﻿_id	ชื่อท้องถิ่น	ชื่อสามัญ (EN)	ชื่อสามัญ (TH)	ชื่อวิทยาศาสตร์	Genus	Family	สถานะชื่อ	สถานะชื่อไทย	IUCN Red List	สภาพนิเวศ	ลักษณะทางพฤกษศาสตร์	Author	URL	การใช้ประโยชน์	การขยายพันธุ์
1	ก๋ง (ไม่มีรูป)	Bamboo grass, Tiger grass	ตองกง, ก๋ง, เค้ยหลา, เลาแล้ง,  หญ้ากาบไผ่ใหญ่, หญ้าไม้กวาด, หญ้ายูง	Thysanolaena latifolia (Roxb. ex Hornem.) Honda	Thysanolaena	Poaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบในทุกภาคของประเทศที่มีพื้นที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 45 เมตร ขึ้นไป ขึ้นทั่วไปบริเวณเนินเขา พื้นที่ลาดเขา ริมธารน้ำ และริมถนน 	ก๋งเป็นพืชกลุ่มหญ้าอายุหลายปี ลำต้นตั้งตรงและแข็งมาก สูง 3-4 เมตร ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหอก กว้าง 4.7-9.1 ซม. ยาว 41.0-76.7 ซม. ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ มีกาบใบเรียบหุ้มลำต้น หูใบเป็นแผ่นเยื่อบางๆ สีน้ำตาลอ่อน ช่อดอกแยกแขนงขนาดใหญ่ออกที่ปลายยอด มีขนนุ่มละเอียดปกคลุม ช่อดอกย่อยขนาดเล็ก มีดอกย่อย 2 ดอก ดอกล่างลดรูปเป็นเยื่อบาง ดอกเป็นหมัน ดอกบนเป็นดอกสมบูรณ์เพศ เมล็ดมีขนาดเล็ก	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=1171&view=showone&Itemid=132	เป็นพืชใช้สอย นำช่อดอกที่แก่จัดมาตีแยกเมล็ดออก เพื่อนำมามัดทำไม้กวาด จำหน่ายเป็นรายได้เสริม ราคาอันละ 15 บาท	เพาะเมล็ด 
2	กระชายดำ	black ginger	กระชายดำ	Kaempferia parviflora Wall. ex Baker	Kaempferia	Zingiberaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบในเขตป่าและภูเขา ที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 500 เมตร ขึ้นไป ชอบอากาศหนาวเย็นร่มรำไร ลงหัวได้ดีในดินร่วนปนทราย 	กระชายดำ เป็นพืชล้มลุก มีลำต้นเป็นหัวใต้ดิน หัวมีลักษณะเป็นข้อสั้น ไม่ยาวเหมือนกระชายธรรมดา เนื้อในเหง้าเป็นสีม่วงหม่นหรือสีดำ ใบเดี่ยวเรียงสลับ ขนาดใหญ่และมีสีเขียวเข้มกว่ากระชายทั่วไป กว้าง 7-15 ซม. ยาว 30-35 ซม. มีกลิ่นหอม กาบใบมีสีแดงจาง และหนาอวบ แทงออกจากหัวใต้ดิน ดอกออกจากยอด ช่อละหนึ่งดอก มีใบประดับช่อดอก ดอกมีสีชมพูอ่อน ริมปากดอกสีขาว เส้าเกสรสีม่วง เกสรสีเหลือง กลีบประดับเชื่อมติดกันมีลักษณะเป็นรูปท่อ มีขน เกสรตัวผู้จะเหมือนกับกลีบดอก อับเรณูอยู่ใกล้ปลายท่อ เกสรตัวเมียมีขนาดยาวเล็ก ยอดเป็นรูปปากแตรเกลี้ยงไม่มีขน	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=2717&view=showone&Itemid=59	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้เหง้าดิบเคี้ยวแล้วดื่มน้ำตามหรือตากแห้งบดเป็นผงผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนกินแก้ปวด แก้ไข้ บำรุงกำลัง แก้ถ่ายเป็นมูกเลือด และแก้ลงแดงต่างๆ 	เพาะเมล็ด และแยกเหง้า 
3	กฤษณา	Eagle wood, Agarwood	กฤษณา 	Aquilaria crassna Pierre ex Lecomte	Aquilaria	Thymelaeaceae	Accepted	พืชที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์	CR 2018	พบขึ้นกระจายทั่วไปในป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้น ที่เป็นสันดอนน้ำไม่ขัง สามารถขึ้นได้สูงถึง 1,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ชอบที่ชุ่มชื้น ดินร่วน ปนทราย ระบายน้ำดี บริเวณใกล้แม่น้ำหรือลำธาร	กฤษณาเป็นไม้ยืนต้น สูง 20-30 เมตร ลำต้นตรง เรือนยอดเป็นรูปกรวย เปลือกเรียบสีเทา เนื้อไม้อ่อนสีขาว ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนาน กว้างประมาณ 6 ซม. ยาว 12 ซม. ผิวเป็นมัน ออกดอกเป็นช่อเล็กๆ ที่ซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาวแกมเขียว ผลเมื่อขยายใหญ่ขึ้นค่อนข้างกลมและมีขนประปราย ผิวขรุขระเล็กน้อย ผลมีขนาดกว้าง 2-2.5 ซม. และยาว 2.5-3.5 ซม. ที่โคนผลมีกลีบเลี้ยงติดทน และมีขนาดขยายใหญ่ขึ้น เมล็ดกว้างประมาณ 5 มม. ยาวประมาณ 1 ซม.	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ส่วนของเนื้อไม้ทำยาหลายประเภท เช่น ยาแก้กินผิด(อาหารเป็นพิษ) ยาหอม มีสรรพคุณบำรุงเลือด บำรุงเส้นประสาท และขับปัสสาวะ หรือฝนน้ำทาแก้งูสวัด  ผลใช้ทำยาขับลมได้	เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง หรือปักชำ
4	กล้วยตีบคำ	""	กล้วยตีบคำ	Musa sp. (ABB group)	Musa	Musaceae	""	""	""	พบปลูกทั่วไปทุกภาคของประเทศไทย แต่เจริญเติบโตได้ดีในที่มีอากาศร้อนชื้น และมีสภาพอากาศคงที่ ชอบดินร่วนซุย มีน้ำและอากาศถ่ายเทได้ดี	กล้วยตีบเป็นไม้ล้มลุก ลำต้นสูง 3-4 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 15 ซม. กาบด้านนอกเขียวมีประสีน้ำตาล ต้นอ่อนสีชมพู ก้านใบสีชมพู ใบอ่อนด้านล่างสีชมพู ร่องใบเปิด ปลีรูปร่างค่อนข้างป้อมสั้น ด้านนอกสีแดงอมม่วงด้านในสีแดง เครือหนึ่งมีประมาณ 7 หวี หวีหนึ่งมีประมาณ 10 ผล ผลงอเล็กน้อยปลายผลมีจุกใหญ่ ผลมีเหลี่ยม 5 เหลี่ยม เมื่อสุกมีสีเหลืองเหมือนทองคำ กลิ่นหอม รสชาติหวานอร่อย แต่ไม่นิยมปลูกกันเนื่องจากการตกเครือช้ามากกว่า 1 ปี	""	""	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย  กินผลสุกเป็นผลไม้ ใช้เหง้าผ่าเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาด 3x3 นิ้ว ย่างไฟให้ร้อนห่อด้วยผ้าประคบบริเวณที่ปวดจะหายเป็นปลิดทิ้ง โดยเฉพาะอาการปวดศีรษะข้างเดียว  ใช้ต้นเผาไฟแล้วบีบเอาน้ำผสมน้ำนึ่งข้าวนำมาประคบแก้ปวดแขนปวดขา  ใช้ใบเข้าตำรับยา อยู่ไฟ ออกไฟ  และใช้ปิดฝาหม้อต้มยาแก้ผิดเดือน 	แยกหน่อ
5	กล้วยส้ม (ไม่มีรูป)	""	กล้วยส้ม	Musa (ABB group)	Musa	Musaceae	""	""	""	พบทั่วไปทุกภาค พบมากที่ภาคเหนือและภาคตะวันออก เจริญเติบโตได้ดีในที่มีอากาศร้อนชื้น และมีสภาพอากาศคงที่ ชอบดินร่วนซุย มีน้ำและอากาศถ่ายเทได้ดี	กล้วยส้มเป็นพืชล้มลุก ลำต้นสูง 2.5 - 3.5 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15 ซม. กาบด้านนอกเขียวมีประดำเล็กน้อย ด้านในสีเขียว ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปขอบขนาน ก้านใบสีเขียว ร่องใบเปิด ปลีรูปร่างป้อมขนาดเล็ก ปลายมน ด้านนอกสีแดงอมม่วงด้านในสีแดงตลอดกาบปลี ก้านเครือสีเขียวมีขน เครือหนึ่งมีประมาณ 7 หวี หวีหนึ่งมี 16 - 18 ผล ผลมีเหลี่ยมคล้ายกล้วยหักมุก เปลือกหนาสีเขียวเข้ม ก้านผลยาว ปลายผลมีจุกใหญ่ เมื่อสุกมีสีเหลืองทอง เนื้อผลมีสีเหลืองอมส้ม รสหวานอมเปรี้ยว	""	""	เป็นพืชอาหาร กินผลสุกเป็นผลไม้ และนึ่งกินเป็นอาหารว่าง  หัวปลีใช้ลวกกินกับน้ำพริก และใช้ปรุงอาหารประเภทต้มหรือแกง  ลำต้นอ่อนส่วนในใช้ทำแกงหยวก  และใช้ใบห่อสิ่งของหรืออาหารประเภทปิ้งย่าง จะช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอม 	แยกหน่อ
6	กล้วยอ่อง	Banana, Cultivated banana   	กล้วยน้ำว้า 	Musa × paradisiaca L.	Musa 	Musaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบปลูกทั่วไปทุกภาคของประเทศ เจริญเติบโตได้ดีในที่มีอากาศร้อนชื้น และมีสภาพอากาศคงที่ ชอบดินร่วนซุย มีน้ำและอากาศถ่ายเทได้ดี	กล้วยอ่องเป็นไม้ล้มลุก ลำต้นสูง 2-4.5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 15 ซม. กาบต้นด้านนอกสีเขียวอ่อน มีประดำบ้าง ก้านใบมีร่องค่อนข้างแคบ เส้นกลางใบสีเขียว ก้านช่อดอกไม่มีขน ปลีรูปไข่ค่อนข้างป้อม ปลายป้าน ด้านนอกสีแดงอมม่วงมีนวลหนา ด้านในมีสีแดงเข้ม เครือหนึ่งมีประมาณ 7-10 หวี หวีหนึ่ง มี 10-16 ผล ก้านผลยาว เปลือกหนา สุกมีสีเหลืองเนื้อสีขาว รสหวาน ไส้กลางมีสีเหลือง 	พืชเกษตร	https://puechkaset.com/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%B2/	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย  ผลสุกกินเป็นผลไม้ ช่วยให้ถ่ายง่าย ให้หมูหรือวัวกินเร่งน้ำนมและบำรุงกำลัง  ใช้หัวปลีสดหรือลวกกินกับน้ำพริก และใช้ปรุงอาหารประเภทต้มหรือแกง กินประจำช่วยให้หายจากโรคเกี่ยวกับระบบเลือดโดยเฉพาะเลือดจางหรือดีซ่าน  ลำต้นใช้ส่วนในที่อ่อนทำแกงหยวก  ใช้ผลดิบเข้าตำรับยาขางบ่วง  ใบใช้ห่อของหรืออาหารจำพวกปิ้งย่าง ทำให้อาหารมีกลิ่นหอม แก้มะโหก แก้ท้องผูก	แยกหน่อ
7	ก้อ	Mountain Serdang Palm	ค้อ	Livistona speciosa Kurz	Livistona	Arecaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นบนภูเขา และบริเวณป่าดิบเขาทุกภาคของประเทศ	ก้อเป็นไม้ปาล์มต้นเดี่ยว ลำต้นขนาดประมาณ 30 ซม. ต้นสูงได้ถึง 25 เมตร มีกาบใบหุ้มลำต้นซ้อนสับหว่างกันถี่เป็นชั้นๆ มองเห็นได้ชัดเจน ใบประกอบแบบนิ้วมือ ออกเรียงสลับ เป็นกระจุกที่ปลายยอด รูปพัด ขอบใบจักเว้าลึกไม่ถึงครึ่งแผ่นใบ ใบเป็นจีบเวียนรอบสวยงาม ใบอ่อนสีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกช่อขนาดใหญ่ ออกตามซอกกาบใบ ยาว 1.50 เมตร ผลกลุ่ม ออกตามซอกกาบใบ เป็นพวงขนาดใหญ่ ผลย่อยรูปทรงกลม ผลสดสีเขียว เมื่อแก่สีเขียวคล้ำอมม่วง เนื้อผลสีส้ม เมล็ดเดี่ยว ทรงกลม สีเหลือง	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=2244&view=showone&Itemid=59	เป็นพืชอาหารและพืชใช้สอย  ใช้ผลสุกลวกกินเล่น คลุกกับข้าวเหนียวและเกลือทำข้าวบ่าย (ข้าวเหนียวปั้นเป็นก้อนเก็บไว้กินเป็นของว่าง เป็นที่นิยมของเด็กๆ) หรือใช้หมกกับเกลือทิ้งไว้ให้เข้าเนื้อนำมาทำข้าวบ่ายกิน  ของเหลวส่วนที่แยกชั้นจากการหมักเกลือใช้ทำน้ำมันปรุงอาหารได้ และใบใช้มุงหลังคาห้างตามไร่นา	เพาะเมล็ด
8	ก้องแกบ	""	หนามมะเค็ด	Canthium parvifolium Roxb.	Canthium	Rubiaceae	Accepted	""	""	พบขึ้นในป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าผสมผลัดใบ ทั่วทุกภาค	ก้องแกบเป็นไม้ยืนต้น เปลือกต้นและกิ่งสีน้ำตาล แตกกิ่งก้านสาขามาก ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่กลับ ปลายใบมน โคนใบแหลม หรือ สอบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบมัน เนื้อใบหนา สีเขียวสด มีหนามแหลมเป็นคู่ๆ ตามข้อ ดอกช่อกระจะ ออกที่ซอกใบและปลายยอด ดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ดอกสีขาว เกสรเพศผู้จำนวนมาก ผลอ่อนมีหัวจุกสีเขียว จะหลุดร่วงเมื่อโตขึ้น ผลเป็นผลสด รูปทรงกลม ผลดิบสีเขียว ผลสุกสีเหลือง เนื้อผลนิ่ม เมล็ดขนาดเล็ก สีดำ	""	""	เป็นพืชอาหาร  ผลสุกกินเล่นเป็นผลไม้ หรือกินแทนข้าวเมื่ออยู่ในป่า แต่ต้องปอกเปลือกก่อนเนื่องจากมีรสขม  	เพาะเมล็ด
9	ก้องแกบเครือ	""	เถามวกเหล็ก, รางแดง	Ventilago denticulata Willd.	Ventilago	Rhamnaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบได้ตามป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้งทั่วไป ชอบสภาพแสงแดดส่องถึงรำไร อากาศค่อนข้างชื้น 	ก้องแกบเครือเป็นไม้เถา แตกกิ่งก้านสาขามาก เปลือกต้นสีน้ำตาล ใบเดี่ยวออกเรียงตรงข้าม รูปไข่กลับหรือรูปหอก ขนาดใบกว้าง 1-1.5 ซม. ยาว 22-2.5 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบมีขนนุ่มปกคลุม เนื้อใบสาก หลังใบสีอ่อนกว่าท้องใบ มีหนาม 1 คู่ ออกตามซอกใบ ผลเดี่ยว รูปทรงกลม สีเขียว ออกตามซอกใบ	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=1205	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ใบและต้นลนไฟหรือตากแห้งต้มน้ำดื่มหรือชงดื่มแทนชา เป็นยาแก้อาการแน่นท้อง แน่นหน้าอก ช่วยให้เจริญอาหาร บำรุงกำลัง แก้โรคกระเพาะ และเชื่อว่าสามารถแก้โรคได้ชนิด ใช้ลำต้นหั่นเป็นแว่นตากแห้งเข้าตำรับยาแก้ปวดหลังปวดเอว ปวดเมื่อยตามร่างกาย รักษาริดสีดวงทวาร(มะโหก) และถ่ายเป็นเลือด	เพาะเมล็ด และปักชำต้น
10	กะทกรก	Passion fruit	กะทกรก, เสาวรส	Passiflora foetida L.	Passiflora	Passifloraceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วไปในประเทศไทย ตามที่รกร้างต่างๆ บริเวณป่าที่ราบ ชอบเลื้อยพันกิ่งต้นไม้อื่น ๆ	กะทกรกเป็นไม้เถาเนื้ออ่อน มีมือเกาะ ยาว 1.5-5 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ ขอบใบเว้าเป็น 3 พู มีขนทั้งสองด้าน ดอกเดี่ยว ออกตามซอกใบ กลีบดอกด้านในสีขาว ด้านนอกสีเขียวอ่อน มีรยางค์เป็นริ้วสีม่วง ปลายสีขาว กลีบเลี้ยงสีเขียว เป็นฝอย 3 กลีบ ผลสด รูปเกือบกลม มีกลีบเลี้ยงติดอยู่ ผลดิบสีเขียว เมื่อสุกสีเหลืองแกมส้ม เมล็ดจำนวนมากสีดำ มีเยื่อเมือกหุ้ม	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2311	ชาวบ้านใช้ยอดอ่อนลวกกินกับน้ำพริก  และเด็กๆ ในหมู่บ้านชอบกินเนื้อผลที่สุกเป็นผลไม้ ให้รสชาติหวานอร่อย 	เพาะเมล็ด
11	กอมก้อ	American basil, hoary basil	แมงลัก	Ocimum americanum L.	Ocimum	Lamiaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบกระจายอยู่ทั่วไปในประเทศไทย ชอบที่ราบโล่งแจ้ง ปลูกได้ในดินทุกชนิด แต่ควรปลูกช่วงต้นฤดูฝน	"กอมก้อเป็นไม้ล้มลุก ลำต้นตรง โคนต้นแข็ง สูงประมาณ 40-65 ซม. ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมสีขาวและสีม่วง ใบสีเขียวอ่อน ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามแบบตั้งฉาก รูปไข่ ปลายใบแหลมหรือเรียวยาว โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบมีขนนุ่มปกคลุม ออกดอกเป็นช่อฉัตรที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยสีขาว เมล็ดรูปรีขนาดเล็กสีดำ เมื่อละลายน้ำจะพองตัว เป็นพืชที่มีขนนุ่มปกคลุมทั้งต้น และมีกลิ่นหอมฉุน  
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ กอมก้อส้มสีแหล้ ลำต้นสีม่วง และกอมก้อแคสีขาว ลำต้นสีขาว รสชาติเฝื่อนและมีกลิ่นฉุนกว่า  มีกลิ่นเฉพาะที่แตกต่างกัน ชาวบ้านนิยมรับประทานทั้ง 2 ชนิด
"	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/162	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ใบเป็นเครื่องเทศ นิยมใช้กอมก้อส้มใส่ในแกงส้ม ใช้กอมก้อแคใส่แกงแค แกงหน่อไม้ และใช้กอมก้อส้มต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด ปวดท้อง แก้ธาตุพิการ และช่วยขับเสมหะ 	เพาะเมล็ด หรือปักชำกิ่ง
12	กะเพรา	Holy basil, Sacred basil, Thai basil	กะเพรา, กะเพราขน 	Ocimum tenuiflorum L.	Ocimum	Lamiaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบกระจายทั่วไป ชอบแดดจัด ดินร่วน ไม่ชอบน้ำขังและไม่ต้องการน้ำมาก การเด็ดดอกทิ้งช่วยรักษาต้นกะเพราให้มีอายุยาวนานขึ้น	"กะเพราเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นและใบมีขนและมีกลิ่นหอม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามเป็นคู่ ตั้งฉากกัน ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบหยักห่าง ผิวใบเรียบ ช่อดอกตั้งขึ้นเป็นชั้นๆ รูปฉัตร ดอกย่อยสีชมพูแกมม่วง กลีบเลี้ยงรูประฆัง ปลายแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนบนมีกลีบเดียวกลม ส่วนล่างมี 4 แฉก กลีบดอกด้านบนมี 4 กลีบ ด้านล่างมี 1 กลีบ ปลายกลีบม้วนพับลง ผลแห้ง เมล็ดสีดำอยู่ภายในหุ้มด้วยกลีบเลี้ยง  
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ กระเพราสีแหล้ (สีม่วงแดง) และกระเพราสีขาว (สีเขียว) 
"	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=2196&view=showone&Itemid=59	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ใบและยอดสดเป็นเครื่องเทศ ใส่ในอาหารประเภทผัดหรือแกงต่างๆ  และใช้ต้มน้ำดื่มแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้องในเด็ก และแก้อาการคลื่นไส้อาเจียนเหตุจากธาตุไม่ปกติได้	เพาะเมล็ด หรือปักชำกิ่ง
13	อินทนิลน้ำ	Queen's flower, Jarul, Pride of India, Pyinma, Queen's crape myrtle	อินทนิลน้ำ 	Lagerstroemia speciosa (L.) Pers.	Lagerstroemia	Lythraceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบบริเวณที่ราบลุ่มและที่ชื้นริมฝั่งแม่น้ำ ลำธารทั่วไป บริเวณ ในป่าเบญจพรรณชื้นและป่าดงดิบทั่วไป แต่พบมากในป่าดงดิบภาคใต้ ชอบความชื้นปานกลางถึงสูง มีแสงแดดเต็มวัน 	เป็นไม้ยืนต้น สูง 10-15 เมตร ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรีหรือรูปวงรีแกม ขอบขนาน กว้าง 6-12 ซม. ยาว 12-24 ซม. ช่อดอกจะออกที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยขนาดใหญ่ กลีบดอกสีชมพู สีม่วงแกมชมพู หรือสีม่วง กลีบเลี้ยงมีขนสีน้ำตาล มีสัน 10-14 สัน ส่วนบนของดอกตูมมีตุ่มกลมเล็กอยู่ตรงกลาง กลีบเลี้ยง 6 กลีบ กลีบดอก 6 กลีบ ผลแห้งแตก รูปกลมรี ผิวเรียบและเเข็ง ไม่มีขน เมื่อแก่เเตกเป็น 6 ส่วน เมล็ดมีปีกบาง 	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  นำใบอ่อนมาลวกน้ำร้อนแล้วหั่น ตากในที่ร่มหรือคั่วไฟอ่อนๆ จนใบกรอบ ใช้ชงน้ำดื่มแทนชา รักษาโรคเบาหวาน	เพาะเมล็ด
14	ก้างปลา	Bushweed, Cool pot, Indian snow berry, Thermacole plant, White honey shrub	ก้างปลาแดง, ว่านธรณีสาร	Phyllanthus pulcher Wall. ex Müll.Arg.	Phyllanthus	Phyllanthaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	เป็นพรรณไม้ที่พบส่วนใหญ่ในบริเวณวัดและบ้าน ใช้ใบประพรมน้ำมนต์ธรณีสาร เป็นการมงคล เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนหรือดินปนทราย ระบายน้ำดี ชอบแสงแดดปานกลาง	"ก้างปลาเป็นไม้พุ่ม กึ่งไม้ต้นขนาดเล็ก ลำต้นตรง สูงไม่เกิน 1.5 เมตร กิ่ง ก้านอ่อนมีสีแดง ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปไข่กลับ กว้าง 0.8-1.5 ซม. ยาว 1.5-2.5 ซม. ปลายใบมน โคนใบแหลม ขอบใบเรียบสีน้ำตาล ผิวใบเรียบ ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน ดอกตัวผู้ออกเป็นกระจุกใกล้โคนกิ่ง ดอกตัวเมียมักออกที่ปลายกิ่งสีเขียวอ่อน ผลแห้งแตกได้ ค่อนข้างกลม 
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ก้างปลาต้น และก้างปลาเครือ 
"	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้รากและต้น ต้มน้ำดื่มร่วมกับ เหง้าปูเลย เป็นยาแก้นิ่ว แก้โรคตานขโมย แก้โรคโลหิตจาง  และใช้ยอดกินสดหรือต้มน้ำดื่ม เป็นยาแก้ไข้ และแก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย 	เพาะเมล็ด
15	กาสะลอง	Cork tree, Indian cork tree	ปีบ	Millingtonia hortensis L.f.	Millingtonia	Bignoniaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบทั่วไปในป่าเบญจพรรณ ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี มีความชื้นปานกลางถึงสูง ได้รับแสงแดดเต็มวัน	กาสะลองเป็นไม้ยืนต้นสูง 15-25 เมตร ใบประกอบแบบขนนก 2-3 ชั้นเรียงตรงข้าม ใบย่อยรูปไข่แกมใบหอกกว้าง 1.5-2.5 ซม. ยาว 3-5 ซม. ช่อดอกขนาดใหญ่ ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว เป็นหลอดยาว ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลิ่นหอม ผลเป็นฝักแบน	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/290	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ยอดอ่อนกินเป็นผักสดกับน้ำพริก  รากต้มน้ำดื่ม เป็นยาแก้โรคเกาต์ บรรเทาอาการปวดเข่า  ดอกแช่น้ำเย็นดื่ม เป็นยาแก้อาการหัวใจเต้นแรง และหั่นตากแห้งผสมใบยาสูบใช้มวนบุหรี่สูบช่วยเพิ่มกลิ่นหอม	เพาะเมล็ด และปักชำกิ่ง
16	กำลังช้างสาร	Easter Lily Vine	กำลังช้างสาร, เครือง้วนเห็น, ศาลาน่อง, เถาจักรลาช, ไส้ตันใหญ่, หิรัญญิการ์	Beaumontia murtonii Craib	Beaumontia	Apocynaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบตามชายป่าดิบและไหล่เขาทั่วประเทศ พบมากที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ชอบดินร่วนปนทราย อากาศชื้นปานกลาง   ที่มีแสงแดดส่องถึงปานกลาง	กำลังช้างสารเป็นไม้ล้มลุก สูง 30-50 ซม. ลำต้นเป็นเหลี่ยม ใบเดี่ยวออกเรียงตรงข้ามแบบตั้งฉาก ขนาดใบกว้าง 3-4 ซม. ยาว 3-5 ซม. ใบรูปไข่ ขอบใบเรียบ ปลายใบเรียวยาว โคนใบมน ผิวใบสาก หลังใบสีอ่อน ทั้งต้นมีขนสากปกคลุม ช่อดอกออกที่ยอดและซอกใบ มีขนปกคลุมหนาแน่น ดอกสีชมพูหรือชมพูอมม่วง โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 2 กลีบ ปลายกลีบบนเป็นหยักเล็ก 3 หยัก ช่วงที่บานจะตลบไปด้านหลัง กลีบล่างรูปคล้ายลำเรือ ลักษณะดอกคล้ายนกกำลังบิน	""	""	เป็นยาสมุนไพร  ต้นสดหรือแห้ง ต้มน้ำหรือดองเหล้าดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงเลือดภาวะโลหิตจาง ร่างกายไม่มีแรง ใช้ผสมสมุนไพรดองเหล้าอื่นๆ และเข้าตำรับยาแก้โรคเก๊า	ปักชำต้น
17	กำลังเสือโคร่ง	Himalayan birch	กำลังเสือโคร่ง	Betula alnoides Buch.-Ham. ex D.Don	Betula	Betulaceae	Accepted	""	LC 2014	เป็นไม้เขตอบอุ่น พบทั่วไปตามป่าดิบเขาในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 300-1,800 เมตร เจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินแทบทุกชนิด ทนแล้งได้ดี ชอบความชื้นน้อย	กำลังเสือโคร่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูง 20-35 เมตร เปลือกสีน้ำตาลเทามีกลิ่นหอมคล้ายการบูร ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ รูปหอก หรือรูปไข่แกมหอก ขนาดใบกว้าง 1.5-6.5 ซม. ยาว 6.5-13.5 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนและแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อยสองชั้นหรือสามชั้น ผิวใบเรียบ ช่อดอกเชิงลด ออกเป็นพวงโน้มลงตามซอกใบ 2-5 ช่อ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์ ผลแบนเล็กมีปีกบางโปร่งแสง 2 ข้าง  	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=789	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้เปลือกต้นตากแห้งผสมในตำรับยาบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อย แก้มะโหก	เพาะเมล็ด
18	กีบม้าลม	Sweetheart hoya	ด้าง, ต้าง, เทียนขโมย, เครือหนอนตาย, หัวใจทศกัณฐ์	Hoya kerrii Craib	Hoya	Apocynaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบได้ทั่วไปในป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้งของประเทศไทย  ที่ต่ำจนถึงสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000 เมตร  ชอบขึ้นอิงอาศัยบนไม้ยืนต้นที่ค่อนข้างร่ม 	กีบม้าลมเป็นไม้เถา ลำต้นกลมสีขาวปนเทา เปลือกอวบน้ำ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามแบบตั้งฉาก รูปหัวใจ ขอบใบเรียบ ผิวใบหนาและอวบน้ำ ช่อดอกแบบซี่ร่มออกตามซอกใบ มี 10-20 ดอกต่อช่อ ดอกมีขนาดประมาณ 0.8 ซม. กลีบดอกสีชมพูอมเขียว มีขนเป็นกำมะหยี่ เมื่อบานกลีบดอกจะพลิกกลับไปด้านหลัง มีมงกุฎสีชมพูถึงสีม่วงเข้ม	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ชาวบ้านใช้ใบตากแห้งแช่น้ำให้หญิงมีครรภ์อาบ เชื่อว่าช่วยให้คลอดลูกง่าย  ใช้เผาแล้วตำใส่แผลอักเสบเรื้อรังในวัวควายช่วยให้หายเร็ว  และใช้เป็นส่วนผสมในตำรับยาบำรุงกำลัง ยาแก้โรคโลหิตจางหรือลมหายใจฝืดตัน 	ปักชำต้นและใบ
19	เกล็ดปลาน้อย	""	ก้างปลาเครือ 	Phyllanthus reticulatus Poir.	Phyllanthus	Phyllanthaceae	Accepted	""	""	พบได้ทั่วไป ชอบดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี มีแสงแดดปานกลาง	เกล็ดปลาน้อยเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก เปลือกต้นสีน้ำตาลเข้ม ยอดอ่อนสีน้ำตาล ใบเดี่ยว รูปไข่และรี ขนาดใบกว้าง 2-3 ซม. ยาว 3-4 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบและมันเล็กน้อย หลังใบสีอ่อนกว่าท้องใบ ก้านใบสั้น 0.1-0.2 ซม. โคนก้านใบมีหูใบ 3 อัน ดอกเดี่ยวสีเหลืองอ่อนขนาดเล็ก ออกตามซอกใบ ผลเดี่ยวสด ทรงกลม สีแดง เมื่อสุกสีม่วงเข้ม	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนใส่แกงคั่ว แกงแค  ผลสุกกินเล่นเป็นผลไม้  ใบต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้ แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย  	เพาะเมล็ด และปักชำกิ่ง
20	เก๊าข่อย	Siamese rough bush, Tooth brush tree	ข่อย	Streblus asper  Lour.	Streblus	Moraceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบทั่วไปบริเวณพื้นราบในป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง  ชอบดินร่วนปนทราย	เก้าข่อยเป็นไม้ยืนต้น มีน้ำยางขาว สูง 5-15 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่แกมขอบขนาน รูปวงรี หรือรูปไข่กลับ กว้าง 2-4 ซม. ยาว 4-8 ซม. ผิวใบสาก    ช่อดอกออกที่ซอกใบ แยกเพศอยู่คนละต้น ช่อดอกตัวผู้เป็นช่อกลม ช่อดอกตัวเมียออกเป็นกระจุกมี 2-4 ดอกย่อย กลีบดอกสีเหลือง ผลสด รูปไข่ เมื่อสุกมีสีเหลือง	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=135	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย  ใช้ใบ ก้านใบ ลำต้น และเปลือกต้น แช่น้ำเกลืออมแก้ปวดฟัน บรรเทาอาการเหงือกบวม ดับกลิ่นปาก  ใช้รากและลำต้นเข้าตำรับยาแก้โรคกระเพาะ แก้โรคนิ่ว  ใช้ยางพันปลายไม้แหย่เข้าหูเพื่อจับเห็บให้ติดออกมา	เพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง หรือตอนกิ่ง
21	เก๊าค้ำ	Chinyok, Takhram, Garuga	ตะคร้ำ 	Garuga pinnata Roxb.	Garuga	Burseraceae	Accepted	""	""	พบทั่วไปในป่าดิบแล้ง ที่ค่อนข้างราบใกล้ลำห้วย และในป่าเบญจพรรณชื้น ที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 50-800 เมตร	เก๊าค้ำเป็นไม้ผลัดใบขนาดกลางสูง 10-20 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลปนเทา แตกเป็นสะเก็ดละเอียด ตามกิ่งมีขนอ่อนนุ่ม ใบประกอบขนนก ออกที่ส่วนปลายของกิ่ง ใบย่อยรูปรี ปลายใบแหลม ช่อดอกออกตามส่วนยอดของต้น ดอกย่อย รูประฆัง ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอกสีเหลือง ผลกลม เนื้อนิ่ม เมล็ดสีเขียวอมเหลือง เมื่อแก่จัดเป็นสีดำ	""	""	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย  ใช้เปลือกต้นขูดใส่ลาบ จะช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น และป้องกันอาการท้องร่วง  ใช้เปลือกต้นเข้าตำรับยาแก้ปวดท้อง แก้ไข้ และแก้ท้องเสีย  และใช้ใบและก้านผสมในฮ่อมหรือครามสำหรับทำสีย้อมผ้า ช่วยให้สีที่ได้สม่ำเสมอเป็นเนื้อเดียวกัน	เพาะเมล็ด
22	แค	Agasta, Sesban, Vegetable humming bird, Corl Wood Tree	แค, แคบ้าน	Sesbania grandiflora (L.) Pers.	Sesbania	Leguminosae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบขึ้นเป็นกลุ่มในป่าละเมาะทั่วไป สามารถปลูกได้ทุกที่ ชอบทั้งดินเหนียวและดินปนทราย  	"แคเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กสูง 3-5 เมตร โตเร็วมีกิ่งก้านสาขามาก เปลือกเป็นสีน้ำตาล มีรอยขรุขระหนา เปลือกในมีสีชมพูรสฝาด ใบประกอบแบบขนนกออกเรียงสลับ ก้านใบสีเหลือง ใบย่อยรูปขอบขนาน ปลายและโคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบ ช่อดอกออกตามซอกใบ กลีบดอกสีขาวหรือสีแดงคล้ายดอกถั่ว กลีบเลี้ยงเป็นรูประฆังหรือถ้วย ผลเป็นฝักแบนยาว เมื่อแก่จะแตกออกเป็น 2 ซีก มีเมล็ดเรียงตรงกลางแถวเดียว 
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ แคดอกสีขาว และแคดอกสีออน(สีแดง)
"	โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี	http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_09.htm	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนและดอกลวกหรือนึ่งกินกับน้ำพริก  ใช้เปลือกต้นต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ปวดฟัน  ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาลมคุมธาตุ บำรุงโลหิต ขับเสมหะ แก้ปวดฟัน แก้เหงือกบวม แก้ท้องเสีย  ดอกต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้ แก้หวัด  	เพาะเมล็ด
23	ปู่เจ้า	""	ขี้อ้าย, หานกราย, กำจาย, กำจำ, คำเจ้า, ปู่เจ้าหามก๋าย, พระเจ้าหอมก๋าย, พระเจ้าหามก๋าย, สลิง, หามก๋าย, ตานแดง, ประดู่ขาว, มะขามกราย, หนามกราย, หามกราย, สังคำ	Terminalia nigrovenulosa Pierre	Terminalia	Combretaceae	Accepted	""	""	พบในป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าคืนสภาพทั่วไป ชอบแสงแดดจัด ขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด	เก๊าปู่เจ้าเป็นไม้ต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูงถึง 30 เมตร ลำต้นตรง เปลือกต้นสีน้ำตาลคล้ำ แตกเป็นร่องตามยาว เปลือกในสีแดงอมเหลืองส้ม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปรีหรือไข่กลับ ขอบขนาน ใบอ่อนมีขนนุ่มสีน้ำตาล ปกคลุมทั้งสองด้าน ช่อดอกแบบเชิงลด ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยขนาดเล็ก สีขาวอมเหลือง ผลแห้งรูปรี มีปีก 4 ปีก เป็นครีบบางๆ ตามความยาวของผล	""	""	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย  ใช้เปลือกต้นอมแก้ปวดฟัน แก้เหงือกบวม แก้รำมะนาด  และใช้ย้อมผ้าฝ้าย ให้สีดำ สีแดง สีน้ำตาล และสีเหลืองสด(เมื่อผสมสารส้ม)	เพาะเมล็ด และชำราก
24	บัวฮาขาว	Cape lily, Crinum lily, Giant Lily	พลับพลึงดอกขาว	Crinum asiaticum  L. 	Crinum 	Amaryllidaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบปลูกประดับทั่วไป  ขึ้นได้ดีในดินทั่วไป ชอบขึ้นในพื้นที่ชื้น ไม่ต้องการการบำรุงมาก เป็นพืชที่ทนทาน สามารถทนน้ำขังหรือบริเวณที่แห้งแล้งในบางช่วงได้ 	บัวฮาขาวเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูงประมาณ 1 เมตร มีหัวใต้ดิน ส่วนเหนือดินประกอบด้วยกาบใบสีขาวหุ้มซ้อนกันเป็นชั้น ใบเดี่ยว เรียงซ้อนสลับเป็นวง กว้าง 7-15 ซม. ยาวประมาณ 1 เมตร หนาอวบน้ำ ดอกเป็นช่อขนาดใหญ่ แทงออกมาจากกลุ่มใบตอนปลาย มีดอกย่อยเป็นกระจุก 12-40 ดอก กลีบสีขาวและสีขาวแกมชมพู ผลเป็นผลสด	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B6%E0%B8%87/	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย  ใช้ใบย่างไฟแล้วนำมาประคบแก้ฟกช้ำ เคล็ดขัดยอก ดูดพิษแมลงสัตว์กัดต่อย ถอนพิษไข้ บำรุงหัวใจ และชูกำลัง  และใช้ต้นเป็นยาแก้ไข้ วิงเวียนศีรษะ ใช้กาบใบอ่อนทำดอกไม้ประดับตกแต่งในงานพิธีต่างๆ	เพาะเมล็ด และแยกหน่อ
25	เก๊าช้างสาร	""	ส้มชื่น, ประยงค์เกลื่อน	Glycosmis parva Craib	Glycosmis	Rutaceae	Accepted	""	""	พบในป่าดงดิบและป่าโปร่งทั่วไปทุกภาคของประเทศ	เก๊าส้มชื่นเป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูง 3-6 เมตร เปลือกต้นสีเทาตกกระเป็นดวงขาว ใบประกอบ ออกเรียงสลับ รูปหอกและขอบขนาน กว้าง 3-5 ซม. ยาว   9-15 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลม ขอบใบมีคลื่นเล็กน้อย ผิวใบเรียบ สีเขียวเข้ม ดอกเป็นช่อกระจะขนาดใหญ่ ช่อเล็กออกเป็นกระจุก ดอกย่อยจำนวน  3-4 ดอก กลีบดอกสีขาว ผลกลุ่มรูปทรงกลม เป็นผลสด โตเท่าผลมะแว้งต้น เมื่อสุกมีสีชมพู มีเมล็ดกลมสีดำ 1 เมล็ด เมล็ดกลมสีดำ	""	""	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย  ใช้ใบสดแช่น้ำล้างหน้าเด็กช่วยให้สดชื่น ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้ปวดเมื่อยเจ็บเอว ใช้ต้นและใบเข้าตำรับยารักษาโรคเก๊า และชาวบ้านเชื่อว่านำต้นไปปักเหนือน้ำที่ไหลเข้านาจะทำให้ข้าวสดชื่นขึ้นมา	เพาะเมล็ด และปักชำกิ่ง
26	เกี๋ยงพายาว	lance-leaved blumea 	เขียงผ่าช้าง	Blumea lanceolaria (Roxb.) Druce	Blumea	Compositae	Accepted	""	""	พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ บริเวณหุบเขาหรือริมลำธาร ที่สูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,500 เมตร  ชอบที่ชื้นใต้ร่มเงา 	เกี๋ยงพาเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นและเส้นกลางใบสีม่วงเข้มถึงดำ มีขนละเอียดตามยอดอ่อนและช่อดอก ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ รูปหอกกลับ ปลายใบเรียวแหลม  ขอบใบหยักฟันเลื่อย  ช่อดอกแยกแขนงออกตามยอดหรือปลายกิ่ง   สีขาวอมเหลือง  ผลสีน้ำตาลอ่อน ทรงกระบอกโค้งเล็กน้อย มีขนละเอียด เมล็ดมีขนช่วยในการกระจายพันธุ์	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ใบสดกินแกล้มกับลาบให้กลิ่นหอม และช่วยแก้ปวดศีรษะ  ใช้ใบตัดหัวท้ายแช่น้ำร่วมกับข้าวสาร 7 เมล็ด ดื่มเป็นยาแก้วิงเวียนศีรษะ 	เพาะเมล็ด
27	เกี๋ยงพาลาบ	Fortune Bogorchid, Fortune’s Eupatorium	สันพร้าหอม, หญ้าเสือมอบ, เกี๋ยงพาใย, ผักเพี้ยฟาน	Eupatorium fortunei Turcz.	Eupatorium	Compositae	Accepted	""	""	พบขึ้นตามหุบเขาหรือริมลำธาร ชอบดินร่วนและชุ่มชื้น มีแสงแดดส่องปานกลาง ขึ้นได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย แต่พบปลูกมากในภาคเหนือและภาคอีสาน 	เกี๊ยงพาลาบ หรือผักเกี๊ยงพาเป็นไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน ลำต้นเป็นเปลาะเลื้อยแผ่ไปตามดิน ก้านใบและกิ่งก้านสีแดงเข้ม เป็นเหลี่ยมร่อง กิ่งแยกออกจากโคนต้น ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามเป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน รูปขอบขนานหรือหอก ขนาดของใบกว้างประมาณ 2 ซม. ยาว 7-11 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบแคบ ขอบใบจักเป็นฟันเลื่อย ผิวใบเกลี้ยง ใบมีกลิ่นหอม ดอกช่อกระจุกออกปลายยอด ก้านช่อดอกจะมีขนปกคลุมหนาแน่น ดอกย่อยขนาดเล็กมีสีแดงหรือสีขาว ปลายแยกออกเป็น 5 แฉก ผลแห้ง รูปขอบขนานแคบ สีดำ มี 5 สัน	""	""	เป็นพืชอาหาร  ชาวบ้านใช้ใบอ่อนรับประทานเป็นผักแกลบลาบ	ปักชำยอด หรือแยกต้น
28	เกาลัดเมือง	China chestnut	เกาลัด เกาลัดไทย	Sterculia monosperma Vent.	Sterculia	Malvaceae	Accepted	""	""	เป็นไม้เขตร้อน มีผู้นำเข้ามาปลูกจากประเทศจีน ประเทศไทยพบในภาคเหนือและภาคกลาง แต่พบมากในจังหวัดน่าน 	เกาลัดเมืองเป็นไม้ต้น สูง 4-30 เมตร เปลือกเรียบหรือแตกเป็นร่องเล็กตามยาว ใบเดี่ยว เรียงสลับ มักกระจุกที่ปลายกิ่ง รูปรีหรือรูปขอบขนาน กว้าง 5-15 ซม. ยาว 10-30 ซม.โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ผิวใบหนา มัน และเรียบหรือย่นเล็กน้อย ก้านใบยาว 2-10 ซม. ช่อดอกแยกแขนง ออกแขนงจำนวนมาก ตามปลายกิ่ง ยาวได้ถึง 35 ซม. ดอกย่อยเล็ก สีชมพูอมเขียว กลีบเลี้ยงโคนติดกัน ปลายผายออกเป็นรูปกรวย แยกเป็น 5 แฉก แต่ละแฉกโค้งงุ้มและติดกันบริเวณปลายกลีบ ไม่มีกลีบดอก ผลแห้งแล้วแตก รูปกระสวย เปลือกผลหนา เมื่อแก่จะปริแยกออกจากกัน เมล็ดเกลี้ยง สีน้ำตาลแกมแดง เนื้อในสีขาว กินได้	""	""	ชาวบ้านนำเมล็ดมาต้มกินเนื้อในเป็นอาหารว่าง	เพาะเมล็ด และปักชำ
29	เก๊าหุ่ง	Physic nut, Barbados nut	สบู่ดำ 	Jatropha curcas L.	Jatropha	Euphorbiaceae	Accepted	""	LC 2020	พบขึ้นได้ทุกภูมิภาคของประเทศไทย ชอบอากาศแห้ง กลางแจ้ง เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี 	เก๊าหุ่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดย่อม สูง 1.5-3 เมตร ลำต้นเกลี้ยงอ้วน ทุกส่วนของต้นมีน้ำยางใส หักใบออกมียางออกเป็นฟอง ใบเดี่ยวเรียงสลับ ลักษณะหนาโตมีหยักเว้า 3 หรือ 5 แฉก รูปไข่กว้าง โคนใบมนเว้า หลังใบและท้องใบเรียบ ดอกเล็กออกเป็นช่อแบนใหญ่ตามซอกใบ ดอกย่อยสีเขียวแกมเหลือง กลีบดอก 5 กลีบ ส่วนโคนเชื่อมติดกัน ตรงโคนกลีบดอกด้านในมีขนยาวสีขาว มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ ลูกเป็นพวง ลูกหนึ่งมีสามพู เปลือกลูกและเมล็ดมีสีดำ เนื้อในขาวบีบน้ำมันออก	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ชาวบ้านใช้น้ำยางทาสมานแผลสดต่างๆ เช่น แผลมีดบาด แผลปากเปื่อย 	เพาะเมล็ด หรือปักชำต้น
30	โกดเกาหลี	""	จินเจี๊ยะเหมาเยี่ย จักรนารายณ์ แปะตำปึง ผักพันปี	Gynura divaricata (L.) DC.	Gynura 	Compositae	Accepted	""	""	ขึ้นได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ทั้งกลางแจ้งและที่มีร่มเงา ชอบดินร่วนชื้น ชอบน้ำ และแสงแดดพอประมาณ 	แป๊ะตำปึงเป็นพืชล้มลุก ลำต้นเลื้อยทอดตามพื้นดิน อวบน้ำทั้งต้น และมียางใส สูง 0.5-0.8 เมตร กิ่งก้านสาขามาก ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหอก ขอบใบจักห่าง ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลมหรือสอบแคบ ผิวใบหนามัน เนื้อใบขรุขระ ดอกช่อแยกแขนง ช่อยาว ชูตั้งขึ้น ออกตามซอกใบและปลายยอด ช่อย่อยกระจุกแน่น ใบประดับสีเขียวรูปทรงกระบอกหุ้ม กลีบดอกย่อยขนาดเล็ก สีเหลือง ก้านชูเกสรเพศเมียยาว แยกเป็น 2 แฉก มีลักษณะเป็นฝอยชูทั่วช่อดอกกระจุก ผลแห้ง เมล็ดล่อน 	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%93%E0%B9%8C/	ชาวบ้านนำใบสดมากินกับน้ำพริก  และใช้ใบสดหรือแห้งและต้นสด  ต้มน้ำดื่มหรือดองเหล้าเป็นยาบำรุงกำลัง 	เพาะเมล็ด และปักชำ
31	ขมิ้นม่วง	pink and blue ginger	ว่านมหาเมฆ	Curcuma aeruginosa Roxb.	Curcuma	Zingiberaceae	Accepted	""	LC 2019	พบได้ตามทุ่งหญ้าและป่าเบญจพรรณทั่วทุกภาคของประเทศ ชอบดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี	ขมิ้นม่วงเป็นพืชตระกูลเดียวกับขิง-ข่า เหง้าอยู่ใต้ดิน ใบรูปหอก เส้นกลางใบสีแดง ใบจะโผล่ขึ้นมาในช่วงฤดูฝนหลังจากที่ดอกเริ่มเหี่ยวเฉา และใบจะเริ่มเหี่ยวเฉาช่วงต้นฤดูหนาว ช่อดอกออกจากใจกลางต้น ถ้าต้นอายุมากเหง้าจะมีขนาดใหญ่ช่อดอกก็จะใหญ่ตามไปด้วย ดอกมีใบประดับรูปกรวยเรียงซ้อนกัน ปลายช่อดอกมีสีชมพูถึงแดงเข้ม โคนช่อดอกมีสีเขียวอ่อนถึงเขียว อีกทั้งยังมีดอกเป็นหลอดรูปกรวยขนาดเล็กสีเหลืองบริเวณใบประดับโคนช่อดอก เนื้อในหัวเป็นสีม่วงแก่แกมสีฟ้า  ถ้าทิ้งไว้หลายปี จะกลายจากสีม่วงเป็นสีเหลือง	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=282&view=showone&Itemid=59	เป็นพืชสมุนไพร ใช้เหง้าหั่นเป็นแว่นสดหรือตากแห้งต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้โรคกระเพาะ แก้ท้องร่วง แก้หืดหอบหายใจไม่ปกติ แก้ไข้        แก้อาเจียน  หรือหั่นดองเหล้าดื่มเป็นยารักษาอาการจุกเสียดแน่นท้อง และรักษาอาการท้องร่วงได้ดี  ให้สตรีหลังคลอดบุตรดื่มเป็นยารัดมดลูก รักษาอาการปวดและอักเสบมดลูก และเข้าตำรับยาบำรุงกำลัง ขับลม บำรุงร่างกาย	แยกเหง้า
