{
  "fields": [{"id":"_id","type":"int"},{"id":"ชื่อท้องถิ่น","type":"text"},{"id":"ชื่อสามัญ (EN)","type":"text"},{"id":"ชื่อสามัญ (TH)","type":"text"},{"id":"ชื่อวิทยาศาสตร์","type":"text"},{"id":"Genus","type":"text"},{"id":"Family","type":"text"},{"id":"สถานะชื่อ","type":"text"},{"id":"สถานะชื่อไทย","type":"text"},{"id":"IUCN Red List","type":"text"},{"id":"สภาพนิเวศ","type":"text"},{"id":"ลักษณะทางพฤกษศาสตร์","type":"text"},{"id":"Author","type":"text"},{"id":"URL","type":"text"},{"id":"การใช้ประโยชน์","type":"text"},{"id":"การขยายพันธุ์","type":"text"}],
  "records": [
    [1,"ข่าดำ","","ข่าดำ","Alpinia sp.","","Zingiberaceae","","","","","","","","หน่อลวกกับน้ำพริก ใส่แกงแค ใช้ราก ดอก หรือทั้งต้น แช่น้ำอาบหรือสกัดเอาน้ำมัน แก้กลากเกลื้อน แก้ลมพิษ เหน็บชา ลมตะคริว",""],
    [2,"หญ้าสามวัน","Little ironweed","หญ้าละออง หญ้าดอกขาว","Cyanthillium cinereum (L.) H.Rob. ","Cyanthillium","Compositae","Accepted","","","พบขึ้นทั่วไป","ไม้ล้มลุก ลำต้นตั้งตรง สูง 15-80 เซนติเมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบรีแคบ รูปไข่ รูปหอก หรือรูปแถบ กว้าง 1.5-3.5 เซนติเมตร ยาว 3-8.5 เซนติเมตร ช่อดอกแบบช่อกระจุกแยกแขนง มีใบประดับรูปคล้ายระฆัง 4 ชั้น ดอกสีม่วงเข้มแล้วค่อยๆ จางลง ผลแห้ง เมล็ดล่อน รูปทรงกระบอกแคบ สีน้ำตาลเข้ม","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=1009","ยาต้ม ใช้ทั้งต้น ต้มคู่กับใบมะขามป้อม ช่วยบำรุงกำลัง ลดความดันโลหิตสูง","เพาะเมล็ด"],
    [3,"มะโหกโตน,ยาแก้","","มะโหกโตน,ยาแก้","Monosis volkameriifolia (DC.) H.Rob. & Skvarla","Monosis","Compositae","Accepted","","","ขึ้นตามป่าดิบ มีเขตการกระจายพันธุ์ตั้งแต่อินเดีย ภูฏาน เมียนมา จีนตอนใต้ ไทย และเวียดนาม","ไม้ต้น สูง 3-5 ม. กิ่งมีขนนุ่มสีน้ำตาลอมเหลือง ใบเดี่ยว เรียงแบบเวียน รูปไข่กลับ หรือขอบขนานแกมรูปลิ่ม กว้าง 4-20 ซม. ยาว 15-50 ซม. ช่อดอกแบบแยกแขนงออกที่ปลายยอด ยาว 20-30 ซม. ช่อดอกย่อยเป็นกระจุก เส้นผ่านศูนย์กลาง 5-8 มม. ดอกย่อยสีชมพู หรือม่วงแดง เป็นหลอด ยาว 7-8 ซม. ผลแห้งเมล็ดล่อน รูปขอบขนานแกมทรงกระบอก ยาว 3-4 มม. มีสัน 10 สัน แพปพัส มี 2 วง ออกดอกเดือน ต.ค.-เม.ย.","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช\nฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม\nทีมสำรวจพรรณไม้เชียงดาว","http://www.dnp.go.th/botany/mplant/word.aspx?linkback=genus&keyback=Dendrophthoe&author=&family=&genus=&habit=&localname=&species=&word=&lastitem=ver433\nhttp://www.dnp.go.th/botany/mplant/word.aspx?linkback=genus&genus=Monosis&keyback=Monosis\nhttp://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2725\nhttps://www.facebook.com/ForestHerbarium/posts/2356923331000007","หน่อลวกกับน้ำพริก ใส่แกงแค ใช้ราก ดอก หรือทั้งต้น แช่น้ำอาบหรือสกัดเอาน้ำมัน แก้กลากเกลื้อน แก้ลมพิษ เหน็บชา ลมตะคริว","เพาะเมล็ด"],
    [4,"จ้ำก้อง ","","จ้ำก้อง ","Ardisia macrocarpa Wall.","","MYRSINACEAE","","","","","","","","ยาต้ม ใช้ทั้งต้น ต้มคู่กับใบมะขามป้อม ช่วยบำรุงกำลัง ลดความดันโลหิตสูง ",""],
    [5,"หมีเหม็น","Soft bollygum","หมีเหม็น","Litsea glutinosa (Lour.) C.B.Rob.","Litsea","Lauraceae","Accepted","","","พบในป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณทั่วไป","ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูง 5-15 เมตร เปลือกสีน้ำตาล ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม เป็นคู่ ตั้งฉากกัน ออกเป็นกระจุกที่ปลายยอด รูปไข่กลับ กว้าง 9 ซม. ยาว 10-20 ซม. ปลายใบและโคนใบแหลม ขอบเรียบ ผิวใบหนา สีเขียวเข้ม ช่อดอกออกเป็นกระจุกตามซอกใบ ดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ไม่มีกลีบรวมหรือมี 1-3 กลีบ ดอกย่อยเล็ก สีเขียวปนเหลือง เกสรเพศผู้จำนวนมาก มีกลิ่นหอม ผลสด ออกเป็นกลุ่มตามซอกใบ รูปทรงกลม ผลสุกสีม่วงเข้ม มีกลิ่นเหม็น","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=95&view=showone&Itemid=59","ใบใช้สระผม โดยผสมกับน้ำด่างขี้เถ้า  แก้รังแค","เพาะเมล็ด"],
    [6,"มะแฮะนก","","มะแฮะนก","Flemingia lineata var. lineata","Flemingia","Leguminosae","Accepted","","","","","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","http://www.dnp.go.th/botany/mplant/word.aspx?linkback=genus&keyback=Dendrophthoe&author=&family=&genus=&habit=&localname=&species=&word=&lastitem=Fle001","ใช้รากต้มน้ำดื่ม บำรุงไขข้อเส้นเอ็น แก้โรคไต",""],
    [7,"หัวข้าวเย็นเหนือ","","หัวข้าวเย็นเหนือ","Smilax corbularia Kunth","Smilax","Smilacaceae","Accepted","","","พบขึ้นตามป่าดงดิบเขา ป่าดิบชื้น ป่าโปร่ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง พบได้มากทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็ง เลื้อยพาดพันต้นไม้อื่นหรือเลื้อยไปตามพื้นดิน อาจเลื้อยได้ยาวถึง 5 เมตร ลำต้นมีลักษณะกลมหรือเป็นเหลี่ยมเล็กน้อย เถามีหนามแหลมโดยรอบกระจายอยู่ห่าง ๆ ที่โคนใบยอดอ่อนมีมือเป็นเส้น 2 เส้นไว้สำหรับจับยึด และมีหัวเป็นเหง้าอยู่ใต้ดินและมีรากแตกอยู่ใต้ดินมาก หัวมีลักษณะกลมยาวเป็นท่อน ๆ ท่อนละประมาณ 5-15 เซนติเมตร มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-5 เซนติเมตร รากที่เจาะลึกลงใต้ดินจะมีความยาวสูงสุดเกือบ 1 เมตร เนื้อไม้แข็ง ผิวแดงและขรุขระ ส่วนเนื้อในเหง้าเป็นสีเหลืองอ่อน เมื่อแก่เต็มที่จะเป็นสีแดงน้ำตาลอ่อน เนื้อละเอียด มีรสมัน ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปรียาว รูปรีแกมรูปใบหอกหรือรูปกลมรี ปลายใบแหลม โคนใบมน ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2.5-7 เซนติเมตรและยาวประมาณ 5-18 เซนติเมตร หน้าใบเป็นสีเขียว ส่วนหลังใบมีขนสีขาวปกคลุม ใบมีเส้นใบหลักประมาณ 5-7 เส้น มีเส้นกลาง 3 เส้นที่เด่นชัดกว่าเส้นที่เหลือด้านข้าง เชื่อมกับเหนือโคนใบ 3-5 มิลลิเมตร แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ใบอ่อนจะค่อนข้างป้อม ก้านใบยาวประมาณ 0.5-2 เซนติเมตร ส่วนมือจับยาวได้ถึง 12 เซนติเมตร ออกดอกตามซอกใบที่โคนต้นหรือกลางต้น ลักษณะของช่อดอกเป็นแบบช่อซี่ร่ม มีประมาณ 1-3 ช่อดอก ดอกมีขนาดเล็ก ก้านช่อดอกสั้น ยาวประมาณ 1-1.7 เซนติเมตร ดอกเป็นแบบแยกเพศอยู่กันคนละต้น (บ้างว่าอยู่กันคนละช่อแต่อยู่บนต้นเดียวกัน) ดอกมีใบประดับย่อยลักษณะเป็นรูปไข่กว้าง ดอกเป็นสีเขียวปนขาว มีกลีบรวม 6 กลีบ ลักษณะเป็นรูปรีหรือเป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน กลีบวงในมักแคบกว่ากลีบวงนอก ช่อดอกเพศผู้มีดอกประมาณ 20-40 ดอกต่อหนึ่งช่อ มีเกสรเพศผู้จำนวน 6 ก้าน อับเรณูเป็นรูปขอบขนาน ส่วนช่อดอกเพศเมียมีดอกประมาณ 15-30 ดอกต่อหนึ่งช่อ รังไข่จะอยู่เหนือวงกลีบ ลักษณะเป็นรูปรี ยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร มี 3 ช่อง ในแต่ละช่องมีออวุลประมาณ 1-2 เมล็ด มีเกสรเพศผู้ที่เป็นหมัน 3 ก้าน ลักษณะเป็นรูปคล้ายเข็ม โดยจะออกดอกในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม","เมดไทย (Medthai)","https://medthai.com/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD/","หัวมีสีดำ ใช้หัวดองเหล้า หรือต้ม แก้เจ็บหลัง เจ็บเอว","เพาะเมล็ด แยกหัว"],
    [8,"ไฟเดือนห้า","False Ipecacuanha, Milk Weed, Bloodflower","ไฟเดือนห้า\n","Asclepias curassavica L.","Asclepias","Apocynaceae","Accepted","","","มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเขตร้อน เป็นวัชพืชทั่วไป","ไม้ล้มลุก อายุหลายปี สูง 0.5-1.5 ม. มีน้ำยางขาวกิ่งอ่อนและช่อดอกมีขน ใบ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปใบหอกกว้าง 2-3 ซม. ยาว 6-13 ซม. ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่ง กบีบดอกสีแดง ระยางค์รูปมงกุฎสีเหลือง  ผล แห้งแตกได้  เมล็ด สีน้ำตาลมีขนสีขาว","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม\nกลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","http://www.qsbg.org/Database/plantdb/mdp/medicinal-specimen.asp?id=15\nhttp://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=4244","ใช้ทำแป้งเหล้า แก้ไข้ ตัวร้อน","เพาะเมล็ด"],
    [9,"ผักตุ๊ด (ตะคึก)","Lebbeck, Lebbek tree","พฤกษ์ ผักตุ๊ด (ตะคึก) มะรุมป่า พญากะบุก\n","Albizia lebbeck (L.) Benth.","Albizia","Leguminosae\n","Accepted","","","ขึ้นได้ดีในพื้นที่เสื่อมโทรม เป็นไม้เบิกนำที่ดี   พบขึ้นอยู่ตามป่าเบญจพรรณทั่วทุกภาคของไทย พบในเขตร้อนของทวีปเอเชียและแอฟริกาตามป่าผลัดใบทั่วไป ออกดอกและติดฝักช่วงเดือนมีนาคม-ธันวาคม","ไม้ต้น สูง 10-25 ม. ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก แกนช่อใบยาวถึง 15 ซม. บริเวณโคนมีต่อมรูปรี ขนาด 3 มม. ออกตรงข้ามกัน ใบรูปขอบขนานแกมสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน กว้าง 1-2.5 ซม. ยาว 1.5-4 ซม. ดอกสีเขียวอ่อนปนเหลือง ออกเป็นช่อตามซอกใบใกล้ปลายยอด ดอกรวมกันเป็นกลุ่ม ขนาด 4 ซม. ก้านชูยาว 10 ซม. กลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 แฉก เกสรผู้จำนวนมากยาว 2-4 ซม. ผลเป็นฝักแบน รูปขอบขนานปลายและโคนสอบ กว้าง 2 ซม. ยาว 12 ซม. เมื่อแก่จะแตกด้านข้าง","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช\nฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม\n","http://www.dnp.go.th/EPAC/province_plant/sarkam.htm\nhttp://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1143","ใช้ใบอ่อนประกอบอาหาร หรือแกงใส่ปลาแห้ง","เพาะเมล็ด"],
