{
  "fields": [{"id":"_id","type":"int"},{"id":"NewsTitle","type":"text"},{"id":"NT01_NewsDesc","type":"text"},{"id":"NewsDate","type":"text"},{"id":"Region","type":"text"},{"id":"Province","type":"text"},{"id":"Department","type":"text"},{"id":"Link_News","type":"text"}],
  "records": [
    [1,"ผู้ประกอบกิจการประเภทร้านอาหารในพื้นที่สีแดงเข้มหลายแห่งมีการปรับตัวให้บริการแบบเดลิเวอรี่ หลังมีประกาศให้นั่งทานที่ร้านถึง 21.00 น.","<p><strong>หลังจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;หรือ&nbsp;ศบค.&nbsp;ออกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ระลอก&nbsp;3&nbsp;โดยขอความร่วมมือประชาชนห้ามนั่งรับประทานอาหารในร้าน&nbsp;ให้ซื้อกลับไปทานที่บ้านได้จนถึงเวลา&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;มีผลบังคับใช้รวม&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;เริ่มวันนี้&nbsp;(1&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;เป็นวันแรก&nbsp;จากการสำรวจบรรยากาศร้านอาหารบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต&nbsp;เขตดินแดง&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ซึ่งอยู่ในพื้นที่สีแดงเข้ม&nbsp;พบว่าเงียบเหงา&nbsp;โดยร้านข้าวแกงครัวเด็กหอ&nbsp;วันนี้เจ้าของร้านได้มีการปิดป้ายประกาศ&nbsp;\"เฉพาะซื้อกลับบ้านเท่านั้น\"&nbsp;พร้อมนำโต๊ะและเก้าอี้มาวางรวมกันไว้&nbsp;และเปลี่ยนการให้บริการเป็นการจัดส่งอาหารแบบเดลิเวอรี่&nbsp;หรือลูกค้าที่มาใช้บริการก็เปลี่ยนจากการนั่งทานที่ร้านเป็นนำกลับไปทานที่บ้านแทน&nbsp;โดยราคาอาหารอยู่ที่&nbsp;ข้าวราดแกง&nbsp;1&nbsp;อย่าง&nbsp;30&nbsp;บาท&nbsp;ข้าวราดแกง&nbsp;2&nbsp;อย่าง&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งไม่มีการปรับขึ้นราคาแต่อย่างใด&nbsp;เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา&nbsp;5.00-15.00น.</p><p><strong>ด้านเจ้าของร้าน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาลูกค้าน้อย&nbsp;รวมทั้งในช่วงก่อนการประกาศยังพอมีลูกค้าบ้าง&nbsp;แต่ก็เงียบเหงากว่าปกติ&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ส่งผลให้ยอดขายลดลงมาก&nbsp;โดยมาตรการป้องกันดังกล่าวถือว่าออกมาในช่วงเวลาที่เหมาะสม&nbsp;ซึ่งหวังว่าจะช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อได้</p><p><strong>เช่นเดียวกับที่ร้านก๋วยเตี๋ยวชาติหน้า&nbsp;15&nbsp;เส้น</strong>&nbsp;เปิดเผยเป็นเสียงเดียวกันว่า&nbsp;ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมายังไม่มีลูกค้า&nbsp;โดยช่วงเวลาปกติจะมีลูกค้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก&nbsp;จึงอยากให้ภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>ด้านลูกค้าที่มาใช้บริการส่วนใหญ่&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พร้อมให้ความร่วมมือในการซื้ออาหารกลับไปทานที่บ้าน&nbsp;ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในการป้องกันตนเองจากโรคโควิด-19&nbsp;พร้อมอยากให้ภาครัฐสนับสนุนเงินช่วยประชาชน&nbsp;เนื่องจากตนทำงานรายวัน&nbsp;รายได้ลดน้อยลงและบางวันไม่ได้เลยเนื่องจากถูกสั่งให้หยุดงาน</p><p><strong>ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าร้านอาหารทุกร้านต่างให้ความร่วมมือต่อมาตการป้องกันอย่างเข้มข้น</strong>&nbsp;โดยส่วนใหญ่หวังว่าภาครัฐจะหาวิธีการป้องกันอย่างหลากหลาย&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ค้าที่เปิดให้บริการช่วงเวลากลางคืนด้วย&nbsp;รวมทั้งประชาชนด้วยกันเอง&nbsp;อยากให้เกิดความร่วมมือกันมากขึ้น&nbsp;เพื่อก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้</p><p><br></p><p><br></p>","1/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501103606062"],
    [2,"กรมสรรพากร ขยายเวลายื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลทางออนไลน์ ออกไปเป็น 30 มิถุนายนนี้ ช่วยผู้ประกอบการให้มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นประมาณ 14,200 ล้านบาท","<p><strong>นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การขยายเวลายื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลออนไลน์ทางอินเทอร์เน็ต&nbsp;เป็นการสนับสนุนการทำธุรกรรมภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์จากที่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;Tax&nbsp;from&nbsp;Home&nbsp;ช่วยลดความแออัดและความเสี่ยงจากโรคโควิด-19&nbsp;รวมทั้งช่วยให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;14,200&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยไม่กระทบการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล&nbsp;ซึ่งกระทรวงการคลังต้องบริหารจัดการกระแสเงินสด&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาการชำระภาษีที่เลื่อนออกไป</p><p><strong>สำหรับการขยายเวลาการยื่นแบบฯ</strong>&nbsp;บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทั่วไป&nbsp;และบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย&nbsp;ขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล&nbsp;สำหรับแบบ&nbsp;ภ.ง.ด.&nbsp;50&nbsp;,ภ.ง.ด.&nbsp;55&nbsp;และการขยายกำหนดเวลายื่นแบบรายงานประจำปี&nbsp;สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันตามมาตรา&nbsp;71&nbsp;ทวิ&nbsp;แห่งประมวลรัษฎากร&nbsp;ของรอบระยะเวลาบัญชีปี&nbsp;2563&nbsp;ที่ต้องยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตภายในเดือนพฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงเดือนมิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ออกไปเป็นภายในวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;โดยต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านอินเทอร์เน็ตเท่านั้น</p><p><strong>กรณีบริษัทที่ได้รับสิทธิ์ดังกล่าวและต้องเลื่อนการประชุมสามัญประจำปี</strong>เพื่ออนุมัติงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนที่กำหนดไว้ระหว่างวันที่&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ออกไปอีกไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;เดือนนับจากที่กำหนดไว้เดิม&nbsp;เนื่องจากการประกาศมาตรการควบคุมการจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ให้แจ้งกำหนดการประชุมสามัญประจำปีที่ได้กำหนดไว้เดิมและการจัดประชุมครั้งใหม่ต่ออธิบดีกรมสรรพากร&nbsp;ทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.rd.go.th/\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\"><u>www.rd.go.th</u></a>&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","1/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501203759277"],
    [3,"กรมธนารักษ์ งดให้บริการรับจองและจ่ายแลกเหรียญเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในโอกาสพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส 1 พฤษภาคม 2562 ทุกประเภท ","<p><strong>นายยุทธนา&nbsp;หยิมการุณ&nbsp;อธิบดีกรมธนารักษ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในปัจจุบันกระจายเป็นวงกว้างและมีความรุนแรงมากขึ้น&nbsp;รวมทั้งรัฐบาลมีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคในระดับสูงสุด&nbsp;กรมธนารักษ์จึงมีความห่วงใยและคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนผู้มาติดต่อราชการ&nbsp;รวมถึงข้าราชการและพนักงานของกรมธนารักษ์&nbsp;จึงของดการจองเหรียญและจ่ายแลกเหรียญเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในโอกาสพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2562&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่สั่งจองและจ่ายแลกเหรียญทั่วประเทศ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;514&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกดังกล่าวทุกประเภททางออนไลน์ได้ที่<strong>&nbsp;</strong><a&nbsp;href=\"http://www.treasury.go.th/\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\"><strong>www.treasury.go.th</strong></a></p><p><strong>อธิบดีกรมธนารักษ์&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;สำหรับเหรียญเฉลิมพระเกียรติพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา&nbsp;พัชรสุธาพิมลลักษณ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;4&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2562&nbsp;(เหรียญที่ระลึกประดับแพรแถบ)&nbsp;ซึ่งได้เปิดจำหน่ายไปแล้วเมื่อวันที่&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;กรมธนารักษ์จะเปิดช่องทางจำหน่ายทางออนไลน์เพิ่มเติมที่&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.treasury.go.th/\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\"><strong>www.treasury.go.th</strong></a><strong>&nbsp;</strong>เมนู&nbsp;&nbsp;e-Catalog&nbsp;เหรียญและผลิตภัณฑ์เหรียญ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><br></p><p><br></p>","1/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501203420274"],
    [4,"พาณิชย์?จังหวัดอุตรดิตถ์?ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิต ข้าว เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางพิสมนต์&nbsp;มงคลเทพ&nbsp;?พาณิชย์?จังหวัด?อุตรดิตถ์?&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฯ&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิต&nbsp;ข้าว&nbsp;และสถานการณ์ทั่วไป&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย&nbsp;เกษตรผลิต&nbsp;พาณิชย์ตลาด&nbsp;ภายใต้ยุทธศาตร์&nbsp;ตลาดนำการผลิต&nbsp;ณ&nbsp;โรงสีสหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์&nbsp;จำกัด&nbsp;อำเภอเมืองอุตรดิตถ์&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ซึ่งได้มีการวางแผนร่วมกันในการต่อยอดขยายตลาดไปยังตลาดโมเดิร์นเทรด&nbsp;ตลาดในจังหวัดและต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น&nbsp;สินค้าได้แก่&nbsp;ข้าวหอมมะลิอุตรดิตถ์&nbsp;ข้าวหอมปทุมอุตรดิตถ์&nbsp;และข้าวขาวอุตรดิตถ์&nbsp;ขนาดบรรจุ&nbsp;1,&nbsp;2,&nbsp;5&nbsp;และ&nbsp;10&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;GAP,&nbsp;GMP&nbsp;และ&nbsp;HACCP&nbsp;ภายใต้แบรนด์ข้าวอุดม&nbsp;(Udom)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การบริหารจัดการของสหกรณ์&nbsp;มีการวางแผนการผลิต&nbsp;เพื่อให้ปริมาณและพื้นที่การผลิตเหมาะสมกับการตลาด&nbsp;ส่งเสริมการเพาะปลูกชนิดข้าวที่หลากหลายตามความต้องการของตลาด&nbsp;แก้ปัญหาราคาตกต่ำ&nbsp;และตลาดรับซื้อที่แน่นอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โรงสีสหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์&nbsp;จำกัด&nbsp;จำหน่ายข้าวภายในจังหวัดและต่างจังหวัด&nbsp;ให้ร้านค้าจำนวน&nbsp;261&nbsp;ร้านค้า&nbsp;และผ่านช่องทางออนไลน์&nbsp;ซึ่งสหกรณ์มีศักยภาพในการบริหารจัดการ&nbsp;และการผลิต&nbsp;โดยยึดหลักความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า&nbsp;เน้นสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้ยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","1/5/2021","ภาคเหนือ","อุตรดิตถ์","สวท.อุตรดิตถ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501173057213"],
    [5,"โควิดเป็นเหตุต้องปิดร้านบาบีคิว เจ้าของร้านเข้าสวนตัดทุเรียนโบราณมาแกะขายเป็นพลู รองรับลูกค้ารายได้น้อย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ร้านบุญชู&nbsp;บาร์บีคิว&nbsp;ที่เป็นร้านบาร์บีคิวชื่อดังของจันทบุรี&nbsp;ที่ตั้งอยู่ในซอยท่าแฉลบ&nbsp;6&nbsp;ถนนท่าแฉลบ&nbsp;ตำบลตลาด&nbsp;อำเภอเมืองจังหวัดจันทบุรี&nbsp;หลังเจ้าของร้านได้โพสเฟสบุ๊คนำทุเรียนโบราณพันธุ์นกหยิบมาโพสขายเป็นพลู&nbsp;พลูละ&nbsp;20&nbsp;-&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งถ้าซื้อตามตลาดที่ขายยกลูกจะอยู่ที่จะขายอยู่กิโลกรัมละ&nbsp;700&nbsp;บาท&nbsp;หลังโพสได้ประมาณ&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์ก็มีเพื่อน&nbsp;ๆ&nbsp;ในเฟสบุ๊ค&nbsp;และประชาชนทั่วไปมาช่วยกันอุดหนุนกันเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งทางร้านได้รับผลกระทบจากโควิด19&nbsp;เพราะต้องปิดร้านชั่วคราวทำให้ตนเองขาดรายได้และประกอบกับลูกจ้างหลายคนต้องตกงาน&nbsp;จึงได้คิดนำทุเรียนที่สวนของตนเองมาโพสขายแต่ถ้าขายเป็นกิโลจะดูแพงไปจึงได้นำมาแบ่งขายเป็นพลูแทนในราคาพลูละ20&nbsp;&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;ตามขนาด&nbsp;เพื่อให้ผู้รายได้น้อยได้รับประทานทุเรียนโบราณพันธุ์นกหยิบ&nbsp;ซึ่งหลังจากโพสขายได้มีลูกค้าแวะเวียนมาซื้อไปรับประทานอย่างไม่ขาดสาย&nbsp;ทำให้มีรายได้พอใช้จ่ายและประคองจ้างพนักงานให้รอดพ้นจากวิกฤติโควิด19&nbsp;ในครั้งนี้ไปด้วยกัน</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านนางสาวธนวรรณ&nbsp;กวีกิจอังกูร&nbsp;อายุ&nbsp;34&nbsp;ปี&nbsp;ได้กล่าวว่าในช่วงนี้มีโควิด19&nbsp;ระบาดทำให้ร้านต้องปิดลงชั่วคราว&nbsp;ทำให้ตนเองขาดรายได้และลูกน้องในร้านต้องตกงาน&nbsp;ตนเองจึงได้คิดหาแนวทางสร้างรายได้&nbsp;โชคดีที่ครอบครัวมีสวนทุเรียนโบราณอยู่จึงได้พาคนงานในร้านไปช่วยกันเก็บทุเรียนโบราณพันธุ์นกหยิบมาขายแต่ด้วยราคาสูงถึงกิโลกรัมละ&nbsp;700&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;จึงได้นำมาแบ่งขายเป็นพลู&nbsp;พลูละตั้งแต่&nbsp;20-80&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยจากผลกระทบโควิด&nbsp;19&nbsp;ได้รับประทานทุเรียนที่อร่อยและมีคุณภาพของจันทบุรี&nbsp;และได้โพสขายโดยให้ลูกค้าที่อยากรับประทานเดินทางมาเลือกซื้อเองที่ร้านเพราะจะได้ทุเรียนที่สดใหม่ตัดวันต่อวันมาวางขาย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","1/5/2021","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501203644276"],
    [6,"เคอร์ฟิวช่วงโควิด ไม่กระทบรายได้ ร้านขายทุเรียนของดีเมืองยะลา","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประชาชน&nbsp;แห่ซื้อทุเรียนหมอนทอง&nbsp;ร้านทุเรียน&nbsp;Nurin&amp;Afnan&nbsp;&nbsp;หน้าโรงเรียนนิบงชนูปถัมภ์ยะลา&nbsp;กันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;หลังทางร้าน&nbsp;ได้สั่งทุเรียน&nbsp;พรีเมียม&nbsp;คัดเกรด&nbsp;จาก&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;มาขายให้กับประชาชนที่ชื่นชอบทุเรียนได้รับประทาน&nbsp;โดยแต่ละวัน&nbsp;ก็จะขายได้เกือบ&nbsp;1&nbsp;ตัน&nbsp;ช่วยสร้างรายได้&nbsp;ให้กับทางร้าน&nbsp;ในช่วงที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;ผู้ซื้อ&nbsp;ผู้ขายก็ได้ปฎิบัติตามมาตรการสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;น.ส.ปาตีฮ๊ะห์&nbsp;วามะ&nbsp;เจ้าของร้าน&nbsp;บอกว่า&nbsp;ช่วงนี้ทุเรียนนอกฤดู&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;มีน้อย&nbsp;ทำให้ไม่เพียงพอที่จะขายให้กับลูกค้า&nbsp;ทางร้านก็ได้&nbsp;สั่งซื้อทุเรียนหมอนทอง&nbsp;จาก&nbsp;ตลาด&nbsp;อตก.รสชาติอร่อย&nbsp;คัดเกรด&nbsp;มาขายให้กับลูกค้า&nbsp;ซึ่งเป็นทุเรียนจาก&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;&nbsp;มีทั้งเกรดพรีเมี่ยม&nbsp;ราคา&nbsp;กก.ละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;และเกรด&nbsp;ธรรมดา&nbsp;ราคา&nbsp;กก.ละ&nbsp;170&nbsp;บาท&nbsp;ชาวยะลา&nbsp;รวมถึง&nbsp;พื้นที่ใกล้เคียงให้ความสนใจมาเลือกซื้อจำนวนมาก&nbsp;เนื่องจากเป็นเดือนถือศีลอด&nbsp;ด้วย&nbsp;วันหนึ่งขายได้เกือบ&nbsp;1&nbsp;ตัน&nbsp;ลูกค้าเข้าร้านกว่า&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;ขายได้อย่างต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในช่วงนี้&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;&nbsp;และมีการประกาศเคอร์ฟิว&nbsp;นั้น&nbsp;ซึ่งเป็นเวลา&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;-04.00&nbsp;น.&nbsp;ก็ไม่มีผลกระทบกับทางร้าน&nbsp;เนื่องจากตั้งแต่เริ่มต้นเดือนถือศีลอดมา&nbsp;ทางร้าน&nbsp;ก็ร่นระยะเวลาการขายแล้ว&nbsp;โดยจะขายตั้งแต่เวลา&nbsp;บ่ายโมง&nbsp;ซึ่งลูกค้าต่างจังหวัด&nbsp;จะเริ่มเข้ามาซื้อไปเพื่อไว้รับประทาน&nbsp;หลัง&nbsp;ละศีลอด&nbsp;ปกติจะขาย&nbsp;ไปจนถึง&nbsp;4&nbsp;ทุ่ม&nbsp;พอมีเคอร์ฟิว&nbsp;ในช่วงเวลา&nbsp;3&nbsp;ทุ่ม&nbsp;ก็จะเริ่มเก็บร้าน&nbsp;จึงไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ที่ชอบทานทุเรียนหมอนทอง&nbsp;ที่ไม่อยากจะรอถึงฤดูทุเรียน&nbsp;&nbsp;ก็สามารถแวะมาเลือกซื้อ&nbsp;ได้&nbsp;ที่ร้าน&nbsp;Nurin&amp;Afnan&nbsp;โดยทางร้าน&nbsp;จะรับทั้งเงินสด&nbsp;จ่ายผ่านโครงการของรัฐบาล&nbsp;ส่วนผู้ที่ไม่สะดวกในการมาซื้อที่ร้าน&nbsp;ทางร้านก็จะมีบริการส่งให้ถึงที่&nbsp;ภายในจังหวัด&nbsp;และส่งเคอรี่ไปตามจังหวัดต่างๆ&nbsp;ด้วย&nbsp;โดยติดต่อได้ที่&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;093-759-7151</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","2/5/2021","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502094209306"],
    [7,"แก้ปัญหาปากท้องช่วงสถานการณ์โควิด แม่ค้าสาวผุดไอเดียโพสขายรังผึ้งหลวงสดย่างปรุงรสออนไลน์มีลูกค้าจากต่างจังหวัดสนใจสั่งซื้อจำนวนมาก","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานการณ์โควิดในจันทบุรี&nbsp;ยังไม่ดี&nbsp;พบตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นและ&nbsp;จังหวัดได้ออกประกาศควบคุมสถานการณ์&nbsp;พื้นที่สีแดงควบคุมสูงสุด&nbsp;ส่งผลให้การประกอบอาชีพค้าขายได้รับผลกระทบ&nbsp;ที่ร้านผึ้งหลวงย่างปรุงรส&nbsp;ในพื้นที่บ้านป่าใต้&nbsp;ตำบลบางกะจะ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวรสสุคนธ์&nbsp;เนตรวิลา&nbsp;อายุ&nbsp;31&nbsp;ปี&nbsp;กำลังเตรียมรังผึ้งหลวงมาหั่นเป็นชิ้นและปรุงรสชาติด้วยเกลือ&nbsp;กระเทียม&nbsp;พริกไทย&nbsp;และนำไปย่างเป็นรังผึ้งสดปรุงรสย่างขายให้กับลูกที่สั่งผ่านเพจ&nbsp;เฟสบุ๊ค&nbsp;และมาซื้อเองที่ร้าน&nbsp;ซึ่งในแต่ละวันจะต้องย่างถึง&nbsp;40-50&nbsp;ชิ้นต่อวัน&nbsp;ราคาจำหน่ายชิ้นละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งจากการพูดคุยกับนางสาวรสสุคนธ์เล่าว่าตนเองมีอาชีพขายรังผึ้งปรุงรสย่างที่ตลาดสดเมืองจันทบุรี&nbsp;มานานกว่า&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;จนมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด19&nbsp;จึงได้เปลี่ยนมาโพสขายผ่านเพจ&nbsp;\"ไอซ์ผึ้งย่าง&nbsp;ผึ้งหลวงผึ้งมิ้น&nbsp;น้ำผึ้งป่า&nbsp;100%\"&nbsp;และมีลูกค้าจากต่างจังหวัดสนใจสั่งซื้อมาเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งการย่างของตนจะยังคงใช้เตาถ่านเพื่อได้กลิ่นหอมของน้ำผึ้งและใบตอง&nbsp;ซึ่งวิธีการทำตนจะหั่นรังผึ้งหลวงเป็นชิ้นห่อด้วยใบตอง&nbsp;มีทั้งสูตรโรยด้วยเกลือพริกไทย&nbsp;สูตรกระเทียมพริกไทย&nbsp;ย่างบนเตาถ่านประมาณ&nbsp;15&nbsp;นาทีด้วยไฟอ่อนๆ&nbsp;พอใบตองไหม้&nbsp;รังผึ้งข้างในร้อนระอุ&nbsp;ก็เป็นอันใช้ได้&nbsp;รสชาติออกเค็มๆ&nbsp;และมันๆ&nbsp;จะขายในราคาชุดละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ในแต่ละวันจะมีออเดอร์ลูกค้าทั้งในตัวเมืองจันทบุรีและจากต่างจังหวัดสั่งมาเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนรังผึ้งนั้นตนเองได้รับซื้อมาจากนายพรานที่หาของป่าในพื้นที่จันทบุรีนำมาขายให้&nbsp;จึงสามารถการันตีได้ถึงคุณภาพและความสดของรังผึ้ง&nbsp;ทั้งนี้ตนเองยังมีน้ำผึ้งแท้จำหน่ายขวดเล็ก?&nbsp;150&nbsp;ml.&nbsp;ราคา&nbsp;130&nbsp;บาทขวดใหญ่?&nbsp;750?ml.?&nbsp;ราคา&nbsp;500.บาทอีกด้วยหากท่านใดสนใจสามารถสั่งผ่านเพจ\"ไอซ์ผึ้งย่าง&nbsp;ผึ้งหลวงผึ้งมิ้น&nbsp;น้ำผึ้งป่า&nbsp;100%&nbsp;หรือโทร&nbsp;092-8998389&nbsp;ไอซ์</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านนางสาวณัฎฐา&nbsp;แสงทอง&nbsp;ลูกค้าที่มาซื้อรังผึ้งย่างกล่าวว่า&nbsp;ตนเองชอบซื้อรังผึ้งย่างไปรับประทานเพราะเป็นรังผึ้งใหม่&nbsp;ย่างแล้วมีความหอมน่ารับประทาน&nbsp;ปกติจะผ่านมาซื้อบ่อย&nbsp;แต่บางครั้งจะสั่งซื้อผ่านออนไลน์โดยทางร้านจะนำไปส่งให้ที่บ้าน&nbsp;นิยมซื้อมารับประทานเพราะราคากล่องละ100&nbsp;บาทถือว่าไม่แพง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2/5/2021","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502095834312"],
    [8,"การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 3 สายทาง ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2564","<p><strong>การทางพิเศษแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;กทพ.&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;</strong>วันอังคารที่&nbsp;4&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;(วันฉัตรมงคล)&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;00.01&nbsp;น.&nbsp;ถึง&nbsp;24.00&nbsp;น.&nbsp;ประชาชนที่ใช้ทางพิเศษ&nbsp;3&nbsp;สายทาง&nbsp;ประกอบด้วยทางพิเศษเฉลิมมหานคร&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;ด่าน&nbsp;ทางพิเศษศรีรัช&nbsp;จำนวน&nbsp;31&nbsp;ด่าน&nbsp;และทางพิเศษอุดรรัถยา&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ด่าน&nbsp;จะได้รับการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษจำนวน&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งเป็นวันหยุดราชการประจำปีตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;โดยเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมที่ปรากฏในสัญญาสัมปทาน&nbsp;ฉบับแก้ไขใหม่ระหว่าง&nbsp;กทพ.&nbsp;บริษัท&nbsp;ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;(BEM)&nbsp;และบริษัท&nbsp;ทางด่วนกรุงเทพเหนือ&nbsp;จำกัด&nbsp;(NECL)&nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;กทพ.&nbsp;</strong>ขอเชิญชวนให้ผู้ใช้ทางพิเศษสมัครใช้บัตร&nbsp;Easy&nbsp;Pass&nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับธนบัตร&nbsp;หรือเหรียญ&nbsp;ซึ่งอาจจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค&nbsp;รวมถึงใช้บริการเติมเงิน&nbsp;ในบัตร&nbsp;Easy&nbsp;Pass&nbsp;ผ่าน&nbsp;Application&nbsp;ของธนาคารต่างๆ&nbsp;ซึ่งนอกจากจะได้รับความสะดวกรวดเร็วแล้วยังจะช่วยลดความเสี่ยงจากการรับ&nbsp;หรือแพร่เชื้อโควิด-19&nbsp;ได้อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","2/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502215922472"],
    [9,"ททท.เตรียมทบทวนโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 และทัวร์เที่ยวไทยเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการควบคุมการระบาดของ Covid-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าฯ ททท. เผยอาจชะลอโครงการ <strong>เราเที่ยวด้วยกัน </strong>เฟส 3 และ ทัวร์เที่ยวไทย ในเดือนพฤษภาคมนี้ออกไปก่อน เพื่อควบคุมและป้องการโควิด-19 ตามมาตรการของ ศบค. โดยเตรียมหารือกับ รมว.ท่องเที่ยวฯ ในสัปดาห์หน้าเพื่อให้ได้ความชัดเจน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากกรณีข่าวการเตรียมเปิดโครงการ<strong> เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3</strong> และ<strong>ทัวร์เที่ยวไทย&nbsp;</strong>ในเดือนพฤษภาคมนี้ (ตามมติ ครม. 23 มีนาคม 2564) ซึ่งมีความขัดแย้งกับประกาศของ ศบค.ที่ขอความร่วมมือให้ประชาชนงดเดินทางข้ามจังหวัด ตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นั้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ล่าสุดวันนี้ (2 พ.ค.) <strong>นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) </strong>เปิดเผยว่า เมื่อ ศบค. มีคำสั่งล่าสุดขอให้ประชาชนงดการเดินทางเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงอาจจะชะลอโครงการออกไปก่อน โดยในสัปดาห์หน้า คาดว่าไม่เกินวันศุกร์ที่ 14 พ.ค.นี้ ผู้ว่าฯ ททท.จะหารือกับ รัฐมนตรีว่าการท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจนว่าจะเลื่อนโครงการนี้ออกไปเป็นวันที่เท่าไร หรือควรมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะจะต้องแจ้งให้สภาพัฒน์ทราบด้วย เนื่องจากโครงการมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของงบประมาณและระยะเวลาในการดำเนินโครงการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการ <strong>เราเที่ยวด้วยกัน</strong> ระยะที่ 3 เพิ่มอีก 2 ล้านสิทธิ์ และ โครงการ <strong>ทัวร์เที่ยวไทย\"  </strong>ที่เน้นการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัดในวันธรรมดา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลัง แต่เมื่อมีมาตรการควบคุมและป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกเมษายน ทางผู้ว่าฯ ททท. และ รมว.ท่องเที่ยวฯ จึงเตรียมหารือกันอีกครั้งเพื่อปรับโครงการดังกล่าวทั้งสองโครงการให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน</p><p><br></p>","2/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502180229442"],
    [10,"นายอำเภอเบตง ลงพื้นที่เยี่ยมชมการทำส้มแขกตากแห้ง บ้านธารมะลิ ตำบลอัยเยอร์เวง พร้อมแปรรูปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนสร้างรายได้","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เจ๊ะหะมะ&nbsp;ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำตำบลอัยเยอร์เวง&nbsp;นายพิชัย&nbsp;แก้วจำรัส&nbsp;ปลัดอำเภองานป้องกัน&nbsp;ตชด.&nbsp;และผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ได้เยี่ยมชมการทำส้มแขกตากแห้งของชาวบ้าน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;บ้านธารมะลิ&nbsp;ตำบลอัยเยอร์เวง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งได้นำผลิตผลส้มแขกในหมู่บ้านมาแปรรูปเป็นส้มแขกตากแห้งและจำหน่าย&nbsp;ให้ลูกค้าตามชุมชน&nbsp;ในตัวเมือง&nbsp;เพื่อกระจายไปยังร้านค้าในพื้นที่อื่น&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากอดีต&nbsp;\"ส้มแขก\"&nbsp;ส่วนใหญ่จะนำมาแปรรูปเป็นส้มแขกตากแห้งที่ใช้สำหรับปรุงอาหารจำพวกแกงส้มใต้&nbsp;หรือแกงเหลือง&nbsp;ต้มส้มปลา&nbsp;แต่หลังจากที่ผลงานวิจัยพบว่าส้มมีสรรพคุณทางสมุนไพรหลายอย่าง&nbsp;โดยเฉพาะช่วยลดความอ้วน&nbsp;ทำให้มีการนำส้มแขกมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลายชนิด&nbsp;&nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าสินค้าขึ้น&nbsp;อาทิ&nbsp;การแปรรูปส้มแขกทำขนมขบเคี้ยว&nbsp;ส้มแขกแช่อิ่ม&nbsp;ส้มแขกกวน&nbsp;&nbsp;ส้มแขกหยี&nbsp;เป็นต้น&nbsp;จะเป็นการสร้างมูลค่าสินค้าชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป&nbsp;&nbsp;จะทำให้ชาวบ้าน&nbsp;มีรายเสริมจากการทำสวนยางพาราแล้ว&nbsp;ผู้บริโภคก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพ&nbsp;เนื่องจากส้มแขกมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรหลายอย่าง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2/5/2021","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503011416482"],
    [11,"รัฐบาล ผลักดันเชียงของ ศูนย์กลางโลจิสติกส์ e-Commerce ข้ามพรมแดนแม่โขง-ล้านช้าง","<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;รัฐบาล&nbsp;&nbsp;ยังคงเดินหน้าลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานและขับเคลื่อนนโยบายเพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว&nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;โดยใช้ศักยภาพของประเทศ&nbsp;ทั้งด้านทรัพยากรและความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและหนึ่งในนโยบายสำคัญที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญคือ&nbsp;ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจข้ามพรมแดนในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง-ล้านช้าง&nbsp;ประกอบด้วยสมาชิก&nbsp;6&nbsp;ประเทศคือ&nbsp;กัมพูชา&nbsp;ลาว&nbsp;เมียนมา&nbsp;ไทย&nbsp;เวียดนามและจีน&nbsp;</p><p><strong>โดยในปี&nbsp;2563&nbsp;การค้าระหว่างไทยกับประเทศสมาชิก</strong>&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;1.16&nbsp;แสนล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;เป็นการส่งออก&nbsp;5.4&nbsp;หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;และการนำเข้า&nbsp;6.2&nbsp;หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;โดยตั้งแต่ปี&nbsp;2558&nbsp;รัฐบาลได้พัฒนาการอำนวยความสะดวกทางการค้าตามแนวชายแดน&nbsp;เช่น&nbsp;พิธีการศุลกากร&nbsp;เพื่อช่วยให้การปล่อยสินค้าคล่องตัว&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการบริการโลจิสติกส์&nbsp;ลดต้นทุนผู้ประกอบการ&nbsp;ซึ่งจะแล้วเสร็จสิ้นปีนี้</p><p><strong>กระทรวงพาณิชย์&nbsp;กำลังศึกษาเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย</strong>&nbsp;การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงของ&nbsp;มีเป้าหมายคือ&nbsp;เชียงของเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน&nbsp;(Cross&nbsp;Border&nbsp;e-Commerce:&nbsp;CBEC)&nbsp;ส่งเสริมการส่งออกสินค้าไทยและอาเซียน&nbsp;ผ่านเส้นทาง&nbsp;R3A&nbsp;(ที่เชื่อมระหว่าง&nbsp;จีน&nbsp;ลาวและไทย&nbsp;ผ่านจุดพรมแดนและเมืองสำคัญเช่น&nbsp;อำเภอเชียงของ&nbsp;บ้านห้วยทราย&nbsp;บ่อเต็น&nbsp;บ่อหาน&nbsp;และคุณหมิง)&nbsp;และเขตการค้าเสรีคุณหมิง&nbsp;และยกระดับการค้าสู่พื้นที่จีนตอนเหนือและยุโรป&nbsp;ในอนาคตต่อไป&nbsp;เพื่อให้สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงของ</p><p>นางสาวรัชดา&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;รัฐบาลได้อนุมัติโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&nbsp;(ข้ามแม่น้ำโขง)&nbsp;แห่งที่&nbsp;4&nbsp;ประชิดด่านพรมแดนเชียงของ&nbsp;เพื่อเป็นประตูการค้าที่สำคัญบนแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้&nbsp;(North&nbsp;&nbsp;South&nbsp;Economic&nbsp;Corridor)&nbsp;โดยเป็นการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้า&nbsp;&nbsp;(Truck&nbsp;Terminal)&nbsp;รองรับกิจกรรมการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศบนเส้นทางสาย&nbsp;R3A&nbsp;ให้เป็นสถานีปรับเปลี่ยนการขนส่งระหว่างประเทศสู่ภายในประเทศ&nbsp;รวมถึงเพื่อเชื่อมต่อระบบการขนส่งทางถนนไปสู่ทางรถไฟ&nbsp;ซึ่งโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;จะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบภายในปี&nbsp;2565&nbsp;ขณะที่&nbsp;โครงการระยะที่&nbsp;2&nbsp;เป็นการสร้างอาคารเปลี่ยนถ่ายและบรรจุสินค้า&nbsp;และลานกองเก็บตู้สินค้า&nbsp;ที่จะรองรับเส้นทางรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ&nbsp;ของการรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;คาดจะก่อสร้างเสร็จในปี&nbsp;2568</p><p><strong>สำหรับการค้าข้ามพรมแดนแม่โขง-ล้านช้าง</strong>&nbsp;เป็นตลาดสำคัญของไทย&nbsp;ที่จะมูลค่าเพิ่มกว่า&nbsp;1&nbsp;แสนล้านเหรียญสหรัฐอย่างแน่นอน&nbsp;รัฐบาลตั้งเป้าเพิ่มยอดการส่งออกทั้งในกลุ่มประเทศสมาชิก&nbsp;และที่จะขยายไปยังจีนตอนเหนือและยุโรป&nbsp;ในอนาคต&nbsp;หากสามารถผลักดันโครงการเศรษฐกิจพิเศษเชียงของเชื่อมต่อกับเขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อหาน&nbsp;(จีน)-บ่อเต็น(ลาว)&nbsp;ได้สำเร็จ&nbsp;ผู้ประกอบการไทยจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีสำหรับสินค้าที่อยู่ในรายการที่จีนกำหนดให้สามารถขอรับสิทธิพิเศษ<strong>สำหรับ&nbsp;CBEC&nbsp;ได้&nbsp;(Positive&nbsp;Lists&nbsp;for&nbsp;CBEC)</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;ผลไม้อบแห้ง&nbsp;ชา&nbsp;กาแฟ&nbsp;เครื่องสำอาง&nbsp;ซึ่งจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร&nbsp;และเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีสรรพสามิตในอัตราร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ของอัตราภาษีปกติ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","3/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503101609513"],
    [12,"ยอดค้าชายแดนและค้าผ่านแดน โตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ไตรมาสแรกของปี 2564 มีมูลค่ารวม 383,576 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.31","<p><strong>นายกีรติ&nbsp;รัชโน&nbsp;อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ในไตรมาสแรกของปี&nbsp;2564&nbsp;สถิติการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยเติบโตต่อเนื่อง&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;383,576&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;19.31&nbsp;เป็นการส่งออก&nbsp;225,981&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;20.50&nbsp;และการนำเข้า&nbsp;157,596&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;17.65&nbsp;โดยไทยยังคงได้ดุลการค้าต่อเนื่องที่&nbsp;68,385&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการค้าชายแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน</strong>&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;222,720&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;9.57&nbsp;แบ่งเป็นการส่งออก&nbsp;136,456&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;12.07&nbsp;และนำเข้า&nbsp;86,264&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;5.83&nbsp;โดยมาเลเซียยังคงเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับหนึ่ง&nbsp;&nbsp;มูลค่าการค้า&nbsp;145,869&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;26.74&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">ส่วนการค้าผ่านแดนประเทศเพื่อนบ้านไปตลาดจีน&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;เวียดนาม&nbsp;และประเทศอื่นๆ&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;160,856&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;36.06&nbsp;โดยจีนเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับหนึ่ง&nbsp;มีมูลค่าการค้า&nbsp;67,210&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;46.14&nbsp;รองลงมา&nbsp;คือ&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;และเวียดนาม</span></p><p><strong>สำหรับสถานการณ์การเปิดทำการจุดผ่านแดนเพื่อการขนส่งสินค้า</strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ไทยเปิดทำการจุดผ่านแดนฯ&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;46&nbsp;แห่ง&nbsp;เพิ่มขึ้นจากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบด้วยด้านชายแดนไทย-กัมพูชาจังหวัดตราด&nbsp;&nbsp;1&nbsp;แห่งคือ&nbsp;จุดผ่อนปรนการค้าบ้านมะม่วง&nbsp;&nbsp;และด้านชายแดนไทย-เมียนมา&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;5&nbsp;แห่งได้แก่&nbsp;จุดผ่อนปรนการค้าห้วยต้นนุ่น&nbsp;&nbsp;จุดผ่อนปรนการค้าบ้านเสาหิน&nbsp;จุดผ่อนปรนการค้าบ้านแม่สามแลบ&nbsp;จุดผ่อนปรนการค้าบ้านห้วยผึ้งและจุดผ่อนปรนการค้าบ้านน้ำเพียงดิน&nbsp;ซึ่งจะช่วยเพิ่มช่องทางในการขนส่งสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านแก่ผู้ประกอบการ</p><p><br></p><p><br></p>","3/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503121154580"],
    [13,"กลุ่ม ปตท. ตั้งโครงการ ลมหายใจเดียวกัน มอบ เครื่องช่วยหายใจ กว่า 300 เครื่อง ","<p><strong>นายอรรถพล&nbsp;ฤกษ์พิบูลย์</strong>&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ปตท.&nbsp;สำรวจความต้องการเร่งด่วนในทางการแพทย์ทั่วประเทศ&nbsp;พบว่าเครื่องช่วยหายใจเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นและไม่เพียงพอ&nbsp;จึงนับเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะต้องร่วมระดมทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือประชาชนและแบ่งเบาภาระของบุคลากรทางการแพทย์ให้ตรงกับความจำเป็นมากที่สุด&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ปตท.&nbsp;จึงได้เร่งดำเนินการจัดหาอุปกรณ์ที่สำคัญทางการแพทย์ที่ยังขาดแคลนภายใต้โครงการ&nbsp;ลมหายใจเดียวกัน&nbsp;ได้แก่&nbsp;เครื่องช่วยหายใจ&nbsp;(ICU&nbsp;Ventilator)&nbsp;สำหรับผู้ป่วยวิกฤติ&nbsp;เครื่องให้ออกซิเจนอัตราไหลสูง&nbsp;(High-Flow&nbsp;Nasal&nbsp;Oxygen)&nbsp;ที่ช่วยลดและชะลอการลุกลามของปอดอักเสบไม่ให้รุนแรงจนต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ&nbsp;รวมจำนวนกว่า&nbsp;300&nbsp;เครื่อง&nbsp;พร้อมทั้งมอบงบประมาณจัดซื้อออกซิเจนเหลว&nbsp;(Liquid&nbsp;Oxygen)&nbsp;เพื่อใช้ร่วมกับเครื่องช่วยหายใจ&nbsp;เพื่อมอบให้แก่โรงพยาบาลในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด&nbsp;หรือ&nbsp;พื้นที่สีแดงเข้ม&nbsp;และจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งมีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สะสมจำนวนมาก</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ปตท.&nbsp;</strong>ยังได้จัดหาหมวกอัดอากาศป้องกันการติดเชื้อความดันบวก&nbsp;หรือ&nbsp;PAPR&nbsp;(Power&nbsp;Air&nbsp;Purifying&nbsp;Respiratory)&nbsp;สนับสนุนห้องความดันลบ&nbsp;พร้อมส่งต่อกำลังใจให้แก่บุคลากรทางการแพทย์&nbsp;โดยมอบอาหารจากร้านเท็กซัส&nbsp;ชิคเก้น&nbsp;(Texas&nbsp;Chicken)&nbsp;และเครื่องดื่มจากร้านกาแฟคาเฟ่&nbsp;อเมซอน&nbsp;รวมถึงสินค้าวิสาหกิจชุมชนจากโครงการ&nbsp;ชุมชนยิ้มได้&nbsp;ของ&nbsp;ปตท.&nbsp;เป็นการตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่&nbsp;ที่ทำงานหนักตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ก่อนหน้านี้&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ปตท.&nbsp;ได้สนับสนุนการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม&nbsp;และอุปกรณ์และสิ่งของที่จำเป็น&nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพในด้านการรองรับผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ให้กับโรงพยาบาลต่างๆ&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยจัดเตรียมงบประมาณสำหรับการแพร่ระบาดระลอก&nbsp;3&nbsp;นี้&nbsp;รวม&nbsp;200&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p>","3/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503195745838"],
    [14,"จัดชุดสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน 23 รายการ จำหน่ายให้ประชาชนราคาประหยัด ผ่านร้านค้ากองทุนหมู่บ้าน ","<p><strong>นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;การกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ดำเนินโครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชนลงลึกระดับตำบลทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันลง&nbsp;บรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน&nbsp;ล่าสุดกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร&nbsp;ได้แก่&nbsp;บริษัท&nbsp;สยามแม็คโครจำกัด&nbsp;&nbsp;(มหาชน)&nbsp;และสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ&nbsp;(สทบ.)&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;ซื้อง่าย&nbsp;ถูกใจ&nbsp;ใกล้ชุมชน&nbsp;จัดชุดสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;23&nbsp;รายการ&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;3,500&nbsp;บาท&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;น้ำมันพืช&nbsp;น้ำตาลทราย&nbsp;ฯลฯ&nbsp;จำหน่ายถึงมือประชาชนในราคาพิเศษ&nbsp;ผ่านเครือข่ายร้านค้ากองทุนหมู่บ้าน&nbsp;3,500&nbsp;แห่งทั่วประเทศ&nbsp;&nbsp;เพื่อให้ร้านค้านำสินค้าราคาประหยัดไปจำหน่ายแก่ประชาชนในชุมชน&nbsp;</p><p><strong>ร้านค้ากองทุนหมู่บ้าน&nbsp;ทั้ง&nbsp;3,500&nbsp;แห่ง</strong>&nbsp;จะได้รับหนังสือจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;เพื่อให้ไปรับชุดสินค้า&nbsp;ณ&nbsp;ห้างแม็คโคร&nbsp;ภายในจังหวัดที่ร้านค้าตั้งอยู่&nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายค่าชุดสินค้า&nbsp;&nbsp;กำหนดรับชุดสินค้าตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นี้&nbsp;หลังจากนั้น&nbsp;กรมฯ&nbsp;และหน่วยงานพันธมิตรจะทำการประเมินจุดเด่น&nbsp;จุดด้อย&nbsp;ปัญหาและอุปสรรคที่ได้รับจากกิจกรรม&nbsp;&nbsp;ก่อนนำมาปรับปรุงและพัฒนาเพื่อกำหนดแนวนโยบายในการช่วยเหลือประชาชนและร้านค้าโชวห่วยต่อไป&nbsp;ทั้งนี้กิจกรรม&nbsp;ซื้อง่าย&nbsp;ถูกใจ&nbsp;ใกล้ชุมชน&nbsp;จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;โดยมีการปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและร้านค้าโชวห่วยมากที่สุด&nbsp;เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด&nbsp;ช่วยให้เศรษฐกิจฐานรากมีความเข้มแข็งในระยะยาว</p><p><strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ผู้ประกอบการร้านค้าโชวห่วยเป็นหน่วยเศรษฐกิจที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศและเป็นที่พึ่งของประชาชนทั้งช่วงระหว่างการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และช่วงระยะการฟื้นฟู&nbsp;โดยเป็นทางเลือกในการเลือกซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็น&nbsp;สำหรับประชาชนที่ต้องการหลีกเลี่ยงการเดินทางและไม่ประสงค์ที่จะจับจ่ายใช้สอยในสถานที่แออัดหรืออากาศไม่ถ่ายเท&nbsp;เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงของโรคระบาด&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;ร้านค้าโชวห่วยยังเป็นช่องทางสำคัญของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ&nbsp;&nbsp;เช่น&nbsp;เราชนะ&nbsp;คนละครึ่ง&nbsp;บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;รวมถึงเป็นแหล่งจ้างงานในชุมชนและช่องทางการกระจายสินค้าที่สำคัญในระดับท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2563&nbsp;ร้านค้าโชวห่วยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกันกว่า&nbsp;1.03&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;และมีปัจจัยสนับสนุนต่างๆ&nbsp;ในการดำเนินธุรกิจ&nbsp;ทั้งมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ&nbsp;รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนมาซื้อสินค้าใกล้บ้านแทนการไปซื้อสินค้าในร้านค้าปลีกสมัยใหม่มากขึ้น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","3/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503150900679"],
    [15,"จ.อุตรดิตถ์ แหล่งขายส่งมะไฟใหญ่ที่สุดในประเทศ สร้างรายได้ให้ชุมชนช่วงโควิด-19 ระบาด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลขุนฝาง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;กำลังช่วยกันคัดมะไฟจับเป็นช่อแล้วล้างด้วยน้ำ&nbsp;ซึ่งเป็นการช่วยรักษาสภาพให้ดูสดใหม่&nbsp;จากนั้นใส่ลงตะกร้าผลไม้&nbsp;เพื่อส่งขายให้กับพ่อค้าคนกลางที่มารับซื้อถึงโรงคัดบรรจุผลไม้ที่เจ้าของสวนจัดทำขึ้น&nbsp;โดยในพื้นที่ตำบลขุนฝาง&nbsp;มีโรงคัดบรรจุผลไม้ถึง&nbsp;4&nbsp;แห่งและมีรถรับ-ส่ง&nbsp;ผลไม้เวียนมารับมะไฟอย่างไม่ขาดสาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายไพศาล&nbsp;หรรษไพบูลย์&nbsp;เกษตรกร&nbsp;อดีตกำนันตำบลขุนฝาง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตำบลขุนฝางเป็นที่แรกที่มีการปลูกมะไฟพันธุ์เหรียญทอง&nbsp;โดยเกษตรอำเภอนำกล้าพันธุ์มาแจกให้ชาวบ้านเมื่อประมาณ&nbsp;20&nbsp;ปีก่อน&nbsp;ซึ่งปลูกกันมากใน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;6&nbsp;รวมพื้นที่กว่า&nbsp;200&nbsp;ไร่&nbsp;เมื่อก่อนกิโลกรัม&nbsp;2&nbsp;&nbsp;3บาท&nbsp;แต่เมื่อปีที่ผ่านมามีพ่อค้ามาซื้อถึงสวนกิโลกรัมละ&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับปีนี้ตลาดมีความต้องการมากขึ้น&nbsp;ทำให้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ&nbsp;16&nbsp;บาท&nbsp;นอกจากชาวสวนจะได้ขายค้าแล้ว&nbsp;ยังเป็นการช่วยชาวบ้านในชุมชนให้มีรายได้จากการจ้างงาน&nbsp;ซึ่งขณะนี้หลายคนตกงานเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับมะไฟพันธุ์เหรียญทองมีความแตกต่างจากพันธุ์อื่น&nbsp;คือ&nbsp;ผลใหญ่และหวานฉ่ำ&nbsp;เก็บผลผลิตในช่วงเดือนเมษายน-&nbsp;มิถุนายน&nbsp;โดยขณะนี้มีตลาดผลไม้ในหลายจังหวัดรับไปขายและมีบางสวนส่งขึ้นห้างสรรพสินค้ากระจายไปทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งในปีที่ผ่านมาสร้างมูลค่ากว่า&nbsp;3&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และจากการสำรวจพื้นที่ต่างๆ&nbsp;ที่มีปลูกมะไฟพันธุ์เดียวกันนี้&nbsp;นับว่าตำบลขุนฝางเป็นพื้นที่ที่มีมะไฟพันธุ์เหรียญทองมากที่สุดในประเทศ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","3/5/2021","ภาคเหนือ","อุตรดิตถ์","สวท.อุตรดิตถ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503172049777"],
    [16,"ผลการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน+3 ครั้งที่ 24","<p><strong>นางสาวกุลยา&nbsp;ตันติเตมิท&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยผลการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน+3&nbsp;ครั้งที่&nbsp;24&nbsp;ในรูปแบบการประชุมทางไกล&nbsp;โดยมีนายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเข้าร่วม&nbsp;ว่า&nbsp;ที่ประชุมได้หารือถึงประเด็นสถานการณ์เศรษฐกิจและความร่วมมือทางการเงินของภูมิภาคอาเซียน+3&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภูมิภาค&nbsp;โดยที่ประชุมได้รับทราบรายงานเศรษฐกิจจากผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3&nbsp;(AMRO)&nbsp;ธนาคารพัฒนาเอเชีย&nbsp;(ADB)&nbsp;และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ&nbsp;ซึ่งเห็นพ้องว่าทิศทางเศรษฐกิจของโลกและของภูมิภาคจะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วในปี&nbsp;2564&nbsp;เนื่องจากมีการฉีดวัคซีนในจำนวนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก&nbsp;โดย&nbsp;IMF&nbsp;คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกในปี&nbsp;2564&nbsp;จะขยายตัวที่ร้อยละ&nbsp;6&nbsp;และในปี&nbsp;2565&nbsp;จะขยายตัวที่ร้อยละ&nbsp;4&nbsp;ขณะที่&nbsp;AMRO&nbsp;คาดการณ์ว่าภูมิภาคอาเซียน+3&nbsp;จะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน&nbsp;โดยขยายตัวที่ร้อยละ&nbsp;6.7&nbsp;และร้อยละ&nbsp;4.9&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;และ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;อีกทั้งคาดว่าประเทศไทยจะเติบโตที่ร้อยละ&nbsp;2.3&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;และร้อยละ&nbsp;4.8&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;โดยทั้ง&nbsp;3&nbsp;องค์กรมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในทิศทางเดียวกัน&nbsp;คือท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ประเทศสมาชิกอาเซียน+3&nbsp;ควรมุ่งเน้นการดำเนินนโยบายเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตที่ครอบคลุม&nbsp;มีเสถียรภาพและยั่งยืนเป็นสำคัญ&nbsp;อาทิ&nbsp;การสร้างความมั่นใจว่าประชาชนจะสามารถเข้าถึงวัคซีนทั่วถึงโดยเร็ว&nbsp;สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;สนับสนุนการใช้ทรัพยากรภายในประเทศ&nbsp;ปรับปรุงระบบภาษีและความร่วมมือทางภาษี&nbsp;และส่งเสริมการเป็นเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;เป็นต้น&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังเน้นให้ประเทศสมาชิกอาเซียน+3&nbsp;พัฒนาระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ณ&nbsp;จุดเดียว&nbsp;ให้ครอบคลุมและไร้รอยต่อ&nbsp;เพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนในภูมิภาค&nbsp;ควบคู่กับความเชื่อมโยงของระบบการชำระเงินในอาเซียนด้วย</p><p>ขณะที่มาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี&nbsp;ที่ประชุมยินดีกับความสำเร็จในการปรับปรุงประสิทธิภาพของ&nbsp;CMIM&nbsp;โดยความตกลง&nbsp;CMIM&nbsp;ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;ได้มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งจะทำให้สมาชิกได้รับความช่วยเหลือทางการเงินในส่วนที่ไม่เชื่อมโยงกับความช่วยเหลือทางการเงินจาก&nbsp;IMF&nbsp;เพิ่มมากขึ้นจากเดิมร้อยละ&nbsp;30&nbsp;เป็นร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ของวงเงินที่จะได้รับความช่วยเหลือสูงสุด&nbsp;รวมทั้งประเทศสมาชิกยังสามารถใช้เงินสกุลท้องถิ่นสมทบเงินใน&nbsp;CMIM&nbsp;ได้</p><p><strong>สำหรับทิศทางการดำเนินการในอนาคต</strong>ของกรอบความร่วมมือทางการเงินอาเซียน+3&nbsp;ที่ประชุมได้รับทราบการจัดตั้งคณะทำงานพิจารณาความเป็นไปได้ของมาตรการริเริ่มใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;การจัดหาเงินทุนสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;การพัฒนากลไกเพื่อรองรับปัญหาด้านมหภาคและปัญหาเชิงโครงสร้าง&nbsp;การเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการเงินเพื่อรับมือกับภัยธรรมชาติ&nbsp;และการส่งเสริมความร่วมมือด้านนโยบายเพื่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี&nbsp;ทั้งนี้เพื่อขยายความร่วมมือทางการเงินให้ครอบคลุม&nbsp;และส่งเสริมความเจริญเติบโตของภูมิภาคอาเซียน+3&nbsp;และสอดคล้องกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป</p><p><br></p><p><br></p>","3/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503194421826"],
    [17,"เกาะเสม็ดพร้อมเปิดรับให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยว หลังพ้นถูกสั่งปิด 14 วัน หนีคนโควิด-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;พ.ค.64&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;นางสริญทิพญ&nbsp;ทัพมงคลทรัพย์&nbsp;นายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ด&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;หลังพื้นที่เกาะเสม็ดตรวจพบมีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ทำให้นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;ได้มีคำสั่งปิดพื้นที่ทั้งเกาะเสม็ด&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;โดยมีการปิดให้บริการโรงแรม&nbsp;&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;&nbsp;และที่พักทั้งหมด&nbsp;เพื่อทำความสะอาดฆ่าเชื้อ&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;27&nbsp;เม.ย.เป็นต้นไป&nbsp;ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้หลังปิดผู้ประกอบการก็ได้มีการเร่งทำความสะอาด&nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ตรวจคัดกรองทุกคน&nbsp;รวมทั้งธรรมชาติของเกาะเสม็ดก็ได้มีการพักฟื้นด้วย&nbsp;ซึ่งผู้ประกอบการยืนยันพร้อมจะเปิดรับนักท่องเที่ยวหลังพ้น&nbsp;14&nbsp;วันไปแล้ว&nbsp;แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องมีการ&nbsp;Swab&nbsp;กันอย่างละเอียดก่อน&nbsp;เพื่อให้มั่นใจว่าเชื้อหมดไปจากเกาะเสม็ดจริงๆ&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","3/5/2021","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504000510879"],
    [18,"ติดตามสถานการณ์การผลิตหน้ากากอนามัย ยืนยันมีวัตถุดิบเพียงพอ","<p><strong>นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ได้ประชุมติดตามสถานการณ์การผลิตหน้ากากอนามัยร่วมกับผู้ผลิตหน้ากากอนามัย&nbsp;พบว่า&nbsp;ปัจจุบันยังคงมีหน้ากากอนามัย&nbsp;หน้ากากผ้า&nbsp;และหน้ากากทางเลือกในตลาดปริมาณมาก&nbsp;และยังมีวัตถุดิบในการผลิตเพียงพอรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น&nbsp;บางรายมีหน้ากากอนามัยเหลือพร้อมที่จะส่งมอบหากมีคำสั่งซื้อเข้ามา&nbsp;&nbsp;ซึ่งกรมฯได้ให้ผู้ผลิตหน้ากากอนามัยแจ้งปริมาณที่พร้อมส่งมอบหรือกำลังผลิตที่ยังคงเหลืออยู่มาที่กรมฯ&nbsp;ซึ่งหากมีพื้นที่ใดมีปริมาณหน้ากากอนามัยไม่เพียงพอจะได้ประสานจัดส่งไปเสริมได้ทันที&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ขอให้ผู้ผลิตหน้ากากอนามัยดำเนินการผลิตอย่างเต็มที่&nbsp;และได้เน้นย้ำว่าหน้ากากอนามัยทางการแพทย์เป็นสินค้าควบคุมต้องจำหน่ายตามราคา&nbsp;ที่กำหนดไม่เกินชิ้นละ&nbsp;2.50&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งหากพบว่ามีการจำหน่ายเกินกว่าราคาที่กำหนดจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด</p><p><strong>อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัดตรวจสอบและติดตามสถานการณ์หน้ากากอนามัย&nbsp;เจลล้างมือและราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด&nbsp;ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;รอบที่&nbsp;3&nbsp;เพราะส่งผลในวงกว้างทำให้ทุกจังหวัดได้กำหนดมาตรการให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งเวลาที่ออกจากที่อยู่อาศัย&nbsp;ซึ่งจากการสำรวจพบว่าราคาหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ราคาเฉลี่ยนอยู่ที่&nbsp;1.90&nbsp;&nbsp;2.50&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งยังอยู่ในราคาที่กรมการค้าภายในควบคุม&nbsp;</p><p><strong>หากพบเห็นการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคแจ้งได้ที่สายด่วน&nbsp;1569&nbsp;</strong>กรณีจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด&nbsp;มีโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;กรณีที่ไม่ติดป้ายแสดงราคามีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p>","4/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504185333111"],
    [19,"จังหวัดราชบุรีร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงเตรียมยกระดับผลิตภัณฑ์สินค้าไชโป้วโพธารามสู่สากล ขับเคลื่อนจัดทำค่ำขอสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทยเพื่อขึ้นทะเบียนในประเทศ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวิสาห์&nbsp;พูลศิริรัตน์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี&nbsp;เป็นประธานการประชุมออนไลน์ชี้แจงโครงการจัดทำคำขอสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทยเพื่อขึ้นทะเบียนในประเทศสินค้าไชโป้วโพธาราม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายประสพชัย&nbsp;พูลเกิด&nbsp;พาณิชย์จังหวัดราชบุรี&nbsp;ผศ.อรรถพล&nbsp;อุสายพันธ์&nbsp;รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง&nbsp;อาจารย์&nbsp;ดร.อดิศักดิ์&nbsp;แสงส่องฟ้า&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ&nbsp;ผศ.ดร.ชฎาพร&nbsp;โพคัยสวรรค์และคณะทำงานให้การต้อนรับและร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมย่อย&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;อาคารศูนย์ภาษาและคอมพิวเตอร์&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง&nbsp;ซึ่งมีผู้แทนจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;ผู้ผลิตและผู้ประกอบการสินค้าไชโป้วโพธารามร่วมประชุมผ่านทางออนไลน์ตามมาตรการควบคุมป้องกันในสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการจัดทำคำขอสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทยเพื่อขึ้นทะเบียนในประเทศ&nbsp;เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน&nbsp;โดยความร่วมมือระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;และมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงในการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนศึกษา&nbsp;ตอบข้อซักถามข้อมูลต่างๆเพื่อนำไปสู่การเข้าร่วมโครงการอันจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาสินค้าแปรรูปทางการเกษตรของจังหวัดราชบุรี&nbsp;ที่ผ่านมาจังหวัดราชบุรีมีสินค้าขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;3&nbsp;สินค้า&nbsp;คือ&nbsp;สับปะรดบ้านคา&nbsp;มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี&nbsp;และสินค้าหัตถกรรมโอ่งมังกรราชบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงจะเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดราชบุรี&nbsp;เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจกับผู้ผลิตและผู้ประกอบการในการจัดทำสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไชโป้วของอำเภอโพธารามต่อไป&nbsp;ในการสร้างมูลค่าเพิ่มและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p>","4/5/2021","ภาคตะวันตก","ราชบุรี","สวท.ราชบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504121558960"],
    [20,"พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ตรวจสอบกำกับดูแลร้านธงฟ้า ไม่พบการจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางศุภมิตร&nbsp;เต็งเผ่&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางทัศนีย์&nbsp;กองแดง&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้าพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบกำกับดูแลการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ร้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>1.ขวัญเบบี้&nbsp;ต.แม่สะเรียง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;</p><p>2.รัตนาการค้า&nbsp;ต.แม่สะเรียง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;</p><p>3.ปู&nbsp;บิ๊ก&nbsp;ไซค์&nbsp;ช๊อป&nbsp;ต.แม่สะเรียง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;</p><p>4.อินทรลัคกี้&nbsp;สโตร์&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;</p><p>5.แอ้มมินิมาร์ท&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;</p><p>6.ขจร&nbsp;ต.แม่ลาหลวง&nbsp;อ.แม่ลาน้อย</p><p>7.มาวินการค้า&nbsp;ต.แม่เงา&nbsp;อ.ขุนยวม&nbsp;</p><p>8.นีรภัณฑ์&nbsp;ต.ห้วยโป่ง&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;</p><p>9.ไข่แก้ว&nbsp;ต.ห้วยโป่ง&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการตรวจสอบพบว่า&nbsp;ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าชัดเจน&nbsp;ราคาจำหน่ายอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ไม่พบการจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&nbsp;โดยได้ประชาสัมพันธ์กฎเหล็กร้านธงฟ้า&nbsp;ห้ามยึดบัตร&nbsp;ห้ามรับ/แลก&nbsp;เป็นเงินสด&nbsp;ห้ามจำหน่ายบุหรี่เหล้าเบียร์ให้ผู้ถือบัตรฯ&nbsp;ห้ามบังคับการซื้อ/ขายสินค้า&nbsp;ห้ามฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าในราคาที่สูงเกินสมควร&nbsp;กำชับให้ร้านค้า&nbsp;ปฏิบัติตาม&nbsp;พรบ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2542&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;หากพบการกระทำผิด&nbsp;จะดำเนินการตามกฎหมายโดยทันที&nbsp;แจ้งเบาะแสการกระทำผิดได้ที่&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;053-611639</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","4/5/2021","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504122847979"],
    [21,"กรมทางหลวง ร่วมมือกับการประปาส่วนภูมิภาค นำน้ำประปากว่า 900,000 ลิตรแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง","<p><strong>นายสราวุธ&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;อธิบดีกรมทางหลวง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลและนายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;ได้มอบหมายให้กรมทางหลวงดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยกรมทางหลวงและหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ&nbsp;ทั้งสำนักงานทางหลวง&nbsp;18&nbsp;แห่ง&nbsp;แขวงทางหลวง&nbsp;104&nbsp;แห่ง&nbsp;และหมวดทางหลวง&nbsp;581&nbsp;แห่ง&nbsp;ยังคงร่วมมือกับการประปาส่วนภูมิภาคเดินหน้าบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคที่เกิดจากปัญหาภัยแล้งแก่ประชาชนผู้เดือดร้อนทั่วประเทศ&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;กรมทางหลวง&nbsp;&nbsp;การประปาส่วนภูมิภาครวมใจต้านภัยแล้ง&nbsp;แม้ในช่วงนี้จะอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;แต่การช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน&nbsp;จึงได้กำกับให้เจ้าหน้าที่ที่ออกไปปฏิบัติงานปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันโรค(D-M-H-T-T-A)&nbsp;ของกรมควบคุมโรค&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;มีเจลแอลกอฮอร์ติดตัว&nbsp;มีการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;หมั่นล้างมือ&nbsp;และรักษาระยะห่างระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติและระหว่างประชาชน</p><p><strong>ล่าสุดให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งแล้วจำนวน&nbsp;15&nbsp;จังหวัดทั่วประเทศ</strong>&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;262&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และ&nbsp;1,077&nbsp;ราย&nbsp;รถบรรทุกน้ำจำนวน&nbsp;810&nbsp;คัน&nbsp;ส่งผลให้มีปริมาณน้ำสะสมตั้งแต่เดือนมกราคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;เดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;938,500&nbsp;ลิตร&nbsp;ซึ่งในเดือนมกราคมเป็นปริมาณน้ำ&nbsp;18,000&nbsp;ลิตร&nbsp;เดือนกุมภาพันธ์&nbsp;132,500&nbsp;ลิตร&nbsp;เดือนมีนาคม&nbsp;535,000&nbsp;ลิตร&nbsp;และเดือนเมษายน&nbsp;253,000&nbsp;ลิตร&nbsp;ประชาชนหรือหน่วยงานใดประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ&nbsp;สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ที่&nbsp;สำนักงานทางหลวง&nbsp;&nbsp;แขวงทางหลวง&nbsp;หมวดทางหลวงทั่วประเทศ&nbsp;และสามารถขอความช่วยเหลือหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง&nbsp;1586</p><p><br></p><p><br></p>","4/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504185711112"],
    [22,"การไฟฟ้านครหลวง ติดตั้งระบบไฟฟ้ารองรับโรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดินเพื่อร่วมรับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19","<p><strong>นายจาตุรงค์&nbsp;สุริยาศศิน&nbsp;รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง&nbsp;หรือ&nbsp;MEA</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษก&nbsp;MEA&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตามที่โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ&nbsp;ได้ดำเนินการก่อสร้างโรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดิน&nbsp;ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสนามระดับ&nbsp;3&nbsp;ตั้งอยู่ในซอยแจ้งวัฒนะ&nbsp;14&nbsp;เพื่อรองรับการดูแลผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และได้ประสานขอให้การไฟฟ้านครหลวงช่วยติดตั้งระบบไฟฟ้านั้น&nbsp;การไฟฟ้านครหลวงจึงได้ระดมกำลังให้การสนับสนุนการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าเร่งด่วนอย่างทันท่วงที&nbsp;เพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าจากจำนวนผู้ป่วยของโรงพยาบาลสนาม&nbsp;ซึ่งมีจำนวนกว่า&nbsp;300&nbsp;เตียง&nbsp;และได้ลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานและตรวจสอบการติดตั้งระบบไฟฟ้า&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การพาดสายไฟฟ้าแรงดัน&nbsp;24&nbsp;kV&nbsp;&nbsp;การติดตั้งชุดหม้อแปลงไฟฟ้าขนาด&nbsp;1,000&nbsp;kVA&nbsp;ตู้แผงเมนสวิตช์แรงต่ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ชุด&nbsp;&nbsp;พร้อมติดตั้งเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าขนาด&nbsp;400&nbsp;A&nbsp;3&nbsp;เฟส&nbsp;4&nbsp;สาย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;เครื่อง&nbsp;เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้ไฟฟ้าของอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในโรงพยาบาลสนาม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ระบบแสงสว่าง&nbsp;ระบบปรับอากาศ&nbsp;ระบบปั๊มน้ำและอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ&nbsp;และยังได้วางแผนเตรียมการรองรับการจ่ายไฟฟ้าที่อาจมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นในอนาคตให้มีความเพียงพออีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>การไฟฟ้านครหลวงมีความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ&nbsp;</strong>แก่โรงพยาบาลสนามทุกแห่ง&nbsp;ทั้งด้านการออกแบบและการติดตั้งระบบไฟฟ้า&nbsp;พร้อมจัดให้มีเจ้าหน้าที่ดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าและให้บริการแก้ไขไฟฟ้าขัดข้องตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p><strong>ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถติดต่อสอบถาม</strong>&nbsp;รวมถึงแจ้งเหตุได้ที่&nbsp;MEA&nbsp;Smart&nbsp;Life&nbsp;Application&nbsp;&nbsp;หรือช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;Facebook&nbsp;:&nbsp;การไฟฟ้านครหลวง&nbsp;&nbsp;MEA,&nbsp;Line&nbsp;:&nbsp;MEA&nbsp;Connect,&nbsp;Twitter:&nbsp;@mea_news,&nbsp;และศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง&nbsp;MEA&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;1130&nbsp;เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นและช่วยให้ประชาชนได้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปพร้อมกัน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","5/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505093923155"],
    [23,"จังหวัดอุบลราชธานี ขอตั้งงบเงินกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ covid ระลอก 3 วงเงิน 710 ล้าน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสฤษดิ์&nbsp;วิฑูรย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;&nbsp;ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพรหมราชชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;เพื่อพิจารณาแผนงานโครงการ&nbsp;ในการขับเคลื่อนดำเนินการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;วงเงิน&nbsp;710&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณโครงการในการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ฟื้นฟูเยียวยา&nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบวิกฤตโควิดระลอก&nbsp;3&nbsp;ซึ่งประกอบไปด้วย&nbsp;ประชาชนเครือข่าย&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มอาชีพ&nbsp;กลุ่มผู้ด้อยโอกาส&nbsp;กลุ่มเปราะบาง&nbsp;กลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;รวมทั้งผู้มีอาชีพต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;อาชีพศิลปิน&nbsp;หรือผู้ประกอบการภาคเอกชน&nbsp;โดยมีเป้าหมายเสนอโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ส่วนราชการในจังหวัดร้อยละ&nbsp;40&nbsp;วงเงิน&nbsp;284&nbsp;ล้านบาท&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร้อยละ&nbsp;30&nbsp;วงเงิน&nbsp;213&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และภาคประชาชนเครือข่ายภาคประชาชนภาคเอกชนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอาชีพกลุ่มผู้ด้อยโอกาสและกลุ่มเปราะบางรวมทั้งผู้สูงอายุร้อยละ&nbsp;30&nbsp;วงเงิน&nbsp;213&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;ยังมีโครงการที่สำรองเพื่อขับเคลื่อนสร้างอาชีพให้ประชาชนได้มีรายได้&nbsp;มีงานทำ&nbsp;การเสริมสร้างฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;เพื่อต่อยอดเศรษฐกิจฐานรากและให้เกษตรกรมีความมั่นคงในด้านอาหาร&nbsp;อีก&nbsp;200&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อขอรับสนับสนุนจากงบเงินกู้ของรัฐบาล&nbsp;ต่อไป&nbsp;ซึ่งคาดว่าหากได้รับพิจารณาจะต้องดำเนินการโครงการดังกล่าวภายในเดือนกรกฎาคมถึงเดือนธันวาคมนี้&nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและให้เกษตรกรทุกกลุ่มอาชีพมีรายได้มีงานทำต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรกช&nbsp;ภูมี&nbsp;สวท.อุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายงาน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","5/5/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สวท.อุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505100107172"],
    [24,"พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี พร้อมเชื่อมโยง ผลไม้ไทย  มะม่วงน้ำดอกไม้ ทุเรียน มังคุด เงาะ  ลำไยส่งออกตลาดฮ่องกง ในงาน OBM ผลไม้ไทยสู่ตลาดฮ่องกง ระหว่างวันที่ 17-21 พฤษภาคม 2564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธีรวุฒิ&nbsp;คล้ายเคลื่อน&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กระทรวงพาณิชย์ได้เชื่อมโยงระหว่างพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศกับทูตพาณิชย์ประจำต่างประเทศ&nbsp;ส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าไทยไปต่างประเทศ&nbsp;ได้รับแจ้งจากทูตพาณิชย์ประจำฮ่องกงผู้นำเข้าสนใจสั่งซื้อมะม่วงน้ำดอกไม้โดยมีการเจรจาไปแล้วครั้งนี้&nbsp;มีผู้ส่งออกไทยในจังหวัดสระแก้ว&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;และปราจีนบุรี&nbsp;ส่งมะม่วงน้ำดอกไม้ไปขายในฮ่องกง&nbsp;ได้รับการตอบรับขายดีมาก&nbsp;ทูตพาณิชย์ที่ฮ่องกงจะจัดการเจรจาการค้าอีกหนึ่งรอบ&nbsp;กำหนดจัดงาน&nbsp;งาน&nbsp;OBM&nbsp;ผลไม้ไทยสู่ตลาดฮ่องกง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;17-21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้สนใจ&nbsp;แจ้งความประสงค์สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศได้&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;พ.ค.64&nbsp;ผู้ส่งออกกรอกข้อมูลใน&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;และ&nbsp;สคต.&nbsp;ณ&nbsp;เมืองฮ่องกง&nbsp;ส่งข้อมูลให้พาณิชย์จังหวัด&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;พ.ค.64&nbsp;พาณิชย์จังหวัด&nbsp;ตรวจสอบและรับรองศักยภาพของผู้ส่งออก&nbsp;วันที่&nbsp;12&nbsp;พ.ค.64&nbsp;ผู้นำเข้าเลือกผู้ส่งออกที่ต้องการเจรจาด้วย&nbsp;วันที่&nbsp;14&nbsp;พ.ค.64&nbsp;สคต.ณ.&nbsp;เมืองฮ่องกง&nbsp;แจ้งกำหนดการ&nbsp;OBM&nbsp;และวันที่&nbsp;17-21&nbsp;พ.ค.64&nbsp;เจรจาธุรกิจผ่านระบบออนไลท์&nbsp;OBM&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;มีผู้นำเข้ารายใหม่หลายราย&nbsp;และเป็นรายใหญ่&nbsp;สนใจนำเข้าผลไม้ไทย&nbsp;อาทิ&nbsp;ทุเรียน&nbsp;มะม่วง&nbsp;มังคุด&nbsp;เงาะ&nbsp;ลำไย&nbsp;และผลไม้อื่นๆ&nbsp;จากประเทศไทย&nbsp;โดยขอความร่วมมือพาณิชย์จังหวัด&nbsp;ประชาสัมพันธ์ผู้ส่งออกผลไม้ไทยที่สนใจขยายตลาดสู่ฮ่องกง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สวท.เพชรบุรี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","5/5/2021","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505102120184"],
    [25,"สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด ออกติดตามสถานการณ์การจำหน่าย หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ และแอลกอฮอล์","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(28,&nbsp;30,&nbsp;33);\">นางวรัญญา&nbsp;ถนอมพันธุ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตราด</span>&nbsp;มอบหมายกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;ในเขตอำเภอเมืองตราด&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;พบว่า&nbsp;สถานการณ์ในภาพรวม&nbsp;ราคาจำหน่ายไม่เกินชิ้นละ&nbsp;2.50&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งไม่เกินราคาควบคุม&nbsp;ไม่พบการกักตุนสินค้า&nbsp;หรือปฏิเสธการจำหน่าย&nbsp;ปริมาณสินค้ามีเพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;โดยราคาจำหน่ายปรากฏ&nbsp;ดังนี้&nbsp;&nbsp;ร้านขายยา&nbsp;ร้าน&nbsp;ภัททิราเภสัช&nbsp;&nbsp;&nbsp;แอลกอฮอล์ศิริบัญชา&nbsp;450&nbsp;มล.&nbsp;จำหน่ายขวดละ&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;หน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;ราคากล่องละ&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;(บรรจุกล่องละ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น)&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ฯ&nbsp;ได้ประชาสัมพันธ์ประกาศ&nbsp;กกร.&nbsp;ฉบับที่&nbsp;4&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ลงวันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;พร้อมทั้งกำชับให้ผู้ประกอบการค้าปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายให้ชัดเจน&nbsp;และปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด&nbsp;รวมทั้งขอให้มีการประชาสัมพันธ์&nbsp;ขอความร่วมมือให้ประชาชนใช้หน้ากากผ้า&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าหน้ากากทางเลือก</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","5/5/2021","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505120822269"],
    [26,"ไทยยังติด 20 อันดับ รับมือโควิด-19 ที่ดีที่สุดในโลก","<p><strong>จากกรณีที่สำนักข่าวบลูมเบิร์ก ได้จัดอันดับเขตเศรษฐกิจที่สามารถรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จากทั้งหมด 53 เขตเศรษฐกิจของโลก ประจำเดือนเมษายน และไทยอยู่อันดับที่ 13 ของโลก ด้วยคะแนน 66.7 ถูกเวียดนามและฮ่องกงแซงหน้าขึ้นไป&nbsp;</strong></p><p>.</p><p><strong>\"ประสิทธิภาพการรับมือไวรัสของรัฐบาลลดลงหรือไม่?\"</strong></p><p>.</p><p>ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ผลการจัดอันดับดังกล่าวไม่ได้เป็นการวัดประสิทธิภาพการรับมือโรคระบาด แต่เป็นการแสดงผลตามสถานการณ์ ณ เวลานั้น ๆ ซึ่งมีการปรับขึ้นหรือลงได้ในทุก ๆ ประเทศ และรัฐบาลไทยยังคงดำเนินมาตรการต่าง ๆ อย่างเข้มข้นในการป้องกันไวรัสมาโดยตลอด</p><p>.</p><p>หากดูตามการจัดอันดับนี้จะพบว่าไม่ใช่ประเทศไทยประเทศเดียวที่ในช่วงก่อนหน้าเคยอยู่ในอันดับที่สูงกว่านี้ เพราะประเทศอื่นที่รับมือกับไวรัสได้ดีก็มีอันดับลดลงเช่นกัน คือ นิวซีแลนด์ ที่ลงจากอันดับ 1 มาอยู่อันดับ 2 ไต้หวัน จากอันดับ 4 มาอยู่อันดับ 5 และจีนจากอันดับ 7 มาอยู่ที่อันดับ 12 รวมทั้งนอร์เวย์ที่เคยอยู่อันดับ 10 ก็ร่วงลงมาอยู่ที่อันดับ 15 ตามหลังไทย</p><p><br></p><p><strong>ไทยยังรับมือได้ดี ติดกลุ่มสีฟ้า Top-3 อาเซียน</strong></p><p><br></p><p>ถึงแม้ว่าระดับของไทยจะลดลง แต่ก็ยังอยู่ใน \"กลุ่มสีฟ้า\" ซึ่งหมายถึงประเทศที่มีสถานะดีในการรับมือกับโควิด-19 ซึ่งอยู่กลุ่มเดียวกันกับประเทศชั้นนำของโลก เพียงแต่ผลการจัดอันดับที่ลดลงเนื่องจากความคืบหน้าการฉีดวัคซีน และการได้รับวัคซีนยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ ทั้งการนำเข้าซึ่งจะต้องใช้เวลาในการกระจายวัคซีนให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และการผลิตเองภายในประเทศ แต่ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบไทม์ไลน์การดำเนินงานของรัฐบาล และจะสามารถกระจายวัคซีนได้ครอบคลุมเกินกว่า 50% ของจำนวนประชากรอย่างแน่นอนนอนภายในปีนี้</p><p>.</p><p>หากเทียบในระดับอาเซียนประเทศไทยยังคงอยู่อันดับ Top 3 ของการจัดการกับโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางปัจจัยต่างๆ ที่รุมเร้า นั่นหมายความว่า ความสามารถในการรับมือยังคงอยู่ในระดับที่ดีกว่าหลายๆ ประเทศทั่วทั้งในอาเซียนและทั่วโลก</p><p><br></p><p><strong>เดินฉีดวัคซีนตามแผนอย่างรอบคอบและปลอดภัย</strong></p><p><br></p><p>ประเทศไทยยังมีการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่เป็นไปตามแผน อย่างรอบคอบและรัดกุมโดยเน้นความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก และมีความหลากหลายของยี่ห้อวัคซีนมากขึ้น ขณะนี้ในไทยมีวัคซีนที่ขึ้นทะเบียนกับ อย. แล้ว 3 ชนิด คือ AstraZeneca Sinovac และล่าสุดคือ Johnson&amp;Johnson ส่วนที่เตรียมขึ้นทะเบียนกับ อย.เพิ่มเติมคือ Moderna ที่จะนำเข้ามาเร็วๆ นี้ ส่วนในเดือนมิถุนายนวัคซีนของ AstraZeneca ล็อตแรกที่ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ ก็จะเข้าสู่ระบบการฉีดให้กับกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งเป็นฐานการผลิตให้กับอาเซียนต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมเป็นต้นมารัฐบาลเปิดช่องทางการลงทะเบียนเพื่อรับวัคซีนของประชาชนผ่าน หมอพร้อม&nbsp;และมีประชาชนลงทะเบียนจองสิทธิ์การรับวัคซีนเป็นจำนวนวนมาก ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายฉีดวัคซีน 100 ล้านโดสให้กับคนในประเทศไทยให้ได้ภายในสิ้นปีนี้อย่างแน่นอนจากความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนในนาม \"ทีมไทยแลนด์\"</p>","5/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505124514292"],
    [27,"สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสตูล เชิญชวนสั่งซื้อมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง คุณภาพดีจากจังหวัดเชียงใหม่ ส่งตรงถึงบ้าน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(5&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นายสุภาพ&nbsp;จีนเมือง&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสตูล&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;สตูล&nbsp;ได้รับการประสานจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เชิญชวนชาวสตูลที่สนใจสั่งซื้อมะม่วงคุณภาพจากเกษตรกรผู้ปลูกโดยตรง&nbsp;ซึ่งเป็นมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;เกรดส่งออกจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ชมรมผู้ปลูกมะม่วงเชียงใหม่&nbsp;อำเภอแม่แตง&nbsp;โดยสวนคุณลุง&nbsp;(SUAN&nbsp;KHUN&nbsp;LUNG&nbsp;)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ทั้งแบบแพ็คและแบบกล่อง&nbsp;สำหรับแบบแพ็คของขวัญ&nbsp;(12&nbsp;ลูก)&nbsp;กล่องละ&nbsp;389&nbsp;บาทรวมจัดส่ง&nbsp;,&nbsp;แบบกล่อง&nbsp;5&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;(14-15&nbsp;ลูก)&nbsp;กล่องละ&nbsp;389&nbsp;บาทรวมจัดส่ง&nbsp;และแบบกล่อง&nbsp;10&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;(28-30&nbsp;ลูก)&nbsp;กล่องละ&nbsp;699&nbsp;บาทรวมจัดส่ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้สามารถสั่งซื้อได้ที่&nbsp;คุณวรรณรัตน์&nbsp;เกษมศรี&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;082&nbsp;892&nbsp;6350&nbsp;หรือ&nbsp;Facebook&nbsp;SUAN&nbsp;KHUN&nbsp;LUNG&nbsp;:&nbsp;Premium&nbsp;Fruits&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;Line&nbsp;@&nbsp;SUAN&nbsp;KHUN&nbsp;LUNG&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;&nbsp;:&nbsp;&nbsp;ภาพ-ข่าว/สนง.พาณิชย์จ.สตูลเรียบเรียง-เผยแพร่/อมรรัตน์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จันทร์พริ้ม/สวท.สตูล5&nbsp;พ.ค.64</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","5/5/2021","ภาคใต้","สตูล","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505132955310"],
    [28,"คาดการณ์ การแพร่ของโรคโควิด-19 รอบนี้ สร้างความเสียหายราว 3-4.5 แสนล้านบาท","<p><strong>นายธนวรรธน์&nbsp;พลวิชัย&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย</strong>และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ&nbsp;เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรด&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;1/2564&nbsp;จาก&nbsp;116&nbsp;กลุ่มตัวอย่างในช่วงกลางเดือนเมษายน&nbsp;พบว่า&nbsp;มีค่าดัชนีฯเฉลี่ยรวมอยู่ที่ร้อยละ&nbsp;46.3&nbsp;สะท้อนจากรายรับจากการขายหรือให้บริการ&nbsp;กำไรจากการขายและการจ้างงานที่ลดลง&nbsp;มีเพียงธุรกิจออนไลน์ที่มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยส่วนใหญ่มองว่าต้องรับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;อีกระยะ&nbsp;ทำให้ลูกค้าทั้งในประเทศและจากนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง&nbsp;ซึ่งภาคประชาชนมีภาระหนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่งผลให้กำลังซื้อลดลงตาม&nbsp;ขณะที่ต้นทุนการดำเนินงานยังสูงขึ้นโดยเฉพาะต้นทุนด้านความปลอดภัยเพื่อลูกค้าและพนักงานจากโควิด&nbsp;จึงมองว่าสถานการณ์ธุรกิจในช่วงไตรมาสที่&nbsp;2&nbsp;จะต่ำกว่าช่วงไตรมาสที่&nbsp;1ได้อีก&nbsp;และธุรกิจยังต้องปรับตัวบนความไม่แน่นอนตลอดเวลา&nbsp;แต่ทั้งนี้&nbsp;ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่จะแถลงอีกครั้งในวันพรุ่งนี้(6&nbsp;พ.ค.)&nbsp;ซึ่งจะสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนในการจับจ่ายใช้สอยว่าเป็นอย่างไร&nbsp;</p><p><strong>นายธนวรรธน์&nbsp;ยังกล่าวถึงผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;</strong>นี้ว่า&nbsp;มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเคยประเมินไว้ว่า&nbsp;ผลกระทบที่เกิดขึ้นหนักสุดคือในช่วงไตรมาส&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;ที่มีการล็อคดาวน์ทั้งประเทศ&nbsp;ทำให้เศรษฐกิจติดลบสุดถึงร้อยละ&nbsp;12.2&nbsp;และเม็ดเงินสูญหายในระบบเศรษฐกิจถึง&nbsp;6&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;ดังนั้น&nbsp;การแพร่ระบาดครั้งนี้&nbsp;เมื่อภาครัฐเริ่มให้ร้านค้าปิดบริการตามเวลานับเป็นช่วงใกล้เคียงกับช่วงปีที่แล้ว&nbsp;แต่ไม่มีมาตรการเข้มข้นออกมาเหมือนปีที่แล้ว&nbsp;ประกอบกับไม่มีกำหนดระยะคลี่คลายสถานการณ์ว่าจบลงเมื่อใด&nbsp;จึงมองว่า&nbsp;จะมีกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นมาก&nbsp;โดยเฉพาะท่องเที่ยว/บริการ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องร้านค้าท่องเที่ยวกลางคืน&nbsp;ซึ่งหากคลี่คลายไม่ได้เร็วความเสียหายจะอยู่ราว&nbsp;3-4.5&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;จึงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป</p><p><strong>สำหรับภาคธุรกิจโมเดิร์นเทรด</strong>&nbsp;ยังมีข้อเสนอถึงภาครัฐให้เร่งแก้ไขปัญหา&nbsp;อาทิ&nbsp;ให้สนับสนุนธุรกิจค้าปลีกมีส่วนร่วมในโครงการของรัฐ&nbsp;เร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ให้ครอบคลุมประชากรมากขึ้น&nbsp;เปิดเสรีให้เอกชนนำเข้าวัคซีนเพื่อเป็นทางเลือกในการกระจาย&nbsp;ออกมาตรการสนับสนุนธุรกิจร้านอาหารรายย่อยและธุรกิจอื่นๆ&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวที่ลดลงและออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและการจับจ่ายภายในประเทศ</p><p><br></p><p><br></p>","5/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505193928490"],
    [29,"รมว.พาณิชย์  สั่งทูตพาณิชย์และทูตเกษตรในจีนประสานงานด่านโหย่วอี้กวนขอความร่วมมือเปิดช่องทางเข้าออกเพิ่ม","<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์</strong>&nbsp;&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;&nbsp;กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหารถขนส่งสินค้าผลไม้จากประเทศไทย&nbsp;จากด่านมุกดาหารไปยังด่านเวียดนามก่อนเข้าสู่ประเทศจีน&nbsp;ที่ด่านโหย่วอี้ที่มีปัญหาการจราจรติดขัดทำให้การผ่านแดนใช้เวลานาน&nbsp;ว่า&nbsp;ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์หนานหนิงและทูตเกษตรกวางโจวประสานงานให้ด่านโหย่วอี้กวนรับทราบ&nbsp;และขอความร่วมมือให้เปิดช่องทางเข้าออกเพิ่มจาก&nbsp;6&nbsp;ช่องเป็น&nbsp;12&nbsp;ช่อง&nbsp;&nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมือในการตอบรับที่จะเร่งดำเนินการแล้ว&nbsp;คาดว่าในอีกไม่กี่วัน&nbsp;การจราจรของส่งผลไม้ไทยไปยังจีนจะคล่องตัวขึ้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;</strong>เร่งดำเนินการเชิญผู้ประกอบการขนส่งสินค้า&nbsp;หรือผลไม้ไทย&nbsp;ผ่านมุกดาหาร&nbsp;ลาว&nbsp;เวียดนาม&nbsp;เข้าด่านโหย่วอี้กวน&nbsp;ประเทศจีน&nbsp;เข้ารับการอบรมให้ความรู้&nbsp;เรื่องมาตรการกฎระเบียบต่างๆ&nbsp;รวมทั้งเอกสารที่จะต้องเตรียมเพื่อให้การส่งสินค้าข้ามแดนไปยังประเทศจีนคล่องตัวและสะดวกขึ้นไม่เป็นอุปสรรคทำให้การจราจรต้องติดขัดโดยจะดำเนินการในสัปดาห์นี้&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกันจะประสานงานกับทางจีน</strong>&nbsp;โดยจีนจะเพิ่มด่านตงซิงขึ้นอีก&nbsp;1&nbsp;ด่าน&nbsp;เพื่อให้บริการในการนำเข้าผลไม้สดจากประเทศไทยซึ่งเริ่มเปิดให้บริการแล้วเมื่อวันที่&nbsp;29&nbsp;&nbsp;เมษายนที่ผ่านมาทำให้ไทยสามารถส่งผลไม้สด&nbsp;ผ่านด่านนี้ได้ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้แจ้งให้สมาคมผู้ส่งออกผลไม้จันทบุรีรับทราบแล้ว&nbsp;รวมทั้งจะเร่งรัดการออกใบรับรองการฉีดสารป้องกันโควิด&nbsp;ทั้งบรรจุภัณฑ์และรถขนส่งในการส่งออก&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้ทางการจีนได้รับความมั่นใจขึ้น&nbsp;คาดว่าในอีกไม่กี่วัน&nbsp;การจราจรของส่งผลไม้ไทยไปยังจีนจะคล่องตัวขึ้น&nbsp;สำหรับการส่งออกผลไม้และสินค้าข้ามแดนจากไทยไปจีนไตรมาสแรกปี&nbsp;2564&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;90,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยเป็นการส่งออกผลไม้ผลไม้&nbsp;8,145&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;และเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;34</p><p><br></p><p><br></p>","5/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505213610550"],
    [30,"ยะลา เดินหน้า ตรวจเยี่ยมสถานประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อเฝ้าระวังและให้คำแนะนำ ลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดโควิด-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(5&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ลงพื้นที่ไปยังบริษัท&nbsp;ยางไทยปักษ์ใต้&nbsp;จำกัด&nbsp;สาขายะลา&nbsp;ต.ท่าสาป&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ตรวจเยี่ยมสถานประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อเฝ้าระวังและให้คำแนะนำโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ตามแผนการตรวจเยี่ยมของจังหวัด&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาด&nbsp;ให้คำแนะนำแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้อง&nbsp;ตามมคำสั่งของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ที่&nbsp;28/2564&nbsp;โดยมีสำนักงานอุตสากรรมจังหวัมดยะลา&nbsp;หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดยะลา&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากการตรวจสอบพบว่า&nbsp;โรงงานแห่งนี้มีคนงานอยู่ประมาณ&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;และมีต่างด้าวอยู่ประมาณ&nbsp;120&nbsp;คน&nbsp;โดยส่วนใหญ่คนงานจะพักอยู่ข้างในและมีประมาณ&nbsp;60&nbsp;คนที่เป็นประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้&nbsp;ซึ่งมาตรการจะเห็นได้ตั้งแต่เริ่มต้นทุกคนที่เข้าโรงงานจะต้องมีการตรวจวัดอุณหภูมิและล้างมือ&nbsp;และส่วนใหญ่คนงานจะแยกกันทำงานอยู่แล้ว&nbsp;ทำตามมาตรการด้วยการใส่หน้ากาก&nbsp;การรับประทานอาหารก็ได้มีการแยกกินตามแผนก&nbsp;นอกจากนี้สิ่งที่ทางทางสาธารณสุขได้แนะนำคือเรื่องของการจัดทำที่ล้างมือให้มากขึ้น&nbsp;ตั้งแต่เริ่มต้นเข้าโรงงานและในแต่ละแผนก&nbsp;ซึ่งจะเป็นการป้องกันได้ในระดับหนึ่ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับมาตรการของโรงงานบริษัท&nbsp;ยางไทยปักษ์ใต้&nbsp;จำกัด&nbsp;สาขายะลา&nbsp;ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยะลาได้เข้ามาทำการเก็บตัวอย่างเชื้อคนงานต่างด้าวซึ่งมีจำนวน&nbsp;120&nbsp;คน&nbsp;และผลการตรวจก็ไม่พบเชื้อทั้ง&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;การระบาดในระลอกเมษายนนี้&nbsp;ทางโรงงานมีการตั้งจุดคัดกรองหน้าโรงงาน&nbsp;มีการประเมินความเสี่ยงของคนงานที่นี่&nbsp;ว่ามีญาติ&nbsp;อยู่ในพื้นที่ติดเชื้อบ้างหรือไม่&nbsp;ให้ทำการเก็บประวัติเอาไว้&nbsp;การเดินทางเข้า-ออกจากโรงงาน&nbsp;มีการบันทึกไทม์ไลน์เอาไว้&nbsp;เพื่อการสอบสวนโรค&nbsp;หากเกิดปัญหาพบผู้ติดเชื้อ&nbsp;ส่วนแรงงานต่างด้าวที่อยู่ที่นี่&nbsp;ทางโรงงานจัดที่พักภายในโรงงาน&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;การเดินทางออกไปข้างนอก&nbsp;ออกไปซื้อของจ่ายตลาด&nbsp;ทางโรงงานอนุญาติให้ไป&nbsp;3-4&nbsp;คน&nbsp;และจัดทำประวัติว่าเดินทางไปที่ไหนบ้างในตัวเมืองยะลา&nbsp;ขณะนี้ยังไม่มีการหมุนเวียนแรงงาน&nbsp;รอให้สถานการณ์โควิด-19&nbsp;ดีขึ้น&nbsp;ทางโรงงานก็จะมีมาตรการดำเนินการในขั้นต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","5/5/2021","ภาคใต้","ยะลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505152706354"],
    [31,"งานทุเรียนทองผาภูมิและผลไม้จังหวัดกาญจนบุรี","<p>จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เตรียมจัดงาน&nbsp;ทุเรียนทองผาภูมิและผลไม้จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมผลผลิต</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายผกายเนติ์&nbsp;เล่งอี้&nbsp;&nbsp;พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ร่วมหารือคณะทำงานด้านการตลาดระดับจังหวัด&nbsp;(เซลส์แมนจังหวัด)&nbsp;ที่&nbsp;สวนไทรโยครีสอร์ท&nbsp;อ.ไทรโยค&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คณะทำงานด้านการตลาดระดับจังหวัด&nbsp;(เซลส์แมนจังหวัด)&nbsp;ซึ่งมีบทบาทแก้ปัญหา&nbsp;และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในภูมิภาคให้เข้มแข็งของจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ผู้แทนหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;สภาเกษตรกรจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ประธาน&nbsp;Young&nbsp;Entrepreneur&nbsp;Chamber&nbsp;of&nbsp;Commerce&nbsp;(YEC)&nbsp;สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย&nbsp;&nbsp;ได้ร่วมหารือ&nbsp;เพื่อเตรียมจัดงานทุเรียนทองผาภูมิและผลไม้จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ในวันที่&nbsp;1-7&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยกำหนดจัดงานวันละ&nbsp;2&nbsp;รอบ&nbsp;คือ&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;เวลา&nbsp;12.00&nbsp;-&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;และรอบที่&nbsp;2&nbsp;เวลา&nbsp;16.00&nbsp;-&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;วันธรรมดา&nbsp;รอบละ&nbsp;25&nbsp;คน&nbsp;และวันหยุดรอบละ&nbsp;35&nbsp;คน&nbsp;ตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;&nbsp;&nbsp;กิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การประกวดทุเรียน&nbsp;การประมูลทุเรียน&nbsp;อาหารที่ทำจากผลไม้จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;บุฟเพต์ทุเรียน&nbsp;การออกบูธจำหน่ายสินค้าบูธนิทรรศการ&nbsp;และจำหน่ายทุเรียนคุณภาพ&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;และส่งเสริมผลผลิตทุเรียนให้มีคุณภาพ&nbsp;ตามมาตรฐาน&nbsp;GI&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วราภรณ์&nbsp;สิทธิสม&nbsp;/ข่าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดนุพล&nbsp;สิงห์โต&nbsp;/ภาพ&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;NBT.กาญจนบุรี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","5/5/2021","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สทท.กาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505160319383"],
    [32,"ครม.อนุมัติงบกลางปี 2564 วงเงิน 12,576 ล้านบาท สำหรับโครงการเตรียมความพร้อมรับมือและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่","<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;งบกลาง&nbsp;ค่าใช้จ่ายในการบรรเทา&nbsp;แก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระยะการระบาดระลอกเมษายน&nbsp;2564&nbsp;จำนวนเงินทั้งสิ้น&nbsp;&nbsp;12,576&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมการรับมือและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ได้ทันเวลา&nbsp;ลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมในภาพรวมของประเทศ</p><p><strong>กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ระบุว่า</strong>&nbsp;จากการติดตามสถานการณ์การระบาดของโควิด-19&nbsp;ซึ่งมีการระบาดทั่วโลกที่ยังคงมีความรุนแรงมากขึ้น&nbsp;สำหรับประเทศไทยพบว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;ส่วนใหญ่มาจากการสัมผัสผู้ป่วยยืนยันในสถานบันเทิง&nbsp;ครอบครัว&nbsp;สถานที่ทำงาน&nbsp;ชุมชนและสถานศึกษา&nbsp;ทำให้ประเทศยังมีความเสี่ยงสูงที่จะพบผู้ติดเชื้อมากขึ้น&nbsp;มีการแพร่กระจายไปยังจังหวัดต่างๆ&nbsp;และมีบางจังหวัดเกิดการติดเชื้อใหม่ในพื้นที่&nbsp;&nbsp;ทำให้ประเทศไทยต้องเตรียมตั้งรับสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ซึ่งอาจมีการแพร่กระจายในพื้นที่ใหม่&nbsp;เพื่อการแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที&nbsp;ป้องกันบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขจึงได้จัดทำโครงการเตรียมความพร้อมรับมือและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่:&nbsp;กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019&nbsp;ระยะการระบาดระลอกเมษายน&nbsp;2564&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;จำนวนเงินทั้งสิ้น&nbsp;12,576&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>สำหรับโครงการดังกล่าว</strong>&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการติดเชื้อใหม่ให้ไม่เกินศักยภาพที่ระบบสาธารณสุขรองรับได้&nbsp;และเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชากรในประเทศไทย&nbsp;&nbsp;ไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ของประชากรทั้งหมด&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มประชากรผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้มีโรคร่วมและกลุ่มเปราะบางหรือด้อยโอกาส</p><p><strong>กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ระบุว่า</strong>&nbsp;นายกรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อวันที่&nbsp;&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ให้กระทรวงสาธารณสุขเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี&nbsp;2564&nbsp;งบกลาง&nbsp;ค่าใช้จ่ายในการบรรเทา&nbsp;แก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19&nbsp;ระยะการระบาดระลอกเมษายน&nbsp;2564&nbsp;จำนวนเงินทั้งสิ้น&nbsp;12,576&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ก่อนเสนอให้&nbsp;ครม.พิจารณา</p><p><br></p><p><br></p>","5/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505203117498"],
