<data xmlns:xsi="http://www.w3.org/2001/XMLSchema-instance">
<row _id="1"><NewsTitle>ผู้ประกอบกิจการประเภทร้านอาหารในพื้นที่สีแดงเข้มหลายแห่งมีการปรับตัวให้บริการแบบเดลิเวอรี่ หลังมีประกาศให้นั่งทานที่ร้านถึง 21.00 น.</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(โควิด-19)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ศบค.&amp;nbsp;ออกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ระลอก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โดยขอความร่วมมือประชาชนห้ามนั่งรับประทานอาหารในร้าน&amp;nbsp;ให้ซื้อกลับไปทานที่บ้านได้จนถึงเวลา&amp;nbsp;21.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;มีผลบังคับใช้รวม&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;เริ่มวันนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;เป็นวันแรก&amp;nbsp;จากการสำรวจบรรยากาศร้านอาหารบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต&amp;nbsp;เขตดินแดง&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ในพื้นที่สีแดงเข้ม&amp;nbsp;พบว่าเงียบเหงา&amp;nbsp;โดยร้านข้าวแกงครัวเด็กหอ&amp;nbsp;วันนี้เจ้าของร้านได้มีการปิดป้ายประกาศ&amp;nbsp;"เฉพาะซื้อกลับบ้านเท่านั้น"&amp;nbsp;พร้อมนำโต๊ะและเก้าอี้มาวางรวมกันไว้&amp;nbsp;และเปลี่ยนการให้บริการเป็นการจัดส่งอาหารแบบเดลิเวอรี่&amp;nbsp;หรือลูกค้าที่มาใช้บริการก็เปลี่ยนจากการนั่งทานที่ร้านเป็นนำกลับไปทานที่บ้านแทน&amp;nbsp;โดยราคาอาหารอยู่ที่&amp;nbsp;ข้าวราดแกง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;อย่าง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ข้าวราดแกง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อย่าง&amp;nbsp;40&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งไม่มีการปรับขึ้นราคาแต่อย่างใด&amp;nbsp;เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;5.00-15.00น.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านเจ้าของร้าน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาลูกค้าน้อย&amp;nbsp;รวมทั้งในช่วงก่อนการประกาศยังพอมีลูกค้าบ้าง&amp;nbsp;แต่ก็เงียบเหงากว่าปกติ&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ส่งผลให้ยอดขายลดลงมาก&amp;nbsp;โดยมาตรการป้องกันดังกล่าวถือว่าออกมาในช่วงเวลาที่เหมาะสม&amp;nbsp;ซึ่งหวังว่าจะช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เช่นเดียวกับที่ร้านก๋วยเตี๋ยวชาติหน้า&amp;nbsp;15&amp;nbsp;เส้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยเป็นเสียงเดียวกันว่า&amp;nbsp;ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมายังไม่มีลูกค้า&amp;nbsp;โดยช่วงเวลาปกติจะมีลูกค้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;จึงอยากให้ภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านลูกค้าที่มาใช้บริการส่วนใหญ่&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมให้ความร่วมมือในการซื้ออาหารกลับไปทานที่บ้าน&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในการป้องกันตนเองจากโรคโควิด-19&amp;nbsp;พร้อมอยากให้ภาครัฐสนับสนุนเงินช่วยประชาชน&amp;nbsp;เนื่องจากตนทำงานรายวัน&amp;nbsp;รายได้ลดน้อยลงและบางวันไม่ได้เลยเนื่องจากถูกสั่งให้หยุดงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าร้านอาหารทุกร้านต่างให้ความร่วมมือต่อมาตการป้องกันอย่างเข้มข้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยส่วนใหญ่หวังว่าภาครัฐจะหาวิธีการป้องกันอย่างหลากหลาย&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ค้าที่เปิดให้บริการช่วงเวลากลางคืนด้วย&amp;nbsp;รวมทั้งประชาชนด้วยกันเอง&amp;nbsp;อยากให้เกิดความร่วมมือกันมากขึ้น&amp;nbsp;เพื่อก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>1/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501103606062</Link_News></row>
