﻿_id	NewsTitle	NT01_NewsDesc	NewsDate	Region	Province	Department	Link_News
1	ผู้ประกอบกิจการประเภทร้านอาหารในพื้นที่สีแดงเข้มหลายแห่งมีการปรับตัวให้บริการแบบเดลิเวอรี่ หลังมีประกาศให้นั่งทานที่ร้านถึง 21.00 น.	"<p><strong>หลังจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;หรือ&nbsp;ศบค.&nbsp;ออกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ระลอก&nbsp;3&nbsp;โดยขอความร่วมมือประชาชนห้ามนั่งรับประทานอาหารในร้าน&nbsp;ให้ซื้อกลับไปทานที่บ้านได้จนถึงเวลา&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;มีผลบังคับใช้รวม&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;เริ่มวันนี้&nbsp;(1&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;เป็นวันแรก&nbsp;จากการสำรวจบรรยากาศร้านอาหารบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต&nbsp;เขตดินแดง&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ซึ่งอยู่ในพื้นที่สีแดงเข้ม&nbsp;พบว่าเงียบเหงา&nbsp;โดยร้านข้าวแกงครัวเด็กหอ&nbsp;วันนี้เจ้าของร้านได้มีการปิดป้ายประกาศ&nbsp;""เฉพาะซื้อกลับบ้านเท่านั้น""&nbsp;พร้อมนำโต๊ะและเก้าอี้มาวางรวมกันไว้&nbsp;และเปลี่ยนการให้บริการเป็นการจัดส่งอาหารแบบเดลิเวอรี่&nbsp;หรือลูกค้าที่มาใช้บริการก็เปลี่ยนจากการนั่งทานที่ร้านเป็นนำกลับไปทานที่บ้านแทน&nbsp;โดยราคาอาหารอยู่ที่&nbsp;ข้าวราดแกง&nbsp;1&nbsp;อย่าง&nbsp;30&nbsp;บาท&nbsp;ข้าวราดแกง&nbsp;2&nbsp;อย่าง&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งไม่มีการปรับขึ้นราคาแต่อย่างใด&nbsp;เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา&nbsp;5.00-15.00น.</p><p><strong>ด้านเจ้าของร้าน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาลูกค้าน้อย&nbsp;รวมทั้งในช่วงก่อนการประกาศยังพอมีลูกค้าบ้าง&nbsp;แต่ก็เงียบเหงากว่าปกติ&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ส่งผลให้ยอดขายลดลงมาก&nbsp;โดยมาตรการป้องกันดังกล่าวถือว่าออกมาในช่วงเวลาที่เหมาะสม&nbsp;ซึ่งหวังว่าจะช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อได้</p><p><strong>เช่นเดียวกับที่ร้านก๋วยเตี๋ยวชาติหน้า&nbsp;15&nbsp;เส้น</strong>&nbsp;เปิดเผยเป็นเสียงเดียวกันว่า&nbsp;ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมายังไม่มีลูกค้า&nbsp;โดยช่วงเวลาปกติจะมีลูกค้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก&nbsp;จึงอยากให้ภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>ด้านลูกค้าที่มาใช้บริการส่วนใหญ่&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พร้อมให้ความร่วมมือในการซื้ออาหารกลับไปทานที่บ้าน&nbsp;ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในการป้องกันตนเองจากโรคโควิด-19&nbsp;พร้อมอยากให้ภาครัฐสนับสนุนเงินช่วยประชาชน&nbsp;เนื่องจากตนทำงานรายวัน&nbsp;รายได้ลดน้อยลงและบางวันไม่ได้เลยเนื่องจากถูกสั่งให้หยุดงาน</p><p><strong>ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าร้านอาหารทุกร้านต่างให้ความร่วมมือต่อมาตการป้องกันอย่างเข้มข้น</strong>&nbsp;โดยส่วนใหญ่หวังว่าภาครัฐจะหาวิธีการป้องกันอย่างหลากหลาย&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ค้าที่เปิดให้บริการช่วงเวลากลางคืนด้วย&nbsp;รวมทั้งประชาชนด้วยกันเอง&nbsp;อยากให้เกิดความร่วมมือกันมากขึ้น&nbsp;เพื่อก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้</p><p><br></p><p><br></p>"	1/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501103606062
2	กรมสรรพากร ขยายเวลายื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลทางออนไลน์ ออกไปเป็น 30 มิถุนายนนี้ ช่วยผู้ประกอบการให้มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นประมาณ 14,200 ล้านบาท	"<p><strong>นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การขยายเวลายื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลออนไลน์ทางอินเทอร์เน็ต&nbsp;เป็นการสนับสนุนการทำธุรกรรมภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์จากที่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;Tax&nbsp;from&nbsp;Home&nbsp;ช่วยลดความแออัดและความเสี่ยงจากโรคโควิด-19&nbsp;รวมทั้งช่วยให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;14,200&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยไม่กระทบการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล&nbsp;ซึ่งกระทรวงการคลังต้องบริหารจัดการกระแสเงินสด&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาการชำระภาษีที่เลื่อนออกไป</p><p><strong>สำหรับการขยายเวลาการยื่นแบบฯ</strong>&nbsp;บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทั่วไป&nbsp;และบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย&nbsp;ขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล&nbsp;สำหรับแบบ&nbsp;ภ.ง.ด.&nbsp;50&nbsp;,ภ.ง.ด.&nbsp;55&nbsp;และการขยายกำหนดเวลายื่นแบบรายงานประจำปี&nbsp;สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันตามมาตรา&nbsp;71&nbsp;ทวิ&nbsp;แห่งประมวลรัษฎากร&nbsp;ของรอบระยะเวลาบัญชีปี&nbsp;2563&nbsp;ที่ต้องยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตภายในเดือนพฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงเดือนมิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ออกไปเป็นภายในวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;โดยต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านอินเทอร์เน็ตเท่านั้น</p><p><strong>กรณีบริษัทที่ได้รับสิทธิ์ดังกล่าวและต้องเลื่อนการประชุมสามัญประจำปี</strong>เพื่ออนุมัติงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนที่กำหนดไว้ระหว่างวันที่&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ออกไปอีกไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;เดือนนับจากที่กำหนดไว้เดิม&nbsp;เนื่องจากการประกาศมาตรการควบคุมการจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ให้แจ้งกำหนดการประชุมสามัญประจำปีที่ได้กำหนดไว้เดิมและการจัดประชุมครั้งใหม่ต่ออธิบดีกรมสรรพากร&nbsp;ทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.rd.go.th/""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);""><u>www.rd.go.th</u></a>&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p><br></p>"	1/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501203759277
3	กรมธนารักษ์ งดให้บริการรับจองและจ่ายแลกเหรียญเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในโอกาสพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส 1 พฤษภาคม 2562 ทุกประเภท 	"<p><strong>นายยุทธนา&nbsp;หยิมการุณ&nbsp;อธิบดีกรมธนารักษ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในปัจจุบันกระจายเป็นวงกว้างและมีความรุนแรงมากขึ้น&nbsp;รวมทั้งรัฐบาลมีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคในระดับสูงสุด&nbsp;กรมธนารักษ์จึงมีความห่วงใยและคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนผู้มาติดต่อราชการ&nbsp;รวมถึงข้าราชการและพนักงานของกรมธนารักษ์&nbsp;จึงของดการจองเหรียญและจ่ายแลกเหรียญเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในโอกาสพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2562&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่สั่งจองและจ่ายแลกเหรียญทั่วประเทศ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;514&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกดังกล่าวทุกประเภททางออนไลน์ได้ที่<strong>&nbsp;</strong><a&nbsp;href=""http://www.treasury.go.th/""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);""><strong>www.treasury.go.th</strong></a></p><p><strong>อธิบดีกรมธนารักษ์&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;สำหรับเหรียญเฉลิมพระเกียรติพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา&nbsp;พัชรสุธาพิมลลักษณ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;4&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2562&nbsp;(เหรียญที่ระลึกประดับแพรแถบ)&nbsp;ซึ่งได้เปิดจำหน่ายไปแล้วเมื่อวันที่&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;กรมธนารักษ์จะเปิดช่องทางจำหน่ายทางออนไลน์เพิ่มเติมที่&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.treasury.go.th/""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);""><strong>www.treasury.go.th</strong></a><strong>&nbsp;</strong>เมนู&nbsp;&nbsp;e-Catalog&nbsp;เหรียญและผลิตภัณฑ์เหรียญ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><br></p><p><br></p>"	1/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501203420274
4	พาณิชย์?จังหวัดอุตรดิตถ์?ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิต ข้าว เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางพิสมนต์&nbsp;มงคลเทพ&nbsp;?พาณิชย์?จังหวัด?อุตรดิตถ์?&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฯ&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิต&nbsp;ข้าว&nbsp;และสถานการณ์ทั่วไป&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย&nbsp;เกษตรผลิต&nbsp;พาณิชย์ตลาด&nbsp;ภายใต้ยุทธศาตร์&nbsp;ตลาดนำการผลิต&nbsp;ณ&nbsp;โรงสีสหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์&nbsp;จำกัด&nbsp;อำเภอเมืองอุตรดิตถ์&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ซึ่งได้มีการวางแผนร่วมกันในการต่อยอดขยายตลาดไปยังตลาดโมเดิร์นเทรด&nbsp;ตลาดในจังหวัดและต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น&nbsp;สินค้าได้แก่&nbsp;ข้าวหอมมะลิอุตรดิตถ์&nbsp;ข้าวหอมปทุมอุตรดิตถ์&nbsp;และข้าวขาวอุตรดิตถ์&nbsp;ขนาดบรรจุ&nbsp;1,&nbsp;2,&nbsp;5&nbsp;และ&nbsp;10&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;GAP,&nbsp;GMP&nbsp;และ&nbsp;HACCP&nbsp;ภายใต้แบรนด์ข้าวอุดม&nbsp;(Udom)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การบริหารจัดการของสหกรณ์&nbsp;มีการวางแผนการผลิต&nbsp;เพื่อให้ปริมาณและพื้นที่การผลิตเหมาะสมกับการตลาด&nbsp;ส่งเสริมการเพาะปลูกชนิดข้าวที่หลากหลายตามความต้องการของตลาด&nbsp;แก้ปัญหาราคาตกต่ำ&nbsp;และตลาดรับซื้อที่แน่นอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โรงสีสหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์&nbsp;จำกัด&nbsp;จำหน่ายข้าวภายในจังหวัดและต่างจังหวัด&nbsp;ให้ร้านค้าจำนวน&nbsp;261&nbsp;ร้านค้า&nbsp;และผ่านช่องทางออนไลน์&nbsp;ซึ่งสหกรณ์มีศักยภาพในการบริหารจัดการ&nbsp;และการผลิต&nbsp;โดยยึดหลักความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า&nbsp;เน้นสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้ยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	1/5/2021	ภาคเหนือ	อุตรดิตถ์	สวท.อุตรดิตถ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501173057213
5	โควิดเป็นเหตุต้องปิดร้านบาบีคิว เจ้าของร้านเข้าสวนตัดทุเรียนโบราณมาแกะขายเป็นพลู รองรับลูกค้ารายได้น้อย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ร้านบุญชู&nbsp;บาร์บีคิว&nbsp;ที่เป็นร้านบาร์บีคิวชื่อดังของจันทบุรี&nbsp;ที่ตั้งอยู่ในซอยท่าแฉลบ&nbsp;6&nbsp;ถนนท่าแฉลบ&nbsp;ตำบลตลาด&nbsp;อำเภอเมืองจังหวัดจันทบุรี&nbsp;หลังเจ้าของร้านได้โพสเฟสบุ๊คนำทุเรียนโบราณพันธุ์นกหยิบมาโพสขายเป็นพลู&nbsp;พลูละ&nbsp;20&nbsp;-&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งถ้าซื้อตามตลาดที่ขายยกลูกจะอยู่ที่จะขายอยู่กิโลกรัมละ&nbsp;700&nbsp;บาท&nbsp;หลังโพสได้ประมาณ&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์ก็มีเพื่อน&nbsp;ๆ&nbsp;ในเฟสบุ๊ค&nbsp;และประชาชนทั่วไปมาช่วยกันอุดหนุนกันเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งทางร้านได้รับผลกระทบจากโควิด19&nbsp;เพราะต้องปิดร้านชั่วคราวทำให้ตนเองขาดรายได้และประกอบกับลูกจ้างหลายคนต้องตกงาน&nbsp;จึงได้คิดนำทุเรียนที่สวนของตนเองมาโพสขายแต่ถ้าขายเป็นกิโลจะดูแพงไปจึงได้นำมาแบ่งขายเป็นพลูแทนในราคาพลูละ20&nbsp;&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;ตามขนาด&nbsp;เพื่อให้ผู้รายได้น้อยได้รับประทานทุเรียนโบราณพันธุ์นกหยิบ&nbsp;ซึ่งหลังจากโพสขายได้มีลูกค้าแวะเวียนมาซื้อไปรับประทานอย่างไม่ขาดสาย&nbsp;ทำให้มีรายได้พอใช้จ่ายและประคองจ้างพนักงานให้รอดพ้นจากวิกฤติโควิด19&nbsp;ในครั้งนี้ไปด้วยกัน</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านนางสาวธนวรรณ&nbsp;กวีกิจอังกูร&nbsp;อายุ&nbsp;34&nbsp;ปี&nbsp;ได้กล่าวว่าในช่วงนี้มีโควิด19&nbsp;ระบาดทำให้ร้านต้องปิดลงชั่วคราว&nbsp;ทำให้ตนเองขาดรายได้และลูกน้องในร้านต้องตกงาน&nbsp;ตนเองจึงได้คิดหาแนวทางสร้างรายได้&nbsp;โชคดีที่ครอบครัวมีสวนทุเรียนโบราณอยู่จึงได้พาคนงานในร้านไปช่วยกันเก็บทุเรียนโบราณพันธุ์นกหยิบมาขายแต่ด้วยราคาสูงถึงกิโลกรัมละ&nbsp;700&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;จึงได้นำมาแบ่งขายเป็นพลู&nbsp;พลูละตั้งแต่&nbsp;20-80&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยจากผลกระทบโควิด&nbsp;19&nbsp;ได้รับประทานทุเรียนที่อร่อยและมีคุณภาพของจันทบุรี&nbsp;และได้โพสขายโดยให้ลูกค้าที่อยากรับประทานเดินทางมาเลือกซื้อเองที่ร้านเพราะจะได้ทุเรียนที่สดใหม่ตัดวันต่อวันมาวางขาย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	1/5/2021	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501203644276
6	เคอร์ฟิวช่วงโควิด ไม่กระทบรายได้ ร้านขายทุเรียนของดีเมืองยะลา	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประชาชน&nbsp;แห่ซื้อทุเรียนหมอนทอง&nbsp;ร้านทุเรียน&nbsp;Nurin&amp;Afnan&nbsp;&nbsp;หน้าโรงเรียนนิบงชนูปถัมภ์ยะลา&nbsp;กันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;หลังทางร้าน&nbsp;ได้สั่งทุเรียน&nbsp;พรีเมียม&nbsp;คัดเกรด&nbsp;จาก&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;มาขายให้กับประชาชนที่ชื่นชอบทุเรียนได้รับประทาน&nbsp;โดยแต่ละวัน&nbsp;ก็จะขายได้เกือบ&nbsp;1&nbsp;ตัน&nbsp;ช่วยสร้างรายได้&nbsp;ให้กับทางร้าน&nbsp;ในช่วงที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;ผู้ซื้อ&nbsp;ผู้ขายก็ได้ปฎิบัติตามมาตรการสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;น.ส.ปาตีฮ๊ะห์&nbsp;วามะ&nbsp;เจ้าของร้าน&nbsp;บอกว่า&nbsp;ช่วงนี้ทุเรียนนอกฤดู&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;มีน้อย&nbsp;ทำให้ไม่เพียงพอที่จะขายให้กับลูกค้า&nbsp;ทางร้านก็ได้&nbsp;สั่งซื้อทุเรียนหมอนทอง&nbsp;จาก&nbsp;ตลาด&nbsp;อตก.รสชาติอร่อย&nbsp;คัดเกรด&nbsp;มาขายให้กับลูกค้า&nbsp;ซึ่งเป็นทุเรียนจาก&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;&nbsp;มีทั้งเกรดพรีเมี่ยม&nbsp;ราคา&nbsp;กก.ละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;และเกรด&nbsp;ธรรมดา&nbsp;ราคา&nbsp;กก.ละ&nbsp;170&nbsp;บาท&nbsp;ชาวยะลา&nbsp;รวมถึง&nbsp;พื้นที่ใกล้เคียงให้ความสนใจมาเลือกซื้อจำนวนมาก&nbsp;เนื่องจากเป็นเดือนถือศีลอด&nbsp;ด้วย&nbsp;วันหนึ่งขายได้เกือบ&nbsp;1&nbsp;ตัน&nbsp;ลูกค้าเข้าร้านกว่า&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;ขายได้อย่างต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในช่วงนี้&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;&nbsp;และมีการประกาศเคอร์ฟิว&nbsp;นั้น&nbsp;ซึ่งเป็นเวลา&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;-04.00&nbsp;น.&nbsp;ก็ไม่มีผลกระทบกับทางร้าน&nbsp;เนื่องจากตั้งแต่เริ่มต้นเดือนถือศีลอดมา&nbsp;ทางร้าน&nbsp;ก็ร่นระยะเวลาการขายแล้ว&nbsp;โดยจะขายตั้งแต่เวลา&nbsp;บ่ายโมง&nbsp;ซึ่งลูกค้าต่างจังหวัด&nbsp;จะเริ่มเข้ามาซื้อไปเพื่อไว้รับประทาน&nbsp;หลัง&nbsp;ละศีลอด&nbsp;ปกติจะขาย&nbsp;ไปจนถึง&nbsp;4&nbsp;ทุ่ม&nbsp;พอมีเคอร์ฟิว&nbsp;ในช่วงเวลา&nbsp;3&nbsp;ทุ่ม&nbsp;ก็จะเริ่มเก็บร้าน&nbsp;จึงไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ที่ชอบทานทุเรียนหมอนทอง&nbsp;ที่ไม่อยากจะรอถึงฤดูทุเรียน&nbsp;&nbsp;ก็สามารถแวะมาเลือกซื้อ&nbsp;ได้&nbsp;ที่ร้าน&nbsp;Nurin&amp;Afnan&nbsp;โดยทางร้าน&nbsp;จะรับทั้งเงินสด&nbsp;จ่ายผ่านโครงการของรัฐบาล&nbsp;ส่วนผู้ที่ไม่สะดวกในการมาซื้อที่ร้าน&nbsp;ทางร้านก็จะมีบริการส่งให้ถึงที่&nbsp;ภายในจังหวัด&nbsp;และส่งเคอรี่ไปตามจังหวัดต่างๆ&nbsp;ด้วย&nbsp;โดยติดต่อได้ที่&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;093-759-7151</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502094209306
7	แก้ปัญหาปากท้องช่วงสถานการณ์โควิด แม่ค้าสาวผุดไอเดียโพสขายรังผึ้งหลวงสดย่างปรุงรสออนไลน์มีลูกค้าจากต่างจังหวัดสนใจสั่งซื้อจำนวนมาก	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานการณ์โควิดในจันทบุรี&nbsp;ยังไม่ดี&nbsp;พบตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นและ&nbsp;จังหวัดได้ออกประกาศควบคุมสถานการณ์&nbsp;พื้นที่สีแดงควบคุมสูงสุด&nbsp;ส่งผลให้การประกอบอาชีพค้าขายได้รับผลกระทบ&nbsp;ที่ร้านผึ้งหลวงย่างปรุงรส&nbsp;ในพื้นที่บ้านป่าใต้&nbsp;ตำบลบางกะจะ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวรสสุคนธ์&nbsp;เนตรวิลา&nbsp;อายุ&nbsp;31&nbsp;ปี&nbsp;กำลังเตรียมรังผึ้งหลวงมาหั่นเป็นชิ้นและปรุงรสชาติด้วยเกลือ&nbsp;กระเทียม&nbsp;พริกไทย&nbsp;และนำไปย่างเป็นรังผึ้งสดปรุงรสย่างขายให้กับลูกที่สั่งผ่านเพจ&nbsp;เฟสบุ๊ค&nbsp;และมาซื้อเองที่ร้าน&nbsp;ซึ่งในแต่ละวันจะต้องย่างถึง&nbsp;40-50&nbsp;ชิ้นต่อวัน&nbsp;ราคาจำหน่ายชิ้นละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งจากการพูดคุยกับนางสาวรสสุคนธ์เล่าว่าตนเองมีอาชีพขายรังผึ้งปรุงรสย่างที่ตลาดสดเมืองจันทบุรี&nbsp;มานานกว่า&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;จนมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด19&nbsp;จึงได้เปลี่ยนมาโพสขายผ่านเพจ&nbsp;""ไอซ์ผึ้งย่าง&nbsp;ผึ้งหลวงผึ้งมิ้น&nbsp;น้ำผึ้งป่า&nbsp;100%""&nbsp;และมีลูกค้าจากต่างจังหวัดสนใจสั่งซื้อมาเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งการย่างของตนจะยังคงใช้เตาถ่านเพื่อได้กลิ่นหอมของน้ำผึ้งและใบตอง&nbsp;ซึ่งวิธีการทำตนจะหั่นรังผึ้งหลวงเป็นชิ้นห่อด้วยใบตอง&nbsp;มีทั้งสูตรโรยด้วยเกลือพริกไทย&nbsp;สูตรกระเทียมพริกไทย&nbsp;ย่างบนเตาถ่านประมาณ&nbsp;15&nbsp;นาทีด้วยไฟอ่อนๆ&nbsp;พอใบตองไหม้&nbsp;รังผึ้งข้างในร้อนระอุ&nbsp;ก็เป็นอันใช้ได้&nbsp;รสชาติออกเค็มๆ&nbsp;และมันๆ&nbsp;จะขายในราคาชุดละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ในแต่ละวันจะมีออเดอร์ลูกค้าทั้งในตัวเมืองจันทบุรีและจากต่างจังหวัดสั่งมาเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนรังผึ้งนั้นตนเองได้รับซื้อมาจากนายพรานที่หาของป่าในพื้นที่จันทบุรีนำมาขายให้&nbsp;จึงสามารถการันตีได้ถึงคุณภาพและความสดของรังผึ้ง&nbsp;ทั้งนี้ตนเองยังมีน้ำผึ้งแท้จำหน่ายขวดเล็ก?&nbsp;150&nbsp;ml.&nbsp;ราคา&nbsp;130&nbsp;บาทขวดใหญ่?&nbsp;750?ml.?&nbsp;ราคา&nbsp;500.บาทอีกด้วยหากท่านใดสนใจสามารถสั่งผ่านเพจ""ไอซ์ผึ้งย่าง&nbsp;ผึ้งหลวงผึ้งมิ้น&nbsp;น้ำผึ้งป่า&nbsp;100%&nbsp;หรือโทร&nbsp;092-8998389&nbsp;ไอซ์</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านนางสาวณัฎฐา&nbsp;แสงทอง&nbsp;ลูกค้าที่มาซื้อรังผึ้งย่างกล่าวว่า&nbsp;ตนเองชอบซื้อรังผึ้งย่างไปรับประทานเพราะเป็นรังผึ้งใหม่&nbsp;ย่างแล้วมีความหอมน่ารับประทาน&nbsp;ปกติจะผ่านมาซื้อบ่อย&nbsp;แต่บางครั้งจะสั่งซื้อผ่านออนไลน์โดยทางร้านจะนำไปส่งให้ที่บ้าน&nbsp;นิยมซื้อมารับประทานเพราะราคากล่องละ100&nbsp;บาทถือว่าไม่แพง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2/5/2021	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502095834312
8	การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 3 สายทาง ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2564	<p><strong>การทางพิเศษแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;กทพ.&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;</strong>วันอังคารที่&nbsp;4&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;(วันฉัตรมงคล)&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;00.01&nbsp;น.&nbsp;ถึง&nbsp;24.00&nbsp;น.&nbsp;ประชาชนที่ใช้ทางพิเศษ&nbsp;3&nbsp;สายทาง&nbsp;ประกอบด้วยทางพิเศษเฉลิมมหานคร&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;ด่าน&nbsp;ทางพิเศษศรีรัช&nbsp;จำนวน&nbsp;31&nbsp;ด่าน&nbsp;และทางพิเศษอุดรรัถยา&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ด่าน&nbsp;จะได้รับการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษจำนวน&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งเป็นวันหยุดราชการประจำปีตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;โดยเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมที่ปรากฏในสัญญาสัมปทาน&nbsp;ฉบับแก้ไขใหม่ระหว่าง&nbsp;กทพ.&nbsp;บริษัท&nbsp;ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;(BEM)&nbsp;และบริษัท&nbsp;ทางด่วนกรุงเทพเหนือ&nbsp;จำกัด&nbsp;(NECL)&nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;กทพ.&nbsp;</strong>ขอเชิญชวนให้ผู้ใช้ทางพิเศษสมัครใช้บัตร&nbsp;Easy&nbsp;Pass&nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับธนบัตร&nbsp;หรือเหรียญ&nbsp;ซึ่งอาจจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค&nbsp;รวมถึงใช้บริการเติมเงิน&nbsp;ในบัตร&nbsp;Easy&nbsp;Pass&nbsp;ผ่าน&nbsp;Application&nbsp;ของธนาคารต่างๆ&nbsp;ซึ่งนอกจากจะได้รับความสะดวกรวดเร็วแล้วยังจะช่วยลดความเสี่ยงจากการรับ&nbsp;หรือแพร่เชื้อโควิด-19&nbsp;ได้อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p>	2/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502215922472
9	ททท.เตรียมทบทวนโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 และทัวร์เที่ยวไทยเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการควบคุมการระบาดของ Covid-19	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าฯ ททท. เผยอาจชะลอโครงการ <strong>เราเที่ยวด้วยกัน </strong>เฟส 3 และ ทัวร์เที่ยวไทย ในเดือนพฤษภาคมนี้ออกไปก่อน เพื่อควบคุมและป้องการโควิด-19 ตามมาตรการของ ศบค. โดยเตรียมหารือกับ รมว.ท่องเที่ยวฯ ในสัปดาห์หน้าเพื่อให้ได้ความชัดเจน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากกรณีข่าวการเตรียมเปิดโครงการ<strong> เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3</strong> และ<strong>ทัวร์เที่ยวไทย&nbsp;</strong>ในเดือนพฤษภาคมนี้ (ตามมติ ครม. 23 มีนาคม 2564) ซึ่งมีความขัดแย้งกับประกาศของ ศบค.ที่ขอความร่วมมือให้ประชาชนงดเดินทางข้ามจังหวัด ตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นั้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ล่าสุดวันนี้ (2 พ.ค.) <strong>นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) </strong>เปิดเผยว่า เมื่อ ศบค. มีคำสั่งล่าสุดขอให้ประชาชนงดการเดินทางเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงอาจจะชะลอโครงการออกไปก่อน โดยในสัปดาห์หน้า คาดว่าไม่เกินวันศุกร์ที่ 14 พ.ค.นี้ ผู้ว่าฯ ททท.จะหารือกับ รัฐมนตรีว่าการท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจนว่าจะเลื่อนโครงการนี้ออกไปเป็นวันที่เท่าไร หรือควรมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะจะต้องแจ้งให้สภาพัฒน์ทราบด้วย เนื่องจากโครงการมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของงบประมาณและระยะเวลาในการดำเนินโครงการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการ <strong>เราเที่ยวด้วยกัน</strong> ระยะที่ 3 เพิ่มอีก 2 ล้านสิทธิ์ และ โครงการ <strong>ทัวร์เที่ยวไทย""  </strong>ที่เน้นการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัดในวันธรรมดา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลัง แต่เมื่อมีมาตรการควบคุมและป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกเมษายน ทางผู้ว่าฯ ททท. และ รมว.ท่องเที่ยวฯ จึงเตรียมหารือกันอีกครั้งเพื่อปรับโครงการดังกล่าวทั้งสองโครงการให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน</p><p><br></p>"	2/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502180229442
10	นายอำเภอเบตง ลงพื้นที่เยี่ยมชมการทำส้มแขกตากแห้ง บ้านธารมะลิ ตำบลอัยเยอร์เวง พร้อมแปรรูปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนสร้างรายได้	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เจ๊ะหะมะ&nbsp;ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำตำบลอัยเยอร์เวง&nbsp;นายพิชัย&nbsp;แก้วจำรัส&nbsp;ปลัดอำเภองานป้องกัน&nbsp;ตชด.&nbsp;และผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ได้เยี่ยมชมการทำส้มแขกตากแห้งของชาวบ้าน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;บ้านธารมะลิ&nbsp;ตำบลอัยเยอร์เวง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งได้นำผลิตผลส้มแขกในหมู่บ้านมาแปรรูปเป็นส้มแขกตากแห้งและจำหน่าย&nbsp;ให้ลูกค้าตามชุมชน&nbsp;ในตัวเมือง&nbsp;เพื่อกระจายไปยังร้านค้าในพื้นที่อื่น&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากอดีต&nbsp;""ส้มแขก""&nbsp;ส่วนใหญ่จะนำมาแปรรูปเป็นส้มแขกตากแห้งที่ใช้สำหรับปรุงอาหารจำพวกแกงส้มใต้&nbsp;หรือแกงเหลือง&nbsp;ต้มส้มปลา&nbsp;แต่หลังจากที่ผลงานวิจัยพบว่าส้มมีสรรพคุณทางสมุนไพรหลายอย่าง&nbsp;โดยเฉพาะช่วยลดความอ้วน&nbsp;ทำให้มีการนำส้มแขกมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลายชนิด&nbsp;&nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าสินค้าขึ้น&nbsp;อาทิ&nbsp;การแปรรูปส้มแขกทำขนมขบเคี้ยว&nbsp;ส้มแขกแช่อิ่ม&nbsp;ส้มแขกกวน&nbsp;&nbsp;ส้มแขกหยี&nbsp;เป็นต้น&nbsp;จะเป็นการสร้างมูลค่าสินค้าชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป&nbsp;&nbsp;จะทำให้ชาวบ้าน&nbsp;มีรายเสริมจากการทำสวนยางพาราแล้ว&nbsp;ผู้บริโภคก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพ&nbsp;เนื่องจากส้มแขกมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรหลายอย่าง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503011416482
11	รัฐบาล ผลักดันเชียงของ ศูนย์กลางโลจิสติกส์ e-Commerce ข้ามพรมแดนแม่โขง-ล้านช้าง	<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;รัฐบาล&nbsp;&nbsp;ยังคงเดินหน้าลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานและขับเคลื่อนนโยบายเพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว&nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;โดยใช้ศักยภาพของประเทศ&nbsp;ทั้งด้านทรัพยากรและความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและหนึ่งในนโยบายสำคัญที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญคือ&nbsp;ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจข้ามพรมแดนในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง-ล้านช้าง&nbsp;ประกอบด้วยสมาชิก&nbsp;6&nbsp;ประเทศคือ&nbsp;กัมพูชา&nbsp;ลาว&nbsp;เมียนมา&nbsp;ไทย&nbsp;เวียดนามและจีน&nbsp;</p><p><strong>โดยในปี&nbsp;2563&nbsp;การค้าระหว่างไทยกับประเทศสมาชิก</strong>&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;1.16&nbsp;แสนล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;เป็นการส่งออก&nbsp;5.4&nbsp;หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;และการนำเข้า&nbsp;6.2&nbsp;หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;โดยตั้งแต่ปี&nbsp;2558&nbsp;รัฐบาลได้พัฒนาการอำนวยความสะดวกทางการค้าตามแนวชายแดน&nbsp;เช่น&nbsp;พิธีการศุลกากร&nbsp;เพื่อช่วยให้การปล่อยสินค้าคล่องตัว&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการบริการโลจิสติกส์&nbsp;ลดต้นทุนผู้ประกอบการ&nbsp;ซึ่งจะแล้วเสร็จสิ้นปีนี้</p><p><strong>กระทรวงพาณิชย์&nbsp;กำลังศึกษาเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย</strong>&nbsp;การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงของ&nbsp;มีเป้าหมายคือ&nbsp;เชียงของเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน&nbsp;(Cross&nbsp;Border&nbsp;e-Commerce:&nbsp;CBEC)&nbsp;ส่งเสริมการส่งออกสินค้าไทยและอาเซียน&nbsp;ผ่านเส้นทาง&nbsp;R3A&nbsp;(ที่เชื่อมระหว่าง&nbsp;จีน&nbsp;ลาวและไทย&nbsp;ผ่านจุดพรมแดนและเมืองสำคัญเช่น&nbsp;อำเภอเชียงของ&nbsp;บ้านห้วยทราย&nbsp;บ่อเต็น&nbsp;บ่อหาน&nbsp;และคุณหมิง)&nbsp;และเขตการค้าเสรีคุณหมิง&nbsp;และยกระดับการค้าสู่พื้นที่จีนตอนเหนือและยุโรป&nbsp;ในอนาคตต่อไป&nbsp;เพื่อให้สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงของ</p><p>นางสาวรัชดา&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;รัฐบาลได้อนุมัติโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&nbsp;(ข้ามแม่น้ำโขง)&nbsp;แห่งที่&nbsp;4&nbsp;ประชิดด่านพรมแดนเชียงของ&nbsp;เพื่อเป็นประตูการค้าที่สำคัญบนแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้&nbsp;(North&nbsp;&nbsp;South&nbsp;Economic&nbsp;Corridor)&nbsp;โดยเป็นการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้า&nbsp;&nbsp;(Truck&nbsp;Terminal)&nbsp;รองรับกิจกรรมการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศบนเส้นทางสาย&nbsp;R3A&nbsp;ให้เป็นสถานีปรับเปลี่ยนการขนส่งระหว่างประเทศสู่ภายในประเทศ&nbsp;รวมถึงเพื่อเชื่อมต่อระบบการขนส่งทางถนนไปสู่ทางรถไฟ&nbsp;ซึ่งโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;จะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบภายในปี&nbsp;2565&nbsp;ขณะที่&nbsp;โครงการระยะที่&nbsp;2&nbsp;เป็นการสร้างอาคารเปลี่ยนถ่ายและบรรจุสินค้า&nbsp;และลานกองเก็บตู้สินค้า&nbsp;ที่จะรองรับเส้นทางรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ&nbsp;ของการรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;คาดจะก่อสร้างเสร็จในปี&nbsp;2568</p><p><strong>สำหรับการค้าข้ามพรมแดนแม่โขง-ล้านช้าง</strong>&nbsp;เป็นตลาดสำคัญของไทย&nbsp;ที่จะมูลค่าเพิ่มกว่า&nbsp;1&nbsp;แสนล้านเหรียญสหรัฐอย่างแน่นอน&nbsp;รัฐบาลตั้งเป้าเพิ่มยอดการส่งออกทั้งในกลุ่มประเทศสมาชิก&nbsp;และที่จะขยายไปยังจีนตอนเหนือและยุโรป&nbsp;ในอนาคต&nbsp;หากสามารถผลักดันโครงการเศรษฐกิจพิเศษเชียงของเชื่อมต่อกับเขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อหาน&nbsp;(จีน)-บ่อเต็น(ลาว)&nbsp;ได้สำเร็จ&nbsp;ผู้ประกอบการไทยจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีสำหรับสินค้าที่อยู่ในรายการที่จีนกำหนดให้สามารถขอรับสิทธิพิเศษ<strong>สำหรับ&nbsp;CBEC&nbsp;ได้&nbsp;(Positive&nbsp;Lists&nbsp;for&nbsp;CBEC)</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;ผลไม้อบแห้ง&nbsp;ชา&nbsp;กาแฟ&nbsp;เครื่องสำอาง&nbsp;ซึ่งจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร&nbsp;และเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีสรรพสามิตในอัตราร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ของอัตราภาษีปกติ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	3/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503101609513
12	ยอดค้าชายแดนและค้าผ่านแดน โตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ไตรมาสแรกของปี 2564 มีมูลค่ารวม 383,576 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.31	"<p><strong>นายกีรติ&nbsp;รัชโน&nbsp;อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ในไตรมาสแรกของปี&nbsp;2564&nbsp;สถิติการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยเติบโตต่อเนื่อง&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;383,576&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;19.31&nbsp;เป็นการส่งออก&nbsp;225,981&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;20.50&nbsp;และการนำเข้า&nbsp;157,596&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;17.65&nbsp;โดยไทยยังคงได้ดุลการค้าต่อเนื่องที่&nbsp;68,385&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการค้าชายแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน</strong>&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;222,720&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;9.57&nbsp;แบ่งเป็นการส่งออก&nbsp;136,456&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;12.07&nbsp;และนำเข้า&nbsp;86,264&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;5.83&nbsp;โดยมาเลเซียยังคงเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับหนึ่ง&nbsp;&nbsp;มูลค่าการค้า&nbsp;145,869&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;26.74&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">ส่วนการค้าผ่านแดนประเทศเพื่อนบ้านไปตลาดจีน&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;เวียดนาม&nbsp;และประเทศอื่นๆ&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;160,856&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;36.06&nbsp;โดยจีนเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับหนึ่ง&nbsp;มีมูลค่าการค้า&nbsp;67,210&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;46.14&nbsp;รองลงมา&nbsp;คือ&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;และเวียดนาม</span></p><p><strong>สำหรับสถานการณ์การเปิดทำการจุดผ่านแดนเพื่อการขนส่งสินค้า</strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ไทยเปิดทำการจุดผ่านแดนฯ&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;46&nbsp;แห่ง&nbsp;เพิ่มขึ้นจากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบด้วยด้านชายแดนไทย-กัมพูชาจังหวัดตราด&nbsp;&nbsp;1&nbsp;แห่งคือ&nbsp;จุดผ่อนปรนการค้าบ้านมะม่วง&nbsp;&nbsp;และด้านชายแดนไทย-เมียนมา&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;5&nbsp;แห่งได้แก่&nbsp;จุดผ่อนปรนการค้าห้วยต้นนุ่น&nbsp;&nbsp;จุดผ่อนปรนการค้าบ้านเสาหิน&nbsp;จุดผ่อนปรนการค้าบ้านแม่สามแลบ&nbsp;จุดผ่อนปรนการค้าบ้านห้วยผึ้งและจุดผ่อนปรนการค้าบ้านน้ำเพียงดิน&nbsp;ซึ่งจะช่วยเพิ่มช่องทางในการขนส่งสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านแก่ผู้ประกอบการ</p><p><br></p><p><br></p>"	3/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503121154580
13	กลุ่ม ปตท. ตั้งโครงการ ลมหายใจเดียวกัน มอบ เครื่องช่วยหายใจ กว่า 300 เครื่อง 	<p><strong>นายอรรถพล&nbsp;ฤกษ์พิบูลย์</strong>&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ปตท.&nbsp;สำรวจความต้องการเร่งด่วนในทางการแพทย์ทั่วประเทศ&nbsp;พบว่าเครื่องช่วยหายใจเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นและไม่เพียงพอ&nbsp;จึงนับเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะต้องร่วมระดมทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือประชาชนและแบ่งเบาภาระของบุคลากรทางการแพทย์ให้ตรงกับความจำเป็นมากที่สุด&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ปตท.&nbsp;จึงได้เร่งดำเนินการจัดหาอุปกรณ์ที่สำคัญทางการแพทย์ที่ยังขาดแคลนภายใต้โครงการ&nbsp;ลมหายใจเดียวกัน&nbsp;ได้แก่&nbsp;เครื่องช่วยหายใจ&nbsp;(ICU&nbsp;Ventilator)&nbsp;สำหรับผู้ป่วยวิกฤติ&nbsp;เครื่องให้ออกซิเจนอัตราไหลสูง&nbsp;(High-Flow&nbsp;Nasal&nbsp;Oxygen)&nbsp;ที่ช่วยลดและชะลอการลุกลามของปอดอักเสบไม่ให้รุนแรงจนต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ&nbsp;รวมจำนวนกว่า&nbsp;300&nbsp;เครื่อง&nbsp;พร้อมทั้งมอบงบประมาณจัดซื้อออกซิเจนเหลว&nbsp;(Liquid&nbsp;Oxygen)&nbsp;เพื่อใช้ร่วมกับเครื่องช่วยหายใจ&nbsp;เพื่อมอบให้แก่โรงพยาบาลในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด&nbsp;หรือ&nbsp;พื้นที่สีแดงเข้ม&nbsp;และจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งมีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สะสมจำนวนมาก</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ปตท.&nbsp;</strong>ยังได้จัดหาหมวกอัดอากาศป้องกันการติดเชื้อความดันบวก&nbsp;หรือ&nbsp;PAPR&nbsp;(Power&nbsp;Air&nbsp;Purifying&nbsp;Respiratory)&nbsp;สนับสนุนห้องความดันลบ&nbsp;พร้อมส่งต่อกำลังใจให้แก่บุคลากรทางการแพทย์&nbsp;โดยมอบอาหารจากร้านเท็กซัส&nbsp;ชิคเก้น&nbsp;(Texas&nbsp;Chicken)&nbsp;และเครื่องดื่มจากร้านกาแฟคาเฟ่&nbsp;อเมซอน&nbsp;รวมถึงสินค้าวิสาหกิจชุมชนจากโครงการ&nbsp;ชุมชนยิ้มได้&nbsp;ของ&nbsp;ปตท.&nbsp;เป็นการตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่&nbsp;ที่ทำงานหนักตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ก่อนหน้านี้&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ปตท.&nbsp;ได้สนับสนุนการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม&nbsp;และอุปกรณ์และสิ่งของที่จำเป็น&nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพในด้านการรองรับผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ให้กับโรงพยาบาลต่างๆ&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยจัดเตรียมงบประมาณสำหรับการแพร่ระบาดระลอก&nbsp;3&nbsp;นี้&nbsp;รวม&nbsp;200&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p>	3/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503195745838
14	จัดชุดสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน 23 รายการ จำหน่ายให้ประชาชนราคาประหยัด ผ่านร้านค้ากองทุนหมู่บ้าน 	<p><strong>นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;การกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ดำเนินโครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชนลงลึกระดับตำบลทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันลง&nbsp;บรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน&nbsp;ล่าสุดกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร&nbsp;ได้แก่&nbsp;บริษัท&nbsp;สยามแม็คโครจำกัด&nbsp;&nbsp;(มหาชน)&nbsp;และสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ&nbsp;(สทบ.)&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;ซื้อง่าย&nbsp;ถูกใจ&nbsp;ใกล้ชุมชน&nbsp;จัดชุดสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;23&nbsp;รายการ&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;3,500&nbsp;บาท&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;น้ำมันพืช&nbsp;น้ำตาลทราย&nbsp;ฯลฯ&nbsp;จำหน่ายถึงมือประชาชนในราคาพิเศษ&nbsp;ผ่านเครือข่ายร้านค้ากองทุนหมู่บ้าน&nbsp;3,500&nbsp;แห่งทั่วประเทศ&nbsp;&nbsp;เพื่อให้ร้านค้านำสินค้าราคาประหยัดไปจำหน่ายแก่ประชาชนในชุมชน&nbsp;</p><p><strong>ร้านค้ากองทุนหมู่บ้าน&nbsp;ทั้ง&nbsp;3,500&nbsp;แห่ง</strong>&nbsp;จะได้รับหนังสือจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;เพื่อให้ไปรับชุดสินค้า&nbsp;ณ&nbsp;ห้างแม็คโคร&nbsp;ภายในจังหวัดที่ร้านค้าตั้งอยู่&nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายค่าชุดสินค้า&nbsp;&nbsp;กำหนดรับชุดสินค้าตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นี้&nbsp;หลังจากนั้น&nbsp;กรมฯ&nbsp;และหน่วยงานพันธมิตรจะทำการประเมินจุดเด่น&nbsp;จุดด้อย&nbsp;ปัญหาและอุปสรรคที่ได้รับจากกิจกรรม&nbsp;&nbsp;ก่อนนำมาปรับปรุงและพัฒนาเพื่อกำหนดแนวนโยบายในการช่วยเหลือประชาชนและร้านค้าโชวห่วยต่อไป&nbsp;ทั้งนี้กิจกรรม&nbsp;ซื้อง่าย&nbsp;ถูกใจ&nbsp;ใกล้ชุมชน&nbsp;จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;โดยมีการปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและร้านค้าโชวห่วยมากที่สุด&nbsp;เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด&nbsp;ช่วยให้เศรษฐกิจฐานรากมีความเข้มแข็งในระยะยาว</p><p><strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ผู้ประกอบการร้านค้าโชวห่วยเป็นหน่วยเศรษฐกิจที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศและเป็นที่พึ่งของประชาชนทั้งช่วงระหว่างการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และช่วงระยะการฟื้นฟู&nbsp;โดยเป็นทางเลือกในการเลือกซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็น&nbsp;สำหรับประชาชนที่ต้องการหลีกเลี่ยงการเดินทางและไม่ประสงค์ที่จะจับจ่ายใช้สอยในสถานที่แออัดหรืออากาศไม่ถ่ายเท&nbsp;เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงของโรคระบาด&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;ร้านค้าโชวห่วยยังเป็นช่องทางสำคัญของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ&nbsp;&nbsp;เช่น&nbsp;เราชนะ&nbsp;คนละครึ่ง&nbsp;บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;รวมถึงเป็นแหล่งจ้างงานในชุมชนและช่องทางการกระจายสินค้าที่สำคัญในระดับท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2563&nbsp;ร้านค้าโชวห่วยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกันกว่า&nbsp;1.03&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;และมีปัจจัยสนับสนุนต่างๆ&nbsp;ในการดำเนินธุรกิจ&nbsp;ทั้งมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ&nbsp;รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนมาซื้อสินค้าใกล้บ้านแทนการไปซื้อสินค้าในร้านค้าปลีกสมัยใหม่มากขึ้น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	3/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503150900679
15	จ.อุตรดิตถ์ แหล่งขายส่งมะไฟใหญ่ที่สุดในประเทศ สร้างรายได้ให้ชุมชนช่วงโควิด-19 ระบาด	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลขุนฝาง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;กำลังช่วยกันคัดมะไฟจับเป็นช่อแล้วล้างด้วยน้ำ&nbsp;ซึ่งเป็นการช่วยรักษาสภาพให้ดูสดใหม่&nbsp;จากนั้นใส่ลงตะกร้าผลไม้&nbsp;เพื่อส่งขายให้กับพ่อค้าคนกลางที่มารับซื้อถึงโรงคัดบรรจุผลไม้ที่เจ้าของสวนจัดทำขึ้น&nbsp;โดยในพื้นที่ตำบลขุนฝาง&nbsp;มีโรงคัดบรรจุผลไม้ถึง&nbsp;4&nbsp;แห่งและมีรถรับ-ส่ง&nbsp;ผลไม้เวียนมารับมะไฟอย่างไม่ขาดสาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายไพศาล&nbsp;หรรษไพบูลย์&nbsp;เกษตรกร&nbsp;อดีตกำนันตำบลขุนฝาง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตำบลขุนฝางเป็นที่แรกที่มีการปลูกมะไฟพันธุ์เหรียญทอง&nbsp;โดยเกษตรอำเภอนำกล้าพันธุ์มาแจกให้ชาวบ้านเมื่อประมาณ&nbsp;20&nbsp;ปีก่อน&nbsp;ซึ่งปลูกกันมากใน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;6&nbsp;รวมพื้นที่กว่า&nbsp;200&nbsp;ไร่&nbsp;เมื่อก่อนกิโลกรัม&nbsp;2&nbsp;&nbsp;3บาท&nbsp;แต่เมื่อปีที่ผ่านมามีพ่อค้ามาซื้อถึงสวนกิโลกรัมละ&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับปีนี้ตลาดมีความต้องการมากขึ้น&nbsp;ทำให้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ&nbsp;16&nbsp;บาท&nbsp;นอกจากชาวสวนจะได้ขายค้าแล้ว&nbsp;ยังเป็นการช่วยชาวบ้านในชุมชนให้มีรายได้จากการจ้างงาน&nbsp;ซึ่งขณะนี้หลายคนตกงานเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับมะไฟพันธุ์เหรียญทองมีความแตกต่างจากพันธุ์อื่น&nbsp;คือ&nbsp;ผลใหญ่และหวานฉ่ำ&nbsp;เก็บผลผลิตในช่วงเดือนเมษายน-&nbsp;มิถุนายน&nbsp;โดยขณะนี้มีตลาดผลไม้ในหลายจังหวัดรับไปขายและมีบางสวนส่งขึ้นห้างสรรพสินค้ากระจายไปทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งในปีที่ผ่านมาสร้างมูลค่ากว่า&nbsp;3&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และจากการสำรวจพื้นที่ต่างๆ&nbsp;ที่มีปลูกมะไฟพันธุ์เดียวกันนี้&nbsp;นับว่าตำบลขุนฝางเป็นพื้นที่ที่มีมะไฟพันธุ์เหรียญทองมากที่สุดในประเทศ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	3/5/2021	ภาคเหนือ	อุตรดิตถ์	สวท.อุตรดิตถ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503172049777
16	ผลการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน+3 ครั้งที่ 24	<p><strong>นางสาวกุลยา&nbsp;ตันติเตมิท&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยผลการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน+3&nbsp;ครั้งที่&nbsp;24&nbsp;ในรูปแบบการประชุมทางไกล&nbsp;โดยมีนายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเข้าร่วม&nbsp;ว่า&nbsp;ที่ประชุมได้หารือถึงประเด็นสถานการณ์เศรษฐกิจและความร่วมมือทางการเงินของภูมิภาคอาเซียน+3&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภูมิภาค&nbsp;โดยที่ประชุมได้รับทราบรายงานเศรษฐกิจจากผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3&nbsp;(AMRO)&nbsp;ธนาคารพัฒนาเอเชีย&nbsp;(ADB)&nbsp;และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ&nbsp;ซึ่งเห็นพ้องว่าทิศทางเศรษฐกิจของโลกและของภูมิภาคจะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วในปี&nbsp;2564&nbsp;เนื่องจากมีการฉีดวัคซีนในจำนวนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก&nbsp;โดย&nbsp;IMF&nbsp;คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกในปี&nbsp;2564&nbsp;จะขยายตัวที่ร้อยละ&nbsp;6&nbsp;และในปี&nbsp;2565&nbsp;จะขยายตัวที่ร้อยละ&nbsp;4&nbsp;ขณะที่&nbsp;AMRO&nbsp;คาดการณ์ว่าภูมิภาคอาเซียน+3&nbsp;จะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน&nbsp;โดยขยายตัวที่ร้อยละ&nbsp;6.7&nbsp;และร้อยละ&nbsp;4.9&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;และ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;อีกทั้งคาดว่าประเทศไทยจะเติบโตที่ร้อยละ&nbsp;2.3&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;และร้อยละ&nbsp;4.8&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;โดยทั้ง&nbsp;3&nbsp;องค์กรมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในทิศทางเดียวกัน&nbsp;คือท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ประเทศสมาชิกอาเซียน+3&nbsp;ควรมุ่งเน้นการดำเนินนโยบายเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตที่ครอบคลุม&nbsp;มีเสถียรภาพและยั่งยืนเป็นสำคัญ&nbsp;อาทิ&nbsp;การสร้างความมั่นใจว่าประชาชนจะสามารถเข้าถึงวัคซีนทั่วถึงโดยเร็ว&nbsp;สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;สนับสนุนการใช้ทรัพยากรภายในประเทศ&nbsp;ปรับปรุงระบบภาษีและความร่วมมือทางภาษี&nbsp;และส่งเสริมการเป็นเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;เป็นต้น&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังเน้นให้ประเทศสมาชิกอาเซียน+3&nbsp;พัฒนาระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ณ&nbsp;จุดเดียว&nbsp;ให้ครอบคลุมและไร้รอยต่อ&nbsp;เพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนในภูมิภาค&nbsp;ควบคู่กับความเชื่อมโยงของระบบการชำระเงินในอาเซียนด้วย</p><p>ขณะที่มาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี&nbsp;ที่ประชุมยินดีกับความสำเร็จในการปรับปรุงประสิทธิภาพของ&nbsp;CMIM&nbsp;โดยความตกลง&nbsp;CMIM&nbsp;ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;ได้มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งจะทำให้สมาชิกได้รับความช่วยเหลือทางการเงินในส่วนที่ไม่เชื่อมโยงกับความช่วยเหลือทางการเงินจาก&nbsp;IMF&nbsp;เพิ่มมากขึ้นจากเดิมร้อยละ&nbsp;30&nbsp;เป็นร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ของวงเงินที่จะได้รับความช่วยเหลือสูงสุด&nbsp;รวมทั้งประเทศสมาชิกยังสามารถใช้เงินสกุลท้องถิ่นสมทบเงินใน&nbsp;CMIM&nbsp;ได้</p><p><strong>สำหรับทิศทางการดำเนินการในอนาคต</strong>ของกรอบความร่วมมือทางการเงินอาเซียน+3&nbsp;ที่ประชุมได้รับทราบการจัดตั้งคณะทำงานพิจารณาความเป็นไปได้ของมาตรการริเริ่มใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;การจัดหาเงินทุนสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;การพัฒนากลไกเพื่อรองรับปัญหาด้านมหภาคและปัญหาเชิงโครงสร้าง&nbsp;การเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการเงินเพื่อรับมือกับภัยธรรมชาติ&nbsp;และการส่งเสริมความร่วมมือด้านนโยบายเพื่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี&nbsp;ทั้งนี้เพื่อขยายความร่วมมือทางการเงินให้ครอบคลุม&nbsp;และส่งเสริมความเจริญเติบโตของภูมิภาคอาเซียน+3&nbsp;และสอดคล้องกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป</p><p><br></p><p><br></p>	3/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503194421826
17	เกาะเสม็ดพร้อมเปิดรับให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยว หลังพ้นถูกสั่งปิด 14 วัน หนีคนโควิด-19	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;พ.ค.64&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;นางสริญทิพญ&nbsp;ทัพมงคลทรัพย์&nbsp;นายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ด&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;หลังพื้นที่เกาะเสม็ดตรวจพบมีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ทำให้นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;ได้มีคำสั่งปิดพื้นที่ทั้งเกาะเสม็ด&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;โดยมีการปิดให้บริการโรงแรม&nbsp;&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;&nbsp;และที่พักทั้งหมด&nbsp;เพื่อทำความสะอาดฆ่าเชื้อ&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;27&nbsp;เม.ย.เป็นต้นไป&nbsp;ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้หลังปิดผู้ประกอบการก็ได้มีการเร่งทำความสะอาด&nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ตรวจคัดกรองทุกคน&nbsp;รวมทั้งธรรมชาติของเกาะเสม็ดก็ได้มีการพักฟื้นด้วย&nbsp;ซึ่งผู้ประกอบการยืนยันพร้อมจะเปิดรับนักท่องเที่ยวหลังพ้น&nbsp;14&nbsp;วันไปแล้ว&nbsp;แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องมีการ&nbsp;Swab&nbsp;กันอย่างละเอียดก่อน&nbsp;เพื่อให้มั่นใจว่าเชื้อหมดไปจากเกาะเสม็ดจริงๆ&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	3/5/2021	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504000510879
18	ติดตามสถานการณ์การผลิตหน้ากากอนามัย ยืนยันมีวัตถุดิบเพียงพอ	<p><strong>นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ได้ประชุมติดตามสถานการณ์การผลิตหน้ากากอนามัยร่วมกับผู้ผลิตหน้ากากอนามัย&nbsp;พบว่า&nbsp;ปัจจุบันยังคงมีหน้ากากอนามัย&nbsp;หน้ากากผ้า&nbsp;และหน้ากากทางเลือกในตลาดปริมาณมาก&nbsp;และยังมีวัตถุดิบในการผลิตเพียงพอรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น&nbsp;บางรายมีหน้ากากอนามัยเหลือพร้อมที่จะส่งมอบหากมีคำสั่งซื้อเข้ามา&nbsp;&nbsp;ซึ่งกรมฯได้ให้ผู้ผลิตหน้ากากอนามัยแจ้งปริมาณที่พร้อมส่งมอบหรือกำลังผลิตที่ยังคงเหลืออยู่มาที่กรมฯ&nbsp;ซึ่งหากมีพื้นที่ใดมีปริมาณหน้ากากอนามัยไม่เพียงพอจะได้ประสานจัดส่งไปเสริมได้ทันที&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ขอให้ผู้ผลิตหน้ากากอนามัยดำเนินการผลิตอย่างเต็มที่&nbsp;และได้เน้นย้ำว่าหน้ากากอนามัยทางการแพทย์เป็นสินค้าควบคุมต้องจำหน่ายตามราคา&nbsp;ที่กำหนดไม่เกินชิ้นละ&nbsp;2.50&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งหากพบว่ามีการจำหน่ายเกินกว่าราคาที่กำหนดจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด</p><p><strong>อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัดตรวจสอบและติดตามสถานการณ์หน้ากากอนามัย&nbsp;เจลล้างมือและราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด&nbsp;ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;รอบที่&nbsp;3&nbsp;เพราะส่งผลในวงกว้างทำให้ทุกจังหวัดได้กำหนดมาตรการให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งเวลาที่ออกจากที่อยู่อาศัย&nbsp;ซึ่งจากการสำรวจพบว่าราคาหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ราคาเฉลี่ยนอยู่ที่&nbsp;1.90&nbsp;&nbsp;2.50&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งยังอยู่ในราคาที่กรมการค้าภายในควบคุม&nbsp;</p><p><strong>หากพบเห็นการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคแจ้งได้ที่สายด่วน&nbsp;1569&nbsp;</strong>กรณีจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด&nbsp;มีโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;กรณีที่ไม่ติดป้ายแสดงราคามีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p>	4/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504185333111
19	จังหวัดราชบุรีร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงเตรียมยกระดับผลิตภัณฑ์สินค้าไชโป้วโพธารามสู่สากล ขับเคลื่อนจัดทำค่ำขอสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทยเพื่อขึ้นทะเบียนในประเทศ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวิสาห์&nbsp;พูลศิริรัตน์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี&nbsp;เป็นประธานการประชุมออนไลน์ชี้แจงโครงการจัดทำคำขอสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทยเพื่อขึ้นทะเบียนในประเทศสินค้าไชโป้วโพธาราม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายประสพชัย&nbsp;พูลเกิด&nbsp;พาณิชย์จังหวัดราชบุรี&nbsp;ผศ.อรรถพล&nbsp;อุสายพันธ์&nbsp;รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง&nbsp;อาจารย์&nbsp;ดร.อดิศักดิ์&nbsp;แสงส่องฟ้า&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ&nbsp;ผศ.ดร.ชฎาพร&nbsp;โพคัยสวรรค์และคณะทำงานให้การต้อนรับและร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมย่อย&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;อาคารศูนย์ภาษาและคอมพิวเตอร์&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง&nbsp;ซึ่งมีผู้แทนจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;ผู้ผลิตและผู้ประกอบการสินค้าไชโป้วโพธารามร่วมประชุมผ่านทางออนไลน์ตามมาตรการควบคุมป้องกันในสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการจัดทำคำขอสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทยเพื่อขึ้นทะเบียนในประเทศ&nbsp;เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน&nbsp;โดยความร่วมมือระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;และมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงในการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนศึกษา&nbsp;ตอบข้อซักถามข้อมูลต่างๆเพื่อนำไปสู่การเข้าร่วมโครงการอันจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาสินค้าแปรรูปทางการเกษตรของจังหวัดราชบุรี&nbsp;ที่ผ่านมาจังหวัดราชบุรีมีสินค้าขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;3&nbsp;สินค้า&nbsp;คือ&nbsp;สับปะรดบ้านคา&nbsp;มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี&nbsp;และสินค้าหัตถกรรมโอ่งมังกรราชบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงจะเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดราชบุรี&nbsp;เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจกับผู้ผลิตและผู้ประกอบการในการจัดทำสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไชโป้วของอำเภอโพธารามต่อไป&nbsp;ในการสร้างมูลค่าเพิ่มและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p>	4/5/2021	ภาคตะวันตก	ราชบุรี	สวท.ราชบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504121558960
20	พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ตรวจสอบกำกับดูแลร้านธงฟ้า ไม่พบการจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางศุภมิตร&nbsp;เต็งเผ่&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางทัศนีย์&nbsp;กองแดง&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้าพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบกำกับดูแลการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ร้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>1.ขวัญเบบี้&nbsp;ต.แม่สะเรียง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;</p><p>2.รัตนาการค้า&nbsp;ต.แม่สะเรียง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;</p><p>3.ปู&nbsp;บิ๊ก&nbsp;ไซค์&nbsp;ช๊อป&nbsp;ต.แม่สะเรียง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;</p><p>4.อินทรลัคกี้&nbsp;สโตร์&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;</p><p>5.แอ้มมินิมาร์ท&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;</p><p>6.ขจร&nbsp;ต.แม่ลาหลวง&nbsp;อ.แม่ลาน้อย</p><p>7.มาวินการค้า&nbsp;ต.แม่เงา&nbsp;อ.ขุนยวม&nbsp;</p><p>8.นีรภัณฑ์&nbsp;ต.ห้วยโป่ง&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;</p><p>9.ไข่แก้ว&nbsp;ต.ห้วยโป่ง&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการตรวจสอบพบว่า&nbsp;ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าชัดเจน&nbsp;ราคาจำหน่ายอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ไม่พบการจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&nbsp;โดยได้ประชาสัมพันธ์กฎเหล็กร้านธงฟ้า&nbsp;ห้ามยึดบัตร&nbsp;ห้ามรับ/แลก&nbsp;เป็นเงินสด&nbsp;ห้ามจำหน่ายบุหรี่เหล้าเบียร์ให้ผู้ถือบัตรฯ&nbsp;ห้ามบังคับการซื้อ/ขายสินค้า&nbsp;ห้ามฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าในราคาที่สูงเกินสมควร&nbsp;กำชับให้ร้านค้า&nbsp;ปฏิบัติตาม&nbsp;พรบ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2542&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;หากพบการกระทำผิด&nbsp;จะดำเนินการตามกฎหมายโดยทันที&nbsp;แจ้งเบาะแสการกระทำผิดได้ที่&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;053-611639</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	4/5/2021	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504122847979
21	กรมทางหลวง ร่วมมือกับการประปาส่วนภูมิภาค นำน้ำประปากว่า 900,000 ลิตรแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง	<p><strong>นายสราวุธ&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;อธิบดีกรมทางหลวง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลและนายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;ได้มอบหมายให้กรมทางหลวงดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยกรมทางหลวงและหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ&nbsp;ทั้งสำนักงานทางหลวง&nbsp;18&nbsp;แห่ง&nbsp;แขวงทางหลวง&nbsp;104&nbsp;แห่ง&nbsp;และหมวดทางหลวง&nbsp;581&nbsp;แห่ง&nbsp;ยังคงร่วมมือกับการประปาส่วนภูมิภาคเดินหน้าบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคที่เกิดจากปัญหาภัยแล้งแก่ประชาชนผู้เดือดร้อนทั่วประเทศ&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;กรมทางหลวง&nbsp;&nbsp;การประปาส่วนภูมิภาครวมใจต้านภัยแล้ง&nbsp;แม้ในช่วงนี้จะอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;แต่การช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน&nbsp;จึงได้กำกับให้เจ้าหน้าที่ที่ออกไปปฏิบัติงานปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันโรค(D-M-H-T-T-A)&nbsp;ของกรมควบคุมโรค&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;มีเจลแอลกอฮอร์ติดตัว&nbsp;มีการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;หมั่นล้างมือ&nbsp;และรักษาระยะห่างระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติและระหว่างประชาชน</p><p><strong>ล่าสุดให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งแล้วจำนวน&nbsp;15&nbsp;จังหวัดทั่วประเทศ</strong>&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;262&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และ&nbsp;1,077&nbsp;ราย&nbsp;รถบรรทุกน้ำจำนวน&nbsp;810&nbsp;คัน&nbsp;ส่งผลให้มีปริมาณน้ำสะสมตั้งแต่เดือนมกราคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;เดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;938,500&nbsp;ลิตร&nbsp;ซึ่งในเดือนมกราคมเป็นปริมาณน้ำ&nbsp;18,000&nbsp;ลิตร&nbsp;เดือนกุมภาพันธ์&nbsp;132,500&nbsp;ลิตร&nbsp;เดือนมีนาคม&nbsp;535,000&nbsp;ลิตร&nbsp;และเดือนเมษายน&nbsp;253,000&nbsp;ลิตร&nbsp;ประชาชนหรือหน่วยงานใดประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ&nbsp;สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ที่&nbsp;สำนักงานทางหลวง&nbsp;&nbsp;แขวงทางหลวง&nbsp;หมวดทางหลวงทั่วประเทศ&nbsp;และสามารถขอความช่วยเหลือหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง&nbsp;1586</p><p><br></p><p><br></p>	4/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504185711112
22	การไฟฟ้านครหลวง ติดตั้งระบบไฟฟ้ารองรับโรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดินเพื่อร่วมรับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19	<p><strong>นายจาตุรงค์&nbsp;สุริยาศศิน&nbsp;รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง&nbsp;หรือ&nbsp;MEA</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษก&nbsp;MEA&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตามที่โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ&nbsp;ได้ดำเนินการก่อสร้างโรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดิน&nbsp;ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสนามระดับ&nbsp;3&nbsp;ตั้งอยู่ในซอยแจ้งวัฒนะ&nbsp;14&nbsp;เพื่อรองรับการดูแลผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และได้ประสานขอให้การไฟฟ้านครหลวงช่วยติดตั้งระบบไฟฟ้านั้น&nbsp;การไฟฟ้านครหลวงจึงได้ระดมกำลังให้การสนับสนุนการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าเร่งด่วนอย่างทันท่วงที&nbsp;เพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าจากจำนวนผู้ป่วยของโรงพยาบาลสนาม&nbsp;ซึ่งมีจำนวนกว่า&nbsp;300&nbsp;เตียง&nbsp;และได้ลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานและตรวจสอบการติดตั้งระบบไฟฟ้า&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การพาดสายไฟฟ้าแรงดัน&nbsp;24&nbsp;kV&nbsp;&nbsp;การติดตั้งชุดหม้อแปลงไฟฟ้าขนาด&nbsp;1,000&nbsp;kVA&nbsp;ตู้แผงเมนสวิตช์แรงต่ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ชุด&nbsp;&nbsp;พร้อมติดตั้งเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าขนาด&nbsp;400&nbsp;A&nbsp;3&nbsp;เฟส&nbsp;4&nbsp;สาย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;เครื่อง&nbsp;เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้ไฟฟ้าของอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในโรงพยาบาลสนาม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ระบบแสงสว่าง&nbsp;ระบบปรับอากาศ&nbsp;ระบบปั๊มน้ำและอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ&nbsp;และยังได้วางแผนเตรียมการรองรับการจ่ายไฟฟ้าที่อาจมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นในอนาคตให้มีความเพียงพออีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>การไฟฟ้านครหลวงมีความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ&nbsp;</strong>แก่โรงพยาบาลสนามทุกแห่ง&nbsp;ทั้งด้านการออกแบบและการติดตั้งระบบไฟฟ้า&nbsp;พร้อมจัดให้มีเจ้าหน้าที่ดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าและให้บริการแก้ไขไฟฟ้าขัดข้องตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p><strong>ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถติดต่อสอบถาม</strong>&nbsp;รวมถึงแจ้งเหตุได้ที่&nbsp;MEA&nbsp;Smart&nbsp;Life&nbsp;Application&nbsp;&nbsp;หรือช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;Facebook&nbsp;:&nbsp;การไฟฟ้านครหลวง&nbsp;&nbsp;MEA,&nbsp;Line&nbsp;:&nbsp;MEA&nbsp;Connect,&nbsp;Twitter:&nbsp;@mea_news,&nbsp;และศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง&nbsp;MEA&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;1130&nbsp;เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นและช่วยให้ประชาชนได้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปพร้อมกัน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	5/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505093923155
23	จังหวัดอุบลราชธานี ขอตั้งงบเงินกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ covid ระลอก 3 วงเงิน 710 ล้าน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสฤษดิ์&nbsp;วิฑูรย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;&nbsp;ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพรหมราชชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;เพื่อพิจารณาแผนงานโครงการ&nbsp;ในการขับเคลื่อนดำเนินการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;วงเงิน&nbsp;710&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณโครงการในการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ฟื้นฟูเยียวยา&nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบวิกฤตโควิดระลอก&nbsp;3&nbsp;ซึ่งประกอบไปด้วย&nbsp;ประชาชนเครือข่าย&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มอาชีพ&nbsp;กลุ่มผู้ด้อยโอกาส&nbsp;กลุ่มเปราะบาง&nbsp;กลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;รวมทั้งผู้มีอาชีพต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;อาชีพศิลปิน&nbsp;หรือผู้ประกอบการภาคเอกชน&nbsp;โดยมีเป้าหมายเสนอโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ส่วนราชการในจังหวัดร้อยละ&nbsp;40&nbsp;วงเงิน&nbsp;284&nbsp;ล้านบาท&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร้อยละ&nbsp;30&nbsp;วงเงิน&nbsp;213&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และภาคประชาชนเครือข่ายภาคประชาชนภาคเอกชนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอาชีพกลุ่มผู้ด้อยโอกาสและกลุ่มเปราะบางรวมทั้งผู้สูงอายุร้อยละ&nbsp;30&nbsp;วงเงิน&nbsp;213&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;ยังมีโครงการที่สำรองเพื่อขับเคลื่อนสร้างอาชีพให้ประชาชนได้มีรายได้&nbsp;มีงานทำ&nbsp;การเสริมสร้างฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;เพื่อต่อยอดเศรษฐกิจฐานรากและให้เกษตรกรมีความมั่นคงในด้านอาหาร&nbsp;อีก&nbsp;200&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อขอรับสนับสนุนจากงบเงินกู้ของรัฐบาล&nbsp;ต่อไป&nbsp;ซึ่งคาดว่าหากได้รับพิจารณาจะต้องดำเนินการโครงการดังกล่าวภายในเดือนกรกฎาคมถึงเดือนธันวาคมนี้&nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและให้เกษตรกรทุกกลุ่มอาชีพมีรายได้มีงานทำต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรกช&nbsp;ภูมี&nbsp;สวท.อุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายงาน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505100107172
24	พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี พร้อมเชื่อมโยง ผลไม้ไทย  มะม่วงน้ำดอกไม้ ทุเรียน มังคุด เงาะ  ลำไยส่งออกตลาดฮ่องกง ในงาน OBM ผลไม้ไทยสู่ตลาดฮ่องกง ระหว่างวันที่ 17-21 พฤษภาคม 2564	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธีรวุฒิ&nbsp;คล้ายเคลื่อน&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กระทรวงพาณิชย์ได้เชื่อมโยงระหว่างพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศกับทูตพาณิชย์ประจำต่างประเทศ&nbsp;ส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าไทยไปต่างประเทศ&nbsp;ได้รับแจ้งจากทูตพาณิชย์ประจำฮ่องกงผู้นำเข้าสนใจสั่งซื้อมะม่วงน้ำดอกไม้โดยมีการเจรจาไปแล้วครั้งนี้&nbsp;มีผู้ส่งออกไทยในจังหวัดสระแก้ว&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;และปราจีนบุรี&nbsp;ส่งมะม่วงน้ำดอกไม้ไปขายในฮ่องกง&nbsp;ได้รับการตอบรับขายดีมาก&nbsp;ทูตพาณิชย์ที่ฮ่องกงจะจัดการเจรจาการค้าอีกหนึ่งรอบ&nbsp;กำหนดจัดงาน&nbsp;งาน&nbsp;OBM&nbsp;ผลไม้ไทยสู่ตลาดฮ่องกง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;17-21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้สนใจ&nbsp;แจ้งความประสงค์สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศได้&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;พ.ค.64&nbsp;ผู้ส่งออกกรอกข้อมูลใน&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;และ&nbsp;สคต.&nbsp;ณ&nbsp;เมืองฮ่องกง&nbsp;ส่งข้อมูลให้พาณิชย์จังหวัด&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;พ.ค.64&nbsp;พาณิชย์จังหวัด&nbsp;ตรวจสอบและรับรองศักยภาพของผู้ส่งออก&nbsp;วันที่&nbsp;12&nbsp;พ.ค.64&nbsp;ผู้นำเข้าเลือกผู้ส่งออกที่ต้องการเจรจาด้วย&nbsp;วันที่&nbsp;14&nbsp;พ.ค.64&nbsp;สคต.ณ.&nbsp;เมืองฮ่องกง&nbsp;แจ้งกำหนดการ&nbsp;OBM&nbsp;และวันที่&nbsp;17-21&nbsp;พ.ค.64&nbsp;เจรจาธุรกิจผ่านระบบออนไลท์&nbsp;OBM&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;มีผู้นำเข้ารายใหม่หลายราย&nbsp;และเป็นรายใหญ่&nbsp;สนใจนำเข้าผลไม้ไทย&nbsp;อาทิ&nbsp;ทุเรียน&nbsp;มะม่วง&nbsp;มังคุด&nbsp;เงาะ&nbsp;ลำไย&nbsp;และผลไม้อื่นๆ&nbsp;จากประเทศไทย&nbsp;โดยขอความร่วมมือพาณิชย์จังหวัด&nbsp;ประชาสัมพันธ์ผู้ส่งออกผลไม้ไทยที่สนใจขยายตลาดสู่ฮ่องกง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สวท.เพชรบุรี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/5/2021	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505102120184
25	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด ออกติดตามสถานการณ์การจำหน่าย หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ และแอลกอฮอล์	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(28,&nbsp;30,&nbsp;33);"">นางวรัญญา&nbsp;ถนอมพันธุ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตราด</span>&nbsp;มอบหมายกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;ในเขตอำเภอเมืองตราด&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;พบว่า&nbsp;สถานการณ์ในภาพรวม&nbsp;ราคาจำหน่ายไม่เกินชิ้นละ&nbsp;2.50&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งไม่เกินราคาควบคุม&nbsp;ไม่พบการกักตุนสินค้า&nbsp;หรือปฏิเสธการจำหน่าย&nbsp;ปริมาณสินค้ามีเพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;โดยราคาจำหน่ายปรากฏ&nbsp;ดังนี้&nbsp;&nbsp;ร้านขายยา&nbsp;ร้าน&nbsp;ภัททิราเภสัช&nbsp;&nbsp;&nbsp;แอลกอฮอล์ศิริบัญชา&nbsp;450&nbsp;มล.&nbsp;จำหน่ายขวดละ&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;หน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;ราคากล่องละ&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;(บรรจุกล่องละ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น)&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ฯ&nbsp;ได้ประชาสัมพันธ์ประกาศ&nbsp;กกร.&nbsp;ฉบับที่&nbsp;4&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ลงวันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;พร้อมทั้งกำชับให้ผู้ประกอบการค้าปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายให้ชัดเจน&nbsp;และปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด&nbsp;รวมทั้งขอให้มีการประชาสัมพันธ์&nbsp;ขอความร่วมมือให้ประชาชนใช้หน้ากากผ้า&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าหน้ากากทางเลือก</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	5/5/2021	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505120822269
26	ไทยยังติด 20 อันดับ รับมือโควิด-19 ที่ดีที่สุดในโลก	"<p><strong>จากกรณีที่สำนักข่าวบลูมเบิร์ก ได้จัดอันดับเขตเศรษฐกิจที่สามารถรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จากทั้งหมด 53 เขตเศรษฐกิจของโลก ประจำเดือนเมษายน และไทยอยู่อันดับที่ 13 ของโลก ด้วยคะแนน 66.7 ถูกเวียดนามและฮ่องกงแซงหน้าขึ้นไป&nbsp;</strong></p><p>.</p><p><strong>""ประสิทธิภาพการรับมือไวรัสของรัฐบาลลดลงหรือไม่?""</strong></p><p>.</p><p>ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ผลการจัดอันดับดังกล่าวไม่ได้เป็นการวัดประสิทธิภาพการรับมือโรคระบาด แต่เป็นการแสดงผลตามสถานการณ์ ณ เวลานั้น ๆ ซึ่งมีการปรับขึ้นหรือลงได้ในทุก ๆ ประเทศ และรัฐบาลไทยยังคงดำเนินมาตรการต่าง ๆ อย่างเข้มข้นในการป้องกันไวรัสมาโดยตลอด</p><p>.</p><p>หากดูตามการจัดอันดับนี้จะพบว่าไม่ใช่ประเทศไทยประเทศเดียวที่ในช่วงก่อนหน้าเคยอยู่ในอันดับที่สูงกว่านี้ เพราะประเทศอื่นที่รับมือกับไวรัสได้ดีก็มีอันดับลดลงเช่นกัน คือ นิวซีแลนด์ ที่ลงจากอันดับ 1 มาอยู่อันดับ 2 ไต้หวัน จากอันดับ 4 มาอยู่อันดับ 5 และจีนจากอันดับ 7 มาอยู่ที่อันดับ 12 รวมทั้งนอร์เวย์ที่เคยอยู่อันดับ 10 ก็ร่วงลงมาอยู่ที่อันดับ 15 ตามหลังไทย</p><p><br></p><p><strong>ไทยยังรับมือได้ดี ติดกลุ่มสีฟ้า Top-3 อาเซียน</strong></p><p><br></p><p>ถึงแม้ว่าระดับของไทยจะลดลง แต่ก็ยังอยู่ใน ""กลุ่มสีฟ้า"" ซึ่งหมายถึงประเทศที่มีสถานะดีในการรับมือกับโควิด-19 ซึ่งอยู่กลุ่มเดียวกันกับประเทศชั้นนำของโลก เพียงแต่ผลการจัดอันดับที่ลดลงเนื่องจากความคืบหน้าการฉีดวัคซีน และการได้รับวัคซีนยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ ทั้งการนำเข้าซึ่งจะต้องใช้เวลาในการกระจายวัคซีนให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และการผลิตเองภายในประเทศ แต่ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบไทม์ไลน์การดำเนินงานของรัฐบาล และจะสามารถกระจายวัคซีนได้ครอบคลุมเกินกว่า 50% ของจำนวนประชากรอย่างแน่นอนนอนภายในปีนี้</p><p>.</p><p>หากเทียบในระดับอาเซียนประเทศไทยยังคงอยู่อันดับ Top 3 ของการจัดการกับโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางปัจจัยต่างๆ ที่รุมเร้า นั่นหมายความว่า ความสามารถในการรับมือยังคงอยู่ในระดับที่ดีกว่าหลายๆ ประเทศทั่วทั้งในอาเซียนและทั่วโลก</p><p><br></p><p><strong>เดินฉีดวัคซีนตามแผนอย่างรอบคอบและปลอดภัย</strong></p><p><br></p><p>ประเทศไทยยังมีการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่เป็นไปตามแผน อย่างรอบคอบและรัดกุมโดยเน้นความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก และมีความหลากหลายของยี่ห้อวัคซีนมากขึ้น ขณะนี้ในไทยมีวัคซีนที่ขึ้นทะเบียนกับ อย. แล้ว 3 ชนิด คือ AstraZeneca Sinovac และล่าสุดคือ Johnson&amp;Johnson ส่วนที่เตรียมขึ้นทะเบียนกับ อย.เพิ่มเติมคือ Moderna ที่จะนำเข้ามาเร็วๆ นี้ ส่วนในเดือนมิถุนายนวัคซีนของ AstraZeneca ล็อตแรกที่ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ ก็จะเข้าสู่ระบบการฉีดให้กับกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งเป็นฐานการผลิตให้กับอาเซียนต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมเป็นต้นมารัฐบาลเปิดช่องทางการลงทะเบียนเพื่อรับวัคซีนของประชาชนผ่าน หมอพร้อม&nbsp;และมีประชาชนลงทะเบียนจองสิทธิ์การรับวัคซีนเป็นจำนวนวนมาก ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายฉีดวัคซีน 100 ล้านโดสให้กับคนในประเทศไทยให้ได้ภายในสิ้นปีนี้อย่างแน่นอนจากความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนในนาม ""ทีมไทยแลนด์""</p>"	5/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505124514292
27	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสตูล เชิญชวนสั่งซื้อมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง คุณภาพดีจากจังหวัดเชียงใหม่ ส่งตรงถึงบ้าน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(5&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นายสุภาพ&nbsp;จีนเมือง&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสตูล&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;สตูล&nbsp;ได้รับการประสานจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เชิญชวนชาวสตูลที่สนใจสั่งซื้อมะม่วงคุณภาพจากเกษตรกรผู้ปลูกโดยตรง&nbsp;ซึ่งเป็นมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;เกรดส่งออกจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ชมรมผู้ปลูกมะม่วงเชียงใหม่&nbsp;อำเภอแม่แตง&nbsp;โดยสวนคุณลุง&nbsp;(SUAN&nbsp;KHUN&nbsp;LUNG&nbsp;)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ทั้งแบบแพ็คและแบบกล่อง&nbsp;สำหรับแบบแพ็คของขวัญ&nbsp;(12&nbsp;ลูก)&nbsp;กล่องละ&nbsp;389&nbsp;บาทรวมจัดส่ง&nbsp;,&nbsp;แบบกล่อง&nbsp;5&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;(14-15&nbsp;ลูก)&nbsp;กล่องละ&nbsp;389&nbsp;บาทรวมจัดส่ง&nbsp;และแบบกล่อง&nbsp;10&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;(28-30&nbsp;ลูก)&nbsp;กล่องละ&nbsp;699&nbsp;บาทรวมจัดส่ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้สามารถสั่งซื้อได้ที่&nbsp;คุณวรรณรัตน์&nbsp;เกษมศรี&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;082&nbsp;892&nbsp;6350&nbsp;หรือ&nbsp;Facebook&nbsp;SUAN&nbsp;KHUN&nbsp;LUNG&nbsp;:&nbsp;Premium&nbsp;Fruits&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;Line&nbsp;@&nbsp;SUAN&nbsp;KHUN&nbsp;LUNG&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;&nbsp;:&nbsp;&nbsp;ภาพ-ข่าว/สนง.พาณิชย์จ.สตูลเรียบเรียง-เผยแพร่/อมรรัตน์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จันทร์พริ้ม/สวท.สตูล5&nbsp;พ.ค.64</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	5/5/2021	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505132955310
28	คาดการณ์ การแพร่ของโรคโควิด-19 รอบนี้ สร้างความเสียหายราว 3-4.5 แสนล้านบาท	<p><strong>นายธนวรรธน์&nbsp;พลวิชัย&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย</strong>และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ&nbsp;เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรด&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;1/2564&nbsp;จาก&nbsp;116&nbsp;กลุ่มตัวอย่างในช่วงกลางเดือนเมษายน&nbsp;พบว่า&nbsp;มีค่าดัชนีฯเฉลี่ยรวมอยู่ที่ร้อยละ&nbsp;46.3&nbsp;สะท้อนจากรายรับจากการขายหรือให้บริการ&nbsp;กำไรจากการขายและการจ้างงานที่ลดลง&nbsp;มีเพียงธุรกิจออนไลน์ที่มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยส่วนใหญ่มองว่าต้องรับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;อีกระยะ&nbsp;ทำให้ลูกค้าทั้งในประเทศและจากนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง&nbsp;ซึ่งภาคประชาชนมีภาระหนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่งผลให้กำลังซื้อลดลงตาม&nbsp;ขณะที่ต้นทุนการดำเนินงานยังสูงขึ้นโดยเฉพาะต้นทุนด้านความปลอดภัยเพื่อลูกค้าและพนักงานจากโควิด&nbsp;จึงมองว่าสถานการณ์ธุรกิจในช่วงไตรมาสที่&nbsp;2&nbsp;จะต่ำกว่าช่วงไตรมาสที่&nbsp;1ได้อีก&nbsp;และธุรกิจยังต้องปรับตัวบนความไม่แน่นอนตลอดเวลา&nbsp;แต่ทั้งนี้&nbsp;ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่จะแถลงอีกครั้งในวันพรุ่งนี้(6&nbsp;พ.ค.)&nbsp;ซึ่งจะสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนในการจับจ่ายใช้สอยว่าเป็นอย่างไร&nbsp;</p><p><strong>นายธนวรรธน์&nbsp;ยังกล่าวถึงผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;</strong>นี้ว่า&nbsp;มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเคยประเมินไว้ว่า&nbsp;ผลกระทบที่เกิดขึ้นหนักสุดคือในช่วงไตรมาส&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;ที่มีการล็อคดาวน์ทั้งประเทศ&nbsp;ทำให้เศรษฐกิจติดลบสุดถึงร้อยละ&nbsp;12.2&nbsp;และเม็ดเงินสูญหายในระบบเศรษฐกิจถึง&nbsp;6&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;ดังนั้น&nbsp;การแพร่ระบาดครั้งนี้&nbsp;เมื่อภาครัฐเริ่มให้ร้านค้าปิดบริการตามเวลานับเป็นช่วงใกล้เคียงกับช่วงปีที่แล้ว&nbsp;แต่ไม่มีมาตรการเข้มข้นออกมาเหมือนปีที่แล้ว&nbsp;ประกอบกับไม่มีกำหนดระยะคลี่คลายสถานการณ์ว่าจบลงเมื่อใด&nbsp;จึงมองว่า&nbsp;จะมีกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นมาก&nbsp;โดยเฉพาะท่องเที่ยว/บริการ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องร้านค้าท่องเที่ยวกลางคืน&nbsp;ซึ่งหากคลี่คลายไม่ได้เร็วความเสียหายจะอยู่ราว&nbsp;3-4.5&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;จึงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป</p><p><strong>สำหรับภาคธุรกิจโมเดิร์นเทรด</strong>&nbsp;ยังมีข้อเสนอถึงภาครัฐให้เร่งแก้ไขปัญหา&nbsp;อาทิ&nbsp;ให้สนับสนุนธุรกิจค้าปลีกมีส่วนร่วมในโครงการของรัฐ&nbsp;เร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ให้ครอบคลุมประชากรมากขึ้น&nbsp;เปิดเสรีให้เอกชนนำเข้าวัคซีนเพื่อเป็นทางเลือกในการกระจาย&nbsp;ออกมาตรการสนับสนุนธุรกิจร้านอาหารรายย่อยและธุรกิจอื่นๆ&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวที่ลดลงและออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและการจับจ่ายภายในประเทศ</p><p><br></p><p><br></p>	5/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505193928490
29	รมว.พาณิชย์  สั่งทูตพาณิชย์และทูตเกษตรในจีนประสานงานด่านโหย่วอี้กวนขอความร่วมมือเปิดช่องทางเข้าออกเพิ่ม	<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์</strong>&nbsp;&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;&nbsp;กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหารถขนส่งสินค้าผลไม้จากประเทศไทย&nbsp;จากด่านมุกดาหารไปยังด่านเวียดนามก่อนเข้าสู่ประเทศจีน&nbsp;ที่ด่านโหย่วอี้ที่มีปัญหาการจราจรติดขัดทำให้การผ่านแดนใช้เวลานาน&nbsp;ว่า&nbsp;ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์หนานหนิงและทูตเกษตรกวางโจวประสานงานให้ด่านโหย่วอี้กวนรับทราบ&nbsp;และขอความร่วมมือให้เปิดช่องทางเข้าออกเพิ่มจาก&nbsp;6&nbsp;ช่องเป็น&nbsp;12&nbsp;ช่อง&nbsp;&nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมือในการตอบรับที่จะเร่งดำเนินการแล้ว&nbsp;คาดว่าในอีกไม่กี่วัน&nbsp;การจราจรของส่งผลไม้ไทยไปยังจีนจะคล่องตัวขึ้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;</strong>เร่งดำเนินการเชิญผู้ประกอบการขนส่งสินค้า&nbsp;หรือผลไม้ไทย&nbsp;ผ่านมุกดาหาร&nbsp;ลาว&nbsp;เวียดนาม&nbsp;เข้าด่านโหย่วอี้กวน&nbsp;ประเทศจีน&nbsp;เข้ารับการอบรมให้ความรู้&nbsp;เรื่องมาตรการกฎระเบียบต่างๆ&nbsp;รวมทั้งเอกสารที่จะต้องเตรียมเพื่อให้การส่งสินค้าข้ามแดนไปยังประเทศจีนคล่องตัวและสะดวกขึ้นไม่เป็นอุปสรรคทำให้การจราจรต้องติดขัดโดยจะดำเนินการในสัปดาห์นี้&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกันจะประสานงานกับทางจีน</strong>&nbsp;โดยจีนจะเพิ่มด่านตงซิงขึ้นอีก&nbsp;1&nbsp;ด่าน&nbsp;เพื่อให้บริการในการนำเข้าผลไม้สดจากประเทศไทยซึ่งเริ่มเปิดให้บริการแล้วเมื่อวันที่&nbsp;29&nbsp;&nbsp;เมษายนที่ผ่านมาทำให้ไทยสามารถส่งผลไม้สด&nbsp;ผ่านด่านนี้ได้ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้แจ้งให้สมาคมผู้ส่งออกผลไม้จันทบุรีรับทราบแล้ว&nbsp;รวมทั้งจะเร่งรัดการออกใบรับรองการฉีดสารป้องกันโควิด&nbsp;ทั้งบรรจุภัณฑ์และรถขนส่งในการส่งออก&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้ทางการจีนได้รับความมั่นใจขึ้น&nbsp;คาดว่าในอีกไม่กี่วัน&nbsp;การจราจรของส่งผลไม้ไทยไปยังจีนจะคล่องตัวขึ้น&nbsp;สำหรับการส่งออกผลไม้และสินค้าข้ามแดนจากไทยไปจีนไตรมาสแรกปี&nbsp;2564&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;90,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยเป็นการส่งออกผลไม้ผลไม้&nbsp;8,145&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;และเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;34</p><p><br></p><p><br></p>	5/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505213610550
30	ยะลา เดินหน้า ตรวจเยี่ยมสถานประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อเฝ้าระวังและให้คำแนะนำ ลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดโควิด-19	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(5&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ลงพื้นที่ไปยังบริษัท&nbsp;ยางไทยปักษ์ใต้&nbsp;จำกัด&nbsp;สาขายะลา&nbsp;ต.ท่าสาป&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ตรวจเยี่ยมสถานประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อเฝ้าระวังและให้คำแนะนำโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ตามแผนการตรวจเยี่ยมของจังหวัด&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาด&nbsp;ให้คำแนะนำแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้อง&nbsp;ตามมคำสั่งของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ที่&nbsp;28/2564&nbsp;โดยมีสำนักงานอุตสากรรมจังหวัมดยะลา&nbsp;หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดยะลา&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากการตรวจสอบพบว่า&nbsp;โรงงานแห่งนี้มีคนงานอยู่ประมาณ&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;และมีต่างด้าวอยู่ประมาณ&nbsp;120&nbsp;คน&nbsp;โดยส่วนใหญ่คนงานจะพักอยู่ข้างในและมีประมาณ&nbsp;60&nbsp;คนที่เป็นประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้&nbsp;ซึ่งมาตรการจะเห็นได้ตั้งแต่เริ่มต้นทุกคนที่เข้าโรงงานจะต้องมีการตรวจวัดอุณหภูมิและล้างมือ&nbsp;และส่วนใหญ่คนงานจะแยกกันทำงานอยู่แล้ว&nbsp;ทำตามมาตรการด้วยการใส่หน้ากาก&nbsp;การรับประทานอาหารก็ได้มีการแยกกินตามแผนก&nbsp;นอกจากนี้สิ่งที่ทางทางสาธารณสุขได้แนะนำคือเรื่องของการจัดทำที่ล้างมือให้มากขึ้น&nbsp;ตั้งแต่เริ่มต้นเข้าโรงงานและในแต่ละแผนก&nbsp;ซึ่งจะเป็นการป้องกันได้ในระดับหนึ่ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับมาตรการของโรงงานบริษัท&nbsp;ยางไทยปักษ์ใต้&nbsp;จำกัด&nbsp;สาขายะลา&nbsp;ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยะลาได้เข้ามาทำการเก็บตัวอย่างเชื้อคนงานต่างด้าวซึ่งมีจำนวน&nbsp;120&nbsp;คน&nbsp;และผลการตรวจก็ไม่พบเชื้อทั้ง&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;การระบาดในระลอกเมษายนนี้&nbsp;ทางโรงงานมีการตั้งจุดคัดกรองหน้าโรงงาน&nbsp;มีการประเมินความเสี่ยงของคนงานที่นี่&nbsp;ว่ามีญาติ&nbsp;อยู่ในพื้นที่ติดเชื้อบ้างหรือไม่&nbsp;ให้ทำการเก็บประวัติเอาไว้&nbsp;การเดินทางเข้า-ออกจากโรงงาน&nbsp;มีการบันทึกไทม์ไลน์เอาไว้&nbsp;เพื่อการสอบสวนโรค&nbsp;หากเกิดปัญหาพบผู้ติดเชื้อ&nbsp;ส่วนแรงงานต่างด้าวที่อยู่ที่นี่&nbsp;ทางโรงงานจัดที่พักภายในโรงงาน&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;การเดินทางออกไปข้างนอก&nbsp;ออกไปซื้อของจ่ายตลาด&nbsp;ทางโรงงานอนุญาติให้ไป&nbsp;3-4&nbsp;คน&nbsp;และจัดทำประวัติว่าเดินทางไปที่ไหนบ้างในตัวเมืองยะลา&nbsp;ขณะนี้ยังไม่มีการหมุนเวียนแรงงาน&nbsp;รอให้สถานการณ์โควิด-19&nbsp;ดีขึ้น&nbsp;ทางโรงงานก็จะมีมาตรการดำเนินการในขั้นต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	5/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505152706354
31	งานทุเรียนทองผาภูมิและผลไม้จังหวัดกาญจนบุรี	"<p>จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เตรียมจัดงาน&nbsp;ทุเรียนทองผาภูมิและผลไม้จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมผลผลิต</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายผกายเนติ์&nbsp;เล่งอี้&nbsp;&nbsp;พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ร่วมหารือคณะทำงานด้านการตลาดระดับจังหวัด&nbsp;(เซลส์แมนจังหวัด)&nbsp;ที่&nbsp;สวนไทรโยครีสอร์ท&nbsp;อ.ไทรโยค&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คณะทำงานด้านการตลาดระดับจังหวัด&nbsp;(เซลส์แมนจังหวัด)&nbsp;ซึ่งมีบทบาทแก้ปัญหา&nbsp;และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในภูมิภาคให้เข้มแข็งของจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ผู้แทนหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;สภาเกษตรกรจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ประธาน&nbsp;Young&nbsp;Entrepreneur&nbsp;Chamber&nbsp;of&nbsp;Commerce&nbsp;(YEC)&nbsp;สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย&nbsp;&nbsp;ได้ร่วมหารือ&nbsp;เพื่อเตรียมจัดงานทุเรียนทองผาภูมิและผลไม้จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ในวันที่&nbsp;1-7&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยกำหนดจัดงานวันละ&nbsp;2&nbsp;รอบ&nbsp;คือ&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;เวลา&nbsp;12.00&nbsp;-&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;และรอบที่&nbsp;2&nbsp;เวลา&nbsp;16.00&nbsp;-&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;วันธรรมดา&nbsp;รอบละ&nbsp;25&nbsp;คน&nbsp;และวันหยุดรอบละ&nbsp;35&nbsp;คน&nbsp;ตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;&nbsp;&nbsp;กิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การประกวดทุเรียน&nbsp;การประมูลทุเรียน&nbsp;อาหารที่ทำจากผลไม้จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;บุฟเพต์ทุเรียน&nbsp;การออกบูธจำหน่ายสินค้าบูธนิทรรศการ&nbsp;และจำหน่ายทุเรียนคุณภาพ&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;และส่งเสริมผลผลิตทุเรียนให้มีคุณภาพ&nbsp;ตามมาตรฐาน&nbsp;GI&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วราภรณ์&nbsp;สิทธิสม&nbsp;/ข่าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดนุพล&nbsp;สิงห์โต&nbsp;/ภาพ&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;NBT.กาญจนบุรี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	5/5/2021	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สทท.กาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505160319383
32	ครม.อนุมัติงบกลางปี 2564 วงเงิน 12,576 ล้านบาท สำหรับโครงการเตรียมความพร้อมรับมือและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่	<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;งบกลาง&nbsp;ค่าใช้จ่ายในการบรรเทา&nbsp;แก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระยะการระบาดระลอกเมษายน&nbsp;2564&nbsp;จำนวนเงินทั้งสิ้น&nbsp;&nbsp;12,576&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมการรับมือและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ได้ทันเวลา&nbsp;ลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมในภาพรวมของประเทศ</p><p><strong>กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ระบุว่า</strong>&nbsp;จากการติดตามสถานการณ์การระบาดของโควิด-19&nbsp;ซึ่งมีการระบาดทั่วโลกที่ยังคงมีความรุนแรงมากขึ้น&nbsp;สำหรับประเทศไทยพบว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;ส่วนใหญ่มาจากการสัมผัสผู้ป่วยยืนยันในสถานบันเทิง&nbsp;ครอบครัว&nbsp;สถานที่ทำงาน&nbsp;ชุมชนและสถานศึกษา&nbsp;ทำให้ประเทศยังมีความเสี่ยงสูงที่จะพบผู้ติดเชื้อมากขึ้น&nbsp;มีการแพร่กระจายไปยังจังหวัดต่างๆ&nbsp;และมีบางจังหวัดเกิดการติดเชื้อใหม่ในพื้นที่&nbsp;&nbsp;ทำให้ประเทศไทยต้องเตรียมตั้งรับสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ซึ่งอาจมีการแพร่กระจายในพื้นที่ใหม่&nbsp;เพื่อการแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที&nbsp;ป้องกันบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขจึงได้จัดทำโครงการเตรียมความพร้อมรับมือและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่:&nbsp;กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019&nbsp;ระยะการระบาดระลอกเมษายน&nbsp;2564&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;จำนวนเงินทั้งสิ้น&nbsp;12,576&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>สำหรับโครงการดังกล่าว</strong>&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการติดเชื้อใหม่ให้ไม่เกินศักยภาพที่ระบบสาธารณสุขรองรับได้&nbsp;และเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชากรในประเทศไทย&nbsp;&nbsp;ไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ของประชากรทั้งหมด&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มประชากรผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้มีโรคร่วมและกลุ่มเปราะบางหรือด้อยโอกาส</p><p><strong>กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ระบุว่า</strong>&nbsp;นายกรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อวันที่&nbsp;&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ให้กระทรวงสาธารณสุขเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี&nbsp;2564&nbsp;งบกลาง&nbsp;ค่าใช้จ่ายในการบรรเทา&nbsp;แก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19&nbsp;ระยะการระบาดระลอกเมษายน&nbsp;2564&nbsp;จำนวนเงินทั้งสิ้น&nbsp;12,576&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ก่อนเสนอให้&nbsp;ครม.พิจารณา</p><p><br></p><p><br></p>	5/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505203117498
33	ครม. ขยายมาตรการภาษี สนับสนุนการจ้างงานผู้พ้นโทษอีก 1 ปี สิ้นสุด 31 ธันวาคมนี้	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;เห็นชอบขยายระยะเวลาการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล&nbsp;ให้แก่บริษัท&nbsp;หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล&nbsp;ร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ของรายจ่าย&nbsp;ที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างงานผู้พ้นโทษไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;นับตั้งแต่วันที่ได้รับการปล่อยตัวเข้าทำงาน&nbsp;เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน&nbsp;15,000&nbsp;บาท/คน/เดือน&nbsp;โดยขยายระยะเวลาออกไปอีก&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ในรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมและจูงใจให้ภาคเอกชน&nbsp;มีส่วนร่วมสนับสนุนการจ้างแรงงานผู้พ้นโทษเข้าทำงาน&nbsp;ช่วยให้ผู้พ้นโทษสามารถพึ่งพาตนเองได้และมีอาชีพ&nbsp;เสริมสร้างเศรษฐกิจในตลาดแรงงานที่ขาดแคลน&nbsp;ลดการพึ่งแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คาดว่ารัฐจะสูญเสียรายได้ประมาณ&nbsp;1,935&nbsp;ล้านบาท</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ออกตามความในประมวลรัษฎากร&nbsp;ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;(มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการจ้างงานผู้พ้นโทษ)&nbsp;และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาโดยด่วน&nbsp;แล้วดำเนินการต่อไป&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	5/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505202235497
