดทำแนวกันไฟป้องกันไฟในพื้นที่เกิดไฟป่า&nbsp;การฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศ&nbsp;และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;คุมเข้มมิให้มีการเผาในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;และการป้องกันการเกิดอันตรายของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น</strong>&nbsp;นายชิดชนก&nbsp;สุขมงคล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;13&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;เดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานีควบคุมไฟป่าแม่จริม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมนึก&nbsp;เตชะปักษ์&nbsp;หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าแม่จริม&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ&nbsp;ในครั้งนี้</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคเหนือ","น่าน","สวท.น่าน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210161948772"],
    [329,"1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ส่งเสริมการเรียนรู้ น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการพัฒนาพื้นที่","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ผลการดำเนินงานโครงการ&nbsp;1&nbsp;&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรได้รับมอบหมายให้ดำเนินงานใน&nbsp;2&nbsp;กิจกรรมคือ&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมองค์ความรู้และสนับสนุนปัจจัยการผลิตด้านพืช&nbsp;และกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&nbsp;โดยกิจกรรมส่งเสริมองค์ความรู้และสนับสนุนปัจจัยการผลิตในการทำเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ด้านพืช&nbsp;ให้เหมาะสม&nbsp;ตามสภาพพื้นที่&nbsp;พบว่า&nbsp;มีการเบิกจ่ายกิจกรรมส่งเสริมองค์ความรู้และสนับสนุนปัจจัยการผลิตด้านพืชในภาพรวม&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;37.8&nbsp;ล้านบาท&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;91.79&nbsp;ของงบประมาณที่ได้รับ&nbsp;ครอบคลุมจำนวนเกษตรกร&nbsp;26,040&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;92.97&nbsp;ของเกษตรกรเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;</p><p><strong>โดยอุปสรรคที่สำคัญในส่วนที่ไม่สามารถดำเนินการได้คือ</strong>&nbsp;เกษตรกรลาออกจากโครงการ&nbsp;หรือสภาพพื้นที่ของเกษตรกรไม่เหมาะสำหรับการขุดบ่อเก็บน้ำ&nbsp;ส่วนของการดำเนินการที่ยังล่าช้า&nbsp;เนื่องจากหลายสาเหตุ&nbsp;เช่น&nbsp;รอเกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตให้เสร็จ&nbsp;พื้นที่ขุดสระไม่เก็บกักน้ำ&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>จากนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ที่น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานโครงการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;บรรเทาปัญหาการว่างงาน&nbsp;ลดปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงาน&nbsp;&nbsp;ภาคการเกษตรกรรมไปสู่ภาคอื่นๆ&nbsp;และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนในท้องถิ่นให้มีความมั่นคงในการเป็นแหล่งผลิตอาหาร&nbsp;มีทางเลือก&nbsp;มีอาหาร&nbsp;มีอาชีพ&nbsp;มีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;มีความอบอุ่นจากครอบครัว&nbsp;แล้วความสุขตามวิถีชีวิตพอเพียงก็จะเกิดขึ้นกับชุมชน&nbsp;จึงจัดทำโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ขึ้น&nbsp;เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วยการพัฒนาพื้นที่เกษตรทฤษฎีใหม่และเพิ่มพื้นที่เก็บกักน้ำสำหรับทำการเกษตรตลอดทั้งปี</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210183027841"],
    [330,"รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day)","<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;ก.พ.65)</strong>&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.เครือข่าย)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลอ่างทอง&nbsp;อำเภอเกาะสมุย&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;โดยมีเกษตรกร&nbsp;เจ้าหน้าที่เกษตร&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ร่วมงานดังกล่าว&nbsp;ซึ่งการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี&nbsp;มีเป้าหมายสำคัญให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้ถึงข้อมูลที่ต้องการเผยแพร่&nbsp;การทำให้กลุ่มเป้าหมายนำข้อมูลไปใช้&nbsp;และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้สอดคล้องกับความรู้ที่ได้รับ&nbsp;โดยผู้ถ่ายทอดความรู้&nbsp;ต้องพิจารณาถึงกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;และความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;วิธีการ&nbsp;และกลไกการถ่ายทอดความรู้&nbsp;ในช่วงเวลาที่เหมาะสมในการถ่ายทอด&nbsp;เพื่อให้การถ่ายทอดความรู้บรรลุผลสูงสุด</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ด้วยภูมิอากาศและสถานการณ์น้ำที่แปรปรวน&nbsp;อีกทั้งในตลาดโลกมีการแข่งขันด้านราคาสินค้าเกษตรที่รุนแรง&nbsp;รวมถึงกลไกการค้าที่มุ่งเน้นคุณภาพและการตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตร&nbsp;ตั้งแต่การผลิตที่ต้นทาง&nbsp;และการบริโภคที่ปลายทางเกษตรกรจึงจำเป็นต้องมีข้อมูล&nbsp;และความรู้ในการปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา&nbsp;ได้แก่&nbsp;การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช&nbsp;การบริหารจัดการน้ำเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศการเพาะปลูกตามความเหมาะสมของดิน&nbsp;และการปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงสุดต่อจากนั้น&nbsp;ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการเรื่องขยะและธนาคารน้ำใต้ดิน&nbsp;ที่โรงเรียนนานาชาติ&nbsp;กรีนเอเคอร์&nbsp;(Greenacre&nbsp;International&nbsp;School)&nbsp;และ&nbsp;Greenacre&nbsp;Farm&nbsp;และการลดต้นทุนตลอดกระบวนการผลิต&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถแข่งขันด้านราคาได้ดีขึ้น&nbsp;และการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรด้วยการแปรรูป&nbsp;การเพิ่มมูลค่าให้กับที่ดินของตน&nbsp;และการลดการพึ่งพากลไกราคาด้วยการทำไร่นาสวนผสม&nbsp;หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ตระหนักดีถึงความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ด้านการผลิตดังกล่าว&nbsp;และเข้าใจถึงความต้องการของเกษตรกร&nbsp;จึงได้สร้างกลไกการถ่ายทอดความรู้ที่จำเป็นสู่เกษตรกร&nbsp;ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ซึ่งหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนจะต้องร่วมกันนำองค์ความรู้&nbsp;และเทคโนโลยีสมัยใหม่&nbsp;มาผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นของเกษตรกร&nbsp;โดยปรับปรุงกระบวนการเรียนรู้&nbsp;ให้สอดคล้องกับสินค้าหลักในพื้นที่และเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่&nbsp;รวมทั้งประยุกต์องค์ความรู้ต่างๆ&nbsp;ให้มีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของพื้นที่อย่างแท้จริง&nbsp;เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ที่เกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง&nbsp;และคาดว่า&nbsp;เกษตรกรจะสามารถนำองค์ความรู้ที่เหมาะสมไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่เกษตรของตนเอง&nbsp;เพื่อทำให้ผลผลิตมีประสิทธิภาพ&nbsp;และสร้างผลตอบแทนให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี&nbsp;และที่เกษตรกรจะได้นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;การทำการเกษตรทฤษฎีใหม่มายึดถือปฏิบัติเพื่อขยายผล&nbsp;ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีความเข้มแข็ง&nbsp;และพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาวต่อไป</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;</strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เดินทางไปตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการเรื่องขยะและธนาคารน้ำใต้ดิน&nbsp;ที่โรงเรียนนานาชาติ&nbsp;กรีนเอเคอร์&nbsp;(Greenacre&nbsp;International&nbsp;School)&nbsp;และ&nbsp;Greenacre&nbsp;Farm</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210164207785"],
    [331,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า 900 จุด โดยเฉพาะพื้นที่เกษตร ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคอีสานและภาคตะวันออกของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;900&nbsp;จุด&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่เกษตร&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกของไทย</strong>&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(9&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;903&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อน&nbsp;214&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;248&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;215&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;200&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;119&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;117&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;95&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ลำปาง&nbsp;73&nbsp;จุด&nbsp;และน่าน&nbsp;58&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงกระจายตัวเพิ่มมากขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีจุดความร้อนรวมกันสูงถึง&nbsp;700&nbsp;จุด&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเกิดจากการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่ทางการเกษตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;5,058&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;4,407&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;3,389&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในกัมพูชาติดต่อกันเป็นวันที่&nbsp;7&nbsp;จำนวน&nbsp;2,183&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;1,219&nbsp;จุด&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;903&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ&nbsp;</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210164207786"],
    [332,"สหกรณ์จังหวัดตาก ลงพื้นที่ติดตามเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร โครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายนำโชค&nbsp;ศิลกุล&nbsp;สหกรณ์จังหวัดตาก</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายศรีสิทธิ์&nbsp;ชิยานุพงศ์&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการบริหารการจัดการสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อติดตามเร่งรัดการส่งชำระหนี้เงินกู้งวดที่&nbsp;1&nbsp;ของเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร&nbsp;โครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นา&nbsp;ฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;ของกลุ่มเกษตรกรทำไร่แม่กุ&nbsp;และกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพาราแม่สอด&nbsp;อำเภอแม่สอด&nbsp;พร้อมทั้งติดตามการใช้เงินกู้กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร&nbsp;โครงการสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มเกษตรกร&nbsp;เพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการผลิตและการตลาดให้ของกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพาราแม่สอด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้รับอนุมัติเงินกู้ยืม</strong>จากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร&nbsp;โครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นาของสมาชิกสถาบันเกษตรกร&nbsp;ในระยะที่&nbsp;2&nbsp;วงเงิน&nbsp;500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จัดสรรให้สหกรณ์/กลุ่มเกษตรนำไปให้สมาชิกกู้ยืมนำไปพัฒนาแหล่งน้ำในไร่นาของตนเอง&nbsp;ลดความเสี่ยงการพึ่งพาน้ำจากระบบชลประทานและจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว&nbsp;เพื่อให้สมาชิกมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนปลอดดอกเบี้ย&nbsp;สามารถพัฒนาที่ดินให้มีแหล่งน้ำสำรองในช่วงเกิดวิกฤตภัยแล้งให้สามารถประกอบอาชีพเกษตรกรกรรมได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210170418799"],
    [333,"พาณิชย์ยโสธร ติดตามเกษตรกรถอนพริกทิ้งกว่า 2 ไร่ หลังราคาหน้าสวนตกต่ำแต่เป็นการถอนเพื่อเตรียมพื้นที่ปลูกพืชอื่น หลังจากที่เก็บพริกได้หลายรุ่นแล้ว","<p><strong>นางสาวอลเวง&nbsp;ศรีหิรัญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดยโสธร&nbsp;</strong>เปิดเผยว่าตามที่&nbsp;ได้มีการเสนอข่าวทางสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง&nbsp;เมื่อเช้านี้&nbsp;(10&nbsp;ก.พ&nbsp;65)&nbsp;โดยในเนื้อข่าวกล่าวถึงเกษตรกรผู้ปลูกพริกได้ถอนต้นพริกออกจากสวนไป&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;จากพื้นที่&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;2&nbsp;งาน&nbsp;โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า&nbsp;ราคาพริกตกต่ำเหลือขายหน้าสวนกิโลกรัมละ&nbsp;17&nbsp;บาท&nbsp;นั้น&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยโสธร&nbsp;โดยกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร&nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง&nbsp;ที่สวนเกษตรกรผู้ปลูกพริกบ้านคำเกิด&nbsp;ตำบลกระจาย&nbsp;อำเภอป่าติ้ว&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;โดยพบกับนางรำไพ&nbsp;ชอบศิลป์&nbsp;เกษตรกรที่ให้สัมภาษณ์และนายสุพล&nbsp;กองคำ&nbsp;เจ้าของสวนพริก</p><p><strong>โดยนายสุพลฯ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การถอนพริกและราคาพริกตกต่ำดังกล่าว&nbsp;เป็นการถอนเมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เนื่องจากราคาจำหน่ายพริก&nbsp;ที่หน้าสวนราคา&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;17&nbsp;บาท&nbsp;ประกอบกับอายุของต้นพริกได้มีการเก็บผลผลิตหลายรุ่นแล้วและถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนเป็นปลูก&nbsp;เป็นพืชชนิดอื่น&nbsp;โดยคิดว่าจะปลูกข้าวโพดหวานและข้าวโพดข้าวเหนียว&nbsp;จึงได้ถอนพริกดังกล่าวออกไปจำนวน&nbsp;2&nbsp;ไร่และปัจจุบันได้เตรียมดิน&nbsp;เพื่อปลูกข้าวโพดในสัปดาห์หน้า</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายสุพลได้กล่าวอีกว่าปัจจุบันราคาจำหน่ายพริกที่หน้าสวน</strong>&nbsp;จำหน่ายราคา&nbsp;30&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรอยู่ได้&nbsp;เป็นที่&nbsp;พอใจของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งปริมาณผลผลิตของพริกของปีนี้มีผลผลิตดี&nbsp;ผลผลิตพริกจำนวน&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;2&nbsp;งานที่เหลืออยู่มีมูลค่าจำหน่ายถึง&nbsp;600,000-700,000&nbsp;บาท</p><p><strong>นายสุพลยังกล่าวอีกว่าในฤดูกาลหน้า</strong>&nbsp;อาจจะต้องถอนต้นพริก&nbsp;ที่เหลืออยู่&nbsp;เพื่อเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นเพื่อรักษาคุณภาพดินให้มี&nbsp;ความอุดมสมบูรณ์ต่อไป&nbsp;ปัจจุบันราคาจำหน่ายพริกแดงในตลาดสดเทศบาลตำบลโพธ์ไทร&nbsp;อำเภอป่าติ้ว&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;ราคา&nbsp;40-50&nbsp;บาท/กิโลกรัม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;บ้านคำเกิด&nbsp;ตำบลกระจาย&nbsp;อำเภอป่าติ้ว&nbsp;มีจำนวนเกษตรกรผู้ปลูกพริก&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;จำนวนพื้นที่&nbsp;30&nbsp;ไร่</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210210142896"],
    [334,"ผวจ.อุดรธานี สำรวจพื้นที่และวางจุดตรวจประเมินการจัดงานพืชสวนโลกในพื้นที่จริง","<p><strong>นายสยาม&nbsp;ศิริมงคล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่วางจุดในการเยี่ยมชมพื้นที่จริงของคณะกรรมการสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ&nbsp;(&nbsp;AIPH&nbsp;Site&nbsp;inspection)&nbsp;</strong>ที่กำหนดเดินทางมาเยี่ยมชมพื้นที่จริงที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ซึ่งเป็นขั้นตอนที่&nbsp;5&nbsp;ของการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;(ประเภท&nbsp;บี&nbsp;)&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.2569&nbsp;ตามขั้นตอนการประมูลสิทธิ์การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกที่สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ&nbsp;(AIPH)&nbsp;กำหนด&nbsp;จังหวัดอุดรธานีได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกในปี&nbsp;2569&nbsp;ซึ่งจะต้องมีการดำเนินการตามขั้นตอนการประมูลสิทธิการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;ที่สมาคมพืชสวนโลกระหว่างประเทศ&nbsp;AIPH&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;</p><p><strong>โดยทางจังหวัดอุดรธานีได้ดำเนินการไปแล้ว&nbsp;4&nbsp;ขั้นตอน</strong>&nbsp;เหลือเพียง&nbsp;2&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;คือ&nbsp;</p><p>1.การลงพื้นที่จริงจาก&nbsp;AIPH&nbsp;(บริเวณพื้นที่หนองแด)&nbsp;</p><p>2.ผู้แทนประเทศไทยยื่นเอกสารสมัครอย่างเป็นทางการ&nbsp;ณ&nbsp;สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์&nbsp;เมืองดูไบ&nbsp;ซึ่งจะได้ดำเนินการในขั้นตอนต่อไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปรับภูมิทัศน์หนองแด</strong>&nbsp;<strong>ให้เกิดความสะอาด&nbsp;สวยงาม&nbsp;เป็นระเบียบเรียบร้อย&nbsp;มีการขยายถนนโดยรอบ</strong>&nbsp;การปรับแต่งพื้นที่รองรับจัดงานและเตรียมรับการเยี่ยมชม&nbsp;ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ได้เน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้รับผิดชอบ&nbsp;นำเสนอความโดดเด่นทั้งสถานที่&nbsp;พรรณพืช&nbsp;การจัดโซนแสดงนิทรรศการ&nbsp;พร้อมสอดแทรกเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความเป็นไทยโดยการนำศิลปะวัฒนธรรมเข้ามาช่วยส่งเสริม&nbsp;เพื่อสร้างความประทับใจ&nbsp;ซึ่งอุดรธานีมีความพร้อมในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ด้าน&nbsp;ทั้งเส้นทางจราจร&nbsp;การเดินทางด้วยเครื่องบิน&nbsp;รถบริการประจำทาง&nbsp;รถไฟ&nbsp;ด้านสาธารณสุข&nbsp;ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;ด้านการบริการด้านที่พักรวมถึงอาหาร&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยวอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;วันนี้อุดรธานีพร้อมเป็นตัวแทนของประเทศและของโลกในการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;ปี&nbsp;2569&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ยังได้จัดตั้งศูนย์เตรียมความพร้อมงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี&nbsp;2569&nbsp;(ศตพล.อด.)เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางศูนย์ฯ&nbsp;มีการรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินงานประมูลสิทธิและแต่งตั้งคณะทำงาน&nbsp;</strong>ประกอบด้วย&nbsp;1.คณะอำนวยการ&nbsp;ซึ่งมีนายสยาม&nbsp;ศิริมงคล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;2.คณะทำงานด้านการใชพื้นที่สาธารณประโยชน์&nbsp;และพื้นที่อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ซึ่งมีนายนิติพัฒน์&nbsp;ลีลาเลิศแล้ว&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;3.คณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการพื้นที่ภายหลังการจัดงาน&nbsp;ซึ่งมีนายกองเอกปราโมทย์&nbsp;ธัญญพืช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;4.คณะทำงานด้านมวลชน&nbsp;ประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้&nbsp;ซึ่งมีนายวิเชียร&nbsp;ขาวขำ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;5.คณะทำงานด้านเศรษฐกิจ&nbsp;การจัดนิทรรศการและสิทธิประโยชน์&nbsp;ซึ่งมีนายวันชัย&nbsp;จันทร์พร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;6.คณะทำงานด้านพืชสวน&nbsp;และนวัตกรรมด้านการเกษตร&nbsp;ซึ่งมีนายจำรัส&nbsp;กังน้อย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็นประธาน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุดรธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211093132950"],
    [335,"กอนช. ขอให้ระวังอากาศแปรปรวนจะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่งบริเวณตอนบนของประเทศ","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ระวังอากาศแปรปรวนจะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และลูกเห็บตกบางแห่งบริเวณตอนบนของประเทศ</strong>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(11&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศแปรปรวน&nbsp;โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&nbsp;โดยต้องเฝ้าระวังถึงวันที่&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศแปรปรวนจะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.ปราจีนบุรี&nbsp;43&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สระบุรี&nbsp;43&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนครราชสีมา&nbsp;38&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;32,703&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;55&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;26,328&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;57&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211084712930"],
    [336,"รมช.กระทรวงคมนาคมสั่งการกรมเจ้าท่าเร่งดำเนินการขจัดคราบน้ำมันเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง รวมทั้งให้เร่งประสานบริษัทฯ ตรวจสอบจุดที่รั่วไหลว่ายังคงมีปริมาณน้ำมันตกค้างอยู่ในท่ออีกหรือไม่","<p><strong>นายอธิรัฐ&nbsp;รัตนเศรษฐ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;เปิดเผยถึงเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลซ้ำเมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ในระดับ&nbsp;Tier&nbsp;1&nbsp;(น้ำมันรั่วไหลขนาดเล็ก&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ตัน)</strong>&nbsp;โดยพบฟิล์มน้ำมันดิบ(สีเงิน)&nbsp;บริเวณทิศเหนือ&nbsp;ห่างจากทุ่นผูกเรือน้ำลึก&nbsp;แบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเล&nbsp;หรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเลของบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;(SPRC)&nbsp;ประมาณ&nbsp;3&nbsp;ไมล์&nbsp;ใกล้กับจังหวัดระยอง&nbsp;ซึ่งกรมเจ้าท่าได้เคยมีคำสั่งระงับการใช้งานทุ่นเทียบเรือดังกล่าวไปแล้วตั้งแต่วันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ส่วนสาเหตุการรั่วไหล&nbsp;เบื้องต้นทราบว่าเกิดจากการที่บริษัทฯ&nbsp;ได้ยกท่ออ่อนขนถ่ายน้ำมันบริเวณทุ่นลอยขนถ่ายน้ำมันกลางทะเล&nbsp;</strong>จุดที่พบการรั่วไหลก่อนหน้าขึ้นมาตรวจสอบ&nbsp;แต่พบว่ามีน้ำมันค้างท่ออยู่&nbsp;จนทำให้เกิดรั่วไหลลงทะเลอีกครั้ง&nbsp;และภายหลังเกิดเหตุกรมเจ้าท่าได้เร่งดำเนินการ&nbsp;ออกประกาศกรมเจ้าท่าให้ระมัดระวังการเดินเรือ&nbsp;และระมัดระวังความปลอดภัย&nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่&nbsp;6&nbsp;สาขาระยอง&nbsp;ได้แจ้งความร้องทุกข์&nbsp;ต่อพนักงานสอบสวนอีกครั้ง&nbsp;ในการกระทำดังกล่าวฝ่าผืนคำสั่งระงับใช้ทุ่นเทียบเรือ&nbsp;และก่อให้เกิดมลพิษฯ&nbsp;พร้อมมีหนังสือแจ้งให้บริษัทฯ&nbsp;ดำเนินการปฎิบัติตามแผนเผชิญเหตุฯ&nbsp;ในระดับ&nbsp;Tier&nbsp;1&nbsp;และแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดรับทราบเพื่อเตรียมการรองรับเหตุที่เกิดขึ้นกรณีขยายวงกว้าง&nbsp;พร้อม&nbsp;ได้สั่งการให้บริษัทฯ&nbsp;เข้าระงับเหตุฯ&nbsp;อาทิ&nbsp;ล้อมบูม&nbsp;จัดเรือสนับสนุน&nbsp;และรายงานผลการทำงาน&nbsp;อย่างไรก็ตามกรมเจ้าท่า&nbsp;ได้จัดเรือตรวจการณ์&nbsp;เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ</p><p><strong>นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้กรมเจ้าท่าเร่งดำเนินการขจัดคราบน้ำมันเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;</strong>รวมทั้งให้เร่งประสานบริษัทฯ&nbsp;ตรวจสอบจุดที่รั่วไหลว่ายังคงมีปริมาณน้ำมันตกค้างอยู่ในท่ออีกหรือไม่&nbsp;เพื่อการวางแผนและเตรียมการป้องกันเกิดเหตุซ้ำ</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211104318992"],
    [337,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ยกเว้นภาคเหนือบริเวณ รพ.เทพรัตนฯ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ค่าฝุ่นเกินในระดับสีส้ม","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ยกเว้นภาคเหนือบริเวณ&nbsp;รพ.เทพรัตนฯ&nbsp;อ.แม่แจ่ม&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;ค่าฝุ่นเกินในระดับสีส้ม</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(11&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีลมพัด&nbsp;และหลายพื้นที่มีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยพบบริเวณ&nbsp;รพ.เทพรัตนฯ&nbsp;อ.แม่แจ่ม&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;เกินมาตรฐานในระดับสีส้มอยู่ที่&nbsp;70&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;12&nbsp;กุมภาพันธ์?พื้นที่ภาคเหนือจะมีแนวโน้มฝุ่นละอองสูงขึ้น&nbsp;แต่ภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211100634958"],
    [338,"จังหวัดตรัง กำหนดยืนยันตัวตนในการจำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน เพื่อกำกับดูแลและป้องปรามการลักขโมยผลปาล์มน้ำมันและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>&nbsp;สืบเนื่องจากสถานการณ์ราคาผลปาล์มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ได้ปรับตัวอยู่ในเกณฑ์ดี&nbsp;&nbsp;ทำให้เกิดปัญหาการลักขโมยผลปาล์มของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ดังนั้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อกำกับดูแลและป้องปรามการลักขโมยผลปาล์มน้ำมันและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน</strong>&nbsp;จังหวัดตรังจึงขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันทั้งโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มและผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;แจ้งให้ผู้ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;ณ&nbsp;&nbsp;สถานที่รับซื้อ&nbsp;จะต้องแจ้งยืนยันแสดงตัวตน&nbsp;&nbsp;โดยยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขายผลปาล์ม&nbsp;&nbsp;ประกอบการขายทุกครั้งและห้ามรับซื้อผลปาล์มน้ำมันที่ไม่ปรากฏแหล่งที่มา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดตรังจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบและจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิดในพื้นที่ต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211101325959"],
    [339,"ขอให้ประชาชนรับมือสภาพอากาศแปรปรวน เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก จนถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้","<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;&nbsp;เอี่ยมอนันชัย&nbsp;&nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ได้ประสานงานกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รับมือกับสภาพอากาศแปรปรวนที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่จากคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมากำลังเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;จึงแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;&nbsp;ระวังพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;&nbsp;รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><strong>สำหรับในวันนี้ถึงวันที่&nbsp;12&nbsp;กุมภาพันธ์</strong>&nbsp;<strong>2565&nbsp;</strong>มีหลายจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;อาทิ&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;จังหวัดน่าน&nbsp;&nbsp;อุตรดิตถ์&nbsp;ตาก&nbsp;สุโขทัย&nbsp;&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;อาทิ&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;หนองคาย&nbsp;บึงกาฬ&nbsp;หนองบัวลำภู&nbsp;อุดรธานี&nbsp;&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;อุทัยธานี&nbsp;ชัยนาท&nbsp;ลพบุรี&nbsp;สระบุรี&nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;อาทิ&nbsp;จังหวัดนครนายก&nbsp;ปราจีนบุรี&nbsp;สระแก้ว&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;</p><p><strong>ส่วนวันที่&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;อาทิ&nbsp;จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;สกลนคร&nbsp;นครพนม&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;และสระบุรี&nbsp;&nbsp;และภาคตะวันออก&nbsp;อาทิ&nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;สระแก้ว&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ระยอง&nbsp;&nbsp;ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><br></p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211103829985"],
    [340,"กองทัพเรือ สนับสนุนเฮลิคอปเตอร์กองทัพเรือภาค 1 ขึ้นบินปล่อยสารเคมีขจัดคราบน้ำมัน กรณีเกิดน้ำมันรั่วจากการค้างท่อ 5,000 ลิตรที่จังหวัดระยอง","<p><strong>พลเรือโท&nbsp;ปกครอง&nbsp;มนธาตุผลิน&nbsp;โฆษกกองทัพเรือ&nbsp;ชี้แจงข่าวกรณีที่เมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;บริษัทสตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;SPRCได้ประกาศภาวะฉุกเฉินน้ำมันรั่วไหล&nbsp;Tier&nbsp;1&nbsp;(ภาวะน้ำมันรั่วไหลขนาดเล็ก&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ตัน)&nbsp;เนื่องจากพบฟิล์มน้ำมันดิบ&nbsp;(สีเงิน)&nbsp;บริเวณทิศเหนือ&nbsp;ห่างจากทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเลประมาณ&nbsp;3&nbsp;ไมล์&nbsp;เนื่องจากมีการเข้าไปเก็บหลักฐานเพื่อประกอบทางคดี&nbsp;และมีการสอบสวนถึงน้ำมันในท่อและระบบซึ่งขณะทำการตรวจสอบ&nbsp;ได้เกิดการรั่วไหลของน้ำมันค้างท่อจำนวนประมาณ&nbsp;5,000&nbsp;ลิตร&nbsp;และบริษัทฯ&nbsp;ได้ขอกำลังทางเรือและอากาศยานจากทัพเรือภาค&nbsp;1&nbsp;ขึ้นบินลาดตระเวณตรวจคราบน้ำมันและวางแผนการใช้สารขจัดคราบน้ำมันพื้อระงับเหตุให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว&nbsp;และอยู่ในวงจำกัดที่สุด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์&nbsp;ขึ้นสำรวจ</strong>และกำหนดแนวทางการใช้สารให้ได้ประโยชน์สูงสุดในจุดที่เกิดคราบน้ำมันแล้ว&nbsp;โดยสถานการณ์ล่าสุดคราบน้ำมันอยู่ในวงจำกัดเหลือให้เห็นเป็นแค่ฟิล์มบาง&nbsp;ๆ</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211105111000"],
    [341,"ตลาดสด อ.ต.ก. พร้อมอำนวยความสะดวกให้ประชาชน เพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรออนไลน์ อ.ต.ก. เดลิเวอรี่ ส่งของดี การันตีคุณภาพ เพียงสั่งสินค้าผ่าน Line Man ไกลแค่ไหนก็พร้อมส่ง","<p><strong>นายปณิธาน&nbsp;มีไชยโย&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;ช่วงที่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;Covid-19&nbsp;ประชาชนบางส่วนจำเป็นจะต้องกักตัวอยู่กับบ้าน&nbsp;ทำให้วิถีชีวิตและการดำเนินชีวิตบางอย่างเปลี่ยนไป&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อการจับจ่ายใช้สอย&nbsp;หลายท่านหันมาใช้บริการเดลิเวอรี่มากขึ้น&nbsp;การจำหน่ายสินค้าตลาดสด&nbsp;อ.ต.ก.&nbsp;ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์&nbsp;Ortorkor.com&nbsp;,&nbsp;Facebook&nbsp;:&nbsp;Ortorkor&nbsp;Delivery&nbsp;และ&nbsp;Line&nbsp;Man&nbsp;เป็นอีกช่องทางในการเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ซื้อ&nbsp;จากการที่ต้องออกมาซื้อสินค้าจับจ่ายในตลาดสด&nbsp;เพียงแค่ย้ายขึ้นมาบนจอมือถือทำให้ผู้บริโภคมีความสะดวกในการจับจ่ายวัตถุดิบแบบ&nbsp;One-stop&nbsp;service&nbsp;แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นตลาดสด</p><p><strong>การจำหน่ายสินค้าเกษตรออนไลน์&nbsp;อ.ต.ก.&nbsp;เป็นการเชื่อมโยงระหว่างเกษตรกรซึ่งเป็นผู้ผลิตกับผู้ขายเข้าสู่ระบบการตลาด</strong>&nbsp;และบริหารจัดการสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;มุ่งตอบสนองในแนวทาง&nbsp;เศรษฐกิจฐานดิจิทัล&nbsp;ของรัฐบาล&nbsp;ปัจจุบันสามารถสั่งซื้อสินค้าภายในตลาดสด&nbsp;อ.ต.ก.&nbsp;ผ่านช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรออนไลน์&nbsp;ภายใต้แบรนด์&nbsp;อ.ต.ก.&nbsp;เดลิเวอรี่&nbsp;ส่งของดี&nbsp;การันตีคุณภาพ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แพลตฟอร์ม&nbsp;ได้แก่&nbsp;เว็บไซต์&nbsp;Ortorkor.com&nbsp;และ&nbsp;Line&nbsp;Man&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดสำหรับการซื้อขายสินค้าเกษตรคุณภาพออนไลน์&nbsp;เชื่อมโยงกับตลาดออฟไลน์ที่มีอยู่เดิม&nbsp;ตลอดจนเพื่อประชาสัมพันธ์&nbsp;สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ&nbsp;ให้แก่เกษตรกร&nbsp;และยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เกษตรกรและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ&nbsp;อ.ต.ก.</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211105944003"],
    [342,"กำชับให้โครงการชลประทานทุกแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ควบคุมพื้นที่เพาะปลูกให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&nbsp;มีปริมาณน้ำในอ่างฯ&nbsp;รวมกันทั้งสิ้น&nbsp;53,533&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ของความจุอ่างฯ&nbsp;รวมกัน&nbsp;เป็นน้ำใช้การได้&nbsp;29,596&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ปัจจุบันมีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ&nbsp;11,664&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผลการเพาะปลูกข้าวนาปรังปีนี้</strong>&nbsp;ทั้งประเทศเพาะปลูกข้าวไปแล้วกว่า&nbsp;6&nbsp;ล้านไร่&nbsp;&nbsp;เกินแผนที่วางไว้ร้อยละ&nbsp;8&nbsp;เฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&nbsp;เพาะปลูกไปแล้ว&nbsp;กว่า&nbsp;4&nbsp;ล้านไร่&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้กำชับให้โครงการชลประทาน&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;ควบคุมพื้นที่เพาะปลูกให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;พร้อมบริหารจัดการน้ำด้วยความประณีต&nbsp;หมุนเวียนการส่งน้ำตามรอบเวร&nbsp;เพื่อให้ทุกพื้นที่มีปริมาณน้ำเพียงพออย่างเท่าเทียมกัน&nbsp;รวมทั้งดำเนินการตามมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำปี&nbsp;2564/65&nbsp;ตามมติที่คณะรัฐมนตรีกำหนดทั้ง&nbsp;8&nbsp;มาตรการอย่างเคร่งครัด&nbsp;ติดตามประเมินผลนำข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ&nbsp;(สสน.)&nbsp;มาวิเคราะห์ในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;เตรียมเครื่องจักรเครื่องมือ&nbsp;อาทิ&nbsp;เครื่องสูบน้ำ&nbsp;รถบรรทุกน้ำ&nbsp;พร้อมช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยได้ทันที&nbsp;</p><p><strong>ที่สำคัญทำการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้</strong>&nbsp;ถึงปริมาณน้ำและสถานการณ์น้ำให้เกษตรกรรับทราบอย่างต่อเนื่อง&nbsp;รณรงค์ให้เกษตรกรหันมาทำนาแบบเปียกสลับแห้ง&nbsp;เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำและลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหายได้&nbsp;และขอให้ประชาชนทุกภาคส่วน&nbsp;ร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัด&nbsp;เพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอต่อทุกกิจกรรมตลอดช่วงหน้าแล้งนี้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211104458994"],
    [343,"จ.จันทบุรี วางมาตรการป้องกันทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาด และสร้างความเชื่อมั่นทุเรียนเมืองจันท์ ปลอดโควิด  19 พร้อมออกประกาศวันเก็บผลผลิต และเปอร์เซ็นต์น้ำหนักก่อนเก็บผลผลิต","<p><strong>นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ออกประกาศจังหวัด</strong>&nbsp;เรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาดฤดูกาลผลิต&nbsp;เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติแก่เกษตรกร&nbsp;ผู้ซื้อ&nbsp;ผู้ขาย&nbsp;และผู้บริโภคให้เกิดความเป็นธรรม&nbsp;ตลอดจนเสริมสร้างภาพลักษณ์ผลไม้คุณภาพของจังหวัดจันทบุรีให้เป็นที่รู้จักและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคโดยมีประกาศ&nbsp;ดังนี้&nbsp;ประกาศวันเก็บเกี่ยวทุเรียน&nbsp;(ตัดได้แต่นำไปตรวจก่อนตัด&nbsp;-&nbsp;พันธุ์กระดุม&nbsp;วันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;พันธุ์ชะนี&nbsp;และพันธุ์พวงมณี&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;พันธุ์หมอนทอง&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;และประกาศกำหนดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน&nbsp;ดังนี้&nbsp;พันธุ์กระดุมไม่น้อยกว่า&nbsp;27&nbsp;เปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้ง&nbsp;&nbsp;พันธุ์ชะนี&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;30&nbsp;เปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้ง&nbsp;&nbsp;พันธุ์พวงมณี&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;30&nbsp;เปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้ง&nbsp;&nbsp;พันธุ์หมอนทอง&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;32&nbsp;เปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้ง&nbsp;ถ้าเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งต่ำกว่านี้&nbsp;ถือว่าเป็นทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;หรือทุเรียนอ่อน&nbsp;</p><p><strong>หากเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน&nbsp;พ่อค้าคนกลาง&nbsp;หรือ&nbsp;ผู้มีอาชีพตัดทุเรียน&nbsp;</strong>ผู้ใดจำหน่ายทุเรียนด้อยคุณภาพเข้าข่ายความผิดโดยหลอกลวงด้วยประการใดๆ&nbsp;ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด&nbsp;สภาพ&nbsp;คุณภาพ&nbsp;หรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ&nbsp;รวมทั้งผู้ใดเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด&nbsp;สภาพ&nbsp;คุณภาพหรือสาระสำคัญ&nbsp;ประการอื่นอันเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือของผู้อื่น&nbsp;จะมีความผิดทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง&nbsp;โทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211105900002"],
    [344,"จังหวัดตราดออกประกาศ กำหนดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนแต่ละพันธุ์ ป้องกันปัญหาทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>จังหวัดตราดประกาศให้เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน&nbsp;พ่อค้าคนกลางหรือผู้มีอาชีพตัดทุเรียนได้ทราบโดยทั่วกันว่า&nbsp;จังหวัดตราดได้กำหนดระดับความสุกแก่ของทุเรียน&nbsp;ด้วยการวัดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน&nbsp;โดยการตรวจสอบน้ำหนักแห้งด้วยเครื่องเตาอบไมโครเวฟ&nbsp;โดยใช้ค่ามาตรฐานเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน&nbsp;ของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ&nbsp;ตามมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;มกษ.&nbsp;3-2556&nbsp;ซึ่งกำหนดค่าเฉลี่ยเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนแต่ละพันธุ์&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">1.พันธุ์กระดุม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;27&nbsp;เปอร์เซ็นต์แป้ง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">2.พันธุ์ชะนี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;30&nbsp;เปอร์เซ็นต์แป้ง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">3.พันธุ์พวงมณี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;30&nbsp;เปอร์เซ็นต์แป้ง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">4.พันธุ์หมอนทอง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;32&nbsp;เปอร์เซ็นต์แป้ง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ถ้าเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งต่ำกว่านี้&nbsp;ถือว่าเป็นทุเรียนด้อยคุณภาพ</strong>&nbsp;(ทุเรียนอ่อน&nbsp;ดังนั้น&nbsp;หากผู้ใดจำหน่ายทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;เข้าข่ายความผิด&nbsp;ดังนี้&nbsp;(1)&nbsp;ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา&nbsp;มาตรา&nbsp;271&nbsp;ผู้ใดขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใด&nbsp;ๆ&nbsp;ให้ผู้ซื้อหลงเชื้อในแหล่งกำเนิด&nbsp;สภาพคุณภาพ&nbsp;หรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ&nbsp;ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง&nbsp;ต้องระวงโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;60,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;(2)&nbsp;การกระทำผิด&nbsp;ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;พ.ศ.2522&nbsp;มาตรา&nbsp;47&nbsp;ผู้ใดโดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิด&nbsp;ในแหล่งกำเนิด&nbsp;สภาพ&nbsp;คุณภาพ&nbsp;หรือ&nbsp;สาระสำคัญ&nbsp;ประการอื่นอันเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือของผู้อื่น&nbsp;โฆษณาหรือใช้ฉลากที่มีข้อความอันเป็นเท็จ&nbsp;หรือข้อความที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเช่นนั้น&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;จังหวัดตราดจึงขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211110227007"],
    [345,"ประวิตร เน้นบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศให้เกิดความสมดุลและแก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ ด้วยการจัดสรรที่ดินให้กับประชาชนภายใต้ คทช. เข้าทำกินและใช้ประโยชน์ในลักษณะแปลงรวม","<p><strong>รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เน้นบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศให้เกิดความสมดุลและแก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่&nbsp;ด้วยการจัดสรรที่ดินให้กับประชาชนภายใต้&nbsp;คทช.&nbsp;เข้าทำกินและใช้ประโยชน์ในลักษณะแปลงรวมโดยไม่ให้กรรมสิทธิ์&nbsp;ภาพรวมจัดสรรไปแล้วกว่า&nbsp;5.56&nbsp;ล้านไร่&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;70,000&nbsp;คน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวในงานสัมมนานโยบายการบริหารจัดการที่ดินของประเทศไทยและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจและการลงนามบันทึกความเข้าใจ&nbsp;(MOU)&nbsp;ว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาการบริหารจัดการข้อมูลที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ&nbsp;ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(สคทช.)&nbsp;ว่า&nbsp;การขับเคลื่อนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศจะช่วยให้ประชาชนไทยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นจากที่ดินทำกิน&nbsp;แต่ที่ดินเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด&nbsp;ขณะที่ความต้องการใช้ประโยชน์ที่ดินของประชาชนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;จนเกิดปัญหาและความขัดแย้งต่างๆจำนวนมาก&nbsp;เนื่องจากมีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับที่ดินและทรัพยากรดินจำนวนมาก&nbsp;แล้วแต่ละหน่วยงานถือกฎหมายของตนเองเป็นหลัก&nbsp;ทำให้การแก้ปัญหาที่ดินของประชาชนได้รับการแก้ปัญหาล่าช้าและไม่ทันต่อสถานการณ์&nbsp;ส่งผลให้ปัญหาที่ดินและทรัพยากรดินถูกสะสมเป็นเวลานาน&nbsp;มีความรุนแรง&nbsp;ซับซ้อน&nbsp;และยากต่อการแก้ปัญหามากขึ้น&nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลแก้ปัญหาที่ดินด้วยการให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(คทช.)&nbsp;เข้ามาบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ&nbsp;เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของสังคมและเร่งรัดให้กระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมผ่านการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในลักษณะแปลงรวมโดยไม่ให้กรรมสิทธิ์&nbsp;ถือเป็นแนวทางการแก้ปัญหาการไร้ที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชน&nbsp;และป้องกันการเปลี่ยนมือไปอยู่ในความครอบครองของนายทุนผู้ที่ไม่ใช่เกษตรกร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตั้งแต่ปี&nbsp;2558&nbsp;จนถึงปัจจุบันไปแล้ว&nbsp;1,442&nbsp;พื้นที่&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;5.56&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ครอบคลุม&nbsp;70&nbsp;จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;แล้วสามารถจัดให้ประชาชนเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่แล้วกว่า&nbsp;70,000&nbsp;คน&nbsp;ควบคู่กับส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นางรวีวรรณ&nbsp;ภูริเดช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(สคทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(สคทช.)&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการที่ดินของประเทศ&nbsp;คือ&nbsp;กรมป่าไม้&nbsp;กรมที่ดิน&nbsp;กรมธนารักษ์&nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ&nbsp;ได้ร่วมกันลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาการบริหารจัดการข้อมูลที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ&nbsp;เพื่อร่วมกันสร้างพลังขับเคลื่อนงานสู่ความสำเร็จที่มีเป้าหมายร่วมกัน&nbsp;จะช่วยให้การบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศที่มีอยู่อย่างจำกัดมีประสิทธิภาพ&nbsp;เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;และสมดุลเป็นธรรม&nbsp;โดยเฉพาะแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;กระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม&nbsp;ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทำให้ประเทศมีการพัฒนาบนรากฐานการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืนสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดไว้ด้วย</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211110034005"],
    [346,"จังหวัดลำปาง เตรียมพร้อมศูนย์รวบรวมข้อมูลและสั่งการ (war Room) ระดับจังหวัดทุกระดับ รับมือไฟป่าหมอกควัน","<p><strong>จากการประชุมศูนย์รวบรวมข้อมูลและสั่งการ&nbsp;(war&nbsp;Room)&nbsp;</strong>ระดับจังหวัด&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;เพื่อหารือแนวทางการปฏิบัติงานควบคุมไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมนำเสนอแนวทางและผลการปฏิบัติงาน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งภาพรวมของจังหวัดลำปาง&nbsp;ขณะนี้ได้เตรียมพร้อมการประสานงานเพื่อขับเคลื่อนงานในทุกระดับ&nbsp;ที่ประชุมได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนเฉพาะกิจ&nbsp;เพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองและลงพื้นที่สร้างความรับรู้ให้หน่วยงานในพื้นที่&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;สนับสนุนการบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;โดยการชิงเก็บ&nbsp;เพื่อลดปริมาณเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า&nbsp;จัดการเชื้อเพลิงให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ&nbsp;และไม่ส่งผลให้ฝุ่นละอองอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน&nbsp;และมีการเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่กระจายกำลังลาดตระเวนเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การดำเนินการได้ให้ความสำคัญกับชุมชนหมู่บ้าน</strong>&nbsp;โดยเน้นการประชาสัมพันธ์เชิงรุก&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้ให้ชาวบ้านได้ตระหนักถึงปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;รวมถึงให้ความรู้ด้านการบริหารจัดการเชื้อเพลิงให้เป็นหมู่บ้านปลอดการเผาอย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211113525038"],
    [347,"เกษตรวัดญาณฯ ปลูกละมุดยักษ์หวังอนุรักษ์ให้คนรุ่นใหม่ได้ลิ้มลอง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>เกษตรวัดญาณฯ&nbsp;ปลูกละมุดยักษ์&nbsp;100&nbsp;ต้น&nbsp;บนพื้นที่&nbsp;17&nbsp;ไร่&nbsp;หวังอนุรักษ์ให้คนรุ่นใหม่ได้ลิ้มลองรสชาติผลไม้พื้นบ้านโบราณ</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายรณภูมิ&nbsp;พรหมแพทย์&nbsp;นักธุรกิจผู้บริหาร&nbsp;บจก.พัทยาระบบน้ำและสวน</strong>&nbsp;ได้พาเยี่ยมชมสวนคำข้าว&nbsp;บนพื้นที่&nbsp;17&nbsp;ไร่&nbsp;ย่านเกษตรวัดญาณฯ&nbsp;ติดอ่างเก็บน้ำทาบฟักทอง&nbsp;ตำบลห้วยใหญ่&nbsp;อำเภอบางละมุง&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ซึ่งใช้เป็นพื้นที่ปลูกต้นละมุดยักษ์รวมทั้งสิ้น&nbsp;100&nbsp;ต้น&nbsp;ซึ่งในขณะนี้ถือว่าเป็นช่วงที่ผลไม้กำลังออกผลให้เก็บเกี่ยว&nbsp;และในอนาคตจะมีแผนเปิดสวนอย่างเป็นทางการ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายรณภูมิ&nbsp;พรหมแพทย์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ได้เพาะพันธุ์ต้นละมุดยักษ์ปลอดสารพิษซึ่งเป็นผลไม้พื้นบ้านโบราณที่นับวันยิ่งหารับประทานยากเพื่อขยายพันธุ์ไว้ภายในสวนคำข้าว&nbsp;เป็นพืชที่ดูแลง่าย&nbsp;เพราะต้องการหากิจกรรมทำในเวลาว่าง&nbsp;หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตหวังที่จะให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว&nbsp;โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ได้ลิ้มลองรสชาติที่มีความอร่อยหวานกรอบของละมุดยักษ์ในสวน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางสวนคำข้าวจะได้นำลูกละมุดยักษ์ไปตั้งเต๊นท์จำหน่ายบริเวณหน้า&nbsp;บจก.พัทยาระบบน้ำและสวน&nbsp;</strong>เลขที่&nbsp;653&nbsp;หมู่12&nbsp;ริมถนนสุขุมวิทพัทยา&nbsp;ตำบลหนองปรือ&nbsp;อำเภอบางละมุง&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.00-16.00&nbsp;น.ของทุกวัน&nbsp;ช่วงนี้จะมีจำหน่ายทุกวัน&nbsp;และทางสวนมีโปรโมชั่น&nbsp;ซื้อ&nbsp;10&nbsp;กิโลกรัมแถม&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข&nbsp;099-442&nbsp;2993&nbsp;หากซื้อไปไม่ได้คุณภาพยินดีรับเปลี่ยนคืน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p>ปริญญา&nbsp;&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211120002046"],
    [348,"รมว.เกษตรฯ ปล่อยขบวนเรือตรวจประมงทะเลที่อ่าวประจวบฯ บังคับใช้มาตรการปิดอ่าวไทย ปี 2565 ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ","<p><strong>ที่บริเวณชายทะเลอ่าวประจวบคีรีขันธ์&nbsp;สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ร.9&nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์</strong>&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นประธานพิธีประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่</p><p>วางไข่&nbsp;เลี้ยงตัวอ่อน&nbsp;ทะเลอ่าวไทย&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;และเปิดโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเสถียร&nbsp;เจริญเหรียญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&nbsp;ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เครือข่ายชาวประมง&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ร่วมพิธี&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ได้ประกอบพิธีบวงสรวงพระรูป&nbsp;พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ&nbsp;พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์&nbsp;กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์&nbsp;จากนั้นได้ประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่&nbsp;วางไข่&nbsp;เลี้ยงตัวอ่อน&nbsp;&nbsp;ทะเลอ่าวไทย&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับมาตรการดังกล่าวซึ่งเป็นมาตรการที่ประกาศกำหนดโดยอธิบดีกรมประมง&nbsp;อาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการประมง&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;มาตรา&nbsp;70&nbsp;มีสาระสำคัญเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรฤดูสัตว์น้ำมีไข่&nbsp;วางไข่&nbsp;เลี้ยงตัวอ่อน&nbsp;กำหนดระยะเวลาตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;ก.พ.&nbsp;-&nbsp;14&nbsp;มิ.ย.&nbsp;ของทุกปี&nbsp;ห้ามมิให้ผู้ใดทำการประมงในพื้นที่ทะเลอ่าวไทยบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;เนื่องจากผลการศึกษาทางวิชาการของกรมประมง&nbsp;พบว่าพื้นที่ทะเลอ่าวไทยใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดดังกล่าว&nbsp;เป็นพื้นที่วางไข่&nbsp;เลี้ยงตัวอ่อนของสัตว์น้ำที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจหลายชนิด&nbsp;โดยเฉพาะปลาทู&nbsp;โดยระยะที่&nbsp;1&nbsp;จะมีการปิดอ่าวไทยในพื้นที่ตั้งแต่ปลายแหลมเขาตาม่องล่าย&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ถึง&nbsp;อ.ดอนสัก&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานีครอบคลุมพื้นที่ในทะเล&nbsp;27,000&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;ระยะเวลาห้ามทำการประมง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;ก.พ.-&nbsp;15&nbsp;พ.ค.</p><p><strong>ส่วนระยะที่&nbsp;2&nbsp;จะมีการปิดอ่าวไทยตามระยะที่&nbsp;1</strong>&nbsp;แต่ปรับลดลงมาให้คงห้ามทำการประมงในระยะใกล้ฝั่ง&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนอพยพไปยังพื้นที่เลี้ยงตัวอ่อนในอ่าวไทยตอนใน&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&nbsp;5,300&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;และกำหนดห้ามทำการประมงเพิ่มเติมในพื้นที่ตั้งแต่เขาตาม่องล่ายไปทางทิศเหนือ&nbsp;จรด&nbsp;อ.หัวหิน&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&nbsp;2,900&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;16&nbsp;พ.ค.-&nbsp;14&nbsp;มิ.ย.&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ได้มีการยกเว้นการใช้เครื่องมือประมงบางชนิด&nbsp;ตามที่ระบุไว้ในประกาศเพื่อให้ชาวประมงสามารถทำการประมงได้ในช่วงเวลาที่มีการปิดอ่าว</p><p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากข้อมูลทางวิชาการพบว่า&nbsp;การประกาศใช้มาตรการปิดอ่าวไทย&nbsp;ทำให้พ่อแม่พันธุ์ปลาทูมีความสมบูรณ์เพศและมีการแพร่กระจายของลูกปลาทูและสัตว์น้ำเศรษฐกิจชนิดอื่นในพื้นที่ที่ประกาศใช้มาตรการอย่างชัดเจน&nbsp;ส่วนพื้นที่อ่าวไทยบริเวณบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เมื่อเปรียบเทียบองค์ประกอบของลูกปลาทูและสัตว์น้ำชนิดอื่น&nbsp;พบว่า&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;และพื้นที่บังคับใช้มาตรการ&nbsp;สอดคล้องกับการเลี้ยงตัวของสัตว์น้ำขนาดเล็ก&nbsp;แสดงให้เห็นว่า&nbsp;ปลาเริ่มเคลื่อนย้ายเข้าสู่อ่าวไทยรูปตัว&nbsp;ก&nbsp;เป็นแหล่งเลี้ยงตัวอ่อนที่สำคัญ&nbsp;ลดการจับพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำที่มีไข่และคุ้มครองสัตว์น้ำวัยอ่อนไม่ให้ถูกจับมาใช้ประโยชน์มากเกินควร&nbsp;ซึ่งประกาศกรมประมงดังกล่าวเกิดจากความเห็นชอบร่วมกันระหว่างกรมประมง&nbsp;ผู้แทนชาวประมงพาณิชย์และชาวประมงพื้นบ้าน&nbsp;ทำให้เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้เน้นการพูดคุยทำความเข้าใจกับชาวประมงเพื่อป้องปรามไม่ให้กระทำผิด&nbsp;ก่อนที่จะมีการบังคับใช้กฎหมาย</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>ได้มอบหนังสือรับรองมาตรฐานการทำประมงพื้นบ้านอย่างยั่งยืนให้แก่ชาวประมงพื้นบ้าน&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;มอบแผ่นป้ายเงินอุดหนุนโครงการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนประมง&nbsp;(กิจกรรมพัฒนาอาชีพชุมชนประมง)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ให้แก่ประธานองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นใน&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;องค์กร&nbsp;มอบแผ่นป้ายกุ้งก้ามกรามสัญลักษณ์โครงการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามในแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อสร้างรายได้ให้ผู้นำ&nbsp;ผู้แทนชุมชน&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ได้เปิดป้ายประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่&nbsp;วางไข่</strong>&nbsp;&nbsp;เลี้ยงตัวอ่อน&nbsp;ทะเลอ่าวไทย&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมปล่อยขบวนเรือตรวจประมงทะเล&nbsp;8&nbsp;ลำ&nbsp;บริเวณชายทะเลอ่าวประจวบฯ&nbsp;เพื่อออกตรวจป้องกันการกระทำผิดตามมาตรการปิดอ่าวไทย&nbsp;และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่งลงสู่ทะเล&nbsp;จำนวน&nbsp;220,000&nbsp;ตัว&nbsp;ได้แก่&nbsp;พันธุ์กุ้งกุลาดำ&nbsp;100,000&nbsp;ตัว&nbsp;พันธุ์กุ้งแชบ๊วย&nbsp;100,000&nbsp;ตัว&nbsp;และพันธุ์ปลากะพงขาว&nbsp;20,000&nbsp;ตัว</p><p>กิจกรรมในวันนี้&nbsp;ยังมีการจัดโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภคหรือ&nbsp;Fisherman&nbsp;Market&nbsp;โดยเปิดโอกาสให้ชาวประมงได้นำสินค้าประมงพื้นบ้านมาจำหน่ายสู่ผู้บริโภคโดยตรง&nbsp;เพื่อสร้างรายได้&nbsp;มีเกษตรกร&nbsp;และชาวประมงพื้นบ้านนำสินค้าประมงมาจำหน่ายกว่า&nbsp;30&nbsp;ร้าน&nbsp;อาทิ&nbsp;หอยนางรม&nbsp;ปูม้า&nbsp;หอยแมลงภู่&nbsp;ปลาทะเล&nbsp;ปลาทราย&nbsp;รวมทั้งผลิตภัณฑ์แปรรูป&nbsp;เช่น&nbsp;หมึกแห้ง&nbsp;ปลาอินทรีย์แดดเดียว&nbsp;ปลาเค็ม&nbsp;กะปิ&nbsp;น้ำพริกปูม้า&nbsp;หอยแมลงภูดอง&nbsp;ปลากะตักทอดกรอบ&nbsp;กุ้งหวาน&nbsp;หมึกกะตอย&nbsp;กุ้งแห้ง<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;0,&nbsp;0);\">&nbsp;</span>ห่อหมกทะเล&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>จ.ประจวบฯ&nbsp;มีพื้นที่ติดทะเลอ่าวไทยทุกอำเภอ&nbsp;มีความยาวชายฝั่งทะเล&nbsp;224.8&nbsp;กิโลเมตร</strong>&nbsp;มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำ&nbsp;ชาวประมงประกอบอาชีพทางการประมงที่หลากหลายทั้งการประมงชายฝั่งแบบพื้นบ้านและประมงในเชิงพาณิชย์&nbsp;มีเรือประมงด้วยเครื่องมือประมงพาณิชย์&nbsp;612&nbsp;ลำ&nbsp;เรือประมงพื้นบ้าน&nbsp;3,546&nbsp;ลำ&nbsp;มีผู้ประกอบอาชีพการประมง&nbsp;4,320&nbsp;คน&nbsp;มีผู้ประกอบการต่อเนื่องเกี่ยวกับกิจกรรมประมงทะเล&nbsp;ได้แก่แพปลา&nbsp;จ้านวน&nbsp;310&nbsp;แพ&nbsp;ท่าเทียบเรือประมง&nbsp;45&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ท่าเทียบเรือประมงพาณิชย์จำนวน&nbsp;29&nbsp;แห่ง&nbsp;ท่าเทียบเรือบริการน้ำ&nbsp;น้ำแข็ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ท่าจอดเรือประมง&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;มีมูลค่าสัตว์น้ำจากการทำการประมง&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;3,081&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันยับยั้งและขจัดการทำประมงผิดกฎหมายมาโดยตลอด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211121534055"],
    [349,"ปศุสัตว์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เตรียมความพร้อมรับมือโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร","<p><strong>นายชูฤทธิ์&nbsp;เสนีย์มโนมัย&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;โดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ได้จัดการประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(war&nbsp;room)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมมงคลบพิตร(2)&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;ยังไม่พบการระบาด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โรคอหิวาต์แอฟริกา&nbsp;เป็นโรคติดต่อเฉพาะในสุกรเท่านั้น&nbsp;ไม่ติดถึงคนและสัตว์อื่น&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ได้มีการป้องกันเชิงรุก&nbsp;โดยเก็บตัวอย่างเนื้อสุกร&nbsp;จากตลาดและโรงฆ่าสัตว์ทุก&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;ตรวจเยี่ยมฟาร์มสุกรทุกฟาร์มว่ามีการตายผิดปกติหรือไม่&nbsp;พร้อมควบคุมการเคลื่อนย้ายสุกร&nbsp;และซากสุกร&nbsp;ด้านเชิงรับ&nbsp;มีเจ้าหน้าที่รับแจ้งสุกรตายผิดปกติตลอด&nbsp;24&nbsp;ชม.</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;</strong>ได้ให้คำแนะนำแก่เกษตรกร&nbsp;เพื่อดำเนินการปรับปรุงฟาร์มให้เข้าสู่มาตรฐานอย่างน้อยขั้นต่ำ&nbsp;คือ&nbsp;GFM&nbsp;เพื่อป้องกันโรคระบาดเข้าสู่ฟาร์ม&nbsp;ตรวจติดตามมาตรการควบคุมราคาเนื้อสุกร&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ดำเนินการแทรกแซงราคาโดยจัดหน่วยจำหน่ายเนื้อสุกรราคาถูกราคากิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;ในช่วงเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งได้ออกประกาศตามพระราชบัญญัติสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2497&nbsp;ให้ผู้ครอบครองเนื้อสุกรที่มากกว่า&nbsp;5,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ต้องแจ้งกับนายอำเภอท้องที่เพื่อตรวจสอบ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;ได้อนุมัติแผนเตรียมความพร้อมรับมือโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร</p><p>&nbsp;</p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;ส.ปชส.พระนครศรีอยุธยา</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=\"https://ayutthaya.prd.go.th/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\">https://ayutthaya.prd.go.th/</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211122310065"],
    [350,"จังหวัดตราดออกประกาศ กำหนดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนแต่ละพันธุ์ ป้องกันปัญหาทุเรียนอ่อน ออกสู่ตลาด","<p><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดตราดประกาศให้เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน&nbsp;พ่อค้าคนกลาง&nbsp;หรือผู้มีอาชีพตัดทุเรียน&nbsp;ได้ทราบโดยทั่วกัน&nbsp;</strong>ว่า&nbsp;จังหวัดตราดได้กำหนดระดับความสุก-แก่&nbsp;ของทุเรียน&nbsp;ด้วยการวัดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน&nbsp;โดยการตรวจสอบด้วยเครื่องเตาอบไมโครเวฟ&nbsp;ใช้ค่ามาตรฐานเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน&nbsp;ของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ&nbsp;ซึ่งกำหนดค่าเฉลี่ยเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้ง&nbsp;ในเนื้อทุเรียนแต่ละพันธุ์&nbsp;ดังนี้&nbsp;พันธุ์กระดุม&nbsp;27&nbsp;เปอร์เซ็นต์แป้ง&nbsp;/&nbsp;พันธุ์ชะนี&nbsp;30&nbsp;เปอร์เซ็นต์แป้ง&nbsp;/&nbsp;พันธุ์พวงมณี&nbsp;30&nbsp;เปอร์เซ็นต์แป้ง&nbsp;/&nbsp;พันธุ์หมอนทอง&nbsp;32&nbsp;เปอร์เซ็นต์แป้ง&nbsp;หากเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งต่ำกว่านี้&nbsp;ถือว่าเป็นทุเรียนด้อยคุณภาพ</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;หากผู้ใดจำหน่ายทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;จะเข้าข่ายความผิดดังนี้&nbsp;1)&nbsp;ประมวลกฎหมายอาญา&nbsp;มาตรา&nbsp;271&nbsp;</strong>ผู้ใดขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใด&nbsp;ๆ&nbsp;ให้ผู้ซื้อหลงเชื้อในแหล่งกำเนิด&nbsp;สภาพคุณภาพ&nbsp;หรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ&nbsp;ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง&nbsp;ระวางโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;60,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;<strong>2)&nbsp;การกระทำผิด&nbsp;ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;พ.ศ.2522&nbsp;มาตรา&nbsp;47</strong>&nbsp;ผู้ใดโดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิด&nbsp;ในแหล่งกำเนิด&nbsp;สภาพ&nbsp;คุณภาพ&nbsp;หรือ&nbsp;สาระสำคัญ&nbsp;ประการอื่นอันเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือของผู้อื่น&nbsp;โฆษณาหรือใช้ฉลากที่มีข้อความอันเป็นเท็จ&nbsp;หรือข้อความที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเช่นนั้น&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุก&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;หรือ&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;&nbsp;</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211132902085"],
    [351,"เกษตรแปลงใหญ่บ้านหนองเจริญเพิ่มโอกาสทางการตลาด พร้อมจำหน่ายแตงโมรูปหัวใจรับเทศกาลวันแห่งความรัก","<p><strong>นายประภาส&nbsp;สานอูป&nbsp;เกษตรจังหวัดแพร่&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดแพร่ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มกันตามระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรเกิดการรวมกลุ่มผลิต&nbsp;รวมกลุ่มกันขายและพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐาน&nbsp;พื้นที่บ้านหนองเจริญ&nbsp;ตำบลแม่ยางตาล&nbsp;อำเภอร้องกวาง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;มีศักยภาพในการปลูกแตงโม&nbsp;โดยทั้งหมู่บ้านได้ทำการปลูกแตงโมมาเป็นเวลากว่า&nbsp;80&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;เป็นรายได้ให้กับชาวบ้านหลังฤดูการทำนา&nbsp;แต่มักจะประสบปัญหาเรื่องโรคระบาด&nbsp;แมลงศัตรูพืช&nbsp;ราคาผลผลิตตกต่ำ&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานเกษตรฯ&nbsp;</strong>จึงส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกแตงโมรวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่แตงโมหนองเจริญ&nbsp;มีพื้นที่ปลูกกว่า&nbsp;300&nbsp;ไร่&nbsp;โดยปีนี้เป็นปีแรกของการทดลองปลูกแตงโมรูปหัวใจขึ้น&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดและเพิ่มมูลค่าให้กับแตงโมมากขึ้น&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรอำเภอร้องกวางได้สนับสนุนงบประมาณในการถ่ายทอดองค์ความรู้และศึกษาดูงานเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการปลูกแตงโมรูปหัวใจจากพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;และยังได้สนับสนุนแบบพิมพ์รูปหัวใจให้เกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ได้ทดลองปลูกด้วย&nbsp;</p><p><strong>ขณะนี้ผลผลิตที่ออกสู่ตลาดยังมีน้อย</strong>&nbsp;เนื่องจากเป็นปีแรกที่ทดลองทำแตงโมรูปหัวใจ&nbsp;แต่ได้พร้อมจำหน่ายให้กับผู้บริโภคในช่วงเทศกาลวันแห่งความรักหรือวันวาเลนไทน์&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้แล้ว&nbsp;ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแตงโมหนองเจริญ&nbsp;อำเภอร้องกวาง&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p><br></p><p><br></p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211220136313"],
    [352,"กรมการข้าว นำทัพทีมนักวิจัยพันธุ์ข้าวเข้าชิงรางวัลประกวดข้าวพันธุ์ใหม่ สะท้อนมิติใหม่ของการพัฒนาพันธุ์ข้าวไทย เชื่อสามารถสร้างชื่อเสียงการส่งออกข้าวไทยครองตลาดข้าวโลก","<p>ก<strong>รมการข้าวร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย&nbsp;สมาคมผู้รวบรวมและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์&nbsp;ดำเนินการจัดงาน&nbsp;\"การประกวดข้าวพันธุ์ใหม่&nbsp;เพื่อการพาณิชย์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;(2564)\"</strong>&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อสรรหาข้าวพันธุ์ใหม่ๆ&nbsp;ที่จะสามารถยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก&nbsp;ยกระดับการพัฒนา/ปรับปรุงพันธุ์ข้าวไทย&nbsp;ในการพัฒนาพันธุ์ข้าวคุณภาพดีเพื่อการส่งออก&nbsp;พร้อมเชิดชูงานวิจัยนวัตกรรมพันธุ์ข้าวและนักวิจัยข้าวของไทยโดยมุ่งหวังสูงสุดว่าประเทศไทยจะกลับมามีความสามารถในการแข่งขันในตลาดข้าวโลกได้อีกครั้ง&nbsp;โดยการประกาศผลและมอบรางวัลในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เป็นประธาน</p><p><strong>สำหรับการประกาศผลการประกวดข้าวพันธุ์ใหม่เพื่อการพาณิชย์ในครั้งนี้</strong>&nbsp;แบ่งประเภทรางวัลออกเป็น&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;คือ&nbsp;<strong>1.กลุ่มข้าวหอมไทย&nbsp;2.กลุ่มข้าวขาวพื้นนุ่ม&nbsp;และ&nbsp;3.กลุ่มข้าวพื้นแข็ง</strong>&nbsp;โดยผลการประกวดผู้ชนะเลิศในแต่ละประเภท&nbsp;ประกอบด้วย<strong>&nbsp;1.กลุ่มข้าวหอมไทย</strong>&nbsp;ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี&nbsp;และรางวัลชมเชย&nbsp;ได้แก่&nbsp;ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท&nbsp;<strong>2.กลุ่มข้าวขาวพื้นนุ่ม&nbsp;ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;บริษัทรวมใจพัฒนาความรู้&nbsp;จำกัด&nbsp;(มูลนิธิรวมใจพัฒนา)&nbsp;และรางวัลชมเชย&nbsp;ได้แก่&nbsp;ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท&nbsp;<strong>3.กลุ่มข้าวขาวพื้นแข็ง&nbsp;</strong>ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก&nbsp;และรางวัลชมเชย&nbsp;ได้แก่&nbsp;ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท&nbsp;</p><p><strong>นางสาวนนทิชา&nbsp;วรรณสว่าง&nbsp;รองอธิบดีกรมการข้าว&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ประเทศไทยจะได้มีข้าวพันธุ์ใหม่ใน&nbsp;3&nbsp;กลุ่มที่เป็นทางเลือกใหม่ให้กับตลาดข้าวโลก&nbsp;และเชื่อว่าจะทำให้ประเทศไทยกลับมามีความสามารถในการแข่งขันในตลาดข้าวโลกได้ใหม่อีกครั้ง&nbsp;และมั่นใจว่าการพัฒนาพันธุ์ข้าวไทยนี้จะมีความก้าวหน้ายิ่งใหญ่กว่าประเทศคู่แข่ง&nbsp;เพราะพันธุ์ข้าวถือว่าเป็นหัวใจที่สำคัญและเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในทางเกษตรกรรม</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211151716149"],
    [353,"ที่ปรึกษา รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมให้กำลังใจเกษตรกรที่จังหวัดสุรินทร์","<p><strong>วันที่&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธุ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้การเกษตร&nbsp;วัน&nbsp;วัน&nbsp;วัน&nbsp;ตามแนวทางศาสตร์พระราชา&nbsp;บ้านนาสาม&nbsp;ตำบลนาบัว&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;นายพงศกร&nbsp;เสาร์ทน&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการ&nbsp;วัน&nbsp;วัน&nbsp;วัน&nbsp;รับซื้อข้าวช่วยชาวนา&nbsp;และเปิดโรงสีข้าวใหม่&nbsp;โดยศูนย์เรียนรู้การเกษตร&nbsp;วัน&nbsp;วัน&nbsp;วัน&nbsp;จัดขึ้นเพื่อรับซื้อข้าวช่วยชาวนาในราคาที่เป็นธรรมตามคุณภาพข้าว&nbsp;พร้อมทั้งให้กำลังใจในช่วงสถานการณ์วิกฤตโควิด-19&nbsp;โดยมีนางสาว&nbsp;ณชณฆ์&nbsp;ตรงใจ&nbsp;ที่ปรึกษา&nbsp;กลุ่มนาแปลงใหญ่สหกรณ์การเกษตร&nbsp;วัน&nbsp;วัน&nbsp;วัน&nbsp;จำกัด&nbsp;และผู้ก่อตั้งศูนย์เรียนรู้การเกษตร&nbsp;วัน&nbsp;วัน&nbsp;วัน&nbsp;ตามแนวทางศาสตร์พระราชา&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;นอกจากการรับซื้อข้าวช่วยชาวนาแล้ว&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเกษตร&nbsp;&nbsp;วัน&nbsp;วัน&nbsp;วัน&nbsp;&nbsp;ยังได้เปิดโรงสีข้าวใหม่&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;วัน&nbsp;วัน&nbsp;วัน&nbsp;เกิดจากการรวมกลุ่มของเกษตรกรผู้รักในวิถีการทำนาแบบดั้งเดิม&nbsp;ผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่&nbsp;ด้วยความรักในอาชีพชาวนา&nbsp;มีความใสใจในการเลือกปัจจัยการผลิตที่ดีและเหมาะสม&nbsp;เพื่อใช้ในการเพาะปลูกตามเทคนิคเฉพาะของกลุ่มโดยไม่ใช้สารเคมี&nbsp;จึงสามารถผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์คุณภาพสูง&nbsp;ปริมาณผลผลิตที่ดี&nbsp;ทำให้ได้รับรางวัลการประกวดข้าวระดับจังหวัด&nbsp;6&nbsp;ปีซ้อน&nbsp;และได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ&nbsp;การประกวดข้าวเพื่อรองรับและส่งเสริมการส่งออกของตลาดข้าวโลก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2563&nbsp;นับเป็นความสำเร็จและความภาคภูมิใจของกลุ่มสมาชิกที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้ชาวนาและแผ่นดินบ้านเกิดได้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211161242181"],
    [354,"จังหวัดยโสธร จัดกิจกรรม  Kick Off  ยโสธรเข้ม ตรวจวัดควันดำและห้ามใช้รถยนต์ควันดำ ","<p><strong>วันที่&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายสุวัฒน์&nbsp;เข็มเพชร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรเดินทางไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานกิจกรรม&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;ยโสธรเข้ม&nbsp;ตรวจวัดควันดำและห้ามใช้รถยนต์ควันดำ&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และสื่อมวลชน&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าสวนสาธารณะพญาแถน&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมืองยโสธร&nbsp;จ.ยโสธร</p><p><strong>ทั้งนี้จังหวัดยโสธรได้บูรณการหน่วยงาน&nbsp;</strong>สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยโสธร&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัด&nbsp;ขนส่งจังหวัด&nbsp;แขวงทางหลวงจังหวัด&nbsp;และสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;12&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;จัดตั้งด่านตรวจจับรถควันดำ&nbsp;ซึ่งการตรวจครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการของจังหวัดยโสธรนำรถยนต์ที่ใช้ในราชการมาร่วมตรวจควันดำด้วย&nbsp;ทั้งนี้ถ้าหากตรวจพบรถควันดำเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;45%&nbsp;ทางผู้ปฏิบัติหน้าที่จะออกคำสั่งห้ามใช้รถทันทีและให้ผู้ใช้รถแก้ไขสภาพรถภายใน&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;หลังจากนั้นให้นำรถเข้ารับการตรวจสภาพที่ขนส่งจังหวัดยโสธร&nbsp;หากตรวจไม่ผ่านอาจจะได้รับคำสั่งห้ามใช้รถเด็ดขาด&nbsp;ซึ่งจังหวัดยโสธรได้ดำเนินการคุมเข้มอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ดำเนินการตรวจไปแล้วมากกว่า&nbsp;67,000&nbsp;คัน&nbsp;และตรวจพบรถควันดำเกินเกณฑ์มาตรฐานรวมถึงออกคำสั่งห้ามใช้รถแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;332&nbsp;คัน</p><p>พร้อมนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรได้มอบน้ำดื่มให้กำลังใจและขอให้ตรวจสอบรักษาสภาพรถของผู้ใช้รถใช้ถนนให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การจัดกิจกรรม&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;ยโสธรเข้ม</strong>&nbsp;ตรวจวัดควันดำและห้ามใช้รถยนต์ควันดำนั้น&nbsp;เป็นการขับเคลื่อนตามนโยบายมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ฝุ่นละอองที่เกิดจากการจราจรขนส่งเป็นหนึ่งในปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ&nbsp;P.M.2.5&nbsp;ที่ต้องได้รับการแก้ไข&nbsp;และได้มีการกำหนดให้การแก้ไขปัญหามลภาวะด้านฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติรวมถึงแนวทางในการแก้ปัญหาจะกำหนดไว้เป็นมาตรการ&nbsp;สำหรับการตรวจจับรถควันดำเป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทางหรือต้นกำเนิด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211161542183"],
    [355,"อุทยานแห่งชาติภูลังกา ประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวและการพักค้างแรมบริเวณถ้ำนาคีชั่วคราว 7 วัน หลังพบไกด์อาสานำเที่ยวและนักท่องเที่ยวติดโควิด-19 ถึง 7 คนและมีผู้เสี่ยงสูงจำนวนมาก","<p><strong>อุทยานแห่งชาติภูลังกา&nbsp;ประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวและการพักค้างแรมบริเวณถ้ำนาคีชั่วคราว&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;หลังพบไกด์อาสานำเที่ยวและนักท่องเที่ยวติดโควิด-19&nbsp;ถึง&nbsp;7&nbsp;คนและมีผู้เสี่ยงสูงจำนวนมาก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายพันธ์ยศ&nbsp;กีรติพงศ์ศักดา&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูลังกา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;อุทยานแห่งชาติภูลังกา&nbsp;ได้ออกประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวและการพักค้างแรมของอุทยานแห่งชาติภูลังกา&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;-&nbsp;บึงกาฬ&nbsp;ในส่วนของถ้ำนาคีเป็นการชั่วคราว&nbsp;เนื่องจากพบไกด์อาสานำเที่ยวและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวถ้ำนาคีตั้งแต่วันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;และมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเป็นจำนวนมาก&nbsp;จึงพิจารณาปิดการท่องเที่ยวป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา&nbsp;25&nbsp;และ&nbsp;35&nbsp;(4)&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;ขอปิดแหล่งท่องเที่ยวและการพักค้างแรมของอุทยานแห่งชาติภูลังกา&nbsp;(ถ้ำนาคี)&nbsp;เป็นการชั่วคราว&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับนักท่องเที่ยวที่ได้จองตั๋วเครื่องบินไว้&nbsp;หรือเดินทางมาถึงแล้ว&nbsp;สามารถใช้หลักฐานดังกล่าวมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขออนุญาตเข้าพื้นที่&nbsp;หากเจ้าหน้าที่ไม่ขัดข้องอุทยานแห่งชาติภูลังกาจะให้เข้าพื้นที่ได้เป็นกรณีๆไป&nbsp;สิ่งสำคัญนักท่องเที่ยวทุกคนต้องได้รับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่จุดลงทะเบียนก่อนเข้าอุทยาน&nbsp;หากผลเป็นลบ&nbsp;ให้นำไปยื่นต่อเจ้าหน้าที่ด้วย&nbsp;แต่นักท่องเที่ยวต้องนำชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;มาเอง</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211145621141"],
    [356,"พัฒนาชุมชนอำเภอแม่ลาน้อย ร่วมกับ รร.ราชประชานุเคราะห์ 21 เอามื้อสามัคคี \"ทำปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกอง\"","<p><strong>สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;</strong>โดย&nbsp;นางสาววาสนา&nbsp;อังวะ&nbsp;พัฒนาการอำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสินีนาถ&nbsp;รสเครือ&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์&nbsp;21&nbsp;เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;คณะครูและนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์&nbsp;21&nbsp;และนายจิราสิน&nbsp;เกริกไพรี&nbsp;เจ้าของแปลง&nbsp;CLM&nbsp;จัดกิจกรรมเอามื้อสามัคคี&nbsp;ทำปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกอง&nbsp;โดยใช้ฟางข้าวและเปลือกข้าวโพด&nbsp;ณ&nbsp;ฐานการเรียนรู้&nbsp;กสิกรรมธรรมชาติ&nbsp;แปลง&nbsp;CLM&nbsp;นายจิราสิน&nbsp;เกริกไพรี&nbsp;บ้านทุ่งรวงทอง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลแม่ลาน้อย&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยทั่วไปการผลิตปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยอินทรีย์ต้องพลิกกลับกอง&nbsp;เพื่อนำออกซิเจนให้กับจุลินทรีย์ใช้ย่อยสลายทางชีวภาพ&nbsp;ซึ่งการพลิกกลับกองต้องใช้แรงงานและสิ้นเปลืองเวลา&nbsp;เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน&nbsp;จึงได้ชวนนักเรียนและคณะครูผลิตปุ๋ยอินทรีย์แบบไม่พลิกกลับกอง&nbsp;โดยใช้ฟางข้าวและเปลือกข้าวโพด&nbsp;4&nbsp;ส่วน&nbsp;มูลสัตว์&nbsp;1&nbsp;ส่วน&nbsp;</p><p><strong>จากนั้นขั้นตอนที่&nbsp;1</strong>&nbsp;ขึ้นกองปุ๋ยเป็นรูปสามเหลี่ยมสูง&nbsp;1.5&nbsp;เมตร&nbsp;ความยาวไม่จำกัด&nbsp;ความกว้าง&nbsp;2.5&nbsp;เมตร&nbsp;โรยมูลสัตว์&nbsp;แล้วรดน้ำทุกชั้น&nbsp;ขั้นที่&nbsp;2&nbsp;รักษาความชื้นภายในกองปุ๋ยวันละครั้ง&nbsp;และในทุก&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;ใช้ไม้แทงกองปุ๋ยให้เป็นรูลึกแล้วกรอกน้ำปิดรู&nbsp;เพื่อไม่ให้สูญเสียความร้อน&nbsp;เมื่อกองปุ๋ยมีอายุครบ&nbsp;60&nbsp;วัน&nbsp;หยุดให้ความชื้น&nbsp;กองปุ๋ยจะมีความสูงเหลือเพียง&nbsp;1&nbsp;เมตร&nbsp;แล้วทำปุ๋ยอินทรีย์ให้แห้งเพื่อให้จุลินทรีย์สงบตัว&nbsp;โดยแผ่กระจายให้มีความหนา&nbsp;ปุ๋ยจะแห้งภายใน&nbsp;3-4&nbsp;วัน&nbsp;จากนั้นสามารถนำปุ๋ยไปใช้ได้เลย&nbsp;ข้อดีคือเวลาผลิตปุ๋ยสั้นกว่า&nbsp;สามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงและมีค่าตามมาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;พ.ศ.2551</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211153139152"],
    [357,"ผู้เลี้ยงหมูย้ำยังไม่ควรนำเข้าเนื้อหมู สนับสนุนนโยบายรัฐถูกต้อง เข้าใจเกษตรกร - ราคาหน้าฟาร์มอ่อนตัวแล้ว","<p>นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า จากกรณีที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ยืนยันว่า ยังไม่มีนโยบายนำเข้าสุกรจากต่างประเทศ ถือเป็นนโยบายที่ถูกต้อง เนื่องจากปริมาณเนื้อหมูในประเทศมีเพียงพอกับความต้องการ ประกอบกับราคาสุกรลดลงแล้วทั้งหน้าฟาร์ม และหน้าเขียง จากการปฏิบัติการของภาครัฐที่เข้าแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ถูกจุด คาดว่าสถานการณ์ราคาจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติเร็วๆ นี้&nbsp;&nbsp;การไม่ให้มีการนำเข้าเป็นแรงจูงใจสำคัญให้เกษตรกรหันกลับมาเลี้ยงสุกร เพื่อเพิ่มปริมาณสุกรเข้าสู่ระบบ</p><p><br></p><p><em>สถานการณ์ราคาสุกรในขณะนี้อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เป็นไปตามกลไกตลาด ปริมาณผลผลิตสุกรกลับมาสมดุลกับการบริโภค โดยก่อนหน้านี้ผู้เลี้ยงได้มีมติร่วมกันดูแลระดับราคาสุกรหน้าฟาร์มตั้งแต่ต้นปี 2565 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 6 แล้ว&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้บริโภค&nbsp;&nbsp;ล่าสุดราคาสุกรขุนมีชีวิตหน้าฟาร์มเกษตรกรโดยรวมปรับมาอยู่ที่&nbsp;94-97 บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ขณะที่ต้นทุนการเลี้ยงอยู่ที่&nbsp;94.69 บาทต่อกิโลกรัม</em> นายสิทธิพันธ์ กล่าว</p><p><br></p><p>นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวด้วยว่า ต้องการให้ภาครัฐเร่งพิจารณามาตรการช่วยเหลือภาคผู้เลี้ยง โดยเฉพาะในส่วนของต้นทุนการเลี้ยง&nbsp;อย่างวัตถุดิบอาหารสัตว์ หนึ่งในต้นทุนสำคัญของการเลี้ยงสุกร คิดเป็นสัดส่วนที่ 60-70 % ของต้นทุนรวม&nbsp;โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ล่าสุดเคลื่อนไหวในช่วง&nbsp;10.50  11.00 บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ด้านกากถั่วเหลือง ที่ไทยต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ก็มีราคาเพิ่มขึ้นเช่นกัน ล่าสุดมีราคาที่ 20.85 บาทต่อกิโลกรัม หากภาครัฐพิจารณาช่วยลดภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองจาก 2 % ให้เป็น 0 % รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาวัคซีนเพื่อลดความเสียหายจากโรคในสุกร และสนับสนุนให้ผู้เลี้ยงสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน ดอกเบี้ยต่ำ&nbsp;จะช่วยลดต้นทุนการเลี้ยงสุกรได้ และเป็นอีกแรงผลักดันให้เกษตรกรทั้งรายย่อย-รายเล็กกลับเข้าในระบบได้เร็วขึ้น</p><p><br></p><p>ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้เลี้ยงได้ร่วมมือกับผู้ประกอบการรายใหญ่ รวมถึงนักวิชาการได้ช่วยกันจัดอบรมถ่ายทอดความรู้การบริหารจัดการฟาร์มและการป้องกันโรค โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้จัดอบรมมาแล้ว 2 ครั้งในเดือนมกราคม&nbsp;ล่าสุดกำหนดจะจัดอบรมในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ จ.ศรีสะเกษ&nbsp;และในวันที่ 26 มีนาคม จะจัดที่ขอนแก่น&nbsp;เพื่อสนับสนุนเกษตรกรสามารถยกระดับความปลอดภัยทางชีวภาพในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ช่วยให้ฝูงสัตว์ปลอดภัยจากโรคระบาด มีสุกรป้อนเข้าสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ร่วมสร้างความมั่นคงทางอาหาร</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211160415174"],
    [358,"เกษตรกรทั่วประเทศ จับมือลดราคาหมูหน้าฟาร์ม ช่วยค่าครองชีพประชาชน ต่อเนื่องสัปดาห์ที่ 6","<p>นายสุนทราภรณ์ สิงห์รีวงศ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ เปิดเผยว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรร่วมกันลดราคาสุกรมีชีวิตลงทั่วประเทศ โดยประกาศราคาแนะนำสุกรขุนมีชีวิตหน้าฟาร์ม วันพระที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 ปรับราคาดังนี้&nbsp;ภาคตะวันตก 94 บาทต่อกิโลกรัม ภาคตะวันออก 94 บาทต่อกิโลกรัม ภาคอีสาน 94-96 บาทต่อกิโลกรัม ภาคเหนือ 96 บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;และภาคใต้ 97 บาทต่อกิโลกรัม หวังช่วยผลักดันเนื้อสุกรจำหน่ายปลีกราคาลดลง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดครองชีพแก่ผู้บริโภค โดยขณะนี้ห้างค้าปลีกได้ร่วมจำหน่ายเนื้อหมูราคาประหยัด อาทิ ห้างแม็คโคร จำหน่ายหมูเนื้อแดง ราคาพิเศษ สะโพกหมู กิโลกรัมละ 150 บาท&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><em>\"เกษตรกรทุกคนเล็งเห็นถึงความเดือดร้อนด้านค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน จึงจับมือกันลดราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มอยู่ในระดับต่ำกว่า 100 บาทต่อกิโลกรัม ปัจจุบันราคาเฉลี่ยลงมาอยู่ที่ 94-97 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้ราคาหมูขายปลีกหน้าเขียงปรับตัวลงมาในระดับที่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาดที่แท้จริง ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถซื้อหาเนื้อหมูมาบริโภคได้อย่างทั่วถึง เป็นการกระตุ้นการบริโภคเนื้อสุกร และประคับประคองทุกคนให้ก้าวผ่านปัญหาต่างๆไปด้วยกัน สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนลดภาระค่าใช้จ่าย\"</em> นายสุนทราภรณ์ กล่าว&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ กล่าวอีกว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงต่างร่วมกันรักษาระดับราคาหมูหน้าฟาร์มและมีมติร่วมกันในการปรับลดราคามาอย่างต่อเนื่อง 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าต้นทุนการเลี้ยงสุกรในไตรมาสที่ 1/2565 จะปรับขึ้นมาสูงถึง 94.69 บาทต่อกิโลกรัม จากการที่เกษตรกรต้องยกระดับเพิ่มระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) และต้องลงทุนกับสารเสริมต้านไวรัสเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ตัวสุกร ถึงแม้ระดับราคาจำหน่ายจะต่ำกว่าต้นทุนการเลี้ยงแล้วก็ตาม แต่เกษตรกรก็ยินดีที่จะร่วมฝ่าวิกฤติต่างๆไปกับประชาชน</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211160436175"],
    [359,"ธ.ก.ส. เดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรแก้หนี้ภาคครัวเรือนอย่างยั่งยืน","<p><strong>นายธนารัตน์&nbsp;งามวลัยรัตน์&nbsp;</strong>ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ในฐานะธนาคารของรัฐ&nbsp;พร้อมช่วยเหลือลูกค้าเงินกู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาผลผลิตการเกษตรได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติ&nbsp;ราคาผลผลิตตกต่ำ&nbsp;จากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;หรือมีรายได้ไม่สอดคล้องกับแผนการชำระหนี้เดิม&nbsp;เพื่อบริหารจัดการหนี้อย่างยั่งยืน&nbsp;โดยให้พนักงานในพื้นที่ไปพบลูกค้าทุกราย&nbsp;เป้าหมายเกษตรกรที่ใช้บริการสินเชื่อจาก&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จำนวน&nbsp;4.83&nbsp;ล้านราย&nbsp;เพื่อสอบถามข้อมูลการประกอบอาชีพ&nbsp;พร้อมวิเคราะห์สมรรถนะในการประกอบอาชีพและความสามารถในการชำระหนี้&nbsp;จากนั้นจัดกลุ่มลูกหนี้ตามเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธปท.)&nbsp;กำหนด&nbsp;เพื่อบริหารจัดการหนี้ให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ยังเสริมสภาพคล่องในการลงทุนและการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน</strong>&nbsp;ผ่านโครงการชำระดีมีคืน&nbsp;วงเงินงบประมาณ&nbsp;1,200&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยจะทำการคืนดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝากลูกค้าโดยตรง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ของดอกเบี้ยที่ชำระจริง&nbsp;ล่าสุดมีการคืนดอกเบี้ยไปแล้วกว่า&nbsp;622&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า&nbsp;850,000&nbsp;ราย&nbsp;และโครงการนาทีทองลดดอกเบี้ยสู้โควิด&nbsp;ไม่เกินร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ของดอกเบี้ยที่ชำระจริง&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีการช่วยเหลือไปแล้วกว่า&nbsp;1,110&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>ลูกค้าประสบปัญหาในการชำระหนี้</strong>&nbsp;สามารถสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการการบริหารจัดการหนี้ได้ที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ทุกสาขาทั่วประเทศ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211203928258"],
    [360,"นักวิชาการ ม.อ. ระบุ วัตถุคล้ายหินมีรูพรุน ที่อ่าวไทย เป็นหินจาก ภูเขาไฟระเบิดใต้น้ำในมหาสมุทรแปซิฟิก","<p><strong>วัตถุคล้ายหิน&nbsp;สีเทา&nbsp;มีรูพรุน&nbsp;บริเวณอ่าวไทย</strong>&nbsp;นักวิชาการ&nbsp;สงขลานครินทร์&nbsp;ระบุเป็นหินจากภูเขาไฟระเบิดใต้น้ำในมหาสมุทรแปซิฟิก&nbsp;ชี้ไม่ใช่หินปนเปื้อนน้ำมัน</p><p><strong>ดร.ประกฤษฎ์&nbsp;นพประดิษฐ์&nbsp;อาจารย์ด้านธรณีวิทยา</strong>&nbsp;คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการที่แนวชายฝั่งทะเลอ่าวไทย&nbsp;บริเวณหาดมหาราช&nbsp;&nbsp;ตำบลจะทิ้งพระ&nbsp;อ.สทิงพระ&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;หาดบ้านทอน&nbsp;ตำบลโคกเคียน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;หาดแพรกเมือง&nbsp;อ.หัวไหร&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;พบวัตถุคล้ายหิน&nbsp;สีเทา&nbsp;มีขนาดเล็ก&nbsp;เบา&nbsp;และมีรูพรุน&nbsp;บริเวณชายหาดเป็นแนวยาวนั้น&nbsp;ไม่ใช่หินปนเปื้อนคราบน้ำมันจากทะเลที่&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;นำมาใช้ประโยชน์&nbsp;ใช้ตกแต่งอ่างเลี้ยงปลา&nbsp;ใช้เพื่อกรองน้ำ&nbsp;</p><p><strong>วัตถุดังกล่าว&nbsp;คือหินภูเขาไฟ&nbsp;ที่เรียกว่า&nbsp;พัมมิส&nbsp;(Pumice)&nbsp;คาดว่า</strong>&nbsp;เป็นหินจาก&nbsp;ภูเขาไฟระเบิดใต้น้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกที่กระแสน้ำพัดมา&nbsp;หินพัมมิส&nbsp;(Pumice)&nbsp;เกิดขึ้นจากการเย็นตัวของหินหลอมเหลว&nbsp;หรือที่เราเรียกกันว่า&nbsp;ลาวา&nbsp;เย็นตัวลงใต้น้ำทำให้มีรูพรุนในเนื้อหิน&nbsp;ซึ่งมีความหนาแน่นต่ำกว่าหินทั่วไป&nbsp;จึงสามารถลอยน้ำและสามารถถูกกระแสน้ำพัดพาโดยง่าย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สวท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211175107217"],
    [361,"ทสจ.ชลบุรี ร่วมกับ สสภ. 13 ชลบุรี ดำเนินการตรวจวัดควันดำ รถยนต์ในหน่วยงานราชการ","<p><strong>สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี</strong>&nbsp;ร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;13&nbsp;(ชลบุรี)&nbsp;ดำเนินการตรวจวัดควันดำ&nbsp;รถยนต์ในหน่วยงานราชการ&nbsp;สำหรับครั้งนี้ได้ดำเนินการตรวจวัดควันดำ&nbsp;รถยนต์ในหน่วยงานของ&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี&nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;2&nbsp;ส่วนบริหารจัดการน้ำ&nbsp;(ชลบุรี)&nbsp;สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค&nbsp;6&nbsp;(ปราจีนบุรี)&nbsp;และสำนักช่าง&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;คัน&nbsp;</p><p><strong>โดยใช้เครื่องมือตรวจวัดควันดำระบบวัดความทึบแสง&nbsp;(Opacimeter)&nbsp;</strong>ณ&nbsp;อาคารจอดรถ&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;13&nbsp;(ชลบุรี)&nbsp;ต.บ้านสวน&nbsp;อ.เมืองชลบุรี&nbsp;จ.ชลบุรี&nbsp;ตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&nbsp;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&nbsp;และแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;2565)&nbsp;ซึ่งเป็นกิจกรรมการป้องกันลดการเกิดมลพิษจากแหล่งกำเนิดจากการคมนาคมและขนส่ง&nbsp;ของภาคราชการในพื้นที่จังหวัดชลบุรี&nbsp;&nbsp;สำหรับผลการตรวจวัดควันดำ&nbsp;รถยนต์ในหน่วยงานราชการ&nbsp;ครั้งนี้ไม่พบรถยนต์ขอหน่วยงานราชการใดที่มีควัดดำเกินข้อกำหนดไว้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>บัณฑิต&nbsp;มันปาฏิ....ภาพ/ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211175950221"],
    [362,"ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ยันคราบน้ำมันที่พบในทะเลแยกเป็น 3 กลุ่ม เป็นแผ่นฟิล์มบางๆ ใช้เรือนำบูมล้อมโปรยสารเคมีเร่งกำจัด","<p><strong>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;พล.ร.ท.พิชัย&nbsp;ล้อชูสกุล&nbsp;ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่&nbsp;1</strong>&nbsp;นำกำลังพลทหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;นาย&nbsp;และอุปกรณ์เตรียมความพร้อมปฏิบัติภารกิจกู้คราบน้ำมัน&nbsp;หากพบมีคราบน้ำมันที่เกิดจากการรั่วไหลซ้ำอีกรอบที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;5,000&nbsp;ลิตร&nbsp;ที่ทุ่นลอยขนถ่ายน้ำมันดิบกลางทะเลของบริษัทสตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จก.(มหาชน)&nbsp;พัดเข้าหาดแม่รำพึงอีกครั้ง</p><p><strong>พล.ร.ท.พิชัย&nbsp;ล้อชูสกุล&nbsp;ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ได้นำกำลังพล&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;นาย&nbsp;เข้ามาปฏิบัติภารกิจอีกครั้งที่บริเวณหาดแม่รำพึง&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือหากพบมีคราบน้ำมันถูกคลื่นพัดเข้าฝั่ง&nbsp;หลังได้รับการร้องขอจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ซึ่งกองทัพเรือได้รับทราบสถานการณ์&nbsp;ก็ได้สั่งการให้ทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;ออกปฏิบัติภารกิจทันที&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้มีการเตรียมกำลังพลเสริมไว้พร้อมด้วย</strong>&nbsp;โดยสามารถเดินทางเข้ามาปฏิบัติภารกิจสมทบได้ทันทีภายใน&nbsp;1&nbsp;ชม.ส่วนคราบน้ำมันที่พบในทะเล&nbsp;จากการใช้เฮลิคอปเตอร์บินสำรวจพบแบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เป็นแผ่นฟิล์มบางๆ&nbsp;ซึ่งในการกู้คราบน้ำมัน&nbsp;ได้ใช้เรือ&nbsp;2&nbsp;ลำ&nbsp;นำบูมล้อมและใช้สารเคมีจากเรือทั้ง&nbsp;2&nbsp;ลำๆ&nbsp;2&nbsp;เที่ยวๆ&nbsp;ละประมาณ&nbsp;800&nbsp;ลิตร&nbsp;โปรยสลายคราบน้ำมันดังกล่าว&nbsp;ซึ่งคราบน้ำมันที่คาดว่าจะพัดเข้าฝั่งรอบ&nbsp;2&nbsp;นี้&nbsp;จะไม่เหมือนครั้งที่แล้ว&nbsp;เท่าที่เห็นเป็นแค่แผ่นฟิล์มบางๆ&nbsp;เท่านั้น&nbsp;โดยมีกำลังทหาร&nbsp;โดยการการสั่งการของ&nbsp;&nbsp;ศรชล.&nbsp;บนฝั่ง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จะสามารถคุมได้.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211182937225"],
    [363,"คราบน้ำมันจ่อขึ้นชายหาดแม่รำพึง ห่างฝั่ง 7 กม. เร่งเตรียมกำลังพล อุปกรณ์กู้คราบน้ำมันรับมือคาดถึงฝั่งเที่ยงคืน","<p><strong>ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดระยอง&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;</strong>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;นายอนันต์&nbsp;นาคนิยม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์(ส่วนหน้า)&nbsp;จากกรณีน้ำมันดิบรั่วไหลในทะเลจังหวัดระยอง&nbsp;มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;เพื่อติดตามความคืบหน้าเหตุการณ์พบคราบน้ำมันบริเวณจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเลของ&nbsp;บ.SPRC&nbsp;โดยที่ประชุมได้สรุปประเด็นเตรียมความพร้อม&nbsp;โดยได้สั่งการให้ทางบริษัทฯ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เตรียมกำลังพล&nbsp;วัสดุ&nbsp;อุปกรณ์กู้คราบน้ำมัน&nbsp;อุปกรณ์สื่อสาร&nbsp;ไฟส่องสว่างรับมือเหตุน้ำมันพัดเข้าฝั่ง&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะมีการพัดเข้าฝั่งคืนนี้&nbsp;ช่วงเวลา&nbsp;24.00&nbsp;-&nbsp;02.00&nbsp;น.</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังให้มีการคงศูนย์บัญชาการเหตุการณ์(ส่วนหน้า)&nbsp;ไว้จนถึงวันที่&nbsp;16&nbsp;ก.พ.65</strong>&nbsp;ที่สบายสบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;หลังจะมีการยุบในวันนี้&nbsp;โดยจะต้องมีการประชุมติดตามสถานการณ์ทุกวันในเวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;ซึ่งมีรายงานด้วยว่า&nbsp;ในวันพรุ่งนี้&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ประชุมฯ&nbsp;ได้แจ้งให้บริษัทฯ&nbsp;นำวิศวกร&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมทุ่นลอยขนถ่ายน้ำมันกลางทะเล&nbsp;จนเกิดเหตุน้ำมันรั่วไหลซ้ำอีก&nbsp;5,000&nbsp;ลิตร&nbsp;เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงด้วย&nbsp;</p><p><strong>ส่วนยอดการรับเรื่องราวทุกข์กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล</strong>ของประชาชนที่ขอเยียวยาระหว่างวันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;-10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;มีจำนวน&nbsp;7,232&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211184111229"],
    [364,"วราวุธ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบบริษัทน้ำมันหลังเกิดน้ำมันดิบรั่วลงทะเลครั้งที่ 2 หลังพบไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของกรมเจ้าท่าให้หยุดปฏิบัติงานในจุดที่น้ำมันรั่วเด็ดขาด","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบบริษัทน้ำมันหลังเกิดน้ำมันดิบรั่วลงทะเลครั้งที่&nbsp;2&nbsp;หลังพบไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของกรมเจ้าท่าให้หยุดปฏิบัติงานในจุดที่น้ำมันรั่วเด็ดขาด&nbsp;ขณะที่กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังไม่อนุมัติให้ใช้สาร&nbsp;Dispersant&nbsp;โดยต้องรู้ตัวเลขน้ำมันรั่วที่ชัดเจนก่อน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการประชุมติดตามการแก้ปัญหากรณีน้ำมันรั่วไหลลงทะเล&nbsp;ในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เช่น&nbsp;กระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;เบื้องต้นบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จํากัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ได้รายงานมีปริมาณน้ำมันรั่วลงทะเล&nbsp;5,000&nbsp;ขณะนี้คราบน้ำมันได้กระจายออกแล้วไม่ได้เกาะเป็นกลุ่มก้อน&nbsp;โดยได้กำชับให้กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ติดตามทิศทางการเคลื่อนที่ของกระแสน้ำและกระแสลมไม่ให้คราบน้ำมันเคลื่อนเข้าหาฝั่งหรือชายหาดเด็ดขาด&nbsp;เบื้องต้นได้ติดตั้ง&nbsp;Boom&nbsp;ป้องกันคราบน้ำมันแล้ว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้เร่งหารือแนวทางแก้ปัญหาและสาเหตุที่น้ำมันรั่ว&nbsp;เนื่องจากมีข้อสงสัยจากเหตุน้ำมันรั่วครั้งแรกเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;กระทรวงคมนาคม&nbsp;ได้สั่งระงับให้บริษัทหยุดดำเนินการแล้ว&nbsp;แต่กลับพบบริษัทเข้าดำเนินการทำให้เกิดน้ำมันรั่วอีกครั้ง&nbsp;จึงประสานตำรวจให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวด้วย&nbsp;พร้อมประสานกระทรวงอุตสาหกรรมและกรมเจ้าท่าตรวจสอบบริษัทน้ำมันอื่นๆในลักษณะนี้ว่ามีการซ่อมบำรุงท่อน้ำมันตามวงรอบหรือไม่&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก&nbsp;ในส่วนกระทรวงทรัพย์ฯจะดำเนินคดีกับบริษัททั้งทางแพ่งและอาญา&nbsp;ซึ่งการประเมินผลกระทบความเสียหายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องใช้เวลาอย่างน้อย&nbsp;3&nbsp;เดือนขึ้นไปถึง&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;เพื่อติดตามว่าคราบน้ำมันดังกล่าวส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลอย่างไรบ้าง&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;และพล.อ.ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้กำชับเรื่องการเยียวยาให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน&nbsp;ทั้งกลุ่มประมงและกลุ่มการท่องเที่ยวด้วย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เหตุน้ำมันรั่วครั้งแรกบริษัทได้ขอใช้สาร&nbsp;Dispersant&nbsp;85,400&nbsp;ลิตร&nbsp;พบใช้ไปแล้ว&nbsp;83,150&nbsp;ลิตร&nbsp;เหลือ&nbsp;2,250&nbsp;ลิตร&nbsp;แล้วครั้งนี้บริษัทได้มาขอใช้สาร&nbsp;Dispersant&nbsp;เพิ่มอีก&nbsp;5,000&nbsp;ลิตร&nbsp;ขณะนี้กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังไม่อนุญาตให้ใช้สารนี้ขจัดคราบน้ำมัน&nbsp;เนื่องจากต้องพิจารณาความเหมาะสมและความจำเป็นของการใช้ในครั้งนี้อย่างรอบคอบ&nbsp;เพราะสารเคมีชนิดนี้จะกระทบต่อแนวปะการังและทรัพยากรธรรมชาติใต้ทะเล&nbsp;จึงต้องทราบข้อมูลตัวเลขน้ำมันรั่วที่รั่วลงทะเลครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ให้ชัดเจนก่อน&nbsp;จึงจะพิจารณาอนุมัติให้ใช้สารดังกล่าวได้</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211200128249"],
    [365,"ปศุสัตว์ จ.ปัตตานี ร่วมกับด่านกักกันสัตว์นราธิวาส ตรวจสอบห้องเย็นและร้านจำหน่ายซากสุกร,ซากไก่ พื้นที่ ปัตตานี ป้องกันการกักตุนสินค้า","<p><strong>นายศิริสินธุ์&nbsp;เพียรแก้ว&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดปัตตานี&nbsp;ร่วมกับด่านกักกันสัตว์นราธิวาส</strong>&nbsp;ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบห้องเย็น?และร้านประกอบการ?จำหน่ายสินค้าปศุสัตว์&nbsp;เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้าปศุสัตว์?(ซากสุกร,&nbsp;ซากไก่)?&nbsp;ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้สินค้าปศุสัตว์?มีราคาที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;รวมถึงตรวจสอบการลักลอบเคลื่อนย้ายสัตว์ซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราช?บัญญัติ?โรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;พื้นที่จังหวัดปัตตานี?&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;1.ร้านอีซี่ฟู้ดแพปลาสิรินนา&nbsp;ต.บานา?&nbsp;อ.เมือง?&nbsp;และ&nbsp;2.บริษัท&nbsp;?มายด์?ฟู้ดคอร์เปอเรชั่น?&nbsp;?&nbsp;ต.อาเนาะรู?&nbsp;อ.เมือง&nbsp;ผลการปฏิบัติงาน&nbsp;ไม่พบการกระทำความผิดตาม?&nbsp;พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.2558</p><p><strong>หากพบเห็นการฉวยโอกาสปรับราคาสินค้า&nbsp;หรือไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า&nbsp;</strong>แจ้งได้ที่&nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดปัตตานี&nbsp;สายด่วน&nbsp;1567&nbsp;หรือกรมการค้าภายใน&nbsp;สายด่วน&nbsp;1569&nbsp;และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดปัตตานี&nbsp;โทร.0-7333-6245</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211224831322"],
    [366,"จังหวัดระยองประชุมศูนย์ฯ ขจัดน้ำมันรั่ว บริษัทแจงรายละเอียดเหตุการณ์น้ำมันรั่วซ้ำต่อที่ประชุม","<p><strong>นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;</strong>มอบหมาย&nbsp;นายอนันต์&nbsp;นาคนิยม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์&nbsp;(ส่วนหน้า)&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอัธยา&nbsp;นวลอุทัย&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นเลขานุการ&nbsp;ที่บ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมรายงานสถานการณ์</p><p><strong>บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ได้รายงานความคืบหน้าสถานการณ์ปริมาณน้ำมันรั่วไหลที่&nbsp;5,000&nbsp;ลิตร&nbsp;</strong>ที่เกิดขึ้นเมื่อเวลา&nbsp;09.20&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เหตุน้ำมันดิบรั่วไหลจากท่ออ่อนใต้น้ำของทุ่นลอย&nbsp;(SPM)&nbsp;ว่าขณะเตรียมการเพื่อเคลื่อนย้ายท่ออ่อนที่อยู่ใต้ทะเล&nbsp;ปรากฏว่ามีน้ำมันดิบที่ยังค้างอยู่ในท่อรั่วไหลออกมาเป็นฟิล์มน้ำมัน&nbsp;ประมาณ&nbsp;5,000&nbsp;ลิตร&nbsp;โดยบริษัทได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินน้ำมันรั่วของบริษัทฯ&nbsp;ระดับ&nbsp;Tier1&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;ก.พ.&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.20&nbsp;น.&nbsp;พร้อมทั้งหยุดดำเนินกิจกรรมที่ทุ่นทั้งหมดและดำเนินการตามแผนรับมือฉุกเฉินโดยใช้ทุ่นกักน้ำมันและพ่นน้ำยาขจัดคราบฟิล์มน้ำมัน&nbsp;พร้อมทั้งแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบเหตุ&nbsp;ทั้งนี้ใช้เรือ&nbsp;9&nbsp;ลำ&nbsp;โดยเรือ&nbsp;4&nbsp;ลำ&nbsp;ใช้กางทุ่นกักน้ำมัน&nbsp;ขณะที่เรืออีก&nbsp;5&nbsp;ลำ&nbsp;เฝ้าระวังและฉีดสารขจัดคราบฟิล์มน้ำมัน&nbsp;และได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ของ&nbsp;ทร.บินสำรวจและโปรยสารขจัดคราบน้ำมัน&nbsp;และจัดเจ้าหน้าที่บริษัทและกำลังพลจาก&nbsp;ศอ.รฝ.เฝ้าระวัง</p><p><strong>ส่วนผลการปฏิบัติงานในช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมา&nbsp;</strong>ได้เตรียมความพร้อมทั้งกำลังคนและอุปกรณ์ในการเผชิญเหตุคราบน้ำมันดิบขึ้นฝั่ง&nbsp;โดยให้สามารถปฏิบัติการได้โดยทันที&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;และทำความสะอาดคราบน้ำมันที่อยู่ใต้พื้นทรายบริเวณชายหาด&nbsp;หน้าร้านน้องมัดซีฟู๊ด,&nbsp;คลองหัวรถ&nbsp;ไปทางทิศตะวันออกด้วยการพลิกหน้าทรายโดยใช้อุปกรณ์ไถคราดโดยแรงงานคน&nbsp;และใช้แผ่นม้วนดูดซับคราบน้ำมันออกเมื่อน้ำขึ้น&nbsp;ยังคงเหลือทุ่นกักน้ำมันในทะเล&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;เส้น&nbsp;บริเวณโซน&nbsp;E2&nbsp;และตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้าของบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;อยู่ที่&nbsp;สบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;ส่วนจุดเฝ้าระวัง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ยังไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;คุณภาพอากาศเบื้องต้นตรวจวัดไม่พบสาร&nbsp;total&nbsp;VOCs,&nbsp;H2S&nbsp;และ&nbsp;SO2&nbsp;ทั้ง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ไม่มีกลิ่นน้ำมัน&nbsp;ยกเว้นหาดบริเวณบ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;ที่ได้รับกลิ่นน้ำมันเล็กน้อยเป็นบางช่วง</p><p><strong>สำหรับข้อสั่งการในที่ประชุมวันนี้ให้บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ดำเนินการเพิ่มทุ่นกักน้ำมัน&nbsp;(boom)&nbsp;</strong>เพื่อเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์เหตุน้ำมันดิบรั่วไหลจากท่ออ่อนใต้น้ำของทุ่นลอย&nbsp;(SPM)&nbsp;5,000&nbsp;ลิตร&nbsp;และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน&nbsp;กรณีที่ยังไม่สามารถหาทุ่นกักน้ำมัน&nbsp;(boom)&nbsp;มาเพิ่มได้ให้ทางบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;บริหารจัดการสถานการณ์โดยการนำทุ่นกักน้ำมันเดิมที่คงเหลืออยู่&nbsp;3&nbsp;ปาก&nbsp;มาใช้เพื่อรับมือกรณีดังกล่าวข้างต้นและรีบนำทุ่นกักน้ำมันปากใหม่เข้ามาทดแทนของเดิมในระยะเวลาที่เร็วที่สุด&nbsp;พร้อมทั้งรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง&nbsp;และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือและขยายเวลาการตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดระยอง&nbsp;(ส่วนหน้า)&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;ณ&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;สบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;ออกไป&nbsp;ในเบื้องตนจนถึงวันที่&nbsp;16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211230849324"],
    [367,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เก็บตัวอย่างเนื้อสัตว์และเก็บตัวอย่างไข่ไก่เพื่อตรวจวิเคราะห์ (โครงการปศุสัตว์ ok) และขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูล ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน กรมปศุสัตว์","<p><strong>นายทวีพงศ์&nbsp;&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายดำเนินการเก็บตัวอย่างเนื้อสัตว์เพื่อตรวจวิเคราะห์&nbsp;&nbsp;(โครงการปศุสัตว์&nbsp;ok)&nbsp;และเก็บตัวอย่างไข่ไก่เพื่อตรวจวิเคราะห์&nbsp;โครงการปศุสัตว์ไข่สดปลอดภัย&nbsp;(โครงการปศุสัตว์&nbsp;ok)&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ดังนี้&nbsp;โลตัส&nbsp;Express&nbsp;เลขที่&nbsp;เลขที่&nbsp;373&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>-&nbsp;เก็บตัวอย่างเนื้อ&nbsp;สุกร&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>-&nbsp;เก็บตัวอย่างไข่ไก่เบอร์&nbsp;3-4&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;(จำนวน&nbsp;24&nbsp;ฟอง)&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;โลตัส&nbsp;Talad&nbsp;เลขที่&nbsp;541&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>-&nbsp;เก็บตัวอย่างเนื้อ&nbsp;สุกร&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>-&nbsp;เก็บตัวอย่างไข่ไก่เบอร์&nbsp;3-4&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;(จำนวน&nbsp;24&nbsp;ฟอง)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกรรายใหม่</strong>&nbsp;ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนายมังกร&nbsp;นครศรี&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;191&nbsp;บ้านนาเจียง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโคกงาม&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;สุนัข&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;นกสวยงาม&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนฯ&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-02T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212083747341"],
    [368,"หน่วยงานต่างๆยังคงเร่งป้องกันและขจัดคราบน้ำมันรั่วรอบ 2 ให้ย่อยสลายและไม่ให้เข้าใกล้ชายฝั่ง พร้อมติดตามทิศทางการเคลื่อนที่อย่างใกล้ชิด","<p><strong>หน่วยงานต่างๆยังคงเร่งป้องกันและขจัดคราบน้ำมันรั่วรอบ&nbsp;2&nbsp;ให้ย่อยสลายและไม่ให้เข้าใกล้ชายฝั่ง&nbsp;พร้อมติดตามทิศทางการเคลื่อนที่อย่างใกล้ชิด&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำทะเลยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&nbsp;และสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(ระยอง)&nbsp;ได้สำรวจสถานการณ์คราบน้ำมันดิบที่รั่วในทะเลระยองรอบ&nbsp;2&nbsp;บริเวณหน้าท่าเรือบริษัท&nbsp;IRPC&nbsp;ห่างจากชายฝั่งประมาณ&nbsp;7.2&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เพื่อตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลและการปนเปื้อนของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนในสิ่งแวดล้อมทางทะเล&nbsp;โดยบริเวณสถานีทุ่นกักน้ำมัน&nbsp;1&nbsp;พบคราบน้ำมันและฟิล์มน้ำมัน&nbsp;เป็นระยะทาง&nbsp;500&nbsp;เมตร&nbsp;และทุ่นกักน้ำมัน&nbsp;2&nbsp;ห่างจากทุ่นกักน้ำมัน&nbsp;1&nbsp;ประมาณ&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;พบคราบฟิล์มบางๆมีกลิ่นเล็กน้อย&nbsp;ขณะสำรวจได้ใช้สารขจัดคราบน้ำมัน&nbsp;Dispersant&nbsp;ฉีดพ่นทางเรือและโปรยสารทางเฮลิคอปเตอร์&nbsp;เมื่อตรวจวัดคุณภาพน้ำทั่วไปพบอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;1&nbsp;เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;พร้อมสำรวจสถานีติดตามนอกชายฝั่งบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงทุ่นกักน้ำมันบริเวณอ่าวพร้าวและสถานีติดตามแนวชายฝั่ง&nbsp;หาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถ&nbsp;เบื้องต้นพบน้ำทะเลสภาพเป็นปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;1&nbsp;,&nbsp;2&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;การอนุรักษ์แหล่งปะการัง&nbsp;และการนันทนาการ&nbsp;ส่วนผลการวิเคราะห์ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวมในน้ำทะเลจะนำไปตรวจโดยละเอียดต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับภาพรวมสภาพในพื้นที่มีน้ำมันและคราบฟิล์มน้ำมันรวม&nbsp;500&nbsp;เมตร&nbsp;ห่างจากชายฝั่งหาดแม่รำพึง&nbsp;7&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และห่างจากชายฝั่งเกาะเสม็ด&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยบริเวณนี้มีเรือเฝ้าระวังประจำจุด&nbsp;11&nbsp;ลำ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เรือทุ่นกันคราบน้ำมัน&nbsp;(Boom)&nbsp;6&nbsp;ลำ&nbsp;และเรือพ่นสารเคมี&nbsp;5&nbsp;ลำ&nbsp;และการกั้นทุ่น&nbsp;2&nbsp;จุด?&nbsp;?ยาวรวมประมาณ&nbsp;700&nbsp;เมตร&nbsp;แล้วยังมีเฮลิคอปเตอร์&nbsp;ของกองทัพเรือบินสนับสนุนการโปรยสารอีก&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;ซึ่งต้องติดตามทิศทางการเคลื่อนของคราบน้ำมันจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่&nbsp;เบื้องต้นยังคงอยู่ตำแหน่งเดิม&nbsp;เนื่องจากไม่มีกระแสลม?และคลื่น</p>","2022-12-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212101924364"],
    [369,"กอนช. ขอให้ระวังเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่งในพื้นที่ 35 จังหวัด","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ระวังเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และลูกเห็บตกบางแห่งในพื้นที่&nbsp;35&nbsp;จังหวัด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(12&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศแปรปรวน&nbsp;โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&nbsp;โดยต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตก&nbsp;ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน&nbsp;ทำให้ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;มีพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;บริเวณ&nbsp;จ.น่าน&nbsp;อุตรดิตถ์&nbsp;พิจิตร&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;เลย&nbsp;หนองคาย&nbsp;บึงกาฬ&nbsp;หนองบัวลำภู&nbsp;อุดรธานี&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;สุรินทร์&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;ชัยนาท&nbsp;ลพบุรี&nbsp;สระบุรี&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;นครปฐม&nbsp;ราชบุรี&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;นครนายก&nbsp;ปราจีนบุรี&nbsp;สระแก้ว&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ระยอง&nbsp;จันทบุรี&nbsp;และตราด&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.ชัยนาท&nbsp;119&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สระบุรี&nbsp;43&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และอุทัยธานี&nbsp;66&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;32,578&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;56&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;26,221&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;55</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-12-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212101754363"],
    [370,"เผยภาพคราบน้ำมันกลางทะเลมีสีน้ำตาลและแผ่นฟิล์มเป็นเงาบางๆ กลางทะเลระยอง เจ้าหน้าที่นำเรือล้อมบูมพ่นสารเคมีสลายคราบน้ำมันให้จมลงก้นทะเล ส่วนหาดแม่รำพึง พบน้ำทะเลมีลักษณะเป้นมันเงาคล้ายคราบน้ำมันเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ ถูกพัดติดชายหาด","<p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;ได้นำเรือ&nbsp;311&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่&nbsp;ออกตรวจสอบบริเวณจุดน้ำมันรั่วไหลลงทะเล&nbsp;หลังเกิดเหตุน้ำมันดิบของ&nbsp;บ.สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จก.(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;เกิดรั่วไหลรอบที่&nbsp;2&nbsp;บริเวณทุ่นลอยขนถ่ายน้ำมันดิบ&nbsp;จากการเคลื่อนย้ายท่ออ่อนขึ้นมาตรวจสอบ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งจุดที่พบห่างจากฝั่งหาดแม่รำพึง&nbsp;ประมาณ&nbsp;7&nbsp;กม.และห่างฝั่งเกาะเสม็ด&nbsp;10&nbsp;กม.</strong>โดยพบคราบน้ำมันมีสีตาลดำและบางจุดพบเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ&nbsp;มันเงา&nbsp;พบเห็นเป็นวงกว้าง&nbsp;ประมาณ&nbsp;0.5&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;โดยกำลังทหารจากทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้นำเรือบูมล้อม&nbsp;6&nbsp;ลำ&nbsp;และเรือสารเคมี&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ลำ&nbsp;และเฮลิคอปเตอร์&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;เร่งโปรยสารเคมีสลายคราบน้ำมันให้จมลงก้นทะเล&nbsp;นอกจากนี้ยังมีบูมอีกชั้นล้อมไว้&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้พัดเข้าฝั่ง&nbsp;รวมทั้งมีบูมอีก&nbsp;2&nbsp;ชุด&nbsp;ยาวประมาณ&nbsp;200&nbsp;เมตร&nbsp;กั้นไว้บริเวณหน้าอ่าวพร้าว&nbsp;ป้องกันกระแสลมพัดคราบน้ำมันเข้าอ่าวพร้าว&nbsp;เกาะเสม็ด</p><p><strong>ส่วนที่บริเวณคลองหัวรด&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;จุดที่ได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมัน</strong>เมื่อครั้งที่แล้ว&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.เช้านี้(12&nbsp;ก.พ.)&nbsp;พบน้ำทะเลที่คลื่นพัดเข้าฝั่ง&nbsp;ลักษณะคล้ายมีคราบน้ำมันเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ&nbsp;ลักษณะมันเงาพบเห็นเป็นบางจุด&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ของ&nbsp;บ.SPRC&nbsp;ได้นำบูมและแผ่นกระดาษซับชนิดพิเศษ&nbsp;เร่งขจัดคราบดังกล่าว&nbsp;และเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ&nbsp;ที่เชี่ยวชาญมาเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบ&nbsp;อย่างไรก็ตามตลอดแนวหาดแม่รำพึง&nbsp;พบมีเจ้าหน้าที่ทหารทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;และบริษัทฯ&nbsp;เฝ้าระวังตลอดแนวหาดแม่รำพึงด้วย.&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212103605375"],
    [371,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ยกเว้นภาคเหนือบริเวณ รพ.เทพรัตนฯ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ และ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน ค่าฝุ่นเกินในระดับสีส้ม","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ยกเว้นภาคเหนือบริเวณ&nbsp;รพ.เทพรัตนฯ&nbsp;อ.แม่แจ่ม&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;และ&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;ค่าฝุ่นเกินในระดับสีส้ม</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(12&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีลมพัด&nbsp;และหลายพื้นที่มีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยพบบริเวณ&nbsp;รพ.เทพรัตนฯ&nbsp;อ.แม่แจ่ม&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;และ&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-12-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212104029377"],
    [372,"นวัตกรรม Extra DU โลชั่นบำรุงผิวจากสารสกัดเปลือกทุเรียนสำหรับผู้ชาย ผลงานจากโรงเรียนพุนพินพิทยาคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี  คว้ารางวัลชนะเลิศ เวที I-New Gen Award 2021","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;Extra&nbsp;DU&nbsp;โลชั่นบำรุงผิวจากสารสกัดเปลือกทุเรียนสำหรับผู้ชาย&nbsp;ผลงานจากโรงเรียนพุนพินพิทยาคม&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">คว้ารางวัลชนะเลิศ&nbsp;เวที&nbsp;I-New&nbsp;Gen&nbsp;Award&nbsp;2021</strong></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;น.ส.วิภารัตน์&nbsp;ดีอ่อง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;วช.มอบรางวัลสิ่งประดิษฐ์ระดับเยาวชน&nbsp;โครงการ&nbsp;Thailand&nbsp;New&nbsp;Gen&nbsp;Inventors&nbsp;Award&nbsp;:&nbsp;I-New&nbsp;Gen&nbsp;Award&nbsp;2021&nbsp;ระดับมัธยมศึกษา&nbsp;รางวัลชนะเลิศ&nbsp;ด้านสุขภาพและการแพทย์&nbsp;ให้กับ&nbsp;ผลิตภัณฑ์ต้านอนุมูลอิสระจากสารในเปลือกทุเรียน&nbsp;จากโรงเรียนพุนพินพิทยาคม&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;จัดงานโดย&nbsp;สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)&nbsp;โดยอาจารย์จิราภรณ์&nbsp;สมฤดี&nbsp;คุณครูที่ปรึกษา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เปลือกทุเรียน&nbsp;ซึ่งเป็นของเสียทางการเกษตรที่พบได้มากทางภาคใต้ของประเทศไทยถูกกองทิ้งไว้เป็นขยะ&nbsp;ในแต่ละปีมีขยะที่เกิดจากเปลือกทุเรียนโดยประมาณ&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ของปริมาณทุเรียนทั้งหมด&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จึงคิดที่จะนำขยะจากเปลือกทุเรียนมาใช้ให้เกิดประโยชน์&nbsp;และจากการวิจัยพบว่าสารสำคัญที่พบในเปลือกทุเรียน&nbsp;คือสารกลุ่มฟินอลิก&nbsp;มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ&nbsp;และเนื่องจากในปัจจุบันผลิตภัณฑ์โลชั่นสำหรับผู้ชายมีน้อยมาก&nbsp;เพื่อให้ผู้ชายดูดี&nbsp;ดูสะอาด&nbsp;ทางทีมนักประดิษฐ์จึงได้คิดค้นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารดังกล่าวนี้ขึ้นมา&nbsp;และได้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์โลชั่นบำรุงผิวกายที่เหมาะกับผู้ชาย</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;ด้านนายวิศรุต&nbsp;เอียดแก้ว&nbsp;หัวหน้าทีมนักประดิษฐ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;Extra&nbsp;DU&nbsp;โลชั่นบำรุงผิวกายสำหรับผู้ชาย&nbsp;จัดทำโดยการใช้สารฟินอลิกเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ&nbsp;โดยลักษณะเนื้อโลชั่นเนื้อเนียนละเอียดค่อนข้างหนืด&nbsp;สีเนื้อโลชั่นมีสีครีม&nbsp;-&nbsp;ขาว&nbsp;กลิ่นโลชั่นหอมและมีกลิ่นเฉพาะตัว&nbsp;เนื้อโลชั่นจะไม่แยกชั้น&nbsp;ทำให้โลชั่นทาง่ายซึมเข้าผิวได้ดี&nbsp;ไม่เหนียวเหนะหนะ&nbsp;อีกทั้งยังเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ&nbsp;ทำให้เหมาะกับทุกสภาพผิวของผู้ชาย&nbsp;และผู้ใช้มีสุขภาพผิวดีแบบธรรมชาติ&nbsp;ซึ่งผลงานดังกล่าวได้ช่วยลดปัญหาขยะที่เกิดจากเปลือกทุเรียน&nbsp;ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับเปลือกทุเรียนและสร้างรายได้ให้ชุมชนอีกด้วย&nbsp;สำหรับ&nbsp;ผลิตภัณฑ์ต้านอนุมูลอิสระจากสารในเปลือกทุเรียน&nbsp;ของน้องๆ&nbsp;จากโรงเรียนพุนพินพิทยาคม&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ที่ส่งเข้าประกวดในโครงการ&nbsp;Thailand&nbsp;New&nbsp;Gen&nbsp;Inventors&nbsp;Award&nbsp;:&nbsp;I-New&nbsp;Gen&nbsp;Award&nbsp;2021&nbsp;และสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ&nbsp;ระดับมัธยมศึกษา&nbsp;ด้านสุขภาพและการแพทย์มาได้</span></p>","2022-12-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212133501453"],
    [373,"เกษตรกรวอนรัฐแก้ปัญหาราคาข้าวโพด กระทบต้นทุน สวนทางราคาไข่ที่ถูกตรึง","<p>นางพเยาว์ อริกุล นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง&nbsp;เปิดเผยว่า ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ กำลังเผชิญปัญหาราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และราคากากถั่วเหลืองมีราคาสูง กระทบต้นทุนการผลิตอย่างมาก ขณะที่ราคาขายไข่ไก่หน้าฟาร์มถูกตรึงอยู่ที่ฟองละ 2.90 บาท แต่ต้นทุนพุ่งไปที่ฟองละ 2.92 บาทแล้ว หากยังปล่อยราคาข้าวโพดสูงไปกว่านี้ เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่จะอยู่ไม่ได้&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><em>ขณะนี้เป็นช่วงปลายฤดูกาลเก็บเกี่ยว ที่ข้าวโพดทั้งหมดขายออกจากไร่เกษตรกรไปอยู่ในสต็อกของพ่อค้าพืชไร่หมดแล้ว ซึ่งเท่ากับมีผลผลิตที่พร้อมจำหน่ายเต็มที่ แต่กลับพบว่ามีของออกมาในตลาดน้อยและดันให้ราคาสูงขึ้นมาก หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป คนเลี้ยงไก่ไข่ต้องขาดทุนมากขึ้น จากการถูกตรึงราคาไข่แต่ไม่มีใครช่วยตรึงราคาข้าวโพดซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญ </em>นางพเยาว์กล่าว&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ขณะนี้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีราคาสูงถึง กก.ละ 10.90 บาท และมีแนวโน้มสูงขึ้นอีก คาดว่าราคาจะขึ้นไปแตะถึง กก.ละ 11.50 บาท ส่วนราคากากถั่วเหลืองจากเมล็ดถั่วเหลืองนำเข้า มีราคาเพิ่มขึ้นจาก กก.ละ 20.10 บาท เป็น กก.ละ 20.50 บาท อันเนื่องจากสภาวะอากาศที่แห้งแล้งของประเทศผู้ผลิตถั่วเหลือง ที่คาดว่าผลผลิตจะลดลงต่อเนื่อง ผนวกกับการขนส่งของสหรัฐฯ ที่มีความล่าช้าจากปัญหาอากาศหนาวเย็น ทำให้ราคามีแนวโน้มสูงขึ้นอีก&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ทั้งสองวัตถุดิบนี้เป็นส่วนผสมสำคัญของอาหารสัตว์ และเป็นสินค้าที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้มาตรการรัฐ กล่าวคือข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีการประกันรายได้เกษตรกรพืชไร่ ขณะที่กากถั่วเหลืองก็มีภาษีนำเข้า 2% ซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนให้เกษตรกรคนเลี้ยงสัตว์&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><em>เกษตรกรคนเลี้ยงไก่ไข่ไม่มีรัฐมาช่วยปกป้อง พอรัฐขอให้ช่วยตรึงราคาขายไข่เราก็ตรึงให้&nbsp;โปรดช่วยตรึงราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เราด้วย ขอแค่ให้พออยู่ได้ ถ้าถูกควบคุมราคาขายปลายทาง แต่ต้นทุนผลิตพุ่งไม่หยุดแบบนี้</em> นางพเยาว์กล่าวทิ้งท้าย</p>","2022-12-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212121032423"],
    [374,"ชม ช้อป แชะ ท่องเที่ยวชุมชนวิถีเกษตรอินทรีย์ @พะเยา  พร้อมชมสวนดอกมากาเร็ตและเลือกซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์","<p><strong>สมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนพะเยา&nbsp;จัดงาน&nbsp;ชม&nbsp;ช้อป&nbsp;แชะ&nbsp;</strong>ท่องเที่ยวชุมชนวิถีเกษตรอินทรีย์&nbsp;@พะเยา&nbsp;โดยมีนายนฤมิต&nbsp;สมัคร&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดพะเยา&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;และผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;นายสัตวแพทย์สมชาติ&nbsp;ธนะ&nbsp;ประธานสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนพะเยา&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;ณ&nbsp;สวนขวัญออร์แกนิคพะเยา&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.พะเยา</p><p><strong>ศาสตราจารย์&nbsp;นายสัตว์แพทย์สมชาติ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนพะเยา&nbsp;จัดงานดังกล่าวขึ้นเพื่อสร้างการรับรู้&nbsp;ประชาสัมพันธ์กิจกรรมการทำเกษตรอินทรีย์&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนวิถีเกษตรอินทรีย์&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่&nbsp;กระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;ภายใต้โครงการวิจัยการพัฒนาเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืนจังหวัดพะเยา&nbsp;สู่การสร้างชุมชนนวัตกรรมปีที่&nbsp;2&nbsp;(มหาวิทยาลัยพะเยา)&nbsp;</p><p><strong>ภายในงานมีการจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;อาทิ&nbsp;ผัก&nbsp;ผลไม้</strong>&nbsp;ข้าวอินทรีย์&nbsp;สินค้าแปรรูป&nbsp;เมล็ดพันธุ์ผัก&nbsp;กล้าไม้&nbsp;ปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;จากสมาชิกสมาพันธ์ฯ&nbsp;นอกจากนี้มีการเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการทำเกษตรอินทรีย์และศักยภาพการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในอเมริกา&nbsp;และการสาธิตนวัตกรรมการใช้วัสดุพลางแสงที่เหมาะสมสำหรับการผลิตผักอินทรีย์&nbsp;พร้อมชมสวนดอกมากาเร็ตสีม่วงและดอกคัตเตอร์&nbsp;</p><p><strong>สมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนพะเยา&nbsp;มีการขับเคลื่อนโดยภาคประชาสังคม</strong>&nbsp;เพื่อสร้างมาตรฐานและกลไกการรับรองแปลงเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;SDGsPGs&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;ยกระดับสินค้าเกษตรอินทรีย์จังหวัดพะเยาและขับเคลื่อนในภาคเกษตรกรเพื่อให้กลไกทางการตลาดได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสม&nbsp;ได้จัดตั้ง&nbsp;บริษัท&nbsp;ออร์แกนิคพะเยาวิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;จำกัด&nbsp;มีหน้าที่ในการซื้อขายสินค้าเกษตรอินทรีย์กับผู้ประกอบการที่ต้องการสินค้าเกษตรอินทรีย์ทั้งในและนอกพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>โดยดำเนินการภายใต้โครงการวิจัยการพัฒนาเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืน</strong>&nbsp;จังหวัดพะเยาสู่การสร้างชุมชนนวัตกรรม&nbsp;(มหาวิทยาลัยพะเยา)&nbsp;ปัจจุบันจังหวัดพะเยาได้รับรองแปลงอินทรีย์จำนวน&nbsp;16&nbsp;แปลง&nbsp;พื้นที่&nbsp;110.75&nbsp;ไร่&nbsp;และแปลงระยะปรับเปลี่ยนสู่เกษตรอินทรีย์&nbsp;จำนวน&nbsp;116&nbsp;แปลง&nbsp;พื้นที่&nbsp;824.15&nbsp;ไร่&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;133&nbsp;แปลง&nbsp;พื้นที่&nbsp;934.9&nbsp;ไร่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-02T00:00:00","ภาคเหนือ","พะเยา","สวท.พะเยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212124729430"],
    [375,"วิทยาลัยการอาชีพสองเปิดสอนช่างกลการเกษตร เน้นความรู้บริหารจัดการน้ำและผลิตนวัตกรทางการเกษตรสู่พื้นที่เกษตรในจังหวัดแพร่และพะเยา","<p><strong>นายวุฒินันท์&nbsp;จันทร์ทอง&nbsp;ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพสอง</strong>&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;วิทยาลัยการอาชีพสองจะเปิดทำการเรียนการสอนสาขาวิชาใหม่ในปีการศึกษา&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;คือ&nbsp;สาขาช่างกลเกษตร&nbsp;ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ&nbsp;ที่จะเน้นความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรเป็นสำคัญ&nbsp;เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของชุมชนและประชาชนในท้องถิ่นและพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ทั้งพื้นที่จังหวัดแพร่และพะเยา&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;การเปิดสอนสาขานี้</strong>จะช่วยพัฒนาต่อยอดความรู้ด้านเครื่องยนต์กลไกทางการเกษตร&nbsp;เทคโนโลยีเครื่องกลหนัก&nbsp;และเครื่องยนต์ทางการเกษตรทั้งหมด&nbsp;รวมถึงการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;โดยได้ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ยมและโครงการชลประทานแพร่&nbsp;ในการถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีเกี่ยวกับการจัดการน้ำให้กับนักศึกษา</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;วิทยาลัยการอาชีพสองมุ่งหวังให้ผู้ที่จบการศึกษา</strong>จากสาขาช่างกลเกษตรจะสามารถเป็นนวัตกรหรือนักคิดค้นประดิษฐ์เกี่ยวกับเครื่องจักรกลเกษตร&nbsp;นำความรู้มาประยุกต์ใช้ได้จริงในไร่นาเรือกสวนหรือในฟาร์มของตนเองได้&nbsp;เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต&nbsp;รวมถึงสามารถบริหารจัดการน้ำที่เป็นปัจจัยหลักในการทำเกษตรกรรมสมัยใหม่&nbsp;และถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรในชุมชนของตนเองได้&nbsp;โดยเปิดรับสมัครนักศึกษาตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปที่&nbsp;วิทยาลัยการอาชีพสอง&nbsp;ตำบลบ้านหนุน&nbsp;อำเภอสอง&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212124828432"],
    [376,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง เนื่องจากหลายพื้นที่มีฝนตกลงมาช่วยลดการเกิดไฟป่าได้ ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคอีสานและภาคเหนือของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&nbsp;เนื่องจากหลายพื้นที่มีฝนตกลงมาช่วยลดการเกิดไฟป่าได้&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของไทย</strong>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(11&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;352&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากวันก่อน&nbsp;237&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;174&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;98&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;35&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;26&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;19&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุดอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;น่าน&nbsp;72&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เชียงราย&nbsp;49&nbsp;จุด&nbsp;และเชียงใหม่&nbsp;38&nbsp;จุด&nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;โดยพบมีเพียงบริเวณพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเท่านั้นที่ยังคงมีจุดความร้อนกระจายอยู่&nbsp;สำหรับพื้นที่อื่นๆมีฝนฟ้าคะนองกระจายอยู่ทั่วไปส่งผลให้จุดความร้อนลดลงไปด้วย&nbsp;จึงช่วยให้คุณภาพอากาศและปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศอยู่ในระดับดี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;5,415&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;4,854&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;3,463&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในกัมพูชาติดต่อกันเป็นวันที่&nbsp;9&nbsp;แล้ว&nbsp;1,505&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;1,118&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;478&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ&nbsp;</p>","2022-12-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212134815455"],
    [377,"ปศุสัตว์ฯแม่ฮ่องสอน #คุมเข้มป้องกันการลักลอบนำเข้าโคกระบือผิดกฎหมาย ย้ำการนำเข้าต้องปฏิบัติตามมาตรการผ่อนปรนอย่างเคร่งครัด","<p><strong>นายสัตวแพทย์&nbsp;ดร.อนิรุธ&nbsp;เนื่องเม็ก&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เปิดเผย&nbsp;ถึงกรณีที่มีการลักลอบนำเข้าโค&nbsp;-&nbsp;กระบือจากบ้านหัวเมืองสหภาพเมียนมา&nbsp;เข้า&nbsp;มาในประเทศไทยผ่านทางช่องบ้านดอยคู&nbsp;ช่องทางบ้านปุงยาม&nbsp;และช่องทางบ้านหัวยส้านใน&nbsp;ตำบลนาปู่ป้อม&nbsp;อำเภอปางมะผ้า&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตามที่ปรากฎเป็นข่าวเมื่อเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;เป็นโคกระบือที่ผู้ประกอบการค้าสัตว์ในพื้นที่นำเข้ามาเตรียมไว้รอตามแนวชายแดนเพื่อเตรียมการนำเข้าให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ซึ้ว&nbsp;เนื่องจากผู้ประกอบการค้าสัตว์ไม่สามารถดำเนินการนำเข้าโคกระบือจากสหภาพเมียนมามานาน&nbsp;จากการประกาศ&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;เรื่องชะลอการนำเขาหรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งโค&nbsp;กระบือ&nbsp;หรือซากโค&nbsp;ซากกระบือจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;และมีการออกประกาศต่อเนื่อง</p><p><strong>ล่าสุดกรมปศุสัตว์ได้ออกมาตรการผ่อนปรนการอนุญาตนำเข้าโค&nbsp;</strong>กระบือจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา&nbsp;ลงวันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และกองสารวัตรและกักกัน&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;ได้ออกหนังสือแจ้งด่านกักกันสัตว์แม่ฮ่องสอน&nbsp;ให้ดำเนินการตามมาตรการผ่อนปรนการอนุญาตนำเข้าโค&nbsp;กระบือจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา&nbsp;โดยแจ้งให้ผู้ประกอบการให้ทราบและดำเนินการตามมาตรการผ่อนปรน&nbsp;ผู้ประกอบการจึงทยอยนำโคกระบือ&nbsp;มาเตรียมการไว้ตามแนวชายแดน&nbsp;เพื่อขออนุญาตนำเข้าในช่องทางผ่อนปรนถาวรที่จังหวักแม่ฮ่องสอนกำหนด</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;มาตรการในการดำเนินการในประกาศมาตรการผ่อนปรนฯ</strong>&nbsp;มีการกำหนดมาตรการเพิ่มเติมบางส่วนจากแนวทางปฏิบัติเดิม&nbsp;ทำให้ผู้ประกอบการยังเข้าใจคลาดเคลื่อนในการปฏิบัติ&nbsp;จึงรอความชัดเจนจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก่อนจะดำเนินการขอนำเข้าให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องสัตว์จึงมารออยู่ตามแนวชายแดนเป็นระยะเวลานาน&nbsp;&nbsp;เพื่อเตรียมการนำเข้า&nbsp;</p><p><strong>เพื่อเตรียมความพร้อมการนำเข้าราชอาณาจักร</strong>&nbsp;ชื่งโค&nbsp;กระบือ&nbsp;จากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาผ่านจุดผ่อนปรนทั้ง&nbsp;5&nbsp;จุดของจังหวัด&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้เชิญประชุมผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อกำหนดชี้แจงและกำหนดแนวทางการดำเนินการนำเข้าโคกระบือในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;รวมถึงแนวทางการตรวจประเมินคอกกักกันสัตว์ในพื้นที่&nbsp;และระบบเพื่อเตรียมความพร้อมการนำเข้าให้เป็นไปตามมาตรการผ่อนปรนที่กรมปศุสัตว์กำหนด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรและผู้ประกอบการค้าสัตว์ในพื้นที่รับทราบ</strong>และสามารถดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรการฯ&nbsp;ด่านกักกันสัตว์แม่ฮ่องสอน&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร&nbsp;ร.1742&nbsp;บ้านจ่าโบ่&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง&nbsp;และปศุสัตว์อำเภอปางมะผ้า&nbsp;ได้ประชุมขี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการ&nbsp;รวมทั้งแนวทางปฏิบัติท&nbsp;กับผู้ประกอบการค้าสัตว์พื้นที่อำเภอปางมะผ้า&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และเพื่อให้การดำเนินการควบคุมป้องกันการลักลอบนำเข้าโคกระบือผิดกฎหมาย&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;โดยกองสารวัตรและกักกัน&nbsp;&nbsp;ได้จัดชุดเฉพาะกิจจากส่วนกลางจำนวน&nbsp;7&nbsp;ชุด&nbsp;เข้าปฏิบัติงานควบคุม/การเคลื่อนย้ายโคกระบือให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยให้ดำเนินการตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่&nbsp;ทั้งด่านกักกันสัตว์แม่ฮ่องสอน&nbsp;หน่วยงานทหารและตำรวจ&nbsp;ตั้งจุดสกัด&nbsp;และลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยงตามมาตรการฯ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;และสามารถดำเนินการจับกุมผู้ประกอบการค้าสัตว์ที่กระทำความผิดได้อย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากประชาชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติม&nbsp;หรือพบเห็นการกระทำผิดด้านปศุสัตว์</strong>&nbsp;โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอรับข้อมูล&nbsp;หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย&nbsp;โดยแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;DLD&nbsp;4.0&nbsp;หรือ&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;053-611580</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212135214456"],
    [378,"ปตท. อ.ขนอม นครศรีธรรมราช ร่วมกับ มทร.ศรีวิชัย เปิด Smart Farming ลงมือทำเพื่อเสริมรากฐานวิถีเกษตรแห่งอนาคตแก่ชุมชน","<p><strong>ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สุวัจน์&nbsp;ธัญรส&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;ผศ.ดร.ขวัญหทัย&nbsp;ใจเปี่ยม&nbsp;รองอธิการบดี,&nbsp;ผศ.อุดร&nbsp;นามเสน&nbsp;รองอธิการบดี,&nbsp;อาจารย์ทวีศักดิ์&nbsp;ศรีภูงา&nbsp;ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและการจัดการ&nbsp;มทร.ศรีวิชัย&nbsp;พื้นที่ขนอม&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;อาจารย์&nbsp;บุคลากร&nbsp;โรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;นำโดย&nbsp;นายวรทัต&nbsp;บันลือเขตร์&nbsp;ผู้จัดการฝ่าย&nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร&nbsp;ทีม&nbsp;Smart&nbsp;Farming&nbsp;นายจิโรจน์&nbsp;สำแดง&nbsp;นายอำเภอขนอม&nbsp;เกษตรอำเภอขนอม&nbsp;กศน.อำเภอขนอม&nbsp;และผู้นำชุมชนในพื้นที่ตำบลท้องเนียน&nbsp;ร่วมพิธีเปิด&nbsp;ศูนย์การเรียนรู้เกษตรสมัยใหม่&nbsp;PTT&nbsp;RUTS&nbsp;Smart&nbsp;Farming&nbsp;ณ&nbsp;วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและการจัดการ&nbsp;มทร.ศรีวิชัย&nbsp;พื้นที่ขนอม&nbsp;ต.ท้องเนียน&nbsp;อ.ขนอม&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช</p><p><strong>สำหรับการจัดตั้ง&nbsp;ศูนย์การเรียนรู้เกษตรสมัยใหม่&nbsp;PTT&nbsp;RUTS&nbsp;Smart&nbsp;Farming&nbsp;นั้น</strong>&nbsp;เกิดจากความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในพื้นที่&nbsp;โดยมี&nbsp;โรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เป็นผู้สนับสนุนทุนในการดำเนินการ&nbsp;บนพื้นที่ของ&nbsp;มทร.ศรีวิชัย&nbsp;พื้นที่ขนอม&nbsp;กว่า&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;และสืบเนื่องจากสถานการณ์จากปัญหา&nbsp;COVID-19&nbsp;ที่ผ่านมาทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำลง&nbsp;นักศึกษาจบใหม่ไม่มีงานทำ&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;จึงมีนโยบายที่จะช่วยบรรเทา&nbsp;โดยสนับสนุนการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพกลุ่มต่างๆ&nbsp;จ้างนักศึกษาจบใหม่เข้ามาทำงาน&nbsp;และเป็นงานที่ช่วยเหลือสังคมกลุ่มเกษตรกร&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤต&nbsp;COVID-19&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศภายใต้โครงการ&nbsp;นวัตกรรมสร้างรอยยิ้ม&nbsp;ซึ่งเป็นที่มาของโครงการดังกล่าว&nbsp;ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน),&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย,&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอขนอม,&nbsp;เทศบาลตำบลท้องเนียน&nbsp;ตลอดทั้งภาคีเครือข่ายโดยมีการลงนาม&nbsp;MOU&nbsp;ร่วมกันเมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;และดำเนินการปลูกผักสามารถจำหน่ายตามท้องตลาด&nbsp;ชุมชน&nbsp;ได้อย่างต่อเนื่องถึง&nbsp;7&nbsp;รอบการผลิตแล้ว&nbsp;ได้ใช้งบประมาณในการดำเนินงาน&nbsp;735,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อดำเนินการก่อสร้างโรงเรือนการเกษตร&nbsp;ระบบปิดที่เสริมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง&nbsp;ๆ</p><p><strong>เพื่อเป็นการต่อยอดโครงการ&nbsp;PTT&nbsp;RUTS&nbsp;Smart&nbsp;Farming&nbsp;</strong>จึงเปิดเป็น&nbsp;ศูนย์การเรียนรู้เกษตรสมัยใหม่&nbsp;PTT&nbsp;RUTS&nbsp;Smart&nbsp;Farming&nbsp;ส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับประชาชน&nbsp;และผู้ที่สนใจได้ศึกษาเรียนรู้&nbsp;มีแนวคิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้และสร้างองค์ความรู้&nbsp;รวมทั้งต่อยอดหลักสูตรการศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย&nbsp;และสามารถนำไปสร้างอาชีพของตนเองได้ในอนาคตต่อไป&nbsp;จากที่ได้เห็นภาพรวมของโครงการนี้แล้ว&nbsp;จะเห็นได้ว่าทุกคนที่เข้าร่วมเรียนรู้&nbsp;หรือชุมชนที่เข้าเรียนรู้&nbsp;มีการปรับตัว&nbsp;ทั้งทางด้านการทำเกษตรกร&nbsp;สภาพแวดล้อม&nbsp;เพิ่มรายได้เข้าชุมชนโดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์&nbsp;มาเป็นตัวช่วยที่จะทำให้การเกษตรในชุมชน&nbsp;ในครอบครัวเติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้น&nbsp;โดยได้รับการส่งเสริมจาก&nbsp;ศูนย์การเรียนรู้เกษตรสมัยใหม่&nbsp;PTT&nbsp;RUTS&nbsp;Smart&nbsp;Farming&nbsp;จะเห็นได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;เพราะเกิดระบบการบริหารจัดการที่ดี&nbsp;มีประสิทธิภาพ&nbsp;ที่จะทำให้สังคมหรือชุมชนมีคุณภาพและมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น&nbsp;ที่สำคัญมีผลผลิตที่ดี&nbsp;นำมาสู่การกระจายรายได้สู่ชุมชน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-12-02T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สวท.นครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212141504464"],
    [379,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยขบวนรถไฟสาย จีน-ลาว ขนสินค้าเกษตรของไทย 20 ตู้ถึงมหานครฉงชิ่งแล้ว ใช้เวลา 6 วัน เร่งดันผลไม้ขึ้นรถไฟให้ทันฤดูกาลผลิต ปี 2565","<p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;วันนี้ขบวนรถไฟขนส่งสินค้าเกษตรของไทยล็อตแรก&nbsp;20&nbsp;ตู้คอนเทนเนอร์&nbsp;โดยรถไฟสายจีน-ลาว&nbsp;จากสถานีรถไฟเวียงจันทน์ใต้&nbsp;สู่ด่านรถไฟโมฮ่านของมณฑลยูนนาน&nbsp;ได้ขนส่งถึงมหานครฉงชิ่ง&nbsp;โดยใช้เวลารวมทั้งสิ้น&nbsp;6&nbsp;วัน&nbsp;ตั้งแต่เดินทางออกจากสถานีเวียงจันทน์ใต้&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.ของวันที่&nbsp;27&nbsp;ม.ค.ที่ผ่านมา&nbsp;ใช้เวลาใน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;และการเดินทางในจีนอีก&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;</p><p><strong>โดยได้สรุปตารางเวลาที่ใช้ในแต่ละขั้นตอนจากไทยผ่านสปป.ลาว&nbsp;</strong>ข้ามพรมแดนจีนจนถึงภาคตะวันตกของจีน&nbsp;คือมหานครฉงชิ่ง&nbsp;เชื่อว่าจะสามารถลดเวลาในการขนส่งในอนาคตเหลือเพียง&nbsp;4&nbsp;วัน&nbsp;เมื่อมีการปรับตัวการทำงานของทุกฝ่าย&nbsp;เป้าหมายต่อไปคือการเร่งเปิดบริการอย่างเป็นระบบ&nbsp;การลดเวลา&nbsp;การขนส่งตลอดห่วงโซ่โลจิสติกส์เพื่อขยายการขนส่งทางรถไฟสายนี้&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสินค้าเกษตรที่สำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าว&nbsp;ยางพารา&nbsp;ผักผลไม้&nbsp;มันสำปะหลัง</strong>&nbsp;ปาล์ม&nbsp;กล้วยไม้&nbsp;น้ำตาล&nbsp;และสินค้าอุตสาหกรรมอื่นๆ&nbsp;โดยเฉพาะผลไม้&nbsp;เช่น&nbsp;ทุเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;เงาะเป็นต้น&nbsp;&nbsp;โดยมีเป้าหมายให้สามารถขนส่งทางรถไฟให้ทันฤดูกาลผลิตปี&nbsp;2565&nbsp;ขณะนี้ฝ่ายไทย&nbsp;และสปป.ลาว&nbsp;พร้อมแล้ว&nbsp;รอทางจีนเปิดทำการด่านตรวจพืช&nbsp;ณ&nbsp;สถานีรถไฟโมฮ่านภายใต้พิธีสารที่ได้ตกลงกันตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว&nbsp;ซึ่งได้ประสานขอความร่วมมือกับทางการจีนให้เร่งดำเนินการหลังเทศกาลตรุษจีนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จะรายงานความคืบหน้าในการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;(Fruit&nbsp;Board)&nbsp;ในวันที่&nbsp;17&nbsp;ก.พ.นี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212145527471"],
    [380,"องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น กลุ่มบริหารจัดการแหล่งน้ำหนองขาม  เปิดให้จับปลาและกุ้งก้ามกราม ณ แหล่งน้ำหนองขาม บ้านติ้ว อ.หล่มสัก แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและสร้างรายได้ ในช่วงการแพร่ระบาดของโรค COVID-19","<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ชัยรัตน์&nbsp;พุ่มช่วย&nbsp;ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ระหว่างเวลา&nbsp;08.00-17.00&nbsp;น.&nbsp;องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น&nbsp;กลุ่มบริหารจัดการแหล่งน้ำหนองขาม&nbsp;ต.บ้านติ้ว&nbsp;อ.หล่มสัก&nbsp;จ.เพชรบูรณ์&nbsp;โดยการสนับสนุนจากสำนักงานประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;เปิดจับปลาและกุ้งก้ามกราม&nbsp;โดยจำหน่ายบัตรจับปลาในราคาใบละ&nbsp;300&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักเป็นอย่างมาก&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกัน&nbsp;COVID-&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยมี&nbsp;นางณิชปภา&nbsp;สารารักษ์&nbsp;ประมงอำเภอหล่มสัก&nbsp;และ&nbsp;นายอัศวิน&nbsp;แก้วคง&nbsp;ประมงอำเภอเมืองเพชรบูรณ์&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินการดังกล่าว&nbsp;ซึ่งมีชาวบ้านในอำเภอหล่มสัก&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;เดินทางมาจับปลามากกว่า&nbsp;600&nbsp;คน&nbsp;โดยกิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อหารายได้ในการพัฒนาหมู่บ้าน&nbsp;แหล่งน้ำสาธารณะหนองขาม&nbsp;ซึ่งเป็นบึงธรรมชาติ&nbsp;และได้พัฒนาตามลำดับ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน&nbsp;โดยชาวบ้านทุกคนช่วยกันดูแลเป็นอย่างดี&nbsp;เพื่อให้มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม&nbsp;และได้นำพันธุ์ปลาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มาปล่อยไว้เป็นเวลามากกว่า&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ขณะนี้ปลาเติบโตเต็มที่จนสามารถจับได้&nbsp;เพื่อเป็นอาหารไว้บริโภคในครัวเรือนและสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน</p><p><strong>โดยปลาที่จับได้ส่วนใหญ่&nbsp;จะเป็นปลานิล&nbsp;ปลาตะเพียน&nbsp;ปลายีสก&nbsp;</strong>รวมทั้งปลาบึก&nbsp;ซึ่งปลาที่จับได้ส่วนใหญ่&nbsp;ชาวบ้านก็จะนำไปขายให้กับ&nbsp;พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;เพื่อนำเงินมาจุนเจือครอบครัว&nbsp;และปลาที่เหลือจากการขายก็จะนำเอามาประกอบอาหารรับประทาน&nbsp;เป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>เพลินจิต&nbsp;สวนศิลป์พงศ์&nbsp;:&nbsp;เรียบเรียง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สวท.เพชรบูรณ์</p><p>แหล่งข้อมูล&nbsp;:&nbsp;สนง.ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-12-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","เพชรบูรณ์","สวท.เพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212153947484"],
    [381,"บริษัท SPRC เร่งกำจัดคราบน้ำมันกลางทะเลระยอง โดยนำเรือล้อมใช้เทคนิควิธีตีกวนให้คราบน้ำมันผสมกับสารเคมีสลายเร็วขึ้น มั่นใจไม่มีคราบน้ำมันที่ลักษณะเป็นคราบที่หนาแน่นพัดเข้าฝั่งเหมือนครั้งที่แล้ว","<p><strong>นายพงษ์กรณ์&nbsp;ช่อชูวงศ์&nbsp;ผู้จัดการฝ่ายความปลอดภัยระบบคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;อาชีวอนามัยและความปลอดภัย</strong>&nbsp;บริษัทสตาร์ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์คราบน้ำมันที่รั่วไหลกลางทะเลรอบ&nbsp;2&nbsp;ที่พบเป็นคราบน้ำมันบางๆ&nbsp;ห่างฝั่ง&nbsp;4&nbsp;กม.&nbsp;&nbsp;ขณะนี้กำลังระดมทีมงานเรือของบริษัทฯ&nbsp;และเรือประมงในพื้นที่&nbsp;ใช้เทคนิคที่เรียกว่าการตีกวนให้คราบน้ำมันที่เป็นฟิล์มบางๆ&nbsp;ให้ผสมกับสาร&nbsp;Dispersant&nbsp;ให้เกิดการแตกกระจายตัวออกไป&nbsp;และสลายเร็วขึ้น&nbsp;ซึ่งฟิล์มที่เกิดขึ้นเป็นบางๆ&nbsp;ไม่หนาแน่นแต่อย่างใด&nbsp;คาดว่าจะกำจัดได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ&nbsp;จะไม่มีลักษณะเป็นคราบน้ำมันหนาแน่นที่พัดเข้าฝั่งเหมือนอย่างครั้งที่แล้วแน่นอน&nbsp;ส่วนสาเหตุการรั่วไหลนั้น&nbsp;เกิดจากขั้นตอนที่กู้ท่ออ่อนขึ้นมาบนฝั่ง&nbsp;เป็นแค่การเตรียมตัวแต่ปรากฏเกิดเหตุการณ์รั่วไหลขึ้นมาจากจุดเดิม&nbsp;จำนวน&nbsp;5,000&nbsp;ลิตร&nbsp;</p><p><strong>ส่วนการขออนุญาตเข้าเคลื่อนย้ายท่อกับทางจังหวัดนั้น</strong>&nbsp;เบื้องต้นก่อนเข้าดำเนินการได้มีการทำหนังสือถึงกรมเจ้าท่าแล้วและมีหนังสือตอบกลับมา&nbsp;อาจจะเป็นไปได้ว่าการตีความหนังสือเกิดความคลาดเคลื่อนกัน&nbsp;เพราะว่าทางกรมเจ้าท่า&nbsp;ให้ติดต่อพนักงานสอบสวนก่อน&nbsp;ซึ่งทางบริษัทฯ&nbsp;&nbsp;ก็ได้ติดต่อพนักงานสอบสวนแล้ว&nbsp;แต่กรมเจ้าท่าตีความหมายให้เอาเจ้าหน้าที่มาวางแผนก่อนเริ่มดำเนินการเคลื่อนย้ายท่อ&nbsp;ซึ่งเป็นความผิดของทางบริษัทฯ&nbsp;ที่ตีความหมายไม่ตรงกัน</p><p>เบื้องต้นหลังเกิดเหตุการณ์ได้นำเรียน&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;รับทราบ&nbsp;และได้ตำหนิ&nbsp;ทางบริษัทฯ&nbsp;ซึ่งตรงนี้บริษัทฯ&nbsp;ยอมรับผิดและตอนนี้พยายามตั้งหน้าตั้งตาแก้ไขปัญหา&nbsp;เร่งควบคุมคราบน้ำมันให้หมดไปเร็วที่สุด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-12-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212161223486"],
    [382,"กรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง 14-18 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมป้องกันปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ","<p><strong>นายณรงค์&nbsp;เรืองศรี&nbsp;รองปลัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ปริมาณน้ำในเขื่อนและปริมาณการระบายน้ำ&nbsp;โดยได้จัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความแข็งแรงของเขื่อนตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้ง&nbsp;2&nbsp;ฝั่ง&nbsp;รวมถึงเฝ้าระวังจุดแนวฟันหลอที่ยังไม่มีเขื่อนป้องกันถาวร&nbsp;โดยได้เตรียมความพร้อมอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ&nbsp;เพื่อเตรียมรับสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงในช่วงวันที่&nbsp;14-18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;</p><p><strong>ส่วนการป้องกันปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำในพื้นที่</strong>&nbsp;ได้ดำเนินการตรวจวัดค่าความเค็มของน้ำในแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นประจำทุกวันหากมีค่าความเค็มเกินมาตรฐาน&nbsp;จะดำเนินการปิด-เปิดประตูระบายน้ำตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเค็มรุกล้ำเข้าในพื้นที่คลองด้านในและใช้อุโมงค์ระบายน้ำ&nbsp;สถานีสูบน้ำบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวและประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่ใช้น้ำในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;พร้อมประสานความร่วมมือกับกรมชลประทานและการประปานครหลวง&nbsp;ในการใช้สถานีสูบน้ำแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ร่วมปฏิบัติการผลักดันลิ่มน้ำเค็มหรือ&nbsp;Water&nbsp;Hammer&nbsp;Operation&nbsp;ซึ่งได้มีการดำเนินการร่วมกันมาตลอดในช่วงระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อช่วยผลักดันลิ่มน้ำเค็มไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาให้มากที่สุด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;</strong>ยังได้นำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วจากโรงควบคุมคุณภาพน้ำขนาดใหญ่&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;รวมปริมาณน้ำที่ผ่านการบำบัด&nbsp;มาแจกจ่ายให้แก่ประชาชนนำไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;รดน้ำต้นไม้&nbsp;ล้างถนน&nbsp;ล้างตลาด&nbsp;หรือล้างเครื่องจักรภายในโรงงาน&nbsp;โดยโรงควบคุมคุณภาพน้ำทั้ง&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;มีปริมาณน้ำที่ผ่านการบำบัดทั้งสิ้น&nbsp;815,000&nbsp;ลบ.ม./วัน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-12-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212201231525"],
    [383,"กองทัพเรือ สนับสนุนการขจัดคราบน้ำมันทะเลระยองอีกครั้ง","<p><strong>พลเรือโท&nbsp;ปกครอง&nbsp;มนธาตุผลิน&nbsp;โฆษกกองทัพเรือ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากเหตุการณ์ท่อน้ำมันของบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;รั่วไหลอีกครั้ง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;โดย&nbsp;ทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;ได้สนับสนุนการขจัดคราบน้ำมัน&nbsp;ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ&nbsp;โดยจัดเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ&nbsp;ขึ้นบินนำสารเคมี&nbsp;DASIC&nbsp;international&nbsp;SLICKGONE&nbsp;ไปโปรยบริเวณพื้นที่เกิดเหตุ&nbsp;และได้จัดกำลังพลจาก&nbsp;หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง&nbsp;(สอ.รฝ.)&nbsp;จำนวนผลัดละ&nbsp;40&nbsp;นาย&nbsp;เข้าประจำพื้นที่บริเวณหาดแม่รำพึง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์&nbsp;หากเกิดกรณีคราบน้ำมันที่รั่วไหลมาถึงบริเวณชายหาดอีกครั้ง&nbsp;โดยจะทำการสำรวจบริเวณชายหาดตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และเก็บขยะร่วมกับเจ้าหน้าที่จากบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ซึ่งกำลังพลกองทัพเรือ&nbsp;ได้มีความพร้อมที่จะสนับสนุนปฏิบัติการอีกครั้งตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย</p><p><strong>สำหรับในวันนี้&nbsp;(12&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;กำลังพลของกองทัพเรือ</strong>&nbsp;และ&nbsp;พนักงานบริษัท&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;&nbsp;ระดมกันนำอุปกรณ์&nbsp;ที่เรียกว่า&nbsp;\"โฟม&nbsp;บูม\"&nbsp;(&nbsp;Foam&nbsp;Boom)&nbsp;มาสแตนบายไว้บริเวณริมชายหาดบริเวณ&nbsp;แหลมรุ่งเรือง&nbsp;ตำบลปากน้ำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;&nbsp;โดย&nbsp;\"โฟม&nbsp;บูม\"&nbsp;เหล่านี้&nbsp;เตรียมไว้นำออกไปในทะเล&nbsp;บริเวณจุดที่คาดว่า&nbsp;จะพบคราบน้ำมันที่รั่ว&nbsp;และลอยอยู่ในทะเลขณะนี้&nbsp;แม้ที่ผ่านมา&nbsp;เจ้าหน้าที่จะระดมกันล้อมน้ำมันไว้แล้วก็ตาม&nbsp;เป็นพื้นที่&nbsp;ประมาณ&nbsp;0.36&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;หรือ&nbsp;225&nbsp;ไร่&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;กำลังพลได้ทำความสะอาด&nbsp;เก็บขยะบริเวณหาดร่วมกับเจ้าหน้าที่บริษัทอีกด้วย</p><p><strong>โฆษกกองทัพเรือ&nbsp;กล่าวต่อไปว่า</strong>&nbsp;สำหรับสถานการณ์ในขณะนี้&nbsp;ไม่มีอะไรน่ากังวลและคาดว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในเร็วๆ&nbsp;นี้&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-12-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212183451508"],
    [384,"กองทัพเรือ สนับสนุนการขจัดคราบน้ำมันทะเลระยองอีกครั้ง หลังเกิดเหตุน้ำมันรั่วซ้ำ","<p><strong>พลเรือโท&nbsp;ปกครอง&nbsp;มนธาตุผลิน&nbsp;โฆษกกองทัพเรือ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>จากเหตุการณ์ท่อน้ำมันของบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;รั่วไหลอีกครั้ง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;โดยทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;ได้สนับสนุนการขจัดคราบน้ำมัน&nbsp;ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ&nbsp;จัดเฮลิคอปเตอร์&nbsp;ขึ้นบินนำสารเคมี&nbsp;DASIC&nbsp;international&nbsp;SLICKGONE&nbsp;ไปโปรยบริเวณพื้นที่เกิดเหตุ&nbsp;และได้จัดกำลังพลจาก&nbsp;หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง&nbsp;(สอ.รฝ.)&nbsp;จำนวนผลัดละ&nbsp;40&nbsp;นาย&nbsp;เข้าประจำพื้นที่บริเวณหาดแม่รำพึง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์&nbsp;หากเกิดกรณีคราบน้ำมันที่รั่วไหลมาถึงบริเวณชายหาดอีกครั้ง&nbsp;โดยจะทำการสำรวจบริเวณชายหาดตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และเก็บขยะร่วมกับเจ้าหน้าที่จากบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ซึ่งกำลังพลกองทัพเรือ&nbsp;ได้มีความพร้อมที่จะสนับสนุนปฏิบัติการอีกครั้งตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในวันนี้&nbsp;(12&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;กำลังพลของกองทัพเรือ</strong>&nbsp;และพนักงานบริษัท&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ระดมกันนำอุปกรณ์&nbsp;ที่เรียกว่า&nbsp;\"โฟม&nbsp;บูม\"&nbsp;(Foam&nbsp;Boom)&nbsp;มาเตรียมรอไว้บริเวณริมชายหาดบริเวณ&nbsp;แหลมรุ่งเรือง&nbsp;ต.ปากน้ำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;โดย&nbsp;\"โฟม&nbsp;บูม\"&nbsp;เหล่านี้&nbsp;เตรียมไว้นำออกไปในทะเล&nbsp;บริเวณจุดที่คาดว่าจะพบคราบน้ำมันที่รั่วและลอยอยู่ในทะเลขณะนี้&nbsp;แม้ที่ผ่านมาเจ้าหน้าจะระดมกันล้อมน้ำมันไว้แล้วก็ตาม&nbsp;เป็นพื้นที่ประมาณ&nbsp;0.36&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;หรือ&nbsp;225&nbsp;ไร่&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;กำลังพลได้ทำความสะอาด&nbsp;เก็บขยะบริเวณหาดร่วมกับเจ้าหน้าที่บริษัทอีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>โฆษกกองทัพเรือ&nbsp;กล่าวต่อไปว่า</strong>&nbsp;สำหรับสถานการณ์ในขณะนี้&nbsp;ไม่มีอะไรน่ากังวลและคาดว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในเร็วๆ&nbsp;นี้&nbsp;</p><p><br></p><p>ภาพจากกองทัพเรือ</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-12-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212200237514"],
    [385,"สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นำผลผลิตจากงานวิจัย การพัฒนาระบบการผลิตพันธุ์เบญจมาศปลอดโรคเชิงพาณิชย์ ของนักวิจัย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย เข้าร่วมงาน เบญจมาศบานในม่านหมอก ครั้งที่ 20 ที่จังหวัดนครราชสีมา ","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผศ.ดร.ณัฐพงค์ จันจุฬา นักวิจัย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) หัวหน้าโครงการวิจัย การพัฒนาระบบการผลิตพันธุ์เบญจมาศปลอดโรคเชิงพาณิชย์&nbsp;กล่าวว่า ดอกเบญจมาศ เป็นไม้ดอกที่เกษตรกรนิยมปลูกและเป็นไม้เศรษฐกิจ มีมูลค่าการผลิตติดอันดับ 1 ใน 4 อันดับแรกของไม้ตัดดอก มียอดการซื้อขายทั่วโลกปีละหลายพันล้านบาท สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้เล็งเห็นความสำคัญและปัญหาของเกษตรกรไทย ในการเพาะพันธุ์ไม้ดอกเบญจมาศ โดยทีมวิจัยได้นำตัวอย่างพันธุ์เบญจมาศ มาวิเคราะห์หาสาเหตุตัวก่อโรคในภาคสนาม ที่แปลงปลูกและแม่พันธุ์ ก่อนตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ ทำการตรวจโรคด้วยเทคนิค RT-PCR ย้ายต้นพันธุ์ และทำการอนุบาลในระบบ Clean Nursery เกิดเป็นต้นพันธุ์ที่มีคุณภาพ สมบูรณ์แข็งแรง และปราศจากโรค ก่อนมอบให้กับเกษตรกรกว่า 60 ราย ในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ เลย อุดรธานี อุบลราชธานี และนครราชสีมา เพื่อคัดเลือกและประเมินพันธุ์ที่เหมาะสมกับตลาดและผู้บริโภค</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;นายเกียรติศักดิ์ กตกุลสัญญา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 9 ต.มะเกลือใหม่ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา คลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับของจังหวัดนครราชสีมา ที่ปลูกเบญจมาศมานานกว่า 20 ปี เล่าว่า แต่ก่อนเกษตรกร ปลูกแต่เบญจมาศสายพันธุ์เดิม ๆ แต่เมื่อ วว.และ วช.เข้ามาให้ความรู้และแนะนำสายพันธ์ุใหม่ ๆ ที่ปลอดโรค จนประสบผลสำเร็จ จึงมีรายได้เพิ่มขึ้น 100,000 บาทต่อไร่ ซึ่งเบญจมาศมีการปลูกหลายรุ่น จึงสร้างรายได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งผู้บริโภคมีความต้องการใช้อยู่ตลอด โดยสายพันธุ์ใหม่ของ วว.ที่เกษตรกรปลูกอยู่ ได้แก่ โมนา , ขาวญี่ปุ่น , คาเมล และ F44 เป็นต้น</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ เกษตรกรกว่า 20 ราย ในพื้นที่ ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมประจำปี เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสลมหนาว และบรรยากาศทุ่งดอกเบญจมาศ ในงาน เบญจมาศบานในม่านหมอก ครั้งที่ 20 ระหว่างวันที่ 11 -20 กุมภาพันธ์ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว ซึ่ง วว. และ วช. ภายใต้แผนโครงการ การพัฒนาศักยภาพการผลิต และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่การผลิต ลิเซียนทัส เบญจมาศและไทร พ.ศ.2563-2564 ได้สนับสนุนต้นพันธุ์เบญจมาศปลอดโรคกว่า 20,000 ต้น เพื่อใช้เป็นแม่พันธุ์ทดแทนสายพันธุ์เดิมที่อ่อนต่อโรคแก่เกษตรกร และเป็นแม่พันธุ์ใหม่ในกระบวนผลิตเป็นเบญจมาศตัดดอก โดยในปี 2566 จะขยายผลพันธุ์เบญจมาศแก่เกษตรกรเพิ่มอีกประมาณ 50,000ต้น และเตรียมคัดเลือกสายพันธ์ุที่เหมาะสมกับการปลูกในพื้นที่ภาคใต้ด้วย&nbsp;</span></p>","2022-02-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213171059734"],
    [386,"สว.ติดตามเกษตรอินทรีย์นาแปลงใหญ่และพัฒนาสามพันโบก อุบลราชธานี","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;(ตอนล่าง)&nbsp;ติดตามแนวทางการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์นาแปลงใหญ่&nbsp;และพัฒนาการท่องเที่ยว&nbsp;สามพันโบก&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;(ตอนล่าง)&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">นำโดย&nbsp;นายวัลลภ&nbsp;ตังคณานุรักษ์&nbsp;รองประธานกรรมการฯ&nbsp;คนที่หนึ่ง&nbsp;</span>&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอโพธิ์ไทร&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;พบปะเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ&nbsp;ในการส่งเสริมการเกษตรอินทรีย์นาแปลงใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนโพธิ์ไทรพิทยาคาร&nbsp;ซึ่งกลุ่มเครือข่ายเกษตรอินทรีย์นาแปลงใหญ่ในพื้นที่ได้นำเสนอปัญหาที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือ&nbsp;เช่น&nbsp;ไม่มีความเข้าใจในเรื่องการจดนิติบุคคลและการจัดทำเอกสาร&nbsp;ทำให้มีผลต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น&nbsp;ส่งผลให้เกิดรายจ่ายเป็นจำนวนมาก&nbsp;ปัญหาขาดแคลนน้ำและไฟฟ้าเพื่อการเกษตร&nbsp;ปัญหาที่ดินทำกิน&nbsp;ปุ๋ยมีราคาแพง&nbsp;ราคาสินค้าทางการเกษตรตกต่ำ&nbsp;ต้องการความรู้การทำเกษตรอินทรีย์&nbsp;การพัฒนาแปรรูปสินค้าทางการเกษตร&nbsp;และธนาคารน้ำใต้ดิน&nbsp;คณะสมาชิกวุฒิสภา&nbsp;แนะนำให้เกษตรกรรวมกลุ่มกัน&nbsp;เพื่อเข้าสู่กระบวนการเป็นนิติบุคคล&nbsp;จะทำให้การบริหารงานนาแปลงใหญ่ได้คล่องขึ้นและจะสามารถพัฒนาในเรื่องต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;พร้อมฝากหน่วยงานในพื้นที่เร่งให้ความช่วยเหลือ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;คณะสมาชิกวุฒิสภา&nbsp;ได้พบปะกับกลุ่ม&nbsp;OTOP&nbsp;</strong>และเครือข่ายธุรกิจการท่องเที่ยวสามพันโบก&nbsp;ซึ่งต้องการความช่วยเหลือด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลในเรื่องเปิดการท่องเที่ยวและพัฒนาภูมิทัศน์การเดินทางของนักท่องเที่ยวให้สะดวกมากยิ่งขึ้น&nbsp;สนับสนุนมัคคุเทศก์น้อย&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับประเด็นต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่ได้รับจากการลงพื้นที่ในครั้งนี้</strong>&nbsp;คณะสมาชิกวุฒิสภา&nbsp;หรือ&nbsp;สว.จะนำไปสู่การดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาต่อไป</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">กรกช&nbsp;&nbsp;ภูมี&nbsp;&nbsp;สวท.อุบลฯ&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายงาน&nbsp;</span></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;</span></p>","2022-02-13T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สวท.อุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213082206576"],
    [387,"กอนช. ขอให้ระวังเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่งในพื้นที่ 21 จังหวัด","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ระวังเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และลูกเห็บตกบางแห่งในพื้นที่&nbsp;21&nbsp;จังหวัด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(13&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศแปรปรวน&nbsp;โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&nbsp;โดยต้องเฝ้าระวังถึงวันที่&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตก&nbsp;ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงเหนือปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน&nbsp;ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;มีพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;บริเวณ&nbsp;จ.เลย&nbsp;หนองคาย&nbsp;หนองบัวลำภู&nbsp;อุดรธานี&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;สุรินทร์&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;ลพบุรี&nbsp;สระบุรี&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;นครนายก&nbsp;ปราจีนบุรี&nbsp;สระแก้ว&nbsp;ระยอง&nbsp;จันทบุรี&nbsp;และตราด&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.ลพบุรี&nbsp;85&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;63&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนนทบุรี&nbsp;60&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;32,467&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;56&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;26,122&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;55&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-02-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213085205577"],
    [388,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ยกเว้นภาคเหนือบริเวณ รพ.เทพรัตนฯ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ และ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน ค่าฝุ่นเกินในระดับสีส้ม","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ยกเว้นภาคเหนือบริเวณ&nbsp;รพ.เทพรัตนฯ&nbsp;อ.แม่แจ่ม&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;และ&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;ค่าฝุ่นเกินในระดับสีส้ม</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(13&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นแต่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีลมพัด&nbsp;และหลายพื้นที่มีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;แต่ต้องระวังช่วงวันที่&nbsp;15&nbsp;&nbsp;16&nbsp;กุมภาพันธ์จะมีแนวโน้มสูงขึ้นบางพื้นที่&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยพบบริเวณ&nbsp;รพ.เทพรัตนฯ&nbsp;อ.แม่แจ่ม&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;และ&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-02-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213091617578"],
    [389,"สถานีพัฒนาที่ดินแม่ฮ่องสอน จัดกิจกรรมวันหมอดินอาสา เชิดชูเกียรติหมอดินอาสา ผู้เสียสละและทุ่มเทการทำงานในการอนุรักษ์ พัฒนา ดูแลดินและที่ดินทางการเกษตร","<p><strong>นายบุญมั่น&nbsp;ฉัตรเท&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>เป็นประธานในกิจกรรมวันหมอดินอาสา&nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;เนื่องในวันหมอดินอาสา&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินประจำตำบลแม่ฮี้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยภายในงานมีกิจกรรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;การพบปะพูดคุยกับหมอดินอาสา&nbsp;บรรยายเรื่อง&nbsp;การเพิ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและขายผ่านระบบออนไลน์&nbsp;โดย&nbsp;นายประยูร&nbsp;ปิมปา&nbsp;หมอดินอาสาประจำตำบลแม่ฮี้&nbsp;เสวนา&nbsp;ความประทับใจและความสำเร็จในการเป็นหมอดินอาสา&nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;โดย&nbsp;ตัวแทนหมอดินอาสาจาก&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และการประกวด&nbsp;ที่สุด&nbsp;ของหมอดินอาสา&nbsp;ในหลายๆ&nbsp;ด้าน&nbsp;อาทิ&nbsp;อายุการเป็นหมอดินอาสานานที่สุด&nbsp;อายุมากที่สุด&nbsp;ยิ้มเก่งที่สุด&nbsp;มนุษย์สัมพันธ์ดินที่สุด&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;ได้เริ่มจัดตั้งหมอดินอาสาในปี&nbsp;2538&nbsp;เริ่มจากหมอดินอาสาประจำหมู่บ้าน</strong>&nbsp;และจัดให้มีผู้แทนหมอดินอาสา&nbsp;ระดับตำบล&nbsp;อำเภอ&nbsp;จังหวัด&nbsp;จนปัจจุบันมีจำนวนมากถึง&nbsp;77,000&nbsp;คน&nbsp;นับเป็นกำลังสนับสนุนที่สำคัญในการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;จนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;เพื่อเชิดชูเกียรติหมอดินอาสา&nbsp;ผู้เสียสละและทุ่มเทการทำงานร่วมกับกรมพัฒนาที่ดินในการอนุรักษ์&nbsp;พัฒนา&nbsp;ดูแลดินและที่ดินทางการเกษตรมาอย่างยาวนาน</p><p><strong>คณะกรรมการวันหมอดินอาสากรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;มีมติประกาศให้วันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันหมอดินอาสา</strong>&nbsp;(LDD&nbsp;Volunteered&nbsp;Soil&nbsp;Doctor&nbsp;Day)&nbsp;ด้วยเลข&nbsp;10&nbsp;อันเป็นมงคล&nbsp;ตรงกับรัชสมัยของพระมหากษัตริย์รัชกาลที่&nbsp;10&nbsp;แห่งราชวงศ์จักรี&nbsp;และเป็นเวลาหลังฤดูเก็บเกี่ยว&nbsp;รวมถึงเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;เป็นเดือนแห่งความรักความผูกพัน&nbsp;นำคนรักดินมาพบปะกัน&nbsp;โดยปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จัดขึ้นเป็นปีแรก&nbsp;ภายใต้ธีมงาน&nbsp;หมอดินอาสา&nbsp;ผู้นำพาอาหารปลอดภัย&nbsp;โดยจัดงานพร้อมกันทุกสถานีพัฒนาที่ดินทั่วประเทศ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-13T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213094145581"],
    [390,"ทช. ตรวจสอบผลกระทบคราบน้ำมันชายหาด จ.ระยอง 6 แห่ง พบหาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถ มีคราบฟิล์ม?น้ำมันบนผิวน้ำทะเล?และบริเวณชายหาด ระยะทางประมาณ 200  เมตร","<p><strong>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ตรวจสอบผลกระทบคราบน้ำมันชายหาด&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;พบหาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถ&nbsp;มีคราบฟิล์ม?น้ำมันบนผิวน้ำทะเล?และบริเวณชายหาด&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;200&nbsp;เมตร</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&nbsp;ได้ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลบริเวณชายหาด&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;หาดสุชาดา&nbsp;หาดแสงจันทร์&nbsp;หาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถ&nbsp;หาดแม่รำพึงบริเวณก้นอ่าว&nbsp;บ้านเพ&nbsp;และหาดสวนสน&nbsp;เบื้องต้นพบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติ&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน&nbsp;และไม่พบสัตว์น้ำตายเกยหาด&nbsp;ขณะที่ภาพรวมคุณภาพน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อการนันทนาการ&nbsp;ยกเว้นตรงหาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถ&nbsp;พบมีคราบฟิล์ม?น้ำมันบนผิวน้ำทะเล?และบริเวณชายหาด&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;200&nbsp;เมตร&nbsp;?จึงเก็บตัวอย่างน้ำทะเลนำไปวิเคราะห์ค่าปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวมในน้ำทะเลอย่างละเอียดต่อไป</p>","2022-02-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213101211589"],
    [391,"จังหวัดระยองประชุมศูนย์ขจัดคราบน้ำมัน ติดตามความคืบหน้าเหตุน้ำมันรั่วซ้ำ ด้านประมงแจ้งผลยันอาหารทะเลกินได้","<p><strong>ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์&nbsp;(ส่วนหน้า)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;มอบหมาย&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;ต่ออาจหาญ&nbsp;ปลัดจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์&nbsp;(ส่วนหน้า)&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมที่บ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;จ.ระยอง</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ในเมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;ก.พ.&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา</strong>&nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองแจ้งว่าพบคราบน้ำมันดิบในทะเลห่างจากแนวชายฝั่ง&nbsp;4&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และห่างจากเกาะเสม็ด&nbsp;16.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และได้จัดเรือเฝ้าระวังในพื้นที่ชายหาดแม่รำพึง&nbsp;จนถึงเกาะเสม็ด&nbsp;ส่วนการหาสารตกค้างในน้ำนั้นศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยองได้รายงานต่อที่ประชุมว่าผลตรวจทั้ง&nbsp;9&nbsp;จุดไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นบริเวณหน้าบ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;มีกลิ่นน้ำมันเล็กน้อย&nbsp;</p><p><strong>การวิเคราะห์คุณภาพน้ำชายหาด&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;พบว่าบริเวณหน้าบ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท</strong>&nbsp;และลานหินขาว&nbsp;มีค่าโลหะหนักและสารปิโตรเลี่ยมไฮโดรคาร์บอนมากเกินกว่าปกติ&nbsp;ขณะที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;ได้จัดเรือลาดตระเวนและทีมดำน้ำสำรวจในพื้นที่เขาแหลมหญ้าและเกาะเสม็ด&nbsp;พบคราบน้ำมันเป็นฟิล์มบางๆ&nbsp;บริเวณสะพานหน้าระยองรีสอร์ทจึงแจ้งให้&nbsp;สทช.1&nbsp;ระยอง&nbsp;เข้าตรวจสอบ&nbsp;ส่วน&nbsp;สทช.1&nbsp;ระยองได้ติดตามตรวจสอบเฝ้าระวังคราบน้ำมันบริเวณชายหาด&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;หาดพยูน,&nbsp;หาดหนองแฟบ,&nbsp;หาดสุชาดา,&nbsp;&nbsp;หาดแสงจันทร์,&nbsp;หาดไออาร์พีซี,&nbsp;หาดค่ายมหาสุรสิงหนาท,&nbsp;หาดหน้าบ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท,&nbsp;ลานหินขาว&nbsp;และหาดก้นอ่าว&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้พบคราบน้ำมันเป็นฟิล์มบางๆ&nbsp;เป็นวงกว้างประมาณ&nbsp;&nbsp;10&nbsp;ตารางเมตร</strong>&nbsp;ซึ่งห่างจากชายฝั่งไปทางทิศตะวันตกประมาณ&nbsp;7&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ห่างจากเกาะเสม็ด&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ส่วนสำนักงานประมงจังหวัดระยอง&nbsp;ได้แจ้งผลการตรวจคุณภาพอาหารทะเลพบว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดสามารถรับประทานได้&nbsp;ส่วนการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของประชาชนในวันนี้พบว่ามีผู้ร้องทุกข์ตั้งแต่วันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมามีจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;7,453&nbsp;ราย</p><p><strong>ด้านการดำเนินงานของบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ได้เตรียมเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;</strong>และทำความสะอาดตามแนวหาดแม่รำพึงตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;จัดประชุมร่วมกับคณะนักวิชาการที่ปรึกษาและคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยบูรพา&nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในการจัดทำแผนฟื้นฟู&nbsp;ส่วนการดำเนินการทางทะเลได้จัดเรือเข้าร่วมปฏิบัติการเบื้องต้น&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;ลำ&nbsp;กางทุ่นกักน้ำมัน&nbsp;(Boom)&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ปาก&nbsp;และมีเรือตรวจการณ์&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;เฮลิคอปเตอร์จากทหารเรือ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;บินโปรยสารขจัดคราบน้ำมัน&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;เที่ยว&nbsp;&nbsp;ดำเนินการเฝ้าระวังและฉีดพ่นน้ำยาขจัดคราบฟิล์มน้ำมันในทะเล&nbsp;ส่วนกรณีที่มีการอ้างว่าพบคราบน้ำมันบริเวณจุดแหลมรุ่งเรืองเมื่อวานนี้นั้น&nbsp;วันนี้&nbsp;(13&nbsp;ก.พ.&nbsp;2565)&nbsp;ทางบริษัทได้ชี้แจงว่าจากการตรวจวัดเบนซีน&nbsp;(Benzene)&nbsp;คุณภาพอากาศ&nbsp;และเก็บตัวอย่างน้ำ&nbsp;ผลไม่พบสารอันตรายและคราบน้ำมันแต่อย่างใด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-13T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213115601619"],