32	ขะยอม	Shorea, White meranti  	พะยอม 	Shorea roxburghii G.Don	Shorea	Dipterocarpaceae	Accepted	พืชที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์	VU 2017	พบทั่วทุกภาคของประเทศ ในป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณ ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 60–1000 เมตร 	ขะยอมเป็นไม้ต้นสูง 15-30 เมตร เปลือกสีเทาเข้มแตกเป็นร่อง ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปขอบขนานกว้าง 3.5-6.5 ซม. ยาว 8-15 ซม. ปลายใบมนหรือเป็นติ่งสั้นๆ โคนใบมน ขอบใบเป็นคลื่นผิวเรียบมัน ช่อดอกสีขาวนวลถึงเหลืองอ่อนออกตามซอกใบและปลายกิ่ง มีกลิ่นหอมแรง ผลรูปรีกว้างประมาณ 1 ซม. ยาวประมาณ 2 ซม.  กลีบเลี้ยงเจริญไปเป็นปีกยาว 3 ปีกสั้น 2 ปีกคล้ายผลยาง 	""	""	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย ใช้ดอกอ่อนปรุงอาหารประเภทต้ม และตำใส่ยำใส่งาหรือปลาแห้ง  ดอกบานเด็ดแช่น้ำดื่มเป็นยาบำรุงหัวใจ  ไม้ใช้สร้างบ้าน  	เพาะเมล็ด
33	ข่า	Galangal, Greater Galangal, Chinese Ginger	ข่า	Alpinia galanga (L.) Willd.	Alpinia	Zingiberaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบกระจายอยู่ทั่วไป ขึ้นได้ดีในที่ดอน ชอบดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์ ชุ่มชื้น แต่ไม่ชอบน้ำขัง	ข่าเป็นไม้ล้มลุกสูง 1.5-2 เมตร เหง้ามีข้อปล้องชัดเจน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอก วงรี หรือเกือบขอบขนาน กว้าง 7-9 ซม. ยาว 20-40 ซม. ช่อดอกออกที่ยอด ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว โคนติดกันเป็นหลอดสั้นๆ ปลายแยกเป็น 3 กลีบ กลีบใหญ่ที่สุด มีริ้วสีแดง ใบประดับรูปไข่ ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ รูปกลม	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1413	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้เหง้าแก่หั่นเป็นแว่นปรุงอาหารประเภทต้มยำ ต้มส้ม  ใช้ตำผสมกับพริกแกงทำน้ำพริกข่า ใช้หน่ออ่อนลวกเป็นผักกินกับน้ำพริก  ใช้เหง้าแก่ขนาดเท่าหัวแม่มือทุบต้มน้ำดื่มแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ปวดท้อง  ใช้ฝนผสมเหล้าขาว น้ำส้มสายชู หรือตำแช่แอลกอฮอล์ ทารักษากากเกลื้อนตามผิวหนัง  หรือหั่นเป็นแว่นตากแห้งต้มน้ำดื่ม แก้ปวดท้อง จุกเสียดแน่นท้อง ขับลมในกระเพาะ  	แยกเหง้า
34	ข่าคม	shell ginger	ข่าคม	Alpinia zerumbet (Pers.) B.L.Burtt & R.M.Sm.	Alpinia	Zingiberaceae	Accepted	""	""	พบในป่าดิบชื้นบริเวณริมลำธาร หรือที่ชื้นแฉะ ทั่วทุกภาคของประเทศ ชอบอากาศค่อนข้างร้อน มีความชุ่มชื้นในเวลากลางคืน 	ข่าคมเป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ต้นเกิดจากกาบใบอัดกันแน่น สูง 1.5-2 เมตร ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ กว้าง 4-8 ซม. ยาว 10-50 ซม. โคนใบสอบ ปลายใบเป็นติ่งแหลมสั้น ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบมัน ช่อดอกสีขาวทรงกระบอก ออกตั้งตรงที่ปลายยอดคล้ายดอกกล้วยไม้ ช่อดอกยาว 20-30 ซม. ดอกย่อยสีขาว โคนติดกันเป็นหลอดสั้น ๆ ปลายแยกเป็น 3 กลีบ กลีบใหญ่ที่สุดมีริ้วสีแดง ผลอ่อนสีเขียวมีขนนุ่มปกคลุม เมื่อแก่ให้สีแดงหรือส้ม มีเมล็ดอยู่ภายใน	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ช่อดอกอ่อนใส่แกงหน่อไม้ หรือนำไปเผา ลวก หรือต้ม กินกับน้ำพริกหรือลาบ  ใช้เหง้าฝานเข้าตำรับยาแก้เจ็บท้อง แน่นท้อง จุกเสียด	แยกเหง้า หรือเพาะเมล็ด
35	ขางจ้ำไพร	""	ระงับพิษ จ้าสีเสียด ผักหวานด่าง ปริก	Breynia glauca Craib	Breynia	Phyllanthaceae	Accepted	""	""	พบในป่าเต็งรัง บริเวณที่อากาศร้อนชื้นและโล่งแจ้ง ทั่วทุกภาคของประเทศ  ชอบดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี ได้รับแสงแดดตลอดทั้งวัน	ขางจ้ำไพรเป็นไม้พุ่มขนาดย่อม ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปไข่ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบมัน หลังใบสีอ่อน มีหูใบ 2 ข้างติดอยู่โคนก้านใบ คล้ายต้นผักหวานแต่ใบเล็กกว่า ดอกเล็กเป็นช่อ ผลโตขนาดเมล็ดพริกไทย ผลแก่จัดมีสีดำ 	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ลำต้นต้มน้ำหรือฝนดื่มเป็นยาแก้ไข้ บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ใช้รากหรือลำต้นต้มน้ำดื่มรักษาโรคนิ่ว	เพาะเมล็ด
36	ขามคัวะ	""	หำฟาน 	Pterospermum semisagittatum Buch.-Ham. ex Roxb.	Pterospermum	Sterculiaceae	Unresolved	""	""	พบในป่าเบญจพรรณภาคเหนือ ตะวันออก และภาคใต้ ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 100-300 เมตร	ขามคัวะเป็นไม้ต้นมีพุ่มอยู่ปลายยอด ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ใบรูปไข่และรูปรี ขนาดใบกว้าง 5-6 ซม. ยาว 10-15 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบจักฟันเลื่อย ผิวใบเรียบ หลังใบสีอ่อน กิ่ง ก้านใบ และผิวใบมีขนนุ่มสีน้ำตาลปกคลุม 	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  เปลือกต้นใช้เคี้ยวกินกับหมากมีรสฝาด รักษาโรคทางปาก แผลในปาก แก้อาการเจ็บเหงือก และช่วยบำรุงรักษาเหงือก 	เพาะเมล็ด
37	มะขามป้อม	Emblic myrabolan, Malacca tree	มะขามป้อม	Phyllanthus emblica L.	Phyllanthus	Phyllanthaceae	Accepted	""	""	พบประปรายในป่าเบญจพรรณแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าแดงทั่วไป มีมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคกลาง ชอบดินที่มีการระบายน้ำได้ดี	ขามป้อมเป็นไม้ยืนต้น สูง 8-20 เมตร เปลือกเรียบเกลี้ยง ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนาน กว้าง 0.25-0.5 ซม. ยาว 0.8-1.2 ซม. ช่อดอกออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ ดอกแยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกย่อยสีนวล ผลเดี่ยว ออกตามกิ่งและซอกใบจำนวนมาก เป็นผลสด รูปทรงกลม ผิวเรียบ เนื้อหนา มีเส้นพาดตามยาว 6 เส้น เมล็ดกลม สีเขียวเข้ม	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1768	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ผลแก่กินเป็นผลไม้  เป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ ทำให้ชุ่มคอ ช่วยลดไข้ แก้ลม บำรุงหัวใจ ขับปัสสาวะ 	เพาะเมล็ด และตอนกิ่ง
38	ข้าวหลามดง	""	ข้าวหลามดง 	Goniothalamus laoticus (Finet & Gagnep.) Bân	Goniothalamus	Annonaceae	Accepted	""	""	พบขึ้นกระจายอยู่ในป่าดิบแล้งหรือป่าดิบเขาทุกภาคของประเทศ ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 100-1,200 เมตร ชอบที่ร่ม มีแสงแดดรำไร แต่การเจริญเติบโตค่อนข้างช้า	ข้าวหลามดงเป็นไม้พุ่มใบดกหนา เปลือกสีน้ำตาลเข้ม ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ กว้าง 2-3 ซม. ยาว 5-12 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบหนาเรียบมัน หลังใบมีสีอ่อน ยอดอ่อนมีขนกำมะหยี่สีน้ำตาลเข้มปกคลุม	""	""	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย  ใช้ต้นเข้ายาแก้ขาง 108  แก้ร้อนใน แก้โรคดีซาน แก้โรคตานขโมย  ตากแห้งเข้าตำรับยาบำรุงกำลัง บำรุงกำลังหลังฟื้นไข้  แก้ปวดเมื่อย และใช้เปลือกย้อมผ้าฝ้าย ให้สีแดง	เพาะเมล็ด ทาบกิ่ง และปักชำกิ่ง
39	ขิง	Ginger	ขิง	Zingiber officinale Roscoe	Zingiber	Zingiberaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบได้ทั่วไป ขึ้นได้ดีในที่ดอน ชอบดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์ ชุ่มชื้น ระบายน้ำดี ไม่ชอบน้ำขัง 	ขิงเป็นพืชล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน เปลือกเหง้ามีสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีนวลมีกลิ่นหอมเฉพาะ ลำต้นเทียมแทงขึ้นเป็นกอ มีกาบใบหุ้มซ้อนกัน ใบเดี่ยวเรียงสลับถี่ รูปหอก กว้าง 1.5-2 ซม. ยาว 12-20 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนสอบ ขอบเรียบ ผิวใบเรียบและมัน ช่อดอกรูปกระบองโบราณ แทงขึ้นจากเหง้า ดอกย่อยสีขาว ทุกๆ ดอกมีกาบสีเขียวปนแดงรูปโค้งห่อรองรับ กลีบดอกและกลีบเลี้ยง มีอย่างละ 3 กลีบ หลุดร่วงเร็ว โคนกลีบดอกม้วนห่อ ปลายกลีบแผ่กว้าง เกสรผู้มี 6 อัน  ผลรูปทรงกลม และแข็ง 	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%82%E0%B8%B4%E0%B8%87/	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ใบสดกินกับยำหน่อไม้หรือแกงหน่อไม้  เหง้าสดขนาดเท่าหัวแม่มือทุบให้แตกต้มน้ำดื่มแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง อาการคลื่นไส้ อาเจียน เหตุจากธาตุไม่ปกติ และเข้าตำรับยาแก้ไอ ขับเสมหะ โรคโลหิตจาง อาการหายใจขัด โรคเก๊า โรคมะเร็ง และ ลดความดัน	แยกเหง้า
40	ขิงดา	""	ขิงดา ขิงแมงดา	Zingiber kerrii Craib	Zingiber	Zingiberaceae	Accepted	""	LC 2019	พบในเขตป่าของชุมชน ชอบดินร่วนซุย ระบายน้ำดี และอากาศค่อนข้างชื้น 	ขิงแมงดาเป็นพืชล้มลุกขนาดใหญ่ ตระกูลขิง-ข่า สูง 1.5-2 เมตร มีเหง้าใต้ดิน ลำต้นแข็งออกมาจากไต้ดิน มีสีเขียว มีกาบใบ ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปขอบขนาน ขนาดใบกว้าง 2-3 ซม. ยาว 25-30 ซม. ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเป็นคลื่น โคนใบมน ผิวเรียบมัน มีสีเขียวเข้ม หลังใบสีอ่อนกว่าท้องใบ มีหูใบลักษณะเป็นเยื่อบางๆ 2 ข้าง	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใบอ่อนรับประทานเป็นผักเคียงกับแกงหน่อไม้  ใช้เหง้าต้มน้ำดื่มช่วยขับลมในลำไส้ แก้ท้องเสีย แก้ธาตุพิการ 	แยกเหง้า
41	ขี้มิ้น	Turmeric	ขมิ้น 	Curcuma longa L.	Curcuma	Zingiberaceae	Accepted	""	""	พบกระจายอยู่ทั่วไป ขึ้นได้ดีในที่ดอน ชอบดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์ อากาศค่อนข้างร้อนและมีความชุ่มชื้นในเวลากลางคืน	ขี้มิ้นเป็นพืชล้มลุก สูง 30-90 ซม.เหง้าใต้ดินรูปไข่ มีแขนง รูปทรงกระบอก เนื้อในเหง้าสีเหลืองส้ม มีกลิ่นเฉพาะ ใบเดี่ยว แทงออกจากเหง้า รูปใบหอก กว้าง 12-15 ซม. ยาว 30-40 ซม. ช่อดอกแทงจากเหง้า แทรกระหว่างก้านใบ รูปทรงกระบอก กลีบดอกสีเหลืองอ่อน ใบประดับสีเขียวอ่อน บานครั้งละ 3-4 ดอก ผล รูปกลมมี 3 พู	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=1264	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย  ใช้เหง้าตำผสมน้ำพริกแกงต่างๆ หรือใส่ต้มส้มปลา ต้มส้มไก่ ดับกลิ่นคาวและเพิ่มรสชาติ  ใช้ฝนทาแก้ผื่นคัน  บดใส่น้ำทาแก้โรคผิวหนังเรื้อรัง แผลพุพองน้ำเหลืองเสีย หรือตากแห้งบดเป็นผงโรยแผล ใช้ต้มน้ำให้งวดเหลือ 1 ใน 3 ดื่มแก้ท้องเดิน หรือบดผสมกล้วยอ่องและน้ำผึ้งทำยาลูกกลอนกินแก้โรคกระเพาะ เข้าตำรับยาแก้ปวดกระดูก เอ็นตึง และย้อมผ้าฝ้าย ให้สีส้มอมเหลือง	แยกเหง้า
42	ขมิ้นขึ้น	Zedoary, White turmeric	ขมิ้นอ้อย	Curcuma zedoaria (Christm.) Roscoe	Curcuma	Zingiberaceae	Accepted	""	""	ขึ้นได้ทั่วทุกภาคของประเทศ ชอบอากาศค่อนข้างร้อน       มีความชุ่มชื้นในเวลากลางคืน ดินร่วนซุย และไม่มีน้ำท่วมขัง	ขี้มิ้นขึ้นมีลักษณะโดยทั่วไปคล้ายขี้มิ้นมากแต่ต้นสูงกว่า ขนาดเหง้าและใบใหญ่กว่า เหง้ามักโผล่ขึ้นมาเหนือดินเล็กน้อย มีเนื้อในสีเหลือง กลีบดอกสีนวล ใบประดับ ที่อยู่ส่วนล่างของช่อมีสีเขียวปลายแกมชมพูที่อยู่ส่วนบนรูปใบหอกสีแดงเข้ม	"ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช"	"http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2945
https://medthai.com/%E0%B8%82%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2/"	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้เหง้าเป็นเครื่องเทศ ตำใส่แกงต่างๆ ร่วมกับตะไคร้  หั่นเป็นแว่นใช้สดหรือตากแห้งต้มน้ำดื่ม แก้โรคกระเพาะ แก้ท้องร่วง แก้หืดหอบหายใจไม่ปกติ แก้ไข้ แก้อาเจียน เข้าตำรับยาจู้ แก้ปวดเมื่อย เจ็บตามร่างกาย แก้โรคมะเร็ง และลดความดัน 	แยกเหง้า
43	ขี้เหล็กใบใหญ่	Cassod tree, Thai copper pod, Siamese cassia	ขี้เหล็ก 	Senna siamea (Lam.) H.S.Irwin & Barneby	Senna	Leguminosae	Accepted	""	LC 2018	พบในป่าเบญจพรรณชื้นทั่วทุกภาคของประเทศ ขึ้นได้ในดินทุกชนิด ทนแล้ง และต้องการน้ำปานกลาง	ขี้เหล็กเป็นไม้ยืนต้น สูง 10-15 เมตร เปลือกต้นแก่สีเทาถึงดำ ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนาน กว้าง 1.5 ซม. ยาว 4 ซม. ใบอ่อนมีขนสีน้ำตาลแกมเขียว ปลายใบและโคนใบมน ขอบใบและผิวใบเรียบ มีหูใบ 2 อัน ช่อดอก ออกปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลือง มี 5 กลีบ ก้านเกสรเพศผู้ 10 อัน ขนาดไม่เท่ากัน ผลเป็นฝัก แบนยาวและหนา ผิวมีขนละเอียด เมล็ดสีน้ำตาลมีจำนวนมาก 	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=395&view=showone&Itemid=59	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนทำแกง  ใช้รากต้มน้ำดื่ม ช่วยขับปัสสาวะ ใช้ใบต้มน้ำดื่มใช้ถอนพิษ และแก้ท้องผูก 	เพาะเมล็ด และตอนกิ่ง
44	ขี้เหล็กป่า	""	แสมสาร ขี้เหล็กสาร	Senna garrettiana (Craib) H.S.Irwin & Barneby	Senna 	Leguminosae	Accepted	""	""	พบในป่าเต็งรังทั่วทุกภาคของประเทศ ขึ้นได้ดีในดินร่วนซุย ชอบแสงแดดจัด 	ขี้เหล็กป่าเป็นไม้ยืนต้น เปลือกสีดำ สูงได้ถึง 10 เมตร ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงสลับ ใบย่อยรูปใบหอก หรือรูปไข่กว้าง ขนาดกว้าง 3-5 ซม. ยาว 6-9 ซม. ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ โคนใบมน ผิวใบมัน หลังใบสีอ่อน มีหูใบ 2 ข้างที่โคนก้านใบ กิ่งเป็นเหลี่ยม ช่อดอกสีเหลืองขนาดใหญ่ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลือง ผลเป็นฝักแบน เป็นมัน มักจะบิดเบี้ยว	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้เปลือกต้นต้มน้ำดื่มแก้โรคริดสีดวงทวาร ขับเสมหะ ยอดต้มน้ำดื่มแก้โรคเบาหวาน ดอกต้มน้ำดื่มแก้โรคนอนไม่หลับ 	เพาะเมล็ด
45	เข็มขาว	Siamese white ixora	เข็มขาว เข็มพระราม	Ixora lucida R.Br. ex Hook.f.	Ixora	Rubiaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	เป็นพรรณไม้ที่ชอบขึ้นตามธรรมชาติในป่าราบ หรือป่าเบญจพรรณ เจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินร่วนชุ่มชื้น มีแสงแดดจัด ทนแล้ง 	เข็มขาวเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กถึงขนาดกลางเป็นพุ่มแน่น แตกกิ่งใกล้ผิวดินจำนวนมาก ลำต้นสูงประมาณ 1-3 เมตร เปลือกสีดำ มีหูใบ 2 ข้าง น้ำยางใส ใบเดี่ยว ออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปรีขอบขนาน ขอบใบเรียบ ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบค่อนข้างหนา ช่อดอกซี่ร่มขนาดใหญ่แน่นทึบ  ก้านดอกยาวกว่าดอกเข็มอื่น ๆ ดอกย่อยรูปหลอดปลายแยกเป็น 4-5 กลีบ ดอกสีขาว มีกลิ่นหอม ผลเป็นรูปรี เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.8 เซนติเมตร มีเนื้อนุ่ม ผลอ่อนมีสีเขียว ผลแก่สีดำ	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาช่วยเจริญอาหาร และแก้โรคตาต่างๆ	ตอนกิ่ง และปักชำ
46	คราม	Indigo, true indigo	คราม	Indigofera tinctoria L.	Indigofera	Leguminosae	Accepted	""	""	พรรณไม้นี้มีอยู่ในป่าโปร่งทางภาคอีสานและภาคเหนือ ขึ้นได้ดีในดินที่ระบายน้ำดี ในที่ดอนซึ่งแสงแดดส่องถึง มีร่มเงาบ้างหรือเปิดโล่ง	ครามเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีใบน้อย เป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบย่อยรูปรี ปลายใบมีติ่งยาวแหลมแข็ง โคนใบมน ขอบใบเรียบ ช่อดอกกระจะออกตามซอก ดอกย่อยคล้ายดอกถั่วสีชมพู ผลเป็นฝักแบนสีน้ำตาล	""	""	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย  ทั้งต้นต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้บวมพอง และเป็นยาระบาย  ใช้กิ่งย้อมผ้าฝ้าย ให้สีคราม	เพาะเมล็ด
47	เครือเดา	""	กำลังควายถึก เถาวัลย์ยั้ง ก้ามกุ้ง	Smilax perfoliata Lour.	Smilax 	Smilacaceae	Accepted	""	""	พบทั่วไปในป่าธรรมชาติทุกภาคของประเทศ ชอบแสงแดดรำไร ดินร่วน มีความชื้นสูงถึงปานกลาง	"เครือเดาเป็นไม้เถาเลื้อยพันไม้อื่น หรือเลื้อยตามพื้นดิน เถาสีเขียวอมม่วง ตามเถามีหนามแหลมและมือเกาะ ใบเดี่ยว เรียงสลับรูปไข่กลม ปลายมน โคนใบมนหรือเว้ารูปหัวใจ เนื้อใบหนา ผิวเกลี้ยง มีเส้นใบ 5-6 เส้น ช่อดอกกระจะ มีช่อย่อยแบบช่อซี่ร่ม ดอกย่อยสีเหลืองอ่อน มีหัวลงใต้ดิน เปลือกหัวสีดำ 
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ เครือเดาหลวง มีใบขนาดใหญ่ และเครือเดาน้อย มีใบขนาดเล็ก ใช้ประโยชน์ทั้ง 2 ชนิด เหมือนกัน แต่นิยมกินเครือเดาหลวงกินเป็นผัก และนิยมใช้เครือเดาน้อยปรุงยา
"	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนรับประทานสดกับน้ำพริก  หัวใต้ดินมีรสหวานเล็กน้อย ใช้ต้มทำเป็นยาห่ม(ยาอยู่ไฟ) สำหรับสตรีหลังคลอดบุตร ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น  หั่นตากแห้งดองเหล้าหรือต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงเลือด แก้เลือดจาง ดับพิษในกระดูกและเส้นเอ็น  และใช้เป็นส่วนผสมในตำรับยาบำรุงกำลัง แก้ปัสสาวะขัด 	แยกหน่อ และเพาะเมล็ด
48	เครือตดหมา	Fever vine	ตดหมูตดหมา ตำยานตัวผู้ พังโหม	Paederia linearis Hook.f.	Paederia 	Rubiaceae	Accepted	""	""	พบทั่วไปในที่รกร้าง ในป่าธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าผสมผลัดใบและป่าเต็งรัง ขึ้นได้ในดินทุกชนิด และทนแล้ง 	เครือตดหมาเป็นไม้เถาขนาดเล็ก มีกลิ่นเหม็นเขียวเฉพาะ และมียางขาวทั้งต้น ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปหอก ปลายแหลมหรือเรียวยาว โคนเว้ารูปหัวใจ ขอบใบเรียบ ผิวเรียบมัน เถาและใบมีขนละเอียดปกคลุม ช่อดอกออกเป็นกระจะตามซอกใบ ดอกย่อยสีชมพู	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนกินเป็นผักสดจิ้มน้ำพริก แกล้มลาบ และตำมะม่วง เป็นยาขับน้ำนม แก้อาการอักเสบที่คอ ปาก และเป็นยาระบายอ่อนๆ  ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้ตาฟาง ตาแฉะ ตามัว  ยอดและเถาใช้ผสมในตำรับยาแก้บ่อง ยาขับลมในลำไส้ ยาบำรุงธาตุ แก้ตาฟาง ตาแฉะ ยาแก้สรรพพิษ แก้ท้องอืด แก้เจ็บท้อง แน่นท้อง จุกเสียด แก้นิ่ว ยาแก้ห้าต้น	เพาะเมล็ด
49	เครือไส้ตัน	Burkill	โมกเครือ	Amphineurion marginatum (Roxb.) D.J.Middleton	Amphineurion	Apocynaceae	Accepted	""	""	พบบริเวณป่าเบญจพรรณทั่วไป เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด ทนแล้ง	เครือไส้ตัน ผักไส้ตัน หรือหญ้าไส้ตันเป็นไม้เถาเลื้อย สูง 4-10 เมตร ลำต้นสีน้ำตาลเข้ม ผิวลำต้นและกิ่งตะปุ่มตะป่ำและมีช่องอากาศ มียางขาว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปขอบขนาน ขนาดกว้าง 4.0–5.2 ซม. และ ยาว 8.2–12.1 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อย ผิวหนามัน ก้านใบและยอดสีแดง ช่อดอกแยกแขนง ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง กลีบดอกย่อยสีขาวเชื่อมกันเป็นรูปกรวย ผลเป็นฝัก	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนกินเป็นผักสดกับน้ำพริกหรือลาบ  ใช้เคี้ยวกินสดหรือตัดหัวท้ายแช่น้ำร่วมกับยอดมะก้วยแก๋วดื่มเป็นยาแก้ท้องเสีย  ใช้เครือเข้าตำรับยาบำรุงกำลัง แก้ถ่ายเป็นเลือด	เพาะเมล็ด ปักชำรากและกิ่ง
50	งาม้อน	Perilla, Chinese basil, Purple mint, Shiso, Zi-su-zi, Beefsteak plant	งาขี้ม้อน 	Perilla frutescens (L.) Britton 	Perilla	Lamiaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบปลูกมากในจังหวัดน่าน และแถบภาคเหนือของประเทศไทย  ขึ้นได้ดีในดินร่วนอุดมสมบูรณ์ทั่วไป 	งาม้อนเป็นไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน ต้นสูงไม่เกิน 1.5-1.8 เมตร ลำต้นตั้งตรงเป็นสันสี่เหลี่ยม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่กว้าง กว้าง 3-5 ซม. ยาว 6-10 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบหยักฟันเลื่อย ผิวใบมีขนนุ่มสีขาวทั้ง 2 ด้าน ดอกออกเป็นช่อใหญ่ ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกสีขาว เชื่อมติดกันเป็นหลอด แยกเป็นสองปาก ผลแห้งไม่แตก ให้เมล็ดคล้ายเมล็ดข้าวฟ่างเล็กๆ ที่นกกิน ขนาดเล็กกว่าเมล็ดงาดำ กรอบ และมีกลิ่นหอม	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/249	เป็นพืชอาหาร  ใช้เมล็ดตำผสมเกลือและน้ำอ้อย นำมาคลุกหรือยัดไส้ข้าวเหนียวกินเป็นของว่าง เรียกข้าวหนึบ ข้าวบ่าย หรือข้าวแดกงา	เพาะเมล็ด
51	แคฝอย	""	แคฝอย แคสี แคทราย	Stereospermum cylindricum Pierre ex Dop	Stereospermum	Bignoniaceae	Accepted	""	""	พบทั่วไปในป่าเบญจพรรณ ป่าดิบเขา ชอบขึ้นตามริมลำธาร	แคฝอยเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 10-20 เมตร ลำต้นตรงแตกกิ่งต่ำ เปลือกสีน้ำตาลอมเทา ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ออกเรียงตรงข้าม ใบย่อยรูปรี ปลายเรียวแหลม โคนสอบและเบี้ยว ขอบใบหยักตื้นๆ ผิวเรียบ ช่อดอกสั้น ออกตามปลายกิ่ง ประมาณ 3-7 ดอก ดอกย่อยขนาดใหญ่สีขาวรูปแตร ปลายแยกเป็น 5 กลีบ ขอบกลีบย่นเป็นริ้ว ผลเป็นฝักชนิดเปลือกแข็ง 2 ชั้น รูปขอบขนาน บิดไปมา เมล็ดแบนมีเยื่อบางๆ ติดหัวท้ายคล้ายปีก	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  นำดอกมาต้ม ลวก หรือนึ่งกินกับน้ำพริก  ใช้เนื้อไม้ต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้บวม แก้พยาธิ แก้ท้องร่วง แก้ริดสีดวง แก้ตกเลือด ฝนกับหินฝนยาใส่น้ำสะอาดดื่มเป็นยาอยู่ไฟ แก้เจ็บหัว เมาหัว และเข้าตำรับยาบำรุงและเร่งน้ำนม 	เพาะเมล็ด
52	งิ้วป่า	Bombax, Ngiu	งิ้วป่า 	Bombax anceps Pierre	Bombax	Malvaceae	Accepted	""	""	เป็นพรรณไม้ผลัดใบขึ้นสูงเหนือไม้อื่น พบทั่วไป แต่ชอบขึ้นในป่าเบญจพรรณที่มีหินปูน ชอบแสงแดดจัด เจริญเติบโตได้ดีในดินไม่อุ้มน้ำ	งิ้วป่าเป็นไม้ต้น ผลัดใบ สูง 20-35 เมตร เปลือกสีเทา มีหนามแหลมคมตามลำต้นและกิ่งก้าน ใบประกอบแบบนิ้ว 5-7 ใบ ออกเรียงสลับ ใบย่อยรูปรีแกมไข่กลับ ขนาดใบกว้าง 4-6 ซม. ยาว 11-20 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนสอบ ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาวแกมเขียว เกสรตัวผู้เชื่อมติดกัน แยกเป็น 5 มัด ผลแห้งแตก รูปขอบขนาน ขอบเป็นเหลี่ยม มี 5 พู แตกตรงกลางพู เมล็ดจำนวนมาก มีปุยสีขาวหุ้ม	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้โรคบิด แก้ท้องเสีย ขับปัสสาวะ  ใช้เปลือกต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ร้อนใน รักษาแผลอักเสบ	เพาะเมล็ด
53	งิ้วใหญ่	Kapok tree, Cotton tree, Red cotton tree, Shaving brush, Silk cotton tree	งิ้วแดง, งิ้วบ้าน	Bombax ceiba L.	Bombax 	Malvaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ขึ้นกระจายตามป่าทุ่งและป่าเบญจพรรณทั่วไป แต่พบมากในภาคเหนือและภาคอีสาน ชอบขึ้นตามดินทรายริมแม่น้ำ 	งิ้วใหญ่เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ ผลัดใบก่อนออกดอก ลำต้นตลอดจนกิ่งก้านมีหนามแหลมคม ให้ใบประกอบรูปนิ้วมือ 5 ใบย่อย ดอกใหญ่ออกเป็นกระจุกตามปลายกิ่ง กลีบรองดอกแข็งรูปถ้วย กลีบดอกโตนิ่ม สีแดงหรือสีแสดแดง ผลกลมยาวเหมือนลูกนุ่น ภายในมีปุยนุ่นสีขาว 	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ก้านเกสรเพศผู้จากดอกใส่น้ำขนมจีนน้ำเงี้ยวเพื่อเพิ่มรสชาติ  ใช้เปลือกตากแห้งต้มน้ำรวมกับข้าวเปลือกข้าวจ้าว ดื่มแทนน้ำชาแก้โรคไต  และเข้าตำรับยาจู้ แก้ปวดเมื่อย เจ็บตามร่างกาย	เพาะเมล็ด และปักชำ
54	จะค่าน	""	สะค้าน 	Piper interruptum Opiz	Piper	Piperaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบทั่วไปในป่าดงดิบชื้น พบมากในภาคเหนือ  ชอบร่มรำไรใต้ไม้ใหญ่ 	จะค่านเป็นไม้เถาเนื้อแข็งเลื้อยพันต้นไม้อื่น ลำต้นเป็นข้อ ทุกข้อมีรากหุ้มโดยรอบ ตามเถาเป็นเฟือง เบียดกันเป็นรัศมีแถวยาว ใบเหมือนใบพลู ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปขอบขนาน ปลายเรียวแหลม โคนเว้ารูปหัวใจ ขอบใบเรียบ ผิวเรียบมัน หลังใบสีอ่อน ช่อดอกออกตามซอกใบ เป็นสายยาว ดอกย่อยสีเขียว ผลกลุ่มออกตามซอกใบ ผลย่อยรูปทรงกลมสีเขียว  	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=3060	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้เถาหั่นใส่แกงแค แกงคั่วไก่ แกงคั่วจิ้น(เนื้อหมู) แกงเมืองต่างๆ  ใช้ต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้จุกเสียด ขับลมในลำไส้ บำรุงธาตุ แก้ธาตุพิการ  และตากแห้งผสมในตำรับยาจู้ ยาบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อย เจ็บตามร่างกาย บำรุงธาตุ	เพาะเมล็ด และปักชำกิ่ง
55	จ๊ะไค้	Lapine, Lemon grass	ตะไคร้	Cymbopogon citratus (DC.) Stapf	Cymbopogon 	Poaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป  เจริญได้ในดินแทบทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนซุย  ชอบน้ำ ชอบแดด น้ำไม่ขัง 	จ๊ะไคเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปีสูง 0.75-1.2 เมตร แตกเป็นกอ เหง้าใต้ดินมีกลิ่นเฉพาะ ข้อและปล้องสั้นมากกาบใบสีขาวนวลหรือขาวปนม่วง ยาวและหนาหุ้มข้อและปล้องไว้แน่น ใบเดี่ยว เรียงสลับ กว้าง 1-2 ซม. ยาว 70-100 ซม. แผ่นใบและขอบใบสากและคม ออกดอกยาก	โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี	http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_25.htm	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ต้นตำผสมกับพริกแกงหรือตัดเป็นท่อนใส่ต้มและแกง ช่วยดับกลิ่นคาวและเพิ่มรสชาติ  ใช้ต้มน้ำดื่มช่วยขับลม หรือใช้อาบลดไข้  ทั้งต้นและรากสับละเอียดตากแห้ง ชงน้ำร้อนดื่มแทนชา ช่วยขับปัสสาวะ แก้ปวดเอว  ใช้เข้าตำรับยาแก้กลางบ้าน แก้ไข้ อ่อนเพลีย แก้ท้องร่วง อาหารเป็นพิษ	ปักชำเหง้า
56	นมวัว	Custard apple, Sugar apple, Bullock’s heart	น้อยโหน่ง	Annona reticulata L.	Annona	Annonaceae	Accepted	""	""	เจริญเติบโตได้ดีในดินเกือบทุกชนิด ชอบอากาศแล้ง ไม่ชอบที่ชื้นและน้ำขัง พบมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	จันท้า หรือนมวัวเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง 6-7 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานหรือขอบขนานแกมใบหอก กว้าง 4-6 ซม. ยาว 12-15 ซม. ดอกเดี่ยวหรือออกเป็นกระจุก 2-3 ดอก กลีบดอกสีเหลืองแกมเขียว ค่อนข้างหนา ผลเป็นผลกลุ่มเชื่อมรวมกันเป็นผลเดียว รูปร่างค่อนข้างกลมหรือคล้ายรูปหัวใจ เมื่อสุกมีสีแดงคล้ำ	""	""	เป็นพืชอาหาร  ใช้ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้	เพาะเมล็ด
57	จำปา	Champak, Orange chempaka, Sonchampa	จำปา	Magnolia champaca (L.) Baill. ex Pierre	Magnolia	Magnoliaceae	Accepted	""	LC 2014	พบทั่วไปทั่วทุกภาคของประเทศ  ส่วนใหญ่ปลูกเป็นไม้หอมและประดับบ้าน ชอบแดดและที่ดอน มีน้ำถ่ายเทตลอด	จำปาเป็นไม้ต้น สูง 10–30 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มโปร่ง ลำต้นตรง เปลือกต้นสีขาวปนเทา ค่อนข้างเรียบ ยอดอ่อนมีหูใบหุ้ม ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ใบรูปรีแกมขอบขนานถึงรูปหอก กว้าง 4–10 ซม. ยาว 5–20 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนมนหรือสอบ ดอกเดี่ยวสีเหลืองส้ม ออกตามซอกใบ มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอกรวมกัน 12–15 กลีบ กลีบรูปหอกกลับ เกสรเพศผู้มีจำนวนมาก รังไข่รวมกันเป็นแท่ง ผลกลุ่มรูปรีหรือรูปไข่ เปลือกแข็ง เปลือกผลมีจุดสีขาวขรุขระโดยรอบ ผลแก่สีน้ำตาล แตกด้านข้าง เมล็ดมีสีแดงค่อนข้างกลม	กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช	http://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=1562	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้รากต้มน้ำดื่มบำรุงโลหิตสตรีอยู่เรือนไฟให้ตก ระงับการอักเสบ ถอนพิษผิดสำแดง  ใช้ดอกเป็นยาแก้ไข้ ตาบวม บำรุงประสาท บำรุงธาตุ บำรุงโลหิต 	เพาะเมล็ด และตอนกิ่ง
58	จ้ำ	""	จ้ำ	Ardisia attenuata Wall. ex A.DC.	Ardisia	Primulaceae	Accepted	""	""	ชอบขึ้นบริเวณใกล้ลำธารที่มีดินปูนหินปูนทราย มีความชื้น พบได้ในป่าดิบเขาทั่วไป	จ้ำเป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่ หรือยืนต้นขนาดเล็ก สูงถึง 10 เมตร ยอดอ่อนสีแดง ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหอกและรูปรี กว้าง 2-6 ซม. ยาว 7-15 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนแหลม ขอบเรียบ ผิวใบเรียบมัน เนื้อหนาและกรอบ หลังใบสีอ่อนกว่าท้องใบ ดอกออกเป็นกระจุกตามซอกใบและปลายกิ่ง ลักษณะอวบน้ำ ดอกย่อยสีขาว กลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกออกเป็น 5 แฉก ผลกลุ่ม ผลย่อยเป็นผลสด รูปเกือบกลม เนื้อผลนิ่ม ก้านชูผลมีลักษณะอวบน้ำ 	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ยอดอ่อนมีรสฝาด ใช้กินเคียงกับส้มตำ ตำไข่มดแดง เป็นยาแก้ท้องเสีย แก้จุกเสียด แน่นท้อง โรคกระเพาะ และสมานแผลได้ดี 	เพาะเมล็ด และปักชำ
59	จี้	""	เหมือดจี้ พลองเหมือด	Memecylon scutellatum (Lour.) Hook. & Arn.	Memecylon 	Melastomataceae	Accepted	""	""	พบในป่าดิบเขาและป่าเบญจพรรณทั่วไป ชอบดินร่วนปนทราย ค่อนข้างแห้งแล้ง  ชอบแสงแดดจัด 	จี้เป็นไม้พุ่มต้นขนาดกลาง ผลัดใบ สูงถึง 9 เมตร เปลือกลำต้นมีสีน้ำตาลดำ แตกขรุขระเป็นร่องยาวตามต้น ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม แผ่นใบเรียบ ปลายแหลม ขอบใบขนาน สีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกออกเป็นช่อกระจุกที่ซอกใบ กลีบดอกสีม่วง ผลเป็นผลเดี่ยว กลมแป้น ผลดิบสีเขียว ผลสุกสีม่วง หนึ่งผลมี 1 เมล็ด	""	""	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย  ยอดอ่อนมีรสฝาด ใช้กินสดกับน้ำพริก  ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้เจ็บคอ แก้ไอ เป็นยาดับพิษไข้ แก้พิษ แก้ปวด แก้บิดท้องร่วง เข้าตำรับยาแก้โรคกระเพาะ แก้โรคนิ่ว  ใช้ลำต้นทำไม้กวาด	เพาะเมล็ด
60	จี๋กุ๊ก	Mak kouk	เร่วป่า	Amomum dealbatum Roxb.	Amomum	Zingiberaceae	Accepted	""	""	พบมากในป่าดิบชื้นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ขึ้นได้ดีในที่มีความชื้นสูง ริมลำธาร ชอบดินร่วนซุย ไม่มีน้ำท่วมขัง	จี๋กุ๊กเป็นพืชล้มลุก ลำต้นแข็ง สูง 1-2 เมตร มีเหง้าใต้ดิน อายุหลายปี หัวสีขาวอมเหลือง รสเผ็ดขื่น ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปขอบขนาน กว้าง 8-15 ซม. ยาว   40-50 ซม. แผ่นใบเรียบเป็นมันวาว มีกาบใบห่อม้วนกันเป็นลำต้น ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ดอกออกเป็นช่อที่โคนลำต้น มีกลีบเลี้ยงซ้อนกันอัดแน่น สีเขียวปนน้ำตาล กลีบดอกย่อยสีขาวเป็นหลอด พองเป็นกระเปาะ และปากเปิด  ส่วนปากกลีบดอกที่เปิดมีแถบสีเหลือง 1 แถบ ตรงกลาง  ผลกลมเกลี้ยง ขนาดเล็ก เมื่อแก่ผลจะแห้งและแข็ง  	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2924	เป็นพืชอาหาร  ใช้ช่อดอกหรือหน่ออ่อนต้มเป็นผักจิ้มน้ำพริก กินกับส้มตำ หรือใส่รวมกับผักอื่นในแกงแค  ใช้เหง้าเข้าตำรับยาแก้หอบหืดสำหรับเด็กเล็ก แก้เจ็บท้อง แน่นท้อง จุกเสียด	เพาะเมล็ด และแยกเหง้า 
61	จุ่งจาลิง	Heart-leaved moonseed	บอระเพ็ด เจตมูลยาน เถาหัวด้วน	Tinospora crispa (L.) Hook. f. & Thomson	Tinospora	Menispermaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบขึ้นกระจายทั่วไปทุกภาคของประเทศ ชอบขึ้นในที่ร่มรำไร ชื้นแฉะ อากาศเย็น	จุ่งจาลิงเป็นไม้เถาเลื้อยพัน ตามเปลือกลำต้นมีปุ่มปมกระจายทั่วไปเป็นจำนวนมาก  ยางมีรสขมจัด  ใบเดี่ยวเรียงสลับ  รูปไข่ป้อม  โคนใบรูปหัวใจ  ปลายเรียวแหลม  ขอบเรียบ ดอกออกเป็นช่อมีขนาดเล็กมาก สีเหลืองอมเขียว ผลรูปไข่สีเหลืองหรือสีส้ม 	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=667	เป็นพืชสมุนไพร ใช้เถาตำคั้นน้ำหรือต้มน้ำเคี่ยวให้เหลือ 1 ใน 3 ดื่มแก้ไข้ ช่วยเจริญอาหาร แก้กระหายน้ำ รักษาโรคภูมิแพ้  ทุบแช่น้ำผสมน้ำผึ้งดื่มแก้หวัด ให้ไก่และสุนัขกินแก้อาการเหงา  หรือบดเป็นผงผสมน้ำผึ้งทำยาลูกกลอนกินรักษาอาการเบื่ออาหาร  และใช้เข้าตำรับยารักษาอาการปวดกระดูก แก้พิษยาฆ่าแมลง แก้ผื่นคัน	เพาะเมล็ด และปักชำกิ่ง
62	จุ่งจาลิงตัวผู้	Chinese tinospora	สลีเถาชาลี	Tinospora sinensis (Lour.) Merr.	Tinospora	Menispermaceae	Accepted	""	""	พบขึ้นกระจายทั่วไป ชอบขึ้นในที่ร่มรำไร ชื้นแฉะ อากาศเย็น	จุ่งจาลิงตัวแม่เป็นไม้เถาเลื้อยพัน เปลือกลำต้นมีปุ่มปมเล็กๆ กระจายทั่วไปเป็นจำนวนมาก  ทุกส่วนมีรสขมโดยเฉพาะเถาแก่ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจ โคนรูปหัวใจ  ปลายเรียวแหลม  ขอบเรียบ หลังและท้องใบ มีขนสั้นๆ ลักษณะอ่อนนุ่มปกคลุม ดอกเป็นช่อกระจะ ออกตามเถาและที่ซอกใบ ดอกย่อยมีขนาดเล็กมาก ไม่มีกลีบดอก เกสรเพศผู้ 5 อัน ผลกลุ่มออกเป็นพวง ผลย่อยเป็นผลสด รูปร่างค่อนข้างกลม เมื่อสุกมีสีเหลือง  	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้เหมือนจุ่งจาลิง แต่มีรสขมน้อยกว่า	เพาะเมล็ด และปักชำกิ่ง
63	ช้างย่ำแป้	Prickly leaved elephant's foot	โด่ไม่รู้ล้ม	Elephantopus scaber L.	Elephantopus	Compositae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบตามขอบป่าชายทุ่ง ปะปนกับหญ้าอื่นๆ และขึ้นบนภูเขาสูง ที่มีอากาศเย็น ความชื้นสูง	"ช้างย่ำแป้เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นสั้น ใบเดี่ยว เรียงซ้อนสลับเป็นวง รูปขอบขนานหรือรูปใบหอกกลับ ส่วนใหญ่แผ่ราบไปกับผิวดิน ขอบใบหยักฟันเลื่อย ช่อดอกแทงออกจากกลางต้น ก้านช่อแตกแขนงได้ ดอกย่อยขนาดเล็ก เป็นกระจุก ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก 
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ช้างย่ำแป้ตัวผู้ ตามลำต้นและใบไม่มีขน และช้างย้ำแป้ตัวเมียหรือไฟเดือนห้า ตามลำต้นและใบมีขน ใช้ประโยชน์ทั้ง 2 ชนิด เหมือนกัน แต่ช้างย้ำแป้ตัวเมียพบในพื้นที่น้อยกว่า
"	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=97	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ทั้งต้นตากแห้งต้มน้ำหรือดองเหล้า ดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงกำหนัด ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ และรักษาโรคนิ่ว นอกจากนี้ยังหั่นต้นผสมในตำรับยาบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อย แก้มะโหก	เพาะเมล็ด และแยกกอ
64	ดอกก้าน	""	อีรอก บุกอีรอกเขา	Amorphophallus brevispathus Gagnep.	Amorphophallus	Araceae	Accepted	""	""	พบได้ทั่วไป ชอบขึ้นตามริมแม่น้ำ ที่โล่ง ทุ่งหญ้า พื้นที่ที่มีความชื้นสม่ำเสมอ และฝนตกชุก	ดอกก้านเป็นไม้ล้มลุกข้ามปี มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยว ก้านใบยาว ลักษณะกลมอวบน้ำ ไม่มีแกน ยาว 50-120 ซม. มีลายสีเขียว เทา น้ำตาล และดำเป็นจุดพื้นจุดด่าง มีก้านใบย่อยแตกออกจากปลายก้านใบ 2-3 ก้าน และมีใบประกอบ   10-120 ใบ ออกเป็นคู่ รูปคล้ายหอก กว้าง 10-50 ซม. ยาว 15-25 ซม. ขอบใบเรียบ ผิวเป็นคลื่น หูใบติดกับก้านใบย่อย มีก้านดอกยาวออกจากเหง้า ดอกอยู่ตรงปลายก้าน รูปดอกคล้ายดอกหน้าวัว ผลกลุ่ม รูปทรงกระบอกตั้งขึ้น มีผลย่อย รูปรี จำนวนมาก 	""	""	เป็นพืชอาหาร  ใช้ก้านดอกอ่อนลอกเปลือกลวกกินกับน้ำพริก ใช้ปรุงอาหารประเภทนึ่งต่างๆ แกงหน่อไม้ และแกงเห็ด	เพาะเมล็ด
65	ดอกอ้ากีบ	""	กระเจียวเหลี่ยม 	Curcuma rhomba Mood & K.Larsen	Curcuma	Zingiberaceae	Accepted	""	""	พบในเขตป่าดิบชื้น ชอบร่มรำไร เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำดี  	ดอกอากีบหรือดอกจ่อนเป็นพืชล้มลุก ไม่มีลำต้นบนดิน มีเหง้าใต้ดิน อวบน้ำตรงกลางพองกว้างกว่าส่วนหัวและท้าย ใบเดี่ยวเรียงสลับในระนาบเดียวกัน รูปขอบขนานแกมรูปไข่ กว้าง 4.5-10 ซม. ยาว15-30 ซม.ตรงกลางด้านในของก้านใบ มีร่องลึก ช่อดอกออกแทรกอยู่ระหว่างกาบใบที่โคนต้น กลีบดอกย่อยสีขาวเป็นหลอด พองเป็นกระเปาะ และปากเปิด  ส่วนปากกลีบดอกที่เปิดมีแถบสีเหลือง     1 แถบ ตรงกลาง  	""	""	เป็นพืชอาหาร  ใช้ดอกประกอบอาหาร เช่น แกงใส่หน่อ และใช้ลวกกินกับน้ำพริก	เพาะเมล็ด และแยกเหง้า