    [10,"หวดหม่อน (หัสคุณเทพ/หมุย)","","หวดหม่อน สันโสก สมัดใหญ่ (หัสคุณเทพ/หมุย)","Clausena excavata Burm.f.","Clausena","Rutaceae","Accepted","","","พบตามป่าดงดิบ ป่าละเมาะ","ไม้พุ่ม ลำต้นตั้งตรง แกตกกิ่งก้านมาก สูง 1.5-4 ม. ก่ิงก้านมีขนสั้นๆ ที่บริเวณปลายกิ่ง ใบ ประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อย 15-30 ใบ รูปขอบขนานหรือรูปเคียว กว้าง 1.5-4 ซม. ยาว 3-8 ซม. ท้องใบมีขนบางๆ โคนใบเบี้ยว ดอกช่อแยกแขนง ออกที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง ผล สด รูปกระสวยสีแดง","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2477","ใช้ต้น เข้ายาแก้กินผิด หรือใช้ฝน  กินน้ำ","เพาะเมล็ด"],
    [11,"กูดก้อง","","เฟิร์นตีนมังกร หญ้ายายเภา","Lygodium flexuosum (L.) Sw.","Lygodium","Lygodiaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","ชอบแสงแดดรำไร ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด พบในป่าทั่วไป","ไม้เถามีเหง้าสั้นอยู่ในดิน มีขนสีน้ำตาลปกคลุม มีใบประกอบ 5 ชั้น ก้านใบชั้นแรกยาวได้มากกว่า 50 ซม. โคนก้านสีน้ำตาลมีขนปกคลุม แกนกลางใบหรือก้านใบชั้นที่ 2 มีครีบสันตลอดความยาว มีขนปกคลุม แกนย่อยชั้นแรกหรือก้านใบชั้นที่ 3 ยาว 5 มม. มีขนปกคลุมและขนชี้ลง ก้านใบชั้นที่ 4 เป็นใบประกอบแบบขนนก 1-2 ชั้น รูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม ปลายแหลม กว้าง 7-12 ซม. ยาว 10-25 ซม. ก้านใบชั้นที่ 5 เป็นใบประกอบแบบนิ้วมือ 3 แฉก หรือใบเดี่ยว โคนของแฉกเว้าแบบหัวใจ ขนาดใบกว้าง 2.5 ซม. ยาว 15 ซม. ปลายแหลม ขอบใบจักซี่ฟัน เป็นครีบสันมีขนประปราย ที่โคนใบและก้านไม่มีข้อต่อที่จุดเชื่อม แผ่นใบบางและเรียบ อับสปอร์เกิดที่ส่วนติ่งยื่นออกจากขอบใบย่อยชั้นสุดท้าย","องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)","https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/246","แกงใส่หน่อไม้ เหง้า ต้มน้ำดื่ม แก้มะเร็ง น้ำเหลืองเสีย","เพาะสปอร์ แยกกอ"],
    [12,"ส้มขุ่ย","","ส้มขุ่ย มะขุย","Embelia sessiliflora Kurz","Embelia","Primulaceae","Accepted","","LC 2019","","ไม้เลื้อย ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรี หรือรูปรีแกมรูปใบหอก กว้าง 2.5-3.5 ซม. ยาว 5-9 ซม. เนื้อใบหนาคล้ายหนัง ช่อดอกแบบช่อแยกแขนง ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ดอกขนาดเล็ก ผลกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-4 มม. เมื่อสุกสีม่วงเข้มถึงดำ","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2790\nhttp://www.qsbg.org/Database/plantdb/mdp/medicinal-specimen.asp?id=873","ยอดอ่อนกับน้ำพริกตาแดง","เพาะเมล็ด"],
    [13,"ไก๋","","ไก๋","Ternstroemia gymnanthera (Wight & Arn.) Sprague","Ternstroemia","Pentaphylacaceae","Accepted","","","มีถิ่นกำเนิดในเอเชียเขตร้อน ประเทศไทยพบตามป่าดิบหรือป่าผลัดใบ ที่ระดับความสูง 300-1,700 ม. ออกดอกและติดผลช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม","ไม้ต้น สูง 10-15 ม. ใบเป็นเดี่ยวเรียงเวียนรอบกิ่งแผ่นใบเหนียว หนา รูปหอกแกมขอบขนาน กว้าง 2-2.5 ซม. ยาว 5-8 ซม. โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ก้านใบยาว 0.8-1.2 ซม. ดอกสีเหลืองถึงเหลืองอ่อน ออกเป็นช่อสั้นๆ กลีบดอกเกือบกลม ขนาดยาว 0.7-1 ซม. เกสรผู้มีจำนวนมากในดอกเพศผู้ หรือมีเพียงอันเดียวในดอกสมบูรณ์เพศ ผลสีน้ำตาลแดงรูปไข่หรือเกือบทรงกลม ขนาดกว้าง 1.2 ซม. ยาว 1.5 ซม.","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1233","เปลือก ใช้ทำธูป มีกลิ่นหอม","เพาะเมล็ด"],
    [14,"ขางขี้แข้น","","ขางขี้แข้น","","","","","","","","","","","ยอดอ่อน กินกับตำไข่มดแดง   ลาบ น้ำพริก หรือนำมาส้า",""],
    [15,"ผักมองกอง","","ผักมองกอง","","","","","","","","","","","ยอดอ่อน กินกับลาบ น้ำพริก",""],
    [16,"หญ้ามุ้งเต่า","","หญ้ามุ้งเต่า ","รูปคลายมะขามป้อม","","","","","","","","","","กินกับน้ำพริก",""],
    [17,"เอนอ้า","","เอนอ้า เอนอ้าขน, จุกนารี, โคลงเคลง","Osbeckia stellata Buch.-Ham. ex Ker Gawl.","Osbeckia","Melastomataceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","พบขึ้นตามที่โล่ง ทุ่งหญ้า และสันเขาที่ชื้นแฉะ สามารถพบได้จนถึงระดับความสูง 2,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล ","เอนอ้าเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก กิ่งก้านเป็นเหลี่ยม มีขนปกคลุม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปรีหรือรูปไข่แกมรูปใบหอก โคนใบมน ปลายใบแหลม แผ่นใบมีขนแข็งปกคลุมทั้งสองด้าน ดอกเป็นช่อกระจุกแยกแขนงออกตามปลายกิ่ง กลีบดอกและกลีบเลี้ยงมีอย่างละ 4 กลีบ อับเรณูเรียวยาวปลายเป็นจะงอยรูปตัวเอส (S) ผลแบบแคปซูล รูปคนโฑ มีเมล็ดเป็นจำนวนมาก","องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)","https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/257","กินเป็นผลไม้ รากต้มน้ำดื่ม แก้ไข้","เพาะเมล็ด"],
    [18,"หัวข้าวเย็นใต้ (หัวข้าวเจ้า/ขางหัวเหล็ก) ","","หัวข้าวเย็นใต้ ยาหัว (หัวข้าวเจ้า/ขางหัวเหล็ก) ","Smilax glabra Roxb.","Smilax","Smilacaceae","Accepted","","","","ไม้เถาเนื้อแข็ง ลงหัว เลื้อยพาดพันต้นไม้อื่น หรือตามพื้นดิน อาจยาวได้ถึง 5 เมตร ลำต้นกลมหรือเป็นเหลี่ยมเล็กน้อย เถามีหนาม กระจายห่างๆ หัวมีเนื้อแข็ง ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีกว้าง ถึงรูปรีแกมรูปใบหอก ปลายมนหรือเว้าตื้น และเป็นติ่งแหลมสั้น ฐานใบมน ขอบเรียบ แผ่นใบหนา คล้ายแผ่นหนัง ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน เส้นใบหลัก 5-7 เส้น ดอกแบบช่อดอกแบบช่อซี่ร่ม 1-3 ช่อดอก ออกที่ซอกใบ ใกล้ปลายกิ่ง ดอกแยกเพศต่างต้น ใบประดับย่อยรูปไข่กว้าง ดอกสีเขียว กลีบรวม 6 กลีบ รูปรี หรือรูปรีแกมรูปขอบขนาน ผลทรงกลม แบบผลมีเนื้อ มี 1 หรือ 2 เมล็ด หัวที่มีเนื้อสีแดงเข้ม","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช\nสำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://www.dnp.go.th/botany/mplant/word.aspx?linkback=genus&keyback=Dendrophthoe&author=&family=&genus=&habit=&localname=&species=&word=&lastitem=smi007\nhttp://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=1786\n","หัวมีสีขาว ยาต้ม ใช้หัว แก้กินผิด เบื่อเมา นำไปต้มกับเห็ด ถ้าเป็นเห็ดผิด น้ำต้มจะสีม่วง แก้มะเร็ง","เพาะเมล็ด"],
    [19,"ตาไก่","","ตาไก่","Ardisia oxyphylla Wall. ex A.DC.","Ardisia","Primulaceae","Accepted","","","พบตามป่าดิบ","ไม้ต้น","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/Database/plantdb/herbarium/herbarium-specimen.asp?id=13852","ผล เอาไปคั่วก่อนกิน ทานเป็นของกินเล่น","เพาะเมล็ด"],
    [20,"มะกล่ำตาไก่ ","Red Sandalwood Tree","มะกล่ำต้น มะแค่ก","Adenanthera pavonina L.","Adenanthera","Leguminosae","Accepted","","LC 2019","พบตามป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ หรือตามชายป่าหรือที่เปิด ที่ระดับความสูงไม่เกิน 700 เมตร","ไม้ต้น สูงถึง 20 เมตร กิ่งมีขน ใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียว ปลายคี่ ใบย่อยเรียงแบบสลับ แผ่นใบย่อยรูปรี ยาว 1.6-3 เซนติเมตร กว้าง 1-2 เซนติเมตร ฐานป้านหรือเบี้ยวเล็กน้อย ปลายกลมหรือเว้าเล็กน้อย ขอบเรียบ ดอกแบบช่อเชิงลด ออกตามซอกใบใกล้ปลายยอด กลีบเลี้ยง มี 5 กลีบ รูปไข่ โคนกลีบเชื่อมกันปลายแยก กลีบดอก มี 5 กลีบ รูปรี โคนกลีบเชื่อมกันปลายแยก เกสรเพศผู้มีอับเรณูรูปขอบขนาน เกสรเพศเมีย มีรังไข่อยู่เหนือวงกลีบ ผลเป็นฝักแบน บิดโค้ง ผลแก่สีน้ำตาล แห้งแล้วแตก เมล็ดแบน","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช\nสำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://www.dnp.go.th/EPAC/province_plant/singburi.htm\nhttp://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=661","ยอดอ่อน กินกับน้ำพริก ขับเสมหะในท้อง (ท้องผูก) แก้ไอ","เพาะเมล็ด"],