    [33,"ครม. ขยายมาตรการภาษี สนับสนุนการจ้างงานผู้พ้นโทษอีก 1 ปี สิ้นสุด 31 ธันวาคมนี้","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;เห็นชอบขยายระยะเวลาการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล&nbsp;ให้แก่บริษัท&nbsp;หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล&nbsp;ร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ของรายจ่าย&nbsp;ที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างงานผู้พ้นโทษไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;นับตั้งแต่วันที่ได้รับการปล่อยตัวเข้าทำงาน&nbsp;เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน&nbsp;15,000&nbsp;บาท/คน/เดือน&nbsp;โดยขยายระยะเวลาออกไปอีก&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ในรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมและจูงใจให้ภาคเอกชน&nbsp;มีส่วนร่วมสนับสนุนการจ้างแรงงานผู้พ้นโทษเข้าทำงาน&nbsp;ช่วยให้ผู้พ้นโทษสามารถพึ่งพาตนเองได้และมีอาชีพ&nbsp;เสริมสร้างเศรษฐกิจในตลาดแรงงานที่ขาดแคลน&nbsp;ลดการพึ่งแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คาดว่ารัฐจะสูญเสียรายได้ประมาณ&nbsp;1,935&nbsp;ล้านบาท</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ออกตามความในประมวลรัษฎากร&nbsp;ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;(มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการจ้างงานผู้พ้นโทษ)&nbsp;และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาโดยด่วน&nbsp;แล้วดำเนินการต่อไป&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","5/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505202235497"],
    [34,"พาณิชย์จังหวัดแพร่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้า ป้องกันการขึ้นราคาสินค้า ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;เจลล้างมือ&nbsp;สินค้าอุปโภคบริโภคและปุ๋ยเคมีฯ&nbsp;ป้องกันการขึ้นราคาสินค้า&nbsp;ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;5&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้า&nbsp;หน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;เจลล้างมือ&nbsp;สินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;และ&nbsp;ปุ๋ยเคมีฯ&nbsp;ผลการตรวจสอบ&nbsp;ดังนี้</p><p><br></p><p><strong>1.&nbsp;หน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.1&nbsp;สถานการณ์การซื้อขาย&nbsp;ประชาชนออกมาเลือกซื้อหน้ากากอนามัยตามปกติ&nbsp;ตามจุดจำหน่ายต่างๆ&nbsp;ที่มีจำนวนมาก&nbsp;สินค้ายังมีเพียงพอต่อความต้องการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.2&nbsp;ราคาหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่ผลิตในประเทศจำหน่ายในราคาไม่เกินที่กฎหมายกำหนดไว้แต่อย่างใด&nbsp;โดยขนาดบรรจุกล่องละ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;จำหน่ายราคากล่องละ&nbsp;80-125&nbsp;บาท&nbsp;(ราคาเฉลี่ยชิ้นละ&nbsp;1.60&nbsp;-&nbsp;2.50&nbsp;บาท)&nbsp;จำหน่ายเป็นแพ็ค&nbsp;4&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;และแพ็ค&nbsp;2&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.3&nbsp;เจลแอลกอฮอล์ล้างมือราคายังคงทรงตัวจากวันที่ผ่านมา&nbsp;สินค้ามีวางจำหน่ายและเพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;โดยขนาดบรรจุ&nbsp;30&nbsp;&nbsp;500&nbsp;มิลลิลิตร&nbsp;ราคาจำหน่ายชิ้นละ&nbsp;29-150&nbsp;บาท&nbsp;ตามปริมาณและคุณภาพของสินค้า</p><p><br></p><p><strong>2.&nbsp;สินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ</strong>&nbsp;ส่วนใหญ่ราคายังคงทรงตัวจากวันที่ผ่านมา&nbsp;ยกเว้นไข่ไก่&nbsp;ที่ปรับราคาขึ้น&nbsp;โดยประชาชนออกมาเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง&nbsp;เนื่องจากเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า(โควิด&nbsp;-19)&nbsp;ระลอกใหม่ในพื้นที่&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.1&nbsp;ไข่ไก่ราคาขายส่งหน้าฟาร์มปรับสูงขึ้น&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;บาท/แผงและราคาขายปลีกหน้าฟาร์มมีการปรับราคาสูงขึ้น&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;บาท/แผง&nbsp;เนื่องจากปริมาณไข่ไก่ออกสู่ตลาดน้อยลง&nbsp;สำหรับราคาขายปลีกทั่วไปยังคงทรงตัว&nbsp;เนื่องจากยังเป็นสต็อกเดิมอยู่&nbsp;โดยราคาจำหน่ายปลีก&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;เบอร์&nbsp;0&nbsp;ราคา&nbsp;102&nbsp;-&nbsp;115&nbsp;บาท/แผง&nbsp;(เพิ่ม&nbsp;0&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;บาท)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;เบอร์&nbsp;1&nbsp;ราคา&nbsp;90&nbsp;-110&nbsp;บาท/แผง&nbsp;(เพิ่ม&nbsp;0&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;บาท)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;เบอร์&nbsp;2&nbsp;ราคา&nbsp;81&nbsp;-&nbsp;100&nbsp;บาท/แผง&nbsp;(เพิ่ม&nbsp;0&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;บาท)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;เบอร์&nbsp;3&nbsp;ราคา&nbsp;69&nbsp;&nbsp;95&nbsp;บาท/แผง&nbsp;(เพิ่ม&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;บาท)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;เบอร์&nbsp;4&nbsp;ราคา&nbsp;64&nbsp;&nbsp;80&nbsp;บาท/แผง&nbsp;(เพิ่ม&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;บาท)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.2&nbsp;น้ำน้ำมันพืชราคาทรงตัว&nbsp;โดยน้ำมันปาล์ม&nbsp;ตราโอลีน&nbsp;ขวดละ&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคา&nbsp;46&nbsp;-&nbsp;48&nbsp;บาท&nbsp;และน้ำมันถั่วเหลือง&nbsp;ราคา&nbsp;50-55&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><strong>3.&nbsp;ปุ๋ยเคมี&nbsp;ราคาทรงตัวเท่ากับวันที่ผ่านมา</strong>&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-ปุ๋ยเคมีสูตร&nbsp;46-0-0</p><p>&nbsp;&nbsp;ตรากระต่าย&nbsp;กระสอบละ&nbsp;680-700&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-ปุ๋ยเคมีสูตร&nbsp;16-20-0</p><p>&nbsp;&nbsp;ตรากระต่าย&nbsp;กระสอบละ&nbsp;680-695&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-ปุ๋ยเคมีสูตร&nbsp;15-15-15</p><p>&nbsp;&nbsp;ตรากระต่าย&nbsp;กระสอบละ&nbsp;760-790&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;ตรามงกฎ&nbsp;กระสอบละ&nbsp;740&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;ตราหัววัวคันไถ&nbsp;(ดาวฟ้า)&nbsp;กระสอบละ&nbsp;760&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;ตราหัววัวคันไถ&nbsp;(ดาวแดง)&nbsp;กระสอบละ&nbsp;800&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-ปุ๋ยเคมีสูตร&nbsp;18-18-18&nbsp;ตรามงกุฎกระสอบละ&nbsp;570&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","5/5/2021","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505175146432"],
    [35,"ครม เห็นชอบสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19 วงเงิน 20,000 ล้านบาท ให้ธนาคารรัฐ 2 แห่ง นำไปช่วยเหลือร้านค้า เอสเอ็มอี ","<p><strong>นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;วันนี้(5&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ที่ประชุม&nbsp;ครม.อนุมัติหลักการมาตรการสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;20,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ให้ธนาคารและสถาบันการเงินของรัฐ&nbsp;2&nbsp;แห่งคือ&nbsp;ธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;นำไปข่วยเหลือผู้ประการ&nbsp;เอสเอ็มอี&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบให้สามารถขอสินเชื่อได้&nbsp;10,000&nbsp;บาทต่อราย&nbsp;ระยะเวลากู้ไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;อัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ&nbsp;0.35&nbsp;ต่อเดือน&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;2&nbsp;ธนาคารจะพิจารณาจัดลำดับความสำคัญของลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบเพื่อให้การดูแลลูกหนี้เป็นไปอย่างเหมาะสมโดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่&nbsp;ครม.มีมติเห็นชอบถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ครม.ยังได้อนุมัติวงเงินชดเชยกรณีเกิดความเสียหายอีก&nbsp;&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ยืนยันเป็นไปตามวินัยการเงินการคลัง</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังเห็นชอบมาตรการพักชำระหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ&nbsp;</strong>โดยให้ขยายระยะเวลาพักชำระหนี้โดยการพักชำระเงินต้นให้แก่ลูกหนี้ตามความสมัครใจออกไปจนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อลดภาระการชำระหนี้เป็นการชั่วคราวให้แก่ลูกหนี้หรือนำเงินที่จะต้องชำระหนี้ไปเป็นสภาพคล่องเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน&nbsp;หรือประกอบธุรกิจในช่วงที่มีความไม่แน่นอนสูงโดยจะต้องไม่เป็นการเพิ่มภาระให้แก่ลูกหนี้มากจนเกินไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","5/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505185723464"],
    [36,"จังหวัดภูเก็ต เตรียมพร้อมขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการจ้างงานและการประกอบอาชีพ ตามโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;เตรียมพร้อมขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการจ้างงานและการประกอบอาชีพ&nbsp;ตามโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(วันที่&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมคอซิมบี้&nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&nbsp;นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานในการประชุมหารือการจัดทำโครงการส่งเสริมการจ้างงานและประกอบอาชีพ&nbsp;ตามโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;โดยมี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;เข้าร่วมการประชุมเพื่อเตรียมพร้อมขับเคลื่อนในแต่ละพื้นที่</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตามที่จังหวัดภูเก็ตได้รับการจัดสรรงบประมาณ&nbsp;โครงการพัฒนาและส่งเสริมความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ในกรอบวงเงิน&nbsp;1,000,249,488&nbsp;บาท&nbsp;(หนึ่งพันล้านสองแสนสี่หมื่นเก้าพันสี่ร้อยแปดสิบแปดบาทถ้วน)&nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้ได้แจ้งให้ส่วนราชการเกี่ยวข้องเสนอโครงการ&nbsp;เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณในกรอบวงเงินดังกล่าว&nbsp;เพื่อนำไปขับเคลื่อนการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;ส่งเสริมตลาดสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว&nbsp;รวมทั้งภาคบริการและด้านอื่นๆในพื้นที่&nbsp;โดยกำหนดกรอบการจัดสรรในการดำเนินโครงการเป็น&nbsp;4&nbsp;กลุ่มโครงการ&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มพัฒนาสินค้าท่องเที่ยว&nbsp;บริการ&nbsp;และการค้า&nbsp;กลุ่มยกระดับประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการเกษตร&nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน&nbsp;และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;เพื่อรองรับการฟื้นตัว&nbsp;และพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการตรวจสอบโครงการในกิจกรรมด้านการส่งเสริมการจ้างงานและประกอบอาชีพ&nbsp;ซึ่งถือเป็นโครงการเป้าหมายหลักของทางจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ที่หน่วยงานต่างๆได้มีการนำเสนอมาแล้วจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;18&nbsp;โครงการ&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดภูเก็ตได้กำหนดเป้าหมายในการดำเนินโครงการไว้อย่างน้อย&nbsp;10,000&nbsp;คน&nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;คือ&nbsp;ผู้ว่างงาน&nbsp;ผู้เสมือนว่างาน&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยผู้ว่างงานที่ได้มีการสำรวจข้อมูล&nbsp;จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&nbsp;(อบจ.ภูเก็ต)&nbsp;พบว่า&nbsp;มีผู้ว่างงาน&nbsp;13,247&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งมีทั้งกลุ่มเปราะบางและผู้ที่ขอรับความช่วยเหลือ&nbsp;ด้านการจ้างงานและประกอบอาชีพ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;ตามโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;จังหวัดภูเก็ตจึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือ&nbsp;เพื่อซักซ้อมแนวทางการจัดทำและบริหารจัดการโครงการ&nbsp;ด้านการส่งเสริมการจ้างงานและประกอบอาชีพให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายผู้ว่างงาน&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;โดยเน้นให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้&nbsp;เพื่อให้การจ้างงานในโครงการดังกล่าว&nbsp;เป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อย&nbsp;ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้อย่างแท้จริง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","5/5/2021","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505183610457"],
    [37,"พาณิชย์ชัยนาทตรวจติดตามสถานการณ์การค้า ประชาสัมพันธ์ กฎเหล็ก...ร้านธงฟ้า พร้อมป้องกันโควิด-19","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวศรุดา&nbsp;นรสิงห์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดชัยนาท&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&nbsp;โดยกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&nbsp;ลงตรวจติดตามสถานการณ์การค้าและประชาสัมพันธ์ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าของร้านค้าธงฟ้า&nbsp;ฯ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ตำบลแพรกศรีราชา&nbsp;และตำบลดงคอน&nbsp;อำเภอสรรคบุรี&nbsp;และตำบลหาดท่าเสา&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;ร้าน&nbsp;ผลดำเนินการปรากฏว่า&nbsp;สถานการณ์ราคาสินค้าส่วนใหญ่ยังราคาปกติ&nbsp;สินค้ายังมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน&nbsp;ราคาน้ำมันปาล์มเริ่มปรับตัวลดลง&nbsp;และราคาน้ำมันถั่วเหลือง&nbsp;ราคาคงเดิม&nbsp;ราคาจำหน่ายน้ำมันพืช&nbsp;น้ำมันปาล์มบรรจุขวด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคา&nbsp;48&nbsp;-&nbsp;55&nbsp;บาท/ขวด&nbsp;&nbsp;น้ำมันถั่วเหลือง&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคา&nbsp;50&nbsp;-&nbsp;55&nbsp;บาท/ขวด&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยร้านค้าส่งรายใหญ่แจ้งว่าสินค้าสามารถสั่งได้แต่อาจจะไม่ได้&nbsp;จำนวนตามที่สั่ง&nbsp;ทางร้านค้าได้มีการจำกัดปริมาณการซื้อ&nbsp;เพื่อกระจายให้กับลูกค้าอย่างทั่วถึง&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้แจกโปสเตอร์&nbsp;กฎเหล็ก...ร้านธงฟ้า&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ร้านและประชาชนผู้มาใช้บริการ&nbsp;ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของโครงการธงฟ้าฯ&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;และกำชับให้มีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าให้ชัดเจน&nbsp;ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;และห้ามจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร&nbsp;ห้ามจำหน่ายบุหรี่สุราให้กับผู้ถือบัตร&nbsp;ห้ามยึดบัตรลูกค้าไว้&nbsp;รวมถึงห้ามรับแลกเป็นเงินสด&nbsp;หากตรวจพบพฤติกรรม&nbsp;ว่าทำผิดข้อกำหนดของโครงการ&nbsp;จะถูกยกเลิกจากโครงการโดยทันที&nbsp;และจะไม่สามารถจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการได้อีกต่อไป&nbsp;และได้อธิบายเกี่ยวกับการให้บริการของร้าน&nbsp;กับผู้มีสิทธ์ตามโครงการ&nbsp;เราชนะ&nbsp;รวมถึงการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ของสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง&nbsp;รวมถึงแจกประกาศจังหวัดชัยนาท&nbsp;แจ้งเตือนผู้ประกอบการร้านค้าธงฟ้าฯ&nbsp;ห้ามฉวยโอกาสทางการค้า</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p>","5/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505184329461"],
    [38,"ครม. อนุมัติหลักการ มาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจ ","<p><strong>นายดนุชา&nbsp;พิชยนันท์&nbsp;</strong>เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)&nbsp;หรือสภาพัฒน์&nbsp;เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;วันนี้&nbsp;(5&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ที่ประชุม&nbsp;ครม.อนุมัติหลักการ&nbsp;มาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในระลอกเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;ทั้งมาตรการที่ต้องดำเนินการเร่งด่วนและมาตรการที่เหมาะสมสำหรับดำเนินการในระยะต่อไป&nbsp;ภายหลังจากที่สถานการณ์ระบาดคลี่คลายลง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับมาตรการเร่งด่วน</strong>&nbsp;เพื่อบรรเทา&nbsp;เยียวยา&nbsp;ข่วยเหลือประชาชน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การเพิ่มเงินช่วยเหลือในโครงการเราชนะอีกสัปดาห์ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;&nbsp;โดยให้สิ้นสุดการใช้จ่ายในวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;และโครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;โดยเพิ่มเงินให้กับผู้ประกันตนที่อยู่ในโครงการสัปดาห์ละ1,000&nbsp;บาท&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;&nbsp;สัปดาห์&nbsp;&nbsp;ระยะเวลาการใช้จ่ายสิ้นสุด&nbsp;วันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;2&nbsp;โครงการคาดว่าจะสามารถนำเสนอ&nbsp;ครม.เพื่อพิจารณาได้ในสัปดาห์หน้า&nbsp;โดยใช้วงเงินดำเนินการรวม&nbsp;85,500&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>สำหรับมาตรการระยะที่&nbsp;2</strong>&nbsp;จะเริ่มดำเนินการเมื่อสถานการณ์คลี่คลายและเหมาะสม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;โดยให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมเดือนละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ครอบคลุมประชาชนผู้ถือบัตรประมาณ&nbsp;13.65&nbsp;ล้านคน&nbsp;และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&nbsp;โดยให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมเดือนละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;ครอบคลุมประชาชนประมาณ&nbsp;2.5&nbsp;ล้านคน&nbsp;โดยมีระยะเวลาดำเนินการทั้ง&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;คือตั้งแต่กรกฎาคม&nbsp;&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</p><p><strong>ส่วนการดำเนินโครงการคนละครึ่งระยะที่&nbsp;3</strong>&nbsp;รัฐจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในลักษณะ&nbsp;โคเพล&nbsp;150&nbsp;บาทต่อคนต่อวันแต่ไม่เกิน&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;ครอบคลุมประชาชน&nbsp;31&nbsp;ล้านคน&nbsp;&nbsp;และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้&nbsp;โดยรัฐบาลจะสนับสนุน&nbsp;e-voucher&nbsp;สำหรับการใช้จ่ายสูงสุดไม่เกิน&nbsp;7,000&nbsp;บาทต่อคน&nbsp;ระยะเวลาดำเนินการถึงสิ้นเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;&nbsp;ได้เลื่อนการดำเนินโครงการที่มีการอนุมัติไปแล้วก่อนหน้านี้ออกไปจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการเราเที่ยวด้วยกันและโครงการทัวร์เที่ยวไทย&nbsp;จะพร้อม&nbsp;ยืนยันวงเงินใน&nbsp;พ.ร.ก.1&nbsp;ล้านล้านบาทยังมีเพียงพอสำหรับสนับสนุนกิจกรรมการฟื้นฟูเศรฐกิจและช่วยเหลือประชาชน&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","5/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505182612448"],
    [39,"การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษและเมืองน่าอยู่อัจฉริยะเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การพัฒนาท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานีเป็นโครงการก่อสร้างศูนย์ขนส่งผู้โดยสารท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ในแผนการพัฒนาท่าอากาศยานในภูมิภาค&nbsp;เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ที่เป็นศูนย์กลางภาคใต้ตอนบน&nbsp;โดยมีการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในการพัฒนาท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี&nbsp;แห่งนี้&nbsp;ดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;จะทำให้เกิดศักยภาพการเชื่อมโยง&nbsp;การเดินทาง&nbsp;การค้า&nbsp;การลงทุน&nbsp;และการท่องเที่ยว&nbsp;ที่มีประสิทธิภาพสูง&nbsp;รองรับการเติบโตทั้งด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และจะสร้างความเชื่อมั่นด้านการลงทุนของผู้ประกอบการ&nbsp;ซึ่งถือเป็นการพัฒนาที่สร้างโอกาสและความสามารถในการแข่งขันให้กับจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นอย่างมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","5/5/2021","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505183715458"],
    [40,"กลุ่ม กฟผ. เตรียมงบเพิ่มอีก 81 ล้านบาท ให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ","<p><strong>นายบุญญนิตย์&nbsp;วงศ์รักมิตร</strong>&nbsp;ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;กฟผ.&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่ที่ยังคงวิกฤต&nbsp;ล่าสุดพบการระบาดไปยังคลัสเตอร์ใหม่ในพื้นที่ชุมชนคลองเตย&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;กฟผ.&nbsp;และบริษัทในกลุ่ม&nbsp;กฟผ.&nbsp;ได้แก่&nbsp;บริษัท&nbsp;ราช&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;บริษัท&nbsp;ผลิตไฟฟ้า&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;และบริษัท&nbsp;กฟผ.&nbsp;อินเตอร์เนชั่นแนล&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้ระดมงบประมาณเพิ่มเติมอีก&nbsp;81&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อร่วมบริจาคให้กับโรงพยาบาลต่างๆ&nbsp;ครอบคลุมทั้ง&nbsp;77&nbsp;จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;นำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์&nbsp;หวังให้ทีมแพทย์ทำงานได้อย่างคล่องตัวและมีความปลอดภัย&nbsp;</p><p><strong>กฟผ.&nbsp;ได้ประสานตรงไปยังโรงพยาบาล&nbsp;</strong>เพื่อสำรวจความต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต้องใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปด้วยความรวดเร็วและครอบคลุมทุกพื้นที่&nbsp;โดยในวันนี้&nbsp;(5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;ยังได้ลงพื้นที่พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร&nbsp;กฟผ.&nbsp;เพื่อมอบเงินสนับสนุนให้กับโรงพยาบาลแล้ว&nbsp;2&nbsp;แห่งแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และโรงพยาบาลรามาธิบดี&nbsp;เพื่อให้โรงพยาบาลได้นำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อการรักษาผู้ป่วยโควิด-19</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในสัปดาห์นี้จะดำเนินการส่งมอบเงินสนับสนุน&nbsp;</strong>ให้กับ&nbsp;6&nbsp;โรงพยาบาล&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โรงพยาบาลศิริราช&nbsp;โรงพยาบาลวชิรพยาบาล&nbsp;โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;โรงพยาบาลราชวิถี&nbsp;โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าและโรงพยาบาลสิรินธร&nbsp;รวมจำนวนเงินที่จะส่งมอบภายในสัปดาห์นี้&nbsp;13.3&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขณะที่ปัจจุบันมีโรงพยาบาล&nbsp;จำนวน&nbsp;149&nbsp;แห่ง&nbsp;77&nbsp;จังหวัด&nbsp;ที่ได้แสดงความประสงค์ขอรับการสนับสนุนจากกลุ่ม&nbsp;กฟผ.&nbsp;ซึ่ง&nbsp;กฟผ.&nbsp;และบริษัทในกลุ่ม&nbsp;จะเร่งส่งมอบเงินสนับสนุนให้แก่โรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด</p><p><br></p><p><br></p>","5/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505214846555"],
    [41,"ครม.เห็นชอบลดค่าน้ำ-ค่าไฟ บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน 2 เดือน โดยใช้ค่าใช้จ่ายเดือนเมษายนเป็นฐานคำนวณ","<p><strong>นายดนุชา&nbsp;พิชยนันท์</strong>&nbsp;เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)&nbsp;หรือสภาพัฒน์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;วันนี้&nbsp;(5&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่ประชุม&nbsp;ครม.&nbsp;มีมติเห็นชอบมาตรการลดค่าใช้จ่าย&nbsp;ค่าสาธารณูปโภค&nbsp;ค่าน้ำ-ค่าไฟ&nbsp;ให้กับประชาชน&nbsp;เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควืด-19&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;คือเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;</p><p><strong>การลดค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟที่อยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก</strong>&nbsp;จะใช้ค่าใช้จ่ายในเดือนเมษายนเป็นฐานคำนวณค่าไฟฟ้า&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน&nbsp;150&nbsp;หน่วยต่อเดือน&nbsp;จะได้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี&nbsp;90&nbsp;หน่วยแรก&nbsp;ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าเกิน&nbsp;150&nbsp;หน่วยต่อเดือน&nbsp;หากหน่วยไฟฟ้าน้อยกว่าหรือเท่ากับใบแจ้งหนี้ของเดือนเมษายนให้คิดตามการใช้หน่วยไฟฟ้าจริง&nbsp;กรณีหน่วยไฟฟ้ามากกว่าใบแจ้งหนี้เดือนเมษายนให้คืดค่าไฟฟ้าตามหน่วยการใช้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทกิจการขนาดเล็กได้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี&nbsp;50&nbsp;หน่วยแรก&nbsp;</p><p><strong>สำหรับมาตรการช่วยค่าน้ำประปา&nbsp;</strong>จะลดค่าน้ำประปาลงร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ให้กับบ้านอยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก&nbsp;ซึ่งมาตรการทั้ง&nbsp;2&nbsp;มาตรการที่รัฐบาลออกมาช่วยเหลือครั้งนี้คาดว่าจะใช้งบประมาณ&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p>","6/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505181402442"],
    [42,"กรมสรรพากร สนับสนุนเอกชนบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติ เพื่อจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพและมีปริมาณเพียงพอ ","<p><strong>นายเอกนิติ&nbsp;นิติทัณฑ์ประภาศ&nbsp;อธิบดีกรมสรรพากร</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กระทรวงการคลัง&nbsp;โดยกรมสรรพากรได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคเพื่อจัดหาวัคซีน&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติ&nbsp;ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่แสวงหากำไรและมีภารกิจในการบริหารจัดการให้ประเทศมีความมั่นคงด้านวัคซีนอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยหลักการคือ&nbsp;บุคคลธรรมดาที่บริจาคเงินให้แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติสามารถนำมาหักเป็นค่าลดหย่อนได้เท่าจำนวนที่บริจาค&nbsp;แต่เมื่อรวมกับเงินบริจาคตามมาตรา&nbsp;47&nbsp;(7)&nbsp;แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว&nbsp;ต้องไม่เกินร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักค่าลดหย่อนอื่นๆ&nbsp;แล้ว&nbsp;/บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติ&nbsp;สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายได้เท่าจำนวนที่บริจาค&nbsp;แต่เมื่อรวมกับรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;65&nbsp;ตรี&nbsp;(3)&nbsp;(ข)&nbsp;แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว&nbsp;ต้องไม่เกินร้อยละ&nbsp;2&nbsp;ของกำไรสุทธิ&nbsp;ทั้งนี้ผู้ที่บริจาคให้แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติตามหลักการข้างต้นจะต้องบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;(e&nbsp;&nbsp;Donation)&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2566&nbsp;พร้อมยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ที่บริจาคทรัพย์สินให้แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติ</p><p><strong>อธิบดีกรมสรรพากร</strong>&nbsp;<strong>กล่าวด้วยว่า&nbsp;</strong>มาตรการภาษีดังกล่าวจะช่วยจูงใจให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการวิจัย&nbsp;การพัฒนา&nbsp;การผลิต&nbsp;และการกระจายวัคซีนที่มีคุณภาพและมีปริมาณเพียงพอทั้งในสถานการณ์ปกติและในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ประชาชน&nbsp;นำไปสู่ความมั่นคงของประเทศชาติ&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;ณ&nbsp;เวลานี้&nbsp;ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือในการฟันฝ่าวิกฤติสถานการณ์โควิด-19&nbsp;นี้ไปให้ได้&nbsp;เพื่อคนไทยทุกคน</p><p><br></p><p><br></p>","6/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506110304651"],
    [43,"ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ออกมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู และรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้ ","<p><strong>นายรักษ์&nbsp;วรกิจโภคาทร&nbsp;กรรมการผู้จัดการ</strong>&nbsp;ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย&nbsp;(EXIM&nbsp;BANK)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;EXIM&nbsp;BANK&nbsp;ออก&nbsp;2&nbsp;มาตรการความช่วยเหลือ&nbsp;ให้สอดรับกับมาตรการทางการเงินเพิ่มเติมของธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ&nbsp;(สินเชื่อฟื้นฟู)&nbsp;เป็นสินเชื่อหมุนเวียนสูงสุด&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยร้อยละ&nbsp;4.2&nbsp;ต่อปี&nbsp;ปีที่&nbsp;1-2&nbsp;อัตราดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;2&nbsp;ต่อปี&nbsp;โดยลูกค้าที่มีวงเงินสินเชื่อกับ&nbsp;EXIM&nbsp;BANK&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขอกู้เพิ่มได้ไม่เกินร้อยละ&nbsp;30&nbsp;ของวงเงินสินเชื่อ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2562&nbsp;หรือ&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า&nbsp;แต่ต้องไม่เกิน&nbsp;150&nbsp;ล้านบาทต่อราย&nbsp;โดยรวมสินเชื่อ&nbsp;Soft&nbsp;Loan&nbsp;เดิมที่เคยได้รับตาม&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;ช่วยเหลือในปี&nbsp;2563&nbsp;ส่วนผู้ประกอบธุรกิจที่ยังไม่มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินใด&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;ขอกู้ได้ในวงเงินไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ล้านบาทต่อราย&nbsp;และมาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้&nbsp;(พักทรัพย์&nbsp;พักหนี้)&nbsp;โดย&nbsp;EXIM&nbsp;BANK&nbsp;รับโอนทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันของลูกหนี้ปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19&nbsp;เพื่อนำมาชำระหนี้กับ&nbsp;EXIM&nbsp;BANK&nbsp;ซึ่งจะเป็นการช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินชั่วคราว&nbsp;โดยไม่ถูกกดราคาทรัพย์สินและมีสิทธิ์ซื้อทรัพย์คืนได้ภายในระยะเวลา&nbsp;3-5&nbsp;ปีนับแต่วันที่รับโอน&nbsp;ทั้งนี้ปัจจุบันมีลูกค้าสนใจขอรับมาตรการความช่วยเหลือดังกล่าวแล้วจำนวน&nbsp;940&nbsp;ราย&nbsp;เป็นวงเงินรวมประมาณ&nbsp;5,000&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>กรรมการผู้จัดการ&nbsp;EXIM&nbsp;BANK&nbsp;</strong>ยังเปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของธนาคารในช่วง&nbsp;3&nbsp;เดือนแรกของปี&nbsp;2564&nbsp;ด้วยว่า&nbsp;สินเชื่อและประกัน&nbsp;และด้านที่ไม่ใช่การเงินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยมีสินเชื่อคงค้าง&nbsp;134,412&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;8,276&nbsp;ล้านบาทหรือร้อยละ&nbsp;6.56&nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;โดยการให้สินเชื่อของ&nbsp;EXIM&nbsp;BANK&nbsp;ทำให้เกิดปริมาณธุรกิจ&nbsp;42,246&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ด้านการสนับสนุนการค้าและการลงทุนของไทยในต่างประเทศ&nbsp;ณ&nbsp;สิ้นเดือนมีนาคม&nbsp;2564&nbsp;EXIM&nbsp;BANK&nbsp;มีวงเงินสนับสนุนแก่สินเชื่อโครงการระหว่างประเทศรวม&nbsp;92,907&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ในจำนวนนี้เป็นสินเชื่อคงค้างเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่ส่งออกและลงทุนในตลาดใหม่&nbsp;รวมถึงกลุ่ม&nbsp;CLMV&nbsp;จำนวน&nbsp;43,485&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;10.90&nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยรุกตลาดใหม่&nbsp;โดยเฉพาะเวียดนามที่มีเสถียรภาพและอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง&nbsp;ด้านการให้บริการประกันการส่งออกและการลงทุน&nbsp;เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ส่งออกและนักลงทุนไทย&nbsp;มีปริมาณธุรกิจด้านการรับประกันการส่งออกและการลงทุนเท่ากับ&nbsp;52,366&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นถึง&nbsp;15,676&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;42.73&nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนขณะที่กำไรจากการดำเนินงานไตรมาสแรกเท่ากับ&nbsp;502&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p>","6/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506110141650"],
    [44,"กระทรวงพาณิชย์ หารือร่วมกับหน่วยงานรัฐและเอกชนผู้ผลิตเหล็ก แก้ปัญหาราคาเหล็กเพิ่มสูงขึ้น ","<p><strong>นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน</strong>&nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าการดูแลแก้ไขปัญหาลดผลกระทบจากราคาเหล็กที่มีการปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ว่า&nbsp;กรมฯ&nbsp;และกรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;ได้ประชุมหารือร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมและสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย&nbsp;รวมทั้งผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อให้การแก้ไขปัญหาและไม่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กในประเทศระยะยาว&nbsp;โดยที่ประชุมมีมติร่วมกัน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การจัดให้มีการเจรจาธุรกิจระหว่าง&nbsp;สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ&nbsp;เป็นตัวแทนผู้ใช้&nbsp;กับกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก&nbsp;สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;&nbsp;เป็นตัวแทนฝั่งผู้ผลิตและจำหน่ายเหล็ก&nbsp;ซึ่งจะได้ประสานเชื่อมโยงการซื้อขายโดยตรง&nbsp;&nbsp;เพื่อลดการผ่านคนกลาง&nbsp;ซึ่งจะทำให้ต้นทุนลดลง&nbsp;พิจารณาทบทวนค่าตัวเลขดัชนีที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของค่างาน&nbsp;(ค่า&nbsp;K)&nbsp;ของงานโครงการภาครัฐ&nbsp;โดยจะได้จัดให้มีการหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ&nbsp;ทั้งในด้านการสืบราคาจำหน่ายและการกำหนดค่า&nbsp;K&nbsp;ให้สะท้อนกับราคาในตลาดยิ่งขึ้น&nbsp;และขอความร่วมมือผู้ผลิตเหล็กตรึงราคาจำหน่ายและต้องจำหน่ายในราคาที่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง&nbsp;โดยกรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์ต้นทุนการนำเข้าและราคาจำหน่ายปลีกอย่างใกล้ชิด&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์การผลิตและจำหน่ายเหล็กในประเทศ&nbsp;พบว่า&nbsp;</strong>ปัจจุบันอุตสาหกรรมเหล็กมีการผลิตเพียงร้อยละ&nbsp;30-40&nbsp;ของกำลังการผลิตที่สามารถผลิตได้จึงมั่นใจว่าในด้านปริมาณประเทศไทยจะมีปริมาณเหล็กใช้ได้อย่างเพียงพอ&nbsp;&nbsp;ส่วนราคาเหล็กในตลาดโลกมีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยราคานำเข้าเหล็กในตลาดเอเชียเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;เทียบกับเมษายน&nbsp;2563&nbsp;&nbsp;ราคานำเข้าเหล็กแท่งยาว&nbsp;ปรับเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ&nbsp;75&nbsp;และราคาประเภทอื่นมีการปรับสูงขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน&nbsp;&nbsp;ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาสูงขึ้นมาจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ทำให้อุตสาหกรรมเหมืองแร่เหล็กแหล่งใหญ่ของโลก&nbsp;อย่างบราซิลและออสเตรเลีย&nbsp;ไม่สามารถขุดสินแร่เหล็กได้ตามแผนที่ตั้งเป้าหมายไว้</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัด</strong>&nbsp;ติดตามดูแลการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กของร้านค้าปลีกให้มีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายและเข้มงวดไม่ให้มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา&nbsp;กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคาจะมีโทษปรับไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;และกรณีจำหน่ายสินค้าแพงเกินสมควรจะมีโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;140,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","6/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506122809701"],
    [45,"ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนเมษายน 2564 ต่ำสุดในรอบ 22 ปี 7 เดือน","<p><strong>นายธนวรรธน์</strong>&nbsp;<strong>พลวิชัย</strong>&nbsp;<strong>อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย</strong>และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ&nbsp;เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;ว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ที่กลับเพิ่มสูงขึ้นในเดือนเมษายน&nbsp;ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม&nbsp;อยู่ที่ระดับ&nbsp;46.0&nbsp;ต่ำสุดในรอบ&nbsp;22&nbsp;ปี&nbsp;7&nbsp;เดือน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ประชาชนยังมีความกังวล&nbsp;</strong>เกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองและสถานการณ์ทางการเมือง&nbsp;ทั้งนี้หากประชาชนยังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ที่เพิ่มสูงขึ้นจะส่งผลให้แนวโน้มดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนพฤษภาคมนี้ะลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน&nbsp;หากยังไม่มีการกระจายวัคซีนโควิด-19&nbsp;อย่างทั่วถึง&nbsp;และมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ประชาชนจับจ่ายน้อยลงเหลือประมาณร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้าคงทนถาวร&nbsp;เช่น&nbsp;ที่อยู่อาศัย&nbsp;รถยนต์&nbsp;รวมถึงภาคการท่องเที่ยวลดลง&nbsp;สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจไตรมาสที่&nbsp;2&nbsp;ของปี&nbsp;2564&nbsp;ประมาณ&nbsp;300,000-450,000&nbsp;ล้านบาทต่อเดือน&nbsp;ดังนั้นการตรวจในเชิงรุกและควบคุมผู้ติดเชื้อให้ลดลงภายในเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;จึงเป็นเรื่องสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค</p><p><strong>นายธนวรรธน์&nbsp;พลวิชัย</strong>&nbsp;ยังเปิดเผยถีงมาตรการเยียวยาด้านเศรษฐกิจ&nbsp;วงเงิน&nbsp;240,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ว่า&nbsp;จะมีการใช้จ่ายภายในไตรมาสที่&nbsp;2&nbsp;เกี่ยวกับมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟฟ้า&nbsp;และขยายโครงการ&nbsp;\"เราชนะ\"&nbsp;\"ม33เรารักกัน\"รวมถึง&nbsp;มาตรการด้านสินเชื่อ&nbsp;รวมแล้วประมาณ&nbsp;100,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;อาจส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่&nbsp;2&nbsp;หากมีการกระจายเม็ดเงินผ่านโครงการคนละครึ่งภายในเดือนมิถุนายนนี้&nbsp;ประกอบกับรัฐบบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีประสิทธิภาพหรือมีเม็ดเงินกระจายเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างน้อย&nbsp;500,000-600,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ควบคู่กับควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;จะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในปี&nbsp;2564&nbsp;ขยายตัวอยู่ในกรอบที่ร้อยละ&nbsp;2.5-3.0</p><p><br></p><p><br></p>","6/5/2021","NULL","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506144350831"],
    [46,"กาแฟพันธุ์ไทย ส่งมอบเครื่องดื่มฟรี แทนคำขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ ที่ศูนย์แรกรับและส่งต่อ","<p><strong>นายพิทักษ์&nbsp;รัชกิจประการ</strong>&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;บริษัท&nbsp;พีทีจี&nbsp;เอ็นเนอยี&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;PTG&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;ที่ทวีความรุนแรงต่อเนื่อง&nbsp;ส่งผลไปทั่วประเทศ&nbsp;ตั้งแต่เดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาและขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน&nbsp;บริษัท&nbsp;PTG&nbsp;ในฐานะผู้นำด้านการบริการครบวงจร&nbsp;ดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั้งธุรกิจน้ำมัน&nbsp;ธุรกิจ&nbsp;LPG&nbsp;ภายใต้แบรนด์&nbsp;PT,&nbsp;ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม,&nbsp;ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ,&nbsp;ธุรกิจศูนย์ซ่อมบำรุงและธุรกิจพลังงานทดแทน&nbsp;ขอร่วมเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์&nbsp;ที่ทุ่มเทกำลังกายกำลังใจทำงานอย่างเต็มที่&nbsp;ในการดูแลผู้ป่วยและผู้มีความเสี่ยงจำนวนมากทั่วประเทศ&nbsp;ทั้งนี้บริษัทฯ&nbsp;จึงจัดร้านกาแฟพันธ์ไทยเคลื่อนที่&nbsp;นำเครื่องดื่ม&nbsp;ไปให้บริการฟรี&nbsp;กับแพทย์&nbsp;พยาบาล&nbsp;และบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;ที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์แรกรับและส่งต่อ&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;อาคารกีฬานิมิบุตร&nbsp;สนามกีฬาแห่งชาติ&nbsp;เพื่อแทนคำขอบคุณและเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์</p><p><strong>กาแฟพันธุ์ไทย&nbsp;ขอเชิญบุคลากรทางการแพทย์</strong>&nbsp;ภายในศูนย์แรกรับและส่งต่อ&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;รับกาแฟสด&nbsp;ซึ่งใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้า&nbsp;100%&nbsp;ที่มีรสชาติเข้มข้นและเครื่องดื่มอื่นๆ&nbsp;ฟรี&nbsp;ที่ร้านกาแฟเคลื่อนที่&nbsp;ได้จนถึงวันที่&nbsp;12&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เพื่อเป็นสื่อกลางแทนคำขอบคุณจากใจชาวกาแฟพันธุ์ไทย&nbsp;และ&nbsp;PTG</p><p><br></p><p><br></p>","6/5/2021","NULL","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506144842834"],
    [47,"ธปท.ภาคใต้ แถลงสภาวะเศรษฐกิจภาคใต้ ไตรมาส 1 ปี 2564 พร้อมแนะมาตรการฟื้นฟู และช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจ จากสถานการณ์โควิด-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(6&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นางโสภี&nbsp;สงวนดีกุล&nbsp;ผู้อำนวยการอาวุโส&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานภาคใต้&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์โรคโควิด-19&nbsp;ระลอก&nbsp;ใหม่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา&nbsp;ทำให้เศรษฐกิจภาคใต้ไตรมาสที่&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;หดตัวลงเล็กน้อย&nbsp;หากเทียบจากไตรมาสก่อน&nbsp;ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งการอุปโภค-บริโภคภาคเอกชน/การใช้จ่ายหมวดสินค้าในชีวิตประจําวัน/หมวดบริการ&nbsp;ชะลอตัวลง&nbsp;รวมทั้งการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวชะลอลง&nbsp;จากรายจ่ายประจําที่หดตัว&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนการลงทุนภาคเอกชน&nbsp;มีอัตราขยายตัวสูงขึ้น&nbsp;จากการลงทุนหมวดเครื่องจักร&nbsp;และอุปกรณ์&nbsp;ตามการนําเข้าสินค้าในธุรกิจผลิตเพื่อส่งออก&nbsp;ขณะที่มาตรการของภาครัฐ&nbsp;ยังช่วยพยุงการบริโภคได้&nbsp;ขณะที่ธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ยังคงหดตัวมากขึ้น&nbsp;ผลพวงจากการปิดประเทศ&nbsp;ยังทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวและอัตราผู้ใช้บริการที่พักและโรงแรมลดลง&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;ธปท.ได้มีมาตรการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบธุรกิจ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือกลุ่ม&nbsp;SMEs&nbsp;เพื่อประคับประคองกิจการ&nbsp;หรือมีโอกาสกลับมาดำเนินธุรกิจได้&nbsp;รวมทั้งมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ธุรกิจที่มีทรัพย์สินที่สามารถโอนชำระหนี้ได้&nbsp;ผ่านมาตรการ&nbsp;พักทรัพย์&nbsp;พักหนี้&nbsp;โดยไม่ต้องรับภาระต้นทุนทางการเงินชั่วคราว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ยังได้ขยายระยะเวลาการลงทะเบียน&nbsp;\"มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิต&nbsp;และสินเชื่อส่วนบุคคล\"&nbsp;ไปจนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิ.ย.&nbsp;64&nbsp;ด้วย&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-&nbsp;19&nbsp;ด้วย&nbsp;สำหรับคุณสมบัติลูกหนี้ที่สามารถเข้าร่วมมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;กลุ่มผู้เป็นหนี้บัตรฯ&nbsp;ที่ยังไม่เป็นหนี้เสีย&nbsp;สามารถลดภาระดอกเบี้ย&nbsp;โดยหยุดการจ่ายขั้นต่ำ&nbsp;และขอเปลี่ยนวงเงินมาเป็นสินเชื่อแบบมีกำหนดเวลา&nbsp;ซึ่งดอกเบี้ยจะถูกลง&nbsp;จาก&nbsp;16&nbsp;%&nbsp;เหลือ&nbsp;12&nbsp;%&nbsp;โดยสามารถคงวงเงินที่เหลือไว้ใช้ได้&nbsp;และไม่เสียประวัติเครดิตบูโร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;กลุ่มผู้เป็นหนี้บัตรฯ&nbsp;ที่เป็นหนี้เสียแล้ว&nbsp;ยังไม่ฟ้อง&nbsp;หรือฟ้องแล้ว&nbsp;แต่ยังไม่พิพากษา&nbsp;สามารถผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;ดอกเบี้ยต่ำเพียง&nbsp;4-7&nbsp;%&nbsp;ตามเงื่อนไขของคลินิกแก้หนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และกลุ่มผู้เป็นหนี้บัตรฯ&nbsp;เป็นคดีมีคำพิพากษาแล้ว&nbsp;สามารถปรับโครงสร้างหนี้&nbsp;โดยให้ผ่อนชำระเฉพาะเงินต้น&nbsp;นานสูงสุด&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;และยกดอกเบี้ยที่ค้างให้&nbsp;หากลูกหนี้จ่ายชำระตามแผนได้สำเร็จ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สนใจลงทะเบียนเลยที่&nbsp;www.1213.or.th/App/DMed/V1&nbsp;สอบถามข้อมูลได้ที่&nbsp;ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน&nbsp;ธปท.&nbsp;โทร.1213&nbsp;หรือที่อีเมล์&nbsp;fcc@bot.or.th</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","6/5/2021","ภาคใต้","สงขลา","สวท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506203115030"],
    [48,"4 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลาย ครอบคลุมประชาชนกว่า 51 ล้านคน","<p><strong>นางสาวกุลยา&nbsp;ตันติเตมิท&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;คลี่คลาย&nbsp;4&nbsp;มาตรการ&nbsp;จะเริ่มเดือนกรกฎาคม&nbsp;&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p><strong>โครงการแรก&nbsp;คนละครึ่ง&nbsp;เฟส&nbsp;3&nbsp;</strong>โดยกลุ่มเป้าหมายจำนวน&nbsp;31&nbsp;ล้านคน&nbsp;แบ่งเป็นผู้ที่เคยได้สิทธิ์ในโครงการคนละครึ่งเฟส&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;เฟส&nbsp;2&nbsp;แล้วจำนวน&nbsp;15&nbsp;ล้านคน&nbsp;ซึ่งกลุ่มนี้ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่จะได้รับเงิน&nbsp;3,000&nbsp;บาทอัตโนมัติ&nbsp;โดยกระทรวงการคลังจะเปิดให้ผู้ที่ยังไม่เคยได้รับสิทธิ์&nbsp;ได้ลงทะเบียนเพิ่มอีก&nbsp;16&nbsp;ล้านสิทธิ์&nbsp;ซึ่งช่วงวันที่จะเปิดให้ลงทะเบียนจะมีความชัดเจนเร็วๆ&nbsp;นี้&nbsp;ส่วนรูปแบบการใช้จ่ายจะเป็นแบบ&nbsp;co-pay&nbsp;โดยรัฐบาลจะโอนเงินเข้าแอปพลิเคชันเป๋าตังให้วันละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;ทุกวันจนครบ&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;<strong>โครงการที่&nbsp;2&nbsp;บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ</strong>&nbsp;กลุ่มเป้าหมายจำนวน&nbsp;13.65&nbsp;ล้านคน&nbsp;</p><p><strong>โครงการที่&nbsp;3&nbsp;การเพิ่มกำลังซื้อให้ผู้ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ</strong>&nbsp;กลุ่มเป้าหมายจำนวน&nbsp;2.5&nbsp;ล้านคน&nbsp;โดยรัฐบาลจะโอนเงินเพิ่มให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ&nbsp;เดือนละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;</p><p><strong>โครงการที่&nbsp;4&nbsp;ยิ่งใช้&nbsp;ยิ่งได้</strong>&nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อ&nbsp;โดยรัฐบาลสนับสนุน&nbsp;E-Voucher&nbsp;สูงสุด&nbsp;7,000&nbsp;บาทต่อคน&nbsp;ทั้งนี้จาก&nbsp;4&nbsp;มาตรการดังกล่าวประชาชนจะเลือกได้เพียง&nbsp;1&nbsp;คนต่อ&nbsp;1&nbsp;โครงการเท่านั้น</p><p><strong>ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;ในส่วนของมาตรการเยียวเร่งด่วน&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการเราชนะ&nbsp;กลุ่มเป้าหมายจำนวน&nbsp;32.9&nbsp;ล้านคน&nbsp;และโครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;กลุ่มเป้าหมายจำนวน&nbsp;9.29&nbsp;ล้านคน&nbsp;ที่รัฐบาลจะเพิ่มวงเงินให้อีกคนละ&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งกระทรวงการคลังจะเสนอรายละเอียดเพิ่มเติมในที่ประชุม&nbsp;ครม.&nbsp;สัปดาห์หน้า&nbsp;เพื่อให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;และใช้จ่ายได้จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ทั้งนี้มาตรการเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ระลอกเดือนเมษายนนี้&nbsp;ถือเป็นการช่วยเหลือได้ครอบคลุมประชากรมากที่สุดถึง&nbsp;51&nbsp;ล้านคน&nbsp;โดยใช้งบประมาณรวมกว่า&nbsp;245,880&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งยังอยู่ภายใต้&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;กู้เงิน&nbsp;1&nbsp;ล้านล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p>","6/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506202123014"],
    [49,"ธนาคารออมสิน ช่วยลูกหนี้สู้ภัยโควิด-19 ระลอกใหม่ ออกมาตรการสมัครใจพักชำระเงินต้น ผ่าน MyMo เริ่ม 11 พฤษภาคมนี้ ","<p><strong>นายวิทัย&nbsp;รัตนากร&nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการด้านการเงินเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ในส่วนของมาตรการพักชำระหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ&nbsp;โดยให้ขยายระยะเวลาพักชำระหนี้ลูกค้ารายย่อย&nbsp;ออกไปจนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ตามความสมัครใจนั้น&nbsp;ธนาคารออมสินจึงออกมาตรการให้ความช่วยเหลือเพื่อลดภาระการผ่อนชำระหนี้รายเดือนและบรรเทาปัญหาสภาพคล่องแก่ลูกหนี้สินเชื่อของธนาคารที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยเปิดโอกาสให้ลูกหนี้สมัครใจเข้ามาตรการพักชำระเงินต้น&nbsp;จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย&nbsp;ครอบคลุมลูกหนี้สินเชื่อทุกประเภท&nbsp;โดยมีลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติสามารถเข้าโครงการได้&nbsp;จำนวนประมาณ&nbsp;1&nbsp;ล้านราย&nbsp;นอกจากนี้ลูกหนี้ที่มีความจำเป็นต้องรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากการพักชำระเงินต้น&nbsp;ธนาคารอาจพิจารณามาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมได้เป็นรายกรณี&nbsp;ซึ่งมาตรการดังกล่าวนี้เป็นมาตรการเสริมจากการแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระ&nbsp;ที่ธนาคารได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2563&nbsp;เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจนไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามงวดชำระเดิม&nbsp;โดยที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมโครงการแล้วมากกว่า&nbsp;5&nbsp;แสนราย</p><p><strong>สำหรับลูกค้าสินเชื่อของธนาคารออมสิน&nbsp;</strong>สามารถแจ้งความประสงค์ขอเข้ามาตรการพักชำระเงินต้นเป็นการชั่วคราวและเลือกแผนการชำระหนี้ด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;ได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;สำหรับลูกหนี้สินเชื่อธุรกิจที่มีวงเงินกู้เกิน&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สามารถติดต่อดำเนินการที่สาขาของธนาคาร&nbsp;หรือสอบถามละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;ธนาคารออมสิน&nbsp;โทร.&nbsp;1115</p><p><br></p><p><br></p>","6/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506202735025"],
    [50,"สำนักงานพาณิชย์จังหวัดระนอง  ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าของร้านค้าจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค 1 แห่ง ในอำเภอเมืองระนอง  ราคาอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดตามปกติ และปิดป้ายแสดงราคาสินค้าชัดเจน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(6&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดระนอง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าของร้านค้าจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;ในอำเภอเมืองระนอง&nbsp;พบว่า&nbsp;การจำหน่ายสินค้าราคาอยู่ในเกณฑ์ปกติทั่วไป&nbsp;อาทิ&nbsp;น้ำมันพืชถั่วเหลือง&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคาขวดละ&nbsp;55&nbsp;บาท&nbsp;น้ำมันพืชปาล์ม&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคาขวดละ&nbsp;46&nbsp;บาท&nbsp;น้ำปลาตราทิพรส&nbsp;ฝาขาว&nbsp;ขนาด&nbsp;700&nbsp;มล.&nbsp;ราคาขวดละ&nbsp;32&nbsp;บาท&nbsp;น้ำตาลทราย&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ราคา&nbsp;23&nbsp;บาท&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;3&nbsp;ราคาแผงละ&nbsp;103&nbsp;-110&nbsp;บาท&nbsp;ผงซักฟอก&nbsp;ตราโอโม่&nbsp;ขนาด&nbsp;900&nbsp;กรัม&nbsp;ราคา&nbsp;36&nbsp;บาท&nbsp;ข้าวสารหอมมะลิตราพันดี&nbsp;ขนาด&nbsp;5&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ราคา&nbsp;189&nbsp;บาท&nbsp;ปลากระป๋อง&nbsp;ตราซีเชฟ&nbsp;ราคา&nbsp;17&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนป้ายแสดงราคา&nbsp;ร้านค้าดำเนินการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าอย่างชัดเจน&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ย้ำเตือนผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เรื่องราคาและการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าให้ชัดเจนห้ามมิให้ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","6/5/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สวศ.ระนอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506181438924"],
    [51,"บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ออกบัตรโดยสารราคาพิเศษในโอกาสเปิดให้บริการครบรอบ 10 ปี","<p><strong>นายสุเทพ&nbsp;พันธุ์เพ็ง&nbsp;กรรมการผู้อำนวยการใหญ่</strong>&nbsp;บริษัท&nbsp;รถไฟฟ้า&nbsp;ร.ฟ.ท.&nbsp;จำกัด&nbsp;บริษัทผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต&nbsp;เรล&nbsp;ลิงค์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในโอกาส&nbsp;ครบรอบ&nbsp;1&nbsp;ทศวรรษการให้บริการ&nbsp;บริษัทได้ออกแบบบัตรสมาร์ทพาสลายพิเศษประเภทบุคคลทั่วไป&nbsp;(&nbsp;Adult&nbsp;Card&nbsp;)&nbsp;มีลักษณะเป็น&nbsp;ลายประจำยาม&nbsp;เหมาะสำหรับให้ผู้โดยสารได้เก็บสะสมเป็นที่ระลึก&nbsp;หรือมอบเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษต่างๆ&nbsp;รวมทั้งออกแบบบัตรสมาร์ทพาสลายใหม่ทุกประเภท&nbsp;ทั้งบัตรประเภทบุคคลทั่วไป&nbsp;(Adult&nbsp;Card)&nbsp;คิดอัตราค่าโดยสารตามระยะทางปกติ&nbsp;,&nbsp;บัตรประเภทนักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;(&nbsp;Student&nbsp;Card&nbsp;)&nbsp;รับส่วนลดร้อยละ&nbsp;20&nbsp;จากอัตราค่าโดยสารปกติทุกเที่ยวการเดินทางสำหรับนักเรียน&nbsp;นักศึกษาที่อายุไม่เกิน&nbsp;23&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งกำลังศึกษาในสถานศึกษาในประเทศ&nbsp;และบัตรประเภทผู้สูงอายุ&nbsp;(&nbsp;Senior&nbsp;Card&nbsp;)&nbsp;รับส่วนลดร้อยละ&nbsp;50&nbsp;จากอัตราค่าโดยสารปกติทุกเที่ยวการเดินทาง&nbsp;สำหรับผู้สูงอายุ&nbsp;60&nbsp;ปีขึ้นไปสัญชาติไทย</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ตลอดระยะเวลา&nbsp;10&nbsp;ปีที่ผ่านมา</strong>&nbsp;รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต&nbsp;เรล&nbsp;ลิงก์&nbsp;มุ่งให้บริการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานในระดับสากล&nbsp;เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารที่ใช้บริการ&nbsp;ซึ่งมีจำนวนกว่า&nbsp;200&nbsp;ล้านคน&nbsp;จนผ่านการรับรอง&nbsp;ISO&nbsp;9001&nbsp;:&nbsp;2015&nbsp;ขอบเขต&nbsp;:&nbsp;วิศวกรรมและซ่อมบำรุง&nbsp;และขอบเขต&nbsp;:&nbsp;งานปฏิบัติการเดินรถไฟฟ้า&nbsp;จาก&nbsp;BV&nbsp;(&nbsp;Bureau&nbsp;Veritas&nbsp;)&nbsp;ทำให้การดำเนินงานของบริษัทมีมาตรฐาน&nbsp;และประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นทั้งในงานซ่อมบำรุงและการให้บริการ&nbsp;โดยงานวิศวกรรมซ่อมบำรุงสามารถซ่อมบำรุงใหญ่ขบวนรถไฟฟ้า&nbsp;(&nbsp;Overhaul&nbsp;)&nbsp;และซ่อมบำรุงทั่วไป&nbsp;จนสามารถกลับมาให้บริการรถไฟฟ้าได้เต็มจำนวน&nbsp;9&nbsp;ขบวน&nbsp;รวมถึงปรับเปลี่ยนภายในขบวนรถไฟฟ้าด่วน&nbsp;(&nbsp;Express&nbsp;)&nbsp;ทำให้สามารถอำนวยความสะดวก&nbsp;และรองรับจำนวนผู้โดยสารได้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ส่วนในด้านงานบริการและอำนวยความสะดวก&nbsp;</strong>ให้แก่ผู้โดยสารแม้ช่วงที่ผ่านมาจะต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;แต่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต&nbsp;เรล&nbsp;ลิงก์&nbsp;ก็สามารถสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสาร&nbsp;ด้วยมาตรการป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;บริษัทได้ดำเนินการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก&nbsp;และรักษาความปลอดภัยภายในสถานีตามหลักการ&nbsp;Universal&nbsp;Design&nbsp;หรือการออกแบบเพื่อการใช้งานของคนทุกกลุ่มในสังคม&nbsp;เพื่อความปลอดภัยในการใช้บริการของผู้โดยสาร&nbsp;บริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบขนส่งทางรางของไทยด้วย&nbsp;โดยบริษัทผ่านการรับรองจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ&nbsp;ให้เป็นองค์กรที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานวิชาชีพ&nbsp;สาขาวิชาชีพรถไฟความเร็วสูงและระบบราง&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;สาขาวิชา&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","6/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506200015973"],
    [52,"ธปท.สภอ. แถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจภาคอีสานไตรมาสที่ 1 ปี 2564 ชะลอตัวจากผลกระทบการแพร่ระบาดของ COVID-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;(ธปท.สภอ.)&nbsp;แถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือไตรมาสที่&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ขยายตัวชะลอลงจากไตรมาสก่อน&nbsp;จากผลกระทบการแพร่ระบาดของ&nbsp;COVID-19</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้(6&nbsp;พ.ค&nbsp;64)&nbsp;นายประสาท&nbsp;สมจิตรนึก&nbsp;ผู้อำนวยการอาวุโส&nbsp;สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนผ่านทางออนไลน์&nbsp;ผ่านโปรแกรม&nbsp;Microsoft&nbsp;Teams&nbsp;โดยกล่าวว่าภาวะเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือไตรมาสที่&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ขยายตัวชะลอลงจากไตรมาสก่อน&nbsp;จากผลกระทบการแพร่ระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;ระลอกสองในช่วงต้นปี&nbsp;ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัว&nbsp;โดยการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนหดตัว&nbsp;ทั้งการใช้จ่ายหมวดสินค้าในชีวิตประจำวันและหมวดบริการ&nbsp;ด้านการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวชะลอลงจากรายจ่ายประจำที่หดตัว&nbsp;ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวสูงขึ้น&nbsp;จากการลงทุนหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่กลับมาขยายตัว&nbsp;ตามการนำเข้าสินค้าทุนในธุรกิจผลิตเพื่อส่งออกเป็นสำคัญ&nbsp;สอดคล้องกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขยายตัวตามการผลิต&nbsp;เพื่อการส่งออก&nbsp;สำหรับรายได้เกษตรกรขยายตัวสูงขึ้น&nbsp;จากปัจจัยด้านผลผลิต&nbsp;อาทิ&nbsp;อ้อยโรงงาน&nbsp;ที่เร่งเก็บเกี่ยว&nbsp;และมันสำปะหลังที่เพิ่มขึ้นตามพื้นที่เพาะปลูก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ&nbsp;อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบใกล้เคียงไตรมาสก่อน&nbsp;จากหมวดอาหารสด&nbsp;ตามราคาข้าวที่ลดลง&nbsp;เนื่องจากมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น&nbsp;และหมวดเคหะสถาน&nbsp;จากค่าไฟฟ้าและน้ำประปาที่ลดลง&nbsp;ตามมาตรการบรรเทาค่าครองชีพของภาครัฐ&nbsp;ด้านตลาดแรงงานเปราะบางมากขึ้น&nbsp;ตามการจ้างงานที่ลดลง&nbsp;สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว&nbsp;สำหรับภาคการเงิน&nbsp;(ณ&nbsp;สิ้นเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2564)&nbsp;เงินฝากและสินเชื่อคงค้างขยายตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายละเอียดของภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;มีดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน&nbsp;หดตัวมากขึ้น&nbsp;ทั้งการใช้จ่ายหมวดสินค้าในชีวิตประจำวันและหมวดบริการ&nbsp;จากผลกระทบการแพร่ระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;ระลอกสองช่วงต้นปี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;มาตรการรัฐบางส่วนยังช่วยพยุงการบริโภคได้บ้าง&nbsp;ด้านการใช้จ่ายสินค้าคงทนหมวดยานยนต์ขยายตัวสูงขึ้น&nbsp;จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ&nbsp;สำหรับภาคบริการด้านการท่องเที่ยว&nbsp;หดตัวมากขึ้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;ทำให้จำนวนผู้เยี่ยมเยือนและอัตราการเข้าพักลดลง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายได้เกษตรกร&nbsp;ขยายตัวสูงขึ้น&nbsp;จากปัจจัยด้านผลผลิตเป็นสำคัญ&nbsp;อาทิ&nbsp;อ้อยโรงงานที่เร่งเก็บเกี่ยว&nbsp;และมันสำปะหลังที่เพิ่มขึ้นตามพื้นที่เพาะปลูก&nbsp;ด้านราคาสินค้าเกษตรขยายตัวเล็กน้อย&nbsp;จากอ้อยโรงงาน&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;และยางพารา&nbsp;ตามความต้องการตลาดโลก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การใช้จ่ายภาครัฐ&nbsp;ขยายตัวชะลอลง&nbsp;จากรายจ่ายประจำที่หดตัวในหมวดเงินอุดหนุนทั่วไปขององค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเหลื่อมเดือนของการเบิกจ่าย&nbsp;ขณะที่รายจ่ายลงทุนขยายตัวต่อเนื่องในหมวดที่ดินและสิ่งก่อสร้างของกรมทางหลวง&nbsp;กรมทางหลวงชนบท&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;และหมวดเงินอุดหนุนเฉพาะกิจของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การลงทุนภาคเอกชน&nbsp;ขยายตัวสูงขึ้น&nbsp;จากการลงทุนหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่กลับมาขยายตัว&nbsp;ตามการนำเข้าสินค้าทุนในธุรกิจผลิตเพื่อส่งออก&nbsp;และยอดจดทะเบียนรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่ขยายตัว&nbsp;โดยเฉพาะรถบรรทุกส่วนบุคคลและรถแทรกเตอร์&nbsp;เพื่อใช้ในธุรกิจขนส่งและรับเหมาก่อสร้าง&nbsp;สอดคล้องกับการลงทุนหมวดก่อสร้างที่ขยายตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การผลิตภาคอุตสาหกรรม&nbsp;ขยายตัวเร่งขึ้น&nbsp;ตามการผลิตน้ำตาลที่เร่งขึ้นในช่วงเดือนสุดท้ายก่อนปิดหีบอ้อย&nbsp;ประกอบกับการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และสิ่งทอที่กลับมาเร่งตัวตามแนวโน้มการส่งออกที่ดีขึ้น&nbsp;ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มูลค่าการค้าผ่านด่านศุลกากร&nbsp;ขยายตัวต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งการส่งออกและนำเข้าจากจีนเป็นสำคัญ&nbsp;โดยการส่งออกขยายตัวในหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์/อุปกรณ์ประเภท&nbsp;Cloud&nbsp;Storage&nbsp;ตามความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น&nbsp;และส่วนหนึ่งจากการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งจากช่องทางอื่นมาขนส่งผ่านทางบกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้น&nbsp;และการส่งออกทุเรียนตามความต้องการที่มีสูงขึ้น&nbsp;ด้านการนำเข้าขยายตัวในหมวดโทรศัพท์มือถือ/อุปกรณ์&nbsp;ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์</p><p>ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ&nbsp;อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ร้อยละ&nbsp;0.78&nbsp;จากหมวดอาหารสดที่ปรับลดลงตามราคาข้าว&nbsp;จากผลผลิตที่ออกสู่ตลาดมากขึ้น&nbsp;และหมวดเคหะสถาน&nbsp;จากค่าไฟฟ้าและน้ำประปาที่ลดลง&nbsp;ตามมาตรการบรรเทาค่าครองชีพของภาครัฐ&nbsp;ขณะที่หมวดพาหนะ&nbsp;การขนส่ง&nbsp;และการสื่อสารกลับมาขยายตัวจากราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศที่เพิ่ม&nbsp;ด้านตลาดแรงงานเปราะบางมากขึ้น&nbsp;ตามการจ้างงานที่ลดลง&nbsp;สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภาคการเงิน&nbsp;(ณ&nbsp;สิ้นเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2564)&nbsp;ยอดเงินฝากและสินเชื่อคงค้างของสถาบันการเงินขยายตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อน&nbsp;โดยเงินฝากคงค้างยังอยู่ในระดับสูง&nbsp;จากมาตรการช่วยเหลือภาครัฐ&nbsp;และความต้องการรักษาสภาพคล่องของภาคธุรกิจและประชาชน&nbsp;ด้านสินเชื่อคงค้างขยายตัวตามสินเชื่อของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ&nbsp;จากมาตรการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการของภาครัฐ&nbsp;และสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ปรับดีขึ้นบ้าง&nbsp;จากธุรกิจบางส่วนที่เริ่มฟื้นตัว</p>","6/5/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506200432979"],
    [53,"ปตท. -บางจาก ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 50 สตางค์ต่อลิตร ยกเว้น E85 ปรับขึ้น 30 สตางค์ต่อลิตร ","<p><strong>บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;น้ำมันและการค้าปลีก&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;หรือพีทีทีโออาร์&nbsp;และบริษัท&nbsp;บางจาก&nbsp;คอปปอเรชั่น&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด&nbsp;50&nbsp;สตางค์ต่อลิตร&nbsp;ยกเว้น&nbsp;E85&nbsp;ปรับขึ้น&nbsp;30&nbsp;สตางค์ต่อลิตร&nbsp;มีผลวันพรุ่งนี้&nbsp;7&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><strong>ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันหน้าสถานีบริการ</strong>ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;&nbsp;เบนซิน&nbsp;95&nbsp;ลิตรละ&nbsp;35.16&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;95&nbsp;ลิตรละ&nbsp;27.75&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;91&nbsp;ลิตรละ&nbsp;27.48&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;E20&nbsp;ลิตรละ&nbsp;26.24&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;E85&nbsp;ลิตรละ&nbsp;21.79&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนดีเซล&nbsp;บี7&nbsp;ลิตรละ&nbsp;27.59&nbsp;บาท&nbsp;ดีเซลพรีเมียมบี7&nbsp;ลิตรละ&nbsp;32.26&nbsp;บาท&nbsp;ดีเซล&nbsp;บี&nbsp;10&nbsp;ลิตรละ&nbsp;24.59&nbsp;บาท&nbsp;และบี&nbsp;20&nbsp;ลิตรละ&nbsp;23.34&nbsp;บาท&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ราคาดังกล่าวเป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงแต่ละจังหวัด</p><p><br></p><p><br></p>","6/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506194002948"],
    [54,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เร่งรัดให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 1 ให้เป็นไปตามแผน","<p><strong>นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน&nbsp;โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่&nbsp;ทั้งระยะที่&nbsp;1&nbsp;และระยะที่&nbsp;2&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับแผนแม่บท&nbsp;MR-MAP&nbsp;ว่า&nbsp;การรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;รฟท.&nbsp;ได้สรุปผลการก่อสร้างรถไฟทางคู่&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;โดย&nbsp;โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ช่วงฉะเชิงเทรา&nbsp;&nbsp;แก่งคอย&nbsp;และช่วงชุมทางถนนจิระ&nbsp;-&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;สัญญาที่มีผลการก่อสร้าง&nbsp;เร็วกว่าแผนงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;สัญญา&nbsp;และสัญญาที่มีผลการก่อสร้าง&nbsp;ล่าช้ากว่าแผนงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;สัญญา&nbsp;&nbsp;จึงได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;เร่งรัดการก่อสร้างในส่วนที่ล่าช้าให้เป็นไปตามแผนงาน&nbsp;และให้การรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;จัดทำแผนการเร่งรัดการก่อสร้าง&nbsp;ที่แสดงกิจกรรมและกำหนดระยะเวลาอย่างชัดเจนว่าจะสามารถเร่งรัดการก่อสร้างให้กลับมาเป็นไปตามแผนงานด้วย</p><p>สำหรับการนำแนวคิด&nbsp;MR-MAP&nbsp;(Motorway&nbsp;Railway&nbsp;Master&nbsp;Plan)&nbsp;ตามนโยบายมาปรับใช้&nbsp;โครงการรถไฟทางคู่&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;และโครงการเส้นทางสายใหม่&nbsp;ยังไม่สอดคล้องกับกรอบแนวคิดของ&nbsp;MR-MAP&nbsp;เท่าที่ควร&nbsp;การรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;ต้องปรับปรุงรูปแบบให้สอดคล้องกับแนวคิดของ&nbsp;MR-MAP&nbsp;และให้พิจารณาออกแบบเส้นทางรถไฟให้ผ่านชุมชนเมืองให้น้อยที่สุด&nbsp;เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อประชาชน&nbsp;นอกจากนี้ยังได้เร่งรัดให้การรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;ประสานงานกับกรมการขนส่งทางบกและกรมการขนส่งทางรางปรับแผนงานการก่อสร้างสถานีขนส่งสินค้าที่นาทา&nbsp;เพื่อให้ไทยได้ประโยชน์สูงสุดในการเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟจากจีน&nbsp;ลาว&nbsp;และไทย&nbsp;โดยในเบื้องต้นหากไม่สามารถพัฒนาเส้นทางรถไฟทางคู่ช่วงขอนแก่น&nbsp;&nbsp;หนองคาย&nbsp;ได้ทัน&nbsp;อาจพิจารณาการพัฒนาในลักษณะ&nbsp;Phasing&nbsp;โดยใช้การเชื่อมต่อทางถนนในระยะแรกก่อน</p><p><br></p><p><br></p>","6/5/2021","NULL","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506194403952"],
    [55,"คาเฟ่ อเมซอน ส่งมอบกาแฟให้บุคลากรทางการแพทย์ทั่วไทย เป็นกำลังใจสู้ภัยโควิด-19","<p><strong>นายสุชาติ&nbsp;ระมาศ&nbsp;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีก</strong>&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;น้ำมันและการค้าปลีก&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;OR&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ที่มากขึ้น&nbsp;คาเฟ่&nbsp;อเมซอน&nbsp;มีความห่วงใยบุคลากรทางแพทย์ที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มความสามารถ&nbsp;จึงส่งมอบกาแฟดริป&nbsp;คาเฟ่&nbsp;อเมซอน&nbsp;กาแฟแท้คั่วบด&nbsp;รสซิกเนเจอร์&nbsp;รวมกว่า&nbsp;40,000&nbsp;ซอง&nbsp;พร้อมด้วยขนมจากเอสเอ็มอีไทย&nbsp;คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อเป็นกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลใน&nbsp;18&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;แพร่&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;ลำปาง&nbsp;สระบุรี&nbsp;อยุธยา&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;ชลบุรี&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;สงขลา&nbsp;และภูเก็ต</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้รับการร่วมแรงร่วมใจจากผู้แทนจำหน่ายร้านคาเฟ่&nbsp;อเมซอน</strong>ในจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ชลบุรี&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;นครพนม&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ระนอง&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;และสงขลา&nbsp;ร่วมสนับสนุนเครื่องดื่มให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลและในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ถือเป็นอีกแรงสำคัญในการส่งมอบกำลังใจและแทนคำขอบคุณให้แก่ผู้ที่ถือเป็นด่านหน้าในการปฏิบัติหน้าที่รับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่อย่างเต็มที่อีกด้วย&nbsp;โดยคาเฟ่&nbsp;อเมซอน&nbsp;ขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์&nbsp;และพร้อมอยู่เคียงข้างคนไทยในการสู้ภัยโควิด&nbsp;-19&nbsp;ไปด้วยกัน&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางดำเนินธุรกิจของ&nbsp;OR&nbsp;ที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าและการมีส่วนร่วมกับชุมชน&nbsp;ผ่านการสนับสนุนให้การดำเนินชีวิตของคนในชุมชนมีมาตรฐานและได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ทุกพื้นที่ที่&nbsp;OR&nbsp;เข้าไปดำเนินธุรกิจเป็นชุมชนที่น่าอยู่&nbsp;และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p>","6/5/2021","NULL","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506194311951"],
    [56,"มาตรการช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์โควิด-19 ลดค่าน้ำร้อยละ 10 ไม่ต้องลงทะเบียนขอรับสิทธิ","<p><strong>นายคมกฤช&nbsp;ทินกร&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;รองผู้ว่าการการประปานครหลวง&nbsp;(กปน.)</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษก&nbsp;กปน.&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ให้ลดค่าน้ำประปาร้อยละ&nbsp;10&nbsp;สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก&nbsp;(ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ)&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;เดือนนั้น&nbsp;&nbsp;กปน.&nbsp;จะลดค่าน้ำร้อยละ&nbsp;10&nbsp;สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก&nbsp;(ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ)&nbsp;สำหรับยอดการใช้น้ำเดือนพฤษภาคม&nbsp;-&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;(ใบแจ้งค่าน้ำประปาเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;โดยไม่ต้องลงทะเบียนขอรับสิทธิเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคโควิด-19&nbsp;โดยมาตรการดังกล่าวจะช่วยเหลือลูกค้าในพื้นที่รับผิดชอบประมาณร้อยละ&nbsp;97&nbsp;ของลูกค้าทั้งหมด&nbsp;ปัจจุบันมีลูกค้าทั้งหมด&nbsp;2.48&nbsp;ล้านราย&nbsp;มาตรการนี้จะช่วยเหลือประชาชนกว่า&nbsp;2.42&nbsp;ล้านราย&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมา&nbsp;กปน.&nbsp;ได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนลดค่าน้ำร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ด้วย</p><p><strong>สำหรับมาตรการการให้ส่วนลดค่าน้ำประปาร้อยละ&nbsp;10</strong>&nbsp;สำหรับบ้านที่อยู่อาศัย&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;ที่อยู่อาศัยทุกประเภท&nbsp;ทั้งบ้าน&nbsp;คอนโด&nbsp;หอพักและบ้านเอื้ออาทร&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กปน.&nbsp;ขอความร่วมมือกิจการหอพัก&nbsp;คอนโด&nbsp;ซึ่งเป็นลูกค้าโดยตรงของ&nbsp;กปน.&nbsp;&nbsp;พิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้เช่า&nbsp;ลูกบ้านของหอพักและคอนโดต่อไป&nbsp;ส่วนกิจการขนาดเล็ก&nbsp;(ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ)&nbsp;ได้แก่&nbsp;สถานที่ที่มีการประกอบกิจการเล็ก&nbsp;&nbsp;เช่น&nbsp;&nbsp;กิจการ&nbsp;ร้านโชห่วย&nbsp;ร้านค้า&nbsp;หรือโรงแรมขนาดเล็ก&nbsp;ที่มีขนาดมาตรวัดน้ำ&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;&nbsp;?&nbsp;นิ้ว&nbsp;หรือ&nbsp;6&nbsp;หุน&nbsp;โดยมาตรการดังกล่าวจะแจ้งในใบแจ้งค่าน้ำประปาของ&nbsp;กปน.&nbsp;ประจำเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;นี้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","7/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507155824359"],
    [57,"เรือด่วนเจ้าพระยา ประกาศหยุดให้บริการเดินเรือในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หลังมีผู้โดยสารใช้บริการลดลง","<p><strong>นาวาตรีเจริญพร</strong>&nbsp;<strong>เจริญธรรม</strong>&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;บริษัท&nbsp;เรือด่วนเจ้าพระยา&nbsp;จำกัด&nbsp;ผู้ให้บริการเรือด่วนเจ้าพระยา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศกรมเจ้าท่า&nbsp;เรื่อง&nbsp;การปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยขอความร่วมมือให้ประชาชนงด&nbsp;หรือชะลอการเดินทางในช่วงเวลาที่ไม่จำเป็น&nbsp;เพื่อลดการแพร่ระบาด&nbsp;ของเชื้อดังกล่าว&nbsp;ตั้งแต่วันเสาร์ที่&nbsp;8&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไปบริษัท&nbsp;เรือด่วนเจ้าพระยา&nbsp;จำกัด&nbsp;จะงดเที่ยวเดินเรือ&nbsp;ในช่วงวันเสาร์&nbsp;&nbsp;อาทิตย์&nbsp;และวันหยุดนักขัตฤกษ์&nbsp;ส่วนในช่วงวันทำการ&nbsp;จันทร์&nbsp;-&nbsp;ศุกร์&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ยังให้บริการเดินเรือตามปกติทุกธง&nbsp;&nbsp;ยกเว้นเรือธงแดง&nbsp;และพิเศษเฉพาะในวันจันทร์ที่&nbsp;10&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เรือด่วนเจ้าพระยาจะให้บริการเฉพาะธงสีส้ม&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;19.00&nbsp;น.&nbsp;โดยมีความถี่ในการเดินเรือ&nbsp;ประมาณ&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;ผู้โดยสารโปรดเผื่อเวลาในการใช้บริการ</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;หลังเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</strong>&nbsp;ส่งผลให้ผู้โดยสารของเรือด่วนเจ้าพระยา&nbsp;ลดต่ำสุดในรอบ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ช่วงสุดสัปดาห์&nbsp;จำนวนผู้โดยสารลดลง&nbsp;ถึงร้อยละ&nbsp;90&nbsp;ทางบริษัทฯ&nbsp;ไม่สามารถแบกรับภาระดำเนินการแบบทุกวันได้&nbsp;และเพื่อให้สอดคล้องกับประกาศดังกล่าว&nbsp;จึงจำเป็นต้องงดเดินเรือในช่วงวันหยุดแลเหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะกลับมาให้บริการเดินเรือได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด&nbsp;หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฯ&nbsp;คลี่คลาย</p><p><br></p><p><br></p>","7/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507183901480"],
    [58,"ข่าวดี สหรัฐฯ คงสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ประจำปี 2564 ไทยจัดอยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (WL) ","<p><strong>นายวุฒิไกร&nbsp;ลีวีระพันธุ์&nbsp;อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา&nbsp;หรือ&nbsp;USTR&nbsp;ได้ประกาศสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศคู่ค้ารายสำคัญ&nbsp;ภายใต้กฎหมายการค้าสหรัฐฯ&nbsp;มาตรา301&nbsp;พิเศษ&nbsp;(Special&nbsp;301)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;โดยปีนี้มีประเทศที่สหรัฐฯ&nbsp;จัดให้อยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง&nbsp;(Watch&nbsp;List:&nbsp;WL)&nbsp;23&nbsp;ประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;ไทย&nbsp;เวียดนาม&nbsp;ปากีสถาน&nbsp;ซีเรีย&nbsp;&nbsp;โรมาเนีย&nbsp;&nbsp;ตุรกี&nbsp;บราซิล&nbsp;แคนาดา&nbsp;&nbsp;และเปรู&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ส่วนบัญชีประเทศที่ต้องจับตามองพิเศษ&nbsp;&nbsp;(Priority&nbsp;Watch&nbsp;List:&nbsp;PWL)&nbsp;ในปีนี้มี&nbsp;9&nbsp;ประเทศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;จีน&nbsp;อินโดนีเซีย&nbsp;อินเดียซาอุดิอาระเบีย&nbsp;รัสเซีย&nbsp;ยูเครน&nbsp;อาร์เจนตินา&nbsp;ชิลีและเวเนซุเอลา&nbsp;ซึ่งผลการจัดสถานะประจำปีนี้ถือว่าน่าพอใจ&nbsp;เพราะนอกจากจะส่งผลให้ไทยสามารถรักษาสถานะในบัญชี&nbsp;&nbsp;WL&nbsp;ไว้ได้แล้ว&nbsp;ยังมีส่วนเสริมสร้างบรรยากาศทางการค้าการลงทุนในประเทศ&nbsp;และสร้างแรงจูงใจให้คนไทยคุ้มครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญามากยิ่งขึ้น</p><p><strong>ทั้งนี้สหรัฐฯ&nbsp;ชื่นชมรัฐบาลไทย</strong>ที่ให้ความสำคัญด้านการคุ้มครองและป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;และชื่นชมกระทรวงพาณิชย์ที่มีการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;มีการปราบปรามการละเมิดทั้งในท้องตลาดและบนอินเทอร์เน็ต&nbsp;การพัฒนากฎหมายให้ทันสมัยตอบโจทย์กับสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;การเตรียมการเข้าเป็นภาคีความตกลงระหว่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;ความตกลงกรุงเฮกว่าด้วยการจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศ&nbsp;และสนธิสัญญาว่าด้วยลิขสิทธิ์แห่งองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังชื่นชมกระทรวงพาณิชย์ที่เป็นหน่วยงานแกนกลางระหว่างภาครัฐของไทยกับภาคเอกชนต่างประเทศ&nbsp;ทำให้สหรัฐฯ&nbsp;ทราบการดำเนินการของไทยที่ชัดเจน</p><p><strong>อย่างไรก็ดี&nbsp;สหรัฐฯ&nbsp;ยังมีข้อห่วงกังวลในบางประเด็น&nbsp;</strong>อาทิ&nbsp;การคุ้มครองและการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในช่องทางต่างๆ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;หลังจากนี้&nbsp;กรมฯจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหรัฐฯ&nbsp;จัดทำแผนงานด้านทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;(IP&nbsp;Work&nbsp;Plan)&nbsp;เพื่อผลักดันให้ไทยหลุดจากทุกบัญชีในอนาคตซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ</p><p><br></p><p><br></p>","7/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507183548477"],
    [59,"ธอส.ประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ลดครั้งยิ่งใหญ่ มากกว่า 5,000 รายการ","<p><strong>นายฉัตรชัย&nbsp;ศิริไล&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;ธนาคารอาคารสงเคราะห์&nbsp;(ธอส.)&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนได้เลือกซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในระดับราคาที่คุ้มค่า&nbsp;โดยไม่ต้องเดินทางมาธนาคาร&nbsp;ลดโอกาสการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ธอส.&nbsp;จึงกำหนดจัดงาน&nbsp;\"ประมูลบ้านมือสองออนไลน์&nbsp;ลดครั้งยิ่งใหญ่&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2564\"&nbsp;ในวันที่&nbsp;8&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;โดยนำทรัพย์&nbsp;NPA&nbsp;ทั่วประเทศออกประมูลกว่า&nbsp;5,000&nbsp;รายการ&nbsp;ทั้งบ้านเดี่ยว&nbsp;บ้านแฝด&nbsp;ทาวน์เฮ้าส์&nbsp;ห้องชุด&nbsp;แฟลต&nbsp;อาคารพาณิชย์และที่ดินเปล่า&nbsp;แบ่งเป็นทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;จำนวน&nbsp;1,092&nbsp;รายการ&nbsp;และทรัพย์ในภูมิภาคจำนวนมากกว่า&nbsp;4,000&nbsp;รายการ&nbsp;</p><p><strong>ราคาเริ่มต้นประมูลลดสูงสุดถึงร้อยละ&nbsp;50&nbsp;จากราคาปกติ</strong>&nbsp;โดยรายการทรัพย์ที่มีราคาจำหน่ายต่ำสุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ที่ดินเปล่า&nbsp;ขนาดเนื้อที่&nbsp;100&nbsp;ตารางวา&nbsp;อ.หนองกี่&nbsp;จ.บุรีรัมย์&nbsp;ราคาเริ่มต้นประมูล&nbsp;90,000&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนรายการทรัพย์ที่มีราคาจำหน่ายสูงสุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;อาคารพาณิชย์&nbsp;3&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;คูหาติดกัน&nbsp;เนื้อที่รวม&nbsp;41&nbsp;ตารางวา&nbsp;อ.หาดใหญ่&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;ราคาเริ่มต้นประมูล&nbsp;11,000,000&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลด&nbsp;Application&nbsp;:&nbsp;G&nbsp;H&nbsp;Bank&nbsp;Smart&nbsp;NPA&nbsp;และลงทะเบียนเข้าร่วมประมูลแบบออนไลน์&nbsp;การประมูลจะแบ่งออกเป็น&nbsp;6&nbsp;รอบตามกลุ่มจังหวัดประมูลรอบละ&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;9.30&nbsp;น.-15.00&nbsp;น.&nbsp;<strong>สามารถดูรายชื่อของกลุ่มจังหวัดที่มีทรัพย์ออกประมูล&nbsp;</strong>ในแต่ละรอบได้บนเว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.ghbhomecenter.com/\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">www.ghbhomecenter.com</a>&nbsp;ส่วนผู้ชนะการประมูลสามารถเลือกใช้โปรโมชันผ่อนดาวน์ดอกเบี้ย&nbsp;0%&nbsp;ได้นานสูงสุด&nbsp;48&nbsp;เดือน&nbsp;(จากปกติ&nbsp;24&nbsp;เดือน)&nbsp;หรือเทดาวน์แล้วยื่นกู้เลย&nbsp;มีสิทธิ์เลือกใช้โปรโมชันสินเชื่ออัตราดอกเบี้ย&nbsp;0%&nbsp;ได้นาน&nbsp;12-48&nbsp;เดือน&nbsp;(ระยะเวลาดอกเบี้ย&nbsp;0%&nbsp;กำหนดตามระยะเวลาการถือครองทรัพย์ของธนาคาร)</p><p><br></p><p><br></p>","7/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507153018311"],
    [60,"หารือผู้ให้บริการส่งอาหารและแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ 11 แพลตฟอร์ม ไม่ปรับขึ้นค่าบริการเดลิเวอรี ช่วยเหลือประชาชน","<p><strong>นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมฯ&nbsp;ได้หารือร่วมกับผู้ให้บริการส่งอาหารและแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์&nbsp;ทั้ง&nbsp;11&nbsp;แพลตฟอร์ม&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;Lineman,&nbsp;GRAB,&nbsp;Foodpanda,&nbsp;Robinhood,&nbsp;Gojek,&nbsp;Lazada,&nbsp;Shopee,&nbsp;JJmall,&nbsp;&nbsp;ไปรษณีย์ไทย,&nbsp;Ohlala&nbsp;Shopping&nbsp;และ&nbsp;Lalamove&nbsp;เพื่อติดตามดูแลราคาค่าบริการการซื้อออนไลน์&nbsp;โดยเฉพาะการสั่งซื้ออาหารขนส่งเดลิเวอรี&nbsp;ซึ่งจากหารือผู้ให้บริการยืนยันว่า&nbsp;ไม่มีการปรับขึ้นราคาค่าบริการขนส่งเดลิเวอรีอย่างแน่นอนและหลายแพลตฟอร์มมีการจัดโปรโมชัน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนสำหรับสถานการณ์ยอดการสั่งซื้อส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยร้อยละ&nbsp;5-10&nbsp;เท่านั้น&nbsp;หรือบางรายไม่เพิ่มขึ้น&nbsp;เนื่องจากประชาชนมีการปรับตัวรับสถานการณ์ได้ดีมากขึ้น&nbsp;อย่างไรก็ตามได้มีการเตรียมพร้อมเพิ่มสายการให้บริการให้มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้บริการหากมีจำนวนเพิ่มขึ้น&nbsp;&nbsp;พร้อมเน้นย้ำให้แพลตฟอร์มพยายามรักษามาตรฐานสุขอนามัยของพนักงานส่งสินค้าเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน&nbsp;รวมทั้งให้แพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ดูแลร้านค้าที่จำหน่ายหน้ากากอนามัย&nbsp;เจลล้างมือ&nbsp;ห้ามขายเกินราคาที่กำหนดและต้องแสดงราคาให้ชัดเจนอีกด้วย</p><p><strong>ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าแพลตฟอร์มต่างๆ&nbsp;</strong>มีการปรับขึ้นค่า&nbsp;GP&nbsp;หรือ&nbsp;ค่าคอมมิชชันที่ร้านอาหารต้องจ่ายให้เป็นค่าดำเนินการที่ทางแพลตฟอร์มเรียกเก็บนั้น&nbsp;แพลตฟอร์มต่างๆ&nbsp;&nbsp;ยืนยันว่าไม่มีนโยบายปรับค่า&nbsp;GP&nbsp;หรือค่าบริการขนส่งเนื่องจากเข้าใจสถานการณ์และต้องการช่วยเหลือร้านค้าต่างๆ&nbsp;โดยในส่วนการเก็บค่า&nbsp;GP&nbsp;บางรายให้ร้านค้าเลือกที่จะจ่ายค่า&nbsp;GP&nbsp;หรือไม่&nbsp;บางรายไม่มีการเก็บค่า&nbsp;GP&nbsp;หรือเก็บค่า&nbsp;GP&nbsp;เฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่เท่านั้น&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ได้ขอให้แพลตฟอร์มที่มีการเก็บค่า&nbsp;GP&nbsp;พิจารณาปรับลดค่า&nbsp;GP&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารที่ไม่สามารถให้บริการนั่งทานในร้านได้ในช่วงนี้อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","7/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507145826278"],
    [61,"พาณิชย์จังหวัดพัทลุง เผยการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผล ให้ราคาพืชผักลดลง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวณัฐฐิญา&nbsp;ชำนาญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดพัทลุง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากการออกตรวจติดตามสถานการณ์การจำหน่ายพืชผัก&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดผดุงดอนยอ&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง&nbsp;พบว่าภาวะการค้าขายซบเซา&nbsp;ประชาชนเดินทางมาซื้อสินค้าในตลาดค่อนข้างบางตา&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการสอบถามผู้ประกอบการค้าส่งผักในตลาด&nbsp;ทราบว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทำให้ผู้ค้าส่งซึ่งเป็นผู้รวบรวมผักส่งไปยังผู้ค้าตลาดปลายทาง&nbsp;เช่น&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ตรัง&nbsp;และสตูล&nbsp;ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว&nbsp;โดยตลาดปลายทางรับซื้อลดลงและระบายสินค้าได้น้อย&nbsp;ส่งผลให้ราคารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในจังหวัดพัทลุงราคาตกต่ำง&nbsp;เช่น&nbsp;แตงกวา/มะเขือ/บวบ/ฟักเขียว/ถั่วฝักยาว/ฯลฯ&nbsp;โดยเฉพาะพริกขาวชัยบุรี&nbsp;ซึ่งในช่วงนี้มีผลผลิตออกสู่ตลาดมาก&nbsp;พ่อค้ารับซื้อในราคากิโลกรัมละ&nbsp;50-60&nbsp;บาท/กิโลกรัม&nbsp;จากเดิมรับซื้อกิโลกรัมละ&nbsp;80-120&nbsp;บาท&nbsp;และพริกยอดสน&nbsp;รับซื้อกิโลกรัมละ&nbsp;15&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิมรับซื้อกิโลกรัมละ&nbsp;25&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ขณะนี้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพัทลุง&nbsp;ได้ประสานร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งในจังหวัดพัทลุง&nbsp;มีจำนวน&nbsp;1,262&nbsp;ร้าน&nbsp;ให้ช่วยรับซื้อผลผลิตไปจำหน่ายให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาด&nbsp;และช่วยเหลือเกษตรกรผู้ผลิตพืชผักดังกล่าว&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","7/5/2021","ภาคใต้","พัทลุง","สวท.พัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507153540322"],
    [62,"นายก อบจ.สุพรรณบุรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหมู่บ้านอนุรักษ์แย้ อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(วันศุกร์ที่&nbsp;7&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายบุญชู&nbsp;จันทร์สุวรรณ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ลงพื้นที่หมู่บ้านอนุรักษ์แย้&nbsp;อำเภอสามชุก&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เพื่อเตรียมดำเนินการปรับปรุงพัฒนาหมู่บ้านอนุรักษ์แย้ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์</p><p>หมู่บ้านอนุรักษ์แย้&nbsp;หรือหมู่บ้านสุวรรณตะไล&nbsp;ตั้งอยู่บริเวณวัดเด่นสุวรรณตะไล&nbsp;ตำบลหนองสะเดา&nbsp;อำเภอสามชุก&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศในการศึกษาเรียนรู้การดำรงชีวิตของแย้และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพื่อศึกษาเรียนรู้การดำรงชีวิตของชาวบ้านตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ณ&nbsp;ต้นแบบหมู่บ้านอยู่เย็น&nbsp;เป็นสุข&nbsp;ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรีมุ่งส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่นให้คงอยู่&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้และเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","7/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507171345420"],
    [63,"พาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์เชิญสั่งลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวยจังหวัดพะเยา ตะกร้าละ3 กิโลกรัม 265บาท","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;เชิญสั่งลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวย&nbsp;จากจังหวัดพะเยา&nbsp;บรรจุตะกร้าละ3&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;(ขนาด36-40&nbsp;ผลต่อกิโลกรัม)&nbsp;ราคา&nbsp;&nbsp;265&nbsp;บาท&nbsp;รับมอบ&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;นี้&nbsp;สอบถามรายละเอียดที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;0&nbsp;5622&nbsp;1091,&nbsp;&nbsp;0&nbsp;5622&nbsp;01312&nbsp;&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;0&nbsp;5622&nbsp;1104</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางนัยนภัส&nbsp;สังขนุกิจ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพะเยา&nbsp;ได้ประสานขอความร่วมมือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;เชื่อโยชกระจายลิ้นจี่&nbsp;จากจังหวัดพะเยา&nbsp;ที่คาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ&nbsp;4,012&nbsp;ตัน&nbsp;ซึ่งเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;โดยจะออกสู่ตลาดมากในเดือนพฤษภาคม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับลิ้นจี่ที่จะนำมาจำหน่าย&nbsp;เป็นลิ้นจี่พันธุ์&nbsp;ฮงฮวย&nbsp;เกรด&nbsp;AA&nbsp;ขนาด&nbsp;36-40&nbsp;ผล&nbsp;ต่อกิโลกรัม&nbsp;บรรจุตะกร้าละ&nbsp;3&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ราคาตะกร้าละ&nbsp;265&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียดการสั่งซื้อได้ที่&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;0&nbsp;5622&nbsp;1091&nbsp;&nbsp;,0&nbsp;5622&nbsp;01312&nbsp;&nbsp;0&nbsp;5622&nbsp;1104&nbsp;นายประจักร&nbsp;อ้วนวิจิตร&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์06&nbsp;5510&nbsp;1902&nbsp;นางฉวีวรรณ&nbsp;สงแก้ว&nbsp;โทร.08&nbsp;9961&nbsp;8768&nbsp;นางสาวกนกวรรณ&nbsp;ราชสาร&nbsp;&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;08&nbsp;6732&nbsp;2852&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","7/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","นครสวรรค์","สวท.นครสวรรค์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507181737461"],