    [392,"คณะเกษตรศาสตร์ มทร.ศรีวิชัย ไสใหญ่ นครศรีธรรมราช สร้างนวัตกรรมเทคโนโลยี ยกระดับเศรษฐกิจเกษตรกรผู้เลี้ยงปูขาว","<p><strong>คณะเกษตรศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย&nbsp;</strong>วิทยาเขตนครศรีธรรมราช&nbsp;ไสใหญ่&nbsp;จัดโครงการการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของเกษตรกรผู้เลี้ยงปูขาว&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.กิตติชนม์&nbsp;อุเทนะพันธุ์&nbsp;ผู้รับผิดชอบโครงการ&nbsp;สร้างการมีส่วนร่วมของเกษตรกรผู้เลี้ยงปูขาวในตำบลเกาะเพชร&nbsp;อำเภอหัวไทรและอำเภอปากพนัง&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;ครัวเรือน</p><p><strong>การจัดโครงการในครั้งนี้ได้มีเกษตรกรผู้เลี้ยงปูขาวในพื้นที่</strong>จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;และผู้สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน&nbsp;จาก&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;400&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้&nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เน้นส่งเสริมองค์ความรู้ในการเลี้ยงปูขาวแบบคำนึงถึงประโยชน์ต่ออาชีพ&nbsp;ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างเพียงพอต่อการดำรงชีวิต&nbsp;สร้างความยั่งยืนให้แก่ชุมชนและสิ่งแวดล้อม&nbsp;</p><p><strong>โดยมีระบบผลิตลูกพันธุ์ปูขาว&nbsp;การอนุบาล&nbsp;ระบบการเลี้ยงปูขาว</strong>&nbsp;การให้อาหาร&nbsp;ความหนาแน่นในการเลี้ยง&nbsp;คุณภาพที่เหมาะสมต่อการเลี้ยง&nbsp;การจัดการโรคในปูขาวจากเชื้อ&nbsp;Vibrio&nbsp;spp.&nbsp;การปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยการใช้จุลินทรีย์โพรไบโอติก&nbsp;Bacillus&nbsp;spp.&nbsp;กลุ่มจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง&nbsp;อาหารฟังก์ชันเพื่อกระตุ้นการสร้างไข่ในกระดองปูขาวเพศเมีย&nbsp;การส่งเสริมการตลาดดิจิทัล&nbsp;การสร้างแบรนด์ปูขาว&nbsp;และการขยายตลาดสู่กลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย</p><p><strong>การพัฒนาอาชีพการเลี้ยงปูขาวได้ส่งผลต่อความร่วมมือ</strong>ที่เข้มแข็งของเกษตรกรในชุมชน&nbsp;มีการรวมกลุ่มเพื่อจัดซื้อวัตถุดิบอาหารปูร่วมกัน&nbsp;ทำให้ได้คุณภาพและราคาที่เหมาะสม&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการรวมกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์&nbsp;การจัดการกับปัญหา&nbsp;และร่วมหารือเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาของตนเองและเกษตรกรในกลุ่ม&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการสร้างระบบการเลี้ยงปูขาวแบบครบวงจร&nbsp;กำหนดหน้าที่ในแต่ละช่วงการผลิต&nbsp;และวางแผนการผลิตปูขาวเชิงปริมาณเพื่อรองรับการขยายตลาดในอนาคต&nbsp;ทำให้เกษตรกรมีความมั่นคงทางอาชีพ&nbsp;ทำให้คนในชุมชนมีสภาพการดำรงชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;สามารถลดหนี้สิน&nbsp;มีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพและเลี้ยงครอบครัว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-13T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สวท.นครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213125232632"],
    [393,"ศูนย์หม่อนไหมฯ ขอนแก่น ร่วมจัดนิทรรศการ ในงาน Field Day ณ ศพก. (เครือข่าย) บ้านโนนแดงน้อย ต.บ้านแท่น อ.ชนบท จ.ขอนแก่น","<p><strong>นางสาวจิราลักษณ์&nbsp;ปรีดี&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นางสาวนิตยา&nbsp;แก่นหามูล&nbsp;คนงานทดลองการเกษตร&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสุคนธ์&nbsp;นรนิล&nbsp;คนงานทดลองการเกษตร&nbsp;นางสาวจริยา&nbsp;สุระเสนา&nbsp;เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้านมาตรฐาน&nbsp;และนางสาวนงลักษณ์&nbsp;เชี่ยวชาญ&nbsp;เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้านมาตรฐาน&nbsp;ร่วมจัดนิทรรศการ&nbsp;ในงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรเริ่มต้นการผลิตในปีการเพาะปลูกใหม่โดยใช้เทคโนโลยี&nbsp;และภูมิปัญญาที่เหมาะสมกับพื้นที่&nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรผสมผสาน(เครือข่าย)&nbsp;บ้านโนนแดงน้อย&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลบ้านแท่น&nbsp;อำเภอชนบท&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;โดย&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;บุญวัฒน์&nbsp;สุริยะวงษ์&nbsp;เกษตรจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;</strong>ได้ร่วมจัดนิทรรศการ&nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหม&nbsp;การทำสบู่โปรตีนไหม&nbsp;การทำชาใบหม่อน&nbsp;และให้บริการน้ำลูกหม่อน&nbsp;น้ำชาใบหม่อนกับเกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่มาร่วมงาน&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรที่มารับบริการ&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-13T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213124455628"],
    [394,"ศูนย์หม่อนไหมฯ ขอนแก่น ร่วมจัดนิทรรศการ ในงาน Field Day ณ ศพก. (เครือข่าย) บ้านโสกตลิ่ง ต.ในเมือง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น","<p><strong>นางสาวจิราลักษณ์&nbsp;ปรีดี&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นางสาววีราภรณ์&nbsp;อินทรักษ์&nbsp;นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวนิตยา&nbsp;แก่นหามูล&nbsp;คนงานทดลองการเกษตร&nbsp;นางสุคนธ์&nbsp;นรนิล&nbsp;คนงานทดลองการเกษตร&nbsp;และ&nbsp;นางสาวจริยา&nbsp;สุระเสนา&nbsp;เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้านมาตรฐาน&nbsp;ร่วมจัดนิทรรศการ&nbsp;ในงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรเริ่มต้นการผลิตในปีการเพาะปลูกใหม่โดยใช้เทคโนโลยี&nbsp;และภูมิปัญญาที่เหมาะสมกับพื้นที่&nbsp;ที่&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(เครือข่าย)&nbsp;บ้านโสกตลิ่ง&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ตำบลในเมือง&nbsp;อำเภอบ้านไผ่&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;โดยได้รับเกียรติจาก&nbsp;นางสุภาพร&nbsp;สายสุด&nbsp;ปลัดอำเภอบ้านไผ่&nbsp;เป็นประธานกล่าวเปิดงาน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;</strong>ได้ร่วมจัดนิทรรศการ&nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหม&nbsp;การทำสบู่โปรตีนไหม&nbsp;การทำชาใบหม่อน&nbsp;และให้บริการน้ำลูกหม่อน&nbsp;น้ำชาใบหม่อนกับเกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่มาร่วมงาน&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรที่มารับบริการ&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-13T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213132417666"],
    [395,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง เนื่องจากหลายพื้นที่มีฝนตกลงมาช่วยลดการเกิดไฟป่าได้ ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&nbsp;เนื่องจากหลายพื้นที่มีฝนตกลงมาช่วยลดการเกิดไฟป่าได้&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือของไทย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(12&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;297&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากวันก่อนเล็กน้อย&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;163&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;70&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;31&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;20&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;12&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุดอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;ลำปาง&nbsp;61&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เชียงราย&nbsp;56&nbsp;จุด&nbsp;และเชียงใหม่&nbsp;47&nbsp;จุด&nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;โดยพบมีเพียงบริเวณพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางส่วนที่ตรวจพบจุดความร้อน&nbsp;สำหรับพื้นที่อื่นๆมีฝนฟ้าคะนองกระจายส่งผลให้จุดความร้อนลดลงไปด้วย&nbsp;โดยจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือคาดสาเหตุอาจเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;หรือการเผาเพื่อหาของป่าและล่าสัตว์ทำให้เกิดการลุกลาม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;12&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;5,438&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;5,093&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;3,468&nbsp;จุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบมากสุดในเมียนมา&nbsp;1,797&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นราชอาณาจักรกัมพูชา&nbsp;376&nbsp;จุด&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;297&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ&nbsp;</p>","2022-02-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213134833673"],
    [396,"คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่รับฟังปัญหาผลกระทบจากน้ำมันรั่วกลางทะเลระยอง","<p><strong>คณะกรรมาธิการกิจการศาล&nbsp;องค์กรอิสระ&nbsp;องค์กรอัยการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ</strong>&nbsp;องค์การมหาชน&nbsp;และกองทุน&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ลงพื้นที่รับฟังปัญหาผลกระทบจากน้ำมันรั่วกลางทะเลระยอง&nbsp;โดยมีภาคส่วนธุรกิจท่องเที่ยวระยอง&nbsp;จี้ให้เร่งเยียวยา&nbsp;ขณะที่บรรยากาศท่องเที่ยวช่วงวันหยุดหาดแม่รำพึง&nbsp;มีนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลคึกคัก&nbsp;ส่วนตลาดสดบ้านเพ&nbsp;มีนักท่องเที่ยวแห่ซื้ออาหารทะเลจำนวนมาก&nbsp;ยืนยันไม่กังวลปัญหาสารปนเปื้อน&nbsp;</p><p><strong>ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลบ้านเพ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง</strong>&nbsp;นายจิรายุ&nbsp;ห่วงทรัพย์&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล&nbsp;องค์กรอิสระ&nbsp;องค์กรอัยการ&nbsp;&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;องค์การมหาชน&nbsp;และกองทุน&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;พร้อมคณะได้เดินทางมาประชุมและตรวจราชการเพื่อการพิจารณาการดำเนินงานของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับมาตรการป้องกัน&nbsp;และแก้ไขปัญหากรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหลลงทะเลระยอง&nbsp;และผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดระยอง&nbsp;และเกาะเสม็ด&nbsp;โดยมีนายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมพิษ&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;ต่ออาจหาญ&nbsp;ปลัดจังหวัดระยอง&nbsp;นายไพรัตน์&nbsp;อรุณเวสสะเศรษฐ&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลบ้านเพ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;4&nbsp;องค์กรภาคธุรกิจของจังหวัดระยอง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจ.ระยอง&nbsp;สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจ.ระยอง&nbsp;สมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ด&nbsp;และ&nbsp;ชมรมผู้ประกอบการร้านอาหาร&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;</p><p><strong>นายจิรายุ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การเดินทางมาวันนี้&nbsp;เพื่อรับความคิดเห็นภาคที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;และตรวจสอบถึงผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วกลางทะเล&nbsp;ของ&nbsp;บริษัทสตาร์ปิโตรเลี่ยม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ที่มีต่อภาคธุรกิจท่องเที่ยวทางทะเล&nbsp;ทั้งบนฝั่งและบนเกาะเสม็ด&nbsp;เพื่อนำเรื่องไปเสนอรัฐบาล&nbsp;เพื่อหาวิธีการแก้ไขในทุกมิติ&nbsp;เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม&nbsp;นอกจากนี้จะมีการเสนอให้สนับสนุนงบประมาณด้านการท่องเที่ยว&nbsp;และพัฒนาจังหวัดระยองเพิ่มขึ้นด้วย&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายสุรินทร์&nbsp;สินรัตน์&nbsp;ประธานเครือข่ายอาสาสมัครทรัพยากรธรรมชาติ</strong>และสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน(ทสม.)&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ได้เสนอข้อเรียกร้อง&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ข้อ&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>1.เร่งรัดสอบสวนสาเหตุของการรั่วไหลในคืนวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวนที่แน่นอนและแถลงให้ประชาชนทราบ&nbsp;</p><p>2.&nbsp;เร่งรัดสอบสวนเอาผิดกับผู้ที่กระทำให้เกิดการรั่วไหลซ้ำ&nbsp;ในวันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ให้เป็นตามกฎหมายแพ่งและอาญา&nbsp;</p><p>3.เร่งรัดการชดเชยให้กับประชาชนทุกหมู่เหล่าที่ได้รับผลกระทบโดยยึดคำพิพากษาศาลอุธรณ์ภาค&nbsp;2&nbsp;เป็นบรรทัดฐานจ่ายก่อนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;</p><p>4.บังคับให้&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ตั้งมูลนิธิฟื้นฟูทะเลระยอง&nbsp;โดยมีกรรมการบริหารแบบมีส่วนร่วม&nbsp;</p><p>5.บังคับให้มีการยกท่อส่งสินค้าใต้ทะเลใต้ดินขึ้นบนบกทั้งหมดเพื่อป้องกันกับปัญหาเกิดซ้ำในอนาคต&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ความเสียหายต่อระบบนิเวศใต้ทะเล&nbsp;ทั้งปะการัง&nbsp;หญ้าทะเล&nbsp;รวมถึงสัตว์น้ำในเบื้องต้นยังไม่พบ&nbsp;แต่ในระยะยาว&nbsp;2-&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;สารเคมี&nbsp;Dispersant&nbsp;ที่ใช้สลายคราบน้ำมันตกใต้ท้องทะเล&nbsp;คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของปะการังและสัตว์น้ำ&nbsp;จะปรากฏให้เห็นเรื่อยๆ&nbsp;ก็ต้องมีการเก็บข้อมูล&nbsp;ซึ่งหากพบกระทบต่อระบบนิเวศ&nbsp;ก็จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับบรรยากาศของหาดแม่รำพึง&nbsp;ในวันนี้ซึ่งเป็นวันหยุด</strong>&nbsp;ปรากฎว่าที่ลานหินขาวยาวไปตลอดแนวจนถึงก้นอ่าว&nbsp;เริ่มมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวกันหนาตากว่าทุกวัน&nbsp;ส่วนใหญ่จะมานั่งรับประทานอาหารและลงเล่นน้ำและไม่รู้สึกกังวลกับคราบน้ำมัน&nbsp;ส่วนที่บริเวณตลาดสดบ้านเพ&nbsp;มีนักท่องเที่ยว&nbsp;เดินทางมาเลือกซื้ออาหารทะเลจำนวนมาก&nbsp;ต่างก็ยืนยันว่าไม่กังวลกับปัญหาคราบน้ำมันปนเปื้อนแต่อย่างใด.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-13T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213145146690"],
    [397,"รองอธิบดีกรมการพัฒนาชมชุมตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงปี2564 กิจกรรมพัฒนาศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบโคกหนองนา  ที่อำเภอขุนหาญ","<p><strong>วานนี้&nbsp;(12&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ที่บ้านตาเอกใหม่&nbsp;ตำบลกันทรอม&nbsp;อ.ขุนหาญ</strong>&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;นายนิวัติ&nbsp;น้อยผาง&nbsp;รองอธิบดีกรมการพัฒนาชมชุม&nbsp;นางสัณหจุฑา&nbsp;จิราธิวัฒน์&nbsp;ประธานมูลนิธิรักษ์ดินรักษ์น้ำ&nbsp;หรือ&nbsp;Earth&nbsp;Safe&nbsp;Foundation&nbsp;และผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.ฐิตารีย์&nbsp;ไตรสรณปัญญา&nbsp;(ดร.จุ๋ม)&nbsp;คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;กิจกรรมพัฒนาศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;&nbsp;&nbsp;ของนายไพโรจน์&nbsp;มีวงศ์&nbsp;เกษตรกรบ้านตาเอกใหม่&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ตำบลกันทรอม&nbsp;อำเภอขุนหาญ&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนางสาวอมร&nbsp;นามบุตร&nbsp;ปลัดอาวุโสอำเภอขุนหาญ&nbsp;</strong>รักษาราชการนายอำเภอขุนหาญ&nbsp;นายชัยยงค์&nbsp;ผ่องใส&nbsp;หน.กลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน&nbsp;และนายอมร&nbsp;ธุษาวัน&nbsp;&nbsp;พัฒนาการอำเภอขุนหาญ&nbsp;นำเกษตรกรอำเภอขุนหาญ&nbsp;ให้การต้อนรับและนำตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ปี2564&nbsp;กิจกรรมพัฒนาศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบโคกหนองนา&nbsp;งบยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;งบประมาณได้รับจัดสรรค่าดปรับแปลง&nbsp;จำนวน&nbsp;45,200&nbsp;บาท&nbsp;โดยเบิกจ่าย&nbsp;จำนวน&nbsp;17,429&nbsp;บาท&nbsp;และได้รับงบประมาณจัดซื้อพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;2,360&nbsp;บาท&nbsp;มีพื้นที่ทำการทั้งหมด&nbsp;12&nbsp;ไร่&nbsp;ทำเป็น&nbsp;\"วนเกษตร\"&nbsp;จัดสรรพื้นที่ตามหลักทฤษฎีใหม่ปลูกพืชผสมผสานและไม้ป่ายืนต้น&nbsp;ปลูกป่า&nbsp;5&nbsp;ระดับ&nbsp;ปลูกพืชสมุนไพร&nbsp;ขุดหนองน้ำเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้หน้าแล้ง&nbsp;จัดสรรพื้นที่ทำนา&nbsp;ทำคันนาทองคำมีการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;ภายในแปลโดยด้านหลังแปลงมีลำห้วยจันทร์&nbsp;ด้านหน้าแปลงมีคลองชลประทานจากอ่างเก็บน้ำห้วยตาจู&nbsp;ขุดคลองไส้ไก่ส่งน้ำหล่อเลี้ยงพืชในแปลงของนายไพโรนจน์&nbsp;ซึ่งอาชีพที่ยั่งยืนคือ&nbsp;อาชีพเกเษตรกรและอาชีพที่มั่นคงคือ&nbsp;เกษตรแบบอินทรีย์เศรษฐกิจพอเพียงคือทางรอดของสังคมไทย&nbsp;โดยเฉพาะในยามวิกฤต&nbsp;covid-19&nbsp;ปัจจุบันนี้</p><p><strong>นายอมร&nbsp;ธุษาวัน&nbsp;พัฒนาการอำเภอขุนหาญ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;อำเภอขุนหาญ&nbsp;</strong>มีโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;\"โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล\"&nbsp;และโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;กิจกรรมพัฒนาศูนย์เยนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบโคก&nbsp;สรุปผลการดำเนินดังนี้&nbsp;งบประมาณที่ได้รับจัดสรรพื้นที่ดำเนินการ&nbsp;อำเภอขุนหาญ&nbsp;&nbsp;แยกเป็นงบประมาณประเภท&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;งบกรมฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;33&nbsp;แปลง&nbsp;เป็นเงินจำนวน&nbsp;1,491,600บาท&nbsp;งบกู้&nbsp;จำนวน&nbsp;41&nbsp;แปลง&nbsp;เป็นเงินจำนวน1,853,200&nbsp;ประเภท&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;งบกรมฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;แปลง&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;624,000&nbsp;บาท&nbsp;งบกู้&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;แปลง&nbsp;จำนวน&nbsp;2,600,000บาท&nbsp;มีผลการดำเนินงาน&nbsp;กิจกรรมปรับรูปแบบแปลง&nbsp;(ขุด)&nbsp;เบิกจ่าย&nbsp;100%&nbsp;จำนวน&nbsp;105&nbsp;แปลง&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;4,221,439.59&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>โครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;กิจกรรมพัฒนา</strong>ศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบโคกหนองนา&nbsp;ปี2565&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แปลง&nbsp;แยกเป็นพื้นที่&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;จ๋นวน&nbsp;2&nbsp;แปลง&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;ขุดปรับแปลงเสร็จเรียบร้อย&nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินการเบิกจ่าย&nbsp;แปลงพื้นที่ที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น/ต้นแบบ&nbsp;ได้แก่แปลงนางศรัญญา&nbsp;อินวันนา&nbsp;บ้านแดง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลขุนหาญ&nbsp;พื้นที่&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;(งบกู้)&nbsp;ฐานเพิ่มรายได้/ลดรายจ่าย&nbsp;เลี้ยงปลา&nbsp;ปลูกผักปลอดสาร&nbsp;ปลูกดอกดาวเรือง&nbsp;ฐานรักสุขภาพ&nbsp;ปลูกสมุนไพร&nbsp;ฐานรักษ์ดิน&nbsp;ทำน้ำหมักชีวภาพ&nbsp;แปลงนางอลิษา&nbsp;บุญลือ&nbsp;บ้านเดื่อ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลกระหวัน&nbsp;พื้นที่&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;(งบกู้)&nbsp;ฐานลดรายจ่าย/เพิ่มรายได้&nbsp;ปลูกข้าวอินทรีย์&nbsp;เลี้ยงปลา&nbsp;ฐานรักสุขภาพ&nbsp;ผักสวนครัวปลอดสาร&nbsp;ปลูกสมุนไพร&nbsp;ฐานรักษ์ดิน&nbsp;ทำน้ำหมักชีวภาพ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-13T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213151558696"],
    [398,"กอนช. ขอให้ประชาชนระวังน้ำทะเลหนุนสูงและความเค็มรุกตัวบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วง ก.พ.-เม.ย. คาดกระทบบริเวณพื้นที่ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำและเกิดน้ำเค็มรุกตัวเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังน้ำทะเลหนุนสูงและความเค็มรุกตัวบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน&nbsp;คาดกระทบบริเวณพื้นที่ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำและเกิดน้ำเค็มรุกตัวเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้ออกประกาศเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงและความเค็มรุกตัวบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;หลังติดตามข้อมูลระดับน้ำทำนายสูงสุด&nbsp;&nbsp;ต่ำสุดปีนี้ของ&nbsp;กรมอุทกศาสตร์&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;คาดการณ์จะเกิดน้ำทะเลหนุนสูงช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน&nbsp;โดยข้อมูลฐานน้ำขึ้นสูงสุดแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าสถานีป้อมพระจุลจอมเกล้า&nbsp;จะเกิดภาวะน้ำทะเลขึ้นเต็มที่ช่วงวันที่&nbsp;14&nbsp;&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ระดับน้ำอยู่ที่&nbsp;+1.40&nbsp;เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง&nbsp;(ม.รทก.)&nbsp;//&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;ระดับน้ำอยู่ที่&nbsp;+1.50&nbsp;เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง&nbsp;และช่วงวันที่&nbsp;16&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;ระดับน้ำอยู่ที่&nbsp;+1.25&nbsp;เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;อิทธิพลของลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;ส่งผลให้ช่วงดังกล่าวเกิดสภาวะน้ำทะเลหนุนสูง&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะทำให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม&nbsp;ส่งผลกระทบต่อบริเวณพื้นที่ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำและเกิดน้ำเค็มรุกตัวเข้าสู่บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำใช้อุปโภค-บริโภค&nbsp;และการใช้น้ำเพื่อการเกษตรได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&nbsp;ตรวจสอบความมั่นคงอาคารป้องกันริมแม่น้ำ&nbsp;และเสริมคันบริเวณจุดเสี่ยงบริเวณที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ&nbsp;เพื่อแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมน้ำนอกแนวคันกั้นน้ำ&nbsp;แนวเขื่อนชั่วคราวบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร&nbsp;(แนวฟันหลอ)&nbsp;และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำตามริมแม่น้ำทราบล่วงหน้า&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ติดตามสถานการณ์น้ำทะเลหนุนช่วงเวลาดังกล่าวและตรวจวัดคุณภาพน้ำต่อเนื่อง&nbsp;พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำ&nbsp;อ่างเก็บน้ำ&nbsp;เขื่อนระบายน้ำ&nbsp;ประตูระบายน้ำเพื่อควบคุมคุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและเร่งผลักดันน้ำเค็มโดยเร็ว&nbsp;โดยเฉพาะปรับแผนการผลิตน้ำประปาเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อคุณภาพน้ำที่ใช้อุปโภค-บริโภค&nbsp;และการใช้น้ำเพื่อการเกษตรบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้ประชาชนทราบล่วงหน้า</p>","2022-02-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213162704722"],
    [399,"ศรีสะเกษ !! รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง   จ. ศรีสะเกษ","<p><strong>&nbsp;ที่บ้านตาเอกใหม่&nbsp;ตำบลกันทรอม&nbsp;อ.ขุนหาญ&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;</strong>นายนิวัติ&nbsp;น้อยผาง&nbsp;รองอธิบดีกรมการพัฒนาชมชุม&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นางสัณหจุฑา&nbsp;จิราธิวัฒน์&nbsp;ประธานมูลนิธิรักษ์ดินรักษ์น้ำ&nbsp;หรือ&nbsp;Earth&nbsp;Safe&nbsp;Foundation&nbsp;และผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.ฐิตารีย์&nbsp;ไตรสรณปัญญา&nbsp;(ดร.จุ๋ม)&nbsp;คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;กิจกรรมพัฒนาศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบโคกหนองนา&nbsp;ของนายไพโรจน์&nbsp;มีวงศ์&nbsp;เกษตรกรบ้านตาเอกใหม่&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ตำบลกันทรอม&nbsp;อำเภอขุนหาญ&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนางสาวอมร&nbsp;นามบุตร&nbsp;ปลัดอาวุโสอำเภอขุนหาญ</strong>&nbsp;รักษาราชการนายอำเภอขุนหาญ&nbsp;นายชัยยงค์&nbsp;ผ่องใส&nbsp;หน.กลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน&nbsp;และนายอมร&nbsp;ธุษาวัน&nbsp;พัฒนาการอำเภอขุนหาญ&nbsp;นำเกษตรกรอำเภอขุนหาญ&nbsp;ให้การต้อนรับและนำตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ปี2564&nbsp;กิจกรรมพัฒนาศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบโคกหนองนา&nbsp;งบยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;งบประมาณได้รับจัดสรรค่าปรับแปลง&nbsp;จำนวน&nbsp;45,200&nbsp;บาท&nbsp;โดยเบิกจ่าย&nbsp;จำนวน&nbsp;17,429&nbsp;บาท&nbsp;และได้รับงบประมาณจัดซื้อพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;2,360&nbsp;บาท&nbsp;มีพื้นที่ทำการทั้งหมด&nbsp;12&nbsp;ไร่ทำเป็น&nbsp;\"วนเกษตร\"&nbsp;จัดสรรพื้นที่ตามหลักทฤษฎีใหม่ปลูกพืชผสมผสานและไม้ป่ายืนต้น&nbsp;ปลูกป่า&nbsp;5&nbsp;ระดับ&nbsp;ปลูกพืชสมุนไพร&nbsp;ขุดหนองน้ำเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้หน้าแล้ง&nbsp;จัดสรรพื้นที่ทำนา&nbsp;ทำคันนาทองคำมีการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;ภายในแปลงโดยด้านหลังแปลงมีลำห้วยจันทร์&nbsp;ด้านหน้าแปลงมีคลองชลประทานจากอ่างเก็บน้ำห้วยตาจู&nbsp;ขุดคลองไส้ไก่ส่งน้ำหล่อเลี้ยงพืชในแปลงของนายไพโรจน์&nbsp;ซึ่งอาชีพที่ยั่งยืนคือ&nbsp;อาชีพเกษตรกรและอาชีพที่มั่นคงคือ&nbsp;เกษตรแบบอินทรีย์เศรษฐกิจพอเพียงคือทางรอดของสังคมไทย&nbsp;โดยเฉพาะในยามวิกฤต&nbsp;covid-19&nbsp;ปัจจุบันนี้</p><p><strong>นายอมร&nbsp;ธุษาวัน&nbsp;พัฒนาการอำเภอขุนหาญ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;อำเภอขุนหาญ</strong>&nbsp;มีโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;\"โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล\"&nbsp;และโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;กิจกรรมพัฒนาศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบโคกหนองนา&nbsp;สรุปผลการดำเนินการดังนี้&nbsp;งบประมาณที่ได้รับจัดสรรพื้นที่ดำเนินการ&nbsp;อำเภอขุนหาญ&nbsp;แยกเป็นงบประมาณประเภท&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;งบกรมฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;33&nbsp;แปลง&nbsp;เป็นเงินจำนวน&nbsp;1,491,600บาท&nbsp;งบกู้&nbsp;จำนวน&nbsp;41&nbsp;แปลง&nbsp;เป็นเงินจำนวน1,853,200&nbsp;ประเภท&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;งบกรมฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;6&nbsp;แปลง&nbsp;จำนวน&nbsp;624,000&nbsp;บาท&nbsp;งบกู้&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;แปลง&nbsp;จำนวน&nbsp;2,600,000บาท&nbsp;มีผลการดำเนินงาน&nbsp;กิจกรรมปรับรูปแบบแปลง&nbsp;(ขุด)&nbsp;เบิกจ่าย&nbsp;100%&nbsp;จำนวน&nbsp;105&nbsp;แปลง&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;4,221,439.59&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>โครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;กิจกรรมพัฒนาศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่</strong>รูปแบบโคกหนองนา&nbsp;ปี2565&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แปลง&nbsp;แยกเป็นพื้นที่&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แปลง&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;ขุดปรับแปลงเสร็จเรียบร้อย&nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินการเบิกจ่าย&nbsp;แปลงพื้นที่ที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น/ต้นแบบ&nbsp;ได้แก่</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แปลง&nbsp;นางศรัญญา&nbsp;อินวันนา&nbsp;บ้านแดง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลขุนหาญ&nbsp;พื้นที่&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;(งบกู้)&nbsp;ฐานเพิ่มรายได้/ลดรายจ่าย&nbsp;เลี้ยงปลา&nbsp;ปลูกผักปลอดสาร&nbsp;ปลูกดอกดาวเรือง&nbsp;ฐานรักสุขภาพ&nbsp;ปลูกสมุนไพร&nbsp;ฐานรักษ์ดิน&nbsp;ทำน้ำหมักชีวภาพ&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แปลงนางอลิษา&nbsp;บุญลือ&nbsp;บ้านเดื่อ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลกระหวัน&nbsp;พื้นที่&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;(งบกู้)&nbsp;ฐานลดรายจ่าย/เพิ่มรายได้&nbsp;ปลูกข้าวอินทรีย์&nbsp;เลี้ยงปลา&nbsp;ฐานรักสุขภาพ&nbsp;ผักสวนครัวปลอดสาร&nbsp;ปลูกสมุนไพร&nbsp;ฐานรักษ์ดิน&nbsp;ทำน้ำหมักชีวภาพ&nbsp;และแปลง&nbsp;นางติมวิลา&nbsp;วิลา&nbsp;บ้านขี้เหล็ก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;16&nbsp;ตำบลพราน&nbsp;พื้นที่&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;(งบกู้)&nbsp;ฐานลดรายจ่าย/เพิ่มรายได้&nbsp;ปลูกข้าวอินทรีย์&nbsp;เลี้ยงปลา&nbsp;ฐานรักสุขภาพ&nbsp;ปลูกพืชสมุนไพร&nbsp;ฐานรักษ์ดิน&nbsp;ปลูกถั่วพร้าบำรุงดิน&nbsp;จุลอินนทรีย์สังเคราะห์แสง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;อำเภอขุนหาญ&nbsp;ยังได้มีการขับเคลื่อนแนวทางเขตพัฒนาเศรษฐกิ</strong>จพอเพียง&nbsp;(&nbsp;SEDZ)&nbsp;ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;มีครัวเรือนยื่นใบสมัครเข้าร่วม&nbsp;จำนวน&nbsp;31&nbsp;&nbsp;แปลง/ราย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-13T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213153112703"],
    [400,"ศรีสะเกษ รองอธิบดี พช. จับมือ Earth Safe หนุนเกษตรกรงดใช้เคมี สร้างมาตรฐานสินค้าอินทรีย์วิถีไทย สู่ครัวโลก","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ที่ศูนย์เรียนรู้บ้านซำขี้เหล็ก&nbsp;ต.พราน&nbsp;อ.ขุนหาญ&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">นายนิวัติ&nbsp;น้อยผาง&nbsp;รองอธิบดีกรมการพัฒนาชมชุม&nbsp;(พช.)&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;รอง&nbsp;ผวจ.ศรีสะเกษ&nbsp;นางสัณหจุฑา&nbsp;จิราธิวัฒน์&nbsp;ประธานมูลนิธิ&nbsp;รักษ์ดิน&nbsp;รักษ์น้ำ&nbsp;หรือ&nbsp;Earth&nbsp;Safe&nbsp;Foundation&nbsp;นายวิชัย&nbsp;ศรีโพธิ์งาม&nbsp;เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ดร.ฐิตารีย์&nbsp;ไตรสรณปัญญา&nbsp;หรือดร.จุ๋ม&nbsp;คณะที่ปรึกษา&nbsp;รมว.เกษตรและสหกรณ์&nbsp;น.ส.อมร&nbsp;นามบุตร&nbsp;ปลัดอาวุโสอำเภอขุนหาญ&nbsp;รักษาราชการนายอำเภอขุนหาญ&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้ร่วมกันจัดเสวนาเปิดตัวเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรผสมผสานคันนาทองคำศรีสะเกษ&nbsp;เพื่อสร้างและพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดและสร้างคุณภาพมาตรฐานสินค้าอินทรีย์วิถีไทย&nbsp;Earth&nbsp;Safe&nbsp;พร้อมส่งมอบโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;มูลค่า&nbsp;ประมาณ&nbsp;80,000&nbsp;บาท&nbsp;ให้แก่กลุ่มเกษตรกร&nbsp;เพื่อใช้ในการอบอาหารและผลไม้&nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและขีดความสามารถทางการตลาด&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชัยยงค์&nbsp;ผ่องใส&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นำกลุ่มวิสาห&nbsp;กิจชุมชนอำเภอขุนหาญ&nbsp;เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรม</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">นางสัณหจุฑา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">กลุ่มวิสาหกิจชุมชนอำเภอขุนหาญ&nbsp;มีการรวมตัวกันได้เป็นอย่างดีมาก&nbsp;เมื่อรวมตัวกันแล้วก็จะสามารถรวมกันเดินตามบันได&nbsp;9&nbsp;ขั้น&nbsp;ของศาสตร์พระราชา&nbsp;เพื่อจะให้ได้มาตรฐานอินทรีย์วิถีไทย&nbsp;Earth&nbsp;Safe&nbsp;ซึ่งจังหวัดศรีสะ&nbsp;เกษ&nbsp;มีศักยภาพมาก&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชที่เป็นดินภูเขาไฟ&nbsp;มีผล&nbsp;ผลิตทางเกษตรที่ได้รับมาตรฐาน&nbsp;GI&nbsp;เป็นสิ่งบงชี้ทางภูมิ&nbsp;ศาสตร์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ซึ่งเมื่อได้รับมาตรฐาน&nbsp;GI&nbsp;แล้ว&nbsp;ก็ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมี&nbsp;เพื่อเทิดทูนศาสตร์พระราชา&nbsp;ซึ่ง&nbsp;Earth&nbsp;Safe&nbsp;เป็นองค์ความรู้&nbsp;เรามาให้ความรู้เรื่องการแปรรูป&nbsp;เรื่องการตลาด&nbsp;ที่โปร่งใสเป็นธรรมไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง&nbsp;เกษตร&nbsp;กรต้องพึ่งตนเอง&nbsp;ส่วนราชการก็ต้องเข้ามาช่วยหนุน&nbsp;เป็นองค์ความรู้ซึ่งเกษตรกรจะมีรายได้&nbsp;อย่างมั่นคงและยั่งยืน&nbsp;อาหารที่ไม่มีเคมีเลยเป็นที่ต้องการของตลาดโลก&nbsp;ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยอย่างเดียว&nbsp;เราต้องมีภูมิคุ้มกันให้ร่างกายปลอดภัยจากโรคภัยต่างๆ&nbsp;ร่วมกันเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสของประเทศไทยซึ่งเป็นขุมทองของโลก&nbsp;เป็นครัวของโลก&nbsp;เราต้องเลิกใช้เคมีอย่างจริงจังแล้ว&nbsp;พร้อมนำมาตรฐาน&nbsp;Earth&nbsp;Safe&nbsp;อินทรีย์วิถีไทย&nbsp;ไปสู่โลกด้วย&nbsp;จึงขอฝากเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ให้งดใช้สารเคมีในการเพาะปลูกพืชผล&nbsp;ซึ่งเป็นอาหารของโลกที่มีมาตรฐานอินทรีย์วิถีไทย&nbsp;Earth&nbsp;Safe&nbsp;มันจะเป็นทางรอดของเกษตรกรของ&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;และประเทศไทย</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ด้าน&nbsp;ดร.ฐิตารีย์&nbsp;ไตรสรณปัญญา&nbsp;คณะที่ปรึกษา&nbsp;รมว.เกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;ถ้าเราลดการใช้สารเคมี&nbsp;นั่นคือการลดต้นทุน&nbsp;เพราะสารเคมี&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นยาฆ่าหญ้า&nbsp;ปุ๋ยเคมี&nbsp;มีราคาที่สูงมาก&nbsp;ถ้าเราสามารถลดตรงนี้ได้&nbsp;เราก็จะสามารถลดต้นทุนได้&nbsp;ซึ่งคนอยากแนะนะให้เกษตรกรการเปลี่ยนวิถี&nbsp;มาเป็นเกษตรอินทรีย์วิถีไทย&nbsp;สร้างมาตรฐานเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและเกษตรกรก็จะมีรายได้ที่สูงขึ้นอย่างยั่งยืน&nbsp;ในส่วนของวิสาหกิจชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;มีจุดแข็งและมีผลผลิตที่ได้มาตรฐาน&nbsp;GI&nbsp;อยู่แล้ว&nbsp;จึงขอฝากเกษตรกรว่า&nbsp;ให้มีความตั้งใจและสามัค&nbsp;คีกัน&nbsp;อยากให้รวมตัวกันเป็นกลุ่ม&nbsp;ในการพัฒนาเพื่อแปรรูป&nbsp;สร้างมูลค่า&nbsp;เพื่อให้ขับเคลื่อนไปสู่ตลาดส่งออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ให้สามารถมีอำนาจในการต่อรองตลาดด้วย</span><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-13T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213154037711"],
    [401,"อุทยานแห่งชาติภูลังกา เร่งออกแบบสร้างทางเบี่ยงบายพาสหลีกเลี่ยงการขึ้น-ลงทางเดียวของถ้ำนาคา โดยเน้นความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว","<p><strong>อุทยานแห่งชาติภูลังกา&nbsp;เร่งออกแบบสร้างทางเบี่ยงบายพาสหลีกเลี่ยงการขึ้น-ลงทางเดียวของถ้ำนาคา&nbsp;โดยเน้นความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว&nbsp;พร้อม&nbsp;คุมเข้มมาตรการควบคุมนักท่องเที่ยวต้องจองคิวผ่านระบบแอบพลิเคชั่น&nbsp;QueQ&nbsp;เท่านั้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวันชัย&nbsp;จริยาเศรษฐโชค&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;10&nbsp;(อุดรธานี)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูลังกาและอาสาท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ได้ร่วมกันสำรวจเส้นทางเดินขึ้นถ้ำนาคา&nbsp;เพิ่มเติมใช้เป็นเส้นทางบายพาสหลีกเลี่ยงการขึ้น-ลงทางเดียว&nbsp;เพื่อลดปัญหาการแออัดของนักท่องเที่ยว&nbsp;จากการสำรวจเบื้องต้นเส้นทางเดินมีระยะทางประมาณ&nbsp;60&nbsp;เมตร&nbsp;พบบางจุดเป็นเส้นทางสูงชันจึงออกแบบสร้างบันไดสำหรับการเดินให้มีความสะดวกมากขึ้น&nbsp;โดยสำนักงานจังหวัดบึงกาฬและสำนักงานโยธาธิการและฝังเมืองบึงกาฬจะสำรวจตรวจสอบโครงสร้างและความมั่นคงแข็งแรงของเส้นทาง&nbsp;ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างและต้องเน้นความปลอดภัยเป็นหลักถึงจะเปิดใช้เส้นทางดังกล่าวได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการคุมเข้มมาตรการนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาพบนักท่องเที่ยวทุกคนได้จองคิวผ่านระบบแอบพลิเคชั่น&nbsp;QueQ&nbsp;เท่านั้น&nbsp;ควบคู่กับแสดงบัตรประจำตัวประชาชนก่อนเดินทางขึ้นชมถ้ำนาคา&nbsp;และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;ด้วย&nbsp;ภาพรวมยังไม่พบมีปัญหานักท่องเที่ยวตกค้าง&nbsp;หรือนักท่องเที่ยวแออัด&nbsp;โดยแต่ละวันนักท่องเที่ยวกลุ่มสุดท้ายที่ลงจากถ้ำนาคาจะไม่เกินเวลา&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;ถือว่าการเที่ยวชมถ้ำนาคาเป็นระบบมากขึ้นและได้รับความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวอย่างดี&nbsp;สำหรับวันมาฆะบูชาตรงกับวันที่&nbsp;16&nbsp;กุมภาพันธ์นี้นักท่องเที่ยวจะได้รับความสะดวกและไม่เกิดปัญหาตกค้างหรือล่าช้าแน่นอน</p>","2022-02-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213165330729"],
    [402,"ภาพรวมคราบน้ำมันรั่วลงทะเลระยองรอบ 2 พบในลักษณะฟิล์มใสบางๆจำนวนไม่มากห่างจากฝั่งประมาณ 5 - 6 กม. และไม่พบคราบน้ำมันดิบสีน้ำตาล คาดการณ์คลื่นลมทะเลไม่ซัดคราบน้ำมันเข้าหาชายฝั่งและชายหาด","<p><strong>ภาพรวมคราบน้ำมันรั่วลงทะเลระยองรอบ&nbsp;2&nbsp;พบในลักษณะฟิล์มใสบางๆจำนวนไม่มากห่างจากฝั่งประมาณ&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;กิโลเมตรและไม่พบคราบน้ำมันดิบสีน้ำตาล&nbsp;คาดการณ์คลื่นลมทะเลไม่ซัดคราบน้ำมันเข้าหาชายฝั่งและชายหาด&nbsp;แต่ต้องเฝ้าระวังแหล่งทรัพยากรธรรมชาติใกล้ชิด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์คราบน้ำมันรั่วรอบ&nbsp;2&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;โดยเป็นน้ำมันค้างท่อในจุดเดียวกับที่เคยเกิดการรั่วไหลเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;บริเวณกลางทะเลในพื้นที่นิคมอุตสาหรรมมาบตาพุด&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;พร้อมหารือร่วมกับ&nbsp;คณะกรรมาธิการกิจการศาล&nbsp;องค์กรอิสระ&nbsp;องค์กรอัยการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;องค์การมหาชน&nbsp;และกองทุนสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;เพื่อติดตามผลกระทบที่เกิดขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดระยองและประชาชนในพื้นที่&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจดูคราบน้ำมันจากมุมสูงพบเพียงคราบน้ำมันในลักษณะฟิล์มใสบางๆจำนวนไม่มาก&nbsp;โดยข้อมูลจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;13&nbsp;พบคราบน้ำมันเป็นฟิล์มบางๆห่างจากฝั่งประมาณ&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;กิโลเมตรและไม่พบคราบน้ำมันดิบสีน้ำตาล&nbsp;ส่วนสถานการณ์ทิศทางคลื่นลมในทะเลคาดการณ์คราบน้ำมันที่พบจะไม่ขึ้นชายฝั่งหรือชายหาดแน่นอน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้กำชับให้กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ร่วมกันเฝ้าติดตามสถานการณ์คุณภาพน้ำทะเลและผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่ต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนและประเมินความเสียหายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;สำหรับการเรียกค่าชดเชยกับบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ภาพรวมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการอย่างสุดความสามารถ&nbsp;เพื่อไม่ให้คราบน้ำมันที่รั่วครั้งนี้เข้าถึงแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ&nbsp;เช่น&nbsp;หญ้าทะเล&nbsp;ปะการังน้ำตื้น&nbsp;พร้อมป้องกันอย่างที่สุดไม่ให้คราบน้ำมันขึ้นสู่ชายฝั่งโดยเด็ดขาด&nbsp;หลัง&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;และ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้กำชับให้ทุกฝ่ายเร่งแก้ปัญหาและควบคุมสถานการณ์ให้เร็วที่สุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;คณะกรรมาธิการฯได้ติดตามผลกระทบจากน้ำมันดิบรั่วลงทะเลระยอง&nbsp;โดยเฉพาะผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัด&nbsp;และการเร่งรัดชดเชยเยียวยาให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;รวมถึง&nbsp;การติดตามการเคลื่อนตัวของคราบน้ำมัน&nbsp;การเฝ้าระวังป้องกันคราบน้ำมันเข้าสู่ชายฝั่ง&nbsp;การติดตามคุณภาพทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;และการประเมินมูลค่าความเสียหายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลประกอบ</p>","2022-02-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213175900746"],
    [403,"แจ้ง 3 จังหวัดภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงและน้ำเค็มรุกตัวในแม่น้ำเจ้าพระยา","<p><strong>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong>&nbsp;ได้รับแจ้งจากกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;ว่า&nbsp;ได้ติดตามข้อมูลระดับน้ำทำนายสูงสุด&nbsp;-&nbsp;ต่ำสุดปี&nbsp;2565&nbsp;ของกรมอุทกศาสตร์&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;คาดการณ์จะเกิดน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยฐานข้อมูลน้ำขึ้นสูงสุดแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าป้อมพระจุลจอมเกล้า&nbsp;จะเกิดภาวะน้ำทะเลขึ้นเต็มที่&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และวันที่&nbsp;16-18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ประกอบกับอิทธิพลของลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;ส่งผลให้ช่วงดังกล่าวเกิดสภาวะน้ำทะเลหนุน&nbsp;คาดว่าจะทำให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม&nbsp;ส่งผลกระทบต่อบริเวณชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ&nbsp;รวมถึงเกิดน้ำเค็มรุกตัวเข้าสู่บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตรได้&nbsp;&nbsp;จึงแจ้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัดภาคกลาง&nbsp;ได้แก่&nbsp;นนทบุรี&nbsp;&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;และสมุทรปราการ&nbsp;รวมถึงกรุงเทพมหานคร&nbsp;ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดในช่วงวันดังกล่าว</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</strong>&nbsp;แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ริมน้ำนอกแนวคันกั้นน้ำ&nbsp;แนวเขื่อนชั่วคราวบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวรและพื้นที่จุดเสี่ยงลุ่มต่ำริมน้ำ&nbsp;พร้อมตรวจสอบความมั่นคงของอาคารป้องกันริมแม่น้ำและเสริมคันบริเวณจุดเสี่ยงที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ&nbsp;รวมถึงจัดเตรียมเครื่องมือเครื่องจักรกลสาธารณภัยและทีมปฏิบัติการเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงพร้อมเผชิญเหตุทันที&nbsp;</p><p><strong>หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือ</strong>&nbsp;ทางไลน์&nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ1784&nbsp;และสายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213191752756"],
    [404,"สถานการณ์น้ำมันรั่วกลางทะเลเริ่มดีขึ้น พบคราบน้ำมันเป็นฟิล์มบางๆ เหลือเล็กน้อย แต่ยังคงมาตรการป้องกันคราบน้ำมันเข้าฝั่งเต็มกำลัง","<p><strong>ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดระยอง&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;</strong>นายอนันต์&nbsp;นาคนิยม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์คราบน้ำมันรั่วกลางทะเลระยอง&nbsp;รอบ&nbsp;2&nbsp;พร้อมเปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำมันรั่วไหลว่า&nbsp;จากการติดตามสถานการณ์รายวันดีขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;พบคราบน้ำมันพื้นที่ประมาณ&nbsp;0.1&nbsp;ตร.กม.&nbsp;เหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น&nbsp;น่าจะไม่กี่สิบลิตร&nbsp;โดยพบเป็นฟิล์มบางๆ&nbsp;อยู่ห่างชายหาดแม่รำพึง&nbsp;4&nbsp;กม.&nbsp;อยู่ห่างจากชายฝั่งพอสมควร&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตามด้วยระยะห่างฝั่ง&nbsp;ก็จะยังคงมาตรการที่เข้มข้นอยู่เช่นเดิม&nbsp;</strong>โดยมีเรือปฏิบัติการอยู่ในทะเล&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;ลำ&nbsp;มีบูมหรือทุ่นยางป้องกันคราบน้ำมันเข้าฝั่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;เส้น&nbsp;มีเรือบัญชาการ&nbsp;เรือโจมตี&nbsp;10&nbsp;ลำ&nbsp;พ่นสารเคมีก่อกวนให้คราบน้ำมันแตกตัวสลายโดยเร็ว&nbsp;พร้อมกับได้มีการย้ำให้เพิ่มมาตรการถึงแม้สถานการณ์จะดีขึ้นก็ตาม&nbsp;ได้รับการสนับสนุนบูมเพิ่มอีก&nbsp;1&nbsp;เส้น&nbsp;&nbsp;ยาว&nbsp;800&nbsp;และในเชิงมาตรการเข้ม&nbsp;ก็ได้มีการเพิ่มมาตรการเข้าดำเนินการป้องกันคราบน้ำมันไม่ให้เข้าฝั่งหาดแม่รำพึง&nbsp;และเกาะเสม็ด&nbsp;ได้มีเตรียมพร้อมเฮลิคอปเตอร์&nbsp;เรือ&nbsp;และคนเดินเท้าสำรวจแนวชายหาด&nbsp;และกำลังทหารกองทัพเรือ&nbsp;เฝ้าระวังตลอดแนวชายหาด&nbsp;24&nbsp;ชม.&nbsp;หากได้รับการแจ้งเหตุพบคราบน้ำมันจะเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ&nbsp;พิสูจน์ทราบและเก็บกู้ทั้งหมดทันที&nbsp;นอกจากนี้ยังมีกำลังทหารเสริมอีก&nbsp;1,000&nbsp;นาย&nbsp;พร้อมเข้าปฏิบัติการทันที&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจ</p><p><strong>ส่วนการใช้สาร&nbsp;Dispersant&nbsp;เข้าสลายคราบน้ำมัน&nbsp;</strong>ได้รับแจ้งจากบริษัทสตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จก.(มหาชน)&nbsp;เป็นการใช้สารเคมีตัวดังกล่าวที่ขอไว้ตั้งแต่เกิดเหตุน้ำมันรั่วไหลกลางทะเลครั้งแรก&nbsp;จำนวน&nbsp;85,400&nbsp;ลิตร&nbsp;ใช้ไปแค่&nbsp;70,000&nbsp;กว่าลิตร&nbsp;ซึ่งที่ใช้ดำเนินการครั้งนี้เป็นสารเคมีชุดเดียวกันกับครั้งที่แล้ว</p><p><strong>ขณะที่การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางบริษัทฯ&nbsp;ได้นัดประชุมพูดคุย</strong>กับกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบที่โรงแรมระยอง&nbsp;บีช&nbsp;หาดแม่รำพึงในวันพรุ่งนี้&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;โดยจนถึงขณะนี้มีประชาชนร้องทุกข์เยียวยาแล้ว&nbsp;7,642&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-13T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213184952751"],
    [405,"พบก้อนน้ำมันสีดำคล้ายยางมะตอยขนาดเล็ก มีกลิ่นฉุนของน้ำมัน ลอยติดหาดแม่รำพึง เป็นระยะทางกว่า 500 เมตร เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่ทหารกองทัพเรือทำการเก็บใส่ถุงนำไปกำจัด","<p><strong>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;มีนักท่องเที่ยวที่ลงเล่นน้ำบริเวณหาดแม่รำพึง&nbsp;</strong>หลังร้านอาหารริมทะเลเจ้แมวซีฟู้ด&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;แจ้งว่าพบก้อนน้ำมันสีดำลอยติดชายหาด&nbsp;จากการตรวจสอบพบมีลักษณะเป็นก้อนสีดำคล้ายยางมะตอยมีขนาดเล็ก&nbsp;จำนวนไม่หนาแน่น&nbsp;ถูกคลื่นซัดลอยขึ้นมาติดชายหาดแม่รำพึง&nbsp;เป็นระยะทางประมาณ&nbsp;500&nbsp;ม.&nbsp;เมื่อลองเขี่ยดูพบว่ามีความเหนียว&nbsp;และ&nbsp;มีกลิ่นฉุนของน้ำมัน&nbsp;โดยพบนักท่องเที่ยวที่ลงเล่นน้ำทะเลบริเวณดังกล่าว&nbsp;ตัวมีกลิ่นฉุนของน้ำมัน&nbsp;โดยรู้สึกกังวลที่พบก้อนน้ำมันสีดำที่เป้นเม็ดเกาะติดกับทรายบนชายหาดดังกล่าว&nbsp;จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาเร่งกำจัด&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่ทหารจากกองทัพเรือ&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;นาย&nbsp;</strong>มาทำการเก็บก้อนน้ำมันสีดำดังกล่าว&nbsp;โดยตักใส่ถุงนำไปกำจัด&nbsp;และมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จก.(มหาชน)เก็บตัวอย่างไปตรวจสอบ.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-13T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213195924766"],
    [406,"จังหวัดระยองติดตามการดำเนินงานขจัดคราบน้ำมันในทะเลระยอง ยังไม่พบคราบน้ำมันเกยชายหาด ด้านบริษัทเร่งเยียวยา ขณะที่สาเหตุเต่าตายพบพลาสติกแข็งอุดในปาก","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;</strong>มอบหมาย&nbsp;นายอนันต์&nbsp;นาคนิยม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์&nbsp;(ส่วนหน้า)&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมที่บ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;จ.ระยอง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับสถานการณ์ในวันนี้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองแจ้งว่า</strong>&nbsp;พบคราบน้ำมันดิบในทะเลห่างจากแนวชายฝั่ง&nbsp;4&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และห่างจากเกาะเสม็ด&nbsp;16.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และได้จัดเรือเฝ้าระวังในพื้นที่ชายหาดแม่รำพึง&nbsp;จนถึงเกาะเสม็ด&nbsp;และจากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลซ้ำ&nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง&nbsp;ได้ไปแจ้งความยกเลิกใบอนุญาตให้&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ยุติการดำเนินกิจการใดทั้งสิ้น&nbsp;ในพื้นที่ที่เกิดน้ำมันดิบรั่วไหลเพื่อทำการสอบสวนตามขั้นตอน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ส่วนผลการตรวจสอบของศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยองวันนี้คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ</strong>ไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;ส่วนคุณภาพอากาศนั้นไม่พบสาร&nbsp;total&nbsp;VOCs&nbsp;(สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย),&nbsp;H2S&nbsp;(ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์)&nbsp;และ&nbsp;SO2&nbsp;(ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์)&nbsp;ทั้ง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนบริเวณหน้าบ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ทมีกลิ่นน้ำมันเล็กน้อยในบางช่วง&nbsp;ขณะที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ได้เฝ้าระวังและลงพื้นที่สำรวจอย่างต่อเนื่องซึ่งยังไม่พบคราบน้ำมันแต่อย่างใด&nbsp;ส่วนสำนักงานประมงจังหวัดระยองแจ้งผลตรวจคุณภาพอาหารทะเลระยองว่าอยู่ในค่ามาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดสามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย<strong>&nbsp;</strong>ส่วนการยื่นเรื่องของประชาชนตั้งแต่วันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้มีจำนวน&nbsp;7,652&nbsp;ราย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ส่วนการดำเนินงานของบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ยังคงเฝ้าระวังทั้งทางบกและทางน้ำ</strong>อย่างต่อเนื่องตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และได้กำลังพลสนับสนุนจากทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;ในการปฏิบัติงาน&nbsp;พร้อมทั้งจัดทำแผนการดำเนินการเก็บกู้น้ำมันจากท่ออ่อนน้ำมันดิบที่อยู่ใต้น้ำทะเล&nbsp;โดยจะจัดส่งแผนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทราบแนวทางการปฏิบัติหากเกิดกรณีน้ำมันรั่วไหลเพิ่มเติม&nbsp;ส่วนการเยียวยานั้น&nbsp;บริษัทจะดำเนินการจัดประชุมคณะกรรมการกำกับติดตามคณะทำงานประสานการดำเนินการชดใช้ค่าเสียหายระหว่าง&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;กับผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;ในวันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยแบ่งคณะทำงาน&nbsp;4&nbsp;คณะ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชุด&nbsp;1&nbsp;ด้านกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม&nbsp;ที่พัก&nbsp;และ&nbsp;ร้านอาหาร,&nbsp;ชุด&nbsp;2&nbsp;ด้านกลุ่มประมง,&nbsp;ชุด&nbsp;3&nbsp;ด้านสุขภาพ,&nbsp;ชุด&nbsp;4&nbsp;ด้านกลุ่มผู้ประกอบอาชีพสาขาต่างๆ&nbsp;นอกจากนี้บริษัทยังได้ชี้แจงรายละเอียดชนิดของสารขจัดคราบน้ำมัน&nbsp;ว่าสารดังกล่าวที่ไม่ทำปฏิกริยากับน้ำมันนั้นจะย่อยสลายตามธรรมชาติประมาณ&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;กรณีที่สารขจัดคราบน้ำมันทำปฏิกริยากับน้ำมันที่รั่วไหลนั้น&nbsp;จะย่อยสลายทางธรรมชาติประมาณ&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;ส่วนคุณสมบัติของสารที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อมนั้นที่ประชุมขอให้บริษัทชี้แจงในที่ประชุมคราวต่อไปด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ส่วนกรณีเต่าตายเมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;ผลจากการผ่าพิสูจน์ห้องปฏิบัติการของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;พบว่าเต่าตัวดังกล่าวมีหญ้าทะเลและพลาสติกแข็งอุดอยู่ที่ปากเต่าเสียชีวิต&nbsp;และไม่พบคราบน้ำมันที่เต่าตัวดังกล่าวแต่อย่างใด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-13T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213221516782"],
    [407,"จตุพร ย้ำ สามารถควบคุมสถานการณ์น้ำมันดิบรั่วลงทะเลรอบ 2 ให้เข้าสู่สภาวะปกติได้ ขณะที่กรมเจ้าท่าออกคำสั่งห้ามบริษัทฯเข้าพื้นที่เกิดเหตุอีก หากฝ่าฝืนดำเนินคดีทางกฎหมายและเพิกถอนใบอนุญาต","<p><strong>ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ย้ำ&nbsp;สามารถควบคุมสถานการณ์น้ำมันดิบรั่วลงทะเลรอบ&nbsp;2&nbsp;ให้เข้าสู่สภาวะปกติได้&nbsp;พบเพียงคราบน้ำมันในลักษณะฟิล์มใสบางๆห่างจากฝั่งประมาณ&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ขณะที่กรมเจ้าท่าออกคำสั่งห้ามบริษัทฯเข้าพื้นที่เกิดเหตุอีก&nbsp;หากฝ่าฝืนดำเนินคดีทางกฎหมายและเพิกถอนใบอนุญาต</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวถึงการติดตามสถานการณ์คราบน้ำมันรั่วรอบ&nbsp;2&nbsp;บริเวณกลางทะเลในพื้นที่นิคมอุตสาหรรมมาบตาพุด&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ว่า&nbsp;ภาพรวมจากการขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจดูคราบน้ำมันจากมุมสูงพบเพียงคราบน้ำมันในลักษณะฟิล์มใสบางๆจำนวนไม่มาก&nbsp;ห่างจากฝั่งประมาณ&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และไม่พบคราบน้ำมันดิบสีน้ำตาล&nbsp;ส่วนทิศทางคลื่นลมในทะเลคาดการณ์คราบน้ำมันที่พบจะไม่ขึ้นชายฝั่งหรือชายหาดแน่นอน&nbsp;ส่วนการใช้สารเคมีขจัดคราบน้ำมัน&nbsp;Dispersant&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จํากัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ได้นำสารที่เหลือจากครั้งก่อนมาใช้กำจัดคราบน้ำมันแทนและไม่ได้ขออนุญาตใช้สารเพิ่มเติมจากกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;อีก&nbsp;เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;ควบคู่กับใช้&nbsp;Boom&nbsp;ป้องกันไม่ให้คราบน้ำมันกระจายเป็นวงกว้างและง่ายต่อการจัดการ&nbsp;ขณะที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองได้ส่งหนังสือให้&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ต้องปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าท่าหลังทำให้น้ำมันดิบรั่วไหลลงทะเลจนเกิดความเสียหายกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมเป็นวงกว้าง&nbsp;สร้างความเสียหายให้กับทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;และสภาพแวดล้อมทางน้ำ&nbsp;หากยังคงฝ่าฝืนหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าท่าที่ออก&nbsp;เพื่อแก้ปัญหามลพิษทางน้ำที่เกิดจากการรั่วไหลของน้ำมันดิบ&nbsp;กรมเจ้าท่าจะพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายทางอาญาและแพ่งจนถึงที่สุด&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;พิจารณายกเลิกเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกโดยกรมเจ้าท่าทั้งหมดต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวถึงมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ว่า&nbsp;ประชาชนในพื้นที่ได้เรียกร้องให้เร่งเยียวยาผลกระทบ&nbsp;หลังมีตัวเลขลงทะเบียนที่ศูนย์ดำรงธรรมประมาณ&nbsp;7,000&nbsp;&nbsp;8,000&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งบริษัทฯต้องเข้าไปชดเชยค่าเสียหายทั้งหมด&nbsp;รวมถึงความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมด้วย&nbsp;ขณะเดียวกันหน่วยงานในพื้นที่ต้องเร่งสร้างการรับรู้และทำความเข้าใจลดผลกระทบภาคการท่องเที่ยว&nbsp;น้ำทะเลสะอาดลงเล่นได้จุดใดบ้าง&nbsp;และอาหารทะเลปลอดภัยรับประทานได้&nbsp;</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214105436849"],
    [408,"ปศุสัตว์จังหวัดอุบลฯ ตรวจเยี่ยมความพร้อมเตรียมเปิดตลาดนัดโค-กระบือ ที่ อ.น้ำขุ่น ภายใต้มาตรการป้องกันโควิดอย่างเคร่งครัด","<p><strong>นายกิตติ&nbsp;กุบแก้ว&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;</strong>นายสัตวแพทย์สุพจน์&nbsp;รสจันทร์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;พร้อมด้วยปศุสัตว์อำเภอน้ำขุ่น&nbsp;ร่วมกับนายอำเภอน้ำขุ่น&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ตรวจเยี่ยมให้คำแนะนำ&nbsp;ในการเตรียมความพร้อมเปิดทำการตลาดนัดค้าสัตว์&nbsp;ของนายคำณพ&nbsp;โสมรักษ์&nbsp;เลขที่&nbsp;65/1&nbsp;หมู่&nbsp;13&nbsp;ตำบลขี้เหล็ก&nbsp;อำเภอน้ำขุ่น&nbsp;โดยให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคระบาดในสัตว์&nbsp;และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เช่น&nbsp;ผู้ที่จะเข้าตลาดนัดโค-กระบือ&nbsp;จะต้องลงทะเบียน&nbsp;ล่วงหน้า&nbsp;พร้อมฉีดวัคซีนครบแล้ว&nbsp;2&nbsp;เข็มและมีหลักฐานมาแสดง&nbsp;/&nbsp;มีการสุ่มตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หรือ&nbsp;RT&nbsp;PCR&nbsp;/สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;/&nbsp;มีจุดลงทะเบียน&nbsp;จุดคัดกรอง&nbsp;แบ่งโซน&nbsp;ผู้เข้ามาซื้อขาย&nbsp;ไม่ให้ใกล้ชิดแออัด/&nbsp;มีเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้า&nbsp;และจุดบริการล้างมือ&nbsp;/&nbsp;ห้ามจำหน่ายและห้ามดื่มแอลกอฮอล์&nbsp;แบ่งกั้น&nbsp;นั่งรับประทานอาหารได้คนเดียว&nbsp;ไม่ใช้ภาชนะและสิ่งของร่วมกัน</p><p><strong>สำหรับมาตรการทางด้านปศุสัตว์&nbsp;มีการตรวจสัตว์หาวิการของ</strong>โรคก่อนเข้าตลาดนัด&nbsp;มีบ่อน้ำยาฆ่าเชื้อยานพาหนะและพ่นยาฆ่าเชื้อยานพาหนะ&nbsp;ทั้งเข้าและออก&nbsp;พ่นยาฆ่าแมลงพาหะในรถขนส่งและตัวสัตว์&nbsp;รวมทั้งบริเวณทั่วไปในตลาดนัด&nbsp;สัตว์ทุกตัวต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคลัมปิสกิน&nbsp;และโรคอื่น&nbsp;ตามที่กรมปศุสัตว์กำหนด&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเปิดตลาดนัดโค-กระบือ&nbsp;ที่จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ได้ผ่อนปรน&nbsp;ให้เปิดทำการได้ภายใต้มาตรการการป้องกันโรค&nbsp;โควิด19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>กรกช&nbsp;&nbsp;ภูมี&nbsp;สวท.อุบลฯ&nbsp;รายงาน&nbsp;</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สวท.อุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214082029792"],
    [409,"บมจ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง ยืนยัน พร้อมชดใช้ความเสียหายต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุท่อน้ำมันดิบรั่วไหลภายในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ขณะสถานการณ์ล่าสุดไม่พบการรั่วไหลของน้ำมันดิบแล้ว","<p><strong>บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;แจ้งความคืบหน้าการดำเนินควบคุมฟิล์มน้ำมันบริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเล&nbsp;</strong>หรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล&nbsp;หรือ&nbsp;SPM&nbsp;ในนิคมอุสาหกรรมมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;10&nbsp;&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมาว่า&nbsp;<strong>ล่าสุดเมื่อวันที่&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ได้รับรายงานว่า&nbsp;ไม่พบการรั่วไหลของน้ำมันดิบในบริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเล&nbsp;</strong>แต่ยังคงพบฟิล์มน้ำมันบริเวณชายฝั่งและในทะเลเล็กน้อย&nbsp;จึงได้ระดมกำลังพลพร้อมอุปกรณ์เครื่องมือเข้าดำเนินการควบคุมฟิล์มน้ำมันได้อย่างทันท่วงที&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ร่วมกับกำลังพลจากกองทัพเรือ&nbsp;ยังคงจัดทีมติดตามและเฝ้าระวังทั้งในน้ำและแบบเคลื่อนที่เร็วบริเวณชายหาดตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพื่อตอบโต้หากพบว่าได้รับแจ้งหรือพบว่ามีคราบน้ำบริเวณชายหาด&nbsp;</p><p><strong>ส่วนการดำเนินการดูแลสิ่งแวดล้อม&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างอากาศ&nbsp;น้ำทะเล&nbsp;และทราย&nbsp;เพื่อตรวจสอบคุณภาพอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เกิดเหตุการณ์จนถึงปัจจุบัน&nbsp;</strong>โดยยืนยันว่า&nbsp;แม้ว่าการทำงานในครั้งนี้จะมีความยากและท้าทายหลายประการ&nbsp;แต่บริษัทฯ&nbsp;ได้ดำเนินกิจกรรมอย่างรอบคอบ&nbsp;เป็นไปตามหลักวิศวกรรม&nbsp;และคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อลดผลกระทบให้เกิดขึ้นน้อยที่สุดแล้ว&nbsp;แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ก็ยังสร้างความเสียหายให้กับชุมชน&nbsp;การประมง&nbsp;ธุรกิจท้องถิ่น&nbsp;และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล&nbsp;</p><p><strong>ด้วยเหตุนี้&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ขอโทษและยินดีที่จะพิจารณาชดใช้ความเสียหายต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรมและสมเหตุสมผล&nbsp;</strong>และบริษัทฯ&nbsp;ขอยืนยันว่าจะปฏิบัติตามคำแนะนำและทำงานร่วมกับภาครัฐอย่างเคร่งครัด</p><p>&nbsp;</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214085259795"],
    [410,"เจ้าหน้าที่ทหารจากทัพเรือภาคที่ 1 เร่งเก็บกู้คราบน้ำมัน หลังพบลอยติดหาดแม่รำพึงเมื่อคืนที่ผ่านมา","<p><strong>วันนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;เมื่อคืนที่ผ่านมา&nbsp;มีเจ้าหน้าที่ทหารจากกองทัพเรือ</strong>&nbsp;โดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;ได้สนับสนุนกำลังพลจากหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งจำนวนหนึ่ง&nbsp;โดยแบ่งเป็น&nbsp;2&nbsp;ชุด&nbsp;คือ&nbsp;ชุดสำรวจคราบน้ำมัน&nbsp;และเก็บขยะริมชายหาดที่ถูกน้ำทะเลซัดขึ้นมา&nbsp;หลังเมื่อช่วงเย็นวานนี้&nbsp;พบก้อนน้ำมันสีดำคล้ายยางมะตอย&nbsp;ขนาดเล็กๆ&nbsp;ถูกพัดขึ้นมาติดหาดแม่รำพึง&nbsp;ระยะทางกว่า&nbsp;500&nbsp;ม.โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้กระดาษซับชนิดพิเศษซับคราบน้ำมันที่พบลอยมากับน้ำทะเลบริเวณชายหาด&nbsp;และตักใส่ถุง&nbsp;พร้อมแยกขยะใส่ถุง&nbsp;ส่งให้ทาง&nbsp;บ.SPRC&nbsp;นำไปตรวจสอบ&nbsp;และกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การปฏิบัติการเก็บคราบน้ำมันดังกล่าว&nbsp;เป็นการเฝ้าระวังตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</strong>พร้อมกันนี้ทางกองทัพเรือ&nbsp;ก็ยังคงจัดกำลังพลสนับสนุนช่วยเหลือการปฏิบัติในด้านต่างๆ&nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายด้วย.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214091541797"],
    [411,"กอนช. ขอให้ระวังเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่งบริเวณประเทศไทยตอนบน พร้อม ระวังน้ำทะเลหนุนสูงและความเค็มรุกตัวบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาช่วง ก.พ. ถึง เม.ย.","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ระวังเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และลูกเห็บตกบางแห่งบริเวณประเทศไทยตอนบน&nbsp;พร้อม&nbsp;ระวังน้ำทะเลหนุนสูงและความเค็มรุกตัวบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(14&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.ตราด&nbsp;97&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;80&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และอุทัยธานี&nbsp;61&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;32,340&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;56&nbsp;และแหล่งขนาดใหญ่&nbsp;26,011&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;54&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงและความเค็มรุกตัวบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน&nbsp;คือ&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;14&nbsp;&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;//&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;และช่วงวันที่&nbsp;16&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;ส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมส่งผลกระทบต่อบริเวณพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ&nbsp;และน้ำเค็มรุกตัวเข้าสู่บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำใช้อุปโภค-บริโภค&nbsp;และการใช้น้ำเพื่อการเกษตรได้</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214094558804"],
    [412,"เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงในสัปดาห์นี้ ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น","<p><strong>กรมอุทกศาสตร์&nbsp;ออกประกาศเรื่องสภาวะระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา</strong>&nbsp;บริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้า&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการและพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(14&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;&nbsp;19&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างเวลาประมาณ&nbsp;06.00&nbsp;น.-09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง&nbsp;ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมบริเวณอ่าวไทย&nbsp;ลักษณะดังกล่าวอาจทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ&nbsp;โดยคาดหมายว่า&nbsp;ที่บริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้าฯ&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ระดับน้ำจะมีความสูงประมาณ&nbsp;1.70&nbsp;-&nbsp;1.90&nbsp;เมตร&nbsp;จากระดับทะเลปานกลาง&nbsp;ขอให้ระวังผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากระดับน้ำขึ้นสูงดังกล่าวและติดตามสภาวะระดับน้ำอย่างใกล้ชิด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214104732840"],
    [413,"เทศบาลนครลำปาง เปิดเวทีประชาคมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการก่อสร้างปรับปรุงฝายแม่น้ำวังเฉลิมพระเกียรติ(ฝายยาง) ให้เป็นฝายพับได้","<p><strong>นายนิมิตร&nbsp;จิวะสันติการ&nbsp;นายกเทศมนตรีนครลำปาง</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมชี้แจงประชาคมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในการก่อสร้างปรับปรุงฝายแม่น้ำวังเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;(ฝายยาง)&nbsp;เป็นฝายถาวรคอนกรีตเสริมเหล็กมีประตูระบายน้ำและระบายตะกอน&nbsp;หรือฝายพับได้&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ระเบียบและวิธีปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด&nbsp;โดยมีคณะผู้บริหาร&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาลนครลำปาง&nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;ณ&nbsp;อาคารชั่วคราว&nbsp;บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ(ฝายยาง)&nbsp;วันที่&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา</p><p><strong>นายกิตติ&nbsp;จิวะสันติการ&nbsp;รองนายกเทศมนตรีนครลำปาง</strong>&nbsp;ได้กล่าวถึงรายละเอียดของโครงการก่อสร้างปรับปรุงฝายแม่น้ำวังฯ&nbsp;โดยสรุปได้ว่า&nbsp;เพื่อเป็นการปรับปรุงฝายยางที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรม&nbsp;มีรอยรั่วเนื่องจากมีอายุการใช้งานมาเป็นเวลานานกว่า&nbsp;30&nbsp;ปีให้เป็นฝายพับได้&nbsp;ที่จะสามารถระบายน้ำ&nbsp;ตะกอน&nbsp;แบคทีเรีย&nbsp;บริเวณหน้าฝายได้ดี&nbsp;สามารถควบคุมระดับน้ำได้รวดเร็ว&nbsp;สามารถรักษาระดับน้ำในแม่น้ำวังให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมตลอดปี&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้คุณภาพน้ำในแม่น้ำวังดีขึ้นได้&nbsp;ด้วยงบประมาณจำนวน&nbsp;54,000,000&nbsp;บาท&nbsp;คาดว่าจะสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ภายใน&nbsp;7&nbsp;เดือน&nbsp;ในขณะเดียวกันเทศบาลนครลำปางมีแผนงานที่จะบำบัดน้ำเสียในจุดที่วิกฤติจากตลาดรัษฎา&nbsp;ตลาดหลักเมือง&nbsp;ตลาดอัศวิน&nbsp;เรือนจำ&nbsp;จากร้านอาหาร&nbsp;และจากบ้านเรือน&nbsp;โดยวิธีการบำบัดน้ำเสียแบบปลายท่อก่อนจะปล่อยลงสู่แม่น้ำวัง&nbsp;นอกจากนี้มีแผนการดำเนินงานกำจัดวัชพืชร่วมกับกรมเจ้าท่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้ยังมีแผนการดำเนินงาน</strong>ปรับปรุงภูมิทัศน์สวนสาธารณะเขื่อนยางแห่งนี้ใหม่&nbsp;เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด&nbsp;การประชุมฯ&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;มีประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจเข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;โดยภายหลังได้รับฟังคำชี้แจง&nbsp;และเปิดโอกาสให้ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นแล้ว&nbsp;ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยในการก่อสร้างปรับปรุงฝายแม่น้ำวังเฉลิมพระเกียรติ(ฝายยาง)&nbsp;เป็นฝายพับได้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214101529816"],
    [414,"แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง คงมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง ","<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย&nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;มวลอากาศเย็นระลอกใหม่จากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศเวียดนาม&nbsp;ลาวตอนบนและทะเลจีนใต้แล้ว&nbsp;ส่งผลทำให้ยังคงมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกและภาคกลาง&nbsp;จึงยังคงมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง&nbsp;</p><p><strong>ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว&nbsp;</strong>ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จะมีอากาศเย็นและเกิดฝนฟ้าคะนองร้อยละ&nbsp;40&nbsp;อาทิ&nbsp;&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;หนองบัวลำภู&nbsp;อุดรธานี&nbsp;หนองคาย&nbsp;บึงกาฬ&nbsp;สกลนคร&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;อาทิ&nbsp;จังหวัดนครนายก&nbsp;ปราจีนบุรี&nbsp;สระแก้ว&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ส่วนภาคเหนือมีอากาศหนาว&nbsp;บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัดอุณหภูมิต่ำสุด&nbsp;4-14&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;rgb(250,&nbsp;246,&nbsp;246);\">&nbsp;</span>&nbsp;</p><p><strong>สำหรับลมตะวันออกยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้</strong>&nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองทั้งที่ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย&nbsp;อาทิ&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;และฝั่งอันดามัน&nbsp;บริเวณจังหวัดระนอง&nbsp;พังงา&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;กระบี่&nbsp;&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214104315837"],
    [415,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ยกเว้นภาคเหนือ 4 จังหวัดค่าฝุ่นเกินในระดับสีส้ม","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ยกเว้นภาคเหนือ&nbsp;4&nbsp;จังหวัดค่าฝุ่นเกินในระดับสีส้ม&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(14&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีลมพัด&nbsp;และหลายพื้นที่มีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;16&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ฝุ่นอาจมีแนงโน้มสูงขึ้นบางพื้นที่&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยพบบริเวณ&nbsp;ต.พระบาท&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;,&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;,&nbsp;ต.บ้านกลาง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;และ&nbsp;รพ.เทพรัตนฯ&nbsp;อ.แม่แจ่ม&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;สูงเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;15&nbsp;-&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214102323823"],
    [416,"ภาพรวมชายหาดจังหวัดระยองไม่พบคราบน้ำมัน พร้อมสำรวจแหล่งหญ้าทะเลบริเวณอ่าวเพ เป็นปกติไม่ผลได้รับผลกระทบจากน้ำมันรั่ว","<p><strong>ภาพรวมชายหาดจังหวัดระยองไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;พร้อมสำรวจแหล่งหญ้าทะเลบริเวณอ่าวเพ&nbsp;เป็นปกติไม่ผลได้รับผลกระทบจากน้ำมันรั่ว</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&nbsp;ได้ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลบริเวณชายหาดใน&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;คือ&nbsp;หาดสุชาดา&nbsp;,&nbsp;หาดแสงจันทร์&nbsp;,&nbsp;หาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถ&nbsp;,&nbsp;หาดแม่รำพึงบริเวณก้นอ่าว&nbsp;,&nbsp;บ้านเพ&nbsp;และหาดสวนสน&nbsp;พบผลสำรวจเบื้องต้นสภาพน้ำทะเลเป็นปกติ&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเลและบริเวณชายหาด&nbsp;และไม่พบสัตว์น้ำตายเกยหาด&nbsp;แล้วเมื่อตรวจวัดคุณภาพน้ำทั่วไปพบอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อการนันทนาการ&nbsp;จากนั้นได้เก็บตัวอย่างเพื่อหาการปนเปื้อนปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวมในน้ำทะเลของหาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถ&nbsp;เพื่อนำไปวิเคราะห์ค่าต่อไป&nbsp;ขณะเดียวกันยังสำรวจผลกระทบจากคราบน้ำมันต่อแหล่งหญ้าทะเล&nbsp;บริเวณอ่าวเพ&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&nbsp;บนใบหญ้าทะเล&nbsp;บริเวณชายหาด&nbsp;และไม่พบสัตว์น้ำตายเกยหาด&nbsp;แต่พบใบหญ้าทะเล&nbsp;คือ&nbsp;หญ้ากุยช่ายเข็ม&nbsp;และหญ้ากุยช่ายทะเล&nbsp;ถูกคลื่นซัดมาเกยชายหาดระยะทาง&nbsp;500&nbsp;เมตร&nbsp;โดยพบเฉพาะส่วนใบ&nbsp;แต่ไม่พบส่วนลำต้นใต้ดินและราก&nbsp;จากการสอบถามประชาชนในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า&nbsp;หญ้าทะเลจะถูกพัดขึ้นมาเกยชายหาดเป็นปกติ&nbsp;แต่ครั้งนี้พบมากกว่าปกติ&nbsp;อาจเนื่องจากฝนตกและมีคลื่นลมแรงในช่วง&nbsp;2&nbsp;วันที่ผ่านมา&nbsp;ส่วนค่าคุณภาพน้ำทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อการนันทนาการ&nbsp;พร้อมเก็บตัวอย่างดินตะกอนในแหล่งหญ้าทะเล&nbsp;นำไปวิเคราะห์ปิโตรเลียมในดินเช่นกัน</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214102605828"],
    [417,"ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี ส่งเสริมสนับสนุนอาชีพทางเลือก(เลี้ยงแพะ) แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในพื้นที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง","<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยสำนักงานปศุสัตว์อำเภอหนองหญ้าปล้อง</strong>&nbsp;ได้ส่งเสริมสนับสนุนและให้คำแนะนำข้อมูลด้านการเลี้ยงแพะแก่เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่หมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลหนองหญ้าปล้อง&nbsp;อำเภอหนองหญ้าปล้อง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยเกษตรกรดังกล่าวประกอบอาชีพเลี้ยงสุกรขุน&nbsp;ปัจจุบันมีจำนวน&nbsp;10&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งประสบปัญหาต้นทุนค่าอาหารสัตว์สูง&nbsp;ค่าพันธุ์สุกรสูง&nbsp;รวมทั้งความเสี่ยงจากโรคระบาด&nbsp;จึงสนใจศึกษาการเลี้ยงแพะเพื่อเป็นอาชีพเสริมทางเลือกใหม่ในอนาคต&nbsp;เนื่องจากเห็นว่าขยายพันธุ์ได้เอง&nbsp;ไม่ต้องใช้น้ำมาก&nbsp;และลดต้นทุนโดยใช้พืชอาหารหยาบ&nbsp;เช่น&nbsp;หญ้า&nbsp;กระถิน&nbsp;และผลพลอยได้ทางการเกษตรที่มีอยู่ในพื้นที่มาใช้เป็นอาหารแพะได้&nbsp;ประกอบกับมีกลุ่มผู้เลี้ยงแพะอำเภอหนองหญ้าปล้องที่จะช่วยเหลือด้านการผลิตและการตลาดอย่างชัดเจน&nbsp;</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214114458871"],
    [418,"สวท.แม่ฮ่องสอน จัดกิจกรรมชิงเก็บลดเผา โครงการจิตอาสา ลูกพระอินทร์ ทำความดี ด้วยหัวใจ ร่วมลดปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง","<p><strong>เจ้าหน้าที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;นำโดยนายนวรัตน์&nbsp;ศรีแก้วเลิศ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีฯ&nbsp;พร้อมด้วยเครือข่ายอาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านและชุมชน&nbsp;(อป.มช.)&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ร่วมกิจกรรมชิงเก็บลดเผา&nbsp;โครงการจิตอาสา&nbsp;ลูกพระอินทร์&nbsp;ทำความดี&nbsp;ด้วยหัวใจ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;กิจกรรมย่อยกวาดเก็บเศษใบไม้&nbsp;บริเวณทางขึ้นพระธาตุดอยกองมู&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อลดปริมาณใบไม้เชื้อเพลิง&nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่การลดปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองในพื้นที่&nbsp;อีกทั้งเป็นการสนองนโยบายของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ด้านการแก้ไขปัญหาหมอกควัน&nbsp;ไฟป่า&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้กำหนดเป้าหมายการชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา&nbsp;ไว้ไม่น้อยกว่า&nbsp;1,000&nbsp;ตัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากประชาชนพบเหตุไฟป่</strong>า&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่&nbsp;Warroom&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โทร.&nbsp;062-427-5455&nbsp;และ&nbsp;062-351-7486&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214120012882"],
    [419,"ก.ทรัพย์ ส่งมอบกรมธรรม์ประกันชีวิตหมู่จากภาคเอกชนให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานด้านการป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่าเกือบ 4,500 คนทั่วประเทศ สร้างขวัญกำลังใจการทำงานที่เสี่ยงอันตรายปกป้องรักษาผืนป่าและสัตว์ป่าของประเทศ","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ส่งมอบกรมธรรม์ประกันชีวิตหมู่จากภาคเอกชนให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานด้านการป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่าเกือบ&nbsp;4,500&nbsp;คนทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อสร้างขวัญกำลังใจการทำงานที่เสี่ยงอันตรายปกป้องรักษาผืนป่าและสัตว์ป่าของประเทศ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้รับมอบกรมธรรม์ประกันชีวิตหมู่ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานด้านการป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า&nbsp;กรมป่าไม้&nbsp;จาก&nbsp;บริษัท&nbsp;ทีพีไอ&nbsp;โพลีน&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;ที่สนับสนุนกรมธรรม์ประกันชีวิตหมู่ให้กับเจ้าหน้าที่&nbsp;24&nbsp;กรมธรรม์&nbsp;รวม&nbsp;4,496&nbsp;คนทั่วประเทศ&nbsp;ที่ต้องออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจตราลาดตระเวนในพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร&nbsp;ห่างไกล&nbsp;เสี่ยงอันตรายจากสัตว์ป่าหรือกลุ่มบุคคลที่ลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ป่าและตัดไม้&nbsp;จนอาจได้รับบาดเจ็บ&nbsp;พิการหรือทุพพลภาพ&nbsp;หรือถึงเสียชีวิต&nbsp;ทำให้ครอบครัวที่อยู่เบื้องหลังต้องได้รับความยากลำบากในการดำรงชีวิต&nbsp;ถือเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้พิทักษ์ป่า&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การดูแลสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ทุกนายใช้งบประมาณภาครัฐอย่างเดียวไม่ได้&nbsp;จำเป็นต้องหาเพิ่มเติมช่วยสนับสนุนกำลังพล&nbsp;โดยภาคเอกชนได้เห็นถึงความสำคัญและจำเป็นจึงให้การสนับสนุน&nbsp;จากนี้จะยังคงเดินหน้าหาสวัสดิการเข้ามาช่วยเหลือต่อเนื่อง&nbsp;พร้อมพัฒนาศักยภาพ&nbsp;หาเครื่องมืออุปกรณ์หรือเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ผู้พิทักษ์ป่า&nbsp;เพื่อลดอันตราย&nbsp;การบาดเจ็บ&nbsp;และการสูญเสียเจ้าหน้าที่ในแต่ละปีลง&nbsp;เนื่องจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;มีหน้าที่หลักป้องกันดูแลรักษาพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ&nbsp;ควบคู่กับการเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการบุกรุกพื้นที่ป่าใหม่เกิดขึ้น&nbsp;พร้อมสร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมแก้ปัญหากับประชาชน&nbsp;และการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ามีบทบาทสำคัญมากต่อการปกป้อง&nbsp;ดูแล&nbsp;และรักษาทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ&nbsp;ด้วยความเสียสละ&nbsp;ทุ่มเท&nbsp;และอุตสาหะให้ประเทศยังคงมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์จนถึงปัจจุบัน&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;ต้องดูแลผืนป่าเฉลี่ย&nbsp;10,000&nbsp;ไร่&nbsp;ถือมีน้อยและไม่เพียงพอ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายประชัย&nbsp;เลี่ยวไพรัตน์&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร&nbsp;บริษัท&nbsp;ทีพีไอ&nbsp;โพลีน&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;อยากช่วยเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าให้มีความแข็งแกร่งในการปกป้องรักษาป่า&nbsp;ถือเป็นส่วนเล็กๆที่ช่วยสนับสนุนและสร้างกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ระหว่างการปฏิบัติงาน&nbsp;เพื่อทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถป้องกันทรัพยากรธรรมชาติสมบัติของชาติให้คงอยู่สืบไป</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214125514912"],
    [420,"ติดตามสถานการณ์น้ำ โครงการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วยเหลือเกษตรกร","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและโครงการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;นครพนม&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;และร้อยเอ็ด&nbsp;พร้อมทั้งเยี่ยมเยียนพบปะประชาชน</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;ติดตามโครงการก่อสร้างระบบเครือข่ายน้ำหนองหวาย</strong>&nbsp;ตำบลหนองลาด&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;ซึ่งระบบเครือข่ายน้ำดังกล่าวทำงานด้วยพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;มีขนาดกำลังผลิต&nbsp;600&nbsp;ลบ.ม.ต่อชั่วโมง&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน&nbsp;โดยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายน้ำให้ภาคการเกษตรได้หลายพันไร่</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;ไปยังนครพนม&nbsp;</strong>ติดตามโครงการประตูระบายน้ำธรณิศนฤมิต&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ชลประทาน&nbsp;78,600&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งโครงการประตูระบายน้ำแห่งนี้&nbsp;หรืออีกชื่อหนึ่งคือ&nbsp;\"โครงการน้ำก่ำ\"&nbsp;เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ซึ่งกรมชลประทาน&nbsp;สามารถกักเก็บน้ำ&nbsp;เพื่ออุปโภคบริโภคและการเกษตรได้ตลอดทั้งปี&nbsp;รวมทั้งยังแก้ไขปัญหาภัยแล้งและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;จากภาวะน้ำท่วมพื้นที่เพาะปลูกได้อีกด้วย&nbsp;สำหรับในปีงบประมาณ&nbsp;2566&nbsp;จะมีโครงการเชื่อมต่อการบริหารจัดการน้ำกับหนองหาร&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;เพื่อยกระดับการพัฒนาให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นด้วย&nbsp;</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;รัฐบาลมีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชน</strong>และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่<strong>&nbsp;</strong>และขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาน้ำไปด้วยกัน&nbsp;ส่งผลให้โครงการประสบผลสำเร็จตามนโยบายของรัฐบาลและขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานด้วยความเสียสละ&nbsp;ทุ่มเทเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน&nbsp;รวมทั้งขอให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ปลอดภัยจากโควิด-19</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214135355941"],
    [421,"บิ๊กป้อม ลงพื้นที่นครพนม ติดตามความพร้อมแก้ปัญหาภัยแล้ง เพื่อสร้างความกินดีอยู่ดีให้ประชาชน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ที่บริเวณประตูระบายน้ำธรณิศนฤมิต&nbsp;ตำบลน้ำก่ำ&nbsp;อำเภอธาตุพนม&nbsp;จังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กนช.)&nbsp;และผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ&nbsp;แนวทางการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูแล้งปี&nbsp;2564/2565&nbsp;และติดตามการขับเคลื่อนแผนงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนสร้างความมั่นคงด้านน้ำ&nbsp;ติตตามความสำเร็จจากโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ตามที่รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบรรเทาอุทกภัยช่วงฤดูฝนและเก็บกักน้ำไว้ใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว&nbsp;และโครงการที่ได้รับการอนุมัติงบกลางเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ&nbsp;โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;คณะหัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ในโอกาสนี้&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;การลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อติดตามการดำเนินงานในการแก้ปัญหาเรื่องน้ำใน&nbsp;4&nbsp;จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;คือจังหวัดสกลนคร&nbsp;นครพนม&nbsp;กาฬสินธุ์และร้อยเอ็ด&nbsp;โดยเฉพาะโครงการที่รัฐบาลมีนโยบายเร่งรัดให้เห็นผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วในฤดูแล้งนี้&nbsp;เพราะรัฐบาลต้องการที่จะแก้ปัญหาทำให้ประชาชนได้อยู่ดีกินดีมากขึ้น&nbsp;มีน้ำอุปโภคบริโภค&nbsp;มีน้ำกินน้ำใช้น้ำ&nbsp;น้ำเพื่อการเกษตรและทำพืชไร่&nbsp;เพราะถ้ามีน้ำประชาชนก็จะมีรายได้มากขึ้น&nbsp;มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;ซึ่งเป็นความมุ่งหมายของทางรัฐบาลที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับประตูระบายน้ำธรณิศนฤมิต</strong>&nbsp;หรือโครงการน้ำก่ำเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยกรมชลประทานได้ดำเนินการจนแล้วเสร็จ&nbsp;ทำให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภคและการเกษตรแก้ปัญหาภัยแล้งได้เป็นอย่างดี&nbsp;ทั้งในช่วงฤดูน้ำหลากก็ยังช่วยในการระบายน้ำ&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่น้ำท่วมในพื้นที่เพาะปลูกด้วย&nbsp;โดยประตูระบายน้ำธรณิศนฤมิตเป็นปราการด่านสุดท้ายก่อนที่น้ำจะลงสู่แม่น้ำโขง&nbsp;ซึ่งจังหวัดนครพนม&nbsp;มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำของกรมชลประทาน&nbsp;591&nbsp;โครงการ&nbsp;สามารถกักเก็บน้ำได้&nbsp;264.69&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ชลประทาน&nbsp;286,855&nbsp;ไร่&nbsp;และเตรียมขยายผลโครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ประตูระบายน้ำธรณิศนฤมิต&nbsp;ในระยะที่&nbsp;2</strong>&nbsp;เพื่อช่วยเก็บกักน้ำ&nbsp;สนับสนุนการอุปโภคบริโภคและการเกษตร&nbsp;รวมพื้นที่ประมาณ&nbsp;22,000&nbsp;ไร่&nbsp;ในปี&nbsp;2566-2567&nbsp;ส่วนในจังหวัดสกลนครก็มีโครงการประตูระบายน้ำลำน้ำพุง-น้ำก่ำ&nbsp;โครงการประตูระบายน้ำบ้านก่อพร้อมระบบส่งน้ำ&nbsp;ที่ระยะเวลาดำเนินการโครงการละ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ในปี&nbsp;2562-2566&nbsp;ทั้งยังมีแผนพัฒนาหนองหาร&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;ปี&nbsp;2563-2572&nbsp;ที่&nbsp;ครม.&nbsp;มีมติเมื่อวันที่&nbsp;15&nbsp;กันยายน&nbsp;2563&nbsp;ส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงเพื่อส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&nbsp;760&nbsp;ไร่&nbsp;และจังหวัดร้อยเอ็ดมีโครงการน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลทั้ง&nbsp;2&nbsp;โครงการช่วยส่งเสริมอาชีพเกษตรให้มีความมั่นคง&nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;ลดปัญหาด้านสังคมการย้ายถิ่นฐาน&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ต้องอาศัยเกษตรน้ำฝน&nbsp;การมีแหล่งน้ำไว้ใช้จะลดความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำได้เป็นอย่างดี</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214133248928"],
    [422,"เกษตกรชาวจังหวัดสุรินทร์ รายได้เพิ่มจากความต้องการสูงของดอกดาวเรืองสีเหลืองดอกโต ในเทศกาลวันมาฆบูชา","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ความต้องการดอกดาวเรืองสีเหลืองดอกโต&nbsp;บานสะพรั่ง&nbsp;มีความต้องการสูงในเทศกาลวันมาฆบูชา</strong>&nbsp;สร้างรายได้งามให้กับเกษตรกรชาวจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ในช่วงนี้นับพันบาทต่อวัน&nbsp;ผลพวงการส่งเสริมต่อยอดจากธนาคารบุญ&nbsp;ส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรปลูกดอกไม้และพืชอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ในช่วงหลังฤดูกาลทำนา&nbsp;ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ในทุกๆวัน&nbsp;เกษตรกรบ้านหนองบึง&nbsp;ต.กระโพ&nbsp;อ.ท่าตูม&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;ออกจากบ้านเพื่อเข้าแปลงเกษตรของตน&nbsp;ซึ่งภายในพื้นที่มีทั้งคอกวัว&nbsp;คอกไก่&nbsp;สวนเกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;ที่กำลังเจริญงอกงามผลิดอกออกผล&nbsp;ถึงแม้จะเข้าสู่หน้าแล้ง&nbsp;แต่เกษตรกรก็ได้มีการพัฒนาระบบเกษตรแบบไม่แล้งอีกต่อไป&nbsp;เพราะมีระบบน้ำที่สูบโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์อีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อีกที่เห็นเด่นชัดในแปลงเกษตรในช่วงนี้</strong>&nbsp;คือ&nbsp;แปลงดอกดาวเรืองที่กำลังออกดอกบานเต็มต้นให้เกษตรกรเก็บในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;เช้า&nbsp;เพื่อส่งให้กับพ่อค้าคนกลางหรือผู้มาติดต่อซื้อที่แปลง&nbsp;โดยเฉลี่ยหลายร้อยดอกในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;เช้า&nbsp;และช่วงนี้เป็นช่วงที่เข้าสู่วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา&nbsp;คือ&nbsp;วันมาฆบูชา&nbsp;ทำให้มีการสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมากหลายเท่าตัว&nbsp;สร้างรายได้งามให้กับเกษตรกรผู้ปลูกดอกดาวเรืองเป็นอย่างดี&nbsp;โดยราคาส่งหน้าแปลงที่จำหน่ายในราคาส่งดอกละ&nbsp;50&nbsp;สตางค์&nbsp;ในแต่ละวันที่ดาวเรืองที่ปลูกอยู่เกษตรกรจะเก็บเกี่ยวได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า&nbsp;2,000-3,000&nbsp;ดอก&nbsp;แต่ช่วงวันพระจะเพิ่มสูงขึ้นนับเท่าตัว&nbsp;และยิ่งเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา&nbsp;จะมียอดการสั่งจองหลายเท่าตัว&nbsp;โดยจะเป็นพ่อค้าคนกลางที่จะนำไปจำหน่ายต่อ&nbsp;หรือสถานศึกษาก็ยังสั่งจองดอกดาวเรืองไปใช้&nbsp;ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นไปอีก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับดอกดาวเรืองที่เกษตรกรปลูก</strong>&nbsp;โดยใช้ปุ๋ยคอกจากมูลวัว&nbsp;ซึ่งได้รับวัวจากครอบครัวอภัยทานมูลนิธิวัดอินทาราม&nbsp;สมาชิกธนาคารวัวหลวงพ่อแดงนันทิโย&nbsp;(พระครูพิศิษฏ์ประชานาถ&nbsp;ดร.)&nbsp;เจ้าอาวาสวัดอินทาราม&nbsp;รองเจ้าคณะอำเภออัมพวา&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ได้อุปถัมภ์กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ประสานดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดยรองศาสตราจารย์&nbsp;ดร.วาสนา&nbsp;แก้วหล้า&nbsp;อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์&nbsp;ที่ได้ประสานงานโครงการฯในพื้นที่ขับเคลื่อนฯ&nbsp;ให้เกษตรกรพัฒนามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;โดยสาขาบ้านหนองบึงแห่งนี้ได้รับวัวไปแล้วจำนวน&nbsp;14&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ครัวเรือนละ&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;ปัจจุบันวัวตกลูกให้ผลผลิตกับสมาชิกหลายตัวแล้ว&nbsp;และได้ผลพลอยได้เป็นมูลวัว&nbsp;เพื่อนำไปใช้ในแปลงเกษตรให้คุณภาพผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้าน&nbsp;รวมทั้งเหลือเพื่อไปจำหน่ายสร้างรายได้เป็นอย่างดี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการปลูกแหนแดงเพื่อเลี้ยงไก่ไข่&nbsp;หญ้าเนเปียร์&nbsp;มะพร้าวจากอัมพวา</strong>&nbsp;ที่หลวงพ่อแดงให้มาปลูกในสวน&nbsp;ของเกษตกร&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งทั้งหมดจะเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรที่นอกจากปลูกข้าวแล้ว&nbsp;หัวมาปลูกพืชทางเลือกอื่นๆไว้เพิ่มรายได้อีกทาง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางทองสุข&nbsp;เอียนไธสง&nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจธนาคารวัวหลวงพ่อแดง&nbsp;สาขาบ้านหนองบึง</strong>&nbsp;เจ้าของแปลงที่ทำร่วมกับสามีและน้องชายสามี&nbsp;บอกว่า&nbsp;แปลงเกษตรตรงนี้&nbsp;เป็นการต่อยอดจากการที่ตนและครอบครัวเข้าเป็นสมาชิกของวิสาหกิจธนาคารวัวหลวงพ่อแดง&nbsp;ได้ผลผลิตจากมูลวัวนำมาใส่แปลงดอกดาวเรือง&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;แตงโม&nbsp;แตงกวา&nbsp;ทำให้ตนและสมาชิกมีรายได้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;ใช้การเกษตรที่หลวงพ่อแดงชี้แนะและอุปถัมภ์ต้นทุนในการพัฒนาต่อยอดให้เกิดผลประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตชาวบ้านอย่างยั่งยืนด้วยต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายเพลิน&nbsp;มะลิงาม&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหนองบึง</strong>&nbsp;ได้ขอเป็นตัวแทนกราบขอบพระคุณหลวงพ่อแดง&nbsp;เจ้าอาวาสวัดอินทาราม&nbsp;รองเจ้าคณะอำเภออัมพวา&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ที่หลวงพ่อได้ให้ต้นทุนกับชาวบ้านทั้งธนาคารวัว&nbsp;ไก่ไข่ให้ชาวบ้านเลี้ยง&nbsp;อ.วาสนา&nbsp;ที่ประสานงานขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมอาชีพให้กับชาวบ้านของตนได้ลืมตาอ้าปากได้ด้วยอาชีพเสริมที่ดี</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214141231957"],
    [423,"การประปานครหลวง ร่วมมือกรมชลประทาน ปฏิบัติการกระแทกลิ่มความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา","<p><strong>นายรักษ์ศักดิ์&nbsp;สุริยหาร&nbsp;รองผู้ว่าการการประปานครหลวง&nbsp;หรือ&nbsp;กปน.&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;&nbsp;จากการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยแล้งและสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;14-18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดย&nbsp;กปน.&nbsp;ได้ร่วมมือกับกรมชลประทาน&nbsp;ปฏิบัติการกระแทกลิ่มความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;&nbsp;(&nbsp;Water&nbsp;Hammer&nbsp;Operation&nbsp;)&nbsp;เพื่อผลักดันลิ่มความเค็มให้ห่างจากสถานีสูบน้ำดิบสำแลมากที่สุด&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;14-17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;รวมทั้งแผนรองรับอื่นๆ</p><p><strong>ปัจจุบันน้ำดิบในแม่น้ำเจ้าพระยา</strong>&nbsp;ณ&nbsp;สถานีสูบน้ำดิบสำแล&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นจุดรับน้ำดิบเพื่อนำมาผลิตน้ำประปา&nbsp;ค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยายังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแนะนำขององค์การอนามัยโลก&nbsp;(WHO)&nbsp;คือต่ำกว่า&nbsp;0.25&nbsp;กรัมต่อลิตร&nbsp;สามารถผลิตน้ำประปาตามปกติ&nbsp;ทั้งคุณภาพและรสชาติ&nbsp;ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าภาวะน้ำทะเลหนุนระลอกนี้&nbsp;จะไม่ส่งผลต่อการผลิตน้ำประปา&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น&nbsp;กปน.</strong>&nbsp;จะแจ้งให้ประชาชนรับทราบข้อมูลล่วงหน้า&nbsp;เพื่อให้ประชาชนวางแผนการใช้น้ำและสำรองน้ำประปาได้อย่างเหมาะสมทันท่วงที</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214153944018"],
    [424,"จ.ลำพูน ประกาศห้ามบุคคลทำการเผาในพื้นที่โล่ง ลดปัญหาฝุ่น pm2.5 เริ่ม 20 ก.พ.-30 เม.ษ.65","<p><strong>นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ทางจังหวัดได้มีการประกาศห้ามบุคคลทำการเผาในพื้นที่โล่ง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์-30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เนื่องจากช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม-31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;พบจุดความร้อนจำนวนมาก&nbsp;จากการตรวจจับของดาวเทียมระบบ&nbsp;VIIR&nbsp;ซึ่งพบจำนวน&nbsp;2,823&nbsp;จุด&nbsp;ทำให้เกิดพื้นที่&nbsp;ที่ถูกเผาไหม้&nbsp;จำนวน&nbsp;411,650&nbsp;ไร่&nbsp;ทั้งยังก่อให้เกิดปัญหาการสะสมของฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม</strong>หากผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย&nbsp;ปรับต่ำสุดตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;หมื่น&nbsp;สูงสุด&nbsp;2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จำคุกต่ำสุดตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;สูงสุด&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;ทั้งนี้หากพบเห็นการกระทำผิด&nbsp;สามารถแจ้ง&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;นายกเทศมนตรี&nbsp;หรือนายอำเภอ&nbsp;เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการตามกฎหมายต่อไป</p><p>เบอร์โทรติดต่อ</p><p>-ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดลำพูน&nbsp;053-562963</p><p>-ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน&nbsp;/&nbsp;ทุกแห่ง&nbsp;สายด่วน&nbsp;191</p><p>-ส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า&nbsp;สายด่วน&nbsp;1362&nbsp;หรือโทร&nbsp;053-232019</p><p>-สายด่วนทางหลวง&nbsp;1586</p><p>-สายด่วนทางหลวงชนบท&nbsp;1146</p><p>-นายอำเภอเมืองลำพูน&nbsp;081-8674377</p><p>-นายอำเภอป่าซาง&nbsp;081-8674380</p><p>-นายอำเภอลี้&nbsp;081-8674419</p><p>-นายอำเภอแม่ทา&nbsp;081-8674409</p><p>-นายอำเภอบ้านโฮ่ง&nbsp;081-8674397</p><p>-นายอำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;081-8674423</p><p>-นายอำเภอเวียงหนองล่อง&nbsp;081-8674425</p><p>-นายอำเภอบ้านธิ&nbsp;081-8674424</p><p>&nbsp;</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สวท.ลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214143802981"],
    [425,"ประวิตร กำชับพื้นที่ 4 จังหวัดภาคอีสานเร่งเพิ่มระบบน้ำผิวดินและใต้ดิน เพื่อแก้ปัญหาประชาชนขาดแคลนน้ำช่วงหน้าแล้ง","<p><strong>รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;กำชับพื้นที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือเร่งเพิ่มระบบน้ำผิวดินและใต้ดิน&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาประชาชนขาดแคลนน้ำช่วงหน้าแล้ง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวถึงความก้าวหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนสร้างความมั่นคงด้านน้ำตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;คือ&nbsp;สกลนคร&nbsp;นครพนม&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;และร้อยเอ็ด&nbsp;ว่า&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้กำชับเพิ่มขีดความสามารถการบรรเทาอุทกภัยช่วงฤดูฝน&nbsp;เก็บกักน้ำไว้ใช้ประโยชน์ระยะยาว&nbsp;และโครงการที่ได้รับการอนุมัติงบกลางเพื่อป้องกันและแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ&nbsp;อย่างโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ</p><p>ที่กระจายอยู่ในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;สามารถเก็บกักน้ำสำหรับใช้การอุปโภค-บริโภคและการเกษตรช่วงหน้าแล้ง&nbsp;ลดผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม&nbsp;ส่งเสริมรายได้ให้ประชาชนในสถานการณ์โควิด&nbsp;ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนน้ำได้อย่างดี&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โครงการระบบส่งน้ำเครือข่ายน้ำหนองหวาย&nbsp;จ.สกลนคร&nbsp;ช่วยแก้การขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;1,150&nbsp;ไร่&nbsp;สนับสนุนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคกว่า&nbsp;600&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายน้ำกว่า&nbsp;2,000&nbsp;ไร่&nbsp;ปัจจุบันเปิดใช้งานแล้ว&nbsp;และจะขยายผลระยะที่&nbsp;2&nbsp;ในปี&nbsp;2566&nbsp;&nbsp;2567&nbsp;//&nbsp;โครงการประตูระบายน้ำธรณิศนฤมิต&nbsp;จ.นครพนม&nbsp;อยู่ในแผนงานก่อสร้างหลักโครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ช่วยเก็บกักน้ำสนับสนุนการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;รวมประมาณ&nbsp;22,000&nbsp;ไร่&nbsp;โดยเฉพาะป้องกันปัญหาน้ำท่วมพื้นที่เพาะปลูกหน้าน้ำหลาก&nbsp;และขาดแคลนน้ำเพาะปลูกในหน้าแล้ง&nbsp;//&nbsp;โครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงเพื่อส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;จ.กาฬสินธุ์&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&nbsp;760&nbsp;ไร่&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;โครงการน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;จ.ร้อยเอ็ด&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลทั้ง&nbsp;2&nbsp;โครงการช่วยส่งเสริมอาชีพเกษตรให้มีความมั่นคง&nbsp;มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น&nbsp;ลดปัญหาด้านสังคมการย้ายถิ่นฐาน&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ต้องอาศัยเกษตรน้ำฝนการมีแหล่งน้ำไว้ใช้จะลดความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำได้อย่างดี&nbsp;เช่น&nbsp;ต.สะอาดสมบูรณ์&nbsp;จ.ร้อยเอ็ด&nbsp;ที่มีแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่รวม&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;จึงให้&nbsp;สทนช.พิจารณาแผนงานโครงการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มความจุเก็บกัก&nbsp;จะช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำให้เกษตรกรในพื้นที่ได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;4&nbsp;จังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือและลุ่มน้ำชียังประสบปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยอยู่&nbsp;รัฐบาลจึงเร่งแก้ปัญหาผ่านแผนงานโครงการต่างๆ&nbsp;ทั้งการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ&nbsp;พัฒนาแหล่งเก็บกักน้ำ&nbsp;ป้องกันน้ำท่วมชุมชนเมือง&nbsp;พัฒนาและปรับปรุงระบบส่งน้ำ&nbsp;จนสามารถบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนด้านน้ำทั้งน้ำท่วม&nbsp;น้ำแล้ง&nbsp;และคุณภาพน้ำให้กับประชาชน&nbsp;โดยปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;2567&nbsp;สทนช.&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะขยายเขตจำหน่ายน้ำประปา&nbsp;การพัฒนาหนองหาร&nbsp;ขุดลอกลำน้ำสาขาลำน้ำก่ำ&nbsp;จ.สกลนคร&nbsp;//&nbsp;ระบบระบายน้ำหลักพื้นที่ชุมชนเมืองนครพนม&nbsp;จ.นครพนม&nbsp;//&nbsp;พัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน&nbsp;อ.กุฉินารายณ์&nbsp;แก้มลิงหนองกุดเชื่อมพร้อมอาคารประกอบ&nbsp;จ.กาฬสินธุ์&nbsp;//&nbsp;การพัฒนาระบบน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;อ.โพธิ์ชัย&nbsp;หนองพอกและโพนทอง&nbsp;และอาคารผันน้ำลำน้ำยังสู่บึงเกลือ&nbsp;อ.เสลภูมิ&nbsp;จ.ร้อยเอ็ด</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214144529987"],
    [426,"****ซ้ำ****วันแห่งความรัก ปลูกต้นกัญชาต้นแรก ในสวนกัญชาแห่งแรก ของจังหวัดหนองบัวลำภู โครงการผลิตกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ณ&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มปลูกพืชสมุนไพรทางเลือกและการแปรรูป&nbsp;อำเภอเมืองหนองบัวลำภู</strong>&nbsp;นายสุวิทย์&nbsp;จันทร์หวร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;เป็นประธานเปิดสวนกัญชาแห่งแรกและการปลูกกัญชาต้นแรกของจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ตามโครงการผลิตกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์&nbsp;โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกพืชสมุนไพรทางเลือกและการแปรรูป&nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษา&nbsp;นวมินทราชินี&nbsp;บ้านทุ่งโปร่ง&nbsp;ตำบลกุดจิก&nbsp;อำเภอเมืองหนองบัวลำภู&nbsp;ดำเนินการตามโครงการผลิตกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์&nbsp;ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและชุมชนในระยะที่&nbsp;2&nbsp;โดยได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการอาหารและยา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;6&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ใบอนุญาตเลขที่&nbsp;204/2564&nbsp;ซึ่งเป็นสวนกัญชาแห่งแรกของจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;และได้กำหนดปลูกต้นกัญชาต้นแรก&nbsp;ในวันที่&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;หรือวันแห่งความรัก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ</strong>&nbsp;สร้างแรงงบันดาลใจในการพัฒนาศักยภาพ&nbsp;ต่อยอด&nbsp;พัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าแปรรูปจากกัญชา&nbsp;รวมถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยการสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้ให้คนในชุมชน&nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;โดยจะนำกัญชามาเป็นสมุนไพรทางเลือกอีกชนิดหนึ่งในการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ในการนี้&nbsp;นายสุวิทย์&nbsp;จันทร์หวร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ประชาชนและผู้ร่วมงาน&nbsp;ได้&nbsp;ร่วมกันปลูกต้นกัญชาคนละ&nbsp;1&nbsp;ต้น&nbsp;ในโรงเรือนแปลงปลูกกัญชา&nbsp;</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองบัวลำภู","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214150943002"],
    [427,"มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ จัดอบรมเชิงปฎิบัติการแหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีไทย Earth Safe","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(13&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;อาคารคณะเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน</strong>&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน&nbsp;วิทยาเขตสุรินทร์&nbsp;จัดอบรมเชิงปฎิบัติการแหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีไทย&nbsp;Earth&nbsp;Safe&nbsp;โดยได้รับเกียรติจากนายนิวัติ&nbsp;น้อยผาง&nbsp;รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;นายชูศักดิ์&nbsp;ยิ่งรุ่งโรจน์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ร่วมพิธีเปิดอบรม&nbsp;มีผู้เข้าร่วมอบรมเป็นเครือข่ายการทำเกษตรอินทรีย์ของจังหวัดสุรินทร์&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;30&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน&nbsp;วิทยาเขตสุรินทร์</strong>&nbsp;ได้ดำเนินโครงการแหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์&nbsp;ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ในพื้นที่มหาวิทยาลัยฯ&nbsp;พื้นที่บ้านตาเตียว&nbsp;ตำบลนอกเมือง&nbsp;อำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่โดยรอบมหาวิทยาลัย&nbsp;ได้มีส่วนร่วมในการดำเนินงาน&nbsp;โครงการแหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างอาหารปลอดภัยให้กับชุมชน&nbsp;โดยวิทยากร&nbsp;คุณสัณหจุฑา&nbsp;จิราธิวัตน์&nbsp;ประธานมูลนิธิรักษ์ดินรักษ์น้ำ&nbsp;บรรยายเรื่องมาตรฐาน&nbsp;Earth&nbsp;Safe&nbsp;อินทรีย์วิถีไทย&nbsp;เกษตรยุคใหม่และการวางแผนการผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;และการแปรรูป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;นายนิวัติ&nbsp;น้อยผาง&nbsp;รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เราจะต้องขับเคลื่อนโลกไปสู่ความยั่งยืน&nbsp;ปลุกพลังคนบ้านสวน&nbsp;Change&nbsp;for&nbsp;Good&nbsp;มุ่งสร้างชุมชนเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ด้วยศาสตร์ของพระราชา&nbsp;เพื่อที่จะเจริญรุ่งเรืองด้วยกัน&nbsp;สันติสุขด้วยกัน</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214151952009"],
    [428,"กมธ.การเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเวทีสัมมนา แนวทางการส่งเสริมและพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้เข้มแข็งและยั่งยืน\" ที่จังหวัดตราด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายศักดินัย&nbsp;นุ่มหนู&nbsp;รองประธานกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;</strong>(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด)&nbsp;เป็นประธานเปิดเวทีสัมมนา&nbsp;เรื่อง&nbsp;แนวทางการส่งเสริมและพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้เข้มแข็งและยั่งยืน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมหมาย&nbsp;ชื่นกมล&nbsp;สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด&nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงาน&nbsp;โดยมีผู้ร่วมสัมมนา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นายคำพอง&nbsp;เทพาคำ&nbsp;โฆษกคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;นางสาว&nbsp;ญาณธิชา&nbsp;บัวเผื่อน&nbsp;(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เขต&nbsp;3)&nbsp;นายฐนันดร์&nbsp;สุทธิพิศาล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่&nbsp;9&nbsp;นายธำรงศักดิ์&nbsp;นคราวงศ์&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานตราด&nbsp;และ&nbsp;นายปราโมทย์&nbsp;จันทร์กระจ่าง&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสะตอ&nbsp;โดยมีเกษตรกรชาวสวนกว่า&nbsp;100&nbsp;คนเข้ารับฟังการจัดเวทีครั้งนี้&nbsp;ที่ลานอเนกประสงค์&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลสะตอ&nbsp;อำเภอเขาสมิง&nbsp;จังหวัดตราด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับการจัดเวทีสัมมนา&nbsp;เรื่อง&nbsp;แนวทางการส่งเสริมและพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้เข้มแข็งและยั่งยืน</strong>&nbsp;ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการการเกษตรเชิงคุณภาพให้กับเกษตรกร&nbsp;ทั้งยังเป็นการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้แนวคิด&nbsp;และมุมมองด้านการเกษตร&nbsp;ระหว่างเกษตรกรและนักวิชาการ&nbsp;โดยเฉพาะเป็นการเปิดโอกาสให้เกษตรกรสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่&nbsp;และร่วมหาทางออกอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ&nbsp;เช่น&nbsp;ปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำด้านการเกษตร&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการยกระดับของการรวมกลุ่มของพี่น้องเกษตรกรเพื่อสร้างอำนาจในการต่อรอง&nbsp;และคุ้มครองปกป้องผลประโยชน์ของตัวเกษตรกรเอง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายศักดินัย&nbsp;นุ่มหนู&nbsp;รองประธาน&nbsp;กรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พื้นที่&nbsp;อ.เขาสมิง&nbsp;เป็นพื้นที่สำคัญด้านการเกษตรของ&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;โดยมีเนื้อที่ทางการเกษตรกว่า&nbsp;242,829&nbsp;ไร่&nbsp;มากเป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของจังตราด&nbsp;โดยเฉพาะผลไม้หลักทั้ง&nbsp;4&nbsp;ชนิด&nbsp;รวมทั้งยางพาราและปาล์มน้ำมัน&nbsp;ทั้งนี้ชีวิตเกษตรกรจะเข้มแข็งและยั่งยืนได้นั้น&nbsp;ปัจจัยสำคัญในการทำเกษตรต้องมีแหล่งน้ำที่เพียงพอในการทำเกษตร&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลสะตอ&nbsp;มักจะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำด้านการเกษตรทุกปี&nbsp;ในการสัมมนาครั้งนี้จะมีการพูดคุยกันถึงในเรื่องโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอ&nbsp;และโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองแอ่ง&nbsp;ของกรมชลประทาน&nbsp;ที่ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร&nbsp;จึงได้มีการเปิดสัมมนาให้ชาวบ้านผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจริงๆ&nbsp;ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น&nbsp;เนื่องจากขณะนี้ผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรชาวสวนโดยเฉพาะสวนผลไม้กำลังผลิดอกออกผล&nbsp;ซึ่งจะมีการหารือว่าในปีนี้จะมีการบริหารจัดการน้ำอย่างไรให้เพียงพอต่อเกษตรกร&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับการดำเนินการโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอ</strong>&nbsp;จะสร้างในพื้นที่&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;บ้านมะอึกแรด&nbsp;ตำบลหนองบอน&nbsp;อำเภอบ่อไร่&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;และ&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;บ้านโชคดี&nbsp;ตำบลบ่อเวฬุ&nbsp;อำเภอขลุง&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;มีระยะเวลาดำเนินการก่อสร้าง&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;(2567-2570)&nbsp;วงเงินงบประมาณ&nbsp;990,000,000&nbsp;บาท&nbsp;และหากอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ถูกสร้างเสร็จจะสามารถเก็บกักน้ำได้&nbsp;57.27&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;จะมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ถึง&nbsp;68,000&nbsp;ไร่&nbsp;ใน&nbsp;6&nbsp;ตำบลของทั้ง&nbsp;2&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;จะมีพื้นที่ได้รับผลประโยชน์คือ&nbsp;ตำบลสะตอ&nbsp;ตำบลเทพนิมิต&nbsp;ตำบลประณีต&nbsp;ของ&nbsp;อำเภอเขาสมิง&nbsp;ตำบลบ่อพลอย&nbsp;อำเภอบ่อไร่&nbsp;&nbsp;ส่วน&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;จะมีพื้นที่ได้รับผลประโยชน์คือ&nbsp;ตำบลบ่อเวฬุ&nbsp;ตำบลตกพรม&nbsp;อำเภอขลุง&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;&nbsp;ส่วนโครงการสร้าง&nbsp;อ่างเก็บน้ำคลองแอ่ง&nbsp;อำเภอบ่อไร่&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ที่จะถูกสร้างที่บ้านตรอกเกสร&nbsp;ตำบลหนองบอน&nbsp;อำเภอบ่อไร่&nbsp;จจังหวัดตราด&nbsp;เป็นอ่างความจุขนาด&nbsp;35.38&nbsp;ล้านลูกบาศ์เมตร&nbsp;ระยะเวลาดำเนินการสร้าง&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;(&nbsp;2566-2569&nbsp;)&nbsp;วงเงินงบประมาณ&nbsp;680,000,000&nbsp;บาท&nbsp;หากสร้างแล้วเสร็จจะมีพื้นที่ได้รับประโยชน์จำนวนกว่า&nbsp;30,000&nbsp;ไร่&nbsp;ครอบคลุม&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;ตำบลหนองบอน&nbsp;ตำบลช้างทูล&nbsp;และ&nbsp;ตำบลบ่อพลอย&nbsp;อำเภอบ่อไร่&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214161020034"],
    [429,"จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเกือบ 700 จุดโดยเฉพาะภาคเหนือ ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเกือบ&nbsp;700&nbsp;จุด&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือ&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือของไทย</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(13&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;691&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อน&nbsp;394&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;271&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;187&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;104&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;79&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;43&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุดอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;ลำปาง&nbsp;143&nbsp;จุด&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;119&nbsp;จุด&nbsp;และน่าน&nbsp;65&nbsp;จุด&nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;โดยจุดความร้อนกลับมากระจายตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้ง&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือมีจุดความร้อนพุ่งสูงถึง&nbsp;447&nbsp;จุด&nbsp;ส่งผลให้เช้าวันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;บริเวณพื้นที่ภาคเหนืออยู่ในระดับปานกลาง&nbsp;คาดว่า&nbsp;สาเหตุอาจเกิดจากการเผาเพื่อหาของป่าและล่าสัตว์จนเกิดการลุกลาม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;5,540&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;5,530&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;3,529&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&nbsp;1,839&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นกัมพูชา&nbsp;1,196&nbsp;จุด&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;จำนวน&nbsp;691&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่เมียนมาอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ&nbsp;</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214154717025"],
    [430,"เกษตรกรนครพนม มุ่งสู่ มหานครแห่งไบโอชาร์ ลดต้นทุน เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จังหวัดนครพนม&nbsp;มีประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม</strong>&nbsp;และมักประสบปัญหาค่าใช้จ่ายด้านการเกษตรที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;เนื่องจากสภาพดินขาดความอุดมสมบูรณ์เพราะมีการใช้ประโยชน์จากดินที่ไม่ถูกวิธี&nbsp;ส่งผลให้เกษตรนำเอาสารเคมีเข้ามาเป็นตัวช่วย&nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิตแล้ว&nbsp;แต่กลับมีผลเสียต่อสุขภาพ&nbsp;และคุณภาพของดินที่เสื่อมโทรมด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนมได้เล็งเห็นถึงสภาพปัญหาดังกล่าว&nbsp;จึงได้ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอปลาปากจัดกิจกรรมงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;ภายใต้โครงการศึกษาการจัดการ&nbsp;ดิน&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;และน้ำ&nbsp;อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ณ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;บ้านโคกสูง&nbsp;ตำบลโคกสูง&nbsp;อำเภอปลาปาก&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การนำวัสดุทางการเกษตรเผาเป็นถ่านชีวภาพสำหรับปรับปรุงดิน&nbsp;สร้างทัศนคติให้เกษตรกรยอมรับการใช้ถ่านชีวภาพปรับปรุงดิน&nbsp;การใช้ถ่านชีวภาพร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วม&nbsp;จำนวน&nbsp;70&nbsp;ราย&nbsp;โดยภายในงานมีการจัดสถานีเรียนรู้&nbsp;3&nbsp;สถานี&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.การผลิตถังไบโอชาร์&nbsp;2.การผลิตถ่านไบโอชาร์&nbsp;3.การใช้ประโยชน์ไบโอชาร์ในการเกษตรและการสร้างมูลค่าเพิ่ม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับ&nbsp;ถ่านไบโอชาร์&nbsp;(Biochar)</strong>&nbsp;เป็นถ่านชีวภาพที่ผลิตจากชีวมวล&nbsp;เช่น&nbsp;วัสดุทางการเกษตรต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มีคุณสมบัติแตกต่างจากถ่านทั่วไปที่เน้นใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงบำรุงดินเป็นหลัก&nbsp;เนื่องจากมีรูพรุนสูง&nbsp;ช่วยในการปรับสภาพของดิน&nbsp;ทั้งการอุ้มน้ำ&nbsp;การระบายอากาศ&nbsp;ช่วยในการดูดธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช&nbsp;ลดความเป็นกรดด่างของดิน&nbsp;และที่สำคัญคือเป็นที่อยู่ของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อพืชในดินที่สำคัญช่วยดูดซับธาตุอาหารที่มีประจุบวกทำให้มีธาตุอาหารที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;ปลดปล่อยธาตุอาหารให้กับพืชอย่างช้า&nbsp;ๆ&nbsp;ทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดีขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการผลิตไบโอชาร์</strong>&nbsp;เป็นการผลิตที่ใช้กระบวนการ&nbsp;Pyrolysis&nbsp;ซึ่งมีหลักการที่สำคัญคือผ่านความร้องโดยไม่ใช้ออกซิเจน&nbsp;โดยใช้อุณหภูมิประมาณ&nbsp;500-700&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ผลผลิตที่ได้จะมีลักษณะคล้ายกับถ่านทั่วไป&nbsp;แต่จะมีน้ำหนักที่เบา&nbsp;มีความเป็นมันเงาและคงสภาพของวัสดุที่เผาได้มากกว่า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยขั้นตอนในการผลิตถ่านไบโอชาร์</strong>&nbsp;เริ่มต้นจากการจัดทำเตาในการเผาโดยจะนำถังเหล็กขนาด&nbsp;200&nbsp;ลิตร&nbsp;มาตัดและประกอบเป็นเตาเผาซึ่งจะประกอบไปด้วย&nbsp;3&nbsp;ส่วน&nbsp;คือ&nbsp;ส่วนฐานของเตาเผา&nbsp;ส่วนเตาเผา&nbsp;และส่วนฝาครอบพร้อมปล่องควัน&nbsp;พร้อมทั้งเจาะรูเป็นรูปสามเหลี่ยมรอบ&nbsp;ๆ&nbsp;ตัวถัง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับวัสดุที่จะใช้ในการเผาถ่านไบโอชาร์อาจจะใช้กิ่งไม้ขนาดเล็ก&nbsp;หรือเศษใบไม้และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ในพื้นที่</strong>&nbsp;โดยจะต้องใส่ให้แน่นเต็มถังเพื่อไม่ให้มีอากาศในถังมาก&nbsp;ใช้ฟางข้าววางทับบนวัสดุดังกล่าว&nbsp;เพื่อเป็นเชื้อเพลิงในการเผา&nbsp;เมื่อจุดไฟติดแล้วให้นำฝาครอบพร้อมปล่องควันมาวางปิดทับบนฝาถัง&nbsp;จะสังเกตได้ว่ามีควันแค่เล็กน้อยตอนจุดไฟที่ฟางเท่านั้น&nbsp;ประมาณ&nbsp;5&nbsp;นาทีควันก็จะหายไป&nbsp;ซึ่งขบวนเผาแบบไบโอชาร์&nbsp;หรือ&nbsp;Gasifier&nbsp;นี้&nbsp;จะเป็นการเผาแบบข้างบนลงข้างล่างเป็นการเผาแบบไร้ควัน&nbsp;เปลวไฟที่ลุกขึ้นมานั้นจะมาชนก้นถังเล็กน้อย&nbsp;ซึ่งโดยปกติแล้วการเผาถ่านทั่วไปเมื่อไฟติดแล้วจะมีควันออกมาทางปล่องควันเลย&nbsp;แต่การเผาด้วยวิธีการนี้ได้ทำการเจาะเป็นสามเหลี่ยมไว้&nbsp;เพื่อให้ออกซิเจนจากข้างนอกจะไหลเข้าไปในถังจากช่องสามเหลี่ยมแล้วก็ไปผสมกับควันที่เกิดจากการเผาไหม้ทำให้ช่วยเผาไหม้ควันเสียสนิททำให้ไม่มีควันออกมารบกวนระหว่างการเผา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ระยะเวลาในการเผาถ่านไบโอชาร์ใช้เวลาประมาณ&nbsp;1-2&nbsp;ชั่วโมง</strong>&nbsp;ขึ้นอยู่กับว่าใช้ไม้เนื้ออ่อนหรือแข็งมากแค่ไหนสำหรับวิธีการสังเกตดูว่าไฟไหม้ถึงไหน&nbsp;หรือว่าไหม้ไม้หมด&nbsp;หรือยัง&nbsp;ให้สังเกตดูถังว่ามีสีดำถึงบริเวณไหน&nbsp;โดยให้รอจนกว่าจะเผาเสร็จและไฟดับไปเอง&nbsp;จากนั้น&nbsp;จึงเปิดฝาถังและเทถ่านไบโอชาร์บนวัสดุที่ใช้รอง&nbsp;และตากไว้ให้เย็น&nbsp;จากนั้นจึงนำมาบดให้เป็นชิ้นเล็ก&nbsp;ๆ&nbsp;ก่อนนำไปใช้ประโยชน์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับการใช้ประโยชน์จากถ่านชีวภาพสามารถใช้ลดต้นทุนในการผลิตทางการเกษตร</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.การทำให้ถ่านชีวภาพมีขนาดเล็กที่สุด&nbsp;และคลุกเคล้าผสมกับดิน&nbsp;2.ผสมถ่านชีวภาพกับปุ๋ยหมัก&nbsp;หรือปุ๋ยคอก&nbsp;ในอัตราส่วนร้อยละ&nbsp;50&nbsp;โดยคลุกผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน&nbsp;3.นำถ่านชีวภาพผสมกับปุ๋ยหมักไปโรยลงบนดิน&nbsp;ในขั้นตอนการเตรียมดินก่อนปลูกพืช&nbsp;นอกจากคุณสมบัติในการปรับปรุงบำรุงดินแล้วยังทำให้พืชแข็งแรงและเจริญเติบโตได้ดีมากยิ่งขึ้น</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214162945054"],
    [431,"เร่งเครื่องโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ จังหวัดสกลนครและนครพนม หวังบรรเทาทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ลงพื้นที่ไปติดตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและแผนบริหารจัดการน้ำหน้า&nbsp;แล้งปี&nbsp;2564/65&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสกลนครและนครพนม</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;มีสภาพพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มใกล้แม่น้ำโขง&nbsp;มักประสบปัญหาอุทกภัยในช่วงฤดูฝน&nbsp;เนื่องจากไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน&nbsp;และในช่วงฤดูแล้งมักประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ&nbsp;กรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำ&nbsp;(ปตร.)&nbsp;7&nbsp;โครงการ&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำจังหวัดสกลนครและจังหวัดนครพนม&nbsp;ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;เพื่อใช้ในการบริหารจัดการน้ำทั้งในฤดูแล้งและฤดูฝน&nbsp;สามารถเก็บกักน้ำได้รวม&nbsp;53&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มีพื้นที่ได้รับประโยชน์กว่า&nbsp;167,500&nbsp;ไร่&nbsp;ปัจจุบันกรมชลประทาน&nbsp;อยู่ระหว่างก่อสร้างประตูระบายน้ำลำน้ำพุง-น้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;สำหรับใช้ตัดยอดน้ำในช่วงน้ำหลาก&nbsp;ก่อนจะไหลลงสู่หนองหาร&nbsp;พร้อมทั้งปรับปรุงเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำของลำน้ำสายต่างๆ&nbsp;เพื่อผันน้ำส่วนที่เกินศักยภาพของลำน้ำพุงไปลงลำน้ำก่ำ&nbsp;ช่วยบรรเทาผลกระทบจากน้ำจำนวนมากที่จะไหลล้นหนองหารไปท่วมพื้นที่โดยรอบ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ส่วนโครงการประตูระบายน้ำบ้านก่อพร้อมระบบส่งน้ำ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;จะใช้ในการจัดจราจรน้ำ&nbsp;ด้วยการหน่วงและระบายน้ำให้เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา&nbsp;ในกรณีที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขงสูง&nbsp;น้ำในแม่น้ำสงครามจะไม่สามารถไหลลงไปได้&nbsp;ทำให้มีน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนของประชาชน&nbsp;ในขณะที่ช่วงเเล้งประตูระบายน้ำเหล่านี้จะทำหน้าที่เก็บกักน้ำในลำน้ำเป็นช่วงๆ&nbsp;เก็บกักน้ำไว้ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์&nbsp;หากทั้ง&nbsp;2&nbsp;โครงการแล้วเสร็จสมบูรณ์&nbsp;จะเป็นแหล่งน้ำต้นทุน&nbsp;ช่วยเหลือน้ำอุปโภคบริโภคและการเกษตร&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่กว่า&nbsp;88,000&nbsp;ไร่&nbsp;ทั้งยังช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งในอนาคตได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214194608120"],
    [432,"ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้าจังหวัดระยอง เรียกบริษัท SPRC ชี้แจงปริมาณน้ำมันรั่วไหลกลางทะเลทั้ง 2 รอบที่แท้จริง หลังประชาชนเคลือบแคลงสงสัยจำนวนน้ำมันรั่ว","<p><strong>ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้า&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;หมู่บ้านสบายสบายรีสอร์ท&nbsp;หาดแม่รำพึง</strong>&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ว่าที่&nbsp;ร.ต.พิรุณ&nbsp;เหมะรักษ์&nbsp;รอง&nbsp;ผวจ.ระยอง&nbsp;เป็นประธานประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ติดตามความคืบหน้ากรณีน้ำมันดิบของ&nbsp;บ.สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;รั่วไหลกลางทะเล&nbsp;2&nbsp;รอบ</p><p><strong>ว่าที่&nbsp;ร.ต.พิรุณ&nbsp;เหมะรักษ์&nbsp;รอง&nbsp;ผวจ.ระยอง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในที่ประชุมวันนี้&nbsp;ได้มีการเรียกบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;มาชี้แจงข้อเท็จจริงถึงปริมาณน้ำมันดิบที่รั่วไหล&nbsp;หลังประชาชนเคลือบแคลงใจในปริมาณที่รั่วไหลซึ่งข้อมูลตัวเลขที่เผยแพร่ออกมายังไม่ชัดเจน&nbsp;เบื้องต้นได้ให้บริษัทฯ&nbsp;ไปคำนวณตัวเลขปริมาณที่แท้จริง&nbsp;และตรวจสอบว่ายังมีน้ำมันค้างท่ออยู่อีกหรือไม่&nbsp;พร้อมกับตรวจสอบปริมาณน้ำมันที่รั่วหลงเหลือในทะเลว่ามีจำนวนที่แท้จริงเท่าไหร่&nbsp;เพื่อจะได้ตอบข้อซักถามประชาชน&nbsp;ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชน&nbsp;ส่วนก้อนน้ำมันสีดำเล็กๆ&nbsp;ที่ขึ้นตามชายหาด&nbsp;มีเจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บและนำไปตรวจสอบแล้ว&nbsp;ซึ่งจากการตรวจสอบทุกจุดของหาดขณะนี้ไม่พบว่าขึ้นมาแล้ว&nbsp;พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเฝ้าระวังชายหาดทุกวัน&nbsp;รวมทั้งมีนักประดาน้ำดำดูสภาพใต้ทะเลทุกวันเช่นกัน</p><p><strong>ส่วนที่บริเวณหน้าหมู่บ้านสบายสบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;หาดแม่รำพึง</strong>&nbsp;ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;และประชาชนจิตอาสา&nbsp;ได้ร่วมกันเก็บขยะตลอดแนวชายหาด&nbsp;เพื่อให้ชายหาดมีความสะอาด&nbsp;และสวยงาม&nbsp;เป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดระยอง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายศักดินัย&nbsp;นุ่มหนู&nbsp;รองประธานกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;</strong>(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด)&nbsp;เป็นประธานเปิดเวทีสัมมนา&nbsp;เรื่อง&nbsp;แนวทางการส่งเสริมและพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้เข้มแข็งและยั่งยืน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมหมาย&nbsp;ชื่นกมล&nbsp;สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด&nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงาน&nbsp;โดยมีผู้ร่วมสัมมนา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นายคำพอง&nbsp;เทพาคำ&nbsp;โฆษกคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;นางสาว&nbsp;ญาณธิชา&nbsp;บัวเผื่อน&nbsp;(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เขต&nbsp;3)&nbsp;นายฐนันดร์&nbsp;สุทธิพิศาล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่&nbsp;9&nbsp;นายธำรงศักดิ์&nbsp;นคราวงศ์&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานตราด&nbsp;และ&nbsp;นายปราโมทย์&nbsp;จันทร์กระจ่าง&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสะตอ&nbsp;โดยมีเกษตรกรชาวสวนกว่า&nbsp;100&nbsp;คนเข้ารับฟังการจัดเวทีครั้งนี้&nbsp;ที่ลานอเนกประสงค์&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลสะตอ&nbsp;อำเภอเขาสมิง&nbsp;จังหวัดตราด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับการจัดเวทีสัมมนา&nbsp;เรื่อง&nbsp;แนวทางการส่งเสริมและพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้เข้มแข็งและยั่งยืน</strong>&nbsp;ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการการเกษตรเชิงคุณภาพให้กับเกษตรกร&nbsp;ทั้งยังเป็นการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้แนวคิด&nbsp;และมุมมองด้านการเกษตร&nbsp;ระหว่างเกษตรกรและนักวิชาการ&nbsp;โดยเฉพาะเป็นการเปิดโอกาสให้เกษตรกรสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่&nbsp;และร่วมหาทางออกอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ&nbsp;เช่น&nbsp;ปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำด้านการเกษตร&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการยกระดับของการรวมกลุ่มของพี่น้องเกษตรกรเพื่อสร้างอำนาจในการต่อรอง&nbsp;และคุ้มครองปกป้องผลประโยชน์ของตัวเกษตรกรเอง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายศักดินัย&nbsp;นุ่มหนู&nbsp;รองประธาน&nbsp;กรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พื้นที่&nbsp;อ.เขาสมิง&nbsp;เป็นพื้นที่สำคัญด้านการเกษตรของ&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;โดยมีเนื้อที่ทางการเกษตรกว่า&nbsp;242,829&nbsp;ไร่&nbsp;มากเป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของจังตราด&nbsp;โดยเฉพาะผลไม้หลักทั้ง&nbsp;4&nbsp;ชนิด&nbsp;รวมทั้งยางพาราและปาล์มน้ำมัน&nbsp;ทั้งนี้ชีวิตเกษตรกรจะเข้มแข็งและยั่งยืนได้นั้น&nbsp;ปัจจัยสำคัญในการทำเกษตรต้องมีแหล่งน้ำที่เพียงพอในการทำเกษตร&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลสะตอ&nbsp;มักจะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำด้านการเกษตรทุกปี&nbsp;ในการสัมมนาครั้งนี้จะมีการพูดคุยกันถึงในเรื่องโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอ&nbsp;และโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองแอ่ง&nbsp;ของกรมชลประทาน&nbsp;ที่ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร&nbsp;จึงได้มีการเปิดสัมมนาให้ชาวบ้านผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจริงๆ&nbsp;ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น&nbsp;เนื่องจากขณะนี้ผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรชาวสวนโดยเฉพาะสวนผลไม้กำลังผลิดอกออกผล&nbsp;ซึ่งจะมีการหารือว่าในปีนี้จะมีการบริหารจัดการน้ำอย่างไรให้เพียงพอต่อเกษตรกร&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับการดำเนินการโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอ</strong>&nbsp;จะสร้างในพื้นที่&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;บ้านมะอึกแรด&nbsp;ตำบลหนองบอน&nbsp;อำเภอบ่อไร่&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;และ&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;บ้านโชคดี&nbsp;ตำบลบ่อเวฬุ&nbsp;อำเภอขลุง&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;มีระยะเวลาดำเนินการก่อสร้าง&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;(2567-2570)&nbsp;วงเงินงบประมาณ&nbsp;990,000,000&nbsp;บาท&nbsp;และหากอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ถูกสร้างเสร็จจะสามารถเก็บกักน้ำได้&nbsp;57.27&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;จะมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ถึง&nbsp;68,000&nbsp;ไร่&nbsp;ใน&nbsp;6&nbsp;ตำบลของทั้ง&nbsp;2&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;จะมีพื้นที่ได้รับผลประโยชน์คือ&nbsp;ตำบลสะตอ&nbsp;ตำบลเทพนิมิต&nbsp;ตำบลประณีต&nbsp;ของ&nbsp;อำเภอเขาสมิง&nbsp;ตำบลบ่อพลอย&nbsp;อำเภอบ่อไร่&nbsp;&nbsp;ส่วน&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;จะมีพื้นที่ได้รับผลประโยชน์คือ&nbsp;ตำบลบ่อเวฬุ&nbsp;ตำบลตกพรม&nbsp;อำเภอขลุง&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;&nbsp;ส่วนโครงการสร้าง&nbsp;อ่างเก็บน้ำคลองแอ่ง&nbsp;อำเภอบ่อไร่&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ที่จะถูกสร้างที่บ้านตรอกเกสร&nbsp;ตำบลหนองบอน&nbsp;อำเภอบ่อไร่&nbsp;จจังหวัดตราด&nbsp;เป็นอ่างความจุขนาด&nbsp;35.38&nbsp;ล้านลูกบาศ์เมตร&nbsp;ระยะเวลาดำเนินการสร้าง&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;(&nbsp;2566-2569&nbsp;)&nbsp;วงเงินงบประมาณ&nbsp;680,000,000&nbsp;บาท&nbsp;หากสร้างแล้วเสร็จจะมีพื้นที่ได้รับประโยชน์จำนวนกว่า&nbsp;30,000&nbsp;ไร่&nbsp;ครอบคลุม&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;ตำบลหนองบอน&nbsp;ตำบลช้างทูล&nbsp;และ&nbsp;ตำบลบ่อพลอย&nbsp;อำเภอบ่อไร่&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214162844052"],
    [433,"แถลงข่าว จัดงานวันกุ้งจันท์ ครั้งที่ 26","<p><strong>สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งจันทบุรีพร้อมหน่วยงาน&nbsp;องค์กรที่เกี่ยวข้อง&nbsp;แถลงข่าว&nbsp;เตรียมจัดงานวันกุ้งจันท์ครั้งที่&nbsp;26&nbsp;พลิกฟื้นกุ้งไทย&nbsp;คุณภาพปลอดภัย&nbsp;ก้าวไกลสู่ความยั่งยืน&nbsp;</strong></p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ที่โรงแรม&nbsp;นิว&nbsp;แทรเวิลลอด์จ&nbsp;จันทบุรี&nbsp;นายวิรัตน์&nbsp;อรุณพันธุ์&nbsp;นายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งจันทบุรี&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายสมพร&nbsp;รุ่งกำเนิดวงศ์&nbsp;ประมงจังหวัดจันทบุรี&nbsp;และ&nbsp;นายหิรัณย์&nbsp;บำรุงพันธุ์&nbsp;ผู้แทนศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ&nbsp;ได้ร่วมแถลงข่าว&nbsp;การจัดงานวันกุ้งจันท์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;26&nbsp;ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;19-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรม&nbsp;นิว&nbsp;แทรเวิลลอด์จจันทบุรี&nbsp;\"พลิกฟื้นกุ้งไทย&nbsp;คุณภาพปลอดภัย&nbsp;ก้าวไกลสู่ความยั่งยืน\"&nbsp;โดยได้รับเกียรติจากอธิบดีกรมประมง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีและนายกสมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย&nbsp;มาร่วมในพิธีเปิดงาน&nbsp;&nbsp;ภายในงานมีการบรรยายทางวิชาการทั้งจากบริษัทผู้สนับสนุนและวิทยากรที่คณะกรรมการคัดสรรค์&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งในงานมีการจัดกิจกรรม&nbsp;การจัดนิทรรศการบริษัทผู้สนับสนุนร่วมกันจัดบูธบรรยายทางวิชาการ</strong>&nbsp;-&nbsp;การประกวดภาพถ่ายในธุรกิจการเลี้ยงกุ้ง-&nbsp;นิทรรศการน้ำหมักชีวภาพ-&nbsp;กิจกรรมปล่อยลูกพันธุ์สัตว์น้ำสู่ธรรมชาติ&nbsp;(ปล่อยพันธุ์กุ้งกุลาดำ&nbsp;2&nbsp;ด้านตัว&nbsp;,&nbsp;เต่าทะเล&nbsp;6&nbsp;ตัวและพันธุ์ปูม้า&nbsp;-&nbsp;มอบทุนการศึกษาให้กับบุตรหลานเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งและนักศึกษาคณะประมง&nbsp;จากมหาวิทยาลัยในจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ทุนละ&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ทุน&nbsp;-&nbsp;ผู้เข้าร่วมงานมีสิทธิลุ้นรับรางวัลรถจักรยานยนต์และทองคำอีก&nbsp;4&nbsp;รางวัล&nbsp;ตามมาตรการโควิด-19&nbsp;ขอให้ผู้เข้าร่วมงานต้องตรวจ&nbsp;A&nbsp;TK&nbsp;จากสถานพยาบาลภาครัฐและเอกชน&nbsp;ให้เรียบร้อยก่อนไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมงด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214165717068"],
    [434,"คพ. ได้เข้าแจ้งความกล่าวโทษครั้งที่ 2 หลังเกิดเหตุน้ำมันดิบรั่วลงทะเลมาบตาพุด จ.ระยอง รอบที่ 2 พร้อมรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานเอาผิดและชดใช้ค่าเสียหายต่อพนักงานสอบสวน","<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้เข้าแจ้งความกล่าวโทษครั้งที่&nbsp;2&nbsp;หลังเกิดเหตุน้ำมันดิบรั่วลงทะเลมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;รอบที่&nbsp;2&nbsp;พร้อมรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานเอาผิดและชดใช้ค่าเสียหายต่อพนักงานสอบสวน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้มอบให้&nbsp;นายพิทยา&nbsp;ปราโมทย์วรพันธุ์&nbsp;ผู้อำนวยการกองกฎหมาย&nbsp;รักษาการรองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;และนายอาวีระ&nbsp;ภัคมาตร์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;13&nbsp;(ชลบุรี)&nbsp;เข้าแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;เพื่อให้หาตัวผู้กระทำความผิดกรณีน้ำมันรั่วไหลลงทะเลมาบตาพุด&nbsp;รอบที่&nbsp;2&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์ประมาณ&nbsp;5,000&nbsp;ลิตรมาลงโทษตามกฎหมาย&nbsp;หลังจากได้มาแจ้งความกล่าวโทษไว้แล้วเมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;จากกรณีน้ำมันรั่วไหลลงทะเลครั้งแรกเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคมประมาณ&nbsp;50,000&nbsp;ลิตร&nbsp;เนื่องจากน้ำมันดิบที่รั่วดังกล่าวอาจจะเป็นเหตุให้เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิต&nbsp;หรือต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;หรือเป็นอันตรายต่อการเดินเรือในทะเล&nbsp;ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2456&nbsp;มาตรา&nbsp;119&nbsp;ทวิ&nbsp;มีโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;60,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;พร้อมต้องชดใช้เงินค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปในการแก้ปัญหาสิ่งที่เป็นพิษ&nbsp;หรือชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ยังอาจเป็นความผิดทางอาญาตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย&nbsp;หากมีข้อเท็จจริงเพิ่มเติม&nbsp;คพ.&nbsp;จะเร่งส่งข้อมูลพยานหลักฐานต่อพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม&nbsp;เพื่อใช้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214163259059"],
    [435,"ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ.2569","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">อนุญาตให้คณะกรรมการบริหารสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ&nbsp;(AIPH)&nbsp;เข้าพบ&nbsp;เพื่อมอบเอกสารประมูลสิทธิ์การขอจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.2569&nbsp;(ฉบับจริง)&nbsp;อย่างเป็นทางการ&nbsp;ต่อนายกสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ&nbsp;(AIPH)&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;AIPH&nbsp;ได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และผู้บริหาร&nbsp;ร่วมการประชุม&nbsp;Spring&nbsp;Meeting&nbsp;ของ&nbsp;AIPH&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;612&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ณ&nbsp;นครดูไบ&nbsp;สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์&nbsp;เพื่อพิจารณาการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2569&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นอกจากนี้&nbsp;ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็น</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">และการสนับสนุนการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.2569&nbsp;และจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พ.ศ.2572&nbsp;ก่อนที่คณะผู้บริหาร&nbsp;AIPH&nbsp;จะเดินทางเข้าตรวจพื้นที่เพื่อประเมินความพร้อมของจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ในการเสนอประมูลสิทธิ์การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2569&nbsp;ต่อไป&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับงานมหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">เป็นงานที่ยิ่งใหญ่และมีความสำคัญต่อประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;ประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกมาแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ซึ่งประเทศไทยประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการจัดงาน&nbsp;จนเป็นที่ประจักษ์และได้รับความชื่นชมจากหน่วยงานและองค์กรต่างๆ&nbsp;ทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;ส่งผลให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่ความเป็นผู้นำในด้านพืชสวนโลกประเทศหนึ่งในเอเชีย&nbsp;เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับสากล&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการโครงการประมูลสิทธิ์&nbsp;กรอบงบประมาณ&nbsp;และผู้มีอำนาจลงนามงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2569&nbsp;และจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2572&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;และวันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</span></p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214194413119"],
    [436,"อ.จัตุรัส สร้างสะพานไม้บึงละหานวันที่ 3 ตอกไม้ลงได้รวม 36 ต้น","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;นายวรศิษย์&nbsp;พุฒจีบ&nbsp;นายอำเภอจัตุรัส</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;อำเภอจัตุรัสได้ดำเนินงานก่อสร้างสะพานไม้&nbsp;เพื่อพัฒนาบึงละหาน&nbsp;ล่าสุด&nbsp;นายอำเภอจัตุรัส&nbsp;ประชุมร่วมกับ&nbsp;ผู้อำนวยการกองช่าง&nbsp;อปท.&nbsp;ทั้ง&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;รอบบึงละหาน&nbsp;และกำนันทุกตำบล&nbsp;เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานก่อสร้างสะพานไม้&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์&nbsp;รวมถึงมอบหมายพัฒนาการอำเภอ&nbsp;ประจำจุดกองอำนวยการและกำกับติดตามการตอกไม้เสาสะพาน&nbsp;โดย&nbsp;ณ&nbsp;วันนี้ก่อสร้างเป็นวันที่&nbsp;3&nbsp;ตอกไม้ลงได้รวมทั้งหมด&nbsp;36&nbsp;ต้น&nbsp;(18&nbsp;คู่)&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;36&nbsp;เมตร</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ชัยภูมิ","สวท.ชัยภูมิ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214170754074"],
    [437,"เกษตรจังหวัดฯ เตรียมจัดแถลงข่าว \"งานแสดงและจำหน่ายมหกรรมสินค้าเกษตรพระนครศรีอยุธยา (KASET SHOW CASE)\" ณ วัดพระราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา","<p><strong>นายไพฑูรย์&nbsp;รื่นสุข&nbsp;เกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;กำหนดจัดแถลงข่าว&nbsp;\"งานแสดงและจำหน่ายมหกรรมสินค้าเกษตรพระนครศรีอยุธยา&nbsp;(KASET&nbsp;SHOW&nbsp;CASE)\"&nbsp;ในวันอังคารที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;วัดพระราม&nbsp;ซึ่งกำหนดจัด&nbsp;\"งานแสดงและจำหน่ายมหกรรมสินค้าเกษตรพระนครศรีอยุธยา&nbsp;(KASET&nbsp;SHOW&nbsp;CASE)\"&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ถึง&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;-&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;วัดพระราม&nbsp;และจะมีพิธีเปิดงานฯ&nbsp;ในวันอาทิตย์ที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;วัดพระราม&nbsp;อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p><strong>การจัด&nbsp;\"งานแสดงและจำหน่ายมหกรรมสินค้าเกษตรพระนครศรีอยุธยา&nbsp;(KASET&nbsp;SHOW&nbsp;CASE)\"</strong>&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;เกษตรแห่งภูมิปัญญา&nbsp;อัตลักษณ์ล้ำค่ากรุงเก่า&nbsp;เล่าขานความอุดมสมบูรณ์&nbsp;ชมวิถีเกษตรพื้นบ้าน&nbsp;จะทำให้ผู้เข้างานเพลิดเพลินไปกับการตกแต่งภายในงานที่สวยงาม&nbsp;พบกับ&nbsp;นิทรรศการเทิดพระเกียรติ&nbsp;การเกษตรไทยยั่งยืน&nbsp;ผลงานส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เครื่องจักรกลทางการเกษตร&nbsp;ชมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินและกิจกรรมบันเทิงมากมาย&nbsp;โซนจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย&nbsp;สินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;โซนตลาดต้นไม้&nbsp;โซนสตรีทฟู้ดที่นำอาหารท้องถิ่นยอดนิยม&nbsp;อาหารพื้นบ้านหากินยากของ&nbsp;จ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;และโซนคาราวานสินค้าราคาถูก&nbsp;ชมการประกวดต้นไม้สวยงาม&nbsp;การประกวดจัดสวนถาดผักสวนครัว&nbsp;การประกวดผลผลิตทางการเกษตรการประกวดส้มตำลีลาและผัดไทโบราณ&nbsp;การประกวดงานจักสานไม้ไผ่&nbsp;และการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งเกษตรเสียงทอง&nbsp;ชิงเงินรางวัล&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการถ่ายทอดความรู้ผ่านกิจกรรมเวิร์คช้อปด้านการเกษตรอีกมากมาย&nbsp;ขอเชิญร่วมงานและชมกิจกรรม&nbsp;ฟรี!&nbsp;ตลอดการจัดงาน</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p>เว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=\"https://ayutthaya.prd.go.th/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;transparent;&nbsp;color:&nbsp;rgb(75,&nbsp;0,&nbsp;130);\">https://ayutthaya.prd.go.th/</a>&nbsp;</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214172112078"],
    [438,"ทสจ.สกลนคร นำทีมดักจับสุนัขจิ้งจอก ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสกลนคร&nbsp;นำทีมเจ้าหน้าที่&nbsp;ลงพื้นที่ดักจับสุนัขจิ้งจอก&nbsp;เพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;หลังชาวบ้านพบเห็นป้วนเปี้ยนในป่าท้ายหมู่บ้าน&nbsp;และออกมากินไก่ที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;นายนเรศ&nbsp;ชมบุญ&nbsp;ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสกลนคร</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์วิศุทธิ์&nbsp;เอื้อกิ่งเพชร&nbsp;นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสกลนคร&nbsp;นำเจ้าหน้าที่จากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสกลนคร&nbsp;อุทยานแห่งชาติภูพาน&nbsp;และส่วนอนุรักษ์สัตว์&nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;10&nbsp;(อุดรธานี)&nbsp;ลงพื้นที่ดักจับสุนัขจิ้งจอกเพื่อนำไปปล่อยสู่ธรรมชาติ&nbsp;ตามที่มีชาวบ้านหมู่บ้านสกลวิลเลจ&nbsp;ต.ธาตุเชิงชุม&nbsp;อ.เมืองสกลนคร&nbsp;พบเห็น&nbsp;โดยชาวบ้านเล่าว่าพบสุนัขดังกล่าวประมาณเดือนมิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งในขณะนั้นตัวยังเล็กอยู่&nbsp;อาศัยในป่าชุมชนท้ายหมู่บ้าน&nbsp;จากนั้นก็พบเห็นเป็นระยะ&nbsp;ปัจจุบันเริ่มโตเต็มวัย&nbsp;ค่อนข้างเชื่อง&nbsp;ชอบวิ่งเล่นอยู่ภายในหมู่บ้าน&nbsp;&nbsp;เวลาหิวมักจะออกจากป่าเพื่อจับไก่ที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้กินเป็นอาหาร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายนเรศ&nbsp;ชมบุญ&nbsp;ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสกลนคร</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สนุขดังกล่าวเป็นสุนัขจิ้งจอกจริง&nbsp;โดยชาวบ้านพบเห็นตั้งแต่ตัวยังเล็ก&nbsp;อาศัยในป่าท้ายหมู่บ้าน&nbsp;แต่ไม่พบพ่อแม่ของสุนัข&nbsp;จึงได้ประสานไปยังกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า&nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;10&nbsp;(อุดรธานี)&nbsp;และปศุสัตว์จังหวัดสกลนคร&nbsp;เพื่อจัดเจ้าหน้าที่เข้ามาดักจับ&nbsp;โดยการล่อสุนัขจิ้งจอกเข้ากรง&nbsp;ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในวันนี้&nbsp;เชื่อว่าจะสามารถจับได้&nbsp;&nbsp;หรือหากไม่สามารถจับได้ก็จะใช้ปืนยิงยาสลบ&nbsp;และหลังจากจับได้แล้วก็จะนำไปฟื้นฟูบำบัดดูแลสุขภาพ&nbsp;&nbsp;ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า&nbsp;ก่อนจะปล่อยคืนสู่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสกลนครต่อไป&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สกลนคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214173526084"],
    [439,"วัตถุดิบอาหารสัตว์พุ่งต่อเนื่อง แนะรัฐเร่งแก้ไขก่อนเกิดวิกฤตขาดแคลนอาหารสัตว์","<p>สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยเผยตัวเลขราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งสัญญาณเตือนรัฐ เพื่อเตรียมการแก้ไข แต่ไม่คืบ หวั่นกระทบหนักส่งผลขาดแคลนอาหารสัตว์ เหตุสมาชิกหลายรายแบกรับต้นทุนไม่ไหวทยอยลดกำลังการผลิตลง</p><p class=\"ql-align-justify\"><strong>&nbsp;</strong></p><p class=\"ql-align-justify\"><strong>นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล</strong> นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย กล่าวถึง สถานการณ์ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ซึ่งกำลังพุ่งสูงขึ้นอีก ในขณะที่อาหารสัตว์และสินค้าหลายรายการถูกตรึงราคา ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ณ วันนี้อยู่ที่ 11 บาท/กิโลกรัม และมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง คาดว่าจะสูงไปจนถึงเดือนเมษายน 2565 ซึ่งจะมีผลผลิตข้าวโพดหลังนาออกสู่ตลาด หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ ราคาข้าวโพดจะสูงถึง 12 บาทในเร็วๆนี้ &nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p>ในขณะที่ข้าวสาลีก็มีราคาทะยานพุ่งสูงถึง 12 บาท/กิโลกรัม จาก 8.91 บาท/กิโลกรัม เป็นผลจากการเกิดสงครามในรัสเซีย กากถั่วเหลืองนำเข้าราคาขยับตัวสูงแตะ 20 บาท/กิโลกรัม จาก 16.51 บาท/กิโลกรัม ส่วนกากถั่วเหลืองที่ซื้อจากโรงสกัดน้ำมันในประเทศอยู่ที่ 21 บาท/กิโลกรัม นอกจากนี้วัตถุดิบตัวอื่นไม่ว่าจะเป็น มันสำปะหลัง ข้าวสาลี แป้งสาลี ข้าวบาร์เลย์ DDGS หรือ น้ำมันปาลม์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบในวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ ก็พร้อมใจกันปรับราคาสูงขึ้นอย่างมาก แม้แต่ถ่านหินซึ่งใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตอาหารสัตว์ก็ปรับราคาสูงขึ้นเป็น 2 เท่า</p><p><br></p><p class=\"ql-align-justify\">ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ประกอบด้วยกัน 2 ส่วน ได้แก่ 1.สถานการณ์ราคาวัตถุดิบในตลาดโลก รวมถึงค่าบริหารและขนส่ง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้&nbsp;&nbsp;2. นโยบายภาครัฐที่ต้องการดูแลราคาพืชอาหารสัตว์ในประเทศ โดยมีการใช้มาตรการที่บิดเบือนกลไกตลาด อาทิ มาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวสาลีโดยจะต้องรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศ 3 ส่วนก่อนนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน การจำกัดช่วงเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงมาตรการด้านภาษี อาทิ ภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง 2% ซึ่งมาตรการเหล่านี้ไม่มีความจำเป็นแล้ว เพราะมาตรการประกันรายได้เกษตรกรช่วยดูแลเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\"><em>สมาคมฯได้นำเสนอข้อมูลแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับตัวสูงขึ้น ให้กระทรวงพาณิชย์รับทราบแล้ว พร้อมทั้งเสนอแนวทางแก้ไขที่กระทรวงทำได้ เช่น การยกเลิกมาตรการในหลายด้าน อาทิ ขอให้พิจารณายกเลิกภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง 2%, มาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวสาลี 3 : 1 ส่วน และเปิดให้นำเข้าข้าวโพดภายใต้กรอบ WTO, AFTA ยกเลิกโควต้าภาษีและค่าธรรมเนียมให้สามารถนำเข้ามาได้ในปริมาณขาดแคลน ในปี 2565 เป็นการชั่วคราว แต่ไม่มีความคืบหน้าใด</em> นายพรศิลป์กล่าว &nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">ทั้งนี้ เมื่อปี 2552&nbsp;ราคากากถั่วเหลืองและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รวมถึงวัตถุดิบตัวอื่นๆ ไม่สูงเท่าวันนี้ แต่รัฐบาลในขณะนั้นได้พิจารณาปรับลดอัตราภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองจาก 4% เหลือ 2% ซึ่งช่วยบรรเทาต้นทุนได้ส่วนหนึ่ง ดังนั้น ในวันที่ราคาวัตถุดิบสูงมากเช่นขณะนี้&nbsp;สมาคมฯ จึงขอวอนรัฐพิจารณามาตรการดังกล่าวโดยเร่งด่วน เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนของผู้ผลิตอาหารสัตว์ เพราะมีสมาชิกหลายรายทนแบกรับต้นทุนต่อไม่ไหว และบางรายมีการปรับลดกำลังการผลิตลงแล้วเพื่อลดภาวะขายขาดทุน สถานการณ์นี้ตอกย้ำว่า ไม่มีใครอยู่รอดได้หากถูกตรึงราคาขายปลายทาง แต่ปล่อยให้ราคาวัตถุดิบต้นทางขึ้นโดยไม่มีการกำกับดูแล และหากไม่มีทางออกในเร็ววันนี้ ไทยอาจจะพบกับวิกฤตขาดแคลนอาหารสัตว์ก็เป็นได้&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214175208089"],
    [440,"องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำนกกระเรียนพันธุ์ไทย 11 ตัว ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในพื้นที่ชุ่มน้ำ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(13&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;นายไชยวัฒน์&nbsp;จุนถิระพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายอรรถพร&nbsp;ศรีเหรัญ&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;นายธนชน&nbsp;เคนสิงห์&nbsp;ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา&nbsp;รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานบุรีรัมย์&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อสม.&nbsp;และส่วนราชการในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ร่วมกันปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทย&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;ตัว&nbsp;ที่สวนสัตว์นครราชสีมาได้เพาะเลี้ยงทำการฝึกและปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;ที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ให้สามารถคืนถิ่นกลับสู่ธรรมชาติ&nbsp;ใช้ชีวิตหากินและขยายพันธุ์&nbsp;อยู่ในระบบนิเวศได้อีกครั้ง&nbsp;ปัจจุบันมีนกระเรียนพันธุ์ไทยอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ&nbsp;และสามารถขยายพันธุ์ได้เองในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;จำนวน&nbsp;133&nbsp;ตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;โครงการปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยคืนสู่ธรรมชาติประสบความสำเร็จในประเทศไทย&nbsp;และในระดับโลก</strong>&nbsp;จากที่เคยสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยไปแล้วกว่า&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;เมื่อปี&nbsp;พ.ศ.2554&nbsp;องค์การสวนสัตว์ได้เพาะเลี้ยง&nbsp;ศึกษาจากพ่อแม่พันธุ์ที่มีอยู่ที่สวนสัตว์นครราชสีมา&nbsp;ต่อมาเห็นว่ามีจำนวนมากพอที่จะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;โดยพิจารณาพื้นที่เหมาะสมบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำเหมาะแก่การอยู่อาศัยของนก&nbsp;หลายชนิด&nbsp;จึงเริ่มปล่อยคืนสู่ธรรมชาติตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา&nbsp;โดยมีการทำความเข้าใจกับคนในชุมชน&nbsp;ทำให้อัตราการอยู่รอดของนกกระเรียนสูงมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ในครั้งนี้ปล่อยอีก&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;ตัว&nbsp;และมีแผนจะปล่อยอีกเรื่อย&nbsp;ๆ&nbsp;ให้ต่อเนื่อง</strong>&nbsp;เพื่อสร้างความสมดุลทางธรรมชาติที่ยั่งยืน&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;เพื่อให้ประชาชนในจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;มีส่วนร่วมในการปกป้องและอนุรักษ์นกกระเรียนพันธุ์ไทยที่ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในครั้งนี้&nbsp;ให้มีชีวิตอยู่รอด&nbsp;ช่วยคืนความสมดุลในระบบนิเวศน์&nbsp;เป็นการอนุรักษ์ประชากรนกระเรียนพันธุ์ไทยในธรรมชาติอย่างยั่งยืนในระยะยาว&nbsp;และยังมุ่งหวังในการเสริมสร้างให้ชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สัตว์ป่า&nbsp;ภายใต้&nbsp;สโลแกนที่ว่า&nbsp;นกอยู่รอด&nbsp;คนอยู่ได้&nbsp;ชุมชนมีสุข&nbsp;โดยคนและสัตว์อยู่ร่วมกันได้&nbsp;เกิดแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;แหล่งเรียนรู้นกกระเรียนพันธุ์ไทยที่หาดูยากที่สุดของโลก&nbsp;เกิดผลิตภัณฑ์ชุมข้าวอินทรีย์&nbsp;ที่ได้รับความนิยม</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214203430144"],
    [441,"สหกรณ์ศรีสะเกษ อนุมัติเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์กว่า 15.75 ล้านบาท เสริมสภาพคล่องธุรกิจและอาชีพสมาชิกสหกรณ์","<p><strong>จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัด</strong>&nbsp;ประชุมคณะอนุกรรมกรพิจารณาเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์&nbsp;ระดับจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;โดยมีสหกรณ์เสนอขอกู้เงินทั้งหมด&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;7&nbsp;สัญญา&nbsp;เป็นเงินจำนวน&nbsp;15,750,000.-บาท</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;ก.พ.65)</strong>&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพิทยาลงกรณ์&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;เพื่อติดตามผลการรับชำระหนี้เงินกู้&nbsp;และการพิจารณาอนุมัติเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์ให้แก่สหกรณ์&nbsp;เพื่อนำไปใช้เสริมสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายภาณุพงศ์&nbsp;แสงคำสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ผู้แทนส่วนราชการ&nbsp;พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการ&nbsp;และผู้แทนสถาบันเกษตรกร&nbsp;ร่วมการประชุม</p><p><strong>นายภาณุพงศ์&nbsp;แสงคำ&nbsp;</strong>สหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;&nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;มีนโยบายสนับสนุนให้สหกรณ์ต่างๆ&nbsp;สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำจากเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์&nbsp;เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนากิจการสหกรณ์และขยายช่องทางการดำเนินธุรกิจ&nbsp;ซึ่งที่ประชุมได้มีการติดตามผลการดำเนินงานตามมติที่ประชุมครั้งที่ผ่านมา&nbsp;ติดตามผลการรับชำระหนี้เงินกู้&nbsp;เร่งรัดหนี้ค้างชำระ&nbsp;และในที่ประชุม&nbsp;คณะอนุกรรมการฯได้ร่วมกันพิจารณาอนุมัติเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ครั้งนี้&nbsp;มีสหกรณ์เสนอขอกู้เงินทั้งหมด&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;7&nbsp;สัญญา&nbsp;เป็นเงินจำนวน&nbsp;15,750,000&nbsp;บาท&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>-&nbsp;สหกรณ์การเกษตรศุภมิตไพรบึง&nbsp;จำกัด&nbsp;ขอกู้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;4,000,000&nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมปะกอบอาชีพกาเกษตร(ปลูกข้าว),&nbsp;</p><p>-&nbsp;สหกรณ์สวนยางบ้านซำเบ็ง&nbsp;จำกัด&nbsp;ขอกู้เงินกองทุนสหกรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;3,000,000&nbsp;บาท&nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมปะกอบอาชีพการเกษตร&nbsp;(ยางพารา),&nbsp;</p><p>-&nbsp;สหกรณ์ผู้ใช้น้ำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านหนองบัวไชยวาน&nbsp;จำกัด&nbsp;ขอกู้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1,800,000&nbsp;บาท&nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมปะกอบอาชีพกาเกษตร(ปลูกข้าว),&nbsp;</p><p>-&nbsp;สหกรณ์โคเนื้อดอกลำดวน&nbsp;จำกัด&nbsp;ขอกู้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;2,450,000&nbsp;บาท&nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมปะกอบอาชีพกาเกษตร(เลี้ยงโคขุน),&nbsp;</p><p>-&nbsp;สหกรณ์โคเนื้อดอกลำดวน&nbsp;จำกัด&nbsp;ขอกู้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;500,000&nbsp;บาท&nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้(ซื้อโคต้นน้ำ)&nbsp;ตามโครงกาสนับสนุนเงินทุนเพื่อส่งเสริมอาชีพในยุค&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ปี&nbsp;2565,&nbsp;</p><p>-&nbsp;สหกรณ์การเกษตรวังหิน&nbsp;จำกัด&nbsp;ขอกู้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;330,000&nbsp;บาท&nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมประกอบอาชีพการเกษตร(เลี้ยงวัว)&nbsp;ตามโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อการพัฒนาอาชีพสมาชิกสหกรณ์&nbsp;ปีที่&nbsp;3&nbsp;(โครงการพิเศษ)&nbsp;</p><p>-&nbsp;และสหกรณ์การเกษตรปรางค์กู่&nbsp;จำกัด&nbsp;ขอกู้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;3,170,000&nbsp;บาท&nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมปลูกถั่วเศรษฐกิจ&nbsp;(ถั่วเขียว)&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์เป็นกองทุนที่เอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับสหกรณ์และสมาชิก&nbsp;</strong>ช่วยให้สหกรณ์ดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก&nbsp;และที่สำคัญเป็นกองทุนดอกเบี้ยต่ำ&nbsp;ช่วยให้ต้นทุนทางธุรกิจของสหกรณ์ลดลงเมื่อเทียบกับเงินกู้จากสถาบันการเงินอื่น&nbsp;ทำให้สหกรณ์มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;และสมาชิกก็ได้รับผลประโยชน์ในลักษณะของเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืนเมื่อสิ้นปีทางบัญชีของสหกรณ์</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214211502161"],
    [442,"จังหวัดระยองติดตามความคืบหน้าในการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้า","<p><strong>วันที่&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;มอบหมาย&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;พิรุณ&nbsp;เหมะรักษ์&nbsp;&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์&nbsp;(ส่วนหน้า)&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมที่บ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง</p><p><strong>สถานการณ์ในวันนี้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง&nbsp;</strong>แจ้งว่าได้มีการตรวจสอบเป็นระยะยังไม่เตอคราบน้ำมัน&nbsp;ส่วนเรือที่อับปางที่แหลมรุ่งเรือง&nbsp;ได้มีการบันทึกถ้อยคำและปรับ&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนน้ำมันที่รั่วไหลออกจากเรือประมาณ&nbsp;100&nbsp;ลิตรนั้น&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้&nbsp;SPRC&nbsp;ดำเนินการแล้ว&nbsp;ส่วนสำนักงานประมงจังหวัดระยองรายงานผลการตรวจสัตว์น้ำจำพวกปลา&nbsp;ปลาหมึก&nbsp;กุ้ง&nbsp;พบว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด&nbsp;พร้อมทั้งตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมบริเวณชายฝั่งทะเลบริเวณบ้านฉางถึงเทศบาลตำบลบ้านเพ&nbsp;ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด&nbsp;ขณะที่ศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยองได้รายงานผลพื้นที่เฝ้าระวังทั้ง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ผลการตรวจเบื้องต้นอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;ส่วนการตรวจคุณภาพอากาศเบื้องต้นในบริเวณชายหาดทั้ง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ไม่พบสาร&nbsp;total&nbsp;VOCs,&nbsp;&nbsp;H2S&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;SO2&nbsp;และไม่ได้กลิ่นน้ำมัน&nbsp;ยกเว้นบริเวณหน้าบ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;ได้รับกลิ่นน้ำมันเล็กน้อยบางช่วง&nbsp;ขณะที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;ได้จัดเรือลาดตระเวนและทีมดำน้ำสำรวจในพื้นที่เขาแหลมหญ้า&nbsp;และเกาะเสม็ด&nbsp;แล้วไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;ส่วนเมือกสีเหลืองบริเวณชายหาดหน้าบ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;อยู่ระหว่างการตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ</p><p><strong>ส่วนสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;จังหวัดระยอง</strong>&nbsp;ได้ติดตามตรวจสอบเฝ้าระวังคราบน้ำมันบริเวณชายหาด&nbsp;ทั้ง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมันแต่อย่างใด&nbsp;ส่วนการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของประชาชนตั้งแต่วันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;มียอดรวมทั้งสิ้น&nbsp;7,762&nbsp;ราย&nbsp;และในวันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;จะดำเนินการจัดประชุม&nbsp;คณะกรรมการกำกับติดตาม&nbsp;คณะทำงานประสานการดำเนินการชดใช้ค่าเสียหายระหว่าง&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;กับผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;ด้านกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม&nbsp;ที่พัก&nbsp;และร้านอาหาร&nbsp;ในวันที่&nbsp;15&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมระยองบีช&nbsp;หาดแม่รำพึง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215023130188"],
    [443,"ตำรวจทางหลวงโคราช ร่วมกับ ชมรมฮักเขาใหญ่ ผุดไอเดียดึงคนรุ่นใหม่ สร้างปรากฏการณ์บอกรักษ์โลก We love เรารัก มิตรภาพ 2022 เก็บขยะกลางถนนมิตรภาพ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่บริเวณใต้สะพานต่างระดับเขาใหญ่</strong>&nbsp;(ฝั่งขาเข้ากรุงเทพ)&nbsp;อ.ปากช่อง&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;จิตอาสา&nbsp;904&nbsp;พ.ต.ท.วิษณุ&nbsp;คำโนนม่วง&nbsp;รอง&nbsp;ผกก.6&nbsp;ทล.&nbsp;พ.ต.ท.จิระพันธ์&nbsp;มณีรัตน์&nbsp;สารวัตรตำรวจทางหลวงนครราชสีมา&nbsp;พร้อมจิตอาสาตำรวจทางหลวงนครราชสีมา&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ชมรมฮักเขาใหญ่&nbsp;แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่&nbsp;2&nbsp;สมาคมท่องเที่ยวเขาใหญ่&nbsp;ชมรมผู้ประกอบการร้านอาหาร&nbsp;อบต.หนองน้ำแดง&nbsp;โรงเรียนปากช่อง&nbsp;วิทยาอาชีวะกุสุมเทคโนโลยี&nbsp;และโรงเรียนไตรรัตน์วิทยาคาร&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;สร้างปรากฏการณ์บอกรักษ์โลก&nbsp;ในวันวาเลนไทน์&nbsp;We&nbsp;love&nbsp;เรารัก&nbsp;มิตรภาพ&nbsp;2022&nbsp;เก็บขยะกลางถนนมิตรภาพ</p><p><strong>โดยเปลี่ยนการมอบดอกกุหลาบมาเป็นเก็บขยะ</strong>&nbsp;รักษ์โลก&nbsp;กลางถนนมิตรภาพ&nbsp;ประตูสู่อีสาน&nbsp;เพื่อสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม&nbsp;โดยใช้ชื่อกิจกรรมว่า&nbsp;We&nbsp;love&nbsp;เรารัก&nbsp;มิตรภาพ&nbsp;มีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;เดินเก็บขยะกลางถนนมิตรภาพ&nbsp;ขาเข้ากรุงเทพ&nbsp;และขาออกโคราช&nbsp;โดยทั้งหมดแบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เริ่มเก็บขยะจากมอบันไดม้า&nbsp;ใต้สะพานต่างระดับเขาใหญ่&nbsp;ได้ขยะเป็นจำนวนมาก&nbsp;ส่วนมากจะเป็น&nbsp;ขวดแก้ว&nbsp;ขวดพลาสติก&nbsp;ถุงพลาสติก&nbsp;และหน้ากากอนามัย&nbsp;และชิ้นส่วนของรถต่างๆ</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเป็นปีที่&nbsp;3&nbsp;แล้ว</strong>&nbsp;โดยเป็นแนวคิดของ&nbsp;ชมรมฮักเขาใหญ่&nbsp;ร่วมกับเครือข่าย&nbsp;และเมื่อปีที่แล้ว&nbsp;ได้นำเด็กนักเรียนโรงเรียนต่างๆ&nbsp;มาสร้างปรากฏการณ์&nbsp;เก็บขยะกลางถนนมิตรภาพ&nbsp;บอกรักวาเลนไทน์&nbsp;เพื่อสร้างจิตสำนึกคนรุ่นใหม่ช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม&nbsp;และธรรมชาติ&nbsp;ด้วยการไม่ทิ้งขยะในสถานที่สาธารณะ</p><p><strong>โดยมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่องกับเด็กเยาวชนจิตอาสา</strong>&nbsp;ตามนโยบาย&nbsp;พล.ต.ท.ต่อศักดิ์สุขวิมล&nbsp;ผช.ผบ.ตร.&nbsp;พล.ต.ท.จิรภพ&nbsp;ภูริเดช&nbsp;ผบช.ก.&nbsp;และ&nbsp;พล.ต.ต.เอกราช&nbsp;ลิ้มสังกาศ&nbsp;ผบก.ทล.ที่ต้องการให้สร้างจิตสำนึกรับผิดชอบสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ&nbsp;กับคนรุ่นใหม่&nbsp;ด้วยการทำกิจกรรมสร้างสรรค์สังคม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215000015181"],
    [444,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11  ตรวจสอบการรั่วไหลของน้ำทิ้งจากโรงงานแป้งมัน จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;ก.พ.65)</strong>&nbsp;นายบัญชา&nbsp;ขุนสูงเนิน&nbsp;รักษาการผู้อำนวยการส่วนควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวอัจฉรา&nbsp;อิ่มมณี&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษ&nbsp;ร่วมกับนายสุวิช&nbsp;คมพยัคฆ์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด&nbsp;นายวิษณุ&nbsp;ปาระจูม&nbsp;ปลัดอำเภอด่านขุนทด&nbsp;นายไกรฤกษ์&nbsp;เสียนขุนทด&nbsp;เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรหินดาด&nbsp;ผู้แทนโรงงาน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ประชาชนในพื้นที่และสื่อมวลชนสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส&nbsp;ตรวจสอบการรั่วไหลของน้ำทิ้งของโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง&nbsp;ในพื้นที่ตำบลหินดาด&nbsp;อำเภอด่านขุนทด&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;</p><p><strong>ผลการตรวจสอบพบว่ามีน้ำรั่วไหลออกจากบริเวณใกล้บ่อพักน้ำของทางโรงงาน&nbsp;</strong>ซึ่งน้ำที่รั่วไหลออกไหลผ่านท่อระบายน้ำใต้แนวถนนและคลองชลประทานลงสู่พื้นที่ทำการเกษตรด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;สภาพน้ำมีสีเขียวใส&nbsp;ตรวจวัดคุณภาพน้ำภาคสนามพบว่ามีค่าของแข็งละลายในน้ำทั้งหมด&nbsp;เท่ากับ&nbsp;2,130&nbsp;มิลลิกรัมต่อลิตร&nbsp;จึงเก็บน้ำทิ้งที่รั่วไหลออกไปตรวจวิเคราะห์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ตัวอย่าง</p><p><strong>ตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงห่างจากจุดที่มีน้ำทิ้งรั่วไหลประมาณ&nbsp;30&nbsp;เมตร&nbsp;</strong>พบว่าเป็นที่ตั้งของบ่อพักน้ำในที่ดินของโรงงาน&nbsp;จึงเก็บตัวอย่างน้ำในบ่อพักน้ำในพื้นที่ของโรงงานไปตรวจสอบ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;สภาพน้ำมีสีเขียวใส&nbsp;ตรวจวัดคุณภาพน้ำภาคสนามพบว่ามีค่าของแข็งละลายในน้ำทั้งหมด&nbsp;เท่ากับ&nbsp;2,150&nbsp;มิลลิกรัมต่อลิตร&nbsp;จากการตรวจสอบบริเวณด้านนอกขอบบ่อพักน้ำของโรงงานที่อยู่ใกล้กับจุดที่มีการรั่วไหล&nbsp;พบว่ามีสภาพเป็นแอ่งมีน้ำขัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา&nbsp;82&nbsp;(2)&nbsp;</strong>แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.2535&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;จะส่งผลการตรวจสอบดังกล่าวไปให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมาพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214235202179"],
    [445,"พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ","<p><strong>วันที่&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กนช.)&nbsp;และผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม,&nbsp;ดร.สุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.),&nbsp;นายภาดล&nbsp;ถาวรกฤชรัตน์&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ,&nbsp;นายศักดิ์ดา&nbsp;วิเชียรศิลป์&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด,&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนชาวร้อยเอ็ด&nbsp;ร่วมต้อนรับและมอบดอกกุหลาบให้กำลังใจ&nbsp;เนื่องในวันวาเลนไทน์</p><p><strong>โดยจุดแรกได้ลงพื้นที่บ้านแมต</strong>&nbsp;ตำบลสะอาดสมบูรณ์&nbsp;อำเภอเมืองจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เพื่อมาพบส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;และประชาชน&nbsp;ในการติดตามสถานการณ์น้ำ&nbsp;โครงการต่างๆ&nbsp;ที่จะช่วยบรรเทา&nbsp;และแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ตามที่ได้มอบนโยบาย&nbsp;ให้แต่ละหน่วยงานไปเร่งดำเนินการ&nbsp;อีกทั้งได้รับฟังความต้องการ&nbsp;ความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่&nbsp;เพื่อที่รัฐบาลจะได้มีนโยบายสนับสนุนแผนงานและงบประมาณ&nbsp;ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเรื่องน้ำได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ตำบลสะอาดสมบูรณ์&nbsp;ประกอบทำอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก&nbsp;ต้องอาศัยน้ำฝนในการประกอบอาชีพ&nbsp;ซึ่งมีความไม่แน่นอน&nbsp;ดังนั้นการมีแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้จะประกันความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำได้&nbsp;และยังมอบหมาย&nbsp;ให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติพิจารณาต่อ&nbsp;โดยใช้กลไกอนุทรัพยากรน้ำจังหวัด&nbsp;ขับเคลื่อนแผนงานโครงการ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนอยู่ดี&nbsp;กินดี&nbsp;มีความสุข&nbsp;ซึ่งจะช่วยยกระดับให้ประเทศชาติ&nbsp;เกิดการพัฒนา&nbsp;อีกทั้งมอบหมายให้จังหวัดได้ติดตาม&nbsp;ตรวจสอบปัญหาความเดือดร้อน&nbsp;และความต้องการของประชาชนอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อที่จะได้มีนโยบายเข้าไปช่วยเหลือและแก้ปัญหาได้อย่างทั่วถึง</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;พลเอกประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;</strong>รองนายกรัฐมนตรีและคณะ&nbsp;เดินทางไปยังจุดที่&nbsp;2&nbsp;ที่โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;บ้านดงเค็ง&nbsp;ตำบลสะอาดสมบูรณ์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;โดยโครงการฯ&nbsp;นี้&nbsp;มีพื้นที่&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณรายจ่าย&nbsp;ให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเร่งดำเนินการ&nbsp;เพื่อสนับสนุนภาคการเกษตร&nbsp;และภาคครัวเรือนให้กับประชาชนเป็นกรณีเร่งด่วน&nbsp;และได้กำหนดเป็นนโยบาย&nbsp;ขยายให้มีโครงการเช่นนี้ไปทุกอำเภอ&nbsp;จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงภัยแล้งปีที่ผ่านมาได้&nbsp;ทำให้เกษตรกรมีรายได้ในช่วงภัยแล้ง&nbsp;แม้จะเกิดฝนทิ้งช่วง&nbsp;ซึ่งทางรัฐบาลที่นำโดย&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;&nbsp;จึงมุ่งเน้นการพัฒนาปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้ครบทุกมิติ&nbsp;เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนทุกคน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214234534178"],