34	พาณิชย์จังหวัดแพร่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้า ป้องกันการขึ้นราคาสินค้า ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;เจลล้างมือ&nbsp;สินค้าอุปโภคบริโภคและปุ๋ยเคมีฯ&nbsp;ป้องกันการขึ้นราคาสินค้า&nbsp;ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;5&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้า&nbsp;หน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;เจลล้างมือ&nbsp;สินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;และ&nbsp;ปุ๋ยเคมีฯ&nbsp;ผลการตรวจสอบ&nbsp;ดังนี้</p><p><br></p><p><strong>1.&nbsp;หน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.1&nbsp;สถานการณ์การซื้อขาย&nbsp;ประชาชนออกมาเลือกซื้อหน้ากากอนามัยตามปกติ&nbsp;ตามจุดจำหน่ายต่างๆ&nbsp;ที่มีจำนวนมาก&nbsp;สินค้ายังมีเพียงพอต่อความต้องการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.2&nbsp;ราคาหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่ผลิตในประเทศจำหน่ายในราคาไม่เกินที่กฎหมายกำหนดไว้แต่อย่างใด&nbsp;โดยขนาดบรรจุกล่องละ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;จำหน่ายราคากล่องละ&nbsp;80-125&nbsp;บาท&nbsp;(ราคาเฉลี่ยชิ้นละ&nbsp;1.60&nbsp;-&nbsp;2.50&nbsp;บาท)&nbsp;จำหน่ายเป็นแพ็ค&nbsp;4&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;และแพ็ค&nbsp;2&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.3&nbsp;เจลแอลกอฮอล์ล้างมือราคายังคงทรงตัวจากวันที่ผ่านมา&nbsp;สินค้ามีวางจำหน่ายและเพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;โดยขนาดบรรจุ&nbsp;30&nbsp;&nbsp;500&nbsp;มิลลิลิตร&nbsp;ราคาจำหน่ายชิ้นละ&nbsp;29-150&nbsp;บาท&nbsp;ตามปริมาณและคุณภาพของสินค้า</p><p><br></p><p><strong>2.&nbsp;สินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ</strong>&nbsp;ส่วนใหญ่ราคายังคงทรงตัวจากวันที่ผ่านมา&nbsp;ยกเว้นไข่ไก่&nbsp;ที่ปรับราคาขึ้น&nbsp;โดยประชาชนออกมาเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง&nbsp;เนื่องจากเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า(โควิด&nbsp;-19)&nbsp;ระลอกใหม่ในพื้นที่&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.1&nbsp;ไข่ไก่ราคาขายส่งหน้าฟาร์มปรับสูงขึ้น&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;บาท/แผงและราคาขายปลีกหน้าฟาร์มมีการปรับราคาสูงขึ้น&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;บาท/แผง&nbsp;เนื่องจากปริมาณไข่ไก่ออกสู่ตลาดน้อยลง&nbsp;สำหรับราคาขายปลีกทั่วไปยังคงทรงตัว&nbsp;เนื่องจากยังเป็นสต็อกเดิมอยู่&nbsp;โดยราคาจำหน่ายปลีก&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;เบอร์&nbsp;0&nbsp;ราคา&nbsp;102&nbsp;-&nbsp;115&nbsp;บาท/แผง&nbsp;(เพิ่ม&nbsp;0&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;บาท)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;เบอร์&nbsp;1&nbsp;ราคา&nbsp;90&nbsp;-110&nbsp;บาท/แผง&nbsp;(เพิ่ม&nbsp;0&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;บาท)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;เบอร์&nbsp;2&nbsp;ราคา&nbsp;81&nbsp;-&nbsp;100&nbsp;บาท/แผง&nbsp;(เพิ่ม&nbsp;0&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;บาท)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;เบอร์&nbsp;3&nbsp;ราคา&nbsp;69&nbsp;&nbsp;95&nbsp;บาท/แผง&nbsp;(เพิ่ม&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;บาท)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;เบอร์&nbsp;4&nbsp;ราคา&nbsp;64&nbsp;&nbsp;80&nbsp;บาท/แผง&nbsp;(เพิ่ม&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;บาท)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.2&nbsp;น้ำน้ำมันพืชราคาทรงตัว&nbsp;โดยน้ำมันปาล์ม&nbsp;ตราโอลีน&nbsp;ขวดละ&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคา&nbsp;46&nbsp;-&nbsp;48&nbsp;บาท&nbsp;และน้ำมันถั่วเหลือง&nbsp;ราคา&nbsp;50-55&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><strong>3.&nbsp;ปุ๋ยเคมี&nbsp;ราคาทรงตัวเท่ากับวันที่ผ่านมา</strong>&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-ปุ๋ยเคมีสูตร&nbsp;46-0-0</p><p>&nbsp;&nbsp;ตรากระต่าย&nbsp;กระสอบละ&nbsp;680-700&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-ปุ๋ยเคมีสูตร&nbsp;16-20-0</p><p>&nbsp;&nbsp;ตรากระต่าย&nbsp;กระสอบละ&nbsp;680-695&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-ปุ๋ยเคมีสูตร&nbsp;15-15-15</p><p>&nbsp;&nbsp;ตรากระต่าย&nbsp;กระสอบละ&nbsp;760-790&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;ตรามงกฎ&nbsp;กระสอบละ&nbsp;740&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;ตราหัววัวคันไถ&nbsp;(ดาวฟ้า)&nbsp;กระสอบละ&nbsp;760&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;ตราหัววัวคันไถ&nbsp;(ดาวแดง)&nbsp;กระสอบละ&nbsp;800&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-ปุ๋ยเคมีสูตร&nbsp;18-18-18&nbsp;ตรามงกุฎกระสอบละ&nbsp;570&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	5/5/2021	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505175146432
35	ครม เห็นชอบสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19 วงเงิน 20,000 ล้านบาท ให้ธนาคารรัฐ 2 แห่ง นำไปช่วยเหลือร้านค้า เอสเอ็มอี 	<p><strong>นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;วันนี้(5&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ที่ประชุม&nbsp;ครม.อนุมัติหลักการมาตรการสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;20,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ให้ธนาคารและสถาบันการเงินของรัฐ&nbsp;2&nbsp;แห่งคือ&nbsp;ธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;นำไปข่วยเหลือผู้ประการ&nbsp;เอสเอ็มอี&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบให้สามารถขอสินเชื่อได้&nbsp;10,000&nbsp;บาทต่อราย&nbsp;ระยะเวลากู้ไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;อัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ&nbsp;0.35&nbsp;ต่อเดือน&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;2&nbsp;ธนาคารจะพิจารณาจัดลำดับความสำคัญของลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบเพื่อให้การดูแลลูกหนี้เป็นไปอย่างเหมาะสมโดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่&nbsp;ครม.มีมติเห็นชอบถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ครม.ยังได้อนุมัติวงเงินชดเชยกรณีเกิดความเสียหายอีก&nbsp;&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ยืนยันเป็นไปตามวินัยการเงินการคลัง</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังเห็นชอบมาตรการพักชำระหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ&nbsp;</strong>โดยให้ขยายระยะเวลาพักชำระหนี้โดยการพักชำระเงินต้นให้แก่ลูกหนี้ตามความสมัครใจออกไปจนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อลดภาระการชำระหนี้เป็นการชั่วคราวให้แก่ลูกหนี้หรือนำเงินที่จะต้องชำระหนี้ไปเป็นสภาพคล่องเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน&nbsp;หรือประกอบธุรกิจในช่วงที่มีความไม่แน่นอนสูงโดยจะต้องไม่เป็นการเพิ่มภาระให้แก่ลูกหนี้มากจนเกินไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	5/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505185723464
36	จังหวัดภูเก็ต เตรียมพร้อมขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการจ้างงานและการประกอบอาชีพ ตามโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;เตรียมพร้อมขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการจ้างงานและการประกอบอาชีพ&nbsp;ตามโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(วันที่&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมคอซิมบี้&nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&nbsp;นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานในการประชุมหารือการจัดทำโครงการส่งเสริมการจ้างงานและประกอบอาชีพ&nbsp;ตามโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;โดยมี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;เข้าร่วมการประชุมเพื่อเตรียมพร้อมขับเคลื่อนในแต่ละพื้นที่</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตามที่จังหวัดภูเก็ตได้รับการจัดสรรงบประมาณ&nbsp;โครงการพัฒนาและส่งเสริมความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ในกรอบวงเงิน&nbsp;1,000,249,488&nbsp;บาท&nbsp;(หนึ่งพันล้านสองแสนสี่หมื่นเก้าพันสี่ร้อยแปดสิบแปดบาทถ้วน)&nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้ได้แจ้งให้ส่วนราชการเกี่ยวข้องเสนอโครงการ&nbsp;เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณในกรอบวงเงินดังกล่าว&nbsp;เพื่อนำไปขับเคลื่อนการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;ส่งเสริมตลาดสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว&nbsp;รวมทั้งภาคบริการและด้านอื่นๆในพื้นที่&nbsp;โดยกำหนดกรอบการจัดสรรในการดำเนินโครงการเป็น&nbsp;4&nbsp;กลุ่มโครงการ&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มพัฒนาสินค้าท่องเที่ยว&nbsp;บริการ&nbsp;และการค้า&nbsp;กลุ่มยกระดับประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการเกษตร&nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน&nbsp;และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;เพื่อรองรับการฟื้นตัว&nbsp;และพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการตรวจสอบโครงการในกิจกรรมด้านการส่งเสริมการจ้างงานและประกอบอาชีพ&nbsp;ซึ่งถือเป็นโครงการเป้าหมายหลักของทางจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ที่หน่วยงานต่างๆได้มีการนำเสนอมาแล้วจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;18&nbsp;โครงการ&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดภูเก็ตได้กำหนดเป้าหมายในการดำเนินโครงการไว้อย่างน้อย&nbsp;10,000&nbsp;คน&nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;คือ&nbsp;ผู้ว่างงาน&nbsp;ผู้เสมือนว่างาน&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยผู้ว่างงานที่ได้มีการสำรวจข้อมูล&nbsp;จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&nbsp;(อบจ.ภูเก็ต)&nbsp;พบว่า&nbsp;มีผู้ว่างงาน&nbsp;13,247&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งมีทั้งกลุ่มเปราะบางและผู้ที่ขอรับความช่วยเหลือ&nbsp;ด้านการจ้างงานและประกอบอาชีพ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;ตามโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;จังหวัดภูเก็ตจึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือ&nbsp;เพื่อซักซ้อมแนวทางการจัดทำและบริหารจัดการโครงการ&nbsp;ด้านการส่งเสริมการจ้างงานและประกอบอาชีพให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายผู้ว่างงาน&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;โดยเน้นให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้&nbsp;เพื่อให้การจ้างงานในโครงการดังกล่าว&nbsp;เป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อย&nbsp;ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้อย่างแท้จริง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	5/5/2021	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505183610457
37	พาณิชย์ชัยนาทตรวจติดตามสถานการณ์การค้า ประชาสัมพันธ์ กฎเหล็ก...ร้านธงฟ้า พร้อมป้องกันโควิด-19	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวศรุดา&nbsp;นรสิงห์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดชัยนาท&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&nbsp;โดยกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&nbsp;ลงตรวจติดตามสถานการณ์การค้าและประชาสัมพันธ์ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าของร้านค้าธงฟ้า&nbsp;ฯ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ตำบลแพรกศรีราชา&nbsp;และตำบลดงคอน&nbsp;อำเภอสรรคบุรี&nbsp;และตำบลหาดท่าเสา&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;ร้าน&nbsp;ผลดำเนินการปรากฏว่า&nbsp;สถานการณ์ราคาสินค้าส่วนใหญ่ยังราคาปกติ&nbsp;สินค้ายังมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน&nbsp;ราคาน้ำมันปาล์มเริ่มปรับตัวลดลง&nbsp;และราคาน้ำมันถั่วเหลือง&nbsp;ราคาคงเดิม&nbsp;ราคาจำหน่ายน้ำมันพืช&nbsp;น้ำมันปาล์มบรรจุขวด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคา&nbsp;48&nbsp;-&nbsp;55&nbsp;บาท/ขวด&nbsp;&nbsp;น้ำมันถั่วเหลือง&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคา&nbsp;50&nbsp;-&nbsp;55&nbsp;บาท/ขวด&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยร้านค้าส่งรายใหญ่แจ้งว่าสินค้าสามารถสั่งได้แต่อาจจะไม่ได้&nbsp;จำนวนตามที่สั่ง&nbsp;ทางร้านค้าได้มีการจำกัดปริมาณการซื้อ&nbsp;เพื่อกระจายให้กับลูกค้าอย่างทั่วถึง&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้แจกโปสเตอร์&nbsp;กฎเหล็ก...ร้านธงฟ้า&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ร้านและประชาชนผู้มาใช้บริการ&nbsp;ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของโครงการธงฟ้าฯ&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;และกำชับให้มีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าให้ชัดเจน&nbsp;ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;และห้ามจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร&nbsp;ห้ามจำหน่ายบุหรี่สุราให้กับผู้ถือบัตร&nbsp;ห้ามยึดบัตรลูกค้าไว้&nbsp;รวมถึงห้ามรับแลกเป็นเงินสด&nbsp;หากตรวจพบพฤติกรรม&nbsp;ว่าทำผิดข้อกำหนดของโครงการ&nbsp;จะถูกยกเลิกจากโครงการโดยทันที&nbsp;และจะไม่สามารถจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการได้อีกต่อไป&nbsp;และได้อธิบายเกี่ยวกับการให้บริการของร้าน&nbsp;กับผู้มีสิทธ์ตามโครงการ&nbsp;เราชนะ&nbsp;รวมถึงการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ของสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง&nbsp;รวมถึงแจกประกาศจังหวัดชัยนาท&nbsp;แจ้งเตือนผู้ประกอบการร้านค้าธงฟ้าฯ&nbsp;ห้ามฉวยโอกาสทางการค้า</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p>"	5/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สวท.ชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505184329461
38	ครม. อนุมัติหลักการ มาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจ 	<p><strong>นายดนุชา&nbsp;พิชยนันท์&nbsp;</strong>เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)&nbsp;หรือสภาพัฒน์&nbsp;เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;วันนี้&nbsp;(5&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ที่ประชุม&nbsp;ครม.อนุมัติหลักการ&nbsp;มาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในระลอกเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;ทั้งมาตรการที่ต้องดำเนินการเร่งด่วนและมาตรการที่เหมาะสมสำหรับดำเนินการในระยะต่อไป&nbsp;ภายหลังจากที่สถานการณ์ระบาดคลี่คลายลง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับมาตรการเร่งด่วน</strong>&nbsp;เพื่อบรรเทา&nbsp;เยียวยา&nbsp;ข่วยเหลือประชาชน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การเพิ่มเงินช่วยเหลือในโครงการเราชนะอีกสัปดาห์ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;&nbsp;โดยให้สิ้นสุดการใช้จ่ายในวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;และโครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;โดยเพิ่มเงินให้กับผู้ประกันตนที่อยู่ในโครงการสัปดาห์ละ1,000&nbsp;บาท&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;&nbsp;สัปดาห์&nbsp;&nbsp;ระยะเวลาการใช้จ่ายสิ้นสุด&nbsp;วันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;2&nbsp;โครงการคาดว่าจะสามารถนำเสนอ&nbsp;ครม.เพื่อพิจารณาได้ในสัปดาห์หน้า&nbsp;โดยใช้วงเงินดำเนินการรวม&nbsp;85,500&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>สำหรับมาตรการระยะที่&nbsp;2</strong>&nbsp;จะเริ่มดำเนินการเมื่อสถานการณ์คลี่คลายและเหมาะสม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;โดยให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมเดือนละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ครอบคลุมประชาชนผู้ถือบัตรประมาณ&nbsp;13.65&nbsp;ล้านคน&nbsp;และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&nbsp;โดยให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมเดือนละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;ครอบคลุมประชาชนประมาณ&nbsp;2.5&nbsp;ล้านคน&nbsp;โดยมีระยะเวลาดำเนินการทั้ง&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;คือตั้งแต่กรกฎาคม&nbsp;&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</p><p><strong>ส่วนการดำเนินโครงการคนละครึ่งระยะที่&nbsp;3</strong>&nbsp;รัฐจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในลักษณะ&nbsp;โคเพล&nbsp;150&nbsp;บาทต่อคนต่อวันแต่ไม่เกิน&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;ครอบคลุมประชาชน&nbsp;31&nbsp;ล้านคน&nbsp;&nbsp;และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้&nbsp;โดยรัฐบาลจะสนับสนุน&nbsp;e-voucher&nbsp;สำหรับการใช้จ่ายสูงสุดไม่เกิน&nbsp;7,000&nbsp;บาทต่อคน&nbsp;ระยะเวลาดำเนินการถึงสิ้นเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;&nbsp;ได้เลื่อนการดำเนินโครงการที่มีการอนุมัติไปแล้วก่อนหน้านี้ออกไปจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการเราเที่ยวด้วยกันและโครงการทัวร์เที่ยวไทย&nbsp;จะพร้อม&nbsp;ยืนยันวงเงินใน&nbsp;พ.ร.ก.1&nbsp;ล้านล้านบาทยังมีเพียงพอสำหรับสนับสนุนกิจกรรมการฟื้นฟูเศรฐกิจและช่วยเหลือประชาชน&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	5/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505182612448
39	การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษและเมืองน่าอยู่อัจฉริยะเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การพัฒนาท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานีเป็นโครงการก่อสร้างศูนย์ขนส่งผู้โดยสารท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ในแผนการพัฒนาท่าอากาศยานในภูมิภาค&nbsp;เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ที่เป็นศูนย์กลางภาคใต้ตอนบน&nbsp;โดยมีการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในการพัฒนาท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี&nbsp;แห่งนี้&nbsp;ดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;จะทำให้เกิดศักยภาพการเชื่อมโยง&nbsp;การเดินทาง&nbsp;การค้า&nbsp;การลงทุน&nbsp;และการท่องเที่ยว&nbsp;ที่มีประสิทธิภาพสูง&nbsp;รองรับการเติบโตทั้งด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และจะสร้างความเชื่อมั่นด้านการลงทุนของผู้ประกอบการ&nbsp;ซึ่งถือเป็นการพัฒนาที่สร้างโอกาสและความสามารถในการแข่งขันให้กับจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นอย่างมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	5/5/2021	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505183715458
40	กลุ่ม กฟผ. เตรียมงบเพิ่มอีก 81 ล้านบาท ให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ 	<p><strong>นายบุญญนิตย์&nbsp;วงศ์รักมิตร</strong>&nbsp;ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;กฟผ.&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่ที่ยังคงวิกฤต&nbsp;ล่าสุดพบการระบาดไปยังคลัสเตอร์ใหม่ในพื้นที่ชุมชนคลองเตย&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;กฟผ.&nbsp;และบริษัทในกลุ่ม&nbsp;กฟผ.&nbsp;ได้แก่&nbsp;บริษัท&nbsp;ราช&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;บริษัท&nbsp;ผลิตไฟฟ้า&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;และบริษัท&nbsp;กฟผ.&nbsp;อินเตอร์เนชั่นแนล&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้ระดมงบประมาณเพิ่มเติมอีก&nbsp;81&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อร่วมบริจาคให้กับโรงพยาบาลต่างๆ&nbsp;ครอบคลุมทั้ง&nbsp;77&nbsp;จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;นำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์&nbsp;หวังให้ทีมแพทย์ทำงานได้อย่างคล่องตัวและมีความปลอดภัย&nbsp;</p><p><strong>กฟผ.&nbsp;ได้ประสานตรงไปยังโรงพยาบาล&nbsp;</strong>เพื่อสำรวจความต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต้องใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปด้วยความรวดเร็วและครอบคลุมทุกพื้นที่&nbsp;โดยในวันนี้&nbsp;(5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;ยังได้ลงพื้นที่พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร&nbsp;กฟผ.&nbsp;เพื่อมอบเงินสนับสนุนให้กับโรงพยาบาลแล้ว&nbsp;2&nbsp;แห่งแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และโรงพยาบาลรามาธิบดี&nbsp;เพื่อให้โรงพยาบาลได้นำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อการรักษาผู้ป่วยโควิด-19</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในสัปดาห์นี้จะดำเนินการส่งมอบเงินสนับสนุน&nbsp;</strong>ให้กับ&nbsp;6&nbsp;โรงพยาบาล&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โรงพยาบาลศิริราช&nbsp;โรงพยาบาลวชิรพยาบาล&nbsp;โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;โรงพยาบาลราชวิถี&nbsp;โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าและโรงพยาบาลสิรินธร&nbsp;รวมจำนวนเงินที่จะส่งมอบภายในสัปดาห์นี้&nbsp;13.3&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขณะที่ปัจจุบันมีโรงพยาบาล&nbsp;จำนวน&nbsp;149&nbsp;แห่ง&nbsp;77&nbsp;จังหวัด&nbsp;ที่ได้แสดงความประสงค์ขอรับการสนับสนุนจากกลุ่ม&nbsp;กฟผ.&nbsp;ซึ่ง&nbsp;กฟผ.&nbsp;และบริษัทในกลุ่ม&nbsp;จะเร่งส่งมอบเงินสนับสนุนให้แก่โรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด</p><p><br></p><p><br></p>	5/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505214846555
41	ครม.เห็นชอบลดค่าน้ำ-ค่าไฟ บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน 2 เดือน โดยใช้ค่าใช้จ่ายเดือนเมษายนเป็นฐานคำนวณ	<p><strong>นายดนุชา&nbsp;พิชยนันท์</strong>&nbsp;เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)&nbsp;หรือสภาพัฒน์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;วันนี้&nbsp;(5&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่ประชุม&nbsp;ครม.&nbsp;มีมติเห็นชอบมาตรการลดค่าใช้จ่าย&nbsp;ค่าสาธารณูปโภค&nbsp;ค่าน้ำ-ค่าไฟ&nbsp;ให้กับประชาชน&nbsp;เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควืด-19&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;คือเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;</p><p><strong>การลดค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟที่อยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก</strong>&nbsp;จะใช้ค่าใช้จ่ายในเดือนเมษายนเป็นฐานคำนวณค่าไฟฟ้า&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน&nbsp;150&nbsp;หน่วยต่อเดือน&nbsp;จะได้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี&nbsp;90&nbsp;หน่วยแรก&nbsp;ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าเกิน&nbsp;150&nbsp;หน่วยต่อเดือน&nbsp;หากหน่วยไฟฟ้าน้อยกว่าหรือเท่ากับใบแจ้งหนี้ของเดือนเมษายนให้คิดตามการใช้หน่วยไฟฟ้าจริง&nbsp;กรณีหน่วยไฟฟ้ามากกว่าใบแจ้งหนี้เดือนเมษายนให้คืดค่าไฟฟ้าตามหน่วยการใช้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทกิจการขนาดเล็กได้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี&nbsp;50&nbsp;หน่วยแรก&nbsp;</p><p><strong>สำหรับมาตรการช่วยค่าน้ำประปา&nbsp;</strong>จะลดค่าน้ำประปาลงร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ให้กับบ้านอยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก&nbsp;ซึ่งมาตรการทั้ง&nbsp;2&nbsp;มาตรการที่รัฐบาลออกมาช่วยเหลือครั้งนี้คาดว่าจะใช้งบประมาณ&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p>	6/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505181402442
42	กรมสรรพากร สนับสนุนเอกชนบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติ เพื่อจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพและมีปริมาณเพียงพอ 	<p><strong>นายเอกนิติ&nbsp;นิติทัณฑ์ประภาศ&nbsp;อธิบดีกรมสรรพากร</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กระทรวงการคลัง&nbsp;โดยกรมสรรพากรได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคเพื่อจัดหาวัคซีน&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติ&nbsp;ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่แสวงหากำไรและมีภารกิจในการบริหารจัดการให้ประเทศมีความมั่นคงด้านวัคซีนอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยหลักการคือ&nbsp;บุคคลธรรมดาที่บริจาคเงินให้แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติสามารถนำมาหักเป็นค่าลดหย่อนได้เท่าจำนวนที่บริจาค&nbsp;แต่เมื่อรวมกับเงินบริจาคตามมาตรา&nbsp;47&nbsp;(7)&nbsp;แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว&nbsp;ต้องไม่เกินร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักค่าลดหย่อนอื่นๆ&nbsp;แล้ว&nbsp;/บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติ&nbsp;สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายได้เท่าจำนวนที่บริจาค&nbsp;แต่เมื่อรวมกับรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;65&nbsp;ตรี&nbsp;(3)&nbsp;(ข)&nbsp;แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว&nbsp;ต้องไม่เกินร้อยละ&nbsp;2&nbsp;ของกำไรสุทธิ&nbsp;ทั้งนี้ผู้ที่บริจาคให้แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติตามหลักการข้างต้นจะต้องบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;(e&nbsp;&nbsp;Donation)&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2566&nbsp;พร้อมยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ที่บริจาคทรัพย์สินให้แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติ</p><p><strong>อธิบดีกรมสรรพากร</strong>&nbsp;<strong>กล่าวด้วยว่า&nbsp;</strong>มาตรการภาษีดังกล่าวจะช่วยจูงใจให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการวิจัย&nbsp;การพัฒนา&nbsp;การผลิต&nbsp;และการกระจายวัคซีนที่มีคุณภาพและมีปริมาณเพียงพอทั้งในสถานการณ์ปกติและในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ประชาชน&nbsp;นำไปสู่ความมั่นคงของประเทศชาติ&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;ณ&nbsp;เวลานี้&nbsp;ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือในการฟันฝ่าวิกฤติสถานการณ์โควิด-19&nbsp;นี้ไปให้ได้&nbsp;เพื่อคนไทยทุกคน</p><p><br></p><p><br></p>	6/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506110304651
43	ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ออกมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู และรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้ 	<p><strong>นายรักษ์&nbsp;วรกิจโภคาทร&nbsp;กรรมการผู้จัดการ</strong>&nbsp;ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย&nbsp;(EXIM&nbsp;BANK)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;EXIM&nbsp;BANK&nbsp;ออก&nbsp;2&nbsp;มาตรการความช่วยเหลือ&nbsp;ให้สอดรับกับมาตรการทางการเงินเพิ่มเติมของธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ&nbsp;(สินเชื่อฟื้นฟู)&nbsp;เป็นสินเชื่อหมุนเวียนสูงสุด&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยร้อยละ&nbsp;4.2&nbsp;ต่อปี&nbsp;ปีที่&nbsp;1-2&nbsp;อัตราดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;2&nbsp;ต่อปี&nbsp;โดยลูกค้าที่มีวงเงินสินเชื่อกับ&nbsp;EXIM&nbsp;BANK&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขอกู้เพิ่มได้ไม่เกินร้อยละ&nbsp;30&nbsp;ของวงเงินสินเชื่อ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2562&nbsp;หรือ&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า&nbsp;แต่ต้องไม่เกิน&nbsp;150&nbsp;ล้านบาทต่อราย&nbsp;โดยรวมสินเชื่อ&nbsp;Soft&nbsp;Loan&nbsp;เดิมที่เคยได้รับตาม&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;ช่วยเหลือในปี&nbsp;2563&nbsp;ส่วนผู้ประกอบธุรกิจที่ยังไม่มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินใด&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;ขอกู้ได้ในวงเงินไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ล้านบาทต่อราย&nbsp;และมาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้&nbsp;(พักทรัพย์&nbsp;พักหนี้)&nbsp;โดย&nbsp;EXIM&nbsp;BANK&nbsp;รับโอนทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันของลูกหนี้ปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19&nbsp;เพื่อนำมาชำระหนี้กับ&nbsp;EXIM&nbsp;BANK&nbsp;ซึ่งจะเป็นการช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินชั่วคราว&nbsp;โดยไม่ถูกกดราคาทรัพย์สินและมีสิทธิ์ซื้อทรัพย์คืนได้ภายในระยะเวลา&nbsp;3-5&nbsp;ปีนับแต่วันที่รับโอน&nbsp;ทั้งนี้ปัจจุบันมีลูกค้าสนใจขอรับมาตรการความช่วยเหลือดังกล่าวแล้วจำนวน&nbsp;940&nbsp;ราย&nbsp;เป็นวงเงินรวมประมาณ&nbsp;5,000&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>กรรมการผู้จัดการ&nbsp;EXIM&nbsp;BANK&nbsp;</strong>ยังเปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของธนาคารในช่วง&nbsp;3&nbsp;เดือนแรกของปี&nbsp;2564&nbsp;ด้วยว่า&nbsp;สินเชื่อและประกัน&nbsp;และด้านที่ไม่ใช่การเงินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยมีสินเชื่อคงค้าง&nbsp;134,412&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;8,276&nbsp;ล้านบาทหรือร้อยละ&nbsp;6.56&nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;โดยการให้สินเชื่อของ&nbsp;EXIM&nbsp;BANK&nbsp;ทำให้เกิดปริมาณธุรกิจ&nbsp;42,246&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ด้านการสนับสนุนการค้าและการลงทุนของไทยในต่างประเทศ&nbsp;ณ&nbsp;สิ้นเดือนมีนาคม&nbsp;2564&nbsp;EXIM&nbsp;BANK&nbsp;มีวงเงินสนับสนุนแก่สินเชื่อโครงการระหว่างประเทศรวม&nbsp;92,907&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ในจำนวนนี้เป็นสินเชื่อคงค้างเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่ส่งออกและลงทุนในตลาดใหม่&nbsp;รวมถึงกลุ่ม&nbsp;CLMV&nbsp;จำนวน&nbsp;43,485&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;10.90&nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยรุกตลาดใหม่&nbsp;โดยเฉพาะเวียดนามที่มีเสถียรภาพและอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง&nbsp;ด้านการให้บริการประกันการส่งออกและการลงทุน&nbsp;เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ส่งออกและนักลงทุนไทย&nbsp;มีปริมาณธุรกิจด้านการรับประกันการส่งออกและการลงทุนเท่ากับ&nbsp;52,366&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นถึง&nbsp;15,676&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;42.73&nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนขณะที่กำไรจากการดำเนินงานไตรมาสแรกเท่ากับ&nbsp;502&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p>	6/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506110141650
44	กระทรวงพาณิชย์ หารือร่วมกับหน่วยงานรัฐและเอกชนผู้ผลิตเหล็ก แก้ปัญหาราคาเหล็กเพิ่มสูงขึ้น 	<p><strong>นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน</strong>&nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าการดูแลแก้ไขปัญหาลดผลกระทบจากราคาเหล็กที่มีการปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ว่า&nbsp;กรมฯ&nbsp;และกรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;ได้ประชุมหารือร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมและสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย&nbsp;รวมทั้งผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อให้การแก้ไขปัญหาและไม่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กในประเทศระยะยาว&nbsp;โดยที่ประชุมมีมติร่วมกัน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การจัดให้มีการเจรจาธุรกิจระหว่าง&nbsp;สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ&nbsp;เป็นตัวแทนผู้ใช้&nbsp;กับกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก&nbsp;สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;&nbsp;เป็นตัวแทนฝั่งผู้ผลิตและจำหน่ายเหล็ก&nbsp;ซึ่งจะได้ประสานเชื่อมโยงการซื้อขายโดยตรง&nbsp;&nbsp;เพื่อลดการผ่านคนกลาง&nbsp;ซึ่งจะทำให้ต้นทุนลดลง&nbsp;พิจารณาทบทวนค่าตัวเลขดัชนีที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของค่างาน&nbsp;(ค่า&nbsp;K)&nbsp;ของงานโครงการภาครัฐ&nbsp;โดยจะได้จัดให้มีการหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ&nbsp;ทั้งในด้านการสืบราคาจำหน่ายและการกำหนดค่า&nbsp;K&nbsp;ให้สะท้อนกับราคาในตลาดยิ่งขึ้น&nbsp;และขอความร่วมมือผู้ผลิตเหล็กตรึงราคาจำหน่ายและต้องจำหน่ายในราคาที่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง&nbsp;โดยกรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์ต้นทุนการนำเข้าและราคาจำหน่ายปลีกอย่างใกล้ชิด&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์การผลิตและจำหน่ายเหล็กในประเทศ&nbsp;พบว่า&nbsp;</strong>ปัจจุบันอุตสาหกรรมเหล็กมีการผลิตเพียงร้อยละ&nbsp;30-40&nbsp;ของกำลังการผลิตที่สามารถผลิตได้จึงมั่นใจว่าในด้านปริมาณประเทศไทยจะมีปริมาณเหล็กใช้ได้อย่างเพียงพอ&nbsp;&nbsp;ส่วนราคาเหล็กในตลาดโลกมีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยราคานำเข้าเหล็กในตลาดเอเชียเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;เทียบกับเมษายน&nbsp;2563&nbsp;&nbsp;ราคานำเข้าเหล็กแท่งยาว&nbsp;ปรับเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ&nbsp;75&nbsp;และราคาประเภทอื่นมีการปรับสูงขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน&nbsp;&nbsp;ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาสูงขึ้นมาจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ทำให้อุตสาหกรรมเหมืองแร่เหล็กแหล่งใหญ่ของโลก&nbsp;อย่างบราซิลและออสเตรเลีย&nbsp;ไม่สามารถขุดสินแร่เหล็กได้ตามแผนที่ตั้งเป้าหมายไว้</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัด</strong>&nbsp;ติดตามดูแลการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กของร้านค้าปลีกให้มีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายและเข้มงวดไม่ให้มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา&nbsp;กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคาจะมีโทษปรับไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;และกรณีจำหน่ายสินค้าแพงเกินสมควรจะมีโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;140,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	6/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506122809701
45	ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนเมษายน 2564 ต่ำสุดในรอบ 22 ปี 7 เดือน	"<p><strong>นายธนวรรธน์</strong>&nbsp;<strong>พลวิชัย</strong>&nbsp;<strong>อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย</strong>และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ&nbsp;เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;ว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ที่กลับเพิ่มสูงขึ้นในเดือนเมษายน&nbsp;ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม&nbsp;อยู่ที่ระดับ&nbsp;46.0&nbsp;ต่ำสุดในรอบ&nbsp;22&nbsp;ปี&nbsp;7&nbsp;เดือน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ประชาชนยังมีความกังวล&nbsp;</strong>เกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองและสถานการณ์ทางการเมือง&nbsp;ทั้งนี้หากประชาชนยังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ที่เพิ่มสูงขึ้นจะส่งผลให้แนวโน้มดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนพฤษภาคมนี้ะลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน&nbsp;หากยังไม่มีการกระจายวัคซีนโควิด-19&nbsp;อย่างทั่วถึง&nbsp;และมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ประชาชนจับจ่ายน้อยลงเหลือประมาณร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้าคงทนถาวร&nbsp;เช่น&nbsp;ที่อยู่อาศัย&nbsp;รถยนต์&nbsp;รวมถึงภาคการท่องเที่ยวลดลง&nbsp;สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจไตรมาสที่&nbsp;2&nbsp;ของปี&nbsp;2564&nbsp;ประมาณ&nbsp;300,000-450,000&nbsp;ล้านบาทต่อเดือน&nbsp;ดังนั้นการตรวจในเชิงรุกและควบคุมผู้ติดเชื้อให้ลดลงภายในเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;จึงเป็นเรื่องสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค</p><p><strong>นายธนวรรธน์&nbsp;พลวิชัย</strong>&nbsp;ยังเปิดเผยถีงมาตรการเยียวยาด้านเศรษฐกิจ&nbsp;วงเงิน&nbsp;240,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ว่า&nbsp;จะมีการใช้จ่ายภายในไตรมาสที่&nbsp;2&nbsp;เกี่ยวกับมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟฟ้า&nbsp;และขยายโครงการ&nbsp;""เราชนะ""&nbsp;""ม33เรารักกัน""รวมถึง&nbsp;มาตรการด้านสินเชื่อ&nbsp;รวมแล้วประมาณ&nbsp;100,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;อาจส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่&nbsp;2&nbsp;หากมีการกระจายเม็ดเงินผ่านโครงการคนละครึ่งภายในเดือนมิถุนายนนี้&nbsp;ประกอบกับรัฐบบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีประสิทธิภาพหรือมีเม็ดเงินกระจายเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างน้อย&nbsp;500,000-600,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ควบคู่กับควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;จะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในปี&nbsp;2564&nbsp;ขยายตัวอยู่ในกรอบที่ร้อยละ&nbsp;2.5-3.0</p><p><br></p><p><br></p>"	6/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506144350831
46	กาแฟพันธุ์ไทย ส่งมอบเครื่องดื่มฟรี แทนคำขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ ที่ศูนย์แรกรับและส่งต่อ	<p><strong>นายพิทักษ์&nbsp;รัชกิจประการ</strong>&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;บริษัท&nbsp;พีทีจี&nbsp;เอ็นเนอยี&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;PTG&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;ที่ทวีความรุนแรงต่อเนื่อง&nbsp;ส่งผลไปทั่วประเทศ&nbsp;ตั้งแต่เดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาและขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน&nbsp;บริษัท&nbsp;PTG&nbsp;ในฐานะผู้นำด้านการบริการครบวงจร&nbsp;ดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั้งธุรกิจน้ำมัน&nbsp;ธุรกิจ&nbsp;LPG&nbsp;ภายใต้แบรนด์&nbsp;PT,&nbsp;ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม,&nbsp;ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ,&nbsp;ธุรกิจศูนย์ซ่อมบำรุงและธุรกิจพลังงานทดแทน&nbsp;ขอร่วมเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์&nbsp;ที่ทุ่มเทกำลังกายกำลังใจทำงานอย่างเต็มที่&nbsp;ในการดูแลผู้ป่วยและผู้มีความเสี่ยงจำนวนมากทั่วประเทศ&nbsp;ทั้งนี้บริษัทฯ&nbsp;จึงจัดร้านกาแฟพันธ์ไทยเคลื่อนที่&nbsp;นำเครื่องดื่ม&nbsp;ไปให้บริการฟรี&nbsp;กับแพทย์&nbsp;พยาบาล&nbsp;และบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;ที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์แรกรับและส่งต่อ&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;อาคารกีฬานิมิบุตร&nbsp;สนามกีฬาแห่งชาติ&nbsp;เพื่อแทนคำขอบคุณและเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์</p><p><strong>กาแฟพันธุ์ไทย&nbsp;ขอเชิญบุคลากรทางการแพทย์</strong>&nbsp;ภายในศูนย์แรกรับและส่งต่อ&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;รับกาแฟสด&nbsp;ซึ่งใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้า&nbsp;100%&nbsp;ที่มีรสชาติเข้มข้นและเครื่องดื่มอื่นๆ&nbsp;ฟรี&nbsp;ที่ร้านกาแฟเคลื่อนที่&nbsp;ได้จนถึงวันที่&nbsp;12&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เพื่อเป็นสื่อกลางแทนคำขอบคุณจากใจชาวกาแฟพันธุ์ไทย&nbsp;และ&nbsp;PTG</p><p><br></p><p><br></p>	6/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506144842834
47	ธปท.ภาคใต้ แถลงสภาวะเศรษฐกิจภาคใต้ ไตรมาส 1 ปี 2564 พร้อมแนะมาตรการฟื้นฟู และช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจ จากสถานการณ์โควิด-19	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(6&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นางโสภี&nbsp;สงวนดีกุล&nbsp;ผู้อำนวยการอาวุโส&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานภาคใต้&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์โรคโควิด-19&nbsp;ระลอก&nbsp;ใหม่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา&nbsp;ทำให้เศรษฐกิจภาคใต้ไตรมาสที่&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;หดตัวลงเล็กน้อย&nbsp;หากเทียบจากไตรมาสก่อน&nbsp;ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งการอุปโภค-บริโภคภาคเอกชน/การใช้จ่ายหมวดสินค้าในชีวิตประจําวัน/หมวดบริการ&nbsp;ชะลอตัวลง&nbsp;รวมทั้งการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวชะลอลง&nbsp;จากรายจ่ายประจําที่หดตัว&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนการลงทุนภาคเอกชน&nbsp;มีอัตราขยายตัวสูงขึ้น&nbsp;จากการลงทุนหมวดเครื่องจักร&nbsp;และอุปกรณ์&nbsp;ตามการนําเข้าสินค้าในธุรกิจผลิตเพื่อส่งออก&nbsp;ขณะที่มาตรการของภาครัฐ&nbsp;ยังช่วยพยุงการบริโภคได้&nbsp;ขณะที่ธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ยังคงหดตัวมากขึ้น&nbsp;ผลพวงจากการปิดประเทศ&nbsp;ยังทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวและอัตราผู้ใช้บริการที่พักและโรงแรมลดลง&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;ธปท.ได้มีมาตรการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบธุรกิจ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือกลุ่ม&nbsp;SMEs&nbsp;เพื่อประคับประคองกิจการ&nbsp;หรือมีโอกาสกลับมาดำเนินธุรกิจได้&nbsp;รวมทั้งมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ธุรกิจที่มีทรัพย์สินที่สามารถโอนชำระหนี้ได้&nbsp;ผ่านมาตรการ&nbsp;พักทรัพย์&nbsp;พักหนี้&nbsp;โดยไม่ต้องรับภาระต้นทุนทางการเงินชั่วคราว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ยังได้ขยายระยะเวลาการลงทะเบียน&nbsp;""มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิต&nbsp;และสินเชื่อส่วนบุคคล""&nbsp;ไปจนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิ.ย.&nbsp;64&nbsp;ด้วย&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-&nbsp;19&nbsp;ด้วย&nbsp;สำหรับคุณสมบัติลูกหนี้ที่สามารถเข้าร่วมมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;กลุ่มผู้เป็นหนี้บัตรฯ&nbsp;ที่ยังไม่เป็นหนี้เสีย&nbsp;สามารถลดภาระดอกเบี้ย&nbsp;โดยหยุดการจ่ายขั้นต่ำ&nbsp;และขอเปลี่ยนวงเงินมาเป็นสินเชื่อแบบมีกำหนดเวลา&nbsp;ซึ่งดอกเบี้ยจะถูกลง&nbsp;จาก&nbsp;16&nbsp;%&nbsp;เหลือ&nbsp;12&nbsp;%&nbsp;โดยสามารถคงวงเงินที่เหลือไว้ใช้ได้&nbsp;และไม่เสียประวัติเครดิตบูโร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;กลุ่มผู้เป็นหนี้บัตรฯ&nbsp;ที่เป็นหนี้เสียแล้ว&nbsp;ยังไม่ฟ้อง&nbsp;หรือฟ้องแล้ว&nbsp;แต่ยังไม่พิพากษา&nbsp;สามารถผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;ดอกเบี้ยต่ำเพียง&nbsp;4-7&nbsp;%&nbsp;ตามเงื่อนไขของคลินิกแก้หนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และกลุ่มผู้เป็นหนี้บัตรฯ&nbsp;เป็นคดีมีคำพิพากษาแล้ว&nbsp;สามารถปรับโครงสร้างหนี้&nbsp;โดยให้ผ่อนชำระเฉพาะเงินต้น&nbsp;นานสูงสุด&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;และยกดอกเบี้ยที่ค้างให้&nbsp;หากลูกหนี้จ่ายชำระตามแผนได้สำเร็จ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สนใจลงทะเบียนเลยที่&nbsp;www.1213.or.th/App/DMed/V1&nbsp;สอบถามข้อมูลได้ที่&nbsp;ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน&nbsp;ธปท.&nbsp;โทร.1213&nbsp;หรือที่อีเมล์&nbsp;fcc@bot.or.th</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	6/5/2021	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506203115030
48	4 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลาย ครอบคลุมประชาชนกว่า 51 ล้านคน	<p><strong>นางสาวกุลยา&nbsp;ตันติเตมิท&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;คลี่คลาย&nbsp;4&nbsp;มาตรการ&nbsp;จะเริ่มเดือนกรกฎาคม&nbsp;&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p><strong>โครงการแรก&nbsp;คนละครึ่ง&nbsp;เฟส&nbsp;3&nbsp;</strong>โดยกลุ่มเป้าหมายจำนวน&nbsp;31&nbsp;ล้านคน&nbsp;แบ่งเป็นผู้ที่เคยได้สิทธิ์ในโครงการคนละครึ่งเฟส&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;เฟส&nbsp;2&nbsp;แล้วจำนวน&nbsp;15&nbsp;ล้านคน&nbsp;ซึ่งกลุ่มนี้ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่จะได้รับเงิน&nbsp;3,000&nbsp;บาทอัตโนมัติ&nbsp;โดยกระทรวงการคลังจะเปิดให้ผู้ที่ยังไม่เคยได้รับสิทธิ์&nbsp;ได้ลงทะเบียนเพิ่มอีก&nbsp;16&nbsp;ล้านสิทธิ์&nbsp;ซึ่งช่วงวันที่จะเปิดให้ลงทะเบียนจะมีความชัดเจนเร็วๆ&nbsp;นี้&nbsp;ส่วนรูปแบบการใช้จ่ายจะเป็นแบบ&nbsp;co-pay&nbsp;โดยรัฐบาลจะโอนเงินเข้าแอปพลิเคชันเป๋าตังให้วันละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;ทุกวันจนครบ&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;<strong>โครงการที่&nbsp;2&nbsp;บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ</strong>&nbsp;กลุ่มเป้าหมายจำนวน&nbsp;13.65&nbsp;ล้านคน&nbsp;</p><p><strong>โครงการที่&nbsp;3&nbsp;การเพิ่มกำลังซื้อให้ผู้ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ</strong>&nbsp;กลุ่มเป้าหมายจำนวน&nbsp;2.5&nbsp;ล้านคน&nbsp;โดยรัฐบาลจะโอนเงินเพิ่มให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ&nbsp;เดือนละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;</p><p><strong>โครงการที่&nbsp;4&nbsp;ยิ่งใช้&nbsp;ยิ่งได้</strong>&nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อ&nbsp;โดยรัฐบาลสนับสนุน&nbsp;E-Voucher&nbsp;สูงสุด&nbsp;7,000&nbsp;บาทต่อคน&nbsp;ทั้งนี้จาก&nbsp;4&nbsp;มาตรการดังกล่าวประชาชนจะเลือกได้เพียง&nbsp;1&nbsp;คนต่อ&nbsp;1&nbsp;โครงการเท่านั้น</p><p><strong>ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;ในส่วนของมาตรการเยียวเร่งด่วน&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการเราชนะ&nbsp;กลุ่มเป้าหมายจำนวน&nbsp;32.9&nbsp;ล้านคน&nbsp;และโครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;กลุ่มเป้าหมายจำนวน&nbsp;9.29&nbsp;ล้านคน&nbsp;ที่รัฐบาลจะเพิ่มวงเงินให้อีกคนละ&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งกระทรวงการคลังจะเสนอรายละเอียดเพิ่มเติมในที่ประชุม&nbsp;ครม.&nbsp;สัปดาห์หน้า&nbsp;เพื่อให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;และใช้จ่ายได้จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ทั้งนี้มาตรการเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ระลอกเดือนเมษายนนี้&nbsp;ถือเป็นการช่วยเหลือได้ครอบคลุมประชากรมากที่สุดถึง&nbsp;51&nbsp;ล้านคน&nbsp;โดยใช้งบประมาณรวมกว่า&nbsp;245,880&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งยังอยู่ภายใต้&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;กู้เงิน&nbsp;1&nbsp;ล้านล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p>	6/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506202123014
49	ธนาคารออมสิน ช่วยลูกหนี้สู้ภัยโควิด-19 ระลอกใหม่ ออกมาตรการสมัครใจพักชำระเงินต้น ผ่าน MyMo เริ่ม 11 พฤษภาคมนี้ 	<p><strong>นายวิทัย&nbsp;รัตนากร&nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการด้านการเงินเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ในส่วนของมาตรการพักชำระหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ&nbsp;โดยให้ขยายระยะเวลาพักชำระหนี้ลูกค้ารายย่อย&nbsp;ออกไปจนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ตามความสมัครใจนั้น&nbsp;ธนาคารออมสินจึงออกมาตรการให้ความช่วยเหลือเพื่อลดภาระการผ่อนชำระหนี้รายเดือนและบรรเทาปัญหาสภาพคล่องแก่ลูกหนี้สินเชื่อของธนาคารที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยเปิดโอกาสให้ลูกหนี้สมัครใจเข้ามาตรการพักชำระเงินต้น&nbsp;จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย&nbsp;ครอบคลุมลูกหนี้สินเชื่อทุกประเภท&nbsp;โดยมีลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติสามารถเข้าโครงการได้&nbsp;จำนวนประมาณ&nbsp;1&nbsp;ล้านราย&nbsp;นอกจากนี้ลูกหนี้ที่มีความจำเป็นต้องรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากการพักชำระเงินต้น&nbsp;ธนาคารอาจพิจารณามาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมได้เป็นรายกรณี&nbsp;ซึ่งมาตรการดังกล่าวนี้เป็นมาตรการเสริมจากการแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระ&nbsp;ที่ธนาคารได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2563&nbsp;เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจนไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามงวดชำระเดิม&nbsp;โดยที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมโครงการแล้วมากกว่า&nbsp;5&nbsp;แสนราย</p><p><strong>สำหรับลูกค้าสินเชื่อของธนาคารออมสิน&nbsp;</strong>สามารถแจ้งความประสงค์ขอเข้ามาตรการพักชำระเงินต้นเป็นการชั่วคราวและเลือกแผนการชำระหนี้ด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;ได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;สำหรับลูกหนี้สินเชื่อธุรกิจที่มีวงเงินกู้เกิน&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สามารถติดต่อดำเนินการที่สาขาของธนาคาร&nbsp;หรือสอบถามละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;ธนาคารออมสิน&nbsp;โทร.&nbsp;1115</p><p><br></p><p><br></p>	6/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506202735025
50	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดระนอง  ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าของร้านค้าจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค 1 แห่ง ในอำเภอเมืองระนอง  ราคาอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดตามปกติ และปิดป้ายแสดงราคาสินค้าชัดเจน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(6&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดระนอง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าของร้านค้าจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;ในอำเภอเมืองระนอง&nbsp;พบว่า&nbsp;การจำหน่ายสินค้าราคาอยู่ในเกณฑ์ปกติทั่วไป&nbsp;อาทิ&nbsp;น้ำมันพืชถั่วเหลือง&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคาขวดละ&nbsp;55&nbsp;บาท&nbsp;น้ำมันพืชปาล์ม&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคาขวดละ&nbsp;46&nbsp;บาท&nbsp;น้ำปลาตราทิพรส&nbsp;ฝาขาว&nbsp;ขนาด&nbsp;700&nbsp;มล.&nbsp;ราคาขวดละ&nbsp;32&nbsp;บาท&nbsp;น้ำตาลทราย&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ราคา&nbsp;23&nbsp;บาท&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;3&nbsp;ราคาแผงละ&nbsp;103&nbsp;-110&nbsp;บาท&nbsp;ผงซักฟอก&nbsp;ตราโอโม่&nbsp;ขนาด&nbsp;900&nbsp;กรัม&nbsp;ราคา&nbsp;36&nbsp;บาท&nbsp;ข้าวสารหอมมะลิตราพันดี&nbsp;ขนาด&nbsp;5&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ราคา&nbsp;189&nbsp;บาท&nbsp;ปลากระป๋อง&nbsp;ตราซีเชฟ&nbsp;ราคา&nbsp;17&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนป้ายแสดงราคา&nbsp;ร้านค้าดำเนินการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าอย่างชัดเจน&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ย้ำเตือนผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เรื่องราคาและการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าให้ชัดเจนห้ามมิให้ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	6/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวศ.ระนอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506181438924
51	บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ออกบัตรโดยสารราคาพิเศษในโอกาสเปิดให้บริการครบรอบ 10 ปี	<p><strong>นายสุเทพ&nbsp;พันธุ์เพ็ง&nbsp;กรรมการผู้อำนวยการใหญ่</strong>&nbsp;บริษัท&nbsp;รถไฟฟ้า&nbsp;ร.ฟ.ท.&nbsp;จำกัด&nbsp;บริษัทผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต&nbsp;เรล&nbsp;ลิงค์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในโอกาส&nbsp;ครบรอบ&nbsp;1&nbsp;ทศวรรษการให้บริการ&nbsp;บริษัทได้ออกแบบบัตรสมาร์ทพาสลายพิเศษประเภทบุคคลทั่วไป&nbsp;(&nbsp;Adult&nbsp;Card&nbsp;)&nbsp;มีลักษณะเป็น&nbsp;ลายประจำยาม&nbsp;เหมาะสำหรับให้ผู้โดยสารได้เก็บสะสมเป็นที่ระลึก&nbsp;หรือมอบเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษต่างๆ&nbsp;รวมทั้งออกแบบบัตรสมาร์ทพาสลายใหม่ทุกประเภท&nbsp;ทั้งบัตรประเภทบุคคลทั่วไป&nbsp;(Adult&nbsp;Card)&nbsp;คิดอัตราค่าโดยสารตามระยะทางปกติ&nbsp;,&nbsp;บัตรประเภทนักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;(&nbsp;Student&nbsp;Card&nbsp;)&nbsp;รับส่วนลดร้อยละ&nbsp;20&nbsp;จากอัตราค่าโดยสารปกติทุกเที่ยวการเดินทางสำหรับนักเรียน&nbsp;นักศึกษาที่อายุไม่เกิน&nbsp;23&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งกำลังศึกษาในสถานศึกษาในประเทศ&nbsp;และบัตรประเภทผู้สูงอายุ&nbsp;(&nbsp;Senior&nbsp;Card&nbsp;)&nbsp;รับส่วนลดร้อยละ&nbsp;50&nbsp;จากอัตราค่าโดยสารปกติทุกเที่ยวการเดินทาง&nbsp;สำหรับผู้สูงอายุ&nbsp;60&nbsp;ปีขึ้นไปสัญชาติไทย</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ตลอดระยะเวลา&nbsp;10&nbsp;ปีที่ผ่านมา</strong>&nbsp;รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต&nbsp;เรล&nbsp;ลิงก์&nbsp;มุ่งให้บริการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานในระดับสากล&nbsp;เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารที่ใช้บริการ&nbsp;ซึ่งมีจำนวนกว่า&nbsp;200&nbsp;ล้านคน&nbsp;จนผ่านการรับรอง&nbsp;ISO&nbsp;9001&nbsp;:&nbsp;2015&nbsp;ขอบเขต&nbsp;:&nbsp;วิศวกรรมและซ่อมบำรุง&nbsp;และขอบเขต&nbsp;:&nbsp;งานปฏิบัติการเดินรถไฟฟ้า&nbsp;จาก&nbsp;BV&nbsp;(&nbsp;Bureau&nbsp;Veritas&nbsp;)&nbsp;ทำให้การดำเนินงานของบริษัทมีมาตรฐาน&nbsp;และประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นทั้งในงานซ่อมบำรุงและการให้บริการ&nbsp;โดยงานวิศวกรรมซ่อมบำรุงสามารถซ่อมบำรุงใหญ่ขบวนรถไฟฟ้า&nbsp;(&nbsp;Overhaul&nbsp;)&nbsp;และซ่อมบำรุงทั่วไป&nbsp;จนสามารถกลับมาให้บริการรถไฟฟ้าได้เต็มจำนวน&nbsp;9&nbsp;ขบวน&nbsp;รวมถึงปรับเปลี่ยนภายในขบวนรถไฟฟ้าด่วน&nbsp;(&nbsp;Express&nbsp;)&nbsp;ทำให้สามารถอำนวยความสะดวก&nbsp;และรองรับจำนวนผู้โดยสารได้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ส่วนในด้านงานบริการและอำนวยความสะดวก&nbsp;</strong>ให้แก่ผู้โดยสารแม้ช่วงที่ผ่านมาจะต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;แต่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต&nbsp;เรล&nbsp;ลิงก์&nbsp;ก็สามารถสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสาร&nbsp;ด้วยมาตรการป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;บริษัทได้ดำเนินการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก&nbsp;และรักษาความปลอดภัยภายในสถานีตามหลักการ&nbsp;Universal&nbsp;Design&nbsp;หรือการออกแบบเพื่อการใช้งานของคนทุกกลุ่มในสังคม&nbsp;เพื่อความปลอดภัยในการใช้บริการของผู้โดยสาร&nbsp;บริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบขนส่งทางรางของไทยด้วย&nbsp;โดยบริษัทผ่านการรับรองจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ&nbsp;ให้เป็นองค์กรที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานวิชาชีพ&nbsp;สาขาวิชาชีพรถไฟความเร็วสูงและระบบราง&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;สาขาวิชา&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	6/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506200015973
52	ธปท.สภอ. แถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจภาคอีสานไตรมาสที่ 1 ปี 2564 ชะลอตัวจากผลกระทบการแพร่ระบาดของ COVID-19	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;(ธปท.สภอ.)&nbsp;แถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือไตรมาสที่&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ขยายตัวชะลอลงจากไตรมาสก่อน&nbsp;จากผลกระทบการแพร่ระบาดของ&nbsp;COVID-19</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้(6&nbsp;พ.ค&nbsp;64)&nbsp;นายประสาท&nbsp;สมจิตรนึก&nbsp;ผู้อำนวยการอาวุโส&nbsp;สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนผ่านทางออนไลน์&nbsp;ผ่านโปรแกรม&nbsp;Microsoft&nbsp;Teams&nbsp;โดยกล่าวว่าภาวะเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือไตรมาสที่&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ขยายตัวชะลอลงจากไตรมาสก่อน&nbsp;จากผลกระทบการแพร่ระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;ระลอกสองในช่วงต้นปี&nbsp;ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัว&nbsp;โดยการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนหดตัว&nbsp;ทั้งการใช้จ่ายหมวดสินค้าในชีวิตประจำวันและหมวดบริการ&nbsp;ด้านการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวชะลอลงจากรายจ่ายประจำที่หดตัว&nbsp;ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวสูงขึ้น&nbsp;จากการลงทุนหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่กลับมาขยายตัว&nbsp;ตามการนำเข้าสินค้าทุนในธุรกิจผลิตเพื่อส่งออกเป็นสำคัญ&nbsp;สอดคล้องกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขยายตัวตามการผลิต&nbsp;เพื่อการส่งออก&nbsp;สำหรับรายได้เกษตรกรขยายตัวสูงขึ้น&nbsp;จากปัจจัยด้านผลผลิต&nbsp;อาทิ&nbsp;อ้อยโรงงาน&nbsp;ที่เร่งเก็บเกี่ยว&nbsp;และมันสำปะหลังที่เพิ่มขึ้นตามพื้นที่เพาะปลูก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ&nbsp;อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบใกล้เคียงไตรมาสก่อน&nbsp;จากหมวดอาหารสด&nbsp;ตามราคาข้าวที่ลดลง&nbsp;เนื่องจากมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น&nbsp;และหมวดเคหะสถาน&nbsp;จากค่าไฟฟ้าและน้ำประปาที่ลดลง&nbsp;ตามมาตรการบรรเทาค่าครองชีพของภาครัฐ&nbsp;ด้านตลาดแรงงานเปราะบางมากขึ้น&nbsp;ตามการจ้างงานที่ลดลง&nbsp;สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว&nbsp;สำหรับภาคการเงิน&nbsp;(ณ&nbsp;สิ้นเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2564)&nbsp;เงินฝากและสินเชื่อคงค้างขยายตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายละเอียดของภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;มีดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน&nbsp;หดตัวมากขึ้น&nbsp;ทั้งการใช้จ่ายหมวดสินค้าในชีวิตประจำวันและหมวดบริการ&nbsp;จากผลกระทบการแพร่ระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;ระลอกสองช่วงต้นปี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;มาตรการรัฐบางส่วนยังช่วยพยุงการบริโภคได้บ้าง&nbsp;ด้านการใช้จ่ายสินค้าคงทนหมวดยานยนต์ขยายตัวสูงขึ้น&nbsp;จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ&nbsp;สำหรับภาคบริการด้านการท่องเที่ยว&nbsp;หดตัวมากขึ้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;ทำให้จำนวนผู้เยี่ยมเยือนและอัตราการเข้าพักลดลง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายได้เกษตรกร&nbsp;ขยายตัวสูงขึ้น&nbsp;จากปัจจัยด้านผลผลิตเป็นสำคัญ&nbsp;อาทิ&nbsp;อ้อยโรงงานที่เร่งเก็บเกี่ยว&nbsp;และมันสำปะหลังที่เพิ่มขึ้นตามพื้นที่เพาะปลูก&nbsp;ด้านราคาสินค้าเกษตรขยายตัวเล็กน้อย&nbsp;จากอ้อยโรงงาน&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;และยางพารา&nbsp;ตามความต้องการตลาดโลก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การใช้จ่ายภาครัฐ&nbsp;ขยายตัวชะลอลง&nbsp;จากรายจ่ายประจำที่หดตัวในหมวดเงินอุดหนุนทั่วไปขององค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเหลื่อมเดือนของการเบิกจ่าย&nbsp;ขณะที่รายจ่ายลงทุนขยายตัวต่อเนื่องในหมวดที่ดินและสิ่งก่อสร้างของกรมทางหลวง&nbsp;กรมทางหลวงชนบท&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;และหมวดเงินอุดหนุนเฉพาะกิจของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การลงทุนภาคเอกชน&nbsp;ขยายตัวสูงขึ้น&nbsp;จากการลงทุนหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่กลับมาขยายตัว&nbsp;ตามการนำเข้าสินค้าทุนในธุรกิจผลิตเพื่อส่งออก&nbsp;และยอดจดทะเบียนรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่ขยายตัว&nbsp;โดยเฉพาะรถบรรทุกส่วนบุคคลและรถแทรกเตอร์&nbsp;เพื่อใช้ในธุรกิจขนส่งและรับเหมาก่อสร้าง&nbsp;สอดคล้องกับการลงทุนหมวดก่อสร้างที่ขยายตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การผลิตภาคอุตสาหกรรม&nbsp;ขยายตัวเร่งขึ้น&nbsp;ตามการผลิตน้ำตาลที่เร่งขึ้นในช่วงเดือนสุดท้ายก่อนปิดหีบอ้อย&nbsp;ประกอบกับการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และสิ่งทอที่กลับมาเร่งตัวตามแนวโน้มการส่งออกที่ดีขึ้น&nbsp;ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มูลค่าการค้าผ่านด่านศุลกากร&nbsp;ขยายตัวต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งการส่งออกและนำเข้าจากจีนเป็นสำคัญ&nbsp;โดยการส่งออกขยายตัวในหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์/อุปกรณ์ประเภท&nbsp;Cloud&nbsp;Storage&nbsp;ตามความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น&nbsp;และส่วนหนึ่งจากการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งจากช่องทางอื่นมาขนส่งผ่านทางบกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้น&nbsp;และการส่งออกทุเรียนตามความต้องการที่มีสูงขึ้น&nbsp;ด้านการนำเข้าขยายตัวในหมวดโทรศัพท์มือถือ/อุปกรณ์&nbsp;ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์</p><p>ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ&nbsp;อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ร้อยละ&nbsp;0.78&nbsp;จากหมวดอาหารสดที่ปรับลดลงตามราคาข้าว&nbsp;จากผลผลิตที่ออกสู่ตลาดมากขึ้น&nbsp;และหมวดเคหะสถาน&nbsp;จากค่าไฟฟ้าและน้ำประปาที่ลดลง&nbsp;ตามมาตรการบรรเทาค่าครองชีพของภาครัฐ&nbsp;ขณะที่หมวดพาหนะ&nbsp;การขนส่ง&nbsp;และการสื่อสารกลับมาขยายตัวจากราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศที่เพิ่ม&nbsp;ด้านตลาดแรงงานเปราะบางมากขึ้น&nbsp;ตามการจ้างงานที่ลดลง&nbsp;สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภาคการเงิน&nbsp;(ณ&nbsp;สิ้นเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2564)&nbsp;ยอดเงินฝากและสินเชื่อคงค้างของสถาบันการเงินขยายตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อน&nbsp;โดยเงินฝากคงค้างยังอยู่ในระดับสูง&nbsp;จากมาตรการช่วยเหลือภาครัฐ&nbsp;และความต้องการรักษาสภาพคล่องของภาคธุรกิจและประชาชน&nbsp;ด้านสินเชื่อคงค้างขยายตัวตามสินเชื่อของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ&nbsp;จากมาตรการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการของภาครัฐ&nbsp;และสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ปรับดีขึ้นบ้าง&nbsp;จากธุรกิจบางส่วนที่เริ่มฟื้นตัว</p>	6/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506200432979
53	ปตท. -บางจาก ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 50 สตางค์ต่อลิตร ยกเว้น E85 ปรับขึ้น 30 สตางค์ต่อลิตร 	<p><strong>บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;น้ำมันและการค้าปลีก&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;หรือพีทีทีโออาร์&nbsp;และบริษัท&nbsp;บางจาก&nbsp;คอปปอเรชั่น&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด&nbsp;50&nbsp;สตางค์ต่อลิตร&nbsp;ยกเว้น&nbsp;E85&nbsp;ปรับขึ้น&nbsp;30&nbsp;สตางค์ต่อลิตร&nbsp;มีผลวันพรุ่งนี้&nbsp;7&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><strong>ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันหน้าสถานีบริการ</strong>ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;&nbsp;เบนซิน&nbsp;95&nbsp;ลิตรละ&nbsp;35.16&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;95&nbsp;ลิตรละ&nbsp;27.75&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;91&nbsp;ลิตรละ&nbsp;27.48&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;E20&nbsp;ลิตรละ&nbsp;26.24&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;E85&nbsp;ลิตรละ&nbsp;21.79&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนดีเซล&nbsp;บี7&nbsp;ลิตรละ&nbsp;27.59&nbsp;บาท&nbsp;ดีเซลพรีเมียมบี7&nbsp;ลิตรละ&nbsp;32.26&nbsp;บาท&nbsp;ดีเซล&nbsp;บี&nbsp;10&nbsp;ลิตรละ&nbsp;24.59&nbsp;บาท&nbsp;และบี&nbsp;20&nbsp;ลิตรละ&nbsp;23.34&nbsp;บาท&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ราคาดังกล่าวเป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงแต่ละจังหวัด</p><p><br></p><p><br></p>	6/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506194002948
54	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เร่งรัดให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 1 ให้เป็นไปตามแผน	<p><strong>นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน&nbsp;โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่&nbsp;ทั้งระยะที่&nbsp;1&nbsp;และระยะที่&nbsp;2&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับแผนแม่บท&nbsp;MR-MAP&nbsp;ว่า&nbsp;การรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;รฟท.&nbsp;ได้สรุปผลการก่อสร้างรถไฟทางคู่&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;โดย&nbsp;โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ช่วงฉะเชิงเทรา&nbsp;&nbsp;แก่งคอย&nbsp;และช่วงชุมทางถนนจิระ&nbsp;-&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;สัญญาที่มีผลการก่อสร้าง&nbsp;เร็วกว่าแผนงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;สัญญา&nbsp;และสัญญาที่มีผลการก่อสร้าง&nbsp;ล่าช้ากว่าแผนงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;สัญญา&nbsp;&nbsp;จึงได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;เร่งรัดการก่อสร้างในส่วนที่ล่าช้าให้เป็นไปตามแผนงาน&nbsp;และให้การรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;จัดทำแผนการเร่งรัดการก่อสร้าง&nbsp;ที่แสดงกิจกรรมและกำหนดระยะเวลาอย่างชัดเจนว่าจะสามารถเร่งรัดการก่อสร้างให้กลับมาเป็นไปตามแผนงานด้วย</p><p>สำหรับการนำแนวคิด&nbsp;MR-MAP&nbsp;(Motorway&nbsp;Railway&nbsp;Master&nbsp;Plan)&nbsp;ตามนโยบายมาปรับใช้&nbsp;โครงการรถไฟทางคู่&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;และโครงการเส้นทางสายใหม่&nbsp;ยังไม่สอดคล้องกับกรอบแนวคิดของ&nbsp;MR-MAP&nbsp;เท่าที่ควร&nbsp;การรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;ต้องปรับปรุงรูปแบบให้สอดคล้องกับแนวคิดของ&nbsp;MR-MAP&nbsp;และให้พิจารณาออกแบบเส้นทางรถไฟให้ผ่านชุมชนเมืองให้น้อยที่สุด&nbsp;เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อประชาชน&nbsp;นอกจากนี้ยังได้เร่งรัดให้การรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;ประสานงานกับกรมการขนส่งทางบกและกรมการขนส่งทางรางปรับแผนงานการก่อสร้างสถานีขนส่งสินค้าที่นาทา&nbsp;เพื่อให้ไทยได้ประโยชน์สูงสุดในการเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟจากจีน&nbsp;ลาว&nbsp;และไทย&nbsp;โดยในเบื้องต้นหากไม่สามารถพัฒนาเส้นทางรถไฟทางคู่ช่วงขอนแก่น&nbsp;&nbsp;หนองคาย&nbsp;ได้ทัน&nbsp;อาจพิจารณาการพัฒนาในลักษณะ&nbsp;Phasing&nbsp;โดยใช้การเชื่อมต่อทางถนนในระยะแรกก่อน</p><p><br></p><p><br></p>	6/5/2021	NULL	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506194403952
55	คาเฟ่ อเมซอน ส่งมอบกาแฟให้บุคลากรทางการแพทย์ทั่วไทย เป็นกำลังใจสู้ภัยโควิด-19	<p><strong>นายสุชาติ&nbsp;ระมาศ&nbsp;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีก</strong>&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;น้ำมันและการค้าปลีก&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;OR&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ที่มากขึ้น&nbsp;คาเฟ่&nbsp;อเมซอน&nbsp;มีความห่วงใยบุคลากรทางแพทย์ที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มความสามารถ&nbsp;จึงส่งมอบกาแฟดริป&nbsp;คาเฟ่&nbsp;อเมซอน&nbsp;กาแฟแท้คั่วบด&nbsp;รสซิกเนเจอร์&nbsp;รวมกว่า&nbsp;40,000&nbsp;ซอง&nbsp;พร้อมด้วยขนมจากเอสเอ็มอีไทย&nbsp;คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อเป็นกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลใน&nbsp;18&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;แพร่&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;ลำปาง&nbsp;สระบุรี&nbsp;อยุธยา&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;ชลบุรี&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;สงขลา&nbsp;และภูเก็ต</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้รับการร่วมแรงร่วมใจจากผู้แทนจำหน่ายร้านคาเฟ่&nbsp;อเมซอน</strong>ในจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ชลบุรี&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;นครพนม&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ระนอง&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;และสงขลา&nbsp;ร่วมสนับสนุนเครื่องดื่มให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลและในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ถือเป็นอีกแรงสำคัญในการส่งมอบกำลังใจและแทนคำขอบคุณให้แก่ผู้ที่ถือเป็นด่านหน้าในการปฏิบัติหน้าที่รับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่อย่างเต็มที่อีกด้วย&nbsp;โดยคาเฟ่&nbsp;อเมซอน&nbsp;ขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์&nbsp;และพร้อมอยู่เคียงข้างคนไทยในการสู้ภัยโควิด&nbsp;-19&nbsp;ไปด้วยกัน&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางดำเนินธุรกิจของ&nbsp;OR&nbsp;ที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าและการมีส่วนร่วมกับชุมชน&nbsp;ผ่านการสนับสนุนให้การดำเนินชีวิตของคนในชุมชนมีมาตรฐานและได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ทุกพื้นที่ที่&nbsp;OR&nbsp;เข้าไปดำเนินธุรกิจเป็นชุมชนที่น่าอยู่&nbsp;และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p>	6/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506194311951
56	มาตรการช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์โควิด-19 ลดค่าน้ำร้อยละ 10 ไม่ต้องลงทะเบียนขอรับสิทธิ	<p><strong>นายคมกฤช&nbsp;ทินกร&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;รองผู้ว่าการการประปานครหลวง&nbsp;(กปน.)</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษก&nbsp;กปน.&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ให้ลดค่าน้ำประปาร้อยละ&nbsp;10&nbsp;สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก&nbsp;(ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ)&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;เดือนนั้น&nbsp;&nbsp;กปน.&nbsp;จะลดค่าน้ำร้อยละ&nbsp;10&nbsp;สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก&nbsp;(ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ)&nbsp;สำหรับยอดการใช้น้ำเดือนพฤษภาคม&nbsp;-&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;(ใบแจ้งค่าน้ำประปาเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;โดยไม่ต้องลงทะเบียนขอรับสิทธิเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคโควิด-19&nbsp;โดยมาตรการดังกล่าวจะช่วยเหลือลูกค้าในพื้นที่รับผิดชอบประมาณร้อยละ&nbsp;97&nbsp;ของลูกค้าทั้งหมด&nbsp;ปัจจุบันมีลูกค้าทั้งหมด&nbsp;2.48&nbsp;ล้านราย&nbsp;มาตรการนี้จะช่วยเหลือประชาชนกว่า&nbsp;2.42&nbsp;ล้านราย&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมา&nbsp;กปน.&nbsp;ได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนลดค่าน้ำร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ด้วย</p><p><strong>สำหรับมาตรการการให้ส่วนลดค่าน้ำประปาร้อยละ&nbsp;10</strong>&nbsp;สำหรับบ้านที่อยู่อาศัย&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;ที่อยู่อาศัยทุกประเภท&nbsp;ทั้งบ้าน&nbsp;คอนโด&nbsp;หอพักและบ้านเอื้ออาทร&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กปน.&nbsp;ขอความร่วมมือกิจการหอพัก&nbsp;คอนโด&nbsp;ซึ่งเป็นลูกค้าโดยตรงของ&nbsp;กปน.&nbsp;&nbsp;พิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้เช่า&nbsp;ลูกบ้านของหอพักและคอนโดต่อไป&nbsp;ส่วนกิจการขนาดเล็ก&nbsp;(ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ)&nbsp;ได้แก่&nbsp;สถานที่ที่มีการประกอบกิจการเล็ก&nbsp;&nbsp;เช่น&nbsp;&nbsp;กิจการ&nbsp;ร้านโชห่วย&nbsp;ร้านค้า&nbsp;หรือโรงแรมขนาดเล็ก&nbsp;ที่มีขนาดมาตรวัดน้ำ&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;&nbsp;?&nbsp;นิ้ว&nbsp;หรือ&nbsp;6&nbsp;หุน&nbsp;โดยมาตรการดังกล่าวจะแจ้งในใบแจ้งค่าน้ำประปาของ&nbsp;กปน.&nbsp;ประจำเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;นี้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	7/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507155824359
57	เรือด่วนเจ้าพระยา ประกาศหยุดให้บริการเดินเรือในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หลังมีผู้โดยสารใช้บริการลดลง	<p><strong>นาวาตรีเจริญพร</strong>&nbsp;<strong>เจริญธรรม</strong>&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;บริษัท&nbsp;เรือด่วนเจ้าพระยา&nbsp;จำกัด&nbsp;ผู้ให้บริการเรือด่วนเจ้าพระยา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศกรมเจ้าท่า&nbsp;เรื่อง&nbsp;การปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยขอความร่วมมือให้ประชาชนงด&nbsp;หรือชะลอการเดินทางในช่วงเวลาที่ไม่จำเป็น&nbsp;เพื่อลดการแพร่ระบาด&nbsp;ของเชื้อดังกล่าว&nbsp;ตั้งแต่วันเสาร์ที่&nbsp;8&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไปบริษัท&nbsp;เรือด่วนเจ้าพระยา&nbsp;จำกัด&nbsp;จะงดเที่ยวเดินเรือ&nbsp;ในช่วงวันเสาร์&nbsp;&nbsp;อาทิตย์&nbsp;และวันหยุดนักขัตฤกษ์&nbsp;ส่วนในช่วงวันทำการ&nbsp;จันทร์&nbsp;-&nbsp;ศุกร์&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ยังให้บริการเดินเรือตามปกติทุกธง&nbsp;&nbsp;ยกเว้นเรือธงแดง&nbsp;และพิเศษเฉพาะในวันจันทร์ที่&nbsp;10&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เรือด่วนเจ้าพระยาจะให้บริการเฉพาะธงสีส้ม&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;19.00&nbsp;น.&nbsp;โดยมีความถี่ในการเดินเรือ&nbsp;ประมาณ&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;ผู้โดยสารโปรดเผื่อเวลาในการใช้บริการ</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;หลังเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</strong>&nbsp;ส่งผลให้ผู้โดยสารของเรือด่วนเจ้าพระยา&nbsp;ลดต่ำสุดในรอบ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ช่วงสุดสัปดาห์&nbsp;จำนวนผู้โดยสารลดลง&nbsp;ถึงร้อยละ&nbsp;90&nbsp;ทางบริษัทฯ&nbsp;ไม่สามารถแบกรับภาระดำเนินการแบบทุกวันได้&nbsp;และเพื่อให้สอดคล้องกับประกาศดังกล่าว&nbsp;จึงจำเป็นต้องงดเดินเรือในช่วงวันหยุดแลเหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะกลับมาให้บริการเดินเรือได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด&nbsp;หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฯ&nbsp;คลี่คลาย</p><p><br></p><p><br></p>	7/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507183901480
58	ข่าวดี สหรัฐฯ คงสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ประจำปี 2564 ไทยจัดอยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (WL) 	<p><strong>นายวุฒิไกร&nbsp;ลีวีระพันธุ์&nbsp;อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา&nbsp;หรือ&nbsp;USTR&nbsp;ได้ประกาศสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศคู่ค้ารายสำคัญ&nbsp;ภายใต้กฎหมายการค้าสหรัฐฯ&nbsp;มาตรา301&nbsp;พิเศษ&nbsp;(Special&nbsp;301)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;โดยปีนี้มีประเทศที่สหรัฐฯ&nbsp;จัดให้อยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง&nbsp;(Watch&nbsp;List:&nbsp;WL)&nbsp;23&nbsp;ประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;ไทย&nbsp;เวียดนาม&nbsp;ปากีสถาน&nbsp;ซีเรีย&nbsp;&nbsp;โรมาเนีย&nbsp;&nbsp;ตุรกี&nbsp;บราซิล&nbsp;แคนาดา&nbsp;&nbsp;และเปรู&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ส่วนบัญชีประเทศที่ต้องจับตามองพิเศษ&nbsp;&nbsp;(Priority&nbsp;Watch&nbsp;List:&nbsp;PWL)&nbsp;ในปีนี้มี&nbsp;9&nbsp;ประเทศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;จีน&nbsp;อินโดนีเซีย&nbsp;อินเดียซาอุดิอาระเบีย&nbsp;รัสเซีย&nbsp;ยูเครน&nbsp;อาร์เจนตินา&nbsp;ชิลีและเวเนซุเอลา&nbsp;ซึ่งผลการจัดสถานะประจำปีนี้ถือว่าน่าพอใจ&nbsp;เพราะนอกจากจะส่งผลให้ไทยสามารถรักษาสถานะในบัญชี&nbsp;&nbsp;WL&nbsp;ไว้ได้แล้ว&nbsp;ยังมีส่วนเสริมสร้างบรรยากาศทางการค้าการลงทุนในประเทศ&nbsp;และสร้างแรงจูงใจให้คนไทยคุ้มครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญามากยิ่งขึ้น</p><p><strong>ทั้งนี้สหรัฐฯ&nbsp;ชื่นชมรัฐบาลไทย</strong>ที่ให้ความสำคัญด้านการคุ้มครองและป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;และชื่นชมกระทรวงพาณิชย์ที่มีการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;มีการปราบปรามการละเมิดทั้งในท้องตลาดและบนอินเทอร์เน็ต&nbsp;การพัฒนากฎหมายให้ทันสมัยตอบโจทย์กับสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;การเตรียมการเข้าเป็นภาคีความตกลงระหว่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;ความตกลงกรุงเฮกว่าด้วยการจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศ&nbsp;และสนธิสัญญาว่าด้วยลิขสิทธิ์แห่งองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังชื่นชมกระทรวงพาณิชย์ที่เป็นหน่วยงานแกนกลางระหว่างภาครัฐของไทยกับภาคเอกชนต่างประเทศ&nbsp;ทำให้สหรัฐฯ&nbsp;ทราบการดำเนินการของไทยที่ชัดเจน</p><p><strong>อย่างไรก็ดี&nbsp;สหรัฐฯ&nbsp;ยังมีข้อห่วงกังวลในบางประเด็น&nbsp;</strong>อาทิ&nbsp;การคุ้มครองและการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในช่องทางต่างๆ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;หลังจากนี้&nbsp;กรมฯจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหรัฐฯ&nbsp;จัดทำแผนงานด้านทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;(IP&nbsp;Work&nbsp;Plan)&nbsp;เพื่อผลักดันให้ไทยหลุดจากทุกบัญชีในอนาคตซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ</p><p><br></p><p><br></p>	7/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507183548477
59	ธอส.ประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ลดครั้งยิ่งใหญ่ มากกว่า 5,000 รายการ	"<p><strong>นายฉัตรชัย&nbsp;ศิริไล&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;ธนาคารอาคารสงเคราะห์&nbsp;(ธอส.)&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนได้เลือกซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในระดับราคาที่คุ้มค่า&nbsp;โดยไม่ต้องเดินทางมาธนาคาร&nbsp;ลดโอกาสการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ธอส.&nbsp;จึงกำหนดจัดงาน&nbsp;""ประมูลบ้านมือสองออนไลน์&nbsp;ลดครั้งยิ่งใหญ่&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2564""&nbsp;ในวันที่&nbsp;8&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;โดยนำทรัพย์&nbsp;NPA&nbsp;ทั่วประเทศออกประมูลกว่า&nbsp;5,000&nbsp;รายการ&nbsp;ทั้งบ้านเดี่ยว&nbsp;บ้านแฝด&nbsp;ทาวน์เฮ้าส์&nbsp;ห้องชุด&nbsp;แฟลต&nbsp;อาคารพาณิชย์และที่ดินเปล่า&nbsp;แบ่งเป็นทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;จำนวน&nbsp;1,092&nbsp;รายการ&nbsp;และทรัพย์ในภูมิภาคจำนวนมากกว่า&nbsp;4,000&nbsp;รายการ&nbsp;</p><p><strong>ราคาเริ่มต้นประมูลลดสูงสุดถึงร้อยละ&nbsp;50&nbsp;จากราคาปกติ</strong>&nbsp;โดยรายการทรัพย์ที่มีราคาจำหน่ายต่ำสุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ที่ดินเปล่า&nbsp;ขนาดเนื้อที่&nbsp;100&nbsp;ตารางวา&nbsp;อ.หนองกี่&nbsp;จ.บุรีรัมย์&nbsp;ราคาเริ่มต้นประมูล&nbsp;90,000&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนรายการทรัพย์ที่มีราคาจำหน่ายสูงสุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;อาคารพาณิชย์&nbsp;3&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;คูหาติดกัน&nbsp;เนื้อที่รวม&nbsp;41&nbsp;ตารางวา&nbsp;อ.หาดใหญ่&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;ราคาเริ่มต้นประมูล&nbsp;11,000,000&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลด&nbsp;Application&nbsp;:&nbsp;G&nbsp;H&nbsp;Bank&nbsp;Smart&nbsp;NPA&nbsp;และลงทะเบียนเข้าร่วมประมูลแบบออนไลน์&nbsp;การประมูลจะแบ่งออกเป็น&nbsp;6&nbsp;รอบตามกลุ่มจังหวัดประมูลรอบละ&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;9.30&nbsp;น.-15.00&nbsp;น.&nbsp;<strong>สามารถดูรายชื่อของกลุ่มจังหวัดที่มีทรัพย์ออกประมูล&nbsp;</strong>ในแต่ละรอบได้บนเว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.ghbhomecenter.com/""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.ghbhomecenter.com</a>&nbsp;ส่วนผู้ชนะการประมูลสามารถเลือกใช้โปรโมชันผ่อนดาวน์ดอกเบี้ย&nbsp;0%&nbsp;ได้นานสูงสุด&nbsp;48&nbsp;เดือน&nbsp;(จากปกติ&nbsp;24&nbsp;เดือน)&nbsp;หรือเทดาวน์แล้วยื่นกู้เลย&nbsp;มีสิทธิ์เลือกใช้โปรโมชันสินเชื่ออัตราดอกเบี้ย&nbsp;0%&nbsp;ได้นาน&nbsp;12-48&nbsp;เดือน&nbsp;(ระยะเวลาดอกเบี้ย&nbsp;0%&nbsp;กำหนดตามระยะเวลาการถือครองทรัพย์ของธนาคาร)</p><p><br></p><p><br></p>"	7/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507153018311
60	หารือผู้ให้บริการส่งอาหารและแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ 11 แพลตฟอร์ม ไม่ปรับขึ้นค่าบริการเดลิเวอรี ช่วยเหลือประชาชน	<p><strong>นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมฯ&nbsp;ได้หารือร่วมกับผู้ให้บริการส่งอาหารและแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์&nbsp;ทั้ง&nbsp;11&nbsp;แพลตฟอร์ม&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;Lineman,&nbsp;GRAB,&nbsp;Foodpanda,&nbsp;Robinhood,&nbsp;Gojek,&nbsp;Lazada,&nbsp;Shopee,&nbsp;JJmall,&nbsp;&nbsp;ไปรษณีย์ไทย,&nbsp;Ohlala&nbsp;Shopping&nbsp;และ&nbsp;Lalamove&nbsp;เพื่อติดตามดูแลราคาค่าบริการการซื้อออนไลน์&nbsp;โดยเฉพาะการสั่งซื้ออาหารขนส่งเดลิเวอรี&nbsp;ซึ่งจากหารือผู้ให้บริการยืนยันว่า&nbsp;ไม่มีการปรับขึ้นราคาค่าบริการขนส่งเดลิเวอรีอย่างแน่นอนและหลายแพลตฟอร์มมีการจัดโปรโมชัน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนสำหรับสถานการณ์ยอดการสั่งซื้อส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยร้อยละ&nbsp;5-10&nbsp;เท่านั้น&nbsp;หรือบางรายไม่เพิ่มขึ้น&nbsp;เนื่องจากประชาชนมีการปรับตัวรับสถานการณ์ได้ดีมากขึ้น&nbsp;อย่างไรก็ตามได้มีการเตรียมพร้อมเพิ่มสายการให้บริการให้มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้บริการหากมีจำนวนเพิ่มขึ้น&nbsp;&nbsp;พร้อมเน้นย้ำให้แพลตฟอร์มพยายามรักษามาตรฐานสุขอนามัยของพนักงานส่งสินค้าเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน&nbsp;รวมทั้งให้แพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ดูแลร้านค้าที่จำหน่ายหน้ากากอนามัย&nbsp;เจลล้างมือ&nbsp;ห้ามขายเกินราคาที่กำหนดและต้องแสดงราคาให้ชัดเจนอีกด้วย</p><p><strong>ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าแพลตฟอร์มต่างๆ&nbsp;</strong>มีการปรับขึ้นค่า&nbsp;GP&nbsp;หรือ&nbsp;ค่าคอมมิชชันที่ร้านอาหารต้องจ่ายให้เป็นค่าดำเนินการที่ทางแพลตฟอร์มเรียกเก็บนั้น&nbsp;แพลตฟอร์มต่างๆ&nbsp;&nbsp;ยืนยันว่าไม่มีนโยบายปรับค่า&nbsp;GP&nbsp;หรือค่าบริการขนส่งเนื่องจากเข้าใจสถานการณ์และต้องการช่วยเหลือร้านค้าต่างๆ&nbsp;โดยในส่วนการเก็บค่า&nbsp;GP&nbsp;บางรายให้ร้านค้าเลือกที่จะจ่ายค่า&nbsp;GP&nbsp;หรือไม่&nbsp;บางรายไม่มีการเก็บค่า&nbsp;GP&nbsp;หรือเก็บค่า&nbsp;GP&nbsp;เฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่เท่านั้น&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ได้ขอให้แพลตฟอร์มที่มีการเก็บค่า&nbsp;GP&nbsp;พิจารณาปรับลดค่า&nbsp;GP&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารที่ไม่สามารถให้บริการนั่งทานในร้านได้ในช่วงนี้อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p>	7/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507145826278
61	พาณิชย์จังหวัดพัทลุง เผยการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผล ให้ราคาพืชผักลดลง	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวณัฐฐิญา&nbsp;ชำนาญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดพัทลุง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากการออกตรวจติดตามสถานการณ์การจำหน่ายพืชผัก&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดผดุงดอนยอ&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง&nbsp;พบว่าภาวะการค้าขายซบเซา&nbsp;ประชาชนเดินทางมาซื้อสินค้าในตลาดค่อนข้างบางตา&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการสอบถามผู้ประกอบการค้าส่งผักในตลาด&nbsp;ทราบว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทำให้ผู้ค้าส่งซึ่งเป็นผู้รวบรวมผักส่งไปยังผู้ค้าตลาดปลายทาง&nbsp;เช่น&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ตรัง&nbsp;และสตูล&nbsp;ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว&nbsp;โดยตลาดปลายทางรับซื้อลดลงและระบายสินค้าได้น้อย&nbsp;ส่งผลให้ราคารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในจังหวัดพัทลุงราคาตกต่ำง&nbsp;เช่น&nbsp;แตงกวา/มะเขือ/บวบ/ฟักเขียว/ถั่วฝักยาว/ฯลฯ&nbsp;โดยเฉพาะพริกขาวชัยบุรี&nbsp;ซึ่งในช่วงนี้มีผลผลิตออกสู่ตลาดมาก&nbsp;พ่อค้ารับซื้อในราคากิโลกรัมละ&nbsp;50-60&nbsp;บาท/กิโลกรัม&nbsp;จากเดิมรับซื้อกิโลกรัมละ&nbsp;80-120&nbsp;บาท&nbsp;และพริกยอดสน&nbsp;รับซื้อกิโลกรัมละ&nbsp;15&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิมรับซื้อกิโลกรัมละ&nbsp;25&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ขณะนี้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพัทลุง&nbsp;ได้ประสานร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งในจังหวัดพัทลุง&nbsp;มีจำนวน&nbsp;1,262&nbsp;ร้าน&nbsp;ให้ช่วยรับซื้อผลผลิตไปจำหน่ายให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาด&nbsp;และช่วยเหลือเกษตรกรผู้ผลิตพืชผักดังกล่าว&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	7/5/2021	ภาคใต้	พัทลุง	สวท.พัทลุง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507153540322
62	นายก อบจ.สุพรรณบุรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหมู่บ้านอนุรักษ์แย้ อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(วันศุกร์ที่&nbsp;7&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายบุญชู&nbsp;จันทร์สุวรรณ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ลงพื้นที่หมู่บ้านอนุรักษ์แย้&nbsp;อำเภอสามชุก&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เพื่อเตรียมดำเนินการปรับปรุงพัฒนาหมู่บ้านอนุรักษ์แย้ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์</p><p>หมู่บ้านอนุรักษ์แย้&nbsp;หรือหมู่บ้านสุวรรณตะไล&nbsp;ตั้งอยู่บริเวณวัดเด่นสุวรรณตะไล&nbsp;ตำบลหนองสะเดา&nbsp;อำเภอสามชุก&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศในการศึกษาเรียนรู้การดำรงชีวิตของแย้และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพื่อศึกษาเรียนรู้การดำรงชีวิตของชาวบ้านตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ณ&nbsp;ต้นแบบหมู่บ้านอยู่เย็น&nbsp;เป็นสุข&nbsp;ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรีมุ่งส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่นให้คงอยู่&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้และเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	7/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507171345420
63	พาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์เชิญสั่งลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวยจังหวัดพะเยา ตะกร้าละ3 กิโลกรัม 265บาท	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;เชิญสั่งลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวย&nbsp;จากจังหวัดพะเยา&nbsp;บรรจุตะกร้าละ3&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;(ขนาด36-40&nbsp;ผลต่อกิโลกรัม)&nbsp;ราคา&nbsp;&nbsp;265&nbsp;บาท&nbsp;รับมอบ&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;นี้&nbsp;สอบถามรายละเอียดที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;0&nbsp;5622&nbsp;1091,&nbsp;&nbsp;0&nbsp;5622&nbsp;01312&nbsp;&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;0&nbsp;5622&nbsp;1104</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางนัยนภัส&nbsp;สังขนุกิจ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพะเยา&nbsp;ได้ประสานขอความร่วมมือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;เชื่อโยชกระจายลิ้นจี่&nbsp;จากจังหวัดพะเยา&nbsp;ที่คาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ&nbsp;4,012&nbsp;ตัน&nbsp;ซึ่งเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;โดยจะออกสู่ตลาดมากในเดือนพฤษภาคม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับลิ้นจี่ที่จะนำมาจำหน่าย&nbsp;เป็นลิ้นจี่พันธุ์&nbsp;ฮงฮวย&nbsp;เกรด&nbsp;AA&nbsp;ขนาด&nbsp;36-40&nbsp;ผล&nbsp;ต่อกิโลกรัม&nbsp;บรรจุตะกร้าละ&nbsp;3&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ราคาตะกร้าละ&nbsp;265&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียดการสั่งซื้อได้ที่&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;0&nbsp;5622&nbsp;1091&nbsp;&nbsp;,0&nbsp;5622&nbsp;01312&nbsp;&nbsp;0&nbsp;5622&nbsp;1104&nbsp;นายประจักร&nbsp;อ้วนวิจิตร&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์06&nbsp;5510&nbsp;1902&nbsp;นางฉวีวรรณ&nbsp;สงแก้ว&nbsp;โทร.08&nbsp;9961&nbsp;8768&nbsp;นางสาวกนกวรรณ&nbsp;ราชสาร&nbsp;&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;08&nbsp;6732&nbsp;2852&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	7/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	นครสวรรค์	สวท.นครสวรรค์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507181737461