<row _id="2"><NewsTitle>กรมสรรพากร ขยายเวลายื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลทางออนไลน์ ออกไปเป็น 30 มิถุนายนนี้ ช่วยผู้ประกอบการให้มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นประมาณ 14,200 ล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอาคม&amp;nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;การขยายเวลายื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลออนไลน์ทางอินเทอร์เน็ต&amp;nbsp;เป็นการสนับสนุนการทำธุรกรรมภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์จากที่บ้าน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Tax&amp;nbsp;from&amp;nbsp;Home&amp;nbsp;ช่วยลดความแออัดและความเสี่ยงจากโรคโควิด-19&amp;nbsp;รวมทั้งช่วยให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นประมาณ&amp;nbsp;14,200&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยไม่กระทบการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล&amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงการคลังต้องบริหารจัดการกระแสเงินสด&amp;nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาการชำระภาษีที่เลื่อนออกไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการขยายเวลาการยื่นแบบฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทั่วไป&amp;nbsp;และบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล&amp;nbsp;สำหรับแบบ&amp;nbsp;ภ.ง.ด.&amp;nbsp;50&amp;nbsp;,ภ.ง.ด.&amp;nbsp;55&amp;nbsp;และการขยายกำหนดเวลายื่นแบบรายงานประจำปี&amp;nbsp;สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันตามมาตรา&amp;nbsp;71&amp;nbsp;ทวิ&amp;nbsp;แห่งประมวลรัษฎากร&amp;nbsp;ของรอบระยะเวลาบัญชีปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ที่ต้องยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตภายในเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ถึงเดือนมิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ออกไปเป็นภายในวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านอินเทอร์เน็ตเท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรณีบริษัทที่ได้รับสิทธิ์ดังกล่าวและต้องเลื่อนการประชุมสามัญประจำปี&lt;/strong&gt;เพื่ออนุมัติงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนที่กำหนดไว้ระหว่างวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ออกไปอีกไม่เกิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือนนับจากที่กำหนดไว้เดิม&amp;nbsp;เนื่องจากการประกาศมาตรการควบคุมการจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ให้แจ้งกำหนดการประชุมสามัญประจำปีที่ได้กำหนดไว้เดิมและการจัดประชุมครั้งใหม่ต่ออธิบดีกรมสรรพากร&amp;nbsp;ทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.rd.go.th/"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;&lt;u&gt;www.rd.go.th&lt;/u&gt;&lt;/a&gt;&amp;nbsp;ภายในวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>1/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501203759277</Link_News></row>
<row _id="3"><NewsTitle>กรมธนารักษ์ งดให้บริการรับจองและจ่ายแลกเหรียญเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในโอกาสพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส 1 พฤษภาคม 2562 ทุกประเภท </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายยุทธนา&amp;nbsp;หยิมการุณ&amp;nbsp;อธิบดีกรมธนารักษ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ในปัจจุบันกระจายเป็นวงกว้างและมีความรุนแรงมากขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งรัฐบาลมีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคในระดับสูงสุด&amp;nbsp;กรมธนารักษ์จึงมีความห่วงใยและคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนผู้มาติดต่อราชการ&amp;nbsp;รวมถึงข้าราชการและพนักงานของกรมธนารักษ์&amp;nbsp;จึงของดการจองเหรียญและจ่ายแลกเหรียญเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในโอกาสพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ด้วยตนเอง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานที่สั่งจองและจ่ายแลกเหรียญทั่วประเทศ&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;514&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกดังกล่าวทุกประเภททางออนไลน์ได้ที่&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.treasury.go.th/"