﻿_id	NewsTitle	NT01_NewsDesc	NewsDate	Region	Province	Department	Link_News
1	สารนายกรัฐมนตรี เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2564 ยืนยันรัฐบาลมุ่งมั่นดูแลแรงงานทุกคน ให้มีงานทำและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;มีคำปราศรัยเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ&nbsp;1&nbsp;พ.ค.2564&nbsp;ตอนหนึ่งว่า&nbsp;ขอส่งความรัก&nbsp;ความปรารถนาดีมายังแรงงานไทย&nbsp;ที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ&nbsp;และเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโดวิด-19&nbsp;จึงต้องงดการจัดกิจกรรมวันแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ด้วยห่วงใยความปลอดภัย&nbsp;แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคควบคู่การกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;การสร้างโอกาสทางการค้าและการมีงานทำของแรงงานทั้งในระบบ&nbsp;นอกระบบและแรงงานกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบทางสาธารณสุขและเศรษฐกิจ&nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือแรงงาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการเราไม่ทิ้งกัน,&nbsp;&nbsp;โครงการคนละครึ่ง&nbsp;,โครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;,โครงการเราชนะ&nbsp;และขยายเวลาลดหย่อยส่งเงินสมทบประกันสังคม&nbsp;ลดค่าน้ำค่าไฟและมาตรการอื่นๆ&nbsp;เพื่อให้แรงงานทุกท่านผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้และพร้อมเดินไปข้างหน้าด้วยกันอย่างเข้มแข้งในเร็ววัน&nbsp;พร้อมกันนี้ยังให้การสนับสนุนด้านสวัสดิการ&nbsp;การคุ้มครองแรงงานให้มีมาตรฐานเทียบเท่าสากลและการพัฒนาความสามารถและศักยภาพแรงงานอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไป&nbsp;ภายหลังสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;คลี่คลาย&nbsp;เพื่อให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น</p><p><strong>ทั้งนี้ห่วงใยพี่น้องแรงงานทุกคน&nbsp;ขอให้ดูแลรักษาสุขภาพ</strong>&nbsp;ดำเนินชีวิตวิถีใหม่และปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ไม่ไปพื้นที่เสี่ยงและพบแพทย์เมื่อมีอาการ&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้ทุกคนปลอดภัยและลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ได้&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	1/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501095947029
2	กรมราชทัณฑ์ ชี้แจงกรณีส่งตัวเพนกวินเข้ารักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ยืนยันว่า ไม่พบว่าเพนกวิน ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กรมราชทัณฑ์&nbsp;ชี้แจง&nbsp;ต่อข้อสงสัย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;กรณีการนำตัวนายพริษฐ์&nbsp;ชิวารักษ์&nbsp;หรือเพนกวิน&nbsp;เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี&nbsp;ว่าเป็นเพราะถ่ายอุจจาระเป็นเลือดนั้น&nbsp;เนื่องจากในเมื่อวานนี้&nbsp;(30&nbsp;เม.ย.)&nbsp;เจ้าหน้าที่พยาบาลเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร&nbsp;ได้เข้าตรวจอาการประจำวันของนายพริษฐ์ฯ&nbsp;พบว่าอาการทั่วไปปกติ&nbsp;มีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อย&nbsp;แต่เริ่มดื่มน้ำเกลือแร่ได้น้อยลง&nbsp;และมีอาการปวดบริเวณที่ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ&nbsp;จึงต้องถอดสายน้ำเกลือออกและได้ประสานแพทย์และพยาบาลจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เพื่อเข้าตรวจอาการเพิ่มเติม&nbsp;พบว่านายพริษฐ์ฯ&nbsp;รู้สึกอ่อนเพลียและเรี่ยวแรงลดลง&nbsp;ริมฝีปากแห้งเล็กน้อย&nbsp;มีอาการปวดแสบท้องเป็นบางครั้งและเจ้าตัวได้ให้ข้อมูลกับแพทย์ที่เข้าตรวจว่ามีลักษณะของอุจจาระที่ผิดปกติเหมือนมีเลือดปน&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ครั้งเมื่อ&nbsp;4&nbsp;วันก่อน&nbsp;หลังจากนั้นยังไม่ได้ถ่ายอุจจาระอีก&nbsp;โดยเจ้าตัวได้ปฏิเสธการตรวจทางทวารหนักเพิ่มเติม&nbsp;ซึ่งทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพและทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์จึงยังไม่มีการตรวจและยืนยันว่า&nbsp;ยังไม่พบว่ามีการถ่ายอุจจาระเป็นเลือดแต่อย่างใด</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">แพทย์ที่เข้าทำการตรวจรักษา&nbsp;จึงได้ให้การวินิจฉัยเบื้องต้นว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ภาวะอ่อนเพลียและเรี่ยวแรงลดลงของนายพริษฐ์ฯ&nbsp;เกิดจากการอดอาหารเป็นเวลานานและอาการปวดท้องร่วมกับข้อมูลที่แจ้งเกี่ยวกับการถ่ายอุจจาระผิดปกติอาจเกิดจากกระเพาะอาหารอักเสบ&nbsp;ซึ่งแพทย์ได้ให้การรักษาเบื้องต้น&nbsp;โดยให้น้ำเกลือแร่ชนิดรับประทาน&nbsp;เนื่องจากนายพริษฐ์ฯ&nbsp;ปฏิเสธที่จะเปิดเส้นเลือดให้น้ำเกลือ&nbsp;รวมทั้งให้ยาเคลือบกระเพาะ&nbsp;รวมทั้งยาลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารเพื่อบรรเทาอาการและแพทย์ได้ให้ความเห็นว่าควรส่งตัวนายพริษฐ์ฯ&nbsp;เข้าตรวจรักษาต่อ&nbsp;ในโรงพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน&nbsp;เพื่อพิจารณาให้สารอาหารและวิตามินทางเส้นเลือดดำและตรวจวินิจฉัยทางเดินอาหารเพิ่มเติมให้ได้ผลการวินิจฉัยสุดท้ายและให้ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องขังมากที่สุด</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กรมราชทัณฑ์&nbsp;โดยทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">จึงได้ดำเนินการส่งตัวนายพริษฐ์ฯ&nbsp;เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี&nbsp;ตามที่ได้มีการชี้แจงไปแล้วดังกล่าว&nbsp;จึงอยากให้ญาติและสังคมคลายความกังวลต่ออาการป่วยของนายพริษฐ์ฯ&nbsp;ว่าเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยที่อดอาการหรือไม่ได้รับประทานอาหารเป็นเวลานาน&nbsp;และเป็นการส่งต่อการรักษาเพื่อตรวจอาการโดยละเอียด&nbsp;ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเท่านั้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากมีความคืบหน้าของอาการนายพริษฐ์ฯ&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;กรมราชทัณฑ์จะนำเสนอให้สังคมได้รับทราบต่อไป</span></p><p>&nbsp;</p><p><br></p>"	1/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501103121060
3	กระทรวงมหาดไทย ขยายกำหนดเวลาการขอมีบัตรประจำตัวประชาชน ขอมีบัตรใหม่และเปลี่ยนบัตร ออกไปเป็นภายในวันที่ 31 สิงหาคมนี้	<p><strong>พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้มีประกาศขยายกำหนดเวลาการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในทุกท้องที่จังหวัดและกรุงเทพมหานคร&nbsp;เป็นภายในวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;นั้น&nbsp;เนื่องจากในปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ยังขยายขอบเขตการแพร่ระบาดของโรคออกเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่และมีการตรวจพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่&nbsp;โดยเฉพาะกรณีการติดเชื้อภายในประเทศมีจำนวนสูงขึ้นในแต่ละวัน&nbsp;และเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในสถานที่บริการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนที่มีผู้ขอรับบริการจำนวนมาก&nbsp;จึงอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2526&nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;จึงได้ลงนามประกาศกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เรื่อง&nbsp;ขยายกำหนดเวลาการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;(เพิ่มเติม)&nbsp;โดยให้ขยายกำหนดเวลาการขอมีบัตร&nbsp;การขอมีบัตรใหม่&nbsp;หรือการขอเปลี่ยนบัตรในทุกท้องที่จังหวัดและกรุงเทพมหานคร&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;จากภายในวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;เป็นภายในวันที่&nbsp;31&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	1/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501202531262
4	รอง ผอ.สำนักงานพัฒนาภาค 3 ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน นพค.36 มอบถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม หน้ากากอนามัยให้หน่วยงาน และประชาชนที่อพยพจากเหตุการณ์สู้รบระหว่างทหารกะเหรี่ยง KNU กับทหารเมียนมา บ้านแม่สามแลบ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พันเอก&nbsp;ชูศักดิ์&nbsp;ธีรากิจ&nbsp;รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค&nbsp;3&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;(รอง&nbsp;ผอ.สนภ.3&nbsp;นทพ.)&nbsp;เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;36&nbsp;(นพค.36)&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ปลอดภัย&nbsp;บ.ห้วยกองก้าด&nbsp;ต.แม่สามแลบ&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;จากเหตุการณ์&nbsp;กองกำลังกะเหรี่ยง&nbsp;KNU&nbsp;สนธิกำลังร่วมกับกองกำลังกะเหรี่ยง&nbsp;KNLA&nbsp;เข้าโจมตีฐานซอแลท่าของทหารพม่า&nbsp;พัน&nbsp;คร.341&nbsp;บริเวณด้านตรงข้าม&nbsp;บ.แม่สามแลบ&nbsp;ต.แม่สามแลบ&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;เม.ย.64&nbsp;ผ่านมา&nbsp;ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;และฝ่ายปกครองอำเภอสบเมย&nbsp;เร่งอพยพราษฎรบ้านแม่สามแลบออกจากพื้นที่เข้าไปอยู่ที่โรงเรียนบ้านแม่กองก้าด&nbsp;ต.แม่สามแลบ&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;พันเอก&nbsp;ชูศักดิ์&nbsp;ธีรากิจ&nbsp;รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค&nbsp;3&nbsp;ได้เข้าตรวจเยี่ยมหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน&nbsp;พร้อมกันนี้ได้มอบถุงยังชีพ&nbsp;อาหาร&nbsp;เครื่องดื่ม&nbsp;และหน้ากากอนามัย&nbsp;ให้กับหน่วยงานความมั่นคง&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;และประชาชนที่อพยพมาจากเหตุการณ์สู้รบ&nbsp;ฯ&nbsp;ณ&nbsp;บ.แม่สามแลบ&nbsp;และ&nbsp;บ.ห้วยกองก้าด&nbsp;ต.แม่สามแลบ&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ช่วงที่เกิดเหตุการณ์สู้รบระหว่างทหารกะเหรี่ยง&nbsp;KNU&nbsp;กับทหารพม่า&nbsp;ฝั่งตรงข้ามบ้านแม่สามแลบ&nbsp;หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;36&nbsp;ได้ส่งกำลังพลของหน่วยพร้อมรถยนต์ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่เข้าช่วยเหลือเคลื่อนย้ายราษฎรไทยบ้านแม่สามแลบไปและส่งรถผลิตน้ำดื่มสะอาดจำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;ไปให้การช่วยเหลือบริการน้ำดื่มสะอาดแก่ราษฎรไทยที่พื้นที่ปลอดภัย&nbsp;โรงเรียนบ้านห้วยกองก้าด&nbsp;อย่างทั่วถึงและเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	1/5/2021	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501130929138
5	ด่านคัดกรองคนเข้าเมืองยะลา ยกระดับคุมเข้ม ป้องกันโควิด-19 ด้าน ผู้ว่าฯยะลา ลงตรวจเยี่ยม ย้ำ ความปลอดภัยของ จนท. พร้อมขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนปฎิบัติตามมาตรการเคร่งครัด	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด่านคัดกรองคนเข้าเมืองยะลา&nbsp;ยกระดับคุมเข้ม&nbsp;ป้องกันโควิด-19&nbsp;ด้าน&nbsp;ผู้ว่าฯยะลา&nbsp;ลงตรวจเยี่ยม&nbsp;ให้กำลังใจ&nbsp;</strong>ย้ำ&nbsp;ความปลอดภัยของ&nbsp;จนท.&nbsp;พร้อมขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนปฎิบัติตามมาตรการเคร่งครัด</p><p><br></p><p><strong>&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้(1&nbsp;พ.ค&nbsp;64)&nbsp;นายชัยสิทธิ์&nbsp;พานิชพงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายแพทย์สงกรานต์&nbsp;ไหมชุม&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา&nbsp;พล.ต.ต.ทินกร&nbsp;รังมาตย์&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา&nbsp;นายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;ได้ลงพื้นที่&nbsp;ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;ทหาร&nbsp;ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน&nbsp;อส.&nbsp;สาธารณสุข&nbsp;และ&nbsp;อสม.ประจำด่านจุดตรวจคัดกรองบุคคล&nbsp;ระหว่างเขตรอยต่อจังหวัดยะลา&nbsp;ที่บริเวณจุดตรวจตำบลลำใหม่&nbsp;จุดตรวจบ้านคลองทรายใน&nbsp;ต.ยุโป&nbsp;จุดตรวจท่าสาป&nbsp;และจุดตรวจขุนไวย์&nbsp;ชุมชนตลาดเก่า&nbsp;เขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;พร้อมมอบเครื่องอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่&nbsp;&nbsp;หลังจากจังหวัดยะลา&nbsp;ได้ออกประกาศคำสั่งยกระดับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;โดยการเพิ่มจุดตรวจคัดกรองบุคคล&nbsp;และยานพาหนะ&nbsp;ในเขตรอยต่อระหว่างจังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;ด่าน&nbsp;นอกจากนี้ผู้ว่าฯยะลา&nbsp;ยังได้ขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้ร่วมกันปฎิบัติงานด้วยความเข้มแข็ง&nbsp;และได้เน้นเรื่องความปลอดภัย&nbsp;ของตนเอง&nbsp;ด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;ประชาชนที่เดินทางเข้ามายังพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;ต้องผ่านด่านตรวจทั้ง&nbsp;11&nbsp;ด่าน&nbsp;นั้นจะต้องสแกน&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;(YALA&nbsp;SAFE&nbsp;ALERT)&nbsp;ทุกคน&nbsp;หากไม่มีโทรศัพท์ก็จะต้องลงทะเบียนแจ้งประวัติการเดินทาง&nbsp;รวมถึงต้องล้างมือ&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามมาตรการ&nbsp;คำสั่งของทางจังหวัดที่ให้เข้มงวดกับบุคคล&nbsp;เข้า&nbsp;ออกพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะผู้ที่มาจากจังหวัดควบคุมสูงสุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายชัยสิทธิ์&nbsp;พานิชพงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;พบผู้ติดเชื้อยืนยันสูงเพิ่มขึ้นเรื่อย&nbsp;ๆ&nbsp;และทางสาธารณสุขจังหวัดยะลา&nbsp;พบว่าการแพร่ระบาดของเชื้อดังกล่าว&nbsp;เป็นการนำเข้ามาจากพื้นที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทางจังหวัดยะลา&nbsp;โดยศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;จึงมีความจำเป็นในการยกระดับมาตรการต่างให้เข้มข้นขึ้น&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมพื้นที่&nbsp;การห้ามออกจากเคหะสถานตามเวลาที่กำหนด&nbsp;และการควบคุมการเข้าออกจังหวัดเป็นเวลา&nbsp;18&nbsp;วัน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1-18&nbsp;พ.ค.2564&nbsp;เพื่อเป็นการหยุดยั้งการแพร่ระบาด&nbsp;และให้ทางเจ้าหน้าที่สามารถที่จะออกปฏิบัติการในการตรวจหาเชื้อ&nbsp;จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในการปฏิบัติ&nbsp;ซึ่งอาจจะไม่ได้รับความสะดวกสบาย&nbsp;แต่เพื่อเป็นการยับยั้งการแพร่กระจายเชื้อไวรัส&nbsp;และเร่งค้นหาผู้ติดเชื้อ&nbsp;ก็ขอร่วมมือมือพี่น้องประชาชนทุกท่านด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	1/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501141948159
6	เจ้าหน้าที่ เร่ง ออกปราบปรามผู้กระทำผิด บุกรุกป่าไม้ในพื้นที่อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;47&nbsp;จัดกำลังพลของหน่วย&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สถานีตำรวจภูธรกรงปินัง&nbsp;และเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้&nbsp;ทำการสำรวจพื้นที่&nbsp;เพื่อปราบปรามการกระทำผิดทางกฎหมายว่าด้วย&nbsp;เรื่องป่าไม้ในพื้นที่&nbsp;อำเภอกรงปินัง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ตาม&nbsp;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันปราบปราม&nbsp;เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;ซึ่งจากผลการสำรวจดังกล่าวตรวจพบการกระทำความผิด&nbsp;พรบ.ป่าไม้&nbsp;โดยการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่&nbsp;ตำบลกรงปินัง&nbsp;อำเภอกรงปินัง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ในขั้นต้นทำการตรวจสอบหลักฐาน&nbsp;เพื่อดำเนินการจับกุมต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การเคลื่อนย้ายไม้หวงห้าม&nbsp;เข้า-ออก&nbsp;พื้นที่&nbsp;ต้องแจ้งการเคลื่อนย้ายต่อหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ทั้ง&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือปัตตานี&nbsp;นราธิวาส&nbsp;สงขลา&nbsp;หรือหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ&nbsp;หากผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;40,000&nbsp;บาท</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หากประชาชนในพื้นที่พบเห็นการกระทำผิด&nbsp;พรบ.ป่าไม้&nbsp;มีการแผ้วถางป่าสงวนเพื่อการเกษตร&nbsp;หรือนำไม้ออกจากเขตป่าสงวนโดยผิดกฎหมาย&nbsp;สามารถแจ้งไปได้ที่&nbsp;ศูนย์สายด่วนพิทักษ์ป่า&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;1362&nbsp;หรือ&nbsp;สายด่วน&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;หมายเลข&nbsp;1341&nbsp;เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในการเข้าตรวจสอบต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	1/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501142829164
7	ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมด่านชายแดน ไทย-เมียนมา บริเวณช่องทางบ้านห้วยต้นนุ่น ต.แม่เงา อ.ขุนยวม	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เดินทางไปตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ทหารพราน&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;อส.&nbsp;เจ้าหน้าที่อุทยาน&nbsp;และป่าไม้&nbsp;ที่ปฏิบัติหน้าที่&nbsp;ประจำด่าน&nbsp;บริเวณจุดผ่อนปรนช่องทางบ้านห้วยต้นนุ่น&nbsp;ตำบลแม่เงา&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;หรือช่องทาง&nbsp;บีพี&nbsp;13&nbsp;ซึ่งเป็นช่องทางจุดผ่อนปรนการค้าชั่วคราวระหว่างไทยกับเมียนมา&nbsp;ปัจจุบันจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มีการปิดด่านชั่วคราว&nbsp;ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือ&nbsp;โควิด&nbsp;19</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดผ่อนปรนช่องทางบ้านห้วยต้นนุ่น&nbsp;เป็นจุดผ่อนปรนการค้าชายแดน&nbsp;ไทยกับเมียนมา&nbsp;โดยในอนาคตจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;จะมีการผลักดันให้จุดผ่อนปรนแห่งนี้&nbsp;ให้เป็นจุดการค้าชายแดนที่สำคัญของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยจะยกระดับเป็นด่านถาวร&nbsp;และประกาศให้เป็นเขตเศรษฐกิจพื้นที่พิเศษ&nbsp;เนื่องจากมีศักยภาพ&nbsp;ที่จะทำให้เกิดการค้าและการลงทุนชายแดน&nbsp;ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ&nbsp;ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน&nbsp;ซึ่งจะทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ&nbsp;เดินทางเพิ่มมากขึ้น&nbsp;และสร้างรายได้ให้กับจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตลอดจนเป็นการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวและจุดการค้าที่สำคัญของไทยต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	1/5/2021	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501162411200
8	ทหารไทยยังคุมสถานการณ์ได้ การสู้รบฝั่งเมียนมาไม่รุกล้ำพื้นที่ ราษฎรอพยพข้ามมาเพิ่มขึ้น ยอดสะสม 2,318 ราย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศูนย์สั่งการชายแดน&nbsp;ไทย&nbsp;-&nbsp;เมียนมา&nbsp;ด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย&nbsp;-&nbsp;เมียนมา&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;1&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;เวลา&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;สถานการณ์การสู้รบฝั่งประเทศเมียนมา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;เม.ย.&nbsp;64&nbsp;เวลา&nbsp;20.20&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;ในห้วงที่ผ่านมา&nbsp;อากาศยานของเมียนมา&nbsp;ไม่ได้บินรุกล้ำน่านฟ้าเข้ามาในฝั่งไทย&nbsp;และการโจมตีทางอากาศของเมียนมา&nbsp;ต่อเป้าหมายกองกำลังชนกลุ่มน้อยเชื้อสายกะเหรี่ยง&nbsp;ในเมียนมา&nbsp;ยังไม่ส่งผลกระทบต่อไทย&nbsp;และยังไม่ถือว่าเป็นการละเมิดหรือรุกล้ำอธิปไตยของไทย&nbsp;เนื่องจากไม่มีการปฏิบัติการทางอากาศที่รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ฝั่งไทย&nbsp;ขณะนี้กองกำลังนเรศวร&nbsp;โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;และหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;36&nbsp;สามารถควบคุมสถานการณ์ได้</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับ&nbsp;ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;28&nbsp;เม.ย.&nbsp;64&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;มีราษฎรชาวเมียนมาเดินทางข้ามมายังประเทศไทยในพื้นที่&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;และ&nbsp;อ.แม่สะเรียงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยปัจจุบันมีราษฎรชาวเมียนมาที่เดินทางข้ามมายังประเทศไทยจากเหตุความไม่สงบในเมียนมา&nbsp;พักในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;2,318&nbsp;คน&nbsp;ดังนี้&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;4&nbsp;พื้นที่&nbsp;พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว&nbsp;บริเวณห้วยอีนวล&nbsp;ต.แม่ยวม&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จำนวน&nbsp;320&nbsp;คน&nbsp;พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว&nbsp;บริเวณห้วยโกเฮ&nbsp;ต.แม่ยวม&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จำนวน&nbsp;72&nbsp;คน&nbsp;พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว&nbsp;บริเวณห้วยอูมปะ&nbsp;ต.แม่ยวม&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,767&nbsp;คน&nbsp;พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว&nbsp;บริเวณห้วยออเลาะ&nbsp;ต.แม่ยวม&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จำนวน&nbsp;159&nbsp;คน</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรณีราษฎรไทยที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในประเทศเมียนมา&nbsp;ใน&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;267&nbsp;คน&nbsp;ได้จัดให้อยู่ในพื้นที่รวบรวมพลเรือนชั้นต้น&nbsp;ดังนี้&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;เม.ย.64&nbsp;ราษฎรไทยในพื้นที่&nbsp;บ.แม่สามแลบ&nbsp;ได้อพยพไปยังพื้นที่รวบรวมพลเรือนขั้นต้น&nbsp;โรงเรียนบ้านห้วยกองก้าด&nbsp;ต.แม่สามแลบ&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ปัจจุบันบางส่วนได้ไปพักอาศัยในบ้านญาติ&nbsp;ขณะนี้คงเหลือในพื้นที่รวบรวมพลเรือนขั้นต้น&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;คน&nbsp;และราษฎรไทยในพื้นที่&nbsp;บ.ท่าตาฝั่ง&nbsp;ต.แม่ยวม&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;ได้อพยพไปยังพื้นที่รวบรวมพลเรือนขั้นต้น&nbsp;ที่พักริมห้วยกองคา&nbsp;ต.ท่าตาฝั่ง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;117&nbsp;คน</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;36&nbsp;จัดกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอสบเมยและอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;สถานีตำรวจภูธร&nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ&nbsp;และเทศบาลตำบลแม่ยวม&nbsp;ให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกกับราษฎรดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	1/5/2021	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501175727219
9	อำเภอปลายพระยา ตรวจเข้มสถานประกอบการพร้อมกำชับให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแนวปฏิบัติของจังหวัด เพื่อรับมือโควิด 19	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;นายสมโภชน์&nbsp;&nbsp;ทองชู&nbsp;นายอำเภอปลายพระยามอบหมายให้&nbsp;นายกฤตพล&nbsp;ทิพเศษ&nbsp;ปลัดอำเภอผู้ประสานงานประจำตำบลคีรีวง&nbsp;หน.ศปก.ต.คีรีวง&nbsp;ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการประสานการปฏิบัติงานตามมาตรการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ต.คีรีวง&nbsp;อ.ปลายพระยา&nbsp;จ.กระบี่&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายปัญญา&nbsp;กล้างาม&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง&nbsp;(ผปค.)&nbsp;นายสุวัฒน์&nbsp;จันทร์เกิด&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ(ผรส.)&nbsp;และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.คีรีวง&nbsp;อ.ปลายพระยา&nbsp;จ.กระบี่&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจประเมิน&nbsp;ให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบกิจการตลาดนัดโคกแซะและผู้ที่เข้าใช้บริการ&nbsp;ซึ่งตลาดนัดโคกแซะ&nbsp;&nbsp;เปิดให้บริการทุกวันพุธและวันเสาร์ของสัปดาห์&nbsp;ที่อาจมีความสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การลงพื้นที่ตรวจสอบครั้งนี้&nbsp;เพื่อตรวจสอบการดำเนินกิจการของสถานที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;กิจกรรมตลาดนัด&nbsp;ผู้ประกอบกิจการ&nbsp;และผู้ที่เข้าใช้บริการ&nbsp;ให้ถือปฏิบัติตามเงื่อนไข&nbsp;เงื่อนเวลา&nbsp;การจัดระบบและระเบียบต่างในสถานที่ประกอบกิจการตลาดนัดตามมาตรการป้องกันและแนวปฏิบัติที่ทางราชการกำหนด&nbsp;พร้อมทั้งได้กำชับให้ผู้ประกอบกิจการ&nbsp;และผู้เข้าใช้บริการถือปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกระบี่&nbsp;ฉบับที่&nbsp;9/2564&nbsp;ลงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;และให้ยึดหลักการป้องกัน&nbsp;ภายใต้มาตรการ&nbsp;D-M-H-T-T-A&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยผู้ประกอบกิจการ&nbsp;และผู้เข้าใช้บริการ&nbsp;ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	1/5/2021	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501224517288
10	ตำรวจยะลา ขึ้นป้าย หมายจับติดตามตัว 8  คนร้ายปล้นรถแล้วนำไปวางระเบิดในพื้นที่ อ.รามัน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากกเหตุการณ์&nbsp;คนร้ายปล้นรถยนต์ขนส่งของชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;ต.บุดี&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;แล้วนำไปประกอบระเบิดคาร์บอมบ์&nbsp;&nbsp;และนำไปจอดไว้ที่หลัง&nbsp;สภ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เหตุเกิดเมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;มี.ค.&nbsp;64&nbsp;นั้น</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ล่าสุด&nbsp;ทาง&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;ได้ปิดประกาศหมายจับในการติดตามคนร้ายปล้นรถแล้วนำไปวางระเบิดในพื้นที่&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอิสมาแอ&nbsp;มูซอ&nbsp;นายนัสรูเลาะห์&nbsp;สะมะ&nbsp;นายฮากีม&nbsp;ปุนยัง&nbsp;นายรีดวน&nbsp;เจ๊ะหะ&nbsp;นายมูฮัมมัดอัสรี&nbsp;พานามิ&nbsp;นายมุสตากีน&nbsp;มูโบ&nbsp;นายอับดุลอาซิ&nbsp;ดูมีแด&nbsp;นายต่วนอับดุลสาลาม&nbsp;นิราแม</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับ&nbsp;ผู้ที่พบเบาะแสแจ้ง&nbsp;191&nbsp;แม่ทัพภาค&nbsp;4&nbsp;สายด่วน&nbsp;โทร&nbsp;1341&nbsp;ภ.จว.ยะลา&nbsp;073212667&nbsp;กก.สส.ภจ.ว.ยะลา&nbsp;073211800</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>	2/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502101518326
11	จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดย คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นฝ่ายไทย ส่งหนังสือเตือนเมียนมา ให้ระมัดระวังการปฏิบัติการทางทหาร มิให้มีกระสุนหรือระเบิด ตกเข้ามายังฝั่งไทย	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">ศูนย์สั่งการชายแดน&nbsp;ไทย&nbsp;-&nbsp;เมียนมา&nbsp;ด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;แถลงสถานการณ์&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;2&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;ว่า&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;เม.ย.64&nbsp;ประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นฝ่ายไทย&nbsp;(จังหวัดแม่ฮ่องสอน)&nbsp;ได้ทำหนังสือไปยังประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นฝ่ายเมียนมา&nbsp;(จังหวัดเมียวดี)&nbsp;สืบเนื่องมาจากกรณีที่ทหารเมียนมาได้มีปฏิบัติการทางทหาร&nbsp;โดยใช้เครื่องบินโจมตีทางอากาศต่อกองกำลังกะเหรี่ยง&nbsp;บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา&nbsp;ด้านตรงข้าม&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;นั้น&nbsp;โดยขอให้ทหารเมียนมาเพิ่มความระมัดระวังในการใช้กำลังโจมตีทางอากาศอย่างสูงสุด&nbsp;เพื่อมิให้มีกระสุน/ระเบิด&nbsp;ตกเข้ามายังฝั่งไทย&nbsp;ซึ่งอาจจะเกิดอันตรายต่อประชาชนไทยที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน&nbsp;และอาจจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">ต่อมา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;เวลา&nbsp;15.56&nbsp;น.&nbsp;ทหารเมียนมานำเครื่องบินปีกหมุน&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;เครื่อง&nbsp;เข้าโจมตี&nbsp;กองกำลัง&nbsp;KNU&nbsp;โดยการยิงจรวด&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ลูก&nbsp;และยิงปืนจากอากาศสู่พื้น&nbsp;เป็นชุดๆ&nbsp;บริเวณทางด้านทิศตะวันตก&nbsp;ฐานฯ&nbsp;ด๊ากวิน&nbsp;รัฐกะเหรี่ยง&nbsp;ประเทศเมียนมา&nbsp;ด้านตรงข้าม&nbsp;ฐานฯ&nbsp;บ.ท่าตาฝั่ง&nbsp;ต.แม่ยวม&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ห่างจากแนวชายแดน&nbsp;ประมาณ&nbsp;3&nbsp;กม.&nbsp;(ไม่ทราบความเสียหาย)&nbsp;เวลา&nbsp;16.50&nbsp;น.&nbsp;ได้ยินเสียงเครื่องยิงลูกระเบิด&nbsp;(ไม่ทราบชนิด)&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;นัด&nbsp;ทางทิศตะวันตก&nbsp;ของฐานด๊ากวิน&nbsp;รัฐกะเหรี่ยง&nbsp;ประเทศเมียนมา&nbsp;กระสุนตกห่างจากฐานด๊ากวิน&nbsp;ประมาณ&nbsp;500&nbsp;ม.&nbsp;(ไม่ทราบความสูญเสีย)&nbsp;และในเวลา&nbsp;20.08&nbsp;น.&nbsp;ทหารเมียนมา&nbsp;และกองกำลัง&nbsp;KNU&nbsp;มีการปะทะกันบริเวณฐานด๊ากวิน&nbsp;โดยใช้เครื่องยิงลูกระเบิด&nbsp;ยิงจาก&nbsp;ฐานด๊ากวิน&nbsp;ไปทางทิศตะวันตกของฐานฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;นัด&nbsp;และกระสุนปืนเล็ก/ขึ้นกล&nbsp;ยิงบริเวณรอบฐานด๊ากวิน&nbsp;ห่างจากแนวชายแดน&nbsp;ประมาณ&nbsp;1&nbsp;กม.&nbsp;(ไม่ทราบความสูญเสีย)</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">การปฏิบัติการดังกล่าวไม่มีการรุกล้ำอธิปไตยของไทยแต่อย่างใด&nbsp;ด้านกองกำลังนเรศวร&nbsp;ได้จัดกำลังพลลงพื้นที่&nbsp;ทำการพบปะ/สร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่&nbsp;เพื่อลดความตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;เนื่องจากเป้าหมายการโจมตีของทหารเมียนมาเป็นกองกำลังชนกลุ่มน้อย&nbsp;KNU&nbsp;ไม่ใช่ทหารไทย&nbsp;หรือประชาชนคนไทย</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2/5/2021	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502133748392
12	ยะลา คุมเข้มคัดกรองบุคคลเสี่ยง ผ่านด่านรอยต่อจังหวัด	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประชาชนยังคงเดินทางข้ามจังหวัด&nbsp;เข้ามายังพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;กันจำนวนมาก&nbsp;หลังจังหวัดยะลา&nbsp;ได้เพิ่มมาตรการการเดินทาง&nbsp;เข้า-ออกจังหวัด&nbsp;เปิด&nbsp;11&nbsp;ด่านรอยต่อระหว่างจังหวัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปรับด่านความมั่นคง&nbsp;ควบคู่ไปกับการคัดกรองโควิด-19&nbsp;เพื่อเป็นการหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยที่จุดตรวจคลองทราย&nbsp;ต.ยุโป&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;อส.ฝ่ายปกครอง&nbsp;และ&nbsp;สาธารณสุข&nbsp;&nbsp;ยังคงตรวจเข้มงวด&nbsp;มาตรการคัดกรองบุคคล&nbsp;จากจังหวัดเสี่ยงเข้ายังจังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งผู้ที่เดินทางเข้าจังหวัดยะลา&nbsp;ทุกคน&nbsp;ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;ขณะเข้าด่าน&nbsp;&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย&nbsp;นำโทรศัพท์มือถือ&nbsp;บัตรประชาชน&nbsp;ไปลงทะเบียน&nbsp;หรือสแกน&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;(YALA&nbsp;SAFE&nbsp;ALERT)&nbsp;ให้ข้อมูลประวัติการเดินทางกับเจ้าหน้าที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;ระบุว่า&nbsp;ตั้งแต่เมื่อวานนี้&nbsp;(1&nbsp;พ.ค&nbsp;64)&nbsp;&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้ยกระดับมาตรการยับยั้งการแพร่ระบาดโดวิด-19&nbsp;ควบคุมการเข้าออกจังหวัด&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;18&nbsp;วัน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1-18&nbsp;พ.ค.2564&nbsp;&nbsp;หลังยังพบผู้ป่วยมีจำนวนเพิ่มขึ้น&nbsp;&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย&nbsp;ได้บูรณาการกำลัง&nbsp;ร่วมกันดำเนินการตามมาตรการด้วยความเข้มงวด&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ส่วนประชาชนที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ก็ได้ให้ความร่วมมือในการลงทะเบียน&nbsp;สแกนคิวอาร์โค้ด&nbsp;ก่อนเข้าจังหวัด&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;ร้อยโท&nbsp;ปัญญาวัชญ์&nbsp;เพียงใจวงศ์&nbsp;ผู้บังคับหมวดปืนเล็กที่&nbsp;3&nbsp;กองร้อยทหารราบที่&nbsp;15221&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจยะลา&nbsp;12&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัญหาที่พบในการเดินทาง&nbsp;เข้ามายังด่านตรวจ&nbsp;ก็จะมีประชาชนบางคน&nbsp;ที่ขับรถยนต์เข้ามา&nbsp;นั่งคนเดียว&nbsp;และไม่สวมใส่หน้ากาก&nbsp;ติดไว้ที่บริเวณใต้คาง&nbsp;เมื่อเวลาพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ประจำด่าน&nbsp;จะสร้างความเสี่ยงให้กับทางเจ้าหน้าที่&nbsp;ก็ฝากประชาชนถึงแม้นว่าจะเดินทางมาคนเดียว&nbsp;สองคน&nbsp;ขณะขับเข้าด่านตรวจก็ให้สวมหน้ากาก&nbsp;ให้เรียบร้อย&nbsp;เพื่อช่วยลดความเสี่ยงให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502142355407
13	การสู้รบฝั่งเมียนมาด้านตรงข้าม จ.แม่ฮ่องสอน ยังปะทะกันต่อเนื่อง ด้านเจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือสื่อมวลชนทุกแขนงติดตามข่าวในพื้นที่ที่กำหนด นอกเขตควบคุม เพื่อความปลอดภัย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภายหลังจาก&nbsp;เจ้าหน้าที่อุทยานสาละวิน&nbsp;ต.ท่าตาฝั่ง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้ควบคุมตัว&nbsp;ทีมข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศ&nbsp;หลังพยายามเข้าไปเก็บบันทึกภาพในพื้นที่สีแดง&nbsp;บ้านท่าตาฝั่ง&nbsp;ตำบลแม่ยวม&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ทำให้ทางจังหวัดเตรียมพิจารณาขอบเขตในการอนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าทำข่าวในพื้นที่อีกครั้ง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อความปลอดภัยและเพื่อไม่ให้กระทบกับความมั่นคงระหว่างประเทศ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางด้านสถานการณ์การสู้รบของกองกำลังทหารเมียนมากับกองกำลังทหารกะเหรี่ยง&nbsp;KNU&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;27&nbsp;เมษายนที่ผ่านมา&nbsp;จนถึงขณะนี้&nbsp;ยังคงมีการปะทะกันเป็นระยะ&nbsp;กองกำลังทหารเมียนมา&nbsp;นำอากาศยาน&nbsp;ขึ้นบินทิ้งระเบิดและยิงทางอากาศรอบฐานด๊ากวิน&nbsp;ฝั่งตรงข้ามหมู่บ้านท่าตาฝั่ง&nbsp;เพื่อขับไล่กองกำลังทหารกะเหรี่ยง&nbsp;KNU&nbsp;ที่บุกเข้าไปเตรียมยึดฐานทัพดังกล่าว&nbsp;ทำให้กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง&nbsp;KNU&nbsp;และชาวเมียนมาบางส่วน&nbsp;ต้องกลายเป็นผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบ&nbsp;ข้ามแม่น้ำสาละวิน&nbsp;เข้ามาริมชายแดนไทย&nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ภายใต้การดูแลของกองทัพไทย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2/5/2021	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502194611450
14	ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน สั่งการป้องกันการลักลอบเข้าประเทศทุกช่องทาง เพิ่มการลาดตระเวน 24 ชั่วโมง หวั่นเชื้อกลายพันธุ์ที่มาจากผู้ลักลอบเข้าเมืองที่อาจติดเชื้อ ระบาดเข้าไทย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;แจ้งเจ้าหน้าที่ให้ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ในประเทศ&nbsp;ของประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันผู้ลักลอบเข้าเมืองที่อาจติดเชื้อโควิดเข้ามาในพื้นที่&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันมีข้อกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;โดยอาจจะมีเชื้อกลายพันธุ์แพร่ระบาดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศไทย&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้การควบคุมเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อเป็นไปได้ยากมากยิ่งขึ้น&nbsp;จึงจำเป็นต้องมีการบังคับใช้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดชายแดนอย่างเข้มข้น&nbsp;ตามข้อกำหนดของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;(ศบค.มท&nbsp;.)</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยให้บูรณาการการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด&nbsp;(ผอ.รมน.จังหวัด)&nbsp;ประสานการปฏิบัติ&nbsp;วางมาตรการร่วมกับหน่วยทหารตำรวจตระเวนชายแดน&nbsp;กองกำลังป้องกันชายแดนให้เข้มงวด&nbsp;ควบคุมการลักลอบเข้าประเทศ&nbsp;และการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว&nbsp;โดยตั้งเครื่องกีดขวาง&nbsp;เพิ่มการลาดตระเวนตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังและสกัดกั้นป้องกันมิให้มีการลักลอบเดินทางเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณพื้นที่ชายแดน&nbsp;หากพบการลักลอบเข้าประเทศ&nbsp;ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มข้น</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนการปฏิบัติในพื้นที่ตอนใน&nbsp;ให้ตำรวจภูธรจังหวัด&nbsp;สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง&nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;รวมทั้งเจ้าหน้าที่ศุลกากร&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยตั้งจุดตรวจ&nbsp;จุดสกัด&nbsp;และจุดคัดกรองโรค&nbsp;บุคคลและการขนส่งสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ทำการคัดกรองบุคคลที่เดินทางเข้าเมืองตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การคัดกรองรถขนส่งสินค้า&nbsp;ให้วางระบบการขนส่งสินค้าตามแนวชายแดน&nbsp;กำหนดจุดรับส่งสินค้าให้อยู่ในพื้นที่และระยะเวลาที่กำหนด&nbsp;และกำหนดให้มีผู้บัญชาการเหตุการณ์&nbsp;(Incident&nbsp;&nbsp;Commander&nbsp;:&nbsp;IC)&nbsp;ประจำช่องทางผ่านแดนทุกแห่งที่มีการอนุญาตให้ใช้ในการผ่านเข้า&nbsp;-&nbsp;ออก&nbsp;ของบุคคล&nbsp;สินค้า&nbsp;และยานพาหนะที่ชัดเจนสามารถปฏิบัติงานได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;อีกทั้งยังต้องเข้มงวดการคัดกรองโรคสำหรับผู้ที่เดินทางเข้าเมืองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;รวมทั้งเน้นย้ำหน่วยงานรับผิดชอบในการดูแลและบริหารจัดการสถานที่กักกันให้เป็นไปตามแนวทางและมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	3/5/2021	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503093827502
15	ทนายความ เตรียมหลักทรัพย์ยื่นประกัน 4 ผู้ชุมนุมที่ถูกจับได้หลังเหตุวุ่นวาย บริเวณตรงข้ามศาลอาญา   	<p><strong>นางสาวคุ้มเกล้า&nbsp;ส่งสมบูรณ์&nbsp;ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน</strong>&nbsp;พร้อมด้วยญาติเดินทางมาที่สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน&nbsp;เพื่อทำเรื่องขอประกันตัว&nbsp;นายคุณภัธร&nbsp;คะชะนา&nbsp;ที่ถูกแจ้งข้อหา&nbsp;ฝ่าฝืน&nbsp;พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ&nbsp;มั่วสุมชุมนุม&nbsp;หรือทำกิจกรรมและ&nbsp;พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ&nbsp;นายรอซีกีน&nbsp;นิยมเดชา&nbsp;&nbsp;นางสาวหทัยรัตน์&nbsp;แก้วสีคราม&nbsp;และนายธีรศักดิ์&nbsp;กั้งมี&nbsp;(เยาวชนอายุ&nbsp;16&nbsp;ปี)&nbsp;ในข้อหาร่วมกันต่อสู้ขัดขวาง&nbsp;ร่วมกันทำร้ายร่างกาย&nbsp;ฝ่าฝืน&nbsp;พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ&nbsp;และ&nbsp;พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ&nbsp;จากกรณีการชุมนุมก่อความวุ่นวายบริเวณศาลอาญา&nbsp;ถนนรัชดาภิเษา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>นางสาวคุ้มเกล้า&nbsp;ระบุว่า</strong>&nbsp;จากการสอบถามตำรวจทราบว่า&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;ตำรวจจะคัดค้านการประกันตัว&nbsp;โดยวันนี้พนักงานสอบสวน&nbsp;สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน&nbsp;จะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;ฝากขังผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอร์เรนซ์&nbsp;เนื่องจากเป็นมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;แต่ทางทนายความและญาติ&nbsp;ได้นำเอกสาร&nbsp;รวมทั้งหลักทรัพย์เป็นเงินสดและตำแหน่ง&nbsp;มายื่นขอประกันตัว&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนที่สามารถทำได้&nbsp;ส่วนจะได้รับการพิจารณาหรือไม่&nbsp;ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	3/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503144811661
16	กรมโยธาธิการและผังเมือง เร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแม่น้ำท่าจีน บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมเปิดทางระบายน้ำรับฤดูฝน โดยคาดจะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคมนี้	"<p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;เร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแม่น้ำท่าจีน&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;พร้อมเปิดทางระบายน้ำรับฤดูฝน&nbsp;โดยคาดจะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคมนี้</strong></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายพรพจน์&nbsp;เพ็ญพาส&nbsp;อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากสถานการณ์ฝนที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลให้ผักตบชวาและวัชพืชไหลลงมาสะสมบริเวณแม่น้ำท่าจีนเป็นจำนวนมาก&nbsp;ทำให้กีดขวางทางน้ำเป็นอุปสรรคในการเร่งระบายน้ำทั้งหน้าแล้งและฤดูฝน&nbsp;ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ให้ความสำคัญกับปัญหานี้มาโดยตลอด&nbsp;จึงเร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืช&nbsp;พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อเป็นการเปิดทางระบายน้ำให้สามารถไหลเวียนได้สะดวก&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนที่สัญจรทางน้ำและยังเป็นการรักษาคุณภาพน้ำในแม่น้ำและแหล่งน้ำให้อยู่ในค่ามาตรฐานอีกด้วย&nbsp;จึงได้สั่งการให้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่และเรือกำจัดผักตบชวาในแม่น้ำท่าจีน&nbsp;บริเวณเขตพื้นที่อำเภอบางปลาม้า&nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ลำ&nbsp;จากเดิม&nbsp;3&nbsp;ลำ&nbsp;รวมเป็น&nbsp;5&nbsp;ลำ&nbsp;และอำเภอนครชัยศรี&nbsp;อำเภอบางเลน&nbsp;จังหวัดนครปฐม&nbsp;อำเภอละ&nbsp;2&nbsp;ลำ&nbsp;สำหรับอำเภอสามพราน&nbsp;จังหวัดนครปฐมเชื่อมต่อจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ลำ&nbsp;จากเดิม&nbsp;3&nbsp;ลำ&nbsp;รวมเป็น&nbsp;7&nbsp;ลำ&nbsp;ดำเนินการจัดเก็บผักตบชวาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมและเป็นอุปสรรคในการสัญจรทางน้ำของประชาชน&nbsp;ทั้งนี้กรมฯ&nbsp;ได้จัดตั้งสถานีจัดเก็บผักตบชวาตรงข้ามวัดบางช้างเหนือ&nbsp;ตำบลคลองใหม่&nbsp;อำเภอสามพราน&nbsp;จังหวัดนครปฐม&nbsp;โดยมีกรมชลประทาน&nbsp;และองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม&nbsp;นำเรือกำจัดผักตบชวาและวัชพืชมาร่วมดำเนินการในบริเวณดังกล่าว&nbsp;เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีผักตบชวาและวัชพืชค่อนข้างหนาแน่น&nbsp;โดยในปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่เดือนตุลาคม&nbsp;2563&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;กรมฯ&nbsp;สามารถกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแม่น้ำท่าจีนไปแล้ว&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;322,800&nbsp;ตัน&nbsp;และทั่วประเทศจำนวนกว่า&nbsp;568,000&nbsp;ตัน&nbsp;และจะเร่งดำเนินการในส่วนที่เหลือให้แล้วเสร็จก่อนฤดูฝน&nbsp;โดยคาดว่าจะจัดเก็บให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับเครื่องจักรกำจัดผักตบชวาและวัชพืชของกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;มีทั้งหมดจำนวน&nbsp;42&nbsp;ลำ&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;เรือกำจัดผักตบชวาแบบสายพานลำเลียงจำนวน&nbsp;27&nbsp;ลำ&nbsp;เรือกำจัดผักตบชวาแบบตักหน้า&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ลำและเรือพอนทูนบรรทุกรถขุด&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ลำ&nbsp;ดูแลรับผิดชอบในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;2&nbsp;สาย&nbsp;คือ&nbsp;แม่น้ำแม่กลอง&nbsp;ตั้งแต่ใต้เขื่อนแม่กลองผ่านจังหวัดราชบุรีและจังหวัดสมุทรสงครามลงสู่อ่าวไทย&nbsp;และแม่น้ำท่าจีน&nbsp;ตั้งแต่ใต้ประตูระบายน้ำโพธิ์พระยา&nbsp;ผ่านจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;นครปฐม&nbsp;และสมุทรสาคร&nbsp;ลงสู่อ่าวไทย&nbsp;และแหล่งน้ำอื่นๆ&nbsp;กว่า&nbsp;20&nbsp;แห่งทั่วประเทศ&nbsp;ที่มีการขอความช่วยเหลือเข้ามา&nbsp;ทั้งนี้หากประชาชนประสบปัญหาเกี่ยวกับผักตบชวาและวัชพืช&nbsp;สามารถแจ้งมาที่กองบูรณะและบำรุงรักษา&nbsp;กรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;(ส่วนกลาง)&nbsp;ติดต่อ&nbsp;0&nbsp;2299&nbsp;4393&nbsp;หรือสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดทุกจังหวัด</span></p>"	3/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503155007712
17	ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เผยมีการจับผู้ชุมนุมกลุ่มรีเดม 4 คน พบหลายคนมีประวัติร่วมชุมนุมและถูกดำเนินคดีมาแล้วหลายครั้ง 	<p><strong>พลตำรวจโท&nbsp;ภัคพงศ์&nbsp;พงษ์เภตรา&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล</strong>&nbsp;แถลงถึงภาพรวมการชุมนุมของกลุ่มรีเดม&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา&nbsp;โดยไล่เรียงเหตุการณ์ตั้งแต่การนัดชุมนุมบริเวณอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย&nbsp;ไปจนถึงเคลื่อนขบวนถึงศาลอาญา&nbsp;ที่มีการก่อความวุ่นวาย&nbsp;ขว้างปาสิ่งของและกล่าวโจมตีผู้พิพากษาและกระบวนการยุติธรรม&nbsp;จนกระทั่งช่วงค่ำ&nbsp;ตำรวจเห็นว่าสถานการณ์เริ่มรุนแรงมากขึ้น&nbsp;จึงใช้กำลังผลักดันตามยุทธวิธีและมีการใช้อุปกรณ์เหมาะสมตามลำดับขั้น&nbsp;สามารถจับกุมผู้ร่วมชุมนุมได้&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;พร้อมแจ้งข้อหา&nbsp;&nbsp;ฝ่าฝืน&nbsp;พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ&nbsp;พ.ร.บ.ควบคุมโรคฯ&nbsp;ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ&nbsp;และชุมนุมตั้งแต่&nbsp;&nbsp;10&nbsp;คนขึ้นไป&nbsp;ซึ่งจะมีการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม&nbsp;หากพบผู้ใดกระทำผิดอีก&nbsp;ก็จะติดตามมาดำเนินคดีเพิ่มเติม&nbsp;ส่วนความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์และละเมิดอำนาจศาล&nbsp;ทางสำนักงานศาลยุติธรรม&nbsp;อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน&nbsp;เพื่อเข้าแจ้งความตำรวจ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;จากการตรวจสอบประวัติ&nbsp;พบว่า&nbsp;ผู้ชุมนุมหลายราย&nbsp;เข้าร่วมชุมนุมหลายครั้ง&nbsp;รวมทั้งอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีและได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว&nbsp;ซึ่งตำรวจจะมีการรายงานศาลให้ทราบการขั้นตอนต่อไป</p><p><strong>ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;จากเหตุการณ์ชุมนุมนี้&nbsp;พบมีการนำพลุมาใช้เป็นอาวุธยิงใส่ตำรวจในแนวราบ&nbsp;เพิ่มเติมจากการชุมนุมครั้งที่ผ่านๆ&nbsp;มา&nbsp;ส่งผลให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บ&nbsp;3&nbsp;นาย&nbsp;จึงจะมีการประเมินอีกครั้ง&nbsp;หากกลุ่มรีเดมนัดหมายชุมนุมในอนาคต&nbsp;&nbsp;ตำรวจอาจมีการปรับยุทธวิธี&nbsp;ไม่ให้ผู้ชุมนุมรวมตัวกันได้&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงขึ้น&nbsp;พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า&nbsp;การชุมนุมไม่มีแกนนำจริงหรือไม่&nbsp;โดยขอให้สื่อมวลชน&nbsp;&nbsp;พิจารณาจากเหตุที่เกิดขึ้นเอง</p><p><br></p><p><br></p>	3/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503145157666
18	สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทดลองเปลี่ยนเครื่องแบบตำรวจสายตรวจให้มีความคล่องตัวมากขึ้นเริ่มใช้นำร่อง 3 สถานีตำรวจ 	<p><strong>พลตำรวจเอก&nbsp;มนู&nbsp;เมฆหมอก&nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ</strong>&nbsp;พร้อมด้วยพลตำรวจโท&nbsp;ภัคพงศ์&nbsp;พงษ์เภตรา&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล&nbsp;ร่วมเปิดตัวเครื่องแบบสายตรวจใหม่&nbsp;ที่จะเริ่มทดลองใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันนี้&nbsp;โดยพลตำรวจเอก&nbsp;มนู&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;แนวคิดในการปรับเปลี่ยนเครื่องแบบตำรวจสายตรวจนี้&nbsp;มาจากการสอบถามความคิดเห็นของตำรวจและปรับให้เหมาะกับสภาพอากาศ&nbsp;และการปฏิบัติภารกิจ&nbsp;เริ่มทดลองใช้ในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;สถานีตำรวจคือ&nbsp;สถานีตำรวจนครบาลจักรวรรดิ&nbsp;บางยี่ขันและบุคคโล&nbsp;โดยตำรวจสถานีละ&nbsp;10&nbsp;นาย&nbsp;ตั้งแต่วันนี้&nbsp;(3&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;13&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;จากนั้นจะรับฟังความคิดเห็นจากข้าราชการตำรวจและประชาชนก่อนประเมินผลอีกครั้ง&nbsp;ซึ่งหากนำมาใช้งานจริงในอนาคต&nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;จะมีการออกระเบียบรองรับและจัดหาชุดเครื่องแบบสนับสนุนให้ตำรวจทุกนาย</p><p><strong>สำหรับชุดเครื่องแบบสายตรวจใหม่นี้</strong>&nbsp;จะเปลี่ยนตั้งแต่หมวก&nbsp;จากเดิมเป็นหมวกทรงหม้อตาลเป็นโลหะ&nbsp;เป็นหมวกแก๊ปผ้า&nbsp;ให้มีความเบาลง&nbsp;ส่วนเสื้อและกางเกง&nbsp;เป็นแบบกึ่งยุทธวิธี&nbsp;โดยส่วนหน้าอกเป็นผ้ายุทธวิธีและส่วนลำตัว&nbsp;เป็นผ้ายืดระบาย&nbsp;รวมทั้งกางเกง&nbsp;&nbsp;ปรับเปลี่ยนจากกางเกงผ้าให้มีความยืดหยุ่น&nbsp;ลุกนั่งและเคลื่อนไหวสบายกว่ากางเกงแบบเก่า&nbsp;ส่วนเครื่องหมายประดับยศบนเสื้อ&nbsp;เปลี่ยนเป็นแบบผ้า&nbsp;แทนโลหะแบบเดิม&nbsp;เพื่อป้องกันการบาดเจ็บทั้งตำรวจและผู้ต้องหาหากมีการควบคุมตัว&nbsp;ส่วนรองเท้า&nbsp;เป็นรองเท้ายุทธวิธีหุ้มข้อ&nbsp;แทนรองเท้าคอมแบท&nbsp;โดยสียังเป็นสีเดียวกับเครื่องแบบเดิม&nbsp;ส่วนราคาทั้งชุดอยู่ประมาณ&nbsp;2,000&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p>	3/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503200730845
19	สำนักงานศาลยุติธรรม ออกแถลงการณ์ประณามการชุมนุมหน้าศาลอาญา ที่มีการใช้ความรุนแรง 	<p><strong>สำนักงานศาลยุติธรรม</strong>&nbsp;ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการชุมนุมหน้าศาลอาญา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา&nbsp;โดยมีใจความสำคัญว่า&nbsp;ศาลยุติธรรม&nbsp;ให้ความสำคัญกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นเสมอมา&nbsp;แต่พฤติกรรมความรุนแรงที่เกิดขึ้น&nbsp;ถือไม่ได้ว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นในระบอบประชาธิปไตยโดยชอบธรรม&nbsp;&nbsp;ภายในกรอบของกฎหมายอีกทั้ง&nbsp;ยังมีลักษณะของการก้าวล่วงใช้ความรุนแรงเพื่อแทรกแซงโดยหวังผลให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาไปในทางหนึ่งทางใด&nbsp;ตามที่กลุ่มผู้ใช้ความรุนแรงมุ่งประสงค์&nbsp;โดยไม่ต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์ของกฎหมาย&nbsp;อันเป็นการมุ่งทำลายความอิสระของตุลาการตามรัฐธรรมนูญนอกจากนี้&nbsp;ยังมีพฤติกรรมทำนองขู่เข็ญ&nbsp;และสร้างความหวาดกลัว&nbsp;ไปยังบุคคลในครอบครัวของผู้พิพากษาและบุคลากรในศาลยุติธรรมด้วย&nbsp;ซึ่งเป็นการกระทำในลักษณะเป็นขบวนการ&nbsp;ใช้สื่อโซเชียลต่างๆ&nbsp;ล้วนมุ่งหวังให้เกิดผลในทำนองเดียวกับการใช้ความรุนแรงข้างต้น&nbsp;ที่ต้องการให้ศาลพิจารณาพิพากษาคดี&nbsp;หรือมีคำสั่งในทางที่ตนเองหรือขบวนการของตนต้องการโดยไม่คำนึงถึงหลักเกณฑ์ของกฎหมาย&nbsp;จึงไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นหรือการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญอันชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตย</p><p><strong>สำนักงานศาลยุติธรรม&nbsp;</strong>ขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ&nbsp;ตรวจสอบการกระทำและพยานหลักฐานที่ปรากฏ&nbsp;หากมีการกระทำใดที่เป็นการละเมิดหรือฝ่าฝืนกฎหมาย&nbsp;&nbsp;ขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ&nbsp;ดำเนินการตามขั้นตอนและกระบวนการของกฎหมายอย่างเคร่งครัด&nbsp;และขอให้ประชาชนทุกภาคส่วน&nbsp;แสดงความคิดเห็นและใช้เสรีภาพของตนอย่างสันติ&nbsp;งดเว้นการกระทำใดๆ&nbsp;ที่อาจเป็นอันตรายแก่ชีวิต&nbsp;เป็นภยันตรายแก่ร่างกาย&nbsp;หรือสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สิน&nbsp;ไม่ว่าของส่วนบุคคลหรือของทางราชการ&nbsp;และให้การดำเนินกระบวนพิจารณาต่าง&nbsp;ๆดำเนินไปตามครรลองของกฎหมาย&nbsp;โดยศาลยุติธรรมทุกศาล&nbsp;จะยังคงทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง&nbsp;ปราศจากอคติ&nbsp;พิพากษาและมีคำสั่งให้คู่ความทุกฝ่ายได้รับความยุติธรรม&nbsp;ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเสมอภาค&nbsp;และเท่าเทียมกันต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>	3/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503200219841
20	ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา เป็นประธานเปิดการประชุมสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ครั้งแรก	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(3&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;ที่ห้องประชุมศูนย์การเรียนรู้เมืองฉะเชิงเทรา&nbsp;นายไมตรี&nbsp;ไตรติลานันท์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา&nbsp;ครั้งแรก&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอมร&nbsp;กีรติสุนทร&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;นายกลยุทธ&nbsp;ฉายแสง&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองฉะเชิงเทรา&nbsp;นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ร่มโพธิ์ทอง&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองฉะเชิงเทรา&nbsp;นายพงศธร&nbsp;ถาวรวงศ์&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองฉะเชิงเทรา&nbsp;พล.ต.ต.สมบัติ&nbsp;บัวเรือง&nbsp;ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองฉะเชิงเทรา&nbsp;ส.อ.ไชยยศ&nbsp;ร่มโพธิ์ทอง&nbsp;ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองฉะเชิงเทรา&nbsp;นายชนะวิทย์&nbsp;ฉายแสง&nbsp;เลขานุการ&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองฉะเชิงเทรา&nbsp;และสมาชิกสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทราทั้ง&nbsp;3&nbsp;เขต&nbsp;เข้าร่วมเปิดประชุมฯ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยในวันนี้&nbsp;นายไพโรจน์&nbsp;รังสินธุ์&nbsp;ปลัดเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา&nbsp;ในฐานะเลขานุการสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทราชั่วคราว&nbsp;ได้อ่านประกาศจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;เรื่องเรียกประชุมสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา&nbsp;ครั้งแรก&nbsp;โดยเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;ดำเนินการเปิดประชุมสภา&nbsp;เมื่อผู้ว่าฯ&nbsp;เปิดประชุมเรียบร้อยแล้ว&nbsp;ปลัดเทศบาลเมืองฉะเชิงเทราในฐานะเลขานุการสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทราชั่วคราว&nbsp;ได้เชิญนายสุขุม&nbsp;ตั้งกงพานิช&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา&nbsp;เขตเลือกตั้งที่&nbsp;2&nbsp;ในฐานะสมาชิกสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทราที่มีอาวุโสสูงสุด&nbsp;ขึ้นทำหน้าที่ประธานสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทราชั่วคราว&nbsp;นำสมาชิกสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรากล่าวปฏิญาณตน&nbsp;และให้สภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทราดำเนินการเลือกตั้งประธานสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทราซึ่งผู้ที่ได้รับเลือกเป็นประธานสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา&nbsp;คนใหม่&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายวินัย&nbsp;แสวงศิริผล&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทราเขต&nbsp;3</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;ลงนามคำสั่งแต่งตั้งประธานสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทราและให้ประธานสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทราขึ้นทำหน้าที่ต่อไป&nbsp;โดยประธานสภาได้ให้สภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทราดำเนินการคัดเลือกรองประธานสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา&nbsp;ซึ่งสมาชิกสภาได้เสนอชื่อ&nbsp;นายบุญสิน&nbsp;เสริญวงศ์สัตย์&nbsp;เป็นรองประธานสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทราและให้สภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทราดำเนินการคัดเลือกเลขานุการสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา&nbsp;โดย&nbsp;นายไพโรจน์&nbsp;รังสินธุ์&nbsp;ปลัดเทศบาล&nbsp;ได้รับคัดเลือกให้ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับในระเบียบวาระที่&nbsp;7&nbsp;เรื่องการกำหนดวันเริ่มสมัยประชุมสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา&nbsp;โดยในที่ประชุมสภาได้กำหนดสมัยประชุมดังนี้&nbsp;การประชุมสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา&nbsp;สมัยสามัญ&nbsp;สมัยที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;มีกำหนด&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;นับตั้งแต่วันศุกร์ที่&nbsp;7&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;การประชุมสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา&nbsp;สมัยสามัญ&nbsp;สมัยที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;มีกำหนด&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;นับตั้งแต่วันจันทร์ที่&nbsp;2&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ประชุมสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา&nbsp;สมัยสามัญ&nbsp;สมัยที่&nbsp;3&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;มีกำหนด&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;นับตั้งแต่วันจันทร์ที่&nbsp;13&nbsp;กันยายน&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;การประชุมสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา&nbsp;สมัยสามัญ&nbsp;สมัยที่&nbsp;4&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;มีกำหนด&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;นับตั้งแต่วันพุธที่&nbsp;1&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;และกำหนดสมัยประชุมสมัยสามัญ&nbsp;สมัยแรก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;มีกำหนด&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;นับตั้งแต่วันอังคารที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;สำหรับบรรยากาศในการประชุมสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา&nbsp;ครั้งแรก&nbsp;วันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	3/5/2021	ภาคตะวันออก	ฉะเชิงเทรา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงเทรา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503150537674
21	ผู้ว่าพังงา เปิดประชุมสภาเทศบาลเมืองพังงาครั้งแรก	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;กล่าวเปิดการประชุมสภาของเทศบาลเมืองพังงาครั้งแรก&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสภา&nbsp;สำนักงานเทศบาลเมืองพังงา&nbsp;ภายหลังจาก&nbsp;กกต.ได้ประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ตามาตรา&nbsp;24&nbsp;วรรคสอง&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล&nbsp;พ.ศ.2496&nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;จึงได้กำหนดให้มีการประชุมในวันนี้ขึ้น&nbsp;เพื่อให้กิจการสภาของเทศบาลเมืองพังงาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยการประชุมในวันนี้ที่ประชุมฯ&nbsp;ได้ทำการคัดเลือกนายสามารถ&nbsp;ทิพย์ประเสริฐสิน&nbsp;ทำหน้าที่ประธานสภาชั่วคราว&nbsp;พร้อมนำกล่าวปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่&nbsp;และทำหน้าที่ดำเนินการประชุมเพื่อให้ที่ประชุมได้เลือกประธานสภาเทศบาลเมืองพังงาขึ้น&nbsp;จากมติที่ประชุมได้เลือกนายธีระพล&nbsp;โชติวัฒนากร&nbsp;เป็นประธานสภาเทศบาลเมืองพังงานายนิมิตร&nbsp;เหินหาว&nbsp;เป็นรองประธานสภาเทศบาลเมืองพังงา&nbsp;นายจงรัก&nbsp;ผิวขำ&nbsp;เป็นเลขานุการสภาเทศบาลเมืองพังงา&nbsp;จากนั้นได้กำหนดสมัยประชุมสามัญประจำปี&nbsp;2564&nbsp;-2565&nbsp;และกำหนดวันประชุมสมัยประชุมสามัญประจำปีสมัยที่&nbsp;2&nbsp;ดังนี้&nbsp;วันที่&nbsp;7-31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;สมัยที่&nbsp;3&nbsp;วันที่&nbsp;2-31&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;สมัยที่&nbsp;4&nbsp;วันที่&nbsp;1-30&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;และสมัยที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;วันที่&nbsp;1-25&nbsp;ก.พ.65&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	3/5/2021	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503171100765
22	ผู้ว่าฯ ลำพูน มอบนโยบายการดำเนินงานแก่สมาชิกสภาเทศบาล เน้นยึดหลักความถูกต้อง ซื่อสัตย์สุจริต รักษาผลประโยชน์ของประชาชนและทางราชการเป็นที่ตั้ง	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;มอบนโยบายการปฏิบัติงานแก่สมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ผู้ประกาศ&nbsp;ผู้ว่าฯ&nbsp;ลำพูน&nbsp;มอบนโยบายการดำเนินงานแก่สมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;เน้นยึดหลักความถูกต้อง&nbsp;ซื่อสัตย์สุจริต&nbsp;รักษาผลประโยชน์ของประชาชนและทางราชการเป็นที่ตั้ง&nbsp;เทป&nbsp;ที่&nbsp;เทศบาลตำบลวังดิน&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานในการชุมสมาชิกสภาเทศบาลตำบลวังดิน&nbsp;ครั้งแรก&nbsp;พร้อมการมอบนโยบายแนวทางการทำงาน&nbsp;การดำเนินงาน&nbsp;เพื่อบูรณาการร่วมกับจังหวัดลำพูน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ต้องยึดมั่นในแนวทางการทำงาน&nbsp;ความถูกต้อง&nbsp;ความซื่อสัตย์สุจริต&nbsp;รักษาผลประโยชน์ของประชาชนและทางราชการ&nbsp;เป็นที่ตั้ง&nbsp;และในช่วงนี้ต้องดำเนินงานตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-19&nbsp;ร่วมกับทางจังหวัดลำพูนในการสอดรับมาตรการต่างๆ&nbsp;อย่างเข้มข้น&nbsp;โดยมี&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;นายวิวัฒน์&nbsp;จันทร์โอภาส&nbsp;นายอำเภอลี้&nbsp;นายถาวร&nbsp;สามภูศรี&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลวังดิน&nbsp;และสมาชิกสภาเทศบาลฯ&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;ซึ่งตามพระราชบัญญัติเทศบาล&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2496&nbsp;แก้ไขเพิ่มเติมถึง&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;14)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;มาตรา&nbsp;24&nbsp;วรรคสอง&nbsp;กำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องกำหนดให้สมาชิก&nbsp;สภาเทศบาลได้มาประชุมสภาเทศบาลครั้งแรกภายใน&nbsp;15&nbsp;วันนับแต่วันประกาศ&nbsp;ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ซึ่งบัดนี้&nbsp;คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศ&nbsp;ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลวังดิน&nbsp;ครบทั้ง&nbsp;12&nbsp;คน&nbsp;แล้ว&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จึงกำหนดให้มีการประชุมสภาครั้งแรกในวันนี้&nbsp;ในโอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;ได้เป็นประธานในการมอบผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;แก่&nbsp;นายกเทศมนตรี&nbsp;ตำบลวังดิน&nbsp;และสมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ตำบลวังดิน&nbsp;รวมทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;12&nbsp;คน</p>	3/5/2021	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503180953791
23	ผบ.ฉก.ทพ.47ตรวจติดตามการปฎิบัติงานกำลังพล  อ.ยะหา จ.ยะลา ยํ้ามาตรการ รักษาความปลอดภัยฐานปฏิบัติการฯ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(3&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;พ.อ.โกเมธ&nbsp;รัตนผ่องใส&nbsp;ผบ.ฉก.ทพ.47&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ฝอ.ฉก.ทพ.47&nbsp;เดินทางไปตรวจเยี่ยมกำลังพล&nbsp;ร้อย.นขต.ฉก.ทพ.47&nbsp;เพื่อติดตามการปฏิบัติงานตามข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชา&nbsp;เพื่อเป็นการกำกับดูแล&nbsp;เอาใจใส่กำลังพล&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ได้เน้นยํ้าเกี่ยวกับมาตรการ&nbsp;ในการรักษาความปลอดภัยฐานปฏิบัติการฯ&nbsp;เพื่อป้องกันการขว้างปาวัตถุระเบิด&nbsp;และกระสุนวิถีโค้ง&nbsp;รวมทั้งข้อห่วงใยต่างๆ&nbsp;ของผู้บังคับบัญชา&nbsp;ณ&nbsp;ฐานปฏิบัติการ&nbsp;ร้อย.นขต.ฉก.ทพ.47&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ม.4&nbsp;บ.เจาะตาแม&nbsp;ต.ตากอง&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;จ.ยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	3/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503220905876
24	ผบ.ฉก.ยะลา ตรวจเยี่ยม กำลังพลชุดจรยุทธ์ห้วง 10 วันสุดท้ายเดือนรอมฎอน ย้ำ ปฏิบัติตามนโยบาย และสั่งการของ ผอ.รมน.ภาค 4 ในการรักษาความปลอดภัยพื้นที่-ประชาชน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พล.ต.อุทิศ&nbsp;อนันตนานนท์&nbsp;ผบ.ฉก.ยะลา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พ.อ.โกเมธ&nbsp;รัตนผ่องใส&nbsp;ผบ.ฉก.ทพ.47&nbsp;และ&nbsp;ฝยก.ฉก.ทพ.47&nbsp;เดินทางไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ&nbsp;กำลังพลชุดปฏิบัติการจรยุทธ์&nbsp;(ชป.จรยุทธ์)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;บ.บูเก๊ะ&nbsp;ม.2&nbsp;ต.บาโงยซิแน&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ตามแผนยุทธการพิทักษ์&nbsp;ยะหา,&nbsp;กาบัง&nbsp;และกรงปินัง&nbsp;-&nbsp;4716&nbsp;ในห้วง&nbsp;10&nbsp;วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน&nbsp;ฮ.ศ.1442&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดย&nbsp;ได้เน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบาย&nbsp;และสั่งการของ&nbsp;ผอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;ในการรักษาความปลอดภัยพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;รวมทั้งไม่ประมาทในการปฏิบัติงานในเเต่ละภารกิจ&nbsp;และสามารถดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนได้&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับกำลังพลชุดปฏิบัติการจรยุทธ์&nbsp;(ชป.จรยุทธ์)&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติภารกิจต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	4/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504085705885
25	นายกรัฐมนตรี เร่งออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบโควิดระลอกใหม่ ย้ำยังต้องเข้มมาตรการสาธารณสุข	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;</strong>โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัววานนี้&nbsp;(3&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ว่า&nbsp;ได้ประชุมกับคณะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ&nbsp;เพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการดูแลและเยียวยาประชาชนและธุรกิจต่างๆ&nbsp;รวมถึงฟื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;รอบล่าสุด&nbsp;ในขณะที่จำเป็นต้องเข้มงวดในเรื่องสาธารณสุขและการยับยั้งควบคุมโรคระบาด&nbsp;สิ่งสำคัญที่เน้นย้ำกับคณะทำงาน&nbsp;คือต้องรีบออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนและการทำมาค้าขายต่างๆ&nbsp;อย่างรวดเร็วที่สุด</p><p><strong>ช่วงเวลา&nbsp;1&nbsp;ปีกว่าที่ผ่านมา</strong>&nbsp;ที่ประชาชนต้องเผชิญสถานการณ์อันยากลำบากอย่างร้ายแรงจากโควิด-19&nbsp;จนถึงขณะนี้ทุกคนเดือดร้อนกันอย่างสาหัสและยิ่งจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือเยียวยาอย่างเร่งด่วน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	4/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	NULL	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504100309906
26	ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 กระทรวงมหาดไทย เผยแพร่ข้อมูลจังหวัดที่มีคำสั่งประกาศให้มีการกักกันตัวผู้ที่เดินทางมาจากนอกพื้นที่ รวม 53 จังหวัด	"<p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;เผยแพร่ข้อมูลจังหวัดที่มีคำสั่ง/ประกาศให้มีการกักกันตัวผู้ที่เดินทางมาจากนอกพื้นที่&nbsp;รวม&nbsp;53&nbsp;จังหวัด</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;(ศบค.มท.)&nbsp;เผยแพร่ข้อมูลจังหวัดที่มีคำสั่ง/ประกาศให้มีการกักกันตัวผู้ที่เดินทางมาจากนอกพื้นที่&nbsp;รวม&nbsp;53&nbsp;จังหวัด</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ภาคเหนือ&nbsp;15&nbsp;จังหวัด</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">1.&nbsp;เชียงราย</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">2.&nbsp;เชียงใหม่</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">3.&nbsp;ตาก</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">4.&nbsp;นครสวรรค์</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">5.&nbsp;น่าน</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">6.&nbsp;พะเยา</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">7.&nbsp;พิจิตร</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">8.&nbsp;พิษณุโลก</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">9.&nbsp;เพชรบูรณ์</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">10.&nbsp;แพร่</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">11.&nbsp;ลำปาง</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">12.&nbsp;ลำพูน</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">13.&nbsp;สุโขทัย</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">14.&nbsp;อุตรดิตถ์</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">15.&nbsp;อุทัยธานี</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ภาคกลาง/ภาคตะวันออก</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">1.&nbsp;ชัยนาท</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">2.&nbsp;นครนายก</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">3.&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">4.&nbsp;ลพบุรี</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">5.&nbsp;สิงห์บุรี</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">6.&nbsp;สุพรรณบุรี</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;20&nbsp;จังหวัด</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">1.&nbsp;กาฬสินธุ์</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">2.ขอนแก่น</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">3.&nbsp;ชัยภูมิ</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">4.&nbsp;นครพนม</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">5.&nbsp;นครราชสีมา</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">6.&nbsp;บึงกาฬ</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">7.&nbsp;บุรีรัมย์</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">8.&nbsp;มหาสารคาม</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">9.&nbsp;มุกดาหาร</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">10.&nbsp;ยโสธร</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">11.&nbsp;ร้อยเอ็ด</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">12.&nbsp;เลย</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">13.&nbsp;ศรีสะเกษ</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">14.&nbsp;สกลนคร</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">15.&nbsp;สุรินทร์</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">16.&nbsp;หนองคาย</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">18.&nbsp;อำนาจเจริญ</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">17.&nbsp;หนองบัวสำภู</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">19.&nbsp;อุดรธานี</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">20.&nbsp;อุบลราชธานี</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ภาคใต้&nbsp;12&nbsp;จังหวัด</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">1.&nbsp;กระบี่</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">2.ชุมพร</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">3.&nbsp;ตรัง</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">4.&nbsp;นครศรีธรรมราช</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">5.&nbsp;นราธิวาส</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">6.&nbsp;ปัตตานี</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">7.&nbsp;พังงา</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">8.พัทลุง</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">9.&nbsp;ระนอง</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">10.&nbsp;สงขลา</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">11.สตูล</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">12.&nbsp;สุราษฎร์ธานี</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ศบค.มท.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;พ.ค.2564&nbsp;เวลา&nbsp;20.00&nbsp;น.</span></p>"	4/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504100343909
27	รัฐกะเหรี่ยงพบผู้ติดเชื้อหลักพัน ทหารเร่งคัดกรองโควิด19 ในผู้อพยพจากเมียนมา ป้องกันการแพร่ระบาดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน กำชับผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศูนย์สั่งการชายแดน&nbsp;ไทย&nbsp;-&nbsp;เมียนมา&nbsp;ด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2-3&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;สถานการณ์การสู้รบระหว่างทหารเมียนมา&nbsp;และกองกำลังชนกลุ่มน้อย&nbsp;KNU&nbsp;ด้านตรงข้าม&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;และ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;(ไม่มีการปะทะ)&nbsp;เหตุการณ์ยังคงปกติ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ในช่วงที่ผ่านมาในประเทศไทยพบผู้ป่วยจำนวนมาก&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศเมียนมาพบผู้ติดเชื้อสะสมทั่วประเทศรวม&nbsp;142,831&nbsp;คน&nbsp;มีผู้เสียชีวิต&nbsp;3,209&nbsp;คน&nbsp;และในรัฐกะเหรี่ยง&nbsp;ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;พบผู้ติดเชื้อแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;1,309&nbsp;คน&nbsp;นั้น</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่ทหารที่รับผิดชอบในการดูแลผู้หลบหนีภัยจากความไม่สงบชาวเมียนมา&nbsp;ที่อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวได้ดำเนินการช่วยเหลือขั้นต้นตามหลักมนุษยธรรม&nbsp;และได้ดำเนินการคัดกรองผู้หลบหนีภัยจากความไม่สงบชาวเมียนมา&nbsp;ตามมาตรการป้องกันของกระทรวงสาธารณสุขให้อยู่ในพื้นที่ที่ทางราชการได้กำหนดไว้&nbsp;เพื่อป้องกันมิให้มีการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศไทยอันจะส่งผลทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยรุนแรงขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอความร่วมมือให้ประชาชนปฏิบัติตาม&nbsp;คำสั่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ที่&nbsp;708/2564&nbsp;เรื่องมาตรการเร่งด่วนการป้องกัน&nbsp;และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019(COVID-19)&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;3)&nbsp;ลงวันที่&nbsp;18&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;กรณีเดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุด&nbsp;18&nbsp;จังหวัด&nbsp;ให้รายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ,&nbsp;กำนัน,&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;,เจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;และอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน&nbsp;โดยให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องงด&nbsp;หรือหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าไปในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโดยเฉพาะพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวที่ผู้หลบหนีภัยจากความไม่สงบชาวเมียนมา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	4/5/2021	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504104425924
28	เจ้าหน้าที่ลาดตระเวน เฝ้าระวังสถานการณ์ตามแนวชายแดน ด้าน อ.เมืองแม่ฮ่องสอน พร้อมประชาสัมพันธ์มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในพื้นที่พักพิงฯ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายพงษ์พีระ&nbsp;ชูชื่น&nbsp;นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้มอบหมายให้ชุด&nbsp;อส.&nbsp;สมาชิก&nbsp;อส.ชุดปฏิบัติการ&nbsp;ประจำพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบ&nbsp;บ้านใหม่ในสอย&nbsp;ตำบลปางหมู&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และเจ้าหน้าที่ทหาร&nbsp;ร้อย&nbsp;ร.721&nbsp;พบปะพูดคุยกับคณะกรรมการผู้หนีภัยการสู้รบ&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานคณะกรรมการผู้หนีภัยการสู้รบ&nbsp;เพื่อกำชับการปฏิบัติงานและขอความร่วมมือจากทุกส่วนในการเฝ้าระวังเหตุสาธารณภัยไฟไหม้&nbsp;เหตุวาตภัย&nbsp;และพายุฤดูร้อนตามฤดูกาล&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังป้องกันสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;การลักลอบตัดไม้ทำลายป่าและการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;การเฝ้าระวังสถานการณ์ตามแนวชายแดน&nbsp;และการประชาสัมพันธ์ห้ามผู้หนีภัยการสู้รบกระทำความผิดกฎหมาย&nbsp;และระเบียบที่เกี่ยวข้องภายในพื้นที่พักพิงฯ&nbsp;หากตรวจพบเจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ที่ผ่านมายังพบว่าเหตุการณ์ทั่วไปเป็นปกติ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ได้มอบหมายให้ชุดปฏิบัติการประจำพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่ชุดลาดตระเวน&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร&nbsp;ร้อย&nbsp;ร.721&nbsp;ลาดตระเวนร่วมภายในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ&nbsp;เพื่อรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย&nbsp;ป้องปรามการกระทำความผิดกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ&nbsp;ประชาสัมพันธ์กำชับบังคับใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;ของพื้นที่พักพิงฯ&nbsp;ให้กับ&nbsp;ผู้หนีภัยการสู้รบ&nbsp;พร้อมเข้าสำรวจตรวจสอบร้านค้า&nbsp;เพื่อป้องกันผู้ประกอบการค้านำสินค้าต้องห้ามหรือผิดกฎระเบียบมาจำหน่ายในพื้นที่พักพิงฯ&nbsp;โดยผลการปฏิบัติวานนี้&nbsp;(4&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ไม่พบสินค้าต้องห้ามหรือผิดกฎระเบียบแต่อย่างใด&nbsp;เหตุการณ์ทั่วไปปกติ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	4/5/2021	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504121347955
29	รองผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี เปิดการประชุมสภาเทศบาลนครเกาะสมุยครั้งแรก ในเขตเทศบาลนครเกาะสมุย	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ห้องประชุมสภาเทศบาลนครเกาะสมุย&nbsp;อำเภอกะสมุย&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมสภาเทศบาลนครเกาะสมุยครั้งแรก&nbsp;ในเขตเทศบาลนครเกาะสมุย&nbsp;พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาลนครเกาะสมุย&nbsp;ร่วมประชุมดังกล่าว&nbsp;ซึ่งในการบริหารกิจการของเทศบาลนครเกาะสมุย&nbsp;เป็นหน่วยการปกครองท้องถิ่นรูปแบบหนึ่ง&nbsp;ในการปกครองท้องถิ่น&nbsp;หลายรูปแบบ&nbsp;และถือกันว่าการปกครองในรูปแบบเทศบาล&nbsp;เป็นการปกครองที่เป็นไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย&nbsp;กล่าวคือให้โอกาสประชาชนได้เลือกตัวแทนของตนมาทำหน้าที่กำหนดนโยบาย&nbsp;ออกระเบียบ&nbsp;ข้อบังคับให้กับท้องถิ่น&nbsp;ตัดสินใจ&nbsp;และควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายบริหาร&nbsp;ซึ่งเรียกว่าทำหน้าที่นิติบัญญัติและบริหารกิจการของท้องถิ่นในรูปแบบของนายกเทศมนตรีอันเป็น&nbsp;การเลือกตั้งผู้บริหารโดยตรง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การปกครองในรูปแบบเทศบาล&nbsp;ถือได้ว่าเป็นไปตามเจตนารมณ์และหลักการปกครองตนเองของประชาชน&nbsp;โดยประชาชน&nbsp;และเพื่อประชาชน&nbsp;อย่างแท้จริง&nbsp;คงจะเป็นภาระอันหนัก&nbsp;เพราะเทศบาลนครเกาะสมุย&nbsp;และมีภารกิจต่างๆ&nbsp;เพิ่มขึ้นมากมายตามการขยายของชุมชนอย่างรวดเร็วภายในเขตเทศบาลและสภาพความเป็นอยู่ในสังคม&nbsp;ชุมชนซึ่งไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม&nbsp;ปัญหาด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ปัญหาด้านการก่อสร้าง&nbsp;ที่อยู่อาศัย&nbsp;ปัญหาด้าน&nbsp;สาธารณูปโภค&nbsp;การพัฒนาการศึกษา&nbsp;ปัญหาความต้องการอันหลากหลายของพี่น้องประชาชน&nbsp;และอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่จะตามมาอีกมากมาย&nbsp;และต้องปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากพี่น้องประชาชนให้สำเร็จลุล่วงตามปณิธานที่ได้ตั้งไว้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	4/5/2021	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504123100983
30	นายกรัฐมนตรี สั่งการทุกกระทรวง เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณหน่วยงานภายใต้การดูแลให้เป็นไปตามเป้าหมาย ผลักดันเม็ดเงินหมุนเวียนเศรษฐกิจ	<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;&nbsp;สำนักงบประมาณได้รายงานให้&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีข้อสั่งการให้ส่วนราชการและหน่วยรับประมาณทุกหน่วยดำเนินการตามข้อเสนอของสำนักงบประมาณอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปตามเป้าหมายและมีส่วนสนับสนุนเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณนี้&nbsp;โดยให้เร่งดำเนินการก่อหนี้ผูกพันและเบิกจ่ายงบประมาณโดยเฉพาะกรณีรายจ่ายลงทุนรายการปีเดียวและรายการผูกพันใหม่ให้แล้วเสร็จ&nbsp;เนื่องจากขณะนี้ได้เข้าสู่ไตรมาสที่&nbsp;3&nbsp;ของปีงบประมาณแล้ว&nbsp;และให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดหรือรัฐมนตรี&nbsp;ที่กำกับดูแลหรือควบคุมกิจการของหน่วยรับงบประมาณ&nbsp;เร่งรัด&nbsp;ติดตามและประเมินการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด&nbsp;โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพและการกระตุ้นให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ&nbsp;และขอให้ทุกหน่วยรับงบประมาณพิจารณาแนวทางการใช้จ่ายที่สอดคล้องกับบริบทใหม่ที่เปลี่ยนไป(new&nbsp;normal)&nbsp;เพื่อให้การใช้จ่ายเป็นไปตามวัตถุประสงค์&nbsp;เกิดประโยชน์กับประชาชน&nbsp;ส่วนกรณีปัญหาที่หน่วยงานยังมีข้อติดขัดเกี่ยวกับการปฏิบัติตาม&nbsp;พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้าง&nbsp;และบริหารพัสดุภาครัฐ&nbsp;พ.ศ.2560&nbsp;ให้&nbsp;กระทรวงการคลัง&nbsp;เร่งสร้างการรับรู้และทำความเข้าใจแก่บุคลากรของหน่วยรับงบประมาณให้ต่อเนื่องและชัดเจน</p><p><strong>สำหรับข้อมูลการเบิกจ่ายที่สำนักงบประมาณรายงานนั้น</strong>&nbsp;จากงบประมาณรายจ่ายรวม&nbsp;3.28&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;ณ&nbsp;สิ้นไตรมาสที่&nbsp;2&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;ตลอดจนหน่วยรับงบประมาณต่างๆ&nbsp;ได้เบิกจ่ายแล้ว&nbsp;1.55&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;มีการก่อหนี้ผูกพันแล้ว&nbsp;1.78&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;แต่หากพิจารณาเฉพาะงบประมาณรายจ่ายกรณีไม่รวมงบกลาง&nbsp;วงเงินงบประมาณรวมจะอยู่ที่&nbsp;2.67&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;มีการเบิกจ่ายแล้ว&nbsp;1.30&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;48.96&nbsp;ต่ำกว่าเป้าหมายร้อยละ&nbsp;5.04&nbsp;ก่อหนี้ผูกพันแล้ว&nbsp;1.53&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;57.59&nbsp;สูงกว่าเป้าหมายร้อยละ&nbsp;3.59&nbsp;รายจ่ายประจำ&nbsp;จากวงเงินรวม&nbsp;2.08&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;เบิกจ่ายแล้ว&nbsp;1.14&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;55.09&nbsp;ต่ำกว่าเป้าหมายร้อยละ&nbsp;1.91&nbsp;ก่อหนี้ผูกพันแล้ว&nbsp;1.16&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;56.01&nbsp;ขณะที่รายจ่ายลงทุนจากวงเงินรวม&nbsp;5.87&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;เบิกจ่ายแล้ว&nbsp;1.59&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;ต่ำกว่าเป้าหมายร้อยละ&nbsp;17.81&nbsp;ก่อหนี้ผูกพันแล้ว&nbsp;3.71&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;สูงกว่าเป้าหมายร้อยละ&nbsp;18.22</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	4/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504192649122
31	มุกดาหาร - กอ.รมน. ร่วมกับ อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว , ร้อย.อส.อ.ดอนตาล ที่ 5  ผนึกกำลังลาดตระเวนเพื่อป้องกันปราบปรามการบุกรุกทำลายป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;-&nbsp;กอ.รมน.&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว&nbsp;,&nbsp;ร้อย.อส.อ.ดอนตาล&nbsp;ที่&nbsp;5&nbsp;ผนึกกำลังลาดตระเวนเพื่อป้องกันปราบปรามการบุกรุกทำลายป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;พ.อ.วิระ&nbsp;สอนถม&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในช่วงระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;3&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;จัดกำลังพลร่วมกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว&nbsp;,&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ร้อย.อส.อ.ดอนตาล&nbsp;ที่&nbsp;5&nbsp;ร่วมกันลาดตระเวนตามแผนงานยุทธศาสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบด้านความมั่นคง&nbsp;กิจกรรมงานพิทักษ์ฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการผนึกกำลังป้องกันปราบปรามการบุกรุกทำลายป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามการบุกรุกทำลายป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;&nbsp;ลาดตระเวน&nbsp;ในระบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ&nbsp;(SMART&nbsp;PATROL)&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อตรวจสอบการกระทำความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้&nbsp;ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว&nbsp;ต.ป่าไร่&nbsp;อ.ดอนตาล&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;โดยเริ่มออกเดินลาดตระเวนที่พิกัดเริ่มต้น&nbsp;E0479465&nbsp;N1795734&nbsp;และ&nbsp;พักแรมค้างคืนที่พิกัด&nbsp;E0475455N1797207&nbsp;และสิ้นสุดการลาดตระเวนในวันที่&nbsp;3&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;เวลา&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;ที่พิกัด&nbsp;E0476524&nbsp;N1794752&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผลการปฏิบัติการลาดตระเวนครั้งนี้ตรวจพบร่องรอยการลักลอบเข้ามาล่าสัตว์ในเขตพื้นที่อุทยาน&nbsp;แต่ไม่พบตัวผู้กระทำความผิด&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกข้อมูลภัยคุกคามเพื่อเก็บเป็นฐานข้อมูล&nbsp;และเผาทำลายอุปกรณ์กับดักสัตว์&nbsp;เพื่อไม่ให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	4/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504201222133
32	ยะลา  ปะทะเดือด หลัง เจ้าหน้าที่ สนธิกำลัง ปิดล้อมพื้นที่เป้าหมายวิสามัญคนร้าย ดับ 2 มอบตัว 1 ทหารพรานพลีชีพ 1	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(4&nbsp;พ.ค&nbsp;64)&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;14.00&nbsp;น.เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ทั้งทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ฝ่ายปกครองและกำลังทหารพราน&nbsp;ได้สนธิกำลังร่วมกันติดตามกลุ่มบุคคลตามหมายจับ&nbsp;ซึ่งเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่&nbsp;ต.สะเอะ&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;จ.ยะลา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลังทราบจากแหล่งข่าวว่า&nbsp;มีกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบ&nbsp;ซึ่งมีหมายจับในคดีความมั่นคง&nbsp;จำนวน&nbsp;3-5&nbsp;คน&nbsp;ได้เข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ภายในหมู่บ้าน&nbsp;บ้านบาตูบือละ&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ต.สะเอะ&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เจ้าหน้าที่จึง&nbsp;ได้กระจายกำลังกันเข้าปิดล้อมพื้นที่&nbsp;พร้อมกับได้ประสานผู้นำชุมชน&nbsp;ผู้นำศาสนา&nbsp;เพื่อให้ทำการเจรจากับฝ่ายผู้ก่อเหตุความไม่สงบที่หลบซ่อนอยู่ให้ออกมามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ต่อมา&nbsp;เวลา&nbsp;15.40&nbsp;น.ผู้ก่อเหตุความไม่สงบได้ยอมมอบตัว&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ทราบชื่อต่อมาคือ&nbsp;นายวันฮาซัน&nbsp;(สงวนนามสกุลฉ&nbsp;อายุ&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่ตามบัตรประชาชน&nbsp;เลขที่&nbsp;42/2&nbsp;ม.10&nbsp;บ.แอร้อง&nbsp;ต.ตาเนาะปูเต๊ะ&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เป็นสมาชิกกลุ่มก่อเหตุความไม่สงบระดับปฏิบัติการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนคนร้ายที่เหลือยังหลบซ่อนตัวอยู่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจึงได้ทำการเจรจา&nbsp;เพื่อให้ผู้ที่หลบซ่อนอยู่ออกมามอบตัว&nbsp;แต่ไม่เป็นผล&nbsp;กลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ฝ่ายเจ้าหน้าที่จำนวนหลายนัด&nbsp;จึงเกิดการยิงปะทะตอบโต้กันอยู่นานหลายระลอก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จนเสียงปืนสงบลงในห้วงเวลาประมาณ&nbsp;17.50&nbsp;น.&nbsp;มีรายงานว่า&nbsp;เจ้าหน้าที่ทหารพรานถูกยิงเสียชีวิตจำนวน&nbsp;1&nbsp;นาย&nbsp;ทราบชื่อคือ&nbsp;อาสาสมัครทหารพรานนพฤทธิ์&nbsp;สุขสอน&nbsp;สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;47&nbsp;ยะลา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนผู้ก่อเหตุความไม่สงบ&nbsp;ถูกเจ้าหน้าที่ทำการวิสามัญเสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;โดยที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบ&nbsp;ปืนอาก้า&nbsp;2&nbsp;กระบอก&nbsp;ปืนพกสั้น&nbsp;1&nbsp;กระบอก&nbsp;ซึ่งเป็นของผู้เสียชีวิต&nbsp;จึงได้ทำการตรวจยึดเพื่อตรวจหาหลักฐานความเชื่อมโยงจากอาวุธปืน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลังเกิดเหตุ&nbsp;พลตำรวจโทรณศิลป์&nbsp;ภู่สาระ&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&nbsp;9&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พลตำรวจตรีปิยวัฒน์&nbsp;เฉลิมศรี&nbsp;รองผู้บัญชาการภาค&nbsp;9&nbsp;พลตำรวจตรีปราบพาล&nbsp;มีมงคล&nbsp;รองผู้บัญชาการภาค&nbsp;9&nbsp;พลตำรวจโททินกร&nbsp;รังมาตย์&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา&nbsp;ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดตามขั้นตอนของกฏหมาย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	4/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504201032128
33	ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 กระทรวงมหาดไทย เผยแพร่ข้อมูลจังหวัดที่ขอความร่วมมือประชาชนงดออกนอกเคหสถาน รวม 29 จังหวัด	"<p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;เผยแพร่ข้อมูลจังหวัดที่ขอความร่วมมือประชาชนงดออกนอกเคหสถาน&nbsp;รวม&nbsp;29&nbsp;จังหวัด</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;(ศบค.มท.)&nbsp;เผยแพร่ข้อมูลจังหวัดที่ขอความร่วมมือประชาชนงดออกนอกเคหะสถาน&nbsp;รวม&nbsp;29&nbsp;จังหวัด&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ภาคเหนือ</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">1&nbsp;แพร่&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;03.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">2&nbsp;อุทัยธานี&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ภาคกลาง/ภาคตะวันออก</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">1&nbsp;ชัยนาท&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">2&nbsp;นครนายก&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">3&nbsp;นครปฐม&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">4&nbsp;นนทบุรี&nbsp;21.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">5&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;21.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">6&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">7&nbsp;ราชบุรี&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">8&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;21.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">9&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">10&nbsp;สระแก้ว&nbsp;24.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">11&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">1&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">2&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">3&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;ตลอดทั้งวัน</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">4&nbsp;บึงกาฬ&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">5&nbsp;ยโสธร&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">6&nbsp;หนองคาย&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">7&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ภาคใต้</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">1&nbsp;กระบี่&nbsp;22.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">2&nbsp;ตรัง&nbsp;22.00&nbsp;-&nbsp;03.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">3&nbsp;ปัตตานี&nbsp;22.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">4&nbsp;พัทลุง&nbsp;24.00&nbsp;-&nbsp;03.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">5&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;22.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">6&nbsp;ยะลา&nbsp;22.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">7&nbsp;ระนอง&nbsp;22.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">8&nbsp;สงขลา&nbsp;22.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">9&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;22.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ศบค.มท.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">4&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;/&nbsp;20.00&nbsp;น.</span></p>"	5/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505100654175
34	เทศบาลตำบลโพธิ์พระยา อำเภอเมืองสุพรรณบุรี เปิดประชุมสภาครั้งแรก	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลโพธิ์พระยา&nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;นายณัฐภัทร</p><p>สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมสภาเทศบาลตำบลโพธิ์พระยา&nbsp;ครั้งแรก&nbsp;โดยมีสมาชิกสภาเทศบาลตำบลโพธิ์พระยา&nbsp;&nbsp;ซึ่งได้จากการเลือกตั้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;คน&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ได้ให้โอวาทแก่สมาชิกสภาเทศบาลตำบลโพธิ์พระยา&nbsp;ขอให้ทำตามความต้องการประชาชนเป็นอันดับแรก&nbsp;โดยปฏิบัติตามระเบียบ&nbsp;ข้อบังคับต่างๆ&nbsp;ให้ถูกต้องตามขั้นตอน&nbsp;ถัดมาคือทำตามนโยบายของผู้บริหาร&nbsp;องค์กร&nbsp;และสุดท้ายคือ&nbsp;ทำตามความต้องการของทีมงาน&nbsp;ตามแผนการพัฒนาเทศบาลฯ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับเทศบาลตำบลโพธิ์พระยา&nbsp;เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประเภทเทศบาลตำบล&nbsp;ตั้งอยู่ตอนเหนือของอำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;มีพื้นที่&nbsp;&nbsp;6.25&nbsp;&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลโพธิ์พระยา&nbsp;ได้แก่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1,&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3,&nbsp;&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6,&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;7&nbsp;และมีประชากร&nbsp;จำนวน&nbsp;3,490&nbsp;คน&nbsp;ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้าง&nbsp;&nbsp;ค้าขาย&nbsp;และเกษตรกรรม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	NULL	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505112522226
35	แม่ทัพภาคที่4 แสดงความเสียใจต่อครอบครัวอส.ทพ.พลีชีพ เหตุยิงปะทะที่ยะลา  สั่งยกระดับ รปภ.พื้นที่ ประชาชน ป้องกันคนร้ายตอบโต้	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พล.ท.&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;/&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวของ&nbsp;อส.ทพ.นพฤทธิ์&nbsp;สุขสอน&nbsp;พร้อมสดุดีในความกล้าหาญที่ได้ทำหน้าที่สกัดกั้นผู้ก่อเหตุรุนแรงอย่างเต็มกำลังความสามารถ&nbsp;จากกรณี&nbsp;เจ้าหน้าที่สนธิกำลัง&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;เข้าพิสูจน์ทราบและบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เข้ามาหลบซ่อนในพื้นที่&nbsp;บ.บาตูบือละ&nbsp;ม.2&nbsp;ต.สะเอะ&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ซึ่งเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก&nbsp;และได้เกิดการยิงต่อสู้กันขึ้นเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;นาย&nbsp;จับกุมผู้ก่อเหตุรุนแรงได้&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และมีผู้ก่อเหตุรุนแรง&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เหตุเกิด&nbsp;เมื่อวานนี้(4&nbsp;พ.ค&nbsp;64)&nbsp;เวลา&nbsp;15.40&nbsp;น.</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยแม่ทัพภาค&nbsp;4&nbsp;ระบุว่า&nbsp;&nbsp;หลังจากนี้&nbsp;ได้ย้ำทุกหน่วยทุกกำลังในพื้นที่ได้เพิ่มความระมัดระวังและดูแลเป้าหมายอ่อนแอในพื้นที่ตลอดจนสาธารณูปโภคต่างๆ&nbsp;ที่เป็นสาธารณะที่ประชาชนใช้ประโยชน์&nbsp;อาทิ&nbsp;เส้นทางสัญจร&nbsp;รถไฟ&nbsp;ระบบการสื่อสารต่างๆ&nbsp;ที่ผู้ก่อเหตุรุนแรงเข้ามาทำร้ายทำลายเพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่&nbsp;ก็ได้เน้นย้ำเรื่องนี้เป็นพิเศษ&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนในมาตรการการควบคุมพื้นที่และบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;และขอความร่วมมือมายังประชาชน&nbsp;ได้ช่วยกันเฝ้าระวังและเป็นหูเป็นตา&nbsp;แจ้งเบาะแส&nbsp;หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่&nbsp;ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่โดยเร็ว&nbsp;ที่หมายเลขโทรศัพท์สายตรงแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;หมายเลข&nbsp;061&nbsp;-&nbsp;173&nbsp;-&nbsp;2999&nbsp;หรือเบอร์สายด่วน&nbsp;1341&nbsp;และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	5/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505115544261
36	แม่ทัพภาค 4 เผยความคืบหน้าเหตุปะทะที่กรงปินัง เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายวิสามัญคนร้ายดับ 2 ราย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากกรณีเหตุการณ์เจ้าหน้าที่สนธิกำลัง&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;เข้าพิสูจน์ทราบและบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เข้ามาหลบซ่อนในพื้นที่&nbsp;บ.บาตูบือละ&nbsp;ม.2&nbsp;ต.สะเอะ&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;และได้เกิดการยิงต่อสู้กันขึ้นเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;นาย&nbsp;จับกุมผู้ก่อเหตุรุนแรงได้&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และมีผู้ก่อเหตุรุนแรง&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เหตุเกิด&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;15.40&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;5&nbsp;พ.ค.64&nbsp;ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ต.เขาตูม&nbsp;อ.ยะรัง&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;พล.ท.เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพมภาคที่&nbsp;4&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในห้วงเดือนที่ผ่านคนร้ายมีความพยายามในการก่อเกตุสร้างสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ในการขว้างไปป์บอมบ์ใส่ฐานปฏิบัติการณ์เจ้าหน้าที่&nbsp;ก่อกวน&nbsp;รวมทั้งยิงพี่น้องชาวไทยพุทธ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ที่สูญเสียในพื้นที่สายบุรี&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งเหตุการณ์ปะทะที่กรงปินังคนร้าย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;มอบตัวต่อทางเจ้าหน้าที่&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และทางเจ้าหน้าที่สูญเสีย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เหตุการณ์มีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในพื้นที่ยี่งอ&nbsp;(ไปป์บอมบ์)&nbsp;รือเสาะ&nbsp;(ยิงรถไฟ)&nbsp;สายบุรี&nbsp;(เผารถขนส่งสินค้า&nbsp;ชาวไทยพุทธเสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;ราย)&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการติดตามจากเบาะแสที่พี่น้องประชาชนแจ้งมา&nbsp;นำมาสู่การดำเนินการของหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่&nbsp;มีการบังคับใช้กฎหมายที่กรงปินัง&nbsp;โดยดำเนินการมาแล้ว&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;คนร้ายไหวตัวสามารถหลบหนีไปได้&nbsp;ครั้งแรกตั้งแต่เมื่อวันที่&nbsp;13&nbsp;เมษายน&nbsp;และครั้งที่สอง&nbsp;วันที่&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;ครั้งนี้สืบทราบมาว่ามีการแต่งตัวคล้ายผู้หญิงมาจากทางพื้นที่บ้านไม้แก่น&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามจนกระทั่งปิดล้อมพื้นที่การดำเนินการใช้กระบวนการจากเบาไปหาหนัก&nbsp;คนร้ายมีการออกมามอบตัว&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ทราบชื่อ&nbsp;นายวันฮาซัน&nbsp;อายุ&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งมีประวัติเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการออกมามอบตัว&nbsp;และแจ้งทางเจ้าหน้าที่ว่ามีคนร้ายอีก&nbsp;2&nbsp;รายในบ้าน&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเกลี้ยกล่อม&nbsp;นำพ่อแม่&nbsp;ผู้นำศาสนา&nbsp;มาพูดคุย&nbsp;สุดท้ายคนร้ายไม่ยอมออกมามอบตัว&nbsp;สู้ตาย&nbsp;จนเกิดการปะทะ&nbsp;เป็นเหตุให้คนร้ายเสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ทราบชื่อ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p><strong>นายรีสวัน&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;35&nbsp;ปี&nbsp;</strong>ภูมิลำเนาบ้านอุเป&nbsp;ต.กรงปินัง&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;มีหมายจับจำนวน&nbsp;1&nbsp;หมาย&nbsp;จากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่จุดตรวจร่วม&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;บริเวณบ้านกรงปินัง&nbsp;ต.กรงปินัง&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;มิ.ย.&nbsp;60&nbsp;ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บหลายนาย&nbsp;และเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับสั่งการ&nbsp;</p><p><strong>อีกหนึ่งราย&nbsp;คือ&nbsp;นายอีลียัส</strong>&nbsp;&nbsp;ภูมิลำเนาบ้านลูโบ๊ะกาโล&nbsp;ต.ปุโรง&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;และทางฝั่งเจ้าหน้าที่สูญเสีย1&nbsp;ราย&nbsp;อส.ทพ.นพฤทธิ์&nbsp;สุขสอน&nbsp;ซึ่งได้ทำหน้าที่อย่างห้าวหาญ&nbsp;ในการสกัดกั้นคนร้ายที่หลบหนีไป&nbsp;ซึ่งคนร้ายมีหมาย&nbsp;ป.วิอาญา&nbsp;เคยก่อเหตุมาเมื่อปี&nbsp;2560&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบภายในบ้านที่เกิดเหตุพบ&nbsp;อาวุธปืน&nbsp;AK-&nbsp;47&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;กระบอก&nbsp;,&nbsp;อาวุธปืนพกสั้น&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;กระบอก&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่&nbsp;ศพฐ.10&nbsp;จะได้นำไปตรวจพิสูจน์ต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะนี้ได้สั่งการแจ้งเตือนทุกหน่วย&nbsp;ทุกกองกำลัง&nbsp;ดูแลพื้นที่ฐานที่ตั้ง&nbsp;ตั้งจุดตรวจ&nbsp;จุดสกัดเข้มข้น&nbsp;ทั้งในพื้นที่หมู่บ้าน&nbsp;เขตเมือง&nbsp;รวมทั้งพี่น้องประชาชน&nbsp;และระบบสาธารณูปโภคต่างๆ&nbsp;สิ่งที่ผู้ก่อเหตุไม่สามารถกระทำต่อเจ้าหน้าที่ได้&nbsp;คนร้ายได้ก็จะมาลงที่ประชาชนผู้บริสุทธิ์&nbsp;เป้าหมายอ่อนแอ&nbsp;ก็ต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น&nbsp;หากมีพบเห็นข้อมูลไม่น่าไว้วางใจ&nbsp;ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบโดยเร็ว&nbsp;ที่หมายเลขโทรศัพท์สายตรงแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;หมายเลข&nbsp;061&nbsp;-&nbsp;173&nbsp;-&nbsp;2999&nbsp;หรือเบอร์สายด่วน&nbsp;1341&nbsp;และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับทหารกล้า&nbsp;อส.ทพ.นพฤทธิ์&nbsp;สุขสอน&nbsp;ได้สั่งการให้ส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการในเรื่องของสิทธิกำลังพลซึ่งสูญเสียจากการปฏิบัติหน้าที่ให้มีความครบถ้วนและรวดเร็วที่สุด&nbsp;โดยจะมีพิธีรดน้ำศพ&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(5&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;วัดสุวรรณากร&nbsp;อ.หนองจิก&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;</strong>พร้อมจะทำพิธีส่งศพเพื่อบำเพ็ญกุศล&nbsp;ณ&nbsp;จ.สุโขทัย&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	5/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505120338267
37	มท.ภ.4  สั่งคุมเข้มชายแดน ไทย-มาเลย์ หลังมาเลเซียพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์อินเดียและแอฟริกาใต้ เพิ่มมากขึ้น	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;สั่งกำลังป้องกันชายแดน&nbsp;คุมเข้ม&nbsp;ลาดตระเวนแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;</strong>เฝ้าระวังป้องกันสกัดกั้นผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายผ่านทางช่องทางธรรมชาติ&nbsp;ที่อาจมาพร้อมเชื้อโควิดสายพันธุ์อินเดียและแอฟริกาใต้ที่กำลังแพร่ระบาดในมาเลเซีย&nbsp;และพบมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอยู่ในขณะนี้&nbsp;โดยให้เข้มงวดมาตรการควบคุมโรคอย่างต่อเนื่องจริงจัง&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลโทเกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ระบุว่า&nbsp;&nbsp;ขณะนี้ได้ใช้กำลังที่มีอยู่เฝ้าตรวจตลอดตามแนวชายแดน&nbsp;ไทย&nbsp;-&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;โดยผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;ได้อนุมัติกำลังทหารเพิ่มเติม&nbsp;เพื่อลาดตระเวนแนวเฝ้าตรวจชายแดน&nbsp;และมีการปรับแผนมาตรการป้องกันแนวชายแดนเข้มงวดมากยิ่งขึ้น&nbsp;พร้อมทำความเข้าใจประสานความร่วมมือกับฝ่ายปกครอง&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน&nbsp;ตลอดจนพี่น้องประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้านตามแนวชายแดนให้ตระหนักรู้&nbsp;พร้อมเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวังบุคคลที่แอบลักลอบเข้ามาโดยไม่ผ่านกระบวนการคัดกรองร่วมกับเจ้าหน้าที่&nbsp;โดยตลอด&nbsp;1&nbsp;ปีที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี&nbsp;และยังไม่พบมีการนำเชื้อจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาโดยไม่ผ่านกระบวนการคัดกรองโรค&nbsp;สำหรับข้อกังวลในช่วงฮารีรายอของพี่น้องมุสลิมที่มีการคาดการณ์ว่าอาจจะมีผู้ลักลอบกลับมาจำนวนมากนั้น&nbsp;ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมรองรับไว้หมดแล้ว&nbsp;แต่ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่&nbsp;21&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลังจากที่รัฐบาลมาเลเซียได้ผลักดันให้แรงงานต่างชาติกลับประเทศนั้น&nbsp;พบว่า&nbsp;มีคนไทยเดินทางกลับเข้ามาค่อนข้างน้อยมากประมาณ&nbsp;400&nbsp;คนเท่านั้น&nbsp;อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้มีการทยอยเดินทางกลับสู่ประเทศมาก่อนแล้วตั้งแต่มาเลเซียมีการปิดประเทศเมื่อปลายปี&nbsp;2563&nbsp;โดยยอดรวมคนไทยที่เข้ากลับมาทั้งถูกต้องและลักลอบมีประมาณ&nbsp;3&nbsp;หมื่นกว่าคน&nbsp;แต่หากมีการลักลอบเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติในช่วงดังกล่าวแล้วหลุดจากชายแดนไปก็จะมี&nbsp;ก็จะมี&nbsp;อสม.&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;ดูแลอีกชั้นหนึ่งเพื่อนำเข้ากระบวนการคัดกรองโรคทั้งหมด&nbsp;ซึ่งได้กำชับให้กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้นำชุมชนประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านช่วยสอดส่องเป็นหูเป็นตา&nbsp;หากพบกลุ่มคนต้องสงสัยหรือคนแปลกหน้าในพื้นที่ก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;การดูแลเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตามแนวชายแดนให้ปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19&nbsp;ถือเป็นสิ่งสำคัญ&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโลม&nbsp;ได้แสดงความห่วงใยต่อกำลังเจ้าหน้าที่ทุกนายซึ่งถือเป็นหน้าด่านสำคัญที่ปฏิบัติงานอยู่ตามแนวชายแดน&nbsp;โดยขณะนี้ได้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด&nbsp;-19&nbsp;ให้แก่เจ้าหน้าที่เฝ้าตรวจตามแนวชายแดนทั้งฝั่ง&nbsp;ไทย-มาเลเซีย&nbsp;และ&nbsp;ไทย-พม่า&nbsp;และให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง&nbsp;ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท&nbsp;รวมถึงการปฏิบัติงานต้องมีการป้องกันตนเองจากเชื้อตามมาตรการที่รัฐกำหนดเพื่อให้มีความปลอดภัยทั่วกัน</p>	5/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505123458282
38	ด่านเบตงตรวจคัดกรองเข้มอดีตผู้ต้องขังคนไทยและแรงงานไทยกลับจากมาเลเซีย หลังพบการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สายพันธุ์อินเดียและสายพันธุ์แอฟริกาใต้ ที่กำลังแพร่ระบาดในประเทสมาเลเซีย พร้อมลาดตระเวนตามแนวชายแดนป้องกันการลักลอบเข้าเมืองมาผิดกฎหมายในช่วงเทศฮารีรายอที่ใกล้จะมาถึง	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด่านเบตงตรวจคัดกรองเข้มอดีตผู้ต้องขังคนไทยและแรงงานไทยกลับจากมาเลเซีย&nbsp;</strong>หลังพบการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;สายพันธุ์อินเดียและสายพันธุ์แอฟริกาใต้&nbsp;ที่กำลังแพร่ระบาดในประเทสมาเลเซีย&nbsp;พร้อมลาดตระเวนตามแนวชายแดนป้องกันการลักลอบเข้าเมืองมาผิดกฎหมายในช่วงเทศฮารีรายอที่ใกล้จะมาถึง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(5&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;เจ้าหน้าที่กองอำนวยการร่วมประสานงานประจำด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง&nbsp;ต่างสวมชุดป้องกันร่างกายส่วนบุคคล&nbsp;(PPE)&nbsp;เข้ารับตัวอดีตผู้ต้องขังคนไทย&nbsp;ที่พ้นโทษจากเรือนจำBELANTIK&nbsp;รัฐเคดาห์&nbsp;และผ่านการกักตัว&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;มาแล้ว&nbsp;จากประเทศมาเลเซีย&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;รวมทั้งแรงงานไทยในมาเลเซียอีก&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;รวม&nbsp;21&nbsp;คน&nbsp;ที่ด่านเปิงกาลันฮูลู&nbsp;รัฐเปรัค&nbsp;ประเทศมาเลเซีย&nbsp;เพื่อเข้ารับการตรวจคัดกรองตามมาตรการควบคุมโรค&nbsp;ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;สายพันธุ์อินเดียและสายพันธุ์แอฟริกาใต้&nbsp;ที่กำลังแพร่ระบาดในประเทสมาเลเซีย&nbsp;ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่สามารถแพร่ระบาดได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดิม&nbsp;และอาจทำให้เกิดอาการป่วยจากโควิด-19&nbsp;ที่รุนแรงขึ้น&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;อาจทำให้วัคซีนโควิดที่มีอยู่ในปัจจุบันด้อยประสิทธิภาพลง&nbsp;&nbsp;โดยล่าสุด&nbsp;(4&nbsp;พ.ค.)&nbsp;ประเทศมาเลเซียพบผู้ติดเชื้อ&nbsp;3,120&nbsp;คน&nbsp;และมียอดผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด&nbsp;421,000&nbsp;คน&nbsp;รวมถึงมีผู้เสียชีวิตกว่า&nbsp;1,574&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายเผดิมเดช&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;นายด่านศุลกากรเบตง&nbsp;กล่าวถึงแนวทางการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;ของผู้ขนส่งสินค้าจากประเทศมาเลเซียที่ผ่านด่านศุลกากรเบตง&nbsp;ว่า&nbsp;ทางคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดยะลา&nbsp;ได้กำหนดให้รถขนส่งสินค้าสามารถเข้า-ออกทางด่านพรมแดนเบตงได้ทุกวัน&nbsp;เวลา&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30-16.30&nbsp;น.&nbsp;โดยให้ทำการขนถ่ายสินค้าในพื้นที่ที่กำหนดให้&nbsp;ไม่นุญาตให้จอดรถค้างคืน&nbsp;รถขนส่งแต่ละคันจะมีผู้ขับขี่และผู้ควบคุมรถได้ไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;ให้ขนถ่ายสินค้าให้แล้วเสร็จภายใน&nbsp;7&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ไม่ควรอยู่ห่างจากรถหรือจุดจอดรถไม่เกิน&nbsp;200-300&nbsp;เมตร&nbsp;ส่วนรถที่มารับน้ำยางขนที่โรงงานในอำเภอเบตง&nbsp;พนักงานขับรถและผู้ติดตามประจำรถ&nbsp;ห้ามออกจากบริเวณโรงงานโดยเด็ดขาด&nbsp;หากมีความจำเป็นอยู่เกินต้องขออนุญาตกับเจ้าหน้าที่&nbsp;และต้องนำรถออกไปนอกราชอาณาจักรไม่เกินเวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;โดยปัจจุบันมีรถสินค้าเข้ามาทำการ&nbsp;ขนถ่ายสินค้าประมาณ&nbsp;10-15&nbsp;คัน&nbsp;ต่อวัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำหรับคนไทยทุกคนที่เดินทางมาจากมาเลเซีย&nbsp;ต้องผ่านการคัดกรองตั้งแต่ย่างเข้าสู่ประเทศไทย&nbsp;โดยต้องผ่านการฉีดยาฆ่าเชื้อ&nbsp;ตรวจสัมภาระ&nbsp;ซักประวัติ&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย&nbsp;พร้อมกักตัว&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;ที่ศูนย์&nbsp;Local&nbsp;Quarantine&nbsp;ประจำอำเภอเบตง&nbsp;โดยอดีตผู้ต้องขังคนไทยและแรงงานไทย&nbsp;ที่เดินกลับมาในวันนี้&nbsp;จะเข้ารับการกักตัวที่&nbsp;Local&nbsp;Quarantine&nbsp;ประจำอำเภอเบตง&nbsp;9&nbsp;คน&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;และจังหวัดสตูล&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงจัดกำลังวางแผน&nbsp;บูรณาการร่วมออกลาดตระเวน&nbsp;เฝ้าระวังหมู่บ้านติดชายแดนมาเลเซียเพื่อป้องกัน&nbsp;กลุ่มคนไทยที่ทำงานในประเทศมาเลเซียที่ยังหลบซ่อนตัวอยู่ตามแนวชายแดนลักลอบเข้ามาแบบผิดกฎหมาย&nbsp;ตามช่องทางธรรมชาติ&nbsp;รอยต่อประเทศมาเลเซีย&nbsp;ในช่วงเทศกาลฮารีรายอที่ใกล้จะมาถึงของพี่น้องมุสลิม&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	5/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505154016372
39	จังหวัดลำพูน ขอเชิญชวนกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 60 ปี และกลุ่มที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค ลงทะเบียนรับจองการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยสามารถเริ่มจองได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ขอเชิญชวนกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;และกลุ่มที่มีโรคประจำตัว&nbsp;7&nbsp;กลุ่มโรค&nbsp;ลงทะเบียนรับจองการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;โดยสามารถเริ่มจองได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&nbsp;วันนี้&nbsp;(5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;ที่&nbsp;ศาลาประชาคม&nbsp;ศาลากลาง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายแพทย์สุริยพงณช์&nbsp;สุริยะพงฑากุล&nbsp;นายแพทย์เชี่ยวชาญ&nbsp;(ด้านเวชกรรมป้องกัน&nbsp;)&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน&nbsp;และ&nbsp;แพทย์หญิงภาวิณี&nbsp;เอี่ยมจันทร์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำพูน&nbsp;แถลงข่าวสถานการณ์โควิด&nbsp;19&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ของจังหวัดลำพูน&nbsp;ซึ่งพบรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่เพิ่มเติมจำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;ยอดสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;9&nbsp;เมษายน&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;สะสม&nbsp;283&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษา&nbsp;58&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;221&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตรวม&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ด้าน&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำพูน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำหรับยอดสะสมผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดลำพูนตอนนี้มี&nbsp;จำนวน&nbsp;283&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;221&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษา&nbsp;58&nbsp;ราย&nbsp;พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลลำพูน&nbsp;37&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ในห้อง&nbsp;ICU&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งเป็นจำนวนเต็มของเตียง&nbsp;ICU&nbsp;มีภาวะปอดบวมทั้งหมด&nbsp;อยู่ที่โรงพยาบาลสนามตำบลเวียงยอง&nbsp;แห่งที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ที่โรงพยาบาลสนามองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน&nbsp;แห่งที่&nbsp;2&nbsp;ปิดชั่วคราว&nbsp;โรงพยาบาลอำเภอลี้&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลอำเภอบ้านโฮ่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับวันนี้เป็นวันแรกที่ทางโรงพยาบาลลำพูนได้เปิดให้บริการห้องตรวจความดันลบ&nbsp;ซึ่งทางโรงพยาบาลได้จัดทำเพิ่มเติมขึ้นมา&nbsp;จากเดิมที่การตรวจไข้หวัดจะอยู่ที่ห้องฉุกเฉินเก่า&nbsp;ซึ่งอยู่แยกจากอาคาร&nbsp;OPD&nbsp;100&nbsp;ปี&nbsp;แต่ตอนนี้เราได้เปิดห้องตรวจความดันลบ&nbsp;โดยค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงห้องประมาณ&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีห้องตรวจความดันลบ&nbsp;2&nbsp;ห้อง&nbsp;ฝั่งคนไข้เป็นความดันลบ&nbsp;ฝั่งคนตรวจเป็นความดันบวก&nbsp;ซึ่งวันนี้ได้ทำการเปิดใช้เป็นวันแรกโดยจะทำให้บุคคลากรทางการแพทย์ได้รับความปลอดภัยรวมถึงคนที่เดินผ่านไปผ่านมาก็มีความปลอดภัยด้วย&nbsp;ในส่วนของวัคซีนนั้น&nbsp;ทางสาธารณสุขได้เปิดให้&nbsp;2&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;และกลุ่มที่มีโรคประจำตัว&nbsp;7&nbsp;กลุ่มโรค&nbsp;เช่น&nbsp;โรคทางเดินหายใจเรื้อรังที่รุนแรง&nbsp;โรคหัวใจ&nbsp;โรคหลอดเลือด&nbsp;โรคไตวายเรื้อรัง&nbsp;โรคมะเร็ง&nbsp;โรคหลอดเลือดสมอง&nbsp;โรคเบาหวาน&nbsp;และกลุ่มโรคอ้วนคือน้ำหนักเกิน&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ทุกกลุ่มนี้เป็นผู้ที่มีสิทธิ์ในการได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ก่อน&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางโรงพยาบาลขอเชิญชวนให้มาใช้บริการจองวัคซีนโควิด-19&nbsp;โดยให้เขามาจองเวลาที่ท่านจะเข้ามารักการฉีดวัคซีน&nbsp;สามารถเริ่มจองได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&nbsp;และจะบริการเริ่มฉีดวัคซีน-19&nbsp;ในวันที่&nbsp;7&nbsp;มิถุนายน&nbsp;&nbsp;31&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยจะทำการฉีดวัคซีนให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงจำนวน&nbsp;1,000&nbsp;รายต่อวัน&nbsp;เริ่มเวลา&nbsp;8.00&nbsp;น-16.00&nbsp;น.&nbsp;สำหรับวิธีจองการฉีดวัคซีนมีหลายวิธี&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>1.จองได้ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล&nbsp;หรือ&nbsp;รพสต.&nbsp;</p><p>2.&nbsp;จองได้ที่โรงพยาบาลลำพูน&nbsp;ห้องเบอร์&nbsp;38&nbsp;</p><p>3.&nbsp;สามารถโทรศัพท์ขอรับการจองวัคซีนได้ที่เบอร์&nbsp;053-569100&nbsp;ต่อ&nbsp;72500&nbsp;หรือ&nbsp;ต่อห้องเบอร์&nbsp;38&nbsp;เบอร์มือถือ&nbsp;085-5926311,&nbsp;095-1988033,&nbsp;095-8605655&nbsp;และ&nbsp;096-1580988&nbsp;</p><p>4.&nbsp;ถ้าท่านมีโรคประจำตัวและรักษากับโรงพยาบาลเอกชนก็มามารถเข้าไปจองคิวได้ที่โรงพยาบาลเอกชน&nbsp;</p><p>5.&nbsp;ส่วนต่างอำเภอสามารถโทรศัพท์เข้าไปจองการฉีดวัคซีนได้ตามหมายเลขโทรศัพท์ของโรงพยาบาลอำเภอนั้นๆ&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โดยในขณะนี้ประขาขนเกิดความกังวนในเรื่องของการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;จะฉีดดีไหมหรือไม่ฉีดดี&nbsp;ซึ่งได้มีข่าวลือ&nbsp;มีการลงข้อความทางไลน์&nbsp;ลงเพจเฟสบุ๊ค&nbsp;ถึงข้อเสียและผลกระทบต่างๆ&nbsp;หลังจากการฉีดวัคซีน&nbsp;จึงอยากนำเรียนให้ประชาชนได้ทราบว่าผมก็ได้รับการฉีดวัคซีน-19&nbsp;พร้อมกับบุคคลากรทีอยู่ด่านหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;ในส่วนตัวแล้วที่ผ่านมาไม่มีอาการที่แสดงถึงผลกระทบหรือผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์แต่อย่างใด&nbsp;นี่เป็นประสบการณ์ตรงจากการที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;มา&nbsp;เพราะฉะนั้นจังหวัดลำพูนมีเป้าหมายในการฉีดวัคซีนจำนวน&nbsp;55,000&nbsp;คนนั้น&nbsp;แต่ตอนนี้พึ่งฉีดได้แค่&nbsp;3,000&nbsp;คนเท่านั้น&nbsp;ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยมาก&nbsp;ก็ขอเชิญชนพี่น้องประชาชนถ้าเราได้รับการฉีดวัดซีนอย่างทั่วถึง&nbsp;70%&nbsp;ของประชากรทั้งหมดเชื้อที่เหลืออยู่ก็จะอ่อนแอลงและหมดสิ้นไปในที่สุด&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการตรวจหาเชื้อเชิงรุกของจังหวัดลำพูน&nbsp;ในกลุ่มก้อนนักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;กลุ่มสถานประกอบการอุตสาหกรรม&nbsp;และในครัวเรือนผ่านมาเรียบร้อยแล้ว&nbsp;ซึ่งตอนนี้จังหวัดลำพูนได้ทำการตรวจเชิงรุกในกลุ่มของผู้ประกอบการส่งอาหารและผู้ประกอบการขนส่งพัสดุ&nbsp;รวมถังช่างตัดผม&nbsp;ช่างเสริมสวย&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดลำพูนได้ดำเนินการประชุมขอความร่วมมือและทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการกลุ่มเหล่านี้เรียบร้อยแล้ว&nbsp;ซึ่งเป็นการตรวจเชิงรุกเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำพูนต่อไป&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดลำพูน&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำหรับการฉีดวัคซีน-19&nbsp;ในขณะนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรับการฉีด&nbsp;เพราะว่าคนที่ฉีดวัคซีนแล้วจะลดอาการรุนแรง&nbsp;ลดการเสียชีวิตและทำให้มีการติดเชื้อได้อยากขึ้นสำหรับประชาชนทั่วไปจะเปิดให้ลงทะเบียนเข้ารับการฉีดวัคซีน&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;อยากเชิญชวนให้ประชาชนทุกท่านได้ฉีดวัคซีนอย่างน้อยให้ครบ&nbsp;70%&nbsp;จะทำให้คนในชุมชนมีภูมิต้านทานหมู่&nbsp;ทำให้เชื้อที่หลงเหลือยู่อ่อนแอลง&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แต่อย่างไรก็ตามในภาวะที่เรายังไม่ได้ฉีดวัคซีนครบ&nbsp;70%&nbsp;ประชาชนทุกคนควรต้องปฏิบัติตาม&nbsp;DMHTT&nbsp;อย่างเคร่งคัด&nbsp;ข่าวโดย&nbsp;นายอานนท์&nbsp;บุญมาตุ้ย&nbsp;เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p>	5/5/2021	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505163807401
40	ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยสมาชิกสภาพความเป็นรัฐมนตรี และ ส.ส. ของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่มีลักษณะต้องห้าม	<p><strong>ศาลรัฐธรรมนูญ&nbsp;อ่านคำวินิจฉัยสถานภาพ&nbsp;</strong>ร.อ.ธรรมนัส&nbsp;พรหมเผ่า&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กรณีเคยต้องคำพิพากษาคดียาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลีย&nbsp;ที่นายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ประธานรัฐสภา&nbsp;ส่งความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;(ส.ส.)&nbsp;51&nbsp;คน&nbsp;ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ&nbsp;วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา&nbsp;82&nbsp;วรรคหนึ่ง&nbsp;และมาตรา&nbsp;170&nbsp;วรรคสาม&nbsp;ประกอบมาตรา&nbsp;82&nbsp;ว่าสมาชิกภาพ&nbsp;ส.ส.&nbsp;ของ&nbsp;ร.อ.ธรรมนัส&nbsp;พรหมเผ่า&nbsp;สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ&nbsp;มาตรา&nbsp;101&nbsp;(6)&nbsp;ประกอบมาตรา&nbsp;98&nbsp;(10)&nbsp;และความเป็นรัฐมนตรีของ&nbsp;ร.อ.ธรรมนัส&nbsp;สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ&nbsp;มาตรา&nbsp;170&nbsp;วรรคหนึ่ง&nbsp;(4)&nbsp;ประกอบมาตรา&nbsp;160&nbsp;(6)&nbsp;และมาตรา&nbsp;98&nbsp;(10)&nbsp;หรือไม่</p><p><strong>กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่&nbsp;ร.อ.ธรรมนัส</strong>&nbsp;ถูกพรรคฝ่ายค้านกล่าวหาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ&nbsp;ว่า&nbsp;ศาลออสเตรเลียได้มีคำพิพากษา&nbsp;เมื่อมีนาคม&nbsp;2537&nbsp;ว่า&nbsp;ร.อ.&nbsp;ธรรมนัส&nbsp;มีความผิดฐานนำเข้าและค้ายาเสพติดสั่งจำคุก&nbsp;6&nbsp;ปี&nbsp;แต่จำคุก&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;ก่อนถูกเนรเทศกลับประเทศไทย&nbsp;จึงมีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่ง&nbsp;ส.ส.และรัฐมนตรี&nbsp;ตามรัฐธรรมนูญ&nbsp;มาตรา&nbsp;98&nbsp;(10)&nbsp;และมีการเข้ายื่นเรื่องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย</p><p><strong>ศาลรัฐธรรมนูญ&nbsp;ได้อ่านคำวินิจฉัยกรณีดังกล่าว</strong>&nbsp;โดยมีมติว่า&nbsp;ร.อ.ธรรมนัส&nbsp;พรหมเผ่า&nbsp;ไม่มีลักษณะต้องห้าม&nbsp;จากข้อหาพัวพันค้ายาเสพติด&nbsp;ที่ประเทศออสเตรเลีย&nbsp;เนื่องจากเป็นคดีที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ&nbsp;ไม่ผูกพันกฎหมายไทย&nbsp;ตามหลักอำนาจอธิปไตยไทยที่ไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจของรัฐอื่น&nbsp;จึงไม่มีลักษณะ?ต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ?&nbsp;มาตรา&nbsp;98&nbsp;(10)&nbsp;สมาชิกภาพ&nbsp;ส.ส.ของ&nbsp;ร.อ.ธรรมนัส&nbsp;จึงไม่สิ้นสุดลงและความเป็นรัฐมนตรีของ&nbsp;ร.อ.ธรรมนัส&nbsp;ไม่สิ้นสุดลง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	5/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505190506467
41	กองทัพบก พร้อมอนุเคราะห์ฌาปนสถาน จัดพิธีเผาหรือเคลื่อนย้ายศพผู้ติดเชื้อโควิด 19 ลดภาระครอบครัว	<p><strong>พันเอกหญิง&nbsp;ศิริจันทร์&nbsp;งาทอง&nbsp;รองโฆษกกองทัพบก&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กองทัพบกยังคงสนับสนุนร่วมแก้ไขปัญหาในสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;ทุกด้าน&nbsp;&nbsp;ล่าสุด&nbsp;พลเอก&nbsp;ณรงค์พันธ์&nbsp;จิตต์แก้วแท้&nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;เห็นถึงข้อจำกัดและความไม่สะดวกในการจัดการพิธีศพของผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รวมถึงการเคลื่อนย้ายศพจากโรงพยาบาลไปยังวัด&nbsp;เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา&nbsp;ได้สั่งการให้กรมสวัสดิการทหารบก&nbsp;ซึ่งเป็นหน่วยรับผิดชอบศาสนสถานของกองทัพบกและหน่วยทหารทั่วประเทศ&nbsp;รวมทั้งฌาปนสถานของกองทัพบกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;ได้แก่&nbsp;วัดอาวุธวิกสิตาราม&nbsp;เขตบางพลัด,&nbsp;วัดโสมมนัสวรวิหาร&nbsp;เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย,&nbsp;วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต&nbsp;เขตบางเขน&nbsp;ได้ให้ความอนุเคราะห์&nbsp;และช่วยอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการจัดเตรียมสถานที่ในการประกอบพิธีทางศาสนา&nbsp;การเผาศพให้กับศพของผู้ติดเชื้อโควิดที่ครอบครัว&nbsp;&nbsp;หรือญาติมีความเดือดร้อนและขอรับการสนับสนุน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้มอบให้พิจารณาอำนวยความสะดวก&nbsp;</strong>ในการจัดยานพาหนะช่วยเคลื่อนย้ายศพไปยังวัด&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดตามที่สาธารณสุขแนะนำ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในการเคลื่อนย้ายศพจากโรงพยาบาลไปยังศาสนสถานของกองทัพบก&nbsp;จะดำเนินการโดย&nbsp;ศูนย์ควบคุมการเคลื่อนย้าย&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านความมั่นคงกองทัพบก&nbsp;(กองทัพภาคที่&nbsp;1)&nbsp;ขั้นตอนทั้งหมด&nbsp;เป็นการฌาปนกิจแบบไม่มีค่าใช้จ่าย&nbsp;เพื่อลดภาระและช่วยเหลือประชาชนที่&nbsp;ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในขณะนี้&nbsp;โดยครอบครัวผู้เสียชีวิตที่เดือดร้อน&nbsp;หรือประสบปัญหาในการจัดการศพผู้ติดเชื้อ&nbsp;หรือการขนส่งเคลื่อนย้ายศพ&nbsp;สามารถประสานขอรับการสนับสนุน&nbsp;ผ่านศูนย์ประสานงานต้านโควิด-19&nbsp;ทบ.&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;0-2270-5685-9&nbsp;ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;มีครอบครัวของผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;-19</strong>&nbsp;เป็นหญิงไทย&nbsp;อายุ&nbsp;84&nbsp;ปี&nbsp;เสียชีวิตเมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา&nbsp;ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์&nbsp;ติดต่อขอรับการช่วยเหลือในเรื่องการจัดพิธีฌาปนกิจศพ&nbsp;ซึ่งจะประกอบพิธีในวันนี้เวลา&nbsp;18.40&nbsp;น.&nbsp;โดยกองทัพบกได้อำนวยความสะดวกตามการร้องขอจัดพิธีศพให้ในวันนี้&nbsp;ณ&nbsp;วัดโสมมนัสวรวิหาร</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	5/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505191135471