    [21,"บ่าก้วยฤาษี ","","บ่าก้วยฤาษี กล้วยฤาษี จันป่า มะเขือเถื่อน","Diospyros glandulosa Lace","Diospyros","Ebenaceae","Accepted","","","พบขึ้นตามป่าดิบเขา และป่าทุ่งหญ้า ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 750-1,500 เมตร","ไม้ต้นขนาดกลางสูง 5-15 เมตร เปลือกสีน้ำตาลแตกเป็นสะเก็ดเล็กๆ ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกันรูปมนหรือขอบขนาน กว้าง 3-5.5 ซม.ยาว 8-14 ซม.โคนสอบทู่ๆ ปลายหยักเป็นติ่งแหลมสั้น หลังใบมีขนนุ่ม ดอก ออกเป็นช่อ ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน ดอกเพศผู้อยู่รวมกันเป็นช่อเล็กๆตามง่ามใบ ช่อหนึ่งมีหลายดอก ทั้งกลีบดอก และกลีบรองกลีบดอก มีอย่างละ 4-5 กลีบ ก้านดอกมีขนนุ่ม กลีบรองกลีบดอกยาว 4-6 มม. โคนกลีบเป็นรูปถ้วยปากกว้าง มีขนยาวๆ เป็นเส้นไหม กลีบดอกยาว 6-8 มม. โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นรูปเหยือกน้ำ เกสรตัวผู้มี 14-30 อัน ดอกเพศเมียออกเป็นดอกเดี่ยวๆ ตามง่ามใบ ลักษณะคล้ายดอกเพศผู้แต่ขนาดใหญ่กว่า ผล กลมหรือค่อนข้างกลมแป้น โต วัดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5-4 ซม. สูง 2.5-3.5 ซม.ผลแก่มีขนเป็นกระจุกแน่นตามบริเวณกลีบขั้วและปลายผล กลีบขั้วเหยียดแผ่ ขอบกลีบเป็นคลื่นบ้างเล็กน้อย ผลแก่เป็นสีดำ","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=784\nhttp://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=1230&view=showone&Itemid=59","กินเป็นผลไม้ ราก กิ่ง ต้มน้ำดื่ม บำรุงกำลัง","เพาะเมล็ด"],
    [22,"คมแฝก (หญ้าคมบาง/กุงดูก)","","คมแฝก (หญ้าคมบาง/กุงดูก) หญ้าสามคม","Scleria levis Retz","Scleria","Cyperaceae","Accepted","","","พบได้ทั่วไปในพื้นที่ป่าโปร่ง เปิดโล่ง และตามชายป่าในป่าดิบแล้ง เช่นที่อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 130 เมตร","ไม้ล้มลุก มีอายุได้หลายปี มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ลักษณะเป็นข้อแข็ง ๆ ลำต้นมีความสูงได้ถึง 1.5 เมตร ลำต้นบนดินเรียวยาว เป็นสันสามเหลี่ยมคม ที่มุมสากมือ ผิวเรียบหรือมีขน กาบใบแผ่เป็นครีบ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับซ้อนกันเป็น 3 เส้า ลักษณะของใบเป็นรูปดาบแคบยาว มีขนาดกว้างได้ถึง 1 เซนติเมตร และยาวได้ถึง 1 เมตร ผิวใบเรียบถึงมีขน ออกดอกเป็นช่อแบบแยกแขนง ยาวประมาณ 8-10 เซนติเมตร โดยจะออกที่ปลายยอด ดอกเป็นแบบแยกเพศแต่อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกย่อยมีจำนวนมาก สีน้ำตาล ไม่มีกลีบดอก มีวงใบประดับรองรับ ช่อดอกย่อยเพศผู้เป็นรูปใบหอก ยาวประมาณ 4 มิลลิเมตร ส่วนช่อย่อยดอกเพศเมียเป็นรูปไข่ มีกาบช่อย่อย ผลเป็นผลแห้งไม่แตก ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลมหรือรูปไข่แกมรูปทรงกลม สีขาว ผิวมัน และมีขนเล็กน้อย มีขนาดยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร ฐานรองผลยาวคลุมครึ่งหนึ่งของผล ปลายเป็นติ่งหนาม ","เมดไทย (Medthai)","https://medthai.com/%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A1/","ใช้เหง้า ผสมข้าวจ้าว ต้มน้ำดื่ม  แก้ปวดปัสสาวะขัด และรักษามะเร็ง","เพาะเมล็ด แยกกอ"],
    [23,"ม้าแม่ก่ำ","","คำเตี้ย ต่างไก่เตี้ย ปีกไก่ดำ","Polygala chinensis L.","Polygala","Polygalaceae","Accepted","","","พบที่อินเดีย จีนตอนใต้ ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และนิวกินี ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามที่โล่ง ความสูงถึงประมาณ 2000 เมตร มีความผันแปรสูง","ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 60 ซม. มีขนหนาแน่นตามกิ่ง ใบ และช่อดอก ใบรูปขอบขนานถึงรูปแถบ แกมรูปไข่หรือรูปไข่กลับ ยาว 1-7 ซม. ก้านใบยาว 1-2 มม. ช่อดอกออกสั้น ๆ ตามซอกใบ ใบประดับรูปไข่ ยาวประมาณ 0.5 มม. ก้านดอกยาว 0.5-1.5 มม. กลีบเลี้ยง 3 กลีบนอกรูปไข่ คู่ล่างยาว 1.5-2 มม. กลีบบนยาว 2-2.8 มม. คู่ในรูปขอบขนาน เบี้ยว ยาว 4.2-7 มม. ขอบมีขนครุย ดอกสีขาวอมเขียวหรืออมชมพู ยาว 3.5-4.5 มม. กลีบคู่บนรูปใบพาย ยาว 3.2-5 มม. กลีบล่างยาวกว่าคู่บนเล็กน้อย รยางค์ยาว 2-2.5 มม. แผ่นเกสรเพศผู้ยาวเท่า ๆ กลีบดอก ก้านเกสรเพศเมียยาว 3.5-5.5 มม. ปลายโค้ง ผลรูปกลมกว้าง ปลายเว้า เส้นผ่านศูนย์กลาง 3.5-4.5 มม. มีขนประปราย เยื่อหุ้มเมล็ดจัก 3 พู","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","http://www.dnp.go.th/Botany/detail.aspx?words=%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B9%88&typeword=group","ใช้รากหรือทั้งต้น ต้มน้ำดื่มหรือดองเหล้า บำรุงกำลัง บำรุงสมรรถภาพ","เพาะเมล็ด"],
    [24,"สลัก","Hairy Noni","สลักป่า ยอป่า","Morinda coreia Buch.-Ham.","Morinda","Rubiaceae\n","Accepted","","","พบในป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ","ไม้ต้นกึ่งพุ่มขนาดกลางความสูง 5 เมตร ลำต้นมักคดงอ เรือนยอดเป็นพุ่มรี ใบเดี่ยว รูปรีหรือไข่หัวกลับ เรียงตัวแบบเวียนสลับ หรือแบบตรงข้ามสลับตั้งฉาก ปลายใบมนหรือแหลม ฐานใบแหลมหรือเบี้ยว ขอบใบเรียบหรือมีขน ผิวใบมีขนสั้นนุ่ม ปกคลุม ก่อนร่วงใบมีสีเหลือง ขนาดของใบ 4-7 x 8-17 เซนติเมตร ช่อดอกแบบช่อเชิงลด ดอกอยู่เป็นกลุ่ม กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดรูปแจกันทรงสูง ออกดอกเมษายน-กรกฎาคม เป็นผลรวม เนี้อเยื่อข้างในผลสีขาวมีน้ำมาก เมล็ดบิดเดบี้ยว ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่มีสีดำ ผลออกช่วงพฤษภาคม-สิงหาคม เปลือกนอกสีน้ำตาลแดงหรือสีเทา แตกแบบสี่เหลี่ยมหรือแตกแบบรอยไถ","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้\nกลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=7&view=showone&Itemid=59\nhttp://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=4787","ใช้ต้น ฝน ดื่มน้ำ แก้กินผิด รากมีสีเหลือง","เพาะเมล็ด"],
    [25,"เครือเขามวก","","เครือเขามวก กุมาริกา สร้อยมาลี","Parameria laevigata (Juss.) Moldenke","Parameria","Apocynaceae","Accepted","","LC 2019","เขตการกระจายพันธุ์กว้าง พบตั้งแต่จีน พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและภูมิภาคมาเลเซีย ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น หรือตามป่าโปร่ง จนถึงระดับความสูงประมาณ 900 เมตร","พืชดอก ไม้เถา ลำต้นเลื้อยพันไม้อื่น มีน้ำยางขาว ใบ รูปรี รูปไข่ หรือรูปขอบขนาน ปลายใบแหลมยาว โคนใบรูปลิ่ม แผ่นใบมีขนหยาบตามง่ามเส้นแขนงใบด้านล่างคล้ายตุ่มใบ มีเส้นแขนงใบ 3-6 เส้น ในแต่ละข้าง ช่อดอกแบบช่อกระจุกสั้นๆ 3-5 กระจุก แยกแขนง ออกตามปลายกิ่ง ยาวได้ประมาณ 15 ซม. หรือออกสั้นๆ ตามกิ่ง ใบประดับขนาดเล็ก กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีจำนวนอย่างละ 5 กลีบ กลีบเลี้ยงรูปไข่ ยาวประมาณ 1 มม. มีเกล็ดแผ่เป็นวงที่โคนหลายอัน กลีบดอกสีขาวหรือชมพู เรียงซ้อนเหลื่อมด้านซ้ายในตาดอก ดอกบานรูปดอกเข็ม หลอดกลีบดอกยาวประมาณ 2 มม. เกลี้ยงด้านใน กลีบดอกยาว 2-4 มม. เบี้ยวเล็กน้อย เกสรเพศู้ 5 อัน ติดภายในหลอดกลีบใกล้โคน ก้านเกสรสั้น อับเรณูรูปเงี่ยงลูกศร ปลายแหลมยาว ยาวประมาณ 1 มม. แนบติดส่วนปลายเกสรเพศเมีย จานฐานดอกแยกเป็น 5 พู รังไข่ขนาดเล็ก มีขนด้านบน มี 2 คาร์เพล แนบติดกันเรียวยาวเป็นก้านเกสรเพศเมีย ยาวประมาณ 1 มม. ผลเป็นฝักคู่ เรียวยาว ยาว 12-27 ซม. คอดตามเมล็ด เมล็ดรูปขอบขนานหรือรูปใบหอก ม้วนเข้าเล็กน้อย ยาวได้ประมาณ 1 ซม. ปลายมีกระจุกขน ยาวได้ประมาณ 3 มม.","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช\nสำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://www.dnp.go.th/botany/mplant/word.aspx?linkback=genus&keyback=Dendrophthoe&author=&family=&genus=&habit=&localname=&species=&word=&lastitem=par119\nhttp://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=317&view=showone&Itemid=132","แก้มะเร็ง/ใบ ใช้นึ่ง กินแทนเมี่ยง","เพาะเมล็ด ปักชำ"],
    [26,"ส้มป่อย","Soap pod, Shikakai","ส้มป่อย","Acacia concinna (Willd.) DC.","Acacia","Leguminosae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","ขึ้นได้ทั่วไป  พบมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี ","ส้มป่อยเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย มีหนามตามลำต้น กิ่ง ก้านและใบ ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ยาว 7-20 ซม. ใบย่อยรูปขอบขนาน ขนาดเล็ก ช่อดอก ออกที่ซอกใบ เป็นช่อกลม กลีบดอกเป็นหลอด สีนวล ผลเป็นฝัก สีน้ำตาลดำ ผิวย่นขรุขระ ขอบเป็นคลื่น\nในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ส้มป่อยธรรมดา และส้มป่อยหลวง ชุมชนใช้ประโยชน์จากส้มป่อยธรรมดามากกว่า เนื่องจากส้มป่อยหลวงพบไม่มาก\n","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=1277","ยอดอ่อน ใส่ในแกงส้ม แกงปลา/ ฝัก ใช้ในพิธีกรรม และทำแชมพูสระผม","เพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง"],
    [27,"บ่าฮู้ (บ่าตาปู)","","บ่าฮู้ (บ่าตาปู)","Rubus sp.","","ROSACEAE","","","","","","","","ใช้ราก ต้มน้ำดื่ม แก้ริดสีดวง และใช้เข้ายามะโหกโตน",""],