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;&lt;strong&gt;www.treasury.go.th&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมธนารักษ์&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับเหรียญเฉลิมพระเกียรติพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา&amp;nbsp;พัชรสุธาพิมลลักษณ&amp;nbsp;พระบรมราชินี&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;(เหรียญที่ระลึกประดับแพรแถบ)&amp;nbsp;ซึ่งได้เปิดจำหน่ายไปแล้วเมื่อวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;กรมธนารักษ์จะเปิดช่องทางจำหน่ายทางออนไลน์เพิ่มเติมที่&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.treasury.go.th/"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;&lt;strong&gt;www.treasury.go.th&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เมนู&amp;nbsp;&amp;nbsp;e-Catalog&amp;nbsp;เหรียญและผลิตภัณฑ์เหรียญ&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>1/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501203420274</Link_News></row>
<row _id="4"><NewsTitle>พาณิชย์?จังหวัดอุตรดิตถ์?ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิต ข้าว เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางพิสมนต์&amp;nbsp;มงคลเทพ&amp;nbsp;?พาณิชย์?จังหวัด?อุตรดิตถ์?&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฯ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิต&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;และสถานการณ์ทั่วไป&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย&amp;nbsp;เกษตรผลิต&amp;nbsp;พาณิชย์ตลาด&amp;nbsp;ภายใต้ยุทธศาตร์&amp;nbsp;ตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงสีสหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;อำเภอเมืองอุตรดิตถ์&amp;nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp;ซึ่งได้มีการวางแผนร่วมกันในการต่อยอดขยายตลาดไปยังตลาดโมเดิร์นเทรด&amp;nbsp;ตลาดในจังหวัดและต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;สินค้าได้แก่&amp;nbsp;ข้าวหอมมะลิอุตรดิตถ์&amp;nbsp;ข้าวหอมปทุมอุตรดิตถ์&amp;nbsp;และข้าวขาวอุตรดิตถ์&amp;nbsp;ขนาดบรรจุ&amp;nbsp;1,&amp;nbsp;2,&amp;nbsp;5&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;มาตรฐาน&amp;nbsp;GAP,&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;HACCP&amp;nbsp;ภายใต้แบรนด์ข้าวอุดม&amp;nbsp;(Udom)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การบริหารจัดการของสหกรณ์&amp;nbsp;มีการวางแผนการผลิต&amp;nbsp;เพื่อให้ปริมาณและพื้นที่การผลิตเหมาะสมกับการตลาด&amp;nbsp;ส่งเสริมการเพาะปลูกชนิดข้าวที่หลากหลายตามความต้องการของตลาด&amp;nbsp;แก้ปัญหาราคาตกต่ำ&amp;nbsp;และตลาดรับซื้อที่แน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;โรงสีสหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;จำหน่ายข้าวภายในจังหวัดและต่างจังหวัด&amp;nbsp;ให้ร้านค้าจำนวน&amp;nbsp;261&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;และผ่านช่องทางออนไลน์&amp;nbsp;ซึ่งสหกรณ์มีศักยภาพในการบริหารจัดการ&amp;nbsp;และการผลิต&amp;nbsp;โดยยึดหลักความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า&amp;nbsp;เน้นสร้างอาชีพ&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้ยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>1/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>อุตรดิตถ์</Province><Department>สวท.อุตรดิตถ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501173057213</Link_News></row>