42	จังหวัดเชียงราย จับกุมผู้ต้องหาขนยาเสพติดของกลางรวม 5 ล้านเม็ด รถยนต์ 3 คัน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;10.00น.&nbsp;ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย&nbsp;ตำบลริมกก&nbsp;อำเภอเมืองเชียงราย&nbsp;พลตำรวจโท&nbsp;ประจวบ&nbsp;วงศ์สุข&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&nbsp;5&nbsp;พร้อมด้วยว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ณรงค์&nbsp;โรจนโสทร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันแถลงผลการจับผู้ต้องหาขุนยาเสพติดพร้อมด้วยรถยนต์กระบะจำนวน&nbsp;3&nbsp;คัน&nbsp;ซึ่งจับกุมผู้ต้องหา&nbsp;3&nbsp;คนได้&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการจับกุมเมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;23.00&nbsp;น.&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;สามารถจับกุม&nbsp;ขบวนการค้าและขนยาเสพติด&nbsp;&nbsp;พร้อมของกลางยาบ้ารวม&nbsp;5&nbsp;ล้านเม็ด&nbsp;ที่บริเวณริมถนนสายเชียงราย-เชียงใหม่&nbsp;ด่านตรวจท่าก๊ก&nbsp;ตำบลท่าก๊ก&nbsp;อำเภอแม่สรวย&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;ซึ่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;คือ</p><p><strong>-นายชลธาร&nbsp;(สงวนนามสกุล)</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ตำบลป่าสัก&nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;</p><p><strong>-นายอนันทชัย&nbsp;(สงวนนามสกุล)</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;28&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ตำบลสันมหาพน&nbsp;อำเภอแม่แต&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;</p><p><strong>-นายสุพจน์&nbsp;(สงวนนามสกุล)</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ตำบลเขื่อนผาก&nbsp;อำเภอพร้าว&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;รถยนต์กระบะ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คันรถยนต์กระบะ&nbsp;มีโครงเหล็กเสริมกระบะข้าง&nbsp;ยี่ห้อโตโยต้า&nbsp;สีเทา&nbsp;&nbsp;ทะเบียน&nbsp;ยต&nbsp;3685&nbsp;&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;รถยนต์กระบะ&nbsp;ยี่ห้ออีซูซุ&nbsp;สีเทา&nbsp;ทะเบียน&nbsp;ยข&nbsp;8515&nbsp;&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และรถยนต์กระบะ&nbsp;ทะเบียน&nbsp;งพ&nbsp;8319&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ทำการขนยาบ้ารวมจำนวนประมาณ&nbsp;5,000,000&nbsp;เม็ด&nbsp;&nbsp;และของกลางเป็น&nbsp;โทรศัพท์มือถืออีก&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;เครื่อง&nbsp;นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งให้ตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย&nbsp;โดยได้ตั้งข้อหา&nbsp;ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;1&nbsp;ชนิดเมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้าโดยผิดกฎหมายไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	5/5/2021	ภาคเหนือ	เชียงราย	สวท.เชียงราย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505165022408
43	นายกรัฐมนตรี ยืนยันไม่ท้อเดินหน้าแก้ปัญหาโควิด-19 สั่งทุกหน่วยงานระดมเพิ่มเตียงสนาม	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;แถลงภายหลังการประชุม&nbsp;ครม.ว่า&nbsp;ตามที่สถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19&nbsp;ที่แพร่กระจายเป็นวงกว้างและเกิดกลุ่มก้อนต่างๆ&nbsp;ในหลายจังหวัด&nbsp;ในฐานะนายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการ&nbsp;ศบค.&nbsp;ได้มีการติดตามอย่างใกล้ชิดและได้สั่งการเพื่อดำเนินการแก้ไขสถานการณ์&nbsp;ในเรื่องหลัก&nbsp;โดยการบริหารจัดการเตียงสำหรับผู้ป่วย&nbsp;&nbsp;ได้สั่งการให้มีการจัดระบบการบูรณาการเรื่องเตียงและโรงพยาบาลสนามทั้งหมด&nbsp;โดยให้มีการจัดแบ่งกลุ่มผู้เข้ารับการรักษาพยาบาลตามระดับอาการ&nbsp;เป็น&nbsp;3&nbsp;กลุ่มคือ&nbsp;ระดับสีเขียวคือ&nbsp;ผู้ป่วยไม่มีอาการหรืออาการน้อย&nbsp;จัดให้เข้าโรงพยาบาลสนาม,&nbsp;ระดับสีเหลืองคือ&nbsp;ผู้ป่วยอาการปานกลาง&nbsp;จัดให้เข้าโรงพยาบาลทั่วไป,&nbsp;ระดับสีแดงคือ&nbsp;ผู้ป่วยอาการรุนแรง&nbsp;จัดให้เข้าโรงพยาบาลเฉพาะทาง&nbsp;โดยให้ปรับรูปแบบการคัดกรองผู้ป่วย&nbsp;ให้ไปคัดกรองที่โรงพยาบาลสนามแทนโรงพยาบาลทั่วไป&nbsp;เพื่อลดการแออัดที่โรงพยาบาล&nbsp;&nbsp;และรักษาเตียงว่างไว้ให้ผู้ป่วยที่จำเป็น&nbsp;และให้เพิ่มเติมผู้รับโทรศัพท์สายด่วน&nbsp;&nbsp;1668&nbsp;/&nbsp;1669&nbsp;/&nbsp;และ&nbsp;1330&nbsp;ให้เพียงพอกับจำนวนผู้ป่วยด้วย</p><p><strong>นอกจากนั้นได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์แรกรับและส่งต่อผู้ป่วยโควิด</strong>&nbsp;เพื่อช่วยแยกตัวผู้ป่วยออกจากชุมชน&nbsp;เพื่อรอส่งไปรักษาตัวต่อไป&nbsp;และเร่งดำเนินการเพิ่มจำนวนเตียงทั้งในโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนามให้มากที่สุด&nbsp;โดยสามารถติดต่อและจัดการให้ผู้ป่วยรอเตียงตกค้างทั้งหมด&nbsp;เข้าสู่ระบบการรักษาตามที่แบ่งไว้&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;โดยปัจจุบันไม่มีผู้ป่วยที่ต้องรอเตียงเกิน&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;โดยการจัดตั้งศูนย์แรกรับและส่งต่อ&nbsp;ที่อาคารนิมิบุตร&nbsp;สนามกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ทำให้สามารถแยกตัวผู้ป่วยออกมาจากชุมชนได้ทันที&nbsp;และนับจากวันจัดตั้ง&nbsp;สามารถส่งต่อผู้ป่วยที่รับเข้ามาไปแล้วถึง&nbsp;96%&nbsp;จึงกล่าวด้วยว่าสามารถแก้ไขปัญหาในเรื่องของสายด่วนเพื่อรับตัวผู้ป่วย&nbsp;การส่งต่อผู้ป่วยทุกคนเข้ารับการรักษาได้อย่างทันการ</p><p><strong>ส่วนในกรณีคลัสเตอร์คลองเตย&nbsp;ได้ติดตามอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ</strong>&nbsp;และได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานระดมสรรพกำลังในการควบคุมการแพร่ระบาดให้ได้โดยเร็วที่สุด&nbsp;ใช้การทำงานในจังหวัดสมุทรสาครได้สำเร็จมาปรับใช้&nbsp;โดยใช้โมเดล&nbsp;ตรวจเชื้อ&nbsp;ติดต่อ&nbsp;คัดกรอง&nbsp;แยกตัว&nbsp;ส่งต่อ&nbsp;และรักษา&nbsp;โดยเน้นไปที่การตรวจเชิงรุก&nbsp;โดยหน่วยเคลื่อนที่&nbsp;และรถเก็บตัวอย่างชีวะนิรภัยพระราชทาน&nbsp;โดยจะตรวจเชิงรุกให้ได้อย่างน้อยทั้งหมด&nbsp;20,000&nbsp;คน</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;</strong>ในฐานะนายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการ&nbsp;ศบค.&nbsp;จะไม่มีวันท้อถอยหรือท้อแท้&nbsp;ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับปัญหาใดๆ&nbsp;และจะไม่หยุดในการคิดและทำเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกคนให้ปลอดภัยและให้ประเทศไทยที่รักของทุกคน&nbsp;&nbsp;ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงแข็งแรง&nbsp;ขอบคุณครับ</p><p><br></p><p><br></p>	5/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505201528496
44	โฆษก ศอ.บต. แถลงถึงความห่วงใยของเลขาธิการ ศอ.บต. เน้นย้ำให้จนท.ตามแนวชายแดนคุมเข้มการลักลอบข้ามแดนจากประเทศมาเลเซีย เพื่อป้องกันเชื้อโควิด 19 สายพันธุ์ที่กำลังระบาด พร้อมเผยถึงความคืบหน้าแรงงานไทย 42 คน ที่โดนจับกุมในขณะนี้	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธีรพงศ์&nbsp;เพชรรัตน์&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ในฐานะโฆษก&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้เปิดเผยถึงยอดตัวเลขของผู้ติดเชื้อในปัจจุบันว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;ที่มีกระจายไปทั่วโลก&nbsp;ซึ่งวันนี้&nbsp;(5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;25654)&nbsp;มียอดตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม&nbsp;2,112&nbsp;ราย&nbsp;ยอดผู้ป่วยสะสม&nbsp;46,037&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิต&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;มีผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;86&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;จังหวัดปัตตานีมีผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;158&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยหายแล้ว&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;0&nbsp;ราย&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;มีผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยสะสม&nbsp;522&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;482&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;จังหวัดสงขลามีผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยสะสม&nbsp;724&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;353&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และจังหวัดสตูล&nbsp;มีผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;0&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยสะสม&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;หายแล้ว&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิต&nbsp;0&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ป่วยยืนยันสะสมในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;จำนวน&nbsp;1,531&nbsp;ราย&nbsp;(ข้อมูลจากศคบ.แต่ละจังหวัด)&nbsp;ขณะนี้โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีกิจกรรมที่พี่น้องชาวไทยมุสลิมจะต้องปฏิบัติศาสนกิจร่วมกัน&nbsp;ซึ่งทางสำนักจุฬาราชมนตรีได้มีหนังสือให้มัสยิดในแต่ละพื้นที่ปฏิบัติตามมาตรการหากจังหวัดใดมีผู้ติดเชื้อเกิน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;ให้ยกเลิกการปฏิบัติศาสนกิจทันที</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการลักลอบข้ามแดนของคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซียนั้น&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;แสดงความห่วงใยผ่าน&nbsp;พล.อ.ชัยชาญ&nbsp;ช้างมงคล&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ถึงเจ้าหน้าที่ทุกนายต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน&nbsp;ทั้งกัมพูชา&nbsp;เมียนมาร์และมาเลเซียว่า&nbsp;ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง&nbsp;ตั้งอยู่ในความไม่ประมาทและมีความปลอดภัยทั่วกันพร้อมทั้งยังได้ฝากให้กำลังใจเจ้าหน้าที่&nbsp;ทั้งฝ่ายความมั่นคง&nbsp;และฝ่ายปกครอง&nbsp;ด่านตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;อำเภอและบุคลากรทางสาธารณสุขทุกส่วนทุกฝ่าย&nbsp;ให้ติดตามสถานการณ์ชายแดน&nbsp;สกัดกั้นการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและเข้มงวดมาตรการควบคุมโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;ที่กำหนดอย่างต่อเนื่องและจริงจัง&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนใต้ที่จะต้องมีการเฝ้าระวังสูงกับความเสี่ยงของโควิด&nbsp;19&nbsp;สายพันธุ์ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในประเทศมาเลเซีย&nbsp;ที่อาจเข้ามาพร้อมกับผู้ที่เดินทางกลับจากมาเลเซีย&nbsp;ซึ่งอาจสร้างปัญหาและจำเป็นต้องคัดกรองอย่างเข้มข้น&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ปัจจุบัน&nbsp;ยังคงมีคนไทยจากมาเลเซียเข้ามาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และเมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;มีคนไทยที่ลงทะเบียนในการเดินทางกลับไทยจำนวน&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งในวันที่&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;มียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;3,418&nbsp;คน&nbsp;อยู่ในรัฐกลันตัน&nbsp;400&nbsp;คน&nbsp;รัฐตรังกานู&nbsp;184&nbsp;คน&nbsp;มีผู้ติดเชื้อสะสม&nbsp;415,012&nbsp;คน&nbsp;และผู้เสียชีวิตสะสม&nbsp;1,533คน&nbsp;(เพิ่มขึ้น&nbsp;12&nbsp;คน)&nbsp;ด้านสาธารณสุขประเทศมาเลเซีย&nbsp;ประกาศว่า&nbsp;ตรวจพบเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;สายพันธุ์อินเดีย&nbsp;B.1.617.1&nbsp;จากชาวอินเดียที่เดินทางเข้าประเทศมาเลเซีย&nbsp;ผ่านสนามบิน&nbsp;KLIA&nbsp;นอกเหนือจากสายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ&nbsp;(variants&nbsp;of&nbsp;concern&nbsp;:&nbsp;VOC)&nbsp;อื่นๆอีก&nbsp;30&nbsp;สายพันธุ์ที่พบในประเทศมาเลเซียก่อนหน้านี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;27&nbsp;สายพันธุ์จากแอฟริกาใต้&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;สายพันธุ์จากสหราชอาณาจักร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ณ&nbsp;ปัจจุบันประเทศมาเลเซีย&nbsp;มีผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;สายพันธ์&nbsp;VOC&nbsp;จำนวน&nbsp;59&nbsp;ราย&nbsp;และสายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สายพันธุ์แอฟริกาใต้&nbsp;B.1.351&nbsp;จำนวน&nbsp;48&nbsp;ราย&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;UK&nbsp;B.1.1.7&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;สายพันธุ์อินเดีย&nbsp;B.1.617&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และสายพันธุ์ไนจีเรีย&nbsp;B.1.525&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พร้อมกันนี้เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ยังได้เน้นย้ำอีกว่า&nbsp;ให้คนไทยเดินทางกลับเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางที่ถูกกฎหมายห้ามหลงเชื่อผู้ที่แอบอ้างจะช่วยเหลือ&nbsp;รวมทั้งห้ามปลอมแปลงเอกสารทางราชการเพราะจะมีโทษในคดีอาญาอย่างหนักนอกจากนี้ในส่วนของความคืบหน้าแรงงานไทยที่ถูกจับกุมไปนั้น&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้รับการประสานข้อมูลจากนายมงคล&nbsp;สินสมุทร&nbsp;กงสุลใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;เมืองโกตาบารู&nbsp;มาเลเซียว่า&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;พ.ค.&nbsp;2564&nbsp;คนไทยทั้ง&nbsp;42&nbsp;คน&nbsp;ได้ถูกนำตัวขึ้นศาลที่เมืองตะเนาะเมเราะห์&nbsp;และศาลได้พิจารณาปล่อยตัวคนไทย&nbsp;4&nbsp;คนที่เอกสารยังไม่หมดอายุ&nbsp;มีคนไทยบางส่วนที่จ่ายค่าปรับเป็นเงิน&nbsp;5,000&nbsp;ริงกิต&nbsp;และบางส่วนไม่สามารถจ่ายค่าปรับได้&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับคนไทยที่ได้จ่ายค่าปรับจะถูกส่งตัวไปยังศูนย์กักกันตัวสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;เพื่อส่งตัวกลับไทย&nbsp;ส่วนบุคคลที่ไม่สามารถจ่ายค่าปรับก็จะถูกส่งไปรับโทษที่เรือนจำต่อไป&nbsp;ทั้งนี้คนไทยจำนวน&nbsp;42&nbsp;คน&nbsp;ถูกจับกุมเมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ขณะเตรียมลักลอบเดินทางกลับประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก&nbsp;ภายหลังพ้นเส้นตายที่อนุโลมให้บุคคลที่พำนักในประเทศมาเลเซียเกินกำหนดจากสถานการณ์โควิด&nbsp;19และผู้ที่ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายเดินทางออกจากประเทศมาเลเซียภายในวันที่&nbsp;21&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;เป็นผู้ชาย&nbsp;จำนวน&nbsp;32&nbsp;คน&nbsp;ไปสอบสวนที่สถานีตำรวจรันเตาปันยัง&nbsp;รัฐกลันตัน&nbsp;ส่วนผู้หญิง&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;คนนำไปสอบสวนที่สถานีตำรวจปาเสมัส&nbsp;รัฐกลันตัน&nbsp;โดยผู้หญิง&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;มีอาการตกเลือดจึงนำส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาและเมื่อพ้นขีดอันตรายจึงส่งกลับมาที่สถานีตำรวจปาเสมัสต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	5/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505184403462
45	เทศบาลตำบลปากน้ำ และเทศบาลตำบลปากน้ำท่าเรือ จังหวัดระนอง เปิดประชุมสภาฯ ครั้งแรก เพื่อคัดเลือกประธานสภา รองประธานสภา และเลขานุการ ก่อนเปิดประชุมสมัยแรกของปี 2564	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(5&nbsp;พ.ค&nbsp;64)&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;ศรีษะเนตร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมสภาเทศบาลตำบลปากน้ำครั้งแรก&nbsp;หลังจากที่ได้มีการเลือกตั้ง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;และคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศรับรองผลแล้ว&nbsp;มีสมาชิกเข้าร่วมประชุมครบทั้ง&nbsp;12&nbsp;คน&nbsp;โดยมีนายอำเภอเมืองระนอง&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดระนอง&nbsp;และคณะผู้บริหารเทศบาลตำบลปากน้ำเข้าร่วมสังเกตการณ์&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&nbsp;ได้กล่าวเปิดการประชุม&nbsp;โดยขอให้สมาชิกทุกคนทำหน้าที่ด้วยความสามัคคีกัน&nbsp;มองผลประโยชน์ส่วนรวมของจังหวัดระนองเป็นหลัก&nbsp;และทำหน้าที่ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายและดูแลอำนวยประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดระนอง&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ขอให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องและการทำงานต้องโปร่งใส&nbsp;ชัดเจน&nbsp;ตรวจสอบได้&nbsp;เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนเป็นสำคัญ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภายหลังผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&nbsp;กล่าวเปิดการประชุมแล้ว&nbsp;ได้มาการคัดเลือกประธานสภาเทศบาลตำบลปากน้ำ&nbsp;โดยวิธีการลงคะแนนแบบลับ&nbsp;ด้วยการเขียนชื่อลงในหีบบัตร&nbsp;ซึ่งมีผู้ได้รับการเสนอชื่อคือ&nbsp;นายธราธร&nbsp;เดชพิพัฒน์ธนกูล&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาลตำบลปากน้ำ&nbsp;เป็นประธานสภาเทศบาลตำบลปากน้ำ&nbsp;นายยุทธพงษ์&nbsp;อมตวงศ์วรรณ&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาลตำบลปากน้ำ&nbsp;เป็นรองประธานสภาเทศบาลตำบลปากน้ำ&nbsp;และนายวิฑูรย์&nbsp;คงพรม&nbsp;ปลัดเทศบาลตำบลปากน้ำ&nbsp;ได้รับเลือกเป็นเลขานุการเทศบาลตำบลปากน้ำ&nbsp;ในช่วงบ่ายวันนี้&nbsp;(&nbsp;5&nbsp;พ.ค&nbsp;64)&nbsp;ที่ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลปากน้ำท่าเรือ&nbsp;อำเภอเมืองระนอง&nbsp;จังหวัดระนอง&nbsp;ได้มีการประชุมสภาเทศบาลตำบลปากน้ำท่าเรือเป็นครั้งแรก&nbsp;โดยที่ประชุมได้ดำเนินการคัดเลือกประธานสภา&nbsp;รองประธานสภา&nbsp;และเลขานุการสภาเทศบาลตำบลปากน้ำท่าเรือ&nbsp;มติที่ประชุมคัดเลือกนายวุฒิพงษ์&nbsp;นาวาลอย&nbsp;เป็นประธานสภาเทศบาลตำบลปากน้ำท่าเรือ&nbsp;นางสาววนัญญา&nbsp;สุวรรณภักดี&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาลตำบลปากน้ำท่าเรือ&nbsp;เป็นรองประธานสภาเทศบาลตำบลปากน้ำท่าเรือ&nbsp;และ&nbsp;นายอภิชาติ&nbsp;อภิรติกร&nbsp;ปลัดเทศบาลตำบลปากน้ำท่าเรือ&nbsp;เป็นเลขานุการสภาเทศบาลตำบลปากน้ำท่าเรือ&nbsp;และนอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีการกำหนดวันเริ่มประชุมสมัยสามัญประจำปี&nbsp;สมัยแรกของปี&nbsp;2564&nbsp;อีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส.ปชส.ระนอง&nbsp;&nbsp;ภาพ/ข่าว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/5/2021	ภาคใต้	ระนอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระนอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505165230409
46	กอ.รมน. จังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และฝ่ายความมานคงจับกุม ตรวจยึดไม้แปรรูปในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงบังอี่ อำเภอหนองสูง	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(5&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;)&nbsp;เวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;พ.อ.วิระ&nbsp;สอนถม&nbsp;รอง&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;สั่งการให้&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ประสาน&nbsp;.&nbsp;หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;มห.3&nbsp;(คำชะอี)&nbsp;ชุดปฏิบัติการข่าว&nbsp;กอ.รมน.&nbsp;,&nbsp;ชุดปฏิบัติการข่าวที่&nbsp;7&nbsp;กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี,&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;2&nbsp;,&nbsp;และตำรวจภูธร&nbsp;สภ.หนองสูง&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;อ.หนองสูง&nbsp;เข้าตรวจสอบพื้นที่&nbsp;ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ป่าดงบังอี่&nbsp;แปลงที่&nbsp;7&nbsp;พื้นที่&nbsp;บ้านหลุบบึ้ง&nbsp;ม.1&nbsp;ต.หนองสูงใต้&nbsp;อ.หนองสูงใต้&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;หลังจากได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีขบวนการลักลอบตัดไม้&nbsp;ในพื้นที่ดังกล่าว</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการเดินเท้ากว่า&nbsp;3&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;จึงไปถึงพื้นที่รับแจ้ง&nbsp;พบกลุ่มชายจำนวนหนึ่ง&nbsp;กำลังแปรรูปไม้ที่ตัดโค่น&nbsp;จึงได้แสดงตนเข้าจับกุม&nbsp;เมื่อกลุ่มดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ต่างแยกย้ายวิ่งหลบหนีการจับกุม&nbsp;เจ้าหน้าที่สามารถตามจับกุมได้&nbsp;1&nbsp;คนเป็นชาย&nbsp;อายุ&nbsp;25&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;145&nbsp;ม.2&nbsp;ต.สำราญใต้&nbsp;อ.สามชัย&nbsp;จ.กาฬสินธุ์&nbsp;ตรวจสอบบริเวณโดยรอบๆ&nbsp;พบไม้ประดู่ใหญ่&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ท่อน&nbsp;ปริมาตร&nbsp;0.18&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;พร้อมเลื่อยโซ่ยนต์&nbsp;(ไม่มีทะเบียน)&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;เครื่อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นทำให้ทราบว่ากลุ่มดังกล่าวได้มีการลักลอบตัดไม้และแปรรูปไม้อีก&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;บริเวณป่าท้ายบ้านหลุบบึ้ง&nbsp;ม.1&nbsp;ต.หนองสูงใต้&nbsp;อ.หนองสูง&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้ไปตรวจสอบเมื่อ&nbsp;ตรวจพบไม้แปรรูป&nbsp;กองรวมกันเป็นจำนวนมาก&nbsp;แต่ไม่พบผู้กระทำผิด&nbsp;จึงได้ทำการตรวจยึดมาตรวจสอบอย่างละเอียดที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;มห.3&nbsp;&nbsp;(คำชะอี)&nbsp;&nbsp;ต.หนองสูง&nbsp;อ.หนองสูง&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;จากการตรวจสอบมี&nbsp;ไม้แดง&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;แผ่น&nbsp;ไม้กราด&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;แผ่น&nbsp;ไม้สะแกแสง&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;แผ่นไม้ประดู่&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;&nbsp;1&nbsp;แผ่น&nbsp;รวมไม้แปรรูปทั้งหมดจำนวน&nbsp;23&nbsp;แผ่น&nbsp;ปริมาตรรวม&nbsp;0.41&nbsp;ลบ.ม.</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน&nbsp;สภ.หนองสูงใต้&nbsp;อ.หนองสูง&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;ดำเนินการตามกฎหมาย&nbsp;และจะได้มีการสอบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายดังกล่าวต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	5/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505172732417
47	บช.น.เตือนระวังการชุมนุมหน้าศาลอาจผิดกฎหมาย	<p><strong>กองบัญชาการตำรวจนครบาล&nbsp;</strong>แจ้งประชาสัมพันธ์ถึงผู้ที่จะไปร่วมชุมนุมบริเวณศาลอาญา&nbsp;ให้ทราบถึงข้อกำหนดของศาลตามประกาศศาลอาญา&nbsp;ที่ได้มีการวางข้อกำหนดห้ามมิให้ผู้ใดประพฤติตนไม่เรียบร้อย&nbsp;ในอาคารศาลอาญา&nbsp;หรือบริเวณรอบอาคารศาลอาญา&nbsp;เช่น&nbsp;ทำลายทรัพย์สิน&nbsp;ปีนรั้วเข้ามาในบริเวณศาล&nbsp;ใช้คำพูดหรือกริยาในทางที่ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย&nbsp;ก่อความรำคาญ&nbsp;ส่งเสียงดัง&nbsp;ใช้เครื่องขยายเสียง&nbsp;บันทึกภาพ&nbsp;ถ่ายทอดสดเหตุการณ์ต่างๆ&nbsp;ผ่านโซเชียล&nbsp;หรือกระทำการในลักษณะที่เป็นการส่งเสริม&nbsp;ยั่วยุ&nbsp;จูงใจ&nbsp;สนับสนุนการกระทำอื่นใด&nbsp;ในลักษณะที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในอาคารศาลหรือบริเวณรอบศาลอาญา&nbsp;ผู้ใดฝ่าฝืนการกระทำดังกล่าว&nbsp;ถือว่ากระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาล&nbsp;ซึ่งมีโทษตามกฎหมาย&nbsp;รวมถึงการนำพวงหรีดมาวาง&nbsp;&nbsp;เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์&nbsp;การผูกริบบิ้นสีดำ&nbsp;การวิพากษ์วิจารณ์&nbsp;&nbsp;การทำหน้าที่ของศาล&nbsp;ที่อาจเข้าข่ายการกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาล&nbsp;กองบัญชาการตำรวจนครบาล&nbsp;ขอแจ้งให้ผู้ชุมนุมที่จะไปทำกิจกรรมหน้าศาลอาญา&nbsp;ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติของศาลอาญาโดยเคร่งครัด&nbsp;หากฝ่าฝืนอาจมีความผิดตามกฎหมาย</p><p><strong>การแจ้งเตือนนี้&nbsp;มีขึ้นเนื่องจากวันที่&nbsp;6&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ศาลอาญา</strong>&nbsp;มีกำหนดนัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว&nbsp;นายพริษฐ์&nbsp;ชิวารักษ์&nbsp;หรือ&nbsp;เพนกวิน&nbsp;และนางสาวปนัสยา&nbsp;&nbsp;สิทธิจิรวัฒนกุล&nbsp;หรือรุ้ง&nbsp;แกนนำกลุ่มราษฎร&nbsp;ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุม&nbsp;มีการประกาศนัดหมายผ่านสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;เพื่อรวมตัวชุมนุมบริเวณศาล&nbsp;ติดตามการไต่สวนดังกล่าวและการนัดทำกิจกรรมหน้าศาลอาญาครั้งล่าสุดของกลุ่มรีเดม&nbsp;เกิดความวุ่นวายและความรุนแรงขึ้น</p><p><br></p><p><br></p>	5/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505190758470
48	รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เผยการประปานครหลวงขานรับนโยบายรัฐบาลในการลดค่าน้ำประปาร้อยละ 10 ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนนี้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด -19	<p>              รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เผยการประปานครหลวงขานรับนโยบายรัฐบาลในการลดค่าน้ำประปาร้อยละ 10 ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนนี้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด -19&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;         นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ที่แพร่กระจายเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่ขณะนี้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนอย่างมาก และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบของประชาชนในระยะเร่งด่วน โดยการประปานครหลวง (กปน.) ซึ่งจำหน่ายน้ำประปาให้บริการประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ พร้อมขานรับนโยบายดังกล่าวเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของประชาชนด้วยการลดค่าน้ำประปาร้อยละ 10 สำหรับบ้านที่อยู่อาศัย ได้แก่ ที่อยู่อาศัยทุกประเภท ทั้งบ้านพัก คอนโด หอพัก บ้านเอื้ออาทร เป็นต้น และกิจการขนาดเล็ก (ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ) ได้แก่ สถานที่ที่มีการประกอบกิจการเล็ก เช่น กิจการร้านโชห่วย ร้านค้า หรือโรงแรมขนาดเล็ก เป็นระยะเวลา 2 เดือน สำหรับใบแจ้งหนี้ค่าน้ำประปาประจำเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน 2564 ทั้งนี้ ประชาชนไม่ต้องลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิแต่อย่างใด&nbsp;</p><p><br></p>	5/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505173928425
49	ศรชล.ตรัง คุมเข้มตรวจหนังสือเดินทางและตรวจคัดกรองวัดไข้คนประจำเรือที่เดินทางมาจากต่างประเทศ โดยจังหวัดตรัง มีผู้ติดเชื้อสะสมในพื้นที่จังหวัดตรัง สำหรับการระบาดรอบเดือนเมษายน 2564 กว่า 200 ราย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศรชล.ตรัง&nbsp;คุมเข้มตรวจหนังสือเดินทางและตรวจคัดกรองวัดไข้คนประจำเรือที่เดินทางมาจากต่างประเทศ&nbsp;โดยจังหวัดตรัง&nbsp;มีผู้ติดเชื้อสะสมในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;สำหรับการระบาดรอบเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;กว่า&nbsp;200&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;น.อ.เฉลิมพล&nbsp;โกมลฤทธิ์&nbsp;รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดตรัง&nbsp;บูรณาการร่วมกับตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตรังสาธารณสุขอำเภอกันตังตรวจหนังสือเดินทางและตรวจคัดกรองวัดไข้คนประจำเรือที่เดินทางมาจากต่างประเทศ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;ณ&nbsp;ท่าเรือเทศบาลกันตัง&nbsp;ผลการปฏิบัติ&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;2564)&nbsp;จังหวัดตรังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;รวมมีผู้ติดเชื้อสะสมในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;สำหรับการระบาดรอบเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;215&nbsp;ราย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในหลายพื้นที่&nbsp;จากประวัติการสัมผัสโรคที่พบสัดส่วนของการติดเชื้อจากคนใกล้ชิด&nbsp;เช่น&nbsp;คนในครอบครัว&nbsp;และเพื่อนร่วมงานมากขึ้น&nbsp;แสดงว่ามีการแพร่กระจายเชื้ออยู่ในชุมชนและในครัวเรือน&nbsp;โดยอาจเป็นการแพร่โรคจากผู้ติดเชื้อที่มีอาการเพียงเล็กน้อยหรือไม่แสดงอาการ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จึงได้ดำเนินการเฝ้าระวังผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องทั้งในสถานพยาบาล&nbsp;และการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงสูง&nbsp;&nbsp;ซึ่งหากพบผู้ติดเชื้อ&nbsp;จะได้ติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงให้มารับการตรวจหาเชื้อตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	5/5/2021	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505192006479
50	กองทัพภาคที่ ๓ กระทำพิธีรับศพทหารกล้า เหตุปะทะ จังหวัดยะลา	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(5&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่ท่าอากาศยานทหาร&nbsp;กองบิน&nbsp;46&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;พลตรี&nbsp;อุกฤษฎ์&nbsp;นุตคำแหง&nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ในฐานะ&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;3&nbsp;เป็นประธานในพิธีรับศพทหารกล้า&nbsp;อาสาสมัครทหารพราน&nbsp;นพฤทธิ์&nbsp;สุขสอน&nbsp;อายุ&nbsp;27&nbsp;ปี&nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษพรานไพร&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;47&nbsp;ที่ได้เสียชีวิตจากเหตุการณ์&nbsp;การสนธิกำลัง&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;เพื่อเข้าพิสูจน์ทราบ&nbsp;และบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่&nbsp;บ้านบาตูบือละ&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ตำบลสะเอะ&nbsp;อำเภอกรงปินัง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;แล้วเกิดการปะทะกัน&nbsp;เป็นเหตุทำให้&nbsp;อาสาสมัครทหารพราน&nbsp;นพฤทธิ์&nbsp;สุขสอน&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;เจ้าหน้าที่ยังควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;วิสามัญไป&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;โดยร่างของผู้เสียชีวิตได้เคลื่อนมาจากกองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ด้วยเครื่องบิน&nbsp;ซี-130&nbsp;ของกองทัพอากาศ&nbsp;เมื่อมาถึงท่าอากาศยานทหาร&nbsp;กองบิน&nbsp;46&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;ทหารกองเกียรติยศทำความเคารพ&nbsp;ญาติพร้อม&nbsp;ประธานทำพิธีทอดผ้าบังสุกุล&nbsp;ถวายแด่พระสงฆ์&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้นได้เคลื่อนศพลงมาจากเครื่องบิน&nbsp;พลแตรเดี่ยวเป่าแตรนอน&nbsp;1&nbsp;จบ&nbsp;และนำขึ้นรถยนต์บรรทุกทางทหาร&nbsp;ของ&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;39&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;เพื่อนำร่างไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล&nbsp;ที่ศาลาการเปรียญ&nbsp;วัดกำแพงงาม&nbsp;ตำบลบ้านกล้วย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;โดยครอบครัวได้กำหนดให้มีพิธีสวดพระอภิธรรม&nbsp;แบบ&nbsp;New&nbsp;normal&nbsp;ตั้งแต่วันนี้&nbsp;ถึง&nbsp;8&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;19.00&nbsp;น.&nbsp;และยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ&nbsp;ทรงให้จัดพิธีพระราชทานเพลิงในวันอาทิตย์&nbsp;ที่&nbsp;9&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นี้&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;ที่เมรุวัดกำแพงงาม&nbsp;#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	5/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505192852486
51	ทหารพราน 47 จัดกำลังพล ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ ดูแลความสงบเรียบร้อย รักษาความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชน จ.ยะลา	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(5&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;)หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;47&nbsp;จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการจรยุทธ์&nbsp;ทำการลาดตระเวนพิสูจน์ทราบ&nbsp;ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วย&nbsp;ประกอบด้วยเขตพื้นที่&nbsp;ป่าภูเขา,&nbsp;ชุมชนไทยพุทธ,&nbsp;พื้นที่ป่าท้ายหมู่บ้าน&nbsp;Support&nbsp;site&nbsp;รวมถึงจุดเสี่ยง/จุดล่อแหลมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อจำกัดเสรีความพยายาม&nbsp;ในการปฏิบัติของฝ่ายตรงข้ามที่อาจลักลอบเข้ามาก่อเหตุสร้างสถานการณ์&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อีกทั้งเพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;อ.ยะหา,&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;และ&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;จ.ยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	5/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505212652538
52	นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำแผนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยในที่ประชุม Microsoft APAC Public Sector Summit	<p><strong>วันนี้&nbsp;6&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;8.00&nbsp;น.&nbsp;ตามเวลาประเทศไทย</strong>&nbsp;(9.00&nbsp;ตามเวลาท้องถิ่น)&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานใหญ่&nbsp;Microsoft&nbsp;ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก&nbsp;ประเทศสิงคโปร์&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;กล่าวปาฐกถาผ่านระบบวีดิทัศน์ในพิธีเปิดการประชุม&nbsp;Microsoft&nbsp;APAC&nbsp;Public&nbsp;Sector&nbsp;Summit&nbsp;ซึ่งจัดในรูปแบบออนไลน์&nbsp;ภายใต้หัวข้อ&nbsp;Empowering&nbsp;Nations&nbsp;for&nbsp;a&nbsp;Digital&nbsp;Society</p><p><strong>โดยการประชุมจัดระหว่างวันที่&nbsp;6-7&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564</strong>&nbsp;เพื่อหารือเกี่ยวกับบทบาทดิจิทัลและฐานข้อมูลในการช่วยฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจ&nbsp;สนับสนุนการเปลี่ยนถ่ายไปสู่ยุคดิจิทัลของภาคอุตสาหกรรม&nbsp;ภาคการศึกษาและภาคธุรกิจพลังงาน&nbsp;ในการประชุมมีผู้บริหารระดับสูงของบริษัทไมโครซอฟต์ร่วมกล่าวปาฐกถา&nbsp;พร้อมมีผู้แทนจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจกว่า&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;ร่วมอภิปรายในหัวข้อต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;ความมั่นคงทางไซเบอร์&nbsp;และ&nbsp;Smart&nbsp;City&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมการประชุมมากกว่า&nbsp;5&nbsp;พันคน&nbsp;จากประเทศเป้าหมาย&nbsp;ซึ่งได้แก่&nbsp;ไทย&nbsp;อินโดนีเซีย&nbsp;เกาหลีใต้&nbsp;นิวซีแลนด์&nbsp;ฟิลิปปินส์&nbsp;สิงคโปร์และเวียดนาม&nbsp;ภายหลังการกล่าวปาฐกถา&nbsp;นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวสรุปสาระสำคัญ&nbsp;</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้แลกเปลี่ยนต่อที่ประชุมฯ&nbsp;</strong>ถึงความคืบหน้าของการตอบสนอง&nbsp;การฟื้นฟูและการปฏิรูป&nbsp;ของประเทศไทยเพื่อสร้างสังคมดิจิทัลที่ครอบคลุมในทุกมิติ&nbsp;พร้อมระบุว่า&nbsp;การระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19&nbsp;ก่อให้เกิดความท้าทาย&nbsp;แต่ได้สร้างโอกาสในหลายมิติ&nbsp;อาทิ&nbsp;การปรับตัวเข้ากับวิถีการทำงานรูปแบบใหม่&nbsp;มาตรฐานสุขอนามัยรูปแบบใหม่และการเกิดโมเดลธุรกิจใหม่</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;แม้ไทยจะมีศักยภาพในการรับมือและปรับตัว</strong>ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาด&nbsp;โดยตัวเลขผู้ป่วยที่ควบคุมไว้ได้ในระดับหนึ่งและประชาชนยังสามารถใช้ชีวิตได้ค่อนข้างปกติ&nbsp;แต่จากจำนวนยอดผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น&nbsp;รัฐบาลได้ทำทุกอย่างเพื่อให้ผ่านวิกฤตระลอกนี้ไปด้วยกัน&nbsp;มีการเตรียมการและวางแผนฟื้นฟูประเทศหลังจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ผ่านพ้นไป&nbsp;มีมาตรการฟื้นฟูสถานการณ์โควิด-19&nbsp;โดยใช้ช่องทางดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการแก้ไขการแพร่ระบาดในด้านต่างๆ&nbsp;รวมทั้งแจกจ่ายเงินเยียวยาให้แก่ประชาชน&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาได้ผลเป็นอย่างดี&nbsp;มีการเข้าถึงอย่างรวดเร็ว&nbsp;โปร่งใส&nbsp;ทั่วทั้งประเทศ&nbsp;ประชาชนไทยมีความพึงพอใจ&nbsp;และรัฐบาลตั้งเป้าจัดหาวัคซีนจำนวน&nbsp;100&nbsp;ล้านโดส&nbsp;เพื่อฉีดให้ประชาชน&nbsp;50&nbsp;ล้านคนในสิ้นปีนี้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ภาครัฐจะฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยแก้ปัญหาภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ&nbsp;ภาคการท่องเที่ยว&nbsp;โดยประเทศไทยจะเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอีกครั้ง&nbsp;โดยมีภูเก็ตเป็นจุดหมายนำร่องแห่งแรก&nbsp;เริ่มต้นในเดือนกรกฎาคมนี้</p><p><strong>โดยความท้าทายต่อไปคือ</strong>&nbsp;การวาดภาพยุทธศาสตร์การเติบโตในโลกใหม่หลังวิกฤตโควิด-19&nbsp;ซึ่งดิจิทัลเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกในฐานะที่เป็นปัจจัยสนับสนุนสำหรับทุกภาคส่วน&nbsp;เช่น&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;Internet&nbsp;of&nbsp;Things&nbsp;(IOT)&nbsp;และระบบอัตโนมัติทั้งหลายที่จำเป็นต่อภาคยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;รวมทั้งยังช่วยสนับสนุนการค้า&nbsp;การบริการ&nbsp;และการท่องเที่ยว&nbsp;ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;รัฐบาลได้ลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล</strong>ให้พร้อมสำหรับอนาคต&nbsp;ได้แก่&nbsp;การระบุตัวตนแบบดิจิทัล&nbsp;เอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์และการชำระเงินแบบดิจิทัล&nbsp;เป็นต้น&nbsp;สิ่งเหล่านี้คือ&nbsp;เส้นทางที่ไทยจะดำเนินต่อไป&nbsp;และมุ่งหวังที่จะทำงานร่วมกับพันธมิตร&nbsp;เช่น&nbsp;การวางบทบาทของประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางภูมิภาคอินโดจีนของดาต้าเซ็นเตอร์&nbsp;สีเขียว&nbsp;และบริการคลาวด์&nbsp;ด้วยการใช้พลังงานทดแทนเพื่อบรรลุเป้าหมายให้ประเทศไทยมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์&nbsp;ในอนาคตอันใกล้นี้</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;การดำเนินการตามเส้นทางสู่ความสำเร็จของเศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;รัฐบาลตั้งเป้าให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางภูมิภาคสำหรับบริษัทนวัตกรรมและเทคโนโลยี&nbsp;ซึ่งรวมถึงการเปิดตัวโครงการริเริ่มนำร่องต่างๆ&nbsp;เพื่อดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีและบุคลากรที่มีความสามารถสูง&nbsp;การพัฒนานโยบายเพื่ออำนวยความสะดวกให้เกิดระบบนิเวศด้านนวัตกรรม&nbsp;ตลอดจนปรับปรุงความง่ายในการประกอบธุรกิจของไทย</p><p><strong>ในช่วงท้าย&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;เน้นย้ำว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลกำลังวางแผนการพัฒนาทั้งในระยะเร่งด่วนและในระยะยาว&nbsp;และกล่าวขอบคุณที่ให้โอกาสรัฐบาลไทยได้มาแบ่งปันวาระแห่งชาติด้านดิจิทัลในวันนี้และรัฐบาลหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ทำงานร่วมมือกันในอนาคต</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	6/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506102013631
53	ศาลอาญา นัดไต่สวนประกัน เพนกวิน - รุ้ง - แอมมี่ ขณะที่เจ้าหน้าที่วางกำลังคุมเข้มรอบพื้นที่	<p><strong>ศาลอาญา&nbsp;ถนนรัชดาภิเษก&nbsp;</strong>นัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว&nbsp;นายพริษฐ์&nbsp;ชิวารักษ์&nbsp;หรือเพนกวิน,&nbsp;นางสาวปนัสยา&nbsp;สิทธิจิรวัฒนกุล&nbsp;หรือรุ้ง&nbsp;และนายไชยอมร&nbsp;แก้ววิบูลย์พันธุ์&nbsp;หรือแอมมี่แกนนำราษฎร&nbsp;คดีชุมนุมปักหมุดสนามหลวง&nbsp;ซึ่งการรักษาความปลอดภัยพื้นที่รอบนอกศาลอาญาพบว่า&nbsp;ได้ปิดประตูทางเข้าออก&nbsp;ให้ประชาชนที่มาติดต่อราชการเข้าออกประตูฝั่งศาลแพ่งแทนและมีกำลังตำรวจดูแลความเรียบร้อยบริเวณนอกรั้ว&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ด้านใน&nbsp;เจ้าหน้าที่ศาลได้ตั้งจุดคัดกรอง&nbsp;</strong>อนุญาตเฉพาะประชาชนที่มาติดต่อราชการที่ศาล&nbsp;คู่ความในคดีต่างๆ&nbsp;และสื่อมวลชนโดยมีกำลังตำรวจศาล&nbsp;ตำรวจนครบาลพหลโยธิน&nbsp;เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของศาล&nbsp;นำแผงรั้วเหล็กมาวางกั้นพื้นที่ทางเข้ารอบศาลอาญาและเจ้าหน้าที่&nbsp;ยังนำรถฉีดน้ำแรงดันสูงจำนวน&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;มาจอดตรงกับประตูทางเข้าศาลอาญาด้วย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;มีรายงานว่า</strong>&nbsp;วันนี้จะมีกลุ่มศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&nbsp;นำช่อดอกไม้และรายชื่อประมาณ&nbsp;5,000&nbsp;รายชื่อ&nbsp;ไปมอบเป็นกำลังใจให้กับนางสุรีย์รัตน์&nbsp;ชิวารักษ์&nbsp;แม่และน้องสาวของนายพริษฐ์&nbsp;และจะมีการทำกิจกรรม&nbsp;นำพวงดอกไม้&nbsp;5&nbsp;พวง&nbsp;ที่เป็นสัญลักษณ์ของคน&nbsp;5,000&nbsp;คนที่มาร่วมลงชื่อสนับสนุนแถลงการณ์&nbsp;ไปวางไว้ที่หน้าศาลอาญา&nbsp;พร้อมกับป้ายข้อความและป้าย&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์แถลงการณ์ด้วย</p><p><br></p><p><br></p>	6/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506103156640
54	ศาลอาญาเลื่อนไต่สวนประกัน ในส่วนของเพนกวินและเเอมมี่ เหตุราชทัณฑ์พึ่งเเจ้งเมื่อวานยังกักตัวไม่ครบ 14 วัน 	<p><strong>ศาลอาญา&nbsp;ถนนรัชดาภิเษก</strong>&nbsp;นัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของ&nbsp;นายพริษฐ์&nbsp;ชิวารักษ์&nbsp;หรือเพนกวิน,&nbsp;นางสาวปนัสยา&nbsp;สิทธิจิรวัฒนกุล&nbsp;หรือรุ้ง&nbsp;แกนนำกลุ่มราษฎร&nbsp;คดีปักหมุดสนามหลวงและนายไชยอมร&nbsp;แก้ววิบูลย์พันธุ์&nbsp;หรือแอมมี่&nbsp;คดีปักหมุดและคดีวางเพลิงที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ&nbsp;โดยเมื่อถึงเวลานัด&nbsp;ศาลได้เเจ้งว่า&nbsp;ในวันนี้ได้เบิกตัวมาเฉพาะนางสาวปนัสยา&nbsp;เพื่อไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวเพียงคนเดียว&nbsp;</p><p><strong>ส่วนนายพริษฐ์และนายไชยอมร</strong>&nbsp;นั้นเนื่องจากเมื่อวันที่&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมาทางราชทัณฑ์ได้แจ้งว่า&nbsp;ทั้งสองคนยังอยู่ในช่วงกักตัว&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;(24&nbsp;เม.ย.&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;พ.ค.)&nbsp;ภายหลังจากที่ถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ&nbsp;ห้องเดียวกับนายชูเกียรติ&nbsp;แสงวงค์&nbsp;หรือจัสติน&nbsp;ผู้ต้องหาคดี&nbsp;112&nbsp;ซึ่งติดเชื้อโควิดในเรือนจำ&nbsp;จึงให้เลื่อนการไต่สวนเฉพาะของนายพริษฐ์และนายไชยอมร&nbsp;ออกไปก่อน&nbsp;จนกว่าทางราชทัณฑ์จะแจ้งความพร้อมในการตรวจหาเชื้อว่าไม่พบก่อน&nbsp;แล้วแจ้งศาลเพื่อเบิกตัวมาไต่สวนคำร้องขอประกันต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>	6/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506112004658
55	รองนายกรัฐมนตรี กำชับหน่วยงานเร่งช่วยเหลือเกษตรกรปลูกไม้สักและไม้ผลส่งออกยกระดับคุณภาพชีวิต 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ประชุมคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ&nbsp;(คปช.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2564&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;ทางไกล&nbsp;โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณาเห็นชอบ&nbsp;การขอทบทวนมติ&nbsp;ครม.เกี่ยวกับการขออนุญาตส่งออกไม้สักสวนป่า&nbsp;จากเดิมที่มีการอนุญาตให้เฉพาะองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เป็นผู้ส่งออกจำหน่ายต่างประเทศ&nbsp;เป็นการให้หน่วยงานของภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;สามารถส่งไม้สักออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้ด้วย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;คปช.&nbsp;ยังได้เห็นชอบให้ทบทวนมติ&nbsp;ครม.&nbsp;ซึ่งเดิมให้เฉพาะไม้ผลบางชนิดเท่านั้น&nbsp;ที่สามารถนำป้อนเข้าโรงงานแปรรูปไม้&nbsp;ผลิตเป็นไม้แปรรูปหรือชิ้นไม้สับได้&nbsp;เป็นการเสนอให้เพิ่มไม้ผลทุกชนิด&nbsp;สามารถนำเข้าป้อนโรงงานแปรรูปไม้&nbsp;ผลิตเป็นไม้แปรรูปหรือชิ้นไม้สับได้&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยางพารา,สะเดาเทียม,สนประดิพัทธ์,กระถินเทพา,มะพร้าว,มะไฟบ้าน,จามจุรี,ยูคาลิปตัส,สนทะเล,กระถินณรงค์,กระถินยักษ์,มะขาม,มะปรางบ้าน&nbsp;และไม้ตาล&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์จากต้น&nbsp;หรือกิ่งของไม้ผลชนิดต่างๆที่ตัดหรือฟันออก&nbsp;ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;แทนการทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์&nbsp;และสามารถสร้างรายได้&nbsp;ยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่เกษตรกร&nbsp;ได้อีกทางหนึ่งด้วย</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;ยังได้กำชับหน่วยงานที่รับผิดชอบให้เร่งรัดปฏิบัติตาม</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;มติของ&nbsp;คปช.&nbsp;ที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด&nbsp;เพื่อให้นำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม&nbsp;ส่งเสริมการอนุรักษ์ป่า&nbsp;และเพิ่มรายได้ภาคส่งออกและเกษตรกร&nbsp;ชดเชยผลกระทบจากภาวะโควิด-19&nbsp;สำหรับการแก้ไขปัญหาที่ทำกินของพี่น้องประชาชน&nbsp;ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งสำรวจการถือครองที่ดิน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ยังไม่มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยภายใต้กรอบกฎหมาย&nbsp;อย่างถูกต้อง&nbsp;เหมาะสมและเป็นธรรมต่อไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	6/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506122108696
56	ปภ. รายงานเกิดวาตภัยในพื้นที่ 17 จังหวัด ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;รายงานเกิดวาตภัยในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัด&nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด</strong></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;รายงานสถานการณ์ความกดอากาศสูงที่ปกคลุมภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคกลางมีกำลังอ่อน&nbsp;ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;โดยในรอบ&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมา&nbsp;เกิดวาตภัยในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เชียงราย&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;พิจิตร&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;ยโสธร&nbsp;สุรินทร์&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;นครนายก&nbsp;นนทบุรี&nbsp;ลพบุรี&nbsp;สิงห์บุรี&nbsp;สระบุรี&nbsp;และอ่างทอง&nbsp;รวม&nbsp;45&nbsp;อำเภอ&nbsp;95&nbsp;ตำบล&nbsp;236&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย&nbsp;882&nbsp;หลัง</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;(6&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;)&nbsp;มีพื้นที่ประสบวาตภัย&nbsp;31&nbsp;จังหวัด&nbsp;104&nbsp;อำเภอ&nbsp;203&nbsp;ตำบล&nbsp;443&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย&nbsp;1,864&nbsp;หลัง&nbsp;มีผู้เสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;(สุราษฎร์ธานี&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ลพบุรี&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;1&nbsp;ราย)&nbsp;และผู้บาดเจ็บ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;(สุราษฎร์ธานี&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;1&nbsp;ราย)&nbsp;แยกเป็น&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;9&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เชียงราย&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;พะเยา&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ลำปาง&nbsp;ลำพูน&nbsp;กำแพงเพชร&nbsp;พิจิตร&nbsp;และพิษณุโลก&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;10&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;ยโสธร&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;สุรินทร์&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;และศรีสะเกษ&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;2&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;และปราจีนบุรี&nbsp;,&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;9&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;สิงห์บุรี&nbsp;อ่างทอง&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;ลพบุรี&nbsp;สระบุรี&nbsp;นครนายก&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;ราชบุรี&nbsp;และนนทบุรี&nbsp;และภาคใต้&nbsp;1&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด&nbsp;ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;โดยสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง&nbsp;ฯ&nbsp;ต่อไป&nbsp;ทั้งนี้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ&nbsp;1784&nbsp;และสายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง.</span></p>"	6/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506113918674
57	ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ 	<p><strong>นายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ประธานสภาผู้แทนราษฎร</strong>&nbsp;กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;หลังมีพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญ&nbsp;ประจำปีครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;ว่า&nbsp;จะมีการประชุมครั้งแรกในวันที่&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;เพื่อพิจารณาร่างพระราชกำหนดของคณะรัฐมนตรี&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ฉบับ&nbsp;จากนั้นจะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งช้ากว่าตามที่กำหนดไว้&nbsp;โดยจะเชิญผู้แทนวิป&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;มาหารือถึงความพร้อมก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้น&nbsp;พร้อมย้ำว่าการเปิดประชุมสภาไม่สามารถเลี่ยงได้&nbsp;แต่ต้องป้องกันตนเองโดยจะต้องทำงานร่วมกับโควิด-19&nbsp;ให้ได้&nbsp;และขอให้&nbsp;ส.ส.&nbsp;ทยอยเข้ารับวัคซีนโควิด-19&nbsp;เพื่อให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างปลอดภัย&nbsp;</p><p><strong>ส่วนที่มีประกาศของ&nbsp;ศบค.&nbsp;ที่ห้ามการรวมตัวเกิน&nbsp;20&nbsp;คน</strong>&nbsp;จะมีผลกระทบต่อการประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่นั้น&nbsp;เห็นว่าไม่มีผลกระทบเพราะการประชุมสภาผู้แทนราษฎรไม่ใช่การรวมตัวเพื่อทำกิจกรรมอื่นแต่เป็นการทำหน้าที่ของ&nbsp;ส.ส.&nbsp;และการเปิดสมัยประชุมสภาเป็นไปตามกฎหมาย&nbsp;เว้นแต่จะมีมติจากสมาชิกที่ในการระบาดระลอกที่&nbsp;2&nbsp;ที่ขอให้พักการประชุมไปออกไปก่อน&nbsp;แต่การเปิดสมัยประชุมครั้งนี้ยังไม่มีการหารือกันจึงขอให้&nbsp;ส.ส.ได้เตรียมตัวรับภารกิจและหน้าที่ทำงานร่วมกับปัญหาที่เกิดขึ้น</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;ในวันนี้(6&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ประธานสภาผู้แทนราษฎร</strong>&nbsp;ยังได้รับมอบหน้ากากอนามัย&nbsp;จำนวน&nbsp;200,000&nbsp;ชิ้น&nbsp;จากผู้แทนหนังสือพิมพ์ซิงเสียนเยอะเป่า&nbsp;และบริษัท&nbsp;จริงใจเสมอ&nbsp;จำกัด&nbsp;เพื่อนำไปมอบให้แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามพื้นที่จังหวัดต่างๆ&nbsp;พร้อมแนะนำย้ำให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยในชีวิตประจำวันเพื่อป้องกันการติดเชื้อตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเข้มงวด</p><p><br></p><p><br></p>	6/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506142744818
58	ผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี ร่วมประชุมสภาเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี พร้อมขานรับนโยบายรัฐบาลเพื่อให้การทำงานเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ตามแนวคิด เรียบง่าย ไปด้วยกัน เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(6&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมสภาเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;ครั้งแรก&nbsp;โดยมีสมาชิกสภาเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;ซึ่งได้จากการเลือกตั้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;คน&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ได้ให้โอวาทแก่สมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ขอให้ทำตามความต้องการประชาชนเป็นอันดับแรก&nbsp;โดยปฏิบัติตามระเบียบ&nbsp;ข้อบังคับต่างๆ&nbsp;ให้ถูกต้องตามขั้นตอน&nbsp;ถัดมาคือทำตามนโยบายของผู้บริหาร&nbsp;องค์กร&nbsp;/ทำตามความต้องการของทีมงาน&nbsp;ตามแผนการพัฒนาเทศบาลฯ&nbsp;และสุดท้ายคือ&nbsp;ทำความต้องการของพี่น้องประชาชน&nbsp;นั่นคือความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;เนื่องจากความเดือดร้อนมีทุกวันจึงต้องมีการปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;จากนั้นต้องทำตามความต้องการของรัฐบาลที่อยากจะเห็นภาพรวมของประเทศมีการพัฒนาแก้ปัญหาได้ตรงตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่&nbsp;สอดคล้องกับนโยบายของจังหวัด&nbsp;โดยเฉพาะปัจจุบันคือสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;ที่ทุกท้องถิ่นต้องช่วยกัน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;คือเรื่องสิ่งแวดล้อม&nbsp;และโครงการคนดีศรีสุพรรณ&nbsp;ส่วนแนวทางการปฏิบัติต้องยึดการทำงานตามแนวทางของกฎหมาย&nbsp;ยึดหลักเรียบง่าย&nbsp;ไปด้วยกัน&nbsp;เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในการนี้&nbsp;ก่อนการประชุม&nbsp;สมาชิกสภา&nbsp;ฯ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประดับอินธนูแก่นายกเทศมนตรี&nbsp;รองนายก/ที่ปรึกษา/เลขานุการ&nbsp;และสมาชิกสภา&nbsp;โดยสมาชิกได้กล่าวคำปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่&nbsp;จากนั้นเป็นการเลือกประธาน/รองประธาน/เลขานุการสภาเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;พร้อมกำหนดสมัยประชุมสามัญ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;แบ่งเขตการเลือกออกเป็น&nbsp;3&nbsp;เขต&nbsp;โดยมีสมาชิกเขตละ&nbsp;8&nbsp;คน&nbsp;มีนายกเทศมนตรี&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;รองนาย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	6/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506131921735
59	ครม.เห็นชอบลดค่าน้ำ-ค่าไฟ บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนจากโควิด-19	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ประชุม&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติเห็นชอบมาตรการลดค่าใช้จ่าย&nbsp;ค่าสาธารณูปโภค&nbsp;ค่าน้ำ-ค่าไฟ&nbsp;ให้กับประชาชน&nbsp;เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;คือเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การลดค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟที่อยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก&nbsp;จะใช้ค่าใช้จ่ายในเดือนเมษายนเป็นฐานคำนวณค่าไฟฟ้า&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน&nbsp;150&nbsp;หน่วยต่อเดือน&nbsp;จะได้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี&nbsp;90&nbsp;หน่วยแรก&nbsp;ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าเกิน&nbsp;150&nbsp;หน่วยต่อเดือน&nbsp;หากหน่วยไฟฟ้าน้อยกว่าหรือเท่ากับใบแจ้งหนี้ของเดือนเมษายนให้คิดตามการใช้หน่วยไฟฟ้าจริง&nbsp;กรณีหน่วยไฟฟ้ามากกว่าใบแจ้งหนี้เดือนเมษายนให้คิดค่าไฟฟ้าตามหน่วยการใช้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทกิจการขนาดเล็กได้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี&nbsp;50&nbsp;หน่วยแรก&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การลดค่าน้ำประปา&nbsp;จะลดค่าน้ำประปาลงร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ให้กับบ้านอยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก&nbsp;ซึ่งมาตรการทั้ง&nbsp;2&nbsp;มาตรการที่รัฐบาลออกมาช่วยเหลือครั้งนี้คาดว่าจะใช้งบประมาณ&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	6/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506135113788
60	ครม.อนุมัติหลักการ มาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจการแพร่ระบาดของโควิด-19	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ประชุม&nbsp;คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการ&nbsp;มาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในระลอกเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;ทั้งมาตรการที่ต้องดำเนินการเร่งด่วนและมาตรการที่เหมาะสมสำหรับดำเนินการในระยะต่อไป&nbsp;ภายหลังจากที่สถานการณ์ระบาดคลี่คลายลง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับมาตรการเร่งด่วน&nbsp;เพื่อบรรเทา&nbsp;เยียวยา&nbsp;ช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การเพิ่มเงินช่วยเหลือในโครงการเราชนะอีกสัปดาห์ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;โดยให้สิ้นสุดการใช้จ่ายในวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;และโครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;โดยเพิ่มเงินให้กับผู้ประกันตนที่อยู่ในโครงการสัปดาห์ละ1,000&nbsp;บาท&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;ระยะเวลาการใช้จ่ายสิ้นสุด&nbsp;วันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;2&nbsp;โครงการคาดว่าจะสามารถนำเสนอ&nbsp;ครม.เพื่อพิจารณาได้ในสัปดาห์หน้า&nbsp;โดยใช้วงเงินดำเนินการรวม&nbsp;85,500&nbsp;ล้านบาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับมาตรการ&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;จะเริ่มดำเนินการเมื่อสถานการณ์คลี่คลายและเหมาะสม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;โดยให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมเดือนละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;ครอบคลุมประชาชนผู้ถือบัตรประมาณ&nbsp;13.65&nbsp;ล้านคน&nbsp;และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&nbsp;โดยให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมเดือนละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;ครอบคลุมประชาชนประมาณ&nbsp;2.5&nbsp;ล้านคน&nbsp;โดยมีระยะเวลาดำเนินการทั้ง&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;คือตั้งแต่กรกฎาคม&nbsp;&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนการดำเนินโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;รัฐจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในลักษณะ&nbsp;โคเพล&nbsp;150&nbsp;บาทต่อคนต่อวันแต่ไม่เกิน&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;ครอบคลุมประชาชน&nbsp;31&nbsp;ล้านคน&nbsp;และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้&nbsp;โดยรัฐบาลจะสนับสนุน&nbsp;e-voucher&nbsp;สำหรับการใช้จ่ายสูงสุดไม่เกิน&nbsp;7,000&nbsp;บาทต่อคน&nbsp;ระยะเวลาดำเนินการถึงสิ้นเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ได้เลื่อนการดำเนินโครงการที่มีการอนุมัติไปแล้วก่อนหน้านี้ออกไปจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการเราเที่ยวด้วยกันและโครงการทัวร์เที่ยวไทย&nbsp;จะพร้อม&nbsp;ยืนยันวงเงินใน&nbsp;พ.ร.ก.1&nbsp;ล้านล้านบาทยังมีเพียงพอสำหรับสนับสนุนกิจกรรมการฟื้นฟูเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	6/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506135411789
61	ครม.เห็นชอบสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19 ช่วยเหลือผู้ประการ SMEs ร้านค้า ที่ได้รับผลกระทบ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ประชุม&nbsp;คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการมาตรการสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;20,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ให้ธนาคารและสถาบันการเงินของรัฐ&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;ธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;หรือ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;นำไปช่วยเหลือผู้ประการ&nbsp;SMEs&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบให้สามารถขอสินเชื่อได้&nbsp;10,000&nbsp;บาทต่อราย&nbsp;ระยะเวลากู้ไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;อัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ&nbsp;0.35&nbsp;ต่อเดือน&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;2&nbsp;ธนาคารจะพิจารณาจัดลำดับความสำคัญของลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบเพื่อให้การดูแลลูกหนี้เป็นไปอย่างเหมาะสมโดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่&nbsp;ครม.มีมติเห็นชอบถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ครม.ยังได้อนุมัติวงเงินชดเชยกรณีเกิดความเสียหายอีก&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ยืนยันเป็นไปตามวินัยการเงินการคลัง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังเห็นชอบมาตรการพักชำระหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ&nbsp;โดยให้ขยายระยะเวลาพักชำระหนี้โดยการพักชำระเงินต้นให้แก่ลูกหนี้ตามความสมัครใจออกไปจนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อลดภาระการชำระหนี้เป็นการชั่วคราวให้แก่ลูกหนี้หรือนำเงินที่จะต้องชำระหนี้ไปเป็นสภาพคล่องเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน&nbsp;หรือประกอบธุรกิจในช่วงที่มีความไม่แน่นอนสูงโดยจะต้องไม่เป็นการเพิ่มภาระให้แก่ลูกหนี้มากจนเกินไป&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	6/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506135601791
62	2 หน่วยเลือกตั้งที่นราธิวาส เตรียมจัดการเลือกตั้งใหม่ จากกรณีจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้ง	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายกำธร&nbsp;ทองขุนดำ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนราธิวาส&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตามที่ได้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลในจังหวัดนราธิวาส&nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;คณะกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;ได้รับรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายกเทศมนตรีในจังหวัดนราธิวาสแล้ว&nbsp;ปรากฏว่ามีหน่วยเลือกตั้งที่มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้ง&nbsp;ที่ใช้ออกเสียงลงคะแนน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;เขตเลือกตั้งที่&nbsp;3&nbsp;หน่วยเลือกตั้งที่&nbsp;11&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;และนายกเทศมนตรีตำบลปะลุรู&nbsp;เขตเลือกตั้งที่&nbsp;2&nbsp;หน่วยเลือกตั้งที่&nbsp;5&nbsp;อำเภอสุไหงปาดี&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดังนั้น&nbsp;คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงมีคำสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้งที่&nbsp;155/2564&nbsp;&nbsp;เรื่องที่มีการออกเสียงลงคะแนนนายกเทศมนตรีในจังหวัดนราธิวาสใหม่&nbsp;โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา&nbsp;105&nbsp;วรรคหนึ่ง&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;ประกอบข้อ&nbsp;202&nbsp;ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงสั่งยกเลิกการเลือกตั้งของหน่วยเลือกตั้งดังกล่าวและสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งนั้น&nbsp;ในวันอาทิตย์ที่&nbsp;16&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.00&nbsp;-&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;โดยเป็นวันออกเสียงลงคะแนนใหม่ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายกำธร&nbsp;ทองขุนดำ&nbsp;ผู้อำนวยการคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนราธิวาส&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;การเลือกตั้งเฉพาะหน่วยเลือกตั้งที่มีปัญหาเรื่องบัตรเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง&nbsp;ทำให้ต้องเลือกตั้งใหม่&nbsp;ดังนั้นผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งดังกล่าว&nbsp;สามารถมาใช้สิทธิได้ใหม่&nbsp;เสมือนไม่เคยมีการเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งนั้นมาก่อน&nbsp;ดังนั้นผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่ได้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;รวมทั้งผู้ที่แจ้งเหตุไม่มาใช้สิทธิเลือกตั้งไปแล้ว&nbsp;สามารถมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งได้ทุกคน&nbsp;และหากในครั้งนี้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่สามารถมาใช้สิทธิเลือกตั้งได้ขอให้ส่งหนังสือแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งต่อนายทะเบียน&nbsp;ภายใน&nbsp;7&nbsp;วันก่อนเลือกตั้ง&nbsp;และ&nbsp;7&nbsp;วันหลังเลือกตั้งเพื่อรักษาสิทธิทางการเมืองของตนเอง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พร้อมเน้นย้ำในครั้งนี้ผู้สมัครไม่ได้รับอนุญาตให้หาเสียงเลือกตั้งหากพบผู้สมัครรายใดมีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตการเลือกตั้งสามารถร้องเรียนมายังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดนราธิวาสได้ทันที&nbsp;และขอเชิญชวนทุกคนไม่ซื้อสิทธิขายเสียงเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและโปร่งใส</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p>"	6/5/2021	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506150253842
63	แถลงร่วม 3 ฝ่าย ผลการปฏิบัติงานแก้ปัญหาและพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(6&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ค่ายสิรินธรตำบลเขาตูม&nbsp;อำเภอยะรัง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;&nbsp;พันเอกเกียรติศักดิ์&nbsp;ณีวงษ์&nbsp;โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้าพร้อมด้วย&nbsp;พันตำรวจเอก&nbsp;วศิน&nbsp;จินตเสถียร&nbsp;ผู้ช่วยโฆษกกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และ&nbsp;นายธีรพงษ์&nbsp;เพชรรัตน์&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;/&nbsp;โฆษกศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมแถลงข่าวชี้แจงการปฏิบัติงานในห้วงเดือนที่ผ่านมา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พันเอก&nbsp;เกียรติศักดิ์&nbsp;ณีวงษ์&nbsp;โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในห้วงเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;สน.&nbsp;ได้ปฏิบัติภารกิจในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนควบคุมพื้นที่ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมและช่วยเหลือภาคส่วนต่างๆ&nbsp;ในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ด้านการควบคุมพื้นที่และการบังคับใช้กฎหมายจัดกำลัง&nbsp;3&nbsp;ฝ่ายเข้าพิสูจน์ทราบและบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ใช้อาวุธปืนยิงใส่รถกระบะบรรทุกสินค้าและราดน้ำมันจุดไฟเผาเกิดเพลิงไหม้ทั้งคันทำให้มีผู้เสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;รายรวมทั้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ขบวนรถไฟท้องถิ่นที่&nbsp;464&nbsp;สุไหงโก-ลก&nbsp;&nbsp;พัทลุง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ขบวนรถได้รับความเสียหายเล็กน้อยซึ่งทั้งสองเหตุการณ์มีความเชื่อมโยงกันโดยคนร้ายเข้ามาหลบซ่อนในพื้นที่บ้านบาตูบือละ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลสะเอะ&nbsp;อำเภอกรงปินัง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;และได้เกิดการยิงต่อสู้กันขึ้นเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;นายจับกุมผู้ก่อเหตุรุนแรงได้&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และมีผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;โดยเหตุคนร้ายยิงรถส่งสินค้าและราดน้ำมันจุดไฟเผา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ทำให้ครอบครัวกิตติประภานันท์เสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงจากหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดในจุดต่างๆ&nbsp;ที่บันทึกไว้ได้รวมทั้งผลจากการพิสูจน์ปลอกกระสุนของคนร้ายที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ&nbsp;ด้านการส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรมและการช่วยเหลือประชาชนในห้วงที่ผ่านมาหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ยะลา,&nbsp;ปัตตานี,&nbsp;นราธิวาส,&nbsp;สงขลา&nbsp;และฉก.นย.ทร.&nbsp;ได้ดำเนินโครงการซ่อมแซมบ้านให้กับประชาชนผู้ยากไร้ในเขตรับผิดชอบของหน่วยรวม&nbsp;68&nbsp;หลังเพื่อส่งมอบความสุขให้กับพี่น้องประชาชนที่ด้อยโอกาสในสังคมและสร้างความเข้าใจส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ด้านการช่วยเหลือประชาชนและการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ตามแนวชายแดนจัดตั้งโรงพยาบาลสนามกองทัพบกสนับสนุนในพื้นที่จังหวัดสงขลา&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรงพยาบาลสนามกองทัพบก&nbsp;ร.5&nbsp;พัน.3&nbsp;โรงพยาบาลสนามค่ายมหาจักรีสิรินธร&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;เตียง&nbsp;และ&nbsp;โรงพยาบาลสนามกองทัพบก&nbsp;กรมสน.พล.ร.15&nbsp;สนับสนุน&nbsp;100&nbsp;เตียง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;มทภ.4/ผอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;ได้สั่งการให้กำลังป้องกันชายแดนเพิ่มความเข้มในการลาดตระเวนแนวชายแดนไทย&nbsp;-&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;ยกระดับการเฝ้าระวังป้องกันสกัดกั้นผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายผ่านทางช่องทางธรรมชาติที่อาจมาพร้อมเชื้อโควิดสายพันธุ์อินเดียและแอฟริกาใต้ที่กำลังแพร่ระบาดในมาเลเซียและพบมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอยู่ในขณะนี้&nbsp;โดยให้เข้มงวดมาตรการควบคุมโรคอย่างต่อเนื่องจริงจังโดยผู้บัญชาการทหารบกได้อนุมัติกำลังทหารเพิ่มเติมเพื่อลาดตระเวนเฝ้าตรวจแนวชายแดนและมีการปรับแผนมาตรการป้องกันเข้มงวดมากยิ่งขึ้นสำหรับข้อกังวลในช่วงฮารีรายอของพี่น้องมุสลิมที่มีการคาดการณ์ว่าอาจจะมีผู้ลักลอบกลับมาจำนวนมากนั้นก็ได้มีการเตรียมความพร้อมรองรับไว้หมดแล้วแต่หากมีการลักลอบเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติในช่วงดังกล่าวแล้วหลุดจากชายแดนไปก็จะมีก็จะมี&nbsp;อสม.&nbsp;&nbsp;ผู้นำชุมชนดูแลอีกชั้นหนึ่งเพื่อนำเข้ากระบวนการคัดกรองโรคทั้งหมด&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;การดูแลเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตามแนวชายแดนให้ปลอดภัยจากเชื้อโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;โดยขณะนี้ได้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ให้แก่เจ้าหน้าที่เฝ้าตรวจตามแนวชายแดนทั้งฝั่งไทย-มาเลเซีย&nbsp;และไทย&nbsp;-&nbsp;พม่าและให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังตั้งอยู่ในความไม่ประมาทรวมถึงการปฏิบัติงานต้องมีการป้องกันตนเองจากเชื้อตามมาตรการที่รัฐกำหนดเพื่อให้มีความปลอดภัยทั่วกันด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในห้วงเดือนตุลาคม&nbsp;2563&nbsp;ถึง&nbsp;30&nbsp;เม.ย.&nbsp;64&nbsp;มีผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ค้ายาเสพติดได้&nbsp;7,138&nbsp;คดี&nbsp;ผู้ต้องหา&nbsp;7,526&nbsp;คน&nbsp;ยาบ้ากว่า&nbsp;3,405,579&nbsp;เม็ด&nbsp;ไอซ์&nbsp;669.45&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เฮโรอีน&nbsp;9.01&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ใบพืชกระท่อม&nbsp;29,148&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ตรวจสอบทรัพย์สิน&nbsp;47&nbsp;ราย&nbsp;มูลค่ารวม&nbsp;27,081,711&nbsp;บาท&nbsp;นำผู้เสพสารเสพติดเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู&nbsp;1,997&nbsp;คนติดตามผู้ผ่านการบำบัด&nbsp;2,123&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พันตำรวจเอก&nbsp;วศิน&nbsp;จินตเสถียร&nbsp;ผู้ช่วยโฆษกกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้เปิดเผยถึงสถิติการเกิดเหตุเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;ว่ามีเกิดเหตุรวม&nbsp;33&nbsp;เหตุเป็นเหตุก่อความไม่สงบ&nbsp;18&nbsp;เหตุ&nbsp;เหตุส่วนตัว&nbsp;10&nbsp;เหตุ&nbsp;เหตุก่อกวน&nbsp;4&nbsp;เหตุ&nbsp;และเหตุปะทะ&nbsp;1&nbsp;เหตุ&nbsp;มีการออกหมายจับ&nbsp;ป.วิอาญาคดีความมั่นคง&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;หมาย&nbsp;ผลคำพิพากษาคดีความมั่นคงเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;มีผลคำพิพากษาของศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์และศาลฎีการวม&nbsp;5&nbsp;คดีจำเลย&nbsp;15&nbsp;คน&nbsp;แยกเป็นลงโทษจำคุกตลอดชีวิต&nbsp;4&nbsp;คนจำคุกไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;6&nbsp;คนและยกฟ้อง&nbsp;5&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายธีรพงษ์&nbsp;เพชรรัตน์&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;/&nbsp;โฆษกศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เปิดเผยว่า&nbsp;&nbsp;เนื่องจากขณะนี้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ระลอก&nbsp;3&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้เน้นย้ำให้ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเข้มงวดไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่ออยู่นอกเคหสถานและในที่สาธารณะล้างมือบ่อยๆ&nbsp;เว้นระยะห่างรวมทั้งงดออกนอกเคหสถานในช่วงเวลาเคอร์ฟิว&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;22.00&nbsp;น.-&nbsp;4.00&nbsp;น.&nbsp;รวมทั้งในช่วงใกล้เทศกาลวันรายอซึ่งจะเป็นช่วงที่พี่น้องมุสลิมจะจับจ่ายซื้อของขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังตัวหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัดรวมทั้งปฏิบัติตามประกาศของผู้ว่าราชจังหวัดอย่างเคร่งครัดพร้อมทั้งมีความห่วงใยถึงเจ้าหน้าที่ทุกนายในการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังตั้งอยู่ในความไม่ประมาทและมีความปลอดภัยทั่วกันและให้ติดตามสถานการณ์ชายแดน&nbsp;สกัดกั้นการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและเข้มมาตรการควบคุมโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;ที่กำหนดอย่างต่อเนื่องจริงจัง&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนใต้ที่ต้องเฝ้าระวังสูงกับความเสี่ยงของ&nbsp;COVID-19&nbsp;สายพันธุ์ที่กำลังแพร่ระบาดในมาเลเซียที่อาจเข้ามาพร้อมกับผู้ที่เดินทางกลับจากมาเลเซียซึ่งจำเป็นต้องคัดกรองอย่างเข้มข้นโดยเน้นย้ำให้คนไทยเดินทางกลับเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางที่ถูกกฎหมายห้ามหลงเชื่อผู้ที่แอบอ้างจะเข้าช่วยเหลือรวมทั้งห้ามปลอมแปลงเอกสารทางราชการปลอมเพราะจะมีโทษในคดีอาญาอย่างหนัก&nbsp;สำหรับบุคคลใดที่มีเอกสารการเดินทางครบถ้วนโปรดลงทะเบียนทางเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศแต่หากเอกสารการเดินทางหมดอายุหรือไม่เคยมีเอกสารการเดินทางใดๆ&nbsp;เลย&nbsp;ขอให้ติดต่อศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงการต่างประเทศณสถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงกัวลาลัมเปอร์&nbsp;สถานกงสุลใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;เมืองโกตาบารู&nbsp;และสถานกงสุลใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;เมืองปีนัง&nbsp;หรือติดต่อศูนย์ดำรงธรรมผ่านศูนย์ดำรงธรรมที่สะดวก&nbsp;ซึ่งทุกแห่งพร้อมให้ความช่วยเหลือคนไทยเพื่อให้สามารถเดินทางกลับประเทศไทยอย่างถูกกฎหมายโดยสวัสดิภาพไม่ต้องเสี่ยงถูกจับกุมดำเนินคดีในประเทศมาเลเซีย&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ทั้งนี้&nbsp;ผู้ประสงค์จะกลับเข้ามาในราชอาณาจักร&nbsp;สามารถติดต่อที่หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;081-7677008</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p>"	6/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506154202858
64	สภาเทศบาลเมืองสุพรรณบุรีเปิดประชุมครั้งแรกพร้อมเลือกประธานและรองประธานสภาเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เช้าวันนี้&nbsp;(6&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่ห้องประชุมเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นประธานประดับอินทนูแก่นายเอกพันธุ์&nbsp;อินทร์ใจเอื้อ&nbsp;นายกเทศบาลเมืองสุพรรณบุรีพร้อมผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;และเปิดการประชุมสภาเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;ครั้งแรก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ขอให้นายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;ทำตามความต้องการประชาชน&nbsp;แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;ทำงานตามนโยบายที่หาเสียงไว้&nbsp;ตามแผนพัฒนาเทศบาลและทำตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;ด้วยความซื่อสัตย์&nbsp;สุจริต&nbsp;เสียสละ&nbsp;เพื่อประโยชน์ชาวสุพรรณบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;ที่ประชุมมีวาระเลือกประธานและรองสภาเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;ซึ่งผลการเลือกมีดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประธานสภาเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายปกรณ์&nbsp;หงส์สุพรรณ&nbsp;รองประธานสภาได้แก่&nbsp;นายสมปอง&nbsp;จงสมจิตร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	6/5/2021	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506140529798
65	ผู้ว่าฯ พระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดการประชุมสภาเทศบาลเมืองอโยธยา หลังจาก กกต. ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง นายกและสมาชิกสภาเทศบาลเมืองอโยธยา	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(6&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;เทศบาลเมืองอโยธยา&nbsp;นายภานุ&nbsp;แย้มศรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมสภาเทศบาลเมืองอโยธยา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอนันต์&nbsp;ถ้ำทอง&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;มาร่วมการประชุมสภาในครั้งนี้ด้วย&nbsp;โดยหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ลงนามประกาศรับรองผลการเลือกตั้งให้&nbsp;นายวุฒิชัย&nbsp;ด่านชัยวิจิตร&nbsp;เป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองอโยธยา&nbsp;และประกาศลงนามรับรองสมาชิกสภาเทศบาลเมืองอโยธยา&nbsp;ทางเทศบาลเมืองอโยธยา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายประทีป&nbsp;ฉากภาพ&nbsp;ปลัดเทศบาลเมืองอโยธยา&nbsp;เป็นเลขาสภาชั่วคราว&nbsp;โดยมีระเบียบวาระในการประชุมที่สำคัญ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การเลือกประธานสภา&nbsp;การเลือกตั้งรองประธานสภา&nbsp;และการกำหนดสมัยประชุมสภา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมมีมติเลือกนายวชิระ&nbsp;ถนอมวงษ์&nbsp;เป็นประธานสภาเทศบาลเมืองอโยธยา&nbsp;และ&nbsp;สิบเอก&nbsp;ประทีป&nbsp;ชมเงิน&nbsp;เป็นรองประธานสภาเทศบาลเมืองอโยธยา&nbsp;จากนั้น&nbsp;นายภานุ&nbsp;แย้มศรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ได้มอบช่อดอกไม้เพื่อแสดงความยินดีกับนายวุฒิชัย&nbsp;ด่านชัยวิจิตร&nbsp;ในโอกาสที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกเทศบาลเมืองอโยธยา&nbsp;พร้อมแสดงความยินดีกับ&nbsp;นายวชิระ&nbsp;ถนอมวงษ์&nbsp;ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาเทศบาลเมืองอโยธยา&nbsp;ด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;นายภานุ&nbsp;แย้มศรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ได้ฝากแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่ให้กับนายกเทศมนตรี&nbsp;และสมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;เรื่อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;การแก้ไขปัญหาการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง&nbsp;การบริหารจัดการระบบน้ำเสียในครัวเรือน&nbsp;และการแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์โควิด-19&nbsp;ที่เน้นย้ำให้ทุกคนเน้นปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;D-M-H-T-T-A&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาพื้นที่เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	6/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506152841852
66	รองผู้ว่าฯ ตรัง เป็นประธานเปิดการประชุมสภาเทศบาลเมืองกันตัง ครั้งแรก ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พุทธศักราช 2496	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(6&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมสภาเทศบาลเมืองกันตัง&nbsp;ครั้งแรก&nbsp;ตามพระราชบัญญัติเทศบาล&nbsp;พุทธศักราช&nbsp;2496&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสภาเทศบาลเมืองกันตัง&nbsp;สำนักงานเทศบาลเมืองกันตัง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตามที่&nbsp;ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองกันตังและนายกเทศมนตรีเมืองกันตัง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2561&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;และคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศผลรับรองการเลือกตั้ง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;การจัดประชุมในครั้งนี้เพื่อพิจารณาเลือกประธานสภาเทศบาลเมืองกันตัง&nbsp;รองประธานสภาเทศบาลเมืองกันตัง&nbsp;เลขานุการสภาเทศบาลเมืองกันตัง&nbsp;การกำหนดสมัยประชุมสามัญประจำปีตามข้อบังคับการประชุมสภา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กำหนดวันเริ่มสมัยประชุมสามัญและจำนวนวันของแต่ละสมัยประชุมสามัญประจำปี&nbsp;2564&nbsp;กำหนดวันเริ่มประชุมสมัยประชุมสามัญสมัยแรกของปี&nbsp;2565&nbsp;และกำหนดจำนวนวันของสมัยประชุมสามัญสมัยแรก&nbsp;การแต่งตั้งคณะกรรมการสามัญประจำสภา&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;คณะกรรมการตรวจรายงานการประชุมสภาเทศบาลและคณะกรรมการแปรญัตติร่างเทศบัญญัติ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	6/5/2021	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506153047854
67	รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาดระลอก เมษายน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;และ&nbsp;รมว.กลาโหม&nbsp;ในฐานะ&nbsp;ผอ.ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;(&nbsp;ศบค.)&nbsp;ได้สั่งการให้แก้ไขเรื่องจำนวนเตียงและโรงพยาบาลสนามทั้งหมด&nbsp;โดยจัดแบ่งกลุ่มผู้ป่วยตามระดับอาการ&nbsp;เป็น&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;คือ&nbsp;สีเขียว&nbsp;เหลือง&nbsp;แดง&nbsp;จัดเจ้าหน้าที่รับโทรศัพท์อย่างเพียงพอแก่สายด่วน&nbsp;1668&nbsp;1669&nbsp;และ&nbsp;1330&nbsp;ปัจจุบันไม่มีผู้ป่วยต้องรอเตียงเกิน&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;จัดตั้งศูนย์แรกรับและส่งต่อที่อาคารนิมิบุตร&nbsp;ซึ่งนับจากวันจัดตั้ง&nbsp;(30&nbsp;เม.ย.64)&nbsp;สามารถส่งต่อผู้ป่วยไปแล้ว&nbsp;96%&nbsp;ทำให้ขณะนี้มีเตียงว่างทั้ง&nbsp;Hospitel&nbsp;และ&nbsp;รพ.สนามทั่วประเทศกว่า&nbsp;30,000&nbsp;เตียง&nbsp;นอกจากนี้รัฐบาลกำลังพิจารณาจัดตั้ง&nbsp;รพ.สนามเพิ่มเติมที่อิมแพค&nbsp;อารีนา&nbsp;เมืองทองธานี&nbsp;พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาเตียงสำหรับผู้ป่วยหนักในเขต&nbsp;กทม.และปริมณฑล&nbsp;โดยเปิด&nbsp;รพ.สนามที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;เขตทุ่งครุ&nbsp;เพิ่มเตียงผู้ป่วยอาการหนักอีก&nbsp;432&nbsp;เตียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนกรณีมีการแพร่เชื้อเป็นกลุ่มก้อนที่คลองเตย&nbsp;ได้ติดตามอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษและสั่งการให้ทุกหน่วยงานควบคุมการแพร่ระบาดให้ได้โดยเร็วที่สุด&nbsp;โดยใช้ประสบการณ์จาก&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;โมเดล&nbsp;มาปรับใช้&nbsp;ทั้งการ&nbsp;ตรวจเชื้อ&nbsp;คัดกรอง&nbsp;แยกตัว&nbsp;ส่งต่อ&nbsp;และรักษา&nbsp;เน้นตรวจเชิงรุกกลุ่มเสี่ยงในชุมชนให้ได้อย่างน้อย&nbsp;1,000&nbsp;คน/วัน&nbsp;โดยหน่วยรถเคลื่อนที่และรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน&nbsp;ตั้งเป้าตรวจเชิงรุกให้ได้อย่างน้อย&nbsp;20,000&nbsp;คน&nbsp;ขณะนี้&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กระทรวงคมนาคม&nbsp;(การท่าเรือแห่งประเทศไทย)&nbsp;จัดพื้นที่ตรวจเชิงรุกให้ชาวชุมชนคลองเตยได้อีก&nbsp;700&nbsp;คน/วัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การร่วมกันแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ&nbsp;ต้องทำทุกทางเพื่อลดการสูญเสียให้มากที่สุด&nbsp;ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการแล้ว&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;จัดหาและฉีดวัคซีนให้คนไทยอย่างน้อยร้อยละ&nbsp;70&nbsp;หรือคิดเป็น&nbsp;50&nbsp;ล้านคน&nbsp;และฉีดให้ได้&nbsp;100&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ภายในสิ้นปี&nbsp;2564&nbsp;นี้&nbsp;ซึ่งได้ร่วมมือกับเอกชนเพิ่มจุดบริการฉีดวัคซีนให้มากขึ้น&nbsp;ตั้งเป้าต้องฉีดให้ได้เดือนละ&nbsp;15&nbsp;ล้านโดส&nbsp;และจัดหายาฟาวิพิราเวียร์&nbsp;สำรองไว้อย่างเพียงพอ&nbsp;1.5&nbsp;ล้านเม็ด&nbsp;กระจายไปยังทุกเขตสุขภาพทั่วประเทศ&nbsp;และจะได้รับเพิ่มอีก&nbsp;3&nbsp;ล้านเม็ด&nbsp;ในเดือนนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;จัดตั้งศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพฯ&nbsp;และปริมณฑล&nbsp;เพื่อบูรณาการแก้ปัญหาได้อย่างเร่งด่วน&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญและมีโครงสร้างบริหารงานที่แตกต่างจากพื้นที่อื่น&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีเป็น&nbsp;ผอ.ศูนย์ฯ&nbsp;ซึ่งจะเป็นแนวทาง&nbsp;แก้ไขปัญหาให้จังหวัดอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบูรณาการด้านการแพทย์และสาธารณสุข&nbsp;ให้คำปรึกษากับ&nbsp;ศบค.&nbsp;มี&nbsp;นพ.ปิยะสกล&nbsp;สกลสัตยาทร&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;รวมทั้งมีอาจารย์แพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิอื่นๆ&nbsp;เป็นกรรมการ&nbsp;เพื่อให้ข้อเสนอแนะตามหลักวิชาการสาธารณสุข&nbsp;และเชื่อมประสานกับโรงพยาบาลต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	6/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506152124848
68	กรมโยธาธิการและผังเมือง บูรณาการร่วมกันทุกหน่วยส่งเรือกำจัดผักตบชวาสนับสนุนกรมชลประทานเร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชคลองบางบัวทอง เปิดทางน้ำพร้อมรับมือฤดูฝน	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;บูรณาการร่วมกันทุกหน่วยส่งเรือกำจัดผักตบชวาสนับสนุนกรมชลประทานเร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชคลองบางบัวทอง&nbsp;เปิดทางน้ำพร้อมรับมือฤดูฝน</strong></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายพรพจน์&nbsp;เพ็ญพาส&nbsp;อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมโยธาธิการและผังเมืองได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่และเรือกำจัดผักตบชวาและวัชพืช&nbsp;เร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชอย่างเร่งด่วนเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือน้ำหลากฤดูฝน&nbsp;โดยล่าสุดได้ส่งเรือกำจัดผักตบชวาและวัชพืช&nbsp;เข้าดำเนินการร่วมกับกรมชลประทานในพื้นที่&nbsp;คลองบางบัวทอง&nbsp;ตำบลพิมลราช&nbsp;อำเภอบางบัวทอง&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;ดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชที่สะสมหนาแน่นกว่า&nbsp;1,200&nbsp;ตัน&nbsp;ขณะนี้ดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;ทำให้คลองบางบัวทองมีความสะอาด&nbsp;ปราศจากผักตบชวาและวัชพืช&nbsp;ประชาชนสามารถสัญจรทางน้ำได้สะดวก&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ยังเป็นการเปิดทางระบายน้ำ&nbsp;ไม่ให้เกิดการเน่าเสียจากความหนาแน่นของผักตบชวาและวัชพืชอีกด้วย</span></p>"	6/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506155607866
69	ไทย-สหราชอาณาจักร พร้อมร่วมมือด้านวัคซีนควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 เดินหน้าการลงทุนทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค	<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>นายไบรอัน&nbsp;จอห์น&nbsp;เดวิดสัน&nbsp;(H.E.&nbsp;Mr.&nbsp;Brian&nbsp;John&nbsp;Davidson)&nbsp;เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย&nbsp;เข้าเยี่ยมคารวะพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องสีงาช้าง&nbsp;ตึกไทยคู่ฟ้า&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;เพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวในนามรัฐบาลและประชาชนชาวไทย&nbsp;ขอแสดงความเสียใจต่อการสิ้นพระชนม์ของดุ๊กแห่งเอดินบะระ&nbsp;เชื่อว่าพระกรณียกิจที่พระองค์ทรงทุ่มเทเพื่อสาธารณประโยชน์จะอยู่ในความทรงจำของทั่วโลกตลอดไป&nbsp;ขอบคุณเอกอัครราชทูตที่ทำหน้าที่อย่างแข็งขัน&nbsp;เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือที่ดีตลอดช่วงเวลาการดำรงตำแหน่งในไทย</p><p><strong>เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย&nbsp;</strong>ขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลไทยสำหรับความร่วมมือที่ดีตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา&nbsp;ความสัมพันธ์ทุกระดับเป็นไปด้วยดี&nbsp;เชื่อมั่นว่าไทยและอาเซียนยังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก&nbsp;พร้อมที่จะสนับสนุนนักลงทุนจากสหราชอาณาจักรให้เข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น&nbsp;ในสาขาที่มีศักยภาพร่วมกัน&nbsp;อาทิ&nbsp;ด้านพลังงาน&nbsp;ยานยนต์ไฟฟ้าและอื่นๆ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอบคุณที่ไทยตอบรับข้อเสนอเพื่อยกระดับประเทศไทยสู่&nbsp;10&nbsp;อันดับประเทศที่ประกอบธุรกิจง่ายที่สุด&nbsp;(Ten&nbsp;for&nbsp;Ten)&nbsp;เชื่อมั่นไทยจะได้รับความสนใจด้านการลงทุนมากขึ้น&nbsp;อีกทั้งชื่นชมแนวทางการทำงานและแนวคิดการจัดการวัคซีนของไทยที่ต้องการให้เป็นยาพื้นฐานที่ทุกคนเข้าถึงได้&nbsp;ซึ่งวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเป็นวัคซีนที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรเชื่อมั่นและไทยโดยบริษัทสยาม&nbsp;ไบโอไซเอนซ์เป็นประเทศแรกและประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;ได้รับเลือกเป็นศูนย์กลางการผลิตเเละกระจายวัคซีนโควิดของแอสตร้าเซนเนก้า</p><p><strong>นายกรัฐมนตรีและเอกอัครราชทูต&nbsp;</strong>ได้แลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือต่างๆ&nbsp;โดยเฉพาะการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์โควิด-19&nbsp;Build&nbsp;back&nbsp;better&nbsp;ไทยหวังว่าจากบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมด้านเศรษฐกิจและการค้า&nbsp;และกลไกสนับสนุนอื่นๆ&nbsp;ที่ได้ลงนามไป&nbsp;จะนำไปสู่การจัดทำข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างกันโดยเร็ว&nbsp;ซึ่งเอกอัครราชทูตเชื่อมั่นในศักยภาพของไทยที่จะสามารถเป็นสะพานเชื่อมสหราชอาณาจักรกับอาเซียน&nbsp;อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและอินโดแปซิฟิก</p><p><strong>ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นสำคัญอื่นๆ</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;ไทยพร้อมสนับสนุนสหราชอาณาจักรในการเป็นประธานการประชุม&nbsp;COP26&nbsp;ที่หวังให้ส่งผลสำคัญต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;ประเด็นสถานการณ์ในเมียนมา&nbsp;สหราชอาณาจักรชื่นชมและเข้าใจในแนวทางปฏิบัติของไทย&nbsp;ที่ได้แสดงออกถึงความห่วงใยต่อประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;การช่วยเหลือประชาชนผู้หนีภัยตามหลักมนุษยธรรมและการสนับสนุนฉันทามติ&nbsp;5&nbsp;ข้อของอาเซียน</p><p><br></p><p><br></p>	6/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506200803985
70	คนจันทบุรี กว่า 3 แสนคนเตรียมเฮ หลัง ครม.อนุมัติมาตรการบรรเทาผลกระทบโควิด-19 รอบ 3 คาดส่งผลดีต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ  จันทบุรีมีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกว่า 28,000 ร้านค้า ประชาชนเข้าถึง 327,745 คน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภายหลังจากที่ประชุม&nbsp;คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการ&nbsp;มาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในระลอกเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;ทั้งมาตรการที่ต้องดำเนินการเร่งด่วนและมาตรการที่เหมาะสมสำหรับดำเนินการในระยะต่อไป&nbsp;ภายหลังจากที่สถานการณ์ระบาดคลี่คลายลง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับมาตรการเร่งด่วน&nbsp;เพื่อบรรเทา&nbsp;เยียวยา&nbsp;ช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การเพิ่มเงินช่วยเหลือในโครงการเราชนะอีกสัปดาห์ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;โดยให้สิ้นสุดการใช้จ่ายในวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;และโครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;โดยเพิ่มเงินให้กับผู้ประกันตนที่อยู่ในโครงการสัปดาห์ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;ระยะเวลาการใช้จ่ายสิ้นสุด&nbsp;วันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;2&nbsp;ใช้วงเงินดำเนินการรวม&nbsp;85,500&nbsp;ล้านบาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับมาตรการ&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;จะเริ่มดำเนินการเมื่อสถานการณ์คลี่คลายและเหมาะสม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;โดยให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมเดือนละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&nbsp;โดยให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมเดือนละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;โดยมีระยะเวลาดำเนินการทั้ง&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;คือตั้งแต่กรกฎาคม&nbsp;&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนการดำเนินโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;รัฐจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในลักษณะ&nbsp;โคเพล&nbsp;150&nbsp;บาทต่อคนต่อวันแต่ไม่เกิน&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;ครอบคลุมประชาชน&nbsp;31&nbsp;ล้านคนทั่วประเทศ&nbsp;และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้&nbsp;โดยรัฐบาลจะสนับสนุน&nbsp;e-voucher&nbsp;สำหรับการใช้จ่ายสูงสุดไม่เกิน&nbsp;7,000&nbsp;บาทต่อคน&nbsp;ระยะเวลาดำเนินการถึงสิ้นเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ได้เลื่อนการดำเนินโครงการที่มีการอนุมัติไปแล้วก่อนหน้านี้ออกไปจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการเราเที่ยวด้วยกันและโครงการทัวร์เที่ยวไทย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ข้อมูลจากสำนักงานคลังจังหวัดจันทบุรี&nbsp;มีจำนวนประชาชนที่ได้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;คนละครึ่ง&nbsp;และ&nbsp;เราชนะ&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;288,097&nbsp;คน&nbsp;และผู้ที่ได้รับสิทธิ์โครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกันมีทั้งสิ้น&nbsp;39,648&nbsp;คน&nbsp;มีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง&nbsp;15,700&nbsp;ร้าน&nbsp;จำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเราชนะ&nbsp;12,929&nbsp;ร้าน&nbsp;ร้านค้าธงฟ้าเดิม&nbsp;ที่มีเครื่อง&nbsp;EDC&nbsp;หรือมีแอปพลิเคชันถุงเงิน&nbsp;453&nbsp;ร้าน&nbsp;ซึ่งจากการที่รัฐบาลเตรียมอนุมัติโครงการดังกล่าวเพื่อเยียวยา&nbsp;ลดผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ประชาชนที่ได้รับสิทธิเห็นด้วยและพึงพอใจที่รัฐบาลช่วยเหลือแก้ไขปัญหาปากท้อง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	6/5/2021	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506161248875
71	เทศบาลนครปากเกร็ดเปิดประชุมสภาเทศบาลครั้งแรกพร้อมเน้นการแก้ปัญหาให้กับประชาชนไม่ว่าจะเป็น ด้านการป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ปัญหาทางเศษฐกิจของประชาชน ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม สถานที่อยู่อาศัยของประชาชน และการคมนาคม	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;6&nbsp;พ.ค.&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมเทศบาลนครปากเกร็ด&nbsp;อ.ปากเกร็ด&nbsp;จ.นนทบุรี&nbsp;<strong>นายสุจินต์&nbsp;ไชยชุมศักดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดประชุมสภาเทศบาลครั้งแรกของเทศบาลนครปากเกร็ด&nbsp;<strong>นายวิชัย&nbsp;บรรดาศักดิ์&nbsp;นายกเทศมนตรีเทศบาลนครปากเกร็ด&nbsp;</strong>พร้อมผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลนครปากเกร็ดได้เข้าร่วมประชุม&nbsp;ครั้งแรก&nbsp;หลังจากมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;มันาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี&nbsp;ขอให้นายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลนครปากเกร็ด&nbsp;ทำตามความต้องการประชาชน&nbsp;แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;ทำงานตามนโยบายที่หาเสียงไว้&nbsp;ตามแผนพัฒนาเทศบาลและทำตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;ด้วยความซื่อสัตย์&nbsp;สุจริต&nbsp;เสียสละ&nbsp;เพื่อประโยชน์ชาวนนทบุรี&nbsp;จากนั้นที่ประชุมมีวาระเลือกประธานและรองสภาเทศบาลนครปากเกร็ด&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีได้มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับนายกเทศมนตรีนครปากเกร็ดด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวิชัย&nbsp;บรรดาศักดิ์&nbsp;นายกเทศมนตรีนครปากเกร็ดนายกเทศบาลนครปากเกร็ด&nbsp;&nbsp;และสมาชิกสภา&nbsp;เทศบาลนครปากเกร็ด&nbsp;กล่าวปฏิญาณตนว่า&nbsp;<strong>จะมุ่งมั่นจะรักษาไว้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย&nbsp;จะซื่อสัตย์สุจริต&nbsp;และปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชน&nbsp;</strong>พร้อมเน้นการแก้ปัญหาให้กับประชาชนไม่ว่าจะเป็น&nbsp;ด้านการป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ปัญหาทางเศษฐกิจของประชาชน&nbsp;ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;สถานที่อยู่อาศัยของประชาชน&nbsp;และการคมนาคม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	6/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506165623888
72	จ.มุกดาหาร ตำรวจทางหลวงไล่สกัดรถเก๋งต้องสงสัยขนยาเสพติด หนีจนรถหลักลงข้างทางทิ้งรถและยาไอซ์ 11 กิโลกรัม ก่อนหลบหนี	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;พล.ต.ท.ต่อศักดิ์&nbsp;สุวิมล&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.)&nbsp;ได้รับแจ้งจากสายว่า&nbsp;มีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;เข้ามายังฝั่งไทยที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ก่อนผ่านเข้าไปยังพื้นที่ตอนใน&nbsp;ตามถนนชะยางกูร&nbsp;จึงสั่งการให้&nbsp;พ.ต.ท.พิทยา&nbsp;คงเจริญ&nbsp;สารวัตร&nbsp;สถานีตำรวจทางหลวง&nbsp;5&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;กองกำกับการ&nbsp;6&nbsp;กองบังคับการตำรวจทางหลวง&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;สกัดกั้น&nbsp;และออกตรวจสอบตามเส้นทางดังกล่าว&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จนกระทั่งกลางดึกของคืนวันที่&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ขณะเจ้าหน้าที่ขับรถไปตามถนนชะยางกูร&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;&nbsp;คำป่าหลาย&nbsp;ได้พบรถเก๋งขับสวนทางมาด้วยความเร็วสูง&nbsp;จึงกลับรถและวิ่งไล่ติดตาม&nbsp;โดยรถคันดังกล่าวไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน&nbsp;เพื่อขอตรวจค้น&nbsp;แต่รถยนต์คันดังกล่าวไม่ยอมจอด&nbsp;กลับเร่งความเร็วเพื่อให้พ้นจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จนกระทั่งมาถึง&nbsp;ก.ม.&nbsp;12&nbsp;หน้าโรงเรียนบ้านดอนม่วย&nbsp;ตำบลบางทรายใหญ่&nbsp;อำเภอเมืองจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ซึ่งเป็นทางโค้งทำให้รถต้องสงสัย&nbsp;เสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ&nbsp;เป็นรถเก๋งยี่ห้อ&nbsp;toyota&nbsp;รุ่น&nbsp;vios&nbsp;สีบรอนซ์เงินไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน&nbsp;ไมพบคนขับ&nbsp;หรือผู้โดยสารที่นั่งมาในรถ&nbsp;ซึ่งคาดว่าได้หลบหนีไปก่อนเจ้าหน้าที่ไปถึง&nbsp;ตรวจสอบภายในรถมีการดัดแปลงสภาพรถ&nbsp;เพื่อใช้ในการกระทำความผิด&nbsp;พบกล่องกระดาษขนาดใหญ่วางอยู่บริเวณเบาะผู้โดยสารด้านหลัง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จึงได้เปิดออกดู&nbsp;ซึ่งพบยาไอซ์บรรจุในแพ็คอย่างดีจำนวน&nbsp;11&nbsp;ห่อ&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;11&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;อยู่ภายในกล่อง&nbsp;จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางพร้อมรถนำส่งสารวัตรสอบสวน&nbsp;สภ.เมืองมุกดาหาร&nbsp;เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย&nbsp;และสอบสวนขยายผลหาเจ้าของรถ&nbsp;และขบวนการค้ายาเสพติดรายนี้&nbsp;มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p>	6/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506202537024
73	หมวดทหารพรานหญิง 47 นำกำลังพล ร่วมตรวจสอบมาตรการ รปภ.พื้นที่ และประชาชน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(6&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;47&nbsp;โดย&nbsp;มว.ทพ.หญิง&nbsp;ฉก.ทพ.47&nbsp;จัดกำลังพลของหน่วย&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;จนท.อส.ชคต.บาโงยซิแน&nbsp;ตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด&nbsp;เพื่อตรวจสอบยานพาหนะต้องสงสัย,&nbsp;การพกพาอาวุธ,&nbsp;การตรวจค้นสิ่งเสพติด,&nbsp;การขนย้ายสิ่งของผิดกฎหมาย&nbsp;และตรวจสอบบุคคลภายนอกเข้ามาในพื้นที่&nbsp;เพื่อเป็นการป้องปราม&nbsp;สกัดกั้น&nbsp;การเตรียมการเข้ามาก่อเหตุ&nbsp;และสร้างสถานการณ์จากฝ่ายตรงข้ามในพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;ด่านตรวจร่วมบาโงยซิแน&nbsp;ต.บาโงยซิแน&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;จ.ยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	6/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506183810932
74	ฉก.ทพ.47  ประชุมติดตามขยายผลการปฎิบัติของกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ อ.ยะหา จ.ยะลา	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(6&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;พ.อ.โกเมธ&nbsp;รัตนผ่องใส&nbsp;ผบ.ฉก.ทพ.47/ผบ.นปพ.ร่วมจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานการประชุมเกี่ยวกับการติดตามและขยายผลการปฏิบัติของกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่&nbsp;เพื่อพิสูจน์ทราบจากหลักฐานต่างๆ&nbsp;ตลอดจนวางแผนในการดำเนินการติดตาม&nbsp;สมาชิกแนวร่วมในพื้นที่&nbsp;โดยมี&nbsp;จนท.นปพ.ร่วมฯ&nbsp;เข้าร่วมการประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;บก.นปพ.ร่วมจังหวัดยะลา&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;จ.ยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	6/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506183555931
75	ศาลอาญา อนุญาตให้ประกันตัว นางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่มราษฎรด้วยหลักทรัพย์ 2 แสนบาท 	<p><strong>ศาลอาญา&nbsp;ถนนรัชดาภิเษก</strong>&nbsp;อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว&nbsp;นางสาวปนัสยา&nbsp;&nbsp;สิทธิจิรวัฒนกุล&nbsp;หรือรุ้ง&nbsp;แกนนำราษฎร&nbsp;จำเลยคดีปักหมุดสนามหลวง&nbsp;พร้อมกำหนดเงื่อนไข&nbsp;&nbsp;3&nbsp;ข้อ&nbsp;ห้ามกระทำการอันใดที่จะละเมิดหรือล่วงเกินสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;&nbsp;ห้ามทำกิจกรรม&nbsp;หรือเข้าร่วมกิจกรรมที่จะสร้างความวุ่นวายต่อบ้านเมือง&nbsp;และห้ามเดินทางออกนอกประเทศ&nbsp;เว้นแต่ได้รับอนุญาต&nbsp;โดยตีวงเงินประกัน&nbsp;2&nbsp;แสนบาท&nbsp;ซึ่งเหตุผลที่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว&nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกแล้วจำเลยมาตามนัดหมายโดยตลอดและมีสถานะเป็นนักศึกษา&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะไม่มีพฤติกรรมหลบหนี&nbsp;&nbsp;หรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานและจำเลยแถลงต่อศาลด้วยสมัครใจ&nbsp;ว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขและตั้งทนายในการพิจารณาคดีในวันนี้&nbsp;โดยหลังจากนี้จะมีการส่งหมายปล่อยไปที่ทัณฑสถานหญิงกลาง&nbsp;เพื่อปล่อยตัวตามหมายต่อไป</p><p><strong>ส่วนนายพริษฐ์&nbsp;ชิวารักษ์&nbsp;หรือเพนกวิน</strong>&nbsp;และนายไชยอมร&nbsp;แก้ววิบูลย์พันธุ์&nbsp;หรือแอมมี่&nbsp;&nbsp;ซึ่งยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวเช่นเดียวกันนั้น&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา&nbsp;กรมราชทัณฑ์&nbsp;แจ้งว่าทั้งสองคนยังอยู่ในช่วงกักตัว&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;หลังจากเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง&nbsp;&nbsp;เนื่องจากถูกคุมขังในเรือนจำห้องเดียวกับ&nbsp;นายชูเกียรติ&nbsp;แสงวงค์&nbsp;หรือจัสติน&nbsp;ผู้ต้องหาคดี&nbsp;112&nbsp;ซึ่งติดเชื้อโควิด-19&nbsp;จึงให้เลื่อนการไต่สวนเฉพาะของนายพริษฐ์และนายไชยอมรออกไปก่อน&nbsp;จนกว่าทางราชทัณฑ์จะแจ้งความพร้อมว่าตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ไม่พบแล้ว&nbsp;จึงให้แจ้งศาลเพื่อเบิกตัวมาไต่สวนคำร้องขอประกันต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>	6/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506195355964
76	สภาทนายความฯ ห่วงประชาชนเดือดร้อนจากผลกระทบโควิด-19 จัดโครงการตู้ปันสุข เฟส 2 วันแรก ประชาชนรับแบ่งปันความสุขต่อเนื่อง	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สภาทนายความฯ&nbsp;ห่วงประชาชนเดือดร้อนจากผลกระทบโควิด-19&nbsp;จัดโครงการตู้ปันสุข&nbsp;เฟส&nbsp;2&nbsp;วันแรก&nbsp;ประชาชนรับแบ่งปันความสุขต่อเนื่อง</strong></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ดร.ถวัลย์&nbsp;รุยาพร&nbsp;นายกสภาทนายความ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายเกียรติศักดิ์&nbsp;เหลืองอังกูร&nbsp;อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย,&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;จันทเวช&nbsp;เลขาธิการสภาทนายความ,&nbsp;นายภากร&nbsp;ชัชวาลวงศ์&nbsp;เหรัญญิกและผู้ช่วยเลขาธิการสภาทนายความ,&nbsp;ดร.กิตติมา&nbsp;สิริศุภชัย&nbsp;กรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย/ปฏิคม,&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;พูลสุข&nbsp;เลขานุการนายกสภาทนายความ&nbsp;จัดตั้ง&nbsp;ตู้ปันสุข&nbsp;เฟส&nbsp;2&nbsp;บริเวณหน้าที่ทำการสภาทนายความ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;โดยได้นำสิ่งของ&nbsp;อาทิ&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;อาหารกระป๋อง&nbsp;บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป&nbsp;นมกล่อง&nbsp;เครื่องดื่ม&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;น้ำผลไม้&nbsp;ใส่ไว้ในตู้เพื่อให้ประชาชนนำไปบริโภค&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ได้รับผลกระทบในเบื้องต้น&nbsp;ซึ่งพบว่า&nbsp;มีผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากปัญหาโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;มารับบริการจากที่ตู้ปันสุขอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทางสภาทนายความพร้อมเชิญชวน&nbsp;ขอความร่วมมือ&nbsp;หยิบของไปแต่พอดี&nbsp;เพื่อเหลือแบ่งปันแก่คนที่ต้องการรับความช่วยเหลือคนอื่นๆ&nbsp;ต่อไป</span></p>"	6/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506204956046
77	กองกำลังตำรวจ จชต. เผย สถิติการก่อเหตุช่วงเดือนรอมฎอน-ความคืบหน้าคดีสำคัญในพื้นที่ จชต.	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เผย&nbsp;สถิติการเกิดเหตุ&nbsp;&nbsp;ช่วงเดือน&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงเดือนรอมฎอน&nbsp;มีเหตุเกิดขึ้น&nbsp;รวม&nbsp;33&nbsp;เหตุ&nbsp;&nbsp;เป็นเหตุก่อความไม่สงบ&nbsp;18&nbsp;เหตุ&nbsp;&nbsp;&nbsp;เหตุส่วนตัว&nbsp;10&nbsp;เหตุ&nbsp;เหตุก่อกวน&nbsp;4&nbsp;เหตุ&nbsp;และเหตุปะทะ&nbsp;1&nbsp;เหตุ&nbsp;มีการออกหมายจับ&nbsp;ป.วิอาญา&nbsp;คดีความมั่นคง&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;หมาย&nbsp;&nbsp;ผลคำพิพากษาคดีความมั่นคง&nbsp;เดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;มีผลคำพิพากษาของศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์&nbsp;และศาลฎีการวม&nbsp;5&nbsp;คดี&nbsp;จำเลย&nbsp;15&nbsp;คน&nbsp;แยกเป็นลงโทษ&nbsp;จำคุกตลอดชีวิต&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;จำคุกไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;และยกฟ้อง&nbsp;5&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับ&nbsp;ความคืบหน้าคดีสำคัญเหตุปล้นรถยนต์บริษัทขนส่งเอกชนเพื่อนำไปประกอบระเบิด&nbsp;หลัง&nbsp;สภ.รามัน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับ&nbsp;9&nbsp;หมาย&nbsp;จับกุม&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;หลบหนี&nbsp;8&nbsp;คน&nbsp;และมีการขยายผลดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่ขายซิมการ์ดให้กับผู้ซื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;ที่มีการจดทะเบียนชิมการด์โทรศัพท์เคลื่อนที่แทนผู้อื่น&nbsp;และคนร้ายได้นำชิมการ์ดหมายเลขดังกล่าวไปใช้ในการก่อเหตุในคดีความมั่นคง&nbsp;ศาลได้มีคำพิพากษาปรับคนละ&nbsp;5,000&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนเหตุขว้างระเบิดไปป์บอมใส่ฐานปฏิบัติการ&nbsp;ชคต.&nbsp;ลุโบ๊ะบายะ&nbsp;อ.ยี่งอ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;เมื่อ&nbsp;22&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์อาวุธที่ตรวจยึดได้พบว่าเคยใช้ก่อเหตุในคดีอื่นมาแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;เหตุ&nbsp;ขยายผลจากการซักถามผู้ต้องสงสัยที่ควบคุมตัวในที่เกิดเหตุ&nbsp;ทำให้สามารถรู้ตัวผู้ร่วมกระทำความผิดและควบคุมตัวเพิ่มเติมอีกจำนวน&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินกรรมการวิธีซักถาม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คำพิพากษาคดีที่สำคัญ&nbsp;คดีลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่&nbsp;ตำรวจ&nbsp;สภ.เมืองนราธิวาส&nbsp;เมื่อ&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ศาลฎีกามีคำพิพากษาเมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;คดีลอบวางระเบิดเขตเทศบาลเมืองปัตตานี&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2559&nbsp;ศาลฎีกามีคำที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ศาลฎีกาลงโทษประหารชีวิต&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;จำคุกตลอดชีวิตจำคุก&nbsp;36&nbsp;ปี&nbsp;8&nbsp;เดือน&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;คดีลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่&nbsp;4412&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;4&nbsp;นายเมื่อ&nbsp;22&nbsp;เมษายน&nbsp;2560&nbsp;ศาลฎีกามีคำพิพากษาเมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ศาลฎีกาลงโทษจำคุกตลอดชีวิต&nbsp;2&nbsp;คนจำคุก&nbsp;18&nbsp;ปี&nbsp;1&nbsp;คนและจำคุก&nbsp;14&nbsp;ปี&nbsp;2&nbsp;คน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	7/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507104428085
78	ผบ.ฉก.นราธิวาส กำชับหน่วยทหารพรานในพื้นที่ เพิ่มมาตรการควบคุมพื้นที่ป้องกันเหตุรุนแรงในช่วง 7 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลตรี&nbsp;ไพศาล&nbsp;หนูสังข์&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;15/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;ได้มอบนโยบาย&nbsp;ข้อสั่งการพร้อมรับฟังการปฏิบัติงานด้านการข่าว&nbsp;ด้านยุทธการ&nbsp;และด้านกิจการพลเรือน&nbsp;&nbsp;รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน&nbsp;และแผนการปฏิบัติงานที่สำคัญในช่วงต่อไป&nbsp;ของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;45&nbsp;อำเภอระแงะ&nbsp;และหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;49&nbsp;อำเภอศรีสาคร&nbsp;จังหวัดนราธิวาส</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;ได้กำชับการปฏิบัติงานของชุดปฏิบัติการจรยุทธ์&nbsp;ต้องอยู่ในความไม่ประมาท&nbsp;การรักษาความปลอดภัยในพื้นที่&nbsp;เพิ่มมาตราการควบคุมพื้นที่ในช่วง&nbsp;7&nbsp;วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;ย้ำไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง&nbsp;&nbsp;โดยเน้นการเฝ้าตรวจให้เป็นไปตามสั่งการของ&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ยังฝากความห่วงใยแก่กำลังพลให้ดูแลตนเอง&nbsp;และเฝ้าติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างใกล้ชิด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	7/5/2021	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507095037066
79	ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ การแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด - 19 แพร่ระบาดระลอก เมษายน	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(7&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า&nbsp;<strong>พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกฯ&nbsp;และ&nbsp;รมว.กลาโหม</strong>&nbsp;แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีว่า&nbsp;ในฐานะนายกฯ&nbsp;และ&nbsp;ผอ.ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;(&nbsp;ศบค.)&nbsp;ได้ติดตามการแพร่ระบาดฯ&nbsp;พร้อมสั่งการให้แก้ไขเรื่องจำนวนเตียงและโรงพยาบาลสนามทั้งหมด&nbsp;ดังนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>1.&nbsp;จัดแบ่งกลุ่มผู้ป่วยตามระดับอาการ</strong>&nbsp;เป็น&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;คือ&nbsp;สีเขียว&nbsp;เหลือง&nbsp;แดง&nbsp;จัดเจ้าหน้าที่รับโทรศัพท์อย่างเพียงพอแก่สายด่วน&nbsp;1668&nbsp;1669&nbsp;และ&nbsp;1330&nbsp;ปัจจุบันไม่มีผู้ป่วยต้องรอเตียงเกิน&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>2.&nbsp;จัดตั้งศูนย์แรกรับและส่งต่อที่อาคารนิมิบุตร</strong>&nbsp;ซึ่งนับจากวันจัดตั้ง&nbsp;(30&nbsp;เม.ย.&nbsp;64)&nbsp;สามารถส่งต่อผู้ป่วยไปแล้ว&nbsp;96%&nbsp;ทำให้ขณะนี้มีเตียงว่างทั้ง&nbsp;Hospitel&nbsp;และรพ.สนามทั่วประเทศกว่า&nbsp;30,000&nbsp;เตียง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>3.&nbsp;รัฐบาลกำลังพิจารณาจัดตั้ง&nbsp;รพ.สนามเพิ่มเติม</strong>ที่&nbsp;อิมแพค&nbsp;อารีนา&nbsp;เมืองทองธานี&nbsp;พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาเตียงสำหรับผู้ป่วยหนักในเขต&nbsp;กทม.และปริมณฑล&nbsp;โดยเปิด&nbsp;รพ.สนามที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;เขตทุ่งครุ&nbsp;เพิ่มเตียงผู้ป่วยอาการหนักอีก&nbsp;432&nbsp;เตียง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ส่วนกรณีมีการแพร่เชื้อเป็นกลุ่มก้อนที่คลองเตย</strong>&nbsp;ได้ติดตามอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษและสั่งการให้ทุกหน่วยงานควบคุมการแพร่ระบาดให้ได้โดยเร็วที่สุด&nbsp;โดยใช้ประสบการณ์จาก&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;โมเดล&nbsp;มาปรับใช้&nbsp;ทั้งการ&nbsp;ตรวจเชื้อ&nbsp;คัดกรอง&nbsp;แยกตัว&nbsp;ส่งต่อ&nbsp;และรักษา&nbsp;เน้นตรวจเชิงรุกกลุ่มเสี่ยงในชุมชนให้ได้อย่างน้อย&nbsp;1,000&nbsp;คน/วัน&nbsp;โดยหน่วยรถเคลื่อนที่และรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน&nbsp;ตั้งเป้าตรวจเชิงรุกให้ได้อย่างน้อย&nbsp;20,000&nbsp;คน&nbsp;ขณะนี้&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ร่วมกับกระทรวงคมนาคม&nbsp;(การท่าเรือแห่งประเทศไทย)&nbsp;จัดพื้นที่ตรวจเชิงรุกให้ชาวชุมชนคลองเตยได้อีก&nbsp;700&nbsp;คน/วัน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;<strong>การร่วมกันแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ&nbsp;ต้องทำทุกทางเพื่อลดการสูญเสียให้มากที่สุด&nbsp;ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการแล้ว</strong>&nbsp;ดังนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>1.&nbsp;จัดหาและฉีดวัคซีนให้คนไทยอย่างน้อยร้อยละ&nbsp;70&nbsp;หรือคิดเป็น&nbsp;50&nbsp;ล้านคน&nbsp;และฉีดให้ได้&nbsp;100&nbsp;ล้านโดสภายในสิ้นปี</strong>&nbsp;<strong>2564&nbsp;นี้</strong>&nbsp;ซึ่งได้ร่วมมือกับเอกชนเพิ่มจุดบริการฉีดวัคซีนให้มากขึ้น&nbsp;ตั้งเป้าต้องฉีดให้ได้เดือนละ&nbsp;15&nbsp;ล้านโดส&nbsp;และจัดหายาฟาวิพิราเวียร์&nbsp;สำรองไว้อย่างเพียงพอ&nbsp;1.5&nbsp;ล้านเม็ด&nbsp;กระจายไปยังทุกเขตสุขภาพทั่วประเทศ&nbsp;และจะได้รับเพิ่มอีก&nbsp;3&nbsp;ล้านเม็ด&nbsp;ในเดือนนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>2.&nbsp;จัดตั้งศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพฯ&nbsp;และปริมณฑล&nbsp;</strong>เพื่อบูรณาการแก้ปัญหาได้อย่างเร่งด่วน&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญและมีโครงสร้างบริหารงานที่แตกต่างจากพื้นที่อื่น&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีเป็น&nbsp;ผอ.ศูนย์ฯ&nbsp;ซึ่งจะเป็นแนวทาง&nbsp;แก้ไขปัญหาให้จังหวัดอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>3.&nbsp;แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบูรณาการด้านการแพทย์และสาธารณสุข</strong>&nbsp;ให้คำปรึกษากับ&nbsp;ศบค.มี&nbsp;นพ.ปิยะสกล&nbsp;สกลสัตยาทร&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;รวมทั้งมีอาจารย์แพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เป็นกรรมการ&nbsp;เพื่อให้ข้อเสนอแนะตามหลักวิชาการสาธารณสุข&nbsp;และเชื่อมประสานกับโรงพยาบาลต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	7/5/2021	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507121646157
80	กกต.ตรัง ประกาศผลการเลือกตั้งแล้วทุกเทศบาล ยกเว้นเทศบาลนครตรัง และเทศบาลตำบลทุ่งกระบือ	<p><strong>กกต.ตรัง&nbsp;ประกาศผลการเลือกตั้งแล้วทุกเทศบาล&nbsp;ยกเว้นเทศบาลนครตรัง&nbsp;และเทศบาลตำบลทุ่งกระบือ</strong></p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>นางสาวอรพิน&nbsp;อาชีวะสุข&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;กกต.ตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;และนายกเทศมนตรี&nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งจังหวัดตรังมีเทศบาลทั้งสิ้น&nbsp;24&nbsp;แห่งไปแล้วนั้น&nbsp;บัดนี้&nbsp;คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;และนายกเทศมนตรีแล้ว&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;เมษายน&nbsp;2564</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับเทศบาลของจังหวัดตรังประกาศผลการเลือกตั้งแล้วทุกเทศบาล&nbsp;ยกเว้นเทศบาลนครตรัง&nbsp;ยังไม่ประกาศผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครตรัง&nbsp;และสมาชิกสภาเทศบาลนครยังไม่ครบทุกเขตเลือกตั้ง&nbsp;โดยประกาศเพียงสมาชิก&nbsp;ฯ&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;(2&nbsp;เขต)&nbsp;เท่านั้น&nbsp;ขณะที่&nbsp;เทศบาลตำบลทุ่งกระบือยังไม่ประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลทุ่งกระบือ&nbsp;เขตเลือกตั้งที่&nbsp;1&nbsp;เนื่องจากพบจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ลงคะแนน&nbsp;จึงเข้ากรณีตาม&nbsp;พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;มาตรา&nbsp;105&nbsp;จะต้องออกเสียงลงคะแนนการเลือกตั้งใหม่</p>	7/5/2021	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507112227107
81	ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ครม.อนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ระยะเร่งด่วน	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(7&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรีอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ระยะเร่งด่วน&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;85,500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน&nbsp;ประกอบด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;โครงการเราชนะ&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;67,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">เพิ่มวงเงินให้ประชาชน&nbsp;รวม&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;จ่ายสัปดาห์ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ใช้จ่ายได้ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;โครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;18,500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">เพิ่มวงเงินให้ผู้ประกันตน&nbsp;มาตรา&nbsp;33&nbsp;รวม&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;จ่ายสัปดาห์ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ใช้จ่ายได้ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;โครงการคนละครึ่ง&nbsp;เฟส&nbsp;3&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">วงเงินไม่เกิน&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;ใช้จ่ายวันละไม่เกิน&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;เริ่มเดือนกรกฎาคม&nbsp;เป็นต้นไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">สำหรับในระยะต่อไป&nbsp;ภายใต้กรอบวงเงิน&nbsp;140,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ยังมีโครงการดังนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">กลุ่มเป้าหมาย&nbsp;13.65&nbsp;ล้านคน&nbsp;สนับสนุนค่าครองชีพเดือนละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;เริ่มกรกฎาคม&nbsp;&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">กลุ่มเป้าหมาย&nbsp;2.5&nbsp;ล้านคน&nbsp;สนับสนุนค่าครองชีพเดือนละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;เริ่มกรกฎาคม&nbsp;&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;โครงการ&nbsp;ยิ่งใช้&nbsp;ยิ่งได้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">รัฐสนับสนุน&nbsp;e-Voucher&nbsp;ให้กับประชาชนที่ใช้ซื้อสินค้า&nbsp;อาหาร&nbsp;เครื่องดื่ม&nbsp;และบริการกับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;5,000&nbsp;บาทต่อคนต่อวัน&nbsp;สูงสุดไม่เกิน&nbsp;7,000&nbsp;บาทต่อคน&nbsp;เมื่อประชาชนใช้จ่ายกับร้านค้าดังกล่าว&nbsp;จะได้รับ&nbsp;e-Voucher&nbsp;จากรัฐในช่วงเดือนกรกฎาคม&nbsp;&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	7/5/2021	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507121147141
82	กกต. สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งที่ 3 เขตเลือกตั้งที่ 1 เทศบาลตำบลทุ่งกระบือ ในวันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564	<p><strong>กกต.&nbsp;สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งที่&nbsp;3&nbsp;เขตเลือกตั้งที่&nbsp;1&nbsp;เทศบาลตำบลทุ่งกระบือ&nbsp;ในวันอาทิตย์ที่&nbsp;16&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564</strong></p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>นางสาวอรพิน&nbsp;อาชีวะสุข&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;กกต.ตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เนื่องจากผลการนับคะแนนเลือกตั้ง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ของสมาชิกสภาเทศบาลตำบลทุ่งกระบือ&nbsp;เขตเลือกตั้งที่&nbsp;1&nbsp;หน่วยเลือกตั้งที่&nbsp;3&nbsp;ปรากฏว่า&nbsp;จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ลงคะแนน&nbsp;จึงเข้ากรณีตาม&nbsp;พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;มาตรา&nbsp;105</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในการนี้&nbsp;กกต.&nbsp;ได้มีมติเมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ให้มีคำสั่งลงวันที่&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;สั่งยกเลิกการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลทุ่งกระบือ&nbsp;ของหน่วยเลือกตั้งที่&nbsp;3&nbsp;เขตเลือกตั้งที่&nbsp;1&nbsp;ในวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;และสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ในหน่วยดังกล่าว&nbsp;ในวันอาทิตย์ที่&nbsp;16&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งหน่วยเลือกตั้งที่&nbsp;3&nbsp;เขตเลือกตั้งที่&nbsp;1&nbsp;ได้แก่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;1-100&nbsp;ที่เลือกตั้ง&nbsp;คือ&nbsp;โรงอาหาร&nbsp;ร.ร.บ้านนานิน&nbsp;จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง&nbsp;651&nbsp;คน&nbsp;จำนวนผู้สมัคร&nbsp;17&nbsp;คน</p>	7/5/2021	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507112051106
83	ศาลอาญา นัดไต่สวนปล่อยตัวชั่วคราว เพนกวิน-แอมมี่ 11 พฤษภาคมนี้ 	<p><strong>ทนายความของนายพริษฐ์&nbsp;ชิวารักษ์&nbsp;หรือเพนกวิน</strong>&nbsp;และนายไชยอมร&nbsp;แก้ววิบูลย์พันธุ์&nbsp;หรือแอมมี่&nbsp;จำเลยในคดีการชุมนุมคณะราษฎร&nbsp;2563&nbsp;ปักหมุดสนามหลวง&nbsp;ได้ยื่นคำร้องขอให้เบิกตัวจำเลยมาไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว&nbsp;โดยศาลอาญาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า&nbsp;จำเลยทั้งสองคน&nbsp;ได้ถูกแยกการคุมขังเพื่อสังเกตอาการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;โดยครบกำหนดในวันนี้(&nbsp;7&nbsp;พ.ค.)&nbsp;ซึ่งเรือนจําพิเศษกรุงเทพฯ&nbsp;ได้มีหนังสือรายงานผลการตรวจนายพริษฐ์จำเลยที่&nbsp;1&nbsp;โดยทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์&nbsp;ว่า&nbsp;ไม่พบการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;จึงเห็นควรกำหนดนัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งคู่&nbsp;ในวันที่&nbsp;11&nbsp;พฤษภาคมนี้เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;และให้เบิกตัวจำเลยมาศาลในวันนัดด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	7/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507184006481
84	นายกเทศมนตรีตำบลมาบข่า แถลงนโยบายต่อที่ประชุมสภาเทศบาลสมัยสามัญสมัยแรก เน้นนโยบายเร่งด่วนและเพื่อประชาชนเป็นสุข 6 ด้าน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;(7&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลมาบข่า&nbsp;อ.นิคมพัฒนา&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;เทศบาลตำบลมาบข่า&nbsp;ได้เปิดประชุมสภาเทศบาลตำบลมาบข่าสมัยสามัญสมัยแรก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;หลังมีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลมาบข่าเรียบร้อยแล้ว&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพงษ์เทพ&nbsp;ด้วงประเสริฐ&nbsp;ประธานสภาเทศบาลฯ&nbsp;เป็นประธานเปิดประชุม&nbsp;และมี&nbsp;นายมนูญ&nbsp;วิวรรณ&nbsp;ปลัดเทศบาลตำบลมาบข่า&nbsp;เป็นเลขานุการฯ&nbsp;ดำเนินการประชุม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอาจิน&nbsp;อ่ำพูด&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลมาบข่า&nbsp;แถลงนโยบายต่อที่ประชุมถึงนโยบายเร่งด่วนสนองนโยบายของรัฐบาลที่จะต้องเร่งดำเนินการ&nbsp;คือ&nbsp;การเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;การส่งเสริมความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&nbsp;การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากสาธารณภัยกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;การสร้างความเข้มแข็งของชุมชน&nbsp;การป้องกันปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ&nbsp;และนโยบายเพื่อประชาชนเป็นสุขมี&nbsp;6&nbsp;ด้าน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.นโยบายด้านเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;2.นโยบายด้านการศึกษา&nbsp;ศาสนา&nbsp;ประเพณี&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;3.นโยบายด้านคุณภาพชีวิต&nbsp;4.นโยบายด้านโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;5.นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;และ&nbsp;6.นโยบายด้านประสิทธิภาพทางการเมืองการบริหาร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	7/5/2021	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507142035232