64	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหารติดตามสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัยไม่ให้เกินราคาที่กำหนด	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(7&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นางลักขณา&nbsp;บุญนำ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัยร้านค้าต่างๆ&nbsp;ในจังหวัด&nbsp;เช่น&nbsp;ร้าน&nbsp;B25&nbsp;ภายในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน&nbsp;สาขามุกดาหาร&nbsp;การตรวจสอบ&nbsp;ซึ่งมีการจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;ยี่ห้อเฟรชพลัส&nbsp;ชนิดสีเขียว&nbsp;บรรจุ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;109&nbsp;บาท/กล่อง&nbsp;หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นละอองและแบคทีเรีย&nbsp;ยี่ห้อเฟรชพลัส&nbsp;ชนิดสีขาว&nbsp;บรรจุ&nbsp;40&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;89&nbsp;บาท/กล่อง&nbsp;เจลล้างมือยี่ห้อTHINKIN&nbsp;ขนาด&nbsp;55&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;19&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการตรวจสอบของผู้ประกอบการ&nbsp;จำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;(Surgical&nbsp;Mask)&nbsp;ราคาไม่เกินชิ้นละ&nbsp;2.50&nbsp;บท&nbsp;ในราคากล่องละ&nbsp;105&nbsp;บาท&nbsp;บรรจุ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ชนิดสีเขียว&nbsp;และเจลล้างมือมีปริมาณสินค้าเพียงพอสำหรับจำหน่ายให้ประชาชน&nbsp;และในส่วนของการสั่งซื้อสินค้าจากตัวแทนสามารถสั่งซื้อได้ตามปกติ&nbsp;ประชาชนให้ความสนใจในการใช้หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตนเองในภาวะปกติ&nbsp;และสั่งซื้อสินค้าจากช่องทางออนไลน์ซึ่งถูกกว่าท้องตลาด&nbsp;ประชาชนยังไม่ตื่นตระหนกในการกักตุนสินค้า&nbsp;ถุงมือยางจำหน่ายอยู่ในระดับราคาปกติ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เนื่องจากเป็นสินค้าสตอกเดิมตั้งแต่ในช่วงโควิด-19&nbsp;รอบแรก&nbsp;และยังจำหน่ายไม่หมด&nbsp;ซึ่งหากมีการสั่งซื้อเพิ่มเติมระดับราคาสินค้า&nbsp;อาจมีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นตามต้นทุนของตัวแทนจำหน่ายสินค้าในพื้นที่&nbsp;ซึ่งราคาจำหน่ายเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้า&nbsp;และบริการฉบับที่&nbsp;10&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;และผู้ประกอบการได้มีการปิดป้ายแสดง&nbsp;ราคาจำหน่ายชัดเจน&nbsp;ไม่พบการกักตุนสินค้า&nbsp;และจำหน่ายเกินราคาแต่อย่างใด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ผู้ประกอบการที่จำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์(Surgical&nbsp;Mask)&nbsp;จำหน่ายในราคาไม่เกินที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด&nbsp;หากฝ่าฝืนจะมีโทษตามมาตรา&nbsp;25(1)&nbsp;แห่ง&nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.2552&nbsp;และมีโทษมาตรา&nbsp;37&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	7/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507181455459
65	พาณิชย์จังหวัดตราด ประชาสัมพันธ์โครงการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2564 (Mobile รถเร่ผลไม้)	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(7&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นางวรัญญา&nbsp;ถนอมพันธุ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราดขอประชาสัมพันธ์โครงการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;(Mobile&nbsp;รถเร่ผลไม้)&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงตลาดผลไม้ในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมากไปยังแหล่งบริโภคให้แก่ผู้ประกอบการรถเร่&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;บุคคลทั่วไป&nbsp;ที่เข้าไปรับซื้อผลผลิตโดยตรงจากเกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;สหกรณ์&nbsp;&nbsp;ผู้ปลูกผลไม้&nbsp;ในแหล่งผลิตและนำไปกระจายออกนอกพื้นที่ยังจังหวัดปลายทาง&nbsp;โดยกรมการค้าภายในจะสนับสนุนค่าบริหารจัดการผลไม้&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&nbsp;และยื่นแบบแสดงความจำนงสมัครเข้าร่วมโครงการฯมายังสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;(กลุ่มกำกับฯ)&nbsp;โทร&nbsp;0&nbsp;3951&nbsp;2711&nbsp;หรือ&nbsp;E&nbsp;-&nbsp;mail&nbsp;:&nbsp;thongfartrat@gmail.com&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;12&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยสามารถดูรายละเอียดตาม&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;ตามภาพ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	7/5/2021	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507185127484
66	พาณิชย์ขอนแก่น ลงพื้นที่ติดตามภาวะราคาผลไม้ตามฤดู กำชับผู้ค้าปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายชัยยะเจตน์&nbsp;จันทร์อักษร&nbsp;พาณิชย์จังหวัดขอนแก่น&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามภาวะราคาผลไม้ตามฤดูกาลและการปิดป้ายแสดงราคา&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ค้าส่งอู้ฟู่&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;(ตลาดผลไม้)&nbsp;และตลาดรถไฟ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;ผลการตรวจสอบพบว่ามีการจำหน่ายผลไม้ราคาส่งและราคาปลีก&nbsp;โดยราคาส่งจำหน่ายแบบยกเข่ง&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;50&nbsp;กิโลกรัมขึ้นไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ก้านยาว&nbsp;ราคาส่ง&nbsp;กก.ละ&nbsp;250&nbsp;บาท&nbsp;ราคาปลีก&nbsp;กก.ละ&nbsp;400&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ชะนี&nbsp;ราคาส่ง&nbsp;กก.&nbsp;ละ&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;ราคาปลีก&nbsp;กก.ละ&nbsp;120&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หมอนทอง&nbsp;(เล็ก)&nbsp;ราคาส่ง&nbsp;กก.&nbsp;ละ&nbsp;105&nbsp;บาท&nbsp;ราคาปลีก&nbsp;กก.&nbsp;ละ&nbsp;120&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หมอนทอง&nbsp;(กลาง)&nbsp;ราคาส่ง&nbsp;กก.&nbsp;ละ&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;ราคาปลีก&nbsp;กก.&nbsp;ละ&nbsp;140&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หมอนทอง&nbsp;(ใหญ่)&nbsp;ราคาส่ง&nbsp;กก.&nbsp;ละ&nbsp;130&nbsp;บาท&nbsp;ราคาปลีก&nbsp;กก.&nbsp;ละ&nbsp;150&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ยังมีผลไม้อื่นๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;สละ&nbsp;เงาะ&nbsp;มังคุด&nbsp;ผลไม้จากทางภาคตะวันออก&nbsp;(จันทบุรี&nbsp;ระยอง)&nbsp;ฯลฯ&nbsp;และผลไม้จากจังหวัดในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;โดยผู้ประกอบการให้ความร่วมมือในการปิดป้ายแสดงราคาชัดเจน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หากพบการกระทำผิดราคาสินค้าและบริการ&nbsp;แจ้งสายด่วน&nbsp;#1569&nbsp;กรมการค้าภายใน&nbsp;กระทรวงพาณิชย์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	7/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507194502503
67	พาณิชย์จังหวัดลำปาง ติดตามสถานการณ์ ราคา ปริมาณ หน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางศรีสุรางค์&nbsp;หล้าส่องสี&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;ติดตามสถานการณ์ราคา&nbsp;ปริมาณ&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;ณ&nbsp;ร้านน่ำเคี่ยวโอสถ&nbsp;ตำบลสบตุ๋ย&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;พบว่าหน้ากากอนามัย&nbsp;ยี่ห้อ&nbsp;Disposable&nbsp;กล่องบรรจุ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;(เฉลี่ยชิ้นละ&nbsp;1.60&nbsp;บาท)&nbsp;หน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;ยี่ห้อ&nbsp;Longmed&nbsp;กล่องบรรจุ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;95&nbsp;บาท&nbsp;(เฉลี่ยชิ้นละ&nbsp;1.90&nbsp;บาท)&nbsp;หน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;แพ็คบรรจุ&nbsp;8&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;(เฉลี่ยชิ้นละ&nbsp;2.50&nbsp;บาท)&nbsp;และหน้ากากคาร์บอน&nbsp;ป้องกันฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ยี่ห้อ&nbsp;True&nbsp;Care&nbsp;ชิ้นละ&nbsp;12&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ&nbsp;มีประชาชนมาซื้อหน้ากากอนามัยเป็นปกติ&nbsp;ร้านค้ายังสามารถสั่งซื้อหน้ากากอนามัยได้&nbsp;จากการตรวจสอบพบว่ามีการปิดป้ายแสดงราคาชัดเจน&nbsp;จำหน่ายไม่เกินราคาควบคุม&nbsp;(เฉลี่ยชิ้นละ&nbsp;2.50&nbsp;บาท)&nbsp;มีสินค้าเพียงพอไม่ขาดแคลน&nbsp;ไม่พบการกักตุน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	8/5/2021	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508110655571
68	กระทรวงการคลัง เตรียมออกระเบียบเปิดทางเจ้าหน้าที่ประชุมตามขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้	<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้กระทรวงการคลัง&nbsp;อยู่ระหว่างเตรียมการออกระเบียบกระทรวงการคลัง&nbsp;ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ&nbsp;(ฉบับที่2)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;เมื่อระเบียบมีผลบังคับแล้ว&nbsp;จะทำให้การประชุมของคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบด้านการจัดซื้อจัดจ้างและพัสดุภาครัฐ&nbsp;สามารถดำเนินการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้&nbsp;เกิดความคล่องตัว&nbsp;และเป็นกลไกสำคัญให้การจัดซื้อจัดจ้างและการเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปตามเป้าหมายแม้ยังอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ที่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานต้องดำเนินการตามมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;ไม่ได้ใช้บังคับแก่การประชุม&nbsp;เพื่อดำเนินการตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของส่วนราชการ&nbsp;ราชการส่วนท้องถิ่น&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;องค์การมหาชน&nbsp;และหน่วยงานของรัฐอื่นๆ&nbsp;ซึ่งมีผลให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ&nbsp;พ.ศ.2560&nbsp;และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ&nbsp;พ.ศ.2560&nbsp;ไม่อาจนำ&nbsp;พ.ร.ก.ว่าการการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;มาใช้บังคับได้</p><p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ&nbsp;ได้พิจารณาแล้ว&nbsp;เห็นว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;มีการพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ขณะที่รัฐบาลก็มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานที่บ้าน&nbsp;หรือเวิร์คฟอร์มโฮม&nbsp;ซึ่งทำให้การประชุมดำเนินกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอาจเกิดความไม่คล่องตัว&nbsp;เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปจึงควรมีการแก้เพิ่มเติมระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ&nbsp;ให้สามารถดำเนินการประชุมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ได้&nbsp;ซึ่งเมื่อระเบียบนี้มีผลบังคับใช้&nbsp;จะสนับสนุนให้การจัดซื้อจัดจ้างและการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐคล่องขึ้น&nbsp;เป็นไปตามเป้าหมายและมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	8/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508211923776
69	บรรยากาศชายหาดสมิหลาสงขลาตลอดทั้งวันเงียบเหงา แม้เป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เหตุได้รับผลกระทบโควิด-19	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บรรยากาศชายหาดสมิหลาสงขลาตลอดทั้งวันเงียบเหงา&nbsp;แม้เป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์&nbsp;เหตุได้รับผลกระทบโควิด-19&nbsp;ระบาดรอบใหม่&nbsp;นักท่องเที่ยว&nbsp;และชาวสงขลาเองไม่กล้าเดินทางออกมาท่องเที่ยว&nbsp;อีกทั้งมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;ของคณะกรรมการโรคติดต่อของจังหวัดสงขลา&nbsp;ห้ามประชาชนเข้าพื้นที่เสี่ยง&nbsp;8&nbsp;พื้นที่ชายหาดจุดเสี่ยงในอำเภอเมืองสงขลา&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;20.00&nbsp;น.จนถึง&nbsp;05.00&nbsp;น.ของวันรุ่งขึ้น&nbsp;ยังคงใช้อยู่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(8&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;บรรยากาศการท่องเที่ยวบริเวณชายหาดแหลมสมิหลาสงขลาตลอดทั้งวันเงียบเหงา&nbsp;แม้จะเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์&nbsp;บริเวณชายหาดท้องฟ้ามืดครึ้ม&nbsp;ทะเลมีคลื่นเล็กน้อยพัดเข้าหาฝั่งอยู่ตลอดเวลา&nbsp;มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางมาท่องเที่ยวไม่กี่คน&nbsp;นางเงือกทองสัญลักษณ์ชายหาดสมิหลาช่วงนี้โดดเดียวเดียวดาย&nbsp;ไร้นักท่องเที่ยวมายืนถ่ายภาพ&nbsp;มีเพียงชาวประมงที่มาลากอวนจับปลา&nbsp;และทอดแหริมชายหาดเท่านั้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับร้านค้าที่ขายเครื่องดื่ม&nbsp;ขายน้ำ&nbsp;และอาหารว่าง&nbsp;รวมทั้งของที่ระลึกริมชายหาดก็ไม่มีเหลือสักร้านเดียว&nbsp;รวมทั้งร้านขายเสื้อผ้าอยู่ฝั่งตรงข้ามต่างก็ปิดร้านหมดทุกร้านเช่นเดียวกัน&nbsp;เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อีกทั้งมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;ของคณะกรรมการโรคติดต่อของจังหวัดสงขลา&nbsp;ห้ามประชาชนเข้าพื้นที่เสี่ยง&nbsp;8&nbsp;พื้นที่ชายหาดจุดเสี่ยงในอำเภอเมืองสงขลาตั้งแต่เวลา&nbsp;20.00&nbsp;น.จนถึง&nbsp;05.00&nbsp;น.ของวันรุ่งขึ้น&nbsp;ยังคงใช้อยู่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในขณะเดียวกันสภาพอากาศในช่วงนี้อากาศแปรปรวนฝนตกแดดออก&nbsp;จะเป็นแบบนี้ตลอดทั้งวันเป็นมา&nbsp;2-3&nbsp;วันแล้ว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	8/5/2021	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508165449687
70	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด ออกติดตามสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(8&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นางวรัญญา&nbsp;ถนอมพันธุ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;มอบหมายกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;ออกติดตามสถานการณ์การค้าหน้ากากอนามัยในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;พบว่า&nbsp;ร้านขายยา&nbsp;ร้านกนกวรรณเภสัช&nbsp;จำหน่ายหน้ากากอนามัย&nbsp;ราคากล่องละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;(บรรจุกล่องละ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น)&nbsp;&nbsp;ร้านขายยา&nbsp;ร้านภัททิราเภสัช&nbsp;จำหน่ายหน้ากากอนามัย&nbsp;ราคากล่องละ&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;(บรรจุกล่องละ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น)&nbsp;ราคาจำหน่ายไม่เกินชิ้นละ&nbsp;2.50&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งไม่เกินราคาควบคุม&nbsp;ไม่พบการกักตุนสินค้า&nbsp;หรือปฏิเสธการจำหน่ายเจ้าหน้าที่ฯได้ประชาสัมพันธ์ประกาศ&nbsp;กกร.&nbsp;ฉบับที่&nbsp;4&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ลงวันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;พร้อมทั้งกำชับให้ผู้ประกอบการค้าปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายให้ชัดเจน&nbsp;และปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการสอบถามร้านฯ&nbsp;พบว่า&nbsp;ปริมาณสินค้าประเภทหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอลล์ทำความสะอาดมือ&nbsp;มีเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่&nbsp;อีกทั้งผู้บริโภคเลือกซื้อหน้ากากทางเลือกเพิ่มมากขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	8/5/2021	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508171250698
71	กระทรวงพาณิชย์อัดฉีดเงิน 5 ล้านบาท ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมันที่ได้รับความเดือดร้อนราคาผลผลิตตกต่ำ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จังหวัดนครศรีธรรมราช	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กระทรวงพาณิชย์อัดฉีดเงิน&nbsp;5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมันที่ได้รับความเดือดร้อนราคาผลผลิตตกต่ำ&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;คาดหลังเดือนรอมฏอน&nbsp;ราคาพริกขยับสูงขึ้นถึงกิโลกรัมละ&nbsp;15&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากสถานการณ์ราคาพริกเขียวมันในจังหวัดนครศรีธรรมราชตกต่ำ&nbsp;เหลือกิโลกรัมละ&nbsp;7-10&nbsp;บาท&nbsp;ในขณะที่ต้นทุนการผลิตอยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;8-10&nbsp;บาท&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอหัวไทร&nbsp;อำเภอปากพนัง&nbsp;อำเภอเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;อำเภอเชียรใหญ่&nbsp;อำเภอชะอวด&nbsp;และอำเภอเมือง&nbsp;ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก&nbsp;โดยผลผลิตส่วนใหญ่นั้นจะส่งออกไปยังประเทศมาเลเซียเป็นหลักไม่ได้ใช้บริโภคในประเทศ&nbsp;แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศผู้นำเข้า&nbsp;อีกทั้งตรงกับเดือนรอมฎอนทำให้มีการชะลอการสั่งซื้อพริกจากประเทศไทย&nbsp;ส่งผลให้มีพริกตกค้างอยู่ในสวนของเกษตรกรเป็นจำนวนมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมัน&nbsp;วันนี้&nbsp;(8&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;เวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.&nbsp;กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับจังหวัดนครศรีธรรมราชได้เปิดจุดรับซื้อตามโครงการเพิ่มช่องทางและเชื่อมโยงการจำหน่ายพริกเขียวมันในกลุ่มแหล่งผลิตภาคใต้&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;โดยมีนายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;นายวัฒนศักดิ์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;นายอาวุธ&nbsp;วงศ์สวัสดิ์&nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นายเอกชัย&nbsp;สุนทร&nbsp;นายอำเภอหัวไทร&nbsp;พาณิชย์จังหวัด&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;สมาชิกสภาราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคพลังประชารัฐ&nbsp;ร่วมตรวจเยี่ยมจุดรับซื้อพริกเขียวมันพร้อมพบปะเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมัน&nbsp;ที่หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลทรายขาว&nbsp;อำเภอหัวไทร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รัฐบาลโดยนายจุรินทร์&nbsp;ลักษณะวิศิษฎ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้สนับสนุนเงินจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรจำนวน&nbsp;5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อสนับสนุนเป็นชดเชยราคาให้เกษตรกรกิโลกรัมละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งมีเป้าหมายในการช่วยเหลือเกษตรกรจำนวน&nbsp;1,000&nbsp;ตัน&nbsp;ระยะเวลาดำเนินการ&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยพ่อค้าจะรับซื้อในราคาตลาด&nbsp;ซึ่งก็คือกิโลกรัมละ&nbsp;9&nbsp;บาท&nbsp;ในขณะที่กระทรวงพาณิชย์จะชดเชยให้ในราคากิโลกรัมละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการก็จะได้รับเงินจากการเข้าร่วมโครงการกิโลกรัมละ&nbsp;14&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรอยู่ได้&nbsp;โดยมีโควต้าในโครงการนี้จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;ตัน&nbsp;ได้เริ่มดำเนินเปิดจุดในท้องที่อำเภอหัวไทรเป็นอำเภอแรก&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการจำหน่ายผลผลิตในห้วงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;อย่างไรก็ตามคาดว่าหลังจากสิ้นสุดเดือนรอมฎอนราคาพริกเขียวน่าจะขยับขึ้นถึงกิโลกรัมละ&nbsp;15&nbsp;บาทอย่างแน่นอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;กล่าวให้ความมั่นใจกับเกษตรกรว่า&nbsp;เงินที่รัฐบาลสนับสนุนช่วยเหลือมาถึงมือเกษตรโดยตรงอย่างแน่นอน&nbsp;โดยจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ได้ตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการดังกล่าวขึ้นมา&nbsp;3&nbsp;ชุด&nbsp;ชุดที่&nbsp;1&nbsp;มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ชุดที่&nbsp;2&nbsp;มีพาณิชย์จังหวัดเป็นประธาน&nbsp;และชุดที่&nbsp;3&nbsp;มีเกษตรจังหวัดเป็นประธาน&nbsp;เพื่อตรวจสอบพื้นที่เพาะปลูก&nbsp;จำนวนเกษตรกร&nbsp;ผลผลิต&nbsp;และพ่อค้าคนกลางที่มารับซื้อ&nbsp;เพื่อป้องกันการสวมสิทธิและสมยอมกันของเกษตรกรกับพ่อค้าคนกลาง&nbsp;โดยเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวจะได้รับการช่วยเหลืออย่างเท่าเทียมกันทั้งที่ขึ้นทะเบียน&nbsp;และไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมัน&nbsp;โดยเกษตรจะได้รับเงินชดเชยหลังจากซื้อขายพริกไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;วันทำการ&nbsp;จะมีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของเกษตรกรโดยตรง&nbsp;นอกจากนี้จังหวัดยังได้เสนอของบประมาณจากโครงการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมันและเกษตรกรผู้ปลูกฟักทองด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ปีนี้มีพื้นที่ปลูกพริกเขียวมัน&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอหัวไทร&nbsp;อำเภอปากพนัง&nbsp;อำเภอเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;อำเภอเชียรใหญ่&nbsp;อำเภอชะอวด&nbsp;และอำเภอเมือง&nbsp;พื้นที่เพาะปลูกประมาณ&nbsp;7,800&nbsp;ไร่&nbsp;เกษตรกรจำนวน&nbsp;2,122&nbsp;ราย&nbsp;ผลผลิตประมาณ&nbsp;20,163&nbsp;ตัน&nbsp;เฉพาะอำเภอหัวไทร&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;มีเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมันทั้ง&nbsp;11&nbsp;ตำบล&nbsp;ประมาณ&nbsp;1,050&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด&nbsp;3,675&nbsp;ไร่&nbsp;ผลผลิตประมาณ&nbsp;10,046&nbsp;ตัน&nbsp;ผลผลิตออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนเมษายน-&nbsp;กันยายน&nbsp;แต่มีปริมาณมากสุดในเดือนเมษายน-พฤษภาคม&nbsp;2564</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	8/5/2021	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508200115754
72	การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ยกเว้นการเก็บค่าผ่านทางพิเศษ 3 สายทาง ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2564  เนื่องในวันพืชมงคล	<p><strong>การทางพิเศษแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;กทพ.&nbsp;แจ้งว่า</strong>&nbsp;ในวันจันทร์ที่&nbsp;10&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;เนื่องในวันพืชมงคล&nbsp;ซึ่งเป็นวันหยุดราชการประจำปีตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กทพ.&nbsp;ได้ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษ&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;สายทาง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ทางพิเศษเฉลิมมหานคร&nbsp;ทางด่วนขั้นที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;ด่าน&nbsp;ทางพิเศษศรีรัช&nbsp;ทางด่วนขั้นที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;31&nbsp;ด่าน&nbsp;และทางพิเศษอุดรรัถยา&nbsp;บางปะอิน-ปากเกร็ด&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ด่าน&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;00.01&nbsp;น.&nbsp;ถึง&nbsp;24.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน&nbsp;โดยเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมที่ปรากฏในสัญญาสัมปทาน&nbsp;ฉบับแก้ไขใหม่ระหว่าง&nbsp;กทพ.&nbsp;&nbsp;บริษัท&nbsp;ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;(BEM)&nbsp;และบริษัท&nbsp;ทางด่วนกรุงเทพเหนือ&nbsp;จำกัด&nbsp;(NECL)&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;</strong>&nbsp;กทพ.&nbsp;หากจำเป็นต้องใช้ทางพิเศษเดินทางในวันปกติที่ไม่ได้ยกเว้นค่าผ่านทาง&nbsp;ควรสมัครใช้บัตร&nbsp;&nbsp;Easy&nbsp;Pass&nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับธนบัตรหรือเหรียญซึ่งอาจจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค&nbsp;รวมถึงใช้บริการเติมเงินในบัตร&nbsp;Easy&nbsp;Pass&nbsp;ผ่าน&nbsp;Application&nbsp;ของธนาคารต่างๆ&nbsp;นอกจากจะได้รับความสะดวกรวดเร็วแล้ว&nbsp;ยังจะช่วยลดความเสี่ยงจากการรับหรือแพร่เชื้อโควิด-19&nbsp;ได้อีกทาง</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>	9/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509103135815
73	ปลูกบอนสีขายออนไลน์ สู้ภัยโควิด-19 สร้างรายได้ ชาวบ้านที่ยะลา	<p><strong>ชาวยะลา&nbsp;พลิกวิกฤตโควิด-19&nbsp;หยุดเชื้ออยู่บ้าน&nbsp;หันมาเลี้ยงบอนสี&nbsp;ขายผ่านออนไลน์&nbsp;สร้างรายได้</strong></p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่เห็นอยู่นี้เป็นการ&nbsp;Lite&nbsp;Facebook&nbsp;ขายบอนสีราชินีไม้ใบของชาวตำบลสะเตงนอก&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;ซึ่งเป็นไม้ประดับที่มีความสวยงามหลายๆ&nbsp;คนต่างหลงไหล&nbsp;และนิยมที่จะซื้อไปเลี้ยงไว้ประดับบ้าน&nbsp;โดยหลังสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ส่งผลกระทบให้ต้องหยุดเชื้ออยู่บ้าน&nbsp;ลุงอ้วนได้หันมาใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์&nbsp;ลงทุนรวมหลักแสน&nbsp;ทดลองซื้อบอนสีมาปลูก&nbsp;ลองผิดลองถูกร่วม&nbsp;10&nbsp;เดือน&nbsp;จนกระทั่งปัจจุบันมีบอนสีหลากหลายชนิด&nbsp;เกือบพันต้นราคาตั้งแต่หลักร้อยไปถึงหลักพัน&nbsp;ทั้งชมพูทวีป&nbsp;มหาเฮง&nbsp;ศิลาหุ้มทอง&nbsp;เพชร&nbsp;7&nbsp;สี&nbsp;อสงไข&nbsp;มนต์สวรรค์&nbsp;สาวาริน&nbsp;พญามนต์&nbsp;ฯลฯ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยครอบครัวของลุงอ้วน&nbsp;ทั้งพ่อ&nbsp;แม่&nbsp;ลูก&nbsp;จะช่วยกันตั้งแต่การจัดสถานที่&nbsp;Lite&nbsp;สดกันในสวนบอนสี&nbsp;การจดบันทึกลายชื่อคนซื้อราคาชนิดบอนสีที่ขายได้&nbsp;รวมถึงการหยิบจับบอนสีชนิดต่างๆ&nbsp;นำมา&nbsp;Lite&nbsp;ขาย&nbsp;ขณะที่การ&nbsp;Lite&nbsp;สดในแต่ละครั้งได้รับความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบการเลี้ยงบอนสีเป็นอย่างมาก&nbsp;ราคาของบอนสีที่ขายก็จะมีตั้งแต่ร้อยกว่าบาทไปจนถึงพันกว่าบาท&nbsp;ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับความสวยงามการกัดสีของบอนสี&nbsp;ถ้าสีสวยจะได้ราคาดีไม่สวยก็ราคาลดลงหน่อย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ลุงอ้วน&nbsp;หรือนายศิริชัย&nbsp;พลัง&nbsp;ได้เล่าให้ฟังว่าตามปกติจะทำโรงงานผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยว&nbsp;ตอนนี้ก็ได้ให้ลูกหลานดูแล&nbsp;ตนเองว่างงานช่วงโควิด-19&nbsp;ไม่ได้ไปไหน&nbsp;อยู่บ้านเฉยๆ&nbsp;ก็ได้หันมาปลูกต้นไม้ลองเลี้ยงบอนสีดูเพิ่งจะทำมาได้&nbsp;10&nbsp;เดือน&nbsp;เป็นมือใหม่แรกเริ่มก็ไม่ได้คิดว่าจะทำเป็นธุรกิจขาย&nbsp;ปลูกไว้ดูเล่นๆ&nbsp;อยู่เฉยไม่เป็น&nbsp;ลองผิดลองถูก&nbsp;เนื่องจากไม่ได้ร่ำเรียนจากที่ไหน&nbsp;ไม่เคยทำด้านการเกษตร&nbsp;ไปซื้อมาลองเลี้ยง&nbsp;ซึ่งแฟนจะเลี้ยงอยู่ก่อนเห็นสวยงามดี&nbsp;ช่วงใหม่ๆ&nbsp;ปลูกก็ตาย&nbsp;พอทำไปเรื่อยๆ&nbsp;ก็พบว่าบอนสีไม่ได้ตายมีหัวเชื้ออยู่&nbsp;พอนำดินเก่ามาปลูกกระถางใหม่&nbsp;ก็ขึ้นมา&nbsp;3-4&nbsp;ต้น&nbsp;ตอนนี้&nbsp;ก็ขึ้นมามากมายในสวนบอนสี&nbsp;ถ้านับสายพันธุ์ที่จดทะเบียนมีกว่า&nbsp;600&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;ไม่จดทะเบียนกว่า&nbsp;300&nbsp;พันธุ์&nbsp;เลยเริ่มลองขายดู&nbsp;&nbsp;พอมาทำแล้วขายได้เป็นเงินขึ้นมาก็ทำต่อเนื่อง&nbsp;โดยจะขายทั้งผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;ที่สวนด้วยไม่แพง&nbsp;ราคามิตรภาพ&nbsp;คนติดตามเยอะขายถูก&nbsp;มีตั้งแต่ร้อยกว่าบาท&nbsp;และแถมด้วยไปจนถึง&nbsp;บอนสีที่มีกระแสแรง&nbsp;4,500&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนรายได้ตอนนี้ยังไม่อยู่ตัว&nbsp;เพิ่งทำ&nbsp;10&nbsp;เดือนมีพันธุ์เยอะ&nbsp;ตอนนี้บางชนิดขาดตลาดทำไม่ทัน&nbsp;ถ้าอยู่ตัวแล้ว&nbsp;ก็สามารถที่จะเลี้ยงชีพได้เลย&nbsp;ดีกว่าทำอย่างอื่น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อยากจะให้กำลังใจ&nbsp;สำหรับผู้ที่มีความเครียดกับสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ลองหันมาทำต้นไม้ได้&nbsp;ทุกอาชีพทำได้ถ้าเราไม่รังเกียจอาชีพ&nbsp;ทุกคนก็อยู่ได้ในสังคมนี้ได้&nbsp;โดยไม่ต้องยึดติดกับการเที่ยวอะไร&nbsp;เราก็อยู่สบาย&nbsp;ต้นไม้ก็ขายได้&nbsp;อาจจะดูได้น้อยไม่มาก&nbsp;เพิ่งเปิด&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;ถ้า&nbsp;Lite&nbsp;สด&nbsp;2&nbsp;ชม.ก็ขายได้ครั้งละ&nbsp;2,000-3,000&nbsp;บาท&nbsp;อาทิตย์ละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ก็มีรายได้แล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจการเลี้ยงบอนสีสามารถติดตามได้ทาง&nbsp;Facebook&nbsp;ศิริชัย&nbsp;พลัง&nbsp;&nbsp;ซึ่งจะ&nbsp;Lite&nbsp;สด&nbsp;อาทิตย์ละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;หรือมาดูที่สวนบอนสี&nbsp;95/2&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;ตำบลสะเตงนอก&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;(ซอยหลังอนามัย)&nbsp;ได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	9/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509081442788
74	ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์ เผย โควิด-19 ส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการ แนะ ปรับตัว-จ้างงานต่อ คาดไม่เกิน 20 วัน สถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวีรศักดิ์&nbsp;พิษณุวงษ์&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากที่&nbsp;จังหวัดสุรินทร์ได้ออกมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ยอมรับว่าภาคธุรกิจได้รับผลกระทบแน่นอน&nbsp;ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องมีการปรับตัว&nbsp;ทั้งในองค์กร&nbsp;ในกิจการ&nbsp;กับมาตรการให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และที่สำคัญด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;ทางธนาคารแห่งประเทศไทยมีนโยบายกระตุ้นการจ้างงานต่อ&nbsp;โดยออกมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มาพยุงเศรษฐกิจ&nbsp;หลายอย่าง&nbsp;อาทิ&nbsp;ซอฟโลนราคาถูก&nbsp;หรือโครงการพักทรัพย์พักหนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;""...อยากให้ผู้ประกอบการที่สนใจ&nbsp;ลองติดต่อธนาคารพาณิชย์ที่อยู่ใกล้&nbsp;ที่เราเดินบัญชีอยู่&nbsp;ว่าสามารถช่วยได้อย่างไรบ้าง&nbsp;เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปได้&nbsp;ให้เกิดการจ้างงานต่อไป...""</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนการใช้ชีวิตประจำวันก็ต้องมีการปรับตัวดังกล่าว&nbsp;ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการธุรกิจผ่านพ้นวิฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน&nbsp;ถ้าหากร่วมมือกัน&nbsp;ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่ตกลงกัน&nbsp;คาดว่าไม่น่าเกิน&nbsp;14-20&nbsp;วัน&nbsp;ต่อจากนี้&nbsp;สถาการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติได้เร็วขึ้น</p>"	9/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509092850802
75	โฆษกกระทรวงการคลัง ชี้แจงประเด็นข้อวิจารณ์มาตรการเยียวยาของรัฐแก้ปัญหาไม่ตรงจุด 	<p><strong>นางสาวกุลยา&nbsp;ตันติเตมิท&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากกรณีที่มีข้อวิจารณ์มาตรการเยียวยาของรัฐบาลแก้ปัญหาไม่ตรงจุด&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ระลอกเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;ทำให้ภาครัฐจำเป็นต้องควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดฃและเตรียมความพร้อมมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการ&nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการร้านอาหารในระยะเร่งด่วน&nbsp;รวมทั้งมาตรการสำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะต่อไปเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายจนอยู่ในระดับที่สามารถดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;ของประเทศได้&nbsp;คณะรัฐมนตรีจึงพิจารณาใช้มาตรการเยียวยาที่ดำเนินการอยู่แล้วและยังไม่สิ้นสุดโครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการเราชนะ&nbsp;และโครงการ&nbsp;ม33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพแก่ประชาชน&nbsp;โดยปัจจุบันทั้งสองโครงการมีผู้ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติและได้รับสิทธิ์รวมกันประมาณ&nbsp;41&nbsp;ล้านคน&nbsp;ซึ่งช่วยเหลือประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่ได้รับความเดือดร้อนแล้ว&nbsp;ทั้งนี้การเพิ่มวงเงินให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ์ทั้งสองโครงการจะทำให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปด้วยความรวดเร็วกว่าการให้ความช่วยเหลือแบบเฉพาะเจาะจงพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสามารถใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลของทั้งสองโครงการที่ภาครัฐมีอยู่ในปัจจุบันได้ทันที&nbsp;ขณะที่การให้ความช่วยเหลือแบบเฉพาะเจาะจงจะต้องทำการสำรวจข้อมูลใหม่&nbsp;รวมทั้งตรวจสอบและคัดกรองผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;จึงต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการนานกว่า&nbsp;และกระบวนการดังกล่าวอาจทำให้การแพร่ระบาดขยายตัวเพิ่มขึ้นได้&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;การเพิ่มวงเงินช่วยเหลือเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ&nbsp;</strong>ให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ์ดังกล่าวยังจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจฐานรากจากร้านค้าต่างๆ&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจรายย่อย&nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการร้านอาหาร&nbsp;จึงเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบรายย่อยในท้องที่อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ&nbsp;สำหรับโครงการคนละครึ่งระยะ&nbsp;3&nbsp;เป็นหนึ่งในมาตรการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะต่อไปเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายลง&nbsp;เบื้องต้นคาดว่าจะดำเนินการในช่วงเดือนกรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี&nbsp;2564</p><p><strong>ในส่วนของมาตรการด้านการเงิน</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ&nbsp;2&nbsp;มาตรการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;มาตรการสินเชื่อสู้ภัย&nbsp;COVID-19&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;20,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และมาตรการพักชำระหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ&nbsp;นอกจากนี้รัฐบาลยังออกพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;2&nbsp;มาตรการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ&nbsp;หรือมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู&nbsp;วงเงิน&nbsp;250,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และมาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้&nbsp;หรือมาตรการพักทรัพย์&nbsp;พักหนี้&nbsp;วงเงิน&nbsp;100,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนมาตรการด้านภาษี&nbsp;รัฐบาลได้ออกมาตรการเลื่อนเวลาการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลไปเป็นภายในวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564ง&nbsp;ทั้งนี้ผู้ประกอบการร้านอาหารสามารถใช้ประโยชน์จากมาตรการต่างๆ&nbsp;ได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด</p><p><br></p><p><br></p>	9/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509115812868
76	ยะลา คึกคัก ชาวไทยมุสลิมเลือกซื้อทอง เตรียมใส่ฉลองฮารีรายอ	<p><strong>ยะลา&nbsp;คึกคัก&nbsp;ชาวไทยมุสลิมเลือกซื้อทอง&nbsp;เตรียมใส่ฉลองฮารีรายอ&nbsp;ขณะราคาทองปรับขึ้นแตะที่&nbsp;26,900&nbsp;บาท</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บรรยากาศในช่วงใกล้เทศกาล&nbsp;ฮารีรายออีฎิ้ลฟิตริ&nbsp;ซึ่งจะมาถึงใน&nbsp;3-4&nbsp;วันข้างหน้า&nbsp;ที่ร้านทองในพื้นที่ย่านการค้าสายกลางเขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;คึกคัก&nbsp;บรรดาสตรีชาวไทยมุสลิมจากทั้งในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ได้เดินทางออกมาเลือกซื้อทองรูปพรรณ&nbsp;ทั้งสร้อยคอ&nbsp;สร้อยข้อมือ&nbsp;แหวน&nbsp;กำไล&nbsp;เพื่อเตรียมไว้สวมใส่ในช่วงเฉลิมฉลองเทศกาลฮารีรายออีฎิ้ลฟิตริ&nbsp;ซึ่งบางคนก็จะพากันมาทั้งครอบครัว&nbsp;ซื้อทองทั้งให้ลูกและตนเองด้วย&nbsp;ขณะที่&nbsp;ทางร้านได้มีมาตรการควบคุมโควิด-19&nbsp;โดยตั้งเจลแอลกอฮอล์ไว้ให้ประชาชนได้ล้างมือ&nbsp;พร้อมกับประชาสัมพันธ์การสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่เข้าร้าน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางจินตนา&nbsp;พึ่งรัศมี&nbsp;เจ้าของร้านทองไท้เซ่งล้ง&nbsp;บอกว่า&nbsp;ใกล้ฮารีรายอลูกค้าจะมากันสม่ำเสมอ&nbsp;กลาง&nbsp;ๆ&nbsp;แต่ไม่เยอะเหมือนทุกปีที่ผ่านมา&nbsp;ราคาทองในสัปดาห์ก่อน&nbsp;ลูกค้าทยอยมาซื้อก่อน&nbsp;2&nbsp;อาทิตย์&nbsp;ไม่แพงมาก&nbsp;อยู่ที่&nbsp;25,000&nbsp;บาท&nbsp;พอใกล้รายอ&nbsp;ปรับขึ้นมาเป็น&nbsp;26,000&nbsp;บาท&nbsp;ตอนนี้แตะที่&nbsp;26,900&nbsp;บาท&nbsp;ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เหมือนเดิมซื้อให้ลูกหลานแต่งตัว&nbsp;ใส่ในวันรายอ&nbsp;ตัวเองซื้อบ้าง&nbsp;ราคาย่อมเยากว่าทุกปี&nbsp;เมื่อก่อนเคยซื้อ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;เดี๋ยวนี้ซื้อ&nbsp;2-3&nbsp;บาท&nbsp;ซื้อเพื่อแต่งตัวบ้าง&nbsp;เน้นลายสวยงาม&nbsp;น้ำหนักกลาง&nbsp;ๆ&nbsp;ไม่หนักมาก&nbsp;ส่วนความนิยมก็จะเป็นสร้อยคอ&nbsp;ใส่เน้นยาวเพื่อให้เห็นออกมานอกผ้าคลุมศีรษะเป็นส่วนใหญ่</p>	9/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509123240890
77	ชาวไทยมุสลิมยะลาเลือกซื้อทองต้อนรับวันฮารรายอ คึกคัก	<p><strong>ชาวไทยมุสลิมยะลาเลือกซื้อทองต้อนรับวันฮารรายอ&nbsp;คึกคัก</strong></p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ประชาชนชาวไทยมุสลิมในพื้นที่จังหวัดยะลาทยอยเดินทางเลือกซื้อทองรูปพรรณ&nbsp;เพื่อเป็นของขวัญให้กับตนเอง&nbsp;ใช้สวมใส่เฉลิมฉลองวันตรุษอีดิลฟิตรี&nbsp;หรือวันฮารีรายอ&nbsp;โดยที่ร้านทองไท้เซ่งล้ง&nbsp;เลขที่&nbsp;20&nbsp;ถ.ยะลาสายกลาง&nbsp;ต.สะเตง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายภาคภูมิ&nbsp;พึ่งรัศมี&nbsp;เจ้าของร้านทองไท้เซ่งล้ง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;บรรยากาศใกล้ช่วงเทศกาลฮารีรายอในปีนี้&nbsp;ลูกค้าให้ความสนใจเดินทางมาเลือกซื้อทองจำนวนมาก&nbsp;บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก&nbsp;ราคาทองปีนี้มีการปรับราคาสูงขึ้นเรื่อย&nbsp;ๆ&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ราคาทองรูปพรรณใกล้แตะราคา&nbsp;อยู่ที่บาทละ&nbsp;27,000&nbsp;บาท&nbsp;ลูกค้ามีทั้งมาเปลี่ยน&nbsp;มาซื้อ&nbsp;ถัวเฉลี่ยกันไป&nbsp;ซึ่งวันนี้ราคาทองคำตลาดโลกอยู่ที่&nbsp;ทองคำแท่ง&nbsp;96.5%&nbsp;ในประเทศ&nbsp;รับซื้ออยู่ที่บาทละ&nbsp;26,050&nbsp;บาท&nbsp;ขายออกบาทละ&nbsp;26,150&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับทองรูปพรรณ&nbsp;96.5%&nbsp;รับซื้ออยู่ที่บาทละ&nbsp;25,574.92&nbsp;บาท&nbsp;ขายออกที่ราคา&nbsp;26,650&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนมาตรการคัดกรองของร้าน&nbsp;ก่อนเข้าร้านจะมีการติดป้ายประกาศ&nbsp;ผู้ที่มีอาการไข้&nbsp;ไม่สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ห้ามเข้าร้าน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ทางร้านมีจุดเจลล้างมือ&nbsp;มีการติดตั้งกระจกกั้นระหว่างผู้ขาย&nbsp;และลูกค้าอย่างชัดเจน&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้&nbsp;ที่ร้านมีลูกค้ามาซื้อทองอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพราะว่า&nbsp;ราคาทองปรับราคาลงเยอะ&nbsp;ราคาอยู่ที่บาทละ&nbsp;24,000&nbsp;กว่า&nbsp;แต่ตอนนี้ราคาทองเกือบแตะที่ราคา&nbsp;บาทละ&nbsp;27,000&nbsp;แล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ระลอกที่&nbsp;3&nbsp;ลูกค้ามีความกังวลในเรื่องของการใช้งานเงินมาก&nbsp;แต่ด้วยราคาทองลง&nbsp;พี่น้องประชาชนไม่ได้ไปไหน&nbsp;อยู่บ้าน&nbsp;เงินเหลือบางส่วน&nbsp;ก็เลยหันมาซื้อทองกัน&nbsp;ได้ทั้งมิติความสวยงาม&nbsp;และเรื่องของการลงทุนด้วย&nbsp;สิ่งสำคัญทองยังเป็นนิยมสวมใส่&nbsp;ในช่วงเทศกาลฮารีรายอของพี่น้องชาวไทยมุสลิม</p>	9/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509123640893
78	โฆษกกระทรวงการคลัง เผย ภายในสัปดาห์หน้าจะนำรายละเอียดโครงการเราชนะและ ม.33 เรารักกัน เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา 	<p><strong>นางสาวกุลยา&nbsp;ตันติเตมิท&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;กล่าวถึงภาพรวมภายหลังรัฐบาลมีมติในโครงการเยียวยาประชาชนช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;โควิด-19&nbsp;ระลอก&nbsp;3&nbsp;ว่า&nbsp;ทุกโครงการต้องผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;โดยในวันอังคารที่&nbsp;11&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;จะมีโครงการในระยะเร่งด่วนคือโครงการเราชนะและโครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;โดยเพิ่มวงเงินช่วยเหลือประชาชนโครงการละ&nbsp;2,000&nbsp;บาทแบ่งเป็นสัปดาห์ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ได้รับเงินภายในเดือนพฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ใช้จ่ายได้ถึงสิ้นเดือนมิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ทั้งนี้คาดว่าโครงการเราชนะผู้ที่ได้รับสิทธิ์จะได้รับวงเงินเพิ่มเติมเป็นวันที่วันที่&nbsp;20&nbsp;และ&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ส่วนผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับเงินเข้าบัตรในวันที่&nbsp;21&nbsp;และ&nbsp;28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ขณะที่ผู้ที่อยู่ในโครงการม.&nbsp;33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;จะได้รับวงเงินเพิ่มเติมเป็นวันที่&nbsp;24&nbsp;และ&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;พร้อมยืนยันว่า&nbsp;สำหรับผู้ที่อยู่ในโครงการเราชนะและม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมจะได้รับเงินเข้าไปแอปพลิเคชันเป๋าตังโดยอัตโนมัติ</p><p><br></p><p><br></p>	9/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509133902916
79	เศรษฐกิจร้านค้าตลาดเก่ายะลา คึกคัก ชาวไทยมุสลิมเลือกซื้อเสื้อผ้า เตรียมสวมใส่ฉลองเทศกาลฮารีรายอ	<p><strong>เศรษฐกิจร้านค้าตลาดเก่ายะลา&nbsp;คึกคัก&nbsp;ชาวไทยมุสลิมเลือกซื้อเสื้อผ้า&nbsp;เตรียมสวมใส่ฉลองเทศกาลฮารีรายอ</strong></p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>ที่บริเวณย่านการค้าตลาดเก่า&nbsp;เขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;ซึ่งมีร้านจำหน่ายทั้งเสื้อผ้า&nbsp;ชุดรายอเด็ก&nbsp;ผู้ใหญ่&nbsp;ชาย-หญิง&nbsp;เสื้อโต๊บ&nbsp;ผ้าละหมาด&nbsp;ผ้าคลุมศีรษะสตรี&nbsp;ผ้าโสร่งชาย-หญิง&nbsp;ผ้าละหมาด&nbsp;หมวกกะปิเยาะ&nbsp;และอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เป็นไปอย่างอย่างคึกคัก&nbsp;ในช่วงใกล้เทศกาลวันอีฎิ้ลฟิตริ&nbsp;หรือวันฮารีรายอปอซอ&nbsp;ได้มีชาวไทยมุสลิมเดินทางออกมาเลือกซื้อผ้า&nbsp;เพื่อเตรียมไว้สวมใส่ต้อนรับวันฮารีรายอ&nbsp;กันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยราคาสินค้าในช่วงเทศกาลฮารีรายอ&nbsp;ไม่ปรับขึ้นแต่อย่างใด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;การดูแลตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;แต่ละร้านก็จะมีการตั้งป้ายให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;วางเจลไว้ให้กับลูกค้าก่อนเข้ามาเลือกซื้อเสื้อผ้า&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด&nbsp;ตามาตรการที่กำหนด&nbsp;โดยทางร้านบอกว่า&nbsp;ช่วงนี้ประชาชนออกมาจับจ่ายคึกคัก&nbsp;ใกล้เทศกาลฮารีรายอ&nbsp;ขายดีเหมือนเดิมปีละครั้ง&nbsp;โดยทางร้านก็จะนำสินค้ามาลดราคาด้วย&nbsp;เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลรายอ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สำนักจุฬาราชมนตรีได้ออกประกาศการดูดวงจันทร์&nbsp;เพื่อกำหนดวันที่&nbsp;1&nbsp;เดือนเซาวาล&nbsp;ฮิจเราะห์ศักราช&nbsp;1442&nbsp;โดยให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศดูดวงจันทร์&nbsp;ในวันอังคารที่&nbsp;11&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;เวลาหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าในวันและเวลาดังกล่าว&nbsp;หากมีผู้เห็นดวงจันทร์&nbsp;โปรดแจ้งกลับไปยังสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด&nbsp;เพื่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดจะได้ตรวจสอบและรายงานผลการดูดวงจันทร์ดังกล่าวไปยังจุฬาราชมนตรี&nbsp;เพื่อออกประกาศแจ้งให้พี่น้องมุสลิมได้ทราบโดยทั่วกันต่อไป</p><p>&nbsp;</p>	9/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509130533899
80	โฆษกกระทรวงการคลัง ระบุ โครงการคนละครึ่งและโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ต้องรอการพิจารณาเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง	<p><strong>นางสาวกุลยา&nbsp;ตันติเตมิท&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;กล่าวถึงโครงการคนละครึ่งและโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้&nbsp;ว่า&nbsp;&nbsp;ขณะนี้คณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;เพียงเห็นชอบในหลักการเท่านั้น&nbsp;ยังไม่มีรายละเอียดการดำเนินงานและระยะเวลาที่กำหนด&nbsp;เนื่องจากขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;หากสถานการณ์คลี่คลายประชาชนสามารถออกมาจับจ่ายใช้สอยได้ก็จะมีการกระตุ้นภาคเศรษฐกิจ&nbsp;คาดว่าภายในเดือนกรกฎาคมนี้จะมีการริเริ่มโครงการดังกล่าว&nbsp;ซึ่งโครงการคนละครึ่งจะพิจารณาให้ครอบคลุมมากขึ้นจากเดิม&nbsp;15&nbsp;ล้านคน&nbsp;เพิ่มอีก&nbsp;16&nbsp;ล้านคน&nbsp;รวมเป็น&nbsp;31&nbsp;ล้านคน&nbsp;โดยส่วนที่เพิ่มเติมต้องลงทะเบียนเข้าใช้ใหม่และรับทราบรายละเอียดอีกครั้ง&nbsp;ส่วนผู้ที่อยู่ในโครงการคนละครึ่งและมีแอปพลิเคชันเป๋าตังอยู่แล้วต้องกดยืนยันรับสิทธิ์อีกครั้งเช่นกัน&nbsp;เน้นย้ำว่า&nbsp;ผู้ที่จะได้รับสิทธิ์โครงการคนละครึ่ง&nbsp;ต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้ที่มีอายุไม่น้อยกว่า&nbsp;18&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;มีสัญชาติไทย&nbsp;และไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;โฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;</strong>ประชาชนควรติดตามโครงการเยียวยาของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีกลุ่มผู้ที่ไม่ประสงค์ดีก่อกวนสร้างข่าวปลอมจนทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด&nbsp;ดังนั้นควรติดตามช่องทางที่เป็นทางการของหน่วยงานนั้นๆ&nbsp;และอย่าหลงเชื่อกลุ่มมิจฉาชีพ</p><p><br></p><p><br></p>	9/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509133803915
81	ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ เผยภาวะเศรษฐกิจ ภาคเหนือไตรมาส 1 ปี 2564	<p><strong>ผู้อำนวยการอาวุโส&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานภาคเหนือ&nbsp;เผยภาวะเศรษฐกิจ&nbsp;ภาคเหนือไตรมาส&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;หดตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อน&nbsp;จากการแพร่ระบาดของ&nbsp;COVID-&nbsp;19&nbsp;ทำให้ภาคการท่องเที่ยวหดตัวมากขึ้น</strong></p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>นายธาริฑธิ์&nbsp;ปั้นเปี่ยมรัษฎ์&nbsp;ผู้อำนวยการอาวุโส&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานภาคเหนือ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ภาวะเศรษฐกิจภาคเหนือไตรมาส&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;หดตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อน&nbsp;จากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ระลอกสอง&nbsp;ทำให้ภาคการท่องเที่ยวหดตัวมากขึ้น&nbsp;ทำให้แต่ละจังหวัดมีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มงวดขึ้น&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์หมอกควันในภาคเหนือรุนแรงขึ้น&nbsp;ทำให้นักท่องเที่ยวขาดความเชื่อมั่นจึงยกเลิกการจองห้องพัก&nbsp;และการจัดประชุมสัมมนา&nbsp;อย่างไรก็ดี&nbsp;มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและเยียวยา&nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;ของภาครัฐและรายได้เกษตรกรขยายตัวตามผลผลิตที่เพิ่มขึ้น&nbsp;ส่งผลให้การอุปโภคบริโภคภาคเอกชนหดตัวน้อยลงจากไตรมาสก่อน&nbsp;ส่วนหนึ่งได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ&nbsp;ทำให้การใช้จ่ายสินค้าในชีวิตประจำวันปรับดีขึ้น&nbsp;สำหรับการผลิตในภาคอุตสาหกรรมหดตัวน้อยลง&nbsp;และการใช้จ่ายภาครัฐยังขยายตัวอยู่ในเกณฑ์ดีแม้ชะลอลงจากฐานสูงในปีก่อน&nbsp;ด้านการลงทุนภาคเอกชนชะลอลงจากการลงทุนก่อสร้างตามสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวม&nbsp;การลงทุนเพื่อการผลิตกลับมาขยายตัวเล็กน้อย&nbsp;จากการลงทุนในกลุ่มธุรกิจขนส่ง&nbsp;ทั้งสินค้าอีคอมเมิรช&nbsp;และสินค้าเกษตร&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการเสถียรภาพเศรษฐกิจภาคเหนือ&nbsp;อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบมากขึ้น&nbsp;จากราคากลุ่มอาหารสดลดลง&nbsp;ส่วนหมวดพลังงานปรับเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก&nbsp;ด้านตลาดแรงงานยังคงเปราะบาง&nbsp;จำนวนผู้ขอรับสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานในระบบประกันสังคมตามมาตรา&nbsp;38&nbsp;ยังอยู่ในเกณฑ์สูง&nbsp;และภาคการเงิน&nbsp;ณ&nbsp;เดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;ยอดสินเชื่อคงค้างขยายตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อน&nbsp;โดยสินเชื่อสถาบันการเงินเฉพาะกิจขยายตัวจากสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย&nbsp;ประกอบกับสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์กลับมาขยายตัว&nbsp;จากสินเชื่ออุปโภคบริโภคและสินเชื่อเพื่อธุรกิจหดตัวน้อยลง&nbsp;ทางด้านยอดเงินฝากคงค้างขยายตัวทั้งธนาคารพาณิชย์&nbsp;และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ&nbsp;จากความต้องการรักษาสภาพคล่องของผู้ฝาก</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	9/5/2021	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509132333904
82	กรมการขนส่งทางบก  ยกระดับทุกมาตรการระบบการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ ครอบคลุมความปลอดภัยของผู้โดยสารและผู้ขับรถขั้นสูงสุด	<p><strong>นายจิรุตม์&nbsp;วิศาลจิตร&nbsp;อธิบดีกรมการขนส่งทางบก&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมการขนส่งทางบก&nbsp;ออกประกาศ&nbsp;มาตรการปฏิบัติเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;สำหรับผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ&nbsp;รถยนต์สาธารณะ&nbsp;รถจักรยานยนต์สาธารณะ&nbsp;สถานีขนส่งผู้โดยสาร&nbsp;พนักงานขับรถ&nbsp;ผู้บริการและผู้โดยสาร&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้โดยสารที่ต้องการใช้บริการการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท&nbsp;เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังขั้นสูงสุด&nbsp;ได้กำหนดการจัดที่นั่งของรถโดยสารประจำทางและรถโดยสารไม่ประจำทาง&nbsp;ให้นั่ง&nbsp;1&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;เว้น&nbsp;1&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;หรือให้นั่ง&nbsp;2&nbsp;ที่นั่งสำหรับผู้โดยสารที่มาด้วยกันนั่งติดกันได้&nbsp;ซึ่งต้องมีจำนวนผู้โดยสารไม่เกินร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ของจำนวนที่นั่งทั้งหมด&nbsp;หรือให้เหมาะสมตามประเภทของพาหนะ&nbsp;สำหรับการเดินรถโดยสารสาธารณะในเขตเมือง&nbsp;ขอให้ผู้ประกอบการขนส่งปรับลดการให้บริการในช่วงเวลา&nbsp;23.00&nbsp;น.-&nbsp;04.00&nbsp;น.&nbsp;หรือช่วงระยะเวลาตามประกาศจังหวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนด&nbsp;ส่วนรถโดยสารสาธารณะข้ามเขตพื้นที่จังหวัด&nbsp;ขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งพิจารณาปรับลดจำนวนเที่ยวการเดินรถในการให้บริการขนส่งผู้โดยสารระหว่างจังหวัดในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด&nbsp;และพื้นที่ควบคุมสูงสุดเท่าที่สามารถจะทำได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ให้พิจารณาจัดการเดินรถตามความจำเป็นให้เหมาะสมกับสถานการณ์&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่จังหวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแต่ละจังหวัดกำหนดอย่างเคร่งครัด</p><p><strong>อธิบดีกรมการขนส่งทางบก&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;ผู้ประกอบการขนส่งต้องประชาสัมพันธ์และแนะนำพนักงานขับรถ&nbsp;ผู้บริการ&nbsp;และผู้โดยสาร&nbsp;ลงทะเบียนเข้าใช้แพลตฟอร์ม&nbsp;SAVE&nbsp;THAI&nbsp;เพื่อใช้ประเมินความเสี่ยงของตนเอง&nbsp;และแสดงต่อเจ้าหน้าที่ก่อนการเดินทาง&nbsp;พร้อมควบคุม&nbsp;กำกับ&nbsp;ดูแล&nbsp;ผู้โดยสารให้ลงทะเบียนเช็กอิน-เช็กเอาท์&nbsp;ไทยชนะ&nbsp;หรือ&nbsp;หมอชนะ&nbsp;หรือกรอกแบบฟอร์มที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด&nbsp;และในระหว่างการเดินทางต้องมีการระบายอากาศภายในรถโดยสารปรับอากาศ&nbsp;รถตู้โดยสารปรับอากาศ&nbsp;โดยให้พนักงานขับรถพิจารณาจอดพักรถ&nbsp;และเปิดประตูหน้าต่างเพื่อระบายอากาศภายในรถขณะ&nbsp;ทำความสะอาดแฮนด์รถจักรยานยนต์และเบาะนั่งด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ&nbsp;รวมทั้งทำความสะอาดหมวกกันน็อกสำหรับผู้โดยสารทั้งด้านในและด้านนอกหรืออาจมีบริการหมวกคลุมผมแบบใช้แล้วทิ้ง&nbsp;และงดการพูดคุยขณะให้บริการ&nbsp;สำหรับผู้โดยสารที่ใช้บริการรถจักรยานยนต์สาธารณะเป็นประจำควรมีหมวกกันน็อกเป็นของตัวเอง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	9/5/2021	NULL	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509202619018
83	ผู้ประกอบการร้านค้า ห้างสรรพสินค้า ยืนยันมีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน	<p><strong>นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมฯได้ติดตามสถานการณ์ปริมาณสินค้าและการจำหน่ายกับผู้ประกอบการห้างค้าปลีกค้าส่ง&nbsp;ร้านสะดวกซื้อและผู้ผลิต&nbsp;ในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาพบว่า&nbsp;ประชาชนจะซื้อสินค้าในร้านโชว์ห่วย&nbsp;หรือร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน&nbsp;ส่วนห้างค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่จะซื้อสินค้าในกลุ่มอาหาร&nbsp;ซอสปรุงรส&nbsp;อุปกรณ์ประกอบอาหารและของใช้ในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ&nbsp;20&nbsp;-30&nbsp;เนื่องจากลดจำนวนครั้งในการซื้อลง&nbsp;แต่เพิ่มปริมาณในการซื้อแต่ละครั้ง&nbsp;และส่วนหนึ่งได้หันไปสั่งซื้อช่องทางออนไลน์ของทางห้างและแพลตฟอร์มออนไลน์อื่นๆ&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ด้านปริมาณสินค้าห้างค้าปลีก&nbsp;ค้าส่งและร้านสะดวกซื้อ</strong>&nbsp;&nbsp;ยืนยันว่ามีการเตรียมสต็อกสินค้าไว้อย่างเพียงพอและได้จัดเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมสินค้าอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่วนการจำหน่ายหน้ากากอนามัย&nbsp;หน้ากากผ้า&nbsp;หน้ากากทางเลือกและเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ&nbsp;ยังคงมีปริมาณมากและเพียงพอ&nbsp;ซึ่งในส่วนของผู้ผลิตสินค้า&nbsp;ยืนยันว่ายังคงสามารถผลิตและจัดส่งสินค้าได้ตามปกติ&nbsp;โดยมีสัดส่วนการจำหน่ายผ่านร้านท้องถิ่นและร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นเพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งเป็นผลจากโครงการของรัฐบาลทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยและร้านค้าท้องถิ่นสามารถยังคงอยู่ได้ในสถานการณ์นี้&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;หากความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นผู้ผลิตยังคงมีสต็อกที่สามารถจัดส่งและเพิ่มกำลังผลิตได้อีก&nbsp;จึงมั่นใจว่าสินค้ามีเพียงพออย่างแน่นอน</p><p><strong>อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>ได้ขอความร่วมมือห้างค้าปลีกค้าส่งให้ตรึงราคาและต้องจำหน่ายหน้ากากอนามัยไม่เกินกว่าราคาที่กำหนด&nbsp;ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าปริมาณสินค้ามีเพียงพอไม่จำเป็นต้องกักตุนและขอให้จัดซื้อตามที่จำเป็น&nbsp;ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะได้ติดตามตรวจสอบสถานการณ์การผลิตและจำหน่ายสินค้าอย่างใกล้ชิด&nbsp;หากตรวจพบว่ามีการจำหน่ายสินค้าในราคาแพงเกินสมควรหรือมีการกักตุน&nbsp;หรือปฏิเสธการจำหน่าย&nbsp;จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;140,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับและกรณีที่ไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายจะมีโทษสูงสุดปรับไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;ประชาชนพบเห็นการกักตุนสินค้าหรือขายสินค้า</p><p>โดยไม่เป็นธรรม&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ</p><p><br></p><p><br></p>	9/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509195558000
84	ล็อกดาวน์เกาะล้าน ทำท่าเทียบเรือพัทยาเหงา	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;ในวงกว้างของระลอกที่&nbsp;3&nbsp;ทำให้รัฐกลับมากำหนดมาตรการควบคุมและป้องกันโรคระบาด&nbsp;โดยในส่วนชองชุมชนเกาะล้าน&nbsp;เมืองพัทยา&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ได้มีมติจากประชาชนบนเกาะให้ทำการล็อกดาวน์ปิดเกาะ&nbsp;แบบงดรับนักท่องเที่ยว&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;คือระหว่างวันที่&nbsp;5-20&nbsp;พ.ค.64&nbsp;นั้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และในวันนี้&nbsp;(10&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศบริเวณท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยา&nbsp;(แหลมบาลีฮาย)&nbsp;พบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา&nbsp;มีเพียงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการพิเศษของเมืองพัทยาคอยปฏิบัติงานบริเวณจุดคัดกรองในอาคารท่าเทียบเรือ&nbsp;บริเวณท่าเทียบเรือบริการเรือนำเที่ยวชนิดเรือเร็วหรือสปีดโบ๊ทแทบที่จะไม่มีการให้บริการ&nbsp;มีเพียงเรือเร็วนำส่งของข้ามฝั่งที่ยังคงทำงาน&nbsp;ซึ่งบริเวณสุดสะพานแหลมบาลีฮาย&nbsp;สำหรับเป็นท่าเทียบเรือโดยสารขนาดใหญ่&nbsp;ที่ให้บริการเรือโดยสารขนาด&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;ข้ามฟากพัทยา-เกาะล้าน&nbsp;(หาดตาแหวน)&nbsp;และพัทยา-ท่าหน้าบ้านเท่านั้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	10/5/2021	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510114707087
85	ออมสินสาขาแม่สะเรียง ปล่อยสินเชื่อบรรเทาความเดือดร้อน รายละ 10,000 บาท ดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 0.35 ยื่นกู้ผ่านแอปฯ MyMo	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ธนาคารออมสินสาขาแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดเผยข้อมูลว่า&nbsp;ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;รอบ&nbsp;3&nbsp;หนึ่งในนั้นมีมาตรการด้านสินเชื่อ&nbsp;และรัฐบาลได้มอบหมายธนาคารออมสินเป็นผู้จัดทำมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันที&nbsp;ด้วยมาตรการ&nbsp;""สินเชื่อสู้ภัย&nbsp;COVID-19""&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดรายได้อันเนื่องมาจากมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มข้นขึ้น&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;คือ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ออมสิน&nbsp;ระบุว่า&nbsp;ผู้มีสิทธิ์ขอสินเชื่อนี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;ผู้ประกอบอาชีพอิสระ&nbsp;ผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;รวมทั้งผู้มีรายได้ประจำของหน่วยงานเอกชนที่ได้รับผลกระทบกระทบจากโควิด-19&nbsp;สัญชาติไทย&nbsp;อายุ&nbsp;20&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;ส่วนผู้ไม่มีสิทธิ์ขอสินเชื่อนี้&nbsp;คือ&nbsp;ผู้มีรายได้ประจำจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจไม่มีสิทธิ&nbsp;โดยวงเงินสินเชื่อกำหนดให้รายละไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ&nbsp;0.35&nbsp;ต่อเดือน&nbsp;ไม่ต้องมีหลักประกันการกู้&nbsp;ระยะเวลากู้ไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย&nbsp;6&nbsp;งวดแรก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้สนใจสามารถยื่นกู้ได้ทางแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;กลุ่มเป้าหมายแรกที่ยื่นกู้ได้ก่อน&nbsp;พื้นที่สีแดงเข้ม&nbsp;6&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;นนทบุรี&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;ชลบุรี&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;และเชียงใหม่&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;วันที่&nbsp;13&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ส่วนประชาชนทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบและมี&nbsp;แอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;ยื่นกู้ได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เบื้องต้นทางธนาคารมีข้อมูลอยู่ประมาณ&nbsp;9&nbsp;ล้านคน&nbsp;ส่วนประชาชนทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบแต่&nbsp;ไม่มีแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;ยื่นกู้ได้หลังวันที่&nbsp;20&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;โดยจะสิ้นสุดระยะเวลาโครงการวันที่&nbsp;31&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64&nbsp;หรือจนกว่าจะครบจำนวนวงเงินโครงการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขอแจ้งย้ำว่าธนาคารให้บริการทางการเงินรูปแบบดิจิทัลทางแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;เท่านั้น&nbsp;จึงขอแจ้งเตือนโปรดระมัดระวังอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่แอบอ้างชื่อและโลโก้ธนาคารออมสินติดต่อประชาชนด้วยช่องทางอื่น&nbsp;เช่น&nbsp;LINE&nbsp;หรือแอปพลิเคชันที่ไม่ใช่&nbsp;MyMo&nbsp;โปรดใช้ความระมัดระวังพิจารณาตรวจสอบจากธนาคารออมสินก่อนทุกครั้ง&nbsp;โดยสามารถติดต่อธนาคารที่&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;โทร.1115&nbsp;หรือธนาคารออมสินสาขาแม่สะเรียง&nbsp;08-7808-2011</p>"	10/5/2021	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510115229091
86	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่าน ตรวจติดตามการจำหน่ายสินค้าจำเป็น ช่วงสถานการณ์โควิด-19	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่าน&nbsp;ได้ติดตามการจำหน่ายสินค้าช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อตรวจสอบคุณภาพจำนวนเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน&nbsp;ร่วมถึงป้องกันไม่ให้จำหน่ายสินค้าเกินราคา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วานนี้&nbsp;(9&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นางสุเกวรินทร์&nbsp;เหล็กนาพญา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดน่าน&nbsp;ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่าน&nbsp;ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้า&nbsp;อาทิ&nbsp;หน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ&nbsp;และปุ๋ยเคมีภัณฑ์ฯ&nbsp;ที่จำหน่ายในเขตอำเภอเมืองน่านและอำเภอบ้านหลวง&nbsp;สำหรับสินค้าที่สำรวจมีดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;และเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน&nbsp;สถานการณ์การซื้อขายอยู่ในภาวะปกติ&nbsp;สินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาชัดเจนและจำหน่ายในราคาไม่เกินที่กฎหมายกำหนด&nbsp;หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่ผลิตในประเทศ&nbsp;ขนาดบรรจุกล่องละ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;จำหน่ายราคากล่องละ&nbsp;99&nbsp;-&nbsp;125&nbsp;บาท&nbsp;(เฉลี่ยราคาชิ้นละ&nbsp;1.98-2.50&nbsp;บาท)&nbsp;หน้ากากอนามัยที่ไม่ได้ผลิตในประเทศไทย&nbsp;ขนาดบรรจุกล่องละ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;จำหน่ายราคากล่องละ&nbsp;35&nbsp;-&nbsp;50&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ&nbsp;มีวางจำหน่ายและเพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;โดยขนาดบรรจุ&nbsp;40&nbsp;-&nbsp;5,000&nbsp;มิลลิลิตร&nbsp;ราคาจำหน่ายชิ้นละ&nbsp;37&nbsp;-&nbsp;950&nbsp;บาท&nbsp;ตามปริมาณและคุณภาพของสินค้า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;อุปกรณ์ป้องกันโรคติดต่อ&nbsp;(ถุงมือยาง)&nbsp;มีวางจำหน่ายและเพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;ขนาดบรรจุกล่องละ&nbsp;100&nbsp;ชิ้น&nbsp;จำหน่ายราคากล่องละ&nbsp;250&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;สินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพในพื้นที่อำเภอบ้านหลวง&nbsp;สินค้ามีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า&nbsp;ทางร้านค้ามีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายถูกต้อง&nbsp;เช่น&nbsp;ไข่ไก่เบอร์&nbsp;0&nbsp;ราคาแผงละ&nbsp;125&nbsp;บาท&nbsp;น้ำมันพืช&nbsp;น้ำมันรำข้าว&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคาขวดละ&nbsp;69&nbsp;บาท&nbsp;น้ำมันพืชโอลีน&nbsp;500&nbsp;มล.&nbsp;ราคาขวดละ&nbsp;30&nbsp;บาท&nbsp;น้ำมันพืชกุ๊ก&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคาขวดละ&nbsp;66&nbsp;บาท&nbsp;น้ำตาลทรายขาว/ทรายแดง&nbsp;ตรามิตรผล</p><p>1&nbsp;กก.&nbsp;ราคาถุงละ&nbsp;26&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	10/5/2021	ภาคเหนือ	น่าน	สวท.น่าน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510125931123
87	ธนาคารออมสิน พร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19 ระลอกใหม่ ปล่อยสินเชื่อบรรเทาความเดือดร้อนรายละ 10,000 บาท 	"<p><strong>นายวิทัย&nbsp;รัตนากร&nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;รอบ&nbsp;3&nbsp;โดยรัฐบาลได้มอบหมายธนาคารออมสินเป็นผู้จัดทำมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันที&nbsp;ด้วยมาตรการ&nbsp;""สินเชื่อสู้ภัย&nbsp;COVID-19""&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดรายได้อันเนื่องมาจากมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มข้นขึ้น&nbsp;โดยผู้มีสิทธิ์ขอสินเชื่อนี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;ผู้ประกอบอาชีพอิสระ&nbsp;ผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;รวมทั้งผู้มีรายได้ประจำของหน่วยงานเอกชนที่ได้รับผลกระทบกระทบจากโรคโควิด-19&nbsp;(ไม่รวมผู้มีรายได้ประจำจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ)&nbsp;มีสัญชาติไทย&nbsp;อายุ&nbsp;20&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;สำหรับวงเงินสินเชื่อกำหนดให้รายละไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ&nbsp;0.35&nbsp;ต่อเดือน&nbsp;ไม่ต้องมีหลักประกันการกู้&nbsp;ระยะเวลากู้ไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย&nbsp;6&nbsp;งวดแรก</p><p><strong>สำหรับระยะแรกของโครงการ</strong>&nbsp;เพื่อเป็นการควบคุมและป้องกันปัญหาการแพร่ระบาด&nbsp;จึงเริ่มให้บริการแก่ลูกค้าธนาคารที่เปิดใช้แอป&nbsp;MyMo&nbsp;อยู่แล้วก่อนวันที่&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งมีจำนวนมากกว่า&nbsp;9&nbsp;ล้านคน&nbsp;โดยเริ่มจากลูกค้าที่ได้รับผลกระทบที่อยู่ในพื้นที่สีแดงเข้ม&nbsp;6&nbsp;จังหวัด&nbsp;สามารถยื่นกู้ได้ทางแอป&nbsp;MyMo&nbsp;ในวันที่&nbsp;13&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;หลังจากนั้นในระยะต่อไปจึงขยายให้บริการลูกค้าในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งจะเริ่มในวันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ตามด้วยลูกค้ากลุ่มอื่นที่ไม่มีแอป&nbsp;MyMo&nbsp;กำหนดสิ้นสุดระยะเวลาโครงการวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;หรือจนกว่าจะครบจำนวนวงเงินโครงการ</p><p><strong>ขอย้ำว่าธนาคารให้บริการทางการเงินรูปแบบดิจิทัลทางแอป&nbsp;MyMo&nbsp;เท่านั้น</strong>&nbsp;ขอแจ้งเตือนโปรดระมัดระวังอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่แอบอ้างชื่อและโลโก้ธนาคารออมสินติดต่อประชาชนด้วยช่องทางอื่น</p><p><br></p><p><br></p>"	10/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510135226158
88	ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สนับสนุนงบประมาณ 2 ล้านบาท ให้แก่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จัดสร้างหอผู้ป่วยไอซียูความดันลบแบบห้องแยก 	<p><strong>นายยุทธนา&nbsp;หยิมการุณ</strong>&nbsp;ประธานกรรมการ&nbsp;ธนาคารอาคารสงเคราะห์&nbsp;(ธอส.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่ในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;ที่มีการระบาดขยายเป็นวงกว้าง&nbsp;ทำให้พบจำนวนผู้ติดเชื้อ&nbsp;รวมทั้งผู้ป่วยวิกฤตที่มีอาการรุนแรงมากขึ้น&nbsp;ซึ่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;อ.คลองหลวง&nbsp;จ.ปทุมธานี&nbsp;นับเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลหลักที่รับส่งต่อ&nbsp;ตลอดจนดูแลและให้การรักษาผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19&nbsp;มาโดยตลอด&nbsp;ด้วยการจัดตั้งหอผู้ป่วย&nbsp;Cohort&nbsp;หอผู้ป่วยเฝ้าระวัง&nbsp;หอผู้ป่วยความดันลบ&nbsp;รวมถึงโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อเป็นการสนับสนุนการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ได้อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;และเพียงพอต่อการรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ธอส.&nbsp;จึงร่วมสนับสนุนงบประมาณสู้ภัยโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;2,000,000&nbsp;บาท&nbsp;มอบให้แก่&nbsp;โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติสำหรับจัดสร้างหอผู้ป่วยไอซียูความดันลบแบบห้องแยกที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยวิกฤตที่มีอาการรุนแรง&nbsp;ถือเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนช่วยเหลือสังคมไทย</p><p><br></p><p><br></p>	10/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510212502254
89	การท่าเรือแห่งประเทศไทย เปิดโกดังสเตเดียม ตั้งจุดบริการฉีดวัคซีน จุดที่ 3 ให้ชุมชนคลองเตย ได้รับวัคซีนครบทั้ง 2 เข็ม	<p><strong>นายอธิรัฐ</strong>&nbsp;<strong>รัตนเศรษฐ</strong>&nbsp;<strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;<strong>เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;หลังได้รับการประสานงานจากกรุงเทพมหานครร&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(10&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;)การท่าเรือแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;กทท.&nbsp;ได้ทำการเปิดพื้นที่โกดังสเตเดียม&nbsp;เป็นจุดบริการประชาชนในการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด&nbsp;-19&nbsp;จุดที่&nbsp;3&nbsp;ของพื้นที่คลองเตย&nbsp;โดยเริ่มดำเนินการฉีดตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันจันทร์ที่&nbsp;10&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;24&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเข็มที่&nbsp;1&nbsp;และตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;-10&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564</strong>&nbsp;สำหรับเข็มที่&nbsp;2&nbsp;ซึ่งในแต่ละวันจะเริ่มแจกบัตรคิวในช่วงเวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;-16.30&nbsp;น.&nbsp;และตั้งเป้าจะฉีดให้ได้วันละ&nbsp;1,200&nbsp;ถึง&nbsp;1,500&nbsp;คน&nbsp;รวมทั้งหมดประมาณ&nbsp;85,000&nbsp;คน&nbsp;โดยมุ่งเน้นที่กลุ่มเป้าหมายในชุมชนเขตคลองเตยและเฉลี่ยตามจำนวนประชากรของแต่ละชุมชนที่มีความเสี่ยง</p><p><strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;</strong>ยังได้สั่งการให้การท่าเรือฯ&nbsp;อำนวยความสะดวกในการใช้พื้นที่ดังกล่าวโดยให้บูรณาการกับ&nbsp;กทม.&nbsp;สำนักงานเขตคลองเตย&nbsp;&nbsp;สำนักอนามัย&nbsp;ศูนย์สาธารสุข&nbsp;41&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมวางแผนการบริหารจัดการ&nbsp;เช่น&nbsp;กำหนดทางเข้า-ออก&nbsp;จุดพักคอย&nbsp;การดำเนินการจัดทีมแพทย์&nbsp;พยาบาล&nbsp;&nbsp;และการจัดเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน&nbsp;รวมทั้งให้การท่าเรือฯ&nbsp;สนับสนุนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์&nbsp;ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง&nbsp;การบริหารบัตรคิว&nbsp;การกำหนดช่วงเวลาในการเข้ารับบริการ&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกและลดความแออัดในการเข้ารับบริการของประชาชน</p><p><br></p><p><br></p>	10/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510211311249
90	การประปาส่วนภูมิภาค ลดค่าน้ำประปาร้อยละ 10 บ้านที่อยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก  2 เดือน โดยไม่ต้องลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ	<p><strong>นายสมบูรณ์&nbsp;สุนันทพงศ์ศักดิ์&nbsp;ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;(กปภ.)&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรีเพื่อลดผลกระทบประชาชนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;โดยการประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;ลดค่าน้ำประปาร้อยละ&nbsp;10&nbsp;สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก&nbsp;(ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ)&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;สำหรับยอดการใช้น้ำประปาประจำเดือนพฤษภาคม&nbsp;-&nbsp;มิถุนายนนี้&nbsp;(ใบแจ้งค่าน้ำประปาที่ออกในเดือนมิถุนายน&nbsp;&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564)&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;การประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;</strong>ยังได้สนับสนุนน้ำดื่มบรรจุขวดของ&nbsp;กปภ.&nbsp;กว่า&nbsp;80,000&nbsp;ขวด&nbsp;มอบให้กับโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศประมาณ&nbsp;50&nbsp;จังหวัด&nbsp;และยังติดตั้งระบบน้ำประปาให้กับโรงพยาบาลสนามและตรวจสอบคุณภาพน้ำให้ด้วย&nbsp;พร้อมให้ความมั่นใจน้ำประปาปลอดภัยตามมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกำหนด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมเพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดโควิด-19</strong>&nbsp;ขอแนะนำให้ลูกค้าใช้บริการผ่านระบบออนไลน์ของ&nbsp;กปภ.&nbsp;ซึ่งสามารถใช้งานได้สะดวกสบายทุกที่ทุกเวลาตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และทำธุรกรรมได้หลากหลาย&nbsp;เช่น&nbsp;ตรวจสอบและชำระค่าน้ำประปา&nbsp;ขอติดตั้งประปาใหม่&nbsp;และลงทะเบียนขอคืนเงินประกันการใช้น้ำ&nbsp;รวมถึงแจ้งท่อแตกรั่วและแจ้งปัญหาการใช้บริการ&nbsp;ผ่าน&nbsp;3&nbsp;ช่องทางได้แก่&nbsp;เว็บไซต์ของ&nbsp;กปภ.&nbsp;www.pwa.co.th&nbsp;,&nbsp;แอปพลิเคชัน&nbsp;PWA1662&nbsp;และLine&nbsp;Official&nbsp;Account&nbsp;@PWAThailand&nbsp;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;PWA&nbsp;Contact&nbsp;Center&nbsp;โทร.&nbsp;1662&nbsp;ให้บริการตั้งแต่เวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;-&nbsp;23.00&nbsp;น.&nbsp;ทุกวัน</p><p><br></p><p><br></p>	11/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511085458283
91	กระทรวงการคลังเสนอครม.เพิ่มเงินโครงการเราชนะ2,000บาทและเสนอแผนฟื้นฟูกิจการการบินไทยกลับเป็นรัฐวิสาหกิจ	<p><strong>กระทรวงการคลัง</strong>&nbsp;จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;พิจารณามาตรการบรรเทาผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่เดือนเมษายน&nbsp;โดยการเพิ่มเงินคนละ&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการเราชนะ&nbsp;ซึ่งหากอนุมัติจะเติมเงินผู้เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่เดือนวันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;ซึ่งแบ่งจ่ายเป็น&nbsp;2&nbsp;งวดๆ&nbsp;ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงการคลัง&nbsp;</strong>จะเสนอแผนฟื้นฟูกิจการการบินไทยให้&nbsp;ครม.พิจารณาเห็นชอบให้การบินไทยกลับเป็นรัฐวิสาหกิจอีกครั้ง&nbsp;เนื่องจากการฟื้นฟูกิจการที่ต้องเพิ่มทุนและยืดหนี้บางส่วนออกไป&nbsp;เจ้าหนี้บางส่วนไม่เชื่อมั่นว่าการบินไทยจะชำระหนี้ได้เพราะธุรกิจการบินไม่แน่นอนสูง&nbsp;แต่หากมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจจะทำให้การบินไทยเดินหน้าแผนฟื้นฟูกิจการได้&nbsp;ดังนั้นต้องหาข้อยุติก่อนนัดประชุมเจ้าหนี้ทั้งหมดในวันที่&nbsp;12&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;เพื่อให้กระทรวงการคลังสามารถค้ำประกันเงินกู้หรือเพิ่มทุนได้ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>	11/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511084730278
92	สสว. ร่วมกับ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลุ่มส่งออก หาแนวทางเติมสภาพคล่องและยกระดับมาตรฐานเพื่อขยายตลาด	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">?นายวีระพงศ์&nbsp;มาลัย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;หรือ&nbsp;สสว.&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สสว.ประชุมหารือร่วมกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลุ่มธุรกิจด้านการส่งออก&nbsp;เกี่ยวกับแนวทางที่จะช่วยแบ่งเบาภาระต้นทุนและช่วยเพิ่มสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ&nbsp;ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;ที่ส่งผลกระทบซ้ำเติมผู้ประกอบการส่งออก&nbsp;จากการหารือดังกล่าว&nbsp;พบว่า&nbsp;ปัญหาสำคัญที่ผู้ประกอบการประสบในเวลานี้คือ&nbsp;ภาระต้นทุนที่สูงและการขาดสภาพคล่อง&nbsp;แต่มีหนทางหนึ่งที่สามารถดำเนินการบรรเทาปัญหาได้ทันทีโดยไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐคือ&nbsp;การพิจารณาคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม&nbsp;หรือ&nbsp;VAT&nbsp;ให้กับผู้ประกอบการส่งออกที่ได้มีการยื่นเรื่องขอคืนภาษีไว้ให้รวดเร็วขึ้น&nbsp;โดยที่ผ่านมาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องประสบปัญหาการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ข้อมูลของ&nbsp;สสว.&nbsp;ในรอบปี&nbsp;2563&nbsp;มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้านการส่งออก&nbsp;22,285&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;(Micro)&nbsp;3,460&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ประกอบการขนาดย่อมจำนวน&nbsp;(Small)&nbsp;11,516&nbsp;ราย&nbsp;และผู้ประกอบการขนาดกลาง&nbsp;(Medium)&nbsp;จำนวน&nbsp;7,309&nbsp;ราย&nbsp;สร้างมูลค่าการส่งออกรวม&nbsp;839,750&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งหดตัวลงในอัตราร้อยละ&nbsp;17.08&nbsp;เมื่อเทียบกับปี&nbsp;2562&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ผลจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ซบเซาและการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ที่มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นอกจากนี้&nbsp;ทางออกสำคัญที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลุ่มส่งออ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ก&nbsp;เสนอขอให้ภาครัฐให้ความช่วยเหลือเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยากลำบากคือ&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;ปรับหลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไขในการสมัครเป็นผู้ประกอบการส่งออกขึ้นทะเบียน&nbsp;และผู้ประกอบการส่งออกที่ดี&nbsp;ให้ยืดหยุ่นและเหมาะสมกับธุรกิจขนาดเล็ก&nbsp;เพื่อเพิ่มโอกาสในการขอคืนภาษีได้เร็วขึ้น&nbsp;เนื่องจากผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าว&nbsp;จะได้รับสิทธิประโยชน์ในมาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม&nbsp;(VAT)&nbsp;ได้ภายใน&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;แต่เพราะเงื่อนไขในการได้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าว&nbsp;ยังเป็นข้อจำกัดสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็ก&nbsp;เช่น&nbsp;ต้องมีทุนจดทะเบียนตั้งแต่&nbsp;10&nbsp;ล้านบาทขึ้นไป&nbsp;ผลประกอบการจะต้องไม่ขาดทุนติดต่อกันเกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ต้องมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ดังนั้น&nbsp;หากผ่อนปรนเงื่อนไข&nbsp;หลักเกณฑ์ดังกล่าว&nbsp;จะช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กสามารถพัฒนาตัวเองให้เข้าเงื่อนไขได้ไม่ยาก</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">?</span><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">อย่างไรก็ตาม&nbsp;สสว.&nbsp;เห็นว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;การที่ผู้ประกอบการได้รับเงินภาษี&nbsp;VAT&nbsp;คืนล่าช้าเกินกว่า&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;ตามระยะเวลาปกติ&nbsp;อาจจะมีผลมาจากการขาดความรู้&nbsp;ความเข้าใจในการจัดเตรียมเอกสาร&nbsp;รวมถึงวิธีปฏิบัติเพื่อให้สามารถได้รับเงินคืนภาษีได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด&nbsp;จึงได้เตรียมนำข้อเรียกร้องดังกล่าวของผู้ประกอบการ&nbsp;SME&nbsp;กลุ่มส่งออก&nbsp;เสนอกระทรวงการคลังเพื่อร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาอุปสรรค&nbsp;การพัฒนาองค์ความรู้ภาษีมูลค่าเพิ่ม&nbsp;รวมถึงแนวปฏิบัติให้กับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมการ&nbsp;และพัฒนาผู้ประกอบการ&nbsp;ให้เป็นผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ในมาตรการคืนภาษีดังกล่าวอีกด้วย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	11/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511131159429
93	บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด มอบประกันภัยแพ้วัคซีนโควิด-19 ให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ์ 2 โครงการ	<p><strong>นายนาฬิกอติภัค&nbsp;แสงสนิท&nbsp;</strong>กรรมการผู้จัดการ&nbsp;บริษัท&nbsp;ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์&nbsp;จำกัด&nbsp;(ธพส.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ระลอก&nbsp;3&nbsp;ธพส.&nbsp;จึงมีความห่วงใยผู้ที่จองสิทธิ์ในโครงการที่พักอาศัยผู้สูงอายุรามาฯ-ธนารักษ์&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;และโครงการบูรณาการสวัสดิการที่พักอาศัยกับสถานที่ทำงานและศูนย์บริการสำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญ&nbsp;ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลได้สนับสนุนให้ประชาชนทุกคนได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส&nbsp;ช่วยป้องกันการติดเชื้อ&nbsp;และสามารถลดความรุนแรงของโรคได้&nbsp;แต่ผู้ได้รับวัคซีนบางรายอาจแพ้หรือมีอาการข้างเคียงเกิดขึ้น&nbsp;ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนและสร้างความมั่นใจในการฉีดวัคซีน&nbsp;ธพส.&nbsp;จึงมอบแผนความคุ้มครองประกันภัยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ประเภทการแพ้และได้รับผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ์ทั้ง&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การเจ็บป่วยด้วยภาวะโคม่า&nbsp;กรณีได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;จำนวนเงินเอาประกัน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;/ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในหรือผู้ป่วยนอก&nbsp;กรณีได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีน&nbsp;(แบบจ่ายตามจริง)&nbsp;จำนวนเงินเอาประกัน&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ต่อปี&nbsp;และเงินชดเชยรายวันจากการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในกรณีได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีน&nbsp;จำนวนเงินเอาประกัน&nbsp;200&nbsp;บาท/วัน&nbsp;(สูงสุด&nbsp;15&nbsp;วันต่อปี)&nbsp;ทั้งนี้เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทประกันภัยกำหนด</p><p><br></p><p><br></p>	11/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511133134448
94	สนค.เปิดเผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเมษายน ปรับตัวลดลงอีกครั้งตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19	<p><strong>นายภูสิต&nbsp;รัตนกุล&nbsp;เสรีเริงฤทธิ์</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมในเดือนเมษายนที่ผ่านมาปรับตัวลดลงอีกครั้งมาอยู่ที่ระดับ&nbsp;43.5&nbsp;เทียบกับระดับ&nbsp;47.5&nbsp;ในเดือนก่อนหน้า&nbsp;เป็นการปรับตัวลดลงทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันและในอนาคต&nbsp;ในทุกภาคและทุกอาชีพ&nbsp;เป็นผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;แต่การลดลงของความเชื่อมั่นในครั้งนี้&nbsp;ยังอยู่ในระดับที่ดีกว่าการลดลงในช่วงของการระบาดของโควิด-19&nbsp;ช่วงที่ผ่านมา&nbsp;เนื่องจากประชาชนมีความหวังเรื่องวัคซีนซึ่งน่าจะทะยอยดำเนินการได้ต่อเนื่อง&nbsp;และสัญญานการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากเครื่องชี้วัดต่างๆ&nbsp;ก่อนหน้านี้&nbsp;รวมทั้งมาตรการต่างๆ&nbsp;ของรัฐที่ออกมาอย่างต่อเนื่องน่าจะช่วยให้ประชาชนบางส่วนยังเชื่อมั่น</p><p><strong>โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบัน</strong>&nbsp;ปรับตัวลดลงจากระดับ&nbsp;40.2&nbsp;มาอยู่ที่ระดับ&nbsp;36.4&nbsp;&nbsp;และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต&nbsp;พบว่า&nbsp;ปรับลดลงจากระดับ&nbsp;52.3&nbsp;มาอยู่ที่ระดับ&nbsp;48.2&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้หากจำแนกรายภูมิภาค&nbsp;จะพบว่าลดลงในทุกภูมิภาค&nbsp;โดยเฉพาะกรุงเทพฯ&nbsp;และปริมณฑล&nbsp;&nbsp;จากระดับ&nbsp;47.5&nbsp;มาอยู่ที่ระดับ&nbsp;41.5&nbsp;และภาคเหนือ&nbsp;ปรับตัวลดลงจากระดับ&nbsp;45.8&nbsp;มาอยู่ที่ระดับ&nbsp;&nbsp;43.5&nbsp;เช่นเดียวกับรายอาชีพ&nbsp;ที่ลดลงทุกกลุ่มอาชีพ&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มไม่ได้ทำงาน&nbsp;ปรับลดลงจากระดับ&nbsp;42.9&nbsp;มาอยู่ที่ระดับ&nbsp;37.2&nbsp;กลุ่มรับจ้างอิสระ&nbsp;ปรับลดลงจากระดับ&nbsp;45.1&nbsp;มาอยู่ที่ระดับ&nbsp;41.0&nbsp;&nbsp;เนื่องจากทั้งสองกลุ่มได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;มากที่สุด&nbsp;และมีความไม่มั่นคงในการดำรงชีพ&nbsp;ส่วนกลุ่มพนักงานของรัฐ&nbsp;ปรับลดลงจากระดับ&nbsp;52.5&nbsp;มาอยู่ที่ระดับ&nbsp;49.6&nbsp;เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดและยังคงมีความเชื่อมั่นสูงกว่าทุกกลุ่ม</p><p><br></p><p><br></p>	11/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511133044447
95	"สุพรรณบุรี SP-Net เปิดเวทีเสวนา ""หลังโควิด-19 ระลอกสาม ชุมชนท่องเที่ยวจะอยู่รอดได้อย่างไร"""	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อาจารย์กิติ&nbsp;จารุอารยนันท์&nbsp;ประธานสถาบันพัฒนาธุรกิจภูมิภาค&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สถาบันพัฒนาธุรกิจภูมิภาค&nbsp;โดย&nbsp;มูลนิธิองค์กรเครือข่ายบริการธุรกิจภูมิภาค&nbsp;ได้ออกแบบ&nbsp;และจัดทำรายการสื่อออนไลน์เพื่อชุมชนขึ้น&nbsp;ทุกวันศุกร์&nbsp;เวลา&nbsp;18.30&nbsp;-&nbsp;20.00&nbsp;น.&nbsp;เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้รับรู้ข่าวสาร&nbsp;และแนวทางในการรับมือ&nbsp;แก้ปัญหา&nbsp;เพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข&nbsp;และยั่งยืน&nbsp;โดยในวันที่&nbsp;14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ประเด็น&nbsp;""หลังโควิด-19&nbsp;ระลอกสาม&nbsp;ชุมชนท่องเที่ยวจะอยู่รอดได้อย่างไร""&nbsp;&nbsp;ในหัวข้อสนทนา&nbsp;-&nbsp;รับฟังปัญหาโควิด-19&nbsp;จากผู้นำชุมชน&nbsp;ที่ส่งกระทบต่อชุมชนที่เป็นเจ้าของแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ที่ทำมาเลี้ยงชีพในพื้นที่&nbsp;&nbsp;นักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงทั้งจำนวน&nbsp;และลักษณะกลุ่มสนใจ&nbsp;-&nbsp;เปิดมุมมองล้อมรั้วกำหนดขอบเขตปัญหาของตน&nbsp;ที่จำเป็นต้องแก้ไข&nbsp;และสิ่งที่ต้องทำอะไรบางอย่าง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">-&nbsp;แชร์การเรียนรู้ประสบการณ์ภาวะวิกฤติการท่องเที่ยวครั้งก่อน&nbsp;ๆ&nbsp;เป็นบทเรียนแบ่งปัน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">-&nbsp;นานาทัศนะที่มีความยืดหยุ่นได้ตามสถานการณ์&nbsp;หาทางรอดในการฟื้นฟูชุมชนท่องเที่ยว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">โดยมีผู้ร่วมสนทนาประกอบด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอนุศักดิ์&nbsp;คงมาลัย&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;กัณหรัตนชัย&nbsp;:&nbsp;ที่ปรึกษาสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คุณระเบียบ&nbsp;เรือนทองดี&nbsp;:&nbsp;ประธานชุมชนเรือนไทยบางแม่หม้ายโฮมสเตย์&nbsp;อำเภอบางปลาม้า</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คุณอธิชา&nbsp;สนสารี&nbsp;:&nbsp;ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิง?อนุรักษ์?บ้านวังโหรา&nbsp;อำเภอด่านช้าง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถรับชมรายการสด&nbsp;และร่วมแสดงความคิดเห็น&nbsp;ระหว่างรายการ&nbsp;ได้ทาง&nbsp;Facebook&nbsp;มูลนิธิเอสพีเน็ต&nbsp;:</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><a&nbsp;href=""https://www.facebook.com/SP.Net.Foundation/live/""&nbsp;target=""_blank"">https://www.facebook.com/SP.Net.Foundation/live/</a></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><a&nbsp;href=""https://www.facebook.com/SP.Net.Foundation/posts/4614030428610330""&nbsp;target=""_blank"">https://www.facebook.com/SP.Net.Foundation/posts/4614030428610330</a></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	11/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511154811534
96	วิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหารทะเลตะเสะ จังหวัดตรัง ผลิตกุ้งแห้ง โดยใช้กุ้งจากประมงพื้นบ้านในท้องถิ่นมาแปรรูป สามารถสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนเป็นอย่างดี	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอหาดสำราญ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;&nbsp;วันนี้(&nbsp;11&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอหาดสำราญ&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนวิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหารทะเลตะเสะ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลตะเสะ&nbsp;อำเภอหาดสำราญ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;สำหรับวิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหารทะเลตะเสะ&nbsp;มีกิจกรรมผลิตกุ้งแห้ง&nbsp;โดยใช้กุ้งจากประมงพื้นบ้านในท้องถิ่นมาแปรรูป&nbsp;สามารถสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนได้เป็นอย่างดี&nbsp;โดยมีราคาจำหน่ายกิโลกรัมละ&nbsp;550&nbsp;บาท&nbsp;สนใจสั่งซื้อติดต่อ&nbsp;คุณวีระศักดิ์&nbsp;เจริญภักดิ์&nbsp;065-7706978</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;วิสาหกิจชุมชนเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในการผลิตสินค้าและบริการ&nbsp;ที่เกิดจากการร่วมกันคิด&nbsp;ร่วมกันทำของคนในชุมชนบนพื้นฐานของความรู้&nbsp;ทุน&nbsp;ทรัพยากร&nbsp;ประสบการณ์&nbsp;ตลอดจนศักยภาพของชุมชนโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้และให้ชุมชนพึ่งตนเองได้มากกว่าการมุ่งหาผลกำไรสูงสุด&nbsp;ดังนั้น&nbsp;การพัฒนาวิสาหกิจชุมชนเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งและก้าวหน้านั้น&nbsp;จำเป็นจะต้องมีแผนพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ที่มีกระบวนการขั้นตอนการดำเนินงานที่ชัดเจน&nbsp;สามารถตอบสนองหรือแก้ไขปัญหาที่วิสาหกิจชุมชนต้องการพัฒนาให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่องและมีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	11/5/2021	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511160942556