    [28,"แคหางค่าง","","แคหางค่าง, แคหัวหมู","Markhamia stipulata (Wall.) Seem.","Markhamia","Bignoniaceae","Accepted","","LC 2018","พบขึ้นทั่วไปในป่าเบญจพรรณ ป่าดิบเขาของประเทศไทย ชอบขึ้นตามริมลำธาร","ไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 10-20 เมตร ลำต้นตรงมักแตกกิ่งต่ำ เปลือกสีน้ำตาลอมเทา ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ออกเรียงตรงข้าม ใบย่อยรูปรี ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบและเบี้ยว ขอบใบหยักตื้นๆ ผิวใบเรียบ ช่อดอกสั้นๆ ออกตามปลายกิ่ง ประมาณ 3-7 ดอก ดอกย่อยขนาดใหญ่สีขาวรูปแตร ปลายแยกเป็น 5 กลีบ ขอบกลีบจะย่นเป็นริ้ว ผลเป็นฝักชนิดเปลือกแข็ง 2 ชั้น รูปขอบขนาน บิดไปมา เมล็ดแบนมีเยื่อบางๆ ติดหัวท้ายคล้ายปีก","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=646","ดอก ลวกกินกับน้ำพริก   แกงหรือส้า แก้ไข้สามฤดู","เพาะเมล็ด"],
    [29,"มะขามป้อม","Emblic myrabolan, Malacca tree","มะขามป้อม","Phyllanthus emblica L.","Phyllanthus","Phyllanthaceae","Accepted","","","พบประปรายในป่าเบญจพรรณแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าแดงทั่วไป มีมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคกลาง ชอบดินที่มีการระบายน้ำได้ดี","ขามป้อมเป็นไม้ยืนต้น สูง 8-20 เมตร เปลือกเรียบเกลี้ยง ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนาน กว้าง 0.25-0.5 ซม. ยาว 0.8-1.2 ซม. ช่อดอกออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ ดอกแยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกย่อยสีนวล ผลเดี่ยว ออกตามกิ่งและซอกใบจำนวนมาก เป็นผลสด รูปทรงกลม ผิวเรียบ เนื้อหนา มีเส้นพาดตามยาว 6 เส้น เมล็ดกลม สีเขียวเข้ม","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1768","ผล แก้ไอ ทำให้ชุ่มคอ หรือดอง กินเป็นยาอายุวัฒนะ มีวิตามินสูง เปลือก นำไปปิ้งไฟ ขูดเอาเนื้อจากเปลือก ช่วยสมานแผล น้ำมะขามป้อม ช่วยสลายฤทธิ์การทำคลีโม","เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง"],
    [30,"บ่าแหน (สมอภิเภก)"," baher, beleric,  bastard myrobalan","บ่าแหน (สมอภิเภก)","Terminalia bellirica (Gaertn.) Roxb.","Terminalia","Combretaceae","Accepted","","","พบทั่วไปในป่าผลัดใบ ป่าเบญจพรรณ และป่าดิบแล้ง ที่ใกล้ระดับน้ำทะเลไปจนถึง 500 เมตร","พืชดอก ไม้ต้น สูงประมาณ 40 เมตร มักมีพูพอนขนาดใหญ่ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามหรือเกือบตรงข้าม รูปไข่กลับ ยาว 4-16 เซนติเมตร กว้าง 2-10 เซนติเมตร ปลายใบมนหรือกลม ฐานใบกลมหรือตัด หรือเบี้ยว แผ่นใบหนาคล้ายหนัง ผิวใบเกลี้ยง มีต่อม 2 ต่อมที่รอยต่อระหว่างก้านใบและแผ่นใบ ดอกแบบช่อเชิงลด ออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉก กลีบดอกสีขาว\nผล: ผลแห้งแตก รูปเกือบกลมหรือรูปไข่กว้าง มีสัน 5 สัน มีขนคล้ายกำมะหยี่ จะทิ้งใบในช่วงสั้นๆ ในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม และใบอ่อนจะขึ้นมาใหม่พร้อมกับตาดอกในเดือนมีนาคม-เมษายน","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=705","เนื้อในเมล็ด คั่วทานเป็นของกินเล่น ปรับสมดุลธาตุ ใช้ผลดองกับน้ำผึ้งหรือต้มน้ำดื่ม","เพาะเมล็ด"],
    [31,"เปล้าหลวง","","เปล้าหลวง","Croton persimilis Müll.Arg.","Croton","Euphorbiaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","ชอบขึ้นตามป่าผลัดใบ ป่าละเมาะ หรือที่โล่งแจ้ง  ","เปล้าหลวงเป็นไม้พุ่มกึ่งยืนต้น เปลือกสีเทาค่อนข้างเรียบ ใบเดี่ยวออกเวียนสลับ รูปขอบขนานแกมรูปรี ขอบใบจักฟันเลื่อยห่างๆ ผิวใบด้านบนมีต่อมขนาดเล็กจำนวนมาก  ดอกเป็นช่อยาวออกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง สีขาวอมเขียว ผลแห้งแตกทรงกลม มี 3 พู มี 1 เมล็ด","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=33","ใช้ต้นและใบ ต้มน้ำอาบ หรือรม เวลาหญิงคลอดลูกใหม่อยู่ไฟ","ปักชำราก"],
    [32,"ไผ่ไร่\n","","ไผ่ไร่","Gigantochloa albociliata (Munro) Kurz","Gigantochloa","Poaceae","Accepted","","","พบตามป่าผสมผลัดใบ และที่รกร้างในป่าดิบแล้ง ต่างประเทศพบในอินเดียถึงภูมิภาคอินโดจีน","ไผ่ อายุหลายปี เป็นกอ เหง้าสั้น ลำต้นตั้งตรง สูง 6-10 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น ยาว 12-25 เซนติเมตร มีเนื้อไม้ ปล้องกลม กาบใบ ยาว 10-20 เซนติเมตร มีขนสั้นนุ่ม ลิ้นใบ ยาว 1.2-2.5 เซนติเมตร แผ่นใบ รูปใบหอก ยาว 10-20 เซนติเมตร ที่ฐานแผ่นใบมีส่วนคล้ายก้านใบ ปลายใบเรียวแหลม ไม่มีเส้นใบตามขวาง ช่อดอกอยู่เป็นกลุ่มคล้ายรูปดาว มีใบประดับรองรับช่อดอก ช่อดอกย่อยไม่มีก้าน รูปใบหอก ประกอบด้วย 2-3 ดอกย่อย ดอกย่อยที่ฐาน 1 ดอกเป็นหมัน กาบช่อย่อยติดทน ขนาดสั้นกว่าช่อดอกย่อย กาบช่อย่อยล่างและกาบช่อย่อยบนคล้ายกัน กาบช่อย่อยบนรูปไข่ มีขนครุยที่ขอบ ดอกย่อยไม่มีกลีบเกล็ด อับเรณูมี 6 อัน ยอดเกสรเพศเมียแยกเป็น 2 แฉก รังไข่มีติ่งรูปกรวย มีขนสั้นนุ่ม แบบผลแห้งเมล็ดติด รูปขอบขนาน","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=382","ใช้ลำ และกินหน่อ","เพาะเมล็ด แยกกอ"],
    [33,"ไผ่ข้าวหลาม","Tinwa Bamboo","ไผ่ข้าวหลาม","Cephalostachyum pergracile Munro","Cephalostachyum","Poaceae","Accepted","","","เจริญได้ดีในสภาพป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้นทั่วไป","ไผ่ข้าวหลามเป็นไผ่ขนาดกลาง ลำต้นตรง มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-8 ซม. เนื้อลำบางหนาไม่ถึง 5 มม. ปล้องยาว 20-45 ซม. ลำต้นสีเขียวปนเทา กาบสีหมากสุก กาบหุ้มลำหลุดร่วงง่าย มีการแตกกิ่งขนาดเท่าๆ กันรอบข้อ ใบรูปลิ่มกว้าง 3-6 ซม. ยาว 15-30 ซม. ขอบใบสากคม ครีบใบเห็นได้ชัดมาก ขอบมีขนสีจางๆ กระจังใบแคบมาก กาบหุ้มใบไม่มีขน ขอบกาบหุ้มใบมีขนสีขาว โคนใบกลม ช่อดอกออกเป็นกลุ่ม ก้านดอกสั้น มีกลีบหุ้มดอกขนาดใหญ่ กลีบดอกมี 3 กลีบ หน่อมีขนาดใหญ่","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=1057","ใช้ลำ","เพาะเมล็ด แยกกอ"],
    [34,"ไผ่ซางป่า","Giant Bamboo","ไผ่ซางป่า","Dendrocalamus strictus (Roxb.) Nees","Dendrocalamus","Poaceae","Accepted","","","กระจายพันธุ์ตั้งแต่อินเดีย มาเลเซีย พม่า  อินโดนีเซีย โดยทั่วไปจะพบมากทางภาคกลาง และภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะบริเวณป่าที่มีความชุ่มชื้นสูง เช่น ในบริเวณหุบเขาจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่และลำปาง\n","เป็นไม้ไผ่หน่ออัดใบ ลำต้นมีสีเขียวอ่อน ไม่มีหนาม ผิวเป็นมัน มีกิ่งแขนงมาก สูงประมาณ 6-20 ซม. มีเนื้อหนาประมาณ 5-8 มม. ปล้องยาวประมาณ 15-50 ซม. เนื้อไม้หยาบ โดยทั่วไปลำต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5-12.5 ซม. ถ้าพบบริเวณเนินเขาสูงลำต้นจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.5-10 ซม. กาบหุ้มลำในปล้องต่ำ ๆ จะสั้นประมาณ 8-30 ซม. ข้างนอกกาบจะมีขนแข็งสีน้ำตาลเหลือง ในพื้นที่แห้งแล้งอาจจะไม่มีขนขณะที่ยังอ่อน กาบหุ้มลำมีสีเขียวอมเหลือง ครีบกาบเล็กหรือไม่มี่ กระจังกาบแคบ หยัก ใบยอดกาบตรงเป็นรูปสามเหลี่ยมแคบ ๆ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเป็นมุมป้าน ขนาดใบยาว 12-30 ซม. กว้าง 1-2.5 ซม.ลักษณะใบ ท้องใบมีขนอ่อนแน่น เส้นลายใบ 2-6 เส้น เส้นลายใบย่อย 5-7 เส้น ขอบใบสากคม ก้านใบแบน ยาว 0.2-0.5 ซม. ครีบใบไม่ค่อยเห็น กระจังใบโค้งเข้า ปลายรูปมนหรือกลม มีหยัก กาบใบข้างนอกไม่มีขน หน่อมีขนาดเล็กกว่าหน่อไผ่ตง","ศูนย์ปฏิบัติการพืชเศรษฐกิจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.dnp.go.th/EPAC/bamboo_rattan/bamboo04.htm","ใช้ลำ และกินหน่อ","เพาะเมล็ด แยกกอ"],
    [35,"ยาแก้ฮากเหลือง","","ยาแก้ฮากเหลือง","Euphorbia coccinea B.Heyne ex Roth","Euphorbia","Euphorbiaceae","Accepted","","","","","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","http://www.dnp.go.th/botany/mplant/word.aspx?linkback=genus&keyback=Dendrophthoe&author=&family=&genus=&habit=&localname=&species=&word=&lastitem=Eup104","ใช้ราก ต้มน้ำดื่ม บำรุงกำลัง เจริญอาหาร แก้ไข้ ",""],
    [36,"หนาดเงิน","Winged Spermatowit","หนาดเงิน หนาดดอย หนาดเหลี่ยม","Laggera pterodonta (DC.) Sch.Bip. ex Oliv.","Laggera","Compositae","Accepted","","","","ไม้ล้มลุกฤดูกาลเดียว มีความสูงของต้นได้ถึง 2 เมตร ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง แตกกิ่งก้านเป็นสันสี่เหลี่ยมแผ่เป็นปีกบาง ๆ สีเขียว มีขนละเอียด ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่กลับแกมรูปขอบขนานถึงรูปไข่กลับ ใบบริเวณโคนต้นมีขนาดกว้างประมาณ 6-12 เซนติเมตร และยาวประมาณ 14-26 เซนติเมตร ส่วนใบบริเวณปลายกิ่งจะแคบกว่า โดยจะมีขนาดกว้างประมาณ 2-5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 6-12 เซนติเมตร แผ่นใบมีขนละเอียดทั้งสองด้าน หลังใบเป็นสีเขียวหม่นถึงสีเขียวเข้ม ส่วนท้องใบเป็นสีเขียว ออกดอกเป็นช่อกระจุกแน่นแยกแขนงหรือเชิงหลั่น โดยจะออกตามซอกใบ มีชั้นใบประดับ กลีบดอกเป็นสีม่วงเข้ม เชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว ผลเป็นผลแห้ง ลักษณะของผลเป็นรูปเส้นยาว ขอบเป็นสัน ไม่แตก และมีขนละเอียด","เมดไทย (Medthai)","https://medthai.com/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A2/","ใช้รากผสมข้าวจ้าว ต้มน้ำดื่ม แก้เจ็บหลัง เจ็บเอว ปวดข้อ",""],