85	ศรชล.ภาค 2  ตำรวจน้ำ และประมงสุราษฎร์ธานี  ออกตรวจอ่าวบ้านดอนพบชาวประมงพื้นบ้านออกเก็บลูกหอยลดลง แต่ยังคงให้ความร่วมมือสวมใส่หน้ากากตามมาตรการจังหวัดเพื่อลดการระบาดโควิด-19	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศรชล.ภาค&nbsp;2&nbsp;ตำรวจน้ำ&nbsp;และประมงสุราษฎร์ธานี&nbsp;ออกตรวจอ่าวบ้านดอนพบชาวประมงพื้นบ้านออกเก็บลูกหอยลดลง&nbsp;แต่ยังคงให้ความร่วมมือสวมใส่หน้ากากตามมาตรการจังหวัดเพื่อลดการระบาดโควิด-19</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(7&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค&nbsp;2&nbsp;โดยนาวาเอก&nbsp;วศากร&nbsp;สุนทรนันท์&nbsp;รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;(ศรชล.)&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองกำกับการ&nbsp;6&nbsp;ตำรวจน้ำสุราษฎร์ธานี&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นำเรือตรวจการณ์ตำรวจน้ำ&nbsp;รน.59&nbsp;ร่วมออกตรวจดูความสงบเรียบร้อยในพื้นที่สาธารณะบริเวณอ่าวบ้านดอน&nbsp;ในเขต&nbsp;อ.ท่าฉาง&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการตรวจสอบพบมีชาวประมงพื้นบ้านประมาณ&nbsp;2,000&nbsp;คน&nbsp;และเรือประมาณ&nbsp;200&nbsp;ลำ&nbsp;ออกงมหาเก็บลูกหอยแครงด้วยมือโดยมีจำนวนคนลดลงน้อยกว่าวันก่อนๆ&nbsp;จึงได้ทำการประชาสัมพันธ์ให้สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาในช่วงที่อยู่บนเรือ&nbsp;และขอให้ลดจำนวนคนบนเรืออย่าให้แออัดจนเกินไป&nbsp;ควรมีระยะห่างบนเรือด้วยเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อและแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ซึ่งชาวประมงพื้นบ้านได้รับทราบมาตรการจังหวัดและให้ความร่วมมือด้วยดี.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	7/5/2021	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507164009381
86	นายกรัฐมนตรี ย้ำ การตัดสินใจที่รวดเร็วบนพื้นฐานบูรณาการทำงาน เป็นอาวุธสำคัญ ผ่านสถานการณ์โควิด-19 ไปได้	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;กล่าวในรายการ&nbsp;PM&nbsp;PODCAST&nbsp;นายกรัฐมนตรีเล่าเรื่อง&nbsp;ผ่านเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า&nbsp;ถึงการเดินหน้าแก้ปัญหาโควิด-19&nbsp;ระลอกที่&nbsp;3&nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นสถานการณ์ที่มีความเลวร้ายที่สุด&nbsp;โดยได้สั่งการออกมาตรการต่างๆ&nbsp;ทันทีในหลายเรื่อง&nbsp;ทั้งที่เกี่ยวกับสาธารณสุขและที่เกี่ยวกับปากท้องของประชาชน&nbsp;พร้อมย้ำในเรื่องของการตัดสินใจในภาพใหญ่เพื่อเดินหน้าจัดการสถานการณ์โควิดในประเทศไทย&nbsp;ที่การตัดสินใจรวดเร็วและการทำงานแบบบูรณาการคืออาวุธที่สำคัญที่สุด&nbsp;ดังนั้นเพื่ออำนวยให้การตัดสินและการปฏิบัติเป็นไปอย่างรวดเร็ว&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;จึงเห็นชอบในการโอนอำนาจตามกฎหมาย&nbsp;31&nbsp;ฉบับมาที่นายกรัฐมนตรี&nbsp;ให้สามารถออกคำสั่ง&nbsp;อนุญาติ&nbsp;อนุมัติ&nbsp;สั่งการ&nbsp;แก้ไขสถานการณ์โควิดได้โดยตรง&nbsp;เพื่อให้การจัดการและแก้ไขสถานการณ์เป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;นายกฯ&nbsp;ขอบคุณทุกกระทรวงและหน่วยงานต่างๆที่ทำงานร่วมกันเป็นอย่างดีมาตลอด&nbsp;โดยเห็นพ้องกันว่าแนวทางนี้จะช่วยให้รับมือและผ่านพ้นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดไปได้</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ด้านสถานการณ์ทั่วโลกขณะนี้มีจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พุ่งสูงมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดมา&nbsp;เหมือนกับที่ประเทศไทยประสบอยู่&nbsp;ในกรณีคัสเตอร์คลองเตยตนเองได้ติดตามใกล้ชิดเป็นพิเศษ&nbsp;และได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานระดมสรรพกำลังในการควบคุมการแพร่ระบาดให้ได้โดยเร็วที่สุด&nbsp;โดยได้ใช้ประสบการณ์จากการจัดการในจังหวัดสมุทรสาครได้สำเร็จมาปรับใช้&nbsp;โดยใช้โมเดลตรวจเชื้อ&nbsp;ติดต่อ&nbsp;คัดกรอง&nbsp;แยกตัว&nbsp;ส่งต่อ&nbsp;และรักษา&nbsp;โดยเน้นไปที่การตรวจเชิงรุกที่ระดมตรวจกลุ่มเสี่ยงในชุมชน&nbsp;มีหน่วยเคลื่อนที่และรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทานเพิ่มมากขึ้น&nbsp;โดยจะตรวจเชิงรุกให้ได้อย่างน้อยทั้งหมด&nbsp;20,000&nbsp;คน&nbsp;จากนั้นจะดำเนินการตามขั้นตอน&nbsp;ซึ่งจะเป็นการจำกัดวงแพร่ระบาดให้เป็นวงเล็กที่สุด&nbsp;คู่กับระดมการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายกฯ&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;ในคลัสเตอร์อื่นๆ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ก็จะเร่งตรวจเชิงรุกให้ได้มากที่สุดควบคู่กับการฉีดวัคซีน&nbsp;พร้อมกับสั่งการให้สำรองเตียงสำหรับผู้ป่วยอาการหนัก&nbsp;รองรับผู้ป่วยอาการหนักในกรณีฉุกเฉิน&nbsp;ย้ำเป็นหัวใจของการจัดการสถานการณ์ทุกอย่างก็คือ&nbsp;เราต้องทำทุกทางเพื่อลดการสูญเสียให้ได้มากที่สุด</span></p><p><br></p><p><br></p>"	7/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507181047455
87	ผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี เปิดประชุมสภา ทต.ท่าระหัดครั้งแรก ที่ห้องประชุมเทศบาล ต.ท่าระหัด อ.เมืองสุพรรณบุรี	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมสภาเทศบาลตำบลท่าระหัดครั้งแรก&nbsp;พร้อมประดับอินทนูแก่นายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลโดยมี&nbsp;ศรีธรรม&nbsp;ราชแก้ว&nbsp;นอภ.เมืองสุพรรณบุรี&nbsp;นายอาคม&nbsp;สุวรรณโน&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;นายคมสันติ์&nbsp;สุขสมดาว&nbsp;นายก&nbsp;ทต.ท่าระหัด&nbsp;และสมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ได้ให้โอวาทแก่สมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ขอให้ทำตามความต้องการประชาชนเป็นอันดับแรก&nbsp;โดยปฏิบัติตามระเบียบ&nbsp;ข้อบังคับต่างๆ&nbsp;ให้ถูกต้องตามขั้นตอน&nbsp;ถัดมาคือทำตามนโยบายของผู้บริหาร&nbsp;องค์กร&nbsp;ทำตามความต้องการของทีมงาน&nbsp;ตามแผนการพัฒนาเทศบาลฯ&nbsp;และสุดท้ายคือ&nbsp;ทำความต้องการของประชาชน&nbsp;นั่นคือความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;เนื่องจากความเดือดร้อนมีทุกวันจึงต้องมีการปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;กล่าวว่าขอแสงความยินดีกับนายก&nbsp;ทต.ท่าระหัด&nbsp;และสมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ทุกท่านที่ได้รับได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องชาวตำบลท่าระหัด&nbsp;เข้ามาบริหาร&nbsp;ในส่วนท้องถิ่นของเทศบาลตำบลท่าระหัดการขับเคลื่อนพื้นที่ต่าง&nbsp;ๆขององค์การท้องถิ่นของสุพรรณบุรี&nbsp;127แห่ง&nbsp;ท่าระหัดก็เป็นหนึ่งในนั้น&nbsp;ที่จะต้องนำพาประชาชนไปสู่ความสมบูรณ์&nbsp;เราต้องทำนโยบายของรัฐบาลทุกเรื่อง&nbsp;ทำงานให้เกิดผลในรูปธรรมในเชิงนโยบายว่าประสบความสำเร็จหรือไม่&nbsp;ถ้าในพื้นที่ไม่ขับเคลื่อน&nbsp;มันก็ไม่สำเร็จ&nbsp;ส่วนงานความต้องการของประชาชน&nbsp;ส่วนใหญ่ความเดือดร้อน&nbsp;ความทุกข์ร้อนของประชาชน&nbsp;ปัญหา&nbsp;มันมีอยู่ทั่วไปเยอะมากมาย&nbsp;เราต้องมาดูอันไหนสำคัญ&nbsp;อันไหนเร่งด่วนต้องทยอยแก้ไข&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านนายคมสันติ์&nbsp;สุขสมดาว&nbsp;นายกเทศบาลตำบลท่าระหัด&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;มีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะพัฒนาพื้นที่ในเขตเทศบาลตำบลท่าระหัดในด้านต่างๆ&nbsp;เพื่อนำพาไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่า-คิดไว&nbsp;ทำได้&nbsp;โดยจะยึดมั่นในหลักการทำงานแบบมีส่วนร่วม&nbsp;และมุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง&nbsp;และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ทั้งหน่วยงานราชการ&nbsp;หน่วยงานภาคเอกชนองค์กรประชาชน&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ทั้งในเขตพื้นที่ใกล้เคียงและพื้นที่อื่นๆ&nbsp;เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาต่างๆ&nbsp;ให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว&nbsp;ถูกต้อง&nbsp;และมีประสิทธิภาพ&nbsp;ให้การบริหารงานของเทศบาลตำบลทำระหัดมีความชัดเจน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	7/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507175646444
88	ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 กระทรวงมหาดไทย เผยแพร่ข้อมูลจังหวัดที่ขอความร่วมมือประชาชนงดออกนอกเคหะสถาน รวม 29 จังหวัด	"<p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;เผยแพร่ข้อมูลจังหวัดที่ขอความร่วมมือประชาชนงดออกนอกเคหะสถาน&nbsp;รวม&nbsp;29&nbsp;จังหวัด</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;(ศบค.มท.)&nbsp;เผยแพร่ข้อมูลจังหวัดที่ขอความร่วมมือประชาชนงดออกนอกเคหะสถาน&nbsp;รวม&nbsp;29&nbsp;จังหวัด(สระแก้ว&nbsp;ปรับเวลาจาก&nbsp;24.00-04.00&nbsp;เป็น&nbsp;23.00&nbsp;น.-04.00&nbsp;น.)</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ภาคเหนือ</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">1&nbsp;แพร่&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;03.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">2&nbsp;อุทัยธานี&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ภาคกลาง/ภาคตะวันออก</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">1&nbsp;ชัยนาท&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">2&nbsp;นครนายก&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">3&nbsp;นครปฐม&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">4&nbsp;นนทบุรี&nbsp;21.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">5&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;21.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">6&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">7&nbsp;ราชบุรี&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">8&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;21.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">9&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">10&nbsp;สระแก้ว&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">11&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">1&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">2&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">3&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;ตลอดทั้งวัน</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">4&nbsp;บึงกาฬ&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">5&nbsp;ยโสธร&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">6&nbsp;หนองคาย&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">7&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ภาคใต้</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">1&nbsp;กระบี่&nbsp;22.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">2&nbsp;ตรัง&nbsp;22.00&nbsp;-&nbsp;03.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">3&nbsp;ปัตตานี&nbsp;22.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">4&nbsp;พัทลุง&nbsp;24.00&nbsp;-&nbsp;03.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">5&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;22.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">6&nbsp;ยะลา&nbsp;22.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">7&nbsp;ระนอง&nbsp;22.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">8&nbsp;สงขลา&nbsp;22.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">9&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;22.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ศบค.มท.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">7&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;/&nbsp;19.00&nbsp;น.</span></p>"	8/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508090939548
89	ปลัดกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศดำเนินมาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 จากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเคร่งครัด	<p>ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศดำเนินมาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;จากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเคร่งครัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายฉัตรชัย&nbsp;พรหมเลิศ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากที่มีข่าวการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในพื้นที่จังหวัดชายแดน&nbsp;และเดินทางเข้ามาถึงพื้นที่หมู่บ้านชุมชนในจังหวัดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;นั้น&nbsp;จึงได้เน้นย้ำไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในเรื่องการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;จากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยแบ่งพื้นที่และความรับผิดชอบเป็น&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;การปฏิบัติในพื้นที่ชายแดน&nbsp;การปฏิบัติในพื้นที่ตอนใน&nbsp;และการปฏิบัติในพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;โดยจังหวัดพื้นที่ชายแดนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบูรณาการการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ควบคุมการลักลอบเข้าประเทศและการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว&nbsp;รวมทั้งตั้งจุดตรวจ&nbsp;จุดสกัดและจุดคัดกรองโรคบุคคลที่เดินทางเข้าเมืองและรถขนส่งสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเคร่งครัด&nbsp;และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&nbsp;วางระบบการตรวจตราโรงงาน&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;หอพัก&nbsp;พร้อมทั้งกำชับนายอำเภอ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;คณะกรรมการหมู่บ้าน&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;อาสาสมัครในพื้นที่สำรวจตรวจสอบบุคคลที่เดินทางเข้ามาในหมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;และชี้แจงทำความเข้าใจสร้างการรับรู้และขอความร่วมมือตรวจสอบไม่ให้รับแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเข้าทำงานหรือเข้าพัก&nbsp;รวมถึงสร้างการรับรู้กับประชาชนให้ช่วยกันสำรวจตรวจสอบบุคคลที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่&nbsp;หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายให้แจ้งนายอำเภอ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากพบแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายหรือมีข้อมูลเบาะแสขบวนการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด&nbsp;และให้กำชับทำความเข้าใจกับข้าราชการ&nbsp;บุคลากร&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องห้ามไม่ให้ปล่อยปละละเลยหรือรู้เห็นเป็นใจในพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง&nbsp;ไม่สอดคล้องกับนโยบายและมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของ&nbsp;ศบค.&nbsp;หากฝ่าฝืนอาจเข้าข่ายเป็นความผิดทางวินัยหรืออาญา</p>	8/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508090816547
90	กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานเกิดวาตภัยในพื้นที่ 4 จังหวัด บ้านเรือนเสียหาย 101 หลัง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด	"<p><span style=""background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(0, 0, 0);"">           กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานเกิดวาตภัยในพื้นที่ 4 จังหวัด บ้านเรือนเสียหาย 101 หลัง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด&nbsp;</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณ์ความกดอากาศสูงที่ปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางมีกำลังอ่อน ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง โดยในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เกิดวาตภัยในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี พิจิตร อ่างทอง และปราจีนบุรี รวม 11 อำเภอ 25 ตำบล 51 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 101 หลัง&nbsp;</p><p><span style=""background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(0, 0, 0);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนตั้งแต่วันที่ 1  8 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีพื้นที่ประสบวาตภัย 51 จังหวัด 200 อำเภอ 556 ตำบล 1,704 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 7,740 หลัง ผู้เสียชีวิต 3 ราย ผู้บาดเจ็บ 2 ราย (สุราษฎร์ธานี ลพบุรี และนครราชสีมา จังหวัดละ 1 ราย) และผู้บาดเจ็บ 2 ราย (สุราษฎร์ธานี 1 ราย นครราชสีมา 1 ราย) แยกเป็น ภาคเหนือ 10 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำปาง ลำพูน พิจิตร และพิษณุโลก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา บุรีรัมย์ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ อำนาจเจริญ อุดรธานี หนองบัวลำภู และอุบลราชธานี ภาคกลาง 15 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี สระบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สุพรรณบุรี อ่างทอง และอุทัยธานี ภาคตะวันออก 8 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง ตราด และสระแก้ว ภาคใต้ 2 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ฯ ต่อไป ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784 และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง.&nbsp;&nbsp;</span></p>"	8/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508110330568
91	ประชาชนในมาเลเซีย สมัครใจ จองฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา 268,000 โดส เต็มภายใน 3 ชั่วโมง รัฐบาลเตรียมขยายพื้นที่ฉีดเพิ่มในสัปดาห์หน้า	"<p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 ทางการมาเลเซีย</strong> เดินหน้าฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาให้แก่ประชาชน โดยเปิดให้ประชาชนผู้สมัครใจลงทะเบียนจองสิทธิ์ในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่าน ซึ่งปรากฏว่ายอดจองฉีดวัคซีน 268,000 โดสเต็มหมดในเวลาเพียงแค่ 3 ชั่วโมง&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify""><br></p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28&nbsp;เมษายน 64</strong> สำนักข่าว แชนแนล นิวส์ เอเชีย ได้รายงานว่า นายไครี จามาลุดดิน รมต.วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมได้แถลงข่าวร่วมกับ ดร.อดัม บาบา รมต.สาธารณสุขมาเลเซีย ระบุผู้เชี่ยวชาญพบว่าวัคซีน แอสตราเซเนกา มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย มากกว่าความเสี่ยงด้านลิ่มเลือด ที่มีโอกาสเกิดขึ้นเพียง 4 เคสต่อ 1 ล้านโดสเท่านั้น</p><p class=""ql-align-justify""><br></p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อย่างไรก็ตามรัฐบาลมาเลเซียตระหนักว่า</strong> ข้อเท็จจริงและวิทยาศาสตร์ไม่สามารถเอาชนะความกังวลของประชาชนและข่าวปลอมที่แพร่กระจายไปได้ จึงตกลงหาทางเดินหน้าการใช้วัคซีนแอสตราเซเนกา และจัดการกับความกังวลของประชาชนไปพร้อม ๆ กัน โดยจะไม่ใช้วัคซีนแอสตราเซเนกาในโครงการฉีดวัคซีนโควิด-19 แห่งชาติมาเลเซีย แต่จะให้ประชาชนที่สมัครใจฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา มาลงทะเบียนที่ศูนย์ฉีดวัคซีนพิเศษ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์และรัฐสลังงอร์ แทนที่จะทิ้งวัคซีน 268,000 โดสไป</p><p class=""ql-align-justify""><br></p><p class=""ql-align-justify""><strong>""เดินหน้าฉีดแอสตราเซเนกาควบคู่ไปกับสร้างความมั่นใจให้ประชาชน""</strong></p><p class=""ql-align-justify""><br></p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>รัฐบาลมาเลเซียจึงดำเนินโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 คู่ขนาน</strong> สำหรับประชาชนที่เลือกฉีดวัคซีน แอสตราเซเนกา หลังทางการมาเลเซียหยุดฉีดวัคซีนดังกล่าวไปสักระยะหนึ่ง เนื่องจากประชาชนกลัวผลข้างเคียง หลังมีรายงานถึงความเป็นไปได้ที่การฉีดวัคซีน เกี่ยวโยงกับอาการของภาวะลิ่มเลือดอุดตัน จนบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชน</p><p class=""ql-align-justify""><br></p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลังจากประชาชนให้ความสนใจเข้ารับการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเป็นอย่างมากในรอบแรก โดยมีผู้จองฉีดวัคซีน 268,000 โดสเต็มหมดในระยะเวลาเพียงแค่ 3 ชั่วโมง ในสัปดาห์หน้าทางการมาเลเซียจะได้ประกาศสถานที่ฉีดวัคซีนเพิ่มเติมโดยจะขยายไปยังพื้นที่นอกเขตกรุงกัวลาลัมเปอร์และรัฐสลังงอร์ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้สูงอายุเข้ารับการฉีดวัคซีนมากกว่าในรอบแรก</p><p class=""ql-align-justify""><br></p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนบอกว่า พวกเขารู้สึกคลายกังวลที่ได้ฉีดวัคซีนโดสแรก</strong> ในขณะที่มาเลเซียเผชิญการระบาดของโควิด-19 อีกครั้ง และมีรายงานว่าพบผู้ป่วยรายแรกที่ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์อินเดียในมาเลเซีย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบอกว่าอาจเป็นการกลายพันธุ์และแพร่เชื้อได้ง่ายขึ้น</p><p class=""ql-align-justify""><br></p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ขณะที่หลายสำนักข่าว</strong> เช่น รอยเตอร์ส, สเตรท ไทม์ส และมาเลย์เมล์ได้ยืนยันว่า มาเลเซียไม่ได้ยกเลิกการใช้วัคซีน แอสตราเซเนกา แต่จะใช้เป็นวัคซีนทางเลือกให้แก่ประชาชนที่สมัครใจ ขยายพื้นที่การฉีด ร่วมกับวัคซีนต้านโควิด-19 อีก 2 ชนิด คือ ไฟเซอร์-ไบออนเทค และ ซิโนแวคอย่างทั่วถึงตามแผนการฉีดวัคซีนต่อไป</p><p class=""ql-align-justify""><br></p><p class=""ql-align-justify""><br></p>"	8/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508115608582
92	นายกฯกำชับทุกหน่วยงานทำงานเชิงรุก เร่งเจรจาสั่งซื้อวัคซีน พร้อมเผยข้อมูลทางการแพทย์วัคซีนเข็มแรก ช่วยลดโอกาสในการรับเชื้อ ลดความรุนแรงของอาการ และลดโอกาสในการเสียชีวิตได้	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;</span><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ย้ำถึงมาตรการด้านสาธารณสุข&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;และปากท้องพี่น้องประชาชนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ระลอก&nbsp;3&nbsp;ผ่าน&nbsp;PM&nbsp;PODCAST&nbsp;สรุปประเด็นดังนี้</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ระลอก&nbsp;3&nbsp;นี้</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ได้สั่งการและออกมาตรการที่เกี่ยวกับด้านสาธารณสุข&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;และปากท้องของพี่น้องประชาชน&nbsp;เพื่อเดินหน้าจัดการสถานการณ์โควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;ด้วยการตัดสินใจและการทำงานอย่างรวดเร็วแบบบูรณาการ&nbsp;ที่จะเป็นอาวุธสำคัญในการต่อสู้กับโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจึงเห็นชอบในการโอนอำนาจตามกฎหมาย&nbsp;31&nbsp;ฉบับมาที่นายกรัฐมนตรีให้สามารถออกคำสั่งอนุญาต&nbsp;อนุมัติ&nbsp;สั่งการ&nbsp;แก้ไขสถานการณ์โควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ได้โดยตรง&nbsp;เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;</span><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กรณีคลัสเตอร์คลองเตย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ได้ใช้ประสบการณ์จากการจัดการในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครมาปรับใช้&nbsp;โมเดลตรวจการติดเชื้อ&nbsp;ติดต่อ&nbsp;คัดกรอง&nbsp;และแยกตัวส่งต่อรักษา&nbsp;เน้นไปที่การตรวจเชิงรุก&nbsp;ระดมตรวจกลุ่มเสี่ยงในชุมชนที่มีการติดเชื้อให้ได้อย่างน้อย&nbsp;1,000&nbsp;คนต่อวัน&nbsp;โดยมีหน่วยเคลื่อนที่และรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทานเพิ่มมากขึ้น&nbsp;แยกผู้ป่วยตามระดับอาการและส่งตัวเข้าสถานพยาบาลแรกรับเพื่อส่งผู้ป่วยไปรักษาตัวต่อ&nbsp;ควบคู่กับดำเนินการระดมฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;และกำชับเร่งแก้ไขปัญหาในการสำรองเตียงสำหรับผู้ป่วยอาการหนักโดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;รวมทั้งให้มีการสำรองยาฟาวิพิราเวียร์ให้เพียงพอด้วย</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ทั้งนี้&nbsp;การบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&nbsp;จำเป็นต้องมีศูนย์เพื่อการบูรณาการการจัดการทรัพยากรของหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในการสนับสนุนกรุงเทพมหานครอย่างเต็มที่เพื่อควบคุมแก้ไขสถานการณ์ได้โดยเร็ว&nbsp;จึงจัดตั้งศูนย์บูรณาการสถานการณ์โควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลขึ้น&nbsp;ซึ่งจะเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาของจังหวัดอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ต่อไปได้&nbsp;รวมทั้งการจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบูรณาการด้านการแพทย์และสาธารณสุข&nbsp;เพื่อให้เกิดการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานสาธารณสุขและหน่วยงานฝ่ายปกครองในการบูรณาการทั้งด้านบุคลากรและทรัพยากร&nbsp;ทั้งการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม&nbsp;การตรวจคัดกรอง&nbsp;การควบคุมพื้นที่&nbsp;ซึ่งจะทำให้การแก้ไขสถานการณ์ในสภาวะฉุกเฉินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">การจัดหาวัคซีนโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ล้านโดส</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เพื่อให้มีเพียงพอสำหรับฉีดให้ประชาชนที่&nbsp;50&nbsp;ล้านคน&nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในประเทศได้&nbsp;รวมทั้งแผนสำรอง&nbsp;ในการจัดหาวัคซีนให้เพียงพอสำหรับคนไทยทุกคนรวมถึงแรงงานอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ในภาคธุรกิจด้วย&nbsp;โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานทำงานเชิงรุกมากขึ้น&nbsp;เพื่อให้การเจรจาสั่งซื้อวัคซีนมีความคืบหน้าเพิ่มโอกาสที่จะได้รับวัคซีนเพิ่มมากขึ้น&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;การสั่งซื้อวัคซีนยังขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ผลิตที่จะอนุมัติในการดำเนินการส่งออกด้วย&nbsp;สิ่งสำคัญคือการเร่งฉีดวัคซีนเข็มแรกให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด&nbsp;เนื่องจากทางการแพทย์มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าหลังจากได้รับการฉีดวัคซีนแม้แต่เพียงเข็มแรกก็จะช่วยลดโอกาสในการรับเชื้อ&nbsp;ลดความรุนแรงของอาการ&nbsp;และลดโอกาสในการเสียชีวิตได้เป็นอย่างมาก</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	8/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508130044616
93	ศบค.ยืนยันรายงานข้อมูลตามข้อเท็จจริง เพื่อให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ พร้อมเปิดโรงพยาบาลบุษราคัมรองรับกรณีผู้ป่วยหนักเพิ่มขึ้น	"<p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก</strong>ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ยืนยันไม่มีการปกปิดข้อมูลตัวเลขผู้ป่วย พร้อมเปิดเผยตัวเลขการตรวจคัดกรองผู้ป่วยในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลไปแล้วกว่า 200,000 คน โดยเป็นการตรวจในพื้นที่กทม.ประมาณ 100,000 คน และปริมณฑลอีก 100,000 คน&nbsp;ทั้งนี้มีการตรวจเชิงรุกต่อวันประมาณ 10,000 คน</p><p class=""ql-align-justify""><br></p><p class=""ql-align-justify""><strong>ตรวจเชิงรุกเข้มข้นลงพื้นที่</strong></p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แม้ที่ผ่านมาจะสามารถตรวจไปได้จำนวนไม่น้อย แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันยังจำเป็นต้องมีการเพิ่มจำนวนการตรวจให้มากขึ้น เพื่อเร่งในการควบคุมการแพร่ระบาดให้อยู่ในวงจำกัด&nbsp;ซึ่งจะปรับแผนตรวจเชิงรุก โดยเพิ่มบุคลากรลงพื้นที่เพื่อตรวจได้เร็วและมากขึ้น และทุกจังหวัดมีการคัดกรองเชิงรุกอย่างเต็มที่ปัจจุบันให้รายงานเข้ามาทั้งจำนวนคนที่ติดเชื้อและจำนวนที่ตรวจแล้วไม่ติดเชื้อด้วย&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify""><br></p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนการระบาดในพื้นที่ชุมชนที่มีความกังวล ทาง กทม.ได้เฝ้าระวังชุมชนวัดโสมนัส ชุมชนวัดญวนคลองลำปัก ปากคลองตลาด และศูนย์การค้าเขตพระนคร ซึ่งเริ่มมีผู้ติดเชื้อและระวังไม่ให้แพร่เชื้อไปยังครอบครัว โดยระดมตรวจทุกเขตในจุดที่มีความเสี่ยงและจุดที่ไม่มีความเสียงจะสุ่มตรวจด้วย ทาง ศบค.จะตั้งศูนย์พักคอยเพื่อแยกผู้ป่วยไม่ให้ไปอยู่รวมกับครอบครัว เช่นโรงเรียน วัด มีการจัดถุงยังชีพ ดูแลด้านอนามัย เพื่อคอยเข้าสู่ระบบช่วยเหลือตามอาการต่อไป&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify""><br></p><p class=""ql-align-justify""><strong>การกระจายวัคซีน</strong>&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่ 22 พ.ค.จะมีวัคซีนพร้อมฉีด 2.5 ล้านโดส กระจายไปทั่วประเทศ กทม.มีแผนระดมฉีดให้ผู้ขับขี่รถสาธารณะ (แท็กซี่) ครู พนักงานเก็บขยะ พนักงานการท่าอากาศยานดอนเมือง การท่าเรือ พนักงานการไฟฟ้า ประปา (ผู้ที่ทำงานบริการ เรือ รถ เครื่องบิน) ซึ่งสอดคล้องกับกรมควบคุมโรคที่จะฉีดให้กับบุคคลที่ทำงานด้านสาธารณะ โดยมีสถานที่ฉีดของ กทม.(ที่ไม่ใช่โรงพยาบาล) 115 แห่ง และเอกชน 14 แห่ง กระจายไปยังมหาวิทยาลัย สถานที่ฉีดที่ไม่ใช่โรงพยาบาล จะมีโรงพยาบาลพี่เลี้ยงคอยดูแล&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify""><br></p><p class=""ql-align-justify""><strong>กรณีผู้ป่วยสะสมเกิน 5 หมื่นคน ผู้ป่วยหนักเพิ่มขึ้น จะรองรับอย่างไร ?</strong></p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ช่วยโฆษก ศบค.ระบุว่า แม้ปัจจุบันมีผู้ป่วยสะสม 50,000 ราย แต่จำนวนดังกล่าวมีตัวเลขผู้ที่หายหายป่วยแล้วราว 20,000 ราย รักษาตัวอยู่ประมาณ 29,000 ราย อยู่ใน รพ.สนาม 8,000 ราย อยู่ใน รพ.ประมาณ 20,000 ราย มีผู้ป่วยอาการหนัก 1,000 ราย ในระดับนี้ระบบสาธารณสุข จำนวนบุคลากร อุปกรณ์ ยังพอรองรับได้ แต่ถ้ามากกว่านี้จะเริ่มมีปัญหาผู้ป่วยจะเริ่มรอเตียงมากขึ้น ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์และต้องลดจำนวนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงให้ได้ ถ้าเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ขอให้กักตัว เพราะจากตัวเลขจะมีการติดต่อภายในครอบครัว เพื่อนสนิท และการเดินทางไปยังสถานที่แออัด รวมถึงการขอความร่วมมือหน่วยงานราชการให้ปฏิบัติงานที่บ้าน ลดการเดินทาง ลดการสัมผัส&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify""><br></p><p class=""ql-align-justify""><strong>เปิด โรงพยาบาลที่ เมืองทองธานีรองรับผู้ป่วย</strong></p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากข้อมูลขณะนี้พบว่า จากตัวเลขผู้ป่วย 100 คน จะอาการหนัก 4 คน และ 1-2 คนต้องการเครื่องช่วยหายใจ ปัจจุบันมีผู้ป่วยอาการหนัก 739 ราย เพราะฉะนั้น 1 วันจะต้องใช้เตียงสำหรับผู้ป่วยหนัก 25 เตียง ปัจจุบันได้เปิดโรงพยาบาลบุษราคัม ที่อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี รองรับผู้ที่มีอาการและผู้ที่มีอาการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยรับผู้ป่วยจาก กทม.ปริมณฑลและโรงเรียนแพทย์ แต่จะมีความแตกต่างจากโรงพยาบาลสนาม จะรักษาผู้ป่วยที่มีรายละเอียดมากขึ้น มีบุคลากรการแพทย์เพิ่มเติมช่วยพลิกตัวผู้ป่วย การให้ออกซิเจน ซึ่งจะสามารถรับผู้ป่วยได้ในสัปดาห์นี้</p><p class=""ql-align-justify""><br></p><p class=""ql-align-justify""><br></p>"	8/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508174822726
94	กองทัพไทย พร้อมช่วยเหลือชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ได้รับผลกระทบจากการสู่รบ	<p><strong>พลโท&nbsp;คงชีพ&nbsp;ตันตระวาณิชย์&nbsp;โฆษกกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา&nbsp;ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ที่มีการสู้รบของกองกำลังชนกลุ่มน้อยกับกองกำลังทหารเมียนมา&nbsp;ว่า&nbsp;ขณะนี้ยังมีการสู้รบกันอยู่&nbsp;ซึ่งความรุนแรงมีผลกระทบต่อคนไทยที่อาศัยบริเวณตามแนวชายแดนประมาณ&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;ล่าสุดทางกองทัพไทยได้เข้าไปช่วยเหลือดำเนินการอพยพเพื่อไม่ให้ได้รับอันตรายจากการสู่รบของทั้ง&nbsp;2&nbsp;ฝ่าย&nbsp;&nbsp;ให้มาอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยและได้เดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;</p><p><strong>สำหรับชนกลุ่มน้อยที่อยู่บริเวณแนวชายแดน</strong>ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนการใช้กำลังทางทหาร&nbsp;ทางกองทัพไทยจึงได้เปิดพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวไว้รองรับซึ่งขณะนี้อยู่ในการดูแลและได้รับการช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมประมาณ&nbsp;2,200&nbsp;คน&nbsp;ภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของกรมควบคุมโรคทั้งเจ้าหน้าที่และผู้หลบภัยอย่างเข้มงวด&nbsp;เนื่องจากเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสด&nbsp;พร้อมขอความร่วมมือผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องงดการเดินทางเข้าพื้นที่&nbsp;เพราะจะทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานยากลำบากขึ้น&nbsp;โดยไม่ต้องกังวลถึงสิ่งของบริจาคได้ถูกนำส่งถึงมือผู้หลบภัยทั้งหมด</p><p><br></p><p><br></p>	9/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509111841844
95	รัฐบาล ห่วงใยประชาชน แนะควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้านก่อนเดินทางไปประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ไปฉีดวัคซีนที่สหรัฐอเมริกา	<p><strong>นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่บางประเทศกำหนดให้การฉีดวัคซีนมาเป็นหนึ่งในเงื่อนไขในการเดินทางเข้าประเทศนั้น&nbsp;รัฐบาลขอชี้แจงว่า&nbsp;ผู้ที่มีความประสงค์เดินทางไปต่างประเทศจำเป็นต้องตรวจสอบกฎระเบียบเกี่ยวกับการเข้าเมืองและมาตรการทางด้านสาธารณสุขของประเทศปลายทางให้ชัดเจนก่อนเสมอ&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ยังคงเป็นความท้าทายในหลายประเทศและมีระดับของความรุนแรงแตกต่างกันไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ควรปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขของประเทศนั้นๆ&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการตรวจหาเชื้อตามระยะเวลาที่กำหนดก่อนเดินทาง&nbsp;การเตรียมเอกสารรับรองผลตรวจเชื้อและเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน&nbsp;การกักตัว&nbsp;ณ&nbsp;ที่พักอาศัย&nbsp;การรักษาระยะห่าง&nbsp;และการสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;</p><p><strong>กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;ชี้แจงเบื้องต้นว่า</strong>&nbsp;EU&nbsp;ได้ผ่อนคลายมาตรการ&nbsp;เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง&nbsp;ประเทศสมาชิก&nbsp;EU&nbsp;แต่ละประเทศมีอำนาจในการประกาศกฎระเบียบเกี่ยวกับการเข้าเมืองและมาตรการด้านสาธารณสุขของตนเอง&nbsp;โดยประเทศสมาชิก&nbsp;EU&nbsp;ที่สามารถเดินทางจากประเทศไทยได้โดยไม่มีเงื่อนไข&nbsp;มี&nbsp;13&nbsp;ประเทศ&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;โปรตุเกส&nbsp;สเปน&nbsp;อิตาลี&nbsp;เยอรมนี&nbsp;โครเอเชีย&nbsp;โปแลนด์&nbsp;เอสโตเนีย&nbsp;สวีเดน&nbsp;&nbsp;ฟินแลนด์&nbsp;บัลแกเรีย&nbsp;กรีซ&nbsp;เบลเยียม&nbsp;และเนเธอร์แลนด์&nbsp;ส่วนประเทศที่มีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดตามที่ประเทศปลายทางกำหนด&nbsp;14&nbsp;ประเทศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ฝรั่งเศส&nbsp;เช็ก&nbsp;ไอร์แลนด์&nbsp;&nbsp;นอร์เวย์&nbsp;เดนมาร์ก&nbsp;ลัตเวีย&nbsp;สโลวีเนีย&nbsp;สโลวาเกีย&nbsp;ฮังการี&nbsp;ลิทัวเนีย&nbsp;โรมาเนีย&nbsp;ออสเตรีย&nbsp;ลักเซมเบิร์ก&nbsp;และไซปรัส&nbsp;ผู้ที่จะเดินทางจึงจำเป็นต้องตรวจสอบมาตรการสาธารณสุขของประเทศปลายทางและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด</p><p><strong>รัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า&nbsp;</strong>ขณะนี้&nbsp;EU&nbsp;ยังไม่ได้กำหนดให้การฉีดวัคซีนหรือไม่&nbsp;หรือการฉีดวัคซีนประเภทใดเป็นเงื่อนไขการเดินทางเข้าเขต&nbsp;EU&nbsp;และยังอยู่ในระหว่างพิจารณาวิธีการรับรองการฉีดวัคซีนฯ&nbsp;(Vaccination&nbsp;Certificate&nbsp;&nbsp;VC)&nbsp;ของประเทศนอก&nbsp;EU&nbsp;ซึ่งหากพิจารณาแล้วเสร็จ&nbsp;ประเทศสมาชิก&nbsp;EU&nbsp;แต่ละประเทศก็จะนำไปกำหนดมาตรการและเงื่อนไขในการเดินทางเข้าต่อไป&nbsp;อย่างไรก็ดี&nbsp;ขอให้ผู้ที่ประสงค์เดินทางไปต่างประเทศติดตามข้อกำหนดของแต่ละประเทศสมาชิก&nbsp;EU&nbsp;&nbsp;จากเว็บไซต์ของสหภาพยุโรป&nbsp;(https://reopen.europa.eu)</p><p><strong>สำหรับกระแสข่าวเรื่องการเดินทางไปท่องเที่ยวและฉีดวัคซีน</strong>ป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;ที่สหรัฐอเมริกา&nbsp;ได้มีการสั่งการให้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยในสหรัฐฯ&nbsp;ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ให้กับชาวต่างชาติของมลรัฐต่างๆ&nbsp;ในสหรัฐฯ&nbsp;พบว่า&nbsp;เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจะเรียกดูข้อมูลหลักฐานถิ่นที่อยู่&nbsp;หลักฐานการทำงานหรือการศึกษาในรัฐ&nbsp;รวมถึงจะพิจารณาหลักฐานการเข้าเกณฑ์ที่ได้รับอนุญาตและอาจปฏิเสธการให้บริการหากไม่สามารถแสดงหลักฐานตามที่ร้องขอได้</p><p><strong>นายอนุชา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;ยังเน้นย้ำว่า</strong>&nbsp;วัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ในสหรัฐฯ&nbsp;ได้รับอนุมัติการใช้งานแบบฉุกเฉินเท่านั้น&nbsp;หากรับวัคซีนแล้วมีอาการข้างเคียงหรือการแพ้รุนแรง&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ผู้ผลิตไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบใดๆ&nbsp;และหากไม่มีประกันสุขภาพที่ครอบคลุม&nbsp;อาจต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่มีราคาสูงอีกด้วย&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	9/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509103839820
96	ปภ. รายงานเกิดวาตภัยในพื้นที่ 6 จังหวัด ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;รายงานเกิดวาตภัยในพื้นที่&nbsp;6&nbsp;จังหวัด&nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด</strong></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;รายงานสถานการณ์ความกดอากาศสูงที่ปกคลุมภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคกลางมีกำลังอ่อน&nbsp;ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนอง&nbsp;และลมกระโชกแรง&nbsp;โดยในรอบ&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมา&nbsp;เกิดวาตภัยในพื้นที่&nbsp;6&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กำแพงเพชร&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;ยโสธร&nbsp;เลย&nbsp;และสุรินทร์&nbsp;รวม&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;11&nbsp;ตำบล&nbsp;19&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&nbsp;66&nbsp;หลัง</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนในรอบสัปดาห์ระหว่างวันที่&nbsp;3&nbsp;&nbsp;9&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา&nbsp;มีพื้นที่ประสบวาตภัย&nbsp;49&nbsp;จังหวัด&nbsp;175&nbsp;อำเภอ&nbsp;498&nbsp;ตำบล&nbsp;1,559&nbsp;หมู่บ้านบ้านเรือนเสียหาย&nbsp;8,204&nbsp;หลัง&nbsp;ขณะที่ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;9&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;มีพื้นที่ประสบวาตภัย&nbsp;52&nbsp;จังหวัด&nbsp;207&nbsp;อำเภอ&nbsp;572&nbsp;ตำบล&nbsp;1,706&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&nbsp;8,309&nbsp;หลัง&nbsp;ผู้เสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;(สุราษฎร์ธานี&nbsp;ลพบุรี&nbsp;และนครราชสีมา&nbsp;จังหวัดละ&nbsp;1&nbsp;ราย)&nbsp;และผู้บาดเจ็บ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;(สุราษฎร์ธานี&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;1&nbsp;ราย)&nbsp;แยกเป็น&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;10&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เชียงราย&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;พะเยา&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ลำปาง&nbsp;ลำพูน&nbsp;ตาก&nbsp;กำแพงเพชร&nbsp;พิจิตร&nbsp;และพิษณุโลก&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;17&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;อุดรธานี&nbsp;นครพนม&nbsp;เลย&nbsp;หนองบัวลำภู&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;ยโสธร&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;สุรินทร์&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;มหาสารคาม&nbsp;และศรีสะเกษ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ปราจีนบุรี&nbsp;สระแก้ว&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ระยอง&nbsp;จันทบุรี&nbsp;ตราด&nbsp;และนครนายก&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;15&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;สิงห์บุรี&nbsp;อ่างทอง&nbsp;อุทัยธานี&nbsp;ชัยนาท&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;ลพบุรี&nbsp;สระบุรี&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;นนทบุรี&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;ราชบุรี&nbsp;และประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ภาคใต้&nbsp;2&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;และนครศรีธรรมราช&nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด&nbsp;ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;โดยสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง&nbsp;ฯ&nbsp;ต่อไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ&nbsp;1784&nbsp;และสายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</span></p>"	9/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509103916824
97	อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล ตรวจยึดใบพืชกระท่อมสด จำนวน 6 กระสอบ น้ำหนักรวม 133 กิโลกรัม	<p><strong>อำเภอเมืองสตูล&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ตรวจยึดใบพืชกระท่อมสด&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;กระสอบ&nbsp;น้ำหนักรวม&nbsp;133&nbsp;กิโลกรัม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วานนี้&nbsp;8&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นายยาลา&nbsp;ใบกาเด็ม&nbsp;นายอำเภอเมืองสตูล&nbsp;มอบหมายให้นายพันธรัฐ&nbsp;จิช่อง&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง&nbsp;สั่งการให้ชุดเคลื่อนที่เร็วในการเฝ้าระวังและสกัดกั้นป้องกันผู้ลักลอบเดินทางเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณชายฝั่งพื้นที่ชายแดน&nbsp;ตามคำสั่งอำเภอเมืองสตูล&nbsp;ที่&nbsp;774/2563&nbsp;ลงวันที่&nbsp;30&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2563&nbsp;นำโดยนายนิธิศ&nbsp;สิตะรุโณ&nbsp;ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง&nbsp;(หัวหน้าชุด)&nbsp;พร้อมด้วยสมาชิก&nbsp;อส.อ.เมืองสตูลที่&nbsp;2&nbsp;และนายปรีชา&nbsp;พรหมเมศก์&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลคลองขุด&nbsp;ร่วมกับนายกองตรีประยูร&nbsp;สิตพงศ์&nbsp;ผบ.ร้อย&nbsp;อส.จ.สตูล&nbsp;ที่&nbsp;1&nbsp;สมาชิก&nbsp;อส.จ.สตูลที่&nbsp;1&nbsp;และเจ้าหน้าที่ทหาร&nbsp;ฉก.ร.5&nbsp;ทำการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;5&nbsp;(ใบพืชกระท่อมสด)&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;กระสอบ&nbsp;น้ำหนักรวม&nbsp;133&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณบ่อกุ้งร้าง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลคลองขุด&nbsp;อำเภอเมืองสตูล&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;โดยนำของกลางส่งพนักงานสอบสวน&nbsp;สภ.เมืองสตูล&nbsp;เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&nbsp;&nbsp;</p>	9/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509103040814
98	ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันดำเนินการประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่อ เนื่องจากมีกฎหมายสำคัญรอการพิจารณาอยู่	<p><strong>นายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ประธานสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกในวันที่&nbsp;27&nbsp;พ.ค.นี้ภายหลังมี&nbsp;พ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภา&nbsp;สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ยังคงดำเนินการต่อไป&nbsp;เพื่อพิจารณาพระราชกำหนดของคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ฉบับ&nbsp;จากนั้นจะพิจารณาร่าง&nbsp;พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมีผลกระทบต่อคนทั้งประเทศ&nbsp;&nbsp;ทั้งข้าราชการและประชาชน&nbsp;ในการเบิกจ่ายงบประมาณต่างๆ&nbsp;หากช้าไปจะเกิดปัญหา&nbsp;&nbsp;ฉะนั้นต้องดำเนินการตามที่สำนักงบประมาณกำหนด&nbsp;โดยเตรียมเชิญผู้แทนวิป&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;&nbsp;มาหารือถึงความพร้อมก่อนการประชุมสภาจะเริ่มต้นขึ้นภายในสัปดาห์หน้า&nbsp;&nbsp;ยืนยันการเปิดประชุมสภาไม่สามารถเลี่ยงได้&nbsp;โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะต้องป้องกันตนเอง&nbsp;&nbsp;พร้อมขอให้&nbsp;ส.ส.&nbsp;และเจ้าหน้าที่ของสภา&nbsp;ทยอยเข้ารับวัคซีนโควิด-19&nbsp;&nbsp;เพื่อให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างปลอดภัย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทางสภาผู้แทนราษฎรได้ทำความสะอาดและฉีดยาฆ่าเชื้อแล้ว&nbsp;ส่วนกรณีที่พบเจ้าหน้าที่ของสภาบางส่วนมีการติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;นั้น&nbsp;พบว่าไม่ได้ติดจากการมาทำงานที่สภาแต่อย่างใด&nbsp;โดยเป็นการติดมาจากเพื่อนบ้านและสถานที่ต่างๆ&nbsp;ที่เดินทางไป&nbsp;</p><p><strong>ประธานสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;ในส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่า&nbsp;ส.ส.มีการเดินทางลงพื้นที่หลายแห่งอาจติดเชื้อและแพร่เชื้อได้นั้น&nbsp;ส่วนนี้ได้เน้นย้ำให้ระวังตัวเองอย่างเต็มที่และหลีกเหลี่ยงการประชุมร่วมกัน&nbsp;2&nbsp;สภาคือ&nbsp;ส.ส.และ&nbsp;ส.ว.&nbsp;โดยกฎหมายที่ค้างอยู่ก็ขอให้เลื่อนออกไปก่อน&nbsp;ซึ่งเชื่อว่า&nbsp;หากมีการประชุมในส่วนของ&nbsp;ส.ส.อย่างเดียว&nbsp;จะสามารถบริหารจัดการตามมาตรการสาธารณสุขได้เนื่องจากห้องประชุมมีความกว้างขว้างเพียงพอ&nbsp;ขณะที่หากมี&nbsp;ส.ส.บางคนกลัวการติดโควิด&nbsp;-19&nbsp;จนไม่มาประชุมและทำให้องค์ประชุมไม่ครบนั้น&nbsp;ส่วนนี้คงต้องหารือกันอีกครั้ง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	9/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509112551848
99	รมช.มหาดไทยเสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เข้ามามีส่วนสำรวจและกระจายวัคซีนโควิด-19	"<p><strong style=""background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);"">รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เข้ามามีส่วนสำรวจและกระจายวัคซีนโควิด-19 ให้ครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศยิ่งขึ้นและเพื่อให้คนไทยเข้าถึงวัคซีนโดยเร็วที่สุด</strong></p><p><span style=""background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการดำเนินการเร่งรัดการฉีดวัคซีนโควิด-19 ว่า รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะให้คนไทยได้รับวัคซีนให้ครอบคลุมทั้งประเทศให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยมีการกระจายไปยังพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนในภูมิภาคต่าง ๆ ได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง แต่พบยังมีการเรียกร้องให้มีการกระจายให้ครอบคลุมมากกว่าที่เป็นอยู่ โดยประชาชนยังมีข้อจำกัดในเรื่องการเดินทางเข้ามารับวัคซีนในพื้นที่ตัวเมืองของอำเภอและจังหวัด ที่มีการบริการฉีดวัคซีน ประกอบกับการเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนในแอพลิเคชั่น ""หมอพร้อม"" เพื่อรับวัคซีน ซึ่งจนถึงวันนี้ปรากฎว่ายังมีผู้จองฉีดวัคซีนในเปอร์เซ็นต์ที่น้อยอยู่ ซึ่งอาจเกิดจากปัญหาในเรื่องความรู้ความเข้าใจถึงวัคซีนชนิดต่าง ๆ ทำให้ประชาชนไม่ประสงค์ลงทะเบียน รวมถึงปัญหาในเรื่องการเข้าถึงระบบลงทะเบียน ตลอดจนข้อจำกัดในเรื่องต่าง ๆ ที่อาจทำให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนได้ช้าลง ไม่เป็นไปตามความตั้งใจรัฐบาลที่ต้องการให้ประชาชนได้รับวัคซีนเพื่อบรรเทาความรุนแรงจากการโรคโควิด-19 ให้ได้โดยเร็วและทั่วถึงทุกกลุ่ม ดังนั้น เห็นว่าการจัดการในเรื่องดังกล่าวเพื่อเร่งรัดการกระจายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีกลไกเครือข่ายในทุกพื้นที่ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล ได้ประสานการปฏิบัติร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) ที่มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และ อสม.อยู่ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน พร้อมทั้งการเสริมการปฏิบัติการร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนและช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับอำเภอ และระดับจังหวัดอีกด้วย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ยังสามารถเข้าไปสำรวจทำความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องวัคซีนโควิด-19 ให้แก่ประชาชนได้อย่างครบถ้วนอีกด้วย</span></p>"	9/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509104958827
100	เจ้าหน้าที่ ตชด.445 จับหนุ่มขายกัญชา กว่า 2 กิโลกรัม	<p><strong>เจ้าหน้าที่&nbsp;ตชด.445&nbsp;จับหนุ่มขายกัญชา&nbsp;กว่า&nbsp;2&nbsp;กิโลกรัม</strong></p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ร.ต.อ.มาตุภูมิ&nbsp;ธรรมเนียม&nbsp;หัวหน้าชุดปฏิบัติการการข่าว&nbsp;ร้อย&nbsp;ฉก.ตชด.445&nbsp;ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า&nbsp;กลุ่มวัยรุ่นมักใช้เส้นทางถนนบ้าน&nbsp;กม.17-บ้านยะรม&nbsp;ลักลอบขนยาเสพติดในยามค่ำคืน&nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้นจับกุมของเจ้าหน้าที่&nbsp;จึงได้ประสาน&nbsp;พ.ต.ท.อรรถพล&nbsp;จินตาคม&nbsp;ผบ.ร้อย&nbsp;ตชด.445&nbsp;นายพิชัย&nbsp;แก้วจำรัส&nbsp;ปลัดอำเภอเบตง&nbsp;รับผิดชอบงานยาเสพติด&nbsp;นำกำลังเจ้าหน้าที่&nbsp;ตชด.445&nbsp;,&nbsp;ฉก.ตชด.44&nbsp;,&nbsp;อส.อำเภอเบตง&nbsp;ร่วมตั้งจุดตรวจจุดสกัดที่บริเวณริมถนนหน้าป้อม&nbsp;ชรบ.&nbsp;(ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน&nbsp;)&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;บ้าน&nbsp;กม.17&nbsp;ต.ตาเนาะแมเราะ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เพื่อตรวจค้นบุคคลต้องสงสัยและสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;เจ้าหน้าที่กำลังตั้งจุดตรวจอยู่นั้นได้มีนายสุรชัย&nbsp;หรือรุ้ง&nbsp;สุริสาร&nbsp;อายุ&nbsp;19&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้าน&nbsp;39/12&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;ต.ยะรม&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ&nbsp;ฮอนด้า&nbsp;รุ่น&nbsp;สกู๊ปปี้&nbsp;ไอ&nbsp;สีฟ้า-ขาว&nbsp;หมายเลขทะเบียน&nbsp;กงย&nbsp;เบตง&nbsp;65&nbsp;ผ่านมา&nbsp;โดยมีถุงพลาสติกสีฟ้าภายในมีสิ่งของสีดำ&nbsp;วางอยู่ที่ตั้งเท้าของรถจักรยานยนต์&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจค้น&nbsp;เมื่อเปิดถุงออกก็พบว่าเป็นกัญชาอัดแท่งบรรจุอยู่ในฟอยล์สีทอง&nbsp;ห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำ&nbsp;ชั่งน้ำหนักรวมหีบห่อประมาณ&nbsp;400&nbsp;กรัม&nbsp;เจ้าหน้าที่ยังค้นพบยาบ้า&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;เม็ด&nbsp;ซึ่งนายสุรชัย&nbsp;กำอยู่ในมือข้างซ้าย&nbsp;จากนั้น&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจค้นบ้านพักของนายสุรชัย&nbsp;ก็พบกัญชาอีก&nbsp;47.47&nbsp;กรัม&nbsp;ยาบ้า&nbsp;อีกจำนวน&nbsp;2&nbsp;เม็ด&nbsp;อุปกรณ์การเสพกัญชา&nbsp;อยู่ภายในห้องนอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการสอบถามเบื้องต้น&nbsp;รับสารภาพว่ากำลังจะนำกัญชาไปส่งให้เพื่อน&nbsp;ส่วนยาบ้าก็จะนำไปเสพกับเพื่อน&nbsp;กัญชาที่ถูกจับกุมมีเพื่อนที่ติดหนี้ตนนำมาให้&nbsp;2&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เพื่อเป็นการใช้หนี้&nbsp;ตนจึงนำไปขาย&nbsp;โดยจะขายกิโลกรัมละ&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;แต่หากมีลูกค้าขอให้แบ่งขายเป็นขีด&nbsp;ตนก็จะขาย&nbsp;แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ&nbsp;จึงตั้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท1&nbsp;(ยาบ้า&nbsp;หรือเมทแอมเฟตามีน)&nbsp;ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,มียาเสพติดให้โทษประเภท5&nbsp;(กัญชา)&nbsp;ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต&nbsp;พร้อมทั้งนำตัวและของกลางส่งพนักงานสอบสวน&nbsp;สภ.เบตง&nbsp;ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p>	9/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509110508834
101	กรมราชทัณฑ์ อัพเดตอาการเพนกวินผลตรวจร่างกายสภาพทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ปกติดี วางแผนรักษาส่งเสริมภาวะโภชนาการอย่างต่อเนื่อง	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายธวัชชัย&nbsp;ชัยวัฒน์&nbsp;รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์และโฆษกกรมราชทัณฑ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ในวันนี้แพทย์ประจำทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์&nbsp;เข้าตรวจร่างกายของ&nbsp;นายพริษฐ์&nbsp;ชิวารักษ์&nbsp;หรือเพนกวิน&nbsp;พบว่า&nbsp;กระเพาะอาหารอักเสบ&nbsp;มีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อย&nbsp;ไม่ปวดท้อง&nbsp;ไม่คลื่นไส้อาเจียน&nbsp;นอนหลับได้หลังรับประทานยา&nbsp;มีกำลังใจดี&nbsp;สามารถดื่มนมซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสูตรครบถ้วนที่ให้สารอาหารที่ร่างกายต้องการชนิดผง&nbsp;รวมทั้งรับประทานเกลือแร่และวิตามินได้หมด&nbsp;สัญญาณชีพปกติดี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;แพทย์จะให้การรักษาโดยส่งเสริมภาวะโภชนาการต่อเนื่อง&nbsp;พร้อมทั้งให้รับประทานวิตามินเม็ดและเกลือแร่เสริมต่อไป&nbsp;ในส่วนของนายอานนท์&nbsp;นำภา&nbsp;หรือทนายอานนท์&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;โดยได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กรมราชทัณฑ์&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์&nbsp;มีภารกิจหลักในการให้บริการทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขแก่ผู้ต้องขังด้วยทีมแพทย์และพยาบาล&nbsp;ตลอดจนเทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์ตามมาตรฐานสาธารณสุขของรัฐ&nbsp;จึงขอให้ญาติผู้ต้องขังและสังคมเชื่อมั่นในระบบบริการสุขภาพที่พร้อมดูแลและทำการรักษาเพื่อให้เกิดผลดีแก่ผู้ต้องขังทุกคนอย่างเต็มที่&nbsp;เท่าเทียมและไม่มีการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	9/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509202935020
102	ตม.ย้ำ ยังไม่เปิดด่าน เฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมืองอย่างเข้มงวด	"<p><strong>พลตำรวจโท&nbsp;สมพงษ์&nbsp;ชิงดวง&nbsp;ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง</strong>&nbsp;กล่าวถึงกรณีสื่อสังคมออนไลน์นำเสนอว่า&nbsp;มีการแอบลักลอบเข้าออกไทย&nbsp;ตามแนวชายแดนติดต่อประเทศเพื่อนบ้านโดยยืนยันว่า&nbsp;ในช่วงเวลานี้&nbsp;ไม่มีการเปิดด่านเข้า-ออก&nbsp;บริเวณแนวชายแดนแต่อย่างใด&nbsp;และเจ้าหน้าที่ยังคงมีความพร้อมและเฝ้าระวังสูงสุดตามแนวชายแดน&nbsp;เพื่อป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองอย่างเข้มงวดและจริงจัง&nbsp;พร้อมย้ำว่า&nbsp;ผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองทุกราย&nbsp;จะถูกจับดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง&nbsp;กฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อและกฎหมายการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;&nbsp;อย่างเด็ดขาดและจริงจัง</p><p><strong>ด้านพลตำรวจตรี&nbsp;อาชยน&nbsp;ไกรทอง</strong>&nbsp;รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;มีมาตรการในการตรวจสอบ&nbsp;กวดขันและปราบปรามการกระทำความผิดต่างๆ&nbsp;รวมทั้งการดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกระทำผิดกฎหมาย&nbsp;ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;หรือทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ&nbsp;หากผู้ใดพบเบาะแสในการกระทำความผิด&nbsp;สามารถแจ้งได้ทางสายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหมายเลขโทรศัพท์&nbsp;1178&nbsp;หรือ&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.immigration.go.th/""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.immigration.go.th</a></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	9/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509195027996
103	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เร่งฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรและเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณ พร้อมรับการประชุมในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้	<p><strong>หลังมีพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญในวันที่&nbsp;22&nbsp;พฤษภาคมนี้</strong>&nbsp;ทำให้ต้องเตรียมความพร้อมของบุคลากร&nbsp;เพื่อทำงานในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;จึงได้ประสานกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เพื่อขอให้บุคลากรของรัฐสภา&nbsp;รวมถึงเจ้าหน้าที่ของสำนักงบประมาณ&nbsp;ที่จะต้องเข้าชี้แจงรายละเอียดของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ต่อที่ประชุมสภาและสื่อมวลชนที่ลงทะเบียนได้เข้ารับการฉีดวัคซีนวันนี้&nbsp;(10&nbsp;พ.ค.64&nbsp;)&nbsp;ที่สถาบันบำราศนราดูร&nbsp;เริ่มตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;โดยพยายามให้เจ้าหน้าที่ได้ฉีดวัคซีนให้เสร็จทันภายในสัปดาห์นี้&nbsp;ก่อนที่จะเปิดประชุมสภาในวันที่&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;เนื่องจากมีกฎหมายสำคัญหลายฉบับที่ต้องเร่งพิจารณา&nbsp;โดยเฉพาะการพิจารณาร่างพระราชกำหนดของคณะรัฐมนตรีก่อนจำนวน&nbsp;2&nbsp;ฉบับ&nbsp;รวมถึงร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ที่ต้องเร่งนำงบประมาณมาใช้ฟื้นฟูเยียวยาผลกระทบจากโควิดให้ทันตามกรอบเวลา&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ก่อนหน้านี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา&nbsp;ได้ทยอยฉีดวัคซีนไปแล้ว&nbsp;รวมทั้งรัฐสภาวางมาตรการในการป้องกันขั้นสูงสุด&nbsp;เชื่อว่าการทำงานจะไม่สะดุดลง</p><p><strong>นายแพทย์โอภาส&nbsp;การย์กวินพงศ&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรค</strong>&nbsp;ได้ลงมาพบปะพูดคุย&nbsp;พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกทุกขั้นตอน&nbsp;ตั้งแต่รับบัตรคิว&nbsp;ซักประวัติ&nbsp;และการฉีด&nbsp;รวมถึงข้อปฏิบัติหลังการฉีด</p><p><br></p><p><br></p>	10/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510140046165
104	คืบหน้าเหตุปะทะวิสามัญกลุ่มก่อความไม่สงบ 2 ราย จนท.เสียชีวิต 1 นาย หนึ่งในคนร้ายที่มอบตัวรับเป็นแกนนำ RKK ก่อเหตุมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 คดี	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากเหตุการณ์ที่กำลังเจ้าหน้าที่&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;สนธิกำลังเข้าพิสูจน์ทราบ&nbsp;เข้าพิสูจน์ทราบและบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เข้ามาหลบซ่อนในพื้นที่&nbsp;บ.บาตูบือละ&nbsp;ม.2&nbsp;ต.สะเอะ&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;และมีความพยายามให้ญาติและผู้นำศาสนาเข้ามาช่วยเกลี้ยกล่อม&nbsp;จนหนึ่งในนั้นคือ&nbsp;นายวันฮาซัน&nbsp;อะซู&nbsp;ยอมออกมามอบตัว&nbsp;ส่วนคนร้ายอีก&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;พยายามใช้อาวุธปืนอาก้ายิงใส่เจ้าหน้าที่&nbsp;เพื่อเปิดทางหลบหนีและเกิดการยิงต่อสู้จนเป็นเหตุให้&nbsp;อส.ทพ.นพฤทธิ์&nbsp;สุขสอน&nbsp;สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;47&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;ส่วนคนร้ายถูกวิสามัญทั้ง&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;ทราบชื่อ&nbsp;นายรีสวัน&nbsp;เจ๊ะโซะ&nbsp;และนายอีลียัส&nbsp;เวาะกา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คืบหน้าล่าสุดวันนี้&nbsp;(10&nbsp;พ.ค&nbsp;64)&nbsp;ที่ศูนย์ซักถาม&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;41&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฯ&nbsp;ได้อนุญาตให้ญาติและครอบครัว&nbsp;นายวันฮาซัน&nbsp;เข้าเยี่ยมและพูดคุยสอบถามความเป็นอยู่&nbsp;ท่ามกลางรอยยิ้มและดีใจที่เจ้าตัวหลังตัดสินใจมอบตัวเพราะเป็นห่วงลูกคนเล็กที่อายุเพียงขวบเศษจะได้ไม่กำพร้าพ่อ&nbsp;โดยใช้เวลาประมาณ&nbsp;25&nbsp;นาที&nbsp;ก่อนที่จะนำตัวไปเข้ากระบวนบวนการซักถามขยายผล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดซักถามขยายผล&nbsp;ได้เปิดเผยว่า&nbsp;นายวันฮาซันให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีและรับว่านายริสวัน&nbsp;เจ๊ะโซ๊ที่ถูกวิสามัญเป็นผู้ชักจูงเข้าสู่ขบวนการตั้งแต่ปี&nbsp;2557&nbsp;ปัจจุบันตนได้เป็นหนึ่งในแกนนำ&nbsp;RKK&nbsp;รับผิดชอบก่อเหตุในพื้นที่&nbsp;ต.ตะเนาะปูเต๊ะ&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;และยังรับว่าเคยร่วมก่อเหตุใช้ปืน&nbsp;M79&nbsp;ยิงใส่ฐานเจ้าหน้าที่&nbsp;พร้อมทั้งเผายางรถยนต์&nbsp;ตัดต้นไม้ขวางทางเพื่อ&nbsp;สร้างสถานการณ์ในพื้นที่&nbsp;ส่วนอาวุธปืนอาก้าที่&nbsp;2&nbsp;คนร้ายที่ถูกวิสามัญใช้ก่อเหตุยิงเปิดทางหนีทั้ง&nbsp;2&nbsp;กระบอกนั้นเป็นปืนที่ขโมยมาจากเหตุซุ่มยิงและระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;นปพ.เมื่อปี&nbsp;2560&nbsp;โดยนายวันฮาซันได้ให้ข้อมูล&nbsp;พร้อมชี้จุดซ่อนอาวุธ&nbsp;ซึ่งสามารถยึดกระสุนปืนอาก้า&nbsp;กระสุน&nbsp;.38&nbsp;และกระสุน&nbsp;9&nbsp;มม.จำนวนหนึ่ง&nbsp;ส่วนอาวุธปืนได้ถูกขนย้ายไปก่อนแล้ว&nbsp;นอกจากนี้ยังให้ข้อมูลเครือข่ายกลุ่มก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เป็นประโยชน์&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่จะได้รวบรวมหลักฐานเพื่อขยายผลต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	10/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510125653122
105	ศาลอาญา อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวสมาชิกกลุ่มการ์ดปลดแอก คดีชุมนุมหน้าศาลอาญา ตีราคาประกัน 100,000 บาท 	<p><strong>ศาลอาญา&nbsp;อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว&nbsp;</strong>นางสาวหทัยรัตน์&nbsp;แก้วสีคราม&nbsp;สมาชิกกลุ่มการ์ดปลดแอก&nbsp;ผู้ต้องหาที่&nbsp;2&nbsp;คดีร่วมกันต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีหรือใช้อาวุธโดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่&nbsp;3&nbsp;คนขึ้นไปฯ&nbsp;จากเหตุการณ์ชุมนุมร่วมกับกลุ่มรีเดมและมีการฉีดพ่นสี&nbsp;ขว้างปาสิ่งของ&nbsp;หน้าศาลอาญา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา&nbsp;หลังจำเลยยื่นอุทธรณ์คำขอประกันตัว</p><p><strong>โดยวันนี้ศาลอาญา&nbsp;ได้ดำเนินการตามขั้นตอน</strong>&nbsp;ตามที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว&nbsp;ซึ่งศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้ว&nbsp;เห็นว่า&nbsp;ผู้ต้องหาที่&nbsp;2&nbsp;อยู่ในระหว่างการศึกษาและมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่นอน&nbsp;จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาที่&nbsp;2&nbsp;ในระหว่างสอบสวน&nbsp;ตีราคาประกัน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามมิให้ผู้ต้องหาที่&nbsp;2&nbsp;ไปกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง&nbsp;หรือกระทำการอันมีลักษณะที่ละเมิดต่อกฎหมาย&nbsp;กับให้ผู้ต้องหาที่&nbsp;2&nbsp;มารายงานตัวต่อศาลชั้นต้นทุก&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์ต่อครั้งตามวันเวลาที่ศาลชั้นต้นเห็นสมควรกำหนด&nbsp;ห้ามผู้ต้องหาที่&nbsp;2&nbsp;เดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากศาลชั้นต้น&nbsp;ก่อนปล่อยตัวผู้ต้องหาที่&nbsp;2&nbsp;ให้ศาลชั้นต้นแจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทราบ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากมีพฤติการณ์ว่าผู้ต้องหาที่&nbsp;2&nbsp;ผิดเงื่อนไขข้างต้น&nbsp;หรือจะหลบหนี&nbsp;หรือจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น&nbsp;ก็ให้ศาลชั้นต้นสั่งเพิกถอนประกันตัวผู้ต้องหาที่&nbsp;2&nbsp;ทันที</p><p><br></p><p><br></p>	10/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510135913164
106	จังหวัดระนอง สนธิกำลังจัดชุดลาดตระเวนทางน้ำแนวชายแดนเฝ้าระวังแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง	<p><strong>จังหวัดระนอง&nbsp;สนธิกำลังจัดชุดลาดตระเวนทางน้ำแนวชายแดนเฝ้าระวังแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(10&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ที่บริเวณท่าเทียบเรือสะพานปลา&nbsp;ต.ปากน้ำ&nbsp;จ.ระนอง&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;ศรีษะเนตร&nbsp;ผวจ.ระนอง/ผอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ร.น.&nbsp;ได้ออกตรวจการปฎิบัติงานการลาดตระเวน&nbsp;ของเจ้าหน้าที่ทั้งทางบก-ทางน้ำ&nbsp;ในการป้องกันและสกัดกั้นการหลบหนีเข้าเมือง&nbsp;โดยผิดกฎหมายตามแนวชายแดน&nbsp;ไทย-เมียนมา&nbsp;ด้านจังหวัดระนอง&nbsp;โดยมีหน่วยงานร่วมปฎิบัติการประกอบด้วย&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดระนอง&nbsp;,&nbsp;ศรชล.ระนอง,ศปชล.&nbsp;,&nbsp;ตม.ระนอง&nbsp;,&nbsp;สนง.เจ้าท่าภูมิภาค&nbsp;สาขาระนอง&nbsp;,&nbsp;ตร.น้ำ&nbsp;,&nbsp;ฉก.ร.25&nbsp;และสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดระนอง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในการนี้&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;ศรีษะเนตร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&nbsp;ได้ชี้แจง&nbsp;กำชับแนวทาง&nbsp;การปฎิบัติงานให้ยึดถือผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก&nbsp;และเน้นย้ำ&nbsp;มาตรการ&nbsp;D-M-H-T-T-A&nbsp;ในการป้องกันการแพร่ระบาด&nbsp;COVID-19&nbsp;จากกลุ่มแรงงานต่างด้าวชาวเมียนลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;โดยได้มีการจัดชุดลาดตระเวนทั้งทางบกและทางทะเลตลอดแนวแม่น้ำน้ำกระบุรี&nbsp;ที่มีแนวชายแดนติดกับประเทศเมียนมา&nbsp;โดยเฉพาะเส้นทางธรรมชาติได้มีการจัดชุดลาดตระเวนตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในส่วนของฝ่ายปกครองให้นายอำเภอแต่ล่ะอำเภอ&nbsp;สั่งการให้กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ชุด&nbsp;อปพร.&nbsp;อาสาสมัครชุมชนหมู่บ้าน&nbsp;ออกมาตรึงกำลังในทุกพื้นที่ตลอดแนวชายแดน&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย&nbsp;เข้มงวดมาตรการป้องกันโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;อย่างเข้มงวดและเคร่งครัดที่สุด&nbsp;พร้อมเร่งสร้างรับรู้ให้กับประชาชนในหมู่บ้านแนวชายแดน&nbsp;เพื่อคอยเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ในการเฝ้าระวังการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฏหมาย&nbsp;รวมถึงสินค้าและพืชผลทางการเกษตรที่ลักลอบนำเข้ามาโดยผิดกฏหมาย</p>	10/5/2021	ภาคใต้	ระนอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระนอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510154950195
107	รมช.เกษตรฯ และ รมช.แรงาน ร่วมทำบุญบริจาคโรงทาน วัดอรุณราชวราราม	"<p><strong>รมช.เกษตรฯ และ รมช.แรงาน ร่วมทำบุญบริจาคโรงทาน วัดอรุณราชวราราม พร้อมชวนร่วมบริจาคสมทบทุนรวมใจฝ่าวิกฤติโควิด-19</strong></p><p><br></p><p>วันนี้ (10 พ.ค. 64 ) เวลา 14.00 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ฝ่ายปฏิบัติการและในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉิน โควิด-19 พปชร. (ศปฉ.พปชร.) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่ร่วมบริจาคเพื่อสมทบทุนค่าภัตตาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค ในโครงการ ""โรงทานวัดอรุณ""&nbsp;ที่สำนักงานกลางวัดอรุณราชวราราม</p><p><br></p><p>สำหรับกำหนดการจัดตั้ง ""โรงทานวัดอรุณ"" ดังกล่าว จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 9-31 พฤษภาคม 2564&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยคณะสงฆ์วัดอรุณราชวราราม นำโดย พระธรรมรัตนดิลก กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะภาค 9 เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม เพื่อเป็นการสนองพระดำริเจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก เพื่อจัดภัตตาหารถวายแด่พระภิกษุ-สามเณรในพระอารามและสงเคราะห์ประชาชนในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า (COVID-19)</p><p><br></p><p>ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้ที่มีจิตศรัทธาสามารถขอเชิญร่วมบริจาคเพื่อสมทบทุนค่าภัตตาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค ในโครงการ เลขบัญชี 055-255170-1 (ธ.ไทยพาณิชย์)&nbsp;ชื่อบัญชี : วัดอรุณราชวราราม เพื่องานสาธารณะสงเคราะห์&nbsp;เพจ : Wat Arun Ratchawararam Bangkok I วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพมหานคร หรือ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02- 8912185</p><p><br></p>"	10/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510191527227
108	ระงับการออก COE ให้กับชาวต่างชาติจากประเทศปากีสถานบังกลาเทศ เนปาล ที่จะเข้าไทย	<p><strong>นายธานี&nbsp;แสงรัตน์&nbsp;อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19&nbsp;(ศปก.ศบค.)&nbsp;ได้มีการหารือเกี่ยวกับการพบเชื้อโควิดกลายพันธุ์&nbsp;ที่พบครั้งแรกที่ประเทศอินเดีย&nbsp;ในผู้เดินทางจากประเทศปากีสถาน&nbsp;ที่ประชุมฯ&nbsp;จึงขอให้กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;พิจารณาระงับการออกหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;COE&nbsp;ให้แก่ชาวต่างชาติจากประเทศที่พบเชื้อโควิดกลายพันธุ์สายพันธุ์อินเดียจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;จะระงับการออก&nbsp;COE&nbsp;ให้แก่ชาวต่างชาติจากประเทศปากีสถาน&nbsp;บังกลาเทศและเนปาล&nbsp;&nbsp;ตั้งแต่วันนี้&nbsp;(10&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เพิ่มเติมจากอินเดียที่มีประกาศก่อนหน้านี้&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ชาวต่างชาติที่เดินทางออกจาก&nbsp;4&nbsp;ประเทศข้างต้นและเปลี่ยนเครื่อง&nbsp;(Transit)&nbsp;ในประเทศอื่น&nbsp;หรือไปท่องเที่ยวหรือผ่านทางไปยัง&nbsp;4&nbsp;ประเทศข้างต้น&nbsp;จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศไทยเช่นกัน</p><p><strong>สำหรับมาตรการนี้&nbsp;ถือเป็นมาตรการชั่วคราว</strong>ในช่วงที่ต้องระวังเชื้อกลายพันธุ์นี้เข้าสู่และแพร่ระบาดในประเทศไทย&nbsp;เป็นมาตรการสำหรับชาวต่างชาติทุกสัญชาติจาก&nbsp;4&nbsp;&nbsp;ประเทศดังกล่าวโดยไม่ได้ห้ามคนไทยแต่อย่างใด&nbsp;ซึ่งคนไทย&nbsp;รวมถึงนักการทูตต่างชาติ&nbsp;ที่มีจุดประสงค์เพื่อปฏิบัติงานและครอบครัว&nbsp;ตลอดจนผู้ที่มีถิ่นพำนักถาวรในประเทศไทย&nbsp;สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้&nbsp;แต่จะต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดโดยเข้ารับการกักตัวเป็นเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน</p><p><br></p><p><br></p>	10/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510211022245
109	ปลัดกระทรวงมหาดไทย แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดกราบนมัสการเจ้าคณะจังหวัดทั่วประเทศ ดำเนินมาตรการสาธารณสุขในช่วงการประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์บทรัตนสูตร เพื่อสกัดกั้นการระบาดโควิด-19	"<p><span style=""background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);"">&nbsp;           ปลัดกระทรวงมหาดไทย แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดกราบนมัสการเจ้าคณะจังหวัดทั่วประเทศ ดำเนินมาตรการสาธารณสุขในช่วงการประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์บทรัตนสูตร เพื่อสกัดกั้นการระบาดโควิด-19</span></p><p><span style=""background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า จากที่มหาเถรสมาคมกำหนดให้วัดทุกวัดทั่วประเทศประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์บทรัตนสูตร ในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ เวลา 17.00 น. และหลังจากวันดังกล่าวให้สวดบทรัตนสูตรหลังจากทำวัตรเย็นทุกวัน ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด จึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดกราบนมัสการประสานขอความร่วมมือไปยังเจ้าคณะจังหวัด เจ้าอาวาส และผู้ปกครองคณะสงฆ์ ดำเนินการตามมาตรการสาธารณสุข ได้แก่ การรักษาระยะห่าง การสวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัย การล้างมือบ่อย ๆ และการตรวจวัดอุณหภูมิในช่วงการประกอบพิธีฯ ดังกล่าว เพื่อเป็นการสกัดกั้นและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</span></p>"	11/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511073133275
110	กองกำลังสุรสีห์ จับกุมผู้นำพาและแรงงานต่างด้าว  49 คน ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ที่บ้านประตูด่าน จังหวัดกาญจนบุรี	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ตามที่&nbsp;พล.อ.ณรงค์พันธ์&nbsp;จิตต์แก้วแท้&nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;กำชับทุกกองกำลังชายแดนและหน่วยทหารสกัดจับป้องกันการลักลอบเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;วันนี้&nbsp;(11&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;กองกำลังสุรสีห์&nbsp;ได้รายงานการจับกลุ่มแรงงานต่างด้าวและผู้นำพา&nbsp;โดยชุดปฏิบัติการข่าว&nbsp;(ชป.ขว.)&nbsp;ที่&nbsp;2&nbsp;ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า&nbsp;พบเส้นทางเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว&nbsp;(ร่องรอยใหม่)&nbsp;จึงได้ประสานชุดหมวดลาดตระเวนที่&nbsp;4&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;นาย&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;สารวัตรกำนันตำบลบ้านเก่า&nbsp;และนายพนมกร&nbsp;คล้ายเมือง&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่&nbsp;7&nbsp;หนองบ้านเก่า&nbsp;พร้อมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน&nbsp;2&nbsp;นาย&nbsp;ร่วมกำลังทั้งหมด&nbsp;11&nbsp;นาย&nbsp;ร่วมกันตรวจสอบเส้นทางและวางแผนซุ่มเฝ้าตรวจ&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;02.10&nbsp;น.&nbsp;สามารถจับกุมผู้นำพา&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;พร้อมแรงงานต่างด้าวจำนวน&nbsp;49&nbsp;คน&nbsp;เป็นชาย&nbsp;25&nbsp;คน&nbsp;และหญิง&nbsp;24&nbsp;คน&nbsp;บริเวณพื้นที่บ้านประตูด่าน&nbsp;หมู่&nbsp;14&nbsp;ตำบลบ้านเก่า&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;พิกัด&nbsp;ปัจจุบันยังควบคุมตัวทั้งหมดไว้ในพื้นที่จับกุม&nbsp;และจากการซักถามเบื้องต้น&nbsp;จะมีผู้นำพา&nbsp;เดินพาต่างด้าวตามมาอีก&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;เจ้าหน้าที่กำลังซุ่มจับกุมต่อไป</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับผู้นำพาทั้ง&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;และแรงงานต่างด้าวจำนวน&nbsp;49&nbsp;คน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เจ้าหน้าที่นำตัวไปส่งศูนย์ประสานงานแก้ไขปัญหาการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าว&nbsp;พื้นที่บ้านพุน้ำร้อน&nbsp;หมู่&nbsp;11&nbsp;ตำบลบ้านเก่า&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เพื่อดำเนินการต่อไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	11/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511101608322
111	ศาลอาญา นัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว เพนกวิน-ไมค์-แอมมี่ คดีปักหมุดสนามหลวง	<p><strong>ศาลอาญา&nbsp;ถนนรัชดาภิเศก</strong>&nbsp;นัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว&nbsp;นายพริษฐ์&nbsp;ชิวารักษ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หรือเพนกวิน&nbsp;นายภาณุพงศ์&nbsp;จาดนอก&nbsp;หรือไมค์&nbsp;แกนนำกลุ่มราษฎร&nbsp;ในคดีชุมนุมปักหมุดสนามหลวง&nbsp;และนายไชยอมร&nbsp;แก้ววิบูลย์พันธุ์&nbsp;หรือแอมมี่&nbsp;คดีปักหมุดเเละคดีวางเพลิงที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ&nbsp;โดยนายกฤษฎางค์&nbsp;นุตจรัส&nbsp;ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ยังไม่ได้รับแจ้งจากทางศาลหรือราชทัณฑ์&nbsp;ว่าเช้าวันนี้ได้มีการเบิกตัวจำเลยทั้งสามมาหรือไม่&nbsp;แต่จากข้อมูลทั้ง&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;ไม่มีอาการเจ็บป่วยใดๆ&nbsp;ที่จะเป็นเหตุผลให้ไม่สามารถเดินทางมาได้&nbsp;อีกทั้งผลการตรวจโรคโควิด-19&nbsp;ก็เป็นลบ&nbsp;&nbsp;ส่วนอาการของนายอานนท์&nbsp;นำภา&nbsp;ที่รักษาตัวจากการป่วยโรคโควิด-19&nbsp;ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ทางโรงพยาบาลฯ&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;อาการป่วยดีขึ้นมาก&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังคาดว่า&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;จะได้รับเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวเช่นเดียวกับแกนนำราษฎร&nbsp;ที่ได้รับการปล่อยตัวไปก่อนหน้านี้</p><p><strong>ด้านนางสุรีย์รัตน์&nbsp;ชิวารักษ์&nbsp;แม่ของนายพริษฐ์</strong>&nbsp;แสดงความเห็นสอดคล้องกับนายกฤษฎางค์&nbsp;&nbsp;คือวันนี้ศาลไม่น่าจะมีเหตุผลอื่นให้มีเลื่อนการไต่สวนแล้ว&nbsp;โดยส่วนตัวได้พูดคุยกับลูกชายครั้งล่าสุดขณะที่รักษาตัวที่โรงพยาบาลรามา&nbsp;ซึ่งมีการพูดคุยเรื่องสุขภาพทั่วไป&nbsp;และลูกก็ยังยืนยันว่าจะอดอาหารต่อไป</p><p><strong>ส่วนการรักษาความปลอดภัยบริเวณศาลอาญา</strong>&nbsp;ได้มีการปิดประตูทางเข้าออก&nbsp;ให้ประชาชนที่มาติดต่อราชการ&nbsp;เข้าออกประตูฝั่งศาลแพ่งแทน&nbsp;รวมทั้งมีการวางกำลังตำรวจดูแลความเรียบร้อยโดยรอบพื้นที่&nbsp;พร้อมแนวแผงเหล็กกั้น&nbsp;ตั้งจุดคัดกรองอนุญาตเฉพาะประชาชนที่มาติดต่อราชการที่ศาล&nbsp;คู่ความในคดีต่างๆ&nbsp;และสื่อมวลชน&nbsp;เข้ามาด้านใน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;มีการวางรั้วลวดหนามภายในกำแพง&nbsp;พร้อมทั้งนำรถฉีดน้ำแรงดันสูง&nbsp;มาจอดตรงกับประตูทางเข้าศาลอาญาด้วย&nbsp;เพื่อเตรียมรับมือกรณีผู้ชุมนุมเครือข่ายกลุ่มราษฎร&nbsp;จะเดินทางมาชุมนุมหน้าศาลอาญาติดตามคดีวันนี้</p><p><br></p><p><br></p>	11/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511100830313
112	เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยกระดับคุมเข้มชายแดนไทยมาเลเซียสูงสุดป้องกันการลักลอบเข้าเมืองทั้งแรงงานไทยและต่างด้าวนำพาเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่เข้ามา วางกำลังคุมเข้ม 3 ชั้น	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนไทยมาเลเซียจังหวัดสงขลา&nbsp;ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยกระดับคุมเข้มพื้นที่ตลอดแนวชายแดนทั้ง&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;ทั้ง&nbsp;อำเภอสะเดา&nbsp;นาทวี&nbsp;และสะบ้าย้อย&nbsp;</p><p>โดยการจัดกำลังทั้ง&nbsp;ตชด.&nbsp;และทหารหน่วยเฉพาะกรมกรมทหาราบที่&nbsp;5&nbsp;ทหารร้อย&nbsp;ร&nbsp;5021&nbsp;&nbsp;ซึ่งรับผิดชอบแนวพรมแดนไทยมาเลเซียจังหวัดสงขลา&nbsp;ออกลาดตระเวนตรวจสอบพื้นที่ตลอดแนวรั้วชายแดนของทั้ง&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าเขาซึ่งอาจถูกใช้เป็นช่องทางให้มีการลักลอบเข้ามาทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวเพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยไม่ผ่านขั้นตอนการตรวจคัดกรองโควิด&nbsp;19&nbsp;และกักตัว14&nbsp;วัน&nbsp;และเป็นกลุ่มเสี่ยงที่นำพาโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์อินเดียและแอฟริกาใต้เข้ามาแพร่ระบาดในพื้นที่ชายแดน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลังจากที่เมื่อวานนี้สามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาที่ลักลอบเข้ามาทางชายแดนสะเดาได้จำนวน&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;และช่วงนี้ใกล้สิ้นสุดการถือศีลอดและเข้าสู่เทศกาลฮารีรายอในสัปดาห์นี้&nbsp;อาจจะมีชาวไทยมุสลิมในมาเลเซียลักลอบเข้ามาโดยไม่ผ่านการตรวจโควิด-19&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมีการวางกำลังคุมเข้มชายแดนไทยมาเลเซีย&nbsp;3&nbsp;ชั้น&nbsp;ชั้นแรกลาดตระเวนริมรั้วชายแดน&nbsp;ชั้นที่&nbsp;2&nbsp;ตั้งจุดตรวจจุดสกัดทั้งถนนสายหลักและสายรอง&nbsp;และชั้นที่&nbsp;3&nbsp;ประสานฝ่ายปกครองเฝ้าดูแลตามหมู่บ้านตามแนวชายแดน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	11/5/2021	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511101221319
113	อัยการนัดฟังคำสั่งคดีอดีตพระพุทธะอิสระฟ้อง 3 แกนนำคณะก้าวหน้า	<p><strong>นายธนาธร&nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ&nbsp;ประธานคณะก้าวหน้า</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายปิยบุตร&nbsp;แสงกนกกุล&nbsp;&nbsp;เลขาธิการคณะก้าวหน้า&nbsp;และนางสาวพรรณิการ์&nbsp;วานิช&nbsp;โฆษกคณะก้าวหน้า&nbsp;เดินทางมาตามนัดหมายพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพญาไท&nbsp;เพื่อนำตัวและสำนวนคดีที่นายสุวิทย์&nbsp;ทองประเสริฐ&nbsp;หรืออดีตพระพุทธะอิสระ&nbsp;กล่าวหาฐานร่วมกันยุงยงปลุกปั่น&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;116&nbsp;กรณีที่ทั้ง&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กการปราศรัยกับนักศึกษา&nbsp;หรือการแสดงความคิดเห็นต่างๆ&nbsp;รวมถึงเชิญชวนประชาชนร่วมชุมนุมทางการเมือง&nbsp;ช่วงปลายปี&nbsp;2563&nbsp;ส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการ</p><p><strong>โดยก่อนเข้าพบพนักงานอัยการ&nbsp;</strong>นายปิยบุตร&nbsp;เชื่อว่า&nbsp;คดีนี้&nbsp;ไม่เข้าองค์ประกอบความผิดเนื่องจาก&nbsp;ในสำนวนคำฟ้อง&nbsp;มีการกล่าวอ้างพฤติการณ์ของแต่ละคน&nbsp;เช่น&nbsp;กรณีของนายธนาธรคือ&nbsp;นำเรื่องที่เคยมีการอภิปรายในสภา&nbsp;หรือการแสดงความเห็นทางวิชาการ&nbsp;มาชี้นำประกอบพฤติการณ์ที่ไปปรากฎตัวในการชุมนุมทางการเมือง&nbsp;บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อปี&nbsp;2563&nbsp;ส่วนของตัว&nbsp;เป็นการนำบทความ&nbsp;หรือเนื้อหาที่สมัยที่เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย&nbsp;และเรื่องที่เคยมีการเขียนลงในหนังสือฉบับหนึ่ง&nbsp;มาชี้นำว่าเข้าข่ายกระทำความผิด&nbsp;ขณะที่&nbsp;กรณีของนางสาวพรรณิการ์&nbsp;มีเพียงการไลฟ์สดเฟซบุ๊กในการชุมนุมดังกล่าวเท่านั้น&nbsp;ซึ่งแม้ว่าพนักงานสอบสวนจะไม่มีความเห็นงดสั่งฟ้อง&nbsp;หรือทำความเห็นแนบมากับสำนวนคดี&nbsp;ก็ตั้งความหวังว่าอัยการจะพิจารณาให้ความเป็นธรรม&nbsp;เช่นเดียวกับที่เคยมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องในคดีของนายธนาธรก่อนหน้านี้</p><p><strong>ด้านนายอิทธิพร&nbsp;แก้วทิพย์&nbsp;โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด&nbsp;ระบุว่า</strong>&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;พนักงานสอบสวนพึ่งนำสำนวนคำร้องส่งมาให้พิจารณาในวันนี้&nbsp;พนักงานอัยการจึงยังไม่ได้พิจารณาข้อเท็จจริงสรุปได้ทันทีว่า&nbsp;สมควรมีความเห็นทางคดีนี้อย่างไร&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;จึงเห็นควรนัดฟังคำสั่งคดีนี้อีกครั้งในวันที่&nbsp;13&nbsp;กรกฎาคมนี้&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.</p><p><br></p><p><br></p>	11/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511131500432
114	ผู้เสียหายแจ้งความกองปราบเพิ่มเติมพร้อมขอให้โอนคดีฉ้อโกงสลากกินแบ่งรัฐบาลเสียหายกว่า 1 หมื่นล้านบาท มาอยู่ในความรับผิดชอบ	<p><strong>นายรณณรงค์&nbsp;แก้วเพ็ชร์&nbsp;ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม</strong>&nbsp;พร้อมด้วยตัวแทนผู้เสียหาย&nbsp;จากกรณีถูกโกงสลากกินแบ่งรัฐบาล&nbsp;เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม&nbsp;เพื่อให้ดำเนินคดีเพิ่มเติมกับนางสาวจิตรา&nbsp;โยธาภิรมย์&nbsp;ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนหลังเป็นหนึ่งในขบวนการโกงสลากกินแบ่งรัฐบาล&nbsp;ซึ่งได้เข้ามอบตัวกับตำรวจภูธรภาค&nbsp;2&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;โดยผู้เสียหายต้องการให้มีการอายัดทรัพย์&nbsp;เพื่อกระจายคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายทั้งหมด&nbsp;อีกทั้งเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการดำเนินคดี&nbsp;ขอให้มีการโอนสำนวนคดีมายังกองปราบปราม&nbsp;&nbsp;เนื่องจากมีผู้เสียหลายท้องที่ทั่วประเทศ&nbsp;พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า&nbsp;อาจจะมีข้าราชการระดับสูงให้การช่วยเหลือ&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;หลังจากนี้</strong>&nbsp;จะเดินทางไปยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&nbsp;เพื่อขอให้เร่งรัดทำคดี&nbsp;เนื่องจากผู้ต้องหายังมีเครือข่ายอีก&nbsp;3&nbsp;สาย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	11/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511131022428
115	ประธานรัฐสภา นัดหารือ 4 ฝ่าย ในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ เตรียมพร้อมเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญ	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายวิรัช&nbsp;รัตนเศรษฐ&nbsp;ประธานวิปรัฐบาล</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;ว่า&nbsp;ในวันที่&nbsp;14&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;นายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ประธานรัฐสภา&nbsp;ได้นัดประชุมผู้แทน&nbsp;4&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ทั้งผู้แทนจากคณะรัฐมนตรี&nbsp;,วิปรัฐบาล&nbsp;,วิปฝ่ายค้าน&nbsp;และวิปวุฒิสภา&nbsp;เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อมการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญประจำปี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;โดยขอให้การเปิดประชุมสภาเป็นไปตามการวินิจฉัยของประธานสภาผู้แทนราษฎร</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ขณะที่&nbsp;นายชินวรณ์&nbsp;บุณยเกียรติ&nbsp;รองประธานวิปรัฐบาล&nbsp;ระบุว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;พระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญประจำปี&nbsp;ฯ&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;22&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ซึ่งตามปกติการประชุมสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;จะประชุมทุกๆ&nbsp;วันพุธและพฤหัสบดี&nbsp;ดังนั้นน่าจะเริ่มการประชุมได้&nbsp;ในวันที่&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;ส่วนจะมีการประชุมนัดพิเศษในวันศุกร์ที่&nbsp;28&nbsp;พฤษภาคมหรือไม่นั้น&nbsp;จะต้องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้กำหนดจากการประชุมร่วมกัน&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ที่เกี่ยวข้องก่อน&nbsp;เนื่องจากมีพระราชกำหนดที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบไปแล้ว&nbsp;2&nbsp;ฉบับ&nbsp;รวมถึงร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ที่สภาผู้แทนเตรียมพิจารณาในวาระที่&nbsp;1&nbsp;ด้วย&nbsp;ส่วนการประชุมร่วมกันของรัฐสภามีร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่ค้างการพิจารณา&nbsp;และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่กำลังรอบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมเพื่อพิจารณาในวาระที่&nbsp;1</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	11/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511125318411
116	กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจงเหตุบังคับใช้กฎหมายพื้นที่บาเจาะ จ.นราธิวาส วิสามัญคนร้าย 1 ราย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากกรณีเหตุการณ์เจ้าหน้าที่สนธิกำลัง&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;เข้าพิสูจน์ทราบและบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เข้ามาหลบซ่อนในพื้นที่&nbsp;บ.ซอปอ&nbsp;ม.9&nbsp;ต.บาเจาะ&nbsp;อ.บาเจาะ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;และได้เกิดการยิงต่อสู้กันขึ้น&nbsp;เป็นเหตุให้ผู้ก่อเหตุรุนแรง&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เหตุเกิด&nbsp;เมื่อวันนี้&nbsp;11&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ล่าสุด&nbsp;วันนี้&nbsp;11&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;พ.อ.&nbsp;เกียรติศักดิ์&nbsp;&nbsp;ณีวงษ์&nbsp;โฆษก&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;สน.&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการขยายผลจากการที่พลเมืองดีโทรศัพท์มายังหมายเลขสายตรง&nbsp;แม่ทัพภาคที่4/ผอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;ที่หมายเลข&nbsp;061&nbsp;173&nbsp;2999&nbsp;จึงได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;สนธิกำลัง&nbsp;เข้าตรวจสอบในพื้นที่บ.ซอปอ&nbsp;ม.9&nbsp;ต.บาเจาะ&nbsp;อ.บาเจาะ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;ขณะเข้าควบคุมพื้นที่โดยรอบ&nbsp;คนร้ายได้ทำการยิงเปิดทางเพื่อหลบหนีจึงเกิดการยิงต่อสู้กันขึ้นกับเจ้าหน้าที่&nbsp;ทำให้คนร้ายเสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ทราบชื่อคือ&nbsp;นายซูไรดิน&nbsp;&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาบ้านเลขที่&nbsp;34/2&nbsp;ต.บาเจาะ&nbsp;อ.บาเจาะ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;นอนเสียชีวิตพร้อมอาวุธปืน&nbsp;AK&nbsp;102&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;กระบอก&nbsp;อยู่ในมือและคนร้ายรายดังกล่าว&nbsp;มีหมายจับ&nbsp;ป.วิอาญา&nbsp;2&nbsp;หมาย&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวเจ้าของบ้านไปดำเนินการซักถามจำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;และจากการตรวจสอบเพิ่มเติม&nbsp;พบปืนพกขนาด&nbsp;11&nbsp;&nbsp;มม.&nbsp;&nbsp;ตกอยู่ด้านหลังบ้าน&nbsp;ที่เกิดเหตุ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;กระบอก&nbsp;ตรวจสอบพบเป็นอาวุธที่คนร้ายขโมยมาจากเหตุยิง&nbsp;นายมูฮำหมัดซับรี&nbsp;สาและ&nbsp;อส.อ.บาเจาะ&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;มี.ค.&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งอาวุธปืนทั้ง&nbsp;2&nbsp;กระบอก&nbsp;เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานจะได้นำไปตรวจสอบหาความเชื่อมโยงและประวัติการก่อเหตุต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในการปฏิบัติเจ้าหน้าที่ทหารพรานนาวิกโยธิน&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;นาย&nbsp;คือ&nbsp;อส.ทพ.&nbsp;กำพล&nbsp;แก้วจำรัส&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;27&nbsp;ปี&nbsp;สังกัด&nbsp;ร้อย&nbsp;สน.ฉก.ทพ.นย.ทร.&nbsp;ถูกกระสุนปืนยิงถากบริเวณมือขวา&nbsp;มีอาการชาบริเวณมือและแขน&nbsp;เจ้าหน้าที่ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำส่ง&nbsp;รพ.บาเจาะ&nbsp;ขณะนี้อาการปลอดภัย&nbsp;ส่วนคนร้ายอีกคนที่กำลังหลบหนี&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้เร่งติดตามตัวเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมาย&nbsp;จึงขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนทุกคนอย่าได้ให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำผิด&nbsp;ทั้งการให้ที่พักพิง&nbsp;หลบซ่อน&nbsp;จัดหาเสบียง&nbsp;เพราะจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยเช่นกัน&nbsp;โดยจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา&nbsp;มาตรา&nbsp;189&nbsp;มีโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;40,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภายหลังเกิดเหตุ&nbsp;พล.ท.&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;/&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่&nbsp;เร่งเข้าคลี่คลายสถานการณ์ตรวจสอบที่เกิดเหตุ&nbsp;รวบรวมวัตถุพยาน&nbsp;เพื่อตรวจหาความเชื่อมโยงของอาวุธที่กลุ่มคนร้ายใช้&nbsp;เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย&nbsp;รวมทั้งให้หน่วยในพื้นที่&nbsp;เร่งเข้าทำความเข้าใจกับประชาชนรวมทั้งญาติผู้เสียชีวิต&nbsp;เพื่อหาทางช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอให้พี่น้องประชาชนได้มีความมั่นใจในมาตรการการควบคุมพื้นที่และบังคับใช้กฎหมายของ&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;สน.&nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการติดตามในทุกคดีที่เกิดขึ้น&nbsp;ด้วยความระมัดระวังโดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักแล้วก็ตาม&nbsp;แต่กลุ่มคนร้ายได้เปิดฉากยิงใส่ก่อน&nbsp;จึงจำเป็นต้องตอบโต้&nbsp;จนนำไปสู่ความสูญเสียดังกล่าวรวมทั้ง&nbsp;ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่โทรเข้ามาแจ้งเบาะแสให้แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/&nbsp;ผอ.รมน.&nbsp;ภาค&nbsp;4&nbsp;&nbsp;ทราบโดยตรง&nbsp;หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ&nbsp;หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายตรงแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;หมายเลข&nbsp;061&nbsp;-&nbsp;173&nbsp;-&nbsp;2999&nbsp;หรือเบอร์สายด่วน&nbsp;1341&nbsp;และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	11/5/2021	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511160246545
117	สถานการณ์ชายแดนไทยเมียนมา ด้าน จ.แม่ฮ่องสอนเข้าสู่สภาวะปกติ ราษฎรไทยเดินทางกลับบ้านแล้วทั้งหมด ส่วนผู้อพยพจากเมียนมาบางส่วนยังคงอยู่ในฝั่งไทย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการศูนย์สั่งการชายแดนไทย-เมียนมา&nbsp;ด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดเผย&nbsp;สถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ว่า&nbsp;จากการที่เมียนมาได้ประกาศหยุดยิงทั่วประเทศในห้วงที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลให้สถานการณ์ในปัจจุบันไม่มีการสู้รบในฝั่งเมียนมา&nbsp;และการปฏิบัติการทางอากาศในพื้นที่ตรงข้าม&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มาเป็นระยะเวลากว่า&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;โดยเมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;เม.ย.&nbsp;64&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;มีราษฎรชาวเมียนมาเดินทางข้ามมายังฝั่งประเทศไทยโดยทางเรือ&nbsp;ซึ่งทางทหารได้จัดให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวบริเวณห้วยอีนวล&nbsp;ตำบลแม่ยวม&nbsp;อำเภอแม่สะเรียงและพื้นที่ใกล้เคียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากสถานการณ์ปัจจุบันคณะทำงานของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้ชี้แจงให้ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา&nbsp;(ผภ.สม.)&nbsp;ทราบถึงข้อเท็จจริงของสถานการณ์&nbsp;จึงทำให้ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา&nbsp;(ผก.สม.)&nbsp;ส่วนใหญ่&nbsp;เกิดความมั่นใจในความปลอดภัยและได้เดินทางกลับไปยังฝั่งเมียนมาเพื่อเตรียมการเพาะปลูกในฤดูกาลต่อไป&nbsp;ดังนั้นราษฎรชาวเมียนมาที่เดินทางข้ามมายังประเทศไทยจากเหตุความไม่สงบในเมียนมา&nbsp;ที่ยังคงพักในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คงเหลือ&nbsp;38&nbsp;คน&nbsp;อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว&nbsp;บริเวณห้วยอีนวล&nbsp;แม่ยวม&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;คน&nbsp;พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวบริเวณห้วยโกเฮ&nbsp;ตำบลแม่ยวม&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จำนวน&nbsp;21&nbsp;คน&nbsp;ส่วนราษฎรไทยที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในประเทศเมียนมาซึ่งเข้าพักในพื้นที่รวบรวมพลเรือนได้เดินทางกลับภูมิลำเนาทั้งหมดแล้ว&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	11/5/2021	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511134438460
118	สภาเทศบาลเมืองสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เปิดประชุมครั้งแรกพร้อมเลือกประธานและรองประธานสภาฯ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เช้าวันนี้&nbsp;(11&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่ห้องประชุมเทศบาลเมืองสองพี่น้อง&nbsp;อ.สองพี่น้อง&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมสภาเทศบาลเมืองสองพี่น้องครั้งแรก</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ขอให้เทศบาลเมืองสองพี่น้องทำตามความต้องการประชาชน&nbsp;แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;ทำงานตามนโยบายที่หาเสียงไว้&nbsp;ทำตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;และแผนพัฒนาเทศบาล&nbsp;โดยขอให้เน้นการพัฒนาคน&nbsp;ซึ่ง&nbsp;จ.สุพรรณบุรีมีโครงการคนดีศรีสุพรรณและส่งเสริมโครงการเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;ที่ประชุมมีวาระเลือกประธานและรองสภาเทศบาลเมืองสองพี่น้อง&nbsp;ซึ่งผลการเลือกมีดังนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประธานสภาเทศบาลเมืองสองพี่น้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาววัญญ์ชิสา&nbsp;แดงลมูล&nbsp;รองประธานสภาได้แก่&nbsp;นายเกรียงศักดิ์&nbsp;อุบลแก้ว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	11/5/2021	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511134346458
119	ครม.รับทราบผลการดำเนินการตามมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทยสร้างรายได้ 8,511 ล้านบาท	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;รับทราบการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;และอนุรักษ์ผ้าไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดิน&nbsp;โดยผลการดำเนินงานตามมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทยตามมติ&nbsp;ครม.เมื่อวันที่&nbsp;9&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2563&nbsp;พบว่า&nbsp;ทุกจังหวัดมีมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการสวมใส่ผ้าไทยและผ้าพื้นเมืองตามความเหมาะสมของท้องถิ่น&nbsp;โดยมีการกำหนดให้ข้าราชการและประชาชนแต่งกายด้วยผ้าไทยและผ้าพื้นเมืองอย่างน้อยสัปดาห์ละ&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;จำนวน&nbsp;51&nbsp;จังหวัด</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นอกจากนี้&nbsp;ยังได้จัดกิจกรรมสร้างการรับรู้เพื่อรณรงค์การแต่งกายด้วยผ้าไทย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">และผ้าพื้นเมืองผ่านสื่อต่างๆ&nbsp;ทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์&nbsp;รวมถึงการสร้างความร่วมมือเป็นเครือข่าย&nbsp;โดยประโยชน์ที่ประชาชนได้รับตามมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทยนั้นพบว่า&nbsp;มีรายได้จากการจำหน่ายระหว่างเดือนมิถุนายน&nbsp;2563-มกราคม&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;8,511&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนผู้ผลิตและผู้ประกอบการโอทอปได้รับประโยชน์จำนวน&nbsp;8,016&nbsp;กลุ่ม&nbsp;สมาชิกกลุ่มผู้ผลิตและผุ้ประกอบการโอทอปได้รับประโยชน์จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;69,553&nbsp;คน</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยังมีปัญหาและอุปสรรค&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย&nbsp;เช่น&nbsp;ต้นทุนการผลิตสูง&nbsp;ผู้ประกอบการบางส่วนมีข้อจำกัดด้านการผลิตไม่สามารถผลิตสินค้าครั้งละจำนวนมากได้&nbsp;และความไม่ต่อเนื่องของการผลิตในบางจังหวัด&nbsp;กลุ่มทอผ้าขาดทักษะ&nbsp;กลุ่มตัดเย็บผ้าบางพื้นที่ขาดความประณีต&nbsp;และยังพบปัญหาด้านการตลาด&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ทำให้การจัดกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ไม่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายและผู้ซื้อสินค้าน้อยลง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	11/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511134320457
120	ครม.เห็นชอบเลื่อนการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนอินดอร์และมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ ครั้งที่ 6 ไปเป็นปีหน้า	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;คณะรัฐมนตรีเห็นชอบการเลื่อนเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนอินดอร์และมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;6&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ&nbsp;โดยให้เลื่อนเป็นปี&nbsp;2565&nbsp;เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ทางสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย(OCA)&nbsp;ได้มีหนังสือถึงคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;แจ้งเวียนประเทศสมาชิก&nbsp;เรื่องการเลื่อนการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนอินดอร์และมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;6&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;จากเดิมจะจัดการแข่งขันระหว่างวันที่&nbsp;21-30&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เลื่อนออกไปเป็นระหว่างวันที่&nbsp;10-19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ทำให้ประเทศไทยต้องเลื่อนการแข่งขันดังกล่าวออกไป</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">อย่างไรก็ตาม&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมการเป็นเจ้าภาพ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">จัดการแข่งขันกีฬาดังกล่าวในปี&nbsp;2565&nbsp;ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาควรหารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขในการวางแผนการดำเนินงานและการกำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัดและรอบคอบ&nbsp;โดยคำนึงถึงผลกระทบและความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของนักกีฬาและผู้เข้าร่วมที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันเป็นสำคัญ&nbsp;โดยควรศึกษาแนวทางการจัดการแข่งขันจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกของประเทศญี่ปุ่นเป็นข้อมูลประกอบการเตรียมความพร้อม</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	11/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511134144456
121	นายกรัฐมนตรี เผย ครม.เห็นชอบฉีดวัคซีนโควิดเป็นวาระแห่งชาติ ย้ำปลอดภัย เชิญชวนประชาชนฉีด	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;</strong>แถลงหลังประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;หรือ&nbsp;ครม.ว่า&nbsp;ตนเองได้เสนอให้การฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ&nbsp;เพื่อดำเนินการอย่างครบวงจร&nbsp;ทั้งการจัดหา&nbsp;การกระจาย&nbsp;เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ประเทศ&nbsp;ประเทศจึงจะเดินหน้าต่อไปได้&nbsp;ซึ่งสามารถฉีดวัคซีนให้ประชาชนไปแล้วเกือบ&nbsp;2&nbsp;ล้านโดส&nbsp;จึงเชิญชวนประชาชนให้มาฉีดวัคซีนให้มากที่สุด&nbsp;ยืนยันวัคซีนที่รัฐบาลนำเข้าชนิดผ่านการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัย&nbsp;และทั้ง&nbsp;2&nbsp;ยี่ห้อก็ฉีดแพร่หลายไปทั่วโลก&nbsp;มีผู้คนฉีดไปแล้วหลายสิบล้านคน&nbsp;ผู้นำหลายประเทศก็ฉีด&nbsp;ตนเอง&nbsp;รัฐมนตรี&nbsp;และ&nbsp;ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านก็ฉีด&nbsp;ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ&nbsp;โดยวัคซีนทุกชนิดลดอาการป่วยรุนแรงและป้องกันการเสียชีวิตได้เกือบ&nbsp;100%&nbsp;&nbsp;ส่วนผลข้างเคียงมีน้อยมาก&nbsp;พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจะสามารถจัดหาวัคซีนมาให้ประชาชนในประเทศได้ทุกคนอย่างแน่นอนและจะไม่หยุดการจัดหาเพิ่มเติมเพื่อสำรองใช้&nbsp;อีกทั้งไทยจะเป็นประเทศเดียวในอาเซียน&nbsp;ที่เป็นศูนย์กลางในการผลิตวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของแอสตร้าเซนเนกา&nbsp;ซึ่งจะสร้างความมั่นคงและยั่งยืนในต่อสู้กับไวรัสในระยะยาว</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังชื่นชมจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;ที่มีประชาชนลงทะเบียนจองคิวฉีดวัคซีนผ่านหมอพร้อมจำนวนมากกว่า&nbsp;2&nbsp;แสนคน&nbsp;ถือว่ามีความตื่นตัวอย่างดีเยี่ยม&nbsp;โดยขอให้ทุกจังหวัดเร่งดำเนินการในเรื่องนี้&nbsp;เพื่อให้ประชาชนลงทะเบียนฉีดวัคซีนให้มากที่สุด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	11/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511151504509
122	นายกรัฐมนตรี ชี้หากคนไทยร่วมมือกัน จะชนะศึกโควิดได้ สั่งเจ้าหน้าที่ติดตามกลุ่มทำ Fake News ลงโทษทางกฎหมาย ทำสังคมสับสน ซ้ำเติมความเดือดร้อนประชาชน	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า&nbsp;การระบาดของโควิด-19&nbsp;ในระลอกนี้ขอให้ทุกคน&nbsp;ป้องกันตนเองให้เต็มที่&nbsp;จากข้อพิสูจน์ทราบจะเห็นได้ว่าผู้ติดเชื้อจำนวนมากเป็นการติดเชื้อในครอบครัว&nbsp;ในหมู่เพื่อนฝูง&nbsp;ที่ทำงาน&nbsp;สถานประกอบการต่างๆ&nbsp;ซึ่งเป็นการยากที่ภาครัฐจะลงไปควบคุมดูแลได้ทั้งหมด&nbsp;ดังนั้นหากร่วมมือกัน&nbsp;เราจะชนะศึกครั้งนี้ได้&nbsp;ทุกคนต้องมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันและเข้มงวดมากขึ้นกว่าเดิม&nbsp;เจ้าหน้าที่ทุกคน&nbsp;ทั้งหมอ&nbsp;พยาบาล&nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;อาสาทุกคน&nbsp;ได้เหน็ดเหนื่อยกับภารกิจ&nbsp;อันใหญ่หลวงในครั้งนี้&nbsp;จึงอยากให้ทุกคน&nbsp;รวมทั้งสื่อมวลชน&nbsp;มีส่วนร่วมในการช่วยชาติ&nbsp;ช่วยชุมชนก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้และขอให้คำนึงถึงผลกระทบจากการแชร์ข่าวสารที่ไม่รู้ที่มา&nbsp;ยังสงสัย&nbsp;ไม่มีการตรวจสอบความถูกต้องแน่นอน&nbsp;มันอาจสร้างความวุ่นวายสับสนให้แก่สังคม&nbsp;ยิ่งกว่านั้น&nbsp;ยังมีกลุ่มผู้ที่เจตนา&nbsp;หรือไม่เจตนา&nbsp;สร้างและเผยแพร่ข้อมูลเท็จ&nbsp;หรือ&nbsp;Fake&nbsp;News&nbsp;ผมขอให้หยุดการกระทำเหล่านี้&nbsp;เพราะจะเป็นการซ้ำเติมเพิ่มความเดือดร้อน&nbsp;ความเสี่ยงให้กับตัวเอง&nbsp;คนรอบข้างและประเทศชาติ&nbsp;โดยได้สั่งการและย้ำให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวด&nbsp;ในการตรวจสอบและจะดำเนินการทันที&nbsp;หากพบการกระทำผิดกฎหมาย</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นอกจากการควบคุมสถานการณ์</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ที่เป็นเรื่องเร่งด่วนเฉพาะหน้าแล้ว&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ระบุ&nbsp;ว่ารัฐบาล&nbsp;พยายามคิดวางแผนการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนจากผลกระทบที่เกิดขึ้นได้อย่างไร&nbsp;&nbsp;โดยเฉพาะการปิดสถานที่ต่างๆ&nbsp;ที่ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด&nbsp;ติดตามดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อควบคุมสถานการณ์ในแต่ละจังหวัดให้ได้&nbsp;ปิดกั้นการลักลอบเข้าประเทศอย่างสูงสุดและประเมินสถานการณ์วันต่อวัน&nbsp;หากจังหวัดใดที่มีการปิดสถานที่และข้อจากัดต่างๆ&nbsp;มีสถานการณ์ที่ควบคุมได้ดีขึ้นแล้ว&nbsp;ก็ให้มีการพิจารณาผ่อนคลายเงื่อนไขต่อไป&nbsp;เพื่อให้พี่น้องประชาชน&nbsp;ได้กลับไปสู่การทามาค้าขาย&nbsp;การเดินทางท่องเที่ยวได้เช่นเดิม&nbsp;ซึ่งผมจะพิจารณาด้วยความรอบคอบ&nbsp;เพื่อรักษาสมดุล&nbsp;ทั้งทางสุขภาพและเศรษฐกิจที่ต้องเดินควบคู่กันไปด้วย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	11/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511153043526
123	"ครม.เห็นชอบเพิ่มเงินโครงการ ""เราชนะ"" ประชาชนได้รับประโยชน์  33.5 ล้านคน"	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;มีมติเห็นชอบเพิ่มเงินสนับสนุนในโครงการ&nbsp;เราชนะ&nbsp;อีกคนละ&nbsp;&nbsp;1,000&nbsp;บาท/สัปดาห์&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;รวม&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยมีประชาชนได้รับประโยชน์ถึง&nbsp;33.5&nbsp;ล้านคน&nbsp;รวมทั้งมีมติเพิ่มเงินช่วยเหลือผู้ประกันตน&nbsp;โครงการ&nbsp;ม33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;อีกคนละ&nbsp;&nbsp;1,000&nbsp;บาท/สัปดาห์&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;รวม&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;และขยายเวลาฃองโครงการออกไปถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้&nbsp;ซึ่งจะสามารถช่วยเหลือประชาชนได้มากกว่า&nbsp;8&nbsp;ล้านคน</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;ที่ประชุม&nbsp;ครม.</strong>ยังได้อนุมัติโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;วงเงิน&nbsp;45,000&nbsp;ล้าน&nbsp;เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน&nbsp;บนพื้นฐานของโอกาสและศักยภาพของท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งจะเร่งดำเนินการทันที&nbsp;เมื่อสถานการณ์ของโควิด-19&nbsp;บรรเทาลง&nbsp;โดยจะมีคณะกรรมการ&nbsp;ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน&nbsp;เป็นกลไกสำคัญ&nbsp;ภายใต้การติดตามของรองนายกรัฐมนตรีทุกคน</p><p><br></p><p><br></p>	11/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511152129518
124	กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า แจงเหตุบังคับใช้กฎหมายพื้นที่บาเจาะ จ.นราธิวาส วิสามัญคนร้าย 1 ราย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากกรณีเหตุการณ์เจ้าหน้าที่สนธิกำลัง&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;เข้าพิสูจน์ทราบและบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เข้ามาหลบซ่อนในพื้นที่&nbsp;บ.ซอปอ&nbsp;ม.9&nbsp;ต.บาเจาะ&nbsp;อ.บาเจาะ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;และได้เกิดการยิงต่อสู้กันขึ้น&nbsp;เป็นเหตุให้ผู้ก่อเหตุรุนแรง&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เหตุเกิด&nbsp;เมื่อวันนี้&nbsp;11&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ล่าสุด&nbsp;วันนี้&nbsp;11&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;พ.อ.&nbsp;เกียรติศักดิ์&nbsp;ณีวงษ์&nbsp;โฆษก&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;สน.&nbsp;เปิดเผยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการขยายผลจากการที่พลเมืองดีโทรศัพท์มายังหมายเลขสายตรง&nbsp;แม่ทัพภาคที่4/ผอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;ที่หมายเลข&nbsp;061&nbsp;173&nbsp;2999&nbsp;จึงได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;สนธิกำลัง&nbsp;เข้าตรวจสอบในพื้นที่&nbsp;บ.ซอปอ&nbsp;ม.9&nbsp;ต.บาเจาะ&nbsp;อ.บาเจาะ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;ขณะเข้าควบคุมพื้นที่โดยรอบ&nbsp;คนร้ายได้ทำการยิงเปิดทางเพื่อหลบหนี&nbsp;จึงเกิดการยิงต่อสู้กันขึ้นกับเจ้าหน้าที่&nbsp;ทำให้คนร้ายเสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ทราบชื่อคือ&nbsp;นายซูไรดิน&nbsp;อายุ&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนา&nbsp;&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;34/2&nbsp;ต.บาเจาะ&nbsp;อ.บาเจาะ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;นอนเสียชีวิตพร้อมอาวุธปืน&nbsp;AK&nbsp;102&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;กระบอก&nbsp;อยู่ในมือและคนร้ายรายดังกล่าว&nbsp;มีหมายจับ&nbsp;ป.วิอาญา&nbsp;2&nbsp;หมาย&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลังจากนั้น&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวเจ้าของบ้านไปดำเนินการซักถามจำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;และจากการตรวจสอบเพิ่มเติม&nbsp;พบปืนพกขนาด&nbsp;11&nbsp;&nbsp;มม.&nbsp;ตกอยู่ด้านหลังบ้าน&nbsp;ที่เกิดเหตุ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;กระบอก&nbsp;ตรวจสอบพบเป็นอาวุธที่คนร้ายขโมยมาจากเหตุยิง&nbsp;นายมูฮำหมัดซับรี&nbsp;สาและ&nbsp;อส.อ.บาเจาะ&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;มี.ค.&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ซึ่งอาวุธปืนทั้ง&nbsp;2&nbsp;กระบอก&nbsp;เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานจะได้นำไปตรวจสอบหาความเชื่อมโยงและประวัติการก่อเหตุต่อไป&nbsp;และในการปฏิบัติเจ้าหน้าที่ทหารพรานนาวิกโยธิน&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;นาย&nbsp;คือ&nbsp;อส.ทพ.&nbsp;กำพล&nbsp;แก้วจำรัส&nbsp;อายุ&nbsp;27&nbsp;ปี&nbsp;สังกัด&nbsp;ร้อย&nbsp;สน.ฉก.ทพ.นย.ทร.&nbsp;ถูกกระสุนปืนยิงถากบริเวณมือขวา&nbsp;มีอาการชาบริเวณมือและแขน&nbsp;เจ้าหน้าที่ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำส่ง&nbsp;รพ.บาเจาะ&nbsp;ขณะนี้อาการปลอดภัย&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนคนร้ายอีกคนที่กำลังหลบหนี&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้เร่งติดตามตัวเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมาย&nbsp;จึงขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนทุกคนอย่าได้ให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำผิด&nbsp;ทั้งการให้ที่พักพิง&nbsp;หลบซ่อน&nbsp;จัดหาเสบียง&nbsp;เพราะจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยเช่นกัน&nbsp;โดยจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา&nbsp;มาตรา&nbsp;189&nbsp;มีโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;40,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภายหลังเกิดเหตุ&nbsp;พล.ท.&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;/&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่&nbsp;เร่งเข้าคลี่คลายสถานการณ์ตรวจสอบที่เกิดเหตุ&nbsp;รวบรวมวัตถุพยาน&nbsp;เพื่อตรวจหาความเชื่อมโยงของอาวุธที่กลุ่มคนร้ายใช้&nbsp;เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย&nbsp;รวมทั้งให้หน่วยในพื้นที่&nbsp;เร่งเข้าทำความเข้าใจกับประชาชนรวมทั้งญาติผู้เสียชีวิต&nbsp;เพื่อหาทางช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอให้พี่น้องประชาชนได้มีความมั่นใจในมาตรการการควบคุมพื้นที่และบังคับใช้กฎหมายของ&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;สน.&nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการติดตามในทุกคดีที่เกิดขึ้น&nbsp;ด้วยความระมัดระวังโดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักแล้วก็ตาม&nbsp;แต่กลุ่มคนร้ายได้เปิดฉากยิงใส่ก่อน&nbsp;จึงจำเป็นต้องตอบโต้&nbsp;จนนำไปสู่ความสูญเสียดังกล่าวรวมทั้ง&nbsp;ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่โทรเข้ามาแจ้งเบาะแสให้แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/&nbsp;ผอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;&nbsp;ทราบโดยตรง&nbsp;หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ&nbsp;หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายตรงแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;หมายเลข&nbsp;061&nbsp;-&nbsp;173&nbsp;-&nbsp;2999&nbsp;หรือเบอร์สายด่วน&nbsp;1341&nbsp;และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	11/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511161058562
125	หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 คุ้มเข้มการลักลอบข้ามแดนการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ชายแดนเชียงราย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่&nbsp;3&nbsp;กองกำลังผาเมือง&nbsp;เพิ่มความเข้มงวดตลอดแนวชายแดนอำเภอแม่สาย&nbsp;อำเภอเชียงแสน&nbsp;ป้องกันการลักลอบข้ามแดนที่ผิดกฎหมายยังป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;ที่จังหวัดเชียงราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(11&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.ที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่&nbsp;3&nbsp;ค่ายเม็งรายมหาราช&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;พันเอก&nbsp;สัมฤทธิ์&nbsp;ฉัตรวัฒนาสกุล&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่&nbsp;3&nbsp;กองกำลังผาเมือง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กองกำลังป้องกันชายแดนจัดกำลังพลทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ&nbsp;ตลอดแนวชายแดนอำเภอแม่สาย&nbsp;อำเภอเชียงแสน&nbsp;ซึ่งมีการเพิ่มความถี่ในการปฏิบัติงานโดยเฉพาะบริเวณช่องทางธรรมชาติเขตติดต่อไทย-เมียนมา&nbsp;และไทย-สปป.ลาว&nbsp;ทั้งเวลากลางวันและเวลากลางคืน&nbsp;มีการลาดตระเวน&nbsp;เฝ้าตรวจ&nbsp;พร้อมการวางเครื่องมือตรวจ&nbsp;ติดตั้งไฟส่องสว่างแผงโซล่าเชลล์&nbsp;วางรั้วลาดหนาม&nbsp;การใช้ยุทโธปกรณ์พิเศษ&nbsp;ทั้งกล้อง&nbsp;CCTV&nbsp;ใช้อากาศยานไร้คนขับเป็นโดรน&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ&nbsp;ยังจัดกำลังป้องกันชายแดนรวม&nbsp;86&nbsp;ชุดปฏิบัติการสามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวรวมจำนวน&nbsp;151&nbsp;คน&nbsp;และผู้นำพาอีก&nbsp;16&nbsp;คน&nbsp;และมีการส่งกลับบุคคลต่างด้าวรวมจำนวน&nbsp;51&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่&nbsp;3&nbsp;กล่าวอีกว่าในห้วงตั้งแต่เดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;ได้เพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย&nbsp;และยังเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;-19&nbsp;การสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายอย่างเต็มกำลังตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา&nbsp;ที่สั่งการ&nbsp;และมีข้อห่วงใยในพื้นที่ชายแดน&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;และขอยืนยันว่าไม่มีแรงงานคนไทยข้ามแดนไปทำงานที่สถานบันเทิงที่ประเทศเพื่อนบ้านแต่ประการใดและจะไม่ให้แรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายอีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	11/5/2021	ภาคเหนือ	เชียงราย	สวท.เชียงราย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511163900578
126	"รมช.เกษตรฯ และ รมช.แรงงาน เดินสายร่วมทำบุญบริจาค ""โรงทาน"" วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร ส่งกำลังใจ พร้อมแจกข้าวสารอาหารแห้งชุมชนในพื้นที่รอบวัด"	"<p>รมช.เกษตรฯ&nbsp;และ&nbsp;รมช.แรงงาน&nbsp;เดินสายร่วมทำบุญบริจาค&nbsp;""โรงทาน""&nbsp;วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร&nbsp;ส่งกำลังใจ&nbsp;พร้อมแจกข้าวสารอาหารแห้งชุมชนในพื้นที่รอบวัด</p><p><br></p><p>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;)&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;ร.อ.ธรรมนัส&nbsp;พรหมเผ่า&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)&nbsp;และในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;โควิด-19&nbsp;พปชร.&nbsp;(ศปฉ.พปชร.)&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;นฤมล&nbsp;ภิญโญสินวัฒน์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;ลงพื้นที่ร่วมบริจาคถวายปัจจัยและข้าวสารอาหารแห้งในโครงการ&nbsp;โรงทาน&nbsp;ณ&nbsp;วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร&nbsp;เพื่อสนับสนุนค่าภัตตาหารเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;พร้อมแจกเครื่องอุปโภคบริโภคสิ่งของจำเป็นที่ใช้ในชีวิตประจำวันบรรเทาความเดือนร้อนชุมชน&nbsp;&nbsp;</p><p>ร.อ.ธรรมนัส&nbsp;พรหมเผ่า&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;วันนี้ได้ลงพื้นที่&nbsp;วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร&nbsp;เพื่อนำปัจจัยมาถวายเพื่อสบทบทุนค่า&nbsp;สนับสนุนค่าภัตตาหารเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;ร่วมถึงนำข้าวสารอาหารแห้ง&nbsp;ถวายในโครงการ&nbsp;โรงทานวัด&nbsp;ณ&nbsp;วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการเพื่อจัดภัตตาหารถวายแด่พระภิกษุ-สามเณรในพระอาราม&nbsp;รวมถึงเป็นการแจกจ่ายอาหารให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;ที่เดือดร้อนจากผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;เพื่อเป็นการสนองตามพระราชดำริเจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสมเด็จพระสังฆราช&nbsp;สกลมหาสังฆปริณายก&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(45,&nbsp;53,&nbsp;60);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(247,&nbsp;249,&nbsp;250);"">การร่วมบริจาคสนับสนุนโครงการโรงทานในครั้งนี้&nbsp;เป็นไปตามพระราชดำริสมเด็จพระสังฆราชฯ&nbsp;ที่ทรงเห็นว่าวัดเป็นศูนย์กลางของชุมชนคู่กับสังคมไทยมานับแต่โบราณตราบจนปัจจุบัน&nbsp;นอกเหนือจากเป็นที่พำนักของพระภิกษุสามเณร&nbsp;เพื่อการเรียนรู้&nbsp;ยังเป็นสถานสาธารณสงเคราะห์ของชุมชนอีกด้วย&nbsp;ดังนั้นวัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่พอมีศักยภาพ&nbsp;สามารถให้การอนุเคราะห์เพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับชุมชนได้&nbsp;ร.อ.ธรรมนัสกล่าว&nbsp;</span></p><p><br></p><p><br></p><p>ทั้งนี้โครงการดังกล่าวได้ดำเนินการตั้งแต่วันที่&nbsp;9-31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยผู้ที่มีจิตศรัทธาสามารถขอเชิญร่วมบริจาคเพื่อสมทบทุนค่าภัตตาหาร&nbsp;เครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;ในโครงการ&nbsp;ผ่านบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์&nbsp;020-280734-7&nbsp;วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามฯ&nbsp;</p>"	11/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511181611625
127	รองผู้ว่าฯอยุธยา เป็นประธานเปิดการประชุมสภาเทศบาลเมืองลำตาเสา หลังจาก กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง นายกและสมาชิกสภาเทศบาล	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองผู้ว่าฯอยุธยา&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมสภาเทศบาลเมืองลำตาเสา&nbsp;หลังจาก&nbsp;กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง&nbsp;นายกและสมาชิกสภาเทศบาล</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;11&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมเทศบาลเมืองลำตาเสา&nbsp;นายภานุ&nbsp;แย้มศรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวนุชนาถ&nbsp;ประทีปธีรานันต์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมสภาเทศบาลเมืองลำตาเสา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;โดยหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ลงนามประกาศรับรองผลการเลือกตั้งให้&nbsp;นางสมศรี&nbsp;พันธ์เจริญวรกุล&nbsp;เป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองลำตาเสา&nbsp;และประกาศลงนามรับรองสมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;โดยมีระเบียบวาระในการประชุมที่สำคัญ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การเลือกประธานสภา&nbsp;การเลือกตั้งรองประธานสภา&nbsp;และการกำหนดสมัยประชุมสภา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมมีมติเลือกให้&nbsp;นายกิตติพงษ์&nbsp;ใจธรรมดี&nbsp;เป็นประธานสภาเทศบาลเมืองลำตาเสา&nbsp;จากนั้น&nbsp;นางสาวนุนาถ&nbsp;ประทีปธีรานันต์&nbsp;ได้มอบช่อดอกไม้เพื่อแสดงความยินดีกับนางสมศรี&nbsp;พันธ์เจริญวรกุล&nbsp;ในโอกาสที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกเทศบาล&nbsp;พร้อมแสดงความยินดีกับนายกิตติพงษ์&nbsp;ใจธรรมดี&nbsp;ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาเทศบาล&nbsp;ด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดย&nbsp;นางสาวนุชนาถ&nbsp;ประทีปธีรานันต์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ได้ฝากแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่ให้กับนายกเทศมนตรี&nbsp;และสมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;เรื่อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;การแก้ไขปัญหาการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง&nbsp;การบริหารจัดการระบบน้ำเสียในครัวเรือน&nbsp;และการแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์โควิด-19&nbsp;ที่เน้นย้ำให้ทุกคนเน้นปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;D-M-H-T-T-A&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาพื้นที่เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p>เว็บไซต์&nbsp;http://pr.prd.go.th/ayutthaya</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	11/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512093953741
128	เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ออกลาดตระเวนคุมเข้มแนวชายแดนไทย-มาเลเซียตลอด 24 ชั่วโมง ป้องกันการลักลอบข้ามแดนของแรงงานต่างด้าว หลังจับกุมแรงงานเมียนมาและผู้นำพาได้ 17 คน ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา รวมถึงแรงงานไทยที่อาจลักลอบเข้ามาในช่วงเทศกาลฮารีรายอในวันพรุ่งนี้	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ออกลาดตระเวนคุมเข้มแนวชายแดนไทย-มาเลเซียตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ป้องกันการลักลอบข้ามแดนของแรงงานต่างด้าว&nbsp;หลังจับกุมแรงงานเมียนมาและผู้นำพาได้&nbsp;17&nbsp;คน&nbsp;ในช่วง&nbsp;2&nbsp;วันที่ผ่านมา&nbsp;รวมถึงแรงงานไทยที่อาจลักลอบเข้ามาในช่วงเทศกาลฮารีรายอในวันพรุ่งนี้&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะนำเชื้อโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์อินเดีย&nbsp;และแอฟริกาใต้เข้ามา&nbsp;เนื่องจากหลบหนีการคัดกรองโรคตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ซึ่งกำลังเจ้าหน้าที่&nbsp;ตชด.437&nbsp;และทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;5&nbsp;และทหารร้อย&nbsp;ร.5021&nbsp;รับผิดชอบตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ได้ออกลาดตระเวนตามพื้นที่จุดล่อแหลมตลอดแนวพรมแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่&nbsp;ต.สำนักขาม&nbsp;และต.ปาดังเบซาร์&nbsp;อ.สะเดา&nbsp;เพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดนของแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่ใช้ช่องทางธรรมชาติ&nbsp;และรั้วชายแดนเล็ดลอดเข้ามา&nbsp;โดยจะมีการลาดตระเวนคุมเข้มชายแดนตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ทั้งกลางวัน&nbsp;และกลางคืน&nbsp;เนื่องจากทางการมาเลเซียล๊อคดาวน์ประเทศ&nbsp;รวมถึงแรงงานไทยที่อาจจะลักลอบเข้ามาในช่วงเทศกาลฮารีรายอ</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่สถานการณ์ภาพรวมของโควิด-19&nbsp;ที่&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;ตั้งแต่เดือนเมษายนต่อเนื่องถึงพฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;มีผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้นทุกวันล่าสุดอยู่ที่&nbsp;866&nbsp;คน&nbsp;ในจำนวนนี้ติดเชื้อจากต่างประเทศ&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;และมีผู้เสียชีวิตแล้ว&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;รักษากลับบ้านได้แล้ว&nbsp;571&nbsp;คน&nbsp;และยังรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีก&nbsp;292&nbsp;คน&nbsp;ขณะที่ทางจังหวัดสงขลา&nbsp;ยังคงตรึงมาตรการเข้มงวดป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;พร้อมขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	12/5/2021	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512094705746
129	กองทัพเรือ จัดรถครัวสนามและกำลังพลจิตอาสาของหน่วย ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด 19 จะคลี่คลาย	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลเรือเอก&nbsp;เชษฐา&nbsp;ใจเปี่ยม&nbsp;โฆษกกองทัพเรือ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลเรือเอก&nbsp;ชาติชาย&nbsp;ศรีวรขาน&nbsp;ผู้บัญชาการทหารเรือ&nbsp;มีดำริให้หน่วยงานในสังกัดจัดรถครัวสนาม&nbsp;ร่วมกับกำลังพลจิตอาสาของหน่วย&nbsp;เพื่อประกอบอาหารช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ชุมชนต่างๆ&nbsp;ที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ซึ่งได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;พฤษภาคมเป็นต้นมา&nbsp;โดยจัดรถครัวสนามดำเนินการประกอบอาหารปรุงสุกแจกจ่ายในหลายชุมชน&nbsp;วันนี้&nbsp;(12&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;ยังคงเดินหน้าช่วยเหลือประชาชน&nbsp;มีหน่วยรับผิดชอบในการจัดรถครัวสนามเคลื่อนที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;เขตพื้นที่ชุมชนวัดครุฑและพื้นที่สุขสวัสดิ์&nbsp;มีกรมพลาธิการทหารเรือ&nbsp;เป็นหน่วยรับผิดชอบ&nbsp;พื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;อำเภอพระสมุทรเจดีย์&nbsp;(บริเวณสนามกีฬาเทศบาลตำบลแหลมฟ้าผ่า)&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรปราการ&nbsp;(บริเวณลานด้านหน้าศาลากลางจังหวัด)&nbsp;มีหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง&nbsp;เป็นหน่วยรับผิดชอบ&nbsp;และพื้นที่สำโรง&nbsp;มีหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน&nbsp;เป็นหน่วยรับผิดชอบ&nbsp;พร้อมจัดกำลังพลจิตอาสากองทัพเรือ&nbsp;โดยฐานทัพเรือกรุงเทพ&nbsp;เป็นผู้รับผิดชอบ</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับรถครัวสนามและกำลังพลจิตอาสา</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ชุมชนต่างๆ&nbsp;ที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;จะปฏิบัติภารกิจในการประกอบอาหารช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ชุมชนต่างๆ&nbsp;ไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะคลี่คลาย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	12/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512115030827
130	นายกรัฐมนตรี เรียกทีมเศรษฐกิจหารือมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาลโดยจะรับการตรวจหาเชื้อโควิดแบบ&nbsp;SWAB&nbsp;ตามวงรอบปกติ&nbsp;จากนั้นได้เรียกนายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&nbsp;พร้อมกับทีมเศรษฐกิจ&nbsp;เพื่อหารือมาตรการเศรษฐกิจที่กำลังจะพิจารณาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;รอบนี้</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ขณะที่ในช่วงบ่าย&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยจุดกระจายวัคซีนโควิด-19&nbsp;นอกโรงพยาบาล&nbsp;ที่เป็นความร่วมมือบริการระหว่างกรุงเทพมหานคร&nbsp;-&nbsp;สภาหอการค้าไทย&nbsp;-&nbsp;โรงพยาบาลรามาธิบดี&nbsp;-&nbsp;เซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว&nbsp;ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว&nbsp;โดยจะฉีดให้แก่บุคลากรด่านหน้าและอาชีพกลุ่มเสี่ยง</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ขณะที่เวลา&nbsp;15.30&nbsp;น.&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">จะเดินทางกลับเข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อหารือทวิภาคีทางโทรศัพท์กับนายฝ่าม&nbsp;มิงห์&nbsp;จิ๋งห์&nbsp;(H.E.&nbsp;Mr.&nbsp;Pham&nbsp;Minh&nbsp;Chinh)&nbsp;นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม&nbsp;เพื่อแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	12/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512095458754