    [446,"กมธ.เกษตรสัมมนา จี้ชลประทานสร้างอ่างเก็บน้ำคลองสะตอช่วยเกษตรกรชาวสวน","<p><strong>นายศักดินัย&nbsp;นุ่มหนู&nbsp;ส.ส.ตราด&nbsp;ในฐานะรองประธาน</strong>คณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;นายคำพอง&nbsp;เทพาคำ&nbsp;โฆษก&nbsp;กมธ.&nbsp;น.ส.ญาณธิชา&nbsp;บัวเผื่อน&nbsp;ส.ส.จันทบุรีเขต&nbsp;3&nbsp;ที่อาคารอเนกประสงค์&nbsp;อบต.สะตอ&nbsp;อ.เขาสมิง&nbsp;จ.ตราด&nbsp;</p><p><strong>นายธำรงศักดิ์&nbsp;นคราวงศ์&nbsp;ผอ.สนง.ชลประทานตราด&nbsp;</strong>นายฐนันดร&nbsp;สุทธิพิศาล&nbsp;ผอ.สนง.ก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่&nbsp;9&nbsp;นายชลธี&nbsp;นุ่มหนู&nbsp;ผอ.สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร&nbsp;เขตที่&nbsp;6&nbsp;กรมวิชาการ&nbsp;นายชยุทกฤติ&nbsp;นนทแก้ว&nbsp;เกษตรจ.ตราด&nbsp;พร้อมประชาชนชาว&nbsp;ต.สะตอ&nbsp;อ.เขาสมิง&nbsp;เข้าร่วมสัมมนา&nbsp;โดยมีนายปราโมทย์&nbsp;จันทร์กระจ่าง&nbsp;นายก&nbsp;อบต.สะตอ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ต.สะตอ&nbsp;อ.เขาสมิง&nbsp;เข้าร่วมโครงการด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ด้วยชาวต.สะตอ&nbsp;อ.เขาสมิง&nbsp;รวมทั้งชาวอำเภอบอ่ไร่</strong>&nbsp;ตลอดจนเกษตรกร&nbsp;ต.ตกพรม&nbsp;อ.ขลุง&nbsp;จ.จันทบุรี&nbsp;ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค&nbsp;ในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;ขณะเดียวกันก็ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมซ้ำซากในช่วงฤดูฝน&nbsp;ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายทั้ง&nbsp;2&nbsp;ฤดู&nbsp;ซึ่งในโครงการนี้&nbsp;คณะ&nbsp;กมธ.การเกษตร&nbsp;ได้จัดสัมมนาในหัวข้อ&nbsp;แนวทางการส่งเสริมและพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้เข้มแข็งและยั่งยืน&nbsp;เพื่อร่วมระดมแนวคิด&nbsp;รับทราบสภาพปัญหาในปัญหาดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;ยังเป็นการรับฟังความคิดเห็นการเตรียมก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอ</strong>&nbsp;ที่จะทำการก่อสร้างในปี&nbsp;2567-2570&nbsp;ที่บริเวณ&nbsp;ม.5&nbsp;บ้านมะอึกแรด&nbsp;ต.หนองบอน&nbsp;อ.บ่อไร่&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;ม.4&nbsp;&nbsp;บ้านโชคดี&nbsp;ต.บ่อเวฬุ&nbsp;อ.ขลุง&nbsp;จ.จันทบุรี&nbsp;ที่มีลักษณะเขื่อนดินความกว้าง&nbsp;8.00&nbsp;เมตร&nbsp;900&nbsp;เมตร&nbsp;ความจุเก็บกักน้ำ&nbsp;57.27ล้าน&nbsp;ลบ.เมตร&nbsp;พื้นที่รับประโยชน์&nbsp;68,000&nbsp;ไร่&nbsp;งบประมาณ&nbsp;&nbsp;990,000,000&nbsp;บาท&nbsp;ใช้เวลาก่อสร้าง&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;โดยชุมชนที่จะได้ประโยชน์&nbsp;คือ&nbsp;ต.สะตอ&nbsp;ต.ประณีต&nbsp;อ.เขาสมิงต.บ่อพลอย&nbsp;อ.บ่อไร่&nbsp;จ.ตราด&nbsp;ต.บ่อเวฬุ&nbsp;ต.ตกพรม&nbsp;อ.ขลุง&nbsp;จ.จันทบุรี</p><p><strong>ในเรื่องดังกล่าวชาวบ้านให้ข้อคิดเห็นว่าการสำรวจ&nbsp;</strong>และดำเนินการล่าช้า&nbsp;ชาวบ้านต้องเดือดร้อนกันทุกปีนานกว่า10&nbsp;ปีมาแล้ว&nbsp;ฤดูฝนต้องทุกข์ทนกับการถูกน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรที่ส่วนใหญ่ระบายน้ำมาจากเขื่อนคีรีธาร&nbsp;จ.จันทบุรี&nbsp;ฤดูแล้งต้องขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภบริโภค&nbsp;จากน้ำที่ถูกปิดกั้นไว้จากเขื่อนคีรีธาร&nbsp;และจากเส้นทางต้นน้ำ&nbsp;ชาวต.สะตอต้องดิ้นรนช่วยเหลือตนเองมานาน&nbsp;และปัญหาอื่นๆ&nbsp;ที่ตามมาคือ&nbsp;สิ่งก่อสร้าง&nbsp;วัสดุอุปกรณ์ของกรมชลประทานไม่มีคุณภาพ&nbsp;สร้างอ่างเก็บน้ำแล้วรั่วไหล&nbsp;ทำให้ไม่มีน้ำใช้&nbsp;ท่อะบายน้ำไม่มีคุณภาพ&nbsp;&nbsp;ติดตั้งเสร็จ&nbsp;ปล่อยน้ำแรงดันน้ำทำท่อแตก&nbsp;ตลอดจนโรงสูบน้ำและอื่นๆ&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;จึงต้องการให้กรมชลประทานและผู้เกี่ยวข้องปรับปรุง&nbsp;พัฒนา</strong>&nbsp;แก้ไข&nbsp;ชาวบ้านรายหนึ่งบอกว่า&nbsp;ความเดือดร้อนมันรอไมไหว&nbsp;กรมชลมีอะไรให้ชาวบ้านช่วยบอกมาเลย&nbsp;จะได้ร่วมด้วย&nbsp;ช่วยกันเพื่อใหโครงการนี้เดินหน้าไปได้ดีและสำเร็จอย่างมีคุณภาพต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สุนิสา&nbsp;สังข์ทอง&nbsp;สวท.ตราด</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สวท.ตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215090047203"],
    [447,"ศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยอง ตรวจพบคุณภาพน้ำหาดแม่รำพึง 2 จุด มีค่าสารปิโตรไฮโดรคาร์บอนสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน","<p><strong>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;ศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;ได้รายงานผลวิเคราะห์น้ำชายหาดแม่รำพึง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;ที่เก็บตัวอย่างไปตรวจวิเคราะห์&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;พบว่ามีสารปิโตรไฮโดรคาร์บอนทั้งหมด(TPH)สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;4&nbsp;(เพื่อการสันทนาการ)&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;คือ&nbsp;ชายหาดหน้าหมู่บ้านสบาย&nbsp;&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;และบริเวณลานหินขาว&nbsp;</p><p><strong>ส่วนผลการเฝ้าระวังคุณภาพอากาศบริเวณชายหาด&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ผลการตรวจไม่พบสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย&nbsp;(VOCs)&nbsp;ไฮโดรเจนซัลไฟด์(H2S)&nbsp;และซัลเฟอร์ไดออกไซด์&nbsp;(SO2)&nbsp;และไม่ได้รับกลิ่นน้ำมัน&nbsp;แต่บริเวณหมู่บ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;ได้รับกลิ่นน้ำมันเล็กน้อยเป็นบางช่วง&nbsp;ขณะที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง&nbsp;ได้ตรวจสุขภาพผู้ปฏิบัติงานกู้คราบน้ำมัน&nbsp;จำนวน&nbsp;348&nbsp;คน&nbsp;ไม่พบสิ่งผิดปกติในร่างกายแต่อย่างใด&nbsp;</p><p><strong>ส่วนสำนักงานประมงจังหวัดระยอง&nbsp;ได้แจ้งการตรวจหาสารปนเปื้อนในสัตว์น้ำ</strong>&nbsp;จำพวกปลา&nbsp;ปลาหมึก&nbsp;กุ้ง&nbsp;พบว่าไม่เกินค่ามาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด&nbsp;สามารถนำมารับประทานได้&nbsp;พร้อมทั้งได้ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมบริเวณชายฝั่งทะเลบริเวณพื้นที่ของ&nbsp;อ.บ้านฉาง&nbsp;ถึงเทศบาลตำบลบ้านเพ&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด&nbsp;ทางด้านอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด&nbsp;ส่งเจ้าหน้าที่ได้สำรวจพื้นที่เขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;ส่วนเมือกสีเหลืองๆ&nbsp;ที่พบบริเวณหน้าหมู่บ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;จะได้มีการนำเข้าห้องปฏิบัติการพิสูจน์ทราบต่อไป.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215091818206"],
    [448,"กอนช. ขอให้ระวังฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่งทั่วประเทศ ขณะที่ปริมาณน้ำใช้การทั้งประเทศอยู่ที่กว่า 32,000 ล้านลูกบาศก์เมตร","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ระวังฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่งทั่วประเทศ&nbsp;ขณะที่ปริมาณน้ำใช้การทั้งประเทศอยู่ที่กว่า&nbsp;32,000&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(15&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ทุกภาคมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง&nbsp;โดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้ตอนบน&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.กำแพงเพชร&nbsp;159&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ปัตตานี&nbsp;104&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และอุทัยธานี&nbsp;132&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;32,231&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;56&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;25,912&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;54&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215092044211"],
    [449,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ยกเว้นภาคเหนือ 3 จังหวัด 6 พื้นที่ ค่าฝุ่นเกินในระดับสีส้ม","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ยกเว้นภาคเหนือ&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;6&nbsp;พื้นที่&nbsp;ค่าฝุ่นเกินในระดับสีส้ม</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(15&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีลมพัด&nbsp;และหลายพื้นที่มีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ฝุ่นอาจมีแนงโน้มสูงขึ้นบางพื้นที่&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยพบบริเวณ&nbsp;ต.พระบาท&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;,&nbsp;ต.สบป้าด&nbsp;อ.แม่เมาะ&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;,&nbsp;ต.บ้านดง&nbsp;อ.แม่เมาะ&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;,&nbsp;ต.แม่เมาะ&nbsp;อ.แม่เมาะ&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;,&nbsp;ต.บ้านกลาง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;และรพ.เทพรัตนฯ&nbsp;อ.แม่แจ่ม&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;สูงเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;16&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215095905219"],
    [450,"จังหวัดลำปางเรียกประชุม War Room ติดตามการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และ PM 2.5","<p><strong>นายสุรพล&nbsp;บุรินทราพันธุ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;เป็นประธานในการประชุมศูนย์รวบรวมข้อมูลและสั่งการ&nbsp;(War&nbsp;Room)&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;เพื่อดำเนินการติดตาม&nbsp;ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน&nbsp;Pm&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง&nbsp;และผ่านระบบออนไลน์&nbsp;</p><p><strong>ที่ประชุมได้รับทราบสภาวะอากาศ</strong>&nbsp;ปริมาณน้ำฝน/สถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและ&nbsp;Pm&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำปาง/การรับมือสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันฯ&nbsp;ของแต่ละหน่วยงาน/การรายงานแผนการบริหารจัดการเชื้อเพลิงของแต่ละพื้นที่&nbsp;และของแต่ละอำเภอ&nbsp;โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังการเผาในบริเวณพื้นที่ป่าที่มีความเสี่ยง&nbsp;และอยู่ในเขตรับผิดชอบของแต่ละท้องที่&nbsp;การรณรงค์ทำแนวกันไฟในพื้นที่ป่าและพื้นที่ทำการเกษตร,&nbsp;การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน&nbsp;เกษตรกรงดเว้นการเผา&nbsp;และเน้นย้ำให้ทุกอำเภอ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ในการป้องกันไฟป่า&nbsp;โดยเฉพาะให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังการลักลอบเผา&nbsp;ทั้งในพื้นที่เกษตร&nbsp;และในเขตป่าสงวนเขตอุทยาน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากสภาพปัญหาด้านไฟป่าและหมอกควัน</strong>&nbsp;โดยเฉพาะในห้วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ถึงเดือนเมษายนของทุกปี&nbsp;พื้นที่จังหวัดลำปางและจังหวัดภาคเหนือตอนบนจะประสบปัญหาไฟป่าและหมอกควันปกคลุมพื้นที่&nbsp;โดยเป็นผลสืบเนื่องมาจากการเผาในที่โล่ง&nbsp;การเผาป่า&nbsp;การเผาวัชพืชและสิ่งเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;และการเผาขยะ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ&nbsp;ป่าไม้&nbsp;สภาวะแวดล้อม&nbsp;สุขภาพอนามัยของประชาชน&nbsp;และเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดเป็นอย่างมาก&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;หากพบเห็นการเผาหรือเกิดไฟป่า&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน&nbsp;1362</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215102252227"],
    [451,"รองพ่อเมือง มอบแนวทางขับเคลื่อนการทำงาน หัวหน้าหน่วยงาน One Home พม.ลำปาง","<p><strong>นายสันติ&nbsp;รังษิรุจิ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;เป็นประธานประชุมหัวหน้าหน่วยงานสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาว&nbsp;ฉัฐพร&nbsp;งามเกลี้ยง&nbsp;พัฒนาสังสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมี&nbsp;นางนุจรี&nbsp;เต็มรุ่ง&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคเหนือ&nbsp;จังหวัดลำปางให้การต้อนรับ&nbsp;พร้อมหัวหน้าหน่วยงานสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำปาง&nbsp;และมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวม&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคเหนือ&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อหารือขับเคลื่อนการทำงานด้านการพัฒนาสังคม/การเร่งรัดดำเนินงาน/กำหนดแผนงาน&nbsp;ตลอดจนปัญหาอุปสรรค&nbsp;ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ในการนี้มีการสรุปผลการทำงานทุกหน่วยงานเพื่อเป็นทิศทางเดียวกันในครั้งนี้&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215103947235"],
    [452,"เพชรบูรณ์รับลงทะเบียนผู้ร่วมโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการปลูกพืชสมุนไพร พืชเศรษฐกิจ พืชสวยงาม และสัตว์เศรษฐกิจ ด้วยเกษตรอินทรีย์วิถีไทย","<p><strong>จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัด</strong>ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โดยดำเนินโครงการเพชรบูรณ์พอเพียง&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ดำเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์ด้านการแก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน&nbsp;คนเพชรบูรณ์ให้มีความมั่นคงในการดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;บนพื้นฐานปัจจัย&nbsp;4&nbsp;ประการ&nbsp;ประกอบไปด้วยความมั่นคง&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>1.ความมั่นคงด้านอาหาร&nbsp;</p><p>2.ความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย&nbsp;</p><p>3.ความมั่นคงด้านรายได้&nbsp;</p><p>4.ความมั่นคงด้านสุขภาพ&nbsp;</p><p>5.ความมั่นคงด้านสังคม&nbsp;</p><p><strong>มุ่งเป้าหมายให้ประชาชนคนเพชรบูรณ์&nbsp;กอนอิ่ม&nbsp;นอนอุ่น&nbsp;ทุนดี&nbsp;ชีวีพร้อม</strong>&nbsp;น้อมพัฒนา&nbsp;ด้วยการบูรณาการหน่วยงานและภาคีการพัฒนาร่วมขับเคลื่อนโครงการฯ&nbsp;สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมการปลูกกัญชงให้เป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ให้เกษตรกรและประชาชน&nbsp;โดยมุ่งสนับสนุนให้เกษตรกรมีรายได้จากผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ&nbsp;เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและรายได้ให้ประชาชน&nbsp;ภายใต้&nbsp;นโยบายกัญชง&nbsp;เพื่อเศรษฐกิจ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ได้ร่วมกันหารือแนวทางการพิจารณาอนุญาต&nbsp;กำกับดูแลกัญชงอย่างครบวงจร&nbsp;เพื่อนำเส้นใยไปทำผลิตภัณฑ์&nbsp;และนำดอกไปแปรรูปสกัดสารสกัดที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงมาก&nbsp;ใช้ระยะเวลาในการปลูกหรือรอบการปลูกสั้น&nbsp;เพียง&nbsp;3-4&nbsp;เดือน&nbsp;ก็สามารถเก็บผลผลิตจำหน่ายสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ได้ร่วมกับมูลนิธิรักษ์ดินรักษ์น้ำ</strong>&nbsp;ที่มีภารกิจในด้านการสร้างมาตรฐานผลผลิต&nbsp;การแปรรูปและการตลาด&nbsp;ตามมาตรฐานอินทรีย์วิถีไทยเชื่อมโยงการตลาดกับบริษัท&nbsp;เฮิร์ป&nbsp;เทรเซอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;เป็นผู้ประกอบการเกี่ยวกับการผลิต&nbsp;รับซื้อ&nbsp;และจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากกัญชง&nbsp;ซึ่งขณะนี้ได้มาตั้งโรงงานสกัดสาระสำคัญจากกัญชงที่อำเภอหนองไผ่&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมด้านกระบวนการผลิต&nbsp;และสถานที่รับซื้อผลผลิตจากกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ที่ได้รับการส่งเสริมตามโครงการภายใต้&nbsp;นโยบายกัญชงเพื่อเศรษฐกิจ&nbsp;จึงได้ร่วมมือตกลง&nbsp;Contact&nbsp;Framing&nbsp;และจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เพื่อส่งเสริมโครงการดังกล่าว&nbsp;โดยมีแนวคิดและแนวทางในการส่งเสริมให้เกษตรกรและประชาชนกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;มีการผลิตพืชเศรษฐกิจ(กัญชง)&nbsp;และสร้างช่องทางการตลาดภายใต้ความร่วมมือ&nbsp;ของภาคี&nbsp;</p><p><strong>จึงขอเชิญเกษตรกรและประชาชนผู้ที่สนใจ&nbsp;สมัครเข้าร่วมโครงการ</strong>ส่งเสริมการปลูกกัญชงเพื่อ&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;ครัวเรือนพื้นที่ต้นแบบพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;โคก&nbsp;หนองนา&nbsp;โมเดลจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ครัวเรือนตกเกณฑ์ด้านรายได้&nbsp;จากข้อมูล&nbsp;จปฐ.จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;กลุ่มหรือองค์กร&nbsp;และเครือข่ายในจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;และประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&nbsp;และขอใบสมัครได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;อาคาร&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ในวันและเวลาราชการ&nbsp;หรือดาวโหลดใบสมัครได้ทางเว็บไซด์สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;http://phetchabun.cdd.go.th/&nbsp;โทร.0-5672-9765</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","เพชรบูรณ์","สวท.เพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215112457254"],
    [453,"ภาพรวมการสำรวจผลกระทบน้ำมันรั่วทะเลระยองบริเวณชายหาดและแหล่งหญ้าทะเลยังปกติ แต่พบเพียงความฟิล์มน้ำมันเล็กน้อยบริเวณคลองหัวรถ หาดแม่รำพึง","<p><strong>ภาพรวมการสำรวจผลกระทบน้ำมันรั่วทะเลระยองบริเวณชายหาดและแหล่งหญ้าทะเลยังปกติ&nbsp;แต่พบเพียงความฟิล์มน้ำมันเล็กน้อยบริเวณคลองหัวรถ&nbsp;หาดแม่รำพึง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&nbsp;และสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(ระยอง)&nbsp;ได้สำรวจผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;เพื่อตรวจสอบการปนเปื้อนของคราบน้ำมันบริเวณชายหาดทรายแก้ว&nbsp;เกาะเสม็ด&nbsp;ภาพรวมไม่พบความผิดปกติ&nbsp;ส่วนการตรวจสอบบริเวณคลองหัวรถ&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;ยังคงพบคราบฟิล์มน้ำมันเล็กน้อย&nbsp;สำหรับการสำรวจผลกระทบจากคราบน้ำมันต่อแหล่งหญ้าทะเล&nbsp;บริเวณอ่าวเพ&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเลเช่นกัน&nbsp;แต่พบใบหญ้ากุยช่ายเข็มและใบหญ้ากุยช่ายทะเลถูกคลื่นซัดมาเกยชายหาดระยะทางประมาณ&nbsp;500&nbsp;เมตร&nbsp;เนื่องจากคลื่นลมแรงเท่านั้น</p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215105824241"],
    [454,"นายกรัฐมนตรี เชิญชวนผู้สนใจสั่งซื้อหอมแดง GI เกรด A ช่วยเหลือเกษตรกรช่วงผลผลิตล้นตลาด","<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ก่อนเริ่มการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)&nbsp;ได้เป็นผู้แทนเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นำหอมแดงในกิจกรรม&nbsp;สื่อรักด้วยใจ&nbsp;รักใครให้หอม&nbsp;มามอบให้พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;คณะรัฐมนตรี(ครม.)&nbsp;และผู้เข้าร่วมการประชุม&nbsp;ครม.&nbsp;</p><p><strong>โดยกิจกรรม&nbsp;สื่อรักด้วยใจ&nbsp;รักใครให้หอม</strong>&nbsp;เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่นายวัฒนา&nbsp;&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ในจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ร่วมกันดำเนินการเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ที่ขณะนี้ประสบปัญหาหอมแดงราคาตกต่ำ&nbsp;&nbsp;เนื่องจากช่วงเดือนตุลาคม&nbsp;-มีนาคมทุกปีจะมีผลผลิตออกมาพร้อมกันเป็นจำนวนมาก&nbsp;โดยในปีนี้จังหวัดศรีสะเกษได้เพิ่มพัฒนาช่องทางการตลาด&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการขายหลายช่องทางเพื่อให้ผู้สนใจร่วมอุดหนุนเกษตรกรได้สะดวกยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในเดือนกุมภาพันธ์</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นเดือนแห่งความรักได้จัดกิจกรรม&nbsp;สื่อรักด้วยใจ&nbsp;รักใครให้หอม&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และกระตุ้นการบริโภคในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์&nbsp;โดยเปิดให้ประชาชนทั่วประเทศสั่งซื้อหอมผ่าน&nbsp;Line&nbsp;Official&nbsp;รักใครให้หอม&nbsp;โดยผู้สั่งซื้อจะได้รับหอมแดง&nbsp;GI&nbsp;เกรด&nbsp;A&nbsp;ใส่ในถุงตาข่ายถุงละ&nbsp;1&nbsp;ก.ก.&nbsp;พร้อมป้ายข้อความอวยพรรวม&nbsp;3&nbsp;ถุงบรรจุในกล่องราคา&nbsp;189&nbsp;บาท/กล่อง(รวมค่าจัดส่ง)&nbsp;ส่วนผู้สนใจสั่งเป็นชุดเล็กสามารถสั่งชุด&nbsp;1&nbsp;ก.ก.&nbsp;ราคา&nbsp;40&nbsp;บาท(ไม่รวมค่าจัดส่ง)&nbsp;หรือชุดคู่เซต(หอม+กระเทียม)&nbsp;ชุดละ&nbsp;79&nbsp;บาท(ไม่รวมค่าจัดส่ง)&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215113152273"],
    [455,"จังหวัดกระบี่เปิดอบรมการเลี้ยงแพะผสมผสานในสวนปาล์มน้ำมันและยางพารา","<p><strong>นายชวน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภูเก้าล้วน&nbsp;&nbsp;นายกสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดอบรมการเลี้ยงแพะในสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ศรีผ่องฟาร์ม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;โดยมีนายอำมาตย์&nbsp;&nbsp;คุณสวัสดิ์&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยแพะนานาชาติจังหวัดกระบี่กล่าวรายงาน&nbsp;การอบรมในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมอบรมประมาณ&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;ใช้วลาในการอบรม&nbsp;1&nbsp;วัน</p><p><strong>แพะเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของภาคใต้</strong>&nbsp;การส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงแพะจึงเป็นการกระตุ้นให้เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างราย&nbsp;ให้กับเกษตรกรในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี&nbsp;สามารถเป็นอาชีพเสริม&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ก่อให้เกิดความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ&nbsp;เกษตรกรส่วนใหญ่ในจังหวัดกระบี่&nbsp;ประกอบอาชีพการทำสวนปาล์มน้ำมันและสวนยางพาราจึงสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาคนของสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ในมิติที่&nbsp;2&nbsp;ด้านประสิทธิภาพการสนับสนุนการส่งเสริมกลุ่มการผลิตอาหารจากภาคเกษตรกรกลุ่มผู้แปรรูปจากภาคอุตสาหกรรม&nbsp;มุ่งเน้นให้เกิดคุณภาพ&nbsp;และการพัฒนามาตรฐานคุณภาพการให้บริการประชาชน&nbsp;</p><p><strong>โดยให้ความสำคัญต่อคุณภาพผลิตผลและผลิตภัณฑ์&nbsp;</strong>ตลอดจนคุณภาพด้านองค์การมหาชนอาหารและยา&nbsp;การบรรจุผลิตภัณฑ์ที่สวยงาม&nbsp;ได้มาตรฐานสากล&nbsp;มีคุณภาพ&nbsp;การอบรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้มีการเลี้ยงแพะเพิ่มมากขึ้น&nbsp;สามารถเลี้ยงแพะได้ถูกต้องตามหลักสวัสดิภาพสัตว์และนำความรู้ทางวิชาการไปใช้ให้ถูกต้อง&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพให้แก่เกษตรกร&nbsp;ในภาวะที่สินค้าทางการเกษตรตกต่ำได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สวท.กระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215111403248"],
    [456,"ก.ทรัพย์ และ SCG ร่วมกันบริหารจัดการวัสดุเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า ลดไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 ตั้งเป้าเก็บขนเชื้อเพลิงมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่า 3,000 ตัน และลดจุดความร้อนให้ได้ร้อยละ 20 ปีนี้","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และบริษัท&nbsp;เอสซีจี&nbsp;ซีเมนต์&nbsp;จำกัด&nbsp;ร่วมกันบริหารจัดการวัสดุเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า&nbsp;ลดไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ตั้งเป้าเก็บขนเชื้อเพลิงมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่า&nbsp;3,000&nbsp;ตัน&nbsp;และลดจุดความร้อนให้ได้ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ปีนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมป่าไม้&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;และกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;บริษัท&nbsp;เอสซีจี&nbsp;ซีเมนต์&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบริหารจัดการวัสดุเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า&nbsp;ลดไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;หรือ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ถือเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการช่วยป้องกันและบรรเทาปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองของประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะสาเหตุจากการเผาในที่โล่ง&nbsp;ด้วยการนำวัสดุเชื้อเพลิงมาใช้ประโยชน์&nbsp;ลดการเผาป่า&nbsp;ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเชื้อเพลิง&nbsp;สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนให้เป็นวาระแห่งชาติการแก้ปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองอย่างเคร่งครัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมาพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันดีขึ้นกว่าปี&nbsp;2563&nbsp;ดูได้จากจำนวนจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ลดลงมากกว่าร้อยละ&nbsp;52&nbsp;และจำนวนวันที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เกินค่ามาตรฐานลดลงมากกว่าร้อยละ&nbsp;8&nbsp;เช่นเดียวกับช่วงต้นปีนี้พบดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาเช่นกัน&nbsp;แต่ยังคงมีจุดความร้อนจำนวนมากในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนืออยู่&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรและเขตป่า&nbsp;ทำให้ปีนี้&nbsp;เน้นความสำคัญการใช้ประโยชน์เศษวัสดุเชื้อเพลิงเพื่อลดการเผา&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;\"ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา\"&nbsp;ปีที่ผ่านมาสามารถเก็บขนเชื้อเพลิงมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่า&nbsp;2,500&nbsp;ตัน&nbsp;โดยในพื้นที่ชิงเก็บช่วยลดจุดความร้อนได้มากกว่าร้อยละ&nbsp;60&nbsp;ทำให้ปีนี้ตั้งเป้าเก็บขนเชื้อเพลิงให้ได้&nbsp;3,000&nbsp;ตัน&nbsp;และลดจุดความร้อนลงร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ซึ่งกระทรวงทรัพย์ฯ&nbsp;จะมีการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมให้จังหวัดทำเครื่องบีบอัดเชื้อเพลิงขนาด&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;แล้วส่งให้&nbsp;SCG&nbsp;ต่อยอดทำเชื้อเพลิงขยะ&nbsp;(RDF)&nbsp;สร้างรายได้เพิ่มด้วยการจำหน่ายก้อนเชื้อเพลิงให้กับเอกชน&nbsp;แต่บางพื้นที่ยังประสบปัญหาระบบการขนส่ง&nbsp;เช่น&nbsp;น่าน&nbsp;แพร่&nbsp;จึงให้&nbsp;คพ.&nbsp;ประสานส่วนท้องถิ่นเข้ามาช่วยเพื่อให้เส้นทางขนส่งใกล้ที่สุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายชนะ&nbsp;ภูมี&nbsp;ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่&nbsp;ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง&nbsp;บริษัท&nbsp;ปูนซีเมนต์ไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;SCG&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;นอกจากจะช่วยรับซื้อก้อนเชื้อเพลิงแล้ว&nbsp;SCG&nbsp;จะถ่ายทอดและพัฒนาองค์ความรู้&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;การบริหารจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรและวัสดุเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่าที่เป็นแหล่งเชื้อเพลิงทับถม&nbsp;แล้วนำมาแปรรูปเป็นพลังงานทดแทนในการผลิตปูนซีเมนต์&nbsp;สอดคล้องกับแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;(Circular&nbsp;Economy)</p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215114213288"],
    [457,"จังหวัดตราด เตรียมความพร้อมในการป้องกันปัญหาผลผลิตทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) ออกสู่ตลาด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;มอบหมายให้</strong>&nbsp;นายณรงค์&nbsp;เทพเสนา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานมาตรการป้องกันผลผลิตทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาดจังหวัดตราด&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ซึ่งจังหวัดตราด&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดตราดในฐานะเลขานุการคณะทำงานเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับการประชุมคณะทำงานมาตรการป้องกันผลผลิตทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาดจังหวัดตราด</strong>&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ในครั้งนี้ที่ประชุมได้มีการนำเสนอการดำเนินงานตามนโยบายป้องกันและแก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;(ทุเรียนอ่อน)&nbsp;ของจังหวัดตราด&nbsp;โดยก่อนหน้านี้จังหวัดตราดได้ออกประกาศจังหวัดตราด&nbsp;เรื่องมาตรการป้องกันผลผลิตทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;ฉบับ&nbsp;ทั้งในเรื่องของโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;การกำหนดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน&nbsp;การกำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียนแต่ละพันธุ์&nbsp;ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;ได้ดำเนินการจัดส่งเอกสารประกาศจังหวัดดังกล่าวให้กับเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในจังหวัดตราด&nbsp;จำนวน&nbsp;3,390&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรทราบ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมยังได้พิจารณา&nbsp;การเตรียมความพร้อมของสำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;</strong>และสำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;ในการให้บริการตรวจวัดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งของเนื้อทุเรียน&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรที่มีความต้องการตรวจวัดตรวจวัดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งของเนื้อทุเรียน&nbsp;ก่อนที่จะทำการตัดทุเรียนแต่ละสายพันธุ์ก่อนวันประกาศ&nbsp;ได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอตามที่ตั้งแปลงปลูก&nbsp;หรือสำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;ซึ่งเมื่อเกษตรกรนำผลผลิตมาตรวจวัดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้งของเนื้อทุเรียนแล้ว&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;จะออกใบรับรองให้&nbsp;และให้เกษตรกรแนบสำเนาใบรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;ที่ระบุวันที่/ปริมาณทุเรียน/ล้งที่สั่งซื้อ&nbsp;ไปกับรถขนส่งทุเรียน&nbsp;ที่ไปโรงคัดบรรจุด้วย&nbsp;เพื่อเป็นการควบคุมการใช้ใบรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;แบบไม่ถูกต้อง&nbsp;(สวมสิทธิ์)&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับระบบ&nbsp;E-phyto&nbsp;(ใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็คทรอนิคส์)&nbsp;ของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;อย่างไรก็ตามจะได้มีการจัดชุดเคลื่อนที่ในการสุ่มตรวจเพื่อป้องกันปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด&nbsp;อีกด้วย&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215120559297"],
    [458,"แนะเกษตรกรเลี้ยง \"ครั่ง\" เป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้เพิ่มขึ้นในครัวเรือน ป้อนตลาดแมลงเศรษฐกิจ","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;<strong>กล่าวว่า</strong>&nbsp;\"ครั่ง\"&nbsp;เป็นยาง&nbsp;หรือชันที่ได้จากแมลงครั่ง&nbsp;ซึ่งจัดเป็นแมลงเศรษฐกิจที่มีอนาคตไกลชนิดหนึ่ง&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;มีเกษตรกรผู้เลี้ยงครั่ง&nbsp;4,015&nbsp;ราย&nbsp;มีพื้นที่เลี้ยงครั่ง&nbsp;7,541&nbsp;ไร่&nbsp;ปริมาณผลผลิตครั่งดิบ&nbsp;ประมาณ&nbsp;4,100&nbsp;ตัน&nbsp;มีมูลค่าการส่งออกครั่งกว่า&nbsp;126&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และเนื่องจากในการเลี้ยงครั่งเกษตรกรไม่ต้องดูแลมาก&nbsp;ลงทุนน้อย&nbsp;ให้ผลผลิตดี&nbsp;ใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ&nbsp;12&nbsp;เดือน&nbsp;ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตครั่งดิบได้&nbsp;</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;</strong>แนะนำให้เกษตรกรเลี้ยงครั่งเป็นอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้นในครัวเรือน&nbsp;โดยครั่งจะเจริญเติบโตได้ดีบนต้นไม้ที่มีลักษณะเป็นทรงพุ่ม&nbsp;มีเรือนยอดแผ่กว้าง&nbsp;โปร่งมีอากาศถ่ายเทดีและอายุของกิ่งต้องไม่แก่และไม่อ่อนจนเกินไป&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;พื้นที่ปลูกต้นไม้เลี้ยงครั่งจะต้องมีสภาพแวดล้อมและมีอุณหภูมิที่เหมาะสมและควรจะตั้งอยู่ใกล้กับโรงงานรับซื้อครั่งดิบ&nbsp;ซึ่งประเทศไทยมีการเลี้ยงครั่งมากในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ทั้งนี้คุณภาพของครั่งจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย</p><p><strong>ครั่ง&nbsp;เป็นแมลงจำพวกเพลี้ยชนิดหนึ่ง</strong>&nbsp;ครั่งจะขับถ่ายสารเหนียวสีเหลืองออกมา&nbsp;จะมีลักษณะเป็นยางหรือชันและเมื่อถูกอากาศจะแข็งตัวกลายเป็นสีน้ำตาลหุ้มรอบกิ่งไม้ที่แมลงครั่งอาศัยอยู่&nbsp;ครั่งที่เก็บได้จากต้นไม้เรียกว่า&nbsp;<strong>ครั่งดิบ</strong>&nbsp;มีส่วนประกอบที่สำคัญคือ&nbsp;เรซิน&nbsp;ขี้ผึ้ง&nbsp;สี&nbsp;ซาก&nbsp;ตัวครั่งและสารอื่นๆ&nbsp;เมื่อนำครั่งมาแปรรูปจะได้เป็นเชลแลค&nbsp;ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมต่างๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อุตสาหกรรมยา&nbsp;ปัจจุบันมีการผลิตหมึกพิมพ์ชนิดใหม่ที่แห้งเร็วสามารถกันน้ำได้และพิมพ์ด้วยเครื่องจักรที่มีความเร็วสูง&nbsp;จึงได้นำเชลแลคมาใช้เป็นส่วนผสมถึง&nbsp;6&nbsp;ส่วน&nbsp;อุตสาหกรรมเกี่ยวกับวัสดุที่เป็นฉนวนไฟฟ้า&nbsp;เนื่องจากเชลแลคไม่เป็นสื่อนำไฟฟ้า&nbsp;จึงมีการนำเอามาใช้ในอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215130139317"],
    [459,"ชี้ช่องทางเกษตรกรใช้ประโยชน์จาก FTA ขยายตลาดส่งออกแก้วมังกร ไปตลาดโลก","<p><strong>นางอรมน&nbsp;ทรัพย์ทวีธรรม&nbsp;อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ</strong>&nbsp;<strong>เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรผู้ปลูกแก้วมังกร&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ซึ่งเป็นจังหวัดที่ปลูกแก้วมังกรมากที่สุดในประเทศไทย&nbsp;โดยเกษตรกรให้ความสนใจกับกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจเพื่อหาตลาดใหม่ของกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พร้อมได้ให้คำแนะนำเรื่องการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี&nbsp;(FTA)&nbsp;เพื่อขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศ&nbsp;เนื่องจากประเทศที่ไทยมี&nbsp;FTA&nbsp;กับ&nbsp;15&nbsp;ประเทศ&nbsp;ได้ยกเลิกการเก็บภาษีศุลกากรกับแก้วมังกรส่งออกจากไทยแล้ว&nbsp;ยกเว้นมาเลเซียและเกาหลีใต้&nbsp;จึงเป็นโอกาสดีของเกษตรกรผู้ปลูกแก้วมังกรของไทยในการขยายตลาดส่งออก&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;หลังจากที่ไทยและซาอุดีอาระเบีย&nbsp;</strong>กลับมาฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างกัน&nbsp;จะเป็นโอกาสดีของการขยายตลาดแก้วมังกรไปยังตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นด้วย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;เกษตรกรยังเห็นความสำคัญของการพัฒนาหาสายพันธุ์ใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ความนิยมของผู้บริโภค&nbsp;รวมทั้งการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมากขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ไทยส่งออกแก้วมังกรไปตลาดโลกกว่า&nbsp;51&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยตลาดส่งออกสำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;เมียนมา&nbsp;รัสเซีย&nbsp;ซาอุดีอาระเบีย&nbsp;คูเวต&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215140312353"],
    [460,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเล็กน้อย โดยเฉพาะภาคเหนือ ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเล็กน้อย&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือ&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือของไทย</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(14&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;674&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากวันก่อนเล็กน้อย&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;284&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;220&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;68&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;62&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;33&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุดอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;ลำปาง&nbsp;144&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;127&nbsp;จุด&nbsp;และเชียงราย&nbsp;73&nbsp;จุด&nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;โดยจุดความร้อนในพื้นที่ภาคเหนือยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและมีจำนวนสูงถึง&nbsp;535&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนใหญ่พบในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ส่งผลให้วันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;บริเวณพื้นที่ภาคเหนืออยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อนแล้ว&nbsp;6,075&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;5,571&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;3,578&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&nbsp;1,830&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นประเทศไทย&nbsp;674&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;158&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ&nbsp;</p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215133334331"],
    [461,"เทศบาลเมืองลำพูน จัดกิจกรรมธนาคารขยะรีไซเคิล ขับเคลื่อนการจัดการขยะมูลฝอย นำรายได้ส่วนหนึ่งจากการขายขยะ มอบเป็นทุนการศึกษา","<p><strong>เทศบาลเมืองลำพูน&nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการธนาคารขยะชุมชน</strong>&nbsp;ได้จัดทำโครงการธนาคารขยะชุมชน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ขึ้น&nbsp;โดยมีนายสิริวุฒิ&nbsp;คำธิตา&nbsp;รองนายกเทศมนตรี&nbsp;เป็นประธานในการเปิดโครงการฯ&nbsp;ซึ่งมีกิจกรรมการอบรมให้ความรู้เรื่องการจัดการขยะชุมชน&nbsp;ตามแผนปฏิบัติการจังหวัดสะอาด&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;แก่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;และมีกิจกรรมคัดแยก&nbsp;รวบรวมขยะรีไซเคิล&nbsp;เพื่อนำขยะรีไซเคิลที่รวบรวมได้มาบริจาคขายต่อ&nbsp;โดยนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้เป็นทุนการศึกษาแก่นักเรียน&nbsp;และใช้สำหรับการบริหารจัดการธนาคารขยะในชุมชน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เป็นการปฏิบัติตามข้อตกลงความร่วมมือ</strong>&nbsp;ด้านการบริหารจัดการขยะมูลฝอย&nbsp;ชุมชนจังหวัดสะอาด&nbsp;ส่งเสริมให้ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองลำพูนมีการคัดแยกขยะจากต้นทาง&nbsp;ซึ่งการดำเนินโครงการดังกล่าวสามารถคัดแยกขยะรีไซเคิลได้ทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;536&nbsp;กิโลกรัม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สวท.ลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215134356337"],
    [462,"SPRC ถกกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม ที่พักและร้านอาหาร เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบน้ำมันดิบรั่วไหลกลางทะเล ยืนยันจะมีความชัดเจนภายในสิ้นเดือนนี้","<p>&nbsp;<strong>นายวิชัย&nbsp;ชุณหสมบูรณ์&nbsp;หัวหน้าโครงการเยียวยาและชดใช้</strong>&nbsp;นายจิระศักดิ์&nbsp;มหาสุคนธ์&nbsp;ผจก.ทรัพยากรบุคคล&nbsp;และนายวันชัย&nbsp;ประสิทธิ์ลาภสกุล&nbsp;หัวหน้าทีมเยียวยาและชดใช้&nbsp;บ.สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จก.(มหาชน)หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;ได้นัดประชุมคณะทำงานชุดที่&nbsp;1&nbsp;ด้านกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม&nbsp;ที่พัก&nbsp;และร้านอาหาร&nbsp;เพื่อหารือการให้ความช่วยเหลือ&nbsp;หรือการชดใช้ค่าเยียวยาสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว&nbsp;ที่โรงแรมระยองบีช&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง</p><p><strong>โดยมีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพื่อเป็นประโยชน์</strong>ต่อการให้ความช่วยเหลือชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;มีผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม&nbsp;ที่พักและร้านอาหาร&nbsp;มาร่วมประชุมให้ข้อเสนอแนะแนวทางการเยียวยากว่า&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;พร้อมกับมีการยื่นเอกสารหลักฐานผู้ได้รับควาเสียหายกับทางบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ด้วย&nbsp;</p><p><strong>นางสุวรรณา&nbsp;โดตี้&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระยอง&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;อยากให้มีการกำหนดวันเยียวยาที่ชัดเจนและเร่งเยียวยา&nbsp;โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่อยู่บริเวณหาดแม่รำพึงพื้นที่จุดศูนย์กลางที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;ควรจะเร่งเยียวยาให้เขาได้รับเงินก่อน&nbsp;ส่วนกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบอื่น&nbsp;ก็พิจารณาทยอยจ่ายไป&nbsp;</p><p><strong>นางสริญทิพญ&nbsp;ทัพมงคลทรัพย์&nbsp;นายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ด</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เกาะเสม็ดเคยได้รับผลกระทบน้ำมันรั่ว&nbsp;และมีประสบการณ์ในเรื่องการจัดการชดเชยเยียวยาก็ต้องมีการพูดคุยในรายละเอียดก่อนว่าจะเป็นอย่างไร&nbsp;โดยเฉพาะการท่องเที่ยวไม่ใช่แค่วันหรือสองวันจะกลับมา&nbsp;รวมทั้งทรัพยากรทางทะเลที่เกิดความเสียหาย&nbsp;ซึ่งในระยะยาวจะต้องดูแลด้วย&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายจิระศักดิ์&nbsp;มหาสุคนธ์&nbsp;ผจก.ทรัพยากรบุคคล&nbsp;SPRC</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ข้อเสนอแนะในวันนี้ทางบริษัทฯ&nbsp;จะนำไปสู่การแก้ปัญหา&nbsp;ส่วนการเยียวยาจะเร่งทำให้เร็วที่สุดโดยยึดเกณฑ์คราบน้ำมันรั่ว&nbsp;ปี&nbsp;2556เป็นแนวทาง&nbsp;คาดว่าจะสรุปข้อมูลที่ชัดเจนได้ภายในสิ้นเดือนนี้&nbsp;ซึ่งได้มีการตั้งคณะทำงาน&nbsp;4&nbsp;ชุด&nbsp;ขึ้นมาพิจารณา&nbsp;</p><p><strong>ส่วนนายวันชัย&nbsp;ประสิทธิ์ลาภสกุล&nbsp;หัวหน้าทีมเยียวยาและชดใช้&nbsp;SPRC</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปยอดผู้ได้รับผลกระทบได้&nbsp;เพราะยังมีผู้ได้รับผลกระทบทยอยเข้ามาแจ้งเพิ่มทุกวัน&nbsp;จึงต้องการให้มีการสรุปกำหนดเวลาในรับเรื่องร้องทุกข์จากผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;เพื่อจะได้สรุปการเยียวยาชุดแรกก่อน.&nbsp;วฐิต&nbsp;กลางนอก/ระยอง&nbsp;0871373960</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215135109342"],
    [463,"เปิดสวนจองทุเรียนตาชี ลูกละ 300 บาท อีก 5 เดือน ได้กิน","<p><strong>ที่สวนทุเรียน&nbsp;ของนายสุริยนทร์&nbsp;ศรีสุข&nbsp;ประธานแปลงใหญ่ทุเรียน</strong>&nbsp;ตำบลตาชี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลตาชี&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายอมร&nbsp;ชุมช่วย&nbsp;นายอำเภอยะหา&nbsp;นายอนุชา&nbsp;จูวัตร์&nbsp;เกษตรอำเภอยะหา&nbsp;เปิดให้พี่น้องประชาชนทั่วไป&nbsp;เข้าเรียนรู้&nbsp;ส่วนแปลงใหญ่&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ตาชี&nbsp;พร้อม&nbsp;เปิดจองทุเรียนหมอนทองคุณภาพดี&nbsp;1000&nbsp;ลูก&nbsp;จากส่วนแปลงใหญ่&nbsp;ทุเรียนตำบลตาชี&nbsp;ที่&nbsp;ออกดอก&nbsp;วันที่&nbsp;29&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ดอกบาน&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;คาดว่าจะเก็บเกี่ยว&nbsp;ได้&nbsp;18&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;โดยขนาดทุเรียน&nbsp;3&nbsp;กิโลกรัมขึ้นไป&nbsp;จำหน่ายผลละ&nbsp;300&nbsp;บาท&nbsp;โดยมี&nbsp;และมีพี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ให้ความสนใจจำนวนมาก&nbsp;โดยขณะนี้&nbsp;มีผู้สั่งจองทุเรียน&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;56&nbsp;ลูกแล้ว&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายสุริยนทร์&nbsp;ศรีสุข&nbsp;ประธานแปลงใหญ่ทุเรียน&nbsp;ตำบลตาชี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นปีแรก&nbsp;ที่เปิดให้จองทุเรียน&nbsp;ตอนแรกตั้งใจ&nbsp;จะทดเปิดให้จองแค่&nbsp;50&nbsp;ลูก&nbsp;ก่อนเท่านั้น&nbsp;แต่เถ้าแก่&nbsp;จาก&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้สั่งจอง&nbsp;คนเดียว&nbsp;50&nbsp;ลูก&nbsp;นั้นหมายถึง&nbsp;1&nbsp;ต้น&nbsp;ยกให้เขาคนเดียวเลย&nbsp;ยอดสั่งจอด&nbsp;ตอนนี้ถือว่าเกินเป้าที่กำหนด&nbsp;ก็ต้องเปิดให้จองทั้งส่วนเลยตอนนี้&nbsp;คาดว่าปีนี้&nbsp;ส่วนแปลงนี้จะได้ผลผลิต&nbsp;1,000&nbsp;ลูก&nbsp;ทุเรียนที่สั่งจอง&nbsp;จะต้อง&nbsp;ไม่ต่ำกว่า&nbsp;3&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ที่มีคุณภาพ&nbsp;ในราคาลูกละ&nbsp;300&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;ตอนนี้เราเปิดจองอย่างเป็นทางการแล้วสามารถมาจองที่ส่วน&nbsp;หรือ&nbsp;โทรมาจองได้&nbsp;ที่เบอร์โทร&nbsp;0946202525&nbsp;</p><p><strong>การสั่งจองทุเรียน&nbsp;เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถติดตาม&nbsp;ว่า&nbsp;ลูกของเขาที่จอง</strong>&nbsp;ขนาดไหนแล้ว&nbsp;สามารถติดตามได้&nbsp;จะทำให้การท่องเทียวเกิด&nbsp;อีกด้วย&nbsp;เขาก็จะมาเยี่ยมส่วนทุเรียนของเราบ่อยๆ&nbsp;เป็นกดไกการตลาดด้วย&nbsp;ปีนี้เปิดส่วนให้ชาวบ้านทั่วไป&nbsp;มาเรียนรู้&nbsp;มาเห็&nbsp;น&nbsp;ว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่&nbsp;ทีน่าอยู่&nbsp;ชาวบ้านอยู่กันอย่างไร&nbsp;จากนั้นก็&nbsp;ยังสามารถไปชมทะเลหมอก&nbsp;และชมแสงแรกและแสงสุดท้ายของวัน&nbsp;ได้จาก&nbsp;ลนเขาหินล้านงาม&nbsp;ควนโต๊ะบีแด&nbsp;ตาชี&nbsp;ที่นี้ได้อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215143849383"],
    [464,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่ 3 จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า&nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม&nbsp;MODIS&nbsp;แสดงให้เห็นพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าช่วง&nbsp;7&nbsp;วันนี้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;14&nbsp;&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบมี&nbsp;3&nbsp;จังหวัดมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;คือ&nbsp;ตาก&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และลำปาง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีตัวเลขคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงสูงรวมประมาณ&nbsp;20&nbsp;ล้านไร่&nbsp;เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนมากกว่าร้อยละ&nbsp;33.3&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;5&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ส่วนใหญ่ยังคงเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์&nbsp;สาเหตุอาจเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;หรือการเผาเพื่อหาของป่าและล่าสัตว์&nbsp;จนทำให้เกิดการลุกลาม&nbsp;สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปวางแผนจัดการเชื้อไฟ&nbsp;และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215151533412"],
    [465,"เร่งผลักดันข้าวสาลี ส่งเสริมเกษตรกรแปลงใหญ่ สู่บทบาทการพัฒนาเศรษฐกิจไทย","<p><strong>นายทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังเปิดโครงการวิจัย&nbsp;การพัฒนาการผลิตธัญพืชเมืองหนาวเป็นพืชหลังนาเพื่อการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรภาคเหนือตอนบน&nbsp;ที่ศูนย์วิจัยข้าวสะเมิง&nbsp;อำเภอสะเมิง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ว่า&nbsp;ปัจจุบันนี้ข้าวสาลีเป็นที่นิยมมาก&nbsp;ตลาดมีความต้องการสูงถึง&nbsp;382&nbsp;ตันต่อปี&nbsp;และในอนาคตตลาดข้าวสาลีในไทยมีโอกาสที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้น&nbsp;งานนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมมือกันของหลายหน่วยงานอย่าง&nbsp;กรมการข้าว&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา&nbsp;มหาวิทยาลัยแม่โจ้&nbsp;และสำนักงานการพัฒนาการวิจัยการเกษตร&nbsp;หรือ&nbsp;สวก.&nbsp;ที่ต้องการพัฒนาการผลิตข้าวสาลีในประเทศไทยให้มีคุณภาพ&nbsp;ได้มาตรฐาน&nbsp;ตรงความต้องการของตลาดและสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเพิ่มขึ้น&nbsp;เพราะเป็นพืชที่ปลูกหลังการทำนาได้และสามารถแปรรูปได้อย่างหลากหลาย&nbsp;ใช้ประโยชน์ได้จากทุกส่วน&nbsp;จึงมีการเร่งพัฒนาและผลักดันการผลิตข้าวสาลีในประเทศไทย&nbsp;</p><p><strong>ข้าวสาลี&nbsp;ธัญพืชเมืองหนาว</strong>&nbsp;มีบทบาทต่อคนในสังคมไทยในปัจจุบันมาก&nbsp;เพราะใช้เวลาในการปรุงน้อย&nbsp;แต่ให้คุณค่าทางอาหารสูง&nbsp;อีกทั้งยังสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งต้นของข้าวสาลีไม่ว่าจะเป็นการแปรรูปเป็นน้ำคั้นจากต้นอ่อน&nbsp;แปรรูปเป็นขนมปัง&nbsp;หรือแม้กระทั่งนำช่อข้าวสาลีมาทำช่อดอกไม้&nbsp;รวมไปถึงการใช้ฟางมาทำหลอดดูดน้ำ&nbsp;หรืออาหารสัตว์&nbsp;จึงทำให้ข้าวสาลีเป็นที่นิยมทางด้านการตลาดของประเทศไทยเป็นอย่างมาก&nbsp;ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ&nbsp;มากมายไม่ว่าจะเป็นการจัดอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ&nbsp;การจัดนิทรรศการแสดงผลงานวิจัยและพัฒนาข้าวสาลีและธัญพืชเมืองหนาวเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังเป็นการส่งเสริมเกษตรกร</strong>ที่อยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสมและเกษตรกรนาแปลงใหญ่ให้เห็นถึงความพร้อมในการรองรับของตลาดข้าวสาลีไทยที่ในอนาคตที่มีแนวโน้มจะสูงขึ้น&nbsp;โดยมีหลายหน่วยงานที่เข้ามาให้ความร่วมมือ&nbsp;ไม่ใช่เพียงหวังแต่ให้ผลผลิตมีคุณภาพดี&nbsp;แต่เป็นการสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;หรือผู้ที่สนใจอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215154227435"],
    [466,"ครั้งแรก เปิดสวนทุเรียนบ้านตาชี จอง 3 โลอัพ 300 บาท อีก 5 เดือน ได้กิน","<p><strong>ครั้งแรก&nbsp;เปิดสวนทุเรียนบ้านตาชี&nbsp;จอง&nbsp;3&nbsp;โลอัพ&nbsp;300&nbsp;บาท&nbsp;อีก&nbsp;5&nbsp;เดือน&nbsp;ได้กิน&nbsp;&nbsp;</strong>ที่สวนทุเรียน&nbsp;ของนายสุริยนทร์&nbsp;ศรีสุข&nbsp;ประธานแปลงใหญ่ทุเรียน&nbsp;ตำบลตาชี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลตาชี&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ได้ร่วมกับ&nbsp;นายอมร&nbsp;ชุมช่วย&nbsp;นายอำเภอยะหา&nbsp;นายอนุชา&nbsp;จูวัตร์&nbsp;เกษตรอำเภอยะหา&nbsp;เปิดให้พี่น้องประชาชนทั่วไป&nbsp;เข้าเรียนรู้&nbsp;ส่วนแปลงใหญ่&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ตาชี&nbsp;พร้อม&nbsp;เปิดจองทุเรียนหมอนทองคุณภาพดี&nbsp;1000&nbsp;ลูก&nbsp;จากส่วนแปลงใหญ่&nbsp;ทุเรียนตำบลตาชี&nbsp;ที่&nbsp;ออกดอกใน&nbsp;วันที่&nbsp;29&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ดอกบาน&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;คาดว่าจะเก็บเกี่ยว&nbsp;ได้ในวันที่&nbsp;18&nbsp;&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;โดยขนาดทุเรียน&nbsp;3&nbsp;กิโลกรัมขึ้นไป&nbsp;จำหน่ายผลละ&nbsp;300&nbsp;บาท&nbsp;โดยมี&nbsp;และมีพี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ให้ความสนใจจำนวนมาก&nbsp;ขณะนี้&nbsp;มีผู้สั่งจองทุเรียนแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;56&nbsp;ลูกแล้ว&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายสุริยนทร์&nbsp;ศรีสุข&nbsp;ประธานแปลงใหญ่ทุเรียน&nbsp;ตำบลตาชี&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นปีแรก&nbsp;ที่เปิดให้จองทุเรียน&nbsp;ตอนแรกตั้งใจ&nbsp;จะทดลองเปิดให้จองแค่&nbsp;50&nbsp;ลูก&nbsp;ก่อนเท่านั้น&nbsp;แต่เถ้าแก่&nbsp;จาก&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้สั่งจอง&nbsp;คนเดียว&nbsp;50&nbsp;ลูก&nbsp;นั้นหมายถึง&nbsp;1&nbsp;ต้น&nbsp;ยกให้เขาคนเดียวเลย&nbsp;ยอดสั่งจอง&nbsp;ตอนนี้ถือว่าเกินเป้าที่กำหนด&nbsp;ก็ต้องเปิดให้จองทั้งสวนเลยตอนนี้&nbsp;คาดว่าปีนี้&nbsp;สวนแปลงนี้จะได้ผลผลิต&nbsp;1,000&nbsp;ลูก&nbsp;ทุเรียนที่สั่งจอง&nbsp;จะต้อง&nbsp;ไม่ต่ำกว่า&nbsp;3&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ที่มีคุณภาพ&nbsp;ในราคาลูกละ&nbsp;300&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;ตอนนี้เราเปิดจองอย่างเป็นทางการแล้วสามารถมาจองที่สวน&nbsp;หรือ&nbsp;โทรมาจองได้&nbsp;ที่เบอร์โทร&nbsp;0946202525</p><p><strong>สำหรับการสั่งจองทุเรียน&nbsp;นั้นก็&nbsp;เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถติดตาม&nbsp;</strong>ว่า&nbsp;ลูกของเขาที่จอง&nbsp;ขนาดไหนแล้ว&nbsp;สามารถติดตามได้&nbsp;จะทำให้การท่องเที่ยวเกิด&nbsp;อีกด้วย&nbsp;เขาก็จะมาเยี่ยมสวนทุเรียนของเราบ่อยๆ&nbsp;เป็นกลไกการตลาดด้วย&nbsp;ปีนี้เปิดสวนให้ชาวบ้านทั่วไป&nbsp;มาเรียนรู้&nbsp;มาเห็น&nbsp;ว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่&nbsp;ที่น่าอยู่&nbsp;ชาวบ้านอยู่กันอย่างไร&nbsp;จากนั้นก็&nbsp;ยังสามารถไปชมทะเลหมอก&nbsp;และชมแสงแรกและแสงสุดท้ายของวัน&nbsp;ได้จาก&nbsp;ลนเขาหินล้านงาม&nbsp;ควนโต๊ะบีแด&nbsp;ตาชี&nbsp;ที่นี้ได้อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215152458420"],
    [467,"ยะลา เปิดสวนตาชี จองทุเรียน 3 โลอัพ 300 บาท อีก 5 เดือน ได้กิน","<p><strong>ที่สวนทุเรียน&nbsp;ของนายสุริยนทร์&nbsp;ศรีสุข&nbsp;ประธานแปลงใหญ่ทุเรียน&nbsp;</strong>ตำบลตาชี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลตาชี&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายอมร&nbsp;ชุมช่วย&nbsp;นายอำเภอยะหา&nbsp;นายอนุชา&nbsp;จูวัตร์&nbsp;เกษตรอำเภอยะหาจัดกิจกรรม&nbsp;เปิดให้พี่น้องประชาชนทั่วไป&nbsp;เข้าเรียนรู้&nbsp;ส่วนแปลงใหญ่&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ตาชี&nbsp;พร้อม&nbsp;เปิดจองทุเรียนหมอนทองคุณภาพดี&nbsp;1000&nbsp;ลูก&nbsp;จากส่วนแปลงใหญ่&nbsp;ทุเรียนตำบลตาชี&nbsp;ที่&nbsp;ออกดอก&nbsp;วันที่&nbsp;29&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ดอกบาน&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;คาดว่าจะเก็บเกี่ยว&nbsp;ได้&nbsp;18&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;โดยขนาดทุเรียน&nbsp;3&nbsp;กิโลกรัมขึ้นไป&nbsp;จำหน่ายผลละ&nbsp;300&nbsp;บาท&nbsp;โดยมี&nbsp;และมีพี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ให้ความสนใจจำนวนมาก&nbsp;โดยขณะนี้&nbsp;มีผู้สั่งจองทุเรียน&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;56&nbsp;ลูกแล้ว&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายสุริยนทร์&nbsp;ศรีสุข&nbsp;ประธานแปลงใหญ่ทุเรียน&nbsp;ตำบลตาชี&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นปีแรก&nbsp;ที่เปิดให้จองทุเรียน&nbsp;เดิมตั้งใจ&nbsp;จะเปิดให้จองแค่&nbsp;50&nbsp;ลูก&nbsp;ก่อนเท่านั้น&nbsp;แต่พ่อค้า&nbsp;จาก&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้สั่งจอง&nbsp;คนเดียว&nbsp;50&nbsp;ลูก&nbsp;นั้นหมายถึง&nbsp;1&nbsp;ต้น&nbsp;ยกให้เขาคนเดียวเลย&nbsp;ยอดสั่งจอง&nbsp;ตอนนี้ถือว่าเกินเป้าที่กำหนด&nbsp;ก็ต้องเปิดให้จองทั้งส่วนเลยตอนนี้&nbsp;คาดว่าปีนี้&nbsp;สวนแปลงนี้จะได้ผลผลิต&nbsp;1,000&nbsp;ลูก&nbsp;ทุเรียนที่สั่งจอง&nbsp;จะต้อง&nbsp;ไม่ต่ำกว่า&nbsp;3&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ที่มีคุณภาพ&nbsp;ในราคาลูกละ&nbsp;300&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;ตอนนี้เราเปิดจองอย่างเป็นทางการแล้วสามารถมาจองที่สวน&nbsp;หรือ&nbsp;โทรมาจองได้&nbsp;ที่เบอร์โทร&nbsp;09&nbsp;4620&nbsp;2525&nbsp;</p><p><strong>การสั่งจองทุเรียน&nbsp;เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถติดตาม&nbsp;ว่า&nbsp;ลูกของเขาที่จอง</strong>&nbsp;ขนาดไหนแล้ว&nbsp;สามารถติดตามได้&nbsp;จะทำให้การท่องเทียวเกิด&nbsp;อีกด้วย&nbsp;เขาก็จะมาเยี่ยมส่วนทุเรียนของเราบ่อยๆ&nbsp;เป็นกลไกการตลาดด้วย&nbsp;ปีนี้เปิดส่วนให้ชาวบ้านทั่วไป&nbsp;มาเรียนรู้&nbsp;มาเห็&nbsp;ว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่&nbsp;ทีน่าอยู่&nbsp;ชาวบ้านอยู่กันอย่างไร&nbsp;จากนั้นก็&nbsp;ยังสามารถไปชมทะเลหมอก&nbsp;และชมแสงแรกและแสงสุดท้ายของวัน&nbsp;ได้จาก&nbsp;ลนเขาหินล้านงาม&nbsp;ควนโต๊ะบีแด&nbsp;ตาชี&nbsp;ที่นี้ได้อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215152915423"],
    [468,"เกษตรกรจังหวัดตราดปลูกพริกหอมได้กำไรปีละหลักล้าน","<p><strong>เกษตรกรผู้ปลูกพริกที่จังหวัดตราด</strong>&nbsp;กลับมามีรอยยิ้มอีกครั้งหลังจากราคาพริกหน้าสวนพุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัว&nbsp;นางละเอียด&nbsp;อภิบาลศรี&nbsp;เจ้าของสวนพริก&nbsp;ม.5&nbsp;ตำบลท่ากุ่ม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกพริกพันธุ์พริกหอม&nbsp;เป็นพันธุ์พริกที่นิยมปลูกกันมากในพื้นที่จังหวัดตราด&nbsp;บอกว่าราคาพริกปีนี้&nbsp;พุ่งสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งต้นฤดูการเก็บพริก&nbsp;ราคาพริกอยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;115&nbsp;บาท&nbsp;จนถึงปัจจุบันราคาพริ&nbsp;ลดลงมาเล็กน้อยเท่านั้น&nbsp;ไม่เหมือนปีที่ผ่านมาที่ราคาพริกลดลงครึ่งต่อครึ่ง&nbsp;สำหรับในปีนี้ราคาพริกเป็นที่น่าพอใจของเกษตรกร&nbsp;รวมถึงค่าแรงในการเก็บพริกของชาวบ้านในพื้นที่ก็สูงตามไปด้วย&nbsp;โดยจะจ่ายค่าแรงอยู่ที่กิโลกรับละ&nbsp;16&nbsp;บาท&nbsp;วันหนึ่งชาวบ้านจะได้ค่าแรงในการเก็บพริกในแต่ละวัน&nbsp;อยู่ที่&nbsp;700-800&nbsp;บาท&nbsp;โดยทั่วไปการปลูกพริกไปถึงการเก็บผลผลิตจะใช้เวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;พริกก็สามารถจะเก็บผลผลิตได้ในปีนี้&nbsp;พริกไม่ค่อยเป็นโรค&nbsp;สามารถเก็บผลผลิตได้&nbsp;2-4&nbsp;ครั้ง</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-15T00:00:00","NULL","ตราด","สวท.ตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215155037450"],
    [469,"จังหวัดตรัง  กำหนดยืนยันตัวตนในการจำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน เพื่อกำกับดูแลและป้องปรามการลักขโมยผลปาล์มน้ำมันและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร","<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;&nbsp;สืบเนื่องจากสถานการณ์ราคาผลปาล์มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ได้ปรับตัวอยู่ในเกณฑ์ดี&nbsp;&nbsp;ทำให้เกิดปัญหาการลักขโมยผลปาล์มของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อกำกับดูแลและป้องปรามการลักขโมยผลปาล์มน้ำมันและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดตรัง&nbsp;จึงขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;</strong>ทั้งโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มและผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;แจ้งให้ผู้ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;ณ&nbsp;&nbsp;สถานที่รับซื้อ&nbsp;จะต้องแจ้งยืนยันแสดงตัวตน&nbsp;&nbsp;โดยยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขายผลปาล์ม&nbsp;&nbsp;ประกอบการขายทุกครั้งและห้ามรับซื้อผลปาล์มน้ำมันที่ไม่ปรากฏแหล่งที่มา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดตรังจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบและจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิดในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215155549455"],
    [470,"5 หน่วยงาน ช่วยชาวบ้านสร้างฝายชะลอน้ำ บ้านหนองหวาย เตรียมรับภัยแล้ง","<p><strong>หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;36</strong>&nbsp;โดยฝ่ายกิจการพลเรือน&nbsp;กองร้อยทหารพรานที่&nbsp;3603&nbsp;จัดกำลังพลจิตอาสา&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;อบต.ป่าแป๋,&nbsp;หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้แม่สะเรียง,&nbsp;อุทยานแห่งชาติแม่สะเรียง(เตรียมการ),&nbsp;ชุด&nbsp;สทส.32,&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และราษฎร&nbsp;บ้านห้วยหนองหวาย&nbsp;ดำเนินการจัดสร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;(ฝายแม้ว)&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;(ขนาดความกว้าง&nbsp;3&nbsp;ม.,&nbsp;ยาว&nbsp;5&nbsp;ม.&nbsp;และสูง&nbsp;1&nbsp;ม.)&nbsp;บริเวณป่าต้นน้ำลำห้วยหนองหวาย&nbsp;บ้านห้วยหนองหวาย&nbsp;ม.10&nbsp;ต.ป่าแป๋&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับแหล่งน้ำและกักเก็บน้ำไว้สำหรับใช้ในการอุปโภคและบริโภค&nbsp;ให้กับชุมชนโดยมีนาย&nbsp;ทวีวัฒน์&nbsp;วิสิฏสิรินายก&nbsp;อบต.ป่าแป๋ฯ&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ&nbsp;80&nbsp;คน</p><p><strong>การสร้างฝายชะลอน้ำ</strong>&nbsp;ช่วยกักเก็บน้ำและชะลอการไหลเวียนของน้ำ&nbsp;โดยเฉพาะฤดูฝนที่เสี่ยงต่อกระแสน้ำที่รุนแรง&nbsp;ช่วยลดการพังทลายของหน้าดิน&nbsp;แถมยังช่วยกักเก็บตะกอนได้อีกด้วย&nbsp;ทำให้คงความชุ่มชื้นได้เป็นเวลายาวนาน&nbsp;สร้างประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตในพื้นที่อย่าง&nbsp;แมลง&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;พันธุ์พืชนานาชนิด&nbsp;และที่สำคัญคือเป็นแหล่งกักเก็บน้ำไว้ในใช้งานได้ฤดูแล้งได้อย่างดีเยี่ยม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215163037477"],
    [471,"เดินหน้าตรวจรับรองมาตรฐานสินค้าเกลือทะเลไทย พัฒนาสู่มาตรฐานสากล","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายชาญยุทธ์&nbsp;ภาณุทัต&nbsp;ที่ปรึกษากรมส่งเสริมการเกษตร</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ประชุมคณะทำงานเตรียมความพร้อมการตรวจประเมินตามมาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับเกลือทะเล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3-1/2565&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;VDO&nbsp;Conference&nbsp;โดยที่ประชุมรายงานความก้าวหน้าการตรวจสอบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;เรื่องการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับการทำนาเกลือทะเล&nbsp;(มกษ.&nbsp;9055-2562)&nbsp;ผลการดำเนินงานปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;โครงการนำร่องการพัฒนาแปลงนาเกลือทะเลต้นแบบตามมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;แจ้งปัญหาและอุปสรรคการดำเนินงาน&nbsp;รวมทั้งรายงานผลการตรวจรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายเลอพงษ์&nbsp;จั่นทอง&nbsp;เกษตรกรนาเกลือทะเลจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ผ่านการตรวจสอบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;GAP&nbsp;การทำนาเกลือทะเล&nbsp;เป็นรายแรกของประเทศไทยและยังมีเกษตรกรนาเกลือที่อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจรับรองเพื่อขอรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;เพื่อยกระดับการผลิตเกลือทะเลไทยให้ได้มาตรฐานและรองรับการขยายช่องทางการจำหน่ายต่อไป</span></p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215191154571"],
    [472,"เกษตรกรนครพนม แปรรูปเห็ดเป็นเส้นก๋วยจั๊บ โจ๊กและผงเห็ดสร้างมูลค่าเพิ่ม","<p><strong>เกษตรกรนครพนม&nbsp;แปรรูปเห็ดเป็นเส้นก๋วยจั๊บ&nbsp;</strong>โจ๊กและผงเห็ดสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;วันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่จังหวัดนครพนม&nbsp;นางสาว&nbsp;พรพิมล&nbsp;ราชบุตร&nbsp;เกษตรกรบ้านธาตุน้อย&nbsp;อำเภอธาตุพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เดิมเรามีการผลิตก้อนเห็ดเปิดดอกและจำหน่ายเห็ดสด&nbsp;และมีการแปรรูปเป็นผงเห็ด&nbsp;รวมถึงแปรรูปสินค้าเกษตรตัวอื่นคือผงมันม่วง&nbsp;และผงฟักทองเพื่อถนอมอาหารเก็บไว้&nbsp;โดยขั้นตอนของการทำให้แห้งแล้วบดเป็นผง&nbsp;เพื่อนำมาใช้สำหรับชงเป็นน้ำชาดื่ม&nbsp;</p><p><strong>แต่ในช่วงวิกฤตโควิดก็ทำให้เกิดแนวคิดว่า&nbsp;</strong>นอกจากเราจะจำหน่ายเห็ดสดแล้ว&nbsp;เราควรจะทำสินค้าอีกตัวออกมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า&nbsp;จึงเป็นที่มาของผลิตภัณฑ์ก๋วยจั๊บเส้นเห็ดและโจ๊กสำเร็จรูป&nbsp;ขณะที่ผงมันม่วงก็นำไปทำเป็นผงเบเกอรี่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้เหมือนกัน&nbsp;ซึ่งในเรื่องของอาหารนั้น&nbsp;ตัวเองมองถึงความปลอดภัยของลูกค้าและความเชื่อมั่นของลูกค้า&nbsp;จึงได้ทำออกมาในสไตล์โฮมเมดที่ทำกินเองได้ที่บ้านด้วยสูตรลับเฉพาะทั้งหมด&nbsp;</p><p><strong>โดยในอนาคตก็อยากพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เข้าสู่มาตรฐาน</strong>และยกระดับให้ลูกค้ามั่นใจมากขึ้น&nbsp;อย่างน้อยก็ให้ได้ระดับมาตรฐาน&nbsp;GMP&nbsp;ก่อน&nbsp;ในระยะแรกตอนนี้ก็มีผลิตภัณฑ์ก๋วยจั๊บญวน&nbsp;ที่ผลิตจากเห็ด&nbsp;ซึ่งจะอร่อยได้&nbsp;2&nbsp;แบบ&nbsp;ถ้าชอบน้ำข้นก็สามารถต้มน้ำให้เดือดแล้วใส่ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในซองที่มีอยู่&nbsp;5&nbsp;อย่างได้เลย&nbsp;คือเส้นที่ทำจากเห็ดจากฟักทองและจากมันม่วง&nbsp;แล้วก็ผงปรุงรสที่ประกอบด้วยหมูยอ&nbsp;หอมเจียว&nbsp;ผักชีฝรั่ง&nbsp;และพริกคั่ว&nbsp;ซึ่งถ้าชอบน้ำใสก็คือนำเส้นไปล้างน้ำแล้วก็ค่อยนำมาต้ม&nbsp;ก็จะเป็นก๋วยจั๊บน้ำใสได้ทันที&nbsp;ซึ่งใช้เวลาประมาณ&nbsp;8&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;นาทีก็อิ่มอร่อยได้ง่ายๆ&nbsp;โดยชุดหนึ่งจะจำหน่ายอยู่ที่&nbsp;35&nbsp;บาท&nbsp;แต่ถ้าซื้อ&nbsp;3&nbsp;ชุด&nbsp;จะลดราคาเหลือ&nbsp;100&nbsp;บาทพร้อมฟรีค่าส่ง&nbsp;ตัวต่อมาคือผงแกงเห็ด&nbsp;ซึ่งตัวนี้จะมีใบย่านาง&nbsp;มีข้าวเบือมีปลาร้า&nbsp;มีพริก&nbsp;มีตะไคร้&nbsp;แล้วก็ผงเห็ด&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งถ้าท่านไหนอยากที่จะรับประทานแกงเห็ด&nbsp;รับประทานซุปหน่อไม้</strong>&nbsp;แกงหน่อไม้&nbsp;หรือแกงอีสานพื้นบ้านก็จะจบในซองนี้&nbsp;โดยที่ไม่ต้องไปยุ่งในเรื่องของการหาวัตถุดิบหลาย&nbsp;ๆ&nbsp;สิ่งหลาย&nbsp;ๆ&nbsp;อย่าง&nbsp;สำหรับแพ็คนี้จะแพ็คด้วยสุญญากาศ&nbsp;สามารถที่จะต้มได้&nbsp;1&nbsp;ชาม&nbsp;ส่วนวัตถุดิบอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;สามารถนำมาเติมได้ตามชอบเลย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ก็มีการนำมามิกซ์รวมกับข้าวกล้อง&nbsp;ข้าวไรซ์เบอรี่&nbsp;</strong>เพื่อทำให้เป็นกึ่งสำเร็จรูปที่มีส่วนผสมของเห็ดที่พร้อมให้ทุกคนได้รับประทานแบบไม่ใส่วัตถุกันเสีย&nbsp;ในแพ็คหนึ่งจะมีอยู่&nbsp;4&nbsp;ซอง&nbsp;สามารถรับประทานได้&nbsp;4&nbsp;คนในราคา&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;เพียงต้มกับน้ำเดือดประมาณ&nbsp;5&nbsp;นาที&nbsp;ก็สามารถอิ่มอร่อยได้&nbsp;หรือถ้าใครชอบหมู&nbsp;ชอบไก่&nbsp;ชอบปลา&nbsp;ก็สามารถนำมาเพิ่มเติมในโจ๊กนี้ได้&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งท่านไหนที่สนใจ&nbsp;มาจากตัวจังหวัดนครพนมมุ่งหน้าไปอำเภอธาตุพนม</strong>เพื่อไปกราบไว้นมัสการองค์พระธาตุพนม&nbsp;จะผ่านหน้าร้านพอดี&nbsp;โดยร้านจะห่างจากสามแยกที่จะไปอำเภอเรณูนครประมาณ&nbsp;500&nbsp;เมตร&nbsp;อยู่ที่ชุมชนพระกลางทุ่ง&nbsp;บ้านธาตุน้อย&nbsp;อำเภอธาตุพนม&nbsp;หรือคนที่อยู่ไกลจะสั่งผ่านระบบออนไลน์ก็ได้เช่นเดียวกัน&nbsp;โดยสามารถเข้ามาติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;facebook&nbsp;page&nbsp;บ้านสวนอินทรายุธ&nbsp;หรือจะติดต่อผ่าน&nbsp;LINE&nbsp;ID&nbsp;:&nbsp;tumjuy&nbsp;หรือจะติดต่อที่เบอร์&nbsp;089&nbsp;966&nbsp;6607&nbsp;ก็ได้เช่นเดียวกัน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว/ส.ปชส.นครพนม</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215170912492"],
    [473,"จ.หนองบัวลำภู จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ บริการประชาชน  และแก้ปัญหาด้านการผลิตทางด้านการเกษตร ให้กับเกษตรกร อย่างใกล้ชิด","<p><strong>ที่สนามโรงเรียนบ้านเซินราษฎร์เกษมศรี&nbsp;ตำบลนาดี&nbsp;</strong>อำเภอสุวรรณคูหา&nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;นายสุวิทย์&nbsp;จันทร์หวร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;&nbsp;เป็นประธานเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;เพื่อบริการแก่เกษตรกร&nbsp;ในการแก้ไขปัญหา&nbsp;การผลิต&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;ได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;อย่างทั่วถึง&nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>โดยการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมพัฒนาพื้นฟูเกษตรกร&nbsp;ให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานเชิงรุก&nbsp;ที่ดำเนินการในพื้นที่ที่เกษตรกรมีปัญหาให้ได้รับการบริการทางการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;การวิเคราะห์ดิน&nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&nbsp;โรคสัตว์น้ำ&nbsp;&nbsp;และการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้ด้านการเกษตร&nbsp;เสริมเพิ่มเติมความรู้ด้านการเกษตรให้กับเกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมในงานประกอบด้วย&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;</strong>คลินิกประมง&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;และคลินิกอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกร&nbsp;พร้อมมอบพันธ์กล้าไม้&nbsp;ให้กับเกษตรกร&nbsp;จัดบริการให้คำแนะนำในการจัดทำบัญชีครัวเรือน&nbsp;การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&nbsp;พร้อมจัดฐานการเรียนรู้และการสาธิตการแปรรูปอาหาร&nbsp;ขนม&nbsp;เพื่อให้สามารถนำไปประกอบอาชีพสร้างรายได้ในครัวเรือนได้ด้วย&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองบัวลำภู","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215171123493"],
    [474,"กรมชลประทาน วางมาตรการควบคุมความเค็มในแม่น้ำบางปะกง ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดี</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">กรมชลประทาน&nbsp;</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กรมชลประทานกำหนดมาตรการในการควบคุมความเค็มในแม่น้ำบางปะกง&nbsp;โดยการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำบางปะกง-ปราจีนบุรี&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เขื่อนคลองสียัด&nbsp;เขื่อนขุนด่านปราการชล&nbsp;เขื่อนนฤบดินทรจินดา&nbsp;อ่างเก็บน้ำคลองระบม&nbsp;อ่างเก็บน้ำคลองพระสทึงและอ่างเก็บน้ำคลองพระปรง&nbsp;ตามแผนที่วางไว้อย่างเหมาะสม</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับจุดเฝ้าระวังและจุดควบคุมความเค็ม</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ในแม่น้ำบางปะกง-ปราจีนบุรี&nbsp;อาทิ&nbsp;บริเวณโครงการชลประทานฉะเชิงเทรา&nbsp;อ.บ้านโพธิ์&nbsp;เขื่อนทดน้ำบางปะกง&nbsp;อ.เมืองฉะเชิงเทรา&nbsp;ประตูระบายน้ำบางขนาก&nbsp;อ.บางน้ำเปรี้ยว&nbsp;วัดบางแตน&nbsp;อ.บ้านสร้าง&nbsp;ส่วนจุดสูบน้ำของการประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;สาขาปราจีนบุรี&nbsp;ได้วางแผนสำรองใช้น้ำจากสระน้ำเพื่อผลิตประปาสนับสนุนการใช้น้ำให้กับโรงพยาบาลอภัยภูเบศร&nbsp;พร้อมทั้งพิจารณารับน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองไม้ปล้องมาสนับสนุนให้มีน้ำจืดเพียงพอใช้ตลอดปี&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีจุดควบคุมที่บริเวณประตูระบายน้ำหาดยาง&nbsp;อ.ศรีมหาโพธิ์&nbsp;จ.ปราจีนบุรี&nbsp;ด้วย</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กรมชลประทาน&nbsp;ได้นำข้อมูลจากการคาดการณ์ระดับน้ำทะเลหนุน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">บริเวณปากแม่น้ำบางปะกงของกรมอุทกศาสตร์&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;มาใช้ในการวางแผนป้องกันความเค็ม&nbsp;กรณีที่คาดว่าจะเกิดน้ำทะเลขึ้นสูงสุด&nbsp;จะขอความร่วมมือให้หยุดการรับน้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรี&nbsp;และแม่น้ำบางปะกงในช่วงเวลาดังกล่าว&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำเค็มรุกอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยจะบริหารจัดการน้ำจากอ่างเก็บน้ำและอาคารชลประทานให้สอดคล้องกับจังหวะน้ำทะเลหนุนอย่างเหมาะสมตลอดช่วงแล้งนี้&nbsp;เพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่ให้มากที่สุด</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215190130563"],
    [475,"กรมประมงจัดพิธีประกาศ ปิดอ่าวทะเลอ่าวไทย 15 ก.พ.นี้ Start  ควบคุมการทำประมงฤดูปลามีไข่ 3 จังหวัด ประจวบฯ ชุมพร สุราษฎร์ฯ","<p><strong>นายกองเอก&nbsp;พุทธ&nbsp;กฤชคงพันธุ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีประกาศใช้มาตรการบริหารทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่&nbsp;วางไข่&nbsp;เลี้ยงตัวอ่อน&nbsp;ทะเลอ่าวไทย&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;บริเวณเขื่อนกันคลื่นบ้านท่าเสม็ด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลสะพลี&nbsp;อำเภอเมืองชุมพร&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;เพื่ออนุรักษ์พ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำที่มีไข่แก่&nbsp;พร้อมสืบพันธุ์วางไข่และอนุรักษ์สัตว์น้ำวัยอ่อนให้เจริญเติบโตเป็นสัตว์น้ำรุ่นใหม่&nbsp;สามารถฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้มีใช้อย่างยั่งยืนและเป็นมาตรการที่สำคัญของกรมประมงที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;ได้มอบเงินสนับสนุนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น&nbsp;โครงการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนประมง&nbsp;ชุมชนละ&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ชุมชน&nbsp;จากนั้นร่วมกันปล่อยพันธุ์&nbsp;กุ้งกุลาดำ&nbsp;400,000&nbsp;ตัว&nbsp;และปูม้า&nbsp;1,000,000&nbsp;ตัว&nbsp;ในอ่าวสะพลี&nbsp;เพื่อเพิ่มผลผลิตลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ</p><p><strong>นายกองเอก&nbsp;พุทธ&nbsp;กฤชคงพันธุ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พื้นที่ทะเลของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพร&nbsp;และสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นพื้นที่ที่สัตว์น้ำเศรษฐกิจหลายชนิด&nbsp;โดยเฉพาะปลาทู&nbsp;ซึ่งจะวางไข่และเลี้ยงตัวอ่อนอย่างชุกชุมในช่วงระยะตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;ก.พ.&nbsp;ถึง&nbsp;วันที่&nbsp;14&nbsp;มิ.ย.&nbsp;ของทุกปี&nbsp;ทางกรมประมง&nbsp;จึงจำเป็นต้องดำเนินมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ&nbsp;เพื่อป้องกันมิให้มีการใช้ทรัพยากรสัตว์น้ำที่เกินกำลังการผลิตของธรรมชาติ&nbsp;และมิให้เกิดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรสัตว์น้ำอาจจะนำมาซึ่งภาวะวิกฤตได้&nbsp;จึงกำหนดมาตรการทางกฎหมายโดยการออกประกาศห้ามทำการประมงด้วยเครื่องมือทำการประมงบางชนิดในพื้นที่ประมาณ&nbsp;27,000&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้ทรัพยากรสัตว์น้ำได้รับการคุ้มครองไม่ถูกจับมาใช้ประโยชน์จนเกินสมควร&nbsp;และเพื่อลดการจับพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำที่มีไข่&nbsp;คุ้มครองสัตว์น้ำวัยอ่อน&nbsp;เว้นแต่การใช้เครื่องมือประมงที่กำหนดให้ทำการประมงได้บางชนิดเท่านั้น&nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้พ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำได้วางไข่แพร่ขยายพันธุ์&nbsp;และสัตว์น้ำวัยอ่อนได้เลี้ยงตัวเจริญเติบโต&nbsp;จะเป็นการสานต่อวงจรชีวิตสัตว์น้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้มีใช้อย่างยั่งยืน</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายพงษ์ศรันย์&nbsp;รัตนพรหม&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปราม&nbsp;</strong>ประมงทะเลชุมพร&nbsp;(ศปท.ชุมพร)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;มาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่&nbsp;&nbsp;วางไข่&nbsp;เลี้ยงตัวอ่อน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;ก.พ.&nbsp;ถึง&nbsp;14&nbsp;มิ.ย.&nbsp;ของทุกปี&nbsp;ห้ามมิให้ผู้ใดทำการประมงในพื้นที่ทะเลอ่าวไทยบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพร&nbsp;และสุราษฎร์ธานีนั้น&nbsp;กำหนดระยะเวลาและพื้นที่ออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ระยะ&nbsp;ได้แก่ระยะที่&nbsp;1&nbsp;พื้นที่อ่าวไทย&nbsp;ตั้งแต่ปลายแหลมเขาม่องไล่&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ถึงอำเภอดอนสัก&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&nbsp;27,000&nbsp;&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;ห้ามทำการประมง&nbsp;ตั้งเเต่&nbsp;วันที่&nbsp;15&nbsp;ก.พ.&nbsp;ถึง&nbsp;15&nbsp;พ.ค.&nbsp;ส่วนระยะที่&nbsp;2&nbsp;ปรับลดลงมาให้คงห้ามทำการประมงในระยะใกล้ฝั่ง&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งสัตว์น้ำวัยอ่อนอพยพไปยังพื้นที่เลี้ยงตัวอ่อนในอ่าวไทยตอนใน&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&nbsp;5,300&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;และกำหนดห้ามทำการประมงเพิ่มเติมในพื้นที่ตั้งเเต่&nbsp;เขาม่องไล่&nbsp;ไปทางทิศเหนือ&nbsp;จรดอำเภอหัวหิน&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&nbsp;2,900&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;16&nbsp;พ.ค.&nbsp;ถึง&nbsp;14&nbsp;มิ.ย.&nbsp;ของทุกปี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคใต้","ชุมพร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215172519500"],
    [476,"จังหวัดมหาสารคาม มอบเงินชดใช้ทำลายสุกรของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด ช่วงวันที่ 23 มี.ค.64 - 15 ต.ค.64","<p><strong>จากที่ในห้วงวันที่&nbsp;25&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2563&nbsp;&nbsp;ปัจจุบัน</strong>&nbsp;มีเกษตรกรจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;จำนวน&nbsp;242&nbsp;ราย&nbsp;และสุกร&nbsp;จำนวน&nbsp;5,996&nbsp;ตัว&nbsp;&nbsp;เพื่อเป็นการมอบเงินชดใช้ในการทำลายสุกร&nbsp;ได้มีการมอบเงินตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;เพื่อชดใช้ให้แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ</p><p><strong>นายเกียรติศักดิ์&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม</strong>&nbsp;เป็นประธานมอบเงินชดใช้ทำลายสุกรของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดในสุกร&nbsp;พร้อมเปิดศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาและการส่งเสริมอาชีพปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์กลางในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเลี้ยงปศุสัตว์&nbsp;โดยจังหวัดมหาสารคามได้ดำเนินการทำลายสุกรที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งจะนำไปสู่การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2563-&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;โดยเป็นเงินที่ต้องชดใช้ตามพระราชบัญญัติโรคระบาด&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;&nbsp;ในจำนวนอย่างน้อยสามในสี่ส่วนของราคาประเมิน&nbsp;คิดเป็นเงิน&nbsp;28,465,023.75&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ได้ดำเนินการรวบรวมเอกสารและจัดส่งหลักฐาน&nbsp;เพื่อเบิกค่าชดใช้ให้เกษตรกรเรียบร้อยทั้งหมดแล้ว</p><p><strong>ด้านนายวรกร&nbsp;&nbsp;อินทแพทย์&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการโอนเงินค่าชดใช้ให้เกษตรกร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;(ห้วงเวลาการทำลายสุกร&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;ธ.ค.2563&nbsp;&nbsp;22&nbsp;มี.ค.2564)&nbsp;แก่เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;มูลค่าการชดใช้จำนวน&nbsp;774,247.50&nbsp;บาท&nbsp;โดยครั้งนี้&nbsp;เป็นการโอนเงินชดใช้เป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;(ห้วงเวลาการทำลายสุกร&nbsp;วันที่&nbsp;23&nbsp;มี.ค.2564-15&nbsp;ต.ค.2564)&nbsp;ให้แก่เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;106&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนสุกร&nbsp;2,353&nbsp;ตัว&nbsp;มูลค่าชดใช้&nbsp;จำนวน&nbsp;8,945,430&nbsp;บาท&nbsp;เป็นเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;อ.เมืองมหาสารคาม&nbsp;&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.เชียงยืน&nbsp;11&nbsp;ราย,&nbsp;&nbsp;อ.โกสุมพิสัย&nbsp;27&nbsp;ราย,&nbsp;อ.กันทรวิชัย&nbsp;11&nbsp;ราย,&nbsp;อ.กุดรัง&nbsp;1&nbsp;ราย,&nbsp;อ.ชื่นชม&nbsp;1&nbsp;ราย,&nbsp;อ.บรบือ&nbsp;2&nbsp;ราย,&nbsp;อ.ยางสีสุราช&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;อ.วาปีปทุม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดในสุกร&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;จึงได้จัดพิธีมอบเงินค่าชดใช้ทำลายสุกรให้แก่ตัวแทนเกษตรกร&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มหาสารคาม","สวท.มหาสารคาม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215171334495"],
    [477,"นิพนธ์ นำ กปน. จับมือ กทม. จัดกิจกรรม \"ตู้น้ำดื่ม กปน. ในสวนสาธารณะ ช่วยลดขยะพลาสติก\" ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน พร้อมช่วยลดค่าใช้จ่ายและขยะพลาสติก","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;\"นิพนธ์\"&nbsp;นำ&nbsp;กปน.&nbsp;จับมือ&nbsp;กทม.&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;\"ตู้น้ำดื่ม&nbsp;กปน.&nbsp;ในสวนสาธารณะ&nbsp;ช่วยลดขยะพลาสติก\"&nbsp;ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน&nbsp;พร้อมช่วยลดค่าใช้จ่ายและขยะพลาสติก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ที่สวนจตุจักร&nbsp;กรุงเทพมหานคร</strong>&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;\"ตู้น้ำดื่ม&nbsp;กปน.&nbsp;ในสวนสาธารณะ&nbsp;ช่วยลดขยะพลาสติก\"&nbsp;โดยมีนายนิสิต&nbsp;จันทร์สมวงศ์&nbsp;ประธานกรรมการการประปานครหลวง&nbsp;(กปน.)&nbsp;นายขจิต&nbsp;ชัชวานิชย์&nbsp;ปลัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;นายกวี&nbsp;อารีกุล&nbsp;ผู้ว่าการ&nbsp;กปน.&nbsp;นายนิทัศน์&nbsp;มณีศิลาสันต์ประธานอนุกรรมการธรรมาภิบาล&nbsp;(CG)&nbsp;และกิจกรรมเพื่อสังคม&nbsp;(CSR)&nbsp;การประปานครหลวง&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;การประปานครหลวง&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;เข้าร่วมพิธี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กปน.&nbsp;เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย&nbsp;มีภารกิจหลักในการผลิตน้ำประปาสะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก&nbsp;(WH0)&nbsp;โดยให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม&nbsp;ดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของประชาชน&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;นนทบุรี&nbsp;สมุทรปราการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากภารกิจหลักแล้ว</strong>&nbsp;กปน.&nbsp;ยังให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือ&nbsp;ดูแลชุมชนและสังคม&nbsp;วันนี้จึงได้มอบตู้น้ำดื่มสาธารณะที่สวนจตุจักร&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนที่ออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ&nbsp;ได้ดื่มน้ำที่สะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;และมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น&nbsp;และจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;โดยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันลง&nbsp;และยังช่วยลดปริมาณขยะพลาสติก&nbsp;ช่วยลดปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งถือเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ยังสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น&nbsp;ตามนโยบาย&nbsp;\"บำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข\"&nbsp;ของกระทรวงมหาดไทย</p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โครงการฯ&nbsp;ดังกล่าวนับเป็นโครงการนำร่อง</strong>&nbsp;เบื้องต้นจะดำเนินการติดตั้งตู้น้ำดื่มสาธารณะทั้งสิ้น&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;สวนจตุจักร&nbsp;เขตจตุจักร&nbsp;สวนธนบุรีรมย์&nbsp;เขตทุ่งครุ&nbsp;สวนหลวง&nbsp;ร.9&nbsp;เขตประเวศ&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;และสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี&nbsp;และอนาคตจะขยายให้ครอบคลุมในพื้นที่สมุทรปราการ&nbsp;อีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215175359512"],
    [478,"ทช. ช่วยเหลือโลมาหลังโหนกเกยตื้นและได้รับบาดเจ็บจากเชือกพันรัดโคนหาง บริเวณหาดสำราญ จ.ตรัง พร้อมติดตามอาการใกล้ชิด","<p><strong>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ช่วยเหลือโลมาหลังโหนกเกยตื้นและได้รับบาดเจ็บจากเชือกพันรัดโคนหาง&nbsp;บริเวณหาดสำราญ&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;พร้อมติดตามอาการใกล้ชิด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้รับรายงานจากศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;พบโลมาถูกเชือกพันรัดบริเวณโคนหาง&nbsp;ระหว่างออกสำรวจสัตว์ทะเลหายากด้วยวิธีการสำรวจทางเรือบริเวณหาดสำราญกับเกาะเหลาเหลียง&nbsp;ต.หาดสำราญ&nbsp;อ.หาดสำราญ&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;เบื้องต้นพบเป็นโลมาหลังโหนก&nbsp;ความยาวประมาณ&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;อยู่ในช่วงวัยรุ่น&nbsp;ไม่ทราบเพศ&nbsp;มีบาดแผลเกิดจากถูกเชือกพันรัดบริเวณโคนหางลึกประมาณ&nbsp;1&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่างได้เข้าช่วยเหลือโลมาตัวดังกล่าวแล้ว&nbsp;ด้วยการตัดเชือกที่พันรัดบริเวณโคนหางออกได้สำเร็จ&nbsp;พร้อมติดตามและสังเกตอาการโลมาตัวดังกล่าวหลังทำการช่วยเหลือ&nbsp;พบโลมายังสามารถว่ายน้ำและขึ้นมาหายใจได้ปกติ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการสอบถามชาวประมงในพื้นที่ทราบว่าเชือกที่พันรัดบริเวณหางเป็นเศษเชือกไซปู&nbsp;ความยาวประมาณ&nbsp;4&nbsp;เมตร&nbsp;จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่างเร่งประสานเครือข่ายช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากและชาวบ้านในพื้นที่ให้เฝ้าระวังและสังเกตอาการของโลมาตัวนี้ด้วย</p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215174515507"],
    [479,"เกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แถลงข่าว งานแสดงและจำหน่ายมหกรรมสินค้าเกษตรพระนครศรีอยุธยา (KASET SHOW CASE)","<p><strong>นายประทีป&nbsp;การมิตรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</strong>นายไพฑูรย์&nbsp;รื่นสุข&nbsp;เกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;นายวิรัติ&nbsp;แข็งขัน&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;และ&nbsp;นายแพทย์ยุทธนา&nbsp;วรรณโพธิ์กลาง&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ร่วมแถลงข่าวการจัดงานแสดงและจำหน่ายมหกรรมสินค้าเกษตรพระนครศรีอยุธยา&nbsp;(KASET&nbsp;SHOW&nbsp;CASE)&nbsp;ณ&nbsp;วัดพระราม&nbsp;บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;โดย&nbsp;นายประทีป&nbsp;การมิตรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ด้านอุตสาหกรรม&nbsp;ควบคู่ไปกับด้านเกษตรกรรม&nbsp;ประชากรมีอาชีพหลากหลาย&nbsp;ซึ่งมีครัวเรือนเกษตรกร&nbsp;45,020&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่การเกษตร&nbsp;946,299&nbsp;ไร่&nbsp;ปัจจุบันมีกลุ่มเกษตรกรที่เข้มแข็ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;1,355&nbsp;ราย&nbsp;มีเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ได้รับการพัฒนาศักยภาพแล้วกว่า&nbsp;112&nbsp;ราย&nbsp;มีอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;(อกม.)&nbsp;ที่ให้การสนับสนุนงานด้านการเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;1,453&nbsp;ราย&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;77&nbsp;กลุ่ม&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;367&nbsp;กลุ่ม&nbsp;กลุ่มส่งเสริมอาชีพ&nbsp;41&nbsp;กลุ่ม&nbsp;สมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกร&nbsp;45&nbsp;กลุ่ม&nbsp;โดยมีการผลิตสินค้า&nbsp;และการให้บริการ&nbsp;ดำเนินการโดยสมาชิกที่มีความผูกพัน&nbsp;มีวิถีชีวิตร่วมกัน&nbsp;และรวมตัวกันประกอบกิจการที่เกี่ยวกับการเกษตร&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว&nbsp;ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน&nbsp;อีกทั้งสามารถรับรู้เทคโนโลยีการผลิตทางการเกษตร&nbsp;และการตลาดได้เป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;นายไพฑูรย์&nbsp;รื่นสุข&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;งานจะจัดขึ้นในวันที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;วัดพระราม&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ภายใต้แนวคิดการจัดงาน&nbsp;คือ&nbsp;\"เกษตรแห่งภูมิปัญญา&nbsp;อัตลักษณ์ล้ำค่ากรุงเก่า&nbsp;เล่าขานความอุดมสมบูรณ์\"&nbsp;ให้ทุกท่านได้ชมวิถีเกษตรพื้นบ้าน&nbsp;ชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติ&nbsp;\"การเกษตรไทยยั่งยืน\"&nbsp;ผลงานส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เครื่องจักรกลทางการเกษตร&nbsp;ชมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินและกิจกรรมบันเทิงมากมาย&nbsp;สำหรับโซนจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย&nbsp;สินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;โซนตลาดต้นไม้&nbsp;โซนสตรีทฟู้ด&nbsp;ที่นำอาหารท้องถิ่นยอดนิยม&nbsp;อาหารพื้นบ้านหากินยาก&nbsp;โซนคาราวานสินค้าราคาถูก&nbsp;การประกวดส้มตำลีลาและผัดไทโบราณ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งเกษตรเสียงทอง&nbsp;ชิงเงินรางวัล&nbsp;รวมทั้งมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านกิจกรรมเวิร์คช้อปด้านการเกษตร&nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด&nbsp;ๆ&nbsp;ส่วน&nbsp;นายวิรัติ&nbsp;แข็งขัน&nbsp;กล่าวถึง&nbsp;การส่งเสริมการท่องเที่ยวด้านเกษตรกรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ได้แก่&nbsp;ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ฟาร์มสเตย์&nbsp;ไร่เกษตรอินทรีย์&nbsp;ที่มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว&nbsp;มีกิจกรรมด้านการเกษตรที่ปรับปรุงเป็นกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวอย่างโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังจะพัฒนาให้แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงวิถีชีวิต&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;ภูมิปัญญา&nbsp;และสินค้าของชุมชน&nbsp;เพื่อให้เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และลดความเหลื่อมล้ำของชุมชน&nbsp;และเป็นทางเลือกให้แก่นักท่องเที่ยวในการเดินทางท่องเที่ยวได้อีกด้วย&nbsp;สุดท้ายในด้านสาธารณสุข&nbsp;นายแพทย์ยุทธนา&nbsp;วรรณโพธิ์กลาง&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุข&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การท่องเที่ยวงานปลอดภัยและสร้างวิถีใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ภายในงานโดยได้จัดเตรียมอุปกรณ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ตามแนวปฏิบัติด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม&nbsp;ด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย&nbsp;จัดให้มีจุดบริการล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์&nbsp;และจัดวางให้ใช้งานได้สะดวก&nbsp;การรักษาระยะห่าง&nbsp;เน้นบริเวณทางเข้า&nbsp;-&nbsp;ออก&nbsp;จุดลงทะเบียน&nbsp;และกำหนดเส้นทางเข้า&nbsp;-&nbsp;ออก&nbsp;ที่ชัดเจน&nbsp;เพียงพอ&nbsp;และสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่จัดงาน&nbsp;หมั่นล้างมือ&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของทุกคน&nbsp;โดยผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;ต้องปฏิบัติตามมาตรควบคุมโรคและแสดงหลักฐานการรับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็มแล้ว&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=\"https://ayutthaya.prd.go.th/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\">https://ayutthaya.prd.go.th/</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215175314511"],
    [480,"เกษตรย่านตาขาว จังหวัดตรัง เปิดตลาดเกษตรกรอำเภอย่านตาขาว เพื่อพัฒนาตลาดให้เป็นที่จำหน่ายสินค้าหลักของเกษตรกรและกลุ่มสถาบันเกษตรกรในพื้นที่อำเภอย่านตาขาว?","<p><strong>นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;</strong>พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว?&nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการตลาดเกษตรกรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;เปิดตลาดเกษตรกรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;ณ&nbsp;หน้าที่ว่าการย่านตาขาว&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยเริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&nbsp;เวลา?&nbsp;06.30&nbsp;น.?&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;ได้รับการสนับสนุนเต้นท์&nbsp;โต๊ะ&nbsp;ผ้ากันเปื้อน</strong>&nbsp;หมวก&nbsp;และถุงบรรจุสินค้า&nbsp;จากจังหวัดตรัง&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;สำหรับ&nbsp;จุดประสงค์ในการตั้งตลาดเกษตรกรอำเภอเพื่อพัฒนาตลาดให้เป็นที่จำหน่ายสินค้าหลักของเกษตรกรและกลุ่มสถาบันเกษตรกรในพื้นที่อำเภอย่านตาขาว?&nbsp;และภาคีเครือข่าย?&nbsp;</p><p><strong>?ในการจัดตลาดครั้งนี้ฯ&nbsp;ได้รับเกียรติจากนายสมนึก&nbsp;ธูปหอม</strong>&nbsp;นายอำเภอย่านตาขาว&nbsp;มาเยี่ยมพร้อมให้กำลังใจแก่คณะกรรมการตลาดเกษตรกรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;ซึ่งภายในตลาดมีการจำหน่ายสินค้าเกษตร&nbsp;ผลิตภัณฑ์จากสินค้าเกษตร&nbsp;อาหารแปรรูป&nbsp;เครื่องดื่มสมุนไพร&nbsp;และต้นไม้&nbsp;มาจำหน่ายจำนวน&nbsp;9&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ตลาดเกษตรกรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;เปิดจำหน่ายในวันอังคาร&nbsp;และวันศุกร์&nbsp;เวลา&nbsp;06.30&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ณ&nbsp;หน้าที่ว่าการอำเภอย่านตาขาว&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215180728522"],
    [481,"สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ลงพื้นที่อำเภอวังวิเศษ  คัดเลือกเกษตรกร บุคลากรทางการเกษตรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด ปีงบประมาณ 2565","<p><strong>นายสุภัทธ&nbsp;คงด้วง&nbsp;เกษตรอำเภอวังวิเศษ&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;</strong>เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอวังวิเศษ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ให้การต้อนรับคณะกรรมการคัดเลือกเกษตรกร&nbsp;บุคลากรทางการเกษตรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;จากสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;นำโดยนางพรทิพย์&nbsp;ศรีสมโภชน์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;โดยสถาบันเกษตรกรดีเด่นที่เข้ารับการคัดเลือกคือ&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรจักสานกาบกล้วย-ใยสังเคราะห์&nbsp;</p><p><strong>มีกิจกรรม&nbsp;คือ&nbsp;การจักสานใยสังเคราะห์เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ</strong>&nbsp;มีการดำเนินกิจกรรมมาอย่างยาวนานกว่า&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;เพื่อสร้างรายได้เสริมอย่างยั่งยืนให้กับสมาชิก&nbsp;ในการประกวดในครั้งนี้มีรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังมะปราง&nbsp;สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลวังมะปราง&nbsp;และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลวังมะปรางมาร่วมต้อนรับและให้กำลังใจ&nbsp;ณ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลวังมะปราง&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215180905523"],
    [482,"เกษตรปะเหลียน จังหวัดตรัง ลงพื้นที่ให้บริการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรประจำปี 2565 ในพื้นที่ตำบลปะเหลียน","<p><strong>สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;โดยนางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป</strong>&nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;มอบหมายให้นางสาวศัลยา&nbsp;มานะกล้า&nbsp;และนางบุหลัน&nbsp;ทักษิณาวาณิชย์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ลงพื้นที่หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลปะเหลียน&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์&nbsp;สร้างการรับรู้เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนเกษตรกร&nbsp;และการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยเกษตรกรมาเข้ารับบริการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;87&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลปะเหลียน&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;การแจ้งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรเป็นประจำทุกปี</strong>&nbsp;ข้อมูลจะมีความครบถ้วน&nbsp;เป็นปัจจุบันทำให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;เนื่องจากทำให้ภาครัฐ&nbsp;สามารถวางแผนการผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;ส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและจัดทำโครงการมาตรการต่างๆ&nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรได้อีกด้วย&nbsp;ดังจะเห็นได้จากการที่หน่วยงานภาครัฐเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรไปใช้เป็นข้อมูลประกอบโครงการและมาตรการเพื่อให้การสนับสนุน&nbsp;และช่วยเหลือเกษตรกรเป็นจำนวนมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215181000527"],
    [483,"คณะกรรมการคัดเลือกสถาบันเกษตรกรดีเด่น ประจำปี 2565 สาขากลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ลงพื้นที่อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เพื่อพิจารณาคัดเลือกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนาเมร่","<p><strong>นายอำนาจ&nbsp;เซ่งเซี่ยง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสุมาลี&nbsp;เสมอเชื้อ&nbsp;นางจรัสศรี&nbsp;แก้วนิลประเสริฐ&nbsp;และน.ส.นงลักษณ์&nbsp;เงารัตนพันธิกุล&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;ให้การต้อนรับคณะกรรมการคัดเลือกสถาบันเกษตรกรดีเด่น&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;สาขากลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;นำโดย&nbsp;นางพรทิพย์&nbsp;ศรีสมโภชน์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&nbsp;(ประธานการคัดเลือกสถาบันเกษตรกรดีเด่น)&nbsp;พร้อมคณะกรรมการ&nbsp;จากสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อพิจารณาคัดเลือกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนาเมร่</strong>&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;ตำบลนาโยงเหนือ&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยมี&nbsp;นางณัฐยมน&nbsp;พุฒนวล&nbsp;(ประธานกลุ่มฯ)&nbsp;และสมาชิกกลุ่มฯ&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;พร้อมนำเสนอข้อมูลการบริหารจัดการกลุ่ม&nbsp;ผลการดำเนินงานและกิจกรรมกลุ่ม&nbsp;พร้อมลงเยี่ยมแปลงมัลเบอร์รี่&nbsp;ของนายเอื้อน&nbsp;จันทรซิว&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;ตำบลนาโยงเหนือ&nbsp;ปลูกไว้บริเวณบ้าน&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;70&nbsp;ต้น&nbsp;เป็นแหล่งผลิตผลสด&nbsp;</p><p><strong>โดยผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมัลเบอร์รี่&nbsp;ได้แก่&nbsp;</strong>น้ำมัลเบอร์รี่เพื่อสุขภาพ&nbsp;ข้าวเกรียบ&nbsp;มะพร้าวแก้ว&nbsp;แยม&nbsp;สบู่ก้อน&nbsp;แชมพู&nbsp;ขนมทองม้วนกะทินมสด&nbsp;รวมถึงผลิตภัณฑ์จักรสานเชือกมัดฟาง&nbsp;และผลผลิตพริกไทยแห้ง&nbsp;โดยจำหน่ายภายในชุมชน&nbsp;ตลาดเกษตรกรอำเภอนาโยง&nbsp;โรงพยาบาล&nbsp;และช่องทาง&nbsp;ออนไลน์&nbsp;Facebook&nbsp;สนใจผลิตภัณฑ์ติดต่อได้&nbsp;ณ&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนาเมร่&nbsp;ต.นาโยงเหนือ&nbsp;อ.นาโยง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;โทร&nbsp;087-2946097&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-15T00:00:00","NULL","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215181057528"],
    [484,"เกษตรกันตัง ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตรบ้านต้นกอ ตำบลบางเป้า อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง","<p><strong>นายจักรพงษ์&nbsp;รัชนีกุล&nbsp;นายอำเภอกันตัง&nbsp;พร้อมด้วยนายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง</strong>&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;นางสาวนิพัทธา&nbsp;รองเดช&nbsp;พัฒนาการอำเภอกันตัง&nbsp;เจ้าหน้าอำเภอกันตังและเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตรบ้านต้นกอ&nbsp;ตำบลบางเป้า&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยกลุ่มได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิตการปลูกผักในโรงเรือนอัจฉริยะ&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากประจำปีงบประมาณปี&nbsp;2564&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาทำเกษตรอินทรีย์&nbsp;โดยมีการแนะนำให้ทำปุ๋ยอินทรีย์</strong>จากมูลสัตว์ที่หาได้ในชุมชน&nbsp;การเลี้ยงไส้เดือนเพื่อผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือน&nbsp;การทำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืช&nbsp;การใช้น้ำหมักสมุนไพรไล่แมลง&nbsp;การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าป้องกันโรคพืช&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการส่งเสริมการเลี้ยงแหนแดง&nbsp;ช่วยเพิ่มธาตุอาหารให้แก่พืช</strong>&nbsp;ใช้เป็นอาหารไก่ไข่&nbsp;อาหารปลาดุก&nbsp;ลดต้นทุนในการผลิต&nbsp;อีกทั้งยังปลอดภัยต่อผู้บริโภค&nbsp;ติดต่อสอบถามข้อมูลการทำเกษตรและซื้อสินค้าของกลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตรบ้านต้นกอ&nbsp;โทร&nbsp;081-5266476</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215181218537"],
    [485,"เกษตรเมืองตรัง ส่งเสริมการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าในแปลงทุเรียน ตำบลนาท่ามเหนือ","<p><strong>นายประทิ่น&nbsp;วรรณงาม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางกติญา&nbsp;เลี้ยงสกุลเวทย์&nbsp;และนางวิภารัตน์&nbsp;มาลัยเล็ก&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ร่วมกับเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ต.นาท่ามเหนือ&nbsp;อ.เมืองตรัง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ซึ่งได้โค่นยางพาราจำนวน&nbsp;16&nbsp;ไร่&nbsp;นายสมชาย&nbsp;สมาธิ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้ร่วมผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า&nbsp;และแนะนำการใช้เชื้อราฯ&nbsp;</strong>เพื่อป้องกันโรครากเน่าโคนเน่าในแปลงทุเรียน&nbsp;พร้อมติดตามสถานการณ์ผลผลิตทุเรียน&nbsp;แปลงทุเรียน&nbsp;เพื่อปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;ต้น&nbsp;ในปี&nbsp;2560&nbsp;โดยปัจจุบันแปลงทุเรียนอายุประมาณ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;จากการติดตามสถานการณ์ทุเรียนอยู่ในระยะมะเขือพวง,หัวกำไล&nbsp;ร้อยละ&nbsp;80&nbsp;และเริ่มเข้าสู่ดอกระยะหางแย้&nbsp;ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;และคาดว่าจะเริ่มให้ผลผลิตออกสู่ตลาดในช่วงเดือนมิถุนายนนี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215181334538"],
    [486,"โผล่อีกก้อนน้ำมันและผงสีดำ ถูกคลื่นซัดติดหาดแม่รำพึง เบื้องต้นมีกำลังทหาร เจ้าหน้าที่บริษัท เก็บไปกำจัดและตรวจสอบ","<p><strong>ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวว่า&nbsp;พบก้อนน้ำมัน&nbsp;และผงสีดำถูกคลื่นพัดติดชายหาดแม่รำพึง</strong>&nbsp;บริเวณหน้าหมู่บ้านพร้อมพงษ์&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;จากการตรวจสอบพบผงสีดำดังกล่าวปนอยู่กับทรายกระจายทั่วหาด&nbsp;พบเห็นหลังน้ำทะเลลง&nbsp;เป็นระยะทางกว่า&nbsp;300&nbsp;ม.&nbsp;และบางจุดพบเห็นเป็นก้อนสีดำเล็กๆ&nbsp;คล้ายยางมะตอยลอยปนมากับขยะ&nbsp;เมื่อลองเขี่ยและบี้ดูพบว่ามีลักษณะเหนียวๆ&nbsp;นักท่องเที่ยวที่ลงเล่นน้ำทะเล&nbsp;บอกว่า&nbsp;จุดที่เล่นน้ำยังได้กลิ่นคล้ายน้ำมันอยู่&nbsp;และรู้สึกคล้ายมีน้ำมันติดตามตัว</p><p><strong>อย่างไรก็ตามเบื้องต้น&nbsp;ได้มีกำลังทหารจากทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;มาทำการเก็บผงสีดำและก้อนน้ำมัน</strong>ดังกล่าว&nbsp;โดยตักใส่ถุงนำไปกำจัด&nbsp;และมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;ได้เก็บตัวอย่างไปตรวจสอบต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215193116586"],
    [487,"ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจสอบแก้ไขปัญหาผลกระทบจากกิจการล้างถังสารเคมี จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายธนัญชัย&nbsp;วรรณสุข&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)&nbsp;&nbsp;ผู้แทนสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ศูนย์อนามัยที่&nbsp;9&nbsp;สำนักงานควบคุมโรคที่&nbsp;9&nbsp;อำเภอสีคิ้ว&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลหนองหญ้าขาว&nbsp;มูลนิธิบูนณะนิเวศ&nbsp;เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ผู้ประกอบการล้างถัง&nbsp;ประชาชนในพื้นที่&nbsp;และสื่อมวลชน&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการประกอบกิจการล้างถังสารเคมี&nbsp;ในพื้นที่บ้านซับชุมพล&nbsp;หมู่&nbsp;9&nbsp;ตำบลหนองหญ้าขาว&nbsp;อำเภอหนองหญ้าขาว&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;มีข้อสรุป&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;นำเสนอข้อมูลผลการตรวจสอบน้ำทิ้งในสถานประกอบการ&nbsp;และคลองอิสานเขียว&nbsp;พบว่ามีการปนเปื้อนสารโลหะหนัก&nbsp;และมีแนวโน้มจะแพร่กระจายสะสมในอ่างเก็บน้ำซับกระบุตร&nbsp;พร้อมชี้แจงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;เรื่อง&nbsp;การกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ได้ใช้แล้ว&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2548&nbsp;ซึ่งถังบรรจุสารเคมีเข้าข่ายเป็นสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ได้ใช้แล้วตามประกาศดังกล่าว&nbsp;โดยการนำออก&nbsp;ขนส่ง&nbsp;จะต้องได้รับอนุญาต&nbsp;และการกำจัดที่ปลายทางจะต้องดำเนินการโดยโรงงานที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมาชี้แจงว่าในพื้นที่ดังกล่าวมีผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงานลำดับที่&nbsp;106&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;และผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมามอบหมายให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมาเข้าตรวจสอบการประกอบการของโรงงานดังกล่าว&nbsp;และแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่ไม่มีใบอนุญาต&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;ให้องค์การบริหารส่วนตำบลหนองหญ้าขาวออกคำสั่งให้ผู้ประกอบการที่ไม่มีใบอนุญาตโรงงานหยุดประกอบกิจการ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;ให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;ให้ตรวจสอบและประเมินผลกระทบการปนเปื้อนสารเคมีในคลองอิสานเขียวที่อาจส่งผลกระทบกับอ่างเก็บน้ำซับกระบุตรในระยะยาว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.&nbsp;ให้นิติกรของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาพิจารณาแนวทางข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้ประกอบกิจการล้างถังบรรจุสารเคมี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;6.&nbsp;ให้สำนักงานควบคุมโรคที่&nbsp;9&nbsp;ตรวจสุขภาพประชาชนผู้ได้รับผลกระทบและผู้ประกอบการในพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;7.&nbsp;ให้องค์การบริหารส่วนตำบลหนองหญ้าขาวพิจารณาปรับปรุงระบบประปาหมู่บ้าน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215222943621"],
    [488,"หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ 11  ปฏิบัติการตรวจจับควันดำลดฝุ่น PM2.5 จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)</strong>&nbsp;ร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และสถานีตำรวจภูธรหนองบุญมาก&nbsp;ตั้งจุดปฏิบัติการตรวจจับควันดำ&nbsp;บริเวณทางหลวงหมายเลข&nbsp;24&nbsp;ป้อมสถานีตำรวจหนองบุญมาก&nbsp;อำเภอหนองบุญมาก&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ภายใต้กิจกรรม&nbsp;รัฐเข้มตรวจจับ&nbsp;ปรับจริงห้ามใช้รถควันดำ&nbsp;ตามข้อสั่งการ&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;จากการจราจรและการขนส่งทางบก&nbsp;</p><p><strong>ผลการตรวจวัดควันดำจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล&nbsp;จำนวน&nbsp;95&nbsp;คัน</strong>&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;คัน&nbsp;แบ่งออกเป็นรถตาม&nbsp;พ.ร.บ.ขนส่งทางบก&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2522&nbsp;จำนวน&nbsp;55&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;8&nbsp;คัน&nbsp;พ่นสัญลักษณ์ห้ามใช้รถ&nbsp;8&nbsp;คัน&nbsp;และรถตาม&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;6&nbsp;คัน&nbsp;พนักงานเจ้าหน้าที่ออกคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไข&nbsp;และติกสติ๊กเกอร์ห้ามใช้รถยนต์ชั่วคราว&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;คัน&nbsp;ยอดตรวจสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;26&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;926&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐานสะสมรวมทั้งสิ้น&nbsp;143&nbsp;คัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-15T00:00:00","NULL","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215223618623"],
    [489,"จังหวัดเพชรบุรี คัดเลือกสุดยอดตลาดชุมชน ตลาดท้องถิ่น และตลาดออนไลน์ เพื่อยกระดับพื้นที่ให้เกษตรกรหรือผู้ผลิตและแปรรูปพบกับผู้ซื้อได้โดยตรง","<p><strong>นายธรรมนูญ&nbsp;ศรีวรรธนะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>ประธาน&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้แทนอำเภอทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุมพิจารณาแนวทางการดำเนินงานการส่งเสริมตลาดชุมชน&nbsp;ตลาดท้องถิ่น&nbsp;หรือตลาดออนไลน์&nbsp;ที่เป็นพื้นที่ให้เกษตรกรหรือผู้ผลิตและแปรรูปพบกับผู้ซื้อโดยตรง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายธรรมนูญ&nbsp;ศรีวรรธนะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ในการช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ผู้ผลิตและแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรนั้น&nbsp;มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าและมีพื้นที่ให้เกษตรกรหรือผู้ผลิตและแปรรูปพบกับผู้ซื้อแบบโดยตรง&nbsp;เพื่อเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;โดยกำหนดให้จังหวัดได้คัดเลือกสุดยอดตลาดชุมชนของจังหวัด&nbsp;เพื่อบริหารจัดการตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี&nbsp;ให้เป็นตลาดชุมชนที่มีคุณลักษณะที่ดีและเป็นต้นแบบ&nbsp;และบูรณาการการส่งเสริมและพัฒนาตลาดที่ประสบปัญหาและขาดคุณลักษณะที่เหมาะสม&nbsp;ยกระดับให้มีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งจังหวัดเพชรบุรีได้แจ้งหน่วยงาน/อำเภอ&nbsp;สำรวจตลาดชุมชน&nbsp;ตลาดท้องถิ่น&nbsp;</strong>หรือตลาดออนไลน์&nbsp;มีการนำเสนอ&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ถนนคนเดินจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ตลาดเกษตรกร&nbsp;ตลาดกลางเพชรบุรีโมเดล&nbsp;ตลาดสดเทศบาลท่ายาง&nbsp;ตลาดกลางสหกรณ์การเกษตรบ้านลาด&nbsp;และตลาดออนไลน์&nbsp;โดยมีแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมตลาดชุมชน&nbsp;ตามเกณฑ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตรวจสอบข้อมูลตลาดฯ&nbsp;ว่ามีความถูกต้องครบถ้วน&nbsp;และมีลักษณะที่ให้ผู้ผลิตมีพื้นที่ตลาดฯ&nbsp;ในการพบกับผู้ซื้อโดยตรง&nbsp;คัดเลือกสุดยอดตลาดชุมชนของจังหวัด&nbsp;เพื่อบริหารจัดการให้เป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีในการช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ให้เป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;กระตุ้นการค้าขายในชุมชน&nbsp;และสร้างรายได้ให้กับประชาชน&nbsp;ให้ความสำคัญต่อมาตรการสร้างขวัญกำลังใจกับประชาชน&nbsp;และจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ตลาดชุมชนมีคุณลักษณะที่ดีและเป็นต้นแบบ&nbsp;โดยประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาตลาดชุมชนที่ประสบปัญหาขาดคุณลักษณะที่เหมาะสม&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากมติที่ประชุมได้พิจารณาคัดเลือก&nbsp;ถนนคนเดินจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>ที่ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำข้างจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เสนอไปยังกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เพื่อพิจารณาให้เป็นสุดยอดตลาดชุมชนที่มีคุณลักษณะที่ดีและเป็นต้นแบบ&nbsp;และให้เป็นตลาดที่มีศักยภาพ&nbsp;ยกระดับการพัฒนาได้ต่อไปในอนาคต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215230808627"],
    [490,"ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงวัว ยืนยันเกษตรกรได้รับการช่วยเหลือครอบคลุมแน่นอน","<p><strong>นายอภิชาติ&nbsp;สุวรรณชัยรบ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;</strong>เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงวัว&nbsp;ที่ได้รับความเดือดร้อนจากโรคลัมปีสกิน&nbsp;ว่าขณะนี้รายชื่อเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดกรมปศุสัตว์&nbsp;ได้ส่งไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และผ่านการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;ยอดเงินช่วยเหลือเกษตรกรที่วัวล้ม&nbsp;ในจังหวัดบุรีรัมย์</strong>&nbsp;อยู่ที่&nbsp;120&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ทางปศุสัตว์จังหวัดจะเร่งรัดให้แล้วเสร็จภายในเดือนนี้&nbsp;และโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือที่ขึ้นทะเบียนกับปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;และได้รับความเสียหายจากลัมปีสกินต่อไป</p><p><strong>สำหรับระเบียบการช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;จะชดเชยตามจริง</strong>แต่ไม่เกินรายละ&nbsp;5&nbsp;ตัว&nbsp;โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกร&nbsp;โดย&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โค&nbsp;อายุน้อยกว่า&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;ชดเชย&nbsp;13,000&nbsp;บาท/ตัว,&nbsp;กระบือ&nbsp;ชดเชย&nbsp;15,000&nbsp;บาท</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โค&nbsp;อายุ&nbsp;6&nbsp;เดือน-1&nbsp;ปี&nbsp;ชดเชย&nbsp;22,000&nbsp;บาท/ตัว,&nbsp;กระบือ&nbsp;ชดเชย&nbsp;24,000&nbsp;บาท</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โค&nbsp;อายุมากกว่า&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ชดเชย&nbsp;29,000บาท/ตัว,&nbsp;กระบือ&nbsp;ชดเชย&nbsp;32,000&nbsp;บาท</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โค&nbsp;อายุมากกว่า&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ชดเชย&nbsp;35,000บาท/ตัว,&nbsp;กระบือ&nbsp;ชดเชย&nbsp;39,000&nbsp;บาท</p><p><strong>ส่วนแผนการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสุกรป่วย</strong>และเสียชีวิตจากโรคระบาดเกษตรกรที่แจ้งปศุสัตว์ว่ามีหมูตายก่อนวันที่&nbsp;15&nbsp;ต.ค.&nbsp;64&nbsp;คาดว่าจะมีการจ่ายเงินเยียวยา&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;15-16&nbsp;กุมภาพันธ์</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;การลงพื้นที่ตรวจการกักตุนเนื้อหมู&nbsp;ไม่พบผู้กระทำผิดแต่อย่างใด</strong>&nbsp;ส่วนราคาเนื้อหมูขณะนี้เริ่มมีการปรับตัวลงแล้ว&nbsp;แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังคงลงพื้นที่ตรวจอย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216081513645"],
    [491,"กองทัพบก สนับสนุน MI 17 และอากาศยานไร้คนขับ UAV แก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ","<p><strong>กองทัพบก&nbsp;สนับสนุน&nbsp;MI&nbsp;17&nbsp;และอากาศยานไร้คนขับ&nbsp;UAV&nbsp;ร่วมปฏิบัติการในช่วงเฝ้าระวังพิเศษ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ</strong></p><p><br></p><p><strong>พลตรี&nbsp;ประสิษฐิพงศ์&nbsp;มูลดี&nbsp;รองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;ปัจจุบันกองทัพบก&nbsp;ได้สนับสนุนอากาศยาน&nbsp;MI&nbsp;17&nbsp;และอากาศยานไร้คนขับ&nbsp;(UAV)&nbsp;เข้าร่วมปฏิบัติการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงในความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;โดยเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่วันที่&nbsp;14&nbsp;ก.พ.&nbsp;&nbsp;15&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;ซึ่งกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;จะได้บูรณาการการใช้ยุทโธปกรณ์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง</p><p><strong>ด้านคุณภาพอากาศโดยรวมของภาคเหนือ&nbsp;ยังคงมีสภาพอากาศอยู่ในระดับ&nbsp;ดี&nbsp;</strong>จากตรวจสอบสภาพอากาศในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือในระหว่างวันที่&nbsp;7&nbsp;&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;พบว่า&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;มีค่า&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เฉลี่ยอยู่ระหว่าง&nbsp;ระหว่าง&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;44&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร,&nbsp;ค่า&nbsp;PM&nbsp;10&nbsp;ระหว่าง&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;67&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;และค่าคุณภาพอากาศ&nbsp;AQI&nbsp;อยู่ระหว่าง&nbsp;14&nbsp;&nbsp;77&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;โดยพื้นที่ที่มีค่า&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;,PM&nbsp;10&nbsp;และค่าคุณภาพอากาศ&nbsp;AQI&nbsp;เฉลี่ยสูงตลอดสัปดาห์&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดน่าน&nbsp;และจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อน&nbsp;หรือ&nbsp;Hot&nbsp;Spot&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;(ดาวเทียมระบบ&nbsp;VIIRS)&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;พบเกิดจุดความร้อนสะสมจำนวน&nbsp;1,428&nbsp;จุด&nbsp;โดยเฉพาะในจังหวัดน่าน&nbsp;ลำปาง&nbsp;และจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;ส่วนใหญ่เกิดจุดความร้อนในพื้นที่ป่าสงวน&nbsp;จำนวน&nbsp;716&nbsp;จุด,&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;356&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่เกษตรจำนวน&nbsp;159&nbsp;จุด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;</strong>ได้จัดกำลังพลลงพื้นที่เพื่อพบผู้นำชุมชน&nbsp;รณรงค์ลดการเผา&nbsp;ลาดตระเวนร่วมกับหน่วยงานเพื่อป้องปรามการเผาป่า&nbsp;และร่วมดับไฟกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ขณะที่ชุดปฏิบัติการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;ลงพื้นที่เป้าหมายในการทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;รณรงค์สร้างจิตสำนึกลดการเผาในชุมชน&nbsp;พร้อมร่วมสร้างฝายในพื้นที่ป่าเพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้ป่าต้นน้ำ</p><p><br></p><p>พิมลกัลย์&nbsp;เดชะชัย&nbsp;สวท.&nbsp;เชียงใหม่</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216091635655"],
    [492,"จ.ลำปาง เตรียมความพร้อมรับมือโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (War room) ทุกระดับ แม้ปัจจุบันไม่พบการระบาดของโรคในพื้นที่","<p><strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายจำลักษ์&nbsp;กันเพ็ชร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานการประชุมการเตรียมความพร้อมรับมือโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(War&nbsp;room)&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมีปศุสัตว์จังหวัดลำปาง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานสหกรณ์จังหวัด&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง</p><p><strong>ที่ประชุมได้แจ้งมาตรการการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรค</strong>อหิวาต์แอฟริกาในสุกรของจังหวัดลำปาง&nbsp;โดยให้มีการจัดตั้ง&nbsp;War&nbsp;room&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;การเฝ้าระวังในฟาร์ม&nbsp;การเฝ้าระวังโรคตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน&nbsp;ตำบล&nbsp;อำเภอ&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;โดยการเฝ้าระวังทางห้องปฏิบัติการสุ่มเก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อม&nbsp;ตัวอย่างชิ้นเนื้อจากโรงฆ่าสัตว์&nbsp;สถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์&nbsp;การเฝ้าระวังการเคลื่อนย้ายสุกร&nbsp;และการเคลื่อนย้ายผ่านด่านกักกันสัตว์</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;มีการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่เกษตรกร</strong>และประชาชนทั่วไป&nbsp;ผ่านเครือข่ายการเฝ้าระวังโรคและสื่อต่างๆ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งในปัจจุบันการระบาดของโรคดังกล่าวไม่พบในพื้นที่จังหวัดลำปางมานานหลายเดือนแล้ว&nbsp;</p><p><strong>โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;หรือ&nbsp;โรค&nbsp;ASF&nbsp;ไม่เป็นโรคติดต่อ</strong>ระหว่างสัตว์ประเภทอื่น&nbsp;และไม่เป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คน&nbsp;แต่อย่างไรก็ตาม&nbsp;แนะนำประชาชนไม่ควรบริโภคเนื้อสุกรที่ตายผิดปกติหรือตายจากโรคระบาด&nbsp;และควรปรุงสุกทุกครั้งที่รับประทาน&nbsp;ทั้งนี้หากพบสุกรป่วยหรือตายผิดปกติ&nbsp;ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตวํในพื้นที่เพื่อเข้าทำการตรวจสอบทันที</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216100513671"],
    [493,"กองทัพเรือ ยังคงสนับสนุนภารกิจขจัดคราบน้ำมันอย่างต่อเนื่อง แม้สถานการณ์จะคลี่คลายแล้ว","<p><strong>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;ยังคงสนับสนุนศูนย์บัญชาการเหตุการณ์&nbsp;(ส่วนหน้า)&nbsp;</strong>ในการปฏิบัติภารกิจขจัดคราบน้ำมันดิบที่รั่วไหลพื้นที่ทะเลจังหวัดระยองอย่างต่อเนื่อง&nbsp;แม้สถานการณ์ล่าสุดจะคลี่คลายแล้ว&nbsp;โดยตรวจไม่พบคราบน้ำมันกลางทะเล&nbsp;ส่วนบริเวณชายหาดแม่รำพึง&nbsp;ยังพบเศษผงเล็กน้อยที่ถูกน้ำทะเลพัดเข้าฝั่ง&nbsp;ซึ่งก็ได้มีเก็บไปกำจัดและตรวจสอบ&nbsp;โดยการปฏิบัติภารกิจดังกล่าว&nbsp;ทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;ยังได้จัดอากาศยานเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินสำรวจ&nbsp;2&nbsp;รอบ&nbsp;ในช่วงเช้าและบ่ายของทุกวัน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกองเรือยุทธการ&nbsp;ชุด&nbsp;642&nbsp;(ฉก.กร.642)&nbsp;</strong>ในมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย&nbsp;ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ยังจะได้ปฏิบัติภารกิจทำการดำน้ำสำรวจใต้ทะเลบริเวณหน้าชายหาดแม่รำพึง&nbsp;ระยะห่างจากชายฝั่งประมาณ&nbsp;5&nbsp;&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;จุดอีกครั้ง&nbsp;พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำทะเล&nbsp;ดิน&nbsp;และทราย&nbsp;นำไปตรวจยังห้องปฏิบัติการ&nbsp;เพื่อตรวจสอบผลกระทบจากเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลในพื้นที่จังหวัดระยองครั้งนี้&nbsp;โดยในวันที่&nbsp;17&nbsp;ก.พ.&nbsp;และวันที่&nbsp;18&nbsp;ก.พ.นี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ทหารชุด&nbsp;ฉก.กร.642&nbsp;จะทำการดำน้ำสำรวจบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า&nbsp;และพื้นที่โดยรอบเกาะเสม็ดอีกครั้งหนึ่ง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;แม้สถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นแล้วก็ตาม&nbsp;</strong>กองทัพเรือ&nbsp;ก็ยังคงเตรียมพร้อมในการสนับสนุนภารกิจขจัดคราบน้ำมัน&nbsp;จนกว่าจะมั่นใจว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติจริงๆ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216100443667"],
    [494,"กอนช. เฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมากและลมแรงในพื้นที่ภาคใต้ 6 จังหวัด พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงวันที่ 14 - 18 ก.พ.","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมากและลมแรงในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;6&nbsp;จังหวัด&nbsp;พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(16&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ทุกภาคมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง&nbsp;โดยเฉพาะภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง&nbsp;ทำให้ต้องเฝ้าระวังภาคใต้ฝนตกหนักและลมแรง&nbsp;บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;และสงขลา&nbsp;เนื่องจากลมตะวันออกที่พัดปกคลุมบริเวณภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;154&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ตรัง&nbsp;89&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และประจวบคีรีขันธ์&nbsp;122&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;32,124&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;56&nbsp;และแหล่งขนาดใหญ่&nbsp;25,819&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;54&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงที่จะเกิดขึ้นช่วงหน้าแล้ง&nbsp;โดยกรมชลประทานวางมาตรการล่วงหน้ารับมือน้ำทะเลหนุนสูงช่วงวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;สอดคล้องกับประกาศของ&nbsp;กอนช.&nbsp;อย่างรัดกุมเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;ด้วยการพิจารณาแนวทางเพื่อรับมือ&nbsp;คือ&nbsp;เพิ่มการระบายจากเขื่อนภูมิพล&nbsp;ตั้งแต่ช่วงวันที่&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ในอัตราเฉลี่ยวันละ&nbsp;24&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;พร้อมรักษาระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์&nbsp;และควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา&nbsp;ในอัตราเฉลี่ย&nbsp;85&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;//&nbsp;เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;ได้ปรับแผนเพิ่มการระบายน้ำ&nbsp;ในอัตราเฉลี่ยวันละ&nbsp;5.18&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;จากนั้นจะทยอยปรับลดการระบายลงเหลืออัตราเฉลี่ยวันละ&nbsp;4.32&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;//&nbsp;ควบคุมระดับเหนือเขื่อนพระรามหก&nbsp;ให้อยู่ในเกณฑ์และปรับแผนเพิ่มการระบายน้ำอยู่ในอัตราเฉลี่ย&nbsp;40&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;จากนั้นจะทยอยปรับลดการระบายลงเหลืออัตราเฉลี่ย&nbsp;20&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ยังพิจารณาผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลอง-เจ้าพระยา&nbsp;ด้วยการระบายน้ำผ่านทางประตูระบายน้ำสิงหนาท&nbsp;2&nbsp;ในอัตราไม่ต่ำกว่า&nbsp;12&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;พร้อมควบคุมปริมาณน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา&nbsp;เขื่อนพระรามหก&nbsp;และประตูระบายน้ำสิงหนาท&nbsp;2&nbsp;รวมกันที่บริเวณ&nbsp;อ.บางไทร&nbsp;จ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;ในเกณฑ์ไม่ต่ำกว่า&nbsp;100&nbsp;&nbsp;120&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;คาดว่า&nbsp;จากแผนการระบายน้ำและบริหารจัดการน้ำข้างต้น&nbsp;จะส่งผลให้ปริมาณน้ำทั้งหมดไหลมาบรรจบเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;14&nbsp;&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์ได้</p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216101640678"],
    [495,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ยกเว้นภาคเหนือบริเวณ รพ.เทพรัตนฯ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ค่าฝุ่นเกินในระดับสีส้ม","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ยกเว้นภาคเหนือบริเวณ&nbsp;รพ.เทพรัตนฯ&nbsp;อ.แม่แจ่ม&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;ค่าฝุ่นเกินในระดับสีส้ม&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(16&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นแต่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีลมพัด&nbsp;และหลายพื้นที่มีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยพบบริเวณ&nbsp;รพ.เทพรัตนฯ&nbsp;อ.แม่แจ่ม&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;สูงเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216101937680"],
    [496,"ภาพรวมการสำรวจผลกระทบน้ำมันรั่วทะเลระยองยังพบคราบฟิล์มน้ำมันบางๆเล็กน้อยตรงหาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถ","<p><strong>ภาพรวมการสำรวจผลกระทบน้ำมันรั่วทะเลระยองยังพบคราบฟิล์มน้ำมันบางๆเล็กน้อยตรงหาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถ&nbsp;ส่วนคราบน้ำมันบริเวณแม่น้ำประแสเกิดจากเรือประมง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&nbsp;และสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(ระยอง)&nbsp;ได้นำเรือ&nbsp;ทช.111&nbsp;และ&nbsp;ทช.&nbsp;221&nbsp;ตรวจติดตามเส้นทางแพร่กระจายน้ำมันรั่วไหลจากหาดแม่รำพึง&nbsp;-&nbsp;เกาะสะเก็ด&nbsp;และ&nbsp;จากหาดแม่รำพึง&nbsp;-&nbsp;เขาแหลมหญ้า&nbsp;-&nbsp;อ่าวเพ&nbsp;-&nbsp;ปากคลองแกลง&nbsp;ระยะทางรวม&nbsp;200&nbsp;กิโลเมตรไม่พบคราบน้ำมันในพื้นที่&nbsp;พร้อมเดินสำรวจชายหาดตามเส้นทางการแพร่กระจายน้ำมัน&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;คือ&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;ตั้งแต่บ้านคลองกะเฌอ&nbsp;สถานีอุตุนิยมวิทยา&nbsp;-&nbsp;บ้านก้นอ่าว&nbsp;ระยะทาง&nbsp;9&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยจุดที่ห่างจากหินขาวหินดำ&nbsp;บริเวณคลองหัวรถ&nbsp;พบแผ่นฟิล์มบางๆระยะ&nbsp;200&nbsp;เมตร&nbsp;//&nbsp;หน้าศาลเจ้าแม่ทัพทิม&nbsp;สถานีรายงานบ้านเพ&nbsp;(ทอ)&nbsp;ระยะประมาณ&nbsp;400&nbsp;เมตร&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;ชายหาดบริเวณบ้านเพ&nbsp;-&nbsp;ท่าเรือแกลง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;5.43&nbsp;กิโลเมตรไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังได้ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลบริเวณชายหาดในเขต&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;คือ&nbsp;หาดสุชาดา&nbsp;หาดแสงจันทร์&nbsp;หาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถ&nbsp;หาดแม่รำพึงบริเวณก้นอ่าว&nbsp;บ้านเพ&nbsp;และหาดสวนสน&nbsp;เบื้องต้นพบสภาพน้ำทะเลปกติ&nbsp;ยกเว้นหาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถพบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเลและบริเวณชายหาด&nbsp;เป็นระยะทาง&nbsp;100&nbsp;เมตร&nbsp;และไม่พบสัตว์น้ำตายเกยหาด&nbsp;ส่วนการตรวจวัดคุณภาพน้ำทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อการนันทนาการ&nbsp;พร้อมเก็บตัวอย่างหาการปนเปื้อนปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวมในน้ำทะเลหาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถนำไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการตรวจสอบคราบน้ำมันในแม่น้ำประแส&nbsp;หลังได้รับแจ้งจากเทศบาลตำบลปากน้ำประแสเกี่ยวกับคุณภาพน้ำในแม่น้ำประแสบริเวณ&nbsp;ต.ปากน้ำประแส&nbsp;อ.แกลง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;พบคราบฟิล์มน้ำมันลอยอยู่บนผิวน้ำและมีกลิ่น&nbsp;คาดเกิดจากการปล่อยน้ำในระวางเรือประมง&nbsp;ทำให้พบคราบน้ำมันในแม่น้ำประแส&nbsp;โดยตรวจสอบคุณภาพน้ำบริเวณดังกล่าวเบื้องต้นสภาพน้ำเป็นปกติ&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันลอยบนผิวน้ำ&nbsp;และไม่มีกลิ่น&nbsp;เมื่อตรวจวัดคุณภาพน้ำทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดินประเภทที่&nbsp;3&nbsp;</p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216102557687"],
    [497,"เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ เชิญชวนนักท่องเที่ยวชมความสวยงามของสวนกุหลาบแปลงใหญ่สีม่วง ในช่วงเดือนแห่งความรัก สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่","<p><strong>นายเจริญ&nbsp;พิมพ์ขาล&nbsp;เกษตรจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;</strong>เชิญชวนนักท่องเที่ยวชมความสวยงาม&nbsp;และถ่ายรูปเก็บความประทับใจในสวนกุหลาบแปลงใหญ่สีม่วงในช่วงเดือนแห่งความรัก&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;14&nbsp;&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่กลุ่มแปลงใหญ่กุหลาบบวกเต๋ย&nbsp;ตำบลโป่งแยง&nbsp;อำเภอแม่ริม&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกดอกกุหลาบจำนวน&nbsp;200&nbsp;ไร่&nbsp;สมาชิก&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ผลผลิตประมาณ&nbsp;8,000,000&nbsp;ดอก&nbsp;/&nbsp;ปี&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;64&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>โดยที่ผ่านมาทำสวนกุหลาบเพื่อการค้าตัดดอกจำหน่าย&nbsp;100%</strong>&nbsp;จำหน่ายให้โครงการหลวง&nbsp;และตลาดไม้ดอก&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ทำให้ปริมาณการสั่งซื้อลดลง&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอแม่ริม&nbsp;จึงร่วมวางแผนแก้ไขสถานการณ์ร่วมกับ&nbsp;เกษตรกรสวนกุหลาบแปลงใหญ่&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาชมสวนดอกกุหลาบด้วยวิธีการจองผ่านระบบออนไลน์&nbsp;และรับนักท่องเที่ยวแบบ&nbsp;Walk&nbsp;In&nbsp;ซึ่งได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กลุ่มเกษตรกรสวนกุหลาบแปลงใหญ่&nbsp;ได้มีการบริหารจัดการ</strong>แบ่งกุหลาบเป็นแปลงเปิดดอก&nbsp;ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม&nbsp;ร่วมเรียนรู้วิธีการผลิตกุหลาบที่ปลอดภัย&nbsp;และปรับจำหน่ายเป็นกุหลาบชำถุง&nbsp;กุหลาบกระถาง&nbsp;นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมความงดงามได้&nbsp;ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยเก็บค่าเข้าชม&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;/&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งจะมีรถโดยสารหรือรถแดงให้บริการพาเข้าชมแปลง&nbsp;สามารถเที่ยวชมสวนกุหลาบพร้อมถ่ายรูปดอกกุหลาบในแปลง&nbsp;นักท่องเที่ยวยังสามารถตัดดอกกุหลาบเอง&nbsp;และมีจำหน่ายในรูปแบบกระถาง&nbsp;ซึ่งในปีนี้&nbsp;เป็นดอกกุหลาบสีม่วงแปลงใหญ่&nbsp;ซึ่งหาชมได้ยาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216115331729"],
    [498,"จังหวัดเลย แก้ไขปัญหาผักตบชวา ระดับจังหวัด ในพื้นที่หนองโง้ง","<p><strong>นายณรงค์&nbsp;จีนอ่ำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;เป็นประธาน</strong>เปิดโครงการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาผักตบชวา&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ในพื้นที่หนองโง้ง&nbsp;เทศบาลตำบลธาตุ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอภินันท์&nbsp;สุวรรณโค&nbsp;นายอำเภอเชียงคาน&nbsp;นายสิทธิชัย&nbsp;บังใบ&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลธาตุ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ประชาชนในพื้นที่&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>นายสิทธิชัย&nbsp;บังใบ&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลธาตุ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พื้นที่หนองโง้ง&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2553&nbsp;เป็นโครงการภายใต้แผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเ&nbsp;18&nbsp;ไร่&nbsp;กว้าง&nbsp;25&nbsp;เมตร&nbsp;ยาว&nbsp;450&nbsp;เมตร&nbsp;&nbsp;ลึกเฉลี่ย&nbsp;2.50&nbsp;เมตร&nbsp;อยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาลตำบลธาตุ&nbsp;เป็นแก้มลิงกักเก็บน้ำในฤดูน้ำหลากได้ปริมาณ&nbsp;0.0731&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์จำนวน&nbsp;6&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;&nbsp;ปัญหาผักตบและวัชพืชที่ลุกลามแพร่ขยายอย่างรวดเร็วในหนองโง้ง&nbsp;ทำให้การใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ&nbsp;ไม่บรรลุเป้าวัตถุประสงค์ของการใช้น้ำอย่างสมบูรณ์&nbsp;100%&nbsp;เทศบาลตำบลธาตุ&nbsp;ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>ประกอบกับที่ทางเทศบาลฯ&nbsp;ได้เป็นกรรมการในคณะทำงาน</strong>เพื่อปฏิบัติการแก้ไขปัญหาผักตบชวาระดับจังหวัดด้วย&nbsp;ซึ่งมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เทศบาลตำบลธาตุ&nbsp;จึงได้นำโครงการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาผักตบชวา&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ดำเนินการแก้ไขปัญหาผักตบชวาและวัชพืช&nbsp;ในพื้นที่หนองโง้ง&nbsp;</p><p><strong>การดำเนินการในครั้งนี้&nbsp;ได้รับความร่วมมือร่วมแรงกำลังคนจาก</strong>&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;28&nbsp;หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;23&nbsp;สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน&nbsp;จากที่ทําการปกครองจังหวัด&nbsp;กรมทหารพรานที่&nbsp;21&nbsp;ประชาชนจิตอาสา&nbsp;จากอำเภอเชียงคาน&nbsp;พร้อมกับหน่วยสนับสนุนกำลังเครื่องจักร&nbsp;หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;23&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลหาดทรายขาว&nbsp;และ&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย&nbsp;ประสานเรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ให้จำนวน&nbsp;6&nbsp;ลำ&nbsp;อีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการดำเนินการในครั้งนี้&nbsp;เป็นระยะแรกของโครงการ</strong>การแก้ไขปัญหาผักตบชวาและวัชพืชอย่างยั่งยืน&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะสามารถกําจัดผักตบชวาและวัชพืชได้&nbsp;ในปริมาณ&nbsp;160&nbsp;ตัน&nbsp;&nbsp;และระยะต่อไป&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;2566&nbsp;ทางเทศบาลตำบลธาตุ&nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;23&nbsp;(นพค.&nbsp;23)&nbsp;ทำการ&nbsp;ขุดลอกหนองโง้ง&nbsp;ทั้งหมดอีก&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;ไร่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216124832770"],
    [499,"อลงกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านภาคการเกษตรทั้งระบบของจังหวัดนครศรีธรรมราช","<p><strong>ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เพื่อติดตามงานนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านภาคการเกษตรทั้งระบบของจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;โดยมี&nbsp;นายไตรรัตน์&nbsp;ไชยรัตน์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;พาณิชย์จังหวัด&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;และผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&nbsp;8&nbsp;ร่วมรายงานผลการปฏิบัติงานและสถานการณ์ด้านการเกษตร</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายไตรรัตน์&nbsp;ไชยรัตน์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;</strong>ได้กล่าวสรุปแนวทางการพัฒนาจังหวัด&nbsp;ทั้งในส่วนของจุดยืน&nbsp;และประเด็นการพัฒนาจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ขณะที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&nbsp;8&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์สินค้าเกษตรที่สำคัญ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;อย่างยิ่งในการประชุมครั้งนี้ได้ร่วมพิจารณาการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านภาคการเกษตรทั้งระบบ&nbsp;และการจัดการด้านการผลิตและคัดคุณภาพ&nbsp;ซึ่งในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;มีพื้นที่ปลูกไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญ&nbsp;ทั้งทุเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;เงาะ&nbsp;และลองกอง&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;213,296&nbsp;ไร่&nbsp;คาดว่าในปี&nbsp;2565&nbsp;จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดในห้วงระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคม&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;149,321&nbsp;ตัน&nbsp;โดยทุเรียน&nbsp;จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุดในเดือนตุลาคม&nbsp;จำนวน&nbsp;15,047&nbsp;ตัน&nbsp;,มังคุด&nbsp;ในเดือนสิงหาคม&nbsp;จำนวน&nbsp;31,572&nbsp;ตัน&nbsp;,เงาะ&nbsp;ในเดือนสิงหาคม&nbsp;จำนวน&nbsp;3,885&nbsp;ตัน&nbsp;และลองกอง&nbsp;ในเดือนกันยายน&nbsp;จำนวน&nbsp;2,035&nbsp;ตัน&nbsp;พร้อมกันนี้ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ติดตามการรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ตั้งเป้าการรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;จำนวน&nbsp;1,458&nbsp;แปลง&nbsp;ตรวจติดตาม&nbsp;จำนวน&nbsp;130&nbsp;แปลง&nbsp;ต่ออายุ&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;แปลง</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในช่วงเช้าก่อนการประชุมหารือ&nbsp;</strong>ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และคณะได้เดินทางไปยังกลุ่มวิสาหกิจชุมชนคัดคุณภาพมังคุด&nbsp;ที่บ้านศาลาใหม่&nbsp;แปลงใหญ่มังคุด&nbsp;ตำบลนาเรียง&nbsp;อำเภอพรหมคีรี&nbsp;เพื่อตรวจเยี่ยมและรับทราบปัญหาจากเกษตรกรผู้ผลิต&nbsp;พร้อมทั้งการเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูกาลผลิตใหม่มังคุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยปัจจุบันกลุ่มดังกล่าวมีจำนวนสมาชิกทั้งสิ้น&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;มีพื้นที่เพาะปลูกรวม&nbsp;343&nbsp;ไร่</p><p><br></p><p><br></p><p>อุไรวรรณ/ข่าว/ภาพ&nbsp;&nbsp;&nbsp;บุณณดา/ภาพ</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216143847804"],
    [500,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง โดยเฉพาะภาคเหนือ ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือและภาคอีสานของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือ&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(15&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;292&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากวันก่อน&nbsp;382&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;107&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;104&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;35&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขตสปก.&nbsp;23&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;22&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุดอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;47&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;44&nbsp;จุด&nbsp;และน่าน&nbsp;42&nbsp;จุด&nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;โดยจุดความร้อนลดลงอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ส่งผลให้วันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศไทยอยู่ในระดับดี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อนแล้ว&nbsp;6,255&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;5,655&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;3,589&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;4&nbsp;วัน&nbsp;1,392&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นกัมพูชา&nbsp;578&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;562&nbsp;จุด&nbsp;158&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216144707810"],
    [501,"กรมฝนหลวงฯ ตั้ง 4 หน่วยปฏิบัติการ ช่วยเหลือพื้นที่เกษตรต้องการน้ำและบรรเทาปัญหาหมอกควัน-ลดความรุนแรงของพายุลูกเห็บ","<p><strong>ภายหลังการปิดหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อซ่อมบำรุงอากาศยานและฝึกบินทบทวนประจำปีของนักบินเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว</strong>&nbsp;ขณะนี้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้กำหนดแผนจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เพื่อปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ประสบภัยแล้ง&nbsp;เติมน้ำต้นทุนให้อ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่างๆ&nbsp;สร้างความชุ่มชื้นให้กับป่าไม้เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่า&nbsp;บรรเทาปัญหาหมอกควัน&nbsp;และลดความรุนแรงของการเกิดพายุลูกเห็บ&nbsp;และสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;เกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ในพื้นที่รับผิดชอบภาคเหนือตอนบน-ตอนล่าง&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</p><p><strong>นายสำเริง&nbsp;แสงภู่วงค์&nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;จะมีพิธีเปิดปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้ง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;อย่างเป็นทางการ&nbsp;</strong>ในวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;นี้&nbsp;ณ&nbsp;สนามบินนครสวรรค์&nbsp;จ.นครสวรรค์&nbsp;และจะตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;10&nbsp;หน่วยฯ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ที่&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;ตาก&nbsp;และแพร่&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ที่&nbsp;จ.นครสวรรค์&nbsp;และกาญจนบุรี&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ที่&nbsp;จ.อุดรธานีและบุรีรัมย์&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;ที่&nbsp;จ.จันทบุรี&nbsp;และภาคใต้&nbsp;ที่&nbsp;อ.หัวหิน&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;พี่น้องเกษตรกรและประชาชนสามารถขอรับบริการฝนหลวงและติดตามข้อมูลข่าวสารของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ที่หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;อาสาสมัครฝนหลวงในพื้นที่</p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216192327916"],
    [502,"ลำพูน ปล่อยปลามหากุศล เนื่องในวันมาฆบูชา เพื่อร่วมอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรทางน้ำ และร่วมสมทบทุนเพื่อกิจกรรมสาธารณประโยชน์ และภารกิจป้องกันอาชญากรรม","<p><strong>ที่บริเวณท่าน้ำแม่น้ำกวง&nbsp;หน้าวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน&nbsp;ส่วนราชการจังหวัด&nbsp;คณะกรรมการ&nbsp;กต.ตร.จังหวัดลำพูน&nbsp;ข้าราชการตำรวจภูธรเมืองลำพูน&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมกันปล่อยปลามหากุศล&nbsp;เนื่องในวันมาฆบูชา&nbsp;เพื่อร่วมอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรทางน้ำ&nbsp;และร่วมสมทบทุนเพื่อกิจกรรมสาธารณประโยชน์&nbsp;และภารกิจป้องกันอาชญากรรม&nbsp;</p><p><strong>พ.ต.อ.ฐิติพล&nbsp;อรุณสกุล&nbsp;ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองลำพูน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;จัดขึ้นเพื่อทำบุญเสริมความเป็นสิริมงคล&nbsp;เนื่องในวันมาฆบูชา&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;ร่วมกันอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรทางน้ำ&nbsp;และร่วมสมทบทุนเพื่อกิจกรรมสาธารณประโยชน์&nbsp;และภารกิจป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;ซึ่งในวันนี้&nbsp;จะปล่อยปลา&nbsp;จำนวน&nbsp;10,000&nbsp;ตัว&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปลานิลและปลาตะเพียนขาว&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนจาก&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดลำพูน&nbsp;โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;ได้มอบประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้มีคุณประโยชน์ต่อการดำเนินงานด้านภารกิจป้องกันอาชญากรรม&nbsp;และมอบสิ่งของให้แก่นักกีฬาคนพิการ&nbsp;ที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว&nbsp;:&nbsp;นางสาวรุจิรา&nbsp;เสนานุช&nbsp;ผู้สื่อข่าว&nbsp;ส.ปชส.ลำพูน&nbsp;</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=\"https://region3.prd.go.th/region3_ci/topic/news/44081\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\">https://region3.prd.go.th/region3_ci/topic/news/44081</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216161149834"],
    [503,"ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ  ตรวจเยี่ยมหน่วยตรวจวัดคุณภาพอากาศในบรรยากาศแบบเคลื่อนที่ (Ambient Air Quality Monitoring Mobile Unit)","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ณ&nbsp;บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ตรวจเยี่ยมหน่วยตรวจวัดคุณภาพอากาศในบรรยากาศแบบเคลื่อนที่&nbsp;(Ambient&nbsp;Air&nbsp;Quality&nbsp;Monitoring&nbsp;Mobile&nbsp;Unit)&nbsp;สนับสนุนโดยกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ดำเนินการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">โดยมี&nbsp;นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัด&nbsp;รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด&nbsp;เจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ร่วมตรวจเยี่ยม</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216191228909"],
    [504,"ศรีสะเกษ  เดินหน้ารณรงค์รณรงค์ Zero. Burn","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดย&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกสรณรงค์&nbsp;Zero&nbsp;Burn&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">โดยการประชุมคณะกรรมการป้องกันและระวังการเผาในพื้นที่การเกษตรระดับจังหวัด&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝ่านละอองขนาดเล็ก(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และสอดคล้องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ที่ห้องประชุมชั้น&nbsp;1&nbsp;อาคารส่งเสริมการเกษตรอินทรีย์วิถีศรีสะเกษ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;นายอนุอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและก็ระวังการเผาในพื้นที่การเกษตรระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวิชัย&nbsp;ศรีโพธิ์งาม&nbsp;เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และคณะกรรมการการป้องกันและเฝ้าระวังการเผาในพื้นที่การเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ให้การต้อนรับและร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">นายวิชัย&nbsp;ศรีโพธิ์งาม&nbsp;เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;สืบเนื่องจากการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;MOU&nbsp;โครงการเกษตรปลอดการเผา&nbsp;zero&nbsp;burn&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ระหว่างจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;หน่วยงานภาครัฐและองค์กรเครือข่ายจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;และร้านค้าผู้แทนจำหน่ายสยามคูโบต้าจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;บันทึกข้อตกลงฉบับนี้จัดทำขึ้น&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2563&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์&nbsp;1).&nbsp;เพื่อผลักดันนโยบายการงดเผาฟางข้าวของภาครัฐแก้ไขปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและอานุภาพ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จากการเผาฟางข้าวหลังการเก็บเกี่ยวของเกษตรกรเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายลดการเผาในพื้นที่การเกษตรภายในปี&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้แนวคิดศรีสะเกษเมืองต้นแบบปลอดการเผา&nbsp;2).&nbsp;เพื่อบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เกิดประโยชน์และเกิดมูลค่า&nbsp;3).&nbsp;เพื่อรณรงค์และพัฒนากระบวนการผลิตพืชโดยวิธีปลอดการเผาส่งเสริมเผยแพร่องค์ความรู้การทำเกษตรปลอดการเผานำไปสู่การพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรให้มีความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">เพื่อให้การดำเนินการป้องกันและเฝ้าระวังการเผาเศษซากพืชหรือวัชพืชและเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่การเกษตร&nbsp;เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดการบูรณาการการทำงานในพื้นที่ร่วมกัน&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ได้มีคำสั่ง&nbsp;ที่&nbsp;279/2565&nbsp;ลงวันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เรื่อง&nbsp;แต่งตั้งคณะกรมการป้องกันและเฝ้าระวังการเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;เพื่อให้คณะกรรมกาที่ได้รับแต่งตั้งทราบและถือปฏิบัติ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">สำหรับผลการดำเนินงานป้องกันและเฝ้าระวังการเผาเศษซากพืชหรือวัชพืชและเศษซากวัสดุ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ทางการเกษตรในพื้นที่การเกษ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;มีการแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและเฝ้าระวังการเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;และมีการจัดตั้งคณะทำงานฯ&nbsp;ในทุกอำเภอ,&nbsp;จัดทำวิดีทัศน์ประชาสัมพันธ์เรื่องการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;มีการถ่ายทอดความรู้เรื่องการหยุดเผาและตระหนักถึงผลกระทบจากากรเผาในเวทีถ่ายทอดความรู้ต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่ทั้ง&nbsp;22&nbsp;อำเภอ,&nbsp;มีการใช้เทคโนโลยีทดแทนการเผา&nbsp;และส่งเสริมการผลิตปุ๋ยหมักและอินทรีย์ฯ</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-center\"><br></p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216190457901"],
    [505,"นอภ.อำเภอขุนหาญ   นำหัวหน้าส่วนราชการ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เนื่องในโอกาสวันมาฆบูชา","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>เมื่อเวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;นายพรชัย&nbsp;วงศ์งาม&nbsp;นายอำเภอขุนหาญ&nbsp;ประธานปล่อยพันธ์ุสัตว์น้ำ&nbsp;</strong>เนื่องในโอกาสวันมาฆบูชา&nbsp;ณ&nbsp;อ่างเก็บน้ำหนองสิ&nbsp;ตำบลสิ&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลขุนหาญ&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;หัวหน้าส่วนราขการ&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และพลังมวลชน&nbsp;ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-center\"><br></p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216183637883"],
    [506,"กอ.รมน.ศรีสะเกษ  ร่วมประชุมคณะกรรมการป้องกันและเฝ้าระวังการเผาในพื้นที่การเกษตร ระดับจังหวัด ครั้งที่ 1/2565","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">เมื่อเวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ภายใต้การอำนวยกาของ&nbsp;พ.อ.&nbsp;วัชรพล&nbsp;คันธา&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ศ.ก.(ท.)&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;พ.ท.ปรีชา&nbsp;&nbsp;ธนาคุณ&nbsp;หน.ฝนผ.กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ศ.ก.&nbsp;ร่วมประชุมคณะกรรมการป้องกันและเฝ้าระวังการเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">โดยมี&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ศ.ก.(พ.)&nbsp;เป็นประธานฯ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">พร้อมส่วนราชการเข้าร่วมประชุม&nbsp;จำนวน&nbsp;45&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมชั้น&nbsp;1&nbsp;อาคารส่งเสริมเกษตรอินทรีย์วิถีศรีสะเกษ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-center\"><br></p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216183822884"],
    [507,"ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี ประชุมกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะจังหวัดเพชรบุรี คัดเลือกประธานเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ แกะ จังหวัดเพชรบุรี","<p><strong>ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ประชุมกลุ่มเกษตรกร</strong>ผู้เลี้ยงแพะจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;คัดเลือกประธานเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ&nbsp;แกะ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;วานนี้&nbsp;(&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>โดยกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์จัดประชุมสัมมนา</strong>ชับเคลื่อนกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาเครือข่ายการผลิตและการตลาดแพะ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ร่วมด้วย&nbsp;นายวีระศักดิ์&nbsp;เนตรเกื้อกูล&nbsp;ประธานเครือข่ายเกษตรกรเลี้ยงแพะแกะแห่งประเทศไทย&nbsp;นายชัชวาาลย์&nbsp;&nbsp;ปานสวย&nbsp;ประธานเครือข่ายผู้เลี้ยงแพะแกะระดับเขต&nbsp;7&nbsp;ตัวแทนกลุ่มผู้เลี้ยงแพะของจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;13&nbsp;กลุ่ม&nbsp;</p><p><strong>นายสัตวแพทย์กรรัตน์&nbsp;คุ้มกระ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;การประชุมสัมมนาชับเคลื่อนกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เพื่อชี้แจงแผนงาน/โครงการ&nbsp;การผลิต&nbsp;การตลาดแพะ&nbsp;และเลือกตั้งประธานชมรมผู้เลี้ยงแพะแกะจังหวัดเพชรบุรีทดแทนคนเดิมซึ่งได้รับคัดเลือกเป็นประธานเครือข่ายแพะแกะระดับเขต&nbsp;7&nbsp;ผลการคัดเลือกประธานชมรมผู้เลี้ยงแพะแกะจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายอนุชา&nbsp;พันธุ์ดี&nbsp;ตัวแทนจากกลุ่มผู้เลี้ยงแพะแกะหุบกะพง&nbsp;อำเภอชะอำ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>หลังการประชุม&nbsp;นายสัตวแพทย์กรรัตน์&nbsp;คุ้มกระ</strong>&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;มอบป้ายเครือข่ายสัตว์พันธุ์ดี&nbsp;ประเภทการปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์&nbsp;ชนิดสัตว์&nbsp;ฟาร์มแพะ&nbsp;ให้แก่&nbsp;นายชัชวาลย์&nbsp;ปานสวย&nbsp;เจ้าของฟาร์มแพะ&nbsp;อลังการฟาร์ม&nbsp;อำเภอหนองหญ้าปล้อง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี/16&nbsp;ก.พ.65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216185600896"],
    [508,"ผู้ว่าฯ พังงา ร่วมกิจกรรม รักษ์ทะเลไทย ตามแนวพระดำริฯ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ฐานทัพเรือพังงา","<p><strong>นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;</strong>เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;\"รักษ์ทะเลไทย&nbsp;ตามแนวพระดำริฯ\"&nbsp;ตามแนวพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ณ&nbsp;หาดสนงาม&nbsp;ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล&nbsp;ฐานทัพเรือพังงา&nbsp;ตำบลลำแก่น&nbsp;อำเภอท้ายเหมือง&nbsp;โดยมีพลเรือโท&nbsp;สมพงษ์&nbsp;นาคทอง&nbsp;ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่&nbsp;3&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;พิสิฐ&nbsp;ฤกษ์งาม&nbsp;ผู้บัญชาการฐานทัพเรือพังงา&nbsp;ทัพเรือภาคที่&nbsp;3&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;และหน่วยงานต่างๆ&nbsp;เข้าร่วม</p><p><strong>การจัดกิจกรรม&nbsp;รักษ์ทะเลไทย&nbsp;ตามแนวพระดำริฯ&nbsp;</strong>เป็นการสนองพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;และแสดงออกถึงความจงรักภักดีแด่พระบรมวงศานุวงศ์&nbsp;อีกทั้งเป็นการส่งเสริมงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล&nbsp;และเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ที่เข้าร่วมกิจกรรมฯ&nbsp;อันจะเป็นประโยชน์ในการประสานความร่วมมือในการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล&nbsp;โดยกิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;พิธีเปิดกรวยถวายความเคารพ&nbsp;ถวายพระพรและเทิดพระเกียรติฯ&nbsp;นิทรรศการการอนุรักษ์เต่าทะเล&nbsp;นิทรรศการการอนุรักษ์และคุ้มครองสัตว์ทะเลหายาก&nbsp;นิทรรศการการเก็บขยะชายหาดและดำน้ำเก็บขยะ&nbsp;นิทรรศการการใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก&nbsp;นิทรรศการ&nbsp;เต่าทะเลยักษ์และวาฬยักษ์&nbsp;ทำจากขวดน้ำรึไซเคิล&nbsp;การปล่อยเต่าทะเลจำนวน&nbsp;135&nbsp;ตัว&nbsp;และการเก็บขยะชายหาด&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216225324994"],
    [509,"จังหวัดระยองประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้าขจัดคราบน้ำมัน เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมและอาหารทะเลอย่างต่อเนื่อง","<p><strong>นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;</strong>มอบหมาย&nbsp;นายอนันต์&nbsp;นาคนิยม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์&nbsp;(ส่วนหน้า)&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมที่บ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;จ.ระยอง</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ในวันนี้&nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอ</strong>งได้รับแจ้งจากบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ขอแก้ไขซ่อมแซมท่ออ่อนใต้ทะเลดังกล่าว&nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าฯ&nbsp;ได้ให้บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ดำเนินการแจ้งข้อมูลกับพนักงานสอบสวน&nbsp;เนื่องจากวัตถุดังกล่าวเป็นของกลาง&nbsp;จะต้องแจ้งให้พนักงานสอบสวนเพื่อมีคำสั่งอนุญาตก่อนเข้าพื้นที่ดำเนินการ&nbsp;และต้องเป็นไปตามมาตรการที่ทางกรมเจ้าท่ากำหนด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ต้องมีคำสั่งอนุญาตจากพนักงานสืบสวนผู้รับผิดชอบของคดีในการร้องทุกข์กล่าวโทษเมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;และ&nbsp;10&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;ต้องมีเอกสารหลักฐานรายงานการรับรองผลว่าไม่มีคราบน้ำมันค้างในท่อใต้น้ำจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้&nbsp;และให้จัดทำแผนและมาตรการป้องกันการรั่วไหลของน้ำมันหรือเคมีภัณฑ์ที่อาจเกิดขึ้นให้กรมเจ้าท่าเป็นผู้ให้ความเห็นชอบ&nbsp;หากบริษัทฝ่าฝืนตามคำสั่งจะดำเนินการยกเลิกเพิกถอนการอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำดังกล่าวจากผลกระทบอันเนื่องมาจากความเสียหายที่เกิดขึ้น</p><p><strong>ด้านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยองได้รายงานผล</strong>การตรวจอาหารทะเลสดโดยศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่&nbsp;6&nbsp;ชลบุรี&nbsp;โดยเมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;ได้เก็บตัวอย่างอาหารทะเลสดจำพวกปลา&nbsp;หอย&nbsp;หมึก&nbsp;กุ้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;ผลการตรวจสอบหาสารโลหะหนักจำพวกแคดเมียม&nbsp;ปรอททั้งหมด&nbsp;และตะกั่ว&nbsp;ผลออกมาว่าไม่พบสารโลหะหนักตกค้างที่เกินกว่าค่ามาตรฐาน&nbsp;และในวันที่&nbsp;1&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;ผลการตรวจสอบไม่พบสารโลหะหนักตกค้างที่เกินกว่าค่ามาตรฐานเช่นเดียวกัน&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยองจะดำเนินการ</strong>เฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุกและการรักษาพยาบาล&nbsp;ผู้ปฏิบัติการงานเก็บกู้คราบน้ำมัน&nbsp;และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะสิ้นสุด&nbsp;ขณะที่สำนักงานประมงจังหวัดระยอง&nbsp;แจ้งในที่ประชุมว่าได้ทำการสำรวจและตรวจสอบกลุ่มชาวประมงและผู้เลี้ยงกุ้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;2,160&nbsp;ราย&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบฯและจะนำส่งรายชื่อให้ทางบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;18&nbsp;ก.พ.&nbsp;65</p><p><strong>ส่วนการติดตามเฝ้าระวังคราบน้ำมันบริเวณชายหาด</strong>&nbsp;<strong>จำนวน&nbsp;9&nbsp;จุด</strong>&nbsp;ของศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยอง&nbsp;ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำเบื้องต้นทั้ง&nbsp;9&nbsp;จุดอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;ส่วนคุณภาพอากาศทั้ง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ผลการตรวจวัดไม่พบสาร&nbsp;total&nbsp;VOCs,&nbsp;H2S&nbsp;และ&nbsp;SO2&nbsp;ทั้ง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;และไม่ได้รับกลิ่นน้ำมัน&nbsp;และในวันนี้&nbsp;(16&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำชายหาดและเกาะเสม็ด&nbsp;ตรวจวิเคราะห์โลหะหนักและสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนทั้งหมด&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;โดยจะเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจวิเคราะห์อย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;และเมื่อวันที่&nbsp;14-15&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;ได้เก็บ&nbsp;Tar&nbsp;ball&nbsp;ที่ขึ้นหน้า&nbsp;Bay&nbsp;View&nbsp;&nbsp;Resort&nbsp;ไปทำการตรวจสอบ</p><p><strong>ด้านอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;ได้จัดเรือลาดตระเวน</strong>และทีมดำน้ำสำรวจในพื้นที่เขาแหลมหญ้า&nbsp;และเกาะเสม็ดแล้วไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;ส่วนเมือกสีเหลืองบริเวณชายหาด&nbsp;หน้าบ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ&nbsp;ขณะที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ติดตามตรวจสอบเฝ้าระวังคราบน้ำมันบริเวณชายหาด&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;หาดพยูน,&nbsp;หาดหนองแฟบ,&nbsp;หาดสุชาดา,&nbsp;หาดแสงจันทร์,&nbsp;&nbsp;หาด&nbsp;IRPC,&nbsp;หาดค่ายมหาสุรสิงหนาท,&nbsp;หาดหน้าบ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท,&nbsp;ลานหินขาว,&nbsp;และหาดก้นอ่าว&nbsp;ผลไม่พบคราบน้ำมัน</p><p><strong>สำหรับการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อน</strong>จากเหตุน้ำมันรั่วตั้งแต่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นมานั้น&nbsp;วันนี้มีจำนวนสะสมทั้งสิ้น&nbsp;&nbsp;8,330&nbsp;ราย&nbsp;ขณะที่ข้อสั่งการในที่ประชุมนั้นได้ให้บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;เร่งรัดจัดทำแผนเก็บกู้ท่ออ่อนใต้ทะเลร่วมกับกรมเจ้าท่าฯ&nbsp;และพนักงานสอบสวน&nbsp;พร้อมทั้งเฝ้าระวังและตรวจติดตามคราบน้ำมันและจัดเตรียมกำลังพลพร้อมวัสดุอุปกรณ์ในการทำความสะอาดชายหาดอย่างต่อเนื่อง&nbsp;รวมทั้งเร่งรัดการจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าวอย่างเร่งด่วน&nbsp;เท่าเทียม&nbsp;และเป็นธรรม&nbsp;และให้บริษัทประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารการดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำมันรั่วไหลให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพทรายบริเวณชายหาด&nbsp;คุณภาพน้ำทะเล&nbsp;คุณภาพอากาศ&nbsp;และคุณภาพอาหาร&nbsp;อย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216231408998"],
    [510,"จังหวัดแม่ฮ่องสอน เร่งวางแผนการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรเพื่อลดผลกระทบราคาผลผลิตตกต่ำ","<p><strong>นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>เปิดเผยว่าได้มอบหมาย&nbsp;ให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;สหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมกันวางแผนการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อลดผลกระทบจากราคาผลผลิตทางการเกษตรกรต่ำ&nbsp;โดยจัดเตรียมแผนทั้งในระยะสั่นและระยะยาว</p><p><strong>เบื้องต้นพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้ประสานผู้ประกอบการในพื้นที่ภาค&nbsp;</strong>เข้ามารับซื้อผักกาดขาว&nbsp;กะหล่ำปลี&nbsp;และผักอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อส่งเข้าร้านอาหารในภาคกลาง&nbsp;โดยผู้ประกอบการได้เข้ามาเจรจากับเกษตรกรประมาณ&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายประสิทธิ์&nbsp;เลาหลื่อ&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านไมโครเวฟ&nbsp;ตำบลห้วยโป่ง&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;นำเกษตรกรให้พบปะผู้ประกอบการ&nbsp;โดยเกษตรกรขอให้ผู้ประกอบการรับซื้อผักกาดขาวตัดแต่งหน้าสวน&nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;ทั้งนี้จะได้มีการเจรจาในรายละเอียดต่อไป</p><p><strong>พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้ประสานผู้ประกอบการในภาคกลาง</strong>&nbsp;เพื่อรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;จากจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีผู้ประกอบการสนใจรับซื้อเมล็ดข้าวโพดเหนียว&nbsp;(ป็อปคอนดอย)&nbsp;เมล็ดถั่วเหลือง&nbsp;ทั้งนี้จะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อคัดเลือกกลุ่มเกษตรกร&nbsp;สมาชิกสหกรณ์&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;หรือผู้ประกอบการ&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงการจำหน่ายสินค้าเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอนกับผู้ประกอบการนอกพื้นที่</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ยังมีแผนเจราจาให้ผู้ประกอบการรับซื้อผักสดส่งเข้าห้างโมเดิร์นเทรด&nbsp;</strong>และผู้แปรรูปสินค้าเกษตร&nbsp;ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อหารือและวางแผนการผลิต&nbsp;การตลาดสินค้าเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ร่วมกับภาคเอกชน&nbsp;ผู้แทนเกษตรกร/สหกรณ์&nbsp;และหน่วยงานราชการในจังหวัดต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217084936004"],
    [511,"ตั้งเป้าปั้นเมืองคอนเป็นฮับมังคุด เร่งพัฒนาแปลงใหญ่ เพิ่มช่องตลาดออนไลน์ขายล่วงหน้า","<p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากการลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(16&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ติดตามงานนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ณ&nbsp;แปลงใหญ่มังคุด&nbsp;ตำบลนาเรียง&nbsp;อำเภอพรหมคีรี&nbsp;&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ตรวจเยี่ยมและรับทราบปัญหาจากเกษตรกรผู้ผลิตมังคุดในพื้นที่&nbsp;&nbsp;พบว่าปริมาณผลผลิตมังคุด&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2563&nbsp;ประมาณ&nbsp;103&nbsp;ตัน&nbsp;ปัญหาที่พบส่วนใหญ่&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;ปัญหาราคาผลผลิตมังคุดตกต่ำ&nbsp;การขาดเงินทุน&nbsp;อุปกรณ์และโรงเรือนแปรรูปผลผลิต&nbsp;การขาดแคลนแรงงานในการเก็บเกี่ยวและคัดเกรดผลผลิตมังคุด&nbsp;</p><p><strong>ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ให้แนวการการขับเคลื่อนและการสนับสนุนแปลงใหญ่&nbsp;ตามนโยบายการส่งเสริมการผลิตแปลงใหญ่&nbsp;ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยพัฒนายกระดับแปลงใหญ่ให้เป็น&nbsp;Start&nbsp;Up&nbsp;หรือ&nbsp;SMEs&nbsp;&nbsp;เกษตร&nbsp;การจัดอบรมผู้นำและสมาชิกแปลงใหญ่ให้เป็นผู้ประกอบการ&nbsp;เพื่อทำการเกษตรสู่การเป็นเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;การรักษาคุณภาพมังคุดและปรับระบบการขนส่งผ่านระบบ&nbsp;Cold&nbsp;Chain&nbsp;การศึกษาวิจัยและพัฒนามังคุด&nbsp;โดยศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม&nbsp;ด้านการแปรรูป&nbsp;การสกัดสารสำคัญจากมังคุด&nbsp;เพื่อมุ่งสู่การทำเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมได้รายงานสถานการณ์สินค้าเกษตรที่สำคัญ&nbsp;ปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;ของจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;ยางพารา&nbsp;ผลผลิตผลไม้&nbsp;4&nbsp;ชนิด&nbsp;(ทุเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;&nbsp;เงาะ&nbsp;และลองกอง)&nbsp;ข้าวนาปี&nbsp;ข้าวนาปรัง&nbsp;และการพิจารณาการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านภาคการเกษตรทั้งระบบของจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;(การบริหารจัดการผลไม้ทั้งระบบ)&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาผลผลิตที่อาจจะเกิดขึ้นและมีผลกระทบต่อเกษตรกร&nbsp;ซึ่งจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;มีพื้นที่ปลูกไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญ&nbsp;คาดว่าจะมีการดำเนินการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;ด้านการพัฒนาคุณภาพผลผลิต&nbsp;การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการพัฒนาคุณภาพผลไม้ทั้งในและนอกฤดู&nbsp;ส่งเสริมการผลิตตามระบบมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ในการรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;พร้อมมีแผนการบริหารจัดการการผลิต&nbsp;การพัฒนาองค์กรเกษตรกรและสร้างความเข้มแข็งให้องค์กรเกษตรกร&nbsp;การจัดการด้านการตลาดและโลจิสติกส์&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;อบรมให้ความรู้การบริหารจัดการด้านการตลาดออนไลน์และการวางแผนเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูกาลผลิตมังคุด&nbsp;ปี&nbsp;2565</p><p><strong>ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เน้นย้ำการเร่งรัดการออกใบรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;พื้นที่อำเภอนบพิตำ&nbsp;ให้ดำเนินการให้เร็วที่สุด&nbsp;การพัฒนาจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;&nbsp;เป็นฮับมังคุด&nbsp;การเพิ่มช่องทางการตลาด&nbsp;โดยการทำตลาดออนไลน์&nbsp;การขายออนไลน์ล่วงหน้า&nbsp;การสั่งซื้อล่วงหน้า&nbsp;การขายผ่านระบบสหกรณ์&nbsp;หรือบริษัทไปรษณีย์ไทย&nbsp;และเน้นย้ำการทำงานล่วงหน้าเชิงรุก&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางการเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าสู่ฤดูกาลผลิตต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217105357044"],
    [512,"กอนช. เฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมากและลมแรงในพื้นที่ภาคใต้ พร้อม ระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในภาคใต้ 6 จังหวัด","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมากและลมแรงในพื้นที่ภาคใต้</strong>&nbsp;<strong>พร้อม&nbsp;ระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในภาคใต้&nbsp;6&nbsp;จังหวัด</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(17&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ทุกภาคมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้บางพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;245&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ตรัง&nbsp;175&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และประจวบคีรีขันธ์&nbsp;115&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากบริเวณ&nbsp;อ.แก่งกระจาน&nbsp;อ.หนองหญ้าปล้อง&nbsp;จ.เพชรบุรี&nbsp;//&nbsp;อ.ทับสะแก&nbsp;อ.บางสะพาน&nbsp;อ.บางสะพานน้อย&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;//&nbsp;อ.สวี&nbsp;อ.ท่าแซะ&nbsp;อ.พะโต๊ะ&nbsp;อ.ละแม&nbsp;จ.ชุมพร&nbsp;//&nbsp;อ.พนม&nbsp;อ.ท่าชนะ&nbsp;อ.ไชยา&nbsp;อ.บ้านนาสาร&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;//&nbsp;อ.นบพิตำ&nbsp;อ.พิปูน&nbsp;อ.ลานสกา&nbsp;อ.สิชล&nbsp;อ.ท่าศาลา&nbsp;อ.ขนอม&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;และ&nbsp;อ.ห้วยยอด&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;32,035&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;56&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;25,733&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;54&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217093418018"],
    [513,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณฑลเกินมาตรฐานในระดับสีส้ม 53 พื้นที่ สูงสุดบริเวณเขตสาทรและเขตวังทองหลาง ส่วนภาคเหนือค่าฝุ่นเกินในระดับสีส้มเช่นกันบริเวณแม่ฮ่องสอน","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเกินมาตรฐานในระดับสีส้ม&nbsp;53&nbsp;พื้นที่&nbsp;สูงสุดบริเวณแขวงทุ่งวัดดอน&nbsp;เขตสาทร&nbsp;และริมถนนลาดพร้าว&nbsp;ซอยลาดพร้าว&nbsp;95&nbsp;เขตวังทองหลาง&nbsp;ส่วนภาคเหนือค่าฝุ่นเกินในระดับสีส้มเช่นกันบริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(17&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;53&nbsp;พื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;แขวงทุ่งวัดดอน&nbsp;เขตสาทร&nbsp;,&nbsp;ริมถนนลาดพร้าว&nbsp;ซอยลาดพร้าว&nbsp;95&nbsp;เขตวังทองหลาง&nbsp;,&nbsp;แขวงคลองเตย&nbsp;เขตคลองเตย&nbsp;,&nbsp;ริมถนนเจริญนคร&nbsp;เขตคลองสาน&nbsp;,&nbsp;แขวงบางนา&nbsp;เขตบางนา&nbsp;,&nbsp;ริมถนนพระราม&nbsp;4&nbsp;เขตปทุมวัน&nbsp;,&nbsp;ริมถนนวิภาวดีรังสิต&nbsp;จ.เขตดินแดง&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศปิด&nbsp;ลมอ่อน&nbsp;และการจราจรหนาแน่น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;19&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยพบบริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;สูงเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217102011030"],