66	ดีงูหว้า	Bat flower, Bat head lily, Devil flower, Back tacca	เนระพูสีไทย ว่านค้างคาว ค้างคาวดำ	Tacca chantrieri André	Tacca	Dioscoreaceae	Accepted	""	""	พบได้ทั่วไปทุกภูมิภาคของประเทศ ในป่าดงดิบชื้น สูงจากระดับน้ำทะเล 500-1,500 เมตร ที่ได้รับความชื้นตลอดปี และมักเจอเป็นดงในเขตที่มีร่มเงาจากไม้ใหญ่ ใกล้แหล่งนํ้า 	ดีงูหว้าเป็นไม้ล้มลุก อายุหลายปี มีเหง้าใต้ดิน ใบเดี่ยว เรียงสลับ เวียนออกเป็นรัศมี รูปขอบขนานและใบหอก ก้านใบแผ่เป็นกาบ ดอกช่อซี่ร่มชูขึ้นจากกลางกอ มีดอกย่อย 4-6 ดอก กลีบดอก 2 กลีบ สีม่วงแกมเขียวถึงสีม่วงดำ รูปไข่กลับ ใบประดับ 2 คู่ สีเขียวถึงสีม่วงดำ เรียงตั้งฉากกัน มีชั้นมงกุฎลักษณะคล้ายเส้นด้ายสีม่วงดำยื่นห้อยลงมา หน้าตาดอกเหมือนกับค้างคาวกำลังกระพือปีก ผลสดรูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม มีสันเป็นคลื่นตามยาว เมล็ดรูปไต 	"ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้"	"http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2261
http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=951&view=showone&Itemid=59"	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ลำต้นเข้าตำรับยาแก้บ่อง 	เพาะเมล็ด และแยกเหง้า
67	ดีปลี	Long pepper	ดีปลี 	Piper retrofractum Vahl	Piper	Piperaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบกระจายอยู่ทั่วไป  ส่วนใหญ่พบในป่าดิบชื้น ในพื้นที่ลุ่มต่ำและแฉะ เจริญเติบโตได้ดีในที่ความชื้นสูง ชอบดินร่วนและอุดมสมบูรณ์  	ดีปลีเป็นไม้เถา รากฝอยออกบริเวณข้อเพื่อใช้ยึดเกาะ ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 3-5 ซม. ยาว 7-10 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนหรือแหลม ขอบใบเป็นคลื่น ผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อยสีเขียวเข้มเป็นมัน ช่อดอกออกที่ซอกใบ ดอกย่อยอัดกันแน่น แยกเพศ ผลเป็นผลสด มีสีเขียว เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีแดง	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ผลแก่ตากแห้งบดทำพริกปรุงลาบ และหมักปลาหมักเนื้อ ผสมกับสมุนไพรอื่นเข้าตำรับยาบำรุงกำลัง ขับลม 	เพาะเมล็ด และปักชำต้น
68	ดีหมี	""	ดีหมี	Acalypha spiciflora Burm.f.	Acalypha 	Euphorbiaceae	Unresolved	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบได้ในป่าดิบชื้นและป่าดิบแล้ง ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ของประเทศไทย ชอบอากาศค่อนข้างชื้น มีแสงแดดส่องรำไร	ดีหมีเป็นไม้ยืนต้น ไม่ผลัดใบ ใบดกหนา เปลือกสีเทาดำ เกลี้ยง ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปรีและขอบขนาน ขอบใบหยักตื้น ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลม ผิวใบหนา เรียบ และมัน สีเขียวเข้ม หลังใบสีอ่อน ก้านใบยาว 3-7 ซม. ดอกแยกเพศในต้นเดียว ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อยาวที่ซอกใบหรือใกล้ยอด ดอกเพศเมียออกเดี่ยวๆ ตามซอกใบ ผลค่อนข้างกลม เมล็ดกลม	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้ลมพิษในกระดูก  ใช้เปลือกต้นต้มน้ำดื่มแก้ตับพิการ รักษามะเร็งโรคผิวหนัง  และใช้ส่วนทั้งห้า(ราก ลำต้น ใบ ดอก ผล) ต้มน้ำดื่มแก้ไข้ตัวร้อน ปวดศีรษะ ดับพิษไข้ ขับเหงื่อ	เพาะเมล็ด
69	ดู่	Bermese ebony, Burma padouk, Nara	ประดู่ 	Pterocarpus macrocarpus Kurz	Pterocarpus	Leguminosae	Accepted	พืชที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์	EN 2019	พบตามไหล่เขาและที่ราบ ในป่าเบญจพรรณชื้นและป่าดิบแล้งทั่วประเทศ ยกเว้นภาคใต้ เป็นไม้เบิกนำการฟื้นฟูป่าที่ดีชนิดหนึ่ง ชอบดินร่วนปนทรายและระบายน้ำดี พื้นที่ค่อนข้างแห้งแล้ง เปิดโล่ง	ดู่เป็นไม้ยืนต้น สูง 15-25 เมตร ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปไข่หรือไข่แกมขอบขนาน กว้าง 3-5 ซม. ยาว 6-9 ซม. ดอกออกเป็นช่อที่ซอกใบ รูปดอกถั่ว กลีบดอกสีเหลืองอ่อน กลิ่นหอม ผลเป็นฝัก มีปีกแบนๆ หุ้ม	""	""	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย  ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้โรคบิด  ใช้เปลือกต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ปวดฟัน  ใช้ย้อมผ้าฝ้าย ให้สีน้ำตาลเข้ม  ใช้แก่นย้อมผ้าฝ้าย ให้สีแดงค้ำ  ใช้เนื้อไม้ทำเสาบ้านให้สีแดงอมเหลืองลวดลายสวยงาม และมีความแข้งแรงทนทาน 	เพาะเมล็ด
70	ต้นขี้ขาก	Ringworm bush, Seven golden candle stick, Candle bush, Candelabra bush	ชุมเห็ดเทศ	Senna alata  (L.) Roxb. 	Senna	Leguminosae	Accepted	""	LC 2019	พบทั่วไป บนที่ราบหรือบนภูเขาสูงถึง 1,500 เมตร ชอบอยู่ริมน้ำ ความชื้นปานกลาง ได้รับแสงแดดเต็มวัน	ต้นขี้ขากเป็นไม้พุ่มสูง 1-3 เมตร แตกกิ่งออกด้านข้างในแนวขนานกับพื้น ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนาน รูปวงรีแกมขอบขนาน หรือรูปไข่กลับ กว้าง 3-7 ซม. ยาว 6-15 ซม. หูใบเป็นรูปสามเหลี่ยม ช่อดอกออกที่ซอกใบตอนปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลืองทอง ใบประดับสีน้ำตาลแกมเหลือง หุ้มดอกย่อยเห็นชัดเจน ผลเป็นฝักมีครีบ 4 ครีบ เมล็ดแบน รูปสามเหลี่ยม	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2245	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ใบสดหรือแห้งประมาณ 12 ใบ ต้มน้ำดื่มครั้งละ 1 แก้ว หรือใช้ดอกสดประมาณ 3 ช่อ ลวกกิน เป็นยาระบาย แก้ท้องผูก ถ่ายพยาธิลำไส้ชนิดพยาธิตัวตืด  ใช้ใบสดขยี่ถูนานๆ บริเวณผิวหนังรักษากลากเกลื้อน  และใช้ทั้งต้นเข้าตำรับยาลดความอ้วน	เพาะเมล็ด
71	ตะขาบหิน	tapeworm plant, ribbonbush	ตะขาบหิน ว่านตะขาบ ตะขาบบิน	Homalocladium platycladum (F.Muell.) L.H.Bailey	Homalocladium	Polygonaceae	Unresolved	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบทั่วไปทุกภาคของประเทศ ชอบความชื้นปานกลาง ได้รับแสงแดดเต็มวัน	ตะขาบหินเป็นไม้พุ่ม ลำต้นตั้งตรง สูง 1-2 เมตร ลำต้นแบน แตกกิ่งก้านมาก ใบเดี่ยว เรียงสลับ ร่วงง่าย รูปใบหอกแกมเส้นตรง กว้าง 0.5-1.5 ซม. ยาว  2-5 ซม. ช่อดอกออกเป็นกระจุกที่บริเวณข้อ แยกเพศอยู่คนละต้น กลีบรวมสีขาวแกมเขียว ผลสด รูปค่อนข้างกลม เมื่อสุกสีแดง	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=1743	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ทั้งต้นต้มน้ำดื่มแก้ร้อนใน ดับพิษต่าง แก้ไอ แก้เจ็บคอเจ็บอก ระงับปวด แก้โรคผิวหนัง ผื่นคันน้ำเหลืองเสีย และงูสวัด  ใช้ใบทุบละเอียดทาแผลแมลงกัดต่อย	ปักชำกิ่ง
72	ตับเต่าต้น	""	ตับเต่าต้น ตับเต่าหลวง มะไฟผี มะโกป่า เรื้อนกวาง ลิ้นกวาง	Diospyros ehretioides Wall. ex G.Don	Diospyros	Ebenaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบในป่าเต็งรัง หรือป่าเบญจพรรณแล้งทั่วไป  เจริญเติบโตได้ดีที่ระดับความสูงจากน้ำทะเล 100-450 เมตร 	ตับเต่าเป็นต้นไม้ขนาดกลาง เปลือกสีน้ำตาลปนเทา ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานหรือมน โคนใบกลม ขอบใบเรียบ เนื้อใบเกลี้ยงและหนา ดอกแยกเพศ อยู่คนละต้น ดอกเพศผู้เป็นดอกช่อขนาดเล็ก ออกตามกิ่งเหนือง่ามใบ ช่อละ       3 ดอก โคนเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย กลีบดอก 4 กลีบ เกสรเพศผู้มี 20-30 อัน ดอกเพศเมียเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อสั้นๆ ช่อละ 3-5 ดอก ลักษณะเหมือนดอกเพศผู้ แต่ใหญ่กว่า ผลรูปป้อมกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 1-2 ซม. มีกลีบเลี้ยงติดอยู่ ผลแก่แห้ง สีดำ	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ต้นเข้ายาแก้ขาง 108 แก้ร้อนใน	เพาะเมล็ด
73	ต้าง	Snowflake aralia, Snowflake tree, Snow flake tree	ต้างหลวง, ต้างป่า	Trevesia palmata (Roxb. ex Lindl.) Vis.	Trevesia	Araliaceae	Accepted	""	LC 2018	พบทั่วไปบริเวณหุบเขาที่ชุ่มชื้น ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ มีความชื้น ระบายน้ำดี 	ต้างเป็นไม้ยืนต้น สูง 3-6 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ หนาแน่นอยู่ที่ปลายยอด รูปโล่ ขอบใบหยักเว้าลึกเป็นพู 5-9 พู กว้างและยาว 20-30 ซม. แผ่นใบสีเขียวแกมน้ำตาล ผิวใบมีขนละเอียดสีน้ำตาล ช่อดอกออกที่ลำต้นใกล้ปลายยอด กลีบดอกสีเหลือง ผลสด รูปกรวยคว่ำ	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=716&view=showone&Itemid=59	เป็นพืชอาหาร  ใช้ดอกอ่อนต้ม ลวก กินกับน้ำพริก หรือใส่แกงแลน แกงแค แกงไก่ แกงส้ม แกงลูกอ๊อด และแกงเขียด 	เพาะเมล็ด และแยกหน่อ
74	ต๋าว	Sugar palm, Sweet palm	ลูกชิด ตาว	Arenga pinnata  (Wrumb) Merr.	Arenga	Arecaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นบริเวณเชิงเขา โดยเฉพาะริมลำธาร บริเวณดินร่วน ชอบอากาศชุ่มชื้น พบมากในภาคเหนือ	ต๋าวเป็นไม้ยืนต้นอายุยืน เป็นพืชขนาดใหญ่ตระกูลปาล์ม ใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ รูปขอบขนาน ปลายใบมนและแหลม โคนใบรูปเงี่ยงใบหอก ขอบใบเรียบ ผิวใบหนา หลังใบสีอ่อน ช่อดอกเชิงลดขนาดใหญ่ออกตามซอกใบห้อยยาวลงได้มากกว่า 2 เมตร ผลกลุ่มรูปไข่สีเขียว ผลแก่สีเหลืองและดำ เมล็ดสีขาวขุ่น ลักษณะนิ่มและอ่อน แต่ละผลมี 2-3 เมล็ด ต้นต๋าวให้ผลช่วงอายุ 15-20 ปี ส่วนใหญ่ให้ผลครั้งเดียว มากที่สุดไม่เกิน 4 ครั้ง	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A7/	เป็นพืชอาหาร  ชาวบ้านใช้ยอดอ่อนปรุงอาหารประเภทแกง  ใช้เนื้อในผลต้มน้ำตาลรับประทานเป็นของหวาน  	เพาะเมล็ด
75	ตาลเหลือง	yellow Mai flower	ตาลเหลือง ช้างน้าว	Ochna integerrima (Lour.) Merr.	Ochna 	Ochnaceae	Accepted	""	LC 2019	พบในป่าดิบแล้งทั่วไป ชอบดินร่วนปนทราย มีความชื้นปานกลาง แสงแดดส่องทั้งวัน ขึ้นได้ในดินทุกชนิด 	ตาลเหลืองเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก เปลือกต้นสีน้ำตาล แตกเป็นร่อง       ผิวเปลือกเป็นขุย ใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามเป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน รูปหอกและขอบขนาน ออกเป็นกระจุกที่ปลายยอด ใบกว้าง 3-7 ซม. ยาว 8-15 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบจักซี่ฟัน ผิวใบเรียบมัน สีเขียวอ่อน	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1028	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ลำต้นผ่าหรือหั่นเป็นแว่นตากแห้ง ต้มน้ำดื่ม บำรุงเลือด บำรุงกำลัง หรือผสมในตำรับยาบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อย 	เพาะเมล็ด และปักชำกิ่ง
76	ตาเหิน	white garland-lily, white ginger lily	"กระทายเหิน มหาหงส์ 
หางหงส์"	Hedychium coronarium J.Koenig	Hedychium	Zingiberaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบขึ้นมากในภาคเหนือ  ตามชายป่าใกล้ลำธาร  ชอบที่ชื้นแฉะ ริมน้ำ มีแสงแดดส่องถึงทั้งวัน คนนิยมปลูกไว้ในบ้านเพราะดอกให้กลิ่นหอม	ตาเหินเป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน สูง 1-1.5 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปขอบขนานหรือใบหอก กว้าง 5-8 ซม. ยาว 16-25 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว มีกลิ่นหอม ผลแห้ง แตกได้ รูปทรงกลม มี 3 พู	สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน)	http://www.biogang.net/plant_view.php?uid=53032&id=191607	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้หน่ออ่อนกินดิบหรือลวกกินกับน้ำพริก  ใช้เหง้าหั่นเป็นแว่นต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้อาการลมชัก หรือทุบแล้วใช้น้ำทาตุ่มแก้ลมพิษ 	แยกหน่อ
77	ติ้วยาง	""	ติ้วขน 	Cratoxylum formosum (Jacq.) Benth. & Hook.f. ex Dyer subsp. pruniflorum (Kurz) Gogelein	Cratoxylum	Hypericaceae	Accepted	""	LC 1998	พบตามธรรมชาติในป่าเบญจพรรณทั่วไป  ชอบพื้นที่แห้งแล้ง อากาศร้อน 	ติ้วแดงเป็นไม้ยืนต้น สูง 8-15 เมตร มีน้ำยางเหลือง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรีแกมไข่กลับ หรือรูปขอบขนาน กว้าง 2.5-4.5 ซม. ยาว 3-13 ซม. ผิวใบมีขนละเอียดทั้งสองด้าน ช่อดอก ออกเป็นกระจุกตามกิ่งเหนือรอยแผลใบ กลีบดอกสีชมพูอ่อน ผลแห้ง แตกได้ รูปไข่แกมกระสวย	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=143&view=showone&Itemid=59	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้น้ำยางเป็นยาสมานแผล ทาแผลมีดบาด ช่วยห้ามเลือดได้  ใช้ใบต้มน้ำนำมาอมแก้เหงือกบวม เป็นแผลในปาก  ใช้รากผสมในตำรับยาขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะขัด	เพาะเมล็ด
78	ติ้วส้ม (ไม่มีรูป)	""	ติ้วขาว 	Cratoxylum formosum (Jacq.) Benth. & Hook.f. ex Dyer	Cratoxylum	Hypericaceae	Accepted	""	LC 1998	พบทั่วไปในป่าโปร่งและป่าเบญจพรรณ ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ตอนบน ที่สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 200-1,000 เมตร  เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด ทนแล้งได้ปานกลาง 	ติ้วเหลืองเป็นไม้ยืนต้น สูง 8-15 เมตร มีน้ำยางเหลือง เปลือกต้นมีสะเก็ดบางๆ สีน้ำตาล ต้นและกิ่งมีหนามแหลมกระจาย ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปวงรีแกมไข่กลับ หรือรูปขอบขนาน กว้าง 2.5-4.5 ซม. ยาว 3-13 ซม. ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบมีขนละเอียดทั้งสองด้าน มองเห็นเส้นใบชัดเจน ช่อดอก ออกเป็นกระจุกตามกิ่งเหนือรอยแผลใบ กลีบดอกสีชมพูอ่อน 5 กลีบ กลีบเลี้ยงสีแดง 5 กลีบ เกสรเพศผู้จำนวนมาก ผลแห้ง แตกได้ รูปไข่แกมกระสวย เมื่อแก่จัดแตกเป็น 3 แฉก เมล็ดสีน้ำตาล	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=143&view=showone&Itemid=59	เป็นพืชอาหาร  ใช้ใบอ่อนกินแกล้มกับลาบ กับน้ำพริก  หรือใส่แกงบอน	เพาะเมล็ด และปักชำกิ่ง
79	ตูน	""	บอน กระดาดขาว กะเอาะขาว โหรา ออกดิบ อ้อดิบ 	Colocasia gigantea (Blume) Hook.f.	Colocasia	Araceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบทั่วไปทุกภาคของประเทศ  ชอบดินร่วนอุดมสมบูรณ์ ความชื้นสูง พบมากบริเวณริมลำธาร	ตูนเป็นไม้ล้มลุกหลายปี มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ลำต้นสีขาว ก้านใบแทงออกจากเหง้า ก้านใบอวบน้ำ ขนาดใหญ่และยาว สีเขียว มีไขเคลือบสีขาวนวล เนื้อของก้านใบฉ่ำน้ำ และมีรูอากาศแทรกอยู่ ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหัวใจ กว้าง 40-43 ซม. ยาว 28-48 ซม. ปลายใบมนและแหลม โคนใบปิด ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ผิวใบมัน สีเขียวอ่อน ช่อดอก ออกเป็นแท่งเดี่ยว ดอกย่อยแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน สีขาวนวล มีกาบยาวรีสีขาวนวลหุ้มช่อดอก โคนป่องมีช่องเปิดมองเห็นช่อดอกเป็นกระเปาะตรงกลาง คล้ายดอกหน้าวัว ผลสด สีเขียว	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/168	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ก้านใบสดกินกับน้ำพริก ลาบ และส้มตำ และปรุงอาหารประเภทแกงส้ม แกงแค  ใช้หัวเข้าตำรับยาแก้หอบหืดสำหรับเด็กเล็ก	แยกหน่อ และเหง้า
80	เติม	Java cedar	เติม ประดู่ส้ม ประดู่น้ำ	Bischofia javanica Blume	Bischofia	Phyllanthaceae	Accepted	""	LC 2019	พบทั่วไป ในป่าดิบใกล้ลำธาร ป่าเบญจพรรณที่ชื้น ความสูงจากระดับน้ำทะเล 100-1,000 เมตร ชอบขึ้นในที่มีความชื้นสูง	"เติมเป็นไม้ยืนต้นใหญ่ สูงถึง 30 เมตร กิ่งคดงอ เปลือกต้นสีน้ำตาลแดง มีเกล็ดเป็นแผ่น ร่วงง่าย มีน้ำยางแดง ใบประกอบแบบนิ้วมือ 3 ใบ รูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 5-10 ซม. ยาว 10-20 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนและแหลม ขอบใบหยักมน ยอดอ่อนและใบแก่สีแดง ช่อดอกแยกแขนง ออกซอกใบและปลายกิ่ง สีเขียวอมเหลือง ดอกแยกเพศ ออกแยกต้น ดอกเพศผู้ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ไม่มีกลีบดอก เกสรเพศผู้ 5 อัน ดอกเพศเมียมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ โค้งเข้ากลางดอก ผลกลุ่ม ออกเป็นช่อใหญ่ เป็นผลสดมีเนื้อ เมื่อสุกสีเหลืองอมน้ำตาล 
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ เติมส้ม มียอดอ่อนสีขาว และเติมฝาด มียอดอ่อนสีแดง ใช้ประโยชน์ทั้ง 2 ชนิด แต่นิยมเติมส้มมากกว่า
"	""	""	เป็นพืชอาหาร  นำยอดอ่อนมาหมักกับเกลือและน้ำ ใช้เคี้ยวกินเป็นของว่างแทนเมี่ยงจากใบชา  และกินผลเป็นผลไม้	เพาะเมล็ด และตอนกิ่ง
81	โต้ม (ไม่มีรูป)	Bur-flower tree	กระทุ่ม กระทุ่มบก ตะกู แคแสด ตะโกส้ม ตะโกใหญ่	Anthocephalus chinensis (Lam.) A.Rich ex Walp.	Anthocephalus	Rubiaceae	""	""	""	พบขึ้นตามป่าที่ถางแล้วปล่อยทิ้งร้าง ข้างทางที่ผ่านป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง เจริญได้ดีในดินลึก ชุ่มชื้นสูง ขึ้นได้ที่ระดับความสูงถึง 1,000 เมตร 	โต้มเป็นไม้ยืนต้น สูง 16-27 เมตร กิ่งตั้งฉากกับลำต้น ลำต้นตรง ลิดกิ่งเองตามธรรมชาติ เปลือกสีเทาปนน้ำตาลและเรียบ ใบเดี่ยวเรียงตัวตรงข้ามเป็นคู่ กว้าง 5-12 ซม. ยาว 10-24 ซม. ปลายใบมนหรือมีติ่งแหลม โคนป้าน เนื้อใบค่อนข้างหนา หลังใบสาก ช่อดอกกระจุกแน่น ออกปลายกิ่ง สีขาวปนเหลืองหรือสีส้ม กลิ่นหอมอ่อน ผลเดี่ยวเรียงแน่นเป็นก้อนกลมบนช่อดอก ผลแก่สีเหลืองเข้ม มีเมล็ดขนาดเล็กมาก	""	""	เป็นพืชใช้สอย  นิยมใช้เนื้อไม้ตกแต่งภายในบ้าน เช่น ฝ้าเพดาน เนื่องจากเป็นไม้โตเร็ว ใช้ประโยชน์ได้เมื่ออายุประมาณ 10 ปี 	เพาะเมล็ด และปักชำกิ่ง
82	ถั่วปู	Asparagus pea, Goa bean, Manila pea, Princess bean, Winged bean	ถั่วพู	Psophocarpus tetragonolobus (L.) DC.	Psophocarpus	Leguminosae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบทั่วไป  ขึ้นได้ดีในเขตร้อนที่ชุ่มชื้น ต้องการน้ำมาก	ถั่วปูเป็นเป็นไม้ล้มลุกเลื้อยพัน อายุหลายปี มีรากสะสมอาหารลักษณะเป็นหัวใต้ดิน ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อย 3 ใบ รูปไข่แกมรูปกระสวยหรือรูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 4-10 ซม. ยาว 8-18 ซม. ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ รูปดอกถั่ว กลีบดอกสีม่วงแกมน้ำเงิน ผลเป็นฝักแบน มีครีบ 4 ครีบตามยาว เมล็ดสีขาว สีน้ำตาลแกมเหลืองหรือดำ	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/plantdb/mdp/medicinal-specimen.asp?id=388	เป็นพืชอาหาร  ใช้ฝักลวก นึ่ง หรือกินสดกับน้ำพริก หรือลาบ  ใช้ปรุงอาหารประเภทแกงแค  ใช้เมล็ดแก่ใส่แกงหน่อไม้ หรือทำถั่วเน่า	เพาะเมล็ด
83	ทองพันชั่ง	Common rhinacanthus, White crane flower	ทองพันชั่ง หญ้ามัไก่	Rhinacanthus nasutus (L.) Kurz	Rhinacanthus	Acanthaceae	Accepted	""	""	พบทั่วไป  ขึ้นได้ในดินทั่วไป แต่ชอบดินที่มีความชุ่มชื้น	ทองพันชั่งเป็นไม้พุ่มสูง 1-2 เมตร กิ่งอ่อนเป็นสันสี่เหลี่ยม ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามรูปไข่ หรือรูปวงรี กว้าง 2-4 ซม. ยาว 4-8 ซม. ช่อดอก ออกที่ซอกใบกลีบดอกสีขาว โคนกลีบติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 2 ปาก ปากล่างมีจุดประสีม่วงแดง ผลเป็นผลแห้ง แตกได้	"ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ประโยชน์ดอทคอม"	"http://www.qsbg.org/Database/plantdb/mdp/medicinal-specimen.asp?id=819
https://prayod.com/%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87/"	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาถอนพิษงู แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย และขับปัสสาวะ  ใช้ใบต้มน้ำดื่มแก้ไอ แก้อาเจียนเป็นเลือด แก้โรคผิวหนัง ผดผื่น	ปักชำต้น
84	บอน	Elephant ear, Taro, Japanese taro, Wild taro	บอน เผือก	Colocasia esculenta (L.) Schott	Colocasia	Araceae	Accepted	""	LC 2011	พบกระจายอยู่ทั่วไป ชอบขึ้นตามหนองน้ำ พื้นที่น้ำขัง ริมลำธาร.	"บอนเป็น พืชล้มลุกหลายฤดู มีหัวใต้ดิน ไหลเลื้อยไปเป็นต้นใหม่ ใบและลำต้นสีเขียวสดหรือสีเขียวอมน้ำตาล ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปหัวใจ ก้านใบอวบน้ำ ขนาดใหญ่ยาว สีเขียวแกมม่วงโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ มีน้ำยางเหนียวสีขุ่น หากสัมผัสโดนผิวหนังจะคัน ดอกออกเป็นช่อ สีขาวนวล มีกาบยาวรีสีเหลืองนวลหุ้มช่อดอก โคนป่องมีช่องเปิดมองเห็นช่อดอกเป็นกระเปาะตรงกลาง มีกลิ่นหอม ส่วนปลายของช่อดอกเป็นดอกตัวผู้ ส่วนโคนเป็นดอกตัวเมีย ก้านช่อดอกสั้นกว่าก้านใบ 
ในชุมชนมี 4 ชนิด คือ บอนหวาน จุดกลางใบสีขาว  บอนคันหรือบอนแท้ จุดกลางใบสีแดงม่วง  บอนผา ผิวใบเป็นมันและหนา  และบอนดำ 
"	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%99/	เป็นพืชอาหาร  ใช้ใบอ่อน ก้านใบอ่อน ต้มเคี่ยวให้เปื่อยแล้วนำไปแกง  ชาวบ้านเชื่อว่าขณะแกงหากส่งเสียงดังจะทำให้กินแล้วคัน	แยกหน่อ
85	น้ำแน่	Laurel clockvine, Blue trumpet vine	รางจืด กำลังช้างเผือก ขอบชะนาง เครือเขาเขียว ยาเขียว	Thunbergia laurifolia Lindl.	Thunbergia	Acanthaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	เป็นพืชที่ชอบอยู่ตามลุ่มน้ำ ลำห้วย ลำธาร ขึ้นในป่าชื้นจะงามมาก ชอบดินร่วนปนทราย และพบอยู่ตามชายป่าดิบทั่วไปในประเทศ	น้ำแน่เป็นไม้เถาเนื้อแข็ง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปขอบขนานหรือรูปไข่ กว้าง 4-7 ซม. ยาว 8-14 ซม. ขอบใบเว้าเล็กน้อย ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนหรือเว้าเป็นรูปหัวใจ ผิวใบเรียบมัน เนื้อใบหนา อวบน้ำเล็กน้อย ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ฐานดอกอัดกันแน่นเป็น รูปทรงกลม ดอกย่อยขนาดใหญ่ รูปดอกเข็ม โคนเชื่อมกัน ปลายแยกออกเป็น 5 แฉก กลีบดอกสีม่วงแกมน้ำเงิน ใบประดับสีเขียวประสีน้ำตาลแดง ผลแห้ง แตกได้	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=714	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ดอกปรุงอาหารประเภทแกงส้ม  ใช้ใบต้มน้ำร่วมกับใบเตยดื่มรักษาอาการอาหารเป็นพิษ และพิษเบื่อเมาต่างๆ  ใช้เถาหรือใบต้มน้ำดื่มช่วยขับสารพิษในร่างกาย แก้ลมพิษ แก้ปวดท้อง  ใช้เถาตากแห้งเข้าตำรับยาแก้ผื่นคัน ยาใส่แผล ยาแก้พิษยาฆ่าแมลง และตำรับยาอยู่เดือน แก้ผิดเดือน ยาห่ม(ยาอยู่ไฟสำหรับสตรีหลังคลอดบุตร)  	เพาะเมล็ด และปักชำเถา
86	บักคานัด	Pineapple	สับปะรด 	Ananas comosus (L.) Merr.	Ananas	Bromeliaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ขึ้นได้ในดินทุกชนิด ชอบอากาศร้อนอุณหภูมิที่เหมาะสมราว 24-29 องศาเซลเซียส 	บักคานัดเป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นแก่ค่อนข้างแข็ง และออกหน่อใหม่ด้านข้าง ใบเรียงสลับถี่รอบต้น ก้านใบกางโอบลำต้น รูปขอบขนาน เรียวคล้ายดาบโค้ง กว้าง 2-6 ซม. ยาว 50-150 ซม. ขอบใบมีหนามขนาดเล็ก เนื้อใบแข็ง ผิวใบด้านหลังสีขาวนวล ช่อดอก ออกปลายยอด ก้านช่อดอกยาว มีใบประดับอยู่ส่วนบนและล่างของช่อดอก ผลขนาดใหญ่รูปไข่หรือทรงกระบอก กว้าง 8–20 ซม. ไม่มีเมล็ดสมบูรณ์	กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช	http://www.dnp.go.th/botany/Herbarium/Archives/PlantFile/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%94.html	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้  ใช้รากต้มน้ำรวมกับข้าวจ้าวเปลือกดื่มแก้โรคดีซ่าน โรคไต และใช้เข้าตำรับยาแก้นิ่ว	แยกหน่อ และปักชำจุกหรือใบประดับส่วนบน
87	บุกเบีย	Stanley’s water-tub, Elephant yam, elephant foot yam	บุกคางคก 	Amorphophallus paeoniifolius (Dennst.) Nicolson	Amorphophallus 	Araceae	Accepted	""	LC 2013	พบทั่วไป บนพื้นที่โล่งในป่าเบญจพรรณและป่าละเมาะโปร่ง สูงถึง 900 เมตร จากระดับน้ำทะเล	บุกเบียเป็นไม้ล้มลุก งอกงามดีในฤดูฝนและโทรมในต้นฤดูหนาว มีหัวใต้ดินสีน้ำตาล งอกใหม่ได้ทุกปี ใบเดี่ยว แผ่ออกคล้ายร่มหยักเว้าเป็นแฉก ก้านใบกลมอวบน้ำ ยาว 150-180 ซม. ลายสีเขียวและแดง ดอกเป็นช่อขนาดใหญ่ แทงจากหัวใต้ดิน ลักษณะเป็นแท่งสีแดงแกมน้ำตาล ก้านช่อสั้นมีใบประดับรูปกรวยหุ้มช่อดอกขอบหยักเป็นคลื่นและบานออก ผลเป็นผลสดเนื้อนุ่ม สีแดง	""	""	เป็นพืชอาหาร  หัวใต้ดินไม่มีพิษที่ทำให้คัน  ใช้ทำเป็นอาหาร เช่น ยำบุก และบุกนึ่ง  ก้านใบอ่อนใช้ทำแกงส้ม แกงแคเขียด	เพาะเมล็ด แยกหน่อ และปักชำหัว
88	ปิ้งแดง	hill glory bower	นางแย้มป่า ปิ้งเห็บ ต่างไก่แดง ขี้ขม	Clerodendrum infortunatum L.	Clerodendrum	Lamiaceae	Accepted	""	""	พบได้ทั่วไป บนพื้นที่ไม่สูงจากระดับน้ำทะเลมากนัก บริเวณที่ชื้นในป่าเบญจพรรณและชายป่าดิบ หรือป่าดิบที่เคยถูกแผ้วถางมาก่อน 	ปิ้งเป็นไม้พุ่มขนาดย่อม สูง 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรงมีขนเล็กน้อย กิ่งและต้นเปราะ เป็นสันสี่เหลี่ยม สีดำอมน้ำตาล ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหัวใจ ออกเรียงสลับตามข้อเป็นคู่ ตั้งฉากกัน กว้าง 7-35 ซม. ยาว 4-38 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเว้า ขอบจัก ผิวใบหนาและสาก สีเขียวเข้ม เส้นใบสีเขียวเข้ม  ช่อดอกแยกแขนง ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ก้านช่อดอกสีแดง กลีบดอกย่อยสีขาว กลางดอกสีชมพู กลีบดอก 5 กลีบ กลีบเลี้ยงสีแดง เกสรเพศผู้สีขาวขนาดยาว 5 อัน 	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ดอกอ่อนเผาไฟใส่แกงหน่อไม้กินให้รสมัน  ใช้ใบไม่แก่มากวางซ้อนจำนวน 3, 5 หรือ 7 ใบ นำไปห่อขี้เถ้าร้อนๆ คล้ายห่อหมก ประคบบรรเทาอาการปวดหัว โดยเฉพาะการปวดหัวข้างเดียว  และใช้เข้าตำรับยาแก้ปวดศีรษะข้างเดียว 	เพาะเมล็ด
89	ปิดปิวขาว	Ceylon leadwort, White leadwoort, Leadwort	เจตมูลเพลิงขาว	Plumbago zeylanica L.	Plumbago 	Plumbaginaceae	Accepted	""	""	พบตามป่าดงดิบและป่าโปร่งทั่วทุกภาคของประเทศ ชอบขึ้นบนดินปนทรายที่ชื้น	ปิดปิวขาวเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก กิ่งก้านเลื้อยทอดและแผ่ออกกว้าง สูง 0.8-1.5 เมตร ยอดอ่อนสีแดง ลำต้นกลมเรียบ ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่แกมวงรีหรือกลม ขนาดใบกว้าง 3-5 ซม. ยาว 6-10 ซม. ช่อดอกกระจะ ออกที่ปลายกิ่งหรือซอกใบ กลีบดอกสีขาว เชื่อมติดกันเป็นรูปกรวยแคบหรือทรงแจกัน กลีบเลี้ยงมีต่อมเมื่อจับจะรู้สึกเหนียว ผลเป็นผลแห้ง แตกได้	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/BOTANIC_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2561	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ริดสีดวงทวาร  รักษาโรคผิวหนัง บำรุงธาตุ แก้ปวดท้อง	เพาะเมล็ด และปักชำต้น
90	ปิดปิวแดง	Rose-colored leadwort, Holly-leaved	เจตมูลเพลิงแดง	Plumbago indica L.	Plumbago	Plumbaginaceae	Accepted	""	""	พบในป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณทั่วไป ชอบขึ้นบนดินปนทรายที่ชื้น 	ปิดปิวแดงเป็นไม้พุ่ม สูง 0.8-1.5 เมตร ยอดอ่อนสีแดง ลำต้นกลมเรียบ มีสีแดงบริเวณข้อ ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่แกมวงรีกว้าง 3-5 ซม. ยาว 6-10 ซม. ช่อดอกกระจะ ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีแดง เชื่อมติดกันเป็นรูปกรวยแคบหรือทรงแจกัน กลีบเลี้ยงมีต่อมเมื่อจับจะรู้สึกเหนียว ผลเป็นผลแห้ง แตกได้	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้รากบดเป็นส่วนผสมในแป้งข้าวหมากทำเหล้า ดื่มเป็นยาบำรุงธาตุ ช่วยย่อยอาหาร แก้ปวดท้อง ขับลม แก้ริดสีดวงทวาร  ใช้ใบเข้าตำรับยาบำรุงกำลัง ขับลม  แต่หากถูกผิวหนังนานจะทำให้เกิดอาการบวมได้	เพาะเมล็ด และปักชำต้น
91	ปุย	Tummy-wood	กระโดน กะนอน ขุย	Careya arborea Roxb.	Careya	Lecythidaceae	Accepted	""	""	พบขึ้นประปรายในป่าเบญจพรรณชื้น ป่าแดง และป่าทุ่ง ทุกภาคของประเทศ ที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 87 เมตรขึ้นไป 	ปุยเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ สูง 10-30 เมตร ลำต้นเตี้ยและมีกิ่งก้านมาก เรือนยอดเป็นพุ่มกลมแน่นทึบ เปลือกต้นสีเทาหนาและแตกล่อนเป็นแผ่น เมื่อผลัดใบ ใบใหม่จะผลิออกมาพร้อมดอก ใบเดี่ยวรูปไข่กลับ เรียงสลับ ตามปลายกิ่ง กว้าง 12-15 ซม. ยาว 25-30 ซม. ขอบหยักเป็นคลื่น ปลายมน โคนแหลม ใบหนาผิวเรียบมัน ยอดสีแดง ดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อ 2-3 ดอก กลีบดอกและกลีบเลี้ยงอย่างละ 4 กลีบ กลีบดอกสีขาวหรือขาวนวลร่วงง่าย เชื่อมกันเป็นรูประฆัง เกสรตัวผู้ยาวและเป็นเส้นฝอยสีแดงจำนวนมาก ผลโตกลมขนาดประมาณ 5 ซม. มีเมล็ดจำนวนมาก	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  กินยอดสดกับน้ำพริก ช่วยบำรุงกำลังสำหรับสตรีคลอดบุตรใหม่  ผลกินเป็นยาช่วยย่อยอาหาร	เพาะเมล็ด
92	ปูเลย	Cussumuna ginger	ไพล 	Zingiber montanum (J.Koenig) Link ex A.Dietr.	Zingiber 	Zingiberaceae	Accepted	""	""	พบขึ้นกระจายทั่วไป ในที่ดินร่วนซุยระบายน้ำได้ดี  ชอบอากาศค่อนข้างร้อน และมีความชุ่มชื้นในเวลากลางคืน 	ปูเลยเป็นไม้ล้มลุก สูง 0.7-1.5 เมตร มีเหง้าใต้ดิน เปลือกนอกสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีเหลืองแกมเขียว มีกลิ่นเฉพาะ แทงหน่อหรือลำต้นเทียมขึ้นเป็นกอประกอบด้วยกาบหรือโคนใบหุ้มซ้อนกัน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานแกมใบหอก ขนาดใบกว้าง 3.5-5.5 ซม. และยาว 18-35 ซม. ช่อดอก แทงจากเหง้าใต้ดิน กลีบดอกสีนวล ใบประดับสีม่วง ผลเป็นผลแห้ง รูปทรงกลม	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2914	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร ใช้ดอกสดเป็นผักกินกับน้ำพริก เป็นยากระจายเลือดที่เป็นลิ่ม แก้ช้ำใน ทำลายเลือดเสีย ขับประจำเดือน  ใช้ต้นต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ธาตุพิการ อุจจาระไม่เป็นปกติ  ใช้ใบต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ครั่นเนื้อครั่นตัว แก้ปวดเมื่อย ใช้เหง้าสดตำคั้นน้ำทาบริเวณที่เคล็ดขัดยอก แก้ปวดเมื่อย ฟกช้ำ ตำละเอียดผสมเกลือนำมาห่อผ้าอังไอน้ำให้ร้อนประคบแก้ปวดเมื่อย ต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้จุกเสียดแน่นท้อง ขับลมในกระเพาะอาหาร ขับประจำเดือน มักใช้ใส่ผสมในยาลูกประคบ ยาต้มประเภทอาบและอบ  และใช้เข้าตำรับยาหลายขนาน  	แยกหน่อ
93	ปูเลยดำ	Bangle Hantu	ไพลดำ	Zingiber ottensii Valeton	Zingiber	Zingiberaceae	Accepted	""	""	พบขึ้นเองในป่าทั่วทุกภาคของประเทศ ชอบอากาศค่อนข้างร้อน และมีความชุ่มชื้นในเวลากลางคืน ชอบดินร่วนซุย ระบายน้ำดี	ปูเลยดำเป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดินเนื้อในเป็นสีม่วง ลำต้นเหนือดินสูงได้ถึง 1.5 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ กว้าง 6-8 ซม. ยาว 26-30 ซม. ช่อดอก ออกที่โคนต้นแทงช่อขึ้นมาจากเหง้าใต้ดิน ก้านช่อดอกยาว 14 ซม. ช่อดอกยาวประมาณ     9 ซม. ใบประดับเมื่อยังอ่อนมีสีแดงปนเขียวแล้วเปลี่ยนเป็นสีชมพูหรือแดงเข้ม กลีบดอกสีเหลืองอ่อน ผลแห้ง แตกได้	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%B3/	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้หน่ออ่อนกินสดกับแกงหน่อไม้  ใช้เหง้าต้มน้ำดื่มเป็นยาขับลม บำรุงน้ำนมสตรีที่คลอดบุตรใหม่ แก้ปวดบวมตามเท้า ขา มือ  และผสมน้ำส้มป่อยเช็ดแก้ปวดต่างๆ 	แยกเหง้าและหน่อ
94	เป๋ยเบาะ	Thai crape myrtle, kedah bungor	ตะแบกนา	Lagerstroemia floribunda Jack var. floribunda	Lagerstroemia	Lythraceae	Unresolved	""	""	พบได้ตามป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณ ที่สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 20-300 เมตร  ชอบดินร่วนซุย มีความชื้นปานกลางถึงสูง ต้องการแสงแดดจัด  	"เป๋ยเป็นไม้ต้น สูงประมาณ 15–20 เมตร เปลือกมันเรียบ สีขาวอมเทา ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม กว้าง 8.5–17.5 ซม. ยาว 4.2–7.7 ซม. รูปใบหอกปลายแหลม โคนใบมน ขอบใบเป็นคลื่น ผิวใบเกลี้ยง เนื้อใบหนาคล้ายหนัง ดอกเป็นช่อกระจะ ออกปลายกิ่ง ดอกย่อยสีม่วง กลีบเลี้ยง 6 กลีบ โคนเชื่อมกันรูปถ้วย มีสันนูน กลีบดอก 6 กลีบ แยกกัน เนื้อกลีบบางยับย่น โคนกลีบเรียวเป็นก้าน เกสรเพศผู้จำนวนมาก ผลแก่แตกเป็น 6 ซีก มีกลีบเลี้ยงติดอยู่
ในชุมชนมี 3 ชนิด คือ เป๋ยเบาะ ลำต้นส่วนล่างมีหนาม  เป๋ยสะแอน ลำต้นส่วนล่างไม่มีหนาม  และเป๋ยลอกคราบ เมื่อแก่เปลือกลำต้นจะแตกเป็นสะเก็ด ร่วงหล่น ใบและดอกมีลักษณะคล้ายกันทั้ง 3 ชนิด
"	""	""	เป็นพืชสมุนไพร และพืชใช้สอย  ใช้เปลือกต้นเป๋ยเบาะเข้าตำรับยาแก้ท้องเสีย  ใช้ไม้ทำสิ่งปลูกสร้างที่รับน้ำหนัก เช่น เสา กระดานพื้น และเครื่องมือการเกษตร เนื่องจากเนื้อไม้ละเอียดแข็งแต่ใจกลางมักเป็นโพรง 	เพาะเมล็ด
95	เปรี้ยวป้องฟ้า	""	ส่องฟ้าดง โปร่งฟ้า 	Clausena harmandiana (Pierre) Guillaumin	Clausena	Rutaceae	Accepted	""	""	พบในป่าเบญจพรรณทั่วไป  ชอบแสงแดดปานกลาง ขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด	เปรี้ยวป้องฟ้าเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 20-50 ซม. ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อย 3-7 ใบ รูปไข่แกมวงรีแกมขอบขนาน ขนาดใบกว้าง 2.5-4 ซม. ยาว 4-8 ซม. เนื้อใบมีจุดน้ำมันกระจาย ดอกเป็นช่อ ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง ผลสด รูปทรงกลม	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ต้นต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ปวดหลังปวดเอว 	เพาะเมล็ด
96	เปล้าตองแตก	Red physic nut	ตองแตก	Baliospermum solanifolium (Burm.) Suresh	Baliospermum	Euphorbiaceae	Accepted	""	LC 2018	พบได้ในป่าเบญจพรรณทั่วไป ชอบดินร่วนปนทราย พื้นที่แห้งแล้ง แสงแดดจัด	เปล้าตองแตกเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตร ยอดอ่อนมีขน ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบที่บริเวณยอดรูปใบหอกหรือรูปวงรี กว้าง 3-4 ซม. ยาว 6-7 ซม. ใบที่บริเวณโคนต้นมีขอบหยักเว้า 3-5 แฉก รูปขอบขนานแกมรูปไข่ กว้าง 7-8 ซม. ยาว 15-18 ซม. ช่อดอก แยกเพศอยู่บนต้นเดียวกันหรือบนช่อเดียวกัน ออกที่ซอกใบ ดอกตัวผู้มีจำนวนมากอยู่ตอนบนของช่อ ไม่มีกลีบดอก กลีบเลี้ยงสีเหลืองแกมเขียว 4-5 กลีบ ดอกตัวเมียออกที่โคนช่อ ไม่มีกลีบดอก ผลแห้ง แตกได้ มี 3 พู	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้น้ำยางจากยอดอ่อนใส่รักษาแผลทั้งสดและเรื้อรัง แผลโรคปากนกกระจอก(หายภายใน 2 วัน)  ใช้ใบต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้โรคกระเพาะ	เพาะเมล็ด และปักชำกิ่ง
97	เปล้าน้อย	Thai croton	เปล้าน้อย	Croton sublyratus Kurz	Croton 	Euphorbiaceae	Accepted	""	""	พบขึ้นกระจายทั่วไปในป่า ชอบอากาศร้อนชื้น แสงแดดส่องถึงทั้งวัน	เปล้าน้อยเป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นสูง 1-4 เมตร ผลัดใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับรูปใบหอกกลับ กว้าง 4-6 ซม. ยาว 10-15 ซม. ดอกเป็นช่อ ออกที่ซอกใบบริเวณปลายกิ่ง ดอกย่อยขนาดเล็ก แยกเพศ อยู่ในช่อเดียวกัน กลีบดอกสีนวล ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ มี 3 พู	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ยางทาสมานแผลสด แผลแมลงป่องต่อย  ใช้เนื้อไม้ตากแห้งต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงในสตรีหลังคลอดบุตร  ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยารักษาโรคกระเพาะ  ใช้กิ่งผสมในตำรับยากินยาห่ม(ยาอยู่ไฟสำหรับสตรีหลังคลอดบุตร) ยาอยู่เดือน แก้ผิดเดือน ยาบำรุงและเร่งน้ำนม	เพาะเมล็ด
98	เปล้าหลวง	""	เปล้าใหญ่ เปาะ	Croton persimilis Müll.Arg.	Croton	Euphorbiaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบในป่าเต็งรัง และป่าผลัดใบ ทั่วไป 	เปล้าหลวงเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 8 เมตร ใบอ่อนมีสีน้ำตาล ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนาน รูปวงรีแกมขอบขนาน รูปไข่หรือรูปใบหอก กว้าง 5-10 ซม. ยาว 9-30 ซม. ดอกเป็นช่อ ออกที่ปลายกิ่ง แยกเพศอยู่บนต้นเดียวกันหรือแยกต้น กลีบดอกสีเหลืองแกมเขียว ผลแห้ง แตกได้ มี 3 พู รูปทรงกลม	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=33	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ใบและเนื้อไม้ต้มน้ำให้สตรีหลังคลอดบุตรที่อยู่ไฟดื่ม และอาบ  ใช้เนื้อไม้เข้าตำรับยาบำรุงน้ำนม	เพาะเมล็ด