131	ผบ.ฉก.นราธิวาส เผยแนวทางการปฏิบัติตามแนวชายแดน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระบุวางกำลังคุมเข้มแนวชายแดน 46 ชุดปฏิบัติการ พร้อมแบ่งพื้นที่สกัดกั้นเป็น 4 ชั้น	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลตรี&nbsp;ไพศาล&nbsp;&nbsp;หนูสังข์&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;เปิดเผยถึงแนวทางการปฏิบัติตามแนวชายแดน&nbsp;เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ว่า&nbsp;ได้มีการจัดตั้งกองอำนวยการควบคุมการผ่านแดน&nbsp;และบูรณาการส่วนราชการทุกส่วนที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการปฏิบัติในการคัดกรองคนไทยและแรงงานต่างด้าว&nbsp;นำเข้าสู่กระบวการคัดกรองตามมาตรการป้องกันโรคของกระทรวงสาธารณสุขและประสานส่งคนไทยกลับภูมิลำเนาจังหวัดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยในช่วงเดือนตุลาคม&nbsp;2563&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;กลุ่มผู้ใช้แรงงานที่อยู่ในประเทศมาเลเซีย&nbsp;รวมถึงบุคคลต่างด้าวมีการลักลอบข้ามแดนเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;โดยใช้ช่องทางธรรมชาติในพื้นที่อำเภอตากใบ&nbsp;สุไหงโก-ลก&nbsp;และอำเภอแว้ง&nbsp;มีการจับกุมบุคคลต่างด้าวจำนวน&nbsp;57&nbsp;ครั้ง&nbsp;&nbsp;รวม&nbsp;438&nbsp;คน&nbsp;ล่าสุดสามารถควบคุมตัวผู้ลักลอบข้ามแดน&nbsp;สัญชาติลาวได้&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;และนำเข้าสู่กระบวนการคัดกรองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางด้านการวางกำลังตามแนวชายแดน&nbsp;ได้จัดกำลัง&nbsp;46&nbsp;ชุดปฏิบัติการ&nbsp;รับผิดชอบในพื้นที่อำเภอตากใบ&nbsp;สุไหงโก-ลกและแว้ง&nbsp;และได้เพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นพื้นที่ตามแนวชายแดน&nbsp;มีการแบ่งพื้นที่และวางกำลังสกัดกั้นเป็น&nbsp;4&nbsp;ชั้นเช่น&nbsp;&nbsp;เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนตรวจการตามลำน้ำโก-ลก&nbsp;ให้ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์เพิ่มเครื่องกีดขวางและใช้เครื่องมือพิเศษต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าตรวจ&nbsp;การควบคุมเส้นทางไม่ให้เคลื่อนย้ายเข้าสู่พื้นที่ตอนในเป็นต้น&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;มีการบูรณาการกำลังและเครื่องมือสกัดกั้นตามแนวชายแดนครอบคลุมทั้ง&nbsp;3&nbsp;มิติ&nbsp;ทางอากาศ&nbsp;ลาดตระเวนตรวจการณ์และกดดัน&nbsp;ทางน้ำ&nbsp;ลาดตระเวนทางเรือตามลำน้ำ&nbsp;&nbsp;และทางบก&nbsp;จัดกำลังลาดตระเวนและเฝ้าตรวจตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	12/5/2021	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512095822757
132	ประธานรัฐสภา เผยรัฐบาลประสานส่งร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 มาแล้ว	<p><strong>นายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ประธานรัฐสภา</strong>&nbsp;กล่าวถึงการนัดตัวแทนรัฐบาล&nbsp;คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล&nbsp;วิปฝ่ายค้านและวิปวุฒิสภา&nbsp;หารือในวันที่&nbsp;14&nbsp;พฤษภาคมนี้ว่า&nbsp;จะเป็นการหารือเพื่อหาความร่วมมือในการประชุม&nbsp;ให้สามารถเดินหน้าไปได้ด้วยดีในขณะที่ยังมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ซึ่งสภาต้องเป็นตัวอย่างในการทำงานในขณะที่มีวิกฤติ&nbsp;โดยวางกรอบเบื้องต้นว่าหลังเปิดสมัยประชุมในวันที่&nbsp;22&nbsp;พฤษภาคมนี้แล้ว&nbsp;จะนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อพิจารณาพระราชกำหนด&nbsp;2&nbsp;ฉบับ&nbsp;และได้รับประสานจากรัฐบาลมาแล้วว่าจะส่งร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;มาที่สภาในวันที่&nbsp;17&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;จึงจะบรรจุระเบียบวาระการพิจารณาวาระแรกในวันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม-&nbsp;2&nbsp;มิถุนายนนี้&nbsp;เพื่อให้เวลากับสมาชิกได้ดูเอกสาร&nbsp;ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>ส่วนที่ประธานวิปรัฐบาล&nbsp;ระบุว่า&nbsp;</strong>อาจจะให้บรรจุระเบียบวาระในวันที่&nbsp;9&nbsp;มิถุนายนนั้น&nbsp;เห็นว่า&nbsp;จะเลยกรอบเวลาไปมาก&nbsp;และเกรงว่าจะมีปัญหากับรัฐบาลเอง&nbsp;เพราะงบประมาณเป็นส่วนสำคัญมากในการที่จะทำให้เกิดความมั่นใจในการบริหารบ้านเมืองและมีผลต่อเศรษฐกิจ&nbsp;ดังนั้นงบประมาณควรออกไปตามปฏิทินที่สำนักงบประมาณได้วางเอาไว้&nbsp;</p><p><strong>ประธานรัฐสภา&nbsp;ยังกล่าวถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ที่รัฐสภา</strong>&nbsp;&nbsp;ว่า&nbsp;นอกจากขอความร่วมมือ&nbsp;ส.ส.ฉีดวัคซีนให้ครบทุกคนแล้ว&nbsp;ยังประสานให้&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่จะต้องทำงานในห้องประชุมได้รับวัคซีนและให้นโยบายไปแล้วว่า&nbsp;สำหรับคนที่มีความประสงค์จะไม่ฉีดวัคซีนจะต้องมีหนังสือรับรองมาว่าไม่มีเชื้อโควิด-19&nbsp;ภายในเวลาที่กำหนดเอาไว้ในระเบียบและในการประชุมครั้งต่อไปต้องมีหนังสือรับรองอีกเพื่อเป็นมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดภายใน&nbsp;ซึ่งทุกคนจะต้องมีความรับผิดชอบ&nbsp;ขณะเดียวกันยังคงเน้นมาตรการในการคัดกรองบุคคลเข้า-ออก&nbsp;ในอาคารรัฐสภาและย้ำเจ้าหน้าที่ด้วยว่าหากใครไม่ผ่านกระบวนการในการคัดกรองเบื้องต้น&nbsp;ต้องไม่อนุญาตให้เข้ามาในพื้นที่รัฐสภา&nbsp;ซึ่งเชื่อว่าจากมาตรการที่วางเอาไว้น่าจะสามารถ&nbsp;&nbsp;ประกาศการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ได้ในระดับหนึ่ง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	12/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512113600812
133	ผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี เปิดประชุมสภา ทต.ปลายนาครั้งแรก	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ห้องประชุมเทศบาล&nbsp;ต.ปลายนา&nbsp;อ.ศรีประจันต์&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมสภาเทศบาลตำบลปลายนา&nbsp;ครั้งแรก&nbsp;พร้อมประดับอินทนูแก่นายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลโดยมี&nbsp;นายอาคม&nbsp;สุวรรณโน&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;นายวันชัย&nbsp;สุดโต&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;อ.ศรีประจันต์ศูนย์สุพรรณบุรีข่าวประชาสัมพันธ์</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดประชุมสภา&nbsp;ทต.ปลายนาครั้งแรกที่ห้องประชุมเทศบาล&nbsp;ต.ปลายนา&nbsp;อ.ศรีประจันต์&nbsp;จสุพรรณบุรี&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมสภาเทศบาลตำบลปลายนา&nbsp;ครั้งแรก&nbsp;พร้อมประดับอินทนูแก่นายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลโดยมี&nbsp;นายอาคม&nbsp;สุวรรณโน&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;นายวันชัยสุดโต&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;อ.ศรีประจันต์นางเรณู&nbsp;พลเสน&nbsp;นายก&nbsp;ทต.&nbsp;ปลายนา&nbsp;และสมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง&nbsp;&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ได้ให้โอวาทแก่สมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ขอให้ทำตามความต้องการประชาชนเป็นอันดับแรก&nbsp;โดยปฏิบัติตามระเบียบ&nbsp;ข้อบังคับต่างๆ&nbsp;ให้ถูกต้องตามขั้นตอน&nbsp;ถัดมาคือทำตามนโยบายของผู้บริหาร&nbsp;องค์กร&nbsp;ทำตามความต้องการของทีมงาน&nbsp;ตามแผนการพัฒนาเทศบาลฯ&nbsp;และสุดท้ายคือ&nbsp;ทำความต้องการของพี่น้องประชาชน&nbsp;นั่นคือความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;เนื่องจากความเดือดร้อนมีทุกวันจึงต้องมีการปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขอแสงความยินดีกับนายก&nbsp;ทต.ปลายนา&nbsp;และสมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ทุกท่านที่ได้รับได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องชาวตำบลปลายนา&nbsp;เข้ามาบริหาร&nbsp;แบบไร้คู่แข่ง&nbsp;แสดงให้เห็นว่ามีผลงานเป็นที่ยอมรับของชาวบ้านในส่วนท้องถิ่นของเทศบาลตำบลปลายนาการขับเคลื่อนพื้นที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ขององค์การท้องถิ่นของสุพรรณบุรี&nbsp;&nbsp;127&nbsp;แห่ง&nbsp;ทต.ปลายนา&nbsp;ก็เป็นหนึ่งในนั้น&nbsp;ที่จะต้องนำพาพี่น้องประชาชนไปสู่ความสมบูรณ์&nbsp;เราต้องทำ&nbsp;นโยบายของรัฐบาลทุกเรื่อง&nbsp;ทำงานให้เกิดผลในรูปธรรมในเชิงนโยบายว่าประสบความสำเร็จหรือไม่&nbsp;ถ้าในพื้นที่ไม่ขับเคลื่อน&nbsp;มันก็ไม่สำเร็จ&nbsp;ส่วนงานความต้องการของประชาชน&nbsp;ส่วนใหญ่ความเดือดร้อน&nbsp;ความทุกข์ร้อนของประชาชน&nbsp;ปัญหา&nbsp;มันมีอยู่ทั่วไปเยอะมากมาย&nbsp;เราต้องมาดูอันไหนสำคัญ&nbsp;อันไหนเร่งด่วนต้องทยอยแก้ไข&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นางเรณู&nbsp;พลเสนนายด&nbsp;ทต.ปลายนา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะพัฒนาพื้นที่ในเขตเทศบาลตำบลปลายนาในด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อนำพาไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยจะยึดมั่นในหลักการทำงานแบบมีส่วนร่วม&nbsp;และมุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง&nbsp;และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้งหน่วยงานราชการ&nbsp;หน่วยงานภาคเอกชนองค์กรประชาชน&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ทั้งในเขตพื้นที่ใกล้เคียงและพื้นที่อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว&nbsp;ถูกต้อง&nbsp;และมีประสิทธิภาพ&nbsp;ต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางเรณู&nbsp;พลเสน&nbsp;นายก&nbsp;ทต.ปลายนา&nbsp;และสมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง&nbsp;&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ได้ให้โอวาทแก่สมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ขอให้ทำตามความต้องการประชาชนเป็นอันดับแรก&nbsp;โดยปฏิบัติตามระเบียบ&nbsp;ข้อบังคับต่างๆ&nbsp;ให้ถูกต้องตามขั้นตอน&nbsp;ถัดมาคือทำตามนโยบายของผู้บริหาร&nbsp;องค์กร&nbsp;ทำตามความต้องการของทีมงาน&nbsp;ตามแผนการพัฒนาเทศบาลฯ&nbsp;และสุดท้ายคือ&nbsp;ทำความต้องการของพี่น้องประชาชน&nbsp;นั่นคือความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;เนื่องจากความเดือดร้อนมีทุกวันจึงต้องมีการปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขอแสดงความยินดีกับ&nbsp;นายก&nbsp;ทต.ปลายนา&nbsp;และสมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ทุกท่านที่ได้รับได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องชาวตำบลปลายนา&nbsp;เข้ามาบริหาร&nbsp;แบบไร้คู่แข่ง&nbsp;แสดงให้เห็นว่ามีผลงานเป็นที่ยอมรับของชาวบ้านในส่วนท้องถิ่นของเทศบาลตำบลปลายนาการขับเคลื่อนพื้นที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ขององค์การท้องถิ่นของสุพรรณบุรี&nbsp;127&nbsp;แห่ง&nbsp;ทต.ปลายนา&nbsp;ก็เป็นหนึ่งในนั้น&nbsp;ที่จะต้องนำพาพี่น้องประชาชนไปสู่ความสมบูรณ์&nbsp;เราต้องทำ&nbsp;นโยบายของรัฐบาลทุกเรื่อง&nbsp;ทำงานให้เกิดผลในรูปธรรมในเชิงนโยบายว่าประสบความสำเร็จหรือไม่&nbsp;ถ้าในพื้นที่ไม่ขับเคลื่อน&nbsp;มันก็ไม่สำเร็จ&nbsp;ส่วนงานความต้องการของประชาชน&nbsp;ส่วนใหญ่ความเดือดร้อน&nbsp;ความทุกข์ร้อนของประชาชน&nbsp;ปัญหา&nbsp;มันมีอยู่ทั่วไปเยอะมากมาย&nbsp;เราต้องมาดูอันไหนสำคัญ&nbsp;อันไหนเร่งด่วนต้องทยอยแก้ไข&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นางเรณู&nbsp;พลเสนนายด&nbsp;ทต.ปลายนา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะพัฒนาพื้นที่ในเขตเทศบาลตำบลปลายนาในด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อนำพาไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยจะยึดมั่นในหลักการทำงานแบบมีส่วนร่วม&nbsp;และมุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง&nbsp;และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้งหน่วยงานราชการ&nbsp;หน่วยงานภาคเอกชนองค์กรประชาชน&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ทั้งในเขตพื้นที่ใกล้เคียงและพื้นที่อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว&nbsp;ถูกต้อง&nbsp;และมีประสิทธิภาพ&nbsp;ต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-center"">&nbsp;</p>"	12/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512123753846
134	ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5  ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติการเชิงรุกห้วง 10 วันสุดท้ายเดือนรอมฎอน	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลตรี&nbsp;ศานติ&nbsp;ศกุนตนาค&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;5&nbsp;/&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกำลังพลหน่วยต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสงขลา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;หมวดเชิงรุกที่&nbsp;1&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่&nbsp;43&nbsp;บ้านเกาะแลหนัง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลปากบาง&nbsp;อำเภอเทพา&nbsp;จังหวัดสงขลา,&nbsp;ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์&nbsp;หมวดปืนเล็กที่&nbsp;2&nbsp;กองร้อยทหารราบที่&nbsp;2534&nbsp;บ้านคลองควาย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลปากบาง&nbsp;อำเภอเทพา&nbsp;จังหวัดสงขลา,&nbsp;ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์&nbsp;หมวดปืนเล็กที่&nbsp;1&nbsp;กองร้อยทหารราบที่&nbsp;2534&nbsp;บ้านท่าม่วง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลท่ามวง&nbsp;อำเภอเทพา&nbsp;จังหวัดสงขลา,&nbsp;ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์&nbsp;กองร้อยทหารราบที่&nbsp;2532&nbsp;บ้านเปียน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลเปียน&nbsp;อำเภอสะบ้าย้อย&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;และชุดคุ้มครองหมู่บ้านบ้านเก่า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลเปียน&nbsp;อำเภอสะบ้าย้อย&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ซึ่งในการตรวจเยี่ยมชุดคุ้มครองหมู่บ้าน&nbsp;ยังได้เยี่ยมชมการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุและมอบแนวทางในการปฏิบัติ&nbsp;ตามแผนเผชิญเหตุ&nbsp;โดยจำลองเหตุการณ์กรณีผู้ก่อเหตุรุนแรงเข้าโจมตีป้อมชุดคุ้มครองหมู่บ้าน&nbsp;และขอรับการสนับสนุน&nbsp;ชป.จจ.คทอ.ชค.543&nbsp;เพื่อเข้าคลี่คลายสถานการณ์&nbsp;อีกด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;พลตรี&nbsp;ศานติ&nbsp;ศกุนตนาค&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;5&nbsp;/&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา&nbsp;ได้ติดตามการผลปฏิบัติงานตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา&nbsp;ตลอดจนสอบถามปัญหาข้อเสนอแนะในแต่ละพื้นที่&nbsp;เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของกำลังพลในพื้นที่&nbsp;พร้อมทั้งได้เน้นย้ำให้เพิ่มมาตรการ&nbsp;ทั้งการปฏิบัติเชิงรุก&nbsp;ในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;และมาตรการการรักษาความปลอดภัยฐานปฏิบัติการ&nbsp;ในห้วง&nbsp;10&nbsp;วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน&nbsp;โดยเน้นย้ำการเข้าพบปะกลุ่มเครือญาติของผู้ก่อเหตุรุนแรง,&nbsp;ผู้นำศาสนา&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;เพื่อเป็นการกดดันเป้าหมายในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งการมาตรการระวังป้องกันตนเอง&nbsp;โดยเน้นย้ำการตั้งจุดตรวจ/จุดสกัดตามเส้นทางรอง&nbsp;ต้องมีส่วนระวังป้องกันหัว-ท้าย&nbsp;อีกทั้งการปฏิบัติงานในการประชาสัมพันธ์ขอความ&nbsp;ร่วมมือกับผู้นำศาสนา&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;เรื่อง&nbsp;งดจุดประทัดในวัน&nbsp;วันตรุษอีฎิ้ลฟิตรี&nbsp;หรือ&nbsp;วันฮารีรายอ&nbsp;เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;พลตรี&nbsp;ศานติ&nbsp;ศกุนตนาค&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;5&nbsp;/&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา&nbsp;ยังได้ลงพื้นที่บริเวณชุมชนรอบฐานปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจสงขลา&nbsp;บ้านนิคมเทพา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลท่ามวง&nbsp;อำเภอเทพา&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เพื่อพบปะพัฒนาสัมพันธ์กับพี่น้องประชาชนรอบฐานปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจสงขลา&nbsp;ในการรับทราบปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ&nbsp;อีกทั้งยังได้ประชาสัมพันธ์&nbsp;เรื่อง&nbsp;การแพร่ระบาด&nbsp;และวิธีป้องกันเชื้อไวรัส&nbsp;Covid-19&nbsp;พร้อมมอบเวชภัณฑ์ป้องกันเชื้อไวรัส&nbsp;Covid-19</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p>"	12/5/2021	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512144603913
135	เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง อ.เบตง จ.ยะลา ออกลาดตระเวนตามแนวกำแพงชายแดนไทย-มาเลเซียป้องกันกลุ่มแรงงานไทยและต่างด้าวในมาเลเซียลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย หลังประเทศมาเลเซียประกาศคำสั่งล็อกดาวน์ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. ถึงวันที่ 7 มิ.ย. 2564	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(12&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงออกลาดตระเวนตามแนวกำแพงตลอดแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าเขาและช่องทางธรรมชาติ&nbsp;เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยไม่ผ่านขั้นตอนการตรวจคัดกรองโควิด-19&nbsp;และกักตัว&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;ของกลุ่มแรงงานไทยและต่างด้าวในมาเลเซีย&nbsp;ซึ่งอาจเป็นกลุ่มเสี่ยงที่นำพาโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์อินเดียและแอฟริกาใต้เข้ามาแพร่ระบาดในพื้นที่ชายแดนไทย&nbsp;หลังจากประเทศมาเลเซียกำลังเผชิญกับการระบาดที่มีความรุนแรง&nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังคงพุ่งสูงขึ้น&nbsp;อีกทั้งยังพบการระบาดของเชื้อโควิดกลายพันธุ์&nbsp;สายพันธุ์แอฟริกาสายพันธุ์อินเดียและในประเทศมาเลเซียอีกด้วย&nbsp;อีกทั้งวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการถือศีลอด&nbsp;หลังจากจุฬาราชมนตรี&nbsp;ได้ออกประกาศให้วันที่&nbsp;13&nbsp;พ.ค.64&nbsp;เป็นวันอีฎิ้ลฟิตริ&nbsp;หรือ&nbsp;เทศกาลฮารีรายอ&nbsp;อาจจะมีชาวไทยมุสลิมในมาเลเซียลักลอบเข้ามาโดยไม่ผ่านการตรวจโควิด-19&nbsp;&nbsp;ส่วนที่บรรยากาศที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เจ้าหน้าที่กองอำนวยการร่วมประสานงานประจำด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง&nbsp;ได้ร่วมกันคัดกรองแรงงานไทยที่เดินทางกลับมาจากมาเลเซีย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;โดยต้องผ่านการฉีดยาฆ่าเชื้อ&nbsp;ตรวจสัมภาระ&nbsp;ซักประวัติ&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย&nbsp;พร้อมกักตัว&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;ที่ศูนย์&nbsp;Local&nbsp;Quarantine&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;และจังหวัดปัตตานี&nbsp;&nbsp;โดยข้อมูลล่าสุดจังหวัดยะลามีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;แล้ว&nbsp;133&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;ราย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งล่าสุดนายกรัฐมนตรีมาเลเซียประกาศคำสั่งล็อกดาวน์ทั่วประเทศ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;12&nbsp;พ.ค.&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;มิ.ย&nbsp;64&nbsp;เพื่อพยายามควบคุมสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;ที่ยังคงมีความรุนแรง&nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังคงพุ่งสูงขึ้น&nbsp;อีกทั้งยังพบการระบาดของเชื้อโควิดกลายพันธุ์&nbsp;สายพันธุ์แอฟริกาและอินเดีย&nbsp;ในประเทศมาเลเซีย&nbsp;โดยมีคำสั่งห้ามประชาชนเดินทางระหว่างรัฐ&nbsp;รวมทั้งการเดินทางข้ามพื้นที่ภายในรัฐ&nbsp;ตลอดจนยังห้ามประชาชนมีกิจกรรมที่ต้องรวมกลุ่มกัน&nbsp;โดยมาตรการใหม่นี้เริ่มใช้วันนี้เป็นวันแรก&nbsp;ก่อนที่จะมีเทศกาลอีฎิ้ลฟิตริของชาวมุสลิม&nbsp;ในวันพรุ่งนี้&nbsp;(13&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ซึ่งนั่นหมายความว่าชาวมาเลเซียหลายล้านคนต้องยกเลิกการเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงสิ้นสุดเทศกาลรอมฎอน&nbsp;นอกจากนี้มีคำสั่งปิดสถานศึกษาทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งในส่วนของธุรกิจ&nbsp;ผู้ประกอบการค้าต่างๆ&nbsp;ยังคงอนุญาตให้เปิดทำการได้ต่อไป&nbsp;ทั้งนี้มาเลเซียพบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่ในวันที่&nbsp;10&nbsp;พ.ค.64&nbsp;จำนวน&nbsp;3,807&nbsp;ราย&nbsp;รวมติดเชื้อสะสม&nbsp;444,484&nbsp;คน&nbsp;เสียชีวิตรวม&nbsp;1,700&nbsp;คน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	12/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512145459917
136	ฉก.นราธิวาส เพิ่มกำลัง 15 ชุดปฏิบัติการ คุมเข้มแนวชายแดนป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พร้อมประสานความร่วมมือผู้เกี่ยวข้อง สร้างการตระหนักรู้ถึงผลกระทบจากกลุ่มคนที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลตรี&nbsp;ไพศาล&nbsp;&nbsp;หนูสังข์&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์อินเดียและสายพันธุ์แอฟริกา&nbsp;ที่ตรวจพบการติดเชื้อในประเทศมาเลเซีย&nbsp;ทางหน่วยได้เพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นตามแนวชายแดน&nbsp;ล่าสุดได้เพิ่มกำลัง&nbsp;6&nbsp;ชุดปฏิบัติการทางน้ำ&nbsp;บูรณาการกำลังร่วมกับตำรวจน้ำ&nbsp;เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนทางน้ำ&nbsp;อีกทั้งเพิ่มกำลังในพื้นที่อำเภอแว้ง&nbsp;6&nbsp;ชุดปฏิบัติการ&nbsp;ในพื้นที่อำเภอตากใบ&nbsp;3&nbsp;ชุดปฏิบัติการโดยเพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนและเพ่งเล็งพื้นที่เป้าหมาย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลตรี&nbsp;ไพศาล&nbsp;กล่าวต่อว่า&nbsp;ปัจจุบันในพื้นที่ประเทศมาเลเซีย&nbsp;มีการล็อกดาวน์ประเทศ&nbsp;12&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ประกอบกับในช่วงวันที่&nbsp;13&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ตรงกับฮารีรายออีฏิ้ลฟิตริ&nbsp;คนไทยที่นับถือศาสนาอิสลามที่อยู่ในประเทศมาเลเซียอาจมีความพยายามในการกลับเข้ามาในประเทศ&nbsp;โดยผ่านช่องทางธรรมชาติ&nbsp;เพราะไม่ต้องการเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและกักกันตัว&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;ทั้งนี้ได้ประสานความร่วมมือทางอำเภอกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่&nbsp;ช่วยชี้แจงสร้างการตระหนักรู้ถึงผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันจากกลุ่มคนที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;จนทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	12/5/2021	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512150717925
137	โฆษก กต. ระบุ ยังไม่มีคำขออนุญาตนำเข้าวัคซีนโควิด-19 จากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พร้อมย้ำ ไทยมีนโยบายที่จะฉีดวัคซีนให้ทุกคนที่อยู่ในประเทศ แต่ต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และข้อบังคับตามกฎหมายไทย	<p>โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;ระบุ&nbsp;ยังไม่มีคำขออนุญาตนำเข้าวัคซีนโควิด-19&nbsp;จากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย&nbsp;พร้อมย้ำ&nbsp;ไทยมีนโยบายที่จะฉีดวัคซีนให้ทุกคนที่อยู่ในประเทศ&nbsp;แต่ต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และข้อบังคับตามกฎหมายไทย</p><p><br></p><p>นายธานี&nbsp;แสงรัตน์&nbsp;อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;กล่าวถึงกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่า&nbsp;มีการนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์&nbsp;โดยสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย&nbsp;โดยระบุว่า&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;ได้รับการสอบถามจากสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทยหลายแห่ง&nbsp;เกี่ยวกับการนำเข้าวัคซีนโควิด-19&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยด้วย&nbsp;ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการแจ้งให้ส่วนราชการไทยที่เกี่ยวข้องทราบและพิจารณาแล้ว&nbsp;แต่จนถึงปัจจุบัน&nbsp;สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย&nbsp;ยังไม่มีคำขออนุญาตนำเข้าวัคซีนชนิดใดมายังกระทรวงฯ&nbsp;</p><p><br></p><p>ทั้งนี้&nbsp;รัฐบาลมีนโยบายที่จะฉีดวัคซีนให้ทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย&nbsp;ทั้งคนไทยและคนต่างชาติโดยการฉีดวัคซีนให้กับคนต่างชาติและคณะทูตานุทูต&nbsp;จะยึดถือหลักการเช่นเดียวกับที่ปฏิบัติต่อคนไทย&nbsp;และเป็นไปตามความสมัครใจ&nbsp;และข้อบ่งชี้ทางการแพทย์และสาธารณสุข&nbsp;ซึ่งอธิบดีกรมควบคุมโรค&nbsp;ได้แถลงไปแล้วเมื่อวันที่&nbsp;6&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา&nbsp;พร้อมยืนยันว่า&nbsp;ประเทศไทยยึดมั่นและเคารพพันธกรณีต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เกี่ยวกับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันทางทูตตามกฎหมายระหว่างประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางทูต&nbsp;ค.ศ.1961&nbsp;โดยสถานเอกอัครราชทูตต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ก็มีหน้าที่ที่จะต้องเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;กฎเกณฑ์และข้อบังคับตามกฎหมายไทยด้วยเช่นกัน</p>	12/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512134324875
138	นายกรัฐมนตรี ตรวจความพร้อมการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กลุ่มอาชีพเสี่ยงวันแรก	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;&nbsp;เดินทางมาตรวจความพร้อมการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;กับบุคลากรทางแพทย์&nbsp;เจ้าหน้าที่ด่านหน้าและกลุ่มอาชีพเสี่ยง&nbsp;พร้อมให้กำลังใจกับบุคลากรทางการแพทย์ที่มาให้บริการฉีดวัคซีนในวันนี้&nbsp;ที่จุดบริการบริเวณ&nbsp;sky&nbsp;hall&nbsp;เซ็นทรัลลาดพร้าว&nbsp;โดยกรุงเทพมหานคร&nbsp;ร่วมกับสภาหอการค้าไทยและภาคเอกชน&nbsp;จัดสถานที่นอกสถานพยาบาลฉีดวัคซีน&nbsp;โควิด-19&nbsp;ให้กับกลุ่มเสี่ยงที่ลงทะเบียนไว้แล้ว&nbsp;โดยให้บริการฉีดวันละ&nbsp;&nbsp;1,000&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งเปิดให้บริการฉีดตั้งแต่&nbsp;เวลา&nbsp;8.00&nbsp;น.&nbsp;จนถึง&nbsp;17.00&nbsp;น.</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้ตรวจการจัดระบบที่เป็นขั้นตอน</strong>&nbsp;แบ่งโซนชัดเจน&nbsp;ตั้งแต่จุดคัดกรอง&nbsp;ซึ่งมีเจ้าหน้าที่แนะนำขั้นตอนอย่างละเอียด&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;ก่อนจะเข้ามาพื้นที่ด้านใน&nbsp;โดยมีมาตรการเว้นระยะห่าง&nbsp;ไม่ให้เกิดความแออัด&nbsp;จากนั้นเป็นขั้นตอนวัดสัญญาณชีพ&nbsp;วัดความดัน&nbsp;ชั่งน้ำหนัก&nbsp;สอบถามประวัติ&nbsp;และเข้าสู่การฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;จากโรงพยาบาลรามาธิบดี&nbsp;และโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า&nbsp;หลังจากทำการฉีดวัคซีนเสร็จแล้ว&nbsp;จะต้องนั่งพักคอยสังเกตอาการ&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;และรับใบนัด&nbsp;เพื่อมาฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;ต่อไป</p><p>ทั้งนี้มีประชาชนทยอยเดินทางเข้ารับการฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยทุกคนมีความพร้อมและเตรียมตัวมาอย่างดี&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;พกแอลกอฮอล์&nbsp;เพื่อความปลอดภัย&nbsp;&nbsp;สำหรับศูนย์การค้าเซ็นทรัล&nbsp;นับว่าเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการศูนย์การค้าให้เป็นพื้นที่ฉีดวัคซีนนอกสถานพยาบาลแห่งหนึ่งใน&nbsp;25&nbsp;จุดบริการ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	12/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512153035948
139	โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เผย มีรายงานคนไทย ได้รับบาดเจ็บจากเหตุความรุนแรงในประเทศอิสราเอล 1 ราย	<p><strong>นายธานี&nbsp;แสงรัตน์&nbsp;อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงเทลอาวีฟ&nbsp;ว่า&nbsp;เหตุความไม่สงบในประเทศอิสราเอล&nbsp;ที่ดำเนินมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา&nbsp;ได้ขยายวงออกไปยังพื้นที่ตามเมืองต่างๆ&nbsp;นอกเหนือจากนครเยรูซาเล็ม&nbsp;ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า&nbsp;เหตุความตึงเครียดจะดำเนินต่อไปอีกเนื่องจากมีวันเทศกาลสำคัญทางศาสนาและการเมือง&nbsp;ที่อาจเป็นชนวนเหตุความไม่สงบอย่างต่อเนื่องในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;ได้ประกาศแนะนำให้คนไทยในอิสราเอล&nbsp;เพิ่มความระมัดระวัง&nbsp;ติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด&nbsp;และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอิสราเอลอย่างเคร่งครัด&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;หลีกเลี่ยงการเดินทางไปสถานที่ชุมนุม&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ยังได้ประสานกับแรงงานไทยในพื้นที่ต่างๆ</strong>&nbsp;ที่มีเหตุการณ์ความไม่สงบ&nbsp;ซึ่งล่าสุดทราบว่า&nbsp;มีคนไทยได้รับบาดเจ็บ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;โดยทางสถานเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;กำลังดูแลและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p><p><strong>ส่วนของการจัดเที่ยวบินพิเศษเพื่อนำคนไทยกลับประเทศไทย</strong>&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;11&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;สถานเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;ได้จัดเที่ยวบิน&nbsp;โดยมีคนไทยเดินทางกลับ&nbsp;จำนวน&nbsp;222&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งผู้โดยสารทุกคนมีผลการตรวจว่าปลอดเชื้อโควิด-19&nbsp;ก่อนเดินทาง&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และจะเข้ารับการกักตัวตามหลักเกณฑ์ที่ทางการไทยกำหนด&nbsp;โดยนับตั้งแต่มีสถานการณ์โควิด-19&nbsp;สถานเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;ได้จัดเที่ยวบินพิเศษรวม&nbsp;13&nbsp;ครั้ง&nbsp;ส่งคนไทยกลับประเทศแล้วจำนวน&nbsp;2,827&nbsp;คน</p><p><strong>โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ</strong>&nbsp;ยังได้กล่าวถึงเหตุคนร้ายบุกกราดยิงโรงเรียนในเมืองคาซานทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซีย&nbsp;ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย&nbsp;9&nbsp;คน&nbsp;และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงอีก&nbsp;21&nbsp;คน&nbsp;โดยเบื้องต้น&nbsp;สถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงมอสโก&nbsp;รายงานว่า&nbsp;ไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	12/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512184351109
140	รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง พร้อมคณะลงพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 6 ที่จังหวัดกระบี่	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(12&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นายไชยยศ&nbsp;จิรเมธากร&nbsp;รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง&nbsp;และคณะเข้าพบเพื่อหารือข้อราชการร่วมกับ&nbsp;พันตำรวจโทหม่อมหลวงกิติบดี&nbsp;ประวิตร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสมชาย&nbsp;หาญภักดีปฏิมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;เพื่อติดตามผลความก้าวหน้าและความเหมาะสมของโครงการที่จังหวัดในเขตตรวจราชการที่&nbsp;6&nbsp;(จังหวัดกระบี่&nbsp;)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องรับรอง&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดกระบี่&nbsp;เพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;งบกลาง&nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&nbsp;ของ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;(นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฎ์)&nbsp;ในส่วนของจังหวัดกระบี่&nbsp;ได้สรุปความก้าวหน้าการดำเนินโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบกลางรองนายกรัฐมนตรี&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;โครงการ&nbsp;คือ&nbsp;อุทยานเรียนรู้ใต้ท้องทะเล&nbsp;งบประมาณ&nbsp;3,790,000.-&nbsp;บาท&nbsp;โครงการก่อสร้างระบบผลิตน้ำประปา&nbsp;(Water&nbsp;Treatment&nbsp;System&nbsp;นวัตกรรมไทย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลคลองยาง&nbsp;อำเภอเกาะลันตา&nbsp;ก่อสร้างระบบประปาแบบป๊อกแทงค์ขนาดใหญ่&nbsp;บ้านร่าหมาด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลเกาะกลาง&nbsp;อำเภอเกาะลันตา&nbsp;งบประมาณ&nbsp;5,200,000.-&nbsp;บาท&nbsp;ก่อสร้างระบบประปาแบบ&nbsp;ป็อกแทงค์ขนาดใหญ่&nbsp;บ้านคลองชะมวง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลพรุดินนา&nbsp;อำเภอคลองท่อม&nbsp;5,200,000.-&nbsp;บาท&nbsp;ก่อสร้างระบบประปาแบบป็อกแทงค์ขนาดใหญ่&nbsp;บ้านคลองยี่เหร่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ตำลคลองพน&nbsp;อำเภอคลองท่อม&nbsp;ก่อสร้างระบบผลิตน้ำประปาแบบป๊อกแทงค์ขนาดใหญ่&nbsp;โรงเรียนบ้านบางเหียน&nbsp;ตำบลปลายพระยา&nbsp;อำเภอปลายพระยา&nbsp;ก่อสร้างระบบผลิตน้่ำประปา&nbsp;(Water&nbsp;Treatment&nbsp;System&nbsp;ตามบัญชีนวัตกรรมไทย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลอ่าวลึกน้อย&nbsp;อำเภออ่าวลึก&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;งบประมาณ&nbsp;5,200,000&nbsp;ก่อสร้างระบบประปาแบบป๊อกแทงค์ขนาดใหญ่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;บ้านบางเหลียว&nbsp;ตำบลปลายพระยา&nbsp;อำเภอปลายพระยา&nbsp;งบประมาณ&nbsp;5,538,000.&nbsp;บาท&nbsp;ก่อสร้างระบบประปาแบบป๊อกแทงค์ขนาดใหญ่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;บ้านคลองพระยา&nbsp;ตำบลปลายพระยา&nbsp;อำเภอปลายพระยา&nbsp;งบประมาณ&nbsp;5,997,000.-&nbsp;บาท&nbsp;และก่อสร้างระบบประปาหมู่บ้าน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;บ้านทะเลหอย&nbsp;(ถังเก็บน้ำทรงแชมเปญขนาดความจุ&nbsp;30&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;ความสูง&nbsp;30&nbsp;เมตร&nbsp;รวมเป็นเงินทั้งสิ้น&nbsp;53,546,900.-&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเพื่อคุณภาพที่ชีวิตที่ดีของประชาชนให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์จังหวัดกระบี่&nbsp;พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนสู่สังคมน่าอยู่และปรับตัวเท่าทันต่อบริบทการเปลี่ยนแปลง</p>	12/5/2021	NULL	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513091720187
141	กอ.รมน.จังหวัดตราด ตรวจเยี่ยมและประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนแม่บทฯ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ตร.2 (คลองห้วยแร้ง)	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(12&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;&nbsp;บริเวณที่ทำการหน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;ตร.2&nbsp;(คลองห้วยแร้ง)&nbsp;นาวาเอก&nbsp;อิทธิพล&nbsp;เพ็ชรราม&nbsp;(ร.น.)&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตราด&nbsp;(ฝ่ายทหาร)&nbsp;พร้อมด้วยคณะนายทหาร&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดตราด&nbsp;ลงพื้นที่ตำบลห้วยแร้ง&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;เพื่อตรวจเยี่ยมหน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;ตร.2&nbsp;(คลองห้วยแร้ง)&nbsp;ตามโครงการประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนแม่บท&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;และติดตามดูผลการปฏิบัติงานด้านการปลูกป่าทดแทนพื้นที่ที่ถูกบุกรุกแผ้วถาง&nbsp;การป้องกันและจับกุมผู้บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายจักรพันธ์&nbsp;กุมภะ&nbsp;หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;ตร.2&nbsp;คลองห้วยแร้ง&nbsp;และ&nbsp;ตร.4&nbsp;ด่านชุมพล&nbsp;พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ป้องกันและรักษาป่าฯ&nbsp;ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปผลการปลูกป่าทดแทนพื้นที่ที่ถูกบุกรุกแผ้วถาง&nbsp;และพาลงพื้นที่ตำบลชำราก&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;เพื่อตรวจดูสภาพผืนป่าที่ชุมชนขอขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ป่าชุมชนไว้ใช้สอยต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตราด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำหรับในพื้นที่จังหวัดตราด&nbsp;ยังมีพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติอีกหลายแห่งที่ถูกบุกรุกแผ้วถางจากนายทุน&nbsp;ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการเข้าตรวจยึดไว้หลายแห่งและยังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินคดี&nbsp;หากคดีความสิ้นสุดก็จะต้องทำการประกาศให้เจ้าของเข้าทำการรื้อถอนและดำเนินคดี&nbsp;แต่หากไม่ทำการรื้อถอนเจ้าหน้าที่ก็จะต้องใช้อำนาจตามมาตรา&nbsp;25&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.</p><p>2507&nbsp;เข้าทำการรื้อถอน&nbsp;ในส่วนพื้นที่ๆทำการรื้อถอนไปทั้งหมดจะต้องรีบทำการปลูกป่าทดแทน&nbsp;โดยแปรสภาพเป็นป่าชุมชนให้ประชาชนในพื้นที่ดำเนินการปลูกป่า&nbsp;โดยจะเน้นการปลูกไม้ยืนต้นเพื่อคืนสภาพให้ป่ากลับเป็นป่าที่สมบูรณ์&nbsp;เป็นแหล่งต้นน้ำของความอุดมสมบูรณ์ให้ลูกหลานสืบไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	12/5/2021	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512164550018
142	คณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ มีมติให้บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) บริหารไทยคมหลังหมดสัมปทาน	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ประธานคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2564&nbsp;โดยมีนายชัยวุฒิ&nbsp;ธนาคมานุสรณ์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส)&nbsp;ร่วมประชุม&nbsp;โดยรองนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่าเป็นการติดตามผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับกิจการอวกาศของประเทศ&nbsp;อาทิ&nbsp;การจัดสร้างและจัดส่งดาวเทียมสำรวจของประเทศและการดำเนินการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอวกาศใหม่ในประเทศไทย&nbsp;ตลอดจนการหารือถึงแนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สินหลังสิ้นสุดสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศมีความจำเป็นต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการให้บริการกับทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมเห็นชอบให้&nbsp;บริษัท&nbsp;โทรคมนาคมแห่งชาติ&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)(NT)&nbsp;เป็นผู้บริหารจัดการทรัพย์สินหลังสิ้นสุดสัญญาฯ&nbsp;จนสิ้นสุดอายุทางวิศวกรรมของดาวเทียมและให้เสนอคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณาก่อนกระทรวงดีอีเอสดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป&nbsp;พร้อมเน้นย้ำขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันบูรณาการการทำงานโดยคำนึงถึงเป้าหมายที่ได้กำหนด&nbsp;&nbsp;เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;ความมั่นคง&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;และประชาชนผู้ใช้บริการเพื่อประโยชน์สาธารณะ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมได้พิจารณาการแต่งตั้ง</strong>กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ&nbsp;ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกิจการอวกาศ&nbsp;การป้องกันประเทศ&nbsp;&nbsp;การสื่อสารและกฎหมายอวกาศ&nbsp;โดยเห็นชอบให้ฝ่ายเลขานุการฯ&nbsp;ร่วมกันพิจารณาคัดเลือกรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิตามที่หน่วยงานต่างๆ&nbsp;และเสนอประธานกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติให้ความเห็นชอบก่อนเสนอนายกรัฐมนตรีตามขั้นตอนต่อไป&nbsp;รวมทั้งเห็นชอบการแก้ไขคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อจัดทำนโยบายและแผนการดำเนินการ&nbsp;เฝ้าระวังและบริหารจัดการการจราจรทางอวกาศ&nbsp;ในส่วนของชื่ออนุกรรมการเพื่อความถูกต้องและสอดคล้องกับหน่วยงานอื่น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	12/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512185200117
143	นายกเทศมนตรีตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต แถลงนโยบายต่อที่ประชุมสภาสมัยสามัญ สมัยแรก ประจำปี 2564 เน้นนโยบาย 6 ด้าน ครอบคลุมการพัฒนาแบบครบและทุกมิติ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(วันที่&nbsp;12&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;ที่ห้องประชุมสภาเทศบาลศรีสุนทร&nbsp;นายณรงค์&nbsp;ก่ออินทร์&nbsp;ประธานสภาเทศบาลตำบลศรีสุนทร&nbsp;เป็นประธานในการประชุมสภาเทศบาลตำบลศรีสุนทร&nbsp;สมัยประชุมสามัญ&nbsp;สมัยแรก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;เกิดทรัพย์&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลศรีสุนทร&nbsp;ได้แถลงนโยบายต่อที่ประชุมสภาฯ&nbsp;ในการประชุมสภาสมัยประชุมสามัญสมัยแรก&nbsp;หลังได้รับการเลือกตั้ง&nbsp;ซึ่งมีคณะผู้บริหาร&nbsp;สมาชิกสภา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมในการประชุม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;เกิดทรัพย์&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลศรีสุนทร&nbsp;แถลงนโยบายต่อที่ประชุมสภาฯ&nbsp;ซึ่งมีนโยบายทั้งหมด&nbsp;6&nbsp;ด้าน&nbsp;เน้นครอบคลุมในการพัฒนาแบบครบทุกมิติ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นโยบายด้านการศึกษา&nbsp;นโยบายด้านสุขภาพพลานามัยและสิ่งแวดล้อม&nbsp;นโยบายด้านโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;นโยบายด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;นโยบายด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม&nbsp;และนโยบายด้านการเมือง&nbsp;การปกครองและการบริหาร&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;เกิดทรัพย์&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลศรีสุนทร&nbsp;ตั้งเป้าการบริหารงานของเทศบาลตำบลศรีสุนทร&nbsp;ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ตามนโยบายที่กำหนดไว้&nbsp;เพื่อมุ่งสร้างเสถียรภาพและความมั่นคง&nbsp;มุ่งมั่นและพัฒนาตำบลศรีสุนทร&nbsp;สู่เมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน&nbsp;เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนตำบลศรีสุนทรเป็นสำคัญ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในการประชุมได้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาคัดเลือกคณะกรรมการด้านต่างๆ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คณะกรรมการพัฒนาเทศบาลตำบลศรีสุนทร&nbsp;คณะกรรมตราจรายงานการประชุม&nbsp;คณะกรรมการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา&nbsp;รวมไปถึงการมอบหมายสมาชิกสภาเทศบาลตำบลศรีสุนทร&nbsp;เป็นกรรมการในคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพของเทศบาลตำบลศรีสุนทร&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;มีการแนะนำทีมงานบริหารที่เข้ามาช่วยเหลือการทำงานในด้านการบริหารงานของเทศบาลตำบลศรีสุนทร&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นายสุนัย&nbsp;ปิ่นชัยศิริ&nbsp;เป็นรองนายกเทศมนตรีตำบลศรีสุนทร&nbsp;ลำดับที่&nbsp;1&nbsp;นายจำรัส&nbsp;ดวงจิตต์&nbsp;เป็นรองนายกเทศมนตรีตำบลศรีสุนทร&nbsp;ลำดับที่&nbsp;2&nbsp;นายธนิต&nbsp;วุฒิสุทธิเมธาวี&nbsp;เป็นเลขานุการนายกเทศมนตรีตำบลศรีสุนทร&nbsp;และนายภิวร&nbsp;จัดสร้าง&nbsp;เป็นที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลศรีสุนทร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	12/5/2021	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512173412068
144	ทหารสร้างฝายมีชีวิต แก้ปัญหาภัยแล้งในชุมชน พร้อมเดินหน้าป้องกันยาเสพติด เพื่อสร้างความมั่นคงให้ชุมชนปลอดภัยจากยาเสพติด	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;47&nbsp;จัดกำลังพลของหน่วย&nbsp;ดำเนินการสร้าง&nbsp;ฝายมีชีวิต&nbsp;ณ&nbsp;ชุมชนหมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนาที่&nbsp;11&nbsp;ม.11&nbsp;ต.บาละ&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก&nbsp;ช่วยลดการพังทลายของหน้าดิน&nbsp;และชะลอน้ำมิให้กระแสน้ำไหลหลาก&nbsp;รวมทั้งลดความรุนแรงของการกัดเซาะ&nbsp;อีกทั้งเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงหน้าแล้งให้กับประชาชนในพื้นที่ให้ได้มีแหล่งน้ำสำหรับใช้อุปโภคบริโภค</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการสร้างฝายในครั้งนี้มีโครงสร้างของฝายมาจากธรรมชาติ&nbsp;ใช้วัสดุที่มีในท้องถิ่น&nbsp;เช่น&nbsp;ไม้ไผ่&nbsp;นําไปปักลงในลำน้ำ&nbsp;เสมือนเสาเข็มเรียงกันผูกด้วยเชือก&nbsp;เพื่อยึดโยงเข้าด้วยกัน&nbsp;สำหรับตัวฝายกั้นน้ำจะใช้ทรายบรรจุใส่กระสอบ&nbsp;วางเรียงซ้อนกัน&nbsp;เพื่อให้เป็นฝายมีชีวิต&nbsp;ในการยกระดับน้ำขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำ&nbsp;และเป็นฝายน้ำล้นที่น้ำจะไหลผ่านฝายตลอดเวลา</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะเดียวกันในพื้นที่ศูนย์แรกรับชุมชนบำบัดแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;(CBTX)&nbsp;ครอบครัวกาบัง&nbsp;บ้านลาเต๊าะ&nbsp;(บ้านย่อย&nbsp;บ้านลาแล)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลกาบัง&nbsp;อำเภอกาบัง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;47&nbsp;นำกำลังพลของหน่วย&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กลุ่มเป้าหมายในโครงการขับเคลื่อนกระบวนการชุมชนบำบัดยาเสพติด&nbsp;(CBTx&nbsp;)&nbsp;ครอบครัวกาบัง&nbsp;ร่วมกันดูแล&nbsp;และปรับปรุงพื้นที่ในการดำเนินโครงการฯ&nbsp;รวมทั้งให้ความรู้แก่ผู้ที่เข้าร่วมในโครงการศูนย์แรกรับ/คัดกรองผู้ติดยาเสพติดโดยกระบวนการชุมชน&nbsp;(CBTx)</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการบำบัดฟื้นฟูผู้ใช้ยาเสพติดโดยใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลาง&nbsp;(Community&nbsp;Based&nbsp;Treatment&nbsp;and&nbsp;care)&nbsp;หรือ&nbsp;(CBTx)&nbsp;เป็นรูปแบบการบำบัดในเชิงบูรณาการโดยเฉพาะต่อผู้ใช้และผู้เสพยาเสพติดในชุมชน&nbsp;เพื่อให้เกิดการบำบัดฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่การรักษาระยะเริ่มต้น&nbsp;ถึงการรักษาถอนพิษยาและสร้างความเสถียรภาพ&nbsp;จนถึงการติดตามผลการรักษาและการคืนผู้ป่วยสู่สังคม&nbsp;รวมถึงการบำบัดอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเกี่ยวข้องถึงความร่วมมือกับหลายหน่วยงานที่ให้บริการด้านสุขภาพ&nbsp;สังคม&nbsp;และบริการอื่นๆ&nbsp;เพื่อให้เข้าใจถึงความต้องการของผู้ป่วย&nbsp;ตลอดจนสนับสนุนครอบครัวและชุมชนของผู้ป่วยอย่างเข้มแข็งในการแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในระยะยาว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	12/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512173519069
145	นรข. บูรณาการหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ตรวจยึดกัญชา 188 กก.	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นรข.&nbsp;บูรณาการหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่&nbsp;ตรวจยึดกัญชา&nbsp;188&nbsp;กก.&nbsp;วันที่&nbsp;12&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่สโมสรทหารสัญญาบัตร&nbsp;หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง&nbsp;นครพนม&nbsp;น.อ.ฤทธิ์&nbsp;นาทวงษ์&nbsp;ผบ.นรข.เขตนครพนม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พ.อ.วิทธิพงศ์&nbsp;อรรคคำ&nbsp;รอง&nbsp;ผบ.บก.ควบคุมที่&nbsp;1&nbsp;กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี&nbsp;พ.ต.อ.จตุรงค์&nbsp;มหิทธิโชติ&nbsp;ผกก.สส.ภ.จว.นครพนม&nbsp;พ.ต.ท.อัศรายุทธ&nbsp;ทองลอง&nbsp;สว.ส.รน.กก.10&nbsp;บก.รน.&nbsp;ตำรวจน้ำนครพนม&nbsp;นายประพันธ์ศักดิ์&nbsp;บุตรรัตต์&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารปกครอง&nbsp;และนายจักรพงศ์&nbsp;เที่ยงภักดิ์&nbsp;ปลัดอำเภองานป้องกัน&nbsp;ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดกัญชาจำนวน&nbsp;188&nbsp;แท่ง/กิโลกรัม&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภายหลังชาวบ้านแจ้งว่าจะมีขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่&nbsp;จากเมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นรข.เขตนครพนม&nbsp;ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าจะมีการลักลอบลำเลียงและซุกซ่อนยาเสพติดบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงด้านตอนท้ายเมืองลงไปในตำบลท่าค้อ&nbsp;อำเภอเมืองนครพนม&nbsp;จึงได้มีการรายงานผู้บังคับบัญชาและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันวางแผน&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดย&nbsp;น.ท.วรภัทร&nbsp;แสงสุวรรณ&nbsp;หัวหน้า&nbsp;สน.เรือเขตนครพนม&nbsp;ได้นำกำลังพลร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองนครพนมลาดตระเวนและซุ่มตรวจการณ์&nbsp;ทั้งทางบกและทางน้ำ&nbsp;ซึ่งใช้อยู่&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;กระทั้งเช้าวันนี้&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;5.45&nbsp;น.&nbsp;ในขณะที่ชุดลาดตระเวนทางบกเดินลาดตระเวนริมฝั่งแม่น้ำโขงก็ได้ตรวจพบวัตถุต้องสงสัยเป็นกระสอบสีดำ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;กระสอบวางอยู่ใกล้กับสวนสมุนไพรบ้านท่าค้อ&nbsp;จึงได้มีการส่งสัญญาณและวางกำลังซุ่มอยู่บริเวณดังกล่าวจนเวลาผ่านไป&nbsp;4&nbsp;ชั่วโมงก็ไม่มีผู้ใดเข้ามาในพื้นที่ที่มีวัตถุต้องสงสัยวาง&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้ตัดสินใจเข้าทำการตรวจสอบ&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะเดียวกันชุดลาดตระเวนทางน้ำก็ได้ตรวจพบกระสอบสีดำลอยอยู่ในน้ำในบริเวณใกล้เคียงกันอีก&nbsp;1&nbsp;กระสอบ&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้นำของกลางทั้งหมดมารวมกัน&nbsp;ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าวัตถุภายในกระสอบเป็นยาเสพติดให้โทษ&nbsp;ประเภท&nbsp;5&nbsp;(กัญชา)&nbsp;จำนวน&nbsp;188&nbsp;แท่ง/กิโลกรัม&nbsp;จึงได้ร่วมกันทำบันทึกตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานพร้อมนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน&nbsp;สภ.เมืองนครพนม&nbsp;เพื่อติดตามสืบสวนสอบสวนหาขบวนการผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;&nbsp;&nbsp;:&nbsp;ภาพ&nbsp;/&nbsp;ข่าว/&nbsp;/&nbsp;ส.ปชส.นครพนม</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	12/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512174149073
146	ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ตรวจพื้นที่ตามแนวชายแดนช่องทางธรรมชาติบริเวณช่องโอบก อำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(12&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;พล.ต.ท.ภาณุรัตน์&nbsp;หลักบุญ&nbsp;ผบช.ภ.3&nbsp;เดินทางตรวจพื้นที่แนวชายแดนช่องทางธรรมชาติบริเวณช่องโอบก&nbsp;อำเภอบ้านกรวด&nbsp;จว.บุรีรัมย์&nbsp;โดย&nbsp;พล.ต.ต.รุทธพล&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;พ.ต.อ.ปริญญา&nbsp;พรเดชาพิพัฒ&nbsp;รอง&nbsp;ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์&nbsp;&nbsp;พ.ต.อ.กัมพล&nbsp;&nbsp;วงษ์สงวน&nbsp;&nbsp;ผกก.สภ.บ้านกรวด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;และหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่ตามแนวชายแดนให้การต้อนรับ&nbsp;เพื่อร่วมหาแนวทางป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;และการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;โควิด-19</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	12/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512174300074
147	ปลัดกระทรวงมหาดไทย แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศติดตามตรวจสอบ เฝ้าระวังการลักลอบเล่นการพนันชนไก่ ชนโคและกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มกัน	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายฉัตรชัย&nbsp;พรหมเลิศ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากที่ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19&nbsp;(ศปก.ศบค.)&nbsp;มีมติให้กระทรวงมหาดไทยติดตามและเฝ้าระวัง&nbsp;เพื่อไม่ให้มีการลักลอบเล่นการพนันและกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มกันอย่างเข้มงวด&nbsp;จึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด&nbsp;ประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งกำชับนายอำเภอ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และผู้นำชุมชน&nbsp;ติดตาม&nbsp;กำกับ&nbsp;ตรวจสอบและเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดไม่ให้มีการลักลอบเล่นการพนัน&nbsp;ชนไก่&nbsp;ชนโค&nbsp;รวมถึงกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มกัน&nbsp;เช่น&nbsp;งานบุญ&nbsp;งานเลี้ยง&nbsp;งานสัมมนาในที่ทำงาน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในทุกจังหวัด&nbsp;และเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	12/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512183702105
148	ไทย-เวียดนาม พร้อมกระชับความร่วมมือเศรษฐกิจในช่วงความท้าทายสถานการณ์โควิด-19 มุ่งกระชับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็งระหว่างกันอย่างรอบด้าน	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;หารือทางโทรศัพท์กับนายฝ่าม&nbsp;มิงห์&nbsp;จิ๋งห์&nbsp;(H.E.&nbsp;Mr.&nbsp;Pham&nbsp;Minh&nbsp;Chinh)&nbsp;นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม&nbsp;เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีเวียดนามเข้ารับตำแหน่งใหม่&nbsp;พร้อมเชิญให้นายจิ๋งห์มาเยือนประเทศไทย</p><p><strong>ด้านนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม</strong>&nbsp;รู้สึกเป็นเกียรติที่นายกรัฐมนตรีไทยแสดงความยินดีในวันนี้&nbsp;พร้อมที่จะดำเนินนโยบายตามยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเวียดนาม&nbsp;2021-2025&nbsp;รวมทั้งเดินหน้าพัฒนานวัตกรรม&nbsp;และพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศต่างๆ&nbsp;ในโอกาสนี้เวียดนามชื่นชมความมุ่งมั่นของไทยในการควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;และพร้อมร่วมมือเพื่อแลกเปลี่ยนเอาชนะความท้าทายครั้งนี้ไปด้วยกัน</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับกลไกความร่วมมือทวิภาคีไทย-เวียดนาม</strong>&nbsp;ซึ่งหวังจะเห็นการร่วมลงนามในแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระยะที่&nbsp;2&nbsp;และเห็นพ้องที่จะจัดการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการไทย-เวียดนาม&nbsp;&nbsp;(Joint&nbsp;Cabinet&nbsp;Retreat:&nbsp;JCR)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;ในโอกาสแรก&nbsp;โดยจัดตามรูปแบบที่เหมาะสมและเอื้ออำนวยกับสถานการณ์</p><p><strong>ขณะที่ด้านเศรษฐกิจมุ่งมั่นจะกระชับความร่วมมือและลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน</strong>&nbsp;ตลอดจนพิจารณาลดข้อกำหนดในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกแก่กันด้วย</p><p><strong>ในส่วนของความร่วมมือพหุภาคี</strong>&nbsp;ไทยและเวียดนามยืนยันสนับสนุนการส่งเสริมความเชี่อมโยงในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและเวียดนามพร้อมสนับสนุนไทยในกรอบความร่วมมือเอเปค&nbsp;ซึ่งไทยจะดำรงตำแหน่งเจ้าภาพเอเปคในปี&nbsp;2565&nbsp;ในโอกาสนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมบทบาทของเวียดนามในฐานะประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ&nbsp;(UNSC)&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลักดันให้เกิดการสนับสนุนบทบาทของอาเซียนต่อสถานการณ์ในเมียนมา</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	12/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512185554120
149	ครม.อนุมัติมาตรการส่งเสริมชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดช่วยลดฝุ่น PM 2.5	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อย&nbsp;ตัดอ้อยสดฤดูการผลิตปี&nbsp;63/64&nbsp;วงเงิน&nbsp;6,056&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยใช้แหล่งเงินทุนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการฤดูการผลิตปี&nbsp;63/64&nbsp;รัฐช่วยเหลือเฉพาะชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีส่งโรงงาน&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;300,000&nbsp;ราย&nbsp;ช่วยเหลืออัตรา&nbsp;120&nbsp;บาทต่อตัน&nbsp;ตั้งเป้าหมายอ้อยสดร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ของปริมาณอ้อยคาดการณ์&nbsp;70&nbsp;ล้านตัน&nbsp;คิดเป็นอ้อยสด&nbsp;56&nbsp;ล้านตัน&nbsp;โดยจ่ายเงินช่วยเหลือเพียงครั้งเดียวหลังปิดหีบระหว่างเดือน&nbsp;มิ.ย.-ก.ย.64&nbsp;โดย&nbsp;ธ.ก.ส.จะโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรทุกรายโดยตรง&nbsp;ทั้งที่เป็นคู่สัญญากับโรงงานและเกษตรกรรายย่อยที่ส่ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนโครงการฤดูการผลิตปี&nbsp;62/63&nbsp;ได้จ่ายเงินช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดแล้ว&nbsp;1.33&nbsp;แสนราย&nbsp;เป็นเงินจำนวน&nbsp;3,457&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีปริมาณอ้อยสดส่งเข้าโรงงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;37.58&nbsp;ล้านตัน&nbsp;และมีปริมาณอ้อยไฟไหม้ลดลงเหลือร้อยละ&nbsp;49.65&nbsp;ของปริมาณอ้อยเข้าหีบทั้งหมด&nbsp;เมื่อเทียบกับปริมาณอ้อยไฟไหม้ในฤดูกาลผลิตปี&nbsp;61/62&nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&nbsp;61.11&nbsp;ของปริมาณอ้อยเข้าหีบทั้งหมด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประโยชน์ของมาตรการดังกล่าว&nbsp;จะช่วยแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ส่วนหนึ่งเกิดจากการเผาอ้อยในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว&nbsp;ช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดให้มีรายได้มากกว่าชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยไฟไหม้&nbsp;จูงใจให้ตัดอ้อยสดส่งโรงงานมากขึ้น&nbsp;รวมทั้งช่วยให้ชาวไร่อ้อยมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอในการประกอบอาชีพ</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	13/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513094305197
150	ครม.เห็นชอบมาตรการเยียวยาประชาชนและฟื้นฟูเศรษฐกิจ จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ระลอกเมษายน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;มีมติเห็นชอบจ่ายเงินเยียวยาประชาชน&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;เราชนะ&nbsp;และ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;เพิ่มเติมอีกคนละ&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;ตามที่คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้นำเสนอ&nbsp;รวมวงเงินทั้งสิ้น&nbsp;96,741.47&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งเป็นเงินจากวงเงินกู้จำนวน&nbsp;85,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;(พ.ร.ก.เงินกู้ฯ&nbsp;1&nbsp;ล้านล้านบาท)&nbsp;เพื่อเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ระลอกเดือนเมษายน&nbsp;ตามมติ&nbsp;ครม.&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;โครงการเราชนะ&nbsp;มีกลุ่มเป้าหมายทั้งสิ้น&nbsp;33.5&nbsp;ล้านคน&nbsp;จะได้รับเงินเยียวยางวดละ&nbsp;1,000&nbsp;บาทต่อสัปดาห์&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;รวมวงเงินทั้งสิ้น&nbsp;67,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งกลุ่มเป้าหมายมี&nbsp;4&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;และกลุ่มผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;กลุ่มนี้จะได้รับเงินเยียวยางวดละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-งวดแรกในวันที่&nbsp;21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-งวดที่&nbsp;2&nbsp;ในวันที่&nbsp;28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;</p><p>กลุ่มที่มีแอปฯ&nbsp;เป๋าตัง&nbsp;และกลุ่มผู้ลงทะเบียน&nbsp;จะได้รับเงินเยียวยางวดละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-งวดแรกในวันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-งวดที่&nbsp;2&nbsp;ในวันที่&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564</p><p>วงเงินที่ได้รับจากโครงการนี้&nbsp;สามารถสะสมเพื่อใช้จ่ายได้ไม่เกินวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;โครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;มีกลุ่มเป้าหมายทั้งสิ้น&nbsp;8.11&nbsp;ล้านคน&nbsp;และกลุ่มที่อยู่ระหว่างทบทวนสิทธิอีก&nbsp;30,000&nbsp;คน&nbsp;จะได้รับเงินเยียวยางวดละ&nbsp;1,000&nbsp;บาทต่อสัปดาห์&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;รวมวงเงินทั้งสิ้น&nbsp;48,841.47&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือ&nbsp;เพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;11,741.47&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จากกรอบวงเงินเดิมที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติจำนวน&nbsp;37,100&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยผู้ประกันตนจะได้รับการโอนเงินงวดละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;งวดแรกในวันที่&nbsp;24&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;งวดที่&nbsp;2&nbsp;ในวันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;วงเงินที่ได้รับจากโครงการนี้&nbsp;สามารถสะสมเพื่อใช้จ่ายได้ไม่เกินวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	13/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513094555200
151	ภาพรวมเตียงในโรงพยาบาลสนามของเหล่าทัพ พื้นที่กรุงเทพมหานครและภูมิภาค ยังว่างกว่า 2,200 เตียง	<p><strong>กองทัพบก&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;กองทัพอากาศและกองบัญชาการกองทัพไทย</strong>&nbsp;เปิดเผยข้อมูลจำนวนเตียงในโรงพยาบาลสนาม&nbsp;รองรับผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;ที่ยังคงมีจำนวนเพิ่มขึ้น&nbsp;กองทัพบก&nbsp;มีเตียงในโรงพยาบาลสนามทั้งหมด&nbsp;1,894&nbsp;เตียง&nbsp;ขณะนี้ใช้ไปแล้ว&nbsp;393&nbsp;เตียง&nbsp;ยังเหลือว่างรวม&nbsp;1,501&nbsp;เตียง</p><p><strong>กองทัพเรือ&nbsp;ขณะนี้จำนวนเตียงในโรงพยาบาลของกองทัพเรือทั้ง&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;</strong>ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและจันทบุรี&nbsp;มีเตียงทั้งหมด&nbsp;840&nbsp;เตียง&nbsp;ขณะนี้ใช้งานแล้ว&nbsp;182&nbsp;เตียง&nbsp;เหลือว่าง&nbsp;658&nbsp;เตียง</p><p><strong>โรงพยาบาลสนามกองทัพอากาศ&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;</strong>ในพื้นที่ดอนเมือง&nbsp;และโรงเรียนการบินกำแพงแสน&nbsp;จังหวัดนครปฐม&nbsp;มีทั้งหมด&nbsp;240&nbsp;เตียง&nbsp;ปัจจุบันมียอดผู้เข้าพัก&nbsp;145&nbsp;เตียง&nbsp;ยังเหลือว่าง&nbsp;95&nbsp;เตียง</p><p><strong>กองบัญชาการกองทัพไทย</strong>&nbsp;ที่ศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;มีทั้งหมด&nbsp;90&nbsp;เตียง&nbsp;ปัจจุบันมีผู้เข้าพักแล้ว&nbsp;48&nbsp;เตียง&nbsp;เหลือว่าง&nbsp;42&nbsp;เตียง</p><p><br></p><p><br></p>	13/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513145827414
152	รมว.มหาดไทย เน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเร่งทำความเข้าใจและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด -19 ให้มากที่สุด	"<p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเร่งทำความเข้าใจและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;-19&nbsp;ให้มากที่สุด&nbsp;รวมถึงป้องกันการลักลอบเข้าประเทศและย้ายแรงงานผิดกฎหมายตามแนวชายแดนโดยเด็ดขาด</span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;พลเอก?&nbsp;อนุพงษ์?&nbsp;เผ่าจินดา?&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ประชุมด่วนร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ?&nbsp;ผ่านระบบวีดีทัศน์ทางไกล&nbsp;(Video&nbsp;Conference)&nbsp;โดยกำชับทุกจังหวัดต้องเร่งทำความเข้าใจและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;-19&nbsp;ให้มากที่สุด&nbsp;กรณีกลุ่มผู้สูงอายุ?&nbsp;ให้ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;/กำนันผู้ใหญ่บ้านยึด?แนวทางเคาะประตู?บ้านอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนหมอพร้อม&nbsp;สร้างความเข้าใจและอธิบายข้อดีของการฉีดวัคซีนทั้งเพื่อความปลอดภัยของตัวเองและหยุดการแพร่ระบาดในประเทศ&nbsp;เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ลงทะเบียนให้มากที่สุด&nbsp;รวมทั้งเตรียมพร้อมและทำความเข้าใจเพื่อชี้แจงประชาชนในเรื่องการเข้ารับวัคซีนโดยไม่ต้องลงทะเบียน&nbsp;(walk&nbsp;in)&nbsp;ฉีดวัคซีนเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนและปัญหาความไม่พอใจตามมา?&nbsp;นอกจากนี้?&nbsp;สิ่งสำคัญ&nbsp;คือต้องไม่ให้มีการลักลอบเข้าประเทศและย้ายแรงงานผิดกฎหมายตามแนวชายแดนโดยเด็ดขาด&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;31&nbsp;จังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายแดนขอให้เพิ่มมาตรการลาดตระเวน&nbsp;ตั้งด่านและตรวจสอบบุคคลเข้า-ออก&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;และรู้เท่ากันการหลบเลี่ยงหนีเข้าประเทศ</p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;นายฉัตรชัย&nbsp;พรหมเลิศ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;สั่งการฝ่ายปกครองตรวจสอบและเฝ้าระวังการลักลอบเล่นการพนันชนไก่&nbsp;ชนโค&nbsp;และกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มกันเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เกิดคลัสเตอร์แบบเดิม&nbsp;หรื&nbsp;เกิดคลัสเตอร์ใหม่ที่คาดไม่ถึง</span></p>"	13/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513104958241
153	มท.1 มอบนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัด เน้นย้ำมาตรการควบคุมเข้มการลักลอบเข้าประเทศและการเตรียมความพร้อมฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ขณะที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีผู้ลงทะเบียนจองวัคซีนแล้ว 31,860 ราย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มท.1&nbsp;มอบนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;เน้นย้ำมาตรการควบคุมเข้มการลักลอบเข้าประเทศและการเตรียมความพร้อมฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ขณะที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีผู้ลงทะเบียนจองวัคซีนแล้ว&nbsp;31,860&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้(13&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุมรับมอบนโยบายการป้องกัน&nbsp;ควบคุม&nbsp;และแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;และหารือข้อราชการอื่นๆ&nbsp;ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล&nbsp;(Video&nbsp;Conference)&nbsp;โดยมีพลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เป็นประธานมอบนโยบายจากห้องประชุมราชสีห์&nbsp;ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย</p><p>&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดย&nbsp;รมว.มหาดไทย&nbsp;ได้มอบนโยบายที่สำคัญให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การเตรียมความพร้อมฉีดวัคซีน&nbsp;มาตรการควบคุมการลักลอบเข้าประเทศและการเคลื่อนย้ายแรงงานผิดกฎหมายตามแนวชายแดน&nbsp;การป้องกันการรวมกลุ่มเพื่อลดความเสี่ยงจากการระบาดของโควิด-19&nbsp;มาตรการตรวจคัดกรองเชิงรุก&nbsp;การดำเนินการโรงพยาบาลสนามและระบบส่งต่อ&nbsp;นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในช่วงฤดูฝน&nbsp;การจัดตั้งศูนย์อำนวยการขจัดความยากจน&nbsp;และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง(ศจพ.)&nbsp;ในระดับจังหวัด&nbsp;ติดตามโครงการพัฒนาและส่งเสริมความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;และมอบนโยบายด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด</p><p>&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การลงทะเบียนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่มีอายุ&nbsp;60&nbsp;ปีขึ้นไปและกลุ่ม&nbsp;7&nbsp;โรคเรื้อรัง&nbsp;ที่อยู่ในระบบทะเบียนของจังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้น&nbsp;มีจำนวน&nbsp;207,607&nbsp;ราย&nbsp;ล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนแล้ว&nbsp;31,860&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดจะดำเนินการลงทะเบียนได้แล้วเสร็จภายใน&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;และกำหนดฉีดเข็มแรกในวันที่&nbsp;7&nbsp;มิถุนายน&nbsp;ที่จะถึงนี้&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดมีเป้าหมายและมีความตั้งใจให้กลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;และผู้ป่วย&nbsp;7&nbsp;โรคเรื้อรัง&nbsp;ได้เข้าถึงวัคซีน&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;และลดการเสียชีวิตจากการติดเชื้อได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	13/5/2021	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513113108264
154	นายกรัฐมนตรี สั่งทุกส่วนราชการ หน่วยงานรัฐกำหนดเกณฑ์คัดเลือกบุคคลให้ครอบคลุมถึงความประพฤติและจริยธรรม	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;มีข้อสั่งการให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์&nbsp;และคุณสมบัติในการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุเข้ารับราชการ&nbsp;หรือจัดจ้างเป็นพนักงาน&nbsp;พนักงานราช&nbsp;ลูกจ้างของราชการ&nbsp;หรือหน่วยงานของรัฐตามแต่กรณีให้ครอบคลุมถึงพฤติกรรมและมาตรฐานทางจริยธรรมที่ถูกต้องดีงามด้วย&nbsp;เพื่อให้ได้มาซึ่งบุคลากรของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่มีความรู้ความสามารถ&nbsp;มีความประพฤติเหมาะสม&nbsp;รวมทั้งมีคุณสมบัติในการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่ดี&nbsp;ซึ่งจะมีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาด้านจริยธรรมในภาคราชการและสังคมไทยในภาพรวมต่อไป&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นอกจากนี้&nbsp;ในการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อเลื่อนเงินเดือน&nbsp;ค่าตอบแทน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;หรือเพื่อต่อสัญญาให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐนำหลักเกณฑ์ด้านความประพฤติและมาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาด้วยอย่างเคร่งครัด</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นางสาวไตรศุลี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ให้ความสำคัญแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้จริยธรรมที่เข้มงวดและยังเห็นชอบ&nbsp;ประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง&nbsp;เพื่อเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์&nbsp;ในการประพฤติปฏิบัติของข้าราชการการเมืองที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น&nbsp;โดยกำหนดให้ข้าราชการการเมือง&nbsp;ต้องยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ&nbsp;รวมถึงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความชื่อสัตย์สุจริต&nbsp;มีจิตสำนึกที่ดีและรับผิดชอบต่อหน้าที่&nbsp;กล้าตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม&nbsp;ยึดถือประโยชน์ส่วนรวม&nbsp;ไม่เลือกปฏิบัติ&nbsp;เป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	13/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513143045388
155	ศปก.ศบค.ประเมินยอดผู้ป่วยในไทยยังทรงตัว ระบุ บ่อน-ลอบเข้าเมืองเป็นแหล่งแพร่เชื้อโควิด-19 สั่งการเข้ม	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์&nbsp;โควิด-19&nbsp;(ศปก.ศบค.)</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ของศูนย์ฯ&nbsp;@oc_ccsa&nbsp;ถึงประเด็นการหารือในที่ประชุม&nbsp;ศปก.ศบค.&nbsp;ซึ่งมีพลเอก&nbsp;ณัฐพล&nbsp;นาคพาณิชย์&nbsp;เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;สมช.&nbsp;เป็นประธานว่า&nbsp;ศปก.ศบค.ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ประจำวัน&nbsp;โดยพบว่าประเทศไทยยังพบผู้ติดเชื้อต่อเนื่องและมีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการสัมผัสในครอบครัวและที่ทำงาน&nbsp;รวมถึงยังพบผู้ติดเชื้อจากกิจกรรมผิดกฎหมาย&nbsp;อาทิ&nbsp;การพนันและการลักลอบเข้าเมือง&nbsp;สำหรับการแพร่ระบาดในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลมีแนวโน้มคงตัวและพบในกลุ่มเฉพาะคือ&nbsp;กรณีในเรือนจำ&nbsp;ขณะที่การระบาดในต่างจังหวัดและภูมิภาคนั้นมีแนวโน้มลดลง&nbsp;ขณะเดียวกันมีหลายจังหวัดพบผู้ติดเชื้อที่เกิดจากมีกิจกรรมรวมกลุ่มกันในที่ทำงานและเดินทางกลับต่างจังหวัด</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับมาตรการที่ต้องดำเนินการต่อไป&nbsp;ที่ประชุม&nbsp;เห็นว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ต้องกำกับติดตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคในทุกพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือนจำและที่ต้องขังทั่วประเทศ&nbsp;ต้องเน้นย้ำการตรวจค้นหาเชิงรุกในกรุงเทพฯ&nbsp;และปริมณฑล&nbsp;รวมถึงเน้นย้ำให้จังหวัดตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดในพื้นที่ชายแดนต้องเฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมืองด้วย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	13/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513143228389
156	ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สั่งคุมเข้มตลอดแนวชายแดน สกัดโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่เข้าไทย 	<p><strong>พลตำรวจโท&nbsp;สมพงษ์&nbsp;ชิงดวง&nbsp;ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>พลตำรวจเอก&nbsp;สุวัฒน์&nbsp;แจ้งยอดสุข&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&nbsp;ได้สั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;จัดทำแผนในการป้องกันตลอดแนวชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมด&nbsp;เพื่อป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง&nbsp;เสี่ยงต่อการนำเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;กลายพันธุ์&nbsp;ทั้งสายพันธุ์อินเดียและแอฟริกา&nbsp;เข้าประเทศ&nbsp;จึงให้ปรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสนามบิน&nbsp;ที่ปริมาณงานลดน้อยลงเสริมกำลังตรวจคนเข้าเมืองทุกจังหวัดตามแนวชายแดน&nbsp;เพื่อเพิ่มความเข้มการตรวจตราและนำรถตรวจการณ์อัจฉริยะ&nbsp;ตรวจตามด่านสำคัญต่างๆ&nbsp;โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&nbsp;เตรียมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและดูการปฎิบัติเร็วๆ&nbsp;นี้&nbsp;ซึ่งจากการมาตรการต่างๆ&nbsp;เชื่อว่า&nbsp;จะควบคุมสถานการณ์การลักลอบหนีเข้าเมืองได้</p><p><strong>ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;กำลังพลในสังกัด&nbsp;ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;เข็มแรกไปแล้วร้อยละ&nbsp;51&nbsp;และฉีดเข็มที่&nbsp;2&nbsp;ไปแล้วร้อยละ&nbsp;38&nbsp;โดยยอมรับว่า&nbsp;มีตำรวจบางนายไม่กล้ารับการฉีดวัคซีน&nbsp;เพราะมีปัญหาเรื่องโรคประจำตัว&nbsp;แต่ขณะนี้ส่วนใหญ่มีความเข้าใจและรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนที่ถูกต้องมากขึ้น&nbsp;ทำให้ประสงค์จะรับการฉีด&nbsp;เช่นเดียวกับประชาชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนโรงพยาบาลสนามของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;ที่ได้จัดตั้งขึ้นขณะนี้&nbsp;ได้ปรับปรุงทั้งห้องน้ำและติดตั้งพัดลมระบายอากาศ&nbsp;พร้อมรองรับประชาชนที่ติดเชื้อและอาการไม่หนักเข้ามารับการรักษาแล้ว&nbsp;ส่วนผู้ต้องกักที่รักษาหายดี&nbsp;เริ่มทยอยผลักดันออกนอกประเทศแล้ว</p><p><br></p><p><br></p>	13/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513145051407
157	ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จับหญิงไทยรับจ้างชาวอินเดียจดทะเบียนสมรส ได้ค่าจ้าง 5,000 บาท เพื่อยื่นขออยู่ต่อในไทย 	<p><strong>พลตำรวจโท&nbsp;สมพงษ์&nbsp;ชิงดวง&nbsp;ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง</strong>&nbsp;แถลงผลการจับนางสาวสุรีพร&nbsp;ซึ่งร่วมกับนายนิราช&nbsp;สัญชาติอินเดีย&nbsp;ที่ถูกจับกุมไปแล้วก่อนหน้านี้&nbsp;สืบเนื่องจากนางสาวสุรีพร&nbsp;จัดฉากแต่งงานกับนายนิราช&nbsp;เพื่อให้เจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองหลงเชื่อและให้สิทธิอนุญาตให้อยู่ต่อในราชอาณาจักรแบบอุปการะครอบครัวคนไทย&nbsp;แต่ในทางพฤตินัยแล้ว&nbsp;ทั้งสองคนไม่ได้มีความสัมพันธ์อยู่กินกันฉันสามีภรรยาแต่อย่างใด&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ติดตามจับนางสาวสุรีพร&nbsp;ได้ที่บ้านหลังหนึ่ง&nbsp;ในจังหวัดปราจีนบุรี</p><p><strong>&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;รับสารภาพว่า</strong>&nbsp;รับจ้างจากนายนิราชให้จดทะเบียนสมรสด้วย&nbsp;ในราคา&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;และร่วมกันปลอมสัญญาเช่าที่พักอาศัยในกรุงเทพฯ&nbsp;แล้วนำมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ให้หลงเชื่อ&nbsp;อีกทั้งยังเป็นคนพานายนิราช&nbsp;ไปแสดงความจำนงยื่นขออยู่ต่อฯ&nbsp;อีกด้วย&nbsp;ซึ่งพฤติกรรรมลักษณะนี้&nbsp;&nbsp;นอกจากจะสนับสนุนให้ชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์เข้ามาก่ออาชญากรรมแล้ว&nbsp;ยังเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์อินเดียด้วย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ตำรวจยังจับชายชาวอินเดีย</strong>&nbsp;ได้ที่บ้านเช่า&nbsp;ในจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;หลังตรวจสอบด้วยระบบไบโอเมตทริกส์&nbsp;พบว่า&nbsp;มีการเปลี่ยนแปลงชื่อและเคยต้องโทษฐานอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนด&nbsp;พร้อมถูกขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าประเทศ&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;จากการสอบสวน&nbsp;ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า&nbsp;มีการเปลี่ยนชื่อและหนังสือเดินทางจริง&nbsp;ก่อนเดินทางเข้าไทย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;สิงหาคม2562&nbsp;&nbsp;แล้วซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษเรื่อยมา&nbsp;จนกระทั่งถูกจับ&nbsp;ตำรวจจึงนำตัวไปตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ผลปรากฏเป็นลบ&nbsp;จึงได้ควบคุมตัวเพื่อดำเนินการผลักดันส่งกลับประเทศต้นทางต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>	13/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513144806403
158	ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประจวบคีรีขันธ์ จับคนไทยรับจ้างขนต่างด้าวเข้าไทย ได้ค่าจ้างหัวละ1,500 บาท 	<p><strong>พลตำรวจโท&nbsp;สมพงษ์&nbsp;ชิงดวง&nbsp;ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง</strong>&nbsp;แถลงจับกุมนายเกรียงไกร&nbsp;ผู้ต้องหาชาวไทยและชาวเมียนมาอีก&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;พร้อมตรวจยึดรถตู้จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;หลังเจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนพบกลุ่มขบวนการลักลอบนำคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;และทราบว่า&nbsp;ครั้งนี้มีการใช้ยานพาหนะเป็นรถตู้&nbsp;ใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม&nbsp;ช่วงอำเภอบางสะพานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;จึงทำการวางแผนเข้าจับกุม&nbsp;จนพบรถตู้คันดังกล่าว&nbsp;ตรวจสอบทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทาง&nbsp;ไม่มีวีซ่าในการทำงานในประเทศไทย&nbsp;จึงควบคุมตัวทั้งหมดไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย&nbsp;</p><p><strong>จากการซักถามนายเกรียงไกร&nbsp;ให้การยอมรับว่า</strong>&nbsp;ได้รับการว่าจ้างให้เป็นผู้ขับรถนำคนต่างด้าวเข้ามาจากช่องทางธรรมชาติที่จังหวัดระนอง&nbsp;นำส่งปลายทางจังหวัดสมุทรสาครได้รับค้าจ้างในการขนส่งหัวละ&nbsp;1,500&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนคนชาวเมียนมาที่หลบหนีเข้ามานั้น&nbsp;รับสารภาพว่า&nbsp;เข้ามาทางช่องทางธรรมชาติที่จังหวัดระนอง&nbsp;มีนายหน้ารับดำเนินการ&nbsp;เสียค่าใช้จ่ายคนละ&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ทางตรวจคนเข้าเมืองประจวบคีรีขันธ์&nbsp;จะรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อขยายผลติดตามขบวนการที่เหลือมาดำเนินคดี</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ตรวจคนเข้าเมืองนครพนม&nbsp;</strong>ยังได้ตรึงกำลังเข้มตลอดแนวชายแดน&nbsp;เพื่อสกัดกั้นการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยตลอดเดือนที่ผ่านมา&nbsp;จับกุมชาวชาวลาวและกัมพูชา&nbsp;จำนวน&nbsp;52&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่จับกุมนายวิรัตน์&nbsp;ขณะใช้รถยนต์บรรทุกรับคนต่างด้าวสัญชาติลาวมาจากจุดต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนครพนมและขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการอีก&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	13/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513144943405
159	ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ย้ำการเสียชีวิตของสารวัตรห้องกัก ตม. ไม่ได้เกิดจากวัคซีนโควิด-19 แต่เกิดจากระบบหัวใจล้มเหลวจากการทำงานหนัก	<p><strong>พลตำรวจโท&nbsp;สมพงษ์&nbsp;ชิงดวง&nbsp;ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;ย้ำว่า</strong>&nbsp;การเสียชีวิตของพันตำรวจโท&nbsp;วิญญู&nbsp;พันธุ&nbsp;สารวัตรกองกำกับการ&nbsp;3&nbsp;(ห้องกัก)&nbsp;กองบังคับการสืบสวน&nbsp;สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;โดยยืนยันสาเหตุ&nbsp;มาจากระบบหัวใจล้มเหลว&nbsp;จากการทำงานหนัก&nbsp;ไม่ได้กลับบ้าน&nbsp;โดยได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;8&nbsp;เมษายนที่ผ่านมาแล้ว&nbsp;จึงไม่เกี่ยวกับวัคซีนแต่อย่างใด&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง</strong>&nbsp;ได้เผยแพร่เอกสารชี้แจงเพิ่มเติมถึงการเสียชีวิตของพันตำรวจโทวิญญู&nbsp;ว่าได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา&nbsp;ให้ดำเนินการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามชั่วคราวฯ&nbsp;เพื่อรองรับผู้ต้องกักที่ติดเชื้อ&nbsp;โดยได้ดำเนินการและปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่&nbsp;&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;ถึง&nbsp;22&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ซึ่งแม้จะอยู่ใกล้ชิดกับกลุ่มเสี่ยง&nbsp;แต่มีการดูแลตนเองเป็นอย่างดี&nbsp;ได้ทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ทุก&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ผลการตรวจครั้งล่าสุด&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ไม่พบเชื้อ&nbsp;รวมถึงได้มีการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ครบเข็มที่&nbsp;2&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;ระหว่างฉีดวัคซีนไม่มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด</p><p><br></p><p><br></p>	13/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513150705424
160	ศาลอาญา ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโควิด หลังพบไทม์ไลน์ส่วนหนึ่งของรุ้ง ปนัสยา อยู่ที่ศาล ขณะที่ผลตรวจเจ้าหน้าที่ทุกคนเป็นลบ	<p><strong>นายสุริยัณห์&nbsp;หงษ์วิไล&nbsp;โฆษกศาลยุติธรรม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;หลังทราบว่า&nbsp;นางสาวปนัสยา&nbsp;สิทธิจิรวัฒนกุล&nbsp;หรือรุ้ง&nbsp;จำเลยในคดีชุมนุมปักหมุดสนามหลวง&nbsp;ตรวจพบเป็นโรคโควิด-19&nbsp;และไทม์ไลน์ช่วงหนึ่งอยู่ที่ศาลอาญา&nbsp;ถนนรัชดาภิเษก&nbsp;ในวันนัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว&nbsp;เบื้องต้นทางศาลอาญา&nbsp;ดำเนินการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อที่ห้องพิจารณาคดีและพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ตามมาตรการทำความสะอาดภายหลังการพิจารณาคดีแล้วเสร็จและพ่นฆ่าเชื้อซ้ำอีกครั้ง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา&nbsp;พร้อมประสานไปยังกรมควบคุมโรคติดต่อ&nbsp;ให้เข้ามาสอบสวนโรคเพื่อประเมินระดับความเสี่ยงของบุคลากรเจ้าหน้าที่ศาลอาญาที่สัมผัสโรคและดำเนินมาตรการป้องกันควบคุมโรคตามขั้นตอนของทางสาธารณสุข&nbsp;ส่วนบุคลากรของศาลอาญาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในวันนัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว&nbsp;ได้รับการประเมินว่า&nbsp;เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำเนื่องจาก&nbsp;อยู่ห่างจากผู้ติดเชื้อดังกล่าวมากกว่า&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;และได้เดินทางไปตรวจหาเชื้อ&nbsp;ช่วงบ่ายวันที่&nbsp;12&nbsp;พฤษภาคมแล้ว&nbsp;และทราบผลเป็นลบทุกคน&nbsp;ไม่พบการติดเชื้อ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตั้งแต่มีการเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่</strong>&nbsp;ศาลอาญาได้ให้บุคลากรและเจ้าหน้าที่&nbsp;ตรวจหาเชื้อไปแล้ว&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;ผลการตรวจ&nbsp;ไม่มีผู้ใดติดเชื้อและศาลอาญา&nbsp;ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p>	13/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513150155419
161	รองนายกรัฐมนตรี เปิดประชุมทางวิชาการระดับชาติ ว่าด้วยงานยุติธรรม ครั้งที่ 18 ย้ำกระบวนการยุติธรรมต้องปรับตัว ถามวิถี New Normal	"<p><strong>นายวิษณุ&nbsp;เครืองาม&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงานการประชุมทางวิชาการระดับชาติว่าด้วยงานยุติธรรม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;18&nbsp;ในหัวข้อ&nbsp;การอำนวยความยุติธรรมในยุควิถีใหม่&nbsp;สู่ประชาชน&nbsp;ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเร้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;13&nbsp;&nbsp;14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จัดขึ้นโดยสำนักงานกิจการยุติธรรมกระทรวงยุติธรรม&nbsp;โดยผ่านระบบออนไลน์เต็มรูปแบบ&nbsp;หลังเกิดสถานการณ์การระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;</p><p><strong>พันตำรวจโท&nbsp;พงษ์ธร&nbsp;ธัญญสิริ</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรมกระทรวงยุติธรรม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เวทีนี้เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวคิดนโยบายของผู้บริหารในกระบวนการยุติธรรม&nbsp;นักวิชาการ&nbsp;องค์กรภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;รวมถึงภาคประชาสังคม&nbsp;ในการแสวงหาแนวทางการอำนวยความยุติธรรมที่จะต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์&nbsp;ในยุควิถีใหม่&nbsp;หรือ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ประกอบกับความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ทันสมัย&nbsp;จึงมีการจัดการประชุมผ่านระบบออนไลน์เต็มรูปแบบ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างหลากหลายและเป็นรูปธรรม&nbsp;เกิดประสิทธิภาพในการอำนวยความยุติธรรมได้อย่างแท้จริง</p><p><strong>นายวิษณุ&nbsp;กล่าวเปิดงานว่า</strong>&nbsp;การระบาดโควิด&nbsp;-19&nbsp;ส่งผลกระทบต่อ&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;การเมือง&nbsp;รวมถึงกระบวนการยุติธรรม&nbsp;อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&nbsp;เช่น&nbsp;การเลื่อนนัดประชุมคดีพิจารณาความ&nbsp;ทำให้สะสมใหลายคดี&nbsp;จนผู้พิพากษาต้องทำงานอย่างหนัก&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เมื่อเกิดยุค&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ทำให้ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงการทำงานต้องมีการจัดระบบเปลี่ยนแปลงใหม่&nbsp;โดยให้ได้ผลเหมือนเดิม&nbsp;หรือดีเหมือนเดิม&nbsp;ดังนั้นกระบวนการยุติธรรมก็ต้องมาพิจารณาสิ่งไหนที่พิจารณารวดเร็ว&nbsp;ก็ดำเนินการทันที&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยอมรับว่า&nbsp;สถานการณ์การระบาดของโควิด&nbsp;-19&nbsp;ทำให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;การกวดขันเล่นพนัน&nbsp;การลักลอบเข้าเมือง&nbsp;ซึ่งสิ่งเหล่านี้แม้จะมีมานาน&nbsp;แต่เมื่อเกิดการระบาดทำให้&nbsp;ต้องดำเนินการจัดการอย่างเข้มงวด&nbsp;เหมือนเป็นการบังคับใช้มาตรการที่เข้มขึ้น&nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี&nbsp;รวมถึงก่อนหน้านี้รัฐบาลต้องการที่ลดการแออัดของจราจร&nbsp;เน้นการทำงานที่บ้าน&nbsp;แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ&nbsp;วันนี้สถานการณ์ก็บังคับให้เกิดการทำงานที่บ้าน&nbsp;นอกจากนี้การเรียนออนไลน์&nbsp;ก็ได้รับการพัฒนาขึ้น&nbsp;เช่นเดียวกับกระบวนการยุติธรรม&nbsp;ที่วันนี้ก็ต้องได้รับการพัฒนา&nbsp;โดยการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ&nbsp;ขึ้นมาคณะการนี้มีความสำคัญมาก&nbsp;เป็นเวทีเดียวที่&nbsp;ศาล&nbsp;ตำรวจ&nbsp;อัยการ&nbsp;ราชทัณฑ์&nbsp;ยุติธรรม&nbsp;มีคณะกรรมการมานั่ง&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนในงานยุติธรรมในประเทศ&nbsp;และในเวทีนานาชาติ&nbsp;&nbsp;พัฒนากระบวนการยุติธรรม&nbsp;ให้ทันสมัยด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย&nbsp;ทั้งการวิเคราะห์อาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;การประชุมทางวิชาการระดับชาติว่าด้วยงานยุติธรรม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;18&nbsp;</strong>จัดขึ้นในวันที่&nbsp;13-14&nbsp;&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยผู้สนใจสามารถติดตามได้ทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Live&nbsp;สำนักงานกิจการยุติธรรม&nbsp;ในระหว่างวันพฤหัสบดีที่&nbsp;13&nbsp;&nbsp;วันศุกร์ที่&nbsp;14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.00&nbsp;&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;Facebook&nbsp;สำนักงานกิจการยุติธรรม&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.facebook.com/weareoja/""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.facebook.com/weareoja/</a>&nbsp;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม&nbsp;โทร.&nbsp;06-5502&nbsp;-7346&nbsp;ไลน์แอด&nbsp;@sym18oja&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>"	13/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513150530422
162	นายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมศูนย์บริการวัคซีน จามจุรีสแควร์ ยึดหลัก 3 ป. ปลอดภัย ปูพรม ประสิทธิภาพ	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นายเอนก&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;และพลตำรวจเอก&nbsp;อัศวิน&nbsp;ขวัญเมือง&nbsp;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;ร่วมตรวจเยี่ยมการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;ที่ศูนย์บริการวัคซีน&nbsp;อาคารจามจุรีสแควร์&nbsp;โดยมีนายบัณฑิต&nbsp;เอื้ออาภรณ์&nbsp;อธิการบดี&nbsp;จุฬาฯ&nbsp;และ&nbsp;นพ.นรินทร์&nbsp;หิรัญสุทธิกุล&nbsp;รองอธิการบดีจุฬาฯ&nbsp;และประธานคณะกรรมการอำนวยการโรงพยาบาลสนาม&nbsp;จุฬาฯ&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;รับฟังการบรรยายสรุป</strong>&nbsp;จากนั้นได้ตรวจเยี่ยมการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;การให้บริการฉีดวัคซีน&nbsp;ณ&nbsp;อาคารจัตุรัสจามจุรี&nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;ที่ใช้หลักการสำคัญคือ&nbsp;ปูพรม-&nbsp;ฉีดวัคซีนให้มากที่สุด&nbsp;โดยยึดหลัก&nbsp;3&nbsp;ป.&nbsp;คือ&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ปูพรม&nbsp;ประสิทธิภาพ&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้รับบริการเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อสูง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ครู&nbsp;อาจารย์&nbsp;บุคลากรทางการศึกษา&nbsp;และกลุ่มผู้ให้บริการสาธารณะ&nbsp;เช่น&nbsp;พนักงาน&nbsp;ขสมก.&nbsp;โดยทีมแพทย์&nbsp;พยาบาล&nbsp;&nbsp;เภสัชกรที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;มีการเตรียมระบบให้วัคซีนที่ปลอดภัยและครบถ้วนในทุกขั้นตอนจนถึงการดูแลและสังเกตอาการ</p><p><strong>นพ.นรินทร์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จุดบริการฉีดวัคซีนที่อาคารจัตุรัสจามจุรี&nbsp;จะสามารถให้บริการกลุ่มเป้าหมายได้วันละ&nbsp;1,000-1,500&nbsp;คน&nbsp;ส่วนกรณี&nbsp;walk&nbsp;in&nbsp;ขอให้ติดตามข้อมูล&nbsp;ที่จะแจ้งผ่านช่องทางต่างๆ&nbsp;ก่อน&nbsp;เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเสียเวลา&nbsp;และเพื่ลดความแออัดในการเข้ารับบริการ&nbsp;เนื่องจากยังไม่สามารถระบุได้ว่า&nbsp;จะให้บริการได้ในปริมาณเท่าไหร่&nbsp;และ&nbsp;อย่างไร&nbsp;ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนอย่าเพิ่งวอล์คอินเข้ามาในเวลานี้&nbsp;และ&nbsp;นอกจากจะให้บริการฉีดวัคซีนกับกลุ่มเป้าหมายหลักแล้ว&nbsp;จะเน้น&nbsp;บุคลากรด้านการศึกษา&nbsp;ในศักยภาพที่ศูนย์บริการวัคซีนจะสามารถดำเนินการได้ให้มากที่สุด&nbsp;ในพื้นที่ย่านสีลม&nbsp;สาทร&nbsp;และจุฬาฯ&nbsp;ให้ได้ร้อยละ&nbsp;70&nbsp;เพื่อให้ทันต่อการเปิดการเรียนการสอนในเดือนมิถุนายนนี้&nbsp;ซึ่งศูนย์พร้อมให้บริการฉีดวัคซีนตั้งแต่วันจันทร์ที่&nbsp;17&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;เป็นต้นไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>	13/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513211220595
163	กองกำลังผาเมืองสนธิกำลัง ร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ และภาคประชาชน เฝ้าระวังพื้นที่ 5 อำเภอตามแนวชายแดน ป้องกัน COVID  19 และการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองกำลังผาเมือง&nbsp;ผนึกกำลังร่วมกับ&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;ตำรวจ&nbsp;และภาคประชาชนตรึง&nbsp;5&nbsp;อำเภอตามแนวชายแดนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;รวมถึงป้องกันการลักลอบลำเลียงยาเสพติด&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลตรี&nbsp;นฤทธิ์&nbsp;ถาวรวงษ์&nbsp;ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระลอกเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งมีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง&nbsp;ขณะเดียวกันมีผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเพิ่มมากขึ้น&nbsp;กองกำลังผาเมือง&nbsp;โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่&nbsp;5&nbsp;ได้ร่วมกับฝ่ายปกครอง&nbsp;ตำรวจตระเวนชายแดน&nbsp;ตำรวจ&nbsp;และประชาชน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;อำเภอตามแนวชายแดน&nbsp;ที่มีพรหมแดนติดต่อกับสหภาพเมียนมา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อำเภอแม่อาย&nbsp;ฝาง&nbsp;เชียงดาว&nbsp;ไชยปราการ&nbsp;และอำเภอเวียงแหง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในการนี้หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่&nbsp;5&nbsp;ได้จัดกำลังพลทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ&nbsp;ตลอดแนวชายแดน&nbsp;โดยให้เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวน&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณช่องทางธรรมชาติเขตติดต่อไทย-เมียนมา&nbsp;ในทุกพื้นที่ตามแนวชายแดน&nbsp;ทั้งในเวลากลางวัน&nbsp;และเวลากลางคืน&nbsp;เพื่อทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;และการกระทำผิดกฎหมายอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;รวมทั้งได้มีการวางเครื่องมือเฝ้าตรวจชายแดน,&nbsp;ติดตั้งไฟส่องสว่างแผงโซล่าเซลล์,&nbsp;วางรั้วลวดหนามเพิ่มเติม&nbsp;และการใช้ยุทโธปกรณ์พิเศษ&nbsp;ทั้งกล้อง&nbsp;CCTV&nbsp;และอากาศยานไร้คนขับ&nbsp;(โดรน)&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กองกำลังผาเมือง&nbsp;ได้มีการจัดกำลังพล&nbsp;45&nbsp;ชุดปฏิบัติการ&nbsp;เข้าปฏิบัติภารกิจในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;อำเภอชายแดน&nbsp;ทั้งการตั้งด่านตรวจ&nbsp;จุดตรวจ&nbsp;จุดสกัด&nbsp;เพื่อเพิ่มความเข้มงวด&nbsp;ในการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;และเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019,&nbsp;การสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด&nbsp;และสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	13/5/2021	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513182048545
164	กอ.รมน.ยโสธร จัดชุดลาดตระเวนป้องกันการลักลอบทำลายป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พ.อ.มงกุฏ&nbsp;แก้วพรหม&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ย.ส.&nbsp;(ท.)/รอง&nbsp;ผอ.สน.ปรมน.จว.มทบ.27&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;พ.ท.เรวัต&nbsp;วามะลุน&nbsp;รอง&nbsp;หน.กลุ่มงานมวลชน&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ย.ส.,&nbsp;และ&nbsp;จนท.ปฏิบัติการ&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ย.ส.&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;จนท.หน่วยป้องกันป่า&nbsp;ย.ส.3&nbsp;ลงพื้นที่ลาดตระเวนโครงการการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามการบุกรุกและทำลายป่าไม้ทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;พื้นที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.)&nbsp;พื้นที่&nbsp;พิกัด&nbsp;431625,1739301&nbsp;(Zone&nbsp;48Q)&nbsp;บ้านมะพริก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.ทุ่งมน&nbsp;อ.คำเขื่อนแก้ว&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;&nbsp;2.)&nbsp;พื้นที่&nbsp;พิกัด&nbsp;431162,1738980&nbsp;(Zone&nbsp;48Q)&nbsp;บ้านดู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.ทุ่งมน&nbsp;อ.คำเขื่อนแก้ว&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;3.)&nbsp;พื้นที่&nbsp;พิกัด&nbsp;432020,1739027&nbsp;(Zone&nbsp;48Q)&nbsp;บ้านมะพริก&nbsp;ต.ทุ่งมน&nbsp;อ.คำเขื่อนแก้ว&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;&nbsp;4.)&nbsp;พื้นที่&nbsp;พิกัด&nbsp;431152,1737317&nbsp;(Zone&nbsp;48Q)&nbsp;บ้านเหล่าไฮ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.เหล่าไฮ&nbsp;อ.คำเขื่อนแก้ว&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;5.)&nbsp;พื้นที่&nbsp;พิกัด&nbsp;410265,1720466&nbsp;(Zone&nbsp;48Q)&nbsp;ต.พระเสาร์&nbsp;อ.มหาชนะชัย&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;6.)&nbsp;พื้นที่&nbsp;พิกัด&nbsp;409845,1721445&nbsp;(Zone&nbsp;48Q)&nbsp;บ้านปลาปึ่ง&nbsp;ต.พระเสาร์&nbsp;อ.มหาชนะชัย&nbsp;จ.ยโสธร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การปฏิบัติภารกิจนี้&nbsp;ได้&nbsp;แจ้ง&nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันป่า&nbsp;ย.ส.3&nbsp;ตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวว่าอยู่ในเขตป่าสงวนหรือไม่และเป็นการป้องปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ที่มีอยู่เดิมลดปัญหาการกระทำความผิดกฏหมายเกี่ยวกับป่าไม้และสร้างความเข้าใจให้ประชาชนในการอนุรักษ์และหวงแหนทรัพยากรป่าไม้</p>	13/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สวท.ยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513160931456
165	จ.ลำพูน เชิญชวนประชาชนเข้ารับการจองฉีดวัคซีนโควิด-19 หากฉีดวัคซีนได้ 70 % ของประชากรทั้งหมดของจังหวัด ก็จะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่และพาสังคมกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(13&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;ที่&nbsp;ศาลาประชาคม&nbsp;ศาลากลาง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายแพทย์สุริยพงณช์&nbsp;สุริยะพงฑากุล&nbsp;นายแพทย์เชี่ยวชาญ&nbsp;(ด้านเวชกรรมป้องกัน&nbsp;)&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน&nbsp;และ&nbsp;นายแพทย์โภคิน&nbsp;ศักรินทร์กุล&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;โรงพยาบาลลำพูน&nbsp;แถลงข่าวสถานการณ์โควิด&nbsp;19&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;12&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ของจังหวัดลำพูน&nbsp;ซึ่งพบรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่เพิ่มเติมจำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ยอดสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;9&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;13&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;สะสม&nbsp;294&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษา&nbsp;34&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;256&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำหรับวันนี้ประชาชนคงจะได้รับทราบและได้เห็นว่าในพื้นที่ชุมชนหรือหมู่บ้านของท่าน&nbsp;จะมีเจ้าหน้าที่&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อสม.&nbsp;เจ้าพนักงานควบคุมโรค&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจให้แก่พี่น้องประชาชนทุกท่านว่าสิ่งที่เราต้องร่วมกันฉีดวัคซีนในช่วงเวลานี้&nbsp;ไม่ใช่เพียงเพื่อ&nbsp;ตัวเราเองแต่เพื่อคนในครอบครัวและคนในสังคม&nbsp;หากเราฉีดวัคซีนให้ได้&nbsp;ร้อยละ&nbsp;70&nbsp;หรือ&nbsp;70&nbsp;%&nbsp;ของประชากรทั้งหมดของจังหวัดลำพูน&nbsp;เราก็จะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่&nbsp;และเมื่อเกิดภูมิคุ้มกันหมู่เชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ก็จะอ่อนแรงลงและก็จะหมดสิ้นไปในที่สุด&nbsp;เพราะฉะนั้นในช่วงเวลานี้ชุดปฏิบัติการของหมู่บ้านและตำบลก็ได้ลงพื้นที่อย่างเต็มรูปแบบและดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยจะเข้าถึงครัวเรือน&nbsp;เพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจและช่วยอำนวยความสะดวกช่องทางในการเข้าถึงการบริการรับจองวัคซีนและการเข้าถึงวัคซีนให้ได้ง่านที่สุดของประชาชน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;โรงพยาบาลลำพูน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สะสม&nbsp;294&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษา&nbsp;34&nbsp;ราย&nbsp;พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลลำพูน&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลบ้านโฮ่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;,โรงพยาบาลลี้จำนวน&nbsp;2&nbsp;รายและโรงพยาบาลสนามตำบลเวียงยองแห่งที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับโรงพยาบาลสนามแห่งที่&nbsp;1&nbsp;วันนี้มีรอกลับบ้าน&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;จะย้ายจากโรงพยาบาลสนาม&nbsp;แห่งที่&nbsp;1&nbsp;ไปพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลลำพูน&nbsp;เพราะฉะนั้นโรงพยาบาลสนามแห่งที่&nbsp;1&nbsp;ก็จะทำการปิดชั่วคราวเริ่มตั้งแต่เย็นวันนี้&nbsp;13&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;และจะรอว่ามีผู้ป่วยเข้าใหม่อีกหรือไม่ไปอีกประมาณ&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลังจากนั้น&nbsp;ก็จะปิดถาวร&nbsp;ในวันที่&nbsp;26&nbsp;พ.ค.64&nbsp;ในส่วนของโรงพยาบาลสนามแห่งที่&nbsp;2&nbsp;ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนนั้นได้ปิดชั่วคราวไปแล้วเมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;พ.ค.64&nbsp;และคาดว่าจะปิดถาวรในอีก&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์ข้างหน้า&nbsp;คือวันที่&nbsp;19&nbsp;พ.ค.64&nbsp;ทั้งนี้ต้องขอบขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดลำพูนทุกคนและผู้มีจิตศรัทธา&nbsp;ที่ร่วมกันอนุเคราะห์และอำนวยความสะดวกให้กับโรงพยาบาลสนามทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่ได้สามารถทำตามภารกิจได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี&nbsp;ข่าวโดย&nbsp;นายอานนท์&nbsp;บุญมาตุ้ย&nbsp;เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</p>	13/5/2021	NULL	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513154213448
166	นายกรัฐมนตรี ระบุหากวัคซีนเพียงพอจะเปิดวอร์คอิน มอบหมายกระทรวงสาธารณสุข หารือ กทม. ย้ำทุกคนได้ฉีดวัคซีน	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมจุดให้บริการวัคซีนโควิด&nbsp;-19&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;-&nbsp;สภาหอการค้าไทย&nbsp;-&nbsp;โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์&nbsp;-&nbsp;สามย่านมิตรทาวน์&nbsp;ว่า&nbsp;วันนี้ถือเป็นความร่วมระหว่างกันเป็นอย่างดี&nbsp;ทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;ร่วมกันทำในสิ่งที่ดีๆ&nbsp;แต่อย่างไรก็ตามต้องมีกติกา&nbsp;กฎหมายกลาง&nbsp;มาตรฐานกลางที่จะต้องปฏิบัติ&nbsp;โดยจะมีการขยายจุดบริการวัคซีนนอกสถานพยาบาลให้ได้&nbsp;25&nbsp;จุดในระยะต่อไป&nbsp;แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับวัคซีนที่เข้ามา&nbsp;พร้อมระบุว่า&nbsp;รัฐบาลต้องดูแลทั้งหมด&nbsp;โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม&nbsp;ทั้งการจ้างงาน&nbsp;แรงงานและมีผลิตภัณฑ์ส่งออก&nbsp;จึงต้องระมัดระวังการแพร่ระบาดในโรงงานต่างๆ&nbsp;และตนขอขอบคุณเจ้าของโรงงานที่มีมาตรการป้องกันที่เข้มแข็ง</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;ทุกที่มีโอกาสติดเชื้อแต่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น</strong>&nbsp;และเมื่อเกิดแล้วก็ต้องแก้ไขปัญหากันต่อไป&nbsp;ด้วยความร่วมมือของทุกคน&nbsp;นอกจากนี้ยังต้องทำความเข้าใจกับประชาชนในการลงทะเบียนเพื่อเข้ารับวัคซีน&nbsp;เพราะไม่เช่นนั้นจะเกิดความสับสนและไม่ได้ฉีด&nbsp;ขอให้ฟังข้อมูลจากแพทย์&nbsp;อย่าเชื่อในโซเชียล&nbsp;เพราะข้อมูลอาจไม่ตรงกัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;มีแผนงานที่จะเปิดวัคซีนวอร์คอิน&nbsp;หากมีปริมาณเพียงพอ&nbsp;ขอให้มั่นใจว่าทุกคนได้ฉีดแน่นอน&nbsp;แต่วันนี้สิ่งที่ต้องกังวลมากที่สุดคือ&nbsp;ต้องดูแล&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;รายได้ประชาชนลดลง&nbsp;คนตกงาน&nbsp;การลงทุน&nbsp;การส่งออก&nbsp;ผู้ให้บริการสาธารณะ&nbsp;แท็กซี่</p><p><strong>ส่วนการจัดการวัคซีนในรายจังหวัด</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;เป็นประธานคณะกรรมการบริหารร่วมกับ&nbsp;สสจ.จังหวัด&nbsp;ซึ่งมาตรการและแผน&nbsp;ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงก็สามารถปรับได้&nbsp;ซึ่งรัฐบาล&nbsp;ได้สั่งการให้วัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ&nbsp;มีนโยบายออกมาให้ปฏิบัติต่อไป&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยอมรับว่า&nbsp;รู้สึกกังวลกับเฟคนิวส์&nbsp;ขอร้องอย่าเผยแพร่ให้เป็นประเด็นใหญ่โต&nbsp;ทุกคนต้องรักสามัคคี&nbsp;ร่วมมือกันให้ได้มากที่สุด&nbsp;ขณะที่แอปพลิเคชัน&nbsp;หมอพร้อม&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;ไม่มีปัญหา&nbsp;แต่ยอมรับว่าอะไรที่ไม่เคยทำก็เป็นธรรมดาที่จะมีปัญหาบ้าง&nbsp;ก็ต้องเร่งรัดในการดำเนินการแก้ไข</p><p>สำหรับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า&nbsp;ในเดือนมิถุนายน&nbsp;จะมีความล่าช้าหรือไม่&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;สามารถพูดคุยเจรจาได้ขอให้เขาส่งตามสิ่งที่สัญญากันไว้&nbsp;และวันนี้ก็ยังไม่หยุดเจรจานำเข้าวัคซีนอื่น&nbsp;พร้อมกับย้ำว่า&nbsp;ไม่ปิดกั้นใครนำเข้าวัคซีนทางเลือก&nbsp;ยืนยันจะต้องไม่มีใครได้รับผลประโยชน์ทั้งสิ้น&nbsp;คนที่ได้รับประโยชน์คือ&nbsp;ประชาชน</p><p><strong>ส่วนการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามของนายแพทย์เหรียญทอง&nbsp;แน่นหนา</strong>&nbsp;ที่บริเวณเขตหลักสี่&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เรียบร้อยแล้ว&nbsp;การตั้งโรงพยาบาลสนามไม่ต้องขออนุญาตอะไร&nbsp;เพียงแต่ต้องทำตามกติกาและกฎเกณฑ์&nbsp;เพราะอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	13/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513210907592
167	นายกรัฐมนตรีร่วมยินดีและชื่นชมความสำเร็จของนักกีฬากอล์ฟไทย จากการแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2021	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;เปิดโอกาสให้นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;พร้อมด้วยคณะนักกีฬากอล์ฟไทยในการแข่งขันกอล์ฟสตรี&nbsp;ฮอนด้า&nbsp;แอลพีจีเอ&nbsp;ไทยแลนด์&nbsp;ปี&nbsp;2021&nbsp;&nbsp;(Honda&nbsp;LPGA&nbsp;Thailand&nbsp;2021)&nbsp;เข้าเยี่ยมคารวะ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องสีม่วง&nbsp;ตึกไทยคู่ฟ้า&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;โดยมีนักกีฬากอล์ฟที่มีชื่อเสียง&nbsp;อาทิ&nbsp;นางสาวอาฒยา&nbsp;ฐิติกุล&nbsp;(โปรจีน)&nbsp;นางสาวปาจรีย์&nbsp;อนันต์นฤการ&nbsp;(โปรเมียว)&nbsp;นางสาววิชาณี&nbsp;มีชัย&nbsp;(โปรแจน)&nbsp;นางสาวชเนตตี&nbsp;วรรณแสน&nbsp;(โปรพราว)&nbsp;และนางสาวกานต์พนิตนันท์&nbsp;เมืองคำสกุล&nbsp;(โปรมายด์)&nbsp;ร่วมเข้าเยี่ยมคารวะ&nbsp;ด้วย</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;แสดงความยินดีและชื่นชมในความสำเร็จ&nbsp;</strong>ของคณะนักกีฬากอล์ฟไทยในการแข่งขันดังกล่าว&nbsp;ซึ่งได้ติดตามตลอดระยะเวลา&nbsp;4&nbsp;วันของการแข่งขัน&nbsp;ได้เห็นถึงศักยภาพของนักกีฬาและส่งกำลังใจไปให้อยู่เสมอ&nbsp;ทั้งยังภูมิใจในตัวนักกีฬาทุกคน&nbsp;โดยการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของไทยในเรื่องการกีฬา&nbsp;โดยเฉพาะความสามารถจากนักกีฬาเยาวชนที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่&nbsp;ทั้งนี้ต้องขอบคุณนักกีฬากอล์ฟทุกคนแทนคนไทยทั้งประเทศที่ได้สร้างความสุขแก่ทุกคน&nbsp;ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้จะเป็นเส้นทางให้ก้าวตามความฝันสู่การเป็นนักกีฬากอล์ฟอาชีพในอนาคต&nbsp;พร้อมอวยพรให้ประสบความสำเร็จ&nbsp;และก้าวหน้าต่อไปเพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยและวงการกีฬากอล์ฟอาชีพของไทย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>ได้กล่าวชื่นชมความร่วมมือร่วมใจของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนของไทยที่สามารถเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันให้สำเร็จไปได้อย่างราบรื่นตามมาตรการทางสาธารณสุข&nbsp;แสดงให้เห็นว่า&nbsp;แม้ในช่วงที่ประเทศประสบกับวิกฤตจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;แต่ยังพบโอกาสในการจัดการแข่งขันกีฬาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี&nbsp;และทำให้ไทยสามารถเป็นต้นแบบของการจัดการแข่งขันกีฬาระดับโลกในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ได้อย่างดีเยี่ยมและส่งผลดีต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ได้เร่งผลักดันส่งเสริมนักกีฬาไทยบนความเชื่อมั่นในศักยภาพของนักกีฬาไทยที่สามารถพัฒนาต่อยอดได้</p><p><strong>การแข่งขัน&nbsp;Honda&nbsp;LPGA&nbsp;Thailand&nbsp;2021</strong>&nbsp;เป็นรายการการแข่งขันกีฬากอล์ฟระดับโลก&nbsp;ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเมื่อวันที่&nbsp;6-9&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;สยามคันทรีคลับ&nbsp;&nbsp;พัทยา&nbsp;โอลด์คอร์ส&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;มีนักกีฬากอล์ฟเข้าร่วมจำนวน&nbsp;71&nbsp;คน&nbsp;จาก&nbsp;18&nbsp;ประเทศ&nbsp;โดยจัดขึ้นในรูปแบบสนามปิด&nbsp;ผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์และโซเชียลมีเดียที่มีผู้ติดตามกว่า&nbsp;&nbsp;400&nbsp;ล้านครัวเรือน&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการทางสาธารณสุข&nbsp;โดยผลการแข่งขัน&nbsp;นั้น</p><p>รางวัลชนะเลิศ&nbsp;อันดับที่&nbsp;1&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาวเอรียา&nbsp;จุฑานุกาล&nbsp;(โปรเม)</p><p>รางวัลรองชนะเลิศ&nbsp;อันดับที่&nbsp;2&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาวอาฒยา&nbsp;ฐิติกุล&nbsp;(โปรจีน)&nbsp;รางวัลรองชนะเลิศ&nbsp;อันดับที่&nbsp;3&nbsp;ร่วม&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาวปภังกร&nbsp;ธวัชธนกิจ&nbsp;(โปรเหมียว)&nbsp;เอมี่&nbsp;หยาง&nbsp;และ&nbsp;เรียว&nbsp;ซอ&nbsp;ยอน&nbsp;จากเกาหลีใต้&nbsp;อันดับที่&nbsp;13&nbsp;ร่วม&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาวปาจรีย์&nbsp;อนันต์นฤการ&nbsp;(โปรเมียว)&nbsp;อันดับที่&nbsp;17&nbsp;ร่วม&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาวโมรียา&nbsp;จุฑานุกาล&nbsp;(โปรโม)&nbsp;อันดับที่&nbsp;43&nbsp;ร่วม&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาววิชาณี&nbsp;มีชัย&nbsp;(โปรแจน)&nbsp;อันดับที่&nbsp;54&nbsp;ร่วม&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาวจัสมิน&nbsp;สุวัณณะปุระ&nbsp;(โปรจูเนียร์)&nbsp;อันดับที่&nbsp;57&nbsp;ร่วม&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาวชเนตตี&nbsp;วรรณแสน&nbsp;(โปรพราว)&nbsp;อันดับที่&nbsp;69&nbsp;ร่วม&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาวกานต์พนิตนันท์&nbsp;เมืองคำสกุล&nbsp;(โปรมายด์)</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	13/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513205854580
168	กองทัพอากาศ จัดครัวสนามเคลื่อนที่แจกอาหารกล่องพร้อมน้ำดื่ม เจลแอลกอฮอล์และหน้ากากอนามัย 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลอากาศโท&nbsp;ฐานัตถ์&nbsp;จันทร์อำไพ&nbsp;เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดตั้งครัวสนามเคลื่อนที่&nbsp;ณ&nbsp;หมู่บ้านอัมพรเพลส&nbsp;2&nbsp;เขตสายไหม&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และได้ประกอบอาหารปรุงสุก&nbsp;ร่วมกับนางธัญนภัส&nbsp;มณีศรี&nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตสายไหม&nbsp;เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;พร้อมกับน้ำดื่ม&nbsp;เจลแอลกอฮอล์และหน้ากากอนามัย&nbsp;ให้แก่ประชาชนในพื้นที่&nbsp;ซึ่งจำกัดให้มีจำนวนประชาชนเข้ารับไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;และดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;สำหรับการจัดตั้งครัวสนามเคลื่อนที่ของกองทัพอากาศ&nbsp;จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่&nbsp;13&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;และจะดำเนินการสนับสนุนในพื้นที่อื่นๆ&nbsp;ที่รับได้ผลกระทบจากการแพร่ระบาด&nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับการให้บริการครัวสนามเคลื่อนที่ในครั้งนี้</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;พลอากาศเอก&nbsp;แอร์บูล&nbsp;สุทธิวรรณ&nbsp;ผู้บัญชาการทหารอากาศ&nbsp;มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19&nbsp;จึงดำริให้&nbsp;กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ&nbsp;ประสานหน่วยเกี่ยวข้องจัดตั้งครัวสนามเคลื่อนที่&nbsp;เพื่อประกอบอาหารปรุงสุกแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในชุมชนต่างๆ&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;เที่อยู่บริเวณพื้นที่โดยรอบกองทัพอากาศวันละ&nbsp;700&nbsp;ชุด</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	13/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513205446579
169	รอ.ธรรมนัส ตรวจเยี่ยมตลาด อ.ต.ก.สั่งเข้มมาตรการสาธารณสุข-เพิ่มความถี่ทำความสะอาดตลาดป้องกันเชื้อโควิด-19	<p>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ตรวจเยี่ยมตลาด อ.ต.ก.สั่งเข้มมาตรการสาธารณสุข-เพิ่มความถี่ทำความสะอาดตลาดป้องกันเชื้อโควิด-19</p><p><br></p><p>ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจตลาด อ.ต.ก.เพื่อเพิ่มมาตรการป้องกันเชื้อโควิด-19 ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ณ ตลาด อ.ต.ก. ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ได้สั่งการให้ทางตลาด อ.ต.ก.เพิ่มมาตรการเร่งด่วน โดยตั้งจุดตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของผู้ประกอบการและลูกค้า และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการค้าและลูกค้า สวมหน้ากากอนามัยตลอดระยะเวลาที่เดินตลาด หมั่นล้างมือเพื่อรักษาความสะอาด เพิ่มจุดบริการล้างมือทั่วตลาด พร้อมให้คำแนะนำในการล้างมือที่ถูกต้อง เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดพื้นที่ตลาด และบริเวณที่มีการสัมผัสโดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 พร้อมทั้ง ได้เยี่ยมชมโครงการของทางตลาด อ.ต.ก.ที่ได้เปิดช่องทางการจำหน่ายสินค้าทุกชนิดเสมือนผู้บริโภคมาเดินจับจ่ายที่ตลาด อ.ต.ก. ด้วยตนเอง โดยจะจัดส่งสินค้าของเกษตรกรให้ถึงบ้าน เช่น&nbsp;พริกสดจากสงขลา ส้มโอขาวใหญ่อัมพวา&nbsp;เมล่อนญี่ปุ่น มังคุดปราจีน ส้มสายน้ำผึ้ง ทุเรียนหมอนทอง/ก้านยาว&nbsp;ทุเรียนทอด รวมถึงผลิตภัณฑ์จากโครงการหลวง โดย add Line: @EVTG หรือ www.facebook.com/EVTGsmartmarket/ และ https://lin.ee/va93FJU ซึ่งจะคิดค่าบริการตามระยะทางจากตลาดน้ำ อ.ต.ก.ในราคาที่ไม่แพงและเหมาะสม</p>	13/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513182221546
170	รอง ผอ.ศปนย.กอ.รมน.ภาค 4 สน. ตรวจเยี่ยมหน่วย เพื่อประสานการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติ การด้านป้องกันและแก้ไขความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลตรีไพศาล&nbsp;หนูสังข์&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;/&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พันเอก&nbsp;ภัทรชัย&nbsp;แทนขำ&nbsp;รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;และฝ่ายอำนวยการ&nbsp;ฯ&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;พลตรีสุวรรณ&nbsp;เชิดฉาย&nbsp;รองผู้อำนวยการ&nbsp;ศูนย์ประสานงานด้านนโยบายและยุทธศาสตร์&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน&nbsp;ภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;(รอง&nbsp;ผอ.ศปนย.กอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;สน.)&nbsp;ในโอกาสเดินทางมาเป็นประธานการประชุม&nbsp;เพื่อประสานการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติ&nbsp;การด้านป้องกันและแก้ไขความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และการปฏิบัติตามนโยบายและข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชา&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;บก.ศปพร.&nbsp;ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย&nbsp;ต.บ่อทอง&nbsp;อ.หนองจิก&nbsp;จ.ปัตตานี</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;เป็นหน่วยในอัตรา&nbsp;ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;มีงานในความรับผิดชอบ&nbsp;คือ&nbsp;วางแผน&nbsp;อำนวยการ&nbsp;กำกับดูแล&nbsp;และขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;พร้อมบูรณาการร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;เพื่อดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	13/5/2021	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514082623624
171	แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ติดตามแนวชายแดนไทยมาเลเซีย อ.สะเดา จ.สงขลา สั่งคุมเข้มพื้นที่ป้องกันการลักลอบเข้ามาของแรงงานต่างด้าวและแรงงานไทยตลอดแนวชายแดนไทยมาเลเซียตั้งแต่ จ.สตูล จนถึง อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เพื่อป้องกันนำเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่เข้ามา	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานการณ์ในพื้นที่แนวชายแดนไทยมาเลเซีย&nbsp;อ.สะเดา&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;หลังจากที่มีการจับกุมแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาและผู้นำมารวม&nbsp;17&nbsp;คน&nbsp;ที่ลักลอบเข้ามาตามช่องทางรั้วชายแดนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ล่าสุด&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามการทำงานของกองกำลังป้องกันแนวชายแดนไทยมาเลเซียด้าน&nbsp;อ.สะเดา&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;ทั้งที่ด่าน&nbsp;พรมแดนสะเดา&nbsp;ซึ่งมีการเดินทางเข้ามาของกลุ่มคนไทยอย่างถูกกฎหมายสัปดาห์ละ&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;คือ&nbsp;วันจันทร์&nbsp;วันพุธ&nbsp;และวันศุกร์&nbsp;รวมทั้งลงพื้นที่ตรวจแนวรั้วชายแดนไทยมาเลเซียหลักกิโลเมตรที่&nbsp;21&nbsp;ต.สำนักขาม&nbsp;ตรงข้ามกับรัฐเคดาห์ประเทศมาเลเซีย&nbsp;และกำชับให้กองกำลังรักษาชายแดนไทยมาเลเซียคุมเข้มพื้นที่สูงสุด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;เผยว่า&nbsp;ได้สั่งการให้มีการคุมเข้มพื้นที่ตลอดแนวชายแดนไทยมาเลเซียตั้งแต่&nbsp;จ.สตูล&nbsp;จนถึง&nbsp;อ.ตากใบ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;ที่ผ่านมาสามารถจับในพื้นที่&nbsp;อ.ตากใบจับคนนำพาได้&nbsp;2&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ส่วนที่&nbsp;อ.สะเดา&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;ก็จับผู้นำพาได้&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;เป็นชาวเมียนมา&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;และคนไทยอีก&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;และถูกดำเนินคดีทั้งลักลอบนำพาและ&nbsp;พ.ร.บ.ควบคุมโรค</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ซึ่งสามารถตัดตอนการลักลอบข้ามแดนเข้ามาได้&nbsp;แต่ด้วยพื้นที่ซึ่งยาวมากก็อาจจะมีช่องโหว่ให้แรงงานต่างด้าวและคนไทยหลุดรอดเข้ามาได้ตามที่จับกุมได้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งต้องเฝ้าระวังมากขึ้นทั้งใช้กำลังพลและเครื่องมือเข้ามาช่วย&nbsp;รวมทั้งเครือข่ายภาคประชาชนที่ต้องเข้ามาเสริมในกรณีที่อาจหลุดรอดจากชายแดนชั้นแรกเข้ามาพื้นที่ชั้นใน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ทั้งนี้ทางรัฐบาลเป็นห่วงสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทยมาเลเซียมากเนื่องจากในมาเลเซียมีการระบาดของโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์อินเดียและแอฟริกาใต้ที่อาจจะแพร่เข้ามาในไทยจากการลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าวและคนไทยในประเทศมาเลเซีย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ส่วนภาพรวมสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่จ.สงขลา&nbsp;ตัวเลขผู้ป่วยสะสมอยู่ที่&nbsp;901&nbsp;คน&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;และเจ้าหน้าที่ยังคงตรวจเชิงรุกเพื่อหาคลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	14/5/2021	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514094710647
172	โรงพยาบาลสนามของเหล่าทัพ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆ เตียงว่างกว่า 2,200 เตียง	<p><strong>กองทัพบก&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;กองทัพอากาศ&nbsp;และกองบัญชาการกองทัพไทย</strong>&nbsp;เปิดเผยข้อมูลจำนวนเตียงในโรงพยาบาลสนาม&nbsp;รองรับผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;ที่ยังคงมีจำนวนเพิ่มขึ้น&nbsp;กองทัพบก&nbsp;มีเตียงในโรงพยาบาลสนามทั้งหมด&nbsp;1,854&nbsp;เตียง&nbsp;ขณะนี้ใช้ไปแล้ว&nbsp;419&nbsp;เตียง&nbsp;ยังเหลือว่างรวม&nbsp;1,435&nbsp;เตียง&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;ขณะนี้จำนวนเตียงในโรงพยาบาลของกองทัพเรือทั้ง&nbsp;3&nbsp;แห่งในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและจันทบุรี&nbsp;มีเตียงทั้งหมด&nbsp;840&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้งานแล้ว&nbsp;180&nbsp;เตียง&nbsp;เหลือว่าง&nbsp;660&nbsp;เตียง&nbsp;&nbsp;โรงพยาบาลสนามกองทัพอากาศ&nbsp;2&nbsp;แห่งในพื้นที่ดอนเมือง&nbsp;และโรงเรียนการบินกำแพงแสน&nbsp;จังหวัดนครปฐม&nbsp;มีทั้งหมด&nbsp;240&nbsp;เตียง&nbsp;ปัจจุบันมียอดผู้เข้าพัก&nbsp;130&nbsp;เตียง&nbsp;ยังเหลือว่าง&nbsp;110&nbsp;เตียง&nbsp;และกองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;ที่ศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;มีทั้งหมด&nbsp;90&nbsp;เตียง&nbsp;ปัจจุบันมีผู้เข้าพักแล้ว&nbsp;28&nbsp;เตียง&nbsp;เหลือว่าง&nbsp;62&nbsp;เตียง</p><p><br></p><p><br></p>	14/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514120321730
173	นายกรัฐมนตรี เปิดโรงพยาบาลบุษราคัม เริ่มรับผู้ป่วยโควิดระดับสีเหลืองบ่ายวันนี้ ชื่นชม บุคลากรทางการแพทย์เสียสละ เหน็ดเหนื่อย ทุ่มเท 	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดโรงพยาบาลบุษราคัม&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลบุษราคัม&nbsp;อาคารชาเลนเจอร์&nbsp;อิมแพค&nbsp;เมืองทองธานี&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า&nbsp;จากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่สร้างผลกระทบไปทั่วโลก&nbsp;และประเทศไทยเองก็มีการระบาดอยู่ในขณะนี้&nbsp;ทำให้มีประชาชนที่ต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลจำนวนมาก&nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการตั้งโรงพยาบาลในหลายแห่ง&nbsp;เพื่อให้ทุกคนได้รับการรักษาและวันนี้ก็เป็นโอกาสสำคัญที่ได้มีโรงพยาบาลบุษราคัมขึ้นมาเพิ่มเติมโดยเป็นความร่วมมือของกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ทั้งกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เหล่าทัพและภาคเอกชน&nbsp;ซึ่งจะต้องเป็นความร่วมมือที่เข้มแข็งและยั่งยืนต่อเนื่องไปจนถึงเรื่องของการร่วมกันบริหารจัดการวัคซีนที่ได้ยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ</p><p><strong>โดยโรงพยาบาลบุษราคัมเป็นแนวทางการเตรียมความพร้อมของโรงพยาบาล</strong>&nbsp;ที่เป็นหนึ่งในแผนการวางมาตรการรองรับสถานการณ์ในระดับต่างๆ&nbsp;ตั้งแต่เบาสุดจนถึงหนักสุด&nbsp;เช่นเดียวกับเรื่องของการบริหารจัดการวัคซีนในภาพรวม&nbsp;จึงหวังทุกภาคส่วนร่วมมือสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลบุษราคัมบรรลุวัตถุประสงค์&nbsp;ในการดูแลประชาชนได้ครอบคลุม&nbsp;ทั่วถึง&nbsp;ไม่เหลือล้ำ&nbsp;เป็นส่วนช่วยสำคัญทำให้ประเทศก้าวผ่านเหมือนวิกฤติปัญหาครั้งนี้ไปได้&nbsp;มั่นใจด้วยศักยภาพของไทยและความร่วมมือจะต้องสามารถรับมือและแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ใช้ได้โดยเร็ว</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ขอทุกคนอย่าท้อแท้สิ้นหวังอย่าขัดแย้ง</strong>&nbsp;เพราะเชื่อว่าไทยนั้นมีศักยภาพในการรักษาพยาบาลประชาชนผู้ติดเชื้อและการบริหารจัดการในภาพรวม&nbsp;โดยต้องขอชื่นชมความร่วมมือของทุกภาคส่วน&nbsp;รวมไปจนถึงผู้ปฏิบัติงานทั้งบุคลากรทางการแพทย์เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติงานอยู่ในทุกสถานที่ทั้งในท้องถนนและในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งต้องได้รับกำลังใจจากการทำงานอย่างหนักทุ่มเทเสียสละ&nbsp;ซึ่งทุกคนคงได้เห็นภาพเจ้าหน้าที่ที่ต้องนั่งพักนอนพักอยู่บนพื้นหรือใต้โต๊ะทำงาน&nbsp;นอกจากนี้ต้องขอบคุณฝ่ายความมั่นคงดูแลพื้นที่แนวชายแดนอย่างเต็มที่&nbsp;และหวังไม่มีปัญหาใดๆเพิ่มเติม&nbsp;มากไปกว่านั้นไทยยังพร้อมที่จะร่วมมือกับประเทศโดยเฉพาะพื้นบ้านในอาเซียนเพื่อประเทศหนึ่งในโลกร่วมกันแก้ปัญหานี้ไปด้วยกัน</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้รับมอบอุปกรณ์สนับสนุนจากภาคเอกชน</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;อุปกรณ์ฆ่าเชื้อในอากาศ&nbsp;เครื่องออกซิเจน&nbsp;อุปกรณ์ทางการแพทย์&nbsp;ห้องน้ำ&nbsp;เครื่องอุปโภค&nbsp;รวมมูลค่า&nbsp;45.78&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>สำหรับโรงพยาบาลบุษราคัม</strong>&nbsp;จัดตั้งขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ผู้ติดเชื้อทุกคน&nbsp;โดยเฉพาะผู้ป่วยสีเหลืองที่เจ็บป่วยเล็กน้อยถึงปานกลาง&nbsp;ได้รับการดูแลรักษาอย่างรวดเร็ว&nbsp;เป็นการดูแลผู้ป่วยอย่างครบวงจร&nbsp;ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต&nbsp;เบื้องต้นรับผู้ป่วยได้ประมาณ&nbsp;1,092&nbsp;เตียง&nbsp;หากมีผู้ป่วยเพิ่มสามารถขยายพื้นที่รองรับผู้ป่วยได้ประมาณ&nbsp;5,000&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p>	14/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514111754695