    [64,"สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหารติดตามสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัยไม่ให้เกินราคาที่กำหนด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(7&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นางลักขณา&nbsp;บุญนำ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัยร้านค้าต่างๆ&nbsp;ในจังหวัด&nbsp;เช่น&nbsp;ร้าน&nbsp;B25&nbsp;ภายในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน&nbsp;สาขามุกดาหาร&nbsp;การตรวจสอบ&nbsp;ซึ่งมีการจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;ยี่ห้อเฟรชพลัส&nbsp;ชนิดสีเขียว&nbsp;บรรจุ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;109&nbsp;บาท/กล่อง&nbsp;หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นละอองและแบคทีเรีย&nbsp;ยี่ห้อเฟรชพลัส&nbsp;ชนิดสีขาว&nbsp;บรรจุ&nbsp;40&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;89&nbsp;บาท/กล่อง&nbsp;เจลล้างมือยี่ห้อTHINKIN&nbsp;ขนาด&nbsp;55&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;19&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการตรวจสอบของผู้ประกอบการ&nbsp;จำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;(Surgical&nbsp;Mask)&nbsp;ราคาไม่เกินชิ้นละ&nbsp;2.50&nbsp;บท&nbsp;ในราคากล่องละ&nbsp;105&nbsp;บาท&nbsp;บรรจุ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ชนิดสีเขียว&nbsp;และเจลล้างมือมีปริมาณสินค้าเพียงพอสำหรับจำหน่ายให้ประชาชน&nbsp;และในส่วนของการสั่งซื้อสินค้าจากตัวแทนสามารถสั่งซื้อได้ตามปกติ&nbsp;ประชาชนให้ความสนใจในการใช้หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตนเองในภาวะปกติ&nbsp;และสั่งซื้อสินค้าจากช่องทางออนไลน์ซึ่งถูกกว่าท้องตลาด&nbsp;ประชาชนยังไม่ตื่นตระหนกในการกักตุนสินค้า&nbsp;ถุงมือยางจำหน่ายอยู่ในระดับราคาปกติ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เนื่องจากเป็นสินค้าสตอกเดิมตั้งแต่ในช่วงโควิด-19&nbsp;รอบแรก&nbsp;และยังจำหน่ายไม่หมด&nbsp;ซึ่งหากมีการสั่งซื้อเพิ่มเติมระดับราคาสินค้า&nbsp;อาจมีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นตามต้นทุนของตัวแทนจำหน่ายสินค้าในพื้นที่&nbsp;ซึ่งราคาจำหน่ายเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้า&nbsp;และบริการฉบับที่&nbsp;10&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;และผู้ประกอบการได้มีการปิดป้ายแสดง&nbsp;ราคาจำหน่ายชัดเจน&nbsp;ไม่พบการกักตุนสินค้า&nbsp;และจำหน่ายเกินราคาแต่อย่างใด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ผู้ประกอบการที่จำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์(Surgical&nbsp;Mask)&nbsp;จำหน่ายในราคาไม่เกินที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด&nbsp;หากฝ่าฝืนจะมีโทษตามมาตรา&nbsp;25(1)&nbsp;แห่ง&nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.2552&nbsp;และมีโทษมาตรา&nbsp;37&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","7/5/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507181455459"],
    [65,"พาณิชย์จังหวัดตราด ประชาสัมพันธ์โครงการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2564 (Mobile รถเร่ผลไม้)","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(7&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นางวรัญญา&nbsp;ถนอมพันธุ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราดขอประชาสัมพันธ์โครงการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;(Mobile&nbsp;รถเร่ผลไม้)&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงตลาดผลไม้ในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมากไปยังแหล่งบริโภคให้แก่ผู้ประกอบการรถเร่&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;บุคคลทั่วไป&nbsp;ที่เข้าไปรับซื้อผลผลิตโดยตรงจากเกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;สหกรณ์&nbsp;&nbsp;ผู้ปลูกผลไม้&nbsp;ในแหล่งผลิตและนำไปกระจายออกนอกพื้นที่ยังจังหวัดปลายทาง&nbsp;โดยกรมการค้าภายในจะสนับสนุนค่าบริหารจัดการผลไม้&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&nbsp;และยื่นแบบแสดงความจำนงสมัครเข้าร่วมโครงการฯมายังสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;(กลุ่มกำกับฯ)&nbsp;โทร&nbsp;0&nbsp;3951&nbsp;2711&nbsp;หรือ&nbsp;E&nbsp;-&nbsp;mail&nbsp;:&nbsp;thongfartrat@gmail.com&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;12&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยสามารถดูรายละเอียดตาม&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;ตามภาพ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","7/5/2021","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507185127484"],
    [66,"พาณิชย์ขอนแก่น ลงพื้นที่ติดตามภาวะราคาผลไม้ตามฤดู กำชับผู้ค้าปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายชัยยะเจตน์&nbsp;จันทร์อักษร&nbsp;พาณิชย์จังหวัดขอนแก่น&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามภาวะราคาผลไม้ตามฤดูกาลและการปิดป้ายแสดงราคา&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ค้าส่งอู้ฟู่&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;(ตลาดผลไม้)&nbsp;และตลาดรถไฟ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;ผลการตรวจสอบพบว่ามีการจำหน่ายผลไม้ราคาส่งและราคาปลีก&nbsp;โดยราคาส่งจำหน่ายแบบยกเข่ง&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;50&nbsp;กิโลกรัมขึ้นไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ก้านยาว&nbsp;ราคาส่ง&nbsp;กก.ละ&nbsp;250&nbsp;บาท&nbsp;ราคาปลีก&nbsp;กก.ละ&nbsp;400&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ชะนี&nbsp;ราคาส่ง&nbsp;กก.&nbsp;ละ&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;ราคาปลีก&nbsp;กก.ละ&nbsp;120&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หมอนทอง&nbsp;(เล็ก)&nbsp;ราคาส่ง&nbsp;กก.&nbsp;ละ&nbsp;105&nbsp;บาท&nbsp;ราคาปลีก&nbsp;กก.&nbsp;ละ&nbsp;120&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หมอนทอง&nbsp;(กลาง)&nbsp;ราคาส่ง&nbsp;กก.&nbsp;ละ&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;ราคาปลีก&nbsp;กก.&nbsp;ละ&nbsp;140&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หมอนทอง&nbsp;(ใหญ่)&nbsp;ราคาส่ง&nbsp;กก.&nbsp;ละ&nbsp;130&nbsp;บาท&nbsp;ราคาปลีก&nbsp;กก.&nbsp;ละ&nbsp;150&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ยังมีผลไม้อื่นๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;สละ&nbsp;เงาะ&nbsp;มังคุด&nbsp;ผลไม้จากทางภาคตะวันออก&nbsp;(จันทบุรี&nbsp;ระยอง)&nbsp;ฯลฯ&nbsp;และผลไม้จากจังหวัดในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;โดยผู้ประกอบการให้ความร่วมมือในการปิดป้ายแสดงราคาชัดเจน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หากพบการกระทำผิดราคาสินค้าและบริการ&nbsp;แจ้งสายด่วน&nbsp;#1569&nbsp;กรมการค้าภายใน&nbsp;กระทรวงพาณิชย์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","7/5/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507194502503"],
    [67,"พาณิชย์จังหวัดลำปาง ติดตามสถานการณ์ ราคา ปริมาณ หน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางศรีสุรางค์&nbsp;หล้าส่องสี&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;ติดตามสถานการณ์ราคา&nbsp;ปริมาณ&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;ณ&nbsp;ร้านน่ำเคี่ยวโอสถ&nbsp;ตำบลสบตุ๋ย&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;พบว่าหน้ากากอนามัย&nbsp;ยี่ห้อ&nbsp;Disposable&nbsp;กล่องบรรจุ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;(เฉลี่ยชิ้นละ&nbsp;1.60&nbsp;บาท)&nbsp;หน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;ยี่ห้อ&nbsp;Longmed&nbsp;กล่องบรรจุ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;95&nbsp;บาท&nbsp;(เฉลี่ยชิ้นละ&nbsp;1.90&nbsp;บาท)&nbsp;หน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;แพ็คบรรจุ&nbsp;8&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;(เฉลี่ยชิ้นละ&nbsp;2.50&nbsp;บาท)&nbsp;และหน้ากากคาร์บอน&nbsp;ป้องกันฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ยี่ห้อ&nbsp;True&nbsp;Care&nbsp;ชิ้นละ&nbsp;12&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ&nbsp;มีประชาชนมาซื้อหน้ากากอนามัยเป็นปกติ&nbsp;ร้านค้ายังสามารถสั่งซื้อหน้ากากอนามัยได้&nbsp;จากการตรวจสอบพบว่ามีการปิดป้ายแสดงราคาชัดเจน&nbsp;จำหน่ายไม่เกินราคาควบคุม&nbsp;(เฉลี่ยชิ้นละ&nbsp;2.50&nbsp;บาท)&nbsp;มีสินค้าเพียงพอไม่ขาดแคลน&nbsp;ไม่พบการกักตุน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","8/5/2021","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508110655571"],
    [68,"กระทรวงการคลัง เตรียมออกระเบียบเปิดทางเจ้าหน้าที่ประชุมตามขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้","<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้กระทรวงการคลัง&nbsp;อยู่ระหว่างเตรียมการออกระเบียบกระทรวงการคลัง&nbsp;ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ&nbsp;(ฉบับที่2)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;เมื่อระเบียบมีผลบังคับแล้ว&nbsp;จะทำให้การประชุมของคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบด้านการจัดซื้อจัดจ้างและพัสดุภาครัฐ&nbsp;สามารถดำเนินการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้&nbsp;เกิดความคล่องตัว&nbsp;และเป็นกลไกสำคัญให้การจัดซื้อจัดจ้างและการเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปตามเป้าหมายแม้ยังอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ที่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานต้องดำเนินการตามมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;ไม่ได้ใช้บังคับแก่การประชุม&nbsp;เพื่อดำเนินการตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของส่วนราชการ&nbsp;ราชการส่วนท้องถิ่น&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;องค์การมหาชน&nbsp;และหน่วยงานของรัฐอื่นๆ&nbsp;ซึ่งมีผลให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ&nbsp;พ.ศ.2560&nbsp;และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ&nbsp;พ.ศ.2560&nbsp;ไม่อาจนำ&nbsp;พ.ร.ก.ว่าการการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;มาใช้บังคับได้</p><p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ&nbsp;ได้พิจารณาแล้ว&nbsp;เห็นว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;มีการพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ขณะที่รัฐบาลก็มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานที่บ้าน&nbsp;หรือเวิร์คฟอร์มโฮม&nbsp;ซึ่งทำให้การประชุมดำเนินกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอาจเกิดความไม่คล่องตัว&nbsp;เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปจึงควรมีการแก้เพิ่มเติมระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ&nbsp;ให้สามารถดำเนินการประชุมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ได้&nbsp;ซึ่งเมื่อระเบียบนี้มีผลบังคับใช้&nbsp;จะสนับสนุนให้การจัดซื้อจัดจ้างและการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐคล่องขึ้น&nbsp;เป็นไปตามเป้าหมายและมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","8/5/2021","NULL","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508211923776"],
    [69,"บรรยากาศชายหาดสมิหลาสงขลาตลอดทั้งวันเงียบเหงา แม้เป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เหตุได้รับผลกระทบโควิด-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บรรยากาศชายหาดสมิหลาสงขลาตลอดทั้งวันเงียบเหงา&nbsp;แม้เป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์&nbsp;เหตุได้รับผลกระทบโควิด-19&nbsp;ระบาดรอบใหม่&nbsp;นักท่องเที่ยว&nbsp;และชาวสงขลาเองไม่กล้าเดินทางออกมาท่องเที่ยว&nbsp;อีกทั้งมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;ของคณะกรรมการโรคติดต่อของจังหวัดสงขลา&nbsp;ห้ามประชาชนเข้าพื้นที่เสี่ยง&nbsp;8&nbsp;พื้นที่ชายหาดจุดเสี่ยงในอำเภอเมืองสงขลา&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;20.00&nbsp;น.จนถึง&nbsp;05.00&nbsp;น.ของวันรุ่งขึ้น&nbsp;ยังคงใช้อยู่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(8&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;บรรยากาศการท่องเที่ยวบริเวณชายหาดแหลมสมิหลาสงขลาตลอดทั้งวันเงียบเหงา&nbsp;แม้จะเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์&nbsp;บริเวณชายหาดท้องฟ้ามืดครึ้ม&nbsp;ทะเลมีคลื่นเล็กน้อยพัดเข้าหาฝั่งอยู่ตลอดเวลา&nbsp;มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางมาท่องเที่ยวไม่กี่คน&nbsp;นางเงือกทองสัญลักษณ์ชายหาดสมิหลาช่วงนี้โดดเดียวเดียวดาย&nbsp;ไร้นักท่องเที่ยวมายืนถ่ายภาพ&nbsp;มีเพียงชาวประมงที่มาลากอวนจับปลา&nbsp;และทอดแหริมชายหาดเท่านั้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับร้านค้าที่ขายเครื่องดื่ม&nbsp;ขายน้ำ&nbsp;และอาหารว่าง&nbsp;รวมทั้งของที่ระลึกริมชายหาดก็ไม่มีเหลือสักร้านเดียว&nbsp;รวมทั้งร้านขายเสื้อผ้าอยู่ฝั่งตรงข้ามต่างก็ปิดร้านหมดทุกร้านเช่นเดียวกัน&nbsp;เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อีกทั้งมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;ของคณะกรรมการโรคติดต่อของจังหวัดสงขลา&nbsp;ห้ามประชาชนเข้าพื้นที่เสี่ยง&nbsp;8&nbsp;พื้นที่ชายหาดจุดเสี่ยงในอำเภอเมืองสงขลาตั้งแต่เวลา&nbsp;20.00&nbsp;น.จนถึง&nbsp;05.00&nbsp;น.ของวันรุ่งขึ้น&nbsp;ยังคงใช้อยู่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในขณะเดียวกันสภาพอากาศในช่วงนี้อากาศแปรปรวนฝนตกแดดออก&nbsp;จะเป็นแบบนี้ตลอดทั้งวันเป็นมา&nbsp;2-3&nbsp;วันแล้ว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","8/5/2021","ภาคใต้","สงขลา","สวท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508165449687"],
    [70,"สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด ออกติดตามสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(8&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นางวรัญญา&nbsp;ถนอมพันธุ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;มอบหมายกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;ออกติดตามสถานการณ์การค้าหน้ากากอนามัยในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;พบว่า&nbsp;ร้านขายยา&nbsp;ร้านกนกวรรณเภสัช&nbsp;จำหน่ายหน้ากากอนามัย&nbsp;ราคากล่องละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;(บรรจุกล่องละ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น)&nbsp;&nbsp;ร้านขายยา&nbsp;ร้านภัททิราเภสัช&nbsp;จำหน่ายหน้ากากอนามัย&nbsp;ราคากล่องละ&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;(บรรจุกล่องละ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น)&nbsp;ราคาจำหน่ายไม่เกินชิ้นละ&nbsp;2.50&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งไม่เกินราคาควบคุม&nbsp;ไม่พบการกักตุนสินค้า&nbsp;หรือปฏิเสธการจำหน่ายเจ้าหน้าที่ฯได้ประชาสัมพันธ์ประกาศ&nbsp;กกร.&nbsp;ฉบับที่&nbsp;4&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ลงวันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;พร้อมทั้งกำชับให้ผู้ประกอบการค้าปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายให้ชัดเจน&nbsp;และปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการสอบถามร้านฯ&nbsp;พบว่า&nbsp;ปริมาณสินค้าประเภทหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอลล์ทำความสะอาดมือ&nbsp;มีเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่&nbsp;อีกทั้งผู้บริโภคเลือกซื้อหน้ากากทางเลือกเพิ่มมากขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","8/5/2021","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508171250698"],
    [71,"กระทรวงพาณิชย์อัดฉีดเงิน 5 ล้านบาท ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมันที่ได้รับความเดือดร้อนราคาผลผลิตตกต่ำ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จังหวัดนครศรีธรรมราช","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กระทรวงพาณิชย์อัดฉีดเงิน&nbsp;5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมันที่ได้รับความเดือดร้อนราคาผลผลิตตกต่ำ&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;คาดหลังเดือนรอมฏอน&nbsp;ราคาพริกขยับสูงขึ้นถึงกิโลกรัมละ&nbsp;15&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากสถานการณ์ราคาพริกเขียวมันในจังหวัดนครศรีธรรมราชตกต่ำ&nbsp;เหลือกิโลกรัมละ&nbsp;7-10&nbsp;บาท&nbsp;ในขณะที่ต้นทุนการผลิตอยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;8-10&nbsp;บาท&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอหัวไทร&nbsp;อำเภอปากพนัง&nbsp;อำเภอเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;อำเภอเชียรใหญ่&nbsp;อำเภอชะอวด&nbsp;และอำเภอเมือง&nbsp;ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก&nbsp;โดยผลผลิตส่วนใหญ่นั้นจะส่งออกไปยังประเทศมาเลเซียเป็นหลักไม่ได้ใช้บริโภคในประเทศ&nbsp;แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศผู้นำเข้า&nbsp;อีกทั้งตรงกับเดือนรอมฎอนทำให้มีการชะลอการสั่งซื้อพริกจากประเทศไทย&nbsp;ส่งผลให้มีพริกตกค้างอยู่ในสวนของเกษตรกรเป็นจำนวนมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมัน&nbsp;วันนี้&nbsp;(8&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;เวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.&nbsp;กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับจังหวัดนครศรีธรรมราชได้เปิดจุดรับซื้อตามโครงการเพิ่มช่องทางและเชื่อมโยงการจำหน่ายพริกเขียวมันในกลุ่มแหล่งผลิตภาคใต้&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;โดยมีนายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;นายวัฒนศักดิ์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;นายอาวุธ&nbsp;วงศ์สวัสดิ์&nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นายเอกชัย&nbsp;สุนทร&nbsp;นายอำเภอหัวไทร&nbsp;พาณิชย์จังหวัด&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;สมาชิกสภาราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคพลังประชารัฐ&nbsp;ร่วมตรวจเยี่ยมจุดรับซื้อพริกเขียวมันพร้อมพบปะเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมัน&nbsp;ที่หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลทรายขาว&nbsp;อำเภอหัวไทร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รัฐบาลโดยนายจุรินทร์&nbsp;ลักษณะวิศิษฎ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้สนับสนุนเงินจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรจำนวน&nbsp;5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อสนับสนุนเป็นชดเชยราคาให้เกษตรกรกิโลกรัมละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งมีเป้าหมายในการช่วยเหลือเกษตรกรจำนวน&nbsp;1,000&nbsp;ตัน&nbsp;ระยะเวลาดำเนินการ&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยพ่อค้าจะรับซื้อในราคาตลาด&nbsp;ซึ่งก็คือกิโลกรัมละ&nbsp;9&nbsp;บาท&nbsp;ในขณะที่กระทรวงพาณิชย์จะชดเชยให้ในราคากิโลกรัมละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการก็จะได้รับเงินจากการเข้าร่วมโครงการกิโลกรัมละ&nbsp;14&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรอยู่ได้&nbsp;โดยมีโควต้าในโครงการนี้จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;ตัน&nbsp;ได้เริ่มดำเนินเปิดจุดในท้องที่อำเภอหัวไทรเป็นอำเภอแรก&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการจำหน่ายผลผลิตในห้วงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;อย่างไรก็ตามคาดว่าหลังจากสิ้นสุดเดือนรอมฎอนราคาพริกเขียวน่าจะขยับขึ้นถึงกิโลกรัมละ&nbsp;15&nbsp;บาทอย่างแน่นอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;กล่าวให้ความมั่นใจกับเกษตรกรว่า&nbsp;เงินที่รัฐบาลสนับสนุนช่วยเหลือมาถึงมือเกษตรโดยตรงอย่างแน่นอน&nbsp;โดยจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ได้ตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการดังกล่าวขึ้นมา&nbsp;3&nbsp;ชุด&nbsp;ชุดที่&nbsp;1&nbsp;มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ชุดที่&nbsp;2&nbsp;มีพาณิชย์จังหวัดเป็นประธาน&nbsp;และชุดที่&nbsp;3&nbsp;มีเกษตรจังหวัดเป็นประธาน&nbsp;เพื่อตรวจสอบพื้นที่เพาะปลูก&nbsp;จำนวนเกษตรกร&nbsp;ผลผลิต&nbsp;และพ่อค้าคนกลางที่มารับซื้อ&nbsp;เพื่อป้องกันการสวมสิทธิและสมยอมกันของเกษตรกรกับพ่อค้าคนกลาง&nbsp;โดยเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวจะได้รับการช่วยเหลืออย่างเท่าเทียมกันทั้งที่ขึ้นทะเบียน&nbsp;และไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมัน&nbsp;โดยเกษตรจะได้รับเงินชดเชยหลังจากซื้อขายพริกไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;วันทำการ&nbsp;จะมีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของเกษตรกรโดยตรง&nbsp;นอกจากนี้จังหวัดยังได้เสนอของบประมาณจากโครงการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมันและเกษตรกรผู้ปลูกฟักทองด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ปีนี้มีพื้นที่ปลูกพริกเขียวมัน&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอหัวไทร&nbsp;อำเภอปากพนัง&nbsp;อำเภอเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;อำเภอเชียรใหญ่&nbsp;อำเภอชะอวด&nbsp;และอำเภอเมือง&nbsp;พื้นที่เพาะปลูกประมาณ&nbsp;7,800&nbsp;ไร่&nbsp;เกษตรกรจำนวน&nbsp;2,122&nbsp;ราย&nbsp;ผลผลิตประมาณ&nbsp;20,163&nbsp;ตัน&nbsp;เฉพาะอำเภอหัวไทร&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;มีเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมันทั้ง&nbsp;11&nbsp;ตำบล&nbsp;ประมาณ&nbsp;1,050&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด&nbsp;3,675&nbsp;ไร่&nbsp;ผลผลิตประมาณ&nbsp;10,046&nbsp;ตัน&nbsp;ผลผลิตออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนเมษายน-&nbsp;กันยายน&nbsp;แต่มีปริมาณมากสุดในเดือนเมษายน-พฤษภาคม&nbsp;2564</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","8/5/2021","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508200115754"],
    [72,"การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ยกเว้นการเก็บค่าผ่านทางพิเศษ 3 สายทาง ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2564  เนื่องในวันพืชมงคล","<p><strong>การทางพิเศษแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;กทพ.&nbsp;แจ้งว่า</strong>&nbsp;ในวันจันทร์ที่&nbsp;10&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;เนื่องในวันพืชมงคล&nbsp;ซึ่งเป็นวันหยุดราชการประจำปีตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กทพ.&nbsp;ได้ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษ&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;สายทาง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ทางพิเศษเฉลิมมหานคร&nbsp;ทางด่วนขั้นที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;ด่าน&nbsp;ทางพิเศษศรีรัช&nbsp;ทางด่วนขั้นที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;31&nbsp;ด่าน&nbsp;และทางพิเศษอุดรรัถยา&nbsp;บางปะอิน-ปากเกร็ด&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ด่าน&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;00.01&nbsp;น.&nbsp;ถึง&nbsp;24.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน&nbsp;โดยเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมที่ปรากฏในสัญญาสัมปทาน&nbsp;ฉบับแก้ไขใหม่ระหว่าง&nbsp;กทพ.&nbsp;&nbsp;บริษัท&nbsp;ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;(BEM)&nbsp;และบริษัท&nbsp;ทางด่วนกรุงเทพเหนือ&nbsp;จำกัด&nbsp;(NECL)&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;</strong>&nbsp;กทพ.&nbsp;หากจำเป็นต้องใช้ทางพิเศษเดินทางในวันปกติที่ไม่ได้ยกเว้นค่าผ่านทาง&nbsp;ควรสมัครใช้บัตร&nbsp;&nbsp;Easy&nbsp;Pass&nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับธนบัตรหรือเหรียญซึ่งอาจจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค&nbsp;รวมถึงใช้บริการเติมเงินในบัตร&nbsp;Easy&nbsp;Pass&nbsp;ผ่าน&nbsp;Application&nbsp;ของธนาคารต่างๆ&nbsp;นอกจากจะได้รับความสะดวกรวดเร็วแล้ว&nbsp;ยังจะช่วยลดความเสี่ยงจากการรับหรือแพร่เชื้อโควิด-19&nbsp;ได้อีกทาง</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>","9/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509103135815"],
    [73,"ปลูกบอนสีขายออนไลน์ สู้ภัยโควิด-19 สร้างรายได้ ชาวบ้านที่ยะลา","<p><strong>ชาวยะลา&nbsp;พลิกวิกฤตโควิด-19&nbsp;หยุดเชื้ออยู่บ้าน&nbsp;หันมาเลี้ยงบอนสี&nbsp;ขายผ่านออนไลน์&nbsp;สร้างรายได้</strong></p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่เห็นอยู่นี้เป็นการ&nbsp;Lite&nbsp;Facebook&nbsp;ขายบอนสีราชินีไม้ใบของชาวตำบลสะเตงนอก&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;ซึ่งเป็นไม้ประดับที่มีความสวยงามหลายๆ&nbsp;คนต่างหลงไหล&nbsp;และนิยมที่จะซื้อไปเลี้ยงไว้ประดับบ้าน&nbsp;โดยหลังสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ส่งผลกระทบให้ต้องหยุดเชื้ออยู่บ้าน&nbsp;ลุงอ้วนได้หันมาใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์&nbsp;ลงทุนรวมหลักแสน&nbsp;ทดลองซื้อบอนสีมาปลูก&nbsp;ลองผิดลองถูกร่วม&nbsp;10&nbsp;เดือน&nbsp;จนกระทั่งปัจจุบันมีบอนสีหลากหลายชนิด&nbsp;เกือบพันต้นราคาตั้งแต่หลักร้อยไปถึงหลักพัน&nbsp;ทั้งชมพูทวีป&nbsp;มหาเฮง&nbsp;ศิลาหุ้มทอง&nbsp;เพชร&nbsp;7&nbsp;สี&nbsp;อสงไข&nbsp;มนต์สวรรค์&nbsp;สาวาริน&nbsp;พญามนต์&nbsp;ฯลฯ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยครอบครัวของลุงอ้วน&nbsp;ทั้งพ่อ&nbsp;แม่&nbsp;ลูก&nbsp;จะช่วยกันตั้งแต่การจัดสถานที่&nbsp;Lite&nbsp;สดกันในสวนบอนสี&nbsp;การจดบันทึกลายชื่อคนซื้อราคาชนิดบอนสีที่ขายได้&nbsp;รวมถึงการหยิบจับบอนสีชนิดต่างๆ&nbsp;นำมา&nbsp;Lite&nbsp;ขาย&nbsp;ขณะที่การ&nbsp;Lite&nbsp;สดในแต่ละครั้งได้รับความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบการเลี้ยงบอนสีเป็นอย่างมาก&nbsp;ราคาของบอนสีที่ขายก็จะมีตั้งแต่ร้อยกว่าบาทไปจนถึงพันกว่าบาท&nbsp;ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับความสวยงามการกัดสีของบอนสี&nbsp;ถ้าสีสวยจะได้ราคาดีไม่สวยก็ราคาลดลงหน่อย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ลุงอ้วน&nbsp;หรือนายศิริชัย&nbsp;พลัง&nbsp;ได้เล่าให้ฟังว่าตามปกติจะทำโรงงานผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยว&nbsp;ตอนนี้ก็ได้ให้ลูกหลานดูแล&nbsp;ตนเองว่างงานช่วงโควิด-19&nbsp;ไม่ได้ไปไหน&nbsp;อยู่บ้านเฉยๆ&nbsp;ก็ได้หันมาปลูกต้นไม้ลองเลี้ยงบอนสีดูเพิ่งจะทำมาได้&nbsp;10&nbsp;เดือน&nbsp;เป็นมือใหม่แรกเริ่มก็ไม่ได้คิดว่าจะทำเป็นธุรกิจขาย&nbsp;ปลูกไว้ดูเล่นๆ&nbsp;อยู่เฉยไม่เป็น&nbsp;ลองผิดลองถูก&nbsp;เนื่องจากไม่ได้ร่ำเรียนจากที่ไหน&nbsp;ไม่เคยทำด้านการเกษตร&nbsp;ไปซื้อมาลองเลี้ยง&nbsp;ซึ่งแฟนจะเลี้ยงอยู่ก่อนเห็นสวยงามดี&nbsp;ช่วงใหม่ๆ&nbsp;ปลูกก็ตาย&nbsp;พอทำไปเรื่อยๆ&nbsp;ก็พบว่าบอนสีไม่ได้ตายมีหัวเชื้ออยู่&nbsp;พอนำดินเก่ามาปลูกกระถางใหม่&nbsp;ก็ขึ้นมา&nbsp;3-4&nbsp;ต้น&nbsp;ตอนนี้&nbsp;ก็ขึ้นมามากมายในสวนบอนสี&nbsp;ถ้านับสายพันธุ์ที่จดทะเบียนมีกว่า&nbsp;600&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;ไม่จดทะเบียนกว่า&nbsp;300&nbsp;พันธุ์&nbsp;เลยเริ่มลองขายดู&nbsp;&nbsp;พอมาทำแล้วขายได้เป็นเงินขึ้นมาก็ทำต่อเนื่อง&nbsp;โดยจะขายทั้งผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;ที่สวนด้วยไม่แพง&nbsp;ราคามิตรภาพ&nbsp;คนติดตามเยอะขายถูก&nbsp;มีตั้งแต่ร้อยกว่าบาท&nbsp;และแถมด้วยไปจนถึง&nbsp;บอนสีที่มีกระแสแรง&nbsp;4,500&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนรายได้ตอนนี้ยังไม่อยู่ตัว&nbsp;เพิ่งทำ&nbsp;10&nbsp;เดือนมีพันธุ์เยอะ&nbsp;ตอนนี้บางชนิดขาดตลาดทำไม่ทัน&nbsp;ถ้าอยู่ตัวแล้ว&nbsp;ก็สามารถที่จะเลี้ยงชีพได้เลย&nbsp;ดีกว่าทำอย่างอื่น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อยากจะให้กำลังใจ&nbsp;สำหรับผู้ที่มีความเครียดกับสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ลองหันมาทำต้นไม้ได้&nbsp;ทุกอาชีพทำได้ถ้าเราไม่รังเกียจอาชีพ&nbsp;ทุกคนก็อยู่ได้ในสังคมนี้ได้&nbsp;โดยไม่ต้องยึดติดกับการเที่ยวอะไร&nbsp;เราก็อยู่สบาย&nbsp;ต้นไม้ก็ขายได้&nbsp;อาจจะดูได้น้อยไม่มาก&nbsp;เพิ่งเปิด&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;ถ้า&nbsp;Lite&nbsp;สด&nbsp;2&nbsp;ชม.ก็ขายได้ครั้งละ&nbsp;2,000-3,000&nbsp;บาท&nbsp;อาทิตย์ละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ก็มีรายได้แล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจการเลี้ยงบอนสีสามารถติดตามได้ทาง&nbsp;Facebook&nbsp;ศิริชัย&nbsp;พลัง&nbsp;&nbsp;ซึ่งจะ&nbsp;Lite&nbsp;สด&nbsp;อาทิตย์ละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;หรือมาดูที่สวนบอนสี&nbsp;95/2&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;ตำบลสะเตงนอก&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;(ซอยหลังอนามัย)&nbsp;ได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","9/5/2021","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509081442788"],
    [74,"ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์ เผย โควิด-19 ส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการ แนะ ปรับตัว-จ้างงานต่อ คาดไม่เกิน 20 วัน สถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวีรศักดิ์&nbsp;พิษณุวงษ์&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากที่&nbsp;จังหวัดสุรินทร์ได้ออกมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ยอมรับว่าภาคธุรกิจได้รับผลกระทบแน่นอน&nbsp;ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องมีการปรับตัว&nbsp;ทั้งในองค์กร&nbsp;ในกิจการ&nbsp;กับมาตรการให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และที่สำคัญด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;ทางธนาคารแห่งประเทศไทยมีนโยบายกระตุ้นการจ้างงานต่อ&nbsp;โดยออกมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มาพยุงเศรษฐกิจ&nbsp;หลายอย่าง&nbsp;อาทิ&nbsp;ซอฟโลนราคาถูก&nbsp;หรือโครงการพักทรัพย์พักหนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;\"...อยากให้ผู้ประกอบการที่สนใจ&nbsp;ลองติดต่อธนาคารพาณิชย์ที่อยู่ใกล้&nbsp;ที่เราเดินบัญชีอยู่&nbsp;ว่าสามารถช่วยได้อย่างไรบ้าง&nbsp;เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปได้&nbsp;ให้เกิดการจ้างงานต่อไป...\"</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนการใช้ชีวิตประจำวันก็ต้องมีการปรับตัวดังกล่าว&nbsp;ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการธุรกิจผ่านพ้นวิฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน&nbsp;ถ้าหากร่วมมือกัน&nbsp;ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่ตกลงกัน&nbsp;คาดว่าไม่น่าเกิน&nbsp;14-20&nbsp;วัน&nbsp;ต่อจากนี้&nbsp;สถาการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติได้เร็วขึ้น</p>","9/5/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509092850802"],
    [75,"โฆษกกระทรวงการคลัง ชี้แจงประเด็นข้อวิจารณ์มาตรการเยียวยาของรัฐแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ","<p><strong>นางสาวกุลยา&nbsp;ตันติเตมิท&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากกรณีที่มีข้อวิจารณ์มาตรการเยียวยาของรัฐบาลแก้ปัญหาไม่ตรงจุด&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ระลอกเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;ทำให้ภาครัฐจำเป็นต้องควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดฃและเตรียมความพร้อมมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการ&nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการร้านอาหารในระยะเร่งด่วน&nbsp;รวมทั้งมาตรการสำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะต่อไปเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายจนอยู่ในระดับที่สามารถดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;ของประเทศได้&nbsp;คณะรัฐมนตรีจึงพิจารณาใช้มาตรการเยียวยาที่ดำเนินการอยู่แล้วและยังไม่สิ้นสุดโครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการเราชนะ&nbsp;และโครงการ&nbsp;ม33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพแก่ประชาชน&nbsp;โดยปัจจุบันทั้งสองโครงการมีผู้ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติและได้รับสิทธิ์รวมกันประมาณ&nbsp;41&nbsp;ล้านคน&nbsp;ซึ่งช่วยเหลือประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่ได้รับความเดือดร้อนแล้ว&nbsp;ทั้งนี้การเพิ่มวงเงินให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ์ทั้งสองโครงการจะทำให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปด้วยความรวดเร็วกว่าการให้ความช่วยเหลือแบบเฉพาะเจาะจงพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสามารถใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลของทั้งสองโครงการที่ภาครัฐมีอยู่ในปัจจุบันได้ทันที&nbsp;ขณะที่การให้ความช่วยเหลือแบบเฉพาะเจาะจงจะต้องทำการสำรวจข้อมูลใหม่&nbsp;รวมทั้งตรวจสอบและคัดกรองผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;จึงต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการนานกว่า&nbsp;และกระบวนการดังกล่าวอาจทำให้การแพร่ระบาดขยายตัวเพิ่มขึ้นได้&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;การเพิ่มวงเงินช่วยเหลือเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ&nbsp;</strong>ให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ์ดังกล่าวยังจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจฐานรากจากร้านค้าต่างๆ&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจรายย่อย&nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการร้านอาหาร&nbsp;จึงเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบรายย่อยในท้องที่อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ&nbsp;สำหรับโครงการคนละครึ่งระยะ&nbsp;3&nbsp;เป็นหนึ่งในมาตรการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะต่อไปเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายลง&nbsp;เบื้องต้นคาดว่าจะดำเนินการในช่วงเดือนกรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี&nbsp;2564</p><p><strong>ในส่วนของมาตรการด้านการเงิน</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ&nbsp;2&nbsp;มาตรการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;มาตรการสินเชื่อสู้ภัย&nbsp;COVID-19&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;20,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และมาตรการพักชำระหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ&nbsp;นอกจากนี้รัฐบาลยังออกพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;2&nbsp;มาตรการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ&nbsp;หรือมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู&nbsp;วงเงิน&nbsp;250,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และมาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้&nbsp;หรือมาตรการพักทรัพย์&nbsp;พักหนี้&nbsp;วงเงิน&nbsp;100,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนมาตรการด้านภาษี&nbsp;รัฐบาลได้ออกมาตรการเลื่อนเวลาการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลไปเป็นภายในวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564ง&nbsp;ทั้งนี้ผู้ประกอบการร้านอาหารสามารถใช้ประโยชน์จากมาตรการต่างๆ&nbsp;ได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด</p><p><br></p><p><br></p>","9/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509115812868"],
    [76,"ยะลา คึกคัก ชาวไทยมุสลิมเลือกซื้อทอง เตรียมใส่ฉลองฮารีรายอ","<p><strong>ยะลา&nbsp;คึกคัก&nbsp;ชาวไทยมุสลิมเลือกซื้อทอง&nbsp;เตรียมใส่ฉลองฮารีรายอ&nbsp;ขณะราคาทองปรับขึ้นแตะที่&nbsp;26,900&nbsp;บาท</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บรรยากาศในช่วงใกล้เทศกาล&nbsp;ฮารีรายออีฎิ้ลฟิตริ&nbsp;ซึ่งจะมาถึงใน&nbsp;3-4&nbsp;วันข้างหน้า&nbsp;ที่ร้านทองในพื้นที่ย่านการค้าสายกลางเขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;คึกคัก&nbsp;บรรดาสตรีชาวไทยมุสลิมจากทั้งในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ได้เดินทางออกมาเลือกซื้อทองรูปพรรณ&nbsp;ทั้งสร้อยคอ&nbsp;สร้อยข้อมือ&nbsp;แหวน&nbsp;กำไล&nbsp;เพื่อเตรียมไว้สวมใส่ในช่วงเฉลิมฉลองเทศกาลฮารีรายออีฎิ้ลฟิตริ&nbsp;ซึ่งบางคนก็จะพากันมาทั้งครอบครัว&nbsp;ซื้อทองทั้งให้ลูกและตนเองด้วย&nbsp;ขณะที่&nbsp;ทางร้านได้มีมาตรการควบคุมโควิด-19&nbsp;โดยตั้งเจลแอลกอฮอล์ไว้ให้ประชาชนได้ล้างมือ&nbsp;พร้อมกับประชาสัมพันธ์การสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่เข้าร้าน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางจินตนา&nbsp;พึ่งรัศมี&nbsp;เจ้าของร้านทองไท้เซ่งล้ง&nbsp;บอกว่า&nbsp;ใกล้ฮารีรายอลูกค้าจะมากันสม่ำเสมอ&nbsp;กลาง&nbsp;ๆ&nbsp;แต่ไม่เยอะเหมือนทุกปีที่ผ่านมา&nbsp;ราคาทองในสัปดาห์ก่อน&nbsp;ลูกค้าทยอยมาซื้อก่อน&nbsp;2&nbsp;อาทิตย์&nbsp;ไม่แพงมาก&nbsp;อยู่ที่&nbsp;25,000&nbsp;บาท&nbsp;พอใกล้รายอ&nbsp;ปรับขึ้นมาเป็น&nbsp;26,000&nbsp;บาท&nbsp;ตอนนี้แตะที่&nbsp;26,900&nbsp;บาท&nbsp;ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เหมือนเดิมซื้อให้ลูกหลานแต่งตัว&nbsp;ใส่ในวันรายอ&nbsp;ตัวเองซื้อบ้าง&nbsp;ราคาย่อมเยากว่าทุกปี&nbsp;เมื่อก่อนเคยซื้อ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;เดี๋ยวนี้ซื้อ&nbsp;2-3&nbsp;บาท&nbsp;ซื้อเพื่อแต่งตัวบ้าง&nbsp;เน้นลายสวยงาม&nbsp;น้ำหนักกลาง&nbsp;ๆ&nbsp;ไม่หนักมาก&nbsp;ส่วนความนิยมก็จะเป็นสร้อยคอ&nbsp;ใส่เน้นยาวเพื่อให้เห็นออกมานอกผ้าคลุมศีรษะเป็นส่วนใหญ่</p>","9/5/2021","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509123240890"],
    [77,"ชาวไทยมุสลิมยะลาเลือกซื้อทองต้อนรับวันฮารรายอ คึกคัก","<p><strong>ชาวไทยมุสลิมยะลาเลือกซื้อทองต้อนรับวันฮารรายอ&nbsp;คึกคัก</strong></p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ประชาชนชาวไทยมุสลิมในพื้นที่จังหวัดยะลาทยอยเดินทางเลือกซื้อทองรูปพรรณ&nbsp;เพื่อเป็นของขวัญให้กับตนเอง&nbsp;ใช้สวมใส่เฉลิมฉลองวันตรุษอีดิลฟิตรี&nbsp;หรือวันฮารีรายอ&nbsp;โดยที่ร้านทองไท้เซ่งล้ง&nbsp;เลขที่&nbsp;20&nbsp;ถ.ยะลาสายกลาง&nbsp;ต.สะเตง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายภาคภูมิ&nbsp;พึ่งรัศมี&nbsp;เจ้าของร้านทองไท้เซ่งล้ง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;บรรยากาศใกล้ช่วงเทศกาลฮารีรายอในปีนี้&nbsp;ลูกค้าให้ความสนใจเดินทางมาเลือกซื้อทองจำนวนมาก&nbsp;บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก&nbsp;ราคาทองปีนี้มีการปรับราคาสูงขึ้นเรื่อย&nbsp;ๆ&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ราคาทองรูปพรรณใกล้แตะราคา&nbsp;อยู่ที่บาทละ&nbsp;27,000&nbsp;บาท&nbsp;ลูกค้ามีทั้งมาเปลี่ยน&nbsp;มาซื้อ&nbsp;ถัวเฉลี่ยกันไป&nbsp;ซึ่งวันนี้ราคาทองคำตลาดโลกอยู่ที่&nbsp;ทองคำแท่ง&nbsp;96.5%&nbsp;ในประเทศ&nbsp;รับซื้ออยู่ที่บาทละ&nbsp;26,050&nbsp;บาท&nbsp;ขายออกบาทละ&nbsp;26,150&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับทองรูปพรรณ&nbsp;96.5%&nbsp;รับซื้ออยู่ที่บาทละ&nbsp;25,574.92&nbsp;บาท&nbsp;ขายออกที่ราคา&nbsp;26,650&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนมาตรการคัดกรองของร้าน&nbsp;ก่อนเข้าร้านจะมีการติดป้ายประกาศ&nbsp;ผู้ที่มีอาการไข้&nbsp;ไม่สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ห้ามเข้าร้าน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ทางร้านมีจุดเจลล้างมือ&nbsp;มีการติดตั้งกระจกกั้นระหว่างผู้ขาย&nbsp;และลูกค้าอย่างชัดเจน&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้&nbsp;ที่ร้านมีลูกค้ามาซื้อทองอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพราะว่า&nbsp;ราคาทองปรับราคาลงเยอะ&nbsp;ราคาอยู่ที่บาทละ&nbsp;24,000&nbsp;กว่า&nbsp;แต่ตอนนี้ราคาทองเกือบแตะที่ราคา&nbsp;บาทละ&nbsp;27,000&nbsp;แล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ระลอกที่&nbsp;3&nbsp;ลูกค้ามีความกังวลในเรื่องของการใช้งานเงินมาก&nbsp;แต่ด้วยราคาทองลง&nbsp;พี่น้องประชาชนไม่ได้ไปไหน&nbsp;อยู่บ้าน&nbsp;เงินเหลือบางส่วน&nbsp;ก็เลยหันมาซื้อทองกัน&nbsp;ได้ทั้งมิติความสวยงาม&nbsp;และเรื่องของการลงทุนด้วย&nbsp;สิ่งสำคัญทองยังเป็นนิยมสวมใส่&nbsp;ในช่วงเทศกาลฮารีรายอของพี่น้องชาวไทยมุสลิม</p>","9/5/2021","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509123640893"],
    [78,"โฆษกกระทรวงการคลัง เผย ภายในสัปดาห์หน้าจะนำรายละเอียดโครงการเราชนะและ ม.33 เรารักกัน เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ","<p><strong>นางสาวกุลยา&nbsp;ตันติเตมิท&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;กล่าวถึงภาพรวมภายหลังรัฐบาลมีมติในโครงการเยียวยาประชาชนช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;โควิด-19&nbsp;ระลอก&nbsp;3&nbsp;ว่า&nbsp;ทุกโครงการต้องผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;โดยในวันอังคารที่&nbsp;11&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;จะมีโครงการในระยะเร่งด่วนคือโครงการเราชนะและโครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;โดยเพิ่มวงเงินช่วยเหลือประชาชนโครงการละ&nbsp;2,000&nbsp;บาทแบ่งเป็นสัปดาห์ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ได้รับเงินภายในเดือนพฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ใช้จ่ายได้ถึงสิ้นเดือนมิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ทั้งนี้คาดว่าโครงการเราชนะผู้ที่ได้รับสิทธิ์จะได้รับวงเงินเพิ่มเติมเป็นวันที่วันที่&nbsp;20&nbsp;และ&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ส่วนผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับเงินเข้าบัตรในวันที่&nbsp;21&nbsp;และ&nbsp;28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ขณะที่ผู้ที่อยู่ในโครงการม.&nbsp;33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;จะได้รับวงเงินเพิ่มเติมเป็นวันที่&nbsp;24&nbsp;และ&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;พร้อมยืนยันว่า&nbsp;สำหรับผู้ที่อยู่ในโครงการเราชนะและม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมจะได้รับเงินเข้าไปแอปพลิเคชันเป๋าตังโดยอัตโนมัติ</p><p><br></p><p><br></p>","9/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509133902916"],
    [79,"เศรษฐกิจร้านค้าตลาดเก่ายะลา คึกคัก ชาวไทยมุสลิมเลือกซื้อเสื้อผ้า เตรียมสวมใส่ฉลองเทศกาลฮารีรายอ","<p><strong>เศรษฐกิจร้านค้าตลาดเก่ายะลา&nbsp;คึกคัก&nbsp;ชาวไทยมุสลิมเลือกซื้อเสื้อผ้า&nbsp;เตรียมสวมใส่ฉลองเทศกาลฮารีรายอ</strong></p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>ที่บริเวณย่านการค้าตลาดเก่า&nbsp;เขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;ซึ่งมีร้านจำหน่ายทั้งเสื้อผ้า&nbsp;ชุดรายอเด็ก&nbsp;ผู้ใหญ่&nbsp;ชาย-หญิง&nbsp;เสื้อโต๊บ&nbsp;ผ้าละหมาด&nbsp;ผ้าคลุมศีรษะสตรี&nbsp;ผ้าโสร่งชาย-หญิง&nbsp;ผ้าละหมาด&nbsp;หมวกกะปิเยาะ&nbsp;และอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เป็นไปอย่างอย่างคึกคัก&nbsp;ในช่วงใกล้เทศกาลวันอีฎิ้ลฟิตริ&nbsp;หรือวันฮารีรายอปอซอ&nbsp;ได้มีชาวไทยมุสลิมเดินทางออกมาเลือกซื้อผ้า&nbsp;เพื่อเตรียมไว้สวมใส่ต้อนรับวันฮารีรายอ&nbsp;กันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยราคาสินค้าในช่วงเทศกาลฮารีรายอ&nbsp;ไม่ปรับขึ้นแต่อย่างใด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;การดูแลตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;แต่ละร้านก็จะมีการตั้งป้ายให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;วางเจลไว้ให้กับลูกค้าก่อนเข้ามาเลือกซื้อเสื้อผ้า&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด&nbsp;ตามาตรการที่กำหนด&nbsp;โดยทางร้านบอกว่า&nbsp;ช่วงนี้ประชาชนออกมาจับจ่ายคึกคัก&nbsp;ใกล้เทศกาลฮารีรายอ&nbsp;ขายดีเหมือนเดิมปีละครั้ง&nbsp;โดยทางร้านก็จะนำสินค้ามาลดราคาด้วย&nbsp;เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลรายอ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สำนักจุฬาราชมนตรีได้ออกประกาศการดูดวงจันทร์&nbsp;เพื่อกำหนดวันที่&nbsp;1&nbsp;เดือนเซาวาล&nbsp;ฮิจเราะห์ศักราช&nbsp;1442&nbsp;โดยให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศดูดวงจันทร์&nbsp;ในวันอังคารที่&nbsp;11&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;เวลาหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าในวันและเวลาดังกล่าว&nbsp;หากมีผู้เห็นดวงจันทร์&nbsp;โปรดแจ้งกลับไปยังสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด&nbsp;เพื่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดจะได้ตรวจสอบและรายงานผลการดูดวงจันทร์ดังกล่าวไปยังจุฬาราชมนตรี&nbsp;เพื่อออกประกาศแจ้งให้พี่น้องมุสลิมได้ทราบโดยทั่วกันต่อไป</p><p>&nbsp;</p>","9/5/2021","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509130533899"],
    [80,"โฆษกกระทรวงการคลัง ระบุ โครงการคนละครึ่งและโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ต้องรอการพิจารณาเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง","<p><strong>นางสาวกุลยา&nbsp;ตันติเตมิท&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;กล่าวถึงโครงการคนละครึ่งและโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้&nbsp;ว่า&nbsp;&nbsp;ขณะนี้คณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;เพียงเห็นชอบในหลักการเท่านั้น&nbsp;ยังไม่มีรายละเอียดการดำเนินงานและระยะเวลาที่กำหนด&nbsp;เนื่องจากขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;หากสถานการณ์คลี่คลายประชาชนสามารถออกมาจับจ่ายใช้สอยได้ก็จะมีการกระตุ้นภาคเศรษฐกิจ&nbsp;คาดว่าภายในเดือนกรกฎาคมนี้จะมีการริเริ่มโครงการดังกล่าว&nbsp;ซึ่งโครงการคนละครึ่งจะพิจารณาให้ครอบคลุมมากขึ้นจากเดิม&nbsp;15&nbsp;ล้านคน&nbsp;เพิ่มอีก&nbsp;16&nbsp;ล้านคน&nbsp;รวมเป็น&nbsp;31&nbsp;ล้านคน&nbsp;โดยส่วนที่เพิ่มเติมต้องลงทะเบียนเข้าใช้ใหม่และรับทราบรายละเอียดอีกครั้ง&nbsp;ส่วนผู้ที่อยู่ในโครงการคนละครึ่งและมีแอปพลิเคชันเป๋าตังอยู่แล้วต้องกดยืนยันรับสิทธิ์อีกครั้งเช่นกัน&nbsp;เน้นย้ำว่า&nbsp;ผู้ที่จะได้รับสิทธิ์โครงการคนละครึ่ง&nbsp;ต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้ที่มีอายุไม่น้อยกว่า&nbsp;18&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;มีสัญชาติไทย&nbsp;และไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;โฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;</strong>ประชาชนควรติดตามโครงการเยียวยาของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีกลุ่มผู้ที่ไม่ประสงค์ดีก่อกวนสร้างข่าวปลอมจนทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด&nbsp;ดังนั้นควรติดตามช่องทางที่เป็นทางการของหน่วยงานนั้นๆ&nbsp;และอย่าหลงเชื่อกลุ่มมิจฉาชีพ</p><p><br></p><p><br></p>","9/5/2021","NULL","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509133803915"],
    [81,"ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ เผยภาวะเศรษฐกิจ ภาคเหนือไตรมาส 1 ปี 2564","<p><strong>ผู้อำนวยการอาวุโส&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานภาคเหนือ&nbsp;เผยภาวะเศรษฐกิจ&nbsp;ภาคเหนือไตรมาส&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;หดตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อน&nbsp;จากการแพร่ระบาดของ&nbsp;COVID-&nbsp;19&nbsp;ทำให้ภาคการท่องเที่ยวหดตัวมากขึ้น</strong></p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>นายธาริฑธิ์&nbsp;ปั้นเปี่ยมรัษฎ์&nbsp;ผู้อำนวยการอาวุโส&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานภาคเหนือ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ภาวะเศรษฐกิจภาคเหนือไตรมาส&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;หดตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อน&nbsp;จากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ระลอกสอง&nbsp;ทำให้ภาคการท่องเที่ยวหดตัวมากขึ้น&nbsp;ทำให้แต่ละจังหวัดมีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มงวดขึ้น&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์หมอกควันในภาคเหนือรุนแรงขึ้น&nbsp;ทำให้นักท่องเที่ยวขาดความเชื่อมั่นจึงยกเลิกการจองห้องพัก&nbsp;และการจัดประชุมสัมมนา&nbsp;อย่างไรก็ดี&nbsp;มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและเยียวยา&nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;ของภาครัฐและรายได้เกษตรกรขยายตัวตามผลผลิตที่เพิ่มขึ้น&nbsp;ส่งผลให้การอุปโภคบริโภคภาคเอกชนหดตัวน้อยลงจากไตรมาสก่อน&nbsp;ส่วนหนึ่งได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ&nbsp;ทำให้การใช้จ่ายสินค้าในชีวิตประจำวันปรับดีขึ้น&nbsp;สำหรับการผลิตในภาคอุตสาหกรรมหดตัวน้อยลง&nbsp;และการใช้จ่ายภาครัฐยังขยายตัวอยู่ในเกณฑ์ดีแม้ชะลอลงจากฐานสูงในปีก่อน&nbsp;ด้านการลงทุนภาคเอกชนชะลอลงจากการลงทุนก่อสร้างตามสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวม&nbsp;การลงทุนเพื่อการผลิตกลับมาขยายตัวเล็กน้อย&nbsp;จากการลงทุนในกลุ่มธุรกิจขนส่ง&nbsp;ทั้งสินค้าอีคอมเมิรช&nbsp;และสินค้าเกษตร&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการเสถียรภาพเศรษฐกิจภาคเหนือ&nbsp;อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบมากขึ้น&nbsp;จากราคากลุ่มอาหารสดลดลง&nbsp;ส่วนหมวดพลังงานปรับเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก&nbsp;ด้านตลาดแรงงานยังคงเปราะบาง&nbsp;จำนวนผู้ขอรับสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานในระบบประกันสังคมตามมาตรา&nbsp;38&nbsp;ยังอยู่ในเกณฑ์สูง&nbsp;และภาคการเงิน&nbsp;ณ&nbsp;เดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;ยอดสินเชื่อคงค้างขยายตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อน&nbsp;โดยสินเชื่อสถาบันการเงินเฉพาะกิจขยายตัวจากสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย&nbsp;ประกอบกับสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์กลับมาขยายตัว&nbsp;จากสินเชื่ออุปโภคบริโภคและสินเชื่อเพื่อธุรกิจหดตัวน้อยลง&nbsp;ทางด้านยอดเงินฝากคงค้างขยายตัวทั้งธนาคารพาณิชย์&nbsp;และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ&nbsp;จากความต้องการรักษาสภาพคล่องของผู้ฝาก</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","9/5/2021","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509132333904"],
    [82,"กรมการขนส่งทางบก  ยกระดับทุกมาตรการระบบการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ ครอบคลุมความปลอดภัยของผู้โดยสารและผู้ขับรถขั้นสูงสุด","<p><strong>นายจิรุตม์&nbsp;วิศาลจิตร&nbsp;อธิบดีกรมการขนส่งทางบก&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมการขนส่งทางบก&nbsp;ออกประกาศ&nbsp;มาตรการปฏิบัติเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;สำหรับผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ&nbsp;รถยนต์สาธารณะ&nbsp;รถจักรยานยนต์สาธารณะ&nbsp;สถานีขนส่งผู้โดยสาร&nbsp;พนักงานขับรถ&nbsp;ผู้บริการและผู้โดยสาร&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้โดยสารที่ต้องการใช้บริการการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท&nbsp;เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังขั้นสูงสุด&nbsp;ได้กำหนดการจัดที่นั่งของรถโดยสารประจำทางและรถโดยสารไม่ประจำทาง&nbsp;ให้นั่ง&nbsp;1&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;เว้น&nbsp;1&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;หรือให้นั่ง&nbsp;2&nbsp;ที่นั่งสำหรับผู้โดยสารที่มาด้วยกันนั่งติดกันได้&nbsp;ซึ่งต้องมีจำนวนผู้โดยสารไม่เกินร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ของจำนวนที่นั่งทั้งหมด&nbsp;หรือให้เหมาะสมตามประเภทของพาหนะ&nbsp;สำหรับการเดินรถโดยสารสาธารณะในเขตเมือง&nbsp;ขอให้ผู้ประกอบการขนส่งปรับลดการให้บริการในช่วงเวลา&nbsp;23.00&nbsp;น.-&nbsp;04.00&nbsp;น.&nbsp;หรือช่วงระยะเวลาตามประกาศจังหวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนด&nbsp;ส่วนรถโดยสารสาธารณะข้ามเขตพื้นที่จังหวัด&nbsp;ขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งพิจารณาปรับลดจำนวนเที่ยวการเดินรถในการให้บริการขนส่งผู้โดยสารระหว่างจังหวัดในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด&nbsp;และพื้นที่ควบคุมสูงสุดเท่าที่สามารถจะทำได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ให้พิจารณาจัดการเดินรถตามความจำเป็นให้เหมาะสมกับสถานการณ์&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่จังหวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแต่ละจังหวัดกำหนดอย่างเคร่งครัด</p><p><strong>อธิบดีกรมการขนส่งทางบก&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;ผู้ประกอบการขนส่งต้องประชาสัมพันธ์และแนะนำพนักงานขับรถ&nbsp;ผู้บริการ&nbsp;และผู้โดยสาร&nbsp;ลงทะเบียนเข้าใช้แพลตฟอร์ม&nbsp;SAVE&nbsp;THAI&nbsp;เพื่อใช้ประเมินความเสี่ยงของตนเอง&nbsp;และแสดงต่อเจ้าหน้าที่ก่อนการเดินทาง&nbsp;พร้อมควบคุม&nbsp;กำกับ&nbsp;ดูแล&nbsp;ผู้โดยสารให้ลงทะเบียนเช็กอิน-เช็กเอาท์&nbsp;ไทยชนะ&nbsp;หรือ&nbsp;หมอชนะ&nbsp;หรือกรอกแบบฟอร์มที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด&nbsp;และในระหว่างการเดินทางต้องมีการระบายอากาศภายในรถโดยสารปรับอากาศ&nbsp;รถตู้โดยสารปรับอากาศ&nbsp;โดยให้พนักงานขับรถพิจารณาจอดพักรถ&nbsp;และเปิดประตูหน้าต่างเพื่อระบายอากาศภายในรถขณะ&nbsp;ทำความสะอาดแฮนด์รถจักรยานยนต์และเบาะนั่งด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ&nbsp;รวมทั้งทำความสะอาดหมวกกันน็อกสำหรับผู้โดยสารทั้งด้านในและด้านนอกหรืออาจมีบริการหมวกคลุมผมแบบใช้แล้วทิ้ง&nbsp;และงดการพูดคุยขณะให้บริการ&nbsp;สำหรับผู้โดยสารที่ใช้บริการรถจักรยานยนต์สาธารณะเป็นประจำควรมีหมวกกันน็อกเป็นของตัวเอง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","9/5/2021","NULL","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509202619018"],
    [83,"ผู้ประกอบการร้านค้า ห้างสรรพสินค้า ยืนยันมีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน","<p><strong>นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมฯได้ติดตามสถานการณ์ปริมาณสินค้าและการจำหน่ายกับผู้ประกอบการห้างค้าปลีกค้าส่ง&nbsp;ร้านสะดวกซื้อและผู้ผลิต&nbsp;ในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาพบว่า&nbsp;ประชาชนจะซื้อสินค้าในร้านโชว์ห่วย&nbsp;หรือร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน&nbsp;ส่วนห้างค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่จะซื้อสินค้าในกลุ่มอาหาร&nbsp;ซอสปรุงรส&nbsp;อุปกรณ์ประกอบอาหารและของใช้ในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ&nbsp;20&nbsp;-30&nbsp;เนื่องจากลดจำนวนครั้งในการซื้อลง&nbsp;แต่เพิ่มปริมาณในการซื้อแต่ละครั้ง&nbsp;และส่วนหนึ่งได้หันไปสั่งซื้อช่องทางออนไลน์ของทางห้างและแพลตฟอร์มออนไลน์อื่นๆ&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ด้านปริมาณสินค้าห้างค้าปลีก&nbsp;ค้าส่งและร้านสะดวกซื้อ</strong>&nbsp;&nbsp;ยืนยันว่ามีการเตรียมสต็อกสินค้าไว้อย่างเพียงพอและได้จัดเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมสินค้าอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่วนการจำหน่ายหน้ากากอนามัย&nbsp;หน้ากากผ้า&nbsp;หน้ากากทางเลือกและเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ&nbsp;ยังคงมีปริมาณมากและเพียงพอ&nbsp;ซึ่งในส่วนของผู้ผลิตสินค้า&nbsp;ยืนยันว่ายังคงสามารถผลิตและจัดส่งสินค้าได้ตามปกติ&nbsp;โดยมีสัดส่วนการจำหน่ายผ่านร้านท้องถิ่นและร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นเพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งเป็นผลจากโครงการของรัฐบาลทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยและร้านค้าท้องถิ่นสามารถยังคงอยู่ได้ในสถานการณ์นี้&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;หากความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นผู้ผลิตยังคงมีสต็อกที่สามารถจัดส่งและเพิ่มกำลังผลิตได้อีก&nbsp;จึงมั่นใจว่าสินค้ามีเพียงพออย่างแน่นอน</p><p><strong>อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>ได้ขอความร่วมมือห้างค้าปลีกค้าส่งให้ตรึงราคาและต้องจำหน่ายหน้ากากอนามัยไม่เกินกว่าราคาที่กำหนด&nbsp;ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าปริมาณสินค้ามีเพียงพอไม่จำเป็นต้องกักตุนและขอให้จัดซื้อตามที่จำเป็น&nbsp;ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะได้ติดตามตรวจสอบสถานการณ์การผลิตและจำหน่ายสินค้าอย่างใกล้ชิด&nbsp;หากตรวจพบว่ามีการจำหน่ายสินค้าในราคาแพงเกินสมควรหรือมีการกักตุน&nbsp;หรือปฏิเสธการจำหน่าย&nbsp;จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;140,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับและกรณีที่ไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายจะมีโทษสูงสุดปรับไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;ประชาชนพบเห็นการกักตุนสินค้าหรือขายสินค้า</p><p>โดยไม่เป็นธรรม&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ</p><p><br></p><p><br></p>","9/5/2021","NULL","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509195558000"],
    [84,"ล็อกดาวน์เกาะล้าน ทำท่าเทียบเรือพัทยาเหงา","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;ในวงกว้างของระลอกที่&nbsp;3&nbsp;ทำให้รัฐกลับมากำหนดมาตรการควบคุมและป้องกันโรคระบาด&nbsp;โดยในส่วนชองชุมชนเกาะล้าน&nbsp;เมืองพัทยา&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ได้มีมติจากประชาชนบนเกาะให้ทำการล็อกดาวน์ปิดเกาะ&nbsp;แบบงดรับนักท่องเที่ยว&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;คือระหว่างวันที่&nbsp;5-20&nbsp;พ.ค.64&nbsp;นั้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และในวันนี้&nbsp;(10&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศบริเวณท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยา&nbsp;(แหลมบาลีฮาย)&nbsp;พบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา&nbsp;มีเพียงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการพิเศษของเมืองพัทยาคอยปฏิบัติงานบริเวณจุดคัดกรองในอาคารท่าเทียบเรือ&nbsp;บริเวณท่าเทียบเรือบริการเรือนำเที่ยวชนิดเรือเร็วหรือสปีดโบ๊ทแทบที่จะไม่มีการให้บริการ&nbsp;มีเพียงเรือเร็วนำส่งของข้ามฝั่งที่ยังคงทำงาน&nbsp;ซึ่งบริเวณสุดสะพานแหลมบาลีฮาย&nbsp;สำหรับเป็นท่าเทียบเรือโดยสารขนาดใหญ่&nbsp;ที่ให้บริการเรือโดยสารขนาด&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;ข้ามฟากพัทยา-เกาะล้าน&nbsp;(หาดตาแหวน)&nbsp;และพัทยา-ท่าหน้าบ้านเท่านั้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","10/5/2021","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510114707087"],
    [85,"ออมสินสาขาแม่สะเรียง ปล่อยสินเชื่อบรรเทาความเดือดร้อน รายละ 10,000 บาท ดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 0.35 ยื่นกู้ผ่านแอปฯ MyMo","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ธนาคารออมสินสาขาแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดเผยข้อมูลว่า&nbsp;ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;รอบ&nbsp;3&nbsp;หนึ่งในนั้นมีมาตรการด้านสินเชื่อ&nbsp;และรัฐบาลได้มอบหมายธนาคารออมสินเป็นผู้จัดทำมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันที&nbsp;ด้วยมาตรการ&nbsp;\"สินเชื่อสู้ภัย&nbsp;COVID-19\"&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดรายได้อันเนื่องมาจากมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มข้นขึ้น&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;คือ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ออมสิน&nbsp;ระบุว่า&nbsp;ผู้มีสิทธิ์ขอสินเชื่อนี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;ผู้ประกอบอาชีพอิสระ&nbsp;ผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;รวมทั้งผู้มีรายได้ประจำของหน่วยงานเอกชนที่ได้รับผลกระทบกระทบจากโควิด-19&nbsp;สัญชาติไทย&nbsp;อายุ&nbsp;20&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;ส่วนผู้ไม่มีสิทธิ์ขอสินเชื่อนี้&nbsp;คือ&nbsp;ผู้มีรายได้ประจำจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจไม่มีสิทธิ&nbsp;โดยวงเงินสินเชื่อกำหนดให้รายละไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ&nbsp;0.35&nbsp;ต่อเดือน&nbsp;ไม่ต้องมีหลักประกันการกู้&nbsp;ระยะเวลากู้ไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย&nbsp;6&nbsp;งวดแรก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้สนใจสามารถยื่นกู้ได้ทางแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;กลุ่มเป้าหมายแรกที่ยื่นกู้ได้ก่อน&nbsp;พื้นที่สีแดงเข้ม&nbsp;6&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;นนทบุรี&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;ชลบุรี&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;และเชียงใหม่&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;วันที่&nbsp;13&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ส่วนประชาชนทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบและมี&nbsp;แอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;ยื่นกู้ได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เบื้องต้นทางธนาคารมีข้อมูลอยู่ประมาณ&nbsp;9&nbsp;ล้านคน&nbsp;ส่วนประชาชนทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบแต่&nbsp;ไม่มีแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;ยื่นกู้ได้หลังวันที่&nbsp;20&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;โดยจะสิ้นสุดระยะเวลาโครงการวันที่&nbsp;31&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64&nbsp;หรือจนกว่าจะครบจำนวนวงเงินโครงการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขอแจ้งย้ำว่าธนาคารให้บริการทางการเงินรูปแบบดิจิทัลทางแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;เท่านั้น&nbsp;จึงขอแจ้งเตือนโปรดระมัดระวังอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่แอบอ้างชื่อและโลโก้ธนาคารออมสินติดต่อประชาชนด้วยช่องทางอื่น&nbsp;เช่น&nbsp;LINE&nbsp;หรือแอปพลิเคชันที่ไม่ใช่&nbsp;MyMo&nbsp;โปรดใช้ความระมัดระวังพิจารณาตรวจสอบจากธนาคารออมสินก่อนทุกครั้ง&nbsp;โดยสามารถติดต่อธนาคารที่&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;โทร.1115&nbsp;หรือธนาคารออมสินสาขาแม่สะเรียง&nbsp;08-7808-2011</p>","10/5/2021","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510115229091"],
    [86,"สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่าน ตรวจติดตามการจำหน่ายสินค้าจำเป็น ช่วงสถานการณ์โควิด-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่าน&nbsp;ได้ติดตามการจำหน่ายสินค้าช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อตรวจสอบคุณภาพจำนวนเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน&nbsp;ร่วมถึงป้องกันไม่ให้จำหน่ายสินค้าเกินราคา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วานนี้&nbsp;(9&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นางสุเกวรินทร์&nbsp;เหล็กนาพญา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดน่าน&nbsp;ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่าน&nbsp;ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้า&nbsp;อาทิ&nbsp;หน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ&nbsp;และปุ๋ยเคมีภัณฑ์ฯ&nbsp;ที่จำหน่ายในเขตอำเภอเมืองน่านและอำเภอบ้านหลวง&nbsp;สำหรับสินค้าที่สำรวจมีดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;และเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน&nbsp;สถานการณ์การซื้อขายอยู่ในภาวะปกติ&nbsp;สินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาชัดเจนและจำหน่ายในราคาไม่เกินที่กฎหมายกำหนด&nbsp;หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่ผลิตในประเทศ&nbsp;ขนาดบรรจุกล่องละ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;จำหน่ายราคากล่องละ&nbsp;99&nbsp;-&nbsp;125&nbsp;บาท&nbsp;(เฉลี่ยราคาชิ้นละ&nbsp;1.98-2.50&nbsp;บาท)&nbsp;หน้ากากอนามัยที่ไม่ได้ผลิตในประเทศไทย&nbsp;ขนาดบรรจุกล่องละ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;จำหน่ายราคากล่องละ&nbsp;35&nbsp;-&nbsp;50&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ&nbsp;มีวางจำหน่ายและเพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;โดยขนาดบรรจุ&nbsp;40&nbsp;-&nbsp;5,000&nbsp;มิลลิลิตร&nbsp;ราคาจำหน่ายชิ้นละ&nbsp;37&nbsp;-&nbsp;950&nbsp;บาท&nbsp;ตามปริมาณและคุณภาพของสินค้า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;อุปกรณ์ป้องกันโรคติดต่อ&nbsp;(ถุงมือยาง)&nbsp;มีวางจำหน่ายและเพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;ขนาดบรรจุกล่องละ&nbsp;100&nbsp;ชิ้น&nbsp;จำหน่ายราคากล่องละ&nbsp;250&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;สินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพในพื้นที่อำเภอบ้านหลวง&nbsp;สินค้ามีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า&nbsp;ทางร้านค้ามีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายถูกต้อง&nbsp;เช่น&nbsp;ไข่ไก่เบอร์&nbsp;0&nbsp;ราคาแผงละ&nbsp;125&nbsp;บาท&nbsp;น้ำมันพืช&nbsp;น้ำมันรำข้าว&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคาขวดละ&nbsp;69&nbsp;บาท&nbsp;น้ำมันพืชโอลีน&nbsp;500&nbsp;มล.&nbsp;ราคาขวดละ&nbsp;30&nbsp;บาท&nbsp;น้ำมันพืชกุ๊ก&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคาขวดละ&nbsp;66&nbsp;บาท&nbsp;น้ำตาลทรายขาว/ทรายแดง&nbsp;ตรามิตรผล</p><p>1&nbsp;กก.&nbsp;ราคาถุงละ&nbsp;26&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","10/5/2021","ภาคเหนือ","น่าน","สวท.น่าน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510125931123"],
    [87,"ธนาคารออมสิน พร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19 ระลอกใหม่ ปล่อยสินเชื่อบรรเทาความเดือดร้อนรายละ 10,000 บาท ","<p><strong>นายวิทัย&nbsp;รัตนากร&nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;รอบ&nbsp;3&nbsp;โดยรัฐบาลได้มอบหมายธนาคารออมสินเป็นผู้จัดทำมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันที&nbsp;ด้วยมาตรการ&nbsp;\"สินเชื่อสู้ภัย&nbsp;COVID-19\"&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดรายได้อันเนื่องมาจากมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มข้นขึ้น&nbsp;โดยผู้มีสิทธิ์ขอสินเชื่อนี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;ผู้ประกอบอาชีพอิสระ&nbsp;ผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;รวมทั้งผู้มีรายได้ประจำของหน่วยงานเอกชนที่ได้รับผลกระทบกระทบจากโรคโควิด-19&nbsp;(ไม่รวมผู้มีรายได้ประจำจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ)&nbsp;มีสัญชาติไทย&nbsp;อายุ&nbsp;20&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;สำหรับวงเงินสินเชื่อกำหนดให้รายละไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ&nbsp;0.35&nbsp;ต่อเดือน&nbsp;ไม่ต้องมีหลักประกันการกู้&nbsp;ระยะเวลากู้ไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย&nbsp;6&nbsp;งวดแรก</p><p><strong>สำหรับระยะแรกของโครงการ</strong>&nbsp;เพื่อเป็นการควบคุมและป้องกันปัญหาการแพร่ระบาด&nbsp;จึงเริ่มให้บริการแก่ลูกค้าธนาคารที่เปิดใช้แอป&nbsp;MyMo&nbsp;อยู่แล้วก่อนวันที่&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งมีจำนวนมากกว่า&nbsp;9&nbsp;ล้านคน&nbsp;โดยเริ่มจากลูกค้าที่ได้รับผลกระทบที่อยู่ในพื้นที่สีแดงเข้ม&nbsp;6&nbsp;จังหวัด&nbsp;สามารถยื่นกู้ได้ทางแอป&nbsp;MyMo&nbsp;ในวันที่&nbsp;13&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;หลังจากนั้นในระยะต่อไปจึงขยายให้บริการลูกค้าในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งจะเริ่มในวันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ตามด้วยลูกค้ากลุ่มอื่นที่ไม่มีแอป&nbsp;MyMo&nbsp;กำหนดสิ้นสุดระยะเวลาโครงการวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;หรือจนกว่าจะครบจำนวนวงเงินโครงการ</p><p><strong>ขอย้ำว่าธนาคารให้บริการทางการเงินรูปแบบดิจิทัลทางแอป&nbsp;MyMo&nbsp;เท่านั้น</strong>&nbsp;ขอแจ้งเตือนโปรดระมัดระวังอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่แอบอ้างชื่อและโลโก้ธนาคารออมสินติดต่อประชาชนด้วยช่องทางอื่น</p><p><br></p><p><br></p>","10/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510135226158"],
    [88,"ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สนับสนุนงบประมาณ 2 ล้านบาท ให้แก่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จัดสร้างหอผู้ป่วยไอซียูความดันลบแบบห้องแยก ","<p><strong>นายยุทธนา&nbsp;หยิมการุณ</strong>&nbsp;ประธานกรรมการ&nbsp;ธนาคารอาคารสงเคราะห์&nbsp;(ธอส.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่ในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;ที่มีการระบาดขยายเป็นวงกว้าง&nbsp;ทำให้พบจำนวนผู้ติดเชื้อ&nbsp;รวมทั้งผู้ป่วยวิกฤตที่มีอาการรุนแรงมากขึ้น&nbsp;ซึ่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;อ.คลองหลวง&nbsp;จ.ปทุมธานี&nbsp;นับเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลหลักที่รับส่งต่อ&nbsp;ตลอดจนดูแลและให้การรักษาผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19&nbsp;มาโดยตลอด&nbsp;ด้วยการจัดตั้งหอผู้ป่วย&nbsp;Cohort&nbsp;หอผู้ป่วยเฝ้าระวัง&nbsp;หอผู้ป่วยความดันลบ&nbsp;รวมถึงโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อเป็นการสนับสนุนการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ได้อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;และเพียงพอต่อการรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ธอส.&nbsp;จึงร่วมสนับสนุนงบประมาณสู้ภัยโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;2,000,000&nbsp;บาท&nbsp;มอบให้แก่&nbsp;โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติสำหรับจัดสร้างหอผู้ป่วยไอซียูความดันลบแบบห้องแยกที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยวิกฤตที่มีอาการรุนแรง&nbsp;ถือเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนช่วยเหลือสังคมไทย</p><p><br></p><p><br></p>","10/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510212502254"],
    [89,"การท่าเรือแห่งประเทศไทย เปิดโกดังสเตเดียม ตั้งจุดบริการฉีดวัคซีน จุดที่ 3 ให้ชุมชนคลองเตย ได้รับวัคซีนครบทั้ง 2 เข็ม","<p><strong>นายอธิรัฐ</strong>&nbsp;<strong>รัตนเศรษฐ</strong>&nbsp;<strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;<strong>เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;หลังได้รับการประสานงานจากกรุงเทพมหานครร&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(10&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;)การท่าเรือแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;กทท.&nbsp;ได้ทำการเปิดพื้นที่โกดังสเตเดียม&nbsp;เป็นจุดบริการประชาชนในการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด&nbsp;-19&nbsp;จุดที่&nbsp;3&nbsp;ของพื้นที่คลองเตย&nbsp;โดยเริ่มดำเนินการฉีดตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันจันทร์ที่&nbsp;10&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;24&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเข็มที่&nbsp;1&nbsp;และตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;-10&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564</strong>&nbsp;สำหรับเข็มที่&nbsp;2&nbsp;ซึ่งในแต่ละวันจะเริ่มแจกบัตรคิวในช่วงเวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;-16.30&nbsp;น.&nbsp;และตั้งเป้าจะฉีดให้ได้วันละ&nbsp;1,200&nbsp;ถึง&nbsp;1,500&nbsp;คน&nbsp;รวมทั้งหมดประมาณ&nbsp;85,000&nbsp;คน&nbsp;โดยมุ่งเน้นที่กลุ่มเป้าหมายในชุมชนเขตคลองเตยและเฉลี่ยตามจำนวนประชากรของแต่ละชุมชนที่มีความเสี่ยง</p><p><strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;</strong>ยังได้สั่งการให้การท่าเรือฯ&nbsp;อำนวยความสะดวกในการใช้พื้นที่ดังกล่าวโดยให้บูรณาการกับ&nbsp;กทม.&nbsp;สำนักงานเขตคลองเตย&nbsp;&nbsp;สำนักอนามัย&nbsp;ศูนย์สาธารสุข&nbsp;41&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมวางแผนการบริหารจัดการ&nbsp;เช่น&nbsp;กำหนดทางเข้า-ออก&nbsp;จุดพักคอย&nbsp;การดำเนินการจัดทีมแพทย์&nbsp;พยาบาล&nbsp;&nbsp;และการจัดเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน&nbsp;รวมทั้งให้การท่าเรือฯ&nbsp;สนับสนุนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์&nbsp;ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง&nbsp;การบริหารบัตรคิว&nbsp;การกำหนดช่วงเวลาในการเข้ารับบริการ&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกและลดความแออัดในการเข้ารับบริการของประชาชน</p><p><br></p><p><br></p>","10/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510211311249"],
    [90,"การประปาส่วนภูมิภาค ลดค่าน้ำประปาร้อยละ 10 บ้านที่อยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก  2 เดือน โดยไม่ต้องลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ","<p><strong>นายสมบูรณ์&nbsp;สุนันทพงศ์ศักดิ์&nbsp;ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;(กปภ.)&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรีเพื่อลดผลกระทบประชาชนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;โดยการประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;ลดค่าน้ำประปาร้อยละ&nbsp;10&nbsp;สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก&nbsp;(ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ)&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;สำหรับยอดการใช้น้ำประปาประจำเดือนพฤษภาคม&nbsp;-&nbsp;มิถุนายนนี้&nbsp;(ใบแจ้งค่าน้ำประปาที่ออกในเดือนมิถุนายน&nbsp;&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564)&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;การประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;</strong>ยังได้สนับสนุนน้ำดื่มบรรจุขวดของ&nbsp;กปภ.&nbsp;กว่า&nbsp;80,000&nbsp;ขวด&nbsp;มอบให้กับโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศประมาณ&nbsp;50&nbsp;จังหวัด&nbsp;และยังติดตั้งระบบน้ำประปาให้กับโรงพยาบาลสนามและตรวจสอบคุณภาพน้ำให้ด้วย&nbsp;พร้อมให้ความมั่นใจน้ำประปาปลอดภัยตามมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกำหนด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมเพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดโควิด-19</strong>&nbsp;ขอแนะนำให้ลูกค้าใช้บริการผ่านระบบออนไลน์ของ&nbsp;กปภ.&nbsp;ซึ่งสามารถใช้งานได้สะดวกสบายทุกที่ทุกเวลาตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และทำธุรกรรมได้หลากหลาย&nbsp;เช่น&nbsp;ตรวจสอบและชำระค่าน้ำประปา&nbsp;ขอติดตั้งประปาใหม่&nbsp;และลงทะเบียนขอคืนเงินประกันการใช้น้ำ&nbsp;รวมถึงแจ้งท่อแตกรั่วและแจ้งปัญหาการใช้บริการ&nbsp;ผ่าน&nbsp;3&nbsp;ช่องทางได้แก่&nbsp;เว็บไซต์ของ&nbsp;กปภ.&nbsp;www.pwa.co.th&nbsp;,&nbsp;แอปพลิเคชัน&nbsp;PWA1662&nbsp;และLine&nbsp;Official&nbsp;Account&nbsp;@PWAThailand&nbsp;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;PWA&nbsp;Contact&nbsp;Center&nbsp;โทร.&nbsp;1662&nbsp;ให้บริการตั้งแต่เวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;-&nbsp;23.00&nbsp;น.&nbsp;ทุกวัน</p><p><br></p><p><br></p>","11/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511085458283"],
    [91,"กระทรวงการคลังเสนอครม.เพิ่มเงินโครงการเราชนะ2,000บาทและเสนอแผนฟื้นฟูกิจการการบินไทยกลับเป็นรัฐวิสาหกิจ","<p><strong>กระทรวงการคลัง</strong>&nbsp;จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;พิจารณามาตรการบรรเทาผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่เดือนเมษายน&nbsp;โดยการเพิ่มเงินคนละ&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการเราชนะ&nbsp;ซึ่งหากอนุมัติจะเติมเงินผู้เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่เดือนวันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;ซึ่งแบ่งจ่ายเป็น&nbsp;2&nbsp;งวดๆ&nbsp;ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงการคลัง&nbsp;</strong>จะเสนอแผนฟื้นฟูกิจการการบินไทยให้&nbsp;ครม.พิจารณาเห็นชอบให้การบินไทยกลับเป็นรัฐวิสาหกิจอีกครั้ง&nbsp;เนื่องจากการฟื้นฟูกิจการที่ต้องเพิ่มทุนและยืดหนี้บางส่วนออกไป&nbsp;เจ้าหนี้บางส่วนไม่เชื่อมั่นว่าการบินไทยจะชำระหนี้ได้เพราะธุรกิจการบินไม่แน่นอนสูง&nbsp;แต่หากมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจจะทำให้การบินไทยเดินหน้าแผนฟื้นฟูกิจการได้&nbsp;ดังนั้นต้องหาข้อยุติก่อนนัดประชุมเจ้าหนี้ทั้งหมดในวันที่&nbsp;12&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;เพื่อให้กระทรวงการคลังสามารถค้ำประกันเงินกู้หรือเพิ่มทุนได้ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","11/5/2021","NULL","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511084730278"],
    [92,"สสว. ร่วมกับ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลุ่มส่งออก หาแนวทางเติมสภาพคล่องและยกระดับมาตรฐานเพื่อขยายตลาด","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">?นายวีระพงศ์&nbsp;มาลัย</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;หรือ&nbsp;สสว.&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สสว.ประชุมหารือร่วมกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลุ่มธุรกิจด้านการส่งออก&nbsp;เกี่ยวกับแนวทางที่จะช่วยแบ่งเบาภาระต้นทุนและช่วยเพิ่มสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ&nbsp;ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;ที่ส่งผลกระทบซ้ำเติมผู้ประกอบการส่งออก&nbsp;จากการหารือดังกล่าว&nbsp;พบว่า&nbsp;ปัญหาสำคัญที่ผู้ประกอบการประสบในเวลานี้คือ&nbsp;ภาระต้นทุนที่สูงและการขาดสภาพคล่อง&nbsp;แต่มีหนทางหนึ่งที่สามารถดำเนินการบรรเทาปัญหาได้ทันทีโดยไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐคือ&nbsp;การพิจารณาคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม&nbsp;หรือ&nbsp;VAT&nbsp;ให้กับผู้ประกอบการส่งออกที่ได้มีการยื่นเรื่องขอคืนภาษีไว้ให้รวดเร็วขึ้น&nbsp;โดยที่ผ่านมาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องประสบปัญหาการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ข้อมูลของ&nbsp;สสว.&nbsp;ในรอบปี&nbsp;2563&nbsp;มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้านการส่งออก&nbsp;22,285&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;(Micro)&nbsp;3,460&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ประกอบการขนาดย่อมจำนวน&nbsp;(Small)&nbsp;11,516&nbsp;ราย&nbsp;และผู้ประกอบการขนาดกลาง&nbsp;(Medium)&nbsp;จำนวน&nbsp;7,309&nbsp;ราย&nbsp;สร้างมูลค่าการส่งออกรวม&nbsp;839,750&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งหดตัวลงในอัตราร้อยละ&nbsp;17.08&nbsp;เมื่อเทียบกับปี&nbsp;2562&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ผลจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ซบเซาและการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ที่มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นอกจากนี้&nbsp;ทางออกสำคัญที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลุ่มส่งออ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ก&nbsp;เสนอขอให้ภาครัฐให้ความช่วยเหลือเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยากลำบากคือ&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;ปรับหลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไขในการสมัครเป็นผู้ประกอบการส่งออกขึ้นทะเบียน&nbsp;และผู้ประกอบการส่งออกที่ดี&nbsp;ให้ยืดหยุ่นและเหมาะสมกับธุรกิจขนาดเล็ก&nbsp;เพื่อเพิ่มโอกาสในการขอคืนภาษีได้เร็วขึ้น&nbsp;เนื่องจากผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าว&nbsp;จะได้รับสิทธิประโยชน์ในมาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม&nbsp;(VAT)&nbsp;ได้ภายใน&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;แต่เพราะเงื่อนไขในการได้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าว&nbsp;ยังเป็นข้อจำกัดสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็ก&nbsp;เช่น&nbsp;ต้องมีทุนจดทะเบียนตั้งแต่&nbsp;10&nbsp;ล้านบาทขึ้นไป&nbsp;ผลประกอบการจะต้องไม่ขาดทุนติดต่อกันเกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ต้องมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ดังนั้น&nbsp;หากผ่อนปรนเงื่อนไข&nbsp;หลักเกณฑ์ดังกล่าว&nbsp;จะช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กสามารถพัฒนาตัวเองให้เข้าเงื่อนไขได้ไม่ยาก</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">?</span><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">อย่างไรก็ตาม&nbsp;สสว.&nbsp;เห็นว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;การที่ผู้ประกอบการได้รับเงินภาษี&nbsp;VAT&nbsp;คืนล่าช้าเกินกว่า&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;ตามระยะเวลาปกติ&nbsp;อาจจะมีผลมาจากการขาดความรู้&nbsp;ความเข้าใจในการจัดเตรียมเอกสาร&nbsp;รวมถึงวิธีปฏิบัติเพื่อให้สามารถได้รับเงินคืนภาษีได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด&nbsp;จึงได้เตรียมนำข้อเรียกร้องดังกล่าวของผู้ประกอบการ&nbsp;SME&nbsp;กลุ่มส่งออก&nbsp;เสนอกระทรวงการคลังเพื่อร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาอุปสรรค&nbsp;การพัฒนาองค์ความรู้ภาษีมูลค่าเพิ่ม&nbsp;รวมถึงแนวปฏิบัติให้กับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมการ&nbsp;และพัฒนาผู้ประกอบการ&nbsp;ให้เป็นผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ในมาตรการคืนภาษีดังกล่าวอีกด้วย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","11/5/2021","NULL","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511131159429"],
    [93,"บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด มอบประกันภัยแพ้วัคซีนโควิด-19 ให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ์ 2 โครงการ","<p><strong>นายนาฬิกอติภัค&nbsp;แสงสนิท&nbsp;</strong>กรรมการผู้จัดการ&nbsp;บริษัท&nbsp;ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์&nbsp;จำกัด&nbsp;(ธพส.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ระลอก&nbsp;3&nbsp;ธพส.&nbsp;จึงมีความห่วงใยผู้ที่จองสิทธิ์ในโครงการที่พักอาศัยผู้สูงอายุรามาฯ-ธนารักษ์&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;และโครงการบูรณาการสวัสดิการที่พักอาศัยกับสถานที่ทำงานและศูนย์บริการสำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญ&nbsp;ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลได้สนับสนุนให้ประชาชนทุกคนได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส&nbsp;ช่วยป้องกันการติดเชื้อ&nbsp;และสามารถลดความรุนแรงของโรคได้&nbsp;แต่ผู้ได้รับวัคซีนบางรายอาจแพ้หรือมีอาการข้างเคียงเกิดขึ้น&nbsp;ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนและสร้างความมั่นใจในการฉีดวัคซีน&nbsp;ธพส.&nbsp;จึงมอบแผนความคุ้มครองประกันภัยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ประเภทการแพ้และได้รับผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ์ทั้ง&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การเจ็บป่วยด้วยภาวะโคม่า&nbsp;กรณีได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;จำนวนเงินเอาประกัน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;/ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในหรือผู้ป่วยนอก&nbsp;กรณีได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีน&nbsp;(แบบจ่ายตามจริง)&nbsp;จำนวนเงินเอาประกัน&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ต่อปี&nbsp;และเงินชดเชยรายวันจากการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในกรณีได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีน&nbsp;จำนวนเงินเอาประกัน&nbsp;200&nbsp;บาท/วัน&nbsp;(สูงสุด&nbsp;15&nbsp;วันต่อปี)&nbsp;ทั้งนี้เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทประกันภัยกำหนด</p><p><br></p><p><br></p>","11/5/2021","NULL","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511133134448"],
    [94,"สนค.เปิดเผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเมษายน ปรับตัวลดลงอีกครั้งตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19","<p><strong>นายภูสิต&nbsp;รัตนกุล&nbsp;เสรีเริงฤทธิ์</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมในเดือนเมษายนที่ผ่านมาปรับตัวลดลงอีกครั้งมาอยู่ที่ระดับ&nbsp;43.5&nbsp;เทียบกับระดับ&nbsp;47.5&nbsp;ในเดือนก่อนหน้า&nbsp;เป็นการปรับตัวลดลงทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันและในอนาคต&nbsp;ในทุกภาคและทุกอาชีพ&nbsp;เป็นผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;แต่การลดลงของความเชื่อมั่นในครั้งนี้&nbsp;ยังอยู่ในระดับที่ดีกว่าการลดลงในช่วงของการระบาดของโควิด-19&nbsp;ช่วงที่ผ่านมา&nbsp;เนื่องจากประชาชนมีความหวังเรื่องวัคซีนซึ่งน่าจะทะยอยดำเนินการได้ต่อเนื่อง&nbsp;และสัญญานการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากเครื่องชี้วัดต่างๆ&nbsp;ก่อนหน้านี้&nbsp;รวมทั้งมาตรการต่างๆ&nbsp;ของรัฐที่ออกมาอย่างต่อเนื่องน่าจะช่วยให้ประชาชนบางส่วนยังเชื่อมั่น</p><p><strong>โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบัน</strong>&nbsp;ปรับตัวลดลงจากระดับ&nbsp;40.2&nbsp;มาอยู่ที่ระดับ&nbsp;36.4&nbsp;&nbsp;และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต&nbsp;พบว่า&nbsp;ปรับลดลงจากระดับ&nbsp;52.3&nbsp;มาอยู่ที่ระดับ&nbsp;48.2&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้หากจำแนกรายภูมิภาค&nbsp;จะพบว่าลดลงในทุกภูมิภาค&nbsp;โดยเฉพาะกรุงเทพฯ&nbsp;และปริมณฑล&nbsp;&nbsp;จากระดับ&nbsp;47.5&nbsp;มาอยู่ที่ระดับ&nbsp;41.5&nbsp;และภาคเหนือ&nbsp;ปรับตัวลดลงจากระดับ&nbsp;45.8&nbsp;มาอยู่ที่ระดับ&nbsp;&nbsp;43.5&nbsp;เช่นเดียวกับรายอาชีพ&nbsp;ที่ลดลงทุกกลุ่มอาชีพ&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มไม่ได้ทำงาน&nbsp;ปรับลดลงจากระดับ&nbsp;42.9&nbsp;มาอยู่ที่ระดับ&nbsp;37.2&nbsp;กลุ่มรับจ้างอิสระ&nbsp;ปรับลดลงจากระดับ&nbsp;45.1&nbsp;มาอยู่ที่ระดับ&nbsp;41.0&nbsp;&nbsp;เนื่องจากทั้งสองกลุ่มได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;มากที่สุด&nbsp;และมีความไม่มั่นคงในการดำรงชีพ&nbsp;ส่วนกลุ่มพนักงานของรัฐ&nbsp;ปรับลดลงจากระดับ&nbsp;52.5&nbsp;มาอยู่ที่ระดับ&nbsp;49.6&nbsp;เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดและยังคงมีความเชื่อมั่นสูงกว่าทุกกลุ่ม</p><p><br></p><p><br></p>","11/5/2021","NULL","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511133044447"],
    [95,"สุพรรณบุรี SP-Net เปิดเวทีเสวนา \"หลังโควิด-19 ระลอกสาม ชุมชนท่องเที่ยวจะอยู่รอดได้อย่างไร\"","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อาจารย์กิติ&nbsp;จารุอารยนันท์&nbsp;ประธานสถาบันพัฒนาธุรกิจภูมิภาค&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สถาบันพัฒนาธุรกิจภูมิภาค&nbsp;โดย&nbsp;มูลนิธิองค์กรเครือข่ายบริการธุรกิจภูมิภาค&nbsp;ได้ออกแบบ&nbsp;และจัดทำรายการสื่อออนไลน์เพื่อชุมชนขึ้น&nbsp;ทุกวันศุกร์&nbsp;เวลา&nbsp;18.30&nbsp;-&nbsp;20.00&nbsp;น.&nbsp;เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้รับรู้ข่าวสาร&nbsp;และแนวทางในการรับมือ&nbsp;แก้ปัญหา&nbsp;เพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข&nbsp;และยั่งยืน&nbsp;โดยในวันที่&nbsp;14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ประเด็น&nbsp;\"หลังโควิด-19&nbsp;ระลอกสาม&nbsp;ชุมชนท่องเที่ยวจะอยู่รอดได้อย่างไร\"&nbsp;&nbsp;ในหัวข้อสนทนา&nbsp;-&nbsp;รับฟังปัญหาโควิด-19&nbsp;จากผู้นำชุมชน&nbsp;ที่ส่งกระทบต่อชุมชนที่เป็นเจ้าของแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ที่ทำมาเลี้ยงชีพในพื้นที่&nbsp;&nbsp;นักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงทั้งจำนวน&nbsp;และลักษณะกลุ่มสนใจ&nbsp;-&nbsp;เปิดมุมมองล้อมรั้วกำหนดขอบเขตปัญหาของตน&nbsp;ที่จำเป็นต้องแก้ไข&nbsp;และสิ่งที่ต้องทำอะไรบางอย่าง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">-&nbsp;แชร์การเรียนรู้ประสบการณ์ภาวะวิกฤติการท่องเที่ยวครั้งก่อน&nbsp;ๆ&nbsp;เป็นบทเรียนแบ่งปัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">-&nbsp;นานาทัศนะที่มีความยืดหยุ่นได้ตามสถานการณ์&nbsp;หาทางรอดในการฟื้นฟูชุมชนท่องเที่ยว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">โดยมีผู้ร่วมสนทนาประกอบด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอนุศักดิ์&nbsp;คงมาลัย&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;กัณหรัตนชัย&nbsp;:&nbsp;ที่ปรึกษาสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คุณระเบียบ&nbsp;เรือนทองดี&nbsp;:&nbsp;ประธานชุมชนเรือนไทยบางแม่หม้ายโฮมสเตย์&nbsp;อำเภอบางปลาม้า</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คุณอธิชา&nbsp;สนสารี&nbsp;:&nbsp;ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิง?อนุรักษ์?บ้านวังโหรา&nbsp;อำเภอด่านช้าง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถรับชมรายการสด&nbsp;และร่วมแสดงความคิดเห็น&nbsp;ระหว่างรายการ&nbsp;ได้ทาง&nbsp;Facebook&nbsp;มูลนิธิเอสพีเน็ต&nbsp;:</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><a&nbsp;href=\"https://www.facebook.com/SP.Net.Foundation/live/\"&nbsp;target=\"_blank\">https://www.facebook.com/SP.Net.Foundation/live/</a></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><a&nbsp;href=\"https://www.facebook.com/SP.Net.Foundation/posts/4614030428610330\"&nbsp;target=\"_blank\">https://www.facebook.com/SP.Net.Foundation/posts/4614030428610330</a></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","11/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511154811534"],
    [96,"วิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหารทะเลตะเสะ จังหวัดตรัง ผลิตกุ้งแห้ง โดยใช้กุ้งจากประมงพื้นบ้านในท้องถิ่นมาแปรรูป สามารถสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนเป็นอย่างดี","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอหาดสำราญ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;&nbsp;วันนี้(&nbsp;11&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอหาดสำราญ&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนวิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหารทะเลตะเสะ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลตะเสะ&nbsp;อำเภอหาดสำราญ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;สำหรับวิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหารทะเลตะเสะ&nbsp;มีกิจกรรมผลิตกุ้งแห้ง&nbsp;โดยใช้กุ้งจากประมงพื้นบ้านในท้องถิ่นมาแปรรูป&nbsp;สามารถสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนได้เป็นอย่างดี&nbsp;โดยมีราคาจำหน่ายกิโลกรัมละ&nbsp;550&nbsp;บาท&nbsp;สนใจสั่งซื้อติดต่อ&nbsp;คุณวีระศักดิ์&nbsp;เจริญภักดิ์&nbsp;065-7706978</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;วิสาหกิจชุมชนเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในการผลิตสินค้าและบริการ&nbsp;ที่เกิดจากการร่วมกันคิด&nbsp;ร่วมกันทำของคนในชุมชนบนพื้นฐานของความรู้&nbsp;ทุน&nbsp;ทรัพยากร&nbsp;ประสบการณ์&nbsp;ตลอดจนศักยภาพของชุมชนโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้และให้ชุมชนพึ่งตนเองได้มากกว่าการมุ่งหาผลกำไรสูงสุด&nbsp;ดังนั้น&nbsp;การพัฒนาวิสาหกิจชุมชนเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งและก้าวหน้านั้น&nbsp;จำเป็นจะต้องมีแผนพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ที่มีกระบวนการขั้นตอนการดำเนินงานที่ชัดเจน&nbsp;สามารถตอบสนองหรือแก้ไขปัญหาที่วิสาหกิจชุมชนต้องการพัฒนาให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่องและมีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","11/5/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511160942556"],