99	โป่งมดง่าม (ไม่มีรูป)	Stemona	โป่งมดง่าม	Stemona burkillii Prain	Stemona 	Stemonaceae	Accepted	""	""	เป็นพืชป่าพบบริเวณชายป่าชายเขาทั่วไป สภาพร่มรำไร ที่ระดับความสูงไม่มากนัก และในสภาพดินที่อุดมสมบูรณ์ด้วยอินทรียวัตถุ 	โป่งสามสิบเป็นไม้เถาล้มลุก สูง 0.4-0.5 เมตร ขณะต้นเล็กจะตั้งตรง เมื่อสูงมาก จะพาดพันต้นไม้อื่น มีหัวใต้ดินเป็นกระจุก ลักษณะเป็นแท่งกลมยาว ใบรูปหัวใจ ปลายเรียวแหลม เส้นใบตามยาวประมาณ 10-12 เส้น ผิวใบเป็นคลื่น ขอบใบเรียบ กิ่งที่กำลังจะออกดอกจะเลื้อยพัน ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ กลีบดอกด้านนอกสีเขียว ด้านในสีแดง ผลเป็นผลแห้ง แตกได้	""	""	เป็นพืชใช้สอย  รากสดบดละเอียดผสมขุยมะพร้าวตากแห้ง ใช้ใส่รังมดเพื่อฆ่า	เพาะเมล็ด และแยกเหง้า
100	ผักก้านถิน	Horse tamarind, Leucaena	กระถิน 	Leucaena leucocephala (Lam.) de Wit	Leucaena	Leguminosae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบขึ้นทั่วไป  เจริญได้ในดินทุกสภาพ ชอบดินที่อุดมสมบูรณ์ แสงแดดจัด	ผักกะสินเป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่ถึงไม้ต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 10 เมตร ไม่ค่อยแตกกิ่งก้านสาขา ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ใบย่อย 5-20 คู่ เรียงตรงข้าม รูปขอบขนาน ขนาดใบกว้าง 0.1-0.15 ซม. ยาว 0.6-2.1 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบเบี้ยว ขอบมีขน ท้องใบมีสีนวล ช่อดอกออกเป็นช่อกระจุกแน่นออกตามซอกใบ 1-3 ช่อ เป็นฝอยนุ่มมีกลิ่นหอมเล็กน้อย ผลเป็นฝักออกเป็นช่อ ฝักแบนยาว 10-15 ซม. เห็นเมล็ดเป็นจุดๆ ในฝักตลอดฝัก	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=2115&view=showone&Itemid=59	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนและฝักอ่อนเป็นผักสดกินกับน้ำพริก ลาบ ส้มตำ หรือแกงบอน  ใช้เมล็ดแก่สดกินเป็นยาขับพยาธิ เด็กนิยมแกะกินเล่น  ใช้เปลือกต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ท้องร่วง แก้อาเจียน แก้บิด สมานแผล  ใช้ใบต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงร่างกาย  ใช้ฝักต้มน้ำดื่มเป็นยาถ่ายพยาธิ	เพาะเมล็ด และปักชำกิ่ง
101	ผักกาดเพี้ย (ไม่มีรูป)	""	""	สกุล Lactuca	Lactuca	Asteraceae	""	""	""	ขึ้นได้ทั่วไป ทั้งกลางแจ้งและที่มีร่มเงา ชอบดินร่วนชื้น ชอบน้ำ และแสงแดดพอประมาณ	ผักกาดเพี้ยเป็นพืชล้มลุกอายุยืน สูงได้ถึง 2 เมตร ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับและเวียนกันถี่ ใบดกหนา และอวบน้ำ รูปขอบขนาน ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย ใบสีเขียวหม่น ก้านใบสั้น ลำต้นเปราะ ดอกช่อกระจะ ออกที่ปลายยอด ช่อดอกย่อยสีเหลืองนวล แบบช่อกระจุกแน่น มีวงใบประดับหุ้ม กลีบเลี้ยงมีลักษณะเป็นขน ผลแห้งเมล็ดล่อน ปลายมีปีก 	""	""	เป็นพืชอาหาร  ใช้ใบอ่อนกินกับน้ำพริก ต้มส้มปลา แกงบอน หรือลาบ	เพาะเมล็ด
102	ผักก้านถุง (ไม่มีรูป)	latherleaf, Asian nakedwoo, Asian snakewood	คันทรง ผักหวานทะเล	Colubrina asiatica (L.) Brongn.	Colubrina 	Rhamnaceae	Accepted	""	""	ขึ้นทั่วไปในป่าดงดิบ ป่าละเมาะตามที่รกร้าง และข้างถนน 	ผักก้านต๋งเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง สูง 2-3 เมตร กิ่งก้านเล็กกลมสีเขียว ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปหอก ขนาดใบกว้าง 1.5-2 ซม. ยาว 3-4 ซม. ปลายและฐานใบแหลม ขอบใบหยักซี่ฟัน เส้นใบมี 3 คู่ ก้านใบยาว 0.5-1 ซม. ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มกว่าด้านล่าง ช่อดอกออกตามซอกใบและกิ่ง ดอกย่อยขนาดเล็ก รูปจาน 8-14 ดอก สีเหลืองแกมเขียว ก้านดอกสั้น กลิ่นหอมอ่อนๆ ผลเดี่ยวรูปกลมแป้นสีเขียวเข้ม มีกลีบเลี้ยงติดอยู่ เรียงห้อยลงเป็นแถวตามกิ่ง	""	""	เป็นพืชอาหาร  ใช้ยอดอ่อนลวกหรือนึ่งกินกับน้ำพริก ใส่แกงขนุน แกงปลาย่าง แกงปลาแห้ง แกงแค	เพาะเมล็ด และปักชำต้น
103	ผักกูดขาว	Paco	ผักกูด	Diplazium esculentum (Retz.) Sw.	Diplazium	Athyriaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	LC 2011	พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป ตามบริเวณลำธาร ที่ชื้นแฉะ 	ผักกูดเขียวเป็นพืชจำพวกเฟิร์นที่อาศัยอยู่ตามพื้นดิน ลักษณะเป็นกอรากแตกฝอยเป็นกระจุกใหญ่ ก้านใบแตกจากเหง้าใต้ดิน ยาวประมาณ 1 เมตร ใบเป็นแผงแบบขนนก แตกเป็นคู่ขนานตั้งแต่กลางก้านใบไปจนตลอดปลายใบเล็กหงิกงอ ยอดอ่อนและปลายยอดม้วนงอแบบก้นหอย 	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1840	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนนึ่งกินกับน้ำพริก ทำแกงส้ม ผัด หรือยำ  ใช้หัวฝนใส่รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก	เพาะสปอร์ และแยกกอ
104	ผักกูดก้อง	""	เฟิร์นตีนมังกร หญ้ายายเภา	Lygodium flexuosum (L.) Sw.	Lygodium	Lygodiaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบแสงแดดรำไร ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด พบในป่าทั่วไป	ผักกูดง้องเป็นไม้เถามีเหง้าสั้นอยู่ในดิน มีขนสีน้ำตาลปกคลุม มีใบประกอบ 5 ชั้น ก้านใบชั้นแรกยาวได้มากกว่า 50 ซม. โคนก้านสีน้ำตาลมีขนปกคลุม แกนกลางใบหรือก้านใบชั้นที่ 2 มีครีบสันตลอดความยาว มีขนปกคลุม แกนย่อยชั้นแรกหรือก้านใบชั้นที่ 3 ยาว 5 มม. มีขนปกคลุมและขนชี้ลง ก้านใบชั้นที่ 4 เป็นใบประกอบแบบขนนก 1-2 ชั้น รูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม ปลายแหลม กว้าง 7-12 ซม. ยาว 10-25 ซม. ก้านใบชั้นที่ 5 เป็นใบประกอบแบบนิ้วมือ 3 แฉก หรือใบเดี่ยว โคนของแฉกเว้าแบบหัวใจ ขนาดใบกว้าง 2.5 ซม. ยาว 15 ซม. ปลายแหลม ขอบใบจักซี่ฟัน เป็นครีบสันมีขนประปราย ที่โคนใบและก้านไม่มีข้อต่อที่จุดเชื่อม แผ่นใบบางและเรียบ อับสปอร์เกิดที่ส่วนติ่งยื่นออกจากขอบใบย่อยชั้นสุดท้าย	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/246	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนลวกกินกับน้ำพริก ปรุงอาหาร เช่น แกงหน่อไม้  ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาถอนพิษ แก้เบื่ออาหาร แก้เบื่อเมา อาหารเป็นพิษ และเข้าตำรับยาแก้ปัสสาวะขัด  ใช้ใบตำพอกแผลแก้อักเสบจากงู ตะขาบ แมงป่อง แมลงมีพิษกัดต่อย และเข้าตำรับยารักษาแผลสด ยาคัดเลือด  ใช้ลำต้นและใบเข้าตำรับยาแก้ปวดเมื่อยในผู้สูงอายุ  ใช้ราก ลำต้น และเหง้าต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้เจ็บคอ รักษาอาการเสียงแหบ แก้ปวดหลัง ขับปัสสาวะ รักษาโรคทางเดินปัสสาวะ แก้นิ่วในไต แก้เลือดตกใน	เพาะสปอร์ และแยกกอ
105	ผักขี้อ้น	""	""	สกุล Mentha	Mentha	Lamiaceae	""	""	""	พบตามที่ชุ่มชื้นตามคลองหนองน้ำ  ทั่วทุกภาคของประเทศไทย	ผักขี้อ้นเป็นพืชล้มลุก มีใบเขียวเข้มและดกหนา ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยม ใบเดี่ยว รูปไข่ ออกเรียงตรงข้าม ตั้งฉากกันเป็นคู่ๆ กว้าง 1.5-2 ซม. ยาว 2-3.5 ซม. ขอบใบจักซี่ฟัน ปลายใบแหลม โคนใบมน ผิวขรุขระ เนื้อใบสากเล็กน้อย เส้นใบสีเขียวอ่อน เห็นชัดเจน	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ใบกินสดกับตำมะเขือ  ผสมกับใบก่อมก้อใส่แกงแค หรือแกงเนื้อ  ใช้ผสมเป็นยาดมในเครื่องหอมต่างๆ  และตำประคบศีรษะเด็กแก้ไข้หวัด	เพาะเมล็ด และปักชำกิ่ง
106	ผักคาวตอง	Fish mint, Chameleon plant, Fish wort	ผักคาวทอง พลูแก พลูคาว	Houttuynia cordata Thunb.	Houttuynia	Saururaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	เจริญได้ดีในที่ลุ่มที่มีความชื้นสูง ขึ้นเองตามธรรมชาติ พบทั่วไปบริเวณริมห้วย ลำธาร และที่ชื้นแฉะริมน้ำหรือตามโคนต้นไม้ใหญ่ 	ผักคาวตองเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปีสูง 15-30 ซม. ทั้งต้นมีกลิ่นคาว ลำต้นเลื้อยทอดตามผิวดิน แตกรากตามข้อ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจกว้าง 4-6 ซม. ยาว 6-10 ซม. ก้านใบยาว ส่วนโคนแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น ช่อดอก ออกตรงปลายยอด มีใบประดับสีขาว 4 ใบที่โคนช่อ ดอกย่อยขนาดเล็ก ไม่มีกลีบดอกและก้านดอก ผลเป็นผลแห้ง แตกได้	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1188	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนและใบอ่อนกินสดกับลาบ ตำมะเขือยาว  ใช้ทั้งต้นหั่นแช่น้ำเชื่อมหรือน้ำกะทิดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อย แก้แพ้อากาศ แก้กามโรค แก้โรคผิวหนัง	ปักชำกิ่ง และแยกหน่อ
107	ผักจะนาง	Bamboo grass	เถาย่านาง ย่านาง	Tiliacora triandra Diels	Tiliacora	Menispermaceae	Unresolved	""	""	ขึ้นได้ในดินทุกชนิด ทุกฤดูกาล พบได้ทั่วไป โดยขึ้นเองตามธรรมชาติ	ผักจะนางเป็นไม้เถา ใบเดี่ยว สีเขียวเข้ม ออกเรียงสลับ รูปไข่แกมใบหอก กว้าง 2-4 ซม. ยาว 5-12 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบหนามัน ช่อดอก ออกตามเถาและที่ซอกใบ แยกเพศ อยู่คนละต้น ไม่มีกลีบดอก ผลเป็นผลกลุ่ม ผลย่อย รูปวงรี	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=456	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ใบใส่แกงหน่อไม้ หรือโขลกคั้นน้ำทำน้ำแกงหน่อไม้ ช่วยเพิ่มรสชาติ ทำให้หน่อไม้รสจืดไม่ขม เป็นยาแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ  ใช้บดคั้นน้ำผสมในตำรับยาแก้พิษ  ใช้ต้มน้ำดื่มเป็นประจำทุกวันแก้โรคเก๊า  ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้	เพาะมล็ด และใช้หัว
108	ผักแคบ	Gentleman’s toes, Ivy gourd, Little gourd, Scarlet-fruited gourd	ผักตำลึง	Coccinia grandis (L.) Voigt	Coccinia	Cucurbitaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบได้ตั้งแต่ป่าชายหาด ที่รกร้าง ข้างถนน และชายป่าต่างๆ ทั่วประเทศ	ผักแคบเป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็ง ใบเดี่ยว เรียงสลับ มีมือเกาะเป็นเส้นยาวออกตรงข้ามใบ รูปค่อนข้างกลม หักเป็นห้ามุมหรือเว้าลึกเป็นแฉก 3 หรือ 5 แฉก กว้างและยาว 5-8 ซม. โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ ดอกเดี่ยวหรือช่อ 2-3 ดอก ออกที่ซอกใบ แยกเพศ อยู่คนละต้น กลีบดอกสีขาว รูประฆัง ผลเป็นผลสด รูปทรงกระบอก ผลสุกสีแดง เนื้อเละ มีเมล็ดมาก	กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช	http://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=3661	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนและใบอ่อนลวกกินกับน้ำพริก ใส่แกงแค และนิยมใส่ในแกงส้ม เชื่อว่าส่วนที่เป็นมือเกาะช่วยระบายท้อง	เพาะเมล็ด และปักชำต้น
109	ผักปูนก	Wild betal, lolot pepper	ช้าพลู ชะพลู	Piper sarmentosum Roxb.	Piper	Piperaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะ ชอบดินอุดมสมบูรณ์มีอินทรียวัตถุสูง 	ผักแคเป็นไม้ล้มลุก สูง 30-80 ซม. มีไหลงอกเป็นต้นใหม่ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจ กว้าง 5-10 ซม. ยาว 7-15 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นคลื่น ใบสีเขียวเข้มเห็นเส้นใบชัดเจน ช่อดอก ออกที่ซอกใบ รูปทรงกระบอก ดอกย่อยแยกเพศ ผลเป็นผลสด ต้นและใบมีกลิ่นเฉพาะตัวและมีรสเผ็ดเล็กน้อย	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2897	เป็นพืชอาหาร  ใช้ยอดอ่อนและใบอ่อนกินสดกับส้มตำ ตำมะม่วง  ใส่แกงแค แกงขนุน เพิ่มกลิ่นหอม ช่วยเจริญอาหาร ช่วยขับเสมหะ และขับลมในลำไส้	ปักชำต้น
110	ผักจั่นจ้อ	Shrubby basil, Tree basil	กะเพราญวน ยี่หร่า โหระพาช้าง 	Ocimum gratissimum L.	Ocimum	Lamiaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ขึ้นเองตามธรรมชาติบริเวณริมทางที่รกร้าง ทั่วไป เจริญเติบโตได้ในดินเกือบทุกชนิด ชอบดินโปร่งร่วนซุย 	ผักจั่นจ้อเป็นไม้พุ่ม สูง 1-2 เมตร มีลักษณะทั่วไปคล้ายโหระพา ต่างกันที่กลิ่น ขนาดใบใหญ่กว่าคือ กว้าง 4-7 ซม. ยาว 8-14 ซม. ก้านใบยาวกว่า ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่ ขอบใบหยักห่าง โคนใบแหลม ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบหยาบสาก กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง ใบประดับปากบนสีเขียวแกมม่วง	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนและใบอ่อนกินสดกับลาบ  ใช้เป็นเครื่องเทศปรุงแกงไก่ แกงคั่ว แกงเทียม แกงเผ็ด ผัดเผ็ดต่างๆ ช่วยขับลม 	เพาะเมล็ด
111	ผักชีช้าง	Satavari	สามร้อยราก, รากสามสิบ, สาวร้อยผัว, ผักชีช้าง	Asparagus racemosus Willd.	Asparagus	Asparagaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบทั่วไปในป่าเบญจพรรณหรือบริเวณป่าดิบแล้ง 	ผักชีช้างเป็นไม้ล้มลุก ลำต้นและใบอวบน้ำ ลำต้นมีขนสีขาว และต้นอ่อนออกเป็นหน่อ แทงทะลุจากโคนต้น บริเวณข้อมีกิ่งแตกแขนงรอบข้อและกิ่งนี้เปลี่ยนเป็นสีเขียวลักษณะแบน ทำหน้าที่แทนใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ ดอกเป็นช่อกระจะ ออกที่ซอกกิ่ง ดอกย่อยสีขาว แยกเป็น 2 วง วงนอก 3 กลีบ วงใน 3 กลีบ รังไข่ทรงกลม 3 พู ผลสด สีแดงหรือแดงอมม่วง	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดสดกินกับน้ำพริก แกงบอน หรือลาบ  ใช้ทุบทาจมูกเป็นยาแก้คัดจมูก หรือพอกศีรษะเป็นยาแก้หวัด	เพาะเมล็ด แยกกอ และปักชำกิ่ง
112	เซ็งดา 	""	ผักเชียงดา, ผักจินดา	Gymnema inodorum (Lour.) Decne.	Gymnema	Apocynaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	เจริญเติบโตได้ดีในดินที่อุดมสมบูรณ์  บริเวณที่ร่มรำไร  ชอบดินชื้น ที่ระบายน้ำดี 	ผักเซ็งเป็นไม้เถา เปลือกสีเขียว ทุกส่วนของต้นมียางขาวเหมือนน้ำนม ใบเดี่ยว รูปกลมรี ออกเรียงตรงข้าม ท้องใบเขียวแก่กว่าหลังใบ ช่อดอกออกเป็นกระจุกแน่น สีขาวอมเขียว ดอกย่อยขนาดเล็ก ผลเป็นฝักคู่	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดและใบอ่อนลวก นึ่งกินกับน้ำพริก ปรุงอาหารเช่น แกงขนุน แกงใส่ปลาย่าง แกงใส่ปลาแห้ง  ใช้ใบต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้โรคเบาหวาน  	เพาะเมล็ด และปักชำกิ่ง
113	ผักดีด	""	ต้อยตั่ง	Solanum spirale Roxb.	Solanum	Solanaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบมากในจังหวัดน่าน เชียงใหม่ และตาก ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี	ผักดีดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นแข็งตั้งตรง มีข้อห่าง สูงประมาณ         1–3 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีหรือวงรีแกมรูปไข่กลับ ใบกว้าง 5–8 ซม. ยาว 9–15 ซม. ช่อดอกกระจะ ออกเหนือซอกใบ ก้านดอกยาว กลีบดอกสีขาว ผลรูปทรงกลม ผิวเรียบสีเขียวออกเป็นช่อคล้ายมะเขือพวง เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้ม	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/181	เป็นพืชอาหาร  ใช้ยอดอ่อนลวกกินกับลาบปลา ใส่รวมกับผักอื่นในแกงหัวปลี  แกงขนุน  ใช้แช่น้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้ แก้จุกเสียดแน่นท้อง  ใช้ใบย่างไฟให้อ่อนนุ่มเคี้ยวให้ละเอียดกลืนกลั้วด้วยน้ำอุ่นเป็นยาแก้ไข้ แก้จุกเสียดแน่นท้อง  ใช้เข้าตำรับยาแก้กลางบ้าน ยาแก้ไข้  ใช้ใบและต้นเข้าตำรับยาแก้นิ่ว แก้ไข้ แก้อาหารเป็นพิษ ท้องร่วง  ใช้ลำต้นเข้าตำรับยาแก้ห้าต้น	เพาะเมล็ด
114	ผักปั๋ง	Ceylon spinach , Malabar nightshade, East indian spinach	ผักปลัง ผักปลังใหญ่	Basella alba L.	Basella	Basellaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบขึ้นทั่วไปตามพื้นที่ที่มีฝนชุก ในประเทศไทย มีมากในภาคเหนือ  ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี	ผักปั๋งเป็นไม้เลื้อยล้มลุกทุกส่วนของต้นอวบน้ำ แตกกิ่งก้านสาขามาก     ลำต้นสีม่วงแดงหรือสีเขียว หากสีเขียวเรียก ผักปั๋งขาว สีม่วงแดง เรียก ผักปั๋งแหล้ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ป้อม กว้าง 3-8 ซม.ยาว 5-10 ซม. ปลายใบแหลม เนื้อใบหนานุ่ม เมื่อขยี้มีเมือกเหนียว ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ผักปั๋งขาวดอกสีขาว ผักปั๋งแหล้ดอกจะสีขาวอมชมพู ไม่มีก้านดอกย่อย ผลเป็นผลสด ฉ่ำน้ำ เมื่อแก่สีม่วงอมดำ ภายในผลมีน้ำสีม่วงหรือดำ	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?Botanic_ID=2074	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนและใบอ่อนลวกกินกับน้ำพริก  และปรุงอาหาร เช่น แกงส้ม แกงหน่อไม้  และใช้ผักปั๋งแหล้ต้มให้ผู้หญิงหลังคลอดที่อยู่ไฟกินเป็นยาบำรุงร่างกาย	เพาะเมล็ด และปักชำกิ่ง
115	ผักหนามปู่ย่า	""	ช้าเรือด ผักปู่ย่า หนามปู่ย่า	Caesalpinia mimosoides Lam.	Caesalpinia 	Leguminosae	Accepted	""	""	พบได้ตามป่าละเมาะ ป่าเต็งรัง ป่าผสมผลัดใบ และบริเวณชายป่า ทั่วไป 	ผักปู่ย่าเป็นไม้พุ่ม ลำต้นตั้งตรงหรือทอดเลื้อย มีขนและหนามทั่วทั้งต้น    หูใบร่วงง่าย ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ยาว 25-40 ซม. ช่อใบย่อย 10-30 คู่ ใบย่อย 10-20 คู่ รูปขอบขนาน กว้างประมาณ 4 มม. ยาวประมาณ 10 มม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลือง ผลเป็นฝัก รูปร่างคล้ายกระเพาะโป่งพอง	""	""	เป็นพืชอาหาร  ใช้ยอดอ่อนและดอกอ่อนกินสดกับน้ำพริก ลาบ  ใส่แกงหน่อไม้  ทำยำ	เพาะเมล็ด และปักชำกิ่ง
116	ผักแปม	""	ผักแปม	Eleutherococcus trifoliatus (L.) S.Y.Hu	Eleutherococcus	Araliaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบมากในภาคเหนือ  ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง	ผักแปมเป็นไม้พุ่มสูง 1-2 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาล กิ่งก้านสีเขียว มีหนามกระจายอยู่ทุกส่วนของลำต้น ใบประกอบแบบนิ้วมือมี 5 ใบย่อย ออกเรียงสลับ ใบย่อยรูปรีและรูปไข่ ขอบใบจักฟันเลื่อย ปลายและโคนใบแหลม มีกลิ่นเฉพาะ ดอกออกเป็นช่อซี่ร่ม สีเขียวอมเหลือง ผลรูปทรงกลม	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2871	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนกินสดกับลาบ  และใส่แกง ช่วยบรรเทาอาการไอ	เพาะเมล็ด และปักชำกิ่ง
117	ผักเผ็ด	Para cress, Toothache plant, Spot flower	ผักคราด ผักคราดหัวแหวน	Acmella oleracea (L.) R.K.Jansen	Acmella	Compositae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบทั่วไปตามดินที่ชื้นแฉะ  ชอบขึ้นบริเวณกลางแจ้ง  ทั่วไป	"ผักเผ็ดเป็นไม้ล้มลุก สูง 30-40 ซม. ลำต้นค่อนข้างกลม อวบน้ำ อาจมีสีม่วงแดง ต้นทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปสามเหลี่ยม กว้าง 3-4 ซม. ยาว 3-6 ซม. ขอบใบหยักฟันเลื่อย ช่อดอกออกที่ซอกใบ รูปกรวยคว่ำสีเหลืองอ่อน ผลเป็นผลแห้ง รูปไข่
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ผักเผ็ดใหญ่ ดอกขาว และผักเผ็ดน้อย ดอกสีเหลือง มีรสชาติเผ็ดกว่า และนิยมกินมากกว่า 
"	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=1185	เป็นพืชอาหาร  ใช้ยอดอ่อนและดอกอ่อนลวกกินกับน้ำพริก  และใส่แกงแค	เพาะเมล็ด และปักชำกิ่ง
118	ผักมันไก่	Temple tree, Pagoda tree, Frangipani	พญาปล้องทอง พญายอ เสลดพังพอนตัวเมีย	Clinacanthus nutans (Burm.f.) Lindau	Clinacanthus 	Acanthaceae	Accepted	""	""	พบทั่วไป  ชอบดินร่วนปนทราย  ที่มีแสงแดดรำไร	ผักพญายอเป็นไม้พุ่มรอเลื้อยสูง 1-3 เมตร ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปใบหอก ขนาดใบกว้าง 1-3 ซม. ยาว 4-12 ซม. สีเขียวเข้ม ช่อดอก ออกเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีแดงส้ม โคนกลีบสีเขียวติดกันเป็นหลอดยาว ปลายแยกเป็น 2 ปาก ไม่ค่อยออกดอก ผลเป็นผลแห้ง แตกได้	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2254	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนใส่แกงแค  ใช้ใบสดคั้นน้ำทารักษางูสวัด  ขยี่หรือตำทาหรือพอกแก้พิษงู แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย  ตำผสมเหล้าทารักษาโรคผิวหนังจำพวกเริมและงูสวัด  ใบตากแห้งตำผสมแมงป่องปิ้งใช้กากพอกแก้พิษงู ไฟลามทุ่ง พิษแมลงสัตว์กัดต่อย และโรคผิวหนัง ใช้เข้าตำรับยาจู้ แก้ปวดเมื่อย เจ็บตามร่างกาย  ใช้ลำต้นฝนทาแผลสดช่วยให้แผลหายเร็ว และเข้าตำรับยาใส่แผล  ใช้รากและเปลือกต้นต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง แก้พิษต่างๆ  ใช้รากฝนกับเหล้าทาแก้พิษงู  	ปักชำกิ่ง
119	ผักไผ่	Vietnamese mint, Vietnamese cilantro, hot mint, laksa leaf	จันทร์โฉม หอมจันทร์ ผักแพว	Polygonum odoratum Lour.	Polygonum	Polygonaceae	Unresolved	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบในป่าทั่วไป  โดยเฉพาะบริเวณริมลำธาร  ที่มีความชื้นสูง 	ผักไผ่เป็นพืชล้มลุก สูง 30-35 ซม. ลำต้นทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน มีรากงอกออกตามข้อที่สัมผัสดิน ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปหอก ขนาดใบกว้าง 2-3 ซม. ยาว 5-8 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบ หูใบเชื่อมติดกันเป็นหลอดหุ้มลำต้นเหนือข้อ มีกลิ่นเฉพาะ ช่อดอกกระจะออกที่ปลายยอด ดอกย่อยขนาดเล็กสีขาวนวลหรือสีชมพูม่วง ผลขนาดเล็ก เมล็ดจำนวนมาก	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2899	เป็นพืชอาหาร  ใช้ยอดอ่อนและใบอ่อนกินสดกับลาบ  หรือใส่อาหารต่างๆ เช่น ลาบ ยำไก่ เพื่อปรุงรสและเพิ่มกลิ่นหอม 	เพาะเมล็ด และปักชำกิ่ง
120	ผักง้วนหมู 	""	กระทุงหมาบ้า, คันชุนสุนัขบ้า, เครือเขาคลอน, ง่วนหมู, เครือเถาหมู	Dregea volubilis (L.f.) Benth. ex Hook.f.	Dregea 	Apocynaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบได้ทั่วไป  พบมากในภาคเหนือ  ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี	ผักม้วนเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง มียางขาว เถาอ่อนสีเขียว เถาแก่สีน้ำตาล ผิวกิ่งตะปุ่มตะป่ำและมีช่องอากาศ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามตั้งฉากกับคู่ใบข้อถัดไป รูปไข่หรือเกือบกลม ปลายแหลม โคนเว้าหรือป้าน ช่อดอกออกกระจุก ตามซอกใบหรือระหว่างก้านใบ ฝักออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน โคนป่องแล้วค่อยๆ เรียวไปหาปลาย มีครีบตามยาว เมล็ดสีน้ำตาลอมเหลือง รูปไข่หรือรีกว้าง ขอบบางเป็นครีบ มีพู่ขนสีขาวเป็นมันอย่างเส้นไหม	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดและช่อดอกนึ่งกินกับน้ำพริก ส้มตำ หรือตำมะม่วง  ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้ฝีภายใน ช่วยขับปัสสาวะ 	เพาะเมล็ด และปักชำกิ่ง
121	ผักหนอก	Asiatic pennywort, Tiger herbal, Gotu kola	บัวบก	Centella asiatica (L.) Urb.	Centella	Apiaceae	Accepted	""	LC 2019	ชอบขึ้นบริเวณดินที่มีความชุ่มชื้นสูงมาก และชอบร่มเงา  พบขึ้นได้ทั่วทุกภาคของประเทศ	ผักหนอกเป็นไม้ล้มลุก อายุหลายปี เลื้อยแผ่ไปตามพื้นดิน แตกรากฝอยตามข้อ ไหลที่แผ่ไปจะงอกใบจากข้อชูขึ้น 3-5 ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไต เส้นผ่าศูนย์กลาง 2-5 ซม. ขอบใบหยักก้านใบยาว ช่อดอกออกที่ซอกใบ ขนาดเล็ก 2-3 ดอก กลีบดอกสีม่วง ผลแห้ง แตกได้	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=155	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อน ใบอ่อน และเถาอ่อน กินสดกับน้ำพริก ลาบ ลวกจิ้ม หรือตำมะม่วง  ใช้ใบลวกกินกับน้ำพริก ใส่แกง คั้นเอาน้ำผสมน้ำเชื่อมดื่ม หรือต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ช้ำใน  ใช้ทั้งต้นตากแห้งเข้าตำรับยาบำรุงธาตุ	เพาะเมล็ด และแยกกอ
122	ผักหนาม	Livid flower, Unicorn plant	ผักหนาม	Lasia spinosa (L.) Thwaites	Lasia	Araceae	Accepted	""	LC 2011	พบขึ้นทั่วทุกภาคของประเทศ บริเวณริมน้ำ หรือชายน้ำ ชอบดินชื้นแฉะ 	ผักหนามเป็นไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้นทอดเลื้อยและชูยอดขึ้น มีหนาม ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปลูกศร หรือขอบใบหยักเว้าลึก แผ่นใบด้านปลายใบ ขนาด กว้าง 35 และยาว 45 ซม. แผ่นใบด้านโคนใบขนาด กว้าง 10 และยาว 25 ซม. มีหนามบริเวณเส้นใบด้านล่าง ก้านใบยาวได้ถึง 1 เมตร มีหนาม ช่อดอก แทงจากกาบใบ ก้านดอกยาวได้ถึง 75 ซม. มีหนาม ใบประดับสีน้ำตาลแกมเขียวถึงสีม่วง ยาวได้ถึง 55 ซม. บิดเป็นเกลียวเล็กน้อย กลีบดอกสีชมพูแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแกมเขียว ผลสด หนาและเหนียว	""	""	เป็นพืชอาหาร  ใช้ยอดและต้นลวกหรือนึ่งกินกับน้ำพริกหรือตำมะม่วง  ใช้ปรุงอาหารประเภทแกงและผัด  ใช้รากตากแห้งบดละเอียดผสมน้ำผึ้งกินเช้าและเย็นเป็นยาบำรุงกำลัง	ปักชำเหง้า
123	ผักหละ (ไม่มีรูป)	Thorny tree	ชะอม	Acacia pennata subsp. insuavis (Lace) I.C.Nielsen	Acacia 	Leguminosae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบกระจายทั่วไป  ชอบพื้นที่ค่อนข้างชื้น ทนน้ำขังได้	ผักหละเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง หรือไม้เถายืนต้น ลำต้นสีขาวมีหนามแหลมคม ใบประกอบขนาดเล็กเป็นฝอย มีก้านใบแยกเป็นใบอยู่ 2 ทาง ลักษณะคล้ายใบกระถินหรือใบส้มป่อย ใบมีกลิ่นฉุนคล้ายกลิ่นลูกสะตอ ใบเรียงสลับ ใบย่อยออกตรงข้ามกัน ใบย่อยรูปรีมี 13-28 คู่ ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม ดอกออกตามซอกใบ สีขาวหรือขาวนวล ขนาดเล็ก เห็นชัดเฉพาะเกสรตัวผู้ที่เป็นฝอยๆ	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=2542	เป็นพืชอาหาร  ใช้ยอดอ่อนทำแกงแค แกงปลาย่าง หรือแกงมดส้ม เพื่อเพิ่มกลิ่นและรสชาติ	เพาะเมล็ด ปักชำต้น หรือตอนกิ่ง 
124	ผักหวานบ้าน	Sweet leaf, Sweet leaf bush	ผักหวานบ้าน 	Sauropus androgynus (L.) Merr.	Sauropus	Phyllanthaceae	Accepted	""	""	ในธรรมชาติพบขึ้นตามป่าผลัดใบทั่วไป  ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี	ผักหวานบ้านเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง สูง 0.7-2 เมตร เปลือกต้นขรุขระ สีน้ำตาล กิ่งอ่อนสีเขียวเข้ม ผิวเรียบ ใบเดี่ยว รูปไข่หรือรูปรี ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ท้องใบสีเข้มกว่าหลังใบ คล้ายใบมะยม ดอกสีแดง ออกติดตามก้านใบ มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอก อย่างละ 3 กลีบ มีเมล็ดกลมแป้นขอบเป็นพู 3 พูสีเขียวฝ้า จานรองสีแดงเข้ม	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2901	เป็นพืชอาหาร  ใช้ยอดอ่อนและผลอ่อนนึ่งกินกับน้ำพริก ปรุงอาหารจำพวกผัด หรือแกงปลาย่างใส่ผักหละ	เพาะเมล็ด และปักชำต้น
125	ผักหวานป่า	""	ผักหวาน	Melientha suavis Pierre	Melientha	Opiliaceae	Accepted	""	""	พบทั่วทุกภาคตามป่าผลัดใบดิบแล้ง ชอบดินปนทรายชุ่มชื้น ระบายน้ำดี ไม่มีน้ำขัง มีแสงแดดส่องครึ่งวัน	ผักหวานป่าเป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่หรือไม้ยืนต้นขนาดย่อม สูง 6-10 เมตร ผิวต้นขาวนวล ใบอ่อนสีเขียวอมเหลือง ใบแก่สีเขียวเข้ม เป็นใบเดี่ยว รูปขอบขนาน ใบกว้างประมาณ 5 ซม. ยาวประมาณ 12 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ ผิวใบหนามัน เนื้อใบกรอบและเปราะ ก้านใบสั้น ช่อดอกแยกแขนงออกตามกิ่งและลำต้น ดอกย่อยสีเขียวขนาดเล็ก เป็นตุ่มอัดแน่นเป็นกระจุก ผลเดี่ยวติดกันเป็นพวง รูปกลมรี เมื่อแก่สีเหลืองอมส้ม	""	""	เป็นพืชอาหาร  ใช้ยอดอ่อนและผลอ่อนนึ่งกินกับน้ำพริก  ใช้แกงใส่ปลาย่าง หรือแกงไข่มดแดง	เพาะเมล็ด
126	ผักฮาก	Redstake climber	ผักรด	Erythropalum scandens Blume	Erythropalum	Olacaeae	Accepted	""	LC 2019	พบทั่วไปในป่า  ชอบเลื้อยขึ้นตามต้นไม้ ตามพื้นดิน ที่มีแสงแดดรำไร	"ผักฮากเป็นไม้เถาเลื้อย แตกยอดตามข้อปล้อง มีมือเกาะเป็นเส้นยาวออกจากซอกใบ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่หรือรูปรี ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนหรือรูปหัวใจ ขอบใบเรียบ มีกลิ่นเฉพาะตัว ดอกเดี่ยวออกตามข้อ สีขาวอมเหลือง ผลเดี่ยวรูปรี ผิวเกลี้ยงเป็นมัน ผลอ่อนสีเขียว ผลสุกสีส้มอมแดง ผลแก่แตกได้ เมล็ดรูปรี เปลือกหุ้มเมล็ดสีดำ เมล็ดสีขาว
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ผักฮากยอดแดง และผักฮากยอดเขียว
"	""	""	เป็นพืชอาหาร  ใช้ใบอ่อนและยอดอ่อนผัดหรือลวกกินกับน้ำพริก  ใช้ปรุงอาหารประเภทแกง 	เพาะเมล็ด และปักชำกิ่ง
127	ผักเฮือด	""	ผักเลียบ	Ficus lacor Buch.-Ham.	Ficus	Moraceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป  ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี	ผักเฮียกเป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ ขนาดเดียวกับไทรและมะเดื่อ สูง 8-15 เมตร เปลือกต้นบางและเรียบ ผลัดใบพร้อมกันทั้งต้น จะแตกใบอ่อนขึ้นมาใหม่ ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปไข่และรูปรี กว้าง 6-7 ซม. ยาว 7-18 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบหนาและมัน ยอดอ่อนม้วนเป็นแท่ง รูปทรงกระบอก ปลายเรียวแหลม ใบอ่อนสีแดง มีขนละเอียดคล้ายไหม ดอกช่อเล็กๆ ออกตามลำต้นและกิ่ง ผลกลม สีเขียวอ่อนออกขาว ผลสุกสีเหลือง	กาญจนา จันทร์สิงห์	https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=116&code_db=610010&code_type=01	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดและใบอ่อนทำแกงส้ม หรือยำ  ใช้เปลือกต้มน้ำดื่มแก้ปวดท้อง ท้องเสีย ช่วยสมานแผล	เพาะเมล็ด  ปักชำกิ่ง และตอนกิ่ง
128	ผีเสื้อน้อย	Tree leaved chaste tree, Indian wild pepper, Indian privet	คนทิสอ คุนดีสอ ดอกสมุทร สีเสื้อน้อย ทิสอ	Vitex trifolia L.	Vitex 	Lamiaceae	Accepted	""	""	นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ พบทั่วไป  ชอบพื้นที่ค่อนข้างชื้น มีแสงแดดส่องถึงรำไร	ผีเสื้อน้อยเป็นไม้พุ่ม สูง 3-4 เมตร ใบประกอบแบบนิ้วมือ เรียงตรงข้าม ใบย่อย 3 ใบ รูปขอบขนานแกมไข่กลับ กว้าง 2.5-3 ซม. ยาว 4-6 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอก สีม่วง ปลายแยกเป็น 2 ปาก ปากบนมี 2 กลีบ ปากล่างมี     3 กลีบ ผลเป็นผลสด รูปกลม	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้ แก้ไอ ขับเสมหะ ขับลม ขับปัสสาวะ ขับเหงื่อ  ใช้เปลือกต้นต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้ แก้คลื่นเหียนอาเจียน แก้พยาธิ  ใช้ลำต้นต้มน้ำดื่มช่วยขับลม แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน  ใช้ดอกต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้ แก้หืดหอบไอ แก้ริดสีดวง แก้พยาธิ  	ปักชำกิ่ง และตอนกิ่ง
129	ไผ่ข้าวหลาม (ไม่มีรูป)	Tinwa Bamboo	ข้าวหลาม	Cephalostachyum pergracile Munro	Cephalostachyum	Poaceae	Accepted	""	""	เจริญได้ดีในสภาพป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้นทั่วไป	ไผ่ข้าวหลามเป็นไผ่ขนาดกลาง ลำต้นตรง มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-8 ซม. เนื้อลำบางหนาไม่ถึง 5 มม. ปล้องยาว 20-45 ซม. ลำต้นสีเขียวปนเทา กาบสีหมากสุก กาบหุ้มลำหลุดร่วงง่าย มีการแตกกิ่งขนาดเท่าๆ กันรอบข้อ ใบรูปลิ่มกว้าง 3-6 ซม. ยาว 15-30 ซม. ขอบใบสากคม ครีบใบเห็นได้ชัดมาก ขอบมีขนสีจางๆ กระจังใบแคบมาก กาบหุ้มใบไม่มีขน ขอบกาบหุ้มใบมีขนสีขาว โคนใบกลม ช่อดอกออกเป็นกลุ่ม ก้านดอกสั้น มีกลีบหุ้มดอกขนาดใหญ่ กลีบดอกมี 3 กลีบ หน่อมีขนาดใหญ่	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=1057	เป็นพืชอาหาร และพืชใช้สอย  ใช้หน่ออ่อนปรุงอาหารประเภทต้ม แกง คั่ว ผัด ยำ  ใช้ลำต้นที่เพิ่งเจริญเติบโตเต็มที่เป็นที่นึ่งข้าวเหนียว  ใช้ลำต้นแก่ทำโครงหลังคา สานเป็นฝาหรือเพดานบ้าน สานเป็นเสื่อแทนพรมปูบ้าน และหมวก	เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง แยกหน่อ หรือปักชำลำต้น  
130	ไผ่ซาง (ไม่มีรูป)	male bamboo, Calcutta bamboo	ซาง ไผ่นวล ไผ่ตาดำดอย	Dendrocalamus strictus (Roxb.) Nees	Dendrocalamus	Poaceae	Accepted	""	""	พบทั่วไปในป่าเบญจพรรณหรือป่าผลัดใบ ชอบพื้นที่ร้อนชื้น แสงแดดจัด	ไผ่ซางเป็นไม้ไผ่ผลัดใบ สูง 6-18 เมตร ข้อจะพองเล็กน้อย ปล้องยาวประมาณ 15-500 ซม. ลำปล้องมีเนื้อหนาและแข็ง ลำต้นโคนมีปล้องหนาตัน ใบเดี่ยวรูปขอบขนาน ปลายใบเรียวแหลม โคนใบรูปมุมป้าน ใบกว้าง 1.0-2.5 ซม. ยาว 12-30 ซม. ท้องใบมีขนอ่อนแน่น ขอบใบสากคม ครีบใบไม่ค่อยเห็น กระจังใบโค้งเข้า ปลายรูปมนหรือกลมมีหยัก กาบใบข้างนอกไม่มีขน กาบหุ้มลำต้นในปล้องต่ำๆ จะสั้น ครีบกาบเล็ก กระจังกาบแคบหยัก ใบยอดกาบตรงรูปสามเหลี่ยมแคบ	ศูนย์ปฏิบัติการพืชเศรษฐกิจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.dnp.go.th/EPAC/bamboo_rattan/bamboo04.htm	เป็นพืชอาหาร และพืชใช้สอย  ใช้หน่ออ่อนปรุงอาหารประเภท ต้ม แกง คั่ว ผัด ยำ  ใช้ลำต้นทำหลังคา มุงหลังคา ทำเสาพยุงหรือค้ำต้นไม้ ทำร่ม ทำเก้าอี้ ทำกระบอกใส่น้ำหรือของเหลวต่างๆ และสานเป็นเสื่อแทนพรมปูบ้าน	เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง แยกหน่อ หรือปักชำลำต้น
131	ไผ่ไร่ (ไม่มีรูป)	""	ไผ่ไร่	Gigantochloa albociliata (Munro) Kurz	Gigantochloa	Poaceae	Accepted	""	""	พบขึ้นในป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณผสม 	ไผ่ไร่เป็นไผ่ใบเขียวตลอดปีถ้าอยู่ในป่าดงดิบ และทิ้งใบเมื่ออยู่ป่าเบญจพรรณ ลำต้นแน่นเป็นกอ ลำสีเขียวแกมเทาและโค้ง มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5-3.0 ซม. ข้อนูนเห็นได้ชัด ปล้องยาวได้ 15-40 ซม. มีขนสั้นทั้งปล้อง ลำหนา 0.5-1.0 ซม. กิ่งเรียวยาว ใบรูปแถบ ขนาดกว้าง 2.0-2.5 ซม. ยาว 15-20 ซม. ท้องใบไม่มีขน หลังใบสากและคาย กระจังใบค่อนข้าวยาว มีขนยาว กาบหุ้มใบเรียบ มีขนแข็ง ปลายตัด กาบหุ้มลำเมื่ออ่อนมีขนสีน้ำตาลคลุมแน่น แก่จะร่วงหลุดไป ปลายกาบเรียบ ขอบล่างจะโค้งงอเข้า ครีบกลีบเล็กและโค้ง กระจังกาบยาว ขอบหยักปลายตัด ใบยอดกาบยาว รูปหอก ปลายเรียวแหลม โคนกว้างกลม และอาจมีปีกออกด้วย หน่อมีขนาดเล็ก	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=382	เป็นพืชอาหาร และพืชใช้สอย  ใช้หน่ออ่อนปรุงอาหารประเภทต้ม แกง คั่ว ผัด ยำ  ใช้ลำต้นทำเครื่องจักสาน เครื่องมือทำการเกษตร ใช้สร้างบ้าน	เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง แยกหน่อ หรือปักชำลำต้น
132	ไผ่สีสุก	Spiny Bamboo, Thorny Bamboo, Thorny Branch Bamboo	ไผ่สีสุก	Bambusa blumeana Schult.f.	Bambusa 	Poaceae	Accepted	""	""	พบขึ้นเองตามป่าราบ และบนเขาสูงๆ ทั่วไป  ชอบดินเหนียวปนทรายหรือดินร่วน ตามริมแม่น้ำที่มีความชื้นไม่ขาดน้ำ 	ไผ่สีสุกเป็นไม้ไผ่ประเภทมีหนาม ลำต้นสูง 10-18 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 8-12 ซม. แข็ง ผิวเรียบเป็นมัน ข้อไม่พองออกมา กิ่งมากแตกตั้งฉากกับลำต้น หนามโค้งออกเป็นกลุ่มๆ ละ 3 อัน อันกลางยาวกว่า ลำมีรูเล็กเนื้อหนา ใบมีจำนวน 5-6 ใบ ที่ปลายกิ่ง ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเป็นรูปลิ่มกว้าง หรือตัดตรง แผ่นใบกว้าง 0.8-2 ซม. ยาว 10-20 ซม. ใต้ใบมีสีเขียวอมเหลือง เส้นลายใบมี 5-9 คู่ ก้านใบสั้น ขอบใบสาก ครีบใบเล็กมีขน ดอกออกเป็นช่อ ส่วนมากไผ่อายุราว 30 ปี จึงจะมีดอกสักหนึ่งหน หน่อมีขนาดใหญ่ มีกาบสีเหลืองห่อหุ้ม ขนที่หน่อเป็นสีน้ำตาล	""	""	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย  ใช้หน่อปรุงอาหารประเภทต้ม แกง คั่ว ผัด ยำ ใช้เปลือกกาบหุ้มลำต้นเผาบดละเอียดห่อผ้าขาวบางชงน้ำร้อนดื่มเป็นยาแก้ไข้ ขับเสมหะ แก้หอบหืด ใช้ลำต้นทำเครื่องจักสาน	เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง แยกหน่อ หรือปักชำลำต้น
133	ฝาง	Sappan tree, Sappanwood	ฝาง	Caesalpinia sappan L.	Caesalpinia 	Leguminosae	Accepted	""	LC 2018	พบกระจายตามป่าผลัดใบ และป่าหินปูนทั่วไป เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ที่เจริญได้ดีในดินที่ร่วนซุย	ฝางเป็นไม้พุ่ม สูง 5-8 เมตร มีหนามทั่วไป ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ใบย่อยรูปไข่หรือรูปขอบขนาน ใบกว้าง 0.6-0.8 ซม. ยาว 1.5-1.8 ซม. โคนใบเบี้ยว ช่อดอกกระจะ ออกที่ซอกใบตอนปลายกิ่งหรือที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลือง ผลเป็นฝักแบน เมื่อแก่สีน้ำตาล เมล็ดรูปรี สีน้ำตาล	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=536	เป็นพืชสมุนไพร และพืชใช้สอย  ใช้ส่วนทั้ง 5(ราก ลำต้น ใบ ดอก ผล) จากต้นที่มีอายุเกิน 3 ปี ต้มน้ำดื่มแทนชาเป็นยาแก้ปวดหลังปวดเอว บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง ขับปัสสาวะ  ใช้แก่นไม้ตากแห้งต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงเลือด และเข้าตำรับยาบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อย แก้มะโหก แก้นิ่ว ยาแก้ห้าต้น และใช้ย้อมผ้าฝ้าย ให้สีชมพูแดง	เพาะเมล็ด หรือตอนกิ่ง