    [514,"ตรัง -กยท.เร่งแก้ปัญหาปุ๋ยแพง และขาดแคลนแม่ปุ๋ย  เตรียมเจรจาทำโครงการจีทูจี เอายางพาราไทยไปแลกแม่ปุ๋ยกับประเทศที่ผลิตแม่ปุ๋ยจำนวนมาก  เพื่อนำเข้ามาผลิตเอง ช่วยเหลือเกษตรกรได้ไม่ต้องซื้อปุ๋ยราคาแพงมาก","<p><strong>ที่ศาลาอเนกประสงค์&nbsp;บ้านวังโตน&nbsp;หมู่&nbsp;13&nbsp;ต.นาท่ามเหนือ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;</strong>คณะอนุกรรมการบริหารจัดการปุ๋ย&nbsp;การยางแห่งประเทศไทย&nbsp;นำโดยนายสังข์เวิน&nbsp;ทวดห้อย&nbsp;&nbsp;ประธานคณะอนุกรรมการติดตามปุ๋ยฯ&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่พบปะกับเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่ได้รับทุนสงเคราะห์ปลูกยางทดแทน&nbsp;เพื่อรับฟังปัญหาของเกษตรกร&nbsp;โดยเฉพาะปัญหาการจัดหาปุ๋ยให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ซึ่งขณะนี้ก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกับเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ที่ต้องประสบกับปัญหาปุ๋ยราคาแพง&nbsp;แม้ขณะนี้ราคายางพาราจะปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;50&nbsp;&nbsp;60&nbsp;บาทแล้ว&nbsp;แต่เป็นช่วงแค่เวลาสั้นๆก่อนจะปิดกรีดเท่านั้น&nbsp;เกษตรกรแทบจะไม่ได้รับประโยชน์จากราคายางพาราที่เพิ่มสูงขึ้นมากนัก&nbsp;เพราะหลายรายหยุดกรีดแล้ว&nbsp;ส่วนคนที่ยังกรีดก็ได้น้ำยางน้อยมาก&nbsp;เนื่องจากเป็นช่วงหน้าแล้ง&nbsp;และใกล้จะถึงช่วงการปิดกรีดแล้วนับตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้เป็นต้นไป&nbsp;ทำให้น้ำยางเหลือน้อย</p><p><strong>โดยนายสังข์เวิน&nbsp;ทวดห้อย&nbsp;&nbsp;ประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการปุ๋ย&nbsp;กยท.&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;พวกตนมาวันนี้&nbsp;เพื่อพบปะกับเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;เพื่อรับฟังปัญหา&nbsp;เพื่อนำไปแก้ไข&nbsp;โดยพบว่าขณะนี้ปัญหาใหญ่ของเกษตรกรคือ&nbsp;ปุ๋ยและปัจจัยการผลิตอื่นๆมีราคาแพงมาก&nbsp;แม่ปุ๋ยก็ขาดแคลน&nbsp;ทำให้การยางแห่งประเทศไทย&nbsp;ซึ่งได้รับมอบหมายจากเกษตรกรที่รับการสงเคราะห์การปลูกยางทดแทน&nbsp;ให้จัดหาปุ๋ยให้เกษตรกร&nbsp;ก็ประสบปัญหาหนักเช่นกัน&nbsp;ทั้งด้านราคาปุ๋ยแพง&nbsp;และแม่ปุ๋ยขาดแคลนทำให้เกิดความยากลำบากในการจัดหาปุ๋ยให้แก่เกษตรกร&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>เบื้องต้น&nbsp;ทาง&nbsp;กยท.เตรียมจะแก้ปัญหาโดยมอบหมายให้หน่วยธุรกิจ&nbsp;BU&nbsp;</strong>ของการยางแห่งประเทศ&nbsp;เร่งจัดหาปุ๋ยให้เป็นปุ๋ยล็อตใหญ่&nbsp;เพราะหากซื้อเป็นล็อตใหญ่จะได้ราคาที่ถูกกว่า&nbsp;ขณะเดียวกันมอบหมายให้คณะอนุกรรมการบริหารจัดการปุ๋ย&nbsp;เตรียมจัดทำโครงการจีทูจีระหว่างประเทศ&nbsp;ซึ่งไทยเรามียางพาราเป็นจำนวนมากกับประเทศที่มีแม่ปุ๋ย&nbsp;หรือผลิตแม่ปุ๋ยแต่ไม่มียางพารา&nbsp;เช่น&nbsp;ประเทศรัสเซีย&nbsp;เยอรมัน&nbsp;หรือประเทศอะไรก็ได้ที่มีแม่ปุ๋ยจำนวนมาก&nbsp;โดยไทยเราจะเอายางพาราไปแลกกับแม่ปุ๋ย&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างที่ให้หน่วยธุรกิจ&nbsp;หรือ&nbsp;BU&nbsp;ของ&nbsp;กยท.เร่งจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทลูก&nbsp;เพื่อเป็นคู่เจรจาการค้า&nbsp;เพื่อให้ได้แม่ปุ๋ยที่มีคุณภาพมาผลิตปุ๋ยเอง&nbsp;และกระตุ้นให้เกิดการใช้ยางเพิ่มขึ้นด้วย&nbsp;ส่งผลดีต่อราคายางช่วยเกษตรกร&nbsp;ขณะเดียวกันให้ฝ่ายวิจัยกำลังศึกษาวิเคราะห์ว่าเดิมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยเคมีอย่างเดียวในยางพารา&nbsp;แต่ขณะนี้ปุ๋ยแพง&nbsp;และเกิดโรคใบยางร่วง&nbsp;กำลังศึกษาวิจัยและทดลองอาจจะให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอินทรีย์คู่กับปุ๋ยเคมี&nbsp;เพื่อลดค่าใช้จ่ายและแก้ปัญหาโรคใบยางร่วง&nbsp;และส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชร่วมยาง&nbsp;เพื่อให้เกิดนิเวศน์ลดการใช้ปุ๋ยและแก้ปัญหาโรคใบยางร่วง&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพราะไทยเราผลิตแม่ปุ๋ยเองไม่ได้</p><p><strong>ด้านนางสาวอรอนงค์&nbsp;อารินวงค์&nbsp;กรรมการการยาง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างให้เขตภาคใต้ทดลองการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ควบคู่ปุ๋ยเคมี&nbsp;เพื่อให้ดินปรับสภาพนิเวศน์ให้ดยิ่งขึ้น&nbsp;เพราะที่ผ่านมาเราใช้แต่ปุ๋ยเคมีติดต่อกันมาเป็นเวลานาน&nbsp;ทำให้เกิดปัญหาโรคใบร่วง&nbsp;แต่สังเกตเห็นบางพื้นที่ใช้ควบคู่กัน&nbsp;ทำให้ไม่เกิดปัญหาโรคใบร่วง&nbsp;จึงเร่งทำการศึกษาทดลองอยู่ขณะนี้</p><p><strong>ส่วนนายสมศักดิ์&nbsp;ผ้าจีน&nbsp;อายุ&nbsp;70&nbsp;ปี&nbsp;ชาวสวนยางพารา&nbsp;ต.นาท่ามเหนือ</strong>&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนเองมียางพารา&nbsp;6&nbsp;ไร่&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;และโค่นยางจะปลูกปาล์มเพิ่มอีก&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;ส่วนที่ขณะนี้ราคายางพาราที่พุ่งสูงขึ้นกิโลกรัมละ&nbsp;54&nbsp;&nbsp;60&nbsp;บาทนั้น&nbsp;แต่เกษตรกรแทบไม่ได้ประโยชน์&nbsp;เพราะขณะนี้เป็นช่วงหน้าแล้ง&nbsp;น้ำยางไม่มี&nbsp;เหลือน้อย&nbsp;และเหลือเวลากรีดอีกไม่กี่วันแล้ว&nbsp;ชาวสวนยังไม่มีเงินเก็บสำหรับใช้จ่ายในช่วงหยุดกรีด&nbsp;โดยทุกคนจะหยุดกรีดในเดือนมีนาคมนี้&nbsp;ส่วนเรื่องราคาปุ๋ยยอมรับว่าแพงมาก&nbsp;จากเดิมตนเองเคยซื้อกระสอบละ&nbsp;900&nbsp;บาท&nbsp;ขณะนี้สูงขึ้นเกือบ&nbsp;1,300&nbsp;บาท&nbsp;โดยปุ๋ยที่ทางการยางให้มา&nbsp;ไม่พอใส่&nbsp;ตนเองก็จะต้องซื้อเพิ่ม&nbsp;แต่คิดว่าจะยืดเวลาการใส่ออกไปอีก&nbsp;ประมาณ&nbsp;4&nbsp;&nbsp;5&nbsp;เดือน&nbsp;เพราะจะต้องหาเงินมาหมุนซื้อ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217115325071"],
    [515,"กล้วยหอมทองตรังผลไม้ปลอดภัยส่งขายห้างใหญ่ได้ราคา 2 เท่า","<p><strong>ที่จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>นายสมชาย&nbsp;แก้วลาย&nbsp;อายุ&nbsp;71&nbsp;ปี&nbsp;อดีตผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;หลังเกษียณอายุราชการได้ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรเต็มขั้น&nbsp;พลิกฟื้นที่ดิน&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ไร่ครึ่ง&nbsp;ในพื้นที่หมู่&nbsp;4&nbsp;บ้านทุ่งส้มป่อย&nbsp;ตำบลละมอ&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ขอรับทุนสงเคราะห์ปลูกยางพารา&nbsp;ขณะนี้ยางพาราอายุได้&nbsp;8&nbsp;เดือนเศษ&nbsp;แต่ได้มีการสั่งซื้อต้นพันธุ์กล้วยหอมทองสายพันธุ์ปักษ์ใต้&nbsp;มาจากอำเภอท่ายาง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;มาปลูกแซมยางเต็มพื้นที่ทั้ง&nbsp;8&nbsp;ไร่ครึ่ง&nbsp;ตามโครงการปลูกพืชแซมยางของการยางแห่งประเทศไทยรวมจำนวน&nbsp;2,100&nbsp;ต้น&nbsp;ผ่านไปประมาณ&nbsp;7&nbsp;เดือนเศษ&nbsp;ขณะนี้ผลผลิตออกเครือออกลูกดกเต็มต้น&nbsp;ทำให้สามารถทยอยตัดขายได้แล้ว&nbsp;โดยเข้าร่วมเป็นเครือข่ายกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกกล้วยหอมทอง&nbsp;และไม้ผลปลอดภัย&nbsp;อำเภอบางแก้ว&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;ถือเป็นเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมทองเจ้าแรก&nbsp;เจ้าใหญ่เจ้าเดียวในจังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>นายสมชาย&nbsp;แก้วลาย&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;ตนร่วมโครงการปลูกพืชแซมยางกับ&nbsp;กยท.&nbsp;โดยการปลูกกล้วยหอมทองแซมยางไว้เต็มพื้นที่สวนยางพารา&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;2,100&nbsp;ต้น&nbsp;จริงๆ&nbsp;ต้องใช้เวลาปลูกประมาณ&nbsp;10&nbsp;เดือน&nbsp;จึงจะตัดขายได้&nbsp;แต่ของตนอายุเพียง&nbsp;7&nbsp;เดือนเศษ&nbsp;ขณะนี้ออกเครือพร้อมทยอยตัดขายแล้วจำนวน&nbsp;1,800&nbsp;เครือ&nbsp;แต่ละเครือประมาณ&nbsp;6-7&nbsp;หวี&nbsp;ที่เหลืออีกประมาณ&nbsp;300&nbsp;ต้น&nbsp;กำลังทยอยออกเครือ&nbsp;โดยเข้าร่วมโครงการผลไม้ปลอดภัย&nbsp;กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกกล้วยหอมทอง&nbsp;และไม้ผลปลอดภัย&nbsp;อำเภอบางแก้ว&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;ขณะนี้ตนเองตัดขายล็อตแรกไปแล้วจำนวน&nbsp;80&nbsp;เครือ&nbsp;ได้เงินจำนวน&nbsp;15,000&nbsp;บาท&nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&nbsp;12&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งได้ราคาสูงกว่า&nbsp;2&nbsp;เท่าของตลาดทั่วไปที่รับซื้อในราคากิโลกรัมละ&nbsp;6&nbsp;บาท&nbsp;และเหลืออีก&nbsp;1,700&nbsp;เครือ&nbsp;กำลังจะตัดอีก&nbsp;100&nbsp;เครือ&nbsp;ในเร็วๆ&nbsp;นี้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เมื่อถึงกำหนดตัดขาย&nbsp;ก็แจ้งไปยังกลุ่มก็จะมีคนเดินทางมารับถึงสวนตลาดปลายทางคือ&nbsp;ห้างแม็คโครในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด&nbsp;และร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น&nbsp;ส่วนหน่อที่&nbsp;2&nbsp;ที่วางแผนจะให้ออกประมาณเดือนสิงหาคม&nbsp;หรือช่วงวันสารทจีนต่อไป&nbsp;โดยกล้วยหอมทองของตน&nbsp;ปลูกตามรูปแบบที่ทางกลุ่มวิสาหกิจฯ&nbsp;กำหนด&nbsp;เพราะจะต้องให้คุณภาพตามที่ห้างแม็คโครกำหนด&nbsp;จะต้องไม่ใช้สารเคมี&nbsp;100%&nbsp;อนุญาตเพียงปุ๋ยเคมีอย่างเดียวเท่านั้น&nbsp;ส่วนยาฆ่าหญ้า&nbsp;ยาฆ่าแมลงไม่อนุญาตให้ใช้เด็ดขาด&nbsp;จึงเป็นผลไม้ปลอดภัย&nbsp;นอกจากนั้นจะต้องได้คุณภาพที่กำหนดคือ&nbsp;น้ำหนักหวีละจะต้องไม่ต่ำกว่า&nbsp;2&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ไม่มีตำหนิ&nbsp;หรือในหนึ่งหวีมีตำหนิได้ไม่เกิน&nbsp;1%&nbsp;หากทำไม่ได้ตามที่กลุ่มฯ&nbsp;และห้างกำหนด&nbsp;ทางกลุ่มฯ&nbsp;จะไม่รับซื้อ&nbsp;จะตกเกรดทันที&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในการปลูกตนเองจะทำตารางคุม&nbsp;กำหนดให้สามารถมีผลผลิตออกได้เป็นรุ่นๆ&nbsp;ตามที่กำหนด&nbsp;พอแก่จัดถึงเวลาตัดก็จะแจ้งไปทางกลุ่มฯ&nbsp;จะมีคนเดินทางมารับถึงสวน&nbsp;ในการปลูกจะต้องตัดแต่งใบและกิ่งใบไม่ให้โล่ง&nbsp;ไม่ให้ใบมาถูกับกล้วย&nbsp;เพราะจะทำให้มีตำหนิ&nbsp;และในการตัดเครือจะต้องไม่ให้เครือถึงพื้น&nbsp;จากนั้นนำมาใส่ทั้งเครือในอ่างน้ำขนาดใหญ่ที่มีนาโนซิ้งค์&nbsp;เพื่อจะได้ตัดหวีออกจากเครือ&nbsp;ไม่ให้มียางเกาะผิวกล้วย&nbsp;ไม่ให้ดำ&nbsp;จากนั้นนำขึ้นจากน้ำ&nbsp;เอาไปวางบนผ้าหนาๆ&nbsp;เพื่อไม่ให้ผิวช้ำ&nbsp;ไม่วางบนพื้นดิน&nbsp;หรือพื้นแข็ง&nbsp;ทำให้ผิวกระทบกระเทือน&nbsp;จากนั้นบรรจุถุง&nbsp;โดยมีคนมารับ</p><p><strong>นายสมชาย&nbsp;แก้วลาย</strong>&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;ขณะนี้ตนเองทำน้ำหนักได้หวีละ&nbsp;2&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;แต่เป้าหมายจะทำให้ได้หวีละ&nbsp;2.5-3&nbsp;กก.&nbsp;เพื่อจะได้ราคาที่ดีมากขึ้น&nbsp;โดยห้างแม็คโครกำหนดคุณภาพกล้วยหอมที่ขายในห้างสาขาไว้ดังนี้&nbsp;จังหวัดตรังหวีละ&nbsp;2&nbsp;กิโลกรัม,&nbsp;ห้างแม็คโครสุราษฎร์,&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;ต้องหนัก&nbsp;2.5&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;แต่ถ้าไปห้างแม็คโคร&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;น้ำหนักหวีละ&nbsp;3&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ซึ่งต่อไปนอกจากเวลาปกติแล้ว&nbsp;ตนเองจะกำหนดให้ผลผลิตออกทันในช่วงเทศกาลต่างๆ&nbsp;ด้วย&nbsp;เพราะจะได้ราคาสูงกว่าปกติถึง&nbsp;40%&nbsp;เพราะในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมาตนเองขายได้ราคาดีถึงหวีละ&nbsp;30&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิมหาก&nbsp;2&nbsp;กิโลกรัมจะขายได้หวีละ&nbsp;24&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนตัวอยากแนะนำให้เกษตรกรหันมาปลูกกล้วยหอมทองกันมากขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะที่จังหวัดตรัง&nbsp;ทางกลุ่มวิสาหกิจฯ&nbsp;ต้องการเพิ่มพื้นที่ปลูกในจังหวัดตรัง&nbsp;และภาคใต้เพิ่มเติม&nbsp;เพื่อให้เพียงพอสำหรับการป้อนตลาด&nbsp;ซึ่งนอกจากตลาดในประเทศแล้ว&nbsp;ยังมีต่างประเทศติดต่อเข้ามาซื้อด้วย&nbsp;เช่น&nbsp;ประเทศเยอรมัน&nbsp;และประเทศญี่ปุ่น&nbsp;โดยแจ้งความประสงค์ต้องการเดือนละ&nbsp;100&nbsp;ตัน&nbsp;แต่ทางกลุ่มฯ&nbsp;เราไม่มีผลผลิตป้อนให้&nbsp;ทำให้เสียดายโอกาส&nbsp;หากเกษตรกรคนใดสนใจอยากปลูกสามารถติดต่อสอบถามได้ที่กลุ่มฯ&nbsp;หรือที่ตนเอง&nbsp;ยินดีให้คำแนะนำ&nbsp;และยินดีให้มาเยี่ยมชมที่สวน&nbsp;เพื่อดูเป็นแปลงตัวอย่าง&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217103207035"],
    [516,"ภาพรวมการสำรวจผลกระทบน้ำมันรั่วทะเลระยองยังพบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเลและบริเวณชายหาดเล็กน้อยตรงหาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถ","<p><strong>ภาพรวมการสำรวจผลกระทบน้ำมันรั่วทะเลระยองยังพบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเลและบริเวณชายหาดเล็กน้อยตรงหาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&nbsp;ยังคงตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลบริเวณชายหาด&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ต่อเนื่อง&nbsp;คือ&nbsp;หาดสุชาดา&nbsp;หาดแสงจันทร์&nbsp;หาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถ&nbsp;หาดแม่รำพึงบริเวณก้นอ่าว&nbsp;บ้านเพ&nbsp;และหาดสวนสน&nbsp;พบสภาพน้ำทะเลปกติ&nbsp;ยกเว้นตรงหาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถ&nbsp;พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเลและบริเวณชายหาด&nbsp;เป็นระยะทาง&nbsp;50&nbsp;เมตร&nbsp;แต่ไม่พบสัตว์น้ำตายเกยหาด&nbsp;ส่วนค่าคุณภาพน้ำทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อการนันทนาการ&nbsp;พร้อมได้เก็บตัวอย่างน้ำนำไปวิเคราะห์หาการปนเปื้อนปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวมในน้ำทะเลตรงหาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถในห้องปฏิบัติการต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมหลังได้รับแจ้งเหตุหอยขึ้นเกยหาดจำนวนมากบริเวณหาดบ้านเพ&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;บริเวณปากคลองกรูน&nbsp;ระยะทาง&nbsp;50&nbsp;เมตร&nbsp;พบเกิดจากฝนตกหนัก&nbsp;มีคลื่นลมแรงพัดพาตะกอนทรายและหอยขึ้นมาเกยชายหาด&nbsp;จึงเป็นเรื่องปกติเวลาคลื่นลมแรง&nbsp;ส่วนผลการสำรวจชายหาดพบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติ&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเลและบริเวณชายหาด&nbsp;ด้านชนิดหอยที่พบเป็น&nbsp;หอยแครง&nbsp;หอยคราง&nbsp;หอยตลับ&nbsp;และหอยแมลงภู่&nbsp;พบทั้งแบบยังมีชีวิตและมีแต่เปลือกหอย&nbsp;แต่ไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;โดยการตรวจวัดคุณภาพน้ำทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อการนันทนาการ)</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217104805041"],
    [517,"บก.คฟป.ทภ. 3 ส่วนหน้า เตรียมความพร้อมอากาศยานไร้คนขับ UAV ร่วมแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ","<p><strong>กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ</strong>&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;เตรียมความพร้อมอากาศยานไร้คนขับ&nbsp;UAV&nbsp;&nbsp;เพื่อบินลาดตระเวนตรวจหาจุดความร้อน&nbsp;และแจ้งพิกัด&nbsp;เสริมศักยภาพให้ทีมภาคพื้นเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;</p><p><strong>พลตรีประสิษฐิพงศ์&nbsp;มูลดี&nbsp;</strong>รองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;หลังจากที่กองทัพบกได้ให้การสนับสนุนอากาศยาน&nbsp;MI&nbsp;17&nbsp;และอากาศยานไร้คนขับ&nbsp;UAV&nbsp;รุ่น&nbsp;Hermes&nbsp;450&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;14&nbsp;ก.พ.-&nbsp;5&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;โดยเข้าประจำการที่กองบิน&nbsp;41&nbsp;เชียงใหม่เพื่อปฏิบัติการ&nbsp;ISR&nbsp;(Intelligence&nbsp;Surveillance&nbsp;and&nbsp;Reconnaissance)&nbsp;โดยการใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง&nbsp;ใช้ระบบตรวจจับ&nbsp;หรือ&nbsp;Sensor&nbsp;จากอากาศยานไร้คนขับ&nbsp;และข้อมูลจากดาวเทียม&nbsp;เพื่อการหาจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ที่เป็นแหล่งกำเนิดของไฟ&nbsp;โดยทำการบูรณาการสัญญาณภาพจากระบบตรวจจับทุกส่วน&nbsp;รวบรวมส่งมายังส่วนบัญชาการและควบคุมในลักษณะ&nbsp;Near&nbsp;Real&nbsp;Time&nbsp;เพื่อให้ผู้บัญชาการสถานการณ์&nbsp;และหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ทราบถึงพิกัดและเข้าควบคุมไฟป่าได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;และแม่นยำ&nbsp;รวมทั้งจัดทำเป้าหมายที่ตรวจพบให้กับกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;เพื่อบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;วางแผนจัดชุดดับไฟป่า&nbsp;ชุดลาดตระเวน&nbsp;เข้าไปยังพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;ซึ่งจะทำให้การดับไฟป่าแต่ละครั้งตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;โดยขณะนี้ทีมปฏิบัติการ&nbsp;UAV&nbsp;ได้ดำเนินการติดตั้งระบบควบคุมภาคพื้นระหว่างทางขับและทางวิ่ง&nbsp;และเตรียมติดตั้ง&nbsp;arresting&nbsp;cable&nbsp;ซึ่งเป็นอุปกรณ์ใช้ร่วมกับระบบขึ้น&nbsp;-&nbsp;ลงอัตโนมัติ&nbsp;บริเวณขอบทางวิ่ง&nbsp;เมื่อได้รับอนุญาตจากท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;อากาศยานไร้คนขับ&nbsp;UAV&nbsp;รุ่น&nbsp;Hermes&nbsp;450&nbsp;สามารถปฏิบัติการได้ทั้งกลางวันและกลางคืน&nbsp;มีเพดานบินสูงสุด&nbsp;18,000&nbsp;feet&nbsp;บินได้นาน&nbsp;18&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;พิสัยปฏิบัติการ&nbsp;250&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;น้ำหนักระบบ&nbsp;345&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;สามารถวิ่งขึ้นด้วยน้ำหนักบรรทุกสูงสุดถึง&nbsp;490&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ซึ่งอากาศยานไร้คนขับ&nbsp;(UAV)&nbsp;สามารถตรวจจับจุดความร้อนที่เป็นลักษณะไฟที่มอด&nbsp;แต่ยังมีเชื้อไฟที่มีขนาดเล็กได้&nbsp;ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถทำการดับไฟป่าได้&nbsp;100%&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217120508075"],
    [518,"รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ประธานพิธีมอบกรรมสิทธิ์โคและกระบือให้แก่เกษตรกร ในโครงการธนาคารโค - กระบือกระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ (ธคก.)","<p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;ประธานพิธีมอบกรรมสิทธิ์โคและกระบือ</strong>ให้แก่เกษตรกร&nbsp;ในโครงการธนาคารโค&nbsp;-&nbsp;กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ&nbsp;(ธคก.)<strong>&nbsp;</strong>ที่ศาลาประชาคมที่ว่าการอำเภอระโนด&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;</p><p><strong>นายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบกรรมสิทธิ์โคและกระบือให้แก่เกษตรกร&nbsp;ในโครงการธนาคารโค&nbsp;-&nbsp;กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ&nbsp;(ธคก.)&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสัตวแพทย์กิติกรณ์&nbsp;เจนไพบูลย์&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา&nbsp;นายไพโรจน์&nbsp;ศรีละมุล&nbsp;นายอำเภอระโนด&nbsp;พันจ่าเอก&nbsp;นิพนธ์&nbsp;จันทร์ชู&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;(เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ)&nbsp;นายสวัสดิ์&nbsp;กิตติโชควัฒนา&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอระโนด&nbsp;พร้อมด้วยเกษตรกรผู้เข้ารับมอบกรรมสิทธิ์โค&nbsp;-&nbsp;กระบือโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร&nbsp;ตามพระราชดำริ</p><p><strong>ด้วยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสงขลา&nbsp;ได้ดำเนินโครงการธนาคารโค&nbsp;-&nbsp;กระบือ</strong>&nbsp;เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ&nbsp;(ธคก.)&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ได้มีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้น&nbsp;ตั้งแต่ปีพุทธศักราช&nbsp;2522&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีโค&nbsp;-&nbsp;กระบือ&nbsp;ไว้ใช้แรงงาน&nbsp;และเพิ่มผลผลิต&nbsp;โดยได้ดำเนินโครงการภายใต้ระเบียบกรมปศุสัตว์ว่าด้วยการดำเนินการโครงการธนาคารโค&nbsp;-&nbsp;กระบือเพื่อเกษตรกร&nbsp;ตามพระราชดำริ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2556</p><p><strong>ปัจจุบันจังหวัดสงขลา&nbsp;มีเกษตรกรในโครงการ&nbsp;ธคก.</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;566&nbsp;ราย&nbsp;ทำสัญญายืมจำนวน&nbsp;890&nbsp;สัญญา&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;โคเนื้อจำนวน&nbsp;461&nbsp;ตัว&nbsp;โคนม&nbsp;จำนวน&nbsp;351&nbsp;ตัว&nbsp;และกระบือ&nbsp;78&nbsp;ตัว&nbsp;&nbsp;โดยในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;พื้นที่อำเภอระโนด&nbsp;จังหวัดสงขลามีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวฯ&nbsp;สามารถขยายผลส่งมอบโคและกระบือเพศเมีย&nbsp;อายุไม่น้อยกว่า&nbsp;18&nbsp;เดือน&nbsp;ให้แก่เกษตรกรรายใหม่ยืมเพื่อการผลิต&nbsp;และเกษตรกรได้ปฏิบัติถูกต้องตามเงื่อนไขในสัญญายืมโค&nbsp;-&nbsp;กระบือ&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;106&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;โค&nbsp;62&nbsp;ราย&nbsp;และกระบือ&nbsp;44&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการแสดงความรำลึกใน&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร</strong>&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ&nbsp;พระชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ซึ่งสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสงขลา&nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอระโนด&nbsp;จึงได้จัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์แม่โคและแม่กระบือ&nbsp;ให้กับเกษตรกรขึ้น&nbsp;ตามระเบียบโครงการ&nbsp;ธคก.&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;ยังช่วยเหลือเกษตรกรให้มีโค&nbsp;-&nbsp;กระบือ&nbsp;</strong>ไว้ใช้แรงงานและเพิ่มผลผลิต&nbsp;อันก่อให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรและประเทศชาติ&nbsp;และจากสภาวการณ์ปัจจุบันที่น้ำมันเชื้อเพลิงและปุยเคมีมีราคาแพง&nbsp;แรงงานและมูลสัตว์ที่ได้จากโค&nbsp;-&nbsp;กระบือ&nbsp;สามารถลดค่าใช้จ่ายให้เกษตรกรและยังช่วยสนองนโยบายเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ณิชารีย์&nbsp;หนูบุญ/ข่าว&nbsp;&nbsp;อารียา&nbsp;คำล้วน/ภาพ</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</p><p>17&nbsp;ก.พ.2565</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217140741118"],
    [519,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะและบริการผสมเทียมโคเนื้อ","<p><strong>นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย</strong>&nbsp;กล่าวว่าสำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ตรวจเยี่ยม&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การให้อาหาร&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนางไพรวัลย์&nbsp;ศรีพรหม&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;100&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ตำบลโป่ง&nbsp;เลี้ยงแพะ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;ที่บ้านทุ่งเทิง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ตำบลโป่ง&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย</strong>&nbsp;ให้บริการผสมเทียมโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;นายสมบูรณ์&nbsp;นนทะโคตร&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;22&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลนาดี&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ตัว&nbsp;ที่บ้านนาฮี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลนาดี&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217151526156"],
    [520,"เกษตรจังหวัดกระบี่เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร","<p><strong>นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน</strong>โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;และโครงการจังหวัดกระบี่เคลื่อนที่&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนบ้านบากัน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลอ่าวลึกน้อย&nbsp;อำเภออ่าวลึก&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;โดยมีนายชำนาญ&nbsp;นุ่นดำ&nbsp;เกษตรจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ&nbsp;จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์</strong>&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาด้านการเกษตร&nbsp;สามารถเข้าถึงบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ได้รับความรู้ด้านวิชาการ&nbsp;และได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจร&nbsp;ในคราวเดียวกัน&nbsp;เป็นการสร้างภาพพจน์&nbsp;และภาพลักษณ์ด้านวิชาการ&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;และเทคโนโลยีของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อประชาชน&nbsp;</p><p><strong>โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย&nbsp;การให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;คลินิก&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลินิกดิน,&nbsp;คลินิกพืช,&nbsp;คลินิกปศุสัตว์,&nbsp;คลินิกประมง,&nbsp;คลินิกสหกรณ์,&nbsp;คลินิกกฎหมายส.ป.ก.,&nbsp;คลินิกบัญชี,&nbsp;คลินิกชลประทาน,&nbsp;คลินิกข้าว&nbsp;,&nbsp;คลินิกยางพารา&nbsp;คลินิกส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร,&nbsp;คลินิกอารักขาพืช,&nbsp;คลินิกสุขภาพของเกษตรกร,&nbsp;คลินิกสภาเกษตรกร,&nbsp;คลินิกประเมินผล,&nbsp;ศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมันกระบี่,&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกระบี่&nbsp;ศูนย์ปฎิบัติการฝนหลวงภาคใต้&nbsp;และคลินิกอื่นๆ&nbsp;และเพื่อเป็นการลดช่องว่างระหว่างส่วนราชการ&nbsp;กับประชาชน&nbsp;จึงบูรณาการร่วมกับส่วนราชการระดับจังหวัด&nbsp;มาให้บริการถึงพื้นที่&nbsp;มาร่วมคิด&nbsp;ร่วมหาทางออกและร่วมแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน&nbsp;พร้อมทั้งมุ่งเน้นการพัฒนาชุมชน&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ของจังหวัดกระบี่&nbsp;ให้มีศักยภาพพร้อมรับการก้าวไปสู่การเป็นเมืองคุณภาพ&nbsp;สามารถรับมือกับโอกาสและการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในปัจจุบันได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมภายในงานได้จัดให้มีการจัดนิทรรศการส่งเสริมอาชีพ</strong>ด้านการเกษตร&nbsp;นิทรรศการแก้ไขปัญหาในพื้นที่&nbsp;การฝึกอาชีพ&nbsp;การจำหน่ายสินค้าคุณภาพจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;มีเกษตรกรมาร่วมงานและเข้ารับบริการทางการเกษตรประมาณ&nbsp;350&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สวท.กระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217145327142"],
    [521,"จังหวัดน่าน การประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ครั้งที่ 2/2565","<p><strong>ที่ห้องประชุมเจ้ามหาพรหมสุรธาดา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดน่าน</strong>&nbsp;นายกฤชเพชร&nbsp;เพชระบูรณิน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;เพื่อเป็นการการเตรียมความพร้อมในการรับกับสถานการณ์โดยใช้กลไกศูนย์บัญการเหตุการณ์จังหวัด&nbsp;ศูนย์บัญการเหตุการณ์&nbsp;ศูนย์ปฎิบัติการฉุกเฉิน&nbsp;และชุดปฎิบัติการ&nbsp;ร่วมขับเคลื่อนลดปัญหาหมอกควันและฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อย่างจริงจัง&nbsp;และให้จังหวัดน่านมีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน</p><p><strong>โดยในที่ที่ประชุมได้ปรึกษาหารือแนวทางป้องกันในการงดเว้นเผาเศษวัชพืช</strong>&nbsp;การเผาขยะ&nbsp;การเผาในที่โล่งแจ้ง&nbsp;การเผาตามริมถนน/ข้างทาง&nbsp;การควบคุมและลดมลพิษจากยานพาหนะ&nbsp;การควบคุมและลดมลพิษจาดการก่อสร้าง&nbsp;การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ทางการเกษตร&nbsp;การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่รับผิตชอบของสถานีวมคุมไฟป่าน่าน&nbsp;และกีดำเนินการเมื่อสถานการณ์เข้าสู้ห้วงห้ามเผาโดยเด็ดขาด&nbsp;ตามประกาศจังหวัดน่าน&nbsp;เรื่อง&nbsp;ขอความร่วมมืองดเว้นการเผาโดยเด็ดขาดฯ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;65&nbsp;วัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;นายกฤชเพชร&nbsp;เพชระบูรณิน&nbsp;</strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน&nbsp;ได้กล่าวในที่ประชุมช่วงนี้&nbsp;พื้นที่จังหวัดน่านมักประสบปัญหามลพิษจากหมอกควัน&nbsp;ซึ่งมีสาเหตุจากการเผาพื้นที่ป่า&nbsp;พื้นที่การเกษตร&nbsp;วัชพืชริมทาง&nbsp;เผาขยะมูลฝอยในชุมซน&nbsp;และควันพิษจากยานพาหนะ&nbsp;ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;สุขภาพอนามัยของประชาชน&nbsp;ตลอดจนบดบังทัศนวิสัย&nbsp;และส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอีกด้วย&nbsp;และในปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดน่านได้กำหนดตัวชี้วัดในการจัดการไฟป่าและการเผาในที่โล่ง&nbsp;หากพบเห็นการเผาป่า&nbsp;ไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;แจ้ง&nbsp;สายด่วน&nbsp;ปภ.1784&nbsp;หรือสถานีสถานีควมคุมไฟป่าใกล้บ้านท่าน</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคเหนือ","น่าน","สวท.น่าน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217153454183"],
    [522,"จ.สระบุรีจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร","<p><strong>นางอังคณา&nbsp;ชิตะติตติ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ณ&nbsp;วัดดอนทอง&nbsp;ตำบลดอนทอง&nbsp;อำเภอหนองโดน&nbsp;จังหวัดสระบุรี</p><p><strong>ในสถานการณ์ปัจจุบันมีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(covid-19)</strong>&nbsp;ทำให้วิถีการทำเกษตรเปลี่ยนไปการรวมกลุ่มการทำกิจกรรมทางการเกษตรไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติเกษตรกรไม่สามารถจำหน่ายสินค้าได้เท่าที่ควร&nbsp;เนื่องจากช่องทางจำหน่ายลดลงทำให้เกษตรกรมีรายได้ลดลงต้นทุนผลิตสินค้าเกษตรมีราคาสูง&nbsp;ขาดอำนาจการต่อรอง&nbsp;ถูกเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง&nbsp;และยังประสบปัญหาด้านการเกษตรด้านโรค&nbsp;แมลง&nbsp;ศัตรูพืชระบาด&nbsp;จะเห็นว่าปัญหาด้านการเกษตรมีความหลากหลาย&nbsp;จึงจำเป็นต้องบูรณาการ&nbsp;ออกหน่วยให้บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อให้เกษตรกรเตรียมความพร้อมในการประกอบอาชีพการเกษตรและแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน</p><p>โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดสระบุรี&nbsp;ได้จัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ที่วัดดอนทอง&nbsp;ตำบลดอนทอง&nbsp;อำเภอหนองโดน&nbsp;จังหวัดสระบุรี&nbsp;เพื่อให้บริการเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรอย่างรวดเร็ว&nbsp;อย่างทั่วถึง&nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;บูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานส่งเสริม&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ&nbsp;ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในการให้บริการและแก้ไขปัญหาทางการเกษตรร่วมกัน&nbsp;ให้สามารถผลิตพืชผลทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และยั่งยืน</p><p><strong>สำหรับหน่วยคลินิกเกษตรที่เปิดให้บริการ</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;คลินิกข้าว&nbsp;คลินิกหม่อนไหม&nbsp;และคลินิกอื่นๆ&nbsp;ซึ่งเป็นการให้บริการคลินิกเกษตรของหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;มีเกษตรกรให้ความสนใจมาร่วมงานและเข้ารับบริการทางการเกษตรจำนวนมาก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สระบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217154730199"],
    [523,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเหลือเพียง 40 จุดเท่านั้น จากฝนที่ตกลงมา ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเหลือเพียง&nbsp;40&nbsp;จุดเท่านั้น&nbsp;จากฝนที่ตกลงมา&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือของไทย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(16&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;40&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากวันก่อน&nbsp;252&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;20&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;18&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;สระแก้ว&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;และเชียงใหม่&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนทั้งประเทศมีจำนวนลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;เนื่องจากเกิดฝนตกในหลายพื้นที่&nbsp;และช่วยให้ภาคกลางไม่มีจุดความร้อนเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;6,281&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;5,661&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;3,589&nbsp;จุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;1,470&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมา&nbsp;เป็นกัมพูชา&nbsp;101&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;84&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217152627167"],
    [524,"จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการไฟป่า ติดตามสถานการณ์ไฟป่า พร้อมกำหนดแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงก่อนเข้าสู่สถานการณ์","<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;มอบหมายให้นายประเสริฐ&nbsp;จิตต์พลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติซไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;7&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมวอร์รูมไฟป่าแม่ฮ่องสอน&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน&nbsp;โดยที่ประชุมได้รายงานสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;โดยพบว่าปัจจุบันมีจุดความร้อนสะสม&nbsp;จำนวน&nbsp;641&nbsp;จุด&nbsp;มากที่สุดที่อำเภอปาย&nbsp;เกิดจุดความร้อนสะสม&nbsp;จำนวน&nbsp;265&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาคืออำเภอเมืองแจำนวน&nbsp;160&nbsp;จุด&nbsp;และอำเภอปางมะผ้า&nbsp;จำนวน&nbsp;106&nbsp;จุด&nbsp;ถือเป็นลำดับที่&nbsp;6&nbsp;ของภาคเหนือ&nbsp;เมื่อเที่ยบกับช่วงเวลาเดียวกัน&nbsp;ถืออีกเกิดจุดความร้อนน้อยกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;โดยพื้นที่เกิดจุดความร้อนส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าอุรักษณ์กว่าร้อยละ&nbsp;70&nbsp;รองลงมาคือพื้นที่ป่าสงวน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;27&nbsp;</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากการติดตามสถานการณ์&nbsp;พบว่า&nbsp;ขณะนี้สถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ยังไม่รุนแรง&nbsp;เนื่องจากสภาพป่าไม้ของแม่ฮ่องสอน&nbsp;ยังมีความชุ่มชื้น&nbsp;แต่อย่างไรก็ตาม&nbsp;เพื่อเป็นการลดการสะสมเชื้อเพลิง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยรวบรวมแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;จากทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;มาจัดทำแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงในภาพรวมของจังหวัด&nbsp;อีกทั้งในปีนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ให้ความสำคัญกับ&nbsp;3&nbsp;มาตรการหลักเพื่อลดปริมาณหมอกควันไฟป่า&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;โดยเน้นการาร้างการรับรู้&nbsp;เข้าใจ&nbsp;อันนำไปสู่การมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;ควบคู่ไปกับมาตรการด้านกฏหมาย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;มาตรการประชาสัมพันธ์&nbsp;มาตรการบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;มาตรการลาดตระเวนเฝ้าระวัง&nbsp;และดับไฟป่า</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217161106207"],
    [525,"รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ติดตามการแก้ไขปัญหาไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในพื้นที่อำเภอแม่ออน","<p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่</strong>&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอแม่ออน&nbsp;ตรวจติดตามการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอแม่ออน&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;</p><p><strong>นายวรวิทย์&nbsp;ชัยสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่</strong>&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ตรวจติดตาม&nbsp;และมอบแนวทางการปฏิบัติในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;ในพื้นที่อำเภอแม่ออน&nbsp;โดยมีภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังแนวทางการปฏิบัติและชี้แจงผลการดำเนินงานที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ม.ค.&nbsp;-&nbsp;16&nbsp;ก.พ&nbsp;65&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;87&nbsp;จุด&nbsp;อำเภอแม่ออนได้ดำเนินการตามมาตรการบูรณาการทุกภาคส่วนทั้งจากภาคราชการ&nbsp;หน่วยทหาร&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;อาสาสมัคร&nbsp;มูลนิธิ&nbsp;ให้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนและกำหนดแนวทางมาตรการการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน&nbsp;อาทิ&nbsp;การกำหนดกติกาห้ามการเผาของหมู่บ้าน&nbsp;การจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ได้ดำเนินการลดฝุ่นควันในอากาศ&nbsp;เช่น&nbsp;การฉีดล้างถนน&nbsp;การฉีดพ่นละอองน้ำ&nbsp;แจ้งช่วงเวลาห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิดอย่างเด็ดขาดตามประกาศของจังหวัด&nbsp;และการจัดพื้นที่ปลอดมลพิษ&nbsp;(Safety&nbsp;Zone)&nbsp;</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่</strong>&nbsp;ได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนเฝ้าระวังและดับไฟ&nbsp;โดยสนธิกำลังร่วมกันทั้งเจ้าหน้าที่&nbsp;อาสาสมัคร&nbsp;ประชาชน&nbsp;หากในพื้นที่เกิดไฟป่าขึ้น&nbsp;ขอให้เร่งดำเนินการดับไฟและตรวจสอบเชื้อไฟที่อาจจะยังไหม้ตามขอนไม้ดับให้สนิทและทำแนวกันไฟเพิ่มเติม&nbsp;ป้องกันการลุกลามขยายเป็นวงกว้าง&nbsp;และประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนควบคู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;อำเภอแม่ออน&nbsp;มีสภาพพื้นที่เป็นที่ราบและพื้นที่ภูเขา&nbsp;พื้นที่ราบส่วนใหญ่อยู่ทางตอนกลางของอำเภอ&nbsp;และส่วนพื้นที่ภูเขาอยู่บริเวณทางทิศเหนือ&nbsp;ตามทิวเขาเรียงขนานกันไปตามแนวทิศตะวันตกจนถึงทิศใต้ของอำเภอ/บนทิวเขาเป็นต้นกำเนิดของลำน้ำแม่ออน&nbsp;ลำน้ำแม่ทา&nbsp;และลำน้ำแม่ลาย&nbsp;ราษฎรอำเภอแม่ออนส่วนใหญ่เป็นคนเมืองพื้นราบ&nbsp;บางส่วนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอและไทลื้อ&nbsp;แบ่งเขตการปกครองเป็น&nbsp;6&nbsp;ตำบล&nbsp;49&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217161812212"],
    [526,"ศูนย์หม่อนไหมฯ ขอนแก่น ติดตามการจัดการภายในกลุ่มผู้ผลิตเส้นไหม เพื่อขอรับรองมาตรฐานเส้นไหมไทย มกษ.8000-2559 อ.ชนบท จ.ขอนแก่น","<p><strong>นางสาวจิราลักษณ์&nbsp;ปรีดี&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวพิมลรัตน์&nbsp;เมธินธรังสรรค์&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&nbsp;และนายสุพจน์&nbsp;บรรเทา&nbsp;ช่างต้นแบบสิ่งทอ&nbsp;ช2&nbsp;ติดตามการจัดการภายในกลุ่มของกลุ่มเกษตรกรรายใหม่&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้ขอขึ้นทะเบียนเป็นกลุ่มผู้ผลิตเส้นไหมเพื่อขอรับรองมาตรฐานเส้นไหมไทย&nbsp;มกษ.8000-2559&nbsp;กับเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ&nbsp;ไว้แล้ว&nbsp;มี&nbsp;2&nbsp;กลุ่ม&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มไหมทอง&nbsp;มกษ.บ้านหัวฝาย&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ขอรับรองมาตรฐาน&nbsp;ไหมน้อย&nbsp;และกลุ่มสตรีสหกรณ์ไหมสาวเลยบ้านหัวฝาย&nbsp;ขอรับรองมาตรฐาน&nbsp;ไหมสาวเลย&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;บ้านหัวฝาย&nbsp;ต.ปอแดง&nbsp;อ.ชนบท&nbsp;จ.ขอนแก่น</p><p><strong>ซึ่งสมาชิกกลุ่มได้รับไข่ไหมจากศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ</strong>&nbsp;<strong>ขอนแก่น</strong>จากเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ&nbsp;และในการตรวจประเมินครั้งนี้มีคณะกรรมการจัดการภายในกลุ่มรวมถึงสมาชิกของกลุ่มให้ความร่วมมือในการตรวจประเมินภายในกลุ่มเป็นอย่างดี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217170902242"],
    [527,"เกษตรอำเภอเบตงเยี่ยมเยียนกลุ่มยุวเกษตรโรงเรียนเทศบาล 2 (บ้านกาแป๊ะกอตอ) ยึดตามศาสตร์พระราชา หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน","<p><strong>นายอารีฟ&nbsp;มหัศนียนนท์&nbsp;เกษตรอำเภอเบตง&nbsp;</strong>มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเบตง&nbsp;เยี่ยมเยียนการดำเนินกิจกรรม&nbsp;และเตรียมความพร้อมในการประกวดกลุ่มยุวเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัดยะลา&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ของกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนเทศบาล&nbsp;2&nbsp;(บ้านกาแป๊ะกอตอ)&nbsp;ตำบลเบตง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โดยทางกลุ่มมีกฎและข้อบังคับ&nbsp;ที่ใช้ดำเนินการร่วมกันเพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้นักเรียนได้ตระหนักถึงความสำคัญของอาชีพการเกษตร&nbsp;โดยการบ่มเพาะอย่างใกล้ชิดจากครูที่ปรึกษา&nbsp;ให้ยุวเกษตรกรมีทัศนคติที่ดีต่อการเกษตร&nbsp;มีใจรักอาชีพการเกษตร&nbsp;เรียนรู้จากการลงมือทำจริง&nbsp;เพื่อให้เด็กนักเรียนนำกลับไปปฏิบัติที่บ้านและเป็นความรู้ติดตัวไปใช้ในอนาคต&nbsp;ซึ่งการดำเนินกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ได้ยึดตามศาสตร์พระราชา&nbsp;หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน&nbsp;สมาชิกทุกคนได้ฝึกปฏิบัติทั้งด้านการเกษตร&nbsp;การบริหารจัดการ&nbsp;การวางแผน&nbsp;และการทำงานร่วมกับผู้อื่น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217173854270"],
    [528,"จังหวัดสุรินทร์ติดตามผลการดำเนินงานโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านสานต่ออาชีพเกษตร พบมีรายได้จากอาชีพเกษตรไม่น้อยกว่า 5,000 บาท ต่อเดือน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายราชศักดิ์&nbsp;ตระสินธุ์&nbsp;สหกรณ์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นางสาวศุลีพร&nbsp;ฉัตรเฉลิมเดช&nbsp;นักวิชาการสหกรณ์ชาญการ&nbsp;กลุ่มส่งเสริมพัฒนาธุรกิจสหกรณ์&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสมาชิกและติดตามผลการดำเนินงานโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านสานต่ออาชีพเกษตร&nbsp;เขตอำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ประกอบด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางธนพร&nbsp;สุขสงวน&nbsp;ทำนา&nbsp;12&nbsp;ไร่&nbsp;</strong>ทำการเกษตรผสมผสาน&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;เลี้ยงหอย&nbsp;ปลา&nbsp;กบ&nbsp;ขายไก่บ้านได้ราคา&nbsp;กก.ละ&nbsp;90&nbsp;บาท&nbsp;ปลูกมะนาว&nbsp;กล้วย&nbsp;เพาะต้นกล้าขนุนจำหน่าย&nbsp;มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มเดือนละ&nbsp;9,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางภัทรสรัณย์&nbsp;ริมหมู่ดี&nbsp;ทำนา&nbsp;7&nbsp;ไร่&nbsp;</strong>ทำการเกษตรผสมผสาน&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;เลี้ยงเป็ด&nbsp;30&nbsp;ตัว&nbsp;สามารถเก็บไข่สด&nbsp;ได้วันละ1&nbsp;แผง&nbsp;นำไปแปรรูปเป็นไข่เค็มในราคา&nbsp;ฟองละ&nbsp;8&nbsp;บาท&nbsp;ไม่เพียงพอต่อการจำหน่ายในชุมชน&nbsp;เลี้ยงปลา&nbsp;ปลูกกล้วย&nbsp;มะพร้าวน้ำหอม&nbsp;แก้วมังกร&nbsp;ชะอม&nbsp;เห็ดฟาง&nbsp;เพาะไม้ประดับเพื่อจำหน่ายในชุมชน&nbsp;โรงพยาบาลและโรงพัก&nbsp;สร้างรายได้เพิ่มเดือนละ&nbsp;5,000-10,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางสาวพิมพ์จิต&nbsp;กะภูทิน&nbsp;นักศึกษาจบใหม่&nbsp;กลับมาทำอาชีพที่บ้านเกิดด้วยการปลูกไผ่กิมซุง</strong>&nbsp;ขายหน่อไม้&nbsp;ผลิตภัณฑ์แปรรูปหน่อไม้สุกซีลสุญญากาศ&nbsp;ถ่านจากต้นไผ่&nbsp;เลี้ยงปลา&nbsp;เพาะพันธุ์ต้นไม้จำหน่ายทั้งไม้ดอกไม้ประดับ&nbsp;แคคตัสหลากหลายสายพันธุ์&nbsp;ขายสินค้าช่องทางตลาดออนไลน์&nbsp;ตลาดศาลากลาง&nbsp;และตลาดอื่นๆ&nbsp;สร้างรายได้ต่อเดือน&nbsp;6,000-12,000&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217175937287"],
    [529,"รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นำทีมตรวจกิจการโรงงานอุตสาหกรรมแบบบูรณาการด้านมลพิษ หวังลดปัญหาเขม่าควัน ฝุ่นละออง PM 2.5","<p><strong>บริษัท&nbsp;น้ำตาลเกษตรผล&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;เลขที่&nbsp;9&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;บ้านปะโค&nbsp;ถนนมิตรภาพ&nbsp;(อุดร-ขอนแก่น)&nbsp;ตำบลปะโค&nbsp;อำเภอกุมภวาปี&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;นายวันชัย&nbsp;จันทร์พร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็นประธานตรวจกำกับ&nbsp;ดูแล&nbsp;และให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมแบบบูรณาการด้านมลพิษ&nbsp;เขม่าควัน&nbsp;ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;36&nbsp;(พ.ศ.2553)&nbsp;ลงวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2553&nbsp;เรื่อง&nbsp;กำหนดมาตรฐานฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;ในบรรยากาศโดยทั่วไป&nbsp;และประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;ลงวันที่&nbsp;31&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2549&nbsp;เรื่อง&nbsp;กำหนดค่าปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากโรงงาน&nbsp;พ.ศ.2549</p><p><strong>ในการนี้ได้มอบนโยบายการปฏิบัติงานแบบบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานราชการ&nbsp;</strong>พร้อมเยี่ยมชมกระบวนการผลิตของโรงงานและมาตรการป้องกันมลพิษสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การประกอบกิจการของโรงงาน&nbsp;มีการใช้หม้อไอน้ำเพื่อผลิตไอน้ำใช้ในกระบวนการผลิตน้ำตาลทรายดิบ&nbsp;น้ำตาลทรายขาว&nbsp;และนำไอน้ำที่ผลิตได้ไปผลิตพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้เองและจำหน่ายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;และมีการใช้เชื้อเพลิงชีวมวล&nbsp;(ชานอ้อย)&nbsp;เป็นเชื้อเพลิงในการป้อนหม้อไอน้ำ</p><p><strong>โดยมีนายสุชาติ&nbsp;ทอนมณี&nbsp;</strong>นายอำเภอกุมภวาปี&nbsp;บุคลากรจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอุดรธานี&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุดรธานี&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;9&nbsp;อุดรธานี&nbsp;สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดอุดรธานี&nbsp;สำนักงานประกันสังคมจังหวัดอุดรธานี&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุดรธานี&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานี&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุดรธานี&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี&nbsp;อบต.หนองสระปลา&nbsp;ทต.คำบง&nbsp;ทต.ปะโค&nbsp;สมาคมชาวไร่อ้อยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายภาคที่&nbsp;4&nbsp;อุดรธานี&nbsp;เขตบริหารอ้อยและน้ำตาลทราย&nbsp;5&nbsp;ร่วมตรวจกำกับดูแลฯ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุดรธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217181230291"],
    [530,"เกษตรนครพนม เปิดเวทีถ่ายทอดความรู้ผ่านระบบออนไลน์หวังต่อยอดสู่เกษตรกรในพื้นที่ ปรับตัวในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;</strong>เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ศูนย์สารสนเทศยางพารา&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอ&nbsp;(DW)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรและถ่ายทอดความรู้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่&nbsp;ซึ่งมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ในแต่ละพื้นที่&nbsp;เพื่อให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดประชุมในระบบออนไลน์ได้อย่างเข้าใจและสามารถปรับใช้ในการทำงานส่งเสริมการเกษตรในสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัย&nbsp;</p><p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา</strong>&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำหรับในการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอ&nbsp;(DW)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;เป็นการดำเนินงานตามระบบส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การการทำงาน&nbsp;และรับการถ่ายทอดความรู้เทคนิคการเป็นผู้จัดประชุมและจัดการฝึกอบรมแบบออนไลน์&nbsp;รวมทั้งเทคนิคในการจัดทำแผนการผลิตรายบุคคล&nbsp;(IFPP)&nbsp;ที่สามารถนำไปต่อยอดการใช้ประโยชน์ในการส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป&nbsp;และในปัจจุบันการดำเนินงานตามระบบส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ได้มีการปรับรูปแบบในการดำเนินงานโดยเน้นการใช้ช่องทางผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากยิ่งขึ้น&nbsp;จึงทำให้เจ้าหน้าที่เองจะต้องมีการปรับตัวและใช้สื่อเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเกษตรกรในการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;โดยในการจัดเวทีในครั้งนี้นอกจากเจ้าหน้าที่จะได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกันแล้วยังได้เรียนรู้ถึงขั้นตอนและวิธีการในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการช่วยเหลือและร่วมขับเคลื่อนภาคการเกษตรในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217181721294"],
    [531,"พช.มหาสารคาม ลงพื้นที่คัดเลือก ครัวเรือนต้นแบบ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชนจังหวัดมหาสารคาม ประจำปี 2565 อ.กันทรวิชัย และ อ.แกดำ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายวิวัฒน์&nbsp;อินทร์ไทยวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;คณะกรรมการคัดเลือกครัวเรือนต้นแบบ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;พัฒนาชุมชน&nbsp;ระดับจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ลงพื้นที่แปลงครัวเรือนต้นแบบ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;พัฒนาชุมชน&nbsp;ของนายวีรพล&nbsp;พลเดช&nbsp;บ้านลาดบูรพา&nbsp;ม.13&nbsp;ต.ศรีสุข&nbsp;อ.กันทรวิชัย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอำเภอกันทรวิชัย&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ&nbsp;ผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;และเครือข่ายโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;อำเภอกันทรวิชัย&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;สำหรับแปลงครัวเรือนต้นแบบ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;พัฒนาชุมชน&nbsp;ของนายวีรพล&nbsp;พลเดช&nbsp;โดยเข้าร่วมโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่โคกหนองนาโมเดล&nbsp;กรการพัฒนาชุมชน&nbsp;มีพื้นที่&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;รูปแบบแปลง&nbsp;เป็นแบบมาตรฐานโคกหนองนาโมเดล&nbsp;สัดส่วน&nbsp;1:3</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายวิวัฒน์&nbsp;อินทร์ไทยวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่แปลงครัวเรือนต้นแบบ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;พัฒนาชุมชน&nbsp;ของนางนวลศรี&nbsp;กองน้อย&nbsp;บ้านเสือกินวัว&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;ตำบลมิตรภาพ&nbsp;อำเภอแกดำ&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอำเภอแกดำ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ&nbsp;ผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;และเครือข่ายโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;อำเภอแกดำ&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;โดยเข้าร่วมโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;การพัฒนาชุมชน&nbsp;มีพื้นที่&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;รูปแบบแปลง&nbsp;เป็นแบบมาตรฐานโคกหนองนาโมเดล&nbsp;สัดส่วน&nbsp;1:1</p><p><strong>สำหรับรูปแบบและเกณฑ์การคัดเลือก</strong>&nbsp;ครัวเรือนต้นแบบ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;พัฒนาชุมชนจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;2&nbsp;รูปแบบ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ขนาดพื้นที่&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;และขนาดพื้นที่&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;โดยมีเกณฑ์ในการพิจารณาการคัดเลือก&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>1.&nbsp;รูปแบบแปลง&nbsp;มีองค์ประกอบทางกายภาพ&nbsp;ประกอบด้วยโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ครบถ้วน&nbsp;ถูกต้อง&nbsp;เหมาะสม&nbsp;สวยงาม&nbsp;ตามหลักการทำ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;(ดิน&nbsp;น้ำ&nbsp;ลม&nbsp;ไฟ)</p><p>2.&nbsp;ความเข้าใจตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ&nbsp;อาทิ&nbsp;การบำรุงรักษาดิน&nbsp;การปลูกป่า&nbsp;5&nbsp;ระดับ&nbsp;ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ&nbsp;การบริหารจัดการน้ำในแปลง</p><p>3.&nbsp;บันได&nbsp;9&nbsp;ขั้น&nbsp;สู่ความพอเพียง&nbsp;อาทิ&nbsp;มีการทำบัญชีครัวเรือน&nbsp;การแบ่งปัน&nbsp;การถนอมอาหาร&nbsp;การแปรรูปอาหาร&nbsp;การเก็บออม&nbsp;ช่องทางการตลาด&nbsp;และมีการเชื่อมโยงภาคีเครือข่าย</p><p>4.&nbsp;ความสามารถในการเป็นแหล่งเรียนรู้&nbsp;ศึกษาดูงาน</p><p>5.&nbsp;ผลสำเร็จที่ภาคภูมิใจของครัวเรือนต้นแบบ</p><p><strong>นายวิวัฒน์&nbsp;อินทร์ไทยวงศ์</strong>&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่โคกหนองนาโมเดล&nbsp;เป็นโครงการที่ในหลวงรัชกาลที่&nbsp;10&nbsp;ได้พระราชทานให้&nbsp;เป้าประสงค์คือการให้ประชาชนมีอยู่มีกิน&nbsp;ลดรายจ่าย&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ให้เกษตรกรในพื้นที่&nbsp;โดยจากการที่ลงพื้นที่หลายๆ&nbsp;จุด&nbsp;จะเห็นได้ว่าโครงการโคกหนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำว่าโครงการฯ&nbsp;ต้องให้มีความสมบูรณ์&nbsp;มีระบบน้ำเพียงพอ&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;ทำให้เกิดเศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐาน&nbsp;คือ&nbsp;พอกิน&nbsp;พออยู่&nbsp;พอใช้&nbsp;พอร่มเย็น&nbsp;ยังเหลือแบ่งปันให้กับผู้คนที่แวะมาเยี่ยมชม&nbsp;ซึ่งเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและความภาคภูมิใจ&nbsp;ส่งผลให้เกิดเครือข่ายการเรียนรู้&nbsp;และสามารถพึ่งตนเองได้สร้างความมั่นคง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มหาสารคาม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217183840301"],
    [532,"ผวจ.ระยอง ยันพบรอยรั่วใหม่ตรงท่อใต้ทะเลจริง ทุกฝ่ายกำลังเร่งหาวิธีในการสกัดน้ำมันที่รั่วไหลออกมา","<p><strong>จากกรณีที่&nbsp;บริษัทสตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;ได้ยื่นหนังสือ&nbsp;</strong>ลงวันที่&nbsp;15&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ถึงสถานีตำรวจภูธรมาบตาพุด&nbsp;ระยอง&nbsp;โดยมีใจความดังนี้&nbsp;หนังสือฉบับดังกล่าว&nbsp;เป็นการแจ้งเรื่อง&nbsp;ขอปฏิบัติงานพันท่อเพื่อป้องกันการรั่วไหลของน้ำมัน&nbsp;โดยแนบหนังสือขั้นตอนหยุดการซึมของน้ำมันและพันปิดรอยรั่วที่ท่ออ่อนใต้ทะเล&nbsp;โดยบริษัทฯ&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;พบความเสียหายของท่อส่งน้ำมันใต้ทะเลอีกจุดเป็นจุดที่&nbsp;2&nbsp;อยู่ด้านบนของจุดที่&nbsp;1&nbsp;จุดนี้ยังคงมีน้ำมันรั่วไหลออกมาเป็นครั้งคราว&nbsp;และถ้ามีน้ำมันค้างอยู่ในท่ออ่อน&nbsp;ก็มีความเสี่ยงที่น้ำมันจะรั่วไหลออกมา&nbsp;เมื่อเกิดคลื่นลมรุนแรง&nbsp;หรือในระหว่างถอดท่อที่เสียหาย&nbsp;(ซึ่งเป็นขั้นตอนต่อไป)</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;แจ้งว่าเพื่อรักษาและป้องกันความเสียหายของท่ออ่อน</strong>&nbsp;และป้องกันน้ำมันรั่วไหลสู่ทะเล&nbsp;จึงต้องนำวัสดุมาห่อหุ้มรอยรั่วจุดที่&nbsp;2&nbsp;โดยเร็ว&nbsp;ซึ่งในระหว่างดำเนินการใช้วัสดุพันปิดห่อหุ้มรอยรั่วแห่งที่&nbsp;2&nbsp;อาจเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;</p><p><strong>โดยทางบริษัทฯ&nbsp;ได้มีขั้นตอนเตรียมรับมือ&nbsp;จะดำเนินการดังนี้&nbsp;</strong>1.&nbsp;ติดตั้งเต็นท์ดักจับน้ำมันบริเวณด้านบนของจุดรอยรั่ว&nbsp;2.เตรียมเรืออย่างน้อย&nbsp;10&nbsp;ลำ&nbsp;สำหรับลากบูมอย่างน้อย&nbsp;5&nbsp;ปาก&nbsp;โดยเรือทุกลำสามารถใช้สำหรับฉีดสารขจัดคราบน้ำมัน&nbsp;dispersant</p><p>3.เตรียมเรืออย่างน้อย&nbsp;3&nbsp;ลำ&nbsp;สำหรับการฉีดสาร&nbsp;dispersant&nbsp;พร้อมแขนฉัด&nbsp;4.&nbsp;ติดตั้งทุ่นกักน้ำมัน&nbsp;(boom)&nbsp;และอุปกรณ์กวาดน้ำมัน&nbsp;(skimmer)&nbsp;บริเวณที่ปฏิบัติงาน&nbsp;5.นักดำน้ำ&nbsp;ดำบริเวณจุดที่มีรอยรั่ว&nbsp;เพื่อสังเกตุตลอดเวลาการทำงาน&nbsp;พร้อมโดรนใต้น้ำเพื่อบินสำรวจใต้ทะเล&nbsp;6.โดรนอากาศยาน&nbsp;เพื่อบินสำรวจทางอากาศ&nbsp;โดยการดำเนินการพันปิดห่อหุ้มจุดน้ำมันรั่วไหลจุดที่&nbsp;2&nbsp;ดังกล่าวนี้&nbsp;กำลังอยู่ระหว่างรอการอนุญาตจากกรมเจ้าท่า&nbsp;และสภ.มาบตาพุด&nbsp;ตามที่เสนอไปแล้ว</p><p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.วันที่&nbsp;17&nbsp;ก.พ.&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;ได้กล่าวว่า</strong>&nbsp;ถึง&nbsp;กรณีที่ทาง&nbsp;บริษัทสตาร์ปิโตรเลี่ยม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ได้ส่งหนังสือ&nbsp;ถึง&nbsp;สภ.มาบตาพุด&nbsp;เพื่อขอเข้าแก้ไข&nbsp;จุดรั่วใหม่ใกล้กับจุดรั่วที่&nbsp;2&nbsp;ตรงท่อน้ำมันใต้ทะเล&nbsp;แล้วยังมีน้ำมันไหลออกมาเป็นครั้งคราว</p><p><strong>สำหรับการรั่วของท่อน้ำมัน&nbsp;ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดรั่วของท่อในครั้งที่&nbsp;2</strong>&nbsp;ซึ่งพบว่ายังมีน้ำมันที่ค้างท่อไหลออกมาเป็นครั้งคราวแต่ไม่มาก&nbsp;ซึ่งมีการเฝ้าระวังเตรียมพร้อมอยู่แล้ว&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วนกรณีที่มีการขออนุญาตของทาง&nbsp;SPRC</strong>&nbsp;ขณะนี้ฝ่ายเทคนิคอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูล&nbsp;เพื่อหาทางแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วนต่อไป</p><p><strong>ด้าน&nbsp;บริษัทสตาร์ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)</strong>&nbsp;เตรียมแถลงข้อมูลความคืบหน้า&nbsp;เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217184617305"],
    [533,"ยืนยันไม่ปกปิดข้อมูลโรค ASF ย้ำเนื้อหมูมีปริมาณเพียงพอต่อผู้บริโภค","<p><strong>นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ตอบกระทู้ฝ่ายค้านประเด็นเรื่องโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;หรือ&nbsp;ASF&nbsp;ว่า&nbsp;โรคดังกล่าวเป็นโรคอุบัติใหม่ของประเทศไทย&nbsp;ซึ่งได้รับรายงานหมูลอยมาจากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ที่บริเวณอำเภอเชียงแสน&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;ในวันที่&nbsp;5&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2562&nbsp;ซึ่งขณะนั้นรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ&nbsp;โดยกระทรวงเกษตรและสกรณณ์&nbsp;เดินทางไปยังท่าเรือเชียงแสน&nbsp;พร้อมเรียกประชุมทุกหน่วยงานโดยได้รับความร่วมมือทุกภาคส่วนช่วยเหลือ&nbsp;หลังจากนั้นจึงได้ออกมาตรการทันที&nbsp;มีการตั้งด่าน&nbsp;ปิดพรมแดนในการเคลื่อนย้ายหมู&nbsp;รวมถึงนำตัวอย่างหมูทั้ง&nbsp;12&nbsp;ตัวเข้าห้องแล็ป&nbsp;วิเคราะห์ซึ่งพบว่ามีเชื้อ&nbsp;ASF&nbsp;จึงทำร้ายหมู&nbsp;และหมูที่อยู่รัศมีไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;จึงทำให้หยุดหยั่งโรคได้&nbsp;</p><p><strong>ยืนยันไม่ได้ปิดบัง&nbsp;เชื่อว่าการทำลายหมูคือ&nbsp;การป้องกันโรค</strong>&nbsp;ซึ่งโรคหมูมีอยู่&nbsp;3&nbsp;ประเภทที่เหมือนกันคือ&nbsp;โรค&nbsp;ASF&nbsp;,โรคเพิร์ส&nbsp;และโรคอหิวาห์สุกร&nbsp;มีอาการคล้ายคลึงกัน&nbsp;โดยโรคระบาคจะไม่สามารถแพร่เชื้อไปสัตว์อื่นและคนได้&nbsp;นายกรัฐมนตรีจึงให้งบประมาณกว่า&nbsp;1&nbsp;พัน&nbsp;1&nbsp;ร้อยล้านบาททันทีเพื่อแก้ไขโรคระบาคนี้&nbsp;ไม่อย่างนั้นประเทศไทยจะไม่สามารถส่งหมูเป็น&nbsp;ผลิตภัณฑ์หมูไปต่างประเทศไม่ได้&nbsp;เนื่องจากประเทศต่างๆ&nbsp;มีการตรวจสอบอย่างจริงจังเช่นกัน&nbsp;ทำให้ปี&nbsp;2563&nbsp;ส่งหมูเป็นไปได้กว่า&nbsp;3&nbsp;ล้านตัว&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ส่งหมูไปได้กว่า&nbsp;1.3&nbsp;ล้านตัว&nbsp;ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้ายหมูต้องทำการตรวจเลือดหมูผ่านห้องแล็ป&nbsp;ซึ่งไม่สามารถปิดบังได้ว่าเป็นโรค&nbsp;ASF&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จากการระบาคโรค&nbsp;ASF</strong>&nbsp;พบมีหมูถูกทำลายกว่า&nbsp;3&nbsp;แสนตัวทำให้เกษตรกรเสียหาย&nbsp;รัฐบาลจึงให้งบประมาณจ่ายเงินเยียวยาเกษตรกร&nbsp;ขณะนี้จ่ายเงินครบหมดแล้ว&nbsp;ยืนยันปริมาณเนื้อหมูมีเพียงพอต่อผู้บริโภค&nbsp;โดยที่ผ่านมาได้ทำการลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกเนื้อหมูทำให้พบว่ามีหมูกว่า&nbsp;12&nbsp;ล้านตัว&nbsp;พร้อมสำรวจเนื้อหมูในห้องเย็นกว่า&nbsp;1,000&nbsp;แห่ง&nbsp;เหลือเนื้อหมู&nbsp;25&nbsp;ล้านกิโลกรัม&nbsp;จึงยืนยันได้ว่าโรค&nbsp;ASF&nbsp;จะทำให้เนื้อหมูขาดตลาดและราคาเเพง&nbsp;เนื่องจากปริมาณหมูมีเพียงพอ&nbsp;ซึ่งยอมรับเนื้อหมูแพงเกิดจากการผิดพลาดทางกลไกการตลาดและเทคนิคการตลาด&nbsp;พร้อมย้ำไม่ได้รับประโยชน์จากพ่อค้าหมูแน่นอน&nbsp;</p><p><strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มุ่งป้องกันโรคระบาดและช่วยเหลือเกษตรกร</strong>&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีผู้เลี้ยงหมูรายย่อยกว่า&nbsp;90,000&nbsp;รายที่หยุดเลี้ยงหมู&nbsp;นายกรัฐมนตรีเห็นถึงปัญหาดังกล่าวให้งบประมาณกู้ยืมเลี้ยงหมูใหม่&nbsp;พร้อมอบรมทักษะใหม่ให้แก่ผู้เลี้ยงหมูยกระดับฟาร์มให้มาตรฐาน&nbsp;เพื่อเร่งให้หมูมีปริมาณสอดคล้องกับตัวเลขที่ลดลงไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217195825350"],
    [534,"พบผงสีดำโผล่ทั่วหาดแหลมแม่พิมพ์ อ.แกลง จ.ระยอง ตรวจสอบพบมีกลิ่นเหม็นของน้ำมัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างพิสูจน์","<p><strong>นายคเชนท์&nbsp;แจ่มใส&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลสุนทรภู่&nbsp;ต.กร่ำ&nbsp;อ.แกลง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;</strong>พร้อมเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปตรวจสอบบริเวณชายหาดแหลมแม่พิมพ์&nbsp;หลังได้รับแจ้งว่าพบผงสีดำถูกคลื่นพัดเข้าฝั่ง&nbsp;ทำให้ปนกับทรายมีคราบสีดำตลอดแนวชายหาด</p><p><strong>จากการตรวจสอบบริเวณชายหาด&nbsp;พบลักษณะเป็นคราบสีดำเป็นปื้นเกาะอยู่กับผืนทราย</strong>&nbsp;เป็นทางยาวตลอดทั้งหาด&nbsp;ระยะทางยาวประมาณ&nbsp;500&nbsp;เมตร&nbsp;บางจุดมีความหนาแน่น&nbsp;กระจายอยู่ทั่วชายหาด&nbsp;จนมองเห็นทรายสีดำตลอดแนวชายหาด</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายมนัส&nbsp;สิมชาติ&nbsp;อายุ&nbsp;55&nbsp;ปี&nbsp;ประธานชมรมล้อเลื่อนหาดแหลมแม่พิมพ์&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;</strong>เพิ่งพบคราบสีดำวันนี้&nbsp;หลังการพิสูจน์โดยการกำเอาทรายที่มีคราบสีดำเกาะติดอยู่ขึ้นมาดมดู&nbsp;ปรากฏว่ามีกลิ่นฉุนคล้ายกลิ่นของน้ำมัน&nbsp;เมื่อลองขยี้ดูปรากฏว่าเป็นสีดำมีความลื่นและเหนียวติดมือ&nbsp;จึงคาดว่าน่าจะเป็นคราบน้ำมัน&nbsp;จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำตัวอย่างไปตรวจสอบ&nbsp;และเก็บคราบดังกล่าวออกจากชายหาดทั้งหมด&nbsp;ก่อนที่น้ำทะเลจะพากลับไปในทะเล&nbsp;อีกรอบ</p><p><strong>ส่วน&nbsp;นายคเชนท์&nbsp;แจ่มใส&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลสุนทรภู่&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;หลังจากตรวจสอบตลอดแนวชายหาด&nbsp;พบคราบสีดำจริง&nbsp;แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นคราบอะไร&nbsp;สำหรับคราบลักษณะนี้ไม่เคยปรากฏมาก่อนในชายหาดแหลมแม่พิมพ์มาก่อน&nbsp;เบื้องต้นได้รายงานให้ทาง&nbsp;น.ส.กานต์จรัส&nbsp;เอียดทองใส&nbsp;นายอำเภอแกลง&nbsp;ทราบเรื่องแล้ว&nbsp;พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ลงเก็บตัวอย่างคราบสีดำดังกล่าวไปส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ&nbsp;และเตรียมเกณฑ์เจ้าหน้าที่ลงเก็บและกำจัดคราบออกจากชายหาด&nbsp;แต่ช่วงนี้เป็นช่วงที่น้ำขึ้น&nbsp;จึงไม่สามารถเก็บได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217210809359"],
    [535,"ปภ.ระยองรายงานความคืบหน้าการดำเนินการเฝ้าระวังและขจัดคราบน้ำมันกลางทะเล ด้านรองนายกฯ เร่งให้บริษัทช่วยเหลือประชาชนโดยเร็วที่สุด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล</strong>บริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกกลางทะเลของ&nbsp;บมจ.สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;(SPRC)&nbsp;วันนี้ว่า&nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง&nbsp;ในฐานะศูนย์ประสานการปฏิบัติกรณีคราบน้ำมันรั่วไหล&nbsp;(ศปน.)&nbsp;&nbsp;แจ้งใช้เรือตรวจการณ์ออกลาดตระเวนตรวจสอบคราบน้ำมันอยู่เป็นระยะและไม่เจอคราบน้ำมัน&nbsp;ขณะที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยองยังคงดำเนินการเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุกและการรักษาพยาบาล&nbsp;ผู้ปฏิบัติการงานเก็บกู้คราบน้ำมันและประชาชนผู้ได้รับผลกระทบต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะสิ้นสุด&nbsp;ส่วนผลการตรวจอาหารทะเลสดเมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;ม.ค.65&nbsp;และ&nbsp;1&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่&nbsp;6&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ในฐานะผู้ดำเนินการตรวจสอบรายงานผลว่าไม่พบสารตกค้างที่เกินค่ามาตรฐาน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ส่วนศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยองได้แจ้งว่ากรมควบคุมมลพิษได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำชายหาด</strong>และเกาะเสม็ดตรวจหาโลหะหนัก&nbsp;(HM)&nbsp;และสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวม&nbsp;(TPH)&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;โดยจะเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจวิเคราะห์ต่อเนื่อง&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;หากผลออกจะมีการรายงานให้ทราบต่อไป&nbsp;ด้านอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ดได้จัดเรือลาดตระเวนและทีมดำน้ำสำรวจในพื้นที่เขาแหลมหญ้าและเกาะเสม็ดแล้วไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;ส่วนสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ได้ติดตามตรวจสอบเฝ้าระวังคราบน้ำมันบริเวณชายหาด&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;หาดพยูน,&nbsp;หาดหนองแฟบ,&nbsp;หาดสุชาดา,&nbsp;หาดแสงจันทร์,&nbsp;หาด&nbsp;IRPC,&nbsp;หาดค่ายมหาสุรสิงหนาท,&nbsp;หาดหน้าบ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท,&nbsp;ลานหินขาว,&nbsp;และหาดก้นอ่าวยังไม่พบคราบน้ำมัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับความคืบหน้าการควบคุมน้ำมันของบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;</strong>โดยบริษัทได้รายงานเมื่อเวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ผ่านมาว่า&nbsp;การปฏิบัติการในพื้นที่ทางทะเล&nbsp;มีการเฝ้าระวังคราบฟิล์มน้ำมัน&nbsp;โดยมีเรือร่วมปฏิบัติหน้าที่จำนวน&nbsp;32&nbsp;ลำ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เรือกางทุ่นกักน้ำมันจำนวน&nbsp;15&nbsp;ลำ&nbsp;ดำเนินการกางทุ่นกักน้ำมัน&nbsp;(Boom)&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;เส้น&nbsp;เรือเฝ้าระวัง&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ลำ&nbsp;เรือสั่งการ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;โดรน&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมันในทะเล&nbsp;จัดเจ้าหน้าที่เดินเท้าบริเวณชายหาดตั้งแต่หาดแหลมรุ่งเรือง&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;หาดสวนสน&nbsp;ยังไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;มีการใช้เรือเพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังคราบฟิล์มน้ำมันในทะเล&nbsp;ตลอดแนว&nbsp;ห่างจากชายฝั่ง&nbsp;1-2&nbsp;กม.&nbsp;ยังไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน&nbsp;พร้อมทั้งดำเนินการทำความสะอาดคราบน้ำมัน&nbsp;เก็บทาร์บอล&nbsp;และทรายปนเปื้อนที่อยู่ใต้ทรายบริเวณชายหาด&nbsp;พร้อมทั้งใช้แผ่นและม้วนดูดซับคราบน้ำมันออก</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นอกจากนี้บริษัทได้เตรียมการเพื่ออุดรอยรั่วท่ออ่อนฯ&nbsp;</strong>คาดว่าจะเริ่มดำเนินการภายในสัปดาห์นี้&nbsp;ส่วนกรณีพบผงตะกอนสีดำนั้น&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;ก.พ.65&nbsp;เวลา&nbsp;18.07&nbsp;น.&nbsp;บริษัทได้รับแจ้งจากประชาชนให้เข้าไปตรวจสอบบริเวณชายหาดสวนสนว่าพบผงตะกอนสีดำปะปนอยู่บนพื้นทราย&nbsp;ซึ่งบริษัทได้เข้าไปตรวจสอบพบว่าไม่มีน้ำมันปะปนมาในตัวอย่างและได้แสดงผลตรวจเบื้องต้นให้กับผู้แจ้งได้รับทราบ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นอกจากนี้&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง&nbsp;ได้แจ้งว่า&nbsp;</strong>ในวันนี้มีการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมี&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานฯ&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;-&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;301&nbsp;ตึกบัญชาการ&nbsp;1&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;ผ่านระบบประชุมทางไกล&nbsp;โดยได้บรรจุเรื่องที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดระยองในประเด็นเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำมันรั่วไหลทางทะเล&nbsp;โดย&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ประธานฯ&nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเร่ง&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด&nbsp;เนื่องจากผลกระทบที่เกิดกับประชาชนยังไม่ได้รับการแก้ไข&nbsp;พร้อมทั้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองรับไปดำเนินการให้บริษัทชดใช้ค่าเสียหายให้กับประชาชนที่ขาดรายได้เป็นลำดับแรก&nbsp;โดยให้รีบดำเนินการก่อนวันที่&nbsp;28&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;นี้&nbsp;และให้ตั้งคณะทำงานฯ&nbsp;เร่งรัดติดตามเพื่อให้การจ่ายค่าชดเชยเยียวยาเป็นไปด้วยความรวดเร็ว&nbsp;เพราะประชาชนเดือดร้อนขาดรายได้&nbsp;รวมถึงให้ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติที่เสียหายให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิมด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ด้านการเยียวยาให้ความช่วยเหลือนั้น&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดระยองที่ได้ทำการสำรวจ</strong>และตรวจสอบกลุ่มชาวประมงแต่ละกลุ่มที่ได้รับผลกระทบแล้วและจะส่งรายชื่อทั้งหมดภายในวันที่&nbsp;18&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ขณะที่บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;อยู่ระหว่างการจัดทำร่างหลักเกณฑ์การชดเชยค่าเสียหาย&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;1&nbsp;ด้านกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม&nbsp;ที่พัก&nbsp;และร้านอาหาร,&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;2&nbsp;ด้านกลุ่มประมงกลุ่มที่&nbsp;3&nbsp;ด้านสุขภาพ&nbsp;และกลุ่มที่&nbsp;4&nbsp;ด้านกลุ่มผู้ประกอบอาชีพสาขาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ขณะที่จำนวนผู้มายื่นเรื่องร้องทุกข์ตั้งแต่วันที่&nbsp;30&nbsp;ม.ค.65&nbsp;จนถึงวันนี้อยู่ที่มีจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;8,302&nbsp;ราย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217214833371"],
    [536,"มทส. ประสานความร่วมมือ 4 หน่วยงาน ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมด้านการเกษตร","<p><strong>รองศาสตราจารย์&nbsp;ดร.อนันต์&nbsp;ทองระอา&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&nbsp;(มทส.)</strong></p><p>ลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการประสานความร่วมมือโครงการกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(CSR:&nbsp;Corporate&nbsp;Social&nbsp;Responsibility)&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;มหาวิทยาลัยบูรพา&nbsp;บริษัท&nbsp;คาร์กิลล์มีทส์&nbsp;(ไทยแลนด์)&nbsp;จำกัด&nbsp;บริษัท&nbsp;คาร์กิลล์สยาม&nbsp;จำกัด&nbsp;และมูลนิธิเพื่อพัฒนาชุมชนและเกษตรกรรม&nbsp;เพื่อร่วมกันดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมด้านเกษตร&nbsp;โดยมี&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.ธนัฎฐ์ตฤณ&nbsp;บุนนาค&nbsp;รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตสระแก้ว&nbsp;มหาวิทยาลัยบูรพา&nbsp;นายสุเกียรติ&nbsp;กิตติธรรมโชติ&nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายภาพลักษณ์และองค์กรสัมพันธ์&nbsp;บริษัท&nbsp;คาร์กิลล์สยาม&nbsp;จำกัด&nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของหน่วยงาน&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติในพิธี&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสารนิเทศ&nbsp;อาคารบริหาร&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</p><p><strong>ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.หนึ่ง&nbsp;เตียอำรุง&nbsp;คณบดีสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร&nbsp;มทส.&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;มทส.&nbsp;ในฐานะหน่วยงานผู้ประสานงานหลัก&nbsp;มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้บูรณาการความร่วมมือในโครงการกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ระหว่าง&nbsp;มทส.&nbsp;มหาวิทยาลัยบูรพา&nbsp;บริษัท&nbsp;คาร์กิลล์มีทส์&nbsp;(ไทยแลนด์)&nbsp;จำกัด&nbsp;บริษัท&nbsp;คาร์กิลล์สยาม&nbsp;จำกัด&nbsp;และมูลนิธิเพื่อพัฒนาชุมชนและเกษตรกรรม&nbsp;ทั้งในส่วนของโครงการที่ดำเนินการมาต่อเนื่องและโครงการที่จะเกิดขึ้นใหม่ในอนาคต&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมา&nbsp;มทส.&nbsp;ได้ร่วมดำเนินกิจกรรมเชิงสังคมกับกลุ่มบริษัทคาร์กิลล์&nbsp;ในการนำองค์ความรู้&nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตร&nbsp;เชื่อมโยงสู่ชุมชนและสังคม&nbsp;โดยมี&nbsp;คณาจารย์&nbsp;นักวิชาการ&nbsp;และนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญ&nbsp;เป็นผู้ถ่ายทอดให้แก่นักเรียน&nbsp;ครู&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;เป็นการสร้างองค์ความรู้ผ่านกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง&nbsp;เสมือนเป็นห้องเรียนด้านการเกษตร&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังเป็นการพัฒนากิจกรรม&nbsp;CSR&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;ให้สอดคล้องกับโครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม&nbsp;รวมถึงการสร้างเครือข่ายพันธมิตรเพื่อต่อยอดการทำประโยชน์ให้กับสังคม&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;และความเป็นอยู่ของชุมชนไปพร้อมกัน&nbsp;โดยยึดหลักการพัฒนาควบคู่ไปกับความมั่นคงที่ยั่งยืน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217231436377"],
    [537,"ปี 2564 ไทยส่งออกสินค้าเกษตรทั่วโลก 1.3 ล้านล้านบาท เติบโตร้อยละ 17 เชื่อมั่นปี 2565 การส่งออกสินค้าเกษตรไทยโตต่อเนื่อง","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายฉันทานนท์&nbsp;วรรณเขจร&nbsp;เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;(สศก.)&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยถึงภาพรวมการค้าสินค้าเกษตรระหว่างประเทศของไทยไปยังประเทศต่างๆ&nbsp;ทั่วโลก&nbsp;พบว่า&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ไทยสามารถส่งออกสินค้าเกษตรไปตลาดโลก&nbsp;เป็นมูลค่ามากถึง&nbsp;1.3&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;17&nbsp;เมื่อเทียบกับปี&nbsp;2563&nbsp;ส่งผลให้ไทยได้ดุลการค้าสินค้าเกษตรรวม&nbsp;813,693&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หากพิจารณาเฉพาะการค้าสินค้าเกษตรของไทยกับประชาคมอาเซียน&nbsp;9&nbsp;ประเทศ&nbsp;ภาพรวมการค้ายังคงขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ&nbsp;4&nbsp;โดยการส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;3.46&nbsp;ส่งผลให้ไทยยังคงได้เปรียบดุลการค้า</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ไทยส่งออกไปยังมาเลเซียเป็นอันดับหนึ่ง&nbsp;และรองลงมา</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ได้แก่&nbsp;เวียดนาม&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;ซึ่งสินค้าเกษตรส่งออกสูงสุด&nbsp;5&nbsp;อันดับแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;เครื่องดื่มประเภทนมยูเอชที&nbsp;นมถั่วเหลืองรองลงมาคือ&nbsp;น้ำตาลและผลิตภัณฑ์จากน้ำตาล&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ไทยยังสามารถส่งออกได้ดีกับประเทศที่ไทยทำความตกลงการค้าเสรี&nbsp;ซึ่งไม่นับรวมประชาคมอาเซียน&nbsp;โดยไทยสามารถส่งออกในอัตราการขยายตัวเพิ่มสูง&nbsp;ส่งผลให้ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้า&nbsp;ขณะที่&nbsp;ตลาดส่งออกที่มีอัตราการขยายตัวมากที่สุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;อินเดีย&nbsp;จีน&nbsp;เกาหลี&nbsp;นิวซีแลนด์&nbsp;และญี่ปุ่น&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;ส่งผลให้การส่งออกสินค้าเกษตรไทยในปีที่ผ่านมา&nbsp;มีทิศทางที่ดีอย่างมาก&nbsp;แม้ต้องเผชิญกับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;โดยส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการเริ่มมีการปรับตัวตามสภาวการณ์&nbsp;ทำให้ไทยมีโอกาสและแนวโน้มในการส่งออกเพิ่มขึ้น&nbsp;รวมไปถึงการดำเนินนโยบายและมาตรการเชิงรุกและเชิงรับของภาครัฐ&nbsp;การขยายช่องทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์&nbsp;และที่สำคัญ&nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&nbsp;ได้ให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ในสินค้าเกษตร&nbsp;ทั้งพืช&nbsp;ประมง&nbsp;และปศุสัตว์&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;และเชื่อมั่นว่า&nbsp;ด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;สินค้าเกษตรไทยจะยังคงส่งออกได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218092738398"],
    [538,"ภาพรวมการสำรวจผลกระทบน้ำมันรั่วทะเลระยองไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเลและชายหาด ส่วนก้อนตะกอนสีดำไม่มีกลิ่น จึงเก็บไปตรวจสอบต่อไป","<p><strong>ภาพรวมการสำรวจผลกระทบน้ำมันรั่วทะเลระยองไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเลและชายหาด&nbsp;ส่วนก้อนตะกอนสีดำไม่มีกลิ่น&nbsp;จึงเก็บไปตรวจสอบต่อไป</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&nbsp;ได้ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง&nbsp;หลังมีประชาชนในพื้นที่แจ้งพบคราบน้ำมันบริเวณหาดแหลมแม่พิมพ์&nbsp;ต.กร่ำ&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;มีลักษณะเป็นตะกอนสีดำ&nbsp;จากการสำรวจชายหาดพบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติ&nbsp;และไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเลและบริเวณชายหาด&nbsp;ส่วนลักษณะตะกอนสีดำที่พบบนชายหาดไม่มีกลิ่นน้ำมัน&nbsp;พบเล็กน้อยระยะทาง&nbsp;1&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;จึงเก็บตัวอย่างน้ำทะเลเพื่อวิเคราะห์คุณภาพน้ำทั่วไปพบอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อการนันทนาการ&nbsp;ส่วนการวิเคราะห์การปนเปื้อนปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนจะนำน้ำทะเลและดินตะกอนไปวิเคราะห์อย่างละเอียดต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(ระยอง)&nbsp;ได้เดินสำรวจชายหาดตามเส้นทางการแพร่กระจายน้ำมัน&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;คือ&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;ตั้งแต่บ้านคลองกะเฌอ&nbsp;สถานีอุตุนิยมวิทยา&nbsp;-&nbsp;บ้านก้นอ่าว&nbsp;ระยะทาง&nbsp;9&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยจุดที่ห่างจากหินขาวหินดำ&nbsp;บริเวณคลองหัวรถไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันแล้ว&nbsp;//&nbsp;หน้าศาลเจ้าแม่ทัพทิม&nbsp;สถานีรายงานบ้านเพ(ทอ)&nbsp;ระยะประมาณ&nbsp;400&nbsp;เมตร&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;ชายหาดบริเวณบ้านเพ&nbsp;-&nbsp;ท่าเรือแกลง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;5.43&nbsp;กิโลเมตรไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;โดยช่วงปากคลองกูนไม่พบหอยขึ้นเกยหาดแล้ว&nbsp;เนื่องจากระดับน้ำทะเลขึ้นสูง</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218100043405"],
    [539,"แจ้งเตือนประชาชนรับมือสภาพอากาศแปรปรวน เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตกในพื้นที่ประเทศไทยตอนบน","<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย&nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย&nbsp;ประกอบกับมวลอากาศเย็นอีกระลอกหนึ่ง&nbsp;จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&nbsp;รวมทั้งลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ส่งผลให้ตั้งแต่วันนี้&nbsp;(18&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ไปจนถึงวันที่&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ประเทศไทยตอนบนจะมีลักษณะอากาศแปรปรวน&nbsp;&nbsp;เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง</strong>&nbsp;และลูกเห็บตก&nbsp;รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;สำหรับในวันนี้ภาคเหนือและภาคตะวันออกจะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ&nbsp;60&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;เชียงราย&nbsp;กำแพงเพชร&nbsp;สุโขทัย&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;นครนายก&nbsp;ปราจีนบุรี&nbsp;ฉะเชิงทรา&nbsp;สระแก้ว&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่กรุงเทพมหานครมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&nbsp;40&nbsp;</strong>โดยหลังเกิดฝนฟ้าคะนอง&nbsp;อุณหภูมิจะลดลง&nbsp;โดยภาคเหนือ&nbsp;และภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะลดลง&nbsp;4-6&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ส่วนภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลลดลง&nbsp;2-4&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;แม้ลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมบริเวณอ่าวไทย&nbsp;</strong>และภาคใต้มีกำลังอ่อนลง&nbsp;แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคใต้ฝั่งตะวันออก&nbsp;ขอให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;และนครศรีธรรมราช&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;rgb(250,&nbsp;246,&nbsp;246);\">&nbsp;</span>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218132154481"],
    [540,"กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมากและลมแรงในพื้นที่ภาคใต้ต่อเนื่องพร้อมระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในภาคใต้8จังหวัด ช่วง 2-3 วันนี้","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมากและลมแรงในพื้นที่ภาคใต้ต่อเนื่อง</strong>&nbsp;<strong>พร้อม&nbsp;ระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในภาคใต้&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;ช่วง&nbsp;2-3&nbsp;วันนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(18&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศแปรปรวน&nbsp;โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.ชลบุรี&nbsp;91&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สระแก้ว&nbsp;70&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และราชบุรี&nbsp;65&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;31,946&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;56&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;25,652&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;55&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จางและเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;และแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือช่วงวันที่&nbsp;18&nbsp;&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;เนื่องจากลมใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทย&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;ลิ่มความกดอากาศสูงและคลื่นกระแสลมตะวันตกในระดับลมชั้นบนปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ส่งผลให้ตอนบนประเทศจะมีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;อาจมีลูกเห็บตกได้บางแห่ง&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย&nbsp;ลำปาง&nbsp;พะเยา&nbsp;น่าน&nbsp;แพร่&nbsp;สุโขทัย&nbsp;อุตรดิตถ์&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;เลย&nbsp;หนองคาย&nbsp;บึงกาฬ&nbsp;หนองบัวลำภู&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;อุดรธานี&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;และนครราชสีมา&nbsp;ส่วนสถานการณ์ฝนตกหนักภาคใต้ฝนจะตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่&nbsp;ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันช่วง&nbsp;2&nbsp;3&nbsp;วันนี้&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พังงา&nbsp;กระบี่&nbsp;และสงขลา&nbsp;จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&nbsp;เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่เสี่ยงเกิดน้ำหลากเป็นประจำ&nbsp;และปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์&nbsp;</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218095840404"],
    [541,"เช้านี้ค่าฝุ่นPM2.5ใน กทม. ปริมณฑล และภาคเหนืออยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ โดยฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และภาคเหนืออยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;โดยฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(18&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีลมพัด&nbsp;และหลายพื้นที่มีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;20&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;19&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218100254407"],
    [542,"กรมชลประทาน ปรับแผนการระบายควบคุมสถานการณ์น้ำทะเลหนุน ช่วง 14  18 นี้ หลังมีฝนตกเพิ่มในพื้นที่ตอนบน","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เนื่องจากมีฝนตกหนักในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาบริเวณ&nbsp;อ.คลองลาน&nbsp;จ.กำเเพงเพชร&nbsp;ทำให้มีปริมาณน้ำท่าในเเม่น้ำปิงและไหลลงสู่เเม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น</strong>&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;จึงได้ปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลลง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;ก.พ.&nbsp;นี้&nbsp;จากอัตราวันละ&nbsp;24&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม./วินาที&nbsp;เหลือในอัตราวันละ&nbsp;14&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม./วินาที&nbsp;และในช่วงวันที่&nbsp;19&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;ก.พ.65&nbsp;จากอัตราวันละ&nbsp;19&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.เหลืออัตราวันละ&nbsp;14&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.พร้อมกับรักษาระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์&nbsp;และควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา&nbsp;ในอัตราเฉลี่ย&nbsp;85&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;</p><p><strong>สำหรับที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;ได้ทำการระบายน้ำ&nbsp;ในอัตราเฉลี่ยวันละกว่า&nbsp;5&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา</strong>&nbsp;หลังจากนั้นจะทยอยปรับลดการระบายลงเหลืออัตราเฉลี่ยวันละ&nbsp;4.32&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ในขณะเดียวกันจะควบคุมระดับเหนือเขื่อนพระรามหก&nbsp;ให้อยู่ในเกณฑ์&nbsp;พร้อมระบายน้ำอยู่ในอัตราเฉลี่ย&nbsp;40&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;จากนั้นจะทยอยปรับลดการระบายลดลงเหลืออัตราเฉลี่ย&nbsp;20&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;ในลำดับต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบัน&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ตรวจวัดค่าความเค็มที่สถานีสูบน้ำสำแล&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;อยู่ที่&nbsp;0.19&nbsp;กรัมต่อลิตร&nbsp;ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปกติ</strong>&nbsp;โดยที่ผ่านมากรมชลประทานมีมาตรการบริหารจัดการน้ำในการบรรเทาปัญหาน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างรัดกุม&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำเค็มรุกอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้มากที่สุด&nbsp;ทั้งนี้กรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำจากอ่างเก็บน้ำและอาคารชลประทานให้สอดคล้องกับช่วงการหนุนของน้ำทะเลอย่างเหมาะสมตลอดช่วงแล้งนี้</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218104622417"],
    [543,"เดินหน้าปฏิรูปภาคเกษตร ยกระดับเกษตรกรสู่มืออาชีพ การันตีด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพ","<p><strong>นายธนา&nbsp;ชีรวินิจ&nbsp;เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายนคร&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;ประธานกรรมการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ&nbsp;ร่วมเป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนากำลังคนด้านการเกษตรสู่ความเป็นมืออาชีพด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพ&nbsp;ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การบูรณาการความร่วมมือครั้งนี้&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนด้านการเกษตร&nbsp;โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ&nbsp;การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและส่งเสริมให้เกษตรกรมีสมรรถนะ&nbsp;ความรู้&nbsp;ความสามารถและความเชี่ยวชาญในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมให้ได้รับการรับรองความรู้ตามมาตรฐานอาชีพ&nbsp;ซึ่งคุณวุฒิวิชาชีพที่เกษตรกรได้รับจะช่วยสร้างโอกาสให้เกษตรกรได้ในระยะต่อไป&nbsp;พร้อมทั้งจะเป็นกลไกสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม&nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกร</p><p><strong>ด้านนายนคร&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;ประธานกรรมการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ&nbsp;(สคช.)&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;วันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ทั้งสองหน่วยงานจะได้นำศักยภาพของแต่ละหน่วยงานมาร่วมกันส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการเกษตรซึ่งเป็นอาชีพเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ&nbsp;ด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพที่ตอบสนองต่อความต้องการของภาคธุรกิจ&nbsp;อุตสาหกรรม&nbsp;โดยเฉพาะการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร&nbsp;ด้านอาหารปลอดภัย&nbsp;ตลอดจนสร้างการรับรู้และผลักดันให้เกิดการประเมินสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพเพื่อนำไปสู่การยกระดับและสร้างศักยภาพบุคลากรทางด้านเกษตรของประเทศไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับสากลเพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สถาบันฯ&nbsp;พร้อมผลักดันให้เกิดการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาคน&nbsp;ผลิตนวัตกรรมด้านการเกษตรใหม่ๆ&nbsp;สอดรับการปรับเปลี่ยนของโลกอนาคตและสนับสนุนคนในอาชีพให้เกิดการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218205945767"],
    [544,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจเยี่ยมและติดตามการเลี้ยงไก่ไข่ โครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่ ภายใต้โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชนของจังหวัด (แผนงาน 3.2) จังหวัดเลย ปีงบประมาณ 2564","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ตรวจเยี่ยมและติดตามการเลี้ยงไก่ไข่&nbsp;ของโครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่&nbsp;กิจกรรมพัฒนาอาชีพด้านการเกษตรเพื่อการสร้างงานสร้างรายได้จากสภาวะวิกฤตโควิด-19&nbsp;ภายใต้โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชนของจังหวัด&nbsp;(แผนงาน&nbsp;3.2)&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;พร้อมสำรวจผลผลิตไข่ไก่&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การป้องกันและควบคุมโรคแก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ที่บ้านห้วยอ้อย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>อีกทั้ง&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย</strong>&nbsp;เข้ารับการฝึกอบรมโครงการฝึกอบรมเกษตรกร&nbsp;โครงการพัฒนาเกษตรกรส&nbsp;Smart&nbsp;farmer&nbsp;ต้นแบบ&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;หลักสูตร&nbsp;\"การถ่ายทอดสารสนเทศและเทคโนโลยีด้านการเลี้ยงสัตว์\"&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เลย&nbsp;ตำบลศรีสงคราม&nbsp;อำเภอวังสะพุง&nbsp;จังหวัดเลย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218110913424"],
    [545,"ประมงจังหวัดระยอง ยันปลาจาระเม็ดมีเหงือกสีดำ ไม่ฟันธงว่าเกิดจากคราบน้ำมัน เบื้องต้นส่งตรวจรอผล 1 สัปดาห์ ขณะที่แม่ค้าหาบเร่ริมหาดแม่รำพึง วอนเยียวยาโดยเร็ว","<p><strong>ประมงจังหวัดระยอง&nbsp;ยันปลาจาระเม็ดมีเหงือกสีดำ&nbsp;ไม่ฟันธงว่าเกิดจากคราบน้ำมัน&nbsp;เบื้องต้นส่งตรวจรอผล&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์&nbsp;ขณะที่แม่ค้าหาบเร่ริมหาดแม่รำพึง&nbsp;วอนเยียวยาโดยเร็ว&nbsp;ส่วนผงสีดำ&nbsp;และก้อนน้ำมันคล้ายยางมะตอย&nbsp;มีการพบหลายหาด&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;วันนี้ไม่พบแล้ว&nbsp;หลังน้ำทะเลขึ้นถูกพัดลงทะเล</strong></p><p><br></p><p><strong>นายเสรี&nbsp;เรือนหล้า&nbsp;ประมงจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรณีที่มีชาวบ้านไปซื้อปลาจาระเม็ดในตลาดนัดแห่งหนึ่งที่&nbsp;อ.แกลง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;เพื่อนำไปประกอบอาหาร&nbsp;พบว่ามีเหงือกสีดำ&nbsp;ทั้งที่ก่อนมีเหตุการณ์น้ำมันดิบของบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;รั่วไหลลงทะเลระยอง&nbsp;ไม่เคยพบมาก่อน&nbsp;จึงนำมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ&nbsp;จากพฤติกรรมของปลาจาระเม็ดเป็นปลาน้ำลึก&nbsp;ถิ่นอาศัยห่างจากฝั่งประมาณ&nbsp;30&nbsp;ไมล์ทะเล&nbsp;จากสันนิษฐานอาจมีหลายปัจจัยทำให้เหงือกมีสีดำ&nbsp;เช่น&nbsp;ปลาหลายชนิดเมื่อถูกจับขึ้นฝั่ง&nbsp;เหงือกที่ทำหน้าที่กรองอากาศ&nbsp;และหายใจก็อาจจะมีเหงือกสีคล้ำ&nbsp;หรือสีดำได้&nbsp;อย่างไรก็ตามเพื่อความสบายใจของผู้บริโภคทางสำนักงานประมงจังหวัดระยอง&nbsp;ได้ประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง&nbsp;ส่งตัวอย่างเหงือกปลาจาระเม็ด&nbsp;ไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทยที่&nbsp;6&nbsp;ชลบุรีแล้ว&nbsp;ซึ่งจะทราบผลภายใน&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์</p><p><strong>ส่วนบรรยากาศบริเวณหาดแม่รำพึง&nbsp;พบนักท่องเที่ยวบางตา</strong>&nbsp;ส่วนหนึ่งอาจไม่ใช่วันหยุดนักท่องเที่ยวเลยบางตา&nbsp;แต่อย่างไรก็ตาม&nbsp;แม่ค้าหาบเร่ริมหาด&nbsp;บ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า&nbsp;ช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;แพร่ระบาด&nbsp;ก่อนคราบน้ำมันเข้าฝั่ง&nbsp;ก็ยังพอมีนักท่องเที่ยวบ้างไม่แย่มากนัก&nbsp;แต่ช่วงนี้นักท่องเที่ยวหายไปยิงกว่าเดิมอีก&nbsp;จึงอยากให้ทางบริษัทฯ&nbsp;เร่งเยียวยาคนหาเช้ากินค่ำโดยเร็ว&nbsp;</p><p><strong>ส่วนสถานการณ์คราบน้ำมันเย็นวานนี้&nbsp;มีรายงานว่า&nbsp;พบคราบน้ำมันถูกคลื่นพัดเข้าหาด&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;</strong>คือ&nbsp;หาดแหลมแม่พิมพ์&nbsp;อ.แกลง&nbsp;และหาดแม่รำพึง&nbsp;โดยมีลักษณะเป็นผงสีดำปนอยู่กับทรายจนเห็นเป็นสีดำชัดเจน&nbsp;และบางจุดพบเป็นก้อนขนาดเล็กมีสีดำคล้ายยางมะตอย&nbsp;มีเจ้าหน้าที่ของบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;นำไปกำจัดและตรวจพิสูจน์&nbsp;ซึ่งเช้านี้ไม่พบแล้ว&nbsp;หลังน้ำทะเลขึ้น&nbsp;ถูกพัดกลับลงทะเล&nbsp;ทางด้านการเฝ้าระวังคราบน้ำมันกลางทะเล&nbsp;ยังคงมีเรือ&nbsp;32&nbsp;ลำ&nbsp;และทุ่นยางเตรียมพร้อมอยู่ในทะเล&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชม.&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218112727430"],
    [546,"เกษตรที่สูงลำพูน บูรณาการดำเนินการจัดการเชื้อเพลิง ป้องกันปัญหาไฟป่าและลดการสะสม PM 2.5","<p><strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;ก.พ.65)</strong>&nbsp;นายปรีชา&nbsp;เพ็ชร์เม็ด&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดลำพูน&nbsp;(เกษตรที่สูง)&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวสุดารัตน์&nbsp;วังงิ้ว&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;และนายธีรภัทร&nbsp;เมืองคำ&nbsp;คนงานเกษตร&nbsp;ร่วมกับชุมชนบ้านผาลาด&nbsp;ดำเนินกิจกรรมบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;ชิงเผาในท้องที่บ้านผาลาด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลนาทราย&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;เพื่อป้องกันปัญหาไฟป่าหมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565</p><p><strong>นอกจากนี้ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดลำพูน(เกษตรที่สูง)</strong>&nbsp;ยังได้มอบหมายนายปวริศ&nbsp;ใจคำ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;และคณะ&nbsp;ร่วมกับเครือข่ายความร่วมมือในการควบคุมไฟป่าบ้านจริญญา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลทุ่งหัวช้าง&nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไฟป่าในฤดูแล้ง&nbsp;ณ&nbsp;บ้านจริญญา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลทุ่งหัวช้าง&nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;จังหวัดลำพูน</p><p><strong>อย่างไรก็ตามสำหรับกิจกรรมการบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;</strong>นายสัญญา&nbsp;ทุมตะขบ&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;หากพบเห็นการเกิดเพลิงไหม้หลังจากวันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ภายหลังจากเข้าสู่ช่วงของระยะเวลาการประกาศห้ามบุคคลทำการเผาในพื้นที่โล่ง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์-30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;จะไม่มีการจัดชิงเผา&nbsp;หรือการบริหารจัดการเชื้อเพลิงใดๆทั้งสิ้น&nbsp;แต่ให้สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากการลักลอบเผา&nbsp;หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิด&nbsp;สามารถแจ้ง&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;นายกเทศมนตรี&nbsp;หรือนายอำเภอ&nbsp;เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการตามกฎหมายต่อไป</p><p><strong>เบอร์ติดต่อ</strong></p><p>-ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดลำพูน&nbsp;053-562963</p><p>-ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน/ทุกแห่ง&nbsp;สายด่วน&nbsp;191</p><p>-ส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า&nbsp;สายด่วน&nbsp;1362&nbsp;หรือโทร&nbsp;053-232019</p><p>-สายด่วนทางหลวง&nbsp;1586</p><p>-สายด่วนทางหลวงชนบท&nbsp;1146</p><p>-นายอำเภอเมืองลำพูน&nbsp;081-8674377</p><p>-นายอำเภอป่าซาง&nbsp;081-8674380</p><p>-นายอำเภอลี้&nbsp;081-8674419</p><p>-นายอำเภอแม่ทา&nbsp;081-8674409</p><p>-นายอำเภอบ้านโฮ่ง&nbsp;081-8674397</p><p>-นายอำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;081-8674423</p><p>-นายอำเภอเวียงหนองล่อง&nbsp;081-8674425</p><p>-นายอำเภอบ้านธิ&nbsp;081-8674424</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สวท.ลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218112728431"],
    [547,"ปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม ลงพื้นที่ตรวจสอบการตายของนกธรรมชาติ อ.เชียงยืน พร้อมแนะการปฏิบัติที่ถูกต้อง และเฝ้าระวัง  ป้องกันโรคจากสัตว์ปีก","<p><strong>ปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;อ.เชียงยืน&nbsp;หลังได้รับแจ้งว่า&nbsp;มีการตายของนกธรรมชาติ&nbsp;โดยบูรณาการเจ้าหน้าที่&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เร่งตรวจสอบหาสาเหตุ&nbsp;พร้อมการให้คำแนะนำสำหรับการปฏิบัติเมื่อพบเหตุนกตาย&nbsp;สร้างการรับรู้ให้ชาวบ้านในพื้นที่สำหรับการปฏิบัติที่ถูกต้อง</strong></p><p><br></p><p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;นายวรกร&nbsp;&nbsp;อินทแพทย์&nbsp;&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม</strong>&nbsp;ร่วมกับสัตวแพทย์หญิงอัญชลี&nbsp;คำใสย์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;ส.อ.วัฒนา&nbsp;กาลิโก&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอเชียงยืน&nbsp;ปลัดอำเภอเชียงยืน&nbsp;และเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์มหาสารคาม&nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการตายของนกธรรมชาติ&nbsp;ที่บ้านขี&nbsp;ต.หนองซอน&nbsp;อ.เชียงยืน&nbsp;จ.มหาสารคาม&nbsp;พร้อมปฏิบัติการพ่นยาฆ่าเชื้อ&nbsp;เก็บตัวอย่างซากนก&nbsp;เพื่อเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันโรค&nbsp;พร้อมได้มอบยาฆ่าเชื้อโรค&nbsp;&nbsp;ถุงมือ&nbsp;&nbsp;หมวกคลุมผมให้ผู้นำหมู่บ้าน&nbsp;เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานในการพ่นยาฆ่าเชื้อโรค&nbsp;การเก็บฝังซากนก&nbsp;และให้ความรู้ในการจัดการซากและมูลนกที่ถูกต้อง&nbsp;ประชาสัมพันธ์การเฝ้าระวังอาการของสัตว์ปีกในหมู่บ้านใกล้เคียง&nbsp;รวมทั้งแจ้งผลที่เป็นลบต่อเชื้อไข้หวัดนกแก่ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้าน&nbsp;เพื่อดำเนินการตามวิธีการที่ถูกต้องต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มหาสารคาม","สวท.มหาสารคาม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218113111434"],
    [548,"วราวุธ ย้ำ การใช้สารเคมี Dispersant ขจัดคราบน้ำมันรั่วในทะเลระยองมีปริมาณสอดคล้องกับตัวเลขน้ำมันรั่วที่บริษัทฯได้แจ้งมา โดยไม่ได้ใช้มากเกินหรือน้อยเกินไปในการกำจัดคราบน้ำมัน","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ย้ำ&nbsp;การใช้สารเคมี&nbsp;Dispersant&nbsp;ขจัดคราบน้ำมันรั่วในทะเลระยองมีปริมาณสอดคล้องกับตัวเลขน้ำมันรั่วที่บริษัทฯได้แจ้งมา&nbsp;โดยไม่ได้ใช้มากเกินหรือน้อยเกินไปในการกำจัดคราบน้ำมัน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้กล่าวชี้แจงข้อสังเกตและข้อสงสัยของ&nbsp;สส.พรรคก้าวไกล&nbsp;กรณีตัวเลขปริมาณของน้ำมันที่รั่วในทะเลมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ที่ชัดเจนและการใช้สารเคมีขจัดคราบน้ำมัน&nbsp;ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติว่า&nbsp;เมื่อคืนวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคมที่ผ่านมาเกิดเหตุน้ำมันรั่วในทะเลระยองช่วงเวลาประมาณ&nbsp;22:00&nbsp;ถึง&nbsp;00:00&nbsp;น.&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงเวลากลางคืนไม่สามารถประเมิน&nbsp;หรือเห็นการกระจายของคราบน้ำมันในทะเลได้&nbsp;ดังนั้น&nbsp;การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือ&nbsp;การฉีดสารเคมี&nbsp;Dispersant&nbsp;เพื่อขจัดคราบน้ำมันเป็นการเร่งด่วนไม่ให้กระจายในวงกว้าง&nbsp;เนื่องจากยังไม่สามารถรวบรวม&nbsp;Boom&nbsp;มาในช่วงเวลาดังกล่าวทัน&nbsp;เพื่อเข้ามาใช้วางแนวป้องกันได้&nbsp;หากไม่เร่งฉีดสารควบคุมอาจส่งผลให้ในช่วงเช้าคราบน้ำมันดังกล่าวอาจจะถูกคลื่นและลมทะเลซัดเข้าชายหาดหรือชายฝั่งแล้ว&nbsp;ส่วนปริมาณน้ำมันที่รั่วในทะเลเบื้องต้นทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่สามารถระบุตัวเลขที่ชัดเจนได้&nbsp;ต้องรอบริษัทฯเจ้าของต้นเรื่องเข้ามาชี้แจง&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง&nbsp;โดยเฉพาะสาเหตุเกิดจากอะไรและน้ำมันรั่วจริงปริมาณเท่าไหร่&nbsp;เบื้องต้นบริษัทฯ&nbsp;ได้แจ้งตัวเลขน้ำมันรั่ว&nbsp;50,000&nbsp;ลิตร&nbsp;ทำให้กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ต้องพิจารณาอนุญาตให้ใช้&nbsp;Dispersant&nbsp;ตามความเหมาะสมเท่านั้น&nbsp;โดยสารเคมีตัวนี้เป็นชนิดที่มีการพัฒนาคุณภาพใหม่แล้วสามารถหย่อยสลายคราบน้ำมันได้ประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ช่วงที่คราบน้ำมันถูกซัดเข้าชายหาดและชายฝั่งหาดแม่รำพึงหน่วยงานต่างๆได้ช่วยกันเก็บกู้คราบน้ำมันดังกล่าวแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกิน&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงเท่านั้น&nbsp;จนชายหาดกลับมาใสสะอาดอีกครั้ง&nbsp;เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนในพื้นที่</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218113202436"],
    [549,"เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง หนุนเกษตรกรมุ่งสู่การรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร","<p>สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&nbsp;จัดฝึกอบรม&nbsp;สร้างความรู้ความเข้าใจกระบวนการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;(PGS)&nbsp;หลักสูตรที่&nbsp;1&nbsp;ตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรปลอดภัยได้มาตรฐานแบบครบวงจรมุ่งสู่เกษตรอินทรีย์จังหวัดลำปาง&nbsp;ให้แก่เกษตรกร&nbsp;ณ&nbsp;บ้านห้วยป้าย&nbsp;ตำบลวังแก้ว&nbsp;อำเภอวังเหนือ&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;17-18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนางสาวรตนพร&nbsp;กิติกาศ&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมเกษตรกร</p><p><strong>สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดฝึกอบรมในครั้งนี้</strong>&nbsp;เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจกระบวนการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;(PGS)&nbsp;โดยมีเป้าหมายของโครงการฯ&nbsp;เพื่อเพิ่มพื้นที่ทำเกษตรอินทรีย์ด้วยมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;(PGS)&nbsp;และเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;ด้วยมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;(PGS)&nbsp;ตลอดจนเชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ของผู้ผลิตกับผู้บริโภค&nbsp;ในการนี้&nbsp;เกษตรอำเภอวังเหนือ&nbsp;ได้ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรและให้ความรู้การทำเกษตรอินทรีย์&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรที่ร่วมโครงการนำไปปรับใช้ในแปลงตนเองต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218113837441"],
    [550,"ไทย เดินหน้าเลือก-ลด-เลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวอย่างจริงจัง แล้วหันไปใช้พลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและนำกลับไปรีไซเคิลได้","<p><strong>ประเทศไทย&nbsp;เดินหน้าเลือก-ลด-เลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวอย่างจริงจัง&nbsp;แล้วหันไปใช้พลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและนำกลับไปรีไซเคิลได้&nbsp;แม้ช่วงวิกฤติโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;จะส่งผลให้พลาสติกเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;พร้อมเร่งใช้แผน&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ในประเทศอย่างเป็นระบบ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวิจารย์&nbsp;สิมาฉายา&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&nbsp;กล่าวในงานสัมมนาการพัฒนาสู่ประเทศไทยไร้ขยะ&nbsp;:&nbsp;การลดและเลือกใช้วัสดุทดแทนพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว&nbsp;จัดโดย&nbsp;สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&nbsp;(TEI)&nbsp;,&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;และองค์กรความร่วมมือต่างๆ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ศูนย์ความรู้ระดับภูมิภาคเกี่ยวกับขยะพลาสติกทะเล&nbsp;(RKC-MPD)&nbsp;หน่วยงานภายใต้สถาบันวิจัยทางเศรษฐกิจเพื่ออาเซียนและเอเชียตะวันออก&nbsp;(ERIA)&nbsp;เพื่อเผยแพร่ข้อมูลและสร้างจิตสำนึกต่อปัญหาขยะพลาสติก&nbsp;พร้อมแลกเปลี่ยนและแบ่งปันแนวปฏิบัติการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยเฉพาะการเลือกใช้&nbsp;ลดใช้&nbsp;และเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว&nbsp;(Single&nbsp;use&nbsp;plastics)&nbsp;ด้วยการหันไปใช้ทางเลือกอื่นที่สร้างขยะและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า&nbsp;ว่า&nbsp;พลาสติกหลังการใช้งานได้หลุดรอดออกสู่สิ่งแวดล้อมสร้างผลกระทบด้านลบต่อระบบนิเวศทางทะเล&nbsp;โดยเฉพาะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวที่พบในทะเลและชายหาดมากกว่าขยะประเภทอื่นๆ&nbsp;ซึ่งการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(BCG&nbsp;Model)&nbsp;มีแผนปฏิบัติการระหว่างปี&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;2570&nbsp;จะช่วยส่งเสริมการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืนในทุกระดับสอดคล้องกับ&nbsp;Roadmap&nbsp;จัดการขยะพลาสติกของประเทศที่ให้ความสำคัญตั้งแต่กระบวนการออกแบบผลิตภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและง่ายต่อหมุนเวียน&nbsp;ผลักดันบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพเป็นบรรจุภัณฑ์ทางเลือก&nbsp;และสนับสนุนการวิจัยนวัตกรรมต่อเนื่อง&nbsp;เนื่องจากช่วงเกิดวิกฤติโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ประเทศไทยมีการพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวเพิ่มมากขึ้นจากอาหารออนไลน์&nbsp;(Food&nbsp;Delivery)&nbsp;ระบบการขนส่งอาหาร&nbsp;และบรรจุภัณฑ์ใส่อาหาร&nbsp;จึงจำเป็นต้องหามาตรการมารองรับและมีการจัดการอย่างเป็นระบบสอดคล้องกับ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;แต่ภาคเอกชนเป็นส่วนสำคัญลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวลงได้มาก&nbsp;แล้วนำกลับเข้าสู่กระบวนการคัดแยกและรีไซเคิลให้กลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมาประเทศไทยมีปริมาณขยะมูลฝอยเกือบ&nbsp;25&nbsp;ล้านตัน&nbsp;สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ร้อยละ&nbsp;32&nbsp;แต่ยังมีขยะส่วนหนึ่งกำจัดอย่างไม่ถูกต้อง&nbsp;โดยเฉพาะขยะพลาสติก&nbsp;จึงต้องเร่งปฏิบัติการตาม&nbsp;Roadmap&nbsp;และแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;-&nbsp;2565&nbsp;ที่ตั้งเป้าลดพลาสติกตั้งแต่การผลิต&nbsp;การบริโภค&nbsp;และหลังการบริโภค&nbsp;ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;ปัจจุบันยังไม่มีเครื่องมือทางกฎหมายที่ชัดเจนแต่ภาครัฐยังเดินหน้าให้ข้อมูลและกระตุ้นประชาชนและผู้ประกอบการลดการใช้พลาสติกลง&nbsp;ควบคู่กับส่งเสริมออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;และใช้วัสดุอื่นทดแทนพลาสติก</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218124117469"],
    [551,"สภาเกษตรกรจังหวัดตรัง ร่วมประชุมหารือแนวทางการส่งเสริมการปลูกพืชกระท่อม สำหรับเป็นพืชทางเลือกในการสร้างรายได้แก่เกษตรกร ผ่านระบบ Zoom","<p><strong>นายธวัชชัย&nbsp;ฤกษ์เกลี้ยง&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เข้าร่วมประชุมหารือแนวทางการส่งเสริมการปลูกพืชกระท่อม&nbsp;สำหรับเป็นพืชทางเลือกในการสร้างรายได้แก่เกษตรกรผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์&nbsp;ระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;โดยมีนายขจร&nbsp;เราประเสริฐ&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรด้านส่งเสริมการผลิต&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กระทรวงยุติธรรม&nbsp;และสมาคมพืชกระท่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;มหาวิทยาลัยทักษิณจังหวัดพัทลุง&nbsp;มหาวิทยาลัยเชียงใหม่&nbsp;สภาเกษตรกรจังหวัดภาคใต้ตอนกลาง&nbsp;ตรัง&nbsp;สตูล&nbsp;พัทลุง&nbsp;นครศรีฯ&nbsp;เข้าร่วม</p><p><strong>สำหรับการประชุมในครั้งนี้&nbsp;มีวาระการประชุม&nbsp;เรื่องโครงการขยายพันธุ์</strong>พืชกระท่อม&nbsp;25&nbsp;ล้านต้น&nbsp;เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย&nbsp;ผ่าน&nbsp;(KT&nbsp;Bank)&nbsp;,&nbsp;ความก้าวหน้าการดำเนินโครงการฯ&nbsp;ระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตรและสมาคมพืชกระท่อมฯ&nbsp;,&nbsp;กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพืชกระท่อม&nbsp;และที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาเรื่องแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมการปลูกพืชกระท่อม&nbsp;เพื่อสนับสนุนโครงการฯ&nbsp;ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในประเด็นที่สำคัญ&nbsp;อาทิ&nbsp;ประเด็นการปลูกกระท่อมเป็นพืชร่วมยางเพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;,&nbsp;ประเด็นข้อมูลวิซาการเกี่ยวกับกระท่อม&nbsp;,&nbsp;ประเด็นการส่งเสริมมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;และมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี&nbsp;(GAP)&nbsp;,&nbsp;ประเด็นการจัดทำข้อตกลงตามระบบเกษตรพันธสัญญาระหว่างเกษตรกรและผู้ประกอบการ&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218132158482"],
    [552,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเหลือเพียง 10 จุดเท่านั้น จากฝนที่ตกลงมา ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเหลือเพียง&nbsp;10&nbsp;จุดเท่านั้น&nbsp;จากฝนที่ตกลงมา&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือของไทย</strong>&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(17&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศเพียง&nbsp;10&nbsp;จุด&nbsp;โดยพบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;สุโขทัย&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;และนครราชสีมา&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนทั้งประเทศมีจำนวนลดน้อยลงเหลือเพียง&nbsp;5&nbsp;จังหวัดเท่านั้น&nbsp;เนื่องจากเกิดฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย&nbsp;ส่งผลให้วันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั้งประเทศอยู่ในระดับดีถึงดีมาก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;6,286&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;5,663&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;3,591&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;พบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;6&nbsp;วัน&nbsp;951&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเวียดนาม&nbsp;104&nbsp;จุด&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;73&nbsp;จุด&nbsp;จุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218134104495"],
    [553,"รองผู้ว่าฯ สตูล เปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 (ปฐมนิเทศ) โครงการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสำรวจออกแบบสะพานข้ามท่าส้ม ตำบลตำมะลัง อำเภอเมืองสตูล","<p><strong>นายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;(ปฐมนิเทศ)&nbsp;โครงการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสำรวจออกแบบสะพานข้ามท่าส้ม&nbsp;ต.ตำมะลัง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สตูล&nbsp;วันนี้&nbsp;(18&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมนครี&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;โรงแรมเดอะวัน&nbsp;บูทิค&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;โดยมีนายวโรภาส&nbsp;แสงพายัพ&nbsp;ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทสตูล&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;เอกชน&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;และผู้ให้บริการงานจ้างออกแบบ&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>เพื่อนำเสนอข้อมูลความเป็นมาโครงการ&nbsp;วัตถุประสงค์&nbsp;ขั้นตอน</strong>&nbsp;การดำเนินงาน&nbsp;การนำเสนอแนวคิดในการออกแบบเบื้องต้น&nbsp;การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและแผนการดำเนินงานการมีส่วนร่วมของประชาชนให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;ประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบ&nbsp;และประชาชนทั่วไปที่สนใจโครงการ&nbsp;ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะอื่นๆ&nbsp;เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาการออกแบบรายละเอียด</p><p><strong>โดยปัจจุบันชาวบ้านกาลันบาตู&nbsp;ตำบลตำมะลัง&nbsp;อำเภอเมืองสตูล</strong>&nbsp;ประสบปัญหาความยากลำบากในการสัญจรมายังฝั่งแผ่นดินใหญ่&nbsp;มีเรือเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่ใช้เป็นพาหนะในการข้ามฟากได้&nbsp;ทำให้เกิดไม่สะดวกอย่างมาก&nbsp;โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินประชาชนเจ็บป่วยรุนแรงจำเป็นต้องไปโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน&nbsp;หรือหากต้องมีการอพยพประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติก็ไม่สามารถดำเนินการได้ในทันที&nbsp;ซึ่งกรมทางหลวงชนบทได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนจึงมีแผนพัฒนาโครงข่ายคมนาคมในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก</p><p><strong>กรมทางหลวงชนบท&nbsp;จึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา&nbsp;ประกอบด้วย</strong>&nbsp;บริษัทวิชชากร&nbsp;จำกัด&nbsp;บริษัทเอ็นแคด&nbsp;คอนซัลแตนท์&nbsp;จำกัด&nbsp;บริษัทซีคอท&nbsp;จำกัด&nbsp;และบริษัทปานตะวัน&nbsp;ครีเอชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;เป็นผู้ดำเนินโครงการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสำรวจออกแบบสะพานข้ามท่าส้ม&nbsp;ตำบลตำมะลัง&nbsp;อำเภอเมืองสตูล&nbsp;รวมทั้งศึกษาความคุ้มค่าทางด้านเศรษฐศาสตร์&nbsp;ประมาณราคา&nbsp;และศึกษาความเหมาะสมของโครงการ&nbsp;เพื่อสนับสนุนการขนส่งและการท่องเที่ยวเชื่อมต่อโครงข่ายถนนในอนาคตอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218142231536"],
    [554,"ขยายสินเชื่อ 2.5 หมื่นล้านบาท หนุนผู้ประกอบกิจการยาง ถึงสิ้นปี 2565","<p><strong>นายกวีฉัฏฐ&nbsp;ศีลปพิพัฒน์&nbsp;รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;การยางแห่งประเทศไทย&nbsp;ขยายเวลาในการรับสมัครเข้าร่วมโครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์ยางวงเงินสินเชื่อ&nbsp;25,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ไปจนถึงเดือนธันวาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบกิจการยางขั้นปลายน้ำ&nbsp;ในการขยายกำลังการผลิต&nbsp;ปรับเปลี่ยนเครื่องจักรการผลิต&nbsp;โดยต้องเป็นผู้ประกอบการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางต่างๆ&nbsp;รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ถุงมือยางธรรมชาติ&nbsp;ซึ่งเป็นการกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์&nbsp;และรัฐจะชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน&nbsp;3%&nbsp;ต่อปี&nbsp;ตลอดระยะเวลาโครงการ&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;(2559-2569)&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะทำให้มีปริมาณการใช้ยางในประเทศเพิ่มมากขึ้นจากเดิม&nbsp;60,000&nbsp;ตัน/ปี&nbsp;เป็น&nbsp;100,000&nbsp;ตัน/ปี</p><p><strong>การขยายเวลาโครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง</strong>&nbsp;&nbsp;วงเงิน&nbsp;25,000&nbsp;ล้านบาทนี้&nbsp;จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการใช้ยางภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น&nbsp;นำไปสู่การดูดซับยางออกจากระบบเกิดการขยายกำลังการผลิต&nbsp;การแปรรูปยาง&nbsp;ผลักดันราคายางให้สูงขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218204534748"],
    [555,"รองผู้ว่าฯ ตรัง ประชุมพิจารณากรณีประชาชนขอคัดค้านการขอประทานบัตรเหมืองแร่ เนื่องจากจะกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ รวมทรัพยากรผืนป่าที่ชาวบ้านได้ช่วยกันอนุรักษ์เอาไว้","<p><strong>นายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานในกรประชุม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง&nbsp;สำงานธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;และชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลลิพัง&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;&nbsp;ที่ห้องประชุมอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อคัดค้านการขอประทานบัตรเหมืองแร่&nbsp;ของห้างหุ้นส่วนจำกัด&nbsp;โรงโมตรังภูทอง&nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ตำบลลิพัง&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตามประกาศของกรมอุตสาหกรรมพื้นที่ฐาน</strong>และการเหมืองแร่ที่ออกโดยกลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรม&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;เรื่องการขอประทานบัตรเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลลิพัง&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ตามคำขอที่&nbsp;1/2564&nbsp;โดยห้างหุ้นส่วนจำกัด&nbsp;โรงโมตรังภูทอง&nbsp;ซึ่งมีเนื้อที่&nbsp;173&nbsp;ไร่&nbsp;1&nbsp;งาน</p><p><strong>สำหรับการขอประทานบัตรเหมืองแร่ในพื้นที่ดังกล่าวนั้น</strong>&nbsp;มีชาวบ้านเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย&nbsp;แต่มีชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยนั้นมากกว่า&nbsp;เนื่องจากชาวบ้านเกรงว่าจะส่งผลกระทบในด้านของสิ่งแวดล้อม&nbsp;มลภาวะ&nbsp;โดยเฉพาะฝุ่น&nbsp;ควัน&nbsp;จากการระเบิดหิน&nbsp;ส่งผลเสียต่อสุขภาพของชาวบ้าน&nbsp;อีกทั้งพื้นที่หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ยังได้รับพระราชทานธงพิทักษ์ป่า&nbsp;เพื่อรักษาชีวิต&nbsp;สะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระบรมราชชะนีพันปีหลวง&nbsp;ทรงปลูกสร้างความรู้รัก&nbsp;สามัคคี&nbsp;ปรับเปลี่ยนจากผ็บุกรุกทำลายเป็นผ็ที่อนุรักษ์ป่าไม่ให้ถูกทำลาย&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;การขอประทานบัตรเหมืองแร่&nbsp;ของห้างหุ้นส่วนจำกัด</strong>&nbsp;โรงโมตรังภูทอง&nbsp;นั้นย่อมส่งผลกระทบต่อชาวบ้าน&nbsp;ในขณะที่รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;หารือร่วมกับชาวบ้านทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย&nbsp;รวมถึงการทำประชาพิจารณ์รับฟังมติของชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระหว่างชาวบ้านด้วยกัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218152037576"],
    [556,"ปภ. แจ้งเตือนจังหวัดภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหาครและปริมณฑล รับมือฝนฟ้าคะนอง 18-21 กุมภาพันธ์นี้","<p><strong>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong>&nbsp;ประสานแจ้งจังหวัดในภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย&nbsp;เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โดยจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด</strong>&nbsp;พร้อมประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย&nbsp;นำเครื่องมือเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเข้าประจำจุดเสี่ยงเพื่อให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ได้เน้นย้ำทุกหน่วยงานดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด</p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นอกจากนี้&nbsp;ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง&nbsp;หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง&nbsp;ใต้ต้นไม้ใหญ่&nbsp;ป้ายโฆษณา&nbsp;หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคงแข็งแรง&nbsp;ส่วนเกษตรกรให้จัดทำที่ค้ำยันต้นไม้หรือที่กำบัง&nbsp;ป้องกันพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย&nbsp;หากได้รับความเดือดร้อนขอความช่วยเหลือทางไลน์&nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ1784&nbsp;และสายด่วนนิรภัย1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218203756738"],
    [557,"จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลและติดตามผลการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมระดับจังหวัด","<p><strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;ประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลและติดตามผลการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมระดับจังหวัด&nbsp;ในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;วันนี้&nbsp;(18ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมในครั้งนี้&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมตาปีชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</p><p><strong>เพื่อพิจารณาให้ความเห็นต่อรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น&nbsp;(EE)&nbsp;</strong>โครงการอ่างเก็บน้ำธารประเวศ&nbsp;ตำบลบ้านใต้&nbsp;อำเภอเกาะพะงัน&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ดำเนินการในพื้นที่ป่า&nbsp;เกาะพะงัน&nbsp;เนื้อที่&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;1&nbsp;งาน&nbsp;11.99&nbsp;ตารางวา&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการของสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลาง&nbsp;ที่&nbsp;15&nbsp;ซึ่งจัดทำรายงาน&nbsp;โดยบริษัท&nbsp;เอ็นแคด&nbsp;คอนซัลแตนท์&nbsp;จำกัด&nbsp;และพิจารณาให้ความเห็นต่อรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น&nbsp;(EE&nbsp;โครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าให้พื้นที่เกาะต่างๆ&nbsp;เกาะกระเต็น&nbsp;(แตน)&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;ซึ่งจัดทำรายงานฯ&nbsp;โดยกลุ่มวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล&nbsp;โดยมหาวิทยาลัยรามคำแหง</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เรื่องกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม&nbsp;ในบริเวณท้องที่ตำบลตลิ่งงาม&nbsp;ตำบลบ่อผุด&nbsp;ตำบลมะเร็ต&nbsp;ตำบลแม่น้ำ&nbsp;ตำบลหน้าเมือง&nbsp;ตำบลอ่างทอง&nbsp;ตำบลสิปะน้อย&nbsp;อำเภอเกาะสมุย&nbsp;และตำบลเกาะพะงัน&nbsp;ตำบลบ้านใต้&nbsp;ตำบลเกาะเต่า&nbsp;อำเภอเกาะพะงัน&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และการต่ออายุประกาศกระทรวงฯ&nbsp;ฉบับดังกล่าว&nbsp;และคำสั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ที่&nbsp;289/2557&nbsp;ลงวันที่&nbsp;14&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2557&nbsp;เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลและติดตามผลการคุมครองสิ่งแวดล้อมระดับจังหวัดในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และอำนาจหน้าที่ตามคำสั่งดังกล่าว.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218165018638"],
    [558,"กรมอุทยานฯ ให้รื้อถอนรีสอร์ทและบ้านพักหรูริมเขื่อนศรีนครินทร์มูลค่า 20 ล้านบาท พร้อมเตรียมรื้อถอนเพิ่มอีก 7 แปลง มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท","<p><strong>กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ให้รื้อถอนรีสอร์ทและบ้านพักหรูริมเขื่อนศรีนครินทร์มูลค่า&nbsp;20&nbsp;ล้านบาท&nbsp;พร้อมเตรียมรื้อถอนเพิ่มอีก&nbsp;7&nbsp;แปลง&nbsp;มูลค่ารวมกว่า&nbsp;100&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายยุทธพงค์&nbsp;ดำศรีสุข&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์&nbsp;15&nbsp;คน&nbsp;ได้ติดประกาศแจ้งเตือนสั่งรื้อบ้านพักตากอากาศหรูริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์&nbsp;มูลค่า&nbsp;20&nbsp;ล้านบาท&nbsp;บริเวณป่าบ้านหาดแตง&nbsp;ต.ด่านแม่แฉลบ&nbsp;อ.ศรีสวัสดิ์&nbsp;จ.กาญจนบุรี&nbsp;ที่บุกรุกก่อสร้างบ้านพักตากอากาศในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์&nbsp;และสามารถตรวจยึดพื้นที่บุกรุกกว่า&nbsp;17&nbsp;ไร่&nbsp;มีสิ่งปลูกสร้างลักษณะรีสอร์ท&nbsp;บ้านพักตากอากาศลักษณะใหม่&nbsp;10&nbsp;รายการ&nbsp;พบมีผู้กระทำผิด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;คือ&nbsp;น.ส.พัชรินทร์&nbsp;นรนิล&nbsp;มีสามีเป็นชาวต่างชาติ&nbsp;ได้เข้ามาบุกรุกสร้างบ้านพักตากอากาศในอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2557&nbsp;ทำให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและตรวจยึดดำเนินคดีนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรด่านแม่แฉลบ&nbsp;โดยศาลจังหวัดกาญจนบุรีมีคำพิหากษา&nbsp;นางสาวพัชรินทร์&nbsp;นรนิล&nbsp;มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน&nbsp;เครื่องกระสุนปืน&nbsp;วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง&nbsp;และสิ่งเทียมอาวุธปืน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2490&nbsp;//&nbsp;พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2504&nbsp;และ&nbsp;พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;ซึ่งการกระทำของ&nbsp;น.ส.พัชรินทร์&nbsp;นรนิล&nbsp;เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปลงโทษจำคุก&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ปรับ&nbsp;24,200&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;พร้อมริบของกลางและให้จำเลยรื้อบ้านพักและอาคารตามฟ้องออกไปให้พ้นเขตอุทยานแห่งชาติ&nbsp;ส่วนคดีแพ่งกรมอุทยานฯ&nbsp;ได้ยื่นฟ้องค่าเสียหายกรณีบุกรุกพื้นที่ต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ในคดีแพ่งหมายเลขดำและศาลนัดไกล่เกลี่ย&nbsp;โดย&nbsp;นางสาวพัชรินทร์&nbsp;นรนิล&nbsp;ได้ตกลงและชำระเงินให้กรมอุทยานฯ&nbsp;300,000&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับคดีทางปกครองหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ได้ออกคำสั่งให้ผู้กระทำผิดดำเนินการทำลายหรือรื้อถอนสิ่งก่อสร้าง&nbsp;หรือสิ่งอื่นใดที่ผิดไปจากเดิมออกไปให้พ้นอุทยานแห่งชาติให้เสร็จสิ้นภายใน&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;หรือวันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวพนักงานเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์จะทำลายรื้อถอนสิ่งก่อสร้างดังกล่าวเอง&nbsp;ซึ่งผู้กระทำผิดจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายการที่พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการเสียเองกว่า&nbsp;366,666&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมต้องชำระเงินเพิ่มในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;15&nbsp;ต่อปีของค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้พนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์&nbsp;ยังมีคดีแปลงตรวจยึดของนายทุนที่มีลักษณะเป็นรีสอร์ทและบ้านพักตากอากาศ&nbsp;ซึ่งอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์จะดำเนินการรื้อถอน&nbsp;ทุบทิ้งตามกระบวนการของกฎหมายอีก&nbsp;7&nbsp;แปลง&nbsp;โดยสำนักบริการพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;3&nbsp;(บ้านโป่ง)&nbsp;อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลทางกฎหมายดำเนินการสั่งรื้อถอน&nbsp;หรือพิจารณาเข้ารื้อถอนเองในคดีแต่ละแปลงจะดำเนินการต่อเนื่องตามกฎหมาย&nbsp;สำหรับพื้นที่ทั้ง&nbsp;7&nbsp;แห่งมีมูลค่ารวมกันกว่า&nbsp;100&nbsp;ล้านบาท</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218165816643"],
    [559,"ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม เป็นประธานเปิดงานการถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกรเริ่มต้นการผลิตในปีเพาะปลูกใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่เหมาะสม","<p><strong>นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงานงานการถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกรเริ่มต้นการผลิตในปีเพาะปลูกใหม่&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่เหมาะสม&nbsp;ณ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;แปลงใหญ่มะพร้าวตำบลแพรกหนามแดง&nbsp;อำเภออัมพวา&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสมพิศ&nbsp;ทองดีนอก&nbsp;&nbsp;เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน&nbsp;เนื่องจากจังหวัดสมุทรสงครามได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรขึ้นทุกอำเภอรวม&nbsp;3&nbsp;ศูนย์&nbsp;และมีเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;56&nbsp;ศูนย์&nbsp;โดยองค์ความรู้ที่ปรากฏภายในศูนย์เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีสมัยใหม่กับภูมิปัญญาของเกษตรกรซึ่งมีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของพื้นที่เพื่อให้เกิดการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;องค์ความรู้จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาและโครงการพระราชดำริต่างๆ&nbsp;รวมทั้งการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าให้เกษตรกรได้เข้าถึงและนำไปประยุกต์ใช้ได้กว้างขวางขึ้น</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมคณะได้เยี่ยมชม&nbsp;การจัดกิจกรรมด้านการเกษตร</strong>&nbsp;การนำเสนอองค์ความรู้&nbsp;และบริการการเกษตรอื่นๆ&nbsp;โดยวิทยากรจากหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์,&nbsp;การจำหน่ายสินค้าของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;และเกษตรกรรุ่นใหม่หรือกลุ่มยังสมาร์ท&nbsp;พร้อมทั้งสถานีถ่ายทอดความรู้&nbsp;5&nbsp;สถานี&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.การแปรรูปผลิตภัณฑ์มะพร้าวเพื่อเพิ่มมูลค่า&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;การใช้รถแมคโคขุดลอกเลนในร่องสวนมะพร้าว&nbsp;โดยโครงการยกระดับเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;และการใช้&nbsp;โดรนฉีดพ่นสารเคมีในสวนมะพร้าว,&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.การป้องกันกำจัดศัตรูพืชในมะพร้าว&nbsp;ให้ความรู้เรื่องชนิดศัตรูพืชและการป้องกันกำจัด&nbsp;4.การบริหารจัดการน้ำในฤดูแล้ง&nbsp;และ&nbsp;5.การใช้เครื่องย่อยกิ่งไม้เพื่อทำปุ๋ยหมัก&nbsp;โดยโครงการยกระดับเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดและการจัดการดินปุ๋ย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218173346657"],
    [560,"ธกส.ส่งผู้แทนสาขาลงพื้นที่ตรวจเช็คหนี้สินเกษตรกรวางแนวทางช่วยเหลือพี่น้องประชาชน","<p>นายกฯ&nbsp;ติดตามการแก้ไขปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนและเกษตรกร&nbsp;ขณะที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;รับไม้ส่งผู้แทนสาขาลงพื้นที่&nbsp;ตรวจสุขภาพหนี้เกษตรกร&nbsp;พร้อมวางแนวทางช่วยเหลือฝ่าวิกฤต&nbsp;</p><p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ได้กำหนดนโยบายให้ปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน&nbsp;สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ราคาผลผลิตตกต่ำ&nbsp;ภัยธรรมชาติ</p><p><strong>ล่าสุดธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;</strong>ในฐานะธนาคารของรัฐ&nbsp;ได้ดำเนินการให้ผู้แทนแต่ละสาขาเข้าพบลูกค้าทุกรายเพื่อสอบถามข้อมูลการประกอบอาชีพและรายได้&nbsp;พร้อมกำหนดแนวทางบริหารจัดการหนี้ให้เหมาะสมกับศักยภาพของลูกค้าแต่ละราย&nbsp;ควบคู่การเติมสินเชื่อใหม่&nbsp;ในการฟื้นฟูอาชีพอย่างยั่งยืน&nbsp;พร้อมช่วยเหลือลูกค้าเงินกู้&nbsp;ทั้งเกษตรกร&nbsp;บุคคล&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และสถาบันเกษตรกร&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบ</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้มีเกษตรกรที่ใช้บริการสินเชื่อจาก&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จำนวน&nbsp;4.83&nbsp;ล้านราย&nbsp;การให้พนักงานของ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ลงพื้นที่พบลูกค้าเพื่อสอบถามข้อมูลการประกอบอาชีพ&nbsp;ที่มาของรายได้มาประเมิน&nbsp;โดยวิเคราะห์ศักยภาพสมรรถนะและความสามารถในการประกอบอาชีพ&nbsp;ความสามารถในการชำระหนี้&nbsp;เพื่อทำการบริหารจัดการหนี้ให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย&nbsp;รวมถึงการเติมสินเชื่อใหม่เพื่อฟื้นฟูอาชีพ&nbsp;รวมถึงพิจารณาช่วยเหลือลูกค้าที่มีหนี้สินเป็นภาระหนัก&nbsp;เนื่องจากรายได้ครัวเรือนลดลงหรือไม่ได้มีรายได้เพียงพอเพราะเหตุผิดปกติ&nbsp;เช่น&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;เจ็บป่วย&nbsp;ทุพพลภาพ&nbsp;ชราภาพ&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ยังเสริมสภาพคล่องในการลงทุนและการใช้จ่าย</strong>ในชีวิตประจำวัน&nbsp;ผ่านโครงการชำระดีมีคืน&nbsp;วงเงินงบประมาณ&nbsp;1,200&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ให้กับลูกค้าที่นำเงินมาชำระหนี้&nbsp;โดยจะทำการคืนดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝากลูกค้าโดยตรง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ของดอกเบี้ยที่ชำระจริง&nbsp;ไม่เกินรายละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ล่าสุดมีการคืนดอกเบี้ยไปแล้วกว่า&nbsp;622&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า&nbsp;850,000&nbsp;ราย&nbsp;และโครงการนาทีทองลดดอกเบี้ยสู้โควิด&nbsp;โดยจะลดดอกเบี้ยที่ค้างชำระรวมถึงเบี้ยปรับสูงสุด&nbsp;ไม่เกินร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ของดอกเบี้ยที่ชำระจริง&nbsp;ระยะเวลาตั้งแต่บัดนี้จนถึง&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;หรือจนกว่าจะเต็มวงเงินที่กำหนด&nbsp;โดยมีการช่วยเหลือไปแล้วกว่า&nbsp;1,110&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr&nbsp;#ธกส&nbsp;#หนี้เกษตรกร</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218185537694"],
    [561,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พบเกษตรกร โดย สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ ร่วมกับ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ","<p><strong>สวท.อำนาจเจริญ&nbsp;&nbsp;โดยนางสาวรัตนาวดี&nbsp;สายโท&nbsp;นักวิชาการสัตวบาลปฏิบัติการ&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวสรินทร์รัตน์&nbsp;พระสุมี&nbsp;นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ&nbsp;&nbsp;นางสาวภัณฑิรา&nbsp;วงศ์ก่อ&nbsp;นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายธนกฤต&nbsp;เนื้ออ่อน&nbsp;จ.วิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;สนง.กษ.อำนาจเจริญ&nbsp;&nbsp;ดำเนินรายการนำเสนอข่าวสาร&nbsp;โครงการฯ/กิจกรรม&nbsp;ดังต่อไปนี้</p><p><strong>1.&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;แนะวิธีดูแลสุขภาพสัตว์ในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;</strong>ช่วงนี้ตอนกลางวันอากาศร้อน&nbsp;ฝากเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;เฝ้าระวังและสังเกตอาการสัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;หากพบอาการผิดปกติ&nbsp;ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทราบทันที&nbsp;สำหรับ&nbsp;โค-กระบือ&nbsp;ควรจัดหาอาหาร&nbsp;หญ้า&nbsp;และน้ำให้เพียงพอ&nbsp;รวมทั้งร่มเงาสำหรับสัตว์ในตอนกลางวัน&nbsp;ส่วนสัตว์ปีก&nbsp;ไก่&nbsp;เป็ด&nbsp;ควรจัดหาน้ำให้เพียงพอตลอดเวลา</p><p>2.&nbsp;ปศุสัตว&nbsp;เชิญชวนเกษตรกร&nbsp;ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมปศุสัตว์เปิดให้บริการเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ทั่วประเทศ&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;ตัวขึ้นไป&nbsp;ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ได้แล้ว&nbsp;วันนี้&nbsp;&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;สามารถติดต่อขอขึ้นทะเบียนได้ที่&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่ที่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ได้ทำการเลี้ยงสัตว์&nbsp;เพื่อทำเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญที่จะนำมาพัฒนาและการได้รับสิทธิประโยชน์จากภาครัฐ&nbsp;กรณีประสบภัยพิบัติ&nbsp;และโรคระบาดสัตว์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.1&nbsp;ขั้นตอนการขอขึ้นทะเบียน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เตรียมบัตรประจำตัวประชาชนให้พร้อม&nbsp;(ใช้เพียงใบเดียวก็สามารถทำได้แล้ว)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ครัวเรือนเกษตรกร&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;จะขอขึ้นทะเบียนได้เพียง&nbsp;1&nbsp;คนเท่านั้น&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอทุกอำเภอที่ใกล้ท่าน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.2&nbsp;เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรแล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ให้ไปปรับปรุงทะเบียนเกษตรทุกปี&nbsp;เนื่องจากจะมีจำนวนสัตว์ที่แจ้งลงทะเบียนไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วเปลี่ยนไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.3&nbsp;ประโยชน์ของการขึ้นทะเบียนเกษตรกร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ได้รับความช่วยเหลือเมื่อประสบภัยพิบัติ&nbsp;เช่น&nbsp;ภัยน้ำท่วม&nbsp;ภัยแล้ง&nbsp;และโรคระบาดสัตว์&nbsp;เป็นต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ได้รับการฝึกอบรมให้ความรู้และสนับสนุนปัจจัยการเลี้ยงสัตว์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ได้รับความช่วยเหลือให้เข้าร่วมโครงการต่างๆ&nbsp;ของรัฐบาล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;***&nbsp;อย่างไรก็ตามเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ทุกท่าน&nbsp;สามารถติดต่อขอขึ้นทะเบียนได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอพื้นที่ที่ท่านเลี้ยงสัตว์ได้แล้ววันนี้&nbsp;!!!</p><p><strong>3.&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;เตือนผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;เฝ้าระวังโรคอหิวาห์ตแอฟริการในสุกร</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;AFRICAN&nbsp;SWINE&nbsp;FEVER&nbsp;โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;เป็นโรคไวรัสที่ระบาดในสุกร&nbsp;หากเกิดโรคจะทำให้ตายเป็นจำนวนมาก&nbsp;ยังไม่มีวัคซีนและวิธีการรักษาที่จำเพาะ&nbsp;เป็นโรคที่ไม่ติดต่อสู่คน&nbsp;สามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมหรือซากได้นานหลายเดือน&nbsp;ประเทศที่มีการระบาด&nbsp;จะมีผลกระทบที่รุนแรงต่อเศรษฐกิจและสังคม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อาการของโรค&nbsp;ตายเฉียบพลัน&nbsp;มีไข้สูง&nbsp;ผิวหนังแดง&nbsp;มีจุดเลือด&nbsp;ออกหรือรอยช้ำโดยเฉพาะใบหู&nbsp;ท้อง&nbsp;ขาหลัง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การติดต่อของโรค&nbsp;การสัมผัสสิ่งคัดหลั่งของสุกรป่วย&nbsp;การหายใจเอาเชื้อเข้าไป&nbsp;การกินอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อน&nbsp;การโดนเห็บที่มีเชื้อกัด&nbsp;&nbsp;มีอาการทางระบบอื่น&nbsp;เช่นทางเดินหายใจ&nbsp;ทางเดินอาหาร&nbsp;การแท้งในทุกช่วงของการตั้งท้อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พบทุกกลุ่มและทุกช่วงอายุ&nbsp;อัตราป่วย&nbsp;100%&nbsp;อัตราตาย&nbsp;30-100%&nbsp;ในลูกสุกร&nbsp;อัตราตายสูง&nbsp;80-100%&nbsp;ภายใน&nbsp;14&nbsp;วัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การป้องกัน&nbsp;:&nbsp;เข้มงวดระบบการป้องกันโรค&nbsp;เช่น&nbsp;รู้แหล่งที่มาของสุกร&nbsp;ห้ามคนนอกเข้าฟาร์ม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;แจ้งเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที&nbsp;เพื่อเร่งดำเนินการช่วยเหลือ&nbsp;หรือติดต่อ&nbsp;Call&nbsp;center&nbsp;:&nbsp;063-225-6888&nbsp;หรือแจ้งผ่าน&nbsp;Application&nbsp;DLD&nbsp;4.0&nbsp;(แจ้งการเกิดโรคระบาด)&nbsp;ห้ามเคลื่อนย้ายสุกรออกจากฟาร์ม</p><p><strong>4.&nbsp;โรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;เป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน</strong>&nbsp;สามารถป้องกันได้&nbsp;สิ่งสำคัญที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;การสร้างความตระหนักรู้ป้องกันตนเองอย่างถูกต้องหลังจากสัมผัสเชื้อโรค&nbsp;เนื่องจากโรคนี้ไม่ได้แสดงอาการทันทีหลังถูกสัตว์กัด&nbsp;ประชาชนทุกคนสามารถร่วมมือร่วมใจกันกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมด&nbsp;โดยใช้หลัก&nbsp;3&nbsp;ป.&nbsp;ดังนี้&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ป.ที่&nbsp;1&nbsp;คือ&nbsp;ป้องกันสัตว์เป็นโรค&nbsp;&nbsp;โดยการนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;เริ่มฉีดครั้งแรกเมื่ออายุ&nbsp;2-4&nbsp;เดือน&nbsp;และฉีดซ้ำตามกำหนดทุกปี&nbsp;ทำหมันสุนัขถาวรเพื่อไม่ให้มีจำนวนมากเกินความต้องการ&nbsp;จะช่วยลดสุนัขจรจัด&nbsp;และหากพบสัตว์ตายผิดปกติ&nbsp;ขอให้ส่งซากสัตว์ไปตรวจหาเชื้อซึ่งปัจจุบันสามารถส่งได้ทั้งตัวไม่ต้องตัดหัว&nbsp;ผู้ที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ&nbsp;ส่งตรวจได้ที่สถานเสาวภา&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;ในต่างจังหวัดส่งที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดและอำเภอ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ป.ที่&nbsp;2&nbsp;คือ&nbsp;ป้องกันการถูกกัด&nbsp;ไม่ปล่อยสุนัขหรือแมวออกนอกบ้านตามลำพัง&nbsp;หากต้องพาออกไปนอกบ้านให้ใส่สายจูง&nbsp;นอกจากนี้ประชาชนยังสามารถหลีกเลี่ยงการถูกกัดโดยยึดคาถา&nbsp;5&nbsp;ย.&nbsp;คือ&nbsp;1.อย่าแหย่ให้สุนัขโมโห&nbsp;โกรธ&nbsp;2.อย่าเหยียบหาง&nbsp;หัว&nbsp;ตัว&nbsp;ขา&nbsp;หรือ&nbsp;ทำให้สุนัขหรือสัตว์ต่างๆ&nbsp;ตกใจ&nbsp;3.อย่าแยกสุนัขที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า&nbsp;4.อย่าหยิบชามข้าวหรือเคลื่อนย้ายอาหารขณะที่สุนัขกำลังกินอาหาร&nbsp;และ&nbsp;5.อย่ายุ่งหรือเข้าใกล้กับสุนัขที่ไม่มีเจ้าของหรือไม่ทราบประวัติ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ป.ที่&nbsp;3&nbsp;ป้องกันหลังถูกกัด&nbsp;โดยรีบล้างแผลด้วยน้ำและสบู่อย่างเบามือนานอย่างน้อย&nbsp;10&nbsp;นาที&nbsp;เพื่อกำจัดเชื้อออกไปให้มากที่สุด&nbsp;จากนั้นใส่ยาฆ่าเชื้อที่บาดแผล&nbsp;และกักสุนัขเพื่อดูอาการ&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;หากสุนัขตายให้ส่งตรวจหาเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;และไปพบแพทย์&nbsp;เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ควรฉีดให้ครบชุดและตรงตามแพทย์นัด&nbsp;อาจท่องจำง่ายๆ&nbsp;คือ&nbsp;\"ล้างแผล&nbsp;ใส่ยา&nbsp;กักหมา&nbsp;หาหมอ&nbsp;และฉีดวัคซีนให้ครบ&nbsp;เพียงเท่านี้ก็สามารถป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าได้</p><p><strong>5.&nbsp;ผลการดำเนินการชดเชยภัยพิบัติกรณี&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;มีการประชุม&nbsp;ก.ช.ภ.จ.&nbsp;(คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด)&nbsp;ในวันที่&nbsp;23/12/64&nbsp;โดยมีท่านธนูสินธ์&nbsp;ไชยสิริ&nbsp;ท่านรองผู้ว่าราชจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานในการประชุมครั้งนี้&nbsp;ผลการพิจารณาคณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินฯ&nbsp;กรณีโรคระบาดสัตว์&nbsp;ชนิดลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;1,676&nbsp;ราย&nbsp;โคจำนวน&nbsp;1,789&nbsp;ตัว&nbsp;กระบือ&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;รวมสัตว์ทั้งสิ้น&nbsp;1792&nbsp;ตัว&nbsp;วงเงินช่วยเหลือทั้งหมดในรอบนี้คือ&nbsp;36,382,000&nbsp;บาท&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดก็ได้ดำเนินการส่งเอกสารหลักฐานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ไปยังกรมปศุสัตว์ส่วนกลางให้หน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบข้อมูล&nbsp;เรียบร้อยแล้ว&nbsp;กรมปศุสัตว์ก็จะดำเนินการส่งเอกสาร&nbsp;หลักฐานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ส่งไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ถ้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตรวจสอบแล้วถูกต้อง&nbsp;จะดำเนินการโอนเงินให้เกษตรกรได้&nbsp;เพราะฉนั้นเกษตรกรควรจะตรวจสอบบัญชีของตัวเองว่ามีการเคลื่อนไหวบัญชีอยู่ตลอดไหม&nbsp;เพื่อไม่ให้บัญชีถูกปิด&nbsp;หากบัญชีถูกปิด&nbsp;เมื่อสำนักงานปศุสัตว์โอนเงินเข้าบัญชีก็จะไม่สามารถรับเงินได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สาเหตุที่ล่าช้าเนื่องจาก&nbsp;มีหลายขั้นตอนในการพิจารณา&nbsp;ต้องผ่าน&nbsp;ก.ช.ภ.อ.&nbsp;ก.ช.ภ.จ.&nbsp;และทางรัฐบาลมีการกำหนดเกณฑ์เงินชดเชยใหม่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จาก&nbsp;อายุน้อยกว่า&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;6,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็น&nbsp;&nbsp;&nbsp;13,000&nbsp;&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;ถึง&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;22,000&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็น&nbsp;&nbsp;&nbsp;24,000&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มากกว่า&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ถึง&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;29,000&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็น&nbsp;&nbsp;&nbsp;32,000&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มากกว่า&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;&nbsp;35,000&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็น&nbsp;&nbsp;&nbsp;39,000&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จึงทำให้ต้องมีการแก้ไขข้อมูลในส่วนของเงินชดเชยใหม่&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้รับเงินชดเชยจากสัตว์ตายมากขึ้นและเป็นผลประโยชน์แก่เกษตรกรอีกด้วย</p><p><strong>6.&nbsp;กลุ่มสุขภาพสัตว์สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;การรณรงค์การฉีดวัคซีนโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;&nbsp;การฉีดวัคซีนโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;54,480&nbsp;ตัว&nbsp;ฉีดไปแล้ว&nbsp;54,480&nbsp;ตัว&nbsp;ภาพรวมการฉีดวัคซีน&nbsp;100%&nbsp;ทั้งจังหวัด&nbsp;การฉีดให้ฟังจากผู้นำชุมชนประกาศ&nbsp;หลังฉีด&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;ดูอาการว่ามีผลข้างเคียงไหม&nbsp;และในช่วงระยะเวลา&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;ให้เกษตรกร&nbsp;คอยสังเกตอาการสัตว์เลี้ยงของตัวท่านเองด้วย&nbsp;หากพบอาการผิดปกติให้แจ้งที่&nbsp;สนง.ปศุสัตว์อำเภอที่ท่านอยู่ทันที&nbsp;เพื่อลดการสูญเสีย&nbsp;และเกษตรกรที่เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;แล้วยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;สามารถมาติดต่อและลงทะเบียนได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;เมื่อได้รับการจัดสรรวัคซีนมาเพิ่ม&nbsp;หน่วยงานจะดำเนินการลงพื้นที่ฉีดวัคซีนทันที</p><p><strong>7.&nbsp;กลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตอนนี้ราคาเนื้อสุกร&nbsp;ได้ปรับลดลงแล้ว&nbsp;เนื้อแดง(สะโพก)&nbsp;ราคาเฉลี่ยอยู่ที่&nbsp;160-170&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค&nbsp;และส่งเสริมให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์ปลอดภัย&nbsp;รองรับสินค้า&nbsp;7&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;เนื้อเป็ด&nbsp;เนื้อโค&nbsp;ไข่ไก่สด&nbsp;ไข่เป็ดสด&nbsp;ไข่นกกระทาสด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เน้นหลักเกณฑ์&nbsp;4&nbsp;ประการ...สินค้าที่นำมาขายต้องมาจากฟาร์มมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;เชือดจากโรงฆ่าสัตว์ที่ได้รับใบอนุญาต&nbsp;หรือผลิตจากสถานที่รวบรวมไข่ที่ได้รับการรับรอง&nbsp;จำหน่ายในสถานที่สะอาดถูกสุขลักษณะ&nbsp;และสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของสินค้าได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เราจะรู้และเลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์ได้อย่างไร&nbsp;ด้วยสถานที่จำหน่ายที่ผ่านการรับรอง&nbsp;จะได้รับใบประกาศและป้ายสัญลักษณ์&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;ไว้แสดง&nbsp;ณ&nbsp;จุดจำหน่าย&nbsp;ทำให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นในการเลือกซื้อสินค้า&nbsp;ว่ามีคุณภาพ&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;และผ่านการตรวจสอบรับรองจากกรมปศุสัตว์&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;สัญลักษณ์สร้างความเชื่อมั่นในการเลือกซื้อสินค้าว่ามีคุณภาพ&nbsp;ปลอดภัย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218191746709"],
    [562,"งานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตร (ศพก.) ปี 2565  จังหวัดอำนาจเจริญ","<p>นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานเปิดงานเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เกษตรกร&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการจัดงาน&nbsp;พร้อมด้วยนายธวัชชัย&nbsp;นาราษฎร์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและโครงการพิเศษ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ/ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;เพื่อการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;โดยมี&nbsp;นายรัตนชาติ&nbsp;เกียรติภูมิวัฒนา&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;กล่าวรายงานการจัดงาน&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลนาหมอม้า&nbsp;อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</p><p><strong>การดำเนินงานจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่</strong>&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อถ่ายทอดความรู้&nbsp;และให้บริการแก่เกษตรกรในชุมชนให้ได้รับความรู้&nbsp;เข้าถึงปัจจัยการ&nbsp;ผลิต&nbsp;ลดความเสี่ยงในการบริหารจัดการให้เกิดความเข้มแข็ง&nbsp;สร้างแหล่งอาหารปลอดภัยในชุมชน&nbsp;ลดรายจ่าย&nbsp;เพิ่มรายได้&nbsp;ซึ่งจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;กำหนดให้&nbsp;จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ในทุกอำเภอๆ&nbsp;ละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;รวม&nbsp;7&nbsp;ครั้ง</p><p><strong>ซึ่งในครั้งนี้มีการจัดฐานเรียนรู้&nbsp;ฟังการบรรยายพร้อมสาธิต&nbsp;</strong>และฝึกปฏิบัติ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ฐาน&nbsp;ดังต่อไปนี้</p><p>&nbsp;ฐานเรียนรู้ที่&nbsp;1&nbsp;เรื่อง&nbsp;การจัดการดินและปุ๋ย</p><p>&nbsp;ฐานเรียนรู้ที่&nbsp;2&nbsp;เรื่อง&nbsp;หลักการจัดการศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน</p><p>&nbsp;ฐานเรียนรู้ที่&nbsp;3&nbsp;เรื่อง&nbsp;การลดต้นทุน/การเพิ่มผลผลิตข้าว</p><p>และรับชมนิทรรศการด้านการเกษตรจากหน่ายงานราชการ,หน่วยงานเอกชน/การออกร้านจำหน่ายผลผลิตจากเกษตรกรในชุมชน</p><p><strong>การจัดงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก&nbsp;ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง</strong>&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลนาหมอม้า&nbsp;อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;และพี่น้องเกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่&nbsp;และเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการ&nbsp;ผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;คณะผู้ดำเนินการจัดงาน&nbsp;หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;หน่วยงานทุกหน่วยงานที่มีส่วนช่วยสนับสนุนในการจัดงานครั้งนี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#สำนักงานเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จ.อำนาจเจริญ&nbsp;สนง.กษ.อจ.</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218192903713"],
    [563,"ร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเชิงพื้นที่ (SDG Localization) ผ่านระบบประชุมทางไกล Application Zoom","<p><strong>วันศุกร์&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพระมงคลมิ่งเมือง</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;มอบหมาย&nbsp;&nbsp;นางสาวอุทัยวรรณ&nbsp;เพ็งธรรม&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;ชำนาญการ&nbsp;เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเชิงพื้นที่&nbsp;(SDG&nbsp;Localization)&nbsp;ผ่านระบบประชุมทางไกล&nbsp;Application&nbsp;Zoom&nbsp;เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและองค์ความรู้เกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;(SDGs)&nbsp;ให้กับหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องในระดับพื้นที่&nbsp;และหารือแลกเปลี่ยนและติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อน&nbsp;SDGs&nbsp;ทั้งในหน่วยงานส่วนกลาง&nbsp;ส่วนภูมิภาค&nbsp;ส่วนท้องถิ่น&nbsp;และภาคีเครือข่ายการพัฒนาที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;ดร.ธัชไท&nbsp;กีรติพงค์ไพบูลย์&nbsp;สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ</strong>&nbsp;การกล่าวเปิดและบรรยายสรุปภาพรวมการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อน&nbsp;SDGs&nbsp;ไทยในระดับพื้นที่&nbsp;ดร.สุวิทย์&nbsp;เมษินทรีย์&nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;เป็นวิทยากรการบรรยายพิเศษเรื่อง&nbsp;\"จิ๊กซอว์ความสำเร็จของประเทศไทยที่ยั่งยืน\"&nbsp;ประชุมกลุ่มย่อย&nbsp;4&nbsp;กลุ่ม&nbsp;(การรับมือกับภัยพิบัติ&nbsp;การลดความยากจน&nbsp;การพัฒนาเมืองสู่เมืองคาร์บอนต่ำ&nbsp;และการศึกษา)&nbsp;สรุปภาพรวมการประชุมฯ&nbsp;และการดำเนินการต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#สนง.เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218193108716"],
    [564,"เกษตรนครพนม เปิดเวทีถ่ายทอดความรู้การประชุมออนไลน์ หวังต่อยอดสู่เกษตรกรในพื้นที่ ปรับตัวในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง","<p><strong>ที่ศูนย์สารสนเทศยางพารา&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอ&nbsp;(DW)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรและถ่ายทอดความรู้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่&nbsp;ซึ่งมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;เข้าร่วมการจัดเวทีฯ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;และร่วมรับฟังการประชุมออนไลน์ในพื้นที่เพื่อให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดประชุมในระบบออนไลน์ได้อย่างเข้าใจและสามารถปรับใช้ในการทำงานส่งเสริมการเกษตรในสถานการณ์โควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัย</p><p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>สำหรับในการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอ&nbsp;(DW)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;เป็นการดำเนินงานตามระบบส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การการทำงาน&nbsp;และรับการถ่ายทอดความรู้เทคนิคการเป็นผู้จัดประชุมและจัดการฝึกอบรมแบบออนไลน์&nbsp;รวมทั้งเทคนิคในการจัดทำแผนการผลิตรายบุคคล&nbsp;(IFPP)&nbsp;ที่สามารถนำไปต่อยอดการใช้ประโยชน์ในการส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป&nbsp;และในปัจจุบันการดำเนินงานตามระบบส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ได้มีการปรับรูปแบบในการดำเนินงานโดยเน้นการใช้ช่องทางผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากยิ่งขึ้น&nbsp;จึงทำให้เจ้าหน้าที่เองจะต้องมีการปรับตัวและใช้สื่อเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องเกษตรกรในการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;โดยในการจัดเวทีในครั้งนี้นอกจากเจ้าหน้าที่จะได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกันแล้วยังได้เรียนรู้ถึงขั้นตอนและวิธีการในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการช่วยเหลือและร่วมขับเคลื่อนภาคการเกษตรในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218192917714"],
    [565,"เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ เผย จังหวัดบุรีรัมย์ตั้งเป้า พ.ศ. 2567 ปลอดการเผา 100%","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายดำรง&nbsp;ปลั่งกลาง&nbsp;เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่า&nbsp;ภายในปี&nbsp;2566-2567&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์จะต้องปลอดการเผา&nbsp;100%&nbsp;โดยปี&nbsp;2565&nbsp;ได้มีการขอความร่วมมือให้โรงงานน้ำตาล&nbsp;รับอ้อยเผาได้ไม่เกิน&nbsp;10%&nbsp;ของอ้อยที่เข้าโรงงานทั้งหมด&nbsp;ปีถัดไปจะขอความร่วมมือให้รับอ้อยเผาลดลงอีก&nbsp;5%&nbsp;และงดรับอ้อยเผาในปี&nbsp;2567&nbsp;ซึ่งจากการสอบถามโรงงานและสมาคม&nbsp;พบว่า&nbsp;ในปีนี้มีเครื่องจักรตัดอ้อยเพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;แต่ยังคงพบเห็นผู้ไม่ให้ความร่วมมือในการงดเผาอ้อย&nbsp;ซึ่งกรณีที่ส่งอ้อยเผาเข้าไปยังโรงงาน&nbsp;จะถูกหักตันละ&nbsp;30&nbsp;บาท&nbsp;และถูกนำเงินที่ได้ไปเฉลี่ยให้กับผู้ที่ตัดอ้อยสด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับการเผาที่นา&nbsp;ที่อาจเกิดได้จากความจงใจของเกษตรกร&nbsp;</strong>หรือเกิดขึ้นตามธรรมชาติ&nbsp;นอกจากอาจส่งผลให้เกิดการฟ้องร้อง&nbsp;กรณีไฟลุกลามไปยังที่นาผู้อื่นและทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน&nbsp;หรือเกิดข้อร้องเรียนจากฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;ที่ทำลายร่างกายคนในชุมชนแล้ว&nbsp;การเผาที่นายังเป็นการทำลายอินทรียวัตถุ&nbsp;ที่สามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยลดภาระค่าใช้จ่ายได้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218185001690"],
    [566,"จังหวัดบุรีรัมย์ เดินหน้าพิจารณาให้การรับรองเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายอนุพงศ์&nbsp;สุขสมนิตย์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์</strong>&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ในการประชุมคณะกรรมการรับรองสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;ข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชาติชาย&nbsp;ศรีษะนอก&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;และคณะกรรมการฯ&nbsp;จากส่วนราชการ&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมพิจารณาให้การรับรองเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองบุรีรัมย์&nbsp;อำเภอห้วยราช&nbsp;อำเภอประโคนชัย&nbsp;อำเภอเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;อำเภอนางรอง&nbsp;และอำเภอละหานทราย&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;การตรวจสอบการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์</strong>&nbsp;ต้องมีคุณสมบัติ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เป็นเกษตรกรที่มีพื้นที่ปลูกข้าวในจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ในเขตพื้นที่ดินภูเขาไฟตามประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;เป็นเกษตรกรที่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;หรืออินทรีย์&nbsp;เป็นเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ผลิตข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์กับสำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;ใช่เมล็ดพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ&nbsp;105&nbsp;หรือ&nbsp;กข.15&nbsp;ในการผลิต&nbsp;มาจากแหล่งและพันธุ์ดี&nbsp;จากกรมการข้าว&nbsp;ศูนย์ข้าวชุมชน&nbsp;หรือสหกรณ์การเกษตรที่ผลิตเมล็ดพันธุ์โดยมีรอบการใช้เมล็ดพันธุ์ดีไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ฤดูการผลิต&nbsp;และมีการปฏิบัติการป้องกันกำจัดศัตรูข้าว&nbsp;การให้ปุ๋ย&nbsp;การเก็บเกี่ยวตามมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;หรือ&nbsp;มาตรฐานอินทรีย์&nbsp;หากตรวจพบว่าเกษตรกรไม่มีคุณสมบัติดังกล่าว&nbsp;คณะกรรมการมีสิทธิ์ในการยกเลิกการขึ้นทะเบียนเกษตรกรเป็นผู้ผลิตข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218185712695"],
    [567,"ศูนย์หม่อนไหมฯ ขอนแก่น ตรวจรับรองผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น","<p><strong>นางสาวจิราลักษณ์&nbsp;ปรีดี&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นางอมรรัตน์&nbsp;โวหาร&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายปรมัตถ์&nbsp;เหล่าวอ&nbsp;นางสาวจริยา&nbsp;สุระเสนา&nbsp;และ&nbsp;นางสาวนงลักษณ์&nbsp;เชี่ยวชาญ&nbsp;ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้านมาตรฐานหม่อนไหม&nbsp;ลงพื้นที่ส่งเสริมให้คำแนะนำการผลิตผ้าไหม&nbsp;ให้ได้มาตรฐานตามหลักเกณฑ์ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน&nbsp;พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมกลุ่มเกษตรกรผู้ทอผ้าไหม&nbsp;ตรวจประเมินสถานที่&nbsp;กระบวนการผลิต&nbsp;เพื่อให้ผลิตผ้าไหมที่มีมาตรฐานสอดคล้องกับความต้องการของตลาดผ้าไหมในปัจจุบันและอนาคต</p><p>กลุ่มเป้าหมาย&nbsp;คือกลุ่มเกษตรกรและผู้ผลิตผ้าไหมในพื้นที่&nbsp;อ.หนองสองห้อง&nbsp;และ&nbsp;อ.ชนบท&nbsp;จังหวัดขอนแก่น</p><p><strong>ซึ่งในกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;กลุ่มเกษตรผู้ผลิตผ้าไหมให้ความสนใจและมีความพึงพอใจในการบริการ</strong>และการให้การรับรองมาตรฐานตรานกยูงพระราชทานเป็นอย่างดี&nbsp;เพื่อพัฒนาสินค้าของกลุ่มให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน&nbsp;ยกระดับและเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218190352701"],
    [568,"สหกรณ์การเกษตรนาโพธิ์  จังหวัดบุรีรัมย์ ช่วยเหลือสมาชิกรับซื้อข้าวเปลือกราคาสูงกว่าท้องตลาด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายสุภาพ&nbsp;เกิดบุญ&nbsp;สหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ลงพื้นที่สหกรณ์การเกษตรนาโพธิ์&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;อ.นาโพธิ์&nbsp;จ.บุรีรัมย์&nbsp;ตรวจสอบการให้บริการของเจ้าหน้าที่&nbsp;หลังสหกรณ์การเกษตรนาโพธิ์&nbsp;จำกัด&nbsp;เปิดช่องทางการช่วยเหลือเกษตรกรแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ&nbsp;เปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกแห้งจากสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรทั่วไปในราคาที่สูงกว่าท้องตลาด&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดย&nbsp;นายสุภาพ&nbsp;เกิดบุญ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ช่วงการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวในฤดูกาลผลิตปี&nbsp;2564/2565&nbsp;เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนหลังขายข้าวได้ในราคาที่ถูก&nbsp;รายรับไม่สมดุลกับรายจ่ายที่ลงทุนไป&nbsp;ทำให้เกษตรกรขาดทุนไร้กำไรจากการทำนา&nbsp;สหกรณ์การเกษตรจึงเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;อย่างสหกรณ์การเกษตรนาโพธิ์&nbsp;มีช่องทางการช่วยเหลือเกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ด้วยการรับซื้อข้าวเปลือกแห้งจากสมาชิกในราคาที่สูงกว่าท้องตลาด&nbsp;ที่เปอร์เซ็นต์ข้าว&nbsp;42&nbsp;กรัม&nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&nbsp;12&nbsp;บาท&nbsp;และมีโปรโมชั่นเพิ่มส่วนต่างให้กับสมาชิกที่นำข้าวเปลือกมาจำหน่ายโดยการขายเพื่อชำระหนี้ให้กับสหกรณ์&nbsp;จะได้รับส่วนต่างเพิ่มขึ้นอีก&nbsp;100&nbsp;บาทต่อตัน&nbsp;แต่หากไม่ชำระหนี้จะได้รับส่วนต่างเพิ่มขึ้น&nbsp;50&nbsp;บาทต่อตัน&nbsp;นอกจากจะเป็นการช่วยเหลือสมาชิกเกษตรกรแล้ว&nbsp;ยังสร้างการมีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจรวบรวมผลผลิตทางการเกษตรและส่งเสริมการเพิ่มปริมาณธุรกิจของสหกรณ์อีกด้วย&nbsp;นอกจากนี้สหกรณ์การเกษตร&nbsp;ได้มีแนวทางการสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกสหกรณ์&nbsp;โดยการสนับสนุนแหล่งเงินทุนในการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้กับการทำการเกษตรให้มีประสิทธิ์ภาพมากขึ้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ด้าน&nbsp;นางทองสุข&nbsp;บุตรไธสง&nbsp;หนึ่งในเกษตรกร</strong>&nbsp;ที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มสหกรณ์การเกษตรนาโพธิ์&nbsp;จำกัด&nbsp;มากว่า&nbsp;27&nbsp;ปี&nbsp;เล่าว่า&nbsp;ก่อนหน้านี้เกษตรกรได้รับเดือดร้อนเป็นอย่างมากจากการโดนกดราคาข้าวจากพ่อค้าคนกลาง&nbsp;หลังจากเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ทำให้ตนเองมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น&nbsp;นอกจากจะได้รับความรู้ทางการเกษตรในด้านต่างๆ&nbsp;แล้ว&nbsp;ยังสามารถรวมกลุ่มเกษตรกรกู้เงินเพื่อไปลงทุนในการพัฒนาที่นาในอัตราดอกเบี้ยต่ำ&nbsp;รวมถึงนำเงินมาฝากได้เงินปันผล&nbsp;นำข้าวมาขายได้ในราคาดี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218191242708"],
    [569,"เกษตรยะลา ลงพื้นที่เพื่อจัดเก็บข้อมูล คัดเลือกเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด อำเภอยะหา จังหวัดยะลา","<p><strong>คณะกรรมการฝ่ายประกวดเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อจัดเก็บข้อมูล&nbsp;คัดเลือกเกษตรกรดีเด่น&nbsp;</strong>บุคลากรทางการเกษตร&nbsp;และสถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยในช่วงเช้าได้ลงเก็บข้อมูลการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น&nbsp;สาขาอาชีพไร่นาสวนผสมของ&nbsp;นางผิว&nbsp;เสาะสุวรรณ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;27&nbsp;ม.&nbsp;6&nbsp;ต.ละแอ&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;และช่วงบ่ายได้ลงเก็บข้อมูลสาขาอาชีพทำสวนของนายสุริยนทร์&nbsp;ศรีสุข&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;11/1&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ตาชี&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งในการเก็บข้อมูลครั้งนี้&nbsp;ได้มีหน่วยงานราชการ&nbsp;และเกษตรกรเครือข่ายในชุมชน&nbsp;ร่วมให้ข้อมูลสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมทางการเกษตรของเกษตรกร&nbsp;เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218193107715"],
    [570,"กอนช. เฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมากและลมแรงในพื้นที่ภาคใต้ต่อเนื่อง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมากและลมแรงในพื้นที่ภาคใต้ต่อเนื่อง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(19&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศแปรปรวน&nbsp;โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;70&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;67&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และราชบุรี&nbsp;61&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;31,843&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;55&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;25,553&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;53&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จางและเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;และแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-02-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219092141808"],
    [571,"เช้านี้ค่าฝุ่นPM2.5ใน กทม. ปริมณฑล และภาคเหนืออยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ โดยฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และภาคเหนืออยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;โดยฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(19&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีลมพัด&nbsp;และหลายพื้นที่มีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;20&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-02-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219093602810"],
    [572,"น้ำทะเลและชายหาดมาบตาพุด-เกาะมัน จ.ระยอง ภาพรวมน้ำทะเลปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน","<p><strong>น้ำทะเลและชายหาดมาบตาพุด-เกาะมัน&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ภาพรวมน้ำทะเลปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออกและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;ได้ร่วมกันตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลและการปนเปื้อนของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนในสิ่งแวดล้อมบริเวณชายหาดและนอกชายฝั่ง&nbsp;มาบตาพุด-หมู่เกาะมัน&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;คือ&nbsp;หาดสุชาดา&nbsp;หาดแสงจันทร์&nbsp;หาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถ&nbsp;หาดแม่รำพึงบริเวณก้นอ่าว&nbsp;อ่าวบ้านเพ&nbsp;และหาดสวนสน&nbsp;เบื้องต้นพบสภาพน้ำทะเลปกติและไม่พบสัตว์น้ำตายเกยหาด&nbsp;ส่วนการสำรวจนอกชายฝั่งบริเวณแนวปะการังและแหล่งหญ้าทะเล&nbsp;พบสภาพน้ำทะเลปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน&nbsp;สำหรับการตรวจวัดคุณภาพน้ำทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ปกติมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;1&nbsp;,&nbsp;2&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;การอนุรักษ์แหล่งปะการังและการนันทนาการ</p>","2022-02-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219095526816"],
    [573,"ศรีสะเกษ อบต.โนนสังข์จัดกิจกรรมคลองสวยน้ำใสคนไทยมีความสุข","<p><strong>นายนพ&nbsp;พงศ์พลาดิสัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดโครงการคลองสวยน้ำใสคนไทยมีความสุข&nbsp;ที่บ้านโนนสังข์&nbsp;อำเภอกันทรารมย์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายประจิต&nbsp;แก้วลา&nbsp;นายอำเภอกันทรารมย์&nbsp;ผู้กำกับการตำรวจภูธรกันทรารมย์&nbsp;เกษตรอำเภอกันทรารมย์ปศุสัตว์&nbsp;สาธารณสุข&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;กำนันผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;นายทองวรรณ&nbsp;จิตโชติ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนสังข์&nbsp;นายปรีชา&nbsp;ประสานสอน&nbsp;รองนายกฯ&nbsp;นายบุญหนา&nbsp;สายโอ่&nbsp;รองนายก&nbsp;นางสาวสุภาพร&nbsp;ปาละนิจ&nbsp;ประธานสภา&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลฯ&nbsp;เกษตรอำเภอ&nbsp;อสม.&nbsp;และชาวบ้าน&nbsp;โนนสังข์&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><strong>องค์การบริหารส่วนตำบลโนนสังข์ได้ตระหนักถึงหนังสือสั่งการจากอำเภอกันทรารมย์&nbsp;</strong>เรื่องการเร่งรัดการแก้ไขปัญหาผักตบชวาและวัชพืชในแหล่งน้ำสาธารณะจึงได้ร่วมกันจัดทำโครงการนี้ขึ้นซึ่งกำหนดให้วันนี้&nbsp;เป็นวันเปิดกิจกรรมการดำเนินการตามโครงการ&nbsp;กิจกรรมการดำเนินการองค์การบริหารส่วนตำบลโนนสังข์ร่วมกับชาวบ้าน&nbsp;โนนสังทุกหมู่บ้านได้กำหนดจัดกิจกรรมลอกผักตบชวาจอก&nbsp;แหน&nbsp;ออกจากแหล่งน้ำแห่งนี้&nbsp;โดยวัชพืชที่ลอกออกจากแหล่งน้ำแห่งนี้&nbsp;จะนำไปทำปุ๋ยหมักเพื่อใช้ในการ&nbsp;เกษตรต่อไป</p><p><strong>ผลจากการดำเนินการในครั้งนี้หนองสิมแหล่งน้ำสาธารณะแห่งนี้ได้รับการฟื้นฟู</strong>ให้เป็นแหล่งอาศัยของปลานานาชนิดเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำสำหรับทำการเกษตรการเลี้ยงสัตว์&nbsp;แหล่งรายได้ของประชาชนและแหล่งโปรตีนของประชาชนในหมู่บ้านโนนสังข์และประชาชนในหมู่บ้านอื่นๆ&nbsp;ด้วย&nbsp;การดำเนินงาน&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อยทุกประการ&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>","2022-02-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219112216830"],
    [574,"นอภ.อำเภอขุนหาญ  ประชุมเตรียมจัดงานทำบุญตักบาตร บายศรีสู่ขวัญทุเรียน","<p>วันที่&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นายพรชัย&nbsp;วงศ์งาม&nbsp;นายอำเภอขุนหาญ&nbsp;เกษตรอำเภอ&nbsp;พัฒานาการอำเภอ&nbsp;เกษตรกรแปลงใหญ่ทุเรียน&nbsp;ตำบลพราน&nbsp;ร่วมประชุมเตรียมงานทำบุญตักบาตร&nbsp;บายศรีสู่ขวัญทุเรียน&nbsp;ณ&nbsp;สวนเวียง&nbsp;บ้านซำขี้เหล็ก&nbsp;ตำบลพราน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219121255874"],