    [97,"ปูโล๊ะลือแมหรือข้าวหลามบาซูก้า อีกหนึ่งอาหารอัตลักษณ์ของชาวมุสลิมในอำเภอเบตง หนึ่งเดียวไม่เหมือนใคร ต้อนรับเทศกาลวันฮารีรายอ อีดิลฟิตรีที่ใกล้จะมาถึง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(11&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ช่วงใกล้ถึงวันฮารีรายออีดิลฟิตรี&nbsp;หรือรายอปอซอ&nbsp;แต่ละบ้านก็จะจัดเตรียมอาหารมากมายกันอีกครั้ง&nbsp;เพื่อไว้ต้อนรับแขก&nbsp;หรือผู้มาเยือน&nbsp;ทั้งญาติมิตร&nbsp;และเพื่อนสหาย&nbsp;ขนมหลากหลายชนิด&nbsp;ซึ่งแต่ละบ้านจะเลือกทำเพื่อรับแขกเป็นธรรมเนียมก่อนวันฮารีรายอ&nbsp;อีดิ้ลฟิตรินั้น&nbsp;ทุกครัวเรือนของชาวมุสลิม&nbsp;ทั่วโลกจะมีการปรุง&nbsp;หรือเตรียมอาหารทั้งคาว&nbsp;หวาน&nbsp;ขนม&nbsp;นมเนย&nbsp;เพื่อไว้รับรองแขกที่จะมาเยือนในวันฮารีรายอ&nbsp;เพราะถือเป็นประเพณีที่ปฏิบัติโดยทั่วไป&nbsp;และถือเป็นหลักปฏิบัติทางศาสนาอิสลามด้วย&nbsp;ซึ่งอาหารหลักแต่ละท้องถิ่นนั้น&nbsp;จะแตกต่างกันไป&nbsp;ตามแต่วัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;อย่างเช่น&nbsp;ในจังหวัดปัตตานีและใกล้เคียง&nbsp;ส่วนใหญ่จะทำขนม&nbsp;\"ตุป๊ะ\"&nbsp;หรือ&nbsp;\"ต้ม\"&nbsp;ขนมที่ใช้ใบกระพ้อห่อข้าวเหนียวเป็นรูปสามเหลี่ยมแล้วนำไปต้มหรือนึ่ง&nbsp;ไว้ทานกับแกงมัสมั่น&nbsp;เนื้อ&nbsp;ไก่&nbsp;แล้วแต่รสนิยม&nbsp;แต่สำหรับชาวอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลานั้น&nbsp;แตกต่างจากที่อื่นๆ&nbsp;อาจเพราะภูมิประเทศ&nbsp;ทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;รวมไปถึงความห่างไกลจากพื้นที่อื่นๆ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ชาวไทยมุสลิมในอำเภอเบตง&nbsp;จึงมีเมนูที่เป็นแบบฉบับเฉพาะของตนเอง&nbsp;คือ&nbsp;\"ปูโล๊ะลือแม\"&nbsp;ตามภาษาถิ่น&nbsp;หรือ&nbsp;\"ข้าวหลามไผ่ตง\"&nbsp;\"ข้าวหลาม&nbsp;\"บาซูก้า\"&nbsp;ที่วัยรุ่นเขาเรียกกัน&nbsp;การจะหุงหรือย่างข้าวเหนียวในกระบอกไผ่ตง&nbsp;ที่ยาวกว่า&nbsp;70&nbsp;-&nbsp;80&nbsp;เซ็นติเมตร&nbsp;ภายในกระบอกเดียว&nbsp;ทานได้ทั้งครอบครัว&nbsp;จึงไม่ใช่เรื่องปกติหากไม่ใช่คนเบตง&nbsp;สำหรับวิธีทำ&nbsp;\"ปูโล๊ะลือแม\"&nbsp;นั้น&nbsp;ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายๆอย่าง&nbsp;อาจมีหลายกลเม็ด&nbsp;เคล็ดลับ&nbsp;แต่ที่เป็นหลักวิธีเหมือนๆกัน&nbsp;พอจะสรุปเป็นกระบวนการและขั้นตอนได้ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขั้นตอนที่&nbsp;1.&nbsp;จะต้องคัดเลือกไม้ไผ่พันธุ์สมาเลียนที่อยู่ในป่า&nbsp;ขนาดช่วงยาวพอเหมาะ&nbsp;ไม่อ่อนหรือแก่เกินไป&nbsp;เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ&nbsp;5&nbsp;ซม.&nbsp;ตัดให้ค่อมระหว่างข้อ&nbsp;เพื่อเป็นก้นบ้องแบบข้าวหลามทั่วไปประมาณ&nbsp;5-9&nbsp;ซม.&nbsp;แต่วัดตลอดบ้องให้ยาวประมาณ&nbsp;70-80&nbsp;ซม.โดยใช้เลื่อย&nbsp;เพื่อไม่ให้แตก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขั้นตอนที่&nbsp;2.&nbsp;จากนั้นให้นำใบตองที่คัดไว้สอดเข้าไปในกระบอกเป็นลักษณะท่อซอง&nbsp;อย่าให้ใบตองพับเป็นเด็ดขาด&nbsp;และให้ตัวใบแนบผิวกระบอกไม้ไผ่มากที่สุด&nbsp;เพื่อไม่ให้ข้าวเหนียวติดกระบอกไม้ไผ่เมื่อสุก&nbsp;ทำให้ทานยาก&nbsp;และไม่เป็นแว่นกลมๆ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขั้นตอนที่&nbsp;3.&nbsp;นำข้าวเหนียวที่ซาวด้วยน้ำเย็นจนสะอาด&nbsp;แล้วพึ่งให้แห้ง&nbsp;จากนั้น&nbsp;จึงนำไปกรอกใส่กระบอกไม้ไผ่จนเกือบเต็มกระบอก&nbsp;พึ่งไว้&nbsp;2&nbsp;ซม.&nbsp;หรือถ้าชอบแบบมีไส้ก็อาจจะใส่พวกธัญพืชเข้าไปด้วย&nbsp;เช่น&nbsp;ถั่วดำ&nbsp;งาดำ&nbsp;มันหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก&nbsp;ก็ได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขั้นตอนที่&nbsp;4.&nbsp;กรอกกระทิที่คั้นไว้มาเติมน้ำ&nbsp;เติมเกลือพอเค็ม&nbsp;เทใส่กระบอกจนท่วมข้าวเหนียว&nbsp;ดูสังเกตตรงปากกระบอก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขั้นตอนที่&nbsp;5.&nbsp;จากนั้นจึงเอาข้าวหลามไปเผา&nbsp;โดยที่เผาจะทำเป็นลักษณะการปักหลักสองหลัก&nbsp;แล้วนำเหล็กมาพาดเป็นราว&nbsp;เพื่อใช้ย่างหรือเผากระบอกข้าวหลาม&nbsp;โดยสามารถเรียงกระบอกข้าวหลามเป็นแถวยาว&nbsp;ลักษณะพิงเอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขั้นตอนที่&nbsp;6.&nbsp;ก่อไฟให้ห่างจากกระบอกข้าวหลามประมาณ&nbsp;30&nbsp;ซม.&nbsp;พยายามควบคุมไฟให้คงที่&nbsp;โดยเริ่มจากการตั้งกระบอกในแนวตั้งมากที่สุด&nbsp;จนกระทั่งข้าวหลามเริ่มเดือดได้ที่&nbsp;จึงค่อยปรับให้ความชันของข้าวหลามน้อยลงเรื่อยๆ&nbsp;ประมาณ&nbsp;2-3&nbsp;ครั้ง&nbsp;จนกระทั่งสุกจะปรับอยู่ในระดับ&nbsp;45&nbsp;องศา&nbsp;เพราะส่วนหัวจะเป็นส่วนสุกหลังสุด&nbsp;ใช้เวลาในการเผาหรือย่างประมาณ&nbsp;4-5&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;จึงแล้วเสร็จ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วิธีการรับประทานนั้น&nbsp;หลังจากพึ่งข้าวหลามสุกให้แห้งดีแล้ว&nbsp;ก็นำข้าวหลามมาผ่า&nbsp;เวลาปลอกข้าวหลามจะหลุดออกมาเป็นทางยาว&nbsp;โดยมีใบตองสีเหลืองมันที่ส่งกลิ่นหอม&nbsp;ซึ่งห่อโดยรอบเพื่อป้องกันข้าวเหนียวติดบ้องข้าวหลาม&nbsp;ใช้มีดคม&nbsp;ตัดเฉือดข้าวหลามเป็นแนวตัดออกเป็นแว่น&nbsp;เพื่อให้ทานง่ายพอดีคำ&nbsp;นำไปจิ้มทานกับแกงมัสมั่นหรือแกงกระหรี่&nbsp;พร้อมกินกับโกปี๊บือตงหรือกาแฟโบราณเบตงร้อนๆ&nbsp;จะเพิ่มความอร่อยยิ่งขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับเทศกาลฮารีรายอของพี่น้องมุสลิมที่ใกล้จะมาถึงนี้&nbsp;ซึ่งทางสำนักจุฬาราชมนตรีได้ประกาศให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศดูดวงจันทร์ในวันอังคารที่&nbsp;11&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;หากไม่มีผู้ใดเห็นดวงจันทร์&nbsp;ต้องไปเฉลิมฉลองฮารีรายอในวันพฤหัสบดีที่&nbsp;13&nbsp;พ.ค.64&nbsp;แต่หากมองเห็นดวงจันทร์&nbsp;วันฮารีรายอก็จะตรงกับวันพุธที่&nbsp;12&nbsp;พ.ค.64</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","11/5/2021","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511162456570"],
    [98,"กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี ร่วมกับห้างสรรพสินค้าแม็คโคร ปทุมธานี  ลงพื้นที่ติดตามโครงการ \" ซื้อง่าย ถูกใจ ใกล้ชุมชน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วานนี้ (11 พฤษภาคม 2564) นางรวีพรรณ&nbsp;ช้างเย็นฉ่ำ พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี &nbsp;พร้อมด้ว นายศุภกานต์&nbsp;ดีพลับ ผู้จัดการทั่วไป ห้างสรรพสินค้าแม็คโคร สาขาเมืองปทุมธานี ได้ติดตามและเป็นสักขีพยานในการมอบชุดสินค้าอุปโภคบริโภคระหว่าง ห้างสรรพสินค้าแม็คโคร จำกัด สาขาปทุมธานี&nbsp;&nbsp;ตามโครงการ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและลดต้นทุนสินค้าแก่ร้านค้าโชว์ห่วยผ่านเครือข่ายพันธมิตรและเทคโนโลยี โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ บริษัทสยามแม็คโคร จำกัด และสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เพื่อลดต้นทุนสินค้าและนำไปจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคพื้นที่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งชุดสินค้าดังกล่าวประกอบด้วย รายการสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพและได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภค จำนวน 23 รายการ มูลค่า 3,589 บาท/ชุด อาทิ เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำตาลทรายขาว ข้าวหอมมะลิ เนสกาแฟ ผงปรุงรส แชมพู กระดาษเช็ดหน้า นม เป็นต้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการลงพื้นที่ติดตามโครงการ นอกจากร้านค้าได้ขอบคุณโครงการดี ๆ แล้วยังแจ้งความประสงค์ต้องการที่จะพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการร้านค้าในด้านต่าง ๆ เช่น การใช้ระบบ POS ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อใช้ในการบริหารจัดการร้านค้า รวมทั้งการพัฒนาองค์ความรู้ในการจำหน่ายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ให้ทันการค้ายุคใหม่ ขณะเดียวกันผู้แทนห้างสรรพสินค้าแม็คโคร ได้รับทราบความต้องการของสมาชิกและจะนำเสนอข้อมูลต่อส่วนกลาง เพื่อจัดโครงการหรือกิจกรรมส่งเสริมเชื่อมโยงเครือข่ายร้านค้าร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานีต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND</p>","12/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512093951740"],
    [99,"อพท.7 ร่วมกับ บริษัท อินฟินิทีฟ จำกัด ลงพื้นที่สำรวจข้อมูล จัดทำฐานข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว จังหวัดสุพรรณบุรี","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพื้นที่พิเศษ&nbsp;7&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;บริษัท&nbsp;อินฟินิทีฟ&nbsp;จำกัด&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจข้อมูล&nbsp;และรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษ&nbsp;7&nbsp;เพื่อจัดทำฐานข้อมูลการพัฒนาแนวทางปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยว&nbsp;(Code&nbsp;of&nbsp;Conduct)&nbsp;ณ&nbsp;อำเภออู่ทอง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดย&nbsp;ดร.สมจินต์&nbsp;ชาญกระบี่&nbsp;ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษ&nbsp;7&nbsp;ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่พัฒนาพื้นที่พิเศษ&nbsp;ลงพื้นที่ปฏิบัติงานภายใต้มาตรการป้องกันการติดเชื้อไวรัส&nbsp;covid-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;โดยมีชุมชนท่องเที่ยวที่ได้รับการสำรวจในครั้งนี้&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.กลุ่มวิสาหกิจวนเกษตรดงเย็น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.ชุมชนบ้านเขาพระ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.กลุ่มผลิตภัณฑ์ชุมชนต้นแจงพัฒนา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.กลุ่มตำลึงหวาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.แหล่งเรียนรู้ตำนานดิน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;6.ชุมชนบ้านนาลาว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;7.ชุมชนบ้านโคก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;8.บ้านขนมจีนเมืองโบราณอู่ทอง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;9.ศูนย์การเรียนรู้โรงหล่อวิเชียร</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;อพท.7&nbsp;และบริษัท&nbsp;อินฟินิทีฟ&nbsp;จำกัด&nbsp;จะนำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจครั้งนี้&nbsp;ไปประกอบการจัดทำแนวทางปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยว&nbsp;(Code&nbsp;of&nbsp;Conduct)&nbsp;เพื่อยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว&nbsp;และพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง&nbsp;ให้สอดคล้องกับเกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก&nbsp;(Global&nbsp;Sustainable&nbsp;Tourism&nbsp;Criteria:&nbsp;GSTC)&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","12/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512114157821"],
    [100,"สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง ออกตรวจสอบสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ ในพื้นที่อำเภอนาโยง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ออกตรวจสอบสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัย&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;ในพื้นที่อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ดังนี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1)&nbsp;ร้านขายยามอออ&nbsp;4&nbsp;ราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;ชนิดกล่องบรรจุ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;124&nbsp;บาท&nbsp;สเปรย์แอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือขนาด&nbsp;500&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;180&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2)&nbsp;ร้านขายยาปิยะพรเภสัช&nbsp;ราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;ชนิดกล่องบรรจุ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;สเปรย์แอลกอฮอล์&nbsp;70%&nbsp;ขนาด&nbsp;500&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;169&nbsp;บาท&nbsp;เจลล้างมือแอลกอฮอล์&nbsp;ขนาด&nbsp;50&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;49&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3)&nbsp;ร้านหมอยาชุมชน&nbsp;ราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;ชนิดกล่องบรรจุ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;95&nbsp;บาท&nbsp;สเปรย์แอลกอฮอล์&nbsp;70%&nbsp;ขนาด&nbsp;50&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;39&nbsp;บาท&nbsp;เจลล้างมือแอลกอฮอล์&nbsp;ขนาด&nbsp;200&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;69&nbsp;บาท&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานการณ์การค้าโดยทั่วไป&nbsp;จังหวัดตรังมีหน้ากากอนามัย&nbsp;เจลแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์&nbsp;ถุงมือยางทางการแพทย์วางจำหน่ายในปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนและมีการปิดป้ายแสดงราคาชัดเจน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย&nbsp;ให้ครบถ้วน&nbsp;ชัดเจน&nbsp;และหากพบเห็น&nbsp;การกระทำผิด&nbsp;จำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&nbsp;หรือจำหน่ายในราคาไม่ตรงกับที่แจ้งไว้&nbsp;สามารถร้องเรียนได้ที่&nbsp;สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;โทร.&nbsp;0&nbsp;7522&nbsp;3076&nbsp;หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมาย&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;กรณีจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&nbsp;กักตุนสินค้าและปฏิเสธการจำหน่ายต้องโทษจำคุก&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;140,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","12/5/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512140100893"],
    [101,"ทุเรียนกุดจับ ลูกโต เนื้อแน่น มัน กรอบ อร่อย ชาวสวนที่ จ.อุดรธานี ลองผิดลองถูก ปลูกมากว่า 10 ปี เริ่มมีผลผลิตให้ขาย สร้างรายได้หลายหมื่นบาทต่อปี","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอเนก&nbsp;รัตน์รองใต้&nbsp;เกษตรจังหวัดอุดรธานี&nbsp;พร้อมด้วยนายฉลอง&nbsp;คงสมของ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานี&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่สวนทุเรียนของนางสุนัน&nbsp;สีคำบ่อ&nbsp;อายุ&nbsp;43&nbsp;ปี&nbsp;หนึ่งในเกษตรกรชาวสวนทุเรียนที่บ้านเหล่าตำแย&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;ตำบลตาลเลียน&nbsp;อำเภอกุดจับ&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;เพื่อเยี่ยมชมสวนทุเรียนและไม้ผลอื่นๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;เงาะ&nbsp;ลำไย&nbsp;อโวคาโด&nbsp;ที่ถือเป็นรายได้หลักของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;โดยมีนางศรีพรรณ&nbsp;บูระพา&nbsp;เกษตรอำเภอกุดจับ&nbsp;นำลูกจ้างแรงงานโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรกรทฤษฎีใหม่&nbsp;และเกษตรกรในพื้นที่ให้การต้อนรับ&nbsp;และนำชมแปลงเกษตร&nbsp;โดยเฉพาะสวนทุเรียนหลายสายพันธุ์&nbsp;เกษตรกรมีรายได้หลายหมื่นบาทต่อปี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสุนัน&nbsp;สีคำบ่อ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปลูกทุเรียนมากว่า&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;บนพื้นที่ประมาณ&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;เริ่มต้นจากครอบครัวปลูกลำไย&nbsp;และยางพารา&nbsp;แต่ประสบปัญหาผลผลิตลำไยไม่มีตลาดรองรับ&nbsp;ขาดทุน&nbsp;และเสียหายจากลมพายุ&nbsp;ส่วนยางก็ราคาตก&nbsp;ในช่วงดังกล่าวมารดาได้ทดลองนำทุเรียนพันธุ์หมอนทอง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ต้น&nbsp;มาปลูกในสวนลำไยด้วย&nbsp;ผ่านมาหลายปีต้นทุเรียนเติบโตออกลูกให้ชิม&nbsp;รสชาติดี&nbsp;ไม่แตกต่างจากท้องตลาด&nbsp;จึงมั่นใจว่าทุเรียนสามารถปลูกในพื้นที่ได้&nbsp;มารดาจึงตัดสินใจโค่นลำไยทิ้ง&nbsp;มาปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง&nbsp;กระดุม&nbsp;พวงมณี&nbsp;และมูซานคิง&nbsp;รุ่นแรก&nbsp;150&nbsp;ต้น&nbsp;ลองผิดลองถูก&nbsp;ดูแลตามภูมิปัญญาชาวบ้าน&nbsp;ตายบ้าง&nbsp;โตบ้าง&nbsp;เหลือจำนวน&nbsp;20&nbsp;ต้น&nbsp;จึงปลูกใหม่ในรุ่นที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ต้น&nbsp;รอดตายประมาณ&nbsp;2-3&nbsp;ต้น&nbsp;ปลูกอีกครั้งในรุ่นที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;80&nbsp;ต้น&nbsp;ก็เหลือทุเรียนรอดตายไม่กี่ต้น&nbsp;แต่ในรุ่นที่ปลูกล่าสุด&nbsp;ตนกลับมาปลูกและดูแลเอง&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ต้น&nbsp;อายุประมาณ&nbsp;6-7&nbsp;เดือน&nbsp;เหลือทุกต้น&nbsp;พร้อมดูแลต้นอื่นๆ&nbsp;ที่รอดตายจนเจริญเติบโต&nbsp;มีผลผลิตให้จำหน่ายแล้ว&nbsp;2&nbsp;ปี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ้าของสวนทุเรียน&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;ในปี&nbsp;2562&nbsp;คือปีแรกที่ทุเรียนให้ผลผลิต&nbsp;เก็บขายได้&nbsp;100&nbsp;ลูก&nbsp;ลูกใหญ่สุดกว่า&nbsp;6&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;130&nbsp;บาท&nbsp;มีรายได้&nbsp;40,000&nbsp;บาท&nbsp;ในปี&nbsp;2563&nbsp;ทุเรียนให้ผลผลิต&nbsp;80&nbsp;ลูก&nbsp;จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;มีรายได้ประมาณ&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;จากการส่งขายให้ผู้สนใจในพื้นที่จากการจับจองทางโทรศัพท์&nbsp;บางรายมาซื้อถึงสวน&nbsp;และส่งขายให้กับแม่ค้าในอำเภอกุดจับ&nbsp;ส่วนปีนี้ทุเรียนถือเป็นปีที่ทุเรียนออกลูกเยอะมาก&nbsp;คาดว่าจะให้ผลผลิตประมาณ&nbsp;300&nbsp;ลูก&nbsp;จะเริ่มเก็บผลผลิตในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;โดยตั้งราคาขายไว้ที่ราคากิโลกรัมละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งทุเรียนของที่นี่จะมีจุดเด่นคือ&nbsp;พลูโต&nbsp;เนื้อแน่น&nbsp;สีเหลือง&nbsp;รสชาติมัน&nbsp;กรอบ&nbsp;อร่อย&nbsp;กลิ่นไม่ฉุน&nbsp;ทำให้ผู้ที่เคยทานติดใจในรสชาติ&nbsp;และเริ่มสั่งจองแล้วหลายราย&nbsp;สำหรับผู้สนใจสั่งจองทุเรียน&nbsp;หรือต้องการเข้าชมสวน&nbsp;สามารถติดต่อได้ที่หมายเลข&nbsp;064-7975926</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านนายอเนก&nbsp;รัตน์รองใต้&nbsp;เกษตรจังหวัดอุดรธานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการลงพื้นที่เยี่ยมกลุ่มเกษตรกรชาวสวนทุเรียนก็มั่นใจว่า&nbsp;ทุเรียนสามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ของจังหวัดอุดรธานี&nbsp;สามารถให้ผลผลิตที่ดี&nbsp;มีคุณภาพ&nbsp;ไม่แพ้ทุเรียนจากภูมิภาคอื่นๆ&nbsp;แต่ผลผลิตที่ได้ยังน้อย&nbsp;ยังไม่พอต่อความต้องการของตลาด&nbsp;จากนี้ก็จะให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานีและสำนักงานเกษตรอำเภอกุดจับ&nbsp;เข้ามาสนับสนุนด้านวิชาการ&nbsp;รวมถึงการแก้ปัญหาเรื่องศัตรูพืช&nbsp;และการตลาด&nbsp;นอกจากนี้ยังจะไปส่งเสริมให้เกษตรกรที่สนใจหันมาปลูกไม้ผลทดแทนพืชไร่&nbsp;เพื่อความยั่งยืนและสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาจังหวัดด้านการเกษตรต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","12/5/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุดรธานี","สวท.อุดรธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512140519896"],
    [102,"พัฒนาชุมชนโคราช ฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบปลุกกระแสเทรนด์ผ้าไทยให้ทันสมัยสู่สากล","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ในการสืบสาน&nbsp;อนุรักษ์&nbsp;ภูมิปัญญาผ้าท้องถิ่นไทยให้อยู่คู่แผ่นดิน&nbsp;และพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ที่ได้พระราชทานลายผ้า&nbsp;ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&nbsp;ให้กลุ่มทอผ้าทุกกลุ่มทุกเทคนิคสามารถนำไปใช้ทอผ้าผลิตผ้าเป็นต้นแบบ&nbsp;และพัฒนาต่อยอดไปสู่เครื่องแต่งกาย&nbsp;เครื่องประดับ&nbsp;ตามวิถีที่เป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่น&nbsp;เพื่อให้รายได้กลับเข้าสู่ชุมชน&nbsp;จึงเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้&nbsp;พัฒนาต่อยอด&nbsp;องค์ความรู้&nbsp;ทักษะ&nbsp;แนวคิดการออกแบบผ้าไทย&nbsp;การใช้เส้นใย&nbsp;การย้อมสีธรรมชาติ&nbsp;รวมถึงบรรจุภัณฑ์&nbsp;ให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;12&nbsp;พ.ค.2564)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ไหมนครชัยบุรินทร์&nbsp;อำเภอปักธงชัย&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมภูมิปัญญาและพัฒนาศักยภาพผ้าไทย&nbsp;กิจกรรมที่&nbsp;1&nbsp;การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านผ้าไทย&nbsp;(Coaching)&nbsp;เรื่องการประกวดผ้าลายพระราชทาน&nbsp;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&nbsp;โดยนายบัลลังก์&nbsp;ไวทย์ศิริ&nbsp;นายอำเภอปักธงชัย&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;และนางอรุณรัตน์&nbsp;ชิงชนะ&nbsp;พัฒนาการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;กิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;จัดขึ้นโดยกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ทีมวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นนักออกแบบแฟชั่น&nbsp;ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้&nbsp;ซึ่งคัดเลือกให้จังหวัดนครราชสีมาเป็นจุดศูนย์กลางในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ไหมนครชัยบุรินทร์&nbsp;อำเภอปักธงชัย&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย&nbsp;ผู้ประกอบการผ้าในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;สุรินทร์&nbsp;และจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมีกิจกรรมการเรียนรู้ตลอดระยะเวลาการอบรมฯ&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;การรับชมวีดิทัศน์พระราชกรณีกิจสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;การเสวนาหัวข้อ&nbsp;พระราชปณิธานของสมเด็จเจ้าฟ้าฯ&nbsp;ในเรื่องการพระราชทานลายผ้าสู่ประชาชน&nbsp;และกติกาโครงการประกวดลายผ้าพระราชทาน&nbsp;โดย&nbsp;คุณธนันท์รัฐ&nbsp;ธนเสฏฐการณ์&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย&nbsp;คุณศิริชัย&nbsp;ทหรานนท์&nbsp;ผู้ก่อตั้งและนักออกแบบแบรนด์&nbsp;Theatre&nbsp;และคุณวิชระวิชญ์&nbsp;อัครสันติสุข&nbsp;นักออกแบบ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;การบรรยายหัวข้อ&nbsp;คุณภาพเส้นใย&nbsp;ไหมพันธุ์ไทย&nbsp;ฝ้ายพื้นเมือง&nbsp;โดย&nbsp;ผศ.ดร.อนุชา&nbsp;ทีรคานนท์&nbsp;คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;การบรรยายหัวข้อ&nbsp;Finishing,&nbsp;Packaging&nbsp;&amp;&nbsp;Story&nbsp;Telling&nbsp;Product&nbsp;โดย&nbsp;คุณศมิสสร&nbsp;สุทธิสังข์&nbsp;อาจารย์คณะศิปกรรมศาสตร์&nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</p>","12/5/2021","NULL","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512153821966"],
    [103,"คลังจังหวัดชัยนาทเผยยอดใช้จ่ายโครงการเราชนะช่วงที่ผ่านมา กว่า 1 พันล้านบาท","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางมาเรียม&nbsp;เรืองปราชญ์&nbsp;คลังจังหวัดชัยนาท&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;รัฐบาลกำหนดมาตรการเยียวยาผลกระทบโควิด-19&nbsp;ระลอก&nbsp;3&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โครงการเราชนะ&nbsp;โครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;ช่วยเหลือสัปดาห์ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;สิ้นสุดการใช้จ่าย&nbsp;30&nbsp;มิ.ย.64&nbsp;และ&nbsp;การบรรเทาภาระค่าสาธารณูปโภค&nbsp;ลดค่าไฟฟ้า&nbsp;และน้ำประปาเป็นเวลา&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;(พ.ค.-มิ.ย.64)&nbsp;&nbsp;มาตรการระยะต่อไป&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการคนละครึ่งเฟส&nbsp;3&nbsp;ไม่เกินคนละ&nbsp;150&nbsp;บาท/วัน&nbsp;หรือไม่เกิน&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;เพิ่มเดือนละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;(ก.ค.&nbsp;-&nbsp;ธ.ค.64)&nbsp;โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้&nbsp;ไม่เกินคนละ&nbsp;5,000&nbsp;บาท/วัน&nbsp;สูงสุดไม่เกิน&nbsp;7,000&nbsp;บาท&nbsp;เมื่อใช้จ่ายจะได้รับ&nbsp;E-Voucher&nbsp;ช่วงเดือน&nbsp;ก.ค.&nbsp;-&nbsp;ก.ย.&nbsp;64&nbsp;นำไปใช้ได้ช่วง&nbsp;ส.ค.&nbsp;-&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;และโครงการเพิ่มกำลังซื้อ&nbsp;ให้ผู้ที่ต้องการช่วยเหลือพิเศษ&nbsp;เพิ่มเดือนละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;(ก.ค.&nbsp;-&nbsp;ธ.ค.64)</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับ&nbsp;ผลการดำเนินงานมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัยจากโควิด-19&nbsp;ของรัฐบาลช่วงที่ผ่านมา&nbsp;มีประชาชนจังหวัดชัยนาทได้รับสิทธิ&nbsp;180,757&nbsp;ราย&nbsp;ประกอบด้วยผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;75,601&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง/เราเที่ยวด้วยกัน&nbsp;42,501&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ลงทะเบียนใหม่&nbsp;46,912&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&nbsp;15,743&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับผู้ประกอบการ/ร้านค้าเข้าร่วมโครงการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ผู้ประกอบการที่สมัครเข้าร่วมโครงการ&nbsp;เราชนะ&nbsp;4,780&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ร้านธงฟ้าประชารัฐ&nbsp;(เครื่อง&nbsp;EDC/แอปฯ&nbsp;ถุงเงิน)&nbsp;674&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ&nbsp;คนละครึ่ง/เราเที่ยวด้วยกัน&nbsp;5,789&nbsp;ร้านค้า</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ยอดการใช้จ่ายโครงการ&nbsp;คนละครึ่ง&nbsp;391.3&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ลำดับที่&nbsp;42&nbsp;ของเมืองรอง&nbsp;(55จังหวัด)&nbsp;ลำดับที่&nbsp;64&nbsp;ของประเทศ&nbsp;(77จังหวัด)&nbsp;และยอดใช้จ่ายโครงการ&nbsp;เราชนะ&nbsp;1,004.6&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ลำดับที่&nbsp;47&nbsp;ของเมืองรอง&nbsp;ลำดับที่&nbsp;69&nbsp;ของประเทศ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","12/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512155451979"],
    [104,"การประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจนครสวรรค์","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ&nbsp;รับทราบความก้าวหน้าจากผลการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2561&nbsp;พร้อมรับทราบและเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาที่เกี่ยวเนื่องจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายปรีชา&nbsp;เดชพันธุ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดนครสวรรค์ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งก่อนเข้าวาระการประชุมประธานแจ้งที่ประชุมถึงความสำคัญที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุข&nbsp;ทั้งสุขอนามัยส่วนบุคคล&nbsp;การเว้นระยะห่าง&nbsp;การล้างมือ&nbsp;การประชุมที่ต้องแบ่งให้มีการประชุมทางไกลร่วมด้วย&nbsp;และใช้ระยะเวลาในการประชุมให้สั้นกว่าปกติ&nbsp;เพื่อลดปัจจัยเสี่ยง&nbsp;การติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้นที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าแผนงานโครงการตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;ในการประชุมนอกสถานที่ที่จังหวัดนครสวรรค์เมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;มิถุนายน&nbsp;&nbsp;2561&nbsp;ซึ่งในระยะนี้ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวไม่มากเนื่องจากติดสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019&nbsp;มีเพียงบางโครงการที่ก้าวหน้าไปมาก&nbsp;เช่น&nbsp;โรงการรถไฟรางคู่&nbsp;เชื่อติอตะวันตก&nbsp;ถึง&nbsp;ตะวันออก&nbsp;จากแม่สอด&nbsp;ถึงนครสวรรค์และ&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;บ้านไผ่&nbsp;ซึ่งในอนาคต&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์จะเป็นจุดรวม&nbsp;ทางรถไฟรางคู่&nbsp;ที่มาบรรจบกันกับสายเหนือที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายแพทย์อำนาจ&nbsp;น้อยขำ&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์แจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019&nbsp;ในพื้นที่ว่า&nbsp;นับแต่เดือนเมษายน&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;มีการตรวจเชิงรุกประมาณ&nbsp;วันละ&nbsp;400&nbsp;คน&nbsp;พบผู้ติดเชื้อกว่า&nbsp;420&nbsp;คน&nbsp;รักษาหายแล้วประมาณ&nbsp;190&nbsp;คน&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;กว่า200คน&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;ยังพบผู้ติดเชื้อรายวัน&nbsp;6-8&nbsp;คน&nbsp;กลุ่มก้อนใหญ่ที่พบคือกลุ่มผับ&nbsp;บาร์&nbsp;สถานบันเทิง&nbsp;โต๊ะสนุ๊ก&nbsp;กลับมาจากจังหวัดอื่น&nbsp;ส่วนแผนการจัดสรรวัคซีน&nbsp;จัดเป้าหมายกลุ่มเสี่ยงตามมติคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด&nbsp;มีการเสนอแนะอภิปรายอย่างกว้างขวางในด้านการสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนในการรับวัคซีนที่จะลดความรุนแรงของโรคหากติดเชื้อ&nbsp;อย่าไรก็ตามการรับวัคซีนเป็นความสมัครใจและต้องลงทะเบียนจอง&nbsp;เพื่อรับการจัดสรรตามกลุ่มเป้าหมายต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","12/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","นครสวรรค์","สวท.นครสวรรค์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512165549023"],
    [105,"อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ประชุมคณะกรรมาธิการร่วม FTA ครั้งที่ 12  เร่งยกระดับความตกลง AANZFTA ให้มีความทันสมัย","<p><strong>นางอรมน&nbsp;ทรัพย์ทวีธรรม&nbsp;อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเท</strong>ศ&nbsp;เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;12&nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกล&nbsp;เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อปรับปรุงความตกลง&nbsp;FTA&nbsp;อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์&nbsp;(AANZFTA)&nbsp;ที่มีผลใช้บังคับตั้งแต่ปี&nbsp;2553&nbsp;เพื่อยกระดับความตกลงให้ทันต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนและหวังฟื้นการค้าและการลงทุนในภูมิภาคให้กลับมาแข็งแกร่งภายหลังสถานการณ์โควิด-19&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยที่ประชุมได้หยิบยกประเด็นที่เห็นว่า</strong>&nbsp;ควรจะต้องปรับปรุง&nbsp;หรือรวมไว้ในความตกลงที่จะยกระดับเพื่อให้ทันสถานการณ์การค้าที่เปลี่ยนแปลงไป&nbsp;อาทิ&nbsp;มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี&nbsp;กฎถิ่นกำเนิดสินค้า&nbsp;การรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตัวเอง&nbsp;พิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า&nbsp;ซึ่งที่ประชุมได้ร่วมกันกำหนดเป้าหมายการเจรจาให้เสร็จภายในปี&nbsp;2565&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมยังได้หารือเรี่องการต่ออายุการสนับสนุนทางการเงินของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ผ่านโครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจซึ่งจะสิ้นสุดในปีนี้</p><p><strong>ความตกลง&nbsp;FTA&nbsp;อาเซียน&nbsp;ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์</strong>&nbsp;มีบทบาทสำคัญต่อการค้าและการลงทุนในภูมิภาค&nbsp;ซึ่งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ากับสินค้าส่งออกจากอาเซียนทุกรายการแล้ว&nbsp;ในส่วนของไทยได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ากับสินค้าที่ส่งออกจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ร้อยละ&nbsp;98&nbsp;ของจำนวนรายการสินค้าทั้งหมด&nbsp;ส่งผลให้มูลค่าการค้าระหว่างอาเซียน&nbsp;ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์&nbsp;ขยายตัวจาก&nbsp;49.35&nbsp;พันล้านเหรียญสหรัฐในปี&nbsp;2552&nbsp;เป็น&nbsp;73.43&nbsp;พันล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;ในปี&nbsp;2562&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการส่งออกของไทยไปออสเตรเลียและนิวซีแลนด์&nbsp;</strong>ในไตรมาสแรกของปี&nbsp;2564&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;3,432.75&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;ขยายตัวร้อยละ&nbsp;21.57&nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว&nbsp;สินค้าส่งออกสำคัญ&nbsp;อาทิ&nbsp;รถยนต์ขนส่งน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;ตัน&nbsp;รถยนต์ขนาดเครื่องยนต์&nbsp;&nbsp;&nbsp;1,500-2,500&nbsp;ซีซี&nbsp;ปลาทูน่าแปรรูป&nbsp;เครื่องปรับอากาศ&nbsp;แผ่นอะลูมิเนียมและโพลีเอทิลีน&nbsp;</p><p><br></p>","12/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512182545093"],
    [106,"ไทยผลักดัน 3 ด้านในการเป็นเจ้าภาพเอเปค","<p><strong>นายปิยภักดิ์&nbsp;ศรีเจริญ&nbsp;รองอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ</strong>&nbsp;กล่าวถึงการเป็นเจ้าภาพการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก&nbsp;หรือเอเปค&nbsp;ของไทยในปี&nbsp;2565&nbsp;โดยระบุว่า&nbsp;จะเป็นโอกาสสำคัญของไทย&nbsp;ในการขับเคลื่อนประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ต่อไทยและภูมิภาคกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากวิกฤตโควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;การเดินทางและท่องเที่ยว&nbsp;รวมทั้งแสดงศักยภาพเศรษฐกิจของไทย&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้&nbsp;จนถึงปลายปีหน้า&nbsp;(2565)&nbsp;ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในระดับต่างๆ&nbsp;กว่า&nbsp;100&nbsp;การประชุม&nbsp;จึงต้องมีการเตรียมพร้อมด้านสารัตถะ&nbsp;และด้านพิธีการ&nbsp;ซึ่งประเด็นสำคัญ&nbsp;ที่จะมีการหารือในการประชุมครั้งนี้คือ&nbsp;การฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;รวมถึงความท้าทายในอนาคต&nbsp;มุ่งเน้นการผลักดัน&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด้านการอำนวยความสะดวกการค้าการลงทุน&nbsp;เช่นDigital&nbsp;Trade&nbsp;Platform,&nbsp;ส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับ&nbsp;MSMEs&nbsp;&nbsp;ด้านการฟื้นฟูความเชื่อมโยง&nbsp;เช่น&nbsp;การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ,&nbsp;การท่องเที่ยวสีเขียว&nbsp;และด้านการส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืน&nbsp;เช่น&nbsp;การส่งเสริม&nbsp;BCG&nbsp;Economic&nbsp;Model,&nbsp;การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ,&nbsp;MSMEs,&nbsp;บทบาทของสตรีและกลุ่มคนที่มีศักยภาพ</p><p><strong>สำหรับการประชุมเอเปค&nbsp;ถือเป็นการประชุมของผู้แทนรัฐบาล</strong>&nbsp;ซึ่งมีหัวใจสำคัญคือ&nbsp;การค้าการลงทุนระหว่างประเทศ&nbsp;รวมถึง&nbsp;ความร่วมมือแบบสมัครใจและหารือไอเดียใหม่อย่างสร้างสรรค์เน้นให้เกิดความยั่งยืนและความครอบคลุมไปถึงทุกภาคส่วนในสังคม&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมกลุ่ม&nbsp;MSMEs&nbsp;การส่งเสริมบทบาทสตรี&nbsp;ตลอดจนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;สิ่งแวดล้อมวิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;จึงเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับคนในประเทศไทย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","12/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512185315118"],
    [107,"พังงา เล็งเปิดจังหวัดรับนักท่องเที่ยว 1 สิงหานี้","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(12&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;นายชาติชาย&nbsp;กิติยานันท์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพังงา&nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน&nbsp;ร่วมประชุมหารือเตรียมการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ&nbsp;SOP&nbsp;&amp;&nbsp;New&nbsp;Phangnga&nbsp;ผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายศิริปกรณ์&nbsp;เชี่ยวสมุทร&nbsp;รองผู้ว่าการ&nbsp;ททท.ด้านตลาดยุโรป&nbsp;แอฟริกา&nbsp;ตะวันออกกลาง&nbsp;และอเมริกา&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;เพื่อหารือการเตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนต้านไวรัสครบโดสแบบไม่กักตัว&nbsp;หรือหากตรวจแล้วปลอดเชื้อก็จะสามารถเดินทางไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ&nbsp;ได้&nbsp;นำร่องในจังหวัดท่องเที่ยวที่มีความพร้อมก่อน&nbsp;โดยหวังว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวในไทยกระตุ้นเศรษฐกิจภาคท่องเที่ยวให้กลับมาอีกครั้ง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดพังงาเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเป็นอันดับต้นๆ&nbsp;ของโลกสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศหลายหมื่นล้านบาท&nbsp;มีประชากรทั้งหมด&nbsp;2.122&nbsp;แสนคน&nbsp;จำนวนวัคซีนที่จะต้องใช้เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่เกินกว่า&nbsp;60%&nbsp;นั้น&nbsp;คือ&nbsp;3&nbsp;แสนโดส&nbsp;วางแผนขอรับการจัดสรรวัคซีนเดือนมิถุนายนและเดือนกรกฎาคมจากรัฐบาลเดือนละ&nbsp;1.5&nbsp;แสนโดส&nbsp;มีแผนการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากรให้เกินกึ่งหนึ่งภายในวันที่&nbsp;30&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;จากนั้น&nbsp;1&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;ก็จะสามารถเปิดจังหวัดรับนักท่องเที่ยวได้&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้ภายในปี&nbsp;2565&nbsp;ถึง&nbsp;6&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;ส่วนนักท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางเข้ามาจังหวัดพังงาได้นั้นจะต้องได้รับวัคซีนครบโดส&nbsp;มีเอกสารรับรองฉีดวัคซีนหรือเอกสารยืนยันว่าไม่ติดเชื้อโควิดไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เป็นกลุ่มเสี่ยงต่ำ&nbsp;พร้อมปฏิบัติตัวตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","12/5/2021","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512194623129"],
    [108,"รฟท.ลงเสาเข็มต้นที่ 1 โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงสัญญาที่ 4-7 สระบุรี-แก่งคอย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(12&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;เวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;นายสมภพ&nbsp;สมิตะสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี&nbsp;เป็นประธานพิธีลงเสาเข็มต้นแรกโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย-จีน&nbsp;สัญญาที่&nbsp;4-7&nbsp;งานโยธาสำหรับช่วงสระบุรี-แก่งคอย&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณพื้นที่ช่วงหน้าวัดตลิ่งชัน&nbsp;ตำบลตลิ่งชัน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสระบุรี&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการรถไฟความเร็วสูงเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย&nbsp;และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค&nbsp;ช่วงกรุงเทพมหานคร&nbsp;-&nbsp;หนองคาย&nbsp;หรือโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน&nbsp;สายตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;(กรุงเทพมหานคร&nbsp;-&nbsp;หนองคาย&nbsp;-&nbsp;เวียงจันทน์)&nbsp;เป็นโครงการระบบขนส่งมวลชนแบบพิเศษที่เป็นหนึ่งในเส้นทางของโครงการรถไฟความเร็วสูงในประเทศไทย&nbsp;ดำเนินการก่อสร้างโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;(รฟท.)&nbsp;ภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางราง&nbsp;คุนหมิง&nbsp;-&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;สาย&nbsp;Central&nbsp;Route&nbsp;ซึ่งเป็นโครงข่ายที่จะเชื่อมต่อประเทศกลุ่มซีเอ็มแอลวีเข้าเป็นผืนแผ่นเดียวกัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","12/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","สระบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512212647147"],
    [109,"สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงาน ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2564 ภาพรวมการใช้ยังลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง เนื่องจากผลกระทบจากโควิด-19","<p><strong>นายวัฒนพงษ์&nbsp;คุโรวาท&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;สนพ.&nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานในช่วง&nbsp;3&nbsp;เดือนแรกของปี&nbsp;2564&nbsp;พบว่า&nbsp;การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ถึงแม้ภาครัฐจะออกมาตรการกระตุ้นและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการขับเคลื่อน&nbsp;รวมถึงความคืบหน้าของการฉีดวัคซีนที่เริ่มดำเนินการในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;ทำให้ภาคประชาชนเกิดความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น&nbsp;ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังคงปรับตัวในระดับต่ำ&nbsp;เนื่องจากภาคการท่องเที่ยว&nbsp;และภาคอุตสาหกรรมยังคงได้รับผลกระทบ&nbsp;โดยการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก&nbsp;ส่งผลให้มีการปรับราคาขายปลีกภายในประเทศสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันของไทย&nbsp;ในช่วงไตรมาสแรกของปี&nbsp;2564&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การใช้น้ำมันกลุ่มดีเซล&nbsp;การใช้เฉลี่ยอยู่ที่&nbsp;67.25&nbsp;ล้านลิตรต่อวัน&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;1.7จากช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;ราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่&nbsp;24.11&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แต่การใช้ดีเซลเดือนมีนาคม&nbsp;2564&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;12.8&nbsp;เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า&nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการใช้ในการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรที่เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้น&nbsp;/&nbsp;การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน&nbsp;เฉลี่ยอยู่ที่&nbsp;31.08&nbsp;ล้านลิตรต่อวัน&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;1.3&nbsp;จากช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;ซึ่งการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินลดลงในทุกผลิตภัณฑ์ยกเว้นแก๊สโซฮอล์95&nbsp;(E10)&nbsp;เดือนมีนาคม&nbsp;2564&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;16.5&nbsp;เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า&nbsp;/&nbsp;การใช้เชื้อเพลิงในภาคขนส่งทางบกอยู่ที่&nbsp;6,475&nbsp;พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;4.0&nbsp;จากช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;โดยการใช้เชื้อเพลิงในภาคขนส่งทางบกลดลงในทุกกลุ่มเชื้อเพลิง&nbsp;(ไม่รวมไฟฟ้า)&nbsp;ณ&nbsp;สิ้นเดือนมีนาคม&nbsp;มีรถจดทะเบียนสะสมที่อยู่ในระบบทั้งสิ้นประมาณ&nbsp;41.7&nbsp;ล้านคัน&nbsp;โดยมีรถจดทะเบียนใหม่สะสมของปี&nbsp;2564&nbsp;อยู่ที่ประมาณ&nbsp;7.6&nbsp;แสนคัน&nbsp;ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ&nbsp;1.1.น้ำมันกลุ่มดีเซล&nbsp;มีสัดส่วนการใช้สูงสุดคิดเป็นร้อยละ&nbsp;61&nbsp;แต่การใช้ลดลงร้อยละ&nbsp;1.7&nbsp;น้ำมันกลุ่มเบนซิน&nbsp;มีสัดส่วนการใช้คิดเป็นร้อยละ&nbsp;32&nbsp;แต่การใช้ลดลงร้อยละ&nbsp;1.3&nbsp;ส่วน&nbsp;NGV&nbsp;มีสัดส่วนการใช้คิดเป็นร้อยละ&nbsp;4&nbsp;ลดลงถึงร้อยละ&nbsp;31.7&nbsp;และ&nbsp;LPG&nbsp;มีสัดส่วนการใช้คิดเป็นร้อยละ&nbsp;3&nbsp;ของการใช้เชื้อเพลิงในภาคขนส่งทางบก&nbsp;การใช้ลดลงถึงร้อยละ&nbsp;22.4&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;มีการใช้ไฟฟ้าของยานยนต์ไฟฟ้าในสถานีอัดประจุไฟฟ้า&nbsp;(EV&nbsp;Charging&nbsp;Station)&nbsp;มียานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสม&nbsp;ณ&nbsp;สิ้นเดือนมีนาคม&nbsp;อยู่ที่&nbsp;6,849&nbsp;คัน&nbsp;โดยในช่วง&nbsp;3&nbsp;เดือนแรกของปี&nbsp;2564&nbsp;มียานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนใหม่เฉลี่ยอยู่ที่&nbsp;419&nbsp;คัน&nbsp;ซึ่งมากกว่าในช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;ร้อยละ46&nbsp;ส่วนราคาขายปลีกไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่&nbsp;2.64&nbsp;บาทต่อหน่วย&nbsp;สำหรับแรงดันไฟฟ้าน้อยกว่า&nbsp;22&nbsp;kV</p><p><strong>ขณะที่การใช้ไฟฟ้าในระบบ&nbsp;3&nbsp;การไฟฟ้า&nbsp;อยู่ที่&nbsp;44,759&nbsp;กิกะวัตต์ชั่วโมง</strong>&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;5.2&nbsp;จากช่วงเดียวกันปีก่อน&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;สนพ.&nbsp;ยังคงต้องจับตาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;ซึ่งเริ่มขึ้นในช่วงต้นเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;รวมทั้งปัจจัยอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่จะส่งผลต่อการใช้พลังงานของประเทศอย่างใกล้ชิด&nbsp;อาทิ&nbsp;ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก&nbsp;มาตรการของรัฐ&nbsp;และความคืบหน้าในการฉีดวัคซีน&nbsp;ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งจะส่งผลต่อการใช้พลังงานของประเทศไทยต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","13/5/2021","NULL","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513110623251"],
    [110,"คลังวันโอนเงินเยียวยา เราชนะ  ม.33 เรารักกัน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;น.ส.กุลยา&nbsp;ตันติเตมิท&nbsp;ผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจ&nbsp;การคลัง&nbsp;(สศค.)&nbsp;เปิดเผยว่าคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้&nbsp;เงินกู้&nbsp;พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน&nbsp;1&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;เพื่อใช้ใน&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;เห็นชอบกําหนดเวลาการจ่ายเงิน&nbsp;เยียวยาให้กับผู้ใช้สิทธิ์&nbsp;เราชนะ&nbsp;และ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;เพิ่มอีก&nbsp;คนละ&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;อนุมัติ&nbsp;ในวันที่&nbsp;11&nbsp;พ.ค.2564</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สําหรับมาตรการเราชนะ&nbsp;จะโอนเงินให้ผู้ได้สิทธิ์&nbsp;ดังนี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สําหรับกลุ่มที่ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;และบัตรประชาชน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">วันที่&nbsp;21&nbsp;พ.ค.2564&nbsp;รอบแรก&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;พ.ค.2564&nbsp;รอบสอง&nbsp;1,000&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กลุ่มที่ใช้สิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">จะได้รับเงินรอบแรก&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;วันที่&nbsp;20&nbsp;พ.ค.2564&nbsp;และรอบถัดมาอีก&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;พ.ค.2564</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สําหรับมาตรการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">รอบแรก&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;วันที่&nbsp;24&nbsp;พ.ค.2564&nbsp;และรอบถัดมาอีก&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;พ.ค.&nbsp;2564</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมาตรการครอบคลุมในส่วนเราชนะ&nbsp;33.5&nbsp;ล้านคน&nbsp;และมาตรการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;9.27&nbsp;ล้านคน&nbsp;ซึ่งไม่ต้องลงทะเบียนใหม่&nbsp;ระบบจะโอนเงินเข้าอัตโนมัติ&nbsp;และสามารถใช้&nbsp;จ่ายได้ถึง&nbsp;30&nbsp;มิ.ย.2564</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","13/5/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513101823214"],
    [111,"จังหวัดเชียงรายสำรวจผลผลิตลิ้นจี่เตรียมกระจายออกสู่แหล่งจำหน่ายช่วยเหลือชาวสวนในสถานการณ์โควิด-19","<p>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงรายออกสำรวจตรวจสอบสถานการณ์ผลผลิตลิ้นจี่เตรียมกระจายออกนอกแหล่งผลิต</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย&nbsp;รายงานว่า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงรายได้ออกตรวจสอบสถานการณ์ผลผลิตลิ้นจี่&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย&nbsp;ซึ่งมีปริมาณผลผลิตประมาณ&nbsp;3,000&nbsp;ตัน&nbsp;ออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนพฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ขณะนี้ผลผลิตออกสู่ตลาดแล้วร้อยละ&nbsp;30&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโควิด-19&nbsp;ให้มีช่องทางการจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น&nbsp;สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม&nbsp;ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงรายได้ประสานและประชาสัมพันธ์การกระจายผลผลิตลิ้นจี่ออกนอกแหล่งผลิตให้หน่วยงานราชการและภาคเอกชนจังหวัดต่างๆ&nbsp;ขณะนี้ได้รับการสนับสนุนสั่งซื้อ&nbsp;เช่น&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;2,500&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;มูลค่า&nbsp;125,000&nbsp;บาท&nbsp;รับมอบวันที่&nbsp;13&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;จำนวน&nbsp;500&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;รวมมูลค่า&nbsp;25,000&nbsp;บาท&nbsp;รับมอบวันที่&nbsp;14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;รวมมูลค่า&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;รับมอบวันที่&nbsp;14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่จังหวัดพิจิตร&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;รวมมูลค่า&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;รับมอบวันที่&nbsp;14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;และมีการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์&nbsp;โดยกลุ่มเกษตรกรและภาคเอกชนจังหวัดเชียงราย&nbsp;จำนวน&nbsp;430&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;รวมมูลค่า&nbsp;22,800&nbsp;บาท&nbsp;ยังมีผลผลิตลิ้นจี่ปริมาณสะสมรวมอีก&nbsp;5,430&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;รวมมูลค่า&nbsp;272,800&nbsp;&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงรายยังประสานหาแหล่งจำหน่ายเพิ่มขึ้น&nbsp;เพื่อเร่งกระจายลิ้นจี่ออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;เพิ่มเติมต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","13/5/2021","ภาคเหนือ","เชียงราย","สวท.เชียงราย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513114907273"],
    [112,"โควิด -19 สวนกระแส ทุเรียนเมืองจันท์ส่งออก ราคาดี ผลผลิตคุณภาพ การขายผ่านออนไลน์เป็นที่ยอมรับยอดขายเพิ่มขึ้น สร้างรายได้ลดผลกระทบโควิด  19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;จังหวัดจันทบุรีได้มีมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นผลไม้ของเกษตรกรจันทบุรีมีคุณภาพ&nbsp;สะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;และในช่วงนี้&nbsp;ราชาผลไม้&nbsp;คือทุเรียนกำลังออกสู่ตลาดสถานประกอบการ&nbsp;ล้ง&nbsp;รับซื้อทุเรียนแย่งกันซื้อผลผลิตเพื่อส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่งผลให้ทุเรียนของจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ปีนี้ราคาดี&nbsp;ตอนนี้ผู้ประกอบการได้ตัดทุเรียนออกจากสวนไปแล้วกว่าร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ของปริมาณที่จะออกสู่ตลาดที่คาดการณ์ไว้ประมาณ&nbsp;326,050&nbsp;ตัน&nbsp;ราคาทุเรียนที่ซื้อในสวนจะมีราคาประมาณ&nbsp;90&nbsp;&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;โดยทุเรียนเก็บเกี่ยวไปแล้ว&nbsp;2&nbsp;แสนกว่าตัน&nbsp;ยังเหลืออยู่ในสวนอีกประมาณ&nbsp;47&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;1&nbsp;แสนกว่าตัน&nbsp;ซึ่งจะต้องรอการเก็บเกี่ยวแล้วนำออกสู่ตลาด&nbsp;ส่วนการส่งออกทุเรียนไปต่างประเทศในรอบสัปดาห์เป็นข้อมูลระหว่างวันที่&nbsp;7-9&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;ส่งออกไป&nbsp;670&nbsp;ตู้&nbsp;วันที่&nbsp;8&nbsp;ส่งออกไป&nbsp;726&nbsp;ตู้&nbsp;และวันที่&nbsp;9&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ส่งออกไป&nbsp;751&nbsp;ตู้&nbsp;ตู้ละ&nbsp;20&nbsp;ตัน&nbsp;ส่วนยอดขายผลไม้ทางออนไลน์กลับได้ผลดีเกินคาด&nbsp;มี&nbsp;พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ผู้ประกอบอาชีพหน้าใหม่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;หันมาขายผลไม้ทางออนไลน์&nbsp;และส่งผ่านไปรษณีย์&nbsp;จันทบุรี&nbsp;กันเพิ่มมากขึ้น&nbsp;สร้างรายได้ลดผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;รวมทั้งการขายผ่านออนไลน์แบบไลฟ์สด&nbsp;ก็เป็นช่องทางการสร้างตลาด&nbsp;และสร้างรายได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;</p>","13/5/2021","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513135731358"],
    [113,"การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร เชิญชวนประชาชนออกแบบคอนเทนท์แหล่งท่องเที่ยว ส่งผลงานเข้าประกวดชิงรางวัล","<p><strong>นายยุทธศักดิ์&nbsp;สุภสร&nbsp;ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ส่งผลให้พฤติกรรมการเดินทางเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบวิถีชีวิตใหม่&nbsp;คือเลือกวางแผนเดินทางท่องเที่ยวที่เน้นความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;โดยรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศที่หลากหลาย&nbsp;เพื่อให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวฟื้นตัว&nbsp;ททท.&nbsp;จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร&nbsp;ดำเนินโครงการผลิตเนื้อหาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาต่อยอด&nbsp;ตอบสนองพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป&nbsp;รวมทั้งสร้างคุณค่าและกระจายการเดินทางท่องเที่ยวเชิงพื้นที่และช่วงเวลา&nbsp;ทั้งนี้โครงการดังกล่าวแบ่งการดำเนินเป็น&nbsp;2&nbsp;ส่วน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การผลิตเนื้อหา&nbsp;โดยการนำทรัพยากรทางวิชาการของมหาวิทยาลัยศิลปากรมาสร้างคุณค่าและองค์ความรู้&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวสนองการตลาดแบบรู้ใจ&nbsp;ตามประเภทสินค้าทางการท่องเที่ยวยอดนิยม&nbsp;6&nbsp;หมวด&nbsp;และการจัดประกวดเนื้อหาสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย&nbsp;โดยเชิญชวนภาคประชาชนส่งผลงานภาพถ่ายหรือคลิปวีดีโอจากการท่องเที่ยวในประเทศทั้งที่เป็นปัจจุบัน&nbsp;หรือช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19&nbsp;รวมถึงประชาชนในแต่ละท้องถิ่นที่จะบอกเรื่องราวเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;ประกอบการจัดทำคอนเทนท์แหล่งท่องเที่ยว&nbsp;3&nbsp;หัวข้อ&nbsp;ได้แก่&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวโครงสร้างพระราชดำริ&nbsp;และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและการผจญภัย&nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครผลงานได้ระหว่างวันนี้&nbsp;(13&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;15&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ทาง&nbsp;www.tourismthailand.org/travelcontentcontest&nbsp;โดยผลงานที่ชนะแต่ละประเภทจะได้รับเงินรางวัล&nbsp;บัตรกำนัลที่พัก&nbsp;และของที่ระลึกจาก&nbsp;ททท.</p><p><br></p><p><br></p>","13/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513214646610"],
    [114,"เขาเขียว เปิดรับนักท่องเที่ยว เข้าชมความน่ารักของสัตว์นานาชนิดได้ตามปกติ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายเทวินทร์&nbsp;รัตนะวงศะวัต&nbsp;ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สวนสัตว์เปิดเขาเขียว&nbsp;ยังคงเปิดให้บริการเที่ยวชมสวนสัตว์ตามปกติ&nbsp;ยืนยันว่ายังคงมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ทุกฝ่ายมีการคัดกรอง&nbsp;นักท่องเที่ยวต้องสวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่ในพื้นที่&nbsp;มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย&nbsp;การล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์&nbsp;การรักษาระยะห่างกันอย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;เมตร&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พร้อมเช็คอิน&nbsp;ไทยชนะ&nbsp;รวมทั้งการทำความสะอาดที่นั่งรถบริการนำเที่ยวชมสวนสัตว์&nbsp;รถกอล์ฟ&nbsp;ฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อในห้อง&nbsp;ที่นั่งและราวจับตามส่วนแสดงต่างๆ&nbsp;ที่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้าชม&nbsp;พร้อมเพิ่มมาตรการเข้มสั่งทุกส่วนเตรียมพร้อมดูแลนักท่องเที่ยวเน้นรักษาความสะอาดและสุขอนามัยทุกพื้นที่&nbsp;จัดให้มีเจลแอลกอฮอล์&nbsp;ทำความสะอาดมือตามจุดต่างๆ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับในช่วงนี้&nbsp;ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำสวนพฤกษศาสตร์&nbsp;ภายในสวนสัตว์เปิดสวนสัตว์เปิดเขาเขียว&nbsp;ได้มีฝูงนกกระทุง&nbsp;หาชมยาก&nbsp;นกน้ำขนาดใหญ่&nbsp;ขนสีขาวปนเทา&nbsp;ตัวขนาดเท่าห่าน&nbsp;ซึ่งเป็นนกธรรมชาติ&nbsp;ที่กระจายพันธุ์มาจากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ได้อพยพเข้ามาหากิน&nbsp;และทำรัง&nbsp;รวมกลุ่มกันเป็นฝูงใหญ่เป็นจำนวนมาก&nbsp;ร่วมกันไล่ต้อนฝูงปลาขนาดเล็กแล้วใช้จะงอยปากล่างไล่ช้อนขึ้นมากินอย่างรวดเร็ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ไม่เพียงแค่นั้น&nbsp;ฝูงนกกระทุงเหล่านี้ที่อพยพกลับมา&nbsp;ยังได้ออกหากินอยู่รวมกับนกกาบบัวเจ้าถิ่น&nbsp;ที่อาศัยอยู่เดิมเป็นร้อยตัว&nbsp;ก็จะบินพาเหรดตามมาร่วมกัน&nbsp;โดยเมื่อสัญญาณนกหวีดจากเจ้าหน้าที่ดังขึ้น&nbsp;ฝูงนกเหล่านี้&nbsp;ก็จะโผบินไปตามสัญญาณเสียงนั้นทันที&nbsp;ซึ่งภาพฝูงนกนับร้อยบินเหนือผืนน้ำ&nbsp;ท่ามกลางหุบเขา&nbsp;ที่สวยงามแบบนี้&nbsp;มีเพียงแห่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย&nbsp;โดยสวนสัตว์ฯ&nbsp;รับรองว่า&nbsp;ท่านจะไม่เคยได้เห็นที่ไหนมาก่อนแน่นอน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตามถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง&nbsp;ที่ได้เห็นนกกระทุงกลับมายังประเทศไทยเราอีกครั้งหนึ่ง&nbsp;ในช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&nbsp;โทร.&nbsp;038-318444</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปริญญา&nbsp;เทศสวัสดิ์&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","13/5/2021","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513142903387"],
    [115,"ยอดขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form E ดันส่งออกสินค้าผลไม้ไปจีน 4 เดือนแรกของปี 64 เพิ่มสูงขึ้น","<p><strong>นายกีรติ&nbsp;รัชโน&nbsp;อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในช่วง&nbsp;4&nbsp;เดือนแรกของปี&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;กรมฯ&nbsp;ได้ออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า&nbsp;Form&nbsp;E&nbsp;ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน&nbsp;&nbsp;(ACFTA)&nbsp;จำนวน&nbsp;80,528&nbsp;ฉบับ&nbsp;คิดเป็นมูลค่าการส่งออก&nbsp;7.76&nbsp;พันล้านเหรียญสหรัฐฯ&nbsp;โดยในจำนวนนี้เป็นการขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า&nbsp;Form&nbsp;E&nbsp;สำหรับการส่งออกสินค้าผลไม้&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;30,412&nbsp;ฉบับ&nbsp;คิดเป็นมูลค่าการส่งออกกว่า&nbsp;1,500&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐฯ&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;&nbsp;8.21&nbsp;&nbsp;ช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;โดยผลไม้ที่มีการส่งออกสูงที่สุด&nbsp;3&nbsp;อันดับแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;ทุเรียนสด&nbsp;มะพร้าวทั้งกะลาและ&nbsp;มังคุด&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ดี&nbsp;ภายใต้สถานการณ์โควิด-19</strong>&nbsp;ที่จำเป็นต้องมีการเว้นระยะห่างทางสังคม&nbsp;กรมฯจึงได้ร่วมมือกับจีนในการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการโดยผลักดันการใช้ระบบการลงลายมือชื่อและตราประทับอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;(ESS)&nbsp;สำหรับการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า&nbsp;Form&nbsp;E&nbsp;ซึ่งระบบดังกล่าวเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;85&nbsp;รายการของบริการแบบเบ็ดเสร็จ&nbsp;ณ&nbsp;จุดเดียวของกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ที่จะช่วยลดขั้นตอน&nbsp;ลดระยะเวลา&nbsp;และลดการสัมผัสเอกสารเนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีการประทับตราและลงนามแบบสด&nbsp;รวมทั้งระบบ&nbsp;ESS&nbsp;ยังช่วยลดการตรวจสอบย้อนกลับ&nbsp;จากประเทศปลายทาง&nbsp;โดยผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมฯ&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p><strong>กรมฯ&nbsp;จะสามารถเริ่มออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า</strong>&nbsp;Form&nbsp;E&nbsp;ด้วยระบบ&nbsp;ESS&nbsp;สำหรับการส่งออกไปจีนได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม&nbsp;ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนเพื่อส่งตัวอย่างลายมือชื่อของกรรมการหรือผู้รับมอบอำนาจและตราประทับของนิติบุคคล&nbsp;(ถ้ามี)&nbsp;ผ่านระบบRegistration&nbsp;Database&nbsp;ของกรมฯ&nbsp;&nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป</p><p><br></p><p><br></p>","13/5/2021","NULL","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513214741611"],
    [116,"ผอ.ศปพร. ส่งเสริมและผลักดันให้ฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ปลูกดาวเรืองส่งดอกขาย สร้างรายได้สู่ชุมชน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลตรีไพศาล&nbsp;หนูสังข์&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;/ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พันเอก&nbsp;อิศรา&nbsp;จันทะกระยอม&nbsp;ผู้บังคับการกรมทหารราบที่&nbsp;153&nbsp;/หัวหน้าคณะทำงานที่&nbsp;2&nbsp;เดินทางลงพื้นเข้าตรวจเยี่ยมโครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านลุตง&nbsp;ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ตำบลแม่ลาน&nbsp;อำเภอแม่ลาน&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ&nbsp;ของสำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดปัตตานี&nbsp;เพื่อศึกษา&nbsp;เรียนรู้&nbsp;พร้อมทั้งบูรณาการ&nbsp;การปลูกดาวเรือง&nbsp;ไม้ตัดดอกเศรษฐกิจ&nbsp;&nbsp;เพื่อจะนำความรู้ที่ได้มาพัฒนา&nbsp;ต่อยอด&nbsp;มาปรับใช้ภายในโครงการฟาร์มตัวอย่าง&nbsp;ตามพระราชเสาวนีย์&nbsp;ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ควบคู่กับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ให้สมาชิกฟาร์มฯ&nbsp;มีรายได้&nbsp;จนสามารถเลี้ยงตนเอง&nbsp;และครอบครัวได้</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดย&nbsp;พลตรีไพศาล&nbsp;หนูสังข์&nbsp;ได้เยี่ยมชมกิจการภายในโครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านลุตง&nbsp;แปลงผักปลอดสารพิษ&nbsp;และ&nbsp;แปลงดอกดาวเรือง&nbsp;พร้อมทั้งสอบถาม&nbsp;ปัญหา&nbsp;ข้อขัดข้องในการดำเนินงาน&nbsp;ตลอดจนสอบถามความต้องการของตลาดในการรับซื้อ&nbsp;ดอกดาวเรือง&nbsp;ไม้ตัดดอกเศรษฐกิจ&nbsp;ซึ่งปัจจุบัน&nbsp;ดอกดาวขายได้ใน&nbsp;ราคา&nbsp;1-2&nbsp;บาท/ต่อดอกสามารถสร้างรายได้ให้สมาชิกฟาร์มบ้านลุตง&nbsp;30,000&nbsp;ต่อเดือน&nbsp;ซึ่ง&nbsp;พลตรีไพศาล&nbsp;หนูสังข์&nbsp;จึงเร่งเห็นความสำคัญ&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริม&nbsp;และผลักดันให้สมาชิกฟาร์มตัวอย่างฟาร์มในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;ปลูกดาวเรือง&nbsp;ไม้ตัดดอกเศรษฐกิจ&nbsp;เพื่อเป็นช่องทางการสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ให้กับสมาชิกฟาร์มฯ&nbsp;และพี่น้องประชาชน&nbsp;ก่อเกิดเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง&nbsp;จนสามารถพึ่งพาตนเองได้ต่อไป</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดอกดาวเรืองเป็นพืชเศรษฐกิจ&nbsp;มีความต้องการของตลาดสูง&nbsp;ราคาไม่ตก&nbsp;ขายได้ตลอดทั้งปี&nbsp;เป็นพืชอายุสั้น&nbsp;ใช้เวลา&nbsp;45&nbsp;วัน&nbsp;ก็ตัดขายได้&nbsp;และสามารถยืนต้นออกดอกให้ตัดได้นานประมาณ&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;หลังจากนั้นจึงตัดทิ้ง&nbsp;พักดิน&nbsp;ปรับปรุงดินแล้วปลูกรุ่นใหม่&nbsp;โดยตลาดรับซื้อดอกดาวเรืองได้ตลอดทั้งปี&nbsp;แต่ราคาของดอกดาวเรืองจะขึ้นอยู่กับฤดูหรือช่วงเวลานั้นๆ&nbsp;ตามกลไกของการตลาด&nbsp;แม้ว่าราคาตลาดของดอกดาวเรืองจะไม่แน่นอน&nbsp;ก็ยังถือว่าจำหน่ายได้ราคาดี&nbsp;อยู่ที่ดอกละ&nbsp;1&nbsp;บาท&nbsp;ถึง&nbsp;2&nbsp;บาท&nbsp;หรือบางช่วงอยู่ที่ราคาดอกละ&nbsp;50&nbsp;สตางค์&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยดาวเรือง&nbsp;เป็นไม้ตัดดอกที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจมากชนิดหนึ่ง&nbsp;มีประโยชน์&nbsp;สามารถปลูกประดับเพื่อความสวยงาม&nbsp;กลีบดอกสีเหลือง&nbsp;เรียงอัดกันแน่น&nbsp;และอายุใช้งานนาน&nbsp;จึงเหมาะสำหรับปลูก&nbsp;เพื่อประดับอาคารบ้านเรือน&nbsp;และสถานที่ต่างๆ&nbsp;เพื่อให้เกิดความสวยงาม&nbsp;และสามารถป้องกันแมลง&nbsp;เนื่องจากทั้งดอกและต้นดาวเรือง&nbsp;มีสารกลิ่นเหม็น&nbsp;(ฉุน)&nbsp;แมลงไม่ชอบ&nbsp;จึงใช้เป็นเกราะป้องกันแมลงให้พืชอื่นๆ&nbsp;ด้วย&nbsp;รากดาวเรือง&nbsp;ยังมีสารชนิดหนึ่ง&nbsp;ช่วยลดปริมาณไส้เดือนฝอยในดิน&nbsp;ได้ด้วย&nbsp;ตลอดจนปลูกเพื่อจำหน่าย&nbsp;ใช้ทำพวงมาลัย&nbsp;ปักแจกัน&nbsp;รวมถึงปลูกลงกระถางหรือถุง&nbsp;เป็นการสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","13/5/2021","ภาคใต้","ปัตตานี","สวท.ปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514082343623"],
    [117,"ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. เปิดตัว สินเชื่อ สู้ภัย COVID19 เปิดให้กู้ 10,000 บาทราย ไม่ต้องมีหลักประกัน","<p><strong>นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ธนาคารออมสิน&nbsp;และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เปิดตัว&nbsp;สินเชื่อสู้ภัย&nbsp;COVID19&nbsp;สำหรับผู้มีรายได้ประจำ&nbsp;อาชีพอิสระ&nbsp;เกษตรกรรายย่อย&nbsp;หรือลูกจ้างภาคการเกษตร&nbsp;โดยอนุมัติวงเงินรวม&nbsp;2&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;ผ่านการให้สินเชื่อของธนาคารออมสิน&nbsp;และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;ในวงเงินธนาคารละ&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;คาดว่าจะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินในเบื้องต้นให้กับประชาชนได้กว่า&nbsp;2&nbsp;ล้านคน&nbsp;ทั้งเพิ่มสภาพคล่องในการประกอบกิจการ&nbsp;หรือที่มีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินฉุกเฉิน&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดรายได้จากมาตรควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ระหว่างที่รัฐบาลเร่งบริการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด&nbsp;</p><p><strong>โดยธนาคารออมสิน&nbsp;เปิดให้&nbsp;\"สินเชื่อสู้ภัย&nbsp;COVID-19\"</strong>&nbsp;แก่ผู้ประกอบอาชีพอิสระ&nbsp;ผู้ประกอบการรายย่อยและผู้มีรายได้ประจำ&nbsp;(ไม่รวมผู้มีรายได้ประจำจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ)&nbsp;ในขณะที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เปิดให้กู้แก่เกษตรกรรายย่อยหรือลูกจ้างภาคการเกษตร&nbsp;ซึ่งผู้ที่จะกู้จากทั้ง&nbsp;2&nbsp;ธนาคารนี้&nbsp;จะต้องมีสัญชาติไทย&nbsp;และอายุ&nbsp;20&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;โดยสินเชื่อในโครงการ&nbsp;สินเชื่อ&nbsp;สู้ภัย&nbsp;COVID19&nbsp;เป็นสินเชื่อที่ไม่ต้องมีหลักประกัน&nbsp;(Clean&nbsp;Loan)&nbsp;สำหรับอัตราดอกเบี้ยนั้นกำหนดไว้คงที่&nbsp;(Flat&nbsp;Rate)&nbsp;ที่ร้อยละ&nbsp;0.35&nbsp;ต่อเดือน&nbsp;ระยะเวลากู้ไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย&nbsp;6&nbsp;งวดแรก&nbsp;ระยะเวลาการขอกู้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&nbsp;จนถึง&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</p><p><strong>สำหรับธนาคารออมสิน</strong>&nbsp;ในระยะแรกของโครงการเพื่อเป็นการควบคุมและป้องกันปัญหาการแพร่ระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;จึงเริ่มให้บริการแก่ลูกค้าธนาคาร&nbsp;ที่เปิดใช้แอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;อยู่แล้วก่อนวันที่&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งมีจำนวนมากกว่า&nbsp;9&nbsp;ล้านคน&nbsp;โดยเริ่มจากลูกค้าที่ได้รับผลกระทบที่อยู่ในพื้นที่สีแดงเข้ม&nbsp;6&nbsp;จังหวัดคือ&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;นนทบุรี&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;ชลบุรี&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;และเชียงใหม่&nbsp;สามารถยื่นกู้ได้ทางแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&nbsp;หลังจากนั้นในระยะต่อไปจึงจะขยายให้บริการลูกค้าในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งจะเริ่มในวันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ตามด้วยลูกค้ากลุ่มอื่นที่ไม่มีแอพพลิเคชัน&nbsp;MyMo</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เปิดให้ร่วมโครงการผ่าน&nbsp;LINE&nbsp;Official&nbsp;</strong>โดยดูรายละเอียดได้ที่&nbsp;&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.baac.or.th/\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">www.baac.or.th</a>&nbsp;หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;02&nbsp;555&nbsp;0555&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;รัฐบาล&nbsp;ยังมีมาตรการด้านการเงินสำหรับประชาชนและภาคธุรกิจกลุ่มต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งประกอบด้วยมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู&nbsp;และมาตรการพักทรัพย์พักหนี้&nbsp;โครงการค้ำประกันสินเชื่อ&nbsp;PGS9&nbsp;ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม&nbsp;มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;และมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล&nbsp;ซึ่งรัฐบาล&nbsp;จะเร่งพิจารณาแนวทางช่วยเหลือประชาชน&nbsp;และมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในแต่ละกลุ่มธุรกิจอย่างเหมาะสมที่สุด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","14/5/2021","NULL","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514112729701"],
    [118,"สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ร่วมกับกรมสรรพากร ออกมาตรการภาษีแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายผู้ประกอบการ SMEs ","<p><strong>นายณัฐพล&nbsp;นิมมานพัชรินทร์&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล(ดีป้า)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;...&nbsp;(มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;(SMEs)&nbsp;ปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่เศรษฐกิจดิจิทัล)&nbsp;เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล&nbsp;จำนวนรวม&nbsp;200%&nbsp;ของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อหรือจ้างทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์&nbsp;(Software)&nbsp;หรือค่าใช้จ่ายการใช้บริการโปรแกรมบริการ&nbsp;ที่ผู้ใช้สามารถเรียกใช้บริการผ่านอินเทอร์เน็ตได้ตามความต้องการใช้งานจากผู้ประกอบการที่ได้รับการขึ้นทะเบียนกับดีป้าเฉพาะในส่วนที่ไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ดีป้า&nbsp;จึงร่วมกับกรมสรรพากร&nbsp;กระทรวงการคลัง</strong>&nbsp;เร่งประกาศหลักเกณฑ์การรับขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการโปรแกรมคอมพิวเตอร์และผู้ให้บริการโปรแกรมบริการที่ต้องการเข้าสู่มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;(SMEs)&nbsp;ปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่เศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;ตลอดจนช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;ที่มีความประสงค์จะนำโปรแกรมคอมพิวเตอร์และโปรแกรมบริการที่ได้มาตรฐานมาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการ&nbsp;&nbsp;แก้ไขปัญหา&nbsp;พัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจให้อยู่รอดช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</p><p><strong>สำหรับผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;</strong>ที่ต้องการนำใบเสร็จมาลดหย่อนภาษีจะต้องเลือกใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์&nbsp;หรือบริการโปรแกรมบริการจากผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับดีป้าเท่านั้น&nbsp;ขณะนี้มีผู้ประกอบการโปรแกรมคอมพิวเตอร์และผู้ให้บริการโปรแกรมบริการที่ขึ้นทะเบียนกับดีป้าในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัล&nbsp;และมีมาตรฐาน&nbsp;ISO29110&nbsp;และ&nbsp;CMMI&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;100&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p>","14/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514113122705"],
    [119,"พีทีที โกลบอล เคมิคอล ร่วมสู้โควิด ส่งล้านความห่วงใย เพิ่มพื้นที่ปลอดภัย ตั้งเป้าส่งมอบชุด PPE 1 ล้านชุด เพื่อบุคคลากรทางการแพทย์","<p><strong>นายคงกระพัน&nbsp;อินทรแจ้ง&nbsp;</strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร&nbsp;บริษัท&nbsp;พีทีที&nbsp;โกลบอล&nbsp;เคมิคอล&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GC&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในประเทศไทยยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต&nbsp;GC&nbsp;จึงขอส่งกำลังใจและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนสังคม&nbsp;ตั้งแต่บุคลากรทางการแพทย์&nbsp;โรงพยาบาลรัฐ&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;อาสาสมัครด่านหน้ารวมถึงองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร&nbsp;&nbsp;จึงได้ริเริ่มโครงการล้านความห่วงใย&nbsp;เพิ่มพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคน&nbsp;เพื่อรับมือกับวิกฤตโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในระลอกใหม่นี้&nbsp;ด้วยการใช้จุดแข็งของ&nbsp;GC&nbsp;สร้างนวัตกรรมการขึ้นรูปพลาสติกเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ&nbsp;โดยดึงคุณค่าและประโยชน์ด้านต่างๆ&nbsp;ของพลาสติกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;(Circular&nbsp;Economy)&nbsp;ตอบสนองต่อการใช้งานในรูปแบบใหม่&nbsp;เพื่อตอบแทนสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรมและได้ร่วมมือกับพันธมิตร&nbsp;ดำเนินการส่งมอบชุดป้องกันส่วนบุคคล&nbsp;(PPE)&nbsp;รวมถึงผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ&nbsp;ภายใต้แบรนด์&nbsp;Greater&nbsp;Care&nbsp;by&nbsp;GC&nbsp;สำหรับป้องกันโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ไปยังโรงพยาบาลและหน่วยงานรัฐทั่วประเทศแล้ว&nbsp;ตั้งแต่เกิดวิกฤตครั้งแรกจนถึงวันนี้&nbsp;โดยเป้าหมายของโครงการคือ&nbsp;การสนับสนุนชุด&nbsp;PPE&nbsp;&nbsp;ให้ครบจำนวน&nbsp;1,000,000&nbsp;ชุด&nbsp;เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์&nbsp;และมีต้นทุนที่ถูกจากวัตถุดิบภายในประเทศ</p><p><strong>สำหรับชุดป้องกันส่วนบุคคล&nbsp;(PPE)&nbsp;ที่&nbsp;GC&nbsp;</strong>สนับสนุนในโครงการนี้&nbsp;แบ่งออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชุดกาวน์กันน้ำ&nbsp;(PE&nbsp;Gown)&nbsp;ที่ร่วมมือกับบริษัท&nbsp;ไทยฮอสพิทอล&nbsp;โปรดักส์&nbsp;จำกัด&nbsp;ผลิตเสื้อกาวน์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง&nbsp;จากเม็ดพลาสติกชนิดโพลิเอทิลีน&nbsp;(PE)&nbsp;คุณภาพสูง&nbsp;โดย&nbsp;GC&nbsp;ออกแบบให้น้ำหนักเบา&nbsp;สวมใส่สบาย&nbsp;ระบายอากาศได้ดี&nbsp;มีความเหนียวและยืดหยุ่นสูง&nbsp;มีคุณสมบัติในการป้องกันการปนเปื้อนสารคัดหลั่ง&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;ได้ออกแบบให้มีความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน&nbsp;โดยหลังใช้งานสามารถกระตุกเสื้อให้ฉีกขาด&nbsp;เพื่อทิ้งได้ทันที&nbsp;ซึ่งช่วยลดการสัมผัสและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ&nbsp;และชุดคลุมปฏิบัติการ&nbsp;(Coverall)ที่&nbsp;ร่วมมือกับบริษัท&nbsp;ไทยแทฟฟิต้า&nbsp;จำกัด&nbsp;ในการผลิตชุดคลุมปฏิบัติการ&nbsp;(Coverall)&nbsp;จากเม็ดพลาสติกรีไซเคิลประเภท&nbsp;PET&nbsp;(rPET)&nbsp;100%&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;โดย&nbsp;1&nbsp;ชุดทำจากขวดน้ำ&nbsp;PET&nbsp;18&nbsp;ใบ&nbsp;ชุดสามารถทำความสะอาดและนำกลับมาใช้ซ้ำได้สูงสุดถึง&nbsp;20&nbsp;ครั้ง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หน่วยงานต่างๆ&nbsp;ที่ประสงค์ขอรับการสนับสนุนชุดกาวน์กันน้ำ&nbsp;(PE&nbsp;Gown)&nbsp;ของโครงการล้านความห่วงใย...เพิ่มพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคน&nbsp;สามารถแจ้งความประสงค์ของท่านไปได้ที่&nbsp;<a&nbsp;href=\"https://forms.gle/iQSFp1GypMQeF7R46\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">https://forms.gle/iQSFp1GypMQeF7R46</a></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","14/5/2021","NULL","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514124929787"],
    [120,"ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับผู้ให้บริการทางการเงิน ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 3 ","<p><strong>นายรณดล&nbsp;นุ่มนนท์&nbsp;รองผู้ว่าการ</strong>&nbsp;ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธปท.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;พบว่าลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับความช่วยเหลือจากมาตรการเดิมยังคงต้องการความช่วยเหลือต่อเนื่อง&nbsp;และมีลูกหนี้ใหม่ที่ต้องการรับความช่วยเหลือเพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งเป็นความเปราะบางที่สะสมมาตั้งแต่การแพร่ระบาดในระลอกแรก&nbsp;ธปท.&nbsp;จึงร่วมกับผู้ให้บริการทางการเงิน&nbsp;ผ่านสมาคมและชมรมต่างๆ&nbsp;รวม&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่&nbsp;3&nbsp;โดยยกระดับมาตรการเดิมให้ตอบสนองต่อสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น&nbsp;มุ่งเน้นลดภาระหนี้ในระยะยาว&nbsp;มีทางเลือก&nbsp;มีความยืดหยุ่น&nbsp;และมีวิธีปฏิบัติที่ชัดเจน&nbsp;สามารถช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับความเดือดร้อนได้อย่างเหมาะสม&nbsp;ซึ่งจะครอบคลุมสินเชื่อ&nbsp;4&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล&nbsp;เน้นการบรรเทาภาระหนี้โดยขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้ยาวขึ้น&nbsp;และจ่ายอัตราดอกเบี้ยลดลง&nbsp;,สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์&nbsp;ด้วยการเพิ่มทางเลือกการพักชำระค่างวดสำหรับลูกหนี้จำนำทะเบียนรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงให้มีทางเลือกในการคืนรถ&nbsp;,เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์&nbsp;โดยการกำหนดแนวทางในการควบคุมอัตราดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญาไม่ให้สูงขึ้นกว่าอัตราดอกเบี้ยเดิม&nbsp;และปรับวิธีการคิดดอกเบี้ยช่วงที่พักบนค่างวดที่พักชำระหนี้สำหรับลูกหนี้เช่าซื้อรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง&nbsp;ให้มีทางเลือกในการคืนรถ&nbsp;และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน&nbsp;ด้วยการเพิ่มทางเลือกด้วยการพักเงินต้นและจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน&nbsp;และให้ลูกหนี้สามารถทยอยชำระคืนเป็นขั้นบันไดโดยลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความประสงค์รับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ผ่านช่องทางต่างๆ&nbsp;ของผู้ให้บริการทางการเงิน&nbsp;โดย&nbsp;ธปท.&nbsp;ขอให้ผู้ให้บริการทางการเงินให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมกับสถานะของลูกหนี้ตามมาตรการที่กำหนด&nbsp;รวมทั้งให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามนโยบายของผู้ให้บริการทางการเงิน</p><p><strong>รองผู้ว่าการ&nbsp;ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน</strong>&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;นอกจากนี้ยังมีช่องทางสนับสนุนในการช่วยเหลือลูกหนี้ที่เดือดร้อน&nbsp;ได้แก่&nbsp;มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้&nbsp;สำหรับการช่วยเหลือลูกหนี้บัตรเครดิต&nbsp;สินเชื่อส่วนบุคคล&nbsp;ได้ขยายเวลาออกไปถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;และจะเพิ่มการไกล่เกลี่ยหนี้เช่าซื้อในระยะต่อไป&nbsp;และโครงการหมอหนี้เพื่อประชาชน&nbsp;เพื่อเป็นแหล่งให้ข้อมูลและข้อแนะนำเกี่ยวกับการแก้ไขหนี้รายย่อยและธุรกิจ&nbsp;ซึ่งลูกหนี้สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองและนำไปแก้ไขปัญหา&nbsp;สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบสามารถศึกษาและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือได้ที่ผู้ให้บริการทางการเงินของท่าน&nbsp;ผ่านช่องทาง&nbsp;&nbsp;ต่างๆ&nbsp;สำหรับลูกหนี้ที่ยังมีศักยภาพ&nbsp;ธปท.&nbsp;จะสนับสนุนให้ทยอยชำระหนี้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;เนื่องจากการพักชำระเงินต้น&nbsp;หรือดอกเบี้ยจะยังคงมีการคิดดอกเบี้ยตามระยะเวลาการกู้ยืมอยู่&nbsp;ซึ่งจะทำให้ภาระการชำระหนี้ของลูกหนี้เพิ่มขึ้นในระยะยาว</p><p><br></p><p><br></p>","14/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514164012960"],
    [121,"กรมธนารักษ์ เปิดประมูลขายที่ราชพัสดุที่ได้มาโดยคำพิพากษาของศาลให้ตกเป็นของแผ่นดิน 154 รายการ ","<p><strong>นายยุทธนา&nbsp;หยิมการุณ&nbsp;อธิบดีกรมธนารักษ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมธนารักษ์กำหนดเปิดประมูลขายที่ราชพัสดุที่ได้มาโดยคำพิพากษาของศาลให้ตกเป็นของแผ่นดิน&nbsp;ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ยึดมาในคดีมูลฐานความผิดในการฟอกเงินตามกฎหมาย&nbsp;ปปง.&nbsp;และ&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;รวม&nbsp;154&nbsp;รายการ&nbsp;229&nbsp;แปลง&nbsp;โดยเปิดประมูลผ่านระบบประมูลทรัพย์ออนไลน์&nbsp;เพื่อให้ประชาชนค้นหาและประมูลทรัพย์ที่ต้องการได้แบบ&nbsp;Real&nbsp;Time&nbsp;มีประสิทธิภาพ&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;โปร่งใส&nbsp;สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน&nbsp;และเป็นไปตามหลักของการแข่งขัน&nbsp;พร้อมทั้งมีกระบวนการรับ&nbsp;-&nbsp;จ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;</p><p><strong>สำหรับทรัพย์ที่เปิดทำการประมูลในครั้งนี้&nbsp;</strong>กระจายอยู่ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;และอีก&nbsp;21&nbsp;จังหวัด&nbsp;เช่น&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และภูเก็ต&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ที่ดินเปล่า&nbsp;บ้านพร้อมที่ดิน&nbsp;อาคารพาณิชย์&nbsp;ห้องชุด&nbsp;และรีสอร์ท&nbsp;โดยในรอบแรกจะเปิดประมูลขายในวันที่&nbsp;7&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30น.&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;14&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ก่อนเวลา&nbsp;12.00น.&nbsp;ซึ่งจะเปิดให้มีการลงทะเบียนสมัครสมาชิกและวางเงินประกันการประมูลในระบบประมูลได้ก่อนในวันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;11&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ก่อนเวลา&nbsp;12.00&nbsp;น.</p><p><strong>ผู้ประสงค์เข้าประมูล</strong>ที่ได้สมัครสมาชิกในระบบประมูลขายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมธนารักษ์แล้ว&nbsp;ประสงค์ที่จะเสนอราคาซื้อที่ราชพัสดุรายการใดในการขายครั้งนี้&nbsp;สามารถวางเงินประกันการประมูลแต่ละรายการที่จะเสนอราคาซื้อโดยชำระผ่านระบบ&nbsp;Payment&nbsp;ในช่องทางการชำระเงินบนแอปพลิเคชั่นต่างๆ&nbsp;ซึ่งผู้เสนอราคาสามารถเสนอราคาขั้นต่ำเพิ่มขึ้นระหว่างการแข่งขันเสนอราคาแต่ละครั้งได้&nbsp;ส่วนผู้ที่เสนอราคาซื้อสูงสุดของที่ราชพัสดุแต่ละรายการ&nbsp;จะต้องชำระค่าธรรมเนียมการใช้บริการของธนาคารในการเข้าร่วมประมูลในอัตราค่าธรรมเนียมแต่ละรายการตามราคาทรัพย์</p><p><strong>อธิบดีกรมธนารักษ์&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;ในระยะถัดไปกรมธนารักษ์จะมีการเพิ่มช่องทางการวางเงินและคืนเงินประกันการประมูลผ่านระบบ&nbsp;Payment&nbsp;ในช่องทางการชำระเงินบนแอปพลิเคชันต่างๆ&nbsp;เพื่อให้บริการประชาชนครอบคลุมทุกธุรกรรมการเงินที่จะมีการพัฒนาขึ้นในอนาคต&nbsp;ตลอดจนจะขยายการประมูลออนไลน์ในการจัดให้เช่าที่ราชพัสดุ&nbsp;โดยการเปิดประมูลสิทธิการเช่าที่ราชพัสดุในลักษณะออนไลน์เช่นเดียวกับการประมูลขายด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","14/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514142626835"],
    [122,"สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง ออกตรวจสอบสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ ในพื้นที่อำเภอรัษฎาและอำเภอห้วยยอด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ออกตรวจสอบสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัย&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;ในพื้นที่อำเภอรัษฎา&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ดังนี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1)&nbsp;ร้านสุธารัตน์เภสัช&nbsp;ราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;ชนิดกล่องบรรจุ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;100-125&nbsp;บาท&nbsp;สเปรย์แอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือขนาด&nbsp;100&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;59&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2)&nbsp;ร้านสมโชคเภสัช&nbsp;ราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;ชนิดกล่องบรรจุ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;90&nbsp;บาท&nbsp;สเปรย์แอลกอฮอล์70%&nbsp;ขนาด&nbsp;450&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;160&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3)&nbsp;ร้านคลังแสงฟาร์มาซี&nbsp;ราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัย&nbsp;ชนิดกล่องบรรจุ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;สเปรย์แอลกอฮอล์&nbsp;70%&nbsp;ขนาด&nbsp;50&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;59&nbsp;บาท&nbsp;เจลล้างมือแอลกอฮอล์&nbsp;ขนาด&nbsp;200&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;99&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4)&nbsp;ร้าน&nbsp;7-11&nbsp;สาขาบ้านสวนรื่นรมย์&nbsp;ราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;ชนิดกล่องบรรจุ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;99&nbsp;บาท&nbsp;เจลแอลกอฮอล์ล้างมือขนาด&nbsp;200&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;79&nbsp;บาท&nbsp;ขนาด&nbsp;100&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;39&nbsp;บาท&nbsp;ขนาด&nbsp;50&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;59&nbsp;บาท&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานการณ์การค้า&nbsp;จังหวัดตรังมีหน้ากากอนามัยทางการแพทย์วางจำหน่ายในบางร้าน&nbsp;ส่วนหน้ากากทางเลือก&nbsp;อาทิ&nbsp;หน้ากากกันฝุ่นทั่วไป&nbsp;หน้ากากเพื่อสุขภาพ&nbsp;และหน้ากากผ้า&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์&nbsp;และถุงมือยางทางการแพทย์มีวางจำหน่ายในปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนและมีการปิดป้ายแสดงราคาชัดเจน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย&nbsp;ให้ครบถ้วน&nbsp;ชัดเจน&nbsp;และหากพบเห็น&nbsp;การกระทำผิด&nbsp;จำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&nbsp;หรือจำหน่ายในราคา&nbsp;ไม่ตรงกับที่แจ้งไว้&nbsp;สามารถร้องเรียนได้ที่&nbsp;สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;โทร.&nbsp;0&nbsp;7522&nbsp;3076&nbsp;หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการ&nbsp;ตามกฎหมาย&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;กรณีจำหน่ายสินค้าราคาสูง&nbsp;เกินสมควร&nbsp;กักตุนสินค้าและปฏิเสธการจำหน่ายต้องโทษจำคุก&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;140,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","14/5/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514132452799"],
    [123,"เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนมะม่วงจังหวัดสระแก้วร่วมลงนาม MOP ซื้อขายมะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว จำนวน 1,000 ตัน มูลค่ารวม 45 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 1 ปี สู่ตลาดฮ่องกง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(14&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นายเกียรติศักดิ์&nbsp;จันทรา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;นางสาวนงเยาว์&nbsp;ศรีฉันทะมิตร&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสระแก้ว&nbsp;นายประจักร์&nbsp;ประสงค์สุข&nbsp;เกษตรจังหวัดสระแก้ว&nbsp;นายบำรุง&nbsp;ล้อเจริญวัฒนะชัย&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดสระแก้ว&nbsp;และ&nbsp;นายเกษมสันต์&nbsp;ศรีโสภา&nbsp;ประธานเครือข่ายธุรกิจ&nbsp;MOC&nbsp;Biz&nbsp;Club&nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยานฝ่ายผู้ขาย&nbsp;จังหวัดสระแก้ว&nbsp;ในพิธีลงนาม&nbsp;MOP&nbsp;(MEMORANDUM&nbsp;OF&nbsp;PURCHASING&nbsp;)&nbsp;การส่งเสริม&nbsp;การส่งออกมะม่วงไทยเข้าสู่ตลาดฮ่องกง&nbsp;ระหว่างบริษัท&nbsp;Chiangmai&nbsp;Herbs&nbsp;Trading&nbsp;จำกัด&nbsp;เมืองฮ่องกง&nbsp;ผู้ซื้อ&nbsp;โดย&nbsp;Mr.&nbsp;Pang&nbsp;Kwong&nbsp;Wing&nbsp;กรรมการบริษัทฯ&nbsp;กับ&nbsp;เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนมะม่วงจังหวัดสระแก้ว&nbsp;คุณวรเทพ&nbsp;แก้ววงษ์นุกูล&nbsp;ประธานเครือข่าย&nbsp;ผ่านช่องทางออนไลน์&nbsp;ร่วมกับสักขีพยานจากกระทรวงพาณิชย์&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งพิธีลงนาม&nbsp;MOP&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;มีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงการส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้ไทย&nbsp;เพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้เกษตรกร&nbsp;และผลักดันตลาดมะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้วให้เป็นสินค้าระดับพรีเมียมอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยเริ่มจากตลาดฮ่องกงซึ่งมีความนิยมและต้องการบริโภคผลไม้ไทยโดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี&nbsp;รวมทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนให้จังหวัดสระแก้วเป็น&nbsp;สระแก้วโมเดล&nbsp;สำหรับการส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้ไทยที่มีคุณภาพและมาตรฐานสู่ตลาดต่างประเทศต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประจัก&nbsp;สารการ&nbsp;&nbsp;สุชีวิน&nbsp;ปิยะมิตรบัณฑิต&nbsp;ภาพ/ข่าว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","14/5/2021","ภาคตะวันออก","สระแก้ว","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514154439923"],
    [124,"จังหวัดกระบี่เร่งประชุมหารือรัฐเอกชนเตรียมการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติห้วงเดือน 1 ต.ค. 64","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(14&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;)&nbsp;นายสมชาย&nbsp;หาญภักดีปฏิมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือเตรียมการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ&nbsp;โดยมีนางสาวจรรยารักษ์&nbsp;สาธิตกิจ&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่&nbsp;และ&nbsp;นายอุทิศ&nbsp;ลิ่มสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานกระบี่&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ณ.ห้องประชุมอ่าวลึก&nbsp;(ชั้น3&nbsp;)&nbsp;ศาลากลางจังหวัดกระบี่&nbsp;ร่วมวางแผนจัดทำขั้นตอนการเตรียมแผนงานโครงการที่เปิดรับนักท่องเที่ยวจังหวัด&nbsp;สำหรับของพื้นที่ทั้ง6&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่จังหวัดเสนอให้เป็นพื้นที่ดำเนินการ&nbsp;Bubble&nbsp;-&nbsp;Vaccine&nbsp;Travel&nbsp;Area&nbsp;&nbsp;sandbox&nbsp;และ&nbsp;Area&nbsp;Quarantine&nbsp;(พื้นที่กำกับดูแลเป็นการเฉพาะ)&nbsp;ได้แก่&nbsp;เกาะพีพี&nbsp;,ไร่เลย์&nbsp;,เกาะไหง&nbsp;,หนองทะเล&nbsp;,อ่าวนาง&nbsp;และเกาะลันตาใหญ่&nbsp;เพื่อรับนักท่องเที่ยวตามนโยบายเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ&nbsp;ตามนโนบายรัฐบาลจะมรการเปิดพื้นที่&nbsp;Sand&nbsp;box&nbsp;คู่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยในวันนี้มีมติที่ประชุม&nbsp;เสนอให้&nbsp;ทุกหน่วยงานนำเสนอแผนระดมความคิดเห็นทุกภาคส่วน&nbsp;เสนอแผนงานโครงการเพื่อให้สอดคล้องในการเสนอแผนการพัฒนาพื้นที่กระบี่สอดคล้องกับยุทธ์ศาสตร์ด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ในระยะสั้น&nbsp;ระยะกลาง&nbsp;ระยะยาว&nbsp;โดยให้ทุกหน่วยงานบรรจุแผนงานของหน่วยงาน&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;งบจังหวัด&nbsp;งบท้องถิ่น&nbsp;งบฟังก์ชั่น&nbsp;ให้ทุกหน่วยงานและเจ้าของพื้นที่รัฐเอกชน&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;สำรวจโครงการที่สอดคล้อง&nbsp;โดยให้คำนึงถึงความปลอดภัย&nbsp;ด้านสาธารณสุข&nbsp;ด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน&nbsp;ต้องมีมาตรฐานบนพื้นฐานความปลอดภัย&nbsp;เช่น&nbsp;มาตรการฐาน&nbsp;sha&nbsp;กว่า&nbsp;347&nbsp;แห่ง&nbsp;หรือ&nbsp;ALQ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อนำเสนอแผนเป็นในทิศทางเดียวกัน&nbsp;ในด้านมาตรการและโครงการครอบคลุมทุกพื้นที่&nbsp;บนความปลอดภัยสูงสุด&nbsp;โดยหลังจากนี้เมื่อทำแผนแล้ว&nbsp;ให้มีการแถลงแผน&nbsp;และทำการซักซ้อม&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างความรับรู้&nbsp;ความเข้าใจแก่ประชาชน&nbsp;และผู้ประกอบการ&nbsp;เร่งประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ความรู้ประชาชน&nbsp;ถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีน&nbsp;เพื่อให้สามารถช่วยในด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของพื้นที่ท่องเที่ยว&nbsp;โดยหลังจากนี้&nbsp;จะประชุมหารือร่วมกันอีกครั้ง&nbsp;และเน้นย้ำกำชับให้นำ&nbsp;พรบ.&nbsp;และกฎระเบียบ&nbsp;การบังคับใช้ของหน่วยงาน&nbsp;อย่างเคร่งครัดเช่น&nbsp;ท่าอากาศยานานาชาติกระบี่&nbsp;ขนส่งจังหวัดกระบี่&nbsp;ท่าเทียบเรือโดยสารเพื่อการท่องเที่ยว&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยจัดทำขั้นตอน&nbsp;รายละเอียดในการเปิดรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;อปท.ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;เพื่อเสนอศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เเละคณะรัฐมนตรี&nbsp;พิจารณาต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;&nbsp;:&nbsp;สำนักข่าวประชาสัมพันํ์จังหวัดกระบี่&nbsp;/ปานอุมา&nbsp;แหละยุหีม&nbsp;14&nbsp;พ.ค.&nbsp;64</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p>","14/5/2021","ภาคใต้","กระบี่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515112601121"],