134	ไม้ฮวก (ไม่มีรูป)	""	ไผ่รวก 	Thyrsostachys siamensis Gamble	Thyrsostachys	Poaceae	Accepted	""	""	ชอบขึ้นในที่แล้ง หรือที่สูงบนภูเขา ชอบอากาศร้อน น้ำไม่ขัง ดินระบายน้ำดี	ไผ่ฮวกเป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี  เป็นไม้พุ่มแตกกอ  ลำต้นตั้งตรง กลม  เป็นทรงกระบอกกลวง ขนาด 2-5 ซม. ผิวเกลี้ยง สีเขียวอมเทา ไม่มีหนาม มีเนื้อแข็ง เห็นข้อและปล้องชัดเจน แต่ละปล้องยาว 15-30 ซม. มีเหง้าใต้ดินสั้น ใบเดี่ยว เรียงสลับ 2 แถว รูปหอก กว้าง 0.6-1.2 ซม. ยาว 8-14 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบคม ผิวใบด้านบนเรียบ สีเขียวอ่อน ใบแก่สีเหลืองอ่อน มีเส้นลายใบ ข้างละ3-5 เส้น มีกาบหุ้มลำต้นบางแนบชิดลำต้น ไม่หลุดร่วง ยอดกาบบางเรียวสอบไปหาปลาย ไม่มีติ่ง กาบตอนปลายตรงที่ต่อกับใบจะมีลิ้นใบ	ศูนย์ปฏิบัติการพืชเศรษฐกิจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.dnp.go.th/EPAC/bamboo_rattan/bamboo19.htm	เป็นพืชอาหาร และพืชใช้สอย  ใช้หน่ออ่อนปรุงอาหารประเภท ต้ม แกง คั่ว ผัด ยำ  ใช้ลำต้นทำรั้วบ้าน คันเบ็ด เครื่องจักสาน เครื่องมือการเกษตร 	เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง แยกหน่อ หรือปักชำลำต้น
135	ฝ้าย	Cotton plant	ฝ้าย	Gossypium herbaceum L.	Gossypium 	Malvaceae	Accepted	""	""	พบปลูกกระจายทั่วไปในประเทศไทย แหล่งที่ปลูกมาก ได้แก่ จังหวัดสุโขทัย เลย นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ สุพรรณบุรี นครปฐม และกาญจนบุรี ปรับตัวเข้ากับอากาศได้ดีมาก ทนความหนาวเย็นได้ แต่อุณหภูมิที่เหมาะสมต้องไม่ต่ำกว่า 18 องศาเซลเซียส 	"ฝ้ายเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง สูง 0.6-1.5 เมตร แตกกิ่งเวียนรอบต้น ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปฝ่ามือ มี 5-7 แฉก ก้านใบยาว  ใบ ก้านใบและลำต้นมีขนสั้นปกคลุม มีหูใบที่โคนก้านใบ 2 อัน ดอกออกที่ข้อเหนือโคนใบ มีกลีบเลี้ยงเป็นแฉกๆ และลึก รูปร่างสามเหลี่ยม มี 3 กลีบ กลีบดอกสีขาวนวลถึงสีเหลือง มี 5 กลีบ เรียงซ้อนกัน โคนกลีบสีม่วง เกสรเพศผู้จำนวนมาก มัดรวมกันเป็น 1 มัด ผลฝ้าย เรียกสมอฝ้าย เป็นผลแห้ง แตกได้ ภายในมีปุยฝ้ายสีขาว หยาบ และปุยติดเมล็ดแน่น 
ในชุมชนมีฝ้าย 2 ชนิด คือ ฝ้ายแกนแพ มีลักษณะปุยฝ้ายทั้ง 3 แกน ไม่แตกหรือแยกออกจากกัน และฝ้ายขี้หนู ที่มีลักษณะเนื้อในเมล็ดคล้ายเม็ดขี้หนู
"	""	""	เป็นพืชสมุนไพร และพืชใช้สอย  ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้นิ่ว เข้าตำรับยาแก้ปัสสาวะขัด  ใช้ปุยสีขาวในผลทำเป็นเส้นด้ายสำหรับทอผ้า ผูกข้อมือในพิธีต่างๆ หรือทำเป็นเชือกผูกของ	เพาะเมล็ด
136	พร้าวพันลำ	""	ค้อนหมาขาว 	Dracaena angustifolia (Medik.) Roxb.	Dracaena	Asparagaceae	Accepted	""	""	พบกระจายอยู่ทั่วไป  ขึ้นได้ดีในทุกสภาพแวดล้อม ชอบที่ชื้น ร่ม ชุ่มน้ำ	พร้าวพันลำเป็นไม้พุ่มขนาดย่อม สูง 2–3 เมตร ลำต้นตั้งตรงเป็นต้นเดียวหรือแตกกอได้เล็กน้อย ต้นอ่อนสีเขียว ลำต้นแก่สีเทา ใบเดี่ยว เรียงสลับถี่ ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบเรียบ สีเขียวเข้มเป็นมัน  ช่อดอกแยกแขนง ออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยจำนวนมาก ก้านช่อดอกยาว กลีบดอกยาว รูปรี บานโค้งลง สีขาวหรือเหลืองอ่อน เกสรเพศผู้ยาว ผลรูปทรงกลมสีเขียว เมื่อสุกสีเหลืองหรือสีส้ม	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนเป็นผักใส่ในแกงแค แกงหน่อไม้  ใช้รากสดเคี้ยวกินเป็นยาแก้ไอ	เพาะเมล็ด และปักชำต้น
137	พลู	Betel pepper, Betel vine	พลู	Piper betle L.	Piper	Piperaceae	Accepted	""	""	พบได้ทั่วไป  ขึ้นได้ในดินที่มีการระบายน้ำดี ชอบอากาศอบอุ่นและชื้น	พลูเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง รากฝอยออกบริเวณข้อใช้ยึดเกาะ ข้อโป่งนูน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจกว้าง 8-12 ซม.ยาว 12-16 ซม. มีกลิ่นเฉพาะและมีรสเผ็ด ช่อดอก ออกที่ซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็กอัดแน่นเป็นรูปทรงกระบอก แยกเพศ สีขาว ผลเป็นผลสด กลมเล็กเบียดอยู่ บนแกน พลูมีหลายพันธุ์ เช่น พลูเหลือง และพลูทองหลาง	"ไทยเกษตรศาสตร์
ประโยชน์ดอทคอม"	"http://www.thaikasetsart.com/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B9/
https://prayod.com/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B9/"	เป็นพืชสมุนไพร และพืชใช้สอย  ใช้ใบสดขยี้หรือบดทาแก้ผดผื่นคัน  หรือเคี้ยวกินกับหมาก ช่วยรักษาฟัน  และใช้ในพิธีกรรมบูชาพระแม่ธรณีขอให้ช่วยดูแลข้าวในนา (หมาก 1 คำ พลู 1 ใบ ข้าวเหนียว 1 คำ) 	ปักชำกิ่ง
138	พังพวยขาว	Periwinkle madagascar, Periwinkle, Vinca, Old maid, Rose periwinkle, West indian periwinkle	แพงพวยฝรั่ง 	Catharanthus roseus (L.) G.Don	Catharanthus	Apocynaceae	Accepted	""	""	พบทั่วไป ชอบแดดจัด สภาพกลางแจ้ง และชอบน้ำปานกลาง 	พังพวยขาวเป็นไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน ต้นสูงไม่เกิน 90 ซม. ใบเดี่ยว เรียงสลับ กว้าง 2.5-3 ซม. ยาว  4-5 ซม. ปลายใบมน โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ ท้องใบสีเขียวเข้มเป็นมัน  หลังใบสีอ่อนกว่าท้องใบ ช่อดอกกระจุก ช่อละ 1-3 ดอก สีชมพูเข้ม ชมพูอ่อน และสีขาว กลางดอกสีชมพูเข้มหรือสีแดง กลีบดอกรูปไข่กลับ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดปลายแยกเป็น 5 แฉก ปลายกลีบมีติ่งแหลม ผลแห้งแตกแนวเดียว ทรงกระบอก ขนาดประมาณ 3.75 ซม. จำนวนหลายเมล็ด	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้รากและก้านสดต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ปวด ยาบำรุงกำลัง	เพาะเมล็ด
139	เพชรสังฆาต	Edible–stemed vine, Orange trumpet, Flame flower	เพชรสังฆาต 	Cissus quadrangularis L.	Cissus	Vitaceae	Accepted	""	""	พบขึ้นตามชายป่าหรือที่ชื้นทั่วไป  ที่ระดับความสูงไม่เกิน 600 เมตร เจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด ชอบดินร่วนซุย มีอินทรียวัตถุ และไม่มีน้ำขัง	เพชรสังฆาตเป็นไม้เลื้อยลำต้นรูปสี่เหสี่ยมเป็นครีบ ผิวเรียบ มีรอยคอดที่ข้อ ใบเดี่ยว ข้อละ 1 ใบ ตรงข้ามใบมีมือเกาะ รูปสามเหลี่ยมหรือรูปไข่ กว้าง 3-8 ซม. ยาว 4-10 ซม. ขอบใบหยักมน เนื้อใบหนา ช่อดอกออกตรงข้ามใบ ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกด้านนอกสีเขียวแกมเหลือง โคนกลีบมีแถบสีแดง กลีบในสีขาวแกมเขียว ผลเป็นผลสด รูปกลม	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้เถาสดคั้นน้ำดื่มเป็นยาแก้โรคลักปิดลักเปิด แก้ประจำเดือนไม่ปกติ แก้ริดสีดวงทวาร ตากแห้งฝนใส่บาดแผลช่วยให้หายเร็ว  และใช้เข้าตำรับยาแก้ริดสีดวงทวาร(มะโหก) แก้ท้องผูก และรักษาอาการปวดกระดูก	เพาะเมล็ด  และปักชำเถา
140	ฟ้าทะลายโจร	Kariyat, The creatn, Green chiretta	ฟ้าทะลายโจร	Andrographis paniculata (Burm.f.) Nees	Andrographis	Acanthaceae	Accepted	""	""	พบมีปลูกทั่วไป ชอบอากาศร้อนชื้น สามารถปลูกได้ทุกฤดูกาลแต่ฤดูที่เหมาะสมคือ ช่วงต้นฤดูฝน ชอบดินร่วนซุยที่มีการระบายน้ำดี เจริญเติบโตได้ทั้งในสภาพที่ร่มและกลางแจ้ง	ฟ้าทะลายโจรเป็นไม้ล้มลุกสูง 30-60 ซม. ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมแตกกิ่งออกเป็นพุ่มเล็ก ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามรูปไข่หรือรูปใบหอก กว้าง 2-3 ซม. ยาว    4-8 ซม. สีเขียวเข้ม เป็นมัน ช่อดอกออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว โคนกลีบดอกติดกัน ปลายแยกออกเป็น 2 ปาก ปากบนมี 3 กลีบมีเส้นสีแดงเข้มพาดตามยาว ปากล่างมี 2 กลีบ ผลเป็นฝัก สีเขียวอมน้ำตาล ปลายแหลม เมื่อผลแก่จะแตกเป็นสองซีก ดีดเมล็ดออกมา	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=16	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ใบสดผสมในเพี้ย(น้ำขมของวัวหรือควาย) ใส่ลาบเพื่อเพิ่มความขม  ใช้เคี้ยวกินสดหรือต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้เจ็บคอ ดื่มก่อนอาหารเช้าและเย็นแก้ไข้  ใช้ทั้งต้นตากแห้งหั่นเป็นชิ้นพอประมาณ ต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้อาการท้องเดิน แก้อักเสบ	เพาะเมล็ด
141	มะล่ำ	Red sandalwood tree, Coralwood tree, Sandalwood tree, Bead tree	มะกล่ำต้น มะกล่ำตาช้าง	Adenanthera pavonina L.	Adenanthera	Leguminosae	Accepted	""	LC 2019	พบในป่าเบญจพรรณ และป่าดงดิบทั่วไป ชอบดินร่วนซุย โดยเฉพาะที่เป็นเขาหินปูน ระบายน้ำดี แสงแดดจัด  	มะกล่ำเป็นไม้ยืนต้นสูง 5-20 เมตร ยอดอ่อนมีขนนุ่มเป็นมัน เปลือกต้นเรียบหรือแตกสะเก็ด  สีน้ำตาลปนเทา ใบประกอบแบบขนนกสองชั้นเรียงสลับ ใบย่อย รูปวงรี รูปไข่หรือรูปขอบขนาน กว้าง 1-3.5 ซม. ยาว 2-5.5 ซม. ปลายและโคนใบมน ช่อดอกออกที่ซอกใบ รูปทรงกระบอกหรือคล้ายหางกระรอก กลีบดอกสีเหลืองอ่อน ผลเป็นฝักแบน บิดงอ  กว้าง 1-2 ซม. ยาว 12–20 ซม. เมื่อแก่แตก เมล็ดสีแดง รูปโล่	"กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้"	"http://www.dnp.go.th/EPAC/province_plant/singburi.htm
http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=661"	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนลวกหรือกินสดกับน้ำพริก ลาบ แกงบอน หรือใส่แกงปลาย่าง  ใช้เปลือกต้นฝนใส่สมานแผลหรือใส่ตุ่มคัน	เพาะเมล็ด
142	มะก้วยกา	Guava	ฝรั่ง	Psidium guajava L.	Psidium	Myrtaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบปลูกทั่วไป  เจริญเติบโตได้ในทุกสภาพพื้นที่ แต่ชอบดินปนทรายที่ระบายน้ำดี 	มะก้วยแก๋วเป็นไม้ยืนต้น สูง 3-10 เมตร เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาลแดงสลับเทา ลอกหลุดเป็นแผ่นบางๆ ได้ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรี หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 3-8 ซม. ยาว 6-14 ซม. ดอกเดี่ยวหรือช่อ 2-3 ดอก ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาว ร่วงง่าย เกสรตัวผู้จำนวนมาก ผลเป็นผลสด เมล็ดกลม มีจำนวนมาก	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2511	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย  ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้  ใช้ยอด 3 ยอดเด็ดหัวท้ายแช่น้ำทิ้งไว้ 5 นาที หรือแช่น้ำร่วมกับยอดเครือไส้ตันด้วย ดื่มเป็นยาแก้ท้องเสีย ชาวบ้านเชื่อว่าตอนเด็ดยอดมาจากต้นต้องกลั้นหายใจด้วย ใช้ใบต้มน้ำให้เด็กดื่มแก้อาการท้องเสีย  และใช้ย้อมผ้าฝ้าย ให้สีน้ำตาล  	เพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง และตอนกิ่ง
143	มะก้วยเต้ด	Papaya, Pawpaw, Tree melon	มะละกอ	Carica papaya L.	Carica 	Caricaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ที่ต้องการน้ำค่อนข้างมาก เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย พบทั่วไป	มะก้วยเต้ดเป็นไม้ยืนต้นสูง 3-6 เมตร ไม่มีแก่นต้นอวบน้ำ มียางขาว ใบเดี่ยว เรียงสลับ รอบต้นบริเวณยอดรูปฝ่ามือเว้าเป็นแฉกลึก 7 แฉก ขนาดใหญ่ ดอกมี 3 ประเภท คือ ดอกตัวผู้ ดอกตัวเมีย และดอกสมบูรณ์เพศ ดอกตัวผู้ออกเป็นช่อ ดอกตัวเมียและดอกสมบูรณ์เพศเป็น ดอกเดี่ยวหรือช่อ 2-3 ดอก สีนวล ผลเป็นผลสด รูปยาวรี ทรงกระบอก หรือกลม เมล็ดสีดำ	"เมดไทย (Medthai)
โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี"	"https://medthai.com/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD/
http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_15_4.htm"	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ผลดิบทำส้มตำ  ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้ เป็นยาระบาย  ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้นิ่ว เข้าตำรับยารักษาโรคกระเพาะ	เพาะเมล็ด
144	มะกอก	Hog plum	มะกอก	Spondias pinnata (L. f.) Kurz	Spondias	Anacardiaceae	Accepted	""	""	พบในป่าทั่วไป ขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด ชอบแสงแดดจัด	มะกอกเป็นไม้ต้น ผลัดใบสูง 15-25 เมตร เปลือกต้นสีเทา ค่อนข้างเรียบ กิ่งก้านมีช่องอากาศ กระจัดกระจาย ใบประกอบ แบบขนนก ปลายใบคี่ เรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนานหรือรูปรี กว้าง 3-4 ซม. ยาว 7-12 ซม. ช่อดอกแยกแขนงออกที่ปลายกิ่ง และซอกใบ ดอกขนาดเล็กสีขาวครีม มีจำนวนมาก ผลสดรูปไข่ มีเนื้อฉ่ำน้ำ สีเหลืองอมเขียว	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1790	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้ มีรสเปรี้ยวอมหวาน ช่วยแก้กระหายน้ำ  หรือใช้ตำน้ำพริก  ใช้ใบทุบใส่สมานแผล  ต้มน้ำดื่มแก้ไข้ ช่วยให้เจริญอาหาร  ใช้เปลือกต้นเข้าตำรับยาแก้ไข้ แก้ท้องเสีย แก้อ่อนเพลีย ปวดท้อง	เพาะเมล็ด
145	มะกรูด	 kaffir lime, Leech lime, Makrut lime, Mauritius papeda	มะกรูด	Citrus hystrix DC.	Citrus	Rutaceae	Accepted	""	""	พบทั่วไป  ปลูกได้ดีในดินทุกชนิด 	มะกิ้วเป็นไม้ยืนต้น สูง 2-8 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลม ลำต้นแก่สีน้ำตาล กิ่งอ่อนสีเขียว ใบเดี่ยวรูปค่อนข้างกลม กว้าง 2.5-5 ซม. ยาว 3-8 ซม. ใบและดอกคล้ายมะนาว ก้านใบมีครีบขนาดใหญ่เท่าตัวใบ มีลักษณะคล้ายใบไม้ 2 ใบต่อกัน ส่วนล่างที่ติดต่อกับก้านใบคือหูใบ ใบมีสีเขียวแก่ ผิวใบเรียบเกลี้ยงเป็นมัน มีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่วไป มีกลิ่นฉุน ดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อสั้น ผลชาวบ้านเรียก “มะกรูด” มีรูปร่างค่อนข้างกลม ผิวขรุขระ ผิวมีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่ว ผลอ่อนสีเขียวเมื่อแก่สีเหลือง ภายในมีเมล็ดที่มีเยื่อเมือกหุ้ม	คณะทรัพยากรธรรมชาติ  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์	http://www.natres.psu.ac.th/FNR/vfsouthern/index.php/2013-10-26-10-11-55/9-uncategorised/135-2014-01-19-10-34-00	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย  ใช้ใบใส่ต้มส้มปลา และแกงต่างๆ  ต้มน้ำดื่มเป็นยาขับลมในกระเพาะ  ใช้ต้มสูดไอน้ำเป็นยาแก้หวัดคัดจมูก  ใช้ผลต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ริดสีดวงทวาร  คั้นน้ำสระผมช่วยทำให้เส้นผมแข็งแรง สะอาด และนุ่มลื่น	เพาะเมล็ด  และตอนกิ่ง
146	มะเกว๋น (ไม่มีรูป)	Flacourtia, Batoko plum, Govenor's plum, Madagascar plum	ตะขบป่า	Flacourtia indica (Burm.f.) Merr.	Flacourtia	Salicaceae	Accepted	""	LC 2019	พบในป่าโปร่งทั่วไป ชอบพื้นที่กลางแจ้ง ทนแล้งและน้ำท่วมขังได้ดี	มะเกว๋นเป็นไม้ยืนต้น ขนาดกลาง สูง 7-10 เมตร ลำต้นมีเปลือกสีน้ำตาล กิ่งก้านอ่อนห้อยลู่ลง ใบเดี่ยวออกสลับ ใบมีรูปร่างหลายแบบ ทั้งรูปขอบขนานรี รูปไข่ หรือไข่กลับ ช่อดอกแบบกระจะที่ปลายยอด มีดอกย่อย 4-6 ดอก ดอกเพศผู้และเพศเมียแยกกันอยู่คนละต้น เกสรตัวผู้มีจำนวนมาก ดอกเพศเมียมีกลีบเลี้ยงคล้ายดอกเพศผู้ ผลรูปกลมรี เนื้อเละ เมล็ดจำนวนมาก ผลสุกมีสีดำหรือแดง	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=111&view=showone	เป็นพืชอาหาร  ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้	เพาะเมล็ด
147	มะขม	""	มะขม	Pittosporopsis kerrii Craib	Pittosporopsis	Icacinaceae	Accepted	""	""	พบในป่าดิบชื้น ทางภาคเหนือ ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 100 เมตรขึ้นไป	มะขมเป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นผลัดใบ สูง 8 เมตร เปลือกเรียบสีน้ำตาล มีช่องอากาศกระจายทั่วไป ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรี กว้าง 4-7 ซม. ยาว 10-21 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ ผิวใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ยอดอ่อนสีแดง ช่อดอกกระจุกกลม ออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง โคนกลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน ปลายแยก 5 แฉก กลีบดอก 5 กลีบ ผลสด รูปทรงกลม เมล็ดเดียว แข็ง มีสีขาว	""	""	เป็นพืชอาหาร  ใช้ผลสดหรือต้มกินเล่น  ใช้ยอดอ่อนกินกับน้ำพริก ลาบ และแกงบอน	เพาะเมล็ด  และปักชำกิ่ง
148	มะขาม	Tamarind, Indian date	มะขาม 	Tamarindus indica L.	Tamarindus	Leguminosae	Accepted	""	LC 2017	ขึ้นได้กับดินทุกชนิด เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนและดินเหนียว ทนแล้งได้ดี พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป	มะขามเป็นไม้ยืนต้น สูง 15-25 เมตร แตกกิ่งก้านสาขามาก เปลือกต้นขรุขระและหนา สีน้ำตาลอ่อน ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนาน กว้าง 5-8 มม. ยาว 1-1.5 ซม. ช่อดอก ออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลืองมีลายสีม่วงแดง ผลเป็นฝัก รูปร่างยาวหรือโค้ง ฝักอ่อนเปลือกสีเขียวอมเทา เนื้อในติดกับเปลือก เมื่อแก่ฝักเปลี่ยนเป็นเปลือกแข็งกรอบหักง่าย สีน้ำตาล มีเนื้อหุ้มเมล็ด สีน้ำตาล ฉ่ำน้ำ	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2075	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ใบอ่อนใส่แกงส้ม  ใช้ผลดิบและสุกกินเป็นผลไม้  ใช้ใบอ่อนต้มน้ำใส่เกลือเล็กน้อยดื่มและกินใบเป็นยาขับปัสสาวะ ยาระบาย  ใช้ผลสุกทำน้ำมะขามเปียกใส่ส้มตำ เข้าตำรับยาแก้มะโหก	เพาะเมล็ด  และตอนกิ่ง 
149	มะขี้ฮอก	""	""	สกุล Tectona	Tectona	Verbenacae	""	""	""	พบได้ในป่าเต็งรัง ป่าดงดิบ และป่าละเมาะ ทั่วไปทุกภูมิภาคของประเทศ ชอบอากาศร้อนชื้น	มะขี้ฮอกเป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่หรือยืนต้นขนาดย่อม สูงถึง 4 เมตร กิ่งก้านมีขนสั้นบริเวณปลายกิ่ง ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนาน กว้าง 1.5-4 ซม. ยาว 3-8 ซม. ท้องใบมีขนบางๆ โคนใบแหลม ปลายแหลม ดอกช่อแยกแขนง ออกปลายกิ่ง ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง  มี 5 กลีบ เกสรเพศผู้จำนวนมาก	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้รากเข้ายาขางหลวง  ลำต้นและใบต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้สรรพพิษ	เพาะเมล็ด
150	มะเขือขื่น	Cockroach berry, Soda-appla nightshade, yellow-fruit nightshade, yellow-berried nightshade, Thai green eggplant, Thai striped eggplant	มะเขือขื่น 	Solanum virginianum L.	Solanum 	Solanaceae	Accepted	""	""	พบปลูกทั่วไป  ชอบดินที่มีการระบายน้ำดี และทนแล้งได้ดี	มะเขือแจ้เป็นไม้พุ่มขนาดย่อม สูง 0.14-1 เมตร ต้น ใบ กิ่งก้าน มีหนามแหลมสีม่วงดำ มีขนสั้นปกคลุมทั้งต้น ใบเดี่ยว เรียงสลับ มีหนามแหลมคมตั้งฉากตามเส้นกลางใบรูปไข่ กว้าง 4-12 ซม. ยาว 4.5-18 ซม. โคนใบรูปหัวใจ ขอบใบเว้าเข้าเป็นพูตื้นๆ ก้านใบยาว 1-10 ซม. ดอกช่อกระจุกสั้น ออกที่ซอกใบ ดอกย่อย 4-6 ดอก กลีบดอกสีม่วง เชื่อมติดกันเป็นรูปกรวยสั้น ผลกลมโตขนาดผลหมากดิบ ภายในมีวุ้นสีเขียวข้น รสขื่น	ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี	http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=259	เป็นพืชอาหาร  ใช้ผลสดกินกับน้ำพริก ลาบ หรือแกงบอน ทำยำมะเขือ  ใช้ผลแก่หั่นใส่ซ่า 	เพาะเมล็ด
151	มะแขว่น	Indian ivy-rue	กำจัดต้น พริกหอม ลูกระมาศ หมากมาศ 	Zanthoxylum rhetsa DC.	Zanthoxylum	Rutaceae	Unresolved	""	LC 2019	พบในป่าดิบแล้ง หรือป่าดิบเขา พบมากในภาคเหนือ  ชอบแสงแดดจัด ขึ้นได้ดีในที่ชื้น	มะแข่นเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงถึง 20 เมตร มีหนามแหลมตามลำต้นและกิ่ง เปลือกต้นสีน้ำตาลอมเหลือง ใบดกหนาเขียวสด ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่หรือคู่ เรียงสลับ ก้านใบสีแดง ใบย่อยรูปไข่หรือรูปรี ปลายแหลม โคนแหลมและเบี้ยว ขอบเรียบหรือหยักห่างๆ ช่อดอกออกแยกแขนง ออกที่ยอดหรือตามง่ามใบ สีนวลหรือขาวอมเขียว รูปรีหรือรูปไข่ ผลเป็นผลกลุ่มออกเป็นช่อ    ผลค่อนข้างกลม ผิวขรุขระ สีเขียว มีกลิ่นหอม ผลแก่เปลือกหุ้มเมล็ดสีแดง แก่จัดสีดำ แตกอ้าเห็นเมล็ดในสีดำเล็กๆ 	ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี	http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=13	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ผลอ่อนกินกับลาบและใส่แกง ใช้เมล็ดแก่สดและแห้งเป็นเครื่องเทศใส่ลาบหรือแกง ช่วยเพิ่มกลิ่นหอมรสชาติ คนเหนือเชื่อว่าจะช่วยฆ่าพยาธิได้  ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาขับลมในลำไส้ แก้ลมขึ้นเบื้องสูง บำรุงธาตุไฟ แก้ลมวิงเวียนศีรษะ ขับระดูไม่ปรกติ  	เพาะเมล็ด
152	มะค่าหัวคำ	Afzelia, Doussie, Black rosewood Pod	มะค่าโมง มะค่าใหญ่ มะค่าหลวง มะค่าหัวดำ บิง เบง ปิ้น	Afzelia xylocarpa (Kurz) Craib	Afzelia	Leguminosae	Accepted	พืชที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์	EN 1998	พบในป่าเบญจพรรณชื้นและป่าดิบแล้งใกล้แหล่งน้ำ ทุกภาคยกเว้นภาคใต้ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 100-600 เมตร  ขึ้นได้ในดินทุกชนิด แต่ชอบดินร่วน	มะค่าเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 30 เมตร ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อย 3-5 คู่ รูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 4-5 ซม. ยาว 5-9 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงสีเขียว 4 กลีบ กลีบดอกสีชมพู 1 กลีบ ผลเป็นฝักแบน เปลือกแข็งและหนา สีน้ำตาล เมล็ดแข็งสีน้ำตาล มีเยื่อสีส้ม	""	""	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย  ใช้ฝักอ่อนนึ่งสุกกินเมล็ดกับน้ำพริก  ใช้ยอดอ่อนต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ท้องเสีย  ใช้เมล็ดที่แก่จัดตัดจอมออก(ส่วนจุกเมล็ดที่มีสีเหลือง) เผาไฟให้ร้อนประคบบริเวณที่ถูกพิษแมลงสัตว์กัดต่อย เป็นยาดูดพิษ  ในอดีตใช้เปลือกผลทำรองเท้าแตะใส่	เพาะเมล็ด
153	มะคาง	Croton oil plant, Purging croton	สลอด 	Croton tiglium L.	Croton	Euphorbiaceae	Accepted	""	LC 2019	ขึ้นในป่าเต็งรัง และป่าผลัดใบ ทั่วไป ชอบสภาพกลางแจ้ง ขึ้นได้ดีในดินร่วนซุยและมีความชื้นน้อย ไม่ชอบดินแฉะ 	มะค่างเป็นไม้พุ่ม สูง 2-5 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ค่อนข้างใหญ่ กว้าง 4-6 ซม. ยาว 7-12 ซม. สีเขียวอมเหลือง เมื่อแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง และร่วง ขอบใบหยัก โคนใบกว้าง ปลายใบแหลม ดอกออกเป็นช่อ ดอกย่อยขนาดเล็ก ดอกตัวผู้อยู่ด้านบน ดอกตัวเมียอยู่ด้านล่างในช่อดอกเดียวกัน ผลกลมยาวสีเขียวมี 3 พู สุกแก่จัดมีสีเหลืองนวล จะแตกออกเป็น 3 ซีก ภายในมีเมล็ด 3 เมล็ด เมล็ดรูปไข่ ด้านนอกโค้ง ด้านในเป็นสามเหลี่ยม สีน้ำตาล	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้เนื้อไม้ต้มน้ำจิบแต่น้อยช่วยขับเหงื่อ  ใช้เมล็ดกินเป็นยาถ่ายอย่างแรง(เป็นยาอันตราย)	เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง และปักชำกิ่ง
154	มะเคาะ	Ceylon oak	ตะคร้อ	Schleichera oleosa (Lour.) Merr.	Schleichera	Sapindaceae	Accepted	""	LC 2019	มีเขตกระจายพันธุ์ในป่าผลัดใบ ป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตกเฉียงใต้ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงใต้ของไทย 	มะเคาะเป็นไม้ต้นขนาดกลางถึงใหญ่  สูง 10-25 เมตร ส่วนมากต้นคดงอและเป็นปุ่มปม เปลือกสีน้ำตาลอมเทา แตกเป็นสะเก็ดหนา ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ออกเรียงสลับ รูปรี รูปขอบขนาน หรือรูปขอบขนานแกมไข่กลับ ขอบใบเป็นคลื่น ช่อดอกแยกแขนง ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง สีเหลืองอมเขียว ผล ทรงกลมหรือรูปไข่ ปลายแหลม แข็ง เมื่อสุกสีเหลือง เนื้อผลนิ่ม เมล็ดโต รูปกลมรี สีน้ำตาล	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ใบอ่อนกินสดกับน้ำพริกหรือลาบ  ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้  ใช้แก่นต้นต้มน้ำดื่มแก้ปวดหลัง  ใช้เปลือกต้นผลต้มน้ำดื่มเป็นยาสมานแผล ห้ามเลือด  ขูดใส่ตำมดแดง เป็นยาแก้ท้องร่วง  ใช้ใบขยี้พอกศีรษะและหลังเท้าเป็นยาแก้ปวด  ใช้เปลือกลำต้นเข้าตำรับยาแก้ท้องเสีย  ใช้รากเข้าตำรับยาแก้ท้องร่วง  ใช้ต้นเข้าตำรับยาแก้ปวดท้อง	เพาะเมล็ด
155	มะแคว้งขม	Plate brush egg plant	มะแว้งต้น 	Solanum indicum L.	Solanum	Solanaceae	Unresolved	""	""	พบได้ทั่วไปทุกภาคของประเทศ  ขึ้นได้เองตามธรรมชาติในบริเวณที่ราบ ชายป่าที่โล่งแจ้งและที่รกร้างริมทาง ต้องการน้ำและความชื้นในปริมาณปานกลาง 	มะแคว้งขมเป็นไม้พุ่ม แตกกิ่งก้าน สูงประมาณ 1 เมตร มีขนสีเทาปกคลุมทั้งต้น โคนต้นมีหนาม ใบเดี่ยวเรียงสลับ เป็นกระจุกปลายกิ่ง กว้าง 2-6 ซม. ยาว 3-10 ซม. ขอบใบเว้าตื้น โคนใบกว้าง ปลายใบแหลม มีหนามแหลมตามเส้นกลางใบ ผิวใบหนา ดอกเป็นช่อสั้นตามซอกใบ ดอกย่อยมีกลีบเลี้ยงโคนกลีบติดกัน ปลายแยกเป็น  5 แฉก และคงอยู่เมื่อเป็นผล กลีบดอกสีม่วง โคนติดกัน แผ่เป็นจาน แยกเป็น 5 แฉก ผลกลุ่มออกเป็นพวง ผิวขาวเทามีกระสีเขียว เมื่อแก่เป็นสีส้มไม่มีลาย มีเมล็ดจำนวนมาก	ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี	http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=178	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ผลสดกินเป็นผักกับลาบปลา หรือยำเทา(สาหร่ายน้ำจืด)  ใช้เคี้ยวกลืนทั้งน้ำและเนื้อพร้อมน้ำอุ่นเป็นยาแก้เจ็บคอ  ตำพอแหลกคั้นน้ำผสมเกลือจิบบ่อยๆ เป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ  ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ปวดหลังปวดเอว	เพาะเมล็ด
156	มะแคว้ง	Pea eggplant, Turkey berry, prickly nightshade	มะเขือพวง	Solanum torvum Sw.	Solanum	Solanaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบได้ทั่วไป  ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,600 เมตร  เติบโตได้ในที่กลางแจ้งหรือที่ร่ม ชอบความร้อนชื้นสูง แต่ไม่ชอบน้ำขังแฉะ  	มะแคว้งเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 2 เมตร ลำต้นมีหนามสั้นทั่วไป แตกกิ่งก้านสาขามาก ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปรีหรือรูปไข่ กว้าง 5-20 ซม. ยาว 7-25 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน มีขนนุ่มปกคลุมทั้ง 2 ด้าน ช่อดอก ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง มีดอกย่อยจำนวนมาก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ส่วนโคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉก ติดคงทน กลีบดอก สีขาว 5 กลีบ เชื่อมติดกันเป็นรูปดาว    ผลกลุ่มออกเป็นช่อ ผลย่อยรูปทรงกลม ภายในมีเมล็ดกลมแบนจำนวนมาก	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=3055	เป็นพืชอาหาร  ใช้ผลกึ่งแก่กึ่งอ่อนลวกหรือนึ่งกินกับน้ำพริก และใส่แกงต่างๆ 	เพาะเมล็ด และปักชำราก
157	หมากแต้ว้า	""	ชมพู่น้ำ	Syzygium siamense (Craib) Chantaran. & J.Parn.	Syzygium	Myrtaceae	Accepted	""	""	ขึ้นกระจายบริเวณริมห้วย ในป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้นทั่วไป  ชอบดินค่อนข้างชื้น แสงแดดรำไร 	มะดะหรือหมากแต้ว้าเป็นไม้ต้นขนาดเล็กถึงกลางสูง 5-10 เมตร  ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปขอบขนานแคบ กว้าง 2.7–8 ซม. ยาว 9–27 ซม. โคนใบสอบ ปลายแหลม ขอบเรียบ ก้านใบยาว ช่อดอกกระจะออกที่ปลายกิ่งหรือยอด มีช่อละ        3 ดอก สีแดงแกมม่วง ร่วงง่าย ผลรูปทรงกลม ยาวประมาณ 2 ซม. เนื้อผลสีขาว มีกลิ่นหอม	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนและใบอ่อนกินเป็นผักสดกับน้ำพริก  ใช้ผลแก่กินเป็นผลไม้  ใช้เมล็ดกินแก้เบาหวาน แก้ท้องเสีย  ใช้ใบแก่ตำพอกรักษาแผลฝีดาษ  ต้มน้ำดื่มแก้ไข้  ใช้ทั้งห้า(ราก ลำต้น ใบ ดอก ผล) ต้มน้ำดื่มบำรุงกำลัง แก้อ่อนเพลีย แก้ไข้  	เพาะเมล็ด และตอนกิ่ง
158	มะเดื่อป่อง	""	มะเดื่อปล้อง 	Ficus hispida L.f.	Ficus	Moraceae	Accepted	""	LC 2019	เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด ตามป่าโปร่ง ป่าดิบเขา พื้นราบ หรือตามที่ว่างเปล่าทั่วไป ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี	มะเดื่อป้องเป็นไม้ต้น สูงประมาณ 5 เมตร ต้นและกิ่งเป็นปล้อง มีขนสากทั่วไป และมีน้ำยางสีขาวซึมเมื่อมีแผล  ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม เป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน รูปขอบขนาน กว้าง 10 ซม. ยาวประมาณ 25 ซม. โคนใบมนหรือเบี้ยว ปลายใบเป็นติ่งและเรียวแหลม  ผิวใบมีขนสาก ขอบใบเป็นคลื่น ก้านใบยาว 3-5 ซม. ดอก ออกเป็นช่อยาว 50 ซม. ตามโคนต้นและกิ่ง ผลรูปทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ  2 ซม. ผลแก่สีเหลือง	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2781	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ใบอ่อนกินกับลาบ  ใช้ผลอ่อนนึ่งกินกับน้ำพริก  ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้ มีรสเปรี้ยวอมหวาน  ใช้ผลเข้าตำรับยาขางบ่วง ยาแก้ท้องร่วง 	เพาะเมล็ด และตอนกิ่ง
159	หม่าเดือยหิน	Job’s tear, Adlay	เดือย	Coix lacryma-jobi L	Coix 	Poaceae	Accepted	""	""	พบปลูกได้ทั่วไป แต่มีมากในภาคเหนือ พบในไร่และสวน ปลูกได้ในดินทุกชนิด ชอบอากาศร้อนชื้น ได้รับแสงแดดเต็มวัน	มะเดือยหินเป็นไม้ล้มลุกตระกูลข้าว อายุปีเดียว ลำต้นเป็นปล้องและกลวง แตกกิ่งเล็กน้อย ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนาน ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบหนาสาก ก้านใบแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น มีหูใบสั้น สีเขียว ช่อดอกเชิงลดรวม มีกาบหุ้ม ออกที่ปลายยอด ดอกย่อยเป็นดอกไม่สมบูรณ์เพศ ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ต่างดอกกัน ผลกลุ่ม ผลย่อยรูปทรงกลมสีเขียว เมื่อแก่มีสีดำ เปลือกภายนอกแข็ง	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A2/	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้รากต้มน้ำดื่ม และเข้าตำรับยาแก้มะโหก แก้นิ่ว แก้ปัสสาวะขัด  ใช้เมล็ดเข้าตำรับยาแก้นิ่ว	เพาะเมล็ด
160	มะเดื่อหว้า	Roxburgh fig	เดื่อหว้า	Ficus auriculata Lour.	Ficus 	Moraceae	Accepted	""	LC 2019	เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด ในป่าโปร่ง ป่าดิบเขา พื้นราบ หรือตามที่ว่างเปล่าทั่วไป ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี	มะเดื่อหว้าเป็นไม้ยืนต้นเนื้ออ่อน เปลือกสีเทาปนน้ำตาล แตกกิ่งก้านสาขามาก ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ เป็นกระจุกปลายยอด รูปไข่กว้างหรือหัวใจ กว้าง    14-15 ซม. ยาว 18-23 ซม. ขอบใบเรียบ ปลายและโคนใบมน เส้นใบชัด ผิวใบสากเล็กน้อย หลังใบสีอ่อนกว่าท้องใบ มีขนนุ่มปกคลุม ก้านใบยาว 13-15 ซม. ยอดและก้านใบมีขนนุ่มสีน้ำตาลปกคลุม ลำต้นเห็นแผลของก้านใบที่ร่วงชัดเจน ดอกออกเป็นช่อยาว ตามลำต้นและกิ่ง ผลขนาดใหญ่ รูปกลมแบน สีเขียว มีกลีบเลี้ยงสีน้ำตาลติดอยู่ ที่ผิวมีจุดสีเขียวอ่อนกระจายทั่วทั้งผล	"สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้
ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม"	"http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=1175
http://www.qsbg.org/Database/BOTANIC_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2434"	เป็นพืชอาหาร  ใช้ยอดอ่อนกินกับน้ำพริก  ใช้ผลดิบกินกับน้ำพริก ทำแกง มีรสฝาด(คล้ายแกงขนุน) ช่วยแก้ท้องร่วง  ผลสุกแก่กินเป็นผลไม้ มีรสเปรี้ยวอมหวาน	เพาะเมล็ด และตอนกิ่ง
161	มะต้อง (ไม่มีรูป)	Sentul, Santol, Red sentol, Yellow sentol	กระท้อน	Sandoricum koetjape (Burm.f.) Merr.	Sandoricum	Meliaceae	Accepted	""	LC 2018	พบในป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้น กระจายอยู่ทั่วไป ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 100-700 เมตร ชอบดินที่อุดมสมบูรณ์ ใกล้แหล่งน้ำ  	มะต้องเป็นไม้ต้น สูง 15-30 เมตร แตกกิ่งต่ำ ปลายกิ่งลู่ลง เปลือกต้นผิวเรียบและแตกล่อนเป็นสะเก็ดใหญ่ สีน้ำตาลอ่อนอมชมพู ใบประกอบ เรียงสลับ    มี 3 ใบย่อย รูปไข่หรือกลมรี กว้าง 5-11 ซม. ยาว 10-20 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่น ใบอ่อนมีขนสีเหลือง ใบเมื่อแก่จะเปลี่ยนจากสีเขียวเข้มเป็นสีแดงอิฐ ช่อดอกออกที่ซอกใบ ดอกย่อยสีเขียวอมเหลือง จำนวนมาก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูประฆัง ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอก 5 กลีบ แยกกันเป็นอิสระ เกสรเพศผู้ 10 อัน ผลขนาดใหญ่ กลมแป้นฉ่ำน้ำ เปลือกมีขนนุ่ม เนื้อหนา มียางสีขาวเล็กน้อย ผลสุกสีเหลืองนวล	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=1158&view=showone&Itemid=132	เป็นพืชอาหารและพืชใช้สอย  กินผลสุกเป็นผลไม้      ใช้เปลือกต้นย้อมผ้าฝ้าย ให้สีแสด  ใช้ใบย้อมผ้าฝ้าย ให้สีโอรสเขียว  ใช้เนื้อไม้สร้างบ้าน	เพาะเมล็ด และตอนกิ่ง
162	มะตันขอ	""	เล็บเหยี่ยว	Ziziphus oenopolia (L.) Mill.	Ziziphus	Rhamnaceae	Accepted	""	LC 2019	พบในป่าทั่วไป  ชอบแสงแดดจัด ขึ้นได้ดีในดินร่วน ระบายน้ำดี	มะตันขอเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง เถาและกิ่งมีหนามแหลมงอทั่วทั้งต้น เปลือกเถาสีดำเทา เปลือกในสีแดง ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปทรงกลมรีเล็กน้อย ขนาดใบกว้าง 2.5-3 ซม. ยาว 3-4 ซม. ขอบใบเรียบ ท้องใบมีขนนุ่มสั้น หลังใบสีเขียวเข้ม คล้ายใบพุทรา ดอกออกเป็นช่อกระจุกเล็กๆ ตามซอกใบ ดอกย่อยสีเขียวอ่อน กลีบใบแผ่ออกรูปจาน ผลเดี่ยว รูปทรงกลม ผลดิบจะมีสีเขียว ผลสุกสีดำ เนื้อผลน้อยแต่นิ่ม มี 1 เมล็ด	"เมดไทย (Medthai)
ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม"	"https://medthai.com/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7/
http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2054"	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้ มีรสหวานอมเปรี้ยว  ใช้ลำต้นปอกเปลือกเคี้ยวกินเป็นยาแก้ไข้ แก้นิ่ว ช่วยกินข้าวรำ(ช่วยเจริญอาหาร)  ใช้ตากแห้งผสมในตำรับยาบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อย ยาบำรุงกำลังหลังฟื้นไข้  ยาแก้นิ่ว	เพาะเมล็ด
163	มะตาเสือ	Indian mulberry, Great morinda, Beach mulberry, Tahitian noni	ยอบ้าน 	Morinda citrifolia L.	Morinda 	Rubiaceae	Accepted	""	""	ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด ชอบดินชุ่มชื้น  พบได้ทั่วไป นิยมปลูกบริเวณบ้านและสวนทั่วไป	มะตาเสือ มะสะตอ หรือมะขี้ไก่เป็นไม้ยืนต้น สูง 2-6 เมตร ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามเป็นคู่ ตั้งฉากกัน รูปวงรี โคนใบและปลายใบแหลม ผิวใบสีเขียวเป็นมันทั้งสองด้าน ขอบใบเรียบ หูใบอยู่ระหว่างโคนก้านใบ ช่อดอกออกที่ซอกใบ ฐานดอกอัดกันแน่นเป็นรูปทรงกลม ดอกย่อยขนาดเล็ก โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด กลีบดอกสีขาว มี 5 แฉก ผลเป็นผลสด เชื่อมติดกันเป็นผลรวม ทรงกระบอก เนื้อผลฉ่ำน้ำ เมื่อแก่จัดเป็นสีขาวมีกลิ่นเหม็น ภายในมีเมล็ดสีน้ำตาลเข้มจำนวนมาก	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2888	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย  ใช้ยอดอ่อนทำห่อนึ่ง(ห่อหมก) ต้มกินกับน้ำพริก  ใช้ผลตากแห้งต้มน้ำดื่มแก้โรคความดันสูง ช่วยขับลม บำรุงเลือด ใช้ดองน้ำผึ้ง 7 วัน ดื่มขับสารพิษในร่างกาย  ใช้ใบต้มน้ำดื่มบำรุงร่างกาย แก้ปวดท้อง ท้องร่วง  ใช้ใส่ผมเป็นยาฆ่าเหา  ใช้เปลือกและใบแก่ย้อมผ้าฝ้าย ให้สีน้ำตาลอ่อน	เพาะเมล็ด หรือปักชำกิ่ง
164	มะตึ่ง	snake wood	ตูมกาขาว	Strychnos nux-blanda A.W. Hill	Strychnos	Loganiaceae	Accepted	""	""	พบในบริเวณที่ลุ่มต่ำ ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณหรือป่าเต็งรัง ทางภาคเหนือและภาคตะวันออก ของประเทศไทย 	มะตึ่งเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางถึงใหญ่ สูงได้ถึง 25 ม. ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่กว้าง กว้าง 6-10 ซม. ยาว 10-15 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่น ผิวเรียบมัน เนื้อใบหนา สีเขียวเข้ม เส้นใบทางยาวคมชัด 5 เส้น ช่อดอกออกที่ซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็ก เชื่อมกันเป็นหลอด ปลายบานเป็นแฉก สีเหลืองแกมเขียว ผลเดี่ยวขนาดใหญ่ กลมคล้ายมะขวิด ผิวเกลี้ยง ผลสุกสีเหลือง เนื้อผลฉ่ำน้ำ สีเหลือง เมล็ดแบนคล้ายกระดุม	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  กินเนื้อผลสุกเป็นผลไม้  ใช้ต้นต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง	เพาะเมล็ด