    [37,"หมามุ่ย","Velvet bean","หมามุ่ย","Mucuna pruriens (L.) DC.","Mucuna","Leguminosae","Accepted","","","อินเดีย ถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยขึ้นกระจายทั่วไปตามชายป่าและที่โล่ง ที่ระดับความสูง 300-1,200 เมตร","ไม้เถาเลื้อยพัน อายุปีเดียว เลื้อยพันไปได้ไกล ยาว 2-10 เมตร ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ มี 3 ใบย่อย รูปไข่หรือรูปไข่แกมสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน กว้าง 3-10 เซนติเมตร ยาว 5-15 เซนติเมตร มีขนสีเทาทั้งสองด้าน ช่อดอกแบบช่อกระจะ ออกที่ซอกใบ ยาว 15-35 เซนติเมตร มีขนแน่น ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันปลายแยกเป้น 2 พู มีขนแน่น กลีบดอก 5 กลีบ รูปดอกถั่ว สีม่วงแดง เกสรเพศผู้ 10 อัน เชื่อมติดเป็นสองกลุ่ม รังไข่เหนือวงกลีบ ผลเป็นฝักแบบถั่ว รูปทรงกระบอก ส่วนปลายโค้ง มีขนสีน้ำตาลแน่น หลุดร่วงง่าย เมล็ดรูปรี สีขาวหรือสีเหลืองส้ม หรือสีดำ มี 4-7 เมล็ด","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=996","ราก เข้ายา หรือต้มน้ำดื่ม ช่วยบำรุงกำลัง","เพาะเมล็ด"],
    [38,"ม้าสามโป้ง","","ม้าสามโป้ง","","","","","","","","","","","รากต้มน้ำดื่ม บำรุงกำลัง หรือ รากเข้ายามะโหกโตน แก้ร้อนใน กระหายน้ำ และแก้มะเร็ง",""],
    [39,"เอื้องหมายนา","Crape ginger, Malay ginger, Spiral flag","เอื้องหมายนา","Cheilocostus speciosus (J.Koenig) C.D.Specht","Cheilocostus","Costaceae","Accepted","","","พบทั่วไป  ชอบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ ใต้ต้นไม้ใหญ่ บริเวณเชิงเขา ริมน้ำตก และริมทางน้ำ","เอื้องหมายนาเป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ชอบขึ้นบริเวณที่ชุ่มชื้น สูง 1.5-3 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนานหรือรูปใบหอก กว้าง 5-8 ซม. ยาว 15-40 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว ตรงกลางดอกมีแต้มสีเหลืองหรือชมพู ผลแห้ง แตกได้ รูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม เมื่อสุกสีแดง","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","http://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=12269","มีสเตอรอยด์สูง แก้หูน้ำหนวกในเด็ก นำปล้องตัดเท่าความยาวนิ้วมือเด็กทั้ง 5 นิ้ว มัดรวมกันไปย่างไฟ ถ้าน้ำในปล้องแห้ง หูน้ำหนวกก็แห้ง ยอดอ่อน กินกับน้ำพริก ส้มตำ ใช้หัวเข้ายาหือต้มน้ำดื่ม แต่ต้องนำมาทำให้แห้งก่อน แก้เก๊าต์ รูมาตอยด์","เพาะเมล็ด"],
    [40,"โด่ไม่รู้ล้มตัวเมีย (ช้างย่ำเป๊อะ)","Prickly leaved elephant's foot","โด่ไม่รู้ล้ม","Elephantopus scaber L.","Elephantopus","Compositae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","ชอบขึ้นตามป่าทั่วไป โดยเฉพาะป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ทุ่งหญ้า หรือพื้นที่รกร้างว่างเปล่า","ไม้ล้มลุก ลำต้นสั้นอยู่ในระดับผิวดิน  ใบเดี่ยวออกเวียนสลับรอบลำต้นขนานกับผิวดิน  ใบรูปไข่กลับแกมรูปขอบขนาน  ขอบใบจักฟันเลื่อย  แผ่นใบมีขนสาก ก้านดอกแข็งแทงออกจากกลางต้น  ดอกเป็นช่อแบบแขนงที่ปลายยอดสีม่วง มีใบประดับ 3 ใบ ผลรูปทรงกลม มีสัน 10 สัน ผิวมีขนนุ่มปกคลุม","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=97","ใช้รากต้มหรือดองเหล้า บำรุงกำลัง บำรุงสมรรถภาพทางเพศ แก้อักเสบ","เพาะเมล็ด เพาะเหง้า"],
    [41,"หนาดคำ","","หนาดคำ เขืองแพงม้า หนาดดอย","Inula cappa (Buch.-Ham. ex D.Don) DC.","Inula ","Compositae\n","Accepted","","","พบในที่สูง 800-1,600 เมตร ตามที่เปิด ทุ่งหญ้าและป่าโปร่ง ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด กระจายพันธุ์ในภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ออกดอกระหว่างเดือน ตุลาคม-กุมภาพันธ์","ไม้พุ่ม ลำต้นตั้งสูงถึง 1.5 เมตร ส่วนโคนเนื้อค่อนข้างแข็ง มีขนสีน้ำตาลอมเหลืองปกคลุมตามส่วนอ่อนทั่วไป ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปร่างยาวขอบขนาน โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ผิวใบด้านล่างมีขนยาวสีเทาเงิน ดอก เป็นช่อ เป็นกระจุกที่ปลายยอดและซอกใบ มีก้านช่อดอกมาก ดอกย่อยไม่มีก้านหรือก้านสั้น กลีบดอกสีเหลือง เมล็ดแคบยาว มีขนปกคลุมทั่วไป และมีขนสีขาวประดับที่ส่วนปลาย","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=862","ใช้รากผสมข้าวจ้าว ต้มน้ำดื่ม แก้เจ็บหลัง เจ็บเอว ปวดข้อ  ใช้รักษาคนที่ติดยาเสพติด  ข้อควรระวัง กินแล้วจะเสียเหงื่อมาก","เพาะเมล็ด"],
    [42,"","","น้ำนมแม่ม้าย","","","","","","","","","","","เปลือก ต้มน้ำดื่ม แก้โรคเบาหวาน",""],
    [43,"ไผ่หอบ","","ไผ่หางช้าง","Bambusa oliveriana Gamble","Bambusa","Poaceae","Accepted","","","พบขึ้นในป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง","ไผ่ ลักษณะเลื้อยพัน กอขนาดเล็ก มีเหง้า ลำตรงอัดกันเป็นกอแน่น เนื้อลำหนา ลำอ่อนมีขนสีขาวและนวลสีขาวปก ปกติไม่มีรากอากาศที่กิ่ง ใบรูปแถบหรือรูปขอบ กาบหุ้มลำติดคงทนอยู่กับลำหรือหลุดร่วงไปค่อนข้างช้า สีเขียว มีขนสีขาวและนวลสีขาวปกคลุมหนา รอยต่อของตัวกาบกับใบยอดกาบโค้งนูนขึ้นเด่นชัด ใบยอดกาบเป็นรูปโดม รูปสามเหลี่ยม หรือรูปใบหอก ตั้งตรง ขอบด้านล่างพับจีบหรือเป็นคลื่นต่อเนื่องไปหูกาบ หูกาบเป็นติ่งรูปเคียว ขอบมีขนแข็ง ยาว ลิ้นกาบลักษณะเป็นแถบเตี้ยๆ ขอบจักไม่เป็นระเบียบ","ศูนย์ปฏิบัติการพืชเศรษฐกิจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม\nThammarat Boonthammee Bamboo Garden (BBG) — สวนไผ่บุญธรรมมี\nระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลพันธุกรรมพืช มร.ชร.","http://www.dnp.go.th/EPAC/bamboo_rattan/bamboo28.htm\nhttps://boonthammeebamboogarden.blogspot.com/2018/09/bambusa-oliveriana-gamble.html?m=1\nhttp://pgcp.crru.ac.th/frm_show_data_plants_user.php?plants_id=450","ใช้ลำ และกินหน่อ","เพาะเมล็ด แยกกอ"],
    [44,"เกล็ดปลาปรุง","","เกล็ดปลาปรุง","Desmodium oblongum Wall. Ex ","","FABACEAE","","","","","","","","ใช้รากต้มน้ำดื่มหรือดองเหล้า  แก้เจ็บหลัง เจ็บเอว",""],
    [45,"ก๋อย","Asiatic bitter yam","กลอย","Dioscorea hispida Dennst. var hispida","Dioscorea","Dioscoreaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","พบมากบริเวณป่ารกร้าง ไหล่เขา ชายป่า และที่โล่งทั่วไป ชอบดินร่วนซุย","กล๋อยเป็นไม้เถาเลื้อยพัน ลำต้นมีหนาม หัวใต้ดินขนาดใหญ่ ใบประกอบมี 3 ใบย่อย เรียงสลับ ใบหนาผิวสาก มีเส้นใบ 3 เส้น เห็นชัดเจน ช่อดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ออกที่ซอกใบ ห้อยลง ดอกตัวผู้ยาวได้ถึง 40 ซม. ออกเป็นช่อซ้อน 2-3 ชั้น ดอกตัวเมียเป็นช่อเดี่ยว กลีบรวมสีเหลือง ผลแห้ง มีปีก 3 ปีก\nกล๋อยในชุมชนมี 2 ชนิด คือ กล๋อยธรรมดา นิยมกินหัว  และกล๋อยนก นิยมกินยอด และนำหัวมาย่างกินบ้าง แต่ไม่ค่อยนิยมกิน \n","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=381&view=showone&Itemid=59","หัว นึ่งกินเป็นของกินเล่น หัว เป็นยาแก้เถาดานในท้อง ข้อควรระวัง กินเยอะ จะทำให้เป็นนิ่วในถุงน้ำดีหรือตับ","เพาะเมล็ด แยกหัว"],
    [46,"ส้มปิ","","ส้มปิ","","","","","","","","","","","ยอดอ่อน ส้าใส่ปลากระป๋อง กินกับ น้ำพริก เป็นยาระบาย",""],
    [47,"สนสองใบ","Merkus's Pine","สนสองใบ","Pinus merkusii Jungh. & de Vriese","Pinus","Pinaceae","Accepted","พืชที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์","VU 2013","พบได้ในป่าสนเขา ป่าเต็งรัง ในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ความสูงจากระดับน้ำทะเล 350-1,300 เมตร ต่างประเทศพบที่พม่าด้านตะวันตก จีนตอนใต้ ประเทศในภูมิภาคอินโดจีน ถึงฟิลิปปินส์","พืชเมล็ดเปลือย เป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 50 เมตร ลำต้นตั้งตรง เรือนยอดรูปร่ม กิ่งจะแตกออกจากลำต้น เปลือกลำต้นหนา เมื่อแก่สีน้ำตาลอมเทา สีน้ำตาลเข้มจนถึงสีดำ แตกเป็นล่องลึกยาว ใบรูปเข็ม ออกเป็นช่อ ช่อละ 2 ใบ ใบสีเขียวเข้ม เนื้อใบแข็ง โคนช่อมีกาบสีน้ำตาลหุ้ม โคนแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน โคนเพศผู้ออกที่ปลายกิ่งทั่วเรือนยอด โคนเพศเมียออกที่ปลายกิ่ง ผลเป็นโคน ลักษณะคล้ายรูปกรวยยาวมีเกล็ด ส่วนฐานป้อม ปลายสอบขนาด 5-8 เซนติเมตร เมื่อผลแก่จัดจะแตกออกเป็นกลีบแข็ง ยังคงติดอยู่กับแกนกลางของผล ก้านผลยาวประมาณ 1 เซนติเมตร เมล็ดขนาดเล็ก รูปไข่ มีปีกยาว 1-2 เซนติเมตร ปีกร่วงง่าย\n","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=124","ใช้เป็นไม้เกี๊ยะ และเป็นส่วนประกอบในยาหอม","เพาะเมล็ด"],
    [48,"","","เครือครั่ง (เขาดอกม่วง)","","","","","","","","","","","ใบกินกับน้ำพริก ใช้รากสะสมอาหารใต้ดิน ผสมข้าวจ้าว ต้มน้ำดื่ม แก้โรคกะเพรา แก้มะเร็ง",""],