    [125,"หนองคาย เอาใจคอทุเรียนเริ่มต้นพูละ 5 บาทคนต่อคิวซื้อ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แม่ค้าสาวหนองคายใจดี&nbsp;เอาใจคอทุเรียนหนองคาย&nbsp;ในยามวิกฤตเศรษฐกิจในยุคโควิด-19&nbsp;ที่หลาย&nbsp;ๆ&nbsp;คนต้องขาดรายได้และมีรายได้ที่น้อยลง&nbsp;ให้มีโอกาสได้รับประทานทุเรียน&nbsp;ขายทุเรียนหมอนทองในราคาถูก&nbsp;เริ่มต้นพูละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;คนต่อคิวแห่ซื้อแน่น&nbsp;ใช้เวลาไม่ถึง&nbsp;2&nbsp;ชั่วโมงก็ขายหมด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อช่วงเช้าของวันนี้&nbsp;(15&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่แผงขายทุเรียนบริเวณด้านหน้าสำนักงานธนารักษ์พื้นที่หนองคาย&nbsp;ตรงข้ามสำนักงานสาธาณสุขจังหวัดหนองคาย&nbsp;ถนนศูนย์ราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;น.ส.ไตรรัตน์&nbsp;พลศักดิ์&nbsp;อายุ&nbsp;24&nbsp;ปี&nbsp;แม่ค้าขายทุเรียน&nbsp;ได้ตั้งโต๊ะเปิดขายทุเรียนหมอนทองที่แกะแยกเป็นพู&nbsp;เริ่มต้นที่&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;แรปด้วยพลาสติกใสอย่างดีวางขายบนโต๊ะ&nbsp;ปรากฏว่ามีลูกค้ารุมล้อมเลือกทุเรียนกันอย่างคึกคัก&nbsp;โดยมีราคาขายเริ่มตั้งแต่พูละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;เรื่อยไปจนถึงหลัก&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ตามขนาด&nbsp;ซึ่งทุเรียนพูละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;ถูกเลือกซื้อเป็นอันดับแรก&nbsp;และหมดไปในเวลาไม่ถึง&nbsp;1&nbsp;นาทีหลังเปิดขาย&nbsp;โดยได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างมาก&nbsp;ทั้งกลุ่มคนทำงาน&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;ที่สามารถมาเลือกซื้อทุเรียนไปรับประทานกันได้ตามงบประมาณที่มีในกระเป๋า&nbsp;ถือเป็นเจ้าแรกของจังหวัดหนองคายที่ขายทุเรียนในราคาถูกแบบนี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการสอบถาม&nbsp;น.ส.ไตรรัตน์&nbsp;พลศักดิ์&nbsp;อายุ&nbsp;24&nbsp;ปี&nbsp;แม่ค้าขายทุเรียน&nbsp;บอกว่า&nbsp;ตนมีแนวคิดขายทุเรียนแยกพูเริ่มต้นพูละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;เพราะต้องการช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤตเศรษฐกิจในยุคโควิด-19&nbsp;เพราะหลาย&nbsp;ๆ&nbsp;คนต้องขาดรายได้&nbsp;หากอยากรับประทานทุเรียน&nbsp;และต้องซื้อในราคาแพงก็คงไม่ไหว&nbsp;ยอมรับว่ากำไรไม่มาก&nbsp;ขอแค่พอมีกำไรเป็นรายได้เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง&nbsp;แม่ค้าอยู่ได้ลูกค้าอยู่ได้ก็ดีใจ&nbsp;หลังจากเปิดขายมาเป็นวันที่&nbsp;8&nbsp;ปรากฏว่าลูกค้าตอบรับเป็นอย่างดี&nbsp;แต่ละวันสั่งทุเรียนหมอนทองจังหวัดจันทบุรี&nbsp;มาขายวันละ&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;โดยขายแบบเป็นลูกช่างกิโลละ&nbsp;115&nbsp;บาท&nbsp;และแยกพูเริ่มต้นที่&nbsp;5&nbsp;บาทไปจนถึง&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ตามขนาด&nbsp;ใช้เวลาไม่ถึง&nbsp;2&nbsp;ชั่วโมงก็ขายหมด&nbsp;หลังจากนี้ก็จะยังขายไปเรื่อย&nbsp;ๆ&nbsp;จนกว่าจะหมดฤดูกาล&nbsp;และหากลูกค้ามากขึ้นก็จะจัดระบบบัตรคิวเว้นระยะห่าง&nbsp;เพื่อให้ปลอดภัยจากโรคระบาดโควิด-19&nbsp;โดยจะเริ่มขายตั้งแต่เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.ทุกวัน&nbsp;นอกจากนี้ยังได้โพสต์ขายในเฟซบุ๊ก&nbsp;ไทยหนองคาย&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางในการขายอีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จุมพล&nbsp;&nbsp;สายแวว&nbsp;&nbsp;ข่าว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","15/5/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองคาย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515105811099"],
    [126,"กระทรวงพาณิชย์ เปิดจุดรับซื้อพริกเขียวมันในพื้นที่จังหวัดสงขลาและนครศรีธรรมราช แก้ปัญหาราคาพริกตกต่ำ","<p><strong>นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาราคาพริกเขียวมันตกต่ำ&nbsp;หลังจากประเทศมาเลเซียลดการนำเข้า&nbsp;ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้เชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้าไปรับซื้อพริกเขียวมันจากเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสงขลาและนครศรีธรรมราช&nbsp;โดยสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการช่วยเหลือเกษตรกรในอัตราไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการรับซื้อไปแล้ว&nbsp;400&nbsp;ตัน&nbsp;จากเป้าหมาย&nbsp;3,000&nbsp;ตัน&nbsp;และได้เปิดจุดรับซื้อในพื้นที่จังหวัดสงขลาจำนวน&nbsp;59&nbsp;จุด&nbsp;ในอำเภอระโนดและกระแสสินธุ์&nbsp;และ&nbsp;จุดรับซื้อที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;อีกจำนวน&nbsp;5&nbsp;จุดในอำเภอหัวไทร&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ได้อนุมัติแผนการเปิดจุดรับซื้อเพิ่มอีก&nbsp;21&nbsp;จุดในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอปากพนัง&nbsp;ชะอวด&nbsp;เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;และเชียรใหญ่&nbsp;ซึ่งจะได้ทยอยเปิดโดยเร็ว&nbsp;สำหรับในพื้นที่ตำบลเกาะทวด&nbsp;อำเภอปากพนัง&nbsp;จังหวัดจังหวัดนครศรีธรรมราชจะเปิดจุดรับซื้อในวันเสาร์ที่&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ภายหลังจากการดำเนินการดังกล่าว&nbsp;</strong>ช่วยพยุงราคาในตลาดไม่ลดต่ำลงและปรับสูงขึ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการกระจุกตัวของผลผลิตพริกในพื้นที่ได้ขอความร่วมมือตลาดกลางสินค้าเกษตรในความส่งเสริมของกรมการค้าภายใน&nbsp;อาทิ&nbsp;ตลาดไท&nbsp;ตลาดสี่มุมเมือง&nbsp;&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;ตลาดศรีเมือง&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;และห้างค้าปลีกค้าส่งเข้าไปช่วยรับซื้อผลผลิตออกจากพื้นที่&nbsp;คาดว่าภายหลังเทศกาลถือศีลอดของชาวมุสลิมความต้องการบริโภคจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;หากพบเห็นพฤติกรรมที่เป็นการเอาเปรียบหรือกดราคารับซื้อ&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","15/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515130622198"],
    [127,"รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สนับสนุนภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่องด้านการท่องเที่ยว เร่งส่งวัคซีนฉีดให้ได้ 70% ","<p><strong>นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจปราการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;นายแพทย์โสภณ&nbsp;เมฆธน&nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;นายแพทย์เกียรติภูมิ&nbsp;วงศ์รจิต&nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;&nbsp;และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;ลงพื้นที่ติดตาม&nbsp;การให้บริการวัคซีนโควิด&nbsp;-19&nbsp;แก่ประชาชน&nbsp;พร้อมส่งมอบวัคซีนซิโนแวค&nbsp;สำหรับฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่และมอบหน้ากากอนามัยทางการแพทย์หน้ากาก&nbsp;n95&nbsp;ชุด&nbsp;Cover&nbsp;All&nbsp;ยาแผนไทยฟ้าทะลายโจรให้กับโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต&nbsp;สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่&nbsp;ไว้ใช้ในการปฏิบัติงาน&nbsp;โดยมีนายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นตัวแทนรับมอบ&nbsp;</p><p><strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตวันนี้&nbsp;ได้มอบนโยบายและติดตามสถานการณ์การฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดจังหวัดภูเก็ตรับนักท่องเที่ยว&nbsp;เป็นจังหวัดแรกของประเทศตามแผนรัฐบาล&nbsp;&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ&nbsp;ทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวฟื้นตัว&nbsp;ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนทุกด้านเพื่อให้จังหวัดภูเก็ตกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง&nbsp;</p><p><strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กล่าวต่อว่า</strong>&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นจังหวัดที่มีประสิทธิภาพในการบริการวัคซีนกับประชาชน&nbsp;ซึ่งการจะเปิดเมืองภูเก็ตคนในพื้นที่จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนให้ได้ร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ของประชากร&nbsp;เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่&nbsp;โดยกลุ่มที่จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนอย่างครอบคลุมคือ&nbsp;ผู้ที่มีอายุมากกว่า&nbsp;18&nbsp;ปี&nbsp;และแรงงานในธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;แรงงานในธุรกิจอื่นและแรงงานต่างชาติ&nbsp;ที่มีเป้าหมาย&nbsp;466,&nbsp;587&nbsp;คน&nbsp;โดยแผนการฉีดจะต้องฉีดเข็มที่&nbsp;1&nbsp;ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;และฉีดเข็มที่&nbsp;2&nbsp;ให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","15/5/2021","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515162657244"],
    [128,"ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับผู้ให้บริการทางการเงินออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 3","<p><strong>นายรณดล&nbsp;นุ่มนนท์&nbsp;</strong>รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธปท.)&nbsp;เปิดเผยถึงมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้&nbsp;ผ่านรายการ&nbsp;NBT&nbsp;รวมใจ&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;ว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ระลอก&nbsp;3&nbsp;ส่งผลให้ลูกหนี้รายย่อยยังคงได้รับผลกระทบในวงกว้าง&nbsp;โดยการแพร่ระบาดในช่วงที่ผ่านมา&nbsp;ธปท.&nbsp;ร่วมกับสถาบันการเงิน&nbsp;ได้ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วน&nbsp;โดยมองว่าการแพร่ระบาดในรอบนี้การช่วยเหลือต้องเพิ่มมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากมีลูกหนี้รายย่อยแจ้งความประสงค์ขอรับการช่วยเหลือในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;กว่าแสนราย&nbsp;วงเงิน&nbsp;4&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>ธปท.&nbsp;จึงหารือร่วมกับผู้ให้บริการทางการเงินต่างๆ&nbsp;</strong>ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่&nbsp;3&nbsp;ด้วยการยกระดับมาตรการเดิมให้ตอบสนองต่อสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นและช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับความเดือดร้อนได้อย่างเหมาะสม&nbsp;ซึ่งจะครอบคลุมสินเชื่อ&nbsp;4&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล&nbsp;,สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์&nbsp;,เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์&nbsp;และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน&nbsp;โดยลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความประสงค์รับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ผ่านช่องทางต่างๆ&nbsp;ของผู้ให้บริการทางการเงิน</p><p><strong>รองผู้ว่าการ&nbsp;ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน</strong>&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;สำหรับลูกหนี้ที่ยังมีศักยภาพจ่ายได้&nbsp;ธปท.&nbsp;ขอให้ชำระหนี้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;เนื่องจากการพักชำระหนี้เป็นเพียงการชะลอเท่านั้น&nbsp;โดยในระยะถัดไป&nbsp;ธปท.&nbsp;จะออกมาตรการช่วยเหลือสำหรับลูกหนี้ที่ชำระหนี้ได้ตรงด้วย&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;การช่วยเหลือในรอบนี้&nbsp;ธปท.&nbsp;ขอให้ผู้ให้บริการทางการเงินให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมกับสถานะของลูกหนี้ตามมาตรการที่กำหนด&nbsp;รวมทั้งให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามนโยบายของผู้ให้บริการทางการเงิน</p><p><br></p><p><br></p>","16/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516134519391"],
    [129,"คลังจังหวัดลำปาง นำทีมคณะผู้บริหารการคลังประจำ??จังหวัด?ลำ?ปาง เข้ารับฉีดวัคซีน?โควิด-19 สร้างภูมิคุ้มกัน?หมู่ ?สร้างความเชื่อมั่นฟื้นฟูเศรษฐกิจ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(16&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">นางสุภาภรณ์&nbsp;จุลละสุภา&nbsp;คลังจังหวัดลำปาง</span>&nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหารการคลังประจำ??จังหวัด?ลำ?ปาง&nbsp;(คบจ.)&nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยงานสังกัดกระทรวงการคลัง?&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;และส่วนราชการ&nbsp;ทั้งหมดประมาณ&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องลงพื้นที่พบปะและให้บริการประชาชนในด้านต่างๆ&nbsp;เข้ารับการฉีดวัคซีน<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;Sinovac&nbsp;เข็มที่แรก&nbsp;ณ&nbsp;อาคารตึกเมตตา&nbsp;โรงพยาบาลลำปาง</span>&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;&nbsp;color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">โดยไม่พบอาการข้างเคียงหรืออาการผิดปกติแต่อย่างใด</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">คลังจังหวัดลำปาง</span>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มีความมั่นใจในความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;และที่สำคัญคือตามนโยบายของจังหวัดและรัฐบาลที่ความตั้งใจให้เกิดการสร้าง&nbsp;สร้างภูมิคุ้มกัน?หมู่?<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ให้แก่ประชาชน</span>&nbsp;เพื่อปัญหาและลดการระบาดโรคโควิด-19&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ?และสังคมของจังหวัดลำปางและประเทศ&nbsp;จึงขอให้ประชาชนร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกัน?หมู่ไปพร้อมๆ&nbsp;กัน&nbsp;เพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุขโดยเร็วที่สุด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">คลังจังหวัดลำปาง</span>&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;สำหรับมาตรการการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;ระลอกที่&nbsp;3&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ครม.&nbsp;มีมติเห็นชอบช่วยเหลือ&nbsp;ประชาชน&nbsp;อาทิ&nbsp;โครงการเราชนะ&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">เพิ่มวงเงินใช้จ่ายสัปดาห์ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;ครอบคลุมผู้มีสิทธิ&nbsp;32,900,000&nbsp;คน&nbsp;ใช้จ่ายได้ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิ.ย.&nbsp;64</span>,&nbsp;โครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">เพิ่มวงเงินช่วยเหลือผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;33&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;จำนวน&nbsp;9,270,000&nbsp;คน&nbsp;ใช้จ่ายได้ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิ.ย.&nbsp;64</span>,&nbsp;โครงการคนละครึ่งเฟส&nbsp;3&nbsp;ใช้หลักเกณฑ์เดิม&nbsp;คือ&nbsp;รัฐบาลครึ่งหนึ่งกับประชาชนครึ่งหนึ่ง&nbsp;โดยรัฐบาลสนับสนุนวงเงินใช้จ่าย&nbsp;สูงสุด&nbsp;150&nbsp;บาท/คน/วัน&nbsp;สูงสุด&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;ครอบคลุมผู้ใช้สิทธิ&nbsp;31,000,000&nbsp;คน&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;(ก.ค.&nbsp;&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64)&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;&nbsp;ขยายวงเงินช่วยเหลือค่าครองชีพให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ&nbsp;กว่า&nbsp;13,650,000&nbsp;คน&nbsp;ให้ได้รับวงเงินเพิ่มเติมเดือนละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;(ก.ค.&nbsp;&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64)&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ&nbsp;ขยายวงเงินช่วยเหลือค่าครองชีพสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ&nbsp;ครอบคลุมผู้ได้รับสิทธิ&nbsp;2,500,000&nbsp;คน&nbsp;ให้ได้รับวงเงินเพิ่มเติมเดือนละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;(ก.ค.&nbsp;&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64)&nbsp;และ&nbsp;โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้(โครงการใหม่ล่าสุด)&nbsp;กระตุ้นการบริโภคในประเทศของประชาชนกลุ่มรายได้ปานกลางและรายได้สูง&nbsp;โดยรัฐสนับสนุนบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;(E-Voucher)&nbsp;ให้กับประชาชนเมื่อใช้จ่ายซื้อสินค้า&nbsp;อาหาร&nbsp;และเครื่องดื่ม&nbsp;ค่าบริการ&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง&nbsp;กับผู้ประกอบการร้านค้าหรือบริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ซึ่งติดตั้งแอปพิเคชันถุงเงิน&nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ยิ่งใช้ยิ่งดี&nbsp;กำหนดวงเงินใช้จ่ายไม่เกิน&nbsp;5,000&nbsp;บาท/คน/วัน&nbsp;สูงสุดไม่เกิน&nbsp;7,000&nbsp;บาทต่อคน&nbsp;เมื่อประชาชนใช้จ่ายดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุน&nbsp;e-Voucher&nbsp;จากภาครัฐในช่วงเดือน&nbsp;ก.ค.&nbsp;&nbsp;ส.ค.&nbsp;64&nbsp;และสามารถนำ&nbsp;E-Voucher&nbsp;ไปใช้จ่ายได้ในเดือน&nbsp;ส.ค.&nbsp;&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","16/5/2021","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516142521401"],
    [130,"สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน) ผลักดันการปลูกบุกแบบไม่รุกป่า เผย บุก จากโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมยและแม่สามแลบ สร้างรายได้ให้เกษตรกรหลักล้านแล้ว","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน)&nbsp;เปิดข้อมูลว่า&nbsp;บุกเนื้อทราย&nbsp;(บุกไข่)&nbsp;เป็นพืชท้องถิ่นและเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรบนพื้นที่สูง&nbsp;โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่ในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมยและแม่สามแลบ&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงแม่สอง&nbsp;อำเภอท่าสองยาง&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;โดยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2559-2563&nbsp;รวมไม่น้อยกว่า&nbsp;40.54&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ประมาณการผลผลิตเฉลี่ยรวม&nbsp;527&nbsp;ตันต่อปี&nbsp;ทั้งนี้ปริมาณความต้องการใช้ผงบุกในตลาดโลก&nbsp;30,000-40,000&nbsp;ตันต่อปี&nbsp;และปริมาณความต้องการใช้หัวบุกสดในประเทศมากกว่า&nbsp;12,000&nbsp;ตันต่อปี&nbsp;แต่ประเทศไทยผลิตได้ประมาณ&nbsp;5,000&nbsp;ตันต่อปี&nbsp;(ชาลีดา,2559)&nbsp;ซึ่งเห็นได้ว่าบุกเนื้อทรายเป็นพืชที่มีศักยภาพในการนำมาพัฒนาให้มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;เนื่องจากมีแนวโน้มความต้องการของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของบุกเนื้อทราย&nbsp;โดยขึ้นเจริญได้ดีในระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล&nbsp;100-800&nbsp;เมตร&nbsp;เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;ไม่มีน้ำท่วมขัง&nbsp;ไม่ชอบแดดจัด&nbsp;สามารถปลูกร่วมกับพืชชนิดอื่นได้&nbsp;ไม่ว่าจะปลูกแซมตามป่าธรรมชาติ&nbsp;ปลูกแซมในสวนไม้ผล&nbsp;ไม้ยืนต้น&nbsp;หรือปลูกเป็นพืชร่วมในระบบวนเกษตร&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และสามารถปลูกได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมี&nbsp;เหมาะเป็นพืชทางเลือกเศรษฐกิจสำหรับชุมชนที่อยู่ห่างไกลและใกล้ชิดกับพื้นที่ป่า&nbsp;โดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง&nbsp;ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้จากการปลูกบุก&nbsp;ในขณะเดียวกันไม่เข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อทำการเกษตรเชิงเดี่ยว&nbsp;แต่กลับทำให้มีพื้นที่ป่า/พื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย&nbsp;ทำให้&nbsp;คนบนพื้นที่สูงอยู่กับป่าได้อย่างเกื้อกูล&nbsp;สมดุล&nbsp;มั่นคง&nbsp;และยั่งยืน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แต่ทั้งนี้บุกเป็นพืชที่อยู่ภายใต้มาตรการควบคุมการนำไปใช้ประโยชน์ของกฎหมาย&nbsp;(ของป่า)&nbsp;จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการพื้นที่ปลูก&nbsp;โดยการกําหนดเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินให้ชัดเจน&nbsp;(จับพิกัดจัดทำแผนที่รายแปลง)&nbsp;และมีระบบการควบคุมที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่&nbsp;(กำหนดกฎระเบียบร่วมกับชุมชนในการจัดระบบการปลูก)&nbsp;การจัดทำทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกบุกในระบบของกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมป่าไม้&nbsp;การรวมกลุ่ม/จัดตั้งกลุ่มผู้ผลิตหรือแปรรูปผลผลิตบุกในพื้นที่&nbsp;รวมถึงการจัดการผลผลิตและการตลาด&nbsp;ภายใต้การทำงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆ&nbsp;ในลักษณะการบูรณาการ&nbsp;เพื่อยกระดับจากพืชป่า&nbsp;(พืชท้องถิ่น)&nbsp;มาเป็นพืชปลูก&nbsp;(พืชเศรษฐกิจ)&nbsp;ที่สร้างรายได้ให้ชุมชน&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ที่ดินบนพื้นที่สูง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","17/5/2021","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517133237553"],
    [131,"รองผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา นำคณะลงพื้นที่สำรวจแหล่งท่องเที่ยวอำเภอพนมสารคาม เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวระดับอำเภอ ครั้งที่ 4","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(17&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นายพูลทรัพย์&nbsp;สมบูรณ์ปัญญา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;นำคณะกรรมการโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวระดับอำเภอ&nbsp;เดินทางลงพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;ที่ว่าการอำเภอพนมสารคาม&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;เพื่อร่วมประชุมขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวระดับอำเภอ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นางปิณฑิรา&nbsp;เก่งการพานิช&nbsp;นายอำเภอพนมสารคาม&nbsp;ให้การต้อนรับและแนะนำแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอพนมสารคาม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทราได้จัดทำโครงการดังกล่าวฯขึ้น&nbsp;เพื่อสำรวจแหล่งท่องเที่ยวและข้อมูลที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว&nbsp;และจัดทำฐานข้อมูลเพื่อการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวระดับอำเภอและจังหวัด&nbsp;ตลอดจนติดตามสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวและร่วมแก้ไขปัญหาด้านการท่องเที่ยวโดยบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับอำเภอ&nbsp;เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสู่ความเข้มแข็ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;และจัดทำข้อเสนอแนวทางการส่งเสริมพัฒนาและแก้ไขปัญหาด้านการท่องเที่ยวต่อคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวของจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;และปฏิบัติงานอื่นๆ&nbsp;ตามนโยบายจังหวัด&nbsp;หรือ&nbsp;ภารกิจอื่นๆ&nbsp;ตามสถานการณ์การท่องเที่ยวในภาวะปัจจุบัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภายหลังการประชุม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;พร้อมคณะกรรมการฯ&nbsp;เดินทางไปวัดโพธิ์ใหญ่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลเมืองเก่า&nbsp;จากนั้น&nbsp;ไหว้พระไพรีพินาศ&nbsp;วิหารท้าวเวสสุวรรณ&nbsp;และพระมหาเจดีย์โพธินันทประภา&nbsp;และเดินทางไปยังศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;เยี่ยมชมภายในศูนย์ฯ&nbsp;และชมต้นเตยเปียก&nbsp;/ต้นศรีมหาโพธิ์&nbsp;เป็นต้นไม้ทรงปลูกของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และเดินทางต่อไปยังบ้านดิน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลเกาะขนุน&nbsp;จากนั้นเดินทางไปวัดสุวรรณคีรี&nbsp;(เขาดงยาง)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลหนองแหน&nbsp;และไหว้พระมหาเจดีย์จอมสุวรรณ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","17/5/2021","ภาคตะวันออก","ฉะเชิงเทรา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงเทรา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517152850651"],
    [132,"เชิญชวนนักออกแบบไทยและต่างชาติ ส่งผลงานออกแบบเครื่องประดับชิงรางวัล GITs World Jewelry Design Awards 2021","<p><strong>นายสุเมธ&nbsp;ประสงค์พงษ์ชัย</strong>&nbsp;ผู้อานวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;GIT&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การเปิดเวทีออกแบบเครื่องประดับเข้าประกวด&nbsp;&nbsp;GITs&nbsp;World&nbsp;Jewelry&nbsp;Design&nbsp;Awards&nbsp;2021&nbsp;ในปีนี้&nbsp;จัดขึ้นภายใต้แนวคิด&nbsp;\"การออกแบบเครื่องประดับเพื่อทุกคน\"&nbsp;ก้าวข้ามข้อจำกัดเรื่องเพศ&nbsp;อายุของผู้สวมใส่&nbsp;โดยการนำเสนอคุณค่า&nbsp;ความงดงามของวัสดุและวัตถุดิบที่เลือกใช้มาผสมผสานผ่านการนำเสนอแนวคิดในการออกแบบเครื่องประดับเพื่อทุกคน&nbsp;(Design&nbsp;for&nbsp;all)&nbsp;ซึ่งการประกวดครั้งนี้นักออกแบบรุ่นใหม่&nbsp;จะต้องนำแนวคิดและความชื่นชอบเครื่องประดับของผู้คนในทุกช่วงอายุมาหล่อหลอมและสร้างสรรค์ออกมาเป็นเครื่องประดับแบบใหม่&nbsp;</p><p><strong>ผู้ชนะการประกวดครั้งนี้มีรางวัลมูลค่ารวมกว่า&nbsp;300,000&nbsp;บาท</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;10,000&nbsp;เหรียญสหรัฐ&nbsp;พร้อมโล่เกียรติยศ&nbsp;โดยเบื้องต้นสถาบันจะตัดสินรอบคัดเลือกแบบวาดและนำแบบวาดที่เข้ารอบสุดท้าย&nbsp;4&nbsp;แบบวาด&nbsp;มาผลิตเป็นเครื่องประดับจริงเพื่อนำไปตัดสินอีกครั้ง&nbsp;&nbsp;และประกาศรางวัลผู้ชนะเลิศ&nbsp;พร้อมทั้งแสดงแฟชั่นโชว์ด้วยดารานางแบบชั้นนำที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน&nbsp;จากนั้นสถาบันจะนำผลงานการออกครั้งนี้ไปจัดแสดงในงานแสดงสินค้าต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โชว์ในงานบางกอกเจมส์&nbsp;แอนด์&nbsp;จิวเวลรี่&nbsp;แฟร์&nbsp;และงานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี&nbsp;2021&nbsp;เพื่อเป็นการเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับโลกของประเทศไทย&nbsp;เพื่อกระตุ้นความเชื่อมั่นในการเลือกซื้ออัญมณีของไทยและสร้างรายได้ให้กับประเทศหลังสถานการณ์วิกฤติโควิด&nbsp;-19&nbsp;&nbsp;คลี่คลาย</p><p><strong>นักออกแบบจะต้องส่งแบบวาดไม่จำกัดเทคนิค&nbsp;</strong>หรือภาพเขียนจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์&nbsp;ที่ตรงกับหัวข้อ&nbsp;จำนวนไม่น้อยกว่า&nbsp;3&nbsp;ชิ้นใน&nbsp;1&nbsp;ชุด&nbsp;(คอลเลคชัน)&nbsp;โดยในชุดนั้นจะต้องมีสร้อยคอเป็นหลักและเครื่องประดับอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ต่างหู&nbsp;แหวน&nbsp;กำไล&nbsp;เป็นต้น&nbsp;สำหรับผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดใบสมัครและส่งผลงานเข้าประกวดได้ตั้งแต่วันนี้&nbsp;&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ผ่านทางออนไลน์ที่เว็บไซต์&nbsp;www.gitwjda.com&nbsp;หรือส่งผลงานพร้อมใบสมัครทางไปรษณีย์&nbsp;หรือส่งผลงานด้วยตัวเองที่ฝ่ายฝึกอบรม&nbsp;สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;140&nbsp;อาคารไอทีเอฟ&nbsp;&nbsp;ทาวเวอร์&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ถนนสีลม&nbsp;แขวงสุริยวงศ์&nbsp;เขตบางรัก&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;10500&nbsp;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่&nbsp;ฝ่ายฝึกอบรม&nbsp;โทร.&nbsp;+66&nbsp;2&nbsp;634&nbsp;4999&nbsp;ต่อ&nbsp;301-306&nbsp;และ&nbsp;311-313&nbsp;และดูรายละเอียดการรับสมัครได้ที่&nbsp;www.gitwjda.com</p><p><br></p><p><br></p>","18/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518092429881"],
    [133,"กำหนดสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลประชาชนกลุ่มเสี่ยงและผู้ติดเชื้อโควิด-19 ","<p><strong>นายประภาศ&nbsp;คงเอียด&nbsp;อธิบดีกรมบัญชีกลาง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันได้รับข้อร้องเรียนเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลของผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะกรณีที่เข้ารับการตรวจและรักษาที่สถานพยาบาลของเอกชน&nbsp;กรมบัญชีกลาง&nbsp;สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;(สปสช.)&nbsp;และสำนักงานประกันสังคม&nbsp;จึงบูรณาการร่วมกันเพื่อกำหนดสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลประชาชนกลุ่มเสี่ยงและผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่จำเป็นและเหมาะสม&nbsp;โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งในสถานพยาบาลของทางราชการและสถานพยาบาลของเอกชน&nbsp;รวมทั้งออกแถลงการณ์เรื่องสิทธิผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เพื่อให้ทุกหน่วยงาน&nbsp;ตลอดจนประชาชนทราบถึงสิทธิที่พึงได้รับตามกฎหมาย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยงและเป็นไปตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด&nbsp;ประชาชนทุกคนได้รับสิทธิดังกล่าว&nbsp;โดยที่&nbsp;สปสช.&nbsp;จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการทั้งในสถานพยาบาลของทางราชการและสถานพยาบาลของเอกชน&nbsp;และคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;และเงื่อนไขกำหนดค่าใช้จ่าย&nbsp;ในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ&nbsp;กรณีโรคโควิด-19&nbsp;ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของเอกขน&nbsp;ซึ่งหลักเกณฑ์ฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;ได้กำหนดขึ้น&nbsp;เพื่อรองรับสิทธิของผู้ป่วยให้สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของเอกชนได้ทุกแห่งและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p><strong>โดยที่สถานพยาบาลของเอกชนจะต้องดำเนินการส่งข้อมูล&nbsp;</strong>เพื่อขอเบิกเงินตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวมายัง&nbsp;สปสช.&nbsp;ก่อนที่จะส่งเรื่องไปยัง&nbsp;3&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กรมบัญชีกลาง&nbsp;สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;(สปสช.)&nbsp;และสำนักงานประกันสังคม&nbsp;เพื่อจ่ายเงินให้กับสถานพยาบาลของเอกชนโดยตรงต่อไป</p><p><strong>อธิบดีกรมบัญชีกลาง&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;</strong>ได้เร่งสร้างการรับรู้เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ฯ&nbsp;ข้างต้น&nbsp;ให้แก่สถานพยาบาลต่างๆ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องและทั่วถึง&nbsp;เพื่อให้การดำเนินการป้องกันและการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;รวมถึงดำเนินการต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;โดยทั้ง&nbsp;3&nbsp;หน่วยงานจะร่วมกันคุ้มครองสิทธิของประชาชน&nbsp;ให้สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์&nbsp;โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย&nbsp;ตามสิทธิของประชาชนที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย&nbsp;พุทธศักราช&nbsp;2560&nbsp;มาตรา&nbsp;49&nbsp;วรรค&nbsp;3&nbsp;ซึ่งกำหนดให้บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐ&nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย</p><p><br></p><p><br></p>","18/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518143812050"],
    [134,"จังหวัดลำพูน เร่งช่วยเหลือเกษตรและผู้ประกอบการ ส่งออกผลผลิตการเกษตร ( มะม่วง กระเทียม )ออกนอกแหล่งผลิตให้ได้มากที่สุด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;เร่งช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการกระจายผลผลิตมะม่วง&nbsp;ออกสู่ตลาด&nbsp;โดยสนับสนุนค่าบริหารจัดการ&nbsp;แก่สถาบันการเกษตรและผู้รับซื้อมะม่วง&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;3,000&nbsp;ตัน&nbsp;ส่วนการกระจายผลผลิตกระเทียม&nbsp;จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายบริหารจัดการคุณภาพ&nbsp;แก่สหกรณ์&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;ในอัตราไม่เกินกิโลกรัมละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;1,000&nbsp;ตัน&nbsp;(&nbsp;แห้ง&nbsp;)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;18&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;ที่ห้องประชุมจามเทวี&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน&nbsp;กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;ได้จัดประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตร&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;6&nbsp;/&nbsp;2564&nbsp;โดยมีนายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;นายชัชวาลย์&nbsp;ฉายะบุตร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ผลผลิตการเกษตร&nbsp;และหารือพิจารณาผู้เข้าร่วมโครงการกระจายผลผลิตการเกษตรออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานการณ์ผลผลิตมะม่วงปี&nbsp;2564&nbsp;ของจังหวัดลำพูน&nbsp;มีการคาดการณ์ผลผลิต&nbsp;48,000&nbsp;ตันเศษ&nbsp;มีมะม่วงแฟนซี&nbsp;ประมาณ&nbsp;8&nbsp;สายพันธุ์หลัก&nbsp;ส่งออกร้อยละ&nbsp;50&nbsp;บริโภคในประเทศร้อยละ&nbsp;40&nbsp;และเข้าโรงงานแปรรูปร้อยละ&nbsp;10&nbsp;มะม่วงที่ออกสู่ตลาดแล้วจำนวน&nbsp;3&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;มหาชนก&nbsp;จินหวง&nbsp;และอาร์ทูอีทู&nbsp;ส่วนภาวะด้านการค้ายังไม่คล่องตัวเนื่องจาก&nbsp;ผลผลิตของประเทศจีน&nbsp;และเวียดนามกำลังออกสู่ตลาด&nbsp;ทำให้คำสั่งซื้อมีปริมาณลดลง&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้จัดสรรงบประมาณ&nbsp;สนับสนุนโครงการกระจายผลผลิตมะม่วง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ล้านบาทเศษ&nbsp;มีเป้าหมายกระจายผลผลิต&nbsp;จำนวน&nbsp;3,000&nbsp;ตัน&nbsp;โดยสนับสนุนค่าบริหารจัดการ&nbsp;แก่สถาบันการเกษตรและผู้รับซื้อมะม่วง&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;เริ่มรับซื้อผลผลิต&nbsp;21&nbsp;พ.ค.&nbsp;&nbsp;30&nbsp;มิ.ย.&nbsp;2564&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนสถานการณ์ผลผลิตกระเทียม&nbsp;จังหวัดลำพูนมีพื้นที่เพาะปลูก&nbsp;1,400&nbsp;ไร่เศษ&nbsp;มีผลผลิต&nbsp;4,000&nbsp;ตันเศษ&nbsp;การส่งเสริมการส่งออกกระเทียม&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้ดำเนินการสนับสนุนค่าใช้จ่ายบริหารจัดการคุณภาพ&nbsp;แก่สหกรณ์&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;ในอัตราไม่เกินกิโลกรัมละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;1,000&nbsp;ตัน&nbsp;(&nbsp;แห้ง&nbsp;)&nbsp;มีกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;.&nbsp;</p>","18/5/2021","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518145759073"],
    [135,"ครม. เห็นชอบ 3 มาตรการเพิ่มแหล่งเงินลงทุนของประเทศ กระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจสู้ภัยโควิด-19","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;เห็นชอบ&nbsp;มาตรการในการแก้ไขกรณีงบประมาณรายจ่ายลงทุน&nbsp;มีจำนวนน้อยกว่าวงเงินส่วนที่ขาดดุลของงบประมาณประจำปี&nbsp;โดยเพิ่มแหล่งเงินลงทุนของประเทศในช่องทางอื่นนอกเหนือจากงบประมาณรายจ่าย&nbsp;เพื่อให้การลงทุนของประเทศในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ครอบคลุมการลงทุนจากทุกแหล่งเงิน&nbsp;และสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(covid-19)&nbsp;ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นคือ&nbsp;การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ&nbsp;(Public&nbsp;Private&nbsp;Partnership:&nbsp;PPP)&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะมีโครงการตามแผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;-&nbsp;2570&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;โครงการ&nbsp;โดยประมาณการมูลค่ารวม&nbsp;260,024.08&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และประมาณการวงเงินลงทุนที่คาดว่าจะลงทุนในปี&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;52,320.63&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย&nbsp;(Thailand&nbsp;Future&nbsp;Fund)&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ประมาณการแผนการใช้จ่ายกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย&nbsp;สำหรับการลงทุนโครงการทางพิเศษพระราม&nbsp;3&nbsp;&nbsp;ดาวคะนอง&nbsp;-&nbsp;วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร&nbsp;ด้านตะวันตก&nbsp;และโครงการทางด่วนขั้นที่&nbsp;3&nbsp;สายเหนือตอนบน&nbsp;N2&nbsp;และ&nbsp;E-W&nbsp;Corridor&nbsp;ด้านตะวันออก&nbsp;รวมจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;9,983.98&nbsp;ล้านบาท&nbsp;การใช้เงินกู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;8&nbsp;กระทรวง&nbsp;11&nbsp;หน่วยรับงบประมาณ&nbsp;109&nbsp;รายการ&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;91,705.5119&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งสำนักงบประมาณพิจารณาแล้วว่าเป็นรายการลงทุนที่มีลักษณะการลงทุนเพื่อการวางรากฐานการพัฒนาระบบน้ำ&nbsp;การสร้างคุณภาพชีวิตและการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค&nbsp;การลงทุนเพื่อการให้บริการด้านสาธารณสุข&nbsp;รวมทั้งการลงทุนที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อการสร้างความเข้มแข็งของประเทศ&nbsp;ซึ่งมีความพร้อมในการดำเนินการ&nbsp;ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคมและสามารถใช้จ่ายจากเงินกู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ที่ประชุมยังมอบหมายให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พิจารณาเร่งรัดดำเนินการตามแผนการลงทุนการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ&nbsp;(PPP)&nbsp;และแผนการลงทุนภายใต้กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย&nbsp;พร้อมให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ&nbsp;พิจารณาโครงการรายจ่ายลงทุนเพื่อใช้จ่ายจากเงินกู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2548&nbsp;และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป&nbsp;ซึ่งแนวทางดังกล่าวยึดตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;ที่กำหนดให้งบประมาณรายจ่ายลงทุน&nbsp;ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี&nbsp;และต้องไม่น้อยกว่าวงเงินส่วนที่ขาดดุลของงบประมาณประจำปี&nbsp;ซึ่งในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;วงเงินขาดดุลของงบประมาณกำหนดไว้&nbsp;จำนวน&nbsp;700,000&nbsp;ล้านบาท</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","18/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518213817288"],
    [136,"พาณิชย์จังหวัดลำปาง เชื่อมโยงการจำหน่ายผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเกรดพรีเมี่ยม (ผ่าน GAP) ช่วยเหลือเกษตรกรจากพิษโควิด-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางศรีสุรางค์&nbsp;หล้าส่องสี&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;ได้ดำเนินการเชื่อมโยงผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองของเกษตรกรชาวสวนมะม่วง&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเขลางค์นคร&nbsp;ตำบลต้นธงชัย&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเขื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;ซึ่งเป็นการจำหน่ายโดยตรงจากเกษตรกรถึงผู้บริโภค&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเกรดพรีเมี่ยม&nbsp;(ผ่าน&nbsp;GAP)&nbsp;เบอร์&nbsp;M&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;กก.ราคา&nbsp;300&nbsp;บาท/เบอร์&nbsp;L&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;กก.ราคา&nbsp;380&nbsp;บาท/เบอร์&nbsp;XL&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;กก.ราคา&nbsp;430&nbsp;บาท/(เป็นราคารวมค่ากล่องและจัดส่งฟรี)&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปางจะดำเนินการเชื่อมโยงกระจายผลผลิตอย่างต่อเนื่องต่อไปตลอดฤดูกาล&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;ได้ส่งมอบกล่องบรรจุผลไม้ที่ได้รับการจัดสรรจากกรมการค้าภายใน&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ช่วยเหลือเกษตรกร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจเขลางค์นคร&nbsp;โทร.&nbsp;063&nbsp;935&nbsp;4666&nbsp;,&nbsp;Fb&nbsp;:&nbsp;สวนผลไม้เอกอำไพ&nbsp;หรือที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;โทร.&nbsp;0&nbsp;5426&nbsp;5087</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","19/5/2021","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519110659387"],
    [137,"จังหวัดกระบี่ประชุมหารือเตรียมแผนเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ คู่กับ ภูเก็ต Sandbox ตุลาคมนี้","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมชาย&nbsp;หาญภักดีปฏิมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือเตรียมการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องอ่าวลึก&nbsp;ศาลากลางจังหวัดกระบี่&nbsp;โดยมีผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และเอกชน&nbsp;เช่น&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานกระบี่&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมวางแผนเตรียมโครงการเปิดรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่กระบี่&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่จังหวัดเสนอให้เป็นพื้นที่&nbsp;Bubble&nbsp;-&nbsp;Vaccine&nbsp;Travel&nbsp;Area&nbsp;Sandbox&nbsp;และ&nbsp;Area&nbsp;Quarantine&nbsp;(พื้นที่กำกับดูแลเป็นการเฉพาะ)&nbsp;ได้แก่&nbsp;เกาะพีพี&nbsp;ไร่เลย์&nbsp;เกาะไหง&nbsp;หนองทะเล&nbsp;อ่าวนาง&nbsp;และเกาะลันตาใหญ่&nbsp;ตามนโยบายเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติของรัฐบาล&nbsp;เพื่อเปิดพื้นที่&nbsp;Sandbox&nbsp;คู่กับจังหวัดภูเก็ต</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการประชุมในครั้งนี้ให้ทุกหน่วยงานระดมความคิดเห็นทุกภาคส่วน&nbsp;เสนอแผนงานโครงการแผนการพัฒนาพื้นที่กระบี่ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว&nbsp;ระยะสั้น&nbsp;ระยะกลาง&nbsp;ระยะยาว&nbsp;โดยบรรจุงบประมาณในแผนงานของหน่วยงาน&nbsp;เช่น&nbsp;งบจังหวัด&nbsp;งบท้องถิ่น&nbsp;งบฟังก์ชั่น&nbsp;ให้ทุกหน่วยงาน&nbsp;และเจ้าของพื้นที่รัฐเอกชน&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;สำรวจโครงการที่สอดคล้อง&nbsp;โดยคำนึงถึงความปลอดภัย&nbsp;ด้านสาธารณสุข&nbsp;และด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต้องมีมาตรฐานบนพื้นฐานความปลอดภัย&nbsp;เช่น&nbsp;มาตรการฐาน&nbsp;SHA&nbsp;หรือ&nbsp;ALQ&nbsp;เพื่อนำเสนอแผนไปในทิศทางเดียวกัน&nbsp;ซึ่งหลังจากการทำแผนแล้วจึงประชาสัมพันธ์สร้างความรับรู้&nbsp;ความเข้าใจแก่ประชาชน&nbsp;และผู้ประกอบการ&nbsp;โดยเฉพาะความสำคัญของการฉีดวัคซีน&nbsp;เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของพื้นที่ท่องเที่ยว&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จะประชุมหารือร่วมกันอีกครั้ง&nbsp;และเน้นย้ำกำชับให้นำ&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;และกฎระเบียบ&nbsp;การบังคับใช้ของหน่วยงาน&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;เช่น&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่&nbsp;ขนส่งจังหวัดกระบี่&nbsp;ท่าเทียบเรือโดยสารเพื่อการท่องเที่ยว&nbsp;โดยจะจัดทำขั้นตอน&nbsp;รายละเอียดการเปิดรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;เพื่อเสนอศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;&nbsp;เเละคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วาสนา&nbsp;บัวทอง&nbsp;&nbsp;สวท.กระบี่&nbsp;รายงาน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","19/5/2021","ภาคใต้","กระบี่","สวท.กระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519103304365"],
    [138,"ปตท. เร่งจัดหาก๊าซธรรมชาติรองรับโรงไฟฟ้าถ่านหินหยุดผลิตนอกแผน เพื่อไม่กระทบเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า","<p><strong>นายอธิคม&nbsp;เติบศิริ</strong>&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ปตท.&nbsp;ได้เร่งจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว&nbsp;หรือ&nbsp;LNG&nbsp;ตามสัญญาระยะยาวที่มีอยู่&nbsp;เพื่อรองรับความต้องการใช้ก๊าซที่เพิ่มมากขึ้น&nbsp;จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและเหตุการณ์หยุดผลิตที่ไม่เป็นไปตามแผนของโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;โรง&nbsp;กำลังการผลิตรวม&nbsp;2,750&nbsp;เมกะวัตต์&nbsp;ทยอยหยุดผลิตนอกแผนตั้งแต่วันที่&nbsp;7&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา(64)&nbsp;ส่งผลให้มีความจำเป็นต้องใช้ก๊าซธรรมชาติเพื่อผลิตไฟฟ้าทดแทน&nbsp;ประมาณ&nbsp;450&nbsp;ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน&nbsp;ประกอบกับความต้องการใช้ก๊าซในประเทศอยู่ในระดับสูงเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด&nbsp;ปตท.&nbsp;จึงได้ประสานกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;ถึงแผนการใช้ก๊าซฯ&nbsp;และเรียกรับก๊าซฯ&nbsp;เพิ่มเติมตามศักยภาพจากผู้ผลิตก๊าซฯ&nbsp;ในอ่าวไทยและเมียนมา&nbsp;พร้อมทั้งบริหารจัดการ&nbsp;LNG&nbsp;เพิ่มเติมจากสัญญาระยะยาวที่มีอยู่&nbsp;เพื่อให้ปริมาณก๊าซฯ&nbsp;เพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;ไม่เป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานต่อประเทศ&nbsp;เนื่องด้วยราคา&nbsp;LNG&nbsp;ในสัญญาระยะยาวอยู่ที่ประมาณ&nbsp;6.5&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&nbsp;ต่อล้านบีทียู&nbsp;ขณะที่ราคา&nbsp;Spot&nbsp;LNG&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;อยู่ที่ประมาณ&nbsp;8.5&nbsp;&nbsp;10&nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&nbsp;ต่อล้านบีทียู&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ปตท.&nbsp;ยังคงยึดมั่นหน้าที่ในการดูแลความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ&nbsp;จัดหาก๊าซธรรมชาติให้เพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;ไม่ให้มีผลกระทบต่อพลังงานด้านการผลิตไฟฟ้า&nbsp;ด้วยราคาที่เหมาะสม</p><p><br></p><p><br></p>","19/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519120430467"],
    [139,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุ สหรัฐอเมริกา คงสถานะ Watch List การดำเนินงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาของไทย ถือเป็นสัญญาณที่ดี ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ชี้แจงกรณีที่สหรัฐอเมริกาคงสถานะประเทศไทยอยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง&nbsp;หรือ&nbsp;Watch&nbsp;List&nbsp;สำหรับการคุ้มครองและป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศคู่ค้า&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ภายใต้กฎหมายการค้าสหรัฐฯ&nbsp;ว่า&nbsp;ถือเป็นสัญญาณที่ดี&nbsp;ซึ่งหากถูกจัดอันดับในอันดับที่ต่ำกว่านี้&nbsp;ไทยก็อาจถูกตัดสิทธิ&nbsp;GSP&nbsp;บางประการได้&nbsp;ทำให้การค้าของไทยกับสหรัฐอเมริกา&nbsp;ยังคงสามารถเดินหน้าได้ตามปกติ</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ส่วนสถานการณ์การส่งออกของไทยนั้น</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ย้ำว่า&nbsp;ยังสามารถดำเนินการได้ด้วยดี&nbsp;และมั่นใจว่าตัวเลขการส่งออกปีนี้จะเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ&nbsp;4&nbsp;โดยกระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือกับภาคเอกชน&nbsp;แก้ไขปัญหาและอุปสรรคการส่งออก&nbsp;ทั้งปัญหาการผ่านข้ามแดน&nbsp;หรือรวมถึงการจัดหาเรือขนาดใหญ่เพื่อบรรทุกสินค้าและตู้คอนเทนเนอร์&nbsp;โดยที่ไม่ต้องไปเปลี่ยนถ่ายเรือที่ประเทศสิงคโปร์&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","19/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519120129464"],
    [140,"ม.สวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี  โชว์ นวัตกรรมผลิตภัณฑ์จักสานจากต้นแห้วสุพรรณ สนองพระราชดำริ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.วรานี&nbsp;เวสสุนทรเทพ&nbsp;รองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตสุพรรณบุรี&nbsp;มหาวิทยาลัยสวนดุสิต&nbsp;วิทยาเขตสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์&nbsp;โรงเรียนการเรือน&nbsp;มหาวิทยาลัยสวนดุสิต&nbsp;วิทยาเขตสุพรรณบุรี&nbsp;ดำเนินงานสนองพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;&nbsp;ภายใต้การดำเนินงานของสถาบันภาษาศิลปะและวัฒนธรรม&nbsp;อพ.สธ.-มสด.&nbsp;อีกทั้งเป็นนโยบายของมหาวิทยาลัย&nbsp;โดยอธิการบดีและรองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตสุพรรณบุรี&nbsp;ในการทำงานของคณาจารย์และบุคลากรที่ให้พัฒนาชุมชน&nbsp;เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และยกระดับรายได้ให้ชุมชน&nbsp;คณาจารย์จึงลงพื้นที่โดยได้นำปัญหาที่มีในชุมชนในการนำต้นแห้วที่เหลือทิ้งจากการเก็บเกี่ยว&nbsp;นำมาเพิ่มความเหนียวให้กับต้นแห้วแล้วนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์จักสาน&nbsp;และดอกไม้ประดิษฐ์&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับชุมชนเชิงเกษตรสร้างสรรค์สมหวังที่ตำบลวังยาง&nbsp;อำเภอศรีประจันต์&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;อาจารย์อัครพล&nbsp;ไวเชียงค้า&nbsp;ประธานสาขาวิชาคหกรรมศาสตร์&nbsp;วิทยาเขตสุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการลงพื้นที่สำรวจความต้องการและปัญหาในชุมชนพบว่า&nbsp;ชาวบ้านที่ตำบลวังยาง&nbsp;อำเภอศรีประจันต์&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ชาวบ้านในชุมชนมีการปลูกแห้ว&nbsp;จำหน่ายแห้วเป็นอาชีพ&nbsp;และมีการรวมตัวกันจัดตั้งเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างสรรค์สมหวังที่วังยาง&nbsp;โดยการนำของ&nbsp;นายสงบ&nbsp;ลาภปัญญา&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลวังยาง&nbsp;โดยให้นักท่องเที่ยวมาลงพื้นที่เรียนรู้การปลูกแห้ว&nbsp;การเก็บแห้ว&nbsp;และการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากแห้ว&nbsp;ซึ่งทางกลุ่มมีความสนใจอยากให้ทีมงานพัฒนาผลิตภัณฑ์จากต้นแห้ว&nbsp;เพื่อนำไปส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;ให้มีความน่าสนใจและสามารถร้อยเรียงเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชุมชนของการทำแห้วได้อย่างครบวงจร&nbsp;ซึ่งต้นแห้วในปัจจุบันด้วยคุณสมบัติที่มีความเปราะ&nbsp;แตกหักง่าย&nbsp;ไม่มีความเหนียว&nbsp;เกษตรกรเก็บเกี่ยวหัวแห้วก็จะฟันต้นแห้วทิ้งลงในนาแห้ว&nbsp;แต่ด้วยคุณสมบัติพิเศษของต้นแห้วที่มีความตรงและยาว&nbsp;ถ้าสามารถทำให้มีความเหนียวและแข็งแรงเพิ่มขึ้นได้ก็จะสามารถนำมาจักสาน&nbsp;และพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างหลากหลาย&nbsp;ซึ่งจากนั้นทางสาขาวิชาจึงเริ่มจากการทดลองเพิ่มความเหนียวให้กับต้นแห้วในวิธีต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;นั้น&nbsp;พบว่า&nbsp;วิธีการที่มีความเหมาะสมต่อการทำให้ต้นแห้วมีความเหนียว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.ขั้นตอนการเตรียมต้นแห้ว&nbsp;เริ่มจากนำต้นแห้วที่เหลือจากการเก็บเกี่ยวนำมาคัดเลือกขนาดความยาวให้มีขนาดที่เท่ากัน&nbsp;จากนั้นน้ำผ้าชุบน้ำมันพืชชโลมที่ต้นแห้วให้ทั่ว&nbsp;ทิ้งไว้ในร่มให้แห้ง&nbsp;และให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกประมาณ&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;จากนั้นชโลมด้วยน้ำมันพืชอีกครั้งหนึ่ง&nbsp;และผึ่งลมให้แห้งอีกประมาณ&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์&nbsp;จากนั้นนำเก็บเพื่อเตรียมการจักสานต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.ขั้นตอนการสาน&nbsp;เริ่มจากการก่อฐานด้านล่างด้วยเส้นแห้ว&nbsp;2&nbsp;ชนิด&nbsp;คือ&nbsp;เส้นยืน&nbsp;และเส้นนอน&nbsp;การสานขึ้นรูปทำเป็นรูปแบบชะลอม&nbsp;และ&nbsp;ภาชนะ&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;4&nbsp;รูปแบบ&nbsp;คือ&nbsp;ชะลอมจุก&nbsp;ชะลอมหูหิ้ว&nbsp;ชะลอมหูหิ้วทรงรี&nbsp;เข่งชะลอมกลม&nbsp;และดอกไม้ประดิษฐ์รูปแบบต่างๆ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้นได้จัดกิจกรรมการถ่ายทอดความรู้ให้กับชุมชนครั้งนี้&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&nbsp;8&nbsp;และ&nbsp;สมาชิกกลุ่มจักสานในชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;ร่วมกันแลกเปลี่ยนและเสนอแนวความคิดต่อการจักสานผลิตภัณฑ์จากต้นแห้ว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","19/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519160208595"],
    [141,"จังหวัดตรัง เดินหน้าส่งเสริมให้เครือข่ายองค์ความรู้ KBO จังหวัดเป็นศูนย์กลางในการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP พัฒนาขีดความสามารถ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(19&nbsp;พ.ค.&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;&nbsp;นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานประกวดคัดเลือกผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;และประกวดผลงานเครือข่ายองค์ความรู้&nbsp;(Knowledge&nbsp;-Besed&nbsp;OTOP&nbsp;:&nbsp;KBO)&nbsp;ดีเด่นระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ห้องพระยารัษฎา&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เครือข่ายองค์ความรู้&nbsp;KBO&nbsp;จังหวัดเป็นศูนย์กลางในการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;พัฒนาขีดความสามารถในการประกอบการ&nbsp;และพัฒนาผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;ให้มีคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;โดยมีผู้ประกอบการจำนวน&nbsp;20&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;จากทั้ง&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;ร่วมคัดเลือกให้เหลือเพียง&nbsp;1&nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น&nbsp;มีนวัตกรรม&nbsp;โดยจะเป็นตัวแทนจังหวัดตรังไปประกวดระดับประเทศต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในการขับเคลื่อน&nbsp;OTOP&nbsp;รัฐบาลได้ส่งเสริมบทบาทของภาคเอกชน&nbsp;ให้มีส่วนสนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งแก่ภาคประชาชน&nbsp;และการส่งเสริมบทบาทของสถาบันการศึกษาในชุมชนให้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;เพื่อผนึกกำลังของทุกภาคส่วนในชุมชนขับเคลื่อน&nbsp;OTOP&nbsp;สู่ความเข้มแข็งและยั่งยืนในรูปแบบของเครือข่ายองค์ความรู้&nbsp;หรือ&nbsp;Knowledge&nbsp;-&nbsp;Based&nbsp;OTOP&nbsp;:&nbsp;KBO&nbsp;โดยในปี&nbsp;2549&nbsp;ดำเนินการในพื้นที่นำร่อง&nbsp;4&nbsp;ภาค&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;1&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;อุดรธานี&nbsp;ราชบุรี&nbsp;และสงขลา&nbsp;โดยกรมการพัฒนาชุมชนได้สนับสนุนให้มีเครือข่าย&nbsp;Knowledge&nbsp;-&nbsp;Based&nbsp;OTOP&nbsp;:&nbsp;KBO&nbsp;จำนวน&nbsp;75&nbsp;เครือข่าย&nbsp;จัดทำทะเบียนเครือข่ายองค์ความรู้&nbsp;KBO&nbsp;สนับสนุนให้กลุ่มผู้ผลิตชุมชนมีการเรียนรู้จากเครือข่าย&nbsp;KBO&nbsp;จังหวัด&nbsp;พร้อมทั้งหาความต้องการกลุ่มผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;(Training&nbsp;Needs&nbsp;:&nbsp;TN)&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","19/5/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519160859601"],
    [142,"จังหวัดลำพูนระดมข้อคิดเห็นการออกแบบวางผังเมือง สู่เมืองอนุรักษ์ส่งเสริมคุณภาพชีวิต ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมโยธาธิการและผังเมืองจัดระดมข้อคิดเห็น&nbsp;การออกแบบวางผังเมืองลำพูน&nbsp;สู่เมืองอนุรักษ์ส่งเสริมคุณภาพชีวิต</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ห้องประชุมคุณธรรม&nbsp;27&nbsp;เทศบาลเมืองลำพูน&nbsp;โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ได้จัดประชุมเพื่อระดมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ&nbsp;การศึกษา&nbsp;ออกแบบวางผังพื้นที่เฉพาะชุมชนเมืองลำพูน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;โดยมีนายชัชวาลย์&nbsp;ฉายะบุตร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานในการประชุม&nbsp;มีนายประภัสร์&nbsp;ภู่เจริญ&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เจ้าหน้าเทศบาลเมืองลำพูน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการระดมความคิดเห็นฯ&nbsp;ในครั้งนี้เป็นการนำเสนอแนวทางการพัฒนาเมืองลำพูนสู่เมืองอนุรักษ์ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผสมผสานการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศและท่องเที่ยว&nbsp;มีโครงการเสนอแนะทั้งหมด&nbsp;9&nbsp;โครงการ&nbsp;แบ่งเป็นแผนพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการฟื้นฟูภูมิทัศน์บริเวณถนนคนเดินเมืองเก่าลำพูน&nbsp;(ถนนรอบเมืองในโครงการพัฒนาข่วงพันปี)&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ประวัติศาสตร์(ถนนรถแก้ว)&nbsp;โครงการเสนอแนะปรับปรุงสะพานขัวมุงท่าสิงห์&nbsp;และแผนพัฒนาด้านการปรับปรุงภูมิทัศน์&nbsp;โครงการสร้างการรับรู้เขตเมืองเก่า&nbsp;บริเวณประตูเมืองลำพูน&nbsp;โครงการปรับปรุงจินตภาพเพื่อสร้างการรับรู้อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี&nbsp;โครงการพัฒนาพื้นที่นันทนาการริมแม่น้ำกวง&nbsp;เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนเมือง&nbsp;โครงการปรับปรุงคูเมืองเก่าลำพูน&nbsp;เพื่อส่งเสริมพื้นที่นันทนาการ&nbsp;โครงการปรับปรุงพื้นที่นันทนาการสวนสาธารณะเจ้าหญิงแขกแก้ว&nbsp;และแผนพัฒนาด้านคมนาคมและการขนส่ง&nbsp;และโครงการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะรอบเมืองเก่า&nbsp;โดยได้ตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนพัฒนาเมืองในมิติต่างๆ&nbsp;ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน&nbsp;สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;เพื่อจะได้ดำเนินการออกแบบวางผังพื้นที่เฉพาะนำไปจัดทำผังเมืองเฉพาะต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","19/5/2021","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519171417647"],
    [143,"ชาวบ้านแห่เก็บหอยแมลงภู่ตลอดแนวชายหาดหัวหินสร้างรายได้ในช่วงสถานการณ์โควิด- 19 หลังเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติน้ำทะเลลดต่ำ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(19&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;จากการเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติน้ำทะเลลดต่ำกว่าปกติในช่วง&nbsp;2-3&nbsp;วันที่ผ่านมาบริเวณชายหาดหัวหิน&nbsp;ตั้งแต่หน้าศาลเจ้าแม่ทับทิมไปจนถึงหน้าโรงแรมเซ็นทารา&nbsp;แกรนด์&nbsp;บีช&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;แอนด์&nbsp;วิลลา&nbsp;หัวหิน&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;จนปรากฏเห็นโขดหินใหญ่น้อยเรียงรายตลอดแนว&nbsp;สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่พากันถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก&nbsp;ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ได้นำอุปกรณ์เหล็กแซะและกระป๋องไปเก็บหอยแมลงภู่และหอยนางรมจำนวนมากที่เกาะอยู่ตามโขดหิน&nbsp;บางรายสามารถหาหอยแมลงภู่ได้นับร้อยกิโลกรัม&nbsp;นำไปแบ่งใส่ถุงขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อถึงที่ในราคา&nbsp;กก.ละ&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;สร้างรายได้เสริมในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;โดยคาดว่าปรากฏการณ์น้ำทะเลลดลงต่ำจะเกิดต่อเนื่องอีกไม่กี่วันก็จะคืนสู่สภาวะปกติ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","19/5/2021","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519185240704"],
    [144,"เข้าแล้ว เงินเยียวยาโควิดเราชนะ ประชาชนดีใจขอบคุณรัฐบาล ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;ระลอก&nbsp;3&nbsp;ซึ่งมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากทั้งประเทศ&nbsp;รวมถึง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;19&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;มีผู้ติดเชื้อสะสมแล้ว&nbsp;186&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยทางรัฐบาล&nbsp;ได้ออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาโควิด-19&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;&nbsp;ทั้ง&nbsp;<strong>โครงการเราชนะ&nbsp;</strong>เพิ่มวงเงิน&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;จ่ายสัปดาห์ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ใช้จ่ายสิ้นสุดวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564<strong>&nbsp;โครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน</strong>&nbsp;&nbsp;เพิ่มวงเงิน&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;ให้ผู้ประกันตน&nbsp;ม.&nbsp;33&nbsp;จ่ายสัปดาห์ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ใช้จ่ายสิ้นสุด&nbsp;วันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;<strong>บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะ&nbsp;3</strong>&nbsp;&nbsp;เพิ่ม&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;ใช้จ่าย&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;ก.ค.&nbsp;-&nbsp;&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64&nbsp;คนละครึ่งระยะ&nbsp;3&nbsp;คนละ&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;ใช้จ่ายวันละไม่เกิน&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;ใช้จ่าย&nbsp;ก.ค.&nbsp;-&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64&nbsp;โครงการ<strong>&nbsp;</strong>ยิ่งใช้&nbsp;ยิ่งได้&nbsp;รวมถึงลดค่าน้ำ&nbsp;ค่าไฟ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งในวันนี้&nbsp;(20&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;เป็นวันแรกที่รัฐบาลได้โอนเงิน&nbsp;ให้กับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการเราชนะ&nbsp;โดยประชาชนชาวยะลา&nbsp;ได้นำโทรศัพท์มือถือมาเปิดแอปเป๋าตัง&nbsp;เปิด&nbsp;G-Wallet&nbsp;ไปที่เราชนะตรวจสอบ&nbsp;พบว่า&nbsp;ได้มีการแจ้งโอนเงิน&nbsp;ในวันที่&nbsp;20&nbsp;พ.ค.64&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;เช้าแล้ว&nbsp;&nbsp;และในวันที่&nbsp;27&nbsp;พ.ค.64&nbsp;ก็จะมีเงินเข้าอีกครั้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;รวมยอดเงินที่ไดรับการช่วยเหลือ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,000&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;น.ส.ศศิกานต์&nbsp;อักษรผอม&nbsp;หนึ่งในผู้ที่เข้าร่วมโครงการเราชนะ&nbsp;บอกว่า&nbsp;เงินที่ได้รับนี้ก็จะนำไปซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน&nbsp;ทั้งของใช้ส่วนตัว&nbsp;ของกิน&nbsp;&nbsp;ก็ต้องขอขอบคุณรัฐบาล&nbsp;ที่มีโครงการดีๆ&nbsp;มาให้เราอีกครั้ง&nbsp;เนื่องจากตอนนี้สถานการณ์โควิด-19&nbsp;มาระลอกใหม่อีกครั้ง&nbsp;ประชาชนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น&nbsp;แต่รายได้ลดลง&nbsp;เงินส่วนนี้ก็สามารถช่วยเหลือประชาชนได้มาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สุดท้ายขอฝากประชาชน&nbsp;ตอนที่ไปใช้สิทธิ์&nbsp;ก็ขอให้สวมใส่แมส&nbsp;ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง&nbsp;เพื่อป้องกันโควิด-19</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","20/5/2021","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520110337802"],
    [145,"ทุเรียนเมืองจันท์ส่งออกจีน ยอดเพิ่มขึ้นกว่า 10 % ผู้ว่าฯ ขอชาวสวนรักษาคุณภาพผลผลิตให้ดีแบบนี้ตลอดไป รายได้ส่งออกทุเรียนสวนกระแสโควิด- 19 มูลค่าส่งออกมากกว่า 2 แสนล้านบาท","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เปิดเผยข้อมูลที่รับทราบมาจาก&nbsp;นางสาวอาทินันท์&nbsp;อินทรพิมพ์&nbsp;กงสุลฝ่ายเกษตรประจำสถานกงสุลใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;นครเซียงไฮ้&nbsp;ที่เข้าร่วมงานสัปดาห์ความร่วมมืออุตสาหกรรมแม่โขง&nbsp;&nbsp;ล้านช้าง&nbsp;ที่ตลาดเจียซิง&nbsp;มณฑลเจ้อเจียง&nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;ว่า&nbsp;จากความร่วมมือและความเข้มงวดของจังหวัดจันทบุรีในการส่งออกผลไม้&nbsp;ทุเรียนที่มีคุณภาพ&nbsp;สด&nbsp;และอร่อย&nbsp;ส่งผลให้ยอดนำเข้าทุเรียนปีนี้ของตลาดเจี่ยซิง&nbsp;และ&nbsp;ผู้นำเข้าทุเรียนจากไทยในประเทศจีน&nbsp;เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ&nbsp;10&nbsp;หากคิดเป็นมูลค่าเงินยอดขายประมาณ&nbsp;43,700&nbsp;ล้านหยวน&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;2&nbsp;แสนล้านบาทไทย&nbsp;ขณะที่ทุเรียนในจังหวัดจันทบุรีที่เกษตรจังหวัดได้คาดการณ์ไว้ว่าจะให้ผลผลิตประมาณ&nbsp;326,050&nbsp;ตัน&nbsp;ตอนนี้เกษตรกรได้ตัดทุเรียนออกจากสวนไปแล้วกว่าร้อยละ&nbsp;60&nbsp;คงเหลือผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดอีกประมาณ&nbsp;30&nbsp;%&nbsp;และราคาทุเรียนส่งออกอาทิตย์นี้ขยับขึ้นโดยเกษตรกรสามารถขายได้กิโลกรัมละตั้งแต่&nbsp;90&nbsp;&nbsp;130&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่การขยายตลาดของผู้ประกอบการรายย่อยที่หันมาขายผลไม้ทางออนไลน์กลับได้ผลดีเกินคาด&nbsp;มีพ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ผู้ประกอบอาชีพหน้าใหม่&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;หันมาขายผลไม้ทางออนไลน์&nbsp;ไลฟ์สด&nbsp;และส่งผ่านไปรษณีย์จันทบุรี&nbsp;และบริษัทเอกชนเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;ส่งผลให้ราคาทุเรียนปีนี้มีราคาสูง&nbsp;สร้างรายได้แก่เกษตรกรชาวสวนผลไม้เมืองจันทบุรี&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;จึงขอให้เกษตรกรรักษาคุณภาพมาตรฐานทุเรียนแบบปีนี้ไปตลอดจะทำให้ทุเรียนของจังหวัดจันทบุรี&nbsp;รวมทั้งผลไม้จากไทยจะครองตลาดจีนอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","20/5/2021","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520131759883"],
    [146,"สถานการณ์ธุรกิจฟู้ดส์เดลิเวอร์รี่จังหวัดเพชรบูรณ์ ในช่วง Covid-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;19&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นายสุพล&nbsp;ศรีทับทิม&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;กลุ่มส่งเสริมผู้ประกอบการค้าและการตลาด&nbsp;ติดตามสถานการณ์การค้าธุรกิจฟู้ดส์เดลิเวอรี่ในพื้นที่&nbsp;พบว่าจากการแพร่ระบาด&nbsp;Covid-19&nbsp;ในปัจจุบัน&nbsp;ส่งผลให้ประชาชนสั่งซื้ออาหารออนไลน์เดลิเวอรี่&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชันที่เข้าร่วม&nbsp;ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;คือ&nbsp;Food&nbsp;Panda,&nbsp;Line&nbsp;Man&nbsp;ประชาชนให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้นอย่างเนื่อง&nbsp;จากการแพร่ระบาด&nbsp;ประชาชนระมัดระวังการเดินทางออกนอกบ้าน&nbsp;การสั่งซื้ออาหารผ่านช่องทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันเป็นตัวเลือกที่ดี&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ&nbsp;และสะดวกสบายต่อการใช้บริการ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ธุรกิจฟู้ดส์เดลิเวอรี่มีแนวโน้มเติบโตขึ้น&nbsp;จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป&nbsp;และรายการอาหารมีให้เลือกหลากหลายรายการ&nbsp;สถานการณ์ปัจจุบันของเอกชนผู้ให้บริการในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;และการดำเนินการมาตรการป้องกัน&nbsp;Covid-19&nbsp;ดังนี้&nbsp;Food&nbsp;Panda&nbsp;มีร้านอาหารที่เข้าร่วมให้บริการ&nbsp;กว่า&nbsp;300&nbsp;ร้านค้า&nbsp;มีพนักงานส่งอาหาร&nbsp;400&nbsp;คน&nbsp;(ฟรีแลนซ์)&nbsp;ซึ่งความนิยมของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น&nbsp;70%&nbsp;จากการแพร่ระบาด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;และครั้งที่&nbsp;2&nbsp;Line&nbsp;Man&nbsp;มีร้านอาหารที่เข้าร่วมให้บริการ&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;300&nbsp;ร้านค้า&nbsp;พนักงานส่งอาหาร&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;(ฟรีแลนซ์)&nbsp;และระดับความนิยมผู้บริโภคเพิ่มขึ้น&nbsp;50%&nbsp;จากการแพร่ระบาด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;และครั้งที่&nbsp;2&nbsp;สำหรับปัญหาธุรกิจและการป้องกันการแพร่ระบาด&nbsp;Covid-19&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ผู้ให้บริการ&nbsp;คือความล่าช้าในการส่งอาหาร&nbsp;เนื่องจากการเกิดอุบัติเหตุในการส่ง&nbsp;และมีการยกเลิกออเดอร์คำสั่งซื้อ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การสั่งซื้ออาหารผ่านช่องทางออนไลน์ผ่านแอพพิเคชั่น&nbsp;มีมาตรการป้องกัน&nbsp;Covid-19&nbsp;โดยการฉีดสเปรย์แอกฮอลล์ทุกครั้ง&nbsp;ก่อนส่งสินค้าให้กับลูกค้า&nbsp;และช่องทางชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;เพื่อลดการสัมผัสโดยตรง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND.</p>","20/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","เพชรบูรณ์","สวท.เพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520140507906"],
    [147,"เกษตรอำเภอนิคมพัฒนา ตรวจจับแผงขายทุเรียนอ่อนในพื้นที่ หลังผู้บริโภคร้องเรียน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;(20&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;นายธีระ&nbsp;กิจเจริญ&nbsp;เกษตรอำเภอนิคมพัฒนา&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;นำเจ้าหน้าที่ออกตรวจจับแผงขายทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;หรือทุเรียนอ่อนในพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะแผงขายริมถนนหลวงบายพาสสาย&nbsp;36&nbsp;ซึ่งมีผู้บริโภคร้องเรียนมีพ่อค้าแม่ค้านำทุเรียนอ่อนมาวางจำหน่ายในช่วงฤดูกาลผลผลิตออกสู่ตลาดในช่วงเดือน&nbsp;เม.ย.ถึง&nbsp;มิ.ย.นี้&nbsp;ซึ่งจากการออกตรวจจับไม่พบว่ามีการนำทุเรียนอ่อนมาวางจำหน่ายแต่อย่างใด&nbsp;โดยทางเจ้าหน้าที่ได้มีการแจกประกาศจังหวัดระยอง&nbsp;มาตรการควบคุมทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ให้พ่อค้าแม่ค้าแผงทุเรียนด้วย&nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้ทราบบทลงโทษ&nbsp;และช่วยกันสกัดทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธีระ&nbsp;กิจเจริญ&nbsp;เกษตรอำเภอนิคมพัฒนา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงฤดูกาลทุเรียนออกสู่ตลาดนี้&nbsp;มีผู้บริโภคร้องเรียนมายังตน&nbsp;จึงได้นำเจ้าหน้าที่ออกตรวจจับ&nbsp;กวดขันและเป็นการปรามบรรดาพ่อค้าแม่ค้าแผงขายทุเรียน&nbsp;ไม่ให้นำทุเรียนอ่อนออกมาจำหน่าย&nbsp;ซึ่งจังหวัดระยอง&nbsp;ได้มีประกาศควบคุมการนำทุเรียนอ่อนออกมาซื้อขายในตลาด&nbsp;เนื่องจากเป็นการสร้างความเดือดร้อนแก่เกษตรกรชาวสวนผลไม้&nbsp;ผู้ค้า&nbsp;และผู้บริโภค&nbsp;ตลอดจนผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือ&nbsp;ความนิยมของผู้บริโภคก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของจังหวัดระยอง&nbsp;ซึ่งจะมีบทลงโทษมีความผิดอาญาตามประมวลกฎหมาย&nbsp;มาตรา&nbsp;271&nbsp;ผู้ใดขายของโดยหลอกลวงใดๆ&nbsp;ให้ผู้อื่นเชื่อในแหล่งกำเนิด&nbsp;สภาพ&nbsp;คุณภาพหรือปริมาณนั้นอันเป็นเท็จ&nbsp;มีโทษจำคุกไม่เกินสามปี&nbsp;ปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;รวมทั้งมีความผิดตาม&nbsp;พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;พ..2522&nbsp;มาตรา&nbsp;47&nbsp;ผู้ใดโดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด&nbsp;สภาพคุณภาพ&nbsp;ปริมาณ&nbsp;หรือสาระสำคัญฯ&nbsp;มีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน&nbsp;ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท&nbsp;หากกระทำความผิดซ้ำอก&nbsp;มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี&nbsp;ปรับไม่เกินสองแสนบาท&nbsp;หรือทั้งจำและปรับ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วฐิต&nbsp;กลางนอก&nbsp;&nbsp;ข่าว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","20/5/2021","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520185129160"],
    [148,"คลังจังหวัดสตูล เผยมาตรการช่วยเหลือประชาชนเพิ่มวงเงิน 2,000 บาท ผ่านโครงการของเราชนะ และสามารถใช้สิทธิ์ได้ถึง 30 มิถุนายน 2564","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(20&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นางประทุม&nbsp;อู่เจริญ&nbsp;คลังจังหวัดสตูล&nbsp;เปิดเผยถึงมาตรการเยียวยาโควิด-19&nbsp;รอบ&nbsp;3&nbsp;ที่รัฐบาลช่วยเหลือประชาชนผ่านโครงการ&nbsp;เราชนะ&nbsp;โดยเพิ่มวงเงินใช้จ่ายจำนวน&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยแบ่งเป็น&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.โครงการเราชนะ&nbsp;โอนเงินเข้าแอปพลิเคชัน&nbsp;&nbsp;เป๋าตัง&nbsp;โอนเงินครั้งที่&nbsp;1&nbsp;วันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;และโอนเงินครั้งที่&nbsp;2&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;โครงการเราชนะ&nbsp;:&nbsp;โอนเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;และบัตรประชาชน(กลุ่มเปราะบาง)&nbsp;โอนเงินครั้งที่&nbsp;1&nbsp;วันที่&nbsp;21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;และโอนเงินครั้งที่&nbsp;2&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยทุกโครงการสามารถสะสมยอดใช้จ่ายได้ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;และเน้นย้ำว่าไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ขอเน้นย้ำร้านค้าต่างๆ&nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการของรัฐบาลห้ามเอาเปรียบผู้ได้รับสิทธิ์&nbsp;โดยประชาชนที่ได้รับการเชิญชวนให้แลกสิทธิ์เป็นเงินสดหรือพบเจอร้านค้ามีพฤติกรรมทุจริต&nbsp;เช่น&nbsp;การขึ้นราคาสินค้าจากปกติ&nbsp;สามารถแจ้งเบาะแสไปที่คณะทำงานพิจารณาตรวจสอบข้อมูลและร้องเรียนสำหรับโครงการเราชนะ&nbsp;ทางไปรษณีย์ได้ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&nbsp;กระทรวงการคลัง&nbsp;ถนนพระราม&nbsp;6&nbsp;แขวงสามเสนใน&nbsp;เขตพญาไท&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;10400&nbsp;หรือทางอีเมล์&nbsp;wewin@fpo.go.th&nbsp;โดยให้ส่งรายละเอียดข้อมูล&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชื่อ&nbsp;นามสกุล&nbsp;ของผู้ร้องเรียน&nbsp;,&nbsp;ID&nbsp;ของผู้ร้องเรียน&nbsp;,&nbsp;เบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ติดต่อกลับของผู้ร้องเรียน&nbsp;และรายละเอียด&nbsp;พฤติการณ์&nbsp;หลักฐานของผู้เข้าข่ายกระทำผิด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ประกอบการ/ร้านค้าในจังหวัดสตูล&nbsp;ลงทะเบียนร่วมให้บริการโครงการของรัฐบาล&nbsp;รวม&nbsp;15,528&nbsp;ร้านค้า</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","20/5/2021","ภาคใต้","สตูล","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520170422064"],
    [149,"ผู้ว่าฯ ลำพูน มอบนโยบายการดำเนินงาน แก่สมาชิกสภาเทศบาล ในการร่วมพัฒนา สอดคล้องกับจังหวัด และรัฐบาล สู่ความเป็นอยู่ที่ดี เศรษฐกิจยั่งยืน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่&nbsp;เทศบาลตำบลบ้านกลาง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานในการประชุมสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านกลาง&nbsp;เพื่อมอบนโยบายแนวทางการทำงาน&nbsp;การดำเนินงาน&nbsp;ด้านโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;ความเป็นอยู่&nbsp;ของพี่น้องประชาชน&nbsp;และที่เกี่ยวข้องเพื่อบูรณาการร่วมกับจังหวัดลำพูน&nbsp;สำหรับการปฏิบัติงานต้องยึดมั่นความถูกต้อง&nbsp;ความซื่อสัตย์สุจริต&nbsp;รักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและทางราชการเป็นที่ตั้ง&nbsp;และต้องดำเนินงานตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-19&nbsp;ร่วมกับทางจังหวัดลำพูนในการสอดรับมาตรการต่างๆ&nbsp;อย่างเข้มข้น&nbsp;โดยมี&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;นายโยธิน&nbsp;ประสงค์ความดี&nbsp;นายอำเภอเมืองลำพูน&nbsp;นายสอน&nbsp;อิ่นแก้ว&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง&nbsp;และสมาชิกสภาเทศบาลฯ&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งตามพระราชบัญญัติเทศบาล&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2496&nbsp;แก้ไขเพิ่มเติมถึง&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;14)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;มาตรา&nbsp;24&nbsp;วรรคสอง&nbsp;กำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องกำหนดให้สมาชิกสภาเทศบาลได้มาประชุมสภาเทศบาลครั้งแรกภายใน&nbsp;15&nbsp;วันนับแต่วันประกาศ&nbsp;ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ซึ่งบัดนี้&nbsp;คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศ&nbsp;ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลวังดิน&nbsp;ครบทั้ง&nbsp;12&nbsp;คน&nbsp;แล้ว&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จึงกำหนดให้มีการประชุมสภา&nbsp;พร้อมการรับมอบนโยบายในการปฏิบัติงาน&nbsp;การดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของจังหวัด&nbsp;และนโยบายของรัฐบาล&nbsp;เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในพื้นที่&nbsp;ต่อไป&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายคมศักดิ์&nbsp;หล่อเถิน&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","20/5/2021","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520182753152"],
    [150,"ผู้ว่าฯ ชุมพร ลงพื้นที่คุมมาตรการป้องกันโควิด-19 ในสถานประกอบการรับซื้อ - ส่งออกผลไม้","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.&nbsp;นายธีระ&nbsp;อนันตเสรีวิทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสัมฤทธิ์&nbsp;กองเงิน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;พล.ต.ต.ถาวร&nbsp;แสงฤทธิ์&nbsp;ผบก.ภ.จว.ชุมพร&nbsp;และคณะหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ต.นาขา&nbsp;อ.หลังสวน&nbsp;เพื่อตรวจเยี่ยมมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;ในสถานประกอบการรับซื้อ&nbsp;-&nbsp;ส่งออกผลไม้&nbsp;(ล้งทุเรียน)&nbsp;เนื่องจากในพื้นที่ตำบลนาขามีสถานประกอบการรับซื้อ&nbsp;-&nbsp;ส่งออกผลไม้เป็นจำนวนมาก&nbsp;ประมาณ&nbsp;93&nbsp;ล้ง&nbsp;และขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงฤดูผลไม้โดยเฉพาะทุเรียน&nbsp;ทำให้มีการเดินทางมาซื้อขายทุเรียน&nbsp;ของบุคคลในพื้นที่จังหวัดชุมพร&nbsp;และที่มาจากต่างจังหวัด&nbsp;ตลอดจนแรงงานในการขนย้ายสินค้า&nbsp;จึงต้องมีการควบคุมและป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธีระ&nbsp;อนันตเสรีวิทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;\"สถานประกอบการรับซื้อ&nbsp;-&nbsp;ส่งออกผลไม้&nbsp;(ล้งทุเรียน)&nbsp;ที่ได้มาตรวจในวันนี้ได้ให้ความร่วมมือตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;เป็นอย่างดี&nbsp;ซึ่งขณะอำเภอหลังสวนถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจในช่วงทุเรียนออก&nbsp;แต่ก็จะมีกลุ่มพ่อค้า&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;กลุ่มแรงงานทั้งชาวไทยและต่างด้าวเข้ามาทำงานกันเยอะ&nbsp;และหลายคนก็มาจากต่างพื้นที่&nbsp;ดังนั้นเราจึงต้องระมัดระวัง&nbsp;และดำเนินการตามมาตรการของสาธารสุข&nbsp;คนที่มาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดจะต้องมีการกักตัว&nbsp;หรือบางจังหวัดที่มีการผ่อนคลายแล้ว&nbsp;แต่เมื่อมาที่ชุมพรก็ต้องมีการลงทะเบียน&nbsp;Save&nbsp;Chumphon&nbsp;เมื่อเข้ามาทำงานในล้งก็ต้องกักตัวไม่น้อยกว่า&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;และลงทะเบียนเพื่อไปตรวจคัดกรองโรค&nbsp;ซึ่งการทำงานก็ขอให้อยู่ในล้งเดียวกันห้ามมีการเคลื่นย้าย&nbsp;และให้สังเกตอาการของคนงานด้วย&nbsp;ซึ่งหากเราทำได้อย่างนี้ทั้ง&nbsp;2&nbsp;มาตรการ&nbsp;ทั้งมาตรการควบคุมโรค&nbsp;และการกระตุ้นเศรษฐกิจก็จะเดินไปด้วยกันได้ทั้งสองอย่าง&nbsp;ซึ่งจากการตรวจสอบขณะนี้ยังไม่พบกลุ่มผู้ติดเชื้อเข้ามาในพื้นที่&nbsp;และเชื่อว่าหากทุกคนช่วยกันดำเนินการอย่างเข้มแข็งแบบนี้ต่อไป&nbsp;เศรษฐกิจของจังหวัดชุมพรก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ\"&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;ผู้ประกอบการล้งทุเรียน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;\"จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;รอบนี้&nbsp;ได้รับผลกระทบในเรื่องของแรงงาน&nbsp;เนื่องจากไม่กล้ารับคนงานจากที่อื่นเข้ามาทำงาน&nbsp;ทำให้คนงานน้อยกว่าปกติ&nbsp;เพราะเราต้องป้องกันโควิดไม่ให้มาแพร่ในโกดังด้วย&nbsp;ส่วนเรื่องส่งออกไม่มีปัญหาแต่อย่างใดทางจีนก็ยังต้องการทุเรียนจากเราเยอะ&nbsp;ซึ่งปีนี้มูลค่าการส่งออกมากกว่าปีที่แล้วอีกด้วย&nbsp;ส่วนมาตรการของกระทรวงสาธารสุขก็เข้มงวดมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;มาให้คำแนะนำตลอด&nbsp;ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นได้เป็นอย่างดี\"&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พอพล&nbsp;กล้าผจญ&nbsp;ข่าว/ภาพ&nbsp;ส.ปชส.&nbsp;ชุมพร&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","20/5/2021","ภาคใต้","ชุมพร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520194905183"],
    [151,"คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติจังหวัดเพชรบุรี ติดตามผลการสื่อสารนโยบายสำคัญรัฐบาล จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปสู่ประชาชน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นางสาวจามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;และคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติระดับจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ร่วมประชุมติดตามผลการสื่อสารนโยบายสำคัญรัฐบาล&nbsp;ตามแผนปฏิบัติการประชาสัมพันธ์แห่งชาติระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;คณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ&nbsp;(กปช.)&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;นายวิษณุ&nbsp;เครืองาม&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ได้เห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;5&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;-2565&nbsp;(ฉบับปรับปรุงให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี)&nbsp;ไปสู่การปฏิบัติในระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;แนวทาง&nbsp;โดยแนวทางที่&nbsp;1&nbsp;มุ่งสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจของประชาชนต่อเรื่องสื่อสารที่สำคัญ&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;เรื่อง&nbsp;แนวทางที่&nbsp;2&nbsp;การสร้างความตระหนักรู้&nbsp;ทัศนคติเชิงบวก&nbsp;และการมีส่วนร่วมของประชาชนไทยและชาวต่างประเทศต่อการต่างประเทศ&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;เรื่อง&nbsp;แนวทางที่&nbsp;3&nbsp;การบริหารจัดการข้อมูลข่าวสาร&nbsp;พัฒนาสื่อสร้างสรรค์&nbsp;เพื่อต่อต้านข่าวปลอมและสร้างการรู้เท่าทันสื่อให้กับประชาชน&nbsp;และแนวทางที่&nbsp;4&nbsp;การยกระดับบุคลากรด้านการประชาสัมพันธ์และสื่อสารมวลชนของประเทศ&nbsp;ให้มีความสามารถด้านการประชาสัมพันธ์และสื่อสารดิจิทัล&nbsp;ซึ่งจังหวัดเพชรบุรีโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการสื่อสารสร้างการรับรู้และความเข้าใจแก่ประชาชนต่อนโยบายสำคัญรัฐบาล&nbsp;ทุกรูปแบบ&nbsp;รวมถึงการผลิตและเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อต่อต้านข่าวปลอม&nbsp;ซึ่งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งผู้ประกอบการและชาวบ้านอย่างมาก&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ได้ขอให้มีการปรับกลยุทธ์&nbsp;รูปแบบในการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด&nbsp;โดยดึงอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่&nbsp;วางแผนเพื่อประชาสัมพันธ์&nbsp;กระตุ้นการท่องเที่ยวในท้องถิ่น&nbsp;สร้างรายได้ให้กับชุมชนและชาวบ้านได้&nbsp;หลังจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;อยู่ในสถานการณ์ควบคุมได้&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รวยริน&nbsp;ทองชู&nbsp;&nbsp;ข่าว&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","20/5/2021","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520205629199"],
    [152,"พาณิชย์ลำปาง เชื่อมโยงการจำหน่ายผลผลิตลิ้นจี่ ช่วยเหลือเกษตรกรอำเภองาว","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางศรีสุรางค์&nbsp;หล้าส่องสี&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมกับสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดลำปาง&nbsp;และบริษัทไปรษณีย์ไทย&nbsp;สาขาจังหวัดลำปาง&nbsp;ได้ดำเนินการเชื่อมโยงผลผลิตลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวยของเกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่&nbsp;บ้านบ่อสี่เหลี่ยม&nbsp;ตำบลปงเตา&nbsp;อำเภองาว&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ล็อตแรกจำนวน&nbsp;500&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;(ราคาจำหน่าย&nbsp;30&nbsp;บาท/กก.)&nbsp;ให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในจังหวัดลำปาง&nbsp;และจะดำเนินการเชื่อมโยงกระจายผลผลิตอย่างต่อเนื่องต่อไปตลอดฤดูกาล&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;ได้ส่งมอบกล่องบรรจุผลไม้ที่ได้รับการจัดสรรจากกรมการค้าภายใน&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;กล่อง&nbsp;(กล่องละ10&nbsp;กก.)&nbsp;ให้แก่วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรก้าวหน้าบ้านบ่อสี่เหลี่ยม&nbsp;อำเภองาว&nbsp;เพื่อส่งมอบลิ้นจี่ให้แก่ผู้บริโภคตามการสั่งซื้อ&nbsp;ผ่านการประชาสัมพันธ์ทางสื่อออนไลน์โดยขนส่งผ่านบริษัทไปรษณีย์ไทย&nbsp;ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่อำเภองาว&nbsp;อีกทางหนึ่งด้วย</p>","21/5/2021","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521105156281"],
    [153,"จ.แม่ฮ่องสอนดึงเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาการท่องเที่ยวแบบ New Normal หลังอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซบเซาจาก COVID-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายศิริวัฒน์&nbsp;บุปผาเจริญ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานการประชุมอนุกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;(จังหวัดแม่ฮ่องสอน)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2564&nbsp;ณ&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อขับเคลื่อน&nbsp;ส่งเสริมผลิตภัณฑ์&nbsp;แหล่งท่องเที่ยว&nbsp;รวมถึงวัฒนธรรมประเพณีในจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;หรือ&nbsp;COVID-19&nbsp;ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเติบโตลดลงตั้งแต่ปี&nbsp;2564&nbsp;มีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง&nbsp;และต่อเนื่องมาถึงเดือนเมษายน&nbsp;2563&nbsp;โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีแผนการพัฒนาส่งเสริมทิศทางการท่องเที่ยวสร้างสรรค์รูปแบบใหม่&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวในชุมชน&nbsp;คนในชุมชน&nbsp;สินค้าผลิตภัณฑ์&nbsp;และกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ในชุมชน&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้น่าสนใจเข้าถึงนักท่องเที่ยว&nbsp;ภายใต้ในมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ที่ประชุมได้หารือถึงการส่งเสริมการต่อยอดพัฒนาคุณภาพกาแฟของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และการส่งเสริมพัฒนาการท่องเที่ยวทุ่งดอกบัวตอง&nbsp;อ.ขุนยวม&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ที่จะบานสะพรั่งในช่วงเดือนพฤศจิกายน-&nbsp;ต้นเดือนธันวาคมของทุกปีด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","21/5/2021","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521105147280"],
    [154,"จ.นครพนม จัดพื้นที่จำหน่ายสินค้าเกษตรเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนผลกระทบจากโควิด-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้(21&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;เวลา14.00น.&nbsp;นายไกรสร&nbsp;กองฉลาด&nbsp;ผวจ.นครพนม&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรของเกษตรกรจังหวัดนครพนม&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าสวนชมโขง&nbsp;เทศบาลเมืองนครพนมโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นหน่วยงานจัดกิจกรรมจัดพื้นที่จำหน่ายสินค้าเกษตรให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครพนม&nbsp;และสินค้าการประมงจากหน่วยงานกรมประมงนำสินค้ามาร่วมจำหน่ายด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายไกรสร&nbsp;กองฉลาด&nbsp;กล่าวถึงการจัดพื้นที่จำหน่ายสินค้าเกษตรในครั้งนี้เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(covid-19)&nbsp;ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั่วประเทศ&nbsp;รวมถึงเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครพนม&nbsp;ที่ไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;และผลผลิตจากการประมงของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลของจังหวัดนครพนมได้&nbsp;ทำให้ผลผลิตตกค้างเป็นจำนวนมาก&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จังหวัดได้จัดพื้นที่ให้เกษตรกรจำหน่ายสินค้าเกษตรในราคาต่ำกว่าท้องตลาด&nbsp;มีทั้งพืชผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;อาทิ&nbsp;สัปปะรด&nbsp;ฟักทอง&nbsp;และสิ้นค้าจากการประมง&nbsp;เช่น&nbsp;ปลานิลคุณภาพ&nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&nbsp;55&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายปัญญา&nbsp;สัมพะวงศ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดนครพนม&nbsp;กล่าวเพิ่มเติม&nbsp;เชิญชวนทุกภาคส่วน&nbsp;องค์กรภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ร้านค้า&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;และประชาชนทั่วไป&nbsp;ช่วยซื้อสินค้าเกษตรของเกษตรกรจังหวัดนครพนม&nbsp;ที่ได้รับความเดือนร้อนจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ได้ที่บริเวณหน้าสวนชมโขง&nbsp;เทศบาลเมืองนครพนม&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;4&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;เริ่มเวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.เป็นต้นไป&nbsp;และขอความอนุเคราะห์สื่อมวลชนทุกแขยง&nbsp;ช่วยขยายผลให้ประชาชนรับทราบอย่างกว้างขวางด้วย&nbsp;</p>","21/5/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521130216337"],
    [155,"พาณิชย์ จับมือหอการค้านานาชาติ ผลักดันการส่งออกไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ","<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;กล่าวภายหลังการประชุมหารือร่วมกับนายพจน์&nbsp;อร่ามวัฒนานนท์&nbsp;ประธานหอการค้านานาชาติ&nbsp;และคณะกรรมการหอการค้านานาชาติชุดใหม่&nbsp;หรือ&nbsp;ICC&nbsp;ว่า&nbsp;เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องของการผลักดันการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;รวมถึงการส่งออกระหว่างกัน&nbsp;โดยย้ำว่าหอการค้านานาชาติมีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่เป็นตัวแทนภาคเอกชนของนานาประเทศ&nbsp;ซึ่งมีที่นั่งอยู่ในองค์การสหประชาชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;UN&nbsp;โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการพิจารณากฎระเบียบด้านการค้า&nbsp;การลงทุนต่างๆ&nbsp;ที่จะออกมาบังคับใช้ในเวทีการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;ที่สามารถส่งสัญญาณล่วงหน้าให้ภาคเอกชนไทยที่เป็นสมาชิกได้รับทราบเพื่อเตรียมการรองรับได้&nbsp;เมื่อกฎกติกาเหล่านี้ได้รับการบังคับใช้</p><p><strong>ด้านนายพจน์&nbsp;อร่ามวัฒนานนท์</strong>&nbsp;ประธานคณะกรรมการบริหารหอการค้านานาชาติแห่งไทย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;เวลานี้ส่งผลกระทบรุนแรงกับเศรษฐกิจทั่วโลกและประเทศไทย&nbsp;ซึ่งการส่งออกเป็นกลไกสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจไทย&nbsp;แต่ยังมีอุปสรรคในการส่งออกซึ่ง&nbsp;ICC&nbsp;จะเข้ามาช่วยกระทรวงพาณิชย์ขับเคลื่อนให้การส่งออกเติบโตโดยการใช้เครือข่ายของ&nbsp;ICC&nbsp;ที่มีสมาชิก&nbsp;130&nbsp;ประเทศทั่วโลกผลักดันให้เพิ่มขึ้น</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;มีกลไกสำคัญในการทำงานร่วมกับภาคเอกชน&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;กรอ.&nbsp;พาณิชย์&nbsp;ร่วมกันผลักดันการค้าการส่งออกและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงโควิด-19&nbsp;ซึ่งประเทศไทยได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดของการส่งออกมาแล้วและคาดว่าตัวเลขจะกลับมาเป็นบวกอย่างต่อเนื่องในปี&nbsp;2564&nbsp;จะช่วยพยุงเศรษฐกิจของประเทศให้ขยายตัวเป็นบวกได้</p><p><br></p><p><br></p>","21/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521155301469"],