165	หมากแตก	black oil plant, intellect tree	กระทงลาย 	Celastrus paniculatus Willd.	Celastrus	Celastraceae	Accepted	""	""	ชอบขึ้นในป่าเบญจพรรณ ป่าโปร่ง พบทั่วไป แต่พบมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ขึ้นได้ในดินทุกชนิด แสงแดดเต็มวัน	มะแตกเป็นไม้พุ่มรอเลื้อยเนื้อแข็ง เปลือกต้นสีน้ำตาล แตกกิ่งก้านสาขามาก กิ่งก้านลู่ลง ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีหรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 2.5-4 ซม. ยาว 6-8 ซม. ขอบใบจักมนตื้นและถี่ ปลายใบเรียวแหลม โคนมน ผิวใบเรียบ ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ กลีบดอกสีเขียว ผลแห้ง แตกได้ รูปทรงกลม หรือรูปไข่ เมื่อแก่สีเหลือง มีลักษณะหยักเป็น 3 พู แต่ละพูมี 2 เมล็ด เมล็ดมีเยื่อสีน้ำตาลแดง	"กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม"	"http://www.dnp.go.th/Botany/detail.aspx?words=%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%81&typeword=group
http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2465"	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย  ใช้ยอดอ่อนแกงใส่ไข่มดแดง  ใช้รากตากแห้งต้มน้ำผสมข้าวเปลือกจ้าว 9 เม็ด ดื่มแก้ปวดท้อง แก้บิด แก้ไข บำรุงน้ำนมสตรีคลอดบุตรใหม่เวลาอยู่ไฟ  ในอดีตใช้เมล็ดแก่บีบทำน้ำมันจุดตะเกียง	เพาะเมล็ด
166	ผักมะไฮ่	""	ขี้กาดง กะดอม	Gymnopetalum chinense (Lour.) Merr.	Gymnopetalum	Cucurbitaceae	Accepted	""	""	พบขึ้นตามที่รกร้าง ทุ่งนาและทุ่งหญ้าทั่วไป	มะนอยเป็นไม้เถาลำต้นเป็นร่อง มีมือเกาะ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไต สามเหลี่ยม ห้าเหลี่ยม หรือเป็นแฉก กว้าง 3-10 ซม. ยาว 4-10 ซม. โคนเว้ารูปหัวใจ ผิวใบสาก ดอกแยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อ กลีบเลี้ยงเป็นหลอดยาว ปลายแยก 5 แฉก มีขนเป็นมันเลื่อม กลีบดอก 5 กลีบ สีขาว โคนติดกันเล็กน้อย เกสรเพศผู้ 3 อัน ดอกเพศเมียออกเดี่ยว กลีบเลี้ยง และกลีบดอกเหมือนดอกเพศผู้ ผลสีแดงอมส้ม รูปไข่แกมรูปขอบขนาน ผิวสาก มีสัน 10 สัน เนื้อสีเขียว เมล็ดรูปรี มีจำนวนมาก	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนและผลอ่อนต้ม ลวก หรือนึ่ง กินกับน้ำพริก  หรือใส่แกงแค  ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้ บำรุงธาตุ ช่วยเจริญอาหาร  ใช้ใบต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ตาแดง เจ็บตา	เพาะเมล็ด และปักชำเถา
167	มะนาว	Common lime, Lime	มะนาว 	Citrus aurantiifolia (Christm.) Swingle	Citrus	Rutaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบปลูกทั่วไป ขึ้นได้ในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี 	มะนาวเป็นไม้พุ่ม สูง 2-4 เมตร กิ่งอ่อนมีหนาม ใบประกอบชนิดมีใบย่อยใบเดียว เรียงสลับ รูปไข่หรือรูปรี กว้าง 3-5 ซม. ยาว 4-8 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบสีเขียวสดแข็งและหนา เนื้อใบมีจุดน้ำมันกระจาย ก้านใบมีครีบเล็กๆ ดอกเดี่ยวหรือช่อ ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง มี 4 กลีบ เกสรเพศผู้จำนวนมาก กลิ่นหอม ร่วงง่าย ผลเป็นผลสด กลมเกลี้ยงและผิวมัน เนื้อผลฉ่ำน้ำ มะนาวที่ชาวบ้านใช้มีผลรูปร่าง 2 แบบ คือ ผลรูปทรงกลม เรียกว่า มะนาว ส่วนผลรูปรีหรือรูปไข่ เรียก มะนาวเมือง	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/plantdb/mdp/medicinal-specimen.asp?id=738	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้น้ำคั้นจากผลแก่ ใส่ปรุงรสเปรี้ยวในอาหารต่างๆ  ผสมน้ำผึ้งครึ่งช้อนโต๊ะ เกลือ และน้ำอุ่น กินเป็นยาแก้ไอ ใช้เข้าตำหรับยาแก้ไอ ขับเสมหะ แก้พิษ  ใช้ใบมะนาวเมืองเข้าตำรับยาแก้โรคเบาหวาน ยาจู้ แก้ปวดเมื่อย เจ็บตามร่างกาย ใช้รากเข้าตำรับยาแก้นิ่ว	เพาะเมล็ด และตอนกิ่ง
168	มะนอยอ้ม	Smooth loofa, sponge gourd, Egyptian cucumber, Vietnamese luffa	บวบหอม 	Luffa cylindrica (L.) M.Roem.	Luffa 	Cucurbitaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ  ชอบขึ้นตามที่รกร้าง ริมรำธาร และตามบึงทั่วไป  แต่ในภาคเหนือผลส่วนใหญ่มีลักษณะค่อนข้างกลมป้อม	มะบวบเป็นไม้เถาเลื้อย ลำต้นเป็นเหลี่ยม ตามข้อมีมือเกาะ 3 เส้น ต้นอ่อนและยอดอ่อนมีขนอ่อนปกคลุม เมื่อแก่จะหลุดไป ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม    รูปใบกลมมีหยักเว้า 3-7 หยัก ปลายใบแหลมสั้น ท้องใบสีเขียวอ่อน เห็นรอยใบเส้นใบนูนชัดเจน ดอกเป็นดอกเดี่ยว สีเหลือง กลีบดอก 5 กลีบ ขอบมีรอยย่นเป็นคลื่น ผลอ่อนลายสีเขียวแก่มีนวลขาวเคลือบ ผลแก่สีเขียวออกเหลืองหรือเขียวอมเทา เนื้อในมีเส้นใยเหนียวเป็นร่างแห เมล็ดแบนรี	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=333	เป็นพืชอาหาร  ใช้ยอด ดอก และผลที่ไม่อ่อนหรือแก่เกินไปทำอาหารจำพวกผัด ต้ม แกง หรือลวกกินกับน้ำพริก	เพาะเมล็ด
169	หมากป้อง	""	ชะมวง 	Garcinia cowa Roxb. ex DC.   	Garcinia	Clusiaceae	Accepted	""	""	กระจายพันธุ์ในป่าดิบชื้นที่ลุ่มต่ำทั่วไป พบมากในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่ความสูงจากระดับทะเล 800 เมตรขึ้นไป	มะป้องเป็นไม้ยืนต้นขนาดย่อม เปลือกสีน้ำตาลเข้มแตกเป็นร่องตามยาว ใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามเป็นคู่ ตั้งฉากกัน เนื้อใบหนาและเหนียว ผิวเป็นมัน รูปรีหรือใบรูปหอก ปลายใบเป็นติ่งแหลมหรือเว้าตื้น โคนใบเรียวแหลมหรือรูปลิ่ม ดอกแยกเพศ อยู่คนละต้น ดอกสีเหลืองกลีบแข็ง ออกที่ซอกใบหรือปลายยอด ดอกเพศผู้ออกกระจุกตามกิ่ง กลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ เกสรเพศผู้มีจำนวนมาก ผลสด ทรงกลม ผิวเรียบ มีร่องเป็นพูบางรอบผล ผลอ่อนสีเหลืองเมื่อสุกสีส้ม ผลสุกจะแตกออกเป็นเสี้ยว	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2390	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนกินสดกับน้ำพริกหรือลาบ  ใส่แกงให้รสเปรี้ยว  ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้ เป็นยาระบาย กัดฟอกเสมหะ แก้ธาตุพิการ แก้ไอ ฟอกโลหิต  ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้ไข้ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ถอนพิษไข้ แก้บิด  	เพาะเมล็ด และตอนกิ่ง
170	สะบ้า (ไม่มีรูป)	St. Thomas’s bean, African dream herb, snuff box sea bean	สะบ้า 	Entada rheedii Spreng.	Entada	Leguminosae	Accepted	""	""	พบทั่วไปในป่าเบญจพรรณ	มะบ้าเป็นไม้เถาเนื้อแข็งขนาดใหญ่ เถาแบนบิดไปมา คล้ายเถากระไดลิง ช่อดอกยาว รูปทรงกระบอก ออกที่ตามซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็กสีขาวเหลือง  ผลเป็นฝักแบน ขอบหนา กว้างราว 2 นิ้ว ผลสดสีเขียวสด ผลแก่สีแดงเข้มออกน้ำตาล เนื้อในสีขาวนวลแข็งมาก มองเห็นช่องเมล็ดชัดเจน เมล็ดขนาดใหญ่      รูปกลมแบนหรือเกือบคล้ายรูปถั่ว สีน้ำตาล	""	""	เป็นพืชอาหาร  ใช้เมล็ดแก่เผาไฟแช่น้ำ 1 คืน หั่นเป็นชิ้นบางๆ แช่น้ำซาวข้าว 3 วัน คั้นน้ำหลายครั้ง จนมีรสจืด นำไปทำห่อนึ่งกิน (ห่อหมก)  	เพาะเมล็ด
171	มะปีน	Beal fruit tree, Bengal quince, Bilak 	มะตูม	Aegle marmelos (L.) Corrêa	Aegle 	Rutaceae	Accepted	""	""	เกิดในป่าดงทั่วไป โดยเฉพาะป่าเบญจพรรณ เจริญงอกงามได้ในดินทั่วไป	มะปินเป็นไม้ยืนต้น สูง 10-15 เมตร ใบประกอบแบบนิ้วมือ 3 ใบ เรียงสลับ ใบย่อยรูปวงรี หรือรูปไข่แกมใบหอก กว้าง 2-7 ซม. ยาว 4-13 ซม. ขอบใบหยักมน ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลม ผิวใบเรียบ ช่อดอกออกที่ซอกใบ และที่ปลายกิ่ง กลีบดอกด้านนอกสีเขียวอ่อน ด้านในสีนวล ใบและดอกมีกลิ่นหอม ผลเป็นผลสดขนาดใหญ่ รูปทรงกลม เปลือกผลแข็ง เนื้อในมีสีเหลืองและนิ่ม มีน้ำเมือกสีเหลืองปนน้ำตาล	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=47	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย  ใช้ยอดอ่อนกินเป็นผักสดกับแกงหน่อไม้และลาบ  ใช้ผลแก่หั่นตากแห้งต้มน้ำดื่ม  ใช้เข้าตำรับยาต้มแก้ปวดเมื่อย  ใช้ลำต้นเข้าตำรับยาแก้มะโหก  ในอดีตใช้ยางจากผลแก่แทนกาวติดสิ่งของ เช่น ตุง บุหรี่	เพาะเมล็ด และตอนกิ่ง
172	มะปู่ (ไม่มีรูป)	Bolo maka	มะอึก	Solanum stramoniifolium Jacq.	Solanum	Solanaceae	Accepted	""	""	พบในป่าผลัดใบ ป่าละเมาะที่รกร้าง ตามสวนและข้างทาง เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุยในที่กลางแจ้ง ชอบน้ำปานกลาง ทนต่อแมลงโรค และทนต่อสภาพแห้งแล้งได้ดี 	มะปู่เป็นไม้พุ่ม ลำต้นตั้งตรง สูง 1-2 เมตร ทุกส่วนมีขนละเอียดสีน้ำตาลอ่อนปกคลุม ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่กว้างหรือรูปโล่ ขอบใบหยักเว้าเป็นพู ปลายใบเรียวแหลม โคนใบกว้างหรือตัด ขนาดใบกว้าง 15-25 ซม. ยาว 20-30 ซม.    ผิวใบมีขนทั้งสองด้าน ช่อดอกออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ ดอกย่อยกลีบดอกสีขาว มี 5 กลีบ บานแผ่ออกเป็นรูปจาน ผลสด รูปทรงกลม เมื่อสุกสีเหลืองแกมน้ำตาล เมล็ดจำนวนมาก	"เมดไทย (Medthai)
ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม"	"https://medthai.com/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B6%E0%B8%81/
http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2907"	เป็นพืชอาหาร  ใช้ผลดิบใส่น้ำพริกกะปิ ส้มตำ เพื่อเพิ่มรสเปรี้ยว	เพาะเมล็ด
173	ฟักหม่น	Wax gourd, White gourd, Chinese water melon, Chinese preserving melon	ฟัก ฟักเขียว	Benincasa hispida (Thunb.) Cogn.	Benincasa	Cucurbitaceae	""	""	""	ขึ้นเองตามธรรมชาติในปาดิบแลง กระจายทั่วไป เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง  เจริญเติบโตได้ดีในดินที่ร่วนซุย	"มะฟักเป็นไม้เลื้อย ลำต้นแตกแขนง เลื้อยตามพื้นดิน มีมือเกาะ 2-3 แขนง ทั้งต้นมีขนหยาบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบรูปฝ่ามือ ขอบหยัก 5-11 แฉก ปลายแฉกแหลม โคนเว้ารูปหัวใจ ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ ดอกแยกเพศบนต้นเดียวกัน ดอกเพศผู้ กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 5 กลีบ กลีบดอกสีเหลือง รูปไข่กลับ เกสรตัวผู้ 3 อัน ดอกเพศเมีย เหมือนดอกเพศผู้ แต่ก้านสั้นกว่า ผลอ่อนมีขน ผลแก่ผิวด้านนอกมีนวลขาว ผิวแข็ง เนื้อผลสีขาวปนเขียวอ่อน เนื้อตรงกลางพรุน มีเมล็ดรูปไข่แบนอยู่มาก
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ มะฟักเล็ก มีผลขนาดใหญ่  และมะฟักหม่น มีผลขนาดเล็ก สีขาว มีกลิ่นหอมกว่า
"	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7/	เป็นพืชอาหาร  ใช้ผลแก่ปรุงอาหารประเภทแกง ต้มจืด  และทำขนมข้าวเกรียบ	เพาะเมล็ด
174	มะแปบ	Hyacinth bean, Lablab bean, Dolichos bean, Bonavista bean	ถั่วแปบ	Lablab purpureus (L.) Sweet	Lablab	Leguminosae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพอากาศที่แห้งแล้ง  	"มะแปบเป็นไม้เลื้อยพันแบบเถาวัลย์ เป็นไม้ปีเดียว ใบประกอบ มีใบย่อย 3 ใบ ขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 5 ซม. ยาว 7-8 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบกว้างหรือเบี้ยว ขอบใบเรียบ ผิวใบหนาเรียบ ช่อดอกกระจะ ยาว 10-15 ซม. ดอกสีขาว ชมพู หรือม่วงอ่อน คล้ายดอกถั่ว ผลเป็นฝักแบนยาวโค้ง คล้ายรูปเคียวเกี่ยวข้าว เมล็ดรูปกลมรี สีเขียว เรียงเป็นแถวเดียวในฝัก 
ในชุมชนมี 4 ชนิด คือ มะแปปปล้องขาว มะแปปแหล้ มะแปปมัน และมะแปปบะอ้า(ฝักยาวกว่าชนิดอื่น) ใช้ประโยชน์เหมือนกันทั้ง 4 ชนิด
"	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%9A/	เป็นพืชอาหาร  ใช้ฝักลวกหรือต้มกินกับน้ำพริก ลาบ  ปรุงอาหารประเภทผัด แกง หรือยำ เป็นต้น  ใช้ใบย้อมผ้าฝ้าย จะให้สีเขียว	เพาะเมล็ด
175	มะเฟือง	Carambola, Star fruit	มะเฟือง	Averrhoa carambola L.	Averrhoa	Oxalidaceae	Accepted	""	""	พบได้ทั่วไป เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนและดินทุกสภาพ ต้องการน้ำและความชื้นในปริมาณปานกลาง  	มะเฟืองเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 3-5 เมตร เปลือกสีน้ำตาลอ่อน ค่อนข้างขรุขระมีตุ่มเล็กๆ ทั่วไป ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนาน แกมใบหอก กว้าง 2-3.5 ซม. ยาว 3-9 ซม. ช่อดอกแยกแขนง ออกที่ซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีชมพูแกมม่วง ผลเป็นผลสด อวบน้ำ ยาว 7-14 ซม. มีสันโดยรอบ 5 สัน ผลดิบ สีเขียว ผลสุกสีเหลือง มีรสเปรี้ยวอมหวาน	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=2213	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ใบอ่อนกินสดกับน้ำพริก ใช้ผลกินเป็นผลไม้ ช่วยขับปัสสาวะ  ใช้ใบอ่อนมะเฟืองชนิดผลเปรี้ยวต้มน้ำดื่มแก้ท้องร่วง  ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้โรคไต แก้นิ่ว แก้ปัสสาวะขัด และมีความเชื่อว่าคนเป็นโรคนิ่วหากเดินลอดใต้ต้นจะหายป่วย และใช้ลำต้นเข้าตำรับยาแก้นิ่ว รักษาโรคกระเพาะ	เพาะเมล็ด และตอนกิ่ง
176	มะไฟป่า	Burmese grape	มะไฟ	Baccaurea ramiflora  Lour.	Baccaurea	Phyllanthaceae	Accepted	""	LC 2019	พบมากในป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 	มะไฟเป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูงถึง 15 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลอ่อนเทา แตกเป็นร่องตื้น ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปหอกแกมรูปขอบขนาน ขอบใบเรียบหรือหยักเป็นติ่งแหลม ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบเกลี้ยง ท้องใบสีอ่อนกว่าหลังใบ ช่อดอกสั้นๆ ออกตามลำต้นและกิ่ง ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีเหลืองหรือชมพูอมเหลือง กลิ่นหอมเล็กน้อย ผลกลุ่มออกเป็นช่อยาวห้อยลง ผลย่อยรูปทรงกลม เนื้อผลอวบน้ำ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเหลืองหรือชมพูอมแดง เมล็ดค่อนข้างแบน มีเยื่อสีชมพูห่อหุ้ม หนึ่งผลมี 1–3 เมล็ด	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=989	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้  ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้ฝีภายในร่างกาย แก้พิษตานซาง ดับพิษร้อนต่างๆ  ฝนทาแก้พิษฝีพุพอง แก้ฝีตานซาง 	เพาะเมล็ด และตอนกิ่ง
177	มะมื่น	Barking deer's mango, Kayu	กระบก 	Irvingia malayana Oliv. ex A. W. Benn. 	Irvingia	Irvingiaceae	Accepted	""	LC 1998	พบทั่วไปในป่าเบญจพรรณแล้ง และป่าดิบ  ขึ้นได้ในดินทุกชนิด ต้องการน้ำและความชื้นปานกลาง  	มะมื่นเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูง 10–30 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มทรงสูง ถึงค่อนข้างกลม เปลือกสีเทาแกมน้ำตาลถึงน้ำตาลแดง ค่อนข้างเรียบ    ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ แผ่นใบรูปรีหรือรูปรีแกมรูปขอบขนาน กว้าง 3–7 ซม. ยาว 5–10 ซม. ปลายใบแหลมเป็นติ่ง โคนใบแหลมหรือมนกลม ใบหนา ผิวใบเกลี้ยง  หูใบเรียวแหลมโค้งรูปดาบม้วนหุ้มยอดอ่อน ยาว 1.5–3 ซม. ดอกเล็กสีขาวนวล ออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่งยาว ผลรูปกลมหรือรูปไข่คล้ายผลมะม่วงขนาดเล็ก กว้าง 2–3 ซม. ยาว 3.5–5 ซม. ผลสุกสีเหลืองมี 1 เมล็ด	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้เมล็ดคั่วสุกแกะกินเนื้อใน  ใช้เปลือกหุ้มเมล็ดกินสดเป็นยาถ่ายพยาธิ	เพาะเมล็ด
178	มะไฟจีน	Wampee	มะไฟจีน	Clausena lansium (Lour.) Skeels	Clausena	Rutaceae	Accepted	""	""	มีปลูกในจังหวัดน่านเป็นส่วนใหญ่  ชอบแสง ทนแสงแดดได้ดี ชอบดินร่วนระบายน้ำดี 	มะไฟจีนเป็นไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 12 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาน้อย ใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 3-15 คู่ ปลายใบคู่แรกใหญ่ และคู่สุดท้ายจะเล็กที่สุด ใบย่อยรูปไข่ ปลายใบเรียวแหลม โคนมนหรือแหลม ผิวใบหนามัน สีเขียวแก่ ช่อดอก ยาวถึง 50 ซม. กลีบดอกย่อยแคบ รูปไข่ ผลกลุ่มออกเป็นช่อคล้ายลำไย ผลย่อยทรงกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5 ซม. สีน้ำตาลปนเหลือง ผลมี 5 กลีบ แต่มีเมล็ดเพียง 1-2 เมล็ด มีเยื่อบางหุ้มเมล็ด เนื้อผลฉ่ำน้ำ มีรสเปรี้ยวอมหวาน เมื่อสุกมีกลิ่นแรง	THAI-THAIFOOD.COM	https://www.thai-thaifood.com/th/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99/	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ผลสุกแก่กินเป็นผลไม้  แก้โรคกระเพาะ แก้ท้องอืด เร่งน้ำย่อย ช่วยเจริญอาหาร  ใช้ใบต้มน้ำสระผมรักษารังแค	เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง และปักชำ
179	หมากคำแสด	Lipstick tree, Anatto tree	คำแสด 	Bixa orellana L.	Bixa	Bixaceae	Accepted	""	LC 2019	พบได้ทั่วไป แต่พบมากทางภาคเหนือ  ชอบขึ้นในดินร่วนซุยที่ชุ่มชื้น	มะยุ้มหรือหมากคำเงาะเป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้น สูงได้ถึง 8 เมตร แตกกิ่งก้านสาขามาก ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ กว้าง 8-12 ซม. ยาว 11-18 ซม. ปลายแหลม ฐานเว้าเข้าเล็กน้อย ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาวแกมชมพู มีเกสรตัวผู้จำนวนมาก ผลเป็นผลแห้ง รูปไข่ สีแดง หรือน้ำตาลเขียว มีขนคล้ายเงาะ แตกเป็น 2 ฝา เมล็ดรูปสามเหลี่ยม มีร่องที่หลัง ปกคลุมด้วยเยื่อสีแดง	""	""	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย  ใช้รากและเปลือกต้มน้ำดื่มแก้ไข้ ขับปัสสาวะ  ใช้ใบต้มน้ำดื่มแก้โรคดีซ่าน  ใช้ดอกต้มน้ำดื่มบำรุงโลหิต  ใช้ผลและเมล็ดย้อมผ้าฝ้าย ให้สีส้มอมชมพู	เพาะเมล็ด
180	มะเย้ย	Soft bollygum	หมีเหม็น 	Litsea glutinosa (Lour.) C.B.Rob.	Litsea	Lauraceae	Accepted	""	""	พบในป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณทั่วไป	มะเย้ยเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูง 5-15 เมตร เปลือกสีน้ำตาล ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม เป็นคู่ ตั้งฉากกัน ออกเป็นกระจุกที่ปลายยอด รูปไข่กลับ กว้าง 9 ซม. ยาว 10-20 ซม. ปลายใบและโคนใบแหลม ขอบเรียบ ผิวใบหนา สีเขียวเข้ม ช่อดอกออกเป็นกระจุกตามซอกใบ ดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ไม่มีกลีบรวมหรือมี 1-3 กลีบ ดอกย่อยเล็ก สีเขียวปนเหลือง เกสรเพศผู้จำนวนมาก มีกลิ่นหอม ผลสด ออกเป็นกลุ่มตามซอกใบ รูปทรงกลม ผลสุกสีม่วงเข้ม มีกลิ่นเหม็น	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=95&view=showone&Itemid=59	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ใบต้มน้ำสระผมรักษาเหา รักษารังแค หรือทุบใส่น้ำซาวข้าวผสมใบแหน่ง(ว่านสาวหลง) สระผม	เพาะเมล็ด
181	มะลิดไม้	Broken bone, Damocles tree, Indian trumpet flower	เพกา, ลิ้นฟ้า	Oroxylum indicum (L.) Kurz	Oroxylum	Bignoniaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	เป็นพืชที่ขึ้นได้ง่ายตามธรรมชาติ ในที่โล่งชายป่าดิบและไร่ร้างทั่วไป  เจริญเติบโตในดินเกือบทุกชนิด แต่ชอบดินโปร่งร่วนซุย	มะลิดไม้เป็นไม้ยืนต้น สูง 3-12 เมตร แตกกิ่งก้านน้อย ใบประกอบแบบขนนกสามชั้น ขนาดใหญ่ เรียงตรงข้ามรวมกันอยู่บริเวณปลายกิ่ง ใบย่อยรูปไข่หรือรูปไข่แกมวงรี กว้าง 4-8 ซม. ยาว 6-12 ซม. ช่อดอกออกที่ปลายยอด ก้านช่อดอกยาว ดอกย่อยขนาดใหญ่กลีบดอกสีนวลแกมเขียว โคนกลีบเป็นหลอดสีม่วงแดง หนาย่น บานกลางคืน ผลเป็นฝักขนาดใหญ่ รูปดาบ เมื่อแก่จะแตก ภายในมีเมล็ดแบน สีขาว มีปีกบางโปร่งแสง	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=145&view=showone&Itemid=59	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย  ใช้ยอดอ่อนกินสดกับแกงหน่อไม้ ยำหน่อไม้ หรือลาบปลา ใช้ฝักไม่อ่อนไม่แก่เกินไปเผาแล้วลอกเปลือกออกกินกับน้ำพริก ลาบ แกงหน่อไม้ หรือทำซ่า  ใช้เมล็ดต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยระบาย  ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงธาตุ แก้ท้องร่วง  ใช้เปลือกต้นย้อมผ้าฝ้าย ให้สีเขียวอมเหลือง	เพาะเมล็ด
182	มะหนุน	Jack fruit tree	ขนุน	Artocarpus heterophyllus Lam.	Artocarpus	Moraceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ปลูกได้ทั่วไป  ชอบดินร่วน ระบายน้ำได้ดี และแสงแดดจัด	"มะหนุนเป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 15-30 เมตร ลำต้นและกิ่งเมื่อมีบาดแผลจะมีน้ำยางสีขาวข้นคล้ายน้ำนมไหล ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ แผ่นใบรูปรี ขนาดกว้าง 5-8 ซม. ยาว 10-15 ซม. ปลายใบทู่ถึงแหลม โคนใบมน ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน เนื้อใบหนาผิวด้านล่างสากมือ ช่อดอกแบบช่อเชิงลดแยกเพศอยู่รวมกัน ดอกเพศผู้เรียกว่า ""ส่า"" ออกตามปลายกิ่ง ดอกเพศเมียจะออกตามกิ่งใหญ่และตามลำต้น ยอดเกสรเพศเมียเป็นหนามแหลม ผลเป็นผลรวมขนาดใหญ่ ส่วนของเนื้อที่รับประทานเจริญมาจากกลีบดอก ส่วนซังคือกลีบเลี้ยง "	ไม้มงคล 9 ชนิด สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://www.dnp.go.th/EPAC/9/02kanun.htm	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย  ใช้ผลอ่อนปรุงอาหารจำพวกตำ แกง หรือยำ  ผลสุกกินเป็นผลไม้  ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้โรคผิวหนัง โรคมะเร็ง แก้ท้องเสีย บำรุงเลือด  ใช้ใบต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้แผลอักเสบ แก้ปวดหู  ใช้เมล็ดต้มกินเป็นยาบำรุงน้ำนมสตรีหลังคลอดบุตร  ใช้ผลอ่อนหั่นเป็นชิ้นจิ้มเกลือกินกับน้ำอุ่นเป็นยาแก้ท้องเสีย  ใช้แก่นและเปลือกต้นย้อมผ้าฝ้าย ให้สีเหลืองกระดังงา	เพาะเมล็ด และตอนกิ่ง
183	มะหน๊อด	Drooping fig	เดื่อปล้องหิน	Ficus semicordata Buch.-Ham. ex Sm.	Ficus	Moraceae	Accepted	""	LC 2019	พบทั่วไปในที่โล่งแจ้งทั่วไป ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 50-1000 เมตร	"มะหน๊อดเป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 3-10 เมตร เปลือกนอกแตกเป็นแผ่น หรือหลุดเป็นสะเก็ด สีน้ำตาลเทา เปลือกในสีชมพู มีน้ำยางสีขาวข้นและเหนียว ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีแกมรูปขอบขนาน กว้าง 5-9 ซม. ยาว 15-28 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเบี้ยวคล้ายรูปหัวใจ ขอบจักซี่ฟันละเอียด ผิวใบมีขนหยาบทั้งสองด้าน กิ่งต้นอ่อนกลวง ช่อดอกห้อยลงตามลำต้นและกิ่ง ค่อนข้างกลม ผลกลุ่ม เมื่ออ่อนสีเขียว มีจุดสีชมพูกระจายทั่วผิว ผลสุกสีแดงปนชมพู เนื้อในสีขาวอมเหลือง
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ มะหน๊อดตัวผู้(ผลออกตามกิ่ง มักมีแมลงและมดอยู่ในผลจึงไม่นิยมกิน) และมะหน๊อดตัวเมีย(ผลออกกิ่งเหนือราก) 
"	กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช	http://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=2034	พบทั่วไปในที่โล่งแจ้งทั่วไป ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 50-1000 เมตร	เพาะเมล็ด
184	มะหลอด	""	สลอดเถา 	Elaeagnus latifolia L.	Elaeagnus 	Elaeagnaceae	Accepted	""	""	พบตามชายป่าที่ชื้น ป่าเบญจพรรณ และชอบขึ้นอยู่ตามเนินเขาทั่วไปในที่โล่ง ที่ระดับ 200-1,600 เมตร  	"มะหลอดเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง ลำต้นและกิ่งมีเกล็ดสีเทาหรือสีเงินละเอียดทั่วไป ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีหรือรูปรีแกมหอก กว้าง 3.5-4.5 ซม. ยาว 6-12 ซม. โคนใบสอบ ปลายแหลม ขอบเรียบ ท้องใบสีเขียวอมน้ำเงิน เกลี้ยง หลังใบมีเกล็ดเล็กสีเงิน ก้านใบยาว 0.8-1.2 ซม. ดอกออกเป็นกระจุกตามซอกใบ ดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ลักษณะเป็นสามเหลี่ยม ปลายแยกเป็น       5 กลีบ ผลรูปรี ยาว 1-2 ซม. สีแดงหรือแดงปนส้ม
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ผลขนาดเล็ก มีรสหวาน  และผลขนาดใหญ่ มีรสออกเปรี้ยว 
"	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=841	เป็นพืชอาหาร  ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้ หรือทำยำ เป็นยาระบาย	เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง และปักชำ
185	มะหวดเหล้า	""	มะหวด	Lepisanthes rubiginosa (Roxb.) Leenh.	Lepisanthes	Sapindaceae	Accepted	""	LC 2019	มีการกระจายพันธุ์ในป่าเกือบทุกชนิดทั่วไป  ขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด ชอบแสงแดดจัด 	มะหวดเหล้าเป็นไม้ยืนต้น สูง 5-10 เมตร กิ่งก้านมีขนละเอียด ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนาน หรือรูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง        3-6 ซม. ยาว 8-12 ซม. ผิวใบมีขนทั้งสองด้าน ช่อดอกกระจะ ออกที่ปลายกิ่ง เป็นช่อยาวตั้งขึ้น รูปทรงกระบอก ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว ผลสด รูปไข่ เมื่อสุกสีม่วงดำ เมล็ดรูปรี สีน้ำตาล มีเมือกลื่น	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้     ใช้รากฝนกับเหล้าขาวพอกรักษาฝี  ตำพอกศีรษะเป็นยาแก้ไข้ แก้ปวดศีรษะ       ใช้เมล็ดต้มน้ำให้เด็กกินเป็นยาแก้ไข้ซาง 	เพาะเมล็ด
186	มะห่อย	Balsam pear, Bitter cucumber, Leprosy gourd	มะระขี้นก 	Momordica charantia  L. 	Momordica 	Cucurbitaceae	Accepted	""	""	พบในป่าบริเวณลุ่มน้ำ และป่าละเมาะ ทั่วไป  ชอบขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะ 	มะห่อยเป็นไม้เถา มีมือเกาะ ลำต้นเป็นเหลี่ยม มีขนปกคลุม ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปฝ่ามือ กว้างและยาวประมาณ 4-7 ซม. ขอบใบเว้าเป็นแฉกลึก 5-7 แฉก ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ แยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน กลีบดอกสีเหลือง รูประฆัง ผลสด รูปกระสวย ผิวขรุขระ มีรสขม เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมแดงและผลจะแตกอ้าออก เมล็ดเป็นรูปกลมแบน	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1208	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดและผลอ่อนลวกกินเป็นผักกับน้ำพริก หรือใส่แกงแค  แก้โรคเบาหวาน	เพาะเมล็ด
187	มะหุ่งแดง	Bellyache bush, Black physicnut, Cotton-leaf physicnut	สบู่แดง 	Jatropha gossypiifolia L.	Jatropha	Euphorbiaceae	Accepted	""	LC 2019	พบได้ทั่วไป  ชอบอากาศแห้ง กลางแจ้ง เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี	มะหุ่งแดงเป็นไม้พุ่มสูง 1-2 เมตร แตกกิ่งก้านจากโคนต้น ทุกส่วนของต้นมียางขาว ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปฝ่ามือ ขอบใบเว้าลึก 3-5 แฉก ใบอ่อนสีแดงอมม่วง เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีเขียวอมแดง ก้านสีแดง ช่อดอกเชิงลดหลั่นออกปลายกิ่ง ดอกย่อยสีแดงเข้ม ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่บนช่อเดียวกัน แต่ละช่อมีดอกตัวเมีย 1 ดอก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ผลกลม มี 3 พู เมื่อแก่แตกได้ มี 3 เมล็ด	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ใบต้มน้ำอาบบรรเทาอาการปวดเมื่อย  ใช้ก้านใบลนไฟ เอาเข้าไปในหูแล้วเป่าจะช่วยรักษาอาการหูอื้อ	เพาะเมล็ด และปักชำ
188	มันแกว	Sweet potato	มันเทศ	Ipomoea batatas (L.) Lam.	Ipomoea	Convolvulaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบทั่วไปบริเวณที่รกร้างในป่าละเมาะ  ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง	"มันแกวเป็นพืชล้มลุกมีหัวใต้ดินสีม่วงแดง ส้ม นวลหรือขาว รูปกระสวยหรือหัวยาว ลำต้นเลื้อยบนดิน ตั้งตรง หรือเลื้อยพัน ยาว 1-5 เมตร แตกกิ่งก้านมาก   ที่ข้อมีราก ใบเดี่ยว เรียงรูปไข่กว้างหรือรูปกลม กว้าง 4-11 ซม. ยาว 4-14 ซม. ขอบเรียบหรือจักเป็นแฉกมี 3-5 แฉก โคนใบรูปหัวใจ ผิวใบทั้งสองด้านเกลี้ยงหรือมีขนกระจาย ก้านใบยาว 4-20 ซม. ช่อดอกออกตามซอกใบ ก้านช่อดอกแข็งยาว 3-18 ซม. เป็นสัน เกลี้ยงหรือมีขน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูประฆังหรือรูปกรวย สีม่วงอ่อน ผลแห้ง รูปไข่มี 4 ช่อง หรือน้อยกว่า เมล็ดเกลี้ยงมีขนาดเล็ก
ในชุมชนมี 3 ชนิด คือ มันแกวขาว มันแกวแดง และมันแกวม่อนไข่ 
"	""	""	เป็นพืชอาหาร  ใช้ยอดอ่อนปรุงอาหาร เช่น ใส่แกงส้มปลา  ใช้หัวใต้ดินนึ่งกินหรือทำขนมหวาน 	เพาะเมล็ด และปักชำหัว
189	มะแฮะเลือด	""	""	สกุล Flemingia	 Flemingia	Leguminosae-Papilionoideae	""	""	""	พบในป่าเบญจพรรณทั่วไป  ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี มีแสงแดดตลอดวัน 	มะแฮะเลือดเป็นไม้พุ่ม ลำต้นตั้งตรง สูง 1-3.5 เมตร ทั้งต้นมีขนปกคลุม ใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 3 ใบ เรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนานแกมใบหอก ผิวใบทั้งสองด้านมีขน กว้าง 1-3.5 ซม. ยาว 1.5-10 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนแหลมและเบี้ยว ผิวสาก ก้านใบใหญ่และแบน ช่อดอกออกที่ซอกใบ รูปดอกถั่ว กลีบดอกสีน้ำตาลแดง ผลเป็นฝักแบนยาวเป็นห้อง ลักษณะโป่งพอง สีน้ำตาล	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ต้นและใบต้มน้ำดื่มช่วยขับลม ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้ไข้ แก้ไอ ขับลม แก้ผอมเหลือง ช่วยบำรุงกำลัง บำรุงธาตุ  ใช้ใบขยี้ละเอียดพอกฝีช่วยทำให้แตกเร็ว  ต้มน้ำดื่มบำรุงกำลัง แก้นิ่ว  หรือต้มน้ำผสมกับปูเลยดื่มบำรุงกำลัง	เพาะเมล็ด
190	มันต้าง	Cassava, Manioc, Tapioca 	มันสำปะหลัง สำโรง	Manihot esculenta Crantz	Manihot	Euphorbiaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบทั่วไป  ชอบดินปนทรายร่วนซุย ระบายน้ำดี	"มันต้างเป็นพืชล้มลุก มีหัวสะสมอาหารใต้ดิน ใบประกอบแบบนิ้วมือ 3 ใบ เรียงสลับ รูปหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนแหลม ขอบเรียบ ผิวใบเรียบมัน ก้านใบยาว 8-15 ซม. มีหูใบ 2 ข้าง ลำต้นมียางใส ช่อดอกกระจะออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ผลกลุ่มทรงกลม ลักษณะมีปีกบางเป็นซีก เมล็ดสีน้ำตาล
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ มันต้างขาว และมันต้างแดง 
"	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/204	เป็นพืชอาหาร  ใช้ยอดอ่อนลวกหรือนึ่งกินกับน้ำพริก  ใช้หัวใต้ดินนึ่งหรือเชื่อมกิน 	เพาะเมล็ด และปักชำต้น
191	ม้ากระทืบโรง	""	ม้ากระทืบโรง	Ficus sarmentosa Buch.-Ham. ex Sm.	Ficus	Moraceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบเกาะเลื้อยตามไม้ขนาดใหญ่ในป่าดิบแล้งและดิบเขา	ม้ากระทืบโรงเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย เลื้อยเกาะตามพรรณไม้อื่น มีน้ำยางขาว สูงได้ถึง 25 เมตร กิ่งอ่อน ก้านใบ ผิวใบด้านล่าง และฐานรองดอกอ่อนมีขน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอก รูปขอบขนานแกมใบหอก รูปไข่หรือรูปขอบขนานแกมวงรี กว้าง 7-9 ซม. ยาว 12-18 ซม. ช่อดอกทรงกลมคล้ายผล ออกเดี่ยวๆ ที่ซอกใบ แยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน ฐานรองดอกรูปทรงกลม ผลสด รูปทรงกลม ภายในสีแดง	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้เถาต้มน้ำหรือดองเหล้าดื่มบำรุงกำลัง บำรุงเลือด  หรือตากแห้งผสมในตำรับยาบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อย	เพาะเมล็ด  และปักชำเถา
192	เม่า	""	เม่าสร้อย	Antidesma acidum Retz.	Antidesma	Phyllanthaceae	Accepted	""	LC 2019	พบกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติในป่าผลัดใบและป่าดิบทั่วไป  เป็นไม้ระดับกลาง ชอบแสงแดดปานกลาง	เม่าเป็นไม้พุ่มลำต้นตั้งตรง หรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง 2-5 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนาน มีขนทั้งสองด้าน ปลายและโคนใบแหลม ขอบใบเรียบ กว้าง 2-5 ซม. ยาว 5-10 ซม. ช่อดอกแยกแขนงเชิงลด ออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง แยกเพศอยู่คนละต้น ไม่มีกลีบดอก ผลกลุ่มออกเป็นช่อยาว รูปทรงกระบอก ผลย่อยรูปทรงกลม เนื้อผลฉ่ำน้ำ ผลดิบสีเขียว ผลสุกเปลี่ยนเป็นสีแดงและดำเมื่อแก่จัด	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนและผลอ่อนกินเป็นผักสดกับอาหารรสจัดต่างๆ หรือใส่แกงเห็ด เพิ่มรสชาติให้กลมกล่อม กินผลสุกเป็นผลไม้ ให้รสชาติเปรี้ยวอมหวาน  และใช้รากต้มน้ำดื่มแก้ฝีภายในร่างกาย  หรือฝนทาแก้พิษฝีพุพอง ฝีตานซาง และดับพิษร้อนต่างๆ  	เพาะเมล็ด
193	เม่าสาย	""	มะเม่าสาย 	Antidesma sootepense Craib	Antidesma	Phyllanthaceae	Accepted	""	""	พบในป่าผลัดใบและป่าดิบทั่วไป  เป็นไม้ระดับกลาง ชอบแสงแดดปานกลาง	เม่าสายเป็นไม้พุ่ม สูง 6 เมตร ใบเดี่ยว รูปขอบขนานหรือรูปหอก กว้าง    3-12 ซม. ยาว 1-3.5 ซม. ปลายเรียวแหลม โคนใบแหลม เส้นใบข้างโค้ง 7-8 คู่ ก้านใบยาว 0.2-0.4 ซม. กิ่งก้านมีสีน้ำตาลแดง ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น ช่อดอกตัวผู้เรียวยาว ออกที่ปลายกิ่ง ยาวถึง 10 ซม. มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ เกสรเพศผู้ มี 4 อัน ไม่มีกลีบดอก ช่อดอกตัวเมียไม่แตกแขนง ยาว 7 ซม. หมอนรองดอกเป็นรูปถ้วย ไม่มีกลีบดอก ผลกลุ่มออกเป็นช่อยาว รูปทรงกระบอก ผลย่อยรูปทรงกลม เนื้อผลฉ่ำน้ำ ผลดิบสีเขียว ผลสุกเปลี่ยนเป็นสีแดงและดำเมื่อแก่จัด	""	""	เป็นพืชอาหาร  ใช้ยอดอ่อนและใบอ่อนปรุงอาหาร เช่น ต้มปลา และแกงเห็ดถอบ แกงเห็ดดิน หรือแกงเห็ดน้ำหมาก ให้รสเปรี้ยว  ผลสุกกินเป็นผลไม้ เปรี้ยวอมหวาน	เพาะเมล็ด
194	ลมแล้ง	Golden shower, Indian laburnum, Pudding-pine tree	คูน 	Cassia fistula L.	Cassia	Leguminosae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	LC 2018	พบในป่าผลัดใบทั่วไป ปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนปนทราย  	ลมแล้งเป็นไม้ยืนต้น สูง 5-15เมตร ใบประกอบแบบขนนกออกเรียงสลับ ใบย่อยรูปไข่หรือรูปวงรี กว้าง 4-8 ซม. ยาว 7-12 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนมน ขอบเรียบ ผิวใบเรียบ ช่อดอกออกที่ปลายกิ่ง ห้อยเป็นโคมระย้า กลีบดอกสีเหลือง ผลเป็นฝักกลม สีน้ำตาลเข้มหรือดำ เปลือกแข็ง ผิวเรียบ ภายในมีผนังกั้นเป็นห้อง แต่ละห้องมีเมล็ด 1 เมล็ด หุ้มด้วยเนื้อสีดำเหนียว	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/289	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้รากและแก่นต้มน้ำดื่มเป็นยาระบาย ขับพยาธิ  ใช้เปลือกและเนื้อไม้บดทาแก้ผดผื่นคัน  ใช้ใบและฝักต้มน้ำดื่มเป็นยาระบาย  ใช้ดอกต้มน้ำดื่มแก้ไข้  ใช้ฝักต้มน้ำดื่มบรรเทาอาการแน่นหน้าอก แก้ขัดข้อ  ใช้ต้นเข้าตำรับยาแก้บ่อง ยาขับลมในลำไส้ ยาบำรุงธาตุ แก้ตาฟาง ตาแฉะ แก้สรรพพิษ แก้ท้องอืด 	เพาะเมล็ด
195	ไม้ก่อ	""	ไม้ก่อ	สกุล Castanopsis	Castanopsis	Fagaceae	""	""	""	ธรรมชาติขึ้นในป่าดิบเขาทั่วไป เจริญเติบโตได้ในดินทุกประเทศ	ไม้ก่อเป็นไม้ยืนต้น เปลือกสีน้ำตาล แตกเป็นร่องตามยาว เปลือกในไม่มีสันยาวกดเนื้อไม้ เนื้อไม้สีขาวอมเหลืองอ่อน ใบรูปไข่กลับ หรือหอกกลับ ขอบจักฟันเลื่อย ช่อผลยาวไม่น้อยกว่า 15 ซม. กาบหุ้มผลรูปถ้วย หุ้มถึง ½ ของตัวผล ไม่แตกเมื่อแก่จัด ผิวกาบหุ้มเป็นเกร็ดบาง ปลายแหลม ซ้อนเหลื่อมกัน แต่ละกาบหุ้มผลรูปไข่ป้อมผลเดียว	""	""	เป็นพืชใช้สอย  ใช้ไม้ทำฟืน หรือเผาทำถ่าน สำหรับใช้หุงต้มอาหาร	เพาะเมล็ด
196	ลานผีป้าย	Ceylon Caper	ค้อนก้องเครือ สะแอะ	Capparis zeylanica L.	Capparis	Capparaceae	Accepted	""	""	เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง เจริญได้ดีในดินที่ร่วนซุย และมีความชื้นปานกลาง 	ลานผีป่ายเป็นไม้พุ่มเลื้อย แตกกิ่งก้านสาขามาก กิ่งอ่อนมีขนสีแดงอมน้ำตาลหรือสีเขียวปกคลุม ลำต้นสูง 2-5 เมตร ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปมนรี กว้าง 2.5-7.5 ซม. ยาว 5-17.5 ซม. ปลายใบแหลม โคนมนหรือเว้าเป็นรูปหัวใจ เนื้อใบหนา ช่อดอกออกที่ปลายกิ่ง ก่อนที่ใบจะผลิ ดอกย่อยสีขาว กลีบดอกบาง กลีบคู่ด้านในมีจุดสีชมพูหรือสีแดงตรงกลางโคนกลีบ เกสรเพศผู้จำนวนมาก ผลโตรูปทรงกลมหรือมนรี มีเปลือกแข็งและหนา ผลสุกสีแดงส้มหรือม่วง ภายในมีเมล็ดสีน้ำตาลจำนวนมาก	""	""	เป็นพืชสมุนไพร และพืชใช้สอย  ใช้ทั้งต้นต้มน้ำดื่มแก้โรคกระเพาะอักเสบ แก้โรคเลือดออกตามไรฟัน  ใช้ใบทาแก้คัน หรือตำพอกฝี  ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาระงับประสาท ช่วยขับน้ำดี บำรุงธาตุ  ใช้กิ่งหั่นเป็นแผ่นผสมในตำรับยาแก้นิ่ว  ใช้ใบร่วมกับใบหนาดปัดรังควานในพิธีไล่ผี	เพาะเมล็ด