    [575,"กอ.รมน.ศรีสะเกษ  ลงพื้นที่ รับฟังข้อมูลและความต้องการของเกษตรกรที่จะต่อยอดในเรื่องตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์ ในพื้นที่อำเภอบึงบูรพ์","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>พ.อ.วัชรพล&nbsp;คันธา&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ศ.ก.(ท.)&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;ด.ต.พิชญุตม์&nbsp;อุดร&nbsp;จนท.กมช.ฯ&nbsp;</strong>ลงพื้นที่บูรณาการร่วมกับพลังงาน&nbsp;จว.ฯ&nbsp;พื้นที่&nbsp;อ.บึงบูรพ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;เป้าหมาย,อ.ปรางค์กู่&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;เพื่อรับฟังข้อมูลและความต้องการของเกษตรกรที่จะต่อยอดในเรื่องตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;สามารถแปรรูป&nbsp;สร้างรายได้ให้เกษตรกรได้อย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยพลังงานจังหวัดฯ&nbsp;ได้ชีแจงรายละเอียด&nbsp;ขั้นตอน</strong>&nbsp;ในการเสนอโครงการฯ&nbsp;ของบประมาณดำเนินการต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-center\"><br></p>","2022-02-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219114201838"],
    [576,"ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ ปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ประสบภัยแล้งใน 7 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ","<p><strong>นายสำเริง&nbsp;แสงภู่วงค์&nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ&nbsp;โดยกองปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงอย่างเป็นทางการแล้ว&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ทางการเกษตรที่ประสบภัยแล้งและสร้างความชุ่มชื้นให้กับป่าไม้&nbsp;สำหรับป้องกันการเกิดไฟป่าและบรรเทาปัญหาหมอกควัน&nbsp;รวมทั้งปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;ที่มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;7&nbsp;จังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เชียงราย&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;ลำพูน&nbsp;ลำปาง&nbsp;พะเยา&nbsp;และจังหวัดตาก&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์ภัยพิบัติ&nbsp;</strong>ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยพร้อมที่จะขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือพื้นที่ที่ต้องการทันที&nbsp;&nbsp;การปฏิบัติการในครั้งนี้&nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ได้มีการใช้เครื่องบินกรมฝนหลวงและกรมเกษตร&nbsp;ชนิด&nbsp;CASA&nbsp;หรือ&nbsp;NC212i&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ลำ&nbsp;,เครื่องบินกองทัพอากาศ&nbsp;แบบ&nbsp;ALPHA&nbsp;JET&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;และเฮลิคอปเตอร์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;สำหรับหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดตาก&nbsp;ได้มีการใช้เครื่องบินกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;ชนิด&nbsp;CARAVAN&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ลำ</p><p><strong>สามารถแจ้งข้อมูลสถานการณ์ความต้องการฝน&nbsp;</strong>ในพื้นที่โดยตรงทางโทรศัพท์หมายเลข&nbsp;0-5327&nbsp;-5051&nbsp;และสามารถติดตามช้อมูลข่าวสารได้&nbsp;ทางเว็บไซต์กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;www.oyalrain.go.th&nbsp;หรือทาง&nbsp;Facebook&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>","2022-02-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219122803887"],
    [577,"รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ย้ำ ได้ยกเลิกการจัดซื้อขวดบรรจุน้ำบาดาล 1.4 ล้านบาทในจังหวัดสุพรรณบุรีไปนานแล้ว เนื่องจากศักยภาพการผลิตน้ำดื่มบรรจุขวดไม่เพียงพอ","<p><strong>รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;ย้ำ&nbsp;ได้ยกเลิกการจัดซื้อขวดบรรจุน้ำบาดาล&nbsp;1.4&nbsp;ล้านบาทในจังหวัดสุพรรณบุรีไปนานแล้ว&nbsp;เนื่องจากศักยภาพการผลิตน้ำดื่มบรรจุขวดไม่เพียงพอ&nbsp;พร้อมกระจายทั้ง&nbsp;12&nbsp;เขตของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลช่วยผลิตแจกจ่ายประชาชนทั่วประเทศ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายกุศล&nbsp;โชติรัตน์&nbsp;รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;กล่าวถึงข้อเท็จจริงกรณี&nbsp;นายจิรายุ&nbsp;ห่วงทรัพย์&nbsp;ส.ส.กรุงเทพมหานคร&nbsp;พรรคเพื่อไทย&nbsp;อภิปรายการใช้งบกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลจัดซื้อขวดบรรจุน้ำวงเงิน&nbsp;30&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แจกจ่ายประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;1.4&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แต่แจกจ่ายในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพียง&nbsp;100,000&nbsp;ขวด&nbsp;ที่กำลังประสบปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติว่า&nbsp;เรื่องที่หยิบยกมาพูดนี้เป็นเรื่องเก่าที่ได้ประกาศยกเลิกไปนานแล้ว&nbsp;โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลมีเขตการผลิตน้ำบาดาลแจกจ่ายให้ประชาชนทั่วประเทศ&nbsp;12&nbsp;เขต&nbsp;ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรีเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;12&nbsp;เขตที่ใช้ผลิตน้ำดื่มบรรจุขวดแจกจ่าย&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&nbsp;10&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;นนทบุรี&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;ชัยนาท&nbsp;อุทัยธานี&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;สิงห์บุรี&nbsp;และอ่างทอง&nbsp;แต่ศักยภาพการผลิตน้ำดื่มบรรจุขวดของสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;(สุพรรณบุรี)&nbsp;เกินกำลังการผลิตจึงต้องยกเลิกการจัดซื้อขวดบรรจุน้ำไปแล้ว&nbsp;โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลส่วนกลางได้จัดซื้อขวดบรรจุน้ำเองแล้วกระจายให้ทั้ง&nbsp;12&nbsp;เขตช่วยกันผลิตแจกจ่ายประชาชน&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง&nbsp;น้ำท่วม&nbsp;และโควิด-19&nbsp;รวมถึง&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่สำรวจขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล&nbsp;และการสร้างระบบกระจายน้ำควบคู่ไปด้วย</p>","2022-02-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219114912849"],
    [578,"อ.เวียงหนองล่อง ลำพูน นำร่องทำเสวียนเก็บเศษวัชพืช ลดปัญหาไฟป่า ลดฝุ่น PM 2.5","<p><strong>นางสุพัตรา&nbsp;นิ่มกุล&nbsp;นายอำเภอเวียงหนองล่อง&nbsp;จังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายวิทวัฒน์&nbsp;พิกุลทอง&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;และสมาชิก&nbsp;อส.&nbsp;ร้อย&nbsp;อส.อ.เวียงหนองล่อง&nbsp;ที่&nbsp;8&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กำนันตำบลหนองยวง&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ดำเนินการนำร่องเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนหันมาทำเสวียนไม้ไผ่&nbsp;เพื่อใช้ในการเก็บใบไม้&nbsp;กิ่งไม้&nbsp;ลดการเผา&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและลดปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ณ&nbsp;ที่ว่าการอำเภอเวียงหนองล่อง</p><p><strong>ทั้งนี้เสวียนถือเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดจากภูมิปัญญาของชาวบ้าน</strong>&nbsp;ซึ่งเคยมีการใช้กันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ&nbsp;จนระยะหลังมีปัญหาหมอกควัน&nbsp;เกิดขึ้นมาก&nbsp;ประชาชนทั่วไปจึงหันกลับมาใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถ่ายทอดกันมา&nbsp;โดยการนำเอาไม้ไผ่มาสานเป็นวงกลม&nbsp;หรือสานไว้รอบโคนต้นไม้เพื่อใช้เก็บเศษใบไม้&nbsp;สะสมไว้ให้ย่อยสลายตามธรรมชาติ&nbsp;อีกทั้งยังสามารลดสาเหตุการเฝา&nbsp;ที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;จากการเผาใบไม้เศษได้เป็นอย่างดี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-19T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สวท.ลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219121454876"],
    [579,"อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ปล่อยลูกเต่าตนุคืนสู่ธรรมชาติ 66 ตัว โดยทุกตัวสมบูรณ์แข็งแรงดี","<p><strong>อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง&nbsp;ปล่อยลูกเต่าตนุคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;66&nbsp;ตัว&nbsp;โดยทุกตัวสมบูรณ์แข็งแรงดี</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวสุวรรณา&nbsp;สะอาด&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการเฝ้าระวังและติดตามการฟักไข่ของเต่าทะเลที่แม่เต่าตนุขึ้นมาวางไข่ไว้เมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;จนถึงเช้าวันที่&nbsp;16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;พบทรายบริเวณผิวหน้าของหลุมฟักไข่เกิดการยุบตัวลงจึงติดตามต่อเนื่อง&nbsp;จนเช้าวันที่&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์เจ้าหน้าที่ได้ปาดทรายบริเวณผิวหน้าของหลุมฟักไข่ออกเพื่อตรวจดูภายในหลุมเนื่องจากช่วงที่ผ่านมามีฝนตกในพื้นที่ทำให้ทรายมีความชื้นและแน่นหากลูกเต่าตนุฟักตัวออกจากไข่แล้ว&nbsp;อาจจะไม่สามารถพากันดันตัวออกจากหลุมฟักได้&nbsp;โดยพบลูกเต่าที่ฟักออกจากไข่แล้วรอขึ้นจากหลุมฟักและได้พากันดันขึ้นมา&nbsp;66&nbsp;ตัว&nbsp;จึงได้ปล่อยลูกเต่าทั้งหมดลงทะเล&nbsp;ภาพรวมเต่าทุกตัวมีสภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ยังขุดหลุมฟักไข่ตรวจสอบไข่ที่เหลือภายในหลุม&nbsp;พบมีลูกเต่าตายแรกเกิด&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;และพบไข่ที่ไม่ได้รับการผสม&nbsp;7&nbsp;ฟอง&nbsp;ซึ่งไข่เต่าทะเลรังนี้มีทั้งหมด&nbsp;75&nbsp;ฟอง&nbsp;สามารถฟักและปล่อยลงทะเลได้&nbsp;66&nbsp;ตัว&nbsp;มีอัตราการฟักเท่ากับร้อยละ&nbsp;90.66&nbsp;ใช้ระยะเวลาในการฟักทั้งหมด&nbsp;58&nbsp;วัน</p>","2022-02-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219123258894"],
    [580,"หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหารือแนวทางรับมือหลังพบรอยรั่วของท่ออ่อนของท่อน้ำมันกลางทะเลระยอง เบื้องต้นบริษัทฯพันปิดรอยรั่วของท่ออ่อนได้ 1 จุด ส่วนอีกจุดยังไม่สามารถดำเนินการได้","<p><strong>หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เร่งหารือแนวทางรับมือหลังพบรอยรั่วของท่ออ่อนของท่อน้ำมันกลางทะเลระยอง&nbsp;เบื้องต้นบริษัทฯพันปิดรอยรั่วของท่ออ่อนได้&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนอีกจุดยังไม่สามารถดำเนินการได้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;13&nbsp;(ชลบุรี)&nbsp;,&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;,&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;,&nbsp;กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ&nbsp;,&nbsp;กรมธุรกิจพลังงาน&nbsp;,&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง&nbsp;,&nbsp;สถานีตำรวจภูธรมาบตาพุด&nbsp;,&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;,&nbsp;สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;,&nbsp;กลุ่มสมาคมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมัน&nbsp;(IESG)&nbsp;และบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จํากัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ได้ร่วมกันหารือกรณีบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ขอดำเนินการพันปิดรอยรั่วของท่ออ่อน&nbsp;หลังแจ้งตรวจพบรอยรั่วที่ท่ออ่อน&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;คือ&nbsp;จุดที่&nbsp;1&nbsp;พันด้วยวัสดุป้องกันการรั่วไหลแล้ว&nbsp;แต่จุดที่&nbsp;2&nbsp;ยังไม่ได้อุดรอยรั่ว&nbsp;หากคลื่นลมแรง&nbsp;อาจทำให้มีน้ำมันรั่วไหลออกมา&nbsp;โดยได้ประเมินมีน้ำมันค้างอยู่ในท่ออ่อนประมาณ&nbsp;12,000&nbsp;ลิตร&nbsp;ขณะเดียวกันบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;มีแผนจะสูบน้ำมันที่ค้างอยู่ในท่อออกมาพร้อมกับใช้น้ำไล่น้ำมันที่ค้างอยู่ในท่อ&nbsp;แล้วดำเนินการพันท่อบริเวณที่รั่วด้วยวัสดุกันซึมและเพิ่มความแข็งแรง&nbsp;3&nbsp;ชั้น&nbsp;จากนั้นจะยกท่ออ่อนขึ้นมาตรวจสอบต่อไป&nbsp;พร้อมได้เตรียมการรองรับกรณีเกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล&nbsp;โดยจัดเตรียมบูม&nbsp;5&nbsp;ปาก&nbsp;เรือเตรียมฉีดสารขจัดคราบน้ำมัน&nbsp;10&nbsp;ลำ&nbsp;เรือดูดเก็บน้ำมัน&nbsp;600&nbsp;ตัน&nbsp;อากาศยานไร้คนขับ&nbsp;(โดรน)&nbsp;ยานสำรวจใต้น้ำ&nbsp;ทีมประดาน้ำ&nbsp;และสาร&nbsp;Dispersant</p>","2022-02-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219124645900"],
    [581,"ประมงอุบลฯ เดินหน้าส่งเสริมอาชีพเกษตรกรในเขตพื้นที่ คทช. ปี 2565","<p><strong>นางสาวศิริรัตน์&nbsp;อุทัยวัฒน์&nbsp;เจ้าพนักงานประมงปฏิบัติงาน&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;จ่าเอก&nbsp;ศักดา&nbsp;สมศรี&nbsp;ประมงอำเภอโขงเจียม&nbsp;และเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง&nbsp;บูรณางานร่วมกับนายจันดี&nbsp;ชื่นชม&nbsp;ประธานสหกรณ์อำเภอโขงเจียม&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลนาโพธิ์กลาง&nbsp;อำเภอโขงเจียม&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เพื่อดำเนินการตรวจรับปัจจัยการผลิต&nbsp;และมอบปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;116&nbsp;ราย&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน&nbsp;(คทช.)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาประชาคมบ้านคันท่าเกวียน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;และศาลาประชาคมบ้านปากลา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลนาโพธิ์กลาง&nbsp;อำเภอโขงเจียม&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี</p><p><strong>การตรวจรับปัจจัยการผลิต&nbsp;ประกอบด้วย</strong>&nbsp;1.&nbsp;กระชังบก&nbsp;ขนาด&nbsp;2x3&nbsp;เมตร&nbsp;จำนวน&nbsp;116&nbsp;กระชัง&nbsp;2.&nbsp;อาหารปลาดุกเม็ดเล็กสำเร็จรูป&nbsp;จำนวน&nbsp;116&nbsp;กระสอบ&nbsp;3.&nbsp;อาหารปลาดุกเม็ดกลางสำเร็จรูป&nbsp;จำนวน&nbsp;116&nbsp;กระสอบ&nbsp;พบว่าผู้ส่งมอบปัจจัยการผลิต&nbsp;ส่งมอบปัจจัยครบตามจำนวนและตรงตามเวลานัด</p><p><strong>ส่วนการดำเนินการมอบปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;</strong>กลุ่มฯ&nbsp;ได้ร่วมกับ&nbsp;จ่าเอก&nbsp;ศักดา&nbsp;สมศรี&nbsp;ประมงอำเภอโขงเจียม&nbsp;และนายจันดี&nbsp;ชื่นชม&nbsp;ประธานสหกรณ์อำเภอโขงเจียม&nbsp;มอบปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;116&nbsp;ราย&nbsp;ในวันนี้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;เดินทางมารับปัจจัยการผลิตโดยพร้อมเพรียงกัน&nbsp;และประมงอำเภอได้ชี้แจงรายละเอียดการเตรียมกระชัง&nbsp;ตลอดจนการเตรียมน้ำก่อนปล่อยปลาดุกลงเลี้ยงในวันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เพื่อนำไปเป็นส่วนเสริมให้เกิดอาชีพด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มแหล่งโปรตีนในพื้นที่ชุมชน&nbsp;และสนับสนุนนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีอีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219130002904"],
    [582,"จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือและภาคอีสานของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย</strong>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(18&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;60&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อนเล็กน้อย&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;23&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ตาก&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;และขอนแก่น&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงเกิดขึ้นไม่มากนัก&nbsp;เนื่องมาจากมีฝนฟ้าคะนองและลมกรรโชกแรงในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย&nbsp;ส่งผลให้วันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทุกจังหวัดในประเทศอยู่ในระดับดีมาก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อนแล้ว&nbsp;6,296&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;5,693&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;3,601&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;1,828&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นกัมพูชา&nbsp;403&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;151&nbsp;จุด&nbsp;จุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-02-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219132243913"],
    [583,"ศูนย์หม่อนไหมฯ ขอนแก่น ตรวจรับรองผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น","<p><strong>นางสาวจิราลักษณ์&nbsp;ปรีดี&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นางอมรรัตน์&nbsp;โวหาร&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายปรมัตถ์&nbsp;เหล่าวอ&nbsp;นางสาวจริยา&nbsp;สุระเสนา&nbsp;และ&nbsp;นางสาวนงลักษณ์&nbsp;เชี่ยวชาญ&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้านมาตรฐานหม่อนไหม&nbsp;ลงพื้นที่ส่งเสริมให้คำแนะนำการผลิตผ้าไหม&nbsp;ให้ได้มาตรฐานตามหลักเกณฑ์ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน&nbsp;พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมกลุ่มเกษตรกรผู้ทอผ้าไหม&nbsp;ตรวจประเมินสถานที่&nbsp;กระบวนการผลิต&nbsp;เพื่อให้ผลิตผ้าไหมที่มีมาตรฐานสอดคล้องกับความต้องการของตลาดผ้าไหมในปัจจุบันและอนาคต</p><p><strong>กลุ่มเป้าหมาย&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มเกษตรกรและผู้ผลิตผ้าไหมในพื้นที่</strong>&nbsp;อ.หนองสองห้อง&nbsp;และ&nbsp;อ.ชนบท&nbsp;จังหวัดขอนแก่น</p><p><strong>ซึ่งในกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;กลุ่มเกษตรผู้ผลิตผ้าไหมให้ความสนใจ</strong>และมีความพึงพอใจในการบริการและการให้การรับรองมาตรฐานตรานกยูงพระราชทานเป็นอย่างดี&nbsp;เพื่อพัฒนาสินค้าของกลุ่มให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน&nbsp;ยกระดับและเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219132741916"],
    [584,"ศูนย์หม่อนไหมฯ ขอนแก่น ติดตามงานโครงการพัฒนาศักยภาพความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในพื้นที่บ้านเวียงแก้ว อ.กระนวน จ.ขอนแก่น","<p><strong>นางสาวจิราลักษณ์&nbsp;ปรีดี&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ขอนแก่น</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวพิมลรัตน์&nbsp;เมธินธรังสรรค์&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&nbsp;นายวีระพงค์&nbsp;ศรีหาพล&nbsp;นักวิชาการเกษตร&nbsp;ติดตามงานโครงการพัฒนาศักยภาพความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม&nbsp;ในหลักสูตร&nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์หม่อนไหม&nbsp;ซึ่งได้รับการฝึกอบรมไปเมื่อช่วงเดือนมกราคม&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยทางสมาชิกกลุ่ม&nbsp;มีแผนที่จะดำเนินการต่อไป&nbsp;คือ&nbsp;การปรับปรุงพื้นที่การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมของประธานกลุ่ม&nbsp;ในการจัดทำห้องแปรรูปผลิตภัณฑ์&nbsp;หลังจากการอบรมที่ผ่านมากลุ่มฯ&nbsp;ได้รับคำแนะนำจากวิทยากร&nbsp;เภสัชกรหญิง&nbsp;ศิวากร&nbsp;รัตนภากร&nbsp;เภสัชกรชำนาญการ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ซึ่งได้มาให้ความรู้ในเรื่อง&nbsp;หลักเกณฑ์ในการขอมาตรฐาน&nbsp;อย.&nbsp;แนวทางขั้นตอนในการผลิต&nbsp;สถานที่ผลิต&nbsp;ซึ่งทางกลุ่มได้จดวิสาหกิจชุมชนเรียบร้อยแล้ว&nbsp;&nbsp;และมีแผนจะนำผลิตภัณฑ์หม่อนไหมที่ผลิตได้&nbsp;เข้าร่วมโครงการสินค้าหนึ่งตำบล&nbsp;หนึ่งผลิตภันฑ์&nbsp;(OTOP)&nbsp;กับสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกระนวน&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>และจากการลงพื้นที่&nbsp;พบว่า&nbsp;สมาชิกของกลุ่มฯ&nbsp;ได้ให้ความสนใจ</strong>ในการดำเนินกิจกรรมของโครงการฯ&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;จากการอบรมที่ผ่านมามีผู้เข้าอบรมเพียง&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิกสนใจอยากเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นเป็น&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้กลุ่มได้มีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ&nbsp;และมีมาตรฐาน&nbsp;เป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดสินค้าในชุมชน&nbsp;และสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;ของบ้านเวียงแก้ว&nbsp;อ.กระนวน&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;อีกทางหนึ่งด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219133016919"],
    [585,"ภูเก็ต ประมงจังหวัดเดินหน้าสร้างความมั่นคงทางอาหารรอบเกาะปล่อยพันธุ์กุ้งกุลาดำ จำนวน  2 ล้านตัว และวางซั้งในทะเล 250 ต้น เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์สัตว์น้ำ","<p><strong>ที่ท่าเทียบเรือบ้านแหลมหิน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลเกาะแก้ว&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต</strong>&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ตร่วมกับองค์กรภาคประชาชน&nbsp;ผู้นำท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ร่วมกันปล่อยพันธุ์กุ้งกุลาดำ&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มพันธุ์กุ้งกุลาดำในพื้นที่&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอำนวย&nbsp;พิณสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานในพิธี&nbsp;</p><p><strong>นายวัชรินทร์&nbsp;รัตนชู&nbsp;ประมงจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ทางจังหวัดภูเก็ตได้มอบหมายให้ทางสำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ได้เร่งเพิ่มความอุดมสมบูรณ์สัตว์น้ำรอบเกาะภูเก็ต&nbsp;โดยมีกิจกรรมย่อยสามกิจกรรมคือ&nbsp;การให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนแก่พี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน&nbsp;กิจกรรมที่&nbsp;2&nbsp;การวางชั้งจำนวน&nbsp;1,250&nbsp;ต้น&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;ชุมชน&nbsp;เพื่อล่อให้สัตว์น้ำมาอาศัยเพื่อเป็นแหล่งทำการประมงลดการเดินทางไปไกลฝั่ง&nbsp;ลดค่าใช้จ่าย&nbsp;ค่าน้ำมัน&nbsp;และกิจกรรมที่&nbsp;3&nbsp;คือ&nbsp;การปล่อยพันธุ์กุ้งกุลาดำในชุมชนประมงชายฝั่งทะเลจำนวน&nbsp;17&nbsp;ชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;34&nbsp;ล้านตัว&nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้มีการทยอยปล่อยตามชุมชนชายฝั่งของจังหวัด&nbsp;ส่วนในวันนี้ได้มีการปล่อยพันธุ์กุ้งกุลาดำ&nbsp;ที่บ้านแหลมหิน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลเกาะแก้ว&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ล้านตัว&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการวางซั้งในทะเลบริเวณเกาะมะพร้าว</strong>&nbsp;ตำบลเกาะแก้ว&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;จำนวน&nbsp;250&nbsp;ต้น&nbsp;ทั้งนี้โครงการดังกล่าวถือเป็นการสร้างความมั่นทางด้านอาหารของจังหวัดภูเก็ตแล้วยังเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพแก่ประชาชนอีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-19T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219143744926"],
    [586,"ประมงจังหวัดภูเก็ต เร่งสร้างความสมบูรณ์ สัตว์น้ำในใจคน ปล่อยพันธุ์กุ้งกุลาดำ 2 ล้านตัว วางซั้ง(บ้านปลา) อีก 250 ต้น และปลูกป่าชายเลน เพิ่มความอุดมสมบูรณ์สัตว์น้ำรอบเกาะและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้คนภูเก็ต","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">นายอำนวย&nbsp;พิณสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">เป็นประธานในพิธี&nbsp;ปล่อยพันธุ์กุ้งกุลาดำ&nbsp;วางซั้ง&nbsp;และปลูกป่าชายเลน&nbsp;ภายใต้โครงการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์สัตว์น้ำรอบเกาะภูเก็ต&nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;บ้านเกาะมะพร้าว&nbsp;ตำบลเกาะแก้ว&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;โดยสำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;องค์กรปกครองท้องถิ่น&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ประชาชนจิตอาสา&nbsp;และมีคณาจารย์&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;นักศึกษาโครงการปริญญาโทสาขาวิชารัฐกิจและกิจการสาธารณะสำหรับนักบริหาร&nbsp;คณะรัฐศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&nbsp;ร่วมกิจกรรมสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับเกาะภูเก็ต</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">นายวัชรินทร์&nbsp;รัตนชู&nbsp;ประมงจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">จังหวัดภูเก็ต&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ขับเคลื่อนการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์สัตว์น้ำรอบเกาะภูเก็ต&nbsp;โดยสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำและชายฝั่งอย่างยั่งยืน&nbsp;พร้อมการสร้างพื้นที่อาศัยให้กับสัตว์น้ำ&nbsp;ด้วยการวางชั้ง&nbsp;(บ้านปลา)&nbsp;รอบเกาะ&nbsp;5&nbsp;ชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;1,250&nbsp;ต้น&nbsp;เพื่อเป็นแหล่งทำการประมงใกล้ฝั่ง&nbsp;ลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประมงพื้นบ้าน&nbsp;การปลูกป่าชายเลนเพื่อขยายพื้นที่อาศัยของสัตว์น้ำชายฝั่ง&nbsp;และการปล่อยพันธุ์กุ้งกุลาดำในชุมชนประมงชายฝั่งทะเล&nbsp;17&nbsp;ชุมชน&nbsp;34&nbsp;ล้านตัว&nbsp;และในวันนี้ได้มีการปล่อยพันธุ์กุ้งกุลาดำ&nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลเกาะแก้ว&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ล้านตัว&nbsp;วางซั้งเชือกสาหร่ายและทางมะพร้าว&nbsp;จำนวน&nbsp;250&nbsp;ต้น&nbsp;และปลูกต้นโกงกางเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน&nbsp;จำนวน&nbsp;350&nbsp;ต้น&nbsp;และได้มอบพันธุ์กุ้งกุลาดำให้แก่ตัวแทนชาวประมงบ้านเกาะมะพร้าวด้วย</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">อย่างไรก็ตาม&nbsp;โครงการดังกล่าวเป็นการสร้างความมั่นทางด้านอาหารของจังหวัดภูเก็ต</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;เป็นการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;แก้ปัญหาความยากจนให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;หลังจากสถานการณ์ของโรคโควิด-19&nbsp;ที่เป็นการสร้างความเข็มแข็งให้กับประชาชนฐานรากที่สามารถดำเนินชีวิตภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ไม่ยึดหลักการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพจากการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว&nbsp;ซึ่งถือเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-19T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219152544935"],
    [587,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมเร่งแก้ไขหนี้สินเกษตรกร ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายฉันทานนท์&nbsp;วรรณเขจร&nbsp;เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">และในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยถึงกรณีเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;(กฟก.)&nbsp;ในนามกลุ่มสมาชิกเครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย&nbsp;(คนท.)&nbsp;ที่เดินทางมาปักหลักชุมนุมบริเวณเกาะกลางถนน&nbsp;หน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาการเกษตร&nbsp;ลูกหนี้ธนาคารของรัฐ&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;นั้นโครงการปรับโครงสร้างหนี้ของเกษตรกรสมาชิก&nbsp;กรณีเป็นหนี้กับ&nbsp;4&nbsp;ธนาคารของรัฐ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;ธนาคารออมสิน&nbsp;ธนาคารอาคารสงเคราะห์&nbsp;และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(SME&nbsp;BANK)&nbsp;อยู่ภายใต้การดำเนินงานของ&nbsp;กฟก.&nbsp;โดยมีคณะกรรมการ&nbsp;กฟก.&nbsp;ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;(นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์)&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ได้เห็นชอบโครงการปรับโครงสร้างหนี้&nbsp;กับ&nbsp;4&nbsp;ธนาคารของรัฐดังกล่าวแล้ว&nbsp;และมีมติให้&nbsp;กฟก.&nbsp;นำเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป&nbsp;ซึ่งต่อมากระทรวงการคลังมีข้อสังเกตุเกี่ยวกับโครงการ&nbsp;5&nbsp;ข้อ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โดยปัจจุบัน&nbsp;กฟก.&nbsp;กำลังจัดทำคำชี้แจงตามข้อสังเกตดังกล่าว</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;จึงยังไม่ได้เสนอโครงการมาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">หาก&nbsp;กฟก.&nbsp;เสนอโครงการฯ&nbsp;มา</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมจะนำโครงการฯ&nbsp;เสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป&nbsp;สำหรับข้อกังวลของตัวแทนชาวนาภาคกลาง&nbsp;สมาชิกเครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย&nbsp;(คนท.)&nbsp;กรณีภาครัฐเอื้อประโยชน์นายทุน&nbsp;ทำให้เกษตรกรรายย่อยเป็นหนี้&nbsp;นั้น&nbsp;ขอชี้แจงว่า&nbsp;การขอให้สถาบันการเงินเจ้าหนี้&nbsp;ชะลอการฟ้องบังคับคดี&nbsp;ยึดทรัพย์ขายทอดตลาดทรัพย์สินของสมาชิก&nbsp;และเร่งดำเนินการโอนหนี้สินเข้าสู่กระบวนการการจัดการหนี้สินของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;(กฟก.)&nbsp;นั้น&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;กฟก.&nbsp;กับสถาบันเจ้าหนี้&nbsp;ได้ตกลงกันไว้แล้วว่าจะชะลอการดำเนินการทางกฎหมายกับเกษตรกรสมาชิก&nbsp;กฟก.ทุกราย&nbsp;เว้นแต่จะขาดอายุความ&nbsp;กรณีการขอลดหนี้และปลดหนี้ให้กับเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ&nbsp;กรณีที่ตาย&nbsp;พิการ&nbsp;ทุพพลภาพ&nbsp;ชราภาพและเจ็บป่วย&nbsp;ให้เหลือไม่เกินร้อยละ&nbsp;25&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.บ.กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรที่ได้บัญญัติไว้ช่วยเหลือเกษตรกรสมาชิกกองทุนฯ&nbsp;นั้น&nbsp;ตามกฏหมาย&nbsp;</span><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กฟก.กำหนดเรื่องการ&nbsp;ลด&nbsp;ปลดหนี้&nbsp;ให้เกษตรกรได้</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ต้องเสนอคณะรัฐมนตรี&nbsp;และตราเป็นพระราชกฤษฎีกา&nbsp;แต่ไม่ได้ระบุว่าต้องให้เหลือหนี้ร้อยละ&nbsp;25&nbsp;ในส่วนของการขอให้ตรวจสอบปัญหาการทุจริตพร้อมกับปฏิรูปการบริหารงานของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ&nbsp;การบริหารงานภาพรวม&nbsp;มีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน&nbsp;ตรวจสอบการทำงานและความโปร่งใสอยู่แล้ว</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ขอให้มั่นใจได้ว่า&nbsp;กระทรวงเกษตรฯ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;มุ่งเน้นการบริหารงานที่โปร่งใส&nbsp;ตรวจสอบได้&nbsp;โดยกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;กำลังพิจารณาเสนอให้ตั้งคณะทำงาน&nbsp;กำกับ&nbsp;ติดตาม&nbsp;และประเมินผลการดำเนินงานและการปฏิรูปองค์กรของ&nbsp;กฟก.&nbsp;เข้าพิจารณาในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาการเกษตรตามข้อเสนอของกลุ่มเกษตรกร</span></p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219201358006"],
    [588,"เดินหน้าขุดลอกแม่น้ำบางขาม จังหวัดลพบุรี หวังแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้ง ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ร่วมกับนายอุบลศักดิ์&nbsp;บัวหลวงงาม&nbsp;ประธานคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการกลุ่มลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;ป่าสัก&nbsp;ไปติดตามความคืบหน้าการขุดลอกแม่น้ำบางขาม&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;พร้อมพบปะและเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับแม่น้ำบางขาม&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">เป็นแม่น้ำที่เกิดจากคลองธรรมชาติหลายสายไหลมารวมกัน&nbsp;ไหลผ่าน&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">อำเภอ</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ท่าวุ้ง&nbsp;บ้านหมี่&nbsp;และ</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">อำเภอ</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">เมืองลพบุรี&nbsp;มีความยาวทั้งสิ้น&nbsp;55&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เป็นแหล่งน้ำสายสำคัญที่ใช้หล่อเลี้ยงชีวิตของประชาชนในพื้นที่&nbsp;แต่ด้วยปริมาณฝนที่ตกต่ำกว่าค่าเฉลี่ย&nbsp;10-15%&nbsp;ส่งผลให้แม่น้ำบางขามแห้งขอดบริเวณตำบลมหาสอน&nbsp;</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">ตำบล</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">บางพึ่ง&nbsp;</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">อำเภอ</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">บ้านหมี่&nbsp;ระยะทางกว่า&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาของ</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">ตำบล</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">มหาสอน&nbsp;</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">ตำบล</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">บางพึ่ง&nbsp;รวมทั้งพื้นที่การเกษตร&nbsp;ริม&nbsp;2&nbsp;ฝั่งตลอดลำน้ำ&nbsp;กรมชลประทาน</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำนักงานชลประทานที่&nbsp;10&nbsp;เร่งดำเนินการสำรวจ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ออกแบบโครงการขุดลอกแม่น้ำบางขามที่ตื้นเขิน&nbsp;ตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กรมชลประทานได้รับอนุมัติจัดสรรงบประมาณ&nbsp;สำหรับเป็นค่าดำเนินการขุดลอกแม่น้ำบางขามจำนวน&nbsp;74&nbsp;ล้านบาท&nbsp;พร้อมกับมอบหมายให้สำนักเครื่องจักรกล&nbsp;เป็นผู้ดำเนินการขุดลอก&nbsp;บริเวณสะพานท่าเรือ&nbsp;จนถึงบริเวณวัดเทพอำไพเป็นระยะทางกว่า&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;คาดว่าจะดำเนินการได้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำของแม่น้ำบางขาม&nbsp;และเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักไว้ในฤดูแล้งได้มากขึ้นถึง&nbsp;21&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ&nbsp;40,000&nbsp;ไร่&nbsp;ประชาชนได้รับโยชน์กว่า&nbsp;2,500&nbsp;ครัวเรือน</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-02-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219193626995"],
    [589,"กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยองรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานของขจัดคราบน้ำมันในทะเลระยอง","<p><strong>วันที่&nbsp;19&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหลได้รายงานถึงสถานการณ์วันนี้ว่า&nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง&nbsp;ในฐานะศูนย์ประสานการปฏิบัติกรณีคราบน้ำมันรั่วไหล&nbsp;(ศปน.)&nbsp;แจ้งว่าใช้เรือตรวจการณ์ออกลาดตระเวนตรวจสอบคราบน้ำมันอยู่เป็นระยะและไม่เจอคราบน้ำมันแต่อย่างใด&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด</strong>&nbsp;จัดเรือลาดตระเวนและทีมดำน้ำสำรวจในพื้นที่เขาแหลมหญ้าและเกาะเสม็ดแล้วไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วนสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(ระยอง)</strong>&nbsp;ติดตามตรวจสอบเฝ้าระวังคราบน้ำมันบริเวณชายหาด&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;หาดพยูน/หาดหนองแฟบ/หาดสุชาดา/หาดแสงจันทร์/หาด&nbsp;IRPC/หาดค่ายมหาสุรสิงหนาท/หาดหน้าบ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท/ลานหินขาว/และหาดก้นอ่าว&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมันดิบเช่นเดียวกัน</p><p><strong>ด้านศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลระยอง</strong>&nbsp;แจ้งว่าได้ติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางการประมง&nbsp;บริเวณชายฝั่งจังหวัดระยอง&nbsp;ตั้งแต่หาดพลาปากน้ำประแสร์&nbsp;ตรวจวัดคุณภาพน้ำและรวบรวมตัวอย่างสัตว์น้ำเพื่อตรวจวิเคราะห์สารปนเปื้อนโลหะหนัก&nbsp;คุณภาพเบื้องต้นคุณภาพน้ำทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ปกติ</p><p><strong>ส่วนสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง&nbsp;</strong>ได้ให้ข้อสังเกตว่าควรขยายพื้นที่จุดเก็บตัวอย่างเพิ่มเติม&nbsp;เพื่อใช้ประเมินผลกระทบและเป็นจุดอ้างอิง&nbsp;ส่วนการประเมินความรุนแรงของผลกระทบและระยะเวลาในการฟื้นฟูและความเสียหายนั้น&nbsp;ในทางปฏิบัติยังไม่สามารถกำหนดระยะเวลาได้แน่ชัด&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันปัญหายังไม่ยุติ&nbsp;พร้อมทั้งเห็นชอบในหลักเกณฑ์การประกาศในการใช้พื้นที่เพื่อนันทนาการ&nbsp;&nbsp;โดยต้องมีผลคุณภาพน้ำทะเลเป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเล&nbsp;ประเภทที่&nbsp;4&nbsp;ไม่พบกลิ่นน้ำมัน&nbsp;และไม่มีพบคราบน้ำมันบริเวณชายหาดและในน้ำทะเลบริเวณดังกล่าว&nbsp;แต่ต้องระบุเงื่อนไขให้ชัดเจนและแบ่งพื้นที่หาดให้สอดคล้องกับปัญหา&nbsp;สำหรับผู้ยื่นเรื่องร้องทุกข์ของประชาชนนั้นตั้งแต่วันที่&nbsp;30&nbsp;ม.ค.65&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;มีจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;8,397&nbsp;ราย</p><p><strong>การดำเนินของบริษัท&nbsp;SPRC</strong>&nbsp;การปฏิบัติการในพื้นที่ทางทะเลได้เข้าไปตรวจสอบกรณี&nbsp;ร้องเรียนกรณีที่&nbsp;1&nbsp;มีผงตะกอนดำ&nbsp;ที่ชายหาดแหลมแม่พิมพ์&nbsp;Grand&nbsp;Blue&nbsp;Hotel&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;18&nbsp;ก.พ.65&nbsp;เวลา&nbsp;15.30&nbsp;น.&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมันแต่อย่างใด&nbsp;กรณีที่&nbsp;2&nbsp;มีผงตะกอนดำ&nbsp;ที่ชายหาดหาดแม่รำพึง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;18&nbsp;&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;เวลา&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;พบฟิล์มน้ำมัน&nbsp;โดยบริษัททำความสะอาดเรียบร้อย&nbsp;และกรณีที่&nbsp;3&nbsp;มีกลิ่นน้ำมันรุนแรง&nbsp;หน้าสวนพฤกษศาสตร์หาดสวนสน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;&nbsp;19&nbsp;&nbsp;ก.พ.65&nbsp;เวลา&nbsp;08.45&nbsp;น.&nbsp;พบคราบน้ำมันดีเซล&nbsp;บนชายหาดขนาด&nbsp;2&nbsp;x&nbsp;2&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;ซึ่งได้จัดเก็บแล้ว&nbsp;</p><p><strong>ส่วนวันนี้&nbsp;(19&nbsp;ก.พ.65)</strong>&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ได้รับแจ้งว่ามีเรือประมงพบคราบน้ำมัน&nbsp;บริเวณห่างจากทุ่น&nbsp;SPM&nbsp;ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;ระยะ&nbsp;1-2&nbsp;ไมล์ทะเล&nbsp;ไม่มีพิกัด&nbsp;GPS&nbsp;ทางบริษัทจึงนำโดรนออกสำรวจทันที&nbsp;ผลไม่พบฟิล์มน้ำมันหรือคราบน้ำมันดิบ&nbsp;ส่วน&nbsp;&nbsp;GISTDA&nbsp;ได้รายงานภาพถ่ายดาวเทียม&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;18&nbsp;ก.พ.65&nbsp;เวลา&nbsp;18.23&nbsp;น.&nbsp;ซึ่งผลออกมาว่าไม่พบคราบน้ำมันในทะเล</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-19T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219214213023"],
    [590,"บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด(มหาชน) สนองพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สืบสาน รักษา ต่อยอด ชวนสังคมร่วมปรับวิถีชีวิต ด้วยนวัตกรรมศาสตร์พระราชา สานโครงการฯ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี","<p><strong>วานนี้&nbsp;(19&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;นายธรรมนูญ&nbsp;ศรีวรรธนะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;นางวิชชุดา&nbsp;ไตรธรรม&nbsp;ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;บริษัท&nbsp;ทิพยประกันภัย&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;คณะครู&nbsp;นักเรียน&nbsp;ร่วมโครงการทิพยประกันภัยรณรงค์สร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;ชวนสังคมขยายผลปรับวิถีชีวิตสู่สมดุลด้วยนวัตกรรมศาสตร์พระราชา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;15&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ&nbsp;อำเภอชะอำ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายธรรมนูญ&nbsp;ศรีวรรธนะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>ได้กล่าวต้อนรับพร้อมรายงานผลความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นางวิชชุดา&nbsp;ไตรธรรม&nbsp;ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;บริษัท&nbsp;ทิพยประกันภัย&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ทิพยประกันภัย&nbsp;สนองพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;สืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;ต่อยอด&nbsp;ที่จะทรงรักษาสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระราชทานไว้&nbsp;เป็นที่ที่เป็นแม่แบบในการเรียนรู้&nbsp;และนำสิ่งที่เรียนรู้ไปต่อยอด&nbsp;พัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง&nbsp;ต่อครอบครัวต่อสังคม&nbsp;โดยได้นำคณะครู&nbsp;อาจารย์ที่ได้รับการคัดเลือกจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อนำองค์ความรู้ขยายผลให้กับนักเรียน&nbsp;ของตนเอง&nbsp;กับโรงเรียน&nbsp;และสร้างเครือข่ายเพื่อขยายผล&nbsp;ไปยังองค์กรอื่นๆ&nbsp;สิ่งเหล่านี้จะไม่มีที่สิ้นสุด&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมโครงการทิพยประกันภัยรณรงค์สร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;ชวนสังคมขยายผลปรับวิถีชีวิต&nbsp;สู่สมดุลด้วยนวัตกรรมศาสตร์พระราชา&nbsp;นั้นได้ลงพื้นที่เพชรบุรี&nbsp;ศึกษาโครงการ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้ทางการเกษตรเขากระปุก&nbsp;โดยไม่ใช้สารเคมี&nbsp;การปลูกผักปลอดสารพิษ&nbsp;และศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ&nbsp;อำเภอชะอำ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;พร้อมร่วมฐานกิจกรรมทำถ่านชีวภาพ&nbsp;หรือไบโอชาร์&nbsp;จากเศษวัสดุเหลือใช้&nbsp;กิ่งไม้&nbsp;ใบหญ้า&nbsp;รวมถึงการใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;&nbsp;รายงาน</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-20T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220074323033"],
    [591,"ชาวบ้านพร่อน ร่วมลงแขกเกี่ยวข้าว ประเพณีโบราณ","<p><strong>ชาวบ้านพร่อน&nbsp;ร่วมลงแขกเกี่ยวข้าว&nbsp;ประเพณีโบราณ&nbsp;ด้านเกษตรอำเภอเมืองยะลา&nbsp;หนุน&nbsp;แปลงใหญ่ข้าวเพิ่มผลผลิต-รายได้&nbsp;&nbsp;ยกระดับคุณภาพชีวิตให้เกษตรกร</strong></p><p><strong>เมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าว</strong>&nbsp;ชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;ต.พร่อน&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองยะลา&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ต่างก็ได้มารวมตัว&nbsp;นำแกละมาร่วมลงแขกเกี่ยวข้าวกันอย่างสนุกสนาน&nbsp;ที่บริเวณแปลงนา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ซึ่งทาง&nbsp;นายรุสดี&nbsp;ยูโซ๊ะ&nbsp;ปราชญ์ชาวบ้านชุมชน&nbsp;บอกว่า&nbsp;ชาวบ้านที่นี่มีอาชีพหลัก&nbsp;ทำสวนยางพารา&nbsp;และทำนา&nbsp;ทุกปีในเดือน&nbsp;ก.พ&nbsp;ถึง&nbsp;มี.ค&nbsp;ชาวบ้าน&nbsp;ก็จะมาร่วมมือร่วมใจเก็บเกี่ยวข้าวกัน&nbsp;เพื่อสร้างความรัก&nbsp;ความสามัคคีในชุมชน&nbsp;สืบสานวัฒนธรรมให้เกิดขึ้นในตำบล&nbsp;ซึ่งปัจจุบันการลงแขกเกี่ยวข้าวจะห่างหายไป&nbsp;เยาวชนจะไม่ค่อยได้เห็น</p><p><strong>ทางด้านนายอับดุลเลาะ&nbsp;ยูโซ๊ะ</strong>&nbsp;เจ้าของแปลงนา&nbsp;บอกว่า&nbsp;ปีนี้ดีขึ้นมีเกษตรมาช่วยเหลือสนับสนุนการทำนา&nbsp;ทำให้ชาวบ้านมีกำลังใจที่จะทำนากันมากขึ้น&nbsp;เพื่อสืบทอดให้กับคนรุ่นหลัง&nbsp;ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยทำกัน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นางวีระ&nbsp;สมศิริ&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองยะลา</strong>&nbsp;บอกว่า&nbsp;สำหรับตำบลพร่อนมีที่นาจำนวน&nbsp;1,950.79&nbsp;ไร่&nbsp;ปัจจุบันปลูกข้าว&nbsp;จำนวน&nbsp;368.96&nbsp;ไร่&nbsp;เกษตรกร&nbsp;109&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;โดยเกษตรกรตำบลพร่อนได้เริ่มทำนาในเดือนตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;และเริ่มทยอยเก็บเกี่ยวในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ส่วนการทำนาในพื้นที่&nbsp;ก็ยังเป็นรูปแบบเดิม&nbsp;ซึ่งทางเกษตรอำเภอเมืองยะลาจะเข้ามาส่งเสริมให้เกษตรกรทำแปลงใหญ่&nbsp;จะมีการทำพืชหลังนา&nbsp;เห็ดจากฟางข้าวด้วย&nbsp;&nbsp;โดยจะใช้ประโยชน์สิ่งเหลือใช้ทางการเกษตรมาเพิ่มมูลค่าให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;จะเป็นทางออกให้ชาวบ้าน&nbsp;ถึงแม้นว่าตอนนี้ราคาปาล์ม&nbsp;ยางพารา&nbsp;จะเพิ่มขึ้นแล้ว&nbsp;แต่คุณภาพชีวิต&nbsp;ค่าครองชีพก็ยังสูง&nbsp;หลายอย่างปรับขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะน้ำมัน&nbsp;ถ้ามีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;เกษตรกรก็จะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น</p><p><strong>ซึ่งก็ได้มีการวางแผนกับทางปราชญ์ชาวบ้าน</strong>&nbsp;อบต.&nbsp;ปีหน้าก็จะเริ่มทำแปลงใหญ่ข้าว&nbsp;สำหรับเกษตรกรจะได้รับประโยชน์&nbsp;จะมีโรงเรียนข้าว&nbsp;ได้เรียนรู้การปลูกข้าวสมัยใหม่&nbsp;การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อประหยัดแรงงาน&nbsp;ปักดำมีคุณภาพจะทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น</p><p><strong>สำหรับการลงแขกเกี่ยวข้าวเป็นประเพณีของชาวบ้านเดิมๆ</strong>&nbsp;ก่อนเก็บ&nbsp;นั้น&nbsp;จะมีพิธีการเอาข้าวใหม่เป็นขวัญข้าว&nbsp;โดยชาวบ้านจะนำอ้อย&nbsp;และกล้วยใส่ในภาชนะ&nbsp;แล้วจะออกจากบ้านมาที่นาเช้าตรู่&nbsp;และเลือกตัดต้นข้าวที่ดี&nbsp;และสวย&nbsp;7-8&nbsp;ต้น&nbsp;เพื่อเป็นพันธุ์&nbsp;เป็นขวัญในปีต่อไป&nbsp;โดยหลังจากตัดเสร็จก็จะนำมามัด&nbsp;และเก็บใส่ตะกร้าที่เตรียมมา&nbsp;แล้วนำกลับไปเก็บในเรือนข้าว&nbsp;ยุ้งข้าว&nbsp;ที่บ้าน&nbsp;ก่อนเริ่มการลงแขกเก็บเกี่ยวข้าวในวันถัดไป&nbsp;&nbsp;สำหรับข้าวที่เก็บได้แต่ละคนนำมามัดข้าวเรียง&nbsp;โดยนำเอาต้นข้าวมาทำเป็นเชือกสำหรับมัดไว้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ในสมัยก่อน</strong>&nbsp;เด็กไม่มีปี่&nbsp;พ่อแม่ซึ่งนำลูกมาด้วยก็จะตัดต้นข้าวมาบีบ&nbsp;กด&nbsp;แล้วก็ให้ลูกๆ&nbsp;ได้เล่นกันที่หัวมุมนา&nbsp;ส่วนพ่อ&nbsp;แม่ก็จะลงนาไปเก็บเกี่ยวข้าว&nbsp;&nbsp;ซึ่งการเป่าปี่จากต้นข้าวจะเป็นการละเล่นที่สนุกสนานมากสำหรับเด็กๆ&nbsp;ในสมัยก่อน</p><p>&nbsp;</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-02-20T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220081921037"],
    [592,"กอนช. เฝ้าระวังฝนตกหนักและลมแรงในพื้นที่ตอนบนของประเทศ","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักและลมแรงในพื้นที่ตอนบนของประเทศ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(20&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศแปรปรวน&nbsp;โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้ฝนลดลง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;109&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;น่าน&nbsp;99&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และสกลนคร&nbsp;88&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;31,761&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;55&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;25,470&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;53&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-02-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220093241043"],
    [593,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ภาคเหนือ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(20&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;คุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีลมพัดและหลายพื้นที่มีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;22&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;</span><a&nbsp;href=\"http://bangkokairquality.com/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">bangkokairquality.com</a></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-02-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220211406210"],
    [594,"ยกตลาดนัดเกษตรอินทรีย์ให้สายสุขภาพ ในงาน Organic Weekend Market 2022 เพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร","<p><strong>นายอุดม&nbsp;ศรีสมทรง&nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมฯ&nbsp;จัดงานตลาดนัดอินทรีย์ใจกลางเมือง&nbsp;Organic&nbsp;Weekend&nbsp;Market&nbsp;2022&nbsp;ถือเป็นการส่งเสริมและขับเคลื่อนการพัฒนาตลาดสินค้าอินทรีย์มาอย่างต่อเนื่องและเน้นการหมุนเวียนของเศรษฐกิจภายในประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร&nbsp;สถาบันเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการและภาคีเครือข่ายที่ไม่สามารถดำเนินกิจกรรม&nbsp;หรือประกอบกิจการได้&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่าย&nbsp;ขยายตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในประเทศและยังช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร&nbsp;เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจชุมชนอีกด้วย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในงานจะพบกับสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;</strong>สินค้าปลอดภัย&nbsp;สินค้าจากชุมชน&nbsp;Farm&nbsp;outlet&nbsp;จากทั่วประเทศกว่า&nbsp;60&nbsp;ร้านค้า&nbsp;เช่น&nbsp;Fresh&nbsp;Food&nbsp;ข้าว&nbsp;ผัก&nbsp;ผักพื้นบ้าน&nbsp;ผลไม้&nbsp;และสินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;เครื่องสำอาง&nbsp;ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องใช้สอย&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;และยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ&nbsp;ได้แก่&nbsp;Organic&nbsp;Workshop&nbsp;สอนแต่งหน้าคัพเค้กขนม&nbsp;DIY,&nbsp;สอนจัดสวนถาดรักษ์โลก,&nbsp;โคมไฟประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติ,&nbsp;สอนทำเทียนเจล,&nbsp;กระเป๋าประดิษฐ์ลดโลกร้อน&nbsp;และอื่นๆอีกมากมาย&nbsp;&nbsp;โดยงานดังกล่าวจะจัดจนถึงวันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.-&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;G&nbsp;Garden&nbsp;หลังห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล&nbsp;แกรนด์&nbsp;พระราม&nbsp;9&nbsp;กรุงเทพฯ</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220141025098"],
    [595,"เกษตรลำปาง แจ้งเตือนเกษตรกรเตรียมตัวรับมือกับด้วงเต่าแตงแดงในพืชตระกูลแตง","<p><strong>นายธีระพงศ์&nbsp;ฤทธิโชติ&nbsp;เกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ขอให้</strong>เกษตรกรผู้ปลูกพืชตระกูลแตง&nbsp;อาทิ&nbsp;แตงกวา&nbsp;แตงร้าน&nbsp;บวบ&nbsp;มะระ&nbsp;ฟักแม้ว&nbsp;ฟักเขียว&nbsp;แฟง&nbsp;และตำลึง&nbsp;ให้หมั่นสังเกตการเข้าทำลายของด้วงเต่าแตงแดง&nbsp;ที่สามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโต&nbsp;ซึ่งระยะนี้จะมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน&nbsp;สลับกับมีฝนตก&nbsp;โดยเริ่มแรกจะพบตัวเต็มวัยเพศเมียวางไข่ในดินใกล้โคนต้นเป็นฟองเดี่ยวๆ&nbsp;หรือเป็นกลุ่มเล็กๆ&nbsp;</p><p><strong>ตัวหนอนสีขาวจะอาศัยอยู่ในดิน&nbsp;</strong>และกัดกินรากพืชเป็นอาหาร&nbsp;ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อรากพืชตระกูลแตง&nbsp;ในระยะต้นอ่อน</p><p><strong>ด้วงเต่าแตงแดง</strong>&nbsp;เป็นแมลงปีกแข็งขนาดลำตัวยาว&nbsp;0.8&nbsp;ซม.&nbsp;ปีกคู่แรกแข็งเป็นมันสีแดงแสดลำตัวค่อนข้างยาวเคลื่อนไหวช้า&nbsp;จะพบเสมอเวลากลางวันแดดจ้า&nbsp;ตัวอ่อนอาศัยอยู่ในดินลักษณะตัวหนอนสีขาวอาศัยกัดรากพืชในบริเวณที่เป็นอาหาร&nbsp;อาจเป็นอันตรายต่อรากแตงในระยะต้นอ่อนด้วย&nbsp;ตัวเต็มวัยสามารถมีอายุได้ถึง&nbsp;100&nbsp;วันหรือมากกว่า&nbsp;เพศเมียจะวางไข่เป็นฟองเดี่ยวหรือเป็นกลุ่มเล็กๆ&nbsp;ในดินใกล้โคนต้นแตง&nbsp;อายุฟักไข่&nbsp;8-15&nbsp;วันที่หนอนออกจากไข่ใหม่ๆ&nbsp;จะมีสีเหลืองซีดและค่อยๆ&nbsp;เปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้ม&nbsp;เมื่อโตเต็มที่ตัวอ่อนกัดกินรากพืชการเจริญเติบโต&nbsp;มี&nbsp;4&nbsp;ระยะ&nbsp;อายุตัวอ่อน&nbsp;18-35&nbsp;วัน&nbsp;เมื่อโตเต็มที่จะเข้าดักแด้ในดินโดยสร้างเกราะป้องกันอายุดักแด้แตกต่างกันไประหว่าง&nbsp;4-14&nbsp;วัน&nbsp;ด้วงเต่าแตงแดงจะเข้าทำลายแทะกัดกินใบยอด&nbsp;หากระบาดรุนแรงอาจทำให้ต้นพืชชะงักการทอดยอด&nbsp;มักพบการระบาดในสวนแตงที่มีวัชพืชหนาแน่น&nbsp;เนื่องจากตัวอ่อนอาศัยกัดกินรากพืช&nbsp;จึงเป็นปัญหาในแหล่งปลูกใหม่ที่บริเวณโดยรอบไม่มีการไถพรวนดินและไม่มีการปราบวัชพืชที่เพียงพอ&nbsp;ซึ่งจะพบการระบาดของด้วงเต่าแตงแดงในทุกฤดู&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงที่พืชเริ่มแตกใบจริง&nbsp;กรณีพบการเข้าทำลายของด้วงเต่าแตง&nbsp;เกษตรกรควรหมั่นสำรวจตรวจดูสวนในเวลาเช้าที่แดดยังไม่จัด&nbsp;โดยให้ใช้วิธีกลในการจับตัวด้วงเต่าแตงแดงมาทำลายด้วยมือ&nbsp;จะสามารถช่วยลดการระบาดลงได้มาก&nbsp;ขณะเดียวกันภายหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว&nbsp;ให้เกษตรกรถอนทำลายต้นทิ้ง&nbsp;เก็บเศษซากพืชในส่วนที่หลงเหลือ&nbsp;และหมั่นกำจัดวัชพืชในแปลงไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันที&nbsp;เพื่อทำลายแหล่งอาศัยและไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของด้วงเต่าแตงแดงต่อไป</p><p><strong>นอกจากนี้</strong>&nbsp;ให้เกษตรกรใช้สารฆ่าแมลงที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัดด้วงเต่าแตงแดง&nbsp;โดยให้พ่นด้วยสารอิมิดาโคลพริด&nbsp;10%&nbsp;เอสแอล&nbsp;อัตรา&nbsp;10&nbsp;มิลลิลิตรต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;หรือสารฟิโพรนิล&nbsp;5%&nbsp;เอสซี&nbsp;อัตรา&nbsp;20&nbsp;มิลลิลิตรต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;หรือสารคาร์บาริล&nbsp;85%&nbsp;ดับเบิ้ลยูพี&nbsp;อัตรา&nbsp;30&nbsp;กรัมต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-02-20T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220101122049"],
    [596,"กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เร่งพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำให้ประชาชนทั่วประเทศปีนี้เกือบ 400 แห่ง","<p><strong>กรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;เร่งพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำให้ประชาชนทั่วประเทศปีนี้เกือบ&nbsp;400&nbsp;แห่ง&nbsp;พร้อมจุดจ่ายน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายกุศล&nbsp;โชติรัตน์&nbsp;รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปีนี้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำให้ประชาชนในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศอีก&nbsp;381&nbsp;แห่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;724&nbsp;บ่อ&nbsp;สามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนได้&nbsp;23&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี&nbsp;มีประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;25,625&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกนอกเขตชลประทานได้&nbsp;26,200&nbsp;ไร่&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ได้สนับสนุนจุดจ่ายน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคสำหรับประชาชน&nbsp;191&nbsp;แห่ง&nbsp;พร้อมเตรียมความพร้อมของบุคลากร&nbsp;เครื่องจักร&nbsp;และอุปกรณ์ต่างๆ&nbsp;คือ&nbsp;จุดจ่ายน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค&nbsp;191&nbsp;แห่ง&nbsp;,&nbsp;ชุดเจาะบ่อน้ำบาดาล&nbsp;86&nbsp;ชุด&nbsp;,&nbsp;รถผลิตน้ำดื่มสะอาดเคลื่อนที่&nbsp;17&nbsp;คัน&nbsp;,&nbsp;รถบรรทุกน้ำ&nbsp;86&nbsp;คัน&nbsp;,&nbsp;ชุดซ่อมระบบประปาและเครื่องสูบน้ำบาดาล&nbsp;35&nbsp;ชุด&nbsp;และมีโรงเรียนที่พร้อมสนับสนุนเป็นจุดจ่ายน้ำสะอาด&nbsp;246&nbsp;แห่ง&nbsp;ขณะเดียวกันยังร่วมเป็นภาคีเครือข่ายสนับสนุนโครงการ&nbsp;ราษฎร์&nbsp;รัฐ&nbsp;ร่วมใจช่วยภัยแล้ง&nbsp;สร้างความร่วมมือระหว่างกองทัพบก&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;การประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;และบริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ร่วมกำลังบุคลากร&nbsp;แหล่งน้ำสะอาด&nbsp;รถบรรทุกน้ำ&nbsp;พลังงานไฟฟ้า&nbsp;น้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;และเครื่องจักรอุปกรณ์ที่จำเป็นให้ความช่วยเหลือประชาชนบรรเทาปัญหาภัยแล้งจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับปีที่ผ่านมากรมทรัพยากรน้ำบาดาลสามารถขุดเจาะและพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำให้ประชาชนในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศรวม&nbsp;931&nbsp;แห่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,646&nbsp;บ่อ&nbsp;สามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนได้&nbsp;72.35&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี&nbsp;มีประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;105,235&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกนอกเขตชลประทานได้&nbsp;112,800&nbsp;ไร่</p>","2022-02-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220101400050"],
    [597,"เช้านี้ค่าฝุ่นPM2.5ในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภาคเหนืออยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และภาคเหนืออยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;โดยฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(20&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีลมพัด&nbsp;และหลายพื้นที่มีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;22&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-02-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220101755051"],
    [598,"ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม เขาขยายโมเดล การปลูกต้นไม้ในใจคน ณ บริเวณเขาขยาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท","<p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่บริเวณเขาขยาย</strong>&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลเขาท่าพระ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม&nbsp;เขาขยายโมเดล&nbsp;การปลูกต้นไม้ในใจคน&nbsp;โดยการปลูกไทรพิมายหรือไทรย้อยจำนวน&nbsp;33&nbsp;ต้นในพื้นที่&nbsp;โดยมี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท&nbsp;อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ปลัดจังหวัดชัยนาท&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ชัยนาท&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;และมูลนิธิรักษ์เขาขยายชัยนาทเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;</p><p><strong>นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การจัดกิจกรรม&nbsp;เขาขยายโมเดล&nbsp;การปลูกต้นไม้ในใจคน&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;ร่วมกับทุกภาคส่วนในจังหวัดชัยนาท&nbsp;โดยการนำเอาแนวคิดนวัตกรรมในการปลูก&nbsp;ซึ่งคิดค้นโดย&nbsp;ผอ.สุวัฒน์&nbsp;ชำนาญกิจ&nbsp;ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และนายมงคล&nbsp;ประยูรหงษ์&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองปัก&nbsp;โดยการขุดดินเป็นบ่อหลุม&nbsp;และนำดินใหม่ใส่เพื่อเป็นการเปลี่ยนสภาพดิน&nbsp;ประกอบกับการติดตั้งถังน้ำจำนวน&nbsp;1&nbsp;ถังต่อ&nbsp;2&nbsp;ต้น&nbsp;เพื่อให้ต้นไม้ได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่โครงการฟื้นฟูเขาทะเลทรายสู่เขาสวรรค์&nbsp;บ้านเขาขยายหมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลเขาท่าพระ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ได้ริเริ่มไว้เมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;เมื่อปี&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;ฟื้นฟูพื้นที่เขาขยายที่มีความแห้งแล้ง&nbsp;ให้กลับคืนเป็นพื้นที่สีเขียว&nbsp;เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้&nbsp;การดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ&nbsp;และเป็นสถานที่ออกกำลังกาย&nbsp;ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม&nbsp;ตลอดจนเพื่อให้ทุกภาคส่วนได้นำ&nbsp;เขาขยายโมเดล&nbsp;การปลูกต้นไม้ในใจคน&nbsp;ไปเป็นต้นแบบการดำเนินการในพื้นที่อื่นต่อไป&nbsp;</p><p><strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ชาวจังหวัดชัยนาท&nbsp;และผู้นำองค์กรปกครองท้องถิ่น&nbsp;โดยนำของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;ที่ได้สานต่อในเรื่องของการฟื้นฟูเขาขยาย&nbsp;เขาทะเลทราย&nbsp;สู่เขาสวรรค์&nbsp;โดยช่วยกันทำให้&nbsp;สิ่งแวดล้อมของจังหวัดชัยนาทดีขึ้น&nbsp;และประเทศไทยให้ดีขึ้น&nbsp;ซึ่งนอกจากจะช่วยทำให้เกิดความร่มเย็น&nbsp;เป็นที่อยู่ของนกแล้ว&nbsp;เป็นที่ออกกำลังกายที่พักผ่อน&nbsp;และยังจะช่วยทำให้ภาวะโลกร้อน&nbsp;ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของของโลกได้คลี่คลายดีขึ้น&nbsp;ในขณะเดียวกันสถานที่แห่งนี้&nbsp;ก็จะกลายเป็นศูนย์อนุรักษ์พันธุ์พืชในดำริ&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา&nbsp;ฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ในการให้ลูกหลาน&nbsp;หรือผู้ที่สนใจด้านพฤกษศาสตร์&nbsp;ด้านต้นไม้เข้ามาศึกษาเรียนรู้&nbsp;และที่นี่จะกลายเป็นที่ออกกำลังกายที่พักผ่อนของคนในครอบครัว&nbsp;แบบการพักผ่อนที่เรียกว่าเป็นพื้นที่สีเขียวอีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220130624082"],
    [599,"ปลัดกระทรวงมหาดไทย สานต่อพื้นที่ฟื้นฟูเขาขยาย เขาทะเลทรายสู่เขาสวรรค์ ในกิจกรรม เขาขยายโมเดล การปลูกต้นไม้ในใจคน","<p><strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;เขาขยายโมเดล&nbsp;&nbsp;การปลูกต้นไม้ในใจคน&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่โครงการฟื้นฟูเขาขยาย&nbsp;เขาทะเลทรายสู่เขาสวรรค์&nbsp;บ้านเขาขยาย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.เขาท่าพระ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ชัยนาท&nbsp;โดยมี&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ท้องที่&nbsp;และประชาชนชาวจังหวัดชัยนาทให้การต้อนรับ&nbsp;และร่วมกันปลูกต้นไทรพิมาย&nbsp;&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;33&nbsp;ต้น&nbsp;&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ขอขอบคุณชาวจังหวัดชัยนาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ท้องที่&nbsp;ภายใต้การนำของผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;ที่สานต่อฟื้นฟูเขาขยาย&nbsp;เขาทะเลทราย&nbsp;สู่เขาสวรรค์&nbsp;ช่วยกันทำให้สิ่งแวดล้อมของจังหวัดชัยนาท&nbsp;และของประเทศไทยดีขึ้น&nbsp;ซึ่งนอกจากจะช่วยทำให้เกิดความร่วมเย็นเป็นที่อยู่ของนก&nbsp;เป็นที่ออกกำลังกาย&nbsp;เป็นที่พักผ่อนแล้ว&nbsp;ยังช่วยให้ภาวะโลกร้อนซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของโลกได้คลี่คลายดีขึ้น</p><p>เขาขยายของจังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้เริ่มดำเนินการฟื้นฟูกันมาตั้งแต่ปี&nbsp;2558<strong>&nbsp;</strong>สมัยผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาทคนที่&nbsp;52&nbsp;(นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ)&nbsp;จนถึงทุกวันนี้&nbsp;7&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีเป็นที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่ง&nbsp;กล่าวคือมีต้นไม้ที่ช่วยกันปลูกไว้เติบใหญ่เป็นร่มเงา&nbsp;ขณะเดียวกันเราไม่ท้อถอยยังมีการปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้น&nbsp;โดยเป้าหมายสูงสุดเราหวังว่าที่นี่จะอุดมสมบูรณ์&nbsp;เป็นป่าที่มีต้นไม้มากมายหลายชนิดและเป็นที่อยู่ของนก&nbsp;และสิ่งมีชีวิตที่สามารถอยู่ได้ในพื้นที่ที่เป็นป่า</p><p><strong>ขณะเดียวกันสถานที่แห่งนี้จะเป็นศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืช</strong>&nbsp;ในพระดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ในการให้ลูกหลานหรือผู้สนใจด้านพฤกษศาสตร์&nbsp;ด้านต้นไม้มาศึกษาเรียนรู้&nbsp;รวมทั้งเป็นที่ออกกำลังกายที่พักผ่อนของคนในครอบครัว</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ทางนายก&nbsp;อบจ.ชัยนาท&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;</strong>ได้ร่วมกับสมาคมจักรยานแห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;จัดสร้างสนามจักรยานบีเอ็มเอกซ์&nbsp;สนามจักรยานเสือภูเขา&nbsp;และกำลังจัดทำสนามดาวฮิลล์ขึ้นที่บริเวณเขาขยายแห่งนี้&nbsp;ฉะนั้นจะเป็นสถานที่ที่สามารถเป็นได้ทั้งที่พักผ่อนและที่พัฒนาฝีมือการออกกำลังกายด้วยการขี่จักรยานประเภทต่างๆ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คาดหวังว่าที่นี่จะมีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;และเป็นแหล่งอาหาร&nbsp;เป็นแหล่งสมุนไพร&nbsp;</strong>ให้กับคนทั่วไปด้วย&nbsp;ฉะนั้นความหลากหลายของเขาขยายมีมาก&nbsp;ประเป็นประจักษ์พยานแห่งความรักความสามัคคีของผู้คนในจังหวัดชัยนาท&nbsp;และจังหวัดอื่นๆ&nbsp;ที่มีจิตอาสา</p><p><strong>การปลูกต้นไทรพิมายครั้งนี้&nbsp;ได้รับความกรุณาจากทีมงานของนายมงคล&nbsp;ประยูรหงษ์</strong>&nbsp;&nbsp;นายกเทศบาลเมืองปักธงชัย&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;เป็นผู้ริเริ่มนำต้นไทรพิมายมาปลูกที่เขาขยาย&nbsp;วันนี้เราร่วมแรงร่วมใจกันบริจาค&nbsp;นำมาซื้อต้นไทร&nbsp;และจัดระบบน้ำ&nbsp;เพื่อให้ต้นไทรพิมายเป็นที่อยู่ของนก&nbsp;เป็นแหล่งอาหารของนก&nbsp;และเป็นที่พักผ่อนของผู้คนต่อไป&nbsp;&nbsp;หวังว่าจะเป็นต้นแบบในการที่เราจะไปพัฒนาพื้นที่อื่นๆ&nbsp;ของประเทศไทย&nbsp;จะเป็นตัวอย่างและเป็นแนวทางในการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อมด้วยการปลูกต้นไม้&nbsp;การฟื้นฟูป่าให้ดีขึ้น&nbsp;Change&nbsp;for&nbsp;&nbsp;Good&nbsp;&nbsp;ต้องมีความอดทนและต้องช่วยกันอย่างจริงจัง&nbsp;เพื่อตอบแทนบุญคุณแผนดินด้วยการทำความดีด้วยหัวใจ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220132147085"],
    [600,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคอีสานของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย</strong>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(19&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;134&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อนเล็กน้อย&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;65&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;39&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;15&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุดอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;20&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;และสุรินทร์&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนเริ่มกลับมากระจายตัวอยู่ในพื้นที่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;ส่วนวันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทุกจังหวัดในประเทศอยู่ในระดับดีมาก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;19&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;6,296&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;5,794&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;3,627&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;8&nbsp;วัน&nbsp;966&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นกัมพูชา&nbsp;597&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;142&nbsp;จุด&nbsp;จุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-02-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220164224139"],
    [601,"หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมซ่อมแซมรอยรั่วของท่ออ่อนของท่อน้ำมันกลางทะเลระยอง โดยบริษัท SPRC เสนอการพันปิดรอยรั่วของท่ออ่อน 3 ขั้นตอน คาดใช้เวลา 11 วัน เสนอสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองพิจารณาอนุมัติพรุ่งนี้","<p><strong>หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เตรียมซ่อมแซมรอยรั่วของท่ออ่อนของท่อน้ำมันกลางทะเลระยอง&nbsp;โดยบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;เสนอการพันปิดรอยรั่วของท่ออ่อน&nbsp;3&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;คาดใช้เวลา&nbsp;11&nbsp;วัน&nbsp;เสนอสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองพิจารณาอนุมัติวันพรุ่งนี้&nbsp;(21&nbsp;ก.พ.65)</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;13&nbsp;(ชลบุรี)&nbsp;,&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;,&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;,&nbsp;กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ&nbsp;,&nbsp;กรมธุรกิจพลังงาน&nbsp;,&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง&nbsp;,&nbsp;สถานีตำรวจภูธรมาบตาพุด&nbsp;,&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;,&nbsp;สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;,&nbsp;กลุ่มสมาคมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมัน&nbsp;(IESG)&nbsp;,&nbsp;วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย&nbsp;(วสท.)&nbsp;,&nbsp;การนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด&nbsp;และบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จํากัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ได้ร่วมกันหารือกรณีบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ขอดำเนินการพันปิดรอยรั่วของท่ออ่อน&nbsp;หลังแจ้งตรวจพบรอยรั่วที่ท่ออ่อน&nbsp;2&nbsp;จุดวันนี้&nbsp;(20&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;โดย&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ได้เสนอขั้นตอนการพันปิดรอยรั่วของท่ออ่อน&nbsp;3&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;คือ&nbsp;วิธีที่&nbsp;1&nbsp;ฉีดน้ำยากันรั่วที่บอลวาล์วใต้ทะเลมี&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;ปัจจุบันปิดวาล์วอยู่ป้องกันน้ำมันจะไหลย้อนมาจากฝั่งกลับมาที่รอยรั่ว&nbsp;โดยจะฉีดน้ำยาทำความสะอาดก่อนตามด้วยน้ำยากันรั่วแล้วดำเนินการทดสอบบอลวาล์วว่าสามารถรับแรงดันได้&nbsp;//&nbsp;วิธีที่&nbsp;2&nbsp;ดูดน้ำมันที่ค้างท่ออ่อนออกลดความเสี่ยงของน้ำมันที่อาจจะรั่วไหลออกมาช่วงที่พันท่อ&nbsp;ด้วยขั้นตอนการดูดน้ำมันที่ค้างอยู่ในท่อแนวนอนออกก่อนใช้ปั๊มสูบเก็บไว้ที่เรือ&nbsp;,&nbsp;ต่อหน้าแปลนกับวาล์วด้านบนที่ต่อกับปั๊มสูญญากาศในลักษณะปิดสนิทเพื่อให้เป็นระบบปิดป้องกันการรั่วไหลของน้ำมันในขณะดูด&nbsp;,&nbsp;ต่อท่อน้ำด้านล่างเข้ากับวาล์วใต้ทะเลเติมน้ำให้เต็มและยกปลายสายอยู่ที่ระดับน้ำทะเล&nbsp;,&nbsp;เดินปั๊มสูญญากาศเพื่อให้ด้านบนมีความดันเป็นสูญญากาศแล้วค่อยๆ&nbsp;เปิดวาล์วให้น้ำเข้ามาแทนที่น้ำมัน&nbsp;แล้วดูดน้ำมันขึ้นทางด้านบนปริมาณน้ำมันที่จะดูดขึ้นประมาณ&nbsp;12,000&nbsp;ลิตร&nbsp;จะดูดจนไม่เห็นสภาพน้ำมันและตลอดช่วงดำเนินการจะมีนักประดาน้ำเฝ้าสังเกตการณ์รอยรั่วและข้อต่อทุกจุด&nbsp;หากพบการรั่วไหลของน้ำมันจะหยุดปฏิบัติการทันที&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;วิธีที่&nbsp;3&nbsp;พันปิดรอยรั่วทั้ง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;หากมั่นใจภายในท่อเป็นน้ำทะเลทั้งหมด&nbsp;ซึ่งได้หารือกับผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทผู้ผลิตท่อเกี่ยวกับการปฏิบัติงานและร่วมทดลองปฏิบัติการบนฝั่งแล้ว&nbsp;จะห่อหุ้ม&nbsp;3&nbsp;ชั้น&nbsp;ชั้นที่&nbsp;1&nbsp;เป็นชั้นกันซึม&nbsp;ชั้นที่&nbsp;2&nbsp;เป็นชั้นเพิ่มความแข็งแรง&nbsp;ชั้นที่&nbsp;3&nbsp;เป็นชั้นกันซึม&nbsp;จากนั้นจะใช้สายรัดอุตสาหกรรมมัดอีกครั้ง&nbsp;และทำการทดสอบแรงดันไม่พบมีการรั่วซึมออกมา&nbsp;โดยวัสดุที่ใช้สามารถใช้งานได้ทั้งบนบกและในทะเล&nbsp;พร้อมให้บริษัทฯประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เช่น&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;ให้การสนับสนุนการปฏิบัติงาน&nbsp;คาดว่า&nbsp;ใช้เวลาปฏิบัติงาน&nbsp;11&nbsp;วัน&nbsp;เบื้องต้นกรมเจ้าท่าได้เห็นชอบในหลักการต่อแผนปฏิบัติการของบริษัทฯแล้ว&nbsp;แต่ขอให้บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;เพิ่มเติมรายละเอียดส่งสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองพิจารณาอนุมัติวันพรุ่งนี้&nbsp;(21&nbsp;ก.พ.65)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ได้เตรียมการรองรับกรณีเกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล&nbsp;โดยจัดเตรียมบูม&nbsp;5&nbsp;ปาก&nbsp;ยาวเส้นละ&nbsp;200&nbsp;เมตร&nbsp;ใช้เรือลากจูงบูม&nbsp;10&nbsp;ลำ&nbsp;,&nbsp;เรือฉีดพ่น&nbsp;Dispersant&nbsp;3&nbsp;ลำ&nbsp;,&nbsp;ติดตั้งอุปกรณ์เก็บคราบน้ำมัน&nbsp;(Skimmer)&nbsp;บนเรือ&nbsp;ศรีราชา&nbsp;ออฟชอว์&nbsp;881&nbsp;เพื่อช่วยเก็บน้ำและน้ำมันได้&nbsp;100,000&nbsp;ลิตรต่อชั่วโมง&nbsp;,&nbsp;เรือสีวลี&nbsp;รับน้ำมันที่สูบจากทะเลได้&nbsp;600,000&nbsp;ลิตร&nbsp;,&nbsp;ติดตั้งเต้นท์ดักน้ำมันใต้ทะเล&nbsp;พร้อมปั้มดูดน้ำมันออกจากเต้นท์&nbsp;,&nbsp;เรือหลวงหนองสาหร่ายของกองทัพเรือ&nbsp;มีทีมนักประดาสำหรับเฝ้าระวัง&nbsp;บันทึกภาพใต้น้ำ&nbsp;และมียานสำรวจใต้น้ำช่วงเวลากลางคืน&nbsp;,&nbsp;นักประดาน้ำปฏิบัติงาน&nbsp;24&nbsp;คน&nbsp;สำหรับพันท่อ&nbsp;ต่ออุปกรณ์&nbsp;และตอบโต้เหตุฉุกเฉิน</p>","2022-02-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220180402150"],
    [602,"ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมสวนทุเรียน จ.พัทลุง และติดตามการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ จากสถานการณ์โควิด-19","<p><strong>นายธีรภัทร&nbsp;ประยูรสิทธิ&nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;และคณะ&nbsp;เดินทางลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง&nbsp;ลงพื้นที่สวนผลไม้เกษตรผสมผสาน&nbsp;สวนเขาน้อย&nbsp;ของ&nbsp;นายชากรี&nbsp;รอดไฝ&nbsp;ม.3&nbsp;ต.บ้านนา&nbsp;อ.ศรีนครินทร์&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;เพื่อเยี่ยมชมสวนผลไม้เกษตรผสมผสาน&nbsp;และติดตามการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล&nbsp;เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรและการฟื้นฟูเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวิญญ์&nbsp;สิทธิเชนทร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดพัทลุงให้การต้อนรับ</p><p><strong>นายธีรภัทร&nbsp;ประยูรสิทธิ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การลงพื้นที่ครั้งนี้&nbsp;เป็นไปตามข้อสั่งการของ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ในการติดตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ด้วยการตรวจราชการแบบบูรณาการ&nbsp;พร้อมระบุว่า&nbsp;ในส่วนของเกษตรกร&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้ามาช่วยวางแผน&nbsp;วางมาตรการ&nbsp;ทั้งเรื่องการช่วยเหลือเยียวยา&nbsp;จากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;และสนับสนุนปัจจัยพื้นฐานสำหรับการผลิต&nbsp;ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้สินค้าเกษตรมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;คือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานวิชาการ&nbsp;โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ทำงานร่วมกันกับเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ&nbsp;เพื่อนำเอานวัตกรรม&nbsp;และเทคนิคต่างๆ&nbsp;มาช่วยเสริม&nbsp;เพื่อให้ผลผลิตมีมูลค่าสูงขึ้น&nbsp;จนเป็นผลให้เศรษฐกิจชุมชน&nbsp;และจังหวัดดีขึ้น</p><p><strong>นายธีรภัทร&nbsp;ประยูรสิทธิ&nbsp;ระบุว่า</strong>&nbsp;ในส่วนของจังหวัดพัทลุง&nbsp;เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เกษตรกร&nbsp;เปลี่ยนจากสวนยางพารา&nbsp;หันมาปลูกพืชแซมแบบผสมผสาน&nbsp;และพืชเชิงเดี่ยวชนิดอื่นแทน&nbsp;โดยเฉพาะสวนทุเรียน&nbsp;หากสามารถทำให้มีผลผลิตนอกฤดูได้&nbsp;จะทำให้ราคาสูงขึ้น&nbsp;อย่างสวนเขาน้อย&nbsp;ของนายชากรี&nbsp;รอดไฝ&nbsp;เป็นตัวอย่างของเกษตรกรที่ไม่ย่อท้อต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;โดยนำเอาเทคนิคต่างๆ&nbsp;จากส่วนราชการ&nbsp;และปราชญ์ชาวบ้าน&nbsp;มาปรับตัว&nbsp;ปรับใช้ในการทำเกษตรให้มีมูลค่าสูงขึ้น&nbsp;โดยสามารถผลิตทุเรียนนอกฤดู&nbsp;และสามารถขายได้มูลค่าที่สูง&nbsp;จึงอยากให้เป็นตัวอย่างกับเกษตรกรคนอื่นๆ&nbsp;ต่อไป&nbsp;ซึ่งจะสามารถทำให้เกษตรกรอยู่ได้&nbsp;โดยเฉพาะหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น&nbsp;จึงอยากให้เกษตรกรเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวเช่นเดียวกัน&nbsp;ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร&nbsp;ทำให้เศรษฐกิจชุมชน&nbsp;และเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น&nbsp;พร้อมเป็นกำลังใจให้เกษตรกร&nbsp;และขอให้วางแนวทางในการพัฒนาตนเอง&nbsp;รวมถึงการขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐ&nbsp;และเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ทำให้เกิดการเกษตรสร้างมูลค่า</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังสั่งการให้&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</strong>เช่น&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;กระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;ให้เข้ามาช่วยเพิ่มเติมเรื่องห่วงโซ่ของการผลิต&nbsp;เช่น&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การทำสินค้าแบบผสมผสานในรูปแบบของโอทอป&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;เทคนิคด้านการตลาด&nbsp;โดยการนำเอาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ&nbsp;การท่องเที่ยวในสวนเกษตร&nbsp;เข้ามารวมด้วยทำให้ครบวงจร&nbsp;ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>นายชากรี&nbsp;รอดไฝ&nbsp;อดีตข้าราชการกรมป่าไม้&nbsp;หลังเกษียณอายุราชการ&nbsp;</strong>จึงมาทำอาชีพสวนผลไม้อย่างเต็มตัวในพื้นที่&nbsp;สวนเขาน้อย&nbsp;มีเนื้อที่กว่า&nbsp;50&nbsp;ไร่&nbsp;โดยเปลี่ยนจากสวนยางพารา&nbsp;มาปลูกทุเรียน&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีต้นทุเรียนกว่า&nbsp;360&nbsp;ต้น&nbsp;และเริ่มผลิตทุเรียนให้ออกนอกฤดูกาล&nbsp;จนสร้างรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้&nbsp;ในการทำเกษตรเพื่อเพิ่มผลผลิต&nbsp;พร้อมเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ให้เกษตรกรในพื้นที่อีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>นายชากรี&nbsp;ระบุว่า&nbsp;การทำผลผลิตให้ออกนอกฤดูได้&nbsp;เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า&nbsp;</strong>โดยการเพิ่มต้นทุนอีกเล็กน้อย&nbsp;แต่ได้มูลค่าที่เพิ่มขึ้นมาก&nbsp;และเกษตรกรทุกคนสามารถทำได้&nbsp;พร้อมแนะนำให้เกษตรกรเริ่มต้นปลูก&nbsp;150&nbsp;&nbsp;200&nbsp;ต้น&nbsp;เพราะจะใช้ต้นทุนไม่มาก&nbsp;ไม่ต้องจ้างลูกจ้าง&nbsp;และ&nbsp;4-5&nbsp;ปี&nbsp;จะสามารถคืนต้นทุนได้แล้ว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-20T00:00:00","ภาคใต้","พัทลุง","สวท.พัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220181534151"],
    [603,"ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชมสวนผลไม้เกษตรผสมผสาน ในจังหวัดพัทลุง","<p><strong>นายธีรภัทร&nbsp;ประยูรสิทธิ&nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;และคณะ&nbsp;เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชมสวนผลไม้เกษตรผสมผสาน&nbsp;ในจังหวัดพัทลุง</strong></p><p><br></p><p><strong>ณ&nbsp;สวนเขาน้อย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลบ้านนา&nbsp;อำเภอศรีนครินทร์&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;</strong>นายวิญญ์&nbsp;&nbsp;สิทธิเชนทร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางจริยา&nbsp;จันทร์ดำ&nbsp;นายอำเภอศรีนครินทร์&nbsp;และนางสาวธัญพร&nbsp;น้อยเสงี่ยม&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;&nbsp;นายธีรภัทร&nbsp;ประยูรสิทธิ&nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;และคณะติดตาม&nbsp;ที่เดินทางไปยังสวนผลไม้เกษตรผสมผสาน&nbsp;ของนายชากรี&nbsp;รอดไฝ&nbsp;เพื่อเยี่ยมชมสวนผลไม้เกษตรผสมผสาน&nbsp;และติดตามประเด็นการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล&nbsp;&nbsp;เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;จากสถานการณ์โควิด-19</p><p><strong>นายธีรภัทร&nbsp;ประยูรสิทธิ&nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;&nbsp;ได้เร่งเห็นถึงปัญหาและเร่งช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวเกษตรกร&nbsp;ในการทำเกษตร&nbsp;ได้ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงมหาดไทยวางแผนและมาตรการการสนับสนุนให้สินค้าทางการเกษตรมีมูลค่าและเศรษฐกิจระดับชุมชนและระดับจังหวัด&nbsp;เพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย&nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรที่จังหวัดพัทลุง&nbsp;เดิมปลูกยางพารา&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาราคาไม่ค่อยสูง&nbsp;หันมาปลูกพืชแซมแบบผสมผสาน&nbsp;และพืชเชิงเดี่ยวชนิดอื่นแทน&nbsp;โดยเฉพาะทุเรียนที่สามารถปลูกนอกฤดูกาลได้&nbsp;ก็อาจจะได้ราคาสูงและสามารถส่งออกไปขายที่ต่างประเทศได้&nbsp;อย่างสวนเขาน้อย&nbsp;ของนายชากรี&nbsp;รอดไฝ&nbsp;เป็นตัวอย่างของเกษตรกรที่ไม่ย่อท้อต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;โดยนำเอาเทคนิคต่างๆ&nbsp;จากส่วนราชการ&nbsp;และปราชญ์ชาวบ้าน&nbsp;มาปรับตัว&nbsp;ปรับใช้ในการทำเกษตรให้มีมูลค่าสูงขึ้น</p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;074612404</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>","2022-02-20T00:00:00","ภาคใต้","พัทลุง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220191029156"],
    [604,"จังหวัดกระบี่เปิดงานเกษตรแฟร์ และ OTOP ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านการเกษตร ผลิตภัณฑ์ OTOP และสินค้าบริการ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ณ&nbsp;เวทีกลาง&nbsp;ลานพระอาทิตย์&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่&nbsp;</strong>นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นประธานงานเปิดงานเกษตรแฟร์&nbsp;และ&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;ครั้งที่&nbsp;10&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายกิตติชัย&nbsp;เอ่งฉ้วน&nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวรายงาน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การจัดงานเกษตรแฟร์&nbsp;และ&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;ครั้งที่&nbsp;10&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีกลางความร่วมมือระหว่างภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;ในการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านการเกษตร&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;และสินค้าบริการอื่นๆ&nbsp;ให้มีพื้นที่ในการจัดแสดง&nbsp;จำหน่ายสินค้าและบริการ&nbsp;เชื่อมผู้ผลิต&nbsp;-&nbsp;ผู้บริโภค&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพิ่มช่องทางการตลาดสินค้าเกษตร&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;สินค้าบริการอื่นๆ&nbsp;&nbsp;ทำให้ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;และกระจายรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น&nbsp;เปิดโอกาสให้นำผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;ประมง&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;สู่เวทีการประกวด&nbsp;การแข่งขัน&nbsp;เพื่อการพัฒนาผลผลิตของตนเอง&nbsp;และเพิ่มขีดความสามารถ&nbsp;ในการแข่งขัน&nbsp;เป็นการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ให้มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;ในการสร้างเครือข่ายผู้ผลิตสินค้าให้มีความเข้มแข็ง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จากข้อมูลการประกอบอาชีพของประชากรในจังหวัดกระบี่&nbsp;มีอาชีพหลักคือการเกษตร</strong>&nbsp;ในขณะที่ประชากรอีกจำนวนหนึ่งสร้างรายได้ให้กับครอบครัวด้วยการรวมกลุ่มผลิตสินค้า&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์หลายประเภทจำหน่ายจนเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป&nbsp;จังหวัดกระบี่เห็นความสำคัญในการร่วมกันพัฒนาภาคเกษตรกร&nbsp;และยกระดับสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์&nbsp;จึงได้บูรณาการร่วมกันกับส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดกระบี่&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;องค์กรเอกชน&nbsp;ร่วมกันจัดงานสำหรับกิจกรรมในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การจัดแสดงนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆ&nbsp;การอบรมสัมมนาทางวิชาการ&nbsp;กิจกรรมการประกวด&nbsp;และการแข่งขันประเภทต่างๆ&nbsp;การจำหน่ายสินค้าภาคการเกษตร&nbsp;และผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;เครื่องจักรกลทางการเกษตร&nbsp;อาหาร&nbsp;และสินค้าทั่วไป&nbsp;โดยผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดนิทรรศการ&nbsp;การอบรม&nbsp;การประกวด&nbsp;การแข่งขัน&nbsp;และจำหน่ายสินค้าทุกท่าน&nbsp;ได้ผ่านการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;กำหนดจัดงานขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;20&nbsp;-26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-20T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สวท.กระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220191830158"],
    [605,"กองอำนวยการฯ กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล รายงานสถานการณ์ประจำวัน ไม่พบคราบน้ำมันแต่พบเหตุนำสารเคมีไม่ทราบชนิดมาทิ้งที่หาดแม่รำพึง เบื้องต้นเก็บตัวอย่างส่ง สภ.เพ เพื่อใช้เป็นหลักฐาน","<p><strong>วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหลได้รายงานการดำเนินงาน&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;จะนำเสนอแผนอุดรอยรั่วต่อกรมเจ้าท่าและมีผู้แทนจากหลายหน่วยงาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;กรมธุรกิจพลังงาน&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง&nbsp;วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย&nbsp;สภาวิศวกรสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรมาบตาพุด&nbsp;นอกจากนี้สำนักงานควบคุมมลพิษจังหวัดระยองและกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ได้เข้าร่วมประชุมหารือร่วมกับกรมเจ้าท่า&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญ&nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;และบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ในกรณีที่บริษัทจะขอดำเนินการปิดรอยรั่วของท่ออ่อน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับแผนที่บริษัทนำเสนอ&nbsp;แต่ให้นำข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากที่ประชุมไปใส่ในแผนเพิ่มด้วย&nbsp;โดยให้บริษัท&nbsp;ทำหนังสือแจ้งแผนการดำเนินการถึงสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองพิจารณาในวันพรุ่งนี้&nbsp;(21&nbsp;ก.พ.65)</p><p><strong>การแจ้งร้องเรียนในวันนี้</strong>&nbsp;กรณีที่&nbsp;1&nbsp;มีผงตะกอนดำ&nbsp;ที่หาดพลา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;ก.พ.65&nbsp;เวลา&nbsp;10.05&nbsp;น.&nbsp;พบคราบผงตะกอนสีดำปะปนอยู่ทั่วบริเวณชายหาดเป็นสีดำเห็นชัดเก็บตัวอย่างทรายไปตรวจสอบต่อไป&nbsp;กรณีที่&nbsp;2&nbsp;พบกลิ่นสารเคมีรุนแรง&nbsp;ที่เดอะรอยัล&nbsp;ระยอง&nbsp;ผู้แจ้ง&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหาด&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;ก.พ.65&nbsp;เวลา&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;พบคราบสารเคมีบนหาดไทยขนาด&nbsp;2&nbsp;x&nbsp;3&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;ดำเนินการจัดเก็บและทำความสะอาดบริเวณชายหาดแล้ว&nbsp;ส่วนการดำเนินงานเฝ้าระวังนั้นบริษัทยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;มีโดรนและเรือเฝ้าระวังคอยตรวจสอบฟิล์มน้ำมันในทะเลและกำลังเจ้าหน้าที่เดินเท้าบริเวณชายหาดทั้งนี้ยังไม่พบคราบน้ำมันดิบแต่อย่างใด</p><p><strong>ส่วนกรณีมีบุคคลนำสารเคมีไม่ทราบชนิด</strong>มาทิ้งที่หาดแม่รำพึงช่วงบริเวณหาดหน้าโรงแรมเดอะรอยัล&nbsp;ระยอง&nbsp;เมื่อประมาณ&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;ของวานนี้&nbsp;บริษัทได้เก็บตัวอย่างทรายปนเปื้อนสารเคมีให้&nbsp;สภ.เพ&nbsp;เพื่อใช้เป็นหลักฐาน</p><p><strong>สำหรับการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;นั้น</strong>&nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง&nbsp;ในฐานะศูนย์ประสานการปฏิบัติกรณีคราบน้ำมันรั่วไหล&nbsp;(ศปน.)&nbsp;ใช้เรือตรวจการณ์เจ้าท่า&nbsp;802&nbsp;ออกลาดตระเวนตรวจสอบคราบน้ำมันอยู่เป็นระยะไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;ส่วนอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;ได้จัดเรือลาดตระเวนและทีมดำน้ำสำรวจในพื้นที่เขาแหลมหญ้า&nbsp;และเกาะเสม็ดแล้วไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;ขณะที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(จังหวัดระยอง)&nbsp;ติดตามตรวจสอบเฝ้าระวังคราบน้ำมันบริเวณชายหาด&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;หาดพยูน/หาดหนองแฟบ/หาดสุชาดา/หาดแสงจันทร์/หาด&nbsp;IRPC/หาดค่ายมหาสุรสิงหนาท/หาดหน้าบ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท/ลานหินขาว/และหาดก้นอ่าว&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมันเช่นเดียวกัน</p><p><strong>การตรวจสอบคุณภาพน้ำ&nbsp;อากาศ&nbsp;อาหาร&nbsp;และสัตว์ในทะเลนั้น</strong>&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง&nbsp;ได้แจ้งผลการวิเคราะห์อาหารทะเลเก็บจากจังหวัดระยอง&nbsp;จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์&nbsp;ซึ่งได้นำตัวอย่างอาหารทะเล&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ปลา&nbsp;หอย&nbsp;ปลาหมึก&nbsp;ไปตรวจสอบที่ห้องปฏิบัติการฯ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;ก.พ.65&nbsp;พบว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ส่วนสำนักงานประมงจังหวัดระยอง&nbsp;รายงานว่าศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลระยองได้ดำเนินการตรวจติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางการประมงบริเวณชายฝั่งจังหวัดระยอง&nbsp;ตั้งแต่หาดพลาจนถึงปากน้ำประแสร์&nbsp;โดยได้ตรวจวัดคุณภาพน้ำและรวบรวมตัวอย่างสัตว์น้ำเพื่อตรวจวิเคราะห์สารปนเปื้อนโลหะหนัก&nbsp;ในเบื้องต้นพบว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;ได้ร่วมปฏิบัติงานกับศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยอง&nbsp;ในการรายงานข้อมูลคุณภาพน้ำและอากาศให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลอย่างถูกต้อง&nbsp;ครบถ้วน&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่และนอกพื้นที่ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-20T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220195355170"],
    [606,"ชิงเก็บ ลดเผา สถานีควบคุมไฟป่าพื้นที่ลุ่มน้ำทอนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดหนองคาย สบอ.10 (อุดรธานี) ร่วมกับเครือข่ายการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ทำแนวกันไฟป่า","<p><strong>ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา&nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าพื้นที่ลุ่มน้ำทอนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ</strong>&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;สบอ.10&nbsp;(อุดรธานี)&nbsp;ร่วมกับเครือข่ายการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;ทำแนวกันไฟป่าบริเวณป่าชุมชนบ้านห้วยหินขาว&nbsp;และบ้านภูพนังม่วง</p><p><strong>ที่บริเวณบ้านห้วยหินขาว&nbsp;</strong>หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;และบ้านภูพนังม่วง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลด่านศรีสุข&nbsp;อำเภอโพธิ์ตาก&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าพื้นที่ลุ่มน้ำทอนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;สํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;10&nbsp;(อุดรธานี)&nbsp;ร่วมกับเครือข่ายการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;จัดกิจกรรมเนื่องในวันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>นายบุญศรี&nbsp;ชาติมูลตรี&nbsp;</strong>ประธานเครือข่ายไฟป่าจังหวัดหนองคาย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำหรับกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;เป็นการชิงเก็บเชื้อเพลิง&nbsp;ตามนโยบาย&nbsp;\"ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา&nbsp;\"&nbsp;และจัดทำแนวกันไฟแบบมีส่วนร่วมในพื้นที่ป่าชุมชนกว่า&nbsp;968&nbsp;ไร่&nbsp;เป็นการร่วมแรงร่วมใจกันของเจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่าฯ&nbsp;และชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยกันยับยั้งและป้องกันไม่ให้เกิดไฟป่า&nbsp;สอดคล้องกับนโยบายของนายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;เกี่ยวกับการงดเผาและป้องกันไม่ให้เกิดไฟป่า&nbsp;และไม่ให้เกิดควันและฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองคาย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221092807237"],
    [607,"กอนช. ขอให้ประชาชนภาคใต้และตอนบนของประเทศระวังฝนตกบางพื้นที่ พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินมาตรการรับมือภัยแล้งปีนี้","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคใต้และตอนบนของประเทศระวังฝนตกบางพื้นที่&nbsp;พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินมาตรการรับมือภัยแล้งปีนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(21&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนฝนลดลง&nbsp;แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นโดยอุณหภูมิจะลดลง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;77&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และตรัง&nbsp;71&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;31,670&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;55&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;25,382&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;53&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้ามาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำหน้าแล้งปีนี้&nbsp;อย่างกรมชลประทาน&nbsp;ได้รับอนุมัติจัดสรรงบประมาณขุดลอกแม่น้ำบางขามในพื้นที่&nbsp;ต.บางขาม&nbsp;อ.บ้านหมี่&nbsp;จ.ลพบุรี&nbsp;เริ่มขุดลอกตั้งแต่บริเวณสะพานท่าเรือจนถึงบริเวณวัดเทพอำไพ&nbsp;ระยะทางกว่า&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะแล้วเสร็จปีนี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักไว้หน้าแล้งมากขึ้นถึง&nbsp;21&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ซึ่งแม่น้ำบางขามมีความจุเก็บน้ำได้ประมาณ&nbsp;20&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์&nbsp;40,000&nbsp;ไร่&nbsp;และประชาชนได้รับโยชน์กว่า&nbsp;2,500&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ส่วนกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;ได้สำรวจปริมาณผักตบชวาและวัชพืช&nbsp;พร้อมกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแม่น้ำท่าจีน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.สามพราน&nbsp;จ.นครปฐม&nbsp;บริเวณวัดเชิงเลน&nbsp;วัดกัลยาณีทรงธรรม&nbsp;และวัดทรงคะนอง&nbsp;เตรียมพร้อมรับมือแก้ปัญหาผักตบชวาที่ขยายและสะสมเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ&nbsp;การสัญจรทางน้ำ&nbsp;และทำให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221094659247"],
    [608,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากต่อเนื่องทุกพื้นที่ โดยฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากต่อเนื่องทุกพื้นที่&nbsp;โดยฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(21&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีลมพัด&nbsp;และหลายพื้นที่มีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;22&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;27&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนและเชียงใหม่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221094430246"],
    [609,"สถานีพัฒนาอาหารสัตว์จังหวัดตรัง จัดเตรียมหญ้าแห้งและหญ้าสด ไว้ช่วยเหลือเกษตรกรไม่ว่าจะประสบปัญหาภัยแล้งหรือประสบปัญหาภัยจากน้ำท่วม","<p><strong>นางจรุณี&nbsp;ดำช่วย&nbsp;&nbsp;รักษาราชการผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;สถานีพัฒนาอาหารสัตว์ซึ่งเป็นหน่วยงานของ&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค&nbsp;มีหน้าที่หลัก&nbsp;การสำรองอาหารสัตว์&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ประสบภัยธรรมชาติ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภัยแล้งน้ำท่วม&nbsp;หรือโรคระบาด&nbsp;ส่วนของศูนย์วิจัยพัฒนาอาหารสัตว์&nbsp;ปีนี้มีเป้าหมาย&nbsp;ของการผลิตเสบียงแห้ง&nbsp;หรือหญ้าแห้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;200,0000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;หรือ&nbsp;10,000&nbsp;ก้อน&nbsp;ซึ่งในหญ้าแห้ง&nbsp;200,000&nbsp;กิโลกรัมนี้&nbsp;ทางศูนย์วิจัยการพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&nbsp;สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ในผู้เลี้ยงโคได้&nbsp;จำนวน&nbsp;9,500&nbsp;ตัว&nbsp;ในกรณีที่มีน้ำท่วมหรือภัยแล้งได้ประมาณ&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;เพราะว่าหญ้าแห้งก้อนสามารถให้โคของเกษตรกรกินได้ประมาณ&nbsp;3&nbsp;ตัว/ก้อน/วัน&nbsp;นอกจากนี้ทางศูนย์ฯ&nbsp;ก็จะมีเป้าหมายในเรื่องของการผลิตเสบียงหมักในการแจกจ่ายเกษตรกรรวมถึงการสนับสนุนพันธุ์พืชอาหารสัตว์&nbsp;ก็คือท่อนพันธุ์และ...พันธุ์&nbsp;เกษตรกรสำหรับปลูกสร้างของตัวเอง&nbsp;ในส่วนของศูนย์วิจัยอาหารสัตว์ตรังไม่ได้ดูแลเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;มีพื้นที่ที่จะดูแลอีกพื้นที่หนึ่งก็คือจังหวัดกระบี่และจังหวัดอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ในพื้นที่ภาคใต้ในกรณีที่เกิดภัยธรรมชาติวิกฤติ&nbsp;สำหรับเกษตรกรที่มาขอรับการช่วยเหลือในเรื่องของเสบียงแห้ง&nbsp;อาจจะมีระเบียบของกรมปศุสัตว์ในเรื่องของการแจกจ่ายโดยเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติสามารถร้องขอเสบียงแห้งได้โดยผ่านทางสำนักงานปศุสัตว์อำเภอและสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;เมื่อทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดได้รับหนังสือร้องขอของเกษตรกรแล้วก็จะสั่งจ่ายเกษตรกรก็สามารถมารับหญ้าแห้งได้ที่ศูนย์วิจัยพัฒนาสัตว์ตรัง&nbsp;ซึ่งพื้นที่มีพื้นที่อยู่&nbsp;2&nbsp;แปลงคือ&nbsp;แปลงที่&nbsp;1&nbsp;อยู่ที่ตำบลนาท่ามเหนือ&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;แปลงที่&nbsp;2&nbsp;อยู่ที่ตำบลเขาไพร&nbsp;อำเภอรัษฎา</p><p><strong>ในส่วนหญ้าสดของเกษตรกร&nbsp;จะมีบริการหญ้าสดเกษตรกร&nbsp;ในช่วงหน้าฝนที่ผ่านมา</strong>&nbsp;ซึ่งแปลงหญ้าของเกษตรกรไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้&nbsp;ก็ได้เปิดแปลงหญ้าสดให้เกษตรกรเข้าไปตัดหญ้าในแต่ละวัน&nbsp;ซึ่งเกษตรกรที่มีความประสงค์จะบริการหญ้าสดของศูนย์&nbsp;ฯ&nbsp;สามารถนำบัตรประชาชนพร้อมอุปกรณ์ในการตัดไปติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ดุแลแปลงอยู่&nbsp;ลงชื่อสามารถตัดหญ้าสดกลับไปเลี้ยงสัตว์ของตัวเองได้&nbsp;ในระเบียบสามารถตัดได้&nbsp;300&nbsp;กิโลกรัม/คน&nbsp;แต่เกษตรกรก็ตัดไม่ถึง&nbsp;เพราะส่วนใหญ่ชาวบ้านทางจังหวัดตรังก็จะประมาณ&nbsp;1&nbsp;เข่งไม่เกิน&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;แต่ละปีขึ้นอยู่กับหญ้าแห้ง&nbsp;และขึ้นอยู่กับความวิกฤติของการเกิดอุทกภัยหรือภัยแล้งไม่น้อยกว่า&nbsp;100&nbsp;ราย/ปี/ครั้ง&nbsp;ที่เกษตรกรเข้าบริการตัดหญ้าสดประมาณ&nbsp;10-20&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-21T00:00:00","NULL","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221100718252"],
    [610,"ทช. สุ่มเก็บตัวอย่างก้อนน้ำมันที่พบบนหาดแม่รำพึงไปตรวจสอบ ส่วนน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ปกติ","<p><strong>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;สุ่มเก็บตัวอย่างก้อนน้ำมันที่พบบนหาดแม่รำพึงไปตรวจสอบ&nbsp;ส่วนน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ปกติ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&nbsp;ได้ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมหลังรับแจ้งเหตุพบคราบฟิล์มน้ำมัน&nbsp;คราบตะกอนเหนียว&nbsp;และมีกลิ่นในพื้นที่หาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถ&nbsp;และร้านเจ๊จุกซีฟู๊ด&nbsp;จึงสำรวจชายหาดแม่รำพึง&nbsp;ตั้งแต่ศาลเจ้าแม่รำพึงถึงก้นอ่าว&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;9.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;พบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&nbsp;โดยพบก้อนน้ำมันบนชายหาดตั้งแต่บริเวณสะพานท่าเรือตะพงไปจนถึงก้นอ่าว&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;8&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;แล้วสุ่มเก็บตัวอย่างก้อนน้ำมันบริเวณสะพานท่าเรือตะพง&nbsp;คลองหัวรถ&nbsp;ร้านเจ๊จุกซีฟู๊ด&nbsp;และก้นอ่าว&nbsp;พบความหนาแน่นสูงสุดบริเวณคลองหัวรถ&nbsp;จึงตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลบริเวณชายหาดสุชาดา&nbsp;หาดแสงจันทร์&nbsp;อ่าวบ้านเพ&nbsp;และหาดสวนสน&nbsp;พบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติ&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&nbsp;และก้อนน้ำมัน&nbsp;ภาพรวมน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อการนันทนาการ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังได้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลและดินตะกอนบริเวณสถานีเก็บตัวอย่างก้อนน้ำมัน&nbsp;เพื่อหาการปนเปื้อนปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนด้วย</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221100206251"],
    [611,"จังหวัดชลบุรี  ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยเปิดโครงการกิจกรรมป้องกันอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 2","<p><strong>ที่หมู่เกาะขามใหญ่&nbsp;อำเภอเกาะสีชัง&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;</strong>นายธวัชชัย&nbsp;ศรีทอง&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดโครงการกิจกรรมป้องกันอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดชลบุรี&nbsp;กิจกรรมเก็บขยะในแนวปะการัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;โดยกิจกรรมอนุรักษ์ทะเลสีชัง&nbsp;ดำน้ำ&nbsp;เก็บขยะ&nbsp;ปล่อยปลา&nbsp;โดยมี&nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;2&nbsp;ร่วมกับชมรมดำน้ำเพื่ออนุรักษ์ทะเลสีชัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวุฒิพงษ์&nbsp;วงศ์อินทร์&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล&nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;2&nbsp;,&nbsp;นายแพทย์สุทัศน์&nbsp;ดวงดีเด่น&nbsp;ผู้อำนวยการสโรงพยาบาลวิภารามแหลมฉบัง,&nbsp;ดร.วิริยพล&nbsp;คณาศิริวัฒน์&nbsp;ประธานชมรมดำน้ำเพื่ออนุรักษ์ทะเลสีชัง,&nbsp;นายดำรงค์&nbsp;สิทธิทิม&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&nbsp;7&nbsp;บ้านเกาะขามใหญ่&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางทะเล&nbsp;เพื่อปลูกจิตสำนึกให้แก่คนในท้องถิ่น&nbsp;นักท่องเที่ยวในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล&nbsp;และเพื่อสนองตอบนโยบายในการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวของรัฐบาล</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมเก็บขยะใต้ทะเล&nbsp;เป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;โดยมีจิตอาสากว่า&nbsp;50&nbsp;คน</strong>&nbsp;เดินทางมาร่วมกิจกรรม&nbsp;โดยจะพาจิตอาสาเก็บขยะบริเวณเกาะขามใหญ่&nbsp;ส่วนมากจะเป็นขยะประเภทเศษอวนของเรือประมงที่ติดตามปะการัง&nbsp;ขวด&nbsp;พลาสติก&nbsp;ถุงพลาสติกต่างๆ&nbsp;เชือก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>บัณฑิต&nbsp;มันปาฏิ....ภาพ/ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221102902259"],
    [612,"ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม เปิดโครงการลงแขกลงคลองเมืองแม่กลองสะอาดตามแนวทางประชารัฐภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการ&nbsp;ลงแขกลงคลองเมืองแม่กลองสะอาดตามแนวทางประชารัฐภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลนางตะเคียน&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มีนายสมจิตร&nbsp;จริยประเสริฐสิน&nbsp;&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนางตะเคียน&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;โดยมี&nbsp;พันเอก&nbsp;จิระโรจน์&nbsp;กองวารี&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฯ&nbsp;นายสันชัย&nbsp;พัฒนะวิชัย&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัด&nbsp;นายอรรถพันธุ์&nbsp;สงวนเสริมศรี&nbsp;นายอำเภอเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;จิตอาพระราชทานจาก&nbsp;ส.1&nbsp;ทพัน&nbsp;102&nbsp;ค่ายกำแพงเพชรอัครโยธิน&nbsp;และประชาชนจิตอาสาร่วมกิจกรรม&nbsp;กำจัดวัชพืชในคลองบางปืน&nbsp;เชื่อมต่อคลองท่าคา&nbsp;อำเภออัมพวา&nbsp;ตำบลดอนมะโนรา&nbsp;อำเภอบางคนที&nbsp;ระยะกว่า&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;พร้อมริมสองทาง&nbsp;&nbsp;ข้างถนน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เพื่อรักษาความสะอาดเรียบร้อยในชุมชน&nbsp;ถนน&nbsp;ป้ายโฆษณา&nbsp;สายไฟฟ้า&nbsp;สายสื่อสาร&nbsp;แหล่งน้ำ&nbsp;ทะเล&nbsp;รวมทั้งสถานที่สาธารณประโยชน์ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย&nbsp;สะอาด&nbsp;สวยงาม&nbsp;โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;จิตอาสา&nbsp;กำนันผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;อาสาสมัครท้องถิ่นรักษาโรคกลุ่มเครือข่ายต่างๆ&nbsp;และประชาชนพัฒนาทำความสะอาดพื้นที่&nbsp;เพื่อให้จังหวัดสมุทรสงครามมีทัศนียภาพที่สวยงามและยังส่งผลให้ประชาชนในชุมชนท้องถิ่นมีคุณภาพชีวิตที่ดี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221103711262"],
    [613,"อบต.แม่คะ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ จัดทำโครงการธนาคารใบไม้ ลดการเผา แก้ปัญหาหมอกควันไฟป่า","<p><strong>องค์การบริหารส่วนตำบลแม่คะ&nbsp;อ.ฝาง&nbsp;จ.เชียงใหม่</strong>&nbsp;จัดทำโครงการธนาคารใบไม้&nbsp;ลดการเผา&nbsp;แก้ปัญหาหมอกควันไฟป่า&nbsp;ผลิตปุ๋ยหมักคืนให้กับประชาชน</p><p><strong>ส.ต.อ.สนิท&nbsp;ผัดเวียง&nbsp;</strong>ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลแม่คะ&nbsp;อ.ฝาง&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ไฟป่า&nbsp;และฝุ่นควัน&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เป็นปัญหาสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เพราะมีความรุนแรงมากในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน&nbsp;&nbsp;เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลแม่คะ&nbsp;ได้จัดทำแผนป้องกัน&nbsp;ควบคุมหมอกควัน&nbsp;และไฟป่า&nbsp;เช่น&nbsp;การจัดบุคลากรลาดตระเวนในพื้นที่/จัดตั้งศูนย์แจ้งเหตุ/ประชาสัมพันธ์เบอร์โทรศัพท์สำหรับแจ้งเหตุ/รณรงค์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง/ขอความร่วมมืองดเผา&nbsp;60&nbsp;วัน/จัดทำแนวกันไฟ/ดำเนินการดับไฟ/สนับสนุนกำลังพล&nbsp;ฯลฯ&nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลแม่คะ&nbsp;ได้ดำเนินโครงการโครงการธนาคารใบไม้&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยองค์การบริหารส่วนตำบลแม่คะได้สนับสนุนปุ๋ยคอกในการหมักใบไม้ช่วง&nbsp;(กุมภาพันธ์-เมษายน&nbsp;2565)&nbsp;ให้กับกลุ่มที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เพื่อใช้ในการหมักปุ๋ยในพื้นที่ของตนเอง&nbsp;และสนับสนุนกระสอบเพื่อให้ประชาชน&nbsp;รวบรวมใบไม้&nbsp;เพื่อส่งมอบให้&nbsp;อบต.แม่คะ&nbsp;ผ่านจุดส่งมอบใบไม้ตามหมู่บ้าน&nbsp;และ&nbsp;อบต.จะเข้าไปเก็บตามวันเวลาที่กำหนดไว้&nbsp;เพื่อดำเนินการหมักย่อยสลาย&nbsp;และส่งมอบปุ๋ยหมักคืนให้กับประชาชนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.ฝาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221110512271"],
    [614,"กลุ่มประมงพื้นบ้านก้นอ่าว หาดแม่รำพึง ชี้ SPRC ซ่อมท่อเป็นเรื่องดี ขออย่าทำให้เกิดรั่วซ้ำรอยอีก ขณะที่กรรมาธิการการพลังงาน ลงพื้นที่ ติดตามปัญหา จี้เร่งเยียวยา","<p><strong>นายสมพงษ์&nbsp;บุษชัยญา&nbsp;รอง&nbsp;ปธ.กลุ่มประมงพื้นบ้านก้นอ่าว&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;ถือว่าการที่บริษัทสตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;จะดำเนินการลงไปซ่อมท่อที่รั่วในวันนี้เป็นเรื่องที่ดี&nbsp;อยากให้มีการดำเนินการซ่อมให้จบโดยเร็ว&nbsp;เสร็จภายในครั้งเดียวเลย&nbsp;อย่าให้มีการรั่วซ้ำซ้อนอีก&nbsp;ประชาชนจะได้เดินหน้าทำมาหากินต่อ&nbsp;รวมทั้งขอให้ทางบริษฯ&nbsp;ได้มีการเร่งดำเนินการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล&nbsp;และสิ่งแวดล้อมโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนและกลุ่มประมง&nbsp;เพื่อให้ทรัพยากรฯ&nbsp;กลับมาอุดมสมบูรณ์โดยเร็วด้วย</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นายกิตติกร&nbsp;โล่ห์สุนทร&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร</strong>&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ได้ลงพื้นเทศบาลตำบลบ้านเพ&nbsp;มาติดตามปัญหาน้ำมันรั่ว&nbsp;โดยได้พบผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;สอบถามการร้องทุกข์ของผู้ได้รับผลกระทบที่ประชาชนมาลงทะเบียนไว้&nbsp;ยืนยันมาจี้เรื่องการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบหลังเหตุการณ์ผ่านมาหลายวันแล้ว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221114719303"],
    [615,"สถานีพัฒนาอาหารสัตว์จังหวัดตรัง จัดเตรียมหญ้าแห้งและหญ้าสด ไว้ช่วยเหลือเกษตรกรไม่ว่าจะประสบปัญหาภัยแล้งหรือประสบปัญหาภัยจากน้ำท่วม","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางจรุณี&nbsp;ดำช่วย&nbsp;&nbsp;รักษาราชการผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สถานีพัฒนาอาหารสัตว์ซึ่งเป็นหน่วยงานของ&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค&nbsp;มีหน้าที่หลัก&nbsp;การสำรองอาหารสัตว์&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ประสบภัยธรรมชาติ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภัยแล้งน้ำท่วม&nbsp;หรือโรคระบาด&nbsp;ส่วนของศูนย์วิจัยพัฒนาอาหารสัตว์&nbsp;ปีนี้มีเป้าหมาย&nbsp;ของการผลิตเสบียงแห้ง&nbsp;หรือหญ้าแห้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;200,0000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;หรือ&nbsp;10,000&nbsp;ก้อน&nbsp;ซึ่งในหญ้าแห้ง&nbsp;200,000&nbsp;กิโลกรัมนี้&nbsp;ทางศูนย์วิจัยการพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&nbsp;สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ในผู้เลี้ยงโคได้&nbsp;จำนวน&nbsp;9,500&nbsp;ตัว&nbsp;ในกรณีที่มีน้ำท่วมหรือภัยแล้งได้ประมาณ&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;เพราะว่าหญ้าแห้งก้อนสามารถให้โคของเกษตรกรกินได้ประมาณ&nbsp;3&nbsp;ตัว/ก้อน/วัน&nbsp;นอกจากนี้ทางศูนย์ฯ&nbsp;ก็จะมีเป้าหมายในเรื่องของการผลิตเสบียงหมักในการแจกจ่ายเกษตรกรรวมถึงการสนับสนุนพันธุ์พืชอาหารสัตว์&nbsp;ก็คือท่อนพันธุ์และ...พันธุ์&nbsp;เกษตรกรสำหรับปลูกสร้างของตัวเอง&nbsp;ในส่วนของศูนย์วิจัยอาหารสัตว์ตรังไม่ได้ดูแลเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;มีพื้นที่ที่จะดูแลอีกพื้นที่หนึ่งก็คือจังหวัดกระบี่และจังหวัดอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ในพื้นที่ภาคใต้ในกรณีที่เกิดภัยธรรมชาติวิกฤติ&nbsp;สำหรับเกษตรกรที่มาขอรับการช่วยเหลือในเรื่องของเสบียงแห้ง&nbsp;อาจจะมีระเบียบของกรมปศุสัตว์ในเรื่องของการแจกจ่ายโดยเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติสามารถร้องขอเสบียงแห้งได้โดยผ่านทางสำนักงานปศุสัตว์อำเภอและสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;เมื่อทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดได้รับหนังสือร้องขอของเกษตรกรแล้วก็จะสั่งจ่ายเกษตรกรก็สามารถมารับหญ้าแห้งได้ที่ศูนย์วิจัยพัฒนาสัตว์ตรัง&nbsp;ซึ่งพื้นที่มีพื้นที่อยู่&nbsp;2&nbsp;แปลง&nbsp;คือ&nbsp;แปลงที่&nbsp;1&nbsp;อยู่ที่ตำบลนาท่ามเหนือ&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;แปลงที่&nbsp;2&nbsp;อยู่ที่ตำบลเขาไพร&nbsp;อำเภอรัษฎา</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">ในส่วนหญ้าสดของเกษตรกร&nbsp;จะมีบริการหญ้าสดเกษตรกร&nbsp;ในช่วงหน้าฝนที่ผ่านมา&nbsp;</strong>ซึ่งแปลงหญ้าของเกษตรกรไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้&nbsp;ก็ได้เปิดแปลงหญ้าสดให้เกษตรกรเข้าไปตัดหญ้าในแต่ละวัน&nbsp;ซึ่งเกษตรกรที่มีความประสงค์จะบริการหญ้าสดของศูนย์&nbsp;ฯ&nbsp;สามารถนำบัตรประชาชนพร้อมอุปกรณ์ในการตัดไปติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ดูแลแปลงอยู่&nbsp;ลงชื่อสามารถตัดหญ้าสดกลับไปเลี้ยงสัตว์ของตัวเองได้&nbsp;ในระเบียบสามารถตัดได้&nbsp;300&nbsp;กิโลกรัม/คน&nbsp;แต่เกษตรกรก็ตัดไม่ถึง&nbsp;เพราะส่วนใหญ่ชาวบ้านทางจังหวัดตรังก็จะประมาณ&nbsp;1&nbsp;เข่งไม่เกิน&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;แต่ละปีขึ้นอยู่กับหญ้าแห้ง&nbsp;และขึ้นอยู่กับความวิกฤติของการเกิดอุทกภัยหรือภัยแล้งไม่น้อยกว่า&nbsp;100&nbsp;ราย/ปี/ครั้ง&nbsp;ที่เกษตรกรเข้าบริการตัดหญ้าสดประมาณ&nbsp;10-20&nbsp;ราย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221111705275"],
    [616,"อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง  จัดอบรมกิจกรรมส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจากและสาคูเพื่อความยั่งยืน ครั้งที่ 2","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายอำนาจ&nbsp;เซ่งเซี่ยง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายฤทธิเดช&nbsp;สุขคง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;นางสุมาลี&nbsp;เสมอเชื้อ&nbsp;และนางจรัสศรี&nbsp;แก้วนิลประเสริฐ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;จัดอบรมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจากและสาคูเพื่อความยั่งยืน&nbsp;กิจกรรมย่อยที่&nbsp;1&nbsp;สร้างการรับรู้และความเข้าใจ&nbsp;ส่งเสริมการรวมกลุ่มและพัฒนาความรู้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;ได้จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาการผลิตและการอนุรักษ์จากและสาคู&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2</strong>&nbsp;ให้แก่สมาชิกวิสาหกิจชุมชนต้นตำรับแป้งสาคูรวมใจบ้านไสขัน&nbsp;เพื่อวิเคราะห์ประเมินศักยภาพ&nbsp;และความต้องการกลุ่ม&nbsp;ในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ร่วมสังเกตการณ์ด้วย&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการวิสาหกิจชุมชนต้นตำรับแป้งสาคูรวมใจบ้านไสขัน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลโคกสะบ้า&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับ&nbsp;สาคู&nbsp;คือไม้ตระกูลปาล์มชนิดหนึ่ง&nbsp;ขึ้นในพื้นที่ชุ่มน้ำริมห้วย&nbsp;หนอง&nbsp;คลองบึง</strong>&nbsp;และป่าพรุ&nbsp;มีมากแถวตรัง&nbsp;พัทลุง&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;ปัตตานี&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;&nbsp;ชาวตรังมีวิถีชีวิต&nbsp;ผูกพันกับป่าสาคูมาตั้งแต่อดีต&nbsp;เพราะตั้งบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำลำคลอง&nbsp;ที่มีต้นสาคูขึ้นเรียงรายหนาแน่น&nbsp;ตลอดสองฝั่ง&nbsp;ประโยชน์ของต้นสาคูเป็นพืชที่ทำให้น้ำในลำห้วยใส&nbsp;เป็นที่เพาะพันธุ์และวางไข่ของสัตว์น้ำต่างๆ&nbsp;เป็นที่กรองสิ่งสกปรกที่ไหลมากับน้ำ&nbsp;ทุกส่วนของต้นสาคูนำมาใช้ประโยชน์ได้หมด&nbsp;เช่น&nbsp;ใบสาคู&nbsp;นำมาทำเป็นตับสำหรับมุงหลังคาและกั้นฝา&nbsp;ทางสาคู&nbsp;ทำเป็นตอกใช้สานเสื่อ&nbsp;และเครื่องมือประมง&nbsp;ยางสาคูใช้ทำกาวปิดกระดาษ&nbsp;เนื้อในลำต้น&nbsp;นำมาทำเป็นแป้งใช้ทำอาหารและขนม&nbsp;ส่วนเปลือกนอกลำต้น&nbsp;ขุดทำเรือ&nbsp;ทำไม้ปูพื้น&nbsp;แม้แต่ต้นสาคูที่ตายแล้ว&nbsp;ในลำต้นก็ยังมี&nbsp;\"ด้วงสาคู\"&nbsp;ตัวอ้วนกลม&nbsp;แหล่งโปรตีนรสเลิศอาศัยอยู่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221113225288"],
    [617,"ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดสงขลา ลงพื้นที่จังหวัดตรัง  จัดกิจกรรมพัฒนา  ศจช.ต้นแบบ ด้านการจัดการศัตรูพืชโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน","<p><strong>นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;</strong>มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&nbsp;ทองพิทักษ์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;และเจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ลงพื้นที่จัดกิจกรรมพัฒนา&nbsp;&nbsp;ศจช.ต้นแบบ&nbsp;ด้านการจัดการศัตรูพืชโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;ได้เน้นถึงการขาดธาตุอาหารของพืช</strong>&nbsp;ความต้องการธาตุอาหารของพืช&nbsp;และวิธีการวัดค่า&nbsp;pH&nbsp;ในดิน&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถนำความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมกิจกรรมไปประยุกต์ใช้ในแปลงเกษตรของตนเองได้อย่างถูกต้องมากที่สุด&nbsp;ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการแปลงใหญ่สละสุมาลี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลทุ่งค่าย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&nbsp;(ศจช.)&nbsp;จัดตั้งขึ้นจากการรวมกลุ่ม</strong>ของเกษตรกรเพื่อการจัดการศัตรูพืชในพื้นที่ของตนเองและชุมชน&nbsp;โดยสมาชิกศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนได้รับการถ่ายทอดความรู้จากเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร&nbsp;และนำความรู้ไปดำเนินการจัดการศัตรูพืชด้วยตนเอง&nbsp;ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรใช้&nbsp;ศจช.&nbsp;เป็นกลไกและเครือข่ายของการจัดการศัตรูพืช&nbsp;ในการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรจากการระบาดของศัตรูพืชและเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเกษตรกร&nbsp;ชุมชน&nbsp;และท้องถิ่น&nbsp;โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม&nbsp;(participatory&nbsp;&nbsp;learning)&nbsp;&nbsp;ตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร(Farmer&nbsp;Field&nbsp;School&nbsp;:&nbsp;FFS)&nbsp;เพื่อให้สามารถจัดการศัตรูพืชได้ด้วยตนเองอย่างครบวงจรและยั่งยืน&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีการควบคุมศัตรูพืชที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมซึ่งจะนำไปสู่ความเข้มแข็งในอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;และรักษาสมดุลของระบบนิเวศทางการเกษตร&nbsp;พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้นโดยมีเกษตรกร&nbsp;ชุมชน&nbsp;และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221114821304"],
    [618,"คณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดตราด ติดตามผลการดำเนินงานเรื่องต่าง ๆ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายกัฬชัย&nbsp;&nbsp;เทพวรชัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดตราด&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;12&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;&nbsp;ซึ่งสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(ระยอง)&nbsp;ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการจัดขึ้นที่ห้องประชุมตราดสีทอง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดตราด</strong>&nbsp;ในครั้งนี้ได้มีการนำเสนอเรื่องต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;ผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;ในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;การนำเสนอการออกกฎกระทรวงให้บริเวณทะเล&nbsp;ตำบลแหลมกลัด&nbsp;ตำบลอ่าวใหญ่&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;พ.ศ...&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;20&nbsp;&nbsp;กฎกระทรวงให้บริเวณทะเล&nbsp;ตำบลเกาะหมาก&nbsp;อำเภอเกาะกูด&nbsp;เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;พ.ศ...&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;20&nbsp;&nbsp;&nbsp;กฎกระทรวงให้บริเวณทะเล&nbsp;ตำบลเกาะกูด&nbsp;อำเภอเกาะกูด&nbsp;เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;พ.ศ...&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;20&nbsp;รวมทั้งเรื่องการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ&nbsp;อย่างไรก็ตามการประชุมครั้งนี้ที่ประชุมยังได้ร่วมพิจารณา&nbsp;การรายงานสถานการณ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและการกัดเซาะชายฝั่ง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;โดยเฉพาะการออกฎกระทรวงเพื่อจะกำหนดเขตพื้นที่&nbsp;ที่จะใช้มาตรการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง&nbsp;ตามมาตร&nbsp;21&nbsp;แห่ง&nbsp;พรบ.ทช.&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ตำบลห้วงน้ำขาว&nbsp;ตำบลหนองคันทรง&nbsp;ตำบลอ่าวใหญ่&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;อีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221135152374"],
    [619,"กรมเจรจาฯ หารือเกษตรกร ผู้ประกอบการ \"ชา\" จังหวัดเชียงราย หาแนวทางขยายการส่งออกลุยตลาดโลกด้วยเอฟทีเอ","<p><strong>นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย หารือเกษตรกร และผู้ประกอบการชาไทย</strong> เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ชาไทยให้ทันสมัยและมีมาตรฐาน พร้อมแนะวิธีใช้เอฟทีเอช่วยขยายการส่งออก&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทางกรมฯ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงาน ของบริษัท ชาไทยอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</strong> ภายใต้แบรนด์ ชาตรามือ ซึ่งผลิตและปรุงชาผสมหลากหลายรสและกลิ่น&nbsp;จากการหารือบริษัทสนใจข้อมูลความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ไทยทำกับประเทศคู่ค้า ที่ส่งผลให้ 15 ประเทศที่มี FTA กับไทย ได้แก่ อาเซียน จีน ฮ่องกง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ชิลี และเปรู ได้ยกเลิกการเก็บภาษีศุลกากรกับสินค้าชาปรุงแต่งและชาสำเร็จรูปที่ส่งออกจากไทยแล้ว ขณะเดียวกันก็สนใจข้อมูลกฏระเบียบด้านมาตรฐานที่ประเทศต่าง ๆ บังคับใช้กับผลิตภัณฑ์ชาผสม เพื่อที่จะสามารถพัฒนาสินค้าให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น</p><p><strong>อีกทั้งยังได้เยี่ยมชมการดำเนินงานของบริษัท ชาดอยช้าง </strong>ซึ่งเป็นผู้ผลิตชาออร์แกนิกส์คุณภาพสูง&nbsp;พบว่า ปัจจุบันประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศที่นิยมบริโภคชาเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ที่หันมาสนใจผลิตภัณฑ์ชาออร์แกนิกส์มากขึ้น จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการชาไทยที่จะเร่งพัฒนาสินค้าชาและผลิตภัณฑ์ชาออร์แกนิกส์คุณภาพสูง เพื่อเจาะตลาดผู้บริโภคสินค้าชาพรีเมี่ยมในจีน โดยผู้ประกอบการชาชาวไทยสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) อาเซียน-จีน เพื่อเป็นแต้มต่อในการส่งออกสินค้าชาและผลิตภัณฑ์สู่ตลาดจีน และอาเซียนได้</p><p><strong>ปัจจุบันไทยประสบความสำเร็จในการเป็นผู้ส่งออกสินค้าชาสำเร็จรูป อันดับที่ 1 ของอาเซียน และอันดับที่ 8 ของโลก </strong>โดยในปี 2564 ไทยส่งออกชาสำเร็จรูปสู่ตลาดโลกปริมาณ 10.6 ล้านตัน โดยมีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ อาเซียน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน และฮ่องกง เป็นต้น ทางกรมฯ จึงต้องการส่งเสริมผู้ประกอบการชาไทยในการส่งออกสินค้าสู่ตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยอาศัยความตกลงการค้าเสรี (FTA) เป็นเครื่องมือในการสร้างโอกาสให้กับชาไทย&nbsp;</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221140058381"],
    [620,"จ.อุบลฯ อบรมหลักสูตร การทำปุ๋ยหมักไม่กลับกอง ภายใต้โครงการส่งเสริม ระบบวนเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายสมเพชร&nbsp;สร้อยสระคู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดฝึกอบรมเกษตรกรหลักสูตร&nbsp;การทำปุ๋ยหมักไม่กลับกอง&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมระบบวนเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน&nbsp;&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกันจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ที่ได้มีการส่งเสริมสนับสนุนให้ส่วนราชการทำปุ๋ยหมักไม่กลับกอง&nbsp;เพื่อมุ่งหวังให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนจากการใช้ปุ๋ยเคมีมาเป็นการใช้ปุ๋ยหมักจากเศษพืชและมูลสัตว์แทน&nbsp;เป็นการลดต้นทุนการผลิตในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;มีคุณภาพที่ดีขึ้น&nbsp;และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ให้สามารถอยู่ได้อย่างมั่งคง&nbsp;มั่งคั่งและยั่งยืน</p><p>&nbsp;<strong>นางสาวฐิภาพรรณ&nbsp;พึ่งไพฑูรย์&nbsp;ปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;เปิดเผย&nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินได้มีนโยบาย&nbsp;ขับเคลื่อนดำเนินโครงการส่งเสริมระบบวนเกษตร&nbsp;ซึ่งเป็นเกษตรกรรมยั่งยืนรูปแบบหนึ่ง&nbsp;โดย&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมระบบวนเกษตรในเขต&nbsp;ปฏิรูปที่ดินมาตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;มีความมั่นคงด้านอาหารและรายได้&nbsp;มีระบบนิเวศเกษตรในแปลงที่ดีและเกิดการใช้&nbsp;ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;มีแผนงานดำเนินโครงการดังกล่าว&nbsp;จํานวน&nbsp;1,๐๐๐&nbsp;ไร่&nbsp;สําหรับกิจกรรมใน&nbsp;วันนี้(210265)เป็นการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ&nbsp;หลักสูตร&nbsp;การทำปุ๋ยหมักไม่กลับกอง&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริม&nbsp;ระบบวนเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ให้แก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน&nbsp;ตำบลค้อทอง&nbsp;อำเภอเขื่องใน&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งเป็นกิจกรรมย่อยอย่างหนึ่งของโครงการ&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการให้องค์ความรู้แก่เกษตรกรในการปรับเปลี่ยนจากการใช้ปุ๋ยเคมีมาเป็นการใช้ปุ๋ยหมักแทน&nbsp;ทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตของการประกอบอาชีพเกษตรกรรมสู่ระบบวนเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;สามารถอยู่ได้อย่างมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;และยั่งยืน&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามแผนการพัฒนาจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ที่ได้กําหนดเป้าหมายเกษตรสู่สากล&nbsp;โดยการยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรโดยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;ปลอดสารเคมี&nbsp;และเกษตรอินทรีย์</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILA</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221194236588"],
    [621,"ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม เปิดโครงการลงแขกลงคลองเมืองแม่กลองสะอาดตามแนวทางประชารัฐภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">โครงการลงแขกลงคลองเมืองแม่กลองสะอาดตามแนวทางประชารัฐภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลนางตะเคียน&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มีนายสมจิตร&nbsp;จริยประเสริฐสิน&nbsp;&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนางตะเคียน&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;โดยมี&nbsp;พันเอก&nbsp;จิระโรจน์&nbsp;กองวารี&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฯ&nbsp;นายสันชัย&nbsp;พัฒนะวิชัย&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัด&nbsp;นายอรรถพันธุ์&nbsp;สงวนเสริมศรี&nbsp;นายอำเภอเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;จิตอาพระราชทานจาก&nbsp;ส.1&nbsp;พัน&nbsp;102&nbsp;ค่ายกำแพงเพชรอัครโยธิน&nbsp;และประชาชนจิตอาสาร่วมกิจกรรม&nbsp;กำจัดวัชพืชในคลองบางปืน&nbsp;เชื่อมต่อคลองท่าคา&nbsp;อำเภออัมพวา&nbsp;ตำบลดอนมะโนรา&nbsp;อำเภอบางคนที&nbsp;ระยะกว่า&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;พร้อมริมสองทข้างถนน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เพื่อรักษาความสะอาดเรียบร้อยในชุมชน&nbsp;ถนน&nbsp;ป้ายโฆษณา&nbsp;สายไฟฟ้า&nbsp;สายสื่อสาร&nbsp;แหล่งน้ำ&nbsp;ทะเล&nbsp;รวมทั้งสถานที่สาธารณประโยชน์ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย&nbsp;สะอาด&nbsp;สวยงาม&nbsp;โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจิตอาสากำนันผู้ใหญ่บ้านภาครัฐภาคเอกชนอาสาสมัครท้องถิ่นรักษาโรคกลุ่มเครือข่ายต่างๆ&nbsp;และประชาชนพัฒนาทำความสะอาดพื้นที่&nbsp;เพื่อให้จังหวัดสมุทรสงครามมีทัศนียภาพที่สวยงามและยังส่งผลให้ประชาชนในชุมชนท้องถิ่นมีคุณภาพชีวิตที่ดี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221152722445"],
    [622,"ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม เป็นประธานประชุมคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการแก้ไขปัญหาผักตบชวาระดับจังหวัดเพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวาให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม","<p><strong>นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการแก้ไขปัญหาผักตบชวาระดับจังหวัดเพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวาระดับจังหวัด&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัด&nbsp;โดยมี&nbsp;นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหารือแผนการดำเนินงาน&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวาในแม่น้ำสายหลักและแหล่งน้ำสาธารณะทั้งที่เป็นแหล่งน้ำปิดและแหล่งน้ำเปิด&nbsp;รวมถึงแหล่งน้ำเชื่อมโยงที่อยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;46&nbsp;คลองให้ปลอดผักตบชวา&nbsp;โดยที่ประชุมได้ติดตามผลการดำเนินงานกำจัดผักตบชวา&nbsp;ซึ่งในเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;กรมโยธาธิการและผังเมืองได้สนับสนุนเรือกำจัดผักตบชวาขนาด&nbsp;0.25&nbsp;ตัน&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ลำ&nbsp;เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ในตำบลแพรกหนามแดง&nbsp;ที่คลองแพรกหนามแดง&nbsp;คลองคต&nbsp;คลองขวาง&nbsp;รวมระยะทาง&nbsp;1,800&nbsp;เมตร&nbsp;กำจัดได้&nbsp;450&nbsp;ตัน,&nbsp;ตำบลกระดังงา&nbsp;คลองสำโรง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;2,000&nbsp;เมตร&nbsp;กำจัดได้&nbsp;487.5&nbsp;ตัน,&nbsp;ตำบลจอมปลวก&nbsp;คลองท่าคา&nbsp;คลองขวาง&nbsp;คลองมะขวิด&nbsp;คลองสะพานดำ&nbsp;และคลองบ้านใต้&nbsp;ระยะทาง&nbsp;4,500&nbsp;เมตร&nbsp;กำจัดได้&nbsp;740&nbsp;ตัน,&nbsp;ตำบลบางนางลี่&nbsp;คลองบางแค&nbsp;คลองโพงพาง&nbsp;คลองบางนางลี่&nbsp;และคลองหน้าวัดวรภูมิ&nbsp;รวมระยะทาง&nbsp;2,000&nbsp;เมตร&nbsp;กำจัดได้&nbsp;523&nbsp;ตัน&nbsp;และปัจจุบันเรือกำจัดผักตบชวาปฏิบัติงานในพื้นที่ตำบลวัดประดู่&nbsp;บริเวณคลอง&nbsp;วัดประดู่ตามภารกิจแก้ไขปัญหาน้ำเสีย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมร่วมกันพิจารณา&nbsp;แนวทางการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูล</strong>เพื่อสรุปรายงานผลการดำเนินการกำจัดผักตบชวาของจังหวัดสมุทรสงครามต่อเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการแก้ไขปัญหาผักตบชวาทราบทุกวันที่&nbsp;25&nbsp;ของเดือน&nbsp;ส่วนสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดรวบรวมผลการดำเนินการกิจกรรม&nbsp;โครงการลงแขก&nbsp;ลงคลอง&nbsp;เมืองแม่กลองสะอาด&nbsp;ตามแนวทางประชารัฐ&nbsp;เดือนละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง,&nbsp;การจัดเก็บผักตบชวาโดยเรือขนาด&nbsp;0.25&nbsp;ตัน&nbsp;ของกรมโยธาธิการและผังเมืองที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ตำบลต่างๆ&nbsp;ในจังหวัด,&nbsp;และการดำเนินการโดยหน่วยงานอื่นๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องให้รายงานภายในวันที่&nbsp;20&nbsp;ของทุกเดือน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221153102449"],
    [623,"กรมอุทยาน ย้ำ รั้วป้องกันสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 3 โครงการ อยู่ระหว่างก่อสร้างคืบหน้าร้อยละ 80 คาดแล้วเสร็จเดือนมีนาคมนี้ ส่วนความล่าช้าเกิดจากฝนตกและผลกระทบโควิด-19","<p><strong>กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ย้ำ&nbsp;รั้วป้องกันสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;3&nbsp;โครงการ&nbsp;อยู่ระหว่างก่อสร้างคืบหน้าร้อยละ&nbsp;80&nbsp;คาดแล้วเสร็จเดือนมีนาคมนี้&nbsp;ส่วนความล่าช้าเกิดจากฝนตกและผลกระทบโควิด-19</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;เรืองนิวัติศัย&nbsp;รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;กล่าวถึงความคืบหน้าการก่อสร้างรั้วป้องกันสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ&nbsp;อุทยานแห่งชาติแม่วงก์&nbsp;และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง&nbsp;(สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง)&nbsp;ว่า&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ยังคงแก้ปัญหาสัตว์ป่านอกเขตป่าอนุรักษ์ต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่มีปัญหาสัตว์ป่าออกมาสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนรอบพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;คือ&nbsp;พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ก่อสร้างรั้วกันช้างกึ่งถาวร&nbsp;13&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;//&nbsp;พื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;ก่อสร้างรั้วกันช้างกึ่งถาวร&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง&nbsp;(สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง)&nbsp;ก่อสร้างรั้วกันช้างพร้อมระบบเตือนภัยพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;12&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งรั้วกันช้างออกแบบที่มีมาตรฐานและเทคนิคตามหลักวิศวกรรม&nbsp;พร้อมติดตั้งระบบไฟฟ้าป้องกันช้าง&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์และต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมอีกหลายอย่าง&nbsp;เนื่องจากมีอุปสรรคจากฝนตกหนักในพื้นที่จนเกิดน้ำท่วมขัง&nbsp;ไม่สามารถนำเข้าอุปกรณ์จากต่างประเทศได้&nbsp;และปัญหาแรงงานจากวิกฤตโควิด-19&nbsp;จึงเกิดความล่าช้าในการก่อสร้าง&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะแล้วเสร็จประมาณเดือนมีนาคมนี้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ภาพรวมทั้ง&nbsp;3&nbsp;โครงการใน&nbsp;3&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์คืบหน้าแล้วกว่าร้อยละ&nbsp;80&nbsp;เหลือเพียงติดระบบไฟฟ้าป้องกันช้างและยังไม่ได้ส่งมอบงาน&nbsp;โดยคณะกรรมการตรวจการจ้างได้กำชับให้ผู้รับจ้างทำการแก้ไขและส่งวิศวกรไปตรวจสอบแล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายสมปอง&nbsp;ทองสีเข้ม&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรณีมีบางพื้นที่ถูกช้างป่าทำลายจนรั้วพังก่อนจะก่อสร้างเสร็จ&nbsp;ทำให้ต้องส่งคณะกรรมการตรวจการจ้างลงพื้นที่กำชับให้ผู้รับจ้างเร่งแก้ไข&nbsp;พร้อมส่งทีมวิศวกรลงตรวจสอบเพิ่มเติมสัปดาห์หน้า&nbsp;แต่ยอมรับว่าช้างป่าเป็นสัตว์ที่มีวิวัฒนาการในการทำลายสิ่งกีดขวางและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม&nbsp;เช่น&nbsp;รั้วกัน&nbsp;จึงต้องปรับแผนสร้างรั้วกันที่มีความแข็งแรงกว่าเดิมและต้องใช้งบประมาณสูงตามไปด้วย&nbsp;จากปัจจุบันการก่อสร้างรั้วกันอยู่ระหว่างราคาประมาณ&nbsp;1.49&nbsp;-&nbsp;2.6&nbsp;ล้านบาทต่อ&nbsp;1&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;อาจต้องปรับไปถึง&nbsp;7&nbsp;ล้านบาทต่อ&nbsp;1&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เพื่อให้สิ่งปลูกสร้างมีความแข็งแรงและป้องกันช้างออกมาจากเขตป่าเต็มศักยภาพร้อยเปอร์เซ็น&nbsp;เพราะต้องก่อสร้างระยะทางหลายกิโลเมตร&nbsp;แล้วต้องพยายามหาแนวทางอื่นๆที่จะช่วยประหยัดงบประมาณให้มากที่สุด&nbsp;ด้วยการเข้าไปฟื้นฟูแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของช้างป่าในเขตป่าลึกต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อให้ผืนป่ามีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;ลดอัตราช้างออกนอกพื้นที่มาหากิน&nbsp;และปัญหาระหว่างคนกับช้างป่าลงด้วย</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221160712472"],
    [624,"บริษัท SPRC เตรียมลงดูดน้ำมันค้างท่อ 1.2 หมื่นลิตร คาดใช้เวลาดูดออกหมดภายใน 2 วัน ก่อนจะปฏิบัติการอุดรอยรั่วของท่อน้ำมันใต้ทะเลต่อทันที โดยมีแผนดำเนินการ 11 วันแล้วเสร็จ","<p><strong>นายจิระศักดิ์&nbsp;มหาสุคนธ์&nbsp;ผู้จัดการทรัพยากรบุคคล&nbsp;บริษัทสตาร์ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>หลังจากที่กรมเจ้าท่า&nbsp;ได้อนุมัติให้เข้าอุดรอยรั่วของท่อร้ำมันดิบใต้ทะเล&nbsp;ขั้นตอนแรก&nbsp;จะเริ่มปฏิบัติการในวันที่&nbsp;22&nbsp;ก.พ.65&nbsp;นี้&nbsp;เริ่มจากการดูดเอาน้ำมันดิบที่ค้างอยู่ในท่อจำนวนประมาณ&nbsp;12,000&nbsp;ลิตร&nbsp;ออกมาทั้งหมดก่อน&nbsp;โดยคาดว่าจะใข้เวลาในการนำน้ำมันที่ค้างท่อออกมาประมาณ&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;หลังจากนั้นถึงจะเริ่มขั้นตอนการปฏิบัติการซ่อมรอยรั่วของท่อต่อไปทันที&nbsp;โดยจะดำเนินตามแผนการที่นำเสนอต่อกรมเจ้าท่า&nbsp;ซึ่งจะมีหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และเอกชน&nbsp;ร่วมกันในการปฏิบัติการซ่อมรอยรั่วของท่อน้ำมันดิบใต้ทะเล&nbsp;ที่อยู่ลึกลงไปประมาณ&nbsp;27&nbsp;เมตร&nbsp;ห่างจากฝั่งประมาณ&nbsp;20&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ตามแผนวางไว้ประมาณ&nbsp;11&nbsp;วัน&nbsp;จะแล้วเสร็จ&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนการตรวจสอบคราบน้ำมัน&nbsp;ขณะนี้ยังคงมีเรือตรวจตราอยู่ในทะเล</strong>&nbsp;และยานล่าทำลายทุ่นระเบิดของทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;สำรวจท่อใต้น้ำด้วย&nbsp;พร้อมใช้โดรนตรวจสอบคราบน้ำมันด้วย&nbsp;แต่ปัจจุบันไม่พบว่ามีคราบอยู่ในทะเล&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่เดินเท้าตรวจสอบตามชายหาดแม่รำพึง&nbsp;และชายหาดอื่น&nbsp;หากพบคราบน้ำมัน&nbsp;ก็จะมีการเข้าไปเก็บกู้ในทันที</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221172712516"],
    [625,"รองผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนโครงการอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลกพร้อมชี้แจงอำนาจหน้าที่ของอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก","<p><strong>ที่ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดฯ</strong>&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;เป็นประธานประชุมขับเคลื่อนโครงการอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก&nbsp;ตามแผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายของประเทศที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนซึ่งกระทรวงมหาดไทยโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเห็นว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายในการจัดการสิ่งปฎิกูลและมูลฝอย&nbsp;รวมทั้งการคุ้มครอง&nbsp;ดูแล&nbsp;สิ่งแวดล้อมจะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดังกล่าว&nbsp;ทั้งนี้เพื่อลดปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;การบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยอย่างเป็นระบบ&nbsp;โดยใช้หลัก&nbsp;3&nbsp;Rs&nbsp;คือ&nbsp;Reduce&nbsp;Reure&nbsp;และ&nbsp;Recycle&nbsp;ใช้น้อยใช้ซ้ำ&nbsp;และนำกลับมาใช้ใหม่&nbsp;และช่วยปกป้อง&nbsp;รักษาสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อสร้างความสมดุลและการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนและเป็นธรรม&nbsp;อย่างไรก็ตามการดำเนินงานของส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเรื่องดังกล่าวจะต้องได้รับความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่&nbsp;จิตอาสา&nbsp;กำนันผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;กลุ่มองค์กรเครือข่ายต่างๆประชาชนทุกหมู่บ้าน&nbsp;ชุมชน&nbsp;และอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก&nbsp;โดยเฉพาะอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก&nbsp;หรือ&nbsp;อถล.&nbsp;ถือเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยผลักดันการดำเนินงานบริหารจัดการขยะและปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ให้ประสบความสำเร็จ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เพื่อให้อาสาสมัครได้รับทราบถึงบทบาทและอำนาจหน้าที่ประกอบด้วย&nbsp;1.ประพฤติตนเป็นแบบอย่างในการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย&nbsp;การปกป้องและรักษาสิ่งแวดล้อม&nbsp;2.เฝ้าระวัง&nbsp;สอดส่อง&nbsp;ดูแล&nbsp;รวมทั้งรายงานสถานการณ์การบริหารสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย&nbsp;การปกป้องและรักษาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่&nbsp;3.เผยแพร่ประชาสัมพันธ์&nbsp;ข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมเสริมสร้างจิตสำนึก&nbsp;ด้านการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย&nbsp;โดยการประชุมครั้งนี้มีผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ประธานกรรมการ&nbsp;และเลขานุการ&nbsp;และคณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลกมาเข้าร่วมกิจกรรมเกือบ&nbsp;100&nbsp;คน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221171631510"],
    [626,"เกษตรยะลา ลงพื้นที่ จัดเก็บข้อมูล คัดเลือกเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2565","<p><strong>วันนี้(&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;นางสาวจารุภา&nbsp;คงชะนะ&nbsp;</strong>หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศประธานคณะกรรมการฝ่ายประกวดเกษตรกรดีเด่น&nbsp;พร้อมด้วยคณะกรรมการ&nbsp;ได้ลงพื้นที่เพื่อจัดเก็บข้อมูล&nbsp;คัดเลือกเกษตรกรดีเด่น&nbsp;บุคลากรทางการเกษตร&nbsp;และสถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โดยได้ลงเก็บข้อมูลการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น&nbsp;</strong>สาขาอาชีพทำสวนของนางนิจติยา&nbsp;ชูขวัญนวล&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;71/1&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลยุโป&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;และลงเก็บข้อมูลสาขาอาชีพไร่นาสวนผสมของนายมะสือดี&nbsp;กุโน&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;48/1&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลบันนังสาเรง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการพิจารณาต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221164752485"],
    [627,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคอีสานของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(20&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;78&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากวันก่อนเล็กน้อย&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;29&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;25&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;10&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุดอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;12&nbsp;จุด&nbsp;และบุรีรัมย์&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนปรากฎขึ้นเล็กน้อยในพื้นที่ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และตอนล่างของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเท่านั้น&nbsp;ส่วนพื้นที่ภาคเหนือพบจุดความร้อนเพียงแค่&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;เนื่องจากเกิดฝนฟ้าคะนองและลมกรรโชกแรง&nbsp;ส่วนวันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทุกจังหวัดในประเทศอยู่ในระดับดีมากต่อเนื่อง&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อนแล้ว&nbsp;6,298&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;5,841&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;3,641&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;9&nbsp;วัน&nbsp;1,516&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นกัมพูชา&nbsp;355&nbsp;จุด&nbsp;และไทย&nbsp;78&nbsp;จุด&nbsp;จุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221165426489"],
    [628,"ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม  เป็นประธานประชุมคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการแก้ไขปัญหาผักตบชวาระดับจังหวัดเพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวาให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม","<p><strong>นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการแก้ไขปัญหาผักตบชวาระดับจังหวัดเพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวาระดับจังหวัด&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัด&nbsp;โดยมี&nbsp;นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหารือแผนการดำเนินงาน&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวาในแม่น้ำสายหลักและแหล่งน้ำสาธารณะทั้งที่เป็นแหล่งน้ำปิดและแหล่งน้ำเปิด&nbsp;รวมถึงแหล่งน้ำเชื่อมโยงที่อยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;46&nbsp;คลองให้ปลอดผักตบชวา&nbsp;โดยที่ประชุมได้ติดตามผลการดำเนินงานกำจัดผักตบชวา&nbsp;ซึ่งในเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;กรมโยธาธิการและผังเมืองได้สนับสนุนเรือกำจัดผักตบชวาขนาด&nbsp;0.25&nbsp;ตัน&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ลำ&nbsp;เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ในตำบลแพรกหนามแดง&nbsp;ที่คลองแพรกหนามแดง&nbsp;คลองคต&nbsp;คลองขวาง&nbsp;รวมระยะทาง&nbsp;1,800&nbsp;เมตร&nbsp;กำจัดได้&nbsp;450&nbsp;ตัน,&nbsp;ตำบลกระดังงา&nbsp;คลองสำโรง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;2,000&nbsp;เมตร&nbsp;กำจัดได้&nbsp;487.5&nbsp;ตัน,&nbsp;ตำบลจอมปลวก&nbsp;คลองท่าคา&nbsp;คลองขวาง&nbsp;คลองมะขวิด&nbsp;คลองสะพานดำ&nbsp;และคลองบ้านใต้&nbsp;ระยะทาง&nbsp;4,500&nbsp;เมตร&nbsp;กำจัดได้&nbsp;740&nbsp;ตัน,&nbsp;ตำบลบางนางลี่&nbsp;คลองบางแค&nbsp;คลองโพงพาง&nbsp;คลองบางนางลี่&nbsp;และคลองหน้าวัดวรภูมิ&nbsp;รวมระยะทาง&nbsp;2,000&nbsp;เมตร&nbsp;กำจัดได้&nbsp;523&nbsp;ตัน&nbsp;และปัจจุบันเรือกำจัดผักตบชวาปฏิบัติงานในพื้นที่ตำบลวัดประดู่&nbsp;บริเวณคลอง&nbsp;วัดประดู่ตามภารกิจแก้ไขปัญหาน้ำเสีย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมร่วมกันพิจารณา&nbsp;แนวทางการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูล</strong>เพื่อสรุปรายงานผลการดำเนินการกำจัดผักตบชวาของจังหวัดสมุทรสงครามต่อเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการแก้ไขปัญหาผักตบชวาทราบทุกวันที่&nbsp;25&nbsp;ของเดือน&nbsp;ส่วนสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดรวบรวมผลการดำเนินการกิจกรรม&nbsp;โครงการลงแขก&nbsp;ลงคลอง&nbsp;เมืองแม่กลองสะอาด&nbsp;ตามแนวทางประชารัฐ&nbsp;เดือนละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง,&nbsp;การจัดเก็บผักตบชวาโดยเรือขนาด&nbsp;0.25&nbsp;ตัน&nbsp;ของกรมโยธาธิการและผังเมืองที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ตำบลต่างๆ&nbsp;ในจังหวัด,&nbsp;และการดำเนินการโดยหน่วยงานอื่นๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องให้รายงานภายในวันที่&nbsp;20&nbsp;ของทุกเดือน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221174347529"],
    [629,"ผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี เร่งขับเคลื่อนแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และภัยแล้ง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;ประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อเตรียมการแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;และภัยแล้ง&nbsp;โดยหน่วยงานที่เกี่ยวได้รายงานผลการดำเนินงานในห้วงที่ผ่านมา&nbsp;อาทิ&nbsp;ขอความร่วมมือเกษตรกร&nbsp;และชาวไร่&nbsp;งดเผาเศษวัสดุทางการเกษตร&nbsp;และงดเผาไร่อ้อย&nbsp;การก่อสร้างถนนต้องหมั่นฉีดน้ำ&nbsp;การก่อสร้างอาคารต้องมีวัสดุป้องกันฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย&nbsp;การตรวจจับรถควันดำ&nbsp;ด้านของป้าไม้ร่วมกับจิตอาสาทำแนวกันไฟป่าที่&nbsp;อ.ด่านช้าง&nbsp;ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรีเตรียมออกประกาศ&nbsp;เรื่องการกำหนดมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ&nbsp;โดยใช้มาตรการบังคับใช้ทางกฎหมายควบคู่กับการขอความร่วมมือ&nbsp;ซึ่งปัจจุบันปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;มีค่ามาตรฐานไม่เกินที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ขณะที่แนวทางการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง&nbsp;</strong>หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้แนะนำให้เกษตรกรปลูกพืชใช้น้ำน้อยไปแล้วกว่า&nbsp;1&nbsp;หมื่นไร่&nbsp;ขณะที่ชลประทานจังหวัดได้ประชาสัมพันธ์การบริหารจัดการน้ำให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง&nbsp;แก่คณะกรรมการจัดสรรน้ำจังหวัด&nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี&nbsp;อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนติดตามประกาศของชลประทานและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อป้องผลกระทบหากปลูกพืชนอกช่วงเวลาที่กำหนดไว้ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตได้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221182153539"],
    [630,"จ.นราธิวาส ประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร ครั้งที่ 2/2565 พร้อมติดตามสถานการณ์โรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา หลังพบการระบาดซ้ำในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ","<p><strong>นายเทอดศักดิ์&nbsp;&nbsp;รัญจวน&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;ที่ห้องประชุมพระยานราศัยสุนทร&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส&nbsp;</p><p><strong>โดยที่ประชุมได้รับทราบคาดหมายลักษณะอากาศ&nbsp;วันที่&nbsp;23-28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;</strong>โดยสถานีอุตุนิยมวิทยานราธิวาส&nbsp;สถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร&nbsp;โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนราธิวาส&nbsp;สถานการณ์โรคระบาดพืช&nbsp;โรคระบาดสัตว์&nbsp;และโรคระบาดสัตว์น้ำ&nbsp;โดยหน่วยงานด้านพืชทประมง&nbsp;และปศุสัตว์&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานการณ์น้ำท่าในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;โดยหน่วยงานสังกัดกรมชลประทาน&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้งได้ติดตามสถานการณ์โรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา&nbsp;</strong>ทางการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ได้ลงพื้นที่สำรวจการระบาด&nbsp;(ณ&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบว่ามีการระบาดซ้ำในพื้นที่&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;46,551&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่523,883.70&nbsp;ไร่&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;56.33&nbsp;ของพื้นที่ปลูกยางพาราทั้งหมด&nbsp;โดยพื้นที่พบการระบาดรุนแรงมากกว่า&nbsp;&nbsp;80&nbsp;&nbsp;เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ยืนต้น&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอยี่งอ&nbsp;อำเภอบาเจาะ&nbsp;อำเภอเมืองนราธิวาส&nbsp;อำเภอศรีสาคร&nbsp;และอำเภอตากใบ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้มีการพิจารณาแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;</strong>ปี&nbsp;2564/65&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ซึ่งมีสาระสำคัญของแผนฯ&nbsp;ได้กำหนดการเตรียมการ&nbsp;4&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;(1)&nbsp;ด้านการป้องกันและลดผลกระทบ&nbsp;(2)&nbsp;ด้านการเตรียมความพร้อม&nbsp;(3)&nbsp;ด้านการจัดการในภาวะฉุกเฉิน&nbsp;(4)&nbsp;ด้านการฟื้นฟู&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221183613545"],
    [631,"อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่พบปะเกษตรกร แหล่งท่องเที่ยวการเกษตร (Durian Road Trat) ตำบลอ่าวใหญ่   อำเภอเมืองตราด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;</strong>ลงพื้นที่พบปะเกษตรกร&nbsp;ชาวสวนทุเรียนในจังหวัดตราด&nbsp;ที่แหล่งท่องเที่ยวการเกษตร&nbsp;(Durian&nbsp;Road&nbsp;Trat)&nbsp;แปลงเกษตรกรต้นแบบนายสมทรง&nbsp;ประจบเขต&nbsp;เกษตรกรหมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลอ่าวใหญ่&nbsp;&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชยุทกฤดิ&nbsp;นนทแก้ว&nbsp;เกษตรจังหวัดตราด&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;ทรัพย์เจริญ&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ตราด&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">นางวรัญญา&nbsp;ถนอมพันธุ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตราด</span>&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;นายชนม์บันลือ&nbsp;วรรธนพันธุ์</span>&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวการเกษตร&nbsp;(Durian&nbsp;Road&nbsp;At&nbsp;Trat)&nbsp;บนถนนทางหลวงชนบท&nbsp;หมายเลข&nbsp;ตร.4008&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;6&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;แห่งนี้&nbsp;เนื่องจากสองข้างทางของถนนสายนี้ล้วนมีเกษตรกรปลูกทุเรียนจำนวนมาก&nbsp;นับเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ที่นอกจากการส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตทุเรียน&nbsp;หรือผลไม้คุณภาพ&nbsp;เพื่อการส่งออก&nbsp;และบริโภคภายในประเทศแล้ว&nbsp;ยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;โดยเฉพาะเรียนรู้&nbsp;ในเรื่องการผลิตทุเรียนคุณภาพ&nbsp;หรือการท่องเที่ยวชมธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;รวมทั้งมีอาหารทะเลสด&nbsp;ๆ&nbsp;ซึ่งอนาคตคาดว่าจะมีที่พัก&nbsp;โฮมสเตย์&nbsp;ไว้รองรับนักท่องเที่ยว&nbsp;อีกด้วย&nbsp;นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมโยงกับวิสาหกิจชุมชนที่พร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวใกล้เคียงกันกับ&nbsp;Durian&nbsp;Road&nbsp;At&nbsp;Trat&nbsp;อีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ยังตอบข้อซักถามกรณีปัญหาโควิด&nbsp;&nbsp;19</strong>&nbsp;กับการส่งออกผลไม้ไปยังต่างประเทศว่า&nbsp;ทางกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;โดยกรมการค้าภายใน&nbsp;ยังได้หารือร่วมกันไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า&nbsp;หากเกิดปัญหาดังกล่าว&nbsp;ตลาดภายในประเทศจะเป็นสิ่งสำคัญในการกระจายผลผลิต&nbsp;ซึ่งจะเป็นโอกาสอันดีของประชาชนชาวไทยที่จะมีโอกาสในการบริโภคผลไม้เกรดพรีเมียม&nbsp;หรือสินค้าทางการเกษตรเกรดส่งออก&nbsp;ในราคาที่ประชาชนสามารถซื้อมาบริโภคได้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221184852551"],
    [632,"เกษตรอำเภอเมืองตรัง ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์การไม้ผลฤดูกาลผลิต 2565","<p><strong>นายประทิ่น&nbsp;วรรณงาม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายศรายุทธ&nbsp;นวลเนาว์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ลงพื้นที่ตำบลน้ำผุด&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตไม้ผลเศรษฐกิจภาคใต้(ทุเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;เงาะ&nbsp;ลองกอง)&nbsp;โดยทุเรียนที่เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;ไม้ผลเศรษฐกิจภาคใต้&nbsp;ได้เริ่มมีการออกดอกแล้วแบ่งออกเป็นประมาณ&nbsp;3&nbsp;รุ่นด้วยกัน&nbsp;โดยระยะของดอกที่เยอะที่สุดจะอยู่ในระยะ&nbsp;กระดุม&nbsp;และมะเขือพวง&nbsp;รองลงมาจะเป็นระยะหัวกำไล/ดอกขาว&nbsp;แล&nbsp;ดอกบาน/หางแย้&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;ส่วนมังคุด&nbsp;เงาะ&nbsp;ลองกอง&nbsp;ไม้ผลเศรษฐกิจภาคใต้อีก&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;ยังไม่มีการออกดอกในช่วงนี้&nbsp;อีกสิ่งหนึ่งที่ได้พบจากการลงพื้นที่คือ&nbsp;ดอกทุเรียนที่ร่วงจำนวนหนึ่ง&nbsp;อันเป็นผลมาจากฝนตกเมื่อในช่วงสัปดาห์ก่อน&nbsp;แต่ก็ยังไม่เป็นปัญหาสำหรับเกษตรกร&nbsp;เพราะยังคงมีดอกทุเรียนอีกจำนวนมากที่ยังคงมีพัฒนาการตามปกติ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221190823564"],
    [633,"สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง ติดตามโครงการส่งเสริมการบริโภคผักปลอดภัยตามแนวเกษตรอินทรีย์วิถีเมืองตรัง","<p><strong>นายประทิ่น&nbsp;วรรณงาม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายศรายุทธ&nbsp;นวลเนาว์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนแปลงของ&nbsp;คุณจารุณี&nbsp;คงรอด&nbsp;young&nbsp;smart&nbsp;farmer&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลน้ำผุด&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินโครงการส่งเสริมการบริโภคผักปลอดภัยตามแนวเกษตรอินทรีย์วิถีเมืองตรัง&nbsp;ที่ได้ดำเนินการตั้งแต่ในช่วงเดือนตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><strong>โดยคุณจารุณี&nbsp;ที่ได้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ได้รับการสนับสนุนโรงเรือนปลูกผักยกแคร่&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;หลัง</strong>&nbsp;จากสำนักงานเกษตร&nbsp;จากนั้นก็เริ่มปลูกผักสวนครัว&nbsp;ผักสลัด&nbsp;ได้เก็บผลผลิตบริโภคในครัวเรือนไปแล้ว&nbsp;1&nbsp;รอบ&nbsp;และกำลังอยู่ในช่วงปลูกผักรอบใหม่&nbsp;นับเป็นการช่วยลดต้นทุน&nbsp;และยังได้บริโภคผัดปลอดภัยตามวัตถุประสงค์โครงการอีกด้วย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;แปลงของคุณจารุณี&nbsp;ซึ่งเป็นแปลงเกษตรผสมผสานได้มีการเพิ่มกิจกรรมการเกษตร</strong>&nbsp;คือ&nbsp;การเลี้ยงไก่ไข่จำนวน&nbsp;36&nbsp;ตัว&nbsp;ผ่านมาแล้ว&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;สามารถเก็บไข่ไก่ส่งร้านค้าใกล้บ้านเพื่อเป็นรายได้เสริม&nbsp;แต่ก็ต้องประสบปัญหาจากสุนัขจรจัดที่เข้าไปทำลายกรงไก่&nbsp;ทำให้ตอนนี้เหลือไก่เพียง&nbsp;12&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งคุณจารุณีกำลังดำเนินการแก้ไข&nbsp;ปรับปรุงให้กรงมีความแข็งแรงยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221191050565"],
    [634,"จังหวัดตรัง จัดอบรมโครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ให้แก่สมาชิกแปลงใหญ่พริกไทยตำบลละมอ อำเภอนาโยง","<p><strong>นายอำนาจ&nbsp;เซ่งเซี่ยง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายฤทธิเดช&nbsp;สุขคง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;นางสุมาลี&nbsp;เสมอเชื้อ&nbsp;และนางจรัสศรี&nbsp;แก้วนิลประเสริฐ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;จัดอบรมโครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;กิจกรรม&nbsp;อบรมเกษตรกรเข้าสู่มาตรฐานเกษตรอินทีรย์&nbsp;&nbsp;ให้แก่สมาชิกแปลงใหญ่พริกไทยตำบลละมอ&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;โดยในครั้งนี้ได้ถ่ายทอดความรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ&nbsp;พัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้ด้านการผลิตและกระบวนการจัดการสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;ต่อไป&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาอเนกประสงค์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลละมอ&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221191258569"],
    [635,"จังหวัดตรัง ติดตามโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ตำบลช่อง อำเภอนาโยง","<p><strong>นายอำนาจ&nbsp;เซ่งเซี่ยง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายฤทธิเดช&nbsp;สุขคง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;นางสุมาลี&nbsp;เสมอเชื้อ&nbsp;และ&nbsp;นางจรัสศรี&nbsp;แก้วนิลประเสริฐ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ติดตามโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ต.ช่อง&nbsp;อ.นาโยง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;เจ้าของแปลง&nbsp;นางวรรณา&nbsp;สังยวน&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ช่อง&nbsp;อ.นาโยง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;พื้นที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;ขนาดสระน้ำ&nbsp;กว้าง&nbsp;24&nbsp;ม.&nbsp;ยาว&nbsp;41&nbsp;ม.&nbsp;ลึก&nbsp;5&nbsp;ม.&nbsp;หลังจากได้รับปัจจัยด้านพืช&nbsp;ได้ดำเนินการปลูกแล้ว&nbsp;ตามสัดส่วนพื้นที่ที่ได้วางผังแปลงไว้&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;มะนาว&nbsp;ฝรั่ง&nbsp;พริกขี้หนู&nbsp;พริกไทย&nbsp;สะตอ&nbsp;ส่วนสะตอพันธุ์ตรัง&nbsp;1&nbsp;เป็นแปลงแม่พันธุ์&nbsp;และมะขามป้อม&nbsp;เป็นแปลงต้นแบบส่งเสริมการผลิตและแปรรูปสมุนไพร&nbsp;สนับสนุนโดยศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221194129587"],
    [636,"เรือหลวงหนองสาหร่าย ลอยลำบริเวณพื้นที่น้ำมันรั่วไหล เตรียมพร้อมปฏิบัติการทันทีถ้ามีสั่งการ","<p><strong>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;เรือหลวงหนองสาหร่าย&nbsp;กองเรือทุ่นระเบิด&nbsp;กองเรือยุทธการ</strong>&nbsp;ได้ทำการลอยลำเตรียมความพร้อมปฏิบัติการทันทีถ้ามีสั่งการ&nbsp;บริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเลหรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล&nbsp;(SPM)&nbsp;ของบริษัทสตาร์&nbsp;ปิโตเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่งจำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ระยะห่างจากชายฝั่งบริเวณมาบตาพุด&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;ประมาณ&nbsp;20&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;จากเหตุการณ์กรณีน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;โดยเตรียมการนำยานล่าทำลายทุ่นระเบิด&nbsp;ที่อยู่กับภารกิจเรือหลวงหนองสาหร่าย&nbsp;มาสำรวจจุดเกิดเหตุท่อรั่ว&nbsp;ที่อยู่ใต้ทะเลงมีความลึก&nbsp;27&nbsp;&nbsp;30&nbsp;เมตร&nbsp;โดยพร้อมที่จะปฏิบัติการทันทีที่มีสั่งการ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221192457579"],
    [637,"อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่จังหวัดตราด ติดตามงานและตรวจเยี่ยมงานส่งเสริมการเกษตรรวมถึงสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเกษตรกร","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดํารง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดตราดเพื่อติดตามงานและตรวจเยี่ยมงานส่งเสริมการเกษตรแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;Durian&nbsp;Road&nbsp;Trat)&nbsp;รวมถึงการเยี่ยมแปลงทุเรียนเกษตรต้นแบบ&nbsp;พร้อมชมวิวสวนทุเรียนริมเล&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลอ่าวใหญ่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตราด</p><p><strong>โดยในวันนี้&nbsp;(21&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ได้ลงพื้นที่สวนทุเรียนคุณสมทรง&nbsp;ประจบเขต</strong>&nbsp;เพื่อดูการบริหารจัดการสวนทุเรียน&nbsp;แนวทางป้องกันตามมาตรการโควิด&nbsp;(Zero&nbsp;Covid)&nbsp;พร้อมประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;Durian&nbsp;Road&nbsp;เส้นทางถนนทุเรียนที่มีลักษณะการออกผลผลิตก่อนพื้นที่อื่น&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสวนทุเรียนริมเล&nbsp;</p><p>หลังจากนั้นวันที่&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมงานส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ทุเรียนตำบลท่ากุ่ม-เนินทราย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตราด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สวท.ตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221200230618"],
    [638,"จังหวัดนครสวรรค์ รณรงค์และประชาสัมพันธ์ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลัง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;นายจุมพฏ&nbsp;วรรณฉัตรสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์</strong>&nbsp;ประธานเปิดงานรณรงค์และประชาสัมพันธ์&nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลัง&nbsp;โดยมีนายนวนิตย์&nbsp;พลแคน&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;และคณะ&nbsp;ร่วมกิจกรรมฯ&nbsp;ณ&nbsp;แปลงเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลัง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโพธิ์ประสาท&nbsp;อำเภอไพศาลี&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์</p><p><strong>โดยกิจกรรมเพื่อให้เจ้าหน้าที่และเกษตรกร&nbsp;</strong>ได้รับรู้ถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;และวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตมันสำปะหลังจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;เพื่อนำไปปฏิบัติใช้ได้อย่างถูกต้องและเกิดประสิทธิภาพในการผลิตของเกษตรกร&nbsp;โดยการจัดงานมีบุคคลเป้าหมายคือ&nbsp;เกษตรอำเภอ&nbsp;เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรระดับอำเภอผู้รับผิดชอบงานมันสำปะหลังทั้ง&nbsp;15&nbsp;อำเภอ&nbsp;ผู้แทนสมาชิกกลุ่มผู้ปลูกมันสำปะหลังในรูปแบบแปลงใหญ่&nbsp;และเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง</p><p><strong>จากสถานการณ์การเพาะปลูกมันสำปะหลังของเกษตรกร</strong>&nbsp;พบว่าเกิดจากสภาพดินขาดความสมบูรณ์&nbsp;ขาดการปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;การขาดแคลนพันธุ์ดีที่เหมาะสมในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งระบบการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;การระบาดของโรคและแมลง&nbsp;และเกษตรกรขาดการจัดการที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ&nbsp;ทำให้มีต้นทุนการผลิตสูง&nbsp;ได้ผลผลิตต่อไร่ต่ำ&nbsp;และราคาผลผลิตมีความผันผวนไม่แน่นอน&nbsp;จึงจำเป็นต้องพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ&nbsp;เพื่อยกระดับปริมาณและคุณภาพของผลผลิตมันสำปะหลังให้เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ตลอดจนให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกร&nbsp;สร้างเครือข่ายเพื่อให้เกิด&nbsp;อำนาจต่อรองทั้งในด้านการซื้อและขาย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILA</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นครสวรรค์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครสวรรค์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221204218650"],
    [639,"ปภ.ระยองรายงานความคืบหน้าการขจัดน้ำมันจากเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลของ SPRC ทั้ง 2 ครั้ง กลางทะเลระยอง","<p><strong>สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหลได้รายงานสถานการณ์ว่าวันนี้&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ได้นำส่งเอกสารแผนขั้นตอนการอุดรอยรั่วฉบับปรับปรุงตามข้อเสนอแนะที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุม&nbsp;พร้อมแนบเอกสารรับรองคุณสมบัติวุฒิวิศวกร&nbsp;เครื่องกล&nbsp;และวิศวกรเคมี&nbsp;จากภายนอก&nbsp;เพื่อให้การรับรองขั้นตอนการอุดรอยรั่วและควบคุมการทำงาน&nbsp;ส่งให้กรมเจ้าท่าเพื่อพิจารณาแล้ว&nbsp;โดยบริษัทได้นำเสนอ&nbsp;แผนการนำน้ำมันออกจากท่อที่เสียหายและพันปิดรอยรั่วและแผนการเตรียมการเฝ้าระวังและตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มงาน&nbsp;การเตรียมความพร้อมเรื่องคน&nbsp;การเตรียมความพร้อมเรื่องอุปกรณ์&nbsp;และการเตรียมความพร้อมเรื่องกระบวนการทำงาน&nbsp;ส่วนการประเมินและควบคุมความเสี่ยง&nbsp;มีการแบ่งออกเป็น&nbsp;3&nbsp;งาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;งานต่อท่ออ่อนสายน้ำ/สายสาร&nbsp;Sealant&nbsp;ที่วาล์วใต้ทะเล,&nbsp;งานดูดน้ำมันที่คงค้างออกจากท่ออ่อนใต้ทะเล&nbsp;และงานพันปิดรอยรั่วที่ท่ออ่อนใต้ทะเล&nbsp;ส่วนภาพรวมสถานการณ์ในวันนี้ไม่พบคราบหรือฟิล์มน้ำมันดิบ&nbsp;ส่วนผลตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเล&nbsp;ค่าคุณภาพน้ำทะเลพื้นฐาน&nbsp;ค่าความเป็นกรด-ด่าง,&nbsp;ค่าออกซิเจนละลาย,&nbsp;อุณหภูมิ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;27&nbsp;ม.ค.&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;ก.พ.65&nbsp;โดยรวมมีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ขณะที่ค่าโลหะหนักในน้ำทะเล&nbsp;โดยรวมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ยกเว้นบางจุด&nbsp;ที่พบค่าปรอท&nbsp;นิกเกิล&nbsp;เกินเกณฑ์ค่ามาตรฐาน&nbsp;ส่วนผลการตรวจสอบคุณภาพตะกอนดินชายฝั่งทะเล&nbsp;ค่าโลหะหนักในตะกอนดินชายฝั่งทะเล&nbsp;นอกจากนี้บริษัทได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและรับฟังปัญหาชาวบ้านพร้อมมอบถุงห่วงใยให้กับ&nbsp;7&nbsp;ชุมชน</p><p><strong>ส่วนสถานการณ์ในวันนี้&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดระยอง&nbsp;รายงานว่า</strong>&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลระยอง&nbsp;ดำเนินการตรวจติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางการประมง&nbsp;บริเวณชายฝั่งจังหวัดระยอง&nbsp;ตั้งแต่หาดพลา&nbsp;&nbsp;ปากน้ำประแสร์&nbsp;ตรวจวัดคุณภาพน้ำและรวบรวมตัวอย่างสัตว์น้ำเพื่อตรวจวิเคราะห์สารปนเปื้อนโลหะหนัก&nbsp;คุณภาพเบื้องต้น&nbsp;คุณภาพน้ำทั่วไป&nbsp;อยู่ในเกณฑ์ปกติ</p><p><strong>ส่วนศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยอง&nbsp;รายงานว่า&nbsp;</strong>เวลาประมาณ&nbsp;09.00&nbsp;-&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;ได้ติดตามเฝ้าระวังคราบน้ำมันบริเวณชายหาด&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ตั้งแต่หาดพยูน,&nbsp;หาดหนองแฟบ,&nbsp;หาดสุชาดา,&nbsp;หาดแสงจันทร์,&nbsp;หาดแหลมรุ่งเรือง,&nbsp;หาดค่ายมหาสุรสิงหนาท,&nbsp;หาดบ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท,&nbsp;ลานหินขาว&nbsp;และก้นอ่าว&nbsp;ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำเบื้องต้นทั้ง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;อยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบน้ำมัน</p><p><strong>ด้าน&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ร่วมกับศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยอง&nbsp;ติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเล&nbsp;และคุณภาพอากาศ&nbsp;บริเวณชายฝั่ง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;โดยทำการตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเล&nbsp;และคุณภาพอากาศเบื้องต้นด้วยเครื่องมือตรวจวัดภาคสนาม&nbsp;และสำรวจคราบน้ำมันบริเวณชายฝั่งด้วยสายตา&nbsp;ซึ่งผลการตรวจสอบ&nbsp;ทั้ง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;พบว่า&nbsp;คุณภาพน้ำทะเลพารามิเตอร์พื้นฐานอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;อยู่ในกลุ่มคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อการนันทนาการ&nbsp;ส่วนคุณภาพอากาศในบรรยากาศ&nbsp;ตรวจไม่พบปริมาณสารอินทรีย์ระเหยง่ายรวม&nbsp;(Total&nbsp;VOCs)&nbsp;ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์&nbsp;(H2S)&nbsp;และก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์&nbsp;(SO2)</p><p><strong>ส่วนอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด</strong>&nbsp;ได้จัดเรือลาดตระเวนและทีมดำน้ำสำรวจในพื้นที่เขาแหลมหญ้า&nbsp;และเกาะเสม็ดแล้วไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;ขณะที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(จังหวัดระยอง)&nbsp;ติดตามตรวจสอบเฝ้าระวังคราบน้ำมันบริเวณชายหาด&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมันดิบ&nbsp;และสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองได้ใช้เรือตรวจการณ์เจ้าท่า&nbsp;802&nbsp;ออกลาดตระเวนตรวจสอบคราบน้ำมันอยู่เป็นระยะ&nbsp;ซึ่งไม่พบคราบน้ำมันแต่อย่างใด</p><p><strong>สำหรับการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ</strong>ตั้งแต่&nbsp;30&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;(21&nbsp;ก.พ.65&nbsp;เวลา&nbsp;15.30&nbsp;น.)&nbsp;มียอดรวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;8,432&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221210104659"],
    [640,"เยาวชนเกษตรกรด้านปศุสัตว์ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เข้ารับการฝึกอบรม โครงการฝึกอบรมเกษตรกร โครงการสร้างผู้นำเยาวชนเกษตรกรด้านปศุสัตว์ (Young Smart farmer) ปีงบประมาณ 2565","<p><strong>นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย</strong>&nbsp;กล่าวว่านายธงชัย&nbsp;บุญธรรม&nbsp;เยาวชนเกษตรกรด้านปศุสัตว์&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;เข้ารับการฝึกอบรม&nbsp;โครงการสร้างผู้นำเยาวชนเกษตรกรด้านปศุสัตว์&nbsp;(Young&nbsp;Smart&nbsp;farmer)&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;หลักสูตร&nbsp;\"การสร้างทักษะด้านวิชาการและการปฏิบัติด้านเทคโนโลยี\"&nbsp;ที่ห้องประชุมศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เลย&nbsp;ตำบลศรีสงคราม&nbsp;อำเภอวังสะพุง&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ด้านปศุสัตว์&nbsp;สนับสนุน</strong>&nbsp;ส่งเสริม&nbsp;ปัจจัยการผลิตให้แก่&nbsp;เกษตรกร&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ต้นแบบ&nbsp;ให้สามารถถ่ายทอดข้อมูลข่าวสาร&nbsp;องค์ความรู้&nbsp;ทางด้านการผลิต&nbsp;และการตลาดได้อย่างเหมาะสม&nbsp;หลักสูตร&nbsp;ที่ใช้ในการฝึกอบรมการใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาปศุสัตว์&nbsp;และ&nbsp;การจัดการผลิตสัตว์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด&nbsp;เป้าหมายเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเลย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222090716691"],
    [641,"นายกฯ พอใจยางพาราปี 2565 แนวโน้มราคาสูงขึ้น คาดการณ์ไทยส่งออกยางพาราทั่วโลกกว่า 4.218 ล้านตัน พร้อมเดินหน้ากำหนดนโยบายเพื่อพัฒนาเกษตรยั่งยืน","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ติดตามการดำเนินงานตามโครงการของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล</strong>&nbsp;ดูแลประชาชนทุกสาขาอาชีพอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะการขับเคลื่อนพืชเกษตรและเศรษฐกิจภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน&nbsp;อาทิ&nbsp;ยางพาราไทย&nbsp;ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย&nbsp;ซึ่งข้อมูลจากการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกยางพาราอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของโลก&nbsp;มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ร้อยละ&nbsp;38.65&nbsp;คิดเป็นการส่งออกยางพาราประมาณ&nbsp;3.7&nbsp;ล้านตันต่อปี&nbsp;ตลอดจนในปี&nbsp;2565&nbsp;คาดการณ์ไทยส่งออกยางพาราไปทั่วโลกกว่า&nbsp;4.21&nbsp;ล้านตัน&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;2.03&nbsp;สืบเนื่องมาจากปริมาณความต้องการใช้ยางพาราของโลกมีมากขึ้นและตัวเลขดัชนีภาคการผลิตสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของโลกภายหลังสถานการณ์โควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;จะส่งผลสถานณ์ยางพาราเป็นไปในทิศทางที่ได้ดีขึ้น</p><p><strong>การที่ราคายางมีเสถียรภาพมากขึ้นนี้&nbsp;</strong>ทำให้โครงการประกันราคายางของรัฐบาลมีความสามารถจ่ายค่าชดเชยส่วนต่างให้ประชาชนลดลง&nbsp;แม้ว่าจากการศึกษาพบว่าเกษตรกรสวนยางมีความพอใจในโครงการนี้&nbsp;อย่างไรก็ดี&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้กำกับ&nbsp;สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินโครงการควบคู่กับโครงการประกันราคา&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;ผลกระทบที่ส่งถึงประชาชนให้ครอบคลุมทุกมิติ&nbsp;และเพื่อความยั่งยืน&nbsp;เนื่องจากยางพารามีผลผลิตตลอดทั้งปี&nbsp;เมื่อผลผลิตออกเยอะจะมีผลถึงราคายาง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้กำหนดนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันเร่งดำเนินการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรไทย</strong>&nbsp;พร้อมเดินหน้าผลักดันเกษตรกรไทยให้เข้าถึงองค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;รวมทั้งส่งเสริมกลยุทธ์การขายแบบใหม่&nbsp;ๆ</p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222113120776"],