    [49,"ก่อแดง","","ก่อเดือย ก่อแดง ก่อข้าว ก่อผั๊วะ ก่อพลวง ก่อลายก่อสาย ก่อหนวดแดง ก่อหวาย","Lithocarpus trachycarpus (Hickel & A.Camus) A.Camus","Lithocarpus","Fagaceae","Accepted","","","","","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","http://www.dnp.go.th/botany/mplant/word.aspx?linkback=genus&keyback=Dendrophthoe&author=&family=&genus=&habit=&localname=&species=&word=&lastitem=Lit156","เปลือก ใช้เคี้ยวกินกับหมาก มีรสฝาด ช่วยสมานแผล",""],
    [50,"ตาลเหลือง (กระแจะ)","yellow Mai flower","ตานเหลือง ช้างน้าว","Ochna integerrima (Lour.) Merr.","Ochna ","Ochnaceae","Accepted","","LC 2019","พบในป่าดิบแล้งทั่วไป ชอบดินร่วนปนทราย มีความชื้นปานกลาง แสงแดดส่องทั้งวัน ขึ้นได้ในดินทุกชนิด ","ตานเหลืองเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก เปลือกต้นสีน้ำตาล แตกเป็นร่อง       ผิวเปลือกเป็นขุย ใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามเป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน รูปหอกและขอบขนาน ออกเป็นกระจุกที่ปลายยอด ใบกว้าง 3-7 ซม. ยาว 8-15 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบจักซี่ฟัน ผิวใบเรียบมัน สีเขียวอ่อน","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1028","ใบ แช่น้ำอาบ หรือล้างหน้า แก้ตาเหลือง ขาง ซาง โรคผิวหนัง กลากเกลื้อน เรื้อน","เพาะเมล็ด ปักชำ"],
    [51,"ไผ่ไร่ลอ","","ไผ่ไล่ลอ ไผ่ไฮ่ลอ","Gigantochloa nigrociliata (Buse) Kurz","Gigantochloa","Poaceae","Accepted","","","พบในป่าดิบ","ไผ่สีเขียว ขึ้นเป้นกอ สูง 6-7 เมตร","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม\nกลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช\nระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลพันธุกรรมพืช มร.ชร.","http://www.qsbg.org/Database/plantdb/herbarium/herbarium-specimen.asp?id=31347\nhttp://www.dnp.go.th/botany/mplant/word.aspx?linkback=genus&keyback=Dendrophthoe&author=&family=&genus=&habit=&localname=&species=&word=&lastitem=Gig010\nhttp://pgcp.crru.ac.th/frm_show_data_plants_user.php?plants_id=1191","ใช้ลำ และกินหน่อ","เพาะเมล็ด แยกกอ"],
    [52,"กำลังเสือโคร่ง (เกี๊ยะขโมย)","Himalayan birch","กำลังเสือโคร่ง","Betula alnoides Buch.-Ham. ex D.Don","Betula","Betulaceae","Accepted","","LC 2014","เป็นไม้เขตอบอุ่น พบทั่วไปตามป่าดิบเขาในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 300-1,800 เมตร เจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินแทบทุกชนิด ทนแล้งได้ดี ชอบความชื้นน้อย","กำลังเสือโคร่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูง 20-35 เมตร เปลือกสีน้ำตาลเทามีกลิ่นหอมคล้ายการบูร ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ รูปหอก หรือรูปไข่แกมหอก ขนาดใบกว้าง 1.5-6.5 ซม. ยาว 6.5-13.5 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนและแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อยสองชั้นหรือสามชั้น ผิวใบเรียบ ช่อดอกเชิงลด ออกเป็นพวงโน้มลงตามซอกใบ 2-5 ช่อ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์ ผลแบนเล็กมีปีกบางโปร่งแสง 2 ข้าง  ","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=789","เปลือกต้น ใช้ต้มหรือดองเหล้า บำรุงกำลัง","เพาะเมล็ด"],
    [53,"ทะโล้ (มังตาล)","Needlewood Tree","ทะโล้ มังตาน","Schima wallichii Choisy","Schima","Theaceae","Accepted","","LC 2018","พบมากในป่าดิบชื้น และป่าเบญจพรรณทั่วไปตามเขา มีมากทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ของประเทศไทย","ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ลำต้นตรงสูงประมาณ 15-25 เมตร ขนาดวัดรอบลำต้นได้ถึง 1.5 เมตร เปลือกนอกขรุขระแลมักแตกเป็นร่องลึกตามยาว สีทาปนน้ำตาลอ่อน เปลือกในสีน้ำตาลอมแดง มีเสี้ยนละเอียดสีขาว เป็นพิษต่อผิวหนัง ใบ เป็นใบเดี่ยวรูปหอก ออกตามปลายกิ่งสลับกันไปและมักติดเป็นกระจุกตามปลายๆกิ่ง โคนและปลายใบสอบเรียว ขอบใบเรียบหรือบางที่หยักตื้นๆตามขอบ หลังใบมักมีสีเขียวเข้ม ท้องใบและเส้นกลางใบมีขนขึ้นประปราย ดอก สีขาวหรือขาวนวล ออกดอกเดี่ยวตามง่ามใบ กลิ่นหอม ก้านดอกยาว กลีบดอกและกลีบรองกลีบดอกมีจำนวนเท่ากันอย่างละ 5 กลีบ กลีบดอกล่างมักเล็กกว่ากลีบอื่น เกสรผู้มีจำนวนมาก สีเหลือง เกสรเมียมีอันเดียวสั้น ผลค่อนข้างกลม ผิวแข็งโตประมาณ 2.5-3 ซม. เมื่อแก่เป็นสีน้ำตาลเข้มและจะแตกออกตามรอยประสาน เป็น 4-5 เสี่ยง แต่ละส่วนมีเมล็ด 4-5 เมล็ด","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=812","สร้างบ้าน ทำฟืน","เพาะเมล็ด"],
    [54,"ขยอม (ตะเคียนทอง)","","ตะเคียนทอง","Hopea odorata Roxb.","Hopea","Dipterocarpaceae","Accepted","พืชที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์","VU 2017","พบขึ้นในพม่า ลาว ตอนใต้ของเวียดนาม กัมพูชา ไทยและมาเลเซีย พบขึ้นตามป่าดิบใกล้ลำธาร ที่ความสูง 100-800 เมตร จากระดับน้ำทะเล","ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูงประมาณ 20-40 เมตร ไม่ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มทึบกลม เปลือกสีน้ำตาลดำ ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่แกมรูปหอก กว้าง 3-6 ซม. ยาว 10-14 ซม. เนื้อใบค่อนข้างหนา ปลายใบเรียว โคนใบมนและเบี้ยว หลังใบมีต่อมอยู่ตามง่ามแขนงเส้นใบ ดอกเล็กสีขาว ออกเป็นช่อยาวๆ ตามง่ามใบและปลายกิ่ง กลิ่นหอม มีขนนุ่ม กลีบรองดอกเป็นถ้วยเล็ก กลีบดอก 5 กลีบ โคนกลีบเชื่อมติดกัน ผลกลมหรือรูปไข่เกลี้ยง ปลายมนเป็นติ่ง ขนาดผ่าศูนย์กลาง 0.6 ซม. ยาว 1 ซม.ปีกยาว 1 คู่ รูปใบพาย ปลายปีกกว้างค่อยๆ สอบเรียวมาทางโคนปีก เส้นปีกตามยาวมี 7 เส้น ปีกสั้น มีความยาวไม่เกินความยาวของตัวผล","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=905","เพาะเห็ด","เพาะเมล็ด"],
    [55,"จำปีป่า","","จำปีป่า","Magnolia baillonii Pierre","Magnolia","Magnoliaceae","Accepted","","LC 2014","พบตามป่าดิบเขาระดับต่ำ และป่าดิบแล้ง ที่ระดับความสูงถึง 500-1,900","ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 40 ม. มีหูใบหุ้มยอดอ่อน ใบเดี่ยว รูปขอบขนานแกมรี ยาว 15-22 ซม. ดอกสีขาวนวล มีกลิ่นหอม กลีบดอก 14-18 กลีบ รูปขอบขนาน ผลเป็นผลกลุ่ม รูปกลมรี ยาวประมาณ 7 ซม. เปลือกหนา เมล็ดสีแดงสด ออกดอกช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม\nสำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2669\nhttp://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=2440","สร้างบ้าน ทำฟืน","เพาะเมล็ด"],
    [56,"ไผ่หก","Hamilton's bamboo","ไผ่หก","Dendrocalamus hamiltonii Nees & Arn. ex Munro","Dendrocalamus","Poaceae","Accepted","","","พบในป่าเบญจพรรณ พบในภาคเหนือและภาคตะวันตกด้านกาญจนบุรี ต่างประเทศพบที่พม่า อินเดีย และภาคตะวันออกด้านลาวและเวียดนาม","ไผ่ประเภทเหง้ากอขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงถึง 25 เมตร ลำตรงอัดเป็นกอแน่น มักมีกิ่งเรียวเล็กที่โคน ปลายลำโค้งลง ปล้องยาว 30-60 เซนติเมตร ลำอ่อนปล้องล่างมีขนสีน้ำตาลอ่อนปกคลุม ลำแก่สีเขียวเข้มหรือสีเขียวอมเทา ปล้องบนและใต้ข้อมีวงของแถบขน สีนวลขาว ปล้องล่างมักมีรากอากาศออกตามข้อ กิ่งเกิดจากตาข้างขนาดใหญ่เด่นชัด แตกกิ่งต่ำ ใบรูปหอกหรือรูปแถบ กาบหุ้มลำสีเหลืองหรือเหลืองอมเขียว มีขนสีน้ำตาลเข้มปกคลุม ใบยอดกาบรูปใบหอกแกมรูปไข่ ตั้งตรง หรือกางออกเล็กน้อย ดอกออกเป็นช่อ ช่อดอกแบบช่อเชิงลดขนาดเล็กสีม่วงดำ ขนาด 8-10 x 3-5 มิลลิเมตร เรียบ ดอกย่อย 2-4 ดอก กาบช่อย่อย 1-2 อัน กาบล่าง 5-7 x 6-7 มิลลิเมตร ปลายมีติ่งแหลม กาบบนยาวเท่ากาบล่าง เกสรเพศผู้สีเหลืองหรือแดงม่วง ก้านเกสรเพศเมีย 4.5 มิลลิเมตร ยอดเกสรเพศเมีย 1-3 อัน สีม่วงแดง ผลแบบผลธัญพืช สีน้ำตาล","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=1179","ใช้ลำ และกินหน่อ","เพาะเมล็ด แยกกอ"],
    [57,"ไผ่ซางเย็น","Wabo, Velvet leaf bamboo","ไผ่บงใหญ่ ไผ่ซางเย็น ไผ่หก","Dendrocalamus brandisii (Munro) Kurz","Dendrocalamus","Poaceae","Accepted","","","พบตามป่าดิบแล้งจนถึงป่าดิบเขาระดับต่ำทางภาคตะวันตก ภาคเหนือ พบบ้างในภาคอีสาน ต่างประเทศพบที่อินเดียถึงภูมิภาคอินโดจีน","ไผ่ประเภทเหง้ากอ ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 15-30 เมตร ลำตรงอัดเป็นกอแน่น เส้นผ่านศูนย์กลางลำเส้นผ่าศูนย์กลาง 10-20 เซนติเมตร ปล้องยาว 30-60 เซนติเมตร ใบรูปใบหอกแกมรูปขอบขนานถึงรูปแถบกว้าง 1.5-4.5 เซนติเมตร ยาว 10-30 เซนติเมตร กาบหุ้มลำสีน้ำตาล หรือสีน้ำตาลอมส้ม จนถึงสีน้ำตาลอมม่วง มีขนสีน้ำตาล สีเทาจนถึงสีขาว มีนวลสีขาวปกคลุม หรือบางครั้งค่อนข้างเกลี้ยง ใบยอดกาบรูปใบหอกแกมรุปไข่หรือรูปสามเหลี่ยม ฐานกว้าง สีม่วงเข้มถึงสีม่วงอมแดง หรือสีเขียวอมม่วง กางออกถึงพับลงหูกาบส่วนมากเป็นพูเด่น ขอบและด้านในมีขนยาวปกคลุม ลิ้นกาบเป็นแถบสูง 1-3 เซนติเมตร ขอบจักถึงไม่สม่ำเสมอ ช่อดอกย่อยเทียมขนาด 5-9 มิลลิเมตร หลม 1-3 อัน ดอกย่อยสมบูรณ์ 2-4 ดอก เกสรเพศผู้ 6 อัน ก้านเกสรเพศผู้แยกอิสระ ยอดเกสรเพศเมีย 1 อัน","ธัญพิสิษฐ์ พวงจิก และคณะ","https://li01.tci-thaijo.org/index.php/tjst/article/view/65715/53730","ใช้ลำ และกินหน่อ","เพาะเมล็ด แยกกอ"],