<row _id="5"><NewsTitle>โควิดเป็นเหตุต้องปิดร้านบาบีคิว เจ้าของร้านเข้าสวนตัดทุเรียนโบราณมาแกะขายเป็นพลู รองรับลูกค้ารายได้น้อย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร้านบุญชู&amp;nbsp;บาร์บีคิว&amp;nbsp;ที่เป็นร้านบาร์บีคิวชื่อดังของจันทบุรี&amp;nbsp;ที่ตั้งอยู่ในซอยท่าแฉลบ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ถนนท่าแฉลบ&amp;nbsp;ตำบลตลาด&amp;nbsp;อำเภอเมืองจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;หลังเจ้าของร้านได้โพสเฟสบุ๊คนำทุเรียนโบราณพันธุ์นกหยิบมาโพสขายเป็นพลู&amp;nbsp;พลูละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;-&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งถ้าซื้อตามตลาดที่ขายยกลูกจะอยู่ที่จะขายอยู่กิโลกรัมละ&amp;nbsp;700&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หลังโพสได้ประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สัปดาห์ก็มีเพื่อน&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในเฟสบุ๊ค&amp;nbsp;และประชาชนทั่วไปมาช่วยกันอุดหนุนกันเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งทางร้านได้รับผลกระทบจากโควิด19&amp;nbsp;เพราะต้องปิดร้านชั่วคราวทำให้ตนเองขาดรายได้และประกอบกับลูกจ้างหลายคนต้องตกงาน&amp;nbsp;จึงได้คิดนำทุเรียนที่สวนของตนเองมาโพสขายแต่ถ้าขายเป็นกิโลจะดูแพงไปจึงได้นำมาแบ่งขายเป็นพลูแทนในราคาพลูละ20&amp;nbsp;&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ตามขนาด&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้รายได้น้อยได้รับประทานทุเรียนโบราณพันธุ์นกหยิบ&amp;nbsp;ซึ่งหลังจากโพสขายได้มีลูกค้าแวะเวียนมาซื้อไปรับประทานอย่างไม่ขาดสาย&amp;nbsp;ทำให้มีรายได้พอใช้จ่ายและประคองจ้างพนักงานให้รอดพ้นจากวิกฤติโควิด19&amp;nbsp;ในครั้งนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้านนางสาวธนวรรณ&amp;nbsp;กวีกิจอังกูร&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;34&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ได้กล่าวว่าในช่วงนี้มีโควิด19&amp;nbsp;ระบาดทำให้ร้านต้องปิดลงชั่วคราว&amp;nbsp;ทำให้ตนเองขาดรายได้และลูกน้องในร้านต้องตกงาน&amp;nbsp;ตนเองจึงได้คิดหาแนวทางสร้างรายได้&amp;nbsp;โชคดีที่ครอบครัวมีสวนทุเรียนโบราณอยู่จึงได้พาคนงานในร้านไปช่วยกันเก็บทุเรียนโบราณพันธุ์นกหยิบมาขายแต่ด้วยราคาสูงถึงกิโลกรัมละ&amp;nbsp;700&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงได้นำมาแบ่งขายเป็นพลู&amp;nbsp;พลูละตั้งแต่&amp;nbsp;20-80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยจากผลกระทบโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ได้รับประทานทุเรียนที่อร่อยและมีคุณภาพของจันทบุรี&amp;nbsp;และได้โพสขายโดยให้ลูกค้าที่อยากรับประทานเดินทางมาเลือกซื้อเองที่ร้านเพราะจะได้ทุเรียนที่สดใหม่ตัดวันต่อวันมาวางขาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>1/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>จันทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501203644276</Link_News></row>
<row _id="6"><NewsTitle>เคอร์ฟิวช่วงโควิด ไม่กระทบรายได้ ร้านขายทุเรียนของดีเมืองยะลา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;แห่ซื้อทุเรียนหมอนทอง&amp;nbsp;ร้านทุเรียน&amp;nbsp;Nurin&amp;amp;Afnan&amp;nbsp;&amp;nbsp;หน้าโรงเรียนนิบงชนูปถัมภ์ยะลา&amp;nbsp;กันอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;หลังทางร้าน&amp;nbsp;ได้สั่งทุเรียน&amp;nbsp;พรีเมียม&amp;nbsp;คัดเกรด&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;มาขายให้กับประชาชนที่ชื่นชอบทุเรียนได้รับประทาน&amp;nbsp;โดยแต่ละวัน&amp;nbsp;ก็จะขายได้เกือบ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ช่วยสร้างรายได้&amp;nbsp;ให้กับทางร้าน&amp;nbsp;ในช่วงที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;ผู้ซื้อ&amp;nbsp;ผู้ขายก็ได้ปฎิบัติตามมาตรการสวมหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;น.ส.ปาตีฮ๊ะห์&amp;nbsp;วามะ&amp;nbsp;เจ้าของร้าน&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;ช่วงนี้ทุเรียนนอกฤดู&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;มีน้อย&amp;nbsp;ทำให้ไม่เพียงพอที่จะขายให้กับลูกค้า&amp;nbsp;ทางร้านก็ได้&amp;nbsp;สั่งซื้อทุเรียนหมอนทอง&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;ตลาด&amp;nbsp;อตก.