    [156,"การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สานต่อกลยุทธ์พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและชุมชนท่องเที่ยว ","<p><strong>นายยุทธศักดิ์&nbsp;สุภสร&nbsp;ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ททท.&nbsp;มีเป้าหมายส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เกิดการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีมาต่อยอดทั้งรูปแบบ&nbsp;นวัตกรรมด้านกระบวนการและบริการ&nbsp;และการพัฒนาสินค้า&nbsp;เพื่อยกระดับขีดความสามารถและเตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว&nbsp;โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีอายุระหว่าง&nbsp;18-34&nbsp;ปี&nbsp;หรือกลุ่มมิลเลนเนียลในยุค&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ททท.&nbsp;จึงร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรดำเนินโครงการ&nbsp;TAT&nbsp;GYM&nbsp;2021&nbsp;:&nbsp;นวัตกรรมสร้างสรรค์อุตสาหกรรมท่องเที่ยว&nbsp;โดยเชิญชวนผู้ประกอบการและตัวแทนชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;ร่วมออกกำลังกายสมอง&nbsp;เรียนรู้และรับสิ่งใหม่&nbsp;เพื่อพัฒนานวัตกรรมและสร้างสรรค์มิติใหม่ให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&nbsp;ผ่านการส่งแนวคิดนวัตกรรม&nbsp;พร้อมรับทุนสนับสนุนและสิทธิประโยชน์ต่างๆ&nbsp;รวมมูลค่ากว่า&nbsp;150,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยเปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้&nbsp;&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ผ่านเว็บไซค์&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.tatgym.com/\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">www.tatgym.com</a>&nbsp;โดยผู้สมัคร&nbsp;สมาชิก&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;/1&nbsp;ทีม)&nbsp;ไม่จำกัดอายุ</p><p><br></p><p><br></p>","21/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521152908438"],
    [157,"จ.มุกดาหาร เตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน ปี 2564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;21&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;แก้วกินรีชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;นายบุญเรือง&nbsp;เมฆฉิม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ในการประชุม&nbsp;จัดแข่งขัน&nbsp;จักรยานชิงแชมป์ประเทศไทยชิงถ้วยพระราชทาน&nbsp;คิงส์ภูมิพล&nbsp;และการแข่งขันจักรยานประเภทเสือภูเขาชิงแชมป์ประเทศไทย&nbsp;ชิงถ้วยพระราชทาน&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;สนามที่&nbsp;2&nbsp;ที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;โดยมี&nbsp;พลเอกเดชา&nbsp;เหมกระศรี&nbsp;นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;นายอนุรักษ์&nbsp;ตั้งปณิธานนท์&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;นายกสมาคมกีฬาจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และคณะกรรมการดำเนินงานจัดการแข่งขัน&nbsp;ตามคำสั่งแต่งตั้ง&nbsp;ของผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;9&nbsp;คณะ&nbsp;อาทิ&nbsp;ฝ่ายอำนวยการ&nbsp;ฝ่ายประชาสัมพันธ์&nbsp;ฝ่ายเส้นทาง&nbsp;ฝ่ายเทคนิค&nbsp;ฝ่ายสถานที่&nbsp;ฝ่ายรักษาความปลอดภัยและการจราจร&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;เพื่อรับทราบการจัดการแข่งขัน&nbsp;จักรยานชิงแชมป์ประเทศไทยชิงถ้วยพระราชทาน&nbsp;คิงส์ภูมิพล&nbsp;และการแข่งขันจักรยานประเภทเสือภูเขาชิงแชมป์ประเทศไทย&nbsp;ชิงถ้วยพระราชทาน&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;สนามที่&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;2-4&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;และเตรียมพร้อมของฝ่ายต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในการจัดแข่งขันที่จะมีขึ้นในวันดังกล่าว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลเอกเดชา&nbsp;เหมกระศรี&nbsp;นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สมาคมกีฬาจักรยานฯ&nbsp;ได้กำหนดจัดการแข่งขันจักรยานชิงแชมป์ประเทศไทย&nbsp;ชิงถ้วยพระราชทานฯ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ประเภทต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้งประเภทถนน,&nbsp;เสือภูเขา,&nbsp;บีเอ็มเอ็กซ์&nbsp;และลู่&nbsp;โดยได้วางโปรแกรมการแข่งขันต่อเนื่องกันตลอดทั้งปี&nbsp;โดยมีหลายจังหวัดที่สนใจเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันร่วมกับสมาคมกีฬาจักรยานฯ&nbsp;ทั้งในระดับชิงแชมป์ประเทศไทย&nbsp;รวมไปถึงระดับนานาชาติ&nbsp;รวมถึงจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;โดยการสนับสนุนจาก&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;นายอนุรักษ์&nbsp;ตั้งปณิธานนท์&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดให้รู้จักกันอย่างแพร่หลาย&nbsp;รวมถึงการส่งเสริมการออกกำลังกาย&nbsp;ด้วยการปั่นจักรยาน&nbsp;เพื่อสุขภาพและเพื่อการแข่งขัน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะมีนักปั่นจากจังหวัดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เข้าร่วมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก&nbsp;เนื่องจากว่างเว้นจากการจัดแข่งขันมานาน&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;อยู่ขณะนี้&nbsp;ประกอบกับเป็นการจัดแข่งขันในระดับชาติ&nbsp;และชิงแชมป์ประเทศไทย&nbsp;ชิงถ้วยพระราชทาน&nbsp;คิงส์ภูมิพลและถ้วยพระราชทาน&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;มีการแข่งขันจักรยานเพื่อสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ชาย&nbsp;หญิง&nbsp;ชิงถ้วยรางวัล&nbsp;5&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่รางวัลผู้ร่วมปั่นจักรยานชายอายุมากที่สุด&nbsp;ผู้ร่วมปั่นจักรยานหญิงอายุมากที่สุด&nbsp;ผู้ร่วมปั่นจักรยานชายอายุน้อยที่สุด&nbsp;ผู้ร่วมปั่นจักรยานหญิง&nbsp;อายุน้อยที่สุด&nbsp;และรางวัลประเภทจักรยานที่มีความสวยงามตกแต่งแบบประหยัด&nbsp;โดยเป้าหมายนักเรียน&nbsp;ประชาชนทั่วไป&nbsp;200&nbsp;คัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สมาคมจักรยาน&nbsp;จะเป็นผู้จัดหาเสื้อ&nbsp;และใบประกาศนียบัตร&nbsp;มอบให้กับผู้ที่มาขับขี่จักรยานเพื่อสุขภาพทุกคนฟรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;การจัดแข่งขันจักรยานชิงแชมป์ประเทศไทยและชิงถ้วยพระราชทานในครั้งนี้&nbsp;เป็นการจัดในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ระบบปิดไม่มีผู้ชม&nbsp;นอกจากชมจากการถ่ายทอดผ่านเฟชบุ๊คไลน์&nbsp;และสถานีโทรทัศน์&nbsp;ไทยพีบีเอส&nbsp;และอยู่ภายใต้มาตรการควบคุม&nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(&nbsp;โควิด-19&nbsp;)&nbsp;หรือ&nbsp;ศบค.&nbsp;และมาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;และต้องปฏิบัติตามประกาศของสมาคมกีฬาจักรยานฯ&nbsp;ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้อย่างเคร่งครัดรวม19&nbsp;มาตรการ&nbsp;อาทิ&nbsp;ผู้ที่จะเข้าไปในบริเวณสนามแข่งขัน&nbsp;นับตั้งแต่ผู้ปกครอง&nbsp;ผู้ติดตาม&nbsp;นักกีฬา&nbsp;และเจ้าหน้าที่ทุกคน&nbsp;จะต้องตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;19&nbsp;ด้วยวิธีการ&nbsp;PCR&nbsp;testที่มีผลเป็นลบและต้องไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมงก่อนการแข่งขัน&nbsp;นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทุกคนจะต้องรายงานบันทึกการเดินทาง&nbsp;(time&nbsp;line)&nbsp;ล่วงหน้าก่อนแข่งขัน&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;สะแกน&nbsp;QR&nbsp;code&nbsp;ลงทะเบียน&nbsp;หมอชนะ&nbsp;ไทยชนะทุกคน&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;และพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่จักรยาน&nbsp;และล้างน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเข้าสนาม&nbsp;หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม&nbsp;จะพิจารณาลงโทษให้ออกจากการแข่งขันทันที&nbsp;และอาจจะพืจารณาลงโทษ&nbsp;ตามข้อบังคับของสมาคมกีฬาจักรยาน&nbsp;ข้อที่&nbsp;68&nbsp;ว่าด้วยการลงโทษทางวินัย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับสนามและเส้นทางในการจัดการแข่งขัน&nbsp;ประเภทปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ&nbsp;เริ่มต้นที่ศาลากลางจังหวัด&nbsp;ไปตามถนนเรียบริมฝั่งแม่น้ำโขง&nbsp;สำราญชายโขงเหนือ&nbsp;ถึงสะพานมิตรภาพแห่งที่&nbsp;2&nbsp;วกกลับเส้นทางเดิมเข้าสู่เส้นชัย&nbsp;ศาลากลางจังหวัดระยะทาง&nbsp;14.80&nbsp;เมตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประเภทถนนไทม์ไทรอัลบุคคล&nbsp;ชิงแชมป์ประเทศไทยและถ้วยพระราชทาน&nbsp;คิงส์ภูมิพล&nbsp;มี&nbsp;2&nbsp;เส้นทาง&nbsp;ได้แก่เส้นทางที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;เริ่มตั้งแต่หอแก้วมุกดาหาร&nbsp;ผ่านทางขึ้นวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์&nbsp;ถึงสี่แยกชมกวาง&nbsp;วกกลับมาตามเส้นทางเดิม&nbsp;เข้าเส้นชัยที่หอแก้วมุกดาหาร&nbsp;ระยะทาง&nbsp;10.40&nbsp;กิโลเมตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เส้นทางที่&nbsp;2&nbsp;เริ่มตั้งแต่&nbsp;สนามฟุตบอลเดอบุญฟิลด์&nbsp;ติดถนนเลี่ยงเมืองมุกดาหาร&nbsp;-อำเภอดอนตาล&nbsp;ไปตามถนนชะยางกูร&nbsp;เลี้ยวซ้าย&nbsp;ผ่านสี่แยกชลประทาน&nbsp;ถึงบ้านเหมืองบ่า&nbsp;เลี้ยวซ้ายไปยังบ้านคำเม็ก&nbsp;ตำบลคำอาฮวน&nbsp;เลี้ยวซ้ายไปยังสี่แยกชมกวาง&nbsp;ถนนเลี่ยงเมืองมุกดาหาร&nbsp;&nbsp;ดอนตาล&nbsp;ก่อนเข้าเส้นชัยที่สนามเดอบุญฟิวด์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนการแข่งขันประเภทเสือภูเขาชิงแชมป์ประเทศไทย&nbsp;ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;เดิมกำหนดจัดการแข่งขันที่วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์&nbsp;อำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;เนื่องจากได้มีการประกาศไม่ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนเข้าไปท่องเที่ยว&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ได้เปลี่ยนสนามการแข่งขัน&nbsp;เป็นสนามเอกชนซึ่งมีพื้นที่กว่า&nbsp;100&nbsp;ไร่&nbsp;และอยู่ใกล้กับ&nbsp;สนามฟุตบอลเดอบุญฟิวด์&nbsp;เป็นสนามแข่งขันแทน</p>","21/5/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521202245613"],
    [158,"ดัชนีความสำเร็จของไทยหลายด้านอยู่ในระดับดีในสายตาต่างชาติ จากการบริหารราชการของ นายกรัฐมนตรี","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เปิดเผยถึงสถานะของไทยในเวทีโลก&nbsp;โดยประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่น่าสนใจและได้รับการจัดอันดับที่ดี&nbsp;มีความน่าเชื่อถือ&nbsp;และเป็นที่น่าสนใจในสายตาต่างชาติ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;ได้รับการจัดอันดับที่น่าสนใจด้านเศรษฐกิจและการลงทุนจากหลายๆหน่วยงานในระดับโลก&nbsp;อาทิ&nbsp;เป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;ตลาดเกิดใหม่ที่น่าลงทุนที่สุดในปี&nbsp;2564&nbsp;จากการจัดอันดับของ&nbsp;Bloomberg&nbsp;Study&nbsp;(1st&nbsp;in&nbsp;Bloombergs&nbsp;Emerging)&nbsp;เป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;ประเทศที่มีความทุกข์ยากทางเศรษฐกิจน้อยที่สุดในโลกประจำปี&nbsp;2563&nbsp;จากการจัดอันดับของ&nbsp;Bloomberg&nbsp;Survey&nbsp;(1st&nbsp;least&nbsp;miserable&nbsp;country&nbsp;for&nbsp;2020)&nbsp;เป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;ประเทศที่เหมาะกับการเริ่มต้นธุรกิจมากที่สุดประจำปี&nbsp;2563&nbsp;จากการจัดอันดับโดยสำนักข่าว&nbsp;US&nbsp;News&nbsp;(Best&nbsp;Countries&nbsp;to&nbsp;Start&nbsp;a&nbsp;Business&nbsp;2020)&nbsp;และเป็นอันดับ&nbsp;2&nbsp;ประเทศที่น่าเข้ามาลงทุนประจำปี&nbsp;2563&nbsp;จัดอันดับโดยสำนักข่าว&nbsp;US&nbsp;News&nbsp;(Best&nbsp;Countries&nbsp;to&nbsp;Invest&nbsp;In&nbsp;2020)&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับการจัดอันดับของสถาบันจัดอันดับเครดิตของโลกอย่าง&nbsp;มูดี้ส์&nbsp;ฟิทช์เรตติ้ง&nbsp;และสแตนดาร์ด&nbsp;แอนด์&nbsp;พัวร์ส&nbsp;คงอันดับความน่าเชื่อถือของไทย&nbsp;ที่&nbsp;BBB+&nbsp;และยังคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยอยู่ในระดับมีเสถียรภาพ&nbsp;เป็นผลมาจากการทำงานอย่างหนักในการดำเนินนโยบายเพื่อให้ประเทศไทยอยู่ในเรดาร์&nbsp;เป็นตลาดที่น่าสนใจทางการลงทุน&nbsp;จนส่งผลให้คะแนนรายงานความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจ&nbsp;(Ease&nbsp;of&nbsp;Doing&nbsp;Business)&nbsp;ที่จัดทำโดยธนาคารโลกดีขึ้น&nbsp;โดยล่าสุดในปี&nbsp;2563&nbsp;ประเทศไทยได้ที่&nbsp;21&nbsp;จาก&nbsp;190&nbsp;ประเทศ&nbsp;ซึ่งเทียบกับปีก่อนดีขึ้น&nbsp;6&nbsp;อันดับ&nbsp;รวมทั้งไทยได้ดำเนินมาตรการ&nbsp;Ten&nbsp;for&nbsp;Ten&nbsp;ตามข้อเสนอแนะจากเอกอัครราชทูตจาก&nbsp;5&nbsp;ประเทศ&nbsp;และหอการค้านานาชาติแห่งประเทศไทย&nbsp;เพื่อยกระดับการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจของประเทศไทยให้สามารถติด&nbsp;10&nbsp;อันดับแรกได้ในเร็ววันนี้</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">การจัดอันดับของบริษัท</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;Japan&nbsp;Credit&nbsp;Rating&nbsp;Agency,&nbsp;Ltd.&nbsp;(JCR)&nbsp;บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น&nbsp;ที่คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย&nbsp;(Sovereign&nbsp;Credit&nbsp;Rating)&nbsp;ที่ระดับ&nbsp;A-&nbsp;และยืนยันมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ&nbsp;(Stable&nbsp;outlook)&nbsp;เนื่องมาจากรัฐบาลได้ดำเนินมาตรการทางการเงินและการคลัง&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยหลังจากไตรมาสที่&nbsp;2&nbsp;ของปี&nbsp;2563&nbsp;เริ่มฟื้นตัว&nbsp;และ&nbsp;JCR&nbsp;คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี&nbsp;2564&nbsp;จะกลับมาเติบโตประมาณร้อยละ&nbsp;3&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ในเดือนมีนาคม&nbsp;ปี2564&nbsp;บริษัท&nbsp;Rating&nbsp;and&nbsp;Investment&nbsp;Information,&nbsp;Inc.&nbsp;(R&amp;I)&nbsp;ประเทศญี่ปุ่น&nbsp;ได้ประกาศการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย&nbsp;(Sovereign&nbsp;Credit&nbsp;Rating)&nbsp;ที่&nbsp;A-&nbsp;และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย&nbsp;(Outlook)&nbsp;อยู่ในระดับมีเสถียรภาพ&nbsp;(Stable&nbsp;Outlook)&nbsp;เช่นกัน&nbsp;สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในแนวทางการดำเนินโยบายของรัฐบาลและทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;ซึ่งมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวและเติบโต</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นอกจากนี้&nbsp;ไทยยังได้รับการจัดอันดับเกี่ยวกับด้านสาธารณสุข</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ที่น่าชื่นชม&nbsp;อาทิ&nbsp;อันดับ&nbsp;1&nbsp;ประเทศที่ฟื้นตัวและรับมือกับการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ได้ดีที่สุด&nbsp;(Ongoing&nbsp;COVID-19&nbsp;recovery&nbsp;effort&nbsp;2020)&nbsp;จากข้อมูลดัชนีโควิด-19&nbsp;ระดับโลก&nbsp;(Global&nbsp;COVID-19&nbsp;Index-GCI)&nbsp;จัดอันดับโดยสถาบัน&nbsp;PEMANDU&nbsp;และอันดับ&nbsp;4&nbsp;จากทั้งหมด&nbsp;98&nbsp;ประเทศ&nbsp;ที่จัดการกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2563&nbsp;(Best-Performing&nbsp;Countries&nbsp;in&nbsp;Suppressing&nbsp;the&nbsp;Coronavirus&nbsp;2020)&nbsp;จัดอันดับโดยสถาบัน&nbsp;Lowy&nbsp;Institute&nbsp;อันดับ&nbsp;6&nbsp;ประเทศที่มีความมั่นคงด้านสุขภาพ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2562&nbsp;(Global&nbsp;Health&nbsp;Security&nbsp;Index&nbsp;2019)&nbsp;จัดอันดับโดยมหาวิทยาลัย&nbsp;John&nbsp;Hopkins&nbsp;University&nbsp;Research&nbsp;และอันดับ&nbsp;8&nbsp;ประเทศที่มีระบบสาธารณสุขที่ดีที่สุด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;(Health&nbsp;Care&nbsp;Index&nbsp;2021)&nbsp;จัดอันดับโดย&nbsp;Numbeo&nbsp;Survey</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายกรัฐมนตรี&nbsp;ชื่นชมผลสำเร็จที่เกิดขึ้น</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;โดยถือว่า&nbsp;ตัวเลขเหล่านี้เป็นกำลังใจที่สำคัญในการทำงาน&nbsp;และได้ขอบคุณการทำงานของทุกภาคส่วนที่ทำงานร่วมกันอย่างหนักจนส่งผลสำเร็จเป็นตัวเลขการจัดอันดับที่น่าชื่นชมและหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อเดินหน้าประเทศไทยต่อไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","22/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522213115843"],
    [159,"กรมการค้าภายใน จัดรถ Mobile 730 ตัน ตระเวนนำสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก จำหน่ายให้พี่น้องประชาชนทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑล","<p><strong>นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เพื่อดูแลราคาสินค้าอัปโภคบริโภคไม่ให้ประชาชนได้รับในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;กรมฯ&nbsp;ดำเนินการช่วยเหลือเพื่อลดค่าครองชีพประชาชนด้วยการจัดโครงการ&nbsp;Mobile&nbsp;พาณิชย์ลดราคา!&nbsp;ช่วยประชาชน&nbsp;&nbsp;Lot&nbsp;ที่&nbsp;10&nbsp;ซึ่งจัดในรูปแบบรถ&nbsp;Mobile&nbsp;พาณิชย์ลดราคา!&nbsp;ช่วยประชาชน&nbsp;ที่จะตระเวนนำสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูกลดสูงสุดถึงร้อยละ&nbsp;60&nbsp;ไปจำหน่ายให้พี่น้องประชาชนที่จำเป็นต้องกักตัวอยู่ในชุมชนทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล&nbsp;&nbsp;สามารถได้รับบริการอย่างทั่วถึง&nbsp;ซึ่งรถ&nbsp;Mobile&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;&nbsp;730&nbsp;คัน&nbsp;จะวิ่งกระจายไปทั่วกรุงเทพฯ&nbsp;และปริมณฑลประมาณ&nbsp;400-500&nbsp;ชุมชน&nbsp;โดยได้เริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่วันที่&nbsp;10&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;8&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;นี้&nbsp;โดยการกำหนดจุดจำหน่ายนั้นกรมการค้าภายในได้รับความร่วมมือจากกรุงเทพมหานคร&nbsp;เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;(อบต.)&nbsp;เป็นอย่างดี</p><p><strong>จากการออกตรวจเยี่ยมการจำหน่ายสินค้าของรถ&nbsp;Mobile</strong>&nbsp;ในชุมชนต่างๆ&nbsp;ปรากฏว่า&nbsp;&nbsp;ประชาชนเข้ามาเลือกซื้อสินค้ากันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และพอใจที่มีสินค้าราคาประหยัดมาจำหน่ายถึงในชุมชนเป็นการหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในสถานที่ที่มีความเสี่ยง&nbsp;และป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมและขายดี&nbsp;ได้แก่&nbsp;น้ำมันพืช&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;น้ำตาลทราย&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;ผงซักฟอก&nbsp;กระดาษทิชชู&nbsp;น้ำยาปรับผ้านุ่ม&nbsp;น้ำยาล้างจาน&nbsp;และนอกจากสินค้าราคาประหยัด&nbsp;73&nbsp;รายการที่นำมาจำหน่ายแล้ว&nbsp;ยังมีผลไม้และสินค้าเกษตรฤดูกาลอื่นๆ&nbsp;ที่เชื่อมโยงจากเกษตรกรมาจำหน่ายโดยตรงอีกด้วย&nbsp;ซึ่งประชาชนสามารถตรวจสอบตารางการจำหน่ายสินค้าหรือติดตามตำแหน่งรถสามารถทราบได้&nbsp;โดยใช้Application&nbsp;line&nbsp;โครงการ&nbsp;Mobile&nbsp;พาณิชย์ลดราคา!&nbsp;ช่วยประชาชน&nbsp;โดย&nbsp;search&nbsp;คำว่า&nbsp;@mobilepanich&nbsp;หรือ&nbsp;search&nbsp;คำว่า&nbsp;โมบายพาณิชย์&nbsp;ใน&nbsp;&nbsp;google&nbsp;ซี่งจะมีรายละเอียดบอกวันและสถานที่ที่จะไปจำหน่าย&nbsp;และยังสามารถดูรายการสินค้าและราคาล่วงหน้า&nbsp;หากประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าและบริการ&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่&nbsp;สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ</p><p><br></p><p><br></p>","22/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522154207781"],
    [160,"ธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้แจงเงิน 1.069 ล้านล้านบาท เป็นขาดทุนสะสมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อดูแลเสถียรภาพการเงิน ไม่ถือเป็นหนี้สาธารณะ ","<p><strong>นางจันทวรรณ&nbsp;สุจริตกุล</strong>&nbsp;ผู้ช่วยผู้ว่าการสายสื่อสารและความสัมพันธ์องค์กร&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธปท.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากที่มีการเผยแพร่เรื่องขาดทุนสะสมของ&nbsp;ธปท.&nbsp;มูลค่า&nbsp;1.069&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;และนำมารวมเป็นหนี้สาธารณะของประเทศโดยอ้างถึงผลกระทบต่อผู้เสียภาษีอากรนั้น&nbsp;รายงานดังกล่าวเป็นการแสดงรายการงบการเงินของ&nbsp;ธปท.&nbsp;และเป็นธุรกรรมที่เกิดจากการทำหน้าที่ปกติของธนาคารกลาง&nbsp;ในการดูแลเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจ&nbsp;เช่น&nbsp;การดูแลอัตราแลกเปลี่ยนไม่ให้ผันผวนมากจนกระทบต่อการดำเนินงานภาคเอกชนและเศรษฐกิจ&nbsp;การดูแลสภาพคล่องในระบบการเงินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม&nbsp;ดังนั้นกำไรหรือขาดทุนที่จะปรากฏในงบดุลของธนาคารกลางจึงเป็นเรื่องปกติของการทำหน้าที่ตามพันธกิจ&nbsp;โดยฐานะการเงินของธนาคารกลางเป็นผลจากการทำหน้าที่ตามพันธกิจ&nbsp;ซึ่งในแต่ละปีอาจเกิดกำไรและขาดทุน&nbsp;เช่น&nbsp;จากการตีราคาสินทรัพย์ต่างประเทศเป็นเงินบาท&nbsp;และจากต้นทุนการออกพันธบัตรเพื่อดูดซับสภาพคล่อง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งตัวเลข&nbsp;1.069&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;เป็นผลการขาดทุนสะสมที่เกิดขึ้นหลายปีไม่ใช่ของปีนี้ปีเดียว&nbsp;หนี้สินในงบการเงินของ&nbsp;ธปท.&nbsp;ไม่ถือเป็นหนี้สาธารณะของประเทศ&nbsp;ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติเช่นเดียวกันทั่วโลก&nbsp;ตามนิยามของ&nbsp;IMF&nbsp;ที่กำหนดมาตรฐานการเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจการเงินเพื่อการเปรียบเทียบและติดตามการทำนโยบายของสมาชิก</p><p><br></p><p><br></p>","22/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522151655768"],
    [161,"การนำเข้าอาหารทะเลจากไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลัง สปป.ลาว ยกเลิกมาตรการห้ามให้นำเข้าอาหารทะเลเริ่ม 1 พฤษภาคมนี้ ","<p><strong>นายสมเด็จ&nbsp;สุสมบูรณ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ&nbsp;(สคต.)&nbsp;ณ&nbsp;กรุงเวียงจันทน์&nbsp;ถึงผลการสำรวจตลาดออนไลน์อาหารทะเล&nbsp;ภายหลังจาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ห้ามนำเข้าอาหารทะเลไทย&nbsp;ตั้งแต่เดือนธันวาคม&nbsp;2563&nbsp;ว่า&nbsp;ล่าสุด&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ได้ยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าอาหารทะเล&nbsp;โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ทำให้ตลาดออนไลน์อาหารทะเล&nbsp;กลับมามีความคึกคักมากกว่าเดิม&nbsp;ตลาดมีสินค้าอาหารทะเลเข้ามาหลากหลายชนิด&nbsp;เช่น&nbsp;กุ้ง&nbsp;หอย&nbsp;ปู&nbsp;ปลาหมึก&nbsp;เป็นต้น&nbsp;จากเดิมไม่มีสินค้าจำหน่าย&nbsp;หรือยุติการจำหน่าย&nbsp;ส่งผลให้มีการนำเข้าสินค้าอาหารทะเลจากไทยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย&nbsp;</p><p><strong>การจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้นและมีความคึกคักนั้น</strong>&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;อยู่ระหว่างการดำเนินมาตรการล็อกดาวน์&nbsp;ไม่อนุญาตให้มีการรับประทานอาหารในร้านและควบคุมการเดินทาง&nbsp;จึงทำให้ประชาชนหันมาซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น</p><p><strong>&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าอาหารทะเลของไทย</strong>&nbsp;กรมฯ&nbsp;มีกำหนดจัดกิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าอาหารทะเลไทยปลอดภัยจากโควิด-19&nbsp;ในช่วงต้นเดือนกันยายน&nbsp;2564&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและกระตุ้นการบริโภคอาหารทะเลไทย&nbsp;โดยคาดว่า&nbsp;ผลจากการยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าและการบริโภคอาหารทะเลไทยกลับมาฟื้นตัว&nbsp;จะทำให้การส่งออกอาหารทะเลไทยไปยัง&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ในปีนี้จะเพิ่มจาก&nbsp;131&nbsp;ล้านบาทเป็น&nbsp;200&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;52.7</p><p><br></p><p><br></p>","22/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522131039725"],
    [162,"พาณิชย์จังหวัดลำปาง จัดประชุมเชิงสัมมนาพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและเกษตรกรในพื้นที่","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางศรีสุรางค์&nbsp;หล้าส่องสี&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงสัมมนาเชิงปฏิบัติการ&nbsp;(ในการสร้างเครือข่าย)&nbsp;เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการจังหวัดลำปาง&nbsp;ภายใต้กิจกรรมพัฒนาศักยภาพและเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการสินค้าเกษตร&nbsp;ตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรปลอดภัยได้มาตรฐานแบบครบวงจรมุ่งสู่เกษตรอินทรีย์&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องกิ่งกนก&nbsp;โรงแรมเอเชียลำปาง&nbsp;จังหวัดลำปาง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพของเกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;สถาบันเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการรับซื้อสินค้าเกษตรของจังหวัดลำปาง&nbsp;โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้ในด้านการปรับปรุงคุณภาพและการยกระดับการผลิตกระเทียม&nbsp;ลำไย&nbsp;สับปะรด&nbsp;และสินค้าเกษตรอื่นๆ&nbsp;เพื่อให้ตรงตามความต้องการของตลาดในปัจจุบัน&nbsp;การเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์&nbsp;และการทำตลาดที่ยั่งยืนในยุคปัจจุบันด้วยเทคนิคการขายสินค้าและการเพิ่มยอดขายโดยการ&nbsp;ถ่ายทอดสดผ่าน&nbsp;Facebook&nbsp;Live&nbsp;อย่างมืออาชีพ&nbsp;และกลยุทธ์การจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับผู้เข้ารับการอบรมในการปรับตัวให้มีช่องทางการตลาดแบบออนไลน์ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยมีผู้เข้ารับการอบรม&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งจะมีการคัดเลือกเกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;สถาบันเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการรับซื้อสินค้าเกษตรผู้ผ่านการอบรมเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าในงานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจการค้า&nbsp;(Business&nbsp;Matching)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำปางต่อไป</p>","22/5/2021","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522115050688"],
    [163,"กองพันทหารม้าที่ 10 กรมทหารม้าที่ 2 ช่วยรับชื้อผลผลิตทางการเกษตร(มะม่วง) ซึ่งประสบปัญหาในการจำหน่ายสู่ท้องตลาด จากสถานการณ์โควิด-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่บ้านน้ำโมง&nbsp;ตำบลผาต่อ&nbsp;อำเภอท่าวังผา&nbsp;จังหวัดน่าน&nbsp;กำลังพลจากกองพันทหารม้าที่&nbsp;10&nbsp;กรมทหารม้าที่&nbsp;2&nbsp;ได้ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือเกษตรกรในการรับชื้อผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;(มะม่วง)&nbsp;ซึ่งขณะนี้ผลผลิตมะม่วงดิบและสุกออกมาจำนวนมาก&nbsp;ประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ&nbsp;ปัญหาการในการจำหน่ายผลผลิตสู่ท้องตลาด&nbsp;และการรับชื้อของพ่อค้าคนกลางลดน้อยลง&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทำให้เกษตรกรชาวสวนมะม่วงได้รับความเดือดร้อน&nbsp;ไม่สามารถจำหน่ายและขนย้ายผลผลิตสู่ตลาดใหญ่ได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองพันทหารม้าที่&nbsp;10&nbsp;กรมทหารม้าที่&nbsp;2&nbsp;ได้ทราบถึงปัญหาความเดือนร้อนของเกษตรกร&nbsp;จึงได้เข้าช่วยเหลือรับชื้อผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;(มะม่วง)&nbsp;เพื่อนำมาแจกจ่ายให้กับกำลังพลและครอบครัว&nbsp;พร้อมกับพลทหารกองประจำการของหน่วย&nbsp;โดยตัวแทนเกษตกรชาวสวนมะม่วงบ้านน้ำโมง&nbsp;ได้ขอบคุณที่หน่วยงานทหารได้เข้ามาช่วยรับซื้อมะม่วงถึงในสวน&nbsp;ปีนี้เป็นปีที่&nbsp;2&nbsp;ที่ชาวสวนมะม่วงประสบปัญหาการจำหน่ายผลผลิตสู่ท้องตลาด&nbsp;โดยเฉพาะการขนย้ายสินค้า&nbsp;ผลพวงจากสถานการณ์โควิด-19</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ทางจังหวัดน่านได้แก้ปัญหาในระยะสั้น&nbsp;โดยการเร่งระบายผลผลิตออกสู่ตลาดทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด&nbsp;เพื่อเป็นการหมุนเวียนรายได้ให้แก่เกษตรกร&nbsp;บรรเทาปัญหาราคาตกต่ำ&nbsp;พร้อมเชิญชวนประชาชนอุดหนุนซี้อมะม่วงของชาวสวนเป็นการช่วยเหลือครอบครัวเกษตรกรได้อีกช่องทาง&nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้หลายหน่วยงานได้มีการจัดกิจกรรมช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนมะม่วงในการกระจายผลผลิต&nbsp;เช่น&nbsp;บริษัทประชารัฐสามัคคีน่าน(วิสาหกิจเพื่อสังคม)&nbsp;จำกัด&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;38&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดน่านหอการค้าไทย(ภาคเหนือ)&nbsp;หอการค้าจังหวัดน่าน&nbsp;สภาอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน&nbsp;บริษัทไทยเบฟเวอเรจ&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ธนาคารกสิกรน่าน&nbsp;สำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชนจังหวัดน่าน&nbsp;เครือเจริญโภคภัณฑ์(CP)&nbsp;ที่ทำการไปรษณีย์น่าน&nbsp;บริษัทขนส่ง(Kerry&nbsp;น่าน)&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมจัดกิจกรรมกระจายผลผลิตมะม่วง&nbsp;และเปิดจำหน่ายบริเวณด้านหน้าศูนย์โอทอปเชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือ&nbsp;อ.เมืองน่าน&nbsp;ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","22/5/2021","ภาคเหนือ","น่าน","สวท.น่าน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522123725711"],
    [164,"รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ประชุมเตรียมความพร้อม เปิดจังหวัดภูเก็ตรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยหลังการประชุมร่วมกับทีมเซลล์แมน&nbsp;และภาคเอกชนจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา&nbsp;ที่ห้องประชุมโรงแรม&nbsp;JW&nbsp;Marriott&nbsp;Phuket&nbsp;resort&nbsp;&amp;&nbsp;spa&nbsp;Spa&nbsp;ว่า&nbsp;การประชุมร่วมทีมเซลแมนจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา&nbsp;เพื่อหารือร่วมกันเนื่องจากเศรษฐกิจของพื้นที่ฝั่งอันดามัน&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา&nbsp;ขึ้นอยู่กับ&nbsp;2&nbsp;ปัจจัยหลัก&nbsp;คือการท่องเที่ยวและการเกษตร&nbsp;ซึ่งในส่วนของการเกษตรไม่น่าเป็นห่วงมากนัก&nbsp;เนื่องจากราคาพืชผลทางการเกษตรเป็นที่น่าพอใจ&nbsp;ทั้งยางพารา&nbsp;ที่ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;เป็นเวลาหลายเดือนติดต่อกัน&nbsp;รวมทั้งปาล์มน้ำมันราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;5-6&nbsp;บาท&nbsp;ถือว่าเป็นราคาที่สูงกว่าหลายยุคที่ผ่านมา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รวมทั้งภาพรวมเกษตรกรมีความพึงพอใจ&nbsp;ทั้งสวนผลไม้ก็มีราคาดีเช่นเดียวกันในขณะนี้&nbsp;แต่ในขณะที่ธุรกิจการท่องเที่ยวยังอยู่ในภาวะซบเซา&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ&nbsp;ที่จะต้องมีการหารือร่วมกัน&nbsp;ในการเตรียมมาตรการต่างๆ&nbsp;เพื่อรองรับแผนการเปิดการท่องเที่ยว&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;ตามโมเดล&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;แซนด์บ็อกซ์&nbsp;ซึ่งจะครอบคลุมไปถึงพื้นที่ของจังหวัดพังงาด้วย&nbsp;เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาพักในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ครบ&nbsp;7&nbsp;วันแล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์ยัง&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภูเก็ตเปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคมนี้ได้หรือไม่นั้น&nbsp;ขึ้นอยู่กับการได้รับการจัดสรรวัคซีนและปัจจัยอื่นร่วมด้วย&nbsp;โดยวันนี้ได้มีการสรุปร่วม&nbsp;4&nbsp;เรื่อง&nbsp;ที่รับไปประสานร่วมกับทาง&nbsp;ศบค.และรัฐบาล&nbsp;เพื่อให้จังหวัดภูเก็ตเดินหน้าไปตามแผนการเปิดเมือง&nbsp;คือ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;ภาคเอกชนขอให้รัฐบาลจัดสรรวัคซีนให้ได้ตามแผนที่กำหนดไว้จำนวน&nbsp;930,00&nbsp;โดส&nbsp;ภายในเดือนสิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;ในส่วนของจังหวัดพังงา&nbsp;จำนวน&nbsp;210,000&nbsp;โดส&nbsp;เพื่อให้ทั้งจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา&nbsp;เตรียมวางแผนการบริหารจัดการฉีดวัคซีนตามที่กำหนดไว้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;ขอให้จังหวัดพังงาเร่งปรับแผนโดยเร็ว&nbsp;เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ&nbsp;ให้สอดคล้องกับจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เพื่อร่วมขายแพ็คเกจท่องเที่ยวควบคู่กัน&nbsp;สร้างแรงดึงดูดให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;ในรูปแบบอันดามันคลัสเตอร์&nbsp;โดยจะประสานผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;ให้เร่งปรับแผนเพื่อให้สอดคล้องต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;การเดินทางหลังวันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน&nbsp;จะมีเที่ยวบินตรงจากประเทศคู่สัญญา&nbsp;เช่น&nbsp;อังกฤษ&nbsp;เยอรมัน&nbsp;รัสเซีย&nbsp;สหรัฐอเมริกา&nbsp;อิสราเอล&nbsp;ฝรั่งเศส&nbsp;และกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย&nbsp;ที่สนามบินภูเก็ตจะต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางของแต่ละเที่ยวบิน&nbsp;ที่ไม่ใช่ช่วงเวลาปกติ&nbsp;ดังนั้นสนามบินภูเก็ตจะต้องเตรียมบุคลากรให้พร้อมสำหรับการต้อนรับนักท่องเที่ยว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;4.&nbsp;จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา&nbsp;จัดทำแผนงานไทยเที่ยวไทย&nbsp;ร่วมกันเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม&nbsp;สามารถดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวทั้ง&nbsp;2&nbsp;จังหวัด&nbsp;สร้างความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวคนไทยตามนโยบายรัฐบาลต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","22/5/2021","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522144232758"],
    [165,"เกษตรลพบุรีชวนชื้อกระท้อนตะลุง กระท้อน GI ของดีเมืองลพบุรี มีหนึ่งเดียวในโลก","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กระท้อนเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดลพบุรี&nbsp;มีพื้นที่ปลูกทั้งหมด&nbsp;419&nbsp;ไร่&nbsp;อยู่ใน&nbsp;3&nbsp;ตำบลของอำเภอเมืองลพบุรี&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตำบลตะลุง&nbsp;ตำบลงิ้วราย&nbsp;และตำบลโพธิ์เก้าต้น&nbsp;ลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นที่น้ำไหลทรายมูล&nbsp;เหมาะสมกับการผลิตกระท้อนคุณภาพดี&nbsp;โดยผลผลิตจะเริ่มออกในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนสิงหาคม&nbsp;ราคาผลกระท้อนสดจะอยู่ที่&nbsp;35-120&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ขึ้นอยู่กับขนาดผล&nbsp;ผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่&nbsp;1,000&nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&nbsp;ขณะนี้ผลผลิตกำลังทยอยเข้าสู่ตลาด&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;กลิ่นทองหลาง&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านวิศวกรรมเกษตร&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดลพบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กระท้อนของจังหวัดลพบุรีได้รับการรับรองเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;หรือ&nbsp;GI&nbsp;ในชื่อ&nbsp;กระท้อนตะลุง&nbsp;จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;มีเกษตรกรผ่านการรับรองจำนวน&nbsp;92&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;315&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พันธุ์ปุยฝ้าย&nbsp;พันธุ์อีล่า&nbsp;พันธุ์ทับทิม&nbsp;พันธุ์นิ่มนวล&nbsp;และพันธุ์กำมะหยี่&nbsp;โดยมีพื้นที่ปลูกในตำบลตะลุง&nbsp;ตำบลงิ้วราย&nbsp;และตำบลโพธิ์เก้าต้น&nbsp;ของอำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;เท่านั้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;กลิ่นทองหลาง&nbsp;กล่าวเพิ่มอีกว่า&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดลพบุรี&nbsp;ได้ประชาสัมพันธ์การจำหน่ายกระท้อนผ่านทางช่องทางสื่อต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โทรทัศน์&nbsp;วิทยุ&nbsp;หนังสือพิมพ์&nbsp;ทาง&nbsp;Facebook,&nbsp;Line&nbsp;และในเว็บไซต์ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&nbsp;ของกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้สนับสนุนกล่องลังกระดาษ&nbsp;สำหรับบรรจุกระท้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;ใบ&nbsp;นอกจากนี้ยังได้ติดต่อประสานงานหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในการดำเนินการช่วยเหลือในการจำหน่ายผลผลิตอีกด้วย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เนื่องจากปีนี้มีสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;จังหวัดลพบุรีจึงงดจัดงาน&nbsp;เทศกาลกระท้อนหวานและของดีเมืองลพบุรี&nbsp;ถึงแม้ไม่มีการจัดงาน&nbsp;แต่ทางอำเภอได้จัดสถานที่ไว้ให้เกษตรกรจำหน่ายบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองลพบุรี&nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนมาชื้อกระท้อนของดีเมืองลพบุรี&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณที่ว่าการอำเภอเมืองลพบุรี&nbsp;โดยเริ่มจำหน่ายตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30-17.00น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ยังสามารถหาชื้อได้ทางเว็บไซต์ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&nbsp;ช่วยกันชื้อกระท้อนตะลุง&nbsp;กระท้อน&nbsp;GI&nbsp;ของดีเมืองลพบุรี&nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรชาวลพบุรีกันเยอะๆ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","22/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","ลพบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522180504814"],
    [166,"จังหวัดชลบุรี \"สนธยา\" เร่ง เสนอความเห็นต่อกรรมการวัคซีนแห่งชาติ หวังให้รัฐเห็นความสำคัญเมืองท่องเที่ยว","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;\"สนธยา\"&nbsp;เร่ง&nbsp;เสนอความเห็นต่อกรรมการวัคซีนแห่งชาติ&nbsp;หวังให้รัฐเห็นความสำคัญเมืองท่องเที่ยว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายกเมืองพัทยา&nbsp;เร่ง&nbsp;เสนอความเห็นต่อกรรมการวัคซีนแห่งชาติ&nbsp;หวังให้รัฐเห็นความสำคัญเมืองท่องเที่ยว&nbsp;หลังการจัดสรรวัคซีนโควิด-19&nbsp;ไม่สอดคล้องกับจำนวนที่ต้องการ&nbsp;หวั่นแผนเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวต้องชะงัก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(22&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นายสนธยา&nbsp;คุณปลื้ม&nbsp;นายกเมืองพัทยา&nbsp;เปิดเผยถึงแนวคิดที่มีการเสนอความคิดเห็นเรื่องการจัดสรรวัคซีนเดือนมิถุนายน&nbsp;ต่อกรรมการวัคซีนแห่งชาติ&nbsp;ว่า&nbsp;เบื้องต้นต้องขออภัยพี่น้องประชาชนสำหรับการจัดสรรการฉีดวัคซีนระหว่างวันที่&nbsp;20-12&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดชลบุรี&nbsp;ประมาณ&nbsp;46,000&nbsp;โดส&nbsp;ใน&nbsp;11&nbsp;อำเภอ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนพื้นที่อำเภอบางละมุง&nbsp;ได้มีการจัดจุดฉีดวัคซีน&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;คือ&nbsp;รพ.กรุงเทพพัทยา&nbsp;,&nbsp;รพ.เมืองพัทยา&nbsp;ที่จัดฉีดให้ประชาชนพื้นที่เมืองพัทยา&nbsp;,&nbsp;อาคารเอนกประสงค์เทศบาลตำบลโป่ง&nbsp;จัดฉีดวัคซีนให้กับใน&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;โรงพยาบาลพัทยาเมโมเรียล&nbsp;จัดฉีดให้กับข้าราชการในพื้นที่&nbsp;และสนามกีฬาในร่มภาคตะวันออก&nbsp;ซ.ชัยพฤกษ์&nbsp;เมืองพัทยา&nbsp;จัดฉีดให้ประชาชนใน&nbsp;5&nbsp;ตำบล&nbsp;ทั้งในช่วงที่มีการจัดฉีดวัคซีน&nbsp;ก็มีกระแสความความสับสนของการรับคิวการเข้ารับการฉีดวัคซีนทั้งเรื่องของการ&nbsp;ออนไซด์&nbsp;รับวัคซีน&nbsp;ปัญหาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เหล่านี้ต้องขออภัยแทนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้วย&nbsp;เนื่องจากประชาชนในพื้นที่อำเภอบางละมุงมีความต้องการเข้ารับวัคซีนโควิดจำนวนมาก&nbsp;ทั้งคนที่ลงทะเบียนไว้ล่วงหน้าและคนที่มาจากการออนไซด์&nbsp;แต่ด้วยจำนวนวัคซีนโควิด-19&nbsp;ที่ได้รับการจัดสรรถูกลดจำนวนลง&nbsp;ทำให้ต้องมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าจนสำเร็จลุลวงไปได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยในส่วนมืองพัทยาที่จัดฉีด&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลเมืองพัทยานั้น&nbsp;ได้รับการจัดสรรจำนวน&nbsp;2,000&nbsp;โดส&nbsp;จัดฉีดให้ประชาชน&nbsp;จำนวน&nbsp;2,000&nbsp;คน&nbsp;ใช้เวลาเพียง&nbsp;1&nbsp;วันครึ่ง&nbsp;วัคซีนก็หมดแล้ว&nbsp;แต่การลงทะเบียนของประชาชน&nbsp;ผู้ให้บริการภาคท่องเที่ยวต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในเมืองพัทยามีความต้องการเข้ารับวัคซีนจำนนมากกว่าโควต้าที่ได้รับการจัดสรร&nbsp;เพื่อจะเดินหน้าการท่องเที่ยวให้เมืองพัทยาสามารถเปิดเมืองได้&nbsp;กลับไม่ได้รับวัคซีนไม่ตรงตามแผนที่รัฐได้ให้ความสำคัญ&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;เมืองหลัก&nbsp;ที่จะมีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;พบว่าการจัดสรรวัคซีนที่มีการนำเข้ามาของประเทสในขณะนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;6,333,000&nbsp;โดส&nbsp;แต่จังหวัดชลบุรีได้รับการจัดสรรวัคซีนในลอตนี้เพียง&nbsp;54,000&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งหากเทียบตามสัดส่วนของประชากรในจังหวัดชลบุรีและประชากรแฝงแล้ว&nbsp;อยู่ที่&nbsp;0.85%&nbsp;ไม่ถึง&nbsp;1%&nbsp;หากมองถึงเรื่องการระบาดและการประคองเศรษฐกิจ&nbsp;ซึ่งจังหวัดชลบุรีถูกปรับพื้นที่จากพื้นที่สีแดงเข้มมาเป็นพื้นที่สีแดง&nbsp;หากได้รับการจัดสรรวัคซีนในครั้งนี้อยู่ในกลุ่มที่&nbsp;2&nbsp;ที่เป็นพื้นที่จังหวัดชายแดนและจังหวัดเศรษฐกิจ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยในส่วนนี้มองว่าพื้นที่จังหวัดชลบุรี&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ยังเป็นพื้นที่EEC&nbsp;และยังเป็นเขตเศรษฐกิจของประเทศมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน&nbsp;ซึ่งตามยุทธศาสตร์การปรับแผนเปิดเมือง&nbsp;เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแบบไม่กักตัว&nbsp;ที่รัฐบาลได้มีการดำเนินการ&nbsp;โดยกำหนดพื้นที่เปิดจังหวัดภูเก็ตในลำดับที่&nbsp;3&nbsp;และชลบุรีเป็นลำดับที่&nbsp;4&nbsp;ในช่วงเดือนตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อให้เกิดความสอดคล้องในเรื่องของการจัดสรรวัคซีน&nbsp;จะต้องมีความสอดคล้องกับจำนวนประชากรในพื้นที่นั้น&nbsp;ๆ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;จังหวัดชลบุรียังเป็นจังหวัดอุตสาหกรรมและพบการระบาดในคลัสเตอร์โรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น&nbsp;การได้รับจัดสรรวัคซีนจึงมีความจำเป็นเร่งด่วน&nbsp;เพื่อเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชากรในจังหวัดชลบุรีและประชากรแฝงในคลัสเตอร์เศรษฐกิจต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เร็วที่สุด&nbsp;จึงได้มีการนำเสนอแนวคิดการจัดสรรวัคซีนให้ตรงกับความต้องการวัคซีนโควิดของพื้นที่ไปยังคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ&nbsp;และคณะกรรมการวัคซีนจังหวัดชลบุรี&nbsp;เพื่อจะได้มีการปรับแผนในการจัดสรรวัคซีนให้ตรงแผนของกับพื้นที่เศรษฐกิจและควบคุมการแพร่ระบาด&nbsp;และสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการเปิดเมืองรับท่องเที่ยวเดินหน้าไปได้ตามแผนที่วางไว้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสนธยาฯ&nbsp;เปิดเผยต่ออีกว่า&nbsp;ที่ผ่านมาการจัดสรรวัคซีนให้กับเมืองเศรษฐกิจและเมืองท่องเที่ยวที่รัฐบาลให้ความสำคัญนั้น&nbsp;จำนวนวัคซีนที่ได้รับการจัดสรรกับจำนวนสัดส่วนของประชากรยังขาดอีกจำนวนมาก&nbsp;ในการจะจัดฉีดวัคซีนให้ประชาชนในพื้นที่ให้ได้&nbsp;70%&nbsp;ซึ่งปัจจุบันประชากรในจังหวัดชลบุรีรวมประชากรแฝงมีอยู่ประมาณ&nbsp;3&nbsp;ล้าน&nbsp;หากจะจัดฉีดวัคซีนให้ครบ&nbsp;70%&nbsp;ของประชากรจะต้องฉีดวัคซีนให้ได้&nbsp;2.1&nbsp;ล้านโดส&nbsp;เพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการควบคุมการระบาด&nbsp;ทำให้สัดส่วนการจัดสรรวัคซีนในพื้นที่เศรษฐกิจ&nbsp;จึงมีความสำคัญและต้องมีความสอดคลองกับจำนวนประชากร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จะเห็นได้ว่าศักยภาพในการจัดฉีดวัคซีนในจังหวัดชลบุรี&nbsp;หลังได้รับการจัดสรรวัคซีนลอตพิเศษก็สามารถจัดฉีดได้ตามแผนที่กำหนดไว้ในการจัดฉีดวัคซีนให้กับประชาชนวันละ&nbsp;10,000&nbsp;คน&nbsp;ก็สามารถดำเนินการและมีการเตรียมแผนจัดฉีดในลอตต่อไป&nbsp;วันละ&nbsp;30,000&nbsp;คน&nbsp;แต่จะต้องได้รับการจัดสรรวัคซีนให้เพียงพอต่อแผนที่วางไว้เช่นกันของ&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;พื้นที่เศรษฐกิจที่รัฐให้ความสำคัญด้านท่องเที่ยว&nbsp;โดยที่ผ่านมาทุกหน่วยงานได้มีการจัดทำแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้งการจัดทำแผน&nbsp;SOP&nbsp;(Standard&nbsp;Operation&nbsp;Procedures)&nbsp;ได้เสนอแผนไปยังส่วนกลางแล้ว&nbsp;ซึ่งจะเห็นได้ความจังหวัดชลบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงเศรษฐกิจของ&nbsp;EEC&nbsp;ได้เตรียมความพร้อมทั้งการปฏิบัติและแผนงานไว้ทังหมด</p>","22/5/2021","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522190719821"],
    [167,"เปิดรับสมัครร้านอาหารตามแนวสายทางรถไฟฟ้าMRTผลิตอาหารกล่องส่งมอบให้บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยในสถานพยาบาล","<p><strong>นายภคพงศ์&nbsp;ศิริกันทรมาศ</strong>&nbsp;ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;รฟม.&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;รฟม.&nbsp;ขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม&nbsp;ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ด้วยการเปิดรับสมัครร้านอาหารตามแนวสายทางรถไฟฟ้า&nbsp;MRT&nbsp;&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;โดย&nbsp;รฟม.&nbsp;จะสนับสนุนอาหารจากร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือก&nbsp;นำไปส่งมอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยในสถานพยาบาลและโรงพยาบาลสนาม&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับร้านค้าที่สนใจต้องมีคุณสมบัติ&nbsp;</strong>โดยเป็นร้านอาหารที่เปิดมาอย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;และสามารถทำอาหารบรรจุกล่องได้วันละ&nbsp;100&nbsp;กล่องขึ้นไป&nbsp;&nbsp;ต้องตั้งอยู่ในแนวสายทางรถไฟฟ้า&nbsp;MRT&nbsp;ทั้งที่เปิดให้บริการแล้วและที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง&nbsp;โดยมีระยะห่างไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;จากแนวรถไฟฟ้า&nbsp;สามารถดูรายละเอียดที่เพจการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย&nbsp;และสแกน&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;เพื่อลงทะเบียนในแบบฟอร์ม&nbsp;ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่&nbsp;28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ทั้งนี้ร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการติดต่อกลับจาก&nbsp;รฟม.</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ผู้บริหารและพนักงาน&nbsp;รฟม.&nbsp;</strong>ได้มีส่วนร่วมในการส่งมอบกำลังใจและความห่วงใย&nbsp;โดยการเขียนข้อความให้กำลังใจ&nbsp;เพื่อนำไปติดลงบนกล่องอาหาร&nbsp;ก่อนนำไปมอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยในสถานพยาบาลและโรงพยาบาลสนามต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","23/5/2021","NULL","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523125536929"],
    [168,"พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ตรวจสอบกำกับดูแลร้านธงฟ้าฯ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการฯ ย้ำ ห้ามฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าในราคาที่สูงเกินสมควร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางศุภมิตร&nbsp;เต็งเผ่&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบกำกับดูแล&nbsp;การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์และกำชับให้ร้านค้าปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;กับรัฐบาล&nbsp;ตลอดจนการติดตามสถานการณ์&nbsp;แนวโน้ม&nbsp;การจำหน่ายสินค้า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการตรวจสอบพบว่า&nbsp;ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าชัดเจน&nbsp;ราคาจำหน่ายอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ไม่พบการจำหน่ายสินค้าสูงเกินสมควร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้เน้นย้ำกฎเหล็กร้านธงฟ้า&nbsp;ห้ามยึดบัตร&nbsp;ห้ามรับ/แลก&nbsp;เป็นเงินสด&nbsp;ห้ามจำหน่ายบุหรี่/เหล้าเบียร์&nbsp;ให้ผู้ถือบัตรฯ&nbsp;ห้ามบังคับการซื้อ/ขาย&nbsp;สินค้า&nbsp;ห้ามฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าในราคาที่สูงเกินสมควร&nbsp;และให้ร้านค้า&nbsp;ปฏิบัติตาม&nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้า&nbsp;และบริการ&nbsp;พ.ศ.2542&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ซึ่งหากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายโดยทันที</p>","23/5/2021","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523091733866"],
    [169,"DITP บุกจันทบุรี จัดโครงการ Cross Border Logistics Solution ศูนย์บริการให้คำปรึกษาด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศเคลื่อนที่ฟรี","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;(DITP)&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;จัดโครงการศูนย์ให้บริการโลจิสติกส์เพื่อการค้าระหว่างประเทศเคลื่อนที่&nbsp;(Cross&nbsp;Border&nbsp;Logistics&nbsp;Solution)&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อให้บริการและคำแนะนำด้านโลจิสติกส์การค้าระหว่างประเทศ&nbsp;โดยรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์มาให้คำแนะนำเรื่องการขนส่งระหว่างประเทศ&nbsp;รวมถึงการให้คำปรึกษาด้านการเงิน&nbsp;โดยธนาคารชั้นนำแบบตัวต่อตัว&nbsp;นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าออนไลน์&nbsp;(Online&nbsp;Business&nbsp;Matching)&nbsp;ระหว่างผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย&nbsp;และผู้ส่งออกสินค้าของไทย&nbsp;สามารถพบกับเราได้ในวันที่&nbsp;4&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;-16.00&nbsp;น.ณ&nbsp;โรงแรมมณีจันทร์&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน&nbsp;สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม&nbsp;และลงทะเบียนเพื่อเข้ารับคำปรึกษาได้ที่&nbsp;www.tradelogistics.go.th/cross&nbsp;สำหรับเกษตรกรผู้จำหน่ายผลไม้&nbsp;จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;ที่สนใจเข้าร่วมจับคู่เจรจาธุรกิจออนไลน์&nbsp;ลงทะเบียนได้ที่&nbsp;http://www.tradelogistics.go.th/obmlogistics&nbsp;หรือโทร&nbsp;063&nbsp;496&nbsp;8765&nbsp;ลงทะเบียนฟรี&nbsp;ไม่มีค่าใช้จ่ายใด&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;รับเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้าเท่านั้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","23/5/2021","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523134832945"],
    [170,"ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้านำร่อง  1 ปิด",null,null,null,null,null,null],
    [171,"1 เปิด เคลียร์โควิด-19 ให้ได้เร็วที่สุด...เปิดการค้าเศรษฐกิจให้ได้เร็วที่สุด วางแนวทางเสริมมูลค่าเพิ่ม สร้างแบรนด์สินค้าเกษตรเพชรบุรี สดจากไร่ ไร้สารตกค้าง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.วันนี้&nbsp;(23&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมลงพื้นที่ตลาดกลางการเกษตรท่ายาง&nbsp;อำเภอท่ายาง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาด&nbsp;ทุกฝ่ายเร่งแก้ปัญหาโควิด-19&nbsp;มีความเป็นห่วงผลพวงจากการปิดล็อคดาวน์&nbsp;ปิดพื้นที่ส่งผลถึงปากท้องพี่น้องชาวบ้าน&nbsp;เร่งนำร่อง&nbsp;&nbsp;1&nbsp;ปิด",null,null,null,null,null],
    [172,"1&nbsp;เปิด&nbsp;1&nbsp;ปิดคือ&nbsp;เคลียร์โควิด-19&nbsp;ให้ได้เร็วที่สุด&nbsp;อีก&nbsp;1&nbsp;เปิดคือ&nbsp;เปิดการค้าเศรษฐกิจให้ได้เร็วที่สุด&nbsp;2&nbsp;มาตรการนี้ต้องทำควบคู่กันไป&nbsp;โดยทุกภาคส่วนเกี่ยวข้องมาระดมช่วยกัน&nbsp;ปิดเกมโควิด-19&nbsp;ให้เร็วที่สุด&nbsp;เปิดธุรกิจการค้าให้ได้กว้างที่สุด&nbsp;โดยเฉพาะเพชรบุรีอยู่ในกลุ่ม&nbsp;10&nbsp;จังหวัดแรกที่ได้เปิด&nbsp;เพื่อรับการท่องเที่ยว&nbsp;ภายใต้ความพร้อมทั้งด้านผลผลิต&nbsp;ระบบบรรจุภัณฑ์&nbsp;การจัดการตลาด&nbsp;ที่จะช่วยให้มีการขยายตัวได้กว้างขวางมากขึ้น&nbsp;รวมถึงตลาดต่างประเทศด้วย&nbsp;ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์&nbsp;1&nbsp;ปิด&nbsp;1&nbsp;เปิด&nbsp;คือการแก้ปัญหาโควิด-19&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;จะปิดล็อคดาวน์อย่างเดียวไม่ได้&nbsp;กระทบพ่อค้าแม่ขาย&nbsp;ตัวเกษตรกร&nbsp;ตลาดปิดจะเอาสินค้าไปขายที่ไหน&nbsp;แล้วถ้ายังขายแบบออฟไลน์อยู่ก็ยิ่งไปไม่ได้ใหญ่&nbsp;จึงต้องเปิดตลาดกลางออนไลน์&nbsp;สินค้าเกษตร&nbsp;นโยบาย&nbsp;1&nbsp;ปิด&nbsp;1&nbsp;เปิด&nbsp;จึงเน้นเอาที่ขายได้จริง&nbsp;บริหารให้ถูกต้อง&nbsp;แบบมืออาชีพ&nbsp;ขายได้อยู่แล้ว&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนั้นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;เร่งป้องกันความเสี่ยงทุกทิศทางจากการค้าการขายที่ซบเซา&nbsp;เน้นการก้าวสู่โลกการขายออนไลน์&nbsp;ตลาดกลางเกษตร&nbsp;เโดยมีระบบการจัดส่ง&nbsp;ผ่านบริษัทไปรษณีย์ไทย&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ค้า&nbsp;ทั้งระบบการสั่งซื้อล่วงหน้า&nbsp;หรือสั่งซื้อวันต่อวัน&nbsp;มุ่งมั่นให้ตลาดมีการซื้อขายทุกวัน&nbsp;ผู้ซื้อเข้าถึงได้ง่าย&nbsp;ผ่านตลาดกลางการเกษตรที่เป็นคลังสินค้า&nbsp;พืช&nbsp;ผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;(เช่น&nbsp;มะนาว&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;ฟักทอง&nbsp;สารพัดผัก)ภายใต้แบรนด์สินค้าเกษตรเพชรบุรีที่&nbsp;สดจากไร่&nbsp;ไร้สารตกค้าง&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","23/5/2021","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523133723941",null],
    [173,"พื้นที่ภูเก็ตเดินหน้าฉีดวัคซีนคืบ มั่นใจโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ เปิดรับนักท่องเที่ยวฉีดวัคซันแล้วไม่ต้องกักตัว","<p><strong>นายศิริปกรณ์&nbsp;เชี่ยวสมุทร&nbsp;รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)</strong>&nbsp;ด้านตลาดยุโรป&nbsp;แอฟริกา&nbsp;ตะวันออกกลาง&nbsp;และอเมริกา&nbsp;กล่าวถึงการเตรียมพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาตินำร่อง&nbsp;ตามโครงการภูเก็ต&nbsp;แซนด์บ็อกซ์&nbsp;ที่กำหนดจะเริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคมนี้&nbsp;&nbsp;ว่า&nbsp;โครงการนี้ไม่ใช่การเปิดประเทศ&nbsp;แต่เป็นการเปิดบางพื้นที่เท่านั้น&nbsp;ซึ่งภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรก&nbsp;จากมติร่วมกันของภาครัฐ&nbsp;เอกชนและประชาชนในพื้นที่มีความเห็นตรงกันในการเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่โดยไม่ต้องกักตัว&nbsp;แต่มีเงื่อนไขเพื่อสร้างความมั่นใจให้ทั้งคนในพื้นที่&nbsp;คนในประเทศและนักท่องเที่ยวเองทั้งชาวไทยและต่างชาติ&nbsp;ว่า&nbsp;หากเป็นนักท่องเที่ยวไทยจะเข้าพื้นที่ได้&nbsp;ต้องได้รับการฉีดวัคซีนโควิดแล้ว&nbsp;เช่นเดียวกันนักท่องเที่ยวต่างชาติ&nbsp;ต้องเป็นนักท่อเที่ยวคุณภาพจากประเทศที่มีสถานการณ์โรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในระดับเสี่ยงต่ำถึงเสี่ยงปานกลาง&nbsp;ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดครบโดสตามที่กำหนดและมีผลการตรวจโควิดยืนยันไม่พบเชื้อก่อนการเดินทาง&nbsp;เมื่อมาถึงภูเก็ตต้องโหลดแอปพลิเคชันติดตามตัว&nbsp;พร้อมวางจุดควบคุมทั้งทางบก&nbsp;เรือ&nbsp;อากาศ&nbsp;เพื่อให้มั่นใจว่านักท่องเที่ยวจะใช้ชีวิตอยู่แต่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ครบ&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ก่อนที่จะออกไปยังพื้นที่อื่นๆ&nbsp;ในประเทศต่อไป</p><p><strong>สำหรับการเตรียมพร้อมของคนในพื้นที่คือ</strong>&nbsp;เดินหน้ารับการฉีดวัคซีนให้ได้ระดับสร้างภูมิคุ้มกันหมู่คือ&nbsp;60-70%&nbsp;ของประชากร&nbsp;ซึ่งขณะนี้ยังคงเดินหน้าได้ตามแผนและจะถึงเป้าหมายก่อนการเปิดโครงการภูเก็ต&nbsp;แซนด์บ็อกซ์&nbsp;และจากสถานการณ์โรคที่เปลี่ยนแปลงทางภูเก็ตเองได้ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้เข้มขึ้นเพื่อจบสถานการณ์ให้เร็ว&nbsp;พร้อมปรับตัวเป็นภูเก็ตในมุมมองใหม่เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวและหลักจากนำร่องที่ภูเก็ตแล้ว&nbsp;ตามมติศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ(ศบศ.)&nbsp;ยังจะมีพื้นที่อื่นๆ&nbsp;10&nbsp;จังหวัดพื้นที่นำร่อง&nbsp;ที่เตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยวไม่กักตัวภายใต้เงื่อนไขเพื่อความปลอดภัยอีกในช่วงเดือนตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ได้แก่&nbsp;พังงา&nbsp;กระบี่&nbsp;สมุย&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;พัทยา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ในบางพื้นที่&nbsp;และ&nbsp;กทม.&nbsp;หัวหิน&nbsp;ชะอำ&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;ตามมติล่าสุดของคณะกรรมการท่องเที่ยวแห่งชาติด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","24/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524141718248"],
    [174,"รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดโครงการ DITP ยี่ปั๊วออนไลน์ คอนเนค  ตั้งเป้าผลักดันผู้ประกอบการรายย่อยขายออนไลน์","<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ร่วมทำงานกับภาคเอกชนพร้อมปรับกลยุทธ์เพื่อสร้างแนวทางใหม่ๆ&nbsp;ในการผลักดันการส่งออกเชิงรุก&nbsp;โดยได้จัดโครงการ&nbsp;DITP&nbsp;ยี่ปั๊วออนไลน์&nbsp;คอนเนค&nbsp;หรือ&nbsp;DITPs&nbsp;Online&nbsp;Reseller&nbsp;Connect&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;24&nbsp;-28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อช่วยผู้ประกอบการรายย่อยในช่วงโควิด-19&nbsp;ให้สามารถขายสินค้าไปตลาดต่างประเทศได้&nbsp;โดยได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เร่งสร้างพาร์ทเนอร์การค้าและพากลุ่มยี่ปั๊วออนไลน์รวมถึงแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพในแต่ละประเทศกว่า&nbsp;80&nbsp;ราย&nbsp;อาทิ&nbsp;จีน&nbsp;อเมริกา&nbsp;อินเดีย&nbsp;ฮ่องกงอาร์เจนตินา&nbsp;ลาวและไนจีเรีย&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อเข้ามาเลือกซื้อสินค้าจากผู้ผลิตไทยโดยตรงจาก&nbsp;&nbsp;1,200&nbsp;บริษัท&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีการเจรจาการค้าออนไลน์&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะมีรายการสินค้าไทยเข้าไปวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์มชั้นนำต่างๆ&nbsp;ทั่วโลก&nbsp;อาทิ&nbsp;Alibaba.com,&nbsp;Amazon,&nbsp;Tmall&nbsp;Global,&nbsp;Bigbasket&nbsp;และ&nbsp;DidiGlobal&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยคาดว่าจะมีมูลค่าการสั่งซื้อไม่ต่ำกว่า&nbsp;100&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>สำหรับการจัดงาน&nbsp;DITP&nbsp;ยี่ปั๊วออนไลน์&nbsp;คอนเนค&nbsp;</strong>ครั้งนี้เป็นงานอีคอมเมิร์ซระดับนานาชาติที่จัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยในรูปแบบเสมือนจริง&nbsp;หรือ&nbsp;Virtual&nbsp;e-Commerce&nbsp;Event&nbsp;โดยมีทั้ง&nbsp;&nbsp;Virtual&nbsp;seminar,&nbsp;booth,&nbsp;showcase&nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากพาร์ทเนอร์ด้านอีคอมเมิร์ซ&nbsp;ที่ร่วมกันส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวได้ในยุค&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;และเชื่อมั่นว่ากลุ่มยี่ปั๊วทั้งในและนอกประเทศที่มีความชำนาญในการขายของออนไลน์จะเป็นทางออกสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหาและช่วยลดอุปสรรคของผู้ประกอบการไทยที่ส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมในการขายสินค้าออนไลน์ไปต่างประเทศ&nbsp;ให้ได้มีโอกาสในการก้าวสู่ตลาดใหม่ๆ&nbsp;ในต่างประเทศได้</p><p><br></p><p><br></p>","24/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524170349377"],
    [175,"การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 3 สายทางในวันพุธที่ 26 พฤษภาคม 2564 เนื่องในวันวิสาขบูชา","<p><strong>การทางพิเศษแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;กทพ.&nbsp;กระทรวงคมนาคม&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;</strong>&nbsp;เนื่องในวันวิสาขบูชา&nbsp;วันพุธที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งเป็นวันหยุดราชการประจำปีตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กทพ.จึงได้ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษ&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;สายทาง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ทางพิเศษเฉลิมมหานคร&nbsp;ทางด่วนขั้นที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;ด่าน&nbsp;ทางพิเศษศรีรัช&nbsp;ทางด่วนขั้นที่&nbsp;2&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;31&nbsp;ด่าน&nbsp;และทางพิเศษอุดรรัถยา&nbsp;บางปะอิน-ปากเกร็ด&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ด่าน&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;00.01&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;ถึง&nbsp;24.00&nbsp;น.&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;ทั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมที่ปรากฏในสัญญาสัมปทาน&nbsp;ฉบับแก้ไขใหม่ระหว่าง&nbsp;กทพ.&nbsp;บริษัท&nbsp;ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;(มหาชน)&nbsp;(BEM)&nbsp;และบริษัท&nbsp;ทางด่วนกรุงเทพเหนือ&nbsp;จำกัด&nbsp;(NECL)&nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;กทพ.</strong>&nbsp;ขอความร่วมมือให้ผู้ใช้ทางพิเศษอยู่บ้าน&nbsp;หยุดเชื้อ&nbsp;เพื่อชาติ&nbsp;หากไม่มีความจำเป็นที่ต้องเดินทางออกนอกบ้าน&nbsp;หรือหากจำเป็นต้องใช้ทางพิเศษเดินทางในวันปกติที่ไม่ได้ยกเว้นค่าผ่านทาง&nbsp;ควรสมัครใช้บัตร&nbsp;Easy&nbsp;Pass&nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับธนบัตร&nbsp;หรือเหรียญซึ่งอาจจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค&nbsp;รวมถึงใช้บริการเติมเงิน&nbsp;ในบัตร&nbsp;Easy&nbsp;Pass&nbsp;ผ่าน&nbsp;Application&nbsp;ของธนาคารต่างๆ&nbsp;ซึ่งนอกจากจะได้รับความสะดวกรวดเร็วแล้ว&nbsp;ยังจะช่วยลดความเสี่ยงจากการรับหรือแพร่เชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ได้อีกด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","24/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524142318259"],
    [176,"อธิบดีกรมบัญชีกลาง กำหนดแนวทางการประชุมออนไลน์เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19","<p><strong>นายประภาศ&nbsp;คงเอียด&nbsp;อธิบดีกรมบัญชีกลาง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;หน่วยงานของรัฐจึงต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค&nbsp;ด้วยการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง&nbsp;(Work&nbsp;From&nbsp;Home)&nbsp;เพื่อลดการแพร่ระบาด&nbsp;ซึ่งการดำเนินงานตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ&nbsp;หน่วยงานของรัฐจำเป็นต้องจัดประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างสามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง&nbsp;และการบริหารพัสดุภาครัฐ&nbsp;(กวจ.)&nbsp;จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา&nbsp;24&nbsp;วรรคหนึ่ง&nbsp;(6)&nbsp;ประกอบมาตรา&nbsp;29&nbsp;วรรคหนึ่ง&nbsp;(7)&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;ข้อ&nbsp;27&nbsp;วรรคหก&nbsp;จึงได้กำหนดแนวทางการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อดำเนินกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐ&nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐในช่วงที่มีการแพร่ระบาดเป็นไปอย่างคล่องตัว&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจตามเป้าหมายที่กำหนด&nbsp;โดยเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่&nbsp;13&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><br></p><p><br></p>","24/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524170519378"],
    [177,"กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ  ระบุ FTA ช่วยผลักดันส่งออกพืชผักสดแช่เย็นแช่แข็งและแห้งตลาดโลกไตรมาสแรกปี 64 ขยายตัวร้อยละ 71","<p><strong>นางอรมน&nbsp;ทรัพย์ทวีธรรม</strong>&nbsp;อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การส่งออกสินค้าผักสดแช่เย็น&nbsp;แช่แข็งและแห้งของไทยไปจีน&nbsp;ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี&nbsp;(FTA)&nbsp;ในช่วงไตรมาสแรกของปี&nbsp;2564&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;471&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;96&nbsp;จากช่วงเดียวกันของปี&nbsp;2563&nbsp;&nbsp;และเป็นตลาดส่งออกอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของไทย&nbsp;โดยมีสัดส่วนถึงร้อยละ&nbsp;81&nbsp;ของการส่งออกผักไปทั่วโลก&nbsp;&nbsp;พร้อมระบุ&nbsp;&nbsp;FTA&nbsp;ที่ไทยมีอยู่&nbsp;13&nbsp;ฉบับกับ&nbsp;18&nbsp;ประเทศถือว่ามีส่วนสำคัญช่วยให้ไทยขยายส่วนแบ่งในตลาดโลกเพิ่มขึ้น&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;จากการที่ประเทศผู้นำเข้าได้ลดหรือยกเลิกภาษีนำเข้าให้ไทย&nbsp;โดยปัจจุบัน&nbsp;13&nbsp;ประเทศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;จีน&nbsp;ฮ่องกง&nbsp;ออสเตรเลีย&nbsp;นิวซีแลนด์&nbsp;ญี่ปุ่น&nbsp;&nbsp;ชิลี&nbsp;เปรู&nbsp;และอาเซียน&nbsp;6&nbsp;ประเทศคือ&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;อินโดนีเซีย&nbsp;เวียดนาม&nbsp;เมียนมาและบรูไน&nbsp;ได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ากับผักสด&nbsp;แช่เย็น&nbsp;แช่แข็งและแห้งที่ส่งออกจากไทยแล้ว&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;5&nbsp;ประเทศ&nbsp;ยังคงเก็บภาษีนำเข้ากับสินค้าผักบางชนิดจากไทย&nbsp;อาทิ&nbsp;เกาหลีใต้&nbsp;อินเดีย&nbsp;กัมพูชา&nbsp;&nbsp;ลาวและฟิลิปปินส์&nbsp;&nbsp;ส่งผลให้ไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าพืชผักสดแช่เย็นแช่แข็งและแห้งอันดับที่&nbsp;1&nbsp;ในอาเซียนและเป็นอันดับที่&nbsp;11&nbsp;ของโลก&nbsp;&nbsp;ส่วนไตรมาสแรกของปี&nbsp;2564&nbsp;ไทยส่งออกพืชผักสดแช่เย็นแช่แข็งและแห้งสู่ตลาดโลกรวม&nbsp;506&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;71&nbsp;จากช่วงเดียวกันของปี&nbsp;2563&nbsp;ตลาดส่งออกสำคัญคือ&nbsp;จีน&nbsp;อาเซียน&nbsp;และญี่ปุ่น</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค</strong>&nbsp;(RCEP)&nbsp;ซึ่งมีการลงนามไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน2563&nbsp;ไทยสามารถเจรจาและผลักดันให้คู่เจรจา&nbsp;FTA&nbsp;ลดภาษีให้ไทยได้เพิ่มขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;เกาหลีใต้&nbsp;จะทยอยลดภาษีนำเข้ามันสำปะหลังแช่แข็ง&nbsp;จากร้อยละ&nbsp;45&nbsp;เหลือ&nbsp;0%&nbsp;&nbsp;ภายใน&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;กัมพูชา&nbsp;จะทยอยลดภาษีนำเข้ามะเขือเทศ&nbsp;หอมหัวใหญ่กะหล่ำปลี&nbsp;และถั่ว&nbsp;&nbsp;เหลือ&nbsp;0%&nbsp;&nbsp;ภายใน&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในปี&nbsp;2563&nbsp;ไทยส่งออกพืชผักสดแช่เย็นแช่แข็งและแห้งสู่ตลาดโลกรวม&nbsp;1,006&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;16&nbsp;จากปี&nbsp;2562</p><p><br></p><p><br></p>","24/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524132801190"],
    [178,"สหกรณ์ยะลา  จับมือเครือข่าย  สนับสนุนการกระจายผลไม้และผลผลิตทางการเกษตร  รองรับผลกระทบโควิด-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;จับมือร่วมกับชุมชนสหกรณ์การเกษตรยะลา&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;ภายใต้การดูแลของ&nbsp;สำนักงานสหกรณจังหวัดยะลา&nbsp;ดำเนินการกระจายผลผลิตทางการเกษตรจากสหกรณ์การเกษตรวันจันทร์&nbsp;จำกัด&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;โดยนำมะม่วงน้ำดอกไม้&nbsp;และมะม่วงโชคอนันต์&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;9&nbsp;แสนบาท&nbsp;มาจัดจำหน่ายให้ประชาชนชาวยะลา&nbsp;ได้เลือกซื้อกัน&nbsp;ในราคา&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;ต่อ&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;และจังหวัดอื่นๆ&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมที่จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ&nbsp;ในการช่วยกันกระจายผลไม้ไปสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ&nbsp;รวมถึงช่วยกระจายผลผลิตของเกษตรกรนอกพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;ลำไย&nbsp;ส้มโอ&nbsp;ลิ้นจี่&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;และผลผลิตทางการเกษตรขึ้นชื่อจากจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางผุสสดี&nbsp;จ๋ายเจริญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;เผยว่า&nbsp;การร่วมมือกันในทุกภาคส่วนนั้นถือเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น&nbsp;โดยมี&nbsp;หน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือเพื่อการกระจายผลผลิต&nbsp;อาทิ&nbsp;ไปรษณีย์ไทย&nbsp;ที่เข้ามาช่วยเหลือในการขนส่งสินค้า&nbsp;พร้อมมีกล่องบรรจุภัณฑ์&nbsp;ณ&nbsp;จุดบริการอีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจ&nbsp;มะม่วงน้ำดอกไม้หรือโชคอนันต์&nbsp;สามารถติดต่อได้คุณประเสริฐ&nbsp;เร๊ะนุ้ย&nbsp;โทร.082-8265938&nbsp;และเปิดจำหน่าย&nbsp;บริเวณด้านข้างสำนักงานพาณิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p>","24/5/2021","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524135537211"],
    [179,"นายกรัฐมนตรี ประชุมหารือแนวทางการใช้จ่ายเงินกู้ 7 แสนล้านบาท","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ประชุมหารือเรื่อง&nbsp;การนำเสนอแนวทางเบื้องต้นในการใช้จ่ายเงินกู้ฯ&nbsp;ที่ตึกไทยคู่ฟ้า&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โดยมีนายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและ</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">รัฐมนตรีว่าการกระทรวง</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">พลังงาน&nbsp;,นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">คลัง&nbsp;,นายทศพร&nbsp;ศิริสัมพันธ์&nbsp;ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี&nbsp;เข้าร่วม</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กล่าวก่อนเข้าประชุมว่า&nbsp;วันนี้เป็นวาระการรับทราบรายงานแนวทางเรื่องการใช้จ่ายเงินกู้&nbsp;7&nbsp;แสนล้านบาทของคณะที่ปรึกษา&nbsp;ส่วนความชัดเจนต้องรอกระทรวงการคลังชี้แจงรายละเอียดอีกครั้ง&nbsp;โดยคาดว่าอีกไม่นานจะมีการชี้แจง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","24/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524143621274"],
    [180,"รัฐบาลจัดสรรวัคซีนโควิด-19 ให้แก่สมาคมสายการบินประเทศไทย ฉีดให้กับพนักงานสายการบิน ในฐานะบุคลากรด่านหน้า","<p><strong>นายพุฒิพงศ์&nbsp;ปราสาททองโอสถ</strong>&nbsp;นายกสมาคมสายการบินประเทศไทย&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;รัฐบาลได้จัดสรรวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ให้กับพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ในสายการบินในประเทศไทยทั้ง&nbsp;7&nbsp;สาย&nbsp;ได้แก่&nbsp;สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส,&nbsp;สายการบินไทยแอร์เอเชีย,&nbsp;สายการบินไทยแอร์เอเชีย&nbsp;เอ็กซ์,&nbsp;สายการบินไทยสมายล์,&nbsp;สายการบินนกแอร์,&nbsp;สายการบินไทยไลอ้อนแอร์&nbsp;และสายการบินไทยเวียตเจ็ต&nbsp;จัดฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ให้แก่พนักงานทุกคนผ่านสมาคมสายการบินประเทศไทย&nbsp;เนื่องจากเป็นบุคลากรปฏิบัติงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&nbsp;ที่มีโอกาสพบปะกับผู้โดยสารและผู้ใช้บริการจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งการได้รับวัคซีนดังกล่าว&nbsp;จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับพนักงานและผู้โดยสารทุกคน&nbsp;รวมทั้งเป็นผลดีกับภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทาง&nbsp;ที่มีเเผนฟื้นตัวในอนาคตอันใกล้</p><p><strong>การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ดังกล่าว</strong>&nbsp;จะฉีดให้กับพนักงานทั้ง&nbsp;7&nbsp;สายการบินในประเทศไทย&nbsp;รวม&nbsp;15,970&nbsp;คน&nbsp;พร้อมทั้งมีตัวเเทนพนักงานที่ได้รับวัคซีนครบเเล้ว&nbsp;อาสาเป็นผู้ช่วยบุคลากรทางการเเพทย์เเละพยาบาล&nbsp;ตลอดวันที่&nbsp;24-28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนจากโรงพยาบาลกรุงเทพ&nbsp;เป็นศูนย์ให้บริการการฉีดวัคซีน&nbsp;พร้อมเอื้อเฟื้อสถานที่โดย&nbsp;รอยัล&nbsp;พารากอนฮอลล์&nbsp;สยามพารากอน&nbsp;ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่จะเป็นไปตามมาตรฐานสุขอนามัยสูงสุด&nbsp;ภายใต้การกำกับดูเเลของกรมควบคุมโรค&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข</p><p><br></p><p><br></p>","24/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524165233364"],
    [181,"ธนาคารแห่งประเทศไทย เร่งรัดให้สถาบันการเงินช่วยเหลือลูกหนี้ตามมาตรการทางการเงิน ช่วยเหลือฟื้นฟูภาคธุรกิจ ","<p><strong>นายรณดล&nbsp;นุ่มนนท์&nbsp;รองผู้ว่าการ&nbsp;ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน</strong>&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธปท.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในวันนี้&nbsp;ธปท.&nbsp;และสมาคมธนาคารไทย&nbsp;ได้หารือร่วมกันเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ให้เร็วขึ้นและกระจายเป็นวงกว้างมากขึ้น&nbsp;หลังจากที่มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อฟื้นฟูและโครงการพักทรัพย์พักหนี้&nbsp;ได้ดำเนินการผ่านมาแล้ว&nbsp;3&nbsp;สัปดาห์&nbsp;นับตั้งแต่&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;17&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา&nbsp;ยอดการให้ความช่วยเหลือจากมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูฯ&nbsp;มีทั้งสิ้น&nbsp;11,542&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ครอบคลุมลูกหนี้&nbsp;5,465&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นยอดสินเชื่อเฉลี่ย&nbsp;2.1&nbsp;ล้านบาทต่อราย&nbsp;โดยร้อยละ&nbsp;63&nbsp;กระจายลงไปยัง&nbsp;SMEs&nbsp;ขนาดเล็ก&nbsp;ขณะที่โครงการพักทรัพย์พักหนี้&nbsp;มีมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับโอน&nbsp;753.12&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จำนวนผู้ได้รับความช่วยเหลือ&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมาการดำเนินมาตรการ&nbsp;</strong>อาจยังไม่ทันต่อความคาดหวังของผู้ประกอบธุรกิจ&nbsp;ส่วนหนึ่งเกิดจากแนวโน้มของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังซบเซา&nbsp;เนื่องจากมาตรการด้านสาธารณสุขที่ยังเข้มงวด&nbsp;เพราะการแพร่ระบาดระลอก&nbsp;3&nbsp;ทำให้ความต้องการสำหรับสินเชื่อฟื้นฟูอาจยังไม่มากนัก&nbsp;ประกอบกับโครงการพักทรัพย์&nbsp;พักหนี้&nbsp;เป็นโครงการที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่&nbsp;รวมทั้งยังคงมีรายละเอียดและเงื่อนไขเฉพาะกรณีที่สถาบันการเงินและลูกหนี้จะต้องเจรจาหารือเพิ่มเติม&nbsp;ทำให้การให้ความช่วยเหลือในช่วงต้นจึงอาจจะยังไม่สูงนัก&nbsp;ขณะเดียวกันยังมีลูกหนี้&nbsp;SMEs&nbsp;อีกจำนวนหนึ่งที่ได้รับความเดือดร้อนและยังไม่ได้รับความช่วยเหลือเพื่อนำสินเชื่อฟื้นฟูไปเป็นสภาพคล่องเยียวยากิจการ&nbsp;ธปท.&nbsp;จึงขอให้สถาบันการเงินให้ความช่วยเหลือเชิงรุกมากขึ้น&nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือถูกกลุ่มเป้าหมายทั่วถึงและทันเวลาสำหรับประคับประคองกิจการที่ถูกซ้ำเติมในการระบาดระลอก&nbsp;3&nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&nbsp;แล้วจึงค่อยทยอยปรับสู่การให้สินเชื่อที่มีขนาดวงเงินต่อรายที่เพิ่มขึ้นและระยะเวลาที่ยาวขึ้น</p><p><strong>รองผู้ว่าการ&nbsp;ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน</strong>&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;ธปท.&nbsp;และสมาคมธนาคารไทย&nbsp;ได้เห็นถึงปัญหาและความเร่งด่วนที่ต้องช่วยเหลือลูกหนี้ให้ได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมมากที่สุด&nbsp;โดยเฉพาะลูกหนี้&nbsp;SMEs&nbsp;ขนาดกลางและขนาดเล็ก&nbsp;ที่ยังพอมีศักยภาพและต้องการสภาพคล่องไปประคับประคองกิจการที่ได้รับผลกระทบซ้ำเติมจากการระบาดระลอกนี้&nbsp;ธปท.&nbsp;จึงให้สถาบันการเงินเร่งรัดกระบวนการพิจารณาและหาข้อสรุปกับลูกหนี้โดยเร็ว&nbsp;รวมถึงสื่อสารทำความเข้าใจกับพนักงานสาขาในการให้ข้อมูลกับผู้ประกอบการ&nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือได้อย่าง&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;เพียงพอและตรงจุดเพิ่มขึ้นด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","24/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524165003361"],
    [182,"จังหวัดตรัง ประชุมคณะทำงานด้านการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาดภายใต้คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดตรัง (คทช.จังหวัดตรัง)","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะทำงานด้านการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาดภายใต้คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดตรัง&nbsp;(คทช.จังหวัดตรัง)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2564&nbsp;ณ&nbsp;ห้องพระยารัษฎา&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้มีคำสั่งจังหวัดตรังที่&nbsp;1866/2564&nbsp;ลงวันที่&nbsp;11&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เรื่อง&nbsp;แต่งตั้งคณะทำงานส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&nbsp;ภายใต้คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดตรัง&nbsp;(คทช.จังหวัดตรัง)&nbsp;โดยมี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;(ด้านเศรษฐกิจและสังคม)&nbsp;เป็นประธานคณะทำงานมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นคณะทำงาน&nbsp;สหกรณ์จังหวัดตรังเป็นคณะทำงานและเลขานุการ&nbsp;และมีผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการบริหารการจัดการสหกรณ์&nbsp;เป็นคณะทำงานและผู้ช่วยเลขานุการ&nbsp;ซึ่งเรื่องพิจารณาประเด็นกำหนดแผนการปฏิบัติงาน&nbsp;(Action&nbsp;Plan)&nbsp;การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพและการตลาด&nbsp;ภายใต้โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในพื้นที่โครงการตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ทั้งนี้คณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&nbsp;ดำเนินการในพื้นที่ดำเนินการเพื่อวางแผนและดำเนินการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&nbsp;รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;โดยมีกรอบการดำเนินงาน&nbsp;6&nbsp;ด้าน&nbsp;โดยบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้ความรู้ตลาดนำการผลิตให้แก่เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;และกำหนดแผนการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;สำหรับการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ&nbsp;ขอให้แต่ละหน่วยงานกำหนดกิจกรรมและวางแผนการดำเนินการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&nbsp;รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;โดยมีกรอบการดำเนินงาน&nbsp;6&nbsp;ด้าน&nbsp;คือ&nbsp;ด้านการพัฒนาที่ดิน&nbsp;ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;ด้านการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&nbsp;ด้านการส่งเสริมการรวมกลุ่ม&nbsp;ด้านการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุน&nbsp;ด้านการส่งเสริมและจัดทำบัญชีครัวเรือน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","24/5/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524160335338"],
    [183,"พช.ชัยนาท จัดกิจกรรมกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ให้กลุ่มสมาชิกฯ ประกอบอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(24&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่บริเวณถนนพรหมประเสริฐ&nbsp;ด้านหน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท&nbsp;(หลังใหม่)&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้จัดโครงการส่งเสริมช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;เพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาดของกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;และเพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;เดียวสุรินทร์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดชัยนาท&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;ได้ดำเนินการให้กลุ่มสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีกู้ยืมเงิน&nbsp;เพื่อนำไปประกอบอาชีพ&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และกลุ่มสตรีที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ได้มีผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการดำเนินงานและได้มีประสบการณ์ในการขายสินค้า&nbsp;และเป็นการส่งเสริมช่องทางการตลาดของกลุ่มอาชีพกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;ระหว่างเดือนเมษายน&nbsp;&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ครั้งๆ&nbsp;ละ&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;โดยครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ดำเนินการระหว่างวันที่&nbsp;24&nbsp;&nbsp;25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564,&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ดำเนินการระหว่างวันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;และครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ดำเนินการระหว่างวันที่&nbsp;7&nbsp;&nbsp;8&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ดำเนินการกิจกรรมฯดังกล่าว&nbsp;ภายใต้ข้อปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;ควบคุม&nbsp;และลดความเสี่ยงของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;รวมทั้งมาตรการอื่นๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องจากภาครัฐอย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยคำนึงถึงความเสี่ยงต่อสาธารณชนโดยรวม&nbsp;ในการแพร่ระบาดของโรคเป็นสำคัญ&nbsp;จึงขอเชิญชวนชาวจังหวัดชัยนาท&nbsp;ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและจังหวัดข้างเคียง&nbsp;ร่วมอุดหนุนสินค้าผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;ของจังหวัดชัยนาท&nbsp;โดยทั่วกัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","24/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524164624358"],
    [184,"นายกรัฐมนตรี เรียกทีมเศรษฐกิจพิจารณาแนวทางการให้ความช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;โพสต์เฟซบุ๊ก\"ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;Prayut&nbsp;Chan-o-cha&nbsp;\"เกี่ยวกับ?การประชุมร่วมกับทีมเศรษฐกิจ?&nbsp;โดยมีนายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&nbsp;นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;นายทศพร&nbsp;ศิริสัมพันธ์&nbsp;ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี&nbsp;ร่วมประชุมเพื่อติดตามและพิจารณาแนวทางการให้ความช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมในระยะต่อไป?&nbsp;ซึ่งต้องมีการพิจารณาในรายละเอียด&nbsp;ตั้งแต่แผนงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข&nbsp;พร้อมๆ&nbsp;กับแผนงานช่วยเหลือประชาชน&nbsp;โดยครั้งนี้จะมุ่งเป้าหมายไปที่&nbsp;SMEs&nbsp;เพื่อให้สามารถรักษาการจ้างแรงงานได้&nbsp;รวมถึงการลงทุนของภาครัฐเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน&nbsp;การกระตุ้นการบริโภคและการใช้จ่ายภาคครัวเรือนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าและบริการรายย่อย&nbsp;ควบคู่กับการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน&nbsp;การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเทียวเพื่อเตรียมพร้อมการขับเคลื่อนประเทศหลังโควิดและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทานในพื้นที่ชุมชนเพื่อป้องกัน/รับมือน้ำท่วม-น้ำแล้งในฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงนี้อีกด้วย</p><p><strong>ด้านนายสุพัฒนพงษ์</strong>&nbsp;ได้ปฎิเสธตอบคำถามสื่อมวลชน?ถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์การออก&nbsp;&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;กู้เงิน&nbsp;700,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลยืนยันมีเงินเพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจและโควิด-19&nbsp;โดยระบุเพียงสั้นๆ?&nbsp;ว่า&nbsp;จากนี้จะมีการชี้แจงเรื่องนี้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","24/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524171701385"],
    [185,"คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ระดับจังหวัด อนุมัติงบประมาณ 14 โครงการต่อยอดอาชีพสมาชิก","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(24&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5/2564&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;Zoom&nbsp;cloud&nbsp;meeting&nbsp;ณ&nbsp;ห้องผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;โดย&nbsp;นายประมวล&nbsp;วรานุศิษฏ์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดพังงา&nbsp;ทำหน้าที่เลขานุการการประชุม&nbsp;และมีคณะอนุกรรมการที่ประกอบด้วย&nbsp;ส่วนราชการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;นักวิชาการพัฒนาชุมชนและเจ้าหน้าที่กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาโครงการที่เสนอเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;โครงการงบประมาณ&nbsp;1,790,900&nbsp;บาท&nbsp;โดยที่ประชุมมีมติอนุมัติโครงการที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อให้สมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีนำไปประกอบอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้ให้กับครัวเรือน&nbsp;คือ&nbsp;ประเภทเงินทุนหมุนเวียน&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;โครงการ&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;1,215,900&nbsp;บาท&nbsp;และประเภทเงินอุดหนุน&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;งบประมาณ&nbsp;575,000&nbsp;บาท</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","24/5/2021","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524194921427"],
    [186,"หนองคาย เงิน ม.33 โอนเข้างวดแรกทุเรียนขายดี","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อช่วงเย็นวันนี้&nbsp;(24&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ตลอดเส้นทางของถนนประจักษ์&nbsp;ที่เป็นถนนสายหลักภายในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย&nbsp;มีพ่อค้า-แม่ค้าขายทุเรียนหมอนทองมาวางจำหน่ายกันอย่างคึกคัก&nbsp;ซึ่งบรรยากาศการใช้จ่ายหลังจากที่มีการโอนเงินงวดแรก&nbsp;1,000&nbsp;บาทเข้าบัญชี&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;มีประชาชนที่ได้รับสิทธิออกมาเลือกซื้อทุเรียนหมอนทอง&nbsp;ตามรถที่พ่อค้า-แม่ค้านำมาจอดขายริมถนน&nbsp;มีทั้งที่ซื้อทั้งลูกและซื้อที่มีการแบ่งแยกเป็นพูไว้&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่จะเริ่มต้นราคากิโลกรัมละ&nbsp;140&nbsp;บาท&nbsp;และแบ่งแยกพูเริ่มต้นที่&nbsp;5&nbsp;บาทไปจนถึง&nbsp;400&nbsp;บาทแล้วแต่ร้าน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แม่ค้าขายทุเรียนที่ขายอยู่หน้าห้างวีเวียง&nbsp;บอกว่า&nbsp;ก่อนที่จะมีโครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;และเราชนะรอบใหม่นี้&nbsp;ขายทุเรียนยากมาก&nbsp;เพราะประชาชนจะไม่ออกมาซื้อทุเรียนกัน&nbsp;แต่ละวันจะขายทุเรียนได้ไม่ถึง&nbsp;50&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;แต่เมื่อมีโครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;และโครงการเราชนะเข้ามา&nbsp;ก็เริ่มขายดีขึ้น&nbsp;โครงการฯ&nbsp;ดังกล่าวสามารถกระตุ้นยอดขายในช่วงนี้ได้เป็นอย่างดี&nbsp;ทำให้สามารถขายทุเรียนได้มากขึ้นคือไม่ต่ำกว่าวันละ&nbsp;150&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;จึงอย่างให้รัฐบาลเพิ่งวงเงินโครงการนี้อีกไปจนถึงสิ้นปี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านลูกค้าที่มาเลือกซื้อทุเรียนรายหนึ่ง&nbsp;บอกว่า&nbsp;วันนี้เป็นวันแรกที่มีเงินของโครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;เข้าบัญชีผู้ที่ได้รับสิทธิเข้าโครงการ&nbsp;ตนตั้งใจที่จะเลือกซื้อทุเรียนหมอนทอง&nbsp;2-3&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เพื่อกลับไปรับประทานกันภายในครอบครัวเพราะจะได้รับประทานกันหลายคน&nbsp;ส่วนวงเงินที่เหลือก็จะไปจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-center\"><br></p>","24/5/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองคาย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524212751444"],
    [187,"ร้านค้าใน อ.ปางมะผ้า และ อ.ปาย เข้าร่วมโครงการ ร้านอาหารธงฟ้า\" เพิ่มอีก 6 ร้าน ขณะที่พาณิชย์ฯ แม่ฮ่องสอน เพิ่มช่องทางสมัครเข้าร่วมโครงการทางไปรษณีย์","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางศุภมิตร&nbsp;เต็งเผ่&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางทัศนีย์&nbsp;กองแดง&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอปางมะผ้าและอำเภอปาย&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์และมอบอุปกรณ์สนับสนุนให้กับร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;\"ร้านอาหารธงฟ้า&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ร้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร้านแม่ครัวกรุงเทพ&nbsp;ต.สบป่อง&nbsp;อ.ปางมะผ้า&nbsp;,&nbsp;ร้านข้าวมันไก่สงขลา&nbsp;ต.สบป่อง&nbsp;อ.ปางมะผ้า&nbsp;,&nbsp;ร้านลุงช้าง&nbsp;ต.เวียงใต้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;,&nbsp;ร้านเลิศรส&nbsp;ต.เวียงใต้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;,&nbsp;ร้านเย็นตาโฟโบราณ&nbsp;ต.เวียงใต้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;และร้านป้าอุไร&nbsp;ต.ทุ่งยาว&nbsp;อ.ปาย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการ&nbsp;ร้านอาหารธงฟ้า\"&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;เป็นผู้ประกอบธุรกิจจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จ&nbsp;ประเภทอาหารจานเดียว&nbsp;หรืออาหารปรุงสำเร็จในเมนู&nbsp;หลัก&nbsp;เช่น&nbsp;อาหารตามสั่ง&nbsp;ข้าวราดแกง&nbsp;ข้าวมันไก่&nbsp;ข้าวหมูแดง&nbsp;ขนมจีน&nbsp;ก๋วยเตี๋ยว&nbsp;ฯลฯ&nbsp;2.&nbsp;สภาพร้านเป็นสถานที่สะอาดและถูกสุขลักษณะมีที่ตั้งชัดเจน&nbsp;3.&nbsp;ราคาจำหน่ายต้องไม่เกิน&nbsp;จาน/ชามละ&nbsp;25-35&nbsp;บาท&nbsp;และ&nbsp;4.&nbsp;มีการปิดป้ายราคาจำหน่ายที่ชัดเจน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยร้านค้าที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ&nbsp;\"ธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น\"&nbsp;สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ได้ที่&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;หรือส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ&nbsp;ไปที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่&nbsp;053-611-376</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","25/5/2021","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525093725486"],