    [58,"กำแพงพันชั้น (กำแพงเจ็ดชั้น","","กำแพงพันชั้น (กำแพงเจ็ดชั้น","Salacia chinensis L.","Salacia","Celastraceae","Accepted","","","ประเทศไทยพบทั่วทุกภาค ตามป่าเบญจพรรณ และป่าดิบริมแหล่งน้ำหรือที่โล่ง ที่ระดับ ความสูงถึง 600 เมตร","ไม้พุ่มรอเลื้อย สูง 2-6 เมตร ใบ เดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปรี รูปไข่หรือรูปไข่กลับ กว้าง 2-7 ซม. ยาว 4-12 ซม. ขอบใบหยัก ห่างๆ ดอก สีเขียวอมเหลือง ออกเป็นช่อสั้นๆ ที่ซอกใบ ขนาดดอก บานเต็มที่ กว้าง 8 มม. กลีบรองดอกขนาดเล็กมาก โคนเชื่อมกัน กลีบดอก 5 กลีบ รูปไข่ เกสรผู้ 3 อัน รังไข่ขนาดเล็กรูปสามเหลี่ยม ผล ทรงกลมหรือรี เส้นผ่านศูนย์กลาง 1-2 ซม. ผลสุกสีแดง หรือแดงอมส้ม มี 1 เมล็ด","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1525","ใช้เถา ต้มบำรุงกำลัง แก้นิ่ว","เพาะเมล็ด"],
    [59,"ก้องแกบ (เถารางเจียว)","","ก้องแกบ (เถารางเจียว)","Thunbergia laurifolia Linn. (รางจืด,รูปมีแต่เถา)","","THUNBERGIACEAE\n","","","","","","","","ใช้เถา ต้มหรือดองเหล้า บำรุงกำลัง คลายเส้น",""],
    [60,"มะอึก","","มะเขือปู่ มะอึก","Solanum stramoniifolium Jacq.","Solanum","Solanaceae","Accepted","","","มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมไปถึงประเทศไทยด้วย เพาะปลูกอย่างแพร่หลายทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ไม้พุ่ม สูง ๑ – ๒ ม. เกือบทุกส่วนมีหนามปกคลุม ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่กว้าง ขอบใบเว้าเป็นพู ดอกออกเป็นช่อกระจุกจากซอกใบ สีขาวหรือสีม่วง ผลสดรูปทรงกลม ขนาด ๒ – ๓ ซม. มีขนสีขาวปกคลุม ออกดอกตลอดปี ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด","เมดไทย (Medthai)\nฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","https://medthai.com/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B6%E0%B8%81/\nhttp://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2907","ผล ใช้ตำน้ำพริก บำรุงกำลัง บำรุงกำหนัด ขับเสมหะ","เพาะเมล็ด"],
    [61,"ปิ้งแดง (ปิ้งตาไก่)","Glory bower","ปิ้งตาไก่ ปิ้งแดงดง","Clerodendrum japonicum (Thunb.) Sweet","Clerodendrum ","Lamiaceae","Accepted","","LC 2019","พบได้ทั่วไปในประเทศไทย บนพื้นที่ไม่สูงจากระดับน้ำทะเลมากนัก ขึ้นตามที่ชื้นในป่าเบญจพรรณและชายป่าดิบ หรือป่าดิบที่เคยถูกแผ้วถางมาก่อน ","ไม้พุ่มขนาดย่อม สูง 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรงมีขนเล็กน้อย กิ่งและต้นเปราะ เป็นสันสี่เหลี่ยม สีดำอมน้ำตาล ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหัวใจ ออกเรียงสลับตามข้อเป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน กว้าง 7-35 ซม. ยาว 4-38 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเว้า ขอบจัก ผิวใบหนาและสาก สีเขียวเข้ม เส้นใบสีเขียวเข้ม  ดอกช่อแยกแขนงขนาดใหญ่ ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ก้านช่อดอกย่อยสีแดง กลีบดอกสีแดง 5 กลีบ กลีบเลี้ยงสีแดง เกสรเพศผู้สีชมพูปนขาวขนาดยาว 5 อัน ","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=953","ราก ต้มน้ำดื่ม บำรุงเลือด แก้ปวดหลังเรื้อรัง แก้ปวดเอว เข้ายามะเร็ง","เพาะเมล็ด"],
    [62,"ไม้ตอง (ทองหลางป่า)","","ไม้ตอง (ทองหลางป่า)","Erythrina subumbrans (Hassk.) Merr.","Erythrina","Leguminosae","Accepted","","","จากอินเดียถึงอินโดนีเซีย ตามป่าดิบบริเวณที่ชุ่มชื้น และริมห้วยในป่าดิบแล้ง ที่ระดับความสูง 100-900 ม. ผลัดใบระยะสั้นๆ ช่วงออกดอก ติดดอกเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์","ไม้ยืนต้น สูง 10-20 ม. ลำต้นมีหนามแหลมทั่วไป ใบ เป็นใบประกอบ มีใบย่อย 3 ใบรูปหัวใจ โคนใบตัดหรือมน ปลายใบแหลม กว้าง 5-10 ซม. ยาว 8-14 ซม. เส้นใบด้านล่างเด่นชัด ที่โคนก้านใบจะมีต่อม 1 คู่ ดอก สีแดงสด ออกเป็นช่อเดี่ยว ดอกลักษณะคล้ายดอกถั่ว ดอกล่างจะบานก่อน กลีบรองดอกเป็นหลอด กลีบดอก 5 กลีบ กลีบบนแผ่โค้งรูปเรือ เกสรผู้ 10 อันอยู่ด้านล่าง ผล เป็นฝักแบน โคนฝักลีบ ส่วนปลายฝักจะใหญ่กว่า เมื่อแก่ฝักจะแตกอ้า ออกตามทางยาวจากส่วนปลาย","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้\nฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม\n","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=815&view=showone&Itemid=59\nhttp://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=996","นำเปลือกต้น ใส่เกลือ ปิ้งไฟ ใช้ส้นเท้าที่เจ็บเหยียบ","เพาะเมล็ด"],
    [63,"กฤษณา","Eagle wood, Agarwood","กฤษณา ","Aquilaria crassna Pierre ex Lecomte","Aquilaria","Thymelaeaceae","Accepted","พืชที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์","CR 2018","พบขึ้นกระจายทั่วไปในป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้น ที่เป็นสันดอนน้ำไม่ขัง สามารถขึ้นได้สูงถึง 1,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ชอบที่ชุ่มชื้น ดินร่วน ปนทราย ระบายน้ำดี บริเวณใกล้แม่น้ำหรือลำธาร","กฤษณาเป็นไม้ยืนต้น สูง 20-30 เมตร ลำต้นตรง เรือนยอดเป็นรูปกรวย เปลือกเรียบสีเทา เนื้อไม้อ่อนสีขาว ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนาน กว้างประมาณ 6 ซม. ยาว 12 ซม. ผิวเป็นมัน ออกดอกเป็นช่อเล็กๆ ที่ซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาวแกมเขียว ผลเมื่อขยายใหญ่ขึ้นค่อนข้างกลมและมีขนประปราย ผิวขรุขระเล็กน้อย ผลมีขนาดกว้าง 2-2.5 ซม. และยาว 2.5-3.5 ซม. ที่โคนผลมีกลีบเลี้ยงติดทน และมีขนาดขยายใหญ่ขึ้น เมล็ดกว้างประมาณ 5 มม. ยาวประมาณ 1 ซม.","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=1066","เข้ายาหอม และสกัดทำน้ำมันหอม","เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ"],
    [64,"ไผ่กายใน","","ไผ่กายใน","","","","","","","","","","","ใช้ลำ และกินหน่อ",""],
    [65,"ผักแปมป่า (เล็บลอก) (เครืองูเห่า)","Orange Climber, forest pepper, wild orange tree","เครืองูเห่า","Toddalia asiatica (L.) Lam.","Toddalia","Rutaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","ขึ้นได้ดีในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วน ระบายน้ำดี แสงแดดปานกลางถึงมาก","ไม้เถาเลื้อย ตามกิ่งก้านมีหนามโค้งงอปกคลุม เปลือกเถาสีน้ำตาล เนื้อไม้สีเหลือง ใบประกอบแบบนิ้วมือ มี 3 ใบย่อย รูปใบหอกแกมรูปไข่กลับ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบใบหยักเล็กน้อย ผิวใบมีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่วไป ดอกออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายกิ่ง สีเหลืองแกมเขียว ผลกลมสีเขียว เมื่อสุกสีเหลือง","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2501","ใช้ทั้งต้น ต้มน้ำดื่ม แก้มะโหก รักษามะเร็ง","เพาะเมล็ด ปักชำ"],
    [66,"ติ้วแดง","","ติ้วขน ","Cratoxylum formosum (Jacq.) Benth. & Hook.f. ex Dyer subsp. pruniflorum (Kurz) Gogelein","Cratoxylum","Hypericaceae","Accepted","","LC 1998","พบตามธรรมชาติในป่าเบญจพรรณทั่วไป  ชอบพื้นที่แห้งแล้ง อากาศร้อน ","ติ้วแดงเป็นไม้ยืนต้น สูง 8-15 เมตร มีน้ำยางเหลือง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรีแกมไข่กลับ หรือรูปขอบขนาน กว้าง 2.5-4.5 ซม. ยาว 3-13 ซม. ผิวใบมีขนละเอียดทั้งสองด้าน ช่อดอก ออกเป็นกระจุกตามกิ่งเหนือรอยแผลใบ กลีบดอกสีชมพูอ่อน ผลแห้ง แตกได้ รูปไข่แกมกระสวย","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=143&view=showone&Itemid=59","ยอดอ่อน กินกับน้ำพริก","เพาะเมล็ด"],
    [67,"มะกอกป่า","","มะกอกป่า กอกกัก","Spondias bipinnata Airy Shaw & Forman","Spondias","Anacardiaceae","Unresolved","พืชถิ่นเดียว","","พบเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคตะวันตกเฉียงใต้ของไทย ขึ้นตามภูเขาหินปูนที่แห้งแล้งในป่าเบญจพรรณหรือป่าละเมาะผลัดใบ ระดับความสูง 50-300 เมตร ออกดอกเดือน เมษายน - พฤษภาคม ผลเดือน พฤษภาคม - กรกฏาคม","ไม้ต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูง 15-25 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มกลมโปร่ง ลำต้นเปลาตรง ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงตรงข้าม ใบย่อยออกเป็นคู่ตรงข้ามหรือเยื้องกันเล็กน้อยมี 3-6 คู่ ใบรูปไข่หรือรูปหอก ขนาด 1-3x1.5-9 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม ฐานใบเบี้ยว ผิวใบด้านบนเกลี้ยง ด้านล่างมีขนนุ่มหรือสาก ขอบใบเรียบ เส้นแขนงใบข้างละ 6-9 เส้น ดอกสีขาว กลิ่นหอมอ่อนๆ เป็นช่อแบบแยกแขนง (panicle) ตามซอกใบและปลายกิ่ง ก้านดอกและก้านช่อดอกมีขนสั้นนุ่ม กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีอย่างละ 5 กลีบ ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ผลสดแบบมีเนื้อเมล็ดเดียว ทรงกลมรีสีเขียว เมื่อสุกสีเหลือง เนื้อหุ้มเมล็ดมีรสหวาน เมล็ดใหญ่รูปไข่ มีเสี้ยนขรุขระ เป็นผลเืดือนเมษายนถึงมิถุนายน เปลือกนอกสีเทา เรียบ","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้\nUnknown","http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/scien_name_s16.htm\nhttp://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=55&view=showone&Itemid=132","ผล ใช้ตำใส่น้ำพริก เข้ายามะโหก เปลือกต้นช่วยสมานแผล แก่นและราก แก้ร้อนใน กระหายน้ำ","เพาะเมล็ด"],