197	เล็บครุฑ (ไม่มีรูป)	Polyscias, Ming aralia	เล็บครุฑ 	Polyscias fruticosa (L.) Harms	Polyscias	Araliaceae	Accepted	""	""	พบปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป  ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี  แสงแดงปานกลาง	เล็บครุฑเป็นไม้พุ่มสูง 1-2 เมตร ลำต้นส่วนยอดสีเขียวอมน้ำตาลเกือบดำ  มีกระสีน้ำตาลอ่อนตามกิ่งมีรูอากาศเห็นได้ชัด ลำต้นแตกแขนงได้ดี ใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยขอบเว้าลึก ขอบใบจักฟันเลื่อยปลายแหลม ก้านใบส่วนที่ติดกับลำต้นเป็นกาบ ใบเมื่อขยี้ดมจะให้กลิ่นน้ำมันหอมระเหย ช่อดอกแยกแขนง มีแกนกลางช่อยาว 60 ซม. ขนาดเล็ก ช่อดอกย่อยออกเป็นช่อซี่ร่ม กลีบดอก 5 กลีบ เกสรตัวผู้ 5 อัน ผลรูปเกือบกลม มีเนื้อผล 	พืชเกษตร	https://puechkaset.com/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%91/	เป็นพืชอาหาร  ชาวบ้านใช้ใบและยอดอ่อนกินสดกับลาบ  	เพาะเมล็ด และปักชำกิ่ง
198	ว่านจะเข็บ	Redbird cactus	แสยก 	Euphorbia tithymaloides L.	Euphorbia	Euphorbiaceae	Accepted	""	LC 2018	เป็นพืชเขตร้อน  พบปลูกทั่วไป  ปลูกได้ในดินทุกสภาพ ทนแล้ง เจริญเติบโตได้ทั้งในที่แดดจัดและร่มรำไร  	ว่านจะเข็บเป็นไม้พุ่ม ลำต้นแข็งข้อสั้น ค่อนข้างอวบน้ำ มีน้ำยางสีขาวมาก ใบเดี่ยว สีเขียวสดหรือเข้ม เรียงสลับถี่ ปลายใบเรียวแหลม โคนมน ขอบเรียบ ผิวใบเรียบ เนื้อใบอวบน้ำ ก้านใบสั้น ลำต้นมีแผลเป็นที่เกิดจากใบร่วงชัดเจน ช่อดอกออกเป็นกระจุกตามซอกใบและปลายยอด ดอกย่อยสีชมพู กลีบดอกหุ้มปิด ลักษณะคล้ายหอยสังข์ ภายในดอกมีน้ำหวานมาก ผลสด สีเขียว รูปหัวใจแบน	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้น้ำยางทาแผลร้อนในในช่องปาก แผลมีดบาด ช่วยให้แผลหายเร็ว	ปักชำกิ่ง
199	ว่านนพเก้า	Coral bush, Coral plant	มะละกอฝรั่ง ฝิ่นต้น	Jatropha multifida L.	Jatropha	Euphorbiaceae	Accepted	""	""	พบได้ทั่วไป ชอบอากาศแห้ง กลางแจ้ง เติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี	ว่านนพเก้าเป็นไม้พุ่ม ลำต้นตั้งคล้ายต้นมะละกอ แต่เล็กและแข็งกว่า สูง   2-4 เมตร มีน้ำยางใสทั้งต้น ใบเดี่ยว เรียงสลับรูปไข่กว้างแกมรูปโล่ กว้าง 15-20 ซม. ยาว 18-25 ซม. แยกเป็นแฉก คล้ายใบมะละกอ แต่แฉกใบฝอยกว่า ช่อดอกแยกแขนง แบบเชิงหลั่น ออกที่ซอกใบ ใกล้ปลายกิ่ง ดอกย่อยแยกเพศ อยู่ในช่อเดียวกัน กลีบดอกสีแดง ผลแห้ง รูปไข่กลับกว้าง มี 3 พู แตกได้ เมื่อสุกมีสีเหลือง	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=1459	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้น้ำยางใส่แผลปากเปื่อย แผลมีดบาด ช่วยสมานแผล หรือใส่ฟัน บรรเทาอาการปวด	เพาะเมล็ด และปักชำต้น
200	ว่านมหากาฬ	Chinese Gynura	ว่านมหากาฬ 	Gynura pseudochina (L.) DC. var. hispida Thwaites	Gynura	Compositae	Accepted	""	""	พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป  ชอบขึ้นใต้ร่มไม้ใหญ่  มีแสงแดดรำไร 	ว่านมหากาฬเป็นไม้ล้มลุก มีรากขนาดใหญ่ลำต้นอวบน้ำเลื้อยทอดยาวไปตามพื้นดิน ชูยอดตั้ง ปลายยอดมีขนนุ่มสั้นปกคลุม ใบเดี่ยว เรียงสลับเวียนรอบต้นรูปใบหอกกลับ กว้าง 2.5-8 ซม. ยาว 6-30 ซม. ขอบใบหยักห่างๆ หลังใบสีม่วงเข้ม มีขน เส้นใบสีเขียว ท้องใบสีเขียวแกมเทา ช่อดอกกระจุกแน่น ออกที่ปลายยอด กลีบดอกสีเหลืองทอง ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ใบสดตำผสมเหล้าขาวพอกฝี ถอนพิษแก้ปวดแสบปวดร้อน  ใช้หัวสดกินดับพิษร้อน พิษอักเสบ และแก้ไข้	เพาะเมล็ด และแยกหน่อ
201	หอมเปราะ	Sand ginger, Aromatic ginger	ว่านเปราะหอม 	Kaempferia galanga L.	Kaempferia	Zingiberaceae	Accepted	""	""	พบทั่วไปในป่าดิบชื้น  ชอบดินร่วน ระบายน้ำมี มีความชื้น 	"ว่านหอมเป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ใบเดี่ยว แทงออกจากเหง้า แผ่ราบไปบนดิน ท้องใบมีขน เนื้อค่อนข้างหนา ช่อดอก ออกตรงกลางระหว่างใบ สีขาวแต้มม่วง ผลเป็นผลแห้ง แตกได้
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ว่านหอมตัวผู้ ใบเรียวยาว และว่านหอมใบมน ใบค่อนข้างกลม ชาวบ้านนิยมทั้ง 2 ชนิด
"	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=1307	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ใบกินเป็นผักกับน้ำพริกและลาบ  ใช้เหง้ากินสดขับลมในลำไส้  ตำพอกศีรษะเด็กแก้หวัดคัดจมูก  ต้มน้ำดื่มเป็นยาขับโลหิตที่เน่าของสตรี รักษาเลือดที่เจือด้วยลมพิษ  ใช้ใบและเหง้าคั้นน้ำนำมาป้ายคอเป็นยาแก้เจ็บคอ  ใช้ดอกในพิธีกรรมรักษาเด็กที่มีอาการนอนสะดุ้งผวาตาเหลือก	แยกหน่อ
202	ว่านไฟ	Aloe, Aloin, Star cactus, Jafferabad, Barbados	ว่านหางจระเข้ 	Aloe vera (L.) Burm.f.	Aloe	Xanthorrhoeaceae	Accepted	""	""	พบปลูกกระจายอยู่ทั่วไป  ชอบดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี และทนต่อภาวะน้ำขัง	ว่านหางจระเข้เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 0.5-1 เมตร ข้อและปล้องสั้น ใบเดี่ยว เรียงรอบต้น กว้าง 5-12 ซม. ยาว 0.3-0.8 เมตร อวบน้ำมาก สีเขียวอ่อนหรือเขียวเข้ม ภายใน มีวุ้นใสใต้ผิวสีเขียวมีน้ำยางสีเหลือง ใบอ่อนมีประสีขาว    ช่อดอกออกจากกลางต้น ดอกย่อย เป็นหลอดห้อยลง สีส้ม บานจากล่างขึ้นบน ผลเป็นผลแห้ง แตกได้	พืชเกษตร	https://puechkaset.com/%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89/	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย  ใช้ส่วนวุ้นใสทาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อน สมานแผล  และผสมน้ำมะกรูดใช้นวดผมช่วยให้ผมนิ่มขึ้น	แยกหน่อ
203	ฉำฉา	East indian walnut, Rain tree	จามจุรี 	Albizia saman (Jacq.) Merr.	Albizia	Leguminosae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบกระจายทั่วไป  ตามธรรมชาติชอบขึ้นริมฝั่งแม่น้ำ และทนน้ำท่วมขังได้ดี 	ส้มฉาเป็นไม้ต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูง 15-30 เมตร ไม่ผลัดใบ เรือนยอดแผ่กว้างคล้ายรูปร่ม เปลือกสีน้ำตาลดำ แตกล่อนง่าย กิ่งอ่อนมีขนนุ่ม ใบเป็นใบประกอบรูปขนนกสองชั้น ออกสลับ มีใบย่อย 2-10 คู่ ใบย่อยรูปไข่หรือรูปขนมเปียกปูนเบี้ยว กว้าง 1-4 ซม. ยาว 1.5–6 ซม. ปลายใบมน โคนเบี้ยว  ช่อดอกออกเป็นพู่ โคนสีขาว ปลายสีชมพูเป็นฝอย ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง  ผลเป็นฝักรูปขอบขนานหรือโค้งเล็กน้อย  เมื่อแก่เป็นสีดำ มีเนื้อนิ่ม ฝักจะไม่แตก แต่จะหักเป็นท่อน ๆ 	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้เปลือกต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ร้อนใน ปากเป็นแผล ปวดฟัน เหงือกบวม และแก้ริดสีดวงทวารหนัก	เพาะเมล็ด
204	ส้มป่อย	Soap pod, Shikakai	ส้มป่อย	 Acacia concinna (Willd.) DC.	Acacia	Leguminosae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ขึ้นได้ทั่วไป  พบมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี 	"ส้มป่อยเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย มีหนามตามลำต้น กิ่ง ก้านและใบ ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ยาว 7-20 ซม. ใบย่อยรูปขอบขนาน ขนาดเล็ก ช่อดอก ออกที่ซอกใบ เป็นช่อกลม กลีบดอกเป็นหลอด สีนวล ผลเป็นฝัก สีน้ำตาลดำ ผิวย่นขรุขระ ขอบเป็นคลื่น
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ส้มป่อยธรรมดา และส้มป่อยหลวง ชุมชนใช้ประโยชน์จากส้มป่อยธรรมดามากกว่า เนื่องจากส้มป่อยหลวงพบไม่มาก
"	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=1277	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย  ใช้ยอดอ่อนกินเป็นผักสดกับน้ำพริก หรือปรุงอาหาร เช่น แกงส้ม ต้มยำ  ใช้ใบต้มน้ำดื่มแก้บิด แก้โรคตาต่างๆ  ใช้ฝักต้มน้ำดื่มหรือบดกินเป็นยาถ่าย ขับเสมหะ แก้ไอ แก้โรคผิวหนัง บำรุงเส้นผม แช่น้ำนำมาสระผมแก้รังแค หรือพอกแผลแก้โรคผิวหนัง  และใช้ในพิธีไล่ผี พิธีมงคลต่างๆ 	เพาะเมล็ด และปักชำกิ่ง
205	สะเลียม	Neem tree, Siamses neem tree	สะเดาบ้าน 	Azadirachta indica A.Juss.	Azadirachta	Meliaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	LC 2018	พบในป่าเบญจพรรณและป่าแดงทั่วไป  ปะปนกับไม้ใหญ่ เติบโตได้ในที่ค่อนข้างแห้งแล้งและเป็นพันธุ์ไม้เบิกนำได้ดี	สะเลียมเป็นไม้ยืนต้น สูง 5-10 เมตร ทุกส่วนมีรสขม ยอดอ่อนที่แตกใหม่มีสีน้ำตาลแดง เปลือกต้นสีเทาแตกเป็นร่อง ใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับ ใบย่อยรูปใบหอก กว้าง 3-4 ซม. ยาว 4-8 ซม. ขอบใบหยักฟันเลื่อย ฐานใบไม่เท่ากัน ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่งขณะกำลังแตกใบอ่อน กลีบดอกสีขาว ผลเป็นผลสด รูปรี มี    1 เมล็ด	""	""	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย  ใช้ยอดอ่อนและช่อดอกอ่อนกินเป็นผักสดหรือลวกกินกับน้ำพริก ลาบ แกงหน่อไม้ หรือแกงบอน    ใช้รากผสมในตำรับยารักษาโรคกระเพาะ  ใช้ผลต้มน้ำนำไปพ่นต้นไม้เพื่อปราบศัตรูพืช  ใช้ใบแก่ย้อมผ้าฝ้าย ให้สีเขียว	เพาะเมล็ด และตอนกิ่ง
206	สะเลียมไค้	""	สะเลียมหอม ไคร้หอม	Sauropus thorelii Beille	Sauropus	Phyllanthaceae	Accepted	""	""	พบในประเทศไทยและประเทศลาว ในประเทศไทยพบเฉพาะภาคเหนือ มีมากที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประเทศลาวพบในพื้นที่เขตชายแดนที่ติดกับภาคเหนือของประเทศไทย	สะเลียมไค้มันหรือไค้มันเป็นไม้พุ่ม สูง 1.5 เมตร เปลือกสีน้ำตาล ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบย่อยรูปหอก กว้าง 2.7-8 ซม. ยาว 6.5-26 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนสอบแหลม ขอบและผิวเรียบ หลังใบสีอ่อนกว่าท้องใบ ช่อดอกออกเป็นกระจุก จำนวนมาก ตามกิ่ง ต้น และซอกใบ ดอกแยกเพศ อยู่ต้นเดียวกัน ดอกเพศผู้ ไม่มีกลีบดอก มีกลีบเลี้ยง 2 ชั้นๆ ละ 3 กลีบ สีชมพูเข้ม เกสรเพศผู้เชื่อมติดกันเป็นท่อ ดอกเพศเมีย ไม่มีกลีบดอก มีกลีบเลี้ยง 2 ชั้น เหมือนกัน แต่สีเขียวอ่อน ผลรูปครึ่งวงกลมคว่ำลง ลักษณะแข็ง มีสันโดยรอบ ผิวขรุขระ	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ใบและยอดอ่อนกินสดกับลาบปลาและน้ำพริก  ใช้ใบเข้าตำรับยาจู้ แก้ปวดเมื่อย เจ็บตามร่างกาย	ปักชำกิ่ง
207	ขี้เปี้ยลูกฟ้อน 	Licorice weed, Scoparia-weed 	กรดน้ำ 	Scoparia dulcis L.	Scoparia	Plantaginaceae	Accepted	""	""	พบได้ทั่วไปเป็นกลุ่มบริเวณชายฝั่ง ชายน้ำ ริมบึงที่ชื้น 	สะเลียมดินเป็นไม้ล้มลุก มีใบเดี่ยวออกรอบข้อ 3 ใบ รูปหอก กว้าง        0.4-0.5 ซม. ยาว 1.2-1.4 ซม. ปลายใบแหลม โคนสอบ ขอบจักซี่ฟันลึกและห่าง ลำต้นเป็นเหลี่ยม ช่อดอกขนาดเล็กออกตามซอกใบเป็นกระจุก ดอกย่อยสีขาว มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ มีผลเดี่ยวทรงกลมสีเขียวตามซอกใบ ผลมีกลีบเลี้ยงติดอยู่	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=1105	เป็นพืชสมุนไพร  นำยอดอ่อนมาอมแล้วกลืนทีละนิด แก้เจ็บคอภายใน 2 วัน  ใช้ทั้งต้นเข้าตำรับยาแก้ปวดตามข้อ รักษาโรคเก๊า แก้ปวดกระดูก	เพาะเมล็ด
208	สัก	Teak	สัก	Tectona grandis L.f.	Tectona	Lamiaceae	Accepted	""	""	พบขึ้นทั่วไปในป่าเบญจพรรณทางภาคเหนือ และบางส่วนของภาคกลาง มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 700 เมตร ชอบขึ้นตามพื้นที่ที่เป็นภูเขา หรือตามพื้นราบที่มีดินระบายน้ำดี น้ำไม่ท่วมขัง โดยเฉพาะดินพวกหินปูน มักขึ้นเป็นกลุ่ม หรือขึ้นปะปนกับไม้อื่นในป่า 	สักเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 50 เมตร ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามรูปวงรีกว้าง กว้าง 6-50 ซม. ยาว 11-95 ซม. ช่อดอกขนาดใหญ่ ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบบริเวณปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว เชื่อมติดกันเป็นหลอดสั้น ผลสด ค่อนข้างกลม มีขน ละเอียดหนาแน่น หุ้มมิดด้วยกลีบเลี้ยงที่ขยายตัว	""	""	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย  ใช้ใบต้มน้ำดื่มช่วยลดน้ำตาลในเลือด  ใช้ดอกต้มน้ำดื่มช่วยขับปัสสาวะ  ใช้เปลือกปรุงยาฝาดสมาน  ใช้เนื้อไม้และใบต้มน้ำอาบแก้โรคอีสุกอีไส ปรุงยาแก้โรคเบาหวาน แก้ปัสสาวะพิการ ขับลมในลำไส้ แก้ไตพิการ  ใช้เนื้อไม้ต้มน้ำดื่มรักษาโรคผิวหนัง ขับพยาธิ  ใช้รากเข้าตำรับยาแก้โรคกระเพาะ แก้โรคนิ่ว  ใช้ลำต้นทำเครื่องเรือน ก่อสร้างบ้านเรือน  ใช้ใบย้อมผ้าฝ้าย ให้สีเขียว ใช้ลำต้นย้อมผ้าฝ้าย ให้สีแดงอมชมพู	เพาะเมล็ด และปักชำ
209	สันคำ	Variegated laurel, Garden croton, Fire croton	โกสน	Codiaeum variegatum (L.) Rumph. ex A.Juss.	Codiaeum	Euphorbiaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	LC 2019	กระจายพันธุ์อยู่ในประเทศเขตร้อนทั่วไป พบปลูกเป็นไม้ประดับบ้านเรือน ปลูกเลี้ยงง่าย ชอบดินโปร่งร่วนซุย อากาศถ่ายเทได้ดี ไม่มีน้ำขังแฉะ มีอินทรียวัตถุปานกลาง 	"สานเงินสานคำเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กถึงกลาง ทรงพุ่มรูปไข่ ใบดกแน่นทึบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานแกมรูปไข่หรือรูปไข่กลับแกมรูปขอบขนาน ปลายแหลม โคนสอบ ขอบเรียบหรือหยักเว้า บางพันธุ์เว้าลึกถึงเส้นกลางใบ ลักษณะและขนาดของใบแปรไปตามพันธุ์  แผ่นใบมีสีต่างๆ  เช่น  ขาว เหลือง ส้ม ชมพู แดง ม่วงดำ ก้านใบยาว 0.5-5 ซม.สีขาว  ช่อดอกกระจะ ตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น ช่อดอกเพศผู้โค้งลง ก้านยาว มีดอก 30-60 ดอก กลีบดอก 5-6 กลีบ ช่อดอกเพศเมียตั้งตรง ก้านช่อยาว มีดอก 10-20 ดอก ไม่มีกลีบดอก ผลแห้งกลม เมื่อแก่แตกเป็น 2 ซีก เมล็ดสีน้ำตาล
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ สานเงิน ใบมีขนาดใหญ่ และสานคำ ใบมีขนาดเล็ก
"	"รศ.ดร.ภญ.พาณี ศิริสะอาด คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช"	"https://www.pharmacy.cmu.ac.th/makok.php?id=171
http://www.dnp.go.th/botany/mplant/word.aspx?linkback=genus&keyback=Dendrophthoe&author=&family=&genus=&habit=&localname=&species=&word=&lastitem=cod002"	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย  ใช้ยอดอ่อนกินสดกับส้มตำ หรือลวกกินกับน้ำพริก ใส่แกงโฮะ ช่วยแก้ท้องเสีย  ใช้ใบแก่ย้อมผ้าฝ้าย ให้สีเขียวอมเหลือง	เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำกิ่งและยอด
210	เสลดพังพอน	Philippine violet, Hop headed barleria	เสลดพังพอน เสลดพังพอนตัวผู้	Barleria lupulina Lindl.	Barleria	Acanthaceae	Accepted	""	""	พบกระจายอยู่ทั่วไป ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี	เสลดพังพอนเป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 1 เมตร มีหนามแหลมยาวข้อละ 2 คู่ กิ่งก้านสีน้ำตาลแดง ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปใบหอกยาวหรือรูปขอบขนานกว้าง 1.8-2.5 ซม. ยาว 6-12 ซม. ผิวใบเรียบมันสีเขียวเข้ม เส้นกลางใบสีแดง ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง ยาวประมาณ 8 ซม. ใบประดับค่อนข้างกลม สีน้ำตาลแดงขนาดใหญ่กลีบดอกสีเหลืองส้ม โคนเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 2 ปาก ปากบนมีกลีบขนาดใหญ่ 4 กลีบ กลีบล่างเล็กกว่ามี 1 กลีบ ผลเป็นฝัก รูปไข่	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ใบสดขยี่หรือตำละเอียดทาหรือพอกแผลแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย(ไม่รวมงูกัด)  หรือตำแทรกพิมเสนเล็กน้อยหรือผสมเหล้าทารักษาโรคผิวหนังจำพวกเริมและงูสวัด  ใช้รากฝนกับเหล้าพอกแก้พิษงู แก้ไฟลามทุ่ง แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย โรคผิวหนัง และเข้าตำรับยาแก้โรคภูมิแพ้	เพาะเมล็ด และปักชำกิ่ง
211	เสี้ยวดอกขาว	Snowy orchid tree, Orchid tree	กาหลง ส้มเสี้ยว	Bauhinia acuminata L.	Bauhinia	Leguminosae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	LC 2012	พบทั่วไป  ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี	"เสี้ยวดอกขาวเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 3 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปกลม ลักษณะเหมือนใบแฝด กว้าง 9-18 ซม. ยาว 8-16 ซม. ปลายใบเว้าหยักลึก 3.5-5 ซม. โคนเว้าโค้งรูปหัวใจ ก้านยาว 2.5-5 ซม. ดอกออกเป็นช่อมีประมาณ 3-10 ดอก กลีบดอกแยก สีขาว เกสรตัวผู้ 10 อัน เกสรตัวเมียมี 1 รังไข่ ผลเป็นฝักแบน สีเขียว เมื่อแก่มีสีน้ำตาล 
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ เสี้ยวหวาน และเสี้ยวส้ม
"	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ดอกและฝักอ่อนเสี้ยวหวานลวกกินกับน้ำพริก หรือใส่ในแกงส้ม  ใช้ใบเสี้ยวส้มหมักเกลืออมแทนเมี่ยง  ใช้ดอกของทั้ง 2 ชนิด ต้มน้ำดื่มแก้ปวดศีรษะ ลดความดันโลหิตสูง แก้เลือดออกตามไรฟัน  ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้ไอ	เพาะเมล็ด และตอนกิ่ง
212	เสี้ยวดอกแดง	Butterfly tree, Orchid tree, Purple bauhinia	ชงโค เสี้ยวหวาน	Bauhinia purpurea L.	Bauhinia	Leguminosae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	LC 2012	พบในป่าเบญจพรรณ ตามถนนสองข้างทางทั่วไป  ปลูกเลี้ยงง่าย  เติบโตได้ในดินทั่วไป ที่มีความชื้นปานกลาง แสงแดดเต็มวัน	เสี้ยวส้มดอกม่วงเป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นผลัดใบขนาดกลาง สูง 10-15 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่แยกเป็น 2 แฉกลึก คล้ายใบติดกันหรือใบแฝด กว้าง 8-16 ซม. ยาว 10-14 ซม. ผิวใบด้านล่างมีเส้นใบนูน ช่อดอกออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง จำนวนดอกย่อย 6-10 ดอก สีชมพูอมม่วงหรือสีม่วงสดคล้ายกล้วยไม้ มีกลีบดอก 5 กลีบ เกสรเพศผู้ 3 อัน ขนาดไม่เท่ากัน กลิ่นหอมอ่อนๆ ตลอดวัน ผลเป็นฝักแบน รูปขอบขนาน ผลอ่อนสีเขียว เมื่อแก่จะแห้งและแตก	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2852	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนใส่แกงหน่อไม้  ใช้ใบตำละเอียดพอกรักษาฝี ต้มน้ำดื่มแก้ไอ  ใช้เปลือกต้มน้ำดื่มแก้บิด แก้ท้องร่วง แก้ท้องเสีย  ใช้ดอกต้มน้ำดื่มแก้ไข้ เป็นยาระบาย  ใช้รากต้มน้ำดื่มเป็นยาขับลม	เพาะเมล็ด ปักชำ และตอนกิ่ง
213	แสนลมก้าน	""	แสลงพันเถา 	Bauhinia pulla Craib	Bauhinia	Leguminosae	Accepted	""	""	พบขึ้นในเขตชุมชน ชอบที่ร่มรำไร เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วน ระบายน้ำดี	แสนลมก๊านเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง เปลือกต้นสีน้ำตาล แตกกิ่งก้านสาขามาก ยอดสีแดงหรือชมพู ต้นมีมือเกาะ ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปไข่ ปลายเรียวแหลมแยกเป็น 2 แฉก ขนาดใบกว้าง 5-6 ซม. ยาว 4-5 ซม. โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบมัน หลังใบสีอ่อนกว่าท้องใบ ก้านใบยาว 4-5 ซม.	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ใบตากแห้งผสมในตำหรับยาแก้นิ่ว แก้หน้ามืดตาลาย	ปักชำต้น
214	หญ้าขัดหลวง	Eastern fan-petals	หญ้าขัดหลวง   	Sida subcordata Span.	Sida	Malvaceae	Accepted	""	""	พบได้ทั่วไป ตามพื้นที่รกร้าง ข้างถนน และชายป่า ชอบพื้นที่ชุ่มชื้น ทนต่อน้ำขัง	หญ้าขัดใบมนเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก เปลือกต้นบางคล้ายปอ ลำต้นและก้านขนาดเล็ก สีแดงหรือม่วง มีขนนุ่มปกคลุม ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่กลับ ขอบใบจักฟันเลื่อย ปลายมน โคนมนหรือเว้า ผิวใบเรียบ ช่อดอก ออกเป็นกระจุก ตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยขนาดเล็กสีเหลือง กลีบเลี้ยง 5 กลีบ มีริ้วประดับ ขณะดอกตูมชั้นกลีบเลี้ยงหุ้มดอกไว้จนมิด กลีบดอก 5 กลีบ เชื่อมติดกัน เกสรเพศผู้จำนวนมาก เชื่อมติดกันเป็นหลอด ผลแห้งและแตก 	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ทั้งต้นต้มน้ำดื่มแก้อาเจียน แก้ไข้ แก้พิษโลหิต ขับเสมหะ แก้ไข้ตัวร้อน ดับพิษร้อนภายใน แก้กามตายด้าน บำรุงกำหนัด  ใช้รากตากแห้งต้มน้ำร่วมกับข้าวเจ้าเปลือกดื่มทุกเช้าเย็น แก้ปวดหลังปวดเอว และเข้าตำรับยาแก้กลางบ้าน แก้อ่อนเพลีย	เพาะเมล็ด
215	หญ้าขัด	Wireweed	หญ้าขัดใบยาว	Sida acuta Burm.f.	Sida	Malvaceae	Accepted	""	""	พบขึ้นได้ทั่วไป ตามพื้นที่รกร้าง ข้างถนน และชายป่า ชอบพื้นที่ชุ่มชื้น ทนต่อน้ำขัง	หญ้าขัดใบยาวเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นตั้งตรงแตกกิ่งก้าน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอก ถึงรูปแถบ กว้าง 0.5-2.5 ซม. ยาว 1.5-7.5 ซม. โคนและปลายใบแหลม ขอบจักฟันเลื่อย หูใบรูปแถบ ดอกเดี่ยวหรืออกเป็นกระจุก 2-3 ดอก ที่ซอกใบ กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอก รูปไข่กลับเบี้ยว ปลายเว้าตื้น สีเหลืองอ่อน เกสรเพศผู้เชื่อมติดกันเป็นมัดเดียว ผลแห้งแตกได้ เมล็ดรูปไข่แกมสามเหลี่ยม สีน้ำตาลเข้ม	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/237	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย  ใช้ทั้งต้นต้มหรือแช่น้ำดื่มแก้เบื่อ แก้ไข้  ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้ปัสสาวะขัด ตากแห้งต้มน้ำร่วมกับข้าวเจ้าเปลือกดื่มทุกเช้าเย็น แก้ปวดหลังปวดเอว และเข้าตำรับยาแก้กลางบ้าน แก้อ่อนเพลีย แก้ปวดเอว  ใช้ลำต้นและกิ่งก้านมัดรวมกันทำไม้กวาด 	เพาะเมล็ด
216	ควยงูน้อย	Ox knee	พันงูน้อย	Achyranthes bidentata Blume	Achyranthes	Amaranthaceae	Accepted	""	""	เป็นพรรณไม้ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ตามพื้นที่ลุ่ม ชื้นแฉะ พบได้ทั่วไปทุกภาคของประเทศ	"หญ้าควยงูเป็นไม้ล้มลุก สูง 60-100 ซม. ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามแบบตั้งฉาก รูปขอบขนาน รูปวงรีหรือรูปไข่ กว้าง 1.5-5 ซม. ยาว 2-8 ซม. ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีเขียว ผลแห้ง ไม่แตก รูปขอบขนานยาว  
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ หญ้าควยงูน้อย และหญ้าควยงูใหญ่ มีขนาดลำต้นแตกต่างกัน ชาวบ้านนิยมใช้ปรุงยาทั้ง 2 ชนิด
"	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ทั้งต้นล้างสะอาดตากแห้งต้มน้ำร่วมกับข้าวเปลือกข้าวเจ้าดื่มเป็นยาบำรุงน้ำนมสตรีหลังคลอดบุตร  หรือใช้เป็นส่วนผสมในตำรับยาแก้ปัสสาวะขัด 	เพาะเมล็ด และปักชำต้น
217	หญ้าคอตุงตัวผู้	""	""	สกุล Flemingia	Flemingia	Leguminosae	""	""	""	พบขึ้นทั่วไปในป่าทุกภาคของประเทศไทย  ชอบขึ้นตามที่รกร้าง หรือริมทาง	หญ้าคอตุงตัวผู้เป็นไม้ล้มลุก สูง 1-1.5 เมตร ต้นกลม มีลักษณะหยักเป็นฟันปลา ทั้งต้นมีขนสั้นปกคลุม ใบประกอบ ออกเรียงสลับ มี 3 ใบย่อย ใบตรงกลางขนาดใหญ่ที่สุด รูปไข่กลับ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ อีก 2 ใบด้านข้าง ประกบคล้ายปีก ขนาดเล็กเท่ากัน รูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบเบี้ยว ดอกช่อกระจะ รูปทรงกระบอก ออกที่ปลายยอด มีใบประดับสีเขียวหุ้มเป็นชั้นๆ ดอกรูปดอกถั่ว ผลเป็นฝักแบนยาว ส่วนหัวมีกลีบเลี้ยงติดอยู่ ส่วนท้ายมีรยางค์    1 เส้น ลักษณะโค้งงอ ขอบผลเว้าตื้นหนึ่งหรือสองด้าน	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ชาวบ้านใช้ใบต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้พิษเบื่อพยาธิ แก้โรคตานซาง แก้อาการผอมเหลือง แก้ริดสีดวงทวาร ช่วยบำรุงประสาท  	เพาะเมล็ด  ปักชำกิ่ง  หรือแยกกอ
218	หญ้าคอตุงตัวเมีย	Trefle gros	ข้าวเม่านก	Tadehagi triquetrum (L.) H.Ohashi	Tadehagi	Leguminosae	Accepted	""	""	พบในป่าทั่วไป  ชอบขึ้นบริเวณที่รกร้าง หรือริมทาง	หญ้าคอตุงตัวเมียหรือหญ้าหนอนตายเป็นไม้ล้มลุก สูง 15-50 ซม. กิ่งก้านเป็นสันสามเหลี่ยม แตกกิ่งก้านสาขามาก ยอดและกิ่งอ่อนมีสีแดงมัน มีหูใบสีเงินหรือเทาสองข้าง เมื่อแก่สีชา ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปไข่หรือรูปใบหอก กว้าง 2-4 ซม. ยาว 8-10 ซม. หลังใบมีขน ท้องใบผิวเรียบ ก้านใบแผ่เป็นปีก ช่อดอกกระจะ รูปทรงกระบอก ออกที่ซอกใบหรือปลายกิ่ง ดอกรูปดอกถั่ว สีม่วง ผลเป็นฝักแบนยาว ส่วนหัวมีกลีบเลี้ยงติดอยู่ ส่วนท้ายมีรยางค์ 1 เส้น ลักษณะโค้งงอ ขอบผลเว้าตื้นหนึ่งหรือสองด้าน	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=808	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย  ใช้ใบต้มน้ำดื่มแก้พิษเบื่อพยาธิ แก้โรคตานซาง แก้อาการผอมเหลือง แก้ริดสีดวงทวาร ช่วยบำรุงประสาท  ใช้ใบสดหั่นผสมยาเส้นและปูนขาวมวนบุหรี่สูบ ใช้ตำพอกแผลวัวควาย รักษาแผลมีหนอง ใช้ปิดปากไหหมักปลา เพื่อป้องกันแมลงวันมาวางไข่	เพาะเมล็ด  ปักชำกิ่ง  และแยกกอ
219	หญ้าถอดบ้อง	Horsetail, Scouring rushes	หญ้าถอดบ้อง, หญ้าถอดปล้อง	Hippochaete debilis (Roxb. ex Vaucher) Ching	Hippochaete	Equisetaceae	Accepted	""	""	พบขึ้นเองตามผืนป่าดงดิบที่มีความชุ่มชื้นตลอดปี ในทุกภาคของประเทศไทยที่สูงจากระดับน้ำทะเล 500 เมตรขึ้นไป ส่วนใหญ่ขึ้นใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่ ใกล้แหล่งนํ้า 	หญ้าถอดบ้องเป็นพืชที่มีท่อลำเลียงน้ำชั้นต่ำ ไม่มีเมล็ด ลำต้นตั้งตรง ขนาดเล็ก สีเขียว สูง 30-100 ซม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 1-5 มม. มีข้อปล้องเห็นชัดเจน ผิวเป็นร่อง 8-25 ร่อง ภายในกลวง ผิวสาก แตกกิ่งก้านตามข้อ ใบเป็นเยื่อบางๆ เรียงรอบข้อสีเขียวหรือน้ำตาล หลุดร่วงง่าย ช่อดอกขนาดเล็ก ออกที่ปลายยอด ดอกย่อยสีเหลือง	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ต้นต้มน้ำผสมเหง้าปูเลยดื่มแก้ปวดน่องปวดขา ปวดกระดูกปวดข้อ ขับระดูขาว บำรุงไต และเข้าตำรับยาแก้นิ่ว	แยกกอ และเพาะสปอร์
220	หญ้าปักกิ่ง	Hassk grass	หญ้าปักกิ่ง หญ้าเทวดา	Murdannia loriformis (Hassk.) R.S.Rao & Kammathy	Murdannia	Commelinaceae	Accepted	""	""	พบทั่วไป  ชอบพื้นที่ชุ่มชื้น ดินร่วนซุย ระบายน้ำดี มีแสงแดดส่องปานกลาง	หญ้าปักกิ่งเป็นไม้ล้มลุก สูงประมาณ 10 ซม. ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบที่โคนต้นกว้างประมาณ 1.5 ซม. ยาว 10 ซม. ใบส่วนบนสั้นกว่าใบที่โคนต้น ช่อดอก ออกที่ปลายยอด รวมกันเป็นกระจุกแน่น ใบประดับย่อยค่อนข้างกลมซ้อนกัน สีเขียวอ่อน บางใส กลีบดอกสีฟ้าหรือม่วงอ่อน ร่วงง่าย ผลเป็นผลแห้ง แตกได้	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ใบกินสดกับลาบ เพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย ใช้ตำหรือปั่นกินสดเชื่อว่าช่วยรักษาโรคมะเร็ง อัมพฤกษ์อัมพาต	ปักชำกิ่ง
221	หญ้าปันยอด	Sensitive plant, sleepy plant, touch-me-not 	ไมยราบ 	Mimosa pudica L.	Mimosa	Leguminosae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	LC 2012	พบกระจายทั่วไป  ในที่โล่งเตียนทั่วไป  ชอบพื้นที่แห้งแล้ง แสงแดดจัด	หญ้าปันยอบเป็นไม้ล้มลุกกึ่งเลื้อย ทอดแผ่ไปตามพื้นดิน ลำต้นมีขนละเอียดและหนามโค้งงอ ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ไวต่อการสัมผัส ยาว 10-13 ซม. ประกอบด้วย 4 ใบย่อย เรียงตัวแบบนิ้วมือ ยาว 4.5-8 ซม. ใบย่อย 17-22 คู่ รูปใบหอก กว้าง 2.5-3 มม. ยาว 10-14 มม. ผิวใบด้านบนสีเขียว ด้านล่างสีม่วงอ่อน ช่อดอก รูปทรงกลม ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีชมพู ผลเป็นฝักแบน เป็นข้อๆ อยู่รวมกันเป็นช่อ เมื่อสุกสีดำ	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1503	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้โรคไต แก้บิด ขับปัสสาวะ  ใช้ทั้งต้นตากแห้งทำเป็นมัดต้มน้ำดื่มแทนชาช่วยขับปัสสาวะ แก้ไตพิการ หรือผสมอ้อยดำเพื่อเพิ่มรสชาติให้ดื่มง่าย  ใช้เข้าตำรับยาแก้ปัสสาวะขัด แก้ปวดกระดูก ปวดตามข้อ  ใช้รากเข้าตำรับยารักษาโรคกระเพาะ	เพาะเมล็ด
222	หญ้าปากควาย	Fowe foot grass, Goose grass, Wire grass, Yard grass	หญ้าตีนกา 	Eleusine indica (L.) Gaertn.	Eleusine	Poaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	LC 2011	พบกระจายอยู่ทั่วไป  ขึ้นในที่โล่งชื้นแฉะทั่วไปและริมทาง 	หญ้าผากควายเป็นพืชล้มลุกวงศ์หญ้า แตกเป็นกอ ลำต้นส่วนล่างทอดเอน ชูส่วนยอด สูง 50-64 ซม. แตกรากและต้นใหม่ตามข้อ กาบใบจะบีบตัวเป็นสันทำให้ลำต้นแบน ใบเดี่ยว รูปขอบขนาน กว้าง 0.4-0.7 ซม. ยาว 10-22 ซม. ขอบใบเรียบ เห็นเส้นกลางใบเด่นชัด ช่อดอกเป็นก้านเดี่ยว ยาว 35-45 ซม. ปลายก้านช่อดอกแตกเป็นแขนง คล้ายตีนกา ดอกย่อยสีเขียว ยอดเกสรเพศเมียสีม่วงเข้ม	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ทั้งต้นเข้าตำรับยาแก้กลางบ้าน แก้อ่อนเพลีย แก้อาเจียน แก้ไข้ แก้ท้องร่วง แก้อาหารเป็นพิษ 	เพาะเมล็ด
223	หญ้าเมืองวาย	Bitter bush, Siam weed	สาบเสือ 	Chromolaena odorata (L.) R.M.King & H.Rob.	Chromolaena	Compositae	Accepted	""	""	พบได้ตามที่รกร้างทั่วไป ชอบพื้นที่แห้งแล้ง แสงแดดจัด	หญ้าเมืองวายเป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียว ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้าน สูงได้ถึง 1.5 เมตร ทุกส่วนของต้นขณะที่ยังอ่อนมีขน ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่ ผิวใบมีขน กว้าง 2-6.5 ซม. ยาว 5.5-11.5 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาวหรือขาวแกมม่วง ผลแห้ง ไม่แตก ลักษณะเป็นเส้นยาวแบน มีขน	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/211	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย  ใช้ใบขยี้ละเอียดหรือบดพอกรักษาแผลสดและแผลเรื้อรัง ช่วยห้ามเลือด  ใช้เข้าตำรับยารักษาแผลสด คัดเลือด  และใช้ย้อมผ้าฝ้าย ให้สีเขียว	เพาะเมล็ด
224	หญ้าหนวดแมว	Cat's whisker, Java tea	หญ้าหนวดแมว 	Orthosiphon aristatus (Blume) Miq.	Orthosiphon	Lamiaceae	Accepted	""	""	พบขึ้นได้ทั่วไป  ชอบดินร่วนชื้นเกือบแฉะ ต้องการน้ำมาก ชอบแดดร่มรำไร ปลูกกลางแจ้งได้	หญ้าหนวดแมวเป็นไม้พุ่มสูง 0.5-1 เมตร กิ่งและก้านสี่เหลี่ยมสีม่วงแดง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่แกมสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด กว้าง 2-4 ซม. ยาว         4-7 ซม. ขอบใบหยักฟันเลื่อย ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง มี 2 พันธุ์ คือ พันธุ์ดอกสีขาวและพันธุ์ดอกสีม่วงน้ำเงิน เกสรตัวผู้ยื่นพ้นกลีบดอกออกมายาวมาก ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก รูปรี ขนาดเล็ก	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?Botanic_ID=2524	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ใบอ่อนและยอดอ่อนต้มน้ำดื่มช่วยขับปัสสาวะ  ใช้ทั้งต้นเข้าตำรับยาแก้นิ่ว แก้โรคเบาหวาน	เพาะเมล็ด  และปักชำกิ่ง
225	หญ้าเอ็นยืด	Greater plantain, Waybread, Common plantago ,broad-leaved plantain	ผักกาดน้ำ หมอน้อย	Plantago major L.	Plantago	Plantaginaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบมากบริเวณที่รกร้างบนพื้นที่สูงทางภาคเหนือ ชอบขึ้นในผืนป่าที่ได้รับความชื้นตลอดวัน และพื้นที่ใกล้แหล่งนํ้า ชอบแสงแดด	หญ้าเอ็นยืดเป็นไม้ล้มลุกสูง 30-50 ซม. ลำต้นสั้นติดผิวดิน ใบเดี่ยว ออกเป็นกระจุก รูปไข่กลับ กว้าง 12-16 ซม. ยาว 20-30 ซม. ก้านใบยาวเท่ากับแผ่นใบ ช่อดอก แทงออกจากกลางต้น ดอกย่อยขนาดเล็ก สีเขียวแกมน้ำตาล ผลเป็นผลแห้ง แตกได้	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=2141	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ทั้งต้นเคี้ยวสด ตากแห้งต้มน้ำดื่ม หรือเข้าตำรับยา สรรพคุณแก้ปวดกระดูก แก้เอ็นตึง แก้กระดูกเคลื่อน กระดูกเดาะ ช่วยให้กระดูกเชื่อมติดเร็วขึ้น	เพาะเมล็ด  และแยกกอ
226	หน่วยใต้ใบ	Chamber bitter, Gripeweed	หญ้าใต้ใบ	Phyllanthus urinaria L.	Phyllanthus	Phyllanthaceae	Accepted	""	""	พบขึ้นทั่วไป ตามที่รกร้าง ริมทาง ชอบดินทรายระบายน้ำดี และร่มรำไร 	หน่วยใต้ใบเป็นพืชล้มลุก ทุกส่วนมีรสขม ใบเดี่ยว เรียงสลับในระนาบเดียวกัน รูปขอบขนาน กว้าง 3-5 มม. ยาว 6-14 มม. ปลายใบแหลม โคนมนหรือเบี้ยว ขอบเรียบสีม่วงแกมน้ำตาล ผิวใบเรียบ ดอกออกที่ซอกใบ แยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน เพศเมียเป็นดอกเดี่ยว เพศผู้ออกเป็นกระจุก สีนวล ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ รูปกลม ผิวขรุขระขนาดใหญ่กว่าลูกใต้ใบ มีลักษณะเป็นพูตามผลบ้าง	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2280	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ทั้งต้นต้มน้ำดื่มแก้ไข้  เข้าตำรับยาแก้ปวดกระดูก ปวดตามข้อ แก้โรคเบาหวาน	เพาะเมล็ด
227	หนาดจืด	""	""	สกุล Blumea	Blumea	Asteraceae	""	""	""	ชอบขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะในป่าทั่วไป  ชอบดินเหนียวปนทราย ระบายน้ำดี แสงแดดพอควร	หนาดจืดเป็นไม้พุ่ม สูง 1-4 เมตร ไม่แตกกิ่งก้านมาก เปลือกต้นสีเทาปนเดา มีขนนุ่มปกคลุมทั้งต้น ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับถี่ รูปรีแกมขอบขนาน กว้าง    2-10 ซม. ยาว 8-25 ซม. ขอบใบจักซี่ฟันห่าง ปลายใบแหลม โคนสอบแหลม ผิวหนา เนื้อใบขรุขระเล็กน้อย เส้นกลางใบสีเหลืองอ่อน ยอดอ่อนมีขนสีน้ำตาลปกคลุม ช่อดอกแยกแขนง ช่อดอกย่อยแบบกระจะ ออกที่ปลายยอด รูปพีระมิด กลีบดอกย่อยสีเหลือง ผลแห้ง ไม่แตก โค้งงอเล็กน้อยเป็นเส้น 5-10 เส้น มีขนสีขาว	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ลำต้นต้มน้ำดื่มและทำยาห่มช่วงอยู่เดือนสำหรับสตรีหลังคลอดบุตร หรือผสมในตำรับยากินยาห่ม ยาอยู่เดือน ยาแก้ผิดเดือน	เพาะเมล็ด
228	หนุมานประสานกาย	Umberlla  tree	หนวดปลาหมึกแคระ	Schefflera arboricola (Hayata) Merr.	Schefflera	Araliaceae	Accepted	""	""	พบปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป ขึ้นได้ในดินทุกประเภท ที่มีความชุ่มชื้น ระบายน้ำดี	หนุมานประสานกายเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นตั้งตรงแตกกิ่งก้านจำนวนมาก ทรงพุ่มกลม ใบประกอบรูปฝ่ามือเรียงสลับ  มีใบย่อยแตกออกจากก้านใบที่จุดเดียวกัน 7-11 ใบ   ใบย่อยรูปไข่กลับกว้าง 4-6 ซม. ยาว 4.5-11 ซม. ปลายใบมน โคนสอบ ขอบใบเรียบ ผิวเกลี้ยงเป็นมัน ท้องใบสีเขียวเข้ม ก้านใบย่อยสีเขียวอ่อน ช่อดอกซี่ร่มเชิงประกอบ ออกที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยสีชมพู มีขนาดเล็ก ผลสด มีเมล็ดเดียว แข็ง สีดำ	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนกินสดกับแกงหน่อไม้ เป็นยาแก้ปวดท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อ  ใช้ใบสดตำพอกแผลห้ามเลือด สมานแผล  ใช้ตำผสมเหล้าขาวคั้นน้ำดื่มแก้อาการช้ำใน ตกเลือด หรืออาเจียนเป็นโลหิต  ใช้ผสมในตำรับยาแก้หืด แก้ภูมิแพ้  	เพาะเมล็ด  ตอนกิ่ง  และปักชำต้น
229	หมากคอม	""	ลาย กอม	Microcos paniculata L.	Microcos	 Malvaceae	Accepted	""	LC 2019	พบกระจายพันธุ์อยู่ในป่าเบญจพรรณ ป่าแดง และป่าดิบแล้ง ทั่วไป ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 100 เมตรขึ้นไป  เจริญเติบโตได้ในดินทุกประเภท	"หมากกอมเป็นไม้ต้นขนาดเล็กถึงกลาง ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปขอบขนาน กว้าง 4-8 ซม. ยาว 8-17 ซม.ปลายเรียวแหลม ขอบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย เส้นแขนงใบข้างละ 4-8 เส้น เห็นได้ชัด ช่อดอกออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ยาว 3-15 ซม. ดอกอ่อนกลมหรือป้อม กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีอย่างละ 5 กลีบ ขนาดกลีบดอกจะสั้นกว่ากลีบเลี้ยง 1 เท่าตัวและร่วงง่าย เกสรเพศผู้มีจำนวนมากและล้อมรอบรังไข่ ผลกลมหรือรูปไข่กลับ กว้างประมาณ 1 ซม. ยาว 1.5 ซม. เมื่อแก่สีเหลือง
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ หมากกอมหวาน และหมากกอมขม(มีพิษ) 
"	""	""	เป็นพืชสมุนไพร และพืชใช้สอย  ใช้ทั้ง 5 ส่วน(ราก ต้น ใบ ดอก ผล) ของหมากกอมหวาน ต้มน้ำดื่มแก้ไข้จับสั่น ตัวร้อน ดับพิษ บำรุงน้ำดี บำรุงเลือด  ใช้เปลือกของหมากกอมขมวางฆ่าแมลงวัน	เพาะเมล็ด
230	หวาย	Rattan 	หวายขม	Calamus viminalis Willd.	Calamus	Arecaceae	Accepted	""	""	พบกระจายอยู่ทั่วไป มี 6 สกุล ประมาณ 50 ชนิด เป็นไม้ระดับกลางของป่า  ชอบที่ดอนและพื้นที่กลางแจ้งที่ได้รับแสงแดดเต็มวัน ดินร่วนซุย ไม่ทนต่อบริเวณน้ำท่วมขัง	"หวายเป็นพืชสกุลปาล์ม ลำต้นเป็นเถาเลื้อย มีขนาดปานกลาง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.5-1 นิ้ว ลำต้นและกาบใบมีหนาม ใบประกอบคล้ายใบมะพร้าว ใบย่อย 75-90 ใบ เรียงตัวเป็นกระจุกตรงกันข้าม กระจุกละ 5-8 ใบ ช่อดอกออกที่ลำต้นส่วนที่มีกาบใบหุ้ม จะทยอยสร้างไม่พร้อมกัน หลังออกดอกส่วนยอดจะเจริญเป็นลำต้นต่อไป ผลกลุ่มออกเป็นพวง ผิวผลย่อยเป็นเกล็ดซ้อนทับกัน เมื่อแก่สีขาว เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.8-1 ซม.