    [188,"แม่ฮ่องสอนเงินสะพัด ยอดการใช้จ่ายโครงการเราชนะพุ่งสูงถึง 745.3 ล้านบาท ร้านค้าเข้าร่วมโครงการรวม 3,588 ร้าน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานคลังจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดเผยข้อมูลผู้ลงทะเบียนและร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการช่วยเหลือด้วยการลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนของรัฐบาล&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;22&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;84,500&nbsp;คน&nbsp;ผู้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง&nbsp;15,008&nbsp;คน&nbsp;ผู้ลงทะเบียนโครงการเราชนะ&nbsp;24,530&nbsp;คน&nbsp;กลุ่มต้องการความช่วยเหลือพิเศษ&nbsp;9,027&nbsp;คน&nbsp;ข้อมูลประชากรที่เข้าร่วมโครงการรวม&nbsp;133,065&nbsp;คน&nbsp;ยอดการใช้จ่ายโครงการ&nbsp;เราชนะ&nbsp;ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;รวม&nbsp;745.3&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สำหรับข้อมูลร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการรวม&nbsp;3,588&nbsp;ร้าน&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ร้านค้าธงฟ้าเดิม&nbsp;(มีเครื่อง&nbsp;EDC&nbsp;หรือแอปถุงเงิน)&nbsp;618&nbsp;ร้าน&nbsp;ร้านร่วมโครงการคนละครึ่ง&nbsp;2,631&nbsp;ร้าน&nbsp;และร้านร่วมโครงการเราชนะ&nbsp;339&nbsp;ร้าน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โครงการช่วยเหลือที่หลากหลายจากรัฐบาล&nbsp;ได้ตั้งวงเงินช่วยเหลือเพื่อลดภาระค่าครองชีพ&nbsp;จะก่อให้เกิดการนำไปใช้เพื่อการใช้จ่ายสำหรับการอุปโภคบริโภค&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคที่จำเป็น&nbsp;และค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทาง&nbsp;อันจะก่อให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไปในคราวเดียวกัน&nbsp;โดยพิจารณาคัดกรองผู้ได้รับสิทธิ์จะพิจารณาจากความสามารถด้านรายได้&nbsp;การมีระบบคุ้มครองทางสังคม&nbsp;และความช่วยเหลือจากภาครัฐที่ได้รับไปแล้วเป็นสำคัญ&nbsp;ซึ่งความช่วยเหลือจะครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","25/5/2021","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525094644492"],
    [189,"กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เตรียมเปิดโครงการ โคนมไทยก้าวไกล ขยายตลาดส่งออกด้วย FTA ปีที่ 4 ติวเข้มสหกรณ์โคนม","<p><strong>นางอรมน&nbsp;ทรัพย์ทวีธรรม&nbsp;อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในเดือนมิถุนายนนี้&nbsp;กรมฯ&nbsp;จะเชิญชวนสหกรณ์โคนมและผู้ประกอบการนมโคแปรรูปจากทั่วประเทศ&nbsp;สมัครเข้ารับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ&nbsp;โคนมไทยก้าวไกล&nbsp;ขยายตลาดส่งออกได้ด้วย&nbsp;FTA&nbsp;ปี&nbsp;4&nbsp;โดยผู้ผ่านการคัดเลือก&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;จะได้เข้าติวเข้มกลยุทธ์การตลาดในจีนการสร้างแบรนด์&nbsp;กฎระเบียบทางการค้าในจีน&nbsp;ขั้นตอนการนำเข้าสินค้าโคนมในจีน&nbsp;และเทคนิคการทำตลาดออนไลน์จากวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงในการทำตลาดจีน&nbsp;หลังจากนั้นจะคัดเลือกผู้ประกอบการให้เหลือ&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจแบบออนไลน์กับผู้นำเข้าชาวจีน&nbsp;ตลอดจนร่วมกิจกรรม&nbsp;Live&nbsp;Sale&nbsp;หรือขายสดตรงออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มยอดนิยมของจีน&nbsp;เพื่อกระตุ้นยอดจำหน่ายและสร้างการจดจำสินค้าของไทย&nbsp;ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสในการขยายตลาดไปจีนให้กับผู้ประกอบการโคนมของไทยที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;โดยคาดว่าจากความร่วมมือครั้งนี้จะผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกนมโคและผลิตภัณฑ์นมโคแปรรูปในภูมิภาคอาเซียนและสามารถส่งออกไปตลาดอาเซียน&nbsp;ฮ่องกงและจีน&nbsp;โดยใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี&nbsp;(FTA)&nbsp;ได้</p><p><strong>สำหรับความตกลงการค้าเสรี&nbsp;FTA</strong>&nbsp;ที่ไทยทำกับอาเซียน&nbsp;ฮ่องกง&nbsp;และจีน&nbsp;ได้ลดภาษีศุลกากรที่เก็บจากนมและผลิตภัณฑ์นมโคแปรรูปที่ส่งออกจากไทยเหลือ&nbsp;0%&nbsp;ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการโคนมไทยที่จะรุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง&nbsp;มีความต้องการผลิตภัณฑ์นมที่มีคุณภาพให้กับเด็กและคนในครอบครัว&nbsp;โดยปัจจุบันไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้านมและผลิตภัณฑ์นมอันดับ&nbsp;1&nbsp;ในอาเซียน&nbsp;และเป็นอันดับที่&nbsp;7&nbsp;ของโลก&nbsp;โดย&nbsp;3&nbsp;เดือนแรกของปี&nbsp;2564&nbsp;ไทยส่งออกสินค้านมและผลิตภัณฑ์นมสู่ตลาดโลก&nbsp;มูลค่า&nbsp;141.8&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;1.6&nbsp;จากช่วงเดียวกันของปีก่อน</p><p><br></p><p><br></p>","25/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525105804530"],
    [190,"สถาบันภาษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ เชิญชวนร่วมส่งผลงานคลิปวิดีโอภาษาอังกฤษเข้าร่วมประกวดเพื่อชิงเงินรางวัลกว่า 68,000 บาท","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถาบันภาษา&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์&nbsp;ร่วมกับอุทยานธรณีเพชรบูรณ์&nbsp;และท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ขอประชาสัมพันธ์การประกวดคลิปวิดีโอภาษาอังกฤษภายใต้หัวข้อ&nbsp;ความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยา&nbsp;เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;(PHETCHABUN&nbsp;GEOWONDERS)&nbsp;เป็นภาษาอังกฤษ&nbsp;ชิงเงินรางวัลรวมกว่า&nbsp;68,000&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คุณสมบัติของผู้ส่งผลงานประกวด&nbsp;:</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;ระดับประถมศึกษา&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;ระดับมัธยมศึกษา&nbsp;ประกาศนียบัตรวิชาชีพ&nbsp;และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;ระดับอุดมศึกษา&nbsp;และประชาชนทั่วไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกณฑ์การประกวด&nbsp;:</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประเภททีม&nbsp;ๆ&nbsp;ละไม่เกิน&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;ความยาวคลิปวิดีโอ&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;นาที&nbsp;ในรูปแบบสารคดี&nbsp;ไวรัลคลิป&nbsp;หนังสั้น&nbsp;หรือ&nbsp;VLOG&nbsp;โดยสามารถใช้เป็นภาพเคลื่อนไหว&nbsp;ภาพนิ่ง&nbsp;หรือ&nbsp;Infographic&nbsp;ได้&nbsp;แนวคิดการนำเสนอเกี่ยวกับอุทยานธรณีเพชรบูรณ์&nbsp;:&nbsp;แหล่งทางธรณีวิทยา&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;22&nbsp;แหล่ง&nbsp;หรือแหล่งธรณีเพชรบูรณ์&nbsp;(Phetchabun&nbsp;Geosites)&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;7&nbsp;แหล่ง&nbsp;ได้แก่เส้นทางการเดินทาง&nbsp;ความน่าสนใจ&nbsp;ความประทับใจ&nbsp;ลักษณะทางกายภาพภายนอก&nbsp;(ไม่ลงรายละเอียดเชิงลึก)&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ช่องทางการสมัคร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ใบสมัคร&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;PDF&nbsp;File&nbsp;Link&nbsp;:&nbsp;shorturl.asia/khMUT</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;Word&nbsp;File&nbsp;Link&nbsp;:&nbsp;shorturl.asia/Zc37X</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายละเอียดโครงการประกวด&nbsp;Link&nbsp;:&nbsp;shorturl.asia/4p0XK</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดาวน์โหลดไฟล์เอกสารหนังสืออุทยานธรณีเพชรบูรณ์&nbsp;:&nbsp;ทะเลสู่แผ่นดินดึกดำบรรพ์&nbsp;และมหัศจรรย์ขอบเปลือกโลก&nbsp;(Phetchabun&nbsp;Geopark&nbsp;:&nbsp;PALEO&nbsp;SEA&nbsp;TO&nbsp;LAND&nbsp;AND&nbsp;MICRO&nbsp;PLATE&nbsp;MARGIN&nbsp;WONDERS)&nbsp;Link&nbsp;:&nbsp;shorturl.asia/AZ53c</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่งผลงานตั้งแต่บัดนี้&nbsp;จนถึงวันศุกร์ที่&nbsp;16&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;(มาส่งด้วยตนเอง&nbsp;และช่องทางออนไลน์)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนำเสนอผลงานการประกวดรอบชิงชนะเลิศ&nbsp;วันพฤหัสบดีที่&nbsp;29&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;085&nbsp;&nbsp;2323424&nbsp;(คุณอรพนิตา)&nbsp;หรือ&nbsp;056&nbsp;-&nbsp;717168&nbsp;ติดตามรายละเอียดได้ที่&nbsp;Inbox&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;:&nbsp;สถาบันภาษา&nbsp;มรภ.&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;และเว็บไซต์&nbsp;https://li.pcru.ac.th</p>","25/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","เพชรบูรณ์","สวท.เพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525125747607"],
    [191,"ธนาคารออมสิม เปิดกู้สินเชื่อ \"SMEs มีที่ มีเงิน\" รอบใหม่ ช่วยธุรกิจท่องเที่ยว","<p><strong>นายวิทัย&nbsp;รัตนากร&nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่รัฐบาลมอบหมายให้ธนาคารออมสินช่วยเหลือผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;ที่ประกอบธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ&nbsp;SMEs&nbsp;มีที่&nbsp;มีเงิน&nbsp;สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่ต้องการสภาพคล่อง&nbsp;ธนาคารจึงได้เปิดให้ลงทะเบียนขอกู้โครงการดังกล่าวอีกครั้งที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.gsb.or.th/\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">www.gsb.or.th</a>&nbsp;ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;หรือจนกว่าวงเงินโครงการจะหมด</p><p><strong>สินเชื่อ&nbsp;SMEs&nbsp;มีที่&nbsp;มีเงิน</strong>&nbsp;เป็นสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;โดยผ่อนปรนหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อ&nbsp;ให้กู้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล&nbsp;สามารถใช้ที่ดินเปล่าหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นหลักประกันการกู้&nbsp;รวมถึงสามารถไถ่ถอนที่ดินซึ่งทำสัญญาขายฝากกับเอกชนไว้ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2563&nbsp;ให้วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกินร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ของราคาประเมินที่ดินราชการ&nbsp;ระยะเวลากู้&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;อัตราดอกเบี้ยต่ำมาก&nbsp;ปีที่&nbsp;1&nbsp;อัตราดอกเบี้ย&nbsp;=&nbsp;0.10%&nbsp;ต่อปี&nbsp;ปีที่&nbsp;2&nbsp;=&nbsp;0.99&nbsp;ต่อปี&nbsp;และปีที่&nbsp;3&nbsp;=&nbsp;5.99&nbsp;ต่อปี&nbsp;กรณีบุคคลธรรมดาให้กู้ไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนนิติบุคคลให้กู้ไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p>","25/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525140326650"],
    [192,"แม่ค้าขายดอกไม้เมืองสงขลา ลดการสั่งดอกดาวเรืองครึ่งหนึ่งของปกติ เนื่องจากวันวิสาขบูชาปีนี้ เป็นช่วงโควิด-19 กำลังแพร่ระบาด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ร้านดอกไม้กุ๊ก&nbsp;เลขที่&nbsp;41&nbsp;ซอยทรัพย์สินพลาซ่า&nbsp;เขตเทศบาลนครสงขลา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ในช่วงเทศกาลวันวิสาขบูชา&nbsp;ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา&nbsp;ที่จะมาถึงในวันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เนื่องจากกิจกรรมทางศาสนา&nbsp;โดยเฉพาะวันวิสาขบูชาช่วงโควิด-19&nbsp;วัดสวนใหญ่งดการเวียนเทียน&nbsp;ส่งผลทำให้ร้านดอกไม้ที่สั่งดอกดาวเรือง&nbsp;มาเพื่อขายให้กับลูกค้าพุทธศาสนิกชน&nbsp;เพื่อนำไปเวียนเทียน&nbsp;จึงต้องลดจำนวนการสั่งดอกดาวเรืองลง&nbsp;50&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;หรือครึ่งต่อครึ่งของที่เคยสั่ง&nbsp;เนื่องจากไม่มีกิจกรรมทางศาสนาในวันวิสาขบูชา&nbsp;และสั่งมาเพื่อนำมาขาย&nbsp;ให้พุทธศาสนิกชนที่จะซื้อไปปักแจกันบูชาพระที่บ้าน&nbsp;แทนการไปเวียนเทียนที่วัดเนื่องในวันวิสาขบูชายุค&nbsp;covid-19&nbsp;รอบที่&nbsp;3&nbsp;นอกจากลดการสั่งซื้อดอกไม้แล้ว&nbsp;รวมไปถึงรายได้ที่เคยได้รับก็ลดตามลงไปด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางวรรณี&nbsp;ช่างทอง&nbsp;เจ้าของร้านดอกไม้กุ๊ก&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้รับผลกระทบครึ่งต่อครึ่งเลย&nbsp;สาเหตุเพราะโควิด-19&nbsp;คนไม่กล้ามาตลาด&nbsp;วันนี้สั่งดอกดาวเรือง&nbsp;ลดลง&nbsp;จาก&nbsp;100&nbsp;เหลือ&nbsp;50&nbsp;ครึ่งต่อครึ่ง&nbsp;เป็นแบบนี้มา&nbsp;2-3&nbsp;เดือนแล้ว&nbsp;สำหรับการปรับตัว&nbsp;ในการขายดอกไม้ของที่ร้าน&nbsp;โดยขายลูกค้าประจำเรื่อยๆ&nbsp;ช่วงนี้&nbsp;ลดไปเท่าตัวเลย&nbsp;รวมทั้งรายได้ด้วย&nbsp;สำหรับร้านดอกไม้จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ&nbsp;covid&nbsp;-19&nbsp;เหมือนกันหมดทุกอย่างเลย&nbsp;ผลกระทบครึ่งต่อครึ่งเลย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในขณะเดียวกัน&nbsp;ในช่วงโควิด-19&nbsp;ประชาชนส่วนใหญ่จะไม่ออกจากบ้าน&nbsp;หรือมาที่ตลาด&nbsp;ทางร้านก็จะมีลูกค้าประจำที่เดินทางมาซื้อดอกไม้&nbsp;ไปบูชาพระที่บ้านผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;ไม่ใช่กระทบเฉพาะที่ร้าน&nbsp;แต่มันจะได้รับผลกระทบ&nbsp;เหมือนกันหมดทุกสาขาอาชีพ&nbsp;ทางร้านเองก็มีการปรับตัวรับสถานการณ์&nbsp;covid&nbsp;19&nbsp;มาตลอด&nbsp;2-3&nbsp;เดือนที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","25/5/2021","ภาคใต้","สงขลา","สวท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525165841789"],
    [193,"จ.ศรีสะเกษ ระดมสมองส่งเสริมการผลิตและการตลาดภูเขาไฟศรีสะเกษ ประจำปี 2564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(25&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ห้องห้วยสำราญ&nbsp;สำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุมหารือข้อราชการในประเด็นการส่งเสริมการผลิตและการตลาดทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ในห้วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวิชัย&nbsp;ศรีโพธิ์งาม&nbsp;เกษตรจังหวัด&nbsp;นายภาณุพงศ์&nbsp;แสงคำ&nbsp;สหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัด&nbsp;นายธวัชชัย&nbsp;นิ่มกิ่งรัตน์&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ&nbsp;นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;ผู้แทนเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งมีประเด็นที่ปรึษาหารือดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1).&nbsp;การเพิ่มช่องทางการขายผ่านช่องทางออนไลน์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2).&nbsp;การติดตามการพัฒนาระบบขนส่งทุเรียนพร้อมทาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3).&nbsp;การจัดทำแผนประชาสัมพันธ์การทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4).&nbsp;การสำรวจข้อมูลจำนวนทุเรียน&nbsp;และความต้องการจากเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน&nbsp;ผ่านเกษตรตำบล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5).&nbsp;การบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานในการส่งเสริมการสร้างมูลค่า&nbsp;และการหาช่องทางจำหน่ายให้แก่เกษตรกร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;6).&nbsp;กำหนดจัดงานเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ&nbsp;ประมาณปลายเดือนมิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;หากสถานการณ์ของโควิด-19&nbsp;คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","25/5/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525142857676"],
    [194,"จ.นครพนม อาชีพเก็บหินสร้างงานสร้างรายได้ทั้งผู้ประกอบการและแรงงานชาวบ้านแบบครบวงจร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากผลกระทบสถานการณ์โควิด-19&nbsp;จะส่งผลกระทบหลากหลายอาชีพ&nbsp;มีรายได้ลดลง&nbsp;บางรายต้องตกงาน&nbsp;ขาดรายได้&nbsp;แบกภาระหนี้สิน&nbsp;แต่สำหรับชาวบ้านโพนสวรรค์&nbsp;หมู่&nbsp;18&nbsp;ตำบลคำเตย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;&nbsp;มีอาชีพแปลกที่ไม่เหมือนที่ใด&nbsp;คือ&nbsp;คัดแยกหินลูกกรวดสวยงาม&nbsp;บรรจุถุงส่งขายไปประดับตกแต่งสวน&nbsp;โดยมีพ่อค้ามารับซื้อแบบไม่อั้น&nbsp;แล้วนำไปส่งขายทั่วประเทศ&nbsp;ทำให้ช่วงนี้ถึงแม้จะเจอวิกฤติโรคโควิด-19&nbsp;ระบาด&nbsp;แต่ยังสามารถขายได้&nbsp;ที่สำคัญยังมีภาระต้นทุนต่ำ&nbsp;เพราะขุดหินกรวดมาจากทรัพยากรธรรมชาติใต้ดินในผืนที่ดินท้องไร่ปลายนา&nbsp;ก่อนนำมาคัดแยกตามขนาดไซส์ความสวยงาม&nbsp;บรรจุถุงส่งขาย&nbsp;ในราคาถุงละ&nbsp;25&nbsp;-30&nbsp;บาท&nbsp;มีออเดอร์รับไม่อั้น&nbsp;สร้างงานสร้างรายได้ทั้งผู้ประกอบการ&nbsp;และแรงงานชาวบ้านแบบครบวงจร&nbsp;ผู้ประกอบการบางรายมีรายได้เดือนละนับแสนบาท&nbsp;ส่งผลดีมีเงินหมุนเวียนสะพัดในพื้นที่ปีละหลายล้านบาท&nbsp;และยังช่วยชาวบ้านไม่ต้องตกงาน&nbsp;หรือไปแสวงหางานทำต่างถิ่น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสรรพวุธ&nbsp;บุตรดา&nbsp;อายุ&nbsp;51&nbsp;ปี&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;หมู่&nbsp;18&nbsp;บ้านโพนสวรรค์&nbsp;ตำบลคำเตย&nbsp;ตัวแทนกลุ่มขายหินกรวดสวยงาม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตนกับชาวบ้านบางส่วนในพื้นที่&nbsp;มีการศึกษาเรื่องหินกรวดประดับสวนมานานนับสิบปี&nbsp;เนื่องจากมีการตรวจสอบพบว่าสภาพพื้นที่นาในหมู่บ้าน&nbsp;เมื่อขุดลงลึกไปประมาณ&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;จะเป็นดินปนหินกรวดที่มีสีสันสวยงาม&nbsp;จึงคิดว่าจะเป็นการเพิ่มมูลค่า&nbsp;สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านได้&nbsp;โดยได้เริ่มทดลองใช้รถแบคโฮขุดดินขึ้นมาตรวจสอบ&nbsp;พบว่ามีหินกรวดปนดินจำนวนมาก&nbsp;จึงใช้วิธีการคัดแยกออกจากดิน&nbsp;ด้วยการนำน้ำมาฉีดคัดแยกได้&nbsp;แต่หินกรวด&nbsp;ต่อมาได้มีการพัฒนาต่อยอดเป็นอาชีพสร้างรายได้ตลอดทั้งปี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านนางบุตรศรี&nbsp;บอดดี&nbsp;อายุ&nbsp;54&nbsp;ปี&nbsp;ชาวบ้านที่มีอาชีพรับจ้างคัดหินกรวดส่งขาย&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;รับจ้างคัดหินกรวดในบ่อนานนับปี&nbsp;สร้างรายได้วันละ&nbsp;300&nbsp;-400&nbsp;บาท&nbsp;ตะกร้าละ&nbsp;4&nbsp;-5&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ได้ราคาตะกร้าละประมาณ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;ถือว่ารายได้ดี&nbsp;และไม่ต้องไปทำงานต่างถิ่น&nbsp;ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านมีอาชีพกันทุกคน&nbsp;ขายในราคาถุงละ&nbsp;20&nbsp;-25&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนพ่อค้าที่มารับซื้อจะนำไปขายต่อราคาถึงละ&nbsp;50&nbsp;-60&nbsp;บาทแล้วแต่พื้นที่ระยะทางขนส่ง&nbsp;เพื่อนำไปประดับตกแต่งสวนตามสถานที่บ้านเรือน&nbsp;ให้เกิดความสวยงามถือเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ดีพอสมควร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","25/5/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525143624683"],
    [195,"จังหวัดสุรินทร์ตรวจเข้มการจำหน่ายหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์  เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ตรวจเข้มการจำหน่ายหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์&nbsp;พบยังเพียงพอ&nbsp;และย้ำห้ามขายเกินราคา&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดย&nbsp;นายสุทธิศักดิ์&nbsp;พรหมบุตร&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;ตรวจติดตามสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัยในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์&nbsp;พบว่าสถานการณ์การจำหน่ายยังอยู่ในภาวะปกติ&nbsp;&nbsp;ปริมาณยังคงมีเพียงพอกับความต้องการของประชาชน&nbsp;ร้านค้าส่วนใหญ่ยังไม่มีการจำกัดปริมาณการซื้อ&nbsp;โดยราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยในท้องตลาดยังคงปกติ&nbsp;อยู่ในราคาที่กำหนด&nbsp;โดยราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัย&nbsp;ขนาดกล่องบรรจุ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคากล่องละ&nbsp;89-125&nbsp;บาท&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;450&nbsp;มล.&nbsp;ราคาขวดละ&nbsp;125&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้เน้นย้ำกับผู้จำหน่ายว่าจะต้องปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน&nbsp;และราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยต้องจำหน่ายตามราคาที่กำหนด&nbsp;ไม่เกินชิ้นละ&nbsp;2.50&nbsp;บาท&nbsp;กรณีจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด&nbsp;มีโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;หรือกรณีที่ไม่ติดป้ายแสดงราคา&nbsp;มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ประชาชนสามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","25/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525144932695"],
    [196,"ครม. เห็นชอบแก้ไขเอกสารประกอบสัญญาเงินกู้ ยุติการใช้ LIBOR เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;รับทราบการแก้ไขเอกสารประกอบสัญญาเงินกู้ระหว่างกระทรวงการคลังกับสถาบันการเงินระหว่างประเทศเพื่อรองรับการยุติการใช้&nbsp;London&nbsp;Interbank&nbsp;Offered&nbsp;Rate&nbsp;(LIBOR)&nbsp;เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง&nbsp;โดยธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชียได้มีหนังสือถึงกระทรวงการคลังเพื่อขอให้แก้ไขเอกสารประกอบสัญญาเงินกู้&nbsp;รองรับการยุติการใช้&nbsp;LIBOR&nbsp;หลังจาก&nbsp;FCA&nbsp;ได้มีประกาศอย่างเป็นทางการไม่รับรอง&nbsp;LIBOR&nbsp;ให้เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงทางการ&nbsp;โดยเริ่มหลังจากปี&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เห็นชอบการแก้ไขเอกสารประกอบสัญญาเงินกู้ดังกล่าวพร้อมทั้งลงนามในหนังสือตอบตกลงการแก้ไขรายละเอียดประกอบสัญญาเงินกู้ของธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชียเรียบร้อยแล้ว</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กระทรวงการคลัง&nbsp;ยังมีสัญญากู้เงินจากธนาคารโลก</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">และธนาคารพัฒนาเอเชียที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวโดยอ้างอิงจาก&nbsp;LIBOR&nbsp;สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ&nbsp;ที่ยังมียอดหนี้คงค้างหรืออยู่ระหว่างเบิกรับเงินกู้จำนวน&nbsp;5&nbsp;สัญญา&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการก่อสร้างทางสายหลักเป็น&nbsp;4&nbsp;ช่องจราจร&nbsp;(ระยะที่&nbsp;2)&nbsp;โครงการเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;โครงการเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;โครงการก่อสร้างทางสายหลักเป็น&nbsp;4&nbsp;ช่องจราจร&nbsp;(ระยะที่&nbsp;2)&nbsp;และโครงการกู้เงินภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;รวมวงเงิน&nbsp;2,976.50&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับอัตราดอกเบี้ย&nbsp;LIBOR</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในตลาดการเงินโลกและเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชียใช้ประกอบการกำหนดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในการให้เงินกู้กับคู่สัญญาประเทศต่างๆ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;Financial&nbsp;Conduct&nbsp;Authority&nbsp;(FCA)&nbsp;ซึ่งเป็นองค์การกำกับนโยบายทางการเงินของสหราชอาณาจักรและเป็นผู้เผยแพร่อัตราดอกเบี้ย&nbsp;LIBOR&nbsp;ตรวจพบการบิดเบือนการรายงานข้อมูลของผู้ร่วมตลาดเพื่อจัดทำอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง&nbsp;ส่งผลให้ความน่าเชื่อถือของ&nbsp;LIBOR&nbsp;ลดลง&nbsp;และเมื่อวันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;FCA&nbsp;ก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ&nbsp;ยุติการเผยแพร่และจะไม่รับรอง&nbsp;LIBOR&nbsp;ให้เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงทางการโดยเริ่มหลังจากปี&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","25/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525192721925"],
    [197,"จ.ตราด ติดตามการขับเคลื่อนการจัดทำข้อมูล การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตามแนวทางเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council : GSTC)","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(25&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;&nbsp;นายภิญโญ&nbsp;ประกอบผล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;มอบหมายให้นายกัฬชัย&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">เทพวรชัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</span>&nbsp;เป็นประธานการประชุม<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">คณะอนุกรรมการจัดทำข้อมูล&nbsp;การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;ตามแนวทางเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก&nbsp;</span>(Global&nbsp;Sustainable&nbsp;Tourism&nbsp;Council&nbsp;:&nbsp;GSTC)&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ในพื้นที่&nbsp;เกาะหมาก&nbsp;ตำบลเกาะกูด&nbsp;อำเภอเกาะกูด&nbsp;จังหวัดตราด</span>&nbsp;ซึ่งสำนักงานพื้นที่พิเศษ&nbsp;3&nbsp;(สาขา)&nbsp;องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;อพท.&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;โดยมี&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(28,&nbsp;30,&nbsp;33);\">นายสุธารักษ์&nbsp;สุนทรวิภาต&nbsp;ผู้จัดการพื้นที่พิเศษ&nbsp;3&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ที่ร่วมเป็นคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจังหวัดตราด&nbsp;ตามเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก&nbsp;(GSTC)&nbsp;เข้าร่วมที่ห้องประชุมโรงแรมเอวาด้า&nbsp;ตำบลวังกระแจะ&nbsp;อำเภอเมืองตราด</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(28,&nbsp;30,&nbsp;33);\">ทั้งนี้&nbsp;ตามที่</span>องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;ได้กำหนดให้เกาะหมาก&nbsp;อำเภอเกาะกูด&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;เป็นพื้นที่เป้าหมายที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตามเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;จึงได้มีการ</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">แต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดนี้ขึ้น&nbsp;เพื่อรวบรวมข้อมูล&nbsp;ขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;หรือกิจกรรมบูรณาการส่งเสริมและพัฒนาการติดตามและประเมินผลการพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะหมาก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;อพท.ได้ยื่นใบสมัครเกาะหมาก&nbsp;เข้ารับการคัดเลือกรางวัล&nbsp;</span>Sustainable<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;Destination&nbsp;Top&nbsp;100&nbsp;เมื่อช่วงเดือนเมษายน&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งเกาะหมากได้ผ่านการคัดเลือกในรอบแรกแล้ว&nbsp;โดยในส่วนของการประชุม</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">คณะอนุกรรมการครั้งนี้เพื่อร่วมกันพิจารณาเกณฑ์การตรวจ</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">เพื่อยกระดับสีการพัฒนาในปี&nbsp;2563&nbsp;สู่เป้าหมายในปี&nbsp;2564&nbsp;ใน&nbsp;8&nbsp;ด้านย่อย&nbsp;ที่ประกอบไปด้วย&nbsp;คลังข้อมูลสถานที่และทรัพยากรด้านการท่องเที่ยว&nbsp;การตรวจสอบและรายงานความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว&nbsp;การประชาสัมพันธ์ข่าวสาร&nbsp;การให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ปรากฏการณ์เรือนกระจก&nbsp;การจัดการน้ำ&nbsp;การควบคุมการใช้น้ำ&nbsp;และคุณภาพของน้ำ&nbsp;ซึ่งใน&nbsp;8&nbsp;ด้านย่อยทั้งหมดยังมีกิจกรรมการพัฒนารายการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ก่อนที่จะรวบรวมข้อมูลพื้นฐานทั้งหมด&nbsp;ตามเกณฑ์&nbsp;</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(28,&nbsp;30,&nbsp;33);\">GSTC&nbsp;และเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">Top&nbsp;100&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวโลก&nbsp;เพื่อนำเสนอ</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">ต่อ&nbsp;Global&nbsp;Sustainable&nbsp;Tourism&nbsp;Council</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;ต่อไป&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","25/5/2021","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525152554717"],
    [198,"รมว.พาณิชย์ พอใจส่งออกเมษายนขยายตัวสูง ยืนยันเป้าหมายเดิมขยายตัวร้อยละ 4 พร้อมจับมือร่วมกับภาคเอกชนทำงานใกล้ชืดขึ้น","<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตัวเลขการส่งออกขณะนี้ถือว่าดีขึ้นเป็นลำดับ&nbsp;โดยเฉพาะเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ขยายตัวถึงร้อยละ&nbsp;13.09&nbsp;ซึ่งเกิดจากความร่วมมือในการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชน&nbsp;ภายใต้กลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและะเอกชนด้านการพาณิชย์&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;กรอ.พาณิชย์&nbsp;ทำให้ปัญหาอุปสรรคหลายอย่างที่ตืดขัดในช่วงที่ผ่านมาสามารถแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ทั้งการเร่งเปิดด่าน&nbsp;เพื่อเร่งการค้าชายแดนที่มีผลต่อตัวเลขการส่งออก&nbsp;รวมทั้งการขจัดปัญหาอุปสรรคในด่านที่จะส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าสำคัญทางบก&nbsp;เช่น&nbsp;ประเทศจีนบริเวณด่านเวียดนามกับจีนเช่น&nbsp;ด่านโหย่วอี้กวน&nbsp;ด่านตงซิงและด่านอื่นๆ&nbsp;&nbsp;รวมทั้งปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์&nbsp;และการผลักดันให้เรือขนาดใหญ่&nbsp;400&nbsp;เมตรเข้ามาเทียบท่าที่ท่าเรือแหลมฉบัง</p><p><strong>ส่วนการผลักดันการส่งออกให้ตามเป้าหมายร้อยละ&nbsp;4&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;นี้</strong>&nbsp;ระบุ&nbsp;ยังไม่จำเป็นต้องปรับเป้า&nbsp;โดยได้มอบนโยบายทำงาน&nbsp;จะต้องจับมือกับภาคเอกชนและทำตัวเลขให้ได้เกินเป้าให้ได้มากที่สุดและได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;&nbsp;และกรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;จับมือกับภาคเอกชนดำเนินการเร่งรัดการเปิดตลาดใหม่&nbsp;เช่น&nbsp;ตลาดรัสเซีย&nbsp;ตลาดตะวันออกกลาง&nbsp;รวมทั้งการจัดทำเอฟทีเอกับประเทศคู่ค้าสำคัญ&nbsp;เพื่อเพิ่มตัวเลขการส่งออกทั้งเอฟทีเอไทย-อียู&nbsp;ไทย-สหราชอาณาจักร&nbsp;รวมทั้งเร่งรัด&nbsp;มินิ&nbsp;เอฟทีเอกับมณฑลไห่หนานของจีนรัฐเตลังกานาของอินเดีย&nbsp;และพื้นที่อื่นๆต่อไป&nbsp;พร้อมย้ำว่า&nbsp;ขณะนี้การส่งออกถือเป็นกลไกสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;และจะมีผลในการทำให้จีดีพีของไทยในปี&nbsp;2564&nbsp;ขยายตัวเป็นบวกได้</p><p><br></p><p><br></p>","25/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525191446901"],
    [199,"ททท. เตรียมความพร้อมโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2021 : AMAZING ยิ่งกว่าเดิม","<p><span style=\"background-color: rgb(247, 249, 250); color: rgb(45, 53, 60);\">ททท. เตรียมความพร้อมโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2021 : AMAZING ยิ่งกว่าเดิม&nbsp;&nbsp;มุ่งกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวและช่วยเหลือผู้ประกอบการหลังวิกฤตโควิด-19</span></p><p><br></p><p>&nbsp;วันนี้ (25 พ.ค.64) นายยุทธศักดิ์<span style=\"background-color: rgb(247, 249, 250); color: rgb(45, 53, 60);\"> สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นประธานในการประชุมผ่านระบบออนไลน์เพื่อเตรียมความพร้อมการดำเนินโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2021 พร้อมด้วยนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. พันธมิตรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกว่า 300 ราย โดยครอบคลุมทั้งกลุ่มสินค้าและบริการในพื้นที่ท่องเที่ยวหลักมุ่งกระตุ้นความคึกคักให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยรวม</span></p><p>&nbsp;</p><p>นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า โครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2021 ได้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม  15 กันยายน 2564 เป็นเวลา 2 เดือน ภายใต้แนวคิด AMAZING ยิ่งกว่าเดิม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่พักอาศัยในประเทศไทย (Expat) และส่งเสริมภาพลักษณ์ให้ประเทศไทยเป็น Shopping Destination รวมถึงเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบหลังวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยนำเสนอสินค้ากลุ่มแฟชั่น กีฬา เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ของตกแต่งบ้าน ของใช้เด็ก อาหาร โรงแรม สปา และบริการด้านการท่องเที่ยวต่าง ๆ ในราคาพิเศษ พร้อมมอบของสมนาคุณและสิทธิพิเศษอีกมากมาย เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจและสร้างประสบการณ์การชอปปิงในรูปแบบที่หลากหลายทั้งออนไลน์และออนไซต์ (On-site) โดยร่วมกับห้างสรรพสินค้า/ศูนย์การค้า บัตรเครดิต สายการบิน โรงแรม ภัตตาคาร/ร้านอาหาร ศูนย์สุขภาพ/สถานเสริมความงาม และแพลตฟอร์มชอปปิ้งออนไลน์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมโครงการได้อย่างสะดวกและเพลิดเพลินในการชอปปิงมากยิ่งขึ้น</p><p>&nbsp;</p><p>สำหรับในปีนี้ ททท. ได้เชิญชวนผู้ประกอบการทั่วประเทศ โดยเฉพาะผู้ประกอบการในเมืองท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต สงขลา (หาดใหญ่) ชลบุรี (พัทยา) และนครราชสีมา รวมทั้งสิ้นกว่า 10,000 ราย เข้าร่วมโครงการและมอบสิทธิพิเศษให้แก่นักท่องเที่ยวตลอดระยะเวลา 2 เดือน นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรแพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อดังจัดแคมเปญส่งเสริมการขายในช่วงเวลาพิเศษนี้ เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวได้เลืิอกซื้อสินค้าอย่างสนุก หลากหลาย และคุ้มค่ายิ่งกว่าเดิม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด AMAZING ยิ่งกว่าเดิม ทั้งนี้ ททท. ได้จัดกิจกรรมพิเศษเพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับโครงการในปีนี้ ได้แก่ AMAZING FLASH SALE, กิจกรรม Live Shopping โดยผู้บริหาร ททท. และ Celebrity, กิจกรรม EXPAT AMAZING WEEK, กิจกรรมร่วมสนุกออนไลน์ผ่าน Facebook Fan Page : Amazing Thailand Grand Sale 2021 และพบกับกิจกรรม Highlight เมื่อนักท่องเที่ยวซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ จะได้สิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ (Lucky Draw) หลังสิ้นสุดโครงการ อาทิ รถยนต์ ทองคำ สมาร์ทโฟน อุปกรณ์สื่อสารที่ทันสมัย (Gadget) ฯลฯ มูลค่ารวมกว่า 1,000,000 บาท</p><p>&nbsp;</p><p>ทั้งนี้ ททท. คาดว่าโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2021 จะช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเกิดการเดินทางและกระตุ้นการใช้จ่าย เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจในภาวะฟื้นฟูและทำให้เกิดเงินหมุนเวียน ในระบบเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศได้มากขึ้น</p><p>&nbsp;</p><p>สำหรับผู้ประกอบการที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการสามารถลงทะเบียนที่ www.amazingthailandgrandsale.com ตั้งแต่วันที่ 1-30 มิถุนายน 2564 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ งานกลยุทธ์ส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองวางแผนลงทุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ฝ่ายส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ททท. โทรศัพท์ 0 2250 5500 ต่อ 2940-2945 หรือ Line Official : @ATGSmerchant</p>","25/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525174023831"],
    [200,"ปตท. -บางจาก ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 60 สตางค์ต่อลิตร ยกเว้น E85 ปรับขึ้น 40 สตางค์ต่อลิตร ","<p><strong>บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;น้ำมันและการค้าปลีก&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;หรือพีทีทีโออาร์&nbsp;และบริษัท&nbsp;บางจาก&nbsp;คอปปอเรชั่น&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด&nbsp;60&nbsp;สตางค์ต่อลิตร&nbsp;ยกเว้น&nbsp;E85&nbsp;ปรับขึ้น&nbsp;40&nbsp;สตางค์ต่อลิตร&nbsp;มีผลวันพรุ่งนี้&nbsp;26&nbsp;พฤษถาคม&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><strong>ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันหน้าสถานีบริการ</strong>ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;&nbsp;เบนซิน&nbsp;95&nbsp;ลิตรละ&nbsp;35.36&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;95&nbsp;ลิตรละ&nbsp;27.95&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;91&nbsp;ลิตรละ&nbsp;27.68&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;E20&nbsp;ลิตรละ&nbsp;26.44&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;E85&nbsp;ลิตรละ&nbsp;21.99&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนดีเซล&nbsp;บี7&nbsp;ลิตรละ&nbsp;28.09&nbsp;บาท&nbsp;ดีเซลพรีเมี่ยมบี7&nbsp;ลิตรละ&nbsp;32.86&nbsp;บาท&nbsp;ดีเซล&nbsp;บี&nbsp;10&nbsp;ลิตรละ&nbsp;25.09&nbsp;บาท&nbsp;และบี&nbsp;20&nbsp;ลิตรละ&nbsp;24.84&nbsp;บาท&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ราคาดังกล่าวเป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงแต่ละจังหวัด</p><p><br></p><p><br></p>","25/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525191111896"],
    [201,"ธนาคารออมสิน แจ้งเปิดลงทะเบียนยื่นกู้สินเชื่อสู้ภัย COVID-19 ผ่าน MyMo อีกครั้ง เริ่มวันนี้ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป","<p><strong>นายวิทัย&nbsp;รัตนากร&nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;หลังจากที่ธนาคารฯ&nbsp;ได้แจ้งปิดระบบกดรับสิทธิ์ขอกู้สินเชื่อสู้ภัย&nbsp;COVID-19&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;ไว้ชั่วคราว&nbsp;เพื่อดำเนินการอนุมัติคำขอคงค้าง&nbsp;ซึ่งมีจำนวนมากถึงกว่าแสนรายการ&nbsp;ขณะนี้ธนาคารฯ&nbsp;ได้ดำเนินการแล้วเสร็จและจะเปิดให้ประชาชนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายตามมาตรการ&nbsp;ซึ่งมีจำนวนกว่า&nbsp;6&nbsp;ล้านคนทั่วประเทศ&nbsp;เข้าระบบลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์การยื่นกู้สินเชื่อสู้ภัย&nbsp;COVID-19&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;ได้อีกครั้ง&nbsp;ในวันนี้&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><strong>โดยมีขั้นตอนการลงทะเบียนคือ</strong>&nbsp;ขั้นตอนที่&nbsp;1&nbsp;ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;โดยระบบจะกำหนดวันที่นัดหมายให้ลูกค้าล็อกอินเข้าแอปเพื่อกดยื่นขอกู้อีกครั้ง&nbsp;ขั้นตอนที่&nbsp;2&nbsp;กดยื่นขอกู้ผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;ตามกำหนดวันที่นัดหมาย&nbsp;โดยระบบจะจัดสรรวันและช่วงเวลานัดหมายให้ลูกค้ายื่นขอกู้ได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;กำหนดโควต้าวันละ&nbsp;100,000&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อป้องกันความแออัดและข้อจำกัดกรณีมีผู้ล็อกอินเข้าทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์พร้อมกันเป็นจำนวนมาก&nbsp;โดยธนาคารฯ&nbsp;จะเริ่มจ่ายเงินกู้เข้าบัญชีลูกค้าตั้งแต่วันที่&nbsp;29&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><strong>ผู้ที่ยื่นขอกู้แล้วและอยู่ระหว่างรอผลการอนุมัติ</strong>&nbsp;ธนาคารฯ&nbsp;จะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบทาง&nbsp;SMS&nbsp;และแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;ภายในวันนี้&nbsp;และผู้ที่ทราบว่าได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้ว&nbsp;แต่ยังไม่ได้ทำสัญญากู้ยืมเงิน&nbsp;ลูกค้าสองกลุ่มนี้สามารถล็อกอินเข้าแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;เพื่อทำสัญญาฯ&nbsp;ได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><br></p><p><br></p>","26/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526121553059"],
    [202,"กระบี่ประชุมคณะกรรมการบริหารงานกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.ก.)กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ครั้งที่ 2/2564 ผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล (Video Conference System)","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วานนี้&nbsp;(&nbsp;25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;พันตำรวจโท&nbsp;หม่อมหลวงกิติบดี&nbsp;ประวิตร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;มอบหมายให้นายสมชาย&nbsp;หาญภักดีปฏิมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารงานกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ&nbsp;(ก.บ.ก.)&nbsp;กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;(กระบี่&nbsp;ตรัง&nbsp;พังงา&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;ระนอง&nbsp;และสตูล)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2564&nbsp;ผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล&nbsp;(Video&nbsp;Conference&nbsp;System)&nbsp;จากห้องประชุมคอซิมบี้&nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกลุ่มจังหวัดฝั่งอันดามันเข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบสรุปผลการดำเนินงานและติดตามเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;-&nbsp;2564,ผลการพิจารณางบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำ&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน,ปฏิทินการพิจารณางบประมาณรายจ่าย&nbsp;ตามร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ&nbsp;รายจ่ายประจำ&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565,การจัดทำแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;ระยะ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2566-2570)&nbsp;และการพิจารณาให้ความเห็นชอบการโอนสินทรัพย์ที่เกิดจากงบประมาณรายจ่ายของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน,เห็นชอบการโอนเปลี่ยนแปลงโครงการและการใช้เงินเหลือจ่ายตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนแผนงานโครงการให้บรรลุวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์โควิดและขับเคลื่อนเศรษฐกิจคู่การท่องเที่ยวต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","26/5/2021","ภาคใต้","กระบี่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526105133013"],
    [203,"พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ติดตามตลาดจำหน่ายกระเทียมของสหกรณ์แม่สะเรียง ส่งออกออนไลน์ 1 กิโล 1 ร้อย เพิ่มมูลค่าเป็นกระเทียมผง และแคปซูล","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางศุภมิตร&nbsp;เต็งเผ่&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้นางทัศนีย์&nbsp;กองแดง&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้าและ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการตลาดและการจำหน่ายกระเทียมสหกรณ์การเกษตรแม่สะเรียง&nbsp;จำกัด&nbsp;ซึ่งเข้าร่วมการจำหน่ายกระเทียมออนไลน์&nbsp;\"1&nbsp;คน&nbsp;1&nbsp;กิโล&nbsp;\"&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;เน้นการจำหน่ายคัดคุณภาพทุกหัว&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;สหกรณ์&nbsp;ได้เพิ่มมูลค่าด้านการตลาดกระเทียม&nbsp;เน้นการจำหน่าย&nbsp;กระเทียมที่มีคุณภาพดังนี้&nbsp;1.พัฒนาปรับปรุงคุณภาพ&nbsp;กระเทียมมัดจุกทำความสะอาดตัดราก&nbsp;และกระเทียมตัดลอนบรรจถุงตาข่าย&nbsp;เพื่อจำหน่ายยังตลาดปลายทาง&nbsp;พร้อมทั้งยังจำหน่ายทางออนไลน์&nbsp;กระเทียมออนไลน์&nbsp;\"1&nbsp;คน&nbsp;1&nbsp;กิโล\"&nbsp;ร่วมกับสำนักงานฯ&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;&nbsp;แปรรูปเป็นกระเทียมผงบรรจุขวดขนาด&nbsp;50&nbsp;กรัมราคา&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;กระเทียมผง&nbsp;บรรจุแคปซูลขนาด&nbsp;100&nbsp;เม็ด&nbsp;ราคา&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;โดยชูลักษณะพิเศษของกระเทียมเมืองแม่สะเรียงที่มีความเฉพาะตัวกระเทียมจะมีสีม่วงชัดเจน&nbsp;มาจากสารอัลลิเนสเอนไซม์&nbsp;และการปลูกที่มีช่วงเวลากลางวันยาวนานกว่ากลางคืน&nbsp;จะทำให้คุณสมบัติของกระเทียมมีกลิ่นฉุน&nbsp;ให้ความเผ็ดร้อนมากกว่ากระเทียมพื้นที่อื่น&nbsp;ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการขอใช้เครื่องหมาย&nbsp;อย.&nbsp;และเครื่องหมายรับรอง&nbsp;ฮาลาล&nbsp;ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่&nbsp;สหกรณ์การเกษตรแม่สะเรียง&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;053-681941&nbsp;เฟซบุ๊ก&nbsp;สหกรณ์การเกษตรแม่สะเรียง&nbsp;จำกัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","26/5/2021","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526105416014"],
    [204,"กรมการค้าต่างประเทศ ยืนยันวิธีการมอบให้สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยจัดหาข้าวและส่งมอบภายใต้สัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ไม่ใช่เรื่องใหม่ ","<p><strong>นายกีรติ&nbsp;รัชโน&nbsp;อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ</strong>&nbsp;ชี้แจงประเด็นข้อวิจารณ์การเรียกเก็บค่าการบริหารจัดการ&nbsp;จากผู้ส่งออกข้าวไทย&nbsp;ว่า&nbsp;วิธีการจัดหาข้าวและส่งมอบภายใต้สัญญา&nbsp;G&nbsp;to&nbsp;G&nbsp;ในปัจจุบันโดยรัฐบาลมอบสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยดำเนินการไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่&nbsp;และเป็นสิ่งที่ได้ดำเนินการมาหลายรัฐบาลที่มีการขายข้าว&nbsp;G&nbsp;to&nbsp;G&nbsp;มากว่า&nbsp;20&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติในการเจรจาและการทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ</p><p><strong>โดยมติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว&nbsp;(นบข.)</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย&nbsp;ปรับปรุงหรือจัดหาข้าวส่งมอบให้แก่รัฐบาลประเทศผู้ซื้อตามสัญญา&nbsp;G&nbsp;to&nbsp;G&nbsp;โดยให้กรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;ทำข้อตกลงความร่วมมือกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย&nbsp;ตามแบบข้อตกลงที่ผ่านการพิจารณาจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว&nbsp;สำหรับการเรียกเก็บค่าบริหารจัดการตันละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;จากสมาชิกสมาคมฯนั้น&nbsp;เป็นเรื่องภายในของสมาคมฯดำเนินการ&nbsp;ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งสมาคมฯได้ดำเนินการชี้แจงรายละเอียดผ่านสื่อแล้ว</p><p><br></p><p><br></p>","26/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526123313079"],
    [205,"การค้าอำเภอสังขละบุรีกลับมากระเตื้องอีกครั้ง จากมาตรการเยียวยาผลกระทบโควิด-19","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การค้าขายในอำเภอสังขละบุรี&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรีเริ่มกลับมากระเตื้องอีกครั้ง&nbsp;เนื่องจากมาตรการเยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;โครงการเราชนะ&nbsp;และโครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;ที่ได้เริ่มโอนเงินให้ประชาชนได้จับจ่ายใช้สอยตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;และ&nbsp;24&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวดาริกา&nbsp;สร้อยทอง&nbsp;หนึ่งในแม่ค้าร้านขายเนื้อหมูตลาดสดสังขละบุรีที่เข้าร่วมโครง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ลูกค้าเริ่มกลับมาแล้วในช่วง&nbsp;2-3&nbsp;วัน&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;หลังจากซบเซาไปช่วงหนึ่ง&nbsp;โดยลูกค้าที่กลับมามีการใช้จ่ายเยอะขึ้น&nbsp;วงเงินสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งส่วนหนึ่งจะซื้อสินค้าที่นำไปกักตุนได้&nbsp;เช่น&nbsp;อาหารแห้ง&nbsp;ซึ่งตนดีใจที่มีโครงการการนี้ต่อ&nbsp;เพราะลูกค้าบางคนรอเงินจากโครงการนี้จึงมาจับจ่ายใช้สอยจากที่ไม่กล้านำเงินที่มีมาใช้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการเราชนะ&nbsp;และโครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน&nbsp;จะได้รับเงินไปใช้จ่ายเพิ่มเติมคนละ&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;สามารถใช้ได้ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ร้านธงฟ้าประชารัฐ&nbsp;และร้านค้ารวมถึงขนส่งสาธารณะที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ในส่วนอำเภอสังขละบุรีมีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกว่า&nbsp;400&nbsp;ร้าน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","26/5/2021","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สวท.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526142139143"],
    [206,"จังหวัดชลบุรี  รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตรวจเยี่ยมเรือสินค้า MSC Amsterdam แก้ตู้สินค้าส่งออกขาดแคลน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ตรวจเยี่ยมเรือสินค้า&nbsp;MSC&nbsp;Amsterdam&nbsp;และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนตู้สินค้า&nbsp;ณ&nbsp;ท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;อําเภอศรีราชา&nbsp;จังหวัดชลบุรี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สถานการการส่งออกของไทย&nbsp;โดยเฉพาะในปี&nbsp;2564&nbsp;ตัวขับเคลื่อนสำคัญคือการส่งออกและต้นปีนี้การส่งออกก็เป็นบวก&nbsp;เดือนมีนาคมเป็นบวกถึง&nbsp;8.47%&nbsp;และเดือนเมษายนบวกถึง&nbsp;13.09%&nbsp;และยังมีแนวโน้มที่ดีขึ้น&nbsp;การส่งออกเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;การแก้ปัญหาการส่งออกจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ&nbsp;การส่งออกประกอบด้วย&nbsp;การขนสินค้าทางบก&nbsp;ทางอากาศและทางเรือ&nbsp;การขนส่งสินค้าทางเรือมีประเด็นปัญหาคือตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสินค้าเพื่อลงเรือส่งออกขาดแคลนเนื่องจากก่อนเกิดสถานการณ์โควิดมีการส่งสินค้าไปสหรัฐและสหภาพยุโรปจำนวนมากแต่ส่งสินค้ากลับมาน้อย&nbsp;ตู้ไปค้างอยู่ที่สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป&nbsp;แต่ประเทศจีนมีศักยภาพสามารถนำตู้ไปใช้ในการส่งออกได้มาก&nbsp;สำหรับประเทศไทยเมื่อผมได้ประชุม&nbsp;กรอ.พาณิชย์&nbsp;การท่าเรือร่วมกับภาคเอกชนมาโดยใกล้ชิดได้ข้อสรุปว่าจากนี้ไปเราจะแก้ปัญหาโดยจะเปิดโอกาสให้เรือขนาดใหญ่เข้ามาแหลมฉบังให้เรือขนาด&nbsp;300-400&nbsp;เมตรเข้ามาเทียบท่าได้จะช่วยให้&nbsp;เราสามารถไปปลายทางได้เลยช่วยลดต้นทุนสามารถขนตู้เปล่าและตู้ที่มีสินค้าเข้ามา&nbsp;จะมีตู้เปล่าที่ส่งสินค้าออกได้มากขึ้น&nbsp;หลังจากที่ตนเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้การท่าเรือแก้ประกาศจับประกาศใหม่อนุญาตให้เรือ&nbsp;300-400&nbsp;เมตร&nbsp;เข้าเทียบท่าได้&nbsp;มีมาหลายลำแล้วตั้งแต่วันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;และ&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;20&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;และวันที่&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;เป็นลำใหญ่ขนาด&nbsp;399&nbsp;เมตร&nbsp;สามารถบรรทุกตู้เข้ามาได้ประมาณ&nbsp;12,000&nbsp;ตู้&nbsp;และวันนี้เรือสินค้า&nbsp;MSC&nbsp;Amsterdam&nbsp;ขนาด&nbsp;399&nbsp;เมตร&nbsp;สามารถบรรทุกตู้เปล่าเข้ามาได้ประมาณ&nbsp;4,000&nbsp;ตู้&nbsp;สามารถบรรจุสินค้าลงไปได้ประมาณ&nbsp;80,000&nbsp;ตัน&nbsp;คิดเป็นมูลค่าสินค้าที่ส่งออกประมาณ&nbsp;6,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และยังมีอีกสองลำที่จะเข้ามาวันที่&nbsp;2&nbsp;มิถุนายน&nbsp;395&nbsp;เมตรและ&nbsp;19&nbsp;มิถุนายน&nbsp;398&nbsp;เมตร</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;\"&nbsp;รวมแล้วทั้งหมดจะเป็น&nbsp;7&nbsp;ลำ&nbsp;สามารถบรรทุกตู้เปล่าเข้ามาประมาณ&nbsp;23,000&nbsp;ตู้&nbsp;สามารถขนสินค้าออกไปได้ประมาณ&nbsp;458,000&nbsp;ตัน&nbsp;รวมมูลค่าให้การส่งออกเพิ่มขึ้นจากการได้ตู้เปล่าประมาณ&nbsp;35,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;คือผลที่เป็นรูปธรรมจากการร่วมกันแก้ปัญหาระหว่างกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ภาคเอกชนและกรมเจ้าท่า</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะนี้ตู้เริ่มเข้าสู่สภาวะสมดุลความต้องการใช้ตู้เปล่าเดือนหนึ่งประมาณ&nbsp;128,000&nbsp;ตู้&nbsp;เรามีตู้ประมาณ&nbsp;130,000&nbsp;ตู้&nbsp;เริ่มเข้าสู่สภาวะสมดุลแล้ว&nbsp;แต่ต้องติดตามสถานการณ์และกรมเจ้าท่าต้องอำนวยความสะดวกโดยเร็วที่สุด&nbsp;เปิดโอกาสให้เรือขนาดใหญ่เอาตู้เปล่าเข้ามาและเราส่งสินค้าออกไปได้มากขึ้นจะช่วยให้ตัวเลขส่งออกของเราเป็นบวกได้ต่อและจะเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผมเชื่อว่าศักยภาพการส่งออกสินค้าไทยไปต่างประเทศยังมีเพิ่มขึ้น&nbsp;ภาคเอกชนสายการเดินเรือต้องเข้ามาช่วยในการจัดหาตู้และกรมเจ้าท่าต้องอนุญาตโดยเร็วในการดำเนินการ&nbsp;และได้มีประกาศใหม่ให้ใบอนุญาตสำหรับเรือขนตู้ขนาด&nbsp;300-400&nbsp;เมตรภายในเวลา&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;แต่ตนจะไปเจรจาว่าทำไมไม่เป็นตลอดไปเพราะการส่งออกยังเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญ&nbsp;หากจำเป็นต้องปรับปรุงร่องน้ำหรือปรับปรุงอุปกรณ์อำนวยความสะดวก&nbsp;ก็จะต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อแลกกับตัวเลขการส่งออกที่นำรายได้เข้าประเทศตนเชื่อว่าคุ้มแน่นอน&nbsp;\"&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บัณฑิต&nbsp;มันปาฏิ....ภาพ/ข่าว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","26/5/2021","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526182530211"],
    [207,"กระทรวงพลังงานเร่งเดินหน้าแผนพลังงานแห่งชาติ เน้นพลังงานสะอาด สร้างชาติ สร้างเศรษฐกิจ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายกุลิศ&nbsp;สมบัติศิริ&nbsp;ปลัดกระทรวงพลังงาน</strong>&nbsp;ชี้แจงความก้าวหน้าการจัดทำแผนพลังงานแห่งชาติว่า&nbsp;ตามที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ได้มีมติเห็นชอบกรอบแผนพลังงานแห่งชาติ&nbsp;(National&nbsp;Energy&nbsp;Plan)&nbsp;และให้&nbsp;กระทรวงพลังงาน&nbsp;จัดทำรายละเอียดเพื่อเสนอต่อ&nbsp;กบง.&nbsp;นั้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะนี้&nbsp;กระทรวงพลังงาน&nbsp;โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน&nbsp;(สนพ.)&nbsp;อยู่ระหว่างเร่งยกร่างรายละเอียดแผนพลังงานแห่งชาติ&nbsp;ที่สอดคล้องกับแนวทางมุ่งไปสู่พลังงานสะอาดที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ&nbsp;ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางการพัฒนาพลังงานที่สำคัญ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้านไฟฟ้า&nbsp;</strong>เน้นการเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนและพลังงานสะอาด&nbsp;ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;พัฒนาและยกระดับเทคโนโลยีระบบไฟฟ้า&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้านก๊าซธรรมชาติ&nbsp;</strong>จะเน้นการเปิดเสรีและการจัดหาเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับระบบพลังงานประเทศ&nbsp;ซึ่งกระทรวงพลังงาน&nbsp;จะต้องวางแผนสร้างสมดุลระหว่างการจัดหาในประเทศและการนำเข้า&nbsp;LNG&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้านน้ำมัน</strong>&nbsp;ยังคงเป็นเชื้อเพลิงหลักของประเทศในปัจจุบัน&nbsp;แต่จะได้รับผลกระทบจากการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่ขยายตัวขึ้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้านพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;</strong>จะมีการปรับเป้าหมายการผลิตและการใช้พลังงานทดแทน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;หาก&nbsp;สนพ.&nbsp;จัดทำรายละเอียดการดำเนินการแล้วเสร็จ</strong>&nbsp;กระทรวงพลังงานจะเร่งนำเสนอ&nbsp;กบง.&nbsp;และคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ&nbsp;(กพช.)&nbsp;ให้ความเห็นชอบก่อนให้&nbsp;สนพ.&nbsp;เปิดรับฟังความคิดเห็นถึงแนวทางการขับเคลื่อนกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเพื่อให้การขับเคลื่อนแผนพลังงานแห่งชาติได้รับข้อเสนอแนะอย่างรอบด้านและเป็นทิศทางการพัฒนาร่วมกันของทุกฝ่ายในประเทศ</p>","27/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527162419566"],
    [208,"อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยโควิด-19 กระทบความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจ ส่งผลยื่นขอจดทะเบียนบริษัทตัเงใหม่เดือนเมษายนลดลงร้อยละ 32","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายทศพล&nbsp;ทังสุบุตร&nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;</strong>เปิดเผยการจดทะเบียนธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจำเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;ว่า&nbsp;มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศจำนวน&nbsp;5,972&nbsp;รายลดลงร้อยละ&nbsp;32&nbsp;เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน&nbsp;20,697&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด&nbsp;3&nbsp;อันดับแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป&nbsp;รองลงมา&nbsp;คือ&nbsp;ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์&nbsp;และธุรกิจในภัตตาคาร-ร้านอาหาร&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ส่วนธุรกิจเลิกประกอบกิจการ&nbsp;เดือนเมษายนมี&nbsp;612&nbsp;ราย</strong>&nbsp;มูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน&nbsp;5,162&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเลิกกิจการในช่วง&nbsp;5&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การลดลงของจำนวนการจดทะเบียนนิติบุคคลจัดตั้งใหม่ในเดือนเมษายน&nbsp;อาจมีผลมาจากการระบาดของโควิด-19&nbsp;ที่ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจลดลง&nbsp;และ&nbsp;เมื่อพิจารณาการลดลงของจำนวนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในแต่ละภาคธุรกิจพบว่าส่วนใหญ่มีแนวโน้มลดลงเช่นเดียวกัน&nbsp;โดยธุรกิจที่มีจำนวนการจดทะเบียนจัดตั้งลดลงมากที่สุด&nbsp;อาทิ&nbsp;ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป,&nbsp;ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์&nbsp;แลพธุรกิจขายปลีกสินค้าอื่นๆในร้านค้าทั่วไป&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ส่งผลให้ยอดรวมธุรกิจตั้งใหม่ในช่วง&nbsp;4&nbsp;เดือนของปี&nbsp;2564&nbsp;มีจำนวน&nbsp;29,361&nbsp;ราย&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;25&nbsp;ทุนจดทะเบียน&nbsp;90,772.57&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;13&nbsp;ส่วนธุรกิจเลิกกิจการ&nbsp;3,090&nbsp;ราย&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;22&nbsp;ทุนจดทะเบียน&nbsp;24,990&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;37&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;กรมฯ&nbsp;มั่นใจว่า&nbsp;แผนการกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ที่ปัจจุบันมีความชัดเจนมากขึ้น&nbsp;และจะเริ่มฉีดวัคซีนให้กับบุคคลกลุ่มเสี่ยงสูง&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;และประชาชนทั่วไป&nbsp;ที่จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;จะส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในครึ่งปีหลังฟื้นตัวขึ้น&nbsp;และจะทำให้มีการจดตั้งธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย&nbsp;โดยกรมฯ&nbsp;ได้ปรับประมาณการเป้าหมายทั้งปีใหม่จากเดิม&nbsp;64,000-65,000&nbsp;เพิ่มเป็น&nbsp;67,000-69,000&nbsp;ราย</p>","27/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527161922560"],
    [209,"สํานักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเบตงติดตามกลุ่มขนมอบออนไลน์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่บ้านยะรม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลยะรม&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;นายประเทือง&nbsp;ทองกิ้ม&nbsp;พัฒนาการอำเภอเบตง&nbsp;มอบหมายนางสาวการุณี&nbsp;มีทอง&nbsp;พัฒนากรประจำตำบลยะรม&nbsp;และนายอัมพูวัน&nbsp;เวาะมะ&nbsp;นักพัฒนารัฐบาลดิจิทัล&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามโครงการที่ได้รับการอนุมัติขอรับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีของอำเภอเบตง&nbsp;ประเภทเงินทุนหมุนเวียน&nbsp;(เงินกู้)&nbsp;ของกลุ่มขนมอบออนไลน์&nbsp;ได้รับเงินสนับสนุนจำนวน&nbsp;120,000&nbsp;บาท&nbsp;ในการผลิตขนมอบ&nbsp;เช่น&nbsp;ขนมปังอบไส้ต่างๆ&nbsp;ขนมโรตียาลอ&nbsp;ขนมกลีบลำดวน&nbsp;ขนมกระหรี่บั๊บ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อการประกอบอาชีพ&nbsp;การสร้างงาน&nbsp;การสร้างรายได้แก่กลุ่มขนมอบออนไลน์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;พัฒนากรประจำตำบล&nbsp;แนะนำการเพิ่มไส้ของขนมต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ไส้ชาไท&nbsp;ไส้ชาเขียว&nbsp;ไส้ช็อคโกแลต&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และการผลิตสติกเกอร์ขนมให้มีความทันสมัย&nbsp;มีลักษณะโดดเด่น&nbsp;สะดุดตาต่อกลุ่มผู้บริโภคต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","27/5/2021","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527150527483"],
    [210,"อพท.7 ประสานพลัง 6 ภาคีสำคัญ ลงนามความร่วมมือพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี จ.สุพรรณบุรี","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้(27&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ประธานคณะกรรมการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์สุพรรณบุรี&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ในจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;โดย&nbsp;สำนักงานพื้นที่พิเศษ&nbsp;7&nbsp;(เมืองโบราณอู่ทอง)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรีจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เดินหน้าสู่เวทีเครือข่ายเมืองดนตรีแห่งองค์การยูเนสโก&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมขุนแผน&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สมจินต์&nbsp;ชาญกระบี่&nbsp;ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษ&nbsp;7&nbsp;ในฐานะคณะกรรมการและเลขานุการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์สุพรรณบุรี&nbsp;ได้บูรณาการความร่วมมือหลายภาคส่วนราชการในจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง&nbsp;(MOU)&nbsp;ว่าด้วยการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรีจังหวัดสุพรรณบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยได้รับเกียรติจากผู้แทนส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ในจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายบุญชู&nbsp;จันทร์สุวรรณ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.พิศิษฐ์&nbsp;พลธนะ&nbsp;ผู้อํานวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสุพรรณบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสรวีย์&nbsp;ดอกกุหลาบ&nbsp;ผู้อํานวยการโรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูลจังหวัดสุพรรณบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางวราภรณ์&nbsp;เมฆขาว&nbsp;ผู้อํานวยการศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;ดร.สมจินต์&nbsp;ชาญกระบี่&nbsp;ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษ&nbsp;7</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะนี้&nbsp;อพท.7&nbsp;ได้ร่วมขับเคลื่อนการประสาน&nbsp;ส่งเสริม&nbsp;และสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;และเครือข่ายทางดนตรีอย่างเต็มที่&nbsp;เพื่อให้โครงการเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรีจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;สำเร็จลุล่วงตามนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองดนตรีจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;โดยบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะช่วยส่งเสริม&nbsp;พัฒนาองค์ความรู้&nbsp;การเรียนการสอนให้กับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ&nbsp;(children&nbsp;with&nbsp;special&nbsp;needs)&nbsp;ได้มีพัฒนาการที่ดีและสร้างสรรค์&nbsp;อันจะนำไปสู่การเป็นเมืองแห่งความสุข&nbsp;(City&nbsp;of&nbsp;Happiness)&nbsp;ของจังหวัดสุพรรณบุรีในอนาคตต่อไป</p>","27/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527162843570"],
    [211,"นครพนมร่วมกิจกรรม จิตอาสา ทำความสะอาด สวนหลวง ร.9 ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(27&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;จิตอาสากู้ภัยศรีสัตตนครพนม&nbsp;ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองนครพนม&nbsp;ร่วมกิจกรรมจิตอาสาทำความสะอาด&nbsp;สวนหลวง&nbsp;ร.9&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานจิตอาสา&nbsp;เช่น&nbsp;เทศบาลเมืองนครพนม&nbsp;ทหารเรือตามลำแม่น้ำโขง&nbsp;นรข.&nbsp;และชมรมนกเป็ดน้ำร่วมด้วยช่วยกัน&nbsp;ตั้งปณิภาณทำความดีด้วยหัวใจ&nbsp;และจะทำต่อไปอีกหลายพื้นที่ในจังหวัดนครพนม&nbsp;เพื่อสืบสานปฏิธาณ&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;ในหลวงรัชกาลที่&nbsp;10&nbsp;ที่มีต่อพ่อหลวง&nbsp;ร.9&nbsp;ตลอดไปและขยายผลไปทุกที่&nbsp;ที่มีโอกาส&nbsp;พร้อมเชิญชวนทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;สถานบริการ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;มาเป็นจิตอาสา&nbsp;ทำให้จังหวัดนครพนม&nbsp;สมกับเป็นเมืองศักดิ์สิทธิที่สุด&nbsp;สวยที่สุด&nbsp;งามที่สุด&nbsp;ที่จังหวัดนครพนม&nbsp;เมื่อการระบาดโรคโควิด-19&nbsp;หมดไป&nbsp;การท่องเที่ยวก็จะกลับมาทำให้เมืองนครพนมมากไปด้วยนักท่องเที่ยวอีกเช่นเคย&nbsp;เป็นการเตรียมความพร้อมตลอดเวลา&nbsp;และเป็นการป้องกันการระบาดโรคโควิด-19&nbsp;ที่ทำให้บ้านเมืองสะอาดปราศจากเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","27/5/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527175938604"],
    [212,"จังหวัดสุรินทร์ตรวจสอบปริมาณและมูลค่าข้าวของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 3 ราย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุทธิศักดิ์&nbsp;พรหมบุตร&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ร่วมกับคณะทำงานตรวจสอบเอกสารและสต๊อกข้าวตามโครงการชดเชยดอกเบี้ยแก่ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2563/64&nbsp;ครั้งที่&nbsp;7/2564&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฯ&nbsp;ได้ตรวจสอบปริมาณและมูลค่าข้าวของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งมีตั๋วสัญญาใช้เงินรวม&nbsp;9&nbsp;ฉบับ&nbsp;มูลค่า&nbsp;78.2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ปริมาณข้าวเปลือกและข้าวสารรวมทั้งสิ้น&nbsp;8,400&nbsp;ตัน&nbsp;ผลการตรวจสอบของผู้ประกอบการทั้ง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ดำรงสต๊อกข้าวครอบคลุมตามมูลค่าตั๋วสัญญาใช้เงินที่ขอยื่นเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ดังกล่าว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","28/5/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528094452697"],
    [213,"ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้แจงสภาฯ เหตุออก พ.ร.ก. ฟื้นฟูฯ 3.5 แสนล้านบาท ช่วยผู้ประกอบการ ย้ำจำเป็นเร่งด่วนหวังบรรเทาความเดือดร้อน ","<p><strong>นายเศรษฐพุฒิ&nbsp;สุทธิวาทนฤพุฒิ&nbsp;ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธปท.)&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;วานนี้&nbsp;(27&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า&nbsp;พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;(พ.ร.ก.&nbsp;ฟื้นฟูฯ)&nbsp;จะช่วยเติมเต็มความช่วยเหลือให้กับธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;โดยกลไกของมาตรการช่วยเหลือตาม&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;นี้&nbsp;ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจได้จริง&nbsp;สอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;ผ่านการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน&nbsp;โดย&nbsp;ธปท.&nbsp;ยังคงทำงานร่วมกับสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อเร่งผลักดันให้ธุรกิจได้รับความช่วยเหลือมากขึ้นและทันการณ์</p><p>โดยมาตรการทางการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องแก่ภาคธุรกิจ&nbsp;ภายใต้&nbsp;พ.ร.ก.ซอฟต์โลน&nbsp;ที่ออกมาก่อนหน้านี้&nbsp;เน้นเยียวยาระยะสั้นและเร่งด่วน&nbsp;เพราะประเมินว่าสถานการณ์ระบาดแม้จะส่งผลรุนแรง&nbsp;แต่จะคลี่คลายได้ในระยะเวลาไม่นาน&nbsp;แต่สถานการณ์ปัจจุบันยังมีความไม่แน่นอนสูง&nbsp;มาตรการเดิมที่มีอยู่จึงยังไม่เพียงพอ&nbsp;รวมทั้งการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขใน&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;ซอฟต์โลนเดิม&nbsp;ให้รองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปทำได้ยากและใช้เวลานาน<strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>ธปท.&nbsp;และกระทรวงการคลัง&nbsp;</strong>เห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการออก&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;ฟื้นฟูฯ&nbsp;นี้&nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือธุรกิจ&nbsp;SMEs&nbsp;ต่อเนื่องจาก&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;ซอฟต์โลนฉบับเดิม&nbsp;พร้อมปรับปรุงเงื่อนไขต่างๆ&nbsp;ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ช่วยเหลือลูกหนี้ได้มากขึ้น&nbsp;รวมทั้งมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขเพื่อรองรับตามสถานการณ์ในระยะข้างหน้าหากจำเป็น&nbsp;ประกอบด้วยมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูวงเงิน&nbsp;250,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อเติมสภาพคล่องใหม่และโครงการพักทรัพย์&nbsp;พักหนี้&nbsp;วงเงิน&nbsp;100,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อปลดภาระหนี้ให้กับลูกหนี้ที่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกัน</p><p><strong>ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;วงเงิน&nbsp;350,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;ฟื้นฟูฉบับนี้&nbsp;ไม่ได้เป็นการกู้เงินของรัฐบาล&nbsp;และไม่ได้เป็นหนี้สาธารณะ&nbsp;แต่เป็น&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;ที่ให้อำนาจ&nbsp;ธปท.&nbsp;เป็นการชั่วคราว&nbsp;ให้สามารถบริหารจัดการสภาพคล่องในระบบการเงินและระบบเศรษฐกิจ&nbsp;ให้กระจายตัวไปยังผู้ที่ต้องการได้ตรงจุดมากขึ้น&nbsp;เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;ธปท.&nbsp;จะได้รับสภาพคล่องเหล่านั้นกลับคืนมา&nbsp;ส่วนที่รัฐบาลรับภาระจะมีเฉพาะดอกเบี้ยในช่วง&nbsp;6&nbsp;เดือนแรก&nbsp;และความเสียหายที่ร่วมรับภาระกับสถาบันการเงินผ่านกลไก&nbsp;บสย.&nbsp;ในกรณีที่ลูกหนี้กลายเป็นหนี้เสีย&nbsp;จึงเป็นการออกแบบกลไกเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของลูกหนี้ให้ได้มากที่สุด&nbsp;โดยไม่สร้างภาระการคลังให้กับรัฐบาลมากจนเกินควร</p><p><br></p><p><br></p>","28/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528121119823"],
    [214,"พาณิชย์ลำปาง ส่งมอบผลผลิตสับปะรดล็อตแรกสู่ผู้บริโภค ช่วยเหลือเกษตรกรช่วงโควิด-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางศรีสุรางค์&nbsp;หล้าส่องสี&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;ดำเนินการส่งมอบผลผลิตสับปะรดจากเกษตรกรชาวไร่สับปะรด&nbsp;ตำบลบ้านเสด็จ&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;(เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ผู้ปลูกสับปะรดจังหวัดลำปาง)&nbsp;ล็อตแรกจำนวน&nbsp;52&nbsp;ลูก&nbsp;ประมาณ&nbsp;150&nbsp;กว่ากิโลกรัม&nbsp;(ราคาจำหน่าย&nbsp;20&nbsp;บาท/ลูก&nbsp;ขนาด&nbsp;2-3&nbsp;กิโลกรัม/ลูก)&nbsp;ให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในจังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมจะดำเนินการเชื่อมโยงกระจายผลผลิตอย่างต่อเนื่องต่อไปตลอดฤดูกาล&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;จึงเชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนเกษตรกรชาวไร่สับปะรดบ้านเสด็จ&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบการจำหน่ายผลผลิตจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","28/5/2021","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528112301772"],
    [215,"ผู้ว่าฯ ตรัง  ลงพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อมในการโอนเปลี่ยนแปลงโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 และการดำเนินโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อมในการโอนเปลี่ยนแปลงโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;และการดำเนินโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;1.โครงการปรับปรุงผิวจราจรถนนแบบพาราแอสฟัลท์คอนกรีตแยกทางหลวง&nbsp;4235&nbsp;บ้านหินคอกควาย&nbsp;ตำบลบ้านนา&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;2.โครงการปรับปรุงผิวจราจรถนนพาราแอสฟัลท์คอนกรีต&nbsp;สายทาง&nbsp;ตง.ก&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;0016&nbsp;สายบ้านทุ่งเกาะยวน&nbsp;-&nbsp;บ้านโคกทรายเหนือ&nbsp;ตำบลหนองบ่อ&nbsp;-&nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;เป็นเพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;ภายใต้แผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน&nbsp;โดยการส่งเสริมตลาดสำหรับผลผลิต&nbsp;และผลิตภัณฑ์ของธุรกิจชุมชนที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวหรือภาคบริการอื่น&nbsp;การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในชุมชน&nbsp;การจัดหาปัจจัยการผลิตและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและชุมชน&nbsp;รวมทั้งการสร้างการเข้าถึงช่องทางการตลาดพร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานคุณภาพและมูลค่าเพิ่มของสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและชุมชน&nbsp;ที่มาจากความต้องการของพื้นที่&nbsp;(Bottom-up)&nbsp;และผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;ด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","28/5/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528112422773"],
    [216,"กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ  เดินหน้านโยบาย ตลาดนำการผลิต เสริมแกร่งผู้ประกอบการไทย จัดกิจกรรมจับคู่นวัตกรรมยกระดับสินค้า ","<p><strong>นายสมเด็จ&nbsp;สุสมบูรณ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมฯ&nbsp;ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(สกสว.)&nbsp;และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ&nbsp;(บพข.)&nbsp;ภายใต้การกำกับของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ&nbsp;(สอวช.)&nbsp;จัดกิจกรรมส่งเสริมและต่อยอดนวัตกรรมสู่การค้าระหว่างประเทศ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;เพื่อเสริมแกร่งให้กับผู้ประกอบการไทยได้มีการจับคู่นำงานวิจัย&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;และความคิดสร้างสรรค์&nbsp;มาใช้ยกระดับสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและเพิ่มโอกาสในการส่งออกทำรายได้เข้าประเทศ&nbsp;ตามยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต</p><p><strong>สำหรับการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว</strong>&nbsp;จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีความต้องการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด&nbsp;ยกระดับคุณภาพสินค้าให้ดียิ่งขึ้นด้วยการนำการวิจัย&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;โดยความร่วมมือจากหน่วยงานนวัตกรรมของภาครัฐที่จะมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาศักยภาพสินค้าตั้งแต่ต้นทางจนถึงสินค้าต้นแบบสำเร็จ&nbsp;โดยปีนี้ตั้งเป้ารับสมัครผู้ประกอบการจำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อเข้าร่วมการพัฒนาสินค้า&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้กรมฯ&nbsp;ยังได้จัดทำแบบสำรวจความต้องการในการพัฒนาสินค้า&nbsp;</strong>ด้วยการวิจัย&nbsp;&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;และความต้องการของตลาด&nbsp;เพื่อรวบรวมความคิดเห็นและความต้องการในการพัฒนาสินค้าของผู้ประกอบการโดยจะสรุปผลการสำรวจความต้องการดังกล่าว&nbsp;เพื่อจัดหานักวิจัย&nbsp;ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเข้าร่วมให้คำแนะนำให้ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ</p><p><br></p><p><br></p>","28/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528120409814"],
    [217,"รมว.คลังแจง พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 และฟื้นฟูเศรษฐกิจ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;ชี้แจงเกี่ยวกับ&nbsp;พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;(พ.ร.ก.กู้เงินช่วยโควิด-19&nbsp;ฉบับที่&nbsp;2)&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;5&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;โดยเน้นการใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์&nbsp;3&nbsp;แผนงาน&nbsp;แต่กรณีที่จำเป็นสามารถปรับกรอบวงเงินภายใต้&nbsp;3&nbsp;แผนงานได้&nbsp;เพื่อให้ได้ตามวัตถุประสงค์และเพื่อเข้าไปเสริมกับ&nbsp;พ.ร.ก.กู้เงินช่วยโควิด-19&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2563&nbsp;จำนวน&nbsp;1.9&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;(ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;2563)&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แผนงานการใช้วงเงินกู้ตาม&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;กู้เงินช่วยโควิด-19&nbsp;ฉบับที่&nbsp;2&nbsp;มีดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;แผนงานเพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;30,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อใช้จ่ายเกี่ยวกับการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;เพื่อช่วยเหลือ&nbsp;เยียวยา&nbsp;และชดเชย&nbsp;ให้แก่ประชาชนทุกสาขาอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;วงเงิน&nbsp;300,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;วงเงิน&nbsp;170,000&nbsp;ล้านบาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่า&nbsp;จากสถานการณ์โรคโควิด-19&nbsp;ที่แพร่กระจายและรุนแรง&nbsp;รัฐบาลจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องเตรียมงบประมาณเพิ่มเติม&nbsp;หรือเสริมเข้าไปกับ&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;กู้เงินช่วยโควิด-19&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;เพื่อรองรับผลกระทบจากการระบาดระลอกใหม่&nbsp;เนื่องจากแหล่งเงินงบประมาณที่นำมาใช้แก้ปัญหามีจำกัดและไม่เพียงพอจากการระบาดระลอกใหม่นี้&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;กู้เงินช่วยโควิด-19&nbsp;ฉบับที่&nbsp;2&nbsp;อีก&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;แสนล้านบาทนี้จะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยในปี&nbsp;2564&nbsp;และปี&nbsp;2565&nbsp;ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก&nbsp;1.5%&nbsp;จากที่ประมาณการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวอยู่ในช่วง&nbsp;1.5-2.5%&nbsp;ต่างจากปีที่แล้ว&nbsp;ซึ่งได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะติดลบที่-8%&nbsp;แต่เมื่อมีมาตรการต่างๆ&nbsp;มาช่วยเหลือภาคธุรกิจ&nbsp;เช่น&nbsp;เงินกู้&nbsp;Soft&nbsp;Loan&nbsp;ทำให้เศรษฐกิจไทย&nbsp;ติดลบน้อยลงจาก-8%&nbsp;เป็น-6%&nbsp;ซึ่งในปีนี้&nbsp;และปีหน้า&nbsp;เมื่อมีเงินก้อนนี้มาใช้ในการดำเนินการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ก็จะน่าจะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ดีขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยืนยันว่าการกู้เงินครั้งนี้รัฐบาลมีการดำเนินการอย่างระมัดระวังไม่ให้เกินกรอบเพดานหนี้สาธารณะที่กำหนดไว้&nbsp;โดยคาดการณ์ว่าเมื่อกู้เต็มวงเงินในเดือนกันยายน&nbsp;2564&nbsp;หนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะอยู่ที่&nbsp;58.56%&nbsp;ต่อจีดีพี&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2563&nbsp;รัฐบาลได้ออก&nbsp;พ.ร.ก.กู้เงิน&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;1.9&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;การเยียวยาฟื้นฟูและด้านสาธารณสุขจำนวน&nbsp;1&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;และอีก&nbsp;9&nbsp;แสนล้านบาทเข้ามาช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว&nbsp;มีผลตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;พ.ค.&nbsp;2564&nbsp;โดยใจความสำคัญเพื่อประโยชน์&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จากการระบาดของโควิด-19&nbsp;ที่ยังไม่ยุติลง&nbsp;โดยให้กระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศ&nbsp;หรือออกตราสารหนี้ในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย&nbsp;มีมูลค่ารวมกันไม่เกิน&nbsp;500,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยต้องลงนาม&nbsp;ในสัญญากู้เงิน&nbsp;หรือออกตราสารหนี้&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;2564</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","28/5/2021","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528135904852"],
    [218,"พาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชน Lot 11 ช่วยเหลือร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ","<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;</strong>เปิดเผยภายหลังการเปิดตัวโครงการ&nbsp;พาณิชย์ลดราคา!&nbsp;ช่วยประชาชน&nbsp;Lot&nbsp;11&nbsp;(Food&nbsp;Delivery)&nbsp;ว่า&nbsp;&nbsp;ได้ประชุมร่วมกับแพลตฟอร์ม&nbsp;5&nbsp;แพลตฟอร์มที่ให้บริการ&nbsp;Food&nbsp;Delivery&nbsp;ได้แก่&nbsp;Robinhood&nbsp;foodpanda&nbsp;Grab&nbsp;Gojek&nbsp;และ&nbsp;Lineman&nbsp;ตัวแทนร้านอาหารทั่วประเทศและผู้แทนสถาบันการเงิน&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อช่วยเหลือร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;และ&nbsp;ผู้บริโภคที่ซื้ออาหารผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ&nbsp;โดยผู้ประกอบการร้านอาหารจะลดค่า&nbsp;GP&nbsp;ที่แพลตฟอร์มคิดกับร้านอาหารเหลือร้อยละ&nbsp;25&nbsp;จากเดิมเฉลี่ยร้อยละ&nbsp;35-25&nbsp;ยกเว้น&nbsp;Robinhood&nbsp;ไม่คิดค่า&nbsp;GP&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;foodpanda&nbsp;ไม่คิดค่า&nbsp;GP&nbsp;สำหรับร้านใหม่&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้บริโภค&nbsp;จะลดราคาอาหารที่ขายผ่านแพลตฟอร์มสูงสุดร้อยละ&nbsp;60&nbsp;และจะลดค่าขนส่งในช่วง&nbsp;3-5&nbsp;กิโลเมตรแรก&nbsp;ลดสูงสุดจาก&nbsp;40&nbsp;บาทเหลือ&nbsp;0&nbsp;บาท&nbsp;ยกเว้น&nbsp;&nbsp;Lineman&nbsp;ที่ยังคิดค่าบริการโดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;1-30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;สำหรับค่า&nbsp;GP&nbsp;ส่วนค่าอาหารจะลดทั่วประเทศ&nbsp;โดยผู้ประกอบการแพลตฟอร์มจะสูญเสียรายได้ประมาณ&nbsp;250-350&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่า&nbsp;2,000&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้จัดโครงการแมตช์ชิ่งเงินกู้ให้กับร้านอาหารทั่วประเทศ&nbsp;</strong>โดยกระทรวงฯ&nbsp;จะเป็นตัวกลางช่วยร้านอาหารให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและปลอดหลักทรัพย์ในบางกรณี&nbsp;&nbsp;โดยสถาบันการเงินจะให้ข้อมูลกับร้านอาหารที่สนใจเข้าถึงแหล่งเงินกู้วันที่&nbsp;1-6&nbsp;มิถุนายนนี้ในรูปแบบออนไลน์&nbsp;และต่างจังหวัดจะให้พาณิชย์จังหวัดเป็นผู้ดำเนินการให้ร้านอาหารที่สนใจสอบถามข้อมูลจากสถาบันการเงิน&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกันจะจัดให้มีการจับแมตช์ชิ่งให้ยื่นเรื่องเพื่อขอกู้เงิน&nbsp;</strong>ตามเงื่อนไขทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์&nbsp;ในวันที่&nbsp;7-20&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;เพื่อช่วยให้ร้านอาหารได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและปลอดหลักทรัพย์ในบางกรณี&nbsp;สำหรับร้านอาหารที่มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินกู้ที่จดทะเบียนไว้ที่&nbsp;กรมพัฒนาธุรกิจการค้ารวม&nbsp;118,967&nbsp;ร้าน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","28/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528205413096"],
    [219,"ขนส่งจังหวัดนครพนม งดการอบรมและทดสอบด้านใบอนุญาตขับรถและผู้ประจำรถ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดนครพนม&nbsp;กรมการขนส่งทางบก&nbsp;ห่วงใยในสถานการณ์โควิด-19&nbsp;แจ้ง&nbsp;งดการอบรมและทดสอบด้านใบอนุญาตขับรถและผู้ประจำรถ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;16&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ผู้ขอใบอนุญาตขับรถรายใหม่ให้รอจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง&nbsp;ส่วนการต่ออายุใบอนุญาตขับรถสามารถนำผลการอบรมออนไลน์มาดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตขับรถได้&nbsp;โดยจองคิวดำเนินการล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;DLT&nbsp;Smart&nbsp;Queue&nbsp;เท่านั้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจรุญ&nbsp;กงไกรจักร&nbsp;ขนส่งจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์การพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ซึ่งมีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างเกิดขึ้นในหลายจังหวัดของประเทศไทย&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น&nbsp;กรมการขนส่งทางบก&nbsp;จึงจำเป็นต้องงดการอบรมด้านใบอนุญาตขับรถ&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;16&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง&nbsp;โดยมีกิจกรรมที่งดให้บริการดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;งดการอบรมและทดสอบ&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานขนส่ง&nbsp;สำหรับผู้ขอใหม่&nbsp;ทั้งสำหรับการขอรับใบอนุญาตขับรถ&nbsp;บัตรประจำตัวคนขับรถ&nbsp;และใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถใหม่ทุกชนิด&nbsp;ยกเว้น&nbsp;กรณีการผ่านการอบรมและทดสอบของโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก&nbsp;ให้นำผลผ่านการอบรมมาดำเนินการ&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานขนส่งทุกแห่ง&nbsp;ภายใน&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรอง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;งดการอบรม&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานขนส่ง&nbsp;สำหรับการขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ&nbsp;บัตรประจำตัวคนขับรถ&nbsp;และใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถทุกชนิด&nbsp;โดยให้เข้าอบรมผ่านระบบ&nbsp;e-Learning&nbsp;ทางเว็บไซต์&nbsp;www.dlt-elearning.com&nbsp;สามารถนำผลการอบรมออนไลน์มาเป็นหลักฐานเพื่อต่ออายุใบอนุญาตขับรถได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;งดการออกหน่วยเคลื่อนที่ด้านทะเบียนและภาษีรถ&nbsp;และด้านใบอนุญาตขับรถ&nbsp;ณ&nbsp;หน่วยบริการเคลื่อนที่รับชำระภาษีรถประจำปีที่ห้างสรรพสินค้าหรือแหล่งชุมชน&nbsp;(Shop&nbsp;Thru&nbsp;for&nbsp;Tax)&nbsp;และศูนย์บริการร่วม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;ขอให้ผ่อนผันการใช้กฎ&nbsp;ระเบียบ&nbsp;ข้อบังคับ&nbsp;คำสั่ง&nbsp;กับผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถที่สิ้นอายุแล้ว&nbsp;ยังสามารถใช้แสดงตนได้&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;และในส่วนของผู้ที่จองคิวผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;DLT&nbsp;Smart&nbsp;Queue&nbsp;ซึ่งตรงกับช่วงที่กรมการขนส่งทางบกงดให้บริการ&nbsp;จะยังคงได้รับสิทธิในการเข้ารับบริการเมื่อมีประกาศเปลี่ยนแปลงหลังจากนี้&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยกรมการขนส่งทางบกจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง&nbsp;และสำหรับผู้ที่ใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถสิ้นอายุเกิน&nbsp;1&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;กรมการขนส่งทางบกมีมาตรการเยียวยารองรับ&nbsp;ดังนี้&nbsp;ผู้ที่ใบอนุญาตขับรถ&nbsp;ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์&nbsp;สิ้นอายุเกิน&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ได้รับการยกเว้นการทดสอบข้อเขียน&nbsp;กรณีสิ้นอายุเกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ได้รับการยกเว้นการทดสอบขับรถ&nbsp;หากเป็นใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก&nbsp;สิ้นอายุเกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ได้รับการยกเว้นการทดสอบขับรถ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถที่ไม่มีขั้นตอนการอบรมและทดสอบที่สำนักงานขนส่ง&nbsp;ยังคงเปิดให้บริการตามปกติในวันและเวลาราชการ&nbsp;เช่น&nbsp;การออกใบอนุญาตขับรถให้ผู้ที่มีหนังสือรับรองจากสถาบันการศึกษาหรือโรงเรียนสอนขับรถมาก่อนแล้ว&nbsp;การออกใบแทนกรณีใบอนุญาตขับรถชำรุดหรือสูญหาย&nbsp;การเปลี่ยนชนิดใบอนุญาตขับรถชั่วคราว&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;เป็นส่วนบุคคล&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;การต่ออายุใบอนุญาตขับรถที่มีผลผ่านการอบรมออนไลน์ผ่านระบบ&nbsp;e-Learning&nbsp;ทาง&nbsp;www.dlt-elearning.com&nbsp;โดยการต่ออายุใบอนุญาตขับรถที่มีผลการอบรมออนไลน์&nbsp;สามารถนำผลการอบรมติดต่อสำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายและออกใบอนุญาตขับรถ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การอบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล&nbsp;(รถยนต์,&nbsp;รถยนต์สามล้อ,&nbsp;รถจักรยานยนต์)&nbsp;ระยะเวลาอบรม&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;การอบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถขนส่ง&nbsp;ระยะเวลาอบรม&nbsp;2&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;การอบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะ&nbsp;(รถยนต์สาธารณะ&nbsp;หรือ&nbsp;แท็กซี่,&nbsp;รถยนต์สามล้อสาธารณะ,&nbsp;รถจักรยานยนต์สาธารณะ)&nbsp;ระยะเวลาอบรม&nbsp;3&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และการอบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล&nbsp;(รถจักรยานยนต์&nbsp;รถยนต์สามล้อ&nbsp;รถยนต์)&nbsp;ขาดต่ออายุเกิน&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ระยะเวลาอบรม&nbsp;2&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผลการอบรมออนไลน์มีอายุ&nbsp;6&nbsp;เดือนนับแต่วันที่ผ่านการอบรม&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ผู้ที่ยังไม่มีความจำเป็นไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการในด้านใบอนุญาตขับรถ&nbsp;หรือด้านทะเบียนและภาษี&nbsp;ควรงดเว้นการติดต่อที่สำนักงานขนส่ง&nbsp;หรือใช้บริการระบบออนไลน์ที่กรมการขนส่งทางบกมีไว้รองรับ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในกรณีจำเป็นที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่ง&nbsp;ขอให้จองคิวดำเนินการล่วงหน้า&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;DLT&nbsp;Smart&nbsp;Queue&nbsp;เท่านั้น&nbsp;และขอความร่วมมือประชาชนสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าในการติดต่อราชการ&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงในการติดต่อแพร่กระจายของโรค&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","28/5/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528154010917"],