174	ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ครม.เห็นชอบจ่ายเงินเยียวยาประชาชน ภายใต้โครงการ เราชนะ และ ม.33 เรารักกัน เพิ่มเติมอีกคนละ 2,000 บาท	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(14&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า&nbsp;<strong>คณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;มีมติเห็นชอบจ่ายเงินเยียวยาประชาชน&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;เราชนะ&nbsp;และ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;เพิ่มเติมอีกคนละ&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;</strong>ตามที่คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้นำเสนอ&nbsp;รวมวงเงินทั้งสิ้น&nbsp;96,741.47&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นเงินจากวงเงินกู้จำนวน&nbsp;85,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;(พ.ร.ก.เงินกู้ฯ&nbsp;1&nbsp;ล้านล้านบาท)&nbsp;เพื่อเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ระลอกเดือนเมษายน&nbsp;ตามมติ&nbsp;ครม.&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ดังนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>1.&nbsp;โครงการเราชนะ&nbsp;มีกลุ่มเป้าหมายทั้งสิ้น&nbsp;33.5&nbsp;ล้านคน</strong>&nbsp;จะได้รับเงินเยียวยางวดละ&nbsp;1,000&nbsp;บาทต่อสัปดาห์&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;รวมวงเงินทั้งสิ้น&nbsp;67,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งกลุ่มเป้าหมายมี&nbsp;4&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ได้แก่</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;และกลุ่มผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ</strong>&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;กลุ่มนี้จะได้รับเงินเยียวยางวดละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-งวดแรกในวันที่&nbsp;21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-งวดที่&nbsp;2&nbsp;ในวันที่&nbsp;28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>กลุ่มที่มีแอปฯ&nbsp;เป๋าตัง&nbsp;และกลุ่มผู้ลงทะเบียน&nbsp;จะได้รับเงินเยียวยางวดละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-งวดแรกในวันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-งวดที่&nbsp;2&nbsp;ในวันที่&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">วงเงินที่ได้รับจากโครงการนี้&nbsp;สามารถสะสมเพื่อใช้จ่ายได้ไม่เกินวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>2.&nbsp;โครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;มีกลุ่มเป้าหมายทั้งสิ้น&nbsp;8.11&nbsp;ล้านคน</strong>&nbsp;และกลุ่มที่อยู่ระหว่างทบทวนสิทธิอีก&nbsp;30,000&nbsp;คน&nbsp;จะได้รับเงินเยียวยางวดละ&nbsp;1,000&nbsp;บาทต่อสัปดาห์&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;รวมวงเงินทั้งสิ้น&nbsp;48,841.47&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือ&nbsp;เพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;11,741.47&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จากกรอบวงเงินเดิมที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติจำนวน&nbsp;37,100&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยผู้ประกันตนจะได้รับการโอนเงินงวดละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;งวดแรกในวันที่&nbsp;24&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;งวดที่&nbsp;2&nbsp;ในวันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;วงเงินที่ได้รับจากโครงการนี้&nbsp;สามารถสะสมเพื่อใช้จ่ายได้ไม่เกินวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และนอกจากนี้ยัง<strong>อนุมัติให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;เลื่อนการดำเนินโครงการทัวร์เที่ยวไทย&nbsp;และโครงการเราเที่ยวด้วยกัน&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ในเดือนพฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ออกไปก่อน&nbsp;</strong>เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ระลอกเดือนเมษายน&nbsp;คลี่คลายลงแล้วจึงจะเริ่มดำเนินโครงการฯ&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;&nbsp;รวมทั้ง<strong>ปรับลดกรอบวงเงินของโครงการกำลังใจจาก&nbsp;2,400&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เป็น&nbsp;1,370&nbsp;ล้านบาท</strong>&nbsp;หรือลดลงประมาณจำนวน&nbsp;1,030&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและผลการดำเนินโครงการฯ&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้การบริหารกรอบวงเงินกู้ตามพระราชกำหนดฯ&nbsp;เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	14/5/2021	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514104609675
175	นายกรัฐมนตรี เปิดเผย เข้าควบคุมดูแลการติดเชื้อโควิด-19 ในราชทัณฑ์แล้ว ขอประชาชนร่วมฉีดวัคซีน	<p><strong>ภายหลังเป็นประธานเปิดโรงพยาบาลบุษราคัม</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;กล่าวว่าโรงพยาบาลบุษราคัมแห่งนี้จะเป็นการรองรับผู้ป่วยโควิด&nbsp;-19&nbsp;ที่มีอาการน้อยไปถึงปานกลางและเป็นการแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาลในการรักษาผู้ป่วย&nbsp;ขอขอบคุณทุกภาคส่วน&nbsp;รวมถึงภาคเอกชนที่ให้ความร่วมมือในการรับมือกับสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-19&nbsp;ยังไว้วางใจไม่ได้&nbsp;</strong>ดังนั้นอยากให้ทุกคนได้ช่วยกันโดยเฉพาะการใช้มาตรการทางสังคม&nbsp;ทุกคนต้องป้องกันดูแลตนเอง&nbsp;ด้วยการเว้นระยะห่าง&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัยช่วงนี้&nbsp;โดยรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจมองหาแนวทางช่วยเหลือทั้งมาตรการเยียวยาประชาชนและการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ&nbsp;แต่ต้องอยู่ภายใต้งบประมาณของรัฐบาล&nbsp;โดยสิ่งที่เกิดขึ้นคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นไม่นานนัก&nbsp;หากรู้แหล่งแพร่ระบาดก็ดำเนินการแก้ไขทันที&nbsp;พร้อมยืนยันว่าการตรวจเชื้อเชิงรุก&nbsp;มีเครื่องมือที่เพียงพอ&nbsp;</p><p><strong>ขอให้ทุกคนเข้ารับการตรวจและรณรงค์ให้ทุกคนรับการฉีดวัคซีนโควิด-&nbsp;19</strong>&nbsp;ประชาชนลงทะเบียนในแอปพลิเคชันหมอพร้อม&nbsp;ด้วยการทยอยลงทะเบียน&nbsp;ซึ่งในวันนี้รัฐบาลได้ขยายกลุ่มฉีดวัคซีนไปยังกลุ่มย่อยแล้ว&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขณะนี้วัคซีนชนิดอื่นก็ได้ทยอยเข้ามาในประเทศไทยแล้ว&nbsp;แต่ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ&nbsp;ยืนยันการกระจายวัคซีนยังเป็นไปตามแผนที่วางไว้&nbsp;เช่นเดียวกับการฉีดวัคซีนให้กับเด็กนักเรียน&nbsp;เรื่องนี้กระทรวงสาธารณสุขก็รับไปดูแล&nbsp;แต่ในขณะนี้ขอฝากทุกคนช่วยกันไปรับการฉีดวัคซีนโดยไม่ต้องให้ใครเรียก&nbsp;หรือว่าจ้างต้องอยู่ที่ตัวเราเองเพื่อตนเองและครอบครัวของเรา&nbsp;</p><p><strong>ส่วนกรณีผู้ต้องขังในราชทัณฑ์ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;นายกฯ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ได้ดำเนินการดูแลอยู่แล้วเพราะอยู่ในพื้นที่ควบคุมจำกัด&nbsp;ยอมรับว่าเกิดขึ้นได้&nbsp;เพราะเป็นพื้นที่แออัด&nbsp;แต่เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้เมื่อป่วยแล้วก็ต้องเข้ารับการรักษา&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	14/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514121433747
176	นายกรัฐมนตรี ชี้แจงยังไม่ให้งบประมาณการบินไทย ทุกอย่างต้องเดินหน้าตามแผนฟื้นฟูก่อน	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;และ&nbsp;รมว.กลาโหม</strong>&nbsp;ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลว่ารัฐบาลเคาะงบประมาณช่วยเหลือการบินไทยว่า&nbsp;การดำเนินการฟื้นฟูการบินไทย&nbsp;ยังเป็นไปตามแผนเดิม&nbsp;ซึ่งขณะนี้เป็นการทำงานในส่วนของผู้บริหารที่มีหน้าที่จัดทำแผน&nbsp;โดยรัฐบาลยืนยันยังไม่มีการอนุมัติ&nbsp;หรือเคาะงบประมาณใดๆ&nbsp;ทั้งสิ้นจนกว่าแผนที่จัดทำจะได้เดินหน้าและบริหารจัดการไปตามแผนที่วางไว้&nbsp;โดยเชื่อว่าทุกคนไม่อยากให้การบินไทยล้มละลายและเมื่อทำได้ตามแผน&nbsp;ก็จะมีการพิจารณาแนวทางช่วยเหลือใหม่&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	14/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514121739755
177	กำชับผู้ว่าราชการจังหวัด เร่งหามาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในสถานศึกษาที่จะเปิดภาคเรียนวันที่ 1 มิถุนายนนี้	<p><strong>นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;แสดงความเป็นห่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในสถานศึกษา&nbsp;ซึ่งจะเปิดภาคเรียนที่&nbsp;1&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายนนี้&nbsp;โดยฝากไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;ขอให้เตรียมพร้อมสำหรับการเปิดภาคเรียนโดยเฉพาะในส่วนของครูผู้สอน&nbsp;บุคลากรและนักเรียน&nbsp;ที่จะมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากนักเรียนมีภูมิลำเนาและเดินทางมาจากหลายพื้นที่&nbsp;โดยขอให้มีจังหวัดเร่งหามาตรการดูแลความปลอดภัยของครูและนักเรียนในเบื้องต้น&nbsp;ทั้งการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;และการจัดหาวัคซีนให้กับครูและบุคลากรในสถานศึกษาที่มีโอกาสจะสัมผัสกับนักเรียน&nbsp;ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;(อปท.)&nbsp;และสถานศึกษาในสังกัด&nbsp;ร่วมกันรณรงค์ให้ครู&nbsp;บุคลากร&nbsp;นักเรียนและผู้ปกครองทราบถึงมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ทั้งโรงเรียนสังกัดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;(อปท.)&nbsp;รวมถึงสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;เพราะมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นแหล่งแพร่เชื้อได้&nbsp;จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น&nbsp;ขณะเดียวกันขอให้ทุกภาคส่วนในสถานศึกษาร่วมกันปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด&nbsp;-19&nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	14/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514124517784
178	รองนายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พร้อมสั่งการยกระดับเฝ้าระวัง	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>ตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม&nbsp;(Anti&nbsp;Fake&nbsp;News&nbsp;Center)&nbsp;และการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์&nbsp;โดยมีนายชัยวุฒิ&nbsp;ธนาคมานุสรณ์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส)&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;โดยได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานจากผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ซึ่งในภาพรวมมีข่าวปลอมในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;และด้านสุขภาพมากถึงร้อยละ&nbsp;66&nbsp;</p><p><strong>รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวมอบนโยบายที่สำคัญว่า&nbsp;</strong>สถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;สื่อสังคมออนไลน์มีบทบาทต่อการสร้างกระแสข่าวปลอมที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด&nbsp;ความตื่นตระหนกในสังคมและส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการบริหารงาน&nbsp;ของรัฐบาลช่วงวิกฤตโควิด-19&nbsp;ซึ่งรัฐบาลพยายามแก้ปัญหาเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ปลอดภัยควบคู่กับการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างเต็มความสามารถ&nbsp;พร้อมกำชับให้หน่วยงานดังกล่าวบูรณาการทำงานร่วมกันในการเฝ้าระวังข่าวปลอมตลอดเวลา&nbsp;และดำเนินการอย่างเร่งด่วนในการตรวจสอบข่าวสารอันเป็นเท็จและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ตลอดจนแจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอมและชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องให้ประชาชนทราบโดยทั่วกันด้วย&nbsp;</p><p><strong>จากนั้นรองนายกรัฐมนตรีและคณะ&nbsp;</strong>ไปยังศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเพื่อดูการปฏิบัติงานและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่&nbsp;พร้อมกล่าวชื่นชมการปฏิบัติงานที่ผ่านมาด้วยความเสียสละ&nbsp;ทุ่มเทและอวยพรขอให้บรรลุภารกิจรวมทั้งปลอดภัยจากโควิด-19&nbsp;ครั้งนี้ไปด้วยกัน</p><p><br></p><p><br></p>	14/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514120519733
179	นายกรัฐมนตรีเปิดโรงพยาบาลบุษราคัม เมืองทองธานี รับผู้ป่วยโควิดมีอาการ พร้อมขอทุกคนรับวัคซีน ย้ำมีความปลอดภัย	"<p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้ (14 พฤษภาคม 2564) ณ อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี</strong> พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดโรงพยาบาลบุษราคัม โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้รับมอบอุปกรณ์สนับสนุนจากภาคเอกชน ได้แก่ อุปกรณ์ฆ่าเชื้อในอากาศ เครื่องออกซิเจน อุปกรณ์ทางการแพทย์ ห้องน้ำ เครื่องอุปโภค รวมมูลค่า 45.78 ล้านบาท</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับโรงพยาบาลบุษราคัม จัดตั้งขึ้นตามนโยบายของรัฐบาล</strong>ที่ต้องการให้ผู้ติดเชื้อทุกคน โดยเฉพาะผู้ป่วยสีเหลืองที่เจ็บป่วยเล็กน้อยถึงปานกลางทั้งจากในโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม และสายด่วนต่าง ๆ จาก กทม. และปริมณฑล ได้รับการดูแลรักษาอย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยลดอาการรุนแรง ลดการเสียชีวิต รวมทั้งเป็นการดูแลผู้ป่วยอย่างครบวงจร ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต เบื้องต้นรับผู้ป่วยได้ประมาณ 1,092 เตียง หากมีผู้ป่วยเพิ่มสามารถขยายพื้นที่รองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 5,000 ราย ภายใต้การดูแลของแพทย์ พยาบาล พร้อมด้วยอุปกรณ์ด้านการแพทย์อย่างครบครัน</p><p class=""ql-align-justify""><br></p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข</strong> และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ได้ร่วมกันจัดตั้งโรงพยาบาลบุษราคัม หวังให้เป็นโรงพยาบาลแก้ไขปัญหารักษาผู้ป่วยโควิด-19 พร้อมกล่าวขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ หมอ พยาบาล อสม. และเจ้าที่ทุกท่านที่เสียสละ อดทน แม้ว่าตนเองจะเสี่ยงอันตราย และเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็ไม่ย่อท้อ มุ่งมั่น ทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่โดยไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ ขอให้ทุกคนอย่าท้อแท้และสิ้นหวัง เชื่อมั่นว่า ด้วยศักยภาพและความสามัคคีของคนไทยทุกคนจะช่วยให้ประเทศไทยก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเขิญชวนให้ประชาชนทุกคนลงทะเบียนฉีดวัคซีน</strong>ผ่านระบบหมอพร้อม โดยขอให้มั่นใจเรื่องความปลอดภัย&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify""><br></p><p><br></p>"	14/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514130116790
180	รัฐบาล เร่งกระจายวัคซีนฉีดให้กับประชาชน ผ่าน 3 รูปแบบ ส่วนรูปแบบ Walk in ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละพื้นที่	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;จากที่พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและ&nbsp;รมว.กลาโหม&nbsp;ได้มีนโยบายให้มีการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ให้มากที่สุดเพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ&nbsp;ลดความรุนแรงและเสียชีวิต&nbsp;ซึ่งนำไปสู่กรณีที่คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติมีมติเมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ให้รูปแบบการฉีดวัคซีนตั้งแต่เดือน&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไปประกอบไปด้วย&nbsp;3&nbsp;รูปแบบ&nbsp;ซึ่งจะรวมถึงรูปแบบที่ประชาชน&nbsp;walk&nbsp;In&nbsp;เข้ามารับวัคซีน&nbsp;ณ&nbsp;จุดบริการต่างๆ&nbsp;ด้วย&nbsp;ซึ่งในส่วนของwalk&nbsp;In&nbsp;นั้น&nbsp;ตามนโยบายรัฐบาลจะจัดให้มีอย่างแน่นอน&nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้กับประชาชนกลุ่มที่ไม่สามารถลงทะเบียนผ่านระบบและไม่ได้ผ่านการนัดหมายแบบกลุ่มก้อน&nbsp;แต่การให้วัคซีนแบบการ&nbsp;walk&nbsp;in&nbsp;นี้ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละพื้นที่&nbsp;ซึ่งต้องพิจารณาทั้งประเด็นของปริมาณวัคซีนและสถานการณ์การแพร่ระบาด&nbsp;เช่น&nbsp;กรณีของกรุงเทพมหานคร&nbsp;ที่แม้นโยบายของรัฐบาลเห็นว่าให้ประชาชน&nbsp;walk&nbsp;in&nbsp;รับวัคซีนได้&nbsp;แต่ผู้รับผิดชอบพื้นที่เห็นว่าสถานการณ์ยังไม่เหมาะสมที่จะมีการ&nbsp;walk&nbsp;in&nbsp;เนื่องจากเป็นพื้นที่แพร่ระบาดสูง&nbsp;หากมีกิจกรรมรวมตัวจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้สูงขึ้น&nbsp;ทางกรุงเทพมหานครจึงยังไม่เปิดให้มีการ&nbsp;walk&nbsp;In&nbsp;ในขณะนี้&nbsp;แต่จะมีอย่างแน่นอนเมื่อมีความพร้อม&nbsp;จึงขอให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่&nbsp;แต่ละจังหวัดติดตามการประกาศของจังหวัด</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ส่วนประเด็นข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับวัคซีน&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">รัฐบาลขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลของทางการ&nbsp;โดยเฉพาะประกาศของทางจังหวัด&nbsp;ส่วนการรับข้อมูลทางโซเชียลมีเดียอื่นๆ&nbsp;ขอให้รับข่าวสารด้วยความระมัดระวัง&nbsp;มีการตรวจสอบที่มาอย่างรอบด้าน&nbsp;และขอความร่วมมือผู้จัดทำชุดข้อมูล&nbsp;กราฟฟิก&nbsp;หรือข้อความเพื่อส่งต่อผ่านช่องทางต่างๆ&nbsp;ขอให้เป็นการทำข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในสังคม&nbsp;เพื่อลดการสร้างความสับสน</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	14/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514141825828
181	ประธานสภาผู้แทนราษฎร นัดประชุมนัดแรกวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ พิจารณาร่างพระราชกำหนด 2 ฉบับ และร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 	<p><strong>นายวิรัช&nbsp;รัตนเศรษฐ&nbsp;ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล</strong>&nbsp;(วิปรัฐบาล)&nbsp;พร้อมด้วยนายสุทิน&nbsp;คลังแสง&nbsp;ประธานวิปฝ่ายค้าน&nbsp;แถลงผลการประชุมร่วม&nbsp;4&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ทั้งตัวแทนรัฐบาล&nbsp;วิปรัฐบาล&nbsp;วิปฝ่ายค้านและวิปวุฒิสภา&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;ว่า&nbsp;เบื้องต้นที่ประชุมยังคงยืนยันเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก&nbsp;เพื่อพิจารณาร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์&nbsp;และพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบการธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในวันที่&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;จากนั้นวันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;-2&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;วาระแรกก่อน&nbsp;และหากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ยังไม่คลี่คลายจะพิจารณาทบทวนอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป&nbsp;พร้อมยืนยันว่าระหว่างการประชุมดังกล่าวมาตรการทางสาธารณสุขภายในรัฐสภาจะเข้มข้นกว่าเดิม&nbsp;พร้อมระบุขณะนี้&nbsp;มี&nbsp;ส.ส.เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;-19&nbsp;แล้วประมาณ&nbsp;235&nbsp;คน&nbsp;โดยเป็นจำนวนของผู้ที่รับวัคซีนในกรุงเทพมหานคร&nbsp;และอยู่ระหว่างการสำรวจจำนวนเพิ่มเติม&nbsp;ทั้งนี้ยังมี&nbsp;ส.ส.อีกจำนวนหนึ่งที่อยู่ระหว่างการรอเข้ารับการฉีดวัคซีน&nbsp;จึงมั่นใจว่าจนถึงวันประชุมจะมี&nbsp;ส.ส.ทยอยเข้ารับการฉีดวัคซีนเพิ่มเติม</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;ประธานวิปฝ่ายค้าน&nbsp;ยืนยันว่า</strong>&nbsp;แม้จะกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;แต่&nbsp;ส.ส.ต้องทำหน้าที่ไม่ให้บกพร่อง&nbsp;โดยเฉพาะการพิจารณาพระราชกำหนด&nbsp;2&nbsp;ฉบับ&nbsp;ที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบบังคับใช้ตามกฎหมายแล้ว&nbsp;และร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ที่สภาต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลาที่กำหนด&nbsp;105&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งตามมาตรการทางสาธารณสุขภายในรัฐสภาเชื่อมั่นว่า&nbsp;จะสามารถดำเนินการพิจารณากฎหมายทั้ง&nbsp;3&nbsp;ฉบับดังกล่าวได้&nbsp;จากนั้นค่อยพิจารณาตามสถานการณ์อีกครั้ง</p><p><br></p><p><br></p>	14/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514163756955
182	นายกรัฐมนตรี หารือผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติเรื่องเมียนมา มุ่งหวังให้เมียนมาเกิดสันติภาพและเสถียรภาพ	<p><strong>นางคริสทีเนอ&nbsp;ชราเนอร์&nbsp;บูร์เกเนอร์</strong>&nbsp;(Mrs.&nbsp;Christine&nbsp;Schraner&nbsp;Burgener)&nbsp;ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติเรื่องเมียนมา&nbsp;เข้าเยี่ยมคารวะ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;เนื่องในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรียินดีที่หารือกับผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติเรื่องเมียนมา</p><p>โดยประเด็นนี้ได้รับความสนใจจากอาเซียนและประชาคมโลก&nbsp;ซึ่งการประชุมสุดยอดอาเซียนเมื่อเดือนเมษายน&nbsp;ไทยให้ความสำคัญกับแนวทาง&nbsp;D4D&nbsp;ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เสนอต่อที่ประชุมและพร้อมสนับสนุนฉันทามติ&nbsp;5&nbsp;ข้อของอาเซียน&nbsp;ซึ่งไทยมุ่งหวังให้เกิดสันติภาพและเสถียรภาพในเมียนมา</p><p><strong>ด้านผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติเรื่องเมียนมา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การมาเยือนไทยและภูมิภาคอาเซียนครั้งนี้&nbsp;เพื่อหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องถึงสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมา&nbsp;โดยจากการหารือกับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รวมถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมาที่กรุงจาการ์ตา&nbsp;&nbsp;อินโดนีเซีย&nbsp;จึงประสงค์ที่จะสานต่อกระบวนการเจรจาดังกล่าวต่อไปเพื่อนำความสงบสุขกับมาสู่เมียนมาอีกครั้ง&nbsp;หวังว่าไทยจะสนับสนุนกระบวนการดังกล่าวและแสวงหาความร่วมมือกับกองทัพเมียนมาในการหาทางออกอย่างสันติ</p><p><strong>ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงการให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม</strong>&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า&nbsp;ไทยดำเนินการทุกวิถีทางอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อสนับสนุนให้สถานการณ์ในเมียนมาคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น&nbsp;ตลอดจนให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา&nbsp;และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว&nbsp;นอกจากนี้ยังยืนยันว่าจะไม่มีการส่งผู้หนีภัยกลับไปเมียนมาหากต้องเผชิญกับอันตราย&nbsp;โดยมีการตั้งศูนย์เพื่อรองรับผู้หนีภัยหลายแห่งตามแนวชายแดน&nbsp;รวมทั้งให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ที่บาดเจ็บ&nbsp;พร้อมหวังว่าผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติฯ&nbsp;จะช่วยสร้างความเข้าใจต่อประชาคมโลกถึงสถานการณ์ในภูมิภาค</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	14/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514140443815
183	กรมราชทัณฑ์ ยืนยันยอดผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด-19 เป็นการตรวจแบบ 100% แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายวีระกิตติ์&nbsp;หาญปริพรรณ์&nbsp;รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ชี้แจงความคืบหน้าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;ในเรือนจำและทัณฑสถาน&nbsp;ว่า&nbsp;สาเหตุของการพบยอดผู้ติดเชื้อจำนวนมากในยะเวลารวดเร็ว&nbsp;สืบเนื่องจากวันที่&nbsp;7&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;กรมราชทัณฑ์&nbsp;ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ&nbsp;ให้มาประจำอยู่ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์&nbsp;เพื่อดำเนินการตรวจวิเคราะห์หาเชื้อ&nbsp;พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;มาร่วมตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;แบบ&nbsp;100%&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;จนสามารถตรวจแล้วเสร็จ&nbsp;100%&nbsp;ทำให้สามารถแยกกลุ่มเป้าหมายที่ติดเชื้อและกลุ่มที่ยังไม่ติดเชื้อแยกจากกันได้อย่างทันท่วงที&nbsp;ซึ่งในกลุ่มผู้ติดเชื้อดังกล่าว&nbsp;ได้ดำเนินการ&nbsp;X-ray&nbsp;ปอดทุกรายโดยรถพระราชทานในโครงการราชทัณฑ์ปันสุข&nbsp;ทำความ&nbsp;ดี&nbsp;เพื่อชาติ&nbsp;ศาสน์&nbsp;กษัตริย์&nbsp;เพื่อค้นหาผู้ป่วยที่อาจมีภาวะแทรกซ้อนปอดอักเสบได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;รวมทั้งมีการแยกผู้ป่วยตามลักษณะอาการ&nbsp;เพื่อดำเนินการรักษาได้อย่างตรงจุด&nbsp;และด้วยการตรวจพบเชื้อที่มากขึ้นในระยะเวลาที่รวดเร็ว&nbsp;จึงจำเป็นต้องมีการยืนยันผล&nbsp;เพื่อป้องกันการรายงานผลที่คลาดเคลื่อน&nbsp;ซึ่งต้องใช้เวลาในการดำเนินการ&nbsp;4-5&nbsp;วัน&nbsp;ก่อนรายงานไปยัง&nbsp;ศบค.&nbsp;ยืนยัน&nbsp;กรมราชทัณฑ์&nbsp;ไม่ได้มีการปกปิดข้อมูลผู้ติดเชื้อและที่ผ่านมาหากผู้ต้องขังที่ติดเชื้อรายใดต้องการแจ้งให้ญาติภายนอกทราบ&nbsp;ทางเรือนจำและทัณฑสถานจะมีเจ้าหน้าที่คอยดำเนินการแจ้งไปยังญาติผู้ต้องขังแต่ละรายเป็นการเฉพาะอยู่แล้ว&nbsp;หากญาติผู้ต้องขังรายใดที่มีความกังวลใจ&nbsp;สามารถติดต่อสอบถามที่เรือนจำและทัณฑสถานที่ผู้ต้องขังถูกคุมขังอยู่ได้</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กรมราชทัณฑ์&nbsp;ชี้แจงเพิ่มเติมกรณีที่มีผู้โพสต์ในสื่อออนไลน์&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">โดยอ้างว่า&nbsp;นางสาวปนัสยา&nbsp;สิทธิจิรวัฒนกุล&nbsp;หรือรุ้ง&nbsp;ไม่ได้ถูกกักตัวตลอดเวลา&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;23&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;นางสาวปนัสยาฯ&nbsp;ได้ถูกกักตัวในห้องกักโรคจนถึงวันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ตามนโยบายเดิมของกรมราชทัณฑ์&nbsp;ที่ให้กักตัวเป็นระยะเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;แต่ในช่วงดังกล่าว&nbsp;ได้มีนโยบายใหม่&nbsp;ให้กักตัวผู้ต้องขังแรกรับและผู้ต้องขังออกศาลเพิ่มเติมเป็นระยะเวลา&nbsp;21&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งอาจทำให้ผู้ต้องขังเกิดความเครียดจากการกักตัวที่ใช้ระยะเวลานานได้&nbsp;จึงมีการผ่อนคลาย&nbsp;โดยให้ผู้ต้องขังที่ออกจากห้องกักโรคได้ออกมาผ่อนคลายภายในแดนแรกรับ&nbsp;ซึ่งเป็นแดนที่เตรียมไว้สำหรับผู้ต้องขังเข้าใหม่&nbsp;เพื่อสังเกตโรค&nbsp;ทั้งทางร่างกายและจิตใจ&nbsp;เป็นระยะเวลาต่อเนื่องประมาณ&nbsp;1-3&nbsp;เดือน&nbsp;เพื่อให้ผู้ต้องขังเข้าใหม่ทุกรายได้ปรับตัวเข้ากับการใช้ชีวิตในทัณฑสถาน&nbsp;โดยอาจมีกิจกรรมเล็กน้อย&nbsp;เช่น&nbsp;การอ่านหนังสือ&nbsp;ซึ่งในแดนแรกรับดังกล่าว&nbsp;จะมีพื้นที่ครอบคลุมในส่วนของห้องกักโรค&nbsp;ที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของแดนแรกรับเช่นเดียวกัน&nbsp;โดยมีผู้ต้องขังทั้งแดนอยู่ที่ประมาณ&nbsp;1,500&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งเมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;กรมราชทัณฑ์&nbsp;ได้ดำเนินการตรวจหาเชื้อผู้ต้องขังในแดนแรกรับทั้งหมดแบบ&nbsp;100%&nbsp;ไม่ปรากฏว่ามีผู้ต้องขังรายใดที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ซึ่งรวมถึงผู้ต้องขังที่พักร่วมห้องกับ&nbsp;นางสาวปนัสยาฯ&nbsp;เอง&nbsp;ก็ไม่พบว่า&nbsp;มีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;แต่อย่างใด</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	14/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514163327950
184	รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่ จ.ลำปาง ติดตามโครงการปลูกพืชสมุนไพร เสริมรายได้เกษตรกร	<p>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.ลำปาง ติดตามโครงการปลูกพืชสมุนไพร เสริมรายได้เกษตรกร แนะใช้วิกฤติโควิด-19 เป็นโอกาสเปิดตลาดพืชเศรษฐกิจ</p><p><br></p><p>ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจ ราชการ จังหวัดลำปาง เพื่อติดตามศูนย์สมุนไพร ณ วิสาหกิจชุมชนสหกรณ์การเกษตรสมุนไพรแม่มอก อ.เถิน&nbsp;โดยร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดลำปาง ที่ส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพร เพื่อการส่งออก พัฒนาการผลิตและใช้ประโยชน์จากสมุนไพรไทยอย่างมีคุณภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับช่องทางการจำหน่ายสินค้า และราคาสมุนไพรตกต่ำ ทั้งนี้ ดร.แก้มหอม ณ ล้านช้าง หรือแม่มดกัญชา ได้เข้ามาช่วยเหลือเบื้องต้นในการรับซื้อสมุนไพรต่างๆ นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้มีการสร้างโรงงานแปรรูปสมุนไพร เพื่อลดต้นทุนในการผลิต พร้อมหาช่องทางในการส่งออกไปยังต่างประเทศ ให้ต่างชาติได้รู้จักถึงประโยชน์และความมีคุณค่าสมุนไพรไทย</p><p><br></p><p>ร้อนเอกธรรมนัส กล่าวว่า การที่ลงพื้นที่ เพื่อมาติดตามความคืบหน้าการปลูกพืชสมุนไพร เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร แม้โควิด-19 จะแพร่ระบาดหนัก ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องหาช่องทางด้านการเกษตร โดยใช้วิกฤติของสถานการณ์แพร่ระบาดโควิดให้เป็นโอกาส ซึ่งวันนี้พืชสมุนไพรเป็นความต้องการของตลาด เช่น ฟ้าทะลายโจรวันนี้ขาดตลาด จึงอยากเห็นเกษตรกรทำโครงการปลูกพืชสมุนไพร เสนอมาและจะหางบประมาณมาสนับสนุน ยืนยันการลงพื้นที่แต่ละครั้ง เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร ทั้งที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย และปัญหาน้ำไม่เพียงพอต่อการทำการเกษตร และเป็นที่น่ายินดีทางคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ ภายใต้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ที่มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้อนุมัติงบกว่า 5 พันล้านบาท เพื่อนำมาบริหารจัดการน้ำ พื้นที่ลุ่มกว๊านพะเยา ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำ โดยจะต้องมีการนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติต่อไปตามขั้นตอน&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>	14/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514175021007
185	ผบ.ฉก.ยะลา ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ดูแลพี่น้องประชาชน  ในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา เน้นย้ำนโยบายสั่งการ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พล.ต.อุทิศ&nbsp;อนันตนานนท์&nbsp;ผบ.ฉก.ยะลา&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ&nbsp;กำลังพลชุดปฏิบัติการจรยุทธ์&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;พร้อมมอบนโยบาย/สั่งการ&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน&nbsp;ณ&nbsp;จุดตรวจหน้าฐานปฏิบัติการ&nbsp;ร้อย.ทพ.4105&nbsp;ต.กายูบอเกาะ,&nbsp;พื้นที่ปฏิบัติการ&nbsp;ชป.จรยุทธ์&nbsp;ต.ยะต๊ะ,&nbsp;ต.กาลอ&nbsp;และ&nbsp;ต.โกตาบารู&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;โดยมี&nbsp;พ.อ.อรรถพล&nbsp;คงสง&nbsp;ผบ.ฉก.ทพ.41&nbsp;และ&nbsp;พ.ท.สยามรัฐ&nbsp;แก้วสวย&nbsp;รอง&nbsp;ผบ.ฉก.ทพ.41&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	14/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514194114047
186	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุ แผนป้องกันโควิดในเรือนจำ พื้นที่ กทม.-ปริมณฑล เร่งดำเนินการตรวจเชิงรุก 100 %	<p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;เทพสุทิน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม</strong>&nbsp;กล่าวถึงแผนงานการรับมือสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่กระจายเข้าสู่เรือนจำว่า&nbsp;จากนี้ในส่วน&nbsp;8&nbsp;เรือนจำ/ทัณฑสถานในพื้นที่&nbsp;&nbsp;กทม.&nbsp;และอีก&nbsp;4&nbsp;เรือนจำ/ทัณฑสถานในเขตปริมณฑล&nbsp;มีความจำเป็นต้องตรวจหาเชื้อโควิดให้ผู้ต้องขัง&nbsp;100%&nbsp;เพื่อป้องกันการลุกลามและแพร่กระจายภายในเรือนจำ&nbsp;ทางกรมราชทัณฑ์มีความห่วงใยในสภาวการณ์ของการระบาด&nbsp;เพื่อให้ญาติผู้ต้องขังและสังคมสบายใจ&nbsp;โดยทางกรมจะรีบประสาน&nbsp;โรงพยาบาลแม่ข่าย&nbsp;กรมควบคุมโรค&nbsp;กรมการแพทย์ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณหลัก&nbsp;จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;(สปสช.)&nbsp;ให้เข้าช่วยในการตรวจหาเชื้อในครั้งนี้&nbsp;ส่วนเรือนจำในต่างจังหวัดก็มีความจำเป็นต้องยกระดับการป้องกัน&nbsp;โดยใช้แนวทาง&nbsp;บับเบิ้ล&nbsp;แอนด์ซีล&nbsp;เพื่อความปลอดภัย&nbsp;เช่นกัน</p><p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;ทุกเรือนจำทั่วประเทศ&nbsp;</strong>จะต้องมีการเตรียมความพร้อมทำโรงพยาบาลสนาม&nbsp;ซึ่งอาจจะต้องกันแดนไว้&nbsp;1&nbsp;แดน&nbsp;เพื่อจัดทำโรงพยาบาลสนาม&nbsp;เตรียมพร้อมรับมือและหากเรือนจำใดไม่มีพื้นที่ในการจัดทำโรงพยาบาลสนาม&nbsp;ก็ให้วางแผนไปใช้พื้นที่ของทัณฑสถานเปิด&nbsp;หรือสถานกักกัน&nbsp;ปรับปรุงเป็นโรงพยาบาลสนาม&nbsp;โดยกระทรวงยุติธรรม&nbsp;ต้องของบประมาณรายจ่ายงบกลาง&nbsp;รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทาแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เพื่อจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ&nbsp;ที่จะใช้ในเรือนจำ&nbsp;ขณะนี้กำลังตรวจสอบเหตุผลการของบประมาณและจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีให้เร็วที่สุด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	15/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515112926124
187	ปลัดกระทรวงมหาดไทย สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เตรียมพร้อมบูรณาการทุกส่วนฉีดวัคซีนให้กับประชาชน	"<p><strong>นายฉัตรชัย&nbsp;พรหมเลิศ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้เสนอให้เรื่องของวัคซีนโควิด-19&nbsp;เป็นวาระแห่งชาติ&nbsp;โดยรัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดในการดำเนินนโยบายต่างๆ&nbsp;อย่างครบวงจร&nbsp;ทั้งการจัดหา&nbsp;การกระจาย&nbsp;ไปจนถึงการฉีด&nbsp;เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับประเทศไทยให้เร็วที่สุด&nbsp;</p><p><strong>เพื่อให้การบริหารจัดการวัคซีนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;เหมาะสม&nbsp;ทั่วถึง&nbsp;</strong>ตามลำดับความจำเป็นเร่งด่วน&nbsp;จึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์การบริหารจัดการวัคซีน&nbsp;(Incident&nbsp;Commander&nbsp;:&nbsp;IC)&nbsp;โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจารณาดำเนินการคือ&nbsp;การจัดเตรียมสถานที่&nbsp;บุคลากร&nbsp;วัสดุอุปกรณ์&nbsp;รองรับการฉีดวัคซีน&nbsp;ให้เพียงพอต่อจำนวนผู้ลงทะเบียนในพื้นที่&nbsp;อย่างน้อยอำเภอละ&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;โดยประสานสถานที่จากภาคราชการและเอกชนที่มีความพร้อมตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขและประสานหน่วยงานผู้รับผิดชอบ&nbsp;เพิ่มเติมข้อมูลสถานที่ฉีดวัคซีนของจังหวัดทุกแห่งเข้าในระบบของแอปพลิเคชัน&nbsp;""หมอพร้อม""&nbsp;รวมทั้งซักซ้อมระบบการฉีดวัคซีนให้มีความพร้อมภายในวันที่&nbsp;28&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;,&nbsp;การลงทะเบียนฉีดวัคซีน&nbsp;ให้วางระบบการลงทะเบียนฉีดวัคซีนโดยใช้กลไกระดับพื้นที่แบ่งมอบพื้นที่เพื่อดำเนินการ&nbsp;</p><p><strong>โดยประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและความเชื่อมั่น</strong>&nbsp;กับประชาชนให้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;ให้มากที่สุด&nbsp;เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิต&nbsp;และให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในประเทศ&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาและยุติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ได้โดยเร็ว&nbsp;ซึ่งจะเป็นผลให้สามารถดำเนินการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้เข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้งเชิญชวนให้ประชาชนลงทะเบียนฉีดวัคซีนโดยใช้แอปพลิเคชัน&nbsp;""หมอพร้อม""</strong>&nbsp;เป็นช่องทางหลักในการลงทะเบียนฉีดวัคซีน&nbsp;สำหรับกรณีที่ประชาชนที่ไม่มีความพร้อมในการใช้แอปพลิเคชัน&nbsp;หรือไม่สามารถยืนยันการจองฉีดวัคซีนในแอปพลิเคชัน&nbsp;หมอพร้อม&nbsp;ได้อาจพิจารณาดำเนินการในช่องทางอื่นๆ&nbsp;ที่สามารถส่งต่อหรือเชื่อมโยงข้อมูลกับ&nbsp;แอปพลิเคชัน&nbsp;หมอพร้อม&nbsp;ได้แก่&nbsp;การใช้ระบบหรือวิธีการอื่นที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเห็นสมควร&nbsp;การลงทะเบียนโดยเจ้าหน้าที่&nbsp;หรือผู้ที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดมอบหมาย&nbsp;และการลงทะเบียน&nbsp;ณ&nbsp;จุดรับลงทะเบียนที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนด&nbsp;,&nbsp;ให้วางระบบการฉีดวัคซีน&nbsp;ที่สามารถอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เข้ารับบริการตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขอย่างครบถ้วน&nbsp;โดยให้โรงพยาบาลและหน่วยงานด้านสาธารณสุขทำหน้าที่เป็นผู้บริหารจัดการการฉีดวัคซีนและวางระบบการติดตามผลข้างเคียง&nbsp;หรือผลกระทบภายหลังจากการฉีดวัคซีน&nbsp;พร้อมจัดระบบการช่วยเหลือหากเกิดกรณีมีอาการไม่พึงประสงค์</p><p><br></p><p><br></p>"	15/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515114606141
188	รองผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ชายแดนที่บ้านท่าตาฝั่ง พร้อมสร้างขวัญกำลังใจกับราษฎรไทยที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในประเทศเมียนมา	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสังคม&nbsp;คัดเชียงแสน&nbsp;นายอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายตวงสิทธิ์&nbsp;ประทินสุขอำไพ&nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง&nbsp;จัดชุดปฏิบัติการ&nbsp;อส.บูรณาการร่วม&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;36&nbsp;หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;36&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;สาธารณสุขอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;พันเอกประสาน&nbsp;แสงศิริรักษ์&nbsp;รองผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร&nbsp;ในโอกาสเดินทางมาติดตามสถานการณ์&nbsp;เนื่องจากความไม่สงบในประเทศเมียนมาและตรวจเยี่ยมสร้างขวัญกำลังใจให้กับราษฎรบ้านท่าตาฝั่ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.แม่ยวม&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ&nbsp;ในการนี้ทางคณะได้จัดครัวสนาม&nbsp;จัดทำข้าวกล่อง&nbsp;200&nbsp;กล่อง&nbsp;มอบน้ำดื่ม&nbsp;พบปะสอบถาม&nbsp;เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับราษฎรและคณะครูโรงเรียนบ้านท่าตาฝั่ง&nbsp;โดยมีผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;คณะกรรมการหมู่บ้าน&nbsp;คณะครูและราษฎรบ้านท่าตาฝั่งให้การต้อนรับ&nbsp;ซึ่งปัจจุบันชาวบ้านที่อพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยได้กลับมาอาศัยอยู่บ้านตามปกติแล้ว</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ในวันเดียวกัน&nbsp;รองผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวรได้มอบอุปกรณ์สำหรับใช้ในภารกิจบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;และมอบอุปกรณ์ในการป้องกันไวรัสโควิด-19&nbsp;ให้กับประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่&nbsp;พร้อมเดินทางตรวจภูมิประเทศ&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตำรวจท่าตาฝั่ง(เก่า)&nbsp;ซึ่งอาจเป็นช่องทางธรรมชาติที่&nbsp;ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาอาจหลบหนีเข้ามาฝั่งไทย&nbsp;ทางด้านสาธารณสุขอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ได้จัดเจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองโควิด-19&nbsp;ร่วมกับนายสิบพยาบาล&nbsp;ให้การรักษาพยาบาลตรวจคัดกรองไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;และรักษาโรคเบื้องต้นแก่ราษฎรฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;134&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	15/5/2021	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515122842155
189	นายกรัฐมนตรี สั่งคุมเข้มสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ปี 2564	<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและ&nbsp;รมว.กลาโหม&nbsp;ห่วงใยประชาชน&nbsp;กรณีพบการแอบอ้าง&nbsp;หลอกลวง&nbsp;รับผลประโยชน์จากการสอบข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย&nbsp;คณะกรรมการกลางสอบแข่งขันท้องถิ่น&nbsp;เพิ่มความเข้มงวดเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว&nbsp;หลังได้รับเรื่องร้องเรียน&nbsp;ว่าในช่วงที่ผ่านมานั้น&nbsp;พบกระบวนการทุจริต&nbsp;หลอกลวง&nbsp;แอบอ้างรับผลประโยชน์จากผู้สมัครสอบเป็นจำนวนมาก&nbsp;จึงต้องมีมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น&nbsp;รัดกุม&nbsp;พร้อมขอให้ผู้ที่สมัครสอบระมัดระวัง&nbsp;อย่าหลงเชื่อ&nbsp;ตกเป็นเหยื่อของการกระทำผิดกฎหมาย&nbsp;หากพบพฤติการณ์แอบอ้างรับผลประโยชน์&nbsp;ให้แจ้งเบาะแสและสามารถใช้โทรศัพท์มือถือ&nbsp;บันทึกภาพและคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐานได้ด้วย</p><p><strong>สำหรับการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น&nbsp;ปี&nbsp;2564</strong>&nbsp;ได้มีการประกาศรับสมัครตั้งแต่วันที่&nbsp;9&nbsp;ก.พ.2564&nbsp;และมีการเลื่อนประกาศวันสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป(ภาค&nbsp;ก)&nbsp;และภาคความรู้ความสามารถเฉพาะสำหรับตำแหน่ง&nbsp;(ภาค&nbsp;ข)&nbsp;จากเดิมวันที่&nbsp;20&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;เป็นภายในวันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ดำเนินการโดยคณะกรรมการกลางสอบแข่งขันท้องถิ่น&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์&nbsp;การเรียกรับผลประโยชน์&nbsp;ตลอดจนความไม่เป็นธรรม&nbsp;ทั้งยังได้ให้มหาวิทยาลัยที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้จัดการสอบ&nbsp;ให้ดูแลควบคุมการสอบอย่างเป็นระบบ&nbsp;โดยมีการกำหนดมาตรการป้องกันการรั่วของข้อสอบเป็นอย่างดี</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;หากพบเห็นหรือทราบพฤติการณ์การแอบอ้าง&nbsp;</strong>ว่าจะช่วยให้ผู้สมัครสอบเป็นผู้สอบได้&nbsp;โดยใช้วิธีการต่างๆ&nbsp;ขอให้แจ้งศูนย์ดำรงธรรม&nbsp;กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;0-2241-9014&nbsp;หรือ&nbsp;02-241-9000&nbsp;ต่อ&nbsp;1264&nbsp;หรือเว็บไซด์กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;รวมถึงศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์&nbsp;1111&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด&nbsp;หากพบข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น&nbsp;มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย&nbsp;จะถูกดำเนินการทางวินัย&nbsp;รวมทั้งดำเนินการทางกฎหมายไม่ละเว้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ต้องการให้การสอบเพื่อเป็นข้าราชการ&nbsp;พนักงานส่วนท้องถิ่น&nbsp;เกิดความบริสุทธิ์&nbsp;ยุติธรรม&nbsp;เพื่อให้ได้คนดีมีความรู้&nbsp;อย่างแท้จริงมาปฏิบัติงาน&nbsp;ดังนั้นขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวเอาจริงเอาจังในการจัดการกับผู้กระทำความผิด&nbsp;โดยเฉพาะผู้แอบอ้างเสนอรับผลประโยชน์&nbsp;หลอกลวงประชาชน&nbsp;หากได้รับเรื่องร้องเรียน&nbsp;ขอให้เร่งตรวจสอบหาหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย&nbsp;หากเจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลย&nbsp;จะถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ&nbsp;มีความผิดตามกฎหมายด้วยเช่นกัน</p><p><br></p><p><br></p>	15/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515211602286
190	จังหวัดแพร่.....เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายตรวจยึดไม้กลางป่าสงวน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่ป่าไม้ร่วมกับตำรวจ&nbsp;เข้าตรวจสอบป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ถูกมือดีย่องเงียบเข้าตัดไม้ประดู่ทิ้งไว้&nbsp;ยังไม่ทันขนออกจากป่า&nbsp;ชาวบ้านทนไม่ไหวขอให้เข้าตรวจสอบ</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นายสักรินทร์&nbsp;ปัญญาใจ&nbsp;ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่&nbsp;3&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;สั่งการให้&nbsp;นายนันทพงษ์&nbsp;คำปิน&nbsp;เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน&nbsp;พร้อม&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;ร้อย&nbsp;ตชด.323&nbsp;กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน&nbsp;32&nbsp;พะเยา&nbsp;ร่วมกับเหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ภาคเหนือ,&nbsp;ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้&nbsp;สจป.ที่&nbsp;3&nbsp;สาขาแพร่,&nbsp;หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;พร.&nbsp;2&nbsp;(แม่สอง)&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมกันตรวจยึดไม้ประดู่ท่อน&nbsp;ถูกตัดทิ้งไว้&nbsp;ซุกซ่อนไม้&nbsp;โดยการใช้ใบของต้นไผ่ปิดบังไม้ประดู่ไว้&nbsp;ในป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่สอง&nbsp;บริเวณห้วยหมี&nbsp;(บ้านป่าเลา)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.สะเอียบ&nbsp;อ.สอง&nbsp;จ.แพร่&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อตรวจสอบพื้นที่โดยรอบพบตอไม้ประดู่&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตอ&nbsp;และถูกตัดล้มคาตอจำนวน&nbsp;1&nbsp;ตอ&nbsp;ลักษณะถูกตัดไว้แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ท่อน&nbsp;ห่างจากจุดพบไม้ประดู่&nbsp;ประมาณ&nbsp;500&nbsp;เมตร&nbsp;และไม้ประดู่บางส่วนถูกชักลากออกจากจุดที่พบตอไม้ประดู่ไปแล้ว&nbsp;โดยไม้ประดู่ท่อนดังกล่าวถูกตัดทอนด้วยเลื่อยโซ่ยนต์สังเกตได้จากที่หน้าตัดของไม้ประดู่ท่อนมีร่องรอยของครองเลื่อยโซ่ยนต์ติดอยู่&nbsp;ไม้ประดู่ท่อนดังกล่าวมีลักษณะใหม่&nbsp;ดิบ&nbsp;สด&nbsp;ไม่เคยผ่านการเป็นสิ่งปลูกสร้างหรือเคยผ่านการเป็นเครื่องเรือนเครื่องใช้มาก่อน&nbsp;และเมื่อตรวจสอบที่หน้าตัดของไม้ประดู่ท่อนดังกล่าวแล้ว&nbsp;ไม่ปรากฎรูปรอยดวงตราของพนักงานเจ้าหน้าที่ตีประทับเพื่อเป็นการแสดงการอนุญาตแต่อย่างใด&nbsp;และไม่ปรากฎรูปรอยดวงตราของรัฐบาลขาย&nbsp;และไม่มีรูปรอยดวงตราของสวนป่าเอกชนแต่อย่างใด&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่เกิดเหตุดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่สอง&nbsp;ไม่มีร่องรอยการทำกินหรือใช้ประโยชน์มาก่อนแต่อย่างใด&nbsp;จึงได้ประสานพนักงานสอบสวน&nbsp;สภ.สะเอียบ&nbsp;มาตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ&nbsp;และได้ร่วมกันทำการตรวจนับ&nbsp;วัดขนาด&nbsp;คำนวณปริมาตรไม้&nbsp;ได้ไม้ประดู่ท่อน&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ท่อน&nbsp;&nbsp;โดยกล่าวหาว่ากระทำผิด&nbsp;ตามพระราชบัญญัติป่าไม้&nbsp;พุทธศักราช&nbsp;2484&nbsp;มาตรา&nbsp;11&nbsp;ฐาน&nbsp;ทำไม้หรือเจาะ&nbsp;หรือสับ&nbsp;หรือเผา&nbsp;หรือทำอันตรายด้วยประการใด&nbsp;ๆ&nbsp;แก่ไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่&nbsp;,มาตรา&nbsp;69&nbsp;ฐาน&nbsp;มีไม้ประดู่หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต&nbsp;ตาม&nbsp;พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2507&nbsp;มาตรา&nbsp;14&nbsp;ฐาน&nbsp;ทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต&nbsp;ซึ่งจะได้ทำการสืบสวน&nbsp;สอบสวน&nbsp;ติดตามหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	15/5/2021	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515170554249
191	ผบ.ฉก.ยะลา ลงตรวจพื้นที่ 3 อำเภอ จังหวัดยะลา  ย้ำกำลังพลให้ปฏิบัติภารกิจด้วยความระมัดระวัง	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พล.ต.อุทิศ&nbsp;อนันตนานนท์&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ในพื้นที่&nbsp;และชุดด่านตรวจเคลื่อนที่&nbsp;(pop&nbsp;up)&nbsp;ร้อย.ทพ.4115&nbsp;บ.โต๊ะพราน&nbsp;ต.ท่าธง&nbsp;จุดตรวจวงเวียน&nbsp;ต.ตะโล๊หะลอ&nbsp;ในพื้นที่อำเภอรามัน&nbsp;จากนั้นเดินทางไปยัง&nbsp;ชุดด่านตรวจเคลื่อนที่&nbsp;(pop&nbsp;up)&nbsp;ร้อย.ทพ.3009&nbsp;บ.มือลอง&nbsp;ต.ตะเนาะปูเต้ะ&nbsp;และชุดด่านตรวจเคลื่อนที่&nbsp;(pop&nbsp;up)&nbsp;ร้อย.ทพ.3008&nbsp;บ.ตะบิงติงงี&nbsp;ต.ตลิ่งชัน&nbsp;พื้นที่อำเภอบันนังสตา&nbsp;และไปยังจุดตรวจหน้าฐาน&nbsp;ชคต.กรงปินัง&nbsp;อำเภอกรงปินัง&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;และชุดด่านตรวจเคลื่อนที่&nbsp;(pop&nbsp;up)&nbsp;มว.ปล.ที่&nbsp;2&nbsp;ร้อย.ร.15212&nbsp;บานลางา&nbsp;ม.5&nbsp;ต.สะเตงนอก&nbsp;พื้นที่อำเภอเมืองยะลา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติและชุดด่านตรวจเคลื่อนที่&nbsp;ผบ.ฉก.ยะลา&nbsp;ย้ำการปฏิบัติ&nbsp;รปภ.&nbsp;พื้นที่ให้มีความปลอดภัย&nbsp;และให้กำลังพลมีความเข้าใจและระมัดระวัง&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดความประมาทในการปฏิบัติเเต่ละภารกิจ&nbsp;และสามารถดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน&nbsp;ในทุกๆ&nbsp;พื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงสุดท้ายของเดือนรอมฎอน.&nbsp;ให้ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง&nbsp;และกำชับให้กำชับประชาชน&nbsp;ก่อนออกจากบ้านให้สวมใส่หน้ากาก&nbsp;อนามัย&nbsp;เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและลดการติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;นอกจากนี้ยังย้ำให้ปฎิบัติหน้าที่ควบคุมพื้นที่รับผิดชอบได้อย่างปลอดภัย&nbsp;พร้อมได้มอบเครื่องบริโภคให้กับกำลังพล&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพล&nbsp;ในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	16/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516094230309
192	ผบ.ฉก.ยะลา ห่วงลูกน้อง ลงตรวจพื้นที่ 3 อำเภอ จังหวัดยะลา ย้ำกำลังพลให้ปฏิบัติภารกิจด้วยความระมัดระวัง ให้กำลังใจชุด ชป.เชิงรุกและชุดด่านตรวจเคลื่อนที่ (pop up)	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พล.ต.อุทิศ&nbsp;อนันตนานนท์&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ในพื้นที่&nbsp;และชุดด่านตรวจเคลื่อนที่&nbsp;(pop&nbsp;up)&nbsp;ร้อย.ทพ.4115&nbsp;บ.โต๊ะพราน&nbsp;ต.ท่าธง&nbsp;จุดตรวจวงเวียน&nbsp;ต.ตะโล๊หะลอ&nbsp;ในพื้นที่อำเภอรามัน&nbsp;จากนั้นเดินทางไปยัง&nbsp;ชุดด่านตรวจเคลื่อนที่&nbsp;(pop&nbsp;up)&nbsp;ร้อย.ทพ.3009&nbsp;บ.มือลอง&nbsp;ต.ตะเนาะปูเต้ะ&nbsp;และชุดด่านตรวจเคลื่อนที่&nbsp;(pop&nbsp;up)&nbsp;ร้อย.ทพ.3008&nbsp;บ.ตะบิงติงงี&nbsp;ต.ตลิ่งชัน&nbsp;พื้นที่อำเภอบันนังสตา&nbsp;และไปยังจุดตรวจหน้าฐาน&nbsp;ชคต.กรงปินัง&nbsp;อำเภอกรงปินัง&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;และชุดด่านตรวจเคลื่อนที่&nbsp;(pop&nbsp;up)&nbsp;มว.ปล.ที่&nbsp;2&nbsp;ร้อย.ร.15212&nbsp;บานลางา&nbsp;ม.5&nbsp;ต.สะเตงนอก&nbsp;พื้นที่อำเภอเมืองยะลา&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติและชุดด่านตรวจเคลื่อนที่&nbsp;ผบ.ฉก.ยะลา&nbsp;ย้ำการปฏิบัติ&nbsp;รปภ.พื้นที่ให้มีความปลอดภัย&nbsp;และให้กำลังพลมีความเข้าใจและระมัดระวัง&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดความประมาทในการปฏิบัติเเต่ละภารกิจ&nbsp;และสามารถดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในทุกๆ&nbsp;พื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงสุดท้ายของเดือนรอมฎอน&nbsp;ให้ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง&nbsp;และกำชับให้กำชับประชาชน&nbsp;ก่อนออกจากบ้านให้สวมใส่หน้ากาก&nbsp;อนามัย&nbsp;เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและลดการติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;นอกจากนี้ยังย้ำให้ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมพื้นที่รับผิดชอบได้อย่างปลอดภัย&nbsp;พร้อมได้มอบเครื่องบริโภคให้กับกำลังพล&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพล&nbsp;ในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	16/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516094624311
193	นายกรัฐมนตรี ประกาศให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมชวนประชาชนและข้าราชการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพและคุณธรรม	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;กล่าวปราศรัยเชิญชวนประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าร่วมการประเมินคุณธรรมความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ&nbsp;(ITA)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งปัญหาการทุจริตส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการภาครัฐ&nbsp;การพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;การค้าการลงทุนและการพัฒนาประเทศ&nbsp;รวมถึงภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย&nbsp;ทั้งในแง่การรับรู้ของภาคประชาชนและภาคธุรกิจ&nbsp;รัฐบาลได้ประกาศให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ&nbsp;เพื่อให้มีการปฏิบัติอย่างจริงจังเป็นรูปธรรม&nbsp;</p><p><strong>โดยในปีที่ผ่านมาประเทศไทย&nbsp;</strong>ถูกจัดอันดับปัญหาการทุจริตผ่านดัชนีการรับรู้การทุจริตหรือ&nbsp;คอร์รัปชัน&nbsp;เพอเซพชั่น&nbsp;อินเดกซ์&nbsp;หรือค่าซีพีไอ&nbsp;(CPI)&nbsp;โดยมีค่าคะแนนอยู่ในอันดับที่&nbsp;104&nbsp;&nbsp;จากประเทศที่เข้าร่วมประเมินทั้งหมด&nbsp;180&nbsp;ประเทศทั่วโลก</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังกล่าวว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ&nbsp;จึงร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ&nbsp;ดำเนินการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติระยะ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ&nbsp;ซึ่งยึดหลักภาครัฐ&nbsp;ของประชาชน&nbsp;เพื่อประชาชนและประโยชน์ส่วนรวม&nbsp;เพื่อสร้างภาครัฐให้โปร่งใส&nbsp;ปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ&nbsp;มีการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลและมุ่งสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริต&nbsp;โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนและภาคีต่างๆ&nbsp;ร่วมมือกันในการลดและป้องกันการทุจริตให้ได้ผลอย่างยั่งยืน&nbsp;มีการนำระบบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;หรือที่เรียกว่า&nbsp;ไอทีเอ&nbsp;(ITA)&nbsp;มาใช้ในการยกระดับธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ&nbsp;ครอบคลุมทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ&nbsp;ฝ่ายบริหาร&nbsp;ฝ่ายตุลาการและองค์กรอิสระ&nbsp;เพื่อให้หน่วยงานของรัฐนำข้อเสนอแนะที่ได้ไปใช้ในการปรับปรุง&nbsp;พัฒนาการปฏิบัติงาน&nbsp;ให้มีความโปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาด้านการบริหารจัดการภาครัฐของประเทศ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังเชิญชวนคนไทย&nbsp;</strong>ทั้งข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกหน่วยงานเข้ามามีส่วนร่วมในการยกระดับความโปร่งใสของประเทศไทยให้มีมาตรฐานในระดับสากลและเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพและคุณธรรมในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ&nbsp;โดยร่วมกันประเมินหน่วยงานภาครัฐที่เคยติดต่อหรือรับบริการได้ทางเว็บไซต์สำนักงาน&nbsp;หรือทางแอปพลิเคชัน&nbsp;ไอทีเอเอส&nbsp;(ITAS)&nbsp;ตั้งแต่บัดนี้&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	16/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516134142387
194	รมช.เกษตรฯ ติดตามความคืบหน้าโครงการขุดอ่างเก็บน้ำห้วยเหยี่ยน- หนองเล็งทราย แก้น้ำแล้ง-น้ำท่วม  จ.พะเยา	"<p>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจราชการ<span style=""background-color: rgb(247, 249, 250); color: rgb(45, 53, 60);""> จ.พะเยา ติดตามความคืบหน้าโครงการขุดอ่างเก็บน้ำห้วยเหยี่ยน- หนองเล็งทราย แก้น้ำแล้ง-น้ำท่วม เตรียมวางแผนแหล่งท่องเที่ยว พร้อมเยี่ยมสวนลิ้นจี่ แปลงเรียนรู้การผลิตไม้ผลอัตลักษณ์ที่ได้มาตรฐาน</span></p><p><br></p><p><br></p><p>ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;นำคณะตรวจเยี่ยมติดตามโครงการขุดอ่างเก็บน้ำห้วยเหยี่ยน อ.เมืองพะเยา บนพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ และโครงการพัฒนาแหล่งน้ำหนองเล็งทราย อ.แม่ใจ&nbsp;&nbsp;บนพื้นที่ 5,563 ไร่ ซึ่งหนองเล็งทราย เป็นแอ่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่อยู่ในลุ่มน้ำโขง และ<span style=""background-color: rgb(247, 249, 250); color: rgb(45, 53, 60);"">เป็นพื้นที่ต้นลำน้ำอิงก่อนไหลลงสู่กว๊านพะเยา&nbsp;</span></p><p>ทั้งนี้โครงการดังกล่าวดำเนินการภายใต้งบประมาณกลาง  หากแล้วเสร็จจะมีประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภคให้กับประชาชนในพื้นที่และสามารถทำการเกษตรในพื้นที่ได้ตลอดปี อีกทั้งยังช่วยป้องกันและบรรเทาปัญหาด้านอุทกภัยได้ด้วย</p><p><br></p><p>ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เล็งเห็นถึงปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ทั่วไปจากสถานการณ์ภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซาก รัฐบาลจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อย่างเป็นระบบแบบยั่งยืน พร้อมทั้งพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ให้แก่นักท่องเที่ยว เพื่อเป็นการสร้างรายได้แก่พี่น้องเกษตรกรและประชาชนโดยรอบ ซึ่งโครงการขุดอ่างเก็บน้ำและพัฒนาแหล่งน้ำเหล่านี้นี้ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2563 ตามเป้าหมายจะแล้วเสร็จในปี 2564 จะส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา ไม่ขาดแคลนน้ำอีกต่อไป ซึ่งจริงๆแล้วในพื้นที่มีต้นน้ำบนดอยที่ไหลตลอด เพียงแต่ไม่มีอ่างกักเก็บน้ำ เมื่อน้ำไหลลงมาจากต้นน้ำ ก็แห้งหายไป แต่จากนี้เมื่อมีอ่างกักเก็บน้ำพื้นที่จะเกิดความอุดมสมบูรณ์</p><p><br></p><p>ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า แนวคิดการพัฒนาหนองเล็งทราย อ.แม่ใจ ซึ่งมีพื้นที่กว่า 5 พันไร่ เป็นเกาะกลางน้ำรูปหัวใจ ถือเป็นหนองน้ำเดิมที่ได้มีการปรับขุดลอกพัฒนาให้เป็นพื้นที่กักเก็บน้ำได้มากขึ้น อีกทั้งยังจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นพุทธอุทยาน เพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนอีกทางด้วย</p><p><br></p><p>จากนั้นได้ ร้อยเอกธรรมนัส ได้เดินทางเยี่ยมเยียนสวนลิ้นจี่ปลอดสารพิษ&nbsp;ตามมาตรฐาน SDGSPGS จาก</p><p>แปลงเรียนรู้การผลิตไม้ผลอัตลักษณ์ที่ได้มาตรฐานจังหวัดพะเยา เป็นลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวย กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการผลิตไม้ผลที่เป็นอัตลักษณ์ที่เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ของภาคเหนือ สนับสนุนโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยาการส่งเสริมการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีเกษตรผู้ร่วมกลุ่มโครงการ 9 ราย บนพื้นที่ประมาณ 100 กว่าไร่&nbsp;แต่ละปีสามารถสร้างรายได้หลักแสนต่อราย</p><p><br></p>"	16/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516113359329
195	บรรยากาศการเลือกตั้งซ่อมนายกเทศมนตรีตำบลกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(16&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ที่หอประชุมอำเภอกงไกรลาส&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;นายวิรุฬ&nbsp;พรรณเทวี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พ.ท.&nbsp;สยามรัฐ&nbsp;สุทธรินทร์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสุโขทัย&nbsp;ปลัดอาวุโส&nbsp;ปลัดอำเภอกงไกรลาศ&nbsp;ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลกงไกรลาศ&nbsp;(เลือกตั้งซ้อม&nbsp;ออกเสียงลงคะแนนใหม่)&nbsp;เขตเลือกตั้งที่&nbsp;1&nbsp;หน่วยที่&nbsp;2&nbsp;สถานที่เลือกตั้ง&nbsp;หอประชุมอำเภอกงไกรลาศ&nbsp;และเขตเลือกตั้งที่&nbsp;2&nbsp;หน่วยที่&nbsp;1&nbsp;สถานที่เลือกตั้ง&nbsp;อาคารชุมชน&nbsp;หมู่&nbsp;9&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งบรรยากาศการเลือกตั้งซ้อมในวันนี้มีประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทยอยเดินทางเข้ามาลงคะแนนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ภายใต้การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ตามมาตรการของจังหวัดสุโขทัยอย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสุโขทัย&nbsp;มีมติให้ออกเสียงลงคะแนนนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลกงไกรลาศใหม่&nbsp;ใน&nbsp;2&nbsp;หน่อยเลือกตั้ง&nbsp;เนื่องจากมีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตังที่ใช้ไปในเขตเลือกตั้งที่&nbsp;1&nbsp;หน่วยเลือกตั้งที่&nbsp;2&nbsp;และเขต&nbsp;2&nbsp;หน่วยเลือกตั้งที่&nbsp;1&nbsp;อำเภอกงไกรลาศ&nbsp;จังหวัดสุโขทัย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	16/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สุโขทัย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516125703369
196	ผู้การฯ ยะลา ลงพื้นที่  ตรวจสอบเหตุคนร้าย ยิง M-79 และระเบิดเสาไฟฟ้าเชื่อพุ่งเป้าเจ้าหน้าที่	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(16&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;พล.ต.ต.ทินกร&nbsp;รังมาตย์&nbsp;ผบก.ภ.จว.ยะลา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พ.ต.อ.ปรเมษฐ์&nbsp;พลับพลึง&nbsp;ผกก.สภ.รามัน&nbsp;นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;ทหารพราน&nbsp;41&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ชุด&nbsp;เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด&nbsp;(EOD.)&nbsp;ภ.จว.ยะลา&nbsp;ชุด&nbsp;เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด&nbsp;(EOD.)&nbsp;ศปก.ตร.&nbsp;และเจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่&nbsp;10&nbsp;ยะลา&nbsp;เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ&nbsp;&nbsp;&nbsp;คนร้ายใช้เครื่องยิงลูกระเบิด&nbsp;ยิงเข้าใส่&nbsp;บริเวณสถานีรถไฟไม้แก่น&nbsp;ม.2&nbsp;ต.เนินงาม&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;และลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าบริเวณริมถนนภายในหมู่บ้านกอตอตือร๊ะ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.กอตอตือร๊ะ&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด&nbsp;เหตุเกิดเมื่อกลางดึกของวันที่&nbsp;15&nbsp;พ.ค.64&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการตรวจสอบบริเวณจุดแรกใกล้กับฐานปฏิบัติชุด&nbsp;รักษาความปลอดภัยสถานีรถไฟไม้แก่น&nbsp;บ้านไม้แก่น&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.เนินงาม&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ประมาณ&nbsp;10&nbsp;เมตร&nbsp;เจ้าหน้าที่พบร่องรอยสะเก็ดระเบิด&nbsp;(M-79)&nbsp;เศษหินดินทรายกระจาย&nbsp;ทั่วบริเวณ&nbsp;จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จุดที่สอง&nbsp;ห่างจากจุดแรกประมาณ&nbsp;800&nbsp;เมตร&nbsp;ซึ่งอยู่ริมถนนภายในหมู่บ้านกอตอตือร๊ะ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.กอตอตือร๊ะ&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เลียบทางรถไฟรามัน-ยะลา&nbsp;พบเสาไฟฟ้าล้มเอียงได้รับความเสียหาย&nbsp;และพบชิ้นส่วนสะเก็ดระเบิดและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;จำนวนหนึ่ง&nbsp;ระบุเป็นถังแก๊สปิคนิค&nbsp;น้ำหนักไม่ต่ำกว่า&nbsp;20&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เศษหินดินทรายกระจัดกระจายทั่วบริเวณ&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ&nbsp;เพื่อนำกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า&nbsp;ได้มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มจำนวนได้ใช้อาวุธปืนเครื่องลูกกระสุน&nbsp;M-79&nbsp;ยิงเข้าใส่ฐานปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;นปพ.มว.5.กก.ปพ.ภ.จว.ยะลา&nbsp;ชุด&nbsp;รักษาความปลอดภัยสถานีรถไฟไม้แก่น&nbsp;หวังให้เจ้าหน้าที่เรียกกำลังเสริมออก&nbsp;มาช่วยเหลือ&nbsp;แล้วกดระเบิดหวังสังหารเจ้าหน้าที่&nbsp;แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างไร&nbsp;&nbsp;ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่&nbsp;อ.รามัน&nbsp;และใกล้เคียง&nbsp;ต้องการแสดงศักยภาพสังหารเจ้าหน้าที่&nbsp;และสร้างความปั่นป่วนในพื้นที่&nbsp;เนื่องจากก่อนหน้านี้ในช่วง&nbsp;10&nbsp;วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน(ถือศีลอด&nbsp;)ที่ผ่านมา&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ได้เข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียงได้หลบซ่อนตัวนำไปสู่การวิสามัญและสามารถจับกุมตัวและอาวุธปืนจำนวนหนึ่ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลังเกิดเหตุดังกล่าว&nbsp;พล.ต.ต.ทินกร&nbsp;รังมาตย์&nbsp;ผบก.ภ.จว.ยะลา&nbsp;ได้ประสานกับทางกำนัน&nbsp;-&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน(ชรบ.)&nbsp;ในการช่วยกันสอดส่องดูแลความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้าย&nbsp;และผู้ไม่หวังดี&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้ายต่างๆ&nbsp;ที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	16/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516144420413
197	รมช.เกษตรฯ  ช่วยเหลือชาวบ้านชุมชนวัดศรีจอมเรือง-วัดลี จ.พะเยา ที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย	<p>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเหลือชาวบ้านชุมชนวัดศรีจอมเรือง-วัดลี จ.พะเยา หลังเจอวาตภัย 138 ครัวเรือนบ้านพัง ไฟฟ้าดับ พร้อมประสานทหารช่วยซ่อมด่วน</p><p><br></p><p>ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.พะเยาเยี่ยมเยียนพร้อมให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนผู้ประสบวาตภัย ณ ชุมชนวัดศรีจอมเรือง และชุมชนวัดลี&nbsp;โดยจากการสำรวจพบว่ามีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายกว่า 138 หลังคาเรือน สายไฟฟ้าเสียหาย เนื่องจากต้นไม้ใหญ่โค่นล้ม หักใส่ในเบื้องต้นได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยา หลังคาเรือนละ 1,000 บาท และได้เร่งสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานกำลังทหารที่มีความชำนาญเร่งเข้าซ่อมแซมบ้านเรือนให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนทันที พร้อมทั้งเร่งให้ผู้นำหมู่บ้านสำรวจความเสียหายเพิ่มเติมและจัดหาอุปกรณ์เพื่อนำมาซ่อมแซมบ้านเรือนของชาวบ้านที่เสียหาย นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับ</p><p>นายอัครา พรหมเผ่า นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา และนางสุมิตรา กัณฑมิตร นายกเทศบาลเมืองพะเยา ในการมอบกระเบื้องมุงหลังคา เพื่อใช้ซ่อมแซมบ้านเรือนทั้งหมดแก่ประชาชน เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน และเป็นกำลังใจให้ประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับผบกระทบจากวาตภัย บ้านเรือนพังเสียหาย ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ยากลำบาก</p>	16/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516203452481
198	หัวหน้าพรรค พปชร เชิญชวนประชาชน ฉีดวัคซีนช่วยชาติ	"<p><span style=""background-color: rgb(247, 249, 250); color: rgb(45, 53, 60);"">หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เตรียมเปิดช่องทางติดต่อศปฉ.พปชร. พร้อมระดม ส.ส. พปชร. ทั่วประเทศ ให้บริการประชาชน เข้าถึงวัคซีน เพื่อขับเคลื่อนเป็นวาระแห่งชาติตามนโยบายรัฐบาลเร่งยุติการแพร่ระบาดโดยเร็วที่สุด</span></p><p><br></p><p><br></p><p>?พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า พรรคพลังประชารัฐพร้อมสนับสนุนการฉีดวัคซีนที่รัฐบาลจัดเป็นวาระแห่งชาติเพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถได้รับการฉีดวัคซีนอย่างเร่งด่วนและทั่วถึงจึงได้มอบหมายให้ รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินโควิด-19 (ศปฉ. พปชร.)  ไปดำเนินการวางแผนและแนวทางการช่วยเหลือผ่าน ศูนย์ศปฉ. พปชร. รวมถึงให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)  ในพื้นที่ รับเรื่องจาก ประชาชนในพื้นที่อีกทางหนึ่ง  ในการประสานงานกับหน่วยงานสาธารณสุขต่างๆ  ทั่วประเทศ  </p><p><br></p><p>โดยตนเองมีความห่วงใยในเรื่องการเข้าถึงฉีดวัคซีนของประชาชน เพราะเป็นเรื่องสำคัญของประเทศและเป็นวาระแห่งชาติ  ที่จะต้องร่วมมือกับทุกฝ่ายแบบบูรณาการเพื่อช่วยเหลือประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้ ซึ่งกรณีที่ประชาชนยังไม่สามารถลงทะเบียน ผ่านแอปพลิเคชั่น หมอพร้อม หรือติดต่อหน่วยให้บริการฉีดวัคซีนเพื่อขึ้นทะเบียนได้  สามารถติดต่อผ่าน ศูนย์ศปฉ.พปชร.เพื่อแจ้งความประสงค์ในการฉีดวัคซีน ซึ่งศูนย์ฯจะทำหน้าที่ดำเนินการประสานงาน และส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดต่อไป  </p><p>?ทั้งนี้ ศูนย์ศปฉ. พปชร. จะวางกรอบแนวทางในการช่วยเหลือให้บริการประชาชนร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข และกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบริการประชาชนมากยิ่งขึ้นต่อไป โดยคาดว่าเร็วๆนี้จะสามารถเปิดให้บริการได้ผ่านช่องทางของศูนย์ฯ ได้ที่เบอร์สายด่วน Call Center หมายเลข  02-939-1111 มีเจ้าหน้าที่พร้อมบริการรับเรื่อง จำนวน  30 คู่สาย ได้อย่างต่อเนื่อง </p><p>?  </p><p>   </p>"	16/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516204330483
199	นายกรัฐมนตรี ติดตามกรณีพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในเรือนจำเพิ่มต่อเนื่อง กำชับราชทัณฑ์ ประสานสาธารณสุข เร่งตรวจเชิงรุก	<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากที่มีรายงานผลการตรวจคัดกรองเชิงรุกในเรือนจำและทัณฑสถานในพื้นที่เสี่ยงและยังพบผู้ป่วยยืนยันในกลุ่มผู้ต้องขังเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม&nbsp;ได้ติดตามกรณีนี้อย่างต่อเนื่องและทราบถึงมาตรการต่างๆ&nbsp;ที่กรมราชทัณฑ์&nbsp;&nbsp;ดำเนินการทั้งในการตรวจคัดกรอง&nbsp;การแยกผู้ต้องขังแรกเข้า&nbsp;การแยกผู้ป่วยออกไปรักษาในโรงพยาบาลสนามของราชทัณฑ์&nbsp;แต่ก็ได้กำชับว่าขอให้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เพื่อดำเนินการตามมาตรการควบคุมและรักษาโรค&nbsp;เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยเป็นไปในมาตรฐานเดียวกับประชาชนทั่วไปที่อยู่นอกเรือนจำ</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังขอให้ดำเนินการตรวจคัดกรองเชิงรุกในเรือนจำและทัณฑสถาน</strong>ในพื้นที่เสี่ยงต่างๆ&nbsp;ให้มากและเร็วที่สุด&nbsp;เพื่อประสิทธิภาพในการจำกัดวงการแพร่ระบาด&nbsp;รวมไปถึงความปลอดภัยของทั้งผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ภายในเรือนจำด้วย&nbsp;โดยให้สาธารณสุขและหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ของจังหวัดพื้นที่เสี่ยงให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันเรือนจำหลายแห่งมีผู้ต้องขังอยู่หนาแน่น&nbsp;มีความแออัด&nbsp;ด้วยพื้นที่จำกัด&nbsp;ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;กำชับให้ทางราชทัณฑ์ประสานงานกับสาธารณสุข</strong>ในเขตพื้นที่ให้เข้ามาช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด&nbsp;ให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกับประชาชนภายนอก&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	17/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517092338492
200	อ.ปาย ผนึกกำลัง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ลาดตระเวนเฝ้าระวังพื้นที่ติดต่อตามแนวชายแดน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;นพรัตน์&nbsp;ศุภกิจโกศล&nbsp;นายอำเภอปาย&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้ประสานกับ&nbsp;นายวีรพงศ์&nbsp;รัตนศรี&nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอปางมะผ้า&nbsp;สั่งการให้&nbsp;นายพิเชษฐ&nbsp;พุ่มนวน&nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอปาย&nbsp;และนายรุ่งเรือง&nbsp;ปัญญาละ&nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอปางมะผ้า&nbsp;นำกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอปายที่&nbsp;4&nbsp;และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอปางมะผ้าที่&nbsp;8&nbsp;และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ&nbsp;บ้านแอโก๋&nbsp;แสนคำลือ&nbsp;ร่วมลาดตระเวนตามแนวชายแดนอำเภอปายและอำเภอปางมะผ้า&nbsp;ที่มีพื้นที่ติดต่อตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา&nbsp;เฝ้าระวังการกระทำผิดกฎหมายทุกชนิด&nbsp;รวมถึงการลักลอบเข้าเมือง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผลการปฏิบัติ&nbsp;ม่พบผู้การกระทำความผิดและผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;และเหตุการณ์ทั่วไปปกติ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	17/5/2021	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517135526570
201	อธิบดีกรมราชทัณฑ์ สั่งการเรือนจำทั่วประเทศดูแลผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด -19 อย่างดีที่สุด 	<p><strong>นายอายุตม์&nbsp;สินธพพันธุุ์&nbsp;อธิบดีกรมราชทัณฑ์</strong>&nbsp;แถลงผลการตรวจเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;เชิงรุกในกรมราชทัณฑ์&nbsp;ว่า&nbsp;ที่ผ่านมากรมราชทัณฑ์&nbsp;มีนโยบายมาตรการตั้งรับการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ตั้งแต่เริ่มต้น&nbsp;และที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อน้อยมากเนื่องจากมาตรการที่เข้มงวด&nbsp;แต่ปัจจุบันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิค&nbsp;-19&nbsp;รอบใหม่&nbsp;ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อในเรือนจำเพิ่มขึ้นอย่างมาก&nbsp;โดยมีเรือนจำที่มีตัวเลขผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สูง&nbsp;คือ&nbsp;เรือนจำพิเศษกรุงเทพ&nbsp;ซึ่งทำการตรวจเชิงรุกครบ&nbsp;100%&nbsp;แล้ว&nbsp;โดยเป็นเพราะเรือนจำที่รับผู้ต้องขังพิเศษและเป็นผู้ต้องขังที่เข้ามาใหม่จำนวนมาก&nbsp;จึงเป็นการยากที่จะหลีกเลี่ยงผู้ติดเชื้อรายใหม่เข้าในเรือนจำ&nbsp;ประกอบกับเชื้อหลายรายตรวจพบหลัง&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;และตรวจเชื้อพบในครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ทั้งนี้จึงได้สั่งการผู้คุมเรือนจำทุกแห่งให้ดูแลผู้ต้องขังทั่วประเทศและให้ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ให้กับผู้ต้องขังทุกคน&nbsp;รวมถึงขอให้ผู้คุมเรือนจำดูแลผู้ต้องขังที่ติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;โดยคัดแยกผู้ต้องชังกลุ่มเสี่ยงที่อายุเกิน&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;และมีโรคประจำตัวเข้ารับการรักษาให้เร็วที่สุด&nbsp;และให้ดูแลรักษาผู้ป่วยทุกคนอย่างเต็มที่และดีที่สุด</p><p><strong>ด้านนายวีระกิตติ์&nbsp;หาญปริพรรณ์&nbsp;รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ยังมีเรือนจำต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;เช่น&nbsp;ทัณฑสถานหญิงกลาง&nbsp;,&nbsp;เรือนจำพิเศษธนบุรี&nbsp;โดยจะต้องมีการตรวจคัดกรองเชิงรุกรอบที่&nbsp;3&nbsp;ต่อไป&nbsp;เนื่องจากเรือนจำเหล่านี้มีผู้ต้องขังรายใหม่ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และจากการตรวจค้นเชิงรุกแบบ&nbsp;100%&nbsp;ทำให้พบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก&nbsp;จึงตั้งโรงพยาบาลสนามไว้รองรับ&nbsp;เพราะคาดการณ์แล้วว่าจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเนื่องจากผู้ต้องขังอยู่กันแบบแออัดไม่ได้อยู่ห้องส่วนตัว&nbsp;รวมถึงยังขยายเวลากักตัวผู้ต้องขังในแดนแรกเป็น&nbsp;21&nbsp;วัน&nbsp;จากเดิม&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;โดยเชื่อว่าหากทุกคนร่วมมือกันก็จะผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้</p><p><br></p><p><br></p>	17/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517184843818
202	ประธานสภาผู้แทนราษฎร ย้ำสมาชิกทุกคนต้องทำตามกฎสวมหน้ากากในสภาสภาผู้แทนราษฎร แต่หาก ส.ส.ขอถอดระหว่างอภิปรายได้ถ้าไม่สะดวก 	"<p><strong>นายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ประธานสภาผู้แทนราษฎร</strong>&nbsp;กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีให้อำนาจประธานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาว่าจะให้&nbsp;ส.ส.ถอดหน้ากากอนามัยในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่&nbsp;โดยยืนยันว่า&nbsp;ส.ส.และเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยตั้งแต่เข้ามาในอาคารรัฐสภา&nbsp;และเข้าที่ประชุม&nbsp;แต่ตอนอภิปรายหากสมาชิกไม่สะดวกในการพูดและจะขอถอดหน้ากากเป็นเรื่องที่จะต้องมีการหารือกันอีกครั้ง&nbsp;ซึ่งหากให้อำนาจประธานสภาผู้แทนราษฎรก็จะพิจารณาในขณะนั้น&nbsp;ว่า&nbsp;จะอนุญาตหรือไม่&nbsp;ซึ่งคิดว่าไม่ใช่เรื่องน่าเป็นห่วงมากนัก&nbsp;เพราะคนที่อภิปรายกไม่ใช่ผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;แต่ต้องป้องกันโดยเข้มงวด&nbsp;และในการประชุมสามารถนั่งเว้นระะยะห่างได้&nbsp;ซึ่งหากทุกคนปฏิบัติตามนี้คงไม่มีปัญหา&nbsp;แต่ที่ผ่านมาที่มีปัญหาคือเวลาอภิปรายแล้วเพื่อนมานั่งข้าง&nbsp;ๆ&nbsp;แต่ครั้งนี้ต้องนั่งเว้นระยะห่าง&nbsp;เนื่องจากครั้งนี้ต้องเคร่งครัดมากกว่าเดิมเพราะปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งหากสมาชิกสามารถอภิปรายโดยไม่ต้องถอดหน้ากากได้ก็ดี&nbsp;แต่ใครจำเป็นต้องถอนหน้ากากอภิปรายจะพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง&nbsp;พร้อมขอบคุณทุกฝ่ายที่เป็นห่วงและกังวลต่อสถานการณ์&nbsp;แต่การประชุมเลื่อนออกไปไม่ได้สภาต้องรับผิดชอบในงานของตัวเอง&nbsp;เพราะฝ่ายอื่นยังต้องทำงานแม้จะมีสถานการณ์ของโควิด-19&nbsp;โดยทุกคนระมัดระวังและรักษาระเบียบ&nbsp;รวมถึงคำแนะนำในการป้องกันโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;อย่างเข้มขน&nbsp;โดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งรัฐบาลส่งมาถึงสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;วันนี้(17&nbsp;พ.ค.)&nbsp;ที่ต้องเริ่มนับหนึ่งในกรอบระยะเวลา&nbsp;105&nbsp;วัน&nbsp;หลังจากนี้จะได้แจกจ่ายร่างดังกล่าวให้กับสมาชิกเอาไปศึกษา&nbsp;แต่หากรัฐบาล&nbsp;เห็นว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะเสี่ยงและเป็นอันตรายจะขอให้งดการประชุมขอให้แจ้งมาได้เลย&nbsp;สภาผู้แทนราษฎรยินดีให้ความร่วมมือ</p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับกรณีที่มี&nbsp;ส.ส.บางคน&nbsp;ยังไม่ฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;จะทำอย่างไรนั้น</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ประธานสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;กล่ววว่า&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เข้ามาในสภาทุกคนจะต้องฉีดวัคซีนหรือมีใบรับรองจากแพทย์ว่าเป็นผู้ไม่มีเชื้อในเวลาที่กำหนด&nbsp;ส่วนส.ส.คงไปบังคับเช่นนั้นไม่ได้&nbsp;แต่ส่วนใหญ่น่าจะฉีดวัคซีนแล้ว&nbsp;และเมื่อมาถึงสภาจะต้องมีการตรวจวัดอุณหภูมิโดยเข้มข้น&nbsp;และส่วนตัวเชื้อว่าทุกคนที่เข้ามาในสภาต้องรู้ตัวว่าเสี่ยงหรือไม่&nbsp;หาก&nbsp;ส.ส.คนใดไม่แน่ใจก็คงต้องพิจารณาตัวเอง&nbsp;&nbsp;</span></p><p><br></p><p><br></p>"	17/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517184617816
203	กองทัพบก ตรึงชายแดนสกัดแรงงานต่างด้าวลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง	<p><strong>พันตรีหญิง&nbsp;จุฑาทิพย์&nbsp;วุฒิรณฤทธิ์&nbsp;ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากการปฏิบัติภารกิจอย่างเข้มข้นตลอดแนวชายแดนของกองกำลังชายแดนกองทัพบก&nbsp;ทุกพื้นที่ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ตะวันตก,&nbsp;เหนือ&nbsp;และตะวันออก&nbsp;นอกจากการตรวจสกัดเข้มบริเวณแนวชายแดน&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจในการควบคุมสูงสุด&nbsp;ยังคงร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังในพื้นที่ตอนใน&nbsp;ด้วยมาตรการเฝ้าตรวจและคัดกรองไม่ให้แรงงานต่างด้าวสามารถลักลอบเข้ามาได้&nbsp;ตลอดจนเข้าไปพูดคุยกับผู้ประกอบการขอความร่วมมือการจ้างงาน&nbsp;ผ่านการลงทะเบียนแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;ขณะเดียวกันให้ยึดมาตรการ&nbsp;พิทักษ์พล&nbsp;โดยเฉพาะกองกำลังป้องกันชายแดนของกองทัพบก&nbsp;ขณะนี้ได้รับวัคซีนป้องกัน&nbsp;COVID-19&nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุขได้จัดสรรให้กำลังพลด่านหน้าแล้ว&nbsp;5,946&nbsp;นาย&nbsp;เพื่อพร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7-16&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564</strong>&nbsp;กองกำลังป้องกันชายแดน&nbsp;สามารถจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;455&nbsp;คน&nbsp;เป็นชาวกัมพูชา&nbsp;68&nbsp;คน&nbsp;เมียนมา&nbsp;328&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;ลาว&nbsp;19&nbsp;คน&nbsp;จีน&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;อินโดนีเซีย&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;ไทย&nbsp;67&nbsp;คน&nbsp;รวมถึงผู้นำพาชาวไทย&nbsp;16&nbsp;คน&nbsp;ผู้นำพาชาวเมียนมา&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;โดยในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;กองกำลังสุรสีห์ลาดตะเวนเส้นทางและได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวในพื้นที่&nbsp;ส่งผลให้เมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา&nbsp;สามารถจับกุมแรงงานชาวเมียนมาได้&nbsp;102&nbsp;ราย&nbsp;บริเวณพื้นที่เส้นทางธรรมชาติ&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;และพื้นที่ภาคตะวันออก&nbsp;จังหวัดสระแก้ว&nbsp;รวมทั้งในวันที่&nbsp;13&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;จับกุมแรงงานชาวกัมพูชาลักลอบเข้าประเทศผ่านผู้นำพาได้อีกจำนวน&nbsp;23&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	17/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517155242667
204	กระทรวงกลาโหม ปรับลดงบประมาณต่อเนื่อง หลังเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลโท&nbsp;คงชีพ&nbsp;ตันตระวาณิชย์&nbsp;โฆษกกระทรวงกลาโหม</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เปิดเผยถึงกรณีพรรคการเมืองฝ่ายค้าน&nbsp;ได้ให้ข้อสังเกตถึงงบประมาณประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่กระทรวงกลาโหมได้รับการจัดสรรมากกว่ากระทรวงสาธารณสุขนั้น&nbsp;กระทรวงกลาโหมพร้อมให้ข้อมูลถึงเหตุผลความจำเป็นตามกระบวนพิจารณาของรัฐสภาที่จะมีขึ้นในเดือนมิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;กระทรวงกลาโหม&nbsp;มีภารกิจหลักในการป้องกันประเทศและช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะสถานการณ์ของโรคระบาดร้ายแรงที่กำลังเกิดขึ้นเป็นวงกว้างและเป็นความท้าทายร่วมกันของทุกฝ่ายที่ต้องหันหน้าช่วยเหลือกัน&nbsp;ซึ่งกระทรวงกลาโหมโดยทุกเหล่าทัพ&nbsp;ได้ตระหนักถึงภาระงบประมาณของรัฐบาลที่จำเป็นต้องนำไปแก้ไขปัญหาต่างๆ&nbsp;และเยียวยาช่วยเหลือประชาชนจากผลกระทบที่เกิดขึ้น</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">โดยกระทรวงกลาโหม&nbsp;ได้มีส่วนร่วมพิจารณาปรับลดงบประมาณในภาพรวมของทุกเหล่าทัพกว่า&nbsp;18,000&nbsp;ล้านบาทในปี&nbsp;2563&nbsp;และในปี&nbsp;2564&nbsp;กระทรวงกลาโหม&nbsp;ได้รับการจัดสรรงบประมาณลดลงกว่าปี&nbsp;2563&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;17,200&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ต่อเนื่องมาถึงปี&nbsp;2565&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;แต่ละกระทรวงก็มีภารกิจที่แตกต่างกันและกระทรวงกลาโหม&nbsp;ขอยืนยันถึงความพร้อม&nbsp;ในทุกภารกิจเพื่อประชาชน&nbsp;จึงไม่อยากให้นำงบประมาณของแต่ละกระทรวงไปเปรียบเทียบกัน</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	17/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517184329814
205	รองนายกรัฐมนตรี กำชับให้อนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์เมืองเก่า ตึกโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ประชุมคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2564&nbsp;โดยที่ประชุมเห็นชอบขอบเขตพื้นที่เมืองเก่าและแนวทางการอนุรักษ์พัฒนา&nbsp;เมืองเก่าอุทัยธานี,เมืองเก่าตรัง&nbsp;และเมืองเก่าฉะเชิงเทรา&nbsp;เมื่อ&nbsp;27&nbsp;เม.ย.64&nbsp;โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;บูรณาการทำงานร่วมกัน&nbsp;พร้อมสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชน&nbsp;ที่อาจได้รับผลกระทบจากการกำหนดเขตพื้นที่เมืองเก่า&nbsp;อย่างทั่วถึง&nbsp;รวมทั้งเห็นชอบเรื่องสำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการพัฒนาตึกโดมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์&nbsp;ซึ่งเดิมอาคารมีสภาพทรุดเอียงและทรุดโทรม&nbsp;สมควรบูรณะให้กลับมามีความสง่างาม&nbsp;และทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์&nbsp;เป็นสถาปัตยกรรมที่มีความสำคัญของบ้านเมือง&nbsp;พร้อมทั้งให้สามารถใช้ประโยชน์สาธารณะ&nbsp;ได้อย่างกว้างขวาง&nbsp;และเห็นชอบแผนแม่บท&nbsp;และผังแม่บทการอนุรักษ์&nbsp;และพัฒนาบริเวณ&nbsp;เมืองเก่าปัตตานี&nbsp;โดยมุ่งเน้นให้สอดคล้องกับ&nbsp;วิสัยทัศน์&nbsp;""เมืองเก่าปัตตานี&nbsp;ศูนย์กลางแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์โบราณคดีและวัฒนธรรม&nbsp;และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์&nbsp;ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม&nbsp;ที่สำคัญของภาคใต้""&nbsp;รวมทั้งได้เห็นชอบยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้กับเจ้าของอาคารและที่ดิน&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งมรดกวัฒนธรรม&nbsp;เพื่อสร้างแรงจูงใจ&nbsp;และสิทธิประโยชน์ต่างๆ&nbsp;สำหรับเจ้าของที่ดินและอาคาร&nbsp;ในพื้นที่เขตเมืองเก่า&nbsp;และกรุงรัตนโกสินทร์</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;ยังได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เร่งขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการ&nbsp;ที่ผ่านความเห็นชอบแล้วและนำไปสู่การปฏิบัติ&nbsp;อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;มุ่งให้กรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า&nbsp;ได้สืบสานมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรม&nbsp;อันทรงคุณค่า&nbsp;เพื่อให้คนไทยมีความภาคภูมิใจและเก็บไว้ให้ลูกหลานไทยสืบไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	17/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517184129812
206	ผู้บัญชาการทหารบก ย้ำกองกำลังป้องกันชายแดนสกัดแรงงานต่างด้าว ขยายผลสู่ต้นตอกระบวนการ	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลโท&nbsp;สันติพงศ์&nbsp;ธรรมปิยะ&nbsp;โฆษกกองทัพบก&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลเอก&nbsp;ณรงค์พันธ์&nbsp;จิตต์แก้วแท้&nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;ประชุมด้วยระบบออนไลน์กับหน่วยทหารทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อรับทราบผลการปฏิบัติงาน&nbsp;โดยเฉพาะการสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ปัญหาโควิด&nbsp;-19&nbsp;โดยกล่าวถึงภารกิจของกองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบก&nbsp;ที่เฝ้าตรวจและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมาย&nbsp;โดยเฉพาะการนำเชื้อเข้าประเทศผ่านแนวชายแดน&nbsp;มีผลการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ย้ำว่าการจับกุมแรงงานต่างด้าวตามเหตุการณ์ในพื้นที่ชายแดน&nbsp;จะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการตรวจสอบพื้นที่ตอนใน&nbsp;รวมถึงขยายผลไปสู่ต้นตอของกระบวนการนำพาแรงงานเข้าประเทศ&nbsp;พร้อมมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการในเรื่องดังกล่าว&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับในเดือนมิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งสถานศึกษาจะเปิดการเรียนการสอน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;สิ่งสำคัญคือการทำสถานศึกษาให้สะอาดปลอดเชื้อ&nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;มอบให้หน่วยทหารของกองทัพบกทั่วประเทศ&nbsp;ประสานและเข้าสนับสนุนสถานศึกษาโรงเรียนในพื้นที่&nbsp;เพื่อร่วมการพัฒนาและเตรียมสถานศึกษาให้พร้อมรับการเปิดเทอม&nbsp;เพื่อดูแลให้นักเรียนและบุคลากรของสถานศึกษามีความปลอดภัย&nbsp;ที่ผ่านมากองทัพบก&nbsp;ได้ส่งชุดปฏิบัติการล้างสิ่งปนเปื้อนเข้าฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อตามโรงเรียนต่างๆ&nbsp;แล้วถึง&nbsp;165&nbsp;แห่ง&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พร้อมกันนี้&nbsp;ยังกำชับ&nbsp;หน่วยทหารรับมือกับสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เน้นการระบายน้ำและการกักเก็บน้ำสำรองน้ำให้เกษตรกรใช้ในการเพาะปลูกหลังฤดูฝน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังขอให้ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;กองทัพบก&nbsp;(ศบค.-19&nbsp;ทบ.)และกรมแพทย์ทหารบก&nbsp;เตรียมการวางแผนบริหารจัดการฉีดวัคซีนให้กับกำลังพลและทหารกองประจำการ&nbsp;หากได้รับการสนับสนุนวัคซีนตามการจัดสรรจากสาธารณสุขในช่วงเดือนมิถุนายน&nbsp;2564</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	17/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517183044804
207	ผู้แทนกองบัญชาการกองทัพไทย ลงพื้นที่มอบสิ่งของและถุงยังชีพ ให้ชุมชนที่มีการแพร่ระบาดโรคโควิด -19 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลโท&nbsp;กนกพงษ์&nbsp;จันทร์นวล&nbsp;เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เป็นผู้แทนกองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;&nbsp;มอบสิ่งของอุปโภค-บริโภคให้กับประชาชนในชุมชนที่มีการแพร่ระบาดโควิด&nbsp;-19&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชุมชนซอยแม่เนี้ยว&nbsp;แยก&nbsp;3&nbsp;เขตดินแดง&nbsp;ชุมชนวัดจอมสุดาราม&nbsp;(วัดไพรงาม)&nbsp;เขตดุสิต&nbsp;และชุมชนวัดญวน&nbsp;เขตดุสิต&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;โดยสิ่งของอุปโภค-บริโภคที่แต่ละพื้นที่จะรับนั้นประกอบด้วย&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;เครื่องวัดอุณหภูมิ&nbsp;หน้ากากอนามัยและไข่ไก่&nbsp;เพื่อนำไปใช้ประโยชน์และบรรเทาความเดือนร้อนในช่วงเวลาที่ต้องกักตัวเป็นเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">เช่นเดียวกับ&nbsp;พลตรี&nbsp;ภาณุพงศ์&nbsp;สุวัณณุสส์</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร&nbsp;เป็นผู้แทนกองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;มอบถุงยังชีพ&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;ชุด&nbsp;ให้กับสำนักงานเขตหลักสี่&nbsp;เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในพื้นที่คลัสเตอร์ชุมชน&nbsp;บริษัท&nbsp;อิตาเลี่ยนไทย&nbsp;ดีเวล็อปเมนต์&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เขตหลักสี่&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลเอก&nbsp;เฉลิมพล&nbsp;ศรีสวัสดิ์&nbsp;ผู้บัญชาการทหารสูงสุด</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">/หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง&nbsp;มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;จึงได้มอบหมายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในกองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;เร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน&nbsp;โดยใช้ทุกศักยภาพที่มีในการดูแลประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถและให้ดำเนินการช่วยเหลือต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะคลี่คลาย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	17/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517183213805
208	ผบ.ฉก.ยะลา ตรวจเยี่ยมติดตามความคืบหน้าในการปฏิบัติงานตามนโยบาย  และสั่งการของผู้บังคับบัญชา ในการรักษาความปลอดภัยพื้นที่	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พล.ต.อุทิศ&nbsp;อนันตนานนท์&nbsp;ผบ.ฉก.ยะลา&nbsp;นำคณะตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการร้อย&nbsp;นขต.ฉก.ทพ.47&nbsp;ต.บาโร๊ะ&nbsp;และ&nbsp;ต.ปะแต&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;เพื่อติดตามความคืบหน้าในการปฏิบัติงานตามนโยบาย&nbsp;และสั่งการของผู้บังคับบัญชา&nbsp;ในการรักษาความปลอดภัยในเขตพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;รวมทั้งไม่ประมาทต่อการปฏิบัติภารกิจในรูปแบบต่างๆ&nbsp;ไม่สร้างเงื่อนไข&nbsp;และสามารถดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้&nbsp;ตลอดจนได้สอบถามปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ&nbsp;เพื่อร่วมกันหาหนทางในการช่วยเหลือกำลังพลในโอกาสต่อไป&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้มอบเครื่องบริโภคให้กับกำลังพลฯ&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างขวัญ&nbsp;กำลังใจ&nbsp;ในการปฏิบัติภารกิจต่อไป&nbsp;โดยมี&nbsp;พ.อ.โกเมธ&nbsp;รัตนผ่องใส&nbsp;ผบ.ฉก.ทพ.47&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ฝ่ายอำนวยการ&nbsp;และ&nbsp;ผบ.ร้อย.นขต.ฉก.ทพ.47&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>"	18/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518095451889
209	ทหารพรานหญิง 47 ร่วม อส.ชคต.บาโงยซิแน  ตั้งจุดตรวจเข้มป้องกันการก่อเหตุร้าย	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;47&nbsp;โดย&nbsp;มว.ทพ.หญิง&nbsp;ฉก.ทพ.47&nbsp;จัดกำลังพลของหน่วย&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่&nbsp;อส.ชคต.บาโงยซิแน&nbsp;ตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด&nbsp;เพื่อตรวจสอบยานพาหนะต้องสงสัย,&nbsp;การพกพาอาวุธ,&nbsp;การตรวจค้นสิ่งเสพติด,&nbsp;การขนย้ายสิ่งของผิดกฎหมาย&nbsp;&nbsp;และตรวจสอบบุคคลภายนอกเข้ามาในพื้นที่&nbsp;เพื่อเป็นการป้องปราม&nbsp;สกัดกั้น&nbsp;การเตรียมการเข้ามาก่อเหตุ&nbsp;และสร้างสถานการณ์จากฝ่ายตรงข้ามในพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;ด่านตรวจร่วมบาโงยซิแน&nbsp;ตำบลบาโงยซิแน&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	18/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518111430918
210	กระทรวงแรงงาน เตรียมเสนอ ครม.ปรับลดอัตราเงินสมทบนายจ้างและผู้ประกันตน 3 เดือน บรรเทาผลกระทบโควิด-19	<p><strong>การประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้</strong>&nbsp;(18&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ทำหน้าที่ประธานการประชุมผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;เช่นเดิม&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;โดยคาดว่าที่ประชุมจะติดตามสถานการณ์โควิด-19&nbsp;และหาแนวทางป้องกันไม่ให้แพร่ระบาดเพิ่มขึ้น&nbsp;ภายหลังเมื่อวานนี้พบตัวเลขผู้ติดเชื้อ&nbsp;9,000&nbsp;กว่าราย&nbsp;โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อจากในเรือนจำ&nbsp;รวมถึงติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงานจากการปรับระดับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและการผ่อนคลายมาตรการร้านอาหาร&nbsp;ตลอดจนความคืบหน้าการปูพรมฉีดวัคซีนโควิด-19</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงแรงงาน&nbsp;</strong>โดยคณะกรรมการประกันสังคม&nbsp;เสนอให้&nbsp;ครม.พิจารณาปรับลดอัตราเงินสมทบนายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;33&nbsp;จากเดิมฝ่ายละร้อยละ&nbsp;5&nbsp;เหลือฝ่ายละร้อยละ&nbsp;2.5&nbsp;ของค่าจ้างผู้ประกันตน&nbsp;และผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;39&nbsp;เหลืออัตราเดือนละ&nbsp;216&nbsp;บาท&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือนในงวดเดือนมิถุนายน-สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;ส่วนงวดเดือนกันยายน&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ให้ส่งเงินสมทบอัตราเดิม&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประกันตนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในระลอกใหม่</p><p><strong>ขณะที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)</strong>&nbsp;เสนอแผนเร่งขับเคลื่อน&nbsp;10&nbsp;&nbsp;มาตรการ&nbsp;รับมือฤดูฝนปีนี้&nbsp;เนื่องจากประเทศไทยเข้าฤดูฝนอย่างเป็นทางการแล้ว&nbsp;จึงต้องให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมในการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;การป้องกันแก้ปัญหา&nbsp;บรรเทาผลกระทบและการให้ความช่วยเหลือประชาชนช่วงฤดูฝนนี้ได้ทันสถานการณ์</p><p><br></p><p><br></p>	18/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518085058872
211	สภาเทศบาลตำบลวังยาง อ.ศรีประจันต์  จ.สุพรรณบุรี เปิดประชุมครั้งแรกพร้อมเลือกประธานและรองประธานสภาฯ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เช้าวันนี้&nbsp;(18&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลวังยาง&nbsp;อ.ศรีประจันต์&nbsp;&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นประธานประดับอินทนูแก่&nbsp;นายพิชิต&nbsp;รุ่งเรืองด้วยบุญ&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลวังยาง&nbsp;พร้อมผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลวังยาง&nbsp;และเปิดการประชุมสภาเทศบาลตำบลวังยาง&nbsp;ครั้งแรก</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ขอให้เทศบาลตำบลวังยางทำตามความต้องการประชาชน&nbsp;แก้ปัญหาความเดือดของประชาชน&nbsp;ทำตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;และแผนพัฒนาเทศบาล&nbsp;รวมทั้งการแก้ไขปัญหาไวรัสโควิด&nbsp;-19&nbsp;โดยเชิญชวนให้ประชาชนมารับการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด&nbsp;-19&nbsp;ให้มากที่สุด&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;ขอให้มีโครงการพัฒนาคน&nbsp;ซึ่ง&nbsp;จ.สุพรรณบุรีมีโครงการคนดีศรีสุพรรณและโครงการเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้นที่ประชุมมีวาระเลือกประธานและรองประธานสภาเทศบาลตำบลวังยาง&nbsp;ซึ่งผลการเลือกมีดังนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประธานสภาเทศบาลตำบลวังยาง&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายพเยาว์&nbsp;ศรีวิเชียร&nbsp;รองประธานสภา&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายสำรวย&nbsp;เสร็จกิจ&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	18/5/2021	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518131820981
212	ที่ประชุมความก้าวหน้าโครงการขนาดใหญ่ฯ เห็นชอบกรอบแผนพัฒนาอนุรักษ์ฟื้นฟูกว๊านพะเยา และเวียงหนองหล่ม แก้ไขปัญหาภัยแล้ง	"<p>รองนายกรัฐมนตรี เผยที่ประชุมความก้าวหน้าโครงการขนาดใหญ่ฯ เห็นชอบกรอบแผนพัฒนาอนุรักษ์ฟื้นฟูกว๊านพะเยา และเวียงหนองหล่ม แก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่แล้งซ้ำซาก</p><p>พลเอก&nbsp;ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีรายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า จากการประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ โดยเฉพาะในแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค แผนหลักการพัฒนาอนุรักษ์ฟื้นฟูบึงราชนกหนองหาร และบึงสีไฟ รวมทั้งการปรับขอบเขตพื้นที่ ""ให้ หวง ห้าม ของ แผนหลักการพัฒนาอนุรักษ์ฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และเห็นชอบกรอบแผนพัฒนาอนุรักษ์ฟื้นฟูกว๊านพะเยา และเวียงหนองหล่ม และโครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่ แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่แล้งซ้ำซากแล้ว</p><p><br></p><p><br></p>"	18/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518140532014
213	นายกรัฐมนตรี สั่งเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 พื้นที่ กทม.ให้ครบก่อนใน 2 เดือน ย้ำแนวทางตรวจเชิงรุก	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;แถลงข่าวภายหลังประชุม&nbsp;ครม.ว่า&nbsp;จากสถานการณ์การติดเชื้อโรคระบาดโควิด&nbsp;-19&nbsp;ตนเองได้เรียกประชุม&nbsp;ศบค.และผู้เกี่ยวข้องเป็นการด่วนเมื่อเช้าวานนี้เพื่อแก้ไขปัญหาให้ได้โดยเร็วที่สุดโดยเฉพาะในเรือนจำต่างๆ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;โดยให้มีการตรวจเชิงรุกจัดตั้งโรงพยาบาลสนามภายในเรือนจำเพื่อคัดแยกผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงออกมารักษายังโรงพยาบาลในโรคเฉพาะทาง&nbsp;ทั้งนี้การติดเชื้อในเรือนจำเป็นระบบปิดจึงมีอัตราการแพร่เชื้อต่อชุมชนภายนอกน้อยมาก&nbsp;ทั้งนี้ในเรือนจำจะใช้มาตรการบับเบิ้ลแอนด์ซีล&nbsp;ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ&nbsp;ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้โดยเร็ว&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ได้สั่งการให้&nbsp;ศบค.เร่งออกตรวจแคมป์คนงานก่อสร้างโรงงานสถานที่อื่นๆ&nbsp;ที่มีการรวมตัวกันเป็นจำนวนมากอย่างเข้มงวด&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;จะยังคงเดินหน้ามาตรการต่อไปคือ&nbsp;การตรวจเชิงรุกคัดกรองและเร่งฉีดวัคซีน&nbsp;ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;สาธารณสุข&nbsp;ที่ทำงานอย่างหนัก&nbsp;รวมถึงประชาชนทั่วไปด้วยที่ให้ความร่วมมือ</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวถึงการจองคิวลงทะเบียนเพื่อขอรับการฉีดวัคซีนว่า</strong>&nbsp;จะมีทั้งในระบบหมอพร้อม&nbsp;หรือระบบของแต่ละจังหวัดที่บริหารจัดการใช้&nbsp;ในกรณีที่มีวัคซีนสนับสนุนเพียงพอจะพิจารณาจัดเตรียมวัคซีนให้กับจุดฉีดวัคซีนต่างๆ&nbsp;ที่จะเตรียมไว้&nbsp;และการบริหารจัดการฉีดวัคซีนให้กลุ่มบุคคลเฉพาะ&nbsp;เช่น&nbsp;กลุ่มเสี่ยง&nbsp;บุคลากรด่านหน้า&nbsp;พนักงานด้านการบิน&nbsp;ครูอาจารย์&nbsp;ผู้ขับขี่รถยนต์จักรยานยนต์&nbsp;ขนส่งสาธารณะ&nbsp;พนักงานโรงแรม&nbsp;คณะการทูต&nbsp;นักธุรกิจ&nbsp;นักเรียนนักศึกษาที่ต้องเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ&nbsp;หรือกลุ่มใดที่มีความจำเป็นเร่งด่วนให้จัดทำหนังสือมาเป็น&nbsp;กลุ่มคณะส่งมาที่กระทรวงสาธารณสุขเพื่อพิจารณาต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้ได้กำหนดเป้าหมายการระดมฉีดวัคซีนแบบปูพรม&nbsp;</strong>ให้กับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;ซึ่งถือเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงและเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;ให้ได้อย่างน้อย&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ล้านคน&nbsp;หรือ&nbsp;70&nbsp;เปอร์เซ็นต์ของประชากรเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ภายใน&nbsp;2&nbsp;เดือนคือมิถุนายนถึงกรกฎาคม&nbsp;พร้อมเพิ่มอีก&nbsp;25&nbsp;จุดเสริมในการฉีดวัคซีนให้ประชาชนสามารถได้รับการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง&nbsp;และย้ำว่าตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายนนี้ระดมฉีดวัคซีนพร้อมกันทั่วประเทศและรัฐบาลจะจัดเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับวัคซีนที่จะฉีดให้กับประชาชน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	18/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518144948061
214	ครม.อนุมัติจ่ายเงินค่าทดแทนโครงการฝายหัวนา จังหวัดศรีสะเกษ 104 แปลง เนื้อที่ 628 ไร่ 62 ล้านบาท  	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)อนุมัติจ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากโครงการฝายหัวนา&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;104&nbsp;แปลง&nbsp;เนื้อที่&nbsp;628&nbsp;ไร่&nbsp;3&nbsp;งาน&nbsp;17&nbsp;ตารางวา&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;62,078,662.50&nbsp;บาท&nbsp;แบ่งเป็นกรณีที่ดินมีเอกสารสิทธิจำนวน&nbsp;82&nbsp;แปลง&nbsp;เนื้อที่&nbsp;422&nbsp;ไร่&nbsp;1&nbsp;งาน&nbsp;15&nbsp;ตารางวา&nbsp;ในอัตราไร่ละ&nbsp;125,000&nbsp;บาท&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;52,785,937.50&nbsp;บาท&nbsp;และที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิจำนวน&nbsp;22&nbsp;แปลง&nbsp;&nbsp;เนื้อที่&nbsp;206&nbsp;ไร่&nbsp;2&nbsp;งาน&nbsp;2&nbsp;ตารางวา&nbsp;ในอัตราไร่ละ&nbsp;45,000&nbsp;บาท&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;9,292,725&nbsp;บาท&nbsp;โดยได้ผ่านการตรวจสอบและเห็นชอบโดยคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาโครงการฝายหัวนา&nbsp;เฉพาะกลุ่มโนนสัง&nbsp;กลุ่มราษีไศลและกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;โดยในส่วนชของงบประมาณ&nbsp;กรมชลประทานจะปรับแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;มาดำเนินการจ่ายเงินค่าทดแทนให้</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นอกจากนี้&nbsp;เพื่อให้การจ่ายเงินเป็นไปอย่างถูกต้อง&nbsp;โปร่งใส</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;และป้องกันไม่ให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ชอบจากราษฎร&nbsp;ครม.จึงอนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและกำกับดูแลการจ่ายเงินค่าทดแทน&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลการจ่ายเงินและจำนวนเงินค่าทดแทนให้ถูกต้องครบถ้วนตามบัญชีรายละเอียดผลการตรวจสอบร่องรอยการทำประโยชน์ที่ดินที่ได้รับผลกระทบจากโครงการฝายหัวนา&nbsp;อำเภอกันทรารมย์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานกรรมการ&nbsp;ส่วนกรรมการประกอบด้วยตัวแทนจากหน่วยงานรัฐและภาคประชาชน&nbsp;โดยคณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่พิจารณาตรวจสอบบุคคลผู้มีสิทธิจำนวน&nbsp;104&nbsp;ราย&nbsp;และควบคุมการโอนจ่ายเงินให้ถูกต้องครบถ้วน&nbsp;โดยใช้วิธีโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารจ่ายตรง&nbsp;ตามบัญชีรายชื่อบุคคลที่ผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการหรือทายาท&nbsp;พร้อมให้มีสิทธิได้รับการยกเว้นค่าภาษีเงินได้และภาษีอื่นๆ&nbsp;จากการขายหรือแบ่งขายที่ดินเฉพาะกรณีผู้ถูกเขตโครงการฝายหัวนาที่ยินยอมตกลงราคาซื้อขายที่ดินกับกรชลประทานและต้องเสียภาษีเงินได้&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	18/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518211746271
215	นายกรัฐมนตรี ย้ำวัคซีนปลอดภัย หลังฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์กว่า 2.3โดส ไม่พบอาการข้างเคียงรุนแรง	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;</strong>ยืนยันว่า&nbsp;ไทยมีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงเพียงพอและจะเริ่มให้บริการพร้อมกันทั่วประเทศในต้นเดือน&nbsp;มิถุนายนนี้อย่างแน่นอน&nbsp;โดยจากที่ผ่านมาได้เร่งฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์และกลุ่มเสี่ยงไปแล้ว&nbsp;2.3&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ซึ่งได้ผลเป็นอย่างดีและไม่มีผู้ที่เกิดผลข้างเคียงร้ายแรง&nbsp;ขอให้ทุกคนมีความมั่นใจได้</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;เน้นย้ำว่าในวันนี้&nbsp;การฉีดวัคซีน&nbsp;เป็น&nbsp;วาระแห่งชาติ&nbsp;</strong>ที่จะต้องเร่งดาเนินการ&nbsp;เพื่อให้ทุกอย่างขับเคลื่อนต่อไปได้&nbsp;เน้นเดินหน้าปูพรมฉีดวัคซีนเข็มแรกให้เร็วและให้ถึงประชาชนจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะทาได้&nbsp;หลังจากได้รับความความเห็นของประชาชนจำนวนมาก&nbsp;จึงได้ตัดสินใจว่าจะปรับแผนการเดินหน้าประเทศ&nbsp;ด้วยการเปิดโอกาสให้ทุกคน&nbsp;ที่พร้อมฉีดวัคซีน&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นวัยใด&nbsp;เข้าถึงวัคซีนได้&nbsp;โดยเฉพาะวัยทำงาน&nbsp;เพื่อปกป้องคนที่ทำมาหากิน&nbsp;คนที่เป็นกำลังหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว&nbsp;ให้ออกจากบ้านไปทางาน&nbsp;ทำมาหาเลี้ยงชีพและเดินหน้า&nbsp;ชีวิตกันต่อไปได้&nbsp;ทั้งนี้จะเอาชนะโควิดได้ก็ด้วยการเดินหน้าไปพร้อมๆ&nbsp;กัน&nbsp;โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&nbsp;ประเทศไทยต้องดีขึ้น&nbsp;ด้วยความร่วมมือร่วมใจ&nbsp;ความรักสามัคคีของคนไทยด้วยกัน&nbsp;เพราะทุกคนก็คือ&nbsp;ทีมประเทศไทย</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้เน้นย้ำกับที่ประชุม&nbsp;ครม.</strong>&nbsp;ในวันนี้ในเรื่องของการชี้แจงข้อเท็จจริงให้กับประชาชนเกี่ยวกับมาตรการต่างๆ&nbsp;ของรัฐบาลและ&nbsp;ศบค.&nbsp;ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งและก่อให้เกิดความเสียหาย&nbsp;ต่อสังคม&nbsp;เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการตามมาตรการที่ได้วางไว้&nbsp;โดยเฉพาะในการรณรงค์ให้ประชาชน&nbsp;ทุกคนได้ฉีดวัคซีนเพื่อให้ประเทศไทยเดินไปต่อได้&nbsp;หากใครมีเจตนาในการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ&nbsp;ย่อมมีความผิดตามกฎหมายและถูกดำเนินคดีได้&nbsp;ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานของรัฐ&nbsp;ให้มีความเข้มงวดในการตรวจสอบข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของตัวเองอย่างต่อเนื่องและชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนโดยเร็ว&nbsp;หากเป็นการกระทำผิดกฎหมาย&nbsp;ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รวมทั้งขอความร่วมมือสื่อมวลชนและผู้ใช้สื่อทุกคนให้ใช้ความระมัดระวังมากยิ่งขึ้นและขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่ช่วยกันเป็นหูเป็นตา&nbsp;แจ้งข่าวไปยังหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>	18/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518165818182
216	ครม. เห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติในระดับพื้นที่ นำแผนแม่บทฯไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;เห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติในระดับพื้นที่&nbsp;ตามที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเสนอ&nbsp;เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์&nbsp;โดยเป็นการแปลงยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติในระดับดับพื้นที่&nbsp;และมีแผนพัฒนาภาคเป็นแผนแรกเพื่อเชื่อมโยงสู่ระดับต่างๆ&nbsp;ผ่านแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด&nbsp;แผนพัฒนาจังหวัด&nbsp;ทั้งนี้แนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติในระดับพื้นที่ต้องตอบสนองต่อเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ยึดนโยบาย&nbsp;หลักเกณฑ์&nbsp;และแนวทางในการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัด&nbsp;และแผนปฏิบัติราชการประจำปี&nbsp;ตามที่คณะกรรมการบูรณาการนโยบายพัฒนาภาค&nbsp;และคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการกำหนดเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติในระดับพื้นที่&nbsp;มีการมอบหมายหน่วยงานเจ้าภาพของแต่ละเป้าหมายของแผนต่างๆ&nbsp;ในระดับพื้นที่&nbsp;ให้สอดคล้องกับหน่วยงานเจ้าภาพขับเคลื่อนแผนแม่บทย่อย&nbsp;โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ประสานเพื่อบูรณาการการดำเนินงานของฝ่ายต่างๆ&nbsp;ขณะที่การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์นั้น&nbsp;ให้เน้นการใช้ข้อมูลสนับสนุนการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ทั้งข้อมูล&nbsp;สถิติ&nbsp;สถานการณ์งานวิจัย/การศึกษาที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ยังกล่าวถึงความสำคัญของแผนพัฒนาในระดับพื้นที่ว่า&nbsp;แผนพัฒนาในระดับพื้นที่เป็นจุดเชื่อมต่อของยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทไปสู่การพัฒนาพื้นที่&nbsp;ภายใต้ความท้าทายที่แต่ละพื้นที่มีมีความหลากหลายและบริบทที่แตกต่างกัน&nbsp;ดังนั้นทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการตั้งแต่&nbsp;ส่วนกลาง&nbsp;ส่วนภูมิภาค&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาคประชาสังคมจึงต้องทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตาม&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;ประเมินผลการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติสู่การปฏิบัติด้วย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	18/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518213857289
217	ครม. ปรับลดเป้าหมายโครงการส่งเสริมการจ้างงานสำหรับผู้จบการศึกษาใหม่เหลือ 50,000 คน สอดคล้องกับการจ้างงานที่ต่ำลง	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;อนุมัติให้กรมการจัดหางาน&nbsp;กระทรวงแรงงาน&nbsp;ปรับปรุงรายละเอียดโครงการส่งเสริมการจ้างงานสำหรับผู้จบการศึกษาใหม่โดยภาครัฐและเอกชน&nbsp;โดยปรับลดจำนวนกลุ่มเป้าหมายของโครงการ&nbsp;จาก&nbsp;260,000&nbsp;คน&nbsp;เป็น&nbsp;50,000&nbsp;หรือลดลงประมาณ&nbsp;210,000&nbsp;คน&nbsp;และปรับลดกรอบวงเงินของโครงการฯ&nbsp;จากเดิม&nbsp;19,462&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เป็น&nbsp;3,209&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือลดลงประมาณ&nbsp;16,252&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยสาเหตุประการหนึ่งที่ทำให้โครงการฯ&nbsp;มีผลการดำเนินงานต่ำกว่าเป้าหมาย&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;ส่งผลให้ความต้องการจ้างงานในตลาดแรงงานอยู่ในระดับต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้&nbsp;รวมถึงความต้องการของนายจ้างและผู้จบการศึกษาใหม่ไม่สอดคล้องกัน&nbsp;โดยส่วนใหญ่สถานประกอบการต้องการจ้างงานในตำแหน่งฝ่ายผลิตหรือภาคบริการ&nbsp;แต่ผู้จบการศึกษาใหม่มีความต้องการทำงานในสำนักงาน</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กระทรวงแรงงาน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ได้รายงานผลการดำเนินโครงการส่งเสริมการจ้างงานสำหรับผู้จบการศึกษาใหม่&nbsp;โดยภาครัฐและเอกชน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ว่า&nbsp;ผลการเบิกจ่ายสะสมตั้งแต่ตุลาคม&nbsp;2563-31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;323&nbsp;ล้านบาท&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;1.66&nbsp;ของวงเงินที่อนุมัติ&nbsp;โดยมีผู้จบการศึกษาใหม่ได้รับอนุมัติจ้างงาน&nbsp;รวม&nbsp;17,511&nbsp;คน&nbsp;หรือ&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;6.74&nbsp;แบ่งตามวุฒิการศึกษา&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปริญญาตรี&nbsp;จำนวน&nbsp;11,250&nbsp;คน&nbsp;ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง&nbsp;(ปวส.)&nbsp;2,409&nbsp;คน&nbsp;ประกาศนียบัตรวิชาชีพ&nbsp;(ปวช.)&nbsp;1,393&nbsp;คน&nbsp;และมัธยมศึกษาตอนปลาย&nbsp;(ม.6)&nbsp;2,469&nbsp;คน&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;12&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ได้มีการอนุมัติการจ้างงานเพิ่มขึ้นอีกประมาณ&nbsp;6,739&nbsp;คน&nbsp;เป็น&nbsp;24,250&nbsp;คน&nbsp;เนื่องจากมีผู้จบการศึกษาใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงาน</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">อย่างไรก็ตาม&nbsp;ภายหลังการปรับปรุงกรอบวงเงินโครงการ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;จะทำให้กรอบวงเงินกู้คงเหลือตามพระราชกำหนด&nbsp;เพิ่มขึ้นจาก&nbsp;166,524&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เป็น&nbsp;182,776&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	18/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518213454286
218	รัฐบาลจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์	<p><strong>นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เพื่อนำเสนอสภาผู้แทนราษฎรต่อไป&nbsp;โดยกำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่าย&nbsp;จำนวน&nbsp;3,100,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ลดลงจากปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;185,962.5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;5.66&nbsp;โดยมีประมาณการรายได้สุทธิ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,400,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และกำหนดวงเงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ&nbsp;จำนวน&nbsp;700,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งการขาดดุลงบประมาณจำนวนดังกล่าวยังอยู่ในกรอบสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;กรณีงบประมาณรายจ่ายลงทุนมีจํานวนน้อยกว่าวงเงินส่วนที่ขาดดุลของงบประมาณที่กําหนดไว้&nbsp;ได้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและรองรับสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ด้วยการเพิ่มแหล่งเงินลงทุนของประเทศในช่องทางอื่น&nbsp;ได้แก่&nbsp;การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ&nbsp;(PPP)&nbsp;/&nbsp;การลงทุนของหน่วยงานในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย&nbsp;(THAILAND&nbsp;FUTURE&nbsp;FUND)&nbsp;และการใช้เงินกู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม</p><p><strong>ส่วนกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์ตั้งข้อสังเกต</strong>การจัดสรรงบให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาโควิด-19&nbsp;ได้รับงบประมาณน้อยกว่ากระทรวงกลาโหมนั้น&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจง&nbsp;ข้อเท็จจริงแล้วว่าการจัดสรรงบประมาณมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;ซึ่งบางส่วนจะนำไปใช้ในการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ด้วย&nbsp;ส่วนสาเหตุที่งบประมาณของบางกระทรวงมีจำนวนมากนั้น&nbsp;เนื่องจากเป็นรายจ่ายประจำที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรของกระทรวง&nbsp;เช่น&nbsp;กระทรวงศึกษาธิการที่มีบุคลากรครูทั่วประเทศ&nbsp;และกองทัพที่มีกำลังพลจำนวนมาก&nbsp;ส่วนงบรายจ่ายอื่นๆ&nbsp;จะเป็นไปตามสถานการณ์&nbsp;เช่น&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;จะต้องมีงบในการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และการจัดหาวัคซีนโควิด-19&nbsp;</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;</strong>นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี&nbsp;พร้อมชี้แจงการจัดสรรงบประมาณต่อที่ประชุมสภาฯ&nbsp;เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและชัดเจน&nbsp;ซึ่งจะพิจารณาในวาระที่&nbsp;1&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;31&nbsp;พ.ค.&nbsp;&nbsp;2&nbsp;มิ.ย.&nbsp;64&nbsp;นี้&nbsp;โดยประชาชนสามารถติดตามและตรวจสอบการจัดทำงบประมาณและการใช้จ่ายเงินงบประมาณของรัฐได้</p><p><br></p><p><br></p>	19/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519095904336
219	จ.จันทบุรี เตรียมพร้อมสถานที่กักกัน OQ 2 แห่ง ในพื้นที่รับผิดชอบของ ตชด.เพื่อกักกันคนไทยที่ไปทำงานประเทศเพื่อนบ้านแล้วกลับเขาราชอาณาจักร และ แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ตาม MOU ที่พร้อมเข้ามาทำงานหากรัฐบาลผ่อนปรน เข้ากักกันในสถานที่กักกัน 14 วัน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;19&nbsp;พ.ค.64&nbsp;)&nbsp;คณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;หรือ&nbsp;ศปก.จังหวัดจันทบุรี&nbsp;นำโดย&nbsp;นายณัฐพงษ์&nbsp;ศิริบุญ&nbsp;ปลัดจังหวัดจันทบุรี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พันตำรวจเอก&nbsp;ผดุงศักดิ์&nbsp;รักษาสุข&nbsp;รองผู้บังคับการตำรวจภูธร&nbsp;จ.จันทบุรี&nbsp;นายอำเภอสอยดาว&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;/&nbsp;ปภ.จังหวัด&nbsp;/&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;ได้เดินทางตรวจเยี่ยม&nbsp;ชมความพร้อมของสถานที่กักกันเฉพาะองค์กร&nbsp;Organizational&nbsp;Quarantine&nbsp;หรือ&nbsp;OQ&nbsp;เพื่อใช้ในการกักกันคนคนไทยที่ไปทำงานประเทศเพื่อนบ้านแล้วกลับเข้ามาในราชอาณาจักร&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;แรงงาน&nbsp;3&nbsp;สัญชาติ&nbsp;ลาว&nbsp;กัมพูชา&nbsp;เมียนมาร์&nbsp;ที่เตรียมเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมายตาม&nbsp;MOU&nbsp;หากรัฐบาลผ่อนปรนอนุญาตให้เข้ามาทำงานได้&nbsp;เข้ากักกันในสถานที่กักกันเพื่อเป็นการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือ&nbsp;โควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่&nbsp;11&nbsp;ร่วม&nbsp;กับ&nbsp;กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี&nbsp;/&nbsp;ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมสถานที่กักกัน&nbsp;OQ&nbsp;เบื้องต้นไว้รวม&nbsp;2&nbsp;แห่งที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ&nbsp;ตชด.11&nbsp;คือ&nbsp;กองร้อย&nbsp;ตชด.114&nbsp;บ้านตาเรือง&nbsp;ต.ปะตง&nbsp;อ.สอยดาว&nbsp;และ&nbsp;กองร้อย&nbsp;ตชด.115&nbsp;บ้านโป่งเก่า&nbsp;ต.โป่งน้ำร้อน&nbsp;อ.โป่งน้ำร้อน&nbsp;จ.จันทบุรี&nbsp;แต่ละแห่งสามารถรองรับในการกักตัวได้&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;พร้อมเปิดให้บริการได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&nbsp;&nbsp;</p>	19/5/2021	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519171846658
220	กอ.รมน.สุพรรณบุรี เยี่ยมผู้ป่วยเตียงฐานะยากจน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;19&nbsp;พ.ค.64&nbsp;พ.อ.วิรัตน์&nbsp;คำวิลัย&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัด&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;พ.ต.เทิดศักดิ์&nbsp;เกี้ยวเพ็ง&nbsp;รอง&nbsp;หน.กลุ่มงานกิจการมวลชน&nbsp;และ&nbsp;ร.ต.ชัยรัตน์&nbsp;ดีเรือก&nbsp;หน.ชรต.126&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พ.อ.เชาว์&nbsp;ธีระชาติ&nbsp;หน.ฝขว.มทบ.17&nbsp;ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งฯ&nbsp;พมจ.สุพรรณบุรี&nbsp;อบต.ทับตีเหล็กกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ลงพื้นที่พบปะ&nbsp;เยี่ยมเยือนประชาชนซึ่งเป็นผู้พิการ&nbsp;มีฐานะยากจน&nbsp;ยากไร้&nbsp;และเป็นผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;โดยร่วมกันมอบเครื่องอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;ของใช้ที่จำเป็น&nbsp;รถวีลแชร์ให้ผู้พิการ&nbsp;และมอบเงินเป็นค่าใช้จ่ายประจำวัน&nbsp;เพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;รายประกอบด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายศุภโชค&nbsp;ผังไพบูลย์&nbsp;อายุ&nbsp;26&nbsp;ปี&nbsp;ป่วยด้วยโรคออทิสติก&nbsp;พักอาศัยอยู่กับพ่อแม่&nbsp;ซึ่งมีฐานะยากจน&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;100&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ต.ทับตีเหล็ก&nbsp;น.ส.บุญลือ&nbsp;อุณรุทธ์&nbsp;อายุ&nbsp;53&nbsp;ปี&nbsp;ป่วยด้วยโรคเบาหวาน&nbsp;ต้องตัดขาข้างซ้ายโดยพักอาศัยอยู่กับน้องชาย&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;65&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;ต.ทับตีเหล็ก&nbsp;โดยได้มอบรถวีลแชร์แทนคันเก่าที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรม&nbsp;และนายสมบูรณ์&nbsp;เฟื่องฟุ้ง&nbsp;อายุ&nbsp;42&nbsp;ปี&nbsp;ป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบพักอาศัยอยู่กับภรรยามีฐานะยากจน&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;43/15&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ต.ทับตีเหล็ก&nbsp;โดยมอบพัดลมและแพมเพิดผู้พิการทั้ง&nbsp;3&nbsp;รายและครอบครัว&nbsp;กล่าวขอบคุณ&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ส.พ.และทุกหน่วยงานที่ร่วมมอบเงิน&nbsp;สิ่งของเครื่องใช้&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;พร้อมให้กำลังใจในการต่อสู้ในสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ต่อไป</p>	19/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519171245644
221	เร่งดำเนินการควบคุมการแพร่ระบาดในเรือนจำ พร้อมทั้งผ่อนคลายให้นั่งกินในร้านอาหารได้	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;มาตรการในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ที่ตรวจพบในเรือนจำจำนวนมากนั้นได้สั่งการให้ดำเนินการดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;เน้นตรวจเชิงรุกให้ได้มากและเร็วที่สุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;จัดตั้งโรงพยาบาลสนามภายในเรือนจำเพื่อคัดแยกผู้ป่วยอาการน้อย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;รุนแรง&nbsp;หากมีอาการรุนแรง&nbsp;จะเข้ารักษาในโรงพยาบาลเฉพาะทางตามระบบต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;เรือนจำทุกแห่งเป็นระบบปิด&nbsp;โอกาสแพร่เชื้อสู่ชุมชนได้น้อยมาก&nbsp;โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลเข้มงวดไม่ให้มีการเข้าเยี่ยมจากภายนอก&nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ใช้แนวทาง&nbsp;Bubble&nbsp;and&nbsp;Seal&nbsp;ปิดกั้นการเคลื่อนย้ายหรือการเดินทางเข้าออกในสถานที่นั้น&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปสู่ภายนอก&nbsp;โดยมีทีมแพทย์ควบคุมและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดวันต่อวัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในส่วนของมาตรการผ่อนคลายให้นั่งกินในร้านอาหารได้&nbsp;ซึ่งใช้บังคับตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อให้ร้านอาหารมีรายได้&nbsp;ไม่กระทบกับวิถีชีวิตประจำวันมากแต่ยังคงมาตรการเข้มงวด&nbsp;เช่น&nbsp;กำหนดจำนวนลูกค้าในร้านไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;และเว้นระยะห่าง&nbsp;หากพบว่าร้านค้าใดฝ่าฝืนจะสั่งปิดทันทีหรือทบทวนมาตรการ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	20/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520095336774
222	ครม.เห็นชอบลดเงินสมทบประกันสังคมเพื่อช่วยนายจ้างและผู้ประกันตน ม.33, ม.39  จากผลกระทบโรคโควิด-19	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;					
223	.&nbsp;เพื่อปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;คือ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;&nbsp;31&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-นายจ้างและผู้ประกันตน&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;33&nbsp;ให้จ่ายเงินสมทบประกันสังคมจากเดิม&nbsp;5%&nbsp;เหลือจ่ายฝ่ายละ&nbsp;2.5%&nbsp;ของค่าจ้างผู้ประกันตน&nbsp;(ลดลงครึ่งหนึ่ง)&nbsp;ส่งผลทำให้เงินสมทบประกันสังคมที่เคยถูกหักสูงสุด&nbsp;750&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;ลดเหลือถูกหักเพียง&nbsp;375&nbsp;บาทต่อเดือน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-ผู้ประกันตนตามมาตรา&nbsp;39&nbsp;ปรับลดอัตราเงินสมทบลดลงจากเดิมจ่าย&nbsp;432&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;ลดเหลือจ่ายเพียง&nbsp;216&nbsp;บาทต่อเดือน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-รัฐบาลส่งเงินสมทบในอัตราเดิมคือ&nbsp;2.75%&nbsp;ของค่าจ้างผู้ประกันตน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และช่วยเสริมสภาพคล่องในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่ได้รับ&nbsp;แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของนายจ้างและผู้ประกันตน&nbsp;รวมทั้งยังช่วยรักษาระดับการจ้างงานของนายจ้างด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	20/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520095623775	
224	"นายกฯ ประกาศให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตเป็น ""วาระแห่งชาติ"""	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวถึงปัญหาการทุจริตส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการภาครัฐ&nbsp;การพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;การค้าการลงทุน&nbsp;และการพัฒนาประเทศ&nbsp;รวมถึงภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย&nbsp;ทั้งในแง่การรับรู้ของภาคประชาชน&nbsp;และภาคธุรกิจ&nbsp;รัฐบาลได้ประกาศให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ&nbsp;เพื่อให้มีการปฏิบัติอย่างจริงจังเป็นรูปธรรมทุกปี&nbsp;องค์การเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ&nbsp;จะดำเนินการสำรวจสถานการณ์การทุจริตของทุกประเทศทั่วโลก&nbsp;โดยในปีที่ผ่านมาประเทศไทยถูกจัดอันดับปัญหาการทุจริตผ่านดัชนีการรับรู้การทุจริตหรือ&nbsp;คอร์รัปชัน&nbsp;เพอเซพชั่น&nbsp;อินเดกซ์&nbsp;หรือค่าซีพีไอ&nbsp;(CPI)&nbsp;โดยมีค่าคะแนนอยู่ในอันดับที่&nbsp;104&nbsp;จากประเทศที่เข้าร่วมประเมินทั้งหมด&nbsp;180&nbsp;ประเทศทั่วโลก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ&nbsp;จึงร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ&nbsp;ดำเนินการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติระยะ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ด้านการปรับสมดุล&nbsp;และพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ&nbsp;ซึ่งยึดหลักภาครัฐของประชาชน&nbsp;เพื่อประชาชน&nbsp;และประโยชน์ส่วนรวม&nbsp;เพื่อสร้างภาครัฐให้โปร่งใส&nbsp;ปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ&nbsp;มีการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล&nbsp;และมุ่งสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริต&nbsp;รวมทั้งความละอายต่อการทุจริต&nbsp;ประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ&nbsp;ตลอดจนสร้างจิตสำนึกและค่านิยมในการปฏิเสธไม่ยอมรับการทุจริตอย่างสิ้นเชิง&nbsp;โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน&nbsp;และภาคีต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ร่วมมือกันในการลดและป้องกันการทุจริตให้ได้ผลอย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้มีการนำระบบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;หรือที่เรียกว่า&nbsp;ไอทีเอ&nbsp;(ITA)&nbsp;มาใช้ในการยกระดับธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ&nbsp;ครอบคลุมทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ&nbsp;ฝ่ายบริหาร&nbsp;ฝ่ายตุลาการ&nbsp;และองค์กรอิสระ&nbsp;เพื่อให้หน่วยงานของรัฐนำข้อเสนอแนะที่ได้ไปใช้ในการปรับปรุง&nbsp;พัฒนาการปฏิบัติงาน&nbsp;ให้มีความโปร่งใส&nbsp;และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาด้านการบริหารจัดการภาครัฐของประเทศ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	20/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520095947777
225	ครม.เห็นชอบให้นายจ้างจ่ายค่าทำศพลูกจ้างเพิ่มขึ้นจากเดิม	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติเห็นชอบปรับปรุงกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าทำศพให้นายจ้างจ่าย&nbsp;ซึ่งให้กองทุนเงินทดแทนจ่ายค่าทำศพในอัตรา&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจนถึงความตายหรือสูญหาย&nbsp;การปรับเงินเพิ่มขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จากเดิมที่กำหนดไว้ที่&nbsp;40,000&nbsp;บาท&nbsp;ตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าทำศพที่ให้นายจ้างจ่าย&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวในการจัดการศพและยังให้เกิดความเท่าเทียมกันทั้งสองกองทุนคือกองทุนเงินทดแทนและกองทุนประกันสังคม&nbsp;ที่กำหนดอัตราเงินค่าทำศพไว้ที่&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;เช่นเดียวกันการทำงาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;อัตราใหม่จะไม่มีผลกระทบต่อสถานะกองทุนเงินทดแทน&nbsp;เนื่องจากกองทุนเงินทดแทนจัดเก็บเงินสมบทเฉลี่ยปีละ&nbsp;3,941.82&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยจ่ายเป็นค่าทำศพรวม&nbsp;เฉลี่ยปีละ&nbsp;33.75&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือ&nbsp;ร้อยละ&nbsp;0.96&nbsp;ของเงินทดแทน&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่กำหนดอัตราเงินค่าทำศพ&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;จะมีค่าจ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;6.75&nbsp;ล้านบาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับครอบครัวผู้เสียชีวิตสามารถติดต่อได้ที่&nbsp;สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่&nbsp;มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	20/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520100158779