97	ปูโล๊ะลือแมหรือข้าวหลามบาซูก้า อีกหนึ่งอาหารอัตลักษณ์ของชาวมุสลิมในอำเภอเบตง หนึ่งเดียวไม่เหมือนใคร ต้อนรับเทศกาลวันฮารีรายอ อีดิลฟิตรีที่ใกล้จะมาถึง	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(11&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ช่วงใกล้ถึงวันฮารีรายออีดิลฟิตรี&nbsp;หรือรายอปอซอ&nbsp;แต่ละบ้านก็จะจัดเตรียมอาหารมากมายกันอีกครั้ง&nbsp;เพื่อไว้ต้อนรับแขก&nbsp;หรือผู้มาเยือน&nbsp;ทั้งญาติมิตร&nbsp;และเพื่อนสหาย&nbsp;ขนมหลากหลายชนิด&nbsp;ซึ่งแต่ละบ้านจะเลือกทำเพื่อรับแขกเป็นธรรมเนียมก่อนวันฮารีรายอ&nbsp;อีดิ้ลฟิตรินั้น&nbsp;ทุกครัวเรือนของชาวมุสลิม&nbsp;ทั่วโลกจะมีการปรุง&nbsp;หรือเตรียมอาหารทั้งคาว&nbsp;หวาน&nbsp;ขนม&nbsp;นมเนย&nbsp;เพื่อไว้รับรองแขกที่จะมาเยือนในวันฮารีรายอ&nbsp;เพราะถือเป็นประเพณีที่ปฏิบัติโดยทั่วไป&nbsp;และถือเป็นหลักปฏิบัติทางศาสนาอิสลามด้วย&nbsp;ซึ่งอาหารหลักแต่ละท้องถิ่นนั้น&nbsp;จะแตกต่างกันไป&nbsp;ตามแต่วัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;อย่างเช่น&nbsp;ในจังหวัดปัตตานีและใกล้เคียง&nbsp;ส่วนใหญ่จะทำขนม&nbsp;""ตุป๊ะ""&nbsp;หรือ&nbsp;""ต้ม""&nbsp;ขนมที่ใช้ใบกระพ้อห่อข้าวเหนียวเป็นรูปสามเหลี่ยมแล้วนำไปต้มหรือนึ่ง&nbsp;ไว้ทานกับแกงมัสมั่น&nbsp;เนื้อ&nbsp;ไก่&nbsp;แล้วแต่รสนิยม&nbsp;แต่สำหรับชาวอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลานั้น&nbsp;แตกต่างจากที่อื่นๆ&nbsp;อาจเพราะภูมิประเทศ&nbsp;ทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;รวมไปถึงความห่างไกลจากพื้นที่อื่นๆ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ชาวไทยมุสลิมในอำเภอเบตง&nbsp;จึงมีเมนูที่เป็นแบบฉบับเฉพาะของตนเอง&nbsp;คือ&nbsp;""ปูโล๊ะลือแม""&nbsp;ตามภาษาถิ่น&nbsp;หรือ&nbsp;""ข้าวหลามไผ่ตง""&nbsp;""ข้าวหลาม&nbsp;""บาซูก้า""&nbsp;ที่วัยรุ่นเขาเรียกกัน&nbsp;การจะหุงหรือย่างข้าวเหนียวในกระบอกไผ่ตง&nbsp;ที่ยาวกว่า&nbsp;70&nbsp;-&nbsp;80&nbsp;เซ็นติเมตร&nbsp;ภายในกระบอกเดียว&nbsp;ทานได้ทั้งครอบครัว&nbsp;จึงไม่ใช่เรื่องปกติหากไม่ใช่คนเบตง&nbsp;สำหรับวิธีทำ&nbsp;""ปูโล๊ะลือแม""&nbsp;นั้น&nbsp;ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายๆอย่าง&nbsp;อาจมีหลายกลเม็ด&nbsp;เคล็ดลับ&nbsp;แต่ที่เป็นหลักวิธีเหมือนๆกัน&nbsp;พอจะสรุปเป็นกระบวนการและขั้นตอนได้ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขั้นตอนที่&nbsp;1.&nbsp;จะต้องคัดเลือกไม้ไผ่พันธุ์สมาเลียนที่อยู่ในป่า&nbsp;ขนาดช่วงยาวพอเหมาะ&nbsp;ไม่อ่อนหรือแก่เกินไป&nbsp;เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ&nbsp;5&nbsp;ซม.&nbsp;ตัดให้ค่อมระหว่างข้อ&nbsp;เพื่อเป็นก้นบ้องแบบข้าวหลามทั่วไปประมาณ&nbsp;5-9&nbsp;ซม.&nbsp;แต่วัดตลอดบ้องให้ยาวประมาณ&nbsp;70-80&nbsp;ซม.โดยใช้เลื่อย&nbsp;เพื่อไม่ให้แตก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขั้นตอนที่&nbsp;2.&nbsp;จากนั้นให้นำใบตองที่คัดไว้สอดเข้าไปในกระบอกเป็นลักษณะท่อซอง&nbsp;อย่าให้ใบตองพับเป็นเด็ดขาด&nbsp;และให้ตัวใบแนบผิวกระบอกไม้ไผ่มากที่สุด&nbsp;เพื่อไม่ให้ข้าวเหนียวติดกระบอกไม้ไผ่เมื่อสุก&nbsp;ทำให้ทานยาก&nbsp;และไม่เป็นแว่นกลมๆ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขั้นตอนที่&nbsp;3.&nbsp;นำข้าวเหนียวที่ซาวด้วยน้ำเย็นจนสะอาด&nbsp;แล้วพึ่งให้แห้ง&nbsp;จากนั้น&nbsp;จึงนำไปกรอกใส่กระบอกไม้ไผ่จนเกือบเต็มกระบอก&nbsp;พึ่งไว้&nbsp;2&nbsp;ซม.&nbsp;หรือถ้าชอบแบบมีไส้ก็อาจจะใส่พวกธัญพืชเข้าไปด้วย&nbsp;เช่น&nbsp;ถั่วดำ&nbsp;งาดำ&nbsp;มันหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก&nbsp;ก็ได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขั้นตอนที่&nbsp;4.&nbsp;กรอกกระทิที่คั้นไว้มาเติมน้ำ&nbsp;เติมเกลือพอเค็ม&nbsp;เทใส่กระบอกจนท่วมข้าวเหนียว&nbsp;ดูสังเกตตรงปากกระบอก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขั้นตอนที่&nbsp;5.&nbsp;จากนั้นจึงเอาข้าวหลามไปเผา&nbsp;โดยที่เผาจะทำเป็นลักษณะการปักหลักสองหลัก&nbsp;แล้วนำเหล็กมาพาดเป็นราว&nbsp;เพื่อใช้ย่างหรือเผากระบอกข้าวหลาม&nbsp;โดยสามารถเรียงกระบอกข้าวหลามเป็นแถวยาว&nbsp;ลักษณะพิงเอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขั้นตอนที่&nbsp;6.&nbsp;ก่อไฟให้ห่างจากกระบอกข้าวหลามประมาณ&nbsp;30&nbsp;ซม.&nbsp;พยายามควบคุมไฟให้คงที่&nbsp;โดยเริ่มจากการตั้งกระบอกในแนวตั้งมากที่สุด&nbsp;จนกระทั่งข้าวหลามเริ่มเดือดได้ที่&nbsp;จึงค่อยปรับให้ความชันของข้าวหลามน้อยลงเรื่อยๆ&nbsp;ประมาณ&nbsp;2-3&nbsp;ครั้ง&nbsp;จนกระทั่งสุกจะปรับอยู่ในระดับ&nbsp;45&nbsp;องศา&nbsp;เพราะส่วนหัวจะเป็นส่วนสุกหลังสุด&nbsp;ใช้เวลาในการเผาหรือย่างประมาณ&nbsp;4-5&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;จึงแล้วเสร็จ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วิธีการรับประทานนั้น&nbsp;หลังจากพึ่งข้าวหลามสุกให้แห้งดีแล้ว&nbsp;ก็นำข้าวหลามมาผ่า&nbsp;เวลาปลอกข้าวหลามจะหลุดออกมาเป็นทางยาว&nbsp;โดยมีใบตองสีเหลืองมันที่ส่งกลิ่นหอม&nbsp;ซึ่งห่อโดยรอบเพื่อป้องกันข้าวเหนียวติดบ้องข้าวหลาม&nbsp;ใช้มีดคม&nbsp;ตัดเฉือดข้าวหลามเป็นแนวตัดออกเป็นแว่น&nbsp;เพื่อให้ทานง่ายพอดีคำ&nbsp;นำไปจิ้มทานกับแกงมัสมั่นหรือแกงกระหรี่&nbsp;พร้อมกินกับโกปี๊บือตงหรือกาแฟโบราณเบตงร้อนๆ&nbsp;จะเพิ่มความอร่อยยิ่งขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับเทศกาลฮารีรายอของพี่น้องมุสลิมที่ใกล้จะมาถึงนี้&nbsp;ซึ่งทางสำนักจุฬาราชมนตรีได้ประกาศให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศดูดวงจันทร์ในวันอังคารที่&nbsp;11&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;หากไม่มีผู้ใดเห็นดวงจันทร์&nbsp;ต้องไปเฉลิมฉลองฮารีรายอในวันพฤหัสบดีที่&nbsp;13&nbsp;พ.ค.64&nbsp;แต่หากมองเห็นดวงจันทร์&nbsp;วันฮารีรายอก็จะตรงกับวันพุธที่&nbsp;12&nbsp;พ.ค.64</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>"	11/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511162456570
98	"กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี ร่วมกับห้างสรรพสินค้าแม็คโคร ปทุมธานี  ลงพื้นที่ติดตามโครงการ "" ซื้อง่าย ถูกใจ ใกล้ชุมชน"	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วานนี้ (11 พฤษภาคม 2564) นางรวีพรรณ&nbsp;ช้างเย็นฉ่ำ พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี &nbsp;พร้อมด้ว นายศุภกานต์&nbsp;ดีพลับ ผู้จัดการทั่วไป ห้างสรรพสินค้าแม็คโคร สาขาเมืองปทุมธานี ได้ติดตามและเป็นสักขีพยานในการมอบชุดสินค้าอุปโภคบริโภคระหว่าง ห้างสรรพสินค้าแม็คโคร จำกัด สาขาปทุมธานี&nbsp;&nbsp;ตามโครงการ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและลดต้นทุนสินค้าแก่ร้านค้าโชว์ห่วยผ่านเครือข่ายพันธมิตรและเทคโนโลยี โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ บริษัทสยามแม็คโคร จำกัด และสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เพื่อลดต้นทุนสินค้าและนำไปจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคพื้นที่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งชุดสินค้าดังกล่าวประกอบด้วย รายการสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพและได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภค จำนวน 23 รายการ มูลค่า 3,589 บาท/ชุด อาทิ เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำตาลทรายขาว ข้าวหอมมะลิ เนสกาแฟ ผงปรุงรส แชมพู กระดาษเช็ดหน้า นม เป็นต้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการลงพื้นที่ติดตามโครงการ นอกจากร้านค้าได้ขอบคุณโครงการดี ๆ แล้วยังแจ้งความประสงค์ต้องการที่จะพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการร้านค้าในด้านต่าง ๆ เช่น การใช้ระบบ POS ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อใช้ในการบริหารจัดการร้านค้า รวมทั้งการพัฒนาองค์ความรู้ในการจำหน่ายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ให้ทันการค้ายุคใหม่ ขณะเดียวกันผู้แทนห้างสรรพสินค้าแม็คโคร ได้รับทราบความต้องการของสมาชิกและจะนำเสนอข้อมูลต่อส่วนกลาง เพื่อจัดโครงการหรือกิจกรรมส่งเสริมเชื่อมโยงเครือข่ายร้านค้าร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานีต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND</p>	12/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512093951740
99	อพท.7 ร่วมกับ บริษัท อินฟินิทีฟ จำกัด ลงพื้นที่สำรวจข้อมูล จัดทำฐานข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว จังหวัดสุพรรณบุรี	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพื้นที่พิเศษ&nbsp;7&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;บริษัท&nbsp;อินฟินิทีฟ&nbsp;จำกัด&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจข้อมูล&nbsp;และรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษ&nbsp;7&nbsp;เพื่อจัดทำฐานข้อมูลการพัฒนาแนวทางปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยว&nbsp;(Code&nbsp;of&nbsp;Conduct)&nbsp;ณ&nbsp;อำเภออู่ทอง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดย&nbsp;ดร.สมจินต์&nbsp;ชาญกระบี่&nbsp;ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษ&nbsp;7&nbsp;ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่พัฒนาพื้นที่พิเศษ&nbsp;ลงพื้นที่ปฏิบัติงานภายใต้มาตรการป้องกันการติดเชื้อไวรัส&nbsp;covid-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;โดยมีชุมชนท่องเที่ยวที่ได้รับการสำรวจในครั้งนี้&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.กลุ่มวิสาหกิจวนเกษตรดงเย็น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.ชุมชนบ้านเขาพระ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.กลุ่มผลิตภัณฑ์ชุมชนต้นแจงพัฒนา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.กลุ่มตำลึงหวาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.แหล่งเรียนรู้ตำนานดิน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;6.ชุมชนบ้านนาลาว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;7.ชุมชนบ้านโคก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;8.บ้านขนมจีนเมืองโบราณอู่ทอง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;9.ศูนย์การเรียนรู้โรงหล่อวิเชียร</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;อพท.7&nbsp;และบริษัท&nbsp;อินฟินิทีฟ&nbsp;จำกัด&nbsp;จะนำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจครั้งนี้&nbsp;ไปประกอบการจัดทำแนวทางปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยว&nbsp;(Code&nbsp;of&nbsp;Conduct)&nbsp;เพื่อยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว&nbsp;และพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง&nbsp;ให้สอดคล้องกับเกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก&nbsp;(Global&nbsp;Sustainable&nbsp;Tourism&nbsp;Criteria:&nbsp;GSTC)&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	12/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512114157821
100	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง ออกตรวจสอบสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ ในพื้นที่อำเภอนาโยง	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ออกตรวจสอบสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัย&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;ในพื้นที่อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ดังนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1)&nbsp;ร้านขายยามอออ&nbsp;4&nbsp;ราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;ชนิดกล่องบรรจุ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;124&nbsp;บาท&nbsp;สเปรย์แอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือขนาด&nbsp;500&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;180&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2)&nbsp;ร้านขายยาปิยะพรเภสัช&nbsp;ราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;ชนิดกล่องบรรจุ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;สเปรย์แอลกอฮอล์&nbsp;70%&nbsp;ขนาด&nbsp;500&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;169&nbsp;บาท&nbsp;เจลล้างมือแอลกอฮอล์&nbsp;ขนาด&nbsp;50&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;49&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3)&nbsp;ร้านหมอยาชุมชน&nbsp;ราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;ชนิดกล่องบรรจุ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;95&nbsp;บาท&nbsp;สเปรย์แอลกอฮอล์&nbsp;70%&nbsp;ขนาด&nbsp;50&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;39&nbsp;บาท&nbsp;เจลล้างมือแอลกอฮอล์&nbsp;ขนาด&nbsp;200&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;69&nbsp;บาท&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานการณ์การค้าโดยทั่วไป&nbsp;จังหวัดตรังมีหน้ากากอนามัย&nbsp;เจลแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์&nbsp;ถุงมือยางทางการแพทย์วางจำหน่ายในปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนและมีการปิดป้ายแสดงราคาชัดเจน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย&nbsp;ให้ครบถ้วน&nbsp;ชัดเจน&nbsp;และหากพบเห็น&nbsp;การกระทำผิด&nbsp;จำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&nbsp;หรือจำหน่ายในราคาไม่ตรงกับที่แจ้งไว้&nbsp;สามารถร้องเรียนได้ที่&nbsp;สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;โทร.&nbsp;0&nbsp;7522&nbsp;3076&nbsp;หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมาย&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;กรณีจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&nbsp;กักตุนสินค้าและปฏิเสธการจำหน่ายต้องโทษจำคุก&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;140,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	12/5/2021	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512140100893
101	ทุเรียนกุดจับ ลูกโต เนื้อแน่น มัน กรอบ อร่อย ชาวสวนที่ จ.อุดรธานี ลองผิดลองถูก ปลูกมากว่า 10 ปี เริ่มมีผลผลิตให้ขาย สร้างรายได้หลายหมื่นบาทต่อปี	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอเนก&nbsp;รัตน์รองใต้&nbsp;เกษตรจังหวัดอุดรธานี&nbsp;พร้อมด้วยนายฉลอง&nbsp;คงสมของ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานี&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่สวนทุเรียนของนางสุนัน&nbsp;สีคำบ่อ&nbsp;อายุ&nbsp;43&nbsp;ปี&nbsp;หนึ่งในเกษตรกรชาวสวนทุเรียนที่บ้านเหล่าตำแย&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;ตำบลตาลเลียน&nbsp;อำเภอกุดจับ&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;เพื่อเยี่ยมชมสวนทุเรียนและไม้ผลอื่นๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;เงาะ&nbsp;ลำไย&nbsp;อโวคาโด&nbsp;ที่ถือเป็นรายได้หลักของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;โดยมีนางศรีพรรณ&nbsp;บูระพา&nbsp;เกษตรอำเภอกุดจับ&nbsp;นำลูกจ้างแรงงานโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรกรทฤษฎีใหม่&nbsp;และเกษตรกรในพื้นที่ให้การต้อนรับ&nbsp;และนำชมแปลงเกษตร&nbsp;โดยเฉพาะสวนทุเรียนหลายสายพันธุ์&nbsp;เกษตรกรมีรายได้หลายหมื่นบาทต่อปี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสุนัน&nbsp;สีคำบ่อ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปลูกทุเรียนมากว่า&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;บนพื้นที่ประมาณ&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;เริ่มต้นจากครอบครัวปลูกลำไย&nbsp;และยางพารา&nbsp;แต่ประสบปัญหาผลผลิตลำไยไม่มีตลาดรองรับ&nbsp;ขาดทุน&nbsp;และเสียหายจากลมพายุ&nbsp;ส่วนยางก็ราคาตก&nbsp;ในช่วงดังกล่าวมารดาได้ทดลองนำทุเรียนพันธุ์หมอนทอง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ต้น&nbsp;มาปลูกในสวนลำไยด้วย&nbsp;ผ่านมาหลายปีต้นทุเรียนเติบโตออกลูกให้ชิม&nbsp;รสชาติดี&nbsp;ไม่แตกต่างจากท้องตลาด&nbsp;จึงมั่นใจว่าทุเรียนสามารถปลูกในพื้นที่ได้&nbsp;มารดาจึงตัดสินใจโค่นลำไยทิ้ง&nbsp;มาปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง&nbsp;กระดุม&nbsp;พวงมณี&nbsp;และมูซานคิง&nbsp;รุ่นแรก&nbsp;150&nbsp;ต้น&nbsp;ลองผิดลองถูก&nbsp;ดูแลตามภูมิปัญญาชาวบ้าน&nbsp;ตายบ้าง&nbsp;โตบ้าง&nbsp;เหลือจำนวน&nbsp;20&nbsp;ต้น&nbsp;จึงปลูกใหม่ในรุ่นที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ต้น&nbsp;รอดตายประมาณ&nbsp;2-3&nbsp;ต้น&nbsp;ปลูกอีกครั้งในรุ่นที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;80&nbsp;ต้น&nbsp;ก็เหลือทุเรียนรอดตายไม่กี่ต้น&nbsp;แต่ในรุ่นที่ปลูกล่าสุด&nbsp;ตนกลับมาปลูกและดูแลเอง&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ต้น&nbsp;อายุประมาณ&nbsp;6-7&nbsp;เดือน&nbsp;เหลือทุกต้น&nbsp;พร้อมดูแลต้นอื่นๆ&nbsp;ที่รอดตายจนเจริญเติบโต&nbsp;มีผลผลิตให้จำหน่ายแล้ว&nbsp;2&nbsp;ปี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ้าของสวนทุเรียน&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;ในปี&nbsp;2562&nbsp;คือปีแรกที่ทุเรียนให้ผลผลิต&nbsp;เก็บขายได้&nbsp;100&nbsp;ลูก&nbsp;ลูกใหญ่สุดกว่า&nbsp;6&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;130&nbsp;บาท&nbsp;มีรายได้&nbsp;40,000&nbsp;บาท&nbsp;ในปี&nbsp;2563&nbsp;ทุเรียนให้ผลผลิต&nbsp;80&nbsp;ลูก&nbsp;จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;มีรายได้ประมาณ&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;จากการส่งขายให้ผู้สนใจในพื้นที่จากการจับจองทางโทรศัพท์&nbsp;บางรายมาซื้อถึงสวน&nbsp;และส่งขายให้กับแม่ค้าในอำเภอกุดจับ&nbsp;ส่วนปีนี้ทุเรียนถือเป็นปีที่ทุเรียนออกลูกเยอะมาก&nbsp;คาดว่าจะให้ผลผลิตประมาณ&nbsp;300&nbsp;ลูก&nbsp;จะเริ่มเก็บผลผลิตในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;โดยตั้งราคาขายไว้ที่ราคากิโลกรัมละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งทุเรียนของที่นี่จะมีจุดเด่นคือ&nbsp;พลูโต&nbsp;เนื้อแน่น&nbsp;สีเหลือง&nbsp;รสชาติมัน&nbsp;กรอบ&nbsp;อร่อย&nbsp;กลิ่นไม่ฉุน&nbsp;ทำให้ผู้ที่เคยทานติดใจในรสชาติ&nbsp;และเริ่มสั่งจองแล้วหลายราย&nbsp;สำหรับผู้สนใจสั่งจองทุเรียน&nbsp;หรือต้องการเข้าชมสวน&nbsp;สามารถติดต่อได้ที่หมายเลข&nbsp;064-7975926</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านนายอเนก&nbsp;รัตน์รองใต้&nbsp;เกษตรจังหวัดอุดรธานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการลงพื้นที่เยี่ยมกลุ่มเกษตรกรชาวสวนทุเรียนก็มั่นใจว่า&nbsp;ทุเรียนสามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ของจังหวัดอุดรธานี&nbsp;สามารถให้ผลผลิตที่ดี&nbsp;มีคุณภาพ&nbsp;ไม่แพ้ทุเรียนจากภูมิภาคอื่นๆ&nbsp;แต่ผลผลิตที่ได้ยังน้อย&nbsp;ยังไม่พอต่อความต้องการของตลาด&nbsp;จากนี้ก็จะให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานีและสำนักงานเกษตรอำเภอกุดจับ&nbsp;เข้ามาสนับสนุนด้านวิชาการ&nbsp;รวมถึงการแก้ปัญหาเรื่องศัตรูพืช&nbsp;และการตลาด&nbsp;นอกจากนี้ยังจะไปส่งเสริมให้เกษตรกรที่สนใจหันมาปลูกไม้ผลทดแทนพืชไร่&nbsp;เพื่อความยั่งยืนและสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาจังหวัดด้านการเกษตรต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	12/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สวท.อุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512140519896
102	พัฒนาชุมชนโคราช ฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบปลุกกระแสเทรนด์ผ้าไทยให้ทันสมัยสู่สากล	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ในการสืบสาน&nbsp;อนุรักษ์&nbsp;ภูมิปัญญาผ้าท้องถิ่นไทยให้อยู่คู่แผ่นดิน&nbsp;และพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ที่ได้พระราชทานลายผ้า&nbsp;ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&nbsp;ให้กลุ่มทอผ้าทุกกลุ่มทุกเทคนิคสามารถนำไปใช้ทอผ้าผลิตผ้าเป็นต้นแบบ&nbsp;และพัฒนาต่อยอดไปสู่เครื่องแต่งกาย&nbsp;เครื่องประดับ&nbsp;ตามวิถีที่เป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่น&nbsp;เพื่อให้รายได้กลับเข้าสู่ชุมชน&nbsp;จึงเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้&nbsp;พัฒนาต่อยอด&nbsp;องค์ความรู้&nbsp;ทักษะ&nbsp;แนวคิดการออกแบบผ้าไทย&nbsp;การใช้เส้นใย&nbsp;การย้อมสีธรรมชาติ&nbsp;รวมถึงบรรจุภัณฑ์&nbsp;ให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;12&nbsp;พ.ค.2564)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ไหมนครชัยบุรินทร์&nbsp;อำเภอปักธงชัย&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมภูมิปัญญาและพัฒนาศักยภาพผ้าไทย&nbsp;กิจกรรมที่&nbsp;1&nbsp;การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านผ้าไทย&nbsp;(Coaching)&nbsp;เรื่องการประกวดผ้าลายพระราชทาน&nbsp;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&nbsp;โดยนายบัลลังก์&nbsp;ไวทย์ศิริ&nbsp;นายอำเภอปักธงชัย&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;และนางอรุณรัตน์&nbsp;ชิงชนะ&nbsp;พัฒนาการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;กิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;จัดขึ้นโดยกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ทีมวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นนักออกแบบแฟชั่น&nbsp;ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้&nbsp;ซึ่งคัดเลือกให้จังหวัดนครราชสีมาเป็นจุดศูนย์กลางในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ไหมนครชัยบุรินทร์&nbsp;อำเภอปักธงชัย&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย&nbsp;ผู้ประกอบการผ้าในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;สุรินทร์&nbsp;และจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมีกิจกรรมการเรียนรู้ตลอดระยะเวลาการอบรมฯ&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;การรับชมวีดิทัศน์พระราชกรณีกิจสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;การเสวนาหัวข้อ&nbsp;พระราชปณิธานของสมเด็จเจ้าฟ้าฯ&nbsp;ในเรื่องการพระราชทานลายผ้าสู่ประชาชน&nbsp;และกติกาโครงการประกวดลายผ้าพระราชทาน&nbsp;โดย&nbsp;คุณธนันท์รัฐ&nbsp;ธนเสฏฐการณ์&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย&nbsp;คุณศิริชัย&nbsp;ทหรานนท์&nbsp;ผู้ก่อตั้งและนักออกแบบแบรนด์&nbsp;Theatre&nbsp;และคุณวิชระวิชญ์&nbsp;อัครสันติสุข&nbsp;นักออกแบบ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;การบรรยายหัวข้อ&nbsp;คุณภาพเส้นใย&nbsp;ไหมพันธุ์ไทย&nbsp;ฝ้ายพื้นเมือง&nbsp;โดย&nbsp;ผศ.ดร.อนุชา&nbsp;ทีรคานนท์&nbsp;คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;การบรรยายหัวข้อ&nbsp;Finishing,&nbsp;Packaging&nbsp;&amp;&nbsp;Story&nbsp;Telling&nbsp;Product&nbsp;โดย&nbsp;คุณศมิสสร&nbsp;สุทธิสังข์&nbsp;อาจารย์คณะศิปกรรมศาสตร์&nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</p>	12/5/2021	NULL	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512153821966
103	คลังจังหวัดชัยนาทเผยยอดใช้จ่ายโครงการเราชนะช่วงที่ผ่านมา กว่า 1 พันล้านบาท	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางมาเรียม&nbsp;เรืองปราชญ์&nbsp;คลังจังหวัดชัยนาท&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;รัฐบาลกำหนดมาตรการเยียวยาผลกระทบโควิด-19&nbsp;ระลอก&nbsp;3&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โครงการเราชนะ&nbsp;โครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;ช่วยเหลือสัปดาห์ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;สิ้นสุดการใช้จ่าย&nbsp;30&nbsp;มิ.ย.64&nbsp;และ&nbsp;การบรรเทาภาระค่าสาธารณูปโภค&nbsp;ลดค่าไฟฟ้า&nbsp;และน้ำประปาเป็นเวลา&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;(พ.ค.-มิ.ย.64)&nbsp;&nbsp;มาตรการระยะต่อไป&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการคนละครึ่งเฟส&nbsp;3&nbsp;ไม่เกินคนละ&nbsp;150&nbsp;บาท/วัน&nbsp;หรือไม่เกิน&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;เพิ่มเดือนละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;(ก.ค.&nbsp;-&nbsp;ธ.ค.64)&nbsp;โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้&nbsp;ไม่เกินคนละ&nbsp;5,000&nbsp;บาท/วัน&nbsp;สูงสุดไม่เกิน&nbsp;7,000&nbsp;บาท&nbsp;เมื่อใช้จ่ายจะได้รับ&nbsp;E-Voucher&nbsp;ช่วงเดือน&nbsp;ก.ค.&nbsp;-&nbsp;ก.ย.&nbsp;64&nbsp;นำไปใช้ได้ช่วง&nbsp;ส.ค.&nbsp;-&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;และโครงการเพิ่มกำลังซื้อ&nbsp;ให้ผู้ที่ต้องการช่วยเหลือพิเศษ&nbsp;เพิ่มเดือนละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;(ก.ค.&nbsp;-&nbsp;ธ.ค.64)</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับ&nbsp;ผลการดำเนินงานมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัยจากโควิด-19&nbsp;ของรัฐบาลช่วงที่ผ่านมา&nbsp;มีประชาชนจังหวัดชัยนาทได้รับสิทธิ&nbsp;180,757&nbsp;ราย&nbsp;ประกอบด้วยผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;75,601&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง/เราเที่ยวด้วยกัน&nbsp;42,501&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ลงทะเบียนใหม่&nbsp;46,912&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&nbsp;15,743&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับผู้ประกอบการ/ร้านค้าเข้าร่วมโครงการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ผู้ประกอบการที่สมัครเข้าร่วมโครงการ&nbsp;เราชนะ&nbsp;4,780&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ร้านธงฟ้าประชารัฐ&nbsp;(เครื่อง&nbsp;EDC/แอปฯ&nbsp;ถุงเงิน)&nbsp;674&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ&nbsp;คนละครึ่ง/เราเที่ยวด้วยกัน&nbsp;5,789&nbsp;ร้านค้า</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ยอดการใช้จ่ายโครงการ&nbsp;คนละครึ่ง&nbsp;391.3&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ลำดับที่&nbsp;42&nbsp;ของเมืองรอง&nbsp;(55จังหวัด)&nbsp;ลำดับที่&nbsp;64&nbsp;ของประเทศ&nbsp;(77จังหวัด)&nbsp;และยอดใช้จ่ายโครงการ&nbsp;เราชนะ&nbsp;1,004.6&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ลำดับที่&nbsp;47&nbsp;ของเมืองรอง&nbsp;ลำดับที่&nbsp;69&nbsp;ของประเทศ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	12/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สวท.ชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512155451979
104	การประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจนครสวรรค์	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ&nbsp;รับทราบความก้าวหน้าจากผลการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2561&nbsp;พร้อมรับทราบและเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาที่เกี่ยวเนื่องจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายปรีชา&nbsp;เดชพันธุ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดนครสวรรค์ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งก่อนเข้าวาระการประชุมประธานแจ้งที่ประชุมถึงความสำคัญที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุข&nbsp;ทั้งสุขอนามัยส่วนบุคคล&nbsp;การเว้นระยะห่าง&nbsp;การล้างมือ&nbsp;การประชุมที่ต้องแบ่งให้มีการประชุมทางไกลร่วมด้วย&nbsp;และใช้ระยะเวลาในการประชุมให้สั้นกว่าปกติ&nbsp;เพื่อลดปัจจัยเสี่ยง&nbsp;การติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้นที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าแผนงานโครงการตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;ในการประชุมนอกสถานที่ที่จังหวัดนครสวรรค์เมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;มิถุนายน&nbsp;&nbsp;2561&nbsp;ซึ่งในระยะนี้ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวไม่มากเนื่องจากติดสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019&nbsp;มีเพียงบางโครงการที่ก้าวหน้าไปมาก&nbsp;เช่น&nbsp;โรงการรถไฟรางคู่&nbsp;เชื่อติอตะวันตก&nbsp;ถึง&nbsp;ตะวันออก&nbsp;จากแม่สอด&nbsp;ถึงนครสวรรค์และ&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;บ้านไผ่&nbsp;ซึ่งในอนาคต&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์จะเป็นจุดรวม&nbsp;ทางรถไฟรางคู่&nbsp;ที่มาบรรจบกันกับสายเหนือที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายแพทย์อำนาจ&nbsp;น้อยขำ&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์แจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019&nbsp;ในพื้นที่ว่า&nbsp;นับแต่เดือนเมษายน&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;มีการตรวจเชิงรุกประมาณ&nbsp;วันละ&nbsp;400&nbsp;คน&nbsp;พบผู้ติดเชื้อกว่า&nbsp;420&nbsp;คน&nbsp;รักษาหายแล้วประมาณ&nbsp;190&nbsp;คน&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;กว่า200คน&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;ยังพบผู้ติดเชื้อรายวัน&nbsp;6-8&nbsp;คน&nbsp;กลุ่มก้อนใหญ่ที่พบคือกลุ่มผับ&nbsp;บาร์&nbsp;สถานบันเทิง&nbsp;โต๊ะสนุ๊ก&nbsp;กลับมาจากจังหวัดอื่น&nbsp;ส่วนแผนการจัดสรรวัคซีน&nbsp;จัดเป้าหมายกลุ่มเสี่ยงตามมติคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด&nbsp;มีการเสนอแนะอภิปรายอย่างกว้างขวางในด้านการสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนในการรับวัคซีนที่จะลดความรุนแรงของโรคหากติดเชื้อ&nbsp;อย่าไรก็ตามการรับวัคซีนเป็นความสมัครใจและต้องลงทะเบียนจอง&nbsp;เพื่อรับการจัดสรรตามกลุ่มเป้าหมายต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	12/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	นครสวรรค์	สวท.นครสวรรค์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512165549023
105	อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ประชุมคณะกรรมาธิการร่วม FTA ครั้งที่ 12  เร่งยกระดับความตกลง AANZFTA ให้มีความทันสมัย	<p><strong>นางอรมน&nbsp;ทรัพย์ทวีธรรม&nbsp;อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเท</strong>ศ&nbsp;เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;12&nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกล&nbsp;เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อปรับปรุงความตกลง&nbsp;FTA&nbsp;อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์&nbsp;(AANZFTA)&nbsp;ที่มีผลใช้บังคับตั้งแต่ปี&nbsp;2553&nbsp;เพื่อยกระดับความตกลงให้ทันต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนและหวังฟื้นการค้าและการลงทุนในภูมิภาคให้กลับมาแข็งแกร่งภายหลังสถานการณ์โควิด-19&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยที่ประชุมได้หยิบยกประเด็นที่เห็นว่า</strong>&nbsp;ควรจะต้องปรับปรุง&nbsp;หรือรวมไว้ในความตกลงที่จะยกระดับเพื่อให้ทันสถานการณ์การค้าที่เปลี่ยนแปลงไป&nbsp;อาทิ&nbsp;มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี&nbsp;กฎถิ่นกำเนิดสินค้า&nbsp;การรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตัวเอง&nbsp;พิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า&nbsp;ซึ่งที่ประชุมได้ร่วมกันกำหนดเป้าหมายการเจรจาให้เสร็จภายในปี&nbsp;2565&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมยังได้หารือเรี่องการต่ออายุการสนับสนุนทางการเงินของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ผ่านโครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจซึ่งจะสิ้นสุดในปีนี้</p><p><strong>ความตกลง&nbsp;FTA&nbsp;อาเซียน&nbsp;ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์</strong>&nbsp;มีบทบาทสำคัญต่อการค้าและการลงทุนในภูมิภาค&nbsp;ซึ่งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ากับสินค้าส่งออกจากอาเซียนทุกรายการแล้ว&nbsp;ในส่วนของไทยได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ากับสินค้าที่ส่งออกจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ร้อยละ&nbsp;98&nbsp;ของจำนวนรายการสินค้าทั้งหมด&nbsp;ส่งผลให้มูลค่าการค้าระหว่างอาเซียน&nbsp;ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์&nbsp;ขยายตัวจาก&nbsp;49.35&nbsp;พันล้านเหรียญสหรัฐในปี&nbsp;2552&nbsp;เป็น&nbsp;73.43&nbsp;พันล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;ในปี&nbsp;2562&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการส่งออกของไทยไปออสเตรเลียและนิวซีแลนด์&nbsp;</strong>ในไตรมาสแรกของปี&nbsp;2564&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;3,432.75&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;ขยายตัวร้อยละ&nbsp;21.57&nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว&nbsp;สินค้าส่งออกสำคัญ&nbsp;อาทิ&nbsp;รถยนต์ขนส่งน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;ตัน&nbsp;รถยนต์ขนาดเครื่องยนต์&nbsp;&nbsp;&nbsp;1,500-2,500&nbsp;ซีซี&nbsp;ปลาทูน่าแปรรูป&nbsp;เครื่องปรับอากาศ&nbsp;แผ่นอะลูมิเนียมและโพลีเอทิลีน&nbsp;</p><p><br></p>	12/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512182545093
106	ไทยผลักดัน 3 ด้านในการเป็นเจ้าภาพเอเปค	<p><strong>นายปิยภักดิ์&nbsp;ศรีเจริญ&nbsp;รองอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ</strong>&nbsp;กล่าวถึงการเป็นเจ้าภาพการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก&nbsp;หรือเอเปค&nbsp;ของไทยในปี&nbsp;2565&nbsp;โดยระบุว่า&nbsp;จะเป็นโอกาสสำคัญของไทย&nbsp;ในการขับเคลื่อนประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ต่อไทยและภูมิภาคกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากวิกฤตโควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;การเดินทางและท่องเที่ยว&nbsp;รวมทั้งแสดงศักยภาพเศรษฐกิจของไทย&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้&nbsp;จนถึงปลายปีหน้า&nbsp;(2565)&nbsp;ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในระดับต่างๆ&nbsp;กว่า&nbsp;100&nbsp;การประชุม&nbsp;จึงต้องมีการเตรียมพร้อมด้านสารัตถะ&nbsp;และด้านพิธีการ&nbsp;ซึ่งประเด็นสำคัญ&nbsp;ที่จะมีการหารือในการประชุมครั้งนี้คือ&nbsp;การฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;รวมถึงความท้าทายในอนาคต&nbsp;มุ่งเน้นการผลักดัน&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด้านการอำนวยความสะดวกการค้าการลงทุน&nbsp;เช่นDigital&nbsp;Trade&nbsp;Platform,&nbsp;ส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับ&nbsp;MSMEs&nbsp;&nbsp;ด้านการฟื้นฟูความเชื่อมโยง&nbsp;เช่น&nbsp;การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ,&nbsp;การท่องเที่ยวสีเขียว&nbsp;และด้านการส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืน&nbsp;เช่น&nbsp;การส่งเสริม&nbsp;BCG&nbsp;Economic&nbsp;Model,&nbsp;การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ,&nbsp;MSMEs,&nbsp;บทบาทของสตรีและกลุ่มคนที่มีศักยภาพ</p><p><strong>สำหรับการประชุมเอเปค&nbsp;ถือเป็นการประชุมของผู้แทนรัฐบาล</strong>&nbsp;ซึ่งมีหัวใจสำคัญคือ&nbsp;การค้าการลงทุนระหว่างประเทศ&nbsp;รวมถึง&nbsp;ความร่วมมือแบบสมัครใจและหารือไอเดียใหม่อย่างสร้างสรรค์เน้นให้เกิดความยั่งยืนและความครอบคลุมไปถึงทุกภาคส่วนในสังคม&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมกลุ่ม&nbsp;MSMEs&nbsp;การส่งเสริมบทบาทสตรี&nbsp;ตลอดจนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;สิ่งแวดล้อมวิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;จึงเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับคนในประเทศไทย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	12/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512185315118
107	พังงา เล็งเปิดจังหวัดรับนักท่องเที่ยว 1 สิงหานี้	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(12&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;นายชาติชาย&nbsp;กิติยานันท์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพังงา&nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน&nbsp;ร่วมประชุมหารือเตรียมการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ&nbsp;SOP&nbsp;&amp;&nbsp;New&nbsp;Phangnga&nbsp;ผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายศิริปกรณ์&nbsp;เชี่ยวสมุทร&nbsp;รองผู้ว่าการ&nbsp;ททท.ด้านตลาดยุโรป&nbsp;แอฟริกา&nbsp;ตะวันออกกลาง&nbsp;และอเมริกา&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;เพื่อหารือการเตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนต้านไวรัสครบโดสแบบไม่กักตัว&nbsp;หรือหากตรวจแล้วปลอดเชื้อก็จะสามารถเดินทางไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ&nbsp;ได้&nbsp;นำร่องในจังหวัดท่องเที่ยวที่มีความพร้อมก่อน&nbsp;โดยหวังว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวในไทยกระตุ้นเศรษฐกิจภาคท่องเที่ยวให้กลับมาอีกครั้ง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดพังงาเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเป็นอันดับต้นๆ&nbsp;ของโลกสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศหลายหมื่นล้านบาท&nbsp;มีประชากรทั้งหมด&nbsp;2.122&nbsp;แสนคน&nbsp;จำนวนวัคซีนที่จะต้องใช้เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่เกินกว่า&nbsp;60%&nbsp;นั้น&nbsp;คือ&nbsp;3&nbsp;แสนโดส&nbsp;วางแผนขอรับการจัดสรรวัคซีนเดือนมิถุนายนและเดือนกรกฎาคมจากรัฐบาลเดือนละ&nbsp;1.5&nbsp;แสนโดส&nbsp;มีแผนการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากรให้เกินกึ่งหนึ่งภายในวันที่&nbsp;30&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;จากนั้น&nbsp;1&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;ก็จะสามารถเปิดจังหวัดรับนักท่องเที่ยวได้&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้ภายในปี&nbsp;2565&nbsp;ถึง&nbsp;6&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;ส่วนนักท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางเข้ามาจังหวัดพังงาได้นั้นจะต้องได้รับวัคซีนครบโดส&nbsp;มีเอกสารรับรองฉีดวัคซีนหรือเอกสารยืนยันว่าไม่ติดเชื้อโควิดไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เป็นกลุ่มเสี่ยงต่ำ&nbsp;พร้อมปฏิบัติตัวตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	12/5/2021	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512194623129
108	รฟท.ลงเสาเข็มต้นที่ 1 โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงสัญญาที่ 4-7 สระบุรี-แก่งคอย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(12&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;เวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;นายสมภพ&nbsp;สมิตะสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี&nbsp;เป็นประธานพิธีลงเสาเข็มต้นแรกโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย-จีน&nbsp;สัญญาที่&nbsp;4-7&nbsp;งานโยธาสำหรับช่วงสระบุรี-แก่งคอย&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณพื้นที่ช่วงหน้าวัดตลิ่งชัน&nbsp;ตำบลตลิ่งชัน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสระบุรี&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการรถไฟความเร็วสูงเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย&nbsp;และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค&nbsp;ช่วงกรุงเทพมหานคร&nbsp;-&nbsp;หนองคาย&nbsp;หรือโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน&nbsp;สายตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;(กรุงเทพมหานคร&nbsp;-&nbsp;หนองคาย&nbsp;-&nbsp;เวียงจันทน์)&nbsp;เป็นโครงการระบบขนส่งมวลชนแบบพิเศษที่เป็นหนึ่งในเส้นทางของโครงการรถไฟความเร็วสูงในประเทศไทย&nbsp;ดำเนินการก่อสร้างโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;(รฟท.)&nbsp;ภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางราง&nbsp;คุนหมิง&nbsp;-&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;สาย&nbsp;Central&nbsp;Route&nbsp;ซึ่งเป็นโครงข่ายที่จะเชื่อมต่อประเทศกลุ่มซีเอ็มแอลวีเข้าเป็นผืนแผ่นเดียวกัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	12/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สระบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512212647147
109	สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงาน ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2564 ภาพรวมการใช้ยังลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง เนื่องจากผลกระทบจากโควิด-19	<p><strong>นายวัฒนพงษ์&nbsp;คุโรวาท&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;สนพ.&nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานในช่วง&nbsp;3&nbsp;เดือนแรกของปี&nbsp;2564&nbsp;พบว่า&nbsp;การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ถึงแม้ภาครัฐจะออกมาตรการกระตุ้นและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการขับเคลื่อน&nbsp;รวมถึงความคืบหน้าของการฉีดวัคซีนที่เริ่มดำเนินการในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;ทำให้ภาคประชาชนเกิดความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น&nbsp;ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังคงปรับตัวในระดับต่ำ&nbsp;เนื่องจากภาคการท่องเที่ยว&nbsp;และภาคอุตสาหกรรมยังคงได้รับผลกระทบ&nbsp;โดยการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก&nbsp;ส่งผลให้มีการปรับราคาขายปลีกภายในประเทศสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันของไทย&nbsp;ในช่วงไตรมาสแรกของปี&nbsp;2564&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การใช้น้ำมันกลุ่มดีเซล&nbsp;การใช้เฉลี่ยอยู่ที่&nbsp;67.25&nbsp;ล้านลิตรต่อวัน&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;1.7จากช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;ราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่&nbsp;24.11&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แต่การใช้ดีเซลเดือนมีนาคม&nbsp;2564&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;12.8&nbsp;เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า&nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการใช้ในการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรที่เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้น&nbsp;/&nbsp;การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน&nbsp;เฉลี่ยอยู่ที่&nbsp;31.08&nbsp;ล้านลิตรต่อวัน&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;1.3&nbsp;จากช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;ซึ่งการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินลดลงในทุกผลิตภัณฑ์ยกเว้นแก๊สโซฮอล์95&nbsp;(E10)&nbsp;เดือนมีนาคม&nbsp;2564&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;16.5&nbsp;เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า&nbsp;/&nbsp;การใช้เชื้อเพลิงในภาคขนส่งทางบกอยู่ที่&nbsp;6,475&nbsp;พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;4.0&nbsp;จากช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;โดยการใช้เชื้อเพลิงในภาคขนส่งทางบกลดลงในทุกกลุ่มเชื้อเพลิง&nbsp;(ไม่รวมไฟฟ้า)&nbsp;ณ&nbsp;สิ้นเดือนมีนาคม&nbsp;มีรถจดทะเบียนสะสมที่อยู่ในระบบทั้งสิ้นประมาณ&nbsp;41.7&nbsp;ล้านคัน&nbsp;โดยมีรถจดทะเบียนใหม่สะสมของปี&nbsp;2564&nbsp;อยู่ที่ประมาณ&nbsp;7.6&nbsp;แสนคัน&nbsp;ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ&nbsp;1.1.น้ำมันกลุ่มดีเซล&nbsp;มีสัดส่วนการใช้สูงสุดคิดเป็นร้อยละ&nbsp;61&nbsp;แต่การใช้ลดลงร้อยละ&nbsp;1.7&nbsp;น้ำมันกลุ่มเบนซิน&nbsp;มีสัดส่วนการใช้คิดเป็นร้อยละ&nbsp;32&nbsp;แต่การใช้ลดลงร้อยละ&nbsp;1.3&nbsp;ส่วน&nbsp;NGV&nbsp;มีสัดส่วนการใช้คิดเป็นร้อยละ&nbsp;4&nbsp;ลดลงถึงร้อยละ&nbsp;31.7&nbsp;และ&nbsp;LPG&nbsp;มีสัดส่วนการใช้คิดเป็นร้อยละ&nbsp;3&nbsp;ของการใช้เชื้อเพลิงในภาคขนส่งทางบก&nbsp;การใช้ลดลงถึงร้อยละ&nbsp;22.4&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;มีการใช้ไฟฟ้าของยานยนต์ไฟฟ้าในสถานีอัดประจุไฟฟ้า&nbsp;(EV&nbsp;Charging&nbsp;Station)&nbsp;มียานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสม&nbsp;ณ&nbsp;สิ้นเดือนมีนาคม&nbsp;อยู่ที่&nbsp;6,849&nbsp;คัน&nbsp;โดยในช่วง&nbsp;3&nbsp;เดือนแรกของปี&nbsp;2564&nbsp;มียานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนใหม่เฉลี่ยอยู่ที่&nbsp;419&nbsp;คัน&nbsp;ซึ่งมากกว่าในช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;ร้อยละ46&nbsp;ส่วนราคาขายปลีกไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่&nbsp;2.64&nbsp;บาทต่อหน่วย&nbsp;สำหรับแรงดันไฟฟ้าน้อยกว่า&nbsp;22&nbsp;kV</p><p><strong>ขณะที่การใช้ไฟฟ้าในระบบ&nbsp;3&nbsp;การไฟฟ้า&nbsp;อยู่ที่&nbsp;44,759&nbsp;กิกะวัตต์ชั่วโมง</strong>&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;5.2&nbsp;จากช่วงเดียวกันปีก่อน&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;สนพ.&nbsp;ยังคงต้องจับตาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;ซึ่งเริ่มขึ้นในช่วงต้นเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;รวมทั้งปัจจัยอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่จะส่งผลต่อการใช้พลังงานของประเทศอย่างใกล้ชิด&nbsp;อาทิ&nbsp;ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก&nbsp;มาตรการของรัฐ&nbsp;และความคืบหน้าในการฉีดวัคซีน&nbsp;ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งจะส่งผลต่อการใช้พลังงานของประเทศไทยต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>	13/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513110623251
110	คลังวันโอนเงินเยียวยา เราชนะ  ม.33 เรารักกัน	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;น.ส.กุลยา&nbsp;ตันติเตมิท&nbsp;ผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจ&nbsp;การคลัง&nbsp;(สศค.)&nbsp;เปิดเผยว่าคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้&nbsp;เงินกู้&nbsp;พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน&nbsp;1&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;เพื่อใช้ใน&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;เห็นชอบกําหนดเวลาการจ่ายเงิน&nbsp;เยียวยาให้กับผู้ใช้สิทธิ์&nbsp;เราชนะ&nbsp;และ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;เพิ่มอีก&nbsp;คนละ&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;อนุมัติ&nbsp;ในวันที่&nbsp;11&nbsp;พ.ค.2564</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สําหรับมาตรการเราชนะ&nbsp;จะโอนเงินให้ผู้ได้สิทธิ์&nbsp;ดังนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สําหรับกลุ่มที่ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;และบัตรประชาชน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">วันที่&nbsp;21&nbsp;พ.ค.2564&nbsp;รอบแรก&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;พ.ค.2564&nbsp;รอบสอง&nbsp;1,000&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กลุ่มที่ใช้สิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">จะได้รับเงินรอบแรก&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;วันที่&nbsp;20&nbsp;พ.ค.2564&nbsp;และรอบถัดมาอีก&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;พ.ค.2564</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สําหรับมาตรการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">รอบแรก&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;วันที่&nbsp;24&nbsp;พ.ค.2564&nbsp;และรอบถัดมาอีก&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;พ.ค.&nbsp;2564</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมาตรการครอบคลุมในส่วนเราชนะ&nbsp;33.5&nbsp;ล้านคน&nbsp;และมาตรการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;9.27&nbsp;ล้านคน&nbsp;ซึ่งไม่ต้องลงทะเบียนใหม่&nbsp;ระบบจะโอนเงินเข้าอัตโนมัติ&nbsp;และสามารถใช้&nbsp;จ่ายได้ถึง&nbsp;30&nbsp;มิ.ย.2564</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	13/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513101823214
111	จังหวัดเชียงรายสำรวจผลผลิตลิ้นจี่เตรียมกระจายออกสู่แหล่งจำหน่ายช่วยเหลือชาวสวนในสถานการณ์โควิด-19	<p>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงรายออกสำรวจตรวจสอบสถานการณ์ผลผลิตลิ้นจี่เตรียมกระจายออกนอกแหล่งผลิต</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย&nbsp;รายงานว่า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงรายได้ออกตรวจสอบสถานการณ์ผลผลิตลิ้นจี่&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย&nbsp;ซึ่งมีปริมาณผลผลิตประมาณ&nbsp;3,000&nbsp;ตัน&nbsp;ออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนพฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ขณะนี้ผลผลิตออกสู่ตลาดแล้วร้อยละ&nbsp;30&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโควิด-19&nbsp;ให้มีช่องทางการจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น&nbsp;สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม&nbsp;ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงรายได้ประสานและประชาสัมพันธ์การกระจายผลผลิตลิ้นจี่ออกนอกแหล่งผลิตให้หน่วยงานราชการและภาคเอกชนจังหวัดต่างๆ&nbsp;ขณะนี้ได้รับการสนับสนุนสั่งซื้อ&nbsp;เช่น&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;2,500&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;มูลค่า&nbsp;125,000&nbsp;บาท&nbsp;รับมอบวันที่&nbsp;13&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;จำนวน&nbsp;500&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;รวมมูลค่า&nbsp;25,000&nbsp;บาท&nbsp;รับมอบวันที่&nbsp;14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;รวมมูลค่า&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;รับมอบวันที่&nbsp;14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่จังหวัดพิจิตร&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;รวมมูลค่า&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;รับมอบวันที่&nbsp;14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;และมีการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์&nbsp;โดยกลุ่มเกษตรกรและภาคเอกชนจังหวัดเชียงราย&nbsp;จำนวน&nbsp;430&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;รวมมูลค่า&nbsp;22,800&nbsp;บาท&nbsp;ยังมีผลผลิตลิ้นจี่ปริมาณสะสมรวมอีก&nbsp;5,430&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;รวมมูลค่า&nbsp;272,800&nbsp;&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงรายยังประสานหาแหล่งจำหน่ายเพิ่มขึ้น&nbsp;เพื่อเร่งกระจายลิ้นจี่ออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;เพิ่มเติมต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	13/5/2021	ภาคเหนือ	เชียงราย	สวท.เชียงราย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513114907273
112	โควิด -19 สวนกระแส ทุเรียนเมืองจันท์ส่งออก ราคาดี ผลผลิตคุณภาพ การขายผ่านออนไลน์เป็นที่ยอมรับยอดขายเพิ่มขึ้น สร้างรายได้ลดผลกระทบโควิด  19	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;จังหวัดจันทบุรีได้มีมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นผลไม้ของเกษตรกรจันทบุรีมีคุณภาพ&nbsp;สะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;และในช่วงนี้&nbsp;ราชาผลไม้&nbsp;คือทุเรียนกำลังออกสู่ตลาดสถานประกอบการ&nbsp;ล้ง&nbsp;รับซื้อทุเรียนแย่งกันซื้อผลผลิตเพื่อส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่งผลให้ทุเรียนของจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ปีนี้ราคาดี&nbsp;ตอนนี้ผู้ประกอบการได้ตัดทุเรียนออกจากสวนไปแล้วกว่าร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ของปริมาณที่จะออกสู่ตลาดที่คาดการณ์ไว้ประมาณ&nbsp;326,050&nbsp;ตัน&nbsp;ราคาทุเรียนที่ซื้อในสวนจะมีราคาประมาณ&nbsp;90&nbsp;&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;โดยทุเรียนเก็บเกี่ยวไปแล้ว&nbsp;2&nbsp;แสนกว่าตัน&nbsp;ยังเหลืออยู่ในสวนอีกประมาณ&nbsp;47&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;1&nbsp;แสนกว่าตัน&nbsp;ซึ่งจะต้องรอการเก็บเกี่ยวแล้วนำออกสู่ตลาด&nbsp;ส่วนการส่งออกทุเรียนไปต่างประเทศในรอบสัปดาห์เป็นข้อมูลระหว่างวันที่&nbsp;7-9&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;ส่งออกไป&nbsp;670&nbsp;ตู้&nbsp;วันที่&nbsp;8&nbsp;ส่งออกไป&nbsp;726&nbsp;ตู้&nbsp;และวันที่&nbsp;9&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ส่งออกไป&nbsp;751&nbsp;ตู้&nbsp;ตู้ละ&nbsp;20&nbsp;ตัน&nbsp;ส่วนยอดขายผลไม้ทางออนไลน์กลับได้ผลดีเกินคาด&nbsp;มี&nbsp;พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ผู้ประกอบอาชีพหน้าใหม่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;หันมาขายผลไม้ทางออนไลน์&nbsp;และส่งผ่านไปรษณีย์&nbsp;จันทบุรี&nbsp;กันเพิ่มมากขึ้น&nbsp;สร้างรายได้ลดผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;รวมทั้งการขายผ่านออนไลน์แบบไลฟ์สด&nbsp;ก็เป็นช่องทางการสร้างตลาด&nbsp;และสร้างรายได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;</p>	13/5/2021	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513135731358
113	การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร เชิญชวนประชาชนออกแบบคอนเทนท์แหล่งท่องเที่ยว ส่งผลงานเข้าประกวดชิงรางวัล	<p><strong>นายยุทธศักดิ์&nbsp;สุภสร&nbsp;ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ส่งผลให้พฤติกรรมการเดินทางเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบวิถีชีวิตใหม่&nbsp;คือเลือกวางแผนเดินทางท่องเที่ยวที่เน้นความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;โดยรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศที่หลากหลาย&nbsp;เพื่อให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวฟื้นตัว&nbsp;ททท.&nbsp;จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร&nbsp;ดำเนินโครงการผลิตเนื้อหาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาต่อยอด&nbsp;ตอบสนองพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป&nbsp;รวมทั้งสร้างคุณค่าและกระจายการเดินทางท่องเที่ยวเชิงพื้นที่และช่วงเวลา&nbsp;ทั้งนี้โครงการดังกล่าวแบ่งการดำเนินเป็น&nbsp;2&nbsp;ส่วน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การผลิตเนื้อหา&nbsp;โดยการนำทรัพยากรทางวิชาการของมหาวิทยาลัยศิลปากรมาสร้างคุณค่าและองค์ความรู้&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวสนองการตลาดแบบรู้ใจ&nbsp;ตามประเภทสินค้าทางการท่องเที่ยวยอดนิยม&nbsp;6&nbsp;หมวด&nbsp;และการจัดประกวดเนื้อหาสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย&nbsp;โดยเชิญชวนภาคประชาชนส่งผลงานภาพถ่ายหรือคลิปวีดีโอจากการท่องเที่ยวในประเทศทั้งที่เป็นปัจจุบัน&nbsp;หรือช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19&nbsp;รวมถึงประชาชนในแต่ละท้องถิ่นที่จะบอกเรื่องราวเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;ประกอบการจัดทำคอนเทนท์แหล่งท่องเที่ยว&nbsp;3&nbsp;หัวข้อ&nbsp;ได้แก่&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวโครงสร้างพระราชดำริ&nbsp;และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและการผจญภัย&nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครผลงานได้ระหว่างวันนี้&nbsp;(13&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;15&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ทาง&nbsp;www.tourismthailand.org/travelcontentcontest&nbsp;โดยผลงานที่ชนะแต่ละประเภทจะได้รับเงินรางวัล&nbsp;บัตรกำนัลที่พัก&nbsp;และของที่ระลึกจาก&nbsp;ททท.</p><p><br></p><p><br></p>	13/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513214646610
114	เขาเขียว เปิดรับนักท่องเที่ยว เข้าชมความน่ารักของสัตว์นานาชนิดได้ตามปกติ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายเทวินทร์&nbsp;รัตนะวงศะวัต&nbsp;ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สวนสัตว์เปิดเขาเขียว&nbsp;ยังคงเปิดให้บริการเที่ยวชมสวนสัตว์ตามปกติ&nbsp;ยืนยันว่ายังคงมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ทุกฝ่ายมีการคัดกรอง&nbsp;นักท่องเที่ยวต้องสวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่ในพื้นที่&nbsp;มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย&nbsp;การล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์&nbsp;การรักษาระยะห่างกันอย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;เมตร&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พร้อมเช็คอิน&nbsp;ไทยชนะ&nbsp;รวมทั้งการทำความสะอาดที่นั่งรถบริการนำเที่ยวชมสวนสัตว์&nbsp;รถกอล์ฟ&nbsp;ฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อในห้อง&nbsp;ที่นั่งและราวจับตามส่วนแสดงต่างๆ&nbsp;ที่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้าชม&nbsp;พร้อมเพิ่มมาตรการเข้มสั่งทุกส่วนเตรียมพร้อมดูแลนักท่องเที่ยวเน้นรักษาความสะอาดและสุขอนามัยทุกพื้นที่&nbsp;จัดให้มีเจลแอลกอฮอล์&nbsp;ทำความสะอาดมือตามจุดต่างๆ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับในช่วงนี้&nbsp;ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำสวนพฤกษศาสตร์&nbsp;ภายในสวนสัตว์เปิดสวนสัตว์เปิดเขาเขียว&nbsp;ได้มีฝูงนกกระทุง&nbsp;หาชมยาก&nbsp;นกน้ำขนาดใหญ่&nbsp;ขนสีขาวปนเทา&nbsp;ตัวขนาดเท่าห่าน&nbsp;ซึ่งเป็นนกธรรมชาติ&nbsp;ที่กระจายพันธุ์มาจากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ได้อพยพเข้ามาหากิน&nbsp;และทำรัง&nbsp;รวมกลุ่มกันเป็นฝูงใหญ่เป็นจำนวนมาก&nbsp;ร่วมกันไล่ต้อนฝูงปลาขนาดเล็กแล้วใช้จะงอยปากล่างไล่ช้อนขึ้นมากินอย่างรวดเร็ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ไม่เพียงแค่นั้น&nbsp;ฝูงนกกระทุงเหล่านี้ที่อพยพกลับมา&nbsp;ยังได้ออกหากินอยู่รวมกับนกกาบบัวเจ้าถิ่น&nbsp;ที่อาศัยอยู่เดิมเป็นร้อยตัว&nbsp;ก็จะบินพาเหรดตามมาร่วมกัน&nbsp;โดยเมื่อสัญญาณนกหวีดจากเจ้าหน้าที่ดังขึ้น&nbsp;ฝูงนกเหล่านี้&nbsp;ก็จะโผบินไปตามสัญญาณเสียงนั้นทันที&nbsp;ซึ่งภาพฝูงนกนับร้อยบินเหนือผืนน้ำ&nbsp;ท่ามกลางหุบเขา&nbsp;ที่สวยงามแบบนี้&nbsp;มีเพียงแห่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย&nbsp;โดยสวนสัตว์ฯ&nbsp;รับรองว่า&nbsp;ท่านจะไม่เคยได้เห็นที่ไหนมาก่อนแน่นอน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตามถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง&nbsp;ที่ได้เห็นนกกระทุงกลับมายังประเทศไทยเราอีกครั้งหนึ่ง&nbsp;ในช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&nbsp;โทร.&nbsp;038-318444</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปริญญา&nbsp;เทศสวัสดิ์&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	13/5/2021	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513142903387
115	ยอดขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form E ดันส่งออกสินค้าผลไม้ไปจีน 4 เดือนแรกของปี 64 เพิ่มสูงขึ้น	<p><strong>นายกีรติ&nbsp;รัชโน&nbsp;อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในช่วง&nbsp;4&nbsp;เดือนแรกของปี&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;กรมฯ&nbsp;ได้ออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า&nbsp;Form&nbsp;E&nbsp;ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน&nbsp;&nbsp;(ACFTA)&nbsp;จำนวน&nbsp;80,528&nbsp;ฉบับ&nbsp;คิดเป็นมูลค่าการส่งออก&nbsp;7.76&nbsp;พันล้านเหรียญสหรัฐฯ&nbsp;โดยในจำนวนนี้เป็นการขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า&nbsp;Form&nbsp;E&nbsp;สำหรับการส่งออกสินค้าผลไม้&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;30,412&nbsp;ฉบับ&nbsp;คิดเป็นมูลค่าการส่งออกกว่า&nbsp;1,500&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐฯ&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;&nbsp;8.21&nbsp;&nbsp;ช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;โดยผลไม้ที่มีการส่งออกสูงที่สุด&nbsp;3&nbsp;อันดับแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;ทุเรียนสด&nbsp;มะพร้าวทั้งกะลาและ&nbsp;มังคุด&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ดี&nbsp;ภายใต้สถานการณ์โควิด-19</strong>&nbsp;ที่จำเป็นต้องมีการเว้นระยะห่างทางสังคม&nbsp;กรมฯจึงได้ร่วมมือกับจีนในการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการโดยผลักดันการใช้ระบบการลงลายมือชื่อและตราประทับอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;(ESS)&nbsp;สำหรับการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า&nbsp;Form&nbsp;E&nbsp;ซึ่งระบบดังกล่าวเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;85&nbsp;รายการของบริการแบบเบ็ดเสร็จ&nbsp;ณ&nbsp;จุดเดียวของกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ที่จะช่วยลดขั้นตอน&nbsp;ลดระยะเวลา&nbsp;และลดการสัมผัสเอกสารเนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีการประทับตราและลงนามแบบสด&nbsp;รวมทั้งระบบ&nbsp;ESS&nbsp;ยังช่วยลดการตรวจสอบย้อนกลับ&nbsp;จากประเทศปลายทาง&nbsp;โดยผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมฯ&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p><strong>กรมฯ&nbsp;จะสามารถเริ่มออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า</strong>&nbsp;Form&nbsp;E&nbsp;ด้วยระบบ&nbsp;ESS&nbsp;สำหรับการส่งออกไปจีนได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม&nbsp;ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนเพื่อส่งตัวอย่างลายมือชื่อของกรรมการหรือผู้รับมอบอำนาจและตราประทับของนิติบุคคล&nbsp;(ถ้ามี)&nbsp;ผ่านระบบRegistration&nbsp;Database&nbsp;ของกรมฯ&nbsp;&nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป</p><p><br></p><p><br></p>	13/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513214741611
116	ผอ.ศปพร. ส่งเสริมและผลักดันให้ฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ปลูกดาวเรืองส่งดอกขาย สร้างรายได้สู่ชุมชน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลตรีไพศาล&nbsp;หนูสังข์&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;/ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พันเอก&nbsp;อิศรา&nbsp;จันทะกระยอม&nbsp;ผู้บังคับการกรมทหารราบที่&nbsp;153&nbsp;/หัวหน้าคณะทำงานที่&nbsp;2&nbsp;เดินทางลงพื้นเข้าตรวจเยี่ยมโครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านลุตง&nbsp;ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ตำบลแม่ลาน&nbsp;อำเภอแม่ลาน&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ&nbsp;ของสำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดปัตตานี&nbsp;เพื่อศึกษา&nbsp;เรียนรู้&nbsp;พร้อมทั้งบูรณาการ&nbsp;การปลูกดาวเรือง&nbsp;ไม้ตัดดอกเศรษฐกิจ&nbsp;&nbsp;เพื่อจะนำความรู้ที่ได้มาพัฒนา&nbsp;ต่อยอด&nbsp;มาปรับใช้ภายในโครงการฟาร์มตัวอย่าง&nbsp;ตามพระราชเสาวนีย์&nbsp;ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ควบคู่กับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ให้สมาชิกฟาร์มฯ&nbsp;มีรายได้&nbsp;จนสามารถเลี้ยงตนเอง&nbsp;และครอบครัวได้</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดย&nbsp;พลตรีไพศาล&nbsp;หนูสังข์&nbsp;ได้เยี่ยมชมกิจการภายในโครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านลุตง&nbsp;แปลงผักปลอดสารพิษ&nbsp;และ&nbsp;แปลงดอกดาวเรือง&nbsp;พร้อมทั้งสอบถาม&nbsp;ปัญหา&nbsp;ข้อขัดข้องในการดำเนินงาน&nbsp;ตลอดจนสอบถามความต้องการของตลาดในการรับซื้อ&nbsp;ดอกดาวเรือง&nbsp;ไม้ตัดดอกเศรษฐกิจ&nbsp;ซึ่งปัจจุบัน&nbsp;ดอกดาวขายได้ใน&nbsp;ราคา&nbsp;1-2&nbsp;บาท/ต่อดอกสามารถสร้างรายได้ให้สมาชิกฟาร์มบ้านลุตง&nbsp;30,000&nbsp;ต่อเดือน&nbsp;ซึ่ง&nbsp;พลตรีไพศาล&nbsp;หนูสังข์&nbsp;จึงเร่งเห็นความสำคัญ&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริม&nbsp;และผลักดันให้สมาชิกฟาร์มตัวอย่างฟาร์มในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;ปลูกดาวเรือง&nbsp;ไม้ตัดดอกเศรษฐกิจ&nbsp;เพื่อเป็นช่องทางการสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ให้กับสมาชิกฟาร์มฯ&nbsp;และพี่น้องประชาชน&nbsp;ก่อเกิดเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง&nbsp;จนสามารถพึ่งพาตนเองได้ต่อไป</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดอกดาวเรืองเป็นพืชเศรษฐกิจ&nbsp;มีความต้องการของตลาดสูง&nbsp;ราคาไม่ตก&nbsp;ขายได้ตลอดทั้งปี&nbsp;เป็นพืชอายุสั้น&nbsp;ใช้เวลา&nbsp;45&nbsp;วัน&nbsp;ก็ตัดขายได้&nbsp;และสามารถยืนต้นออกดอกให้ตัดได้นานประมาณ&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;หลังจากนั้นจึงตัดทิ้ง&nbsp;พักดิน&nbsp;ปรับปรุงดินแล้วปลูกรุ่นใหม่&nbsp;โดยตลาดรับซื้อดอกดาวเรืองได้ตลอดทั้งปี&nbsp;แต่ราคาของดอกดาวเรืองจะขึ้นอยู่กับฤดูหรือช่วงเวลานั้นๆ&nbsp;ตามกลไกของการตลาด&nbsp;แม้ว่าราคาตลาดของดอกดาวเรืองจะไม่แน่นอน&nbsp;ก็ยังถือว่าจำหน่ายได้ราคาดี&nbsp;อยู่ที่ดอกละ&nbsp;1&nbsp;บาท&nbsp;ถึง&nbsp;2&nbsp;บาท&nbsp;หรือบางช่วงอยู่ที่ราคาดอกละ&nbsp;50&nbsp;สตางค์&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยดาวเรือง&nbsp;เป็นไม้ตัดดอกที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจมากชนิดหนึ่ง&nbsp;มีประโยชน์&nbsp;สามารถปลูกประดับเพื่อความสวยงาม&nbsp;กลีบดอกสีเหลือง&nbsp;เรียงอัดกันแน่น&nbsp;และอายุใช้งานนาน&nbsp;จึงเหมาะสำหรับปลูก&nbsp;เพื่อประดับอาคารบ้านเรือน&nbsp;และสถานที่ต่างๆ&nbsp;เพื่อให้เกิดความสวยงาม&nbsp;และสามารถป้องกันแมลง&nbsp;เนื่องจากทั้งดอกและต้นดาวเรือง&nbsp;มีสารกลิ่นเหม็น&nbsp;(ฉุน)&nbsp;แมลงไม่ชอบ&nbsp;จึงใช้เป็นเกราะป้องกันแมลงให้พืชอื่นๆ&nbsp;ด้วย&nbsp;รากดาวเรือง&nbsp;ยังมีสารชนิดหนึ่ง&nbsp;ช่วยลดปริมาณไส้เดือนฝอยในดิน&nbsp;ได้ด้วย&nbsp;ตลอดจนปลูกเพื่อจำหน่าย&nbsp;ใช้ทำพวงมาลัย&nbsp;ปักแจกัน&nbsp;รวมถึงปลูกลงกระถางหรือถุง&nbsp;เป็นการสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	13/5/2021	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514082343623
117	ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. เปิดตัว สินเชื่อ สู้ภัย COVID19 เปิดให้กู้ 10,000 บาทราย ไม่ต้องมีหลักประกัน	"<p><strong>นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ธนาคารออมสิน&nbsp;และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เปิดตัว&nbsp;สินเชื่อสู้ภัย&nbsp;COVID19&nbsp;สำหรับผู้มีรายได้ประจำ&nbsp;อาชีพอิสระ&nbsp;เกษตรกรรายย่อย&nbsp;หรือลูกจ้างภาคการเกษตร&nbsp;โดยอนุมัติวงเงินรวม&nbsp;2&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;ผ่านการให้สินเชื่อของธนาคารออมสิน&nbsp;และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;ในวงเงินธนาคารละ&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;คาดว่าจะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินในเบื้องต้นให้กับประชาชนได้กว่า&nbsp;2&nbsp;ล้านคน&nbsp;ทั้งเพิ่มสภาพคล่องในการประกอบกิจการ&nbsp;หรือที่มีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินฉุกเฉิน&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดรายได้จากมาตรควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ระหว่างที่รัฐบาลเร่งบริการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด&nbsp;</p><p><strong>โดยธนาคารออมสิน&nbsp;เปิดให้&nbsp;""สินเชื่อสู้ภัย&nbsp;COVID-19""</strong>&nbsp;แก่ผู้ประกอบอาชีพอิสระ&nbsp;ผู้ประกอบการรายย่อยและผู้มีรายได้ประจำ&nbsp;(ไม่รวมผู้มีรายได้ประจำจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ)&nbsp;ในขณะที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เปิดให้กู้แก่เกษตรกรรายย่อยหรือลูกจ้างภาคการเกษตร&nbsp;ซึ่งผู้ที่จะกู้จากทั้ง&nbsp;2&nbsp;ธนาคารนี้&nbsp;จะต้องมีสัญชาติไทย&nbsp;และอายุ&nbsp;20&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;โดยสินเชื่อในโครงการ&nbsp;สินเชื่อ&nbsp;สู้ภัย&nbsp;COVID19&nbsp;เป็นสินเชื่อที่ไม่ต้องมีหลักประกัน&nbsp;(Clean&nbsp;Loan)&nbsp;สำหรับอัตราดอกเบี้ยนั้นกำหนดไว้คงที่&nbsp;(Flat&nbsp;Rate)&nbsp;ที่ร้อยละ&nbsp;0.35&nbsp;ต่อเดือน&nbsp;ระยะเวลากู้ไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย&nbsp;6&nbsp;งวดแรก&nbsp;ระยะเวลาการขอกู้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&nbsp;จนถึง&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</p><p><strong>สำหรับธนาคารออมสิน</strong>&nbsp;ในระยะแรกของโครงการเพื่อเป็นการควบคุมและป้องกันปัญหาการแพร่ระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;จึงเริ่มให้บริการแก่ลูกค้าธนาคาร&nbsp;ที่เปิดใช้แอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;อยู่แล้วก่อนวันที่&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งมีจำนวนมากกว่า&nbsp;9&nbsp;ล้านคน&nbsp;โดยเริ่มจากลูกค้าที่ได้รับผลกระทบที่อยู่ในพื้นที่สีแดงเข้ม&nbsp;6&nbsp;จังหวัดคือ&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;นนทบุรี&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;ชลบุรี&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;และเชียงใหม่&nbsp;สามารถยื่นกู้ได้ทางแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&nbsp;หลังจากนั้นในระยะต่อไปจึงจะขยายให้บริการลูกค้าในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งจะเริ่มในวันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ตามด้วยลูกค้ากลุ่มอื่นที่ไม่มีแอพพลิเคชัน&nbsp;MyMo</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เปิดให้ร่วมโครงการผ่าน&nbsp;LINE&nbsp;Official&nbsp;</strong>โดยดูรายละเอียดได้ที่&nbsp;&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.baac.or.th/""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.baac.or.th</a>&nbsp;หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;02&nbsp;555&nbsp;0555&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;รัฐบาล&nbsp;ยังมีมาตรการด้านการเงินสำหรับประชาชนและภาคธุรกิจกลุ่มต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งประกอบด้วยมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู&nbsp;และมาตรการพักทรัพย์พักหนี้&nbsp;โครงการค้ำประกันสินเชื่อ&nbsp;PGS9&nbsp;ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม&nbsp;มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;และมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล&nbsp;ซึ่งรัฐบาล&nbsp;จะเร่งพิจารณาแนวทางช่วยเหลือประชาชน&nbsp;และมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในแต่ละกลุ่มธุรกิจอย่างเหมาะสมที่สุด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>"	14/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514112729701
118	สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ร่วมกับกรมสรรพากร ออกมาตรการภาษีแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายผู้ประกอบการ SMEs 	<p><strong>นายณัฐพล&nbsp;นิมมานพัชรินทร์&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล(ดีป้า)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;...&nbsp;(มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;(SMEs)&nbsp;ปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่เศรษฐกิจดิจิทัล)&nbsp;เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล&nbsp;จำนวนรวม&nbsp;200%&nbsp;ของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อหรือจ้างทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์&nbsp;(Software)&nbsp;หรือค่าใช้จ่ายการใช้บริการโปรแกรมบริการ&nbsp;ที่ผู้ใช้สามารถเรียกใช้บริการผ่านอินเทอร์เน็ตได้ตามความต้องการใช้งานจากผู้ประกอบการที่ได้รับการขึ้นทะเบียนกับดีป้าเฉพาะในส่วนที่ไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ดีป้า&nbsp;จึงร่วมกับกรมสรรพากร&nbsp;กระทรวงการคลัง</strong>&nbsp;เร่งประกาศหลักเกณฑ์การรับขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการโปรแกรมคอมพิวเตอร์และผู้ให้บริการโปรแกรมบริการที่ต้องการเข้าสู่มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;(SMEs)&nbsp;ปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่เศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;ตลอดจนช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;ที่มีความประสงค์จะนำโปรแกรมคอมพิวเตอร์และโปรแกรมบริการที่ได้มาตรฐานมาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการ&nbsp;&nbsp;แก้ไขปัญหา&nbsp;พัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจให้อยู่รอดช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</p><p><strong>สำหรับผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;</strong>ที่ต้องการนำใบเสร็จมาลดหย่อนภาษีจะต้องเลือกใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์&nbsp;หรือบริการโปรแกรมบริการจากผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับดีป้าเท่านั้น&nbsp;ขณะนี้มีผู้ประกอบการโปรแกรมคอมพิวเตอร์และผู้ให้บริการโปรแกรมบริการที่ขึ้นทะเบียนกับดีป้าในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัล&nbsp;และมีมาตรฐาน&nbsp;ISO29110&nbsp;และ&nbsp;CMMI&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;100&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p>	14/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514113122705
119	พีทีที โกลบอล เคมิคอล ร่วมสู้โควิด ส่งล้านความห่วงใย เพิ่มพื้นที่ปลอดภัย ตั้งเป้าส่งมอบชุด PPE 1 ล้านชุด เพื่อบุคคลากรทางการแพทย์	"<p><strong>นายคงกระพัน&nbsp;อินทรแจ้ง&nbsp;</strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร&nbsp;บริษัท&nbsp;พีทีที&nbsp;โกลบอล&nbsp;เคมิคอล&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GC&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในประเทศไทยยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต&nbsp;GC&nbsp;จึงขอส่งกำลังใจและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนสังคม&nbsp;ตั้งแต่บุคลากรทางการแพทย์&nbsp;โรงพยาบาลรัฐ&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;อาสาสมัครด่านหน้ารวมถึงองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร&nbsp;&nbsp;จึงได้ริเริ่มโครงการล้านความห่วงใย&nbsp;เพิ่มพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคน&nbsp;เพื่อรับมือกับวิกฤตโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในระลอกใหม่นี้&nbsp;ด้วยการใช้จุดแข็งของ&nbsp;GC&nbsp;สร้างนวัตกรรมการขึ้นรูปพลาสติกเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ&nbsp;โดยดึงคุณค่าและประโยชน์ด้านต่างๆ&nbsp;ของพลาสติกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;(Circular&nbsp;Economy)&nbsp;ตอบสนองต่อการใช้งานในรูปแบบใหม่&nbsp;เพื่อตอบแทนสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรมและได้ร่วมมือกับพันธมิตร&nbsp;ดำเนินการส่งมอบชุดป้องกันส่วนบุคคล&nbsp;(PPE)&nbsp;รวมถึงผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ&nbsp;ภายใต้แบรนด์&nbsp;Greater&nbsp;Care&nbsp;by&nbsp;GC&nbsp;สำหรับป้องกันโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ไปยังโรงพยาบาลและหน่วยงานรัฐทั่วประเทศแล้ว&nbsp;ตั้งแต่เกิดวิกฤตครั้งแรกจนถึงวันนี้&nbsp;โดยเป้าหมายของโครงการคือ&nbsp;การสนับสนุนชุด&nbsp;PPE&nbsp;&nbsp;ให้ครบจำนวน&nbsp;1,000,000&nbsp;ชุด&nbsp;เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์&nbsp;และมีต้นทุนที่ถูกจากวัตถุดิบภายในประเทศ</p><p><strong>สำหรับชุดป้องกันส่วนบุคคล&nbsp;(PPE)&nbsp;ที่&nbsp;GC&nbsp;</strong>สนับสนุนในโครงการนี้&nbsp;แบ่งออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชุดกาวน์กันน้ำ&nbsp;(PE&nbsp;Gown)&nbsp;ที่ร่วมมือกับบริษัท&nbsp;ไทยฮอสพิทอล&nbsp;โปรดักส์&nbsp;จำกัด&nbsp;ผลิตเสื้อกาวน์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง&nbsp;จากเม็ดพลาสติกชนิดโพลิเอทิลีน&nbsp;(PE)&nbsp;คุณภาพสูง&nbsp;โดย&nbsp;GC&nbsp;ออกแบบให้น้ำหนักเบา&nbsp;สวมใส่สบาย&nbsp;ระบายอากาศได้ดี&nbsp;มีความเหนียวและยืดหยุ่นสูง&nbsp;มีคุณสมบัติในการป้องกันการปนเปื้อนสารคัดหลั่ง&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;ได้ออกแบบให้มีความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน&nbsp;โดยหลังใช้งานสามารถกระตุกเสื้อให้ฉีกขาด&nbsp;เพื่อทิ้งได้ทันที&nbsp;ซึ่งช่วยลดการสัมผัสและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ&nbsp;และชุดคลุมปฏิบัติการ&nbsp;(Coverall)ที่&nbsp;ร่วมมือกับบริษัท&nbsp;ไทยแทฟฟิต้า&nbsp;จำกัด&nbsp;ในการผลิตชุดคลุมปฏิบัติการ&nbsp;(Coverall)&nbsp;จากเม็ดพลาสติกรีไซเคิลประเภท&nbsp;PET&nbsp;(rPET)&nbsp;100%&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;โดย&nbsp;1&nbsp;ชุดทำจากขวดน้ำ&nbsp;PET&nbsp;18&nbsp;ใบ&nbsp;ชุดสามารถทำความสะอาดและนำกลับมาใช้ซ้ำได้สูงสุดถึง&nbsp;20&nbsp;ครั้ง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หน่วยงานต่างๆ&nbsp;ที่ประสงค์ขอรับการสนับสนุนชุดกาวน์กันน้ำ&nbsp;(PE&nbsp;Gown)&nbsp;ของโครงการล้านความห่วงใย...เพิ่มพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคน&nbsp;สามารถแจ้งความประสงค์ของท่านไปได้ที่&nbsp;<a&nbsp;href=""https://forms.gle/iQSFp1GypMQeF7R46""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">https://forms.gle/iQSFp1GypMQeF7R46</a></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	14/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514124929787
120	ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับผู้ให้บริการทางการเงิน ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 3 	<p><strong>นายรณดล&nbsp;นุ่มนนท์&nbsp;รองผู้ว่าการ</strong>&nbsp;ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธปท.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;พบว่าลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับความช่วยเหลือจากมาตรการเดิมยังคงต้องการความช่วยเหลือต่อเนื่อง&nbsp;และมีลูกหนี้ใหม่ที่ต้องการรับความช่วยเหลือเพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งเป็นความเปราะบางที่สะสมมาตั้งแต่การแพร่ระบาดในระลอกแรก&nbsp;ธปท.&nbsp;จึงร่วมกับผู้ให้บริการทางการเงิน&nbsp;ผ่านสมาคมและชมรมต่างๆ&nbsp;รวม&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่&nbsp;3&nbsp;โดยยกระดับมาตรการเดิมให้ตอบสนองต่อสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น&nbsp;มุ่งเน้นลดภาระหนี้ในระยะยาว&nbsp;มีทางเลือก&nbsp;มีความยืดหยุ่น&nbsp;และมีวิธีปฏิบัติที่ชัดเจน&nbsp;สามารถช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับความเดือดร้อนได้อย่างเหมาะสม&nbsp;ซึ่งจะครอบคลุมสินเชื่อ&nbsp;4&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล&nbsp;เน้นการบรรเทาภาระหนี้โดยขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้ยาวขึ้น&nbsp;และจ่ายอัตราดอกเบี้ยลดลง&nbsp;,สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์&nbsp;ด้วยการเพิ่มทางเลือกการพักชำระค่างวดสำหรับลูกหนี้จำนำทะเบียนรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงให้มีทางเลือกในการคืนรถ&nbsp;,เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์&nbsp;โดยการกำหนดแนวทางในการควบคุมอัตราดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญาไม่ให้สูงขึ้นกว่าอัตราดอกเบี้ยเดิม&nbsp;และปรับวิธีการคิดดอกเบี้ยช่วงที่พักบนค่างวดที่พักชำระหนี้สำหรับลูกหนี้เช่าซื้อรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง&nbsp;ให้มีทางเลือกในการคืนรถ&nbsp;และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน&nbsp;ด้วยการเพิ่มทางเลือกด้วยการพักเงินต้นและจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน&nbsp;และให้ลูกหนี้สามารถทยอยชำระคืนเป็นขั้นบันไดโดยลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความประสงค์รับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ผ่านช่องทางต่างๆ&nbsp;ของผู้ให้บริการทางการเงิน&nbsp;โดย&nbsp;ธปท.&nbsp;ขอให้ผู้ให้บริการทางการเงินให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมกับสถานะของลูกหนี้ตามมาตรการที่กำหนด&nbsp;รวมทั้งให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามนโยบายของผู้ให้บริการทางการเงิน</p><p><strong>รองผู้ว่าการ&nbsp;ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน</strong>&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;นอกจากนี้ยังมีช่องทางสนับสนุนในการช่วยเหลือลูกหนี้ที่เดือดร้อน&nbsp;ได้แก่&nbsp;มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้&nbsp;สำหรับการช่วยเหลือลูกหนี้บัตรเครดิต&nbsp;สินเชื่อส่วนบุคคล&nbsp;ได้ขยายเวลาออกไปถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;และจะเพิ่มการไกล่เกลี่ยหนี้เช่าซื้อในระยะต่อไป&nbsp;และโครงการหมอหนี้เพื่อประชาชน&nbsp;เพื่อเป็นแหล่งให้ข้อมูลและข้อแนะนำเกี่ยวกับการแก้ไขหนี้รายย่อยและธุรกิจ&nbsp;ซึ่งลูกหนี้สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองและนำไปแก้ไขปัญหา&nbsp;สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบสามารถศึกษาและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือได้ที่ผู้ให้บริการทางการเงินของท่าน&nbsp;ผ่านช่องทาง&nbsp;&nbsp;ต่างๆ&nbsp;สำหรับลูกหนี้ที่ยังมีศักยภาพ&nbsp;ธปท.&nbsp;จะสนับสนุนให้ทยอยชำระหนี้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;เนื่องจากการพักชำระเงินต้น&nbsp;หรือดอกเบี้ยจะยังคงมีการคิดดอกเบี้ยตามระยะเวลาการกู้ยืมอยู่&nbsp;ซึ่งจะทำให้ภาระการชำระหนี้ของลูกหนี้เพิ่มขึ้นในระยะยาว</p><p><br></p><p><br></p>	14/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514164012960
121	กรมธนารักษ์ เปิดประมูลขายที่ราชพัสดุที่ได้มาโดยคำพิพากษาของศาลให้ตกเป็นของแผ่นดิน 154 รายการ 	<p><strong>นายยุทธนา&nbsp;หยิมการุณ&nbsp;อธิบดีกรมธนารักษ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมธนารักษ์กำหนดเปิดประมูลขายที่ราชพัสดุที่ได้มาโดยคำพิพากษาของศาลให้ตกเป็นของแผ่นดิน&nbsp;ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ยึดมาในคดีมูลฐานความผิดในการฟอกเงินตามกฎหมาย&nbsp;ปปง.&nbsp;และ&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;รวม&nbsp;154&nbsp;รายการ&nbsp;229&nbsp;แปลง&nbsp;โดยเปิดประมูลผ่านระบบประมูลทรัพย์ออนไลน์&nbsp;เพื่อให้ประชาชนค้นหาและประมูลทรัพย์ที่ต้องการได้แบบ&nbsp;Real&nbsp;Time&nbsp;มีประสิทธิภาพ&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;โปร่งใส&nbsp;สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน&nbsp;และเป็นไปตามหลักของการแข่งขัน&nbsp;พร้อมทั้งมีกระบวนการรับ&nbsp;-&nbsp;จ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;</p><p><strong>สำหรับทรัพย์ที่เปิดทำการประมูลในครั้งนี้&nbsp;</strong>กระจายอยู่ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;และอีก&nbsp;21&nbsp;จังหวัด&nbsp;เช่น&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และภูเก็ต&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ที่ดินเปล่า&nbsp;บ้านพร้อมที่ดิน&nbsp;อาคารพาณิชย์&nbsp;ห้องชุด&nbsp;และรีสอร์ท&nbsp;โดยในรอบแรกจะเปิดประมูลขายในวันที่&nbsp;7&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30น.&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;14&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ก่อนเวลา&nbsp;12.00น.&nbsp;ซึ่งจะเปิดให้มีการลงทะเบียนสมัครสมาชิกและวางเงินประกันการประมูลในระบบประมูลได้ก่อนในวันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;11&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ก่อนเวลา&nbsp;12.00&nbsp;น.</p><p><strong>ผู้ประสงค์เข้าประมูล</strong>ที่ได้สมัครสมาชิกในระบบประมูลขายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมธนารักษ์แล้ว&nbsp;ประสงค์ที่จะเสนอราคาซื้อที่ราชพัสดุรายการใดในการขายครั้งนี้&nbsp;สามารถวางเงินประกันการประมูลแต่ละรายการที่จะเสนอราคาซื้อโดยชำระผ่านระบบ&nbsp;Payment&nbsp;ในช่องทางการชำระเงินบนแอปพลิเคชั่นต่างๆ&nbsp;ซึ่งผู้เสนอราคาสามารถเสนอราคาขั้นต่ำเพิ่มขึ้นระหว่างการแข่งขันเสนอราคาแต่ละครั้งได้&nbsp;ส่วนผู้ที่เสนอราคาซื้อสูงสุดของที่ราชพัสดุแต่ละรายการ&nbsp;จะต้องชำระค่าธรรมเนียมการใช้บริการของธนาคารในการเข้าร่วมประมูลในอัตราค่าธรรมเนียมแต่ละรายการตามราคาทรัพย์</p><p><strong>อธิบดีกรมธนารักษ์&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;ในระยะถัดไปกรมธนารักษ์จะมีการเพิ่มช่องทางการวางเงินและคืนเงินประกันการประมูลผ่านระบบ&nbsp;Payment&nbsp;ในช่องทางการชำระเงินบนแอปพลิเคชันต่างๆ&nbsp;เพื่อให้บริการประชาชนครอบคลุมทุกธุรกรรมการเงินที่จะมีการพัฒนาขึ้นในอนาคต&nbsp;ตลอดจนจะขยายการประมูลออนไลน์ในการจัดให้เช่าที่ราชพัสดุ&nbsp;โดยการเปิดประมูลสิทธิการเช่าที่ราชพัสดุในลักษณะออนไลน์เช่นเดียวกับการประมูลขายด้วย</p><p><br></p><p><br></p>	14/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514142626835
122	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง ออกตรวจสอบสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ ในพื้นที่อำเภอรัษฎาและอำเภอห้วยยอด	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ออกตรวจสอบสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัย&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;ในพื้นที่อำเภอรัษฎา&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ดังนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1)&nbsp;ร้านสุธารัตน์เภสัช&nbsp;ราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;ชนิดกล่องบรรจุ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;100-125&nbsp;บาท&nbsp;สเปรย์แอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือขนาด&nbsp;100&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;59&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2)&nbsp;ร้านสมโชคเภสัช&nbsp;ราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;ชนิดกล่องบรรจุ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;90&nbsp;บาท&nbsp;สเปรย์แอลกอฮอล์70%&nbsp;ขนาด&nbsp;450&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;160&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3)&nbsp;ร้านคลังแสงฟาร์มาซี&nbsp;ราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัย&nbsp;ชนิดกล่องบรรจุ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;สเปรย์แอลกอฮอล์&nbsp;70%&nbsp;ขนาด&nbsp;50&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;59&nbsp;บาท&nbsp;เจลล้างมือแอลกอฮอล์&nbsp;ขนาด&nbsp;200&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;99&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4)&nbsp;ร้าน&nbsp;7-11&nbsp;สาขาบ้านสวนรื่นรมย์&nbsp;ราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;ชนิดกล่องบรรจุ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;99&nbsp;บาท&nbsp;เจลแอลกอฮอล์ล้างมือขนาด&nbsp;200&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;79&nbsp;บาท&nbsp;ขนาด&nbsp;100&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;39&nbsp;บาท&nbsp;ขนาด&nbsp;50&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;59&nbsp;บาท&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานการณ์การค้า&nbsp;จังหวัดตรังมีหน้ากากอนามัยทางการแพทย์วางจำหน่ายในบางร้าน&nbsp;ส่วนหน้ากากทางเลือก&nbsp;อาทิ&nbsp;หน้ากากกันฝุ่นทั่วไป&nbsp;หน้ากากเพื่อสุขภาพ&nbsp;และหน้ากากผ้า&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์&nbsp;และถุงมือยางทางการแพทย์มีวางจำหน่ายในปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนและมีการปิดป้ายแสดงราคาชัดเจน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย&nbsp;ให้ครบถ้วน&nbsp;ชัดเจน&nbsp;และหากพบเห็น&nbsp;การกระทำผิด&nbsp;จำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&nbsp;หรือจำหน่ายในราคา&nbsp;ไม่ตรงกับที่แจ้งไว้&nbsp;สามารถร้องเรียนได้ที่&nbsp;สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;โทร.&nbsp;0&nbsp;7522&nbsp;3076&nbsp;หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการ&nbsp;ตามกฎหมาย&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;กรณีจำหน่ายสินค้าราคาสูง&nbsp;เกินสมควร&nbsp;กักตุนสินค้าและปฏิเสธการจำหน่ายต้องโทษจำคุก&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;140,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	14/5/2021	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514132452799
123	เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนมะม่วงจังหวัดสระแก้วร่วมลงนาม MOP ซื้อขายมะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว จำนวน 1,000 ตัน มูลค่ารวม 45 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 1 ปี สู่ตลาดฮ่องกง	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(14&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นายเกียรติศักดิ์&nbsp;จันทรา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;นางสาวนงเยาว์&nbsp;ศรีฉันทะมิตร&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสระแก้ว&nbsp;นายประจักร์&nbsp;ประสงค์สุข&nbsp;เกษตรจังหวัดสระแก้ว&nbsp;นายบำรุง&nbsp;ล้อเจริญวัฒนะชัย&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดสระแก้ว&nbsp;และ&nbsp;นายเกษมสันต์&nbsp;ศรีโสภา&nbsp;ประธานเครือข่ายธุรกิจ&nbsp;MOC&nbsp;Biz&nbsp;Club&nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยานฝ่ายผู้ขาย&nbsp;จังหวัดสระแก้ว&nbsp;ในพิธีลงนาม&nbsp;MOP&nbsp;(MEMORANDUM&nbsp;OF&nbsp;PURCHASING&nbsp;)&nbsp;การส่งเสริม&nbsp;การส่งออกมะม่วงไทยเข้าสู่ตลาดฮ่องกง&nbsp;ระหว่างบริษัท&nbsp;Chiangmai&nbsp;Herbs&nbsp;Trading&nbsp;จำกัด&nbsp;เมืองฮ่องกง&nbsp;ผู้ซื้อ&nbsp;โดย&nbsp;Mr.&nbsp;Pang&nbsp;Kwong&nbsp;Wing&nbsp;กรรมการบริษัทฯ&nbsp;กับ&nbsp;เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนมะม่วงจังหวัดสระแก้ว&nbsp;คุณวรเทพ&nbsp;แก้ววงษ์นุกูล&nbsp;ประธานเครือข่าย&nbsp;ผ่านช่องทางออนไลน์&nbsp;ร่วมกับสักขีพยานจากกระทรวงพาณิชย์&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งพิธีลงนาม&nbsp;MOP&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;มีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงการส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้ไทย&nbsp;เพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้เกษตรกร&nbsp;และผลักดันตลาดมะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้วให้เป็นสินค้าระดับพรีเมียมอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยเริ่มจากตลาดฮ่องกงซึ่งมีความนิยมและต้องการบริโภคผลไม้ไทยโดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี&nbsp;รวมทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนให้จังหวัดสระแก้วเป็น&nbsp;สระแก้วโมเดล&nbsp;สำหรับการส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้ไทยที่มีคุณภาพและมาตรฐานสู่ตลาดต่างประเทศต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประจัก&nbsp;สารการ&nbsp;&nbsp;สุชีวิน&nbsp;ปิยะมิตรบัณฑิต&nbsp;ภาพ/ข่าว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	14/5/2021	ภาคตะวันออก	สระแก้ว	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514154439923