รสชาติอร่อย&amp;nbsp;คัดเกรด&amp;nbsp;มาขายให้กับลูกค้า&amp;nbsp;ซึ่งเป็นทุเรียนจาก&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีทั้งเกรดพรีเมี่ยม&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และเกรด&amp;nbsp;ธรรมดา&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;170&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ชาวยะลา&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;พื้นที่ใกล้เคียงให้ความสนใจมาเลือกซื้อจำนวนมาก&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นเดือนถือศีลอด&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;วันหนึ่งขายได้เกือบ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ลูกค้าเข้าร้านกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ขายได้อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในช่วงนี้&amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;และมีการประกาศเคอร์ฟิว&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเวลา&amp;nbsp;22.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;-04.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ก็ไม่มีผลกระทบกับทางร้าน&amp;nbsp;เนื่องจากตั้งแต่เริ่มต้นเดือนถือศีลอดมา&amp;nbsp;ทางร้าน&amp;nbsp;ก็ร่นระยะเวลาการขายแล้ว&amp;nbsp;โดยจะขายตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;บ่ายโมง&amp;nbsp;ซึ่งลูกค้าต่างจังหวัด&amp;nbsp;จะเริ่มเข้ามาซื้อไปเพื่อไว้รับประทาน&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;ละศีลอด&amp;nbsp;ปกติจะขาย&amp;nbsp;ไปจนถึง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ทุ่ม&amp;nbsp;พอมีเคอร์ฟิว&amp;nbsp;ในช่วงเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ทุ่ม&amp;nbsp;ก็จะเริ่มเก็บร้าน&amp;nbsp;จึงไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับผู้ที่ชอบทานทุเรียนหมอนทอง&amp;nbsp;ที่ไม่อยากจะรอถึงฤดูทุเรียน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก็สามารถแวะมาเลือกซื้อ&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;ที่ร้าน&amp;nbsp;Nurin&amp;amp;Afnan&amp;nbsp;โดยทางร้าน&amp;nbsp;จะรับทั้งเงินสด&amp;nbsp;จ่ายผ่านโครงการของรัฐบาล&amp;nbsp;ส่วนผู้ที่ไม่สะดวกในการมาซื้อที่ร้าน&amp;nbsp;ทางร้านก็จะมีบริการส่งให้ถึงที่&amp;nbsp;ภายในจังหวัด&amp;nbsp;และส่งเคอรี่ไปตามจังหวัดต่างๆ&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;โดยติดต่อได้ที่&amp;nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&amp;nbsp;093-759-7151&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502094209306</Link_News></row>
<row _id="7"><NewsTitle>แก้ปัญหาปากท้องช่วงสถานการณ์โควิด แม่ค้าสาวผุดไอเดียโพสขายรังผึ้งหลวงสดย่างปรุงรสออนไลน์มีลูกค้าจากต่างจังหวัดสนใจสั่งซื้อจำนวนมาก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานการณ์โควิดในจันทบุรี&amp;nbsp;ยังไม่ดี&amp;nbsp;พบตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นและ&amp;nbsp;จังหวัดได้ออกประกาศควบคุมสถานการณ์&amp;nbsp;พื้นที่สีแดงควบคุมสูงสุด&amp;nbsp;ส่งผลให้การประกอบอาชีพค้าขายได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;ที่ร้านผึ้งหลวงย่างปรุงรส&amp;nbsp;ในพื้นที่บ้านป่าใต้&amp;nbsp;ตำบลบางกะจะ&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวรสสุคนธ์&amp;nbsp;เนตรวิลา&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;กำลังเตรียมรังผึ้งหลวงมาหั่นเป็นชิ้นและปรุงรสชาติด้วยเกลือ&amp;nbsp;กระเทียม&amp;nbsp;พริกไทย&amp;nbsp;และนำไปย่างเป็นรังผึ้งสดปรุงรสย่างขายให้กับลูกที่สั่งผ่านเพจ&amp;nbsp;เฟสบุ๊ค&amp;nbsp;และมาซื้อเองที่ร้าน&amp;nbsp;ซึ่งในแต่ละวันจะต้องย่างถึง&amp;nbsp;40-50&amp;nbsp;ชิ้นต่อวัน&amp;nbsp;ราคาจำหน่ายชิ้นละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งจากการพูดคุยกับนางสาวรสสุคนธ์เล่าว่าตนเองมีอาชีพขายรังผึ้งปรุงรสย่างที่ตลาดสดเมืองจันทบุรี&amp;nbsp;มานานกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;จนมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด19&amp;nbsp;จึงได้เปลี่ยนมาโพสขายผ่านเพจ&amp;nbsp;"ไอซ์ผึ้งย่าง&amp;nbsp;ผึ้งหลวงผึ้งมิ้น&amp;nbsp;น้ำผึ้งป่า&amp;nbsp;100%"&amp;nbsp;และมีลูกค้าจากต่างจังหวัดสนใจสั่งซื้อมาเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งการย่างของตนจะยังคงใช้เตาถ่านเพื่อได้กลิ่นหอมของน้ำผึ้งและใบตอง&amp;nbsp;ซึ่งวิธีการทำตนจะหั่นรังผึ้งหลวงเป็นชิ้นห่อด้