    [220,"ผู้ว่าฯกระบี่ เปิดงานเดินเครื่องโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มของชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด หลังจากหยุดดำเนินกิจการชั่วคราว","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าฯกระบี่&nbsp;เปิดงานเดินเครื่องโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มของชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่&nbsp;จำกัด&nbsp;หลังจากหยุดดำเนินกิจการชั่วคราว</p><p>วันที่&nbsp;28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่&nbsp;จำกัดหมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลคลองยา&nbsp;อำเภออ่าวลึก&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;พันตำรวจโทหม่อมหลวงกิติบดี&nbsp;ประวิตร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นประธานเปิดโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มของชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่&nbsp;จำกัด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอนุวรรตน์&nbsp;โหมดพริ้ง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;พันเอก&nbsp;สมบัติ&nbsp;สืบท้วม&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกระบี่&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;กรรมการผู้จัดการบริษัท&nbsp;ไทย&nbsp;อินโดปาล์มออย&nbsp;เฟคทอรี่&nbsp;จำกัด&nbsp;คณะกรรมการดำเนินการผู้บริหาร&nbsp;และตัวแทนสหกรณ์สมาชิก&nbsp;โดยมีนายนิรันดร์&nbsp;ศรีวิลัย&nbsp;สหกรณ์จังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวรายงาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากสถานการณ์การแข่งขันที่รุนแรง&nbsp;ประกอบกับโรงสกัดน้ำมันปาล์มภายในจังหวัดกระบี่มีจำนวนเพิ่มขึ้น&nbsp;และชุมนุมสหกรณ์ฯ&nbsp;มีลูกหนี้การค้ารายใหญ่&nbsp;ทุกปัจจัย&nbsp;คือสาเหตุที่ทำให้ชุมนุมสหกรณ์ฯ&nbsp;ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางด้านการเงินอย่างรุนแรง&nbsp;มีโครงสร้างองค์กรที่มีความซับซ้อน&nbsp;มีค่าใช้จ่ายการดำเนินงานที่สูงและ&nbsp;มีการรวบรวมผลผลิตไม่ได้ตามกำลังการผลิต&nbsp;จึงส่งผลให้ชุมนุมสหกรณ์ฯ&nbsp;ต้องหยุดดำเนินกิจการบางส่วนเป็นการชั่วคราว&nbsp;มาตั้งแต่วันที่&nbsp;16&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2563&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;จึงต้องเลิกจ้างเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง&nbsp;เพื่อหาแหล่งเงินทุนจากภายนอก&nbsp;และจัดทำแผนพัฒนาฟื้นฟูกิจการของชุมนุมสหกรณ์ฯ&nbsp;เพื่อแก้ไขปรับปรุงการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์&nbsp;ตามคำแนะนำของหน่วยงานกำกับแนะนำส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;และชุมนุมสหกรณ์ฯ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;นั้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ได้มีคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์&nbsp;แต่งตั้งคณะกรรมการชั่วคราว&nbsp;โดยมีอำนาจหน้าที่และสิทธิเช่นเดียวกันกับคณะกรรมการดำเนินการชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่&nbsp;จำกัด&nbsp;และอยู่ในตำแหน่งไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่แต่งตั้งทางคณะกรรมการชั่วคราว&nbsp;จึงได้ร่วมกันขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาต่างๆ&nbsp;ให้องค์กรผ่านพ้นวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่&nbsp;และเพื่อให้องค์กรสามารถเปิดดำเนินกิจการได้ชุมนุมสหกรณ์ฯ&nbsp;จึงได้ปรับโครงสร้างองค์กรให้เพียงพอต่อกำลังการผลิตที่&nbsp;45&nbsp;ตันทะลายต่อชั่วโมง&nbsp;และได้เปิดรับเจ้าหน้าที่&nbsp;47&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;88&nbsp;อัตราพร้อมทั้งปรับลดค่าใช้จ่ายทุกส่วน&nbsp;และมีวัตถุประสงค์ในการเปิดดำเนินกิจการ&nbsp;มีดังนี้&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มไม่เกิดความเหลื่อมล้ำทางด้านราคา&nbsp;ชุมนุมสหกรณ์ฯ&nbsp;เป็นที่พึ่งของสหกรณ์สมาชิกและเครือข่ายปาล์มน้ำมัน&nbsp;และส่งเสริมการจ้างงานในเขตพื้นที่&nbsp;เนื่องจากเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่เป็นลูกหลานของสมาชิก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;ได้กล่าวกำชับว่า&nbsp;ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นที่ผ่านมาไม่ว่าจะเรื่องการเรียกเก็บเงิน&nbsp;หรือการบริหารจัดการต่างๆ&nbsp;ขอให้คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ทุกคน&nbsp;มีการบริหารการจัดการสหกรณ์ที่ดี&nbsp;มีความโปร่งใส&nbsp;ยึดหลักธรรมาภิบาลสร้างความเชื่อมั่นให้กับสหกรณ์สมาชิก&nbsp;และผู้มาร่วมลงทุน&nbsp;ขอให้ดำเนินการแก้ไข&nbsp;ปรับปรุง&nbsp;พัฒนา&nbsp;รู้จักการปรับตัว&nbsp;นึกถึงประโยชน์ของสมาชิกเป็นหลัก&nbsp;ทั้งนี้ก็จะทำให้ชุมนุมสหกรณ์ฯ&nbsp;กลับมาฟื้นตัวและมีผลกำไรต่อไป</p>","28/5/2021","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528164127975"],
    [221,"รัฐบาล ยืนยัน พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้านบาท มีความชัดเจน โปร่งใส สนับสนุนเศรษฐกิจในสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย","<p><strong>นายอนุชา&nbsp;บูรพชัยศรี&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;หรือ&nbsp;พ.ร.ก.เงินกู้&nbsp;5&nbsp;แสนล้านบาทนั้น&nbsp;มีการกำหนดแผนการใช้เงินกู้อย่างชัดเจน&nbsp;โดยการใช้จ่ายต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ภายใต้แผนงานหรือโครงการตามบัญชีแนบท้ายพระราชกำหนด&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;3&nbsp;แผนงาน&nbsp;ได้แก่/&nbsp;แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;วงเงิน&nbsp;30,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการแพทย์และสาธารณสุข&nbsp;การวิจัยและพัฒนาวัคซีนภายในประเทศ&nbsp;แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ&nbsp;เยียวยา&nbsp;หรือชดเชยให้แก่ประชาชนในทุกสาขาอาชีพ&nbsp;ผู้ประกอบอาชีพและผู้ประกอบการ&nbsp;สามารถดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่อง&nbsp;แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;วงเงิน&nbsp;170,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เน้น&nbsp;การจ้างงาน&nbsp;กระตุ้นการลงทุนและการบริโภค&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;รัฐบาลได้มีการกำหนดอย่างชัดเจน&nbsp;ขอให้ประชาชนได้มีความมั่นใจถึงเจตนาของรัฐบาล&nbsp;เช่นเดียวกับขอให้มีความมั่นใจถึงความโปร่งใสและความมีประสิทธิภาพสูงสุด</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา</strong>&nbsp;เยียวยา&nbsp;และฟื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;และสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;หรือ&nbsp;พ.ร.ก.เงินกู้&nbsp;1&nbsp;ล้านล้านบาทนั้น&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติโครงการแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;287&nbsp;โครงการ&nbsp;รวมวงเงินทั้งสิ้น&nbsp;817,223&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ&nbsp;(GDP)&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;มีอัตราตัวเลขที่หดตัวในปริมาณที่ดีกว่าที่หลายหน่วยงานคาดการณ์ไว้&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;วงเงินกู้ส่วนที่ยังเหลือรัฐบาลได้เตรียมการที่จะออกมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการคนละครึ่งระยะที่&nbsp;3,โครงการ&nbsp;ยิ่งใช้ยิ่งได้&nbsp;และโครงการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ</p><p>&nbsp;<strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังยืนยันว่า</strong>&nbsp;การออก&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;เงินกู้&nbsp;5&nbsp;แสนล้านบาทในครั้งนี้&nbsp;จะส่งผลให้ประมาณการสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ&nbsp;GDP&nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&nbsp;58.56&nbsp;และยังอยู่คงภายใต้กรอบวินัยทางการคลัง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","29/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529130530201"],
    [222,"รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นช่วยชาวสวนมังคม และพริก","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จุรินทร์-นิพนธ์&nbsp;ลงพื้นที่นครศรีธรรมราช&nbsp;ช่วยเกษตรกรชาวสวนมังคุด&nbsp;แก้ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;พร้อมกำหนด&nbsp;5&nbsp;มาตรการช่วงโควิด&nbsp;ยกระดับราคา&nbsp;ชู&nbsp;\"ส่งออกผลไม้ทุกภาคสร้างรายได้ประเทศ\"&nbsp;ระบุ&nbsp;4&nbsp;เดือนแรกปีนี้&nbsp;ผลไม้ไทยนำรายได้เข้าประเทศแล้วกว่า&nbsp;50,000&nbsp;ล้านบาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(29&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ที่วิทยาลัยการอาชีพหัวไทร&nbsp;อําเภอหัวไทร&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พร้อมด้วยนายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นายบุณยฤทธิ์&nbsp;กัลยาณมิตร&nbsp;ปลัดกระทรวงพาณิชย์&nbsp;นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นายปรีชา&nbsp;ชนะกิจกำจร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ร่วมประชุมหารือกับกลุ่มเกษตรชาวสวนมังคุด&nbsp;กลุ่มใหญ่&nbsp;23&nbsp;กลุ่มในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้&nbsp;เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาผลผลิตตามฤดูกาล&nbsp;ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์ผลไม้ไทยในภาพรวมปีนี้จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ&nbsp;5&nbsp;ล้าน&nbsp;2&nbsp;แสนตัน&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว&nbsp;15%&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;ช่วง&nbsp;4&nbsp;เดือนแรก&nbsp;สามารถส่งออกได้ถึง&nbsp;50,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยเป็นมังคุดในจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ประมาณ&nbsp;36%&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;18%&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;17%&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;17%&nbsp;โดยเป็นการส่งออก&nbsp;ประมาณ&nbsp;60%&nbsp;และบริโภคภายในประเทศ&nbsp;40%&nbsp;ตลาดส่งออกสำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;ประเทศจีน&nbsp;70%&nbsp;ฮ่องกง&nbsp;10%&nbsp;เวียดนาม&nbsp;8%&nbsp;สหรัฐฯ&nbsp;6%&nbsp;โดยราคามังคุดเกรดพรีเมียมที่ขายหน้าสวน&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ที่จังหวัดจันทบุรี&nbsp;กิโลกรัมละประมาณ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากได้กำหนดมาตรการในการสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนมังคุด&nbsp;ได้ดำเนินการประชุมร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งภาคการเกษตร&nbsp;ชาวสวนมังคุดและล้ง&nbsp;รวมทั้งผู้ส่งออก&nbsp;ได้กำหนดมาตรการ&nbsp;16&nbsp;มาตรการตั้งแต่ต้นปี&nbsp;ทั้งการสนับสนุนผู้รวบรวมผลไม้&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;เปิดพื้นที่การตลาดให้พาณิชย์จังหวัดประสานงานกับโมเดิร์นเทรด&nbsp;ปั๊มน้ำมันและพื้นที่ตลาดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ระบายผลไม้ในประเทศ&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากไปรษณีย์ไทย&nbsp;จัดบริการกล่องและคิดค่าส่งราคาพิเศษ&nbsp;และผู้ต้องการหิ้วผลไม้ขึ้นเครื่องบินจะโหลดฟรี&nbsp;25&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ส่งเสริมการบริโภคผลไม้ในประเทศ&nbsp;และใช้เกษตรพันธสัญญา&nbsp;\"อมก๋อยโมเดล\"&nbsp;ให้ผู้รับซื้อมาเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้&nbsp;และอบรมเกษตรกรผู้ขายผลไม้ขายผลไม้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์&nbsp;สำหรับตลาดต่างประเทศ&nbsp;ให้เงินช่วยเหลือผู้รวบรวมผลไม้ส่งออก&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;และมีการจัดส่งเสริมการขายในต่างประเทศส่งเสริมการขายในห้างสรรพสินค้าในตลาดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในต่างประเทศ&nbsp;และให้ผู้นำเข้าจากต่างประเทศพบกับผู้ส่งออกไทยผ่านระบบออนไลน์&nbsp;เป็นต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;ปัญหามังคุดที่ได้มีการแก้ไขในวันนี้&nbsp;ทั้งในส่วนของเรื่องการขาดแคลนแรงงานเก็บมังคุดและแรงงานรวบรวมมังคุด&nbsp;นั้น&nbsp;ได้มอบหมายผู้ว่าราชการจังหวัดหาหนทางผ่อนปรนแรงงานข้ามจังหวัด&nbsp;,&nbsp;การจัดระเบียบล้งเพื่อให้ความเป็นธรรมกับเกษตรกร&nbsp;โดยมอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดบังคับใช้กฎหมายให้ผู้รับซื้อจะต้องติดป้ายรับซื้อตั้งแต่&nbsp;8&nbsp;โมงเช้าของทุกวัน&nbsp;ส่วนปัญหามังคุดนอกพื้นที่ที่เข้ามาสวมชื่อมังคุดนครศรีธรรมราชนั้น&nbsp;ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับเกษตรจังหวัดทำตราสัญลักษณ์เฉพาะว่า&nbsp;เป็นมังคุดนครศรีธรรมราชเพื่อเป็นตรารับรอง&nbsp;รวมทั้งการแก้ปัญหาความล่าช้าในการออกใบรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;และ&nbsp;GMP&nbsp;ที่ออกโดยกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ซึ่งขณะนี้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชไม่มีผู้มีอำนาจในการออกใบรับรองค้างมา&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ได้มีการประสานงานผ่านปลัดกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;เพื่อเร่งดำเนินการให้มีการออกใบรับรองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ได้ขานรับแนวทางการแก้ปัญหาจากการประชุม&nbsp;โดยระบุ&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราชมีผลผลิตมังคุดเป็นอันดับ&nbsp;2&nbsp;ของประเทศ&nbsp;โดยมังคุดเกรดพรีเมียมเกรดเอไม่มีปัญหาเรื่องราคา&nbsp;แต่จะให้ความสำคัญกับมังคุดเกรดรองและเกรดคละ&nbsp;ส่วนปัญหาที่ได้รับการเสนอให้แก้ไขในระดับพื้นที่ทุกประเด็นสามารถดำเนินการได้&nbsp;พร้อมทั้งเตรียมรับสถานการณ์ผลผลิตมังคุดที่ในปีนี้จะออกสู่ตลาดมากกว่าปีที่ผ่านประมาณ&nbsp;15%&nbsp;และจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนมิถุนายน-ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ปริมาณผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากสุดในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;นั้น&nbsp;ในภาพรวมกระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้า&nbsp;มีการวางแผนการบริหารจัดการร่วมกับผู้ส่งออก&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเกษตรกรไว้ล่วงหน้า&nbsp;เหลือแต่การปฏิบัติในระดับพื้นที่&nbsp;หากมีการซักซ้อมทำความเข้าใจจะทำให้การปฏิบัติคล่องตัวขึ้น&nbsp;นำไปสู่ผลิไม้ที่มีคุณภาพและมีราคาที่ดี&nbsp;ส่วนการแก้ปัญหาสวมรอยมังคุดนั้น&nbsp;มังคุดที่มาทุกลูกมาจากประเทศไทยทั้งหมด&nbsp;แต่เพื่อให้เห็นว่ามีการทำงานอย่างมีมาตรฐานในพื้นที่&nbsp;โดยในส่วนของเกษตรแปลงใหญ่ไม่มีปัญหาเพราะมีการซื้อขายโดยตรงอยู่แล้ว&nbsp;แต่ในส่วนของเกษตรรายย่อย&nbsp;หรือเกษตรกรทั่วไปนั้นจะมีการออกใบรับรองจากหน่วยเกษตรในพื้นที่&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์&nbsp;โฆษณาผลสินค้าทางการเกษตร&nbsp;และสร้างมาตรฐานของจังหวัดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค&nbsp;แต่ที่นำมาขายจากที่อื่น&nbsp;หรือที่ไม่ติดตราสัญลักษณ์ก็ไม่ถือมีความผิดอะไร&nbsp;ถือเป็นทางเลือกของผู้บริโภค</p>","29/5/2021","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529185252312"],
    [223,"จุรินทร์-นิพนธ์ ลงพื้นที่นครศรีธรรมราช ช่วยเกษตรกรชาวสวนมังคุด แก้ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตร พร้อมกำหนด 5 มาตรการช่วงโควิด ยกระดับราคา ชู \"ส่งออกผลไม้ทุกภาคสร้างรายได้ประเทศ\" ระบุ 4 เดือนแรกปีนี้ ผลไม้ไทยนำรายได้เข้าประเทศแล้วกว่า 50,000 ล้านบาท","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จุรินทร์-นิพนธ์&nbsp;ลงพื้นที่นครศรีธรรมราช&nbsp;ช่วยเกษตรกรชาวสวนมังคุด&nbsp;แก้ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;พร้อมกำหนด&nbsp;5&nbsp;มาตรการช่วงโควิด&nbsp;ยกระดับราคา&nbsp;ชู&nbsp;\"ส่งออกผลไม้ทุกภาคสร้างรายได้ประเทศ\"&nbsp;ระบุ&nbsp;4&nbsp;เดือนแรกปีนี้&nbsp;ผลไม้ไทยนำรายได้เข้าประเทศแล้วกว่า&nbsp;50,000&nbsp;ล้านบาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(29&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ที่วิทยาลัยการอาชีพหัวไทร&nbsp;อําเภอหัวไทร&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พร้อมด้วยนายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นายบุณยฤทธิ์&nbsp;กัลยาณมิตร&nbsp;ปลัดกระทรวงพาณิชย์&nbsp;นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นายปรีชา&nbsp;ชนะกิจกำจร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ร่วมประชุมหารือกับกลุ่มเกษตรชาวสวนมังคุด&nbsp;กลุ่มใหญ่&nbsp;23&nbsp;กลุ่มในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้&nbsp;เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาผลผลิตตามฤดูกาล&nbsp;ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์ผลไม้ไทยในภาพรวมปีนี้จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ&nbsp;5&nbsp;ล้าน&nbsp;2&nbsp;แสนตัน&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว&nbsp;15%&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;ช่วง&nbsp;4&nbsp;เดือนแรก&nbsp;สามารถส่งออกได้ถึง&nbsp;50,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยเป็นมังคุดในจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ประมาณ&nbsp;36%&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;18%&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;17%&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;17%&nbsp;โดยเป็นการส่งออก&nbsp;ประมาณ&nbsp;60%&nbsp;และบริโภคภายในประเทศ&nbsp;40%&nbsp;ตลาดส่งออกสำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;ประเทศจีน&nbsp;70%&nbsp;ฮ่องกง&nbsp;10%&nbsp;เวียดนาม&nbsp;8%&nbsp;สหรัฐฯ&nbsp;6%&nbsp;โดยราคามังคุดเกรดพรีเมียมที่ขายหน้าสวน&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ที่จังหวัดจันทบุรี&nbsp;กิโลกรัมละประมาณ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากได้กำหนดมาตรการในการสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนมังคุด&nbsp;ได้ดำเนินการประชุมร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งภาคการเกษตร&nbsp;ชาวสวนมังคุดและล้ง&nbsp;รวมทั้งผู้ส่งออก&nbsp;ได้กำหนดมาตรการ&nbsp;16&nbsp;มาตรการตั้งแต่ต้นปี&nbsp;ทั้งการสนับสนุนผู้รวบรวมผลไม้&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;เปิดพื้นที่การตลาดให้พาณิชย์จังหวัดประสานงานกับโมเดิร์นเทรด&nbsp;ปั๊มน้ำมันและพื้นที่ตลาดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ระบายผลไม้ในประเทศ&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากไปรษณีย์ไทย&nbsp;จัดบริการกล่องและคิดค่าส่งราคาพิเศษ&nbsp;และผู้ต้องการหิ้วผลไม้ขึ้นเครื่องบินจะโหลดฟรี&nbsp;25&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ส่งเสริมการบริโภคผลไม้ในประเทศ&nbsp;และใช้เกษตรพันธสัญญา&nbsp;\"อมก๋อยโมเดล\"&nbsp;ให้ผู้รับซื้อมาเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้&nbsp;และอบรมเกษตรกรผู้ขายผลไม้ขายผลไม้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์&nbsp;สำหรับตลาดต่างประเทศ&nbsp;ให้เงินช่วยเหลือผู้รวบรวมผลไม้ส่งออก&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;และมีการจัดส่งเสริมการขายในต่างประเทศส่งเสริมการขายในห้างสรรพสินค้าในตลาดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในต่างประเทศ&nbsp;และให้ผู้นำเข้าจากต่างประเทศพบกับผู้ส่งออกไทยผ่านระบบออนไลน์&nbsp;เป็นต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;ปัญหามังคุดที่ได้มีการแก้ไขในวันนี้&nbsp;ทั้งในส่วนของเรื่องการขาดแคลนแรงงานเก็บมังคุดและแรงงานรวบรวมมังคุด&nbsp;นั้น&nbsp;ได้มอบหมายผู้ว่าราชการจังหวัดหาหนทางผ่อนปรนแรงงานข้ามจังหวัด&nbsp;,&nbsp;การจัดระเบียบล้งเพื่อให้ความเป็นธรรมกับเกษตรกร&nbsp;โดยมอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดบังคับใช้กฎหมายให้ผู้รับซื้อจะต้องติดป้ายรับซื้อตั้งแต่&nbsp;8&nbsp;โมงเช้าของทุกวัน&nbsp;ส่วนปัญหามังคุดนอกพื้นที่ที่เข้ามาสวมชื่อมังคุดนครศรีธรรมราชนั้น&nbsp;ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับเกษตรจังหวัดทำตราสัญลักษณ์เฉพาะว่า&nbsp;เป็นมังคุดนครศรีธรรมราชเพื่อเป็นตรารับรอง&nbsp;รวมทั้งการแก้ปัญหาความล่าช้าในการออกใบรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;และ&nbsp;GMP&nbsp;ที่ออกโดยกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ซึ่งขณะนี้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชไม่มีผู้มีอำนาจในการออกใบรับรองค้างมา&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ได้มีการประสานงานผ่านปลัดกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;เพื่อเร่งดำเนินการให้มีการออกใบรับรองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ได้ขานรับแนวทางการแก้ปัญหาจากการประชุม&nbsp;โดยระบุ&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราชมีผลผลิตมังคุดเป็นอันดับ&nbsp;2&nbsp;ของประเทศ&nbsp;โดยมังคุดเกรดพรีเมียมเกรดเอไม่มีปัญหาเรื่องราคา&nbsp;แต่จะให้ความสำคัญกับมังคุดเกรดรองและเกรดคละ&nbsp;ส่วนปัญหาที่ได้รับการเสนอให้แก้ไขในระดับพื้นที่ทุกประเด็นสามารถดำเนินการได้&nbsp;พร้อมทั้งเตรียมรับสถานการณ์ผลผลิตมังคุดที่ในปีนี้จะออกสู่ตลาดมากกว่าปีที่ผ่านประมาณ&nbsp;15%&nbsp;และจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนมิถุนายน-ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ปริมาณผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากสุดในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;นั้น&nbsp;ในภาพรวมกระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้า&nbsp;มีการวางแผนการบริหารจัดการร่วมกับผู้ส่งออก&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเกษตรกรไว้ล่วงหน้า&nbsp;เหลือแต่การปฏิบัติในระดับพื้นที่&nbsp;หากมีการซักซ้อมทำความเข้าใจจะทำให้การปฏิบัติคล่องตัวขึ้น&nbsp;นำไปสู่ผลิไม้ที่มีคุณภาพและมีราคาที่ดี&nbsp;ส่วนการแก้ปัญหาสวมรอยมังคุดนั้น&nbsp;มังคุดที่มาทุกลูกมาจากประเทศไทยทั้งหมด&nbsp;แต่เพื่อให้เห็นว่ามีการทำงานอย่างมีมาตรฐานในพื้นที่&nbsp;โดยในส่วนของเกษตรแปลงใหญ่ไม่มีปัญหาเพราะมีการซื้อขายโดยตรงอยู่แล้ว&nbsp;แต่ในส่วนของเกษตรรายย่อย&nbsp;หรือเกษตรกรทั่วไปนั้นจะมีการออกใบรับรองจากหน่วยเกษตรในพื้นที่&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์&nbsp;โฆษณาผลสินค้าทางการเกษตร&nbsp;และสร้างมาตรฐานของจังหวัดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค&nbsp;แต่ที่นำมาขายจากที่อื่น&nbsp;หรือที่ไม่ติดตราสัญลักษณ์ก็ไม่ถือมีความผิดอะไร&nbsp;ถือเป็นทางเลือกของผู้บริโภค</p>","29/5/2021","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529182600309"],
    [224,"จุรินทร์ รองนายกฯ ปล่อยคาราวานขบวนฟักทองดินเหนียว \"หนึ่งเดียวในไทย\" ณ วัดเกษตรชลธี ตำบลตะเครียะ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา","<p><strong>\"จุรินทร์\"&nbsp;รองนายกฯ&nbsp;ปล่อยคาราวานขบวนฟักทองดินเหนียว&nbsp;\"หนึ่งเดียวในไทย\"&nbsp;ณ&nbsp;วัดเกษตรชลธี&nbsp;ตำบลตะเครียะ&nbsp;อำเภอระโนด&nbsp;จังหวัดสงขลา</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(29&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;เวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;วัดเกษตรชลธี&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลตะเครียะ&nbsp;อำเภอระโนด&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ประธานพิธีปล่อยคาราวานขบวนฟักทองดินเหนียว&nbsp;\"หนึ่งเดียวในไทย\"&nbsp;เชื่อมใจเกษตรกร&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;โดยมีนายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;นายวงศกร&nbsp;นุ่นชูคันธ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ในจังหวัดสงขลา&nbsp;ร่วมปล่อยขบวน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจุรินทร์ฯ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ที่ผ่านมาได้ร่วมกันแก้ปัญหาอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เรื่อง&nbsp;ในระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;เรื่องแรกพริกเขียวมันราคาตก&nbsp;เพราะเหตุว่ามาเลเซียลดการสั่งซื้อ&nbsp;เนื่องจากภาวะโควิด-19&nbsp;และภาวะเศรษฐกิจ&nbsp;กระทรวงพาณิชย์จึงได้จัดโครงการในการที่จะช่วยนำเงินมาชดเชยช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมัน&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้พอยังชีพได้ในช่วงวิกฤตปัจจุบัน&nbsp;เรื่องที่&nbsp;2&nbsp;การแก้ปัญหาฟักทอง&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาพึ่งตลาดทั้งในประเทศและตลาดมาเลเซียเช่นเดียวกัน&nbsp;ขณะนี้&nbsp;มาตรการที่ทุกฝ่ายช่วยกันไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กระทรวงเกษตร&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ห้างสรรพสินค้าต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ร่วมกันจัดหาผู้มารับซื้อฟักทองถึงเกษตรกรโดยตรง&nbsp;สามารถช่วยบรรเทาฟักทองออกมาได้เป็นจำนวนมาก&nbsp;และได้ดำเนินการมาแล้วถึง&nbsp;400&nbsp;ตัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับพิธีปล่อยคาราวานขบวนฟักทองดินเหนียว&nbsp;\"หนึ่งเดียวในไทย\"&nbsp;เชื่อมใจเกษตรกร&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;ในวันนี้&nbsp;จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือเกษตรพื้นที่ในอำเภอระโนดและอำเภอกระแสสินธุ์&nbsp;โดยปล่อยตัวคาราวานรถฟักทองไปยังจังหวัดปลายทาง&nbsp;ส่งผลผลิตใหม่จากไร่ส่งตรงจากสวน&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ตัน&nbsp;โดยใช้รถสิบล้อและรถบรรทุกเข้าร่วมขบวน&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;คัน&nbsp;สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้&nbsp;จำนวน&nbsp;124&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;สร้างรายได้เกษตรกรในพื้นที่ไม่น้อยกว่า&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ที่ผ่านมาจังหวัดสงขลาได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้วไม่ต่ำกว่า&nbsp;180&nbsp;ตัน&nbsp;และในวันนี้ขบวนรถฟักทองดินเหนียวจากอำเภอระโนด&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;จะเดินทางมุ่งตรงสู่จังหวัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;เพื่อกระจายไปสู่ผู้บริโภคต่อไป</p>","29/5/2021","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529194014322"],
    [225,"รัฐบาล ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคาร เร่งช่วย SME ให้เข้าถึงสภาพคล่อง และโครงการพักทรัพย์พักหนี้","<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;หรือ&nbsp;พ.ร.ก.ซอฟต์โลน&nbsp;ฉบับใหม่&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;มาตรการสินเชื่อฟื้นฟูวงเงิน&nbsp;250,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยช่วยเหลือผู้ประกอบการให้เข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ&nbsp;ไม่เกินร้อยละ&nbsp;2&nbsp;ต่อปี&nbsp;ในช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีแรก&nbsp;เฉลี่ยไม่เกินร้อยละ&nbsp;5&nbsp;ต่อปี&nbsp;ตลอดระยะเวลามาตรการ&nbsp;และมาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้&nbsp;โดยให้ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิ์ซื้อทรัพย์สินนั้นคืนในภายหลัง&nbsp;หรือมาตรการพักทรัพย์พักหนี้&nbsp;วงเงิน&nbsp;100,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีผลบังคับใช้&nbsp;เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาแล้วนั้น&nbsp;ซึ่งทางธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธปท.)&nbsp;และสมาคมธนาคารไทย&nbsp;ได้มีการหารือกัน&nbsp;เพื่อกำหนดแนวทางการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ให้รวดเร็ว&nbsp;เพียงพอและถูกกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่ม&nbsp;SME&nbsp;</p><p><strong>สำหรับยอดการให้ความช่วยเหลือจากมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูฯ</strong>&nbsp;ล่าสุดอยู่ที่&nbsp;1.6&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;ครอบคลุมลูกหนี้กว่า&nbsp;6&nbsp;พันราย&nbsp;โดยร้อยละ&nbsp;63&nbsp;กระจายไปยัง&nbsp;SMEs&nbsp;ขณะที่มาตรการพักทรัพย์พักหนี้&nbsp;มีมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับโอน&nbsp;910&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>ส่วนของธนาคารรัฐ&nbsp;มีการออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;มีสินเชื่อฟื้นฟูธุรกิจ&nbsp;ดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;2&nbsp;ใน&nbsp;2&nbsp;ปีแรก&nbsp;ระยะเวลากู้ยืมสูงสุด&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;สินเชื่อรายเล็กครอบคลุมธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด19&nbsp;ทั้งทางตรงทางอ้อม&nbsp;ที่ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน&nbsp;ธนาคารออมสิน&nbsp;มีสินเชื่อสำหรับธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;ดอกเบี้ยปีแรกร้อยละ&nbsp;0.10&nbsp;แล้วปรับเพิ่มในปีต่อไป&nbsp;ชำระเงินต้นภายใน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;และยังมีสินเชื่อให้กับ&nbsp;Startup&nbsp;และผู้ประกอบการ&nbsp;Non-Bank&nbsp;ส่วนธนาคารกรุงไทย&nbsp;มีสินเชื่อธุรกิจ&nbsp;ดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;2&nbsp;ใน&nbsp;2&nbsp;ปีแรก&nbsp;ค้ำประกันโดย&nbsp;บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม&nbsp;(บสย.)&nbsp;เป็นต้น&nbsp;มากไปกว่านั้น&nbsp;ยังมีความร่วมมือระหว่างสมาคมผู้ค้าปลีกไทย&nbsp;กับธนาคารรายใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;ในการเชื่อมโยงข้อมูลผู้ประกอบการ&nbsp;SME&nbsp;ในห่วงโซ่ค้าปลีก&nbsp;เพื่อให้การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว&nbsp;ผ่าน&nbsp;digital&nbsp;factoring&nbsp;platform&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;มีการอนุมัติสินเชื่อแก่&nbsp;SMEs&nbsp;แล้วมากกว่า&nbsp;1&nbsp;พันราย&nbsp;โดยร้อยละ&nbsp;70&nbsp;เป็นผู้ที่ไม่เคยเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำมาก่อน</p><p><strong>สำหรับมาตรการพักทรัพย์พักหนี้&nbsp;มีความคืบหน้าไปพอสมควร&nbsp;</strong>เนื่องจากเป็นมาตรการใหม่&nbsp;ลูกหนี้จึงอยู่ในช่วงของการทำความเข้าใจในรายละเอียด&nbsp;กฎระเบียบและวิธีการปฏิบัติ&nbsp;โดยกลุ่มที่ให้ความสนใจเข้าโครงการ&nbsp;อาทิ&nbsp;ธุรกิจโรงแรม&nbsp;อสังหาริมทรัพย์และอสังหาฯให้เช่า&nbsp;กระจายอยู่ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด&nbsp;ซึ่งธนาคารพาณิชย์ต่างๆคาดว่า&nbsp;จะมีผู้เข้าโครงการเพิ่มขึ้นอีกมากในเร็วๆ&nbsp;นี้&nbsp;ทั้งนี้ภาพรวม&nbsp;รัฐบาลเร่งเดินหน้าแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจประเทศ&nbsp;ครอบคลุมการส่งออก&nbsp;การลงทุนจากภาครัฐที่เน้นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;การลงทุนจากต่างประเทศและการบริโภคภายในประเทศ&nbsp;รวมถึงการดูแลผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ&nbsp;พร้อมไปกับการรักษาระดับการจ้างงาน&nbsp;การช่วยเหลือนักศึกษาจบใหม่ให้มีงานทำ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","30/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530112421392"],
    [226,"เกษตรฯ ผสานพลัง พาณิชย์ฯ จ.แม่ฮ่องสอน ส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร ต.ห้วยโป่ง ใช้หลัก การตลาดนำการผลิต พัฒนาและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิต","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางศุภมิตร&nbsp;เต็งเผ่&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นวิทยากรบรรยาย&nbsp;\"ให้ความรู้เรื่องการตลาดและช่องทางการจัดจำหน่ายและพัฒนาสินค้าเกษตร\"&nbsp;ตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร&nbsp;หลักสูตร&nbsp;การตลาดนำการผลิต&nbsp;ณ&nbsp;อาคารอเนกประสงค์วัดบ้านทุ่งมะกอก&nbsp;ต.ห้วยโป่ง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย&nbsp;สมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร&nbsp;จัดโดย&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตลาดนำการผลิตเป็นนโยบายหลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ที่มุ่งเน้นสนับสนุนการเพิ่มช่องทางตลาดให้หลากหลาย&nbsp;ทั้งในรูปแบบ&nbsp;ตลาดออนไลน์&nbsp;(แพลตฟอร์มรายสินค้าเพื่อรองรับ&nbsp;New&nbsp;Normal)&nbsp;ตลาดออฟไลน์&nbsp;โมเดิร์นเทรด&nbsp;รถโมบาย&nbsp;ตลาดสด&nbsp;ตลาดชุมชน&nbsp;คาราวานสินค้า&nbsp;เกษตรพันธะสัญญา&nbsp;และเคาน์เตอร์เทรด&nbsp;จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจผู้ซื้อกับผู้ขาย&nbsp;เพื่อสร้างเครือข่ายและความเข้มแข็งของธุรกิจ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","30/5/2021","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530103834386"],
    [227,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เตรียมลดค่า GP ช่วยผู้ประกอบการร้านอาหาร เริ่ม 1 มิถุนายนนี้","<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;โดยนำสิ่งของอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;จากมูลนิธิ&nbsp;มรว.เสนีย์&nbsp;ปราโมช&nbsp;มาแจกจ่ายให้แก่ชาวชุมชนโฟรโมสต์&nbsp;ซอยพระราม&nbsp;2&nbsp;88&nbsp;เขตบางขุนเทียน&nbsp;กทม.&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ทำให้มีประชาชนในหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบการกักตัวอยู่ในบ้าน&nbsp;ไม่สามารถออกมาทำกิจกรรมภายนอกได้&nbsp;ทำให้ได้รับความลำบากเพิ่มขึ้น&nbsp;จึงได้จัดกิจกรรม&nbsp;จุรินทร์&nbsp;ออนทัวร์&nbsp;ขึ้น&nbsp;และเดินทางตระเวนไปมาแล้วในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร&nbsp;โดยเฉพาะในชุมชนที่มีประชาชนต้องกักตัว&nbsp;ซึ่งวันนี้ได้มาในพื้นที่เขตบางขุนเทียนและนำถุงยังชีพมามอบให้แก่ประชาชนจำนวนหลายร้อยถุง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้นำคาราวาน&nbsp;พาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน&nbsp;มาจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดที่ถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป&nbsp;อาทิ&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;น้ำมันพืช&nbsp;รวมทั้งผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;อาทิ&nbsp;ฟักทอง&nbsp;จากอำเภอระโนด&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงนี้&nbsp;แต่ไม่สามารถส่งออกไปยังประเทศมาเลเซียได้&nbsp;เนื่องจากมีการบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย</p><p><strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายนนี้&nbsp;จะเริ่มโครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน&nbsp;lot&nbsp;11&nbsp;เพื่อช่วยผู้ประกอบการด้าน&nbsp;&nbsp;Food&nbsp;delivery&nbsp;ในการลดค่า&nbsp;Gp&nbsp;เหลือร้อยละ&nbsp;25&nbsp;จากเดิม&nbsp;30-35&nbsp;จะเป็นการช่วยให้ผู้ประกอบการร้านอาหารที่เข้าร่วมส่งอาหารผ่าน&nbsp;Delivery&nbsp;ได้มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;และช่วยให้ผู้บริโภคได้ซื้อสินค้าหรืออาหารในราคาถูกลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โครงการดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;1-30&nbsp;มิถุนายนนี้&nbsp;และคาดว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า&nbsp;2,000&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","30/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530122547428"],
    [228,"รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าถึงหัวอกชาวบ้านทำนาเกลือ หลังฟังความทุกข์ร้อนสะท้อนทุกปัญหา","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เข้าถึงหัวอกชาวบ้านทำนาเกลือ&nbsp;หลังฟังความทุกข์ร้อนสะท้อนทุกปัญหา&nbsp;เร่งทุกฝ่ายเดินแผนตลาดนำการผลิต&nbsp;แยกพิกัดเกลือ&nbsp;เกลือบริโภค-เกลืออุตสาหกรรม&nbsp;พร้อมชี้&nbsp;&nbsp;สินค้าอะไรที่ผลผลิตตลาดไม่ต้องการ&nbsp;อะไรที่ทำแล้วขายไม่ได้&nbsp;ต้องปรับเปลี่ยน&nbsp;ลดการผลิต&nbsp;หรือใช้นวัตกรรม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.วันนี้&nbsp;(30&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดย&nbsp;นางวันเพ็ญ&nbsp;มังศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมลงพื้นที่ตลาดกลางการเกษตรท่ายาง&nbsp;อำเภอท่ายาง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ผลพวงวิกฤตโควิด-19&nbsp;ส่งผลกระทบราคาเกลือตกต่ำ&nbsp;เร่งจับมือร่วมกันทุกฝ่ายหาตลาดในประเทศ&nbsp;อีกทั้งปัญหาเกลือนำเข้าจากอินเดียมาตีตลาด&nbsp;ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;ประกาศมาตรการผู้ใดนำเข้าเกลือเข้ามาในประเทศ&nbsp;จะต้องขึ้นทะเบียนผู้นำเข้า&nbsp;ซึ่งต้องมีเอกสารแสดงผลจากแหล่งนำเข้าว่ามาจากพื้นที่ใด&nbsp;ประเทศไหน&nbsp;จะต้องมีการแจ้งพิกัดชัดเจน&nbsp;เพื่อควบคุมกำกับดูแลการนำเข้า&nbsp;พร้อมทั้งการจัดการแยกพิกัดเกลือ&nbsp;2&nbsp;ประเภท&nbsp;คือเกลือบริโภค&nbsp;และเกลืออุตสาหกรรม&nbsp;จะต้องแจ้งให้ชัดเจน&nbsp;เพราะราคาต่างกัน&nbsp;และภาษีก็ต่างกัน&nbsp;ให้ดูแลเกษตรกรผู้ทำนาเกลือให้ได้รับความเป็นธรรม&nbsp;ไม่ให้ถูกเกลือนอกเข้ามาตีตลาด&nbsp;ที่ส่งผลทำให้ราคาตกต่ำผลกระทบกับชาวนาเกลือเพชรบุรี&nbsp;สมุทรสาคร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนระยะยาวร่วมกันแก้ปัญหาในเรื่องของผลผลิตเกลือเพื่อให้มีคุณภาพ&nbsp;เกลือสะอาดได้มาตรฐาน&nbsp;จะไม่ให้ถูกกดราคา&nbsp;และในเรื่องของการแปรรูปต้องกำหนดวางแผนเพื่อการแปรรูปไปใช้ในอุตสาหกรรม&nbsp;หรือแปรรูปเพื่อนวัตกรรม&nbsp;ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้า&nbsp;เช่น&nbsp;ทำสบู่&nbsp;เครื่องสำอาง&nbsp;เครื่องใช้อื่นๆ&nbsp;หรืออาหารแปรรูป&nbsp;รวมทั้งที่จะร่วมสนับสนุน&nbsp;ทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนั้นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้กล่าวเพิ่มเติมเรื่องปัญหาหนี้สินของเกษตรกรผู้ทำนาเกลือว่า&nbsp;กองทุนฟื้นฟูเกษตรกรช่วยคลี่คลายทุกปัญหา&nbsp;พร้อมช่วยเหลืออย่างเต็มที่ทั้งเปิดโอกาสให้ใช้เพียงบุคคลค้ำโดยไม่จำเป็นต้องมีหลักทรัพย์&nbsp;อีกทั้งเกษตรกรที่เป็นหนี้ของสถาบันการเงิน&nbsp;ยังสามารถมาเปลี่ยนเป็นหนี้กองทุนฟื้นฟูได้&nbsp;เพราะหากเป็นหนี้สถาบันการเงินเมื่อมีปัญหาก็ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี&nbsp;แต่ถ้าเปลี่ยนมาเป็นหนี้กองทุนฟื้นฟู&nbsp;และชำระกับกองทุนฟื้นฟู&nbsp;จะช่วยเหลือภาระหนี้ให้เกษตรกรพ้นความเดือดร้อน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","30/5/2021","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530181336502"],
    [229,"ที่ดินอำเภอสบเมย มอบต้นกล้ากาบหมาก 2,000 ต้น ให้ชาวบ้านปลูกเพิ่มขึ้น หลัง จานกาบหมาก ผลตอบรับดี เร่งเพิ่มกำลังการผลิต สร้างรายได้ให้ชุมชน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--primary-text);\">นายบรมัตถ์&nbsp;ทิพกนก&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;7&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้รับการสนับสนุนต้นกล้ากาบหมาก&nbsp;จากกรมพัฒนาที่ดินอำเภอสบเมย&nbsp;จำนวน&nbsp;2,000&nbsp;ต้น&nbsp;สืบเนื่องจากในปีที่ผ่านมาสหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้แปรรูปผลิตภัณฑ์จาน&nbsp;จากกาบหมาก&nbsp;ปรากฏว่าได้ผลตอบรับที่ดี&nbsp;ทำให้กาบหมากมีไม่เพียงพอ&nbsp;ในการผลิตจานกาบหมาก&nbsp;และมีสมาชิกหลายรายสนใจที่จะปลูกต้นหมากมากขึ้น&nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับตัวเองและครอบครัวในภายหน้า&nbsp;และในปีนี้เป็นโอกาสที่ดีของสมาชิก&nbsp;ที่กรมพัฒนาที่ดินอำเภอสบเมย&nbsp;ได้สนับสนุนต้นกล้ากาบหมากให้แก่สมาชิก&nbsp;เพื่อนำไปปลูกและสร้างรายได้&nbsp;ซึ่งมีสมาชิกที่สนใจและนำไปปลูกในพื้นที่ของตัวเอง&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;ถือเป็นโอกาสที่ดีของสมาชิกและเป็นประโยชน์ต่อพื้นดินเพิ่มพื้นที่สีเขียว&nbsp;ลดการเผา&nbsp;สร้างรายได้ให้กับชุมชนในอนาคตต่อไป&nbsp;ปัจจุบันสหกรณ์ได้เร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้สมาชิก&nbsp;เยาวชน&nbsp;ประชาชนทั่วไปในชุมชนนำกาบหมากมาจำหน่ายให้แก่สหกรณ์&nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&nbsp;8&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อสร้างรายได้เสริมให้แก่ชุมชน&nbsp;และวัตถุประสงค์ในการลดการเผา&nbsp;</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--primary-text);\">สำหรับผู้ที่สนใจส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากกาบหมาก&nbsp;ขณะนี้มีสองรูปแบบ&nbsp;คือจานและถ้วย&nbsp;ซึ่งในอนาคตจะพัฒนารูปแบบภาชนะให้มีความหลากหลายสอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;โดยข้อดีของจานกาบหมาก&nbsp;คือ&nbsp;สามารถใส่อาหารได้ทุกประเภท&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นอาหารแห้ง&nbsp;น้ำ&nbsp;อาหารร้อน&nbsp;เย็น&nbsp;ทนต่ออุณหภูมิ&nbsp;-18-200&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;รวมถึงยังนำเข้าเตาไมโครเวฟได้&nbsp;โดยจาน&nbsp;ชาม&nbsp;ไม่แตกหัก&nbsp;ไม่ทำให้อาหารเสียรสชาติ&nbsp;และไม่มีสารตกค้างในอาหาร&nbsp;ทางสหกรณ์ได้ผลิตพร้อมจัดจำหน่ายแล้ว&nbsp;ราคาเริ่มต้นใบละ&nbsp;4&nbsp;บาท&nbsp;ไม่รวมค่าขนส่ง&nbsp;ผู้สนใจสามารถสอบถามหรือสั่งจองได้ที่&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;098&nbsp;957&nbsp;0859&nbsp;คุณอ้อม</span></p><p><br></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","31/5/2021","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531112249615"],
    [230,"จังหวัดพัทลุง สู้โควิด-19 สร้างอาชีพทำปลาดุกแดดเดียวขาย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายหนังตะลุงยุคโควิด-19&nbsp;ได้รับผลกระทบเหมือนกันอาชีพอื่นๆ&nbsp;สู้ชีวิต&nbsp;เพื่อความอยู่รอดทำปลาดุกแดดเดียวขายสร้างรายได้ช่วงไม่มีงานแสดง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุง&nbsp;สถานการณ์การระบาดเชื้อโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง&nbsp;ตั้งแต่ระลอกที่&nbsp;1&nbsp;จนถึงระลอกที่&nbsp;3&nbsp;ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบในหลากหลายอาชีพอย่างอาชีพศิลปินหนังตะลุง&nbsp;เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ได้รับผลกระทบเหมือนกันอาชีพอื่น&nbsp;เนื่องจากไม่มีงานแสดงและต้องหยุดเล่นหนังตะลุงเพื่อความบันเทิง&nbsp;แม้จะรับงานไว้เป็นจำนวนมากก็ตาม&nbsp;แต่ต้องยกเลิกเนื่องหวั่น&nbsp;การแพร่ระบาดและร่วมรับผิดชอบสังคม&nbsp;จนนายหนังบางรายต้องสร้างอาชีพเสริมเลี้ยงครอบครัว&nbsp;และลูกคู่หนัง&nbsp;หลังไม่มีงานแสดง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างนางเอกวีณา&nbsp;แก้วขุนทอง&nbsp;อายุ&nbsp;47&nbsp;ปี&nbsp;หรือหนังสาววรรณ&nbsp;ศ.พร้อมน้อย&nbsp;นายหนังตะลุงหญิง&nbsp;ชื่อดังของจังหวัดพัทลุง&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;47&nbsp;ม&nbsp;1&nbsp;ต.ตะแพน&nbsp;อ.ศรีบรรพต&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;หลังจากพักการแสดงต้องหันทำอาชีพมาเป็นช่างแกะสลักไม้&nbsp;และสร้างรายได้เสริมด้วยการทำสวนเกษตรแบบพอเพียง&nbsp;เลี้ยงปลา&nbsp;ปลูกผักริมรั้ว&nbsp;เพื่อสร้างรายได้&nbsp;โดยเฉพาะปลากดุกที่เลี้ยงไว้บริเวณข้างบ้านอายุ&nbsp;ได้&nbsp;3&nbsp;เดือนครึ่ง&nbsp;นำมาแปรรูปเป็นปลาดุกแดดเดียวขาย&nbsp;พร้อมกับทำปลานิลแดดเดียวขายทางโลกออนไลน์&nbsp;สามารถสร้างรายได้เสริมอีกทางหนึ่งโดยปลาดุกแดดเดียว&nbsp;เลือกคัดสรรค์ปลาตัวที่ได้ขนาด&nbsp;10&nbsp;ต่อ&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;มาน๊อคเกลือก่อนทำการตัดหัวผ่าเอาตับไตไส้พุงออกล้างจนสะอาดแล้วหมักเกลือไว้ราว&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ก่อนนำตากแดดในโรงเรือนที่สร้างไว้กันแมลงวัน&nbsp;6&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ก็สามารถนำมาซีลใส่ถุงสูญญากาศส่งขายตามออร์เดอร์ที่มีการสั่งผ่านมาทางเฟสบุ๊คส่วนตัว&nbsp;หนังสาวววรณ&nbsp;ศ.พร้อมน้อย&nbsp;ในกิโลกรัมละ&nbsp;300&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านนางเอกวีณา&nbsp;หรือหนังสาววรรณ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงหยุดเล่นหนังทำให้รายได้แทบจะไม่มี&nbsp;แต่ยังจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่าย&nbsp;จึงต้องสร้างรายได้เพิ่ม&nbsp;และสร้างความพอเพียง&nbsp;เลี้ยงปลาดุก&nbsp;และปลานิล&nbsp;นำมาแปรรูปส่งขายสร้างได้เลี้ยงครอบครัวอีกทางหนึ่ง&nbsp;เพราะยังไม่รู้ว่าหนังตะลุงอีกกี่เดือนที่จะสามารถเล่นต่อได้ด้วยสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่ยังระบาดอยู่ในขณะนี้&nbsp;ซึ่งหากท่านใดสนใจอยากหาชื้อปลาดุกแดดเดียว&nbsp;หรือปลานิลแดดเดียว&nbsp;ในรสชาติที่น่าทาน&nbsp;สร้างรายได้เพิ่มให้กับครอบครัวศิลปินนายหนังตะลุง&nbsp;สามารถสั่งชื้อทางเฟชปุ๊คหนังสาววรรณ&nbsp;ศ.พร้อมน้อย&nbsp;หรือโทรสอบถามได้ที่&nbsp;0954381969</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง</p>","31/5/2021","ภาคใต้","พัทลุง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531114021625"],
    [231,"ธนาคารกรุงไทย ออก 5 มาตรการ เร่งช่วยลูกค้าฝ่าวิกฤตโควิด-19  ตั้งเป้าความช่วยเหลือรวม 9 หมื่นล้านบาท","<p><strong>นายเอกชัย&nbsp;เตชะวิริยะกุล&nbsp;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;ธนาคารกรุงไทย&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ธนาคารฯ&nbsp;ได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยเพิ่มเติม&nbsp;3&nbsp;มาตรการ&nbsp;โดยคาดการณ์ช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อบุคคล&nbsp;6&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระทางการเงินให้กับลูกค้าสินเชื่อรายย่อยที่ได้รับผลกระทบโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;ซึ่งมาตรการดังกล่าวสำหรับลูกค้าสินเชื่อบุคคลที่มีสถานการณ์ชำระหนี้เป็นปกติ&nbsp;หรือไม่ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยเกินกว่า&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สินเชื่อที่อยู่อาศัย&nbsp;สินเชื่อ&nbsp;Home&nbsp;for&nbsp;Cash&nbsp;สินเชื่อกรุงไทยบ้านให้เงิน&nbsp;(Home&nbsp;Easy&nbsp;Cash)&nbsp;วงเงินกู้แบบมีกำหนดระยะเวลา&nbsp;พักชำระเงินต้นและชำระดอกเบี้ยบางส่วน&nbsp;สูงสุด&nbsp;12&nbsp;เดือน&nbsp;หรือขยายระยะเวลาโดยลดอัตราผ่อนชำระสูงสุด&nbsp;12&nbsp;เดือน&nbsp;หรือพักชำระเงินต้น&nbsp;โดยชำระเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุด&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;,สินเชื่อส่วนบุคคล&nbsp;วงเงินกู้แบบมีกำหนดระยะเวลา&nbsp;ลดการผ่อนชำระค่างวดร้อยละ&nbsp;30&nbsp;นานสูงสุด&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;และสินเชื่อวงเงินกู้แบบหมุนเวียน&nbsp;ได้แก่&nbsp;สินเชื่อกรุงไทยธนวัฏ&nbsp;สินเชื่อกรุงไทยธนวัฏ&nbsp;5&nbsp;Plus&nbsp;ปรับเป็นวงเงินกู้แบบมีกำหนดระยะเวลานาน&nbsp;48&nbsp;งวด&nbsp;หรือตามความสามารถในการชำระหนี้&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ธนาคารได้ออกมาตรการฟื้นฟูธุรกิจ&nbsp;2&nbsp;มาตรการ</strong>&nbsp;ประมาณการความช่วยเหลือรวมกว่า&nbsp;3&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู&nbsp;สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ&nbsp;2&nbsp;ต่อปี&nbsp;ใน&nbsp;2&nbsp;ปีแรก&nbsp;ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;ได้รับยกเว้นดอกเบี้ย&nbsp;6&nbsp;เดือนแรก&nbsp;รวมทั้งได้รับการค้ำประกันสินเชื่อจากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม&nbsp;(บสย.)&nbsp;นานสูงสุด&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;เปิดกว้างให้ลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่&nbsp;ลูกค้าเดิมที่มีวงเงินไม่เกิน&nbsp;500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ณ&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;ขอกู้ได้ไม่เกินร้อยละ&nbsp;30&nbsp;ของวงเงินเดิมที่มีอยู่กับธนาคาร&nbsp;สูงสุดไม่เกิน&nbsp;150&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยมีวงเงินสินเชื่อกับธนาคารและสถาบันการเงินอื่น&nbsp;ณ&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;ขอกู้ได้ไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ล้านบาท&nbsp;(นับรวมวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินทุกแห่ง)&nbsp;และมาตรการพักทรัพย์&nbsp;พักหนี้&nbsp;เพื่อช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจที่มีศักยภาพและมีทรัพย์สินเป็นหลักประกันให้สามารถลดภาระทางการเงินชั่วคราว&nbsp;ในช่วงที่รอให้ธุรกิจฟื้นตัว&nbsp;ด้วยวิธีการโอนทรัพย์ชําระหนี้และได้รับสิทธิซื้อทรัพย์คืนในอนาคต&nbsp;ในราคาต้นทุนรับโอนบวกค่าธรรมเนียม&nbsp;Carrying&nbsp;Cost&nbsp;ร้อยละ&nbsp;1&nbsp;และบวกค่าใช้จ่ายในการดูแลทรัพย์ที่ธนาคารจ่ายตามจริง&nbsp;หักค่าเช่าที่ลูกค้าชำระมาแล้ว&nbsp;มาตรการนี้ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีค่าธรรมเนียมทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับการรับโอนและการโอนคืนกลับให้ลูกค้า&nbsp;สําหรับลูกค้าที่มีความประสงค์โอนทรัพย์สินเพื่อชําระหนี้&nbsp;ต้องมียอดสินเชื่อธุรกิจคงเหลือกับธนาคาร&nbsp;ณ&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;และ&nbsp;ไม่เป็น&nbsp;NPL&nbsp;ณ&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2562&nbsp;รวมทั้งทรัพย์สินที่โอนต้องเป็นหลักประกันกับธนาคารก่อน&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;</p><p><strong>รองกรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;ธนาคารกรุงไทย&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;</strong>นอกจาก&nbsp;5&nbsp;มาตรการข้างต้นแล้ว&nbsp;ธนาคารยังให้ความสำคัญกับการตอบโจทย์ลูกค้าธุรกิจ&nbsp;ด้วยการเสริมสภาพคล่องให้คู่ค้าและพันธมิตรของลูกค้า&nbsp;โดยออกมาตรการเสริมสภาพคล่องเพื่อสนับสนุนให้คู่ค้าของสยามพิวรรธน์&nbsp;และเดอะมอลล์&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ&nbsp;SME&nbsp;และพันธมิตรทุกกลุ่มสามารถประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิด-19&nbsp;ธนาคารให้ความช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่มมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดย&nbsp;ณ&nbsp;สิ้น&nbsp;31&nbsp;มีนาคม.&nbsp;2564&nbsp;มีสินเชื่อที่ธนาคารให้ความช่วยเหลือตามมาตรการธนาคารแห่งประเทศไทยกว่า&nbsp;1.3&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;โดยเป็นลูกค้าบุคคลกว่า&nbsp;3&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;ลูกค้าธุรกิจและ&nbsp;SME&nbsp;กว่า&nbsp;9&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;สำหรับลูกค้าบุคคลที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการได้จนถึง&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ผ่านเว็บไซต์ของธนาคารกรุงไทย&nbsp;หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา</p><p><br></p><p><br></p>","31/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531125255683"],
    [232,"ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน เดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ","<p><strong>นายเศรษฐพุฒิ&nbsp;สุทธิวาทนฤพุฒิ&nbsp;ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธปท.)</strong>&nbsp;เปิดเผยภายในงานสัมมนาออนไลน์&nbsp;โครงการ&nbsp;\"ประสานพลังคู่ค้า&nbsp;เดินหน้าฟื้นฟูธุรกิจ\"&nbsp;จัดโดย&nbsp;บริษัท&nbsp;เดอะมอลล์&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;จำกัด&nbsp;และ&nbsp;6&nbsp;สถาบันการเงินชั้นนำ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือกลุ่ม&nbsp;SMEs&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คู่ค้า&nbsp;ให้เข้าถึงสินเชื่อและบริการของสถาบันการเงินได้มากขึ้น&nbsp;ว่า&nbsp;จากมาตรการช่วยเหลือ&nbsp;กลุ่ม&nbsp;SMEs&nbsp;ในช่วงที่ผ่านมาเห็นว่ายังไม่เพียงพอ&nbsp;ภาครัฐจึงยกระดับความเข้มข้นของมาตรการเพื่อให้ช่วยเหลือธุรกิจ&nbsp;SMEs&nbsp;ให้มากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ธปท.&nbsp;จึงร่วมกับกระทรวงการคลัง&nbsp;</strong>ออกมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูสำหรับผู้ประกอบธุรกิจ&nbsp;โดยได้ปลดล็อกข้อจำกัดของ&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;soft&nbsp;loan&nbsp;เดิม&nbsp;ให้ลูกหนี้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น&nbsp;คือการขยายขอบเขตของลูกหนี้ให้รวมผู้ที่ไม่เคยมีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินมาก่อน&nbsp;ขยายเวลาการให้ความช่วยเหลือให้ยาวขึ้น&nbsp;จากเดิม&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;เป็น&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ให้สอดคล้องกับการที่ธุรกิจต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว&nbsp;ขยายวงเงินให้เพียงพอรองรับความต้องการของลูกหนี้&nbsp;จากเดิมที่ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ของยอดคงค้างสินเชื่อที่เบิกใช้ในปัจจุบัน&nbsp;เป็นร้อยละ&nbsp;30&nbsp;ของวงเงินสินเชื่อ&nbsp;กำหนดอัตราดอกเบี้ยให้เหมาะสมและเอื้อต่อการปล่อยสินเชื่อ&nbsp;แต่เฉลี่ยแล้วต้องไม่เกินร้อยละ&nbsp;5&nbsp;ต่อปี&nbsp;โดยดอกเบี้ยในช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีแรกจะอยู่ที่ร้อยละ&nbsp;2&nbsp;ต่อปี&nbsp;และลูกหนี้จะได้รับยกเว้นค่าดอกเบี้ยในช่วง&nbsp;6&nbsp;เดือนแรก&nbsp;เพิ่มกลไกค้ำประกันโดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม&nbsp;(บสย.)&nbsp;และเพิ่มสัดส่วนการค้ำประกันความเสียหายของกลไกดังกล่าว&nbsp;จากปกติที่ร้อยละ&nbsp;30&nbsp;เป็นร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ของความเสียหายที่จะเกิดขึ้น&nbsp;โดยออกแบบให้กลุ่ม&nbsp;SMEs&nbsp;รายเล็ก&nbsp;ได้รับการค้ำประกันในสัดส่วนที่สูงกว่ากลุ่มอื่น&nbsp;เนื่องจากส่วนใหญ่มีสภาพคล่องไม่มากหรือมีสายป่านสั้น&nbsp;และต้องใช้ระยะเวลานานในการฟื้นตัว&nbsp;โดยผู้ประกอบการที่มีความสนใจรับความช่วยเหลือจากมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูนี้&nbsp;สามารถติดต่อสถาบันการเงินที่เป็นลูกค้าอยู่ได้</p><p><strong>ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;แม้จะขยายเงื่อนไขของความช่วยเหลือในมาตรการให้ครอบคลุมขึ้นแล้ว&nbsp;แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการบริหารจัดการมาตรการ&nbsp;และการให้ลูกหนี้เข้าถึงมาตรการได้มากขึ้น&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมามีข้อจำกัดที่ทำให้&nbsp;SMEs&nbsp;หลายรายไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้&nbsp;คือ&nbsp;ธุรกิจ&nbsp;SMEs&nbsp;มีความเสี่ยงในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนสูง&nbsp;สถาบันการเงินประเมินความเสี่ยงของ&nbsp;SMEs&nbsp;ได้ยาก&nbsp;เพราะขาดข้อมูลและยังขาดคนกลางที่จะช่วยชี้เป้า&nbsp;SMEs&nbsp;ที่มีศักยภาพและจะกลับมาฟื้นตัวได้&nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างตรงจุด&nbsp;เมื่อมองไปข้างหน้าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะต้องใช้เวลา&nbsp;ทำให้ต้องเร่งแก้ปัญหาเรื่องสภาพคล่องของ&nbsp;SMEs&nbsp;ไม่ให้ลุกลามไปกว่านี้&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;4&nbsp;ภาคส่วน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;สถาบันการเงิน&nbsp;ผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่&nbsp;และ&nbsp;SMEs&nbsp;ต้องทำงานร่วมกันและยกระดับบทบาทในการช่วยให้&nbsp;SMEs&nbsp;ได้รับสภาพคล่องอย่างทันการณ์</p><p><br></p><p><br></p>","31/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531133602707"],
    [233,"มอบวัสดุ-อุปกรณ์กลุ่มแม่บ้านป่าหวังนอกยะลาลดผลกระทบช่วงโควิด-19","<p><strong>นพค.42&nbsp;มอบวัสดุ-อุปกรณ์&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;กลุ่มแม่บ้านป่าหวังนอกยะลาลดผลกระทบช่วงโควิด-19&nbsp;ขณะ&nbsp;กลุ่มแม่บ้าน&nbsp;เตรียมต่อยอดแปรรูปผลผลิตเพิ่มรายได้</strong></p><p><strong>&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(31&nbsp;พ.ค&nbsp;64)&nbsp;ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;แม่บ้านป่าหวังนอก&nbsp;ม.11&nbsp;ต.บันนังสตา&nbsp;อ.บันนังสตาจ.ยะลา&nbsp;หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;42&nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&nbsp;4&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;ได้จัดพิธีส่งมอบ&nbsp;วัสดุ-อุปกรณ์&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตตามโครงการ&nbsp;พัฒนาและช่วยเหลือประชาชนปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;ให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านป่าหวังนอก&nbsp;โดยมี&nbsp;พันเอกรณชัย&nbsp;เวียงวงษ์&nbsp;ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;42ฯ&nbsp;&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ร่วมกับกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการส่งมอบวัสดุอุปกรณ์ครั้งนี้&nbsp;พันเอกรณชัย&nbsp;เวียงวงษ์&nbsp;ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;42&nbsp;ฯ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รัฐบาลโดย&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความห่วงใยพี่น้องกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ที่ประสบกับปัญหาทางเศรษฐกิจ&nbsp;ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19&nbsp;อยู่ในขณะนี้&nbsp;จึงได้มีดำริให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดดำเนินการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;โดย&nbsp;พล.อ.นเรนทร์&nbsp;ศิริภูบาล&nbsp;ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;ได้อนุมัติให้หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;42&nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&nbsp;4&nbsp;จัดชุดพัฒนาคุณภาพชีวิตเข้าให้ความช่วยเหลือพี่น้องกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;แม่บ้านป่าหวังนอก&nbsp;โดยมอบวัสดุ-อุปกรณ์ให้แก่ทางกลุ่ม&nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้จากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรให้มีมูลค่าเพิ่มมากยิ่งขึ้น&nbsp;และสามารถผลิตได้ทั้งตลอดปี&nbsp;ตลอดจนขยายการตลาด&nbsp;ต่อยอดทางความรู้พัฒนาทักษะให้ก้าวหน้าได้ผลต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทางกลุ่มฯ&nbsp;ได้ขอบคุณทาง&nbsp;นพค.42&nbsp;ที่ได้มอบตู้แช่&nbsp;เครื่องซีล&nbsp;เตาแก๊สให้กับทางกลุ่ม&nbsp;ซึ่งของเดิมใช้มาเป็นระยะเวลานานกว่า&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;ทำให้ประสิทธิภาพในการผลิตได้น้อย&nbsp;หลังจากนี้ก็จะนำอุปกรณ์เหล่านี้ไปต่อยอด&nbsp;ทำกล้วยฉาบ&nbsp;และผลไม้แปรรูปตามฤดูกาลจำหน่ายต่อไป&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับทางกลุ่มจากเดิมซึ่งมีสมาชิก&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;หลังจากแบ่งเข้ากลุ่มแล้ว&nbsp;จะมีรายได้คนละประมาณ&nbsp;200-300&nbsp;บาทต่อวัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","31/5/2021","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531164535822"],
    [234,"กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดเสวนาออนไลน์ ขนส่งผลไม้ไปจีนที่นี่มีคำตอบ ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์","<p><strong>นายสมเด็จ&nbsp;สุสมบูรณ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;กระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ปัจจุบันการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศมีบทบาทสำคัญต่อการส่งออก&nbsp;และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สนับสนุน&nbsp;และเพิ่มโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการ&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;&nbsp;เพื่อลดผลกระทบบต่อผู้ส่งออกผลไม้/สินค้าเกษตรที่เกิดจากความล่าช้า&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลส่งออกผลไม้ไทย&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;&nbsp;ได้สั่งการให้เร่งประสานงานแก้ไขปัญหาและเตรียมความพร้อมเพื่อให้การส่งสินค้าข้ามแดนไปยังประเทศจีนคล่องตัวและสะดวกยิ่งขึ้น&nbsp;กรมฯจึงได้จัดงานเสวนาออนไลน์&nbsp;ขนส่งผลไม้ไปจีน...ที่นี่มีคำตอบ&nbsp;เพื่อให้ความรู้ด้านเส้นทาง&nbsp;มาตรการและกฎระเบียบในการขนส่งผลไม้ทางบกในยุคโควิด-19&nbsp;มีตลาดเป้าหมายได้แก่&nbsp;ประเทศจีน&nbsp;และอาเซียน&nbsp;โดยการเสวนาครั้งนี้&nbsp;ได้เชิญวิทยากรที่อยู่ในพื้นที่ประเทศเป้าหมายและประเทศที่อยู่ในเส้นทางขนส่งมาร่วมให้ความรู้และอัพเดตสถานการณ์&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ทูตพาณิชย์และทูตเกษตรจากภูมิภาคจีนทูตพาณิชย์จาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;และทูตพาณิชย์เวียดนาม&nbsp;พร้อมผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์การค้าระหว่างประเทศของไทยมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้านการขนส่งสินค้าเกษตรสู่ประเทศจีนทางบก&nbsp;โดยคาดหวังว่สการตีดกอจกรรมเสวนาครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ส่งออกไทยที่จะใบ้เป็นโอกาสขยายกาาค้าในต่างต่างประเทศ&nbsp;เพื่อผลักดะนให้การส่งออกปีนี้เติบโตได้ตามเป้าหมาย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","31/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531185740915"],
    [235,"พาณิชย์ลำปาง นำทีมคณะทำงานฯ ตรวจสอบสต็อกมันสำปะหลังตามโครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกมันสำปะหลัง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบสต็อกมันสำปะหลัง&nbsp;ตามโครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกมันสำปะหลัง&nbsp;ปี&nbsp;2563/64&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;มอบหมายเจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;นำทีมคณะทำงานฯ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ผู้แทนเกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;ผู้แทน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดลำปาง&nbsp;ผู้แทนสำนักงานชั่งตวงวัด&nbsp;เขต&nbsp;1-2&nbsp;ลำปาง&nbsp;ผู้แทนธนาคารกสิกรไทย&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกมันสำปะหลังของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5&nbsp;(ประจำเดือนพฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;คือ&nbsp;บริษัท&nbsp;จิรชัย&nbsp;โปรดิวส์&nbsp;จำกัด&nbsp;อ.วังเหนือ&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผลการตรวจสอบพบว่าผู้ประกอบการมีการดำรงสต็อกมันสำปะหลัง&nbsp;ครอบคลุมมูลค่าตามตั๋วสัญญาใช้เงิน&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ฉบับ&nbsp;มูลค่า&nbsp;4,500,000&nbsp;บาท&nbsp;และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของโครงการฯ&nbsp;อย่างครบถ้วน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","31/5/2021","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531164042814"],
    [236,"กรมท่าอากาศยาน ดำเนินการส่งบุคลากรทั้งส่วนภลางและส่วนภูมิภาคเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 สร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค","<p><strong>นายอภิรัฐ&nbsp;ไชยวงศ์น้อย&nbsp;อธิบดีกรมท่าอากาศยาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมท่าอากาศยานจัดบุคลากรส่วนกลาง&nbsp;เข้ารับการฉีดวัคซีน&nbsp;เข็มที่&nbsp;1&nbsp;ในระหว่างวัน&nbsp;29&nbsp;&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ&nbsp;ซึ่งให้บุคลากรด่านหน้าสังกัดกระทรวงคมนาคมทุกคน&nbsp;ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;และให้เกิดความปลอดภัยในระบบขนส่งสาธารณะ&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;แม้บุคลากรที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว&nbsp;ยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;โดยยึดหลัก&nbsp;D-M&nbsp;-H-T-T-&nbsp;A&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยการรักษาระยะห่าง&nbsp;&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;หมั่นล้างมือบ่อยๆ&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิทุกครั้งก่อนเข้าที่ทำงาน&nbsp;หากพบว่ามีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ต้องตรวจหาเชื้อทันที&nbsp;&nbsp;และการใช้แอพพลิเคชั่นไทยชนะ&nbsp;และหมอชนะควบคู่ทุกครั้ง&nbsp;สำหรับบริเวณอาคารสำนักงานของกรมท่าอากาศยาน&nbsp;จะมีการดำเนินการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัส&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ทุกวันศุกร์หลังเวลาราชการ&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เสริมความเชื่อมั่นและเสริมความปลอดภัยในสุขอนามัยของบุคลากรทุกคน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเจ้าหน้าที่ของท่าอากาศยานที่อยู่ในความดูแลของ</strong>&nbsp;กรมท่าอากาศยานทุกแห่ง&nbsp;จะได้รับการจัดสรรวัคซีนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด&nbsp;และทยอยรับการฉีดวัคซีนเพื่อให้ครบตามจำนวน&nbsp;และยังคงเน้นย้ำให้ท่าอากาศยานทุกแห่งปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อให้ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการมั่นใจว่าท่าอากาศยาน&nbsp;ทุกแห่งของ&nbsp;ทย.&nbsp;ปลอดภัยจากเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","31/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531185638914"],
    [237,"โฆษกคลัง ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารโครงการช่วยเหลือประชาชน จากช่องทางการสื่อสารที่เป็นทางการ","<p><strong>นางสาวกุลยา&nbsp;ตันติเตมิท&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ขอเตือนประชาชนระมัดระวังข่าวปลอมที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับโครงการให้ความช่วยเหลือประชาชนของรัฐบาลที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงการคลัง&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการเราชนะและโครงการคนละครึ่ง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ในลักษณะข้อความสั้น&nbsp;(SMS)&nbsp;หรือข้อมูลที่มีการส่งต่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่อาจคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง&nbsp;หรืออาจสร้างความสับสนแก่ประชาชน&nbsp;โดยขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารของโครงการให้ความช่วยเหลือประชาชนภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงการคลัง&nbsp;จากช่องทางการสื่อสารที่เป็นทางการของกระทรวงการคลัง</p><p><strong>โฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการเราชนะด้วยว่า</strong>&nbsp;ล่าสุด&nbsp;ประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;จำนวน&nbsp;13.7&nbsp;ล้านคน&nbsp;ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;จำนวน&nbsp;96,377&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชันเป๋าตังในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง&nbsp;และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์&nbsp;www.เราชนะ.com&nbsp;ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;17.0&nbsp;ล้านคน&nbsp;และมีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสม&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;จำนวน&nbsp;139,974&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;2.4&nbsp;ล้านคน&nbsp;มียอดใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;จำนวน&nbsp;19,165&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ทำให้มีมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า&nbsp;255,516&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;จำนวนทั้งสิ้นมากกว่า&nbsp;1.3&nbsp;ล้านกิจการ</p><p><br></p><p><br></p>","31/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531184600905"],
    [238,"ภูเก็ต หารือภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการที่พัก สถานบริการ และผู้ประกอบการขนส่ง เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดจังหวัดตามแผน Sandbox ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;ที่อาคารคอซิมบี้&nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;วิกรม&nbsp;จากที่&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานในการประชุมหารือและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องด้านท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;โดยมีการหารือเป็นกลุ่มต่างๆ&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคของจังหวัด&nbsp;โดยเวทีแรกเป็นของผู้ประกอบการโรงแรม&nbsp;ที่พัก&nbsp;สถานบริการ&nbsp;เวทีที่&nbsp;2&nbsp;เป็นเวทีของผู้ประกอบการสถานบริการ&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;และเวทีสุดท้าย&nbsp;คือ&nbsp;ผู้ประกอบการขนส่ง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;เวทีได้มีการหารือร่วมกันและเป็นการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการถึงความต้องการ&nbsp;ปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;และข้อเสนอแนะในการเตรียมความพร้อมเปิดจังหวัด&nbsp;ตามแผน&nbsp;Phuket&nbsp;Sandbox&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;นี้&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;3&nbsp;เวที&nbsp;มีการเสนอให้ผู้ประกอบการนำพนักงานฉีดวัคซีนให้ครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;เกินร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดได้สำรวจผู้ประกอบการที่ยังมีพนักงานตกค้างไม่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;รวบรวมรายชื่อเพิ่มจัดหาแนวทางการฉีดวัคซีนให้ครบ&nbsp;2&nbsp;เข็มก่อนวันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;สำหรับในส่วนของชาวต่างชาติที่ทำงานและอาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ตซึ่งทางจังหวัดได้ทำการสำรวจพร้อมจัดให้ขึ้นทะเบียนรับการฉีดวัคซีนแล้วกว่า&nbsp;5,500&nbsp;คน&nbsp;เพื่อให้เกิดความพร้อมสูงสุดก่อนการเปิดจังหวัด&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายก้องศักดิ์&nbsp;คู่พงศกร&nbsp;นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การขับเคลื่อนแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต(Phuket&nbsp;Sandbox)&nbsp;คือการทดลองเปิดรับนักท่องเที่ยวหากประสบความสำเร็จจะได้ขยายต่อไปยังพื้นที่อื่นๆ&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศไทย&nbsp;ทั้งนี้ในส่วนของสถานประกอบการโรงแรมในจังหวัดภูเก็ตขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมเพื่อเป็นเจ้าบ้านที่ดีทั้งด้านการบริการ&nbsp;และได้&nbsp;กำหนดจัดอบรมด้านภาษาให้แก่พนักงานโรงแรม&nbsp;โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต&nbsp;อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือโรงแรมที่จะเปิดให้บริการต้องปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;New&nbsp;normal&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขโดยเคร่งครัด&nbsp;เพื่อให้การป้องกันและควบคุมโรคมีประสิทธิภาพ&nbsp;ทั้งนี้ในส่วนของการให้โรงแรมจัดทำข้อมูลนักท่องเที่ยวเพื่อรายงานศูนย์&nbsp;EOC&nbsp;นั้น&nbsp;อยากจะให้จังหวัดได้ปรับปรุงนำเทคโนโลยีมาใช้&nbsp;เช่น&nbsp;<a&nbsp;href=\"WWW.GOPHUGET.COM\"&nbsp;target=\"_blank\">WWW.GOPHUGET.COM</a>&nbsp;หรือ&nbsp;แอปพลิเคชัน&nbsp;ThailandPlus&nbsp;ก่อนการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย&nbsp;โดยผู้เดินทางจะต้องแสดงแอปพลิเคชั่น&nbsp;ThailandPlus&nbsp;นี้&nbsp;ร่วมกับเอกสารหลักฐานอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ในการเข้าราชอาณาจักรไทยด้วย&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนทางด้าน&nbsp;ชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตองได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;นำโดย&nbsp;นายวีรวิชญ์&nbsp;เครือสมบัติ&nbsp;ประธาน&nbsp;ชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง&nbsp;เพื่อขอให้พิจารณาการเปิดปิดสถานบันเทิง&nbsp;พร้อมยื่นข้อกำหนดแนวทางในการปฏิบัติของสถานบันเทิงในการเตรียมพร้อมเปิดให้บริการประกอบด้วย&nbsp;ได้มีการจัดเตรียมการทำการฆ่าเชื้อในสถานบันเทิงและสถานที่โดยรอบเพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดสถานบันเทิงและสถานประกอบการต่างๆ&nbsp;กำหนดให้มีการตรวจคัดกรองโรคทางเข้าทุกช่องทางของสถานบันเทิงและสถานประกอบการ&nbsp;เช่น&nbsp;การตรวจคัดกรองโรคทางฝั่งขาเข้าป่าตองและฝั่งทางเข้าจากห้างจังซีลอนของถนนบางลา&nbsp;รวมถึงพนักงานที่ปฏิบัติงานต้องมีการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็มจึงจะปฏิบัติงานในสถานที่ต่างๆ&nbsp;ได้&nbsp;และพร้อมให้ความร่วมมือกับทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ในการกำหนดแนวทางการปฏิบัติตามความเหมาะสมต่อไป&nbsp;ทั้งนี้ทางผู้ประกอบการทุกกลุ่มพร้อมให้ความร่วมมือกับทางจังหวัดในทุกๆ&nbsp;เรื่องเพื่อรับการเปิดจังหวัด&nbsp;ตามแผน&nbsp;Phuket&nbsp;Sandbox&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","31/5/2021","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531183811902"],
    [239,"นายกรัฐมนตรี ย้ำความร่วมมือ ปตท. กับฟอกซ์คอนน์ เป็นก้าวสําคัญสร้างความแข็งแกร่งให้ประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางผลิตยานยนต์ไฟฟ้า","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการลงทุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย&nbsp;ระหว่าง&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;กับ&nbsp;Hon&nbsp;Hai&nbsp;Precision&nbsp;Industry&nbsp;Co.,&nbsp;Ltd.&nbsp;(Foxconn&nbsp;Technology&nbsp;Group)&nbsp;ในรูปแบบเสมือนจริง&nbsp;(Virtual&nbsp;MOU&nbsp;Signing&nbsp;Ceremony)&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;และ&nbsp;กรุงไทเป&nbsp;ไต้หวัน&nbsp;เพื่อศึกษาโอกาสการพัฒนาฐานการผลิตยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย&nbsp;/ผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่&nbsp;ส่งเสริมความเติบโตและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน&nbsp;โดยมีนายสุพัฒน์พงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&nbsp;&nbsp;เลขาธิการนายกรัฐมนตรี&nbsp;&nbsp;พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยาน</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>แสดงความยินดีในความร่วมมือระหว่าง&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จํากัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;&nbsp;และฟอกซ์คอนน์&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;(Foxconn&nbsp;Technology&nbsp;Group)&nbsp;โดยไทยมีนโยบายและกำหนดทิศทางยกระดับให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายด้วยรักษาและต่อยอดความเป็นผู้นําของฐานการผลิตยานยนต์เพื่อการส่งออกในภูมิภาค&nbsp;ที่ผ่านมาได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ&nbsp;โดยตั้งเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าจะเติบโตเป็น&nbsp;30%&nbsp;ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในประเทศภายในปี&nbsp;ค.ศ.2030&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2573)&nbsp;เท่ากับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าประมาณ&nbsp;7&nbsp;แสนคันต่อปี&nbsp;ยํ้าจุดยืนของประเทศไทยที่จะเป็นศูนย์กลางการลงทุนยานยนต์ไฟฟ้าสําคัญของอาเซียนและส่งผลให้ประเทศบรรลุเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยืนยันส่งเสริมระบบนิเวศอื่นๆ</strong>&nbsp;ที่จะเกื้อหนุนให้การใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในประเทศตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง&nbsp;รองรับการดำเนินงานด้านยานยนต์ไฟฟ้าให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&nbsp;ผลักดันผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ&nbsp;ประเทศไทยในฐานะเป็นฐานการผลิตรถยนต์ชั้นนําในอาเซียนแล้ว&nbsp;ยังอยู่ใน&nbsp;12&nbsp;อันดับแรกของฐานการผลิตรถยนต์ระดับโลก</p><p><strong>ในตอนท้าย&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>ได้ขอให้การดำเนินงานนี้ประสบผลสําเร็จ&nbsp;เชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสําคัญ&nbsp;ของเศรษฐกิจ&nbsp;นวัตกรรมและสิ่งแวดล้อมที่ดียิงขึ้นได้ต่อไป</p><p><strong>ดร.ทศพร&nbsp;ศิริสัมพันธ์&nbsp;ประธานคณะกรรมการ&nbsp;ปตท.&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ได้ตั้งเป้าหมายที่จะจัดตั้งแพลตฟอร์มการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและให้คนไทยเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำกว่าและมีความยั่งยืนในอนาคต</p><p><strong>ด้านผู้บริหาร&nbsp;Foxconn&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ความร่วมมือในครั้งนี้ว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าหรือผู้ที่สนใจทั่วโลก&nbsp;ได้เชื่อมต่อสังคมแห่งการเดินทางด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ&nbsp;พร้อมมุ่งหวังที่จะเห็นประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำระดับโลกในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p>","31/5/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531184819908"],
    [240,"จ.นครพนม เตรียม Kick off จุดจำหน่ายสินค้าเกษตร บรรเทาความเดือดร้อนสินค้าเกษตรตกต่ำ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายปัญญา&nbsp;สัมพะวงศ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั่วประเทศ&nbsp;รวมถึงเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครพนม&nbsp;ที่ไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรได้&nbsp;มีผลผลิตตกค้างเป็นจำนวนมาก&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จังหวัดได้จัดพื้นที่ให้เกษตรกรจำหน่ายสินค้าเกษตร&nbsp;ในราคาต่ำกว่าท้องตลาด&nbsp;บริเวณหน้าองค์การบริการส่วนตำบลคำพี้&nbsp;ตำบลคำพี้&nbsp;อำเภอนาแก&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปช่วยซื้อผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรในจังหวัดนครพนมที่ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนม&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;0-4251-3334-5</p>","31/5/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531193742929"],
    [241,"จ.ศรีสะเกษถ่ายทำคลิปวีดีโอเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;-&nbsp;16.30&nbsp;น.ณ&nbsp;สวนทุเรียนอิงธารออร์แกนิค&nbsp;บ้านซำตารมย์&nbsp;ตำบลตระกาจ&nbsp;อำเภอกันทรลักษ์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ร่วมถ่ายทำคลิปวีดีโอเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;ในกิจกรรมเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;แบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ตอน&nbsp;ทุเรียนภูเขาไฟ...อยู่ไหนก็ได้กิน&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;พร้อมทั้งการประชาสัมพันธ์การขายออนไลน์&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างความเข้มแข็งและมั่นคงให้แก่กลุ่มเกษตรกร&nbsp;และคนในชุมชน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สำหรับประชาชนผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสั่งซื้อทุเรียนภูเขาไฟออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์&nbsp;WWW.LAVADURIAN.COM&nbsp;โดยสามารถเลือกร้าน&nbsp;เลือกสวน&nbsp;เลือกเกรด&nbsp;เลือกสายพันธุ์&nbsp;สั่งซื้อตามขั้นตอน&nbsp;และรอรับทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษถึงที่หน้าบ้านได้อย่างสะดวกสบาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาววาสนา&nbsp;อยู่ดี&nbsp;พาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นางสาววรรณา&nbsp;บุดดีสิงห์ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายสุพิชัย&nbsp;หล่าสกุล&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;น.ส.ธมลวรรณ&nbsp;เจริญวงศ์พิสิฐ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ททท.&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;นางวาสิตา&nbsp;น้อยพรหม&nbsp;นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนนายอำเภอกันทรลักษ์&nbsp;เกษตรอำเภอกันทรลักษ์&nbsp;กลุ่มเกษตรกรชาวสวน&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องร่วมในกิจกรรม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","31/5/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210601095329023"],
    [242,"","","","","","",""],
    [243,"","","","","","",""],
    [244,"","","","","","",""],
    [245,"","","","","","",""],
    [246,"","","","","","",""],
    [247,"","","","","","",""],
    [248,"","","","","","",""],
    [249,"","","","","","",""],
    [250,"","","","","","",""],
    [251,"","","","","","",""],
    [252,"","","","","","",""],
    [253,"","","","","","",""],
    [254,"","","","","","",""],
    [255,"","","","","","",""],
    [256,"","","","","","",""],
    [257,"","","","","","",""],
    [258,"","","","","","",""],
    [259,"","","","","","",""],
    [260,"","","","","","",""],
    [261,"","","","","","",""],
    [262,"","","","","","",""],
    [263,"","","","","","",""],
    [264,"","","","","","",""],
    [265,"","","","","","",""],
    [266,"","","","","","",""],
    [267,"","","","","","",""],
    [268,"","","","","","",""],
    [269,"","","","","","",""],
    [270,"","","","","","",""],
    [271,"","","","","","",""],
    [272,"","","","","","",""],
    [273,"","","","","","",""],
    [274,"","","","","","",""],
    [275,"","","","","","",""],
    [276,"","","","","","",""],
    [277,"","","","","","",""],
    [278,"","","","","","",""],
    [279,"","","","","","",""],
    [280,"","","","","","",""],
    [281,"","","","","","",""],
    [282,"","","","","","",""],
    [283,"","","","","","",""],
    [284,"","","","","","",""],
    [285,"","","","","","",""],
    [286,"","","","","","",""],
    [287,"","","","","","",""],
    [288,"","","","","","",""],
    [289,"","","","","","",""],
    [290,"","","","","","",""],
    [291,"","","","","","",""],
    [292,"","","","","","",""],
    [293,"","","","","","",""],
    [294,"","","","","","",""],
    [295,"","","","","","",""],
    [296,"","","","","","",""],
    [297,"","","","","","",""],
    [298,"","","","","","",""],
    [299,"","","","","","",""],
    [300,"","","","","","",""],
    [301,"","","","","","",""],
    [302,"","","","","","",""],
    [303,"","","","","","",""],
    [304,"","","","","","",""],
    [305,"","","","","","",""],
    [306,"","","","","","",""],
    [307,"","","","","","",""],
    [308,"","","","","","",""],
    [309,"","","","","","",""],
    [310,"","","","","","",""],
    [311,"","","","","","",""],
    [312,"","","","","","",""],
    [313,"","","","","","",""],
    [314,"","","","","","",""],
    [315,"","","","","","",""],
    [316,"","","","","","",""],
    [317,"","","","","","",""],
    [318,"","","","","","",""],
    [319,"","","","","","",""],
    [320,"","","","","","",""],
    [321,"","","","","","",""],
    [322,"","","","","","",""],
    [323,"","","","","","",""],
    [324,"","","","","","",""],
    [325,"","","","","","",""],
    [326,"","","","","","",""],
    [327,"","","","","","",""],
    [328,"","","","","","",""],
    [329,"","","","","","",""],
    [330,"","","","","","",""],
    [331,"","","","","","",""],
    [332,"","","","","","",""],
    [333,"","","","","","",""],
    [334,"","","","","","",""],
    [335,"","","","","","",""],
    [336,"","","","","","",""],
    [337,"","","","","","",""],
    [338,"","","","","","",""],
    [339,"","","","","","",""],
    [340,"","","","","","",""],
    [341,"","","","","","",""],
    [342,"","","","","","",""],
    [343,"","","","","","",""],
    [344,"","","","","","",""],
    [345,"","","","","","",""],
    [346,"","","","","","",""],
    [347,"","","","","","",""],
    [348,"","","","","","",""],
    [349,"","","","","","",""],
    [350,"","","","","","",""],
    [351,"","","","","","",""],
    [352,"","","","","","",""],
    [353,"","","","","","",""],
    [354,"","","","","","",""],
    [355,"","","","","","",""],
    [356,"","","","","","",""],
    [357,"","","","","","",""],
    [358,"","","","","","",""],
    [359,"","","","","","",""],
    [360,"","","","","","",""],
    [361,"","","","","","",""],
    [362,"","","","","","",""],
    [363,"","","","","","",""],
    [364,"","","","","","",""],
    [365,"","","","","","",""],
    [366,"","","","","","",""],
    [367,"","","","","","",""],
    [368,"","","","","","",""],
    [369,"","","","","","",""],
    [370,"","","","","","",""],
    [371,"","","","","","",""],
    [372,"","","","","","",""],
    [373,"","","","","","",""],
    [374,"","","","","","",""],
    [375,"","","","","","",""],
    [376,"","","","","","",""],
    [377,"","","","","","",""],
    [378,"","","","","","",""],
    [379,"","","","","","",""],
    [380,"","","","","","",""],
    [381,"","","","","","",""],
    [382,"","","","","","",""],
    [383,"","","","","","",""],
    [384,"","","","","","",""],
    [385,"","","","","","",""],
    [386,"","","","","","",""],
    [387,"","","","","","",""],
    [388,"","","","","","",""],
    [389,"","","","","","",""],
    [390,"","","","","","",""],
    [391,"","","","","","",""],
    [392,"","","","","","",""],
    [393,"","","","","","",""],
    [394,"","","","","","",""],
    [395,"","","","","","",""],
    [396,"","","","","","",""],
    [397,"","","","","","",""],
    [398,"","","","","","",""],
    [399,"","","","","","",""],
    [400,"","","","","","",""],
    [401,"","","","","","",""],
    [402,"","","","","","",""],
    [403,"","","","","","",""],
    [404,"","","","","","",""],
    [405,"","","","","","",""],
    [406,"","","","","","",""],
    [407,"","","","","","",""],
    [408,"","","","","","",""],
    [409,"","","","","","",""],
    [410,"","","","","","",""],
    [411,"","","","","","",""],
    [412,"","","","","","",""],
    [413,"","","","","","",""],
    [414,"","","","","","",""],
    [415,"","","","","","",""],
    [416,"","","","","","",""],
    [417,"","","","","","",""],
    [418,"","","","","","",""],
    [419,"","","","","","",""],
    [420,"","","","","","",""],
    [421,"","","","","","",""],
    [422,"","","","","","",""],
    [423,"","","","","","",""],
    [424,"","","","","","",""],
    [425,"","","","","","",""],
    [426,"","","","","","",""],
    [427,"","","","","","",""],
    [428,"","","","","","",""],
    [429,"","","","","","",""],
    [430,"","","","","","",""],
    [431,"","","","","","",""],
    [432,"","","","","","",""],
    [433,"","","","","","",""],
    [434,"","","","","","",""],
    [435,"","","","","","",""],
    [436,"","","","","","",""],
    [437,"","","","","","",""],
    [438,"","","","","","",""],
    [439,"","","","","","",""],
    [440,"","","","","","",""],
    [441,"","","","","","",""],
    [442,"","","","","","",""],
    [443,"","","","","","",""],
    [444,"","","","","","",""],
    [445,"","","","","","",""],
    [446,"","","","","","",""],
    [447,"","","","","","",""],
    [448,"","","","","","",""],
    [449,"","","","","","",""],
    [450,"","","","","","",""],
    [451,"","","","","","",""],
    [452,"","","","","","",""],
    [453,"","","","","","",""],
    [454,"","","","","","",""],
    [455,"","","","","","",""],
    [456,"","","","","","",""],
    [457,"","","","","","",""],
    [458,"","","","","","",""],
    [459,"","","","","","",""],
    [460,"","","","","","",""],
    [461,"","","","","","",""],
    [462,"","","","","","",""],
    [463,"","","","","","",""],
    [464,"","","","","","",""],
    [465,"","","","","","",""],
    [466,"","","","","","",""],
    [467,"","","","","","",""],
    [468,"","","","","","",""],
    [469,"","","","","","",""],
    [470,"","","","","","",""],
    [471,"","","","","","",""],
    [472,"","","","","","",""],
    [473,"","","","","","",""],
    [474,"","","","","","",""],
    [475,"","","","","","",""],
    [476,"","","","","","",""],
    [477,"","","","","","",""],
    [478,"","","","","","",""],
    [479,"","","","","","",""],
    [480,"","","","","","",""],
    [481,"","","","","","",""],
    [482,"","","","","","",""],
    [483,"","","","","","",""],
    [484,"","","","","","",""],
    [485,"","","","","","",""],
    [486,"","","","","","",""],
    [487,"","","","","","",""],
    [488,"","","","","","",""],
    [489,"","","","","","",""],
    [490,"","","","","","",""],
    [491,"","","","","","",""],
    [492,"","","","","","",""],
    [493,"","","","","","",""],
    [494,"","","","","","",""],
    [495,"","","","","","",""],
    [496,"","","","","","",""],
    [497,"","","","","","",""],
    [498,"","","","","","",""],
    [499,"","","","","","",""],
    [500,"","","","","","",""],
    [501,"","","","","","",""],
    [502,"","","","","","",""],
    [503,"","","","","","",""],
    [504,"","","","","","",""],
    [505,"","","","","","",""],
    [506,"","","","","","",""],
    [507,"","","","","","",""],
    [508,"","","","","","",""],
    [509,"","","","","","",""],
    [510,"","","","","","",""],
    [511,"","","","","","",""],
    [512,"","","","","","",""],
    [513,"","","","","","",""],
    [514,"","","","","","",""],
    [515,"","","","","","",""],
    [516,"","","","","","",""],
    [517,"","","","","","",""],
    [518,"","","","","","",""],
    [519,"","","","","","",""],
    [520,"","","","","","",""],
    [521,"","","","","","",""],
    [522,"","","","","","",""],
    [523,"","","","","","",""],
    [524,"","","","","","",""],
    [525,"","","","","","",""],
    [526,"","","","","","",""],
    [527,"","","","","","",""],
    [528,"","","","","","",""],
    [529,"","","","","","",""],
    [530,"","","","","","",""],
    [531,"","","","","","",""],
    [532,"","","","","","",""],
    [533,"","","","","","",""],
    [534,"","","","","","",""],
    [535,"","","","","","",""],
    [536,"","","","","","",""],
    [537,"","","","","","",""],
    [538,"","","","","","",""],
    [539,"","","","","","",""],
    [540,"","","","","","",""],
    [541,"","","","","","",""],
    [542,"","","","","","",""],
    [543,"","","","","","",""],
    [544,"","","","","","",""],
    [545,"","","","","","",""],
    [546,"","","","","","",""],
    [547,"","","","","","",""],
    [548,"","","","","","",""],
    [549,"","","","","","",""],
    [550,"","","","","","",""],
    [551,"","","","","","",""],
    [552,"","","","","","",""],
    [553,"","","","","","",""],
    [554,"","","","","","",""],
    [555,"","","","","","",""],
    [556,"","","","","","",""],
    [557,"","","","","","",""],
    [558,"","","","","","",""],
    [559,"","","","","","",""],
    [560,"","","","","","",""],
    [561,"","","","","","",""],
    [562,"","","","","","",""],
    [563,"","","","","","",""],
    [564,"","","","","","",""],
    [565,"","","","","","",""],
    [566,"","","","","","",""],
    [567,"","","","","","",""],
    [568,"","","","","","",""],
    [569,"","","","","","",""],
    [570,"","","","","","",""],
    [571,"","","","","","",""],
    [572,"","","","","","",""],
    [573,"","","","","","",""],
    [574,"","","","","","",""],
    [575,"","","","","","",""],
    [576,"","","","","","",""],
    [577,"","","","","","",""],
    [578,"","","","","","",""],
    [579,"","","","","","",""],
    [580,"","","","","","",""],
    [581,"","","","","","",""],
    [582,"","","","","","",""],
    [583,"","","","","","",""],
    [584,"","","","","","",""],
    [585,"","","","","","",""],
    [586,"","","","","","",""],
    [587,"","","","","","",""],
    [588,"","","","","","",""],
    [589,"","","","","","",""],
    [590,"","","","","","",""],
    [591,"","","","","","",""],
    [592,"","","","","","",""],
    [593,"","","","","","",""],
    [594,"","","","","","",""],
    [595,"","","","","","",""],
    [596,"","","","","","",""],
    [597,"","","","","","",""],
    [598,"","","","","","",""],
    [599,"","","","","","",""],
    [600,"","","","","","",""],
    [601,"","","","","","",""],
    [602,"","","","","","",""]
]}