124	จังหวัดกระบี่เร่งประชุมหารือรัฐเอกชนเตรียมการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติห้วงเดือน 1 ต.ค. 64	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(14&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;)&nbsp;นายสมชาย&nbsp;หาญภักดีปฏิมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือเตรียมการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ&nbsp;โดยมีนางสาวจรรยารักษ์&nbsp;สาธิตกิจ&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่&nbsp;และ&nbsp;นายอุทิศ&nbsp;ลิ่มสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานกระบี่&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ณ.ห้องประชุมอ่าวลึก&nbsp;(ชั้น3&nbsp;)&nbsp;ศาลากลางจังหวัดกระบี่&nbsp;ร่วมวางแผนจัดทำขั้นตอนการเตรียมแผนงานโครงการที่เปิดรับนักท่องเที่ยวจังหวัด&nbsp;สำหรับของพื้นที่ทั้ง6&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่จังหวัดเสนอให้เป็นพื้นที่ดำเนินการ&nbsp;Bubble&nbsp;-&nbsp;Vaccine&nbsp;Travel&nbsp;Area&nbsp;&nbsp;sandbox&nbsp;และ&nbsp;Area&nbsp;Quarantine&nbsp;(พื้นที่กำกับดูแลเป็นการเฉพาะ)&nbsp;ได้แก่&nbsp;เกาะพีพี&nbsp;,ไร่เลย์&nbsp;,เกาะไหง&nbsp;,หนองทะเล&nbsp;,อ่าวนาง&nbsp;และเกาะลันตาใหญ่&nbsp;เพื่อรับนักท่องเที่ยวตามนโยบายเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ&nbsp;ตามนโนบายรัฐบาลจะมรการเปิดพื้นที่&nbsp;Sand&nbsp;box&nbsp;คู่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยในวันนี้มีมติที่ประชุม&nbsp;เสนอให้&nbsp;ทุกหน่วยงานนำเสนอแผนระดมความคิดเห็นทุกภาคส่วน&nbsp;เสนอแผนงานโครงการเพื่อให้สอดคล้องในการเสนอแผนการพัฒนาพื้นที่กระบี่สอดคล้องกับยุทธ์ศาสตร์ด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ในระยะสั้น&nbsp;ระยะกลาง&nbsp;ระยะยาว&nbsp;โดยให้ทุกหน่วยงานบรรจุแผนงานของหน่วยงาน&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;งบจังหวัด&nbsp;งบท้องถิ่น&nbsp;งบฟังก์ชั่น&nbsp;ให้ทุกหน่วยงานและเจ้าของพื้นที่รัฐเอกชน&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;สำรวจโครงการที่สอดคล้อง&nbsp;โดยให้คำนึงถึงความปลอดภัย&nbsp;ด้านสาธารณสุข&nbsp;ด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน&nbsp;ต้องมีมาตรฐานบนพื้นฐานความปลอดภัย&nbsp;เช่น&nbsp;มาตรการฐาน&nbsp;sha&nbsp;กว่า&nbsp;347&nbsp;แห่ง&nbsp;หรือ&nbsp;ALQ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อนำเสนอแผนเป็นในทิศทางเดียวกัน&nbsp;ในด้านมาตรการและโครงการครอบคลุมทุกพื้นที่&nbsp;บนความปลอดภัยสูงสุด&nbsp;โดยหลังจากนี้เมื่อทำแผนแล้ว&nbsp;ให้มีการแถลงแผน&nbsp;และทำการซักซ้อม&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างความรับรู้&nbsp;ความเข้าใจแก่ประชาชน&nbsp;และผู้ประกอบการ&nbsp;เร่งประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ความรู้ประชาชน&nbsp;ถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีน&nbsp;เพื่อให้สามารถช่วยในด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของพื้นที่ท่องเที่ยว&nbsp;โดยหลังจากนี้&nbsp;จะประชุมหารือร่วมกันอีกครั้ง&nbsp;และเน้นย้ำกำชับให้นำ&nbsp;พรบ.&nbsp;และกฎระเบียบ&nbsp;การบังคับใช้ของหน่วยงาน&nbsp;อย่างเคร่งครัดเช่น&nbsp;ท่าอากาศยานานาชาติกระบี่&nbsp;ขนส่งจังหวัดกระบี่&nbsp;ท่าเทียบเรือโดยสารเพื่อการท่องเที่ยว&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยจัดทำขั้นตอน&nbsp;รายละเอียดในการเปิดรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;อปท.ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;เพื่อเสนอศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เเละคณะรัฐมนตรี&nbsp;พิจารณาต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;&nbsp;:&nbsp;สำนักข่าวประชาสัมพันํ์จังหวัดกระบี่&nbsp;/ปานอุมา&nbsp;แหละยุหีม&nbsp;14&nbsp;พ.ค.&nbsp;64</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p>	14/5/2021	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515112601121
125	หนองคาย เอาใจคอทุเรียนเริ่มต้นพูละ 5 บาทคนต่อคิวซื้อ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แม่ค้าสาวหนองคายใจดี&nbsp;เอาใจคอทุเรียนหนองคาย&nbsp;ในยามวิกฤตเศรษฐกิจในยุคโควิด-19&nbsp;ที่หลาย&nbsp;ๆ&nbsp;คนต้องขาดรายได้และมีรายได้ที่น้อยลง&nbsp;ให้มีโอกาสได้รับประทานทุเรียน&nbsp;ขายทุเรียนหมอนทองในราคาถูก&nbsp;เริ่มต้นพูละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;คนต่อคิวแห่ซื้อแน่น&nbsp;ใช้เวลาไม่ถึง&nbsp;2&nbsp;ชั่วโมงก็ขายหมด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อช่วงเช้าของวันนี้&nbsp;(15&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่แผงขายทุเรียนบริเวณด้านหน้าสำนักงานธนารักษ์พื้นที่หนองคาย&nbsp;ตรงข้ามสำนักงานสาธาณสุขจังหวัดหนองคาย&nbsp;ถนนศูนย์ราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;น.ส.ไตรรัตน์&nbsp;พลศักดิ์&nbsp;อายุ&nbsp;24&nbsp;ปี&nbsp;แม่ค้าขายทุเรียน&nbsp;ได้ตั้งโต๊ะเปิดขายทุเรียนหมอนทองที่แกะแยกเป็นพู&nbsp;เริ่มต้นที่&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;แรปด้วยพลาสติกใสอย่างดีวางขายบนโต๊ะ&nbsp;ปรากฏว่ามีลูกค้ารุมล้อมเลือกทุเรียนกันอย่างคึกคัก&nbsp;โดยมีราคาขายเริ่มตั้งแต่พูละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;เรื่อยไปจนถึงหลัก&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ตามขนาด&nbsp;ซึ่งทุเรียนพูละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;ถูกเลือกซื้อเป็นอันดับแรก&nbsp;และหมดไปในเวลาไม่ถึง&nbsp;1&nbsp;นาทีหลังเปิดขาย&nbsp;โดยได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างมาก&nbsp;ทั้งกลุ่มคนทำงาน&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;ที่สามารถมาเลือกซื้อทุเรียนไปรับประทานกันได้ตามงบประมาณที่มีในกระเป๋า&nbsp;ถือเป็นเจ้าแรกของจังหวัดหนองคายที่ขายทุเรียนในราคาถูกแบบนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการสอบถาม&nbsp;น.ส.ไตรรัตน์&nbsp;พลศักดิ์&nbsp;อายุ&nbsp;24&nbsp;ปี&nbsp;แม่ค้าขายทุเรียน&nbsp;บอกว่า&nbsp;ตนมีแนวคิดขายทุเรียนแยกพูเริ่มต้นพูละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;เพราะต้องการช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤตเศรษฐกิจในยุคโควิด-19&nbsp;เพราะหลาย&nbsp;ๆ&nbsp;คนต้องขาดรายได้&nbsp;หากอยากรับประทานทุเรียน&nbsp;และต้องซื้อในราคาแพงก็คงไม่ไหว&nbsp;ยอมรับว่ากำไรไม่มาก&nbsp;ขอแค่พอมีกำไรเป็นรายได้เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง&nbsp;แม่ค้าอยู่ได้ลูกค้าอยู่ได้ก็ดีใจ&nbsp;หลังจากเปิดขายมาเป็นวันที่&nbsp;8&nbsp;ปรากฏว่าลูกค้าตอบรับเป็นอย่างดี&nbsp;แต่ละวันสั่งทุเรียนหมอนทองจังหวัดจันทบุรี&nbsp;มาขายวันละ&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;โดยขายแบบเป็นลูกช่างกิโลละ&nbsp;115&nbsp;บาท&nbsp;และแยกพูเริ่มต้นที่&nbsp;5&nbsp;บาทไปจนถึง&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ตามขนาด&nbsp;ใช้เวลาไม่ถึง&nbsp;2&nbsp;ชั่วโมงก็ขายหมด&nbsp;หลังจากนี้ก็จะยังขายไปเรื่อย&nbsp;ๆ&nbsp;จนกว่าจะหมดฤดูกาล&nbsp;และหากลูกค้ามากขึ้นก็จะจัดระบบบัตรคิวเว้นระยะห่าง&nbsp;เพื่อให้ปลอดภัยจากโรคระบาดโควิด-19&nbsp;โดยจะเริ่มขายตั้งแต่เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.ทุกวัน&nbsp;นอกจากนี้ยังได้โพสต์ขายในเฟซบุ๊ก&nbsp;ไทยหนองคาย&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางในการขายอีกด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จุมพล&nbsp;&nbsp;สายแวว&nbsp;&nbsp;ข่าว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	15/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองคาย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515105811099
126	กระทรวงพาณิชย์ เปิดจุดรับซื้อพริกเขียวมันในพื้นที่จังหวัดสงขลาและนครศรีธรรมราช แก้ปัญหาราคาพริกตกต่ำ	<p><strong>นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาราคาพริกเขียวมันตกต่ำ&nbsp;หลังจากประเทศมาเลเซียลดการนำเข้า&nbsp;ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้เชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้าไปรับซื้อพริกเขียวมันจากเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสงขลาและนครศรีธรรมราช&nbsp;โดยสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการช่วยเหลือเกษตรกรในอัตราไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการรับซื้อไปแล้ว&nbsp;400&nbsp;ตัน&nbsp;จากเป้าหมาย&nbsp;3,000&nbsp;ตัน&nbsp;และได้เปิดจุดรับซื้อในพื้นที่จังหวัดสงขลาจำนวน&nbsp;59&nbsp;จุด&nbsp;ในอำเภอระโนดและกระแสสินธุ์&nbsp;และ&nbsp;จุดรับซื้อที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;อีกจำนวน&nbsp;5&nbsp;จุดในอำเภอหัวไทร&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ได้อนุมัติแผนการเปิดจุดรับซื้อเพิ่มอีก&nbsp;21&nbsp;จุดในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอปากพนัง&nbsp;ชะอวด&nbsp;เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;และเชียรใหญ่&nbsp;ซึ่งจะได้ทยอยเปิดโดยเร็ว&nbsp;สำหรับในพื้นที่ตำบลเกาะทวด&nbsp;อำเภอปากพนัง&nbsp;จังหวัดจังหวัดนครศรีธรรมราชจะเปิดจุดรับซื้อในวันเสาร์ที่&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ภายหลังจากการดำเนินการดังกล่าว&nbsp;</strong>ช่วยพยุงราคาในตลาดไม่ลดต่ำลงและปรับสูงขึ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการกระจุกตัวของผลผลิตพริกในพื้นที่ได้ขอความร่วมมือตลาดกลางสินค้าเกษตรในความส่งเสริมของกรมการค้าภายใน&nbsp;อาทิ&nbsp;ตลาดไท&nbsp;ตลาดสี่มุมเมือง&nbsp;&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;ตลาดศรีเมือง&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;และห้างค้าปลีกค้าส่งเข้าไปช่วยรับซื้อผลผลิตออกจากพื้นที่&nbsp;คาดว่าภายหลังเทศกาลถือศีลอดของชาวมุสลิมความต้องการบริโภคจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;หากพบเห็นพฤติกรรมที่เป็นการเอาเปรียบหรือกดราคารับซื้อ&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	15/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515130622198
127	รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สนับสนุนภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่องด้านการท่องเที่ยว เร่งส่งวัคซีนฉีดให้ได้ 70% 	<p><strong>นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจปราการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;นายแพทย์โสภณ&nbsp;เมฆธน&nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;นายแพทย์เกียรติภูมิ&nbsp;วงศ์รจิต&nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;&nbsp;และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;ลงพื้นที่ติดตาม&nbsp;การให้บริการวัคซีนโควิด&nbsp;-19&nbsp;แก่ประชาชน&nbsp;พร้อมส่งมอบวัคซีนซิโนแวค&nbsp;สำหรับฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่และมอบหน้ากากอนามัยทางการแพทย์หน้ากาก&nbsp;n95&nbsp;ชุด&nbsp;Cover&nbsp;All&nbsp;ยาแผนไทยฟ้าทะลายโจรให้กับโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต&nbsp;สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่&nbsp;ไว้ใช้ในการปฏิบัติงาน&nbsp;โดยมีนายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นตัวแทนรับมอบ&nbsp;</p><p><strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตวันนี้&nbsp;ได้มอบนโยบายและติดตามสถานการณ์การฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดจังหวัดภูเก็ตรับนักท่องเที่ยว&nbsp;เป็นจังหวัดแรกของประเทศตามแผนรัฐบาล&nbsp;&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ&nbsp;ทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวฟื้นตัว&nbsp;ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนทุกด้านเพื่อให้จังหวัดภูเก็ตกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง&nbsp;</p><p><strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กล่าวต่อว่า</strong>&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นจังหวัดที่มีประสิทธิภาพในการบริการวัคซีนกับประชาชน&nbsp;ซึ่งการจะเปิดเมืองภูเก็ตคนในพื้นที่จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนให้ได้ร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ของประชากร&nbsp;เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่&nbsp;โดยกลุ่มที่จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนอย่างครอบคลุมคือ&nbsp;ผู้ที่มีอายุมากกว่า&nbsp;18&nbsp;ปี&nbsp;และแรงงานในธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;แรงงานในธุรกิจอื่นและแรงงานต่างชาติ&nbsp;ที่มีเป้าหมาย&nbsp;466,&nbsp;587&nbsp;คน&nbsp;โดยแผนการฉีดจะต้องฉีดเข็มที่&nbsp;1&nbsp;ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;และฉีดเข็มที่&nbsp;2&nbsp;ให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	15/5/2021	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515162657244
128	ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับผู้ให้บริการทางการเงินออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 3	<p><strong>นายรณดล&nbsp;นุ่มนนท์&nbsp;</strong>รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธปท.)&nbsp;เปิดเผยถึงมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้&nbsp;ผ่านรายการ&nbsp;NBT&nbsp;รวมใจ&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;ว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ระลอก&nbsp;3&nbsp;ส่งผลให้ลูกหนี้รายย่อยยังคงได้รับผลกระทบในวงกว้าง&nbsp;โดยการแพร่ระบาดในช่วงที่ผ่านมา&nbsp;ธปท.&nbsp;ร่วมกับสถาบันการเงิน&nbsp;ได้ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วน&nbsp;โดยมองว่าการแพร่ระบาดในรอบนี้การช่วยเหลือต้องเพิ่มมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากมีลูกหนี้รายย่อยแจ้งความประสงค์ขอรับการช่วยเหลือในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;กว่าแสนราย&nbsp;วงเงิน&nbsp;4&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>ธปท.&nbsp;จึงหารือร่วมกับผู้ให้บริการทางการเงินต่างๆ&nbsp;</strong>ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่&nbsp;3&nbsp;ด้วยการยกระดับมาตรการเดิมให้ตอบสนองต่อสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นและช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับความเดือดร้อนได้อย่างเหมาะสม&nbsp;ซึ่งจะครอบคลุมสินเชื่อ&nbsp;4&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล&nbsp;,สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์&nbsp;,เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์&nbsp;และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน&nbsp;โดยลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความประสงค์รับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ผ่านช่องทางต่างๆ&nbsp;ของผู้ให้บริการทางการเงิน</p><p><strong>รองผู้ว่าการ&nbsp;ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน</strong>&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;สำหรับลูกหนี้ที่ยังมีศักยภาพจ่ายได้&nbsp;ธปท.&nbsp;ขอให้ชำระหนี้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;เนื่องจากการพักชำระหนี้เป็นเพียงการชะลอเท่านั้น&nbsp;โดยในระยะถัดไป&nbsp;ธปท.&nbsp;จะออกมาตรการช่วยเหลือสำหรับลูกหนี้ที่ชำระหนี้ได้ตรงด้วย&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;การช่วยเหลือในรอบนี้&nbsp;ธปท.&nbsp;ขอให้ผู้ให้บริการทางการเงินให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมกับสถานะของลูกหนี้ตามมาตรการที่กำหนด&nbsp;รวมทั้งให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามนโยบายของผู้ให้บริการทางการเงิน</p><p><br></p><p><br></p>	16/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516134519391
129	คลังจังหวัดลำปาง นำทีมคณะผู้บริหารการคลังประจำ??จังหวัด?ลำ?ปาง เข้ารับฉีดวัคซีน?โควิด-19 สร้างภูมิคุ้มกัน?หมู่ ?สร้างความเชื่อมั่นฟื้นฟูเศรษฐกิจ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(16&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;<span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">นางสุภาภรณ์&nbsp;จุลละสุภา&nbsp;คลังจังหวัดลำปาง</span>&nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหารการคลังประจำ??จังหวัด?ลำ?ปาง&nbsp;(คบจ.)&nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยงานสังกัดกระทรวงการคลัง?&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;และส่วนราชการ&nbsp;ทั้งหมดประมาณ&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องลงพื้นที่พบปะและให้บริการประชาชนในด้านต่างๆ&nbsp;เข้ารับการฉีดวัคซีน<span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;Sinovac&nbsp;เข็มที่แรก&nbsp;ณ&nbsp;อาคารตึกเมตตา&nbsp;โรงพยาบาลลำปาง</span>&nbsp;<span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;&nbsp;color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">โดยไม่พบอาการข้างเคียงหรืออาการผิดปกติแต่อย่างใด</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">คลังจังหวัดลำปาง</span>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มีความมั่นใจในความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;และที่สำคัญคือตามนโยบายของจังหวัดและรัฐบาลที่ความตั้งใจให้เกิดการสร้าง&nbsp;สร้างภูมิคุ้มกัน?หมู่?<span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">ให้แก่ประชาชน</span>&nbsp;เพื่อปัญหาและลดการระบาดโรคโควิด-19&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ?และสังคมของจังหวัดลำปางและประเทศ&nbsp;จึงขอให้ประชาชนร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกัน?หมู่ไปพร้อมๆ&nbsp;กัน&nbsp;เพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุขโดยเร็วที่สุด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">คลังจังหวัดลำปาง</span>&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;สำหรับมาตรการการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;ระลอกที่&nbsp;3&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ครม.&nbsp;มีมติเห็นชอบช่วยเหลือ&nbsp;ประชาชน&nbsp;อาทิ&nbsp;โครงการเราชนะ&nbsp;<span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">เพิ่มวงเงินใช้จ่ายสัปดาห์ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;ครอบคลุมผู้มีสิทธิ&nbsp;32,900,000&nbsp;คน&nbsp;ใช้จ่ายได้ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิ.ย.&nbsp;64</span>,&nbsp;โครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;<span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">เพิ่มวงเงินช่วยเหลือผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;33&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;จำนวน&nbsp;9,270,000&nbsp;คน&nbsp;ใช้จ่ายได้ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิ.ย.&nbsp;64</span>,&nbsp;โครงการคนละครึ่งเฟส&nbsp;3&nbsp;ใช้หลักเกณฑ์เดิม&nbsp;คือ&nbsp;รัฐบาลครึ่งหนึ่งกับประชาชนครึ่งหนึ่ง&nbsp;โดยรัฐบาลสนับสนุนวงเงินใช้จ่าย&nbsp;สูงสุด&nbsp;150&nbsp;บาท/คน/วัน&nbsp;สูงสุด&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;ครอบคลุมผู้ใช้สิทธิ&nbsp;31,000,000&nbsp;คน&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;(ก.ค.&nbsp;&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64)&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;&nbsp;ขยายวงเงินช่วยเหลือค่าครองชีพให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ&nbsp;กว่า&nbsp;13,650,000&nbsp;คน&nbsp;ให้ได้รับวงเงินเพิ่มเติมเดือนละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;(ก.ค.&nbsp;&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64)&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ&nbsp;ขยายวงเงินช่วยเหลือค่าครองชีพสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ&nbsp;ครอบคลุมผู้ได้รับสิทธิ&nbsp;2,500,000&nbsp;คน&nbsp;ให้ได้รับวงเงินเพิ่มเติมเดือนละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;(ก.ค.&nbsp;&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64)&nbsp;และ&nbsp;โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้(โครงการใหม่ล่าสุด)&nbsp;กระตุ้นการบริโภคในประเทศของประชาชนกลุ่มรายได้ปานกลางและรายได้สูง&nbsp;โดยรัฐสนับสนุนบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;(E-Voucher)&nbsp;ให้กับประชาชนเมื่อใช้จ่ายซื้อสินค้า&nbsp;อาหาร&nbsp;และเครื่องดื่ม&nbsp;ค่าบริการ&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง&nbsp;กับผู้ประกอบการร้านค้าหรือบริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ซึ่งติดตั้งแอปพิเคชันถุงเงิน&nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ยิ่งใช้ยิ่งดี&nbsp;กำหนดวงเงินใช้จ่ายไม่เกิน&nbsp;5,000&nbsp;บาท/คน/วัน&nbsp;สูงสุดไม่เกิน&nbsp;7,000&nbsp;บาทต่อคน&nbsp;เมื่อประชาชนใช้จ่ายดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุน&nbsp;e-Voucher&nbsp;จากภาครัฐในช่วงเดือน&nbsp;ก.ค.&nbsp;&nbsp;ส.ค.&nbsp;64&nbsp;และสามารถนำ&nbsp;E-Voucher&nbsp;ไปใช้จ่ายได้ในเดือน&nbsp;ส.ค.&nbsp;&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	16/5/2021	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516142521401
130	สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน) ผลักดันการปลูกบุกแบบไม่รุกป่า เผย บุก จากโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมยและแม่สามแลบ สร้างรายได้ให้เกษตรกรหลักล้านแล้ว	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน)&nbsp;เปิดข้อมูลว่า&nbsp;บุกเนื้อทราย&nbsp;(บุกไข่)&nbsp;เป็นพืชท้องถิ่นและเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรบนพื้นที่สูง&nbsp;โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่ในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมยและแม่สามแลบ&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงแม่สอง&nbsp;อำเภอท่าสองยาง&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;โดยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2559-2563&nbsp;รวมไม่น้อยกว่า&nbsp;40.54&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ประมาณการผลผลิตเฉลี่ยรวม&nbsp;527&nbsp;ตันต่อปี&nbsp;ทั้งนี้ปริมาณความต้องการใช้ผงบุกในตลาดโลก&nbsp;30,000-40,000&nbsp;ตันต่อปี&nbsp;และปริมาณความต้องการใช้หัวบุกสดในประเทศมากกว่า&nbsp;12,000&nbsp;ตันต่อปี&nbsp;แต่ประเทศไทยผลิตได้ประมาณ&nbsp;5,000&nbsp;ตันต่อปี&nbsp;(ชาลีดา,2559)&nbsp;ซึ่งเห็นได้ว่าบุกเนื้อทรายเป็นพืชที่มีศักยภาพในการนำมาพัฒนาให้มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;เนื่องจากมีแนวโน้มความต้องการของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของบุกเนื้อทราย&nbsp;โดยขึ้นเจริญได้ดีในระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล&nbsp;100-800&nbsp;เมตร&nbsp;เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;ไม่มีน้ำท่วมขัง&nbsp;ไม่ชอบแดดจัด&nbsp;สามารถปลูกร่วมกับพืชชนิดอื่นได้&nbsp;ไม่ว่าจะปลูกแซมตามป่าธรรมชาติ&nbsp;ปลูกแซมในสวนไม้ผล&nbsp;ไม้ยืนต้น&nbsp;หรือปลูกเป็นพืชร่วมในระบบวนเกษตร&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และสามารถปลูกได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมี&nbsp;เหมาะเป็นพืชทางเลือกเศรษฐกิจสำหรับชุมชนที่อยู่ห่างไกลและใกล้ชิดกับพื้นที่ป่า&nbsp;โดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง&nbsp;ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้จากการปลูกบุก&nbsp;ในขณะเดียวกันไม่เข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อทำการเกษตรเชิงเดี่ยว&nbsp;แต่กลับทำให้มีพื้นที่ป่า/พื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย&nbsp;ทำให้&nbsp;คนบนพื้นที่สูงอยู่กับป่าได้อย่างเกื้อกูล&nbsp;สมดุล&nbsp;มั่นคง&nbsp;และยั่งยืน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แต่ทั้งนี้บุกเป็นพืชที่อยู่ภายใต้มาตรการควบคุมการนำไปใช้ประโยชน์ของกฎหมาย&nbsp;(ของป่า)&nbsp;จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการพื้นที่ปลูก&nbsp;โดยการกําหนดเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินให้ชัดเจน&nbsp;(จับพิกัดจัดทำแผนที่รายแปลง)&nbsp;และมีระบบการควบคุมที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่&nbsp;(กำหนดกฎระเบียบร่วมกับชุมชนในการจัดระบบการปลูก)&nbsp;การจัดทำทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกบุกในระบบของกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมป่าไม้&nbsp;การรวมกลุ่ม/จัดตั้งกลุ่มผู้ผลิตหรือแปรรูปผลผลิตบุกในพื้นที่&nbsp;รวมถึงการจัดการผลผลิตและการตลาด&nbsp;ภายใต้การทำงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆ&nbsp;ในลักษณะการบูรณาการ&nbsp;เพื่อยกระดับจากพืชป่า&nbsp;(พืชท้องถิ่น)&nbsp;มาเป็นพืชปลูก&nbsp;(พืชเศรษฐกิจ)&nbsp;ที่สร้างรายได้ให้ชุมชน&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ที่ดินบนพื้นที่สูง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	17/5/2021	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517133237553
131	รองผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา นำคณะลงพื้นที่สำรวจแหล่งท่องเที่ยวอำเภอพนมสารคาม เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวระดับอำเภอ ครั้งที่ 4	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(17&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นายพูลทรัพย์&nbsp;สมบูรณ์ปัญญา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;นำคณะกรรมการโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวระดับอำเภอ&nbsp;เดินทางลงพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;ที่ว่าการอำเภอพนมสารคาม&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;เพื่อร่วมประชุมขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวระดับอำเภอ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นางปิณฑิรา&nbsp;เก่งการพานิช&nbsp;นายอำเภอพนมสารคาม&nbsp;ให้การต้อนรับและแนะนำแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอพนมสารคาม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทราได้จัดทำโครงการดังกล่าวฯขึ้น&nbsp;เพื่อสำรวจแหล่งท่องเที่ยวและข้อมูลที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว&nbsp;และจัดทำฐานข้อมูลเพื่อการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวระดับอำเภอและจังหวัด&nbsp;ตลอดจนติดตามสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวและร่วมแก้ไขปัญหาด้านการท่องเที่ยวโดยบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับอำเภอ&nbsp;เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสู่ความเข้มแข็ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;และจัดทำข้อเสนอแนวทางการส่งเสริมพัฒนาและแก้ไขปัญหาด้านการท่องเที่ยวต่อคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวของจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;และปฏิบัติงานอื่นๆ&nbsp;ตามนโยบายจังหวัด&nbsp;หรือ&nbsp;ภารกิจอื่นๆ&nbsp;ตามสถานการณ์การท่องเที่ยวในภาวะปัจจุบัน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภายหลังการประชุม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;พร้อมคณะกรรมการฯ&nbsp;เดินทางไปวัดโพธิ์ใหญ่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลเมืองเก่า&nbsp;จากนั้น&nbsp;ไหว้พระไพรีพินาศ&nbsp;วิหารท้าวเวสสุวรรณ&nbsp;และพระมหาเจดีย์โพธินันทประภา&nbsp;และเดินทางไปยังศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;เยี่ยมชมภายในศูนย์ฯ&nbsp;และชมต้นเตยเปียก&nbsp;/ต้นศรีมหาโพธิ์&nbsp;เป็นต้นไม้ทรงปลูกของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และเดินทางต่อไปยังบ้านดิน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลเกาะขนุน&nbsp;จากนั้นเดินทางไปวัดสุวรรณคีรี&nbsp;(เขาดงยาง)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลหนองแหน&nbsp;และไหว้พระมหาเจดีย์จอมสุวรรณ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	17/5/2021	ภาคตะวันออก	ฉะเชิงเทรา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงเทรา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517152850651
132	เชิญชวนนักออกแบบไทยและต่างชาติ ส่งผลงานออกแบบเครื่องประดับชิงรางวัล GITs World Jewelry Design Awards 2021	"<p><strong>นายสุเมธ&nbsp;ประสงค์พงษ์ชัย</strong>&nbsp;ผู้อานวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;GIT&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การเปิดเวทีออกแบบเครื่องประดับเข้าประกวด&nbsp;&nbsp;GITs&nbsp;World&nbsp;Jewelry&nbsp;Design&nbsp;Awards&nbsp;2021&nbsp;ในปีนี้&nbsp;จัดขึ้นภายใต้แนวคิด&nbsp;""การออกแบบเครื่องประดับเพื่อทุกคน""&nbsp;ก้าวข้ามข้อจำกัดเรื่องเพศ&nbsp;อายุของผู้สวมใส่&nbsp;โดยการนำเสนอคุณค่า&nbsp;ความงดงามของวัสดุและวัตถุดิบที่เลือกใช้มาผสมผสานผ่านการนำเสนอแนวคิดในการออกแบบเครื่องประดับเพื่อทุกคน&nbsp;(Design&nbsp;for&nbsp;all)&nbsp;ซึ่งการประกวดครั้งนี้นักออกแบบรุ่นใหม่&nbsp;จะต้องนำแนวคิดและความชื่นชอบเครื่องประดับของผู้คนในทุกช่วงอายุมาหล่อหลอมและสร้างสรรค์ออกมาเป็นเครื่องประดับแบบใหม่&nbsp;</p><p><strong>ผู้ชนะการประกวดครั้งนี้มีรางวัลมูลค่ารวมกว่า&nbsp;300,000&nbsp;บาท</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;10,000&nbsp;เหรียญสหรัฐ&nbsp;พร้อมโล่เกียรติยศ&nbsp;โดยเบื้องต้นสถาบันจะตัดสินรอบคัดเลือกแบบวาดและนำแบบวาดที่เข้ารอบสุดท้าย&nbsp;4&nbsp;แบบวาด&nbsp;มาผลิตเป็นเครื่องประดับจริงเพื่อนำไปตัดสินอีกครั้ง&nbsp;&nbsp;และประกาศรางวัลผู้ชนะเลิศ&nbsp;พร้อมทั้งแสดงแฟชั่นโชว์ด้วยดารานางแบบชั้นนำที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน&nbsp;จากนั้นสถาบันจะนำผลงานการออกครั้งนี้ไปจัดแสดงในงานแสดงสินค้าต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โชว์ในงานบางกอกเจมส์&nbsp;แอนด์&nbsp;จิวเวลรี่&nbsp;แฟร์&nbsp;และงานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี&nbsp;2021&nbsp;เพื่อเป็นการเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับโลกของประเทศไทย&nbsp;เพื่อกระตุ้นความเชื่อมั่นในการเลือกซื้ออัญมณีของไทยและสร้างรายได้ให้กับประเทศหลังสถานการณ์วิกฤติโควิด&nbsp;-19&nbsp;&nbsp;คลี่คลาย</p><p><strong>นักออกแบบจะต้องส่งแบบวาดไม่จำกัดเทคนิค&nbsp;</strong>หรือภาพเขียนจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์&nbsp;ที่ตรงกับหัวข้อ&nbsp;จำนวนไม่น้อยกว่า&nbsp;3&nbsp;ชิ้นใน&nbsp;1&nbsp;ชุด&nbsp;(คอลเลคชัน)&nbsp;โดยในชุดนั้นจะต้องมีสร้อยคอเป็นหลักและเครื่องประดับอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ต่างหู&nbsp;แหวน&nbsp;กำไล&nbsp;เป็นต้น&nbsp;สำหรับผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดใบสมัครและส่งผลงานเข้าประกวดได้ตั้งแต่วันนี้&nbsp;&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ผ่านทางออนไลน์ที่เว็บไซต์&nbsp;www.gitwjda.com&nbsp;หรือส่งผลงานพร้อมใบสมัครทางไปรษณีย์&nbsp;หรือส่งผลงานด้วยตัวเองที่ฝ่ายฝึกอบรม&nbsp;สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;140&nbsp;อาคารไอทีเอฟ&nbsp;&nbsp;ทาวเวอร์&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ถนนสีลม&nbsp;แขวงสุริยวงศ์&nbsp;เขตบางรัก&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;10500&nbsp;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่&nbsp;ฝ่ายฝึกอบรม&nbsp;โทร.&nbsp;+66&nbsp;2&nbsp;634&nbsp;4999&nbsp;ต่อ&nbsp;301-306&nbsp;และ&nbsp;311-313&nbsp;และดูรายละเอียดการรับสมัครได้ที่&nbsp;www.gitwjda.com</p><p><br></p><p><br></p>"	18/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518092429881
133	กำหนดสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลประชาชนกลุ่มเสี่ยงและผู้ติดเชื้อโควิด-19 	<p><strong>นายประภาศ&nbsp;คงเอียด&nbsp;อธิบดีกรมบัญชีกลาง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันได้รับข้อร้องเรียนเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลของผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะกรณีที่เข้ารับการตรวจและรักษาที่สถานพยาบาลของเอกชน&nbsp;กรมบัญชีกลาง&nbsp;สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;(สปสช.)&nbsp;และสำนักงานประกันสังคม&nbsp;จึงบูรณาการร่วมกันเพื่อกำหนดสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลประชาชนกลุ่มเสี่ยงและผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่จำเป็นและเหมาะสม&nbsp;โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งในสถานพยาบาลของทางราชการและสถานพยาบาลของเอกชน&nbsp;รวมทั้งออกแถลงการณ์เรื่องสิทธิผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เพื่อให้ทุกหน่วยงาน&nbsp;ตลอดจนประชาชนทราบถึงสิทธิที่พึงได้รับตามกฎหมาย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยงและเป็นไปตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด&nbsp;ประชาชนทุกคนได้รับสิทธิดังกล่าว&nbsp;โดยที่&nbsp;สปสช.&nbsp;จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการทั้งในสถานพยาบาลของทางราชการและสถานพยาบาลของเอกชน&nbsp;และคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;และเงื่อนไขกำหนดค่าใช้จ่าย&nbsp;ในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ&nbsp;กรณีโรคโควิด-19&nbsp;ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของเอกขน&nbsp;ซึ่งหลักเกณฑ์ฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;ได้กำหนดขึ้น&nbsp;เพื่อรองรับสิทธิของผู้ป่วยให้สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของเอกชนได้ทุกแห่งและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p><strong>โดยที่สถานพยาบาลของเอกชนจะต้องดำเนินการส่งข้อมูล&nbsp;</strong>เพื่อขอเบิกเงินตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวมายัง&nbsp;สปสช.&nbsp;ก่อนที่จะส่งเรื่องไปยัง&nbsp;3&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กรมบัญชีกลาง&nbsp;สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;(สปสช.)&nbsp;และสำนักงานประกันสังคม&nbsp;เพื่อจ่ายเงินให้กับสถานพยาบาลของเอกชนโดยตรงต่อไป</p><p><strong>อธิบดีกรมบัญชีกลาง&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;</strong>ได้เร่งสร้างการรับรู้เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ฯ&nbsp;ข้างต้น&nbsp;ให้แก่สถานพยาบาลต่างๆ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องและทั่วถึง&nbsp;เพื่อให้การดำเนินการป้องกันและการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;รวมถึงดำเนินการต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;โดยทั้ง&nbsp;3&nbsp;หน่วยงานจะร่วมกันคุ้มครองสิทธิของประชาชน&nbsp;ให้สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์&nbsp;โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย&nbsp;ตามสิทธิของประชาชนที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย&nbsp;พุทธศักราช&nbsp;2560&nbsp;มาตรา&nbsp;49&nbsp;วรรค&nbsp;3&nbsp;ซึ่งกำหนดให้บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐ&nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย</p><p><br></p><p><br></p>	18/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518143812050
134	จังหวัดลำพูน เร่งช่วยเหลือเกษตรและผู้ประกอบการ ส่งออกผลผลิตการเกษตร ( มะม่วง กระเทียม )ออกนอกแหล่งผลิตให้ได้มากที่สุด	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;เร่งช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการกระจายผลผลิตมะม่วง&nbsp;ออกสู่ตลาด&nbsp;โดยสนับสนุนค่าบริหารจัดการ&nbsp;แก่สถาบันการเกษตรและผู้รับซื้อมะม่วง&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;3,000&nbsp;ตัน&nbsp;ส่วนการกระจายผลผลิตกระเทียม&nbsp;จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายบริหารจัดการคุณภาพ&nbsp;แก่สหกรณ์&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;ในอัตราไม่เกินกิโลกรัมละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;1,000&nbsp;ตัน&nbsp;(&nbsp;แห้ง&nbsp;)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;18&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;ที่ห้องประชุมจามเทวี&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน&nbsp;กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;ได้จัดประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตร&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;6&nbsp;/&nbsp;2564&nbsp;โดยมีนายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;นายชัชวาลย์&nbsp;ฉายะบุตร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ผลผลิตการเกษตร&nbsp;และหารือพิจารณาผู้เข้าร่วมโครงการกระจายผลผลิตการเกษตรออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานการณ์ผลผลิตมะม่วงปี&nbsp;2564&nbsp;ของจังหวัดลำพูน&nbsp;มีการคาดการณ์ผลผลิต&nbsp;48,000&nbsp;ตันเศษ&nbsp;มีมะม่วงแฟนซี&nbsp;ประมาณ&nbsp;8&nbsp;สายพันธุ์หลัก&nbsp;ส่งออกร้อยละ&nbsp;50&nbsp;บริโภคในประเทศร้อยละ&nbsp;40&nbsp;และเข้าโรงงานแปรรูปร้อยละ&nbsp;10&nbsp;มะม่วงที่ออกสู่ตลาดแล้วจำนวน&nbsp;3&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;มหาชนก&nbsp;จินหวง&nbsp;และอาร์ทูอีทู&nbsp;ส่วนภาวะด้านการค้ายังไม่คล่องตัวเนื่องจาก&nbsp;ผลผลิตของประเทศจีน&nbsp;และเวียดนามกำลังออกสู่ตลาด&nbsp;ทำให้คำสั่งซื้อมีปริมาณลดลง&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้จัดสรรงบประมาณ&nbsp;สนับสนุนโครงการกระจายผลผลิตมะม่วง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ล้านบาทเศษ&nbsp;มีเป้าหมายกระจายผลผลิต&nbsp;จำนวน&nbsp;3,000&nbsp;ตัน&nbsp;โดยสนับสนุนค่าบริหารจัดการ&nbsp;แก่สถาบันการเกษตรและผู้รับซื้อมะม่วง&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;เริ่มรับซื้อผลผลิต&nbsp;21&nbsp;พ.ค.&nbsp;&nbsp;30&nbsp;มิ.ย.&nbsp;2564&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนสถานการณ์ผลผลิตกระเทียม&nbsp;จังหวัดลำพูนมีพื้นที่เพาะปลูก&nbsp;1,400&nbsp;ไร่เศษ&nbsp;มีผลผลิต&nbsp;4,000&nbsp;ตันเศษ&nbsp;การส่งเสริมการส่งออกกระเทียม&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้ดำเนินการสนับสนุนค่าใช้จ่ายบริหารจัดการคุณภาพ&nbsp;แก่สหกรณ์&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;ในอัตราไม่เกินกิโลกรัมละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;1,000&nbsp;ตัน&nbsp;(&nbsp;แห้ง&nbsp;)&nbsp;มีกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;.&nbsp;</p>	18/5/2021	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518145759073
135	ครม. เห็นชอบ 3 มาตรการเพิ่มแหล่งเงินลงทุนของประเทศ กระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจสู้ภัยโควิด-19	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;เห็นชอบ&nbsp;มาตรการในการแก้ไขกรณีงบประมาณรายจ่ายลงทุน&nbsp;มีจำนวนน้อยกว่าวงเงินส่วนที่ขาดดุลของงบประมาณประจำปี&nbsp;โดยเพิ่มแหล่งเงินลงทุนของประเทศในช่องทางอื่นนอกเหนือจากงบประมาณรายจ่าย&nbsp;เพื่อให้การลงทุนของประเทศในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ครอบคลุมการลงทุนจากทุกแหล่งเงิน&nbsp;และสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(covid-19)&nbsp;ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นคือ&nbsp;การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ&nbsp;(Public&nbsp;Private&nbsp;Partnership:&nbsp;PPP)&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะมีโครงการตามแผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;-&nbsp;2570&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;โครงการ&nbsp;โดยประมาณการมูลค่ารวม&nbsp;260,024.08&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และประมาณการวงเงินลงทุนที่คาดว่าจะลงทุนในปี&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;52,320.63&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย&nbsp;(Thailand&nbsp;Future&nbsp;Fund)&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ประมาณการแผนการใช้จ่ายกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย&nbsp;สำหรับการลงทุนโครงการทางพิเศษพระราม&nbsp;3&nbsp;&nbsp;ดาวคะนอง&nbsp;-&nbsp;วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร&nbsp;ด้านตะวันตก&nbsp;และโครงการทางด่วนขั้นที่&nbsp;3&nbsp;สายเหนือตอนบน&nbsp;N2&nbsp;และ&nbsp;E-W&nbsp;Corridor&nbsp;ด้านตะวันออก&nbsp;รวมจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;9,983.98&nbsp;ล้านบาท&nbsp;การใช้เงินกู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;8&nbsp;กระทรวง&nbsp;11&nbsp;หน่วยรับงบประมาณ&nbsp;109&nbsp;รายการ&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;91,705.5119&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งสำนักงบประมาณพิจารณาแล้วว่าเป็นรายการลงทุนที่มีลักษณะการลงทุนเพื่อการวางรากฐานการพัฒนาระบบน้ำ&nbsp;การสร้างคุณภาพชีวิตและการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค&nbsp;การลงทุนเพื่อการให้บริการด้านสาธารณสุข&nbsp;รวมทั้งการลงทุนที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อการสร้างความเข้มแข็งของประเทศ&nbsp;ซึ่งมีความพร้อมในการดำเนินการ&nbsp;ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคมและสามารถใช้จ่ายจากเงินกู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ที่ประชุมยังมอบหมายให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พิจารณาเร่งรัดดำเนินการตามแผนการลงทุนการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ&nbsp;(PPP)&nbsp;และแผนการลงทุนภายใต้กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย&nbsp;พร้อมให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ&nbsp;พิจารณาโครงการรายจ่ายลงทุนเพื่อใช้จ่ายจากเงินกู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2548&nbsp;และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป&nbsp;ซึ่งแนวทางดังกล่าวยึดตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;ที่กำหนดให้งบประมาณรายจ่ายลงทุน&nbsp;ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี&nbsp;และต้องไม่น้อยกว่าวงเงินส่วนที่ขาดดุลของงบประมาณประจำปี&nbsp;ซึ่งในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;วงเงินขาดดุลของงบประมาณกำหนดไว้&nbsp;จำนวน&nbsp;700,000&nbsp;ล้านบาท</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	18/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518213817288
136	พาณิชย์จังหวัดลำปาง เชื่อมโยงการจำหน่ายผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเกรดพรีเมี่ยม (ผ่าน GAP) ช่วยเหลือเกษตรกรจากพิษโควิด-19	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางศรีสุรางค์&nbsp;หล้าส่องสี&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;ได้ดำเนินการเชื่อมโยงผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองของเกษตรกรชาวสวนมะม่วง&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเขลางค์นคร&nbsp;ตำบลต้นธงชัย&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเขื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;ซึ่งเป็นการจำหน่ายโดยตรงจากเกษตรกรถึงผู้บริโภค&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเกรดพรีเมี่ยม&nbsp;(ผ่าน&nbsp;GAP)&nbsp;เบอร์&nbsp;M&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;กก.ราคา&nbsp;300&nbsp;บาท/เบอร์&nbsp;L&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;กก.ราคา&nbsp;380&nbsp;บาท/เบอร์&nbsp;XL&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;กก.ราคา&nbsp;430&nbsp;บาท/(เป็นราคารวมค่ากล่องและจัดส่งฟรี)&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปางจะดำเนินการเชื่อมโยงกระจายผลผลิตอย่างต่อเนื่องต่อไปตลอดฤดูกาล&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;ได้ส่งมอบกล่องบรรจุผลไม้ที่ได้รับการจัดสรรจากกรมการค้าภายใน&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ช่วยเหลือเกษตรกร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจเขลางค์นคร&nbsp;โทร.&nbsp;063&nbsp;935&nbsp;4666&nbsp;,&nbsp;Fb&nbsp;:&nbsp;สวนผลไม้เอกอำไพ&nbsp;หรือที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;โทร.&nbsp;0&nbsp;5426&nbsp;5087</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	19/5/2021	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519110659387
137	จังหวัดกระบี่ประชุมหารือเตรียมแผนเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ คู่กับ ภูเก็ต Sandbox ตุลาคมนี้	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมชาย&nbsp;หาญภักดีปฏิมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือเตรียมการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องอ่าวลึก&nbsp;ศาลากลางจังหวัดกระบี่&nbsp;โดยมีผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และเอกชน&nbsp;เช่น&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานกระบี่&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมวางแผนเตรียมโครงการเปิดรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่กระบี่&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่จังหวัดเสนอให้เป็นพื้นที่&nbsp;Bubble&nbsp;-&nbsp;Vaccine&nbsp;Travel&nbsp;Area&nbsp;Sandbox&nbsp;และ&nbsp;Area&nbsp;Quarantine&nbsp;(พื้นที่กำกับดูแลเป็นการเฉพาะ)&nbsp;ได้แก่&nbsp;เกาะพีพี&nbsp;ไร่เลย์&nbsp;เกาะไหง&nbsp;หนองทะเล&nbsp;อ่าวนาง&nbsp;และเกาะลันตาใหญ่&nbsp;ตามนโยบายเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติของรัฐบาล&nbsp;เพื่อเปิดพื้นที่&nbsp;Sandbox&nbsp;คู่กับจังหวัดภูเก็ต</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการประชุมในครั้งนี้ให้ทุกหน่วยงานระดมความคิดเห็นทุกภาคส่วน&nbsp;เสนอแผนงานโครงการแผนการพัฒนาพื้นที่กระบี่ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว&nbsp;ระยะสั้น&nbsp;ระยะกลาง&nbsp;ระยะยาว&nbsp;โดยบรรจุงบประมาณในแผนงานของหน่วยงาน&nbsp;เช่น&nbsp;งบจังหวัด&nbsp;งบท้องถิ่น&nbsp;งบฟังก์ชั่น&nbsp;ให้ทุกหน่วยงาน&nbsp;และเจ้าของพื้นที่รัฐเอกชน&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;สำรวจโครงการที่สอดคล้อง&nbsp;โดยคำนึงถึงความปลอดภัย&nbsp;ด้านสาธารณสุข&nbsp;และด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต้องมีมาตรฐานบนพื้นฐานความปลอดภัย&nbsp;เช่น&nbsp;มาตรการฐาน&nbsp;SHA&nbsp;หรือ&nbsp;ALQ&nbsp;เพื่อนำเสนอแผนไปในทิศทางเดียวกัน&nbsp;ซึ่งหลังจากการทำแผนแล้วจึงประชาสัมพันธ์สร้างความรับรู้&nbsp;ความเข้าใจแก่ประชาชน&nbsp;และผู้ประกอบการ&nbsp;โดยเฉพาะความสำคัญของการฉีดวัคซีน&nbsp;เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของพื้นที่ท่องเที่ยว&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จะประชุมหารือร่วมกันอีกครั้ง&nbsp;และเน้นย้ำกำชับให้นำ&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;และกฎระเบียบ&nbsp;การบังคับใช้ของหน่วยงาน&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;เช่น&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่&nbsp;ขนส่งจังหวัดกระบี่&nbsp;ท่าเทียบเรือโดยสารเพื่อการท่องเที่ยว&nbsp;โดยจะจัดทำขั้นตอน&nbsp;รายละเอียดการเปิดรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;เพื่อเสนอศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;&nbsp;เเละคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วาสนา&nbsp;บัวทอง&nbsp;&nbsp;สวท.กระบี่&nbsp;รายงาน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>"	19/5/2021	ภาคใต้	กระบี่	สวท.กระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519103304365
138	ปตท. เร่งจัดหาก๊าซธรรมชาติรองรับโรงไฟฟ้าถ่านหินหยุดผลิตนอกแผน เพื่อไม่กระทบเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า	<p><strong>นายอธิคม&nbsp;เติบศิริ</strong>&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ปตท.&nbsp;ได้เร่งจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว&nbsp;หรือ&nbsp;LNG&nbsp;ตามสัญญาระยะยาวที่มีอยู่&nbsp;เพื่อรองรับความต้องการใช้ก๊าซที่เพิ่มมากขึ้น&nbsp;จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและเหตุการณ์หยุดผลิตที่ไม่เป็นไปตามแผนของโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;โรง&nbsp;กำลังการผลิตรวม&nbsp;2,750&nbsp;เมกะวัตต์&nbsp;ทยอยหยุดผลิตนอกแผนตั้งแต่วันที่&nbsp;7&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา(64)&nbsp;ส่งผลให้มีความจำเป็นต้องใช้ก๊าซธรรมชาติเพื่อผลิตไฟฟ้าทดแทน&nbsp;ประมาณ&nbsp;450&nbsp;ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน&nbsp;ประกอบกับความต้องการใช้ก๊าซในประเทศอยู่ในระดับสูงเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด&nbsp;ปตท.&nbsp;จึงได้ประสานกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;ถึงแผนการใช้ก๊าซฯ&nbsp;และเรียกรับก๊าซฯ&nbsp;เพิ่มเติมตามศักยภาพจากผู้ผลิตก๊าซฯ&nbsp;ในอ่าวไทยและเมียนมา&nbsp;พร้อมทั้งบริหารจัดการ&nbsp;LNG&nbsp;เพิ่มเติมจากสัญญาระยะยาวที่มีอยู่&nbsp;เพื่อให้ปริมาณก๊าซฯ&nbsp;เพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;ไม่เป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานต่อประเทศ&nbsp;เนื่องด้วยราคา&nbsp;LNG&nbsp;ในสัญญาระยะยาวอยู่ที่ประมาณ&nbsp;6.5&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&nbsp;ต่อล้านบีทียู&nbsp;ขณะที่ราคา&nbsp;Spot&nbsp;LNG&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;อยู่ที่ประมาณ&nbsp;8.5&nbsp;&nbsp;10&nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&nbsp;ต่อล้านบีทียู&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ปตท.&nbsp;ยังคงยึดมั่นหน้าที่ในการดูแลความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ&nbsp;จัดหาก๊าซธรรมชาติให้เพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;ไม่ให้มีผลกระทบต่อพลังงานด้านการผลิตไฟฟ้า&nbsp;ด้วยราคาที่เหมาะสม</p><p><br></p><p><br></p>	19/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519120430467
139	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุ สหรัฐอเมริกา คงสถานะ Watch List การดำเนินงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาของไทย ถือเป็นสัญญาณที่ดี 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ชี้แจงกรณีที่สหรัฐอเมริกาคงสถานะประเทศไทยอยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง&nbsp;หรือ&nbsp;Watch&nbsp;List&nbsp;สำหรับการคุ้มครองและป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศคู่ค้า&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ภายใต้กฎหมายการค้าสหรัฐฯ&nbsp;ว่า&nbsp;ถือเป็นสัญญาณที่ดี&nbsp;ซึ่งหากถูกจัดอันดับในอันดับที่ต่ำกว่านี้&nbsp;ไทยก็อาจถูกตัดสิทธิ&nbsp;GSP&nbsp;บางประการได้&nbsp;ทำให้การค้าของไทยกับสหรัฐอเมริกา&nbsp;ยังคงสามารถเดินหน้าได้ตามปกติ</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ส่วนสถานการณ์การส่งออกของไทยนั้น</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ย้ำว่า&nbsp;ยังสามารถดำเนินการได้ด้วยดี&nbsp;และมั่นใจว่าตัวเลขการส่งออกปีนี้จะเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ&nbsp;4&nbsp;โดยกระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือกับภาคเอกชน&nbsp;แก้ไขปัญหาและอุปสรรคการส่งออก&nbsp;ทั้งปัญหาการผ่านข้ามแดน&nbsp;หรือรวมถึงการจัดหาเรือขนาดใหญ่เพื่อบรรทุกสินค้าและตู้คอนเทนเนอร์&nbsp;โดยที่ไม่ต้องไปเปลี่ยนถ่ายเรือที่ประเทศสิงคโปร์&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	19/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519120129464
140	ม.สวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี  โชว์ นวัตกรรมผลิตภัณฑ์จักสานจากต้นแห้วสุพรรณ สนองพระราชดำริ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.วรานี&nbsp;เวสสุนทรเทพ&nbsp;รองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตสุพรรณบุรี&nbsp;มหาวิทยาลัยสวนดุสิต&nbsp;วิทยาเขตสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์&nbsp;โรงเรียนการเรือน&nbsp;มหาวิทยาลัยสวนดุสิต&nbsp;วิทยาเขตสุพรรณบุรี&nbsp;ดำเนินงานสนองพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;&nbsp;ภายใต้การดำเนินงานของสถาบันภาษาศิลปะและวัฒนธรรม&nbsp;อพ.สธ.-มสด.&nbsp;อีกทั้งเป็นนโยบายของมหาวิทยาลัย&nbsp;โดยอธิการบดีและรองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตสุพรรณบุรี&nbsp;ในการทำงานของคณาจารย์และบุคลากรที่ให้พัฒนาชุมชน&nbsp;เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และยกระดับรายได้ให้ชุมชน&nbsp;คณาจารย์จึงลงพื้นที่โดยได้นำปัญหาที่มีในชุมชนในการนำต้นแห้วที่เหลือทิ้งจากการเก็บเกี่ยว&nbsp;นำมาเพิ่มความเหนียวให้กับต้นแห้วแล้วนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์จักสาน&nbsp;และดอกไม้ประดิษฐ์&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับชุมชนเชิงเกษตรสร้างสรรค์สมหวังที่ตำบลวังยาง&nbsp;อำเภอศรีประจันต์&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;อาจารย์อัครพล&nbsp;ไวเชียงค้า&nbsp;ประธานสาขาวิชาคหกรรมศาสตร์&nbsp;วิทยาเขตสุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการลงพื้นที่สำรวจความต้องการและปัญหาในชุมชนพบว่า&nbsp;ชาวบ้านที่ตำบลวังยาง&nbsp;อำเภอศรีประจันต์&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ชาวบ้านในชุมชนมีการปลูกแห้ว&nbsp;จำหน่ายแห้วเป็นอาชีพ&nbsp;และมีการรวมตัวกันจัดตั้งเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างสรรค์สมหวังที่วังยาง&nbsp;โดยการนำของ&nbsp;นายสงบ&nbsp;ลาภปัญญา&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลวังยาง&nbsp;โดยให้นักท่องเที่ยวมาลงพื้นที่เรียนรู้การปลูกแห้ว&nbsp;การเก็บแห้ว&nbsp;และการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากแห้ว&nbsp;ซึ่งทางกลุ่มมีความสนใจอยากให้ทีมงานพัฒนาผลิตภัณฑ์จากต้นแห้ว&nbsp;เพื่อนำไปส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;ให้มีความน่าสนใจและสามารถร้อยเรียงเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชุมชนของการทำแห้วได้อย่างครบวงจร&nbsp;ซึ่งต้นแห้วในปัจจุบันด้วยคุณสมบัติที่มีความเปราะ&nbsp;แตกหักง่าย&nbsp;ไม่มีความเหนียว&nbsp;เกษตรกรเก็บเกี่ยวหัวแห้วก็จะฟันต้นแห้วทิ้งลงในนาแห้ว&nbsp;แต่ด้วยคุณสมบัติพิเศษของต้นแห้วที่มีความตรงและยาว&nbsp;ถ้าสามารถทำให้มีความเหนียวและแข็งแรงเพิ่มขึ้นได้ก็จะสามารถนำมาจักสาน&nbsp;และพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างหลากหลาย&nbsp;ซึ่งจากนั้นทางสาขาวิชาจึงเริ่มจากการทดลองเพิ่มความเหนียวให้กับต้นแห้วในวิธีต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;นั้น&nbsp;พบว่า&nbsp;วิธีการที่มีความเหมาะสมต่อการทำให้ต้นแห้วมีความเหนียว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.ขั้นตอนการเตรียมต้นแห้ว&nbsp;เริ่มจากนำต้นแห้วที่เหลือจากการเก็บเกี่ยวนำมาคัดเลือกขนาดความยาวให้มีขนาดที่เท่ากัน&nbsp;จากนั้นน้ำผ้าชุบน้ำมันพืชชโลมที่ต้นแห้วให้ทั่ว&nbsp;ทิ้งไว้ในร่มให้แห้ง&nbsp;และให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกประมาณ&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;จากนั้นชโลมด้วยน้ำมันพืชอีกครั้งหนึ่ง&nbsp;และผึ่งลมให้แห้งอีกประมาณ&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์&nbsp;จากนั้นนำเก็บเพื่อเตรียมการจักสานต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.ขั้นตอนการสาน&nbsp;เริ่มจากการก่อฐานด้านล่างด้วยเส้นแห้ว&nbsp;2&nbsp;ชนิด&nbsp;คือ&nbsp;เส้นยืน&nbsp;และเส้นนอน&nbsp;การสานขึ้นรูปทำเป็นรูปแบบชะลอม&nbsp;และ&nbsp;ภาชนะ&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;4&nbsp;รูปแบบ&nbsp;คือ&nbsp;ชะลอมจุก&nbsp;ชะลอมหูหิ้ว&nbsp;ชะลอมหูหิ้วทรงรี&nbsp;เข่งชะลอมกลม&nbsp;และดอกไม้ประดิษฐ์รูปแบบต่างๆ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้นได้จัดกิจกรรมการถ่ายทอดความรู้ให้กับชุมชนครั้งนี้&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&nbsp;8&nbsp;และ&nbsp;สมาชิกกลุ่มจักสานในชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;ร่วมกันแลกเปลี่ยนและเสนอแนวความคิดต่อการจักสานผลิตภัณฑ์จากต้นแห้ว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	19/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519160208595
141	จังหวัดตรัง เดินหน้าส่งเสริมให้เครือข่ายองค์ความรู้ KBO จังหวัดเป็นศูนย์กลางในการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP พัฒนาขีดความสามารถ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(19&nbsp;พ.ค.&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;&nbsp;นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานประกวดคัดเลือกผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;และประกวดผลงานเครือข่ายองค์ความรู้&nbsp;(Knowledge&nbsp;-Besed&nbsp;OTOP&nbsp;:&nbsp;KBO)&nbsp;ดีเด่นระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ห้องพระยารัษฎา&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เครือข่ายองค์ความรู้&nbsp;KBO&nbsp;จังหวัดเป็นศูนย์กลางในการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;พัฒนาขีดความสามารถในการประกอบการ&nbsp;และพัฒนาผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;ให้มีคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;โดยมีผู้ประกอบการจำนวน&nbsp;20&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;จากทั้ง&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;ร่วมคัดเลือกให้เหลือเพียง&nbsp;1&nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น&nbsp;มีนวัตกรรม&nbsp;โดยจะเป็นตัวแทนจังหวัดตรังไปประกวดระดับประเทศต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในการขับเคลื่อน&nbsp;OTOP&nbsp;รัฐบาลได้ส่งเสริมบทบาทของภาคเอกชน&nbsp;ให้มีส่วนสนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งแก่ภาคประชาชน&nbsp;และการส่งเสริมบทบาทของสถาบันการศึกษาในชุมชนให้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;เพื่อผนึกกำลังของทุกภาคส่วนในชุมชนขับเคลื่อน&nbsp;OTOP&nbsp;สู่ความเข้มแข็งและยั่งยืนในรูปแบบของเครือข่ายองค์ความรู้&nbsp;หรือ&nbsp;Knowledge&nbsp;-&nbsp;Based&nbsp;OTOP&nbsp;:&nbsp;KBO&nbsp;โดยในปี&nbsp;2549&nbsp;ดำเนินการในพื้นที่นำร่อง&nbsp;4&nbsp;ภาค&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;1&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;อุดรธานี&nbsp;ราชบุรี&nbsp;และสงขลา&nbsp;โดยกรมการพัฒนาชุมชนได้สนับสนุนให้มีเครือข่าย&nbsp;Knowledge&nbsp;-&nbsp;Based&nbsp;OTOP&nbsp;:&nbsp;KBO&nbsp;จำนวน&nbsp;75&nbsp;เครือข่าย&nbsp;จัดทำทะเบียนเครือข่ายองค์ความรู้&nbsp;KBO&nbsp;สนับสนุนให้กลุ่มผู้ผลิตชุมชนมีการเรียนรู้จากเครือข่าย&nbsp;KBO&nbsp;จังหวัด&nbsp;พร้อมทั้งหาความต้องการกลุ่มผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;(Training&nbsp;Needs&nbsp;:&nbsp;TN)&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	19/5/2021	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519160859601
142	จังหวัดลำพูนระดมข้อคิดเห็นการออกแบบวางผังเมือง สู่เมืองอนุรักษ์ส่งเสริมคุณภาพชีวิต 	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมโยธาธิการและผังเมืองจัดระดมข้อคิดเห็น&nbsp;การออกแบบวางผังเมืองลำพูน&nbsp;สู่เมืองอนุรักษ์ส่งเสริมคุณภาพชีวิต</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ห้องประชุมคุณธรรม&nbsp;27&nbsp;เทศบาลเมืองลำพูน&nbsp;โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ได้จัดประชุมเพื่อระดมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ&nbsp;การศึกษา&nbsp;ออกแบบวางผังพื้นที่เฉพาะชุมชนเมืองลำพูน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;โดยมีนายชัชวาลย์&nbsp;ฉายะบุตร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานในการประชุม&nbsp;มีนายประภัสร์&nbsp;ภู่เจริญ&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เจ้าหน้าเทศบาลเมืองลำพูน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการระดมความคิดเห็นฯ&nbsp;ในครั้งนี้เป็นการนำเสนอแนวทางการพัฒนาเมืองลำพูนสู่เมืองอนุรักษ์ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผสมผสานการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศและท่องเที่ยว&nbsp;มีโครงการเสนอแนะทั้งหมด&nbsp;9&nbsp;โครงการ&nbsp;แบ่งเป็นแผนพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการฟื้นฟูภูมิทัศน์บริเวณถนนคนเดินเมืองเก่าลำพูน&nbsp;(ถนนรอบเมืองในโครงการพัฒนาข่วงพันปี)&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ประวัติศาสตร์(ถนนรถแก้ว)&nbsp;โครงการเสนอแนะปรับปรุงสะพานขัวมุงท่าสิงห์&nbsp;และแผนพัฒนาด้านการปรับปรุงภูมิทัศน์&nbsp;โครงการสร้างการรับรู้เขตเมืองเก่า&nbsp;บริเวณประตูเมืองลำพูน&nbsp;โครงการปรับปรุงจินตภาพเพื่อสร้างการรับรู้อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี&nbsp;โครงการพัฒนาพื้นที่นันทนาการริมแม่น้ำกวง&nbsp;เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนเมือง&nbsp;โครงการปรับปรุงคูเมืองเก่าลำพูน&nbsp;เพื่อส่งเสริมพื้นที่นันทนาการ&nbsp;โครงการปรับปรุงพื้นที่นันทนาการสวนสาธารณะเจ้าหญิงแขกแก้ว&nbsp;และแผนพัฒนาด้านคมนาคมและการขนส่ง&nbsp;และโครงการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะรอบเมืองเก่า&nbsp;โดยได้ตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนพัฒนาเมืองในมิติต่างๆ&nbsp;ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน&nbsp;สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;เพื่อจะได้ดำเนินการออกแบบวางผังพื้นที่เฉพาะนำไปจัดทำผังเมืองเฉพาะต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	19/5/2021	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519171417647
143	ชาวบ้านแห่เก็บหอยแมลงภู่ตลอดแนวชายหาดหัวหินสร้างรายได้ในช่วงสถานการณ์โควิด- 19 หลังเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติน้ำทะเลลดต่ำ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(19&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;จากการเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติน้ำทะเลลดต่ำกว่าปกติในช่วง&nbsp;2-3&nbsp;วันที่ผ่านมาบริเวณชายหาดหัวหิน&nbsp;ตั้งแต่หน้าศาลเจ้าแม่ทับทิมไปจนถึงหน้าโรงแรมเซ็นทารา&nbsp;แกรนด์&nbsp;บีช&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;แอนด์&nbsp;วิลลา&nbsp;หัวหิน&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;จนปรากฏเห็นโขดหินใหญ่น้อยเรียงรายตลอดแนว&nbsp;สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่พากันถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก&nbsp;ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ได้นำอุปกรณ์เหล็กแซะและกระป๋องไปเก็บหอยแมลงภู่และหอยนางรมจำนวนมากที่เกาะอยู่ตามโขดหิน&nbsp;บางรายสามารถหาหอยแมลงภู่ได้นับร้อยกิโลกรัม&nbsp;นำไปแบ่งใส่ถุงขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อถึงที่ในราคา&nbsp;กก.ละ&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;สร้างรายได้เสริมในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;โดยคาดว่าปรากฏการณ์น้ำทะเลลดลงต่ำจะเกิดต่อเนื่องอีกไม่กี่วันก็จะคืนสู่สภาวะปกติ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	19/5/2021	ภาคตะวันตก	ประจวบคีรีขันธ์	สวท.ประจวบคีรีขันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519185240704
144	เข้าแล้ว เงินเยียวยาโควิดเราชนะ ประชาชนดีใจขอบคุณรัฐบาล ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;ระลอก&nbsp;3&nbsp;ซึ่งมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากทั้งประเทศ&nbsp;รวมถึง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;19&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;มีผู้ติดเชื้อสะสมแล้ว&nbsp;186&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยทางรัฐบาล&nbsp;ได้ออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาโควิด-19&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;&nbsp;ทั้ง&nbsp;<strong>โครงการเราชนะ&nbsp;</strong>เพิ่มวงเงิน&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;จ่ายสัปดาห์ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ใช้จ่ายสิ้นสุดวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564<strong>&nbsp;โครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน</strong>&nbsp;&nbsp;เพิ่มวงเงิน&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;ให้ผู้ประกันตน&nbsp;ม.&nbsp;33&nbsp;จ่ายสัปดาห์ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ใช้จ่ายสิ้นสุด&nbsp;วันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;<strong>บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะ&nbsp;3</strong>&nbsp;&nbsp;เพิ่ม&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;ใช้จ่าย&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;ก.ค.&nbsp;-&nbsp;&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64&nbsp;คนละครึ่งระยะ&nbsp;3&nbsp;คนละ&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;ใช้จ่ายวันละไม่เกิน&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;ใช้จ่าย&nbsp;ก.ค.&nbsp;-&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64&nbsp;โครงการ<strong>&nbsp;</strong>ยิ่งใช้&nbsp;ยิ่งได้&nbsp;รวมถึงลดค่าน้ำ&nbsp;ค่าไฟ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งในวันนี้&nbsp;(20&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;เป็นวันแรกที่รัฐบาลได้โอนเงิน&nbsp;ให้กับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการเราชนะ&nbsp;โดยประชาชนชาวยะลา&nbsp;ได้นำโทรศัพท์มือถือมาเปิดแอปเป๋าตัง&nbsp;เปิด&nbsp;G-Wallet&nbsp;ไปที่เราชนะตรวจสอบ&nbsp;พบว่า&nbsp;ได้มีการแจ้งโอนเงิน&nbsp;ในวันที่&nbsp;20&nbsp;พ.ค.64&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;เช้าแล้ว&nbsp;&nbsp;และในวันที่&nbsp;27&nbsp;พ.ค.64&nbsp;ก็จะมีเงินเข้าอีกครั้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;รวมยอดเงินที่ไดรับการช่วยเหลือ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,000&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;น.ส.ศศิกานต์&nbsp;อักษรผอม&nbsp;หนึ่งในผู้ที่เข้าร่วมโครงการเราชนะ&nbsp;บอกว่า&nbsp;เงินที่ได้รับนี้ก็จะนำไปซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน&nbsp;ทั้งของใช้ส่วนตัว&nbsp;ของกิน&nbsp;&nbsp;ก็ต้องขอขอบคุณรัฐบาล&nbsp;ที่มีโครงการดีๆ&nbsp;มาให้เราอีกครั้ง&nbsp;เนื่องจากตอนนี้สถานการณ์โควิด-19&nbsp;มาระลอกใหม่อีกครั้ง&nbsp;ประชาชนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น&nbsp;แต่รายได้ลดลง&nbsp;เงินส่วนนี้ก็สามารถช่วยเหลือประชาชนได้มาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สุดท้ายขอฝากประชาชน&nbsp;ตอนที่ไปใช้สิทธิ์&nbsp;ก็ขอให้สวมใส่แมส&nbsp;ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง&nbsp;เพื่อป้องกันโควิด-19</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	20/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520110337802
145	ทุเรียนเมืองจันท์ส่งออกจีน ยอดเพิ่มขึ้นกว่า 10 % ผู้ว่าฯ ขอชาวสวนรักษาคุณภาพผลผลิตให้ดีแบบนี้ตลอดไป รายได้ส่งออกทุเรียนสวนกระแสโควิด- 19 มูลค่าส่งออกมากกว่า 2 แสนล้านบาท	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เปิดเผยข้อมูลที่รับทราบมาจาก&nbsp;นางสาวอาทินันท์&nbsp;อินทรพิมพ์&nbsp;กงสุลฝ่ายเกษตรประจำสถานกงสุลใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;นครเซียงไฮ้&nbsp;ที่เข้าร่วมงานสัปดาห์ความร่วมมืออุตสาหกรรมแม่โขง&nbsp;&nbsp;ล้านช้าง&nbsp;ที่ตลาดเจียซิง&nbsp;มณฑลเจ้อเจียง&nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;ว่า&nbsp;จากความร่วมมือและความเข้มงวดของจังหวัดจันทบุรีในการส่งออกผลไม้&nbsp;ทุเรียนที่มีคุณภาพ&nbsp;สด&nbsp;และอร่อย&nbsp;ส่งผลให้ยอดนำเข้าทุเรียนปีนี้ของตลาดเจี่ยซิง&nbsp;และ&nbsp;ผู้นำเข้าทุเรียนจากไทยในประเทศจีน&nbsp;เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ&nbsp;10&nbsp;หากคิดเป็นมูลค่าเงินยอดขายประมาณ&nbsp;43,700&nbsp;ล้านหยวน&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;2&nbsp;แสนล้านบาทไทย&nbsp;ขณะที่ทุเรียนในจังหวัดจันทบุรีที่เกษตรจังหวัดได้คาดการณ์ไว้ว่าจะให้ผลผลิตประมาณ&nbsp;326,050&nbsp;ตัน&nbsp;ตอนนี้เกษตรกรได้ตัดทุเรียนออกจากสวนไปแล้วกว่าร้อยละ&nbsp;60&nbsp;คงเหลือผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดอีกประมาณ&nbsp;30&nbsp;%&nbsp;และราคาทุเรียนส่งออกอาทิตย์นี้ขยับขึ้นโดยเกษตรกรสามารถขายได้กิโลกรัมละตั้งแต่&nbsp;90&nbsp;&nbsp;130&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่การขยายตลาดของผู้ประกอบการรายย่อยที่หันมาขายผลไม้ทางออนไลน์กลับได้ผลดีเกินคาด&nbsp;มีพ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ผู้ประกอบอาชีพหน้าใหม่&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;หันมาขายผลไม้ทางออนไลน์&nbsp;ไลฟ์สด&nbsp;และส่งผ่านไปรษณีย์จันทบุรี&nbsp;และบริษัทเอกชนเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;ส่งผลให้ราคาทุเรียนปีนี้มีราคาสูง&nbsp;สร้างรายได้แก่เกษตรกรชาวสวนผลไม้เมืองจันทบุรี&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;จึงขอให้เกษตรกรรักษาคุณภาพมาตรฐานทุเรียนแบบปีนี้ไปตลอดจะทำให้ทุเรียนของจังหวัดจันทบุรี&nbsp;รวมทั้งผลไม้จากไทยจะครองตลาดจีนอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	20/5/2021	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520131759883
146	สถานการณ์ธุรกิจฟู้ดส์เดลิเวอร์รี่จังหวัดเพชรบูรณ์ ในช่วง Covid-19	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;19&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นายสุพล&nbsp;ศรีทับทิม&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;กลุ่มส่งเสริมผู้ประกอบการค้าและการตลาด&nbsp;ติดตามสถานการณ์การค้าธุรกิจฟู้ดส์เดลิเวอรี่ในพื้นที่&nbsp;พบว่าจากการแพร่ระบาด&nbsp;Covid-19&nbsp;ในปัจจุบัน&nbsp;ส่งผลให้ประชาชนสั่งซื้ออาหารออนไลน์เดลิเวอรี่&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชันที่เข้าร่วม&nbsp;ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;คือ&nbsp;Food&nbsp;Panda,&nbsp;Line&nbsp;Man&nbsp;ประชาชนให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้นอย่างเนื่อง&nbsp;จากการแพร่ระบาด&nbsp;ประชาชนระมัดระวังการเดินทางออกนอกบ้าน&nbsp;การสั่งซื้ออาหารผ่านช่องทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันเป็นตัวเลือกที่ดี&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ&nbsp;และสะดวกสบายต่อการใช้บริการ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ธุรกิจฟู้ดส์เดลิเวอรี่มีแนวโน้มเติบโตขึ้น&nbsp;จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป&nbsp;และรายการอาหารมีให้เลือกหลากหลายรายการ&nbsp;สถานการณ์ปัจจุบันของเอกชนผู้ให้บริการในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;และการดำเนินการมาตรการป้องกัน&nbsp;Covid-19&nbsp;ดังนี้&nbsp;Food&nbsp;Panda&nbsp;มีร้านอาหารที่เข้าร่วมให้บริการ&nbsp;กว่า&nbsp;300&nbsp;ร้านค้า&nbsp;มีพนักงานส่งอาหาร&nbsp;400&nbsp;คน&nbsp;(ฟรีแลนซ์)&nbsp;ซึ่งความนิยมของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น&nbsp;70%&nbsp;จากการแพร่ระบาด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;และครั้งที่&nbsp;2&nbsp;Line&nbsp;Man&nbsp;มีร้านอาหารที่เข้าร่วมให้บริการ&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;300&nbsp;ร้านค้า&nbsp;พนักงานส่งอาหาร&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;(ฟรีแลนซ์)&nbsp;และระดับความนิยมผู้บริโภคเพิ่มขึ้น&nbsp;50%&nbsp;จากการแพร่ระบาด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;และครั้งที่&nbsp;2&nbsp;สำหรับปัญหาธุรกิจและการป้องกันการแพร่ระบาด&nbsp;Covid-19&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ผู้ให้บริการ&nbsp;คือความล่าช้าในการส่งอาหาร&nbsp;เนื่องจากการเกิดอุบัติเหตุในการส่ง&nbsp;และมีการยกเลิกออเดอร์คำสั่งซื้อ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การสั่งซื้ออาหารผ่านช่องทางออนไลน์ผ่านแอพพิเคชั่น&nbsp;มีมาตรการป้องกัน&nbsp;Covid-19&nbsp;โดยการฉีดสเปรย์แอกฮอลล์ทุกครั้ง&nbsp;ก่อนส่งสินค้าให้กับลูกค้า&nbsp;และช่องทางชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;เพื่อลดการสัมผัสโดยตรง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND.</p>	20/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	เพชรบูรณ์	สวท.เพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520140507906
147	เกษตรอำเภอนิคมพัฒนา ตรวจจับแผงขายทุเรียนอ่อนในพื้นที่ หลังผู้บริโภคร้องเรียน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;(20&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;นายธีระ&nbsp;กิจเจริญ&nbsp;เกษตรอำเภอนิคมพัฒนา&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;นำเจ้าหน้าที่ออกตรวจจับแผงขายทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;หรือทุเรียนอ่อนในพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะแผงขายริมถนนหลวงบายพาสสาย&nbsp;36&nbsp;ซึ่งมีผู้บริโภคร้องเรียนมีพ่อค้าแม่ค้านำทุเรียนอ่อนมาวางจำหน่ายในช่วงฤดูกาลผลผลิตออกสู่ตลาดในช่วงเดือน&nbsp;เม.ย.ถึง&nbsp;มิ.ย.นี้&nbsp;ซึ่งจากการออกตรวจจับไม่พบว่ามีการนำทุเรียนอ่อนมาวางจำหน่ายแต่อย่างใด&nbsp;โดยทางเจ้าหน้าที่ได้มีการแจกประกาศจังหวัดระยอง&nbsp;มาตรการควบคุมทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ให้พ่อค้าแม่ค้าแผงทุเรียนด้วย&nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้ทราบบทลงโทษ&nbsp;และช่วยกันสกัดทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธีระ&nbsp;กิจเจริญ&nbsp;เกษตรอำเภอนิคมพัฒนา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงฤดูกาลทุเรียนออกสู่ตลาดนี้&nbsp;มีผู้บริโภคร้องเรียนมายังตน&nbsp;จึงได้นำเจ้าหน้าที่ออกตรวจจับ&nbsp;กวดขันและเป็นการปรามบรรดาพ่อค้าแม่ค้าแผงขายทุเรียน&nbsp;ไม่ให้นำทุเรียนอ่อนออกมาจำหน่าย&nbsp;ซึ่งจังหวัดระยอง&nbsp;ได้มีประกาศควบคุมการนำทุเรียนอ่อนออกมาซื้อขายในตลาด&nbsp;เนื่องจากเป็นการสร้างความเดือดร้อนแก่เกษตรกรชาวสวนผลไม้&nbsp;ผู้ค้า&nbsp;และผู้บริโภค&nbsp;ตลอดจนผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือ&nbsp;ความนิยมของผู้บริโภคก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของจังหวัดระยอง&nbsp;ซึ่งจะมีบทลงโทษมีความผิดอาญาตามประมวลกฎหมาย&nbsp;มาตรา&nbsp;271&nbsp;ผู้ใดขายของโดยหลอกลวงใดๆ&nbsp;ให้ผู้อื่นเชื่อในแหล่งกำเนิด&nbsp;สภาพ&nbsp;คุณภาพหรือปริมาณนั้นอันเป็นเท็จ&nbsp;มีโทษจำคุกไม่เกินสามปี&nbsp;ปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;รวมทั้งมีความผิดตาม&nbsp;พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;พ..2522&nbsp;มาตรา&nbsp;47&nbsp;ผู้ใดโดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด&nbsp;สภาพคุณภาพ&nbsp;ปริมาณ&nbsp;หรือสาระสำคัญฯ&nbsp;มีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน&nbsp;ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท&nbsp;หากกระทำความผิดซ้ำอก&nbsp;มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี&nbsp;ปรับไม่เกินสองแสนบาท&nbsp;หรือทั้งจำและปรับ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วฐิต&nbsp;กลางนอก&nbsp;&nbsp;ข่าว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	20/5/2021	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520185129160
148	คลังจังหวัดสตูล เผยมาตรการช่วยเหลือประชาชนเพิ่มวงเงิน 2,000 บาท ผ่านโครงการของเราชนะ และสามารถใช้สิทธิ์ได้ถึง 30 มิถุนายน 2564	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(20&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นางประทุม&nbsp;อู่เจริญ&nbsp;คลังจังหวัดสตูล&nbsp;เปิดเผยถึงมาตรการเยียวยาโควิด-19&nbsp;รอบ&nbsp;3&nbsp;ที่รัฐบาลช่วยเหลือประชาชนผ่านโครงการ&nbsp;เราชนะ&nbsp;โดยเพิ่มวงเงินใช้จ่ายจำนวน&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยแบ่งเป็น&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.โครงการเราชนะ&nbsp;โอนเงินเข้าแอปพลิเคชัน&nbsp;&nbsp;เป๋าตัง&nbsp;โอนเงินครั้งที่&nbsp;1&nbsp;วันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;และโอนเงินครั้งที่&nbsp;2&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;โครงการเราชนะ&nbsp;:&nbsp;โอนเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;และบัตรประชาชน(กลุ่มเปราะบาง)&nbsp;โอนเงินครั้งที่&nbsp;1&nbsp;วันที่&nbsp;21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;และโอนเงินครั้งที่&nbsp;2&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยทุกโครงการสามารถสะสมยอดใช้จ่ายได้ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;และเน้นย้ำว่าไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ขอเน้นย้ำร้านค้าต่างๆ&nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการของรัฐบาลห้ามเอาเปรียบผู้ได้รับสิทธิ์&nbsp;โดยประชาชนที่ได้รับการเชิญชวนให้แลกสิทธิ์เป็นเงินสดหรือพบเจอร้านค้ามีพฤติกรรมทุจริต&nbsp;เช่น&nbsp;การขึ้นราคาสินค้าจากปกติ&nbsp;สามารถแจ้งเบาะแสไปที่คณะทำงานพิจารณาตรวจสอบข้อมูลและร้องเรียนสำหรับโครงการเราชนะ&nbsp;ทางไปรษณีย์ได้ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&nbsp;กระทรวงการคลัง&nbsp;ถนนพระราม&nbsp;6&nbsp;แขวงสามเสนใน&nbsp;เขตพญาไท&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;10400&nbsp;หรือทางอีเมล์&nbsp;wewin@fpo.go.th&nbsp;โดยให้ส่งรายละเอียดข้อมูล&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชื่อ&nbsp;นามสกุล&nbsp;ของผู้ร้องเรียน&nbsp;,&nbsp;ID&nbsp;ของผู้ร้องเรียน&nbsp;,&nbsp;เบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ติดต่อกลับของผู้ร้องเรียน&nbsp;และรายละเอียด&nbsp;พฤติการณ์&nbsp;หลักฐานของผู้เข้าข่ายกระทำผิด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ประกอบการ/ร้านค้าในจังหวัดสตูล&nbsp;ลงทะเบียนร่วมให้บริการโครงการของรัฐบาล&nbsp;รวม&nbsp;15,528&nbsp;ร้านค้า</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	20/5/2021	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520170422064
149	ผู้ว่าฯ ลำพูน มอบนโยบายการดำเนินงาน แก่สมาชิกสภาเทศบาล ในการร่วมพัฒนา สอดคล้องกับจังหวัด และรัฐบาล สู่ความเป็นอยู่ที่ดี เศรษฐกิจยั่งยืน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่&nbsp;เทศบาลตำบลบ้านกลาง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานในการประชุมสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านกลาง&nbsp;เพื่อมอบนโยบายแนวทางการทำงาน&nbsp;การดำเนินงาน&nbsp;ด้านโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;ความเป็นอยู่&nbsp;ของพี่น้องประชาชน&nbsp;และที่เกี่ยวข้องเพื่อบูรณาการร่วมกับจังหวัดลำพูน&nbsp;สำหรับการปฏิบัติงานต้องยึดมั่นความถูกต้อง&nbsp;ความซื่อสัตย์สุจริต&nbsp;รักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและทางราชการเป็นที่ตั้ง&nbsp;และต้องดำเนินงานตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-19&nbsp;ร่วมกับทางจังหวัดลำพูนในการสอดรับมาตรการต่างๆ&nbsp;อย่างเข้มข้น&nbsp;โดยมี&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;นายโยธิน&nbsp;ประสงค์ความดี&nbsp;นายอำเภอเมืองลำพูน&nbsp;นายสอน&nbsp;อิ่นแก้ว&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง&nbsp;และสมาชิกสภาเทศบาลฯ&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งตามพระราชบัญญัติเทศบาล&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2496&nbsp;แก้ไขเพิ่มเติมถึง&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;14)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;มาตรา&nbsp;24&nbsp;วรรคสอง&nbsp;กำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องกำหนดให้สมาชิกสภาเทศบาลได้มาประชุมสภาเทศบาลครั้งแรกภายใน&nbsp;15&nbsp;วันนับแต่วันประกาศ&nbsp;ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ซึ่งบัดนี้&nbsp;คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศ&nbsp;ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลวังดิน&nbsp;ครบทั้ง&nbsp;12&nbsp;คน&nbsp;แล้ว&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จึงกำหนดให้มีการประชุมสภา&nbsp;พร้อมการรับมอบนโยบายในการปฏิบัติงาน&nbsp;การดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของจังหวัด&nbsp;และนโยบายของรัฐบาล&nbsp;เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในพื้นที่&nbsp;ต่อไป&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายคมศักดิ์&nbsp;หล่อเถิน&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	20/5/2021	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520182753152
150	ผู้ว่าฯ ชุมพร ลงพื้นที่คุมมาตรการป้องกันโควิด-19 ในสถานประกอบการรับซื้อ - ส่งออกผลไม้	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.&nbsp;นายธีระ&nbsp;อนันตเสรีวิทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสัมฤทธิ์&nbsp;กองเงิน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;พล.ต.ต.ถาวร&nbsp;แสงฤทธิ์&nbsp;ผบก.ภ.จว.ชุมพร&nbsp;และคณะหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ต.นาขา&nbsp;อ.หลังสวน&nbsp;เพื่อตรวจเยี่ยมมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;ในสถานประกอบการรับซื้อ&nbsp;-&nbsp;ส่งออกผลไม้&nbsp;(ล้งทุเรียน)&nbsp;เนื่องจากในพื้นที่ตำบลนาขามีสถานประกอบการรับซื้อ&nbsp;-&nbsp;ส่งออกผลไม้เป็นจำนวนมาก&nbsp;ประมาณ&nbsp;93&nbsp;ล้ง&nbsp;และขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงฤดูผลไม้โดยเฉพาะทุเรียน&nbsp;ทำให้มีการเดินทางมาซื้อขายทุเรียน&nbsp;ของบุคคลในพื้นที่จังหวัดชุมพร&nbsp;และที่มาจากต่างจังหวัด&nbsp;ตลอดจนแรงงานในการขนย้ายสินค้า&nbsp;จึงต้องมีการควบคุมและป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธีระ&nbsp;อนันตเสรีวิทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;""สถานประกอบการรับซื้อ&nbsp;-&nbsp;ส่งออกผลไม้&nbsp;(ล้งทุเรียน)&nbsp;ที่ได้มาตรวจในวันนี้ได้ให้ความร่วมมือตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;เป็นอย่างดี&nbsp;ซึ่งขณะอำเภอหลังสวนถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจในช่วงทุเรียนออก&nbsp;แต่ก็จะมีกลุ่มพ่อค้า&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;กลุ่มแรงงานทั้งชาวไทยและต่างด้าวเข้ามาทำงานกันเยอะ&nbsp;และหลายคนก็มาจากต่างพื้นที่&nbsp;ดังนั้นเราจึงต้องระมัดระวัง&nbsp;และดำเนินการตามมาตรการของสาธารสุข&nbsp;คนที่มาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดจะต้องมีการกักตัว&nbsp;หรือบางจังหวัดที่มีการผ่อนคลายแล้ว&nbsp;แต่เมื่อมาที่ชุมพรก็ต้องมีการลงทะเบียน&nbsp;Save&nbsp;Chumphon&nbsp;เมื่อเข้ามาทำงานในล้งก็ต้องกักตัวไม่น้อยกว่า&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;และลงทะเบียนเพื่อไปตรวจคัดกรองโรค&nbsp;ซึ่งการทำงานก็ขอให้อยู่ในล้งเดียวกันห้ามมีการเคลื่นย้าย&nbsp;และให้สังเกตอาการของคนงานด้วย&nbsp;ซึ่งหากเราทำได้อย่างนี้ทั้ง&nbsp;2&nbsp;มาตรการ&nbsp;ทั้งมาตรการควบคุมโรค&nbsp;และการกระตุ้นเศรษฐกิจก็จะเดินไปด้วยกันได้ทั้งสองอย่าง&nbsp;ซึ่งจากการตรวจสอบขณะนี้ยังไม่พบกลุ่มผู้ติดเชื้อเข้ามาในพื้นที่&nbsp;และเชื่อว่าหากทุกคนช่วยกันดำเนินการอย่างเข้มแข็งแบบนี้ต่อไป&nbsp;เศรษฐกิจของจังหวัดชุมพรก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ""&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;ผู้ประกอบการล้งทุเรียน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;""จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;รอบนี้&nbsp;ได้รับผลกระทบในเรื่องของแรงงาน&nbsp;เนื่องจากไม่กล้ารับคนงานจากที่อื่นเข้ามาทำงาน&nbsp;ทำให้คนงานน้อยกว่าปกติ&nbsp;เพราะเราต้องป้องกันโควิดไม่ให้มาแพร่ในโกดังด้วย&nbsp;ส่วนเรื่องส่งออกไม่มีปัญหาแต่อย่างใดทางจีนก็ยังต้องการทุเรียนจากเราเยอะ&nbsp;ซึ่งปีนี้มูลค่าการส่งออกมากกว่าปีที่แล้วอีกด้วย&nbsp;ส่วนมาตรการของกระทรวงสาธารสุขก็เข้มงวดมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;มาให้คำแนะนำตลอด&nbsp;ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นได้เป็นอย่างดี""&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พอพล&nbsp;กล้าผจญ&nbsp;ข่าว/ภาพ&nbsp;ส.ปชส.&nbsp;ชุมพร&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	20/5/2021	ภาคใต้	ชุมพร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520194905183
151	คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติจังหวัดเพชรบุรี ติดตามผลการสื่อสารนโยบายสำคัญรัฐบาล จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปสู่ประชาชน	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นางสาวจามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;และคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติระดับจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ร่วมประชุมติดตามผลการสื่อสารนโยบายสำคัญรัฐบาล&nbsp;ตามแผนปฏิบัติการประชาสัมพันธ์แห่งชาติระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;คณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ&nbsp;(กปช.)&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;นายวิษณุ&nbsp;เครืองาม&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ได้เห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;5&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;-2565&nbsp;(ฉบับปรับปรุงให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี)&nbsp;ไปสู่การปฏิบัติในระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;แนวทาง&nbsp;โดยแนวทางที่&nbsp;1&nbsp;มุ่งสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจของประชาชนต่อเรื่องสื่อสารที่สำคัญ&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;เรื่อง&nbsp;แนวทางที่&nbsp;2&nbsp;การสร้างความตระหนักรู้&nbsp;ทัศนคติเชิงบวก&nbsp;และการมีส่วนร่วมของประชาชนไทยและชาวต่างประเทศต่อการต่างประเทศ&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;เรื่อง&nbsp;แนวทางที่&nbsp;3&nbsp;การบริหารจัดการข้อมูลข่าวสาร&nbsp;พัฒนาสื่อสร้างสรรค์&nbsp;เพื่อต่อต้านข่าวปลอมและสร้างการรู้เท่าทันสื่อให้กับประชาชน&nbsp;และแนวทางที่&nbsp;4&nbsp;การยกระดับบุคลากรด้านการประชาสัมพันธ์และสื่อสารมวลชนของประเทศ&nbsp;ให้มีความสามารถด้านการประชาสัมพันธ์และสื่อสารดิจิทัล&nbsp;ซึ่งจังหวัดเพชรบุรีโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการสื่อสารสร้างการรับรู้และความเข้าใจแก่ประชาชนต่อนโยบายสำคัญรัฐบาล&nbsp;ทุกรูปแบบ&nbsp;รวมถึงการผลิตและเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อต่อต้านข่าวปลอม&nbsp;ซึ่งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งผู้ประกอบการและชาวบ้านอย่างมาก&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ได้ขอให้มีการปรับกลยุทธ์&nbsp;รูปแบบในการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด&nbsp;โดยดึงอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่&nbsp;วางแผนเพื่อประชาสัมพันธ์&nbsp;กระตุ้นการท่องเที่ยวในท้องถิ่น&nbsp;สร้างรายได้ให้กับชุมชนและชาวบ้านได้&nbsp;หลังจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;อยู่ในสถานการณ์ควบคุมได้&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รวยริน&nbsp;ทองชู&nbsp;&nbsp;ข่าว&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	20/5/2021	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520205629199
152	พาณิชย์ลำปาง เชื่อมโยงการจำหน่ายผลผลิตลิ้นจี่ ช่วยเหลือเกษตรกรอำเภองาว	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางศรีสุรางค์&nbsp;หล้าส่องสี&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมกับสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดลำปาง&nbsp;และบริษัทไปรษณีย์ไทย&nbsp;สาขาจังหวัดลำปาง&nbsp;ได้ดำเนินการเชื่อมโยงผลผลิตลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวยของเกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่&nbsp;บ้านบ่อสี่เหลี่ยม&nbsp;ตำบลปงเตา&nbsp;อำเภองาว&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ล็อตแรกจำนวน&nbsp;500&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;(ราคาจำหน่าย&nbsp;30&nbsp;บาท/กก.)&nbsp;ให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในจังหวัดลำปาง&nbsp;และจะดำเนินการเชื่อมโยงกระจายผลผลิตอย่างต่อเนื่องต่อไปตลอดฤดูกาล&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;ได้ส่งมอบกล่องบรรจุผลไม้ที่ได้รับการจัดสรรจากกรมการค้าภายใน&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;กล่อง&nbsp;(กล่องละ10&nbsp;กก.)&nbsp;ให้แก่วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรก้าวหน้าบ้านบ่อสี่เหลี่ยม&nbsp;อำเภองาว&nbsp;เพื่อส่งมอบลิ้นจี่ให้แก่ผู้บริโภคตามการสั่งซื้อ&nbsp;ผ่านการประชาสัมพันธ์ทางสื่อออนไลน์โดยขนส่งผ่านบริษัทไปรษณีย์ไทย&nbsp;ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่อำเภองาว&nbsp;อีกทางหนึ่งด้วย</p>	21/5/2021	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521105156281
153	จ.แม่ฮ่องสอนดึงเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาการท่องเที่ยวแบบ New Normal หลังอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซบเซาจาก COVID-19	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายศิริวัฒน์&nbsp;บุปผาเจริญ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานการประชุมอนุกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;(จังหวัดแม่ฮ่องสอน)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2564&nbsp;ณ&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อขับเคลื่อน&nbsp;ส่งเสริมผลิตภัณฑ์&nbsp;แหล่งท่องเที่ยว&nbsp;รวมถึงวัฒนธรรมประเพณีในจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;หรือ&nbsp;COVID-19&nbsp;ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเติบโตลดลงตั้งแต่ปี&nbsp;2564&nbsp;มีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง&nbsp;และต่อเนื่องมาถึงเดือนเมษายน&nbsp;2563&nbsp;โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีแผนการพัฒนาส่งเสริมทิศทางการท่องเที่ยวสร้างสรรค์รูปแบบใหม่&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวในชุมชน&nbsp;คนในชุมชน&nbsp;สินค้าผลิตภัณฑ์&nbsp;และกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ในชุมชน&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้น่าสนใจเข้าถึงนักท่องเที่ยว&nbsp;ภายใต้ในมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ที่ประชุมได้หารือถึงการส่งเสริมการต่อยอดพัฒนาคุณภาพกาแฟของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และการส่งเสริมพัฒนาการท่องเที่ยวทุ่งดอกบัวตอง&nbsp;อ.ขุนยวม&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ที่จะบานสะพรั่งในช่วงเดือนพฤศจิกายน-&nbsp;ต้นเดือนธันวาคมของทุกปีด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	21/5/2021	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521105147280
154	จ.นครพนม จัดพื้นที่จำหน่ายสินค้าเกษตรเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนผลกระทบจากโควิด-19	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้(21&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;เวลา14.00น.&nbsp;นายไกรสร&nbsp;กองฉลาด&nbsp;ผวจ.นครพนม&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรของเกษตรกรจังหวัดนครพนม&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าสวนชมโขง&nbsp;เทศบาลเมืองนครพนมโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นหน่วยงานจัดกิจกรรมจัดพื้นที่จำหน่ายสินค้าเกษตรให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครพนม&nbsp;และสินค้าการประมงจากหน่วยงานกรมประมงนำสินค้ามาร่วมจำหน่ายด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายไกรสร&nbsp;กองฉลาด&nbsp;กล่าวถึงการจัดพื้นที่จำหน่ายสินค้าเกษตรในครั้งนี้เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(covid-19)&nbsp;ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั่วประเทศ&nbsp;รวมถึงเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครพนม&nbsp;ที่ไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;และผลผลิตจากการประมงของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลของจังหวัดนครพนมได้&nbsp;ทำให้ผลผลิตตกค้างเป็นจำนวนมาก&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จังหวัดได้จัดพื้นที่ให้เกษตรกรจำหน่ายสินค้าเกษตรในราคาต่ำกว่าท้องตลาด&nbsp;มีทั้งพืชผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;อาทิ&nbsp;สัปปะรด&nbsp;ฟักทอง&nbsp;และสิ้นค้าจากการประมง&nbsp;เช่น&nbsp;ปลานิลคุณภาพ&nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&nbsp;55&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายปัญญา&nbsp;สัมพะวงศ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดนครพนม&nbsp;กล่าวเพิ่มเติม&nbsp;เชิญชวนทุกภาคส่วน&nbsp;องค์กรภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ร้านค้า&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;และประชาชนทั่วไป&nbsp;ช่วยซื้อสินค้าเกษตรของเกษตรกรจังหวัดนครพนม&nbsp;ที่ได้รับความเดือนร้อนจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ได้ที่บริเวณหน้าสวนชมโขง&nbsp;เทศบาลเมืองนครพนม&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;4&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;เริ่มเวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.เป็นต้นไป&nbsp;และขอความอนุเคราะห์สื่อมวลชนทุกแขยง&nbsp;ช่วยขยายผลให้ประชาชนรับทราบอย่างกว้างขวางด้วย&nbsp;</p>	21/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521130216337