วยใบตอง&amp;nbsp;มีทั้งสูตรโรยด้วยเกลือพริกไทย&amp;nbsp;สูตรกระเทียมพริกไทย&amp;nbsp;ย่างบนเตาถ่านประมาณ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;นาทีด้วยไฟอ่อนๆ&amp;nbsp;พอใบตองไหม้&amp;nbsp;รังผึ้งข้างในร้อนระอุ&amp;nbsp;ก็เป็นอันใช้ได้&amp;nbsp;รสชาติออกเค็มๆ&amp;nbsp;และมันๆ&amp;nbsp;จะขายในราคาชุดละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ในแต่ละวันจะมีออเดอร์ลูกค้าทั้งในตัวเมืองจันทบุรีและจากต่างจังหวัดสั่งมาเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนรังผึ้งนั้นตนเองได้รับซื้อมาจากนายพรานที่หาของป่าในพื้นที่จันทบุรีนำมาขายให้&amp;nbsp;จึงสามารถการันตีได้ถึงคุณภาพและความสดของรังผึ้ง&amp;nbsp;ทั้งนี้ตนเองยังมีน้ำผึ้งแท้จำหน่ายขวดเล็ก?&amp;nbsp;150&amp;nbsp;ml.&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;130&amp;nbsp;บาทขวดใหญ่?&amp;nbsp;750?ml.?&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;500.บาทอีกด้วยหากท่านใดสนใจสามารถสั่งผ่านเพจ"ไอซ์ผึ้งย่าง&amp;nbsp;ผึ้งหลวงผึ้งมิ้น&amp;nbsp;น้ำผึ้งป่า&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;หรือโทร&amp;nbsp;092-8998389&amp;nbsp;ไอซ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้านนางสาวณัฎฐา&amp;nbsp;แสงทอง&amp;nbsp;ลูกค้าที่มาซื้อรังผึ้งย่างกล่าวว่า&amp;nbsp;ตนเองชอบซื้อรังผึ้งย่างไปรับประทานเพราะเป็นรังผึ้งใหม่&amp;nbsp;ย่างแล้วมีความหอมน่ารับประทาน&amp;nbsp;ปกติจะผ่านมาซื้อบ่อย&amp;nbsp;แต่บางครั้งจะสั่งซื้อผ่านออนไลน์โดยทางร้านจะนำไปส่งให้ที่บ้าน&amp;nbsp;นิยมซื้อมารับประทานเพราะราคากล่องละ100&amp;nbsp;บาทถือว่าไม่แพง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>จันทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502095834312</Link_News></row>
<row _id="8"><NewsTitle>การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 3 สายทาง ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2564</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การทางพิเศษแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;กทพ.&amp;nbsp;แจ้งว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;วันอังคารที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;(วันฉัตรมงคล)&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;00.01&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;24.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ประชาชนที่ใช้ทางพิเศษ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สายทาง&amp;nbsp;ประกอบด้วยทางพิเศษเฉลิมมหานคร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ด่าน&amp;nbsp;ทางพิเศษศรีรัช&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ด่าน&amp;nbsp;และทางพิเศษอุดรรัถยา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ด่าน&amp;nbsp;จะได้รับการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษจำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นวันหยุดราชการประจำปีตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;โดยเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมที่ปรากฏในสัญญาสัมปทาน&amp;nbsp;ฉบับแก้ไขใหม่ระหว่าง&amp;nbsp;กทพ.&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;(BEM)&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;ทางด่วนกรุงเทพเหนือ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(NECL)&amp;nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในสถานการณ์&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;กทพ.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขอเชิญชวนให้ผู้ใช้ทางพิเศษสมัครใช้บัตร&amp;nbsp;Easy&amp;nbsp;Pass&amp;nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับธนบัตร&amp;nbsp;หรือเหรียญ&amp;nbsp;ซึ่งอาจจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค&amp;nbsp;รวมถึงใช้บริการเติมเงิน&amp;nbsp;ในบัตร&amp;nbsp;Easy&amp;nbsp;Pass&amp;nbsp;ผ่าน&amp;nbsp;Application&amp;nbsp;ของธนาคารต่างๆ&amp;nbsp;ซึ่งนอกจากจะได้รับความสะดวกรวดเร็วแล้วยังจะช่วยลดความเสี่ยงจากการรับ&amp;nbsp;หรือแพร่เชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ได้อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502215922472</Link_News></row>