226	ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย ครม.เห็นชอบลดเงินสมทบประกันสังคมเพื่อช่วยนายจ้าง และผู้ประกันตน ม.33, ม.39  จากผลกระทบโรคโควิด-19 และให้นายจ้างจ่ายค่าทำศพลูกจ้างเพิ่มขึ้นจากเดิม	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">นายศุภพงษ์&nbsp;เชาวน์แล่น&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</span>ครม.เห็นชอบลดเงินสมทบประกันสังคมเพื่อช่วยนายจ้าง&nbsp;และผู้ประกันตน&nbsp;ม.33,&nbsp;ม.39&nbsp;จากผลกระทบโรคโควิด-19&nbsp;และให้นายจ้างจ่ายค่าทำศพลูกจ้างเพิ่มขึ้นจากเดิม<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;ว่า&nbsp;</span>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;.&nbsp;เพื่อปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;คือ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;&nbsp;31&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;ดังนี้&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;นายจ้างและผู้ประกันตน&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;33&nbsp;ให้จ่ายเงินสมทบประกันสังคมจากเดิม&nbsp;5%&nbsp;เหลือจ่ายฝ่ายละ&nbsp;2.5%<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;</span>ของค่าจ้างผู้ประกันตน&nbsp;(ลดลงครึ่งหนึ่ง)&nbsp;ส่งผลทำให้เงินสมทบประกันสังคมที่เคยถูกหักสูงสุด&nbsp;750&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;ลดเหลือถูกหักเพียง&nbsp;375&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;2.&nbsp;ผู้ประกันตนตามมาตรา&nbsp;39&nbsp;ปรับลดอัตราเงินสมทบลดลงจากเดิมจ่าย&nbsp;432&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;ลดเหลือจ่ายเพียง&nbsp;216&nbsp;บาท&nbsp;ต่อเดือน&nbsp;3.&nbsp;รัฐบาลส่งเงินสมทบในอัตราเดิมคือ&nbsp;2.75%&nbsp;ของค่าจ้างผู้ประกันตน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และช่วยเสริมสภาพคล่องในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่ได้รับ&nbsp;แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของนายจ้างและผู้ประกันตน&nbsp;รวมทั้งยังช่วยรักษาระดับการจ้างงานของนายจ้างด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการลดอัตราเงินสมทบเป็นเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;จะทำให้กองทุนจัดเก็บเงินสมบทได้ลดลงจำนวน&nbsp;20,163&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แต่นายจ้างและผู้ประกันตนจะได้รับประโยชน์จากการลดภาระค่าใช้จ่าย&nbsp;คือ&nbsp;นายจ้างจำนวน&nbsp;485,113&nbsp;ราย&nbsp;จะลดค่าใช้จ่ายลงได้&nbsp;9,487&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;33&nbsp;จำนวน&nbsp;11.1&nbsp;ล้านคน&nbsp;จะลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้&nbsp;9,487&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;39&nbsp;จำนวน&nbsp;1.8&nbsp;ล้านคน&nbsp;จะลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้&nbsp;1,189&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เมื่อรวมผู้ประกันตนทั้ง&nbsp;12.9&nbsp;ล้านคนแล้ว&nbsp;จะลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้ถึง&nbsp;10,676&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รวมเป็นเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น&nbsp;20,163&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวยังทันต่อระยะเวลาการนำส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนในงวดเดือนมิถุนายนนี้ด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการลดอัตราเงินสมทบประกันสังคมครั้งนี้&nbsp;นับเป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ของปี&nbsp;2564&nbsp;หลังจากที่คณะรัฐมนตรีเคยมีมติเมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;ม.ค.2564&nbsp;เห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงาน&nbsp;เสนอให้แก้ไขกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;งวดเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อบรรเทาผลกระทบให้แก่นายจ้างและผู้ประกันตนจากสถานการการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในครั้งนั้นได้มีการปรับลดวงเงินสมทบประกันสังคม&nbsp;โดยให้ฝ่ายนายจ้างจ่ายในอัตรา&nbsp;3%&nbsp;ต่อเดือน&nbsp;(450&nbsp;บาท)&nbsp;ผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;33&nbsp;ให้จ่ายเงินสมทบลดลงลดลงเหลือ&nbsp;0.5%&nbsp;ต่อเดือน&nbsp;(สูงสุดไม่เกิน&nbsp;75&nbsp;บาท)&nbsp;และผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;39&nbsp;ให้จ่ายเงินสมทบลดลงเหลือ&nbsp;38&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิมที่ต้องจ่าย&nbsp;432&nbsp;บาทต่อเดือน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ครม.&nbsp;มีมติเห็นชอบปรับปรุงกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าทำศพให้นายจ้างจ่าย&nbsp;ซึ่งให้กองทุนเงินทดแทนจ่ายค่าทำศพในอัตรา&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจนถึงความตายหรือสูญหาย&nbsp;การปรับเงินเพิ่มขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จากเดิมที่กำหนดไว้ที่&nbsp;40,000&nbsp;บาท&nbsp;ตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าทำศพที่ให้นายจ้างจ่าย&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวในการจัดการศพและยังให้เกิดความเท่าเทียมกันทั้งสองกองทุนคือกองทุนเงินทดแทนและกองทุนประกันสังคม&nbsp;ที่กำหนดอัตราเงินค่าทำศพไว้ที่&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;เช่นเดียวกันการทำงาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;อัตราใหม่จะไม่มีผลกระทบต่อสถานะกองทุนเงินทดแทน&nbsp;เนื่องจากกองทุนเงินทดแทนจัดเก็บเงินสมบทเฉลี่ยปีละ&nbsp;3,941.82&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยจ่ายเป็นค่าทำศพรวม&nbsp;เฉลี่ยปีละ&nbsp;33.75&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;0.96&nbsp;ของเงินทดแทน&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่กำหนดอัตราเงินค่าทำศพ&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;จะมีค่าจ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;6.75&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สำหรับครอบครัวผู้เสียชีวิตสามารถติดต่อได้ที่&nbsp;สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่&nbsp;มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	20/5/2021	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520105403798
227	ครม.เห็นชอบ ลดอัตราเงินสมทบ กองทุนประกันสังคมม.33 เหลือ 2.5%, ม.39 เหลือเดือนละ 216 บาท นาน 3 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน  สิงหาคม 2564	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายพรเทพ&nbsp;ศิริไพบูลย์&nbsp;ประกันสังคมจังหวัดระยอง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;18&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;&nbsp;เพื่อปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;โดยนายจ้างและผู้ประกันตนตามมาตรา&nbsp;33&nbsp;จากร้อยละ&nbsp;5&nbsp;เหลือฝ่ายละร้อยละ&nbsp;2.5&nbsp;ของค่าจ้างผู้ประกันตน&nbsp;และผู้ประกันตนตามมาตรา&nbsp;39&nbsp;ปรับลดอัตราเงินสมทบลดลงจากเดิมเดือนละ&nbsp;432&nbsp;บาท&nbsp;เป็นเดือนละ&nbsp;216&nbsp;บาท&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;ดือน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;สำหรับฝ่ายรัฐบาลยังส่งเงินสมทบในอัตราเดิมคือร้อยละ&nbsp;2.75&nbsp;ของค่าจ้างผู้ประกันตน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ช่วยเสริมสภาพคล่องในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่ได้รับ&nbsp;แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของนายจ้างและผู้ประกันตน&nbsp;รวมทั้งยังช่วยรักษาระดับการจ้างงานของนายจ้างด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประกันสังคมจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;จังหวัดระยองมีผู้ประกันตน&nbsp;ม.33&nbsp;และ&nbsp;ม.39&nbsp;ประมาณ&nbsp;450,000&nbsp;คน&nbsp;แบ่งเป็นผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;33&nbsp;ประมาณ&nbsp;425,000&nbsp;คน&nbsp;มาตรา&nbsp;39&nbsp;ประมาณ&nbsp;35,000&nbsp;คน&nbsp;การลดอัตราเงินสมทบเป็นเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;จะทำให้กองทุนประกันสังคมจัดเก็บเงินสมบทลดลง&nbsp;จำนวน&nbsp;20,163&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แต่นายจ้างและผู้ประกันตนจะได้รับประโยชน์จากการลดภาระค่าใช้จ่าย&nbsp;โดยในส่วนของนายจ้างทั้งหมดทั่วประเทศ&nbsp;จำนวน&nbsp;485,113&nbsp;ราย&nbsp;จะลดค่าใช้จ่ายลงได้&nbsp;9,487&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และผู้ประกันตนตามมาตรา&nbsp;33&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;จำนวน&nbsp;11,164,384&nbsp;คน&nbsp;จะลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้&nbsp;9,487&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และผู้ประกันตนทั้งหมด&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;39&nbsp;จำนวน&nbsp;1,832,500&nbsp;คน&nbsp;จะลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้&nbsp;1,189&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หากรวมผู้ประกันตนทั้ง&nbsp;12.9&nbsp;ล้านคนแล้ว&nbsp;จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้ถึง&nbsp;10,676&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่งผลให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น&nbsp;20,163&nbsp;ล้านบาท&nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการลดปัญหาทางการเงินของนายจ้างและผู้ประกันตน&nbsp;และส่งผลให้คุณภาพชีวิตผู้ประกันตนดีขึ้น&nbsp;และยังเป็นการรักษาระดับการจ้างงานของนายจ้างได้อีกด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	20/5/2021	ภาคตะวันออก	ระยอง	สวท.ระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520100528782
228	นายกฯ ย้ำจุดยืนไทยหลังฟื้นฟูโควิด-19 พร้อมหนุนความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคและระดับโลก	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;11.20&nbsp;น.&nbsp;(หรือ&nbsp;13.20&nbsp;น.&nbsp;เวลาท้องถิ่น&nbsp;ณ&nbsp;กรุงโตเกียว)&nbsp;<strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;ได้กล่าวปาฐกถาเนื่องในการประชุม&nbsp;International&nbsp;Conference&nbsp;on&nbsp;the&nbsp;Future&nbsp;of&nbsp;Asia&nbsp;(Nikkei&nbsp;Forum)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;26&nbsp;ซึ่งจัดโดยหนังสือพิมพ์นิคเค&nbsp;ในหัวข้อหลัก&nbsp;การสร้างรูปแบบของอนาคตยุคหลังโควิด-19:&nbsp;บทบาทของภูมิภาคเอเชียต่อการฟื้นตัวของโลก(Shaping&nbsp;the&nbsp;post-COVID&nbsp;era:&nbsp;Asias&nbsp;Role&nbsp;in&nbsp;the&nbsp;Global&nbsp;Recovery)&nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกล&nbsp;สรุปสาระสำคัญ&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายกรัฐมนตรีได้แบ่งปันมุมมองของไทยเพื่อความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย-ญี่ปุ่นให้แนบแน่นยิ่งขึ้น&nbsp;</strong>โดยการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ถือเป็นสัญญาณเตือนให้ต้องเร่งปรับตัวและแก้ไขจุดอ่อน&nbsp;เพื่อกลับมาลุกขึ้นยืนและเข้มแข็งกว่าเดิมให้ได้เร็วที่สุด&nbsp;ซึ่งต้องร่วมกันค้นหาความเป็นไปได้ใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;ความร่วมมือพหุภาคีจะเป็นกุญแจที่จะพลิกวิกฤตเป็นโอกาสและเสริมสร้างขีดความสามารถของภูมิภาคในการฟื้นฟูตัวเองให้กลับมาเข้มแข็งและดีกว่าเดิม&nbsp;และเชื่อมั่นว่า&nbsp;เอเชียจะสามารถมีบทบาทนำในการฟื้นฟูเศรษฐกิจโลกให้มีการเจริญเติบโตที่เข้มแข็ง&nbsp;ยืดหยุ่น&nbsp;และยั่งยืนมากขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น&nbsp;ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะนำไปสู่การฟื้นฟูแบบองค์รวมได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายกรัฐมนตรีกล่าวเสริมว่า</strong>&nbsp;ญี่ปุ่นมีบทบาททางธุรกิจในไทยมายาวนานซึ่งไทยก็มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาคและของโลก&nbsp;เป็นฐานการผลิตและศูนย์กลางกระจายสินค้าให้แก่บริษัทญี่ปุ่นที่มีการลงทุนในไทยกว่า&nbsp;5,800&nbsp;แห่ง&nbsp;และยังเป็นฐานสำหรับการขยายการลงทุนของญี่ปุ่นไปยังประเทศอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย&nbsp;ซึ่งการลงทุนสะสมของญี่ปุ่น(FDI)ในไทยจนถึงปี&nbsp;2563&nbsp;มีมูลค่าสูงกว่า&nbsp;93,500&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;ซึ่งขอยืนยันว่าไทยมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจเพื่ออำนวยความสะดวกต่อการลงทุนจากทุกประเทศให้ดียิ่งขึ้นตามนโยบาย&nbsp;Thailand&nbsp;+&nbsp;1&nbsp;ต่อไป&nbsp;โดยจะดำเนินการตามข้อเสนอแนะของบริษัทญี่ปุ่นในไทยให้ครอบคลุมประเด็น&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;รักษาความต่อเนื่องของนโยบายด้านเศรษฐกิจและการลงทุน&nbsp;โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต&nbsp;รวมถึงโครงการใน&nbsp;EEC&nbsp;เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนร่วมกัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;พัฒนาและยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการระบบราง&nbsp;โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก&nbsp;โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม&nbsp;3&nbsp;สนามบิน&nbsp;และโครงการการพัฒนา&nbsp;smart&nbsp;city&nbsp;รอบสถานีกลางบางซื่อ&nbsp;เป็นต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;พัฒนาแรงงานทักษะ&nbsp;โดยเฉพาะวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมสำคัญ&nbsp;ดังเช่นที่รัฐบาลญี่ปุ่นและไทยร่วมมือกันจัดตั้งสถาบันการเรียนการสอนแบบโคเซ็นในไทย&nbsp;มุ่งหวังให้เป็นศูนย์การอบรมทรัพยากรมนุษย์ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;ปรับปรุงกฎระเบียบต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับพิธีการศุลกากรและภาษีนิติบุคคล&nbsp;ซึ่งไทยมีแผนเพิ่มการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการต่างชาติ&nbsp;และ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.&nbsp;เสริมสร้างโอกาสการค้าที่เสรี&nbsp;เป็นธรรมและเปิดกว้าง&nbsp;รวมถึงการพิจารณาเรื่องการเข้าเป็นสมาชิกความตกลง&nbsp;CPTPP</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า&nbsp;</strong>ความร่วมมือพหุภาคีก็สำคัญในการผลักดันให้เกิดการฟื้นตัวอย่างรอบด้าน&nbsp;ผ่านกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ&nbsp;ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกอย่าง&nbsp;อาเซียน&nbsp;เอเปค&nbsp;RCEP&nbsp;และ&nbsp;CPTPP&nbsp;ล้วนเป็นกลไกสำคัญต่อกระบวนการฟื้นฟู&nbsp;โดยเมื่อปีที่แล้ว&nbsp;อาเซียนได้จัดตั้งกองทุนอาเซียนเพื่อรับมือกับโควิด-19&nbsp;เพื่อจัดซื้อและกระจายเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์&nbsp;พัฒนาวัคซีนและยารักษา&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประเทศอาเซียนบวกสาม&nbsp;และไทยพร้อมจะร่วมมือกับญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด&nbsp;ในการจัดตั้งศูนย์อาเซียนด้านภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและโรคอุบัติใหม่&nbsp;เพื่อช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันจากวิกฤตด้านสาธารณสุขที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตทั้งจากภายในและนอกภูมิภาคอาเซียน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong><u>นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเพิ่มเติมถึงประเด็นที่สำคัญในด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ดังนี้&nbsp;</u></strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>1.&nbsp;ด้านการอำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุนให้เสรีและเปิดกว้าง&nbsp;</strong>ไทยจะเป็นเจ้าภาพกรอบความร่วมมือเอเปค&nbsp;ในปี&nbsp;ค.ศ.&nbsp;2022&nbsp;จะริเริ่มการพูดคุยถึงเขตการค้าเสรีเอเชียแปซิฟิก&nbsp;หรือเอฟแทป&nbsp;ซึ่งหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนให้บรรลุเป้าหมายการเจริญเติบโตที่เข้มแข็ง&nbsp;สมดุล&nbsp;มั่นคง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;และครอบคลุมในระยะยาว&nbsp;และเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับญี่ปุ่นมากขึ้นให้เพิ่มเติมจากความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น&nbsp;(JTEPA)&nbsp;และความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น&nbsp;(AJCEP)&nbsp;ที่มีอยู่แล้ว&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;ไทยจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ&nbsp;e-commerce&nbsp;และการค้าดิจิทัล&nbsp;เช่น&nbsp;การสนับสนุนธุรกิจ&nbsp;start-ups&nbsp;ตอบสนองต่อยุคสมัยแบบ&nbsp;new&nbsp;normal&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ทุกคนมีความพร้อมและมีทักษะที่จำเป็นต่อการเติบโตในสภาพแวดล้อมแบบดิจิทัล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>2.&nbsp;ด้านการฟื้นฟูความเชื่อมโยงของโลก</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;การเข้าถึงวัคซีนอย่างเท่าเทียม&nbsp;การยอมรับเอกสารการฉีดวีคซีนระหว่างกัน&nbsp;การพัฒนาบัตรสุขภาพแบบดิจิทัลที่สามารถเชื่อมโยงเข้ากับระบบของประเทศต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้&nbsp;ตลอดจนการเปิดพรมแดนและอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการที่จำเป็น&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า&nbsp;ไทยให้ความสำคัญเร่งด่วนกับการฟื้นฟูความเชื่อมโยงในทุกมิติ&nbsp;โดยเฉพาะการเดินทางและท่องเที่ยว&nbsp;ทั้งนี้ไทยขอเรียกร้องให้วัคซีนโควิด-19&nbsp;จัดเป็นสินค้าสาธารณะของโลกและผลักดันให้มีการฉีดวัคซีนอย่างครอบคลุม&nbsp;ซึ่งไทยมีข้อริเริ่มการกระตุ้นการเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยอย่างปลอดภัย&nbsp;จึงหวังว่าจะได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นผ่านข้อริเริ่มนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>3.&nbsp;ด้านความยั่งยืนเพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาภูมิภาคและโลกให้ดีขึ้นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;</strong>ไทยผลักดันวาระเรื่องการเจริญเติบโตที่ยั่งยืนและครอบคลุม&nbsp;โดยส่งเสริมแนวปฏิบัติและการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ&nbsp;รวมทั้งเห็นชอบให้โมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;เป็นวาระแห่งชาติเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูจากโควิด-19&nbsp;ให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การเติบสีเขียวของญี่ปุ่น&nbsp;ซึ่งจะช่วยเร่งการบรรลุ&nbsp;SDGs&nbsp;ให้สำเร็จโดยเร็ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความสำคัญของภูมิภาคเอเชียว่า&nbsp;</strong>สามารถสร้างโลกในยุคหลังโควิด-19&nbsp;ที่เข้มแข็ง&nbsp;ครอบคลุม&nbsp;ยืดหยุ่น&nbsp;และยั่งยืนมากขึ้น&nbsp;<strong>ขอส่งกำลังใจให้ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคและพาราลิมปิคในปีนี้</strong>&nbsp;ซึ่งทัพนักกีฬาไทยพร้อมเข้าร่วม&nbsp;รวมทั้งขอส่งความปรารถนาดีและความนับถือไปยังนายกรัฐมนตรีซูกะ&nbsp;รัฐบาลญี่ปุ่น&nbsp;และประชาชนชาวญี่ปุ่นทุกคน&nbsp;ขอให้มั่นใจว่า&nbsp;ไทยสนับสนุนญี่ปุ่นเสมอในฐานะเพื่อนและเราจะชนะวิกฤตโรคระบาดนี้&nbsp;พร้อมกับสร้างโลกที่ดีกว่าเดิมให้แก่ชนรุ่นหลังไปด้วยกัน</p>	20/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520145313919
229	สรุปข้อมูลสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ (ระลอก 3) จังหวัดนครพนม	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สสจ.นครพนม&nbsp;สรุปข้อมูลสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;(ระลอก&nbsp;3)&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ณ&nbsp;20/05/64&nbsp;เวลา&nbsp;11:00&nbsp;น.&nbsp;?</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;เตียง&nbsp;รพ.หลัก&nbsp;(รวมถึง&nbsp;รพ.ทั่วไป/อำเภอ/&nbsp;รพ.ทหาร&nbsp;/เอกชน)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.1&nbsp;จำนวน&nbsp;256&nbsp;เตียง&nbsp;(รวมทุกโรงพยาบาล)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.2&nbsp;ครองเตียง&nbsp;14&nbsp;เตียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.3&nbsp;เตียงว่าง&nbsp;242&nbsp;เตียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;เตียง&nbsp;รพ.สนาม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.1&nbsp;จำนวนเตียงทั้งหมด&nbsp;311&nbsp;เตียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.2&nbsp;ครองเตียง&nbsp;0&nbsp;เตียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2:3&nbsp;เตียงว่าง&nbsp;311&nbsp;เตียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อ&nbsp;(ประจำวัน)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.1&nbsp;ผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;0&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.2&nbsp;ผู้ติดเชื้อสะสม&nbsp;(ตั้งแต่&nbsp;เม.ย.64)&nbsp;รวมสะสม&nbsp;132&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.3&nbsp;หายป่วย&nbsp;116&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.4&nbsp;รักษาตัว&nbsp;รพ.&nbsp;หลัก&nbsp;14&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.5&nbsp;รักษาตัว&nbsp;รพ.&nbsp;สนาม&nbsp;0&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.6&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;จำนวนบุคลากรปฏิบัติงานรพ.สนาม&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;รวม&nbsp;13&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;แพทย์&nbsp;2&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;พยาบาล&nbsp;7&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;จนท.อื่นๆ&nbsp;4&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.&nbsp;จำนวนการฉีดวัคซีน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.1&nbsp;จำนวนวัคซีนที่ฉีดแล้ว&nbsp;8,824&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.2&nbsp;ไม่มีผลข้างเคียง&nbsp;7,982&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.3&nbsp;มีผลข้างเคียงรุนแรง&nbsp;3&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.4&nbsp;มีผลข้างเคียงเล็กน้อย&nbsp;839&nbsp;คน&nbsp;(1-2&nbsp;ชม.ก็หายเป็นปกติ)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.5&nbsp;มีอาการที่ต้องเฝ้าระวัง&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;(1&nbsp;ชม.&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;หายเป็นปกติ)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;**ตัวเลข&nbsp;ข้อ&nbsp;5.3&nbsp;และ&nbsp;5.5&nbsp;เป็นเคสเดียวกัน**&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;6.&nbsp;กลุ่มเป้าหมายฉีดวัคซีน&nbsp;(60&nbsp;ปีขึ้นไป/โรคเรื้อรัง)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;6.1&nbsp;จำนวนคนกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;186,606&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;6.2&nbsp;ลงทะเบียนฉีดวัคซีน&nbsp;(สะสม)&nbsp;130,037&nbsp;คน&nbsp;[??ตัวเลขสะสมอัพเดทจากระบบ&nbsp;หากมีข้อมูลการจองไม่สมบูรณ์จะถูกตัดออกจากระบบ]</p>	20/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520155342993
230	ประจวบ แม่ทัพภาค 1 ตรวจเยี่ยมมาตรการการสกัดกั้นการลักลอบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ กอ.รมน.ภาค 1	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;20&nbsp;พ.ค.64&nbsp;ที่ห้องสิงขร&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;พล.ท.เจริญชัย&nbsp;หินเธาว์&nbsp;มทภ.1&nbsp;&nbsp;ผบ.ศปก.ทภ.1&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผอ.รมน.ภาค&nbsp;1&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พล.ท.สุขสรรค์&nbsp;หนองบัวล่าง&nbsp;มทน.1/&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.ภาค&nbsp;1&nbsp;(1&nbsp;)&nbsp;พล.ต.กันตพจน์&nbsp;เศรษฐารัศมี&nbsp;รอง&nbsp;มทภ&nbsp;1&nbsp;(3)&nbsp;พล.ต.ไกรภพ&nbsp;ไชยพันธุ์&nbsp;เสธ.ทภ.&nbsp;1&nbsp;พล.ต.&nbsp;วิรัฏฐ์&nbsp;วงศ์จันทร์&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;1&nbsp;(1)&nbsp;และคณะเดินทางตรวจเยี่ยมมาตรการ&nbsp;การสกัดกั้นการลักลอบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบของ&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;1(&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์)&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพัลลภ&nbsp;&nbsp;สิงหเสนี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์/ผอ.รมน.จังหวัดประจวบฯ&nbsp;,&nbsp;พล.ต.ประยุกต์&nbsp;อุ่นอบ&nbsp;ผบ.มทบ.15&nbsp;,พล.ต.บรรยง&nbsp;ทองน่วม&nbsp;ผบ.พล.ร.9/ผบ.กกล.สุรสีห์&nbsp;,&nbsp;นาย&nbsp;พรหมพิริยะ&nbsp;กิจนุสนธิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;,พ.อ.กรกานต์&nbsp;นาเวชวนิชกุล&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ป.ข.&nbsp;,&nbsp;พ.ต.อ.นิรันดร&nbsp;ศิริสังข์ไชย&nbsp;รอง&nbsp;ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งหน่วยที่เกี่ยวข้องได้แก่&nbsp;ปกครอง&nbsp;จว.ป.ข.,&nbsp;ฉก.จงอาจศึก&nbsp;,&nbsp;ตม.จว.ป.ข.&nbsp;,&nbsp;กก.ตชด.14&nbsp;ร้อย&nbsp;ตชด.146,&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ป.ข.,&nbsp;ศรชล.จว.ป.ข.,&nbsp;แรงงานฯ,จัดหางานฯ,สวัสดิการฯ,อุตสาหกรรมฯ,&nbsp;สสจ.ป.ข.&nbsp;ได้บูรณาการร่วมกันปฏิบัติการตามแผนงานตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;และของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ในการขับเคลื่อนมาตรการการสกัดกั้นการลักลอบหนีเข้าเมืองผิดกฏหมาย&nbsp;มาตรการป้องกัน&nbsp;โรคโควิด&nbsp;19&nbsp;การขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการสถานประกอบการ&nbsp;มิให้รับแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;การร่วมตรวจตราโรงงาน&nbsp;สถานประกอบการหอพัก&nbsp;การขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนช่วยสำรวจตรวจสอบหรือให้ข้อมูลเบาะแสขบวนการที่ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายเป็นต้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หัวหน้าคณะเดินทางมารับทราบข้อมูล&nbsp;พร้อมให้กำลังใจทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมต่อไป&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส.ปชส.ประจวบคีรีขันธ์</p><p>&nbsp;</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	20/5/2021	ภาคตะวันตก	ประจวบคีรีขันธ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520173206096
231	ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ครม. เห็นชอบลดเงินสมทบประกันสังคมเพื่อช่วยนายจ้าง และผู้ประกันตน ม.33, ม.39	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(20&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า<strong>&nbsp;</strong>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;.&nbsp;เพื่อปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;คือ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;&nbsp;31&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;ดังนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-<strong>นายจ้างและผู้ประกันตน&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;33&nbsp;ให้จ่ายเงินสมทบประกันสังคมจากเดิม&nbsp;5%&nbsp;เหลือจ่ายฝ่ายละ&nbsp;2.5%&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ของค่าจ้างผู้ประกันตน</strong>&nbsp;(ลดลงครึ่งหนึ่ง)&nbsp;ส่งผลทำให้เงินสมทบประกันสังคมที่เคยถูกหักสูงสุด&nbsp;750&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;ลดเหลือถูกหักเพียง&nbsp;375&nbsp;บาทต่อเดือน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-<strong>&nbsp;ผู้ประกันตนตามมาตรา&nbsp;39&nbsp;ปรับลดอัตราเงินสมทบลดลงจากเดิมจ่าย&nbsp;432&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;ลดเหลือจ่ายเพียง&nbsp;216&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ต่อเดือน&nbsp;</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;รัฐบาลส่งเงินสมทบในอัตราเดิมคือ&nbsp;2.75%&nbsp;ของค่าจ้างผู้ประกันตน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และช่วยเสริมสภาพคล่องในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่ได้รับ&nbsp;แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของนายจ้างและผู้ประกันตน&nbsp;รวมทั้งยังช่วยรักษาระดับการจ้างงานของนายจ้างด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการลดอัตราเงินสมทบเป็นเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;จะทำให้กองทุนจัดเก็บเงินสมบทได้ลดลงจำนวน&nbsp;20,163&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แต่นายจ้างและผู้ประกันตนจะได้รับประโยชน์จากการลดภาระค่าใช้จ่าย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;นายจ้างจำนวน&nbsp;485,113&nbsp;ราย&nbsp;จะลดค่าใช้จ่ายลงได้&nbsp;9,487&nbsp;ล้านบาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;33&nbsp;จำนวน&nbsp;11.1&nbsp;ล้านคน&nbsp;จะลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้&nbsp;9,487&nbsp;ล้านบาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;39&nbsp;จำนวน&nbsp;1.8&nbsp;ล้านคน&nbsp;จะลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้&nbsp;1,189&nbsp;ล้านบาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อรวมผู้ประกันตนทั้ง&nbsp;12.9&nbsp;ล้านคนแล้ว&nbsp;จะลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้ถึง&nbsp;10,676&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รวมเป็นเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น&nbsp;20,163&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวยังทันต่อระยะเวลาการนำส่งเงินสมทบของผู้ประกันตน&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในงวดเดือนมิถุนายนนี้ด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการลดอัตราเงินสมทบประกันสังคมครั้งนี้&nbsp;นับเป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ของปี&nbsp;2564&nbsp;หลังจากที่คณะรัฐมนตรีเคยมีมติเมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;ม.ค.2564<strong>&nbsp;</strong>เห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงาน&nbsp;เสนอให้แก้ไขกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;งวดเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อบรรเทาผลกระทบให้แก่นายจ้างและผู้ประกันตนจากสถานการการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในครั้งนั้นได้มีการปรับลดวงเงินสมทบประกันสังคม&nbsp;โดยให้ฝ่ายนายจ้างจ่ายในอัตรา&nbsp;3%&nbsp;ต่อเดือน&nbsp;(450&nbsp;บาท)&nbsp;ผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;33&nbsp;ให้จ่ายเงินสมทบลดลงลดลงเหลือ&nbsp;0.5%&nbsp;ต่อเดือน&nbsp;(สูงสุดไม่เกิน&nbsp;75&nbsp;บาท)&nbsp;และผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;39&nbsp;&nbsp;&nbsp;ให้จ่ายเงินสมทบลดลงเหลือ&nbsp;38&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิมที่ต้องจ่าย&nbsp;432&nbsp;บาทต่อเดือน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;ยังมีมติเห็นชอบปรับปรุงกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าทำศพให้นายจ้างจ่าย&nbsp;ซึ่งให้กองทุนเงินทดแทนจ่ายค่าทำศพในอัตรา&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจนถึงความตายหรือสูญหาย&nbsp;การปรับเงินเพิ่มขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จากเดิมที่กำหนดไว้ที่&nbsp;40,000&nbsp;บาท&nbsp;ตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าทำศพที่ให้นายจ้างจ่าย&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวในการจัดการศพและยังให้เกิดความเท่าเทียมกันทั้งสองกองทุนคือกองทุนเงินทดแทนและกองทุนประกันสังคม&nbsp;ที่กำหนดอัตราเงินค่าทำศพไว้ที่&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;เช่นเดียวกันการทำงาน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;อัตราใหม่จะไม่มีผลกระทบต่อสถานะกองทุนเงินทดแทน&nbsp;เนื่องจากกองทุนเงินทดแทนจัดเก็บเงินสมบทเฉลี่ยปีละ&nbsp;3,941.82&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยจ่ายเป็นค่าทำศพรวม&nbsp;เฉลี่ยปีละ&nbsp;33.75&nbsp;ล้านบาทหรือร้อยละ&nbsp;0.96&nbsp;ของเงินทดแทน&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่กำหนดอัตราเงินค่าทำศพ&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;จะมีค่าจ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;6.75&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สำหรับครอบครัวผู้เสียชีวิตสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่&nbsp;มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	20/5/2021	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520164324046
232	ครม.อนุมัติโครงการ ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปีการผลิต 2564	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ครม.อนุมัติโครงการ&nbsp;""ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปีการผลิต64?""&nbsp;กำหนดเบี้ยประกัน?&nbsp;160&nbsp;บาทต่อไร่?&nbsp;มีพื้นที่เป้าหมายจำนวนไม่เกิน&nbsp;2.8&nbsp;ล้านไร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวกุลยา&nbsp;ตันติเตมิท&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่&nbsp;11&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;(โครงการฯ)&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564&nbsp;เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติให้แก่เกษตรกรผู้เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ&nbsp;โดยการดำเนินโครงการฯ&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564&nbsp;มีรายละเอียดรูปแบบ&nbsp;อัตราเบี้ยประกันภัย&nbsp;ความคุ้มครอง&nbsp;และระยะเวลาการจำหน่าย&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;อัตราเบี้ยประกันภัยพื้นฐานในส่วนที่&nbsp;1&nbsp;(Tier&nbsp;1)&nbsp;สำหรับลูกค้าสินเชื่อเพื่อการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;มีอัตราเบี้ยประกันภัย&nbsp;160&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;(ไม่รวมอากรแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่ม)&nbsp;โดยมีพื้นที่เป้าหมายจำนวนไม่เกิน&nbsp;2.8&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ซึ่งจะได้รับการอุดหนุนเบี้ยประกันภัยจากภาครัฐ&nbsp;96&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;และลูกค้าสินเชื่อ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จะได้รับการอุดหนุนเบี้ยประกันภัยจาก&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;อีก&nbsp;64&nbsp;บาท/ไร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;อัตราเบี้ยประกันภัยพื้นฐานในส่วนที่&nbsp;1&nbsp;(Tier&nbsp;1)&nbsp;สำหรับลูกค้าเกษตรกรทั่วไป&nbsp;มีอัตราเบี้ยประกันภัยสำหรับเขตพื้นที่ความเสี่ยงต่ำ&nbsp;150&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;เขตพื้นที่ความเสี่ยงปานกลาง&nbsp;และความเสี่ยงสูง&nbsp;350&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;และ&nbsp;550&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;โดยมีพื้นที่เป้าหมายจำนวนไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;หมื่นไร่&nbsp;ซึ่งจะได้รับการอุดหนุนเบี้ยประกันภัยจากภาครัฐ&nbsp;96&nbsp;บาท/ไร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;อัตราเบี้ยประกันภัยภาคสมัครใจ&nbsp;(Tier&nbsp;2)&nbsp;สำหรับเกษตรกรที่ต้องการเอาประกันภัยเพิ่มเติม&nbsp;เมื่อเอาประกันภัยในส่วน&nbsp;Tier&nbsp;1&nbsp;แล้ว&nbsp;โดยแบ่งอัตราค่าเบี้ยประกันภัยเป็น&nbsp;3&nbsp;อัตรา&nbsp;ตามระดับความเสี่ยงภัยในแต่ละพื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;90&nbsp;100&nbsp;และ&nbsp;110&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;โดยมีพื้นที่เป้าหมายจำนวนไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;หมื่นไร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;วงเงินความคุ้มครองคงเดิม&nbsp;คือ&nbsp;วงเงินความคุ้มครองสำหรับ&nbsp;Tier&nbsp;1&nbsp;อยู่ที่&nbsp;1,500&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;สำหรับภัยธรรมชาติทั้งหมด&nbsp;7&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;น้ำท่วมหรือฝนตกหนัก&nbsp;2)&nbsp;ภัยแล้ง&nbsp;ฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วง&nbsp;3)&nbsp;ลมพายุหรือพายุไต้ฝุ่น&nbsp;4)&nbsp;ภัยอากาศหนาว&nbsp;หรือน้ำค้างแข็ง&nbsp;5)&nbsp;ลูกเห็บ&nbsp;6)&nbsp;ไฟไหม้&nbsp;7)&nbsp;ช้างป่า&nbsp;สำหรับภัยศัตรูพืชหรือโรคระบาด&nbsp;อยู่ที่&nbsp;750&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;และวงเงินความคุ้มครองสำหรับ&nbsp;Tier&nbsp;2&nbsp;อยู่ที่&nbsp;240&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;สำหรับภัยธรรมชาติทั้งหมด&nbsp;7&nbsp;ประเภท&nbsp;และสำหรับภัยศัตรูพืชหรือโรคระบาด&nbsp;อยู่ที่&nbsp;120&nbsp;บาท/ไร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.&nbsp;กำหนดวันเริ่มจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูฝน&nbsp;ตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบโครงการฯ&nbsp;จนถึงไม่เกินวันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;และสำหรับกรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้ง&nbsp;เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;จนถึงไม่เกินวันที่&nbsp;15&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรสามารถซื้อกรมธรรม์ประกันภัยได้ที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ทุกสาขา</p>"	20/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520165426058
233	นายอำเภอนิคมพัฒนา ระยอง นำทีมเทศบาลมาบข่าและสาธารณสุขอำเภอ อสม.  รณรงค์ให้ประชาชนลงทะเบียนรับการฉีดวัคซีน  ต้าน COVID-19 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่	"<p>นายอำเภอนิคมพัฒนา ระยอง นำทีมเทศบาลมาบข่าและสาธารณสุขอำเภอ อสม</p><p>รณรงค์ให้ประชาชนลงทะเบียนรับการฉีดวัคซีน</p><p>ต้าน COVID-19 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่</p><p><br></p><p>&nbsp;วันนี้นายภิรมย์ ชุมนุม นายอำเภอนิคมพัฒนา ระยอง ร่วมกับเทศบาลตำบลมาบข่า นำโดยนายอาจิน อ่ำพุด นายกเทศมนตรี นายมนูญ วิวรรณ ปลัดเทศบาลและสาธารณสุขอำเภอ รวมถึง ผอ.รพ.สต.นิคมพัฒนา และ อสม ร่วมเดินรณรงค์ให้ความรู้ ทำความเข้าใจกับประชาชนให้ ลงทะเบียนผ่านช่องทางต่างๆตามที่กระทรวงสาธารณาสุขกำหนดเพื่อรับโคต้าในการฉีดวัคซีน COVID-19</p><p><br></p><p>นายภิรมย์ ชุมนุม นายอำเภอนิคมพัฒนา กล่าวว่า เป็นกิจกรรมการเดินรณรงค์ทำความเข้าใจกับประชาชนที่ยังลังเลและไม่มีโอกาสเข้าถึงช่องทางในการลงทะเบียน จึงนำทีมของเทศบาลตำบลมาบข่ามา สาธารณสุขอำเภอ รพ.สต.นิคมพัฒนา อสม.ร่วมกันทำความเข้าใจให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายและประชาชนทั่วไป และตั้งจุดให้บริการ ในการลงทะเบียน ในคราวเดียวกัน ก่อนจะจัดให้มีกิจกรรมในลักษณะนี้ให้ครบทุกตำบลในเขตอำเภอนิคมพัฒนาและมอบหมายให้ เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล ทุกแห่ง รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ อย่างต่อเนื่องต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;ขณะที่นายอาจิน อ่ำพุด นายกเทศมนตรี กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นราชการท้องถิ่นและใกล้ชิดประชาชนที่สุด พร้อมที่จะสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการให้ความสะดวก และทำความเข้าใจ<span style=""background-color: rgb(247, 249, 250); color: rgb(45, 53, 60);"">กับประชาชนเพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจะได้ไปลงทะเบียนรับการฉีดวัคซีนต้าน COVID-19 ให้มากๆ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อสังคมโดยรวม&nbsp;&nbsp;</span></p><p><br></p><p>&nbsp;ด้านนายมนูญ วิวรรณ ปลัดเทศบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า เป็นโอกาสดีในการจัดกิจกรรมในลักษณะนี้ เพราะเป็นการสื่อสาร 2 ทาง ที่ทำให้ประชาชน กลุ่มเป้าหมาย คลายความกังวล มีความมั่นใจ เพิ่มขึ้นและได้ชี้แนะทุกช่องทางที่สามารถลงทะเบียนรับการ ฉีดวัคซีนได้ เทศบาลตำบลมาบข่า พร้อมที่สนับสนุนและอำนวยความสะดวก ทุกอย่าง รวมทั้งจัดทีมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ทุกชุมชน ที่อยู่ในเขตเทศบาลอย่างเต็มที่ โดนประสานข้อมูลกับสาธารณสุขอำเภอ และทีม รพ.สต.นิคมพัฒนาอย่างใกล้ชิด ต่อไป</p>"	20/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520182905153
234	กกต. ชลบุรี จัดประชุมคณะกรรมการแบ่งเขตเลือกตั้งเมืองพัทยา	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นายภัครธรณ์&nbsp;เทียนไชย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการแบ่งเขตเลือกตั้งองค์กรปกครองท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี&nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&nbsp;จังหวัดชลบุรี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;แก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;2)&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;ข้อ11&nbsp;วรรคสาม&nbsp;และข้อ&nbsp;232&nbsp;กำหนดให้มีคณะกรรมการแบ่งเขตเลือกตั้งคณะหนึ่ง&nbsp;โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน&nbsp;ปลัดจังหวัด&nbsp;เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด&nbsp;โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด&nbsp;พัฒนาการจังหวัด&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัด&nbsp;ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการแบ่งเขตเลือกตั้ง&nbsp;ซึ่งเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นประเภทละหนึ่ง&nbsp;และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด&nbsp;เป็นกรรมการและเลขานุการ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และในวันนี้&nbsp;นายภัครธรณ์&nbsp;เทียนไชย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&nbsp;พร้อมด้วยปลัดจังหวัด&nbsp;เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด&nbsp;โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด&nbsp;พัฒนาการจังหวัด&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัด&nbsp;ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการแบ่งเขตเลือกตั้ง&nbsp;ซึ่งเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นประเภทละหนึ่ง&nbsp;และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจงหวัด&nbsp;ได้จัดการประชุมเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยา&nbsp;และนายกเมืองพัทยา&nbsp;อำเภอบางละมุง&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ที่กำลังจะมีการเลือกตั้งครั้งแรกในปี&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;โดยในวันนี้เป็นประชุมแบ่งเขตการเลือกตั้ง&nbsp;และพิจารณาหลายเรื่องเพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เรียบร้อย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการบริหารงานของเมืองพัทยามีนายกเมืองพัทยาเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารของเมืองพัทยาโดยมาจากการเลือกตั้งของราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเมืองพัทยา&nbsp;มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ&nbsp;4&nbsp;ปีนับแต่วันเลือกตั้ง&nbsp;และดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้ซึ่งการเลือกตั้งให้กระทำโดยวิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ&nbsp;เมื่อนายกเมืองพัทยาพ้นจากตำแหน่ง&nbsp;ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งขึ้นใหม่ภายใน&nbsp;45&nbsp;วัน&nbsp;นับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง&nbsp;และให้มีการมอบหมายงานในหน้าที่&nbsp;นายกเมืองพัทยาภายใน&nbsp;7&nbsp;วันนับแต่วันที่ได้มีการประกาศผลการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา&nbsp;โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&nbsp;ทำหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติงานของเมืองพัทยาให้เป็นไปตามกฎหมาย&nbsp;กฎ&nbsp;และระเบียบ&nbsp;ข้อบังคับของทางราชการต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปริญญา&nbsp;&nbsp;เทศสวัสดิ์&nbsp;&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	21/5/2021	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521105341282
235	รองนายกรัฐมนตรี ติดตามการขับเคลื่อน ลดก๊าซเรือนกระจก รักษาสิ่งแวดล้อม เน้นสร้างการรับรู้และให้ประชาชนมีส่วนร่วม	"<p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ&nbsp;(กนภ.)&nbsp;ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;โดยที่ประชุมได้รับทราบการดำเนินงานที่สำคัญและผลการประชุมระดับรัฐมนตรีระหว่างผู้นำสหรัฐ&nbsp;และผู้นำจากประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับสูง&nbsp;รวมทั้งผู้นำจากประเทศที่มีการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;อย่างโดดเด่น&nbsp;และได้เตรียมการประชุมครั้งต่อไป&nbsp;ณ&nbsp;สหราชอาณาจักรในเดือน&nbsp;พ.ย.2564&nbsp;โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทย&nbsp;ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุม&nbsp;ในหัวข้อ&nbsp;""Climate&nbsp;Adaptation&nbsp;and&nbsp;Resilience""</p><p><strong>ทั้งนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบร่างกรอบท่าทีเจรจาของไทย</strong>ในการประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ&nbsp;ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;เพื่อใช้ในการเจรจาการประชุมองค์กรย่อยต่อไป&nbsp;และเห็นชอบข้อเสนอตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือฯ&nbsp;ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก:&nbsp;มาตรการทดแทนปูนเม็ด&nbsp;รวมถึงเห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วมระหว่างสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทยกับกรมสิ่งแวดล้อม&nbsp;ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์&nbsp;ในความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ&nbsp;90&nbsp;ปี&nbsp;ความสัมพันธ์ทางการทูตของทั้ง&nbsp;&nbsp;2&nbsp;ประเทศ</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาวะโลกร้อน&nbsp;ซึ่งได้มีความพยายามแก้ปัญหา&nbsp;มาอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมทั้งภายในประเทศและของโลกตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ&nbsp;พร้อมกำชับให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เร่งสร้างการรับรู้/ความเข้าใจให้แก่ประชาชน&nbsp;และมีส่วนร่วมสนับสนุนภาครัฐ&nbsp;รวมถึงรณรงค์ขอให้ประชาชนร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อป้องกันภาวะโลกร้อน&nbsp;ไปด้วยกัน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>"	21/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521114620304
236	ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 กระทรวงมหาดไทย เผยแพร่ข้อมูลจังหวัดที่ขอความร่วมมือประชาชนงดออกนอกเคหะสถาน รวม 26 จังหวัด	"<p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;เผยแพร่ข้อมูลจังหวัดที่ขอความร่วมมือประชาชนงดออกนอกเคหะสถาน&nbsp;รวม&nbsp;26&nbsp;จังหวัด</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;(ศบค.มท.)&nbsp;เผยแพร่ข้อมูลจังหวัดที่ขอความร่วมมือประชาชนงดออกนอกเคหะสถาน&nbsp;รวม&nbsp;26&nbsp;จังหวัด</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ภาคเหนือ</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">1&nbsp;อุทัยธานี&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ภาคกลาง/ภาคตะวันออก</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">1&nbsp;จันทบุรี&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">2&nbsp;ชัยนาท&nbsp;23.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">3&nbsp;นครปฐม&nbsp;23.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">4&nbsp;นนทบุรี&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">5&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">6&nbsp;ราชบุรี&nbsp;23.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">7&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">8&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;23.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">9&nbsp;สระแก้ว&nbsp;23.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">10&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;24.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">1&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">2&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">3&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;ตลอดทั้งวัน</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">4&nbsp;บึงกาฬ&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">5&nbsp;ยโสธร&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">6&nbsp;หนองคาย&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">7&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;23.00&nbsp;-&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ภาคใต้</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">1&nbsp;กระบี่&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">2&nbsp;ตรัง&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;03.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">3&nbsp;ปัตตานี&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">4&nbsp;พัทลุง&nbsp;24.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;03.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">5&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;24.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">6&nbsp;ยะลา&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">7&nbsp;สงขลา&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">8&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;04.00&nbsp;น.</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ศบค.มท.</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ปรับปรุงข้อมูล&nbsp;21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;/&nbsp;08.30&nbsp;น.</span></p>"	21/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521123346323
237	กระทรวงมหาดไทย แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด สร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในพื้นที่แนวชายแดนเกี่ยวกับมาตรการเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทย	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;แจ้งผู้ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในพื้นที่แนวชายแดนเกี่ยวกับมาตรการเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทย</strong></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายฉัตรชัย&nbsp;พรหมเลิศ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19&nbsp;(ศปก.ศบค.)&nbsp;ได้มีมติให้กระทรวงมหาดไทยประสานการปฏิบัติงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเกี่ยวกับมาตรการเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทยเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนตามแนวชายแดน&nbsp;จึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการประชาสัมพันธ์มาตรการเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทย&nbsp;ในการลาดตระเวนตามพื้นที่แนวชายแดนเพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นกับประชาชน&nbsp;และสำหรับจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและจังหวัดพื้นที่ควบคุม&nbsp;ซึ่งมีโรงเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่ห่างไกลและไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ในระยะหนึ่งแล้วที่มีความประสงค์จะเปิดภาคเรียนก่อนวันที่&nbsp;14&nbsp;มิถุนายนนี้&nbsp;ให้ดำเนินการเสนอคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจารณาอนุมัติได้เป็นรายกรณี.</span></p>"	21/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521134905364
238	ครม.เห็นชอบลดเงินสมทบประกันสังคมผู้ประกันตน ม.33 ม.39 จากผลกระทบโรคโควิด-19 	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ครม.เห็นชอบลดเงินสมทบประกันสังคมเพื่อช่วยนายจ้าง&nbsp;และผู้ประกันตน&nbsp;ม.33&nbsp;ม.39&nbsp;จากผลกระทบโรคโควิด-19&nbsp;และให้นายจ้างจ่ายค่าทำศพลูกจ้างเพิ่มขึ้นจากเดิม&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;.&nbsp;เพื่อปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;คือ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจ้างและผู้ประกันตน&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;33&nbsp;ให้จ่ายเงินสมทบประกันสังคมจากเดิม&nbsp;5%&nbsp;เหลือจ่ายฝ่ายละ&nbsp;2.5%&nbsp;ของค่าจ้างผู้ประกันตน&nbsp;(ลดลงครึ่งหนึ่ง)&nbsp;ส่งผลทำให้เงินสมทบประกันสังคมที่เคยถูกหักสูงสุด&nbsp;750&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;ลดเหลือถูกหักเพียง&nbsp;375&nbsp;บาทต่อเดือน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ประกันตนตามมาตรา&nbsp;39&nbsp;ปรับลดอัตราเงินสมทบลดลงจากเดิมจ่าย&nbsp;432&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;ลดเหลือจ่ายเพียง&nbsp;216&nbsp;บาท&nbsp;ต่อเดือน&nbsp;&nbsp;-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐบาลส่งเงินสมทบในอัตราเดิมคือ&nbsp;2.75%&nbsp;ของค่าจ้างผู้ประกันตน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และช่วยเสริมสภาพคล่องในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่ได้รับ&nbsp;แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของนายจ้างและผู้ประกันตน&nbsp;รวมทั้งยังช่วยรักษาระดับการจ้างงานของนายจ้างด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ครม.ยังเห็นชอบให้นายจ้างจ่ายค่าทำศพลูกจ้างเพิ่มขึ้นจากเดิม&nbsp;โดยปรับปรุงกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าทำศพให้นายจ้างจ่าย&nbsp;ซึ่งให้กองทุนเงินทดแทนจ่ายค่าทำศพในอัตรา&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจนถึงความตายหรือสูญหาย&nbsp;การปรับเงินเพิ่มขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จากเดิมที่กำหนดไว้ที่&nbsp;40,000&nbsp;บาท&nbsp;ตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าทำศพที่ให้นายจ้างจ่าย&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวในการจัดการศพและยังให้เกิดความเท่าเทียมกันทั้งสองกองทุนคือกองทุนเงินทดแทนและกองทุนประกันสังคม&nbsp;ที่กำหนดอัตราเงินค่าทำศพไว้ที่&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;เช่นเดียวกันการทำงาน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;อัตราใหม่จะไม่มีผลกระทบต่อสถานะกองทุนเงินทดแทน&nbsp;เนื่องจากกองทุนเงินทดแทนจัดเก็บเงินสมบทเฉลี่ยปีละ&nbsp;3,941.82&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยจ่ายเป็นค่าทำศพรวม&nbsp;เฉลี่ยปีละ&nbsp;33.75&nbsp;ล้านบาทหรือร้อยละ&nbsp;0.96&nbsp;ของเงินทดแทน&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่กำหนดอัตราเงินค่าทำศพ&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;จะมีค่าจ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;6.75&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สำหรับครอบครัวผู้เสียชีวิตสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่&nbsp;มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	21/5/2021	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521154223447
239	คณะรัฐมนตรีวางแนวทางการแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด-19 	"<p>คณะรัฐมนตรีวางแนวทางการแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด-19&nbsp;แพร่ระบาดในกลุ่ม&nbsp;cluster&nbsp;ใหม่&nbsp;พร้อมแผนฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกฯ&nbsp;และ&nbsp;รมว.กลาโหม&nbsp;แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;ประเด็นการระบาดในกลุ่ม&nbsp;cluster&nbsp;ใหม่ว่า&nbsp;ปัจจุบันจำนวนผู้ติดเชื้อในกรุงเทพและปริมณฑลอยู่ในระดับทรงตัว&nbsp;แต่เกิดการระบาดในกลุ่มใหม่&nbsp;(เรือนจำ)&nbsp;ซึ่งได้ประชุมกับ&nbsp;ศบค.&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อรับทราบสถานการณ์และได้กำหนดแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน&nbsp;โดยจะตรวจเชิงรุกให้ได้จำนวนมากที่สุดในเรือนจำทั่วประเทศ&nbsp;ขณะนี้ถึงแม้ว่าสถานการณ์ยังคงทรงตัว&nbsp;แต่ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่&nbsp;ที่รักษาผู้ป่วยหายได้เกือบ&nbsp;7&nbsp;หมื่นคน&nbsp;ซึ่งมาจากความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;ที่คัดแยกอาการและรักษาอย่างดี&nbsp;รวมถึงความพร้อมด้านอุปกรณ์และเตียงจากทุกหน่วยงาน&nbsp;แผนปูพรมฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;รัฐบาลเน้นให้ทุกคนเข้าถึงวัคซีน&nbsp;ไม่เฉพาะกลุ่มอายุใด&nbsp;อายุหนึ่ง&nbsp;เป้าหมายเน้นฉีดแบบปูพรม&nbsp;โดยกระจายผ่าน&nbsp;1.&nbsp;หมอพร้อม&nbsp;ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียน&nbsp;7&nbsp;ล้านคน&nbsp;สำหรับ&nbsp;กลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง&nbsp;7&nbsp;กลุ่มโรคและเปิดให้อายุต่ำกว่า&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;ลงทะเบียนได้วันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;2.&nbsp;ลงทะเบียนที่จุดบริการฉีดวัคซีน&nbsp;หรือ&nbsp;Onsite&nbsp;Registration&nbsp;ในกรณีที่มีวัคซีนสนับสนุนเพียงพอ&nbsp;ณ&nbsp;จุดบริการนั้น&nbsp;ซึ่งจะมีการพิจารณาจัดเตรียมระบบในช่องทางนี้เพื่อให้เกิดความพร้อมมากที่สุดในการจัดสรร&nbsp;3.&nbsp;ฉีดวัคซีนให้เฉพาะกลุ่มอาชีพ&nbsp;ทำงานด้านสาธารณะ&nbsp;พบปะผู้คน&nbsp;เช่น&nbsp;บุคลากรทางการแพทย์&nbsp;อสม.&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ครู&nbsp;ผู้ขับขี่รถยนต์และจักรยานยนต์สาธารณะ&nbsp;พนักงานรถไฟและรถไฟฟ้า&nbsp;บุคลากรในโรงงาน&nbsp;คนพิการ&nbsp;พนักงานภาคบริการและ&nbsp;กลุ่มอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ซึ่งต้องฉีดเพื่อให้การดำรงชีวิตและเศรษฐกิจเดินหน้าไปได้&nbsp;โดยยื่นเรื่องให้&nbsp;สธ.พิจารณาเพื่อเตรียมวัคซีนและจัดเตรียมสถานที่ฉีด&nbsp;เร่งฉีดวัคซีแบบปูพรมให้คนกลุ่มเสี่ยงในกรุงเทพฯ&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;ระดมฉีดแบบปูพรมให้กับประชาชนในกรุงเทพฯ&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงและเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;5&nbsp;ล้านคน&nbsp;หรือ&nbsp;70%&nbsp;ของประชากร&nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้ภายในเดือน&nbsp;ก.ค.&nbsp;มีจุดฉีดใน&nbsp;รพ.และนอก&nbsp;รพ.&nbsp;รวม&nbsp;25&nbsp;จุด&nbsp;(รวมสถานีกลางบางซื่อ)&nbsp;ส่วนจังหวัดอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ให้รอประกาศจากทางจังหวัด&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรียังได้มุ่งเน้นให้มีการปรับปรุงแอปฯ&nbsp;""หมอพร้อม""&nbsp;ให้สมบูรณ์เพื่อรับการลงทะเบียนของประชาชน&nbsp;ซึ่งระบบการฉีดวัคซีนอาจมีปัญหาติดขัดบ้าง&nbsp;ทั้งในแง่ของความไม่ชัดเจนในการให้ข้อมูล&nbsp;หรือความสนใจลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก&nbsp;หรือเกิดจากการวางแผนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด&nbsp;โดยได้สั่งการและเร่งรัดให้ปรับปรุงแอปฯ&nbsp;หมอพร้อมโดยรวดเร็ว&nbsp;และยืนยันว่าทุกคนในประเทศไทยต้องได้รับการฉีดวัคซีนที่มีคุณภาพสูงและเพียงพออย่างแน่นอน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p>"	21/5/2021	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521154526453
240	นายกฯ ประกาศให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวคำปราศรัย&nbsp;เชิญชวนประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าร่วมการประเมินคุณธรรมความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ&nbsp;(ITA)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;โดยสรุปสาระสำคัญได้&nbsp;ดังนี้&nbsp;ประกาศให้การปราบปรามการทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวถึงปัญหาการทุจริตส่งผลกระทบต่อ&nbsp;การบริหารจัดการภาครัฐ&nbsp;การพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;การค้าการลงทุน&nbsp;และการพัฒนาประเทศ&nbsp;รวมถึงภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย&nbsp;ทั้งในแง่การรับรู้ของภาคประชาชน&nbsp;และภาคธุรกิจ&nbsp;รัฐบาลได้ประกาศให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ&nbsp;เพื่อให้มีการปฏิบัติอย่างจริงจังเป็นรูปธรรมทุกปี&nbsp;องค์การเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ&nbsp;จะดำเนินการสำรวจสถานการณ์การทุจริตของทุกประเทศทั่วโลก&nbsp;โดยในปีที่ผ่านมาประเทศไทยถูกจัดอันดับปัญหาการทุจริตผ่านดัชนีการรับรู้การทุจริตหรือคอร์รัปชัน&nbsp;เพอเซพชั่น&nbsp;อินเดกซ์&nbsp;หรือค่าซีพีไอ&nbsp;(CPI)&nbsp;โดยมีค่าคะแนนอยู่ในอันดับที่&nbsp;104&nbsp;จากประเทศที่เข้าร่วมประเมินทั้งหมด&nbsp;180&nbsp;ประเทศทั่วโลก&nbsp;เน้นทุกภาคส่วนสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริต&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวด้วยว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ&nbsp;จึงร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ&nbsp;ดำเนินการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติระยะ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ด้านการปรับสมดุล&nbsp;และพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ&nbsp;ซึ่งยึดหลักภาครัฐของประชาชน&nbsp;เพื่อประชาชน&nbsp;และประโยชน์ส่วนรวม&nbsp;เพื่อสร้างภาครัฐให้โปร่งใส&nbsp;ปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ&nbsp;มีการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล&nbsp;และมุ่งสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริต&nbsp;รวมทั้งความละอายต่อการทุจริต&nbsp;ประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ&nbsp;ตลอดจนสร้างจิตสำนึกและค่านิยมในการปฏิเสธไม่ยอมรับการทุจริตอย่างสิ้นเชิง&nbsp;โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน&nbsp;และภาคีต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ร่วมมือกันในการลดและป้องกันการทุจริตให้ได้ผลอย่างยั่งยืน&nbsp;นำระบบ&nbsp;ITA&nbsp;หนุนภาครัฐทำงานอย่างโปร่งใส&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้มีการนำระบบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;หรือที่เรียกว่า&nbsp;ไอทีเอ&nbsp;(ITA)&nbsp;มาใช้ในการยกระดับธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ&nbsp;ครอบคลุมทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ&nbsp;ฝ่ายบริหาร&nbsp;ฝ่ายตุลาการ&nbsp;และองค์กรอิสระ&nbsp;เพื่อให้หน่วยงานของรัฐนำข้อเสนอแนะที่ได้ไปใช้ในการปรับปรุง&nbsp;พัฒนาการปฏิบัติงาน&nbsp;ให้มีความโปร่งใส&nbsp;และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาด้านการบริหารจัดการภาครัฐของประเทศ&nbsp;ชวนคนไทยร่วมยกระดับความโปร่งใสให้มีมาตรฐานสากล&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนคนไทย&nbsp;ทั้งข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกหน่วยงานเข้ามามีส่วนร่วมในการยกระดับความโปร่งใสของประเทศไทยให้มีมาตรฐานในระดับสากล&nbsp;และเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพ&nbsp;และคุณธรรมในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ&nbsp;โดยร่วมกันประเมินหน่วยงานภาครัฐที่เคยติดต่อหรือรับบริการได้ทางเว็บไซต์สำนักงาน&nbsp;หรือทางแอปพลิเคชัน&nbsp;ไอทีเอเอส&nbsp;(ITAS)&nbsp;ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยจะมีการประกาศผลการประเมิน&nbsp;ไอทีเอ&nbsp;ของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ทั่วประเทศให้ต่อไป&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;:&nbsp;ข่าว/ภาพ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภัสร์ภรณ์&nbsp;เหลืองทอง&nbsp;&nbsp;ข่าว</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	21/5/2021	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521160041487
241	ทหารจิตอาสาพระราชทาน 904 ร่วมบริจาคโลหิต ตามโครงการรวมใจ บริจาคโลหิต แก้วิกฤตโควิด-19ให้กับโรงพยาบาลต่างๆในพื้นที่	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;56&nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&nbsp;5&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;ร่วมทั้งประชาชนในพื้นที่&nbsp;เข้าร่วมบริจาคโลหิต&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;รวมใจ&nbsp;บริจาคโลหิต&nbsp;แก้วิกฤตโควิด-19&nbsp;ให้กับคลังเลือดกลาง&nbsp;โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม&nbsp;อำเภอเดชอุดม&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19&nbsp;ขนาดนี้&nbsp;ทำให้ประชาชนตลอดจนหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่&nbsp;ไม่สามารถออกไปรับบริจาคโลหิตในพื้นที่ต่างๆได้&nbsp;ส่งผลให้โรงพยาบาลต่างๆในพื้นที่ภาคอีสาน&nbsp;รวมทั้งในพื้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ประสบปัญหาขาดแคลนโลหิตสำรองอย่างหนัก&nbsp;ทำให้กำลังทหารจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;904&nbsp;หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;56&nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&nbsp;5&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;ร่วมทั้งประชาชนในพื้นที่&nbsp;เข้าร่วมบริจาคโลหิต&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;รวมใจ&nbsp;บริจาคโลหิต&nbsp;แก้วิกฤตโควิด-19&nbsp;ให้กับคลังเลือดกลาง&nbsp;โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม&nbsp;อำเภอเดชอุดม&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เพื่อให้มีโลหิตสำรองให้เพียงพอต่อความต้องการของจำนวนผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยปฏิบัติตามมาตรการของกรมควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับโลหิตสำรอง&nbsp;ที่ได้ในครั้งนี้&nbsp;มีจำนวนกว่า&nbsp;20,000&nbsp;ซีซี&nbsp;พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์เชิญประชาชนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงมาร่วมบริจาคโลหิตตามโรงพยาบาลใกล้บ้านท่าน&nbsp;เพื่อให้เราจะผ่านวิกฤตโควิด-19นี้&nbsp;ไปด้วยกัน</p>	21/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521155527476
242	ประธานาธิบดีอิสราเอล โทรศัพท์แสดงความเสียใจกับครอบครัวแรงงานไทยที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล	<p><strong>ประธานาธิบดีอิสราเอล&nbsp;โทรศัพท์แสดงความเสียใจกับครอบครัวแรงงานไทยที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล</strong></p><p><br></p><p>นายธานี&nbsp;แสงรัตน์&nbsp;อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา&nbsp;ประธานาธิบดีอิสราเอล&nbsp;ได้สนทนาทางโทรศัพท์&nbsp;ผ่านล่ามของสถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงเทลอาวีฟ&nbsp;กับนางสาวเรือนรัตน์&nbsp;แซ่ลี้&nbsp;ภรรยา&nbsp;นายวีรวัฒน์&nbsp;การุณบริรักษ์&nbsp;ซึ่งอาศัยอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;และ&nbsp;นางสาวอรทัย&nbsp;กองมะเริง&nbsp;ภรรยา&nbsp;นายสิขรินทร์&nbsp;สงำรัมย์&nbsp;ซึ่งอาศัยอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;2&nbsp;แรงงานไทยที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล&nbsp;โดยประธานาธิบดีอิสราเอล&nbsp;ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับความสูญเสียในครั้งนี้ของทั้งสองครอบครัว&nbsp;ขอให้ดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตทั้งสองรายไปสู่สุขคติ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ขอนำส่งการแสดงความเสียใจและความปรารถนาดีของตนเอง&nbsp;รัฐบาลอิสราเอล&nbsp;และประชาชนชาวอิสราเอล&nbsp;ไปยังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;รัฐบาลไทย&nbsp;และประชาชนชาวไทย&nbsp;ซึ่งเป็นมิตรที่ดีของอิสราเอลในโอกาสนี้&nbsp;ประธานาธิบดีอิสราเอล&nbsp;ได้ให้คำมั่นจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทางการอิสราเอล&nbsp;ประสานกับสถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงเทลอาวีฟ&nbsp;โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง&nbsp;การส่งศพแรงงานไทยทั้ง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;และการดูแลให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับเงินชดเชยตามสิทธิประโยชน์จากอิสราเอลด้วย&nbsp;?ในโอกาสนี้&nbsp;ครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งสอง&nbsp;ได้แสดงความขอบคุณและซาบซึ้งต่อประธานาธิบดีอิสราเอล&nbsp;ที่ได้สละเวลาพูดคุยและแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต</p><p><br></p><p>ในการนี้&nbsp;กระทรวงการต่างประเทศได้มอบหมายให้กรมการกงสุล&nbsp;โดยหัวหน้าสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;(ดูแลจังหวัดเพชรบูรณ์)&nbsp;และหัวหน้าสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว&nbsp;จังหวัดบุรีรมย์&nbsp;เดินทางไปเยี่ยมญาติของแรงงานที่เสียชีวิต&nbsp;รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการสนทนากับประธานาธิบดีของอิสราเอลด้วย</p><p><br></p><p>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของคนไทยในอิสราเอลทุกคน&nbsp;กระทรวงการต่างประเทศขอให้คนไทยในอิสราเอล&nbsp;ติดตามข้อมูล&nbsp;ข่าวสาร&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการของทางการอิสราเอลอย่างเคร่งครัด&nbsp;และในกรณีฉุกเฉินต้องการความช่วยเหลือ&nbsp;ขอให้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงเทลอาวีฟ&nbsp;ทันที&nbsp;โดยกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;และได้เตรียมแผนดูแลคนไทยในอิสราเอลไว้แล้วในทุกสถานการณ์</p>	21/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521173533548
243	สรุปผู้ป่วยโควิด จ.นครพนม วันที่ 21 พฤษภาคม 2564 เพิ่ม 2 ราย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;วันนี้พบผู้ป่วยผลยืนยันติดเชื้อฯเพิ่ม&nbsp;2&nbsp;รายสะสม&nbsp;134&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยกลับบ้านแล้ว&nbsp;สะสม&nbsp;120&nbsp;ราย&nbsp;รักษาตัวที่&nbsp;รพ.&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;สะสม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ฉีดวัคซีนแล้ว&nbsp;9,221&nbsp;รายกลุ่มเป้าหมาย</p><p>(บุคคล&nbsp;อายุ60&nbsp;ปีขึ้นไป/กลุ่ม&nbsp;7&nbsp;โรคเรื้อรัง)&nbsp;ลงทะเบียนฉีดวัคซีนแล้ว</p><p>(สะสม)&nbsp;129,777&nbsp;คน&nbsp;[ตัวเลขสะสมอัพเดทจากระบบ&nbsp;หากมีข้อมูลการจอง</p><p>ไม่สมบูรณ์จะถูกตัดออก&nbsp;จากระบบ]มาตรการแนวทางข้อปฏิบัติเฝ้าระวัง</p><p>การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;พื้นที่จังหวัดนครพนม&nbsp;เรื่ม&nbsp;17&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;จนกว่า</p><p>จะมีการเปลี่ยนแปลง</p>	21/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521175005561
244	โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันนายกรัฐมนตรี เห็นชอบงบประมาณให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำไปแก้ไขปัญหาโรคโควิด-19	<p><strong>พลตำรวจตรี&nbsp;ยิ่งยศ&nbsp;เทพจำนงค์&nbsp;โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ</strong>&nbsp;ชี้แจงกรณีสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;นำเสนอข่าว&nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากคณะรัฐมนตรี&nbsp;เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยยืนยันว่า&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;เมษายนที่ผ่านมา&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้เห็นชอบการขอรับการสนับสนุนงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายในการบรรเทา&nbsp;แก้ปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;สำหรับการปฏิบัติของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง&nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;ศปม.ตร.&nbsp;ห้วงวันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2563&nbsp;ถึง&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอ&nbsp;สำหรับขั้นตอนต่อไป&nbsp;สำนักงบประมาณนำไปพิจารณารายละเอียด&nbsp;ก่อนนำเรื่องเข้าที่ประชุมให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติ&nbsp;ซึ่งเมื่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้ว&nbsp;สำนักงบประมาณ&nbsp;จะจัดสรรงบประมาณให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป&nbsp;ซึ่งงบประมาณในส่วนดังกล่าว&nbsp;จะถูกจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายของ&nbsp;ศปม.ตร.&nbsp;รวมถึงค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ&nbsp;ค่าใช้จ่ายในการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ตรวจป้องกันฯ&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;โดยยืนยันว่า&nbsp;งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรเพียงพอ&nbsp;ครบถ้วนสำหรับภารกิจแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</p><p><br></p><p><br></p>	22/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522213228844
245	2 อำเภอชายแดนแม่ฮ่องสอน เร่งหารือคณะทำงาน ดูแลช่วยเหลือผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาอย่างจริงจัง โดยยึดหลักมนุษยธรรม	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากกรณีที่เกิดสถานการณ์การสู้รบฝั่งเมียนมาล่าสุด&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยปรากฎสถานการณ์การสู้รบระหว่างทหารเมียนมากับกองกำลังชนกลุ่มน้อยเชื้อสายกะเหรี่ยง&nbsp;(KNLA)&nbsp;บริเวณฐานด๊ากวิน&nbsp;ฝั่งประเทศเมียนมา&nbsp;ด้านตรงข้ามบ้านท่าตาฝั่ง&nbsp;ต.แม่ยวม&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ส่งผลให้มีผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา&nbsp;(ผภสม.)&nbsp;เดินทางข้ามมายังฝั่งประเทศไทย&nbsp;ซึ่งรัฐบาลไทยมีนโยบายที่จะผ่อนปรนให้ผู้หนีภัยฯ&nbsp;เหล่านั้นอาศัยอยู่ในเขตไทยในพื้นที่ที่กำหนดได้เป็นการชั่วคราวตามหลักมนุษยธรรมและจะอำนวยความสะดวกในการส่งกลับมาตุภูมิเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายชนาธิป&nbsp;เสมแย้ม&nbsp;ปลัดจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้เดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะทำงานประสานงาน&nbsp;ดูแล&nbsp;ช่วยเหลือผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา&nbsp;และประชุมหารือแนวทางการปฏิบัติ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;(ชั้น&nbsp;2)&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยมีนายสังคม&nbsp;คัดเชียงแสน&nbsp;นายอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;นายผะอบ&nbsp;บินสะอาด&nbsp;นายอำเภอสบเมย&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว&nbsp;เพื่อให้การดำเนินการช่วยเหลือมีความจริงจังโดยยึดหลักมนุษยธรรม&nbsp;ยึดหลักอธิปไตย&nbsp;ความมั่นคง&nbsp;และผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้มอบหมายให้หน่วยงานในพื้นที่&nbsp;รับผิดชอบดูแลผู้หนีภัยฯ&nbsp;ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย&nbsp;จัดระบบควบคุม&nbsp;ควบคู่กับมาตรการรักษาความปลอดภัย&nbsp;รวมถึงการป้องกันการลักลอบออกไปขายแรงงาน&nbsp;การป้องกันผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศวิทยา&nbsp;ตลอดจนความรู้สึกของราษฎรไทยที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบ&nbsp;เพื่อป้องกันความขัดแย้งระหว่างผู้หนีภัยฯ&nbsp;กับราษฎรไทย&nbsp;และหากผู้หนีภัยฯ&nbsp;ลักลอบออกนอกพื้นที่ที่กำหนด&nbsp;จะต้องถูกดำเนินการตาม&nbsp;พ.ร.บ.คนเข้าเมือง&nbsp;ในฐานะผู้หลบหนีเข้าเมือง&nbsp;และหากกระทำผิดกฎหมายอื่นก็จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายนั้น&nbsp;ๆ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	22/5/2021	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522111313666
246	นรข.นครพนม บูรณาการเข้ม จับผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมของกลางกัญชา 350 กิโลกรัม	<p><strong>นรข.นครพนม&nbsp;บูรณาการเข้ม&nbsp;จับผู้ต้องหา&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;พร้อมของกลางกัญชา&nbsp;350&nbsp;แท่ง/กิโลกรัม</strong></p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>วันนี้&nbsp;22&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่สโมสรทหารสัญญาบัตร&nbsp;หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงนครพนม&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;จรัสเกียรติ&nbsp;ไชยพันธุ์&nbsp;ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง&nbsp;(ผบ.นรข.)&nbsp;พร้อมด้วยนาวาเอก&nbsp;ฤทธิ์&nbsp;นาทวงค์&nbsp;ผบ.นรข.เขตนครพนม&nbsp;นายกิติภูมิ&nbsp;คีรีวรรณ&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมทางศุลกากร&nbsp;นายยุทธพงษ์&nbsp;มีศรี&nbsp;ปลัดอำเภอท่าอุเทน&nbsp;ตลอดจนเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมกันแถลงการณ์จับกุมผู้ต้องหา&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;พร้อมของกลางกัญชาอัดแท่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;350&nbsp;แท่ง/กิโลกรัม&nbsp;และรถยนต์ฟอร์ด&nbsp;สีดำ&nbsp;หมายเลขทะเบียน&nbsp;2&nbsp;ฒศ&nbsp;4804&nbsp;กทม.&nbsp;ภายหลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง&nbsp;บ้านเหล่าหนาด&nbsp;ตำบลพนอม&nbsp;อำเภอท่าอุเทน&nbsp;จังหวัดนครพนม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยภายหลังการรับแจ้ง&nbsp;นาวาโท&nbsp;วรภัทร&nbsp;แสงสุวรรณ&nbsp;ผู้ช่วยหัวหน้ายุทธการและงานข่าว&nbsp;นรข.&nbsp;และรักษาการ&nbsp;หน.สน.เรือนครพนม&nbsp;และนาวาโท&nbsp;บุญเชิด&nbsp;กุลอำภา&nbsp;หน.สน.เรือบ้านแพง&nbsp;ได้ประสานหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ร่วมกันวางแผน&nbsp;และระดมกำลังลงพื้นที่สกัดกั้น&nbsp;ปราบปราม&nbsp;จับกุม&nbsp;โดยได้ส่งชุดลาดตระเวนทั้งทางบกและทางน้ำ&nbsp;กระทั่งเวลาประมาณ&nbsp;20.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบเรือหาปลาติดเครื่องยนต์ขับข้ามแม่น้ำโขงจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;จากนั้น&nbsp;ได้ดับเครื่องยนต์เพื่อให้เงียบเสียงและใช้วิธีการพายเรือเข้ามาเทียบฝั่งบริเวณด้านหลังวัดศรีสะอาด&nbsp;แล้วพายเลาะขึ้นไปบริเวณป่าช้าเผาศพประจำหมู่บ้าน&nbsp;เมื่อถึงจุดหมายก็มีชายฉกรรจ์ประมาณ&nbsp;8&nbsp;คน&nbsp;ขนวัตถุบางอย่างลงจากเรือมาวางไว้บนตลิ่ง&nbsp;สักพักก็มีรถจักรยานยนต์ขับนำรถยนต์ของกลางเข้ามาขนวัตถุต้องสงสัยใส่กระบะท้ายรถ&nbsp;เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นดังนั้นจึงได้แสดงตัวขอเข้าตรวจค้น&nbsp;พอกลุ่มชายฉกรรจ์เห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้พากันวิ่งหลบหนีไปคนละทิศละทางในความมืด&nbsp;ขณะเดียวกันคนที่อยู่ในรถยนต์&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;ก็เตรียมจะขับหลบหนีเช่นเดียวกันแต่ถูกเจ้าหน้าที่บล็อกเส้นทางไว้หมดจึงยอมจำนน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยบนรถยนต์พบว่าเป็นกัญชาอัดแท่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;350&nbsp;แท่ง/กิโลกรัม&nbsp;มีการซีลอย่างดี&nbsp;2&nbsp;แบบ&nbsp;คือ&nbsp;แบบที่อัดศูนย์ยากาศกับแบบแพ็คทั่วไป&nbsp;แต่อย่างไรก็ดี&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;แบบมีขนาดน้ำหนักเท่ากัน&nbsp;คือ&nbsp;ประมาณ&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัมต่อแท่ง&nbsp;เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง&nbsp;2&nbsp;ให้การว่าไม่เคยเดินทางมาจังหวัดนครพนม&nbsp;จึงมีรถจักรยานยนต์นำทางเข้าพื้นที่&nbsp;ซึ่งหลังจากออกนอกเขตได้แล้ว&nbsp;นายทุนจึงจะแจ้งพิกัดว่าให้ไปส่งที่ไหนบริเวณใด&nbsp;จึงไม่รู้ว่ากัญชาล๊อตนี้ต้องไปส่งให้กับใคร&nbsp;ส่วนค่าจ้างนั้นยังไม่ได้ตกลงกัน&nbsp;อย่างไรก็ดีทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ปักใจเชื่อ&nbsp;โดยได้ร่วมกันทำบันทึกตรวจยึด&nbsp;พร้อมนำตัวผู้ต้องหาทั้ง&nbsp;2&nbsp;และของกลางทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวน&nbsp;สภ.ท่าอุเทน&nbsp;เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำผิดร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p>	22/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522164115798
247	ผู้ว่าฯ สงขลา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง พร้อมกำชับมาตรการคุมเข้มในการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองตามแนวชายแดน และช่องทางธรรมชาติโดยผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันการนำเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่เข้ามาระบาดในพื้นที่	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;พร้อมกำชับมาตรการคุมเข้มในการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองตามแนวชายแดน&nbsp;และช่องทางธรรมชาติโดยผิดกฎหมาย&nbsp;เพื่อป้องกันการนำเชื้อโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์ใหม่เข้ามาระบาดในพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(22&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นายจารุวัฒน์&nbsp;เกลี้ยงเกลา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;พร้อมด้วยนายวรณัฏฐ์&nbsp;หนูรอต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;ได้เดินทางลงพื้นที่จุดตรวจหลักเขตแดนที่&nbsp;36/100&nbsp;บ้านคลองช้างตาย&nbsp;ตำบลเขาแดง&nbsp;อำเภอสะบ้าย้อย&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ซึ่งเป็นช่องทางธรรมชาติที่เคยมีปัญหาการลักลอบข้ามแดนของคนไทยที่ลักลอบข้ามไปทำงานและลักลอบกลับมาและแรงงานคนต่างด้าว&nbsp;เนื่องจากสภาพพื้นที่สามารถเดินเท้าข้ามแดนได้โดยง่าย&nbsp;จึงได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;โดยเฉพาะหน่วยชุดปฏิบัติการชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่&nbsp;4306&nbsp;เพิ่มความถี่ในการออกลาดตระเวน&nbsp;เฝ้าตรวจทั้งกลางวันและกลางคืน&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพื่อสกัดกั้นการลักลอบเข้าพื้นที่โดยผิดกฎหมาย&nbsp;และป้องกันไม่ให้นำเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์อินเดียและสายพันธุ์แอฟริกาใต้&nbsp;เข้ามาแพร่ระบาดในพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;ร้อยตำรวจตรี&nbsp;พัสกร&nbsp;เดชาปกรณ์ชัย&nbsp;หัวหน้าชุดปฏิบัติการชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่&nbsp;4306&nbsp;ได้สรุปสถานการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;ตั้งแต่หลักเขตแดนที่&nbsp;33&nbsp;บ้านทุ่งเปรียง&nbsp;ตำบลประกอบ&nbsp;อำเภอนาทวี&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ถึงหลักเขตแดนที่&nbsp;37&nbsp;บ้านน้ำเชี่ยว&nbsp;ตำบลเขาแดง&nbsp;อำเภอสะบ้าย้อย&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;รวมระยะทางประมาณ&nbsp;17&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งในการปฏิบัติงานชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่&nbsp;4306&nbsp;ได้จัดแบ่งกำลังพลเป็นสองชุด&nbsp;ในการเฝ้าช่องทางธรรมชาติ&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และชุดที่สอง&nbsp;ตั้งจุดตรวจจุดสกัดร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง&nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;หน้าฐานฐานปฏิบัติการชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่&nbsp;4306&nbsp;บ้านสำนักเอาะ&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลเขาแดง&nbsp;อำเภอสะบ้าย้อย&nbsp;จังหวัดสงขลา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผลการปฏิบัติงานในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา&nbsp;สามารถควบคุมผู้ลักลอบเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติได้&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ครั้ง&nbsp;ผู้ถูกจับกุมเป็นชาย&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;คน&nbsp;หญิง&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;รวม&nbsp;14&nbsp;คน&nbsp;จึงได้จัดส่งผู้ต้องหาให้กับทางอำเภอสะบ้าย้อยไปดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการจัดการด้านความมั่นคงชายแดนอำเภอนาทวี&nbsp;ซึ่งมีจุดเสี่ยงในการลักลอบเข้าพื้นที่ตามเส้นทางธรรมชาติบริเวณหลักเขตแดนที่&nbsp;29/177&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;บ้านใหม่&nbsp;และหลักเขตแดนที่&nbsp;31/22&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;บ้านทุ่งเปรี้ยง&nbsp;ตำบลประกอบ&nbsp;อำเภอนาทวี&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;จึงได้แบ่งพื้นที่การรักษาความสงบและความมั่นคงชายแดน&nbsp;ออกเป็น&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พื้นที่แนวชายแดน&nbsp;อยู่ในความรับผิดชอบของหมวดปืนเล็กที่&nbsp;2&nbsp;กองร้อยทหารราบที่&nbsp;5021&nbsp;ในการดูแลความสงบเรียบร้อย&nbsp;ลาดตระเวน&nbsp;ตรวจตราการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย&nbsp;ยาเสพติด&nbsp;และการหลบหนีเข้าเมือง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พื้นที่ชั้นกลาง&nbsp;มีหน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่&nbsp;4312&nbsp;เป็นหน่วยกำลังรับผิดชอบ&nbsp;ในการออกลาดตระเวน&nbsp;ตั้งจุดตรวจ&nbsp;จุดสกัดทั้งในพื้นที่ตอนกลางและตอนใน&nbsp;เพื่อป้องกัน&nbsp;ปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย&nbsp;ยาเสพติด&nbsp;และการหลบหนีเข้าเมือง&nbsp;ส่วนพื้นที่ชั้น&nbsp;อยู่ในความรับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธรสะท้อน&nbsp;และผู้นำชุมชนในพื้นที่ในการตั้งจุดตรวจ&nbsp;จุดสกัดกั้นอย่างเข้มงวด&nbsp;ซึ่งผลการปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายนจนถึงปัจจุบัน&nbsp;สามารถควบคุมผู้ลักลอบเข้าพื้นที่ผ่านช่องทางธรรมชาติได้&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ครั้ง&nbsp;รวม&nbsp;11&nbsp;คน&nbsp;โดยเป็นคนไทยทั้งหมด</p><p><br></p>	22/5/2021	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522191306822
248	แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย ผบ.ฉก.นราธิวาส ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;พร้อมด้วยผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบ&nbsp;ในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี&nbsp;จังหวัดนราธิวาส</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;22&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;พร้อมด้วยพลตรี&nbsp;ไพศาล&nbsp;หนูสังข์&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;เดินทางเยี่ยมอาการบาดเจ็บ&nbsp;สิบเอก&nbsp;อนันต์&nbsp;มณีโชติ&nbsp;,&nbsp;สิบตรี&nbsp;อุสมัน&nbsp;สมาแห&nbsp;,&nbsp;อาสาสมัครทหารพราน&nbsp;ฉัตรพงศ์&nbsp;เพชรตีบ&nbsp;,&nbsp;อาสาสมัครทหารพราน&nbsp;อนัส&nbsp;บินซา&nbsp;และจ่าสิบเอกหญิง&nbsp;วิลาวัลย์&nbsp;ภัทรศรีพรหม&nbsp;สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;48&nbsp;ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง&nbsp;ขณะที่&nbsp;ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์&nbsp;กองร้อยทหารพราน&nbsp;4804&nbsp;ลาดตระเวนพิสูจน์ทราบพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;บริเวณเขาบูเก๊ะซามาเลีย&nbsp;บ้านดอเฮะ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลริโก๋&nbsp;และชุดที่เข้าสนับสนุนช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณฝายกั้นน้ำ&nbsp;บ้านสือแด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลสากอ&nbsp;อำเภอสุไหงปาดี&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ได้สอบถามอาการและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;พร้อมทั้งนำความห่วงใยจากพลเอก&nbsp;ณรงค์พันธ์&nbsp;จิตต์แก้วแท้&nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;มายังเจ้าหน้าที่เฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;48&nbsp;พร้อมชื่นชมในความกล้าหาญของกำลังพลในการปฏิบัติงานที่ทุ่มเทและเสียสละ&nbsp;ขอให้มีขวัญและกำลังใจที่ดี&nbsp;กลับมาปฏิบัติหน้าที่ต่อไป&nbsp;พร้อมกำชับให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องดูแลรักษาฟื้นฟูสภาพกำลังพล&nbsp;ทั้งด้านร่างกายและจิตใจที่ได้รับบาดเจ็บอย่างดีที่สุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากเหตุการณ์ดังกล่าว&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมวัตถุพยาน&nbsp;เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย&nbsp;รวมไปถึงได้เน้นย้ำให้ทุกพื้นที่เพิ่มมาตรการควบคุมความปลอดภัย&nbsp;โดยการบูรณาการกำลังทุกภาคส่วนในรักษาความปลอดภัยในพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ต้องขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชน&nbsp;หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ&nbsp;หรือบุคคลต้องสงสัย&nbsp;ก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่รัฐได้ทันที&nbsp;ที่สายด่วน&nbsp;1341&nbsp;หรือหมายเลขโทรศัพท์&nbsp;06-1173-2999&nbsp;สายตรงแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p>	22/5/2021	ภาคใต้	นราธิวาส	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522204607834
249	รัฐบาล ชี้แจง 3 ประเด็นที่เข้าใจคลาดเคลื่อน พร้อมใช้เวทีสภา สร้างความเข้าใจงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565	<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงวาระการพิจารณาร่าง&nbsp;พ.ร.บ.งบประมาณแผ่นดิน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ของสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ระหว่าง&nbsp;31&nbsp;พ.ค.&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;มิ.ย.ว่า&nbsp;รัฐบาล&nbsp;พร้อมชี้แจงให้ข้อมูลถึงความจำเป็นในการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี&nbsp;เป็นงบประมาณรายจ่ายลงทุนปี&nbsp;65&nbsp;วงเงิน&nbsp;624,399&nbsp;ล้านบาท&nbsp;(ร้อยละ&nbsp;20.14&nbsp;ของงบประมาณรายจ่าย)&nbsp;น้อยกว่าการขาดดุลงบประมาณที่ตั้งไว้&nbsp;700,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ไม่ได้ขัดต่อ&nbsp;พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;มาตรา&nbsp;20&nbsp;วรรคหนึ่ง&nbsp;ตามที่เข้าใจผิดกัน&nbsp;แม้กฎหมายได้กำหนดให้งบประมาณรายจ่ายลงทุน&nbsp;ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี&nbsp;และต้องไม่น้อยกว่าวงเงินส่วนที่ขาดดุลของงบประมาณประจำปี&nbsp;<strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ต้องพิจารณาในวรรคสอง&nbsp;ของมาตรา&nbsp;20&nbsp;ด้วย</strong>&nbsp;ซึ่งกำหนดข้อยกเว้น&nbsp;กรณีที่การตั้งงบประมาณรายจ่ายไม่สามารถดำเนินการตามหลักเกณฑ์ในวรรคหนึ่งได้&nbsp;ให้รัฐบาลแสดงเหตุผลความจำเป็นและมาตรการในการแก้ไขต่อรัฐสภาพร้อมกับการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีด้วย&nbsp;และเพื่อให้เป็นตามที่กฎหมายกำหนด&nbsp;ครม.&nbsp;เมื่อ&nbsp;16&nbsp;มี.ค.ที่ผ่านมา&nbsp;ได้เห็นชอบหลักการมาตรการในการแก้ไขกรณีงบประมาณรายจ่ายลงทุนมีจำนวนน้อยกว่าวงเงินส่วนขาดดุล&nbsp;และจะรายงานให้สภาฯได้ทราบ&nbsp;โดยการเพิ่มแหล่งเงินลงทุนของประเทศ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ&nbsp;(Public&nbsp;Private&nbsp;Partnership:&nbsp;PPP)&nbsp;กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย&nbsp;การใช้เงินกู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;เพื่อวางรากฐานการพัฒนาระบบน้ำ&nbsp;การสร้างคุณภาพชีวิตและการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค&nbsp;การลงทุนเพื่อการให้บริการด้านสาธารณสุข&nbsp;ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีเพื่อการสร้างความเข้มแข็งของประเทศ</p><p><strong>ส่วนกรณีที่&nbsp;กระทรวงกลาโหม&nbsp;ได้งบประมาณมากกว่า&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;</strong>ซึ่งในความเป็นจริง&nbsp;งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับทางด้านสาธารณสุขนั้น&nbsp;ยังมีในส่วนของกองทุนการแพทย์ฉุกเฉิน&nbsp;และกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;ซึ่งเมื่อรวมงบประมาณเข้าด้วยกันแล้ว&nbsp;ด้านการสาธารณสุขได้รับการจัดสรรมากกว่ากลาโหม&nbsp;กว่า&nbsp;9.2&nbsp;หมื่นล้านบาท</p><p><strong>ขณะที่ตัวเลขการรายงานเงินขาดทุนสะสมของธนาคารแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;มูลค่า&nbsp;1.069&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;ซึ่งตัวเลขนี้ไม่ใช่หนี้สาธารณะ&nbsp;โดยธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบายว่า&nbsp;รายงานดังกล่าวเป็นการแสดงรายการงบการเงินของ&nbsp;ธปท.&nbsp;และเป็นธุรกรรมที่เกิดจากการทำหน้าที่ปกติของธนาคารฯ&nbsp;ในการดูแลเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจ&nbsp;ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติเช่นเดียวกันทั่วโลก&nbsp;ตามนิยามของ&nbsp;IMF&nbsp;ที่กำหนดมาตรฐานการเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจการเงินเพื่อการเปรียบเทียบและติดตามการทำนโยบายของประเทศสมาชิก</p><p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ส่งผลให้ประมาณการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลลดลงอย่างมีนัยสำคัญ&nbsp;และทำให้กรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;มีจำนวน&nbsp;3,100,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ลดลงจากงบประมาณปีก่อน&nbsp;ที่กำหนดไว้&nbsp;3,285,962.5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รัฐบาลพร้อมชี้แจงข้อมูลถึงความจำเป็นและประโยชน์ของการใช้งบประมาณแผ่นดินในแผนงานและโครงการต่างๆ&nbsp;รวมถึงความสอดคล้องต่อสถาณการณ์ของประเทศ&nbsp;ทุกอย่างต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส&nbsp;ประเทศจะได้เดินหน้าบนพื้นฐานความเข้าใจ&nbsp;แม้อาจมีความเห็นต่างกันบ้าง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	23/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523122832913
250	กองกำลังผาเมือง ตรวจยึดยาบ้า 7.8 แสนเม็ด ชายแดนเชียงดาว	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วานนี้&nbsp;(22&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;เวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.&nbsp;พ.อ.ภาสกร&nbsp;กุสรวิวรรณ&nbsp;ผบ.ฉกม.5&nbsp;กกล.ผาเมือง&nbsp;ได้สั่งการให้&nbsp;พ.ท.&nbsp;นภดล&nbsp;เตชะ&nbsp;ผบ.บก.ควบคุมที่1&nbsp;ฉก.ม.5&nbsp;จัดกำลังจาก&nbsp;ร้อย.ม.2&nbsp;บก.ควบคุมที่&nbsp;1&nbsp;ฉก.ม.5.&nbsp;ทำการ&nbsp;ลาดตระเวนเฝ้าตรวจ&nbsp;ขณะทำการลาดตระเวนตรวจพบกลุ่มคนต้องสงสัยประมาณ&nbsp;7-8&nbsp;คน&nbsp;บริเวณช่องทางร้อยล้าน&nbsp;ต.เมืองนะ&nbsp;อ.เชียงดาว&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;ซึ่งห่างจากช่องทางหลักช่องทางหนองเขียว&nbsp;ประมาณ&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ชุดลาดตระเวนพบกลุ่มคนต้องสงสัยแต่งกายคล้ายชาวสวนสะพายกระสอบดัดแปลงเป็นเป้หลัง&nbsp;พร้อมอาวุธ&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งสัญญาณเพื่อให้หยุด&nbsp;แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวขัดขืน&nbsp;จึงเกิดการยิงปะทะกันประมาณ&nbsp;15&nbsp;นาที&nbsp;ไม่มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บจากการปะทะ?&nbsp;เมื่อเสียงปืนสงบ&nbsp;หน่วยจึงเข้าตรวจสอบพื้นที่&nbsp;พบเป้กระสอบ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ใบ&nbsp;ภายในบรรจุยาบ้า&nbsp;จำนวน&nbsp;650,000&nbsp;เม็ด&nbsp;แต่ไม่พบผู้กระทำผิด&nbsp;ภายหลังในห้วงหัวค่ำได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยละเอียด&nbsp;พบยาบ้าเพิ่มเติม&nbsp;130,000&nbsp;เม็ด&nbsp;รวมจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;780,000&nbsp;เม็ด</p>	23/5/2021	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.ฝาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523115836908
251	ขอวิป 3 ฝ่าย เร่งหาทางออกกรณี ศบค.ห้ามประชุมกรรมาธิการ เกรงกระทบการพิจารณางบประมาณ ปี 2565	<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;กล่าวถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;ศบค.&nbsp;ออกระเบียบห้ามประชุมคณะกรรมาธิการ&nbsp;ว่า&nbsp;ก็ต้องเป็นไปตามระเบียบซึ่งขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภาและวิปทั้ง&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ต้องหารือกัน&nbsp;ว่าจะดำเนินการอย่างไรหากยังไม่สามารถประชุมคณะกรรมาธิการได้&nbsp;เพราะจะมีผลกระทบกับเงื่อนเวลา&nbsp;ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าเมื่อร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย&nbsp;ส่งถึงรัฐสภาแล้วสภาผู้แทนราษฎรจะต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน&nbsp;105&nbsp;วัน&nbsp;และวันนี้ก็เริ่มนับหนึ่งแล้ว&nbsp;และเมื่องบประมาณผ่านสภาแล้วสมาชิกวุฒิสภาก็จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน&nbsp;20&nbsp;วันตามรัฐธรรมนูญกำหนด&nbsp;ทั้งนี้ไม่ทราบว่าจะสามารถเลื่อนออกไปได้หรือไม่&nbsp;เพราะขณะนี้ถือว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณส่งถึงสภาฯ&nbsp;แล้วตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;และเริ่มนับหนึ่งตามกระบวนการ&nbsp;ดังนั้นทั้ง&nbsp;3&nbsp;ฝ่ายจะต้องรีบประชุมหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไร</p><p><strong>ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า</strong>&nbsp;การจัดทำงบประมาณในปีนี้ไม่มีงบประมาณสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโควิด&nbsp;-19&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;งบประมาณที่จะแก้ปัญหาโควิด&nbsp;-19&nbsp;มีอยู่ส่วนหนึ่ง&nbsp;ซึ่งผู้ที่มีหน้าที่จัดเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดในสภาเมื่อถึงเวลาที่มีการอภิปราย&nbsp;นอกจากนี้ยังมีเงินกู้ที่เหลืออยู่จำนวนหนึ่งและเงินที่จะกู้ใหม่&nbsp;ก็สามารถนำมาใช้คลี่คลายสถานการณ์โควิด-19&nbsp;และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจควบคู่กันไปได้</p><p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ยังกล่าวถึง&nbsp;พ.ร.ก.กู้เงิน&nbsp;7&nbsp;แสนล้านบาท</strong>&nbsp;ว่า&nbsp;รัฐบาลพิจารณาความจำเป็นทั้ง&nbsp;2&nbsp;ด้าน&nbsp;ทั้งการแก้ปัญหาโควิด-19&nbsp;และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ&nbsp;ควบคู่กันไป&nbsp;เพราะทั้งสองปัญหาเป็นเรื่องที่เราจะต้องนำพาประเทศให้ผ่านพ้นไปให้ได้&nbsp;ซึ่งเงินกู้ที่จะมีการดำเนินการนั้นก็จะต้องมุ่งเน้นในเรื่องของการแก้ไขปัญหาทั้งสองส่วน&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	23/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523132216933
252	ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 กระทรวงมหาดไทย เผยแพร่ข้อมูลจังหวัดที่มีคำสั่งประกาศให้มีการกักกันตัวผู้ที่เดินทางมาจากนอกพื้นที่ รวม 52 จังหวัด	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) เผยแพร่ข้อมูลจังหวัดที่มีคำสั่ง/ประกาศให้มีการกักกันตัวผู้ที่เดินทางมาจากนอกพื้นที่ รวม 52 จังหวัด</p><p><br></p><p>ภาคเหนือ 16 จังหวัด</p><p>1. เชียงราย</p><p>2. เชียงใหม่</p><p>3. ตาก</p><p>4. นครสวรรค์</p><p>5. น่าน</p><p>6. พะเยา</p><p>7. พิจิตร</p><p>8. พิษณุโลก</p><p>9. เพชรบูรณ์</p><p>10. แพร่</p><p>11. ลำปาง</p><p>12. ลำพูน</p><p>13. สุโขทัย</p><p>14. อุตรดิตถ์</p><p>15. อุทัยธานี</p><p>16.กำแพงเพชร</p><p><br></p><p>ภาคกลาง/ภาคตะวันออก 6 จังหวัด</p><p>1. ชัยนาท</p><p>2. นครนายก</p><p>3. ประจวบคีรีขันธ์</p><p>4. ลพบุรี</p><p>5. สิงห์บุรี</p><p>6. สุพรรณบุรี</p><p><br></p><p>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18 จังหวัด</p><p>1. กาฬสินธุ์</p><p>2.ขอนแก่น</p><p>3. ชัยภูมิ</p><p>4. นครพนม</p><p>5. บึงกาฬ</p><p>6. บุรีรัมย์</p><p>7.มหาสารคาม</p><p>8. มุกดาหาร</p><p>9. ยโสธร</p><p>10. เลย</p><p>11. ศรีสะเกษ</p><p>12. สกลนคร</p><p>13. สุรินทร์</p><p>14. หนองคาย</p><p>15.อำนาจเจริญ</p><p>16. หนองบัวสำภู</p><p>17. อุดรธานี</p><p>18. อุบลราชธานี</p><p><br></p><p>ภาคใต้ 12 จังหวัด</p><p>1. กระบี่</p><p>2.ชุมพร</p><p>3. ตรัง</p><p>4. นครศรีธรรมราช</p><p>5. นราธิวาส</p><p>6. ปัตตานี</p><p>7. พังงา</p><p>8.พัทลุง</p><p>9. ระนอง</p><p>10. สงขลา</p><p>11.สตูล</p><p>12. สุราษฎร์ธานี</p><p><br></p><p>ศบค.มท.</p><p>ข้อมูล ณ วันที่ 22 พ.ค.2564 เวลา 11.00 น.</p>	23/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523155630996
253	รมช.เกษตรฯ เปิดงานวันคล้ายวันสถาปนา กรมพัฒนาที่ดิน ครบรอบ 58 ปี มุ่งเน้นในการดูแลรักษาปรับปรุง บำรุง ฟื้นฟูดิน	<p>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดงานวันคล้ายวันสถาปนา กรมพัฒนาที่ดิน ครบรอบ 58 ปี มุ่งเน้นในการดูแลรักษาปรับปรุง บำรุง ฟื้นฟูดิน เพื่อให้ทรัพยากรดินและที่ดินสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานวันสถาปนากรมพัฒนาที่ดิน ครบรอบ 58 ปี ณ กรมพัฒนาที่ดิน ว่า จากนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ที่มุ่งเน้นในการดูแลรักษาปรับปรุง บำรุง ฟื้นฟูดิน เพื่อให้ทรัพยากรดินและที่ดินสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน โดยวางแผนการใช้ที่ดินในพื้นที่ทำการเกษตร สำรวจและจำแนกดิน กำหนดบริเวณการใช้ที่ดิน ผลิตแผนที่และทำสำมะโนที่ดิน ทั้งให้ความรู้วิชาการ ผ่านการสาธิต และถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการพัฒนาที่ดิน ที่เน้นการทำเกษตรสมัยใหม่ การพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพ ส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ การเกษตรผสมผสาน เพื่อให้สามารถผลิตอาหารได้หลากหลายมีคุณค่าทางโภชนาการ มีรายได้เลี้ยงครอบครัวได้อย่างเพียงพอ</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบัน ที่มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทั้งการระบาดของโรค COVID  19 ล้วนส่งผลกระทบต่อการผลิตอาหารและการเข้าถึงอาหารของประชากรโลก ดังนั้นในโอกาสครบรอบปีที่ 58 ของกรมพัฒนาที่ดิน จึงมุ่งมั่นต่อการสร้างกระบวนการ การมีส่วนร่วมในการพัฒนาทรัพยากรดิน เพื่อแก้ไขปัญหาสภาพดินที่เสื่อมโทรม ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ และเป็นกลไกสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรให้เกิดความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยกระบวนความร่วมมือและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนจึงจะประสบความสำเร็จ ทั้งจากภาครัฐ ประชาชน เกษตรกร และภาคส่วนอื่นๆโดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในกระบวนการทำงานให้เหมาะสม เพื่อสร้างวิถีการทำงานแบบ New Normal และเป็นการเตรียมความพร้อมการเข้าสู่ระบบราชการ 4.0</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ กรมพัฒนาที่ดิน ยังเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดินซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างอาชีพแก่เกษตรกรในพื้นที่ ด้วยการสนับสนุนปัจจัยการผลิตวัสดุปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;และผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพด้านการพัฒนาที่ดิน ผ่าน ผลิตภัณฑ์ พด. ชนิดต่างๆ พร้อมทั้งสร้างและพัฒนาเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรให้เกิดความเข้มแข็ง พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม พัฒนาและประยุกต์ใช้ Big Data &amp; AI กรมพัฒนาที่ดิน เพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่และเกษตรกร สำหรับนำไปใช้วางแผนการใช้ที่ดินให้เหมาะสมสำหรับการปลูกพืช การดำเนินกิจกรรมในพื้นที่ ตลอดจนใช้ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาทิ โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งเป็นการบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวเบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า การจัดงานวันสถาปนากรมพัฒนาที่ดินครบรอบ 58 ปีในปีนี้&nbsp;กรมพัฒนาที่ดินได้เปลี่ยนรูปแบบการจัดงานให้เข้ากับสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) โดยใช้แนวทางเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพื่อลดปัญหาการแออัดของคนที่จะเข้ามาร่วมงาน ซึ่งกิจกรรมภายในงานจะมีพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์&nbsp;พิธีเปิดศูนย์ความเป็นเลิศด้านการพัฒนาที่ดิน&nbsp;มอบรางวัลผลงานดีเด่นแก่หน่วยงานและบุคคลดีเด่น มอบทุนการศึกษามูลนิธิพัฒนาที่ดินสงเคราะห์และทุนการศึกษาสหกรณ์ออมทรัพย์กรมพัฒนาที่ดิน จำกัด ผ่าน VDO Conference และถ่ายทอดสด (Live) ผ่าน Facebook กรมพัฒนาที่ดิน เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับชมงานและสามารถร่วมคอมเม้นต์แสดงความยินดีผ่าน Live Facebook ได้ นอกจากนี้ยังเปิดช่องทางให้ประชาชน และผู้ที่สนใจเข้าร่วมอวยพรแสดงความยินดีผ่านเว็ปไซต์กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมพัฒนาที่ดินครบรอบ 58 ปี ผ่านเว็บไซต์กรมพัฒนาที่ดินอีกด้วย</p>	23/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523192501042
254	ปภ. ประสาน 6 จังหวัดภาคใต้ฝั่งตะวันตก รับมือน้ำท่วมฉับพลัน 23-28 พ.ค. นี้	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ประสาน&nbsp;6&nbsp;จังหวัดภาคใต้ฝั่งตะวันตก&nbsp;เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;และคลื่นลมแรง&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;23&nbsp;&nbsp;28&nbsp;พฤษภาคมนี้</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายบุญธรรม&nbsp;เลิศสุขีเกษม&nbsp;อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการกลาง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการติดตามสภาพอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง&nbsp;พบหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณด้านตะวันออกของอ่าวเบงกอล&nbsp;รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมภาคใต้ฝั่งตะวันตกและทะเลอันดามันทำให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่&nbsp;ขณะที่คลื่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังแรง&nbsp;ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ&nbsp;2&nbsp;&nbsp;3&nbsp;เมตร&nbsp;ดังนั้น&nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;จึงได้ประสาน&nbsp;6&nbsp;จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตก&nbsp;ได้แก่&nbsp;ระนอง&nbsp;พังงา&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;กระบี่&nbsp;ตรัง&nbsp;และสตูล&nbsp;เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;และคลื่นลมแรง&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;23&nbsp;&nbsp;28&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;รวมถึงสั่งการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าว&nbsp;โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศปริมาณฝน&nbsp;ระดับน้ำและแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว&nbsp;เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศ&nbsp;และปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ปภ.รับแจ้งเหตุ1784&nbsp;และแอปพลิเคชันพ้นภัย&nbsp;รวมถึงสายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</span></p>"	23/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523200852046
255	ที่ประชุมวุฒิสภา ประชุมนัดแรกเตรียมพิจารณารับทราบผลการดำเนินงาน 12 เรื่อง 	"<p><strong>การประชุมวุฒิสภา&nbsp;ในเวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;วันนี้&nbsp;(24&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ซึ่งเป็นการประชุมนัดแรกหลังเปิดสมัยประชุมรัฐสภา&nbsp;โดยมีระเบียบวาระการรับทราบผลการดำเนินการ&nbsp;16&nbsp;เรื่อง&nbsp;เช่น&nbsp;รับทราบผลการดำเนินการของคณะรัฐมนตรีตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;ของวุฒิสภา&nbsp;และรับทราบผลการดำเนินการของคณะรัฐมนตรีตามรายงานการพิจารณาศึกษา&nbsp;เรื่อง&nbsp;แนวทางการบริหารจัดการการศึกษาหลักสูตรอาชีวศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;-19)&nbsp;และโรคอุบัติใหม่ที่เกิดจากเชื้อไวรัสในอนาคต&nbsp;ของคณะกรรมาธิการการศึกษา&nbsp;จากนั้น&nbsp;มีวาระพิจารณาเรื่องด่วน&nbsp;3&nbsp;เรื่อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุด&nbsp;,&nbsp;ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด&nbsp;และร่างพระราชบัญญัติยกฐานะศาลแขวงนครไทยศาลแขวงพยัคฆภูมิพิสัยและศาลแขวงเวียงป่าเป้าเป็นศาลจังหวัด&nbsp;พ.ศ.&nbsp;...&nbsp;ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว</p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นอกจากนี้&nbsp;ยังมีวาระพิจารณาเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;เรื่อง&nbsp;เช่น&nbsp;รายงานพิจารณาศึกษาเรื่องการปฏิรูปหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศไทยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;ของคณะกรรมาธิการสาธารณสุขที่พิจารณาเสร็จแล้ว</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	24/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524141124239
256	นายกฯ ปลื้ม รัฐบาลได้รับคำชื่นชมจากประธาน Premier League อังกฤษ ยกไทยเป็นตัวอย่างที่ดี เดินหน้านโยบายปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างจริงจัง	<p><strong>นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงกรณีที่นาย&nbsp;Richard&nbsp;Masters&nbsp;ประธานบริหารพรีเมียร์ลีก&nbsp;(Premier&nbsp;League)&nbsp;สหราชอาณาจักร&nbsp;ได้มีหนังสือถึงพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;&nbsp;ชื่นชมการทำงานของรัฐบาลไทยในการจับกุมผู้กระทำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เชื่อมั่นในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล&nbsp;พร้อมทั้งขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างแข็งขันและมุ่งมั่น&nbsp;จนสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการทำงานของประเทศไทยในสายตาชาวต่างชาติ</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ในช่วงที่ผ่านมา&nbsp;รัฐบาลไทย&nbsp;โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ร่วมมือกับ&nbsp;Premier&nbsp;League&nbsp;อย่างใกล้ชิดในการดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์&nbsp;โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินคดีต่อผู้ให้บริการเว็บไซต์&nbsp;&nbsp;Expat&nbsp;TV&nbsp;ซึ่งเป็นเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์รายใหญ่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก&nbsp;และล่าสุด&nbsp;DSI&nbsp;&nbsp;ประสบความสำเร็จในการจับกุมและปิดการเข้าถึงเว็บไซต์&nbsp;FWIPTV&nbsp;ซึ่งเป็นเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์รายใหญ่ในประเทศไทย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;แสดงให้เห็นว่าไทยตระหนักถึงความสำคัญในการปกป้องผู้แพร่ภาพรายการโทรทัศน์และเจ้าของลิขสิทธิ์ในประเทศไทย&nbsp;รวมถึงประชาชนชาวไทยที่ประกอบอาชีพในอุตสาหกรรมดังกล่าว&nbsp;และมีการดำเนินการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มงวดในระดับสากล&nbsp;ถือเป็นกรณีศึกษาการปราบปรามเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์แก่รัฐบาลทั่วโลก&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;Premier&nbsp;League&nbsp;ให้คำมั่นว่าจะร่วมมือกับรัฐบาลไทยและกรมสอบสวนคดีพิเศษอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาต่อไป</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>มั่นใจว่าจากความมุ่งมั่นในการดำเนินนโยบายปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ของนายกรัฐมนตรี&nbsp;จะสร้างความเชื่อมั่นต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่น่าเชื่อถือ&nbsp;เป็นแบบอย่างและมาตรฐานที่ดีในอนาคต</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	24/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524110322105
257	จังหวัดตราด นำหน่วยงานด้านความมั่นคงประชุมร่วมคณะกรรมการศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจังหวัด	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(24&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นายภิญโญ&nbsp;ประกอบผล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในจังหวัดตราดเข้าร่วมประชุมชี้แจงและสั่งการของ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงศ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และ&nbsp;พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;กับคณะกรรมการศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจังหวัด&nbsp;และจังหวัดพื้นที่ชายแดน&nbsp;ผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล&nbsp;(VCS)&nbsp;จากห้องประชุม&nbsp;301&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;โดยมีนายณัฐพงษ์&nbsp;สงวนจิตร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดตราด&nbsp;เข้าร่วมที่ห้องประชุมพลอยแดง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการประชุมศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจังหวัดในครั้งนี้เป็นการมอบนโยบายแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนในห้วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;โดย&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงศ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้มีข้อสั่งการให้ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;และกระทรวงแรงงาน&nbsp;ประสานการทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน&nbsp;ภายใต้กลไก&nbsp;ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านของจังหวัด&nbsp;ร่วมกันคุมเข้มเฝ้าระวังป้องกันและปราบปรามการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย&nbsp;การลักลอบขนส่งยาเสพติด&nbsp;และสินค้าผิดกฎหมาย&nbsp;ควบคู่ไปกับการคุมเข้มมาตรการป้องกันควบคุมโรค&nbsp;ตั้งแต่พื้นที่ชายแดน&nbsp;ต่อเนื่องเข้ามาพื้นที่ชั้นใน&nbsp;และเขตเมืองอย่างเป็นระบบ&nbsp;นอกจากนี้ยังได้ทุกจังหวัดชายแดน&nbsp;ต้องใช้กลไก&nbsp;ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านของจังหวัด&nbsp;เพิ่มความถี่ลงกำกับขับเคลื่อนงานกับหน่วยงานความมั่นคงในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่อย่างต่อเนื่องและจริงจังถึงระดับหมู่บ้าน&nbsp;ตำบลติดชายแดน&nbsp;คู่ไปกับกลไก&nbsp;กอ.รมน.จว.&nbsp;โดยให้วางเครือข่ายเฝ้าระวังดึงประชาชนในพื้นที่ร่วมเป็นหูเป็นตา&nbsp;ไม่ให้มีผู้ลักลอบหลบหนีเข้ามาในทุกช่องทาง&nbsp;โดยเฉพาะต้องหยุดการเคลื่อนไหวของผู้นำพาในพื้นที่&nbsp;และประชาสัมพันธ์ขยายผลความร่วมมือประชาชนไปด้วยกัน&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในส่วนของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้สั่งการให้เร่งเข้าไปตรวจสอบความเชื่อมโยงจากผลการสอบสวนถึงผู้ประกอบการที่สั่งนำแรงงานเถื่อนเข้าและให้ประสานกับฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ทำลายเครือข่ายการลักลอบนำเข้าแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเดิมและที่พบใหม่ให้หมดสิ้นโดยเร็ว&nbsp;พร้อมกับให้เร่งรัดการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว&nbsp;3&nbsp;สัญชาติที่ยังตกค้างให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดโดยเร็ว&nbsp;พร้อมกันนี้ขอให้ดำรงความต่อเนื่องเชิงรุก&nbsp;ตรวจคัดกรองแค้มป์คนงานและสถานประกอบการ&nbsp;รวมทั้งกำกับติดตามการเคลื่อนย้ายแรงงานเป็นกลุ่มก้อนที่อาจนำพาโรคโดยไม่รู้ตัว&nbsp;ทั้งนี้ขอให้เน้นงานเชิงรุก&nbsp;โดยกำหนดมาตรการป้องกันและบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด&nbsp;กับสถานประกอบการที่ยังใช้แรงงานผิดกฎหมาย&nbsp;ร่วมไปกับขอความร่วมมือสถานประกอบการระงับการใช้แรงงานผิดกฎหมายโดยเด็ดขาด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้กำชับการทำงานของหน่วยงาน&nbsp;ตชด.&nbsp;ตม.&nbsp;และตำรวจภูธรทุกพื้นที่&nbsp;สนับสนุนการทำงานของ&nbsp;ศูนย์สั่งการชายแดนฯ&nbsp;และกวดขันเพิ่มจุดตรวจทั้งเส้นทางหลักและรอง&nbsp;สกัดกั้นการลักลอบเคลื่อนย้ายแรงงานเข้ามาในพื้นที่ชั้น&nbsp;และควบคุมการเคลื่อนย้ายแรงงานเป็นกลุ่มก้อน&nbsp;ทั้งนี้ยังให้คงความต่อเนื่องเปิดปฏิบัติการ&nbsp;กวาดล้างจับกุมการค้ามนุษย์&nbsp;ยาเสพติด&nbsp;แหล่งมั่วสุมในทุกพื้นที่ชุมชน&nbsp;โดยให้ขยายผลยึดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องทุกราย&nbsp;เพื่อร่วมกันควบคุมโรคและการกระทำที่ผิดกฎหมายควบคู่กันไป&nbsp;พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง&nbsp;ไม่ประมาท&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของทุกคน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	24/5/2021	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524123337167
258	เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มั่นใจงบปี65 ผ่านแน่ เพราะเน้นประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก	<p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎรระหว่างวันที่ 31 พ.ค.- 2 มิ.ย. เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 นั้น คาดว่างบประมาณปี 65 จะผ่านการพิจารณาจากสภาฯ อย่างแน่นอน&nbsp;เพราะการจัดทำงบประมาณดังกล่าวยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก คำนึงถึงการจัดลำดับความสำคัญ สถานการณ์ผลกระทบของโควิด-19 ด้วย </p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทั้งนี้ รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง เสมอภาค เท่าเทียม ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ส่วนกรณีที่โฆษกพรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่า พรรคเพื่อไทยไม่ไว้วางใจรัฐจัดสรรงบปี65 เพราะไร้วิสัยทัศน์ ปกป้องพวกพ้อง ทอดทิ้งประชาชนนั้น ก็ไม่เป็นความจริง รัฐบาลจัดงบ ปี 65 อย่างมีวิสัยทัศน์เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ เน้นการแก้ปัญหาโควิด-19 ด้วย โดยเฉพาะการฟื้นฟูเยียวยาเศรษฐกิจของประเทศ เป็นการตั้งงบประมาณที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่เอื้อประโยชน์ให้ใครทั้งสิ้น </p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ถ้าหากพรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยก็สามารถตรวจสอบได้ในสภาฯ ที่สำคัญ งบประมาณปี65 มีความจำเป็นต่อประเทศอย่างมาก เพราะขณะนี้ประเทศกำลังประสบวิกฤติโควิด-19 จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำมาฟื้นฟูประเทศ </p>	24/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524123706171
259	จ.นครพนม สรุปข้อมูลสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ (ระลอก 3)	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สรุปข้อมูลสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;(ระลอก&nbsp;3)&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ณ&nbsp;24/05/64&nbsp;เวลา&nbsp;10:00&nbsp;น.&nbsp;?</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;เตียง&nbsp;รพ.หลัก&nbsp;(รวมถึง&nbsp;รพ.ทั่วไป/อำเภอ/&nbsp;รพ.ทหาร&nbsp;/เอกชน)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.1&nbsp;จำนวน&nbsp;256&nbsp;เตียง&nbsp;(รวมทุกโรงพยาบาล)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.2&nbsp;ครองเตียง&nbsp;13&nbsp;เตียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.3&nbsp;เตียงว่าง&nbsp;243&nbsp;เตียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;เตียง&nbsp;รพ.สนาม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.1&nbsp;จำนวนเตียงทั้งหมด&nbsp;311&nbsp;เตียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.2&nbsp;ครองเตียง&nbsp;0&nbsp;เตียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2:3&nbsp;เตียงว่าง&nbsp;311&nbsp;เตียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อ&nbsp;(ประจำวัน)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.1&nbsp;ผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;0&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.2&nbsp;ผู้ติดเชื้อสะสม&nbsp;(ตั้งแต่&nbsp;เม.ย.64)&nbsp;รวมสะสม&nbsp;135&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.3&nbsp;หายป่วยกลับบ้านแล้ว&nbsp;120&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.4&nbsp;รักษาตัว&nbsp;รพ.&nbsp;หลัก&nbsp;13&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.5&nbsp;รักษาตัว&nbsp;รพ.&nbsp;สนาม&nbsp;0&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.6&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;2&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;จำนวนบุคลากรปฏิบัติงานรพ.สนาม&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;รวม&nbsp;13&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;แพทย์&nbsp;2&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;พยาบาล&nbsp;7&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;จนท.อื่นๆ&nbsp;4&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.&nbsp;จำนวนการฉีดวัคซีน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.1&nbsp;จำนวนวัคซีนที่ฉีดแล้ว&nbsp;10,483&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.2&nbsp;ไม่มีผลข้างเคียง&nbsp;9,372&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.3&nbsp;มีผลข้างเคียงรุนแรง&nbsp;3&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.4&nbsp;มีผลข้างเคียงเล็กน้อย&nbsp;1,108&nbsp;คน&nbsp;(1-2&nbsp;ชม.ก็หายเป็นปกติ)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.5&nbsp;มีอาการที่ต้องเฝ้าระวัง&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;(1&nbsp;ชม.&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;หายเป็นปกติ)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;**ตัวเลข&nbsp;ข้อ&nbsp;5.3&nbsp;และ&nbsp;5.5&nbsp;เป็นเคสเดียวกัน**</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;6.&nbsp;กลุ่มเป้าหมายฉีดวัคซีน&nbsp;(60&nbsp;ปีขึ้นไป/โรคเรื้อรัง)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;6.1&nbsp;จำนวนคนกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;153,095&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;6.2&nbsp;ลงทะเบียนฉีดวัคซีน&nbsp;(สะสม)&nbsp;129,549&nbsp;คน&nbsp;[??ตัวเลขลงทะเบียนฉีดวัคซีนสะสม&nbsp;อัพเดทจากระบบ&nbsp;หากมีข้อมูลการจองไม่สมบูรณ์จะถูกตัดออกจากระบบ</p>	24/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524132305187
260	พลเอก ประวิตร สั่งคุมเข้มชายแดน ขอผู้ประกอบการงดรับแรงงานต่างชาติเพิ่ม แม้จะเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;กล่าวถึงการป้องกันปัญหาการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย&nbsp;นอกจากคุมเข้มชายแดนว่า&nbsp;จะต้องทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ&nbsp;ไม่ให้รับแรงงานเพิ่ม&nbsp;ส่วนจะใช้เวลานานมากน้อยเพียงใดในการรับแรงงานเพิ่มเข้ามาอย่างถูกกฎหมาย&nbsp;เรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ซึ่งตนเองยังไม่ทราบ&nbsp;แต่ยอมรับว่าจะกระทบกับการขาดแคลนแรงงานอยู่บ้าง&nbsp;ส่วนปัญหารอยรั่วตามแนวชายแดนที่มีแรงงานผิดกฎหมายเข้ามานั้นก็เกิดจากความต้องการแรงงาน&nbsp;จึงทำให้มีแรงงานผิด&nbsp;กฎหมายลักลอบเข้ามาทำงาน&nbsp;จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างเข้มงวดโดยร่วมมือกับระหว่างกระทรวงกลาโหม&nbsp;กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;ซึ่งหากท้องถิ่นดูแลได้&nbsp;ก็จะไม่มีปัญหา</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;ย้ำว่า</strong>&nbsp;ทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมาย&nbsp;หากมีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องการลับลอบนำเข้าแรงงานผิดกฎหมายจะมีโทษทางอาญา</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	24/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524144137276
261	จังหวัดระนองนำหน่วยงานด้านความมั่นคงประชุมคณะกรรมการศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจังหวัด	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(24&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;ศรีษะเนตร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&nbsp;นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในจังหวัดระนองเข้าร่วมประชุมชี้แจงและสั่งการของ&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประวิตร&nbsp;&nbsp;วงศ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และ&nbsp;พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;กับคณะกรรมการศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจังหวัด&nbsp;และจังหวัดพื้นที่ชายแดน&nbsp;ผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล&nbsp;(VCS)&nbsp;จากห้องประชุม&nbsp;301&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;ศรีษะเนตร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดระนอง&nbsp;เข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุมพลับพลึงธาร&nbsp;ศาลากลางจังหวัดระนอง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการประชุมศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจังหวัดในครั้งนี้&nbsp;เป็นการมอบนโยบายแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนในห้วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;โดย&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;&nbsp;วงศ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้มีข้อสั่งการให้ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;และกระทรวงแรงงาน&nbsp;ประสานการทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน&nbsp;ภายใต้กลไกศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านของจังหวัด&nbsp;ร่วมกันคุมเข้มเฝ้าระวังป้องกันและปราบปรามการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย&nbsp;การลักลอบขนส่งยาเสพติด&nbsp;และสินค้าผิดกฎหมาย&nbsp;ควบคู่ไปกับการคุมเข้มมาตรการป้องกันควบคุมโรค&nbsp;ตั้งแต่พื้นที่ชายแดน&nbsp;ต่อเนื่องเข้ามาพื้นที่ชั้นใน&nbsp;และเขตเมืองอย่างเป็นระบบ&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">นอกจากนี้ยังได้ให้ทุกจังหวัดชายแดน&nbsp;ใช้กลไกศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านของจังหวัด&nbsp;โดยเพิ่มความถี่ลงกำกับ&nbsp;ขับเคลื่อนงานกับหน่วยงานความมั่นคงในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่อย่างต่อเนื่องและจริงจังถึงระดับหมู่บ้าน&nbsp;ตำบลติดชายแดน&nbsp;คู่ไปกับกลไก&nbsp;กอ.รมน.จว.&nbsp;โดยให้วางเครือข่ายเฝ้าระวังดึงประชาชนในพื้นที่ร่วมเป็นหูเป็นตาไม่ให้มีผู้ลักลอบหลบหนีเข้ามาในทุกช่องทาง&nbsp;โดยเฉพาะต้องหยุดการเคลื่อนไหวของผู้นำพาในพื้นที่&nbsp;และประชาสัมพันธ์ขยายผลความร่วมมือประชาชนไปด้วยกัน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในส่วนของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้สั่งการให้เร่งเข้าไปตรวจสอบความเชื่อมโยงจากผลการสอบสวนถึงผู้ประกอบการที่สั่งนำแรงงานเถื่อนเข้าและให้ประสานกับฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ทำลายเครือข่ายการลักลอบนำเข้าแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเดิมและที่พบใหม่ให้หมดสิ้นโดยเร็ว&nbsp;พร้อมกับให้เร่งรัดการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว&nbsp;3&nbsp;สัญชาติที่ยังตกค้างให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดโดยเร็ว&nbsp;พร้อมกันนี้ขอให้ดำรงความต่อเนื่องเชิงรุก&nbsp;ตรวจคัดกรองที่พักคนงานและสถานประกอบการ&nbsp;รวมทั้งกำกับติดตามการเคลื่อนย้ายแรงงานที่อาจนำพาโรคโดยไม่รู้ตัว&nbsp;ทั้งนี้ขอให้เน้นงานเชิงรุก&nbsp;โดยกำหนดมาตรการป้องกันและบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด&nbsp;กับสถานประกอบการที่ยังใช้แรงงานผิดกฎหมาย&nbsp;และขอความร่วมมือสถานประกอบการระงับการใช้แรงงานผิดกฎหมายโดยเด็ดขาด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้กำชับการทำงานของหน่วยงาน&nbsp;ตำรวจตระเวนชายแดน&nbsp;ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;และตำรวจภูธรทุกพื้นที่&nbsp;สนับสนุนการทำงานของศูนย์สั่งการชายแดนฯ&nbsp;และกวดขันเพิ่มจุดตรวจทั้งเส้นทางหลักและรอง&nbsp;เพื่อสกัดกั้นการลักลอบเคลื่อนย้ายแรงงานเข้ามาในพื้นที่ชั้นใน&nbsp;และควบคุมการเคลื่อนย้ายแรงงานเป็นกลุ่มก้อน&nbsp;ทั้งนี้ยังให้คงความต่อเนื่องเปิดปฏิบัติการ&nbsp;กวาดล้างจับกุมการค้ามนุษย์&nbsp;ยาเสพติด&nbsp;แหล่งมั่วสุมในทุกพื้นที่ชุมชน&nbsp;โดยให้ขยายผลยึดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องทุกราย&nbsp;เพื่อร่วมกันควบคุมโรคและการกระทำที่ผิดกฎหมายควบคู่กันไป&nbsp;พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง&nbsp;ไม่ประมาท&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของทุกคน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	24/5/2021	ภาคใต้	ระนอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระนอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524161834345