    [642,"เช้านี้ค่าฝุ่นPM2.5ในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภาคเหนือคุณภาพอากาศดีต่อเนื่องทุกพื้นที่ โดยฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และภาคเหนือคุณภาพอากาศดีต่อเนื่องทุกพื้นที่&nbsp;โดยฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(22&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีลมพัด&nbsp;และหลายพื้นที่มีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;27&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนและเชียงใหม่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222094320699"],
    [643,"กอนช. ขอให้ประชาชนในภาคใต้ระวังฝนตกหนักบางแห่งช่วง 23 27 ก.พ. พร้อมเตรียมรับมือฤดูฝนในอีก 2 เดือนข้างหน้า","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนในภาคใต้ระวังฝนตกหนักบางแห่งช่วงวันที่&nbsp;23&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พร้อมเตรียมรับมือฤดูฝนในอีก&nbsp;2&nbsp;เดือนข้างหน้า</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(22&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนฝนลดลง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;โดยต้องระวังเป็นพิเศษช่วงวันที่&nbsp;23&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิลดลง&nbsp;แต่ภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;88&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ระนอง&nbsp;54&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และประจวบคีรีขันธ์&nbsp;62&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;31,582&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;54&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;25,298&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;53&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามสถานการณ์น้ำหลังมีฝนตกหนักหลายพื้นที่&nbsp;เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกในหลายพื้นที่&nbsp;ส่งผลดีต่อปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติ&nbsp;ปัจจุบันแหล่งน้ำทั่วประเทศ</p><p>มีปริมาณน้ำ&nbsp;55,736&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;68&nbsp;ของความจุ&nbsp;จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมสำรองไว้ใช้ช่วงต้นฤดูฝนให้ได้มากที่สุด&nbsp;ควบคู่กับประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับรู้ต่อเนื่อง&nbsp;และเตรียมพร้อมรับมือฤดูฝนในอีก&nbsp;2&nbsp;เดือนข้างหน้า&nbsp;ด้วยการตรวจสอบความพร้อมของอาคารชลประทานและประตูระบายน้ำให้พร้อมใช้งานอย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;พร้อมกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;คาดการณ์ช่วงวันที่&nbsp;24&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์จะมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณเกาะบอร์เนียวเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณประเทศมาเลเซีย&nbsp;ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง</p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222094802701"],
    [644,"ประชาชนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รับมืออากาศเย็นถึงหนาวตั้งแต่วันพรุ่งนี้ถึง27กุมภาพันธ์นี้","<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย&nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากอิทธิพลของมวลอากาศเย็นค่อนข้างแรงจากประเทศจีนอีกระลอกที่จะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนระหว่างวันที่&nbsp;23&nbsp;&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลงและมีอากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;ภาคเหนืออุณภูมิต่ำสุด&nbsp;16&nbsp;-19&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;บริเวณยอดดอยอุณหภูมิต่ำสุด&nbsp;6-14&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด&nbsp;&nbsp;12-&nbsp;16&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ยอดภู&nbsp;เฉลี่ย&nbsp;8-14&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วนภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก</strong>&nbsp;รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;มีอากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น&nbsp;ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณเกาะบอร์เนียวเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณประเทศมาเลเซีย&nbsp;ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้น&nbsp;กับมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;</p><p><strong>ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น</strong>&nbsp;โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง&nbsp;2-3&nbsp;&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า&nbsp;3&nbsp;เมตร&nbsp;ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่จะเกิดขึ้นไว้ด้วย&nbsp;และชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ส่วนเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222111629767"],
    [645,"ภาพรวมน้ำทะเลและชายหาดระยองดีขึ้นต่อเนื่องไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน ส่วนก้อนน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึงตั้งแต่ศาลเจ้าแม่รำพึงถึงก้นอ่าวพบน้อยลง","<p><strong>ภาพรวมน้ำทะเลและชายหาดระยองดีขึ้นต่อเนื่องไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน&nbsp;ส่วนก้อนน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึงตั้งแต่ศาลเจ้าแม่รำพึงถึงก้นอ่าวพบน้อยลง&nbsp;พร้อมเก็บตัวอย่างไปตรวจสอบเพิ่มเติม</strong></p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(ระยอง)&nbsp;ได้นำเรือ&nbsp;ทช.302&nbsp;,&nbsp;ทช.311&nbsp;,&nbsp;ทช.221&nbsp;และ&nbsp;ทช.111&nbsp;ลาดตระเวนตรวจติดตามและเฝ้าระวังพื้นที่น้ำมันรั่วไหลในเขตทะเลระยอง&nbsp;4&nbsp;เส้นทาง&nbsp;คือ&nbsp;บริเวณเขาแหลมหญ้า-รอบเกาะเสม็ด&nbsp;และบริเวณใกล้เคียง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;62&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;//&nbsp;หาดแม่รำพึง-เกาะเสม็ด&nbsp;ระยะทาง&nbsp;131&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;//&nbsp;หาดแม่รำพึง-เขาแหลมหญ้า-อ่าวเพ-ปากคลองแกลง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;87&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และ&nbsp;หาดแม่รำพึง-เกาะเสม็ด&nbsp;ระยะทาง&nbsp;118&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ภาพรวมไม่พบคราบน้ำมันในพื้นที่&nbsp;ขณะที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&nbsp;ได้ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่อเนื่องในพื้นที่หาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถ&nbsp;หลังพบฟิล์มน้ำมัน&nbsp;ระยะทาง&nbsp;200&nbsp;เมตร&nbsp;และพบคราบตะกอนคล้ายกรวดบริเวณร้านเจ้จุ้กซีฟู๊ด&nbsp;ผลสำรวจชายหาดแม่รำพึงตั้งแต่ศาลเจ้าแม่รำพึงถึงก้นอ่าว&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;9.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;พบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&nbsp;โดยพบก้อนน้ำมันบนชายหาดตั้งแต่บริเวณสะพานท่าเรือตะพงไปจนถึงก้นอ่าว&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;8&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ภาพรวมพบปริมาณลดลงจากการสำรวจวันก่อน&nbsp;พร้อมเก็บตัวอย่างก้อนน้ำมันบริเวณสะพานท่าเรือตะพง&nbsp;คลองหัวรถ&nbsp;ร้านเจ้จุ้กซีฟู๊ด&nbsp;และก้นอ่าว&nbsp;พบความหนาแน่นสูงสุดบริเวณก้นอ่าว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับผลการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลบริเวณชายหาดสุชาดา&nbsp;หาดแสงจันทร์&nbsp;อ่าวบ้านเพ&nbsp;และหาดสวนสน&nbsp;เบื้องต้นพบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติ&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&nbsp;และก้อนน้ำมัน&nbsp;โดยคุณภาพน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อการนันทนาการ&nbsp;พร้อมได้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลและดินตะกอนบริเวณสถานีเก็บตัวอย่างก้อนน้ำมัน&nbsp;เพื่อหาการปนเปื้อนปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนด้วย</p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222101525721"],
    [646,"สำนักงานเกษตรสตูล ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยลดต้นทุนด้วยกลไกของ ศดปช. แก่เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมาย","<p><strong>นายชาญณรงค์&nbsp;วิรุณสาร&nbsp;เกษตรจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสตูล&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามแปลงเรียนรู้การจัดการศัตรูยางพารา&nbsp;ภายใต้โครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;แปลงยางพารา&nbsp;ของนายวุฒิการ&nbsp;สันเกาะ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลแป-ระ&nbsp;อำเภอท่าแพ&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากการติดตามครั้งนี้พบว่าการระบาดของโรคใบร่วงยางพารา</strong>&nbsp;มีการระบาดลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;และได้ติดตามการดำเนินงานของศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;(ศดปช.)&nbsp;ตำบลท่าแพ&nbsp;ผลจากการติดตาม&nbsp;ทราบว่าเนื่องด้วยราคาแม่ปุ๋ยในขณะนี้แพงมากทำให้เมื่อผสมปุ๋ยแล้วราคาปุ๋ยต่อกระสอบก็ยังสูงอยู่&nbsp;ส่งผลให้ศดปช.หยุดการผสมปุ๋ยในระยะนี้&nbsp;ประกอบด้วยช่วงนี้สภาพอากาศเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อน&nbsp;(หน้าแล้ง)&nbsp;ซึ่งไม่เหมาะสำหรับการใช้ปุ๋ย&nbsp;จึงต้องรอฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการดำเนินงานดังกล่าว&nbsp;เป็นไปตามภารกิจของกรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;คือ&nbsp;การส่งเสริมการเกษตรโดยยึดหลักการตลาดนำการผลิต&nbsp;โดยการส่งเสริมและพัฒนาศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&nbsp;(ศจช.)&nbsp;และศูนย์จัดการดินปุ้ยชุมชน&nbsp;(ศดปช.)&nbsp;เชื่อมโยงกับหน่วยงานวิชาการ&nbsp;ถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมสู่เกษตรกร&nbsp;และให้บริการทางการเกษตรที่สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของเกษตรกร&nbsp;และเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายเกษตร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222102914728"],
    [647,"จ.สุรินทร์ สั่งปิดหมู่บ้าน บ้านตาแบน ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมืองสุรินทร์ เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาโควิด-19","<p><strong>นายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดสุรินทร์ได้รับแจ้งจากอำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;ว่า&nbsp;หมู่บ้านตาแบน&nbsp;หมูที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลท่าสว่าง&nbsp;อำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;มีผู้ป่วยโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;และมีผู้สัมผัสเสียงสูงจำนวนมาก&nbsp;อำเภอเมืองสุรินทร์จึงเสนอขอความเห็นชอบเพื่อมีคำสั่งปิดหมู่บ้านดังกล่าว&nbsp;ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้การแพร่ระบาดของโรคติดโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รวมทั้งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขโดยเคร่งครัด&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสุรินทร์จึงมีคำสั่งห้ามผู้ใดเข้าไปหรือออกจากพื้นที่&nbsp;หมู่บ้านตาแบน&nbsp;หมูที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลท่าสว่าง&nbsp;อำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เนื่องจากเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เว้นแต่เพื่อการรักษาพยาบาล&nbsp;การกู้ชีพ&nbsp;การกู้ภัย&nbsp;การขนส่ง&nbsp;ยา&nbsp;เวชภัณฑ์&nbsp;และสินค้าอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;การสาธารณสุข&nbsp;การสาธารณูปโภค&nbsp;การไปรษณียภัณฑ์&nbsp;หรือกรณีได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ&nbsp;โดยให้นายอำเภอเมืองสุรินทร์เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์&nbsp;และพิจารณากำหนดจุดตรวจคัดกรองโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;และมอบหมายให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ&nbsp;พร้อมผู้เกี่ยวข้องตรวจคัดกรองบุคคล&nbsp;ยานพาหนะ&nbsp;ที่ผ่านจุดตรวจคัดกรองโรคอย่างเคร่งครัด&nbsp;และให้ส่วนราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่สนับสนุนภารกิจตามอำนาจหน้าที่&nbsp;และตามที่ได้รับมอบหมายจากนายอำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;หรือคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;หรือคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขอำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;</p><p><strong>ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม&nbsp;อาจมีความผิดตามมาตรา&nbsp;51</strong>&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน&nbsp;20,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือตามมาตรา&nbsp;52&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี&nbsp;หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;และอาจมีความผิดตามมาตรา&nbsp;18&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติแห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2548&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี&nbsp;หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222110654749"],
    [648,"เผยผลตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลหาดแม่รำพึง พบค่าปรอท ค่านิกเกิล และปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนยังเกินค่ามาตรฐานอยู่ 3 จุด ส่วนการดูดน้ำมันค้างท่อใต้ทะเล ทีมวิศวกรจากญี่ปุ่นถึงหน้างานเตรียมปฏิบัติงานแล้ว","<p><strong>ศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยอง&nbsp;เผยผลตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลหาดแม่รำพึง&nbsp;พบค่าปรอท&nbsp;ค่านิกเกิล</strong>&nbsp;และปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนยังเกินค่ามาตรฐานอยู่&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;และผลตรวจหาสารอินทรีย์ระเหยในผู้ปฏิบัติงานเก็บกู้คราบน้ำมัน&nbsp;534&nbsp;ราย&nbsp;พบเกินค่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนการดูดน้ำมันค้างท่อใต้ทะเล&nbsp;ทีมวิศวกรจากญี่ปุ่นถึงหน้างานเตรียมปฏิบัติงานแล้ว</p><p><strong>ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;สรุปผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเล&nbsp;ค่าคุณภาพน้ำทะเลพื้นฐาน&nbsp;(ค่าความเป็นกรด-ด่าง,&nbsp;ค่าออกซิเจน&nbsp;ละลาย,&nbsp;อุณหภูมิ)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;27&nbsp;ม.ค.&nbsp;-18&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;โดยรวม&nbsp;มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;,ค่าโลหะหนักในน้ำทะเล&nbsp;โดยรวมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ยกเว้นบางจุด&nbsp;ที่พบค่าปรอท&nbsp;และค่านิกเกิล&nbsp;เกินเกณฑ์ค่า&nbsp;base&nbsp;line,&nbsp;ค่าปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนทั้งหมด&nbsp;(TPH)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;27&nbsp;ม.ค.&nbsp;-&nbsp;12&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;พบว่าที่หาดแม่รำพึง&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;คือที่บริเวณร้านป้ายา&nbsp;Bayview&nbsp;Resort&nbsp;และคลองหัวรถ&nbsp;หน้าหมู่บ้านสบายสบาย&nbsp;และค่าปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน&nbsp;(TPH)&nbsp;ปัจจุบันอยู่ในช่วง&nbsp;1.8-4.3&nbsp;ไมโครกรัมต่อลิตร&nbsp;ยังคงเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้มีการรายงานผลตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลระยองมาแล้ว&nbsp;ซี่งเป็นรอบ&nbsp;7&nbsp;วันแรก&nbsp;มีการพบเกินมาตรฐาน&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ที่บริเวณหน้าหมู่บ้านสบายสบาย&nbsp;และลานหินขาว&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;ส่วนผลการตรวจสอบคุณภาพตะกอนดินชายฝั่งทะเล&nbsp;ค่าโลหะหนักในตะกอนดินชายฝั่งทะเล&nbsp;และค่าโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน&nbsp;(PAHs)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;27&nbsp;ม.ค.&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;โดยรวมมีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;ได้แจ้งการตรวจการสัมผัสสารเบนซีน&nbsp;โดบเก็บปัสสาวะของผู้ปฏิบัติงานเก็บกู้คราบน้ำมัน&nbsp;เพื่อตรวจหาอนุพันธ์ของสารอินทรีย์ระเหย&nbsp;จำนวน&nbsp;534&nbsp;ราย&nbsp;ผลตรวจออกแล้ว&nbsp;516&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ไม่เกินค่าอ้างอิง&nbsp;513&nbsp;ราย&nbsp;เกินเกณฑ์ค่าอ้างอิง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;(ค่าอ้างอิง&nbsp;ไม่ควรเกิน&nbsp;500&nbsp;ug/cr)&nbsp;กำลังนัดพบแพทย์&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรอผลจากห้องปฏิบัติการ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับชายหาดแม่รำพึง&nbsp;บริเวณหน้าร้านเจ้จุกซีฟู้ด</strong>&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;ระยอง&nbsp;ได้รับแจ้งว่าพบ&nbsp;ก้อนน้ำมัน&nbsp;หรือ&nbsp;ทาร์บอล&nbsp;ลอยมาเกยชายหาด&nbsp;ลงไปตรวจสอบพบมีก้อนน้ำมันลักษณะเหนียวมีกลิ่นน้ำมัน&nbsp;อยู่ไม่หนาแน่นปนอยู่กับผืนทรายทั่วชายหาด&nbsp;ระยะทางยาวประมาณ&nbsp;100&nbsp;เมตร&nbsp;และยังพบทาร์บอลลอยมาเกยชายหาดหน้าศาลเจ้าแม่รำพึงยาวกว่า&nbsp;400&nbsp;เมตร&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงเก็บตัวอย่างส่งให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจพิสูจน์ต่อไป&nbsp;พร้อมทั้งฝากเตือนนักท่องเที่ยวหากพบอย่าสัมผัสเด็ดขาด</p><p>ส่วนการดูดเอาน้ำมันดิบที่ค้างอยู่ในท่อจำนวนประมาณ&nbsp;12,000&nbsp;ลิตร&nbsp;ออกมานั้น&nbsp;ขณะนี้มีทีมวิศวกรจากประเทศญี่ปุ่น&nbsp;เดินทางมาถึงหน้างานพร้อมปฏิบัติงานแล้ว&nbsp;โดยทางบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;ก็มีการเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ&nbsp;พร้อมแล้วเช่นกัน&nbsp;รอทางกรมเจ้าท่า&nbsp;จะอนุญาตให้ลงไปปฏิบัติวันไหน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222134604847"],
    [649,"ผู้ประกอบการร้านอาหาร-หาบเร่ -กลุ่มประมงหาดแม่รำพึง ยื่นข้อเรียกร้องขอเยียวยาเหตุกรณีน้ำมันรั่วกลางทะเล ย้ำเร่งเยียวยาโดยเร็ว","<p><strong>ที่โรงแรมระยอง&nbsp;บีช&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง</strong>&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;มีกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหาร-หาบเร่หาดแม่รำพึง&nbsp;และกลุ่มประมงพื้นบ้านในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;48&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ได้รวมตัวหอบเอกสารรายชื่อ&nbsp;หลักฐานร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบยื่นหนังสือข้อเรียกร้องเยียวยากรณีเหตุน้ำมันรั่วกลางทะเลระยอง&nbsp;กับทางบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;โดยตัวแทนทั้ง&nbsp;2&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ได้มีการแยกห้องประชุมฯ&nbsp;เพื่อเจรจาพูดคุย&nbsp;มี&nbsp;นายวิชัย&nbsp;ชุณหสมบูรณ์&nbsp;หัวหน้าโครงการเยียวยา&nbsp;นายวิชาญคำอาจ&nbsp;หัวหน้าทีมเยียวยาและชดใช้&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;รับเรื่องขอเยียวยา&nbsp;และมี&nbsp;นายเสรี&nbsp;เรือนหล้า&nbsp;ประมงจังหวัดระยอง&nbsp;ร่วมพูดคุยเจรจา</p><p><strong>นายประเสริฐ&nbsp;ศิริมหา&nbsp;ประธานกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารหาดแม่รำพึง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สืบเนื่องจากบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ทำน้ำมันรั่วลงทะเลซ้ำซาก&nbsp;กระทบหาดแม่รำพึง<strong>&nbsp;</strong>ส่งผลให้ทางราชการต้องประกาศปิดหาด&nbsp;และหาดแม่รำพึงเป็นพื้นที่ภัยพิบัติตามมา&nbsp;ภาคประชาชนที่ประกอบอาชีพอยู่หาดเพื่อบริการนักท่องเที่ยวหลากหลายอาชีพและประมงพื้นบ้านได้รับผลกระทบจากการทำมาหากิน&nbsp;โดยทางกลุ่มร้านอาหารหาดแม่รำพึง&nbsp;ได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัส&nbsp;จึงได้มายื่นข้อเรียกร้องในครั้งนี้แบ่งเป็น&nbsp;4&nbsp;ไตรมาส&nbsp;ขอเยียวยา&nbsp;3&nbsp;เดือนแรก&nbsp;ม.ค.&nbsp;-&nbsp;มี.ค.65&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;350,000&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนไตรมาสต่อไป&nbsp;เช่นเดียวกับกลุ่มหาบเร่&nbsp;ห่วงยาง&nbsp;เตียงผ้าใบ&nbsp;ของสามเดือนแรก&nbsp;180,000&nbsp;บาท&nbsp;จะลดลงตามสถานการณ์จำนวนนักท่องเที่ยว&nbsp;โดยจะรอคำตอบภายใน&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;หากทางบริษัทฯ&nbsp;ไม่ใส่ใจตอบรับการพิจารณาตามกำหนดกลุ่มร้านอาหารหาดแม่รำพึงเขตตำบลตะพง&nbsp;จะดำเนินการเคลื่อนไหวตามแนวทางของกลุ่มต่อไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทางกลุ่มฯ&nbsp;ยังได้เดินทางไปยื่นเอกสาร&nbsp;และหลักฐานกับ&nbsp;นายทวีป&nbsp;แสงกระจ่าง&nbsp;นายก&nbsp;อบต.ตะพงด้วย&nbsp;เพื่อให้ช่วยประสานงานไปถึงบริษัทฯ&nbsp;เข้ามารับผิดชอบเร่งเยียวยาต่อไป</p><p><strong>ขณะที่ทางตัวแทนกลุ่มประมงพื้นบ้านในพื้นที่&nbsp;48&nbsp;กลุ่ม</strong>&nbsp;ได้เจรจาพูดคุยกับทางบริษัทฯ&nbsp;โดยเสนอขอเยียวยาเป็นเงิน&nbsp;70,000&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;5&nbsp;เดือน&nbsp;โดยขอให้พิจารณาโดยเร็ว&nbsp;ขณะที่ตัวแทนบางกลุ่ม&nbsp;เสนอขอเยียวยาเป็นเงิน&nbsp;1,000&nbsp;บาทต่อวันต่อปี&nbsp;ทางบริษัทฯ&nbsp;จะได้นำไปพิจารณาต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222122547802"],
    [650,"ทุเรียนนนท์การปลูกต้องมี 8 ดีตามแบบภูมิปัญญาปราชญ์ชาวนนท์","<p><strong>ราชาแห่งผลไม้ที่เป็นสัญลักษณ์คู่เมืองนนท์&nbsp;</strong>แต่ในปัจจุบันกำลังจะเลือนหายเหลือแต่ในความทรงจำ&nbsp;เพราะน้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปี&nbsp;2554&nbsp;ที่สร้างความเสียหายแก่สวนทุเรียนในพื้นที่เกือบหมด&nbsp;หลายคนถอดใจเลิกทำสวนไปเพราะกว่าจะปลูกให้ได้ผลผลิตนั้นใช้เวลายาวนานมาก&nbsp;แต่อย่างไรก็ดียังมีสวนแห่งหนึ่ง&nbsp;สวนปามี&nbsp;98&nbsp;ของคุณสุเทพ&nbsp;กังเกียรติกุล&nbsp;แห่งสวนปามี&nbsp;98&nbsp;ต.บ้านใหม่&nbsp;อ.บางใหญ่&nbsp;จ.นนทบุรี&nbsp;ได้ขยายพันธุ์ทุเรียนนนท์กว่า&nbsp;1,000&nbsp;ต้น&nbsp;ทุเรียนที่ปลูกอายุ&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;5&nbsp;เดือน&nbsp;กำลังออกดอกกหลายต้น&nbsp;</p><p><strong>คุณสุเทพ&nbsp;กังเกียรติกุล&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ทุเรียนแก่แดด&nbsp;2&nbsp;ปีครึ่ง&nbsp;การปลูกทุเรียนต้องมี&nbsp;8&nbsp;ดี&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.ดินดี&nbsp;ระบายน้ำดี&nbsp;2.น้ำดี&nbsp;3.อากาศดี&nbsp;อุณหภูมิ&nbsp;20-35&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;4&nbsp;.แดดดี&nbsp;รับแสง&nbsp;60&nbsp;โมงเช้าถึง&nbsp;6&nbsp;โมงเย็น&nbsp;5.&nbsp;ความชุ่มชื้นดี&nbsp;6.พันธุ์ดี&nbsp;รากมาก&nbsp;ต้นแข็งแรง&nbsp;7.สิ่งแวดล้อม&nbsp;8.จัดการดี&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันทุเรียนที่ปลูกในจังหวัดนนทบุรีกำลังอยู่ในช่วงติดดอกออกผล&nbsp;เกษตรจังหวัดนนทบุรี&nbsp;มีวิถีการปลูกและดูแลรักษาแบบภูมิปัญญาของปราชญ์ชาวนนท์&nbsp;ชาวสวนทุเรียนจะช่วยในการผสมเกสรโดยใช้ไม้กวาดหรือพู่กันปัดเกสรตัวผู้ให้หล่นลงดอกเกสรตัวเมีย&nbsp;ทำให้มีการผสมเกสรที่สมบูรณ์และมีเปอร์เซ็นต์การติดผลมากขึ้น&nbsp;ซึ่งการผสมเกสรทุเรียนเกษตรกรจะได้รับประโยชน์หลายอย่าง&nbsp;เช่น&nbsp;สามารถกำหนดตำแหน่งการติดผลตามกิ่งที่มีขนาดใหญ่&nbsp;หรือกิ่งที่อยู่ในระดับต่ำได้&nbsp;ช่วยให้ทุเรียนติดผลดีขึ้น&nbsp;เกษตรกรสามารถกำหนดวันเก็บเกี่ยวผลผลิตได้&nbsp;เก็บเกี่ยวง่าย&nbsp;ผลทุเรียนแก่ใกล้เคียงกัน&nbsp;รูปทรงผลสวยงาม&nbsp;น้ำหนักและขนาดผลดี&nbsp;หลังจากผสมเกสรแล้วรังไข่จะเจริญเติบโตเป็นผลทุเรียนตามพัฒนาการ&nbsp;โดยชาวสวนจะทำการบันทึกวันผสมเกสรไว้ทุกช่อ&nbsp;ทุกต้น&nbsp;เพื่อความแม่นยำในการตัดทุเรียน&nbsp;และชาวสวนทุเรียนนนท์รับรองมาตรฐานได้ว่าไม่มีการตัดทุเรียนอ่อนแน่นอน&nbsp;การนับอายุหลังจากวันผสมถึง&nbsp;วันเก็บเกี่ยวประมาณ&nbsp;110&nbsp;-&nbsp;120&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งจังหวัดนนทบุรี&nbsp;นับได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียง&nbsp;และเป็นแหล่งผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพ&nbsp;และมีราคา&nbsp;ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกทุเรียนทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;2,280&nbsp;ไร่&nbsp;เกษตรกร&nbsp;948&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ให้ผลผลิตแล้ว&nbsp;284&nbsp;ไร่&nbsp;จากข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;และมีเกษตรกรที่ติดตราสัญลักษณ์&nbsp;GI&nbsp;บ่งบอกความเป็นทุเรียนนนท์ที่มีคุณภาพแล้ว&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;77&nbsp;ราย&nbsp;มีทุเรียน&nbsp;GI&nbsp;ออกจำหน่ายตั้งแต่ปี&nbsp;2560&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;และในปี&nbsp;2564&nbsp;มีทุเรียน&nbsp;GI&nbsp;ออกจำหน่ายรวม&nbsp;2,807&nbsp;ลูก&nbsp;อีกทั้งยังได้มีการยกระดับมาตรฐานสินค้าทุเรียน&nbsp;ภายใต้แบรนด์&nbsp;นนทบุรีการันตี&nbsp;จึงทำให้ทุเรียนนนท์&nbsp;เป็นที่เฝ้ารอจากผู้บริโภคที่หนึ่งปีจะได้ลิ้มรสชาติสักครั้งถึงขั้นต้องสั่งจองที่สวนเท่านั้น&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งคำว่า&nbsp;ทุเรียนนนท์&nbsp;หรือ&nbsp;ทุเรียนสวน&nbsp;นั้น&nbsp;</strong>เป็นชื่อเรียกรวมทุเรียนทุกสายพันธุ์ที่ปลูกในพื้นที่ดินของจังหวัดนนทบุรี&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;ก้านยาว&nbsp;หมอนทอง&nbsp;พวงมณี&nbsp;ฯลฯ&nbsp;ซึ่งสิ่งที่ทำให้ทุเรียนนนท์นั้นมีรสชาติหอมอร่อย&nbsp;เนื้อหวาน&nbsp;เพราะสภาพภูมิศาสตร์ของดินและปัจจัยการปลูก&nbsp;เช่น&nbsp;การปลูกแบบยกร่อง&nbsp;และปลูกผสมผสานกับผลไม้อื่นๆ&nbsp;ซึ่งจังหวัดนนทบุรี&nbsp;นับได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียง&nbsp;และเป็นแหล่งผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพ&nbsp;และมีราคาสูงของประเทศ&nbsp;ทุเรียนนนท์&nbsp;เป็นทุเรียนที่มีรสชาติอร่อยเป็นเอกลักษณ์&nbsp;ทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภคมัการสั่งจองล่วงหน้าตลอดหรือข้ามปีเลยทีเดียว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222130759824"],
    [651,"สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง นำเกษตรกรเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลเกษตรทดแทนแรงงานเกษตร ตามโครงการส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร ปี 2565","<p><strong>นายประทิ่น&nbsp;วรรณงาม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;มอบหมายให้นายศรายุทธ&nbsp;นวลเนาว์&nbsp;พร้อมด้วยเกษตรกรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;5&nbsp;ท่าน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลเกษตรทดแทนแรงงานเกษตร&nbsp;โครงการส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;จัดโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ณ&nbsp;วิทยาลัยสารพัดช่างตรัง&nbsp;ตำบลนาตาล่วง&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมนี้ได้รับเกียรติจาก&nbsp;นายโกวิท&nbsp;อาจกูล&nbsp;หัวหน้างานปกครอง</strong>&nbsp;ฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียน&nbsp;ถ่ายทอดความรู้&nbsp;ประสบการณ์ในเรื่องการใช้&nbsp;ดูแล&nbsp;ซ่อมแซมเครื่องตัดหญ้าเบื้องต้น&nbsp;เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เข้าใจ&nbsp;ถึงหลักการ&nbsp;พร้อมทั้งแนะเทคนิคต่างๆ&nbsp;ในการใช้เครื่องตัดหญ้าอีกด้วย&nbsp;เช่น&nbsp;&nbsp;สัดส่วนการผสมน้ำมันเบนซินกับน้ำมันออโต้ลูป&nbsp;ที่ถ้าผสมไม่ได้ส่วน&nbsp;จะส่งผลแย่ที่สุดคือทำให้เครื่องตัดหญ้าเสีย&nbsp;ใช้การไม่ได้&nbsp;,&nbsp;การฟังเสียงใบมีดระหว่างการใช้งาน&nbsp;ที่ถ้าเสียงสั่นหรือเสียงไม่เรียบ&nbsp;ให้หยุดใช้งานทันที&nbsp;เพราะใบมีดอาจเกิดรอยร้าว&nbsp;หรือรอยแตก&nbsp;ถ้าใช้งานต่อจะเกิดอันตรายได้&nbsp;,&nbsp;การหยุดใช้งานที่ควรปิดก๊อกน้ำมัน&nbsp;ก่อนการดับเครื่อง&nbsp;เพื่อป้องกันน้ำมันไหลเข้าคาร์บูเรเตอร์&nbsp;ซึ่งจะทำให้น้ำมันแห้งเป็นคราบเหนียวเกาะอยู่ภายใน&nbsp;และจะทำให้สตาร์ทติดยาก&nbsp;หรืออาจสตาร์ทไม่ติดเลยก็เป็นได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222131406827"],
    [652,"เตือน หนอนกระทู้ระบาด นักวิชาการ ม.อ.แนะ จัดการโดยสารชีวภัณฑ์ครบวงจร ลดความเสียหายของผลผลิต","<p>ภาคใต้ปลายฤดูฝนประมาณเดือนมกราคม&nbsp;-&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;มักเจอสถานการณ์หนอนกระทู้ระบาดในแปลงผักตัวเต็มวัยของหนอนกระทู้คือผีเสื้อกลางคืน&nbsp;ชอบเล่นไฟออกหาอาหารและวางไข่เป็นกลุ่ม&nbsp;ๆ&nbsp;ใต้ใบผักช่วงกลางคืน&nbsp;เมื่อผีเสื้อกลางคืนวางไข่จะสลัดปีกอำพรางตัวป้องกันไข่ของตัวเอง&nbsp;กลุ่มไข่อาจมีปริมาณตั้งแต่&nbsp;100&nbsp;-&nbsp;400&nbsp;ฟอง&nbsp;จากระยะไข่ก็จะกลายเป็นหนอน&nbsp;เกาะกลุ่มใต้ใบ&nbsp;กินใบผักเป็นอาหารจนระยะหนึ่งจะทิ้งตัวลงดิน&nbsp;ตลอดระยะหนอนจนทิ้งตัวลงดิน&nbsp;หนอนกระทู้จะกินอาหารตลอดเวลา&nbsp;โดยกินใบผักลามจากต้นหนึ่งไปอีกต้นหนึ่งอย่างรวดเร็ว</p><p><strong>ดร.เทวี&nbsp;มณีรัตน์&nbsp;อาจารย์ประจำคณะทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;ม.อ.&nbsp;</strong>ให้ข้อมูลในรายการแลบ้านแลเมือง&nbsp;วิทยุฯ&nbsp;ม.อ.หาดใหญ่&nbsp;ว่า&nbsp;จากระยะทิ้งตัวลงดินจนระยะหนอนจะใช้เวลา&nbsp;45&nbsp;-&nbsp;60&nbsp;&nbsp;วัน&nbsp;เกษตรกรมักสังเกตเห็นเมื่อตอนที่หนอนตัวโตแล้ว&nbsp;กินผักเกือบหมดแปลงแล้ว&nbsp;ส่วนผักที่หนอนกระทู้ชอบ&nbsp;คือพวกผักกาดขาว&nbsp;คะน้า&nbsp;กวางตุ้ง&nbsp;กะหล่ำปลี&nbsp;&nbsp;บล็อกโคลี่&nbsp;กะหล่ำดอก</p><p><strong>การจัดการหนอนกระทู้ตามคำแนะนำของ&nbsp;อ.เทวี</strong>&nbsp;คือ&nbsp;เกษตรกรต้องเริ่มตั้งแต่ระยะป้องกัน&nbsp;เนื่องจากดักแด้ก่อนจะเป็นผีเสื้อจะหลบในดิน&nbsp;โดยการทิ้งตัวฝังดักแด้มุดเข้าไปในดิน&nbsp;เกษตรต้องเตรียมแปลงปลูกโดยใช้&nbsp;\"เชื้อราเมตาไรเซียม\"&nbsp;ผสมน้ำรดแปลงอย่างน้อย&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;จึงค่อยย้ายกล้าลงแปลง&nbsp;จะกำจัดหนอนได้จำนวนหนึ่ง</p><p>ช่วงผักเริ่มโต&nbsp;ให้ใช้น้ำส้มควันไม้ผสมน้ำฉีดไล่แมลงช่วงเย็น&nbsp;หรือใช้&nbsp;\"เชื้อราขาวบิวเวอเรีย\"&nbsp;หรือ&nbsp;\"แบคทีเรียบีที\"&nbsp;โดยใช้บิวเวอเรียก่อน&nbsp;ถ้าใบพืชเริ่มมีอาการมีหนอนกิน&nbsp;มีร่องรอยการกิน&nbsp;หนอนเล็ดรอดแล้ว&nbsp;แนะนำให้ใช้แบคทีเรียบีที&nbsp;หรือมวนเพชฌฆาต&nbsp;ซึ่งเป็นแมลงตัวห้ำที่กินหนอนได้ทุกระยะ&nbsp;โดยปล่อยมวนหลังปลูกผักแล้วประมาณ&nbsp;20&nbsp;วัน</p><p><strong>ถ้าเกษตรกรมีปัญหาติดต่อได้ที่คณะทรัพยากรธรรมชาติ</strong>&nbsp;ม.อ.&nbsp;เพื่อขอคำแนะนำเรื่องการควบคุมศัตรูพืช&nbsp;หรือรับสารชีวภัณฑ์ไปใช้ในแปลงต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222132115831"],
    [653,"คณะกรรมการตัดสินการประกวดกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรดีเด่น ระดับจังหวัดยะลา ลงพื้นที่ อ.เบตง จัดเก็บข้อมูลกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมุสลีมะห์พัฒนา เพื่อคัดเลือกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรดีเด่นของจังหวัดยะลา ประจำปี 2565","<p><strong>คณะกรรมการตัดสินการประกวดกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรดีเด่น</strong>&nbsp;ระดับจังหวัดยะลา&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จัดเก็บข้อมูลกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมุสลีมะห์พัฒนา&nbsp;เพื่อคัดเลือกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรดีเด่นของจังหวัดยะลา&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่ทำการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมุสลีมะห์พัฒนา&nbsp;ตำบลเบตง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;</p><p><strong>นายศิริ&nbsp;มงคลประจักษ์.&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองเบตง</strong>&nbsp;นายอารีฟ&nbsp;มหัศนียนนท์&nbsp;เกษตรอำเภอเบตง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเบตง&nbsp;และกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมุสลีมะห์พัฒนา&nbsp;ได้ร่วมต้อนรับคณะกรรมการตัดสินการประกวดกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรดีเด่น&nbsp;ระดับจังหวัดยะลา&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่เดินทางมาจัดเก็บข้อมูลประกอบการพิจารณาผลงานของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมุสลีมะห์พัฒนา&nbsp;เพื่อคัดเลือกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรดีเด่น&nbsp;ระดับจังหวัดยะลา&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p><strong>โดยทางกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมุสลีมะห์พัฒนา&nbsp;</strong>ได้ดำเนินกิจการทำขนมดอกจอก&nbsp;เค้กกล้วยหอม&nbsp;และขนมตามเทศกาลต่างๆจำหน่าย&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเกิดขึ้นมาจากการที่กลุ่มต้องหารายได้เสริมจากอาชีพหลัก&nbsp;จึงเกิดการรวบรวมสมาชิกแล้วลงหุ้น&nbsp;นำไปซื้อวัสดุอุปกรณ์มาทำขนม&nbsp;โดยเริ่มจากการทำขนมดอกจอก&nbsp;แล้วจึงเพิ่มเติมขนมอื่นๆ&nbsp;ขึ้นมา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222133148838"],
    [654,"รัฐบาล สร้างความมั่นคงด้านน้ำด้วยการเพิ่มพื้นที่ชลประทานไปแล้วกว่า 33 ล้านไร่ เตรียมเพิ่มอีก 18 ล้านไร่ปีนี้ พร้อมย้ำไม่ได้เรียกเก็บค่าน้ำเกษตรกร","<p><strong>รัฐบาล&nbsp;สร้างความมั่นคงด้านน้ำด้วยการเพิ่มพื้นที่ชลประทานไปแล้วกว่า&nbsp;33&nbsp;ล้านไร่&nbsp;เตรียมเพิ่มอีก&nbsp;18&nbsp;ล้านไร่ปีนี้&nbsp;พร้อมย้ำไม่ได้เรียกเก็บค่าน้ำเกษตรกร</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวถึงการพัฒนาแหล่งน้ำของรัฐบาลว่า&nbsp;รัฐบาลให้ความสำคัญการพัฒนาโครงสร้างด้านน้ำต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อให้ทรัพยากรน้ำของประเทศเกิดความมั่นคงสูงสุดและประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;โดยเฉพาะการเพิ่มพื้นที่ชลประทาน&nbsp;ปัจจุบันมีพื้นที่พัฒนาเป็นพื้นที่ชลประทานแล้ว&nbsp;33.92&nbsp;ล้านไร่&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;22.7&nbsp;ของพื้นที่เกษตรทั้งหมด&nbsp;และมีเป้าจะพัฒนาพื้นที่ชลประทานเพิ่มอีก&nbsp;18&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ภายในปี&nbsp;2580&nbsp;ตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งตั้งแต่ปี&nbsp;2561-2564&nbsp;เพิ่มพื้นที่ชลประทานได้แล้ว&nbsp;1.17&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ส่วยการพัฒนาพื้นที่เกษตรน้ำฝนเน้นพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก&nbsp;ฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติ&nbsp;พัฒนาน้ำบาดาล&nbsp;สระน้ำในไร่นา&nbsp;และโคกหนองนาโมเดล&nbsp;เพื่อสนับสนุนการอุปโภค-บริโภคและการเกษตรให้เป็นไปตามความต้องการและการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;รัฐบาลยังได้จัดสรรงบกลางด้านน้ำเพื่อใช้ในภาวะฉุกเฉินหรือจำเป็นเท่านั้น&nbsp;เช่น&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;นำมาแก้ปัญหาภัยแล้งและป้องกันน้ำท่วม&nbsp;20,824&nbsp;โครงการ&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&nbsp;76&nbsp;จังหวัด&nbsp;เพิ่มปริมาณน้ำได้&nbsp;1,057&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์กว่า&nbsp;7.58&nbsp;ล้านไร่&nbsp;และปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;6,206&nbsp;โครงการ&nbsp;สามารถน้ำเก็บกักเพิ่มขึ้น&nbsp;49.95&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ได้ปริมาณน้ำบาดาล&nbsp;44&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มีครัวเรือนรับประโยชน์&nbsp;364,167&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และพื้นที่รับประโยชน์&nbsp;507,849&nbsp;ไร่&nbsp;ถือเป็นการใช้งบกลางอย่างคุ้มค่าเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ&nbsp;สำหรับปีนี้อยู่ระหว่างการขอรับการสนับสนุนงบกลางจากคณะรัฐมนตรีเพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงในการแก้ปัญหาด้านน้ำของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทั่วประเทศ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวถึงข้อกังวลเรื่องการจัดเก็บค่าน้ำที่จะกระทบประชาชนและเกษตรกรรายย่อยว่า&nbsp;พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;กำหนดไว้ชัดเจนว่า&nbsp;ผู้ใช้น้ำประเภทที่&nbsp;1&nbsp;คือ&nbsp;การใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเพื่อการดำรงชีพ&nbsp;อุปโภค-บริโภคในครัวเรือน&nbsp;ทำเกษตรหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อยังชีพ&nbsp;อุตสาหกรรมในครัวเรือน&nbsp;รักษาระบบนิเวศ&nbsp;จารีตประเพณี&nbsp;บรรเทาสาธารณภัย&nbsp;คมนาคม&nbsp;และการใช้น้ำในปริมาณเล็กน้อยไม่ต้องขอรับใบอนุญาตการใช้น้ำและไม่ต้องชำระค่าใช้น้ำแต่อย่างใด&nbsp;จึงไม่มีการเก็บค่าน้ำจากเกษตรกรแน่นอน&nbsp;แต่จะเก็บเฉพาะประเภทที่&nbsp;2&nbsp;คือ&nbsp;การใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเพื่อการอุตสาหกรรม&nbsp;และประเภทที่&nbsp;3&nbsp;การใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเพื่อกิจการขนาดใหญ่ที่ใช้น้ำปริมาณมาก&nbsp;โดยกำหนดอัตราค่าใช้น้ำจะมีความเป็นธรรมและไม่แสวงหากำไร&nbsp;เพื่อให้ผู้ใช้น้ำมีจิตสำนึกการใช้น้ำร่วมกันอย่างประหยัดเท่านั้น&nbsp;ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดทำร่างกฎหมายลำดับรองกำหนดหลักเกณฑ์การจัดเก็บค่าน้ำประเภทที่&nbsp;2&nbsp;และประเภทที่&nbsp;3&nbsp;ที่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำฯ&nbsp;ที่ต้องรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องก่อนจะมีผลบังคับใช้ตามกฏหมายต่อไป</p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222123325806"],
    [655,"จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่3จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่าต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า&nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</strong></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม&nbsp;MODIS&nbsp;แสดงให้เห็นพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าช่วง&nbsp;7&nbsp;วันนี้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;21&nbsp;&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบมี&nbsp;3&nbsp;จังหวัดมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;คือ&nbsp;ตาก&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และลำปาง&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;3&nbsp;จังหวัดดังกล่าวมีตัวเลขคาดการณ์เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อนหน้า&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;14&nbsp;จังหวัดที่เหลือส่วนใหญ่มีตัวเลขคาดการณ์ลดน้อยลง&nbsp;ส่วนใหญ่พบพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่ายังคงเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์&nbsp;สาเหตุอาจเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;การเผาเพื่อหาของป่า&nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์&nbsp;จนทำให้เกิดการลุกลาม&nbsp;สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปวางแผนจัดการเชื้อไฟ&nbsp;และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222123454808"],
    [656,"กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง แนะนำการจัดการโรคพืชผักสวนครัวด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มา","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;โดย&nbsp;นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;ให้คำแนะนำในการเฝ้าระวังการเกิดโรคในพืชผักสวนครัวที่เกิดจากเชื้อรา&nbsp;พร้อมทั้งสาธิตการผลิตขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มาในการป้องกันกำจัดโรคพืชแก่เกษตรกร&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;ช่วงที่มีความชื้นในอากาศที่สูงขึ้น&nbsp;สิ่งที่เกษตรกรต้องเฝ้าระวัง&nbsp;คือ&nbsp;โรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;โรคเหี่ยวพริก&nbsp;โรคโคนเน่าถั่วฝักยาว&nbsp;โรครากเน่าโคนเน่า&nbsp;โรคแอนแทรคโนส(กุ้งแห้ง)&nbsp;โรครากขาว&nbsp;และโรคเชื้อราในผักไฮโดรโปนิกส์&nbsp;ซึ่งเชื้อราสาเหตุของโรคเกิดจากพื้นดินแล้วล่องลอยปลิวไปตามอากาศ&nbsp;เมื่อพบน้ำฝนก็จะแฝงตัวเข้าไปอาศัยอยู่ในหยดน้ำฝน&nbsp;เมื่อน้ำฝนแห้งก็จะแทรกเข้าสู่ส่วนต่างๆของพืช&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;โดยแนะนำวิธีการป้องกันหรือรักษาโรคโดยใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา&nbsp;วิธีการใช้&nbsp;ฉีดพ่น&nbsp;:&nbsp;เชื้อสด&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัมผสมน้ำสะอาด&nbsp;200&nbsp;ลิตร&nbsp;(ผสมสารจับใบ)&nbsp;ล้างสปอร์ออกจากเมล็ดข้าว&nbsp;กรองแล้วนำน้ำสปอร์ไปฉีดพ่น&nbsp;ในเวลาเย็น&nbsp;ใช้ทางดิน&nbsp;:&nbsp;ผสมเชื้อสด&nbsp;1&nbsp;กก.&nbsp;:&nbsp;รำละเอียด&nbsp;4&nbsp;กก.&nbsp;:&nbsp;ปุ๋ยหมัก/ปุ๋ยคอกเก่า&nbsp;100&nbsp;กก.&nbsp;คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วนำไปหว่านบริเวณโคนต้น&nbsp;รอบทรงพุ่ม&nbsp;หรือรองก้นหลุมก่อนปลูกพืช</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222132108830"],
    [657,"บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จํากัดจำกัด ร่วมกับ บริษัทคูโบต้าเจริญชัย อุบลราชธานี มอบเครื่องจักรกลการเกษตรแก่วิสาหกิจชุมชนในจังหวัดอุบลราชธานี  ( 22 ก.พ.65)","<p><strong>ที่ศูนย์พุทธธรรมพรหมวชิรญาณ&nbsp;ป่าดงใหญ่วังอ้อ&nbsp;อ.เขื่องใน&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;</strong>นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบเครื่องจักรกลการเกษตรแก่วิสาหกิจชุมชนในจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ได้แก่&nbsp;วิสาหกิจชุมชนโคกหนองนาวังอ้อ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนเกษตรแปลงใหญ่อำเภอนาเยีย&nbsp;กลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านนาเจริญ&nbsp;หมู่&nbsp;16&nbsp;โดยมีนายสันติพงษ์&nbsp;สมศรี&nbsp;นายอำเภอเขื่องใน,&nbsp;นายสมชาติ&nbsp;พงคพนาไกร&nbsp;กรรมการผู้จัดการบริษัทคูโบต้าเจริญชัย&nbsp;อุบลราชธานี,&nbsp;นายมงคล&nbsp;จุลทัศน์&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี,&nbsp;ผู้บริหารบริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น&nbsp;จํากัด,&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ,รัฐวิสาหกิจ&nbsp;สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจทั้ง&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;&nbsp;เข้าร่วมในพิธีรับมอบครั้งนี้</p><p><strong>นายสมชาติ&nbsp;พงคพนาไกร&nbsp;กรรมการผู้จัดการบริษัทคูโบต้าเจริญชัย&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;คูโบต้าเจริญชัยอุบลราชธานีได้รับการแต่งตั้งจาก&nbsp;บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น&nbsp;จํากัด&nbsp;ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์คูโบต้าในจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร&nbsp;ให้อยู่ดีกินดี&nbsp;สะดวกสบายในการทำการเกษตรสมัยใหม่&nbsp;ด้วยเครื่องจักรกลที่ทันสมัย&nbsp;ช่วยลดต้นทุน&nbsp;และเพิ่มผลผลิต&nbsp;และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย&nbsp;และนวัตกรรมใหม่&nbsp;ให้กับกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ในจังหวัดอุบลราชธานี</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น&nbsp;จํากัด&nbsp;</strong>ได้มอบเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อใช้ในการพัฒนากลุ่มฯ&nbsp;และเพื่อเป็นการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;อันเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้กลุ่มฯ&nbsp;หรือองค์กรของรัฐให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;และยั่งยืน&nbsp;สอดคล้องตามนโยบายของรัฐ&nbsp;โดยได้คัดเลือกกลุ่มต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั่วประเทศทั้งหมด&nbsp;71&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เพื่อรับมอบเครื่องจักรกลการเกษตรของทางบริษัท&nbsp;&nbsp;ซึ่ง&nbsp;3&nbsp;ใน&nbsp;71&nbsp;กลุ่มนั้นมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโคกหนองนาวังอ้อ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนเกษตรแปลงใหญ่อำเภอนาเยีย&nbsp;กลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านนาเจริญ&nbsp;หมู่&nbsp;16&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;3&nbsp;กลุ่มนับเป็นต้นแบบของกลุ่มต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้เป็นอย่างดี&nbsp;สามารถที่จะเป็นแหล่งเรียนรู้&nbsp;ตลอดจนการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ทั้งมีความเชื่อมโยงด้านการตลาดสินค้าเกษตรท้องถิ่นในระดับแนวหน้า</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILA</p><p>&nbsp;</p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222141325861"],
    [658,"จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเหลือเพียง 22 จุดส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเหลือเพียง&nbsp;22&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือของไทย</strong></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(21&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศเพียง&nbsp;22&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากวันก่อนเล็กน้อย&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;กำแพงเพชร&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;และแม่ฮ่องสอน&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนเกิดขึ้นเล็กน้อย&nbsp;เนื่องจากช่วงนี้มีฝนตกและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในหลายภูมิภาค&nbsp;ถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่ต้นปีนี้ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่มีจุดความร้อนเลยแม้แต่จุดเดียว&nbsp;ส่งผลให้วันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทุกจังหวัดในประเทศอยู่ในระดับดีมากต่อเนื่อง&nbsp;4&nbsp;วัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อนแล้ว&nbsp;6,302&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;5,841&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;3,651&nbsp;จุด</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;พบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;484&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเวียดนาม&nbsp;67&nbsp;จุด&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;57&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</span></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222135632853"],
    [659,"อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่พบปะเกษตรกร ตรวจยี่ยมงานส่งเสริมการเกษตร ณ แปลงใหญ่ทุเรียน ต.ท่ากุ่ม  เนินทราย  อ.เมือง จ.ตราด","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;&nbsp;ลงพื้นที่พบปะเกษตรกร&nbsp;ตรวจยี่ยมงานส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;แปลงใหญ่ทุเรียน&nbsp;ต.ท่ากุ่ม&nbsp;&nbsp;เนินทราย&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตราด&nbsp;&nbsp;แปลงเกษตรกรสวนนายเรือง&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนทุเรียนแปลงใหญ่ทุเรียนท่ากุ่ม&nbsp;&nbsp;เนินทราย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชยุทกฤดิ&nbsp;นนทแก้ว&nbsp;เกษตรจังหวัดตราด&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วม</p><p><strong>อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>&nbsp;สำหรับกลุ่มทุเรียนแปลงใหญ่ทุเรียน&nbsp;ต.ท่ากุ่ม&nbsp;&nbsp;เนินทราย&nbsp;ซึ่งได้เข้าร่วมโครงการจัดการระบบเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ซึ่งทางส่งเสริมการเกษตรได้ดูแลเรื่องนี้อยู่&nbsp;ซึ่งการได้เดินทางลงพื้นที่&nbsp;และมาเห็นผลผลิต&nbsp;รวมถึงกระบวนการทำแปลงใหญ่&nbsp;ของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ต.ท่ากุ่ม&nbsp;&nbsp;เนินทราย&nbsp;ได้ประเมินสถานการณ์หลายมิติ&nbsp;ซึ่งมิติแรก&nbsp;คือภาวะผู้นำ&nbsp;การรวมกลุ่มของพี่น้องเกษตรกร&nbsp;ในการรวมกลุ่มของเกษตรกรแปลงใหญ่&nbsp;มีเป้ากลหมายและแผนการผลิตที่ชัดเจน&nbsp;และที่เด่นชัดมากที่สุด&nbsp;คือการลดต้นทุนการผลิต&nbsp;การพัฒนาคุณภาพให้ผ่านมาฐาน&nbsp;GAP&nbsp;และการพัฒนาทุเรียน&nbsp;GAP&nbsp;เป็น&nbsp;GAP&nbsp;Plus&nbsp;เป็นการพัฒนาระบบผลไม้ตราดด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;โดยพี่น้องเกษตรกร&nbsp;ก็ยอมรับที่จะใช้เทคโนโลยี&nbsp;และรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีนี้&nbsp;ซึ่งเมื่อก่อนใช้การบันทึกด้วยมือลงบนกระดาษ&nbsp;แต่ทุกวันนี้สามารถใช้ระบบของโทรศัพท์มือถือ&nbsp;หรือตัวไอเพท&nbsp;เข้ามาเป็นตัวช่วยหลัก&nbsp;ซึ่งอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ได้กล่าวชื่นชม&nbsp;เกษตรกร&nbsp;และเชิญชวนพี่น้องเกษตรกร&nbsp;หรือผู้ที่สนใจ&nbsp;ที่จะข้ามาเยี่ยมชมสวนทุเรียนแปลงใหญ่ที่&nbsp;แปลงใหญ่ทุเรียนท่ากุ่ม&nbsp;&nbsp;เนินทราย&nbsp;ที่ผลผลิตจะสามารถตัดได้&nbsp;ในช่วงต้นเดือนเมษายนนี้&nbsp;สามารถมาเยี่ยมชม&nbsp;มาชิม&nbsp;มาช้อป&nbsp;ผลไม้ของจังหวัดตราดกันได้&nbsp;</p><p><br></p><p>ทีมข่าว&nbsp;สวท.ตราด</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สวท.ตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222141804863"],
    [660,"ที่ประชุมคณะทำงานประสานการดำเนินการชดใช้ค่าเสียหาย ระหว่างบริษัท SPRC กับผู้ได้รับผลกระทบกรณีน้ำมันรั่ว เสนอเงินชดเชยกลุ่มหาบเร่แผงลอยและอาชีพอื่นๆ รายละ 500  1,000 บาท เป็นเวลา 30 วัน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ณ&nbsp;ห้องประชุมอุตรกิจพิจารณ์&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;&nbsp;ต่ออาจหาญ&nbsp;ปลัดจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;คณะทำงานประสานการดำเนินการชดใช้ค่าเสียหาย&nbsp;ระหว่างบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;กับผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีเหตุการณีน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;ด้านกลุ่มผู้ประกอบอาชีพสาขาต่างๆ&nbsp;เช่นหาบเร่&nbsp;แผงลอย&nbsp;เตียงผ้าใบ&nbsp;รถรับจ้าง&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;จากทั้งหมด&nbsp;4&nbsp;ด้าน&nbsp;คือ&nbsp;ด้านกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม&nbsp;ที่พัก&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ด้านกลุ่มประมง&nbsp;ด้านสุขภาพ&nbsp;และด้านกลุ่มผู้ประกอบอาชีพสาขาต่างๆ&nbsp;ซึ่งที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและจำนวนเงินชดใช้ค่าเสียหายเบื้องต้น&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนก่อนเป็นอันดับแรก&nbsp;หากต้องการเงินชดเชยเพิ่มเติม&nbsp;สามารถเเรียกร้องเพิ่มเติมได้ในภายหลัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายสุพจน์&nbsp;&nbsp;ต่ออาจหาญ&nbsp;ปลัดจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;จะต้องมีหน่วยงานของรัฐหรือองค์กร/สมาคมเป็นผู้รับรองว่าเป็นผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;โดยมีทะเบียนหรือหลักฐานในการประกอบอาชีพจริงมาแสดง&nbsp;ก่อนส่งต่อให้ทางบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;เป็นผู้พิจารณาจ่ายเงินชดเชย&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีผู้ได้รับผลกระทบยื่นเรื่องร้องเรียนแล้ว&nbsp;8,432&nbsp;ราย&nbsp;โดยเป็นกลุ่มผู้ประกอบอาชีพสาขาต่างๆ&nbsp;ประมาณ&nbsp;23&nbsp;อาชีพ&nbsp;จำนวน&nbsp;4,560&nbsp;ราย&nbsp;และกำลังยื่นเรื่องร้องเรียนเข้ามาทุกวัน&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยที่ประชุมได้เสนอจำนวนเงินชดเชยเบื้ยงต้นแบ่งออกเป็น&nbsp;3&nbsp;ระดับ</strong>&nbsp;คือ&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;800&nbsp;บาท&nbsp;และ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ตามกลุ่มอาชีพ&nbsp;และกำหนดเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบออกเป็น&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;-&nbsp;&nbsp;พื้นที่สีแดง&nbsp;เป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด&nbsp;ได้รับเงิบชดเชยเต็มจำนวน&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;ต.เพ&nbsp;และเกาะเสม็ด&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;-&nbsp;&nbsp;พื้นที่สีเหลือง&nbsp;เป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบปานกลาง&nbsp;ได้รับเงินชดเชย&nbsp;75&nbsp;เปอร์เช็นต์&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ต.&nbsp;เชิงเนิน&nbsp;,เทศบาลนครระยอง&nbsp;,ต.แกลง,&nbsp;เทศบาลแกลง-กะเฉด,&nbsp;ต.เนินพระ&nbsp;,เทศบาลสุนทรภู่&nbsp;,&nbsp;ต.กร่ำ&nbsp;และ&nbsp;ต.มาบตาพุด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;-&nbsp;&nbsp;&nbsp;พื้นที่สีเขียว&nbsp;เป็นพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบ&nbsp;จะไม่ได้รับเงินชดเชยเยียวยา&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้แทนบริษัท&nbsp;&nbsp;SPRC&nbsp;จะนำข้อเสนอดังกล่าว&nbsp;ฯ&nbsp;ให้ผู้บริหารพิจารณาต่อไป</strong>&nbsp;โดยยังไม่สามารถกำหนดวันเวลา&nbsp;และสถานที่ได้&nbsp;คาดว่าน่าจะประมาณต้นเดือนมีนาคม&nbsp;2565</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222144818870"],
    [661,"ตรังประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ ระดับจังหวัด ครั้งที่ 2","<p><strong>นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานสหกรณ์จังหวัดตรัง</p><p><strong>สำนักงานสหกรณ์จังหวัดตรัง&nbsp;ได้รับเรื่องสหกรณ์</strong>ประสงค์ขอกู้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์จากสหกรณ์ในจังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;สหกรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;สัญญา&nbsp;ดังนี้&nbsp;สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านยวนโปะ&nbsp;จำกัด&nbsp;ประสงค์ขอกู้จำนวนเงิน&nbsp;1,000,000&nbsp;บาท&nbsp;(หนึ่งล้านบาท)โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมน้ำยางสดจากสมาชิก&nbsp;เป็นโครงการปกติ&nbsp;และสหกรณ์กองทุนสวนยางควนตุ้งกู&nbsp;จำกัด&nbsp;ประสงค์ขอกู้จำนวนเงิน&nbsp;300,000&nbsp;บาท&nbsp;(สามแสนบาทถ้วน)&nbsp;โครงการพิเศษ&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมไปประกอบอาชีพ&nbsp;ตามโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อแก้ปัญหาหนี้และฟื้นฟูอาชีพสมาชิกสหกรณ์&nbsp;ปีที่&nbsp;2&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ระเบียบกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;ว่าด้วยการบริหารเงินกองทุน</strong>พัฒนาสหกรณ์&nbsp;(กพส.)&nbsp;พ.ศ.2557&nbsp;ประกาศ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;29&nbsp;กันยายน&nbsp;พ.ศ.2557&nbsp;ข้อ&nbsp;15&nbsp;กรอบการพิจารณาเงินกู้ให้พิจารณาถึงความจำเป็น&nbsp;ความเหมาะสม&nbsp;ความเป็นไปได้ของแผนงาน/โครงการ&nbsp;พิจารณาผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของสหกรณ์ผู้กู้พิจารณาความสามารถในการบริหารจัดการ&nbsp;และพิจารณาหลักประกันเงินกู้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222151701884"],
    [662,"จังหวัดตรัง ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ ระดับจังหวัด   เพื่อร่วมกันพิจารณาเรื่องสหกรณ์ประสงค์ขอกู้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์จากสหกรณ์ในจังหวัดตรัง","<p><strong>นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานสหกรณ์จังหวัดตรัง&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดตรัง&nbsp;ได้รับเรื่องสหกรณ์ประสงค์ขอกู้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์จากสหกรณ์ในจังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;สหกรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;สัญญา&nbsp;ดังนี้&nbsp;สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านยวนโปะ&nbsp;จำกัด&nbsp;ประสงค์ขอกู้จำนวนเงิน&nbsp;1,000,000&nbsp;บาท&nbsp;(หนึ่งล้านบาท)</p><p><strong>โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมน้ำยางสดจากสมาชิก</strong>&nbsp;เป็นโครงการปกติ&nbsp;และสหกรณ์กองทุนสวนยางควนตุ้งกู&nbsp;จำกัด&nbsp;ประสงค์ขอกู้จำนวนเงิน&nbsp;300,000&nbsp;บาท&nbsp;(สามแสนบาทถ้วน)&nbsp;โครงการพิเศษ&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมไปประกอบอาชีพ&nbsp;ตามโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อแก้ปัญหาหนี้และฟื้นฟูอาชีพสมาชิกสหกรณ์&nbsp;ปีที่&nbsp;2&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ระเบียบกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;ว่าด้วยการบริหารเงิน</strong>กองทุนพัฒนาสหกรณ์&nbsp;(กพส.)&nbsp;พ.ศ.2557&nbsp;ประกาศ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;29&nbsp;กันยายน&nbsp;พ.ศ.2557&nbsp;ข้อ&nbsp;15&nbsp;กรอบการพิจารณาเงินกู้ให้พิจารณาถึงความจำเป็น&nbsp;ความเหมาะสม&nbsp;ความเป็นไปได้ของแผนงาน/โครงการ&nbsp;พิจารณาผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของสหกรณ์ผู้กู้พิจารณาความสามารถในการบริหารจัดการ&nbsp;และพิจารณาหลักประกันเงินกู้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222151833885"],
    [663,"อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรควรระวังและป้องกันศัตรูพืชจำพวกปากดูด เช่น เพลี้ยและไร","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สมนึก&nbsp;สวนดอกไม้&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ระยะบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&nbsp;ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดเข้ามาปกคลุมบริเวณดังกล่าว&nbsp;ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นในตอนเช้าและมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ส่วนในช่วงวันที่&nbsp;2327&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิลดลง&nbsp;โดยในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;ส่วนภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;มีอากาศเย็นในตอนเช้า</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง&nbsp;-&nbsp;ในช่วง&nbsp;1-2&nbsp;วันนี้</strong>&nbsp;ระยะนี้อากาศเปลี่ยนแปลง&nbsp;โดยอุณหภูมิจะลดลง&nbsp;1-3&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;และมีฝนในบางพื้นที่&nbsp;เกษตรกรควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง&nbsp;เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย&nbsp;เนื่องจากในตอนเช้ามีอากาศเย็นและมีแดดจัดในตอนกลางวัน&nbsp;เกษตรกรควรระวังศัตรูพืชจำพวกปากดูด&nbsp;เช่น&nbsp;เพลี้ยและไร&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยศัตรูพืชดังกล่าวจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากยอดและใบอ่อนของพืช&nbsp;ทำให้ต้นพืชทรุดโทรม&nbsp;ผลผลิตลดลงและด้อยคุณภาพ&nbsp;นอกจากนี้ควรคลุมดินบริเวณแปลงปลูกพืชและโคนต้นพืชด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;เพื่อชะลอการระเหยของน้ำบริเวณผิวดินและรักษาอุณหภูมิดิน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222151839886"],
    [664,"เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ เดินหน้าสร้างการรับรู รณรงค์ให้เกษตรกร ในอำเภอลำปลายมาศไถกลบตอซังข้าว","<p><strong>นายโสภณ&nbsp;ซารัมย์&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;เขต&nbsp;4&nbsp;</strong>จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;พรรคภูมิใจไทย&nbsp;เป็นประธานเปิดงานรณรงค์ไถกลบตอซังข้าว&nbsp;ณ&nbsp;บ้านโคกงิ้ว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ตำบลผไทรินทร์&nbsp;อำเภอลำปลายมาศ&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายดำรง&nbsp;ปลั่งกลาง&nbsp;เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวดำเนินการโดยสำนักงานเกษตรอำเภอลำปลายมาศ&nbsp;นายสมบัติ&nbsp;แคนสิงห์&nbsp;เกษตรอำเภอลำปลายมาศ&nbsp;พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ฯ&nbsp;และคูโบต้าศิริพงษ์แมชีนเนอรี่&nbsp;ภายในงานฯ&nbsp;มีหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;ร่วมกิจกรรมตามมาตรการป้องกันและควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</p><p><strong>กิจกรรมดังกล่าวเป็นการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรได้รู้ถึงประโยชน์จากการไถกลบตอซัง&nbsp;</strong>ให้เกษตรกรนำวัสดุเหลือใช้ในไร่นากลับมาเป็นวัสดุปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน&nbsp;เพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตข้าว&nbsp;และลดพื้นที่การเผาในพื้นที่การเกษตรเป็นการลดปัญหาฝุ่นพิษ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;เป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรทำการเกษตรปลอดการเผา&nbsp;โดยนำนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรและองค์ความรู้ด้านการเกษตร&nbsp;มาประยุกต์ใช้เพื่อจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;ภายในงานมีกิจกรรมการแข่งขันขุดหาปูนา&nbsp;และกิจกรรมสาธิตการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรครบวงจรนำมาประยุกต์ใช้เพื่อจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222153656914"],
    [665,"ครม.อนุมัติงบประมาณ 7,660 ล้านบาท สร้างความมั่นคงทางรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน","<p><strong>นางสาวรัชดา</strong>&nbsp;<strong>ธนาดิเรก</strong>&nbsp;<strong>รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;อนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี&nbsp;2564/2565&nbsp;&nbsp;วงเงิน&nbsp;7,660&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ในช่วงที่ราคาผลผลิตตกต่ำแก่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันทั่วประเทศประมาณ&nbsp;380,000&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;โดยยังคงหลักการเดิมโดยกำหนดราคาประกันของปาล์มทะลาย&nbsp;อัตราน้ำมันร้อยละ&nbsp;&nbsp;18&nbsp;กิโลกรัมๆ&nbsp;ละ&nbsp;4&nbsp;บาท&nbsp;ให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ไร่&nbsp;โดยเป็นเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตรและต้องเป็นพื้นที่ปลูกต้นปาล์มอายุ&nbsp;3&nbsp;ปีขึ้นไปที่ให้ผลผลิตแล้ว&nbsp;ระยะเวลาการจ่ายเงินประกันรายได้จะเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565</p><p><strong>ที่ผ่านมาโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี&nbsp;2564</strong>&nbsp;รัฐบาลไม่มีการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างตลอดทั้งโครงการ&nbsp;เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันปาล์มในการบริโภคและพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่งผลให้ปาล์มทะลายมีราคาเฉลี่ยทั้งปี&nbsp;2564&nbsp;อยู่ที่ประมาณ&nbsp;6.9&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ซึ่งสูงกว่าราคาประกันรายได้ที่กำหนดไว้&nbsp;4&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ตลอดทั้งปี</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222154314923"],
    [666,"ผู้ว่าฯ อยุธยา ลั่นฆ้องเปิดงาน คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ เพื่อให้บริการทางการเกษตรและแก้ไขปัญหาแก่เกษตรกรในพื้นที่ อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา","<p><strong>ที่โรงเรียนตะโกดอนหญ้านาง&nbsp;ต.ดอนหญ้านาง&nbsp;อ.ภาชี</strong>&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;พระครูสิทธิสรคุณ&nbsp;เจ้าอาวาสวัดตะโก&nbsp;นายไพฑูรย์&nbsp;รื่นสุข&nbsp;เกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;นางสมทรง&nbsp;พันธ์เจริญวรกุล&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;เข็มวงษ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;1&nbsp;(สสก.1)&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;นายสิรศักดิ์&nbsp;ทัศยาพันธุ์&nbsp;นายอำเภอภาชี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เกษตรกรในพื้นที่&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมพิธีฯ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้บริการทางการเกษตรและแก้ไขปัญหาแก่เกษตรกรในพื้นที่</strong>&nbsp;โดยมีเกษตรกรผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;จากนั้น&nbsp;ประธานฯ&nbsp;ได้มอบเกียรติบัตรการคัดเลือกเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;มอบปัจจัยทางการเกษตรแก่ตัวแทนเกษตรกร&nbsp;และมอบพันธุ์ปลาแก่เกษตรกร&nbsp;จากนั้น&nbsp;ได้เยี่ยมชมนิทรรศการและการให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;อย่างทั่วถึง&nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&nbsp;และหน่วยงานอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และยั่งยืน&nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;การวิเคราะห์ดิน&nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&nbsp;โรคสัตว์&nbsp;โรคสัตว์น้ำ&nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเกษตร&nbsp;โดยกิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่จากหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และภาคีภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลินิกแก้ปัญหาในพื้นที่ให้คำปรึกษา&nbsp;คลินิกด้านวิชาการเกษตร&nbsp;และคลินิกการให้บริการ&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;ทรงมีพระราชหฤทัยอันมุ่งมั่นในการสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ทรงดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท&nbsp;ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ&nbsp;การพัฒนางานด้านต่างๆ&nbsp;ทรงทุ่มเทพระวรกาย&nbsp;พระวิริยะอุตสาหะ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรในทุกด้านอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เช่น&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;การศึกษา&nbsp;การบริหารจัดการน้ำ&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;เป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;พร้อมกับถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรไปในคราวเดียวกัน&nbsp;เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;เพราะเกษตรกรจะได้รับบริการแบบครบวงจรในทุกๆ&nbsp;ด้าน&nbsp;ซึ่งเป็นการนำบุคลากร&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;และองค์ความรู้&nbsp;ด้านการเกษตรมาให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกรถึงในพื้นที่&nbsp;เพื่อพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกร&nbsp;ให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตร&nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=\"https://ayutthaya.prd.go.th/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\">https://ayutthaya.prd.go.th/</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222165454998"],
    [667,"ครม. อนุมัติงบประมาณกว่า 600 ล้านบาท ดำเนินมาตรการดูแลเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา ","<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติอนุมัติโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประกอบกิจการยาง&nbsp;หรือยางแห้ง&nbsp;วงเงินกว่า&nbsp;&nbsp;603&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการยางมีสภาพคล่องลดต้นทุนทางการเงิน&nbsp;สามารถนำเงินไปรับซื้อยางจากเกษตรกร&nbsp;รวมถึงจากสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ช่วยลดปริมาณยางที่อยู่ในกลไกตลาด&nbsp;</p><p><strong>การยางแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;กยท.&nbsp;</strong>จะทำหน้าที่ขอรับการจัดสรรงบประมาณในการจ่ายชดเชยดอกเบี้ยให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ&nbsp;โดยกำหนดเป้าหมายให้ผู้ประกอบกิจการยางสามารถซื้อผลผลิตยางแห้งได้ไม่น้อยกว่า&nbsp;350,000&nbsp;ตัน&nbsp;คิดราคาเฉลี่ยปี&nbsp;2564&nbsp;ยางแผ่นดิบราคา&nbsp;57&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ซึ่งรัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยในการขอสินเชื่อเพื่อซื้อผลผลิตยางแห้งจากเกษตรกรชาวสวนยางในอัตราร้อยละ&nbsp;3&nbsp;ต่อปี&nbsp;มีระยะเวลาดำเนินการโครงการตั้งแต่เดือนสิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ยังมีมติอนุมัติปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์&nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการขอสินเชื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์&nbsp;เช่น&nbsp;รัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยในอัตราตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินร้อยละ&nbsp;3&nbsp;ต่อปี&nbsp;จำนวนไม่เกิน&nbsp;600&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จากวงเงินกู้&nbsp;20,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยเพิ่มเงื่อนไขให้สอดคล้องกับสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222191902074"],
    [668,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้ามอบ GAP นาเกลือทะเล 2 รายแรกของไทย ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย&nbsp;ประชุมคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย&nbsp;ผ่านการประชุมออนไลน์&nbsp;โดยที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ทำนาเกลือทะเล&nbsp;ปี&nbsp;2564/2565&nbsp;มีจำนวนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนรวม&nbsp;7&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;และจันทบุรีใจำนวน&nbsp;597&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;941&nbsp;แปลง&nbsp;เมื่อเทียบกับจำนวนครัวเรือนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนในปีการผลิต&nbsp;2563/2564&nbsp;และคาดการณ์ว่าปีการผลิตนี้&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;จะมีปริมาณผลผลิตออกมามากที่สุด&nbsp;316,459&nbsp;ตัน</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">พร้อมกันนี้ยังได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานมาตรฐานเกลือทะเลไทย</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ในการตรวจสอบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;เรื่องการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับการทำนาเกลือทะเล&nbsp;(มกษ.&nbsp;9055-2562)&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยมีเกษตรกรที่มายื่นขอรับการรับรองแล้วจำนวน&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;50&nbsp;แปลง&nbsp;ปัจจุบันมีเกษตรกรได้รับการรับรองตาม&nbsp;มกษ.&nbsp;9055&nbsp;แล้วจำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;</span><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยังมีเกษตรกรนาเกลือ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจรับรองเพื่อขอรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจรับรอง&nbsp;แปลงนาเกลืออย่างน้อยจังหวัดละ&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;เพื่อยกระดับการผลิตเกลือทะเลไทยให้ได้มาตรฐานและรองรับการขยายช่องทางการจำหน่ายต่อไป</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมได้พิจารณายกร่างแนวทางการให้ความช่วยเหลือ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">เกษตรกรผู้ทำนาเกลือที่ประสบภัยพิบัติเพื่อบรรจุในคู่มือการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตร&nbsp;โดยกำหนดชนิดของภัย&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชนิดภัยธรรมชาติ&nbsp;น้ำท่วมในแปลงนาเกลือทะเล&nbsp;ชนิดภัยธรรมชาติ&nbsp;น้ำทะเลหนุนในแปลงนาเกลือทะเล&nbsp;และ&nbsp;ชนิดภัยธรรมชาติ&nbsp;พายุ/ฝนหลงฤดู&nbsp;ในแปลงนาเกลือทะเล&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์เกษตรกรเพื่อเร่งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน&nbsp;สำหรับกรณีที่เกษตรกรผู้ทำนาเกลือ&nbsp;จ.เพชรบุรี&nbsp;ประสบภัยพิบัติฝนตกมาตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;ก.พ.&nbsp;เกิดความเสียหายเกลือละลายไปกับน้ำฝนถึง&nbsp;5&nbsp;หมื่นตัน&nbsp;มูลค่าความเสียหายกว่า&nbsp;75&nbsp;ล้านบาทนั้น&nbsp;ได้เร่งให้เจ้าหน้าที่เข้าไปทำความเข้าใจถึงกระบวนการ&nbsp;ขั้นตอนต่างๆ&nbsp;เพื่อขอรับเงินชดเชยจากรัฐบาล&nbsp;โดยกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;จะดำเนินการอย่างรวดเร็วที่สุดเพื่อแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกรให้ทันท่วงที</span></p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222201320121"],
    [669,"เปิดปฏิบัติการฝนหลวงยับยั้งความรุนแรงของการเกิดพายุลูกเห็บ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปี 2565","<p><strong>นายสำเริง&nbsp;แสงภู่วงค์&nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดปฏิบัติการฝนหลวงยับยั้งความรุนแรงของการเกิดพายุลูกเห็บ&nbsp;ภายใต้ความร่วมมือกับกองทัพอากาศ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;ได้เปิดหน่วยปฏิบัติการจำนวน&nbsp;2&nbsp;หน่วย&nbsp;เพื่อรองรับภารกิจการยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงของพายลูกเห็บ&nbsp;ได้แก่&nbsp;หน่วยปฏิบัติการ&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;และหน่วยปฏิบัติการ&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;ใช้อากาศยานของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ลำ&nbsp;รับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกองทัพอากาศในการสนับสนุนอากาศยานและบุคลากรในการดำเนินงานร่วมกันปฏิบัติการฝนหลวงยับยั้งการเกิดพายุลูกเห็บ&nbsp;โดยปฏิบัติการฝนหลวงด้วยวิธีนำสารฝนหลวงซิลเวอร์ไอโอไดด์เร่งกระบวนการทางธรรมชาติ&nbsp;ทำให้ผลึกน้ำแข็งเปลี่ยนสถานะเป็นเม็ดน้ำละลายตกลงมาเป็นน้ำฝน&nbsp;ซึ่งจะช่วยบรรเทาความรุนแรงและความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;รวมทั้งผลผลิตทางการเกษตรของประชาชนอันเกิดจากพายุลูกเห็บลงได้&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร</strong>&nbsp;ได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการเพื่อปฏิบัติภารกิจยับยั้งความรุนแรงของพายุลูกเห็บ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;หน่วยฯ&nbsp;ได้แก่&nbsp;หน่วยฯ&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;และ&nbsp;หน่วยฯ&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;ปฏิบัติการระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;รวม&nbsp;31&nbsp;วัน&nbsp;38&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;ผลจากการปฏิบัติการพบว่า&nbsp;ไม่มีรายงานการเกิดลูกเห็บตกในบริเวณที่ปฏิบัติการ&nbsp;และขณะนี้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;ได้เริ่มตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่การเกษตรมาตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;หน่วยฯ&nbsp;ได้แก่&nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;จ.นครสวรรค์&nbsp;และ&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;และจะมีการเปิดปฏิบัติการฝนหลวงอย่างเป็นทางการในวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;นี้&nbsp;ณ&nbsp;สนามบินนครสวรรค์&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;พร้อมตั้งหน่วยปฏิบัติการ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;หน่วย</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222201211120"],
    [670,"ประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาอาชีพโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ","<p><strong>นายประยูร&nbsp;อินสกุล&nbsp;รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาอาชีพโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;โดยที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานโครงการตามแผนแม่บทโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;-&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งได้มีดำเนินการตามยุทธศาสตร์&nbsp;6&nbsp;ยุทธศาสตร์&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมได้มีการรายงานแผนปฏิบัติการโครงการฯ&nbsp;</strong>ด้านการพัฒนาอาชีพ&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งตามแผนพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;-&nbsp;2570&nbsp;กำหนดการดำเนินงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;6&nbsp;มาตรการคือ&nbsp;มาตรการที่&nbsp;1&nbsp;สงวน&nbsp;อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;มาตรการที่&nbsp;2&nbsp;ควบคุม&nbsp;ป้องกันมลพิษและเสริมสร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;มาตรการที่&nbsp;3&nbsp;บริหารจัดการทรัพยากรดินและน้ำ&nbsp;มาตรการที่&nbsp;4&nbsp;พัฒนาและส่งเสริมอาชีพภาคเกษตร&nbsp;มาตรการที่&nbsp;5&nbsp;เพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพและเสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็ง&nbsp;และมาตรการที่&nbsp;6&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ</p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">การจัดทำแผนปฏิบัติการและการติดตามความก้าวหน้า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">การดำเนินงานโครงการฯ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;รับผิดชอบมาตรการที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;2&nbsp;โดยฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการพัฒนาสิ่งแวดล้อมฯ&nbsp;มาตรการที่&nbsp;3&nbsp;&nbsp;5&nbsp;โดยฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการพัฒนาอาชีพฯ&nbsp;และมาตรการที่&nbsp;6&nbsp;โดยฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการประสานฯ&nbsp;ซึ่งสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ได้ประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้องที่มีแผนการดำเนินโครงการด้านการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมรายได้ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือนครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;และสงขลา&nbsp;ตามมาตรการที่&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;จัดทำแผนปฏิบัติการโครงการฯ&nbsp;และรวบรวมแผนปฏิบัติการดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว&nbsp;สำหรับ&nbsp;(ร่าง)&nbsp;แผนพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;2570&nbsp;มีเป้าหมายให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับการฟื้นฟูให้มีความสมดุลเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ความผาสุกของประชาชนเพิ่มขึ้น&nbsp;และประชาชนมีอาชีพที่มั่นคงและมีรายได้ของครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น&nbsp;โดยมี&nbsp;6&nbsp;มาตรการ&nbsp;19&nbsp;กลยุทธ์&nbsp;ในการดำเนินงาน</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">อย่างไรก็ตาม&nbsp;ที่ประชุมยังได้เห็นชอบ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ตั้งคณะทำงานพัฒนาอาชีพและส่งเสริมรายได้&nbsp;ตามแผนพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;2570&nbsp;เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการและขับเคลื่อนการดำเนินงาน&nbsp;เร่งรัด&nbsp;ติดตาม&nbsp;ประเมินผล&nbsp;จัดทำรายงาน&nbsp;เอกสารวิชาการ&nbsp;และรายงานผล&nbsp;ปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;โดยมอบฝ่ายเลขานุการฯ&nbsp;เสนอร่างคำสั่งต่อประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาอาชีพ&nbsp;โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;พิจารณาลงนาม&nbsp;และแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบต่อไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222201103119"],
    [671,"สนง.เกษตรจังหวัดตรัง จัดเวทีพัฒนากลุ่มเพื่อส่งเสริมการปลูกข้าวเบายอดม่วง  รองรับการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัดตรัง","<p><strong>เกษตรจังหวัดตรังส่งเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริม</strong>และพัฒนาการผลิตจัดเวทีชุมชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;โครงการส่งเสริมการปลูกข้าวเบายอดม่วงเพื่อรองรับการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัดตรัง&nbsp;ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมที่&nbsp;2&nbsp;การพัฒนากลุ่ม/เครือข่ายโดยส่งเสริมให้มีการจัดตั้งกลุ่มและจัดทำแผนพัฒนากลุ่ม&nbsp;โดยมีเป้าหมายเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯและเจ้าหน้าที่&nbsp;151&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;500&nbsp;ไร่</p><p><strong>สำหรับการจัดเวทีชุมชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;มีจำนวน&nbsp;3&nbsp;รุ่น</strong>&nbsp;โดยวันนี้จัดเป็นรุ่นที่1&nbsp;เกษตรกรเข้าร่วมจำนวน&nbsp;38&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;แปลงใหญ่ข้าว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลนาหมื่นศรี&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;และมีการให้ความรู้แก่เกษตรกรโดยวิทยากร&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.การพัฒนาพันธุ์ข้าวเบายอดม่วงเพื่อรับรองการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>โดยนายเอกราช&nbsp;แก้วนางโอ&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&nbsp;</strong>ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง&nbsp;2.การขับเคลื่อนแผนพัฒนาข้าวเบายอดม่วงตามโมเดลเศรษฐกิจแบบแบบใหม่หรือ&nbsp;BCG&nbsp;&nbsp;โมเดล&nbsp;ของจังหวัดตรัง&nbsp;และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำนาและการแปรรูปข้าวเบายอดม่วงของเกษตรกรต้นแบบ&nbsp;รวมทั้งจัดเวทีชุมชนหาความต้องการในการจัดทำบรรจุภัณฑ์ข้าวเบายอดม่วงและการสร้างแบรนด์ของกลุ่ม&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;และมีการประเมินผลการอบรมโครงการฯ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222173645029"],
    [672,"อบจ.ยะลา จัดกิจกรรมให้ความรู้ความเข้าใจและรับรู้สถานการณ์ขยะอันตรายจากชุมชน","<p><strong>สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา&nbsp;นายมุขตาร์&nbsp;มะทา&nbsp;</strong>นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการบริหารจัดการขยะอันตรายจากชุมชนจังหวัดยะลา&nbsp;ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายจำรัส&nbsp;สีทองชื่น&nbsp;รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา&nbsp;รักษาราชการแทนปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา&nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;เข้าร่วม</p><p><strong>องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา&nbsp;ได้จัดตั้งศูนย์ประสาน</strong>และรวบรวมขยะอันตรายชุมชน&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อประสานความร่วมมือในการจัดการขยะอันตรายจากชุมชนที่ถูกต้อง&nbsp;ในการจัดการขยะอันตรายจากชุมชนของจังหวัดยะลาในปีที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือ&nbsp;จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นอย่างดี&nbsp;ในการรวบรวมขยะอันตรายจากชุมชนในพื้นที่&nbsp;ที่รับผิดชอบนำส่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา&nbsp;แต่ทั้งนี้ยังคงพบปัญหาขยะอันตรายจาก&nbsp;ภาคเกษตรกรรมที่ปริมาณเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ขยะอันตรายจากชุมชนมีความหลากหลายมากขึ้น&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลาได้รวบรวมปริมาณขยะอันตรายจากชุมชนในพื้นที่จังหวัดยะถา&nbsp;จำนวน&nbsp;7.801&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;แยกประเภทขยะอันตรายได้ดังนี้&nbsp;ประเภทหลอดไฟ&nbsp;จำนวน&nbsp;4,849&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ประเภทภาชนะบรรจุสารเคมี/กระป้องสเปรั่ย&nbsp;จำนวน&nbsp;471.5&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ประเภทแบตเตอรี่/ถ่านไฟฉาย&nbsp;จำนวน&nbsp;338.5&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;หมึกพิมพ์&nbsp;จำนวน&nbsp;708&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ยาหมดอายุ&nbsp;จำนวน&nbsp;485&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ของเสียทางการแพทย์ที่เป็นสารเคมี&nbsp;จำนวน&nbsp;949&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;โดยการจ้างเหมา&nbsp;บริษัท&nbsp;เบตเตอร์มี&nbsp;จำกัด&nbsp;ขนส่งและกำจัดขยะอันตราย&nbsp;ด้วยรถ&nbsp;ROLL&nbsp;OFF&nbsp;BOX&nbsp;พ่วง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;เที่ยว&nbsp;ไปยังศูนย์กำจัดขยะอันตราย&nbsp;จังหวัดสระบุรี</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กิจกรรมดังกล่าว&nbsp;เพื่อสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่</strong>องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้ความเข้าใจและรับรู้สถานการณ์ขยะอันตรายจากชุมชน&nbsp;และสามารถจัดการขยะอันตรายจากชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&nbsp;รับฟังปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;แลกเปลี่ยนการดำเนินงานการจัดการของเสียอันตรายชุมชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดยะลา&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222192053083"],
    [673,"ผอ.นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาครพาชมระบบการบำบัดน้ำเสียส่วนกลางพร้อมพบปะพูดคุยตามโครงการสานสัมพันธ์สื่อสารมวลชนท้องถิ่น","<p><strong>ผอ.นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาครพาชมระบบการบำบัดน้ำเสีย</strong>ส่วนกลางพร้อมพบปะพูดคุยตามโครงการสานสัมพันธ์สื่อสารมวลชนท้องถิ่น&nbsp;วันนี้&nbsp;(22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร&nbsp;ตำบลบางกระเจ้า&nbsp;อำเภอเมืองฯ&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;</p><p><strong>นางปนัดดา&nbsp;เย็นตระกูล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร&nbsp;</strong>นำสื่อมวลชนชมระบบการบำบัดน้ำเสีย&nbsp;ส่วนกลางของนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร&nbsp;พร้อม&nbsp;พบปะพุดคุยตามโครงการสานสัมพันธ์สื่อสารมวลชนท้องถิ่น&nbsp;โดยมีนายณัฐวุฒิ&nbsp;เอกจิโรภาส&nbsp;นายกสมาคมผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;และสื่อมวลชนในจังหวัดสมุทรสาครเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;</p><p><strong>นางปนัดดา&nbsp;เย็นตระกูล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อมาพบปะพูดคุยเพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาครกับสื่อมวลชนในจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;โดยได้มีการนำเสนอข้อมูลและบทบาทของนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาครพร้อมนำเสนอแผนงานโครงการและกิจกรรม&nbsp;CSR&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;Eco&nbsp;ของสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ได้นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมระบบการทำงานของบ่อบำบัดน้ำเสีย</strong>ของส่วนกลางนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร&nbsp;ที่&nbsp;บริษัท&nbsp;โกลบอล&nbsp;ยูทิลิตี้&nbsp;เซอร์วิส&nbsp;จำกัด&nbsp;สามารถรองรับน้ำได้&nbsp;21,000&nbsp;ลบ.ม./วัน&nbsp;มีจำนวนของสถานีสูบน้ำเสียที่ใช้ปัจจุบัน&nbsp;3&nbsp;สถานี&nbsp;ปริมาณน้ำเสียเฉลี่ยปี&nbsp;64&nbsp;ประมาณ&nbsp;11,000&nbsp;ลบ.ม./วัน&nbsp;สำหรับ&nbsp;นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;39/5&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลบางกระเจ้า&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;มีพื้นที่&nbsp;1,456&nbsp;ไร่&nbsp;มีผู้ประกอบการประมาณ&nbsp;99&nbsp;ราย&nbsp;มีการจ้างงานอยู่ที่&nbsp;23,000&nbsp;คน&nbsp;ในนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาครส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มถึง&nbsp;15.7%&nbsp;รองลงมาเป็นอุตสาหกรรมยาง&nbsp;พลาสติกและหนังเทียม&nbsp;12.21%&nbsp;อุตสาหกรรมสิ่งทอและเส้นใย&nbsp;9.3%&nbsp;อุตสาหกรรมเหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ&nbsp;8.72%&nbsp;อุตสาหกรรมปุ๋ย&nbsp;สี&nbsp;และเคมีภัณฑ์&nbsp;5.23%&nbsp;นอกจากนั้นยังมีอุตสาหกรรมอื่นๆ&nbsp;ซึ่งมีเงินลงทุนอยู่ที่ประมาณ&nbsp;35,822&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสาคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222181101040"],
    [674,"จ.ตราด จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day ) ปี 2565 ในพื้นที่ตำบลทุ่งนนทรี ชูการส่งเสริมทำเกษตรอินทรีย์","<p><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</strong>&nbsp;เปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day&nbsp;)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ในเรื่องของการทำเกษตรอินทรีย์&nbsp;ให้กับเกษตรกรตำบลทุ่งนนทรี&nbsp;ซึ่งจังหวัดตราดโดย&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตราด&nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอเขาสมิง&nbsp;และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ร่วมกันจัดขึ้น&nbsp;ที่วิสาหกิจชุมชนสวนผลอำไพ&nbsp;ตำบลทุ่งนนทรี&nbsp;อำเภอเขาสมิง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;ปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;ในครั้งนี้มุ่งเผยแพร่ให้เกษตรรู้จักและใช้ประโยชน์จากศูนย์เครือข่ายที่มีอยู่ในพื้นที่&nbsp;และกระตุ้นให้เกษตรกร&nbsp;เริ่มต้นการผลิตในปีการเพาะปลูกใหม่โดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญา&nbsp;ที่มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่&nbsp;และการให้การบริการกับเกษตรกรตามภารกิจของหน่วยงานนั้น&nbsp;โดยการจัดงานในวันนี้มุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรปรับมาทำเกษตรอินทรีย์&nbsp;ซึ่งมีสถานีหลัก&nbsp;4&nbsp;สถานี&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สถานีที่&nbsp;1&nbsp;มาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;/&nbsp;สถานีที่&nbsp;2&nbsp;ปลอดภัยไร้สารพิษ&nbsp;ด้วยสารชีวภัณฑ์&nbsp;/&nbsp;สถานีที่&nbsp;3&nbsp;มหัศจรรย์ชีวภาพเปลี่ยนโลก&nbsp;และสถานีที่&nbsp;4&nbsp;การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า&nbsp;นอกจากนี้ยังมีสถานีเสริม&nbsp;จากศูนย์เกษตรและนวัตกรรม&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;โดยวิทยาลัยชุมชนตราด&nbsp;รวมทั้งศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ให้ความรู้กับผู้เข้าร่วมงานอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222184821054"],
    [675,"รองผู้ว่าฯภูเก็ตเร่งรัดผู้บริหารอปท.ให้รีบดำเนินการโอนงบประมาณให้สำนักงานปศุสัตว์เพื่อใช้ในการบริหารจัดการบ้านพักพิงสุนัขจรจัดภูเก็ต","<p><strong>รองผู้ว่าฯ&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;เร่งรัดผู้บริหารอปท.ให้รีบดำเนินการ</strong>โอนงบประมาณให้สำนักงานปศุสัตว์เพื่อใช้ในการบริหารจัดการบ้านพักพิงสุนัขจรจัดภูเก็ต&nbsp;วันนี้&nbsp;(22&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการบ้านพักพิงสุนัขจรจัดภูเก็ต&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2564&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;มีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&nbsp;เพื่อบูรณาการร่วมกัน</strong>ในการสนับสนุนงบประมาณแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดก่อเหตุรำคาญและพัฒนาบ้านพักพิงสุนัขจรจัดภูเก็ตให้มีประสิทธิภาพในระบบการดูแลสัตว์เลี้ยงตามมาตรฐานสากล&nbsp;นาย&nbsp;พิเชษฐ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการจัดตั้งบ้านพักพิงสุนัขจรจัดภูเก็ตที่สวนป่าบางขนุนอำเภอถลางจังหวัดภูเก็ตเมื่อปีงบประมาณ&nbsp;2547&nbsp;ซึ่งอนุญาตให้ใช้พื้นที่30ปีเพื่อรองรับสุนัขจรจัดและสุนัขที่ไม่มีเจ้าของและก่อเหตุรำคาญกับนักท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งทางจังหวัดภูเก็ตได้บูรณาการร่วมกันกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</strong>ทุกแห่งในการสนับสนุนงบประมาณแต่เนื่องจากงบประมาณไม่เพียงพอในการบริหารจัดการปรับปรุงและพัฒนาบ้านพักพิงสุนัขจรจัดภูเก็ตให้มีประสิทธิภาพในระบบการดูแลสัตว์เลี้ยงตามมาตรฐานสากล&nbsp;จึงแต่งตั้งคณะกรรมการการบริหารจัดการบ้านพักพิงสุนัขจรจัดเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและแก้ไขปัญหาในการบริหารจัดการให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมาย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในปัจจุบันบ้านพักพิงสุนัขจรจัดภูเก็ตมีสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ต</strong>เป็นผู้ดูแลแต่เนื่องจากทางสำนักงานไม่มีงบประมาณจึงได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง18แห่งที่นำสุนัขจรจัดมาไว้ซึ่งการประชุมในวันนี้เพื่อเป็นการเร่งรัดในเรื่องงบอุดหนุดโครงการบ้านพักพิงสุนัขจรจัดภูเก็ตปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ของอปท.ทั้ง18แห่งเพื่อได้นำงบประมาณมาบริหารจัดการในด้านต่างๆเพื่อให้สัตว์มีสุขภาพความเป็นอยู่ที่ดี</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;ได้ฝากผู้แทนท้องถิ่นที่เข้าร่วมประชุมแจ้งผู้บริหารให้รีบดำเนินการโอนงบประมาณให้สำนักงานปศุสัตว์เพื่อใช้ในการบริหารจัดการบ้านพักพิงสุนัขจรจัดต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222184438053"],
    [676,"จังหวัดสุราษฎร์ธานี เตือนพื้นที่เสี่ยงภัย ระมัดระวังปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้น วาตภัย และคลื่นลมแรง ช่วงวันที่ 23-26 กุมภาพันธ์ 2565","<p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการ&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;แจ้ง&nbsp;อำเภอ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และชุมชนเสี่ยงภัย&nbsp;เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฝนตกหนัก&nbsp;ซึ่งอาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;น้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำล้นตลิ่ง&nbsp;ดินถล่ม&nbsp;วาตภัย&nbsp;และคลื่นลมแรง&nbsp;</p><p><strong>โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัย&nbsp;ที่ราบลุ่ม&nbsp;ที่ลาดเชิงเขา</strong>&nbsp;ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน&nbsp;รวมถึงพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลอ่าวไทย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากอิทธิพลของมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีน&nbsp;ส่งผลให้ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง&nbsp;ทำให้ช่วงวันที่&nbsp;23-26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีฝนตกหนักหลายพื้นที่&nbsp;บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง&nbsp;และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง&nbsp;ในช่วงดังกล่าว&nbsp;หากต้องการความช่วยเหลือหรือประสบเหตุสาธารณภัย&nbsp;แจ้งปภ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;โทร.0-7727-5551</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222193801101"],
    [677,"กอนช. ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก - ดินถล่มใน 9 จังหวัด พร้อมระวังน้ำล้นอ่างเก็บน้ำใน 6 จังหวัด ช่วง 23  27 ก.พ.","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก&nbsp;-&nbsp;ดินถล่มใน&nbsp;9&nbsp;จังหวัด&nbsp;พร้อมระวังน้ำล้นอ่างเก็บน้ำใน&nbsp;6&nbsp;จังหวัด&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;23&nbsp;&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้ออกประกาศเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก&nbsp;ดินถล่ม&nbsp;และน้ำล้นอ่างเก็บน้ำ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;2&nbsp;หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศช่วงวันที่&nbsp;22&nbsp;&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;มีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณเกาะบอร์เนียวเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณประเทศมาเลเซีย&nbsp;ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;กอนช.ได้ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์&nbsp;(ONE&nbsp;MAP)&nbsp;ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;พบมีพื้นที่เฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;23&nbsp;&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;คือ&nbsp;เฝ้าระวังน้ำหลาก&nbsp;-&nbsp;ดินถล่ม&nbsp;บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;//&nbsp;เฝ้าระวังระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ&nbsp;80&nbsp;และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเสี่ยงน้ำล้นกระทบพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำในภาคใต้&nbsp;บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;และนราธิวาส</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ให้หน่วยลานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่มีฝนตกสะสมมากกว่า&nbsp;90&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ในช่วงเวลา&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ&nbsp;พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ&nbsp;80&nbsp;หรือเกณฑ์ควบคุมสูงสุด&nbsp;(Upper&nbsp;Rule&nbsp;Curve)&nbsp;ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและความสามารถใช้งานของอ่างเก็บน้ำและอาคารบังคับน้ำ&nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมรับน้ำหลากป้องกันน้ำท่วมให้สามารถใช้งานได้มีประสิทธิภาพ</p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222202529131"],
    [678,"ปศุสัตว์จังหวัดสระบุรีอบรมการแปรรูปผลิตภัณฑ์แพะส่งเสริมประสิทธิภาพผู้เลี้ยงแพะแปลงใหญ่","<p><strong>นายสัตวแพทย์ชาญชัย&nbsp;จุลโลบล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดสระบุรี</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมหลักสูตร&nbsp;เทคโนโลยีการแปรรูปผลิตภัณฑ์แพะ&nbsp;โครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตและสร้างมูลค่าสินค้าเกษตร&nbsp;กิจกรรมหลักส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพผู้เลี้ยงแพะแปลงใหญ่ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน&nbsp;กิจกรรมย่อยส่งเสริมการเลี้ยงแพะเพื่อการค้าและการส่งออก&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายณกรณ์&nbsp;ทินราช&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศการปศุสัตว์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;เกษตรกรจำนวน&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;เข้าร่วมการอบรม&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค&nbsp;(อาคารสระบุรี&nbsp;1)&nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;ตำบล&nbsp;ชำผักแพว&nbsp;อำเภอแก่งคอย&nbsp;จังหวัดสระบุรี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สระบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222202935132"],
    [679,"สิ่งแวดล้อมภาค11 สำรวจและประเมินสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>นางสาวปวีณา&nbsp;ด่านกุล&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยนางสงกรานต์&nbsp;ประจันตะเสน&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจ&nbsp;ติดตามตรวจสอบสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย&nbsp;และประเมินการบริหารจัดการสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย&nbsp;โดยมีคณะผู้บริหารและผู้รับผิดชอบสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย&nbsp;ในพื้นที่อำเภอประทาย&nbsp;และอำเภอโนนแดง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;ร่วมลงพื้นที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>1)&nbsp;ทต.ประทาย&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;บ่อ&nbsp;</p><p>2)&nbsp;อบต.หนองพลวง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;บ่อ&nbsp;</p><p>3)&nbsp;อบต.โคกกลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;บ่อ&nbsp;</p><p>4)&nbsp;อบต.ดอนมัน&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;บ่อ</p><p>5)&nbsp;ทต.โนนแดง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;บ่อ</p><p><strong>สสภ.11&nbsp;ได้มีข้อเสนอแนะในเบื้องต้น&nbsp;ดังนี้&nbsp;</strong></p><p>(1)&nbsp;ให้ดำเนินการฝังกลบขยะมูลฝอยอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;และปรับปรุงสถานที่กำจัดขยะเพื่อป้องกันมลพิษด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;</p><p>(2)&nbsp;ส่งเสริมการคัดแยกขยะที่ต้นทางเพื่อลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้น&nbsp;</p><p>(3)&nbsp;ติดตามความคืบหน้าผลการขออนุญาตใช้พื้นที่เพื่อกำจัดขยะมูลฝอยชุมชนรวม&nbsp;</p><p>(4)&nbsp;เฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับมือหากเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานที่กำจัดขยะมูลฝอย&nbsp;ซึ่งจะทำให้เกิดมลพิษทางอากาศได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222212406136"],
    [680,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค11 ติดตามสำรวจเก็บตัวอย่างน้ำประปา และน้ำผิวดินที่ใช้ในการผลิตประปาหมู่บ้าน จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>นายเอกสิทธิ์&nbsp;อักษร&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ&nbsp;</strong>และเจ้าหน้าที่ส่วนส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อม&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจและเก็บตัวอย่างน้ำประปา&nbsp;และน้ำผิวดินที่ใช้ในการผลิตประปาหมู่บ้าน&nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการจัดการระบบประปาหมู่บ้านเบื้องต้นแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และผู้ดูแลระบบประปาหมู่บ้าน&nbsp;ภายใต้การดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพน้ำดิบเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านปรางค์&nbsp;อำเภอคง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ระบบ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ระบบผลิตน้ำประปาหมู่ที่8&nbsp;บ้านหนองปรือ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;บ้านโพทอง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;บ้านตะโก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;บ้านปรางค์ทอง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;14&nbsp;บ้านปรางค์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านดอนทะแยง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;บ้านปะคำ&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;5&nbsp;บ้านทับมะขาม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างน้ำประปา&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;</strong>และน้ำผิวดินที่ใช้ในการผลิตประปาหมู่บ้าน&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;&nbsp;พร้อมนำส่งห้องปฏิบัติการวิเคราะห์คุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)&nbsp;เพื่อจัดทำรายงานผลคุณภาพน้ำ&nbsp;ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้เป็นฐานข้อมูลในการพัฒนา&nbsp;และปรับปรุงคุณภาพน้ำประปาให้มีมาตรฐานเพื่อการอุปโภคต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222212751138"],
    [681,"บริษัท SPRC เริ่มขั้นตอนแรกของปฏิบัติการปิดรอยรั่วท่ออ่อนจุดน้ำมันรั่วแล้ว ภายใต้การควบคุมและตรวจสอบอย่างใกล้ชิดโดยผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ โดยจะมีการนำท่ออ่อนดังกล่าวไปตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดรอยรั่ว","<p><strong>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;</strong>หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;ออกแถลงการณ์&nbsp;โดยได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;กรมธุรกิจพลังงาน&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง&nbsp;วิศวกรรม&nbsp;สถานแห่งประเทศไทย&nbsp;สภาวิศวกร&nbsp;สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;และสถานีตำรวจภูธรมาบตาพุด&nbsp;เริ่มขั้นตอนแรกของปฏิบัติการอุดรอยรั่วของท่ออ่อนใต้ทะเล&nbsp;เพื่อป้องกันการรั่วไหลที่เพิ่มขึ้นจากท่ออ่อนที่เสียหาย&nbsp;และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ&nbsp;โดยจะมีการนำท่ออ่อนดังกล่าวไปตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดรอยรั่วต่อไป</p><p><strong>โดยแผนปฏิบัติการปิดจุดรั่วไหลของท่ออ่อนใต้ทะเลในครั้งนี้&nbsp;</strong>แบ่งออกเป็น&nbsp;3&nbsp;ขั้นตอนหลัก&nbsp;ได้แก่&nbsp;การฉีดน้ำยากันรั่วที่วาล์ว&nbsp;การดูดน้ำมันออกจากท่อที่ได้รับความเสียหาย&nbsp;และการพันรอยรั่วทั้ง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;โดยการปฏิบัติการในครั้งนี้จะอยู่ภายใต้การควบคุมและตรวจสอบอย่างใกล้ชิดโดยผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ&nbsp;บริษัทผู้ผลิตท่อส่งน้ำมัน&nbsp;รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนการในการทำความสะอาดและเคลื่อนย้ายท่ออ่อนทั้งหมดที่บริเวณจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเลอย่างปลอดภัยที่สุด.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222213255142"],
    [682,"การผลิตแก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมอาชีพการประมง กิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่","<p><strong>นายวชิระ&nbsp;กว้างขวาง&nbsp;ประมงจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง&nbsp;พร้อมกับ&nbsp;นายโอภาษ&nbsp;บรรลือ&nbsp;ประมงอำเภอพนา&nbsp;สนับสนุนปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมอาชีพการประมง&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาประชาคมบ้านเสารีก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลพระเหลา&nbsp;อำเภอพนา&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</p><p><strong>โดยปัจจัยการผลิตประกอบด้วยปลากินพืช&nbsp;</strong>ขนาด&nbsp;5-7&nbsp;เซนติเมตร/ตัว&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;ตัว&nbsp;/ราย&nbsp;และอาหารสัตว์น้ำ&nbsp;20&nbsp;กิโลกรัม/ราย&nbsp;เพื่อพี่น้องเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมอาชีพการประมงในครั้งนี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222213955146"],
    [683,"กำแพงเพชรเปิดงานเผยแพร่นวัตกรรม การปรับปรุงดินเพิ่มผลผลิต และลดระยะเวลาทำไร่มันสำปะหลัง","<p><strong>นายเชาวลิตร&nbsp;แสงอุทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;เปิดกิจกรรม&nbsp;</strong>การเผยแพร่นวัตกรรม&nbsp;การปรับปรุงดินเพิ่มผลผลิต&nbsp;และลดระยะเวลาการทำไร่มันสำปะหลัง&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรดินจากการสำรวจ&nbsp;จำแนกดิน&nbsp;วิเคราะห์ดิน&nbsp;และวางแผนการใช้ที่ดินอย่างเป็นระบบ&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำฐานข้อมูลทรัพยากรดินไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่การเกษตรและสามารถเพิ่มผลผลิตจากการทำไร่มันสำปะหลังเพิ่มรายได้ในครัวเรือนอย่างมั่นคงและยั่งยืน&nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้และขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงบ้านแสงตะวัน&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ตำบลเพชรชมพู&nbsp;อำเภอโกสัมพีนคร&nbsp;</p><p><strong>จากนั้นลงพื้นที่เยี่ยมชมแปลงเกษตรกรต้นแบบ&nbsp;มันสำปะหลัง</strong>&nbsp;ของนายดวงกมล&nbsp;สายอาจหยุด&nbsp;ที่&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ตำบลเพชรชมพู&nbsp;อำเภอโกสัมพีนคร&nbsp;&nbsp;ซึ่งใช้นวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรดิน&nbsp;&nbsp;จากการสำรวจ&nbsp;จำแนกดิน&nbsp;วิเคราะห์ดิน&nbsp;และวางแผนการใช้ดินอย่างเป็นระบบ&nbsp;ที่ได้ทำตามแนวทางและคำแนะนำด้านการปรับปรุงดินเพื่อเพิ่มผลผลิตในมันสำปะหลัง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายเชาวลิตร&nbsp;แสงอุทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร</strong>&nbsp;ได้มอบนโยบายและกำชับ&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;ติดตาม&nbsp;กำกับ&nbsp;ดูแล&nbsp;ไม่ให้โรคใบด่างมันสำปะหลังระบาดในเขตพื้นที่&nbsp;และมุ่งหวังให้จังหวัดกำแพงเพชรเป็นแหล่งผลิตท่อนพันธุ์มันสำปะหลังปลอดโรคใบด่างเพื่อจำหน่ายให้จังหวัดข้างเคียง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กำแพงเพชร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222234109159"],
    [684,"กองทัพเรือจัดเรือหลวงหนองสาหร่าย พร้อมกำลังพลลงปฏิบัติการดำน้ำสำรวจบริเวณจุดรั่วไหลของน้ำมันดิบทะเลระยองอีกครั้ง","<p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างเวลา&nbsp;08.00&nbsp;&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;กองทัพเรือได้ให้การสนับสนุนเรือหลวงหนองสาหร่าย</strong>&nbsp;กองเรือทุ่นระเบิด&nbsp;กองเรือยุทธการ&nbsp;พร้อมกำลังพลและชุดปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ในการถอดทำลายอัมภัณฑ์&nbsp;ได้เดินทางไปปฏิบัติงาน&nbsp;ณ&nbsp;ทุ่น&nbsp;SPM&nbsp;จากกรณีน้ำมันรั่วไหลจากท่ออ่อนบริเวณจุดขนถ่ายน้ำมัน&nbsp;(SPM)&nbsp;มาบตาพุด&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><strong>โดยก่อนลงดำน้ำเพื่อสำรวจรอยรั่วอีกครั้ง&nbsp;ได้มีการประชุมวางแผนการดำน้ำ</strong>เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ใต้ท้องทะเลมีความรัดกุมมากขึ้น&nbsp;บนเรือ&nbsp;Uniwise&nbsp;Rayong&nbsp;โดยในการดำน้ำครั้งนี้มีนักประดาน้ำจากเรือหลวงหนองสาหร่าย&nbsp;เข้าร่วมปฏิบัติการด้วย&nbsp;การดำครั้งแรก&nbsp;OWA&nbsp;Diver&nbsp;เป็นการดำน้ำใต้ทุ่นเพื่อสำรวจดูสภาพแวดล้อม&nbsp;และลักษณะต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ใต้ทุ่น&nbsp;และการลงดำครั้งที่&nbsp;2&nbsp;เป็นการลงไปทำการฉีดสารประกอบที่ใช้ทำความสะอาด&nbsp;(Cleaner&nbsp;Compound)&nbsp;ไปที่&nbsp;วาล์วจำนวน&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;ทำความสะอาด&nbsp;หัวฉีด&nbsp;(nipple)&nbsp;และตัววาล์วหมายเลข&nbsp;3</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กองทัพเรือยังคอยเฝ้าระวังดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด</strong>&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการรั่วไหลเพิ่มเติม&nbsp;และไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลและประชาชนที่อาศัยอยู่ริมทะเล</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222231018153"],
    [685,"คูโบต้า มอบรถดำนา แก่วิสาหกิจชุมชน ตามโครงการ \"คูโบต้าร่วมมือ เกษตรร่วมใจ\" ส่งเสริมเกษตรกรจังหวัดนครสวรรค์","<p><strong>นายชยันต์&nbsp;ศิริมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีส่งมอบเครื่องจักรกล&nbsp;การเกษตรให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์บ้านท้องคลอง&nbsp;ณ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์&nbsp;บ้านท้องคลอง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;บ้านหัวดงเหนือ&nbsp;ตำบลหัวดง&nbsp;อำเภอเก้าเลี้ยว&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;โดยมี&nbsp;เกษตรจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ธกส.นครสวรรค์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;กำนัน&nbsp;และผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ตำบลหัวดง&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;เขาดิน&nbsp;ตัวแทน&nbsp;บริษัท&nbsp;สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;ตัวแทนบริษัท&nbsp;คูโบต้า&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;ฮั่วเฮงหลี&nbsp;จำกัด&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;ร่วมพิธี&nbsp;ฯ</p><p><strong>สำหรับเครื่องจักรกลการเกษตรที่คูโบต้าที่ได้สนับสนุน</strong>แก่วิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์บ้านท้องคลอง&nbsp;ม.11&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;ประกอบด้วยรถดำนานั่งขับ&nbsp;8&nbsp;แถว&nbsp;ดูโบต้า&nbsp;รุ่น&nbsp;SPV8&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ดัน&nbsp;(มูลค่า&nbsp;740,000&nbsp;บาท)&nbsp;รวมทั้งทีมช่างจากร้านผู้แทนจำหน่าย&nbsp;คูโบต้านครสวรรค์&nbsp;(ฮั่วเฮงหลี)&nbsp;ที่พร้อมให้บริการ</p><p><strong>สยามคูโบต้า&nbsp;เล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร</strong>แบบรวมกลุ่ม&nbsp;จึงได้จัดทำโครงการ&nbsp;\"คูโบต้าร่วมมือ&nbsp;เกษตรร่วมใจ\"&nbsp;โดยได้ทำการส่งมอบไปแล้ว&nbsp;71&nbsp;กลุ่ม&nbsp;และมีแผนส่งมอบทั้งหมดอีก&nbsp;52&nbsp;กลุ่มในเดือนกุมภาพันธ์นี้&nbsp;นอกจากนี้ยังมีแผนส่งมอบเพิ่มอีกกว่า&nbsp;100&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;นี้&nbsp;เพื่อเปิดโอกาสการเข้าถึง&nbsp;หมุนเวียนภายในชุมชน&nbsp;พัฒนาต่อยอดธุรกิจการเกษตรของชุมชนให้เติบโต&nbsp;ตลอดจนเป็นพันธกิจร่วมกันของทุกภาคส่วนในการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่พี่น้องประชาชน&nbsp;เสริมสร้างความเข้มแข็ง&nbsp;และเกิดรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นครสวรรค์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครสวรรค์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222234231160"],
    [686,"กอนช. ขอให้ประชาชนในภาคใต้ระวังฝนตกหนักบางพื้นที่ พร้อมระวังน้ำหลาก - ดินถล่มในพื้นที่ 7 จังหวัด","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนในภาคใต้ระวังฝนตกหนักบางพื้นที่&nbsp;พร้อมระวังน้ำหลาก&nbsp;-&nbsp;ดินถล่มในพื้นที่&nbsp;7&nbsp;จังหวัด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(23&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิลดลงกับมีลมแรง&nbsp;ส่วนภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.ชุมพร&nbsp;99&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นราธิวาส&nbsp;45&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และน่าน&nbsp;44&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;31,477&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;54&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;25,195&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;53&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้เฝ้าระวังน้ำหลาก&nbsp;-&nbsp;ดินถล่ม&nbsp;บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;และเฝ้าระวังระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเสี่ยงน้ำลันกระทบพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำในภาคใต้บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223093052177"],
    [687,"ผู้ว่าฯ โคราช หมดห่วงเรื่องภัยแล้ง น้ำในเขื่อนมีเกิน 80 %ของความจุ มั่นใจ มีน้ำทำนาปรังทุกลุ่มน้ำ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;กพ&nbsp;65)&nbsp;ที่บริเวณสระน้ำหนองลุมปุ๊ก</strong>&nbsp;บ้านมาบเชือก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลธงชัยเหนือ&nbsp;อำเภอปักธงชัย&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมโครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ของจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยมีผู้นำท้องถิ่นและประชาชนจิตอาสาในเขตอำเภอปักธงชัยร่วมกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;ได้นำประชาชนจิตอาสาร่วมกันทำควาสะอาดภูมิทัศน์&nbsp;รอบบริเวณสระน้ำหนองตะลุมปุ๊ก&nbsp;และได้มีการขุดลอกขยายสระน้ำและขุดร่องรับน้ำ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ในพื้นที่บ้านมาบเชือก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลธงชัยเหนือ&nbsp;อำเภอปักธงชัย&nbsp;โดยเฉพาะน้ำใช้ในการอุปโภค-บริโภค&nbsp;ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้นระยะกลาง&nbsp;และในระยะยาว&nbsp;รวมทั้งเพื่อเป็นการช่วยเหลือสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;ที่ประสบสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาในปี&nbsp;2565&nbsp;จากการสำรวจพบว่า&nbsp;มีอยู่&nbsp;18&nbsp;หมู่บ้านที่คาดว่าจะประสบภัยแล้ง&nbsp;แต่ได้มีการลงพื้นที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือและดำเนินการแจกจ่ายน้ำให้กับประชาชนแล้ว&nbsp;ในส่วนปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ&nbsp;ของจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ทั้งอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;และอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง&nbsp;23&nbsp;แห่ง&nbsp;มีปริมาณน้ำเพียงพอในช่วงภัยแล้งนี้&nbsp;ทั้งในเรื่องการอุปโภค-บริโภค&nbsp;รวมทั้งการทำการเกษตร&nbsp;โดยเฉพาะนาปรังปีนี้ในทุกลุ่มน้ำมีน้ำเพียงพอต่อการทำนาปรังได้อย่างแน่นอน&nbsp;ซึ่งเรื่องภัยแล้งในปีนี้ถือว่าหมดห่วงได้จากน้ำที่มี</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่&nbsp;4&nbsp;แห่งของจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;</strong>ประกอบด้วย&nbsp;อ่างเก็บน้ำลำตะคองมีปริมาณน้ำ&nbsp;275&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;จากความจุ&nbsp;314&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;คิดเป็น&nbsp;87&nbsp;%&nbsp;อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง&nbsp;มีปริมาณน้ำ&nbsp;141&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;จากความจุ&nbsp;155&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.คิดเป็น&nbsp;&nbsp;91&nbsp;%&nbsp;อ่างเก็บน้ำมูลบน&nbsp;มีปริมาณน้ำ&nbsp;122&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.จากความจุ&nbsp;141&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;คิดเป็น&nbsp;86%&nbsp;และอ่างเก็บน้ำแชะ&nbsp;มีปริมาณน้ำ&nbsp;232&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;จากความจุ&nbsp;275&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;คิดเป็น&nbsp;84%</p><p>&nbsp;</p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223103522203"],
    [688,"ผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์ เยี่ยมชมการดำเนินงานของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรโกโก้และมะพร้าว อ.บางสะพานน้อย","<p><strong>นายเสถียร&nbsp;เจริญเหรียญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์&nbsp;น้อยสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;นายคมกริช&nbsp;เจริญพัฒนสมบัติ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;นายเนาวรัตน์&nbsp;วงษ์ปิ่นเพชร&nbsp;นายอำเภอบางสะพานน้อย&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เยี่ยมชมวิธีการแปรรูปผลผลิตจากโกโก้&nbsp;และมะพร้าว&nbsp;โดยปัจจุบันพื้นที่อำเภอบางสะพานน้อย&nbsp;มีเกษตรกรปลูกโกโก้&nbsp;64&nbsp;ราย&nbsp;ครอบคลุม&nbsp;5&nbsp;ตำบล&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตำบลบางสะพาน&nbsp;ตำบลปากแพรก&nbsp;ตำบลทรายทอง&nbsp;ตำบลช้างแรก&nbsp;และตำบลไชยราช&nbsp;เป็นการปลูกแซมในสวนมะพร้าวเพื่อสร้างรายได้เสริม&nbsp;ซึ่งพื้นที่อำเภอบางสะพานน้อย&nbsp;มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อการปลูกเป็นอย่างมาก&nbsp;โกโก้เป็นพืชอายุยืน&nbsp;สามารถให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี&nbsp;พบปัญหาของโรคและศัตรูพืชน้อย&nbsp;และมีราคาผลผลิตคงที่เป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;เกษตรกรมีการจำหน่ายในรูปแบบผลสดเป็นหลัก&nbsp;รวมทั้งการแปรรูปผลิตภัณฑ์ต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ช็อกโกแลต&nbsp;ส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ&nbsp;เครื่องสำอาง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยตั้งเป้าในปี&nbsp;2565&nbsp;พัฒนาการผลิตให้ได้มาตรฐาน&nbsp;GMP&nbsp;และขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ของจังหวัดฯ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;และคณะ&nbsp;</strong>ยังได้ร่วมพูดคุยกับกลุ่ม&nbsp;100&nbsp;พันมะพร้าวไทย&nbsp;ตำบลปากแพรก&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น&nbsp;ที่มีแนวคิดในการเพิ่มมูลค่าสินค้าจากผลผลิตมะพร้าวที่มีเป็นจำนวนมาก&nbsp;เพื่อให้ชุมชนมีอาชีพที่มั่นคง&nbsp;ซึ่งปัจจุบันผลิตภัณฑ์น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่ม&nbsp;100&nbsp;พันมะพร้าวไทย&nbsp;ผ่านมาตรฐานรับรอง&nbsp;อาทิ&nbsp;GAP&nbsp;พืชอาหาร,&nbsp;เกษตรอินทรีย์&nbsp;(Organic&nbsp;Thailand),&nbsp;มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;(มผช.),&nbsp;เครื่องหมายอาหารและยา&nbsp;(อย.),&nbsp;ฮาลาล&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223100010183"],
    [689,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม. ปริมณฑล และภาคเหนือคุณภาพอากาศดีต่อเนื่องหลายพื้นที่ แม้บางพื้นที่จะปรับตัวสูงขึ้นแต่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน","<p class=\"ql-align-justify\"><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และภาคเหนือคุณภาพอากาศดีต่อเนื่องหลายพื้นที่ แม้บางพื้นที่จะปรับตัวสูงขึ้นแต่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน</strong></p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(23&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวขึ้นเล็กน้อยแต่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีลมพัด&nbsp;และหลายพื้นที่มีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;27&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนและเชียงใหม่</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223095508181"],
    [690,"เกษตรลำปาง ขับเคลื่อนสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับจังหวัด","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพิ่มศักยภาพผู้นำในการขับเคลื่อนงานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับจังหวัด&nbsp;ตามโครงการสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มการผลิตด้านการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;ตำบลปงแสนทอง&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริม&nbsp;สนับสนุนการพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธีระพงศ์&nbsp;ฤทธิโชติ&nbsp;เกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานในพิธี</p><p><strong>โอกาสนี้ได้มีการจัดให้มีการเลือกตั้งประธานคณะกรรมการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับจังหวัด&nbsp;(ชุดใหม่)&nbsp;</strong>เพื่อดำรงตำแหน่งแทนคณะกรรมการฯ&nbsp;ชุดปัจจุบันที่กำลังจะครบวาระในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;และการจัดประชุมคณะกรรมการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;</strong>มีการจัดแสดงสินค้า/ผลิตภัณฑ์เด่นของแต่ละอำเภอในจังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมทั้งการนำเสนอสินค้า/ผลิตภัณฑ์เด่นและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันของประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับอำเภอและเจ้าหน้าที่&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย&nbsp;ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับอำเภอ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับอำเภอทุกอำเภอ&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;26&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223095541182"],
    [691,"ภาคเหนือเช้านี้คุณภาพอากาศดี สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งและการท่องเที่ยวได้ปกติ","<p><strong>สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;2&nbsp;ลำปาง</strong>&nbsp;เปิดเผยรายงานฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;ของภาคเหนือ&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;โดยพบค่าฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;สูงสุด&nbsp;37&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;ค่าฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;ต่ำสุด&nbsp;23&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;คุณภาพอากาศดี&nbsp;สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งและการท่องเที่ยวได้ปกติ</p><p><strong>ขณะที่ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศ&nbsp;</strong>และภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ได่คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;ดังนี้&nbsp;ภาคเหนือตอนบน:&nbsp;คาดการณ์ล่วงหน้า&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;คุณภาพอากาศดี&nbsp;พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ลำพูน&nbsp;และแม่ฮ่องสอน&nbsp;และภาคเหนือตอนล่าง:&nbsp;คาดการณ์ล่วงหน้า&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;คุณภาพอากาศดี&nbsp;พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;และกำแพงเพชร</p><p><strong>สำหรับการคาดการณ์สถานการณ์วันต่อไป</strong>&nbsp;จากกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;ภาคเหนือตอนบน:&nbsp;มีลมอ่อนพัดจากทิศตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;มีฝนเล็กน้อย&nbsp;ผลกระทบจากการสะสมของฝุ่นละออง&nbsp;PM2.5&nbsp;น้อย&nbsp;และภาคเหนือตอนล่าง:&nbsp;มีลมอ่อนพัดจากทิศตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;ผลกระทบจากการสะสมของฝุ่นละออง&nbsp;PM2.5&nbsp;น้อย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223102521199"],
    [692,"ภาพรวมน้ำทะเลระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติ ยกเว้นบริเวณคลองหัวรถของหาดแม่รำพึงยังพบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล จึงเก็บตัวอย่างไปตรวจสอบอีกครั้ง","<p><strong>ภาพรวมน้ำทะเลจังหวัดระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นบริเวณคลองหัวรถของหาดแม่รำพึงยังพบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&nbsp;จึงเก็บตัวอย่างไปตรวจสอบอีกครั้ง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&nbsp;ได้เข้าตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมหลังสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(ระยอง)&nbsp;แจ้งพบก้อนน้ำมัน&nbsp;ระยะทาง&nbsp;100&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณสะพานป่าคั่น&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;//&nbsp;พบคราบฟิล์มน้ำมันและก้อนน้ำมัน&nbsp;ระยะทาง&nbsp;200&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณคลองหัวรถ&nbsp;และพบก้อนน้ำมัน&nbsp;ระยะทาง&nbsp;150&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณร้านเจ๊จุกซีฟู๊ด&nbsp;ด้วยการสำรวจชายหาดแม่รำพึงตั้งแต่ศาลเจ้าแม่รำพึงถึงก้นอ่าว&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;9.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เบื้องต้นพบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&nbsp;ยกเว้นบริเวณคลองหัวรถพบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&nbsp;ระยะทาง&nbsp;200&nbsp;เมตร&nbsp;โดยพบก้อนน้ำมันบนชายหาดตั้งแต่บริเวณสะพานท่าเรือตะพงไปจนถึงก้นอ่าว&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;8&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการเดินสำรวจพบปริมาณลดลงกว่าช่วง&nbsp;2&nbsp;วันที่ผ่านมา&nbsp;พร้อมสุ่มเก็บตัวอย่างก้อนน้ำมันบริเวณสะพานท่าเรือตะพง&nbsp;คลองหัวรถ&nbsp;ร้านเจ๊จุกซีฟู๊ด&nbsp;และก้นอ่าว&nbsp;พบมีความหนาแน่นสูงสุดบริเวณสะพานท่าเรือตะพง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลบริเวณหาดสุชาดา&nbsp;หาดแสงจันทร์&nbsp;อ่าวบ้านเพ&nbsp;และหาดสวนสน&nbsp;พบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติ&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&nbsp;และก้อนน้ำมัน&nbsp;ภาพรวมคุณภาพน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อการนันทนาการ&nbsp;จึงเก็บตัวอย่างน้ำทะเลและดินตะกอนบริเวณที่พบก้อนน้ำมัน&nbsp;เพื่อหาการปนเปื้อนปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนด้วย</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223101721191"],
    [693,"มทบ.32 ลำปาง ผนึกกำลังส่วนราชการ และชุมชน ร่วมมือแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน รอบดอยพระบาท","<p><strong>พลตรีอโณทัย&nbsp;ชัยมงคล&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;</strong>ตอบรับนโยบายสำคัญของกองทัพบก&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;และจังหวัดลำปาง&nbsp;ในการเตรียมความพร้อมการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;ด้วยการประสานความร่วมมือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าม่อนพระยาแช่&nbsp;เทศบาลเมืองเขลางค์นคร&nbsp;อุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต&nbsp;แพทย์จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;และภาคประชาชนชุมชนบ้านโทกหัวช้าง&nbsp;ตำบลพระบาท&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมีประธานชุมชน&nbsp;อสม.&nbsp;ชุดเหยี่ยวไฟประจำหมู่บ้าน&nbsp;และประชาชนในชุมชนเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาเอนกประสงค์วัดกู่แก้ววิเวกการาม&nbsp;บ้านโทกหัวช้าง&nbsp;ตำบลพระบาท&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง</p><p><strong>ชุมชนบ้านโทกหัวช้าง&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;36&nbsp;ชุมชนรอบดอยพระบาท&nbsp;</strong>ที่ได้รับผลกระทบและเผชิญปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างต่อเนื่องหลายปี&nbsp;สร้างความเสียหายต่อป่าชุมชน&nbsp;เกิดฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ส่งผลกระทบสุขภาพ&nbsp;และการท่องเที่ยวของจังหวัดลำปางและภาคเหนือ&nbsp;โดยความร่วมมือดังกล่าวเป็นการรณรงค์สร้างความเข้าใจต่อประชาชนให้ทราบถึงแนวทางการป้องกันไฟป่า&nbsp;พร้อมขอความร่วมมืองดเผาวัสดุและผลผลิตทางการเกษตรทุกชนิด&nbsp;เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่า&nbsp;ร่วมสร้างจิตสำนึกให้ชุมชนร่วมปกป้องดูแลกับส่วนราชการ&nbsp;และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;มีการจัดทำแนวป้องกันไฟป่าเฉพาะพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อจำกัดการเกิดไฟไม่ให้สร้างความเสียหายจนลุกลามสู่พื้นที่ภายนอก</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ประชาชนในชุมชนต่างขอบคุณและตอบรับต่อความร่วมมือ&nbsp;</strong>เพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่ากับส่วนราชการ&nbsp;และขอบคุณที่เห็นถึงปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;ซึ่งทำให้มีกำลังใจในการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าเป็นอย่างมาก</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223114051242"],
    [694,"กษ.เพชรบุรี ประชุมชี้แจงแนวทางการพัฒนาหมู่บ้าน สู่เกษตรมูลค่าสูง  ผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting ครั้งที่ 1/2565","<p><strong>ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;นางสาวศิริวรรณ&nbsp;เครือเล็ก&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวสุกัญญา&nbsp;จัตตุพรพงษ์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตร&nbsp;และเจ้าหน้าที่กลุ่มยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตร&nbsp;จัดประชุมชี้แจงแนวทางการพัฒนาหมู่บ้านสู่เกษตรมูลค่าสูง&nbsp;ผ่านระบบการประชุมออนไลน์&nbsp;Zoom&nbsp;Meeting&nbsp;ผู้เข้าร่วมประชุม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;และประจวบคีรีขันธ์&nbsp;นางสาวศิริวรรณ&nbsp;เครือเล็ก&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;การประชุมชี้แจงแนวทางการพัฒนาหมู่บ้าน&nbsp;เพื่อรับทราบสรุปผลการดำเนินงานโครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิต&nbsp;สินค้าเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;ถึง&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;และการขับเคลื่อนโครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;รวมทั้งสรุปข้อซักถาม/ตอบ&nbsp;โครงการขับเคลื่อน&nbsp;การเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนเกษตรมูลค่าสูงระดับหมู่บ้าน</strong>&nbsp;ผ่านกลไกของคณะกรรมการหมู่บ้าน&nbsp;(กม.)&nbsp;และอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;(อกม.)&nbsp;บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในระดับพื้นที่ทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรในหมู่บ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า&nbsp;180,000&nbsp;บาท/คน/ปี&nbsp;</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223121852255"],
    [695,"กางแผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉินหากเกิดกรณีผิดพลาดขั้นตอนลงไปอุดรอยรั่วท่อน้ำมันกลางทะเลระยอง","<p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดจากบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;</strong>กรณีการส่งทีมลงอุดรอยรั่วท่ออ่อนขนถ่ายน้ำมันใต้ทะเลที่จังหวัดระยองว่า&nbsp;ได้มีการเตรียมแผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉินหากเกิดการผิดพลาดขึ้น&nbsp;โดยได้มีการติดตั้งบูม&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;เส้น&nbsp;ความยาว&nbsp;200&nbsp;ม.&nbsp;รอบทุ่นลอยขนถ่ายน้ำมันตลอดเวลา&nbsp;และใช้เรือลากจูงจากกองทัพเรือ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ลำ&nbsp;ติดตั้งอุปกรณ์ฉีดพ่นสารเคมีขจัดคราบน้ำมันบนเรือ&nbsp;3&nbsp;ลำ&nbsp;หากเกิดรั่วไหลในทะเล&nbsp;และติดตั้งอุปกรณ์เก็บคราบน้ำมันบนเรือที่สามารถเก็บน้ำมันผสมน้ำได้&nbsp;100,000&nbsp;ลิตร/ชั่วโมง&nbsp;รวมทั้งเตรียมเรือรับคราบน้ำมันที่สูบขึ้นจากทะเล&nbsp;ที่สามารถรับน้ำมันผสมน้ำได้ถึง&nbsp;600,000&nbsp;ลิตร&nbsp;และติดตั้งเต๊นท์ดักคราบน้ำมันใต้ทะเลและติดตั้งปั๊มดูดคราบน้ำมันออกจากเต๊นท์ใต้ทะเล&nbsp;นอกจากนี้ยังเตรียมเรือหลวงหนองสาหร่าย&nbsp;เฝ้าระวังและบันทึกภาพการทำงานใต้ทะเล&nbsp;และนักประดาน้ำ&nbsp;24&nbsp;คน&nbsp;พร้อมตลอดเวลา</p><p><strong>ส่วนปฏิบัติการอุดรอยรั่ว&nbsp;วันนี้เป็นวันที่สอง&nbsp;</strong>ในภารกิจจุดเกิดเหตุน้ำมันรั่ว&nbsp;ของ&nbsp;บ.สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ยังคงต้องใช้นักประดาน้ำกองทัพเรือ&nbsp;จากบริษัท&nbsp;สตาร์ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ร่วมดำน้ำเพื่อลงยังจุดเกิดเหตุใต้ทะเล&nbsp;มีระดับความลึกประมาณ&nbsp;25-30&nbsp;เมตร&nbsp;โดยนักดำน้ำแต่ละคนจะใช้เวลาในการปฏิบัติภารกิจประมาณ&nbsp;15-&nbsp;20&nbsp;นาที&nbsp;สลับหมุนเวียนกัน</p><p><strong>โดยภารกิจแรกที่ดำเนินการไปเมื่อวานนี้&nbsp;คือ&nbsp;เตรียมการปิดวาล์ว&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;ตัว</strong>&nbsp;และเริ่มต้นการดูดน้ำมัน&nbsp;ออกจากท่อน้ำมัน&nbsp;ที่ประมาณการณ์ไว้ตกค้างไว้&nbsp;&nbsp;12,000&nbsp;ลิตร&nbsp;และจากการสำรวจบริเวณท่อส่งน้ำมัน&nbsp;ไม่พบรอยรั่วเพิ่มเติม&nbsp;โดยการปฏิบัติภารกิจทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ&nbsp;11&nbsp;วัน&nbsp;เริ่มจากเมื่อวานนี้&nbsp;เป็นวันแรก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223124247269"],
    [696,"สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่พัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน","<p><strong>นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดกรวยดอกไม้ถวายสักการะ&nbsp;เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;และเป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ณ&nbsp;วัดท้ายหาด&nbsp;ตำบลท้ายหาด&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสมพิศ&nbsp;ทองดีนอก&nbsp;เกษตรจังหวัดสมุทรสงครามกล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกรซึ่งมีการบูรณาการร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการหน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนโดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาได้รับบริการทางด้านการเกษตรการวิเคราะห์ดิน&nbsp;การวินิจฉัยโรคพืชโรคสัตว์โลกสัตว์น้ำรวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้แก่เกษตรกรเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย&nbsp;ในงานเปิดให้บริการคลินิกดิน&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกข้าม&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกเกษตร&nbsp;และสหกรณ์คลินิกอารักขาและการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอรรถพันธุ์&nbsp;สงวนเสริมศรี&nbsp;นายอำเภอเมือง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ผู้ท้องที่&nbsp;และเกษตรกรเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;การจัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;นับว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถให้บริการงานทางวิชาการรวมถึงตัวเกษตรกรและพื้นที่เป้าหมายบรรลุผลสำเร็จที่มุ่งหวังเร็วขึ้นนับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเกษตรกรและผู้สนใจจึงขอให้ผู้เข้ารับบริการจากคลินิกเกษตรและบริการเสริมต่างๆ&nbsp;และนำความรู้ไปประกอบการตัดสินใจในการปรับปรุงพัฒนาการผลิตในพื้นที่ทำกินของท่านเพื่อให้ผลผลิตที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานตรงความต้องการของตลาดและผู้บริโภคก่อให้เกิดรายได้ที่ยั่งยืนและเป็นผลต่อตนเองและครอบครัวและสังคมโดยรวมต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223123826266"],
    [697,"สำนักงานสหกรณ์จังหวัดตราด ร่วมเครือข่ายสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรจังหวัดตราด กำหนดจัดงานวันสหกรณ์แห่งชาติ  ครบรอบ 106 ปี การสหกรณ์ไทย","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายสนิท&nbsp;ต้นสมบัติ&nbsp;สหกรณ์จังหวัดตราด&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญของขบวนการสหกรณ์ไทยในฐานะที่เป็นขบวนการในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จึงได้มีมติเมื่อวันที่&nbsp;9&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2527&nbsp;กำหนดให้วันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันสหกรณ์แห่งชาติ&nbsp;&nbsp;เนื่องจากเป็นวันที่พระราชวรวงศ์เธอ&nbsp;กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์&nbsp;พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย&nbsp;ทรงส่งเสริมให้ก่อตั้งสหกรณ์แห่งแรกที่สหกรณ์วัดจันทร์&nbsp;ไม่จำกัดสินใช้&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลวัดจันทร์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;และทรงเป็นนายทะเบียนสหกรณ์พระองค์แรก&nbsp;รับจดทะเบียนเป็นสหกรณ์แห่งแรก&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2459&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการระลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทยระหว่างสมาชิกสหกรณ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</strong>รวมทั้งเป็นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์&nbsp;และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของกิจการสหกรณ์&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดตราดจึงได้ร่วมเครือข่ายสหกรณ์&nbsp;และกลุ่มเกษตรกรจังหวัดตราด&nbsp;จึงได้ร่วมกันกำหนดจัดงาน&nbsp;วันสหกรณ์แห่งชาติ&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ครบรอบ&nbsp;106&nbsp;ปี&nbsp;การสหกรณ์ไทย&nbsp;ขึ้น&nbsp;ในวันเสาร์ที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ที่วัดหนองบัว&nbsp;ตำบลวังกระแจะ&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;โดยมีกิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;พิธีทำบุญตักบาตร&nbsp;ข้าวสารอาหารแห้ง&nbsp;ในเวลา&nbsp;07.30&nbsp;น.&nbsp;พิธีถวายสักการะ&nbsp;รวมทั้งการกล่าวคำถวายสดุดี&nbsp;พระบิดาแห่งสหกรณ์ไทย&nbsp;ในเวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;นอกจากนี้ยังมีพิธีมอบโล่รางวัลแก่สหกรณ์ดีเด่น&nbsp;และมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน&nbsp;จึงขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ประชาชน&nbsp;สมาชิกเครือข่ายสหกรณ์เข้าร่วมพิธีในวันและเวลาดังกล่าว&nbsp;โดยแต่งกายชุดผ้าไทย&nbsp;หรือชุดสุภาพ&nbsp;พร้อมทั้งปฏิบัติตามมาตรการป้องกันปัญหาโควิด&nbsp;-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223122819264"],
    [698,"สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่พัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน","<p><strong>นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดกรวยดอกไม้ถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;และเป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ณ&nbsp;วัดท้ายหาด&nbsp;ตำบลท้ายหาด&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสมพิศ&nbsp;ทองดีนอก&nbsp;เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์&nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกรซึ่งมีการบูรณาการร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการหน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนโดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาได้รับบริการทางด้านการเกษตร&nbsp;การวิเคราะห์ดิน&nbsp;การวินิจฉัยโรคพืชโรคสัตว์โลกสัตว์น้ำรวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้แก่เกษตรกรเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วยในงานเปิดให้บริการคลินิกดิน&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกข้าม&nbsp;คลินิกปศุสัตว์คลินิกประมง&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกเกษตรและสหกรณ์คลีนิคอารักขา&nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอรรถพันธุ์&nbsp;สงวนเสริมศรี&nbsp;นายอำเภอเมือง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ผู้ท้องที่&nbsp;และเกษตรกรเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;การจัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;นับว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถให้บริการงานทางวิชาการรวมถึงตัวเกษตรกรและพื้นที่เป้าหมายบรรลุผลสำเร็จที่มุ่งหวังเร็วขึ้นนับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเกษตรกรและผู้สนใจจึงขอให้ผู้เข้ารับบริการจากคลินิกเกษตรและบริการเสริมต่างๆ&nbsp;และนำความรู้ไปประกอบการตัดสินใจในการปรับปรุงพัฒนาการผลิตในพื้นที่ทำกินของท่านเพื่อให้ผลผลิตที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานตรงความต้องการของตลาดและผู้บริโภคก่อให้เกิดรายได้ที่ยั่งยืนและเป็นผลต่อตนเองและครอบครัวและสังคมโดยรวมต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223125709278"],
    [699,"เทศบาลนครตรัง พัฒนาคลองห้วยยางตามโครงการพัฒนาลำคลองและหนองน้ำภายในเขตเทศบาลนครตรัง ประจำปี 2565","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ดร.สัญญา&nbsp;ศรีวิเชียร&nbsp;นายกเทศมนตรีนครตรัง</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายถนอมพงศ์&nbsp;หลีกภัย,&nbsp;นางสุดใจ&nbsp;ทองย้อย&nbsp;รองนายกเทศมนตรีนครตรัง&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาลนครตรัง&nbsp;หัวหน้าส่วนการงาน&nbsp;และพนักงานเทศบาลนครตรัง&nbsp;เป็นประธานและร่วมเป็นเกียรติในกิจกรรมพัฒนาคลองห้วยยาง&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณคอสะพานหมู่บ้านจินตรังษี&nbsp;ตามแผนการปฏิบัติงานโครงการพัฒนาลำคลองหนองน้ำในเขตเทศบาลนครตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;ได้ร่วมกันทำความสะอาด&nbsp;ตัดตกแต่งกิ่งไม้&nbsp;และกำจัดวัชพืชที่ขึ้นอยู่บริเวณริมคลอง&nbsp;</strong>รวมทั้งเก็บขยะมูลฝอยต่างๆ&nbsp;และจัดระเบียบสายสัญญาณให้เป็นระเบียบเรียบร้อย&nbsp;เพื่อให้บริเวณลำคลองมีภูมิทัศน์ที่สวยงาม&nbsp;สะอาด&nbsp;น่ามอง&nbsp;และเกิดประโยชน์ต่อประชาชน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223131700292"],
    [700,"กรมส่งเสริมการเกษตร พัฒนาถนนทุเรียนตราด ต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาด","<p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตรโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดตราดจึงได้ร่วมกับแขวงทางหลวงชนบทตราด&nbsp;ลงนามบันทึกความร่วมมือในการดำเนินการปฏิบัติงานตามระบบส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;เน้นคน&nbsp;พื้นที่&nbsp;สินค้า&nbsp;ทำจริง&nbsp;ต่อเนื่อง&nbsp;มีความยั่งยืน&nbsp;เพื่อให้จุดเด่นการผลิตทุเรียนเป็นที่รู้จักแพร่หลายภายใต้ชื่อ&nbsp;<strong>ถนนทุเรียนตราด&nbsp;(Durian&nbsp;Road@Trat)&nbsp;</strong>โดยได้มีการพัฒนาเส้นทางถนนทางหลวงชนบท&nbsp;ตร.&nbsp;4008&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลอ่าวใหญ่&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ระยะทาง&nbsp;6&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ที่ตัดผ่านสวนทุเรียนจากบ้านแหลมศอกไปท่าเรือแหลมศอก-เกาะกูด&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมและมีศักยภาพให้กลายเป็นเส้นทางผลไม้&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้เรื่องสวนทุเรียนคุณภาพ&nbsp;มุ่งเน้นให้เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนร่วมพัฒนาพื้นที่บริเวณสองข้างทาง&nbsp;ให้เป็นเส้นทางที่สวยงาม&nbsp;มีป้ายแนะนำสวนเป็นที่สังเกตได้ชัดเจน&nbsp;ง่ายแก่ผู้สัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าว&nbsp;พร้อมทั้งสร้างเกษตรกรต้นแบบ&nbsp;5&nbsp;เสือคนทำจริง&nbsp;ต้นแบบการส่งเสริมการผลิตทุเรียนคุณภาพและได้มาตรฐาน&nbsp;โดยบูรณาการกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรทุ่งเพล&nbsp;และการสร้างแบรนด์ทุเรียนที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดตราด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้เน้นย้ำเรื่องทุเรียนอ่อนมาตลอด&nbsp;โดยดึงเกษตรกรมาร่วมเป็นเครือข่าย&nbsp;สร้างจิตสำนึกไม่ตัดทุเรียนอ่อน&nbsp;</strong>ตลอดจนสร้างการรับรู้การทำสวนทุเรียนที่ออกก่อนที่อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ให้นักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจได้เห็นวิถีชีวิตของชาวสวนทุเรียนที่ดูแลเอาใจใส่ให้ทุเรียน&nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบสามารถขยายผลสร้างทุเรียนตราดให้มีคุณภาพมาตรฐานสากลที่ต่างประเทศยอมรับตามสโลแกน&nbsp;ทุเรียนออกก่อน&nbsp;คุณภาพดี&nbsp;ต้องที่จังหวัดตราดทั้งนี้&nbsp;ความนิยมบริโภคทุเรียนทั้งในและต่างประเทศทำให้เกษตรกรหันมาปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก&nbsp;เช่นเดียวกับที่จังหวัดตราด&nbsp;มีการคาดการณ์ผลผลิตปีนี้อยู่ที่ประมาณ&nbsp;90,000&nbsp;ตัน&nbsp;และขณะนี้เป็นช่วงที่ทุเรียนกำลังเริ่มให้ผลิตออกสู่ตลาด&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลห้วงน้ำขาว&nbsp;ตำบลอ่าวใหญ่&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ซึ่งทุเรียนที่นี่มีลักษณะเด่นและเป็นอัตลักษณ์ประจำถิ่น&nbsp;ผลผลิตทุเรียนออกก่อนทุกปี&nbsp;ด้วยสภาพภูมิศาสตร์เป็นแหลมยื่นสู่ทะเล&nbsp;ทำให้แต่ละปีที่ผ่านมา&nbsp;มีพ่อค้าและล้งต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เข้ามาวางแผนเพื่อซื้อผลผลิตทุเรียนเป็นจำนวนมาก&nbsp;โดยในช่วงที่ผ่านมาสำนักงานเกษตรจังหวัดตราดได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;จนเป็นที่มาของการรณรงค์&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรผู้ผลิตทุเรียน&nbsp;ผู้ประกอบการส่งออก&nbsp;และมือตัดทุเรียนได้รับทราบและตระหนักถึงความสำคัญของการผลิตทุเรียนคุณภาพเพื่อจำหน่าย</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223140225341"],
    [701,"จังหวัดตรัง จัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะการเป็นผู้ประกอบการเบื้องต้น และการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ของกลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตรการปลูกสละสุมาลีบ้านเขาไม้แก้ว ตำบลทุ่งค่าย","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ลงพื้นที่จัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะการเป็นผู้ประกอบการเบื้องต้น&nbsp;และการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ของกลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตร&nbsp;โครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านการเกษตร&nbsp;โดยมีสมาชิกกลุ่มฯ&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการกลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตรการปลูกสละสุมาลีบ้านเขาไม้แก้ว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลทุ่งค่าย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;มีกิจกรรมร่วมกันค้นหาความต้องการของกลุ่มฯ</strong>&nbsp;พร้อมจัดทำแผนพัฒนากลุ่มฯ&nbsp;การพัฒนาบรรจุภัณฑ์&nbsp;และอบรมให้ความรู้เรื่องการบริหารจัดการธุรกิจเกษตรอย่างง่ายเพื่อการเป็นผู้ประกอบการเกษตรเบื้องต้น&nbsp;และได้รับเกียรติจาก&nbsp;นายจริณ&nbsp;รักแก้ว&nbsp;นักวิชาการตรวจสอบบัญชี&nbsp;สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ตรัง&nbsp;ให้เกียรติเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้&nbsp;เรื่องการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย&nbsp;เพื่อเป็นข้อมูลใช้ในการวางแผนการดำเนินงานของกลุ่มฯ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223130723286"],
    [702,"จังหวัดตรัง จัดอบรมเกษตรกรเข้าสู่มาตรฐาน GAP ปี 2565 เพื่อพัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้ความเข้าใจด้านการผลิตตามระบบมาตรฐาน GAP และผลักดันให้เกษตรกรผู้ผลิตสินค้าเกษตรเข้าสู่ระบบมาตรฐาน GAP เพิ่มมากขึ้น","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางฉลวย&nbsp;เวียนคำ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอรัษฎา</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายไกรนรา&nbsp;รัตนบุรี&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;และ&nbsp;นางสาวปนัดดา&nbsp;จีนประสม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ร่วมกับกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;อบรมเกษตรกรเข้าสู่มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอรัษฎา&nbsp;ม.15&nbsp;ต.ควนเมา&nbsp;อ.รัษฎา&nbsp;จ.ตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;เพื่อพัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้ความเข้าใจด้านการผลิตตามระบบมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;</strong>และผลักดันให้เกษตรกรผู้ผลิตสินค้าเกษตรเข้าสู่ระบบมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;เพิ่มมากขึ้น&nbsp;ซึ่ง&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ดำเนินการออกใบรับรองโดยกรมวิชาการเกษตร&nbsp;แต่ในทางปฏิบัติเกษตรต้องการข้อมูล&nbsp;ความรู้&nbsp;และความเข้าใจในการปฏิบัติ&nbsp;เพื่อผลิตสินค้าเกษตรให้ได้ตามข้อกำหนดมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เป็นหน่วยงานที่เป็นแกนหลักในการพัฒนาเกษตรกรให้เข้าสู่ระบบมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เป็นจังหวัดหนึ่งที่สินค้าทางการเกษตรมีความหลากหลายไม่น้อยไปกว่าจังหวัดอื่น&nbsp;เมื่อให้ความสำคัญไปที่การขอมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;แล้ว&nbsp;พบว่าจังหวัดตรัง&nbsp;มีเกษตรกรที่รวมกลุ่มทำเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;และวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;แล้วหลายราย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223130429284"],
    [703,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือของไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(22&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;110&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อน&nbsp;88&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;39&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;34&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;26&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;16&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;อุดรธานี&nbsp;16&nbsp;จุด&nbsp;และเชียงใหม่&nbsp;11&nbsp;จุด&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;โดยจุดความร้อนกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง&nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือสูงสุด&nbsp;63&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนวันนี้อากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ภาพรวมประเทศไทยอยู่ในระดับดีถึงดีมาก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;6,322&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;5,904&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;3,670&nbsp;จุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;11&nbsp;วัน&nbsp;1,223&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นกัมพูชา&nbsp;285&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;120&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223132759295"],
    [704,"จังหวัดตรัง เดินหน้าส่งเสริมการปลูกข้าวเบายอดม่วงเพื่อรองรับการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัดตรัง ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;มอบหมายเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิตจัดเวทีชุมชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;โครงการส่งเสริมการปลูกข้าวเบายอดม่วงเพื่อรองรับการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัดตรัง&nbsp;ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมที่&nbsp;2&nbsp;การพัฒนากลุ่ม/เครือข่ายโดยส่งเสริมให้มีการจัดตั้งกลุ่มและจัดทำแผนพัฒนากลุ่ม&nbsp;&nbsp;โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมจำนวน&nbsp;38&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;แปลงใหญ่ข้าว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลนาหมื่นศรี&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;มีเป้าหมายเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;151&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;</strong>โดยมีกำหนดจัดเวที&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;รุ่น&nbsp;และมีการให้ความรู้แก่เกษตรกรโดยวิทยากร&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.การพัฒนาพันธุ์ข้าวเบายอดม่วงเพื่อรับรองการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัดตรัง&nbsp;โดย&nbsp;นายเอกราช&nbsp;แก้วนางโอ&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง&nbsp;2.การขับเคลื่อนแผนพัฒนาข้าวเบายอดม่วงตามโมเดลเศรษฐกิจแบบแบบใหม่หรือ&nbsp;BCG&nbsp;โมเดล&nbsp;ของจังหวัดตรัง&nbsp;โดย&nbsp;นางสาวเกวลี&nbsp;ปานดำ&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรัง&nbsp;และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำนาและการแปรรูปข้าวเบายอดม่วงของเกษตรกรต้นแบบ&nbsp;โดย&nbsp;นางเพรียงใจ&nbsp;ชุมนาค&nbsp;นางกมลศรี&nbsp;พลบุญ&nbsp;และ&nbsp;นายชิดชัย&nbsp;ชุมสุด&nbsp;ร่วมทั้งจัดเวทีชุมชนหาความต้องการในการจัดทำบรรจุภัณฑ์ข้าวเบายอดม่วงและการสร้างแบรนด์ของกลุ่ม&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;และมีการประเมินผลการอบรมโครงการฯ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223130934287"],
    [705,"เกษตรนาโยง จังหวัดตรัง ร่วมกับศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนตำบลนาหมื่นศรี ปล่อยแตนเบียนควบคุมแมลงดำหนามในสวนมะพร้าว","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายอำนาจ&nbsp;เซ่งเซี่ยง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นางจรัสศรี&nbsp;แก้วนิลประเสริฐ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นางจินดา&nbsp;ทหารไทย&nbsp;(ประธานศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนตำบลนาหมื่นศรี)&nbsp;นำแตนเบียนอะซีโคเดส&nbsp;จำนวน&nbsp;70&nbsp;มัมมี่&nbsp;สนับสนุนโดยศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;(ศทอ.&nbsp;สงขลา)&nbsp;โดยประสานผ่านกลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;นำไปปล่อยในสวนมะพร้าว&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;ไร่&nbsp;เพื่อควบคุมแมลงดำหนามที่กำลังระบาดในสวนมะพร้าว&nbsp;ของเกษตรกรในพื้นที่ตำบลนาหมื่นศรี&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับ&nbsp;แตนเบียนอะซีโคเดส&nbsp;เป็นแมลงที่มีประโยชน์ช่วยทำลาย&nbsp;\"แมลงดำหนาม\"</strong>&nbsp;ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างมากโดยเฉพาะยอดที่ยังไม่คลี่&nbsp;ทำให้ยอดอ่อนของมะพร้าวชะงักการเจริญเติบโต&nbsp;หากต้นมะพร้าวถูกทำลายรุนแรงติดต่อกัน&nbsp;ทำให้ทางใบที่ถูกทำลายแห้งกลายเป็นสีน้ำตาล&nbsp;มองเห็นเป็นสีขาวโพลนชัดเจน&nbsp;หรือที่ชาวสวนมะพร้าวมักเรียกว่า&nbsp;\"โรคหัวหงอก\"&nbsp;หากพบการเข้าทำลายให้รีบแจ้งอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน(อกม.)&nbsp;หรือเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยงหรืออำเภอใกล้เคียงทันที</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223131150288"],
    [706,"สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง จัดอบรมเกษตรกรเข้าสู่มาตรฐาน GAP ปี 2565","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">วันนี้&nbsp;(&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;ร่วมกับกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;อบรมเกษตรกรเข้าสู่มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อพัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้ความเข้าใจด้านการผลิตตามระบบมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;และผลักดันให้เกษตรกรผู้ผลิตสินค้าเกษตรเข้าสู่ระบบมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;เพิ่มมากขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลย่านตาขาว&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ดำเนินการออกใบรับรองโดยกรมวิชาการเกษตร&nbsp;</strong>แต่ในทางปฏิบัติเกษตรต้องการข้อมูล&nbsp;ความรู้&nbsp;และความเข้าใจในการปฏิบัติ&nbsp;เพื่อผลิตสินค้าเกษตรให้ได้ตามข้อกำหนดมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เป็นหน่วยงานที่เป็นแกนหลักในการพัฒนาเกษตรกรให้เข้าสู่ระบบมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เป็นจังหวัดหนึ่งที่สินค้าทางการเกษตรมีความหลากหลายไม่น้อยไปกว่าจังหวัดอื่น&nbsp;&nbsp;ดังนั้น&nbsp;&nbsp;การถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกร&nbsp;จึงเป็นหลักสำคัญเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถปฏิบัติได้ด้วยตนเองเข้าสู่การรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;โดยบทบาทที่เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ต้องเข้าถึงเกษตรกร&nbsp;คือ&nbsp;การถ่ายทอดความรู้&nbsp;ติดตาม&nbsp;ให้คำปรึกษา&nbsp;ตรวจประเมินแปลงเบื้องต้น&nbsp;และส่งรายชื่อเกษตรกรให้หน่วยตรวจรับรอง&nbsp;ตรวจประเมิน&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพ&nbsp;ได้มาตรฐาน&nbsp;ปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223133207303"],
    [707,"สำนักงานงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดหนองคาย ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในจังหวัดหนองคาย จัดโครงการ ผู้ว่าพาไปยาม ","<p><strong>สำนักงานงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดหนองคาย</strong>&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดหนองคาย&nbsp;จัดโครงการ&nbsp;ผู้ว่าพาไปยาม&nbsp;ภายใต้กิจกรรม&nbsp;สับปะรดแปลงใหญ่ฉ่ำหวาน&nbsp;ยกระดับมาตรฐานการผลิต&nbsp;เพิ่มคุณภาพชีวิตเกษตรกร</p><p><strong>วันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>สำนักงานงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดหนองคาย&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จังหวัดหนองคายจัดโครงการ&nbsp;ผู้ว่าพาไปยาม&nbsp;ภายใต้กิจกรรม&nbsp;สับปะรดแปลงใหญ่ฉ่ำหวาน&nbsp;ยกระดับมาตรฐานการผลิต&nbsp;เพิ่มคุณภาพชีวิตเกษตรกร&nbsp;โดยมีสำนักงานเกษตรจังหวัดหนองคาย&nbsp;ดำเนินงานเป็นเจ้าภาพหลัก&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;ร่วมกับเกษตรกรแปลงใหญ่สับปะรดตำบลหนองปลาปากอำเภอศรีเชียงใหม่&nbsp;โดยมี&nbsp;นายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน</p><p><strong>นายอำไพ&nbsp;ประเสริฐสังข์&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดหนองคาย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การจัดโครงการผู้ว่าพาไปยาม&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยคณะทำงานประชาสัมพันธ์การเกษตรและสหกรณ์จังหวัดหนองคาย&nbsp;ได้มีมติเห็นชอบให้มีการจัดงานโครงการ&nbsp;ผู้ว่าพาไปยาม&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่&nbsp;4&nbsp;ซึ่งเป็นการดำเนินงานโครงการภายใต้กิจกรรม&nbsp;สับปะรดแปลงใหญ่ฉ่ำหวาน&nbsp;ยกระดับมาตรฐานการผลิต&nbsp;เพิ่มคุณภาพชีวิตเกษตรกร&nbsp;ณ&nbsp;แปลงใหญ่สับปะรดตำบลหนองปลาปาก&nbsp;หมู่&nbsp;9&nbsp;บ้านจำปาทอง&nbsp;ตำบลหนองปลาปาก&nbsp;อำเภอศรีเชียงใหม่&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;โดยแปลงใหญ่สับปะรดตำบลหนองปลาปาก&nbsp;มีพื้นที่ปลูกสับปะรดทั้งหมด&nbsp;873&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวนสมาชิก&nbsp;68&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งอยู่ในพื้นที่ตำบลหนองปลาปาก&nbsp;ตำบลพระพุทธบาท&nbsp;และตำบลบ้านหม้อ&nbsp;ช่องทางการตลาดของกลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;ได้จำหน่ายสับปะรดผลสด&nbsp;และแปรรูปสับปะรด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เป็นสับปะรดกวน&nbsp;น้ำสับปะรด&nbsp;และคุ๊กกี้สับปะรด&nbsp;เพื่อให้เป็นการประชาสัมพันธ์การเกษตรในพื้นที่อำเภอศรีเชียงใหม่ให้เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายมากขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองคาย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223180642469"],
    [708,"พ่อเมืองอุบลฯ ตรวจเยี่ยมกลุ่มนาแปลงใหญ่บ้านศรีบัว เยี่ยมชมการปลูกพืชหลังนา (ปลูกข้าวโพด) พร้อมร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหนองหินเริ่มตื้นเขิน","<p><strong>นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;ตรวจเยี่ยมกลุ่มนาแปลงใหญ่บ้านศรีบัว&nbsp;เยี่ยมชมการปลูกพืชหลังนา(ปลูกข้าวโพด)&nbsp;ณ&nbsp;กลุ่มนาแปลงใหญ่บ้านศรีบัว&nbsp;ตำบลสร้างถ่อ&nbsp;ซึ่งเป็นแปลงของนายถวิล&nbsp;ผดาศรี&nbsp;โดยมีนายสันติพงษ์&nbsp;สมศรี&nbsp;นายอำเภอเขื่องใน&nbsp;/เกษตรอำเภอเขื่องใน&nbsp;และกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ตำบลสร้างถ่อ&nbsp;ร่วมตรวจเยี่ยม</p><p><strong>ทั้งนี้เกษตรกรบ้านศรีบัวจะทำการปลูกข้าวโพดหลังฤดูกาลทำนา</strong>&nbsp;โดยอาศัยน้ำจากอ่างเก็บน้ำหนองเหล่าหิน&nbsp;ซึ่งเมื่อช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;โดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&nbsp;13&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;ได้ดำเนินการสูบน้ำที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร&nbsp;ลงสู่อ่างเก็บน้ำหนองเหล่าหิน&nbsp;เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในภัยแล้ง&nbsp;ซึ่งถือเป็นนโยบายรัฐบาลที่นายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ได้แจ้งทุกจังหวัดพิจารณาให้นำน้ำไปเก็บในแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีอยู่&nbsp;เพื่อใช้ประโยชน์ในภัยแล้ง&nbsp;ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์&nbsp;สามารถปลูกพืชหลังฤดูกาลทำนา&nbsp;สร้างรายได้ให้ครอบครัว&nbsp;แต่ปัจจุบันชาวบ้านกำลังประสบปัญหาเรื่องของน้ำในอ่างเก็บน้ำหนองเหล่าหินไม่เพียงพอ&nbsp;ระดับน้ำอยู่ในระดับที่ต่ำไม่สามารถปล่อยน้ำให้ไหลผ่านมาตามคลองส่งน้ำได้&nbsp;ทำให้เริ่มขาดแคลนน้ำที่จะใช้ทำการเกษตร&nbsp;ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่&nbsp;สำรวจและเร่งหาแนวทางการในแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้กับชาวบ้าน&nbsp;เพื่อให้ชาวบ้านมีน้ำเพียงพอในการทำการเกษตรต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223184937490"],
    [709,"จ.ขอนแก่น เปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ปี 2565 เตรียมความพร้อมของเกษตรกรก่อนเข้าสู่การเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่","<p><strong>ที่ศูนย์เครือข่าย&nbsp;ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)</strong>&nbsp;นางพูลทรัพย์&nbsp;อุปสีดา&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ตำบลไชยสอ&nbsp;อำเภอชุมแพ&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เข้ามาเรียนรู้&nbsp;รับทราบเทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ&nbsp;&nbsp;ช่องทางการตลาด&nbsp;ข้อมูลข่าวสาร&nbsp;การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่&nbsp;ตลอดจนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรด้วยกันเองรวมทั้งนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา&nbsp;ซึ่งเป็นตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;</p><p><strong>การจัดงาน&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;</strong>ใช้ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;หรือศูนย์เครือข่ายของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;เป็นสถานที่จัดงานและเป็นแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตร&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรต้นแบบเป็นผู้บริหารจัดการ&nbsp;ภายใต้การสนับสนุนของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อเป็นสัญญาณการเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่ที่เหมาะสมของเกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตรในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและมีการแข่งขันค่อนข้างสูง&nbsp;ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ&nbsp;ขณะเดียวกันเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย&nbsp;มีการผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรลักษณะต่างคนต่างทำ&nbsp;ผลิตสินค้าไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด&nbsp;ขาดการรวมกลุ่มทำให้ยากต่อการจัดการผลผลิต&nbsp;และเกษตรกรขาดโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร&nbsp;แหล่งทุน&nbsp;ทรัพยากรและการตลาด&nbsp;ซึ่งการจัดกิจกรรมผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรและศูนย์เครือข่ายของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;จะเป็นส่วนที่มีการสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสินค้าหลักและเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่&nbsp;ที่เรียกกันว่าโซนนิ่ง&nbsp;เป็นการผสมผสานเทคโนโลยีที่หน่วยราชการส่งเสริมกับภูมิปัญญาของเกษตรกรและประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของพื้นที่&nbsp;เพื่อเป็นส่วนสำคัญในการช่วยเตรียมความพร้อมของเกษตรกรก่อนเข้าสู่การเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่&nbsp;โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้บูรณาการทำงานร่วมกัน&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีองค์ความรู้&nbsp;เพื่อวางแผนการผลิต&nbsp;เข้าถึงปัจจัยการผลิต&nbsp;บริหารจัดการความเสี่ยง&nbsp;สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรได้ต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในการจัดงาน&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ที่ศูนย์เครือข่าย&nbsp;ศพก.&nbsp;</strong>นางพูลทรัพย์&nbsp;อุปสีดา&nbsp;ได้นำองค์ความรู้ในเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผักปลอดภัย&nbsp;จำนวนสถานีเรียนรู้&nbsp;คือ&nbsp;1.&nbsp;สถานีการจัดการดินและปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิตผักปลอดภัย&nbsp;2.&nbsp;สถานีการป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน&nbsp;3.&nbsp;สถานีการผลิตผักปลอดภัยมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;และอินทรีย์&nbsp;และให้บริการด้านการเกษตรการจัดนิทรรศการให้ความรู้จากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ทั้งภาครัฐและเอกชน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน</strong>&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;กลุ่มส่งเสริมอาชีพ&nbsp;Smart&nbsp;Farmer}&nbsp;&nbsp;Young&nbsp;&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;และจุดบริการอื่นๆ&nbsp;โดยมีเกษตรกรในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงร่วมงานประมาณ&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223182434482"],
    [710,"จังหวัดพังงา เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร","<p><strong>นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;</strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;เป็นประธานเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;เพื่อให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ภายใต้ความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ทั้งหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&nbsp;เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับการบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทั่วถึง&nbsp;และครบถ้วน&nbsp;ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯครั้งนี้&nbsp;</strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา&nbsp;ได้จัดขึ้นศาลาอเนกประสงค์เทศบาลตำบลทับปุด&nbsp;อำเภอทับปุด&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;กิจกรรมภายในงานมีการให้ความรู้เรื่องเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกสัตว์&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;และคลินิกข้าว&nbsp;คลินิกยางพารา&nbsp;มีเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงให้ความสนใจร่วมงานจำนวนมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223152228379"],
    [711,"จังหวัดพังงา เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร","<p><strong>นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;เพื่อให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ภายใต้ความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ทั้งหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&nbsp;เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับการบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทั่วถึง&nbsp;และครบถ้วน&nbsp;ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯครั้งนี้&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา&nbsp;</strong>ได้จัดขึ้นศาลาอเนกประสงค์เทศบาลตำบลทับปุด&nbsp;อำเภอทับปุด&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;กิจกรรมภายในงานมีการให้ความรู้เรื่องเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกสัตว์&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;และคลินิกข้าว&nbsp;คลินิกยางพารา&nbsp;มีเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงให้ความสนใจร่วมงานจำนวนมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223152357382"],
    [712,"จ.ลำปางเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าพื้นที่ดอยพระบาท ตามแผนปฏิบัติการ 3-7-36","<p><strong>ที่ห้องประชุมสวนรุกขชาติพระบาท&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมด้วยส่วนราชการ&nbsp;ผู้ปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้แทนภาคประชาชน&nbsp;ร่วมประชุมติดตามผลการดำเนินงาน&nbsp;และเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าพื้นที่ดอยพระบาท&nbsp;ตามแผนปฏิบัติการ&nbsp;3-7-36&nbsp;(3&nbsp;อำเภอ&nbsp;7&nbsp;ตำบล&nbsp;36&nbsp;หมู่บ้าน)&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ดอยพระบาท&nbsp;ที่ประชุมเน้นย้ำ&nbsp;การทำฝายชะลอน้ำ&nbsp;การทำป่าเปียกในพื้นที่ดอยพระบาท&nbsp;เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการเกิดไฟป่า&nbsp;ซึ่งจะทำให้เกิดความยั่งยืนในอนาคต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223150500368"],
    [713,"เกษตรจังหวัดนนทบุรีลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ผลผลิตทุเรียนนนท์ ปี 2565","<p><strong>นางธมลทัศน์&nbsp;ทัพพระจันทร์&nbsp;เกษตรจังหวัดนนทบุรี</strong>&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายนรินทร์&nbsp;อินทวงศ์&nbsp;เกษตรอำเภอไทรน้อย&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ผลผลิตทุเรียนนนท์&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สวนทุเรียน&nbsp;นายอนุสรณ์&nbsp;กลอยดี&nbsp;ตำบลทวีวัฒนา&nbsp;อำเภอไทรน้อย&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;</p><p><strong>นางธมลทัศน์&nbsp;ทัพพระจันทร์&nbsp;เกษตรจังหวัดนนทบุรี&nbsp;กล่าวระหว่างลงพื้นที่ว่า</strong>&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพ&nbsp;และมีราคาสูง&nbsp;ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกทุเรียนทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;2,280&nbsp;ไร่,&nbsp;เกษตรกร&nbsp;1,162&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ก.พ.&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;),&nbsp;ผลผลิตรวมประมาณ&nbsp;11&nbsp;ตันต่อปี&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;18&nbsp;ล้านบาทต่อปี&nbsp;และมีเกษตรกรที่ติดตราสัญลักษณ์&nbsp;GI&nbsp;บ่งบอกความเป็นทุเรียนนนท์ที่มีคุณภาพแล้ว&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;77&nbsp;ราย&nbsp;มีทุเรียน&nbsp;GI&nbsp;ออกจำหน่ายตั้งแต่ปี&nbsp;2560&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มีทุเรียน&nbsp;GI&nbsp;ออกจำหน่ายรวม&nbsp;2,807&nbsp;ลูก&nbsp;ทุเรียนที่ปลูกในจังหวัดนนทบุรีช่วงนี้&nbsp;กำลังอยู่ในช่วงติดดอกออกผล&nbsp;โดยเกษตรกรชาวสวนทุเรียนนนท์&nbsp;จะมีการปลูกและดูแลอย่างประณีต&nbsp;ใส่ใจรายละเอียดทุกขั้นตอน&nbsp;ไม่ใช่เพียงแค่ตอนตัดเท่านั้น&nbsp;ตามวิถีการปลูกและดูแลรักษาแบบภูมิปัญญาของชาวนนท์&nbsp;ชาวสวนทุเรียนจะช่วยในการผสมเกสรโดยใช้ไม้กวาดหรือพู่กันปัดเกสรตัวผู้ให้หล่นลงดอกเกสรตัวเมีย&nbsp;ทำให้มีการผสมเกสรที่สมบูรณ์และมีเปอร์เซ็นต์การติดผลมากขึ้น&nbsp;ซึ่งการผสมเกสรทุเรียนเกษตรกรจะได้รับประโยชน์หลายอย่าง&nbsp;เช่น&nbsp;สามารถกำหนดตำแหน่งการติดผลตามกิ่งที่มีขนาดใหญ่&nbsp;หรือกิ่งที่อยู่ในระดับต่ำได้&nbsp;ช่วยให้ทุเรียนติดผลดีขึ้น&nbsp;เกษตรกรสามารถกำหนดวันเก็บเกี่ยวผลผลิตได้&nbsp;เก็บเกี่ยวง่าย&nbsp;ผลทุเรียนแก่ใกล้เคียงกัน&nbsp;รูปทรงผลสวยงาม&nbsp;น้ำหนักและขนาดผลดี&nbsp;หลังจากผสมเกสรแล้วรังไข่จะเจริญเติบโตเป็นผลทุเรียนตามพัฒนาการ&nbsp;โดยชาวสวนจะทำการบันทึกวันผสมเกสรไว้ทุกช่อ&nbsp;ทุกต้น&nbsp;เพื่อความแม่นยำในการตัดทุเรียน&nbsp;และชาวสวนทุเรียนนนท์รับรองมาตรฐานได้ว่าไม่มีการตัดทุเรียนอ่อนแน่นอน&nbsp;การนับอายุหลังจากวันผสมถึง&nbsp;วันเก็บเกี่ยวประมาณ&nbsp;110&nbsp;-&nbsp;120&nbsp;วัน</p><p><strong>สำหรับแนวทางการส่งเสริมการเกษตรด้านการผลิตทุเรียน&nbsp;ของสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี&nbsp;</strong>และสำนักงานเกษตรอำเภอไทรน้อย&nbsp;คือผลักดันให้เกษตรกรมีการผลิตพืชที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระบบ&nbsp;GAP&nbsp;และหากเกษตรกรมีความพร้อมเข้าสู่การผลิตที่เป็นเกษตรอินทรีย์&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดก็มีความยินดีจะผลักดันให้ได้&nbsp;ซึ่งสวนทุเรียนคุณอนุสรณ์&nbsp;แห่งนี้ก็ได้รับการรับรองระบบ&nbsp;GAP&nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว</p><p><strong>สำหรับแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตนั้น</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอไทรน้อย&nbsp;จะเป็นผู้ขับเคลื่อนงานในพื้นที่โดยตรงผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;โดยมีนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;รับผิดชอบแต่ละตำบล&nbsp;ลงพื้นที่ถ่ายทอดความรู้และช่วยแก้ไขปัญหาการผลิตพืช&nbsp;ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญ&nbsp;ตัวอย่างเช่น&nbsp;การถ่ายทอดความรู้การผลิตพืชตามหลักมาตรฐานระบบ&nbsp;GAP,&nbsp;การให้คำปรึกษากรณีเกษตรกรประสบปัญหาโรคพืชและแมลง,&nbsp;การให้บริการตรวจวิเคราะห์ดินผ่านศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;อำเภอ&nbsp;&nbsp;ไทรน้อย&nbsp;(ศดปช.&nbsp;)&nbsp;การขึ้นทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน&nbsp;รวมทั้งการสนับสนุนปัจจัยการผลิตตามบริบทของโครงการในพื้นที่&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นโยบายของจังหวัดนนทบุรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี&nbsp;ได้เล็งเห็นความสำคัญ</strong>เพื่อขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรมให้เกิดผลสำเร็จอย่างครบวงจร&nbsp;เป็นการยกระดับสินค้าเกษตรในจังหวัดนนทบุรี&nbsp;ให้มีความปลอดภัย&nbsp;มีคุณภาพและได้มาตรฐาน&nbsp;เป็นที่รู้จักและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคภายใต้แบรนด์&nbsp;นนทบุรีการันตี&nbsp;ซึ่งทุเรียนนนท์ก็เป็น&nbsp;หนึ่งในสินค้าเกษตรที่เกษตรกรนำมาขอการรับรอง&nbsp;โดยปัจจุบันมีเกษตรกรที่ผ่านการรับรองนนทบุรีการันตี&nbsp;แล้วจำนวน&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;จึงทำให้ทุเรียนนนท์&nbsp;ยังคงเป็นผลไม้ที่มีความต้องการจากผู้บริโภค&nbsp;ด้วยรสชาติและรูปแบบการผลิตที่ไม่เหมือนจังหวัดใด&nbsp;ตอบโจทย์การทำการเกษตรในพื้นที่น้อย&nbsp;แต่ได้ผลผลิตที่มีมูลค่าสูง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223161428399"],