155	พาณิชย์ จับมือหอการค้านานาชาติ ผลักดันการส่งออกไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ	<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;กล่าวภายหลังการประชุมหารือร่วมกับนายพจน์&nbsp;อร่ามวัฒนานนท์&nbsp;ประธานหอการค้านานาชาติ&nbsp;และคณะกรรมการหอการค้านานาชาติชุดใหม่&nbsp;หรือ&nbsp;ICC&nbsp;ว่า&nbsp;เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องของการผลักดันการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;รวมถึงการส่งออกระหว่างกัน&nbsp;โดยย้ำว่าหอการค้านานาชาติมีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่เป็นตัวแทนภาคเอกชนของนานาประเทศ&nbsp;ซึ่งมีที่นั่งอยู่ในองค์การสหประชาชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;UN&nbsp;โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการพิจารณากฎระเบียบด้านการค้า&nbsp;การลงทุนต่างๆ&nbsp;ที่จะออกมาบังคับใช้ในเวทีการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;ที่สามารถส่งสัญญาณล่วงหน้าให้ภาคเอกชนไทยที่เป็นสมาชิกได้รับทราบเพื่อเตรียมการรองรับได้&nbsp;เมื่อกฎกติกาเหล่านี้ได้รับการบังคับใช้</p><p><strong>ด้านนายพจน์&nbsp;อร่ามวัฒนานนท์</strong>&nbsp;ประธานคณะกรรมการบริหารหอการค้านานาชาติแห่งไทย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;เวลานี้ส่งผลกระทบรุนแรงกับเศรษฐกิจทั่วโลกและประเทศไทย&nbsp;ซึ่งการส่งออกเป็นกลไกสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจไทย&nbsp;แต่ยังมีอุปสรรคในการส่งออกซึ่ง&nbsp;ICC&nbsp;จะเข้ามาช่วยกระทรวงพาณิชย์ขับเคลื่อนให้การส่งออกเติบโตโดยการใช้เครือข่ายของ&nbsp;ICC&nbsp;ที่มีสมาชิก&nbsp;130&nbsp;ประเทศทั่วโลกผลักดันให้เพิ่มขึ้น</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;มีกลไกสำคัญในการทำงานร่วมกับภาคเอกชน&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;กรอ.&nbsp;พาณิชย์&nbsp;ร่วมกันผลักดันการค้าการส่งออกและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงโควิด-19&nbsp;ซึ่งประเทศไทยได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดของการส่งออกมาแล้วและคาดว่าตัวเลขจะกลับมาเป็นบวกอย่างต่อเนื่องในปี&nbsp;2564&nbsp;จะช่วยพยุงเศรษฐกิจของประเทศให้ขยายตัวเป็นบวกได้</p><p><br></p><p><br></p>	21/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521155301469
156	การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สานต่อกลยุทธ์พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและชุมชนท่องเที่ยว 	"<p><strong>นายยุทธศักดิ์&nbsp;สุภสร&nbsp;ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ททท.&nbsp;มีเป้าหมายส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เกิดการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีมาต่อยอดทั้งรูปแบบ&nbsp;นวัตกรรมด้านกระบวนการและบริการ&nbsp;และการพัฒนาสินค้า&nbsp;เพื่อยกระดับขีดความสามารถและเตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว&nbsp;โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีอายุระหว่าง&nbsp;18-34&nbsp;ปี&nbsp;หรือกลุ่มมิลเลนเนียลในยุค&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ททท.&nbsp;จึงร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรดำเนินโครงการ&nbsp;TAT&nbsp;GYM&nbsp;2021&nbsp;:&nbsp;นวัตกรรมสร้างสรรค์อุตสาหกรรมท่องเที่ยว&nbsp;โดยเชิญชวนผู้ประกอบการและตัวแทนชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;ร่วมออกกำลังกายสมอง&nbsp;เรียนรู้และรับสิ่งใหม่&nbsp;เพื่อพัฒนานวัตกรรมและสร้างสรรค์มิติใหม่ให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&nbsp;ผ่านการส่งแนวคิดนวัตกรรม&nbsp;พร้อมรับทุนสนับสนุนและสิทธิประโยชน์ต่างๆ&nbsp;รวมมูลค่ากว่า&nbsp;150,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยเปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้&nbsp;&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ผ่านเว็บไซค์&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.tatgym.com/""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.tatgym.com</a>&nbsp;โดยผู้สมัคร&nbsp;สมาชิก&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;/1&nbsp;ทีม)&nbsp;ไม่จำกัดอายุ</p><p><br></p><p><br></p>"	21/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521152908438
157	จ.มุกดาหาร เตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน ปี 2564	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;21&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;แก้วกินรีชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;นายบุญเรือง&nbsp;เมฆฉิม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ในการประชุม&nbsp;จัดแข่งขัน&nbsp;จักรยานชิงแชมป์ประเทศไทยชิงถ้วยพระราชทาน&nbsp;คิงส์ภูมิพล&nbsp;และการแข่งขันจักรยานประเภทเสือภูเขาชิงแชมป์ประเทศไทย&nbsp;ชิงถ้วยพระราชทาน&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;สนามที่&nbsp;2&nbsp;ที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;โดยมี&nbsp;พลเอกเดชา&nbsp;เหมกระศรี&nbsp;นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;นายอนุรักษ์&nbsp;ตั้งปณิธานนท์&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;นายกสมาคมกีฬาจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และคณะกรรมการดำเนินงานจัดการแข่งขัน&nbsp;ตามคำสั่งแต่งตั้ง&nbsp;ของผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;9&nbsp;คณะ&nbsp;อาทิ&nbsp;ฝ่ายอำนวยการ&nbsp;ฝ่ายประชาสัมพันธ์&nbsp;ฝ่ายเส้นทาง&nbsp;ฝ่ายเทคนิค&nbsp;ฝ่ายสถานที่&nbsp;ฝ่ายรักษาความปลอดภัยและการจราจร&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;เพื่อรับทราบการจัดการแข่งขัน&nbsp;จักรยานชิงแชมป์ประเทศไทยชิงถ้วยพระราชทาน&nbsp;คิงส์ภูมิพล&nbsp;และการแข่งขันจักรยานประเภทเสือภูเขาชิงแชมป์ประเทศไทย&nbsp;ชิงถ้วยพระราชทาน&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;สนามที่&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;2-4&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;และเตรียมพร้อมของฝ่ายต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในการจัดแข่งขันที่จะมีขึ้นในวันดังกล่าว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลเอกเดชา&nbsp;เหมกระศรี&nbsp;นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สมาคมกีฬาจักรยานฯ&nbsp;ได้กำหนดจัดการแข่งขันจักรยานชิงแชมป์ประเทศไทย&nbsp;ชิงถ้วยพระราชทานฯ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ประเภทต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้งประเภทถนน,&nbsp;เสือภูเขา,&nbsp;บีเอ็มเอ็กซ์&nbsp;และลู่&nbsp;โดยได้วางโปรแกรมการแข่งขันต่อเนื่องกันตลอดทั้งปี&nbsp;โดยมีหลายจังหวัดที่สนใจเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันร่วมกับสมาคมกีฬาจักรยานฯ&nbsp;ทั้งในระดับชิงแชมป์ประเทศไทย&nbsp;รวมไปถึงระดับนานาชาติ&nbsp;รวมถึงจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;โดยการสนับสนุนจาก&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;นายอนุรักษ์&nbsp;ตั้งปณิธานนท์&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดให้รู้จักกันอย่างแพร่หลาย&nbsp;รวมถึงการส่งเสริมการออกกำลังกาย&nbsp;ด้วยการปั่นจักรยาน&nbsp;เพื่อสุขภาพและเพื่อการแข่งขัน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะมีนักปั่นจากจังหวัดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เข้าร่วมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก&nbsp;เนื่องจากว่างเว้นจากการจัดแข่งขันมานาน&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;อยู่ขณะนี้&nbsp;ประกอบกับเป็นการจัดแข่งขันในระดับชาติ&nbsp;และชิงแชมป์ประเทศไทย&nbsp;ชิงถ้วยพระราชทาน&nbsp;คิงส์ภูมิพลและถ้วยพระราชทาน&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;มีการแข่งขันจักรยานเพื่อสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ชาย&nbsp;หญิง&nbsp;ชิงถ้วยรางวัล&nbsp;5&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่รางวัลผู้ร่วมปั่นจักรยานชายอายุมากที่สุด&nbsp;ผู้ร่วมปั่นจักรยานหญิงอายุมากที่สุด&nbsp;ผู้ร่วมปั่นจักรยานชายอายุน้อยที่สุด&nbsp;ผู้ร่วมปั่นจักรยานหญิง&nbsp;อายุน้อยที่สุด&nbsp;และรางวัลประเภทจักรยานที่มีความสวยงามตกแต่งแบบประหยัด&nbsp;โดยเป้าหมายนักเรียน&nbsp;ประชาชนทั่วไป&nbsp;200&nbsp;คัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สมาคมจักรยาน&nbsp;จะเป็นผู้จัดหาเสื้อ&nbsp;และใบประกาศนียบัตร&nbsp;มอบให้กับผู้ที่มาขับขี่จักรยานเพื่อสุขภาพทุกคนฟรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;การจัดแข่งขันจักรยานชิงแชมป์ประเทศไทยและชิงถ้วยพระราชทานในครั้งนี้&nbsp;เป็นการจัดในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ระบบปิดไม่มีผู้ชม&nbsp;นอกจากชมจากการถ่ายทอดผ่านเฟชบุ๊คไลน์&nbsp;และสถานีโทรทัศน์&nbsp;ไทยพีบีเอส&nbsp;และอยู่ภายใต้มาตรการควบคุม&nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(&nbsp;โควิด-19&nbsp;)&nbsp;หรือ&nbsp;ศบค.&nbsp;และมาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;และต้องปฏิบัติตามประกาศของสมาคมกีฬาจักรยานฯ&nbsp;ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้อย่างเคร่งครัดรวม19&nbsp;มาตรการ&nbsp;อาทิ&nbsp;ผู้ที่จะเข้าไปในบริเวณสนามแข่งขัน&nbsp;นับตั้งแต่ผู้ปกครอง&nbsp;ผู้ติดตาม&nbsp;นักกีฬา&nbsp;และเจ้าหน้าที่ทุกคน&nbsp;จะต้องตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;19&nbsp;ด้วยวิธีการ&nbsp;PCR&nbsp;testที่มีผลเป็นลบและต้องไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมงก่อนการแข่งขัน&nbsp;นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทุกคนจะต้องรายงานบันทึกการเดินทาง&nbsp;(time&nbsp;line)&nbsp;ล่วงหน้าก่อนแข่งขัน&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;สะแกน&nbsp;QR&nbsp;code&nbsp;ลงทะเบียน&nbsp;หมอชนะ&nbsp;ไทยชนะทุกคน&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;และพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่จักรยาน&nbsp;และล้างน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเข้าสนาม&nbsp;หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม&nbsp;จะพิจารณาลงโทษให้ออกจากการแข่งขันทันที&nbsp;และอาจจะพืจารณาลงโทษ&nbsp;ตามข้อบังคับของสมาคมกีฬาจักรยาน&nbsp;ข้อที่&nbsp;68&nbsp;ว่าด้วยการลงโทษทางวินัย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับสนามและเส้นทางในการจัดการแข่งขัน&nbsp;ประเภทปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ&nbsp;เริ่มต้นที่ศาลากลางจังหวัด&nbsp;ไปตามถนนเรียบริมฝั่งแม่น้ำโขง&nbsp;สำราญชายโขงเหนือ&nbsp;ถึงสะพานมิตรภาพแห่งที่&nbsp;2&nbsp;วกกลับเส้นทางเดิมเข้าสู่เส้นชัย&nbsp;ศาลากลางจังหวัดระยะทาง&nbsp;14.80&nbsp;เมตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประเภทถนนไทม์ไทรอัลบุคคล&nbsp;ชิงแชมป์ประเทศไทยและถ้วยพระราชทาน&nbsp;คิงส์ภูมิพล&nbsp;มี&nbsp;2&nbsp;เส้นทาง&nbsp;ได้แก่เส้นทางที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;เริ่มตั้งแต่หอแก้วมุกดาหาร&nbsp;ผ่านทางขึ้นวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์&nbsp;ถึงสี่แยกชมกวาง&nbsp;วกกลับมาตามเส้นทางเดิม&nbsp;เข้าเส้นชัยที่หอแก้วมุกดาหาร&nbsp;ระยะทาง&nbsp;10.40&nbsp;กิโลเมตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เส้นทางที่&nbsp;2&nbsp;เริ่มตั้งแต่&nbsp;สนามฟุตบอลเดอบุญฟิลด์&nbsp;ติดถนนเลี่ยงเมืองมุกดาหาร&nbsp;-อำเภอดอนตาล&nbsp;ไปตามถนนชะยางกูร&nbsp;เลี้ยวซ้าย&nbsp;ผ่านสี่แยกชลประทาน&nbsp;ถึงบ้านเหมืองบ่า&nbsp;เลี้ยวซ้ายไปยังบ้านคำเม็ก&nbsp;ตำบลคำอาฮวน&nbsp;เลี้ยวซ้ายไปยังสี่แยกชมกวาง&nbsp;ถนนเลี่ยงเมืองมุกดาหาร&nbsp;&nbsp;ดอนตาล&nbsp;ก่อนเข้าเส้นชัยที่สนามเดอบุญฟิวด์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนการแข่งขันประเภทเสือภูเขาชิงแชมป์ประเทศไทย&nbsp;ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;เดิมกำหนดจัดการแข่งขันที่วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์&nbsp;อำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;เนื่องจากได้มีการประกาศไม่ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนเข้าไปท่องเที่ยว&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ได้เปลี่ยนสนามการแข่งขัน&nbsp;เป็นสนามเอกชนซึ่งมีพื้นที่กว่า&nbsp;100&nbsp;ไร่&nbsp;และอยู่ใกล้กับ&nbsp;สนามฟุตบอลเดอบุญฟิวด์&nbsp;เป็นสนามแข่งขันแทน</p>	21/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521202245613
158	ดัชนีความสำเร็จของไทยหลายด้านอยู่ในระดับดีในสายตาต่างชาติ จากการบริหารราชการของ นายกรัฐมนตรี	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เปิดเผยถึงสถานะของไทยในเวทีโลก&nbsp;โดยประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่น่าสนใจและได้รับการจัดอันดับที่ดี&nbsp;มีความน่าเชื่อถือ&nbsp;และเป็นที่น่าสนใจในสายตาต่างชาติ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;ได้รับการจัดอันดับที่น่าสนใจด้านเศรษฐกิจและการลงทุนจากหลายๆหน่วยงานในระดับโลก&nbsp;อาทิ&nbsp;เป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;ตลาดเกิดใหม่ที่น่าลงทุนที่สุดในปี&nbsp;2564&nbsp;จากการจัดอันดับของ&nbsp;Bloomberg&nbsp;Study&nbsp;(1st&nbsp;in&nbsp;Bloombergs&nbsp;Emerging)&nbsp;เป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;ประเทศที่มีความทุกข์ยากทางเศรษฐกิจน้อยที่สุดในโลกประจำปี&nbsp;2563&nbsp;จากการจัดอันดับของ&nbsp;Bloomberg&nbsp;Survey&nbsp;(1st&nbsp;least&nbsp;miserable&nbsp;country&nbsp;for&nbsp;2020)&nbsp;เป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;ประเทศที่เหมาะกับการเริ่มต้นธุรกิจมากที่สุดประจำปี&nbsp;2563&nbsp;จากการจัดอันดับโดยสำนักข่าว&nbsp;US&nbsp;News&nbsp;(Best&nbsp;Countries&nbsp;to&nbsp;Start&nbsp;a&nbsp;Business&nbsp;2020)&nbsp;และเป็นอันดับ&nbsp;2&nbsp;ประเทศที่น่าเข้ามาลงทุนประจำปี&nbsp;2563&nbsp;จัดอันดับโดยสำนักข่าว&nbsp;US&nbsp;News&nbsp;(Best&nbsp;Countries&nbsp;to&nbsp;Invest&nbsp;In&nbsp;2020)&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับการจัดอันดับของสถาบันจัดอันดับเครดิตของโลกอย่าง&nbsp;มูดี้ส์&nbsp;ฟิทช์เรตติ้ง&nbsp;และสแตนดาร์ด&nbsp;แอนด์&nbsp;พัวร์ส&nbsp;คงอันดับความน่าเชื่อถือของไทย&nbsp;ที่&nbsp;BBB+&nbsp;และยังคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยอยู่ในระดับมีเสถียรภาพ&nbsp;เป็นผลมาจากการทำงานอย่างหนักในการดำเนินนโยบายเพื่อให้ประเทศไทยอยู่ในเรดาร์&nbsp;เป็นตลาดที่น่าสนใจทางการลงทุน&nbsp;จนส่งผลให้คะแนนรายงานความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจ&nbsp;(Ease&nbsp;of&nbsp;Doing&nbsp;Business)&nbsp;ที่จัดทำโดยธนาคารโลกดีขึ้น&nbsp;โดยล่าสุดในปี&nbsp;2563&nbsp;ประเทศไทยได้ที่&nbsp;21&nbsp;จาก&nbsp;190&nbsp;ประเทศ&nbsp;ซึ่งเทียบกับปีก่อนดีขึ้น&nbsp;6&nbsp;อันดับ&nbsp;รวมทั้งไทยได้ดำเนินมาตรการ&nbsp;Ten&nbsp;for&nbsp;Ten&nbsp;ตามข้อเสนอแนะจากเอกอัครราชทูตจาก&nbsp;5&nbsp;ประเทศ&nbsp;และหอการค้านานาชาติแห่งประเทศไทย&nbsp;เพื่อยกระดับการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจของประเทศไทยให้สามารถติด&nbsp;10&nbsp;อันดับแรกได้ในเร็ววันนี้</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">การจัดอันดับของบริษัท</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;Japan&nbsp;Credit&nbsp;Rating&nbsp;Agency,&nbsp;Ltd.&nbsp;(JCR)&nbsp;บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น&nbsp;ที่คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย&nbsp;(Sovereign&nbsp;Credit&nbsp;Rating)&nbsp;ที่ระดับ&nbsp;A-&nbsp;และยืนยันมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ&nbsp;(Stable&nbsp;outlook)&nbsp;เนื่องมาจากรัฐบาลได้ดำเนินมาตรการทางการเงินและการคลัง&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยหลังจากไตรมาสที่&nbsp;2&nbsp;ของปี&nbsp;2563&nbsp;เริ่มฟื้นตัว&nbsp;และ&nbsp;JCR&nbsp;คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี&nbsp;2564&nbsp;จะกลับมาเติบโตประมาณร้อยละ&nbsp;3&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ในเดือนมีนาคม&nbsp;ปี2564&nbsp;บริษัท&nbsp;Rating&nbsp;and&nbsp;Investment&nbsp;Information,&nbsp;Inc.&nbsp;(R&amp;I)&nbsp;ประเทศญี่ปุ่น&nbsp;ได้ประกาศการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย&nbsp;(Sovereign&nbsp;Credit&nbsp;Rating)&nbsp;ที่&nbsp;A-&nbsp;และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย&nbsp;(Outlook)&nbsp;อยู่ในระดับมีเสถียรภาพ&nbsp;(Stable&nbsp;Outlook)&nbsp;เช่นกัน&nbsp;สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในแนวทางการดำเนินโยบายของรัฐบาลและทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;ซึ่งมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวและเติบโต</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นอกจากนี้&nbsp;ไทยยังได้รับการจัดอันดับเกี่ยวกับด้านสาธารณสุข</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ที่น่าชื่นชม&nbsp;อาทิ&nbsp;อันดับ&nbsp;1&nbsp;ประเทศที่ฟื้นตัวและรับมือกับการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ได้ดีที่สุด&nbsp;(Ongoing&nbsp;COVID-19&nbsp;recovery&nbsp;effort&nbsp;2020)&nbsp;จากข้อมูลดัชนีโควิด-19&nbsp;ระดับโลก&nbsp;(Global&nbsp;COVID-19&nbsp;Index-GCI)&nbsp;จัดอันดับโดยสถาบัน&nbsp;PEMANDU&nbsp;และอันดับ&nbsp;4&nbsp;จากทั้งหมด&nbsp;98&nbsp;ประเทศ&nbsp;ที่จัดการกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2563&nbsp;(Best-Performing&nbsp;Countries&nbsp;in&nbsp;Suppressing&nbsp;the&nbsp;Coronavirus&nbsp;2020)&nbsp;จัดอันดับโดยสถาบัน&nbsp;Lowy&nbsp;Institute&nbsp;อันดับ&nbsp;6&nbsp;ประเทศที่มีความมั่นคงด้านสุขภาพ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2562&nbsp;(Global&nbsp;Health&nbsp;Security&nbsp;Index&nbsp;2019)&nbsp;จัดอันดับโดยมหาวิทยาลัย&nbsp;John&nbsp;Hopkins&nbsp;University&nbsp;Research&nbsp;และอันดับ&nbsp;8&nbsp;ประเทศที่มีระบบสาธารณสุขที่ดีที่สุด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;(Health&nbsp;Care&nbsp;Index&nbsp;2021)&nbsp;จัดอันดับโดย&nbsp;Numbeo&nbsp;Survey</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายกรัฐมนตรี&nbsp;ชื่นชมผลสำเร็จที่เกิดขึ้น</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;โดยถือว่า&nbsp;ตัวเลขเหล่านี้เป็นกำลังใจที่สำคัญในการทำงาน&nbsp;และได้ขอบคุณการทำงานของทุกภาคส่วนที่ทำงานร่วมกันอย่างหนักจนส่งผลสำเร็จเป็นตัวเลขการจัดอันดับที่น่าชื่นชมและหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อเดินหน้าประเทศไทยต่อไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	22/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522213115843
159	กรมการค้าภายใน จัดรถ Mobile 730 ตัน ตระเวนนำสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก จำหน่ายให้พี่น้องประชาชนทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑล	<p><strong>นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เพื่อดูแลราคาสินค้าอัปโภคบริโภคไม่ให้ประชาชนได้รับในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;กรมฯ&nbsp;ดำเนินการช่วยเหลือเพื่อลดค่าครองชีพประชาชนด้วยการจัดโครงการ&nbsp;Mobile&nbsp;พาณิชย์ลดราคา!&nbsp;ช่วยประชาชน&nbsp;&nbsp;Lot&nbsp;ที่&nbsp;10&nbsp;ซึ่งจัดในรูปแบบรถ&nbsp;Mobile&nbsp;พาณิชย์ลดราคา!&nbsp;ช่วยประชาชน&nbsp;ที่จะตระเวนนำสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูกลดสูงสุดถึงร้อยละ&nbsp;60&nbsp;ไปจำหน่ายให้พี่น้องประชาชนที่จำเป็นต้องกักตัวอยู่ในชุมชนทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล&nbsp;&nbsp;สามารถได้รับบริการอย่างทั่วถึง&nbsp;ซึ่งรถ&nbsp;Mobile&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;&nbsp;730&nbsp;คัน&nbsp;จะวิ่งกระจายไปทั่วกรุงเทพฯ&nbsp;และปริมณฑลประมาณ&nbsp;400-500&nbsp;ชุมชน&nbsp;โดยได้เริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่วันที่&nbsp;10&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;8&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;นี้&nbsp;โดยการกำหนดจุดจำหน่ายนั้นกรมการค้าภายในได้รับความร่วมมือจากกรุงเทพมหานคร&nbsp;เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;(อบต.)&nbsp;เป็นอย่างดี</p><p><strong>จากการออกตรวจเยี่ยมการจำหน่ายสินค้าของรถ&nbsp;Mobile</strong>&nbsp;ในชุมชนต่างๆ&nbsp;ปรากฏว่า&nbsp;&nbsp;ประชาชนเข้ามาเลือกซื้อสินค้ากันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และพอใจที่มีสินค้าราคาประหยัดมาจำหน่ายถึงในชุมชนเป็นการหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในสถานที่ที่มีความเสี่ยง&nbsp;และป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมและขายดี&nbsp;ได้แก่&nbsp;น้ำมันพืช&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;น้ำตาลทราย&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;ผงซักฟอก&nbsp;กระดาษทิชชู&nbsp;น้ำยาปรับผ้านุ่ม&nbsp;น้ำยาล้างจาน&nbsp;และนอกจากสินค้าราคาประหยัด&nbsp;73&nbsp;รายการที่นำมาจำหน่ายแล้ว&nbsp;ยังมีผลไม้และสินค้าเกษตรฤดูกาลอื่นๆ&nbsp;ที่เชื่อมโยงจากเกษตรกรมาจำหน่ายโดยตรงอีกด้วย&nbsp;ซึ่งประชาชนสามารถตรวจสอบตารางการจำหน่ายสินค้าหรือติดตามตำแหน่งรถสามารถทราบได้&nbsp;โดยใช้Application&nbsp;line&nbsp;โครงการ&nbsp;Mobile&nbsp;พาณิชย์ลดราคา!&nbsp;ช่วยประชาชน&nbsp;โดย&nbsp;search&nbsp;คำว่า&nbsp;@mobilepanich&nbsp;หรือ&nbsp;search&nbsp;คำว่า&nbsp;โมบายพาณิชย์&nbsp;ใน&nbsp;&nbsp;google&nbsp;ซี่งจะมีรายละเอียดบอกวันและสถานที่ที่จะไปจำหน่าย&nbsp;และยังสามารถดูรายการสินค้าและราคาล่วงหน้า&nbsp;หากประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าและบริการ&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่&nbsp;สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ</p><p><br></p><p><br></p>	22/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522154207781
160	ธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้แจงเงิน 1.069 ล้านล้านบาท เป็นขาดทุนสะสมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อดูแลเสถียรภาพการเงิน ไม่ถือเป็นหนี้สาธารณะ 	<p><strong>นางจันทวรรณ&nbsp;สุจริตกุล</strong>&nbsp;ผู้ช่วยผู้ว่าการสายสื่อสารและความสัมพันธ์องค์กร&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธปท.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากที่มีการเผยแพร่เรื่องขาดทุนสะสมของ&nbsp;ธปท.&nbsp;มูลค่า&nbsp;1.069&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;และนำมารวมเป็นหนี้สาธารณะของประเทศโดยอ้างถึงผลกระทบต่อผู้เสียภาษีอากรนั้น&nbsp;รายงานดังกล่าวเป็นการแสดงรายการงบการเงินของ&nbsp;ธปท.&nbsp;และเป็นธุรกรรมที่เกิดจากการทำหน้าที่ปกติของธนาคารกลาง&nbsp;ในการดูแลเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจ&nbsp;เช่น&nbsp;การดูแลอัตราแลกเปลี่ยนไม่ให้ผันผวนมากจนกระทบต่อการดำเนินงานภาคเอกชนและเศรษฐกิจ&nbsp;การดูแลสภาพคล่องในระบบการเงินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม&nbsp;ดังนั้นกำไรหรือขาดทุนที่จะปรากฏในงบดุลของธนาคารกลางจึงเป็นเรื่องปกติของการทำหน้าที่ตามพันธกิจ&nbsp;โดยฐานะการเงินของธนาคารกลางเป็นผลจากการทำหน้าที่ตามพันธกิจ&nbsp;ซึ่งในแต่ละปีอาจเกิดกำไรและขาดทุน&nbsp;เช่น&nbsp;จากการตีราคาสินทรัพย์ต่างประเทศเป็นเงินบาท&nbsp;และจากต้นทุนการออกพันธบัตรเพื่อดูดซับสภาพคล่อง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งตัวเลข&nbsp;1.069&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;เป็นผลการขาดทุนสะสมที่เกิดขึ้นหลายปีไม่ใช่ของปีนี้ปีเดียว&nbsp;หนี้สินในงบการเงินของ&nbsp;ธปท.&nbsp;ไม่ถือเป็นหนี้สาธารณะของประเทศ&nbsp;ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติเช่นเดียวกันทั่วโลก&nbsp;ตามนิยามของ&nbsp;IMF&nbsp;ที่กำหนดมาตรฐานการเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจการเงินเพื่อการเปรียบเทียบและติดตามการทำนโยบายของสมาชิก</p><p><br></p><p><br></p>	22/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522151655768
161	การนำเข้าอาหารทะเลจากไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลัง สปป.ลาว ยกเลิกมาตรการห้ามให้นำเข้าอาหารทะเลเริ่ม 1 พฤษภาคมนี้ 	<p><strong>นายสมเด็จ&nbsp;สุสมบูรณ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ&nbsp;(สคต.)&nbsp;ณ&nbsp;กรุงเวียงจันทน์&nbsp;ถึงผลการสำรวจตลาดออนไลน์อาหารทะเล&nbsp;ภายหลังจาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ห้ามนำเข้าอาหารทะเลไทย&nbsp;ตั้งแต่เดือนธันวาคม&nbsp;2563&nbsp;ว่า&nbsp;ล่าสุด&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ได้ยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าอาหารทะเล&nbsp;โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ทำให้ตลาดออนไลน์อาหารทะเล&nbsp;กลับมามีความคึกคักมากกว่าเดิม&nbsp;ตลาดมีสินค้าอาหารทะเลเข้ามาหลากหลายชนิด&nbsp;เช่น&nbsp;กุ้ง&nbsp;หอย&nbsp;ปู&nbsp;ปลาหมึก&nbsp;เป็นต้น&nbsp;จากเดิมไม่มีสินค้าจำหน่าย&nbsp;หรือยุติการจำหน่าย&nbsp;ส่งผลให้มีการนำเข้าสินค้าอาหารทะเลจากไทยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย&nbsp;</p><p><strong>การจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้นและมีความคึกคักนั้น</strong>&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;อยู่ระหว่างการดำเนินมาตรการล็อกดาวน์&nbsp;ไม่อนุญาตให้มีการรับประทานอาหารในร้านและควบคุมการเดินทาง&nbsp;จึงทำให้ประชาชนหันมาซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น</p><p><strong>&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าอาหารทะเลของไทย</strong>&nbsp;กรมฯ&nbsp;มีกำหนดจัดกิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าอาหารทะเลไทยปลอดภัยจากโควิด-19&nbsp;ในช่วงต้นเดือนกันยายน&nbsp;2564&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและกระตุ้นการบริโภคอาหารทะเลไทย&nbsp;โดยคาดว่า&nbsp;ผลจากการยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าและการบริโภคอาหารทะเลไทยกลับมาฟื้นตัว&nbsp;จะทำให้การส่งออกอาหารทะเลไทยไปยัง&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ในปีนี้จะเพิ่มจาก&nbsp;131&nbsp;ล้านบาทเป็น&nbsp;200&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;52.7</p><p><br></p><p><br></p>	22/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522131039725
162	พาณิชย์จังหวัดลำปาง จัดประชุมเชิงสัมมนาพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและเกษตรกรในพื้นที่	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางศรีสุรางค์&nbsp;หล้าส่องสี&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงสัมมนาเชิงปฏิบัติการ&nbsp;(ในการสร้างเครือข่าย)&nbsp;เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการจังหวัดลำปาง&nbsp;ภายใต้กิจกรรมพัฒนาศักยภาพและเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการสินค้าเกษตร&nbsp;ตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรปลอดภัยได้มาตรฐานแบบครบวงจรมุ่งสู่เกษตรอินทรีย์&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องกิ่งกนก&nbsp;โรงแรมเอเชียลำปาง&nbsp;จังหวัดลำปาง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพของเกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;สถาบันเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการรับซื้อสินค้าเกษตรของจังหวัดลำปาง&nbsp;โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้ในด้านการปรับปรุงคุณภาพและการยกระดับการผลิตกระเทียม&nbsp;ลำไย&nbsp;สับปะรด&nbsp;และสินค้าเกษตรอื่นๆ&nbsp;เพื่อให้ตรงตามความต้องการของตลาดในปัจจุบัน&nbsp;การเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์&nbsp;และการทำตลาดที่ยั่งยืนในยุคปัจจุบันด้วยเทคนิคการขายสินค้าและการเพิ่มยอดขายโดยการ&nbsp;ถ่ายทอดสดผ่าน&nbsp;Facebook&nbsp;Live&nbsp;อย่างมืออาชีพ&nbsp;และกลยุทธ์การจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับผู้เข้ารับการอบรมในการปรับตัวให้มีช่องทางการตลาดแบบออนไลน์ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยมีผู้เข้ารับการอบรม&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งจะมีการคัดเลือกเกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;สถาบันเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการรับซื้อสินค้าเกษตรผู้ผ่านการอบรมเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าในงานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจการค้า&nbsp;(Business&nbsp;Matching)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำปางต่อไป</p>	22/5/2021	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522115050688
163	กองพันทหารม้าที่ 10 กรมทหารม้าที่ 2 ช่วยรับชื้อผลผลิตทางการเกษตร(มะม่วง) ซึ่งประสบปัญหาในการจำหน่ายสู่ท้องตลาด จากสถานการณ์โควิด-19	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่บ้านน้ำโมง&nbsp;ตำบลผาต่อ&nbsp;อำเภอท่าวังผา&nbsp;จังหวัดน่าน&nbsp;กำลังพลจากกองพันทหารม้าที่&nbsp;10&nbsp;กรมทหารม้าที่&nbsp;2&nbsp;ได้ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือเกษตรกรในการรับชื้อผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;(มะม่วง)&nbsp;ซึ่งขณะนี้ผลผลิตมะม่วงดิบและสุกออกมาจำนวนมาก&nbsp;ประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ&nbsp;ปัญหาการในการจำหน่ายผลผลิตสู่ท้องตลาด&nbsp;และการรับชื้อของพ่อค้าคนกลางลดน้อยลง&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทำให้เกษตรกรชาวสวนมะม่วงได้รับความเดือดร้อน&nbsp;ไม่สามารถจำหน่ายและขนย้ายผลผลิตสู่ตลาดใหญ่ได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองพันทหารม้าที่&nbsp;10&nbsp;กรมทหารม้าที่&nbsp;2&nbsp;ได้ทราบถึงปัญหาความเดือนร้อนของเกษตรกร&nbsp;จึงได้เข้าช่วยเหลือรับชื้อผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;(มะม่วง)&nbsp;เพื่อนำมาแจกจ่ายให้กับกำลังพลและครอบครัว&nbsp;พร้อมกับพลทหารกองประจำการของหน่วย&nbsp;โดยตัวแทนเกษตกรชาวสวนมะม่วงบ้านน้ำโมง&nbsp;ได้ขอบคุณที่หน่วยงานทหารได้เข้ามาช่วยรับซื้อมะม่วงถึงในสวน&nbsp;ปีนี้เป็นปีที่&nbsp;2&nbsp;ที่ชาวสวนมะม่วงประสบปัญหาการจำหน่ายผลผลิตสู่ท้องตลาด&nbsp;โดยเฉพาะการขนย้ายสินค้า&nbsp;ผลพวงจากสถานการณ์โควิด-19</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ทางจังหวัดน่านได้แก้ปัญหาในระยะสั้น&nbsp;โดยการเร่งระบายผลผลิตออกสู่ตลาดทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด&nbsp;เพื่อเป็นการหมุนเวียนรายได้ให้แก่เกษตรกร&nbsp;บรรเทาปัญหาราคาตกต่ำ&nbsp;พร้อมเชิญชวนประชาชนอุดหนุนซี้อมะม่วงของชาวสวนเป็นการช่วยเหลือครอบครัวเกษตรกรได้อีกช่องทาง&nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้หลายหน่วยงานได้มีการจัดกิจกรรมช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนมะม่วงในการกระจายผลผลิต&nbsp;เช่น&nbsp;บริษัทประชารัฐสามัคคีน่าน(วิสาหกิจเพื่อสังคม)&nbsp;จำกัด&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;38&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดน่านหอการค้าไทย(ภาคเหนือ)&nbsp;หอการค้าจังหวัดน่าน&nbsp;สภาอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน&nbsp;บริษัทไทยเบฟเวอเรจ&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ธนาคารกสิกรน่าน&nbsp;สำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชนจังหวัดน่าน&nbsp;เครือเจริญโภคภัณฑ์(CP)&nbsp;ที่ทำการไปรษณีย์น่าน&nbsp;บริษัทขนส่ง(Kerry&nbsp;น่าน)&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมจัดกิจกรรมกระจายผลผลิตมะม่วง&nbsp;และเปิดจำหน่ายบริเวณด้านหน้าศูนย์โอทอปเชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือ&nbsp;อ.เมืองน่าน&nbsp;ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	22/5/2021	ภาคเหนือ	น่าน	สวท.น่าน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522123725711
164	รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ประชุมเตรียมความพร้อม เปิดจังหวัดภูเก็ตรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยหลังการประชุมร่วมกับทีมเซลล์แมน&nbsp;และภาคเอกชนจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา&nbsp;ที่ห้องประชุมโรงแรม&nbsp;JW&nbsp;Marriott&nbsp;Phuket&nbsp;resort&nbsp;&amp;&nbsp;spa&nbsp;Spa&nbsp;ว่า&nbsp;การประชุมร่วมทีมเซลแมนจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา&nbsp;เพื่อหารือร่วมกันเนื่องจากเศรษฐกิจของพื้นที่ฝั่งอันดามัน&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา&nbsp;ขึ้นอยู่กับ&nbsp;2&nbsp;ปัจจัยหลัก&nbsp;คือการท่องเที่ยวและการเกษตร&nbsp;ซึ่งในส่วนของการเกษตรไม่น่าเป็นห่วงมากนัก&nbsp;เนื่องจากราคาพืชผลทางการเกษตรเป็นที่น่าพอใจ&nbsp;ทั้งยางพารา&nbsp;ที่ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;เป็นเวลาหลายเดือนติดต่อกัน&nbsp;รวมทั้งปาล์มน้ำมันราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;5-6&nbsp;บาท&nbsp;ถือว่าเป็นราคาที่สูงกว่าหลายยุคที่ผ่านมา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รวมทั้งภาพรวมเกษตรกรมีความพึงพอใจ&nbsp;ทั้งสวนผลไม้ก็มีราคาดีเช่นเดียวกันในขณะนี้&nbsp;แต่ในขณะที่ธุรกิจการท่องเที่ยวยังอยู่ในภาวะซบเซา&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ&nbsp;ที่จะต้องมีการหารือร่วมกัน&nbsp;ในการเตรียมมาตรการต่างๆ&nbsp;เพื่อรองรับแผนการเปิดการท่องเที่ยว&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;ตามโมเดล&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;แซนด์บ็อกซ์&nbsp;ซึ่งจะครอบคลุมไปถึงพื้นที่ของจังหวัดพังงาด้วย&nbsp;เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาพักในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ครบ&nbsp;7&nbsp;วันแล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์ยัง&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภูเก็ตเปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคมนี้ได้หรือไม่นั้น&nbsp;ขึ้นอยู่กับการได้รับการจัดสรรวัคซีนและปัจจัยอื่นร่วมด้วย&nbsp;โดยวันนี้ได้มีการสรุปร่วม&nbsp;4&nbsp;เรื่อง&nbsp;ที่รับไปประสานร่วมกับทาง&nbsp;ศบค.และรัฐบาล&nbsp;เพื่อให้จังหวัดภูเก็ตเดินหน้าไปตามแผนการเปิดเมือง&nbsp;คือ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;ภาคเอกชนขอให้รัฐบาลจัดสรรวัคซีนให้ได้ตามแผนที่กำหนดไว้จำนวน&nbsp;930,00&nbsp;โดส&nbsp;ภายในเดือนสิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;ในส่วนของจังหวัดพังงา&nbsp;จำนวน&nbsp;210,000&nbsp;โดส&nbsp;เพื่อให้ทั้งจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา&nbsp;เตรียมวางแผนการบริหารจัดการฉีดวัคซีนตามที่กำหนดไว้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;ขอให้จังหวัดพังงาเร่งปรับแผนโดยเร็ว&nbsp;เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ&nbsp;ให้สอดคล้องกับจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เพื่อร่วมขายแพ็คเกจท่องเที่ยวควบคู่กัน&nbsp;สร้างแรงดึงดูดให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;ในรูปแบบอันดามันคลัสเตอร์&nbsp;โดยจะประสานผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;ให้เร่งปรับแผนเพื่อให้สอดคล้องต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;การเดินทางหลังวันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน&nbsp;จะมีเที่ยวบินตรงจากประเทศคู่สัญญา&nbsp;เช่น&nbsp;อังกฤษ&nbsp;เยอรมัน&nbsp;รัสเซีย&nbsp;สหรัฐอเมริกา&nbsp;อิสราเอล&nbsp;ฝรั่งเศส&nbsp;และกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย&nbsp;ที่สนามบินภูเก็ตจะต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางของแต่ละเที่ยวบิน&nbsp;ที่ไม่ใช่ช่วงเวลาปกติ&nbsp;ดังนั้นสนามบินภูเก็ตจะต้องเตรียมบุคลากรให้พร้อมสำหรับการต้อนรับนักท่องเที่ยว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;4.&nbsp;จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา&nbsp;จัดทำแผนงานไทยเที่ยวไทย&nbsp;ร่วมกันเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม&nbsp;สามารถดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวทั้ง&nbsp;2&nbsp;จังหวัด&nbsp;สร้างความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวคนไทยตามนโยบายรัฐบาลต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	22/5/2021	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522144232758
165	เกษตรลพบุรีชวนชื้อกระท้อนตะลุง กระท้อน GI ของดีเมืองลพบุรี มีหนึ่งเดียวในโลก	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กระท้อนเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดลพบุรี&nbsp;มีพื้นที่ปลูกทั้งหมด&nbsp;419&nbsp;ไร่&nbsp;อยู่ใน&nbsp;3&nbsp;ตำบลของอำเภอเมืองลพบุรี&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตำบลตะลุง&nbsp;ตำบลงิ้วราย&nbsp;และตำบลโพธิ์เก้าต้น&nbsp;ลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นที่น้ำไหลทรายมูล&nbsp;เหมาะสมกับการผลิตกระท้อนคุณภาพดี&nbsp;โดยผลผลิตจะเริ่มออกในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนสิงหาคม&nbsp;ราคาผลกระท้อนสดจะอยู่ที่&nbsp;35-120&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ขึ้นอยู่กับขนาดผล&nbsp;ผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่&nbsp;1,000&nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&nbsp;ขณะนี้ผลผลิตกำลังทยอยเข้าสู่ตลาด&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;กลิ่นทองหลาง&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านวิศวกรรมเกษตร&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดลพบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กระท้อนของจังหวัดลพบุรีได้รับการรับรองเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;หรือ&nbsp;GI&nbsp;ในชื่อ&nbsp;กระท้อนตะลุง&nbsp;จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;มีเกษตรกรผ่านการรับรองจำนวน&nbsp;92&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;315&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พันธุ์ปุยฝ้าย&nbsp;พันธุ์อีล่า&nbsp;พันธุ์ทับทิม&nbsp;พันธุ์นิ่มนวล&nbsp;และพันธุ์กำมะหยี่&nbsp;โดยมีพื้นที่ปลูกในตำบลตะลุง&nbsp;ตำบลงิ้วราย&nbsp;และตำบลโพธิ์เก้าต้น&nbsp;ของอำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;เท่านั้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;กลิ่นทองหลาง&nbsp;กล่าวเพิ่มอีกว่า&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดลพบุรี&nbsp;ได้ประชาสัมพันธ์การจำหน่ายกระท้อนผ่านทางช่องทางสื่อต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โทรทัศน์&nbsp;วิทยุ&nbsp;หนังสือพิมพ์&nbsp;ทาง&nbsp;Facebook,&nbsp;Line&nbsp;และในเว็บไซต์ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&nbsp;ของกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้สนับสนุนกล่องลังกระดาษ&nbsp;สำหรับบรรจุกระท้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;ใบ&nbsp;นอกจากนี้ยังได้ติดต่อประสานงานหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในการดำเนินการช่วยเหลือในการจำหน่ายผลผลิตอีกด้วย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เนื่องจากปีนี้มีสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;จังหวัดลพบุรีจึงงดจัดงาน&nbsp;เทศกาลกระท้อนหวานและของดีเมืองลพบุรี&nbsp;ถึงแม้ไม่มีการจัดงาน&nbsp;แต่ทางอำเภอได้จัดสถานที่ไว้ให้เกษตรกรจำหน่ายบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองลพบุรี&nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนมาชื้อกระท้อนของดีเมืองลพบุรี&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณที่ว่าการอำเภอเมืองลพบุรี&nbsp;โดยเริ่มจำหน่ายตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30-17.00น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ยังสามารถหาชื้อได้ทางเว็บไซต์ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&nbsp;ช่วยกันชื้อกระท้อนตะลุง&nbsp;กระท้อน&nbsp;GI&nbsp;ของดีเมืองลพบุรี&nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรชาวลพบุรีกันเยอะๆ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	22/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	ลพบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522180504814
166	"จังหวัดชลบุรี ""สนธยา"" เร่ง เสนอความเห็นต่อกรรมการวัคซีนแห่งชาติ หวังให้รัฐเห็นความสำคัญเมืองท่องเที่ยว"	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;""สนธยา""&nbsp;เร่ง&nbsp;เสนอความเห็นต่อกรรมการวัคซีนแห่งชาติ&nbsp;หวังให้รัฐเห็นความสำคัญเมืองท่องเที่ยว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายกเมืองพัทยา&nbsp;เร่ง&nbsp;เสนอความเห็นต่อกรรมการวัคซีนแห่งชาติ&nbsp;หวังให้รัฐเห็นความสำคัญเมืองท่องเที่ยว&nbsp;หลังการจัดสรรวัคซีนโควิด-19&nbsp;ไม่สอดคล้องกับจำนวนที่ต้องการ&nbsp;หวั่นแผนเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวต้องชะงัก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(22&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นายสนธยา&nbsp;คุณปลื้ม&nbsp;นายกเมืองพัทยา&nbsp;เปิดเผยถึงแนวคิดที่มีการเสนอความคิดเห็นเรื่องการจัดสรรวัคซีนเดือนมิถุนายน&nbsp;ต่อกรรมการวัคซีนแห่งชาติ&nbsp;ว่า&nbsp;เบื้องต้นต้องขออภัยพี่น้องประชาชนสำหรับการจัดสรรการฉีดวัคซีนระหว่างวันที่&nbsp;20-12&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดชลบุรี&nbsp;ประมาณ&nbsp;46,000&nbsp;โดส&nbsp;ใน&nbsp;11&nbsp;อำเภอ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนพื้นที่อำเภอบางละมุง&nbsp;ได้มีการจัดจุดฉีดวัคซีน&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;คือ&nbsp;รพ.กรุงเทพพัทยา&nbsp;,&nbsp;รพ.เมืองพัทยา&nbsp;ที่จัดฉีดให้ประชาชนพื้นที่เมืองพัทยา&nbsp;,&nbsp;อาคารเอนกประสงค์เทศบาลตำบลโป่ง&nbsp;จัดฉีดวัคซีนให้กับใน&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;โรงพยาบาลพัทยาเมโมเรียล&nbsp;จัดฉีดให้กับข้าราชการในพื้นที่&nbsp;และสนามกีฬาในร่มภาคตะวันออก&nbsp;ซ.ชัยพฤกษ์&nbsp;เมืองพัทยา&nbsp;จัดฉีดให้ประชาชนใน&nbsp;5&nbsp;ตำบล&nbsp;ทั้งในช่วงที่มีการจัดฉีดวัคซีน&nbsp;ก็มีกระแสความความสับสนของการรับคิวการเข้ารับการฉีดวัคซีนทั้งเรื่องของการ&nbsp;ออนไซด์&nbsp;รับวัคซีน&nbsp;ปัญหาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เหล่านี้ต้องขออภัยแทนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้วย&nbsp;เนื่องจากประชาชนในพื้นที่อำเภอบางละมุงมีความต้องการเข้ารับวัคซีนโควิดจำนวนมาก&nbsp;ทั้งคนที่ลงทะเบียนไว้ล่วงหน้าและคนที่มาจากการออนไซด์&nbsp;แต่ด้วยจำนวนวัคซีนโควิด-19&nbsp;ที่ได้รับการจัดสรรถูกลดจำนวนลง&nbsp;ทำให้ต้องมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าจนสำเร็จลุลวงไปได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยในส่วนมืองพัทยาที่จัดฉีด&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลเมืองพัทยานั้น&nbsp;ได้รับการจัดสรรจำนวน&nbsp;2,000&nbsp;โดส&nbsp;จัดฉีดให้ประชาชน&nbsp;จำนวน&nbsp;2,000&nbsp;คน&nbsp;ใช้เวลาเพียง&nbsp;1&nbsp;วันครึ่ง&nbsp;วัคซีนก็หมดแล้ว&nbsp;แต่การลงทะเบียนของประชาชน&nbsp;ผู้ให้บริการภาคท่องเที่ยวต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในเมืองพัทยามีความต้องการเข้ารับวัคซีนจำนนมากกว่าโควต้าที่ได้รับการจัดสรร&nbsp;เพื่อจะเดินหน้าการท่องเที่ยวให้เมืองพัทยาสามารถเปิดเมืองได้&nbsp;กลับไม่ได้รับวัคซีนไม่ตรงตามแผนที่รัฐได้ให้ความสำคัญ&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;เมืองหลัก&nbsp;ที่จะมีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;พบว่าการจัดสรรวัคซีนที่มีการนำเข้ามาของประเทสในขณะนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;6,333,000&nbsp;โดส&nbsp;แต่จังหวัดชลบุรีได้รับการจัดสรรวัคซีนในลอตนี้เพียง&nbsp;54,000&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งหากเทียบตามสัดส่วนของประชากรในจังหวัดชลบุรีและประชากรแฝงแล้ว&nbsp;อยู่ที่&nbsp;0.85%&nbsp;ไม่ถึง&nbsp;1%&nbsp;หากมองถึงเรื่องการระบาดและการประคองเศรษฐกิจ&nbsp;ซึ่งจังหวัดชลบุรีถูกปรับพื้นที่จากพื้นที่สีแดงเข้มมาเป็นพื้นที่สีแดง&nbsp;หากได้รับการจัดสรรวัคซีนในครั้งนี้อยู่ในกลุ่มที่&nbsp;2&nbsp;ที่เป็นพื้นที่จังหวัดชายแดนและจังหวัดเศรษฐกิจ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยในส่วนนี้มองว่าพื้นที่จังหวัดชลบุรี&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ยังเป็นพื้นที่EEC&nbsp;และยังเป็นเขตเศรษฐกิจของประเทศมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน&nbsp;ซึ่งตามยุทธศาสตร์การปรับแผนเปิดเมือง&nbsp;เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแบบไม่กักตัว&nbsp;ที่รัฐบาลได้มีการดำเนินการ&nbsp;โดยกำหนดพื้นที่เปิดจังหวัดภูเก็ตในลำดับที่&nbsp;3&nbsp;และชลบุรีเป็นลำดับที่&nbsp;4&nbsp;ในช่วงเดือนตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อให้เกิดความสอดคล้องในเรื่องของการจัดสรรวัคซีน&nbsp;จะต้องมีความสอดคล้องกับจำนวนประชากรในพื้นที่นั้น&nbsp;ๆ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;จังหวัดชลบุรียังเป็นจังหวัดอุตสาหกรรมและพบการระบาดในคลัสเตอร์โรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น&nbsp;การได้รับจัดสรรวัคซีนจึงมีความจำเป็นเร่งด่วน&nbsp;เพื่อเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชากรในจังหวัดชลบุรีและประชากรแฝงในคลัสเตอร์เศรษฐกิจต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เร็วที่สุด&nbsp;จึงได้มีการนำเสนอแนวคิดการจัดสรรวัคซีนให้ตรงกับความต้องการวัคซีนโควิดของพื้นที่ไปยังคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ&nbsp;และคณะกรรมการวัคซีนจังหวัดชลบุรี&nbsp;เพื่อจะได้มีการปรับแผนในการจัดสรรวัคซีนให้ตรงแผนของกับพื้นที่เศรษฐกิจและควบคุมการแพร่ระบาด&nbsp;และสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการเปิดเมืองรับท่องเที่ยวเดินหน้าไปได้ตามแผนที่วางไว้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสนธยาฯ&nbsp;เปิดเผยต่ออีกว่า&nbsp;ที่ผ่านมาการจัดสรรวัคซีนให้กับเมืองเศรษฐกิจและเมืองท่องเที่ยวที่รัฐบาลให้ความสำคัญนั้น&nbsp;จำนวนวัคซีนที่ได้รับการจัดสรรกับจำนวนสัดส่วนของประชากรยังขาดอีกจำนวนมาก&nbsp;ในการจะจัดฉีดวัคซีนให้ประชาชนในพื้นที่ให้ได้&nbsp;70%&nbsp;ซึ่งปัจจุบันประชากรในจังหวัดชลบุรีรวมประชากรแฝงมีอยู่ประมาณ&nbsp;3&nbsp;ล้าน&nbsp;หากจะจัดฉีดวัคซีนให้ครบ&nbsp;70%&nbsp;ของประชากรจะต้องฉีดวัคซีนให้ได้&nbsp;2.1&nbsp;ล้านโดส&nbsp;เพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการควบคุมการระบาด&nbsp;ทำให้สัดส่วนการจัดสรรวัคซีนในพื้นที่เศรษฐกิจ&nbsp;จึงมีความสำคัญและต้องมีความสอดคลองกับจำนวนประชากร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จะเห็นได้ว่าศักยภาพในการจัดฉีดวัคซีนในจังหวัดชลบุรี&nbsp;หลังได้รับการจัดสรรวัคซีนลอตพิเศษก็สามารถจัดฉีดได้ตามแผนที่กำหนดไว้ในการจัดฉีดวัคซีนให้กับประชาชนวันละ&nbsp;10,000&nbsp;คน&nbsp;ก็สามารถดำเนินการและมีการเตรียมแผนจัดฉีดในลอตต่อไป&nbsp;วันละ&nbsp;30,000&nbsp;คน&nbsp;แต่จะต้องได้รับการจัดสรรวัคซีนให้เพียงพอต่อแผนที่วางไว้เช่นกันของ&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;พื้นที่เศรษฐกิจที่รัฐให้ความสำคัญด้านท่องเที่ยว&nbsp;โดยที่ผ่านมาทุกหน่วยงานได้มีการจัดทำแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้งการจัดทำแผน&nbsp;SOP&nbsp;(Standard&nbsp;Operation&nbsp;Procedures)&nbsp;ได้เสนอแผนไปยังส่วนกลางแล้ว&nbsp;ซึ่งจะเห็นได้ความจังหวัดชลบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงเศรษฐกิจของ&nbsp;EEC&nbsp;ได้เตรียมความพร้อมทั้งการปฏิบัติและแผนงานไว้ทังหมด</p>"	22/5/2021	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522190719821
167	เปิดรับสมัครร้านอาหารตามแนวสายทางรถไฟฟ้าMRTผลิตอาหารกล่องส่งมอบให้บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยในสถานพยาบาล	<p><strong>นายภคพงศ์&nbsp;ศิริกันทรมาศ</strong>&nbsp;ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;รฟม.&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;รฟม.&nbsp;ขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม&nbsp;ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ด้วยการเปิดรับสมัครร้านอาหารตามแนวสายทางรถไฟฟ้า&nbsp;MRT&nbsp;&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;โดย&nbsp;รฟม.&nbsp;จะสนับสนุนอาหารจากร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือก&nbsp;นำไปส่งมอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยในสถานพยาบาลและโรงพยาบาลสนาม&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับร้านค้าที่สนใจต้องมีคุณสมบัติ&nbsp;</strong>โดยเป็นร้านอาหารที่เปิดมาอย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;และสามารถทำอาหารบรรจุกล่องได้วันละ&nbsp;100&nbsp;กล่องขึ้นไป&nbsp;&nbsp;ต้องตั้งอยู่ในแนวสายทางรถไฟฟ้า&nbsp;MRT&nbsp;ทั้งที่เปิดให้บริการแล้วและที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง&nbsp;โดยมีระยะห่างไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;จากแนวรถไฟฟ้า&nbsp;สามารถดูรายละเอียดที่เพจการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย&nbsp;และสแกน&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;เพื่อลงทะเบียนในแบบฟอร์ม&nbsp;ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่&nbsp;28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ทั้งนี้ร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการติดต่อกลับจาก&nbsp;รฟม.</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ผู้บริหารและพนักงาน&nbsp;รฟม.&nbsp;</strong>ได้มีส่วนร่วมในการส่งมอบกำลังใจและความห่วงใย&nbsp;โดยการเขียนข้อความให้กำลังใจ&nbsp;เพื่อนำไปติดลงบนกล่องอาหาร&nbsp;ก่อนนำไปมอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยในสถานพยาบาลและโรงพยาบาลสนามต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	23/5/2021	NULL	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523125536929
168	พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ตรวจสอบกำกับดูแลร้านธงฟ้าฯ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการฯ ย้ำ ห้ามฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าในราคาที่สูงเกินสมควร	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางศุภมิตร&nbsp;เต็งเผ่&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบกำกับดูแล&nbsp;การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์และกำชับให้ร้านค้าปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;กับรัฐบาล&nbsp;ตลอดจนการติดตามสถานการณ์&nbsp;แนวโน้ม&nbsp;การจำหน่ายสินค้า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการตรวจสอบพบว่า&nbsp;ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าชัดเจน&nbsp;ราคาจำหน่ายอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ไม่พบการจำหน่ายสินค้าสูงเกินสมควร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้เน้นย้ำกฎเหล็กร้านธงฟ้า&nbsp;ห้ามยึดบัตร&nbsp;ห้ามรับ/แลก&nbsp;เป็นเงินสด&nbsp;ห้ามจำหน่ายบุหรี่/เหล้าเบียร์&nbsp;ให้ผู้ถือบัตรฯ&nbsp;ห้ามบังคับการซื้อ/ขาย&nbsp;สินค้า&nbsp;ห้ามฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าในราคาที่สูงเกินสมควร&nbsp;และให้ร้านค้า&nbsp;ปฏิบัติตาม&nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้า&nbsp;และบริการ&nbsp;พ.ศ.2542&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ซึ่งหากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายโดยทันที</p>	23/5/2021	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523091733866
169	DITP บุกจันทบุรี จัดโครงการ Cross Border Logistics Solution ศูนย์บริการให้คำปรึกษาด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศเคลื่อนที่ฟรี	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;(DITP)&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;จัดโครงการศูนย์ให้บริการโลจิสติกส์เพื่อการค้าระหว่างประเทศเคลื่อนที่&nbsp;(Cross&nbsp;Border&nbsp;Logistics&nbsp;Solution)&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อให้บริการและคำแนะนำด้านโลจิสติกส์การค้าระหว่างประเทศ&nbsp;โดยรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์มาให้คำแนะนำเรื่องการขนส่งระหว่างประเทศ&nbsp;รวมถึงการให้คำปรึกษาด้านการเงิน&nbsp;โดยธนาคารชั้นนำแบบตัวต่อตัว&nbsp;นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าออนไลน์&nbsp;(Online&nbsp;Business&nbsp;Matching)&nbsp;ระหว่างผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย&nbsp;และผู้ส่งออกสินค้าของไทย&nbsp;สามารถพบกับเราได้ในวันที่&nbsp;4&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;-16.00&nbsp;น.ณ&nbsp;โรงแรมมณีจันทร์&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน&nbsp;สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม&nbsp;และลงทะเบียนเพื่อเข้ารับคำปรึกษาได้ที่&nbsp;www.tradelogistics.go.th/cross&nbsp;สำหรับเกษตรกรผู้จำหน่ายผลไม้&nbsp;จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;ที่สนใจเข้าร่วมจับคู่เจรจาธุรกิจออนไลน์&nbsp;ลงทะเบียนได้ที่&nbsp;http://www.tradelogistics.go.th/obmlogistics&nbsp;หรือโทร&nbsp;063&nbsp;496&nbsp;8765&nbsp;ลงทะเบียนฟรี&nbsp;ไม่มีค่าใช้จ่ายใด&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;รับเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้าเท่านั้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	23/5/2021	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523134832945
170	ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้านำร่อง  1 ปิด						
171	1 เปิด เคลียร์โควิด-19 ให้ได้เร็วที่สุด...เปิดการค้าเศรษฐกิจให้ได้เร็วที่สุด วางแนวทางเสริมมูลค่าเพิ่ม สร้างแบรนด์สินค้าเกษตรเพชรบุรี สดจากไร่ ไร้สารตกค้าง	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.วันนี้&nbsp;(23&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมลงพื้นที่ตลาดกลางการเกษตรท่ายาง&nbsp;อำเภอท่ายาง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาด&nbsp;ทุกฝ่ายเร่งแก้ปัญหาโควิด-19&nbsp;มีความเป็นห่วงผลพวงจากการปิดล็อคดาวน์&nbsp;ปิดพื้นที่ส่งผลถึงปากท้องพี่น้องชาวบ้าน&nbsp;เร่งนำร่อง&nbsp;&nbsp;1&nbsp;ปิด					
172	1&nbsp;เปิด&nbsp;1&nbsp;ปิดคือ&nbsp;เคลียร์โควิด-19&nbsp;ให้ได้เร็วที่สุด&nbsp;อีก&nbsp;1&nbsp;เปิดคือ&nbsp;เปิดการค้าเศรษฐกิจให้ได้เร็วที่สุด&nbsp;2&nbsp;มาตรการนี้ต้องทำควบคู่กันไป&nbsp;โดยทุกภาคส่วนเกี่ยวข้องมาระดมช่วยกัน&nbsp;ปิดเกมโควิด-19&nbsp;ให้เร็วที่สุด&nbsp;เปิดธุรกิจการค้าให้ได้กว้างที่สุด&nbsp;โดยเฉพาะเพชรบุรีอยู่ในกลุ่ม&nbsp;10&nbsp;จังหวัดแรกที่ได้เปิด&nbsp;เพื่อรับการท่องเที่ยว&nbsp;ภายใต้ความพร้อมทั้งด้านผลผลิต&nbsp;ระบบบรรจุภัณฑ์&nbsp;การจัดการตลาด&nbsp;ที่จะช่วยให้มีการขยายตัวได้กว้างขวางมากขึ้น&nbsp;รวมถึงตลาดต่างประเทศด้วย&nbsp;ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์&nbsp;1&nbsp;ปิด&nbsp;1&nbsp;เปิด&nbsp;คือการแก้ปัญหาโควิด-19&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;จะปิดล็อคดาวน์อย่างเดียวไม่ได้&nbsp;กระทบพ่อค้าแม่ขาย&nbsp;ตัวเกษตรกร&nbsp;ตลาดปิดจะเอาสินค้าไปขายที่ไหน&nbsp;แล้วถ้ายังขายแบบออฟไลน์อยู่ก็ยิ่งไปไม่ได้ใหญ่&nbsp;จึงต้องเปิดตลาดกลางออนไลน์&nbsp;สินค้าเกษตร&nbsp;นโยบาย&nbsp;1&nbsp;ปิด&nbsp;1&nbsp;เปิด&nbsp;จึงเน้นเอาที่ขายได้จริง&nbsp;บริหารให้ถูกต้อง&nbsp;แบบมืออาชีพ&nbsp;ขายได้อยู่แล้ว&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนั้นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;เร่งป้องกันความเสี่ยงทุกทิศทางจากการค้าการขายที่ซบเซา&nbsp;เน้นการก้าวสู่โลกการขายออนไลน์&nbsp;ตลาดกลางเกษตร&nbsp;เโดยมีระบบการจัดส่ง&nbsp;ผ่านบริษัทไปรษณีย์ไทย&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ค้า&nbsp;ทั้งระบบการสั่งซื้อล่วงหน้า&nbsp;หรือสั่งซื้อวันต่อวัน&nbsp;มุ่งมั่นให้ตลาดมีการซื้อขายทุกวัน&nbsp;ผู้ซื้อเข้าถึงได้ง่าย&nbsp;ผ่านตลาดกลางการเกษตรที่เป็นคลังสินค้า&nbsp;พืช&nbsp;ผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;(เช่น&nbsp;มะนาว&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;ฟักทอง&nbsp;สารพัดผัก)ภายใต้แบรนด์สินค้าเกษตรเพชรบุรีที่&nbsp;สดจากไร่&nbsp;ไร้สารตกค้าง&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	23/5/2021	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523133723941	
173	พื้นที่ภูเก็ตเดินหน้าฉีดวัคซีนคืบ มั่นใจโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ เปิดรับนักท่องเที่ยวฉีดวัคซันแล้วไม่ต้องกักตัว	<p><strong>นายศิริปกรณ์&nbsp;เชี่ยวสมุทร&nbsp;รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)</strong>&nbsp;ด้านตลาดยุโรป&nbsp;แอฟริกา&nbsp;ตะวันออกกลาง&nbsp;และอเมริกา&nbsp;กล่าวถึงการเตรียมพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาตินำร่อง&nbsp;ตามโครงการภูเก็ต&nbsp;แซนด์บ็อกซ์&nbsp;ที่กำหนดจะเริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคมนี้&nbsp;&nbsp;ว่า&nbsp;โครงการนี้ไม่ใช่การเปิดประเทศ&nbsp;แต่เป็นการเปิดบางพื้นที่เท่านั้น&nbsp;ซึ่งภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรก&nbsp;จากมติร่วมกันของภาครัฐ&nbsp;เอกชนและประชาชนในพื้นที่มีความเห็นตรงกันในการเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่โดยไม่ต้องกักตัว&nbsp;แต่มีเงื่อนไขเพื่อสร้างความมั่นใจให้ทั้งคนในพื้นที่&nbsp;คนในประเทศและนักท่องเที่ยวเองทั้งชาวไทยและต่างชาติ&nbsp;ว่า&nbsp;หากเป็นนักท่องเที่ยวไทยจะเข้าพื้นที่ได้&nbsp;ต้องได้รับการฉีดวัคซีนโควิดแล้ว&nbsp;เช่นเดียวกันนักท่องเที่ยวต่างชาติ&nbsp;ต้องเป็นนักท่อเที่ยวคุณภาพจากประเทศที่มีสถานการณ์โรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในระดับเสี่ยงต่ำถึงเสี่ยงปานกลาง&nbsp;ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดครบโดสตามที่กำหนดและมีผลการตรวจโควิดยืนยันไม่พบเชื้อก่อนการเดินทาง&nbsp;เมื่อมาถึงภูเก็ตต้องโหลดแอปพลิเคชันติดตามตัว&nbsp;พร้อมวางจุดควบคุมทั้งทางบก&nbsp;เรือ&nbsp;อากาศ&nbsp;เพื่อให้มั่นใจว่านักท่องเที่ยวจะใช้ชีวิตอยู่แต่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ครบ&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ก่อนที่จะออกไปยังพื้นที่อื่นๆ&nbsp;ในประเทศต่อไป</p><p><strong>สำหรับการเตรียมพร้อมของคนในพื้นที่คือ</strong>&nbsp;เดินหน้ารับการฉีดวัคซีนให้ได้ระดับสร้างภูมิคุ้มกันหมู่คือ&nbsp;60-70%&nbsp;ของประชากร&nbsp;ซึ่งขณะนี้ยังคงเดินหน้าได้ตามแผนและจะถึงเป้าหมายก่อนการเปิดโครงการภูเก็ต&nbsp;แซนด์บ็อกซ์&nbsp;และจากสถานการณ์โรคที่เปลี่ยนแปลงทางภูเก็ตเองได้ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้เข้มขึ้นเพื่อจบสถานการณ์ให้เร็ว&nbsp;พร้อมปรับตัวเป็นภูเก็ตในมุมมองใหม่เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวและหลักจากนำร่องที่ภูเก็ตแล้ว&nbsp;ตามมติศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ(ศบศ.)&nbsp;ยังจะมีพื้นที่อื่นๆ&nbsp;10&nbsp;จังหวัดพื้นที่นำร่อง&nbsp;ที่เตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยวไม่กักตัวภายใต้เงื่อนไขเพื่อความปลอดภัยอีกในช่วงเดือนตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ได้แก่&nbsp;พังงา&nbsp;กระบี่&nbsp;สมุย&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;พัทยา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ในบางพื้นที่&nbsp;และ&nbsp;กทม.&nbsp;หัวหิน&nbsp;ชะอำ&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;ตามมติล่าสุดของคณะกรรมการท่องเที่ยวแห่งชาติด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	24/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524141718248
174	รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดโครงการ DITP ยี่ปั๊วออนไลน์ คอนเนค  ตั้งเป้าผลักดันผู้ประกอบการรายย่อยขายออนไลน์	<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ร่วมทำงานกับภาคเอกชนพร้อมปรับกลยุทธ์เพื่อสร้างแนวทางใหม่ๆ&nbsp;ในการผลักดันการส่งออกเชิงรุก&nbsp;โดยได้จัดโครงการ&nbsp;DITP&nbsp;ยี่ปั๊วออนไลน์&nbsp;คอนเนค&nbsp;หรือ&nbsp;DITPs&nbsp;Online&nbsp;Reseller&nbsp;Connect&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;24&nbsp;-28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อช่วยผู้ประกอบการรายย่อยในช่วงโควิด-19&nbsp;ให้สามารถขายสินค้าไปตลาดต่างประเทศได้&nbsp;โดยได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เร่งสร้างพาร์ทเนอร์การค้าและพากลุ่มยี่ปั๊วออนไลน์รวมถึงแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพในแต่ละประเทศกว่า&nbsp;80&nbsp;ราย&nbsp;อาทิ&nbsp;จีน&nbsp;อเมริกา&nbsp;อินเดีย&nbsp;ฮ่องกงอาร์เจนตินา&nbsp;ลาวและไนจีเรีย&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อเข้ามาเลือกซื้อสินค้าจากผู้ผลิตไทยโดยตรงจาก&nbsp;&nbsp;1,200&nbsp;บริษัท&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีการเจรจาการค้าออนไลน์&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะมีรายการสินค้าไทยเข้าไปวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์มชั้นนำต่างๆ&nbsp;ทั่วโลก&nbsp;อาทิ&nbsp;Alibaba.com,&nbsp;Amazon,&nbsp;Tmall&nbsp;Global,&nbsp;Bigbasket&nbsp;และ&nbsp;DidiGlobal&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยคาดว่าจะมีมูลค่าการสั่งซื้อไม่ต่ำกว่า&nbsp;100&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>สำหรับการจัดงาน&nbsp;DITP&nbsp;ยี่ปั๊วออนไลน์&nbsp;คอนเนค&nbsp;</strong>ครั้งนี้เป็นงานอีคอมเมิร์ซระดับนานาชาติที่จัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยในรูปแบบเสมือนจริง&nbsp;หรือ&nbsp;Virtual&nbsp;e-Commerce&nbsp;Event&nbsp;โดยมีทั้ง&nbsp;&nbsp;Virtual&nbsp;seminar,&nbsp;booth,&nbsp;showcase&nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากพาร์ทเนอร์ด้านอีคอมเมิร์ซ&nbsp;ที่ร่วมกันส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวได้ในยุค&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;และเชื่อมั่นว่ากลุ่มยี่ปั๊วทั้งในและนอกประเทศที่มีความชำนาญในการขายของออนไลน์จะเป็นทางออกสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหาและช่วยลดอุปสรรคของผู้ประกอบการไทยที่ส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมในการขายสินค้าออนไลน์ไปต่างประเทศ&nbsp;ให้ได้มีโอกาสในการก้าวสู่ตลาดใหม่ๆ&nbsp;ในต่างประเทศได้</p><p><br></p><p><br></p>	24/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524170349377
175	การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 3 สายทางในวันพุธที่ 26 พฤษภาคม 2564 เนื่องในวันวิสาขบูชา	<p><strong>การทางพิเศษแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;กทพ.&nbsp;กระทรวงคมนาคม&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;</strong>&nbsp;เนื่องในวันวิสาขบูชา&nbsp;วันพุธที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งเป็นวันหยุดราชการประจำปีตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กทพ.จึงได้ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษ&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;สายทาง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ทางพิเศษเฉลิมมหานคร&nbsp;ทางด่วนขั้นที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;ด่าน&nbsp;ทางพิเศษศรีรัช&nbsp;ทางด่วนขั้นที่&nbsp;2&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;31&nbsp;ด่าน&nbsp;และทางพิเศษอุดรรัถยา&nbsp;บางปะอิน-ปากเกร็ด&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ด่าน&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;00.01&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;ถึง&nbsp;24.00&nbsp;น.&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;ทั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมที่ปรากฏในสัญญาสัมปทาน&nbsp;ฉบับแก้ไขใหม่ระหว่าง&nbsp;กทพ.&nbsp;บริษัท&nbsp;ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;(มหาชน)&nbsp;(BEM)&nbsp;และบริษัท&nbsp;ทางด่วนกรุงเทพเหนือ&nbsp;จำกัด&nbsp;(NECL)&nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;กทพ.</strong>&nbsp;ขอความร่วมมือให้ผู้ใช้ทางพิเศษอยู่บ้าน&nbsp;หยุดเชื้อ&nbsp;เพื่อชาติ&nbsp;หากไม่มีความจำเป็นที่ต้องเดินทางออกนอกบ้าน&nbsp;หรือหากจำเป็นต้องใช้ทางพิเศษเดินทางในวันปกติที่ไม่ได้ยกเว้นค่าผ่านทาง&nbsp;ควรสมัครใช้บัตร&nbsp;Easy&nbsp;Pass&nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับธนบัตร&nbsp;หรือเหรียญซึ่งอาจจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค&nbsp;รวมถึงใช้บริการเติมเงิน&nbsp;ในบัตร&nbsp;Easy&nbsp;Pass&nbsp;ผ่าน&nbsp;Application&nbsp;ของธนาคารต่างๆ&nbsp;ซึ่งนอกจากจะได้รับความสะดวกรวดเร็วแล้ว&nbsp;ยังจะช่วยลดความเสี่ยงจากการรับหรือแพร่เชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ได้อีกด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	24/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524142318259
176	อธิบดีกรมบัญชีกลาง กำหนดแนวทางการประชุมออนไลน์เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19	<p><strong>นายประภาศ&nbsp;คงเอียด&nbsp;อธิบดีกรมบัญชีกลาง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;หน่วยงานของรัฐจึงต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค&nbsp;ด้วยการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง&nbsp;(Work&nbsp;From&nbsp;Home)&nbsp;เพื่อลดการแพร่ระบาด&nbsp;ซึ่งการดำเนินงานตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ&nbsp;หน่วยงานของรัฐจำเป็นต้องจัดประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างสามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง&nbsp;และการบริหารพัสดุภาครัฐ&nbsp;(กวจ.)&nbsp;จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา&nbsp;24&nbsp;วรรคหนึ่ง&nbsp;(6)&nbsp;ประกอบมาตรา&nbsp;29&nbsp;วรรคหนึ่ง&nbsp;(7)&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;ข้อ&nbsp;27&nbsp;วรรคหก&nbsp;จึงได้กำหนดแนวทางการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อดำเนินกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐ&nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐในช่วงที่มีการแพร่ระบาดเป็นไปอย่างคล่องตัว&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจตามเป้าหมายที่กำหนด&nbsp;โดยเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่&nbsp;13&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><br></p><p><br></p>	24/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524170519378
177	กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ  ระบุ FTA ช่วยผลักดันส่งออกพืชผักสดแช่เย็นแช่แข็งและแห้งตลาดโลกไตรมาสแรกปี 64 ขยายตัวร้อยละ 71	<p><strong>นางอรมน&nbsp;ทรัพย์ทวีธรรม</strong>&nbsp;อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การส่งออกสินค้าผักสดแช่เย็น&nbsp;แช่แข็งและแห้งของไทยไปจีน&nbsp;ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี&nbsp;(FTA)&nbsp;ในช่วงไตรมาสแรกของปี&nbsp;2564&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;471&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;96&nbsp;จากช่วงเดียวกันของปี&nbsp;2563&nbsp;&nbsp;และเป็นตลาดส่งออกอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของไทย&nbsp;โดยมีสัดส่วนถึงร้อยละ&nbsp;81&nbsp;ของการส่งออกผักไปทั่วโลก&nbsp;&nbsp;พร้อมระบุ&nbsp;&nbsp;FTA&nbsp;ที่ไทยมีอยู่&nbsp;13&nbsp;ฉบับกับ&nbsp;18&nbsp;ประเทศถือว่ามีส่วนสำคัญช่วยให้ไทยขยายส่วนแบ่งในตลาดโลกเพิ่มขึ้น&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;จากการที่ประเทศผู้นำเข้าได้ลดหรือยกเลิกภาษีนำเข้าให้ไทย&nbsp;โดยปัจจุบัน&nbsp;13&nbsp;ประเทศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;จีน&nbsp;ฮ่องกง&nbsp;ออสเตรเลีย&nbsp;นิวซีแลนด์&nbsp;ญี่ปุ่น&nbsp;&nbsp;ชิลี&nbsp;เปรู&nbsp;และอาเซียน&nbsp;6&nbsp;ประเทศคือ&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;อินโดนีเซีย&nbsp;เวียดนาม&nbsp;เมียนมาและบรูไน&nbsp;ได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ากับผักสด&nbsp;แช่เย็น&nbsp;แช่แข็งและแห้งที่ส่งออกจากไทยแล้ว&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;5&nbsp;ประเทศ&nbsp;ยังคงเก็บภาษีนำเข้ากับสินค้าผักบางชนิดจากไทย&nbsp;อาทิ&nbsp;เกาหลีใต้&nbsp;อินเดีย&nbsp;กัมพูชา&nbsp;&nbsp;ลาวและฟิลิปปินส์&nbsp;&nbsp;ส่งผลให้ไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าพืชผักสดแช่เย็นแช่แข็งและแห้งอันดับที่&nbsp;1&nbsp;ในอาเซียนและเป็นอันดับที่&nbsp;11&nbsp;ของโลก&nbsp;&nbsp;ส่วนไตรมาสแรกของปี&nbsp;2564&nbsp;ไทยส่งออกพืชผักสดแช่เย็นแช่แข็งและแห้งสู่ตลาดโลกรวม&nbsp;506&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;71&nbsp;จากช่วงเดียวกันของปี&nbsp;2563&nbsp;ตลาดส่งออกสำคัญคือ&nbsp;จีน&nbsp;อาเซียน&nbsp;และญี่ปุ่น</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค</strong>&nbsp;(RCEP)&nbsp;ซึ่งมีการลงนามไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน2563&nbsp;ไทยสามารถเจรจาและผลักดันให้คู่เจรจา&nbsp;FTA&nbsp;ลดภาษีให้ไทยได้เพิ่มขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;เกาหลีใต้&nbsp;จะทยอยลดภาษีนำเข้ามันสำปะหลังแช่แข็ง&nbsp;จากร้อยละ&nbsp;45&nbsp;เหลือ&nbsp;0%&nbsp;&nbsp;ภายใน&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;กัมพูชา&nbsp;จะทยอยลดภาษีนำเข้ามะเขือเทศ&nbsp;หอมหัวใหญ่กะหล่ำปลี&nbsp;และถั่ว&nbsp;&nbsp;เหลือ&nbsp;0%&nbsp;&nbsp;ภายใน&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในปี&nbsp;2563&nbsp;ไทยส่งออกพืชผักสดแช่เย็นแช่แข็งและแห้งสู่ตลาดโลกรวม&nbsp;1,006&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;16&nbsp;จากปี&nbsp;2562</p><p><br></p><p><br></p>	24/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524132801190
178	สหกรณ์ยะลา  จับมือเครือข่าย  สนับสนุนการกระจายผลไม้และผลผลิตทางการเกษตร  รองรับผลกระทบโควิด-19	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;จับมือร่วมกับชุมชนสหกรณ์การเกษตรยะลา&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;ภายใต้การดูแลของ&nbsp;สำนักงานสหกรณจังหวัดยะลา&nbsp;ดำเนินการกระจายผลผลิตทางการเกษตรจากสหกรณ์การเกษตรวันจันทร์&nbsp;จำกัด&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;โดยนำมะม่วงน้ำดอกไม้&nbsp;และมะม่วงโชคอนันต์&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;9&nbsp;แสนบาท&nbsp;มาจัดจำหน่ายให้ประชาชนชาวยะลา&nbsp;ได้เลือกซื้อกัน&nbsp;ในราคา&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;ต่อ&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;และจังหวัดอื่นๆ&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมที่จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ&nbsp;ในการช่วยกันกระจายผลไม้ไปสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ&nbsp;รวมถึงช่วยกระจายผลผลิตของเกษตรกรนอกพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;ลำไย&nbsp;ส้มโอ&nbsp;ลิ้นจี่&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;และผลผลิตทางการเกษตรขึ้นชื่อจากจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางผุสสดี&nbsp;จ๋ายเจริญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;เผยว่า&nbsp;การร่วมมือกันในทุกภาคส่วนนั้นถือเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น&nbsp;โดยมี&nbsp;หน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือเพื่อการกระจายผลผลิต&nbsp;อาทิ&nbsp;ไปรษณีย์ไทย&nbsp;ที่เข้ามาช่วยเหลือในการขนส่งสินค้า&nbsp;พร้อมมีกล่องบรรจุภัณฑ์&nbsp;ณ&nbsp;จุดบริการอีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจ&nbsp;มะม่วงน้ำดอกไม้หรือโชคอนันต์&nbsp;สามารถติดต่อได้คุณประเสริฐ&nbsp;เร๊ะนุ้ย&nbsp;โทร.082-8265938&nbsp;และเปิดจำหน่าย&nbsp;บริเวณด้านข้างสำนักงานพาณิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p>	24/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524135537211
179	นายกรัฐมนตรี ประชุมหารือแนวทางการใช้จ่ายเงินกู้ 7 แสนล้านบาท	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ประชุมหารือเรื่อง&nbsp;การนำเสนอแนวทางเบื้องต้นในการใช้จ่ายเงินกู้ฯ&nbsp;ที่ตึกไทยคู่ฟ้า&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">โดยมีนายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและ</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">รัฐมนตรีว่าการกระทรวง</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลังงาน&nbsp;,นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">คลัง&nbsp;,นายทศพร&nbsp;ศิริสัมพันธ์&nbsp;ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี&nbsp;เข้าร่วม</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;กล่าวก่อนเข้าประชุมว่า&nbsp;วันนี้เป็นวาระการรับทราบรายงานแนวทางเรื่องการใช้จ่ายเงินกู้&nbsp;7&nbsp;แสนล้านบาทของคณะที่ปรึกษา&nbsp;ส่วนความชัดเจนต้องรอกระทรวงการคลังชี้แจงรายละเอียดอีกครั้ง&nbsp;โดยคาดว่าอีกไม่นานจะมีการชี้แจง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	24/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524143621274
180	รัฐบาลจัดสรรวัคซีนโควิด-19 ให้แก่สมาคมสายการบินประเทศไทย ฉีดให้กับพนักงานสายการบิน ในฐานะบุคลากรด่านหน้า	<p><strong>นายพุฒิพงศ์&nbsp;ปราสาททองโอสถ</strong>&nbsp;นายกสมาคมสายการบินประเทศไทย&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;รัฐบาลได้จัดสรรวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ให้กับพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ในสายการบินในประเทศไทยทั้ง&nbsp;7&nbsp;สาย&nbsp;ได้แก่&nbsp;สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส,&nbsp;สายการบินไทยแอร์เอเชีย,&nbsp;สายการบินไทยแอร์เอเชีย&nbsp;เอ็กซ์,&nbsp;สายการบินไทยสมายล์,&nbsp;สายการบินนกแอร์,&nbsp;สายการบินไทยไลอ้อนแอร์&nbsp;และสายการบินไทยเวียตเจ็ต&nbsp;จัดฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ให้แก่พนักงานทุกคนผ่านสมาคมสายการบินประเทศไทย&nbsp;เนื่องจากเป็นบุคลากรปฏิบัติงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&nbsp;ที่มีโอกาสพบปะกับผู้โดยสารและผู้ใช้บริการจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งการได้รับวัคซีนดังกล่าว&nbsp;จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับพนักงานและผู้โดยสารทุกคน&nbsp;รวมทั้งเป็นผลดีกับภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทาง&nbsp;ที่มีเเผนฟื้นตัวในอนาคตอันใกล้</p><p><strong>การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ดังกล่าว</strong>&nbsp;จะฉีดให้กับพนักงานทั้ง&nbsp;7&nbsp;สายการบินในประเทศไทย&nbsp;รวม&nbsp;15,970&nbsp;คน&nbsp;พร้อมทั้งมีตัวเเทนพนักงานที่ได้รับวัคซีนครบเเล้ว&nbsp;อาสาเป็นผู้ช่วยบุคลากรทางการเเพทย์เเละพยาบาล&nbsp;ตลอดวันที่&nbsp;24-28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนจากโรงพยาบาลกรุงเทพ&nbsp;เป็นศูนย์ให้บริการการฉีดวัคซีน&nbsp;พร้อมเอื้อเฟื้อสถานที่โดย&nbsp;รอยัล&nbsp;พารากอนฮอลล์&nbsp;สยามพารากอน&nbsp;ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่จะเป็นไปตามมาตรฐานสุขอนามัยสูงสุด&nbsp;ภายใต้การกำกับดูเเลของกรมควบคุมโรค&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข</p><p><br></p><p><br></p>	24/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524165233364
181	ธนาคารแห่งประเทศไทย เร่งรัดให้สถาบันการเงินช่วยเหลือลูกหนี้ตามมาตรการทางการเงิน ช่วยเหลือฟื้นฟูภาคธุรกิจ 	<p><strong>นายรณดล&nbsp;นุ่มนนท์&nbsp;รองผู้ว่าการ&nbsp;ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน</strong>&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธปท.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในวันนี้&nbsp;ธปท.&nbsp;และสมาคมธนาคารไทย&nbsp;ได้หารือร่วมกันเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ให้เร็วขึ้นและกระจายเป็นวงกว้างมากขึ้น&nbsp;หลังจากที่มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อฟื้นฟูและโครงการพักทรัพย์พักหนี้&nbsp;ได้ดำเนินการผ่านมาแล้ว&nbsp;3&nbsp;สัปดาห์&nbsp;นับตั้งแต่&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;17&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา&nbsp;ยอดการให้ความช่วยเหลือจากมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูฯ&nbsp;มีทั้งสิ้น&nbsp;11,542&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ครอบคลุมลูกหนี้&nbsp;5,465&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นยอดสินเชื่อเฉลี่ย&nbsp;2.1&nbsp;ล้านบาทต่อราย&nbsp;โดยร้อยละ&nbsp;63&nbsp;กระจายลงไปยัง&nbsp;SMEs&nbsp;ขนาดเล็ก&nbsp;ขณะที่โครงการพักทรัพย์พักหนี้&nbsp;มีมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับโอน&nbsp;753.12&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จำนวนผู้ได้รับความช่วยเหลือ&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมาการดำเนินมาตรการ&nbsp;</strong>อาจยังไม่ทันต่อความคาดหวังของผู้ประกอบธุรกิจ&nbsp;ส่วนหนึ่งเกิดจากแนวโน้มของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังซบเซา&nbsp;เนื่องจากมาตรการด้านสาธารณสุขที่ยังเข้มงวด&nbsp;เพราะการแพร่ระบาดระลอก&nbsp;3&nbsp;ทำให้ความต้องการสำหรับสินเชื่อฟื้นฟูอาจยังไม่มากนัก&nbsp;ประกอบกับโครงการพักทรัพย์&nbsp;พักหนี้&nbsp;เป็นโครงการที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่&nbsp;รวมทั้งยังคงมีรายละเอียดและเงื่อนไขเฉพาะกรณีที่สถาบันการเงินและลูกหนี้จะต้องเจรจาหารือเพิ่มเติม&nbsp;ทำให้การให้ความช่วยเหลือในช่วงต้นจึงอาจจะยังไม่สูงนัก&nbsp;ขณะเดียวกันยังมีลูกหนี้&nbsp;SMEs&nbsp;อีกจำนวนหนึ่งที่ได้รับความเดือดร้อนและยังไม่ได้รับความช่วยเหลือเพื่อนำสินเชื่อฟื้นฟูไปเป็นสภาพคล่องเยียวยากิจการ&nbsp;ธปท.&nbsp;จึงขอให้สถาบันการเงินให้ความช่วยเหลือเชิงรุกมากขึ้น&nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือถูกกลุ่มเป้าหมายทั่วถึงและทันเวลาสำหรับประคับประคองกิจการที่ถูกซ้ำเติมในการระบาดระลอก&nbsp;3&nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&nbsp;แล้วจึงค่อยทยอยปรับสู่การให้สินเชื่อที่มีขนาดวงเงินต่อรายที่เพิ่มขึ้นและระยะเวลาที่ยาวขึ้น</p><p><strong>รองผู้ว่าการ&nbsp;ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน</strong>&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;ธปท.&nbsp;และสมาคมธนาคารไทย&nbsp;ได้เห็นถึงปัญหาและความเร่งด่วนที่ต้องช่วยเหลือลูกหนี้ให้ได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมมากที่สุด&nbsp;โดยเฉพาะลูกหนี้&nbsp;SMEs&nbsp;ขนาดกลางและขนาดเล็ก&nbsp;ที่ยังพอมีศักยภาพและต้องการสภาพคล่องไปประคับประคองกิจการที่ได้รับผลกระทบซ้ำเติมจากการระบาดระลอกนี้&nbsp;ธปท.&nbsp;จึงให้สถาบันการเงินเร่งรัดกระบวนการพิจารณาและหาข้อสรุปกับลูกหนี้โดยเร็ว&nbsp;รวมถึงสื่อสารทำความเข้าใจกับพนักงานสาขาในการให้ข้อมูลกับผู้ประกอบการ&nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือได้อย่าง&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;เพียงพอและตรงจุดเพิ่มขึ้นด้วย</p><p><br></p><p><br></p>	24/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524165003361
182	จังหวัดตรัง ประชุมคณะทำงานด้านการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาดภายใต้คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดตรัง (คทช.จังหวัดตรัง)	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะทำงานด้านการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาดภายใต้คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดตรัง&nbsp;(คทช.จังหวัดตรัง)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2564&nbsp;ณ&nbsp;ห้องพระยารัษฎา&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้มีคำสั่งจังหวัดตรังที่&nbsp;1866/2564&nbsp;ลงวันที่&nbsp;11&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เรื่อง&nbsp;แต่งตั้งคณะทำงานส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&nbsp;ภายใต้คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดตรัง&nbsp;(คทช.จังหวัดตรัง)&nbsp;โดยมี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;(ด้านเศรษฐกิจและสังคม)&nbsp;เป็นประธานคณะทำงานมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นคณะทำงาน&nbsp;สหกรณ์จังหวัดตรังเป็นคณะทำงานและเลขานุการ&nbsp;และมีผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการบริหารการจัดการสหกรณ์&nbsp;เป็นคณะทำงานและผู้ช่วยเลขานุการ&nbsp;ซึ่งเรื่องพิจารณาประเด็นกำหนดแผนการปฏิบัติงาน&nbsp;(Action&nbsp;Plan)&nbsp;การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพและการตลาด&nbsp;ภายใต้โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในพื้นที่โครงการตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ทั้งนี้คณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&nbsp;ดำเนินการในพื้นที่ดำเนินการเพื่อวางแผนและดำเนินการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&nbsp;รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;โดยมีกรอบการดำเนินงาน&nbsp;6&nbsp;ด้าน&nbsp;โดยบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้ความรู้ตลาดนำการผลิตให้แก่เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;และกำหนดแผนการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;สำหรับการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ&nbsp;ขอให้แต่ละหน่วยงานกำหนดกิจกรรมและวางแผนการดำเนินการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&nbsp;รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;โดยมีกรอบการดำเนินงาน&nbsp;6&nbsp;ด้าน&nbsp;คือ&nbsp;ด้านการพัฒนาที่ดิน&nbsp;ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;ด้านการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&nbsp;ด้านการส่งเสริมการรวมกลุ่ม&nbsp;ด้านการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุน&nbsp;ด้านการส่งเสริมและจัดทำบัญชีครัวเรือน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	24/5/2021	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524160335338
183	พช.ชัยนาท จัดกิจกรรมกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ให้กลุ่มสมาชิกฯ ประกอบอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(24&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่บริเวณถนนพรหมประเสริฐ&nbsp;ด้านหน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท&nbsp;(หลังใหม่)&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้จัดโครงการส่งเสริมช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;เพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาดของกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;และเพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;เดียวสุรินทร์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดชัยนาท&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;ได้ดำเนินการให้กลุ่มสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีกู้ยืมเงิน&nbsp;เพื่อนำไปประกอบอาชีพ&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และกลุ่มสตรีที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ได้มีผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการดำเนินงานและได้มีประสบการณ์ในการขายสินค้า&nbsp;และเป็นการส่งเสริมช่องทางการตลาดของกลุ่มอาชีพกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;ระหว่างเดือนเมษายน&nbsp;&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ครั้งๆ&nbsp;ละ&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;โดยครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ดำเนินการระหว่างวันที่&nbsp;24&nbsp;&nbsp;25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564,&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ดำเนินการระหว่างวันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;และครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ดำเนินการระหว่างวันที่&nbsp;7&nbsp;&nbsp;8&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ดำเนินการกิจกรรมฯดังกล่าว&nbsp;ภายใต้ข้อปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;ควบคุม&nbsp;และลดความเสี่ยงของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;รวมทั้งมาตรการอื่นๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องจากภาครัฐอย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยคำนึงถึงความเสี่ยงต่อสาธารณชนโดยรวม&nbsp;ในการแพร่ระบาดของโรคเป็นสำคัญ&nbsp;จึงขอเชิญชวนชาวจังหวัดชัยนาท&nbsp;ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและจังหวัดข้างเคียง&nbsp;ร่วมอุดหนุนสินค้าผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;ของจังหวัดชัยนาท&nbsp;โดยทั่วกัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	24/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524164624358
184	นายกรัฐมนตรี เรียกทีมเศรษฐกิจพิจารณาแนวทางการให้ความช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19	"<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;โพสต์เฟซบุ๊ก""ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;Prayut&nbsp;Chan-o-cha&nbsp;""เกี่ยวกับ?การประชุมร่วมกับทีมเศรษฐกิจ?&nbsp;โดยมีนายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&nbsp;นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;นายทศพร&nbsp;ศิริสัมพันธ์&nbsp;ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี&nbsp;ร่วมประชุมเพื่อติดตามและพิจารณาแนวทางการให้ความช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมในระยะต่อไป?&nbsp;ซึ่งต้องมีการพิจารณาในรายละเอียด&nbsp;ตั้งแต่แผนงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข&nbsp;พร้อมๆ&nbsp;กับแผนงานช่วยเหลือประชาชน&nbsp;โดยครั้งนี้จะมุ่งเป้าหมายไปที่&nbsp;SMEs&nbsp;เพื่อให้สามารถรักษาการจ้างแรงงานได้&nbsp;รวมถึงการลงทุนของภาครัฐเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน&nbsp;การกระตุ้นการบริโภคและการใช้จ่ายภาคครัวเรือนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าและบริการรายย่อย&nbsp;ควบคู่กับการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน&nbsp;การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเทียวเพื่อเตรียมพร้อมการขับเคลื่อนประเทศหลังโควิดและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทานในพื้นที่ชุมชนเพื่อป้องกัน/รับมือน้ำท่วม-น้ำแล้งในฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงนี้อีกด้วย</p><p><strong>ด้านนายสุพัฒนพงษ์</strong>&nbsp;ได้ปฎิเสธตอบคำถามสื่อมวลชน?ถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์การออก&nbsp;&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;กู้เงิน&nbsp;700,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลยืนยันมีเงินเพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจและโควิด-19&nbsp;โดยระบุเพียงสั้นๆ?&nbsp;ว่า&nbsp;จากนี้จะมีการชี้แจงเรื่องนี้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>"	24/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524171701385
185	คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ระดับจังหวัด อนุมัติงบประมาณ 14 โครงการต่อยอดอาชีพสมาชิก	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(24&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5/2564&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;Zoom&nbsp;cloud&nbsp;meeting&nbsp;ณ&nbsp;ห้องผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;โดย&nbsp;นายประมวล&nbsp;วรานุศิษฏ์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดพังงา&nbsp;ทำหน้าที่เลขานุการการประชุม&nbsp;และมีคณะอนุกรรมการที่ประกอบด้วย&nbsp;ส่วนราชการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;นักวิชาการพัฒนาชุมชนและเจ้าหน้าที่กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาโครงการที่เสนอเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;โครงการงบประมาณ&nbsp;1,790,900&nbsp;บาท&nbsp;โดยที่ประชุมมีมติอนุมัติโครงการที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อให้สมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีนำไปประกอบอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้ให้กับครัวเรือน&nbsp;คือ&nbsp;ประเภทเงินทุนหมุนเวียน&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;โครงการ&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;1,215,900&nbsp;บาท&nbsp;และประเภทเงินอุดหนุน&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;งบประมาณ&nbsp;575,000&nbsp;บาท</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	24/5/2021	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524194921427
186	หนองคาย เงิน ม.33 โอนเข้างวดแรกทุเรียนขายดี	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อช่วงเย็นวันนี้&nbsp;(24&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ตลอดเส้นทางของถนนประจักษ์&nbsp;ที่เป็นถนนสายหลักภายในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย&nbsp;มีพ่อค้า-แม่ค้าขายทุเรียนหมอนทองมาวางจำหน่ายกันอย่างคึกคัก&nbsp;ซึ่งบรรยากาศการใช้จ่ายหลังจากที่มีการโอนเงินงวดแรก&nbsp;1,000&nbsp;บาทเข้าบัญชี&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;มีประชาชนที่ได้รับสิทธิออกมาเลือกซื้อทุเรียนหมอนทอง&nbsp;ตามรถที่พ่อค้า-แม่ค้านำมาจอดขายริมถนน&nbsp;มีทั้งที่ซื้อทั้งลูกและซื้อที่มีการแบ่งแยกเป็นพูไว้&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่จะเริ่มต้นราคากิโลกรัมละ&nbsp;140&nbsp;บาท&nbsp;และแบ่งแยกพูเริ่มต้นที่&nbsp;5&nbsp;บาทไปจนถึง&nbsp;400&nbsp;บาทแล้วแต่ร้าน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แม่ค้าขายทุเรียนที่ขายอยู่หน้าห้างวีเวียง&nbsp;บอกว่า&nbsp;ก่อนที่จะมีโครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;และเราชนะรอบใหม่นี้&nbsp;ขายทุเรียนยากมาก&nbsp;เพราะประชาชนจะไม่ออกมาซื้อทุเรียนกัน&nbsp;แต่ละวันจะขายทุเรียนได้ไม่ถึง&nbsp;50&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;แต่เมื่อมีโครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;และโครงการเราชนะเข้ามา&nbsp;ก็เริ่มขายดีขึ้น&nbsp;โครงการฯ&nbsp;ดังกล่าวสามารถกระตุ้นยอดขายในช่วงนี้ได้เป็นอย่างดี&nbsp;ทำให้สามารถขายทุเรียนได้มากขึ้นคือไม่ต่ำกว่าวันละ&nbsp;150&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;จึงอย่างให้รัฐบาลเพิ่งวงเงินโครงการนี้อีกไปจนถึงสิ้นปี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านลูกค้าที่มาเลือกซื้อทุเรียนรายหนึ่ง&nbsp;บอกว่า&nbsp;วันนี้เป็นวันแรกที่มีเงินของโครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;เข้าบัญชีผู้ที่ได้รับสิทธิเข้าโครงการ&nbsp;ตนตั้งใจที่จะเลือกซื้อทุเรียนหมอนทอง&nbsp;2-3&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เพื่อกลับไปรับประทานกันภายในครอบครัวเพราะจะได้รับประทานกันหลายคน&nbsp;ส่วนวงเงินที่เหลือก็จะไปจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-center""><br></p>"	24/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองคาย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524212751444