พันธุ์หวายที่พบในชุมชนจำแนกได้ 2 ประเภท คือ หวายฝาด และหวายขม  หวายฝาดมี 2 ชนิด ได้แก่ หวายหนามล้อม และหวายบุ่น  ส่วนหวายขม มี 3 ชนิด ได้แก่ หวายหางหนู(หวายติ้วดีด) หวายเขียว หวายหม่น(หวายน้ำผึ้ง หวายหยวก) 
"	""	""	เป็นพืชอาหาร สมุนไพร และพืชใช้สอย  ใช้ผลสุกกินเล่นเป็นผลไม้  ใช้หางหวาย(ลำต้นอ่อนหรือหน่อหวาย) นำมาเผาแกะเนื้อในตำน้ำพริก ปรุงอาหารประเภทผัด แกง  ใช้รากหวายขมเข้าตำรับยาแก้ไข้ แก้ร้อนในกระหายน้ำ ช่วยบำรุงร่างกายที่อ่อนเพลีย และแก้ปัสสาวะขัด แก้ไข้ บำรุงร่างกายที่อ่อนเพลีย แก้ร้อนในกระหายน้ำ  ใช้เส้นหวาย(ลำต้นแก่) สานทำฝักมีด พร้า ตะกร้า และชะลอมใส่ของ	เพาะเมล็ด และแยกหน่อ
231	หอมด่วน	Kitchen mint, Menthe kitchen mint	สะระแหน่ 	Mentha × villosa Huds.	Mentha 	Lamiaceae	Accepted	""	""	พบได้ทั่วไป  ชอบขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะ ชอบดินร่วงซุย 	"หอมด่วนเป็นไม้ล้มลุก เลื้อยแผ่ไปตามดิน ลำต้นสี่เหลี่ยม สีเขียวแกมม่วงน้ำตาล แตกกิ่งก้านมาก ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรีค่อนข้างกว้าง กว้าง       1.5-2.5 ซม. ยาว 2-3 ซม. ผิวใบย่น ขอบใบหยักฟันเลื่อย มีกลิ่นเฉพาะ ดอกช่อ ออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ หอมด่วนใหญ่ ก้านสีม่วง และหอมด่วนน้อย ก้านสีเขียว ใบมน
"	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88/	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนกินสดกับลาบหมู หรือซุปมะเขือ(ตำมะเขือกับหวาย ปรุงรสคล้ายตำน้ำพริกหวาย )  ใช้ทั้งต้นตำผสมกับหญ้าตีนต่อใส่ศีรษะเด็กแก้ปวดหัวตัวร้อน	ปักชำกิ่ง
232	หอมด่วนหลวง	Oreille, Oregano, Indian borage, Country borage, Mexican Mint, Indian Borage, Soap Mint  	เนียมหูเสือ, หูเสือ	Plectranthus amboinicus (Lour.) Spreng.	Plectranthus	Lamiaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะ ทั่วทุกภาคของประเทศไทย  พบในภาคเหนือเป็นส่วนมาก ชอบดินอุดมสมบูรณ์มีอินทรียวัตถุสูง 	หอมด่วนหลวงเป็นไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน ใบหนาแข็ง เรียงตรงข้าม ตั้งฉากเป็นคู่ๆ ปลายใบแหลม โคนใบมน มีหยักมนเล็กๆ ที่ขอบใบ เส้นใบเห็นชัดเจน ผิวใบอวบน้ำ ต้นอวบอ้วนสีแดง มีขนขาวทั้งกิ่งก้านใบ ใบมีกลิ่นหอมฉุน ต้นเมื่อยาวมากจะล้มราบกับพื้น	ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี	http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=173	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนกินสดกับลาบหมู หรือซุปมะเขือ(ตำมะเขือกับหวาย ปรุงรสคล้ายตำน้ำพริกหวาย ) ใช้ทั้งต้นตำใส่ศีรษะเด็กเล็กช่วยลดไข้	ปักชำกิ่ง
233	พระฤาษี	Arrow root, West indian arrow-root	สาคู 	Maranta arundinacea L.	Maranta	Marantaceae	Accepted	""	""	ในธรรมชาติขึ้นใต้ร่มไม้ใหญ่ในป่าเต็งรัง หรือป่ากึ่งป่าเต็งรัง ตามชายบึงหรือลำธาร ทุกภาคของประเทศไทย เจริญเติบโตได้ในดินทุกประเภท แต่ขึ้นได้ดีในดินร่วน ดินร่วนทราย มีความอุดมสมบูรณ์สูง 	หัวพระฤาษีเป็นพืชล้มลุกมีเหง้าใต้ดิน มีกาบใบอ่อนซ้อนกัน เป็นลำต้นเทียมขึ้นมาเหนือดิน ความสูงทรงพุ่มประมาณ 50-80 ซม. เหง้าหน่ออ่อนใต้ดิน มีรูปยาวรีปลายยอดแหลมสีขาวมีข้อปล้อง ใบเดี่ยวรูปรี กว้าง 10-20 ซม. ยาว     20-25 ซม. ปลายใบแหลม  ขอบใบขนานม้วนเข้าหากันเล็กน้อย แผ่นใบเรียบสีเขียว รวงช่อดอกยืดยาวเหนือทรงพุ่ม ดอกสีขาวทรงระฆัง มันสาคู มี 2 ชนิดคือมันสาคูธรรมดา และมันสาคูใบลาย	พืชเกษตร	https://puechkaset.com/%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B9/	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้เหง้าต้มกินเป็นอาหารว่าง  และเป็นยาแก้ท้องร่วง แก้เสียดท้อง 	ปักชำหน่อ และปักชำเหง้า
234	หัวยาข้าวเย็น	""	ข้าวเย็นเหนือ	Smilax corbularia Kunth	Smilax	Smilacaceae	Accepted	""	""	พบขึ้นในป่าดิบชื้น หรือป่าดิบเขา ทั่วไป  มีมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ชอบดินร่วนชุ่มชื้น มีอินทรียวัตถุ ระบายน้ำดี 	"หัวยาข้าวเย็นเป็นไม้เถา เลื้อยพันต้นไม้อื่น แตกกิ่งก้านสาขาจากโคนต้น ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ กว้าง 2.5-3.5 ซม. ยาว 3.5-6.5 ซม. โคนใบมน ปลายแหลม ขอบเรียบ ผิวใบเรียบมัน ท้องใบสีเขียวสด หลังใบสีเขียวอ่อนปนขาว ช่อดอกกระจุกแน่นออกตามซอกใบ ดอกย่อยรูปทรงกลม สีเหลืองอ่อน ผลกลุ่มออกเป็นกระจุก ผลย่อยเป็นผลสด รูปทรงกลม
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ หัวยาข้าวเย็นยอดขาว และหัวยาข้าวเย็นยอดแดง
"	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD/	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนกินเป็นผักสดกับน้ำพริก  ใช้หัวใต้ดินต้มน้ำให้เด็กอาบเป็นยาแก้อาการตุ่มแดง มีผื่นคัน และถ่ายเหลว  หั่นตากแห้งผสมในตำรับยาบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย แก้นิ่ว แก้ปวดหลังปวดเอว รักษาริดสีดวงทวาร แก้ปวดเมื่อยในผู้สูงอายุ	เพาะเมล็ด
235	เหงือกปลาหมอ	Sea holly, Holly mangrove	เหงือกปลาหมอดอกม่วง เหงือกปลาหมอทะเล	Acanthus ilicifolius L.	Acanthus	Acanthaceae	Accepted	""	LC 2011	พบปลูกทั่วไป  ชอบขึ้นตามชายน้ำ ริมฝั่งคลองบริเวณปากแม่น้ำ  ชอบดินร่วนอุ่มน้ำดี  	เหงือกปลาหมอเป็นไม้พุ่ม สูง 0.5-1.0 เมตร ลำต้นกลมเรียบ แข็ง สีเขียวแกมเทา มีหนามตามข้อๆ ละ 4 หนาม ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรีหรือรูปขอบขนาน กว้าง 3-7 ซม. ยาว 6-20 ซม. ขอบใบเว้าหยักซี่ฟันห่าง ปลายซี่เป็นหนามแหลม ผิวใบเรียบเป็นมัน เนื้อใบเหนียวแข็ง ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง มีกลีบดอกสีม่วงอมฟ้า มีแถบสีเหลืองอ่อนกลางกลีบ ผลเป็นฝัก รูปไข่หรือทรงกระบอก	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ต้นและเมล็ดขยี่ทารักษาฝี แก้โรคน้ำเหลืองเสีย  ใช้เมล็ดต้มน้ำดื่มเป็นยาขับพยาธิ  ใช้ใบคั่นน้ำทาศีรษะช่วยบำรุงรากผม  ใช้ทั้งต้นต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง แก้พิษฝีดาษ ฝีภายใน แก้พิษไข้ แก้โรคผิวหนัง รักษาแผลเรื้อรัง  และเข้าตำรับยาแก้นิ่ว แก้หน้ามืดตาลาย	เพาะเมล็ด  และปักชำต้น
236	บุก	""	บุกคนโท 	Amorphophallus muelleri Blume	Amorphophallus	Araceae	Accepted	""	""	พบขึ้นบนพื้นที่โล่งในป่าเบญจพรรณและป่าละเมาะโปร่ง ในภาคเหนือและภาคตะวันตกเฉียงใต้ สูงถึง 900 เมตร จากระดับน้ำทะเล	หัวอีหยอเป็นไม้ล้มลุก มีหัวใต้ดิน รูปทรงกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 20 ซม. ใบเดี่ยวแผ่ออกคล้ายร่มหยักเว้าเป็นแฉก ก้านใบกลมอวบน้ำ ยาว 150-180 ซม. ลายสีเขียวและแดง มีหัวย่อยเกิดบนใบ ดอกเป็นช่อ แทงจากหัวใต้ดิน ลักษณะเป็นแท่งสีแดงแกมน้ำตาล ก้านช่อสั้นมีใบประดับรูปกรวยหุ้มช่อดอกขอบหยักเป็นคลื่นและบานออก  ผลเป็นผลสดเนื้อนุ่ม 	""	""	เป็นพืชอาหาร  หัวใต้ดินมีพิษทำให้คัน ต้องนำมาผ่านกรรมวิธีกำจัดพิษ แล้วใช้ทำเป็นอาหาร เช่น ยำบุก 	เพาะเมล็ด แยกหน่อ และปักชำหัว
237	อ้อยดำ	Sugar cane	อ้อยแดง	Saccharum officinarum L.	Saccharum	Poaceae	Accepted	""	""	พบปลูกในสวน และบริเวณบ้านเรือน ทั่วไป ชอบดินร่วนที่มีอินทรียวัตถุสูง น้ำไม่ท่วมและมีการระบายน้ำดี ชอบแสงมาก	อ้อยดำเป็นไม้ล้มลุก สูง 2-5 เมตร ลำต้นสีม่วงแดง มีไขสีขาวปกคลุม ไม่แตกกิ่งก้าน ใบเดี่ยว เรียงสลับ กว้าง 2.5-5 ซม. ยาว 0.5-1 เมตร ช่อดอก ออกที่ปลายยอด สีขาว ผลเป็นผลแห้ง ขนาดเล็กอ้อยมีหลายพันธุ์ แตกต่างกันที่ความสูงความยาวของข้อและสีของลำต้น	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2410	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ลำต้นปลอกเปลือกกินเล่น แก้ไข้ แก้เจ็บคอ  นำไปเจาะรูหยอดด้วยเกลือเม็ดหรือผ่าทาด้วยเกลือแล้วนำไปบ่มไฟ(เผาไฟ) แช่น้ำดื่มแก้ไอทุกชนิดโดยเฉพาะแก้ไอจากหวัดเรื้อรัง  หรือใช้ปล้องผ่าเป็นซีกต้มรวมในยาต้มอื่นๆ ช่วยให้มีรสหวานดื่มง่ายขึ้น  ใช้เข้าตำรับยาแก้มะโหก แก้นิ่ว ยาแก้ห้าต้น  และใช้รากเข้าตำรับยาแก้ไข้ บำรุงร่างกายที่อ่อนเพลีย แก้ร้อนในกระหายน้ำ	ปักชำลำต้น
238	แหน	Beleric myrobalan, Bastard myrobalan	สมอพิเภก 	Terminalia belirica Wall.	Terminalia	Combretaceae	Accepted	""	""	พบกระจายทั่วไป ในป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก และภาคกลาง พื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล 100-400 เมตร ภาคใต้พบบริเวณที่ราบในป่าดงดิบ 	แหนหรือหม่านะเป็นไม้ยืนต้น สูง 20-35 เมตร เปลือกสีน้ำตาลอมเทาแตกเป็นร่องเล็กๆ กิ่งอ่อนมีขน ใบเดี่ยวกลมโต รูปไข่กลับแกมวงรี กว้าง 5-10 ซม. ยาว 10-20 ซม. ปลายมน โคนสอบ ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ขนาดเล็ก มีดอกสมบูรณ์เพศ และดอกตัวผู้อยู่บนต้นเดียวกัน กลีบสีเหลือง ผลเป็นผลสด ค่อนข้างกลม มีสัน 5 สัน ผิวมันมีขนสั้นสีน้ำตาล	พืชเกษตร	https://puechkaset.com/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%81/	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย  ใช้ผลอ่อนต้มน้ำดื่มแก้ไข้  ใช้ผลแก่ต้มน้ำดื่มทำให้ชุ่มคอ แก้โรคตา แก้ธาตุกำเริบ บำรุงธาตุ แก้ไข้ แก้ริดสีดวง  ใช้ใบอ่อนอมแก้เจ็บปาก เหงือกบวม เป็นแผลในปาก  ใช้เปลือกและใบแก่ย้อมผ้าฝ้าย ให้สีเหลือง	เพาะเมล็ด ปักชำ และตอนกิ่ง
239	เอื้องหมายนา	Crape ginger, Malay ginger, Spiral flag	เอื้องหมายนา 	Cheilocostus speciosus (J.Koenig) C.D.Specht	Cheilocostus	Costaceae	Accepted	""	""	พบทั่วไป  ชอบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ ใต้ต้นไม้ใหญ่ บริเวณเชิงเขา ริมน้ำตก และริมทางน้ำ	เอื้องหมายนาเป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ชอบขึ้นบริเวณที่ชุ่มชื้น สูง 1.5-3 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนานหรือรูปใบหอก กว้าง 5-8 ซม. ยาว 15-40 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว ตรงกลางดอกมีแต้มสีเหลืองหรือชมพู ผลแห้ง แตกได้ รูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม เมื่อสุกสีแดง	กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช	http://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=12269	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ลำต้นต้มน้ำดื่มเชื่อว่าต้านโรคมะเร็ง  ใช้เหง้าต้มน้ำให้สัตว์เลี้ยงดื่มช่วยกระตุ้นกำหนัด	เพาะเมล็ด
240	แอปเปิ้ลเมือง	Star apple, Golden Leaf Tree	ลูกนม สตาร์แอปเปิ้ล แอปเปิ้ลป่า	Chrysophyllum cainito L.	Chrysophyllum	Sapotaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบได้ทั่วไป แต่พบปลูกในภาคเหนือมากกว่าภาคอื่นๆ 	"แอปเปิ้ลเมืองเป็นไม้ยืนต้น สูง 4-5 เมตร กิ่งอ่อนสีส้ม ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรี กว้าง 3-5.5 ซม. ยาว 4.5-10 ซม. ปลายใบและโคนใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบหนา เรียบ และมัน มีคลื่นเล็กน้อย ท้องใบสีเขียว หลังใบและใบอ่อนมีขนกำมะหยี่สีทองแดงหรือสนิมปกคลุม เส้นใบจาง ช่อดอกออกเป็นกระจุก ตามซอกใบ ดอกย่อยสีเหลือง ก้านดอกสีน้ำตาล กลีบเลี้ยง รูปสามเหลี่ยม มี 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ ผลเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปทรงกลม ผลดิบสีเขียว เมื่อสุกสีเขียวหรือสีม่วง เนื้อผลฉ่ำน้ำ หัวและท้ายเมล็ดเรียวแหลม ตรงกลางป่อง ผิวมันค่อนข้างแข็ง สีน้ำตาลหรือสีดำ
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ผลสีม่วง และผลสีเขียว(รสชาติหอมหวานกว่า)
"	""	""	เป็นพืชอาหารและพืชใช้สอย  ใช้ผลกินเป็นผลไม้  ใช้ใบย้อมผ้าฝ้าย ให้สีเขียว และสีดำ	เพาะเมล็ด และตอนกิ่ง
241	ฮ่อม	Nees, Assam Indigo	คราม	Strobilanthes cusia (Nees) Kuntze	Strobilanthes	Acanthaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	เจริญเติบโตได้ดีในป่าชื้น พบมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชอบขึ้นบริเวณชื้นใกล้ลำธาร หรือแหล่งน้ำที่มีอากาศเย็น ต้องการร่มเงามาก ไม่ชอบแสงแดดจัด 	ฮ่อมเป็นไม้ล้มลุก มีลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นสูง 0.5-1 เมตร ลำต้นและเหง้ากลมเป็นรูปทรงกระบอก บริเวณข้อโป่งพอง แตกกิ่งตามข้อ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามเป็นคู่ ตั้งฉากกัน รูปวงรี ปลายใบเรียวแหลม โคนแหลม ขอบหยักฟันเลื่อยละเอียด เนื้อใบสีเขียวเข้มมัน  ช่อดอกออกที่ซอกใบ ดอกรูปทรงคล้ายระฆัง กลีบดอกสีม่วงเชื่อมกันเป็นหลอดโค้งงอเล็กน้อย ผลแห้งแตกได้ เมล็ดแบน        สีน้ำตาล	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=1228	เป็นพืชสมุนไพรและพืชใช้สอย  ใช้ทั้งใบ ต้น ราก ต้มน้ำรวมกันอาบ หรือเข้าตำรับยาจู้ แก้ปวดเมื่อย เจ็บตามร่างกาย แก้ปวดศีรษะข้างเดียว แก้ไข้มาลาเลีย ช่วยลดไข้  และใช้ทั้งต้นย้อมผ้าฝ้าย ให้สีคราม	ปักชำกิ่ง แยกหน่อ และเพาะเมล็ด
242	ฮ้อสะพายควาย	""	ฮ่อสะพายควาย	Sphenodesme pentandra Jack	Sphenodesme	Lamiaceae	Accepted	""	""	พบบริเวณป่าดิบริมน้ำในประเทศไทย อินเดีย พม่า และมาเลเซีย 	"ฮ้อสะพายควายเป็นไม้เถา พาดพันต้นไม้ใหญ่  ใบเดี่ยวออกเรียงสลับกัน รูปหอกปลายเรียวเล็กน้อยและแหลม โคนแหลม เส้นใบย่อยออกตรงข้ามกันห่างๆ ปลายวกเข้า เหมือนรูปปอดซ้อนกัน ผิวและขอบใบเรียบ ค่อนข้างหนา เกิดตามป่าดงดิบเขาสูง อากาศเย็น
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ฮ้อสะพายควายแดง เถามีขนาดใหญ่ ใบไม่มีขน มักมี 3 ใบย่อย  และฮ้อสะพายควายขาว เถามีขนาดเล็กกว่า ใบมีขน มักมี 7 ใบย่อย
"	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้เถาหั่นเป็นแว่นตากแห้งดองเหล้าหรือต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง ทำให้เลือดลมเดินสะดวก กระตุ้นบำรุงความกำหนัด  และใช้ผสมในตำรับยาบำรุงกำลัง แก้ถ่ายเป็นเลือด แก้ปวดเมื่อยร่างกาย แก้มะโหก	เพาะเมล็ด
243	เฮี่ยนหม่อน	Pink Lime-Berry	สันโสก สมัดใหญ่	Clausena excavata Burm.f.	Clausena	Rutaceae	Accepted	""	""	พบได้ในป่าดิบ และบริเวณป่าผลัดใบที่มีการรบกวนน้อย ทุกภาคของประเทศไทย ขึ้นได้ในดินทุกชนิด 	เฮี่ยนหม่อนเป็นไม้พุ่มกึ่งไม้ต้นขนาดเล็ก สูงถึง 5 เมตร ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบย่อย 7-15 คู่ รูปไข่หรือรูปหอก ขนาดใบกว้าง1.8-74 ซม. ยาว 2.5-12 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเบี้ยว ดอกช่อแยกแขนง รูปพีระมิด ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ช่อยาว 10-30 ซม. กลีบดอก 4 กลีบ เกสรเพศผู้ 8 อัน ผลเป็นผลสด รูปไข่ สีขาวหรือชมพูอ่อน ผลอ่อนมีขนเล็กน้อย ผลแก่ผิวเกลี้ยง มีต่อมเป็นจุด และฉ่ำน้ำ เมล็ด 1-2 เมล็ด	""	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2477	เพาะเมล็ด
244	ผักกาบปี๋ (ไม่มีรูป)	Benghal dayflower, Tropical spiderwort	ผักปลาบ	Commelina benghalensis L.	Commelina 	Commelinaceae	Accepted	""	LC 2018	พบตามที่ชุ่มชื้นตามคลองหนองน้ำหรือในนา ทั่วทุกภาคของประเทศไทย	ผักกาบปี๋เป็นพืชล้มลุก ลำต้นอวบน้ำทอดเลื้อยไปตามพื้นดินปลายยอดชูตั้งขึ้น สูง 65-85 ซม. ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่หรือรูปรี ขนาดใบกว้าง 1.0- 3.5 ซม. และยาว 1.7 – 8.0 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น ขอบใบมีขนครุย ใบประดับสีเขียวหุ้มช่อดอก หลังใบประดับมีขนละเอียดปกคลุมหนาแน่น ช่อดอกกระจุกออกตามปลายกิ่งหรือซอกใบ กลีบเลี้ยง 3 กลีบ สีเขียวอ่อนใส กลีบดอกสีม่วงแกมน้ำเงิน ผลแห้งแตก มีเมล็ดรูปร่างค่อนข้างยาวภายใน 1-5 เมล็ด	สำนักพิมพ์บ้านและสวน	https://www.baanlaesuan.com/plants/annual/136495.html	เป็นพืชอาหาร  ชาวบ้านใช้ยอดและใบนึ่งกินกับน้ำพริก หรือใส่แกงส้ม	เพาะเมล็ด และปักชำต้น
245	เถานางแดง	""	กำลังเสือโคร่ง (อีสาน)	Ziziphus attopensis Pierre	Ziziphus	Rhamnaceae	Accepted	""	""	พบตามป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณทั่วทุกภาคของประเทศไทย ชอบอากาศค่อนข้างชื้น แสงแดดส่องถึงรำไร ดินระบายน้ำดี	เถานางแดงเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง เปลือกต้นสีน้ำตาล แตกเป็นร่องเล็กๆ สีแดง ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ก้านใบเป็นร่องเหลี่ยม ใบย่อยรูปไข่ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนและแหลม ผิวใบมันและมีคลื่นเล็กน้อย	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ชาวบ้านใช้ลำต้นหั่นเป็นแว่นตากแห้งเข้าตำรับยาแก้ปวดหลัง ปวดเอว ปวดเมื่อยตามร่างกาย รักษามะโหก(ริดสีดวงทวาร)	ปักชำต้น
246	ผักเก็งเค็ง (ไม่มีรูป)	Roselle	กระเจี๊ยบ	Hibiscus sabdariffa L.	Hibiscus	Malvaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบปลูกทั่วไปทุกภาคของประเทศไทย ชอบพื้นที่แดดจัดและความชุ่มชื้นพอเหมาะ	ผักเก็งเค็งเป็นไม้พุ่ม สูง 50-180 ซม. มีหลายพันธุ์ ลำต้นสีม่วงแดง ใบเดี่ยว รูปฝ่ามือ3 หรือ 5 แฉก กว้างและยาวใกล้เคียงกัน 8-15 ซม. ดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีชมพูหรือเหลืองบริเวณกลางดอกสีม่วงแดง เกสรตัวผู้เชื่อมกันเป็นหลอด ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ มีกลีบเลี้ยงสีแดงฉ่ำน้ำหุ้มไว้	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B9%8A%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87/	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ชาวบ้านใช้ยอดสดกินกับอาหารต่างๆ เช่น ตำมะแคว้ง ตำมะเขือ ช่วยเพิ่มรสเปรี่ยว  ใช้กลีบรองดอกแตกแห้งต้มน้ำดื่มเป็นยาขับลมในกระเพาะ แก้เจ็บท้อง ขับปัสสาวะ  ใช้ใบต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ ขับน้ำเมือกในลำไส้	เพาะเมล็ด
247	บัวฮาดำ (ไม่มีรูป)	Giant Lily	พลับพลึงดอกแดง	Crinum × amabile Donn ex Ker Gawl.	Crinum	Amaryllidaceae	Accepted	""	""	พบปลูกประดับทั่วไปทุกภาคของประเทศไทย  ขึ้นได้ในดินทั่วไป ชอบพื้นที่ชื้น สามารถทนน้ำขังหรือบริเวณที่แห้งแล้งในบางช่วงได้ เป็นพืชที่ทนทาน ไม่ต้องการการบำรุงมาก	บัวฮาดำเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูงประมาณ 1 เมตร มีหัวใต้ดิน ส่วนเหนือดินประกอบ ด้วยกาบใบสีขาวหุ้มซ้อนกันเป็นชั้น ใบเดี่ยว เรียงซ้อนสลับเป็นวง กว้าง7-15 ซม. ยาว ประมาณ 1 เมตร ผิวใบหนาและอวบน้ำ ดอกช่อขนาดใหญ่ แทงออกมาจากกลุ่มใบตอนปลาย มีดอกย่อยเป็นกระจุก 12-40 ดอก พลับพลึงดอกแดงกลีบสีขาวแกมชมพู ผลเป็นผลสด	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/plantdb/mdp/medicinal-specimen.asp?id=724	ชาวบ้านใช้ใบบัวฮาดำเป็นยาดูดพิษแมลงสัตว์กัดต่อย ถอนพิษไข้ บำรุงหัวใจ และชูกำลัง  และใช้ต้นเป็นยาแก้ไข้ วิงเวียนศีรษะ	เพาะเมล็ด และแยกหน่อ
248	แข้งไก่ดำ	Willow-leaved justicia	กระดูกไก่ดำ	Justicia gendarussa Burm.f.	Justicia 	Acanthaceae	Accepted	""	""	ขึ้นได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ชอบดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี  ความชื้นปานกลางถึงต่ำ  แดดเต็มวันถึงรำไร	แข้งไก่ดำเป็นเป็นไม้พุ่ม ต้นสูงประมาณ 1 เมตร เรือนยอดไม่แน่นอน มักแตกเป็นกอ กิ่งก้านสาขามาก มักโค้งลงสู่พื้นดิน กิ่ง ก้าน และเส้นใบ มีสีน้ำตาลดำ ปล้องมีลักษณะคล้ายกระดูกต่อกันเป็นชั้นขึ้นไป ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามเป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน รูปรีและรูปหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบ สีเขียวเข้ม ดอกช่อ ออกที่ปลายยอด ดอกย่อยเป็นหลอด ปลายดอกแยกออกเป็น 5 แฉก	ประโยชน์ดอทคอม	https://prayod.com/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B3/	ชาวบ้านใช้ใบตำพอกแผลแมลงกัดต่อย จะช่วยดูดพิษ	ปักชำกิ่ง และตอนกิ่ง
249	ผักแซ่ว (ไม่มีรูป)	""	ผักแส้ว เถาวัลย์ดำ	Marsdenia glabra Costantin	Marsdenia	Asclepiadaceae	Accepted	""	""	พบในป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณ เจริญเติบโตได้ดีในดินที่อุดมสมบูรณ์  บริเวณที่ร่มรำไร  ชอบดินชื้น ที่ระบายน้ำดี	ผักแซ่วเป็นไม้เถา เถากลมขนาดเล็ก สีเขียวและบาง ชอบเลื้อยงอไปมา ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปหอกปนรูปไข่ กว้าง 2.3-4.5 ซม. ยาว 4-12 ซม. ก้านใบสั้น 0.05-2 ซม. ท้องใบสีเขียวเข้มกว่าหลังใบ ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม โคนใบสอบแหลม ดอกมีรูปร่างคล้ายกระดิ่ง กลีบดอกสีขาว ผลมีขนาดเล็กกว้าง 6 มม. ยาว 5 ซม. เมล็ดมีขนาดเล็ก	""	""	ชาวบ้านใช้ยอดและใบอ่อนปรุงอาหารประเภทแกง จะให้รสขมเล็กน้อย	เพาะเมล็ด และปักชำกิ่ง
250	พริกน้อย (ไม่มีรูป)	Pepper, Black Pepper	พริกไทย	Piper nigrum L.	Piper	Piperaceae	Accepted	""	""	พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย  มีปลูกมากที่จังหวัดจันทบุรี  ขึ้นได้ในดินทั่วๆ ไปที่มีการระบายน้ำได้ดี ชอบอากาศที่อบอุ่นและชื้น 	พริกน้อยเป็นไม้เถาเนื้อแข็งรากฝอยออกบริเวณข้อเพื่อใช้ยึดเกาะ ข้อโป่งนูน ใบเดี่ยว เรียงสลับรูปไข่ กว้าง 5-8 ซม. ยาว 8-11 ซม. ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ดอกย่อยสมบูรณ์เพศ สีขาวแกมเขียว ผลเป็นผลสด กลม จัดเรียงตัวแน่นอยู่บนแกน ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกมีสีแดง พริกไทยขาวก็คือพริกไทยดำนี้เอง ผิดกันก็ตรงที่เวลาเก็บผลสุกแล้วนำมาแช่น้ำลอกเยื่อชั้นนอกออก แล้วตากแห้ง ทำให้มีน้ำมันหอมระเหย และกลิ่นหอมน้ำยกว่าอย่างดำ 	""	""	เป็นพืชอาหาร  ชาวบ้านใช้ผลอ่อนผัดกับเนื้อช่วยเพิ่มรสเผ็ด  ใช้ผลแก่ตากแห้งตำรวมทำน้ำพริกแกง  หรือป่นโรยหน้าอาหารเพื่อปรุงรส	เพราะเมล็ด และปักชำกิ่ง
251	อบเชยเถา (ไม่มีรูป)	""	อบเชยเถา เครือเขาลวก ตำยานตัวผู้	Zygostelma benthami Baill.	Zygostelma	Asclepiadaceae	Unresolved	""	""	พบขึ้นในป่าเบญจพรรณ ทั่วทุกภาคของประเทศไทย	อบเชยเถาเป็นเถาเลื้อยพัน เถาสีน้ำตาล มีขนสั้นเล็กน้อย และมียางขาว ใบเดี่ยว เรียงตรงกันข้ามเป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน รูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ  กว้าง 1.5-1.7 ซม. ยาว 5.8-10.8 ซม. ก้านใบยาว 0.2-0.3 ซม. เส้นกลางใบและเส้นแขนงสีขาว ดอกช่อกระจุก ออกที่ซอกใบ ดอกย่อย 3-4 ดอก ดอกบานกางแผ่ออกคล้ายดอกมะเขือ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีอย่างละ 5 กลีบ โคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 5 พู สีชมพูอ่อนหรือชมพูอมส้ม  เกสรเพศผู้ 5 อัน ผลมี 2 ผลย่อย แตกแนวเดียวที่ปลายหรือที่โคน เมล็ดมีกระจุกขนเส้นไหมยาว 	""	""	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ชาวบ้านใช้ผลกินเป็นผัก  ทั้งต้นเป็นอาหารสัตว์ ใช้ทั้งต้นต้มน้ำอาบหรือทำยาห่ม(อบไอน้ำ) เป็นยาแก้โรคผิวหนังผื่นคัน  ใช้รากเป็นส่วนผสมในยาหอม ยาบำรุงหัวใจ ยาแก้ลมวิงเวียนหน้ามืดตาลาย ยาขับลมในลำไส้ และยาแก้ปวดมวนท้อง	เพาะเมล็ด
252	กล๋อย	Asiatic bitter yam	กลอย	Dioscorea hispida Dennst. var hispida	Dioscorea	Dioscoreaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบมากบริเวณป่ารกร้าง ไหล่เขา ชายป่า และที่โล่งทั่วไป ชอบดินร่วนซุย	"กล๋อยเป็นไม้เถาเลื้อยพัน ลำต้นมีหนาม หัวใต้ดินขนาดใหญ่ ใบประกอบมี 3 ใบย่อย เรียงสลับ ใบหนาผิวสาก มีเส้นใบ 3 เส้น เห็นชัดเจน ช่อดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ออกที่ซอกใบ ห้อยลง ดอกตัวผู้ยาวได้ถึง 40 ซม. ออกเป็นช่อซ้อน 2-3 ชั้น ดอกตัวเมียเป็นช่อเดี่ยว กลีบรวมสีเหลือง ผลแห้ง มีปีก 3 ปีก
กล๋อยในชุมชนมี 2 ชนิด คือ กล๋อยธรรมดา นิยมกินหัว  และกล๋อยนก นิยมกินยอด และนำหัวมาย่างกินบ้าง แต่ไม่ค่อยนิยมกิน 
"	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=381&view=showone&Itemid=59	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ใช้ยอดอ่อนลวกกินกับน้ำพริก หรือแกงใส่ปลาย่าง  ใช้หัวทำให้หมดพิษนึ่งคลุกน้ำตาลกินเป็นของว่าง  หรือตำรวมกับน้ำพริกและมะเขือ ใส่เกลือตัดพิษกินเป็นกับข้าว 	เพาะมล็ด และแยกหัว
253	เต่าร้าง	Fish tail palm, Wart fish tail palm, Burmese fish tail palm, Clustered fish tail plam, Tufted fish tail palm	เต่าร้างแดง	Caryota mitis Lour.	Caryota	Arecaceae	Accepted	""	LC 2018	พบทุกภาคของประเทศ  เป็นไม้กลางแจ้ง ชอบดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำดี 	เต่าร้างเป็นไม้ยืนต้น ตระกูลปาล์มแตกกอ มีใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ใบย่อยรูปสามเหลี่ยมหยักเว้า ปลายแหลมคล้ายหางปลา โคนใบรูปลิ่ม ผิวใบสีเขียวเป็นมัน กาบใบยาว โคนกาบใบมีขนสีน้ำตาลแดงปนเทาหรือสีดำ ช่อดอกเชิงลดสีขาวอมเหลือง ออกตามซอกใบห้อยลงมา ผลเป็นกลุ่มทรงกลม เมื่อสุกสีแดงคล้ำ แต่ละผลมี 1 เมล็ด	กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช	http://www.dnp.go.th/Botany/detail.aspx?words=%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87&typeword=group	เป็นพืชอาหารและพืชใช้สอย  ใช้ยอดและลำต้นอ่อน ปรุงอาหารประเภทแกง  ในอดีตใช้ขุยที่กาบต้นผสมดินไฟตากแห้งเก็บไว้จุดไฟแทนไม้ขีด โดยวางบนหินไฟสีเขียวหรือสีดำแล้วใช้หินอีกก้อนตีให้ติดไฟ 	เพาะเมล็ด และแยกกอ
254	กุ่ม	Three leaved caper, Varuna	กุ่มน้ำ	Crateva religiosa G.Forst.	Crateva	Capparaceae	Accepted	""	LC 2019	พบขึ้นได้ทั่วไปในประเทศไทย มีมากบริเวณภาคกลางและภาคใต้ ชอบขึ้นตามที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือลำห้วยในป่า 	กุ่มเป็น ไม้ยืนต้น สูงได้ถึง 20 เมตร ใบประกอบแบบนิ้วมือ ใบย่อย 3 ใบ รูปวงรีหรือรูปไข่ กว้าง 2.5-7 ซม. ยาว 5.5-16 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบแหลมและเบี้ยว ผิวใบเรียบมัน ดอกช่อกระจะ ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกเมื่อแรกบานสีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เกสรเพศผู้สีม่วงขนาดยาว จำนวนมาก ผลสด รูปร่างค่อนข้างกลม เมื่อสุกสีเทา ผิวจะเป็นสะเก็ดหยาบๆ มีเมล็ดมาก เมล็ดคล้ายรูปหัวใจเบี้ยว 	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/plantdb/mdp/medicinal-specimen.asp?id=369	ชาวบ้านใช้ส่วนทั้ง 5 (ราก ต้น ใบ ดอก ผล) ผสมกันเป็นยาแก้อักเสบ แก้สะอึก บรรเทาลมขึ้นเบื้องสูง และช่วยขับเหงื่อ  และใช้ใบเป็นยาช่วยเจริญอาหาร	เพาะเมล็ด ปักชำ และตอนกิ่ง
255	พาแป้ง	Canary Nightshade, Velvet Nightshade	ดับยาง	Solanum erianthum D. Don	Solanum 	Solanaceae	Accepted	""	""	พบขึ้นในป่าที่รกร้างทั่วไป 	พาแป้งเป็นไม้ยืนต้นเนื้ออ่อน แตกกิ่งก้านสาขามาก เปลือกต้นสีน้ำตาลอมเขียว กิ่งและก้านใบผิวสาก ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปรี ขอบขนาน และไข่กลับ กว้าง 5-10 ซม. ยาว 6-15 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบมีขนนุ่มปกคลุม ช่อดอกออกตามซอกใบและปลายยอด ดอกย่อยขนาดเล็กสีขาว กลีบเลี้ยง 6 กลีบ กลีบดอก 6 กลีบ เกสรเพศผู้ 6 อัน ก้านดอกมีขนนุ่มปกคลุม	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ใช้ใบสดพอกแผลน้ำร้อนลวก รักษาแผลในจมูก แก้ปวดศีรษะ ทำให้แท้งลูก  ใช้เปลือกทารักษาโรคผิวหนัง  ใช้ยอดสดเข้าตำรับยาแก้ท้องอืด  และใช้ลำต้นเข้าตำรับยาแก้บ่อง ยาขับลมในลำไส้ ยาบำรุงธาตุ แก้ตาฟาง ตาแฉะ ยาแก้สรรพพิษ แก้ท้องอืด ยาจู้ แก้ปวดเมื่อย เจ็บตามร่างกาย ยาแก้ห้าต้น	เพาะเมล็ด
256	หงอนไก่ป่า (ไม่มีรูป)	Stinging-Hair Cnestis	หางไก่ป่า หงอนไก่	Cnestis palala (Lour.) Merr.	Cnestis	Connaraceae	Accepted	""	""	พบขึ้นในป่าของชุมชน ชอบร่มรำไร ดินร่วน อุดมสมบูรณ์ 	หงอนไก่ป่าเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง เลื้อยพันต้นไม้ใหญ่ เปลือกต้นสีเทาปนเขียว กิ่ง ใบ และก้านใบมีขนนุ่ม สีน้ำตาลปกคลุม ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ รูปขอบขนาน ปลายใบและโคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบและมัน ยอดอ่อนสีแดง ใบประกอบมักออกเรียงสลับถี่ มีลักษณะเป็นกระจุกเป็นระยะๆ ตามเถา 	""	""	เป็นพืชใช้สอย  ใช้ลำต้นบดตากแห้งนำมาผัดน้ำมันคลุกข้าวเบื่อสัตว์	เพาะเมล็ด และตอนกิ่ง
257	ผักโขม (ไม่มีรูป)	Slender amaranth	ผักขมหัด	Amaranthus viridis L.	Amaranthus	Amaranthaceae	Accepted	""	""	พบขึ้นได้เองตามธรรมชาติ เจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิดและโตเร็ว ทนทานต่อโรคและแมลง เมล็ดมีขนาดเล็กสีดำเป็นมัน เก็บไว้ได้นานนับสิบปียังสามารถงอกได้	"ผักโขมเป็นพืชล้มลุก ต้นสูง 15-50 ซม. ลำต้นกลมสีม่วงหรือแดงปนเขียว แตกเป็นร่องยาว ใบรูปไข่ เรียงสลับ แตกยอดระหว่างก้านใบกับลำต้น ใบกว้าง 1.2-4 ซม. ยาว 2.5-7.5 ซม. ก้านใบยาว 2.5-6 ซม. ช่อดอกออกที่ปลายยอด ยาว 10-20 ซม. ดอกย่อยขนาดเล็ก สีม่วงปนเขียวไม่มีก้าน ติดเป็นกระจุกรอบแกนกลาง เมล็ดเล็กสีนํ้าตาลเกือบดำ เป็นมัน ในหนึ่งดอก มีเมล็ดเดียว
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ผักหมป๊าว และผักหมหนาม 
"	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=1134	เป็นพืชอาหาร  ใช้ยอดอ่อน ใบอ่อน หรือต้นอ่อน ลวกกินกับน้ำพริก  ใช้ปรุงอาหารประเภทผัด ต้ม หรือแกง  ผักหมหนามนิยมใช้ต้นอ่อนคั่วน้ำมันกินกับข้าว และใช้ใบแก่นึ่งกินกับน้ำพริก	เพาะเมล็ด
258	งิ้วนุ่น (ไม่มีรูป)	White silk cotton tree, Silk cotton tree, Kapook tree, Kapok	นุ่น	Ceiba pentandra (L.) Gaertn.	Ceiba	Malvaceae	Accepted	""	LC 2014	พบได้ทั่วไป  เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ชอบแสงแดดจัด	งิ้วนุ่นเป็นไม้ยืนต้น สูง 8-30 เมตร ใบประกอบแบบนิ้วมือ เรียงสลับ ใบย่อย 5-9 ใบ รูปขอบขนานแกมใบหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนสอบแหลม ขอบเรียบ แผ่นใบบาง ผิวใบเกลี้ยง กว้าง 1.5-4.5 ซม. ยาว 5-16 ซม. ดอกช่อกระจะ ออกที่ซอกใบ ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง เกสรเพศผู้ 5 อัน ผลแห้งแตก รูปขอบขนาน เปลือกแข็ง แตกเป็น 5 พู เมล็ดจำนวนมาก มีเส้นใยสีขาวคล้ายเส้นไหมยาวหุ้ม	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=1422	เป็นพืชอาหารและใช้สอย  ใช้เมล็ดอ่อนตำส้มตำแทนมะก้วยเต้ด  ใช้ปุยสีขาวในผลมายัดหมอน ยัดสะลี(ที่นอน)  ใช้เปลือกต้นย้อมผ้าฝ้าย ให้สีแดง	เพาะเมล็ด
259	หญ้าขี้เมา	""	""	สกุล Artemisia 	Artemisia	Asteraceae	""	""	""	พบขึ้นในเขตป่าของชุมชน ชอบดินร่วนปนทราย อากาศชื้นปานกลาง ที่มีแสงแดดรำไร	หญ้าขี้เมาเป็นไม้ล้มลุกสูงถึง 1.5 เมตร โคนต้นมีราก ใบเดี่ยว เรียงสลับถี่ รูปไข่หรือรูปหอก ขอบใบหยักเว้า ลึกเป็นพู คล้ายใบประกอบ ดอกช่อแยกแขนง ช่อย่อยเป็นกระจุกกลม ออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง มีชั้นใบประดับ กลีบดอกสีเหลืองอ่อน ผลแห้ง ไม่แตก เมล็ดรูปขอบขนานหรือรูปไข่ ผิวเกลี้ยง 	""	""	เป็นพืชสมุนไพร  ชาวบ้านใช้ใบขยี้ดมเป็นยาแก้หน้ามืดตาลาย แก้เมาหัว(เวียนศีรษะ)	ปักชำต้น
260	ผักโหมป๊าว (ไม่มีรูป)	Joseph’s coat, Tampara, Chinese spinach	ผักโขมสวน	Amaranthus tricolor L.	Amaranthus	Amaranthaceae	Accepted	""	""	พบทั่วไปในประเทศไทย  ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ แต่ไม่ทนน้ำขัง	ผักโหมป๊าวเป็น ไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นตั้งตรง ส่วนยอดมีขนสั้นปกคลุม ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบรูปรีถึงรูปไข่ กว้าง 6-10 ซม. ยาว 15-20 ซม. ปลายใบมน  โคนใบสอบ ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบส่วนปลายยอดมีหลายสีแล้วแต่พันธุ์  เช่น  สีแดงสด ม่วงแดง หรือเหลืองทอง ช่อดอกเชิงลดออกที่ปลายกิ่ง สีเขียวอ่อนหรือสีแดง ผลแห้งแก่ไม่แตก มีเมล็ดสีดำจำนวนมาก	""	""	เป็นพืชอาหาร  ชาวบ้านใช้ใบอ่อนปรุงอาหารประเภทผัด แกง และยำ	เพาะเมล็ด
261	ปิ้งขาว	East Indian glory bower	ปื้งขาว เข็มป่า	Clerodendrum glandulosum Lindl.	Clerodendrum 	Lamiaceae	Accepted	""	""	พบได้ทั่วไปในประเทศไทย ในพื้นที่ไม่สูงจากระดับน้ำทะเลมากนัก ขึ้นตามที่ชื้นในป่าเบญจพรรณและชายป่าดิบ หรือป่าดิบที่เคยถูกแผ้วถางมาก่อน 	ไม้พุ่มขนาดย่อม สูง 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรงมีขนเล็กน้อย ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหัวใจ ออกเรียงสลับตามข้อเป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน กว้าง 7-38 ซม. ยาว 4-40 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเว้า ขอบจัก ผิวใบหนาและสาก สีเขียวเข้ม เส้นใบสีเขียวอ่อน ดอกช่อกระจุกขนาดใหญ่ ออกที่ปลายยอด ดอกย่อยบานไม่พร้อมกัน รูปร่างคล้ายดอกมะลิ สีขาว กลับดอก 5 กลีบ เกสรเพศผู้ยาว 5 อัน	กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช	http://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=3478	ชาวบ้านนำดอกอ่อนปิ้งขาวไปใส่ในแกงหน่อไม้  และใช้ใบไม่แก่มากของปิ้งขาวและปิ้งแดงวางซ้อนกัน 3 ใบหรือ 7 ใบ นำไปห่อขี้เถ้าร้อนๆ ลักษณะคล้ายห่อหมก แล้วประคบบริเวณศีรษะที่ปวด จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้  หรือนำไปเข้าตำรับยาแก้ปวดศีรษะข้าวเดียว โดยตำรวมกับใบฮ่อมและใบเครือเขาน้ำ แล้วประคบศีรษะ 	เพาะเมล็ด
262	ปิ้งแดง (ไม่มีรูป)	Glory bower	ปิ้งตาไก่ ปิ้งแดงดง	Clerodendrum japonicum (Thunb.) Sweet	Clerodendrum 	Lamiaceae	Accepted	""	LC 2019	พบได้ทั่วไปในประเทศไทย บนพื้นที่ไม่สูงจากระดับน้ำทะเลมากนัก ขึ้นตามที่ชื้นในป่าเบญจพรรณและชายป่าดิบ หรือป่าดิบที่เคยถูกแผ้วถางมาก่อน 	ปิ้งแดงเป็นไม้พุ่มขนาดย่อม สูง 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรงมีขนเล็กน้อย กิ่งและต้นเปราะ เป็นสันสี่เหลี่ยม สีดำอมน้ำตาล ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหัวใจ ออกเรียงสลับตามข้อเป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน กว้าง 7-35 ซม. ยาว 4-38 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเว้า ขอบจัก ผิวใบหนาและสาก สีเขียวเข้ม เส้นใบสีเขียวเข้ม  ดอกช่อแยกแขนงขนาดใหญ่ ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ก้านช่อดอกย่อยสีแดง กลีบดอกสีแดง 5 กลีบ กลีบเลี้ยงสีแดง เกสรเพศผู้สีชมพูปนขาวขนาดยาว 5 อัน 	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=953	ชาวบ้านใช้ใบไม่แก่มากของปิ้งแดงวางซ้อนกับใบปิ้งขาวจำนวน 3 ใบ หรือ 7 ใบ นำไปห่อขี้เถ้าร้อนๆ คล้ายห่อหมก ประคบบริเวณศีรษะที่ปวด จะบรรเทาอาการปวด หรือตำเข้าตำรับยาแก้ปวดศีรษะข้าวเดียว ซึ่งประกอบด้วย ใบฮ่อม และใบเครือเขาน้ำ ประคบศีรษะ 	เพาะเมล็ด
263	แคบิด	""	แคหางค่าง, แคหัวหมู	Markhamia stipulata (Wall.) Seem.	Markhamia	Bignoniaceae	Accepted	""	LC 2018	พบขึ้นทั่วไปในป่าเบญจพรรณ ป่าดิบเขาของประเทศไทย ชอบขึ้นตามริมลำธาร	แคบิด แคป่า หรือแคร้าวเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 10-20 เมตร ลำต้นตรงมักแตกกิ่งต่ำ เปลือกสีน้ำตาลอมเทา ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ออกเรียงตรงข้าม ใบย่อยรูปรี ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบและเบี้ยว ขอบใบหยักตื้นๆ ผิวใบเรียบ ช่อดอกสั้นๆ ออกตามปลายกิ่ง ประมาณ 3-7 ดอก ดอกย่อยขนาดใหญ่สีขาวรูปแตร ปลายแยกเป็น 5 กลีบ ขอบกลีบจะย่นเป็นริ้ว ผลเป็นฝักชนิดเปลือกแข็ง 2 ชั้น รูปขอบขนาน บิดไปมา เมล็ดแบนมีเยื่อบางๆ ติดหัวท้ายคล้ายปีก	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=646	เป็นพืชอาหารและสมุนไพร  ชาวบ้านนำดอกมาต้มรับประทานกับน้ำพริก  ใช้เนื้อไม้ต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้บวม แก้พยาธิ แก้ท้องร่วง แก้ริดสีดวงงอก แก้ตกเลือด และเข้าตำรับยาอยู่ไฟออกไฟ 	เพาะเมล็ด
264	มะก้าย (ไม่มีรูป)	""	คอแลน ลิ้นจี่ป่า	Nephelium hypoleucum Kurz	Nephelium	Sapindaceae	Unresolved	""	""	พบขึ้นเองทุกภาคของประเทศไทย ในป่าดิบแล้ง  เจริญเติบโตได้ในดินทุกประเภท	มะก้ายเป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูงถึง 20 เมตร เปลือกต้นสีเทาแตกสะเก็ด ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อย 3–5 คู่ ใบรูปไข่แกมขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบด้านบนมีขนสีน้ำตาลปกคลุม ดอกออกเป็นช่อ แบบแยกแขนง ตามปลายกิ่ง ดอกเล็กสีขาว ผลรูปไข่กลับ ออกเป็นพวงใหญ่ ผิวคล้ายลิ้นจี่ ผลสุกสีแดงเข้ม มีเนื้อผลสีขาวติดกับเมล็ด หนึ่งผล มี      1 เมล็ด ผลมีรสเปรี้ยว	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=988&view=showone&Itemid=59	เป็นพืชอาหาร  ใช้ผลสุกกินเป็นผลไม้ ช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน มีรสเปรี้ยว	เพาะเมล็ด