    [714,"ตั้งศูนย์เฝ้าระวังป้องกันไฟป่าบ้านจอมกิตติ  เพื่อเฝ้าระวังไฟป่า","<p><strong>วันที่&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านร่วมกับราษฏรในชุมชนจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังป้องกันไฟป่า</strong>&nbsp;บ้านจอมกิตติ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ตำบลแม่ยวม&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังป้องกันไฟป่า&nbsp;นำโดยนายวิพูล&nbsp;การรณรงค์&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านจอมกิตติ&nbsp;พร้อมด้วยราษฏร&nbsp;ได้ร่วมด้วยช่วยกันทำ&nbsp;ศูนย์เฝ้าระวังป้องกันไฟป่า&nbsp;และทำที่ไว้อุปกรณ์&nbsp;เป็นเหมือนจุดรวมพลของเจ้าหน้าที่อาสาสมัครและราษฏร&nbsp;เมื่อเวลามีเหตุไฟไหม้ป่าจะสามารถหยิบใช้อุปกรณ์ได้สะดวก&nbsp;รวมทั้งการเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมในการดับไฟป่า&nbsp;เป็นการร่วมมือกันของประชาชนในพื้นที่สะท้อนให้เห็นว่า&nbsp;มีการตื่นตัวเรื่องของการลดไฟป่า&nbsp;ลดหมอกควัน&nbsp;และฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;ในพื้นที่</p><p><strong>สำหรับค่าคุณภาพอากาศประจำวันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;เว็บไซต็&nbsp;air4thai&nbsp;มีการรายงานคุณภาพอากาศประจำวัน&nbsp;จังหวัอแม่ฮ่องสอน&nbsp;ค่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลาง&nbsp;โดยพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;และอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;พบดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่&nbsp;(AQI)&nbsp;51&nbsp;ระดับปานกลาง&nbsp;ส่วนค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;มีปริมาณ&nbsp;38&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงราย","สวท.เชียงราย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223152210378"],
    [715,"ปศุสัตว์อำเภอแม่ลาน้อยตรวจสอบรายงานบ่อแก๊สชีวภาพในสถานศึกษา","<p><strong>ปศุสัตว์อำเภอแม่ลาน้อยปฏิบัติงานตรวจสอบรายการบ่อแก๊สชีวภาพ&nbsp;ของปีงบประมาณ&nbsp;2558&nbsp;</strong>ในพื้นที่อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>นายสัตว์แพทย์&nbsp;ดร.อนิรุธ&nbsp;เนื่องเม็ก&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;<strong>เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>คณะปศุสัตว์อำเภอแม่ลาน้อยมี&nbsp;นายไชยยศ&nbsp;แจ้งใจ&nbsp;เจ้าพนักงานสัตวบาลโครงการหลวงแม่ลาน้อยพร้อมด้วย&nbsp;นายพีรพัฒน์&nbsp;พงศ์ไพรภูมิ&nbsp;พนักงานผู้ช่วยสัตวแพทย์&nbsp;ลงพื้นที่ดำเนินการตรวจสอบรายการบ่อแก๊สชีวภาพประจำปีงบประมาณ&nbsp;2558&nbsp;ในพื้นที่อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ตามสถานศึกษาทั้ง&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการเมื่อปีงบประมาณ&nbsp;2558&nbsp;ซึ่งผลการตรวจสอบ&nbsp;บ่อ&nbsp;PVC&nbsp;บ่อแก๊สชีวภาพ&nbsp;มี&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ1.โรงเรียนบ้านแม่แลบ&nbsp;2.โรงเรียนศิษย์เก่าศิริราชบ้านดง&nbsp;3.โรงเรียนบ้านห้วยห้า&nbsp;4.โรงเรียนชุมชนแม่ลาศึกษา&nbsp;5.โรงเรียนบ้านแม่สุ&nbsp;6.โรงเรียนบ้านแม่เตี๋ย&nbsp;และผลการตรวจสอบ&nbsp;บ่อ&nbsp;ฝาครอบเหล็ก&nbsp;บ่อแก๊สชีวภาพอีก&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;1.โรงเรียนบ้านท่าสองแควสาขาบ้านทุ่งรวงทอง&nbsp;2.โรงเรียนบ้านแม่ปาง&nbsp;ซึ่งทั้งหมด&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;ในปัจจุบันได้เลิกใช้งานแล้ว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงราย","สวท.เชียงราย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223152534383"],
    [716,"อำเภอเมืองตราด ขับเคลื่อนการพัฒนาวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง เอามื้อสามัคคี ภายใต้โครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง : การพัฒนาศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบ โคก หนอง นา  โมเดล","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">นายพีระ&nbsp;เอี่ยมสุนทร</strong><strong>&nbsp;ปลัดจังหวัดตราด&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;:&nbsp;การพัฒนาศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;กิจกรรมการขับเคลื่อนพัฒนาวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เอามื้อสามัคคี&nbsp;ซึ่งอำเภอเมืองตราด&nbsp;นำโดย&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;ชุมนุม&nbsp;นายอำเภอเมืองตราด&nbsp;ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตราด&nbsp;นำโดย&nbsp;&nbsp;นายมนตรี&nbsp;ฮมแสง&nbsp;พัฒนาการจังหวัดตราด&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองตราด&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และภาคีเครือข่าย&nbsp;จัดขึ้นที่ศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;แปลงของนางรัชนิศ&nbsp;ศิริรักษ์&nbsp;เกษตรกรหมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลหนองเสม็ด&nbsp;อำเภอเมืองตราด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายภิรมย์&nbsp;ชุมนุม&nbsp;นายอำเภอเมืองตราด&nbsp;กล่าวรายงานว่า</strong>&nbsp;ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชนน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;มาเป็นหลักในการส่งเสริมการเรียนรู้&nbsp;และการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง&nbsp;โดยพัฒนาคนให้พึ่งพาตนเอง&nbsp;มีความเป็นเจ้าของและบริหารจัดการโดยชุมชน&nbsp;ในส่วนของจังหวัดตราด&nbsp;โดยอำเภอเมืองตราดจึงได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จึงได้ดำเนินการจัดกิจกรรม&nbsp;เอามื้อสามัคคี&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;:&nbsp;การพัฒนาศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;ในครั้งนี้ขึ้นเพื่อส่งเสริมการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการพัฒนาชุมชน&nbsp;ให้มีระบบการบริหารจัดการชุมชนแบบบูรณาการที่มีความเข้มแข็งและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้มั่นคง&nbsp;ทั้งยังเป็นการก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนสู่การปฏิบัติผ่านกิจกรรมเอามื้อสามัคคี&nbsp;ก่อให้เกิดความรัก&nbsp;ความสามัคคี&nbsp;ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในชุมชน&nbsp;การจัดโครงการในวันนี้มีกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;การปลูกต้นไม้&nbsp;3&nbsp;อย่าง&nbsp;ประโยชน์&nbsp;4&nbsp;อย่าง&nbsp;&nbsp;การทำน้ำยาอเนกประสงค์&nbsp;การทำเตาเผาถ่าน&nbsp;น้ำส้มควันไม้&nbsp;การทำปุ๋ยหมักชนิดแห้ง&nbsp;การเพาะเห็ดนางฟ้าภูฎาน&nbsp;เป็นต้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223164400425"],
    [717,"อบจ.ตรัง ชี้แจงโครงการแปรรูปขยะมูลฝอยเป็นพลังงานไฟฟ้าต่อคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการกำจัดขยะมูลฝอยของ อปท.ฯ ผ่านระบบออนไลน์","<p><strong>นายบุ่นเล้ง&nbsp;โล่สถาพรพิพิธ&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ตรัง</strong>&nbsp;พร้อมคณะเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการกำจัดขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มอบหมายให้เอกชนดำเนินการหรือร่วมดำเนินการกำจัดมูลฝอย&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต&nbsp;(Web&nbsp;Conference)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดตรัง&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอนันต์&nbsp;ทองอุ่น&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดตรัง&nbsp;ร่วมด้วย</p><p><strong>อบจ.ตรัง&nbsp;ได้ส่งรายงานการศึกษาและวิเคราะห์ความเป็นไปได้โครงการแปรรูปขยะมูลฝอยเป็นพลังงานไฟฟ้า</strong>&nbsp;ซึ่งคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยจังหวัดตรัง&nbsp;ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบในการประชุม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4/2564&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;และจังหวัดได้จัดส่งแบบสรุปรายละเอียดโครงการและรายงานการศึกษาและวิเคราะห์ความเป็นไปได้โครงการและรายงานการศึกษาและวิเคราะห์ความเป็นไปได้โครงการแปรรูปขยะมูลฝอยเป็นพลังงานไฟฟ้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง&nbsp;ให้คณะกรรมการกลั่นกรองโครงการกำจัดมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมอบหมายให้เอกชนดำเนินการหรือร่วมดำเนินการกำจัดมูลฝอย&nbsp;(กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น)&nbsp;พิจารณาให้ความเห็นชอบ</p><p><strong>โดย&nbsp;อบจ.ตรัง&nbsp;ได้นำเสนอการวิเคราะห์โครงการฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;ประเด็น</strong>&nbsp;ต่อคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการกำจัดขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นฯ&nbsp;ซึ่งคณะกรรมการได้ให้อบจ.ตรัง&nbsp;ปรับปรุงข้อมูลตามข้อเสนอแนะให้สมบูรณ์และส่งข้อมูลกลับให้คณะกรรมการทราบ&nbsp;พร้อมทั้งให้สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;จังหวัดตรังดำเนินการปรับคลัสเตอร์การจัดการขยะมูลฝอยชุมชน&nbsp;ของจังหวัดตรัง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223220931558"],
    [718,"จ.ร้อยเอ็ด จัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร","<p><strong>วันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>เวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอจังหาร&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประธานการจัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมจิตร&nbsp;คำสี&nbsp;เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด,&nbsp;นายปัญญา&nbsp;มูลคำกาเจริญ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,&nbsp;นายทินกร&nbsp;ขันแก้ว,&nbsp;นายอำเภอจังหาร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เกษตรอำเภอทั้ง&nbsp;20&nbsp;อำเภอ&nbsp;และประชาชนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมงาน&nbsp;เพื่อให้กับเกษตรกรในพื้นที่ได้&nbsp;ซึ่งจะได้รับบริการแบบครบวงจรในทุกๆด้าน&nbsp;ทั้งด้านพืช&nbsp;ด้านดิน&nbsp;ด้านปศุสัตว์&nbsp;ด้านประมงและอื่นๆ&nbsp;ถือว่าเป็นการนำบุคลากร&nbsp;อุปกรณ์และองค์ความรู้ด้านการเกษตร&nbsp;มาสู่เกษตรกรในพื้นที่ได้&nbsp;โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไกลไปถึงตัวเมืองหรือสถานที่ราชการที่อาจจะอยู่ห่างไกล&nbsp;ทำให้เกิดความรู้และประโยชน์แก่เกษตรกรอย่างสูงสุด</p><p><strong>ภายในงานมีการมอบพันธุ์ปลาแก่เกษตรกรและผู้นำชุมชน</strong>&nbsp;รวมถึงการจัดนิทรรศการจากส่วนราชการและเอกชนในการให้ความรู้ความเข้าใจในด้านเกษตรกรรม&nbsp;อีกทั้งมีการจัดบูทร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์&nbsp;พืชผักจากวิสาหกิจชุมชน&nbsp;และการออกหน่วยบริการ&nbsp;สัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าได้มีบริการทำหมันสุนัข&nbsp;แมว&nbsp;และการฉีดวัคซีนกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;โดยมีประชาชนในพื้นที่และใกล้เคียงให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า&nbsp;200&nbsp;คน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สวท.ร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223192310508"],
    [719,"วราวุธ ยืนยันการจัดการน้ำมันรั่วเป็นไปตามมาตรฐาน พร้อมเร่งสำรวจสิ่งตกค้างในทะเล","<p><strong>นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม </strong>เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบสาเหตุน้ำมันรั่วในพื้นที่ จ.ระยอง โดยเบื้องต้นพบว่า การรั่วไหลของน้ำมันไม่ได้เกิดเพียงจุดเดียว แต่เกิดจากรอยต่อระหว่างท่ออ่อนที่เชื่อมกับทุ่นสำหรับจ่ายน้ำมันให้เรือ กับท่อแข็งที่วางราบกับพื้นทะเล&nbsp;&nbsp;ซึ่งท่ออ่อนดังกล่าวมีความลึกประมาณ 30 เมตรซึ่งพบการรั่วไหลจากท่อดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>ขณะนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong> เช่น กรมควบคุมมลพิษ และ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เกิดการรั่วไหลขึ้นมาอีก นอกจากนี้ได้ประสานกับกระทรวงคมนาคม โดยกรมเจ้าท่า ได้ประสานกับตำรวจน้ำติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากภายหลังน้ำมันรั่วครั้งแรก ได้มีหนังสือสั่งให้บริษัทระงับการทำงานแต่ยังพบการฝ่าฝืนจนเกิดการรั่วครั้งที่สองและสามตามมา</p><p><strong><u>การจัดการคราบน้ำมันในทะเล</u></strong></p><p>นายวราวุธ เปิดเผยว่า โดยปกติแล้วการจัดการคราบน้ำมันในทะเลจะใช้บูม ในการตีโอบน้ำมันโดยรอบเพื่อให้น้ำมันรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน จากนั้นจะใช้สาร Dispersion ในอัตราส่วน 1 : 10 หรือ 1 : 20 เช่นน้ำมันรั่ว 50,000 ลิตร จะใช้สาร Dispersion เพียง 5,000 ลิตรเท่านั้น แต่เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดการรั่วไหลในช่วงเวลากลางคืน และมีลักษณะกระจายตัวไม่ได้รวมเป็นกลุ่มก้อน ทำให้ยากต่อการประเมินทิศทาง&nbsp;&nbsp;จึงต้องใช้สาร Dispersion มากกว่าปริมาณปกติ</p><p><strong>สำหรับ Dispersion ที่ใช้ในปัจจุบันเป็นระดับ 3</strong> ซึ่งเมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำมันที่อยู่ใต้ท้องทะเลจะไปละลายและรวมกับน้ำ (ยกตัวอย่าง การใช้น้ำยาล้างจานเมื่อล้างแล้วทำให้น้ำมันนั้นหายไป)&nbsp;และค่อย ๆ จมลงสู่ผิวน้ำ&nbsp;&nbsp;ใต้ทะเล จากนั้นจะใช้ระยะเวลาเพียงแค่ 2-3 เดือน จูลีนทรีที่อยู่ในทะเลจะกัดกินก้อนน้ำมันที่แตกตัวลงมา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในท้องทะเลน้อยกว่าปี 2556 ที่ผ่านมา แต่สำหรับในสัตว์น้ำอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบว่าจะมีผลกระทบกับห่วงโซ่อาหารหรือไม่</p><p><strong><u>การจัดการคราบน้ำมันชายฝั่ง</u></strong></p><p>สำหรับน้ำมันพัดขึ้นชายฝั่งทะเล ได้กำจัดโดย ใช้แผ่นสกิมเมอร์ รวมทั้งเครื่องดูด ซึ่งจะดูดทั้งทราย และน้ำทะเล ที่มีน้ำมันตกค้างอยู่ เมื่อมีการดูดน้ำมันออกไปแล้วแต่ยังคงมีน้ำมันหลงเหลืออยู่จะนำกระดาษซับมันมาซับน้ำมันออกให้ได้มากที่สุด ซึ่งต้องยอมรับว่าอาจจะมีน้ำมันบางส่วนซึมลงไปในพื้นทรายบาง ซึ่งก็ได้มีการระดมพล ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ของบริษัท มาตักทรายที่ปนเปื้อนออกไปกำจัดตามขั้นตอนต่อไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการรั่วของน้ำมันในครั้งที่ 2-3 นั้น</strong> ยังไม่มีการรั่วมาถึงชายฝั่ง เนื่องจากปริมาณน้ำมันอยู่ที่ 5,000 ลิตร ซึ่งได้มีการบริหารจัดการในน้ำมันอยู่กลางทะเลไม่ให้เข้าฝั่งเด็ดขาด แต่ต้องดูทั้งกระแสน้ำและกระแสลมเพื่อที่จะน้ำ Boom มากั้นไว้ และเตรียมกระดาษซับน้ำมันไปเตรียมไว้&nbsp;</p><p><strong><u>ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</u></strong></p><p>สำหรับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทะเล ต้องเฝ้าระวังในระยะ 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นสภาพท้องทะเลยังปกติอยู่ แต่ปริมาณโลหะหนัก ปริมาณคาร์บอนที่ลอยอยู่ในน้ำทะเล บริเวณ&nbsp;&nbsp;ที่เกิดเหตุนั้นยังสูงกว่าเกณฑ์ที่กรมควบคุมมลพิษกำหนด ซึ่งยังไม่ปลอดภัยกับประชาชน อาจเกิดผลกระทบกับสัตว์น้ำ แต่จะมีปริมาณมากน้อยแค่ไหนจะดำเนินการตรวจสอบอีกครั้ง ขณะที่ความปลอดภัยของอาหารทะเล ขณะนี้ทางจังหวัดระยองได้ขอความร่วมมือชาวประมงให้หยุดจับสัตว์ทะเลก่อน ซึ่งทางบริษัทจะมีการชดเชยรายได้ให้กับชาวประมงที่ขาดรายได้เต็มจำนวน&nbsp;</p><p><strong><u>การดำเนินการทางกฎหมาย&nbsp;</u></strong></p><p>เบื้องต้นทางจังหวัดระยอง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินคดีทั่งทางแพ่งและอาญากับทางบริษัทในทุกข้อหา ไม่ว่าจะเป็นการละเมิด และทำการโดยประมาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการฟ้องในเรื่องความสมบูรณ์ของปะการัง&nbsp;&nbsp;ท้องทะเล อย่างไรก็ตามทั้งหมดจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งเบื้องต้นทางบริษัทยินยอมและยินดีรับผิดชอบทุกกรณี&nbsp;</p><p><strong><u>ถอดบทเรียนน้ำมันรั่ว</u></strong></p><p>จากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้มีการเน้นย้ำมาตรการสำหรับการเผชิญเหตุน้ำมันรั่วที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต โดยได้กำหนดมาตรการในการป้องกัน และการจัดการน้ำมันรั่วที่มีแนวทางปฏิบัติชัดเจน เช่น การวางบูมจะมีวิธีการวางอย่างไร มีระยะกั้นกี่เมตร รวมถึงเน้นย้ำผู้ประกอบการที่ใช้บริการทุ่นน้ำมันให้มีมาตรการที่เข้มงวด&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งทั้งหมดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติจะเข้าไปร่วมสนับสนุนในมาตรการต่าง ๆ โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะหน่วยงานที่กำกับดูแลผู้ประกอบการน้ำมันโดยตรง เพื่อให้เกิดการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม</p><p><br></p><p><strong>ที่มา : รายการเคลียร์คัดชัดเจน ทางช่อง NBT วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 256</strong>5&nbsp;</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223154416391"],
    [720,"ชลประทานที่ 1 ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ สนับสนุนพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำปิง เชียงใหม่-ลำพูน เพื่อจัดสรรน้ำให้เพียงพอตลอดทั้งปีแก่ประชาชน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายอภิวัฒน์&nbsp;ภูมิไธสง&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา</strong>&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;1&nbsp;เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำเพื่อสนับสนุนพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำปิง&nbsp;(จังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน)&nbsp;ภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;โดยมีหัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน&nbsp;หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษา&nbsp;ผู้ดูแลอาคารชลประทาน&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลวัดเกต&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่</p><p><strong>ทั้งนี้ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาการระบายน้ำ</strong>จากเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;จากแผนการส่งน้ำเพื่อช่วยเหลือพื้นที่สองฝั่งลุ่มน้ำปิงตอนบน&nbsp;(จังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;28&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;21&nbsp;รอบเวร&nbsp;ปัจจุบันได้ส่งน้ำไปแล้วจำนวน&nbsp;7&nbsp;รอบเวร&nbsp;ปริมาณน้ำที่ส่งสะสม&nbsp;4.493&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ซึ่งน้อยกว่าแผน&nbsp;3.370&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ส่งผลให้มีปริมาณน้ำที่ส่งคงเหลือ&nbsp;23.587&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;เนื่องจากมีฝนตกในพื้นที่ประกอบกับความต้องการใช้น้ำยังมีน้อย&nbsp;อีกทั้งบางพื้นที่มีแหล่งน้ำเก็บกักเป็นของตนเอง&nbsp;ทำให้สามารถส่งน้ำได้น้อยกว่าแผนซึ่งจะช่วยประหยัดน้ำและเก็บกักไว้ใช้ในช่วงภัยแล้งได้</p><p><strong>ในการนี้ที่ประชุมได้รับฟังข้อคิดเห็นและปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น</strong>&nbsp;เพื่อร่วมกันปรับแผนการส่งน้ำให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกร&nbsp;พี่น้องประชาชนจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;และจังหวัดลำพูน&nbsp;โดยคาดว่าจะสามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี&nbsp;ทั้งนี้สำนักงานชลประทานที่&nbsp;1&nbsp;ยังคงเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่และผู้ดูแลอาคารชลประทานดำเนินการประชาสัมพันธ์เรื่องการประหยัดน้ำให้กับกลุ่มผู้ใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อจะได้เก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งตามมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำภัยแล้งปี&nbsp;2564/65&nbsp;ของกรมชลประทานและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สวท.ลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223163923423"],
    [721,"หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะตรวจติดตามแผนงานโครงการแบบบูรณาการ พร้อมลงพื้นที่เยี่ยมกลุ่มวิสาหกิจของคนรุ่นใหม่ต่อยอดสินค้าเกษตรสร้างมูลค่าเพิ่ม","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทึ่ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดฯ&nbsp;</strong>นายพีระ&nbsp;ทองโพธิ์&nbsp;หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานประชุมการตรวจราชการแบบบูรณาการ&nbsp;ประจำปี&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">งบประมาณ&nbsp;&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ร้อยโท&nbsp;ทศพล&nbsp;ไชยโกมินทร์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;พร้อมคณะผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมประมง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและชี้แจงในการติดตามผลการดำเนินการแผนงาน/โครงการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการฯ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.&nbsp;โครงการการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;2.การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืนตามแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;3.มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน&nbsp;4.การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์&nbsp;4.การเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;5.การจัดการประมงอย่างยั่งยืน&nbsp;รวมถึงโครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าตามพระปณิธานของศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ช่วงบ่ายนำคณะลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยม&nbsp;โครงการแปรรูปสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;1&nbsp;&nbsp;จังหวัด&nbsp;1&nbsp;ชุมชน</strong>&nbsp;บ้านสบายใจ&nbsp;ตำบลลาดใหญ่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;ในการนำกล้วยที่เป็นสินค้าเกษตรของจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;มาแปรรูปเป็นกล้วยตาก&nbsp;กล้วยแว่น&nbsp;กล้วยเส้น&nbsp;กล้วยผง&nbsp;และไซรัป&nbsp;ต่อด้วยตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้าออกเรือประมงตำบลลาดใหญ่&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสงคราม</p><p><strong>ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การลงพื้นที่ติดตามโครงการต่างๆ&nbsp;ของจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;ขอชื่นชมส่วนราชการทุกภาคส่วนที่ได้ดำเนินการการปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ส่วนในเรื่องที่ยังเป็นปัญหาทางผู้ตรวจกระทรวงจะรับไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด&nbsp;พร้อมกลุ่มคนรุ่นใหม่การแปรรูปกล้วยที่มีอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดสมุทรสงครามให้มีมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้ให้กับประชาชนในจังหวัดสมุทรสงคราม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223163347418"],
    [722,"สภาเกษตรกรจังหวัดตราด ดัน ขยะเป็นศูนย์ พื้นที่ผักเกษตรอินทรีย์","<p><strong>นายภาสกร&nbsp;เขียวขจี&nbsp;อายุ&nbsp;55&nbsp;ปี&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;</strong>ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเกษตรตราด&nbsp;จ.ตราด&nbsp;และเจ้าของ&nbsp;บ้านไร่เขียวขจี&nbsp;ภาสกรฟาร์ม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;พื้นที่ทำการเกษตร&nbsp;บ้านไร่เขียวขจี&nbsp;ภาสกรฟาร์ม&nbsp;เป็นสวนผสมด้วยระบบอินทรีย์&nbsp;และรับรองพื้นที่ทั้งหมดแล้วโดยกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ประมาณ&nbsp;130&nbsp;ไร่เศษ&nbsp;เป็นพื้นที่น้ำ&nbsp;30&nbsp;ไร่&nbsp;เลี้ยงปลาตะเพียน&nbsp;ยี่สก&nbsp;,&nbsp;ปลูกผัก&nbsp;15&nbsp;ไร่&nbsp;ประมาณ&nbsp;30&nbsp;ชนิด&nbsp;เป็นระบบน้ำหยด&nbsp;,&nbsp;นาข้าว&nbsp;20&nbsp;ไร่&nbsp;ปลูกพันธุ์หอมมะลิ&nbsp;105&nbsp;จำหน่ายและบริโภค&nbsp;,&nbsp;ปาล์มน้ำมันส่งโรงงาน/หมากดิบส่งตลาดต่างประเทศ&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;,&nbsp;มะพร้าว/กล้วย&nbsp;พันธุ์มะลิอ่อง&nbsp;10&nbsp;ไร่เศษ&nbsp;,&nbsp;มะละกอฮอลแลนด์&nbsp;5-10&nbsp;ไร่&nbsp;ส่งตลาดและห้างสรรพสินค้า&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ผลผลิตหลักของกลุ่มฯคือผักสลัด&nbsp;เช่น&nbsp;ฟิลย์เล่ไอซ์เบิร์ก&nbsp;เรดปัตตาเวีย&nbsp;เรดโอ๊ค&nbsp;เรดคอรัล&nbsp;กรีนโอ๊ค&nbsp;บัตเตอร์เฮด&nbsp;&nbsp;คอส&nbsp;เบบี้คอส&nbsp;เป็นต้น&nbsp;นำส่งยังโรงพยาบาลในจังหวัดตราดและจันทบุรี&nbsp;เพื่อจัดทำเมนูสุขภาพสำหรับผู้ป่วย&nbsp;รวมทั้งตามคำสั่งซื้อจากห้างสรรพสินค้า&nbsp;ปัญหาหลักคือจะมีเศษผักที่ไม่สวย&nbsp;หัก&nbsp;แต่ยังสามารถบริโภคได้&nbsp;ทางกลุ่มฯ&nbsp;แยกจำหน่ายกับทำปุ๋ยหมักไว้ใช้หมุนเวียนในพื้นที่&nbsp;แต่ก็มองว่าน่าจะต่อยอดได้ไหม&nbsp;จึงได้หารือกับสภาเกษตรกรจังหวัดตราดเพื่อหาทางบริหารจัดการต่อไป</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นางมาลี&nbsp;วิจิตรโสภาพันธ์&nbsp;หัวหน้าส่วนยุทธศาสตร์การเกษตร&nbsp;สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดตราด&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เกษตรกรในจังหวัดตราดส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย&nbsp;ซึ่งจะประสบปัญหาเรื่องการจัดการผลผลิต&nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต&nbsp;การรักษาคุณภาพผลผลิต&nbsp;การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต&nbsp;เรื่องการจัดการพื้นที่ภาคการเกษตรให้&nbsp;ขยะเป็นศูนย์ซึ่งเป็นแนวคิดที่เกิดจากการประชุมร่วมกันกับประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ&nbsp;นายประพัฒน์&nbsp;ปัญญาชาติรักษ์&nbsp;ได้ให้นโยบายไว้&nbsp;จึงนำมาสู่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกรไว้กับสภาเกษตรกรจังหวัดตราด&nbsp;&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเกษตรตราด&nbsp;รวมตัวเป็นเครือข่าย&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;ปลูกผักอินทรีย์&nbsp;ประเภทผักสลัด&nbsp;ผักพื้นบ้าน&nbsp;ผักสวนครัว&nbsp;ผลไม้&nbsp;มะพร้าว&nbsp;ปาล์ม&nbsp;หมาก&nbsp;รวมทั้งนาข้าวด้วย&nbsp;ผักสลัดของทางกลุ่มหลักๆจะส่งให้กับห้างสรรพสินค้า&nbsp;โรงพยาบาล&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ในกระบวนการคัดแยกเพื่อบรรจุจำหน่ายนั้นจะมีการตัดแต่งผักส่วนที่ไม่สวย&nbsp;มีรอยหัก&nbsp;แต่ไม่เน่าเสีย&nbsp;และสามารถบริโภคได้&nbsp;มองว่าเศษผักเหล่านี้น่าจะมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเกษตรกรได้&nbsp;จึงประสานงานไปยังสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.)&nbsp;สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;(วว.)&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>เพื่อเข้ามาให้ความรู้และกระบวนการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกลุ่มเกษตรกร</strong>&nbsp;จึงเป็นที่มาของการแปรรูปสู่ผักผง&nbsp;โดยเกษตรกรนำเศษผักอินทรีย์ที่เหลือจากการคัดแยกปั่นละเอียดและนำไปบรรจุในถุงซีล&nbsp;แล้วนำเข้าช่องฟรีซแช่แข็งทันที&nbsp;และจัดส่งให้ผู้ประกอบการเพื่อดำเนินการแปรรูป&nbsp;ซึ่งจะใช้เวลาเข้าเครื่องป่น&nbsp;ครั้งละ&nbsp;18-20&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เศษผักสลัดปั่นละเอียดแช่แข็ง&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;สามารถแปรรูปเป็นผักผงได้ประมาณ&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;นำไปบรรจุแคปซูลหรือซองฟรอยด์&nbsp;เพื่อชงดื่มหรือประกอบอาหาร&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;ซึ่งกระบวนการแปรรูปจากวัสดุเศษผักสลัดเหลือทิ้งทางการเกษตร&nbsp;เป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามแนวคิด&nbsp;ขยะเป็นศูนย์&nbsp;(Zero&nbsp;Waste)&nbsp;เป็นแนวทางในการลดการเกิดขยะตั้งแต่ต้นทาง&nbsp;ทำให้ปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดลดเหลือน้อยที่สุดจนเป็นศูนย์</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สภาเกษตรกรจังหวัดตราด</strong>และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเกษตรตราดกำลังวางแผนนำผักผงแปรรูปเป็นวัตถุดิบตั้งต้นของผลิตภัณฑ์&nbsp;เช่น&nbsp;โจ๊กผัก&nbsp;ซุปผัก&nbsp;ผักสลัดชงน้ำพร้อมดื่ม&nbsp;หรือวัตถุดิบในการทำขนมปัง&nbsp;เบเกอรี่&nbsp;เป็นต้น&nbsp;รวมทั้งความต้องการเครื่องจักรการเกษตรขนาดเล็กเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่มีแนวโน้มมากขึ้น&nbsp;เป็นการอำนวยความสะดวกและผ่อนแรงเกษตรกรในระดับหนึ่ง&nbsp;ซึ่งสภาเกษตรกรจังหวัดตราดจักได้นำความต้องการประสานภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อบริหารจัดการเรื่องผลผลิตและผลิตภัณฑ์ในอนาคตที่จะต่อยอดออกมา&nbsp;ในขณะที่&nbsp;บ้านไร่เขียวขจี&nbsp;ภาสกรฟาร์ม&nbsp;ก็ได้เตรียมพื้นที่&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;เพื่อจัดทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;ลานกางเต็นท์&nbsp;บ่อตกปลา&nbsp;ร้านอาหาร/กาแฟ&nbsp;จัดทำเป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์และขยายเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดตราดดำเนินการรวบรวมผลผลิตอินทรีย์สู่ตลาดที่มีความต้องการอย่างกว้างขวางต่อไป</p><p><strong><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>ผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่</strong>&nbsp;สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดตราด&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;0&nbsp;3951&nbsp;3580&nbsp;หรือ&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเกษตรตราด&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;08&nbsp;1735&nbsp;2993</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223162432414"],
    [723,"จ.สุราษฎร์ธานีจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 โครงการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ถนนสายแยก ทล.44 - ทล.420 อำเภอกาญจนดิษฐ์และอำเภอเมือง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสมใจหมาย&nbsp;แก้วสมุย&nbsp;รีสอร์ท</strong>&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่&nbsp;1&nbsp;โครงการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;ถนนสายแยก&nbsp;ทล.44&nbsp;-&nbsp;ทล.420&nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์,&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและประชาชนร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ในโครงการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;ถนนสายแยก&nbsp;ทล.44&nbsp;-&nbsp;ทล.420&nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์,&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนมาก</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สืบเนื่องจากในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;กรมทางหลวงชนบทได้มีการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา&nbsp;ในการศึกษาความเหมาะสมถนนสายแยก&nbsp;&nbsp;ทล.44&nbsp;-&nbsp;ท่าเรือท่าทอง&nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์,&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ผลการศึกษาดังกล่าว&nbsp;พบว่า&nbsp;ที่ตั้งโครงการอยู่ใกล้โบราณสถาน&nbsp;ในระยะทาง&nbsp;1&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;จึงเข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;(EIA)&nbsp;และเพื่อเป็นการเพิ่มโครงข่ายถนน&nbsp;ลดปริมาณการจราจรบนถนนสายหลัก&nbsp;และยกระดับถนนเดิมให้ดียิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันทางหลวงชนบท&nbsp;จึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;บริษัทกรุงเทพเอ็นยิเนียริ่งคอนซัลแตนท์&nbsp;จำกัด&nbsp;บริษัท&nbsp;เอ็นแคด&nbsp;คอนซัลแตนท์&nbsp;จำกัด&nbsp;และบริษัทซี&nbsp;คอนซัลท์&nbsp;เอ็นจิเนียริ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;ให้ดำเนินการศึกษาและจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมถนนสายแยก&nbsp;ทล.44&nbsp;-&nbsp;ทล.420&nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์,&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลโครงการและเข้าใจถึงวัตถุประสงค์การพัฒนาโครงการอย่างถูกต้อง&nbsp;กรมทางหลวงชนบทจึงได้ให้สำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;</p><p><strong>จึงจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>และประชาชนในพื้นที่โครงการ&nbsp;ได้รับทราบข้อมูลและข่าวสารในการศึกษาของโครงการ&nbsp;และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ&nbsp;เพื่อนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับฟังมาใช้พิจารณาประกอบการศึกษาของโครงการ&nbsp;ให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่&nbsp;รวมถึงสามารถป้องกันการเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;สังคมและสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบัน&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;มีการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม</strong>&nbsp;และการท่องเที่ยว&nbsp;อย่างรวดเร็ว&nbsp;ทำให้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่&nbsp;ไม่สามารถรองรับปริมาณจราจรที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้&nbsp;อีกทั้งการขนส่งระหว่างภาคอุตสาหกรรมจากเส้นทางหลักไปจนถึงท่าเรือจะต้องผ่านพื้นที่ชุมชน&nbsp;ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;กรมทางหลวงชนบทได้มีการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาในการศึกษาความเหมาะสมถนนสายแยกทล.44&nbsp;-&nbsp;ท่าเรือท่าทอง&nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์,&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;จากผลการศึกษาดังกล่าว.&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-23T00:00:00","NULL","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223164139424"],
    [724,"ผู้ว่าฯ ระยอง ยืนยันปฏิบัติการอุดรอยรั่วท่อน้ำมันกลางทะเล 2 วัน ไม่พบปัญหาอุปสรรคเร่งทำตามแผนที่วางไว้ ไม่ตีกรอบ 11 วันแล้วเสร็จ ยึดความปลอดภัยรอบคอบ ไม่อยากให้รั่วซ้ำอีก","<p><strong>วันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การปฏิบัติการอุดรอยรั่วท่อน้ำมันบริเวณทุ่นลอยขนถ่ายน้ำมันกลางทะเลระยองของบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;ซึ่งได้มีการดำเนินการเข้kวันที่&nbsp;2&nbsp;แล้ว&nbsp;เบื้องต้นบริษัทรายงานว่า&nbsp;ไม่พบปัญหาอุปสรรคใดๆ&nbsp;ราบรื่นดี&nbsp;เนื่องจากทำตามแผนที่วางไว้&nbsp;ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญ&nbsp;และวิศวกรจากต่างประเทศของบริษัทซึ่งเป็นผู้ค้าน้ำมันเข้ามาช่วยด้วย&nbsp;ขณะนี้ยังไม่ได้มีการดูดน้ำมันออกจากท่อ&nbsp;แต่อยู่ระหว่างการปิดวาล์ว&nbsp;ก่อนจะพันรอยปริหรือแตกของท่อเสร็จแล้วถึงจะทำการดูดน้ำมันออกจากท่อ</p><p><strong>อย่างไรก็ตามไม่ได้กำหนดวันแล้วเสร็จ&nbsp;</strong>ตามแผนที่วางไว้&nbsp;11&nbsp;วัน&nbsp;แต่ยึดเรื่องความปลอดภัย&nbsp;และความรอบคอบไว้ก่อน&nbsp;ไม่อยากให้มีการรั่วซ้ำขึ้นมาอีก&nbsp;จำเป็นจะต้องรอบคอบ&nbsp;จะกี่วันแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับหน้างาน</p><p><strong>ส่วนเรื่องการเยียวยานั้น&nbsp;ทางตนได้เร่งบริษัทฯ&nbsp;ทุกวัน</strong>&nbsp;แต่เนื่องจากเป็นบริษัทใหญ่&nbsp;ที่ช้าเรื่องการเยียวยา&nbsp;เพราะว่าทางบริษัทต้องเคลมกับบริษัทประกัน&nbsp;ซึ่งไม่แก้ตัวแทนบริษัทฯ&nbsp;เพียงแต่บริษัทต้องการความชัดเจนและรอบคอบ&nbsp;ก่อนจะจ่ายเยียวยา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223171919450"],
    [725,"เกษตรลำพูนจัดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) แก่เกษตรพื้นที่ อ.ลี้ นำไปปรับใช้ในระบบการผลิตของตนเอง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;หรือ&nbsp;ศพก.&nbsp;</strong>หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลศรีวิชัย&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ได้มีการจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;โดยมีนายวิชัย&nbsp;ตู้แก้ว&nbsp;เกษตรจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานในการเปิดงานดังล่าว</p><p><strong>นายสัญญา&nbsp;แก้วอร่าม&nbsp;เกษตรอำเภอลี้&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำหรับการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;เป็นการกระตุ้นให้เกษตรกรเริ่มต้นการผลิตโดยใช้เทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรมการเกษตรที่เหมาะสมกับพื้นที่ในการวางแผนการผลิต&nbsp;การเข้าถึงปัจจัยการผลิต&nbsp;ที่มีคุณภาพการลดความเสี่ยงของการผลิต&nbsp;การเชื่อมโยงเครือข่าย&nbsp;และการบริหารจัดการ&nbsp;ให้เหมาะสมกับสถานการณ์การแพร่ระบาด&nbsp;COVID19&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ถือเป็นหน่วยงานหลักในการจัดงานดังกล่าว&nbsp;ซึ่งในครั้งนี้ในงานมี&nbsp;4&nbsp;สถานีการเรียนรู้&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.สถานีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตลำไยที่เหมาะสมกับสถานการณ์&nbsp;COVID19&nbsp;2.สถานีการป้องกำจัดศัตรูพืชของลำไย&nbsp;3.สถานีระบบการให้น้ำอัจฉริยะเพื่อลดต้นทุนการผลิต&nbsp;และ4.สถานีโดรนเพื่อการเกษตร&nbsp;ให้เกษตรและประชาชนที่มาร่วมงานได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;เพื่อนำไปปรับใช้ในระบบการผลิตของตนเองต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สวท.ลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223173154455"],
    [726,"จังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยี ติดอาวุธแก่เกษตรกรก่อนเริ่มฤดูกาลใหม่","<p><strong>เกษตรจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เร่งจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;Field&nbsp;Day&nbsp;</strong>ติดอาวุธให้แก่เกษตรกร&nbsp;เตรียมพร้อมเข้าสู่ฤดูกาลผลิตปี&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>นายเจริญ&nbsp;พิมพ์ขาล&nbsp;เกษตรจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ได้มอบหมายให้สำนักงานเกษตรอำเภอทั้ง&nbsp;&nbsp;25&nbsp;อำเภอ&nbsp;&nbsp;เร่งดำเนินการจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;เพื่อการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ในแต่ละพื้นที่&nbsp;ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มีนโยบายให้ทุกหน่วยงานในสังกัด&nbsp;เตรียมความพร้อมของเกษตรกร&nbsp;ในการเข้าสู่ฤดูกาลผลิต&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ประจำอำเภอทั้ง&nbsp;25&nbsp;อำเภอ&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;กิจกรรมฐานการเรียนรู้&nbsp;ที่เกี่ยวข้องกับชนิดพืชที่ผลิตในพื้นที่&nbsp;และองค์ความรู้สมัยใหม่&nbsp;เทคโนโลยีนวัตกรรม&nbsp;โดยให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เข้าร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่สามารถนำไปปรับใช้ในกิจกรรมการเกษตรของตนเองเป็นต้นแบบแก่คนในชุมชน&nbsp;และยกระดับการผลิต&nbsp;และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน&nbsp;โดยในพื้นที่อำเภอแม่ริม&nbsp;ได้เริ่มดำเนินการแล้วที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;บ้านโฮ่งนอก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลแม่แรม&nbsp;อำเภอแม่ริม&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอแม่ริม&nbsp;</strong>โดยนางสาวชฎารัตน์&nbsp;เมฆเจริญ&nbsp;เกษตรอำเภอแม่ริม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายประสงค์&nbsp;คำอยู่&nbsp;ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรบ้านโฮ่งนอก&nbsp;ได้จัดกิจกรรมฐานการเรียนรู้แก่เกษตรกร&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ฐานการใช้ชีวภัณฑ์และการวิเคราะห์ดิน,&nbsp;ฐานการดูแลและป้องกันโรคด้านปศุสัตว์,&nbsp;ฐานการเรียนรู้ประมง,&nbsp;ฐานการไถกลบตอซัง&nbsp;และการทำปุ๋ย,&nbsp;รวมถึงฐานการเรียนรู้เพาะเห็ดโดยมีวิทยากรให้ความรู้&nbsp;และการจัดนิทรรศการองค์ความรู้ด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;โดยมีเกษตรกรผู้นำจาก&nbsp;11&nbsp;ตำบล&nbsp;พร้อมหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และผู้สนใจเข้าร่วม&nbsp;ซึ่งคณะทำงานได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223173706458"],
    [727,"กรมอุทยานฯ และสยามแม็คโคร ร่วมกันลงนามความร่วมมือด้านอาหารเพื่อสัตว์ป่า ระยะเวลา 2 ปี ด้วยการนำอาหารส่วนเกิน (Food Waste) ที่เหลือจากการจำหน่ายมาให้กับสัตว์ป่า","<p><strong>กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืช&nbsp;และบริษัท&nbsp;สยามแม็คโคร&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ร่วมกันลงนามความร่วมมือด้านอาหารเพื่อสัตว์ป่า&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ด้วยการนำอาหารส่วนเกิน&nbsp;(Food&nbsp;Waste)&nbsp;ที่เหลือจากการจำหน่ายมาให้กับสัตว์ป่า</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธัญญา&nbsp;เนติธรรมกุล&nbsp;อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;และบริษัท&nbsp;สยามแม็คโคร&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านอาหารเพื่อสัตว์ป่า&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;จะเป็นประโยชน์ต่อการดูแลด้านอาหารสัตว์ป่าและส่งต่ออาหารที่ยังรับประทานได้&nbsp;หรือ&nbsp;อาหารส่วนเกิน&nbsp;(Food&nbsp;Waste)&nbsp;โดยนำอาหารที่เหลือจากการจำหน่าย&nbsp;เช่น&nbsp;ผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;อาหารสด&nbsp;แล้วมาส่งต่อให้หน่วยงานภาคสนามของกรมอุทยานฯ&nbsp;คือ&nbsp;สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า&nbsp;23&nbsp;แห่ง&nbsp;//&nbsp;ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;และศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;รวม&nbsp;27&nbsp;แห่ง&nbsp;สอดคล้องกับปัญหาอาหารส่วนเกิน</p><p>(Food&nbsp;Waste)&nbsp;ของบริษัท&nbsp;สยามแม็คโครจำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ที่ประสบปัญหามีอาหารส่วนเกิน&nbsp;(Food&nbsp;Waste)&nbsp;เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งการสนับสนุนให้นำอาหารส่วนเกินไปเป็นอาหารและเสริมสร้างสวัสดิภาพสัตว์ป่าจะเกิดประโยชน์ต่อทั้ง&nbsp;2&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;โดยเฉพาะร่วมกันลดปริมาณอาหารส่วนเกิน&nbsp;(Food&nbsp;Waste)&nbsp;เพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและเสริมสร้างสวัสดิภาพสัตว์ป่า&nbsp;เนื่องจากสัตว์ป่าพ่อแม่พันธุ์&nbsp;สัตว์ป่าของกลาง&nbsp;และสัตว์ป่าจากกรณีแก้ปัญหามีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทุกปี&nbsp;ขณะที่งบประมาณดูแลมีอยู่อย่างจำกัด&nbsp;ทำให้การบริหารจัดการด้านอาหารและสวัสดิภาพสัตว์ป่าเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับหน่วยงานที่ดูแลสัตว์ป่าทั้งสัตว์ป่าของกลาง&nbsp;สัตว์ป่าพลัดหลง&nbsp;และพ่อแม่พันธุ์&nbsp;ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชมีทั้งหมด&nbsp;27&nbsp;แห่ง&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;สถานีเพาะเลี้ยง&nbsp;23&nbsp;แห่ง&nbsp;//&nbsp;ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;และศูนย์ศึกษาและพัฒนาการจัดการสัตว์ป่า&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;มีสัตว์อยู่ในความดูแล&nbsp;26,000&nbsp;ตัว&nbsp;แต่ปีนี้ถูกตัดลดงบประมาณจากปีละ&nbsp;90&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เหลือเพียงปีละ&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จึงไม่เพียงพอดูแลสัตว์ป่าที่มีอยู่</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223171134448"],
    [728,"เกษตรนครพนม จัดงานฟิวเดย์ !! เดินหน้าสู่ฤดูกาลผลิตใหม่ ปี 65 ชูลิ้นจี่ นพ.1 เป็นต้นแบบเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีการผลิตเพิ่มคุณภาพ สร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่","<p><strong>ที่บริเวณกลุ่มแปลงใหญ่ลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลขามเฒ่า&nbsp;อำเภอเมืองนครพนม&nbsp;</strong>จังหวัดนครพนม&nbsp;นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(field&nbsp;day)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งภายในงานมีการให้บริการด้านการเกษตร&nbsp;แบบครบวงจร&nbsp;พร้อมจัดแสดงนิทรรศการองค์ความรู้ในการลดต้นทุนการผลิตแก่เกษตรกร&nbsp;การใช้เทคโนโลยีในการผลิตและเพิ่มผลผลิตลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;นายวรวิทย์&nbsp;พิมพนิตย์&nbsp;นายอำเภอเมืองนครพนม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสนั่น&nbsp;หอมสุด&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองนครพนม&nbsp;กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;โดยมีส่วนราชการในพื้นที่ร่วมให้บริการทางการเกษตรแก่เกษตรกรที่เข้าร่วมงาน&nbsp;มีเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;คน</p><p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในการจัดกิจกรรมการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ในครั้งนี้&nbsp;เป็นการสร้างการรับรู้และความเข้าใจกับเกษตรกรในพื้นที่ถึงการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;ที่จะต้องเกิดการลดต้นทุนการผลิต&nbsp;มีการผลิตพืชที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ&nbsp;อีกทั้งจะต้องลดมลพิษที่เกิดจากการทำกิจกรรมด้านการเกษตรของเกษตรกรในพื้นที่ให้น้อยลง&nbsp;ในการจัดงานเกิดจากบูรณาการของหน่วยงานภาคีเครือข่ายในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จัดกิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริการด้านการเกษตร&nbsp;รวมไปถึงการลดต้นทุนการผลิตและการเชื่อมโยงด้านการตลาด&nbsp;โดยแบ่งเกษตรกรออกเป็นกลุ่มย่อยและหมุนเวียนเรียนรู้ตามสถานีต่างๆ&nbsp;โดยเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีในการผลิตลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;รวมทั้งการบริการจัดการต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;การเตรียมดิน&nbsp;การปลูก&nbsp;การดูแลรักษา&nbsp;การขยายพันธุ์&nbsp;และด้านการตลาด&nbsp;ซึ่งเกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้สามารถเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ต่างๆ&nbsp;ในการผลิตลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;ให้มีคุณภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้นและสามารถนำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง&nbsp;และสิ่งที่สำคัญเกษตรกรจะต้องปรับตัวในสถานการณ์การโลกที่เปลี่ยนแปลง&nbsp;และน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการดำรงชีวิตของตนเองและครอบครัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมการถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีการผลิตลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;5&nbsp;ฐานการเรียนรู้&nbsp;ฐานที่&nbsp;1</strong>&nbsp;การเตรียมดินและการปลูก&nbsp;โดยมีวิทยากรจาก&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินนครพนม&nbsp;ที่ให้ความรู้ในการปรับปรุงบำรุงดินและการปลูกลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;<strong>ฐานที่&nbsp;2</strong>&nbsp;การดูแลรักษาระยะติดดอกและออกผลจนถึงการเก็บเกี่ยว&nbsp;โดยมีวิทยากรจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครพนม&nbsp;ที่คอยให้ความรู้และคำแนะนำในการดูแลรักษาและการเก็บเกี่ยวที่ถูกวิธี&nbsp;<strong>ฐานที่&nbsp;3</strong>&nbsp;การดูแลรักษาหลังการเก็บเกี่ยว&nbsp;โดยมีวิทยากรจากสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองนครพนม&nbsp;ที่คอยให้ความรู้ในการจัดการผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยวที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;&nbsp;<strong>ฐานที่&nbsp;4</strong>&nbsp;การขยายพันธุ์&nbsp;โดยมีวิทยากรจากสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองนครพนม&nbsp;ถ่ายทอดความรู้ในการขยายพันธุ์กิ่งลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;อย่างถูกวิธีและมีคุณภาพ&nbsp;และ<strong>ฐานที่&nbsp;5</strong>&nbsp;การตลาดและสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น&nbsp;(IG)&nbsp;โดยมีวิทยากรจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนม&nbsp;ที่ให้ความรู้ด้านการตลาดและคุณลักษณะเด่นของลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223194731527"],
    [729,"สยามคูโบต้ามอบเครื่องจักรกลการเกษตรมูลค่า 1.5 ล้านบาทให้แก่วิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนตำบลผักไหม อำเกอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ ","<p><strong>วันที่&nbsp;23&nbsp;กุภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนตำบลผักไหม&nbsp;อำเกอห้วยทับทัน&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ได้เป็นประธานรับมอบเครื่องจักรกลการเกษตรมูลค่า&nbsp;1.5&nbsp;ล้านบาทให้แก่วิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนตำบลผักไหม&nbsp;จากนายปุณนะ&nbsp;วงศ์ธนาศิริกุล&nbsp;และนายณัฐวุฒิ&nbsp;ขจรจรัสกุล&nbsp;ประธานกรรมการคูโบต้าเครือเลาเจริญ&nbsp;SIAM&nbsp;KUBOTA&nbsp;โดยมี&nbsp;จ่าเอก&nbsp;อิศรา&nbsp;โพธิ์เงิน.&nbsp;นายอำเภอห้วยทับทัน&nbsp;นางจันทรา&nbsp;หาญสุทธิชัย&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลผักไหม&nbsp;นายไพฑูรย์&nbsp;ฝางดำ&nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็คพันธุ์ข้าวชุมชนตำบลผักไหม&nbsp;และพี่น้องเกษตรกรชาวดำบลผักไหม&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับและรับมอบเครื่องจักรกลการเกษตรมูลค่า&nbsp;1.5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;เพื่อนำไปสนับสนุนให้แก่ศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนตำบลผักไหม&nbsp;อำเกอ&nbsp;ห้วยทับทัน&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ได้เรียนรู้การบริหารจัดการเครื่องจักรกลการเกษตร&nbsp;นำไปประยุกต์ใช้กับชุมชน&nbsp;เพื่อลดต้นทุน&nbsp;เพิ่มผลผลิต&nbsp;และสร้างรายได้หมุนเวียนภายในชุมชนตำบลผักไหม&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>นายปุณนะ&nbsp;วงศ์ธนาศิริกุล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สยามคูโบต้า&nbsp;</strong>ได้จัดทำโครงการ&nbsp;\"คูโบต้าร่วมมือ&nbsp;เกษตรร่วมใจ\"&nbsp;ก้าวสู่&nbsp;44&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่เคียงข้างเกษตรกรไทย&nbsp;ซึ่งสยามดูโบต้ามีแนวคิดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตกรกรไทย&nbsp;ผ่านความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆผนึกกำลังพัฒนาชุมชนเกษตรให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;สนับสนุนเทคโนโลยีนวัตกรรมและองค์ความรู้ด้านการเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;กลางน้ำ&nbsp;ถึงปลายน้ำ&nbsp;สยามดูโบต้าได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรแบบรวมกลุ่ม&nbsp;จึงได้จัดทำโครงการ&nbsp;\"คูโบต้าร่วมมือ&nbsp;เกษตรร่วมใจ\"ขึ้นเพื่อเปิดโอกาสการเข้าถึงเทดโนโลยีการเกษตรพร้อมสนับสนุนให้วิสาหกิจชุมชนเรียนรู้การบริหารจัดการเครื่องจักรกลการเกษตร&nbsp;นำไปประยุกต์ใช้กับชุมชน&nbsp;เพื่อลดต้นทุน&nbsp;เพิ่มผลผลิต&nbsp;และสร้างรายได้หมุนเวียนภายในชุมชน&nbsp;โดยได้ทำการส่งมอบไปแล้ว&nbsp;71&nbsp;กลุ่ม&nbsp;และมีแผนส่งมอบทั้งหมดอีก&nbsp;52&nbsp;กลุ่มในเดือนกุมภาพันธ์นี้&nbsp;นอกจากนี้ยังมีแผนส่งมอบเพิ่มอีกกว่า&nbsp;100&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ในปี&nbsp;2565</p><p><strong>นายปุณนะ&nbsp;วงศ์ธนาศิริกุล&nbsp;กล่าวต่อไปว่า&nbsp;</strong>สำหรับเครื่องจักรกลการเกษตรดูโบต้าที่เราสนับสนุนแก่วิสาหกิจชุมชน&nbsp;ศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนตำบลผักไหมในครั้งนี้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;รถขุดคูโบต้า&nbsp;U55&nbsp;Canopy&nbsp;KIS&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;รวมทั้งทีมช่างจากร้านผู้แทนจำหน่ายคูโบต้าศรีสะเกษเลาเจริญ&nbsp;พร้อมให้บริการสยามคูโบต้า&nbsp;หวังเป็นอย่างยิ่งว่า&nbsp;เครื่องจักรกลการเกษตรที่นำมาส่งมอบในวันนี้&nbsp;จะเป็นส่วนหนึ่งที่วิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนตำบลผักไหม&nbsp;นำไปพัฒนาการทำเกษตรด้วยการบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;เพื่อใช้พัฒนาต่อยอดธุรกิจการเกษตรของชุมชนให้เดิบโดตลอดจนเป็นพันธกิจร่วมกันของทุกภาคส่วนในการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนเสริมสร้างความเข้มแข็งและเกิดรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223230437570"],
    [730,"เกษตรนครพนม จัดงานฟิวเดย์ เดินหน้าสู่ฤดูกาลผลิตใหม่ปี 65  ลิ้นจี่ นพ.1 เป็นต้นแบบเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีการผลิต เพิ่มคุณภาพ สร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่","<p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่บริเวณกลุ่มแปลงใหญ่ลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลขามเฒ่า&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครพนม<strong>&nbsp;</strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(field&nbsp;day)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งภายในงานมีการให้บริการด้านการเกษตรแบบครบวงจร&nbsp;&nbsp;พร้อมจัดแสดงนิทรรศการองค์ความรู้ในการลดต้นทุนการผลิตแก่เกษตรกร&nbsp;การใช้เทคโนโลยีในการผลิตและเพิ่มผลผลิตลิ้นจี่&nbsp;&nbsp;นพ.1&nbsp;&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่&nbsp;ซึ่งมีนายวรวิทย์&nbsp;พิมพนิตย์&nbsp;นายอำเภอเมืองนครพนม&nbsp;พร้อมด้วยนายสนั่น&nbsp;หอมสุด&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองนครพนม&nbsp;กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้</p><p><strong>โดยมีส่วนราชการในพื้นที่ร่วมให้บริการทางการเกษตรแก่เกษตรกรที่เข้าร่วมงาน&nbsp;</strong>ซึ่งมีเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;และภายในงานได้มีการกำหนดจุดคัดกรองและดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในการจัดกิจกรรมการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ในครั้งนี้&nbsp;เป็นการสร้างการรับรู้และความเข้าใจกับเกษตรกรในพื้นที่ถึงการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;ที่จะต้องเกิดการลดต้นทุนการผลิต&nbsp;มีการผลิตพืชที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ&nbsp;อีกทั้งจะต้องมลพิษที่เกิดจากการทำกิจกรรมด้านการเกษตรของเกษตรกรในพื้นที่ให้น้อยลงในการจัดงานเกิดจากบูรณาการของหน่วยงานภาคีเครือข่ายในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จัดกิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริการด้านการเกษตร&nbsp;รวมไปถึงการลดต้นทุนการผลิตและการเชื่อมโยงด้านการตลาด&nbsp;โดยแบ่งเกษตรกรออกเป็นกลุ่มย่อยและหมุนเวียนเรียนรู้ตามสถานีต่างๆ&nbsp;โดยเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีในการผลิตลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;รวมทั้งการบริการจัดการต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;การเตรียมดิน&nbsp;การปลูก&nbsp;การดูแลรักษา&nbsp;การขยายพันธุ์&nbsp;และด้านการตลาด&nbsp;ซึ่งเกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้สามารถเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ต่างๆ&nbsp;ในการผลิตลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;ให้มีคุณภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้นและสามารถนำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง&nbsp;และสิ่งที่สำคัญเกษตรกรจะต้องปรับตัวในสถานการณ์การโลกที่เปลี่ยนแปลง&nbsp;และน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการดำรงชีวิตของตนเองและครอบครัว</p><p>สำหรับกิจกรรมการถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีการผลิตลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;&nbsp;ประกอบไปด้วยฐานการเรียนรู้&nbsp;ได้แก่</p><p><strong>ฐานที่&nbsp;1&nbsp;การเตรียมดินและการปลูก</strong>&nbsp;โดยมีวิทยากรจาก&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินนครพนม&nbsp;ที่ให้ความรู้ในการปรับปรุงบำรุงดินและการปลูกลิ้นจี่&nbsp;นพ.1</p><p><strong>ฐานที่&nbsp;2&nbsp;การดูแลรักษาระยะติดดอกและออกผลจนถึงการเก็บเกี่ยว&nbsp;</strong>โดยมีวิทยากรจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครพนม&nbsp;ที่คอยให้ความรู้และคำแนะนำในการดูแลรักษาและการเก็บเกี่ยวที่ถูกวิธี</p><p><strong>ฐานที่&nbsp;3&nbsp;การดูแลรักษาหลังการเก็บเกี่ยว&nbsp;</strong>โดยมีวิทยากรจากสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองนครพนม&nbsp;ที่คอยให้ความรู้ในการจัดการผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยวที่มีประสิทธิภาพ</p><p><strong>ฐานที่&nbsp;4&nbsp;การขยายพันธุ์&nbsp;โ</strong>ดยมีวิทยากรจากสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองนครพนม&nbsp;ถ่ายทอดความรู้ในการขยายพันธุ์กิ่งลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;อย่างถูกวิธีและมีคุณ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223232620580"],
    [731,"รองผู้ว่าฯ พังงา ประชุมคณะกรรมการอำนวยการสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ จังหวัดพังงา","<p><strong>นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการอำนวยการสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมดีบุก&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพังงา&nbsp;โดยมี&nbsp;พันจ่าโท&nbsp;อนันต์&nbsp;บุญสำราญ&nbsp;ปลัดจังหวัดพังงา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดพังงา&nbsp;เกษตรจังหวัดพังงา&nbsp;และคณะกรรมการฯ&nbsp;ร่วมประชุม&nbsp;เพื่อพิจารณารับรองผลการตรวจประเมิน&nbsp;ทุเรียนสาลิกาพังงา&nbsp;และอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;แก่เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนสาลิกาพังงา&nbsp;ที่ยื่นคำขออนุญาตใช้ตรา&nbsp;GI&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;ได้เน้นย้ำการขายที่มีอัตลักษณ์</strong>เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสม&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่มให้ทุเรียนสาลิกา&nbsp;เน้นประสิทธิภาพมากกว่าการเพิ่มพื้นที่&nbsp;และได้มอบนโยบายในการส่งเสริมสินค้า&nbsp;GI&nbsp;5&nbsp;ประเด็น&nbsp;คือ&nbsp;1.กำหนดลงพื้นที่ตรวจติดตามทุเรียนสาลิกาพังงา&nbsp;ในวันที่&nbsp;4-5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยเชิญส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ด้วย&nbsp;2.&nbsp;มอบสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงาจัดทำคู่มือการรับประทานทุเรียนสาลิกาพังงาทั้งภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษ</p><p>3.&nbsp;ให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพังงาร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพังงาออกแบบเคาเตอร์จำหน่ายทุเรียนสาลิกาพังงา</p><p>4.&nbsp;หาแนวทางจัดงานทุเรียนสาลิกาเฟสติวัลในพื้นที่อำเภอกะปง</p><p>และ&nbsp;5.&nbsp;ดำเนินการจัดประกวดทุเรียนสาลิกาพังงาลูกกลมที่สุดในโลก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223232559579"],
    [732,"กระทบเกษตรกรแล้ว!! เหตุการณ์รัสเซีย-ยูเครนทำวัตถุดิบอาหารสัตว์พุ่งสูง วอนรัฐเร่งจัดการ","<p>นางฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนที่ได้พัฒนาความตึงเครียดไปจนถึงขีดสุดว่ากำลังมีผลอย่างยิ่งต่อราคาธัญพืช ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของการผลิตอาหารสัตว์ เนื่องจากรัสเซียและยูเครนเป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญ ทั้งข้าวสาลี ข้าวโพด ซึ่งอาจไม่สามารถเก็บเกี่ยวหรือทำการส่งออกได้ตามปกติ รวมถึงภัยแล้งในบราซิลที่กระทบปริมาณผลผลิตถั่วเหลืองด้วย</p><p><br></p><p>โดยราคาข้าวสาลีนำเข้าซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการเลี้ยงไก่ ราคาปรับสูงขึ้นจาก 8-9 บาทต่อกิโลกรัม เมื่อปี 2564 เพิ่มเป็น 12 บาทต่อกิโลกรัมในปัจจุบัน ขณะที่ข้าวโพดในประเทศไทยมีราคาปรับไปถึง 11.10 บาทต่อกิโลกรัม และกำลังส่งผลกระทบทางอ้อมต่อวัตถุดิบชนิดอื่นที่มีแนวโน้มราคาสูงตามไปด้วย ปัจจุบันวัตถุดิบอาหารสัตว์ส่วนใหญ่ราคาขึ้นมาสูงกว่า 50-60% แล้ว ยังไม่นับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่จะสูงขึ้นทำให้ต้นทุนค่าขนส่งปรับเพิ่มด้วย</p><p><br></p><p><em>ต้นทุนการผลิตเนื้อไก่สูงขึ้นต่อเนื่อง แต่ราคาเนื้อไก่และไข่ไก่กลับถูกตรึงอยู่ ไม่สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น หากวัตถุดิบทุกชนิดมีราคาสูงเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ เกษตรกรคนเลี้ยงสัตว์ไม่มีทางอยู่รอดได้ ทางที่ดี ถ้ารัฐไม่สามารถควบคุมราคาวัตถุดิบจากผลกระทบของสถานการณ์ยูเครน ก็ควรปล่อยให้ราคาไก่และไก่ไข่เป็นไปตามกลไกที่ควรจะเป็น เช่นเดียวกับราคาหมูที่ลดลงเพราะกลไกตลาดทำงานอย่างเสรี\" </em>นางฉวีวรรณกล่าว และว่าการยุติการตรึงราคาไก่และไข่ จะช่วยสนับสนุนให้เกษตรกรมีกำลังใจในการเลี้ยงสัตว์ต่อไป</p><p><br></p><p>อนึ่ง รัสเซียและยูเครนมีปริมาณการส่งออกข้าวสาลีรวมกันประมาณ 29% ของปริมาณการส่งออกทั่วโลก ส่วนข้าวโพด 19% ของตลาดโลก โดยราคาต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์สำคัญมีราคาเพิ่มขึ้นไปแล้ว 40% จากปี 2564</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223201600537"],
    [733,"เกษตรโคราชอบรมเชิงปฏิบัติการ และดูงานการจัดการดินปุ๋ยและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;นายคณกร&nbsp;ทองสุขนอก&nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;เปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ&nbsp;และศึกษาดูงานโครงการศึกษาการจัดการดินปุ๋ยและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรม&nbsp;กรีนวิว&nbsp;ลากูน่า&nbsp;อำเภอสูงเนิน&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</p><p><strong>นายวรกร&nbsp;เปรื่องค้า&nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&nbsp;</strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจัดทำแปลงศึกษาการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ร่วมกับการใช้ถ่านชีวภาพ&nbsp;(Biochar)&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเทพารักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แปลง&nbsp;เพื่อเป็นแปลงต้นแบบการจัดการดินให้มีสมบัติที่เหมาะสม</p><p><strong>โดยมีผู้นำเกษตรกรและเจ้าหน้าที่&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;อำเภอเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;อำเภอโนนไทย&nbsp;อำเภอขามสะแกแสง&nbsp;อำเภอประทาย&nbsp;อำเภอบ้านเหลื่อม&nbsp;อำเภอครบุรี&nbsp;อำเภอจักราช&nbsp;และอำเภอเทพารักษ์&nbsp;กิจกรรมศึกษาดูงาน&nbsp;ณ&nbsp;อำเภอเทพารักษ์&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;อำเภอเมืองนครราชสีมา&nbsp;และอำเภอจักราช</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223205414547"],
    [734,"หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ 11  ปฏิบัติการตรวจจับควันดำลดฝุ่น PM2.5 จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)&nbsp;</strong>ร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และสถานีตำรวจภูธรเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ตั้งจุดปฏิบัติการตรวจจับควันดำ&nbsp;บริเวณทางหลวงหมายเลข&nbsp;226&nbsp;ป้อมสถานีตำรวจเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;อำเภอเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ภายใต้กิจกรรม&nbsp;รัฐเข้มตรวจจับ&nbsp;ปรับจริงห้ามใช้รถควันดำ&nbsp;ตามข้อสั่งการ&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;จากการจราจรและการขนส่งทางบก&nbsp;</p><p><strong>ผลการตรวจวัดควันดำจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล&nbsp;จำนวน&nbsp;74&nbsp;คัน</strong>&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;คัน&nbsp;แบ่งออกเป็นรถตาม&nbsp;พ.ร.บ.ขนส่งทางบก&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2522&nbsp;จำนวน&nbsp;36&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;9&nbsp;คัน&nbsp;พ่นสัญลักษณ์ห้ามใช้รถ&nbsp;9&nbsp;คัน&nbsp;และรถตาม&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.2535&nbsp;จำนวน&nbsp;38&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;3&nbsp;คัน&nbsp;พนักงานเจ้าหน้าที่ออกคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไข&nbsp;และติดสติ๊กเกอร์ห้ามใช้รถยนต์ชั่วคราว&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คัน&nbsp;ยอดตรวจสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;26&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;1,000&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐานสะสมรวมทั้งสิ้น&nbsp;155&nbsp;คัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223210802551"],
    [735,"เกษตรอุตรดิตถ์ กระตุ้นเกษตรกรใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่ ในงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ปี 2565","<p><strong>นายพัฒนศักดิ์&nbsp;พ่วงสมบัติ&nbsp;เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์</strong>&nbsp;เปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;กระตุ้นให้เกษตรกรเริ่มต้นการผลิตในปีการเพาะปลูกใหม่&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่&nbsp;มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ&nbsp;สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในการให้บริการด้านการเกษตรตามภารกิจ&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;ตำบลน้ำไคร้&nbsp;อำเภอน้ำปาด&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;</p><p><strong>&nbsp;เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>การจัดงานในครั้งนี้&nbsp;เป็นการสร้างความรู้ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพ&nbsp;การผลิตด้านการเกษตรให้กับพี่น้องเกษตรกร&nbsp;และเพื่อสนับสนุนเกษตรกรเริ่มต้นการผลิต&nbsp;ในปีการเพาะปลูกใหม่&nbsp;โดยมีสถานีเรียนรู้ทั้งหมด&nbsp;4&nbsp;สถานี&nbsp;ได้แก่&nbsp;สถานีเรียนรู้ที่&nbsp;1&nbsp;ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;สถานีเรียนรู้ที่&nbsp;2&nbsp;การจัดการดินและปุ๋ย&nbsp;สถานีเรียนรู้ที่&nbsp;3&nbsp;การประมงและปศุสัตว์&nbsp;และสถานีเรียนรู้ที่&nbsp;4&nbsp;การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคเหนือ","อุตรดิตถ์","สวท.อุตรดิตถ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223231849575"],
    [736,"ปภ.ระยอง รายงานความคืบหน้าการดำเนินการของกองอำนวยการฯ จากเหตุกรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล","<p><strong>สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;เผยว่า&nbsp;</strong>กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหลได้รายงานสถานการณ์ว่าวันนี้บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ได้แจ้งกับกองอำนวยการว่า&nbsp;ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;สภ.เพ&nbsp;และ&nbsp;สภ.เมืองระยอง&nbsp;เพื่อเพิ่มกำลังสายตรวจ&nbsp;โดยจะมีการแบ่งกำลังพลออกเพื่อเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยพื้นที่ชายหาดแม่รำพึงในกรณีมีผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์ในพื้นที่นำกากสารเคมีหรือน้ำมันมาทิ้งบริเวณดังกล่าว&nbsp;ส่วนการดำเนินการเฝ้าระวังทางทะเลและชายหาดวันนี้ไม่พบคราบน้ำมันดิบหรือฟิล์มน้ำมัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังคงการเฝ้าระวังและตรวจสอบตลอดแนวชายหาด&nbsp;เก็บขยะ&nbsp;ทำความสะอาดคราบน้ำมันที่อยู่ใต้ทรายบริเวณชายหาด&nbsp;ด้วยการพลิกหน้าทรายและใช้อุปกรณ์ไถคราด</p><p><strong>ส่วนสถานการณ์ในวันนี้หน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้ติดตามและเฝ้าระวังยังคงไม่พบคราบน้ำมันดิบ</strong>&nbsp;ฟิล์มน้ำมันหรือกลิ่นน้ำมันแต่อย่างใด&nbsp;ด้านสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยองลงพื้นที่ร่วมกับศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยอง&nbsp;ติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเล&nbsp;คุณภาพอากาศ&nbsp;บริเวณชายฝั่งทั้ง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;โดยทำการตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเลและคุณภาพอากาศเบื้องต้น&nbsp;ด้วยเครื่องมือตรวจวัดภาคสนามรวมถึงสำรวจคราบน้ำมันบริเวณชายฝั่งด้วยตาเปล่า&nbsp;ซึ่งผลการตรวจวัดทั้ง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;พบว่า&nbsp;คุณภาพน้ำทะเลพารามิเตอร์พื้นฐานอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;คุณภาพน้ำทะเลอยู่ในระดับประเภทที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อการนันทนาการ&nbsp;ส่วนผลตรวจคุณภาพอากาศในบรรยากาศ&nbsp;ผลไม่พบปริมาณสารอินทรีย์ระเหยง่ายรวม&nbsp;(Total&nbsp;VOCs)&nbsp;ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์&nbsp;(H2S)&nbsp;ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์&nbsp;(SO2)&nbsp;และกลิ่นน้ำมันแต่อย่างใด&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้เน้นย้ำกับทางบริษัทว่าการนำกากของเสียออกไปกำจัดนอกโรงงานนั้น&nbsp;ต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมก่อนที่จะดำเนินการเคลื่อนย้ายกากของเสียไปกำจัด</p><p><strong>สำหรับการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่&nbsp;30&nbsp;ม.ค.65&nbsp;</strong>จนถึงปัจจุบันมียอดรวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;8,637&nbsp;ราย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยองได้รายงานจำนวนผู้ที่มาใช้บริการที่จุดให้บริการร่วมบ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ&nbsp;จึงเห็นว่าควรยุติการรับคำร้องที่จุดให้บริการร่วมดังกล่าว&nbsp;โดยขอให้บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ยังคงจัดเจ้าหน้าที่ไปรับคำร้องทุกข์จากจุดคำร้องขอ&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการเทศบาลตำบล&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223221623560"],
    [737,"กอนช. ขอให้ประชาชนในภาคใต้ระวังฝนตกหนักในพื้นที่  14 จังหวัด ช่วงวันที่  24   26 ก.พ.","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;&nbsp;ขอให้ประชาชนในภาคใต้ระวังฝนตกหนักในพื้นที่&nbsp;14&nbsp;จังหวัด&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;24&nbsp;&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(24&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิลดลงกับมีลมแรง&nbsp;ส่วนภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.ชุมพร&nbsp;99&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;85มิลลิเมตร&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;58&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;31,361&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;54&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;25,082&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;52&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคใต้เป็นพิเศษ&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;24&nbsp;&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้&nbsp;เนื่องจากมวลอากาศเย็นหรือบริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ทำให้ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือที่ปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงและมีแนวโน้มเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;ส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง&nbsp;บริเวณ&nbsp;จ.ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;นราธิวาส&nbsp;ระนอง&nbsp;พังงา&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;กระบี่&nbsp;ตรัง&nbsp;และสตูล&nbsp;จึงกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่มีฝนตกสะสมมากกว่า&nbsp;90&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ&nbsp;พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ&nbsp;ควบคู่กับตรวจสอบความสามารถใช้งานของอ่างเก็บน้ำและอาคารบังคับน้ำด้วย</p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224081132604"],
    [738,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม. ปริมณฑล และภาคเหนือคุณภาพอากาศดีต่อเนื่องหลายพื้นที่ แม้บางพื้นที่จะปรับตัวสูงขึ้นแต่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน","<p class=\"ql-align-justify\"><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และภาคเหนือคุณภาพอากาศดีต่อเนื่องหลายพื้นที่ แม้บางพื้นที่จะปรับตัวสูงขึ้นแต่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน</strong></p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(24&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวขึ้นเล็กน้อยแต่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;27 กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224081813611"],
    [739,"สภาพน้ำทะเลระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน ยกเว้นพบก้อนน้ำมันบนชายหาดบริเวณคลองหัวรถของหาดแม่รำพึง","<p><strong>สภาพน้ำทะเลจังหวัดระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน&nbsp;ยกเว้นพบก้อนน้ำมันบนชายหาดบริเวณคลองหัวรถของหาดแม่รำพึง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&nbsp;ได้เข้าตรวจสอบสิ่งแวดล้อมบริเวณชายหาดแม่รำพึง&nbsp;ตั้งแต่ศาลเจ้าแม่รำพึงถึงก้นอ่าว&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;9.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เบื้องต้นพบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&nbsp;แต่พบก้อนน้ำมันบนชายหาดตั้งแต่บริเวณคลองหัวรถไปจนถึงก้นอ่าว&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;6&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งจากการเดินสำรวจพบปริมาณลดลงจากการสำรวจช่วง&nbsp;2&nbsp;&nbsp;3&nbsp;วันที่ผ่านมา&nbsp;โดยบริเวณสะพานท่าเรือตะพงไม่พบก้อนน้ำมัน&nbsp;จึงสุ่มเก็บตัวอย่างก้อนน้ำมัน&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;คือ&nbsp;คลองหัวรถ&nbsp;ร้านเจ้จุ้กซีฟู๊ด&nbsp;และก้นอ่าว&nbsp;พบความหนาแน่นสูงสุดบริเวณคลองหัวรถ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ยังได้ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลบริเวณชายหาดสุชาดา&nbsp;หาดแสงจันทร์&nbsp;อ่าวบ้านเพ&nbsp;และหาดสวนสน&nbsp;พบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติ&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&nbsp;และก้อนน้ำมัน&nbsp;สำหรับการตรวจวัดคุณภาพน้ำทั่วไปบริเวณชายหาดพบอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อการนันทนาการ</p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224082901615"],
    [740,"ชุดเสือไฟ ปฏิบัติภารกิจสนับสนุนการควบคุมไฟป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 9 จังหวัดภาคเหนือ","<p><strong>นายนิคม&nbsp;อิ่มเอิบ&nbsp;หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าเชียงราย</strong>&nbsp;สำนักป้องกัน&nbsp;ปราบปราม&nbsp;และควบคุมไฟป่า&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืช&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า(ชุดเสือไฟ)&nbsp;ปฏิบัติภารกิจสนับสนุนการควบคุมไฟป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;9&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานแห่งชาติเขลางค์&nbsp;บรรพต(เตรียมการ)&nbsp;ตำบลพิชัย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;</p><p><strong>โดยลาดตระเวนทางรถยนต์ตรวจหาไฟป่าเฝ้าระวังและป้องปรามการลักลอบจุดไฟเผาป่า</strong>&nbsp;เส้นทางตั้งแต่สถานีควบคุมไฟป่าดอยพระบาท-ม่อนพระยาแช่&nbsp;พิกัด&nbsp;47Q&nbsp;558448&nbsp;UTM&nbsp;2022169&nbsp;ถึงศูนย์ราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;พิกัด&nbsp;47Q&nbsp;557703&nbsp;UTM&nbsp;2019061&nbsp;รวมระยะทาง&nbsp;6.2&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งเหตุการณ์ทั่วไปเป็นปกติ</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224092204621"],
    [741,"ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย ครม. อนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี 2564 2565 วงเงิน 7,660 ล้านบาท","<p><strong>นางสุนิสา&nbsp;รามแก้ว&nbsp;&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือผู้ปลูกปาล์มน้ำมันและสวนยาง&nbsp;ว่า&nbsp;ครม.อนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี&nbsp;2564&nbsp;2565&nbsp;วงเงิน&nbsp;7,660&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ในช่วงที่ราคาผลผลิตตกต่ำแก่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันทั่วประเทศประมาณ&nbsp;3.8&nbsp;แสนราย&nbsp;โดยยังคงหลักการเดิมเช่นเดียวกับในครั้งที่ผ่านมา&nbsp;คือ&nbsp;กำหนดราคาประกันของปาล์มทะลาย&nbsp;(อัตราน้ำมันร้อยละ&nbsp;18)&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;4&nbsp;บาท&nbsp;ให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ไร่&nbsp;เป็นเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;และต้องเป็นพื้นที่ปลูกต้นปาล์มอายุ&nbsp;3&nbsp;ปีขึ้นไปที่ให้ผลผลิตแล้ว&nbsp;</p><p><strong>ส่วนระยะเวลาการจ่ายเงินประกันรายได้จะเริ่มตั้งแต่</strong>เดือนก.ย.2564&nbsp;&nbsp;ส.ค.&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมาโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี&nbsp;2564&nbsp;รัฐบาลไม่มีการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างตลอดทั้งโครงการ&nbsp;เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันปาล์มในการบริโภคและพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่งผลให้ปาล์มทะลายมีราคาเฉลี่ยทั้งปี&nbsp;2564&nbsp;อยู่ที่ประมาณ&nbsp;6.9&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ซึ่งสูงกว่าราคาประกันรายได้ที่กำหนดไว้&nbsp;4&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ตลอดทั้งปี&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ครม.&nbsp;อนุมัติโครงการชดเชยดอกเบี้ย</strong>ให้แก่ผู้ประกอบกิจการยาง&nbsp;(ยางแห้ง)&nbsp;วงเงิน&nbsp;603.50&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และให้การยางแห่งประเทศไทยทำหน้าที่ขอรับการจัดสรรงบประมาณในการจ่ายชดเชยดอกเบี้ยให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและลดต้นทุนทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบกิจการยาง&nbsp;(ยางแห้ง)&nbsp;ที่รับซื้อยางจากเกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;โดยกำหนดเป้าหมายให้ผู้ประกอบกิจการยางสามารถซื้อผลผลิตยางแห้งได้ไม่น้อยกว่า&nbsp;350,000&nbsp;ตัน&nbsp;(คิดราคาเฉลี่ยปี&nbsp;2564&nbsp;ยางแผ่นดิบราคา&nbsp;57&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม)&nbsp;ซึ่งรัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยในการขอสินเชื่อเพื่อซื้อผลผลิตยางแห้งจากเกษตรกรชาวสวนยางในอัตราร้อยละ&nbsp;3&nbsp;ต่อปีส่วนระยะเวลาดำเนินการโครงการจะเริ่มตั้งแต่เดือนส.ค.&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ธ.ค.2565&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการสนับสนุน</strong>สินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์&nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถขอสินเชื่อเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ได้.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224100359625"],
    [742,"จ.ลำปาง ร่วมกับเทศบาลเมืองพิชัย เดินหน้าโครงการถนนไร้ฝุ่น หน้าบ้าน น่ามอง","<p><strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>เป็นประธานพิธีเปิดโครงการพัฒนาและรักษาความสะอาดถนนในเขตเทศบาลเมืองพิชัยประจำปี&nbsp;2565&nbsp;(โครงการถนนไร้ฝุ่น&nbsp;หน้าบ้าน&nbsp;น่ามอง)&nbsp;ที่บริเวณสะพานบ้านฝายน้อย&nbsp;ม.9&nbsp;ต.พิชัย&nbsp;อ.เมืองลำปาง&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งเน้นให้ถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาล&nbsp;มีความสะอาด&nbsp;เป็นระเบียบเรียบร้อย&nbsp;และสวยงาม&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกจิตสำนึกและสร้างวินัยให้กับประชาชนในการทิ้งขยะ&nbsp;คัดแยกขยะ&nbsp;และการรักษาความสะอาด&nbsp;อีกทั้งเป็นการเชิญชวนให้ประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;มีส่วนร่วมในการจัดการขยะหน้าบ้านตนเอง&nbsp;ด้วยการเก็บกวาดขยะ&nbsp;เศษใบไม้&nbsp;กิ่งไม้&nbsp;หรือเศษหินดินทรายบริเวณหน้าบ้าน&nbsp;ให้สะอาดเรียบร้อย&nbsp;ตลอดจนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้คงอยู่และเกิดประโยชน์ต่อชุมชน&nbsp;เพื่อสร้างภูมิทัศน์ให้ชุมชนสวยงามน่าอยู่อาศัย&nbsp;เป็นแบบอย่างที่ดีและมีการขยายผลไปยังหมู่บ้าน/ชุมชนและท้องถิ่นใกล้เคียง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล</strong>&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;\"มหาดไทยร้อยใจ&nbsp;คนไทยยิ้มได้\"&nbsp;ซึ่งเทศบาลเมืองพิชัยได้ดำเนินโครงการ&nbsp;ถนนไร้ฝุ่น&nbsp;หน้าบ้าน&nbsp;น่ามอง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;โดยครอบคลุมหมู่บ้าน/ชุมชนในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;แห่ง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224095845623"],
    [743,"บุกตรวจบริษัทขายสารเคมี ย่านจังหวัดปทุมธานี ไม่มีเลขทะเบียนวัตถุอันตราย ทะเบียนวัตถุอันตรายหมดอายุ","<p><strong>นายภัสชญภณ&nbsp;หมื่นแจ้ง&nbsp;รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตร&nbsp;สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร&nbsp;กรมวิชาการเกษตร&nbsp;ว่า&nbsp;&nbsp;ได้รับการร้องเรียนจากเกษตรกรเกี่ยวกับการจำหน่ายสารเคมีทางการเกษตรที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายที่ระบาดในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่าสถานที่ต้องสงสัยมีการกระทำความผิดดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี&nbsp;และผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีการระบุจัดจำหน่ายโดยบริษัท&nbsp;กรีนแพลนท์เนอร์&nbsp;กอล์ฟ&nbsp;2556&nbsp;&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;ย่านอำเภอธัญบุรี&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;จึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่&nbsp;2&nbsp;กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;ร่วมกันนำหมายค้นของศาลจังหวัดธัญบุรี&nbsp;เพื่อตรวจค้นบริษัทดังกล่าวจากการเข้าตรวจค้นบริษัทดังกล่าวพบวัตถุอันตรายทางการเกษตรจำนวน&nbsp;20&nbsp;รายการ&nbsp;</p><p><strong>ผลการตรวจสอบพบว่ามีผลิตภัณฑ์จำนวน&nbsp;2&nbsp;รายการคือ</strong>&nbsp;ผลิตภัณฑ์สารกำจัดแมลง&nbsp;&nbsp;ชื่อการค้า&nbsp;ซีมพอสซ์&nbsp;ชื่อสามัญ&nbsp;คาร์โบซัลแฟน&nbsp;บรรจุในขวดแก้ว&nbsp;สีชา&nbsp;ขนาดบรรจุ&nbsp;1,000&nbsp;&nbsp;ซีซี&nbsp;จำนวน&nbsp;36&nbsp;ขวด&nbsp;และผลิตภัณฑ์สารป้องกันและกำจัดโรคพืช&nbsp;ชื่อการค้า&nbsp;ซิมลีเอท&nbsp;ชื่อสามัญ&nbsp;ฟอสอีทิล-อลูมิเนียม&nbsp;บรรจุในซองฟอยด์&nbsp;สีบร์อน&nbsp;ขนาดบรรจุน้ำหนัก&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ซอง&nbsp;โดยผลิตภัณฑ์ทั้ง&nbsp;2&nbsp;รายการไม่มีเลขทะเบียนวัตถุอันตราย&nbsp;ซึ่งผู้ฝ่าฝืนมีความผิดตามพระราบัญญัติวัตถุอันตราย&nbsp;พ.ศ.2535&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;แสนบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;รวมทั้งยังตรวจพบผลิตภัณฑ์สารป้องกันกำจัดโรคพืชและผลิตภัณฑ์สารกำจัดแมลง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;รายการ&nbsp;ทะเบียนวัตถุอันตรายหมดอายุด้วย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังพบว่าสถานที่ดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตมีไว้ในครอบครอง</strong>&nbsp;ซึ่งวัตถุอันตรายแต่อย่างใด&nbsp;ซึ่งผู้ประกอบกิจการขายวัตถุอันตรายทางการเกษตร&nbsp;ต้องได้รับอนุญาตครอบครองจากพนักงานเจ้าหน้าที่และต้องมีผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม&nbsp;เป็นผู้ควบคุมการขายวัตถุอันตรายทางการเกษตร&nbsp;หากฝ่าฝืน&nbsp;ต้องได้รับโทษ&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.บ.วัตถุอันตราย&nbsp;&nbsp;พ.ศ.2535&nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;จำคุกไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปีหรือปรับไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;แสนบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย&nbsp;และผลิตภัณฑ์สินค้าที่ตรวจพบ&nbsp;2&nbsp;รายการไม่มีทะเบียนวัตถุอันตราย&nbsp;อีก&nbsp;3&nbsp;รายการทะเบียนวัตถุอันตรายหมดอายุ&nbsp;ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิด&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.บ.วัตถุอันตราย&nbsp;&nbsp;พ.ศ.2535&nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;เจ้าพนักงานชุดดังกล่าวจึงได้ร่วมกันตรวจยึดอายัดไว้ในที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&nbsp;โดยมูลค่าของกลางที่ตรวจยึดได้ในครั้งนี้ประมาณ&nbsp;400,000&nbsp;บาท&nbsp;และเจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตรได้เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัยส่งตรวจวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการกองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร&nbsp;กรมวิชาการเกษตร&nbsp;เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224114603684"],
    [744,"ส่องอนาคตภาคเกษตร! คนรุ่นใหม่ Young Smart Farmer Trat จังหวัดตราด","<p><strong>เกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;ร่วมระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ทุเรียนตำบลท่ากุ่ม&nbsp;&nbsp;เนินทราย&nbsp;อำเภอเมือง</strong>&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;สานต่ออาชีพเกษตร&nbsp;สำหรับตัวแทน&nbsp;ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์จังหวัดตราด&nbsp;สานต่ออาชีพเกษตร&nbsp;ของครอบครัว&nbsp;ในฐานะที่ตนองเป็นลูกหลาน&nbsp;ชาวสวนเกษตรกร&nbsp;และเป็นเด็กรุ่นใหม่&nbsp;ที่มองว่าการที่เด็กรุ่นใหม่หันมาทำการเกษตร&nbsp;เป็นเรื่องที่ท้าทาย&nbsp;และเป็นเรื่องที่ไกลตัวสำหรับเด็กรุ่นใหม่&nbsp;แต่สุดท้ายแล้ว&nbsp;สำหรับลูกหลานเกษตรกร&nbsp;เหมือนเป็นไฟท์บังคับ&nbsp;ที่จะต้องเข้ามาสานต่อ&nbsp;สำหรับตนเองแล้ว&nbsp;การทำการเกษตรไม่ได้ยากอย่างที่คิด&nbsp;ได้มารวมกลุ่มยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์จังหวัดตราด&nbsp;และเข้าร่วมระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ทุเรียนตำบลท่ากุ่ม&nbsp;&nbsp;เนินทราย&nbsp;ได้เรียนรู้ระบบต่างๆ&nbsp;ที่สามารถนำมาใช้&nbsp;กับแปลงเกษตร&nbsp;มีการวางระบบน้ำ&nbsp;การทำทุเรียนในรูปแบบใหม่&nbsp;สามารถนำนวัตกรรมต่างๆ&nbsp;มาใช้&nbsp;ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;และเป็นการใช้นวัตกรรมขั้นสูงมาปรับใช้กับการเกษตร&nbsp;การปลูกผัก&nbsp;และนำมาปรับเปลี่ยนในสวนเกษตรทุเรียนได้เช่นกัน&nbsp;โดยสิ่งที่เห็นอย่างเป็นรูปธรรมคือมีรายได้เข้ามา&nbsp;ได้มีเวลาอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว&nbsp;และกลับมาเป็นเกษตรกรที่บ้านเกิด&nbsp;</p><p><br></p><p>สวท.ตราด</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สวท.ตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224124824718"],
    [745,"ก.ทรัพย์ เร่งเสริมศักยภาพและขับเคลื่อนผู้นำเยาวชน พลเมืองคาร์บอนต่ำ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการลดก๊าซเรือนกระจกให้กับเยาวชนไทย","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เร่งเสริมศักยภาพและขับเคลื่อนผู้นำเยาวชน&nbsp;พลเมืองคาร์บอนต่ำ&nbsp;หรือ&nbsp;ACE&nbsp;Youth&nbsp;Camp&nbsp;เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการลดก๊าซเรือนกระจกให้กับเยาวชนไทย&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สส.)&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;มูลนิธิโลกสีเขียว&nbsp;,&nbsp;สวนนงนุชพัทยา&nbsp;,&nbsp;บริษัท&nbsp;ทรู&nbsp;คอร์ปอเรชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;,&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;,&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาคประชาสังคม&nbsp;เปิดตัว&nbsp;(Kick&nbsp;off)&nbsp;กิจกรรมเสริมศักยภาพและขับเคลื่อนผู้นำเยาวชน&nbsp;พลเมืองคาร์บอนต่ำ&nbsp;หรือ&nbsp;ACE&nbsp;Youth&nbsp;Camp&nbsp;ประจำปี&nbsp;2022&nbsp;อย่างเป็นทางการ&nbsp;เพื่อพัฒนาศักยภาพและยกระดับขีดความสามารถเยาวชนไทยในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการลดก๊าซเรือนกระจก&nbsp;เนื่องจากเยาชนจะเป็นผู้ขับเคลื่อนการร่วมแก้ปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;ให้สอดคล้องกับการประกาศเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรีบนเวทีการประชุม&nbsp;World&nbsp;Leaders&nbsp;Summit&nbsp;ส่วนหนึ่งของการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;สมัยที่&nbsp;26&nbsp;(COP&nbsp;26)&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อยกระดับประเทศไทยบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน&nbsp;(Carbon&nbsp;Neutrality)&nbsp;ในปี&nbsp;2593&nbsp;และจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์&nbsp;(Net&nbsp;Zero&nbsp;Greenhouse&nbsp;Gas&nbsp;Emission)&nbsp;ในปี&nbsp;2608&nbsp;ที่ต้องการการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน&nbsp;โดยเฉพาะเยาวชนอย่างมาก&nbsp;ซึ่งโครงการกิจกรรมเสริมศักยภาพและขับเคลื่อนผู้นำเยาวชน&nbsp;พลเมืองคาร์บอนต่ำนี้เป็นส่วนหนึ่งที่มุ่งพัฒนาเยาวชนให้มีความเข้าใจและเห็นผลกระทบของการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศของโลกและประเทศไทย&nbsp;ผ่านนโยบายเร่งด่วน&nbsp;3&nbsp;ส่วน&nbsp;คือ&nbsp;การพัฒนาทักษะให้กับเยาวชน&nbsp;เพื่อเสริมศักยภาพสู่การเป็นผู้นำของสังคม&nbsp;//&nbsp;การพัฒนาเยาวชนให้พร้อมรับมืออย่างมีประสิทธิภาพกับความเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;การพัฒนาเยาวชนให้มีส่วนร่วมรณรงค์และเป็นต้นแบบให้สังคมเกิดความตระหนัก&nbsp;แล้วร่วมกันสร้างเมืองคาร์บอนต่ำให้ครอบคลุมทั่วประเทศ&nbsp;เพราะในอนาคตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายรัชฎา&nbsp;สุริยกุล&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ACE&nbsp;Youth&nbsp;Camp&nbsp;2022&nbsp;ได้เปิดโอกาสให้เยาวชนร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์&nbsp;รู้เท่าทันสถานการณ์เชิงพื้นที่&nbsp;และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;ด้วยการถ่ายทอดความรู้&nbsp;ประสบการณ์&nbsp;และจากการศึกษาดูงาน&nbsp;รวมถึง&nbsp;การจัดกระบวนการกลุ่มในการสร้างความรู้ความเข้าใจและพัฒนาศักยภาพด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้กับเยาวชนไม่น้อยกว่า&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;โดยผ่านกระบวนการคัดเลือกในการเข้าร่วมเรียนรู้&nbsp;พัฒนาตน&nbsp;และสร้างความรู้ความเข้าใจในหลักสูตรออนไลน์จากวิทยากรพิเศษที่มีความรู้&nbsp;4&nbsp;ครั้ง&nbsp;และเยาวชนจะผ่านกระบวนการคัดเลือกอีกครั้งให้เหลือ&nbsp;30&nbsp;คนเข้าร่วมในกิจกรรมค่าย&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;2&nbsp;คืน&nbsp;</p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224135758748"],
    [746,"รวมพลังรณรงค์ปลอดควันไฟ ที่อำเภอแม่สะเรียง","<p><strong>สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;16&nbsp;สาขาแม่สะเรียง&nbsp;</strong>จัดกิจกรรมวันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><strong>สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;16&nbsp;สาขาแม่สะเรียง&nbsp;</strong>พร้อมหน่วยงาน&nbsp;องค์กรและภาคีเครือข่าย&nbsp;รวมพลังจัดกิจกรรมเนื่องในวันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า&nbsp;เช้าวันนี้&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;16&nbsp;สาขาแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;นายสังคม&nbsp;คัดเชียงแสน&nbsp;นายอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;มีนายทัศเนศวร์&nbsp;เพชรคง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;16&nbsp;สาขาแม่สะเรียง&nbsp;กล่าวรายงานการจัดกิจกรรมเนื่องในวันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ของทุกปีตามมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า&nbsp;เพื่อลดควันไฟที่เกิดจากการเผาป่า&nbsp;สร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;และความตระหนักให้แก่ประชาชน&nbsp;นักเรียน&nbsp;เยาวชน&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;องค์กร&nbsp;และภาคเอกชนต่างๆ&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการรณรงค์การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;ยังเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนและเกษตรกรงดการจุดไฟเผาป่าทั้งในที่โล่งพื้นที่การเกษตรและในพื้นที่ป่า&nbsp;ตลอดจนลดผลกระทบที่เกิดจากไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;ป้องกันทรัพยากรป่าไม้จากการจุดไฟเผาป่า</p><p><strong>การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ประกอบด้วย</strong>&nbsp;จัดปล่อยขบวนรถ&nbsp;ปล่อยแถวขบวนรณรงค์&nbsp;จัดสาธิตการทำปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้แห้ง&nbsp;การอัดใบไม้เป็นก้อน&nbsp;การดับไฟป่า&nbsp;การทำแนวกันไฟ&nbsp;การจัดแสดงนิทรรศการ&nbsp;การมอบเงินอุดหนุนเครือข่ายการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;และการแจกอุปกรณ์เครื่องมือในการดับไฟป่าให้แก่หมู่บ้านต่างๆ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงราย","สวท.เชียงราย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224140355751"],
    [747,"มทบ.32 บูรณาการภาคีเดินหน้าต่อเนื่อง สร้างความตระหนักรู้ให้ชุมชนรอบดอยพระบาทปลอดไฟป่าและหมอกควัน","<p><strong>พลตรีอโณทัย&nbsp;ชัยมงคล&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายมานิตย์&nbsp;อุ่นเครือ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพิชัย&nbsp;นายประทีป&nbsp;เถื่อนเหลือ&nbsp;ผู้ช่วยสถานีควบคุมไฟป่าพระบาท-ม่อนพระยาแช่&nbsp;นางสาวดวงพร&nbsp;เกียรติดำรงค์&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขลาค์บรรพต&nbsp;คณะผู้บังคับบัญชา&nbsp;แพทย์จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;และจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ร่วมเดินทางเข้าพบปะสร้างการตระหนักรู้ผลกระทบและการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;ณ&nbsp;วัดไร่ศิลาทอง&nbsp;ชุมชนบ้านไร่ศิลาทอง&nbsp;หมู่ที่10&nbsp;ตำบลพิชัย&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;และ&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณม่อนเก๊าค่า&nbsp;บ้านวังชัยพัฒนา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;16&nbsp;ตำบลพิชัย&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;โดยมีผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;คณะกรรมการ&nbsp;และอาสาสมัครดับไฟป่าภาคประชาชนในชุมชนร่วมกิจกรรม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ชุมชนมีพื้นที่ติดกับแนวเขตดอยพระบาท</strong>&nbsp;ได้รับผลกระทบจากปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;ฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;หรือ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เป็นประจำทุกปี&nbsp;ซึ่งแนวทางแก้ไขที่ยั่งยืนนั้นต้องอาศัยร่วมมือของชุมชนในการยึดถือแนวทางปฏิบัติ&nbsp;การควบคุมด้วยกฎและมาตรการของชุมชนอย่างเข้มแข็งดังเช่นที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อป้องปรามและป้องกันมิให้เกิดไฟป่าในพื้นที่จนส่งผลดีต่อชุมชน&nbsp;โดยมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;และหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พร้อมบูรณาการความช่วยเหลือ&nbsp;สนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ&nbsp;เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;พร้อมกันนี้ได้มอบสิ่งของ&nbsp;ชุดยาสามัญประจำบ้าน&nbsp;และเอกสารประชาสัมพันธ์รณรงค์ป้องกันไฟป่า&nbsp;ให้กับผู้ใหญ่บ้านทั้ง&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;เพื่อนำมอบเป็นขวัญกำลังใจอาสาสมัครป้องกันไฟป่าในหมู่บ้าน&nbsp;และเพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และความเข้าใจต่อคนในชุมชนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224145107773"],
    [748,"นอภ.อำเภอขุนหาญ เปิดโครงการฝึกอบรมเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตทุเรียน","<p><strong>วันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นายพรชัย&nbsp;วงศ์งาม&nbsp;นายอำเภอขุนหาญ</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตทุเรียนคุณภาพ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;23-25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;150&nbsp;คน&nbsp;ณ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลพราน&nbsp;อำเภอขุนหาญ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</p><p>ทั้งนี้&nbsp;ได้ปฏิบัติตามมาตราการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224143743766"],
    [749,"ชุดปฏิบัติการกำบี้ขาว อุทยานฯ แม่ปิง ออกประชาสัมพันธ์ให้ หยุดการเผา อย่างต่อเนื่อง ลดต้นตอปัญหาฝุ่น PM 2.5","<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ชุดปฏิบัติการกำบี้ขาว&nbsp;อุทยานแห่งชาติแม่ปิง&nbsp;จ.ลำพูน</strong>&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าแม่ปิง&nbsp;ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์&nbsp;\"หยุดเผา\"&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยในครั้งนี้ได้ลงไปยังพื้นที่ชุมชนตำบลก้อ&nbsp;ม.3&nbsp;บ้านก้อจอก&nbsp;เพื่อให้ตระหนักถึงโทษและ&nbsp;ผลกระทบของการจุดไฟเผาเศษวัชพืช&nbsp;และลดปริมาณการเกิดไฟป่าในชุมชน&nbsp;สาเหตุของการสะสมของฝุ่น&nbsp;PM2.5</p><p><strong>อย่างไรก็ตามทางจังหวัดได้มีการประกาศ&nbsp;</strong>ห้ามบุคคลทำการเผาในพื้นที่โล่ง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์-30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เนื่องจากช่วง&nbsp;1&nbsp;มกราคม-31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;พบจุดความร้อนจำนวนมาก&nbsp;จากการตรวจจับของดาวเทียมระบบ&nbsp;VIIR&nbsp;ซึ่งพบจำนวน&nbsp;2,823&nbsp;จุด&nbsp;ทำให้เกิดพื้นที่&nbsp;ที่ถูกเผาไหม้&nbsp;จำนวน&nbsp;411,650&nbsp;ไร่&nbsp;ทั้งยังก่อให้เกิดปัญหาการสะสมของฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน</p><p><strong>อย่างไรก็ตามหากผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย</strong>&nbsp;ปรับต่ำสุดตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;หมื่น&nbsp;สูงสุด&nbsp;2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จำคุกต่ำสุดตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;สูงสุด&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;ทั้งนี้หากพบเห็นการกระทำผิด&nbsp;สามารถแจ้ง&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;นายกเทศมนตรี&nbsp;หรือนายอำเภอ&nbsp;เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&nbsp;เบอร์ติดต่อ</p><p>-ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดลำพูน&nbsp;053-562963</p><p>-ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน/ทุกแห่ง&nbsp;สายด่วน&nbsp;191</p><p>-ส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า&nbsp;สายด่วน&nbsp;1362&nbsp;หรือโทร&nbsp;053-232019</p><p>-สายด่วนทางหลวง&nbsp;1586</p><p>-สายด่วนทางหลวงชนบท&nbsp;1146</p><p>-นายอำเภอเมืองลำพูน&nbsp;081-8674377</p><p>-นายอำเภอป่าซาง&nbsp;081-8674380</p><p>-นายอำเภอลี้&nbsp;081-8674419</p><p>-นายอำเภอแม่ทา&nbsp;081-8674409</p><p>-นายอำเภอบ้านโฮ่ง&nbsp;081-8674397</p><p>-นายอำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;081-8674423</p><p>-นายอำเภอเวียงหนองล่อง&nbsp;081-8674425</p><p>-นายอำเภอบ้านธิ&nbsp;081-8674424</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สวท.ลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224151857802"],
    [750,"ปรับการทำงานเข้าถึงประชาชน สร้างการตระหนักรู้ มีส่วนร่วมทุกฝ่าย ร่วมป้องกันให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า","<p><strong>พลเอก คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า</strong> ในโอกาส วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า&nbsp;24 กุมภาพันธ์ของทุกปี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณและเป็นกำลังใจให้กับทุกภาคส่วนของสังคม ที่ร่วมแรงร่วมใจกันให้ความสำคัญ แก้ปัญหาการเผาป่า ที่เป็นปัญหาของการทำลายทรัพยากรทางธรรมชาติและมลภาวะของควันพิษ ซึ่งส่งผลกระทบทั้งต่อด้านสุขภาพร่างกายโดยตรง ด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมทั้งปัญหาโลกร้อนและภัยธรรมชาติตามมา พร้อมขอถือโอกาสนี้แสดงความอาลัยกับเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร ที่สูญเสียจากการร่วมทำหน้าที่ดับไฟป่าที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>รองนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า</strong> แม้การขับเคลื่อนมาตรการแก้ปัญหาไฟป่าระยะสั้น ด้วยการจัดตั้งหน่วยควบคุมไฟป่าเป็นพื้นที่ โดยความร่วมมือของประชาชนและอาสาสมัครในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมที่ผ่านมา จะสามารถช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและลดทอนความเสียหายเป็นพื้นที่ที่เกิดขึ้นได้มากนั้น&nbsp;ในระยะยาว เราทุกคนทุกฝ่าย ยังคงต้องร่วมมือกันรณรงค์ป้องกันไฟป่าทุกรูปแบบ ร่วมสร้างความตระหนักรู้ ความเข้าใจและความร่วมมือกับทุกภาคส่วนของสังคม ทั้งภาคเอกชน ภาคประชาชน เกษตรกร รวมทั้งนักเรียน นักศึกษา ในการมีส่วนร่วมป้องกันไฟป่าและตระหนักถึงอันตรายและผลกระทบของควันที่เกิดจากไฟป่ามากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่</p><p><strong>รองนายกรัฐมนตรี กำชับให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม </strong>โดยกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติฯ เฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมของหน่วยควบคุมไฟป่าระดับพื้นที่ ให้พร้อมแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทันที โดยยกระดับปฏิบัติการให้เข้มงวดในภาวะวิกฤตและให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนมาตรการป้องกันมากขึ้น โดยให้ประสานกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง บังคับใช้กฎหมายและปรับการทำงานให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้น ในการร่วมบำรุงรักษาและอนุรักษ์ป่า รวมทั้งคงความต่อเนื่องรณรงค์ป้องกันไฟป่าระดับพื้นที่ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงในฤดูแล้งของทุกปีที่เคยเกิดปัญหา เพื่อร่วมกันลดปัญหาควันพิษจากไฟป่าและผลกระทบจากความเสียหายที่เกิดขึ้นในภาพรวม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224151134787"],
    [751,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือของไทย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(23&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;322&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อน&nbsp;212&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;120&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;73&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;59&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;40&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;25&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;ลพบุรี&nbsp;25&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;19&nbsp;จุด&nbsp;และเพชรบูรณ์&nbsp;17&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;กระจายตัวตั้งแต่ภาคเหนือลงมาถึงภาคกลาง&nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;136&nbsp;จุด&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเกิดจากการเตรียมพื้นที่เพื่อการเกษตร&nbsp;ส่วนวันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยรวมประเทศไทยอยู่ในระดับดีถึงดีมาก&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;6,351&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;6,040&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;3,781&nbsp;จุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;12&nbsp;วัน&nbsp;2,401&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นกัมพูชา&nbsp;1,207&nbsp;จุด&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;322&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224151804799"],
    [752,"Field Day นครนายก ปี 65 เปิดสถานีเรียนรู้ มะยงชิด ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต เรียนรู้จากของจริง","<p><strong>นางอัญชลี&nbsp;สุวจิตตานนท์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดนครนายก&nbsp;กำหนดจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;จังหวัดนครนายก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;แปลงใหญ่มะยงชิดตำบลศรีกระอาง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลศรีกะอาง&nbsp;อำเภอบ้านนา&nbsp;จังหวัดนครนายก&nbsp;เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการผลิตพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่ให้กับเกษตรกรได้เข้ามาเรียนรู้จากของจริง&nbsp;และสามารถนำความรู้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพสามารถนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่ออาชีพของตนเอง&nbsp;ทั้งด้านการเพิ่มมูลค่าผลผลิต&nbsp;มีสร้างรายได้เพิ่มขึ้นและมีความมั่นคงยั่งยืนต่อไป&nbsp;</p><p><strong>โดยในปีนี้จังหวัดนครนายกได้เลือกมะยงชิด</strong>&nbsp;เป็นพืชหลักของการจัดงาน&nbsp;เนื่องจากเป็นสินค้าแปลงใหญ่และเป็นสินค้าอัตลักษณ์ที่สำคัญของจังหวัดโดย&nbsp;งานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมเกษตรกรก่อนฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;ทั้งการสนับสนุนให้เกษตรกรมีความรู้&nbsp;สามารถวางแผนการผลิต&nbsp;เข้าถึงปัจจัยการผลิต&nbsp;บริหารจัดการความเสี่ยงและสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร&nbsp;พร้อมทั้งกระตุ้นให้เกษตรกรเริ่มต้นการผลิตในปีการเพาะปลูกใหม่&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่&nbsp;โดยการเรียนรู้จากแปลงต้นแบบ&nbsp;การเรียนรู้จากเกษตรกรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการเพิ่มผลผลิต&nbsp;ลดต้นทุนการผลิตและพัฒนาคุณภาพของผลผลิต&nbsp;ภายใต้แนวคิดในการถ่ายทอดความรู้แบบเห็นของจริง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดนครนายกแบ่งเขตการปกครองเป็น&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;41&nbsp;ตำบล&nbsp;408&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;มีพื้นที่ทั้งหมด&nbsp;1.32&nbsp;ล้านไร่&nbsp;เป็นพื้นที่ทำการเกษตร&nbsp;683,279&nbsp;ไร่</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224211320017"],
    [753,"คพจ.ตราด ร่วมกันจัดโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ และแนวทางการบริหารจัดการผลไม้ของจังหวัดตราด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตรจังหวัดตราด&nbsp;(คพจ.)&nbsp;&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ซึ่งจังหวัดตราด&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการฯ&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เป็นคณะกรรมการเข้าร่วม&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด&nbsp;และ<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;</span>(Zoom&nbsp;Meeting)<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับการประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตรจังหวัดตราด&nbsp;(คพจ.)</strong>&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;เป็นการรับทราบข้อมูลสถานการณ์สินค้าเกษตร&nbsp;โดยเฉพาะผลไม้&nbsp;เพื่อนำสู่การวางแผนทางการตลาดและเตรียมความพร้อมรองรับในกรณีที่มีผลผลิตล้นตลาด&nbsp;ทั้งนี้สำนักงานเกษตรจังหวัดตราดได้คาดคะเนผลผลิต&nbsp;ผลไม้&nbsp;4&nbsp;ชนิด&nbsp;ที่จะออกสู่ตลาดในปี&nbsp;2565&nbsp;โดยคาดว่า&nbsp;ทุเรียนจะมีผลผลิต&nbsp;90,328&nbsp;ตัน&nbsp;เงาะ&nbsp;104,520&nbsp;ตัน&nbsp;มังคุด&nbsp;42,662&nbsp;ตัน&nbsp;และลองกอง&nbsp;3,387&nbsp;ตัน&nbsp;โดยคาดว่าผลผลิตจะออกสู่ตลาดสูงสุดในช่วงเดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ส่วนสับปะรดตราดสีทอง&nbsp;คาดว่าจะมีผลผลิต&nbsp;ออกสู่ตลาดรวม&nbsp;46,833&nbsp;ตัน&nbsp;และสับปะรดโรงงาน&nbsp;คาดว่าจะมีผลผลิต&nbsp;ออกสู่ตลาดรวม&nbsp;9,595&nbsp;ตัน&nbsp;อย่างไรก็ตามการประชุมครั้งนี้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;ยังได้นำเสนอแนวทางบริหารจัดการผลไม้ของกระทรวงพาณิชย์&nbsp;และแผนบริหารจัดการผลไม้ด้านการตลาด&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งในที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณาโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้จังหวัดตราด&nbsp;โดยเฉพาะการกระจายผลผลิตออกไปยังตลาดปลายทาง&nbsp;และแนวทางการบริหารจัดการผลไม้ของจังหวัดตราดปี&nbsp;2565&nbsp;อีกด้วย&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224160459858"],
    [754,"กรมทางหลวง จัดประชุมสรุปผลการศึกษาโครงการการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมทางหลวงหมายเลข 229 บ้านหนองม่วง  อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น","<p><strong>นายศุภชัย&nbsp;ลีเขาสูง&nbsp;ปลัดจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุม</strong>เพื่อสรุปผลการศึกษาของโครงการ&nbsp;การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;ทางหลวงหมายเลข&nbsp;229&nbsp;บ้านหนองม่วง-อ.มัญจาคีรี&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;ที่&nbsp;โรงแรมราชาวดี&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;แอนด์&nbsp;โฮเทล&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมทางหลวง&nbsp;ได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาให้ดำเนินการ</strong>ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของทางหลวงหมายเลข&nbsp;229&nbsp;บ้านหนองม่วง&nbsp;&nbsp;อำเภอมัญจาคีรี&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;โดยมีพื้นที่ศึกษาอยู่ในพื้นที่อำเภอมัญจาคีรี&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;กรมทางหลวง&nbsp;เล็งเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;อันจะเลือกประโยชน์สูงสุดในการดำเนินงานศึกษาของโครงการ&nbsp;จึงได้มีการประชุมสรุปผลการศึกษาของโครงการการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมทางหลวงหมายเลข&nbsp;229&nbsp;บ้านหนองม่วง&nbsp;&nbsp;อำเภอมัญจาคีรี&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;</p><p><strong>เพื่อนำเสนอสรุปผลการศึกษาโครงการในด้านต่างๆ</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด้านวิศวกรรม&nbsp;ด้านจราจรและขนส่ง&nbsp;ด้านการระบายน้ำ&nbsp;ด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;ด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อการศึกษาโครงการ&nbsp;เพื่อนำไปพิจารณาประกอบการศึกษาให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น</p><p><strong>นายสมเจตน์&nbsp;เขื่อนเพชร&nbsp;ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงขอนแก่นที่&nbsp;3</strong>&nbsp;(บ้านไผ่)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในการเสริมสร้างศักยภาพโครงข่ายทางหลวงให้สมบูรณ์&nbsp;หากมีการก่อสร้างโครงการให้เป็น&nbsp;4&nbsp;ช่องจราจร&nbsp;และเนื่องจากพื้นที่โครงการพบแหล่งโบราณคดีที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน&nbsp;จึงต้องมีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนดำเนินการก่อสร้าง&nbsp;ในการศึกษาโครงการดังกล่าว&nbsp;จำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นจากส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ตลอดจนองค์กรและประชาชนในพื้นที่โครงการ&nbsp;เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการนำไปประกอบการศึกษาให้มีความเหมาะสม&nbsp;โดยในปัจจุบันได้ดำเนินการมาถึงขั้นตอนการสรุปผลการศึกษาของโครงการ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224192229958"],
    [755,"จ.บึงกาฬจัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ให้ความรู้เกษตรกรเริ่มต้นฤดูการผลิต","<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอบุ่งคล้า&nbsp;</strong>นายนพดล&nbsp;จอมเพชร&nbsp;ปลัดจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกร&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;พร้อมมอบพันธุ์ปลา&nbsp;สารชีวะพันธุ์&nbsp;เมล็ดพันธุ์พืชให้กับเกษตรกร&nbsp;โดยมีนายอดุลย์&nbsp;นามแสง&nbsp;นายอำเภอบุ่งคล้า&nbsp;นายกฤษฎา&nbsp;พลสิทธิ์&nbsp;เกษตรจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;เกษตรกรในพื้นที่&nbsp;อำเภอบุ่งคล้า&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;ตลอดจนพี่น้องเกษตรกรที่ให้ความสนใจเข้ามาใช้บริการ</p><p><strong>นายกฤษฎา&nbsp;พลสิทธิ์&nbsp;เกษตรจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี&nbsp;2545&nbsp;การจัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่เป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทั่วถึงและครบถ้วน&nbsp;เช่น&nbsp;การวิเคราะห์ดิน&nbsp;การวินิจฉัย&nbsp;โรคพืช&nbsp;โรคสัตว์&nbsp;โรคสัตว์น้ำ&nbsp;และการให้วัคซีนป้องกันโรค&nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;และฝึกอบรมความรู้การเกษตร&nbsp;เสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไป&nbsp;ซึ่งเป็นการดำเนินการในลักษณะบูรณาการ&nbsp;การทำงานร่วมกันระหว่าง&nbsp;นักวิชาการเกษตร&nbsp;ของหน่วยงานต่างๆ&nbsp;จากหน่วยงานราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;13&nbsp;คลินิก&nbsp;เช่น&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกข้าว&nbsp;คลินิกหม่อนไหม&nbsp;และคลินิกยางพารา&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>นอกจากนี้ทุกหน่วยงานยังได้จัดบูธ</strong>ให้คำปรึกษาในด้านต่างๆ&nbsp;แก่เกษตรกรที่ประสบปัญหา&nbsp;พร้อมทั้งแนะนำให้ความรู้&nbsp;การปลูกพืชในหน้าแล้ง&nbsp;ที่กำลังจะมาถึง&nbsp;การตรวจสารพิษตกค้างในร่างกายให้เกษตรกร&nbsp;และการจำหน่ายสินค้าโอทอป&nbsp;จากกลุ่มเกษตรกรต่างๆ&nbsp;ซึ่งได้รับความสนใจจากเกษตรกรเข้าใช้บริการ&nbsp;ท่ามกลางการปฏิบัติตัวมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;..</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บึงกาฬ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224193027964"],
    [756,"ครม.อนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ปี6465","<p><strong>คณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน</strong>ปี&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;วงเงิน&nbsp;7,660&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ในช่วงที่ราคาผลผลิตตกต่ำแก่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันทั่วประเทศประมาณ&nbsp;3.8&nbsp;แสนราย&nbsp;โดยยังคงหลักการเดิมเช่นเดียวกับในครั้งที่ผ่านมา&nbsp;ประกอด้วย</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กำหนดราคาประกันของปาล์มทะลาย&nbsp;(อัตราน้ำมันร้อยละ&nbsp;18)&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;4&nbsp;บาท</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ไร่</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ต้องเป็นพื้นที่ปลูกต้นปาล์มอายุ&nbsp;3&nbsp;ปีขึ้นไปที่ให้ผลผลิตแล้ว</p><p><strong>ส่วนระยะเวลาการจ่ายเงินประกันรายได้จะเริ่มตั้งแต่เดือน&nbsp;</strong>ก.ย.&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ส.ค.&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมาโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;รัฐบาลไม่มีการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างตลอดทั้งโครงการ&nbsp;เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันปาล์มในการบริโภคและพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่งผลให้ปาล์มทะลายมีราคาเฉลี่ยทั้งปี&nbsp;2564&nbsp;อยู่ที่ประมาณ&nbsp;6.9&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ซึ่งสูงกว่าราคาประกันรายได้ที่กำหนดไว้&nbsp;4&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ตลอดทั้งปี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224180032917"],
    [757,"ครม.อนุมัติโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประกอบกิจการยาง(ยางแห้ง)","<p><strong>คณะรัฐมนตรี&nbsp;อนุมัติโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประกอบกิจการยาง</strong>(ยางแห้ง)&nbsp;วงเงิน&nbsp;603.50&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และให้การยางแห่งประเทศไทยทำหน้าที่ขอรับการจัดสรรงบประมาณในการจ่ายชดเชยดอกเบี้ยให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและลดต้นทุนทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบกิจการยาง&nbsp;(ยางแห้ง)&nbsp;ที่รับซื้อยางจากเกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;โดยกำหนดเป้าหมายให้ผู้ประกอบกิจการยางสามารถซื้อผลผลิตยางแห้งได้ไม่น้อยกว่า&nbsp;350,000&nbsp;ตัน&nbsp;(คิดราคาเฉลี่ยปี&nbsp;2564&nbsp;ยางแผ่นดิบราคา&nbsp;&nbsp;57&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม)&nbsp;ซึ่งรัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยในการขอสินเชื่อเพื่อซื้อผลผลิตยางแห้งจากเกษตรกรชาวสวนยางในอัตราร้อยละ&nbsp;3&nbsp;ต่อปีส่วนระยะ&nbsp;เวลาดำเนินการโครงการจะเริ่มตั้งแต่เดือน&nbsp;ส.ค.&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ธ.ค.2565&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการสนับสนุนสินเชื่อ</strong>เป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์&nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถขอสินเชื่อเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ได้&nbsp;จากเดิมที่ผู้ประกอบการสามารถขอสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อ&nbsp;ไม้ยางและผลิตภัณฑ์มาเก็บสต็อกและแปรรูปเท่านั้น&nbsp;สำหรับรายละเอียดการปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขมีดังนี้&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.แหล่งสินเชื่อ&nbsp;ผู้ประกอบการจะต้องมีสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนและหรือ&nbsp;สินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์&nbsp;กับสถาบันการเงินตามรายชื่อธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงิน&nbsp;(เฉพาะกิจ)&nbsp;ที่สนับสนุนสินเชื่อภายใต้โครงการ&nbsp;จากเดิมที่กำหนดเฉพาะ&nbsp;สินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน&nbsp;เท่านั้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.รัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยในอัตราตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินร้อยละ&nbsp;3&nbsp;ต่อปี&nbsp;จำนวนไม่เกิน&nbsp;600&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จากวงเงินกู้&nbsp;20,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยเพิ่มเงื่อนไขให้สอดคล้องกับสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์&nbsp;คือ&nbsp;ชดเชยดอกเบี้ยสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนในการรับซื้อไม้ยาง&nbsp;และหรือชดเชยดอกเบี้ยสินเชื่อเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการขยายกำลังการผลิต&nbsp;/ปรับเปลี่ยนเครื่องจักรการผลิต&nbsp;ณ&nbsp;ที่ตั้งเดิมหรือที่ตั้งใหม่&nbsp;เพื่อใช้ในการประกอบกิจการจากเดิมที่ไม่กำหนดเงื่อนไขดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224180153918"],
    [758,"นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เร่งเดินหน้าพัฒนาคลองเปรมประชากรในเขตจังหวัดปทุมธานี มุ่งสร้างคลองสวยน้ำใส สะอาด ปลอดภัย หนุนคุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้น","<p><strong>พลตำรวจโท&nbsp;คำรณวิทย์&nbsp;ธูปกระจ่าง&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี</strong>&nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร&nbsp;สมาชิกสภา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมคลองเปรมประชากร&nbsp;ด้วยน้ำหมักชีวภาพช่วยบำบัดน้ำเสีย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี&nbsp;และสถานีพัฒนาที่ดินปทุมธานี&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณคลองเปรมประชากร&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;</p><p><strong>นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี&nbsp;เปิดเผยถึง</strong>โครงการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมคลองเปรมประชากร&nbsp;เพื่อคลองสวยน้ำใส&nbsp;ว่าได้รับความร่วมมือจากประชาชนริมคลองที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดีตลอดการพัฒนาเส้นทางน้ำซึ่งหน่วยงานต่างๆได้ช่วยการเข้ามาดำเนินการทั้งการขุดลอกคลอง&nbsp;กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ&nbsp;พัฒนาริมฝั่งให้มั่นคงแข็งแรง&nbsp;ปรับปรุงทัศนียภาพโดยรอบให้สวยงามสะอาดตา&nbsp;ดูแลรักษาน้ำในลำคลองให้ใสสะอาด&nbsp;ซึ่งร่วมมือกันกับชาวบ้านและผู้ประกอบการร้านค้า&nbsp;ทั้งการช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อม&nbsp;และขอความร่วมมือไม่รุกล้ำลำคลอง&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ในวันนี้ได้ร่วมกันราดเทน้ำหมักชีวภาพจากสารเร่งซุปเปอร์&nbsp;พด.6&nbsp;</strong>ที่ได้รับการสนับสนุนจากสถานีพัฒนาที่ดินปทุมธานี&nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อบำบัดน้ำเสียและขจัดกลิ่นเหม็นของน้ำในคลองเปรมประชากรบริเวณนี้&nbsp;</p><p><strong>นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;</strong>เมื่อน้ำสะอาด&nbsp;เหมาะสม&nbsp;มีแนวคิดที่จะนำพันธ์ปลามาปล่อยเพื่อให้เจริญเติบโต&nbsp;แหล่งน้ำมีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;และขอความร่วมมือชาวบ้านที่อาศัยริมคลองให้ความร่วมมือต่อเนื่องในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อให้ชุมชนสะอาด&nbsp;น่าอยู่&nbsp;และปลอดภัย&nbsp;นำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ปทุมธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224182622929"],
    [759,"จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประชุมติดตามสถานการณ์ และการดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;จิตต์พลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์&nbsp;และการดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การประชุมในครั้งนี้&nbsp;เป็นการติดตามผลการดำเนินงานที่ผ่านมา&nbsp;อีกทั้งเพื่อรับทราบปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานของหน่วยงานระดับพื้นที่ทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;โดยที่ประชุมรายงานสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เฉพาะวันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;ขณะที่มีจุดความร้อนสะสม&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม-23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;682&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอปาย&nbsp;จำนวน&nbsp;269&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;454&nbsp;จุด&nbsp;ด้านคุณภาพอากาศ&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ค่า&nbsp;PM2.5&nbsp;เท่ากับ&nbsp;44&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง</p><p><strong>ขณะเดียวกันที่ประชุมยังพิจารณาอนุมัติคำขอบริหารจัดการเชื้อเพลิง</strong>&nbsp;ตามประกาศจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เรื่องห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;โดยในครั้งนี้เป็นการพิจารณาคำขอในการบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;รอบวันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์-&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;จำนวน&nbsp;16,212&nbsp;ไร่&nbsp;และป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;33,764&nbsp;ไร่&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;49,976&nbsp;ไร่&nbsp;ดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่รัฐ&nbsp;โดยหลังจากนี้ที่ประชุมจะนำสรุปข้อพิจารณา&nbsp;เสนอศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224194452978"],
    [760,"สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปัตตานี จัดโครงการสร้างและพัฒนาเครือข่ายอุตสาหกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม ประจำปี 2565","<p><strong>วานนี้&nbsp;(23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ที่บริเวณลานนกกระยาง&nbsp;</strong>บ้านแหลมนก&nbsp;ตำบลบานา&nbsp;อำเภอเมืองปัตตานี&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปัตตานี&nbsp;ได้จัดโครงการสร้างและพัฒนาเครือข่ายอุตสาหกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ขึ้น&nbsp;</p><p><strong>โดยมีสมาชิกเครือข่ายซึ่งเป็นผู้แทนส่วนราชการ&nbsp;ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม</strong>&nbsp;และผู้นำชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;นางสาวมาลี&nbsp;ทองเกลี้ยง&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดปัตตานีกล่าวว่า&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาสำคัญที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ&nbsp;มีการนำมาเป็นมาตรการกีดกันทางการค้า&nbsp;การต่อต้านของชุมชนต่อการตั้งสถานประกอบการมีมากขึ้นแม้ว่าจะมีการดูแลจัดการปัญหามลพิษอย่างเหมาะสมเพื่อช่วยลดปัญหามลพิษและรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชนแล้วก็ตาม&nbsp;&nbsp;แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ&nbsp;</p><p><strong>การสร้างและพัฒนาเครือข่ายอุตสาหกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;จึงเป็นการสร้างความยั่งยืนของการพัฒนาอุตสาหกรรมโดยอาศัยความร่วมมือจากภาคประชาชนในการเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดจากสถานประกอบการอุตสาหกรรม&nbsp;เพื่อให้สถานประกอบการสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างมีความสุข&nbsp;มีการเฝ้าระวังการเกิดผลกระทบด้านมลพิษ&nbsp;วิถีชีวิตและสังคมที่อาจเปลี่ยนไปตามการพัฒนาอุตสาหกรรม&nbsp;มีการบริหารจัดการเครือข่ายที่เข้มแข็งและยั่งยืนไปพร้อมๆกับการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม&nbsp;ดังนั้น&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปัตตานี&nbsp;จึงได้จัดโครงการสร้างและพัฒนาเครือข่ายอุตสาหกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อมขึ้น&nbsp;</p><p><strong>โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชุมชน&nbsp;สถานประกอบการและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังในรูปแบบเครือข่าย&nbsp;เพื่อช่วยเฝ้าระวังการเกิดผลกระทบด้านมลพิษ&nbsp;วิถีชีวิต&nbsp;และสังคม&nbsp;ให้ทุกฝ่ายสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข&nbsp;สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้&nbsp;มีทั้งการบรรยายการเสริมสร้างความรู้ในการพัฒนาเครือข่ายอุตสาหกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน&nbsp;การศึกษาดูงานการทำ&nbsp;จุลินทรีย์&nbsp;EM&nbsp;Ball&nbsp;และกิจกรรมปล่อยพันธ์กุ้งแชบ๊วยจำนวน&nbsp;๕&nbsp;แสนตัว&nbsp;ปล่อยพันธ์ลูกปูม้า&nbsp;100&nbsp;ล้านตัว&nbsp;ลงในอ่าวปัตตานีเพื่อขยายพันธ์เป็นแหล่งอาหารของชาวปัตตานีต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว&nbsp;เพชรน้อย&nbsp;ส.ปชส.ปัตตานี</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224172838904"],
    [761,"สคทช. เร่งเสริมความรู้และจัดฝึกอบรมหลักสูตรฝึกปฏิบัติ เพื่อพัฒนาอาชีพให้กับเกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกิน ตามแนวนโยบายของ คทช. นำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง","<p><strong>สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(สคทช.)&nbsp;เร่งเสริมความรู้และจัดฝึกอบรมหลักสูตรฝึกปฏิบัติ&nbsp;เพื่อพัฒนาอาชีพให้กับเกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกิน&nbsp;ตามแนวนโยบายของ&nbsp;คทช.&nbsp;นำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางรวีวรรณ&nbsp;ภูริเดช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(สคทช.)&nbsp;ได้เข้าร่วมเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรฝึกปฏิบัติและดูงานเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ฝึกโรงเรียนจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;(บางเขน)&nbsp;เพื่อเสริมสร้างพัฒนาอาชีพให้กับเกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกิน&nbsp;ตามแนวนโยบายของ&nbsp;คทช.&nbsp;ในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดชลบุรี&nbsp;แล้วยังเป็นการให้ความรู้ความเข้าใจด้วย&nbsp;เช่น&nbsp;การแก้ปัญหาเศรษฐกิจครัวเรือน&nbsp;การแก้ปัญหาน้ำท่วม&nbsp;-&nbsp;น้ำแล้ง&nbsp;การแก้ปัญหาดินเสีย&nbsp;และการแก้ปัญหาน้ำเสีย&nbsp;โดยสามารถนำไปสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ได้&nbsp;รวมถึง&nbsp;สร้างแรงบันดาลใจให้เกษตรกรที่ได้รับจัดสรรที่ดินทำกินในโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบาย&nbsp;คทช.&nbsp;ในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินดังกล่าวนำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง&nbsp;เพื่อสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;พัฒนาคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดี&nbsp;และมีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;ภาพรวมการฝึกอบรมครั้งนี้มีชาวบ้านเข้าร่วมกว่า&nbsp;40&nbsp;คน</p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224184322940"],
    [762,"จังหวัดนครสวรรค์  ร่วมใจป้องกันไฟป่าในเขตป่าชุมชน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายชยันต์&nbsp;ศิริมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;ประธานในพิธีเปิดโครงการ&nbsp;ร่วมใจป้องกันไฟป่าในเขตป่าชุมชน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สำนักกรรมฐานเขาริมเขื่อน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลปางสวรรค์&nbsp;อำเภอชุมตาบง&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;โดยมีประชาชนในเขตตำบลปางสวรรค์ร่วมกับภาครัฐภาคเอกชน&nbsp;ร่วมกันทำกิจกรรมฯ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อร่วมกันตระหนักถึงคุณค่าป่าไม้&nbsp;และคุณค่าทรัพยากรแหล่งต้นน้ำ&nbsp;รักและหวงแหนป่าชุมชน,&nbsp;เป็นการป้องกันและลดปัญหาไฟป่าในช่วงภัยแล้งของทุกปี,&nbsp;ป้องกันความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;เพิ่มพื้นที่สีเขียว&nbsp;สร้างความชุ่มชื้น&nbsp;แก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน,&nbsp;รณรงค์ให้ประชาชน&nbsp;ลดการขยายพื้นที่เกษตรกรรมด้วยวิธีการเผาป่า&nbsp;และเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;และความ&nbsp;สามัคคีของประชาชนทุกหมู่เหล่า&nbsp;จึงน้อมนำกระแสพระราชดำริในการอนุรักษ์ดินและน้ำ&nbsp;มาเป็นแนวทางในการพัฒนา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นครสวรรค์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครสวรรค์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224200634988"],
    [763,"บูรณาการร่วมรัฐเอกชน ร่วมพัฒนาสร้างแบรนด์ มังคุดทิพย์พังงา ให้เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดที่มีรสชาติหนึ่งเดียวในประเทศไทย","<p><strong>นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;และ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมโรงแรมภูงา&nbsp;อ.เมืองพังงา&nbsp;เพื่อพิจารณาการขับเคลื่อน&nbsp;มังคุดทิพย์พังงา&nbsp;ภายใต้กรอบ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;และการมอบหมายหน้าที่ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมผลักดัน</p><p><strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการขับเคลื่อน&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;</strong>ตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;3&nbsp;มิติไปพร้อมกัน&nbsp;ได้แก่&nbsp;เศรษฐกิจชีวภาพ(&nbsp;Bioeconomy)&nbsp;&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;(Circular&nbsp;Economy)&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;เศรษฐกิจนี้&nbsp;อยู่ภายใต้เศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(Green&nbsp;Economy)&nbsp;โดยให้หน่วยงานในระดับพื้นที่ของจังหวัดคัดเลือกสินค้าเกษตรที่สำคัญและสอดคล้องกับ&nbsp;3&nbsp;สูง&nbsp;คือ&nbsp;ประสิทธิภาพสูง&nbsp;มาตรฐานสูง&nbsp;รายได้สูง&nbsp;จึงได้เลือก&nbsp;มังคุดทิพย์พังงา&nbsp;ให้เป็นสินค้าดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>จึงบูรณาการกับหลายหน่วยงานเพื่อร่วมกันพัฒนามังคุดทิพย์พังงา&nbsp;</strong>ภายใต้กรอบ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ให้เป็นรูปธรรม&nbsp;มีการวางรูปแบบการจัดการอย่างเป็นระบบตั้งแต่&nbsp;ต้นทาง&nbsp;กลางทาง&nbsp;และปลายทาง&nbsp;เริ่มตั้งแต่กระบวนการปลูก&nbsp;การบำรุงรักษาจนกระทั่งให้ผล&nbsp;การเก็บเกี่ยว&nbsp;การคัดเกรดผลมังคุดให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;โดยเกรดระดับพรีเมียมจะจำหน่ายเป็นลูก&nbsp;และเกรดรองจะจำหน่ายเป็นกิโลกรัม&nbsp;รวมทั้งการสร้างแบรนด์&nbsp;พัฒนาบรรจุภัณฑ์&nbsp;สร้างเรื่องราวให้เป็นจุดขาย&nbsp;ยกระดับสู่การรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ส่วนผลที่สุขและร่วงหรือเน่าเสียจะแปรรูปเป็นปุ๋ย&nbsp;น้ำหมักชีวภาพ&nbsp;หรืออื่นๆ&nbsp;ใบก็สามารถทำดอกไม้ประดิษฐ์ได้&nbsp;เรียกได้ว่าสามารถใช้ประโยชน์จากต้นมังคุดได้ทั้งต้น</p><p><strong>มังคุดทิพย์พังงา&nbsp;จะรู้จักในชื่อ&nbsp;มังคุดซื่อสัตย์&nbsp;</strong>โดยเกษตรกรผู้ปลูกจะดูแลผลผลิตของตนเองอย่างพิถีพิถันจนกระทั่งถึงมือลูกค้า&nbsp;ภายใต้การดูแลและให้คำแนะนำจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&nbsp;มีความสะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;น้ำหนักเต็ม&nbsp;ไม่ขายผลร่วง&nbsp;ที่สำคัญสามารถรับประทานได้ทุกผล&nbsp;ดั่งสโลแกน&nbsp;มังคุดทิพย์พังงา&nbsp;ผิวลาย(มังกร)&nbsp;ไร้สาร(พิษ)&nbsp;หวานอมเปรี้ยว&nbsp;หนึ่งเดียวในประเทศไทย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดพังงามีพื้นที่เพาะปลูกรวม&nbsp;12,000&nbsp;ไร่</strong>&nbsp;เกษตรกร&nbsp;2,151&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ผลผลิตประมาณ&nbsp;5,600&nbsp;ตันต่อปี&nbsp;และมีมูลค่าประมาณ&nbsp;285&nbsp;ล้านบาทต่อปี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224201146993"],
    [764,"กองทัพเรือส่งนักประดาน้ำร่วมปฏิบัติภารกิจ ปิด ดูด อุด เป็นวันที่ 3","<p><strong>วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;โดยทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;</strong>ยังคงสนับสนุนการแก้ไขปัญหาน้ำมันดิบรั่วไหลที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยองอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยพลเรือโท&nbsp;ปกครอง&nbsp;มนธาตุผลิน&nbsp;เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ&nbsp;ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ&nbsp;ได้เปิดเผยว่า&nbsp;กองทัพเรือได้สั่งการให้เรือหลวงหนองสาหร่าย&nbsp;กองเรือทุ่นระเบิด&nbsp;กองเรือยุทธการ&nbsp;สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจ&nbsp;ปิด&nbsp;ดูด&nbsp;อุด&nbsp;ร่วมกับบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ซึ่งได้ปฏิบัติภารกิจเป็นวันที่&nbsp;3&nbsp;โดยในวันนี้ได้ส่งนักประดาน้ำ&nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดถอดทำลายอัมภัณฑ์&nbsp;ประจำเรือหลวงหนองสาหร่าย&nbsp;ลงดำน้ำสำรวจท่อส่งน้ำมัน&nbsp;และบันทึกภาพการซ่อมทำจุดที่ได้รับความเสียหาย&nbsp;บริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเลหรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล&nbsp;(SPM)&nbsp;ของ&nbsp;บมจ.สตาร์ปิโตเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;ระยะห่างจากชายฝั่งบริเวณมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ประมาณ&nbsp;20&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยมีความลึกประมาณ&nbsp;27-30&nbsp;เมตร&nbsp;โดยทางเรือหลวงหนองสาหร่ายจะร่วมปฏิบัติภารกิจจนกว่าจะเสร็จสิ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224201618996"],
    [765,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11   สำรวจและเก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อมเพื่อประเมินการปนเปื้อนจากกิจการล้างถังสารเคมี จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>นายธนัญชัย&nbsp;วรรณสุข&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11</strong>&nbsp;(นครราชสีมา)&nbsp;พร้อมด้วยนายบัญชา&nbsp;ขุนสูงเนิน&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;นางสาวอัจฉรา&nbsp;อิ่มมณี&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจและเก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อมเพื่อประเมินการปนเปื้อนเพิ่มเติม&nbsp;จากกิจการล้างถังสารเคมี&nbsp;ในพื้นที่หมู่&nbsp;9&nbsp;บ้านซับชุมพล&nbsp;ตำบลหนองหญ้าขาว&nbsp;อำเภอสีคิ้ว&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ตามข้อสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</p><p><strong>การลงพื้นที่ในวันนี้ได้ดำเนินการสำรวจ&nbsp;ตรวจสอบและประเมิน</strong>การปนเปื้อนต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม&nbsp;โดยการเก็บตัวอย่างน้ำในคลองอิสานเขียวและอ่างเก็บน้ำซับกระบุตร&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;เก็บตัวอย่างตะกอนดินท้องน้ำในคลองอิสานเขียวและอ่างเก็บน้ำซับกระบุตรจำนวน&nbsp;5&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;และตัวอย่างดิน&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;ส่งตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนโลหะหนัก&nbsp;ณ&nbsp;ห้องปฏิบัติการ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;จะสรุปผลการตรวจวิเคราะห์นำเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เพื่อประกอบการพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224221815030"],
    [766,"จังหวัดระยองประชุมคณะอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมประจำจังหวัด","<p><strong>ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดระยอง&nbsp;นายยุทธพล&nbsp;องอาจอิทธิชัย</strong>&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมประจำจังหวัดระยอง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายครรชิต&nbsp;ศรีนพวรรณ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>โดยการประชุมดังกล่าวเป็นการติดตามชับเคลื่อนการดำเนินงาน</strong>ของหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดระยอง&nbsp;รวมทั้งติดตามแผนการดำเนินงานในปี&nbsp;2564&nbsp;ด้วย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มติที่ประชุมได้ให้หน่วยอนุรักษ์ฯ&nbsp;ดำเนินการศึกษาข้อมูลย่านชุมชนเก่า</strong>ของจังหวัดระยองตามที่ปรากฏในทะเบียนย่านชุมชนเก่าทั่วประเทศ&nbsp;ของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดระยอง&nbsp;ซึ่งมีทั้งหมด&nbsp;4&nbsp;ย่าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ย่านตลาดแกลง&nbsp;ย่านตลาดบ้านเพ&nbsp;ย่านตลาดกะเฉด&nbsp;และย่านปากน้ำประแสร์&nbsp;และให้ดำเนินการสำรวจพื้นที่ย่านตลาดกะเฉด&nbsp;ที่เป็นแหล่งชุมชนที่มีศักยภาพในการดำเนินการพัฒนาตามแผนงานที่&nbsp;2&nbsp;การประกาศเขตอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224215904028"],
    [767,"จ.บึงกาฬจัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ให้ความรู้เกษตรกรเริ่มต้นฤดูการผลิต เพื่อแก้ปัญหาให้เกษตรกรได้อย่างรวดเร็วทั่วถึงและครบถ้วน พร้อมมอบพันธุ์ปลา สารชีวภัณฑ์ เมล็ดพันธุ์พืช ให้กับเกษตรกร","<p><strong>วันที่&nbsp;24&nbsp;ก.พ.&nbsp;2565&nbsp;ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอบุ่งคล้า</strong>&nbsp;นายนพดล&nbsp;จอมเพชร&nbsp;ปลัดจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกร&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตร&nbsp;ได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;พร้อมมอบพันธุ์ปลา&nbsp;สารชีวภัณฑ์&nbsp;เมล็ดพันธุ์พืช&nbsp;ให้กับเกษตรกร&nbsp;โดยมีนายอดุลย์&nbsp;นามแสง&nbsp;นายอำเภอบุ่งคล้า&nbsp;นายกฤษฎา&nbsp;พลสิทธิ์เกษตรจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;เกษตรกรในพื้นที่&nbsp;อ.บุ่งคล้า&nbsp;&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;ตลอดจนพี่น้องเกษตรกรที่ให้ความสนใจเข้ามาใช้บริการ</p><p><strong>นายกฤษฎา&nbsp;พลสิทธิ์เกษตรจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี&nbsp;2545&nbsp;การจัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่เป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทั่วถึงและครบถ้วน&nbsp;เช่น&nbsp;การวิเคราะห์ดิน&nbsp;การวินิจฉัย&nbsp;โรคพืช&nbsp;โรคสัตว์&nbsp;โรคสัตว์น้ำ&nbsp;และการให้วัคซีนป้องกันโรค&nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;และฝึกอบรมความรู้การเกษตร&nbsp;เสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไป&nbsp;ซึ่งเป็นการดำเนินการในลักษณะบูรณาการ&nbsp;การทำงานร่วมกันระหว่าง&nbsp;นักวิชาการเกษตร&nbsp;ของหน่วยงานต่างๆ&nbsp;จากหน่วยงานราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;13&nbsp;คลินิก&nbsp;เช่น&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกข้าว&nbsp;คลินิกหม่อนไหม&nbsp;และคลินิกยางพารา&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>นอกจากนี้ทุกหน่วยงานยังได้จัดบูธ&nbsp;</strong>ให้คำปรึกษาในด้านต่างๆ&nbsp;แก่เกษตรกรที่ประสบปัญหา&nbsp;พร้อมทั้งแนะนำให้ความรู้&nbsp;การปลูกพืชในภัยแล้งที่กำลังจะมาถึง&nbsp;การตรวจสารพิษตกค้างในร่างกายให้เกษตรกร&nbsp;การจำหน่ายสินค้าธงฟ้า&nbsp;และสินค้าOTOP&nbsp;จากกลุ่มเกษตรกรต่างๆ&nbsp;ซึ่งได้รับความสนใจจากเกษตรกรเข้าใช้บริการ&nbsp;ท่ามกลางการปฏิบัติตัวมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บึงกาฬ","สวท.บึงกาฬ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224232458045"],
    [768,"นำร่อง พัฒนาเกษตรรุ่นใหม่   สู่ เยาวชน สมาร์ท ฟาร์มมิ่ง วชช.ยะลา","<p><strong>ที่ศูนย์เรียนรู้สมาร์ทฟาร์มอัจฉริยะ&nbsp;วิทยาลัยชุมชนยะลา</strong>&nbsp;นายนำชัย&nbsp;กฤษณาสกุล&nbsp;รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิทยาลัยชุมชน&nbsp;&nbsp;ได้นำคณะลงพื้นที่&nbsp;ตรวจเยี่ยม&nbsp;ติดตามความก้าวหน้าการบริหารจัดการดูแลฟาร์ม&nbsp;ของทาง&nbsp;วิทยาลัยชุมชนยะลา&nbsp;หลังได้นำการปลูกพืชแบบอัจฉริยะ&nbsp;โดยใช้แพลตฟอร์ม&nbsp;IoT&nbsp;ฟาร์มอัจฉริยะ&nbsp;Intelligent&nbsp;Farm&nbsp;(iFarm)&nbsp;เข้ามาเป็นเครื่องมือในการดูแลฟาร์ม&nbsp;ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น&nbsp;และสามารถควบคุมผลผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวิชาพร&nbsp;ชินประพัทธ์&nbsp;ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนยะลา&nbsp;นายวรัญญู&nbsp;แก้วทอง&nbsp;หัวหน้าหลักสูตรสาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร&nbsp;ร่วมให้ข้อมูล&nbsp;หลังจากที่ได้มีการฝึกอบรม&nbsp;ให้ความรู้&nbsp;การสร้างโรงเรือน&nbsp;การติดตั้งแพลตฟอร์ม&nbsp;IoT&nbsp;ฟาร์มอัจฉริยะ&nbsp;Intelligent&nbsp;Farm&nbsp;(iFarm)&nbsp;การใช้งานระบบ&nbsp;แก่นักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทที่เน้นการพัฒนาความเป็นเลิศทางการเกษตรและการใช้เทคโนโลยีในศตวรรษที่&nbsp;21</p><p><strong>ซึ่งในวันนี้&nbsp;ได้มีการนำเมลอน&nbsp;พันธุ์&nbsp;คิโมจิ&nbsp;และโมมิจิ&nbsp;</strong>ลงปลูกในกระถาง&nbsp;ที่ได้จัดเตรียมไว้&nbsp;หลังเพาะพันธุ์มาแล้ว&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;ต้นเมลอนแตกใบ&nbsp;พร้อมปลูก&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ยังได้ทดลองใช้ระบบการสั่งงานผ่านทางสมาทโฟน&nbsp;เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้&nbsp;การนำเทคโนโลยีมาใช้บริหารจัดการในโรงเรือน&nbsp;เพื่อประหยัดต้นทุนและเวลา</p><p><strong>นายนำชัย&nbsp;กฤษณาสกุล&nbsp;รักษาราชการแทนผู้อำนวยการ</strong>สถาบันวิทยาลัยชุมชน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วิทยาลัยชุมชนยะลา&nbsp;เป็นวิทยาลัยนำร่อง&nbsp;ของสมาร์ท&nbsp;ฟาร์มมิ่ง&nbsp;ขณะนี้&nbsp;&nbsp;ก็ได้มาติดตามดูงาน&nbsp;ซึ่งได้พัฒนาก้าวหน้าไปพอสมควร&nbsp;ในการปลูกพืชต่างๆ&nbsp;โดยการควบคุมระบบ&nbsp;น้ำ&nbsp;อุณหภูมิ&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;ระบบดิจิตอล&nbsp;การลงทุนไม่มากนัก&nbsp;เพื่อให้ชุมชน&nbsp;น้องๆ&nbsp;ที่เรียนหลักสูตรเทคโนโลยีการเกษตร&nbsp;นำไปใช้เพื่อให้เกิดการทำงาน&nbsp;ที่ก่อให้เกิดรายได้ลักษณะครัวเรือน&nbsp;ซึ่งจะเป็นประโยชน์มาก&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;วิทยาลัยชุมชนยะลา&nbsp;จะมีเรื่องเกี่ยวกับพืช&nbsp;สัตว์&nbsp;ที่ต้องส่งเสริมให้เกิดรายได้ในชุมชน&nbsp;ในท้องถิ่น&nbsp;&nbsp;โดยไม่ต้องไปเรียนไกล&nbsp;สามารถนำความรู้เพื่อไปประกอบอาชีพ&nbsp;ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ&nbsp;วชช.ทั้ง&nbsp;20&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่เรามีอยู่ทั่วประเทศ&nbsp;ทำเรื่องเทคโนโลยีการเกษตร</p><p><strong>สำหรับประโยชน์ที่ประชาชน&nbsp;ชุมชนจะได้รับ&nbsp;</strong>เริ่มตั้งแต่น้องๆ&nbsp;ที่มาเรียนสามารถนำไปประกอบอาชีพ&nbsp;รายได้ในพื้นที่&nbsp;ที่น้องๆอาจจะมีพื้นที่ไม่มากนัก&nbsp;ทำเป็นโรงเรือน&nbsp;การลงทุนก็ไม่มาก&nbsp;ถ้าขาดเงินทุน&nbsp;รัฐบาล&nbsp;ก็จะช่วยเหลือการกู้&nbsp;นำมาพัฒนา&nbsp;สำคัญที่สุด&nbsp;จะได้พืชผลที่มีคุณภาพ&nbsp;ออร์แกนิก&nbsp;อินทรีย์&nbsp;ราคาสูงขึ้น&nbsp;เป็นประโยชน์กับชุมชนในพื้นที่&nbsp;&nbsp;และมีสินค้าทางการเกษตรที่มีคุณภาพมากขึ้น&nbsp;โดยไม่ต้องซื้อ&nbsp;จากที่อื่น&nbsp;ก็สามารถดำเนินการได้&nbsp;ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในภาพรวม&nbsp;ลดรายจ่าย&nbsp;เพิ่มรายได้ให้ชุมชน&nbsp;อยู่กับตนเองได้&nbsp;เดี๋ยวนี้สิ่งเหล่านี้&nbsp;ถ้ามีคุณภาพ&nbsp;ก็จะนำไปสู่การขายออนไลน์ได้&nbsp;ทำให้รายได้เพิ่ม&nbsp;งานเพิ่มขึ้น&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225092406059"],
    [769,"เน้นย้ำมาตรการป้องกันทุเรียนอ่อน และ Zero COVID สร้างความเข้าใจในระดับสวนเกษตรกร","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กำหนดแนวทางมาตรการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ระดับสวนเกษตรกร&nbsp;เพื่อใช้เป็นมาตรฐานให้ทุกสวนผลไม้ส่งออกได้ยึดถือปฏิบัติและเป็น<strong>แนวทางให้ทุกฝ่ายได้ดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน</strong>&nbsp;ภายใต้มาตรการเตรียมความพร้อมรองรับผลผลิตทุเรียนภาคตะวันออกปี&nbsp;2565&nbsp;รวมทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายในการส่งออกผลไม้ภาคตะวันออก&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่กำหนดเป้าหมายไว้ว่า&nbsp;การส่งออกผลไม้ต้อง&nbsp;Zero&nbsp;COVID&nbsp;เท่านั้น&nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพการส่งออก&nbsp;&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นสู่ผู้บริโภคในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจีนที่เป็นตลาดส่งออกหลัก&nbsp;ซึ่งในฤดูกาลผลไม้ปีนี้&nbsp;จีนในฐานะประเทศคู่ค้าสำคัญของผลไม้ของภาคตะวันออกได้กำหนดไว้ว่าต้องตรวจไม่พบเชื้อ&nbsp;COVID&nbsp;-19&nbsp;ทั้งในคน&nbsp;ผลไม้&nbsp;และองค์ประกอบอื่นในการขนส่ง</p><p><strong>แนวทางและวิธีการการควบคุมป้องกันแก้ไขทุเรียนอ่อน&nbsp;</strong>ภาคตะวันออกปี&nbsp;2565&nbsp;ระดับสวนเกษตรกร&nbsp;กำหนดให้ยึดวันเก็บเกี่ยวทุเรียนภาคตะวันออก&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;รุ่นตามสายพันธุ์&nbsp;หากเกษตรกรจะเก็บเกี่ยวก่อนวันที่ประกาศ&nbsp;ต้องมีการรับรองความแก่ทุเรียน&nbsp;โดยผู้แทนแปลงใหญ่ที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานเกษตรอำเภอจะเป็นผู้ดำเนินการตรวจวัดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งของเนื้อทุเรียน&nbsp;</p><p><strong>มาตรการทั้งหมดที่ได้เน้นย้ำให้เกษตรกรปฏิบัตินั้น&nbsp;</strong>จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในด้านการส่งออกผลไม้ของประเทศไทยให้มีความเป็นมาตรฐานเดียวกันทุกสวนและได้ผลผลิตทุเรียนที่ปลอดภัยสู่มือผู้บริโภคอย่างแท้จริง&nbsp;หากเกษตรกรมีข้อสงสัยสามารถขอคำแนะนำ&nbsp;หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225095030066"],
    [770,"กอนช. ขอให้ประชาชนในภาคใต้ระวังฝนตกหนักมากหลายพื้นที่","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนในภาคใต้ระวังฝนตกหนักมากหลายพื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(25&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีมีอากาศหนาวเย็นกับมีลมแรง&nbsp;ส่วนภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;102&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;พัทลุง&nbsp;97&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;147&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;31,250&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;54&nbsp;ขนาดใหญ่&nbsp;24,984&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;52&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225093906064"],
    [771,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณฑลเกินมาตรฐานบริเวณเขตคลองสามวา และริมถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 เขตหนองแขม ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานในตาก","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเกินมาตรฐานบริเวณเขตคลองสามวา&nbsp;และริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานในจังหวัดตาก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(25&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;2&nbsp;พื้นที่ในระดับสีส้ม&nbsp;บริเวณเขตคลองสามวา&nbsp;และริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศปิดและลมสงบ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;ยกเว้นวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์เสี่ยงสูงที่ฝุ่นจะสูงขึ้น&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินมาตรฐาน&nbsp;1&nbsp;พื้นที่ในระดับสีส้มบริเวณ&nbsp;ต.ระแหง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตาก&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน&nbsp;โดยเฉพาะวันที่&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;มีนาคม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225095633076"],
    [772,"สภาพน้ำทะเลระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน ยกเว้นยังพบก้อนน้ำมันบนชายหาดบริเวณคลองหัวรถของหาดแม่รำพึง","<p><strong>สภาพน้ำทะเลจังหวัดระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน&nbsp;ยกเว้นยังพบก้อนน้ำมันบนชายหาดบริเวณคลองหัวรถของหาดแม่รำพึง&nbsp;แต่มีจำนวนลดลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&nbsp;ได้เข้าตรวจสอบสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง&nbsp;หลังพบก้อนน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;จากการสำรวจชายหาดแม่รำพึงตั้งแต่ศาลเจ้าแม่รำพึงถึงก้นอ่าว&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;9.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;พบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&nbsp;แต่ยังพบก้อนน้ำมันบนชายหาดตั้งแต่บริเวณคลองหัวรถไปจนถึงก้นอ่าว&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;6&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งจากการเดินสำรวจพบปริมาณลดลงต่อเนื่อง&nbsp;โดยบริเวณสะพานท่าเรือตะพงไม่พบก้อนน้ำมัน&nbsp;เมื่อสุ่มเก็บตัวอย่างก้อนน้ำมันบริเวณคลองหัวรถ&nbsp;ร้านเจ๊จุกซีฟู๊ดและก้นอ่าว&nbsp;พบความหนาแน่นสูงสุดบริเวณก้นอ่าว&nbsp;พร้อมได้ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลบริเวณชายหาดสุชาดา&nbsp;หาดแสงจันทร์&nbsp;อ่าวบ้านเพ&nbsp;และหาดสวนสน&nbsp;พบว่าสภาพน้ำทะเลเป็นปกติ&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&nbsp;และก้อนน้ำมัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการตรวจวัดคุณภาพน้ำทั่วไปบริเวณชายหาด&nbsp;8&nbsp;แห่งใน&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;พบอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อการนันทนาการ</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225100827086"],
    [773,"ปศุสัตว์แพร่ตรวจเยี่ยมฟาร์มกระบือสวยงาม พร้อมให้คำแนะนำในการจัดการฟาร์มให้ได้มาตรฐาน","<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&nbsp;ตรวจเยี่ยมฟาร์มกระบือสวยงาม&nbsp;</strong>พร้อมให้คำแนะนำในการจัดการฟาร์มให้ได้มาตรฐานและมีความพร้อมในการพัฒนาเป็นมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับปศุสัตว์&nbsp;(GAP)</p><p><strong>นายสัตวแพทย์&nbsp;ดร.สมพร&nbsp;พรวิเศษศิริกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแพร่</strong>&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;ลี้ประเสริฐ&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอสูงเม่น&nbsp;นายสยาม&nbsp;สมฤทธิ์&nbsp;หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่&nbsp;ตรวจเยี่ยมชัยณรงค์ค้าไม้ฟาร์ม&nbsp;(กระบือสวยงาม)&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลดอนมูล&nbsp;อำเภอสูงเม่น&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;เป็นการยกระดับฟาร์มให้มีระบบป้องกันโรค&nbsp;การเลี้ยงที่เหมาะสม&nbsp;ลดความสูญเสียของเกษตรกรจากปัญหาโรคระบาด&nbsp;ผลผลิตดี&nbsp;มีคุณภาพ&nbsp;มีความพร้อมในการพัฒนาเป็นมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับปศุสัตว์&nbsp;(GAP)</p><p><strong>พร้อมกันนี้ได้ให้คำแนะในการเลี้ยง</strong>&nbsp;การทำวัคซีน&nbsp;การจัดการดูแลด้านสุขภาพ&nbsp;การป้องกันโรค&nbsp;และทางของฟาร์มจะมีการจำหน่ายกระบือแม่ตั้งท้องจำนวน&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;ราคา&nbsp;800,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225102327093"],
    [774,"จังหวัดตรังมอบโล่เชิดชูเกียรติ \"กลุ่มเกษตรกรทำสวนควนเมา\" ตามโครงการคัดเลือกเกษตรกรชารสวนยางสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง และเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางดีเด่น ประจำปี 2564","<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานในการมอบโล่เชิดชูเกียรติ&nbsp;\"กลุ่มเกษตรกรทำสวนควนเมา\"&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพระยารัษฎา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ตามที่การยางแห่งประเทศไทย&nbsp;ได้ดำเนินการจัดโครงการ</strong>คัดเลือกเกษตรกรชาวสวนยางสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;และเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางดีเด่น&nbsp;ประจำทุกปี&nbsp;</p><p><strong>มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกร</strong>ชาวสวนยางรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;และสร้างแรงจูงใจให้สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางมีการพัฒนาไปสู่ความเข้มแข็งและยั่งยืน&nbsp;โดยในปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;ผลการพิจารณาคัดเลือก&nbsp;ปรากฏว่า&nbsp;กลุ่มเกษตรกรทำสวนควนเมา&nbsp;ซึ่งตั้งอยู่&nbsp;เลขที่&nbsp;4&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลควนเมา&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้รับการยกย่องเป็นสุดยอดสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ประเภท&nbsp;กลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางยอดเยี่ยม&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;/&nbsp;2564&nbsp;</p><p><strong>โดยกลุ่มเกษตรกรทำสวนควนเมา&nbsp;ได้ให้ความร่วมมือ</strong>กับการส่งเสริมการปลูกยางพาราอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;โดยการจัดการป่าไม้ยั่งยืน&nbsp;ตามมาตรฐาน&nbsp;&nbsp;FSC&nbsp;(Forest&nbsp;Stewardship&nbsp;Council)&nbsp;เพื่อเป็นอาชีพ&nbsp;ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นคงในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน&nbsp;ให้ไม้ยางพาราเป็นไม้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;&nbsp;เกษตรกรที่ทำการปลูก&nbsp;และโค่น&nbsp;สามารถขายได้มูลค่าสูงขึ้น&nbsp;จึงจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการการรับรองโดยมาตรฐานที่ยอมรับกันทั่วโลกในระดับนานาชาติ&nbsp;โดยกลุ่มเกษตรกรทำสวนควนเมา&nbsp;ได้รับมาตรฐานดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225114605138"],
    [775,"รองผู้ว่า ฯ สตูล เปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 (ปฐมนิเทศโครงการ) โครงการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสำรวจออกแบบถนนเลี่ยงเมืองฝั่งตะวันตก อ.เมืองสตูล จ.สตูล","<p><strong>นายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่&nbsp;1&nbsp;(ปฐมนิเทศโครงการ)&nbsp;โครงการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;และสำรวจออกแบบถนนเลี่ยงเมืองฝั่งตะวันตก&nbsp;อ.เมืองสตูล&nbsp;จ.สตูล&nbsp;โดยมีนายวโรภาส&nbsp;แสงพายัพ&nbsp;ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทสตูล&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;องค์กรอิสระ&nbsp;องค์กรเอกชน&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;ร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นฯ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมอภัยนุราช&nbsp;1&nbsp;โรงแรมสินเกียรติบุรี&nbsp;ตำบลพิมาน&nbsp;อำเภอเมืองสตูล&nbsp;จังหวัดสตูล</p><p><strong>นายวโรภาส&nbsp;แสงพายัพ&nbsp;ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทสตูล</strong>&nbsp;กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการว่า&nbsp;จังหวัดสตูลเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจในการสร้างรายได้ที่สำคัญของประเทศ&nbsp;ทั้งในด้านการท่องเที่ยว&nbsp;และการนำเข้า-ส่งออกสินค้าระหว่างประเทศ&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจังหวัดมีข้อจำกัด&nbsp;เนื่องจากมีเส้นทางหลักในการเดินทางขนส่งสินค้าเพียงเส้นทางเดียว&nbsp;คือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&nbsp;406&nbsp;ซึ่งจะต้องใช้ในการเดินทางและขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือตำมะลังด้วย&nbsp;และเนื่องจากเส้นทางสายหลักนี้ตัดผ่านเขตชุมชนเมือง&nbsp;ทำให้การจราจรติดขัด&nbsp;เพราะไม่มีเส้นทางอื่นทดแทนและไม่สามารถรองรับการขยายตัวด้านคมนาคมขนส่งเพิ่มเติมได้อีก&nbsp;การดำเนินโครงการถนนเลี่ยงเมืองสตูลฝั่งตะวันตกจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;อีกทั้งยังมีส่วนช่วยเสริมศักยภาพในการเติบโตของเมืองสตูลในด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์และการท่องเที่ยวอีกด้วย</p><p><strong>ซึ่งการประชุมในวันนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแจ้งให้ประชาชน</strong>&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;และองค์กรระดับต่างๆรับทราบถึงขอบเขตการดำเนินงาน&nbsp;ลักษณะโครงการ&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;กระบวนการในการดำเนินงานพร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ&nbsp;อันจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินโครงการ&nbsp;เพื่อนำมาใช้พิจารณาประกอบการศึกษาของโครงการ&nbsp;ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่&nbsp;และเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมน้อยที่สุด</p><p><strong>ด้านนายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่มีประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนในจังหวัดสตูลเนื่องจากเป็นจะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบนทางหลวงหมายเลข&nbsp;406&nbsp;และเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนในพื้นที่&nbsp;และช่วยเสริมศักยภาพในการเติบโตของเมืองสตูลในด้านการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งและการท่องเที่ยวอีกด้วย&nbsp;รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;โดยการศึกษาโครงการฯจะประสบความสำเร็จได้นั้น&nbsp;ต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานราชการในท้องถิ่นและประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ที่รับทราบปัญหาจะต้องให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็น&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้ง&nbsp;มีส่วนร่วมในการศึกษาโครงการ&nbsp;เพื่อให้การก่อสร้าง</strong>และดำเนินโครงการก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน&nbsp;แต่ในขณะเดียวกันจะต้องไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;และจะต้องได้รับการยอมรับจากประชาชนในพื้นที่ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225114849139"],
    [776,"จังหวัดสงขลา จัดกิจกรรม Kick off โครงการขยะทองคำ ประจำปี 2565 เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ตระหนักและให้ความสำคัญในการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง โดยมีเป้าหมายเปลี่ยนขยะให้เป็นมูลค่า","<p><strong>ที่บริเวณจุดรับขยะบริเวณด้านหน้าเทศบาลนครสงขลา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;นายเจษฎา&nbsp;จิตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;โครงการขยะทองคำ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ตระหนักและให้ความสำคัญในการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง&nbsp;ซึ่งมีเป้าหมายในการนําขยะรีไซเคิลมาเปลี่ยนเป็นมูลค่า&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวรณัฎฐ์&nbsp;หนูรอต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;นายพนมเทียน&nbsp;เส้งวั่น&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดสงขลา&nbsp;นายอำพล&nbsp;ธรรมปาโล&nbsp;รองนายกเทศมนตรีนครสงขลา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม</p><p><strong>นายเจษฎา&nbsp;จิตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ได้กำหนดการจัดกิจกรรม&nbsp;โครงการขยะทองคำ&nbsp;เพื่อให้มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการจัดการขยะในระดับพื้นที่&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;องค์กรต่างๆ&nbsp;ทุกภาคส่วน&nbsp;เพื่อการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง&nbsp;และเป็นการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการจังหวัดสะอาด&nbsp;การบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน&nbsp;ภายใต้ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการบูรณาการการทำงานด้านการจัดการขยะร่วมกัน&nbsp;โดยให้รู้จักคัดแยกขยะก่อนทิ้งและดำเนินการบริหารจัดการขยะให้ถูกต้องตามหลัก&nbsp;3Rs&nbsp;คือ&nbsp;Reduce&nbsp;(ใช้น้อย)&nbsp;Reuse&nbsp;(ใช้ซ้ำ)&nbsp;และ&nbsp;Recycle&nbsp;(นำกลับมาใช้ใหม่)&nbsp;ตลอดจนส่งเสริม&nbsp;สนับสนุนการดำเนินกิจกรรม&nbsp;โครงการการลดปริมาณขยะของจังหวัดเพื่อร่วมกันรักษาความสะอาด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดสงขลาได้กำหนดแนวทางการดำเนินงาน&nbsp;โครงการขยะทองคํา&nbsp;</strong>โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ประชาสัมพันธ์แนวทางการคัดแยกขยะให้กับประชาชน&nbsp;กำหนดจุดรับซื้อขยะรีไซเคิลของหมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;พร้อมกำหนดวัน&nbsp;เวลา&nbsp;และสถานที่ให้ผู้ประกอบการเข้ารับซื้อขยะ&nbsp;หรือจัดตั้งเป็นกองทุนขยะเพื่อนำรายได้ไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ของหมู่บ้านและชุมชน&nbsp;ส่วนการดำเนินงานภายในศาลากลางจังหวัดสงขลา&nbsp;จังหวัดสงขลาร่วมกับเทศบาลนครสงขลา&nbsp;กำหนดรับซื้อขยะรีไซเคิลจากส่วนราชการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา&nbsp;ทุกวันศุกร์สุดท้ายของเดือน&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรภาครัฐให้ความสำคัญในการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในงาน&nbsp;ได้มีกิจกรรม&nbsp;ทำความดีด้วยหัวใจ&nbsp;ลดรับ&nbsp;ลดให้&nbsp;ลดใช้ถุงพลาสติก</strong>และกิจกรรมการรวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์ในหน่วยงานเพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี&nbsp;โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา&nbsp;มาร่วมขับเคลื่อนการจัดการขยะภาครัฐในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน</p><p><br></p><p>ศิริลักษณ์&nbsp;แคล้วคลาด&nbsp;/ข่าว-ภาพ</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225115320142"],
    [777,"จ.ลำปาง สถานีควบคุมไฟป่าแม่วะ เดินหน้าสร้างการมีส่วนร่วมชุมชนแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน","<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันที่&nbsp;4&nbsp;</strong>โดยสถานีควบคุมไฟป่าแม่วะ&nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;13&nbsp;สาขาลำปาง&nbsp;นำโดยนายไอศูรย์&nbsp;รินคำ&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าสถานีจัดโครงการลำปางสุขภาพดี&nbsp;เมื่อไม่มีหมอกควัน&nbsp;(Lampang&nbsp;Healthy&nbsp;Smog&nbsp;Fee&nbsp;:A&nbsp;Wellness&nbsp;Lampang&nbsp;Project)&nbsp;กระบวนการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันไฟป่าจังหวัดลำปางแบบบูรณาการ&nbsp;และจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ป่าอนุรักษ์จังหวัดลำปาง&nbsp;ในพื้นที่รับผิดชอบของสถานีควบคุมไฟป่าแม่วะ&nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมจากหมู่บ้านหนองซาง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลเถินบุรี&nbsp;อำเภอเถิน&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมผู้เข้าร่วมจำนวน&nbsp;40&nbsp;คน</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;</strong>เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.วันนี้&nbsp;(24&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ข้อมูลจากเว็บไซด์กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(http://air4thai.pcd.go.th/)&nbsp;คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ&nbsp;คุณภาพดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยสารมลพิษทางอากาศที่ตรวจพบเกินมาตรฐาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ฝุ่นละออง&nbsp;ขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ตรวจพบค่าระหว่าง&nbsp;16-54&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(?g/m3)&nbsp;เกินมาตรฐานที่บริเวณ&nbsp;ตำบลระแหง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตาก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225115859147"],
    [778,"ราคาน้ำยางสดที่ซื้อขายผ่านตลาดกลางยางพาราของ กยท. ขยับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง","<p><strong>นายณกรณ์&nbsp;ตรรกวิรพัท&nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย(กยท.)&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;ราคาซื้อขายน้ำยางสด&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดกลางยางพารา&nbsp;การยางแห่งประเทศไทยขยับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตลอดช่วง&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;61.30&nbsp;บาท/กก.&nbsp;โดยช่วง&nbsp;2&nbsp;วันที่ผ่านมา&nbsp;ราคายางแตะระดับ&nbsp;70&nbsp;บาท/กก.&nbsp;คาดว่าราคายางจะอยู่ในระดับที่ดีแบบนี้ต่อไปอีก&nbsp;</p><p><strong>ปัจจัยที่มีผลให้ราคายางปรับตัวในแนวบวก</strong>&nbsp;จนแตะราคา&nbsp;70&nbsp;บาท/&nbsp;กก.&nbsp;ในรอบ&nbsp;1&nbsp;&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;ส่วนหนึ่งมาจากสภาพอากาศในกลุ่มประเทศผู้ผลิตยาง&nbsp;เช่น&nbsp;สถานการณ์ฝนที่ตกชุกในหลายจังหวัดทางภาคใต้ของไทย&nbsp;ประกอบกับเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลปิดกรีดยาง&nbsp;ส่งผลให้ผลผลิตยางออกสู่ตลาดน้อยลง&nbsp;ทั่งนี้สถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครน&nbsp;ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในระดับ&nbsp;98&nbsp;เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล&nbsp;ทำให้ยางสังเคราะห์ปรับตัวในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมัน&nbsp;ตลาดจึงต้องการยางพารามาเป็นสินค้าทดแทน&nbsp;ราคายางจึงมีการปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งจะเห็นได้จากตลาดยางเซี่ยงไฮ้ที่ราคาเหนือ&nbsp;14,000&nbsp;หยวน/ตัน&nbsp;มาโดยตลอดตั้งแต่ต้นปี&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่เริ่มกลับมาระบาดอีกครั้ง</strong>&nbsp;ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนตัว&nbsp;แนวโน้มราคายางพาราจึงมีทิศทางการปรับตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;แม้ช่วงนี้ราคายางจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;แต่เกษตรกรชาวสวนยางต้องเตรียมรับมือกับการปรับตัวลดลงของราคายาง&nbsp;หากสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครนและสถานการณ์โควิด-19&nbsp;&nbsp;ภายในประเทศคลี่คลายลง&nbsp;ส่วนผู้ประกอบกิจการยางอาจต้องเตรียมการรับมือกับต้นทุนราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นและเงินบาทที่อ่อนค่าลงอาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจบ้าง&nbsp;ขอให้เชื่อมั่นในการกำกับนโยบายของ&nbsp;การยางแห่งประเทศไทย&nbsp;ว่าจะสามารถดำเนินการรักษาระดับราคายางให้มีเสถียรภาพและบรรเทาปัญหาให้ทุกภาคส่วนอย่างดีที่สุด&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225142545210"],
    [779,"อบจ.ราชบุรี แก้ปัญหาวัชพืชอ่างเก็บน้ำซอนต้า เพื่อบรรเทาผลกระทบ และความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน","<p><strong>นายรณภพ&nbsp;เหลืองไพโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี</strong>&nbsp;พร้อมนายวิวัฒน์&nbsp;นิติกาญจนา&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี&nbsp;พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เดินทางลงพื้นที่ไปยังอ่างเก็บน้ำบ้านซอนต้า&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลรางบัว&nbsp;อำเภอจอมบึง&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเนื่องจากสภาพอ่างเก็บน้ำมีวัชพืชที่เกิดตามธรรมชาติปกคลุมจำนวนมาก&nbsp;ทำให้น้ำเน่าเสีย&nbsp;ไม่สามารถใช้อุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;ทำการเกษตร&nbsp;และทำการปศุสัตว์ได้</p><p><strong>โดยเบื้องต้น&nbsp;อบจ.ราชบุรี&nbsp;ได้นำเครื่องจักรกลมาขุดลอกอ่างเก็บน้ำ</strong>&nbsp;และจัดเก็บวัชพืชที่ขึ้นปกคลุมออกให้หมด&nbsp;เพื่อให้สามารถรองรับน้ำเข้าอ่างได้มากขึ้น&nbsp;อ่างเก็บน้ำสะอาดและประชาชนในพื้นที่สามารถใช้ประโยชน์จากน้ำในอ่างเก็บน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ&nbsp;ซึ่งอ่างเก็บน้ำบ้านซอนต้า&nbsp;แห่งนี้มีพื้นที่รับน้ำกว่า&nbsp;100&nbsp;ไร่&nbsp;สามารถจุน้ำได้กว่า&nbsp;2&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;จะรับน้ำมาจาก&nbsp;อ.สวนผึ้งเป็นหลัก&nbsp;และอ่างเก็บน้ำแห่งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จังหวัดราชบุรีจะเตรียมดำเนินการโครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบตามแนวพระราชดำริ&nbsp;หรือเรียกว่าอ่างพวง&nbsp;มีหลักการทำงาน&nbsp;คือ&nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ตอนบนสามารถปล่อยน้ำลงมาเติมอ่างเก็บน้ำที่มีขนาดเล็กที่อยู่ตอนล่างได้&nbsp;โดยการเชื่อมต่อท่อส่งน้ำในแต่ละอ่างเก็บน้ำเข้าหากัน&nbsp;ระบบบริหารจัดการน้ำในระบบเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ&nbsp;(อ่างพวง)&nbsp;จะทำให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&nbsp;ประชาชนจะมีน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค&nbsp;ตลอดจนการใช้น้ำเพื่อการเกษตร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคตะวันตก","ราชบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225131257159"],
    [780,"กรมทางหลวงชนบท จัดการประชุมปฐมนิเทศโครงการรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสำรวจออกแบบถนนเลี่ยงเมืองฝั่งตะวันตก อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ลดปัญหาจราจรติดขัดในพื้นที่","<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมอภัยนุราช&nbsp;1&nbsp;</strong>โรงแรมสินเกียรติบุรี&nbsp;ตำบลพิมาน&nbsp;อำเภอเมืองสตูล&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;สำนักงานแขวงทางหลวงชนบท&nbsp;ในนามกรมทางหลวงชนบท&nbsp;จัดการประชุมปฐมนิเทศโครงการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสำรวจออกแบบ&nbsp;ถนนเลี่ยงเมืองฝั่งตะวันตก&nbsp;อำเภอเมืองสตูล&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;เพื่อเพิ่มเส้นทางการสัญจรของประชาชนและเชื่อมโยงการท่องเที่ยวของจังหวัด&nbsp;โดยมีนายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุม&nbsp;มีประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วมการประชุมจำนวนมาก</p><p><strong>นายวโรภาส&nbsp;แสงพายัพ&nbsp;วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบท&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประชุมปฐมนิเทศรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสำรวจออกแบบถนนเลี่ยงเมืองฝั่งตะวันตก&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;เกิดจากถนนเส้นทางหลักของจังหวัดสตูลเพื่อใช้ในการคมนาคมและการขนส่งสินค้ามีเพียงเส้นทางเดียว&nbsp;คือ&nbsp;ทางหลวงหมายเลข&nbsp;406&nbsp;</p><p><strong>โดยปัจจุบันเกิดปัญหาด้านการจราจรติดขัด</strong>&nbsp;เพราะไม่มีเส้นทางเลี่ยงอื่นและเส้นทางทดแทน&nbsp;ดังนั้นเพื่อรองรับการขยายตัวด้านคมนาคมขนส่งเพิ่มเติม&nbsp;จึงมีโครงการถนนเลี่ยงเมืองสตูลฝั่งตะวันตก&nbsp;ซึ่งเส้นทางที่คาดว่าจะมีความเป็นไปได้ในการก่อสร้าง&nbsp;มีลักษณะเป็นถนนเลี่ยงเมืองมีจุดเริ่มต้นจากทางหลวงหมายเลข&nbsp;406&nbsp;แล้วตัดผ่านมาจนถึงถนนทางหลวงหมายเลข&nbsp;421&nbsp;ผ่านพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตำบลฉลุง&nbsp;,&nbsp;ตำบลบ้านควน&nbsp;และตำบลควนขัน&nbsp;รวมระยะทางประมาณ&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเนื่องจากแผน</strong>ของโครงการผ่านพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองปลักพระยา&nbsp;และเขาระยาบังสา&nbsp;โดยมีการศึกษาตาม&nbsp;EIA&nbsp;แบ่งออกเป็น&nbsp;4&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด้านกายภาพ&nbsp;,&nbsp;ด้านชีวภาพ&nbsp;,&nbsp;คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์&nbsp;และคุณค่าต่อคุณภาพชีวิต</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การจัดทำโครงการดังกล่าว&nbsp;จะช่วยแก้ปัญหาจราจรติดขัด</strong>&nbsp;และแบ่งเบาปริมาณจราจรบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&nbsp;406&nbsp;ที่เป็นเส้นทางหลักเพียงเส้นทางเดียวของอำเภอเมืองสตูล&nbsp;เป็นการสนับสนุนเพิ่มความสะดวกในการเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;และความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ด้วย&nbsp;ในโอกาสนี้กรมทางหลวงชนบท&nbsp;เปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียซักถามประเด็นที่มีข้อสงสัย&nbsp;และผลกระทบต่อพื้นที่&nbsp;โดยมีนักวิชาการเป็นผู้ตอบข้อสงสัยของประชาชน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225125429154"],