187	"ร้านค้าใน อ.ปางมะผ้า และ อ.ปาย เข้าร่วมโครงการ ร้านอาหารธงฟ้า"" เพิ่มอีก 6 ร้าน ขณะที่พาณิชย์ฯ แม่ฮ่องสอน เพิ่มช่องทางสมัครเข้าร่วมโครงการทางไปรษณีย์"	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางศุภมิตร&nbsp;เต็งเผ่&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางทัศนีย์&nbsp;กองแดง&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอปางมะผ้าและอำเภอปาย&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์และมอบอุปกรณ์สนับสนุนให้กับร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;""ร้านอาหารธงฟ้า&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ร้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร้านแม่ครัวกรุงเทพ&nbsp;ต.สบป่อง&nbsp;อ.ปางมะผ้า&nbsp;,&nbsp;ร้านข้าวมันไก่สงขลา&nbsp;ต.สบป่อง&nbsp;อ.ปางมะผ้า&nbsp;,&nbsp;ร้านลุงช้าง&nbsp;ต.เวียงใต้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;,&nbsp;ร้านเลิศรส&nbsp;ต.เวียงใต้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;,&nbsp;ร้านเย็นตาโฟโบราณ&nbsp;ต.เวียงใต้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;และร้านป้าอุไร&nbsp;ต.ทุ่งยาว&nbsp;อ.ปาย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการ&nbsp;ร้านอาหารธงฟ้า""&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;เป็นผู้ประกอบธุรกิจจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จ&nbsp;ประเภทอาหารจานเดียว&nbsp;หรืออาหารปรุงสำเร็จในเมนู&nbsp;หลัก&nbsp;เช่น&nbsp;อาหารตามสั่ง&nbsp;ข้าวราดแกง&nbsp;ข้าวมันไก่&nbsp;ข้าวหมูแดง&nbsp;ขนมจีน&nbsp;ก๋วยเตี๋ยว&nbsp;ฯลฯ&nbsp;2.&nbsp;สภาพร้านเป็นสถานที่สะอาดและถูกสุขลักษณะมีที่ตั้งชัดเจน&nbsp;3.&nbsp;ราคาจำหน่ายต้องไม่เกิน&nbsp;จาน/ชามละ&nbsp;25-35&nbsp;บาท&nbsp;และ&nbsp;4.&nbsp;มีการปิดป้ายราคาจำหน่ายที่ชัดเจน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยร้านค้าที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ&nbsp;""ธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น""&nbsp;สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ได้ที่&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;หรือส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ&nbsp;ไปที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่&nbsp;053-611-376</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	25/5/2021	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525093725486
188	แม่ฮ่องสอนเงินสะพัด ยอดการใช้จ่ายโครงการเราชนะพุ่งสูงถึง 745.3 ล้านบาท ร้านค้าเข้าร่วมโครงการรวม 3,588 ร้าน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานคลังจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดเผยข้อมูลผู้ลงทะเบียนและร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการช่วยเหลือด้วยการลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนของรัฐบาล&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;22&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;84,500&nbsp;คน&nbsp;ผู้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง&nbsp;15,008&nbsp;คน&nbsp;ผู้ลงทะเบียนโครงการเราชนะ&nbsp;24,530&nbsp;คน&nbsp;กลุ่มต้องการความช่วยเหลือพิเศษ&nbsp;9,027&nbsp;คน&nbsp;ข้อมูลประชากรที่เข้าร่วมโครงการรวม&nbsp;133,065&nbsp;คน&nbsp;ยอดการใช้จ่ายโครงการ&nbsp;เราชนะ&nbsp;ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;รวม&nbsp;745.3&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สำหรับข้อมูลร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการรวม&nbsp;3,588&nbsp;ร้าน&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ร้านค้าธงฟ้าเดิม&nbsp;(มีเครื่อง&nbsp;EDC&nbsp;หรือแอปถุงเงิน)&nbsp;618&nbsp;ร้าน&nbsp;ร้านร่วมโครงการคนละครึ่ง&nbsp;2,631&nbsp;ร้าน&nbsp;และร้านร่วมโครงการเราชนะ&nbsp;339&nbsp;ร้าน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โครงการช่วยเหลือที่หลากหลายจากรัฐบาล&nbsp;ได้ตั้งวงเงินช่วยเหลือเพื่อลดภาระค่าครองชีพ&nbsp;จะก่อให้เกิดการนำไปใช้เพื่อการใช้จ่ายสำหรับการอุปโภคบริโภค&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคที่จำเป็น&nbsp;และค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทาง&nbsp;อันจะก่อให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไปในคราวเดียวกัน&nbsp;โดยพิจารณาคัดกรองผู้ได้รับสิทธิ์จะพิจารณาจากความสามารถด้านรายได้&nbsp;การมีระบบคุ้มครองทางสังคม&nbsp;และความช่วยเหลือจากภาครัฐที่ได้รับไปแล้วเป็นสำคัญ&nbsp;ซึ่งความช่วยเหลือจะครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	25/5/2021	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525094644492
189	กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เตรียมเปิดโครงการ โคนมไทยก้าวไกล ขยายตลาดส่งออกด้วย FTA ปีที่ 4 ติวเข้มสหกรณ์โคนม	<p><strong>นางอรมน&nbsp;ทรัพย์ทวีธรรม&nbsp;อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในเดือนมิถุนายนนี้&nbsp;กรมฯ&nbsp;จะเชิญชวนสหกรณ์โคนมและผู้ประกอบการนมโคแปรรูปจากทั่วประเทศ&nbsp;สมัครเข้ารับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ&nbsp;โคนมไทยก้าวไกล&nbsp;ขยายตลาดส่งออกได้ด้วย&nbsp;FTA&nbsp;ปี&nbsp;4&nbsp;โดยผู้ผ่านการคัดเลือก&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;จะได้เข้าติวเข้มกลยุทธ์การตลาดในจีนการสร้างแบรนด์&nbsp;กฎระเบียบทางการค้าในจีน&nbsp;ขั้นตอนการนำเข้าสินค้าโคนมในจีน&nbsp;และเทคนิคการทำตลาดออนไลน์จากวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงในการทำตลาดจีน&nbsp;หลังจากนั้นจะคัดเลือกผู้ประกอบการให้เหลือ&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจแบบออนไลน์กับผู้นำเข้าชาวจีน&nbsp;ตลอดจนร่วมกิจกรรม&nbsp;Live&nbsp;Sale&nbsp;หรือขายสดตรงออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มยอดนิยมของจีน&nbsp;เพื่อกระตุ้นยอดจำหน่ายและสร้างการจดจำสินค้าของไทย&nbsp;ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสในการขยายตลาดไปจีนให้กับผู้ประกอบการโคนมของไทยที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;โดยคาดว่าจากความร่วมมือครั้งนี้จะผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกนมโคและผลิตภัณฑ์นมโคแปรรูปในภูมิภาคอาเซียนและสามารถส่งออกไปตลาดอาเซียน&nbsp;ฮ่องกงและจีน&nbsp;โดยใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี&nbsp;(FTA)&nbsp;ได้</p><p><strong>สำหรับความตกลงการค้าเสรี&nbsp;FTA</strong>&nbsp;ที่ไทยทำกับอาเซียน&nbsp;ฮ่องกง&nbsp;และจีน&nbsp;ได้ลดภาษีศุลกากรที่เก็บจากนมและผลิตภัณฑ์นมโคแปรรูปที่ส่งออกจากไทยเหลือ&nbsp;0%&nbsp;ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการโคนมไทยที่จะรุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง&nbsp;มีความต้องการผลิตภัณฑ์นมที่มีคุณภาพให้กับเด็กและคนในครอบครัว&nbsp;โดยปัจจุบันไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้านมและผลิตภัณฑ์นมอันดับ&nbsp;1&nbsp;ในอาเซียน&nbsp;และเป็นอันดับที่&nbsp;7&nbsp;ของโลก&nbsp;โดย&nbsp;3&nbsp;เดือนแรกของปี&nbsp;2564&nbsp;ไทยส่งออกสินค้านมและผลิตภัณฑ์นมสู่ตลาดโลก&nbsp;มูลค่า&nbsp;141.8&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;1.6&nbsp;จากช่วงเดียวกันของปีก่อน</p><p><br></p><p><br></p>	25/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525105804530
190	สถาบันภาษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ เชิญชวนร่วมส่งผลงานคลิปวิดีโอภาษาอังกฤษเข้าร่วมประกวดเพื่อชิงเงินรางวัลกว่า 68,000 บาท	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถาบันภาษา&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์&nbsp;ร่วมกับอุทยานธรณีเพชรบูรณ์&nbsp;และท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ขอประชาสัมพันธ์การประกวดคลิปวิดีโอภาษาอังกฤษภายใต้หัวข้อ&nbsp;ความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยา&nbsp;เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;(PHETCHABUN&nbsp;GEOWONDERS)&nbsp;เป็นภาษาอังกฤษ&nbsp;ชิงเงินรางวัลรวมกว่า&nbsp;68,000&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คุณสมบัติของผู้ส่งผลงานประกวด&nbsp;:</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;ระดับประถมศึกษา&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;ระดับมัธยมศึกษา&nbsp;ประกาศนียบัตรวิชาชีพ&nbsp;และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;ระดับอุดมศึกษา&nbsp;และประชาชนทั่วไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกณฑ์การประกวด&nbsp;:</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประเภททีม&nbsp;ๆ&nbsp;ละไม่เกิน&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;ความยาวคลิปวิดีโอ&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;นาที&nbsp;ในรูปแบบสารคดี&nbsp;ไวรัลคลิป&nbsp;หนังสั้น&nbsp;หรือ&nbsp;VLOG&nbsp;โดยสามารถใช้เป็นภาพเคลื่อนไหว&nbsp;ภาพนิ่ง&nbsp;หรือ&nbsp;Infographic&nbsp;ได้&nbsp;แนวคิดการนำเสนอเกี่ยวกับอุทยานธรณีเพชรบูรณ์&nbsp;:&nbsp;แหล่งทางธรณีวิทยา&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;22&nbsp;แหล่ง&nbsp;หรือแหล่งธรณีเพชรบูรณ์&nbsp;(Phetchabun&nbsp;Geosites)&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;7&nbsp;แหล่ง&nbsp;ได้แก่เส้นทางการเดินทาง&nbsp;ความน่าสนใจ&nbsp;ความประทับใจ&nbsp;ลักษณะทางกายภาพภายนอก&nbsp;(ไม่ลงรายละเอียดเชิงลึก)&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ช่องทางการสมัคร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ใบสมัคร&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;PDF&nbsp;File&nbsp;Link&nbsp;:&nbsp;shorturl.asia/khMUT</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;Word&nbsp;File&nbsp;Link&nbsp;:&nbsp;shorturl.asia/Zc37X</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายละเอียดโครงการประกวด&nbsp;Link&nbsp;:&nbsp;shorturl.asia/4p0XK</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดาวน์โหลดไฟล์เอกสารหนังสืออุทยานธรณีเพชรบูรณ์&nbsp;:&nbsp;ทะเลสู่แผ่นดินดึกดำบรรพ์&nbsp;และมหัศจรรย์ขอบเปลือกโลก&nbsp;(Phetchabun&nbsp;Geopark&nbsp;:&nbsp;PALEO&nbsp;SEA&nbsp;TO&nbsp;LAND&nbsp;AND&nbsp;MICRO&nbsp;PLATE&nbsp;MARGIN&nbsp;WONDERS)&nbsp;Link&nbsp;:&nbsp;shorturl.asia/AZ53c</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่งผลงานตั้งแต่บัดนี้&nbsp;จนถึงวันศุกร์ที่&nbsp;16&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;(มาส่งด้วยตนเอง&nbsp;และช่องทางออนไลน์)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนำเสนอผลงานการประกวดรอบชิงชนะเลิศ&nbsp;วันพฤหัสบดีที่&nbsp;29&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;085&nbsp;&nbsp;2323424&nbsp;(คุณอรพนิตา)&nbsp;หรือ&nbsp;056&nbsp;-&nbsp;717168&nbsp;ติดตามรายละเอียดได้ที่&nbsp;Inbox&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;:&nbsp;สถาบันภาษา&nbsp;มรภ.&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;และเว็บไซต์&nbsp;https://li.pcru.ac.th</p>	25/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	เพชรบูรณ์	สวท.เพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525125747607
191	"ธนาคารออมสิม เปิดกู้สินเชื่อ ""SMEs มีที่ มีเงิน"" รอบใหม่ ช่วยธุรกิจท่องเที่ยว"	"<p><strong>นายวิทัย&nbsp;รัตนากร&nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่รัฐบาลมอบหมายให้ธนาคารออมสินช่วยเหลือผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;ที่ประกอบธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ&nbsp;SMEs&nbsp;มีที่&nbsp;มีเงิน&nbsp;สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่ต้องการสภาพคล่อง&nbsp;ธนาคารจึงได้เปิดให้ลงทะเบียนขอกู้โครงการดังกล่าวอีกครั้งที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.gsb.or.th/""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.gsb.or.th</a>&nbsp;ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;หรือจนกว่าวงเงินโครงการจะหมด</p><p><strong>สินเชื่อ&nbsp;SMEs&nbsp;มีที่&nbsp;มีเงิน</strong>&nbsp;เป็นสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;โดยผ่อนปรนหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อ&nbsp;ให้กู้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล&nbsp;สามารถใช้ที่ดินเปล่าหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นหลักประกันการกู้&nbsp;รวมถึงสามารถไถ่ถอนที่ดินซึ่งทำสัญญาขายฝากกับเอกชนไว้ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2563&nbsp;ให้วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกินร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ของราคาประเมินที่ดินราชการ&nbsp;ระยะเวลากู้&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;อัตราดอกเบี้ยต่ำมาก&nbsp;ปีที่&nbsp;1&nbsp;อัตราดอกเบี้ย&nbsp;=&nbsp;0.10%&nbsp;ต่อปี&nbsp;ปีที่&nbsp;2&nbsp;=&nbsp;0.99&nbsp;ต่อปี&nbsp;และปีที่&nbsp;3&nbsp;=&nbsp;5.99&nbsp;ต่อปี&nbsp;กรณีบุคคลธรรมดาให้กู้ไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนนิติบุคคลให้กู้ไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p>"	25/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525140326650
192	แม่ค้าขายดอกไม้เมืองสงขลา ลดการสั่งดอกดาวเรืองครึ่งหนึ่งของปกติ เนื่องจากวันวิสาขบูชาปีนี้ เป็นช่วงโควิด-19 กำลังแพร่ระบาด	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ร้านดอกไม้กุ๊ก&nbsp;เลขที่&nbsp;41&nbsp;ซอยทรัพย์สินพลาซ่า&nbsp;เขตเทศบาลนครสงขลา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ในช่วงเทศกาลวันวิสาขบูชา&nbsp;ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา&nbsp;ที่จะมาถึงในวันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เนื่องจากกิจกรรมทางศาสนา&nbsp;โดยเฉพาะวันวิสาขบูชาช่วงโควิด-19&nbsp;วัดสวนใหญ่งดการเวียนเทียน&nbsp;ส่งผลทำให้ร้านดอกไม้ที่สั่งดอกดาวเรือง&nbsp;มาเพื่อขายให้กับลูกค้าพุทธศาสนิกชน&nbsp;เพื่อนำไปเวียนเทียน&nbsp;จึงต้องลดจำนวนการสั่งดอกดาวเรืองลง&nbsp;50&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;หรือครึ่งต่อครึ่งของที่เคยสั่ง&nbsp;เนื่องจากไม่มีกิจกรรมทางศาสนาในวันวิสาขบูชา&nbsp;และสั่งมาเพื่อนำมาขาย&nbsp;ให้พุทธศาสนิกชนที่จะซื้อไปปักแจกันบูชาพระที่บ้าน&nbsp;แทนการไปเวียนเทียนที่วัดเนื่องในวันวิสาขบูชายุค&nbsp;covid-19&nbsp;รอบที่&nbsp;3&nbsp;นอกจากลดการสั่งซื้อดอกไม้แล้ว&nbsp;รวมไปถึงรายได้ที่เคยได้รับก็ลดตามลงไปด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางวรรณี&nbsp;ช่างทอง&nbsp;เจ้าของร้านดอกไม้กุ๊ก&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้รับผลกระทบครึ่งต่อครึ่งเลย&nbsp;สาเหตุเพราะโควิด-19&nbsp;คนไม่กล้ามาตลาด&nbsp;วันนี้สั่งดอกดาวเรือง&nbsp;ลดลง&nbsp;จาก&nbsp;100&nbsp;เหลือ&nbsp;50&nbsp;ครึ่งต่อครึ่ง&nbsp;เป็นแบบนี้มา&nbsp;2-3&nbsp;เดือนแล้ว&nbsp;สำหรับการปรับตัว&nbsp;ในการขายดอกไม้ของที่ร้าน&nbsp;โดยขายลูกค้าประจำเรื่อยๆ&nbsp;ช่วงนี้&nbsp;ลดไปเท่าตัวเลย&nbsp;รวมทั้งรายได้ด้วย&nbsp;สำหรับร้านดอกไม้จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ&nbsp;covid&nbsp;-19&nbsp;เหมือนกันหมดทุกอย่างเลย&nbsp;ผลกระทบครึ่งต่อครึ่งเลย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในขณะเดียวกัน&nbsp;ในช่วงโควิด-19&nbsp;ประชาชนส่วนใหญ่จะไม่ออกจากบ้าน&nbsp;หรือมาที่ตลาด&nbsp;ทางร้านก็จะมีลูกค้าประจำที่เดินทางมาซื้อดอกไม้&nbsp;ไปบูชาพระที่บ้านผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;ไม่ใช่กระทบเฉพาะที่ร้าน&nbsp;แต่มันจะได้รับผลกระทบ&nbsp;เหมือนกันหมดทุกสาขาอาชีพ&nbsp;ทางร้านเองก็มีการปรับตัวรับสถานการณ์&nbsp;covid&nbsp;19&nbsp;มาตลอด&nbsp;2-3&nbsp;เดือนที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	25/5/2021	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525165841789
193	จ.ศรีสะเกษ ระดมสมองส่งเสริมการผลิตและการตลาดภูเขาไฟศรีสะเกษ ประจำปี 2564	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(25&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ห้องห้วยสำราญ&nbsp;สำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุมหารือข้อราชการในประเด็นการส่งเสริมการผลิตและการตลาดทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ในห้วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวิชัย&nbsp;ศรีโพธิ์งาม&nbsp;เกษตรจังหวัด&nbsp;นายภาณุพงศ์&nbsp;แสงคำ&nbsp;สหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัด&nbsp;นายธวัชชัย&nbsp;นิ่มกิ่งรัตน์&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ&nbsp;นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;ผู้แทนเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งมีประเด็นที่ปรึษาหารือดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1).&nbsp;การเพิ่มช่องทางการขายผ่านช่องทางออนไลน์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2).&nbsp;การติดตามการพัฒนาระบบขนส่งทุเรียนพร้อมทาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3).&nbsp;การจัดทำแผนประชาสัมพันธ์การทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4).&nbsp;การสำรวจข้อมูลจำนวนทุเรียน&nbsp;และความต้องการจากเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน&nbsp;ผ่านเกษตรตำบล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5).&nbsp;การบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานในการส่งเสริมการสร้างมูลค่า&nbsp;และการหาช่องทางจำหน่ายให้แก่เกษตรกร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;6).&nbsp;กำหนดจัดงานเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ&nbsp;ประมาณปลายเดือนมิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;หากสถานการณ์ของโควิด-19&nbsp;คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	25/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525142857676
194	จ.นครพนม อาชีพเก็บหินสร้างงานสร้างรายได้ทั้งผู้ประกอบการและแรงงานชาวบ้านแบบครบวงจร	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากผลกระทบสถานการณ์โควิด-19&nbsp;จะส่งผลกระทบหลากหลายอาชีพ&nbsp;มีรายได้ลดลง&nbsp;บางรายต้องตกงาน&nbsp;ขาดรายได้&nbsp;แบกภาระหนี้สิน&nbsp;แต่สำหรับชาวบ้านโพนสวรรค์&nbsp;หมู่&nbsp;18&nbsp;ตำบลคำเตย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;&nbsp;มีอาชีพแปลกที่ไม่เหมือนที่ใด&nbsp;คือ&nbsp;คัดแยกหินลูกกรวดสวยงาม&nbsp;บรรจุถุงส่งขายไปประดับตกแต่งสวน&nbsp;โดยมีพ่อค้ามารับซื้อแบบไม่อั้น&nbsp;แล้วนำไปส่งขายทั่วประเทศ&nbsp;ทำให้ช่วงนี้ถึงแม้จะเจอวิกฤติโรคโควิด-19&nbsp;ระบาด&nbsp;แต่ยังสามารถขายได้&nbsp;ที่สำคัญยังมีภาระต้นทุนต่ำ&nbsp;เพราะขุดหินกรวดมาจากทรัพยากรธรรมชาติใต้ดินในผืนที่ดินท้องไร่ปลายนา&nbsp;ก่อนนำมาคัดแยกตามขนาดไซส์ความสวยงาม&nbsp;บรรจุถุงส่งขาย&nbsp;ในราคาถุงละ&nbsp;25&nbsp;-30&nbsp;บาท&nbsp;มีออเดอร์รับไม่อั้น&nbsp;สร้างงานสร้างรายได้ทั้งผู้ประกอบการ&nbsp;และแรงงานชาวบ้านแบบครบวงจร&nbsp;ผู้ประกอบการบางรายมีรายได้เดือนละนับแสนบาท&nbsp;ส่งผลดีมีเงินหมุนเวียนสะพัดในพื้นที่ปีละหลายล้านบาท&nbsp;และยังช่วยชาวบ้านไม่ต้องตกงาน&nbsp;หรือไปแสวงหางานทำต่างถิ่น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสรรพวุธ&nbsp;บุตรดา&nbsp;อายุ&nbsp;51&nbsp;ปี&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;หมู่&nbsp;18&nbsp;บ้านโพนสวรรค์&nbsp;ตำบลคำเตย&nbsp;ตัวแทนกลุ่มขายหินกรวดสวยงาม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตนกับชาวบ้านบางส่วนในพื้นที่&nbsp;มีการศึกษาเรื่องหินกรวดประดับสวนมานานนับสิบปี&nbsp;เนื่องจากมีการตรวจสอบพบว่าสภาพพื้นที่นาในหมู่บ้าน&nbsp;เมื่อขุดลงลึกไปประมาณ&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;จะเป็นดินปนหินกรวดที่มีสีสันสวยงาม&nbsp;จึงคิดว่าจะเป็นการเพิ่มมูลค่า&nbsp;สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านได้&nbsp;โดยได้เริ่มทดลองใช้รถแบคโฮขุดดินขึ้นมาตรวจสอบ&nbsp;พบว่ามีหินกรวดปนดินจำนวนมาก&nbsp;จึงใช้วิธีการคัดแยกออกจากดิน&nbsp;ด้วยการนำน้ำมาฉีดคัดแยกได้&nbsp;แต่หินกรวด&nbsp;ต่อมาได้มีการพัฒนาต่อยอดเป็นอาชีพสร้างรายได้ตลอดทั้งปี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านนางบุตรศรี&nbsp;บอดดี&nbsp;อายุ&nbsp;54&nbsp;ปี&nbsp;ชาวบ้านที่มีอาชีพรับจ้างคัดหินกรวดส่งขาย&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;รับจ้างคัดหินกรวดในบ่อนานนับปี&nbsp;สร้างรายได้วันละ&nbsp;300&nbsp;-400&nbsp;บาท&nbsp;ตะกร้าละ&nbsp;4&nbsp;-5&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ได้ราคาตะกร้าละประมาณ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;ถือว่ารายได้ดี&nbsp;และไม่ต้องไปทำงานต่างถิ่น&nbsp;ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านมีอาชีพกันทุกคน&nbsp;ขายในราคาถุงละ&nbsp;20&nbsp;-25&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนพ่อค้าที่มารับซื้อจะนำไปขายต่อราคาถึงละ&nbsp;50&nbsp;-60&nbsp;บาทแล้วแต่พื้นที่ระยะทางขนส่ง&nbsp;เพื่อนำไปประดับตกแต่งสวนตามสถานที่บ้านเรือน&nbsp;ให้เกิดความสวยงามถือเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ดีพอสมควร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	25/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525143624683
195	จังหวัดสุรินทร์ตรวจเข้มการจำหน่ายหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์  เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด-19	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ตรวจเข้มการจำหน่ายหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์&nbsp;พบยังเพียงพอ&nbsp;และย้ำห้ามขายเกินราคา&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดย&nbsp;นายสุทธิศักดิ์&nbsp;พรหมบุตร&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;ตรวจติดตามสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัยในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์&nbsp;พบว่าสถานการณ์การจำหน่ายยังอยู่ในภาวะปกติ&nbsp;&nbsp;ปริมาณยังคงมีเพียงพอกับความต้องการของประชาชน&nbsp;ร้านค้าส่วนใหญ่ยังไม่มีการจำกัดปริมาณการซื้อ&nbsp;โดยราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยในท้องตลาดยังคงปกติ&nbsp;อยู่ในราคาที่กำหนด&nbsp;โดยราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัย&nbsp;ขนาดกล่องบรรจุ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคากล่องละ&nbsp;89-125&nbsp;บาท&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;450&nbsp;มล.&nbsp;ราคาขวดละ&nbsp;125&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้เน้นย้ำกับผู้จำหน่ายว่าจะต้องปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน&nbsp;และราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยต้องจำหน่ายตามราคาที่กำหนด&nbsp;ไม่เกินชิ้นละ&nbsp;2.50&nbsp;บาท&nbsp;กรณีจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด&nbsp;มีโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;หรือกรณีที่ไม่ติดป้ายแสดงราคา&nbsp;มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ประชาชนสามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	25/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525144932695
196	ครม. เห็นชอบแก้ไขเอกสารประกอบสัญญาเงินกู้ ยุติการใช้ LIBOR เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;รับทราบการแก้ไขเอกสารประกอบสัญญาเงินกู้ระหว่างกระทรวงการคลังกับสถาบันการเงินระหว่างประเทศเพื่อรองรับการยุติการใช้&nbsp;London&nbsp;Interbank&nbsp;Offered&nbsp;Rate&nbsp;(LIBOR)&nbsp;เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง&nbsp;โดยธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชียได้มีหนังสือถึงกระทรวงการคลังเพื่อขอให้แก้ไขเอกสารประกอบสัญญาเงินกู้&nbsp;รองรับการยุติการใช้&nbsp;LIBOR&nbsp;หลังจาก&nbsp;FCA&nbsp;ได้มีประกาศอย่างเป็นทางการไม่รับรอง&nbsp;LIBOR&nbsp;ให้เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงทางการ&nbsp;โดยเริ่มหลังจากปี&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เห็นชอบการแก้ไขเอกสารประกอบสัญญาเงินกู้ดังกล่าวพร้อมทั้งลงนามในหนังสือตอบตกลงการแก้ไขรายละเอียดประกอบสัญญาเงินกู้ของธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชียเรียบร้อยแล้ว</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กระทรวงการคลัง&nbsp;ยังมีสัญญากู้เงินจากธนาคารโลก</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">และธนาคารพัฒนาเอเชียที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวโดยอ้างอิงจาก&nbsp;LIBOR&nbsp;สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ&nbsp;ที่ยังมียอดหนี้คงค้างหรืออยู่ระหว่างเบิกรับเงินกู้จำนวน&nbsp;5&nbsp;สัญญา&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการก่อสร้างทางสายหลักเป็น&nbsp;4&nbsp;ช่องจราจร&nbsp;(ระยะที่&nbsp;2)&nbsp;โครงการเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;โครงการเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;โครงการก่อสร้างทางสายหลักเป็น&nbsp;4&nbsp;ช่องจราจร&nbsp;(ระยะที่&nbsp;2)&nbsp;และโครงการกู้เงินภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;รวมวงเงิน&nbsp;2,976.50&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับอัตราดอกเบี้ย&nbsp;LIBOR</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในตลาดการเงินโลกและเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชียใช้ประกอบการกำหนดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในการให้เงินกู้กับคู่สัญญาประเทศต่างๆ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;Financial&nbsp;Conduct&nbsp;Authority&nbsp;(FCA)&nbsp;ซึ่งเป็นองค์การกำกับนโยบายทางการเงินของสหราชอาณาจักรและเป็นผู้เผยแพร่อัตราดอกเบี้ย&nbsp;LIBOR&nbsp;ตรวจพบการบิดเบือนการรายงานข้อมูลของผู้ร่วมตลาดเพื่อจัดทำอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง&nbsp;ส่งผลให้ความน่าเชื่อถือของ&nbsp;LIBOR&nbsp;ลดลง&nbsp;และเมื่อวันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;FCA&nbsp;ก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ&nbsp;ยุติการเผยแพร่และจะไม่รับรอง&nbsp;LIBOR&nbsp;ให้เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงทางการโดยเริ่มหลังจากปี&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	25/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525192721925
197	จ.ตราด ติดตามการขับเคลื่อนการจัดทำข้อมูล การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตามแนวทางเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council : GSTC)	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(25&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;&nbsp;นายภิญโญ&nbsp;ประกอบผล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;มอบหมายให้นายกัฬชัย&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">เทพวรชัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</span>&nbsp;เป็นประธานการประชุม<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">คณะอนุกรรมการจัดทำข้อมูล&nbsp;การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;ตามแนวทางเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก&nbsp;</span>(Global&nbsp;Sustainable&nbsp;Tourism&nbsp;Council&nbsp;:&nbsp;GSTC)&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ในพื้นที่&nbsp;เกาะหมาก&nbsp;ตำบลเกาะกูด&nbsp;อำเภอเกาะกูด&nbsp;จังหวัดตราด</span>&nbsp;ซึ่งสำนักงานพื้นที่พิเศษ&nbsp;3&nbsp;(สาขา)&nbsp;องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;อพท.&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;โดยมี&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(28,&nbsp;30,&nbsp;33);"">นายสุธารักษ์&nbsp;สุนทรวิภาต&nbsp;ผู้จัดการพื้นที่พิเศษ&nbsp;3&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ที่ร่วมเป็นคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจังหวัดตราด&nbsp;ตามเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก&nbsp;(GSTC)&nbsp;เข้าร่วมที่ห้องประชุมโรงแรมเอวาด้า&nbsp;ตำบลวังกระแจะ&nbsp;อำเภอเมืองตราด</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(28,&nbsp;30,&nbsp;33);"">ทั้งนี้&nbsp;ตามที่</span>องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;ได้กำหนดให้เกาะหมาก&nbsp;อำเภอเกาะกูด&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;เป็นพื้นที่เป้าหมายที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตามเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">&nbsp;จึงได้มีการ</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">แต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดนี้ขึ้น&nbsp;เพื่อรวบรวมข้อมูล&nbsp;ขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;หรือกิจกรรมบูรณาการส่งเสริมและพัฒนาการติดตามและประเมินผลการพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะหมาก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;อพท.ได้ยื่นใบสมัครเกาะหมาก&nbsp;เข้ารับการคัดเลือกรางวัล&nbsp;</span>Sustainable<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">&nbsp;Destination&nbsp;Top&nbsp;100&nbsp;เมื่อช่วงเดือนเมษายน&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งเกาะหมากได้ผ่านการคัดเลือกในรอบแรกแล้ว&nbsp;โดยในส่วนของการประชุม</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">คณะอนุกรรมการครั้งนี้เพื่อร่วมกันพิจารณาเกณฑ์การตรวจ</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">เพื่อยกระดับสีการพัฒนาในปี&nbsp;2563&nbsp;สู่เป้าหมายในปี&nbsp;2564&nbsp;ใน&nbsp;8&nbsp;ด้านย่อย&nbsp;ที่ประกอบไปด้วย&nbsp;คลังข้อมูลสถานที่และทรัพยากรด้านการท่องเที่ยว&nbsp;การตรวจสอบและรายงานความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว&nbsp;การประชาสัมพันธ์ข่าวสาร&nbsp;การให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ปรากฏการณ์เรือนกระจก&nbsp;การจัดการน้ำ&nbsp;การควบคุมการใช้น้ำ&nbsp;และคุณภาพของน้ำ&nbsp;ซึ่งใน&nbsp;8&nbsp;ด้านย่อยทั้งหมดยังมีกิจกรรมการพัฒนารายการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ก่อนที่จะรวบรวมข้อมูลพื้นฐานทั้งหมด&nbsp;ตามเกณฑ์&nbsp;</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(28,&nbsp;30,&nbsp;33);"">GSTC&nbsp;และเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">Top&nbsp;100&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวโลก&nbsp;เพื่อนำเสนอ</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">ต่อ&nbsp;Global&nbsp;Sustainable&nbsp;Tourism&nbsp;Council</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">&nbsp;ต่อไป&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	25/5/2021	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525152554717
198	รมว.พาณิชย์ พอใจส่งออกเมษายนขยายตัวสูง ยืนยันเป้าหมายเดิมขยายตัวร้อยละ 4 พร้อมจับมือร่วมกับภาคเอกชนทำงานใกล้ชืดขึ้น	<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตัวเลขการส่งออกขณะนี้ถือว่าดีขึ้นเป็นลำดับ&nbsp;โดยเฉพาะเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ขยายตัวถึงร้อยละ&nbsp;13.09&nbsp;ซึ่งเกิดจากความร่วมมือในการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชน&nbsp;ภายใต้กลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและะเอกชนด้านการพาณิชย์&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;กรอ.พาณิชย์&nbsp;ทำให้ปัญหาอุปสรรคหลายอย่างที่ตืดขัดในช่วงที่ผ่านมาสามารถแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ทั้งการเร่งเปิดด่าน&nbsp;เพื่อเร่งการค้าชายแดนที่มีผลต่อตัวเลขการส่งออก&nbsp;รวมทั้งการขจัดปัญหาอุปสรรคในด่านที่จะส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าสำคัญทางบก&nbsp;เช่น&nbsp;ประเทศจีนบริเวณด่านเวียดนามกับจีนเช่น&nbsp;ด่านโหย่วอี้กวน&nbsp;ด่านตงซิงและด่านอื่นๆ&nbsp;&nbsp;รวมทั้งปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์&nbsp;และการผลักดันให้เรือขนาดใหญ่&nbsp;400&nbsp;เมตรเข้ามาเทียบท่าที่ท่าเรือแหลมฉบัง</p><p><strong>ส่วนการผลักดันการส่งออกให้ตามเป้าหมายร้อยละ&nbsp;4&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;นี้</strong>&nbsp;ระบุ&nbsp;ยังไม่จำเป็นต้องปรับเป้า&nbsp;โดยได้มอบนโยบายทำงาน&nbsp;จะต้องจับมือกับภาคเอกชนและทำตัวเลขให้ได้เกินเป้าให้ได้มากที่สุดและได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;&nbsp;และกรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;จับมือกับภาคเอกชนดำเนินการเร่งรัดการเปิดตลาดใหม่&nbsp;เช่น&nbsp;ตลาดรัสเซีย&nbsp;ตลาดตะวันออกกลาง&nbsp;รวมทั้งการจัดทำเอฟทีเอกับประเทศคู่ค้าสำคัญ&nbsp;เพื่อเพิ่มตัวเลขการส่งออกทั้งเอฟทีเอไทย-อียู&nbsp;ไทย-สหราชอาณาจักร&nbsp;รวมทั้งเร่งรัด&nbsp;มินิ&nbsp;เอฟทีเอกับมณฑลไห่หนานของจีนรัฐเตลังกานาของอินเดีย&nbsp;และพื้นที่อื่นๆต่อไป&nbsp;พร้อมย้ำว่า&nbsp;ขณะนี้การส่งออกถือเป็นกลไกสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;และจะมีผลในการทำให้จีดีพีของไทยในปี&nbsp;2564&nbsp;ขยายตัวเป็นบวกได้</p><p><br></p><p><br></p>	25/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525191446901
199	ททท. เตรียมความพร้อมโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2021 : AMAZING ยิ่งกว่าเดิม	"<p><span style=""background-color: rgb(247, 249, 250); color: rgb(45, 53, 60);"">ททท. เตรียมความพร้อมโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2021 : AMAZING ยิ่งกว่าเดิม&nbsp;&nbsp;มุ่งกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวและช่วยเหลือผู้ประกอบการหลังวิกฤตโควิด-19</span></p><p><br></p><p>&nbsp;วันนี้ (25 พ.ค.64) นายยุทธศักดิ์<span style=""background-color: rgb(247, 249, 250); color: rgb(45, 53, 60);""> สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นประธานในการประชุมผ่านระบบออนไลน์เพื่อเตรียมความพร้อมการดำเนินโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2021 พร้อมด้วยนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. พันธมิตรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกว่า 300 ราย โดยครอบคลุมทั้งกลุ่มสินค้าและบริการในพื้นที่ท่องเที่ยวหลักมุ่งกระตุ้นความคึกคักให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยรวม</span></p><p>&nbsp;</p><p>นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า โครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2021 ได้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม  15 กันยายน 2564 เป็นเวลา 2 เดือน ภายใต้แนวคิด AMAZING ยิ่งกว่าเดิม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่พักอาศัยในประเทศไทย (Expat) และส่งเสริมภาพลักษณ์ให้ประเทศไทยเป็น Shopping Destination รวมถึงเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบหลังวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยนำเสนอสินค้ากลุ่มแฟชั่น กีฬา เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ของตกแต่งบ้าน ของใช้เด็ก อาหาร โรงแรม สปา และบริการด้านการท่องเที่ยวต่าง ๆ ในราคาพิเศษ พร้อมมอบของสมนาคุณและสิทธิพิเศษอีกมากมาย เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจและสร้างประสบการณ์การชอปปิงในรูปแบบที่หลากหลายทั้งออนไลน์และออนไซต์ (On-site) โดยร่วมกับห้างสรรพสินค้า/ศูนย์การค้า บัตรเครดิต สายการบิน โรงแรม ภัตตาคาร/ร้านอาหาร ศูนย์สุขภาพ/สถานเสริมความงาม และแพลตฟอร์มชอปปิ้งออนไลน์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมโครงการได้อย่างสะดวกและเพลิดเพลินในการชอปปิงมากยิ่งขึ้น</p><p>&nbsp;</p><p>สำหรับในปีนี้ ททท. ได้เชิญชวนผู้ประกอบการทั่วประเทศ โดยเฉพาะผู้ประกอบการในเมืองท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต สงขลา (หาดใหญ่) ชลบุรี (พัทยา) และนครราชสีมา รวมทั้งสิ้นกว่า 10,000 ราย เข้าร่วมโครงการและมอบสิทธิพิเศษให้แก่นักท่องเที่ยวตลอดระยะเวลา 2 เดือน นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรแพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อดังจัดแคมเปญส่งเสริมการขายในช่วงเวลาพิเศษนี้ เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวได้เลืิอกซื้อสินค้าอย่างสนุก หลากหลาย และคุ้มค่ายิ่งกว่าเดิม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด AMAZING ยิ่งกว่าเดิม ทั้งนี้ ททท. ได้จัดกิจกรรมพิเศษเพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับโครงการในปีนี้ ได้แก่ AMAZING FLASH SALE, กิจกรรม Live Shopping โดยผู้บริหาร ททท. และ Celebrity, กิจกรรม EXPAT AMAZING WEEK, กิจกรรมร่วมสนุกออนไลน์ผ่าน Facebook Fan Page : Amazing Thailand Grand Sale 2021 และพบกับกิจกรรม Highlight เมื่อนักท่องเที่ยวซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ จะได้สิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ (Lucky Draw) หลังสิ้นสุดโครงการ อาทิ รถยนต์ ทองคำ สมาร์ทโฟน อุปกรณ์สื่อสารที่ทันสมัย (Gadget) ฯลฯ มูลค่ารวมกว่า 1,000,000 บาท</p><p>&nbsp;</p><p>ทั้งนี้ ททท. คาดว่าโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2021 จะช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเกิดการเดินทางและกระตุ้นการใช้จ่าย เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจในภาวะฟื้นฟูและทำให้เกิดเงินหมุนเวียน ในระบบเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศได้มากขึ้น</p><p>&nbsp;</p><p>สำหรับผู้ประกอบการที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการสามารถลงทะเบียนที่ www.amazingthailandgrandsale.com ตั้งแต่วันที่ 1-30 มิถุนายน 2564 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ งานกลยุทธ์ส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองวางแผนลงทุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ฝ่ายส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ททท. โทรศัพท์ 0 2250 5500 ต่อ 2940-2945 หรือ Line Official : @ATGSmerchant</p>"	25/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525174023831
200	ปตท. -บางจาก ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 60 สตางค์ต่อลิตร ยกเว้น E85 ปรับขึ้น 40 สตางค์ต่อลิตร 	<p><strong>บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;น้ำมันและการค้าปลีก&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;หรือพีทีทีโออาร์&nbsp;และบริษัท&nbsp;บางจาก&nbsp;คอปปอเรชั่น&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด&nbsp;60&nbsp;สตางค์ต่อลิตร&nbsp;ยกเว้น&nbsp;E85&nbsp;ปรับขึ้น&nbsp;40&nbsp;สตางค์ต่อลิตร&nbsp;มีผลวันพรุ่งนี้&nbsp;26&nbsp;พฤษถาคม&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><strong>ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันหน้าสถานีบริการ</strong>ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;&nbsp;เบนซิน&nbsp;95&nbsp;ลิตรละ&nbsp;35.36&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;95&nbsp;ลิตรละ&nbsp;27.95&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;91&nbsp;ลิตรละ&nbsp;27.68&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;E20&nbsp;ลิตรละ&nbsp;26.44&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;E85&nbsp;ลิตรละ&nbsp;21.99&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนดีเซล&nbsp;บี7&nbsp;ลิตรละ&nbsp;28.09&nbsp;บาท&nbsp;ดีเซลพรีเมี่ยมบี7&nbsp;ลิตรละ&nbsp;32.86&nbsp;บาท&nbsp;ดีเซล&nbsp;บี&nbsp;10&nbsp;ลิตรละ&nbsp;25.09&nbsp;บาท&nbsp;และบี&nbsp;20&nbsp;ลิตรละ&nbsp;24.84&nbsp;บาท&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ราคาดังกล่าวเป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงแต่ละจังหวัด</p><p><br></p><p><br></p>	25/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525191111896
201	ธนาคารออมสิน แจ้งเปิดลงทะเบียนยื่นกู้สินเชื่อสู้ภัย COVID-19 ผ่าน MyMo อีกครั้ง เริ่มวันนี้ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป	<p><strong>นายวิทัย&nbsp;รัตนากร&nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;หลังจากที่ธนาคารฯ&nbsp;ได้แจ้งปิดระบบกดรับสิทธิ์ขอกู้สินเชื่อสู้ภัย&nbsp;COVID-19&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;ไว้ชั่วคราว&nbsp;เพื่อดำเนินการอนุมัติคำขอคงค้าง&nbsp;ซึ่งมีจำนวนมากถึงกว่าแสนรายการ&nbsp;ขณะนี้ธนาคารฯ&nbsp;ได้ดำเนินการแล้วเสร็จและจะเปิดให้ประชาชนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายตามมาตรการ&nbsp;ซึ่งมีจำนวนกว่า&nbsp;6&nbsp;ล้านคนทั่วประเทศ&nbsp;เข้าระบบลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์การยื่นกู้สินเชื่อสู้ภัย&nbsp;COVID-19&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;ได้อีกครั้ง&nbsp;ในวันนี้&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><strong>โดยมีขั้นตอนการลงทะเบียนคือ</strong>&nbsp;ขั้นตอนที่&nbsp;1&nbsp;ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;โดยระบบจะกำหนดวันที่นัดหมายให้ลูกค้าล็อกอินเข้าแอปเพื่อกดยื่นขอกู้อีกครั้ง&nbsp;ขั้นตอนที่&nbsp;2&nbsp;กดยื่นขอกู้ผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;ตามกำหนดวันที่นัดหมาย&nbsp;โดยระบบจะจัดสรรวันและช่วงเวลานัดหมายให้ลูกค้ายื่นขอกู้ได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;กำหนดโควต้าวันละ&nbsp;100,000&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อป้องกันความแออัดและข้อจำกัดกรณีมีผู้ล็อกอินเข้าทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์พร้อมกันเป็นจำนวนมาก&nbsp;โดยธนาคารฯ&nbsp;จะเริ่มจ่ายเงินกู้เข้าบัญชีลูกค้าตั้งแต่วันที่&nbsp;29&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><strong>ผู้ที่ยื่นขอกู้แล้วและอยู่ระหว่างรอผลการอนุมัติ</strong>&nbsp;ธนาคารฯ&nbsp;จะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบทาง&nbsp;SMS&nbsp;และแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;ภายในวันนี้&nbsp;และผู้ที่ทราบว่าได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้ว&nbsp;แต่ยังไม่ได้ทำสัญญากู้ยืมเงิน&nbsp;ลูกค้าสองกลุ่มนี้สามารถล็อกอินเข้าแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;เพื่อทำสัญญาฯ&nbsp;ได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><br></p><p><br></p>	26/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526121553059
202	กระบี่ประชุมคณะกรรมการบริหารงานกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.ก.)กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ครั้งที่ 2/2564 ผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล (Video Conference System)	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วานนี้&nbsp;(&nbsp;25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;พันตำรวจโท&nbsp;หม่อมหลวงกิติบดี&nbsp;ประวิตร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;มอบหมายให้นายสมชาย&nbsp;หาญภักดีปฏิมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารงานกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ&nbsp;(ก.บ.ก.)&nbsp;กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;(กระบี่&nbsp;ตรัง&nbsp;พังงา&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;ระนอง&nbsp;และสตูล)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2564&nbsp;ผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล&nbsp;(Video&nbsp;Conference&nbsp;System)&nbsp;จากห้องประชุมคอซิมบี้&nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกลุ่มจังหวัดฝั่งอันดามันเข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบสรุปผลการดำเนินงานและติดตามเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;-&nbsp;2564,ผลการพิจารณางบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำ&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน,ปฏิทินการพิจารณางบประมาณรายจ่าย&nbsp;ตามร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ&nbsp;รายจ่ายประจำ&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565,การจัดทำแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;ระยะ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2566-2570)&nbsp;และการพิจารณาให้ความเห็นชอบการโอนสินทรัพย์ที่เกิดจากงบประมาณรายจ่ายของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน,เห็นชอบการโอนเปลี่ยนแปลงโครงการและการใช้เงินเหลือจ่ายตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนแผนงานโครงการให้บรรลุวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์โควิดและขับเคลื่อนเศรษฐกิจคู่การท่องเที่ยวต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	26/5/2021	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526105133013
203	พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ติดตามตลาดจำหน่ายกระเทียมของสหกรณ์แม่สะเรียง ส่งออกออนไลน์ 1 กิโล 1 ร้อย เพิ่มมูลค่าเป็นกระเทียมผง และแคปซูล	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางศุภมิตร&nbsp;เต็งเผ่&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้นางทัศนีย์&nbsp;กองแดง&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้าและ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการตลาดและการจำหน่ายกระเทียมสหกรณ์การเกษตรแม่สะเรียง&nbsp;จำกัด&nbsp;ซึ่งเข้าร่วมการจำหน่ายกระเทียมออนไลน์&nbsp;""1&nbsp;คน&nbsp;1&nbsp;กิโล&nbsp;""&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;เน้นการจำหน่ายคัดคุณภาพทุกหัว&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;สหกรณ์&nbsp;ได้เพิ่มมูลค่าด้านการตลาดกระเทียม&nbsp;เน้นการจำหน่าย&nbsp;กระเทียมที่มีคุณภาพดังนี้&nbsp;1.พัฒนาปรับปรุงคุณภาพ&nbsp;กระเทียมมัดจุกทำความสะอาดตัดราก&nbsp;และกระเทียมตัดลอนบรรจถุงตาข่าย&nbsp;เพื่อจำหน่ายยังตลาดปลายทาง&nbsp;พร้อมทั้งยังจำหน่ายทางออนไลน์&nbsp;กระเทียมออนไลน์&nbsp;""1&nbsp;คน&nbsp;1&nbsp;กิโล""&nbsp;ร่วมกับสำนักงานฯ&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;&nbsp;แปรรูปเป็นกระเทียมผงบรรจุขวดขนาด&nbsp;50&nbsp;กรัมราคา&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;กระเทียมผง&nbsp;บรรจุแคปซูลขนาด&nbsp;100&nbsp;เม็ด&nbsp;ราคา&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;โดยชูลักษณะพิเศษของกระเทียมเมืองแม่สะเรียงที่มีความเฉพาะตัวกระเทียมจะมีสีม่วงชัดเจน&nbsp;มาจากสารอัลลิเนสเอนไซม์&nbsp;และการปลูกที่มีช่วงเวลากลางวันยาวนานกว่ากลางคืน&nbsp;จะทำให้คุณสมบัติของกระเทียมมีกลิ่นฉุน&nbsp;ให้ความเผ็ดร้อนมากกว่ากระเทียมพื้นที่อื่น&nbsp;ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการขอใช้เครื่องหมาย&nbsp;อย.&nbsp;และเครื่องหมายรับรอง&nbsp;ฮาลาล&nbsp;ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่&nbsp;สหกรณ์การเกษตรแม่สะเรียง&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;053-681941&nbsp;เฟซบุ๊ก&nbsp;สหกรณ์การเกษตรแม่สะเรียง&nbsp;จำกัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	26/5/2021	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526105416014
204	กรมการค้าต่างประเทศ ยืนยันวิธีการมอบให้สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยจัดหาข้าวและส่งมอบภายใต้สัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ไม่ใช่เรื่องใหม่ 	<p><strong>นายกีรติ&nbsp;รัชโน&nbsp;อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ</strong>&nbsp;ชี้แจงประเด็นข้อวิจารณ์การเรียกเก็บค่าการบริหารจัดการ&nbsp;จากผู้ส่งออกข้าวไทย&nbsp;ว่า&nbsp;วิธีการจัดหาข้าวและส่งมอบภายใต้สัญญา&nbsp;G&nbsp;to&nbsp;G&nbsp;ในปัจจุบันโดยรัฐบาลมอบสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยดำเนินการไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่&nbsp;และเป็นสิ่งที่ได้ดำเนินการมาหลายรัฐบาลที่มีการขายข้าว&nbsp;G&nbsp;to&nbsp;G&nbsp;มากว่า&nbsp;20&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติในการเจรจาและการทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ</p><p><strong>โดยมติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว&nbsp;(นบข.)</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย&nbsp;ปรับปรุงหรือจัดหาข้าวส่งมอบให้แก่รัฐบาลประเทศผู้ซื้อตามสัญญา&nbsp;G&nbsp;to&nbsp;G&nbsp;โดยให้กรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;ทำข้อตกลงความร่วมมือกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย&nbsp;ตามแบบข้อตกลงที่ผ่านการพิจารณาจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว&nbsp;สำหรับการเรียกเก็บค่าบริหารจัดการตันละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;จากสมาชิกสมาคมฯนั้น&nbsp;เป็นเรื่องภายในของสมาคมฯดำเนินการ&nbsp;ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งสมาคมฯได้ดำเนินการชี้แจงรายละเอียดผ่านสื่อแล้ว</p><p><br></p><p><br></p>	26/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526123313079
205	การค้าอำเภอสังขละบุรีกลับมากระเตื้องอีกครั้ง จากมาตรการเยียวยาผลกระทบโควิด-19	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การค้าขายในอำเภอสังขละบุรี&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรีเริ่มกลับมากระเตื้องอีกครั้ง&nbsp;เนื่องจากมาตรการเยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;โครงการเราชนะ&nbsp;และโครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;ที่ได้เริ่มโอนเงินให้ประชาชนได้จับจ่ายใช้สอยตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;และ&nbsp;24&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวดาริกา&nbsp;สร้อยทอง&nbsp;หนึ่งในแม่ค้าร้านขายเนื้อหมูตลาดสดสังขละบุรีที่เข้าร่วมโครง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ลูกค้าเริ่มกลับมาแล้วในช่วง&nbsp;2-3&nbsp;วัน&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;หลังจากซบเซาไปช่วงหนึ่ง&nbsp;โดยลูกค้าที่กลับมามีการใช้จ่ายเยอะขึ้น&nbsp;วงเงินสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งส่วนหนึ่งจะซื้อสินค้าที่นำไปกักตุนได้&nbsp;เช่น&nbsp;อาหารแห้ง&nbsp;ซึ่งตนดีใจที่มีโครงการการนี้ต่อ&nbsp;เพราะลูกค้าบางคนรอเงินจากโครงการนี้จึงมาจับจ่ายใช้สอยจากที่ไม่กล้านำเงินที่มีมาใช้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการเราชนะ&nbsp;และโครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;จะได้รับเงินไปใช้จ่ายเพิ่มเติมคนละ&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;สามารถใช้ได้ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ร้านธงฟ้าประชารัฐ&nbsp;และร้านค้ารวมถึงขนส่งสาธารณะที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ในส่วนอำเภอสังขละบุรีมีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกว่า&nbsp;400&nbsp;ร้าน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	26/5/2021	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สวท.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526142139143
206	จังหวัดชลบุรี  รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตรวจเยี่ยมเรือสินค้า MSC Amsterdam แก้ตู้สินค้าส่งออกขาดแคลน	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ตรวจเยี่ยมเรือสินค้า&nbsp;MSC&nbsp;Amsterdam&nbsp;และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนตู้สินค้า&nbsp;ณ&nbsp;ท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;อําเภอศรีราชา&nbsp;จังหวัดชลบุรี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สถานการการส่งออกของไทย&nbsp;โดยเฉพาะในปี&nbsp;2564&nbsp;ตัวขับเคลื่อนสำคัญคือการส่งออกและต้นปีนี้การส่งออกก็เป็นบวก&nbsp;เดือนมีนาคมเป็นบวกถึง&nbsp;8.47%&nbsp;และเดือนเมษายนบวกถึง&nbsp;13.09%&nbsp;และยังมีแนวโน้มที่ดีขึ้น&nbsp;การส่งออกเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;การแก้ปัญหาการส่งออกจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ&nbsp;การส่งออกประกอบด้วย&nbsp;การขนสินค้าทางบก&nbsp;ทางอากาศและทางเรือ&nbsp;การขนส่งสินค้าทางเรือมีประเด็นปัญหาคือตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสินค้าเพื่อลงเรือส่งออกขาดแคลนเนื่องจากก่อนเกิดสถานการณ์โควิดมีการส่งสินค้าไปสหรัฐและสหภาพยุโรปจำนวนมากแต่ส่งสินค้ากลับมาน้อย&nbsp;ตู้ไปค้างอยู่ที่สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป&nbsp;แต่ประเทศจีนมีศักยภาพสามารถนำตู้ไปใช้ในการส่งออกได้มาก&nbsp;สำหรับประเทศไทยเมื่อผมได้ประชุม&nbsp;กรอ.พาณิชย์&nbsp;การท่าเรือร่วมกับภาคเอกชนมาโดยใกล้ชิดได้ข้อสรุปว่าจากนี้ไปเราจะแก้ปัญหาโดยจะเปิดโอกาสให้เรือขนาดใหญ่เข้ามาแหลมฉบังให้เรือขนาด&nbsp;300-400&nbsp;เมตรเข้ามาเทียบท่าได้จะช่วยให้&nbsp;เราสามารถไปปลายทางได้เลยช่วยลดต้นทุนสามารถขนตู้เปล่าและตู้ที่มีสินค้าเข้ามา&nbsp;จะมีตู้เปล่าที่ส่งสินค้าออกได้มากขึ้น&nbsp;หลังจากที่ตนเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้การท่าเรือแก้ประกาศจับประกาศใหม่อนุญาตให้เรือ&nbsp;300-400&nbsp;เมตร&nbsp;เข้าเทียบท่าได้&nbsp;มีมาหลายลำแล้วตั้งแต่วันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;และ&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;20&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;และวันที่&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;เป็นลำใหญ่ขนาด&nbsp;399&nbsp;เมตร&nbsp;สามารถบรรทุกตู้เข้ามาได้ประมาณ&nbsp;12,000&nbsp;ตู้&nbsp;และวันนี้เรือสินค้า&nbsp;MSC&nbsp;Amsterdam&nbsp;ขนาด&nbsp;399&nbsp;เมตร&nbsp;สามารถบรรทุกตู้เปล่าเข้ามาได้ประมาณ&nbsp;4,000&nbsp;ตู้&nbsp;สามารถบรรจุสินค้าลงไปได้ประมาณ&nbsp;80,000&nbsp;ตัน&nbsp;คิดเป็นมูลค่าสินค้าที่ส่งออกประมาณ&nbsp;6,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และยังมีอีกสองลำที่จะเข้ามาวันที่&nbsp;2&nbsp;มิถุนายน&nbsp;395&nbsp;เมตรและ&nbsp;19&nbsp;มิถุนายน&nbsp;398&nbsp;เมตร</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;""&nbsp;รวมแล้วทั้งหมดจะเป็น&nbsp;7&nbsp;ลำ&nbsp;สามารถบรรทุกตู้เปล่าเข้ามาประมาณ&nbsp;23,000&nbsp;ตู้&nbsp;สามารถขนสินค้าออกไปได้ประมาณ&nbsp;458,000&nbsp;ตัน&nbsp;รวมมูลค่าให้การส่งออกเพิ่มขึ้นจากการได้ตู้เปล่าประมาณ&nbsp;35,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;คือผลที่เป็นรูปธรรมจากการร่วมกันแก้ปัญหาระหว่างกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ภาคเอกชนและกรมเจ้าท่า</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะนี้ตู้เริ่มเข้าสู่สภาวะสมดุลความต้องการใช้ตู้เปล่าเดือนหนึ่งประมาณ&nbsp;128,000&nbsp;ตู้&nbsp;เรามีตู้ประมาณ&nbsp;130,000&nbsp;ตู้&nbsp;เริ่มเข้าสู่สภาวะสมดุลแล้ว&nbsp;แต่ต้องติดตามสถานการณ์และกรมเจ้าท่าต้องอำนวยความสะดวกโดยเร็วที่สุด&nbsp;เปิดโอกาสให้เรือขนาดใหญ่เอาตู้เปล่าเข้ามาและเราส่งสินค้าออกไปได้มากขึ้นจะช่วยให้ตัวเลขส่งออกของเราเป็นบวกได้ต่อและจะเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผมเชื่อว่าศักยภาพการส่งออกสินค้าไทยไปต่างประเทศยังมีเพิ่มขึ้น&nbsp;ภาคเอกชนสายการเดินเรือต้องเข้ามาช่วยในการจัดหาตู้และกรมเจ้าท่าต้องอนุญาตโดยเร็วในการดำเนินการ&nbsp;และได้มีประกาศใหม่ให้ใบอนุญาตสำหรับเรือขนตู้ขนาด&nbsp;300-400&nbsp;เมตรภายในเวลา&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;แต่ตนจะไปเจรจาว่าทำไมไม่เป็นตลอดไปเพราะการส่งออกยังเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญ&nbsp;หากจำเป็นต้องปรับปรุงร่องน้ำหรือปรับปรุงอุปกรณ์อำนวยความสะดวก&nbsp;ก็จะต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อแลกกับตัวเลขการส่งออกที่นำรายได้เข้าประเทศตนเชื่อว่าคุ้มแน่นอน&nbsp;""&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บัณฑิต&nbsp;มันปาฏิ....ภาพ/ข่าว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>"	26/5/2021	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526182530211
207	กระทรวงพลังงานเร่งเดินหน้าแผนพลังงานแห่งชาติ เน้นพลังงานสะอาด สร้างชาติ สร้างเศรษฐกิจ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายกุลิศ&nbsp;สมบัติศิริ&nbsp;ปลัดกระทรวงพลังงาน</strong>&nbsp;ชี้แจงความก้าวหน้าการจัดทำแผนพลังงานแห่งชาติว่า&nbsp;ตามที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ได้มีมติเห็นชอบกรอบแผนพลังงานแห่งชาติ&nbsp;(National&nbsp;Energy&nbsp;Plan)&nbsp;และให้&nbsp;กระทรวงพลังงาน&nbsp;จัดทำรายละเอียดเพื่อเสนอต่อ&nbsp;กบง.&nbsp;นั้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะนี้&nbsp;กระทรวงพลังงาน&nbsp;โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน&nbsp;(สนพ.)&nbsp;อยู่ระหว่างเร่งยกร่างรายละเอียดแผนพลังงานแห่งชาติ&nbsp;ที่สอดคล้องกับแนวทางมุ่งไปสู่พลังงานสะอาดที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ&nbsp;ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางการพัฒนาพลังงานที่สำคัญ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้านไฟฟ้า&nbsp;</strong>เน้นการเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนและพลังงานสะอาด&nbsp;ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;พัฒนาและยกระดับเทคโนโลยีระบบไฟฟ้า&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้านก๊าซธรรมชาติ&nbsp;</strong>จะเน้นการเปิดเสรีและการจัดหาเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับระบบพลังงานประเทศ&nbsp;ซึ่งกระทรวงพลังงาน&nbsp;จะต้องวางแผนสร้างสมดุลระหว่างการจัดหาในประเทศและการนำเข้า&nbsp;LNG&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้านน้ำมัน</strong>&nbsp;ยังคงเป็นเชื้อเพลิงหลักของประเทศในปัจจุบัน&nbsp;แต่จะได้รับผลกระทบจากการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่ขยายตัวขึ้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้านพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;</strong>จะมีการปรับเป้าหมายการผลิตและการใช้พลังงานทดแทน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;หาก&nbsp;สนพ.&nbsp;จัดทำรายละเอียดการดำเนินการแล้วเสร็จ</strong>&nbsp;กระทรวงพลังงานจะเร่งนำเสนอ&nbsp;กบง.&nbsp;และคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ&nbsp;(กพช.)&nbsp;ให้ความเห็นชอบก่อนให้&nbsp;สนพ.&nbsp;เปิดรับฟังความคิดเห็นถึงแนวทางการขับเคลื่อนกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเพื่อให้การขับเคลื่อนแผนพลังงานแห่งชาติได้รับข้อเสนอแนะอย่างรอบด้านและเป็นทิศทางการพัฒนาร่วมกันของทุกฝ่ายในประเทศ</p>	27/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527162419566
208	อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยโควิด-19 กระทบความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจ ส่งผลยื่นขอจดทะเบียนบริษัทตัเงใหม่เดือนเมษายนลดลงร้อยละ 32	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายทศพล&nbsp;ทังสุบุตร&nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;</strong>เปิดเผยการจดทะเบียนธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจำเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;ว่า&nbsp;มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศจำนวน&nbsp;5,972&nbsp;รายลดลงร้อยละ&nbsp;32&nbsp;เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน&nbsp;20,697&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด&nbsp;3&nbsp;อันดับแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป&nbsp;รองลงมา&nbsp;คือ&nbsp;ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์&nbsp;และธุรกิจในภัตตาคาร-ร้านอาหาร&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ส่วนธุรกิจเลิกประกอบกิจการ&nbsp;เดือนเมษายนมี&nbsp;612&nbsp;ราย</strong>&nbsp;มูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน&nbsp;5,162&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเลิกกิจการในช่วง&nbsp;5&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การลดลงของจำนวนการจดทะเบียนนิติบุคคลจัดตั้งใหม่ในเดือนเมษายน&nbsp;อาจมีผลมาจากการระบาดของโควิด-19&nbsp;ที่ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจลดลง&nbsp;และ&nbsp;เมื่อพิจารณาการลดลงของจำนวนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในแต่ละภาคธุรกิจพบว่าส่วนใหญ่มีแนวโน้มลดลงเช่นเดียวกัน&nbsp;โดยธุรกิจที่มีจำนวนการจดทะเบียนจัดตั้งลดลงมากที่สุด&nbsp;อาทิ&nbsp;ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป,&nbsp;ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์&nbsp;แลพธุรกิจขายปลีกสินค้าอื่นๆในร้านค้าทั่วไป&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ส่งผลให้ยอดรวมธุรกิจตั้งใหม่ในช่วง&nbsp;4&nbsp;เดือนของปี&nbsp;2564&nbsp;มีจำนวน&nbsp;29,361&nbsp;ราย&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;25&nbsp;ทุนจดทะเบียน&nbsp;90,772.57&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;13&nbsp;ส่วนธุรกิจเลิกกิจการ&nbsp;3,090&nbsp;ราย&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;22&nbsp;ทุนจดทะเบียน&nbsp;24,990&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;37&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;กรมฯ&nbsp;มั่นใจว่า&nbsp;แผนการกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ที่ปัจจุบันมีความชัดเจนมากขึ้น&nbsp;และจะเริ่มฉีดวัคซีนให้กับบุคคลกลุ่มเสี่ยงสูง&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;และประชาชนทั่วไป&nbsp;ที่จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;จะส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในครึ่งปีหลังฟื้นตัวขึ้น&nbsp;และจะทำให้มีการจดตั้งธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย&nbsp;โดยกรมฯ&nbsp;ได้ปรับประมาณการเป้าหมายทั้งปีใหม่จากเดิม&nbsp;64,000-65,000&nbsp;เพิ่มเป็น&nbsp;67,000-69,000&nbsp;ราย</p>	27/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527161922560
209	สํานักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเบตงติดตามกลุ่มขนมอบออนไลน์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่บ้านยะรม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลยะรม&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;นายประเทือง&nbsp;ทองกิ้ม&nbsp;พัฒนาการอำเภอเบตง&nbsp;มอบหมายนางสาวการุณี&nbsp;มีทอง&nbsp;พัฒนากรประจำตำบลยะรม&nbsp;และนายอัมพูวัน&nbsp;เวาะมะ&nbsp;นักพัฒนารัฐบาลดิจิทัล&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามโครงการที่ได้รับการอนุมัติขอรับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีของอำเภอเบตง&nbsp;ประเภทเงินทุนหมุนเวียน&nbsp;(เงินกู้)&nbsp;ของกลุ่มขนมอบออนไลน์&nbsp;ได้รับเงินสนับสนุนจำนวน&nbsp;120,000&nbsp;บาท&nbsp;ในการผลิตขนมอบ&nbsp;เช่น&nbsp;ขนมปังอบไส้ต่างๆ&nbsp;ขนมโรตียาลอ&nbsp;ขนมกลีบลำดวน&nbsp;ขนมกระหรี่บั๊บ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อการประกอบอาชีพ&nbsp;การสร้างงาน&nbsp;การสร้างรายได้แก่กลุ่มขนมอบออนไลน์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;พัฒนากรประจำตำบล&nbsp;แนะนำการเพิ่มไส้ของขนมต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ไส้ชาไท&nbsp;ไส้ชาเขียว&nbsp;ไส้ช็อคโกแลต&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และการผลิตสติกเกอร์ขนมให้มีความทันสมัย&nbsp;มีลักษณะโดดเด่น&nbsp;สะดุดตาต่อกลุ่มผู้บริโภคต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	27/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527150527483
210	อพท.7 ประสานพลัง 6 ภาคีสำคัญ ลงนามความร่วมมือพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี จ.สุพรรณบุรี	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้(27&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ประธานคณะกรรมการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์สุพรรณบุรี&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ในจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;โดย&nbsp;สำนักงานพื้นที่พิเศษ&nbsp;7&nbsp;(เมืองโบราณอู่ทอง)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรีจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เดินหน้าสู่เวทีเครือข่ายเมืองดนตรีแห่งองค์การยูเนสโก&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมขุนแผน&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สมจินต์&nbsp;ชาญกระบี่&nbsp;ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษ&nbsp;7&nbsp;ในฐานะคณะกรรมการและเลขานุการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์สุพรรณบุรี&nbsp;ได้บูรณาการความร่วมมือหลายภาคส่วนราชการในจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง&nbsp;(MOU)&nbsp;ว่าด้วยการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรีจังหวัดสุพรรณบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยได้รับเกียรติจากผู้แทนส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ในจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายบุญชู&nbsp;จันทร์สุวรรณ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.พิศิษฐ์&nbsp;พลธนะ&nbsp;ผู้อํานวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสุพรรณบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสรวีย์&nbsp;ดอกกุหลาบ&nbsp;ผู้อํานวยการโรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูลจังหวัดสุพรรณบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางวราภรณ์&nbsp;เมฆขาว&nbsp;ผู้อํานวยการศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;ดร.สมจินต์&nbsp;ชาญกระบี่&nbsp;ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษ&nbsp;7</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะนี้&nbsp;อพท.7&nbsp;ได้ร่วมขับเคลื่อนการประสาน&nbsp;ส่งเสริม&nbsp;และสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;และเครือข่ายทางดนตรีอย่างเต็มที่&nbsp;เพื่อให้โครงการเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรีจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;สำเร็จลุล่วงตามนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองดนตรีจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;โดยบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะช่วยส่งเสริม&nbsp;พัฒนาองค์ความรู้&nbsp;การเรียนการสอนให้กับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ&nbsp;(children&nbsp;with&nbsp;special&nbsp;needs)&nbsp;ได้มีพัฒนาการที่ดีและสร้างสรรค์&nbsp;อันจะนำไปสู่การเป็นเมืองแห่งความสุข&nbsp;(City&nbsp;of&nbsp;Happiness)&nbsp;ของจังหวัดสุพรรณบุรีในอนาคตต่อไป</p>	27/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527162843570
211	นครพนมร่วมกิจกรรม จิตอาสา ทำความสะอาด สวนหลวง ร.9 	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(27&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;จิตอาสากู้ภัยศรีสัตตนครพนม&nbsp;ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองนครพนม&nbsp;ร่วมกิจกรรมจิตอาสาทำความสะอาด&nbsp;สวนหลวง&nbsp;ร.9&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานจิตอาสา&nbsp;เช่น&nbsp;เทศบาลเมืองนครพนม&nbsp;ทหารเรือตามลำแม่น้ำโขง&nbsp;นรข.&nbsp;และชมรมนกเป็ดน้ำร่วมด้วยช่วยกัน&nbsp;ตั้งปณิภาณทำความดีด้วยหัวใจ&nbsp;และจะทำต่อไปอีกหลายพื้นที่ในจังหวัดนครพนม&nbsp;เพื่อสืบสานปฏิธาณ&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;ในหลวงรัชกาลที่&nbsp;10&nbsp;ที่มีต่อพ่อหลวง&nbsp;ร.9&nbsp;ตลอดไปและขยายผลไปทุกที่&nbsp;ที่มีโอกาส&nbsp;พร้อมเชิญชวนทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;สถานบริการ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;มาเป็นจิตอาสา&nbsp;ทำให้จังหวัดนครพนม&nbsp;สมกับเป็นเมืองศักดิ์สิทธิที่สุด&nbsp;สวยที่สุด&nbsp;งามที่สุด&nbsp;ที่จังหวัดนครพนม&nbsp;เมื่อการระบาดโรคโควิด-19&nbsp;หมดไป&nbsp;การท่องเที่ยวก็จะกลับมาทำให้เมืองนครพนมมากไปด้วยนักท่องเที่ยวอีกเช่นเคย&nbsp;เป็นการเตรียมความพร้อมตลอดเวลา&nbsp;และเป็นการป้องกันการระบาดโรคโควิด-19&nbsp;ที่ทำให้บ้านเมืองสะอาดปราศจากเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	27/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527175938604
212	จังหวัดสุรินทร์ตรวจสอบปริมาณและมูลค่าข้าวของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 3 ราย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุทธิศักดิ์&nbsp;พรหมบุตร&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ร่วมกับคณะทำงานตรวจสอบเอกสารและสต๊อกข้าวตามโครงการชดเชยดอกเบี้ยแก่ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2563/64&nbsp;ครั้งที่&nbsp;7/2564&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฯ&nbsp;ได้ตรวจสอบปริมาณและมูลค่าข้าวของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งมีตั๋วสัญญาใช้เงินรวม&nbsp;9&nbsp;ฉบับ&nbsp;มูลค่า&nbsp;78.2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ปริมาณข้าวเปลือกและข้าวสารรวมทั้งสิ้น&nbsp;8,400&nbsp;ตัน&nbsp;ผลการตรวจสอบของผู้ประกอบการทั้ง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ดำรงสต๊อกข้าวครอบคลุมตามมูลค่าตั๋วสัญญาใช้เงินที่ขอยื่นเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ดังกล่าว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	28/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528094452697
213	ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้แจงสภาฯ เหตุออก พ.ร.ก. ฟื้นฟูฯ 3.5 แสนล้านบาท ช่วยผู้ประกอบการ ย้ำจำเป็นเร่งด่วนหวังบรรเทาความเดือดร้อน 	<p><strong>นายเศรษฐพุฒิ&nbsp;สุทธิวาทนฤพุฒิ&nbsp;ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธปท.)&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;วานนี้&nbsp;(27&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า&nbsp;พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;(พ.ร.ก.&nbsp;ฟื้นฟูฯ)&nbsp;จะช่วยเติมเต็มความช่วยเหลือให้กับธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;โดยกลไกของมาตรการช่วยเหลือตาม&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;นี้&nbsp;ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจได้จริง&nbsp;สอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;ผ่านการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน&nbsp;โดย&nbsp;ธปท.&nbsp;ยังคงทำงานร่วมกับสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อเร่งผลักดันให้ธุรกิจได้รับความช่วยเหลือมากขึ้นและทันการณ์</p><p>โดยมาตรการทางการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องแก่ภาคธุรกิจ&nbsp;ภายใต้&nbsp;พ.ร.ก.ซอฟต์โลน&nbsp;ที่ออกมาก่อนหน้านี้&nbsp;เน้นเยียวยาระยะสั้นและเร่งด่วน&nbsp;เพราะประเมินว่าสถานการณ์ระบาดแม้จะส่งผลรุนแรง&nbsp;แต่จะคลี่คลายได้ในระยะเวลาไม่นาน&nbsp;แต่สถานการณ์ปัจจุบันยังมีความไม่แน่นอนสูง&nbsp;มาตรการเดิมที่มีอยู่จึงยังไม่เพียงพอ&nbsp;รวมทั้งการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขใน&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;ซอฟต์โลนเดิม&nbsp;ให้รองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปทำได้ยากและใช้เวลานาน<strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>ธปท.&nbsp;และกระทรวงการคลัง&nbsp;</strong>เห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการออก&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;ฟื้นฟูฯ&nbsp;นี้&nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือธุรกิจ&nbsp;SMEs&nbsp;ต่อเนื่องจาก&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;ซอฟต์โลนฉบับเดิม&nbsp;พร้อมปรับปรุงเงื่อนไขต่างๆ&nbsp;ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ช่วยเหลือลูกหนี้ได้มากขึ้น&nbsp;รวมทั้งมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขเพื่อรองรับตามสถานการณ์ในระยะข้างหน้าหากจำเป็น&nbsp;ประกอบด้วยมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูวงเงิน&nbsp;250,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อเติมสภาพคล่องใหม่และโครงการพักทรัพย์&nbsp;พักหนี้&nbsp;วงเงิน&nbsp;100,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อปลดภาระหนี้ให้กับลูกหนี้ที่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกัน</p><p><strong>ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;วงเงิน&nbsp;350,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;ฟื้นฟูฉบับนี้&nbsp;ไม่ได้เป็นการกู้เงินของรัฐบาล&nbsp;และไม่ได้เป็นหนี้สาธารณะ&nbsp;แต่เป็น&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;ที่ให้อำนาจ&nbsp;ธปท.&nbsp;เป็นการชั่วคราว&nbsp;ให้สามารถบริหารจัดการสภาพคล่องในระบบการเงินและระบบเศรษฐกิจ&nbsp;ให้กระจายตัวไปยังผู้ที่ต้องการได้ตรงจุดมากขึ้น&nbsp;เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;ธปท.&nbsp;จะได้รับสภาพคล่องเหล่านั้นกลับคืนมา&nbsp;ส่วนที่รัฐบาลรับภาระจะมีเฉพาะดอกเบี้ยในช่วง&nbsp;6&nbsp;เดือนแรก&nbsp;และความเสียหายที่ร่วมรับภาระกับสถาบันการเงินผ่านกลไก&nbsp;บสย.&nbsp;ในกรณีที่ลูกหนี้กลายเป็นหนี้เสีย&nbsp;จึงเป็นการออกแบบกลไกเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของลูกหนี้ให้ได้มากที่สุด&nbsp;โดยไม่สร้างภาระการคลังให้กับรัฐบาลมากจนเกินควร</p><p><br></p><p><br></p>	28/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528121119823
214	พาณิชย์ลำปาง ส่งมอบผลผลิตสับปะรดล็อตแรกสู่ผู้บริโภค ช่วยเหลือเกษตรกรช่วงโควิด-19	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางศรีสุรางค์&nbsp;หล้าส่องสี&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;ดำเนินการส่งมอบผลผลิตสับปะรดจากเกษตรกรชาวไร่สับปะรด&nbsp;ตำบลบ้านเสด็จ&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;(เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ผู้ปลูกสับปะรดจังหวัดลำปาง)&nbsp;ล็อตแรกจำนวน&nbsp;52&nbsp;ลูก&nbsp;ประมาณ&nbsp;150&nbsp;กว่ากิโลกรัม&nbsp;(ราคาจำหน่าย&nbsp;20&nbsp;บาท/ลูก&nbsp;ขนาด&nbsp;2-3&nbsp;กิโลกรัม/ลูก)&nbsp;ให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในจังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมจะดำเนินการเชื่อมโยงกระจายผลผลิตอย่างต่อเนื่องต่อไปตลอดฤดูกาล&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;จึงเชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนเกษตรกรชาวไร่สับปะรดบ้านเสด็จ&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบการจำหน่ายผลผลิตจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	28/5/2021	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528112301772
215	ผู้ว่าฯ ตรัง  ลงพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อมในการโอนเปลี่ยนแปลงโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 และการดำเนินโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อมในการโอนเปลี่ยนแปลงโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;และการดำเนินโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;1.โครงการปรับปรุงผิวจราจรถนนแบบพาราแอสฟัลท์คอนกรีตแยกทางหลวง&nbsp;4235&nbsp;บ้านหินคอกควาย&nbsp;ตำบลบ้านนา&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;2.โครงการปรับปรุงผิวจราจรถนนพาราแอสฟัลท์คอนกรีต&nbsp;สายทาง&nbsp;ตง.ก&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;0016&nbsp;สายบ้านทุ่งเกาะยวน&nbsp;-&nbsp;บ้านโคกทรายเหนือ&nbsp;ตำบลหนองบ่อ&nbsp;-&nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;เป็นเพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;ภายใต้แผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน&nbsp;โดยการส่งเสริมตลาดสำหรับผลผลิต&nbsp;และผลิตภัณฑ์ของธุรกิจชุมชนที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวหรือภาคบริการอื่น&nbsp;การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในชุมชน&nbsp;การจัดหาปัจจัยการผลิตและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและชุมชน&nbsp;รวมทั้งการสร้างการเข้าถึงช่องทางการตลาดพร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานคุณภาพและมูลค่าเพิ่มของสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและชุมชน&nbsp;ที่มาจากความต้องการของพื้นที่&nbsp;(Bottom-up)&nbsp;และผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;ด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	28/5/2021	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528112422773
216	กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ  เดินหน้านโยบาย ตลาดนำการผลิต เสริมแกร่งผู้ประกอบการไทย จัดกิจกรรมจับคู่นวัตกรรมยกระดับสินค้า 	<p><strong>นายสมเด็จ&nbsp;สุสมบูรณ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมฯ&nbsp;ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(สกสว.)&nbsp;และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ&nbsp;(บพข.)&nbsp;ภายใต้การกำกับของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ&nbsp;(สอวช.)&nbsp;จัดกิจกรรมส่งเสริมและต่อยอดนวัตกรรมสู่การค้าระหว่างประเทศ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;เพื่อเสริมแกร่งให้กับผู้ประกอบการไทยได้มีการจับคู่นำงานวิจัย&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;และความคิดสร้างสรรค์&nbsp;มาใช้ยกระดับสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและเพิ่มโอกาสในการส่งออกทำรายได้เข้าประเทศ&nbsp;ตามยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต</p><p><strong>สำหรับการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว</strong>&nbsp;จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีความต้องการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด&nbsp;ยกระดับคุณภาพสินค้าให้ดียิ่งขึ้นด้วยการนำการวิจัย&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;โดยความร่วมมือจากหน่วยงานนวัตกรรมของภาครัฐที่จะมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาศักยภาพสินค้าตั้งแต่ต้นทางจนถึงสินค้าต้นแบบสำเร็จ&nbsp;โดยปีนี้ตั้งเป้ารับสมัครผู้ประกอบการจำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อเข้าร่วมการพัฒนาสินค้า&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้กรมฯ&nbsp;ยังได้จัดทำแบบสำรวจความต้องการในการพัฒนาสินค้า&nbsp;</strong>ด้วยการวิจัย&nbsp;&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;และความต้องการของตลาด&nbsp;เพื่อรวบรวมความคิดเห็นและความต้องการในการพัฒนาสินค้าของผู้ประกอบการโดยจะสรุปผลการสำรวจความต้องการดังกล่าว&nbsp;เพื่อจัดหานักวิจัย&nbsp;ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเข้าร่วมให้คำแนะนำให้ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ</p><p><br></p><p><br></p>	28/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528120409814
217	รมว.คลังแจง พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 และฟื้นฟูเศรษฐกิจ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;ชี้แจงเกี่ยวกับ&nbsp;พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;(พ.ร.ก.กู้เงินช่วยโควิด-19&nbsp;ฉบับที่&nbsp;2)&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;5&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;โดยเน้นการใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์&nbsp;3&nbsp;แผนงาน&nbsp;แต่กรณีที่จำเป็นสามารถปรับกรอบวงเงินภายใต้&nbsp;3&nbsp;แผนงานได้&nbsp;เพื่อให้ได้ตามวัตถุประสงค์และเพื่อเข้าไปเสริมกับ&nbsp;พ.ร.ก.กู้เงินช่วยโควิด-19&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2563&nbsp;จำนวน&nbsp;1.9&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;(ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;2563)&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แผนงานการใช้วงเงินกู้ตาม&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;กู้เงินช่วยโควิด-19&nbsp;ฉบับที่&nbsp;2&nbsp;มีดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;แผนงานเพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;30,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อใช้จ่ายเกี่ยวกับการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;เพื่อช่วยเหลือ&nbsp;เยียวยา&nbsp;และชดเชย&nbsp;ให้แก่ประชาชนทุกสาขาอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;วงเงิน&nbsp;300,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;วงเงิน&nbsp;170,000&nbsp;ล้านบาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่า&nbsp;จากสถานการณ์โรคโควิด-19&nbsp;ที่แพร่กระจายและรุนแรง&nbsp;รัฐบาลจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องเตรียมงบประมาณเพิ่มเติม&nbsp;หรือเสริมเข้าไปกับ&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;กู้เงินช่วยโควิด-19&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;เพื่อรองรับผลกระทบจากการระบาดระลอกใหม่&nbsp;เนื่องจากแหล่งเงินงบประมาณที่นำมาใช้แก้ปัญหามีจำกัดและไม่เพียงพอจากการระบาดระลอกใหม่นี้&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;กู้เงินช่วยโควิด-19&nbsp;ฉบับที่&nbsp;2&nbsp;อีก&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;แสนล้านบาทนี้จะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยในปี&nbsp;2564&nbsp;และปี&nbsp;2565&nbsp;ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก&nbsp;1.5%&nbsp;จากที่ประมาณการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวอยู่ในช่วง&nbsp;1.5-2.5%&nbsp;ต่างจากปีที่แล้ว&nbsp;ซึ่งได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะติดลบที่-8%&nbsp;แต่เมื่อมีมาตรการต่างๆ&nbsp;มาช่วยเหลือภาคธุรกิจ&nbsp;เช่น&nbsp;เงินกู้&nbsp;Soft&nbsp;Loan&nbsp;ทำให้เศรษฐกิจไทย&nbsp;ติดลบน้อยลงจาก-8%&nbsp;เป็น-6%&nbsp;ซึ่งในปีนี้&nbsp;และปีหน้า&nbsp;เมื่อมีเงินก้อนนี้มาใช้ในการดำเนินการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ก็จะน่าจะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ดีขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยืนยันว่าการกู้เงินครั้งนี้รัฐบาลมีการดำเนินการอย่างระมัดระวังไม่ให้เกินกรอบเพดานหนี้สาธารณะที่กำหนดไว้&nbsp;โดยคาดการณ์ว่าเมื่อกู้เต็มวงเงินในเดือนกันยายน&nbsp;2564&nbsp;หนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะอยู่ที่&nbsp;58.56%&nbsp;ต่อจีดีพี&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2563&nbsp;รัฐบาลได้ออก&nbsp;พ.ร.ก.กู้เงิน&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;1.9&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;การเยียวยาฟื้นฟูและด้านสาธารณสุขจำนวน&nbsp;1&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;และอีก&nbsp;9&nbsp;แสนล้านบาทเข้ามาช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว&nbsp;มีผลตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;พ.ค.&nbsp;2564&nbsp;โดยใจความสำคัญเพื่อประโยชน์&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จากการระบาดของโควิด-19&nbsp;ที่ยังไม่ยุติลง&nbsp;โดยให้กระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศ&nbsp;หรือออกตราสารหนี้ในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย&nbsp;มีมูลค่ารวมกันไม่เกิน&nbsp;500,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยต้องลงนาม&nbsp;ในสัญญากู้เงิน&nbsp;หรือออกตราสารหนี้&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;2564</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	28/5/2021	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528135904852
218	พาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชน Lot 11 ช่วยเหลือร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 	<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;</strong>เปิดเผยภายหลังการเปิดตัวโครงการ&nbsp;พาณิชย์ลดราคา!&nbsp;ช่วยประชาชน&nbsp;Lot&nbsp;11&nbsp;(Food&nbsp;Delivery)&nbsp;ว่า&nbsp;&nbsp;ได้ประชุมร่วมกับแพลตฟอร์ม&nbsp;5&nbsp;แพลตฟอร์มที่ให้บริการ&nbsp;Food&nbsp;Delivery&nbsp;ได้แก่&nbsp;Robinhood&nbsp;foodpanda&nbsp;Grab&nbsp;Gojek&nbsp;และ&nbsp;Lineman&nbsp;ตัวแทนร้านอาหารทั่วประเทศและผู้แทนสถาบันการเงิน&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อช่วยเหลือร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;และ&nbsp;ผู้บริโภคที่ซื้ออาหารผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ&nbsp;โดยผู้ประกอบการร้านอาหารจะลดค่า&nbsp;GP&nbsp;ที่แพลตฟอร์มคิดกับร้านอาหารเหลือร้อยละ&nbsp;25&nbsp;จากเดิมเฉลี่ยร้อยละ&nbsp;35-25&nbsp;ยกเว้น&nbsp;Robinhood&nbsp;ไม่คิดค่า&nbsp;GP&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;foodpanda&nbsp;ไม่คิดค่า&nbsp;GP&nbsp;สำหรับร้านใหม่&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้บริโภค&nbsp;จะลดราคาอาหารที่ขายผ่านแพลตฟอร์มสูงสุดร้อยละ&nbsp;60&nbsp;และจะลดค่าขนส่งในช่วง&nbsp;3-5&nbsp;กิโลเมตรแรก&nbsp;ลดสูงสุดจาก&nbsp;40&nbsp;บาทเหลือ&nbsp;0&nbsp;บาท&nbsp;ยกเว้น&nbsp;&nbsp;Lineman&nbsp;ที่ยังคิดค่าบริการโดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;1-30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;สำหรับค่า&nbsp;GP&nbsp;ส่วนค่าอาหารจะลดทั่วประเทศ&nbsp;โดยผู้ประกอบการแพลตฟอร์มจะสูญเสียรายได้ประมาณ&nbsp;250-350&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่า&nbsp;2,000&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้จัดโครงการแมตช์ชิ่งเงินกู้ให้กับร้านอาหารทั่วประเทศ&nbsp;</strong>โดยกระทรวงฯ&nbsp;จะเป็นตัวกลางช่วยร้านอาหารให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและปลอดหลักทรัพย์ในบางกรณี&nbsp;&nbsp;โดยสถาบันการเงินจะให้ข้อมูลกับร้านอาหารที่สนใจเข้าถึงแหล่งเงินกู้วันที่&nbsp;1-6&nbsp;มิถุนายนนี้ในรูปแบบออนไลน์&nbsp;และต่างจังหวัดจะให้พาณิชย์จังหวัดเป็นผู้ดำเนินการให้ร้านอาหารที่สนใจสอบถามข้อมูลจากสถาบันการเงิน&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกันจะจัดให้มีการจับแมตช์ชิ่งให้ยื่นเรื่องเพื่อขอกู้เงิน&nbsp;</strong>ตามเงื่อนไขทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์&nbsp;ในวันที่&nbsp;7-20&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;เพื่อช่วยให้ร้านอาหารได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและปลอดหลักทรัพย์ในบางกรณี&nbsp;สำหรับร้านอาหารที่มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินกู้ที่จดทะเบียนไว้ที่&nbsp;กรมพัฒนาธุรกิจการค้ารวม&nbsp;118,967&nbsp;ร้าน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	28/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528205413096
219	ขนส่งจังหวัดนครพนม งดการอบรมและทดสอบด้านใบอนุญาตขับรถและผู้ประจำรถ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดนครพนม&nbsp;กรมการขนส่งทางบก&nbsp;ห่วงใยในสถานการณ์โควิด-19&nbsp;แจ้ง&nbsp;งดการอบรมและทดสอบด้านใบอนุญาตขับรถและผู้ประจำรถ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;16&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ผู้ขอใบอนุญาตขับรถรายใหม่ให้รอจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง&nbsp;ส่วนการต่ออายุใบอนุญาตขับรถสามารถนำผลการอบรมออนไลน์มาดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตขับรถได้&nbsp;โดยจองคิวดำเนินการล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;DLT&nbsp;Smart&nbsp;Queue&nbsp;เท่านั้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจรุญ&nbsp;กงไกรจักร&nbsp;ขนส่งจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์การพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ซึ่งมีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างเกิดขึ้นในหลายจังหวัดของประเทศไทย&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น&nbsp;กรมการขนส่งทางบก&nbsp;จึงจำเป็นต้องงดการอบรมด้านใบอนุญาตขับรถ&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;16&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง&nbsp;โดยมีกิจกรรมที่งดให้บริการดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;งดการอบรมและทดสอบ&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานขนส่ง&nbsp;สำหรับผู้ขอใหม่&nbsp;ทั้งสำหรับการขอรับใบอนุญาตขับรถ&nbsp;บัตรประจำตัวคนขับรถ&nbsp;และใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถใหม่ทุกชนิด&nbsp;ยกเว้น&nbsp;กรณีการผ่านการอบรมและทดสอบของโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก&nbsp;ให้นำผลผ่านการอบรมมาดำเนินการ&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานขนส่งทุกแห่ง&nbsp;ภายใน&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรอง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;งดการอบรม&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานขนส่ง&nbsp;สำหรับการขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ&nbsp;บัตรประจำตัวคนขับรถ&nbsp;และใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถทุกชนิด&nbsp;โดยให้เข้าอบรมผ่านระบบ&nbsp;e-Learning&nbsp;ทางเว็บไซต์&nbsp;www.dlt-elearning.com&nbsp;สามารถนำผลการอบรมออนไลน์มาเป็นหลักฐานเพื่อต่ออายุใบอนุญาตขับรถได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;งดการออกหน่วยเคลื่อนที่ด้านทะเบียนและภาษีรถ&nbsp;และด้านใบอนุญาตขับรถ&nbsp;ณ&nbsp;หน่วยบริการเคลื่อนที่รับชำระภาษีรถประจำปีที่ห้างสรรพสินค้าหรือแหล่งชุมชน&nbsp;(Shop&nbsp;Thru&nbsp;for&nbsp;Tax)&nbsp;และศูนย์บริการร่วม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;ขอให้ผ่อนผันการใช้กฎ&nbsp;ระเบียบ&nbsp;ข้อบังคับ&nbsp;คำสั่ง&nbsp;กับผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถที่สิ้นอายุแล้ว&nbsp;ยังสามารถใช้แสดงตนได้&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;และในส่วนของผู้ที่จองคิวผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;DLT&nbsp;Smart&nbsp;Queue&nbsp;ซึ่งตรงกับช่วงที่กรมการขนส่งทางบกงดให้บริการ&nbsp;จะยังคงได้รับสิทธิในการเข้ารับบริการเมื่อมีประกาศเปลี่ยนแปลงหลังจากนี้&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยกรมการขนส่งทางบกจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง&nbsp;และสำหรับผู้ที่ใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถสิ้นอายุเกิน&nbsp;1&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;กรมการขนส่งทางบกมีมาตรการเยียวยารองรับ&nbsp;ดังนี้&nbsp;ผู้ที่ใบอนุญาตขับรถ&nbsp;ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์&nbsp;สิ้นอายุเกิน&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ได้รับการยกเว้นการทดสอบข้อเขียน&nbsp;กรณีสิ้นอายุเกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ได้รับการยกเว้นการทดสอบขับรถ&nbsp;หากเป็นใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก&nbsp;สิ้นอายุเกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ได้รับการยกเว้นการทดสอบขับรถ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถที่ไม่มีขั้นตอนการอบรมและทดสอบที่สำนักงานขนส่ง&nbsp;ยังคงเปิดให้บริการตามปกติในวันและเวลาราชการ&nbsp;เช่น&nbsp;การออกใบอนุญาตขับรถให้ผู้ที่มีหนังสือรับรองจากสถาบันการศึกษาหรือโรงเรียนสอนขับรถมาก่อนแล้ว&nbsp;การออกใบแทนกรณีใบอนุญาตขับรถชำรุดหรือสูญหาย&nbsp;การเปลี่ยนชนิดใบอนุญาตขับรถชั่วคราว&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;เป็นส่วนบุคคล&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;การต่ออายุใบอนุญาตขับรถที่มีผลผ่านการอบรมออนไลน์ผ่านระบบ&nbsp;e-Learning&nbsp;ทาง&nbsp;www.dlt-elearning.com&nbsp;โดยการต่ออายุใบอนุญาตขับรถที่มีผลการอบรมออนไลน์&nbsp;สามารถนำผลการอบรมติดต่อสำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายและออกใบอนุญาตขับรถ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การอบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล&nbsp;(รถยนต์,&nbsp;รถยนต์สามล้อ,&nbsp;รถจักรยานยนต์)&nbsp;ระยะเวลาอบรม&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;การอบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถขนส่ง&nbsp;ระยะเวลาอบรม&nbsp;2&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;การอบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะ&nbsp;(รถยนต์สาธารณะ&nbsp;หรือ&nbsp;แท็กซี่,&nbsp;รถยนต์สามล้อสาธารณะ,&nbsp;รถจักรยานยนต์สาธารณะ)&nbsp;ระยะเวลาอบรม&nbsp;3&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และการอบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล&nbsp;(รถจักรยานยนต์&nbsp;รถยนต์สามล้อ&nbsp;รถยนต์)&nbsp;ขาดต่ออายุเกิน&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ระยะเวลาอบรม&nbsp;2&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผลการอบรมออนไลน์มีอายุ&nbsp;6&nbsp;เดือนนับแต่วันที่ผ่านการอบรม&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ผู้ที่ยังไม่มีความจำเป็นไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการในด้านใบอนุญาตขับรถ&nbsp;หรือด้านทะเบียนและภาษี&nbsp;ควรงดเว้นการติดต่อที่สำนักงานขนส่ง&nbsp;หรือใช้บริการระบบออนไลน์ที่กรมการขนส่งทางบกมีไว้รองรับ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในกรณีจำเป็นที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่ง&nbsp;ขอให้จองคิวดำเนินการล่วงหน้า&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;DLT&nbsp;Smart&nbsp;Queue&nbsp;เท่านั้น&nbsp;และขอความร่วมมือประชาชนสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าในการติดต่อราชการ&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงในการติดต่อแพร่กระจายของโรค&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	28/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528154010917