262	จังหวัดมุกดาหารร่วมประชุมศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจังหวัด ผ่านระบบ Video Conference รับมอบนโยบายแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนในห้วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จากรองนายกรัฐมนตรี	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(24&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานด้านความมั่นคงจังหวัดมุกดาหารเข้าร่วมประชุมมอบนโยบายการจัดการพื้นที่ชายแดน&nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกล(&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;)&nbsp;โดยมี&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ฝ่ายความมั่นคงเป็นประธานการมอบนโยบายและแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนในห้วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019(COVID-19)&nbsp;&nbsp;&nbsp;ของจังหวัดชายแดน&nbsp;ภายใต้ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจังหวัด&nbsp;โดยมีจังหวัดชายแดนน33จังหวัดเข้าร่วมประชุม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้ย้ำสั่งการขอให้ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;และกระทรวงแรงงาน&nbsp;ประสานการทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน&nbsp;ภายใต้กลไก&nbsp;ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านของจังหวัด&nbsp;ร่วมกันคุมเข้มเฝ้าระวังป้องกันและปราบปรามการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย&nbsp;การลักลอบขนส่งยาเสพติด&nbsp;และสินค้าผิดกฎหมาย&nbsp;ควบคู่ไปกับการคุมเข้มมาตรการป้องกันควบคุมโรค&nbsp;ตั้งแต่พื้นที่ชายแดน&nbsp;ต่อเนื่องเข้ามาพื้นที่ชั้นในและเขตเมืองอย่างเป็นระบบ&nbsp;โดยกำชับ&nbsp;เน้นงานข่าวย้อนกลับจากผลสอบสวนและต้องปิดช่องว่างที่เกิดขึ้นให้ได้&nbsp;ตามสืบจับขยายผลทำลายเส้นทางและโครงสร้างขบวนการลักลอบนำพาแรงงาน&nbsp;ตั้งแต่ต้นทางชายแดนถึงปลายทางสถานประกอบการ&nbsp;พร้อมย้ำกับทุกส่วนราชการ&nbsp;หากมีการปล่อยปละละเลย&nbsp;หรือบกพร่องต่อหน้าที่&nbsp;ต้องมีผู้รับผิดชอบ&nbsp;และจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดทั้งวินัยและอาญากับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องทุกระดับโดยไม่มียกเว้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารได้กำชับนายอำเภอ&nbsp;ดำเนินการตามมาตรการคุมเข้มพื้นที่ตามแนวชายแดนที่มีอยู่แล้ว&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;ทั้งพื้นที่ชายแดน&nbsp;ด่านชั้นใน&nbsp;และด่านชุมชน&nbsp;ตามข้อสั่งการ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีฯ&nbsp;และให้มีการจัดทำทะเบียนเรือ&nbsp;ให้สามารถตรวจสอบได้&nbsp;ส่วนแรงงานต่างด้าวให้มีการบูรณาการร่วมกัน&nbsp;ทั้ง&nbsp;ปกครอง&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ทหาร&nbsp;กำนันและผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;เพื่อไม่ให้มีการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;ส่วนแรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมาย&nbsp;มอบให้หน่วยงานกระทรวงแรงงานดำเนินการให้มีการตรวจสอบที่อยู่ที่ชัดเจนด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	24/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524154807329
263	ผู้ว่าฯ นราธิวาส ประชุมการประเมินผล ชคต. ปี 2564 วงรอบ 6 เดือนหลัง	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(24&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นายเจษฎา&nbsp;&nbsp;จิตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;เป็นประธานการประชุมการประเมินผลชุดคุ้มครองตำบล&nbsp;(ชคต.)&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ห้องประชุมกองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;ค่ายกัลยาณิวัฒนา&nbsp;ตำบลกะลุวอ&nbsp;อำเภอเมืองนราธิวาส&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;พลตรี&nbsp;ไพศาล&nbsp;&nbsp;หนูสังข์&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;&nbsp;นาวาเอก&nbsp;ปรัชญา&nbsp;หาญเทียม&nbsp;รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;เพื่อประเมินระดับความเข้มแข็งและประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของ&nbsp;ชคต.&nbsp;และนำผลการประเมินไปประกอบการประเมินผลการปฏิบัติงานในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ตลอดจนนำผลการประเมินไปประกอบการพิจารณาถ่ายโอนพื้นที่และภารกิจให้กรมการปกครอง&nbsp;ภายในปีบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยในที่ประชุมฝ่ายยุทธการ&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;ได้บรรยายชี้แจงการประเมินผล&nbsp;ชคต.&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;รอบ&nbsp;6&nbsp;เดือนหลัง&nbsp;ในเรื่องการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับ&nbsp;&nbsp;ชคต.&nbsp;และอาสาสมัครประจำพื้นที่&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;มี&nbsp;51&nbsp;ชคต.&nbsp;ผลการประเมินช่วงเดือนตุลาคม-มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ไม่มี&nbsp;ชคต.ที่มีระดับความเข้มแข็งระดับ&nbsp;5&nbsp;,&nbsp;&nbsp;ระดับ&nbsp;4&nbsp;มี&nbsp;9&nbsp;ชคต.&nbsp;&nbsp;,&nbsp;ระดับ&nbsp;3&nbsp;มี&nbsp;21&nbsp;ชคต.&nbsp;และระดับ&nbsp;2&nbsp;มี&nbsp;21&nbsp;ชคต.&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ตามแผนเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;และแผนการเสริมสร้างประสิทธิภาพเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครประจำพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้&nbsp;&nbsp;พ.ศ.2563-2565&nbsp;ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ซึ่งตามยุทธศาสตร์ความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;พ.ศ.2560-2564&nbsp;ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;(สศช.)&nbsp;ได้กำหนดกรอบเวลาการแก้ไขปัญหาไว้&nbsp;3&nbsp;ระยะ&nbsp;3&nbsp;ขั้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันการดำเนินการในการแก้ไขปัญหาอยู่ในระยะที่&nbsp;2&nbsp;เตรียมเปลี่ยนผ่านไปสู่ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ซึ่งมีภารกิจหลัก&nbsp;3&nbsp;เรื่อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเจ้าหน้าที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;ชคต.&nbsp;และอาสาสมัครประจำพื้นที่&nbsp;(ชรบ.&nbsp;,&nbsp;อรบ.&nbsp;,&nbsp;อรม.&nbsp;,&nbsp;อปพร.&nbsp;,&nbsp;ทสปช.)&nbsp;เพื่อเข้ารับผิดชอบภารกิจเชิงรับในพื้นที่&nbsp;การบูรณาการแผนงาน/โครงการและงบประมาณของทุกหน่วยงานและการลดระดับการใช้เจ้าหน้าที่ทหารเป็นหลัก&nbsp;ทยอยส่งมอจพื้นที่ให้กับหน่วยงาน/ส่วนราชการปกติ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	24/5/2021	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524164324356
264	จ.นราธิวาส ประชุมขับเคลื่อนประเมินผลการปรับตัวชี้วัด ชคต. ประจำปี 2564 ด้านผู้ว่าฯ นรา ย้ำ เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ฝ่าย จับมือกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง เป็นที่พึ่งของประชาชน	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;24&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;นายเจษฎา&nbsp;จิตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนประเมินผลการปรับตัวชี้วัด&nbsp;ชคต.&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;(&nbsp;6&nbsp;เดือนหลัง)&nbsp;โดยมี&nbsp;พลตรี&nbsp;ไพศาล&nbsp;หนูสังข์&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;/&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(60,&nbsp;64,&nbsp;67);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นาวาเอก&nbsp;วิชชา&nbsp;พรหมคีรี&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.&nbsp;รมน.จังหวัดนราธิวาส</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจหมายเลข&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;ปลัดจังหวัดนราธิวาส&nbsp;นายอำเภอทั้ง&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุมฯ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยที่ประชุมมีการชี้แจงสถานการณ์ด้านข่าว&nbsp;/&nbsp;สถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;การชี้แจงการประเมินผลตัวชี้วัด&nbsp;ชคต.ปี&nbsp;64&nbsp;รวมถึงการชี้แจงแนวทางประเมินรอบ&nbsp;6&nbsp;เดือนหลัง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางด้าน&nbsp;นายเจษฎา&nbsp;จิตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ได้สั่งการในที่ประชุมเพื่อร่วมกันหาแนวทางการแก้ปัญหา&nbsp;ชคต.&nbsp;ให้ได้มาตรฐานตามเกณฑ์&nbsp;ที่กำหนด&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พร้อมเน้นย้ำ&nbsp;ขอให้ทุกฝ่ายทุ่มเทการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ&nbsp;และจับมือกันขับเคลื่อนการทำงานระหว่างเจ้าหน้าที่ทั้ง&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;และจับมือกันประสานพลังระหว่างประชาชน&nbsp;ก้าวไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พร้อมทิ้งท้ายว่า&nbsp;ปัจจัยที่ทำให้ชุดคุ้มครองตำบล&nbsp;มีความเข้มแข็งสูงสุด&nbsp;อยู่ที่ความทุ่มเทของทุกส่วน&nbsp;ทั้งผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ&nbsp;ปลัดประจำชุดคุ้มครองตำบล&nbsp;ทหารประจำชุดคุ้มครองตำบล&nbsp;รวมถึงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครประจำชุดคุ้มครองตำบล&nbsp;ทุกนาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และขอให้ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ&nbsp;ให้ความสำคัญกับชุดคุ้มครองตำบล&nbsp;โดยเฉพาะการจัดปลัดประจำชุดคุ้มครองตำบล&nbsp;ให้จัดผู้ที่มีความรู้ความสามารถ&nbsp;มีความตั้งใจในการปฏิบัติงานต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	24/5/2021	ภาคใต้	นราธิวาส	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524191142417
265	ครม.เตรียมพิจารณาขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 60 วัน ป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19	"<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;ที่ตึกไทยคู่ฟ้า&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;ด้วยระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์&nbsp;โดยมีวาระที่น่าสนใจคือ&nbsp;การพิจารณาขยายระยะเวลาการใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร&nbsp;คราวที่&nbsp;12&nbsp;ตามข้อเสนอของ&nbsp;ศบค.&nbsp;ออกไปอีก&nbsp;60&nbsp;วัน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน-&nbsp;31&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19</p><p><strong>กระทรวงการคลัง&nbsp;เสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต</strong>&nbsp;และร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร&nbsp;ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;ฉบับ&nbsp;เพื่อขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรม&nbsp;4.0&nbsp;และมาตรการภาษีเพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;Thailand&nbsp;Plus&nbsp;Package</p><p><strong>กระทรวงยุติธรรม&nbsp;เสนอ&nbsp;</strong>ข้อเสนอเชิงนโยบายในการจัดระบบบริการและระบบประกันสุขภาพ&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ต้องขังที่มีปัญหาสถานะบุคคลและต่างด้าวในเรือนจำ</p><p><strong>กระทรวงพาณิชย์&nbsp;เสนอ&nbsp;</strong>ร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เรื่อง&nbsp;กำหนดให้รถจักรยานยนต์ใช้แล้ว</p><p>เป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร&nbsp;พ.ศ.....</p><p><strong>สำนักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เสนอ&nbsp;</strong>รายงานผลการพิจารณาศึกษา&nbsp;เรื่อง&nbsp;การจัดตั้งเทศบาลนครแม่สอด&nbsp;เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ&nbsp;""นครแม่สอด""&nbsp;ของคณะกรรมาธิการ&nbsp;การปกครองท้องถิ่น&nbsp;วุฒิสภา</p><p><strong>กระทรวงกลาโหม&nbsp;เสนอ&nbsp;</strong>การขอยกเลิกโครงการก่อสร้างอาคารที่พักข้าราชการกองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;พื้นที่ประชาชื่นและโอนงบประมาณที่ตั้งไว้สำหรับรายการดังกล่าวในปีงบประมาณ&nbsp;&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ไปสมทบเป็นค่างานก่อสร้างบ้านพัก&nbsp;ข้าราชการกองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;ระยะที่&nbsp;2</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรี</strong>&nbsp;จะพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา&nbsp;เรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายของโครงการก่อสร้างทางรถไฟยกระดับและถนนยกระดับในเขตกรุงเทพมหานคร&nbsp;และการใช้ประโยชน์ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;(โฮปเวลล์)&nbsp;ของคณะกรรมาธิการการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร</p><p><br></p><p><br></p>"	25/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	NULL	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525103721513
266	นายกรัฐมนตรี เชิญชวนประชาชนร่วมกันปลูกต้นไม้ ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและให้สภาพอากาศดีขึ้น	<p><strong>นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ให้นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เข้าพบเพื่อมอบกล้าไม้&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;สำหรับเป็นผู้นำและเชิญชวนประชาชนในการร่วมกันปลูกต้นไม้&nbsp;ณ&nbsp;ห้องสีม่วง&nbsp;ตึกไทยคู่ฟ้า&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;วันวิสาขบูชาของทุกปีเป็น&nbsp;วันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนและหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ&nbsp;มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ&nbsp;เช่น&nbsp;การปลูกต้นไม้&nbsp;ซึ่งช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ&nbsp;ลดมลภาวะเป็นพิษจากฝุ่นและหมอกควัน&nbsp;โดยในปีนี้วันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ตรงกับวันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จึงถือโอกาสนี้มอบต้นกล้าไม้&nbsp;ต้นตะเคียนทอง&nbsp;ให้กับนายกรัฐมนตรี&nbsp;รวมถึงมอบต้นกล้าไม้อื่นๆ&nbsp;ให้กับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีด้วย&nbsp;เพื่อจะได้นำไปปลูกต่อไป&nbsp;โดยต้นกล้าไม้ต่างๆ&nbsp;ดังกล่าวได้ผ่านพิธีเจริญพระพุทธมนต์เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์และได้มอบแจกจ่ายให้ประชาชนไปส่วนหนึ่งแล้ว</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ระบุว่า&nbsp;ต้นไม้เป็นส่วนสำคัญในการรักษาโลก</strong>&nbsp;สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในเรื่องการลดผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศต่างๆ&nbsp;ซึ่งมีแผนแม่บททั้งในระยะสั้นและระยะยาว&nbsp;และกิจกรรมต่างๆ&nbsp;รองรับในการร่วมกันปลูกต้นไม้&nbsp;โดยสิ่งสำคัญที่สุดของการปลูกต้นไม้คือ&nbsp;ทำให้อากาศและสภาพแวดล้อมดีขึ้น&nbsp;ขณะนี้กำลังให้มีการหารือร่วมกันเพื่อพิจารณาถึงการที่จะประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านมาปลูกต้นไม้ร่วมกัน&nbsp;โดยอาจพิจารณาให้ปลูกในบริเวณชายแดน&nbsp;ตามนโยบาย&nbsp;Thailand&nbsp;Plus&nbsp;One&nbsp;รวมถึงการลดการเผาซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอให้มีการรณรงค์เชิญชวนประชาชนมาร่วมกันปลูกป่าให้มากขึ้นเพื่อลดผลกระทบดังกล่าว&nbsp;นายกรัฐมนตรียังได้ให้คำแนะนำในการเตรียมต้นกล้าที่เหมาะสมสำหรับการปลูก&nbsp;ต้องมีขนาดความสูงเกิน&nbsp;1&nbsp;เมตรโดยประมาณ&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดการตายของต้นไม้ได้&nbsp;พร้อมให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเตรียมกล้าไม้ให้เพียงพอสำหรับการปลูกด้วย</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>ได้อวยพรให้การดำเนินกิจกรรมและโครงการประสบผลสำเร็จ&nbsp;รวมถึงโครงการและกิจกรรมปลูกต้นไม้และปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&nbsp;ภายใต้ชื่อ&nbsp;รวมใจไทย&nbsp;ปลูกต้นไม้เพื่อแผ่นดิน&nbsp;สืบสานการปลูกต้นไม้&nbsp;สู่&nbsp;100&nbsp;ล้านต้นด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	25/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525114934567
267	ปภ. ประสาน 9 จังหวัดภาคกลางและภาคใต้ฝั่งตะวันตก เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักและคลื่นลมแรง เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ในช่วง 5 วันนี้	"<p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ประสาน&nbsp;9&nbsp;จังหวัดภาคกลางและภาคใต้ฝั่งตะวันตก&nbsp;เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักและคลื่นลมแรง&nbsp;เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;ในช่วง&nbsp;5&nbsp;วันนี้(25&nbsp;&nbsp;29&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายบุญธรรม&nbsp;เลิศสุขีเกษม&nbsp;อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการกลาง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการติดตามสภาพอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง&nbsp;พบว่า&nbsp;พายุไซโคลน&nbsp;ยาอาส&nbsp;บริเวณอ่าวเบงกอลตอนบน&nbsp;กำลังเคลื่ตัวทางทิศเหนือค่อนตะวันตก&nbsp;คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศอินเดียตอนบน&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;26-27&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่คลื่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังแรง&nbsp;ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ&nbsp;2-4&nbsp;เมตร&nbsp;โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;(ปภ.)&nbsp;จึงได้ประสาน&nbsp;9&nbsp;จังหวัดในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ฝั่งตะวันตก&nbsp;ได้แก่&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพร&nbsp;ระนอง&nbsp;พังงา&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;กระบี่&nbsp;ตรัง&nbsp;และสตูล&nbsp;เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักและคลื่นลมแรง&nbsp;เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;25&nbsp;&nbsp;29&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;รวมถึงสั่งการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย&nbsp;เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าว&nbsp;โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศปริมาณฝนระดับน้ำและแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิดพร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว&nbsp;เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศและปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ1784&nbsp;และแอปพลิเคชันพ้นภัย&nbsp;รวมถึงสายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</span></p>"	25/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525100026498
268	ประธานรัฐสภา ย้ำต้องเดินหน้าประชุมต่อเพื่อพิจารณากฎหมายสำคัญ มั่นใจการแพร่ระบาดยังคงอยู่ในวงจำกัด	<p><strong>นายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ประธานรัฐสภา</strong>&nbsp;ยอมรับว่าแคมป์คนงานก่อสร้างนนทบุรี&nbsp;ที่มาทำงานก่อสร้างอาคารรัฐสภามีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;519&nbsp;คนจริง&nbsp;ซึ่งจากการพูดคุยกับผู้ควบคุมการก่อสร้าง&nbsp;พบว่าคนงานจากแคมป์นนทบุรีที่ติดเชื้อเป็นแรงงานต่างชาติจากประเทศเมียนมาและกัมพูชา&nbsp;ส่วนใหญ่ปฏิบัติงานอยู่ด้านนอกอาคารรัฐสภา&nbsp;บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ได้เข้ามาภายใน&nbsp;แม้ล่าสุดยังไม่พบเจ้าหน้าที่ของสภาเข้าไปสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ&nbsp;หรือกลุ่มเสี่ยง&nbsp;แต่ได้ติดตามสถานการณ์ต่างๆ&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;มั่นใจว่าการแพร่ระบาดยังคงอยู่ในวงจำกัด&nbsp;พร้อมยืนยันว่า&nbsp;จะยังคงเดินหน้าประชุมสภาเพื่อพิจารณากฎหมายสำคัญต่อไป&nbsp;แต่สมาชิกทุกคนจะต้องไม่ประมาท&nbsp;และต้องไม่ให้ความกลัวมาทำให้สมาชิกรัฐสภาต้องทิ้งงานของตัวเอง&nbsp;แม้สถานการณ์อาจจะต้องเจอกับความเสี่ยงอยู่บ้าง&nbsp;แต่ยังต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไป</p><p><strong>นายขวน&nbsp;ยังกล่าวถึงสิ่งที่ยังไม่สามารถทำได้</strong>&nbsp;คือการประชุมร่วมของสองสภา&nbsp;เพราะจะมีสมาชิกรวมกันถึง&nbsp;750&nbsp;คน&nbsp;ทำให้เกิดความแออัด&nbsp;จึงมีข้อเสนอว่า&nbsp;กฎหมายที่ต้องประชุมร่วมกัน&nbsp;จะต้องกลับไปทบทวนว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง&nbsp;ส่วนกรณีกฎหมายที่มีความจำเป็นและถูกบังคับด้วยเรื่องกรอบเวลาจะประชุมเฉพาะผู้เกี่ยวข้องที่ต้องอภิปรายเท่านั้น&nbsp;สำหรับบรรยากาศโดยรอบอาคารรัฐสภาวันนี้&nbsp;มีคนงานบางส่วนเข้าทำงาน&nbsp;ซึ่งถือว่าบางตากว่าทุกครั้ง&nbsp;โดยส่วนที่เหลืออยู่&nbsp;เป็นเพียงกลุ่มคนงานที่ต้องเก็บรายละเอียดของการก่อสร้าง&nbsp;ก่อนที่จะส่งมอบอาคารรัฐสภาให้กับสภาในช่วงปลายเดือนนี้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	25/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525113647560
269	ครม.เห็นชอบลดเงินสมทบประกันสังคมเพื่อช่วยนายจ้าง และผู้ประกันตน ม.33, ม.39 จากผลกระทบโรคโควิด-19	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;.&nbsp;เพื่อปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;คือ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;&nbsp;31&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;ดังนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;นายจ้างและผู้ประกันตน&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;33&nbsp;ให้จ่ายเงินสมทบประกันสังคมจากเดิม&nbsp;5%&nbsp;เหลือจ่ายฝ่ายละ&nbsp;2.5%&nbsp;ของค่าจ้างผู้ประกันตน&nbsp;(ลดลงครึ่งหนึ่ง)&nbsp;ส่งผลทำให้เงินสมทบประกันสังคมที่เคยถูกหักสูงสุด&nbsp;750&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;ลดเหลือถูกหักเพียง&nbsp;375&nbsp;บาทต่อเดือน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ผู้ประกันตนตามมาตรา&nbsp;39&nbsp;ปรับลดอัตราเงินสมทบลดลงจากเดิมจ่าย&nbsp;432&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;ลดเหลือจ่ายเพียง&nbsp;216&nbsp;บาท&nbsp;ต่อเดือน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;รัฐบาลส่งเงินสมทบในอัตราเดิมคือ&nbsp;2.75%&nbsp;ของค่าจ้างผู้ประกันตน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และช่วยเสริมสภาพคล่องในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่ได้รับ&nbsp;แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของนายจ้างและผู้ประกันตน&nbsp;รวมทั้งยังช่วยรักษาระดับการจ้างงานของนายจ้างด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการลดอัตราเงินสมทบเป็นเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;จะทำให้กองทุนจัดเก็บเงินสมบทได้ลดลง&nbsp;จำนวน&nbsp;20,163&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แต่นายจ้างและผู้ประกันตนจะได้รับประโยชน์จากการลดภาระค่าใช้จ่าย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;นายจ้างจำนวน&nbsp;485,113&nbsp;ราย&nbsp;จะลดค่าใช้จ่ายลงได้&nbsp;9,487&nbsp;ล้านบาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;33&nbsp;จำนวน&nbsp;11.1&nbsp;ล้านคน&nbsp;จะลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้&nbsp;9,487&nbsp;ล้านบาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;39&nbsp;จำนวน&nbsp;1.8&nbsp;ล้านคน&nbsp;จะลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้&nbsp;1,189&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เมื่อรวมผู้ประกันตนทั้ง&nbsp;12.9&nbsp;ล้านคนแล้ว&nbsp;จะลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้ถึง&nbsp;10,676&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รวมเป็นเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น&nbsp;20,163&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวยังทันต่อระยะเวลาการนำส่งเงินสมทบของผู้ประกันตน&nbsp;ในงวดเดือนมิถุนายนนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	25/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525104532519
270	ครม. เห็นชอบขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปอีก 2 เดือน สิ้นสุดในวันที่ 31 กรกฎาคม 2564	<p><strong>นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีก&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;และสิ้นสุดในวันที่&nbsp;31&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;เนื่องจากยังมีความจำเป็นจะต้องใช้อำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2548&nbsp;ต่อไป&nbsp;เพื่อประโยชน์ในการบูรณาการการปฏิบัติงานและการดำเนินมาตรการที่จำเป็นในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;การลดอัตราการเสียชีวิตและปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรด้านสาธารณสุขและการดำเนินการอื่นๆ&nbsp;รวมถึงการบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชน&nbsp;เพื่อให้สถานการณ์ของประเทศกลับมาสู่ภาวะปกติโดยเร็ว</p><p><br></p><p><br></p>	25/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525143228679
271	ครม. อนุมัติกรอบวงเงิน 311 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายป้องกันโรคโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ	<p><strong>นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>เปิดเผยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติกรอบวงเงิน&nbsp;311,650,300&nbsp;บาท&nbsp;เป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขและป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;ในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;รายการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ค่าชุดตรวจไวรัสโควิด-19&nbsp;&nbsp;แบบ&nbsp;RT&nbsp;PCR&nbsp;จำนวน&nbsp;100,000&nbsp;ชุด&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;80&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ค่าก่อสร้างโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วยวิกฤติในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่งเป็นเงิน&nbsp;51,967,200&nbsp;บาท&nbsp;ค่าก่อสร้างโรงพยาบาลสนามประจำเขตกลุ่มเรือนจำและทัณฑสถาน&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;&nbsp;92,680,000&nbsp;บาท&nbsp;ค่าก่อสร้างและปรับปรุงห้องกักกันโรคประจำเรือนจำและทัณฑสถานจำนวน&nbsp;65&nbsp;แห่ง&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;49,835,500&nbsp;บาท&nbsp;ค่าวัสดุ&nbsp;อุปกรณ์ป้องกันโรคติดต่อจากเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ในเรือนจำและทัณฑสถาน&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;37,167,600&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับการจัดหายาฟาวิพิราเวียสำหรับผู้ติดเชื้อนั้นให้กรมราชทัณฑ์ดำเนินการตามแนวปฏิบัติโดยขอรับการสนับสนุนยาจากกระทรวงสาธารณสุขโดยตรงและเร่งด่วน</p><p><strong>ทั้งนี้เนื่องจากปัญหาการติดเชื้อโควิด-19</strong>&nbsp;ในเรือนจำและทัณฑสถานหลายแห่ง&nbsp;จึงจำเป็นต้องก่อสร้างปรับปรุงสถานที่&nbsp;พร้อมจัดหาวัสดุอุปกรณ์เพื่อแก้ไขและป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ&nbsp;นายกรัฐมนตรีจึงได้เห็นชอบให้ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;งบกลาง&nbsp;รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา&nbsp;แก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดโรคติดโควิด-19&nbsp;โดยให้กรมราชทัณฑ์เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	25/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525144511690
272	ครม.อนุมัติหลักการออกกฎหมายรับรองขึ้นทะเบียนรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ถูกกฎหมาย	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้มีรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;คนที่เรียกใช้ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;เพื่อให้เกิดทางเลือกในการให้บริการรถยนต์รับจ้าง&nbsp;สอดคล้องกับบริบทของสังคมและวิถีการใช้ชีวิตของประชาชนในปัจจุบันที่นิยมเรียกใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันมากขึ้น&nbsp;ขณะเดียวกันทางราชการสามารถควบคุมติดตามตรวจสอบเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่คนโดยสารได้&nbsp;และยังช่วยส่งเสริมให้ผู้ขับรถยนต์ที่ให้บริการดังกล่าวสามารถประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นอกจากนี้&nbsp;ยังกำหนดให้รถยนต์รับจ้าง&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ต้องมีและใช้อุปกรณ์เครื่องสื่อสารเพื่อรับงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่กรมการขนส่งทางบกให้การรับรอง&nbsp;ต้องแสดงเครื่องหมายแสดงการเป็นรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ติดไว้ที่ตัวรถ&nbsp;ต้องใช้สีของตัวถังรถตามสีที่ใช้ในการจดทะเบียนรถ&nbsp;และให้รถยนต์รับจ้างมีอายุการใช้งานได้ไม่เกิน&nbsp;9&nbsp;ปี&nbsp;นับแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก&nbsp;พร้อมกำหนดอัตราค่าจ้างไว้ดังนี้&nbsp;รถยนต์รับจ้างขนาดเล็กและขนาดกลาง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตรแรกไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;รถยนต์ขนาดใหญ่ไม่เกิน&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;ส่วน&nbsp;กิโลเมตรต่อๆไปรถยนต์ขนาดเล็กและขนาดกลางกิโลเมตรละไม่เกิน&nbsp;12&nbsp;บาท&nbsp;ขนาดใหญ่&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;ในกรณีที่ไม่สามารถเคลื่อนที่หรือเดินรถต่อไปได้ตามปกติวิสัยรถยนต์ขนาดเล็กและขนาดกลางคิดไม่เกินนาทีละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;ขนาดใหญ่&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนค่าบริการกรณีการจ้างผ่านศูนย์บริการสื่อสารหรือระบบสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์กำหนดได้ไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;ขนาดใหญ่&nbsp;100&nbsp;บาท</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กระทรวงคมนาคม&nbsp;ระบุว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ปัจจุบันมีรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;ที่ได้จดทะเบียนตามกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;พ.ศ.2560&nbsp;ซึ่งมีรูปแบบการบริการที่ให้ประชาชนเรียกใช้บริการบนท้องถนนทั่วไป&nbsp;หรือโทรศัพท์เรียก&nbsp;หรือเรียกผ่านศูนย์บริการสื่อสารรถยนต์รับจ้าง(แท็กซี่)&nbsp;ที่รถยนต์รับจ้างสังกัด&nbsp;โดยคิดอัตราค่าโดยสารตามมิเตอร์มีรถจดทะเบียนในระบบจำนวน&nbsp;75,448&nbsp;คัน&nbsp;และปัจจุบันมีการพัฒนาแอปพลิเคชันเรียกรถเพื่อใช้บริการในการเดินทางผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่&nbsp;หรือ&nbsp;แท็บเล็ต&nbsp;โดยมีการนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาใช้รับจ้างผ่านแอปพลิเคชันเป็นจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งบริการดังกล่าวทำให้ผู้ใช้บริการสามารถรับรู้ค่าโดยสารล่วงหน้าก่อนตัดสินใจใช้บริการ&nbsp;จึงเกิดความสะดวกต่อผู้ใช้งานและประชาชนให้ความนิยม&nbsp;แต่การบริการดังกล่าวเป็นความผิดตามมาตรา&nbsp;21&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์&nbsp;พ.ศ.2522&nbsp;ฐานใช้รถไม่ตรงตามประเภทที่จดทะเบียนไว้&nbsp;ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนและส่งเสริมให้ผู้ขับรถยนต์ดังกล่าวสามารถประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;จึงได้ยกร่างกฎกระทรวงดังกล่าวขึ้นมา</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	25/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525192218910
273	ครม.เห็นชอบหลักการร่างประกาศกระทรวงการคลังกำหนดหลักเกณฑ์ให้หน่วยงานของรัฐที่เวนคืนที่ดินในที่ดินที่อยู่ในแนวเขตที่ดินของรัฐ 4 ประเภท 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการร่างประกาศกระทรวงการคลัง&nbsp;เรื่อง&nbsp;กำหนดอัตรา&nbsp;หลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;และเงื่อนไขการจ่ายค่าตอบแทนในที่ดินของรัฐให้แก่กระทรวงการคลัง&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;17&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดอัตรา&nbsp;หลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;และเงื่อนไขการจ่ายค่าตอบแทนในที่ดินของรัฐให้แก่กระทรวงการคลัง&nbsp;ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐที่เวนคืนได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว&nbsp;แต่มีที่ดินที่อยู่ในแนวเขตที่ดิน&nbsp;ที่จะเวนคืนซึ่งเป็นที่ดินของรัฐ&nbsp;4&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.ที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน&nbsp;2.ที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ&nbsp;หรือที่ดินที่ได้สงวนหวงห้ามไว้ตามความต้องการของทางราชการ&nbsp;3.&nbsp;ที่ดินรกร้างว่างเปล่า&nbsp;หรือที่ดินซึ่งมีผู้เวนคืนหรือทอดทิ้ง&nbsp;หรือกลับมาเป็นของแผ่นดินโดยประการอื่น&nbsp;ตามประมวลกฎหมายที่ดิน&nbsp;และที่ดินนั้นอยู่นอกเขตป่าไม้ถาวรตามมติครม.&nbsp;และ&nbsp;4.ที่ดินที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติ</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ทั้งนี้เพื่อให้หน่วยงานของรัฐที่เวนคืนนั้นมีอำนาจเข้าครอบครอง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ดูแล&nbsp;และใช้ประโยชน์&nbsp;โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ได้จ่ายค่าตอบแทนให้แก่กระทรวงการคลัง&nbsp;ตามอัตรา&nbsp;หลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;และเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังกำหนดแล้ว&nbsp;ให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นตกเป็นของหน่วยงานของรัฐที่เวนคืน&nbsp;โดยได้กำหนดให้มีคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนที่ดินของรัฐประกอบด้วยคณะกรรมการ&nbsp;2&nbsp;ชุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ในเขตกรุงเทพมหานคร&nbsp;และในเขตจังหวัดอื่น&nbsp;โดยคณะกรรมการมีหน้าที่กำหนดค่าตอบแทนที่ดินของรัฐตามอัตราที่กำหนด</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	25/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525192304913
274	ครม.อนุมัติหลักการเพิ่มอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็นเขตปลอดอากร	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นางาสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;อนุมัติหลักการการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงการอนุญาตจัดตั้งและการเลิกดำเนินการเขตปลอดอากร&nbsp;พ.ศ.2560&nbsp;และแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงการอนุญาตประกอบกิจการในเขตปลอดอากร&nbsp;พ.ศ.2560&nbsp;โดยแก้ไขบทนิยาม&nbsp;โครงการเมืองต้นแบบ&nbsp;สามเหลี่ยมมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;&nbsp;ให้ครอบคลุมพื้นที่อื่นใดที่ครม.กำหนดให้เป็นเมืองต้นแบบในการพัฒนาให้เกิดความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ซึ่งจะมีผลให้อำเภอจะนะ&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นเขตปลอดอากรเพิ่ม&nbsp;จากเดิมได้กำหนดบทนิยาม&nbsp;โครงการเมืองต้นแบบ&nbsp;สามเหลี่ยมมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ซึ่งสามารถจัดตั้งเขตปลอดอากรครอบคลุมพื้นที่อำเภอหนองจิก&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;และอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เท่านั้น</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ทั้งนี้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ได้ขอให้กระทรวงการคลังพิจารณาประกาศเพิ่มเติม&nbsp;เรื่องการกำหนดพื้นที่ปลอดอากร&nbsp;โดยเพิ่มอำเภอจะนะ&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้มีการขยายผลโครงการเมืองต้นแบบ&nbsp;สามเหลี่ยมมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;&nbsp;ไปสู่เมืองต้นแบบที่&nbsp;4&nbsp;อำเภอจะนะ&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ในฐานะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต&nbsp;เพื่อรองรับเขตการพัฒนาเศรษฐกิจเฉพาะ&nbsp;ซึ่งกระทรวงการคลังเห็นว่า&nbsp;เพื่อให้การดำเนินการตามแนวทางของโครงการเมืองต้นแบบฯ&nbsp;เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดให้ประชาชนที่เดินทางไปท่องเที่ยวสามารถซื้อสินค้าปลอดอากรในพื้นที่อำเภอจะนะ&nbsp;จังหวัดสงขลาได้&nbsp;และเพื่อให้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจัดตั้งเขตปลอดอากรประเภทพาณิชยกรรมมีความยืดหยุ่น&nbsp;สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจสมัยใหม่และรองรับการค้าการลงทุนของเอกชนได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;จึงได้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงทั้ง&nbsp;2&nbsp;ฉบับดังกล่าว</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	25/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525192349916
275	ครม. อนุมัติร่างประกาศห้ามนำเข้ารถจักรยานยนต์ใช้แล้ว แก้ปัญหามลพิษและลักลอบนำเข้ามาแยกชิ้นส่วน	<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;อนุมัติหลักการร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เรื่อง&nbsp;กำหนดให้รถจักรยานยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;ตามที่กระทรวงพาณิชย์&nbsp;เสนอ&nbsp;ซึ่งเป็นการปรับปรุงหลักการจากมาตรการเดิมที่ต้องขออนุญาตนำเข้า&nbsp;เป็นการห้ามนำเข้าโดยเด็ดขาด&nbsp;เพื่อแก้ปัญหามลพิษและการลักลอบนำเข้ามาแยกชิ้นส่วน&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยังคงให้สิทธิประชาชน</strong>&nbsp;สามารถขออนุญาตนำเข้ารถจักรยานยนต์ใช้แล้วอื่นๆ&nbsp;จากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงได้&nbsp;โดยไม่ต้องขออนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เพื่อลดขั้นตอนการทำงานและอำนวยความสะดวกให้ประชาชน&nbsp;โดยมีสินค้าที่ห้ามนำเข้าคือ&nbsp;รถจักรยานยนต์ใช้แล้ว&nbsp;รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าใช้แล้ว&nbsp;รถโมแพ็ด&nbsp;(Moped)&nbsp;ใช้แล้ว&nbsp;รถจักรยานใช้แล้วที่ติดตั้งมอเตอร์ช่วย&nbsp;(รถจักรยานไฟฟ้าใช้แล้ว)&nbsp;รวมทั้งรถพ่วงข้าง&nbsp;แต่ไม่รวมรถพ่วงข้างที่ไม่ได้ติดตั้งมากับรถ&nbsp;ยกเว้นกรณีนำเข้าภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานอื่น&nbsp;กำหนดประเภทรถจักรยานยนต์ใช้แล้วที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานอื่น&nbsp;โดยไม่ต้องขออนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้แก่&nbsp;กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;เป็นการนำเข้าโดย&nbsp;สถานเอกอัครราชทูต&nbsp;สถานกงสุลใหญ่&nbsp;องค์การระหว่างประเทศ&nbsp;สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจของต่างประเทศ&nbsp;องค์กรต่างประเทศ&nbsp;หรือบุคคลที่ได้รับสิทธิ&nbsp;การรับบริจาคภายใต้แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ&nbsp;กระทรวงการคลัง&nbsp;โดยกรมศุลกากร&nbsp;เป็นการนำเข้าชั่วคราวหรือนำเข้ารถจักรยายนต์ใช้แล้วที่ไม่สามารถจดทะเบียนได้ในต่างประเทศ&nbsp;และกรมสรรพสามิต&nbsp;เป็นการนำเข้า&nbsp;เพื่อใช้เป็นรถต้นแบบสำหรับการวิจัยพัฒนาหรือทดสอบสมรรถนะ&nbsp;กระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;โดยกรมศิลปากร&nbsp;เป็นการนำเข้าเพื่อจัดแสดงพิพิธภัณฑ์เท่านั้น&nbsp;กระทรวงกลาโหม&nbsp;เป็นการนำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมยุทธภัณฑ์</p><p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;</strong>เมื่อร่างประกาศมีผลบังคับใช้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและแก้ปัญหาการลักลอบนำเข้ารถจักรยานยนต์ใช้แล้วเพื่อนำมาแยกชิ้นส่วนและจำหน่ายในประเทศ&nbsp;ส่งผลให้ภาครัฐไม่สามารถเก็บภาษีนำเข้าได้อย่างเต็มที่&nbsp;ปัจจุบันมีหลายประเทศที่บังคับใช้มาตรการในลักษณะที่คล้ายกับร่างประกาศฉบับนี้&nbsp;เช่น&nbsp;อุรุกวัย&nbsp;แคนาดา&nbsp;อิตาลี&nbsp;ชิลีและฟิลิปปินส์</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	25/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525145913699
276	ครม. อนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกาฯ ยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับบริษัทนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาที่สนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร&nbsp;ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;.ปรับปรุงสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่วิสาหกิจเพื่อสังคมและบุคคล&nbsp;ที่สนับสนุนกิจการของวิสาหกิจเพื่อสังคมหรือกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;โดยยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการวิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้สนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;รวมถึงยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดาผู้สนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;โดยสามารถหักลดหย่อนเงินลงทุนในวิสาหกิจเพื่อสังคมได้ไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับปีภาษีและสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้&nbsp;โดยหักรายจ่ายได้ตามจริงเท่าเงินลงทุนในวิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับจนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2566&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินกิจการของวิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่งสังคมโดยรวม&nbsp;และยังสอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;ด้วย</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">อย่างไรก็ตาม&nbsp;แม้มาตรการดังกล่าวจะทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้ประมาณ&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;แต่จะช่วยให้การดำเนินงานของวิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;ขยายตัวมากขึ้นทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ&nbsp;ขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น&nbsp;รวมทั้งภาคเอกชนยังสามารถช่วยรัฐในการแก้ปัญหา&nbsp;โดยเฉพาะการจ้างงานบุคคลผู้สมควรได้รับการส่งเสริมเป็นพิเศษและแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาชุมชน&nbsp;สังคมและสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ&nbsp;ซึ่งจะเป็นการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนด้วย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	25/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525192434919
277	ครม. รับทราบมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 12564 ผ่านความเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม 4 โครงการ	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;รับทราบมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองส่วนต่อขยาย&nbsp;ช่วงแยกรัชดา&nbsp;-&nbsp;ลาดพร้าว&nbsp;ถึงแยกรัชโยธิน&nbsp;โครงการถนนเลี่ยงเมืองสตูลฝั่งตะวันออก&nbsp;ตำบลคลองขุด&nbsp;ตำบลพิมาน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;โครงการศึกษาออกแบบระบบขนส่งมวลชนโดยระบบราง&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;และโครงการทางหลวงหมายเลข&nbsp;203&nbsp;&nbsp;โดยให้ทั้ง&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;รวมทั้งมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่กำหนดไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด&nbsp;และให้ตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินการตามมาตรการฯ&nbsp;ที่กำหนดไว้</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองส่วนต่อขยาย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ช่วงแยกรัชดา&nbsp;-&nbsp;ลาดพร้าว&nbsp;ถึงแยกรัชโยธิน&nbsp;ให้ดำเนินการเพิ่มเติมในประเด็นต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;การกำหนดแนวทางการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุที่เกิดจากการก่อสร้าง&nbsp;และการพิจารณาจุดจอดที่สถานี&nbsp;YLEX01&nbsp;(บริเวณสำนักงานศาลยุติธรรม)&nbsp;และทางเชื่อมยกระดับที่เหมาะสม&nbsp;โครงการถนนเลี่ยงเมืองสตูลฝั่งตะวันออก&nbsp;ตำบลคลองขุด&nbsp;ตำบลพิมาน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ให้ดำเนินการเพิ่มเติมในประเด็นการป้องกัน&nbsp;เฝ้าระวังการรุกล้ำใช้ประโยชน์และการขยายตัวของชุมชนในพื้นที่ที่ผ่านป่าชายเลนเสื่อมโทรม&nbsp;และมาตรการด้านสาธารณสุขสำหรับประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง&nbsp;และโครงการทางหลวงหมายเลข&nbsp;203&nbsp;ให้ประสานกรมป่าไม้&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืช&nbsp;เกี่ยวกับการควบคุมไม่ให้มีผลกระทบต่อภูมิทัศน์และพื้นที่ป่าไม้บริเวณนอกพื้นที่ก่อสร้าง</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นอกจากนี้&nbsp;ครม.&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ยังรับทราบการปรับปรุงมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากท่าเทียบเรือประมงบางประเภท&nbsp;และเห็นชอบตามร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เรื่อง&nbsp;กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากท่าเทียบเรือประมงบางประเภท&nbsp;(ได้แก่&nbsp;ท่าเทียบเรือประมงพาณิชย์&nbsp;ท่าเทียบเรือประมงสำหรับการนำเข้าสัตว์น้ำ&nbsp;ท่าเทียบเรือประมงของโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำ&nbsp;และท่าเทียบเรือประมงที่มีการขนถ่ายสัตว์น้ำสำหรับการผลิตอาหารสัตว์)&nbsp;ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาลงนามต่อไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	25/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525192532922
278	ครม. ผ่านร่าง พ.ร.ฎ 4 ฉบับ ขยายระยะให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี พัฒนาบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรม 4.0 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เผยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาทั้ง&nbsp;4&nbsp;ฉบับ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร&nbsp;ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;.(มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรม&nbsp;4.0)&nbsp;ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร&nbsp;ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;.&nbsp;(มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในระบบอัตโนมัติ)&nbsp;ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร&nbsp;ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;.(มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการจ้างบุคลากรที่มีทักษะสูง)&nbsp;และร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร&nbsp;ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;.&nbsp;(มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะสูง)</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ร่างพระราชกฤษฎีกาทั้ง&nbsp;4&nbsp;ฉบับ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เป็นการขอขยายระยะเวลาการกำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษี&nbsp;เพื่อจูงใจนักลงทุนให้มีการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมและบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรม&nbsp;4.0&nbsp;ส่งเสริมการลงทุนในเครื่องจักรและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับเครื่องจักรตามโครงการลงทุนในระบบอัตโนมัติ&nbsp;ส่งเสริมการจ้างบุคลากรที่มีทักษะสูง&nbsp;และส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะสูง&nbsp;โดยยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัท&nbsp;หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่บริจาคทรัพย์สิน&nbsp;ให้แก่ศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรม&nbsp;4.0&nbsp;ที่จัดตั้งโดยสถานศึกษา&nbsp;แต่ไม่รวมถึงโรงเรียนนอกระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน&nbsp;และยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ลงทุนในระบบอัตโนมัติ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังเป็นการยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้มีการจ้างงานบุคลากรผู้มีทักษะสูง&nbsp;ด้านวิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;วิศวกรรมศาสตร์&nbsp;หรือคณิตศาสตร์&nbsp;ตลอดจนยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับรายจ่ายเกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะสูงออกไปอีก&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;จากเดิมสิ้นสุดวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2563&nbsp;เป็นสิ้นสุดวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อส่งเสริมการลงทุนให้มีการพัฒนาอุตสาหกรรมรองรับการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติ&nbsp;และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่องด้วย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	25/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525192633924
279	ผู้ว่าฯมุกดาหาร ได้กำชับนายอำเภอ พื้นที่ชายแดนคุมเข้มการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สกัดกั้นการแพร่ระบาดโควิด-19	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากนโยบาย&nbsp;และข้อสั่งการของ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในการประชุมศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจังหวัด&nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกลกับผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดน&nbsp;33&nbsp;จังหวัด&nbsp;เกี่ยวกับการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้ามาในราชอาณาจักรตามแนวชายแดน&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมายังพบมีขบวนการลักลอบนำพา&nbsp;ผู้หลบหนีเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติ&nbsp;และขนย้ายส่งต่อเข้าพื้นที่ชั้นในไปยังสถานประกอบการในหลายจังหวัด&nbsp;โดยตั้งแต่เดือน&nbsp;ก.ค.2563&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;ตั้งจุดตรวจร่วม&nbsp;1,086&nbsp;จุด&nbsp;สามารถจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองได้ถึง&nbsp;32,812&nbsp;คน&nbsp;ทำลายเครือข่ายไปแล้ว&nbsp;105&nbsp;เครือข่าย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โดยได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ประสานการทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน&nbsp;ภายใต้กลไก&nbsp;ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านของจังหวัด&nbsp;ร่วมกันคุมเข้มเฝ้าระวังป้องกันและปราบปรามการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย&nbsp;หากมีการปล่อยปละละเลยหรือบกพร่องต่อหน้าที่&nbsp;ต้องมีผู้รับผิดชอบและจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดทั้งวินัยและอาญากับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องทุกระดับ&nbsp;ไม่มียกเว้น&nbsp;พร้อมย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดต้องเพิ่มความถี่ในการกำกับขับเคลื่อนงานอย่างจริงจังถึงระดับหมู่บ้าน&nbsp;ตำบลติดชายแดน&nbsp;ควบคู่ไปกับกลไก&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;โดยให้วางเครือข่ายเฝ้าระวังดึงประชาชนในพื้นที่ร่วมเป็นหูเป็นตา&nbsp;ไม่ให้มีผู้ลักลอบหลบหนีเข้ามาในทุกช่องทาง&nbsp;อีกทั้งยังให้เร่งรัดการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว&nbsp;3&nbsp;สัญชาติ&nbsp;ที่ยังตกค้างให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดโดยเร็ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;มีพื้นที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จึงกำชับนายอำเภอ&nbsp;ดำเนินการตามมาตรการคุมเข้มพื้นที่ตามแนวชายแดนที่มีอยู่แล้ว&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;ทุกช่องทาง&nbsp;โดยให้มีการบูรณาการร่วมกัน&nbsp;ทั้ง&nbsp;ปกครอง&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ทหาร&nbsp;กำนันและผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;เพื่อไม่ให้มีการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;ตามข้อสั่งการรองนายกรัฐมนตรีฯ&nbsp;และให้มีการจัดทำทะเบียนเรือ&nbsp;ให้สามารถตรวจสอบได้&nbsp;ส่วนแรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมาย&nbsp;มอบให้หน่วยงานกระทรวงแรงงานดำเนินการเร่งรัดการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว&nbsp;3&nbsp;สัญชาติ&nbsp;ที่ยังตกค้างให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดพร้อมขอผู้ประกอบการหยุดใช้แรงงานเถื่อนต่อไป&nbsp;</p>	25/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525160421755
280	นายกรัฐมนตรี ย้ำใช้เวทีอภิปรายงบประมาณ ฝ่ายละ 22 ชั่วโมงสร้างการรับรู้ ประเทศต้องเดินไปข้างหน้า	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;เชื่อมั่นในรัฐมนตรีทุกคน&nbsp;ชี้แจงเรื่องความจำเป็นของแผนงานโครงการที่เสนอในร่าง&nbsp;พ.ร.บ.งบประมาณแผ่นดิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ได้ชัดเจน&nbsp;โดยให้เป็นแนวทางว่า&nbsp;ไม่อยากให้เป็นการตอบโต้&nbsp;แต่ให้เป็นการสร้างการรับรู้&nbsp;ความเข้าใจแก่ประชาชน&nbsp;ชี้ให้เห็นถึงแผนงานของรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคต&nbsp;ประเทศไทยต้องเดินหน้าต่อ&nbsp;มีแผนการค้า&nbsp;การลงทุน&nbsp;การพัฒนาโครงสร้างทางสังคม&nbsp;ที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก&nbsp;ประเด็นใดที่สังคมมีข้อสงสัย&nbsp;ก็ขอให้ชี้แจงให้ครบ</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ขณะที่&nbsp;นายอนุชา&nbsp;นาคาศัย&nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;รายงานผลการประชุมหารือร่วมกันกับวิปสามฝ่าย&nbsp;ว่า&nbsp;การพิจารณาวาระที่หนึ่ง&nbsp;ขั้นรับหลักการร่าง&nbsp;พ.ร.บ.งบประมาณฯ&nbsp;ปี&nbsp;65&nbsp;นี้&nbsp;กำหนดการประชุมทั้งหมด&nbsp;4&nbsp;วัน&nbsp;เริ่มประชุมในวันจันทร์ที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ถึงวันพฤหัสบดีที่&nbsp;3&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;(เวลา&nbsp;01.00&nbsp;น.)&nbsp;โดยการจัดสรรเวลาแบ่งเป็น&nbsp;คณะรัฐมนตรีและพรรคร่วมรัฐบาล&nbsp;22&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;พรรคร่วมฝ่ายค้าน&nbsp;22&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;โดยการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง&nbsp;พ.ร.บ.งบประมาณฯ&nbsp;มีจำนวน&nbsp;64&nbsp;คน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;16&nbsp;คน&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;48&nbsp;คน&nbsp;แบ่งเป็นสัดส่วนแต่ละพรรคการเมือง&nbsp;เพื่อไทย&nbsp;13&nbsp;คน&nbsp;พลังประชารัฐ&nbsp;12&nbsp;คน&nbsp;ภูมิใจไทย&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;ก้าวไกล&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;ประชาธิปัตย์&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;และพรรคละ&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;จากชาติไทยพัฒนา&nbsp;เสรีรวมไทย&nbsp;ประชาชาติ&nbsp;เศรษฐกิจใหม่&nbsp;รวมพลังประชาชาติไทย&nbsp;เพื่อชาติและพลังท้องถิ่นไทย</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ส่วนการอภิปราย&nbsp;พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์&nbsp;พ.ศ.2564</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;และ&nbsp;พ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคนา&nbsp;2019&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ซึ่งจะมีขึ้นในวันพฤหัสที่&nbsp;27&nbsp;และวันศุกร์ที่&nbsp;28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;คณะรัฐมนตรีและพรรคร่วมรัฐบาลได้รับการจัดสรรเวลาอภิปราย&nbsp;9&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และพรรคร่วมฝ่ายค้าน&nbsp;9&nbsp;ชั่วโมง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	25/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525192047909
281	จัดของเติมตู้ปันสุขของกระทรวงมหาดไทย เชิญชวนประชาชนผู้มีกำลังฯ ร่วมกิจกรรมเพื่อเติมกำลังใจให้ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;คนมหาดไทย&nbsp;แบ่งปันน้ำใจ&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;นำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันมาเติมที่ตู้ปันสุข&nbsp;บริเวณหน้ากระทรวงมหาดไทยเพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนโดยรอบกระทรวงมหาดไทยที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;สำหรับกิจกรรม&nbsp;มหาดไทยปันสุข&nbsp;ส่งต่อความห่วงใย&nbsp;สู้ภัยโควิด&nbsp;-19&nbsp;กรมการปกครอง&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;จัดขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม&nbsp;ตามปรัชญากระทรวงมหาดไทย&nbsp;""บำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข""&nbsp;ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบในสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก&nbsp;จัดระเบียบผู้ที่มาเลือกหยิบของจาก&nbsp;""ตู้ปันสุข""&nbsp;ให้เป็นไปตามมาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคม&nbsp;(Social&nbsp;Distancing)&nbsp;วัดอุณหภูมิ&nbsp;ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์&nbsp;และต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวด</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พร้อมกันนี้&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ยังเชิญชวนประชาชนผู้ที่พอมีกำลังทรัพย์ที่จะนำสิ่งของมาใส่ในตู้ปันสุขได้ให้มาร่วมเติมกำลังใจให้ได้มาร่วมกิจกรรมกับกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ซึ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดในขณะนี้ยังคงมีอยู่ต่อไปอีกสักระยะ&nbsp;ซึ่งยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด&nbsp;ดังนั้นการจัดกิจกรรมนี้จะคงจัดอยู่ไปจนกว่าสถานการณ์โดยรวมจะเข้าสู่สภาวะปกติ</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	25/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525191614902
282	จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลอมดวงใจเป็นหนึ่งเดียวปลูกข้าวพันธุ์ กข 43 บนแปลงนาส่วนพระองค์ น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินทุ่งมะขามหย่อง	"<p><span style=""background-color: rgb(247, 249, 250); color: rgb(45, 53, 60);"">จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;หลอมดวงใจเป็นหนึ่งเดียวปลูกข้าวพันธุ์ กข 43 บนแปลงนาส่วนพระองค์&nbsp;น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินทุ่งมะขามหย่อง&nbsp;</span></p><p><br></p><p>&nbsp;</p><p><span style=""background-color: rgb(247, 249, 250); color: rgb(45, 53, 60);"">นายไพฑูรย์&nbsp;รื่นสุข&nbsp;เกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ได้จัดงานรำลึกเสด็จพระราชดำเนินทุ่งมะขามหย่อง ณ แปลงนาส่วนพระองค์ (ทุ่งมะขามหย่อง)&nbsp;ตำบลบ้านใหม่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา&nbsp;มีนายภาณุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธาน&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินทุ่งมะขามหย่องเมื่อวันที่&nbsp;25 พฤษภาคม 2555&nbsp;ซึ่งวันนี้ (25 พ.ค.64) ได้เริ่มฉีดพ่นสารจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงบนแปลงนากว่า 7 ไร่&nbsp;จากนั้น จะดำเนินการปลูกข้าวในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;พร้อมกำหนดเก็บเกี่ยวในเดือนกันยายน&nbsp;โดยพันธุ์ข้าวที่ใช้ปลูกเป็นข้าวพันธุ์ กข&nbsp;43&nbsp;&nbsp;เป็นพันธุ์ข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง&nbsp;ปลูกโดยวิธีหว่านน้ำตม&nbsp;มีอายุการเก็บเกี่ยว&nbsp;95 -97 วัน&nbsp;ผลผลิตข้าวสดเฉลี่ย 700-800 กิโลกรัมต่อไร่&nbsp;ทั้งนี้ ผลผลิตที่ได้จะนำทูลเกล้าถวาย&nbsp;เพื่อใช้ประโยชน์ตามพระราชอัธยาศัย&nbsp;</span></p><p><br></p><p>&nbsp;</p><p><span style=""background-color: rgb(247, 249, 250); color: rgb(45, 53, 60);"">งานรำลึกเสด็จพระราชดำเนินทุ่งมะขามหย่อง ณ แปลงนาส่วนพระองค์&nbsp;ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้หลอมดวงใจเป็นหนึ่งเดียว ดำเนินการเป็นประจำทุกวันที่ 25 พฤษภาคมของทุกปี&nbsp;&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกเมื่อครั้งพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินทุ่งมะขามหย่อง&nbsp;พระราชทานขวัญและกำลังใจให้พสกนิกร ที่ผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วม และในโอกาสนั้น จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ปลูกข้าวในที่ดินส่วนพระองค์&nbsp;พร้อมพัฒนาเป็นแปลงนาสาธิตให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจ&nbsp;เข้ามาศึกษาและนำไปปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</span></p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;</p>"	25/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525215225961
283	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กำชับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ปฏิบัติตามมาตรฐาน SOP หลังมีเยาวชนติดโควิดเพิ่ม 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายสมศักดิ์&nbsp;เทพสุทิน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;จากการรายงานมีเยาวชนจากสถานพินิจฯ&nbsp;ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ได้เน้นย้ำกับ&nbsp;พ.ต.ท.&nbsp;วรรณพงษ์&nbsp;คชรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน&nbsp;ให้ยึดตามแนวทางของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19&nbsp;(ศบค.)&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;และฝากความห่วงใยแก่เยาวชนและเจ้าหน้าที่ทุกคน&nbsp;ขอให้เข้มแข็งและร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ&nbsp;ที่กระทรวงยุติธรรมและกรมกำหนด&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;Standard&nbsp;Operating&nbsp;Procedure&nbsp;(SOP)&nbsp;หากปฏิบัติตามจะช่วยให้ไม่มีผู้ติดเชื้อหรือติดเชื้อน้อย&nbsp;และจะสามารถแก้ปัญหาต่างๆ&nbsp;ได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;นอกจากนี้ยังให้ยกระดับการเฝ้าระวัง&nbsp;ประสานงานกับ&nbsp;ศบค.จังหวัด&nbsp;หรือหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ตรวจหาเชื้อกับเยาวชนเชิงรุก&nbsp;ให้ชะลอการย้ายเด็กและเยาวชนไปก่อน&nbsp;ให้เพิ่มวันเวลาการให้บริการเยี่ยมญาติทางไกล&nbsp;เพื่อลดความวิตกกังวล&nbsp;รวมถึงการจัดเตรียมพื้นที่ในสถานพินิจฯ&nbsp;เป็นโรงพยาบาลสนามชั่วคราวเพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยในสถานพินิจฯ&nbsp;ที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ไว้ด้วยแล้ว</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พ.ต.ท.&nbsp;วรรณพงษ์&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน&nbsp;ได้เร่งการตรวจเชิงรุกเพิ่มเติมและประกาศใช้มาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Measures&nbsp;เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมจากหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งมาตรการดังกล่าวประกอบด้วย&nbsp;Protect&nbsp;ป้องกันและเฝ้า&nbsp;ระวัง&nbsp;กักตัว&nbsp;คัดกรอง&nbsp;ลดปริมาณเด็กและเยาวชน&nbsp;และเข้มงวดห้ามเจ้าหน้าที่ไปพื้นที่เสี่ยงอย่างเด็ดขาด&nbsp;รวมถึงครอบครัวด้วย&nbsp;และงดกิจกรรมภายนอกต่างๆ&nbsp;&nbsp;Early&nbsp;Detection&nbsp;ค้นหา&nbsp;แยกกลุ่มให้เร็ว&nbsp;Swab&nbsp;หรือ&nbsp;Rapid&nbsp;Test&nbsp;ยืนยันให้ได้มากที่สุด&nbsp;และ&nbsp;Treatment&nbsp;รักษาโดยเร็ว&nbsp;ลดความเสี่ยง&nbsp;และเร่งการฉีดวัคซีน&nbsp;โดยให้ศูนย์ฝึกและอบรมฯ&nbsp;และสถานพินิจฯ&nbsp;ทุกแห่งดำเนินการในระดับพื้นที่เป็นสำคัญ&nbsp;ร่วมกับทาง&nbsp;ศบค.จังหวัด&nbsp;ซึ่งกรมพินิจฯ&nbsp;จะกำกับติดตาม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;และผลักดันผ่านระบบสาธารณสุขหลักโดยให้ทุกหน่วยเร่งดำเนินการอย่างเคร่งครัดและเข้มงวด&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;ยังคงควบคุมสถานการณ์ได้&nbsp;พร้อมให้จัดหาทรัพยากรที่จำเป็นลงไปยังพื้นที่เป้าหมายแล้ว</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	26/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526123742084
284	รัฐบาล เดินหน้าจัดระบบหลักประกันสุขภาพ ผู้ต้องขังที่มีปัญหาทางสถานะบุคคลและต่างด้าวในเรือนจำ	<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;วานนี้&nbsp;(25&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;อนุมัติหลักการนโยบายการจัดระบบหลักประกันสุขภาพ&nbsp;สำหรับผู้ต้องขังที่มีปัญหาทางสถานะบุคคลและต่างด้าวในเรือนจำ&nbsp;และให้จัดสรรงบเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายการเข้าถึงบริการสุขภาพให้เทียบเท่ากับผู้สิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ&nbsp;ซึ่งนโยบายดังกล่าวเป็นการดูแลผู้ต้องขังที่มีปัญหาสถานะบุคคลและต่างด้าวในเรือนจำ&nbsp;ประมาณ&nbsp;16,000&nbsp;คน&nbsp;เช่น&nbsp;ผู้ต้องขังสัญชาติอื่น&nbsp;บุคคลที่ไม่มีเอกสารหลักฐานการยืนยันตัวตนใดๆ&nbsp;บุคคลต่างด้าว&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>ที่ผ่านมา&nbsp;ผู้ต้องขังกลุ่มนี้ไม่มีสิทธิในการเข้าถึงระบบหลักประกันสุขภาพ&nbsp;</strong>เมื่อเจ็บป่วยจนเกินศักยภาพการรักษาของสถานพยาบาลเรือนจำ&nbsp;จึงต้องส่งตัวไปรับการรักษานอกเรือนจำ&nbsp;ทำให้โรงพยาบาลในพื้นที่ต้องเป็นผู้รับภาระค่ารักษาพยาบาล&nbsp;โดยในปี&nbsp;2563&nbsp;มีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจำนวน&nbsp;13.71&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จากเรือนจำและทัณฑสถาน&nbsp;จำนวน&nbsp;127&nbsp;แห่ง</p><p><strong>สำหรับการบริหารจัดการระบบหลักประกันสุขภาพ&nbsp;ที่ประชุม&nbsp;ครม.&nbsp;</strong>ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ดำเนินการใน&nbsp;2&nbsp;ระยะคือ&nbsp;ระยะสั้น&nbsp;ให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ตั้งงบประมาณเป็นการเฉพาะในเรื่องนี้&nbsp;โดยขอรับการจัดสรรงบประมาณจำนวน&nbsp;13.71&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;(สปสช.)&nbsp;เป็นผู้ดูแลจัดระบบริการและระบบประกันสุขภาพสำหรับผู้ต้องขัง&nbsp;และในกรณีที่มีกฎหมายที่เป็นอุปสรรคกับการดำเนินงาน&nbsp;ให้&nbsp;สปสช.&nbsp;ไปศึกษาและดำเนินการแก้ไขให้สามารถดำเนินการในลักษณะเดียวกันกับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	26/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526115417041
285	นายกรัฐมนตรี สนับสนุนการใช้ยาฟ้าทะลายโจร รักษาอาการเจ็บป่วยผู้ติดเชื้อโควิด-19 ควบคู่กับ ยาฟาวิพิราเวียร์	<p><strong>นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;สนับสนุนการใช้ยาฟ้าทะลายโจร&nbsp;ควบคู่กับยาฟาวิพิราเวียร์&nbsp;ในการรักษาอาการเจ็บป่วยของผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อที่มีภาวะอักเสบ&nbsp;ซึ่งกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;ยาฟ้าทะลายโจร&nbsp;ไม่มีฤทธิ์ป้องกันโควิด-19&nbsp;แต่อาจใช้เพื่อปรับระบบภูมิคุ้มกันได้</p><p><strong>ข้อมูลจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก&nbsp;ยืนยันว่า</strong>&nbsp;ยาฟ้าทะลายโจร&nbsp;มีแอนโดรกราโฟไลด์&nbsp;(Andrographolide)&nbsp;ซึ่งเป็นสารสำคัญมีฤทธิ์ต้านไวรัสและในการวิจัยพบว่า&nbsp;สามารถฆ่าไวรัสในหลอดทดลองและยังฆ่าเชื้อแบคทีเรียบางตัวในหลอดทดลองได้ด้วย&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นยาลดไข้&nbsp;บรรเทาอาการหวัดที่ดีและลดการอักเสบ&nbsp;โดยได้ใช้เป็นยาในบัญชียาหลักในการรักษาโรคหวัดตั้งแต่ปี&nbsp;2559&nbsp;และสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่มีภาวะอักเสบ&nbsp;ยาฟ้าทะลายโจร&nbsp;สามารถช่วยลดการอักเสบและส่งเสริมภูมิคุ้มกันได้&nbsp;ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยกำลังศึกษาวิจัยเพิ่มเติมการใช้&nbsp;ยาฟ้าทะลายโจร&nbsp;เพื่อป้องกันโควิด-19&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19</strong>&nbsp;ในปัจจุบันประชาชนยังมีจำเป็นต้องฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข&nbsp;D-M-H-T-T&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่หรือติดเชื้อโรคไวรัสโควิด-19&nbsp;ทั้งนี้นอกจากเรื่องการรักษาโควิด-19&nbsp;ด้วยยาจากสมุนไพรไทยแล้ว&nbsp;ปัจจุบันความต้องการสมุนไพรในตลาดโลกมีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องจากกระแสความใส่ใจในการดูแลสุขภาพ&nbsp;การป้องกันโรคด้วยวิถีธรรมชาติด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรี&nbsp;เห็นว่า&nbsp;เป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย&nbsp;ดังนั้น&nbsp;รัฐบาลจึงเร่งผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกวัตถุดิบสมุนไพรคุณภาพและผลิตภัณฑ์สมุนไพรชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสมุนไพรไทยในตลาดต่างประเทศ&nbsp;มั่นใจว่า&nbsp;สมุนไพรไทยจะช่วยสร้างมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมต่อเนื่อง&nbsp;เช่น&nbsp;เครื่องสำอาง&nbsp;และอาหารเสริม&nbsp;ตามนโยบาย&nbsp;BCG&nbsp;ของรัฐบาล</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	26/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526120107045
286	จัดเที่ยวบินพิเศษ นำร่างแรงงานไทยที่เสียชีวิต 2 คน และคนไทยกว่า 260 คน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบในอิสราเอล กลับถึงไทยวันนี้	<p><strong>นายธานี&nbsp;แสงรัตน์&nbsp;อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ</strong>&nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าฝการให้ความช่วยเหลือแรงงานไทย&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล&nbsp;ว่า&nbsp;สถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงเทลอาวีฟ&nbsp;ได้จัดเที่ยวบินนำคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย&nbsp;รวม&nbsp;268&nbsp;คน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;แรงงานและบุคคลทั่วไป&nbsp;รวมถึงแรงงานจากนิคมเกษตรกรรมโอฮาด&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;คน&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีด้วยจรวดเมื่อวันที่&nbsp;18&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา&nbsp;เดินทางกลับไทย&nbsp;โดยสายการบิน&nbsp;El&nbsp;Al&nbsp;(เอลแอล)&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;LY081&nbsp;ออกเดินทางจากอิสราเอลแล้ว&nbsp;และกำหนดถึงประเทศไทยในวันนี้&nbsp;(26&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;เวลา&nbsp;12.30&nbsp;น.&nbsp;ซึ่งเที่ยวบินนี้&nbsp;จะนำร่างนายวีรวัฒน์&nbsp;การุญบริรักษ์&nbsp;และนายสิขรินทร์&nbsp;สงำรัมย์&nbsp;แรงงานไทยที่เสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;กลับมายังประเทศไทยด้วย&nbsp;และจะได้รับการส่งกลับไปยังภูมิลำเนา&nbsp;ที่จังหวัดเพชรบูรณ์และบุรีรัมย์&nbsp;ทันที</p><p><strong>ส่วนแรงงานชาย&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส&nbsp;ล่าสุด&nbsp;</strong>ได้รับการผ่าตัดครั้งที่&nbsp;2&nbsp;มีผลการผ่าตัดเป็นที่น่าพอใจ&nbsp;สามารถพูดคุยสื่อสารได้บ้างและได้ออกจากหอผู้ป่วยวิกฤตแล้ว&nbsp;โดยแพทย์จะต้องประเมินอาการในภาพรวมต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>	26/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526123211078
287	นายกรัฐมนตรี พอใจทางหลวงสวยขึ้น หลังปลูกต้นไม้เสริมทัศนียภาพ สั่งหน่วยราชการปลูกเพิ่ม สร้างเอกลักษณ์ ต่อยอดการท่องเที่ยว	<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ติดตามข้อสั่งการในการดำเนินงานปรับปรุงภูมิทัศน์บนท้องถนนของกรมทางหลวง&nbsp;ที่ได้ดำเนินโครงการปลูกต้นไม้ในในหลายพื้นที่&nbsp;พบว่าผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจ&nbsp;หลายเส้นทาง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;ทางหลวงหมายเลข&nbsp;2&nbsp;(ถนนมิตรภาพ)&nbsp;,ทางหลวงหมายเลข&nbsp;12&nbsp;ตอน&nbsp;บ้านฝาง-ขอนแก่น&nbsp;,ทางหลวงหมายเลข&nbsp;1021&nbsp;สายพะเยา&nbsp;-&nbsp;เชียงคำ,&nbsp;ทางหลวงหมายเลข&nbsp;33&nbsp;ตอน&nbsp;คลองยาง-นครนายก&nbsp;ฯลฯ&nbsp;&nbsp;ได้มีการปรับปรุง&nbsp;ปลูกต้นไม้ที่มีสีสันสวยงาม&nbsp;ช่วยให้ทัศนียภาพตลอดสองข้างทางดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;จึงขอชื่นชม&nbsp;และสนับสนุนให้ดำเนินงานต่อไป</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังสั่งการเพิ่มเติมให้กระทรวงคมนาคม&nbsp;กระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;พร้อมทั้งหน่วยงานรัฐ&nbsp;ดำเนินโครงการปลูกต้นไม้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองและถนนหนทางให้มีความสวยงาม&nbsp;ร่มรื่น&nbsp;โดยเลือกปลูกต้นไม้ที่เหมาะกับแต่ละพื้นที่&nbsp;เพื่อความง่ายในการดูแลรักษา&nbsp;ทั้งยังจะเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ด้วย&nbsp;โดยการปลูกต้นไม้ที่สร้างความสวยงานให้กับเมืองและท้องถนน&nbsp;จะสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนได้&nbsp;พร้อมกำชับให้ใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า&nbsp;โปร่งใส&nbsp;คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่จะเกิดแก่พื้นที่&nbsp;หรือท้องถิ่น&nbsp;และขอให้ทำด้วยความตั้งใจ&nbsp;เพราะการพัฒนาในส่วนนี้&nbsp;ไม่ใช่เพียงแต่เพื่อความสวยงาม&nbsp;แต่จะส่งผลบวกทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวตามมาด้วย</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ให้ความสำคัญกับการปลูกต้นไม้&nbsp;</strong>ทั้งการปลูกต้นไม้เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;และการปลูกต้นไม้เพื่อปรับปรุงทัศนียภาพ&nbsp;สร้างสีสันให้กับเมืองและถนนหนทาง&nbsp;ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความสวยงาม&nbsp;แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้ว&nbsp;ยังเป็นแรงดึงดูดส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;และต่อยอดการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี&nbsp;ทั้งยังทำให้เมืองน่าอยู่&nbsp;ถนนหนทางร่มรื่น&nbsp;สวยงาม&nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนมีส่วนร่วมในการปลูกต้นไม้&nbsp;เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีและทัศนียภาพที่น่ามอง&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	26/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526122257067
288	นายกรัฐมนตรี ประกาศประเทศไทย เดินหน้าฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน รวมกว่า 3 ล้านโดสแล้ว เป็นอันดับต้นๆ ของอาเซียน	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;ได้ประกาศให้การฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ&nbsp;และช่วงตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;รัฐบาลได้เร่งระดมฉีดวัคซีน&nbsp;ให้แก่&nbsp;บุคลากรทางการแพทย์&nbsp;สาธารณสุข&nbsp;อสม.&nbsp;ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและมีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่&nbsp;60&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;และผู้ที่มีโรคประจำตัว&nbsp;ตามจำนวนวัคซีนที่เข้ามา&nbsp;</p><p><strong>จากรายงานล่าสุดเมื่อ&nbsp;25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564</strong>&nbsp;ไทยมีจำนวนการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;แล้วถึง&nbsp;3,024,313&nbsp;โดส&nbsp;เป็นอันดับ&nbsp;5&nbsp;ของอาเซียนและจะเลื่อนขึ้นเป็นอันดับ&nbsp;2&nbsp;ในอาเซียน&nbsp;ด้วยการระดมฉีดวัคซีนอีก&nbsp;6-8&nbsp;ล้านโดสภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนจองฉีดวัคซีนผ่านระบบหมอพร้อมแล้วกว่า&nbsp;7,931,765&nbsp;ล้านด้วย</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการ&nbsp;</strong>ร่วมอำนวยความสะดวกการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนทุกคนที่พร้อมฉีดวัคซีนและได้ลงทะเบียนผ่านช่องทางต่างๆ&nbsp;ตามแต่สะดวก&nbsp;เพื่อขอรับวัคซีน&nbsp;ให้เป็นไปอย่างสะดวก&nbsp;เรียบร้อย&nbsp;เพื่อร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในประเทศ&nbsp;ควบคู่ไปกับการปฎิบัติตามมาตรการสาธารณสุข&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและควบคุมโรคแก่ประชาชนที่เข้ารับบริการฉีดวัคซีนในสถานที่พยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศ&nbsp;เชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยกัน&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>	26/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526122611070
289	เน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดชายแดน ใช้กลไกศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจากผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง	<p><strong>นายฉัตรชัย&nbsp;พรหมเลิศ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่นายกรัฐมนตรี&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;สั่งการให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติแบ่งพื้นที่และความรับผิดชอบให้ชัดเจนเพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;จากผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย&nbsp;จึงได้บูรณาการสั่งการและกวดขันการดำเนินมาตรการควบคุมการเดินทางเข้า-ออกประเทศอย่างผิดกฎหมายมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งได้สั่งการให้จังหวัดดำเนินการแบ่งพื้นที่และความรับผิดชอบเป็น&nbsp;3&nbsp;ส่วนได้แก่&nbsp;การปฏิบัติในพื้นที่ชายแดน&nbsp;การปฏิบัติในพื้นที่ตอนในและการปฏิบัติในพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมภาคประชาชนและทุกภาคส่วนในการสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่&nbsp;ทั้งฝ่ายทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;รวมทั้งชี้แจงทำความเข้าใจผู้ประกอบการโรงงาน&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;หอพักและกำชับเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับ&nbsp;ไม่ให้ปล่อยปละละเลยหรือรู้เห็นในพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องไม่สอดคล้องกับนโยบายและมาตรการ&nbsp;ศบค.&nbsp;รวมถึงได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนและผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;ดำเนินการตามข้อสั่งการต่างๆ&nbsp;โดยเคร่งครัดและใช้กลไกศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านของจังหวัด&nbsp;และคณะกรรมการต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องบูรณาการการปฏิบัติงานกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่และให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนร่วมกับทหาร&nbsp;ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มข้นและจริงจัง&nbsp;เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	26/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526192109247
290	จังหวัดมุกดาหารนำเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจพื้นที่ป่าและการบุกรุกทำลายป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(26&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;พ.อ.วิระ&nbsp;สอนถม&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;(กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ม.ห.)&nbsp;พร้อมด้วยศูนย์ปฏิบัติการบินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;สํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;9&nbsp;(อุบลราชธานี)&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;,&nbsp;หน่วยปฏิบัติการพิเศษ&nbsp;สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่&nbsp;2&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;(นปพ.สปป.2&nbsp;ภาค&nbsp;ตอ./น.)&nbsp;,&nbsp;ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่&nbsp;2&nbsp;(ศปป.2)&nbsp;กรมป่าไม้&nbsp;,&nbsp;อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว&nbsp;,ได้นำเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจทางอากาศ&nbsp;เพื่อตรวจสอบการกระทำความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้&nbsp;การบุกรุกพื้นที่&nbsp;ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว&nbsp;,&nbsp;พื้นที่&nbsp;อ.นิคมคำสร้อย&nbsp;,อ.ดอนตาล&nbsp;และเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยรอบ&nbsp;ตามแผนงานยุทธศาสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบด้านความมั่นคง&nbsp;กิจกรรมงานพิทักษ์ฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และโครงการผนึกกำลังป้องกันปราบปรามการบุกรุกทำลายป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามการบุกรุกทำลายป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยผลการบินลาดตระเวนครั้งนี้&nbsp;ตรวจพบการตัดโค่นต้นไม้&nbsp;และร่องรอยการแปรรูปไม้&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ในเขตป่าสงวนป่าดงหัวกอง&nbsp;และป่าดงบังอี่&nbsp;แปลงที่&nbsp;3&nbsp;และพื้นที่&nbsp;อ.เลิงนกทา&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;,&nbsp;อ.เสนางคนิคม&nbsp;จ.อำนาจเจริญ&nbsp;ในเขตอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว&nbsp;ตรวจพบพื้นที่ต้องสงสัยมีการบุกรุกแผ้วถางเพื่อขยายพื้นที่เพิ่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ตรวจพบการกระทำผิด&nbsp;พบการบุกรุกแผ้วถางพื้นที่ทำกินเพิ่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;และตรวจพบกรตัดโค่นต้นไม้&nbsp;และร่องรอยการแปรรูปไม้&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จะได้ส่งเจ้าหน้าที่เดินเท้าเข้าตรวจสอบพร้อมส่งมอบหลักฐานผลการบินประกอบภาพถ่ายให้หน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับ&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;มีเนื้อที่ประมาณ&nbsp;2,712,394&nbsp;ไร่&nbsp;ลักษณะภูมิประเทศด้านทิศเหนือและทิศตะวันตกเป็นภูเขาสูง&nbsp;ติดต่อมาจากเทือกเขาภูพาน&nbsp;มีการคุ้มครองพื้นที่ป่าโดยประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;13&nbsp;แห่ง&nbsp;อุทยานแห่งชาติ&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;เขตห้ามล่าสัตว์ป่า&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;วนอุทยาน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;และสวนรุกขชาติ&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;จังหวัดมุกดาหารมีพื้นที่ป่าคงสภาพประมาณ&nbsp;953,300&nbsp;ไร่&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;35.15&nbsp;ของพื้นที่จังหวัด&nbsp;มากเป็นอันดับ&nbsp;2&nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;รองจากจังหวัดเลย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>"	26/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526182045209
291	ปลัดกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดพื้นที่ติดชายแดนเพิ่มจุดตรวจและความถี่การปฏิบัติงานชุดลาดตระเวนชายแดน พร้อมใช้กลไกการปกครองเฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมืองอย่างเข้มข้น หากพบการฝ่าฝืนให้ลงโทษทั้งผู้นำพาและผู้สนับสนุนอย่างเด็ดขาด	"<p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดพื้นที่ติดชายแดนเพิ่มจุดตรวจและความถี่การปฏิบัติงานชุดลาดตระเวนชายแดน&nbsp;พร้อมใช้กลไกการปกครองเฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมืองอย่างเข้มข้น&nbsp;หากพบการฝ่าฝืนให้ลงโทษทั้งผู้นำพาและผู้สนับสนุนอย่างเด็ดขาด</strong></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายฉัตรชัย&nbsp;พรหมเลิศ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้เน้นย้ำไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาดำเนินการ&nbsp;โดยเพิ่มการจัดตั้งจุดตรวจและเพิ่มความถี่การปฏิบัติงานของชุดลาดตระเวน&nbsp;ทั้งจากกำลังทหารและตำรวจตระเวนชายแดน&nbsp;บริเวณพื้นที่ตามแนวชายแดน&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมืองตามแนวชายแดน&nbsp;รวมทั้งปรับใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่&nbsp;เฝ้าระวังและตรวจตราพื้นที่ตามแนวชายแดนตามความเหมาะสม&nbsp;พร้อมทั้งเน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนทุกจังหวัด&nbsp;เพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมืองในพื้นที่รับผิดชอบอย่างเข้มงวด&nbsp;ด้วยกลไกการปกครอง&nbsp;ทั้งทางทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;และพลเรือน&nbsp;กลไกภาคประชาชนและประชาสังคมที่มีอยู่&nbsp;รวมทั้งเตรียมความพร้อมของสถานที่และบุคลากรเพื่อดำเนินการตามมาตรการด้านสาธารณสุข&nbsp;ทั้งการเฝ้าระวัง&nbsp;(Quarantine)&nbsp;และการแยกกัก&nbsp;(Isolation)&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;สำหรับพื้นที่จังหวัดตอนใน&nbsp;ได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด&nbsp;ตรวจกำกับดูแลสถานประกอบการ&nbsp;และเน้นย้ำเอกชนไม่ให้จ้างงานแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรในห้วงเวลานี้&nbsp;หากพบการฝ่าฝืนข้อกำหนดให้ลงโทษทั้งผู้ที่นำพาและผู้สนับสนุนอย่างเด็ดขาด&nbsp;และให้ภาคประชาสังคม&nbsp;เช่น&nbsp;อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน&nbsp;(อสม.)&nbsp;และอาสาสมัครสาธารณสุข&nbsp;(อสส.)&nbsp;เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐในการเฝ้าระวังพื้นที่ด้วย</span></p>"	27/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527075200305
292	กฟผ.ฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ มอบวัสดุอุปกรณ์โรงพยาบาลสนามรองรับสถานการณ์ COVID-19 และตู้ตรวจโควิดพร้อมเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ให้กับหน่วยงานราชการในจังหวัดลำพูน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กฟผ.ฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ&nbsp;มอบวัสดุอุปกรณ์โรงพยาบาลสนามรองรับสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;และตู้ตรวจโควิดพร้อมเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ให้กับหน่วยงานราชการในจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมเงินสนับสนุนเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&nbsp;วันนี้&nbsp;(27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;ที่&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานรับมอบวัสดุอุปกรณ์โรงพยาบาลสนามรองรับสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;และตู้ตรวจโควิดพร้อมเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ให้กับหน่วยงานราชการในจังหวัดลำพูน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.มอบวัสดุอุปกรณ์โรงพยาบาลสนามรองรับสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;อาทิ&nbsp;ถุงยังชีพ&nbsp;น้ำดื่มน้ำใจ&nbsp;กฟผ.&nbsp;เครื่องใช้จำเป็นและเวชภัณ์ทางการแพทย์&nbsp;ให้&nbsp;โรงพยาบาลสนามจังหวัดลำพูน&nbsp;(ร.พ.ลำพูน)&nbsp;2.&nbsp;มอบเงินสนับสนุนโรงพยาบาลลำพูนเพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์&nbsp;จำนวน&nbsp;400,000&nbsp;บาท&nbsp;และ&nbsp;3.&nbsp;มอบตู้ตรวจโควิด-19&nbsp;ให้กับ&nbsp;6&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขอำเภอป่าซาง&nbsp;โรงพยาบาลเวียงหนองล่อง&nbsp;โรงพยาบาลทุ่งหัวช้าง&nbsp;โรงพยาบาลแม่ทา&nbsp;และโรงพยาบาลบ้านโฮ่ง&nbsp;อย่างละ&nbsp;1&nbsp;ตู้&nbsp;พร้อมเวชภัณฑ์ทางการแพทย์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายถนอมพงค์&nbsp;ชวลิตชีวินกุล&nbsp;ผู้อํานวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ,&nbsp;นายพัฒนพงศ์&nbsp;สุวรรณธวัช&nbsp;ผู้ช่วยผู้อํานวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ&nbsp;1&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;มี&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน,&nbsp;นายโยธิน&nbsp;ประสงค์ความดี&nbsp;นายอำเภอเมืองลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;บุคลากรทางแพทย์&nbsp;เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธีมอบ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายถนอมพงค์&nbsp;ชวลิตชีวินกุล&nbsp;ผู้อํานวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ด้วยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;ฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ&nbsp;(อปน.)&nbsp;มีภารกิจในการดูแลรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;18&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;มีที่ทำการอยู่ที่ตำบลไผ่ขอดอน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;รวมทั้งยังมีการดำเนินโครงการด้านความรับผิดชอบต่อสังคม&nbsp;ชุมชน&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;(CSR)&nbsp;ในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ที่กำลังระบาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องไปหลายประเทศทั่วโลก&nbsp;รวมถึงประเทศไทยที่มีผู้ติดเชื้อกระจายอยู่ทุกจังหวัด&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กฟผ.&nbsp;อปน.&nbsp;จึงได้มีแผนงานช่วยสังคมและสาธารณประโยชน์&nbsp;เพื่อสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ในการคัดกรองโรค&nbsp;การป้องกันและควบคุมโรค&nbsp;ทางการแพทย์ที่จำเป็นมอบให้กับโรงพยาบาลต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ในการนี้&nbsp;กฟผ.&nbsp;อปน.&nbsp;จึงได้เรียนเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนมาเป็นประธานรับมอบวัสดุอุปกรณ์โรงพยาบาลสนามรองรับสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;เพื่อส่งมอบให้กับโรงพยาบาลสนามจังหวัดลำพูน&nbsp;(ร.พ.ลำพูน)&nbsp;พร้อมมอบตู้ตรวจโควิดและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ให้กับ&nbsp;6&nbsp;หน่วยงานในจังหวัดลำพูน&nbsp;เพื่อใช้ในการประกอบการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&nbsp;และใช้ในการป้องกันตนเองของบุคลากรทางการแพทย์ในการป้องกันการติดเชื้อและการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ต่อไป.&nbsp;ข่าวโดย&nbsp;นายอานนท์&nbsp;บุญมาตุ้ย&nbsp;เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</p>	27/5/2021	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527111500359
293	จ.ลำพูน ติดตามผลการดำเนินงานด้านการประชาสัมพันธ์ ตามนโยบายรัฐบาล ภายใต้แผนปฏิบัติการประชาสัมพันธ์แห่งชาติระดับจังหวัด	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;นายอนุพงษ์&nbsp;วาวงศ์มูล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2564&nbsp;โดยมีคณะอนุกรรมการฯ&nbsp;จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;ซึ่งเป็นการติดตามผลการดำเนินงานตามแผนการประชาสัมพันธ์ในช่วงระหว่างเดือนตุลาคม&nbsp;2563&nbsp;-&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;อินทา&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน&nbsp;ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการฯ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การติดตามผลการดำเนินงานครั้งนี้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการประชาสัมพันธ์แห่งชาติระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ที่ผ่านความเห็นชอบแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ด้าน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;การสร้างความตระหนักรู้&nbsp;และความเข้าใจของประชาชนต่อเรื่องสื่อสารสำคัญ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.สร้างความตระหนักรู้&nbsp;ทัศนคติเชิงบวก&nbsp;และการมีส่วนร่วมของประชาชนไทยและชาวต่างประเทศ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.บริหารจัดการข้อมูลข่าวสาร&nbsp;สร้างการรู้เท่าทันและการมีส่วนร่วมผลิตสื่อในรูปแบบต่างๆ&nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เชิงรุกและสร้างองค์ความรู้กับประชาชนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและเพื่อต่อต้านข่าวปลอม&nbsp;และแนวทางการพัฒนาที่&nbsp;4&nbsp;ยกระดับบุคลากรด้านการประชาสัมพันธ์และสื่อสารมวลชนของประเทศ&nbsp;ซึ่งผลการดำเนินงานส่วนใหญ่เป็นไปตามแผนและบางส่วนอยู่ระหว่างการดำเนินงานโดยที่ประชุมมีมติให้เพิ่มการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เรื่องโรคโควิด-19&nbsp;เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ในขณะนี้อีกด้วย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การขับเคลื่อนงานด้านการประชาสัมพันธ์&nbsp;จะต้องรวดเร็วทันเหตุการณ์&nbsp;และถูกต้องเชื่อถือได้&nbsp;มีการบูรณากับทุกภาคส่วนโดยเฉพาะหอกระจายข่าว&nbsp;และเสียงตามสายของชุมชน&nbsp;และของ&nbsp;อปท.&nbsp;และการเผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อออนไลน์&nbsp;รวมถึงสื่อวิทยุกระจายเสียงที่มีความใกล้ชิดกับประชาชน&nbsp;เพื่อให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึงต่อไป&nbsp;ข่าวโดย&nbsp;สุพิน&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ&nbsp;สนง.ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</p>	27/5/2021	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527114535372
294	สภาผู้แทนฯ พิจารณาพระราชกำหนดให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2564	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การประชุมสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;วันนี้&nbsp;(27&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ในช่วงบ่ายที่ผ่านมา</strong>&nbsp;ได้พิจารณาพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ&nbsp;โดยนายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;ชี้แจงเหตุผลการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้&nbsp;ว่า&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจอย่างมาก&nbsp;ดังนั้นรัฐบาลจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องตราพระราชกำหนดนี้&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยให้ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;ให้กู้ยืมเงินแก่สถาบันการเงินเป็นการเฉพาะ&nbsp;เพื่อให้สถาบันการเงินนำไปให้ผู้ประกอบธุรกิจกู้ยืมเพื่อใช้ประโยชน์ในธรุกิจที่ได้รับผลกระทบและขาดสภาพคล่อง&nbsp;โดยการให้กู้ยืมแก่สถาบันการเงินอาจทำโดยวิธีการรับซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินที่สถาบันการเงินผู้กู้เป็นผู้ออกได้&nbsp;รวมถึงเพื่อให้สถาบันการเงินนำไปให้ผู้ประกอบธุรกิจกู้ยืมโดยคิดอัตราดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ&nbsp;0.01&nbsp;ต่อปี&nbsp;ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจที่ประสบปัญหาที่ได้รับผลกระทบอัจากการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ได้อย่างกว้างขวางและทั่วถึง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;ด้านสมาชิกสภาฯได้อภิปรายสนับสนุนพระราชกำหนดนี้</strong>&nbsp;เพราะเชื่อว่า&nbsp;จะช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอีสามารถกู้ยืมเงินเพื่อมาดำเนินธุรกิจที่ต้องหยุดชะงักจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;&nbsp;แต่ขอให้กำหนดหลักเกณฑ์การช่วยเหลือที่ครอบคลุมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกกลุ่ม</p>	27/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527161116548
295	จีน พร้อมสนับสนุนให้ไทย เป็นฐานการผลิตวัคซีนในภูมิภาค และส่งเสริมความร่วมมือด้านสาธาณสุข ร่วมกันอย่างใกล้ชิด	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายธานี&nbsp;แสงรัตน์&nbsp;อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;</strong>เปิดเผยถึงผลการหารือยุทธศาสตร์ไทย-จีน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5&nbsp;ที่มีนายธานี&nbsp;ทองภักดี&nbsp;ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;เข้าร่วมการประชุม&nbsp;โดยมีการหารือประเด็นสำคัญ&nbsp;ถึงแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;ความร่วมมือด้านสาธารณสุข&nbsp;ที่ฝ่ายจีนแสดงความพร้อมสนับสนุนการจัดซื้อวัคซีนของไทยในอนาคต&nbsp;รวมถึง&nbsp;วัคซีนจากซิโนฟาร์ม&nbsp;และการสนับสนุนให้ไทยเป็นฐานการผลิตวัคซีนในภูมิภาค&nbsp;ขณะที่&nbsp;ฝ่ายไทย&nbsp;ได้หยิบยกข้อติดขัดเรื่องการนำเข้าสินค้าในช่วง&nbsp;โควิด-19&nbsp;และการเปิดด่านเพิ่มเติม&nbsp;รวมถึง&nbsp;การฟื้นฟูการเดินทางในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;การผลักดันให้นักศึกษาไทยกลับไปศึกษาต่อที่จีน&nbsp;และผลักดันให้สายการบินของไทยกลับมาทำการบินเชิงพาณิชย์ในจีนได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ขณะที่ก่อนหน้านี้&nbsp;ได้มีการประชุมหารือยุทธศาสตร์ไทย-สหรัฐ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;7</strong>&nbsp;โดยมีประเด็นสำคัญหลายด้าน&nbsp;เช่น&nbsp;การเตรียมความพร้อมรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;การส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคงและยั่งยืนระหว่าง&nbsp;2&nbsp;ประเทศ&nbsp;การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;และพลังงานสะอาด&nbsp;ซึ่งสอดรับกับเทคโนโลยี&nbsp;BCG&nbsp;ของไทย&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;ทั้งสองฝ่าย&nbsp;ยังหารือเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมในระดับอนุภูมิภาค&nbsp;และกรอบความร่วมมือที่มีอยู่ในปัจจุบัน&nbsp;รวมถึง&nbsp;แนวทางส่งเสริมด้านความมั่นคง&nbsp;ทั้งความมั่นคงทางไซเบอร์&nbsp;ความมั่นคงด้านสาธารณสุข&nbsp;ความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;และการต่อต้านการค้ามนุษย์</p>	27/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527161431552
296	กระทรวงการต่างประเทศ ยืนยัน คนไทยยังสามารถเดินทางเข้าประเทศในกลุ่มสภาพยุโรปได้ตามปกติ โดยไม่จำกัดวัตถุประสงค์และการฉีดวัคซีน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายธานี&nbsp;แสงรัตน์&nbsp;อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกระทรวงการต่างประเทศ</strong>&nbsp;ยืนยัน&nbsp;คนไทย&nbsp;ยังสามารถเดินทางเข้าประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป&nbsp;หรือ&nbsp;อียู&nbsp;ได้&nbsp;โดยไม่จำกัดวัตถุประสงค์&nbsp;และไม่จำกัดว่าจะฉีดวัคซีนมาแล้วหรือไม่&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;ยังอยู่ใน&nbsp;EU&nbsp;White&nbsp;List&nbsp;คือ&nbsp;ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;75&nbsp;คนต่อจำนวนประชากร&nbsp;1&nbsp;แสนคน&nbsp;ในช่วงเวลา&nbsp;14&nbsp;วันที่ผ่านมา&nbsp;แต่ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศในกลุ่มอียู&nbsp;จะต้องตรวจสอบรายละเอียดการเดินทางเป็นรายประเทศก่อนเดินทางให้ชัดเจน&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;อำนาจในการอนุญาตเข้าเมือง&nbsp;ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละประเทศสมาชิกอียู</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากข้อมูลล่าสุด&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;6&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา&nbsp;ประเทศที่อยู่ใน&nbsp;EU&nbsp;White&nbsp;List&nbsp;ได้แก่&nbsp;ออสเตรเลีย&nbsp;อิสราเอล&nbsp;นิวซีแลนด์&nbsp;รวันดา&nbsp;เกาหลีใต้&nbsp;รวมถึง&nbsp;ไทย&nbsp;และประเทศอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;แต่หากในอนาคต&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในไทยรุนแรงขึ้น&nbsp;อียูอาจอนุญาตให้ประเทศสมาชิกอียู&nbsp;ออกมาตรการเพิ่มเติมได้&nbsp;เช่น&nbsp;การให้เข้ากักตัว&nbsp;และตรวจหาเชื้อเป็นระยะ&nbsp;แม้จะได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้วก็ตาม</p>	27/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527154034514
297	ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก มั่นใจ แม่ทัพภาคที่ 4 และฝ่ายความมั่นคง แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ ย้ำ ยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วม และความจริงใจแก้ไขกับปัญหา สร้างความสงบสุข ยุติเหตุรุนแรง	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลเอก&nbsp;พรศักดิ์&nbsp;พูลสวัสดิ์&nbsp;ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;นำทีมผู้บังคับบัญชาจากกองทัพบก&nbsp;ประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดปัตตานี&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;และจังหวัดสงขลา&nbsp;พร้อมติดตามคดีสำคัญและการบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่กลุ่มเสี่ยงที่มักเกิดเหตุบ่อยครั้ง&nbsp;อย่างพื้นที่สายบุรี&nbsp;กะพ้อ&nbsp;ทุ่งยางแดง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;พื้นที่สะบ้าย้อย&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;และพื้นที่บันนังสตา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ที่พบว่ามีสถิติเปรียบเทียบจากปีที่ผ่านมาทั้งเหตุการณ์&nbsp;และความเสียหายเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยมีกำลัง&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;และฝ่ายปกครอง&nbsp;ร่วมประชุมแนวทางแก้ปัญหา&nbsp;ยังหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;44&nbsp;อำเภอสายบุรี&nbsp;จังหวัดปัตตานี,&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่&nbsp;43&nbsp;อำเภอนาทวี&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;และหน่วยเฉพาะกิจยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกได้รับฟังบรรยายสรุปภารกิจสำคัญจากผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจในแต่ละจังหวัด&nbsp;ก่อนนำเอาประสบการณ์จากเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;นำเหล่าทัพแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ถ่ายทอดแนวคิดต่อการแก้ปัญหา&nbsp;โดยเชื่อว่าหัวใจสำคัญคือความจริงใจ&nbsp;การแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;การใช้อาวุธไม่ก่อให้เกิดความสันติสุข&nbsp;การพูดคุย&nbsp;และต้องพูดความจริงเท่านั้นเป็นการแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน&nbsp;แต่สำหรับกลุ่มที่ทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์&nbsp;การบังคับใช้กฎหมายเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องดำเนินการ&nbsp;ทั้งนี้ผู้ที่มีส่วนช่วยสร้างความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชน&nbsp;นั่นคือ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;เพราะเป็นผู้ดูแลใกล้ชิดประชาชน&nbsp;และทราบความเคลื่อนไหวต่างๆ&nbsp;ในหมู่บ้านเป็นอย่างดี&nbsp;ซึ่งหากมีสิ่งผิดปกติ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านจะเป็นกลุ่มแรกที่รู้&nbsp;และช่วยเจ้าหน้าที่รัฐทำหน้าที่ดูแลประชาชนให้เกิดความมั่นคงปลอดภัย&nbsp;ขอเพียงอย่ากลัว&nbsp;เพราะหน่วยงานความมั่นคงที่นำโดยแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;พร้อมเข้ามาดูแลเต็มที่&nbsp;""อย่าเอาชีวิตชาวบ้านผู้บริสุทธิ์มาเป็นเดิมพัน&nbsp;ขอให้ยึดถือประโยชน์และความสุขของประชาชนเป็นสำคัญ""&nbsp;เพราะถ้าพื้นที่ปลอดเหตุประชาชนปลอดภัย&nbsp;ความสันติสุขก็จะตามมา&nbsp;ทุกการแก้ปัญหาต้องเดินหน้าไปด้วยกัน&nbsp;ขอย้ำว่าให้ใช้หลักของความจริงที่ถูกต้องในการดำเนินการเพื่อที่จะได้หักล้างข้อมูลที่เคยถูกบิดเบือน&nbsp;ข่าวลวงหรือข่าวปลอมที่จะทำให้พี่น้องประชาชนเข้าใจผิด&nbsp;ทั้งนี้ก็จะได้ป้องกันแนวร่วมรุ่นใหม่ที่จะเกิดขึ้น&nbsp;โดยใช้ประโยชน์จากชุดกิจการพลเรือน&nbsp;ที่ต้องช่วยกันเผยแพร่ข้อมูลความจริงที่ถูกต้อง&nbsp;หากเกิดเหตุในพื้นที่หน่วยจะต้องดำเนินการเร่งรัดสร้างความเข้าใจ&nbsp;ชี้แจ้งข้อเท็จจริงให้สังคมเกิดความกระจ่างโดยเร็ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;""การปฏิบัติทั้งชุดจรยุทธ์และกิจการพลเรือนแบบเชิงรุกมีส่วนสำคัญในการทำลายโครงสร้างของผู้ก่อเหตุรุนแรงและจำกัดเสรีการปฏิบัติ&nbsp;เจ้าหน้าที่สามารถบังคับใช้กฎหมายแต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอนอย่างรัดกุม&nbsp;ขอให้หน่วยดำเนินการภายใต้การมีส่วนร่วมของผู้นำพื้นที่ผู้นำศาสนา&nbsp;เข้าใจในขั้นตอนของกฎการปะทะอย่างเข้มงวด&nbsp;เรื่องของการควบคุมพื้นที่ถ้าจะให้ได้ผลต้องใช้ยุทธศาสตร์ประชาชนมีส่วนร่วมบูรณาการกำลังทุกภาคส่วนทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;และพลเรือน&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;ช่วยกันแก้ไขปัญหาในพื้นที่""&nbsp;นอกจากนี้แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ยังได้เน้นย้ำเพิ่มเติมให้หน่วยได้มีการประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนให้เข้าใจหลักการทำงาน&nbsp;และความจริงของการปฏิบัติงานมากขึ้น&nbsp;โดยสามารถประชาสัมพันธ์เรื่อง&nbsp;เบอร์โทรศัพท์สายตรงของแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ให้ทั่วถึงในทุกพื้นที่&nbsp;ตลอดจนประชาสัมพันธ์เรื่องความผิดของผู้ให้การสนับสนุนผู้ก่อเหตุรุนแรง&nbsp;โดยสามารถบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังทั้งกลุ่มผู้ก่อเหตุ&nbsp;และผู้ให้การสนับสนุนตามมาตรา&nbsp;189&nbsp;เพื่อจะลดและตัดการสนับสนุนในพื้นที่ให้ได้&nbsp;""ถึงเวลาแล้วที่ทุกหน่วยจะต้องดำเนินภารกิจแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างจริงจัง&nbsp;สร้างความสงบสุข&nbsp;ยุติเหตุรุนแรง&nbsp;สร้างสันติสุขให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม""</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>"	27/5/2021	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527143732463
298	ราชทัณฑ์ เผยผู้ต้องขังติดโควิด-19 รายใหม่ 1,228 ราย หายเพิ่ม 2,054 ราย พร้อมแจง มาตรการคัดกรองเชื้อ ก่อนปล่อยตัวผู้ต้องขัง	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายวีระกิตติ์&nbsp;หาญปริพรรณ์&nbsp;รองอธิบดี&nbsp;กรมราชทัณฑ์&nbsp;</strong>และโฆษกศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด19&nbsp;ในเรือนจำ&nbsp;ว่า&nbsp;วันนี้(27&nbsp;พ.ค.)&nbsp;มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่&nbsp;1,228&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;2,054&nbsp;ราย&nbsp;ทำให้มีผู้ต้องขังที่ยังติดเชื้ออยู่&nbsp;16,319&nbsp;ราย&nbsp;จาก&nbsp;14&nbsp;เรือนจำ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายวีระกิตติ์&nbsp;กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ว่า&nbsp;</strong>มีชายที่พ้นโทษ&nbsp;จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ&nbsp;และติดเชื้อจากเรือนจำฯ&nbsp;ได้นอนเสียชีวิตอยู่บนบาทวิถี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ว่า&nbsp;ชายคนดังกล่าวได้รับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ก่อนพ้นโทษ&nbsp;โดยเมื่อวันที่&nbsp;9&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ได้รับแจ้งจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์&nbsp;ว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ซึ่งจัดเป็นผู้ป่วยในกลุ่มสีเขียว&nbsp;ที่ไม่มีแสดงอาการ&nbsp;เรือนจำฯ&nbsp;จึงได้ประสานส่งต่อผู้ติดเชื้อรายดังกล่าว&nbsp;รวมกับผู้ต้องขังอีก&nbsp;3&nbsp;รายที่พ้นโทษพร้อมกันในวันที่&nbsp;11&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ไปรับการรักษาจากหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่&nbsp;ตามกระบวนการของการรักษาผู้ป่วย&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามมาตรการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยของกรมราชทัณฑ์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับมาตรการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดที่ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ&nbsp;ทั้งแบบปกติ&nbsp;ปล่อยตัวชั่วคราว&nbsp;และการพักการลงโทษหรือลดวันต้องโทษจำคุก&nbsp;เรือนจำ/ทัณฑสถานทุกแห่ง&nbsp;ต้องดำเนินการตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ก่อนปล่อยตัวทุกราย&nbsp;หากเป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;และพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ให้แจ้งชื่อและกำหนดการปล่อยตัวแก่สำนักงานสาธารณสุขก่อนปล่อยตัวไม่น้อยกว่า&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;และในรายที่สงสัยว่าจะติดเชื้อให้ดำเนินการแยกกักตัว&nbsp;เพื่อสังเกตอาการก่อนปล่อย&nbsp;14&nbsp;วันหากไม่ติดเชื้อจึงปล่อยตัวได้&nbsp;หากพบว่ามีการติดเชื้อ&nbsp;หรือเป็นผู้ติดเชื้อที่กำลังรักษาตัวอยู่&nbsp;ให้ประสานหน่วยงานสาธารณสุข&nbsp;หรือโรงพยาบาลแม่ข่ายในพื้นที่&nbsp;เพื่อรับตัวเข้าสู่กระบวนการรักษา&nbsp;และในผู้ติดเชื้อที่ได้รับการรักษาจนหายแล้ว&nbsp;ก่อนปล่อยตัวให้แจ้งโรงพยาบาลในพื้นที่เพื่อติดตามผลต่อเป็นระยะเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ส่วนมาตรการลดความแออัดในเรือนจำ&nbsp;กรมราชทัณฑ์กำลังพิจารณา&nbsp;โครงการพักการลงโทษ&nbsp;กรณีพิเศษ</strong>สำหรับผู้ที่เจ็บป่วยในสถานการณ์การแพร่ระบาด&nbsp;และการปรับขยายเกณฑ์&nbsp;พักการลงโทษ&nbsp;เพื่อให้นักโทษได้รับการพักการลงโทษมากขึ้น&nbsp;ซึ่งทั้งหมดยังอยู่ระหว่างการพิจารณาถึงหลักเกณฑ์และความเหมาะสม&nbsp;เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชน&nbsp;และภาพรวมของกระบวนการยุติธรรม&nbsp;รวมถึงการให้ผู้ต้องขังใช้สิทธิยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว&nbsp;ซึ่งได้รับความกรุณาจากสำนักงานศาลยุติธรรม&nbsp;ที่ได้ออกมาตรการลดการคุมขังและการเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;มา&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความแออัดของเรือนจำ/ทัณฑสถานได้เป็นอย่างดี</p>	27/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527155138522
299	อนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทเพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 และฟื้นฟูเศรษฐกิจ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;ชี้แจงเกี่ยวกับ&nbsp;พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;(พ.ร.ก.กู้เงินช่วยโควิด-19&nbsp;ฉบับที่&nbsp;2)&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;5&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;โดยเน้นการใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์&nbsp;3&nbsp;แผนงาน&nbsp;แต่กรณีที่จำเป็นสามารถปรับกรอบวงเงินภายใต้&nbsp;3&nbsp;แผนงานได้เพื่อให้ได้ตามวัตถุประสงค์และเพื่อเข้าไปเสริมกับ&nbsp;พ.ร.ก.กู้เงินช่วยโควิด-19&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2563&nbsp;จำนวน&nbsp;1.9&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;(ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;2563)&nbsp;แผนงานการใช้วงเงินกู้ตาม&nbsp;พ.ร.ก.กู้เงินช่วยโควิด-19&nbsp;ฉบับที่&nbsp;2&nbsp;มีดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;แผนงานเพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;30,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อใช้จ่ายเกี่ยวกับการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;เพื่อช่วยเหลือ&nbsp;เยียวยาและชดเชย&nbsp;ให้แก่ประชาชนทุกสาขาอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;วงเงิน&nbsp;300,000&nbsp;ล้านบาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;วงเงิน&nbsp;170,000&nbsp;ล้านบาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับ&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว&nbsp;มีผลตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;พ.ค.&nbsp;2564&nbsp;โดยใจความสำคัญเพื่อประโยชน์&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จากการระบาดของโควิด-19&nbsp;ที่ยังไม่ยุติลง&nbsp;โดยให้กระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศ&nbsp;หรือออกตราสารหนี้&nbsp;ในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย&nbsp;มีมูลค่ารวมกันไม่เกิน&nbsp;500,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยต้องลงนามในสัญญากู้เงิน&nbsp;หรือออกตราสารหนี้&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	27/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527153804512
300	ครม.มีมติเห็นชอบให้รถแท็กซี่ป้ายดำรับผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันได้	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;หรือแท็กซี่ป้ายดำผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;(แอปพลิเคชัน)</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประโยชน์ของร่างกฎกระทรวงดังกล่าว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;เป็นทางเลือกการให้บริการรถยนต์รับจ้าง&nbsp;สอดคล้องกับลักษณะสังคมและการใช้ชีวิตของประชาชน&nbsp;ที่นิยมเรียกใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันมากขึ้น</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;หน่วยงานราชการสามารถควบคุมติดตามตรวจสอบเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารได้และช่วยส่งเสริมให้ผู้ขับรถยนต์สามารถประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข้อกำหนดผู้ให้บริการ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ตัวรถมีอายุการใช้งานได้ไม่เกิน&nbsp;9&nbsp;ปี&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;รถขนาดเล็ก&nbsp;ขนาดกลางและขนาดใหญ่</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ&nbsp;ผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและใช้แอปพลิเคชันที่ผ่านการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ทำประกันภัยเพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของผู้โดยสาร&nbsp;และติดเครื่องหมายแอปพลิเคชันให้ทราบ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลัง&nbsp;ครม.มีมติอนุมัติจะประกาศเป็นกฎกระทรวงภายใน&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;คาดบังคับใช้ประมาณปลายเดือน&nbsp;มิถุนายน&nbsp;-&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	27/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527153947513
301	รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงออกประกาศราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จัดหาวัคซีน เพื่อให้มีคุณสมบัติถูกต้อง ปิดช่องว่างระหว่างรอประเทศไทยผลิตวัคซีนได้ 	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายวิษณุ&nbsp;เครืองาม&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>กล่าวถึงราชกิจจานุเบกษา&nbsp;ลงประกาศให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สามารถจัดหาวัคซีน&nbsp;อุปกรณ์ทางการแพทย์&nbsp;เวชภัณพ์&nbsp;เข้ามารักษาประชาชนในช่วงสถานการณ์โควิด&nbsp;19&nbsp;ได้&nbsp;ว่า&nbsp;ทุกอย่างยังจะต้องปฎิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่&nbsp;ไม่ใช่การนำเข้าแบบอิสระ&nbsp;ยังต้องปฎิบัติตามกฎหมายต่างๆที่มีอยู่ทุกประการ&nbsp;เช่น&nbsp;ต้องขออนุญาต&nbsp;อย.&nbsp;ดังนั้นจำเป็นต้องมีการออกประกาศรับรองเพื่อให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&nbsp;มีคุณสมบัติและไปยื่นขอเจรจานำเข้าวัคซีนได้&nbsp;และเป็นการใช้อำนาจในช่วงสถานการณ์โควิด&nbsp;19&nbsp;และช่วงที่ขาดแคลนเท่านั้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลงอำนาจนี้ก็จะหมดไป<strong>&nbsp;ยืนยันว่าจะไม่มีความซ้ำซ้อนกับกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ที่</strong>เป็นฝ่ายบริหารจัดการวัคซีน&nbsp;เพราะตามขั้นตอนต่างๆก็จะต้องไปขออนุญาตกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เช่นกัน&nbsp;ซึ่งราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&nbsp;มีศักยภาพในการที่จะไปติดต่อไปหน่วยงานต่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;สปุกนิก&nbsp;วี&nbsp;หรือ&nbsp;ไฟเซอร์&nbsp;หรือ&nbsp;โมเดอร์นา&nbsp;เหมือนกับเอกชนที่มีศักยภาพ&nbsp;ดังนั้นการออกประกาศในราชกิจจา&nbsp;คือการรับรองการราชวิทยาลัยฯให้มีคุณสมบัติ&nbsp;สถานะ&nbsp;ทัดเทียมเอกชน&nbsp;สามารถทำข้อตกลง&nbsp;หรือ&nbsp;ดีล&nbsp;กับบริษัทวัคซีนได้&nbsp;ส่วนงบประมาณในการจัดซื้อ&nbsp;จะเป็นงบของราชวิทยาลัยฯทั้งหมด&nbsp;ไม่ได้เป็นการมาใช้งบของรัฐ&nbsp;เพราะหากใช้งบของรัฐกระทรวงสาธารณสุขสามารถติดต่อเองได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากมีองค์กร&nbsp;หรือ&nbsp;สถาบัน&nbsp;อื่นๆ&nbsp;จะทำในรูปแบบเช่นนี้ได้หรือไม่นายวิษณุกล่าวว่า&nbsp;ราชวิทยาลัยฯ&nbsp;ต้องทำเพราะตาม&nbsp;พระราชบัญญัติยา&nbsp;คนที่จะนำเข้ายา&nbsp;หรือ&nbsp;เวชภัณฑ์เข้ามาได้&nbsp;จะต้องหน่วยเป็นกระทรวง&nbsp;ทบวง&nbsp;กรม&nbsp;หรือหน่วยงานของรัฐ&nbsp;เท่านั้น&nbsp;แต่ในกรณีเช่นนี้โรงพยาบาลของรัฐนั้นเข้านิยามอยู่แล้ว&nbsp;แต่ราชวิทยาลัยฯ&nbsp;ไม่เข้าตามกฎหมาย&nbsp;จึงเป็นที่มาของการออกประกาศรับรองสถานะ&nbsp;นอกจากนี้ในประกาศยังระบุอีกว่า&nbsp;ในกรณีที่มีการผลิตวัคซีนในประเทศ&nbsp;ราชวิทยาลัยฯก็ต้องหยุดการนำเข้าวัคซีนทั้งหมด</p>	27/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527160101529
302	ครม.อนุมัติงบ 311 ล้านบาทให้กรมราชทัณฑ์แก้ปัญหาโควิด-19 ระบาดในเรือนจำ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;มีมติอนุมัติกรอบวงเงิน&nbsp;311,650,300&nbsp;บาท&nbsp;ให้กรมราชทัณฑ์เป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;รายการ&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ค่าชุดตรวจไวรัสโควิด-19&nbsp;แบบ&nbsp;RT&nbsp;PCR&nbsp;จำนวน&nbsp;100,000&nbsp;ชุด&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;80&nbsp;ล้านบาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ค่าก่อสร้างโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วยวิกฤติ&nbsp;ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;51,967,200&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ค่าก่อสร้างโรงพยาบาลสนามประจำเขตกลุ่มเรือนจำและทัณฑสถาน&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;92,680,000&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ค่าก่อสร้างและปรับปรุงห้องกักกันโรคประจำเรือนจำและทัณฑสถานจำนวน&nbsp;65&nbsp;แห่ง&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;49,835,500&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ค่าวัสดุ&nbsp;อุปกรณ์ป้องกันโรคติดต่อจากเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ในเรือนจำและทัณฑสถาน&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;37,167,600&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนการจัดหายาฟาวิพิราเวียสำหรับผู้ติดเชื้อนั้นให้กรมราชทัณฑ์ดำเนินการตามแนวปฏิบัติ&nbsp;โดยขอรับการสนับสนุนยาจากกระทรวงสาธารณสุขโดยตรงและเร่งด่วน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เนื่องจากปัญหาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ในเรือนจำและทัณฑสถานเกิดการแพร่ระบาดขึ้นหลายแห่ง&nbsp;จึงจำเป็นต้องก่อสร้างปรับปรุงสถานที่&nbsp;พร้อมจัดหาวัสดุอุปกรณ์เพื่อแก้ไขและป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ&nbsp;นายกรัฐมนตรีจึงได้เห็นชอบให้ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;งบกลาง&nbsp;รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา&nbsp;แก้ไขปัญหา&nbsp;และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;โดยให้กรมราชทัณฑ์เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเท่าที่จำเป็นและเหมาะสม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	27/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527154723519
303	ครม.อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาฯ ยกเว้นภาษีเงินได้สนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;.ปรับปรุงสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่วิสาหกิจเพื่อสังคมและบุคคล&nbsp;ที่สนับสนุนกิจการของกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;ประกอบด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการวิสาหกิจเพื่อสังคมและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้สนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดาผู้สนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;โดยสามารถหักลดหย่อนเงินลงทุนในวิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;ได้ไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับปีภาษีและสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้&nbsp;โดยหักรายจ่ายได้ตามจริงเท่าเงินลงทุนในวิสาหกิจเพื่อสังคม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มาตรการดังกล่าวทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้ประมาณ&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แต่สร้างประโยชน์ในหลายด้าน&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินกิจการของวิสาหกิจเพื่อสังคมให้ขยายตัวได้มากขึ้นทั้งในเชิงปริมาณ&nbsp;คุณภาพ&nbsp;และขีดความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;ซึ่งเป็นประโยชน์แก่สังคมโดยรวม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.สอดคล้องกับ&nbsp;พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.ภาคเอกชนสามารถ&nbsp;จ้างงานหรือผู้สมควรได้รับการส่งเสริมเป็นพิเศษและแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาชุมชน&nbsp;สังคมและสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>"	27/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527155458525
304	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและบรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและบรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน</strong></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โดยมีผู้แทนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย&nbsp;ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมการประชุม&nbsp;โดย&nbsp;พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้มีคำสั่งจัดตั้งศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(ศจพ.)&nbsp;ขึ้น&nbsp;โดยต่อมา&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ&nbsp;ได้มีคำสั่งให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;ระดับ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด&nbsp;(ศจพ.จ.)&nbsp;,&nbsp;ศูนย์อำนวยการปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอำเภอ&nbsp;(ศจพ.อ.)&nbsp;และทีมปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับพื้นที่&nbsp;โดยมีทีมพี่เลี้ยง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;นักศึกษา&nbsp;และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทำหน้าที่ในการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลครัวเรือนเป้าหมายในพื้นที่&nbsp;ซึ่งสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;ได้ดำเนินการจัดทำฐานข้อมูลจากระบบการพัฒนาคนแบบชี้เป้า&nbsp;ครอบคลุมทั้งด้านสุขภาพ&nbsp;ความเป็นอยู่&nbsp;การศึกษา&nbsp;รายได้&nbsp;และการเข้าถึงบริการรัฐ&nbsp;ลงถึงระดับอำเภอ&nbsp;เพื่อทำให้ครัวเรือนเป้าหมายได้รับความช่วยเหลือตามสภาพปัญหาและพึ่งพาตนเองได้&nbsp;โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เน้นย้ำว่ากลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานฯ&nbsp;คือ&nbsp;""ทีมพี่เลี้ยง""&nbsp;ซึ่งจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบข้อมูล&nbsp;จำแนกข้อมูล&nbsp;และแจ้งทีมปฏิบัติการฯ&nbsp;ปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน&nbsp;รวมทั้งสนับสนุน&nbsp;เยี่ยมเยียนให้กำลังใจครัวเรือนเป้าหมาย&nbsp;ถือเป็นกลไกที่ใกล้ชิดกับครัวเรือนเป้าหมายที่สุด&nbsp;เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนการดำเนินงานในการขจัดความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและบรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน</span></p>"	27/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527173236599
305	กอ.รมน.จังหวัดลำพูน บูรณาการทุกภาคส่วน เชิญชวนชาวลำพูน ลงทะเบียนจองฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้(&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดลำพูน&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;อำเภอเมืองลำพูน,&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลหนองหนาม,&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล,&nbsp;อสม.&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จัดรถขยายเสียงและหน่วยประชาสัมพันธ์&nbsp;ลงพื้นที่ตำบลหนองหนาม&nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&nbsp;เพื่อให้ความรู้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;และเชิญชวนประชาชนลงทะเบียนจองฉีดวัคซีน&nbsp;ผ่านระบบไลน์หมอพร้อม&nbsp;และโรงพยาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใกล้บ้าน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับกลุ่มแรกคือผู้สูงอายุ&nbsp;60&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;และผู้ป่วย&nbsp;7&nbsp;กลุ่มโรค&nbsp;ส่วนกลุ่มที่สองประชาชนที่อายุ&nbsp;18-59&nbsp;ปี&nbsp;จะลงทะเบียนจองได้ตั้งแต่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นเกราะป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อันจะทำให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับประชาชน&nbsp;ลดอัตราการป่วย&nbsp;อัตราการเสียชีวิต&nbsp;และช่วยให้เศรษฐกิจและสังคมกลับสู่สภาวะปกติ&nbsp;สำหรับ&nbsp;ปัจจุบันจังหวัดลำพูนเป็นพื้นที่ควบคุม&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดมาตรการ&nbsp;D-M-H-T-T-A&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเน้นสวมหน้ากาก&nbsp;100%&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;แจ้งเบาะแสหากมีการฝ่าฝืนมาตรการควบคุมโรคของจังหวัด&nbsp;การลักลอบเล่นการพนัน&nbsp;การลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย&nbsp;และอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม&nbsp;(Fake&nbsp;News)&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดลำพูน&nbsp;และทุกภาคส่วนจะได้รณรงค์&nbsp;และประชาสัมพันธ์&nbsp;อย่างต่อเนื่อง.&nbsp;ข่าวโดย&nbsp;นายอานนท์&nbsp;บุญมาตุ้ย&nbsp;เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</p>	27/5/2021	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527180828610
306	ผวจ.ลำพูนมอบนโยบายให้นายกเทศมนตรี และคณะผู้บริหารเทศบาลตำบลมะเขือแจ้ อ.เมืองลำพูน คนใหม่ มุ่งพัฒนาท้องถิ่น สู่ความเป็นอยู่ที่ดี เศรษฐกิจยั่งยืน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;มอบนโยบายการดำเนินงาน&nbsp;แก่สมาชิกสภาเทศบาลตำบลมะเขือแจ้&nbsp;ในการร่วมพัฒนา&nbsp;ให้สอดคล้องกับนโยบายของจังหวัดและรัฐบาล&nbsp;สู่ความเป็นอยู่ที่ดี&nbsp;เศรษฐกิจยั่งยืน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลมะเขือเเจ้&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานการมอบนโยบายการปฏิบัติงานให้เเก่&nbsp;นายวัชระ&nbsp;เทพวรรณ์&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบล&nbsp;เเละสมาชิกสภาเทศบาลตำบลมะเขือแจ้&nbsp;ที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่&nbsp;เพื่อมอบนโยบายการปฏิบัติงานให้กับเทศบาล&nbsp;พร้อมทั้งรับฟังแนวทางการพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;ปัญหา&nbsp;อุปสรรคของเทศบาล&nbsp;การดำเนินงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;ความเป็นอยู่ของประชาชน&nbsp;และที่เกี่ยวข้องเพื่อบูรณาการร่วมกับจังหวัดลำพูน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับประเด็นสำคัญที่ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนได้มอบนโยบายการปฏิบัติงานให้เเก่นายกเทศมนตรี&nbsp;เเละสมาชิกสภาเทศบาลตำบลมะเขือแจ้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.&nbsp;เรื่อง&nbsp;เศรษฐกิจฐานรากซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลที่กำลังจะมาถึง&nbsp;2.&nbsp;เรื่อง&nbsp;งบอุดหนุนของเทศบาล&nbsp;เมื่อมาถึงให้เทศบาลรีบเบิกจ่ายในการดำเนินการ&nbsp;3.&nbsp;เรื่อง&nbsp;การดูแลเข้มงวดในการกักตัวผู้มีความเสี่ยงสูงจำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;จากจำนวน&nbsp;4&nbsp;รายที่ติดเชื้อในพื้นที่เทศบาลตำบลมะเขือแจ้&nbsp;4.&nbsp;เรื่อง&nbsp;สาธารณสุขชะลอระบบหมอพร้อม&nbsp;โดยให้จังหวัดนำเข้าระบบข้อมูล&nbsp;โดยเก็บมาจากพื้นที่แต่ละหลังคาเรือน&nbsp;รวม&nbsp;74,000&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;67%&nbsp;5.เรื่อง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดลำพูนร่วมกับสาธารณสุขจังหวัดลำพูน&nbsp;สนับสนุนวัคซีนฉีดแรงงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม&nbsp;ซึ่งรวมถึงในพื้นที่ตำบลมะเขือแจ้ที่มีจำนวนมาก&nbsp;6.เรื่อง&nbsp;แม่บ้านมหาดไทยร่วมกับอำเภอเมือง&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจผู้ตกงานในช่วงสถานการณ์การแร่ระบาดโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เพื่อสนับสนุนถุงยังชีพให้แก่ผู้ที่ว่างงาน&nbsp;หากเทศบาลสามารถบูรณาการเองได้&nbsp;ให้ดูหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายให้ครอบคลุม&nbsp;และ&nbsp;7.เรื่อง&nbsp;โครงการหน้าบ้าน&nbsp;น่ามอง&nbsp;ให้ชุมชนมีความสะอาดสวยงามเป็นที่น่ามองของคนทั่วไป&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำหรับการปฏิบัติงานต้องยึดมั่นความถูกต้อง&nbsp;ความซื่อสัตย์สุจริต&nbsp;รักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและทางราชการเป็นที่ตั้ง&nbsp;และต้องดำเนินงานตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-19&nbsp;ร่วมกับทางจังหวัดลำพูนในการสอดรับมาตรการต่างๆ&nbsp;อย่างเข้มข้น&nbsp;โดยมี&nbsp;นายโยธิน&nbsp;ประสงค์ความดี&nbsp;นายอำเภอเมืองลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง&nbsp;และสมาชิกสภาเทศบาลฯ&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;ซึ่งตามพระราชบัญญัติเทศบาล&nbsp;พ.ศ.2496&nbsp;แก้ไขเพิ่มเติมถึง&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;14)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;มาตรา&nbsp;24&nbsp;วรรคสอง&nbsp;กำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องกำหนดให้สมาชิก&nbsp;สภาเทศบาลได้มาประชุมสภาเทศบาลครั้งแรกภายใน&nbsp;15&nbsp;วันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ซึ่งบัดนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศ&nbsp;ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลวังดิน&nbsp;ครบทั้ง&nbsp;12&nbsp;คน&nbsp;แล้ว&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จึงกำหนดให้มีการประชุมสภา&nbsp;พร้อมการรับมอบนโยบายในการปฏิบัติงาน&nbsp;การดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของจังหวัด&nbsp;และนโยบายของรัฐบาล&nbsp;เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	27/5/2021	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527192320649