    [781,"จ.ลำปาง จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ให้บริการประชาชนในพื้นที่ห่างไกล","<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;จัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์</strong>&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ห่างไกล&nbsp;สามารถเข้าถึงการบริการทางวิชาการ&nbsp;ได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรในคราวเดียวกัน&nbsp;ตลอดจนบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&nbsp;และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;ในการให้บริการและแก้ไขปัญหาทางการเกษตรร่วมกัน&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนห้วยขี้นกวิทยา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;บ้านห้วยขี้นก&nbsp;ตำบลแม่พริก&nbsp;อำเภอแม่พริก&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยมี&nbsp;นายจำลักษ์&nbsp;กันเพ็ชร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานในพิธี</p><p><strong>คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากอำเภอแม่พริก&nbsp;</strong>โรงเรียนห้วยขี้นกวิทยา&nbsp;หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ร่วมออกหน่วยให้บริการ&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กระทรวงพลังงาน&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธกส.)&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ออกกหน่วยให้บริการคลินิกเกษตร&nbsp;อาทิ&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;คลินิกข้าว&nbsp;และคลินิกอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;คลินิกเกษตรและสหกรณ์&nbsp;คลินิกสาธารณสุข&nbsp;คลินิกสภาเกษตรกร&nbsp;เป็นต้น&nbsp;นอกจากนี้มีการมอบต้นพันธุ์พืชให้กับเกษตรกรผู้นำ&nbsp;การจำหน่ายสินค้าคุณภาพจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน/กลุ่มเกษตรกร/เกษตรกร&nbsp;SmartFarmer/Young&nbsp;&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;โดยมีเกษตรกรในพื้นที่อำเภอแม่พริก&nbsp;เข้ารับบริการ&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;150&nbsp;ราย</p><p><strong>นายธีระพงศ์&nbsp;ฤทธิโชติ&nbsp;เกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>เนื่องในวโรกาสอันเป็นมิ่งมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ทรงมีพระชนมายุครบ&nbsp;50&nbsp;พรรษา&nbsp;ในพุทธศักราช&nbsp;2545&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงขอพระราชานุญาตจัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;กราบบังคมทูลถวายและสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ทรงรับโครงการไว้ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;และทรงพระราชทานพระราชานุญาตอัญเชิญพระนามาภิไธยย่อไว้ในเครื่องหมายตราสัญลักษณ์โครงการ&nbsp;โดยเปิดให้บริการครั้งแรก&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2545&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลบ้านหลวง&nbsp;อำเภอดอนพุด&nbsp;จังหวัดสระบุรี&nbsp;และได้ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน</p><p><strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์</strong>&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;โดยเป็นวิธีการดำเนินงานอย่างหนึ่งที่สามารถทำให้การบริการทางวิชาการ&nbsp;และการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;บรรลุผลสำเร็จตามภารกิจที่รับผิดชอบ&nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหา&nbsp;ให้ได้รับบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทั่วถึงและครบถ้วน&nbsp;เช่น&nbsp;การตรวจวิเคราะห์ดิน&nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&nbsp;โรคสัตว์&nbsp;โรคสัตว์น้ำ&nbsp;และการให้วัคซีนป้องกันโรค&nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;และฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย&nbsp;ซึ่งเป็นการดำเนินการในลักษณะบูรณาการการทำงานระหว่างนักวิชาการเกษตรของหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ในแต่ละสาขา&nbsp;ทั้งด้านพืช&nbsp;สัตว์&nbsp;ประมง&nbsp;ดิน&nbsp;และน้ำ&nbsp;ฯลฯ&nbsp;พร้อมด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือทางวิชาการด้านต่างๆ&nbsp;มาให้บริการในคลินิกเกษตร&nbsp;โดยสามารถเคลื่อนที่เข้าไปได้ถึงในระดับตำบล&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้ารับบริการทางการเกษตรได้อย่างถูกต้อง&nbsp;ครบถ้วนทุกด้านในคราวเดียวกัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225135841189"],
    [782,"ก.ทรัพย์ และ ก.มหาดไทย ใช้แอปพลิเคชัน ERG4Thai รับมือเหตุฉุกเฉินสารเคมีและวัตถุอันตราย โดยเฉพาะเหตุอัคคีภัย","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ใช้แอปพลิเคชัน&nbsp;ERG4Thai&nbsp;รับมือเหตุฉุกเฉินสารเคมีและวัตถุอันตราย&nbsp;โดยเฉพาะเหตุอัคคีภัย</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวถึงสถานการณ์อัคคีภัยที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีความถี่&nbsp;รุนแรง&nbsp;และซับซ้อนมากขึ้น&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;เหตุอัคคีภัยเกี่ยวข้องกับสารเคมีและวัตถุอันตรายมีแนวโน้มสูงขึ้น&nbsp;หากไม่สามารถระงับเหตุได้ทันที&nbsp;อาจส่งผลให้เหตุการณ์รุนแรงลุกลาม&nbsp;สร้างความสูญเสียต่อชีวิต&nbsp;ทรัพย์สินของประชาชนและสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงและเป็นวงกว้าง&nbsp;ทำให้&nbsp;คพ.&nbsp;จัดทำแอปพลิเคชัน&nbsp;ERG4Thai&nbsp;เพื่อสนับสนุนการระงับอุบัติภัยเบื้องต้นจากสารเคมีและวัตถุอันตราย&nbsp;ดำเนินการป้องกันและระงับอัคคีภัย&nbsp;และอุบัติภัยจากสารเคมีและวัตถุอันตรายอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;มีมาตรฐาน&nbsp;และเจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย&nbsp;โดยเฉพาะเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินจากอุบัติภัยสารเคมีและวัตถุอันตรายที่&nbsp;คพ.&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;(ปภ.)&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;โดย&nbsp;ปภ.ได้มีหนังสือถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&nbsp;1-18&nbsp;แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับจังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งแจ้งเจ้าหน้าที่ในสังกัดติดตั้งและเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน&nbsp;ERG4Thai&nbsp;แล้วนำข้อมูลมาใช้วางแผนบริหารจัดการการปฏิบัติงานตอบโต้เหตุฉุกเฉินเบื้องต้นจากอุบัติภัยสารเคมีและวัตถุอันตราย&nbsp;และใช้ประโยชน์ฝึกซ้อมแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;เมื่อเกิดสถานการณ์อัคคีภัยหรืออุบัติภัยที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีและวัตถุอันตรายในพื้นที่ให้ผู้ปฏิบัติงานทุกหน่วยเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน&nbsp;ERG4Thai&nbsp;และใช้ข้อมูลจากแอปพลิเคชันนี้ก่อนเข้าพื้นที่เกิดเหตุหรือพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;แล้วรายงานผลการดำเนินงานให้&nbsp;ปภ.ทราบ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันทั้งระบบ&nbsp;IOS&nbsp;และ&nbsp;Android&nbsp;โดยค้นหาคำว่า&nbsp;ERG4Thai&nbsp;</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225135755188"],
    [783,"จังหวัดตรัง  จัดทำแผนการดำเนินกิจกรรมการพัฒนาคลองเฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2565","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>จังหวัดตรัง&nbsp;ได้พิจารณาจัดทำแผนการดำเนินกิจกรรมการพัฒนาคลองเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;70&nbsp;พรรษา&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;28&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;ทั้งการสำรวจสถานที่&nbsp;และระดมสรรพกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมจัดทำแผนพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม&nbsp;โดยกำหนดพัฒนาพื้นที่คลองห้วยยาง&nbsp;ในเขตเทศบาลนครตรัง&nbsp;เป็นพื้นที่นำร่องของจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;พร้อมกำหนดกิจกรรมการดำเนินงาน&nbsp;พร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการ&nbsp;โดยต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;ได้ขอให้ทุกอำเภอได้ดำเนินงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำควบคู่กันทั้งลำน้ำสายหลัก&nbsp;ลำน้ำสายรองและแหล่งน้ำ&nbsp;เพื่อกระจายน้ำให้ทั่วถึงเข้าพื้นที่ชุมชนและพื้นที่การเกษตรให้ทันการรองรับน้ำในฤดูฝน&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยเน้นให้เป็นไปตามความต้องการและเกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ได้กำหนดจัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;2,500,000&nbsp;ตัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;&nbsp;ในเดือนสิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;ด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225141647202"],
    [784,"จังหวัดชุมพร มอบวัสดุอุปกรณ์ สนับสนุนกลุ่มกาแฟโรบัสตาเพิ่มมูลค่าผลผลิตกาแฟคุณภาพ","<p><strong>จังหวัดชุมพร&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดชุมพร</strong>&nbsp;จัดพิธีมอบวัสดุอุปกรณ์ในการเพิ่มมูลค่าผลผลิตกาแฟให้มีคุณภาพ&nbsp;และเปิดศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มมูลค่าผลผลิตกาแฟโรบัสตา&nbsp;ตามโครงการเพิ่มมูลค่าผลผลิตกาแฟโรบัสตา&nbsp;โดยมีนายกองเอก&nbsp;พุทธ&nbsp;กฤชคงพันธุ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;เป็นประธานในการมอบ&nbsp;ณ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มวิถีพอเพียงเกษตรอินทรีย์&nbsp;ตำบลหินแก้ว&nbsp;อำเภอท่าแซะ&nbsp;จังหวัดชุมพรเพื่อดำเนินโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;</p><p><strong>นายกองเอก&nbsp;พุทธ&nbsp;กฤชคงพันธุ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า&nbsp;กาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย&nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรปีละประมาณ&nbsp;33,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยประเทศไทยเป็นผู้ผลิตกาแฟสำคัญอันดับ&nbsp;4&nbsp;ในกลุ่มประเทศอาเซียน&nbsp;รองจากประเทศ&nbsp;เวียดนาม&nbsp;อินโดนีเซีย&nbsp;และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นกาแฟพันธุ์โรบัสตา&nbsp;ประมาณร้อยละ&nbsp;54.59&nbsp;โดยจังหวัดชุมพรเป็นแหล่งปลูกกาแฟโรบัสตาแหล่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;30.54&nbsp;ของพื้นที่ปลูกทั้งประเทศ&nbsp;ปลูกมากในอำเภอท่าแซะ&nbsp;สวี&nbsp;พะโต๊ะ&nbsp;และเมืองชุมพร&nbsp;โครงการเพิ่มมูลค่าผลผลิตกาแฟโรบัสตาจังหวัดชุมพร&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดชุมพรนั้น&nbsp;เป็นโครงการที่ส่งเสริม</strong>ให้มีการแปรรูปกาแฟเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของวิสาหกิจชุมชนที่ดำเนินการเกี่ยวกับการแปรรูปกาแฟ&nbsp;สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ในการแปรรูปกาแฟโรบัสตาให้แก่วิสาหกิจชุมชนชน&nbsp;เพื่อให้ได้แปรรูปผลผลิตกาแฟโรบัสตาเป็นผลิตภัณฑ์&nbsp;ที่มีคุณภาพ&nbsp;ได้มาตรฐาน&nbsp;และมีการนำผลผลิตกาแฟในพื้นที่มาเป็นวัตถุดิบเพิ่มมากขึ้น&nbsp;เป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในพื้นที่&nbsp;เกิดการรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟกับกลุ่มผู้แปรรูปในชุมชน&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรในพื้นที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น</p><p><strong>ด้านนายธีระศักดิ์&nbsp;ยมสวัสดิ์&nbsp;เกษตรจังหวัดชุมพร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>พิธีมอบวัสดุอุปกรณ์ในการเพิ่มมูลค่าผลผลิตกาแฟให้มีคุณภาพและเปิดศูนย์เรียนรู้การเพิ่มมูลค่าผลผลิตกาแฟโรบัสตา&nbsp;ตามโครงการเพิ่มมูลค่าผลผลิตกาแฟโรบัสตา&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;มีจุดประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ในการดำเนินโครงการเพิ่มมูลค่าผลผลิตกาแฟโรบัสตา&nbsp;อีกทั้งสามารถใช้วิสาหกิจชุมชนเหล่านี้เป็นแหล่งศึกษาดูงาน&nbsp;</p><p><strong>วัสดุอุปกรณ์ที่ส่งมอบในวันนี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์เคลื่อนที่ได้&nbsp;</strong>ขนาด&nbsp;2x2&nbsp;เมตร&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ชุด&nbsp;เครื่องสีกาแฟสด&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ชุด&nbsp;เครื่องล้างขัดเมือก&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ชุด&nbsp;เครื่องสีกะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ชุด&nbsp;เครื่องคั่วกาแฟ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ชุด&nbsp;เครื่องซีลถุง&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ชุด&nbsp;และ&nbsp;บรรจุภัณฑ์&nbsp;รวมมูลค่า&nbsp;3,254,000&nbsp;บาท&nbsp;ดำเนินการในวิสาหกิจชุมชนแปรรูปกาแฟโรบัสตา&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ได้แก่&nbsp;วิสาหกิจชุมชนวรรณะเกษตร&nbsp;ตำบลหาดพันไกร&nbsp;อำเภอเมืองชุมพร&nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มวิถีพอเพียงเกษตรอินทรีย์&nbsp;ตำบลหินแก้ว&nbsp;อำเภอท่าแซะ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวชุมชนวิถีเกษตร&nbsp;ตำบลรับร่อ&nbsp;อำเภอท่าแซะ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนโรบัสต้าชุมพร&nbsp;491&nbsp;ตำบลรับร่อ&nbsp;อำเภอท่าแซะ&nbsp;และ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนกาแฟพวงแก้ว&nbsp;ตำบลครน&nbsp;อำเภอสวี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคใต้","ชุมพร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225155429280"],
    [785,"ผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์ เปิดงานมหกรรมสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย ที่ศูนย์การค้ามาร์เก็ต วิลเลจ หัวหิน ส่งเสริมเกษตรกรพัฒนาสินค้าให้ได้มาตรฐานภายใต้หลักการตลาดนำการผลิต","<p><strong>ที่ศูนย์การค้ามาร์เก็ต&nbsp;วิลเลจ&nbsp;อ.หัวหิน&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;</strong>นายเสถียร&nbsp;เจริญเหรียญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดงานมหกรรมสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพลกฤต&nbsp;พวงวลัยสิน&nbsp;นายอำเภอหัวหิน&nbsp;นายวันชัย&nbsp;นิลวงศ์&nbsp;เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมพิธี&nbsp;ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;24&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ตามโครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย&nbsp;เพื่อส่งเสริมเกษตรกรพัฒนาสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน&nbsp;ใช้หลักการตลาดนำการผลิต&nbsp;และพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันสินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;เพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตในพื้นที่&nbsp;โดยมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตรที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจำนวนกว่า&nbsp;40&nbsp;ร้านค้า&nbsp;บริเวณลานกิจกรรมหน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ต&nbsp;วิลเลจ&nbsp;หัวหิน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พืชผัก&nbsp;ผลไม้ปลอดสารพิษ&nbsp;สินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;จากกลุ่มเกษตรกร&nbsp;วิสาหกิจกิจชุมชนใน&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;ของ&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;&nbsp;รวมทั้งมีกิจกรรมการสาธิตต่างๆ&nbsp;โดยวันที่&nbsp;26&nbsp;ก.พ.65&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;-&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;สาธิตการเพาะเมล็ดและการดูแลกระบองเพชร&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;ก.พ.65&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;-&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;สาธิตการทำดอกไม้ประดิษฐ์จากผ้า&nbsp;</p><p><strong>จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว&nbsp;ร่วมงาน&nbsp;</strong>นอกจากนี้&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดฯ&nbsp;ยังได้มีการจัดทำแพลตฟอร์มออนไลน์สินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัยเพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้กับเกษตรกรด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225152313245"],
    [786,"ท้องถิ่นยโสธร มอบรายได้จากขยะแลกบุญ รวม 47,981 บาท ให้เหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร","<p><strong>นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;รับมอบเงินรายได้จากโครงการ&nbsp;คัด&nbsp;แยก&nbsp;(ขยะ)แลกบุญ&nbsp;โดยสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดยโสธร&nbsp;ในการประชุม&nbsp;กรมการจังหวัดประจำเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;ข้าวหอมมะลิอินทรีย์&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร</p><p><strong>โดยนายสุวัฒน์&nbsp;เข็มเพชร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;เป็นผู้มอบเงินจำนวน&nbsp;9,343.-บาท&nbsp;จากการจำหน่ายขยะของส่วน&nbsp;ราขการต่างๆ&nbsp;ในระดับจังหวัดและนายอำเภอทุกอำเภอมอบเงินรายได้&nbsp;จากการจำหน่ายขยะของแต่ละอำเภอ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;เมืองยโสธร&nbsp;10,000.-บาท/กุดชุม&nbsp;6,512.-บาท/คำเขื่อนแก้ว&nbsp;1,360.-บาท/เลิงนกทา&nbsp;5,692.-บาท/มหาชนะชัย&nbsp;2,400.-บาท/ป่าติ้ว&nbsp;2,880.-บาท/ทรายมูล&nbsp;2,554.-บาท/ค้อวัง&nbsp;4,575.-บาทและอำเภอไทยเจริญ&nbsp;2,665.-บาท&nbsp;รวมเป็นเงิน&nbsp;47,981.-บาท&nbsp;ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;และมอบให้นางวิชุดา&nbsp;เข็มเพชร&nbsp;นายอำเภอทรายมูล&nbsp;รองนายก&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร&nbsp;ได้ใช้ประโยชน์ในกิจการสาธารณกุศลต่อไป</p><p><strong>การดำเนินโครงการโครงการ</strong>&nbsp;คัด&nbsp;แยก&nbsp;(ขยะ)แลกบุญ&nbsp;เพื่อปลูกจิต&nbsp;สำนึก&nbsp;การกำจัดขยะด้วยตนเองตามแนวคิด&nbsp;ใครก่อขยะ&nbsp;คนนั้นมีหน้าที่&nbsp;รับผิดชอบในการจัดการขยะ&nbsp;โดยให้ส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;มีส่วนร่วมในการนำขยะรีไชเคิล&nbsp;มาจำหน่าย&nbsp;เพื่อบริจาค&nbsp;รายได้มอบให้องค์กรการกุศลช่วยเหลือทางสังคมและเป็นกิจกรรมทำความดีเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาส&nbsp;สถาปนาจังหวัดยโสธร&nbsp;ครบ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ในปี&nbsp;2665&nbsp;นี้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;จะดำเนิน&nbsp;โครงการคัด&nbsp;แยก&nbsp;(ขยะ)แลกบุญ&nbsp;เป็นประจำทุกเดือนตลอดปี&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225160743301"],
    [787,"สคทช. เตรียมยกระดับพื้นที่ต้นแบบการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในป่าสงวนแห่งชาติ ด้วยการปรับเปลี่ยนผู้ได้รับเข้าทำประโยชน์ในที่ดินทำกินหรืออยู่อาศัยกว่า 2,900 ไร่ รวม 295 แปลง จากผู้ว่าราชการจังหวัด?เป็นสหกรณ์?","<p><strong>สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(สคทช.)&nbsp;เตรียมยกระดับพื้นที่ต้นแบบการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ด้วยการปรับเปลี่ยนผู้ได้รับเข้าทำประโยชน์ในที่ดินทำกินหรืออยู่อาศัยกว่า&nbsp;2,900&nbsp;ไร่&nbsp;รวม&nbsp;295&nbsp;แปลง&nbsp;จากผู้ว่าราชการจังหวัด?เป็นสหกรณ์?&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;หรือกลุ่มเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางรวีวรรณ&nbsp;ภูริเดช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(สคทช.)&nbsp;กล่าวถึงการดำเนินการในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าบางเบาและป่าคลองเซียด&nbsp;ตำบลบ้านทำเนียบ&nbsp;อำเภอคีรีรัฐนิคม&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ในการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบาย&nbsp;คทช.ว่า&nbsp;กรมป่าไม้&nbsp;ได้ออกหนังสืออนุญาตให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าบางเบาและป่าคลองเซียด&nbsp;ตำบลบ้านทำเนียบ&nbsp;อำเภอคีรีรัฐนิคม&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;16&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2507&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2560&nbsp;รวมเนื้อที่กว่า&nbsp;2,900&nbsp;ไร่&nbsp;จัดที่ดินทำกินให้ชุมชน&nbsp;โดย&nbsp;คทช.&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้นำพื้นที่ได้รับอนุญาตดังกล่าวไปจัดที่ดินให้ประชาชน&nbsp;295&nbsp;ราย&nbsp;รวม&nbsp;295&nbsp;แปลง&nbsp;พร้อมส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ&nbsp;ภายใต้กรอบการดำเนินงาน&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;คือ&nbsp;ด้านทรัพยากรดิน&nbsp;กรมพัฒนาที่ดินได้เข้าไปส่งเสริมการปรับปรุงดิน&nbsp;ช่วยวางแผนการใช้ดิน&nbsp;ส่งเสริมให้ความรู้การจัดหาแหล่งน้ำธรรมชาติ&nbsp;และการจัดเก็บน้ำด้วยการทำฝายชะลอน้ำ&nbsp;และการจัดหาพื้นที่การขุดสระเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรช่วงแล้ง&nbsp;//&nbsp;ด้านการรวมกลุ่ม&nbsp;ส่งเสริมสนับสนุนการรวมกลุ่มตามความต้องการของประชาชน&nbsp;เพื่อจัดตั้งสหกรณ์&nbsp;จัดทำแผนการส่งเสริมและพัฒนาสหกรณ์ในการดำเนินธุรกิจ&nbsp;โดยจัดตั้งสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ป่าบางเบาบ้านควนทังที่ส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสัตว์และเพาะปลูกพืชผักที่เหมาะสมกับสภาพ&nbsp;ความเป็นอยู่ของแต่ละครัวเรือน&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;ด้านการจัดทำบัญชีครัวเรือน&nbsp;กรมตรวจบัญชีสหกรณ์เข้าไปแนะนำส่งเสริมการจัดทำบัญชีครัวเรือนให้สอดคล้องตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น&nbsp;ส่งผลให้สมาชิกมีเงินคงเหลือมากขึ้นกว่าเดิมและนำไปเป็นเงินออมในครัวเรือน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สํานักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติจะยกระดับการจัดที่ดินทํากินให้ชุมชน?&nbsp;ด้วยปรับเปลี่ยนให้ผู้ขอใช้ประโยชน์การอยู่อาศัยและทำกินในป่าสงวนแห่งชาติจากผู้ว่าราชการจังหวัด?เป็นสหกรณ์?&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;หรือกลุ่มเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของรัฐในพื้นที่ที่ดําเนินการจัดที่ดินทํากินให้ชุมชนตามนโยบาย&nbsp;คทช.?&nbsp;โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์?จะเสนอผ่าน&nbsp;คทช.จังหวัด&nbsp;ให้ความเห็นชอบการขอเปลี่ยนผู้ขอใช้ประโยชน์&nbsp;แล้วเสนอไปยังกรมป่าไม้ดําเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง?ต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าบางเบาและป่าคลองเซียด&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ถือเป็นพื้นที่มีการรวมกลุ่มเกษตรกรที่เข้มแข็ง&nbsp;สามารถบริหารจัดการโดยชุมชนได้&nbsp;และเกิดการบริหารจัดการที่ดินของชุมชนอย่างยั่งยืน?&nbsp;ภาพรวมพบพื้นที่นี้ประสบความสำเร็จและเกิดความร่วมมือกันระหว่างชุมชนและหน่วยงานรัฐในการฟื้นฟูและรักษาสภาพป่าชุมชนบริเวณใกล้เคียง&nbsp;ส่งผลให้พื้นที่ป่าของประเทศเพิ่มขึ้น&nbsp;ประชาชนได้รับการแก้ปัญหาให้อยู่อาศัยทำกินอย่างถูกต้อง&nbsp;มีการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพในพื้นที่&nbsp;คทช.&nbsp;ส่งให้คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ดีขึ้น&nbsp;</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225153035251"],
    [788,"เทศบาลตำบลทับมา สร้างความตระหนักการใช้พลังงานให้กับประชาชนในพื้นที่ มุ่งประหยัดการใช้พลังงาน เป็นการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน","<p><strong>ที่โรงเรียนอนุบาลระยอง&nbsp;ต.ทับมา&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;</strong>นายฉัตร&nbsp;แก่กล้า&nbsp;รองนายกเทศมนตรีตำบลทับมา&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการสร้างจิตสำนึกด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นโดยกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;มีนายชูชาติ&nbsp;คงทน&nbsp;รองนายกเทศมนตรีตำบลทับมา&nbsp;ว่าที่&nbsp;ร.ต.อ.ดำริ&nbsp;จุติ&nbsp;ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลทับมา&nbsp;นายสรวิชญ์&nbsp;เพชรนคร&nbsp;รองปลัดเทศบาลตำบลทับมา&nbsp;รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และนางรำไพ&nbsp;จันทะโพธิ์&nbsp;ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคมฯ&nbsp;ร่วมโครงการฯ&nbsp;มีผู้นำชุมชน&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;อสม.เข้าร่วมอบรมฯ&nbsp;ภายในงานมีการอบรมให้ความรู้เรื่อง&nbsp;การอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;เทคนิคการประหยัดพลังงาน&nbsp;การคิดคำนวณค่าไฟ&nbsp;การผลิตเทคโนโลยีพลังงานและพลังงานทดแทนในครัวเรือน&nbsp;และการลงนาม&nbsp;MOU&nbsp;กับสำนักงานพลังงานจังหวัดระยอง&nbsp;ในการส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักการใช้&nbsp;และประหยัดพลังงาน&nbsp;รวมทั้งใช้พลังงานทดแทน&nbsp;เพื่อลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน</p><p><strong>นายสรวิชญ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ยุทธศาสตร์กระทรวงพลังงาน&nbsp;(พ.ศ.2561-2565)&nbsp;</strong>ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;3&nbsp;การพัฒนาพลังงานที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;มีเป้าประสงค์ให้ประเทศมีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;มีสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มมากขึ้น&nbsp;และให้ชุมชนมีการพึ่งพาตนเองในการพัฒนาพลังงาน&nbsp;เพื่อสนองความต้องการตามศักยภาพของพื้นที่&nbsp;จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อสร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;และตระหนักถึงความสำคัญของพลังงานและสิ่งแวดล้อม&nbsp;รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการลดการใช้พลังงาน&nbsp;เพื่อนำความรู้ที่รับไปประยุกต์ใช้&nbsp;เพื่อลดการใช้พลังงานและลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225154651267"],
    [789,"อำเภอแม่สะเรียง จัดโครงการวันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า เพื่อสร้างการรับรู้ เข้าใจและสร้างความร่วมมือจากประชาชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน","<p><strong>วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นายสังคม&nbsp;คัดเชียงเเสน&nbsp;นายอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดโครงการวันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า&nbsp;เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์&nbsp;สร้างการรับรู้&nbsp;เเละความเข้าใจถึงผลกระทบที่เกิดจากปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;รใมทั้งผลการดำเนินการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งการลดตระเวนไฟป่า&nbsp;และการบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;ณ&nbsp;สำนักบริหาพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;16&nbsp;สาขาแม่สะเรียง&nbsp;ตำบลเเม่สะเรียง&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</p><p><strong>จากนั้นนายอำเภอแม่สะเรียงได้มอบอุปกรณ์การดับไฟป่า</strong>&nbsp;พร้อมเงินอุดหนุนเครือข่ายฯ&nbsp;ให้แก่&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;รวมทั้งลงตรวจเยี่ยมการสาธิตการทำปุ๋ยหมักจากใบไม้แห้ง&nbsp;การสาธิตการใช้เครื่องอัดใบไม้เเห้ง&nbsp;และการสาธิตการดับไฟป่าในระยะฉุกเฉิน&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;สื่อมวลชนทุกเเขนง&nbsp;เครือข่ายการแก้ไขปัญหาไฟป่าเเละหมอกควัน&nbsp;เข้าร่วมในพิธีโครงการวันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า&nbsp;โดยพร้อมเพรียงกัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225155741285"],
    [790,"พ่อเมืองอยุธยา ออกเยี่ยมชมศักยภาพกลุ่มอาชีพเกษตรกรรมในพื้นที่อำเภอท่าเรือ หวังให้เป็นทางเลือกช่วยเสริมรายได้ด้านเกษตรกร ทำเรื่องกินกับเรื่องท่องเที่ยวให้เป็นเรื่องเดียวกัน","<p><strong>วันที่&nbsp;(25&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;(นาค-คะ-มาด)&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมชมศักยภาพกลุ่มอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่อำเภอท่าเรือ&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายไพฑูรย์&nbsp;รื่นสุข&nbsp;เกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;นายเดชาธร&nbsp;เชาว์เลขา&nbsp;นายอำเภอท่าเรือ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงปลูกขิง&nbsp;บริษัทเอ็นไวรอนเม้นท์&nbsp;เนเชอรัล&nbsp;เอลลิเม้นท์&nbsp;(ไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;ของนางสาวธัญญารัตน์&nbsp;กองสุจิต&nbsp;ที่ตำบลวังแดง&nbsp;อำเภอท่าเรือ&nbsp;และบ้านสวนกำนันบี&nbsp;เกษตรเชิงท่องเที่ยว&nbsp;(บ้านป๋า&nbsp;คาเฟ่)&nbsp;ของนายกรณิชสรณ์&nbsp;และนายกรวุฒิ&nbsp;ใจบุตร&nbsp;เจ้าของสวนให้การต้อนรับที่&nbsp;ตำบลท่าหลวง&nbsp;อำเภอท่าเรือ&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p><strong>ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีอยุธยา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>วันนี้ได้ลงพื้นที่มาเยี่ยมชมศักยภาพกลุ่มอาชีพเกษตรกรรมของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ที่มีศักยภาพเพื่อจะนำไปขยายผลให้กับเกษตรกรทั่วไป&nbsp;ที่ยังมีรายได้น้อยให้เป็นทางเลือกหรืออาชีพเสริมในด้านเกษตรกรรม&nbsp;ซึ่งในช่วงเช้าได้ไปเยี่ยมชมโรงปลูกขิง&nbsp;&nbsp;โดยจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ร่วมกับเกษตรจังหวัด&nbsp;จะดำเนินการจัดสรรงบประมาณเอาไปให้กับกลุ่มเกษตรกรที่มีอาชีพปลูกพืชผักสวนครัว&nbsp;ซึ่งจะไปแนะนำส่งเสริมเป็นทางเลือกให้เกษตรกรปลูกขิงด้วย&nbsp;และให้บริษัทที่ประสานงานกับทางจังหวัดประกันรายได้ว่ารับซื้อในกิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า&nbsp;26&nbsp;บาท&nbsp;เท่าที่สอบถามข้อมูลจากบริษัท&nbsp;มีผลผลิตบางรุ่นได้ราคาถึง&nbsp;47-50&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งจะเป็นทางเลือกที่ดีให้กับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาด้วย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับอีก&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;คือบ้านสวนกำนันบี&nbsp;เกษตรเชิงท่องเที่ยว&nbsp;เกษตรผักออร์แกนนิค&nbsp;สวนครัว&nbsp;</strong>ซึ่งที่นี่นอกจากจะทำเกษตรกรรมยังเป็นที่ท่องเที่ยวร้านคาเฟ่อีกด้วย&nbsp;แทนที่เราปลูกผักแล้วต้องนำไปขายที่ตลาด&nbsp;ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการขนส่งหรือการขายให้คนกลางรับซื้อจะได้ราคาที่ต่ำกว่า&nbsp;สู้ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่แล้วขายผักให้นักท่องเที่ยวเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า&nbsp;เช่นเดียวกับที่กระทรวงมหาดไทยเคยทำเรื่องโอท็อปนวัตวิถี&nbsp;ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาซื้อถึงในพื้นที่เลย&nbsp;โดยไม่ต้องเสียค่าเช่าให้สิ้นเปลืองเงินหรือเดินทางไปขายยังตลาดกลางต่างๆ&nbsp;ซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุนได้&nbsp;เป็นการส่งเสริมทางด้านเกษตรกรรมของจังหวัด&nbsp;และสร้างเครือข่ายเกษตรกรในวงกว้าง&nbsp;เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งในกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ซึ่งตรงกลับยุทธศาสตร์ของจังหวัดเรื่องของการท่องเที่ยว&nbsp;ทำเรื่องกินกับเรื่องเที่ยวให้เป็นเรื่องเดียวกัน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225170451340"],
    [791,"กอนช. ขอให้ประชาชนในภาคใต้ระวังน้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณแม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโก-ลก เข้าท่วมพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ หลังเกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนในภาคใต้ระวังน้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณแม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโก-ลก&nbsp;เข้าท่วมพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนใต้&nbsp;หลังเกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้ออกประกาศเฝ้าระวังน้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณแม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโก-ลก&nbsp;ฉบับที่&nbsp;3&nbsp;หลังเกิดฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงมีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยวันนี้&nbsp;ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;กอนช.ได้ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์&nbsp;(ONE&nbsp;MAP)&nbsp;ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;พบพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;มีปริมาณฝนตกหนัก&nbsp;มากกว่า&nbsp;150&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณแม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโก-ลก&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ทำให้มีปริมาณน้ำสะสมไหลลงแม่น้ำมากขึ้น&nbsp;จึงขอให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่จะเพิ่มขึ้นและเสี่ยงน้ำล้นสูงกว่าตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำในอำเภอบันนังสตา&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;,&nbsp;อำเภอสายบุรี&nbsp;อำเภอยะรัง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;และอำเภอแว้ง&nbsp;อำเภอสุคิริน&nbsp;อำเภอศรีสาคร&nbsp;อำเภอสุไหงปาดี&nbsp;อำเภอตากใบ&nbsp;อำเภอรือเสาะ&nbsp;อำเภอจะแนะ&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;25&nbsp;&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ&nbsp;พร้อมพิจารณาความเหมาะสมในการระบายน้ำในลำน้ำและแม่น้ำให้สอดคล้องกับการขึ้น&nbsp;&nbsp;ลงของระดับน้ำทะเล&nbsp;พร้อมตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงแนวคันบริเวณริมแม่น้ำ&nbsp;กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ&nbsp;และปิดท่อระบายน้ำทิ้งริมแม่น้ำ&nbsp;เพื่อป้องกันน้ำไหลย้อนเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน&nbsp;รวมถึง&nbsp;เตรียมพร้อมรับน้ำหลากป้องกันน้ำท่วมให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225162428316"],
    [792,"ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 17 และคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจราชการด้านการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์ โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ตำบลตลุกกลางทุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดตาก","<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ทำการกลุ่มแปลงใหญ่ข้าว&nbsp;</strong>หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลตลุกกลางทุ่ง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;นางรุ่งรัตนา&nbsp;บุญ-หลง&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขต&nbsp;17&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ว่าที่ร้อยตรีณรงค์&nbsp;โรจนโสทร&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เขต&nbsp;17&nbsp;พลตำรวจตรีสุรชาติ&nbsp;จึงดำรงกิจ&nbsp;รอง&nbsp;ผบช.สพฐ.ตร.ปฏิบัติราชการ&nbsp;ภ.6&nbsp;นางสาวพินทุสร&nbsp;เหมพิสุทธิ์&nbsp;ผู้ช่วยผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;2&nbsp;คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดตาก&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการด้านการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์&nbsp;โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ตำบลตลุกกลางทุ่ง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตาก</p><p><strong>โดยผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขต&nbsp;17&nbsp;และคณะฯ</strong>&nbsp;ได้ตรวจเยี่ยมเครื่องชั่งพิกัด&nbsp;30&nbsp;ตัน&nbsp;เครื่องลดความชื้นขนาด15ตัน/วัน&nbsp;และโกดังเก็บข้าว&nbsp;ขนาด&nbsp;10x15&nbsp;เมตร&nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เป็นผู้สนับสนุนให้เกษตรกรได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ไปพัฒนาคุณภาพมาตรฐานเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;ลดต้นทุนการผลิตการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและการบริหารจัดการกลุ่ม&nbsp;เพื่อความยั่งยืนในประกอบอาชีพ&nbsp;ซึ่งจังหวัดตากได้อนุมัติโครงการฯ&nbsp;ให้แก่กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;กลุ่ม&nbsp;7&nbsp;ชนิดสินค้า&nbsp;งบประมาณ&nbsp;19,339,553&nbsp;บาท</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ได้เดินทางไปที่ทำการกลุ่มเกษตรผ่านศึก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลตลุกกลางทุ่ง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตาก</strong>&nbsp;เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของกลุ่มเกษตรผ่านศึก&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวอินทรีย์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดตาก&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่แห้งแล้งซ้ำซาก&nbsp;(พื้นที่เงาฝน)&nbsp;โดยส่วนใหญ่&nbsp;พื้นที่เป็นสันดอนและบริเวณโดยรอบเป็นป่าเขาหรือป่าแดง&nbsp;การทำนาอาศัยน้ำฝนจึงทำได้ปีละครั้ง&nbsp;กลุ่มเกษตรผ่านศึก&nbsp;จึงได้อาศัยวิกฤตินี้&nbsp;ในขณะที่เกิดภัยแล้ง&nbsp;แมลงศัตรูพืชต่างๆตายหมด&nbsp;พัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพปราศจากสารเคมี&nbsp;ด้วยระบบการผลิตข้าวแบบอินทรีย์&nbsp;โดยได้รับการรับรองจาก&nbsp;กรมการข้าวและหลายหน่วยงาน&nbsp;โดยปี&nbsp;2557&nbsp;ได้รับมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;,&nbsp;ปี&nbsp;2560&nbsp;ผ่านการตรวจประเมินแปลงเบื้องต้น&nbsp;,&nbsp;ปี&nbsp;2562&nbsp;ได้รับการรับรองการผลิตข้าวระยะปรับเปลี่ยน&nbsp;และในปี&nbsp;2563&nbsp;ได้รับการรับรองมาตรฐานอินทรีย์&nbsp;ล่าสุดนายวุฒิภัทร&nbsp;ราชโยธิน&nbsp;เกษตรกรชาวตำบลตลุกกลางทุ่ง&nbsp;ยังได้เป็นตัวแทนเข้ารับการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นระดับภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ด้านสาขาอาชีพทำนา&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคตะวันตก","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225163049322"],
    [793,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า 600 จุด ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคกลางของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;600&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคกลางของไทย&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(24&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;649&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อน&nbsp;327&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;234&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;124&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;99&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;98&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;84&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;10&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;44&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;36&nbsp;จุด&nbsp;และกำแพงเพชร&nbsp;34&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและกระจายตัวอยู่ในทุกจังหวัดไล่ตั้งแต่ภาคเหนือลงมาถึงภาคกลาง&nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;278&nbsp;จุด&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเกิดจากการเตรียมพื้นที่เพื่อการเกษตร&nbsp;ส่วนวันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยรวมทั้งประเทศไทยอยู่ในระดับดีถึงดีมาก&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;6,420&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;6,318&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;3,982&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;13&nbsp;วัน&nbsp;2,727&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นราชอาณาจักรกัมพูชา&nbsp;1,636&nbsp;จุด&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;649&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225164617333"],
    [794,"เร่งเครื่องพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง วางกลไกขับเคลื่อนทั่วไทย","<p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโครงการการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง&nbsp;&nbsp;(Sustainable&nbsp;Urban&nbsp;Agriculture&nbsp;Development&nbsp;Project&nbsp;:&nbsp;SUAD&nbsp;Project)&nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมแนวทางการดำเนินงานโครงการการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองระดับเขตและระดับจังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกลออนไลน์&nbsp;ว่า&nbsp;เนื่องจากในปี&nbsp;2562&nbsp;&nbsp;ประเทศไทยมีประชากรในเมืองมากกว่าในชนบทเป็นครั้งแรกสะท้อนถึงการขยายตัวของเมือง&nbsp;และชุมชนเมืองมีการผลิตอาหารได้ไม่ถึง&nbsp;10%&nbsp;เป็นเหตุผลสำคัญที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในยุคปัจจุบันต้องเร่งขับเคลื่อนพัฒนาการเกษตรในเมือง&nbsp;(Urban&nbsp;Agriculture)&nbsp;โดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;และยุคต่อไป&nbsp;ที่ต้องให้ความสำคัญระบบนิเวศเมืองเรื่องสุขภาพคนและคุณภาพเมือง&nbsp;</p><p><strong>การขับเคลื่อนต้องขับเคลื่อนการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง</strong>ต้องควบคู่กับเกษตรในชนบท&nbsp;จึงได้มอบนโยบายให้ดำเนินการโครงการการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง&nbsp;ร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ&nbsp;มีวัตถุประสงค์&nbsp;6&nbsp;ประการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง&nbsp;การเพิ่มพื้นที่สีเขียว&nbsp;การลด&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;และลดก๊าซเรือนกระจก&nbsp;การเพิ่มคุณภาพอากาศ&nbsp;การอัพเกรดคุณภาพชีวิตของประชาชน&nbsp;การสร้างเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;ของสหประชาชาติ&nbsp;ในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศของโลก</p><p><strong>ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;ในเขตเมืองของแต่ละจังหวัดสามารถจัดทำสวนเกษตรในบ้าน&nbsp;ในชุมชน&nbsp;หรือพื้นที่สาธารณะแบบสวนขนาดเล็กเช่น&nbsp;สวนครัว&nbsp;สวนสมุนไพร&nbsp;สวนผัก&nbsp;หรือในพื้นที่สาธารณะต่างๆ&nbsp;หรือการสร้างสวนป่าขนาดเล็ก&nbsp;แนววนเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;ในกรุงโตเกียว&nbsp;ในมหานครลอนดอนและในสิงคโปร์&nbsp;ก็ทำสวนป่าสีเขียวในป่าคอนกรีต&nbsp;รวมทั้งต้องมีตลาดเกษตรในเมือง&nbsp;(Farmer&nbsp;Market)&nbsp;เพื่อจำหน่ายผลผลิตเกษตรในชุมชนเมืองด้วย&nbsp;เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจพร้อมกับยกระดับคุณภาพเมืองคุณภาพขีวิตของประชาชน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225205313433"],
    [795,"สมาชิกสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์มีรายได้เพิ่มมากขึ้น จากการร่วมโครงการสนับสนุนเงินทุนสร้างระบบน้ำในไร่นา","<p><strong>สหกรณ์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ติดตามการใช้ประโยชน์จากโครงการสนับสนุนเงินทุนสร้างระบบน้ำในไร่นา</strong>&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;ของสมาชิกสหกรณ์การเกษตรปราสาท&nbsp;จำกัด&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่</p><p><strong>1.&nbsp;นายธีระ&nbsp;เอ็นยอด&nbsp;ต.ทมอ&nbsp;อ.ปราสาท&nbsp;จ.&nbsp;สุรินทร์</strong>&nbsp;ใช้ระบบน้ำในไร่นาโดยเจาะบ่อบาดาล&nbsp;เพื่อใช้ในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ไร่&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ใช้ในสวนยางพารา&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;ทำนา&nbsp;7&nbsp;ไร่&nbsp;ปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;สระน้ำเลี้ยงปลา&nbsp;2&nbsp;งาน&nbsp;ปลูกผักสวนครัว&nbsp;2&nbsp;งาน&nbsp;และทำการปศุสัตว์เลี้ยงโค&nbsp;6&nbsp;ตัว&nbsp;ผลที่ได้รับ&nbsp;จากเดิมรายได้จากการขายยางพาราก้อนถ้วย&nbsp;เดือนละ&nbsp;5,000&nbsp;-&nbsp;6,000&nbsp;บาท&nbsp;เพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ&nbsp;6,500&nbsp;-&nbsp;7,000&nbsp;บาท&nbsp;รายได้เพิ่มขึ้นจากการทำนา&nbsp;2,500&nbsp;-&nbsp;3,500&nbsp;บาท,&nbsp;ลดค่าใช้จ่ายในด้านการเลี้ยงโค&nbsp;เนื่องจากมีพืชอาหารสัตว์ให้โคบริโภค&nbsp;นอกจากนี้ยังไม่ปลา&nbsp;และพืชสวนครัวบริโภคในครั้วเรือน</p><p><strong>&nbsp;2.นายดำรงค์&nbsp;จำนงดี&nbsp;ต.ทมอ&nbsp;อ.ปราสาท&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;</strong>ใช้ระบบน้ำโดยการเจาะบ่อบาดาล&nbsp;เพื่อใช้ในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;ไร่&nbsp;ประกอบด้วยทำนา&nbsp;11&nbsp;ไร่&nbsp;โดยทำนาเมล็ดพันธ์ุข้าวขาวดอกมะลิ&nbsp;105&nbsp;เลี้ยงปลา&nbsp;2&nbsp;งาน&nbsp;ปลูกหญาอาหารสัตว์&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;เพื่อใช้ในการเลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;15&nbsp;ตัว&nbsp;ผลที่ได้รับ&nbsp;มีรายได้เพิ่มขึ้นหลังจากได้รับโครงการฯ&nbsp;ประมาณ&nbsp;20,000&nbsp;-&nbsp;25,000&nbsp;บาทต่อปี</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225185419385"],
    [796,"เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำสายบุรี แม่น้ำโก-ลก และคลองตันหยงมัส ลำน้ำสาขาแม่น้ำบางนราเพิ่มสูงขึ้น อาจจะเกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;เตรียมความพร้อมรับมือฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;ตามประกาศของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เรื่อง&nbsp;เฝ้าระวังน้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณแม่น้ำสายบุรี&nbsp;แม่น้ำโก-ลก&nbsp;และคลองตันหยงมัส&nbsp;ลำน้ำสาขาแม่น้ำบางนรา&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;คาดการณ์ว่าหย่อมความกดอากาศต่ำ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;มีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(25&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ส่งผลให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;ได้ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์&nbsp;(ONE&nbsp;MAP)&nbsp;ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;พบว่าจังหวัดยะลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;มีปริมาณฝนตกหนักมากกว่า&nbsp;150&nbsp;มิลลิลิตร&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณแม่น้ำสายบุรี&nbsp;แม่น้ำโก-ลก</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;และคลองตันหยงมัส&nbsp;ลำน้ำสาขาแม่น้ำบางนรา&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ทำให้มีปริมาณน้ำสะสมไหลลงแม่น้ำมากขึ้น&nbsp;อาจทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำหลายอำเภอ&nbsp;ซึ่งปัจจุบันระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยแม่น้ำโก-ลกที่สถานีวัดน้ำบ้านบูเก๊ะตา&nbsp;อำเภอแว้ง&nbsp;ระดับน้ำล้นตลิ่งสูง&nbsp;1.23&nbsp;เมตร&nbsp;สถานีวัดน้ำ&nbsp;สะพานรถไฟลันตู&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่งที่เทศบาลสุไหงโก-ลก&nbsp;1.39&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณคลองตันหยงมัส&nbsp;ลำน้ำสาขาแม่น้ำบางนราสถานีวัดน้อำเภอระแงะ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่ง&nbsp;ซึ่งได้ประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;เพื่อแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโก-ลก&nbsp;และบริเวณใกล้เคียงให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;และขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;สามารถร้องขอไปยังโครงการชลประทานในพื้นที่&nbsp;หรือโทร&nbsp;1460&nbsp;ได้ตลอดเวลา&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้ให้โครงการชลประทานในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;เตรียมความพร้อมรับมือเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก&nbsp;ดินถล่ม&nbsp;และน้ำล้นอ่างเก็บน้ำ&nbsp;ด้วยการปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับการพร้อมกับตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของแนวคันกั้นน้ำบริเวณริมแม่น้ำ&nbsp;กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำและปิดท่อระบายน้ำทิ้งริมแม่น้ำ&nbsp;เพื่อป้องกันน้ำไม่ให้ไหลย้อนเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน&nbsp;รวมไปถึงการเตรียมพร้อมเครื่องจักร&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;และระบบสื่อสารสำรอง&nbsp;ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;เพื่อให้สามารถเข้าไปช่วยประชาชนได้อย่างทันท่วงที&nbsp;ช่วยบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225213353444"],
    [797,"ปภ.ระยอง รายงานภาพรวมการดำเนินงานจากกรณีเหตุกรณีน้ำมันดิบรั่วกลางทะเล","<p><strong>วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหลได้รายงานสถานการณ์ว่าวันนี้บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;รายงานว่า&nbsp;การดำเนินการเฝ้าระวังทางทะเลและชายหาดวันนี้ไม่พบคราบน้ำมันดิบหรือฟิล์มน้ำมันและยังคงการเฝ้าระวังและตรวจสอบตลอดแนวชายหาด&nbsp;เก็บขยะ&nbsp;ทำความสะอาดคราบน้ำมันที่อยู่ใต้ทรายบริเวณชายหาด&nbsp;ด้วยการพลิกหน้าทรายและใช้อุปกรณ์ไถคราด&nbsp;นอกจากนี้ยังได้รับการรายงานแจ้งเหตุเกี่ยวกับพบทาร์บอลและคราบเขม่าหน้าสถานีรายงานบ้านเพ&nbsp;ผลตรวจสอบเบื้องต้นไม่ใช่คราบน้ำมัน&nbsp;และในวันพรุ่งนี้&nbsp;(26&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;จะดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;4&nbsp;ด้านอาชีพอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ให้กับชุดที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนเกาะแก้วพิสดาร&nbsp;(เกาะเสม็ด)&nbsp;และ&nbsp;อบต.ตะพง</p><p><strong>ส่วนสถานการณ์ในวันนี้หน่วยงานต่างๆ&nbsp;</strong>ได้ติดตามและเฝ้าระวังยังคงไม่พบคราบน้ำมันดิบ&nbsp;ฟิล์มน้ำมันหรือกลิ่นน้ำมันแต่อย่างใด&nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองรายงานว่าสถานการณ์พื้นที่ทุ่น&nbsp;SPM&nbsp;โดยมีเรือ&nbsp;UNIWISE&nbsp;RAYONG&nbsp;และเรือหลวงหนองสาหร่าย&nbsp;ทำการปฏิบัติงานในน้ำใต้ทุ่น&nbsp;SPM&nbsp;ในขั้นตอนของการสูบน้ำมันออกจากท่อใต้น้ำซึ่งคงค้างประมาณ&nbsp;12,000&nbsp;ลิตร&nbsp;โดยทำการสูบขึ้นมาเก็บไว้บนเรือ&nbsp;UNIWISE&nbsp;RAYONG&nbsp;แล้วจำนวน&nbsp;7,000&nbsp;ลิตร&nbsp;และยังคงเหลือ&nbsp;5,000&nbsp;ลิตร&nbsp;โดยจะรีบดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันนี้&nbsp;ซึ่งในระหว่างดำเนินการไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;แต่มีกลิ่นของน้ำมันออกมาเป็นระยะ&nbsp;ส่วนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยองได้รายงานว่า&nbsp;พบผู้ปฏิบัติงานบริเวณชายหาดมีภาวะซีด&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;โดยนัดพบแพทย์แล้ว&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และอยู่ระหว่างการติดตามอีก&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ไม่พบผลวิกฤต&nbsp;ซึ่งการเก็บตัวอย่างปัสสาวะจะเก็บหลังเลิกปฏิบัติงานเก็บกู้คราบน้ำมันทันที&nbsp;ในกรณีนี้ที่ผู้เก็บกู้ฯ&nbsp;ได้มาตรวจสุขภาพในวันที่ไม่ได้ปฏิบัติงาน&nbsp;จะไม่เก็บปัสสาวะส่งตรวจ&nbsp;แต่จะใช้วิธีเก็บเลือดส่งตรวจ&nbsp;เนื่องจากว่าหลักการตรวจหาการสัมผัสนั้น&nbsp;จะต้องเก็บหลังเลิกปฏิบัติงานทันที</p><p><strong>ด้านสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง</strong>ลงพื้นที่ร่วมกับศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยอง&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังคราบน้ำมันบริเวณชายฝั่งทะเลจังหวัดระยอง&nbsp;ทั้ง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;โดยทำการตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเลและคุณภาพอากาศเบื้องต้น&nbsp;ด้วยเครื่องมือตรวจวัดภาคสนามรวมถึงสำรวจคราบน้ำมันบริเวณชายฝั่งด้วยตาเปล่า&nbsp;ซึ่งผลการตรวจวัดทั้ง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;โดยผลการติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังคุณภาพน้ำทะเลบริเวณชายหาดทั้ง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมันและไม่พบไม่พบปริมาณสารอินทรีย์ระเหยง่ายรวม&nbsp;(Total&nbsp;VOCs)&nbsp;ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์&nbsp;(H2S)&nbsp;และก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์&nbsp;(SO2)&nbsp;ปนเปื้อนในอากาศ&nbsp;ขณะที่กรมควบคุมมลพิษได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำบริเวณชายหาดและเกาะเสม็ด&nbsp;ไปตรวจวิเคราะห์โลหะหนัก&nbsp;(HM)&nbsp;และสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวม&nbsp;(TPH)&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;14&nbsp;จุด</p><p><strong>สำหรับการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่&nbsp;30&nbsp;ม.ค.65&nbsp;</strong>จนถึงปัจจุบันมียอดรวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;9,145&nbsp;ราย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยองได้รายงานจำนวนผู้ที่มาใช้บริการที่จุดให้บริการร่วมบ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ&nbsp;จึงเห็นควรยุติการรับคำร้องที่จุดให้บริการร่วมดังกล่าว&nbsp;โดยตั้งแต่&nbsp;26&nbsp;ก.พ.65&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;สามารถยื่นเรื่องได้ที่จุดรับคำร้อง&nbsp;กรณีได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลได้ที่&nbsp;อบจ.ระยอง,&nbsp;เทศบาลนครระยอง,&nbsp;เทศบาลเมืองมาบตาพุด,&nbsp;เทศบาลตำบลบ้านเพ,&nbsp;เทศบาลตำบลแกลงกะเฉด,&nbsp;เทศบาลตำบลเนินพระ,&nbsp;เทศบาลบาลตำบลเชิงเนิน,&nbsp;เทศบาลตำบลสุนทรภู่,&nbsp;เทศบาลตำบลปากน้ำประแส,&nbsp;เทศบาลตำบลบ้านฉาง,&nbsp;เทศบาลตำบลพลา,&nbsp;อบต.ตะพง,&nbsp;อบต.เพ,&nbsp;อบต.แกลง&nbsp;และอบต.พังราด&nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&nbsp;สอบถามสายด่วน&nbsp;SPRC&nbsp;โทร.&nbsp;038-699881&nbsp;ส่วนสิ่งที่ต้องเตรียมมาประกอบการยื่นเรื่องประกอบด้วย&nbsp;สำเนาบัตรประชาชน&nbsp;สำเนาทะเบียนบ้าน&nbsp;เอกสารการจดทะเบียนการประกอบอาชีพ&nbsp;การคำนวณการขาดรายได้&nbsp;รูปถ่ายสถานที่ประกอบอาชีพ/ร้านค้า/หาบเร่/แผงลอยหรืออื่น&nbsp;ๆ&nbsp;มาด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226050329467"],
    [798,"อุตุฯ สงขลา เตือนต่อเนื่อง ฉบับที่ 8 เรื่อง \"คลื่นลมแรงและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก 26-27 กุมภาพันธ์ 2565)\"","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก&nbsp;สงขลา&nbsp;เตือนต่อเนื่อง&nbsp;ฉบับที่&nbsp;8&nbsp;เรื่อง&nbsp;\"คลื่นลมแรงและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก&nbsp;26-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)\"</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางพะเยาว์&nbsp;เมืองงาม&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ทางศูนย์ฯ&nbsp;ได้ออกประกาศเตือนต่อเนื่อง&nbsp;ฉบับที่&nbsp;8&nbsp;(8/2565)&nbsp;เรื่อง&nbsp;\"คลื่นลมแรงและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก&nbsp;(มีผลกระทบตั้งแต่วันที่&nbsp;26-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)\"&nbsp;โดยลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ยังคงมีกำลังแรง&nbsp;ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงได้เคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยแล้ว&nbsp;ทำให้ในช่วงวันที่&nbsp;26-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีฝนหนักหลายพื้นที่บริเวณจังหวัดชุมพรและสุราษฎร์ธาน&nbsp;และมีฝนหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;,&nbsp;พัทลุง&nbsp;,&nbsp;สงขลา&nbsp;,&nbsp;ปัตตานี&nbsp;,&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณจังหวัดดังกล่าว</strong>&nbsp;ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและปริมาณฝนตกสะสม&nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง&nbsp;2-3&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเล&nbsp;มีคลื่นสูงมากกว่า&nbsp;3&nbsp;เมตร&nbsp;ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง&nbsp;ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้&nbsp;พร้อมขอให้ประชาชนติดตามการพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดที่&nbsp;www.songkhla.tmd.go.th</p>","2022-02-26T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226072538482"],
    [799,"กอนช. ขอให้ประชาชนในภาคใต้ระวังฝนตกหนักหลายพื้นที่ พร้อมระวังน้ำหลาก-ดินถล่ม ช่วง 1 - 2 วันนี้ในพื้นที่ 6 จังหวัด","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนในภาคใต้ระวังฝนตกหนักหลายพื้นที่&nbsp;พร้อมระวังน้ำหลาก-ดินถล่ม&nbsp;ช่วง&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;วันนี้ในพื้นที่&nbsp;6&nbsp;จังหวัด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(26&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศหนาวเย็นกับมีลมแรง&nbsp;ส่วนภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;202&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ยะลา&nbsp;356&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;371&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่ม&nbsp;ช่วง&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;วันนี้&nbsp;บริเวณ&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;ตรัง&nbsp;สตูล&nbsp;สงขลา&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;ส่วนการเกิดน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;บริเวณ&nbsp;อ.สุคิริน&nbsp;อ.แว้ง&nbsp;และ&nbsp;อ.จะแนะ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;ระดับน้ำลดลงแล้ว&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;31,250&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;54&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;24,881&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;52&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังต้องเฝ้าระวังน้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณแม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโก-ลก&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;หลังจังหวัดยะลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;และนราธิวาสมีปริมาณฝนตกหนักมากกว่า&nbsp;150&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโก-ลก&nbsp;ทำให้มีปริมาณน้ำสะสมไหลลงแม่น้ำมากขึ้น&nbsp;จึงต้องเฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นเสี่ยงน้ำล้นสูงกว่าตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;อ.สายบุรี&nbsp;อ.ยะรัง&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;และอ.แว้ง&nbsp;อ.สุคิริน&nbsp;อ.ศรีสาคร&nbsp;อ.สุไหงปาดี&nbsp;อ.ตากใบ&nbsp;อ.จะแนะ&nbsp;อ.สุไหงโก-ลก&nbsp;จ.นราธิวาส</p>","2022-02-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226102352490"],
    [800,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเกินมาตรฐานบริเวณริมถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 เขตหนองแขม ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(26&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;1&nbsp;พื้นที่ในระดับสีส้ม&nbsp;บริเวณริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศปิดและลมสงบ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;ยกเว้นวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์เสี่ยงสูงที่ฝุ่นจะสูงขึ้น&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินมาตรฐาน&nbsp;1&nbsp;พื้นที่ในระดับสีส้มบริเวณ&nbsp;ต.ระแหง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตาก&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน&nbsp;โดยเฉพาะวันที่&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;</span><a&nbsp;href=\"http://bangkokairquality.com/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">bangkokairquality.com</a></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-02-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226131930590"],
    [801,"เช้านี้ค่าฝุ่นPM2.5ใน กทม.และปริมณฑลเกินมาตรฐานบริเวณริมถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 เขตหนองแขมส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานในตาก","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเกินมาตรฐานบริเวณริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานในจังหวัดตาก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(26&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;1&nbsp;พื้นที่ในระดับสีส้ม&nbsp;บริเวณริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศปิดและลมสงบ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;ยกเว้นวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์เสี่ยงสูงที่ฝุ่นจะสูงขึ้น&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินมาตรฐาน&nbsp;1&nbsp;พื้นที่ในระดับสีส้มบริเวณ&nbsp;ต.ระแหง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตาก&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน&nbsp;โดยเฉพาะวันที่&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มีนาคม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-02-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226110255494"],
    [802,"เร่งกระจายสินค้าให้กับเกษตรกรและสหกรณ์ ส่งเสิรมและพัฒนาสินค้าในสหกรณ์ของชุมชนแต่ละภูมิภาค","<p><strong>นางสาว&nbsp;มนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยภายหลังร่วมพิธีวางพานพุ่มถวายสักการะพระราชวรวงศ์เธอ&nbsp;กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์&nbsp;พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย&nbsp;ว่า&nbsp;เนื่องในวันสหกรณ์แห่งชาติตรงกับวันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์ของทุกปี&nbsp;ซึ่งปีนี้ถือเป็นการครบรอบ&nbsp;106&nbsp;ปี&nbsp;จึงได้จัดงานวันสหกรณ์แห่งชาติขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระราชวรวงศ์เธอ&nbsp;กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์&nbsp;\"พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย\"&nbsp;และเป็นการแสดงถึงความรู้รักสามัคคีและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของขบวนสหกรณ์ไทย&nbsp;ตลอดจนการสหกรณ์ในประเทศไทยได้มีการพัฒนานำระบบการบริหารจัดการในด้านต่างๆ&nbsp;มาปรับใช้ในสหกรณ์&nbsp;เป็นการช่วยกระจายสินค้าให้กับเกษตรกรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาสหกรณ์ถือเป็นงานที่ต้องร่วมมือกันทั้งภาครัฐและขบวนการสหกรณ์</p><p><strong>สำหรับการจัดงานวันสหกรณ์ประจำปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;จะมีการจัดเสวนาในหัวข้อ&nbsp;\"เศรษฐกิจจะฟื้น&nbsp;หรือทรุด&nbsp;สหกรณ์จะหยุดวิกฤตเศรษฐกิจไทยได้อย่างไร\"&nbsp;ซึ่งการเสวนาดังกล่าวจะเป็นการให้คำปรึกษาและแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจรวมไปถึงการให้ความรู้&nbsp;ได้แนวคิดใหม่ๆมาปรับใช้กับงานสหกรณ์&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้จัดศูนย์แสดงสินค้าสหกรณ์ไทยเป็นศูนย์แสดงสินค้าราคาประหยัด&nbsp;&nbsp;</strong>อาทิ&nbsp;อาหารทะเลแปรรูป&nbsp;สินค้าสมาชิกสหกรณ์&nbsp;กะปิเคย&nbsp;ผักพื้นบ้านประจำท้องถิ่นผลิตภัณฑ์จากยางพารา&nbsp;ผลิตภัณฑ์จากเส้นใยกัญชง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจสินค้าภายในงาน&nbsp;สามารถสั่งซื้อได้ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;:&nbsp;ตลาดซื้อขายสินค้าสหกรณ์ไทย&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><br></p>","2022-02-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226124140557"],
    [803,"สภาพน้ำทะเลระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันยกเว้นยังพบก้อนน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึงและมีจำนวนเพิ่มขึ้น","<p><strong>สภาพน้ำทะเลจังหวัดระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน&nbsp;ยกเว้นยังพบก้อนน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึงและมีจำนวนเพิ่มขึ้น</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&nbsp;ได้เข้าตรวจสอบสิ่งแวดล้อมหลังพบก้อนน้ำมัน&nbsp;ระยะทาง&nbsp;100&nbsp;เมตร&nbsp;ตรงหาดแม่รำพึง&nbsp;บริเวณสะพานป่าคั่น&nbsp;และพบคราบฟิล์มน้ำมันและก้อนน้ำมันดิน&nbsp;ระยะทาง&nbsp;200&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณคลองหัวรถ&nbsp;และพบก้อนน้ำมันดิน&nbsp;ระยะทาง&nbsp;150&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณร้านเจ๊จุกซีฟู๊ด&nbsp;ผลการสำรวจชายหาดแม่รำพึงตั้งแต่ศาลเจ้าแม่รำพึงถึงก้นอ่าว&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;9.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เบื้องต้นพบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&nbsp;โดยพบก้อนน้ำมันบนชายหาดตั้งแต่บริเวณคลองหัวรถไปจนถึงก้นอ่าว&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;6&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;จากการเดินสำรวจ&nbsp;พบปริมาณเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนบริเวณสะพานท่าเรือตะพงไม่พบก้อนน้ำมัน&nbsp;เมื่อตรวจสอบค่าความหนาแน่นของก้อนน้ำมันบริเวณคลองหัวรถ&nbsp;ร้านเจ๊จุกซีฟู๊ด&nbsp;และก้นอ่าว&nbsp;พบความหนาแน่นสูงสุดบริเวณคลองหัวรถ&nbsp;ส่วนการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลบริเวณชายหาดสุชาดา&nbsp;หาดแสงจันทร์&nbsp;อ่าวบ้านเพ&nbsp;และหาดสวนสน&nbsp;เบื้องต้นพบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติ&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&nbsp;และก้อนน้ำมัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการตรวจวัดคุณภาพน้ำทั่วไปบริเวณชายหาด&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;พบอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อการนันทนาการ&nbsp;จึงได้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลและดินตะกอนบริเวณจุดที่พบตัวอย่างก้อนน้ำมัน&nbsp;เพื่อนำไปวิเคราะห์หาการปนเปื้อนของสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนต่อไป</p>","2022-02-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226111633495"],
    [804,"จังหวัดกาฬสินธุ์ จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field day) ระดับอำเภอประจำปี 2565","<p><strong>จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;</strong>เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;day)&nbsp;ระดับอำเภอประจำปี&nbsp;2565&nbsp;กระตุ้นให้เกษตรกรเริ่มต้นการผลิตในปีเพาะปลูกใหม่&nbsp;ระดับอำเภอประจำปี&nbsp;2565&nbsp;กระตุ้นให้เกษตรกรเริ่มต้นการผลิตในปีเพาะปลูกใหม่&nbsp;</p><p><strong>ที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตำบลเขาพระนอนของ&nbsp;</strong>นางจิตตานันท์&nbsp;ภูทองใบ&nbsp;บ้านโคกแง้&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลเขาพระนอน&nbsp;อำเภอยางตลาด&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;day)&nbsp;ระดับอำเภอประจำปี&nbsp;2565&nbsp;นายดนุพงษ์&nbsp;ภูตรี&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลเขาพระนอน&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโดยกล่าวว่า&nbsp;การดำเนินการของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรเป็นกลไกสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในการสร้างกระบวนการเรียนรู้&nbsp;และให้ความรู้แก่พี่น้องเกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน</strong>จะต้องร่วมกันดำเนินการให้สำเร็จตามเป้าหมาย&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตรในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;และมีการแข่งขันค่อนข้างสูง&nbsp;ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ&nbsp;ขณะเดียวกันพี่น้องเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย&nbsp;ยังมีการผลิตและการจำหน่ายสินค้าเกษตร&nbsp;ตลอดจนโอกาสการเข้าถึงข้อมูลแหล่งทุน&nbsp;ทรัพยากร&nbsp;และการตลาดได้น้อย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ดำเนินการ</strong>จัดกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.หรือ&nbsp;ศพก.เครือข่าย)&nbsp;ซึ่งเป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสินค้าหลักในพื้นที่และเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่&nbsp;(Zoning)&nbsp;โดยมีองค์ประกอบของศูนย์เรียนรู้ฯ&nbsp;ได้แก่&nbsp;เกษตรกรต้นแบบ&nbsp;แปลงเรียนรู้&nbsp;หลักสูตรการเรียนรู้&nbsp;และสถานีเรียนรู้&nbsp;สำหรับองค์ความรู้ที่มีอยู่ในศูนย์เรียนรู้ฯ&nbsp;เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีที่หน่วยงานราชการส่งเสริมกับภูมิปัญญาของเกษตรกร&nbsp;และได้มีการประยุกต์ใช้ให้มีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของพื้นที่นั้นๆ&nbsp;</p><p><strong>โดยหน่วยงานในสังกัดกุระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>บูณาการทำงานร่วมกันเพื่อสนับสนุนเกษตรกร&nbsp;ในสถานีเรียนรู้หลักและสถานีเรียนรู้ย่อย&nbsp;ภายใต้&nbsp;6&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;สถานีที่&nbsp;1&nbsp;บัญชีครัวเรือน&nbsp;สถานีที่&nbsp;2&nbsp;การรวมกลุ่ม&nbsp;สถานีที่&nbsp;3&nbsp;ระบบการให้น้ำพืชการใช้น้ำ&nbsp;อย่างรู้คุณค่า&nbsp;สถานีที่&nbsp;4&nbsp;การขยายพันธุ์พืช&nbsp;สถานีที่&nbsp;5&nbsp;เศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;การใช้และการผลิตสารชีวภัณฑ์&nbsp;และสถานีที่&nbsp;6&nbsp;ปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;นวัตกรรมลดการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่การเกษตร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","กาฬสินธุ์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226113645506"],
    [805,"นายอำเภอท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี นำชาวบ้านทำหลุมขยะเปียก ลดปัญหาขยะครัวเรือนด้วยวิธีแสนง่าย","<p><strong>นายสุกิจ&nbsp;มีพริ้ง&nbsp;นายอำเภอท่าฉาง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ทางอำเภอร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;และพี่น้องประชาชน&nbsp;จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;บ้านหนองดูน&nbsp;ม.5&nbsp;ต.เขาถ่าน&nbsp;อ.ท่าฉาง&nbsp;โดยมีสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอท่าฉาง&nbsp;ซึ่งนำโดยนางสารภี&nbsp;จีนไทย&nbsp;พัฒนาการอำเภอ&nbsp;เป็นเจ้าภาพหลักของงาน</p><p><strong>โดยภายในงานได้มีการสาธิตการทำหลุมขยะเปียก</strong>&nbsp;โดยใช้เศษอาหารภายในครัวเรือน&nbsp;ซึ่งจากข้อมูลพบว่าขยะในครัวเรือน&nbsp;80%&nbsp;เป็นขยะที่ย่อยสลายได้&nbsp;ซึ่งการคัดแยกและกำจัดขยะแต่ต้นทาง&nbsp;จะช่วยลดค่าใช้จ่าย&nbsp;ประหยัดงบประมาณปีละหลายล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการสาธิตในวันนี้เพื่อให้ผู้นำชุมชน</strong>&nbsp;แลพพี่น้องประชาชนได้นำไปจัดทำในครัวเรือนของตนเอง&nbsp;โดยได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาชุมชนในฐานะหน่วยงานหลักในการส่งเสริมกิจกรรมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงได้เข้ามาส่งเสริม&nbsp;สนับสนุนให้ชาวบ้านได้มีการทำหลุมขยะเปียกให้ครบทุกครัวเรือน</p><p><strong>สำหรับขั้นตอนการทำหลุมขยะเปียก&nbsp;คือ&nbsp;</strong>1.จัดเตรียมภาชนะ&nbsp;เช่น&nbsp;ถังพลาสติก&nbsp;ขนาดขึ้นอยู่กับปริมาณขยะเปียกในครัวเรือน&nbsp;2.เจาะรู&nbsp;หรือ&nbsp;ตัดก้นถัง&nbsp;แล้วขุดหลุม&nbsp;ขนาดความลึก&nbsp;2&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;ส่วน&nbsp;ของความสูงภาชนะที่เตรียมไว้&nbsp;3.นำเศษอาหาร/ผัก/ผลไม้&nbsp;เทลงในถังที่ฝังไว้&nbsp;และปิดฝาให้มิดชิด&nbsp;4.จุลินทรีย์ในดิน&nbsp;ใส้เดือนในดินจะทำการย่อยเศษอาหารในภาชนะให้กลายเป็นปุ๋ย&nbsp;(ระยะเวลาขึ้นอยู่กับปริมาณขยะเปียก)&nbsp;หากมีกลิ่นเหม็นมากสามารถเติมน้ำหมัก&nbsp;EM&nbsp;หรือเอาเศษหญ้าและใบไม้ขนาดเล็กมากลบผิวชั้นบน&nbsp;แลพ&nbsp;5.&nbsp;เมื่อปริมาณเศษอาหารถึงระดับเดียวกับพื้นดินที่ขุดไว้&nbsp;ให้เอาดินกลบแล้วย้ายถังไปทำในถังใหม่&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การทำหลุมขยะเปียก&nbsp;เป็นการช่วยลดขยะภายในบ้าน</strong>&nbsp;อาศัยการย่อยสลายจากจุลินทรีย์&nbsp;ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจ้างเก็บขยะมูลฝอยและได้ปุ๋ยอินทรีย์ไว้ใช้ภายในครัวเรือนอีกด้วย.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-26T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226150018620"],
    [806,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยอยู่ที่กว่า 600 จุด ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือภาคอีสานภาคตะวันออกและภาคกลางของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยอยู่ที่กว่า&nbsp;600&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคกลางของไทย</strong>&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(25&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;642&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากวันก่อนเล็กน้อย&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;201&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;140&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;107&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;97&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;93&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;สกลนคร&nbsp;48&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;40&nbsp;จุด&nbsp;และนครราชสีมา&nbsp;38&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงกระจายตัวอยู่ทั่วพื้นที่ของประเทศไทยตั้งแต่ภาคเหนือลงมาถึงภาคกลาง&nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือสูงสุด&nbsp;378&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนมากพบในพื้นที่เกษตร&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเกิดจากการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่&nbsp;ส่วนวันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;พบจังหวัดปราจีนบุรีอยู่ในระดับปานกลางอาจเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;6,696&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;6,505&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;4,091&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;2,585&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นกัมพูชา&nbsp;1,697&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;767&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-02-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226161720663"],
    [807,"ผู้ว่าฯ แพร่ เตือนประชาชนเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์พายุฤดูร้อน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดแพร่ได้ติดตามการคาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูร้อนของประเทศไทยปี&nbsp;2565&nbsp;จากกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่า&nbsp;ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ถึงกลางเดือนพฤษภาคม&nbsp;ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดกับจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นหลายพื้นที่&nbsp;โดยจะมีพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และอาจมีลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;ซึ่งอาจก่อให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;ตลอดจนผลผลิตทางการเกษตรได้&nbsp;จึงขอให้ประชาชนเตรียมรับสถานการณ์พายุฤดูร้อนที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;โดยติดตามข้อมูลสภาวะอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด&nbsp;ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;ลูกเห็บตก&nbsp;และฟ้าผ่า&nbsp;หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง&nbsp;ใต้ต้นไม้ใหญ่&nbsp;และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อม&nbsp;</strong>โดยติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;แจ้งเตือนประชาชนให้ทราบสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และเตรียมพร้อมบุคลากร&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;ทรัพยากร&nbsp;เครื่องจักรกลสาธารณภัย&nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที</p>","2022-02-26T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226173023690"],
    [808,"เกษตรแพร่เดินหน้าลดการเผาอย่างยั่งยืน สนับสนุนเกษตรกรปรับเปลี่ยนพื้นที่พืชไร่เชิงเดี่ยวเป็นไม้ยืนต้น","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายประภาส&nbsp;สานอูป&nbsp;เกษตรจังหวัดแพร่</strong>&nbsp;กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการอบรมกิจกรรมปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกพืชไร่เชิงเดี่ยวเป็นไม้ยืนต้นเพื่อลดการเผาอย่างยั่งยืน&nbsp;รุ่นที่&nbsp;4&nbsp;ณ&nbsp;สหกรณ์การเกษตรร้องกวาง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ว่า&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดแพร่ได้ดำเนินโครงการบูรณาการสิ่งแวดล้อมและสาธารณภัย&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;(งบกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;2)&nbsp;กิจกรรมปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกพืชไร่เชิงเดี่ยวเป็นไม้ยืนต้นเพื่อลดการเผาอย่างยั่งยืน&nbsp;กิจกรรมย่อยที่&nbsp;2&nbsp;การบริหารจัดการพื้นที่การเกษตรและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อลดปัญหาหมอกควัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรแทนการจัดการด้วยการเผา</strong>&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดพื้นที่การเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและลดการเกิดหมอกควันในพื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;สอดคล้องกับช่วงเวลาห้ามเผาเด็ดขาดของจังหวัดตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ถึง&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยมีเกษตรกรเป้าหมายจากอำเภอร้องกวาง&nbsp;สูงเม่น&nbsp;และหนองม่วงไข่&nbsp;เข้าร่วมอบรมทั้งสิ้น&nbsp;53&nbsp;ราย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จะมีการจัดเวทีสรุปบทเรียนและการสนับสนุนปัจจัยด้านการเกษตรให้แก่เกษตรกรในเดือนเมษายน&nbsp;ถึงพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ด้วย</p>","2022-02-26T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226174650699"],
    [809,"ประกวดสวนมะขามหวานเพชรบูรณ์ แห่งปี 2565","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายอนันต์&nbsp;ตั่นฉ้วน&nbsp;เกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์</strong>&nbsp;พร้อมด้วยคณะกรรมการตัดสินการประกวดมะขามหวานจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ลงพื้นที่ตัดสินการประกวดสวนมะขามหวาน&nbsp;ของเกษตรกรผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศมะขามหวานในแต่ละสายพันธุ์&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;22-23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ณ&nbsp;สวนมะขามหวานของเกษตรกร&nbsp;ตำบลซับเปิบ&nbsp;อำเภอวังโป่ง&nbsp;ตำบลปากช่อง&nbsp;อำเภอหล่มสัก&nbsp;ตำบลตาดกลอย&nbsp;ตำบลศิลา&nbsp;และตำบลวังบาล&nbsp;อำเภอหล่มเก่า&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;นายอนันต์&nbsp;ตั่นฉ้วน&nbsp;เกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์</strong>&nbsp;พร้อมคณะกรรมการประชุมพิจารณาสรุปผลคัดเลือกสวนมะขามหวาน&nbsp;ของเกษตรกรที่เข้าหลักเกณฑ์สุดยอดมะขามหวานเพชรบูรณ์&nbsp;แห่งปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์</p>","2022-02-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","เพชรบูรณ์","สวท.เพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226193953734"],
    [810,"สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดงานวันสหกรณ์แห่งชาติ ประจำปี 2565","<p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;07.39&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายพิษณุ&nbsp;พินรอด&nbsp;สหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;พร้อมด้วยบุคลากรในสังกัด&nbsp;ร่วมกับขบวนการสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;จัดงานวันสหกรณ์แห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565โดยกิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;เวลา&nbsp;07.39&nbsp;น.&nbsp;พิธีสงฆ์&nbsp;ได้ร่วมกันถวายปัจจัย&nbsp;เครื่องไทยธรรม&nbsp;และปิ่นโตแด่พระสงฆ์&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;รูป&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;พิธีวางพานพุ่มถวายสักการะ&nbsp;\"พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย\"&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณพระราชวรวงศ์เธอ&nbsp;กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์&nbsp;และพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่สหกรณ์&nbsp;คณะกรรมการ&nbsp;ฝ่ายจัดการ&nbsp;และสมาชิกสหกรณ์&nbsp;เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติ&nbsp;สร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานให้แก่ผู้รับรางวัล&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมพัชรสหกรณ์&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;อำเภอเมืองเพชรบูรณ์&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์</p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในการนี้&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์</strong>&nbsp;ร่วมกับขบวนการสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ได้ร่วมสมทบทุนสร้างศูนย์โรคหัวใจครบวงจรแห่งแรกของจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;อาคารอายุรกรรมวิสุทธิ์&nbsp;โรงพยาบาลเพชรบูรณ์&nbsp;โครงการหอผู้ป่วยสามัญพรีเมี่ยม&nbsp;(Premium&nbsp;Ward)&nbsp;หอผู้ป่วยสามัญ&nbsp;คุณภาพสูงได้มาตรฐานระดับสากล&nbsp;มีความปลอดภัยสูงสุด&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;1,484,063.11&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งได้รับเกียรติจากนายอำนาจ&nbsp;แย้มศิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สด&nbsp;พร้อมทั้งกล่าวคำสุดี&nbsp;พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย&nbsp;อ่านสารพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;เนื่องในวันสหกรณ์แห่งชาติ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายพิษณุพินรอด&nbsp;สหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์ของทุกปี&nbsp;เป็นวันสหกรณ์แห่งชาติ&nbsp;โดยการจัดงานในปีนี้&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;และขบวนการสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณของพระราชวรวงศ์เธอ&nbsp;กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์&nbsp;พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย&nbsp;และเพื่อมอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่สหกรณ์&nbsp;กรรมการสหกรณ์&nbsp;ฝ่ายจัดการสหกรณ์&nbsp;และสมาชิกสหกรณ์ดีเด่น&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;44&nbsp;รางวัล&nbsp;เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;และเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์อันดีภายในขบวนการสหกรณ์</p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยในปีนี้สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;และขบวนการสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์</strong>&nbsp;ได้ร่วมกันสมทบทุนสร้างศูนย์โรคหัวใจครบวงจรแห่งแรกของจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;อาคารอายุรกรรมวิสุทธิ์&nbsp;โรงพยาบาลเพชรบูรณ์&nbsp;โครงการหอผู้ป่วยสามัญพรีเมี่ยม&nbsp;(Premium&nbsp;Ward)&nbsp;หอผู้ป่วยสามัญ&nbsp;คุณภาพสูงได้มาตรฐานระดับสากล&nbsp;มีความปลอดภัยสูงสุด&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;1,484,063.11&nbsp;บาท&nbsp;ให้แก่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามหลักการสหกรณ์ข้อที่&nbsp;7&nbsp;การเอื้ออาทรต่อชุมชนที่ทางขบวนการสหกรณ์ได้ดำเนินการต่อเนื่องทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ปี</p>","2022-02-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","เพชรบูรณ์","สวท.เพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226193948733"],
    [811,"ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด ดำเนินการช่วยเหลื่อพี่น้องประชาชนในการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโครงการฝายร้อยเอ็ด และโครงการฝายยโสธร-พนมไพร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ดำเนินการช่วยเหลื่อพี่น้องประชาชนในการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโครงการฝายร้อยเอ็ด&nbsp;และโครงการฝายยโสธร-พนมไพร</p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประธานการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโครงการฝายร้อยเอ็ด&nbsp;และโครงการฝายยโสธร-พนมไพร&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;พร้อมด้วยนายชนาส&nbsp;ชัชวาลวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;คณะอนุกรรมกรรมการแก้ไขปัญหาจากการสร้างเขื่อนร้อยเอ็ด&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และพี่น้องเกษตรกร&nbsp;เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดยโสธร&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลาง&nbsp;อำเภอเชียงขวัญ&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สืบเนื่องจากพี่น้องเกษตรกร&nbsp;เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่างจังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;รวมตัวกันยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เพื่อเร่งรัดการดำเนินการ&nbsp;กำหนดวันประชุมคณะอนุกรรมกรรมการแก้ไขปัญหาจากการสร้างเขื่อนร้อยเอ็ด&nbsp;เขื่อนยโสธร-พนมไพร&nbsp;ลุ่มน้ำชี&nbsp;จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินนโยบายโครงการ&nbsp;โขง&nbsp;ซี&nbsp;มูลเดิม&nbsp;ซึ่งมีการสร้างเขื่อนกันน้ำ&nbsp;ทำให้เกิดต้นข้าวเน่าตาย&nbsp;เสียหายต่อเนื่องกว่า&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;ก่อปัญหาด้านสภาพเศรษฐกิจทั้งภายในครัวเรือนและชุมชน&nbsp;ซึ่งอำเภอที่ได้รับผลกระทบมี่ทั้งหมด&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอทุ่งเขาหลวง&nbsp;อำเภออาจสามารถ&nbsp;อำเภอพนมไพร&nbsp;อำเภอเสลภูมิ&nbsp;และเชียงขวัญ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยในการประชุมในครั้งนี้&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;กรณีนี้เกิดปัญหามานานเกือบ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;โดยต้องแยกเป็น&nbsp;2&nbsp;กลุ่ม&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มที่ได้ยื่นข้อเสนอให้กับรัฐบาล&nbsp;โดยจังหวัดมีหน้าที่ในการตรวจสอบ&nbsp;ในรอบแรกได้มีการตรวจสอบ&nbsp;700&nbsp;ราย&nbsp;ต้องนำภาพถ่ายแผนที่&nbsp;ในปี&nbsp;พ.ศ.2543&nbsp;ถึงปี&nbsp;2547&nbsp;มาเปรียบเทียบกับพื้นที่ทำกินของพี่น้องประชาชนในช่วงปีนั้น&nbsp;ว่าได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนร้อยเอ็ด&nbsp;เขื่อนยโสธร-พนมไพร&nbsp;ลุ่มน้ำชีหรือไม่&nbsp;ซึ่งต้องมอบหมายผู้เชี่ยวชาญอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นผู้พิสูจน์&nbsp;และในส่วนสำหรับผู้ที่มายื่นใหม่ต้องใช้หลักการเดียวกัน&nbsp;โดยจังหวัดร้อยเอ็ดจะดำเนินการให้เร็วที่สุด&nbsp;แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่ขั้นตอนและระยะเวลาการดำเนินการ&nbsp;รวมถึงหลังจากได้ข้อมติในที่ประชุมระดับจังหวัดแล้ว&nbsp;จะส่งเรื่องไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อหาทางออกและแก้ไขปัญหาต่อไป</p>","2022-02-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226201504747"],
    [812,"อุตุฯ สงขลา เตือนต่อเนื่อง ฉบับที่ 10 เรื่อง \"คลื่นลมแรงและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก (มีผลกระทบจนถึงวันนี้ 27 กุมภาพันธ์ 2565)\"","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก&nbsp;สงขลา&nbsp;เตือนต่อเนื่อง&nbsp;ฉบับที่&nbsp;10&nbsp;เรื่อง&nbsp;\"คลื่นลมแรงและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก&nbsp;(มีผลกระทบจนถึงวันนี้&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)\"</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;นางสาวพะเยาว์&nbsp;เมืองงาม&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ&nbsp;รักษาราชการแทนผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยได้เคลื่อนตัวลงสู่ช่องแคบมะละกาแล้ว&nbsp;ประกอบกับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ยังคงมีกำลังแรง&nbsp;ทำให้ในวันนี้&nbsp;(27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;มีฝนหนักหลายพื้นที่&nbsp;บริเวณจังหวัดชุมพรและสุราษฎร์ธานี&nbsp;มีฝนหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่&nbsp;บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;,&nbsp;พัทลุง&nbsp;,&nbsp;สงขลา&nbsp;,&nbsp;ปัตตานี&nbsp;,&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณจังหวัดดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก&nbsp;และปริมาณฝนตกสะสม&nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;และน้ำล้นตลิ่ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง&nbsp;ทะเลมีคลื่นสูง&nbsp;2-3&nbsp;เมตร</strong>&nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า&nbsp;3&nbsp;เมตร&nbsp;ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง&nbsp;ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง&nbsp;และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้&nbsp;จึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด&nbsp;ที่&nbsp;www.songkhla.tmd.go.th</p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227075614771"],
    [813,"กอนช. ขอให้ประชาชนภาคใต้ยังระวังฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่จนเสี่ยงน้ำท่วมขังและน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะบริเวณแม่น้ำปัตตานี จ.ยะลาและปัตตานี และแม่น้ำโก-ลก จ.นราธิวาส","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคใต้ยังระวังฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่จนเสี่ยงน้ำท่วมขังและน้ำล้นตลิ่ง&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณแม่น้ำปัตตานี&nbsp;จ.ยะลาและปัตตานี&nbsp;และแม่น้ำโก-ลก&nbsp;จ.นราธิวาส</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(27&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศหนาวเย็นกับมีลมแรง&nbsp;ส่วนภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.สตูล&nbsp;171&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ยะลา&nbsp;194&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;227&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยช่วงวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;รวม&nbsp;18&nbsp;อำเภอ&nbsp;76&nbsp;ตำบล&nbsp;277&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ขณะที่ปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;31,125&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;54&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;24,838&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;52&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคใต้หลังฝนตกหนักต่อเนื่องจนส่งผลให้เกิดน้ำล้นตลิ่งและเข้าท่วมในหลายพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณแม่น้ำปัตตานี&nbsp;จ.ยะลาและปัตตานี&nbsp;และแม่น้ำโก-ลก&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง&nbsp;ปัจจุบันยังมีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมขังอยู่และมีแนวโน้มลดลง&nbsp;โดยให้หน่วยงานในพื้นที่เตรียมเฝ้าระวัง&nbsp;พร้อมประสานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;หยุดการระบายน้ำเขื่อนบางลาง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เป็นการชั่วคราวจนกว่าปริมาณน้ำหลากจะระบายลงสู่ทะเลเพื่อลดผลกระทบน้ำท่วม&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ประสานกรมชลประทานบริหารจัดการน้ำเขื่อนปัตตานี&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;และประตูระบายน้ำปรีกี&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;ร่วมกับคลองต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อตัดยอดน้ำ&nbsp;หน่วงน้ำ&nbsp;และเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด&nbsp;เบื้องต้นได้ให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;หน่วยทหารในพื้นที่&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;อาสาสมัครและมูลนิธิต่างๆเร่งเข้าสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือแล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คาดการณ์ตั้งแต่วันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์ปริมาณฝนตกในพื้นที่จะเริ่มลดลง&nbsp;ขณะนี้หน่วยงานต่างๆได้เร่งระบายน้ำท่วมขังออกจากพื้นที่&nbsp;คาดว่า&nbsp;หากไม่มีฝนตกในพื้นที่เพิ่มอีกสถานการณ์น้ำท่วมจะเริ่มคลี่คลายลง</p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227094408786"],
    [814,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เกินมาตรฐานหลายพื้นที่สูงสุดบริเวณริมถนนลาดกระบัง เขตลาดกระบัง ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(27&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานหลายพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;ต.อ้อมน้อย&nbsp;อ.กระทุ่มแบน&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;,&nbsp;ต.ปากน้ำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สมุทรปราการ&nbsp;,&nbsp;ริมถนนดินแดง&nbsp;เขตดินแดง&nbsp;,&nbsp;ต.นครปฐม&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.นครปฐม&nbsp;,&nbsp;เขตคลองสามวา&nbsp;,&nbsp;ริมถนนสุขุมวิท&nbsp;เขตพระโขนง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนลาดพร้าว&nbsp;ซอยลาดพร้าว&nbsp;95&nbsp;เขตวังทองหลาง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนพระรามที่&nbsp;4&nbsp;หน้าสามย่านมิตรทาวน์&nbsp;เขตปทุมวัน&nbsp;,&nbsp;ริมถนนลาดกระบัง&nbsp;เขตลาดกระบัง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศปิด&nbsp;ลมสงบ&nbsp;และการจราจรหนาแน่น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;ยกเว้นวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์เสี่ยงสูงที่ฝุ่นจะสูงขึ้น&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินมาตรฐาน&nbsp;3&nbsp;พื้นที่ในระดับสีส้มบริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;,&nbsp;รพ.เทพรัตนฯ&nbsp;อ.แม่แจ่ม&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;และ&nbsp;ต.ระแหง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตาก&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน&nbsp;โดยเฉพาะวันที่&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มีนาคม</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่งและขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;</span><a&nbsp;href=\"http://bangkokairquality.com/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">bangkokairquality.com</a></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227140945887"],
    [815,"สภาพน้ำทะเลระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน ยกเว้นยังพบก้อนน้ำมันตรงหาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถไปจนถึงก้นอ่าว","<p><strong>สภาพน้ำทะเลจังหวัดระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน&nbsp;ยกเว้นยังพบก้อนน้ำมันตรงหาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถไปจนถึงก้นอ่าว&nbsp;แต่มีจำนวนลดลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&nbsp;ได้เข้าตรวจสอบสิ่งแวดล้อมหลังพบก้อนน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ด้วยการสำรวจชายหาดแม่รำพึงตั้งแต่ศาลเจ้าแม่รำพึงถึงก้นอ่าว&nbsp;ระยะทาง&nbsp;9.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;พบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&nbsp;ยกเว้นพบก้อนน้ำมันบนชายหาดตั้งแต่บริเวณคลองหัวรถไปจนถึงก้นอ่าว&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;6&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ส่วนจากการเดินสำรวจพบปริมาณลดลงจากการสำรวจช่วง&nbsp;2&nbsp;วันก่อน&nbsp;โดยบริเวณสะพานท่าเรือตะพงไม่พบก้อนน้ำมัน&nbsp;เมื่อสุ่มเก็บตัวอย่างก้อนน้ำมัน&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;บริเวณคลองหัวรถ&nbsp;คลองสาบน้อย&nbsp;ร้านเจ๊จุกซีฟู๊ด&nbsp;และก้นอ่าว&nbsp;พบความหนาแน่นสูงสุดบริเวณก้นอ่าว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลบริเวณชายหาดสุชาดา&nbsp;หาดแสงจันทร์&nbsp;อ่าวบ้านเพ&nbsp;และหาดสวนสน&nbsp;พบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติ&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&nbsp;และไม่พบก้อนน้ำมัน&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำทั่วไปบริเวณชายหาดอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อการนันทนาการ&nbsp;จึงได้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลและดินตะกอนบริเวณจุดที่พบก้อนน้ำมันนำไปวิเคราะห์หาการปนเปื้อนปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนต่อไป</p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227100920796"],
    [816,"เช้านี้ค่าฝุ่นPM2.5ใน กทม.และปริมณฑลเกินมาตรฐานหลายพื้นที่สูงสุดบริเวณริมถนนลาดกระบัง เขตลาดกระบัง ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐาน 3 พื้นที่","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเกินมาตรฐานหลายพื้นที่สูงสุดบริเวณริมถนนลาดกระบัง&nbsp;เขตลาดกระบัง&nbsp;ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐาน&nbsp;3&nbsp;พื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(27&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานหลายพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;ต.อ้อมน้อย&nbsp;อ.กระทุ่มแบน&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;,&nbsp;ต.ปากน้ำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สมุทรปราการ&nbsp;,&nbsp;ริมถนนดินแดง&nbsp;เขตดินแดง&nbsp;,&nbsp;ต.นครปฐม&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.นครปฐม&nbsp;,&nbsp;เขตคลองสามวา&nbsp;,&nbsp;ริมถนนสุขุมวิท&nbsp;เขตพระโขนง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนลาดพร้าว&nbsp;ซอยลาดพร้าว&nbsp;95&nbsp;เขตวังทองหลาง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนพระรามที่&nbsp;4&nbsp;หน้าสามย่านมิตรทาวน์&nbsp;เขตปทุมวัน&nbsp;,&nbsp;ริมถนนลาดกระบัง&nbsp;เขตลาดกระบัง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศปิด&nbsp;ลมสงบ&nbsp;และการจราจรหนาแน่น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;ยกเว้นวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์เสี่ยงสูงที่ฝุ่นจะสูงขึ้น&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินมาตรฐาน&nbsp;3&nbsp;พื้นที่ในระดับสีส้มบริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;,&nbsp;รพ.เทพรัตนฯ&nbsp;อ.แม่แจ่ม&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;และ&nbsp;ต.ระแหง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตาก&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน&nbsp;โดยเฉพาะวันที่&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มีนาคม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227101108798"],
    [817,"จังหวัดกาฬสินธุ์ จัดงาน วันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ประจำปี 2565 ณ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตำบลเขาพระนอน อำเภอยางตลาด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;จัดงาน&nbsp;วันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตำบลเขาพระนอน&nbsp;อำเภอยางตลาด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตำบลเขาพระนอน&nbsp;(ไร่ภูทองใบ)</strong>&nbsp;ของนางจิตตานันท์&nbsp;ภูทองใบ&nbsp;บ้านโคกแง้&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลเขาพระนอน&nbsp;อำเภอยางตลาด&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;นายดนุพงษ์&nbsp;ภูตรี&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลเขาพระนอน&nbsp;อำเภอยางตลาด&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;วันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนางสาวอรนุช&nbsp;เกษสัญชัย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสาระสนเทศ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอยางตลาด&nbsp;ส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;ผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;เกษตรกรตำบลเขาพระนอน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้</p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยหน่วยงานในสังกัดกุระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;บูณาการทำงานร่วมกันเพื่อสนับสนุนเกษตรกร&nbsp;ในสถานีเรียนรู้หลักและสถานีเรียนรู้ย่อย&nbsp;ภายใต้&nbsp;6&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;สถานีที่&nbsp;1&nbsp;บัญชีครัวเรือน&nbsp;สถานีที่&nbsp;2&nbsp;การรวมกลุ่ม&nbsp;สถานีที่&nbsp;3&nbsp;ระบบการให้น้ำพืชการใช้น้ำ&nbsp;อย่างรู้คุณค่า&nbsp;สถานีที่&nbsp;4&nbsp;การขยายพันธุ์พืช&nbsp;สถานีที่&nbsp;5&nbsp;เศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;การใช้และการผลิตสารชีวภัณฑ์&nbsp;และสถานีที่&nbsp;6&nbsp;ปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;นวัตกรรมลดการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่การเกษตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางสาวอรนุช&nbsp;เกษสัญชัย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสาระสนเทศ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัเกาฬสินธุ์</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;มีความสำคัญอย่างยิ่งกับพี่น้องเกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ที่จะได้มีการบอกกล่าวให้พี่น้องเกษตรกร&nbsp;ได้ทราบถึงวิธีการปฏิบัติก่อนจะมีการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;ทำให้เกษตรกรนำองค์ความรู้ที่เหมาะสมกับพื้นที่&nbsp;ไปประยุกต์ใช้ในไร่นาและสวนของตนเองได้&nbsp;จะทำให้เกิดการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้เป็นอย่างดี&nbsp;และสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้จากศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;และศูนย์เครือข่ายที่ประสบความสำเร็จ&nbsp;ไปใช้ในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;มีความเข้มแข็ง&nbsp;และพึ่งพาตนเองได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้าน&nbsp;นายกฤษ&nbsp;กองอุดม&nbsp;ตัวแทนไร่ภูทองใบ</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ไร่ภูทองใบ&nbsp;เมื่อ&nbsp;20&nbsp;ปีก่อนเป็นป่าที่เสื่อมโทรมใช้ประโยชน์ไม่ได้&nbsp;โดยตนและครอบครัวจึงได้น้อมนำหลักการพัฒนาตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ของในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ด้วยการปลูกพืช&nbsp;3&nbsp;อย่างประโยชน์&nbsp;4&nbsp;อย่าง&nbsp;ดำเนินการตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงทำให้ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งในปัจจุบัน&nbsp;สามารถเป็นสถานที่เรียนรู้ของเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการจัดกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ</strong>&nbsp;ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.&nbsp;หรือ&nbsp;ศพก.เครือข่าย)&nbsp;ซึ่งเป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสินค้าหลักในพื้นที่และเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่&nbsp;(Zoning)&nbsp;โดยมีองค์ประกอบของศูนย์เรียนรู้ฯ&nbsp;ได้แก่&nbsp;เกษตรกรต้นแบบ&nbsp;แปลงเรียนรู้&nbsp;หลักสูตรการเรียนรู้&nbsp;และสถานีเรียนรู้&nbsp;สำหรับองค์ความรู้ที่มีอยู่ในศูนย์เรียนรู้ฯ&nbsp;เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีที่หน่วยงานราชการส่งเสริมกับภูมิปัญญาของเกษตรกร&nbsp;และได้มีการประยุกต์ใช้ให้มีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของพื้นที่นั้น&nbsp;ๆ</p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","กาฬสินธุ์","สวท.กาฬสินธุ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227114031822"],
    [818,"จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดกิจกรรมทำแนวกันไฟบริเวณรอบดอยกองมู เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;จัดกิจกรรมทำแนวกันไฟบริเวณรอบดอยกองมู&nbsp;เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ที่บริเวณลานสิงห์คู่&nbsp;วัดพระนอน&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานการจัดกิจกรรมทำแนวกันไฟบริเวณรอบดอยกองมู&nbsp;โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานในสังกัด&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;พร้อมด้วยส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำชุมชนและประชาชนจิตอาสาในพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ร่วมกิจกรรมจัดทำแนวกันไฟบริเวณรอบดอยกองมู&nbsp;เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;ในพื้นที่บริเวณรอบดอยกองมู</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ออกประกาศเรื่องการห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด</strong>&nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;เนื่องด้วยในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ถึงเดือนเมษายนของทุกปี&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเผชิญกับสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองที่มีความรุนแรง&nbsp;โดยมีสาเหตุมาจากการเผาในที่โล่งทั้งการเผาเพื่อเก็บหาของป่า&nbsp;ล่าสัตว์&nbsp;รวมถึงการกำจัดวัชพืชเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกในที่ดินทำกินของเกษตรกรโดยไม่มีการควบคุม&nbsp;ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยของประชาชน&nbsp;สภาวะทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งเป็นสาธารณภัยในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อเป็นการลดผลกระทบจากปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;จังหวัดได้กำหนดให้ทุกพื้นที่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;เพื่อลดปัญหาหมอกควันไฟป่า&nbsp;ในช่วง&nbsp;70&nbsp;วัน&nbsp;โดยเริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ถึง&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองต่อไป</p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227125910852"],
    [819,"จังหวัดสุรินทร์ ตรวจสอบ กำกับ ดูแล โรงงาน ที่มีความเสี่ยงอันอาจเป็นสาเหตุให้เกิดมลพิษทางอากาศและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5)","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางอิฐสราชัย&nbsp;ลำพา&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้มอบหมายให้หัวหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสหกรรมจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบ&nbsp;กำกับ&nbsp;ดูแล&nbsp;โรงงาน&nbsp;โม่&nbsp;บด&nbsp;หรือย่อยหิน&nbsp;ที่มีความเสี่ยงอันอาจเป็นสาเหตุให้เกิดมลพิษทางอากาศและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;หจก.โรงงานโม่บดหินย่งล้ง&nbsp;บริษัท&nbsp;สุรินทร์ศิลาทรัพย์&nbsp;จำกัด&nbsp;หจก.โรงงานโม่บดหินยงล้ง&nbsp;สุรินทร์&nbsp;และ&nbsp;หจก.อารีย์สันติก่อสร้าง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;โดยผลการตรวจสอบพบว่า</strong>&nbsp;สถานประกอบการโรงโม่หินได้ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรการป้องกันฝุ่นละอองตามที่กำหนด&nbsp;และในการนี้เจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ผู้ประกอบการดูแลระบบสเปรย์น้ำ&nbsp;และฉีดพรมเส้นทางขนส่งแร่อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ร่วมทั้งให้ปฏิบัติตามกฎหมายโรงงานและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)</p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227140829886"],
    [820,"ผอ.องค์การสวนสัตว์ฯ ย้ำ จะเริ่มก่อสร้างโครงการสวนสัตว์แห่งใหม่ปี 66 แต่จะใช้ประโยชน์พื้นที่ระหว่างก่อสร้าง จึงทำโครงการพิเศษสวนสัตว์ชั่วคราวขนาดเล็กและตลาดนัดขายสินค้าชุมชน","<p><strong>ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ย้ำ&nbsp;จะเริ่มก่อสร้างโครงการสวนสัตว์แห่งใหม่ปี&nbsp;2566&nbsp;แต่จะใช้ประโยชน์พื้นที่ระหว่างก่อสร้าง&nbsp;จึงทำโครงการพิเศษมีลักษณะเป็นสวนสัตว์ชั่วคราวขนาดเล็กและตลาดนัดขายสินค้าชุมชน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพร&nbsp;ศรีเหรัญ&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;(อสส.)&nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินงานโครงการสวนสัตว์แห่งใหม่ที่จะเริ่มก่อสร้างปี&nbsp;2566&nbsp;แต่เพื่อให้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ระหว่างรอการก่อสร้างจึงทำโครงการสวนสัตว์เพื่อชุมชน&nbsp;หรือ&nbsp;Mini&nbsp;Zoo\"&nbsp;บนเนื้อที่ประมาณ&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;ภายในพื้นที่โครงการก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่&nbsp;เพื่อให้เป็นโครงการพิเศษมีลักษณะเป็นสวนสัตว์ชั่วคราวขนาดเล็ก&nbsp;จะนำสัตว์มาจัดแสดง&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;ชนิด&nbsp;เช่น&nbsp;นกกระเรียนไทย&nbsp;หนูยักษ์คาปิบารา&nbsp;ลิงกระรอก&nbsp;ลีเมอร์&nbsp;เม่น&nbsp;เต่าซูคาต้า&nbsp;และเต่าบึงหัวเหลือง&nbsp;ซึ่งสัตว์เหล่านี้นำมาจากสวนสัตว์ในสังกัดขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;เพื่อสร้างเป็นพื้นที่การศึกษา&nbsp;แหล่งเรียนรู้&nbsp;และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับเด็ก&nbsp;เยาวชน&nbsp;และประชาชนทั่วไป&nbsp;โดยเฉพาะชุมชนที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบพื้นที่โครงการก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทีมสัตวแพทย์ขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยจะดูแลด้านคุณภาพชีวิตสัตว์&nbsp;สวัสดิภาพสัตว์&nbsp;และการปรับตัวของสัตว์แต่ละชนิดที่นำมาจัดแสดง&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;เตรียมพื้นที่สำหรับให้เป็นตลาดนัดสินค้าชุมชนและตลาดต้นไม้เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนโดยรอบโครงการด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;โครงการก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่อาจจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ถึงจะพร้อมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ&nbsp;ส่วนโครงการสวนสัตว์เพื่อชุมชน&nbsp;หรือ&nbsp;Mini&nbsp;Zoo\"&nbsp;เป็นหนึ่งในกิจกรรมขององค์การสวนสัตว์ฯที่เปิดพื้นที่บางส่วนภายในพื้นที่โครงการก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่&nbsp;ทำให้เป็นสวนสัตว์เพื่อชุมชนจะเปิดบริการให้เข้าชมได้ทุกวันในเดือนมีนาคมนี้&nbsp;รองรับประชาชนมาเที่ยวชมได้เพียงวันละประมาณ&nbsp;200&nbsp;คนเท่านั้น&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดเตรียมเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและพื้นที่บริการ&nbsp;เช่น&nbsp;ห้องน้ำ&nbsp;พื้นที่จอดรถ&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;และเครื่องดื่ม&nbsp;ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;สำหรับประชาชนผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่&nbsp;โครงการสวนสัตว์แห่งใหม่&nbsp;โทร.&nbsp;083-963-9696&nbsp;หรือติดตามข่าวสารใน&nbsp;เฟซบุ๊กขององค์การสวนสัตว์&nbsp;หรือเฟซบุ๊กของโครงการสวนสัตว์แห่งใหม่</p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227144744907"],
    [821,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงอยู่ที่ประมาณ 500 จุด ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคกลางของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงอยู่ที่ประมาณ&nbsp;500&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคกลางของไทย</strong>&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(26&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;522&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากวันก่อน&nbsp;120&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;192&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;102&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;89&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;75&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;58&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;อุดรธานี&nbsp;40&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ลพบุรี&nbsp;34&nbsp;จุด&nbsp;และชัยภูมิ&nbsp;26&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงกระจายตัวอยู่ทั่วพื้นที่ของประเทศไทยตั้งแต่ภาคเหนือลงมาถึงภาคกลาง&nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือสูงถึง&nbsp;285&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนมากพบในพื้นที่เกษตร&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเกิดจากการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่&nbsp;ส่วนวันนี้หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางมีคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อยู่ในระดับปานกลาง&nbsp;อาจเริ่มส่งผลกระทบให้กับสุขภาพได้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;6,981&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;6,557&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;4,219&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในกัมพูชา&nbsp;1,878&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;1,804&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;705&nbsp;จุด&nbsp;67&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227180750965"],
    [822,"จังหวัดพังงา ลูกเลือด ผลไม้ป่าหายากรสชาติเปรี้ยวอมหวาน ออกผลแล้วราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 120-200 บาท","<p><strong>ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์จนถึงเดือนเมษายนของทุกปี</strong>&nbsp;มีหลายคนโดยเฉพาะคุณผู้หญิงต่างเฝ้ารอลิ้มชิม&nbsp;ลูกเลือด&nbsp;ซึ่งเป็นผลไม้ป่าชื่อแปลกรสชาติเปรี้ยวอมหวาน&nbsp;มีมากในพื้นที่จังหวัดพังงา&nbsp;ผลมีลักษณะคล้ายลูกหว้า&nbsp;รสชาติจะออกเปรี้ยวอมหวานหน่อย&nbsp;ที่ชาวบ้านเรียกว่าลูกเลือดนั้น&nbsp;เพราะผลสุกของลูกเลือดจะมีสีแดงเข้มอมดำ&nbsp;ผลมีความฉ่ำ&nbsp;เมื่อคลุกกับพริกเกลือ&nbsp;หรือกัดในปากจะมีน้ำแดงๆ&nbsp;ออกมา&nbsp;จึงตั้งชื่อว่าลูกเลือด&nbsp;ในอดีตจะมีเฉพาะในป่าเท่านั้น&nbsp;แต่คนรุ่นก่อนเมื่อเก็บมากินก็ได้ทิ้งเมล็ดไว้ตามข้างบ้าน&nbsp;หรือตามในสวน&nbsp;เมื่อเจริญงอกงามก็อนุรักษ์เอาไว้&nbsp;ทำให้ลูกหลานได้เก็บกินและเก็บไปขาย&nbsp;ไม่ต้องเข้าไปหาถึงในป่า&nbsp;ซึ่งก็ไม่ได้มีมากนัก&nbsp;ทำให้ผลของลูกเลือดเป็นที่ต้องการของตลาดมีการสั่งจองกันจนไม่พอขาย&nbsp;สำหรับราคาขายในขณะนี้ซึ่งถือว่าเป็นช่วงออกตลาดใหม่ๆราคากิโลกรัมละ&nbsp;120-200&nbsp;บาท</p><p><strong>นางสาวสมฤดี&nbsp;หนูงานแข้ม</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;32&nbsp;ปี<strong>&nbsp;</strong>อยู่ที่บ้านบางเสียด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลบางเตย&nbsp;อำเภอเมืองพังงา&nbsp;เล่าว่า&nbsp;ต้นลูกเลือดหน้าบ้านต้นนี้สูงเกือบ&nbsp;20&nbsp;เมตร&nbsp;มีอายุมากกว่า&nbsp;300&nbsp;ปี&nbsp;เพราะตั้งแต่จำความได้ก็มีอยู่ตรงนี้อยู่แล้ว&nbsp;ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคมของทุกปีก็จะออกดอกและจะเก็บผลได้ในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน&nbsp;โดยเมื่อตนจะเก็บลูกเลือดที่สุกพอดีออกขายด้วยการโพสต์ขายออนไลน์&nbsp;ในราคา&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างมากเก็บเท่าไหร่ก็ขายหมด&nbsp;ขณะที่ในท้องตลาดจะขายกันอยู่ที่&nbsp;150-200&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการกินลูกเลือดให้อร่อยนั้น</strong>&nbsp;ส่วนใหญ่นิยมคลุกกับพริกเกลือ&nbsp;ซึ่งประกันได้รสชาติเด็ดไม่เหมือนผลไม้ทั่วไปจริงๆ&nbsp;ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มเก็บต้นลูกเลือดต้นเล็กๆ&nbsp;ที่อยู่โคนต้น&nbsp;นำไปขยายพันธ์ปลูกเพิ่มไว้ให้คนรุ่นหลังได้เก็บกินและขายต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228090803028"],
    [823,"ในรอบ 10 ปี จังหวัดพัทลุงน้ำท่วมนาข้าวที่กำลังสุก ","<p><strong>ในรอบ&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;ข้าวนาปีรอเก็บเกี่ยวถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย&nbsp;</strong>ชาวนาครวญหลายสิบปีน้ำไม่เคยท่วมช่วงเก็บเกี่ยว</p><p><strong>วันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;ฝนที่ตกหนักและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดพัทลุง&nbsp;ทำให้น้ำหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน&nbsp;เส้นทางเข้าออกหมู่บ้าน&nbsp;พื้นที่การเกษตร&nbsp;สวนยางพาราและนาข้าวที่กำลังสุกรอการเก็บเกี่ยว&nbsp;ทำให้จมน้ำได้รับความเสียหาย&nbsp;เกษตรกรชาวนาต้องทำใจ</p><p><strong>โดยเฉพาะการปลูกข้าวนาปีพันธุ์พื้นเมือง&nbsp;</strong>อย่างข้าวเล็บนกที่มีการปลูกกันมากในพื้นที่โชนกลางของจังหวัดพัทลุง&nbsp;ตำบลสมหวัง&nbsp;ตำบลชะรัด&nbsp;อำเภอกงหรา&nbsp;ตำบลนาโหนด&nbsp;ตำบลโคกชะงาย&nbsp;ตำบลเขาเจียก&nbsp;ตำบลท่าแค&nbsp;ตำบลท่ามิหรำ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;ตำบลนาขยาด&nbsp;ตำบลพนมวังค์&nbsp;ตำบลชะมวง&nbsp;อำเภอควนขนุน&nbsp;ตำบลบ้านพร้าว&nbsp;อำเภอป่าพะยอม&nbsp;ตำบลโคกม่วง&nbsp;อำเภอเขาชัยสน&nbsp;ข้าวพื้นเมืองที่กำลังสุกและรอการเก็บเกี่ยวกว่า&nbsp;50%&nbsp;ของพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;ที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวหลังฝนตกติดต่อ&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;มวลน้ำป่าหลากเข้าท่วมทำให้เจ้าของนาข้าว&nbsp;ต้องทำใจกับความเสียหายที่เกิดขึ้น&nbsp;ซึ่งข้าวนาปีพันธุ์เล็บนกเป็นข้าวที่ชาวพัทลุงนิยมนำมารับประทานมากกว่าข้าวสายพันธุ์ชนิดอื่น&nbsp;และราคาจะสูงกว่าข้าวสายพันธ์&nbsp;กข.&nbsp;โดยราคาจะอยู่ที่ตันละ&nbsp;9}000&nbsp;บาท&nbsp;แต่เมื่อเจอสภาพฝนตกหนักนำขังข้าวที่สุกก็ไม่สามารถนำมาสีเป็นข้าวสารได้&nbsp;เกษตรต้องเกี่ยวข้าวขายหลังน้ำลดให้กับโรงงานอาหารสัตว์เพียงอย่าง</p><p><strong>ด้านนางสุนิสา&nbsp;สว่างรัตน์&nbsp;</strong>เกษตรกรชาวนาในพื้นที่&nbsp;ตำบลเขาเจียก&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตลอดหลายสิบปีน้ำท่วมในช่วงเดือน&nbsp;3&nbsp;ที่เป็นช่วงของการเก็บเกี่ยวข้าวนาปี&nbsp;นำไม่เคยท่วม&nbsp;แต่ปีนี้ฝนที่ตกหนักหลายวัน&nbsp;ทำให้เกิดน้ำป่า&nbsp;และน้ำหลากท่วมนาข้าว&nbsp;ซึ่งตัวเองทำนาปลูกข้าวไว้ขายและใช้รับประทานเอง&nbsp;ก่อนฝนตกรีบเกี่ยวข้าว&nbsp;แต่ไม่ทันเสร็จได้แค่ครึ่งของนาข้าวที่ปลูก&nbsp;ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย&nbsp;ซึ่งข้าวที่เหลือที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวได้รับความเสียหาย&nbsp;ทำให้ต้องทำใจกับภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในรอบ&nbsp;10&nbsp;ปี</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคใต้","พัทลุง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228091410029"],
    [824,"จังหวัดสระบุรีขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู ป่าต้นน้ำ ป่าชายเลนและป้องกันไฟป่า","<p><strong>ที่ห้องประชุมพระพุทธบาท&nbsp;นายสมภพ&nbsp;สมิตะสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี</strong>&nbsp;ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;ป่าต้นน้ำ&nbsp;ป่าชายเลนและป้องกันไฟป่าจังหวัดสระบุรี&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาและเพื่อเตรียมการตามแผนในปี&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ที่กำหนดให้ประเทศไทยมีพื้นที่สีเขียวร้อยละ&nbsp;55&nbsp;ของพื้นที่ประเทศ&nbsp;ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายในการดำเนินโครงการปลูกป่า&nbsp;เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;เนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;28&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;สร้างความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;สังคม&nbsp;และเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;พัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนที่อยู่อาศัยและทำกินในที่ป่าและพื้นที่รอบเขตป่าให้สามารถอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน</p><p><strong>นายปริญญา&nbsp;คุ้มสระพรม&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำหรับจังหวัดสระบุรี&nbsp;มีเป้าหมายปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;ป่าต้นน้ำ&nbsp;ในปี&nbsp;2563-2570&nbsp;จำนวน&nbsp;16.288.98&nbsp;ไร่&nbsp;ในระยะที่&nbsp;1&nbsp;ดำเนินการไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;ดำเนินการแล้ว&nbsp;150&nbsp;ไร่&nbsp;ส่วนแผนการดำเนินโครงการปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;จะดำเนินการในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;1&nbsp;สาขาสระบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;91&nbsp;ไร่&nbsp;ในพื้นที่ป่าชุมชนซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักจัดการทรัพยากรธรรมป่าไม้ที่&nbsp;5&nbsp;สระบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;252&nbsp;ไร่&nbsp;และขอความร่วมมือส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ชุมชน&nbsp;เอกชน&nbsp;ดำเนินโครงการตามพื้นที่เหมาะสม&nbsp;โดยสามารถขอรับพันธุ์กล้าไม้หลากหลายชนิด&nbsp;ทั้งไม้ป่าและไม้เพื่อการอุปโภคบริโภค&nbsp;ได้ที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;5&nbsp;สระบุรี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สระบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228113306090"],
    [825,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้ามอบเงินเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติด้านเกษตร พร้อมมอบส.ป.ก. 4-01 หนุนที่ทำกินเกษตรกร","<p><strong>นางสาว&nbsp;มนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานพิธีมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตร&nbsp;และมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน&nbsp;หรือ&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;4-01&nbsp;อ.เมืองอุทัยธานี&nbsp;จ.อุทัยธานี&nbsp;</strong>ว่า&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มีภารกิจหลักที่สำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;การช่วยเหลือเยียวยาให้กับเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;มีเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;อุทกภัย&nbsp;ภัยพิบัติโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;และโรคอหิวาห์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน&nbsp;ทั้งด้านพืช&nbsp;ประมง&nbsp;และปศุสัตว์&nbsp;ในพื้นที่ทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอของจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;จากรายงานข้อมูล&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;มีเกษตรกรได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;10,965&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;107,310&nbsp;ไร่&nbsp;วงเงินกว่า&nbsp;200&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์แนวทางและเงื่อนไขในการเยียวยาให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ</strong>&nbsp;ซึ่งต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กรมประมง&nbsp;และกรมปศุสัตว์ก่อนเกิดภัย&nbsp;และมีพื้นที่เสียหายสิ้นเชิงอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จึงได้จัดพิธีมอบเงินช่วยเหลือดังกล่าวขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้&nbsp;และยังมีการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ผักพืชปุ๋ยสดให้แก่เกษตรกรด้วย&nbsp;อีกทั้งได้มีพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเขตปฏิรูปที่ดินให้แก่เกษตรกรที่ได้รับเอกสารสิทธิจาก&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;จำนวน&nbsp;32&nbsp;ราย&nbsp;มอบสระน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน&nbsp;(บ่อจิ๋ว)&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งสถานการณ์ภัยพิบัติต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกิดขึ้นในปี&nbsp;2564&nbsp;เกษตรกรได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก&nbsp;แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่ได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร&nbsp;และการเร่งรัดการดำเนินการเพื่อช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติด้านการเกษตรไม่ว่าจะเป็นด้านพืช&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;และประมง&nbsp;เกษตรกรจึงได้รับเงินช่วยเหลือจนนำมาสู่การจัดงานมอบเงินช่วยเหลือในวันนี้</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228115620098"],
    [826,"จังหวัดตรัง ประชุมคณะอนุกรรมการ ความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานจังหวัดตรัง","<p><strong>นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธาน</strong>การประชุมคณะอนุกรรมการ&nbsp;ความปลอดภัยอาชีวอนามัย&nbsp;และสภาพแวดล้อมในการทำงานจังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ห้องมรกต&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อประสานนโยบาย&nbsp;แผนงาน&nbsp;และสนับสนุนการดำเนินงานด้านความปลอดภัย&nbsp;อาชีวอนามัย&nbsp;และสภาพแวดล้อมในการทำงานของจังหวัดตรังให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล&nbsp;สอดคล้องกับนโยบาย&nbsp;และแผนงานความปลอดภัย&nbsp;อาชีวอนามัย&nbsp;และสภาพแวดล้อมในการทำงานของประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน&nbsp;ได้มีนโยบาย</strong>ด้านความปลอดภัยในการทำงาน&nbsp;เน้นแนวทางการสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการทำงาน&nbsp;ให้ครอบคลุมกับแรงงานทุกภาคส่วน&nbsp;เพื่อให้เกิดเป็นวัฒนธรรมความปลอดภัยในการทำงาน&nbsp;รวมทั้งลดอัตราการประสบอันตรายจากการทำงาน&nbsp;และโรคอันเนื่องจากการทำงาน&nbsp;โดยบูรณาการงานด้านความปลอดภัย&nbsp;อาชีวอนามัย&nbsp;และสภาพแวดล้อมในการทำงานกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้&nbsp;จิตสำนึก&nbsp;และให้การดูแลแรงงานทุกภาคส่วน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228133602151"],
    [827,"สัตหีบ จัดกิจกรรมไลออนส์รักษ์ทะเล ปลูกปะการัง บนก้อนปูน รักษาระบบนิเวศ ครั้งที่ 6","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>พลเรือโท&nbsp;พิชัย&nbsp;ล้อชูสกุล&nbsp;ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่&nbsp;1</strong>&nbsp;เป็นประธานในพีธีเปิดกิจกรรม&nbsp;310&nbsp;ซี&nbsp;รักษ์ทะเล&nbsp;ไลออนส์รักษ์ทะเล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;6&nbsp;ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทางทะเล&nbsp;ณ&nbsp;ชายหาด&nbsp;หน้าโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์&nbsp;ฐานทัพเรือสัตหีบ&nbsp;อำเภอสัตหีบ&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;ไลออน&nbsp;ภัทรวดี&nbsp;ดีศรี&nbsp;ผู้ว่าการภาคไลออนส์สากลภาค&nbsp;310&nbsp;C&nbsp;ไลออน&nbsp;ปณิธาน&nbsp;บุญเลี้ยง&nbsp;นายก&nbsp;สโมสรไลออนส์&nbsp;พัทยาสัตหีบ&nbsp;พร้อมสมาชิก&nbsp;ดร.&nbsp;สะถิระ&nbsp;เผือกประพันธุ์&nbsp;สส.เขต&nbsp;8&nbsp;ชลบุรี&nbsp;มูลนิธิค่ายวิทยาศาสตร์ทางทะเลและการอนุรักษ์&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ชมรม&nbsp;บริษัทห้างร้าน&nbsp;ชมรมชาวอีสานสัตหีบสัมพันธ์&nbsp;กลุ่มจิตอาสา&nbsp;ประชาชน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ไลออน&nbsp;ปณิธาน&nbsp;บุญเลี้ยง&nbsp;นายกสโมสรไลออนส์&nbsp;พัทยาสัตหีบ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สภาวะปัจุบันสภาพแวดล้อมทางทะเถถูกผลกระทบมาก&nbsp;ทั้งจากน้ำมือมนุษย์&nbsp;และสภาพอากาศที่ร้อน&nbsp;มลพิษขยะ&nbsp;ตัวชี้วัดสภาพแวดล้อมทางทะเล&nbsp;อีกตัวหนึ่ง&nbsp;ก็คือ&nbsp;\"ปะการัง\"&nbsp;ขณะนี้&nbsp;\"ปะการัง\"&nbsp;โดนทำลายไปมาก&nbsp;ทั้งจากการเดินเรือใกล้ฝั่งและนักท่องเที่ยวที่เผลอทำลายโดยรู้ไม่เท่าถึงการณ์&nbsp;อีกทั้งยังเกิดจากสภาพแวดล้อมทางอากาศ&nbsp;โลกร้อนขึ้นเกิดสภาวะเรือนกระจก&nbsp;ทำให้เกิดปฏิกิริยา&nbsp;ปะการังฟอกขาว&nbsp;และตอนนี้ยังเกิดโรคแถบเหลืองในกลุ่มปะการังบางกลุ่มการจัดทำโครงการปลูกปะการังสามารถช่วยฟื้นฟู&nbsp;รักษาและขยายกิ่งพันธุ์&nbsp;ทำให้ระบบนิเวศทางทะเลดีขึ้นตลอดระยะเวลากว่า&nbsp;5&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;สโมสรไลออนส์พัทยาสัตหีบได้จัดทำโครงการปลูกปะการังขยายกึ่งพันธุ์บนก้อนปูน&nbsp;ก้อนปูนนี้คือผลเทสทางวิชาการ&nbsp;ซึ่งเป็นขยะ&nbsp;เรานำมันมาใช้ให้เกิดประโยชน์&nbsp;โดยการนี้&nbsp;ได้รับองค์ความรู้คำแนะนำปรึกษาทางด้านวิชาการ&nbsp;จากอาจารย์ประสาน&nbsp;แสงไพบูลย์&nbsp;ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญและวิจัยด้านการขยายกิ่งพันธุ์ปะการังเขากวาง&nbsp;เราจึงนำหลักการนี้มาขยายต่อ&nbsp;โดยทำการทดลองปลูกลงบนก้อนปูน&nbsp;เป็นผลสำเร็จ&nbsp;และเห็นผลเป็นที่ประจักษ์แล้วว่ามันสามารถและขยายพันธุ์ได้จริงเป็นการรักษาและฟื้นฟูปะการังให้สมบูรณ์แข็งแรง&nbsp;ทั้งยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำทำ&nbsp;ทะเลสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>พลเรือโท&nbsp;พิชัย&nbsp;ล้อชูสกุล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ทะเลเป็นของพวกเราทุกคน&nbsp;ซึ่งต้องคอยช่วยกันดูแลรักษา&nbsp;ไม่ใช่เพียงแต่ทหารเรือเท่านั้นการปลูกปะการังเสริมขึ้นจากธรรมชาติ&nbsp;นับว่าเหมาะสม&nbsp;เพราะจะเป็นการเร่งการขยายพันธุ์ได้มากยิ่งขึ้น&nbsp;สามารถนำก้อนปูนที่ปลูกนี้&nbsp;ไปเสริมซ่อมบางจุดบางแหล่งได้&nbsp;ถึงแม้ว่าบางครั้งจะมีการประกาศปิดจุดแหล่งท่องเที่ยวบางแห่ง&nbsp;เช่น&nbsp;เกาะขาม&nbsp;เกาะแสมสาร&nbsp;เพื่อเป็นการพักฟื้นของแนวปะการัง&nbsp;ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง&nbsp;แต่ก็ยังคงไม่เพียงพอในการดูแลฟื้นฟูงนั้น&nbsp;ดังนั้น&nbsp;กิจกรรมนี้จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง&nbsp;ที่จะช่วยเร่งสภาพแวดล้อมทางทะเลให้ดีขึ้น&nbsp;เพิ่มแหล่งที่อยู่อาศัยและเพาะพันธุ์ของสัตว์น้ำในนามของทหารเรือ&nbsp;รู้สึกยินดีที่ท่านทั้งหลายเห็นคุณค่าทรัพยากรทางทะเล&nbsp;มีความตั้งใจอันดีงามที่&nbsp;จะคงรักษาสภาพแวดล้อมให้ดีสืบไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ปริญญา&nbsp;&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228144609194"],
    [828,"กอนช.ขอให้ประชาชนภาคใต้ยังระวังฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่จนเกิดน้ำท่วมขังและน้ำล้นตลิ่งพร้อมเร่งซ่อมแซมแนวพนังกั้นน้ำริมแม่น้ำโก-ลก และคันประตูระบายน้ำมูโนะที่เกิดชำรุดจนน้ำเข้าท่วมชุมชน","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคใต้ยังระวังฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่จนเกิดน้ำท่วมขังและน้ำล้นตลิ่ง&nbsp;พร้อมเร่งซ่อมแซมแนวพนังกั้นน้ำริมแม่น้ำโก-ลก&nbsp;และคันประตูระบายน้ำมูโนะที่เกิดชำรุดจนน้ำเข้าท่วมชุมชน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(28&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศหนาวเย็นกับมีลมแรง&nbsp;ส่วนภาคใต้ตอนล่างมีฝนลดลง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;59&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ยะลา&nbsp;79&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;187&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;31,022&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;52&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;24,781&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;54&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้อย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมกำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกำลังช่วยเหลือประชาชนจากน้ำท่วม&nbsp;อย่างสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;ภาค&nbsp;4&nbsp;ร่วมกับจังหวัดนราธิวาส&nbsp;และสำนักงานชลประทานที่&nbsp;17</p><p>ติดตามพนังกั้นน้ำมูโนะกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในพื้นที่สุไหงโก-ลก&nbsp;ตำบลมูโนะ&nbsp;จากปริมาณฝนที่ตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำล้นข้ามพนังกั้นน้ำ&nbsp;ประมาณ&nbsp;30&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ทำให้ปริมาณน้ำจากแม่น้ำโก-ลก&nbsp;เข้าท่วมพื้นที่ชุมชนมูโนะมากกว่า&nbsp;500&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และเข้าท่วมถนนหมายเลย&nbsp;42&nbsp;ทำให้ต้องปิดการจราจรช่องทางขาออกจังหวัดนราธิวาสและเกิดน้ำล้นข้ามหลังคันประตูระบายน้ำมูโนะ&nbsp;โดยกรมชลประทานได้เร่งเสริมกระสอบทรายบิ๊กแบ็ค&nbsp;(Big&nbsp;Bag)&nbsp;บริเวณพนังกั้นน้ำริมแม่น้ำโก-ลก&nbsp;และคันประตูระบายน้ำมูโนะ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;บริหารจัดการน้ำที่ประตูระบายน้ำมูโนะ&nbsp;ควบคุมไม่ให้น้ำไหลเข้าคลองเพิ่มมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากมีน้ำหลากจากแม่น้ำโก-ลก&nbsp;ที่ไหลเข้าท่วมชุมชนมูโนะที่ไหลหลากมาลงคลองมูโนะ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้ควบคุมระบายน้ำผ่านอาคารชลประทานและตามการขึ้น-ลงของระดับน้ำทะเล&nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขัง&nbsp;พร้อมเดินเครื่องสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าสูบพร่องน้ำในพื้น&nbsp;4&nbsp;พื้นที่เร่งพร่องระบายน้ำ&nbsp;คือ&nbsp;สถานีสูบน้ำบ้านนาคออีบู&nbsp;(ใหม่)&nbsp;,&nbsp;สถานีสูบน้ำบ้านปะลุกา-โคกยาง&nbsp;,&nbsp;สถานีสูบน้ำบ้านสันติสุข&nbsp;,&nbsp;สถานีสูบน้ำบ้านตาเซ๊ะ&nbsp;พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งสูบระบายน้ำ&nbsp;ณ&nbsp;สถานีสูบน้ำโคกสะตอ&nbsp;หมู่&nbsp;7&nbsp;บ้านปิเหล็ง&nbsp;ตำบลสุไหงปาดี&nbsp;อำเภอสุไหงปาดี&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;และติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เร่งระบายน้ำช่วยเหลือพื้นที่อำเภอเมืองนราธิวาส&nbsp;บริเวณท่อระบายน้ำแห่งที่&nbsp;3&nbsp;บ้านยะกัง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228143743185"],
    [829,"จ.แม่ฮ่องสอน ค่าฝุ่น pm 2.5 เกินมาตรฐาน ระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฉีดพ่นละอองน้ำ เพื่อสร้างความชุ่มชื่นในอากาศและลดปริมาณฝุ่นละออง","<p><strong>วันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;บูรณาการร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;7,&nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน,&nbsp;ทางหลวงชนบทแม่ฮ่องสอน&nbsp;,&nbsp;เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน,&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และแขวงทางหลวงแม่ฮ่องสอน&nbsp;ดำเนินการฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อสร้างความชุ่มชื่นในอากาศและลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหอนาฬิกา&nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ใช้ปริมาณน้ำจำนวน&nbsp;42,000&nbsp;ลิตร&nbsp;</p><p><strong>เนื่องจากสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5</strong>&nbsp;วันนี้&nbsp;(28&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;มีค่าเท่ากับ&nbsp;102&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรฐาน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228145024195"],
    [830,"กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่สับปะรด ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ เร่งเพิ่มพื้นที่ปลูกสับปะรดผลสด พัฒนาคุณภาพผลผลิต เตรียมพร้อมส่งออกตลาดต่างประเทศ","<p><strong>นายรุ่งเรือง&nbsp;ไล้รักษา&nbsp;ประธานศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;ศพก.&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ต.หินเหล็กไฟ&nbsp;อ.หัวหิน&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ปัจจุบันได้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดในพื้นที่&nbsp;ต.หินเหล็กไฟ&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่กว่า&nbsp;400&nbsp;ไร่&nbsp;บริหารจัดการในรูปแบบเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;มีการวางแผนการผลิตร่วมกัน&nbsp;ทำให้สามารถผลิตสินค้าได้คุณภาพมาตรฐานตรงกับความต้องการของตลาดและช่วยลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต&nbsp;โดยที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐที่จัดสรรงบประมาณให้&nbsp;3&nbsp;ล้านบาท&nbsp;นำไปจัดซื้อรถไถและรถตักดินใช้งานภายในกลุ่ม&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ทางกลุ่มยังมีแนวทางปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกสับปะรดผลสดพันธุ์เอ็มดีทูในไร่ให้มากขึ้นทดแทนพื้นที่ปลูกสับปะรดโรงงานพันธุ์ปัตตาเวีย&nbsp;โดยใช้ตราสัญลักษณ์ทางการค้าของ&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;คือสยามโกลด์&nbsp;ปัจจุบันมีราคารับซื้อสับปะรดผลสดอยู่ที่&nbsp;กก.ละ&nbsp;25&nbsp;บาท&nbsp;ขณะที่สับปะรดโรงงานอยู่ที่&nbsp;กก.ละ&nbsp;6&nbsp;บาท&nbsp;โดยมีตลาดรองรับสับปะรดผลสดอยู่ที่ตลาด&nbsp;อตก.&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;และวางจำหน่ายในพื้นที่&nbsp;อ.หัวหิน&nbsp;ที่ศูนย์การค้าบลู&nbsp;พอร์ต&nbsp;ศูนย์การค้ามาร์เก็ต&nbsp;วิลเลจ&nbsp;ศูนย์โอทอปประจวบคีรีขันธ์&nbsp;(หัวหิน)&nbsp;ผลผลิตยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด&nbsp;</p><p><strong>นายรุ่งเรือง&nbsp;ไล้รักษา&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้กำลังสร้างโรงเก็บรวบรวมผลผลิตสับปะรดผลสด&nbsp;หรือล้ง&nbsp;และพัฒนาให้ได้มาตรฐาน&nbsp;GMP&nbsp;เตรียมพร้อมสำหรับการส่งออก&nbsp;โดยมีตลาดประเทศจีนให้ความสนใจอย่างมาก&nbsp;เนื่องจากสับปะรดผลสดพันธุ์เอ็มดีทู&nbsp;มีรสชาติดี&nbsp;หวานอมเปรี้ยว&nbsp;เป็นที่นิยมของผู้บริโภค&nbsp;การปลูกการดูแลก็ไม่ได้แตกต่างจากสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียมากนัก&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;เกษตรกรยังต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐเกี่ยวกับการสนับสนุนส่งเสริมช่องทางการตลาด&nbsp;เพราะบางส่วนยังมีความกังวลว่าเมื่อปลูกสับปะรดผลสดแล้วจะไม่สามารถหาตลาดรองรับผลผลิตได้&nbsp;ทั้งที่ในความเป็นจริงตลาดยังมีความต้องการเป็นจำนวนมาก&nbsp;หากเกษตรกรปรับเปลี่ยนพื้นที่ในไร่ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;มาปลูกสับปะรดผลสด&nbsp;จะเป็นโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้นและช่วยลดความเสี่ยงด้านราคาจากการปลูกสับปะรดเพื่อส่งเข้าโรงงานแปรรูปเพียงอย่างเดียว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228151916222"],
    [831,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณฑลเกินมาตรฐานหลายพื้นที่สูงสุดบริเวณเขตหนองแขม ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีแดงบริเวณ ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเกินมาตรฐานหลายพื้นที่สูงสุดบริเวณริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีแดงบริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(28&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานหลายพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;ริมถนนพหลโยธิน&nbsp;เขตบางเขน&nbsp;,&nbsp;ริมถนนเอกชัย&nbsp;เขตบางบอน&nbsp;,&nbsp;ริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;,&nbsp;ริมถนนเพชรเกษม&nbsp;เขตภาษีเจริญ&nbsp;,&nbsp;ริมถนนคลองทวีวัฒนา&nbsp;เขตทวีวัฒนา&nbsp;,&nbsp;ริมถนนนราธิวาส&nbsp;เขตบางรัก&nbsp;,&nbsp;ริมถนนกาญจนาภิเษก&nbsp;เขตบางขุนเทียน&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศปิด&nbsp;ลมสงบ&nbsp;และการจราจรหนาแน่น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;ยกเว้นวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มีนาคมเสี่ยงสูงที่ฝุ่นจะสูงขึ้น&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินมาตรฐานระดับสีส้มหลายพื้นที่&nbsp;ยกเว้นบริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ค่าฝุ่นสูงในระดับสีแดงกว่า&nbsp;110&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง&nbsp;โดยเฉพาะวันที่&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มีนาคม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228154217240"],
    [832,"ก.ทรัพย์ เร่งแก้ปัญหาผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีน้ำมันดิบรั่วกลางทะเลมาบตาพุด จ.ระยอง โดยเฉพาะกลุ่มประมงพื้นบ้าน","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เร่งแก้ปัญหาผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีน้ำมันดิบรั่วกลางทะเลมาบตาพุด&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มประมงพื้นบ้าน&nbsp;อยู่ระหว่างหาข้อสรุปกับบริษัทผู้รับผิดชอบ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการประชุมหารือแนวทางการกำหนดค่าชดเชยกลุ่มประมงพื้นบ้านจังหวัดระยอง&nbsp;กรณีได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลจากทุ่นขนถ่ายน้ำมันดิบกลางทะเล&nbsp;บริเวณนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด&nbsp;รัฐบาลมีความเป็นห่วงเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำมันดิบรั่วกลางทะเลระยอง&nbsp;จึงได้เร่งรัดให้ติดตามแก้ปัญหาให้เร็ว&nbsp;เบื้องต้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาประชาชนในพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มประมงพื้นบ้านที่ได้รับผลกระทบโดยตรง&nbsp;โดยจะใช้แนวทางคำตัดสินของศาลจากกรณีเหตุการณ์เมื่อปี&nbsp;2556&nbsp;เป็นพื้นฐานการเร่งกำหนดค่าชดเชยให้กับกลุ่มประมงพื้นบ้านต่อไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังต้องหาข้อสรุปร่วมกันระหว่างกลุ่มประมงพื้นบ้านแต่ละกลุ่มและบริษัท&nbsp;สตาร์ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;มหาชน&nbsp;(SPRC)&nbsp;อีกครั้ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการติดตามสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมบริเวณชายฝั่งทะเลในพื้นที่ยังทำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;พบปัจจุบันคุณภาพสิ่งแวดล้อมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเกือบทั้งหมดแล้ว&nbsp;ยกเว้นเพียงบางจุดที่อยู่ใกล้กับบริเวณเกิดเหตุน้ำมันรั่วไหลเท่านั้นที่ยังต้องติดตามสถานการณ์อยู่บางส่วน</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228163939275"],
    [833,"กรมประมง เร่งแก้ปัญหาการส่งออกลูกปลากะพงขาว พร้อมวางแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรภายใต้กฎระเบียบที่ถูกต้อง","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากกรณีที่กลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงลูกปลากะพงขาว&nbsp;ม.6&nbsp;ตำบลสองคลอง&nbsp;อำเภอบางปะกง&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;ได้รับความเดือดร้อนในการประกอบอาชีพ&nbsp;เนื่องจากไม่สามารถส่งออกลูกปลากะพงขาวได้นั้น&nbsp;ว่า&nbsp;กรมประมงได้ให้ความสำคัญกับประเด็นปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;โดยที่ผ่านมา&nbsp;กรมฯ&nbsp;ไม่ได้นิ่งนอนใจ&nbsp;ได้มอบหมายให้สำนักงานประมงจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;ทำการสำรวจข้อมูลเกษตรกรที่เลี้ยงปลากะพงขาวในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนและได้มีการจัดประชุมหารือร่วมกับกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงลูกปลากะพงขาว&nbsp;เพื่อรับฟังปัญหามาโดยตลอดและได้เตรียมวางแนวทางในการให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;</p><p><strong>การลงพื้นที่ในครั้งนี้&nbsp;นับเป็นโอกาสอันดีที่คณะผู้บริหารกรมประมง</strong>&nbsp;จะได้รับฟังปัญหาอุปสรรคของพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลากะพงขาวด้วยตนเอง&nbsp;โดยเฉพาะปัญหาข้อติดขัดที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก&nbsp;ซึ่งกรมประมงได้มีแนวทางให้ผ่อนผันการส่งออกลูกปลากะพงขาว&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร&nbsp;โดยจะดำเนินการภายใต้กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรมประมงจะนำข้อเรียกร้องดังกล่าวไปพิจารณาอย่างถี่ถ้วน&nbsp;และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อให้ข้อมูลและทำความเข้าใจกับเกษตรกรทุกราย&nbsp;โดยเฉพาะขั้นตอนและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในการขอรับใบรับรองสุขภาพสัตว์น้ำจากกรมประมง&nbsp;ซึ่งฟาร์มที่ต้องการส่งออกลูกพันธุ์ไปต่างประเทศ&nbsp;ต้องขึ้นทะเบียนสถานประกอบการส่งออกสัตว์น้ำ&nbsp;(สอ.)&nbsp;และได้รับการรับรองสุขอนามัยฟาร์มและสุขภาพสัตว์น้ำ&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถปฏิบัติได้ตามระเบียบ&nbsp;ที่ถูกต้องของกรมประมง&nbsp;และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228202426392"],
    [834,"ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม ลงพื้นที่รณรงค์ใช้ถังขยะเปียก จัดตั้งถังตักไขมันในครัวเรือนต้นแบบ บริหารจัดการขยะต้นทางให้เกิดประโยชน์","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;พันเอก&nbsp;จิระโรจน์&nbsp;กองวารี&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฯ&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสมทุรสงคราม&nbsp;ลงพื้นที่บ้านนายศิริ&nbsp;อารักษ์&nbsp;อายุ&nbsp;86&nbsp;ปี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลบ้านปรก&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;และสาธิตขั้นตอนและวิธีการจัดทำขยะเปียกและขยะอินทรีย์ในครัวเพื่อนำมาเป็นปุ๋ย&nbsp;ใส่แปลงผักสวนครัว&nbsp;ในพื้นที่ที่ว่างหน้าบ้าน&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายศิริ&nbsp;อารักษ์&nbsp;หรือลุงเล็ก&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตนได้จัดการขยะในครัวเรือนมานานแล้ว&nbsp;ด้วยการจัดหาถังพลาสติกเจะก้นแล้วขุดหลุมใกล้&nbsp;ๆ&nbsp;แปลงผัก&nbsp;นำขยะเศษอาหาร&nbsp;ใบไม้มาใส่ถังทิ้งไว้ประมาณ&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;ขยะก็จะย่อยสลายเป็นปุ๋ย&nbsp;และนำมาใส่พืชผักที่ปลูกไว้&nbsp;โดยไม่ต้องใส่ปุ๋ยเคมี&nbsp;ถึงเวลาก็มีคนมารับถึงบ้านเดือนละ&nbsp;4-5&nbsp;ครั้ง&nbsp;ไปขายเป็นผักปลอดสารพิษ&nbsp;มีรายได้เลี้ยงตัวเองได้แบบสบาย&nbsp;ๆ&nbsp;เลย&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ประมาณเดือนมกราคมที่ผ่านมาได้มีการนำร่องการจัดการขยะเปียกนำมาทำปุ๋ยที่สวนหลังจวนผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;พืชผักที่ปลูกมีไว้มีความอุดมสมบูรณ์ดีมาก&nbsp;จึงอยากรณรงค์ให้ทุกครัวเรือนในจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;บริหารจัดการขยะต้นทางคือในบ้านครัวเรือนของตนเองมาเป็นปุ๋ยใช้ในครัวเรือน&nbsp;รวมทั้งการติดตั้งบ่อดักไขมัน&nbsp;โดยทุกครัวเรือนใช้ที่ว่างให้เกิดประโยชน์นำมาปลูกพืชผักสวนครัว&nbsp;พึ่งพาตนเองและคนในหมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;และบรรเทาความเดือดร้อนจากวิกฤตโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ที่กำลังแพร่ระบาดในขณะนี้สร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับครัวเรือน/หมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;ให้มีความยั่งยืน&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามและคณะ&nbsp;</strong>ได้เดินทางไปที่บ้าน&nbsp;นางหทัยทิพย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จินดาดัด&nbsp;หมู่&nbsp;10&nbsp;ตำบลบ้านปรก&nbsp;เพื่อมอบถังขยะเปียกให้กับตัวแทนประชาชนต้นแบบ&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เพื่อนำไปจัดทำถังขยะเปียกในครัวเรือนของตนเอง&nbsp;พร้อมเยี่ยมชมแปลงผักสวนครัว&nbsp;ผลไม้ต่างๆ&nbsp;และติดตั้งถังดักไขมันเป็นบ้านต้นแบบในตำบลบ้านปรก&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสงครามด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228173048297"],
    [835,"ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจติดตามงานตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบที่ 2 ที่จังหวัดปทุมธานี","<p><strong>นายเจริญ&nbsp;ชื้อตระกูล&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;2</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายเอกวิทย์&nbsp;มีเพียร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;และ&nbsp;นายประพล&nbsp;ชมเงิน&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมที่ดิน&nbsp;ตรวจติดตามงานตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;รอบที่&nbsp;2&nbsp;ของผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมบัวหลวงปทุมธานี&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี&nbsp;โดยรับฟังการรายงานผลการดำเนินงานทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจจากหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนหน่วยงาน&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;เรื่องการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปทุมธานี&nbsp;เรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืนตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(BCG&nbsp;Model)&nbsp;โดย&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี&nbsp;และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดปทุมธานี&nbsp;เรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน&nbsp;โดย&nbsp;สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปทุมธานี&nbsp;การติดตามตรวจสอบและประเมินผลเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติ&nbsp;เรื่องการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์&nbsp;(สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดปทุมธานี&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี&nbsp;และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี)&nbsp;เรื่องการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;(สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดปทุมธานี&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดปทุมธานี&nbsp;และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี)&nbsp;ประเด็นความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาสำคัญในเชิงพื้นที่&nbsp;เรื่องการลดอุบัติเหตุทางถนนประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;(สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปทุมธานี)&nbsp;การดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;(สำนักงานจังหวัดปทุมธานี)&nbsp;และโครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธานศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;(สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดปทุมธานี&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี&nbsp;และสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี)</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้ลงพื้นที่</strong>ติดตามผลการดำเนินโครงการ&nbsp;ในช่วงบ่าย&nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนายกระดับการผลิตผ้าใยกล้วย&nbsp;ณ&nbsp;กลุ่มส่งเสริมอาชีพวัดไก่เตี้ย&nbsp;ตำบลกระแชง&nbsp;อำเภอสามโคก&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;เป็นการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;พร้อมทั้งเข้าเยี่ยมชมผลการดำเนินโครงการส่งเสริมอาชีพและการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;หมู่บ้านเคหะรังสิต&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลบึงคอไห&nbsp;อำเภอลำลูกกา&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ปทุมธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228173812303"],
    [836,"สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปัตตานี จัดประชุมคณะกรรมการอำนวยการ ทสม. ครั้งที่ 1 ปี 2565","<p><strong>ที่ห้องประชุมแหลมตาชี&nbsp;ศาลากลางจังหวัดปัตตานี</strong>&nbsp;น.ส.โสภิตา&nbsp;จันทมณีโชติ&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปัตตานี&nbsp;(ทสจ.)&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการอำนวยการ&nbsp;ทสม.ระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีคณะกรรมการฯ&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;ผู้แทนส่วนราชการและเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง&nbsp;</p><p><strong>น.ส.โสภิตา&nbsp;จันทมณีโชติ&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่ได้มีคำสั่งจังหวัดปัตตานีที่&nbsp;26217/2563&nbsp;ลงวันที่&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;2563&nbsp;และคำสั่งที่&nbsp;628/2564&nbsp;ลงวันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;แต่งตั้งคณะกรรมการ&nbsp;ทสม.ระดับจังหวัด&nbsp;เพื่ออำนวยการและบูรณาการเพื่อพัฒนางานของ&nbsp;ทสม.ในระดับจังหวัด&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนเครือข่าย&nbsp;ทสม.&nbsp;ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;นโยบายของจังหวัด&nbsp;รวมทั้งการคัดเลือก&nbsp;คณะกรรมการ&nbsp;เครือข่าย&nbsp;ทสม.ระดับอำเภอและตำบล&nbsp;ส่วนการประชุมในวันนี้&nbsp;เพื่อรายงานที่ประชุมทราบถึงการดำเนินงานช่วงที่ผ่านมา&nbsp;เช่น&nbsp;การคัดเลือกคณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;ทสม.ระดับตำบล&nbsp;ดำเนินการเมื่อวันที่&nbsp;18-20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;การคัดเลือกคณะกรรมการ&nbsp;ทสม.ระดับอำเภอ&nbsp;ดำเนินการระหว่างวันที่&nbsp;2-7และ7-9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;และคัดเลือกคณะกรรมการ&nbsp;ทสม.ระดับจังหวัด&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว&nbsp;ที่ประชุมยังได้รับทราบโครงการส่งเสริมเครือข่าย&nbsp;ทสม.ในการดำเนินการ&nbsp;โครงการส่งเสริม&nbsp;โคก&nbsp;หนองนาโมเดล&nbsp;และการทำเกษตรยั่งยืน&nbsp;โดยจะจัดสรรงบประมาณให้เครือข่าย&nbsp;ทสม.&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;โดยให้แต่ละจังหวัด&nbsp;นำเสนอโครงการฯ&nbsp;เพื่อขอรับงบประมาณ&nbsp;จังหวัดละ&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;ซึ่งที่ประชุมรับทราบและจะได้ช่วยกันพิจารณาจัดหาโครงการเพื่อนำเสนอและพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว&nbsp;เพชรน้อย&nbsp;ส.ปชส.ปัตตานี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228180509329"],
    [837,"กรมการข้าว บรรลุเป้าหมายโครงการเพิ่มศักยภาพและปรับปรุงเครื่องจักรอุปกรณ์ปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์","<p><strong>นายณัฏฐกิตติ์&nbsp;ของทิพย์&nbsp;รองอธิบดีกรมการข้าว</strong>&nbsp;กล่าวภายหลังการประชุมสรุปปิดการดำเนินงานโครงการเพิ่มศักยภาพและปรับปรุงเครื่องจักรอุปกรณ์ปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวว่า&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความเป็นห่วงพี่น้องชาวนาไทย&nbsp;โดยเฉพาะเรื่องความต้องการเมล็ดพันธุ์ดีสำหรับใช้เพาะปลูก&nbsp;จึงได้อนุมัติงบประมาณและมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยนายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เร่งดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวนาให้มีเมล็ดพันธุ์ดีเพียงพอต่อความต้องการกรมการข้าวในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านข้าว&nbsp;จึงได้ดำเนินโครงการเพิ่มศักยภาพและปรับปรุงเครื่องจักรอุปกรณ์ปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอย่างเต็มประสิทธิภาพ</p><p><strong>ด้านนาวาเอกชุมพล&nbsp;พรหมประสิทธิ์&nbsp;ผู้นำทีมคณะผู้สังเกตการณ์โครงการ</strong>&nbsp;องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการทำหน้าที่เป็นผู้สังเกตการณ์การดำเนินงานโครงการเพิ่มศักยภาพและปรับปรุงเครื่องจักรอุปกรณ์ปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;ของกรมการข้าว&nbsp;เป็นไปด้วยความโปร่งใส&nbsp;ถูกต้อง&nbsp;และชอบธรรม&nbsp;จึงทำให้โครงการดังกล่าวมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมาย&nbsp;จึงหวังว่าในอนาคตกรมการข้าวจะสามารถนำโครงการดังกล่าวไปพัฒนา&nbsp;ต่อยอด&nbsp;ตลอดจนช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาไทยให้สามารถประกอบอาชีพเป็นผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์&nbsp;และส่งเสริมให้เกษตรกรโดยทั่วไปได้ใช้เมล็ดพันธุ์ดีในการเพาะปลูก&nbsp;ซึ่งจะทำให้ได้ผลผลิตข้าวที่มีคุณภาพและเพิ่มมูลค่าของสินค้าข้าวโดยรวมของประเทศต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228202224388"],
    [838,"สภาพน้ำทะเลจังหวัดระยอง อยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน ยกเว้นยังพบก้อนน้ำมันตรงหาดแม่รำพึง","<p><strong>สภาพน้ำทะเลจังหวัดระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน&nbsp;ยกเว้นยังพบก้อนน้ำมันตรงหาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถไปจนถึงก้นอ่าว</strong>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(ระยอง)&nbsp;,&nbsp;อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;,&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;,&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง&nbsp;(ทสจ.ระยอง)&nbsp;และบริษัท&nbsp;สตาร์ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จํากัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;ได้ร่วมกันตรวจสอบสิ่งแวดล้อมหลังพบก้อนน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ด้วยการตรวจสอบ&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;พื้นที่ละ&nbsp;100&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณคลองหัวรถ&nbsp;ร้านเจ๊จิ๋มโต๊ะกลม&nbsp;และก้นอ่าว&nbsp;แล้วยังพิสูจน์ก้อนน้ำมันด้วยการละลายกับสารเฮกเซน&nbsp;พบก้อนน้ำมันเก่าและก้อนน้ำมันใหม่ทั้ง&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;ส่งนใหญ่เป็นก้อนน้ำมันผสมกับเศษใบสนและซากพืชบนชายหาด&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำทั่วไปบริเวณชายหาดอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อการนันทนาการ&nbsp;จึงได้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลและดินตะกอนบริเวณจุดที่พบก้อนน้ำมันนำไปวิเคราะห์หาการปนเปื้อนปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนต่อไป</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228175341314"],
    [839,"จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ประมาณ500จุดส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือภาคอีสานภาคตะวันออกและภาคกลางของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ประมาณ&nbsp;500&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคกลางของไทย&nbsp;</strong>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(27&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;556&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อนเล็กน้อย&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;157&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;139&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;112&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;82&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;62&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;ตาก&nbsp;161&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;31&nbsp;จุด&nbsp;และชัยภูมิ&nbsp;30&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนในพื้นที่บริเวณภาคตะวันตกมีจำนวนพุ่งสูงขึ้น&nbsp;185&nbsp;จุด&nbsp;ส่งผลให้ภาคตะวันตกมีจำนวนจุดความร้อนสูงที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี&nbsp;ส่วนวันนี้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;ยกเว้นภาคใต้มีคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อยู่ในระดับปานกลางอาจเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;7,221&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;6,628&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;4,255&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&nbsp;2,345&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นกัมพูชา&nbsp;1,776&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;560&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228180724330"],
    [840,"กรมปศุสัตว์ ผนึกกำลังสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ พัฒนาการเลี้ยงสุกรของประเทศไทย","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์</strong>&nbsp;ให้การต้อนรับนายสุรชัย&nbsp;สุทธิธรรม&nbsp;นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ&nbsp;ร่วมหารือในประเด็นการพัฒนาการเลี้ยงสุกรของประเทศไทยในอนาคตและแนวทางการฟื้นฟูอาชีพผู้เลี้ยงสุกรรายเล็กและรายย่อย&nbsp;</p><p><strong>อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;กรมปศุสัตว์และสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ&nbsp;ได้หารือร่วมกันถึงแนวทางบูรณาการความร่วมมือในการแต่งตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา&nbsp;เพื่อกำหนดแนวทางฟื้นฟูอาชีพผู้เลี้ยงสุกรรายเล็กและรายย่อย&nbsp;และการใช้ระบบประกันภัยเพื่อลดความเสี่ยงในการประกอบอาชีพ&nbsp;และรับทราบสภาพปัญหาการผลิตสุกรที่ต้องประสบกับภาวะต้นทุนอาหารสัตว์ที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;รวมทั้งข้อมูลรายงานความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีน&nbsp;ASF&nbsp;ที่ขณะนี้อยู่ในระหว่างทดสอบ&nbsp;และร่วมรับทราบแนวทางการจัดทำ&nbsp;Sandbox&nbsp;ของกรมปศุสัตว์&nbsp;รวมถึงการจัดทำคู่มือการกลับเข้ามาเลี้ยงสุกรใหม่ของเกษตรกรให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการเลี้ยงมากขึ้น</p><p><strong>Pig&nbsp;Sandbox&nbsp;จะเป็นเขตพื้นที่ควบคุมพิเศษ</strong>&nbsp;เพื่อนำร่อง&nbsp;ส่งเสริม-ฟื้นฟูการผลิตและควบคุมป้องกันโรคระบาดในสุกร&nbsp;ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เขตพื้นที่นำร่องและพื้นที่เกี่ยวข้องอื่นๆ&nbsp;ตลอดห่วงโซ่อุปทาน&nbsp;ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย&nbsp;สำหรับแนวทางการส่งเสริมและฟื้นฟูการเลี้ยงสุกรของเกษตรกรรายเล็กและเกษตรกรรายย่อย&nbsp;โดยต้องเป็นเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์และเครือข่ายผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;สนับสนุนการปรับปรุงฟาร์มภายใต้ระบบป้องกันภัยทางชีวภาพของฟาร์มเลี้ยงสุกรสู่ระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228201748377"],
    [841,"กระบี่ ส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนนกด้วยนวัตกรรมใหม่ให้แก่เกษตรกรฐาน 5 อำเภอ ชายทะเลสร้างความเข้มแข็งในท้องถิ่นสามารถแข่งขันได้","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมเกษตรกรตามโครงการพัฒนาและขยายผลการพัฒนาเกษตรฐานรากด้วยนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ตามรูปแบบกระบี่โมเดลกิจกรรมส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนนกด้วยนวัตกรรมใหม่&nbsp;โดยมี&nbsp;นายกานรัฐ&nbsp;เรืองโฉม&nbsp;หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมงรักษาราชการแทนประมงจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมโรงแรมกระบี่&nbsp;เมอริไทม์&nbsp;ปาร์คแอนด์&nbsp;สปารีสอร์ท&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เกษตรกรและประชาชนผู้ที่มีความสนใจมีศักยภาพและมีความพร้อมในการส่งเสริมอาชีพทางเลือกด้านการเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนนก&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&nbsp;5&nbsp;อำเภอชายทะเล&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอเมืองกระบี่&nbsp;อำเภอเหนือคลอง&nbsp;อำเภอคลองท่อม&nbsp;อำเภอเกาะลันตา&nbsp;และอำเภออ่าวลึก&nbsp;โดยฝึกอบรมวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;และศึกษาดูงานในวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การเรียนรู้การเลี้ยงสาหร่ายขนนก&nbsp;ตำบลตลิ่งชัน&nbsp;อำเภอเหนือคลอง&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจในการทำเกษตรด้วยนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์&nbsp;ตามรูปแบบกระบี่โมเดล&nbsp;สามารถนำไปปฏิบัติและปรับเปลี่ยนการทำเกษตรด้วยนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์&nbsp;ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการปรับเปลี่ยนทำเกษตร&nbsp;มีความมั่นคงด้านอาชีพอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับโครงการดังกล่าวได้รับเลือกให้เป็นต้นแบบการสร้างนวัตกรรมชุมชน</strong>&nbsp;เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและบรรเทาผลกระทบ&nbsp;จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดกระบี่โดยมั่งเน้นการพัฒนาเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมครัวเรือน&nbsp;ซึ่งมีผลสัมฤทธิ์ที่สามารถส่งเสริมเศรษฐกิจระดับชุมชนท้องถิ่น&nbsp;ให้มีความเข้มแข็งมีศักยภาพในการแข่งขันสามารถพึ่งพาตนเองได้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดกระบี่ได้ให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชน&nbsp;ที่ประกอบอาชีพด้านการประมงมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;การเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนนกเป็นอีกสาขาอาชีพหนึ่งที่สามารถพัฒนาเป็นอาชีพและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรด้านการประมงในปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งโครงการกระบี่โมเดลซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับการรับเลือกให้เป็นต้นแบบการสร้างนวัตกรรมชุมชนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;-19&nbsp;เพื่อนำความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ&nbsp;มาเป็นแนวทางในการพัฒนาเสริมสร้าง&nbsp;สร้างเป็นอาชีพเสริมหรือสร้างอาชีพทางเลือกใหม่&nbsp;เป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228193710352"],
    [842,"ททท.สมุทรสงครามร่วมลงพื้นที่รณรงค์การใช้ถังขยะเปียกและติดตั้งถังดักไขมันในครัวเรือน","<p><strong>นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>ประธานแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนสมาคมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ลงพื้นที่บ้านของ&nbsp;นายศิริ&nbsp;อารักษ์&nbsp;และบ้านนางหทัยทิพย์&nbsp;จินดาดัด&nbsp;ตำบลบ้านปรก&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;สาธิตการทำถังขยะเปียก&nbsp;และมอบถังขยะเปียกต้นแบบแก่ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;9&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;พร้อมทั้งติดตั้งถังดักไขมันจากครัวเรือน&nbsp;เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ทุกครัวเรือนจัดทำถังขยะเปียกและติดตั้งถังดักไขมันให้ครบทุกครัวเรือนในจังหวัดสมุทรสงคราม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228222331420"],
    [843,"ปภ.ระยอง สรุปภาพรวมการดำเนินงานของกองอำนวยการฯ กรณีเหตุกรณีน้ำมันดิบรั่วกลางทะเลประจำวัน","<p><strong>สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;เผยว่า&nbsp;</strong>กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหลได้รายงานสถานการณ์ว่าวันนี้ภาพรวมสถานการณ์เป็นปกติ&nbsp;ไม่พบคราบ&nbsp;กลิ่น&nbsp;หรือฟิล์มน้ำมันดิบแต่อย่างใด&nbsp;ส่วนการดำเนินงานของบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ได้รายงานว่า&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ได้เข้าร่วมประชุมกับปลัดกระทรวงทรัพยากร&nbsp;ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชี้แจงผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและแผนฟื้นฟู&nbsp;สถานที่&nbsp;อุทยานเขาแหลมหญ้า&nbsp;และในวันนี้บริษัทได้ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;4&nbsp;ด้านอาชีพอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;597&nbsp;ราย&nbsp;ที่เทศบาลตำบลบ้านเพ&nbsp;ส่วนวันที่&nbsp;1&nbsp;มี.ค.65&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;จะดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือกลุ่มประมงที่เกาะเสม็ด</p><p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง&nbsp;รายงานว่า&nbsp;</strong>แพทย์อาชีวเวชศาสตร์&nbsp;โรงพยาบาลระยอง&nbsp;ได้เสนอในกรณีพบ&nbsp;tar&nbsp;ball&nbsp;ควรพิจารณาปิดกั้น&nbsp;จำกัดคนเข้าพื้นที่เก็บทำความสะอาด&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มที่ไวต่อการรับสัมผัส&nbsp;เช่น&nbsp;เด็ก&nbsp;นอกจากนี้ผู้เก็บ&nbsp;tar&nbsp;ball&nbsp;ควรสวมชุด&nbsp;PPE&nbsp;เพื่อความเหมาะสม&nbsp;โดยขอให้ผู้ปฏิบัติงานขอรับการสนับสนุน&nbsp;PPE&nbsp;ให้แก่ผู้เก็บ&nbsp;tar&nbsp;ball&nbsp;ด้วย&nbsp;ด้านกรมควบคุมมลพิษจากส่วนกลาง&nbsp;ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำบริเวณชายหาดและเกาะเสม็ด&nbsp;ไปตรวจวิเคราะห์โลหะหนัก&nbsp;(HM)&nbsp;และสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวม&nbsp;(TPH)&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งในขณะนี้กำลังรอผลการตรวจสอบจากห้องปฏิบัติการอยู่</p><p><strong>ส่วนสรุปผลการประชุมติดตามการแก้ไขปัญหากรณีน้ำมันดิบรั่วไหลที่ท่อใต้ทะเลของบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;</strong>โดยมี&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เป็นประธานฯ&nbsp;พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนร่วมประชุม&nbsp;โดยผลการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;ก.พ.65&nbsp;พบว่า&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;บริเวณสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;ตรวจพบค่า&nbsp;TPH&nbsp;สูงเกินมาตรฐานฯ&nbsp;เพียงจุดเดียว&nbsp;จึงควรมีการปักธงกันพื้นที่ไม่ให้ประชาชนทำกิจกรรมเล่นน้ำและกิจกรรมบนหาดทรายในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;โดยให้กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;รายงานผลตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองทราบโดยด่วนและต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อสื่อสารให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าใจว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างการฟื้นฟูธรรมชาติให้กลับสู่สภาพเดิม&nbsp;ขณะที่เรื่องของการจ่ายค่าชดเชยให้แก่กลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน&nbsp;ที่ผ่านมาบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;จะชดเชยเท่ากับกรณีน้ำมันรั่วในปี&nbsp;2556&nbsp;ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าควรนำอัตราเงินเฟ้อมาประกอบการพิจารณาเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;และควรพิจารณาคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค&nbsp;2&nbsp;กรณีน้ำมันรั่ว&nbsp;ปี&nbsp;2556&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;อาจรอผลการพิจารณาของศาลฎีกาในวันที่&nbsp;2&nbsp;มี.ค.65&nbsp;เพื่อประกอบการตัดสินใจ&nbsp;ซึ่งหากการเจรจาไม่เป็นไปตามข้อเรียกร้อง&nbsp;กลุ่มประมงพื้นบ้านจะดำเนินการฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติมต่อไป&nbsp;ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;ได้เสนอให้มีการจัดกิจกรรมดำน้ำเพื่อสำรวจผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเล&nbsp;โดยมอบหมายให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการและให้บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;สนับสนุนงบประมาณ</p><p><strong>สำหรับการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่&nbsp;30&nbsp;ม.ค.65&nbsp;จนถึงปัจจุบัน</strong>มียอดรวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;9,796&nbsp;ราย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยองได้ยุติให้บริการการรับเรื่องร้องทุกข์กรณีเหตุคราบน้ำมันที่บ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;หลังมีผู้ใช้บริการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ&nbsp;ทั้งนี้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&nbsp;สามารถยื่นเรื่องได้ที่จุดรับคำร้อง&nbsp;15&nbsp;อปท.&nbsp;ได้แก่&nbsp;อบจ.ระยอง,&nbsp;เทศบาลนครระยอง,&nbsp;เทศบาลเมืองมาบตาพุด,&nbsp;เทศบาลตำบลบ้านเพ,&nbsp;เทศบาลตำบลแกลงกะเฉด,&nbsp;เทศบาลตำบลเนินพระ,&nbsp;เทศบาลบาลตำบลเชิงเนิน,&nbsp;เทศบาลตำบลสุนทรภู่,&nbsp;เทศบาลตำบลปากน้ำประแส,&nbsp;เทศบาลตำบลบ้านฉาง,&nbsp;เทศบาลตำบลพลา,&nbsp;อบต.ตะพง,&nbsp;อบต.เพ,&nbsp;อบต.แกลง&nbsp;และอบต.พังราด&nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&nbsp;หากมีข้อสงสัยหรือพบความผิดปกติเกี่ยวกับเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลในพื้นที่&nbsp;สามารถติดต่อได้ที่สายด่วน&nbsp;SPRC&nbsp;โทร.&nbsp;038-699881&nbsp;ส่วนสิ่งที่ต้องเตรียมมาประกอบการยื่นเรื่อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;สำเนาบัตรประชาชน&nbsp;สำเนาทะเบียนบ้าน&nbsp;เอกสารการจดทะเบียนการประกอบอาชีพ&nbsp;การคำนวณการขาดรายได้&nbsp;รูปถ่ายสถานที่ประกอบอาชีพ/ร้านค้า/หาบเร่/แผงลอยหรืออื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228232840426"],
    [844,"","",null,"","","",""],
    [845,"","",null,"","","",""],
    [846,"","",null,"","","",""],
    [847,"","",null,"","","",""],
    [848,"","",null,"","","",""],
    [849,"","",null,"","","",""],
    [850,"","",null,"","","",""],
    [851,"","",null,"","","",""],
    [852,"","",null,"","","",""],
    [853,"","",null,"","","",""]
]}