220	ผู้ว่าฯกระบี่ เปิดงานเดินเครื่องโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มของชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด หลังจากหยุดดำเนินกิจการชั่วคราว	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าฯกระบี่&nbsp;เปิดงานเดินเครื่องโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มของชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่&nbsp;จำกัด&nbsp;หลังจากหยุดดำเนินกิจการชั่วคราว</p><p>วันที่&nbsp;28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่&nbsp;จำกัดหมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลคลองยา&nbsp;อำเภออ่าวลึก&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;พันตำรวจโทหม่อมหลวงกิติบดี&nbsp;ประวิตร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นประธานเปิดโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มของชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่&nbsp;จำกัด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอนุวรรตน์&nbsp;โหมดพริ้ง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;พันเอก&nbsp;สมบัติ&nbsp;สืบท้วม&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกระบี่&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;กรรมการผู้จัดการบริษัท&nbsp;ไทย&nbsp;อินโดปาล์มออย&nbsp;เฟคทอรี่&nbsp;จำกัด&nbsp;คณะกรรมการดำเนินการผู้บริหาร&nbsp;และตัวแทนสหกรณ์สมาชิก&nbsp;โดยมีนายนิรันดร์&nbsp;ศรีวิลัย&nbsp;สหกรณ์จังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวรายงาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากสถานการณ์การแข่งขันที่รุนแรง&nbsp;ประกอบกับโรงสกัดน้ำมันปาล์มภายในจังหวัดกระบี่มีจำนวนเพิ่มขึ้น&nbsp;และชุมนุมสหกรณ์ฯ&nbsp;มีลูกหนี้การค้ารายใหญ่&nbsp;ทุกปัจจัย&nbsp;คือสาเหตุที่ทำให้ชุมนุมสหกรณ์ฯ&nbsp;ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางด้านการเงินอย่างรุนแรง&nbsp;มีโครงสร้างองค์กรที่มีความซับซ้อน&nbsp;มีค่าใช้จ่ายการดำเนินงานที่สูงและ&nbsp;มีการรวบรวมผลผลิตไม่ได้ตามกำลังการผลิต&nbsp;จึงส่งผลให้ชุมนุมสหกรณ์ฯ&nbsp;ต้องหยุดดำเนินกิจการบางส่วนเป็นการชั่วคราว&nbsp;มาตั้งแต่วันที่&nbsp;16&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2563&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;จึงต้องเลิกจ้างเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง&nbsp;เพื่อหาแหล่งเงินทุนจากภายนอก&nbsp;และจัดทำแผนพัฒนาฟื้นฟูกิจการของชุมนุมสหกรณ์ฯ&nbsp;เพื่อแก้ไขปรับปรุงการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์&nbsp;ตามคำแนะนำของหน่วยงานกำกับแนะนำส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;และชุมนุมสหกรณ์ฯ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;นั้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ได้มีคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์&nbsp;แต่งตั้งคณะกรรมการชั่วคราว&nbsp;โดยมีอำนาจหน้าที่และสิทธิเช่นเดียวกันกับคณะกรรมการดำเนินการชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่&nbsp;จำกัด&nbsp;และอยู่ในตำแหน่งไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่แต่งตั้งทางคณะกรรมการชั่วคราว&nbsp;จึงได้ร่วมกันขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาต่างๆ&nbsp;ให้องค์กรผ่านพ้นวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่&nbsp;และเพื่อให้องค์กรสามารถเปิดดำเนินกิจการได้ชุมนุมสหกรณ์ฯ&nbsp;จึงได้ปรับโครงสร้างองค์กรให้เพียงพอต่อกำลังการผลิตที่&nbsp;45&nbsp;ตันทะลายต่อชั่วโมง&nbsp;และได้เปิดรับเจ้าหน้าที่&nbsp;47&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;88&nbsp;อัตราพร้อมทั้งปรับลดค่าใช้จ่ายทุกส่วน&nbsp;และมีวัตถุประสงค์ในการเปิดดำเนินกิจการ&nbsp;มีดังนี้&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มไม่เกิดความเหลื่อมล้ำทางด้านราคา&nbsp;ชุมนุมสหกรณ์ฯ&nbsp;เป็นที่พึ่งของสหกรณ์สมาชิกและเครือข่ายปาล์มน้ำมัน&nbsp;และส่งเสริมการจ้างงานในเขตพื้นที่&nbsp;เนื่องจากเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่เป็นลูกหลานของสมาชิก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;ได้กล่าวกำชับว่า&nbsp;ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นที่ผ่านมาไม่ว่าจะเรื่องการเรียกเก็บเงิน&nbsp;หรือการบริหารจัดการต่างๆ&nbsp;ขอให้คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ทุกคน&nbsp;มีการบริหารการจัดการสหกรณ์ที่ดี&nbsp;มีความโปร่งใส&nbsp;ยึดหลักธรรมาภิบาลสร้างความเชื่อมั่นให้กับสหกรณ์สมาชิก&nbsp;และผู้มาร่วมลงทุน&nbsp;ขอให้ดำเนินการแก้ไข&nbsp;ปรับปรุง&nbsp;พัฒนา&nbsp;รู้จักการปรับตัว&nbsp;นึกถึงประโยชน์ของสมาชิกเป็นหลัก&nbsp;ทั้งนี้ก็จะทำให้ชุมนุมสหกรณ์ฯ&nbsp;กลับมาฟื้นตัวและมีผลกำไรต่อไป</p>	28/5/2021	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528164127975
221	รัฐบาล ยืนยัน พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้านบาท มีความชัดเจน โปร่งใส สนับสนุนเศรษฐกิจในสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย	<p><strong>นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;หรือ&nbsp;พ.ร.ก.เงินกู้&nbsp;5&nbsp;แสนล้านบาทนั้น&nbsp;มีการกำหนดแผนการใช้เงินกู้อย่างชัดเจน&nbsp;โดยการใช้จ่ายต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ภายใต้แผนงานหรือโครงการตามบัญชีแนบท้ายพระราชกำหนด&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;3&nbsp;แผนงาน&nbsp;ได้แก่/&nbsp;แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;วงเงิน&nbsp;30,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการแพทย์และสาธารณสุข&nbsp;การวิจัยและพัฒนาวัคซีนภายในประเทศ&nbsp;แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ&nbsp;เยียวยา&nbsp;หรือชดเชยให้แก่ประชาชนในทุกสาขาอาชีพ&nbsp;ผู้ประกอบอาชีพและผู้ประกอบการ&nbsp;สามารถดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่อง&nbsp;แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;วงเงิน&nbsp;170,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เน้น&nbsp;การจ้างงาน&nbsp;กระตุ้นการลงทุนและการบริโภค&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;รัฐบาลได้มีการกำหนดอย่างชัดเจน&nbsp;ขอให้ประชาชนได้มีความมั่นใจถึงเจตนาของรัฐบาล&nbsp;เช่นเดียวกับขอให้มีความมั่นใจถึงความโปร่งใสและความมีประสิทธิภาพสูงสุด</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา</strong>&nbsp;เยียวยา&nbsp;และฟื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;และสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;หรือ&nbsp;พ.ร.ก.เงินกู้&nbsp;1&nbsp;ล้านล้านบาทนั้น&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติโครงการแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;287&nbsp;โครงการ&nbsp;รวมวงเงินทั้งสิ้น&nbsp;817,223&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ&nbsp;(GDP)&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;มีอัตราตัวเลขที่หดตัวในปริมาณที่ดีกว่าที่หลายหน่วยงานคาดการณ์ไว้&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;วงเงินกู้ส่วนที่ยังเหลือรัฐบาลได้เตรียมการที่จะออกมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการคนละครึ่งระยะที่&nbsp;3,โครงการ&nbsp;ยิ่งใช้ยิ่งได้&nbsp;และโครงการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ</p><p>&nbsp;<strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังยืนยันว่า</strong>&nbsp;การออก&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;เงินกู้&nbsp;5&nbsp;แสนล้านบาทในครั้งนี้&nbsp;จะส่งผลให้ประมาณการสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ&nbsp;GDP&nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&nbsp;58.56&nbsp;และยังอยู่คงภายใต้กรอบวินัยทางการคลัง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	29/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529130530201
222	รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นช่วยชาวสวนมังคม และพริก	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จุรินทร์-นิพนธ์&nbsp;ลงพื้นที่นครศรีธรรมราช&nbsp;ช่วยเกษตรกรชาวสวนมังคุด&nbsp;แก้ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;พร้อมกำหนด&nbsp;5&nbsp;มาตรการช่วงโควิด&nbsp;ยกระดับราคา&nbsp;ชู&nbsp;""ส่งออกผลไม้ทุกภาคสร้างรายได้ประเทศ""&nbsp;ระบุ&nbsp;4&nbsp;เดือนแรกปีนี้&nbsp;ผลไม้ไทยนำรายได้เข้าประเทศแล้วกว่า&nbsp;50,000&nbsp;ล้านบาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(29&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ที่วิทยาลัยการอาชีพหัวไทร&nbsp;อําเภอหัวไทร&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พร้อมด้วยนายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นายบุณยฤทธิ์&nbsp;กัลยาณมิตร&nbsp;ปลัดกระทรวงพาณิชย์&nbsp;นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นายปรีชา&nbsp;ชนะกิจกำจร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ร่วมประชุมหารือกับกลุ่มเกษตรชาวสวนมังคุด&nbsp;กลุ่มใหญ่&nbsp;23&nbsp;กลุ่มในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้&nbsp;เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาผลผลิตตามฤดูกาล&nbsp;ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์ผลไม้ไทยในภาพรวมปีนี้จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ&nbsp;5&nbsp;ล้าน&nbsp;2&nbsp;แสนตัน&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว&nbsp;15%&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;ช่วง&nbsp;4&nbsp;เดือนแรก&nbsp;สามารถส่งออกได้ถึง&nbsp;50,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยเป็นมังคุดในจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ประมาณ&nbsp;36%&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;18%&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;17%&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;17%&nbsp;โดยเป็นการส่งออก&nbsp;ประมาณ&nbsp;60%&nbsp;และบริโภคภายในประเทศ&nbsp;40%&nbsp;ตลาดส่งออกสำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;ประเทศจีน&nbsp;70%&nbsp;ฮ่องกง&nbsp;10%&nbsp;เวียดนาม&nbsp;8%&nbsp;สหรัฐฯ&nbsp;6%&nbsp;โดยราคามังคุดเกรดพรีเมียมที่ขายหน้าสวน&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ที่จังหวัดจันทบุรี&nbsp;กิโลกรัมละประมาณ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากได้กำหนดมาตรการในการสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนมังคุด&nbsp;ได้ดำเนินการประชุมร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งภาคการเกษตร&nbsp;ชาวสวนมังคุดและล้ง&nbsp;รวมทั้งผู้ส่งออก&nbsp;ได้กำหนดมาตรการ&nbsp;16&nbsp;มาตรการตั้งแต่ต้นปี&nbsp;ทั้งการสนับสนุนผู้รวบรวมผลไม้&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;เปิดพื้นที่การตลาดให้พาณิชย์จังหวัดประสานงานกับโมเดิร์นเทรด&nbsp;ปั๊มน้ำมันและพื้นที่ตลาดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ระบายผลไม้ในประเทศ&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากไปรษณีย์ไทย&nbsp;จัดบริการกล่องและคิดค่าส่งราคาพิเศษ&nbsp;และผู้ต้องการหิ้วผลไม้ขึ้นเครื่องบินจะโหลดฟรี&nbsp;25&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ส่งเสริมการบริโภคผลไม้ในประเทศ&nbsp;และใช้เกษตรพันธสัญญา&nbsp;""อมก๋อยโมเดล""&nbsp;ให้ผู้รับซื้อมาเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้&nbsp;และอบรมเกษตรกรผู้ขายผลไม้ขายผลไม้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์&nbsp;สำหรับตลาดต่างประเทศ&nbsp;ให้เงินช่วยเหลือผู้รวบรวมผลไม้ส่งออก&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;และมีการจัดส่งเสริมการขายในต่างประเทศส่งเสริมการขายในห้างสรรพสินค้าในตลาดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในต่างประเทศ&nbsp;และให้ผู้นำเข้าจากต่างประเทศพบกับผู้ส่งออกไทยผ่านระบบออนไลน์&nbsp;เป็นต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;ปัญหามังคุดที่ได้มีการแก้ไขในวันนี้&nbsp;ทั้งในส่วนของเรื่องการขาดแคลนแรงงานเก็บมังคุดและแรงงานรวบรวมมังคุด&nbsp;นั้น&nbsp;ได้มอบหมายผู้ว่าราชการจังหวัดหาหนทางผ่อนปรนแรงงานข้ามจังหวัด&nbsp;,&nbsp;การจัดระเบียบล้งเพื่อให้ความเป็นธรรมกับเกษตรกร&nbsp;โดยมอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดบังคับใช้กฎหมายให้ผู้รับซื้อจะต้องติดป้ายรับซื้อตั้งแต่&nbsp;8&nbsp;โมงเช้าของทุกวัน&nbsp;ส่วนปัญหามังคุดนอกพื้นที่ที่เข้ามาสวมชื่อมังคุดนครศรีธรรมราชนั้น&nbsp;ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับเกษตรจังหวัดทำตราสัญลักษณ์เฉพาะว่า&nbsp;เป็นมังคุดนครศรีธรรมราชเพื่อเป็นตรารับรอง&nbsp;รวมทั้งการแก้ปัญหาความล่าช้าในการออกใบรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;และ&nbsp;GMP&nbsp;ที่ออกโดยกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ซึ่งขณะนี้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชไม่มีผู้มีอำนาจในการออกใบรับรองค้างมา&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ได้มีการประสานงานผ่านปลัดกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;เพื่อเร่งดำเนินการให้มีการออกใบรับรองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ได้ขานรับแนวทางการแก้ปัญหาจากการประชุม&nbsp;โดยระบุ&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราชมีผลผลิตมังคุดเป็นอันดับ&nbsp;2&nbsp;ของประเทศ&nbsp;โดยมังคุดเกรดพรีเมียมเกรดเอไม่มีปัญหาเรื่องราคา&nbsp;แต่จะให้ความสำคัญกับมังคุดเกรดรองและเกรดคละ&nbsp;ส่วนปัญหาที่ได้รับการเสนอให้แก้ไขในระดับพื้นที่ทุกประเด็นสามารถดำเนินการได้&nbsp;พร้อมทั้งเตรียมรับสถานการณ์ผลผลิตมังคุดที่ในปีนี้จะออกสู่ตลาดมากกว่าปีที่ผ่านประมาณ&nbsp;15%&nbsp;และจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนมิถุนายน-ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ปริมาณผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากสุดในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;นั้น&nbsp;ในภาพรวมกระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้า&nbsp;มีการวางแผนการบริหารจัดการร่วมกับผู้ส่งออก&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเกษตรกรไว้ล่วงหน้า&nbsp;เหลือแต่การปฏิบัติในระดับพื้นที่&nbsp;หากมีการซักซ้อมทำความเข้าใจจะทำให้การปฏิบัติคล่องตัวขึ้น&nbsp;นำไปสู่ผลิไม้ที่มีคุณภาพและมีราคาที่ดี&nbsp;ส่วนการแก้ปัญหาสวมรอยมังคุดนั้น&nbsp;มังคุดที่มาทุกลูกมาจากประเทศไทยทั้งหมด&nbsp;แต่เพื่อให้เห็นว่ามีการทำงานอย่างมีมาตรฐานในพื้นที่&nbsp;โดยในส่วนของเกษตรแปลงใหญ่ไม่มีปัญหาเพราะมีการซื้อขายโดยตรงอยู่แล้ว&nbsp;แต่ในส่วนของเกษตรรายย่อย&nbsp;หรือเกษตรกรทั่วไปนั้นจะมีการออกใบรับรองจากหน่วยเกษตรในพื้นที่&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์&nbsp;โฆษณาผลสินค้าทางการเกษตร&nbsp;และสร้างมาตรฐานของจังหวัดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค&nbsp;แต่ที่นำมาขายจากที่อื่น&nbsp;หรือที่ไม่ติดตราสัญลักษณ์ก็ไม่ถือมีความผิดอะไร&nbsp;ถือเป็นทางเลือกของผู้บริโภค</p>"	29/5/2021	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529185252312
223	"จุรินทร์-นิพนธ์ ลงพื้นที่นครศรีธรรมราช ช่วยเกษตรกรชาวสวนมังคุด แก้ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตร พร้อมกำหนด 5 มาตรการช่วงโควิด ยกระดับราคา ชู ""ส่งออกผลไม้ทุกภาคสร้างรายได้ประเทศ"" ระบุ 4 เดือนแรกปีนี้ ผลไม้ไทยนำรายได้เข้าประเทศแล้วกว่า 50,000 ล้านบาท"	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จุรินทร์-นิพนธ์&nbsp;ลงพื้นที่นครศรีธรรมราช&nbsp;ช่วยเกษตรกรชาวสวนมังคุด&nbsp;แก้ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;พร้อมกำหนด&nbsp;5&nbsp;มาตรการช่วงโควิด&nbsp;ยกระดับราคา&nbsp;ชู&nbsp;""ส่งออกผลไม้ทุกภาคสร้างรายได้ประเทศ""&nbsp;ระบุ&nbsp;4&nbsp;เดือนแรกปีนี้&nbsp;ผลไม้ไทยนำรายได้เข้าประเทศแล้วกว่า&nbsp;50,000&nbsp;ล้านบาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(29&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ที่วิทยาลัยการอาชีพหัวไทร&nbsp;อําเภอหัวไทร&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พร้อมด้วยนายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นายบุณยฤทธิ์&nbsp;กัลยาณมิตร&nbsp;ปลัดกระทรวงพาณิชย์&nbsp;นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นายปรีชา&nbsp;ชนะกิจกำจร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ร่วมประชุมหารือกับกลุ่มเกษตรชาวสวนมังคุด&nbsp;กลุ่มใหญ่&nbsp;23&nbsp;กลุ่มในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้&nbsp;เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาผลผลิตตามฤดูกาล&nbsp;ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์ผลไม้ไทยในภาพรวมปีนี้จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ&nbsp;5&nbsp;ล้าน&nbsp;2&nbsp;แสนตัน&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว&nbsp;15%&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;ช่วง&nbsp;4&nbsp;เดือนแรก&nbsp;สามารถส่งออกได้ถึง&nbsp;50,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยเป็นมังคุดในจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ประมาณ&nbsp;36%&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;18%&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;17%&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;17%&nbsp;โดยเป็นการส่งออก&nbsp;ประมาณ&nbsp;60%&nbsp;และบริโภคภายในประเทศ&nbsp;40%&nbsp;ตลาดส่งออกสำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;ประเทศจีน&nbsp;70%&nbsp;ฮ่องกง&nbsp;10%&nbsp;เวียดนาม&nbsp;8%&nbsp;สหรัฐฯ&nbsp;6%&nbsp;โดยราคามังคุดเกรดพรีเมียมที่ขายหน้าสวน&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ที่จังหวัดจันทบุรี&nbsp;กิโลกรัมละประมาณ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากได้กำหนดมาตรการในการสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนมังคุด&nbsp;ได้ดำเนินการประชุมร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งภาคการเกษตร&nbsp;ชาวสวนมังคุดและล้ง&nbsp;รวมทั้งผู้ส่งออก&nbsp;ได้กำหนดมาตรการ&nbsp;16&nbsp;มาตรการตั้งแต่ต้นปี&nbsp;ทั้งการสนับสนุนผู้รวบรวมผลไม้&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;เปิดพื้นที่การตลาดให้พาณิชย์จังหวัดประสานงานกับโมเดิร์นเทรด&nbsp;ปั๊มน้ำมันและพื้นที่ตลาดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ระบายผลไม้ในประเทศ&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากไปรษณีย์ไทย&nbsp;จัดบริการกล่องและคิดค่าส่งราคาพิเศษ&nbsp;และผู้ต้องการหิ้วผลไม้ขึ้นเครื่องบินจะโหลดฟรี&nbsp;25&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ส่งเสริมการบริโภคผลไม้ในประเทศ&nbsp;และใช้เกษตรพันธสัญญา&nbsp;""อมก๋อยโมเดล""&nbsp;ให้ผู้รับซื้อมาเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้&nbsp;และอบรมเกษตรกรผู้ขายผลไม้ขายผลไม้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์&nbsp;สำหรับตลาดต่างประเทศ&nbsp;ให้เงินช่วยเหลือผู้รวบรวมผลไม้ส่งออก&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;และมีการจัดส่งเสริมการขายในต่างประเทศส่งเสริมการขายในห้างสรรพสินค้าในตลาดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในต่างประเทศ&nbsp;และให้ผู้นำเข้าจากต่างประเทศพบกับผู้ส่งออกไทยผ่านระบบออนไลน์&nbsp;เป็นต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;ปัญหามังคุดที่ได้มีการแก้ไขในวันนี้&nbsp;ทั้งในส่วนของเรื่องการขาดแคลนแรงงานเก็บมังคุดและแรงงานรวบรวมมังคุด&nbsp;นั้น&nbsp;ได้มอบหมายผู้ว่าราชการจังหวัดหาหนทางผ่อนปรนแรงงานข้ามจังหวัด&nbsp;,&nbsp;การจัดระเบียบล้งเพื่อให้ความเป็นธรรมกับเกษตรกร&nbsp;โดยมอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดบังคับใช้กฎหมายให้ผู้รับซื้อจะต้องติดป้ายรับซื้อตั้งแต่&nbsp;8&nbsp;โมงเช้าของทุกวัน&nbsp;ส่วนปัญหามังคุดนอกพื้นที่ที่เข้ามาสวมชื่อมังคุดนครศรีธรรมราชนั้น&nbsp;ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับเกษตรจังหวัดทำตราสัญลักษณ์เฉพาะว่า&nbsp;เป็นมังคุดนครศรีธรรมราชเพื่อเป็นตรารับรอง&nbsp;รวมทั้งการแก้ปัญหาความล่าช้าในการออกใบรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;และ&nbsp;GMP&nbsp;ที่ออกโดยกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ซึ่งขณะนี้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชไม่มีผู้มีอำนาจในการออกใบรับรองค้างมา&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ได้มีการประสานงานผ่านปลัดกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;เพื่อเร่งดำเนินการให้มีการออกใบรับรองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ได้ขานรับแนวทางการแก้ปัญหาจากการประชุม&nbsp;โดยระบุ&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราชมีผลผลิตมังคุดเป็นอันดับ&nbsp;2&nbsp;ของประเทศ&nbsp;โดยมังคุดเกรดพรีเมียมเกรดเอไม่มีปัญหาเรื่องราคา&nbsp;แต่จะให้ความสำคัญกับมังคุดเกรดรองและเกรดคละ&nbsp;ส่วนปัญหาที่ได้รับการเสนอให้แก้ไขในระดับพื้นที่ทุกประเด็นสามารถดำเนินการได้&nbsp;พร้อมทั้งเตรียมรับสถานการณ์ผลผลิตมังคุดที่ในปีนี้จะออกสู่ตลาดมากกว่าปีที่ผ่านประมาณ&nbsp;15%&nbsp;และจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนมิถุนายน-ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ปริมาณผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากสุดในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;นั้น&nbsp;ในภาพรวมกระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้า&nbsp;มีการวางแผนการบริหารจัดการร่วมกับผู้ส่งออก&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเกษตรกรไว้ล่วงหน้า&nbsp;เหลือแต่การปฏิบัติในระดับพื้นที่&nbsp;หากมีการซักซ้อมทำความเข้าใจจะทำให้การปฏิบัติคล่องตัวขึ้น&nbsp;นำไปสู่ผลิไม้ที่มีคุณภาพและมีราคาที่ดี&nbsp;ส่วนการแก้ปัญหาสวมรอยมังคุดนั้น&nbsp;มังคุดที่มาทุกลูกมาจากประเทศไทยทั้งหมด&nbsp;แต่เพื่อให้เห็นว่ามีการทำงานอย่างมีมาตรฐานในพื้นที่&nbsp;โดยในส่วนของเกษตรแปลงใหญ่ไม่มีปัญหาเพราะมีการซื้อขายโดยตรงอยู่แล้ว&nbsp;แต่ในส่วนของเกษตรรายย่อย&nbsp;หรือเกษตรกรทั่วไปนั้นจะมีการออกใบรับรองจากหน่วยเกษตรในพื้นที่&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์&nbsp;โฆษณาผลสินค้าทางการเกษตร&nbsp;และสร้างมาตรฐานของจังหวัดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค&nbsp;แต่ที่นำมาขายจากที่อื่น&nbsp;หรือที่ไม่ติดตราสัญลักษณ์ก็ไม่ถือมีความผิดอะไร&nbsp;ถือเป็นทางเลือกของผู้บริโภค</p>"	29/5/2021	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529182600309
224	"จุรินทร์ รองนายกฯ ปล่อยคาราวานขบวนฟักทองดินเหนียว ""หนึ่งเดียวในไทย"" ณ วัดเกษตรชลธี ตำบลตะเครียะ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา"	"<p><strong>""จุรินทร์""&nbsp;รองนายกฯ&nbsp;ปล่อยคาราวานขบวนฟักทองดินเหนียว&nbsp;""หนึ่งเดียวในไทย""&nbsp;ณ&nbsp;วัดเกษตรชลธี&nbsp;ตำบลตะเครียะ&nbsp;อำเภอระโนด&nbsp;จังหวัดสงขลา</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(29&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;เวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;วัดเกษตรชลธี&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลตะเครียะ&nbsp;อำเภอระโนด&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ประธานพิธีปล่อยคาราวานขบวนฟักทองดินเหนียว&nbsp;""หนึ่งเดียวในไทย""&nbsp;เชื่อมใจเกษตรกร&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;โดยมีนายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;นายวงศกร&nbsp;นุ่นชูคันธ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ในจังหวัดสงขลา&nbsp;ร่วมปล่อยขบวน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจุรินทร์ฯ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ที่ผ่านมาได้ร่วมกันแก้ปัญหาอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เรื่อง&nbsp;ในระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;เรื่องแรกพริกเขียวมันราคาตก&nbsp;เพราะเหตุว่ามาเลเซียลดการสั่งซื้อ&nbsp;เนื่องจากภาวะโควิด-19&nbsp;และภาวะเศรษฐกิจ&nbsp;กระทรวงพาณิชย์จึงได้จัดโครงการในการที่จะช่วยนำเงินมาชดเชยช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมัน&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้พอยังชีพได้ในช่วงวิกฤตปัจจุบัน&nbsp;เรื่องที่&nbsp;2&nbsp;การแก้ปัญหาฟักทอง&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาพึ่งตลาดทั้งในประเทศและตลาดมาเลเซียเช่นเดียวกัน&nbsp;ขณะนี้&nbsp;มาตรการที่ทุกฝ่ายช่วยกันไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กระทรวงเกษตร&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ห้างสรรพสินค้าต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ร่วมกันจัดหาผู้มารับซื้อฟักทองถึงเกษตรกรโดยตรง&nbsp;สามารถช่วยบรรเทาฟักทองออกมาได้เป็นจำนวนมาก&nbsp;และได้ดำเนินการมาแล้วถึง&nbsp;400&nbsp;ตัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับพิธีปล่อยคาราวานขบวนฟักทองดินเหนียว&nbsp;""หนึ่งเดียวในไทย""&nbsp;เชื่อมใจเกษตรกร&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;ในวันนี้&nbsp;จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือเกษตรพื้นที่ในอำเภอระโนดและอำเภอกระแสสินธุ์&nbsp;โดยปล่อยตัวคาราวานรถฟักทองไปยังจังหวัดปลายทาง&nbsp;ส่งผลผลิตใหม่จากไร่ส่งตรงจากสวน&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ตัน&nbsp;โดยใช้รถสิบล้อและรถบรรทุกเข้าร่วมขบวน&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;คัน&nbsp;สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้&nbsp;จำนวน&nbsp;124&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;สร้างรายได้เกษตรกรในพื้นที่ไม่น้อยกว่า&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ที่ผ่านมาจังหวัดสงขลาได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้วไม่ต่ำกว่า&nbsp;180&nbsp;ตัน&nbsp;และในวันนี้ขบวนรถฟักทองดินเหนียวจากอำเภอระโนด&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;จะเดินทางมุ่งตรงสู่จังหวัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;เพื่อกระจายไปสู่ผู้บริโภคต่อไป</p>"	29/5/2021	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529194014322
225	รัฐบาล ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคาร เร่งช่วย SME ให้เข้าถึงสภาพคล่อง และโครงการพักทรัพย์พักหนี้	<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;หรือ&nbsp;พ.ร.ก.ซอฟต์โลน&nbsp;ฉบับใหม่&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;มาตรการสินเชื่อฟื้นฟูวงเงิน&nbsp;250,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยช่วยเหลือผู้ประกอบการให้เข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ&nbsp;ไม่เกินร้อยละ&nbsp;2&nbsp;ต่อปี&nbsp;ในช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีแรก&nbsp;เฉลี่ยไม่เกินร้อยละ&nbsp;5&nbsp;ต่อปี&nbsp;ตลอดระยะเวลามาตรการ&nbsp;และมาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้&nbsp;โดยให้ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิ์ซื้อทรัพย์สินนั้นคืนในภายหลัง&nbsp;หรือมาตรการพักทรัพย์พักหนี้&nbsp;วงเงิน&nbsp;100,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีผลบังคับใช้&nbsp;เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาแล้วนั้น&nbsp;ซึ่งทางธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธปท.)&nbsp;และสมาคมธนาคารไทย&nbsp;ได้มีการหารือกัน&nbsp;เพื่อกำหนดแนวทางการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ให้รวดเร็ว&nbsp;เพียงพอและถูกกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่ม&nbsp;SME&nbsp;</p><p><strong>สำหรับยอดการให้ความช่วยเหลือจากมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูฯ</strong>&nbsp;ล่าสุดอยู่ที่&nbsp;1.6&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;ครอบคลุมลูกหนี้กว่า&nbsp;6&nbsp;พันราย&nbsp;โดยร้อยละ&nbsp;63&nbsp;กระจายไปยัง&nbsp;SMEs&nbsp;ขณะที่มาตรการพักทรัพย์พักหนี้&nbsp;มีมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับโอน&nbsp;910&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>ส่วนของธนาคารรัฐ&nbsp;มีการออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;มีสินเชื่อฟื้นฟูธุรกิจ&nbsp;ดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;2&nbsp;ใน&nbsp;2&nbsp;ปีแรก&nbsp;ระยะเวลากู้ยืมสูงสุด&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;สินเชื่อรายเล็กครอบคลุมธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด19&nbsp;ทั้งทางตรงทางอ้อม&nbsp;ที่ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน&nbsp;ธนาคารออมสิน&nbsp;มีสินเชื่อสำหรับธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;ดอกเบี้ยปีแรกร้อยละ&nbsp;0.10&nbsp;แล้วปรับเพิ่มในปีต่อไป&nbsp;ชำระเงินต้นภายใน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;และยังมีสินเชื่อให้กับ&nbsp;Startup&nbsp;และผู้ประกอบการ&nbsp;Non-Bank&nbsp;ส่วนธนาคารกรุงไทย&nbsp;มีสินเชื่อธุรกิจ&nbsp;ดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;2&nbsp;ใน&nbsp;2&nbsp;ปีแรก&nbsp;ค้ำประกันโดย&nbsp;บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม&nbsp;(บสย.)&nbsp;เป็นต้น&nbsp;มากไปกว่านั้น&nbsp;ยังมีความร่วมมือระหว่างสมาคมผู้ค้าปลีกไทย&nbsp;กับธนาคารรายใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;ในการเชื่อมโยงข้อมูลผู้ประกอบการ&nbsp;SME&nbsp;ในห่วงโซ่ค้าปลีก&nbsp;เพื่อให้การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว&nbsp;ผ่าน&nbsp;digital&nbsp;factoring&nbsp;platform&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;มีการอนุมัติสินเชื่อแก่&nbsp;SMEs&nbsp;แล้วมากกว่า&nbsp;1&nbsp;พันราย&nbsp;โดยร้อยละ&nbsp;70&nbsp;เป็นผู้ที่ไม่เคยเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำมาก่อน</p><p><strong>สำหรับมาตรการพักทรัพย์พักหนี้&nbsp;มีความคืบหน้าไปพอสมควร&nbsp;</strong>เนื่องจากเป็นมาตรการใหม่&nbsp;ลูกหนี้จึงอยู่ในช่วงของการทำความเข้าใจในรายละเอียด&nbsp;กฎระเบียบและวิธีการปฏิบัติ&nbsp;โดยกลุ่มที่ให้ความสนใจเข้าโครงการ&nbsp;อาทิ&nbsp;ธุรกิจโรงแรม&nbsp;อสังหาริมทรัพย์และอสังหาฯให้เช่า&nbsp;กระจายอยู่ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด&nbsp;ซึ่งธนาคารพาณิชย์ต่างๆคาดว่า&nbsp;จะมีผู้เข้าโครงการเพิ่มขึ้นอีกมากในเร็วๆ&nbsp;นี้&nbsp;ทั้งนี้ภาพรวม&nbsp;รัฐบาลเร่งเดินหน้าแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจประเทศ&nbsp;ครอบคลุมการส่งออก&nbsp;การลงทุนจากภาครัฐที่เน้นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;การลงทุนจากต่างประเทศและการบริโภคภายในประเทศ&nbsp;รวมถึงการดูแลผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ&nbsp;พร้อมไปกับการรักษาระดับการจ้างงาน&nbsp;การช่วยเหลือนักศึกษาจบใหม่ให้มีงานทำ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	30/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530112421392
226	เกษตรฯ ผสานพลัง พาณิชย์ฯ จ.แม่ฮ่องสอน ส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร ต.ห้วยโป่ง ใช้หลัก การตลาดนำการผลิต พัฒนาและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิต	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางศุภมิตร&nbsp;เต็งเผ่&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นวิทยากรบรรยาย&nbsp;""ให้ความรู้เรื่องการตลาดและช่องทางการจัดจำหน่ายและพัฒนาสินค้าเกษตร""&nbsp;ตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร&nbsp;หลักสูตร&nbsp;การตลาดนำการผลิต&nbsp;ณ&nbsp;อาคารอเนกประสงค์วัดบ้านทุ่งมะกอก&nbsp;ต.ห้วยโป่ง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย&nbsp;สมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร&nbsp;จัดโดย&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตลาดนำการผลิตเป็นนโยบายหลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ที่มุ่งเน้นสนับสนุนการเพิ่มช่องทางตลาดให้หลากหลาย&nbsp;ทั้งในรูปแบบ&nbsp;ตลาดออนไลน์&nbsp;(แพลตฟอร์มรายสินค้าเพื่อรองรับ&nbsp;New&nbsp;Normal)&nbsp;ตลาดออฟไลน์&nbsp;โมเดิร์นเทรด&nbsp;รถโมบาย&nbsp;ตลาดสด&nbsp;ตลาดชุมชน&nbsp;คาราวานสินค้า&nbsp;เกษตรพันธะสัญญา&nbsp;และเคาน์เตอร์เทรด&nbsp;จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจผู้ซื้อกับผู้ขาย&nbsp;เพื่อสร้างเครือข่ายและความเข้มแข็งของธุรกิจ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>"	30/5/2021	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530103834386
227	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เตรียมลดค่า GP ช่วยผู้ประกอบการร้านอาหาร เริ่ม 1 มิถุนายนนี้	<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;โดยนำสิ่งของอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;จากมูลนิธิ&nbsp;มรว.เสนีย์&nbsp;ปราโมช&nbsp;มาแจกจ่ายให้แก่ชาวชุมชนโฟรโมสต์&nbsp;ซอยพระราม&nbsp;2&nbsp;88&nbsp;เขตบางขุนเทียน&nbsp;กทม.&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ทำให้มีประชาชนในหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบการกักตัวอยู่ในบ้าน&nbsp;ไม่สามารถออกมาทำกิจกรรมภายนอกได้&nbsp;ทำให้ได้รับความลำบากเพิ่มขึ้น&nbsp;จึงได้จัดกิจกรรม&nbsp;จุรินทร์&nbsp;ออนทัวร์&nbsp;ขึ้น&nbsp;และเดินทางตระเวนไปมาแล้วในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร&nbsp;โดยเฉพาะในชุมชนที่มีประชาชนต้องกักตัว&nbsp;ซึ่งวันนี้ได้มาในพื้นที่เขตบางขุนเทียนและนำถุงยังชีพมามอบให้แก่ประชาชนจำนวนหลายร้อยถุง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้นำคาราวาน&nbsp;พาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน&nbsp;มาจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดที่ถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป&nbsp;อาทิ&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;น้ำมันพืช&nbsp;รวมทั้งผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;อาทิ&nbsp;ฟักทอง&nbsp;จากอำเภอระโนด&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงนี้&nbsp;แต่ไม่สามารถส่งออกไปยังประเทศมาเลเซียได้&nbsp;เนื่องจากมีการบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย</p><p><strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายนนี้&nbsp;จะเริ่มโครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน&nbsp;lot&nbsp;11&nbsp;เพื่อช่วยผู้ประกอบการด้าน&nbsp;&nbsp;Food&nbsp;delivery&nbsp;ในการลดค่า&nbsp;Gp&nbsp;เหลือร้อยละ&nbsp;25&nbsp;จากเดิม&nbsp;30-35&nbsp;จะเป็นการช่วยให้ผู้ประกอบการร้านอาหารที่เข้าร่วมส่งอาหารผ่าน&nbsp;Delivery&nbsp;ได้มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;และช่วยให้ผู้บริโภคได้ซื้อสินค้าหรืออาหารในราคาถูกลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โครงการดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;1-30&nbsp;มิถุนายนนี้&nbsp;และคาดว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า&nbsp;2,000&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	30/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530122547428
228	รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าถึงหัวอกชาวบ้านทำนาเกลือ หลังฟังความทุกข์ร้อนสะท้อนทุกปัญหา	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เข้าถึงหัวอกชาวบ้านทำนาเกลือ&nbsp;หลังฟังความทุกข์ร้อนสะท้อนทุกปัญหา&nbsp;เร่งทุกฝ่ายเดินแผนตลาดนำการผลิต&nbsp;แยกพิกัดเกลือ&nbsp;เกลือบริโภค-เกลืออุตสาหกรรม&nbsp;พร้อมชี้&nbsp;&nbsp;สินค้าอะไรที่ผลผลิตตลาดไม่ต้องการ&nbsp;อะไรที่ทำแล้วขายไม่ได้&nbsp;ต้องปรับเปลี่ยน&nbsp;ลดการผลิต&nbsp;หรือใช้นวัตกรรม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.วันนี้&nbsp;(30&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดย&nbsp;นางวันเพ็ญ&nbsp;มังศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมลงพื้นที่ตลาดกลางการเกษตรท่ายาง&nbsp;อำเภอท่ายาง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ผลพวงวิกฤตโควิด-19&nbsp;ส่งผลกระทบราคาเกลือตกต่ำ&nbsp;เร่งจับมือร่วมกันทุกฝ่ายหาตลาดในประเทศ&nbsp;อีกทั้งปัญหาเกลือนำเข้าจากอินเดียมาตีตลาด&nbsp;ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;ประกาศมาตรการผู้ใดนำเข้าเกลือเข้ามาในประเทศ&nbsp;จะต้องขึ้นทะเบียนผู้นำเข้า&nbsp;ซึ่งต้องมีเอกสารแสดงผลจากแหล่งนำเข้าว่ามาจากพื้นที่ใด&nbsp;ประเทศไหน&nbsp;จะต้องมีการแจ้งพิกัดชัดเจน&nbsp;เพื่อควบคุมกำกับดูแลการนำเข้า&nbsp;พร้อมทั้งการจัดการแยกพิกัดเกลือ&nbsp;2&nbsp;ประเภท&nbsp;คือเกลือบริโภค&nbsp;และเกลืออุตสาหกรรม&nbsp;จะต้องแจ้งให้ชัดเจน&nbsp;เพราะราคาต่างกัน&nbsp;และภาษีก็ต่างกัน&nbsp;ให้ดูแลเกษตรกรผู้ทำนาเกลือให้ได้รับความเป็นธรรม&nbsp;ไม่ให้ถูกเกลือนอกเข้ามาตีตลาด&nbsp;ที่ส่งผลทำให้ราคาตกต่ำผลกระทบกับชาวนาเกลือเพชรบุรี&nbsp;สมุทรสาคร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนระยะยาวร่วมกันแก้ปัญหาในเรื่องของผลผลิตเกลือเพื่อให้มีคุณภาพ&nbsp;เกลือสะอาดได้มาตรฐาน&nbsp;จะไม่ให้ถูกกดราคา&nbsp;และในเรื่องของการแปรรูปต้องกำหนดวางแผนเพื่อการแปรรูปไปใช้ในอุตสาหกรรม&nbsp;หรือแปรรูปเพื่อนวัตกรรม&nbsp;ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้า&nbsp;เช่น&nbsp;ทำสบู่&nbsp;เครื่องสำอาง&nbsp;เครื่องใช้อื่นๆ&nbsp;หรืออาหารแปรรูป&nbsp;รวมทั้งที่จะร่วมสนับสนุน&nbsp;ทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนั้นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้กล่าวเพิ่มเติมเรื่องปัญหาหนี้สินของเกษตรกรผู้ทำนาเกลือว่า&nbsp;กองทุนฟื้นฟูเกษตรกรช่วยคลี่คลายทุกปัญหา&nbsp;พร้อมช่วยเหลืออย่างเต็มที่ทั้งเปิดโอกาสให้ใช้เพียงบุคคลค้ำโดยไม่จำเป็นต้องมีหลักทรัพย์&nbsp;อีกทั้งเกษตรกรที่เป็นหนี้ของสถาบันการเงิน&nbsp;ยังสามารถมาเปลี่ยนเป็นหนี้กองทุนฟื้นฟูได้&nbsp;เพราะหากเป็นหนี้สถาบันการเงินเมื่อมีปัญหาก็ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี&nbsp;แต่ถ้าเปลี่ยนมาเป็นหนี้กองทุนฟื้นฟู&nbsp;และชำระกับกองทุนฟื้นฟู&nbsp;จะช่วยเหลือภาระหนี้ให้เกษตรกรพ้นความเดือดร้อน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	30/5/2021	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530181336502
229	ที่ดินอำเภอสบเมย มอบต้นกล้ากาบหมาก 2,000 ต้น ให้ชาวบ้านปลูกเพิ่มขึ้น หลัง จานกาบหมาก ผลตอบรับดี เร่งเพิ่มกำลังการผลิต สร้างรายได้ให้ชุมชน	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">นายบรมัตถ์&nbsp;ทิพกนก&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;7&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้รับการสนับสนุนต้นกล้ากาบหมาก&nbsp;จากกรมพัฒนาที่ดินอำเภอสบเมย&nbsp;จำนวน&nbsp;2,000&nbsp;ต้น&nbsp;สืบเนื่องจากในปีที่ผ่านมาสหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้แปรรูปผลิตภัณฑ์จาน&nbsp;จากกาบหมาก&nbsp;ปรากฏว่าได้ผลตอบรับที่ดี&nbsp;ทำให้กาบหมากมีไม่เพียงพอ&nbsp;ในการผลิตจานกาบหมาก&nbsp;และมีสมาชิกหลายรายสนใจที่จะปลูกต้นหมากมากขึ้น&nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับตัวเองและครอบครัวในภายหน้า&nbsp;และในปีนี้เป็นโอกาสที่ดีของสมาชิก&nbsp;ที่กรมพัฒนาที่ดินอำเภอสบเมย&nbsp;ได้สนับสนุนต้นกล้ากาบหมากให้แก่สมาชิก&nbsp;เพื่อนำไปปลูกและสร้างรายได้&nbsp;ซึ่งมีสมาชิกที่สนใจและนำไปปลูกในพื้นที่ของตัวเอง&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;ถือเป็นโอกาสที่ดีของสมาชิกและเป็นประโยชน์ต่อพื้นดินเพิ่มพื้นที่สีเขียว&nbsp;ลดการเผา&nbsp;สร้างรายได้ให้กับชุมชนในอนาคตต่อไป&nbsp;ปัจจุบันสหกรณ์ได้เร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้สมาชิก&nbsp;เยาวชน&nbsp;ประชาชนทั่วไปในชุมชนนำกาบหมากมาจำหน่ายให้แก่สหกรณ์&nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&nbsp;8&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อสร้างรายได้เสริมให้แก่ชุมชน&nbsp;และวัตถุประสงค์ในการลดการเผา&nbsp;</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">สำหรับผู้ที่สนใจส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากกาบหมาก&nbsp;ขณะนี้มีสองรูปแบบ&nbsp;คือจานและถ้วย&nbsp;ซึ่งในอนาคตจะพัฒนารูปแบบภาชนะให้มีความหลากหลายสอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;โดยข้อดีของจานกาบหมาก&nbsp;คือ&nbsp;สามารถใส่อาหารได้ทุกประเภท&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นอาหารแห้ง&nbsp;น้ำ&nbsp;อาหารร้อน&nbsp;เย็น&nbsp;ทนต่ออุณหภูมิ&nbsp;-18-200&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;รวมถึงยังนำเข้าเตาไมโครเวฟได้&nbsp;โดยจาน&nbsp;ชาม&nbsp;ไม่แตกหัก&nbsp;ไม่ทำให้อาหารเสียรสชาติ&nbsp;และไม่มีสารตกค้างในอาหาร&nbsp;ทางสหกรณ์ได้ผลิตพร้อมจัดจำหน่ายแล้ว&nbsp;ราคาเริ่มต้นใบละ&nbsp;4&nbsp;บาท&nbsp;ไม่รวมค่าขนส่ง&nbsp;ผู้สนใจสามารถสอบถามหรือสั่งจองได้ที่&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;098&nbsp;957&nbsp;0859&nbsp;คุณอ้อม</span></p><p><br></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	31/5/2021	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531112249615
230	จังหวัดพัทลุง สู้โควิด-19 สร้างอาชีพทำปลาดุกแดดเดียวขาย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายหนังตะลุงยุคโควิด-19&nbsp;ได้รับผลกระทบเหมือนกันอาชีพอื่นๆ&nbsp;สู้ชีวิต&nbsp;เพื่อความอยู่รอดทำปลาดุกแดดเดียวขายสร้างรายได้ช่วงไม่มีงานแสดง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุง&nbsp;สถานการณ์การระบาดเชื้อโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง&nbsp;ตั้งแต่ระลอกที่&nbsp;1&nbsp;จนถึงระลอกที่&nbsp;3&nbsp;ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบในหลากหลายอาชีพอย่างอาชีพศิลปินหนังตะลุง&nbsp;เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ได้รับผลกระทบเหมือนกันอาชีพอื่น&nbsp;เนื่องจากไม่มีงานแสดงและต้องหยุดเล่นหนังตะลุงเพื่อความบันเทิง&nbsp;แม้จะรับงานไว้เป็นจำนวนมากก็ตาม&nbsp;แต่ต้องยกเลิกเนื่องหวั่น&nbsp;การแพร่ระบาดและร่วมรับผิดชอบสังคม&nbsp;จนนายหนังบางรายต้องสร้างอาชีพเสริมเลี้ยงครอบครัว&nbsp;และลูกคู่หนัง&nbsp;หลังไม่มีงานแสดง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างนางเอกวีณา&nbsp;แก้วขุนทอง&nbsp;อายุ&nbsp;47&nbsp;ปี&nbsp;หรือหนังสาววรรณ&nbsp;ศ.พร้อมน้อย&nbsp;นายหนังตะลุงหญิง&nbsp;ชื่อดังของจังหวัดพัทลุง&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;47&nbsp;ม&nbsp;1&nbsp;ต.ตะแพน&nbsp;อ.ศรีบรรพต&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;หลังจากพักการแสดงต้องหันทำอาชีพมาเป็นช่างแกะสลักไม้&nbsp;และสร้างรายได้เสริมด้วยการทำสวนเกษตรแบบพอเพียง&nbsp;เลี้ยงปลา&nbsp;ปลูกผักริมรั้ว&nbsp;เพื่อสร้างรายได้&nbsp;โดยเฉพาะปลากดุกที่เลี้ยงไว้บริเวณข้างบ้านอายุ&nbsp;ได้&nbsp;3&nbsp;เดือนครึ่ง&nbsp;นำมาแปรรูปเป็นปลาดุกแดดเดียวขาย&nbsp;พร้อมกับทำปลานิลแดดเดียวขายทางโลกออนไลน์&nbsp;สามารถสร้างรายได้เสริมอีกทางหนึ่งโดยปลาดุกแดดเดียว&nbsp;เลือกคัดสรรค์ปลาตัวที่ได้ขนาด&nbsp;10&nbsp;ต่อ&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;มาน๊อคเกลือก่อนทำการตัดหัวผ่าเอาตับไตไส้พุงออกล้างจนสะอาดแล้วหมักเกลือไว้ราว&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ก่อนนำตากแดดในโรงเรือนที่สร้างไว้กันแมลงวัน&nbsp;6&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ก็สามารถนำมาซีลใส่ถุงสูญญากาศส่งขายตามออร์เดอร์ที่มีการสั่งผ่านมาทางเฟสบุ๊คส่วนตัว&nbsp;หนังสาวววรณ&nbsp;ศ.พร้อมน้อย&nbsp;ในกิโลกรัมละ&nbsp;300&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านนางเอกวีณา&nbsp;หรือหนังสาววรรณ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงหยุดเล่นหนังทำให้รายได้แทบจะไม่มี&nbsp;แต่ยังจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่าย&nbsp;จึงต้องสร้างรายได้เพิ่ม&nbsp;และสร้างความพอเพียง&nbsp;เลี้ยงปลาดุก&nbsp;และปลานิล&nbsp;นำมาแปรรูปส่งขายสร้างได้เลี้ยงครอบครัวอีกทางหนึ่ง&nbsp;เพราะยังไม่รู้ว่าหนังตะลุงอีกกี่เดือนที่จะสามารถเล่นต่อได้ด้วยสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่ยังระบาดอยู่ในขณะนี้&nbsp;ซึ่งหากท่านใดสนใจอยากหาชื้อปลาดุกแดดเดียว&nbsp;หรือปลานิลแดดเดียว&nbsp;ในรสชาติที่น่าทาน&nbsp;สร้างรายได้เพิ่มให้กับครอบครัวศิลปินนายหนังตะลุง&nbsp;สามารถสั่งชื้อทางเฟชปุ๊คหนังสาววรรณ&nbsp;ศ.พร้อมน้อย&nbsp;หรือโทรสอบถามได้ที่&nbsp;0954381969</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง</p>	31/5/2021	ภาคใต้	พัทลุง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531114021625
231	ธนาคารกรุงไทย ออก 5 มาตรการ เร่งช่วยลูกค้าฝ่าวิกฤตโควิด-19  ตั้งเป้าความช่วยเหลือรวม 9 หมื่นล้านบาท	<p><strong>นายเอกชัย&nbsp;เตชะวิริยะกุล&nbsp;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;ธนาคารกรุงไทย&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ธนาคารฯ&nbsp;ได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยเพิ่มเติม&nbsp;3&nbsp;มาตรการ&nbsp;โดยคาดการณ์ช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อบุคคล&nbsp;6&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระทางการเงินให้กับลูกค้าสินเชื่อรายย่อยที่ได้รับผลกระทบโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;ซึ่งมาตรการดังกล่าวสำหรับลูกค้าสินเชื่อบุคคลที่มีสถานการณ์ชำระหนี้เป็นปกติ&nbsp;หรือไม่ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยเกินกว่า&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สินเชื่อที่อยู่อาศัย&nbsp;สินเชื่อ&nbsp;Home&nbsp;for&nbsp;Cash&nbsp;สินเชื่อกรุงไทยบ้านให้เงิน&nbsp;(Home&nbsp;Easy&nbsp;Cash)&nbsp;วงเงินกู้แบบมีกำหนดระยะเวลา&nbsp;พักชำระเงินต้นและชำระดอกเบี้ยบางส่วน&nbsp;สูงสุด&nbsp;12&nbsp;เดือน&nbsp;หรือขยายระยะเวลาโดยลดอัตราผ่อนชำระสูงสุด&nbsp;12&nbsp;เดือน&nbsp;หรือพักชำระเงินต้น&nbsp;โดยชำระเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุด&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;,สินเชื่อส่วนบุคคล&nbsp;วงเงินกู้แบบมีกำหนดระยะเวลา&nbsp;ลดการผ่อนชำระค่างวดร้อยละ&nbsp;30&nbsp;นานสูงสุด&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;และสินเชื่อวงเงินกู้แบบหมุนเวียน&nbsp;ได้แก่&nbsp;สินเชื่อกรุงไทยธนวัฏ&nbsp;สินเชื่อกรุงไทยธนวัฏ&nbsp;5&nbsp;Plus&nbsp;ปรับเป็นวงเงินกู้แบบมีกำหนดระยะเวลานาน&nbsp;48&nbsp;งวด&nbsp;หรือตามความสามารถในการชำระหนี้&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ธนาคารได้ออกมาตรการฟื้นฟูธุรกิจ&nbsp;2&nbsp;มาตรการ</strong>&nbsp;ประมาณการความช่วยเหลือรวมกว่า&nbsp;3&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู&nbsp;สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ&nbsp;2&nbsp;ต่อปี&nbsp;ใน&nbsp;2&nbsp;ปีแรก&nbsp;ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;ได้รับยกเว้นดอกเบี้ย&nbsp;6&nbsp;เดือนแรก&nbsp;รวมทั้งได้รับการค้ำประกันสินเชื่อจากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม&nbsp;(บสย.)&nbsp;นานสูงสุด&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;เปิดกว้างให้ลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่&nbsp;ลูกค้าเดิมที่มีวงเงินไม่เกิน&nbsp;500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ณ&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;ขอกู้ได้ไม่เกินร้อยละ&nbsp;30&nbsp;ของวงเงินเดิมที่มีอยู่กับธนาคาร&nbsp;สูงสุดไม่เกิน&nbsp;150&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยมีวงเงินสินเชื่อกับธนาคารและสถาบันการเงินอื่น&nbsp;ณ&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;ขอกู้ได้ไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ล้านบาท&nbsp;(นับรวมวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินทุกแห่ง)&nbsp;และมาตรการพักทรัพย์&nbsp;พักหนี้&nbsp;เพื่อช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจที่มีศักยภาพและมีทรัพย์สินเป็นหลักประกันให้สามารถลดภาระทางการเงินชั่วคราว&nbsp;ในช่วงที่รอให้ธุรกิจฟื้นตัว&nbsp;ด้วยวิธีการโอนทรัพย์ชําระหนี้และได้รับสิทธิซื้อทรัพย์คืนในอนาคต&nbsp;ในราคาต้นทุนรับโอนบวกค่าธรรมเนียม&nbsp;Carrying&nbsp;Cost&nbsp;ร้อยละ&nbsp;1&nbsp;และบวกค่าใช้จ่ายในการดูแลทรัพย์ที่ธนาคารจ่ายตามจริง&nbsp;หักค่าเช่าที่ลูกค้าชำระมาแล้ว&nbsp;มาตรการนี้ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีค่าธรรมเนียมทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับการรับโอนและการโอนคืนกลับให้ลูกค้า&nbsp;สําหรับลูกค้าที่มีความประสงค์โอนทรัพย์สินเพื่อชําระหนี้&nbsp;ต้องมียอดสินเชื่อธุรกิจคงเหลือกับธนาคาร&nbsp;ณ&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;และ&nbsp;ไม่เป็น&nbsp;NPL&nbsp;ณ&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2562&nbsp;รวมทั้งทรัพย์สินที่โอนต้องเป็นหลักประกันกับธนาคารก่อน&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;</p><p><strong>รองกรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;ธนาคารกรุงไทย&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;</strong>นอกจาก&nbsp;5&nbsp;มาตรการข้างต้นแล้ว&nbsp;ธนาคารยังให้ความสำคัญกับการตอบโจทย์ลูกค้าธุรกิจ&nbsp;ด้วยการเสริมสภาพคล่องให้คู่ค้าและพันธมิตรของลูกค้า&nbsp;โดยออกมาตรการเสริมสภาพคล่องเพื่อสนับสนุนให้คู่ค้าของสยามพิวรรธน์&nbsp;และเดอะมอลล์&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ&nbsp;SME&nbsp;และพันธมิตรทุกกลุ่มสามารถประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิด-19&nbsp;ธนาคารให้ความช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่มมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดย&nbsp;ณ&nbsp;สิ้น&nbsp;31&nbsp;มีนาคม.&nbsp;2564&nbsp;มีสินเชื่อที่ธนาคารให้ความช่วยเหลือตามมาตรการธนาคารแห่งประเทศไทยกว่า&nbsp;1.3&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;โดยเป็นลูกค้าบุคคลกว่า&nbsp;3&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;ลูกค้าธุรกิจและ&nbsp;SME&nbsp;กว่า&nbsp;9&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;สำหรับลูกค้าบุคคลที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการได้จนถึง&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ผ่านเว็บไซต์ของธนาคารกรุงไทย&nbsp;หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา</p><p><br></p><p><br></p>	31/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531125255683
232	ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน เดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย 	"<p><strong>นายเศรษฐพุฒิ&nbsp;สุทธิวาทนฤพุฒิ&nbsp;ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธปท.)</strong>&nbsp;เปิดเผยภายในงานสัมมนาออนไลน์&nbsp;โครงการ&nbsp;""ประสานพลังคู่ค้า&nbsp;เดินหน้าฟื้นฟูธุรกิจ""&nbsp;จัดโดย&nbsp;บริษัท&nbsp;เดอะมอลล์&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;จำกัด&nbsp;และ&nbsp;6&nbsp;สถาบันการเงินชั้นนำ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือกลุ่ม&nbsp;SMEs&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คู่ค้า&nbsp;ให้เข้าถึงสินเชื่อและบริการของสถาบันการเงินได้มากขึ้น&nbsp;ว่า&nbsp;จากมาตรการช่วยเหลือ&nbsp;กลุ่ม&nbsp;SMEs&nbsp;ในช่วงที่ผ่านมาเห็นว่ายังไม่เพียงพอ&nbsp;ภาครัฐจึงยกระดับความเข้มข้นของมาตรการเพื่อให้ช่วยเหลือธุรกิจ&nbsp;SMEs&nbsp;ให้มากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ธปท.&nbsp;จึงร่วมกับกระทรวงการคลัง&nbsp;</strong>ออกมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูสำหรับผู้ประกอบธุรกิจ&nbsp;โดยได้ปลดล็อกข้อจำกัดของ&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;soft&nbsp;loan&nbsp;เดิม&nbsp;ให้ลูกหนี้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น&nbsp;คือการขยายขอบเขตของลูกหนี้ให้รวมผู้ที่ไม่เคยมีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินมาก่อน&nbsp;ขยายเวลาการให้ความช่วยเหลือให้ยาวขึ้น&nbsp;จากเดิม&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;เป็น&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ให้สอดคล้องกับการที่ธุรกิจต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว&nbsp;ขยายวงเงินให้เพียงพอรองรับความต้องการของลูกหนี้&nbsp;จากเดิมที่ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ของยอดคงค้างสินเชื่อที่เบิกใช้ในปัจจุบัน&nbsp;เป็นร้อยละ&nbsp;30&nbsp;ของวงเงินสินเชื่อ&nbsp;กำหนดอัตราดอกเบี้ยให้เหมาะสมและเอื้อต่อการปล่อยสินเชื่อ&nbsp;แต่เฉลี่ยแล้วต้องไม่เกินร้อยละ&nbsp;5&nbsp;ต่อปี&nbsp;โดยดอกเบี้ยในช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีแรกจะอยู่ที่ร้อยละ&nbsp;2&nbsp;ต่อปี&nbsp;และลูกหนี้จะได้รับยกเว้นค่าดอกเบี้ยในช่วง&nbsp;6&nbsp;เดือนแรก&nbsp;เพิ่มกลไกค้ำประกันโดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม&nbsp;(บสย.)&nbsp;และเพิ่มสัดส่วนการค้ำประกันความเสียหายของกลไกดังกล่าว&nbsp;จากปกติที่ร้อยละ&nbsp;30&nbsp;เป็นร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ของความเสียหายที่จะเกิดขึ้น&nbsp;โดยออกแบบให้กลุ่ม&nbsp;SMEs&nbsp;รายเล็ก&nbsp;ได้รับการค้ำประกันในสัดส่วนที่สูงกว่ากลุ่มอื่น&nbsp;เนื่องจากส่วนใหญ่มีสภาพคล่องไม่มากหรือมีสายป่านสั้น&nbsp;และต้องใช้ระยะเวลานานในการฟื้นตัว&nbsp;โดยผู้ประกอบการที่มีความสนใจรับความช่วยเหลือจากมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูนี้&nbsp;สามารถติดต่อสถาบันการเงินที่เป็นลูกค้าอยู่ได้</p><p><strong>ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;แม้จะขยายเงื่อนไขของความช่วยเหลือในมาตรการให้ครอบคลุมขึ้นแล้ว&nbsp;แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการบริหารจัดการมาตรการ&nbsp;และการให้ลูกหนี้เข้าถึงมาตรการได้มากขึ้น&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมามีข้อจำกัดที่ทำให้&nbsp;SMEs&nbsp;หลายรายไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้&nbsp;คือ&nbsp;ธุรกิจ&nbsp;SMEs&nbsp;มีความเสี่ยงในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนสูง&nbsp;สถาบันการเงินประเมินความเสี่ยงของ&nbsp;SMEs&nbsp;ได้ยาก&nbsp;เพราะขาดข้อมูลและยังขาดคนกลางที่จะช่วยชี้เป้า&nbsp;SMEs&nbsp;ที่มีศักยภาพและจะกลับมาฟื้นตัวได้&nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างตรงจุด&nbsp;เมื่อมองไปข้างหน้าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะต้องใช้เวลา&nbsp;ทำให้ต้องเร่งแก้ปัญหาเรื่องสภาพคล่องของ&nbsp;SMEs&nbsp;ไม่ให้ลุกลามไปกว่านี้&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;4&nbsp;ภาคส่วน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;สถาบันการเงิน&nbsp;ผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่&nbsp;และ&nbsp;SMEs&nbsp;ต้องทำงานร่วมกันและยกระดับบทบาทในการช่วยให้&nbsp;SMEs&nbsp;ได้รับสภาพคล่องอย่างทันการณ์</p><p><br></p><p><br></p>"	31/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531133602707
233	มอบวัสดุ-อุปกรณ์กลุ่มแม่บ้านป่าหวังนอกยะลาลดผลกระทบช่วงโควิด-19	<p><strong>นพค.42&nbsp;มอบวัสดุ-อุปกรณ์&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;กลุ่มแม่บ้านป่าหวังนอกยะลาลดผลกระทบช่วงโควิด-19&nbsp;ขณะ&nbsp;กลุ่มแม่บ้าน&nbsp;เตรียมต่อยอดแปรรูปผลผลิตเพิ่มรายได้</strong></p><p><strong>&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(31&nbsp;พ.ค&nbsp;64)&nbsp;ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;แม่บ้านป่าหวังนอก&nbsp;ม.11&nbsp;ต.บันนังสตา&nbsp;อ.บันนังสตาจ.ยะลา&nbsp;หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;42&nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&nbsp;4&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;ได้จัดพิธีส่งมอบ&nbsp;วัสดุ-อุปกรณ์&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตตามโครงการ&nbsp;พัฒนาและช่วยเหลือประชาชนปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;ให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านป่าหวังนอก&nbsp;โดยมี&nbsp;พันเอกรณชัย&nbsp;เวียงวงษ์&nbsp;ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;42ฯ&nbsp;&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ร่วมกับกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการส่งมอบวัสดุอุปกรณ์ครั้งนี้&nbsp;พันเอกรณชัย&nbsp;เวียงวงษ์&nbsp;ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;42&nbsp;ฯ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รัฐบาลโดย&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความห่วงใยพี่น้องกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ที่ประสบกับปัญหาทางเศรษฐกิจ&nbsp;ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19&nbsp;อยู่ในขณะนี้&nbsp;จึงได้มีดำริให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดดำเนินการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;โดย&nbsp;พล.อ.นเรนทร์&nbsp;ศิริภูบาล&nbsp;ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;ได้อนุมัติให้หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;42&nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&nbsp;4&nbsp;จัดชุดพัฒนาคุณภาพชีวิตเข้าให้ความช่วยเหลือพี่น้องกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;แม่บ้านป่าหวังนอก&nbsp;โดยมอบวัสดุ-อุปกรณ์ให้แก่ทางกลุ่ม&nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้จากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรให้มีมูลค่าเพิ่มมากยิ่งขึ้น&nbsp;และสามารถผลิตได้ทั้งตลอดปี&nbsp;ตลอดจนขยายการตลาด&nbsp;ต่อยอดทางความรู้พัฒนาทักษะให้ก้าวหน้าได้ผลต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทางกลุ่มฯ&nbsp;ได้ขอบคุณทาง&nbsp;นพค.42&nbsp;ที่ได้มอบตู้แช่&nbsp;เครื่องซีล&nbsp;เตาแก๊สให้กับทางกลุ่ม&nbsp;ซึ่งของเดิมใช้มาเป็นระยะเวลานานกว่า&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;ทำให้ประสิทธิภาพในการผลิตได้น้อย&nbsp;หลังจากนี้ก็จะนำอุปกรณ์เหล่านี้ไปต่อยอด&nbsp;ทำกล้วยฉาบ&nbsp;และผลไม้แปรรูปตามฤดูกาลจำหน่ายต่อไป&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับทางกลุ่มจากเดิมซึ่งมีสมาชิก&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;หลังจากแบ่งเข้ากลุ่มแล้ว&nbsp;จะมีรายได้คนละประมาณ&nbsp;200-300&nbsp;บาทต่อวัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	31/5/2021	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531164535822
234	กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดเสวนาออนไลน์ ขนส่งผลไม้ไปจีนที่นี่มีคำตอบ ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์	<p><strong>นายสมเด็จ&nbsp;สุสมบูรณ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;กระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ปัจจุบันการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศมีบทบาทสำคัญต่อการส่งออก&nbsp;และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สนับสนุน&nbsp;และเพิ่มโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการ&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;&nbsp;เพื่อลดผลกระทบบต่อผู้ส่งออกผลไม้/สินค้าเกษตรที่เกิดจากความล่าช้า&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลส่งออกผลไม้ไทย&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;&nbsp;ได้สั่งการให้เร่งประสานงานแก้ไขปัญหาและเตรียมความพร้อมเพื่อให้การส่งสินค้าข้ามแดนไปยังประเทศจีนคล่องตัวและสะดวกยิ่งขึ้น&nbsp;กรมฯจึงได้จัดงานเสวนาออนไลน์&nbsp;ขนส่งผลไม้ไปจีน...ที่นี่มีคำตอบ&nbsp;เพื่อให้ความรู้ด้านเส้นทาง&nbsp;มาตรการและกฎระเบียบในการขนส่งผลไม้ทางบกในยุคโควิด-19&nbsp;มีตลาดเป้าหมายได้แก่&nbsp;ประเทศจีน&nbsp;และอาเซียน&nbsp;โดยการเสวนาครั้งนี้&nbsp;ได้เชิญวิทยากรที่อยู่ในพื้นที่ประเทศเป้าหมายและประเทศที่อยู่ในเส้นทางขนส่งมาร่วมให้ความรู้และอัพเดตสถานการณ์&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ทูตพาณิชย์และทูตเกษตรจากภูมิภาคจีนทูตพาณิชย์จาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;และทูตพาณิชย์เวียดนาม&nbsp;พร้อมผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์การค้าระหว่างประเทศของไทยมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้านการขนส่งสินค้าเกษตรสู่ประเทศจีนทางบก&nbsp;โดยคาดหวังว่สการตีดกอจกรรมเสวนาครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ส่งออกไทยที่จะใบ้เป็นโอกาสขยายกาาค้าในต่างต่างประเทศ&nbsp;เพื่อผลักดะนให้การส่งออกปีนี้เติบโตได้ตามเป้าหมาย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	31/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531185740915
235	พาณิชย์ลำปาง นำทีมคณะทำงานฯ ตรวจสอบสต็อกมันสำปะหลังตามโครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกมันสำปะหลัง	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบสต็อกมันสำปะหลัง&nbsp;ตามโครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกมันสำปะหลัง&nbsp;ปี&nbsp;2563/64&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;มอบหมายเจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;นำทีมคณะทำงานฯ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ผู้แทนเกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;ผู้แทน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดลำปาง&nbsp;ผู้แทนสำนักงานชั่งตวงวัด&nbsp;เขต&nbsp;1-2&nbsp;ลำปาง&nbsp;ผู้แทนธนาคารกสิกรไทย&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกมันสำปะหลังของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5&nbsp;(ประจำเดือนพฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;คือ&nbsp;บริษัท&nbsp;จิรชัย&nbsp;โปรดิวส์&nbsp;จำกัด&nbsp;อ.วังเหนือ&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผลการตรวจสอบพบว่าผู้ประกอบการมีการดำรงสต็อกมันสำปะหลัง&nbsp;ครอบคลุมมูลค่าตามตั๋วสัญญาใช้เงิน&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ฉบับ&nbsp;มูลค่า&nbsp;4,500,000&nbsp;บาท&nbsp;และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของโครงการฯ&nbsp;อย่างครบถ้วน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	31/5/2021	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531164042814
236	กรมท่าอากาศยาน ดำเนินการส่งบุคลากรทั้งส่วนภลางและส่วนภูมิภาคเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 สร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค	<p><strong>นายอภิรัฐ&nbsp;ไชยวงศ์น้อย&nbsp;อธิบดีกรมท่าอากาศยาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมท่าอากาศยานจัดบุคลากรส่วนกลาง&nbsp;เข้ารับการฉีดวัคซีน&nbsp;เข็มที่&nbsp;1&nbsp;ในระหว่างวัน&nbsp;29&nbsp;&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ&nbsp;ซึ่งให้บุคลากรด่านหน้าสังกัดกระทรวงคมนาคมทุกคน&nbsp;ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;และให้เกิดความปลอดภัยในระบบขนส่งสาธารณะ&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;แม้บุคลากรที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว&nbsp;ยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;โดยยึดหลัก&nbsp;D-M&nbsp;-H-T-T-&nbsp;A&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยการรักษาระยะห่าง&nbsp;&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;หมั่นล้างมือบ่อยๆ&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิทุกครั้งก่อนเข้าที่ทำงาน&nbsp;หากพบว่ามีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ต้องตรวจหาเชื้อทันที&nbsp;&nbsp;และการใช้แอพพลิเคชั่นไทยชนะ&nbsp;และหมอชนะควบคู่ทุกครั้ง&nbsp;สำหรับบริเวณอาคารสำนักงานของกรมท่าอากาศยาน&nbsp;จะมีการดำเนินการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัส&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ทุกวันศุกร์หลังเวลาราชการ&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เสริมความเชื่อมั่นและเสริมความปลอดภัยในสุขอนามัยของบุคลากรทุกคน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเจ้าหน้าที่ของท่าอากาศยานที่อยู่ในความดูแลของ</strong>&nbsp;กรมท่าอากาศยานทุกแห่ง&nbsp;จะได้รับการจัดสรรวัคซีนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด&nbsp;และทยอยรับการฉีดวัคซีนเพื่อให้ครบตามจำนวน&nbsp;และยังคงเน้นย้ำให้ท่าอากาศยานทุกแห่งปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อให้ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการมั่นใจว่าท่าอากาศยาน&nbsp;ทุกแห่งของ&nbsp;ทย.&nbsp;ปลอดภัยจากเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	31/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531185638914
237	โฆษกคลัง ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารโครงการช่วยเหลือประชาชน จากช่องทางการสื่อสารที่เป็นทางการ	<p><strong>นางสาวกุลยา&nbsp;ตันติเตมิท&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ขอเตือนประชาชนระมัดระวังข่าวปลอมที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับโครงการให้ความช่วยเหลือประชาชนของรัฐบาลที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงการคลัง&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการเราชนะและโครงการคนละครึ่ง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ในลักษณะข้อความสั้น&nbsp;(SMS)&nbsp;หรือข้อมูลที่มีการส่งต่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่อาจคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง&nbsp;หรืออาจสร้างความสับสนแก่ประชาชน&nbsp;โดยขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารของโครงการให้ความช่วยเหลือประชาชนภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงการคลัง&nbsp;จากช่องทางการสื่อสารที่เป็นทางการของกระทรวงการคลัง</p><p><strong>โฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการเราชนะด้วยว่า</strong>&nbsp;ล่าสุด&nbsp;ประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;จำนวน&nbsp;13.7&nbsp;ล้านคน&nbsp;ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;จำนวน&nbsp;96,377&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชันเป๋าตังในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง&nbsp;และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์&nbsp;www.เราชนะ.com&nbsp;ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;17.0&nbsp;ล้านคน&nbsp;และมีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสม&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;จำนวน&nbsp;139,974&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;2.4&nbsp;ล้านคน&nbsp;มียอดใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;จำนวน&nbsp;19,165&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ทำให้มีมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า&nbsp;255,516&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;จำนวนทั้งสิ้นมากกว่า&nbsp;1.3&nbsp;ล้านกิจการ</p><p><br></p><p><br></p>	31/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531184600905
238	ภูเก็ต หารือภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการที่พัก สถานบริการ และผู้ประกอบการขนส่ง เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดจังหวัดตามแผน Sandbox ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;ที่อาคารคอซิมบี้&nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;วิกรม&nbsp;จากที่&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานในการประชุมหารือและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องด้านท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;โดยมีการหารือเป็นกลุ่มต่างๆ&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคของจังหวัด&nbsp;โดยเวทีแรกเป็นของผู้ประกอบการโรงแรม&nbsp;ที่พัก&nbsp;สถานบริการ&nbsp;เวทีที่&nbsp;2&nbsp;เป็นเวทีของผู้ประกอบการสถานบริการ&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;และเวทีสุดท้าย&nbsp;คือ&nbsp;ผู้ประกอบการขนส่ง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;เวทีได้มีการหารือร่วมกันและเป็นการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการถึงความต้องการ&nbsp;ปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;และข้อเสนอแนะในการเตรียมความพร้อมเปิดจังหวัด&nbsp;ตามแผน&nbsp;Phuket&nbsp;Sandbox&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;นี้&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;3&nbsp;เวที&nbsp;มีการเสนอให้ผู้ประกอบการนำพนักงานฉีดวัคซีนให้ครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;เกินร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดได้สำรวจผู้ประกอบการที่ยังมีพนักงานตกค้างไม่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;รวบรวมรายชื่อเพิ่มจัดหาแนวทางการฉีดวัคซีนให้ครบ&nbsp;2&nbsp;เข็มก่อนวันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;สำหรับในส่วนของชาวต่างชาติที่ทำงานและอาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ตซึ่งทางจังหวัดได้ทำการสำรวจพร้อมจัดให้ขึ้นทะเบียนรับการฉีดวัคซีนแล้วกว่า&nbsp;5,500&nbsp;คน&nbsp;เพื่อให้เกิดความพร้อมสูงสุดก่อนการเปิดจังหวัด&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายก้องศักดิ์&nbsp;คู่พงศกร&nbsp;นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การขับเคลื่อนแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต(Phuket&nbsp;Sandbox)&nbsp;คือการทดลองเปิดรับนักท่องเที่ยวหากประสบความสำเร็จจะได้ขยายต่อไปยังพื้นที่อื่นๆ&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศไทย&nbsp;ทั้งนี้ในส่วนของสถานประกอบการโรงแรมในจังหวัดภูเก็ตขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมเพื่อเป็นเจ้าบ้านที่ดีทั้งด้านการบริการ&nbsp;และได้&nbsp;กำหนดจัดอบรมด้านภาษาให้แก่พนักงานโรงแรม&nbsp;โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต&nbsp;อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือโรงแรมที่จะเปิดให้บริการต้องปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;New&nbsp;normal&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขโดยเคร่งครัด&nbsp;เพื่อให้การป้องกันและควบคุมโรคมีประสิทธิภาพ&nbsp;ทั้งนี้ในส่วนของการให้โรงแรมจัดทำข้อมูลนักท่องเที่ยวเพื่อรายงานศูนย์&nbsp;EOC&nbsp;นั้น&nbsp;อยากจะให้จังหวัดได้ปรับปรุงนำเทคโนโลยีมาใช้&nbsp;เช่น&nbsp;<a&nbsp;href=""WWW.GOPHUGET.COM""&nbsp;target=""_blank"">WWW.GOPHUGET.COM</a>&nbsp;หรือ&nbsp;แอปพลิเคชัน&nbsp;ThailandPlus&nbsp;ก่อนการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย&nbsp;โดยผู้เดินทางจะต้องแสดงแอปพลิเคชั่น&nbsp;ThailandPlus&nbsp;นี้&nbsp;ร่วมกับเอกสารหลักฐานอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ในการเข้าราชอาณาจักรไทยด้วย&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนทางด้าน&nbsp;ชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตองได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;นำโดย&nbsp;นายวีรวิชญ์&nbsp;เครือสมบัติ&nbsp;ประธาน&nbsp;ชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง&nbsp;เพื่อขอให้พิจารณาการเปิดปิดสถานบันเทิง&nbsp;พร้อมยื่นข้อกำหนดแนวทางในการปฏิบัติของสถานบันเทิงในการเตรียมพร้อมเปิดให้บริการประกอบด้วย&nbsp;ได้มีการจัดเตรียมการทำการฆ่าเชื้อในสถานบันเทิงและสถานที่โดยรอบเพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดสถานบันเทิงและสถานประกอบการต่างๆ&nbsp;กำหนดให้มีการตรวจคัดกรองโรคทางเข้าทุกช่องทางของสถานบันเทิงและสถานประกอบการ&nbsp;เช่น&nbsp;การตรวจคัดกรองโรคทางฝั่งขาเข้าป่าตองและฝั่งทางเข้าจากห้างจังซีลอนของถนนบางลา&nbsp;รวมถึงพนักงานที่ปฏิบัติงานต้องมีการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็มจึงจะปฏิบัติงานในสถานที่ต่างๆ&nbsp;ได้&nbsp;และพร้อมให้ความร่วมมือกับทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ในการกำหนดแนวทางการปฏิบัติตามความเหมาะสมต่อไป&nbsp;ทั้งนี้ทางผู้ประกอบการทุกกลุ่มพร้อมให้ความร่วมมือกับทางจังหวัดในทุกๆ&nbsp;เรื่องเพื่อรับการเปิดจังหวัด&nbsp;ตามแผน&nbsp;Phuket&nbsp;Sandbox&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	31/5/2021	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531183811902
239	นายกรัฐมนตรี ย้ำความร่วมมือ ปตท. กับฟอกซ์คอนน์ เป็นก้าวสําคัญสร้างความแข็งแกร่งให้ประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางผลิตยานยนต์ไฟฟ้า	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการลงทุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย&nbsp;ระหว่าง&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;กับ&nbsp;Hon&nbsp;Hai&nbsp;Precision&nbsp;Industry&nbsp;Co.,&nbsp;Ltd.&nbsp;(Foxconn&nbsp;Technology&nbsp;Group)&nbsp;ในรูปแบบเสมือนจริง&nbsp;(Virtual&nbsp;MOU&nbsp;Signing&nbsp;Ceremony)&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;และ&nbsp;กรุงไทเป&nbsp;ไต้หวัน&nbsp;เพื่อศึกษาโอกาสการพัฒนาฐานการผลิตยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย&nbsp;/ผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่&nbsp;ส่งเสริมความเติบโตและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน&nbsp;โดยมีนายสุพัฒน์พงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&nbsp;&nbsp;เลขาธิการนายกรัฐมนตรี&nbsp;&nbsp;พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยาน</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>แสดงความยินดีในความร่วมมือระหว่าง&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จํากัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;&nbsp;และฟอกซ์คอนน์&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;(Foxconn&nbsp;Technology&nbsp;Group)&nbsp;โดยไทยมีนโยบายและกำหนดทิศทางยกระดับให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายด้วยรักษาและต่อยอดความเป็นผู้นําของฐานการผลิตยานยนต์เพื่อการส่งออกในภูมิภาค&nbsp;ที่ผ่านมาได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ&nbsp;โดยตั้งเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าจะเติบโตเป็น&nbsp;30%&nbsp;ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในประเทศภายในปี&nbsp;ค.ศ.2030&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2573)&nbsp;เท่ากับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าประมาณ&nbsp;7&nbsp;แสนคันต่อปี&nbsp;ยํ้าจุดยืนของประเทศไทยที่จะเป็นศูนย์กลางการลงทุนยานยนต์ไฟฟ้าสําคัญของอาเซียนและส่งผลให้ประเทศบรรลุเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยืนยันส่งเสริมระบบนิเวศอื่นๆ</strong>&nbsp;ที่จะเกื้อหนุนให้การใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในประเทศตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง&nbsp;รองรับการดำเนินงานด้านยานยนต์ไฟฟ้าให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&nbsp;ผลักดันผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ&nbsp;ประเทศไทยในฐานะเป็นฐานการผลิตรถยนต์ชั้นนําในอาเซียนแล้ว&nbsp;ยังอยู่ใน&nbsp;12&nbsp;อันดับแรกของฐานการผลิตรถยนต์ระดับโลก</p><p><strong>ในตอนท้าย&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>ได้ขอให้การดำเนินงานนี้ประสบผลสําเร็จ&nbsp;เชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสําคัญ&nbsp;ของเศรษฐกิจ&nbsp;นวัตกรรมและสิ่งแวดล้อมที่ดียิงขึ้นได้ต่อไป</p><p><strong>ดร.ทศพร&nbsp;ศิริสัมพันธ์&nbsp;ประธานคณะกรรมการ&nbsp;ปตท.&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ได้ตั้งเป้าหมายที่จะจัดตั้งแพลตฟอร์มการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและให้คนไทยเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำกว่าและมีความยั่งยืนในอนาคต</p><p><strong>ด้านผู้บริหาร&nbsp;Foxconn&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ความร่วมมือในครั้งนี้ว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าหรือผู้ที่สนใจทั่วโลก&nbsp;ได้เชื่อมต่อสังคมแห่งการเดินทางด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ&nbsp;พร้อมมุ่งหวังที่จะเห็นประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำระดับโลกในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p>	31/5/2021	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531184819908
240	จ.นครพนม เตรียม Kick off จุดจำหน่ายสินค้าเกษตร บรรเทาความเดือดร้อนสินค้าเกษตรตกต่ำ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายปัญญา&nbsp;สัมพะวงศ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั่วประเทศ&nbsp;รวมถึงเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครพนม&nbsp;ที่ไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรได้&nbsp;มีผลผลิตตกค้างเป็นจำนวนมาก&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จังหวัดได้จัดพื้นที่ให้เกษตรกรจำหน่ายสินค้าเกษตร&nbsp;ในราคาต่ำกว่าท้องตลาด&nbsp;บริเวณหน้าองค์การบริการส่วนตำบลคำพี้&nbsp;ตำบลคำพี้&nbsp;อำเภอนาแก&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปช่วยซื้อผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรในจังหวัดนครพนมที่ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนม&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;0-4251-3334-5</p>	31/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531193742929
241	จ.ศรีสะเกษถ่ายทำคลิปวีดีโอเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;-&nbsp;16.30&nbsp;น.ณ&nbsp;สวนทุเรียนอิงธารออร์แกนิค&nbsp;บ้านซำตารมย์&nbsp;ตำบลตระกาจ&nbsp;อำเภอกันทรลักษ์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ร่วมถ่ายทำคลิปวีดีโอเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;ในกิจกรรมเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;แบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ตอน&nbsp;ทุเรียนภูเขาไฟ...อยู่ไหนก็ได้กิน&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;พร้อมทั้งการประชาสัมพันธ์การขายออนไลน์&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างความเข้มแข็งและมั่นคงให้แก่กลุ่มเกษตรกร&nbsp;และคนในชุมชน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สำหรับประชาชนผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสั่งซื้อทุเรียนภูเขาไฟออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์&nbsp;WWW.LAVADURIAN.COM&nbsp;โดยสามารถเลือกร้าน&nbsp;เลือกสวน&nbsp;เลือกเกรด&nbsp;เลือกสายพันธุ์&nbsp;สั่งซื้อตามขั้นตอน&nbsp;และรอรับทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษถึงที่หน้าบ้านได้อย่างสะดวกสบาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาววาสนา&nbsp;อยู่ดี&nbsp;พาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นางสาววรรณา&nbsp;บุดดีสิงห์ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายสุพิชัย&nbsp;หล่าสกุล&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;น.ส.ธมลวรรณ&nbsp;เจริญวงศ์พิสิฐ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ททท.&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;นางวาสิตา&nbsp;น้อยพรหม&nbsp;นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนนายอำเภอกันทรลักษ์&nbsp;เกษตรอำเภอกันทรลักษ์&nbsp;กลุ่มเกษตรกรชาวสวน&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องร่วมในกิจกรรม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	31/5/2021	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210601095329023
242	""	""	""	""	""	""	""
243	""	""	""	""	""	""	""
244	""	""	""	""	""	""	""
245	""	""	""	""	""	""	""
246	""	""	""	""	""	""	""
247	""	""	""	""	""	""	""
248	""	""	""	""	""	""	""
249	""	""	""	""	""	""	""
250	""	""	""	""	""	""	""
251	""	""	""	""	""	""	""
252	""	""	""	""	""	""	""
253	""	""	""	""	""	""	""
254	""	""	""	""	""	""	""
255	""	""	""	""	""	""	""
256	""	""	""	""	""	""	""
257	""	""	""	""	""	""	""
258	""	""	""	""	""	""	""
259	""	""	""	""	""	""	""
260	""	""	""	""	""	""	""
261	""	""	""	""	""	""	""
262	""	""	""	""	""	""	""
263	""	""	""	""	""	""	""
264	""	""	""	""	""	""	""
265	""	""	""	""	""	""	""
266	""	""	""	""	""	""	""
267	""	""	""	""	""	""	""
268	""	""	""	""	""	""	""
269	""	""	""	""	""	""	""
270	""	""	""	""	""	""	""
271	""	""	""	""	""	""	""
272	""	""	""	""	""	""	""
273	""	""	""	""	""	""	""
274	""	""	""	""	""	""	""
275	""	""	""	""	""	""	""
276	""	""	""	""	""	""	""
277	""	""	""	""	""	""	""
278	""	""	""	""	""	""	""
279	""	""	""	""	""	""	""
280	""	""	""	""	""	""	""
281	""	""	""	""	""	""	""
282	""	""	""	""	""	""	""
283	""	""	""	""	""	""	""
284	""	""	""	""	""	""	""
285	""	""	""	""	""	""	""
286	""	""	""	""	""	""	""
287	""	""	""	""	""	""	""
288	""	""	""	""	""	""	""
289	""	""	""	""	""	""	""
290	""	""	""	""	""	""	""
291	""	""	""	""	""	""	""
292	""	""	""	""	""	""	""
293	""	""	""	""	""	""	""
294	""	""	""	""	""	""	""
295	""	""	""	""	""	""	""
296	""	""	""	""	""	""	""
297	""	""	""	""	""	""	""
298	""	""	""	""	""	""	""
299	""	""	""	""	""	""	""
300	""	""	""	""	""	""	""
301	""	""	""	""	""	""	""
302	""	""	""	""	""	""	""
303	""	""	""	""	""	""	""
304	""	""	""	""	""	""	""
305	""	""	""	""	""	""	""
306	""	""	""	""	""	""	""
307	""	""	""	""	""	""	""
308	""	""	""	""	""	""	""
309	""	""	""	""	""	""	""
310	""	""	""	""	""	""	""
311	""	""	""	""	""	""	""
312	""	""	""	""	""	""	""
313	""	""	""	""	""	""	""
314	""	""	""	""	""	""	""
315	""	""	""	""	""	""	""
316	""	""	""	""	""	""	""
317	""	""	""	""	""	""	""
318	""	""	""	""	""	""	""
319	""	""	""	""	""	""	""
320	""	""	""	""	""	""	""
321	""	""	""	""	""	""	""
322	""	""	""	""	""	""	""
323	""	""	""	""	""	""	""
324	""	""	""	""	""	""	""
325	""	""	""	""	""	""	""
326	""	""	""	""	""	""	""
327	""	""	""	""	""	""	""
328	""	""	""	""	""	""	""
329	""	""	""	""	""	""	""
330	""	""	""	""	""	""	""
331	""	""	""	""	""	""	""
332	""	""	""	""	""	""	""
333	""	""	""	""	""	""	""
334	""	""	""	""	""	""	""
335	""	""	""	""	""	""	""
336	""	""	""	""	""	""	""
337	""	""	""	""	""	""	""
338	""	""	""	""	""	""	""
339	""	""	""	""	""	""	""
340	""	""	""	""	""	""	""
341	""	""	""	""	""	""	""
342	""	""	""	""	""	""	""
343	""	""	""	""	""	""	""
344	""	""	""	""	""	""	""
345	""	""	""	""	""	""	""
346	""	""	""	""	""	""	""
347	""	""	""	""	""	""	""
348	""	""	""	""	""	""	""
349	""	""	""	""	""	""	""
350	""	""	""	""	""	""	""
351	""	""	""	""	""	""	""
352	""	""	""	""	""	""	""
353	""	""	""	""	""	""	""
354	""	""	""	""	""	""	""
355	""	""	""	""	""	""	""
356	""	""	""	""	""	""	""
357	""	""	""	""	""	""	""
358	""	""	""	""	""	""	""
359	""	""	""	""	""	""	""
360	""	""	""	""	""	""	""
361	""	""	""	""	""	""	""
362	""	""	""	""	""	""	""
363	""	""	""	""	""	""	""
364	""	""	""	""	""	""	""
365	""	""	""	""	""	""	""
366	""	""	""	""	""	""	""
367	""	""	""	""	""	""	""
368	""	""	""	""	""	""	""
369	""	""	""	""	""	""	""
370	""	""	""	""	""	""	""
371	""	""	""	""	""	""	""
372	""	""	""	""	""	""	""
373	""	""	""	""	""	""	""
374	""	""	""	""	""	""	""
375	""	""	""	""	""	""	""
376	""	""	""	""	""	""	""
377	""	""	""	""	""	""	""
378	""	""	""	""	""	""	""
379	""	""	""	""	""	""	""
380	""	""	""	""	""	""	""
381	""	""	""	""	""	""	""
382	""	""	""	""	""	""	""
383	""	""	""	""	""	""	""
384	""	""	""	""	""	""	""
385	""	""	""	""	""	""	""
386	""	""	""	""	""	""	""
387	""	""	""	""	""	""	""
388	""	""	""	""	""	""	""
389	""	""	""	""	""	""	""
390	""	""	""	""	""	""	""
391	""	""	""	""	""	""	""
392	""	""	""	""	""	""	""
393	""	""	""	""	""	""	""
394	""	""	""	""	""	""	""
395	""	""	""	""	""	""	""
396	""	""	""	""	""	""	""
397	""	""	""	""	""	""	""
398	""	""	""	""	""	""	""
399	""	""	""	""	""	""	""
400	""	""	""	""	""	""	""
401	""	""	""	""	""	""	""
402	""	""	""	""	""	""	""
403	""	""	""	""	""	""	""
404	""	""	""	""	""	""	""
405	""	""	""	""	""	""	""
406	""	""	""	""	""	""	""
407	""	""	""	""	""	""	""
408	""	""	""	""	""	""	""
409	""	""	""	""	""	""	""
410	""	""	""	""	""	""	""
411	""	""	""	""	""	""	""
412	""	""	""	""	""	""	""
413	""	""	""	""	""	""	""
414	""	""	""	""	""	""	""
415	""	""	""	""	""	""	""
416	""	""	""	""	""	""	""
417	""	""	""	""	""	""	""
418	""	""	""	""	""	""	""
419	""	""	""	""	""	""	""
420	""	""	""	""	""	""	""
421	""	""	""	""	""	""	""
422	""	""	""	""	""	""	""
423	""	""	""	""	""	""	""
424	""	""	""	""	""	""	""
425	""	""	""	""	""	""	""
426	""	""	""	""	""	""	""
427	""	""	""	""	""	""	""
428	""	""	""	""	""	""	""
429	""	""	""	""	""	""	""
430	""	""	""	""	""	""	""
431	""	""	""	""	""	""	""
432	""	""	""	""	""	""	""
433	""	""	""	""	""	""	""
434	""	""	""	""	""	""	""
435	""	""	""	""	""	""	""
436	""	""	""	""	""	""	""
437	""	""	""	""	""	""	""
438	""	""	""	""	""	""	""
439	""	""	""	""	""	""	""
440	""	""	""	""	""	""	""
441	""	""	""	""	""	""	""
442	""	""	""	""	""	""	""
443	""	""	""	""	""	""	""
444	""	""	""	""	""	""	""
445	""	""	""	""	""	""	""
446	""	""	""	""	""	""	""
447	""	""	""	""	""	""	""
448	""	""	""	""	""	""	""
449	""	""	""	""	""	""	""
450	""	""	""	""	""	""	""
451	""	""	""	""	""	""	""
452	""	""	""	""	""	""	""
453	""	""	""	""	""	""	""
454	""	""	""	""	""	""	""
455	""	""	""	""	""	""	""
456	""	""	""	""	""	""	""
457	""	""	""	""	""	""	""
458	""	""	""	""	""	""	""
459	""	""	""	""	""	""	""
460	""	""	""	""	""	""	""
461	""	""	""	""	""	""	""
462	""	""	""	""	""	""	""
463	""	""	""	""	""	""	""
464	""	""	""	""	""	""	""
465	""	""	""	""	""	""	""
466	""	""	""	""	""	""	""
467	""	""	""	""	""	""	""
468	""	""	""	""	""	""	""
469	""	""	""	""	""	""	""
470	""	""	""	""	""	""	""
471	""	""	""	""	""	""	""
472	""	""	""	""	""	""	""
473	""	""	""	""	""	""	""
474	""	""	""	""	""	""	""
475	""	""	""	""	""	""	""
476	""	""	""	""	""	""	""
477	""	""	""	""	""	""	""
478	""	""	""	""	""	""	""
479	""	""	""	""	""	""	""
480	""	""	""	""	""	""	""
481	""	""	""	""	""	""	""
482	""	""	""	""	""	""	""
483	""	""	""	""	""	""	""
484	""	""	""	""	""	""	""
485	""	""	""	""	""	""	""
486	""	""	""	""	""	""	""
487	""	""	""	""	""	""	""
488	""	""	""	""	""	""	""
489	""	""	""	""	""	""	""
490	""	""	""	""	""	""	""
491	""	""	""	""	""	""	""
492	""	""	""	""	""	""	""
493	""	""	""	""	""	""	""
494	""	""	""	""	""	""	""
495	""	""	""	""	""	""	""
496	""	""	""	""	""	""	""
497	""	""	""	""	""	""	""
498	""	""	""	""	""	""	""
499	""	""	""	""	""	""	""
500	""	""	""	""	""	""	""
501	""	""	""	""	""	""	""
502	""	""	""	""	""	""	""
503	""	""	""	""	""	""	""
504	""	""	""	""	""	""	""
505	""	""	""	""	""	""	""
506	""	""	""	""	""	""	""
507	""	""	""	""	""	""	""
508	""	""	""	""	""	""	""
509	""	""	""	""	""	""	""
510	""	""	""	""	""	""	""
511	""	""	""	""	""	""	""
512	""	""	""	""	""	""	""
513	""	""	""	""	""	""	""
514	""	""	""	""	""	""	""
515	""	""	""	""	""	""	""
516	""	""	""	""	""	""	""
517	""	""	""	""	""	""	""
518	""	""	""	""	""	""	""
519	""	""	""	""	""	""	""
520	""	""	""	""	""	""	""
521	""	""	""	""	""	""	""
522	""	""	""	""	""	""	""
523	""	""	""	""	""	""	""
524	""	""	""	""	""	""	""
525	""	""	""	""	""	""	""
526	""	""	""	""	""	""	""
527	""	""	""	""	""	""	""
528	""	""	""	""	""	""	""
529	""	""	""	""	""	""	""
530	""	""	""	""	""	""	""
531	""	""	""	""	""	""	""
532	""	""	""	""	""	""	""
533	""	""	""	""	""	""	""
534	""	""	""	""	""	""	""
535	""	""	""	""	""	""	""
536	""	""	""	""	""	""	""
537	""	""	""	""	""	""	""
538	""	""	""	""	""	""	""
539	""	""	""	""	""	""	""
540	""	""	""	""	""	""	""
541	""	""	""	""	""	""	""
542	""	""	""	""	""	""	""
543	""	""	""	""	""	""	""
544	""	""	""	""	""	""	""
545	""	""	""	""	""	""	""
546	""	""	""	""	""	""	""
547	""	""	""	""	""	""	""
548	""	""	""	""	""	""	""
549	""	""	""	""	""	""	""
550	""	""	""	""	""	""	""
551	""	""	""	""	""	""	""
552	""	""	""	""	""	""	""
553	""	""	""	""	""	""	""
554	""	""	""	""	""	""	""
555	""	""	""	""	""	""	""
556	""	""	""	""	""	""	""
557	""	""	""	""	""	""	""
558	""	""	""	""	""	""	""
559	""	""	""	""	""	""	""
560	""	""	""	""	""	""	""
561	""	""	""	""	""	""	""
562	""	""	""	""	""	""	""
563	""	""	""	""	""	""	""
564	""	""	""	""	""	""	""
565	""	""	""	""	""	""	""
566	""	""	""	""	""	""	""
567	""	""	""	""	""	""	""
568	""	""	""	""	""	""	""
569	""	""	""	""	""	""	""
570	""	""	""	""	""	""	""
571	""	""	""	""	""	""	""
572	""	""	""	""	""	""	""
573	""	""	""	""	""	""	""
574	""	""	""	""	""	""	""
575	""	""	""	""	""	""	""
576	""	""	""	""	""	""	""
577	""	""	""	""	""	""	""
578	""	""	""	""	""	""	""
579	""	""	""	""	""	""	""
580	""	""	""	""	""	""	""
581	""	""	""	""	""	""	""
582	""	""	""	""	""	""	""
583	""	""	""	""	""	""	""
584	""	""	""	""	""	""	""
585	""	""	""	""	""	""	""
586	""	""	""	""	""	""	""
587	""	""	""	""	""	""	""
588	""	""	""	""	""	""	""
589	""	""	""	""	""	""	""
590	""	""	""	""	""	""	""
591	""	""	""	""	""	""	""
592	""	""	""	""	""	""	""
593	""	""	""	""	""	""	""
594	""	""	""	""	""	""	""
595	""	""	""	""	""	""	""
596	""	""	""	""	""	""	""
597	""	""	""	""	""	""	""
598	""	""	""	""	""	""	""
599	""	""	""	""	""	""	""
600	""	""	""	""	""	""	""
601	""	""	""	""	""	""	""
602	""	""	""	""	""	""	""