    [68,"ผักดีดดง (กระทุ้งพิษ)","","ต้อยตั่ง","Solanum spirale Roxb.","Solanum","Solanaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","พบมากในจังหวัดน่าน เชียงใหม่ และตาก ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี","ไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นแข็งตั้งตรง มีข้อห่าง สูงประมาณ         1–3 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีหรือวงรีแกมรูปไข่กลับ ใบกว้าง 5–8 ซม. ยาว 9–15 ซม. ช่อดอกกระจะ ออกเหนือซอกใบ ก้านดอกยาว กลีบดอกสีขาว ผลรูปทรงกลม ผิวเรียบสีเขียวออกเป็นช่อคล้ายมะเขือพวง เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้ม","องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)","https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/181","ใช้ราก ต้มน้ำดื่ม บำรุงน้ำนม",""],
    [69,"แม่ฮ้างแตดเปียก","","แม่ฮ้างแตดเปียก\n","","","","","","","","","","","ใช้หัวต้มน้ำดื่มหรือดองเหล้า บำรุงกำลัง",""],
    [70,"ยาแก้ต้นเดียว,ยาแก้หลวง","","ยาแก้ต้นเดียว,ยาแก้หลวง","Leucomeris decora Kurz","Leucomeris","Compositae","Accepted","","","ภาคเหนือและภาคตะวันตกเฉียงใต้ของไทย ต่างประเทศพบที่พม่าและจีน (ยูนนาน) ขึ้นตามป่าโปร่งบนภูเขา พบทั่วในในป่าสนเขา ป่าก่อ-สนเขา และป่าเบญจพรรณ ระดับความสูง 250-1,700 เมตร ออกดอกและผลเดือน ธันวาคม-พฤษภาคม ขณะออกดอกจะผลัดใบทั้งต้น","ไม้ต้นกึ่งไม้พุ่ม หรือไม้ต้นขนาดเล็กผลัดใบ สูง 4-6 เมตร แตกกิ่งระเกะระกะ ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ รูปรีแกมรูปขอบขนาน หรือรูปใบหอก ขอบใบเรียบ โคนใบเบี้ยวเล็กน้อย ยอดและใบมีขนสีขาวเป็นมันคล้ายเส้นไหม แผ่นใบแก่สีเขียวเข้ม ไม่มีขน ดอกสีขาวจำนวนมาก ออกเป็นช่อกลมตามปลายกิ่ง ผลเล็กเรียว มีกระจุกขนสีขาวคล้ายเส้นไหม ผล จำนวนมาก ออกบนช่อกลม","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2440","ใช้รากต้มน้ำดื่ม แก้เจ็บท้อง กินผิด แก้ไข้","เพามะเมล็ด"],
    [71,"ผักเส้ว","","ผักเส้ว","Tiliacora sp.","","MENISOERMACEAE ","","","","","","","","ยอด ใช้แกง ช่วยบำรุงกำลัง เจริญอาหารและแก้โรคกะเพราะ",""],
    [72,"ดีงูหล้า (เนระพูสีไทย)","Bat flower, Black Bat Flower, Devil Flower","ว่านหัวฬา ดีงูหว้า ดีปลาช่อน นิลพูสี เนระพูสีไทย ค้างคาวดำ","Tacca chantrieri André","Tacca","Dioscoreaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","ขึ้นในธรรมชาติ ตามป่าดิบแล้งหรือป่าดิบชื้น","ไม้ล้มลุกขนาดเล็ก  มีเหง้าใต้ดิน รากมีปุ่มปมจำนวนมาก ใบเดี่ยวเจริญจากเหง้า รูปไข่กลับ โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม  ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว ดอกมีก้านชูสูงขึ้นจากกลางกอ สีม่วงดำคล้ายหัวค้างคาว มีใบประดับ 4 ใบ ใบประดับของดอกย่อยเรียงยาวเป็นเส้น 10-25 เส้น ผลเป็นแคปซูลยาว มีสัน 6 สัน  ผิวสีม่วงดำคล้ายหนังค้างคาว  เมล็ดสามเหลี่ยมสีม่วง","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม\nสำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2261\nhttp://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=951&view=showone&Itemid=59","ใช้ยอดและดอก กินแก้ความดันต่ำ และบำรุงกำลัง  ยอดอ่อน กินกับลาบ\n","เพาะเมล็ด เพาะเหง้า"],
    [73,"ผักเปียก (ชะพูป่า)","","ผักเปียก ชะพลู","Piper sarmentosum Roxb.","Piper","Piperaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","พบขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะ ชอบดินอุดมสมบูรณ์มีอินทรียวัตถุสูง ","ไม้ล้มลุก สูง 30-80 ซม. มีไหลงอกเป็นต้นใหม่ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจ กว้าง 5-10 ซม. ยาว 7-15 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นคลื่น ใบสีเขียวเข้มเห็นเส้นใบชัดเจน ช่อดอก ออกที่ซอกใบ รูปทรงกระบอก ดอกย่อยแยกเพศ ผลเป็นผลสด ต้นและใบมีกลิ่นเฉพาะตัวและมีรสเผ็ดเล็กน้อย","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2897","ใส่ในแกงบอน แกงปลี กินกับน้ำพริก แก้จุกเสียด ขับลม","ปักชำต้น"],
    [74,"กีบม้าลม (ว่านกีบแรด)","Giant fern","ว่านกีบแรด ว่านกีบม้า กีบม้าลม","Angiopteris evecta (G. Forst.) Hoffm.","Angiopteris","Marattiaceae","Accepted","","","กระจายพันธุ์ได้ดีในประเทศไทย พบตามป่าดิบเขา ที่มีร่มเงาและความชื้นสูง","พรรณไม้ลงหัวขนาดเล็ก ลำต้นสูง ประมาณ 0.50-1 ม. ใบ มีสีเขียว รูปไข่เล็ก เรียว ยาวประมาณ 5-15 ซ.ม. กว้าง 1.5-3 ซ.ม. ก้านใบยาว หัว คล้ายกีบเท้าของแรดหรือกระบือ หัวนั้นจะเป็นสีน้ำตาลแก่ ภายในมีสีเหลือง เหมือนขมิ้น มีรสฝาด เย็น กลุ่มอับสปอร์เป็นกลุ่มเรียงตัวเป็นแถวอยู่ที่ริมเกือบสุดขอบใบ แต่ละกลุ่ม เป็นอับสปอร์เรียงตัวขนานกันเเป็น 2 แถวติดกันที่ปลายเส้นใยใบ","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้\nฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=1466\nhttp://www.qsbg.org/Database/plantdb/mdp/medicinal-specimen.asp?id=694","ใช้เหง้าในดิน บำรุงกำลัง","เพาะสปอร์"],
    [75,"มะแขว่น","Indian ivy-rue","มะแขว่น","Zanthoxylum rhetsa DC.","Zanthoxylum","Rutaceae","Unresolved","","LC 2019","พบในป่าดิบแล้ง หรือป่าดิบเขา พบมากในภาคเหนือ  ชอบแสงแดดจัด ขึ้นได้ดีในที่ชื้น","มะแขว่นเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงถึง 20 เมตร มีหนามแหลมตามลำต้นและกิ่ง เปลือกต้นสีน้ำตาลอมเหลือง ใบดกหนาเขียวสด ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่หรือคู่ เรียงสลับ ก้านใบสีแดง ใบย่อยรูปไข่หรือรูปรี ปลายแหลม โคนแหลมและเบี้ยว ขอบเรียบหรือหยักห่างๆ ช่อดอกออกแยกแขนง ออกที่ยอดหรือตามง่ามใบ สีนวลหรือขาวอมเขียว รูปรีหรือรูปไข่ ผลเป็นผลกลุ่มออกเป็นช่อ    ผลค่อนข้างกลม ผิวขรุขระ สีเขียว มีกลิ่นหอม ผลแก่เปลือกหุ้มเมล็ดสีแดง แก่จัดสีดำ แตกอ้าเห็นเมล็ดในสีดำเล็กๆ ","ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี","http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=13","เครื่องเทศ ใช้ประกอบอาหาร ช่วยฆ่าแม่พยาธิ ขับสารเสพติดตกค้างในร่างกาย ขับลม มีรสเผ็ดร้อน","เพาเมล็ด"],
    [76,"ต้างหลวง","Snowflake aralia, Snowflake tree, Snow flake tree","ต้างหลวง, ต้างป่า","Trevesia palmata (Roxb. ex Lindl.) Vis.","Trevesia","Araliaceae","Accepted","","LC 2018","ชอบขึ้นในป่าดิบที่ปลอดจากไฟป่า หรือตามหุบเขาที่มีความชุ่มชื้น","ต้างหลวงเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก แต่อาจสูงได้ถึง 20 เมตร  ลำต้น กิ่งก้าน และเส้นใบมีหนามแหลมปกคลุม ใบเดี่ยวออกเวียนสลับหนาแน่นที่ปลายยอด รูปโล่ ขอบใบจักฟันเลื่อย ก้านใบยาว ดอกออกเป็นช่อตามง่ามใบใกล้ปลายยอด รูปร่างกลมรี  ติดกันเป็นกระจุกกลม  กระจุกละ 30-50 ดอก ช่อหนึ่งมีหลายกระจุก สีเหลืองอมเขียว ผลมีเนื้อ รูปกรวยคว่ำ มีสามพู เมล็ดแบน","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=716&view=showone&Itemid=59","ดอก ใช้ลวกกับน้ำพริก ใส่แกงแค บำรุงกำลัง เจริญอาหาร แก้โรคกะเพราะ","เพาเมล็ด"],
    [77,"มะกิ้ง","","มะกิ้ง","Hodgsonia macrocarpa var. capniocarpa (Ridl.) Tsai","Hodgsonia","Cucurbitaceae","Accepted","","","จากอินเดียถึงอินโดนีเซีย พบขึ้นพันต้นไม้สูง ตามป่าโปร่งและป่าริมห้วย ที่ระดับความสูง 500-1,500 ม.","ไม้เถา เลื้อยพันขึ้นคลุมยอดไม้ มีมือจับแข็งแรง ใบ เป็นใบเดี่ยว เนื้อหนาคล้ายแผ่นหนัง กว้าง 17-18 ซม. ยาว 12-15 ซม. แผ่นใบหยักลึก แบ่งเป็นสามแฉก ก้านใบยาว 2.5 ซม. ดอก สีขาวครีม ค่อนข้างใหญ่ แยกเพศ ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อ มีน้อยดอก กลีบรองดอกเชื่อมกันเป็นรูปถ้วย กลีบดอกส่วนล่างเชื่อมกันเป็นหลอด ยาว 6-6.5 ซม. ส่วนบนแผ่บานเป็นปากแตร เกสรผู้มี 3 อัน ดอกเพศเมียเป็นดอกเดี่ยว มีก้านเกสรเมียยาว ผล เป็นผลสด กลม แป้น มีเนื้อ ขนาด 15-18 ซม. ผลแก่มีคราบนวล เมล็ด 6-8 เมล็ด รูปรี ยาว 5 ซม.","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1002","เนื้อในเมล็ด ตำน้ำพริก หรือปิ้ง   กินเล่น","เพาะเมล็ด"],
    [78,"มะเขือแจ้เครือ","Milkwort","มะเขือแจ้เครือ เขือแจ้ดิน","Polygala tricholopha Chodat","Polygala","Polygalaceae","Accepted","","","พบบริเวณที่โล่งในป่าดิบแล้ง","ไม้เลื้อย ช่อดอกเกิดที่ซอกใบ ห้อยลง กลีบเลี้ยงและกลีบคู่นอกสีม่วงอมชมพู กลีบคู่ในและกลีบปากมีเหลืองออกดอกเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2686","ใช้เถา ต้มน้ำดื่มบำรุงกำลัง บำรุงกำหนัด คลายเส้น แก้ปวดหลัง ปวดเอว","เพาะเมล็ด"]
]}