307	ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ตรวจจุดสกัดแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง สั่งคุมเข้มตลอด 24 ชั่วโมง	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;พล.ต.ต.ธนชาติ&nbsp;รอดคลองตัน&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พ.ต.อ.ศักดิ์ชาย&nbsp;สาดมะเริง&nbsp;รอง&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม&nbsp;ได้ร่วมออกตรวจพื้นที่การตั้งจุดตรวจ&nbsp;จุดสกัดในเขตพื้นที่&nbsp;สภ.บ้านกลาง&nbsp;อ.เมืองนครพนม&nbsp;ตามแผนสกัดกั้นการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;เพื่อมอบนโยบายการทำงาน&nbsp;พร้อมให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละจุด&nbsp;โดยมี&nbsp;พ.ต.อ.เสฎฐวุฒิ&nbsp;รอดจันทร์&nbsp;ผกก.สภ.บ้านกลาง&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานความมั่นคง&nbsp;อาทิ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตชด.&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;และสาธารณสุข&nbsp;รายงานผลการปฏิบัติงาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พล.ต.ต.ธนชาติ&nbsp;รอดคลองตัน&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(covid-19)&nbsp;ยังคงรุนแรง&nbsp;และปรากฏมีผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ที่ผ่านมามีกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาประกอบอาชีพ&nbsp;ได้นำเชื้อโควิด-19&nbsp;มาแพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;ซึ่งอาจแพร่ระบาดเข้ามาสู่พื้นที่รับผิดชอบของกองบังคับการตำรวจจังหวัดนครพนม&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ซึ่งมีผลกระทบรุนแรงต่อสภาพเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชน&nbsp;จึงได้จัดทำแผนสกัดกั้นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยก่อนหน้านี้กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวอยู่และทำงานในราชอาณาจักร&nbsp;โดยนโยบายรัฐบาลผ่อนผันให้ลงทะเบียนในช่วง&nbsp;15&nbsp;มกราคม-13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งอาจส่งผลให้มีขบวนการ&nbsp;กลุ่มคนหรือบุคคลต่างด้าวลักลอบหรือนำพาบุคคลหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายในช่องทางตามแนวชายแดน&nbsp;แรงงานบางคนอาจมาจากพื้นที่เสี่ยง&nbsp;และเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;จึงมอบนโยบายให้ทั้ง&nbsp;6&nbsp;สภ.ตามแนวชายแดนไทย-ลาว&nbsp;ได้แก่&nbsp;สภ.บ้านแพง&nbsp;สภ.ท่าอุเทน&nbsp;สภ.เมืองนครพนม&nbsp;สภ.บ้านกลาง&nbsp;สภ.หลักศิลา&nbsp;และ&nbsp;สภ.ธาตุพนม&nbsp;จัดตั้งชุดสืบสวนบูรณาการกำลังพลร่วมกับหน่วยในพื้นที่&nbsp;ขยายผลเครือข่ายการกระทำผิด&nbsp;เกี่ยวกับคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มผู้นำพา&nbsp;ผู้ช่วยเหลือ&nbsp;ซ่อนเร้น&nbsp;รวมทั้งขบวนการการขนย้ายแรงงานต่างด้าวข้ามพื้นที่&nbsp;เพื่อดำเนินการปราบปรามจับกุมอย่างเด็ดขาดจริงจัง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากสถิติการจับกุมคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองฝั่งแม่น้ำโขงจังหวัดนครพนม&nbsp;บูรณาการกับหน่วยงานความมั่นคง&nbsp;พบว่าเพียง&nbsp;1&nbsp;เดือนหน่วยงานความมั่นคงสามารถจับกุมทั้งชาวกัมพูชา&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;เกือบ&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;โดยอาศัยช่องทางตามแนวชายแดนลักลอบลงเรือข้ามแม่น้ำโขง&nbsp;แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้&nbsp;สอบสวนพบว่ามีคนไทยร่วมขบวนการขนแรงงานเถื่อนข้ามพรมแดน&nbsp;จัดหาที่พักหลบซ่อนตัวก่อนส่งไปทำงานในพื้นที่จังหวัดชั้นในหรือส่งไปกรุงเทพฯ&nbsp;และปริมณฑล&nbsp;จึงติดตามจับกุมผู้จัดหาที่พักและผู้ร่วมขบวนการได้&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ผู้พบเห็นแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายแจ้งได้ตำรวจ&nbsp;และหน่วยงานความมั่นคงจังหวัดนครพนม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	27/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527203538669
308	ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทช่วยแก้ปัญหาโควิด-19 และฟื้นฟูเศรษฐกิจ	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">นายศุภพงษ์&nbsp;เชาวน์แล่น&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</span>นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รมว.คลัง&nbsp;แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;ชี้แจงเกี่ยวกับ&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;(พ.ร.ก.กู้เงินช่วยโควิด-19&nbsp;ฉบับที่&nbsp;2)&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;5&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;โดยเน้นการใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์&nbsp;3&nbsp;แผนงาน&nbsp;แต่กรณีที่จำเป็นสามารถปรับกรอบวงเงินภายใต้&nbsp;3&nbsp;แผนงานได้เพื่อให้ได้ตามวัตถุประสงค์และเพื่อเข้าไปเสริมกับ&nbsp;พ.ร.ก.กู้เงินช่วยโควิด-19&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2563&nbsp;จำนวน&nbsp;1.9&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;(ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;2563)&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แผนงานการใช้วงเงินกู้ตาม&nbsp;พ.ร.ก.กู้เงินช่วยโควิด-19&nbsp;ฉบับที่&nbsp;2&nbsp;มีดังนี้&nbsp;1.&nbsp;แผนงานเพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;30,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อใช้จ่ายเกี่ยวกับการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;2.&nbsp;เพื่อช่วยเหลือ&nbsp;เยียวยาและชดเชย&nbsp;ให้แก่ประชาชนทุกสาขาอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;วงเงิน&nbsp;300,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;3.เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;วงเงิน&nbsp;170,000&nbsp;ล้านบาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากสถานการณ์โรคโควิด-19&nbsp;ที่แพร่กระจายและรุนแรง&nbsp;รัฐบาลจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องเตรียมงบประมาณเพิ่มเติม&nbsp;หรือเสริมเข้าไปกับ&nbsp;พ.ร.ก.กู้เงินช่วยโควิด-19&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;เพื่อรองรับผลกระทบจากการระบาดระลอกใหม่&nbsp;เนื่องจากแหล่งเงินงบประมาณที่นำมาใช้แก้ปัญหามีจำกัดและไม่เพียงพอจากการระบาดระลอกใหม่นี้&nbsp;ซึ่งกรอบวงเงิน&nbsp;พ.ร.ก.กู้เงินช่วยโควิด-19&nbsp;ฉบับที่&nbsp;2&nbsp;อีก&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;แสนล้านบาทนี้&nbsp;จะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยในปี&nbsp;2564&nbsp;และปี&nbsp;2565&nbsp;ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก&nbsp;1.5%&nbsp;จากที่ประมาณการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวอยู่ในช่วง&nbsp;1.5-2.5%&nbsp;ต่างจากปีที่แล้ว&nbsp;&nbsp;ซึ่งได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะติดลบที่&nbsp;-8%&nbsp;แต่เมื่อมีมาตรการต่างๆ&nbsp;มาช่วยเหลือภาคธุรกิจ&nbsp;เช่น&nbsp;เงินกู้&nbsp;Soft&nbsp;Loan&nbsp;ทำให้เศรษฐกิจไทย&nbsp;ติดลบน้อยลงจาก&nbsp;-8%&nbsp;เป็น&nbsp;-6%&nbsp;ซึ่งในปีนี้และปีหน้าเมื่อมีเงินก้อนนี้มาใช้ในการดำเนินการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ก็จะน่าจะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ดีขึ้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	28/5/2021	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528100804717
309	ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย ครม. อนุมัติให้รถแท็กซี่ป้ายดำรับผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันได้	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">นายศุภพงษ์&nbsp;เชาวน์แล่น&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</span>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;หรือแท็กซี่ป้ายดำ&nbsp;ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;(แอปพลิเคชัน)&nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกการให้บริการรถยนต์รับจ้าง&nbsp;สอดคล้องกับลักษณะสังคมและการใช้ชีวิตของประชาชน&nbsp;ที่นิยมเรียกใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันมากขึ้น&nbsp;และหน่วยงานราชการสามารถควบคุมติดตามตรวจสอบ&nbsp;เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารได้และช่วยส่งเสริมให้ผู้ขับรถยนต์สามารถประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ข้อกำหนดผู้ให้บริการ&nbsp;ตัวรถมีอายุการใช้งานได้ไม่เกิน&nbsp;9&nbsp;ปี&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;รถขนาดเล็ก&nbsp;ขนาดกลางและขนาดใหญ่&nbsp;&nbsp;ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ&nbsp;ผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและใช้แอปพลิเคชัน&nbsp;&nbsp;ที่ผ่านการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น&nbsp;และทำประกันภัยเพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของผู้โดยสาร&nbsp;และติดเครื่องหมายแอปพลิเคชันให้ทราบ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หลัง&nbsp;ครม.&nbsp;มีมติอนุมัติจะประกาศเป็นกฎกระทรวง&nbsp;ภายใน&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;คาดบังคับใช้ประมาณปลายเดือน&nbsp;มิ.ย.-ก.ค.64</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	28/5/2021	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528100625714
310	ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบ 311 ล้านบาทให้กรมราชทัณฑ์แก้ปัญหาโควิด-19 ระบาดในเรือนจำ	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">นายศุภพงษ์&nbsp;เชาวน์แล่น&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</span>คณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติอนุมัติกรอบวงเงิน&nbsp;311,650,300&nbsp;บาท&nbsp;ให้กรมราชทัณฑ์เป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;รายการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ค่าชุดตรวจไวรัสโควิด-19&nbsp;แบบ&nbsp;RT&nbsp;PCR&nbsp;จำนวน&nbsp;100,000&nbsp;ชุด&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;80&nbsp;ล้านบาท&nbsp;,&nbsp;ค่าก่อสร้างโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วยวิกฤติ&nbsp;ในเขตกรุงเทพฯ&nbsp;และปริมณฑล&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;51,967,200&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;ค่าก่อสร้างโรงพยาบาลสนามประจำเขตกลุ่มเรือนจำและทัณฑสถาน&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;92,680,000&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;ค่าก่อสร้างและปรับปรุงห้องกักกันโรคประจำเรือนจำและทัณฑสถานจำนวน&nbsp;65&nbsp;แห่ง&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;49,835,500&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;ค่าวัสดุ&nbsp;อุปกรณ์ป้องกันโรคติดต่อจากเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ในเรือนจำและทัณฑสถาน&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;37,167,600&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนการจัดหายาฟาวิพิราเวียสำหรับผู้ติดเชื้อนั้นให้กรมราชทัณฑ์ดำเนินการตามแนวปฏิบัติ&nbsp;โดยขอรับการสนับสนุนยาจากกระทรวงสาธารณสุขโดยตรงและเร่งด่วน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เนื่องจากปัญหาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ในเรือนจำและทัณฑสถานเกิดการแพร่ระบาดขึ้นหลายแห่ง&nbsp;จึงจำเป็นต้องก่อสร้างปรับปรุงสถานที่&nbsp;พร้อมจัดหาวัสดุอุปกรณ์เพื่อแก้ไขและป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ&nbsp;นายกรัฐมนตรีจึงได้เห็นชอบให้ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;งบกลาง&nbsp;รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา&nbsp;แก้ไขปัญหา&nbsp;และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;โควิด-19&nbsp;โดยให้กรมราชทัณฑ์เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเท่าที่จำเป็นและเหมาะสม</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	28/5/2021	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528100311705
311	ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย ครม. มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาฯ ยกเว้นภาษีเงินได้สนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">นายศุภพงษ์&nbsp;เชาวน์แล่น&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</span>&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;.ปรับปรุงสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่วิสาหกิจเพื่อสังคมและบุคคล&nbsp;ที่สนับสนุนกิจการของกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการวิสาหกิจเพื่อสังคมและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้สนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดาผู้สนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;โดยสามารถหักลดหย่อนเงินลงทุนในวิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;ได้ไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับปีภาษีและสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้&nbsp;โดยหักรายจ่ายได้ตามจริงเท่าเงินลงทุนในวิสาหกิจเพื่อสังคม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งมาตรการดังกล่าวทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้ประมาณ&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แต่สร้างประโยชน์ในหลายด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินกิจการของวิสาหกิจเพื่อสังคมให้ขยายตัวได้มากขึ้นทั้งในเชิงปริมาณ&nbsp;คุณภาพ&nbsp;และขีดความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;ซึ่งเป็นประโยชน์แก่สังคมโดยรวม&nbsp;สอดคล้องกับ&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;ขณะที่ภาคเอกชนสามารถจ้างงานหรือผู้สมควรได้รับการส่งเสริมเป็นพิเศษและแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาชุมชน&nbsp;สังคม&nbsp;และสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	28/5/2021	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528100428709
312	กรมที่ดิน พัฒนาระบบ e-LandsPublic การสืบค้นหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ประเภทที่สาธารณประโยชน์ อำนวยความสะดวกประชาชนที่มีที่ดินติดกับที่หลวงเพื่อป้องกันการบุกรุกที่ดินของรัฐและใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด	"<p><span style=""background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(0, 0, 0);"">กรมที่ดิน พัฒนาระบบ e-LandsPublic การสืบค้นหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ประเภทที่สาธารณประโยชน์ อำนวยความสะดวกประชาชนที่มีที่ดินติดกับที่หลวงเพื่อป้องกันการบุกรุกที่ดินของรัฐและใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวว่า กรมที่ดินให้ความสำคัญการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ตามยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล ที่อำนวยความสะดวกให้หน่วยงานภาครัฐและประชาชนสามารถสืบค้นตำแหน่งของรูปแปลงที่ดินของรัฐ เพื่อประโยชน์ในการวางแผนการปฏิบัติงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น การค้นหาข้อมูลแหล่งน้ำในการทำโครงการแก้มลิง หรือการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงพัฒนาระบบ e-LandsPublic ขึ้น จากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี (Cloud Server) ร่วมกับเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยปัจจุบันกรมที่ดินได้เชื่อมโยงระบบ e-LandsPublic (ระบบการสืบค้นหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง) เข้ากับแอปพลิเคชัน SMARTLANDS ของกรมที่ดิน เพื่อช่วยให้การสืบค้นหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) ประเภทที่สาธารณประโยชน์ ทำได้อย่างสะดวกจากโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ ได้ตลอดเวลา โดยนอกจากเพื่อให้ประชาชนที่มีที่ดินติดกับเขตที่ดินของรัฐทราบเขตที่ดินของตนเองแล้ว ยังเป็นการป้องกันการบุกรุกที่ดินของรัฐ และเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยปัจจุบันหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) มีจำนวนทั้งสิ้น 162,358 แปลง ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเข้าไปใช้งานระบบ e-LandsPublic ได้ฟรี ที่เว็บไซต์ :&nbsp;<a href=""https://bpt.dol.go.th/landspublic"" rel=""noopener noreferrer"" target=""_blank"" style=""color: rgb(17, 85, 204);"">https://bpt.dol.go.th/landspublic</a>&nbsp;หรือคลิกที่ฟังก์ชัน ค้นหา น.ส.ล. บน&nbsp;SMARTLANDS APPLICATION ได้ทันที ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลแผนที่รูปแปลงที่ดิน กรมที่ดิน โทรศัพท์ 0-2503-3365 (ในวันและเวลาราชการ) หรือ ทาง LINE Official Account คลิก :&nbsp;<a href=""https://line.me/R/ti/p/%40541hgcdo"" rel=""noopener noreferrer"" target=""_blank"" style=""color: rgb(17, 85, 204);"">https://line.me/R/ti/p/%40541hgcdo</a>&nbsp;(ตลอด 24 ชั่วโมง)</p><p><br></p>"	28/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528105138746
313	ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ อนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทเพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 และฟื้นฟูเศรษฐกิจ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(28&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า&nbsp;&nbsp;นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รมว.คลัง&nbsp;แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;ชี้แจงเกี่ยวกับ&nbsp;พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;(พ.ร.ก.กู้เงินช่วยโควิด-19&nbsp;ฉบับที่&nbsp;2)&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;5&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;โดยเน้นการใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์&nbsp;3&nbsp;แผนงาน&nbsp;แต่กรณีที่จำเป็นสามารถปรับกรอบวงเงินภายใต้&nbsp;3&nbsp;แผนงานได้เพื่อให้ได้ตามวัตถุประสงค์และเพื่อเข้าไปเสริมกับ&nbsp;พ.ร.ก.กู้เงินช่วยโควิด-19&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2563&nbsp;จำนวน&nbsp;1.9&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;(ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;2563)</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แผนงานการใช้วงเงินกู้ตาม&nbsp;พ.ร.ก.กู้เงินช่วยโควิด-19&nbsp;ฉบับที่&nbsp;2&nbsp;มีดังนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;แผนงานเพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;30,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อใช้จ่ายเกี่ยวกับการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;เพื่อช่วยเหลือ&nbsp;เยียวยาและชดเชย&nbsp;ให้แก่ประชาชนทุกสาขาอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;&nbsp;วงเงิน&nbsp;300,000&nbsp;ล้านบาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;วงเงิน&nbsp;170,000&nbsp;ล้านบาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กู้เพิ่มเพราะงบเดิมมีจำกัด-ไม่พอรับมือโควิด-19</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอาคม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากสถานการณ์โรคโควิด-19&nbsp;ที่แพร่กระจายและรุนแรง&nbsp;รัฐบาลจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องเตรียมงบประมาณเพิ่มเติม&nbsp;หรือเสริมเข้าไปกับ&nbsp;พ.ร.ก.กู้เงินช่วยโควิด-19&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;เพื่อรองรับผลกระทบจากการระบาดระลอกใหม่&nbsp;เนื่องจากแหล่งเงินงบประมาณที่นำมาใช้แก้ปัญหามีจำกัดและไม่เพียงพอ&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการระบาดระลอกใหม่นี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มั่นใจวงเงินกู้&nbsp;5&nbsp;แสนล้านบาทช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้น</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;พ.ร.ก.กู้เงินช่วยโควิด-19&nbsp;ฉบับที่&nbsp;2&nbsp;อีก&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;แสนล้านบาทนี้&nbsp;จะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยในปี&nbsp;2564&nbsp;และปี&nbsp;2565&nbsp;ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก&nbsp;1.5%&nbsp;จากที่ประมาณการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวอยู่ในช่วง&nbsp;1.5-2.5%&nbsp;ต่างจากปีที่แล้ว&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะติดลบที่&nbsp;-8%&nbsp;แต่เมื่อมีมาตรการต่างๆ&nbsp;มาช่วยเหลือภาคธุรกิจ&nbsp;เช่น&nbsp;เงินกู้&nbsp;Soft&nbsp;Loan&nbsp;ทำให้เศรษฐกิจไทย&nbsp;ติดลบน้อยลงจาก&nbsp;-8%&nbsp;เป็น&nbsp;-6%&nbsp;ซึ่งในปีนี้และปีหน้าเมื่อมีเงินก้อนนี้มาใช้ในการดำเนินการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ก็จะน่าจะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ดีขึ้น</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ยืนยันกู้เงินไม่เกินกรอบเพดานหนี้สาธารณะ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยืนยันว่าการกู้เงินครั้งนี้รัฐบาลมีการดำเนินการอย่างระมัดระวังไม่ให้เกินกรอบเพดานหนี้สาธารณะที่กำหนดไว้โดยคาดการณ์ว่าเมื่อกู้เต็มวงเงินในเดือน&nbsp;ก.ย.&nbsp;2564&nbsp;หนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะอยู่ที่&nbsp;58.56%&nbsp;ต่อจีดีพี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รมว.คลัง&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;ในปี&nbsp;2563&nbsp;รัฐบาลได้ออก&nbsp;พ.ร.ก.กู้เงินไปแล้ว&nbsp;1.9&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;การเยียวยาฟื้นฟูและด้านสาธารณสุขจำนวน&nbsp;1&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;และอีก&nbsp;9&nbsp;แสนล้านบาทเข้ามาช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พ.ร.ก.กู้เงิน&nbsp;5&nbsp;แสนล้านบาทประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับ&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว&nbsp;&nbsp;มีผลตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;พ.ค.&nbsp;2564&nbsp;โดยใจความสำคัญเพื่อประโยชน์&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จากการระบาดของโควิด-19&nbsp;ที่ยังไม่ยุติลง&nbsp;โดยให้กระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศ&nbsp;หรือออกตราสารหนี้&nbsp;ในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย&nbsp;มีมูลค่ารวมกันไม่เกิน&nbsp;500,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยต้องลงนามในสัญญากู้เงิน&nbsp;หรือออกตราสารหนี้&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p>"	28/5/2021	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528105151747
314	นายกรัฐมนตรี ย้ำวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่จะเข้ามาในเดือนมิถุนายน จะกระจายให้ได้มากที่สุด และทุกคนจะได้ฉีดวัคซีนแน่นอน	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;ตรวจเยี่ยมหน่วยบริการฉีดวัคซีน&nbsp;covid-19&nbsp;ที่เอเชียทีค&nbsp;เดอะริเวอร์ฟร้อนท์&nbsp;บริเวณโกดัง&nbsp;4&nbsp;ซึ่งเป็นการเปิดบริการฉีดวัคซีนวันแรก&nbsp;โดยจะเปิดบริการฉีดวัคซีน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ถึง&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;-&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;และเป็นประธานมอบถุงกำลังใจ&nbsp;5,500&nbsp;ถุงให้กับชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์&nbsp;covid-19&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;8&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจาก&nbsp;บริษัท&nbsp;แอทเสท&nbsp;เวิรด์&nbsp;คอร์ป&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;AWC&nbsp;ร่วมกับพันธมิตรทางภาครัฐและเอกชน</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จะพยายามบริหารวัคซีนกระจายให้มากที่สุด</strong>&nbsp;ตามปริมาณวัคซีน&nbsp;ซึ่งมีหลายกลุ่มที่จำเป็นจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนโดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่ทำงานกับคนจำนวนมาก&nbsp;โดยมีแอปพลิเคชันเข้ามาช่วยเสริมในการบริหารจัดการ&nbsp;เช่น&nbsp;หมอพร้อม&nbsp;ที่จะคอยติดตามผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน&nbsp;ทั้งนี้ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่เสียวละทำงานอย่างหนักในช่วงนี้&nbsp;ดังนั้นขอความร่วมมือการนำเสนอข่าวหรือข้อมูล&nbsp;อาจทำให้เกิดความสับสนได้</p><p><strong>สำหรับการบริหารจัดการวัคซีน</strong>&nbsp;จะบริหารเดือนต่อเดือนเพื่อให้ทุกคนได้ฉีดมากที่สุด&nbsp;ตามสัดส่วนที่ได้รับมอบไป&nbsp;บริการฉีดให้ประชาชนจำนวน&nbsp;25&nbsp;จุด&nbsp;ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้จะฉีดให้ได้ร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ของจำนวนประชากร&nbsp;ภายในเดือนธันวาคมนี้&nbsp;ยืนยันทุกอย่างเป็นไปตามกำหนด&nbsp;แต่ยอมรับว่าการทำงานกับคนหมู่มากและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาการบริหารงานต้องมีความยืดหยุ่นบ้าง</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;วัคซีนแอสตร้าเเนก้า&nbsp;</strong>ที่จะเข้ามาในเดือนมิถุนายน&nbsp;จะกระจายไปให้มากที่สุดภายในเดือนเดียวกัน&nbsp;ซึ่งได้มอบนโยบายไปแล้ว&nbsp;ว่าจะต้องกระจายเป็นรายเดือน&nbsp;หากไม่มีการระบาดระลอกใหม่การกระจายวัคซีนก็ยังคงเป็นไปตามแผน&nbsp;นอกจากพื้นที่ใดมีการแพร่ระบาดเพิ่มเติมก็อาจต้องมีการปรับแผนการกระจายในส่วนนี้ให้มากขึ้น&nbsp;พร้อมย้ำทุกคนจะได้รับการฉีดวัคซีนอย่างแน่นอน&nbsp;รวมทั้งประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อม&nbsp;ส่วนวัคซีนทางเลือกก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างถูกต้อง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	28/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528114046785
315	ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์อนุมัติให้รถแท็กซี่ป้ายดำรับผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันได้	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(28&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า&nbsp;&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;หรือแท็กซี่ป้ายดำผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;(แอปพลิเคชัน)&nbsp;ทำความเข้าใจ&nbsp;ร่างกฎกระทรวง&nbsp;รถยนต์นั่งส่วนบุคคลให้บริการผ่านแอป&nbsp;ถูกกฎหมายแล้ว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันมีการนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาใช้รับจ้างผ่านแอปพลิเคชันเป็นจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งประชาชนให้ความนิยมใช้บริการเพราะสะดวกและสามารถรู้ค่าบริการก่อนตัดสินใจเดินทางได้&nbsp;แต่บริการดังกล่าวผิดกฎหมายตาม&nbsp;พ.ร.บ.รถยนต์&nbsp;พ.ศ.2522&nbsp;ฐานใช้รถไม่ตรงประเภทที่จดทะเบียนไว้&nbsp;มีโทษปรับไม่เกิน&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;อีกทั้งภาครัฐไม่สามารถควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยของผู้โดยสารและกำหนดอัตราค่าโดยสารที่เป็นธรรมได้&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;จึงอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;.&nbsp;ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ&nbsp;เพื่อให้ภาครัฐสามารถควบคุม&nbsp;ติดตามตรวจสอบการให้บริการและสร้างมาตรฐานความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร&nbsp;รวมถึงเป็นการส่งเสริมให้ผู้ขับรถยนต์ดังกล่าวสามารถประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;โดยมีสาระสำคัญดังนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กำหนดให้รถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่จะนำมาจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทเป็นรถยนต์รับจ้างโดยการรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;คือ&nbsp;ขนาดเล็ก&nbsp;ขนาดกลาง&nbsp;และขนาดใหญ่&nbsp;โดยให้จดทะเบียนได้คนละ&nbsp;1&nbsp;คัน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กำหนดลักษณะและกำลังในการขับเคลื่อนของรถยนต์รับจ้าง&nbsp;เช่น&nbsp;เป็นรถเก๋งสองตอน&nbsp;รถเก๋งสองตอนแวน&nbsp;รถเก๋งสามตอน&nbsp;เป็นต้น</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กำหนดให้ต้องมีและใช้อุปกรณ์สื่อสารตามที่กรมการขนส่งทางบกให้การรับรอง&nbsp;และให้รถยนต์รับจ้างมีอายุการใช้งานได้ไม่เกิน&nbsp;9&nbsp;ปี&nbsp;นับแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กำหนดอัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารและค่าบริการอื่นสำหรับรถยนต์รับจ้าง&nbsp;ดังนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;รถยนต์รับจ้างขนาดเล็กและขนาดกลาง&nbsp;คิดค่าบริการตามระยะทาง&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตรแรก&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;กิโลเมตรต่อไป&nbsp;กิโลเมตรละไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;รถติดหรือรถไม่เคลื่อนที่&nbsp;นาทีละไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;(ไม่เกินอัตราค่าบริการของแท็กซี่ในปัจจุบัน)&nbsp;หากเรียกผ่านศูนย์บริการหรือะบบทางอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;คิดค่าบริการไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รถยนต์รับจ้างขนาดใหญ่&nbsp;คิดค่าบริการตามระยะทาง&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตรแรก&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;กิโลเมตรต่อไป&nbsp;กิโลเมตรละไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;รถติดหรือรถไม่เคลื่อนที่&nbsp;นาทีละไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;หากเรียกผ่านศูนย์บริการหรือะบบทางอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;คิดค่าบริการไม่เกิน&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;(ไม่เกินอัตราค่าบริการของแท็กซี่&nbsp;VIP&nbsp;ในปัจจุบัน)</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กำหนดให้แผ่นป้ายทะเบียนรถของรถยนต์รับจ้าง&nbsp;ให้ใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;คนเดิม&nbsp;โดยให้นายทะเบียนเปลี่ยนประเภทการจดทะเบียนเป็นรถยนต์รับจ้างในใบคู่มือจดทะเบียนรถ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กำหนดให้รถยนต์รับจ้าง&nbsp;ต้องมีการตรวจสภาพตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด&nbsp;ต้องรักษาความสะอาด&nbsp;ความเป็นระเบียบเรียบร้อยทั้งภายนอกและภายในตัวรถเป็นอย่างดี&nbsp;รวมทั้งกำหนดให้ผู้ขับรถยนต์รับจ้างต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อยและรัดกุม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หลัง&nbsp;ครม.มีมติอนุมัติจะประกาศเป็นกฎกระทรวงภายใน&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;คาดบังคับใช้ประมาณปลายเดือน&nbsp;มิ.ย.&nbsp;-&nbsp;ก.ค.2564</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	28/5/2021	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528110115756
316	ตำรวจภูธร จ.ประจวบฯ ตรึงกำลังเข้มตั้งจุดตรวจจุดสกัดเฝ้าระวังคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(28&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;พ.ต.อ.นิรันดร&nbsp;ศิริสังข์ไชย&nbsp;รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;สภ.เมืองประจวบฯ&nbsp;สภ.คลองวาฬ&nbsp;สภ.อ่าวน้อย&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน&nbsp;ออกลาดตระเวนบริเวณช่องทางธรรมชาติชายแดนไทย-เมียนมา&nbsp;พร้อมตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณช่องทางเข้า-ออก&nbsp;หลายจุดในพื้นที่อำเภอเมืองประจวบฯ&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง&nbsp;หลังจากมีรายงานทางการข่าวว่าจะมีคนต่างด้าวชาวเมียนมาจำนวนมากลักลอบเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติเข้าประเทศเพื่อทำงานใน&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;และหลายจังหวัด&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&nbsp;สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดจับกุมแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองและกำชับเจ้าหน้าที่ห้ามเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือเรียกรับผลประโยชน์โดยเด็ดขาด&nbsp;ขณะนี้ได้มอบหมายให้ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดฯ&nbsp;สืบสวนหาเบาะแสขบวนการลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าว&nbsp;โดยอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน&nbsp;ยอมรับว่ามีกลุ่มคนที่ร่วมขบวนการทั้งฝั่งไทยและเมียนมาโดยมีจุดหมายปลายทางที่โรงงานอุตสาหกรรม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;</p>	28/5/2021	ภาคตะวันตก	ประจวบคีรีขันธ์	สวท.ประจวบคีรีขันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528143754870
317	คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างกฎกระทรวงให้รถแท็กซี่ป้ายดำ รับผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันได้	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวง&nbsp;ว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;หรือแท็กซี่ป้ายดำ&nbsp;ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;(แอปพลิเคชัน)<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;</span><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;""><u>ประโยชน์ที่จะได้รับ&nbsp;คือ</u></strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;เป็นทางเลือกการให้บริการรถยนต์รับจ้าง&nbsp;สอดคล้องกับลักษณะสังคมและการใช้ชีวิตของประชาชน&nbsp;ที่นิยมเรียกใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันมากขึ้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;หน่วยงานราชการสามารถควบคุมติดตามตรวจสอบ&nbsp;เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารได้และช่วยส่งเสริมให้ผู้ขับรถยนต์สามารถประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข้อกำหนดผู้ให้บริการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ตัวรถมีอายุการใช้งานได้ไม่เกิน&nbsp;9&nbsp;ปี&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;รถขนาดเล็ก&nbsp;ขนาดกลาง&nbsp;และขนาดใหญ่&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ&nbsp;ผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและใช้แอปพลิเคชันที่ผ่านการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ทำประกันภัยเพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของผู้โดยสาร&nbsp;และติดเครื่องหมายแอปพลิเคชันให้ทราบ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติจะประกาศเป็นกฎกระทรวง&nbsp;ภายใน&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;คาดว่าจะบังคับใช้ประมาณปลายเดือน&nbsp;มิถุนายน-กรกฎาคม&nbsp;2564</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>"	28/5/2021	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528141043858
318	ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ครม.อนุมัติงบ 311 ล้านบาท ให้กรมราชทัณฑ์แก้ปัญหาโควิด-19 ระบาดในเรือนจำ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(28&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า<strong>&nbsp;</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;มีมติอนุมัติกรอบวงเงิน&nbsp;311,650,300&nbsp;บาท&nbsp;ให้กรมราชทัณฑ์เป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;&nbsp;ในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;รายการ<strong>&nbsp;</strong>ประกอบด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ค่าชุดตรวจไวรัสโควิด-19&nbsp;แบบ&nbsp;RT&nbsp;PCR&nbsp;จำนวน&nbsp;100,000&nbsp;ชุด&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;80&nbsp;ล้านบาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ค่าก่อสร้างโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วยวิกฤติ&nbsp;ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;51,967,200&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ค่าก่อสร้างโรงพยาบาลสนามประจำเขตกลุ่มเรือนจำและทัณฑสถาน&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;92,680,000&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ค่าก่อสร้างและปรับปรุงห้องกักกันโรคประจำเรือนจำและทัณฑสถาน&nbsp;จำนวน&nbsp;65&nbsp;แห่ง&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;49,835,500&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ค่าวัสดุ&nbsp;อุปกรณ์ป้องกันโรคติดต่อจากเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ในเรือนจำและทัณฑสถาน&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;37,167,600&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนการจัดหายาฟาวิพิราเวียสำหรับผู้ติดเชื้อนั้นให้กรมราชทัณฑ์ดำเนินการตามแนวปฏิบัติ&nbsp;โดยขอรับการสนับสนุนยาจากกระทรวงสาธารณสุขโดยตรงและเร่งด่วน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เนื่องจากปัญหาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ในเรือนจำและทัณฑสถานเกิดการแพร่ระบาดขึ้นหลายแห่ง&nbsp;จึงจำเป็นต้องก่อสร้างปรับปรุงสถานที่&nbsp;พร้อมจัดหาวัสดุอุปกรณ์เพื่อแก้ไขและป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ&nbsp;&nbsp;นายกรัฐมนตรีจึงได้เห็นชอบให้ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;งบกลาง&nbsp;รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา&nbsp;แก้ไขปัญหา&nbsp;และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;โดยให้กรมราชทัณฑ์เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเท่าที่จำเป็นและเหมาะสม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	28/5/2021	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528140818855
319	คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบกว่า 311 ล้านบาท ให้กรมราชทัณฑ์แก้ปัญหาโควิด-19 ระบาดในเรือนจำ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติอนุมัติกรอบวงเงิน&nbsp;311,650,300&nbsp;บาท&nbsp;ให้กรมราชทัณฑ์เป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;รายการ&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ค่าชุดตรวจไวรัสโควิด-19&nbsp;แบบ&nbsp;RT&nbsp;PCR&nbsp;จำนวน&nbsp;100,000&nbsp;ชุด&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;80&nbsp;ล้านบาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ค่าก่อสร้างโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วยวิกฤติ&nbsp;ในเขตกรุงเทพฯ&nbsp;และปริมณฑล&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;51,967,200&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ค่าก่อสร้างโรงพยาบาลสนามประจำเขตกลุ่มเรือนจำและทัณฑสถาน&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;92,680,000&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ค่าก่อสร้างและปรับปรุงห้องกักกันโรคประจำเรือนจำและทัณฑสถานจำนวน&nbsp;65&nbsp;แห่ง&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;49,835,500&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ค่าวัสดุ&nbsp;อุปกรณ์ป้องกันโรคติดต่อจากเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ในเรือนจำและทัณฑสถาน&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;37,167,600&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนการจัดหายาฟาวิพิราเวีย&nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อนั้นให้กรมราชทัณฑ์ดำเนินการตามแนวปฏิบัติ&nbsp;โดยขอรับการสนับสนุนยาจากกระทรวงสาธารณสุขโดยตรงและเร่งด่วน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เนื่องจากปัญหาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ในเรือนจำและทัณฑสถานเกิดการแพร่ระบาดขึ้นหลายแห่ง&nbsp;จึงจำเป็นต้องก่อสร้างปรับปรุงสถานที่&nbsp;พร้อมจัดหาวัสดุอุปกรณ์เพื่อแก้ไขและป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ&nbsp;นายกรัฐมนตรีจึงได้เห็นชอบให้ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;งบกลาง&nbsp;รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา&nbsp;แก้ไขปัญหา&nbsp;และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;โควิด-19&nbsp;โดยให้กรมราชทัณฑ์เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเท่าที่จำเป็นและเหมาะสม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	28/5/2021	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528151517888
320	คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการควบคุมและแก้ปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลัง วงเงิน 1,329 ล้านบาท	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลังแบบครอบคลุมพื้นที่&nbsp;วงเงิน&nbsp;1,329.22&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป้าหมายช่วยเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังทุกจังหวัด&nbsp;ระยะเวลาตั้งแต่เดือนธันวาคม&nbsp;2563-กันยายน&nbsp;2564&nbsp;โดยดำเนินการดังนี้&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;กำจัดต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคใบด่าง&nbsp;และจ่ายค่าทำลายต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคในอัตราไร่ละ&nbsp;2,160&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและทนทานโรคใบด่าง&nbsp;โดยการสนับสนุนท่อนพันธุ์&nbsp;500&nbsp;ลำต่อไร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;ใช้มาตรการทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติกักพืช&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2507&nbsp;ในกรณีเกษตรกรไม่ยินยอมให้ทำลายต้นมันสำปะหลังที่ติดโรค&nbsp;เพื่อกำจัดต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคในทุกพื้นที่&nbsp;และตัดวงจรการระบาดของโรค</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การใช้งบประมาณแบ่งเป็น&nbsp;2&nbsp;ส่วน&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.ให้กรมส่งเสริมการเกษตรเบิกจ่ายงบฯ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;งบกลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,264.20&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็นค่าชดเชยการทำลายต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรค&nbsp;(2,160&nbsp;บาท/ไร่)&nbsp;จำนวน&nbsp;864&nbsp;ล้านบาท,&nbsp;ค่าส่งเสริมการปลูกมันสำปะหลังพันธุ์ที่ทนทาน&nbsp;จำนวน&nbsp;400&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และค่าธรรมเนียมโอนเงินของ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;(5&nbsp;บาท/ราย)&nbsp;จำนวน&nbsp;200,000&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;งบดำเนินงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;65.02&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เป็นค่าบริหารจัดการโครงการ&nbsp;เช่น&nbsp;การสำรวจต้นมันสำปะหลังเป็นโรค&nbsp;การสร้างการรับรู้โครงการ&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	28/5/2021	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528152053893
321	ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ร่างพระราชกฤษฎีกาฯ ยกเว้นภาษีเงินได้สนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(28&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า<strong>&nbsp;</strong>&nbsp;<strong>คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;.</strong>ปรับปรุงสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่วิสาหกิจเพื่อสังคมและบุคคล&nbsp;ที่สนับสนุนกิจการของกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;ประกอบด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>-&nbsp;ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล&nbsp;</strong>ซึ่งประกอบกิจการวิสาหกิจเพื่อสังคมและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้สนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>-&nbsp;ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดา</strong>ผู้สนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;โดยสามารถหักลดหย่อนเงินลงทุนในวิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;ได้ไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับปีภาษีและสำหรับบริษัทหรือ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้&nbsp;โดยหักรายจ่ายได้ตามจริงเท่าเงินลงทุนในวิสาหกิจเพื่อสังคม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>มาตรการดังกล่าวทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้ประมาณ&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แต่สร้างประโยชน์ในหลายด้าน&nbsp;ดังนี้&nbsp;</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินกิจการของวิสาหกิจเพื่อสังคมให้ขยายตัวได้มากขึ้นทั้งในเชิงปริมาณ&nbsp;คุณภาพ&nbsp;และขีดความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;ซึ่งเป็นประโยชน์แก่สังคมโดยรวม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.สอดคล้องกับ&nbsp;พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.ภาคเอกชนสามารถ&nbsp;จ้างงานหรือผู้สมควรได้รับการส่งเสริมเป็นพิเศษและแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาชุมชน&nbsp;สังคมและสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">(ตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาฯ&nbsp;นี้มีผลใช้บังคับจนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ธ.ค.&nbsp;66)</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	28/5/2021	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528152608899
322	ชาวนาเกลือพบ รมช.เกษตรฯ วอนรัฐรับประกันราคาเกลือกิโลกรัมละ 1.50 บาท หลังราคาเกลือทะเลตกต่ำยาวนานซ้ำร้ายเกลือต่างประเทศยังตีตลาด	<p><strong>ชาวนาเกลือพบ&nbsp;รมช.เกษตรฯ&nbsp;วอนรัฐรับประกันราคาเกลือกิโลกรัมละ&nbsp;1.50&nbsp;บาท&nbsp;หลังราคาเกลือทะเลตกต่ำยาวนานซ้ำร้ายเกลือต่างประเทศยังตีตลาด</strong></p><p><br></p><p>ช่วงบ่ายวันนี้&nbsp;(28&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ร้อยเอก&nbsp;ธรรมนัส&nbsp;พรหมเผ่า&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;รับหนังสือจากกลุ่มเกษตรกรชาวนาเกลือ&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;โดยมีนายพูนศักดิ์&nbsp;นิลเภตรา&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่&nbsp;2&nbsp;ตำบลนาโคกองเมือง&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;เป็นตัวแทนเกษตรกรชาวนาเกลือ&nbsp;8&nbsp;ตำบลที่ประกอบอาชีพทำนาเกลือ&nbsp;ในจ.สมุทรสาคร&nbsp;โดย&nbsp;ยื่นหนังสือขอให้รัฐบาลช่วยประกันราคาเกลือในราคา&nbsp;1.50&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม(กก.)จากราคาต้นทุนของเกษตรกรชาวนาเกลือ&nbsp;1&nbsp;บาทต่อกก.&nbsp;จากปัจจุบันราคาเกลือที่เกษตรกรขายได้อยู่ที่&nbsp;0.60&nbsp;บาทต่อกก.&nbsp;</p><p>ภายหลังการรับหนังสือร้องเรียนและรับฟังความเดือนร้อนจากเกษตรกร&nbsp;ร้อยเอกธรรมนัส&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จะเร่งหาแนวทางการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหานี้ให้ชาวนาเกลือโดยด่วน&nbsp;</p><p>นายพูนศักดิ์&nbsp;นิลเภตรา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ที่ผ่านมาได้ขอความช่วยเหลือจากภาครัฐผ่านหลายช่องทาง&nbsp;แต่ไม่มีความคืบหน้า&nbsp;จึงเดินทางมาขอความช่วยเหลือจากร้อยเอกธรรมนัส&nbsp;เนื่องจากผลผลิตเพื่อผลิตราคาตกต่ำหลายปีที่ผ่านมาเกษตรกรชาวนาเกลือได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัลโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ส่งผลให้ราคาเกลือตกต่ำ&nbsp;ทั้งในตลาดในประเทศ&nbsp;และต่างประเทศ&nbsp;</p><p>ขณะนี้เกษตรกรชาวนาเกลือ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครประสบปัญหาราคาเกลือทะเลตกต่ำอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมามาโดยปัจจุบันเกษตรกรมีต้นทุนในการผลิตเกลืออยู่ที่กิโลละ&nbsp;1&nbsp;บาทแต่ราคาที่เกษตรกรขายเกลือทะเลได้มีราคาเพียงกิโลกรัมละ&nbsp;0.60&nbsp;บาทถ้าขายก็ขาดทุนถ้าเก็บไว้ก็ต้องแบกต้นทุนและเป็นหนี้ส่วนเกลือทะเลที่อยู่ในนาเกลือเมื่อมีฝนตกน้ำทะเลหนุนท่วมก็เกิดความเสียหายหนักขึ้นและยังมีปัญหาการนำเข้าเกลือจากต่างประเทศเข้ามาเพื่อแย่งชิงตลาดเกลือในประเทศ</p><p>เกษตรกรผู้ทำนาเกลือจึงขอความอนุเคราะห์จากผู้ที่มีความเกี่ยวข้องพิจารณาให้เกษตรกรที่อยู่ในประกันราคาเกลือที่กิโลละ&nbsp;1.50&nbsp;บาท</p><p>อย่างไรก็ตามข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;เดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;มีเกษตรกรผู้ทำนาเกลือขึ้นทะเบียนในระบบจำนวน&nbsp;650&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;1,150&nbsp;แปลง&nbsp;เนื้อที่&nbsp;25,707.88&nbsp;ไร่&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;และจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;มีปริมาณเกลือคงค้างฤดูการผลิต&nbsp;ปี&nbsp;2562/63&nbsp;ปริมาณ&nbsp;212,608&nbsp;ตัน&nbsp;และ&nbsp;ปี&nbsp;2563/64&nbsp;ปริมาณ&nbsp;197,000&nbsp;ตัน</p>	28/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528164528981
323	กองทัพบก ดำรงการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ปฏิบัติทุกขั้นตอนด้วยความรวดเร็ว 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พันตรีหญิง&nbsp;จุฑาทิพย์&nbsp;วุฒิรณฤทธิ์&nbsp;ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">จากการลาดตระเวนตรวจสอบแนวชายแดนตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงทั่วประเทศ&nbsp;ทำให้ขณะนี้&nbsp;กองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบก&nbsp;สามารถจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติได้เป็นจำนวนมาก&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;และจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;(กองกำลังสุรสีห์),&nbsp;จังหวัดสระแก้ว&nbsp;(กองกำลังบูรพา),&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และจังหวัดตาก&nbsp;(กองกำลังนเรศวร),&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;และจังหวัดเชียงราย&nbsp;(กองกำลังผาเมือง)&nbsp;ล่าสุดระหว่างวันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;สามารถจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายได้&nbsp;271&nbsp;คน,&nbsp;เป็นชาวกัมพูชา&nbsp;56&nbsp;คน,&nbsp;เมียนมา&nbsp;125&nbsp;คน,&nbsp;จีน&nbsp;3&nbsp;คน,&nbsp;ไทย&nbsp;46&nbsp;คน,&nbsp;ลาว&nbsp;16&nbsp;คน,&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;2&nbsp;คน,&nbsp;อินเดีย&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;รวมถึงผู้นำพาชาวไทย&nbsp;14&nbsp;คน&nbsp;และผู้นำพาสัญชาติกัมพูชา&nbsp;8&nbsp;คน&nbsp;โดยแรงงานต่างด้าวได้พยายามลักลอบเข้าสู่ประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดนในหลายเส้นทาง&nbsp;แต่เจ้าหน้าที่สามารถตรวจพบได้โดยทันที&nbsp;เนื่องจากมีการเพิ่มเติมกำลังและการกำกับดูแลของผู้บังคับหน่วย&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;รวมถึงมาตรการด้านการข่าวที่ได้ข้อมูลจากการซักถามผู้ที่ถูกจับกุม&nbsp;ตลอดจนเพิ่มเครื่องกีดขวางและอุปกรณ์เฝ้าระวังครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายได้มากขึ้น</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">อย่างไรก็ตาม&nbsp;เมื่อตรวจพบผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กองกำลังป้องกันชายแดนของกองทัพบกดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความรวดเร็ว&nbsp;เพื่อการป้องกันโรค&nbsp;อำนวยความสะดวกส่งกลับประเทศต้นทางโดยเร็วและขยายผลสู่ผู้นำพา&nbsp;ขณะเดียวกันได้สร้างเครือข่ายประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสหากพบเห็นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้นำพา&nbsp;ควบคู่ไปกับการบูรณาการข้อมูลกับส่วนราชการในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ตอนใน</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	28/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528204134090
324	จนท.ฝ่ายความมั่นคง ตรวจเข้ม หลังคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มฐานปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ ตชด. ในพื้นที่อำธารโต จ.ยะลา	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ตรวจเข้ม&nbsp;หลังคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มฐานปฏิบัติการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ตชด.&nbsp;ในพื้นที่อำธารโต&nbsp;จ.ยะลา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;พ.ต.ท.อรรถพล&nbsp;จินตาคม&nbsp;ผบ.ร้อย&nbsp;ตชด.445&nbsp;ได้วิทยุสั่งการให้เจ้าหน้าที่&nbsp;ตชด.445&nbsp;ทุกชุดเตรียมพร้อม&nbsp;หลังจากได้รับแจ้งว่า&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;19.15&nbsp;น.&nbsp;ได้เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ใช้อาวุธปืนสงคราม&nbsp;ซึ่งคาดว่ามีทั้งปืนเอ็ม&nbsp;16&nbsp;และปืนเอสเค&nbsp;ยิงถล่มที่ตั้งฐานปฏิบัติการ&nbsp;มว.ฉก.ตชด.4413&nbsp;(ร้อย&nbsp;ฉก.ตชด.441)&nbsp;(กก.ตชด.23)&nbsp;บ้านจาเราะแป&nbsp;ม.3&nbsp;ต.ธารโต&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้นพบหลังคาโรงครัวมีร่องรอยกระสุน&nbsp;ประมาณ&nbsp;6&nbsp;นัด&nbsp;ผนังด้านหน้าอาคารดาหลา&nbsp;มีรอยกระสุน&nbsp;3&nbsp;นัด&nbsp;และฝ้าเพดานชั้นบนแตกเสียหาย&nbsp;ไม่มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลังเกิดเหตุดังกล่าว&nbsp;พ.ต.ท.&nbsp;กรณ์&nbsp;ไชยเสือ&nbsp;ผบ.ฉก.ตชด.44&nbsp;ซึ่งมีหน้าที่ดูแลด้านความมั่นคงในพื้นที่&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;อ.เบตง&nbsp;ได้ประสานหน่วยงานข้างเคียง&nbsp;ทั้งทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;ให้เพิ่มความเข้ม&nbsp;กำชับให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงทุกหน่วยกำลังบรูณาการร่วม&nbsp;ตั้งจุดตรวจ&nbsp;จุดสกัดตามเส้นทางเข้า-ออก&nbsp;ทุกจุด&nbsp;ตามแผนรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด&nbsp;เพื่อป้องกันคนร้ายฉวยโอกาสเข้ามาก่อเหตุ&nbsp;หลังเกิดเหตุดังกล่าว&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการดูแลรักษาความปลอดภัยประชาชน&nbsp;โดยเน้นตรวจสอบบุคคลตามหมายจับในคดีความมั่นคง&nbsp;ตรวจค้นอาวุธปืนและวัตถุระเบิด&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;รถยนต์&nbsp;เป้าหมายที่ถูกโจรกรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยได้เน้นย้ำให้หน่วยกำลังที่ออกปฏิบัติหน้าที่ในทุกภารกิจ&nbsp;รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่ในฐานปฏิบัติการ&nbsp;ให้เพิ่มความเข้มงวดและเพิ่มความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยไม่ตั้งอยู่ในความประมาทกับสถานการณ์&nbsp;เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าหมายการก่อเหตุของกลุ่มคนร้าย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;ทั้งทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;รวมถึงกองกำลังภาคประชาชน&nbsp;ได้เพิ่มความเข้มในการรักษาความปลอดภัยเมืองเบตง&nbsp;ทั้งตั้งด่านตรวจ&nbsp;ถนนสายหลัก&nbsp;สายรอง&nbsp;ทางเข้า-ออก&nbsp;เมืองเบตง&nbsp;เจ้าหน้าที่เดินเท้า&nbsp;ลาดตระเวนด้วยรถยนต์&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;ตรวจสอบบุคคลและวัตถุต้องสงสัย&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและรักษาความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเข้มงวด</p><p><br></p>	29/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529073754129
325	ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส กำชับคุมเข้มชายแดนเฝ้าระวังป้องกันโควิด-19 ล่าสุด ยังคงปิดหมู่บ้าน 9 แห่งให้พื้นที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลตรี&nbsp;ไพศาล&nbsp;หนูสังข์&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;ได้ร่วมลงเรือลาดตระเวนทางน้ำ&nbsp;ตลอดแนวลำน้ำชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;เพื่อตรวจเยี่ยมติดตามการปฏิบัติตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;พร้อมกำชับเพิ่มมาตรการเข้มงวดในการดูแลรักษาความปลอดภัย&nbsp;ตรวจสอบการลักลอบข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติที่กั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทย&nbsp;ด้านจังหวัดนราธิวาสกับรัฐกลันตันของประเทศมาเลเซีย&nbsp;หลังพบการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายนำโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์แอฟริกาใต้มาแพร่ระบาดในประเทศไทย&nbsp;ส่งผลให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;สั่งปิดพื้นที่ตำบลเกาะสะท้อน&nbsp;อำเภอตากใบ&nbsp;พร้อมทั้งปิดเส้นทางเข้า-ออก&nbsp;ระหว่างหมู่บ้าน&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลตรี&nbsp;ไพศาล&nbsp;ยังได้สั่งการให้ชุดป้องกันชายแดน&nbsp;กองร้อยป้องกันชายแดนที่&nbsp;2&nbsp;(ร้อย.ปชด.ที่&nbsp;2)&nbsp;จัดกำลังเสริมผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเฝ้าระวังตลอดแนวชายแดน&nbsp;อำเภอตากใบ&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;และอำเภอแว้ง&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;เพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดนอีกด้วย</p>	29/5/2021	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529080739133
326	กองกำลังเทพสตรี เฝ้าระวัง เข้ม แนวชายแดน เตรียมรับมาเลเซีย ประกาศล็อกดาวน์ทั่วประเทศ 14 วัน เริ่ม 1 มิ.ย.นี้	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-19&nbsp;ประเทศมาเลเซีย&nbsp;ซึ่งเมื่อวานนี้&nbsp;(28&nbsp;พ.ค&nbsp;64)&nbsp;มียอดผู้ติดเชื้อสูงสุดกว่า&nbsp;8,000&nbsp;คน&nbsp;ประกอบกับการระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;สายพันธุ์ใหม่&nbsp;ที่มีความรุนแรงที่อัตราการติดเชื้อสูงและรวดเร็ว&nbsp;ทำให้มาเลเซียเตรียมประกาศล็อกดาวน์ทั่วประเทศอีกครั้ง&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;14&nbsp;มิ.ย.&nbsp;64&nbsp;เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดภายในประเทศ&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ชายแดนไทยด้าน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;กองกำลังเทพสตรี&nbsp;ได้ประสานกำลัง&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจตระเวนชายแดนจากชุดเฝ้าตรวจชายแดน&nbsp;ลาดตระเวนเฝ้าระวังชายแดนไทย&nbsp;-&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;โดยวันนี้&nbsp;(29&nbsp;พ.ค.2564)&nbsp;พลตรี&nbsp;ศานติ&nbsp;ศกุนตนาค&nbsp;ผู้บัญชาการกองกำลังเทพสตรี&nbsp;ได้ลงตรวจเยี่ยม&nbsp;&nbsp;พร้อมเน้นย้ำการทำงานชุดเฝ้าตรวจชายแดน&nbsp;กองกำลังตำรวจตระเวนชายแดน&nbsp;ที่&nbsp;4401&nbsp;ต.บาละ&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;ชุดเฝ้าตรวจชายแดน&nbsp;4402&nbsp;ต.ปะแต&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;ชุดเฝ้าตรวจชายแดน&nbsp;4403&nbsp;ต.ถ้ำทะลุ&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;และชุดเฝ้าตรวจชายแดน&nbsp;4404&nbsp;บ้านดินเสมอ&nbsp;ต.คีรีเขต&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;ซึ่งเป็นจุดตรวจร่วมไทย-มาเลเซีย&nbsp;ที่มีฐานปฏิบัติการตั้งอยู่ร่วมกับทหารมาเลเซีย&nbsp;โดยผู้บัญชาการกองกำลังเทพสตรี&nbsp;ได้เน้นย้ำการปฏิบัติของชุดเฝ้าตรวจแนวชายแดน&nbsp;ให้เข้มงวดลาดตระเวน&nbsp;จัดระเบียบพื้นที่ชายแดน&nbsp;ย้ำดูแลพื้นที่ชายแดนพร้อมสนับสนุนงานมั่นคงดูแลความปลอดภัยพื้นที่&nbsp;เจ้าหน้าที่ต้องไม่ประมาท&nbsp;มีความพร้อมรับสถานการณ์ตลอดเวลา&nbsp;นอกจากนี้ต้องประสานการทำงานกับ&nbsp;กำลังป้องกันชายแดน&nbsp;ทหารพราน&nbsp;ที่อยู่ใกล้เคียงได้อย่างทันท่วงที&nbsp;อีกทั้งพัฒนาสัมพันธ์กับประชาชนในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ก่อนจะไปเยี่ยมฐานปฏิบัติการทหารมาเลเซีย&nbsp;พร้อมนำหน้ากากอนามัย&nbsp;สเปรย์&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;ตลอดจนเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;ไปมอบเพื่อเป็นขวัญกำลังใจสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่าง&nbsp;2&nbsp;ประเทศ&nbsp;จากนั้นจึงได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม&nbsp;ชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่&nbsp;4405&nbsp;และ&nbsp;4406&nbsp;ต.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ตามลำดับ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลตรี&nbsp;ศานติ&nbsp;ศกุนตนาค&nbsp;ผู้บัญชาการกองกำลังเทพสตรี&nbsp;ระบุว่า&nbsp;หลังทราบข่าวการเตรียมล๊อกดาวน์ทั้งประเทศของมาเลเซีย&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ได้สั่งการให้มาตรวจเยี่ยมเน้นย้ำ&nbsp;กำลังป้องกันแนวชายแดน&nbsp;เพื่อเตรียมรับสถานการณ์&nbsp;ป้องกันสกัดกั้นตามแนวชายแดน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การเฝ้าตรวจชายแดนไทย&nbsp;-&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;อยู่ในความดูแลของกองกำลังเทพสตรี&nbsp;มีทั้งกำลังทหาร&nbsp;และกำลังของตำรวจตระเวนชายแดน&nbsp;ซึ่งมีทั้งหมด&nbsp;30&nbsp;ชุด&nbsp;เฝ้าตรวจในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;โดยพื้นที่ชายแดนฝั่ง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;แม้จะพบการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองน้อย&nbsp;แต่มักมีชาวบ้านเดินทางข้ามไป&nbsp;เพื่อหาของป่า&nbsp;ยังฝั่งมาเลเซียอยู่บ่อยครั้ง&nbsp;จึงต้องทำความเข้าใจกับผู้ท้องถิ่น&nbsp;ประชาชน&nbsp;เพื่อแจ้งเตือนชาวบ้านไม่ให้ข้ามไปหาของป่า&nbsp;ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-19&nbsp;อย่างหนัก&nbsp;อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ซึ่งอาจมีความเสี่ยงที่จะไปพบปะหรือสัมผัสกับเชื้อกลับมาได้&nbsp;ประกอบกับจะมีการล๊อกดาวน์ทั้งประเทศในวันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;นี้&nbsp;อาจทำให้มีผู้แอบลับลอบข้ามกลับมาผ่านช่องทางธรรมชาติมากขึ้น&nbsp;จึงต้องมีการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ให้พร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>"	29/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529191710316
327	จังหวัดตาก ประชุมซักซ้อมแนวทางดำเนินการกรณีบุคคลต่างด้าวที่ลักลอบเดินทางเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(29&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ที่ห้องประชุมทีลอซู&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตาก&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;เป็นประธานการประชุมซักซ้อมแนวทางดำเนินการกรณีบุคคลต่างด้าวที่ลักลอบเดินทางเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;โดยมี&nbsp;พล.ต.ต.ปริญญา&nbsp;วิศิษฐฎากุล&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก&nbsp;นายสมชัย&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;พ.อ.เสมา&nbsp;มังมติ&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตาก&nbsp;(ฝ่ายทหาร)&nbsp;พ.อ.ประสาน&nbsp;แสงศิริลักษณ์&nbsp;รองผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร&nbsp;พ.อ.ประสาน&nbsp;เห็นประเสริฐ&nbsp;ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;4&nbsp;แม่สอด&nbsp;พ.ต.อ.โชคชัย&nbsp;ชูแสง&nbsp;ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่&nbsp;34&nbsp;พ.อ.จักรพงษ์&nbsp;เทพพันธุ์&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;35&nbsp;นายสวนิต&nbsp;สุริยกุล&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;ปลัดจังหวัดตาก&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สืบเนื่องมาจากข้อสั่งการของ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ซึ่งได้มอบนโยบายเมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;ให้ทุกหน่วยงานเข้มงวดในการจัดการพื้นที่ชายแดน&nbsp;เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย&nbsp;และให้บูรณาการกำลังพลของหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่&nbsp;โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนใช้กลไกศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;เฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนร่วมกับทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประกอบกับในช่วงนี้หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดตากสามารถจับกุมขบวนการลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายในพื้นที่อำเภอท่าสองยาง&nbsp;ได้หลายคดี&nbsp;ซึ่งจากข้อมูลการข่าวพบว่ากลุ่มขบวนการฯใช้&nbsp;อ.ท่าสองยางเป็นเส้นทางนำพาแรงงานต่างด้าวไปทาง&nbsp;อ.อมก๋อย&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;เพื่อนำเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศและสำหรับการเกษตร&nbsp;และจะประสานไป&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;เพื่อบูรณาการกำลังกวาดล้างและสืบสวนถึงตัวผู้บงการในลำดับถัดไปด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมได้ปรับแผนและจัดกำลังพลให้เหมาะสมกับสถานการณ์&nbsp;โดยให้หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;4&nbsp;กองกำลังนเรศวร&nbsp;เพิ่มกำลังพลตรึงตามแนวชายแดนบริเวณอำเภอท่าสองยาง&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ตชด.34&nbsp;และกรมทหารพรานที่&nbsp;35&nbsp;,&nbsp;เพิ่มจุดตรวจ/จุดสกัด&nbsp;พื้นที่ชั้นในจำนวน&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งเป็นจุดที่ขบวนการนำพาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายใช้เป็นเส้นทางหลบหนีจุดตรวจบนเส้นทางสายหลัก&nbsp;โดยจะบูรณาการกำลังระหว่าง&nbsp;ตำรวจภูธรอำเภอท่าสองยาง&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;เจ้าหน้าที่ป่าไม้&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	29/5/2021	ภาคตะวันตก	ตาก	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529192752317
328	นายกรัฐมนตรี และ ครม. พร้อมชี้แจงร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ 2565 ถือเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลจะสร้างการรับรู้และสร้างความเข้าใจ	<p><strong>นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;พร้อมชี้แจ้งรายละเอียดถึงการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.&nbsp;งบประมาณรายจ่ายประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ในวาระที่&nbsp;1&nbsp;ในช่วงวันจันทร์ที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;2&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;นี้&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้กำชับคณะรัฐมนตรีว่า&nbsp;การประชุมสภาฯ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;นอกจากจะเป็นการชี้แจงให้&nbsp;ส.ส.ทราบถึงรายละเอียด&nbsp;พ.ร.บ.งบประมาณฯ&nbsp;แล้ว&nbsp;ยังถือเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลจะสร้างการรับรู้และสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน&nbsp;เพื่อได้รับทราบถึงการจัดทำงบประมาณในครั้งนี้ด้วย&nbsp;และย้ำให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงเข้าร่วมประชุมสภาฯ&nbsp;เพื่อชี้แจงข้อสงสัยของ&nbsp;ส.ส.&nbsp;และสื่อสารให้ประชาชนได้รับทราบไปในคราวเดียวกัน</p><p><strong>สำหรับวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</strong><em>&nbsp;</em>มีจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;3.1&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;ประกอบด้วยรายจ่ายประจำ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,360,543&nbsp;ล้านบาท&nbsp;คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ&nbsp;&nbsp;76.15&nbsp;ของวงเงินงบประมาณ&nbsp;สำหรับรายจ่ายลงทุนมีจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;624,399.9&nbsp;ล้านบาท&nbsp;คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ&nbsp;20.14&nbsp;ของวงเงินงบประมาณ&nbsp;ซึ่งน้อยกว่าวงเงินส่วนที่ขาดดุลที่มีจำนวน&nbsp;7&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การที่งบประมาณรายจ่ายลงทุน</strong>&nbsp;มีจำนวนน้อยกว่าวงเงินส่วนที่ขาดดุลของงบประมาณประจำปี&nbsp;ไม่เป็นปัญหาในการจัดงบประมาณในครั้งนี้แต่อย่างใด&nbsp;เนื่องจากรัฐบาลสามารถเพิ่มแหล่งเงินลงทุนของประเทศในช่องทางอื่นนอกเหนือจากงบประมาณรายจ่ายคือ&nbsp;การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ&nbsp;(Public&nbsp;Private&nbsp;Partnership:&nbsp;PPP)&nbsp;ซึ่งในปีงบประมาณ&nbsp;&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;คาดว่าจะมีโครงการตามแผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุนในปี&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;&nbsp;52,320.63&nbsp;ล้านบาท&nbsp;กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย&nbsp;&nbsp;(Thailand&nbsp;Future&nbsp;Fund)&nbsp;ซึ่งในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ประมาณการแผนการใช้จ่ายกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย&nbsp;มีจำนวนรวมทั้งสิ้น&nbsp;9,983.98&nbsp;ล้านบาท&nbsp;การใช้เงินกู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;109&nbsp;รายการ&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;91,705.5119&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งสำนักงบประมาณพิจารณาแล้วว่าเป็นรายการลงทุนที่มีความพร้อมในการดำเนินการ&nbsp;ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคมและสามารถใช้จ่ายจากเงินกู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมได้</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จำแนกงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</strong>&nbsp;ตามยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ&nbsp;จะเห็นได้ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม&nbsp;ที่มีสัดส่วนสูงสุดที่ร้อยละ&nbsp;23.67&nbsp;ตามด้วยยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลย์และพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ&nbsp;ที่มีสัดส่วนร้อยละ&nbsp;18.05&nbsp;และด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์&nbsp;ที่มีสัดส่วนร้อยละ&nbsp;17.68&nbsp;ซึ่งรัฐบาล&nbsp;จะชี้แจงหลักการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงความจำเป็นเร่งด่วน&nbsp;และให้ความสำคัญในการดำเนินนโยบายภายใต้แผนแม่บทเฉพาะกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;2565)&nbsp;รวมทั้งแผนปฏิรูปประเทศ&nbsp;&nbsp;(ฉบับปรับปรุง)&nbsp;โดยได้พิจารณาทั้งแหล่งเงิน&nbsp;ศักยภาพหน่วยงานและได้ดำเนินการภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องครบถ้วนทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	30/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530113624395
329	กระทรวงมหาดไทย แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศนำมาตรการควบคุมและป้องกันโรคในแคมป์คนงานก่อสร้างในกรุงเทพมหานครปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กระทรวงมหาดไทย&nbsp;แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศนำมาตรการควบคุมและป้องกันโรคในแคมป์คนงานก่อสร้างในกรุงเทพมหานครปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่</strong></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายฉัตรชัย&nbsp;พรหมเลิศ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทยในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดพิจารณาดำเนินการนำมาตรการด้านการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในแคมป์คนงานก่อสร้างของกรุงเทพมหานคร&nbsp;เช่น&nbsp;มาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายของแรงงานข้ามเขตภายในจังหวัดที่กำหนด&nbsp;ให้มีการแจ้งล่วงหน้าไปยังปลายทางไม่น้อยกว่า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;การจัดทำบัญชีหรือทะเบียนแรงงานที่มีการเดินทางออกนอกพื้นที่เพื่อประโยชน์ในการติดตามตัวและควบคุมโรคมาพัฒนารายละเอียดเพิ่มเติมให้มีความชัดเจนขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางสำหรับจังหวัดอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;นำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นที่ต่อไป</span></p>"	30/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530103559384
330	ผู้ว่าฯ สุรินทร์ เผย ยังคุมเข้มเส้นทางธรรมชาติตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา กำชับให้เจ้าหน้าที่กวดขันอย่างเคร่งครัด ส่วนการขนส่งสินค้าบริเวณจุดผ่านแดนถาวร ยังคงมาตรการเดิม	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการรายงานของเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์&nbsp;สัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;สามารถจับกุมชาวกัมพูชาที่ลักลอบข้ามแดนตามเส้นทางธรรมชาติในอำเภอกาบเชิงได้&nbsp;9&nbsp;คน&nbsp;แสดงว่ายังมีการลักลอบอยู่บ้าง&nbsp;เพราะช่องทางธรรมชาติมีมากกว่า&nbsp;50&nbsp;ช่องทาง&nbsp;แต่เท่าที่ทราบไม่ได้มีการทำเป็นขบวนการเหมือนเมื่อก่อน&nbsp;แต่จะมากันเองแล้วรวมตัวกันในจุดใดจุดหนึ่ง&nbsp;ซึ่งได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เร่งกวดขันดำเนินการอย่างเข้มข้นแล้ว&nbsp;ส่วนเรื่องการขนส่งสินค้าไปกัมพูชา&nbsp;ยังไม่ปรับเปลี่ยนมาตรการ&nbsp;เพราะยังคำนึงปริมาณของผู้ติดเชื้อในกัมพูชาที่เพิ่มขึ้นตามรายงานของสาธารณสุข&nbsp;แม้จะมีคณะกรรมการบางท่านเสนอขออนุมัติจากมติที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในส่วนผู้ค้าชายแดนที่อยากให้เพิ่มเวลาในการออกจากเขตชายแดนไปส่งสินค้าในกัมพูชา&nbsp;จาก&nbsp;4&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เป็น&nbsp;7&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เท่าเดิม&nbsp;แต่ที่ประชุมยังไม่เห็นชอบ&nbsp;ยังมองว่าไม่ควรให้เพิ่มเวลาในห้วงนี้&nbsp;โดยให้ติดตามสถานการณ์ไปอีก&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;ค่อยกลับมาพิจารณากันใหม่</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	30/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530103059382
331	การประปานครหลวง ยืนยันน้ำประปาสะอาดปลอดภัยปราศจากเชื้อโรคโควิด-19	"<p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;การประปานครหลวง&nbsp;ยืนยันน้ำประปาสะอาดปลอดภัยปราศจากเชื้อโรคโควิด-19</strong></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายรักษ์ศักดิ์&nbsp;สุริยหาร&nbsp;รองผู้ว่าการการประปานครหลวง&nbsp;(กปน.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กปน.&nbsp;ให้บริการน้ำประปาแก่ประชาชนในกรุงเทพมหานคร&nbsp;นนทบุรี&nbsp;และสมุทรปราการ&nbsp;มีการเฝ้าระวังและรักษาคุณภาพน้ำประปาด้วยกระบวนการผลิตน้ำประปา&nbsp;ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก&nbsp;(WHO)&nbsp;ภายใต้ระบบปิด&nbsp;ไม่มีสารหรือวัตถุใด&nbsp;ๆ&nbsp;เข้าไปในระบบได้&nbsp;และมีการปรับเพิ่มปริมาณคลอรีน&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดแบคทีเรียและไวรัสต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน&nbsp;โดยปริมาณคลอรีนที่เพิ่มขึ้นไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน&nbsp;สำหรับผู้ที่ไม่ชอบกลิ่นคลอรีน&nbsp;สามารถรองน้ำประปาใส่ภาชนะสะอาด&nbsp;เปิดฝาตั้งทิ้งไว้ประมาณ&nbsp;20&nbsp;นาที&nbsp;กลิ่นคลอรีนจะระเหยไปเอง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;กปน.&nbsp;ยังมีระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำประปาอัตโนมัติทั่วพื้นที่บริการตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และมีนักวิทยาศาสตร์&nbsp;กปน.&nbsp;ตรวจวัดคุณภาพน้ำให้เป็นไปตามมาตรฐานอยู่เสมอ&nbsp;โดยผู้ใช้น้ำสามารถตรวจสอบคุณภาพน้ำประปาแบบ&nbsp;real&nbsp;time&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;MWA&nbsp;onMobile&nbsp;ได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่ในปัจจุบัน&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตัวตามคำแนะนำป้องกันโรคของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อสุขอนามัยที่ดีและลดการแพร่ระบาดของโรคต่าง&nbsp;ๆ</span></p>"	30/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530103802385
332	ประธานรัฐสภา วางพวงมาลา ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว	<p><strong>ช่วงเช้าที่ผ่านมา&nbsp;</strong>รัฐสภาจัดพิธีระลึกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;โดยมีนายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ประธานรัฐสภา&nbsp;นายศุภชัย&nbsp;สมเจริญ&nbsp;รองประธานวุฒิสภา&nbsp;คนที่&nbsp;2&nbsp;พร้อมด้วยนายพงศ์กิตติ์&nbsp;&nbsp;อรุณภักดีสกุล&nbsp;ที่ปรึกษาด้านการเมือง&nbsp;การปกครองและการบริหารจัดการ&nbsp;เป็นผู้แทนวางพวงมาลาในนามสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาและตัวแทนพรรคการเมือง&nbsp;ร่วมวางพวงมาลา&nbsp;ถวายราชสักการะพระรูปต้นแบบพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;เนื่องในวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;บริเวณห้องโถง&nbsp;ชั้น&nbsp;6&nbsp;อาคารรัฐสภา&nbsp;</p><p><strong>นายชวน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ในการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ&nbsp;(พ.ร.บ.)&nbsp;งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;วันพรุ่งนี้&nbsp;(31&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ได้เน้นย้ำไปยังทบวง&nbsp;กระทรวง&nbsp;กรมต่างๆ&nbsp;ในการจำกัดเจ้าหน้าที่ที่เข้าให้ข้อมูลต่อรัฐมนตรี&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงและให้จัดส่งข้อมูลผ่านทางระบบออนไลน์&nbsp;&nbsp;ส่วนกรณีทผู้อภิปรายไม่สามารถสวมใส่หน้ากากอภิปรายได้&nbsp;ทางสภาได้จัดเตรียมแท่นโพเดียมสำหรับอภิปราย&nbsp;โดยมีลักษณะเป็นตู้กระจกใส&nbsp;ซึ่งเมื่อผู้อภิปรายจบจะมีเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดทุกครั้ง&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงและคุมเข้มตามมาตรการสาธารณสุข&nbsp;เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี&nbsp;ที่จะขึ้นชี้แจ้ง</p><p><strong>หากไม่ใช้โพเดียมจะสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาช่วงการอภิปราย&nbsp;</strong>พร้อมขอความร่วมมือสมาชิกจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามันทุกคน&nbsp;โดยวันนี้&nbsp;(30&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;จะเข้าไปตรวจดูความเรียบร้อยและความพร้อมการติดตั้งอีกครั้ง&nbsp;&nbsp;พร้อมระบุ&nbsp;อาจจะมีปัญหาในการลงมตินับองค์ประชุม&nbsp;ซึ่งกรมควบคุมโรคได้แนะนำโดยจะต้องอยู่ในห้องไม่ควรเกิน&nbsp;15&nbsp;นาทีซึ่งการลงมติพิจารณางบประมาณจะเป็นการลงมติแค่ครั้งเดียวคือ&nbsp;รับหลักการและไม่รับหลักการ&nbsp;ซึ่งหวังว่าในการประชุมวาระ&nbsp;2&nbsp;สถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นเพราะต้องลงมติทุกมาตรา</p><p><br></p><p><br></p>	30/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530115501403
333	จนท.คุมเข้มหลังเกิดเหตุระเบิดใกล้ชายแดนด่านพระเจดีย์สามองค์	<p>เจ้าหน้าที่คุมเข้มแนวชายแดนหลังเกิดเหตุระเบิดกลางดึกในเมืองพญาตองซู&nbsp;ประเทศเมียนมา&nbsp;ฝั่งตรงข้าม&nbsp;เจดีย์สามองค์&nbsp;คาดเป็นการสร้างสถานการณ์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พ.อ.เฉลิมพล&nbsp;สังข์ต้อง&nbsp;รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า&nbsp;กองกำลังสุรสีห์&nbsp;ได้สั่งการให้กำลังพลในพื้นที่เฝ้าติดตามข่าวสารและจัดเวรยามรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ประชาชนในพื้นที่&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;สภ.สังขละบุรี&nbsp;ตำรวจตระเวนชายแดน&nbsp;และฝ่ายปกครองในพื้นที่อย่างเข้มงวด&nbsp;หลังเกิดเหตุระเบิดกลางดึกของคืนวันที่&nbsp;29&nbsp;พ.ค.64&nbsp;ที่ฝั่งกิ่งอำเภอพญาตองซู&nbsp;ประเทศเมียนมา&nbsp;ตรงข้ามบ้านพระเจดีย์สามองค์&nbsp;หมู่&nbsp;9&nbsp;ต.หนองลู&nbsp;อ.สังขละบุรี&nbsp;จ.กาญจนบุรี&nbsp;ก่อนเกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงโรงเรียนมัธยมในเมืองพยาตองซู&nbsp;ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนประมาณ&nbsp;50&nbsp;เมตร&nbsp;โดยพบว่ากำแพงโรงเรียนได้รับความเสียหาย&nbsp;ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตคาดว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้บรรยากาศชายแดนเงียบสงบ&nbsp;ขณะที่ชาวบ้านบ้านพระเจดีย์สามองค์ต่างรู้สึกตกใจกลัวมากกว่าทุกครั้ง&nbsp;จึงเก็บตัวอยู่ในบ้านตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มัทณียา&nbsp;&nbsp;มากสมบูรณ์&nbsp;ข่าว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สทท.กาญจนบุรี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	30/5/2021	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สทท.กาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530120446413
334	ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ประชุมติดตามความคืบหน้าเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดทหารพราน 48 พร้อมกำชับชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ เพิ่มมาตรการควบคุมพื้นที่ให้ปลอดภัย	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(30&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;พลตรี&nbsp;ไพศาล&nbsp;&nbsp;หนูสังข์&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี&nbsp;&nbsp;และความคืบหน้าเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิด&nbsp;ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์&nbsp;กองร้อยทหารพรานที่&nbsp;4804&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;48&nbsp;ขณะเดินลาดตระเวนพิสูจน์ทราบพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;อำเภอสุไหงปาดี&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;อีกทั้งตรวจเยี่ยม&nbsp;ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์&nbsp;กองร้อยทหารพรานที่&nbsp;4809&nbsp;และ&nbsp;4811&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;ได้กำชับการปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัยและการติดตามพฤติกรรมกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับผู้ก่อเหตุรุนแรงตามนโยบายข้อสั่งการของแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;และให้หน่วยได้ปฏิบัติการเชิงรุกจรยุทธ์เต็มรูปแบบ&nbsp;เพื่อกดดันคนร้าย&nbsp;&nbsp;ตลอดจนทำลายความพยายามก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่&nbsp;นำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว&nbsp;พร้อมย้ำหลักการปฏิบัติทางยุทธวิธี&nbsp;เพื่อให้กำลังพลมีความเข้าใจและระมัดระวัง&nbsp;และสามารถดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน&nbsp;รวมถึงควบคุมพื้นที่รับผิดชอบได้อย่างปลอดภัย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	30/5/2021	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530171119488
335	นายกรัฐมนตรี เตรียมเข้าร่วมการประชุมผู้นำกรอบหุ้นส่วนเพื่อการเจริญเติบโตสีเขียว และเป้าหมายโลกปี ค.ศ. 2030 (P4G) ครั้งที่ 2	<p><strong>นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;เตรียมเข้าร่วมการประชุมผู้นำกรอบหุ้นส่วนเพื่อการเจริญเติบโตสีเขียว&nbsp;และเป้าหมายโลกปี&nbsp;ค.ศ.&nbsp;2030&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;(&nbsp;2nd&nbsp;Partnering&nbsp;for&nbsp;Green&nbsp;Growth&nbsp;and&nbsp;Global&nbsp;Goals&nbsp;2030&nbsp;Summit&nbsp;:&nbsp;2nd&nbsp;P4G&nbsp;Summit)&nbsp;ซึ่งประเทศเกาหลีใต้จะเป็นเจ้าภาพ&nbsp;ภายใต้หัวข้อหลัก&nbsp;การฟื้นฟูสีเขียวอย่างครอบคลุมเพื่อนำไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน&nbsp;(Inclusive&nbsp;Green&nbsp;Recovery&nbsp;towards&nbsp;Carbon&nbsp;Neutrality)&nbsp;ในวันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;20.00&nbsp;น.&nbsp;เวลาประเทศไทย&nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกล&nbsp;</p><p><strong>กรอบหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เพื่อการเจริญเติบโตสีเขียวและเป้าหมายโลกปี&nbsp;ค.ศ.&nbsp;2030</strong>&nbsp;เป็นกลุ่มความร่วมมือพหุภาคีที่ริเริ่มเมื่อปี&nbsp;2560&nbsp;ประกอบด้วยประเทศสมาชิก&nbsp;12&nbsp;ประเทศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;บังกลาเทศ&nbsp;เกาหลีใต้&nbsp;อินโดนีเซีย&nbsp;เวียดนาม&nbsp;ชิลี&nbsp;โคลอมเบีย&nbsp;เม็กซิโก&nbsp;เดนมาร์ก&nbsp;เนเธอร์แลนด์&nbsp;เอธิโอเปีย&nbsp;เคนยา&nbsp;และแอฟริกาใต้&nbsp;องค์การระหว่างประเทศ&nbsp;และองค์กรภาคเอกชนและภาคประชาสังคม&nbsp;ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมความร่วมมือในลักษณะหุ้นส่วนเชิงนวัตกรรมระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน&nbsp;เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศกำลังพัฒนาตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;และการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก&nbsp;ด้วยการระดมทุนจากภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และองค์กรอิสระด้านการพัฒนา&nbsp;และการเชื่อมโยงโครงการเพื่อการพัฒนาของประเทศสมาชิกกับความร่วมมือใน&nbsp;5&nbsp;สาขาหลัก&nbsp;ได้แก่&nbsp;(1)&nbsp;อาหารและการเกษตร&nbsp;(2)&nbsp;น้ำสะอาด&nbsp;(3)&nbsp;พลังงานสะอาด&nbsp;(4)&nbsp;เมืองยั่งยืน&nbsp;และ&nbsp;(5)&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน</p><p><strong>สำหรับประเด็นที่ไทยจะให้ความสำคัญในการประชุมครั้งนี้</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;การฟื้นฟูประเทศจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ให้กลับมาเข้มแข็ง&nbsp;สอดคล้องกับการขับเคลื่อน&nbsp;SDGs&nbsp;และส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;2)&nbsp;เน้นการเสริมสร้างการเจริญเติบโตที่มีสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ&nbsp;โดยนำเสนอการใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(Bio-Circular-Green&nbsp;Economy:&nbsp;BCG)&nbsp;3)&nbsp;ขับเคลื่อน&nbsp;ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนผ่านกลไกจตุภาคี&nbsp;คือ&nbsp;รัฐ-เอกชน-วิชาการ-ประชาชน&nbsp;และให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&nbsp;และ&nbsp;4)&nbsp;สนับสนุนให้ทุกประเทศร่วมแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดเทคโนโลยีสีเขียวระหว่างกันผ่านช่องทางทวิภาคี&nbsp;ไตรภาคีและพหุภาคี&nbsp;เพื่อให้เกิดการเจริญเติบโตสีเขียวอย่างแท้จริง&nbsp;ส่งเสริมความเท่าเทียมและการลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เดิมทีเกาหลีใต้กำหนดจัดการประชุมระดับผู้นำ&nbsp;P4G&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2</strong>&nbsp;ในวันที่&nbsp;29-30&nbsp;&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2563&nbsp;ณ&nbsp;กรุงโซล&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ตอบรับคำเชิญของนายมุน&nbsp;แช-อิน&nbsp;ประธานาธิบดีเกาหลีใต้&nbsp;เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว&nbsp;แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19)&nbsp;&nbsp;ในปี&nbsp;2563&nbsp;เกาหลีใต้จึงเลื่อนการจัดการประชุม&nbsp;P4G&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;มาเป็นระหว่างวันที่&nbsp;30-31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ในรูปแบบการประชุมทางไกล&nbsp;และคาดว่าจะมีการรับรองร่างปฏิญญากรุงโซล&nbsp;(Seoul&nbsp;Declaration)&nbsp;ซึ่งเป็นเอกสารแสดงเจตนารมณ์ของผู้นำประเทศที่ร่วมการประชุม&nbsp;P4G&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;นี้ด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	30/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530214619543
336	กระทรวงการต่างประเทศ ประสานงานใกล้ชิดสถานเอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทยและครอบครัวของเอกอัครราชทูตฯ ซึ่งเสียชีวิตที่จังหวัดสตูล 	<p><strong>นายธานี&nbsp;แสงรัตน์&nbsp;อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงกรณีการเสียชีวิตของนายอันดรีย์&nbsp;เบชตา&nbsp;เอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทย&nbsp;เสียชีวิตที่จังหวัดสตูล&nbsp;ว่า&nbsp;ทางกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;ได้ประสานกับสถานเอกอัครราชทูตยูเครนฯ&nbsp;และครอบครัวของเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกในขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในการนำศพส่งขึ้นมายังโรงพยาบาลตำรวจ&nbsp;ขณะที่&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้รับทราบกรณีนี้แล้ว&nbsp;และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลอย่างเต็มที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขั้นตอนต่างๆ&nbsp;รวมถึงการแสดงความเสียใจ&nbsp;การจัดพิธีศพ&nbsp;จะเป็นไปตามการพิจารณาดำเนินการโดยรัฐบาลยูเครนและครอบครัวของเอกอัครราชทูตยูเครนด้วย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;นายดอน&nbsp;ปรมัตถ์วินัย</strong>&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;และปลัดกระทรวงฯ&nbsp;จะมีหนังสือแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของเอกอัครราชทูตยูเครนในโอกาสแรก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;ได้สั่งการให้กรมยุโรป&nbsp;กรมพิธีการทูตและกรมการกงสุลดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง</p><p><br></p><p><br></p>	30/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530220742550
337	ประธานวิปรัฐบาลมั่นใจ การประชุมพิจารณา ร่าง พระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี 2565 ฝ่ายรัฐบาลจะสามารถชี้แจงได้ทุกประเด็น	<p><strong>นายวิรัช&nbsp;รัตนเศรษฐ</strong>&nbsp;ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล&nbsp;หรือประธานวิปรัฐบาล&nbsp;เปิดเผยถึงแนวทางการกำหนดหลักเกณฑ์ในการประชุมพิจารณา&nbsp;ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;ในการประชุมครั้งนี้ได้กำหนดมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ทั้งภายในและภายนอกห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรอย่างเข้มงวดรัดกุม&nbsp;ตลอดการประชุมเป็นระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;โดยเริ่มการประชุมในวันนี้(31&nbsp;พ.ค.)&nbsp;เป็นวันแรก&nbsp;เริ่มตั้งแต่เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ซึ่งมีการกำหนดเวลาให้ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านมีเวลาอภิปรายได้ไม่เกินฝ่ายละ&nbsp;22&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ก่อนเริ่มการอภิปรายพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;จะเป็นผู้อ่านรายงานพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี&nbsp;2565</p><p><strong>นายวิรัช&nbsp;รัตนเศรษฐ&nbsp;มั่นใจว่า</strong>&nbsp;ในการชี้แจง&nbsp;ร่าง&nbsp;พระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;รัฐบาลโดยเฉพาะรัฐมนตรีเจ้าของงบประมาณ&nbsp;ของแต่ละกระทรวง&nbsp;จะสามารถชี้แจงการจัดสรรงบประมาณได้ทุกประเด็นที่รับผิดชอบ&nbsp;เพื่อคลายความกังวลทุกข้อสงสัยของฝ่ายค้านและประชาชน&nbsp;เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีการประชุมพรรคร่วมรัฐบาลถึงแนวทางการลงมติในการอภิปราย&nbsp;รวมไปถึงการใช้งบประมาณจาก&nbsp;พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;&nbsp;2019&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;หรือที่&nbsp;พ.ร.ก.เงินกู้&nbsp;500,000&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p>	31/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531111137606
338	นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุมสภาฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ระบุ พร้อมชี้แจง	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;เดินทางถึงอาคารรัฐสภาแล้ว&nbsp;เพื่อร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;วงเงินงบประมาณ&nbsp;3,100,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;วันแรก&nbsp;(31&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ด้วยสีหน้าปกติ&nbsp;โดยปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่าพร้อมในการชี้แจงวันนี้หรือไม่&nbsp;ระบุเพียงสั้นๆ&nbsp;ว่า&nbsp;พร้อม&nbsp;ก่อนจะขึ้นห้องรับรองไปทันที</p><p><strong>นายกรัฐมนตรีได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19</strong>&nbsp;ของรัฐสภาอย่างเข้มงวด&nbsp;ทั้งตรวจคัดกรอกโควิด-19&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิและสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	31/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531110526599
339	สภาผู้แทนราษฎร เตรียมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565  วาระแรก	<p><strong>การประชุมสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;เป็นพิเศษ</strong>&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(31&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;โดยเป็นวันแรกของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;วงเงินงบประมาณ&nbsp;3,100,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ในวาระรับหลักการ&nbsp;ซึ่งงบประมาณลดลงจากปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;185,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รัฐบาลจัดทำโดยให้ความสำคัญกับการดำเนินการในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;6&nbsp;ด้าน&nbsp;และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;รวมทั้งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;มีประมาณการรายได้สุทธิ&nbsp;2,400,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และกำหนดวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ&nbsp;700,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สำหรับงบประมาณปี&nbsp;2565&nbsp;ที่จัดสรรท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ภาพรวมการจัดสรรงบประมาณถูกปรับลดลงเกือบทุกกระทรวง&nbsp;มีเพียง&nbsp;3&nbsp;กระทรวง&nbsp;ที่ได้งบประมาณเพิ่มจากปีที่แล้ว&nbsp;ได้แก่&nbsp;กระทรวงการคลัง&nbsp;,&nbsp;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;และกระทรวงพลังงาน&nbsp;โดยกำหนดกรอบเวลาการพิจารณา&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;มิถุนายนนี้</p><p><strong>สำหรับมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;ยังคงเป็นไปอย่างเข้มงวด</strong>&nbsp;โดยกำหนดให้ทั้ง&nbsp;ส.ส.&nbsp;และบุคลที่เข้ามาภายในอาคารรัฐสภา&nbsp;ต้องกรอกแบบฟอร์มคัดกรอกโควิด-19&nbsp;&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาทั้งในห้องประชุมและในอาคารรัฐสภา&nbsp;จำกัดจำนวนเจ้าหน้าที่ที่เข้าให้ข้อมูลต่อรัฐมนตรี&nbsp;การบดจำนวนผู้ติดตาม&nbsp;ส.ส.&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยง&nbsp;ส่วนกรณีผู้อภิปรายไม่สามารถสวมหน้ากากอนามัยระหว่างการอภิปรายได้นั้น&nbsp;ได้จัดโพเดียมสำหรับการอภิปรายที่มีลักษณะเป็นตู้กระจกใสให้และเมื่ออภิปรายจบจะมีเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดทุกครั้งเพื่อลดความเสี่ยงและคุมเข้มตามมาตรการสาธารณสุข</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	31/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531110759601
340	ฝ่ายค้าน เตรียมผู้อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 จำนวน 70 คน	<p><strong>นายสุทิน&nbsp;คลังแสง&nbsp;ประธานวิปฝ่านค้าน</strong>&nbsp;กล่าวถึงการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ว่า&nbsp;ฝ่ายค้านเตรียมจำนวนผู้อภิปรายไว้&nbsp;70&nbsp;คน&nbsp;เปิดการอภิปรายเวทีโดยผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;เน้นการอภิปรายในภาพรวมชี้ให้เห็นถึงการประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจในปีนี้และปีหน้าที่ล้มเหลว&nbsp;ส่วนในวันถัดไปจะลงรายละเอียดรายกระทรวง&nbsp;เน้นในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กระทรวงกลาโหม&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;กระทรวงคมนาคมและกระทรวงพลังงาน&nbsp;หลังได้รับการจัดสรรงบจำนวนมาก&nbsp;เขื่อว่าการจัดสรรเวลาการอภิปรายจะจบตามกรอบเวลาที่กำหนด&nbsp;ย้ำว่าปีนี้จะยกระดับการอภิปรายให้สัมพันธ์กับปัญหาและความรู้สึกของประชาชน&nbsp;พรรคฝ่ายค้านมีทิศทางเดียวกันว่าจะไม่รับหลักการในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณดังกล่าว&nbsp;ฝ่ายค้านจะทำหน้าที่อย่างเข้มข้น&nbsp;พร้อมชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องเพื่อให้รัฐบาลตระหนักถึงปัญหาและคาดหวังให้มีการแก้ไขในชั้นกรรมาธิการฯ&nbsp;ในวาระ&nbsp;2&nbsp;และ&nbsp;วาระ&nbsp;3</p><p><strong>ด้านนายพิจารณ์?&nbsp;เชาวพัฒนวงศ์?&nbsp;รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล</strong>?&nbsp;กล่าวถึงจุดยืนพรรคก้าวไกลในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;วาระแรกในวันนี้(&nbsp;31&nbsp;พ.ค.)&nbsp;ว่าพรรคก้าวไกลจะอภิปรายอย่างเต็มที่&nbsp;เนื่องจากงบประมาณดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาและผลกระทบจากโควิด&nbsp;-19&nbsp;เบื้องต้นทางพรรคได้กำหนดผู้อภิปรายไว้&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;300&nbsp;นาที&nbsp;โดยวันนี้จะอภิปรายจำนวน&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;เน้นอภิปรายให้เห็นถึงการจัดสรรงบประมาณไม่เหมาะสมกับสถานการณ์&nbsp;รวมถึงกรอบวินัยการเงินการคลัง&nbsp;ตลอดจนเน้นถึงการอภิปรายงบด้านสาธารณสุข&nbsp;สวัสดิการประชาชนและการฟื้นฟูการศึกษาจากผลกระทบของโควิด&nbsp;-19&nbsp;พรรคมีมติจะไม่เห็นชอบให้ผ่านร่าง&nbsp;เรียกร้องให้&nbsp;ส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาลมองเห็นถึงทิศทางร่างพระราชบัญญัตินี้ไม่ได้เล็งเห็นถึงผลประโยชน์ของประชาชนเท่าที่ควร</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	31/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531104048594
341	กระทรวงมหาดไทย ยืนยัน?ไม่ต้องแก้ไขกฎระเบียบกรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะโยกงบประมาณซื้อวัคซีนโควิด?-19	<p><strong>พลเอก?&nbsp;อนุพงษ์?&nbsp;เผ่าจินดา?&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กระทรวงมหาดไทยไม่ต้องแก้ไขกฎระเบียบ&nbsp;กรณีจะใช้เงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;หรือ&nbsp;อปท.&nbsp;ซื้อวัคซีนโควิด-19&nbsp;เพราะไม่มีกฎระเบียบห้าม?&nbsp;แต่เนื่องจากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;ผู้ตรวจการแผ่นดินมีคำวินิจฉัย?&nbsp;ห้าม?&nbsp;ท้องถิ่นและ?เอกชนซื้อวัคซีนโควิด-19&nbsp;เอง&nbsp;โดยระยะแรกต้องให้รัฐดำเนินการ?&nbsp;ดังนั้น?ขณะนี้จะต้องพิจารณาว่าพ้นระยะแรกหรือยัง?&nbsp;ถ้าให้เอกชนและองค์กรปกครองท้องถิ่นซื้อวัคซีนได้โดยไม่มีแผน?จะทำให้เกิดความสับสน&nbsp;เพราะขณะนี้รัฐได้มีแผนกระจายการฉีดวัคซีนทั่วประเทศ&nbsp;รวมทั้งทำให้เกิดการเหลื่อมล้ำได้&nbsp;เนื่องจากท้องถิ่นแต่ละแห่ง?มีการจัดเก็บรายได้และงบประมาณไม่เหมือนกัน?ซึ่งแนวทางที่ดีที่สุดคือต้องให้&nbsp;ศบค.&nbsp;เป็นผู้พิจารณาว่าถึงเวลาหรือไม่ที่จะให้เอกชนและองค์กรปกครองท้องถิ่นร่วมซื้อวัคซีนได้?&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;วัคซีนโควิด-19&nbsp;เป็นวัคซีนในภาวะฉุกเฉินต้องซื้อโดยรัฐบาล&nbsp;ทั้งนี้หาก&nbsp;ศบค.มีแนวทาง&nbsp;ให้เอกชน?และองค์กรปกครองท้องถิ่น?&nbsp;ร่วมจัดซื้อวัคซีน&nbsp;ศบค.จะต้องเป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อให้</p><p><strong>ด้านนาย?ฉัตรชัย?&nbsp;พรหมเลิศ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย?&nbsp;ย้ำว่า</strong>&nbsp;การฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;-19&nbsp;&nbsp;ต้องดำเนินการภายใต้มาตรฐานเดียวกันและไม่ซ้ำซ้อนกับการดำเนินการของภาครัฐ&nbsp;ที่สำคัญสิ่งที่ท้องถิ่นต้องพิจารณาคือ&nbsp;ในการฉีดวัคซีนต้องมีแพทย์และเจ้าหน้าที่&nbsp;รวมทั้ง?ต้องดูแลหลังฉีดวัคซีนเพื่อระวังผลกระทบและอาการที่ตามมา</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	31/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531120609643
342	นายกรัฐมนตรี เสียใจต่อการเสียชีวิตของเอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทย	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;เสียใจต่อการเสียชีวิตของ&nbsp;นายอันดรีย์&nbsp;เบซตา&nbsp;(H.E.&nbsp;Mr.&nbsp;Andrii&nbsp;Beshta)&nbsp;เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งยูเครนประจำประเทศไทย&nbsp;ซึ่งได้เสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าวันที่&nbsp;30&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่จังหวัดสตูล&nbsp;ก่อนหมดวาระการดำรงตำแหน่งในประเทศไทยและเตรียมเดินทางกลับยูเครน</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายอันดรีย์&nbsp;เบซตา</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ได้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐยูเครนประจำประเทศไทยตั้งแต่ปี&nbsp;2558&nbsp;และมีกำหนดจะพ้นจากหน้าที่ในช่วงสัปดาห์ที่&nbsp;3&nbsp;ของเดือนมิถุนายยน&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งตลอดระยะเวลาการทำงานของเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;ถือได้ว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและยูเครน&nbsp;และเป็นผู้ที่มีความผูกพันกับประเทศไทยเป็นอย่างมาก</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ทั้งนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;เสียใจกับการจากไปของนายเบซตา</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ซึ่งเป็นมิตรของไทยและจะมีหนังสือแสดงความเสียใจอย่างเป็นทางการในโอกาสแรก&nbsp;รวมทั้งได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยอำนวยความสะดวกตามความประสงค์ของครอบครัวเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;อย่างสมเกียรติ</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	31/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531114507631
343	นายกรัฐมนตรี ยืนยันมีเป้าหมายให้ประเทศพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อให้เศรษฐกิจได้รับการฟื้นฟูจากผลกระทบโควิด-19	<p><strong>การประชุมสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;</strong>เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;วันนี้&nbsp;(31&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ซึ่งเป็นวันแรกของการพิจารณา&nbsp;โดยร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;วงเงิน&nbsp;3,100,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;น้อยกว่างบประมาณปี&nbsp;2564&nbsp;กว่า&nbsp;185,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เป็นงบประมาณแบบขาดดุล&nbsp;700,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดย&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ชี้แจงภาพรวมการจัดทำงบประมาณ&nbsp;ว่า&nbsp;การกำหนดงบขาดดุลเป็นประมาณการจากข้อจำกัดและความเสี่ยงของความไม่แน่นอน&nbsp;ของสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ทั้งในและต่างประเทศที่ยังมีความรุนแรงและยืดเยื้อ&nbsp;รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นตัวและปัญหาภัยแล้ง&nbsp;จึงคาดว่าเงินเฟ้อปีนี้จะอยู่ที่ร้อยละ&nbsp;1.0-2.0&nbsp;คาดการณ์จีดีพีปีนี้ร้อยละ&nbsp;4.0-5.0&nbsp;ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยภายนอกที่มีแนวโน้มดีขึ้น&nbsp;ขณะที่ปัจจัยภายในเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยวช่วงปลายปี&nbsp;แต่ต้องอยู่ภายใต้การกระจายวัคซีนและการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่&nbsp;และคาดการณ์ว่ารัฐบาลจะจัดเก็บรายได้สุทธิกว่า&nbsp;2,400,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ลดลงจากปีก่อนร้อยละ&nbsp;10.26&nbsp;ขณะที่เงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในภาวะแข็งแกร่ง&nbsp;พร้อมยืนยันว่าการจัดทำงบประมาณนี้มีเป้าหมายให้ประเทศพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;เศรษฐกิจได้รับการฟื้นฟูจากผลกระทบโควิด-19&nbsp;พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีขึ้นและปรับโครงสร้างพื้นฐานทั่วถึงและเป็นธรรม</p><p><strong>โดยงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรมากที่สุด&nbsp;5&nbsp;อันดับคือ</strong>&nbsp;กระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;กว่า&nbsp;330,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;กว่า&nbsp;310,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;กระทรวงการคลัง&nbsp;กว่า&nbsp;270,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;กระทรวงกลาโหม&nbsp;กว่า&nbsp;203,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และกระทรวงคมนาคม&nbsp;กว่า&nbsp;170,000&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p>	31/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531114212626
344	ผู้นำฝ่ายค้าน ท้วงติงรัฐบาลจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์	<p><strong>นายสมพงษ์&nbsp;อมรวิวัฒน์&nbsp;ผู้นำฝ่ายค้าน&nbsp;อภิปรายว่า</strong>&nbsp;ไม่สามารถเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;นี้ได้&nbsp;เพราะไม่มีการเตรียมแผนทางเลือกเชิงอนาคตและแผนรองรับการบริหารจัดการวัคซีนที่ดีพอ&nbsp;ทำให้ประชาชนเกิดความไม่เชื่อมั่น&nbsp;เป็นการดำเนินการที่ผิดพลาด&nbsp;ขาดยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ส่งผลให้จีดีพีของประเทศตกต่ำ&nbsp;รวมถึงงบประมาณที่จัดสรรเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจจากเงินกู้เป็นลักษณะเหวี่ยงแหไม่สามารถจะแก้ปัญหาระยะยาวได้&nbsp;จึงไม่เชื่อมั่นการจัดงบประมาณในครั้งนี้&nbsp;รวมถึงการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงกลาโหมที่จัดสรรไม่สอดคล้องกับสถานการณ์</p><p><strong>จากนั้นพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ได้ชี้แจงเน้นย้ำการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19&nbsp;มีการเตรียมการมาตลอดและมั่นใจในเดือนมิถุนายนจะมีทั้งวัคซีนที่รัฐบาลจัดหาและวัคซีนทางเลือกฉีดให้ประชาชนเพียงพอตามแผน&nbsp;ขณะที่งบประมาณที่จัดสรรสำหรับกระทรวงกลาโหม&nbsp;น้อยกว่ากระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เพราะนอกจากงบประมาณที่จัดสรรให้กระทรวงสาธารณสุขแล้ว&nbsp;ยังจัดสรรให้กับกองทุนที่เกี่ยวข้องอีก&nbsp;3&nbsp;กองทุน&nbsp;รวมกว่า&nbsp;1.47&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;ขณะที่งบของกระทรวงจัดสรรไว้&nbsp;1.5&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;รวมเป็นงบประมาณทั้งสิ้น&nbsp;2.95&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;ลดลงจากปีก่อนเพียง&nbsp;5&nbsp;พันกว่าล้านบาทเท่านั้น&nbsp;ขณะที่กระทรวงกลาโหมได้ปรับลดงบประมาณมาแล้ว&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;เป็นเงินกว่า&nbsp;1&nbsp;หมื่นล้านบาทในแต่ละปี&nbsp;แต่ส่วนที่เป็นงบผูกพันก็ต้องดำเนินการ&nbsp;พร้อมยืนยันว่าการทำงานของนายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความเป็นประชาธิปไตย&nbsp;รับฟังความเห็นจากภาคประชาชน&nbsp;นำข้อมูลมาแก้ปัญหาเองไม่ใช่รอฟังจากคนอื่น&nbsp;พร้อมย้ำว่ารัฐบาลนี้ยังไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น</p><p><br></p><p><br></p>	31/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531134130711
345	นายกรัฐมนตรี ตรวจความพร้อมสถานที่บริการฉีดวัคชื่นนอก รพ. เซ็นทรัสเวิลด์ ย้ำวัคซีนปลอดภัย	"<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและคณะ</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานที่บริการฉีดวัคซึนนอก&nbsp;รพ.&nbsp;หน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซึนโควิด-19&nbsp;กรุงเทพมหานคร-หอการค้าไทย""&nbsp;ณ&nbsp;เซ็นทรัลเวิลด์&nbsp;ไลฟ์&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์&nbsp;เขตปทุมวัน&nbsp;ที่ชั้น&nbsp;8&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์&nbsp;ซึ่งเป็นความร่วมมือการให้บริการระหว่างกรุงเทพมหานคร&nbsp;สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์&nbsp;เพื่อทดสอบระบบการให้บริการวัคซีนตามขั้นตอนต่างๆ&nbsp;โดยตั้งเป้าหมายในการให้บริการฉีดวัคซีน&nbsp;จำนวน&nbsp;2,500-3,000&nbsp;คนวัน&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.-17.00&nbsp;น.&nbsp;</p><p><strong>โดยกลุ่มผู้เข้ารับการบริการฉีดวัคซีนเพื่อทดสอบระบบ&nbsp;</strong>จะเป็นกลุ่มบุคลากรด่านหน้าที่ต้องปฏิบัติงานในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคและกลุ่มที่มีอาชีพเสี่ยงที่มีโอกาสสัมผัสกับคนจำนวนมาก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรุงเทพมหานครร่วมมือกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย&nbsp;โรงพยาบาลเครือข่าย&nbsp;ได้เปิด&nbsp;""หน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนโควิด-19""&nbsp;นอกรพ.&nbsp;เพื่อทดสอบระบบการให้บริการแล้ว&nbsp;13&nbsp;แห่ง&nbsp;โดยศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์&nbsp;เป็นแห่งที่&nbsp;14&nbsp;โดย&nbsp;กทม.&nbsp;จะเร่งขยายสถานที่ฉีดนอกโรงพยาบาลให้ครบตามเป้าหมาย&nbsp;25&nbsp;แห่งทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร</p><p><strong>โดยนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้พูดคุยกับบุคลากรและประชาชนที่ได้เข้ามาฉีดวัคซีน</strong>&nbsp;โดยขอให้ทุกคนอย่าตื่นเต้น&nbsp;เพราะจะส่งผลต่อระบบความดัน&nbsp;ทั้งนี้ยืนยันว่าตนเองก็ฉีดแล้วไม่มีผลอะไร&nbsp;และขณะนี้วัคซีนก็ได้ฉีดให้กับประชาชนในหลายประเทศ&nbsp;พบว่ามีความปลอดภัย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้สอบถามกับคนที่ฉีดวัคซีน&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;มีเพียงอาการชาชั่วคราวเท่านั้น</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังยืนยันด้วยว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลพยายามเปิดช่องทางให้ประชาชนได้ลงทะเบียนจองฉีดวัคซีน&nbsp;ได้ทั่วถึงมากที่สุด&nbsp;เพราะนอกจากกลุ่มผู้อายุเกิน&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;และกลุ่ม&nbsp;7&nbsp;โรคเสี่ยง&nbsp;&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชันหมอพร้อมแล้ว&nbsp;รัฐบาลจะต้องเปิดให้กับกลุ่มที่ต้องได้รับวัคซีนเร่งด่วนด้วย&nbsp;เช่น&nbsp;ผู้ที่ต้องให้บริการประชาชน&nbsp;พร้อมทั้งขอให้มั่นใจว่า&nbsp;รัฐบาลเร่งจัดหาวัคซีนโควิด-19&nbsp;เต็มที่&nbsp;โดยจะมีวัคซีนเข้ามาในระบบอย่างต่อเนื่องและมีเพียงพอกับประชาชนทุกคน&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่า&nbsp;ไม่ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรสิ่งสำคัญคือ&nbsp;ทุกคนยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการของสาธารณสุข</p><p><br></p><p><br></p>"	31/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531154531772
346	นายกรัฐมนตรี ย้ำฟ้าทะลายโจรใช้ควบคู่ยาฟาวิพิราเวียร์ รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ได้	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ขณะนี้ได้มีการหารือกันในกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;โดยเฉพาะในส่วนของกรมการแพทย์แผนไทย&nbsp;ที่จะนำยาแผนไทยมาใช้ควบคู่&nbsp;กับยาแผนปัจจุบันคือ&nbsp;ฟาวิพิราเวียร์&nbsp;ในการรักษาผู้ป่วยจากการติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;ซึ่งฟ้าทะลายโจร&nbsp;ถือเป็นหนึ่งในตำรับยาแผนไทย&nbsp;ที่นำมาใช้กับผู้ที่มีอาการน้อย&nbsp;โดยใช้สำหรับทำให้ปอดของผู้ป่วยขยายตัวได้ดีขึ้น&nbsp;ซึ่งฟ้าทะลายโจร&nbsp;ถือเป็นยาตำรับไทยที่ประกอบการรักษาได้&nbsp;แต่ไม่ได้หมายความว่า&nbsp;จะใช้ฟ้าทะลายโจรเพียงอย่างเดียวเพื่อรักษาผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ได้&nbsp;ในขณะที่&nbsp;ฟาวิราเวียร์&nbsp;จะใช้ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ทั่วโลกสามารถปลดล็อคให้ใช้ยาฟาวิพิราเวียร์&nbsp;กับผู้ป่วยที่มีอาการ&nbsp;ก่อนพี่จะไปถึงขั้นรุนแรง</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;โดยทั่วไปยาแผนไทย&nbsp;หรือสมุนไพรไทยจะใช้ประโยชน์ในขั้นปฐมภูมิ&nbsp;คือการทำให้ร่างกายมีความแข็งแรงก่อน&nbsp;แต่หากพบมีโรครุนแรงก็ต้องไปพบแพทย์</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรียังฝากถึงประชาชนว่า</strong>&nbsp;อย่าหลงเชื่อผู้ที่ให้ข้อมูลว่ามีตัวยาที่สามารถรักษาโรคต่างๆ&nbsp;ได้หลายโรค&nbsp;เช่น&nbsp;โรคมะเร็ง&nbsp;ได้โดยไม่มีข้อเท็จจริง&nbsp;โดยหากใครที่ป่วยและมีอาการต่างๆ&nbsp;ก็จะต้องได้รับการรักษาจากแพทย์</p><p><br></p><p><br></p>	31/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531155141786
347	จ.ร้อยเอ็ด แถลงข่าวเปิดตัวแอฟพลิเคชันการจองวัคซีนต้านโควิด-19  ร้อยเอ็ดพร้อม	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นายชยันต์&nbsp;ศิริมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัว&nbsp;Line&nbsp;Application&nbsp;""ร้อยเอ็ดพร้อม""&nbsp;ระบบการจองฉีดวัคซีนสำหรับประชาชนจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพระเวสสันดร&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;โดยมีนายแพทย์&nbsp;ปิติ&nbsp;ทั้งไพศาล&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ผศ.ดร.มณีรัตน์&nbsp;วงษ์ซิ้ม&nbsp;อาจารย์ประจำคณะบัญชีและการจัดการ&nbsp;มหาวิทยาลัยมหาสารคาม&nbsp;ผู้พัฒนาโปรแกรม&nbsp;โดยมีนายสนอง&nbsp;ดลประสิทธิ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;พร้อมด้วยนายบรรจง&nbsp;โฆษิตจิรนันนท์&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด&nbsp;นายพรเกียรติ&nbsp;พัวนิรันดร์กูล&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;และผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าว&nbsp;พร้อมนี้ได้มีการถ่ายทอดสัญญาณการแถลงข่าวผ่านระบบประชุมออนไลน์&nbsp;Zoom&nbsp;meeting&nbsp;ไปยังสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ถ่ายทอดสดการแถลงข่าวผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;live&nbsp;ของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;โรงพยาบาลร้อยเอ็ดและเครือข่ายต่างๆ&nbsp;ด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายชยันต์&nbsp;ศิริมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ประเทศไทยยังคงพบผู้ติดเชื้อต่อเนื่องโดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;รวมถึงเมืองใหญ่โดยวันนี้มีผู้ติดเชื้อ&nbsp;5,485&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับจังหวัดร้อยเอ็ดสถานการณ์&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;พ.ค.&nbsp;2564&nbsp;ไม่พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันสะสมในระรอกเดือน&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;268&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับการเตรียมการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนนั้น&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ดมีกลุ่มเป้าหมายที่จะต้องฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดจำนวน&nbsp;7&nbsp;แสนกว่าราย&nbsp;ด้วยระบบการจองวัคซีนผ่าน&nbsp;หมอพร้อม&nbsp;ได้ถูกระงับการลงทะเบียนไว้&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางให้กับพี่น้องประชาชนได้เข้าถึงระบบการจองวัคซีนมากยิ่งขึ้นและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนชาวจังหวัดร้อยเอ็ดให้สามารถจองวัคซีนผ่านระบบการจองได้อย่างทั่วถึง&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ดจึงได้พัฒนา&nbsp;LINE&nbsp;Application&nbsp;ร้อยเอ็ดพร้อม&nbsp;เพื่อเป็นช่องทางในการลงทะเบียนของประชาชนชาวจังหวัดร้อยเอ็ดโดยเฉพาะ&nbsp;โดยเป็นระบบที่ใช้งานง่ายและสามารถลงทะเบียนได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;และที่สำคัญช่องทางดังกล่าวยังสามารถสื่อสารแจ้งข้อมูลคำแนะนำและข่าวสารไปยังประชาชนได้อีกด้วย&nbsp;พร้อมนี้ข้อมูลที่ประชาชนลงทะเบียนผ่าน&nbsp;LINE&nbsp;Application&nbsp;ร้อยเอ็ดพร้อม&nbsp;ยังเชื่อมโยงกับ&nbsp;App&nbsp;หมอพร้อม&nbsp;และข้อมูลในระบบบริการสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลด้วย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กลุ่มเป้าหมายที่จะต้องลงทะเบียนผ่าน&nbsp;LINE&nbsp;Application&nbsp;ร้อยเอ็ดพร้อม&nbsp;คือ&nbsp;ประชาชนที่มีอายุ&nbsp;18-&nbsp;59&nbsp;ปี&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;4&nbsp;แสนคน&nbsp;ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนจองฉีดวัคซีนโดยสามารถแสกน&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;LINE&nbsp;Application&nbsp;ร้อยเอ็ดพร้อม&nbsp;เพื่อเพิ่มเพื่อน&nbsp;และกรอกข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อจองฉีดวัคซีนได้ทันที</p>"	31/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531153257748
348	นายกรัฐมนตรี ยืนยันไทยมีงบจัดซื้อวัคซีน เตรียมดำเนินการเด็ดขาดเจ้าหน้าที่เอื้อนำเข้าแรงงานผิดกฎหมายซึ่งไม่ใช่แค่สั่งย้าย	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;&nbsp;ขอให้ทุกคนมั่นใจ&nbsp;ว่ารัฐบาลเตรียมงบประมาณไว้อย่างเพียงพอแน่นอนด้านสาธารณสุข?ขออย่าดูเรื่องของตัวเลขงบกระทรวงเพราะมีทั้งเงินกู้ในส่วนของกระทรวงยืนยันงบประมาณด้านสาธารณสุข?เพียงพอแต่ปัญหาติดอยู่ที่ว่าประเทศต้นทางจะขายวัคซีน?ได้หรือไม่&nbsp;หากขายให้ประเทศจำนวนมากก็จะจัดหาได้มากตามไปด้วย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยืนยัน&nbsp;ว่าวัคซีน&nbsp;astrazeneca&nbsp;จะมาถึงประเทศไทยในเดือนมิถุนายนนี้และในวันที่&nbsp;7&nbsp;มิถุนายนนี้&nbsp;มีวัคซีนของ&nbsp;astrazeneca&nbsp;แน่นอน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีอีกหนึ่งช่องทางคือ&nbsp;การจัดซื้อผ่านของราชวิทยาลัย?จุฬาภรณ์&nbsp;พร้อม?ย้ำว่ารัฐบาลได้กระจายวัคซีนทุกจังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;ตามเปอร์เซ็นต์?จำนวนประชากร&nbsp;ทั้งนี้จะมีการเชื่อมโยงกับระบบหมอพร้อมทั้งหมดเพื่อติดตามการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;1และเข็ม&nbsp;2&nbsp;เชื่อว่าจะสามารถดำเนินการได้ตามแผน&nbsp;</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี?&nbsp;ยังระบุถึงกรณีที่&nbsp;</strong>บริษัท&nbsp;สยามไบโอไซเอนซ์&nbsp;ส่งตรวจคุณภาพวัคซีนซึ่งแต่เดิมต้องใช้เวลา&nbsp;7&nbsp;วันแต่ขณะนี้ได้เร่งรัดไปแล้วยืนยันมีวัคซีนเพียงพอแน่นอนขออย่ากังวลและในเดือนมิถุนา?ยนนี้จะมีวัคซีนหลายยี่ห้อเข้ามา&nbsp;ยืนยันว่าจะฉีดวัคซีนให้กับประชาชนเว้นแต่จะมีอะไรเกิดขึ้นและต้องดูสถานการณ์?ทั่วประเทศด้วยยืนยันเป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวต่อว่า&nbsp;</strong>ปัจจุบัน?ทั่วโลกมีความต้องการ?วัคซีน?จำนวนมาก&nbsp;แม้ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศจะอยู่ที่หลัก&nbsp;3,000-4,000&nbsp;คนทุกวันแต่จะต้องนำมาอยู่ในระบบให้ได้เร่งดำเนินการคัดกรองทั้งนี้ต้องยอมรับว่าเมื่อมีการคัดกรองเชิงรุกจะมีตัวเลขผู้ติดเชื้อ?เพิ่มขึ้นซึ่งวันนี้ประเทศไทยยังมีขีดคสามสามารถในการรองรับเช่ยเดียวกับยังสามารถควบคุมสถานการณ์?ในราชทัณฑ์?แม้จะมีตัวเลขเพิ่มขึ้นด้วยแต่สิ่งที่เป็นกังวลขณะนี้คือการติดเชื้อในแรงงานทั่วทั้งกรุงเทพ?มหานคร?ซึ่งอาศัยในแคมป์?คนงานที่มีความแออัด</p><p><strong>ส่วนการเดินทางเข้าออกพื้นที่ชายแดน</strong>&nbsp;หากทุกคนทำตามกฎหมายก็จะไม่มีปัญหาเว้นแต่มีการลักลอบเข้าเมืองโดนผิดกฎหมายโดยได้กำชับไปแล้วว่าหากเจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจะไม่ใช่แค่การสั่งย้ายเท่านั้น</p><p><br></p><p><br></p>	31/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531155551794
349	ส.ส.พรรคเพื่อไทย เรียกร้องรัฐบาลเร่งจัดหาวัคซีน พร้อมเปิดช่องทางให้ภาคส่วนต่างๆ มีส่วนนำเข้าวัคซีน	<p><strong>นายแพทย์ชลน่าน&nbsp;ศรีแก้ว&nbsp;ส.ส.พรรคเพื่อไทย&nbsp;และคณะ</strong>&nbsp;แถลงข่าวเรียกร้องให้&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ในฐานะหัวหน้าศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(ศบค.)&nbsp;ยกเลิกคำว่า&nbsp;วัคซีนทางเลือกและขอให้รัฐบาลจัดหาวัคซีนหลักมาให้บริการแก่ประชาชนโดยเร็ว&nbsp;เพื่อป้องกันมิให้ระบบสุขภาพของประเทศไทยที่ขณะนี้อยู่ในอันดับ&nbsp;6&nbsp;ของโลก&nbsp;ถูกทำลายลงได้&nbsp;ตลอดจนเพื่อป้องกันการเกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงวัคซีนที่รัฐบาลจัดหาให้&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ขอให้รัฐบาลอนุญาตให้ภาคส่วนต่างๆ&nbsp;มีส่วนในการนำเข้าวัคซีนตามที่องค์การอนามัยโลกรับรองอีกทางหนึ่ง&nbsp;เพราะหากประชาชนได้รับวัคซีนจากทุกภาคส่วนจะช่วยให้การจัดหาวัคซีนเป็นไปอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทั่วถึงและเป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลได้วางไว้</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังเห็นว่ารัฐบาลจะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่าย</strong>ในการจัดหาวัคซีน&nbsp;มิใช่ภาคเอกชนเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายแต่เพียงผู้เดียว&nbsp;เนื่องจากขณะนี้ภาคเอกชนและภาคส่วนต่างๆ&nbsp;ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ขอชื่นชมราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&nbsp;ที่สามารถดำเนินการจัดหาวัคซีนให้แก่ประชาชนอีกช่องทาง&nbsp;จะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงวัคซีนได้รวดเร็ว&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว&nbsp;และพรรคเพื่อไทยจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด&nbsp;หากยังไม่มีความคืบหน้าจะนำเรื่องนี้เข้าหารือต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	31/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531161121797
350	ผู้ว่าฯ ปทุมธานี ประชุมสภาเทศบาลนครรังสิตครั้งแรก	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเทศบาลนครรังสิต&nbsp;ห้องประชุมหงส์มังกร&nbsp;ชั้น&nbsp;12&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;ชื่นโกสุม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;ประชุมสภาเทศบาลนครรังสิต&nbsp;ครั้งแรก&nbsp;ภายหลังได้มีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลนครรังสิต&nbsp;โดยมีผู้เข้าประชุมสภาเทศบาลนครรังสิตครั้งแรก&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาลนครรังสิต&nbsp;ทั้ง&nbsp;4&nbsp;เขตเลือกตั้ง&nbsp;รวม&nbsp;24&nbsp;ท่าน&nbsp;และผู้เข้าร่วมประชุมสภาเทศบาลนครรังสิต&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ว่าที่&nbsp;ร.ต.ขรรค์ไชย&nbsp;ทันธิมา&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี&nbsp;นางสาวกันตรัตน์&nbsp;เริ่มสูงเนิน&nbsp;นายอำเภอธัญบุรี&nbsp;ร.ต.อ.&nbsp;ดร.ตรีลุพธ์&nbsp;ธูปกระจ่าง&nbsp;นายกเทศมนตรีนครรังสิต&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;รองนายกเทศมนตรีนครรังสิต&nbsp;ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครรังสิต&nbsp;เลขานุการนายกเทศมนตรีนครรังสิต&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และพนักงานเทศบาล&nbsp;โดยที่ประชุมสภาเทศบาลได้มีมติเลือก&nbsp;นายเยี่ยม&nbsp;เทพธัญญะ&nbsp;เป็นประธานสภาเทศบาลนครรังสิต&nbsp;นายพัชรพล&nbsp;คุณสมบัติ&nbsp;เป็นรองประธานสภาเทศบาลนครรังสิต&nbsp;และนางสาวรัตนา&nbsp;แย้มศรี&nbsp;เป็นเลขานุการสภาเทศบาลนครรังสิต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	31/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	ปทุมธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531163848811
351	รมช.เกษตรฯ รับมอบหน้ากาก 400,000 ชิ้น เพื่อส่งต่อไปยังชุมชนพื้นที่ต่างๆ	<p>รมช.เกษตรฯ รับมอบหน้ากาก 400,000 ชิ้น เพื่อส่งต่อไปยังชุมชนพื้นที่ต่างๆ หวังช่วยบรรเทาปัญหากลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด-19 ให้ลดน้อยลง</p><p><br></p><p> ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับมอบหน้ากากอนามัย จำนวน 400,000 ชิ้น จาก นายเสกสรร สุวรรณวงศ ผู้จัดการ บริษัท ท็อปวัน คลับ บางกอก ซึ่งประกอบธุรกิจร้านอาหารกึ่งผับ ที่รัชดา 18 เพื่อนำไปช่วยเหลือ และแจกจ่ายประชาชนที่เดือดร้อน จากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19)ที่ระบาดยาวนานมากกว่าปีเศษแล้ว</p><p><br></p><p>ร.อ.ธรรมนัส&nbsp;กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่กระจายโรคโควิด-19 ที่มีแนวโน้มทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มจำนวนมากขึ้น แม้ที่ผ่านมารัฐบาลจะมีมาตรการการป้องกันต่างๆออกมา ทั้งเว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงในพื้นที่ชุมชนแออัด ล้างมือ รวมไปถึงการสวมใส่หน้ากากอนามัย อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังพบว่าในบางพื้นที่บางชุมชนยังประสบปัญหาขาดแคลนหน้ากากอนามัย ฉะนั้นเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาดังกล่าว&nbsp;</p><p><br></p><p>ในฐานะตัวแทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่นอกจากดูแลความเป็นอยู่ของเกษตรกร ดูแลอาชีพการทำกิน เรายังต้องช่วยกันดูแลสุขภาพประชาชนให้ห่างไกลจากโควิด-19 ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ ได้ส่งมอบหน้ากากอนามัยไปยังชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ โดยล่าสุดนายเสกสรร สุวรรณวงศ ผู้จัดการ บริษัท ท็อปวัน คลับ บางกอก ซึ่งประกอบธุรกิจร้านอาหารกึ่งผับ ที่รัชดา 18 ได้นำหน้ากากอนามัย จำนวน 400,000 ชิ้น โดยหน้ากากจำนวนดังกล่าวจะนำส่งไปช่วยเหลือประชาชน ชุมชนในพื้นที่ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือป้องกันการแพร่กระจายโรคโควิด-19 ต่อไป</p>	31/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531164144816
352	ผู้การฯ บุรีรัมย์ ตรวจเยี่ยมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่บริเวณช่องโอบก อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ตามมาตรการการป้องกันการหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(31&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;พล.ต.ต.รุทธพล&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์&nbsp;,&nbsp;พ.ต.อ.สาธิต&nbsp;สถิตถาวร&nbsp;ผกก.สืบสวน&nbsp;ภ.จว.บุรีรัมย์&nbsp;,พ.ต.ท.ภูวดิท&nbsp;ปิติภัทรชนาการ&nbsp;รอง&nbsp;ผกก.สืบสวน&nbsp;ภ.จว.บุรีรัมย์&nbsp;,พ.ต.ท.ไกรสิทธิ์&nbsp;หาญยิ่ง&nbsp;รอง&nbsp;ผกก.(สอบสวน)สภ.บ้านกรวด&nbsp;ปรก.หน.นปพ.ฯ&nbsp;และคณะ&nbsp;เดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่บริเวณช่องโอบก&nbsp;อ.บ้านกรวด&nbsp;จ.บุรีรัมย์&nbsp;ตามมาตรการการป้องกันการหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;โดยมี&nbsp;พ.ต.อ.กัมพล&nbsp;วงษ์สงวน&nbsp;ผกก.สภ.บ้านกรวด&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(74,&nbsp;74,&nbsp;74);&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">พล.ต.ต.รุทธพล&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์&nbsp;เน้นย้ำสั่งการให้เพิ่มมาตรการป้องกันการลักลอบเข้าเมือง</span>โดยผิดกฎหมาย<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(74,&nbsp;74,&nbsp;74);&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">ตามช่องทางธรรมชาติ&nbsp;เพื่อเป็นการสกัดกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	31/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531174604861
353	ผู้บัญชาการทหารบก กำชับกองทัพภาคที่ 4 เฝ้าตรวจและสกัดกั้นไม่ให้มีการลักลอบข้ามแดนโดยไม่ผ่านการคัดกรอง 	"<p><strong>พันเอกหญิง&nbsp;ศิริจันทร์&nbsp;งาทอง&nbsp;รองโฆษกกองทัพบก&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ณรงค์พันธ์&nbsp;จิตต์แก้วแท้&nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;ประชุมสถานการณ์ประจำวัน&nbsp;เน้นภารกิจในพื้นที่ชายแดนป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;สถานการณ์ล่าสุดของชายแดนด้านไทย-มาเลเซีย&nbsp;โดยเฉพาะการที่ประเทศมาเลเซียประกาศมาตรการปิดประเทศเป็นระยะเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;จึงกำชับกองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ใช้กำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องมือในการเฝ้าตรวจและสกัดกั้นป้องกันไม่ให้มีการลักลอบข้ามแดนโดยไม่ผ่านการคัดกรองในห้วงระยะเวลาดังกล่าวอย่างเต็มประสิทธิภาพ&nbsp;ตามแนวทางของกระทรวงกลาโหมและรัฐบาลกองทัพบก&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&nbsp;-19&nbsp;นั้น</strong>&nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;ยังย้ำว่าเป็นภารกิจหลักที่หน่วยทหารทุกพื้นที่ได้ดำเนินการอย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;โดยเฉพาะการอุดหนุนผลผลิตของเกษตรกร,&nbsp;มอบสิ่งของให้ประชาชน,&nbsp;รถครัวสนามพระราชทาน&nbsp;รวมถึงการรณรงค์สร้างการรับรู้ในมาตรการป้องกันโรคและการปฏิบัติตน&nbsp;โดยกองทัพบกจะยังคงดำรงการนำหน้ากากอนามัยไปมอบให้ประชาชนในชุมชนต่างๆ&nbsp;เพื่อการป้องกันโรค&nbsp;</p><p><strong>ส่วนการสนับสนุนการดูแลพื้นที่และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาด</strong>เฉพาะเหตุการณ์ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;รวมถึงพื้นที่ที่มีงานก่อสร้างนั้น&nbsp;ให้หน่วยทหารเข้มงวดในการตรวจสอบคัดกรองตามมาตรการสาธารณสุข&nbsp;เช่นเดียวกับในช่วงของการเปิดภาคเรียน&nbsp;กำชับให้หน่วยทหารเข้าฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค&nbsp;และช่วยพัฒนาปรับสภาพแวดล้อมของโรงเรียนให้เหมาะกับการเรียนการสอน&nbsp;โดยเฉพาะโรงเรียนในพื้นที่ชายแดนห่างไกล&nbsp;และโรงเรียนใน&nbsp;โครงการอาหารชุมชน&nbsp;โรงเรียนต้นแบบ&nbsp;ตามพระราชดำริของ&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกองทัพบกที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ในเรื่องการพัฒนาและสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนในชุมชนตามแนวทาง&nbsp;บ&nbsp;ว&nbsp;ร&nbsp;คือ&nbsp;บ้าน&nbsp;วัด&nbsp;โรงเรียน</p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นอกจากนี้&nbsp;ในช่วงฤดูฝนหน่วยทหารของกองทัพบก</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ได้เริ่มเข้าช่วยสนับสนุนการเปิดเส้นทางระบายน้ำหรือขุดลอกแหล่งน้ำในจังหวัดต่างๆ&nbsp;โดยจะเพิ่มเติมการประสานงานกับส่วนราชการท้องที่ในการดูแลเส้นทาง&nbsp;ถนน&nbsp;ที่ประชาชนใช้สัญจรไม่ให้มีน้ำท่วมขังหรือดูแลให้ช่องทางการระบายน้ำเป็นไปได้สะดวกยิ่งขึ้น</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	31/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531190053919