<row _id="9"><NewsTitle>ททท.เตรียมทบทวนโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 และทัวร์เที่ยวไทยเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการควบคุมการระบาดของ Covid-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ว่าฯ ททท. เผยอาจชะลอโครงการ &lt;strong&gt;เราเที่ยวด้วยกัน &lt;/strong&gt;เฟส 3 และ ทัวร์เที่ยวไทย ในเดือนพฤษภาคมนี้ออกไปก่อน เพื่อควบคุมและป้องการโควิด-19 ตามมาตรการของ ศบค. โดยเตรียมหารือกับ รมว.ท่องเที่ยวฯ ในสัปดาห์หน้าเพื่อให้ได้ความชัดเจน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากกรณีข่าวการเตรียมเปิดโครงการ&lt;strong&gt; เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3&lt;/strong&gt; และ&lt;strong&gt;ทัวร์เที่ยวไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในเดือนพฤษภาคมนี้ (ตามมติ ครม. 23 มีนาคม 2564) ซึ่งมีความขัดแย้งกับประกาศของ ศบค.ที่ขอความร่วมมือให้ประชาชนงดเดินทางข้ามจังหวัด ตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล่าสุดวันนี้ (2 พ.ค.) &lt;strong&gt;นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) &lt;/strong&gt;เปิดเผยว่า เมื่อ ศบค. มีคำสั่งล่าสุดขอให้ประชาชนงดการเดินทางเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงอาจจะชะลอโครงการออกไปก่อน โดยในสัปดาห์หน้า คาดว่าไม่เกินวันศุกร์ที่ 14 พ.ค.นี้ ผู้ว่าฯ ททท.จะหารือกับ รัฐมนตรีว่าการท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจนว่าจะเลื่อนโครงการนี้ออกไปเป็นวันที่เท่าไร หรือควรมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะจะต้องแจ้งให้สภาพัฒน์ทราบด้วย เนื่องจากโครงการมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของงบประมาณและระยะเวลาในการดำเนินโครงการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการ &lt;strong&gt;เราเที่ยวด้วยกัน&lt;/strong&gt; ระยะที่ 3 เพิ่มอีก 2 ล้านสิทธิ์ และ โครงการ &lt;strong&gt;ทัวร์เที่ยวไทย"  &lt;/strong&gt;ที่เน้นการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัดในวันธรรมดา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลัง แต่เมื่อมีมาตรการควบคุมและป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกเมษายน ทางผู้ว่าฯ ททท. และ รมว.ท่องเที่ยวฯ จึงเตรียมหารือกันอีกครั้งเพื่อปรับโครงการดังกล่าวทั้งสองโครงการให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502180229442</Link_News></row>
<row _id="10"><NewsTitle>นายอำเภอเบตง ลงพื้นที่เยี่ยมชมการทำส้มแขกตากแห้ง บ้านธารมะลิ ตำบลอัยเยอร์เวง พร้อมแปรรูปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนสร้างรายได้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นายเอก&amp;nbsp;ยังอภัย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;นายอำเภอเบตง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;เจ๊ะหะมะ&amp;nbsp;ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำตำบลอัยเยอร์เวง&amp;nbsp;นายพิชัย&amp;nbsp;แก้วจำรัส&amp;nbsp;ปลัดอำเภองานป้องกัน&amp;nbsp;ตชด.&amp;nbsp;และผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ได้เยี่ยมชมการทำส้มแขกตากแห้งของชาวบ้าน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บ้านธารมะลิ&amp;nbsp;ตำบลอัยเยอร์เวง&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ซึ่งได้นำผลิตผลส้มแขกในหมู่บ้านมาแปรรูปเป็นส้มแขกตากแห้งและจำหน่าย&amp;nbsp;ให้ลูกค้าตามชุมชน&amp;nbsp;ในตัวเมือง&amp;nbsp;เพื่อกระจายไปยังร้านค้าในพื้นที่อื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายเอก&amp;nbsp;ยังอภัย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;นายอำเภอเบตง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากอดีต&amp;nbsp;"ส้มแขก"&amp;nbsp;ส่วนใหญ่จะนำมาแปรรูปเป็นส้มแขกตากแห้งที่ใช้สำหรับปรุงอาหารจำพวกแกงส้มใต้&amp;nbsp;หรือแกงเหลือง&amp;nbsp;ต้มส้มปลา&amp;nbsp;แต่หลังจากที่ผลงานวิจัยพบว่าส้มมีสรรพคุณทางสมุนไพรหลายอย่าง&amp;nbsp;โดยเฉพาะช่วยลดความอ้วน&amp;nbsp;ทำให้มีการนำส้มแขกมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลายชนิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าสินค้าขึ้น&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การแปรรูปส้มแขกทำขนมขบเคี้ยว&amp;nbsp;ส้มแขกแช่อิ่ม&amp;nbsp;ส้มแขกกวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส้มแขกหยี&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;จะเป็นการสร้างมูลค่าสินค้าชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;จะทำให้ชาวบ้าน&amp;nbsp;มีรายเสริมจากการทำสวนยางพาราแล้ว&amp;nbsp;ผู้บริโภคก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพ&amp;nbsp;เนื่องจากส้มแขกมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรหลายอย่าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503011416482</Link_News></row>
<row _id="11"><NewsTitle>รัฐบาล ผลักดันเชียงของ ศูนย์กลางโลจิสติกส์ e-Commerce ข้ามพรมแดนแม่โขง-ล้านช้าง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวรัชดา&amp;nbsp;ธนาดิเรก&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยังคงเดินหน้าลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานและขับเคลื่อนนโยบายเพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว&amp;nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;โดยใช้ศักยภาพของประเทศ&amp;nbsp;ทั้งด้านทรัพยากรและความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและหนึ่งในนโยบายสำคัญที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญคือ&amp;nbsp;ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจข้ามพรมแดนในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง-ล้านช้าง&amp;nbsp;ประกอบด้วยสมาชิก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ประเทศคือ&amp;nbsp;กัมพูชา&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;เมียนมา&amp;nbsp;ไทย&amp;nbsp;เวียดนามและจีน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;การค้าระหว่างไทยกับประเทศสมาชิก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีมูลค่า&amp;nbsp;1.16&amp;nbsp;แสนล้านเหรียญสหรัฐ&amp;nbsp;เป็นการส่งออก&amp;nbsp;5.4&amp;nbsp;หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ&amp;nbsp;และการนำเข้า&amp;nbsp;6.2&amp;nbsp;หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ&amp;nbsp;โดยตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;รัฐบาลได้พัฒนาการอำนวยความสะดวกทางการค้าตามแนวชายแดน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;พิธีการศุลกากร&amp;nbsp;เพื่อช่วยให้การปล่อยสินค้าคล่องตัว&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการบริการโลจิสติกส์&amp;nbsp;ลดต้นทุนผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ซึ่งจะแล้วเสร็จสิ้นปีนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;กำลังศึกษาเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงของ&amp;nbsp;มีเป้าหมายคือ&amp;nbsp;เชียงของเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน&amp;nbsp;(Cross&amp;nbsp;Border&amp;nbsp;e-Commerce:&amp;nbsp;CBEC)&amp;nbsp;ส่งเสริมการส่งออกสินค้าไทยและอาเซียน&amp;nbsp;ผ่านเส้นทาง&amp;nbsp;R3A&amp;nbsp;(ที่เชื่อมระหว่าง&amp;nbsp;จีน&amp;nbsp;ลาวและไทย&amp;nbsp;ผ่านจุดพรมแดนและเมืองสำคัญเช่น&amp;nbsp;อำเภอเชียงของ&amp;nbsp;บ้านห้วยทราย&amp;nbsp;บ่อเต็น&amp;nbsp;บ่อหาน&amp;nbsp;และคุณหมิง)&amp;nbsp;และเขตการค้าเสรีคุณหมิง&amp;nbsp;และยกระดับการค้าสู่พื้นที่จีนตอนเหนือและยุโรป&amp;nbsp;ในอนาคตต่อไป&amp;nbsp;เพื่อให้สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงของ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นางสาวรัชดา&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp;รัฐบาลได้อนุมัติโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ&amp;nbsp;จังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&amp;nbsp;(ข้ามแม่น้ำโขง)&amp;nbsp;แห่งที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ประชิดด่านพรมแดนเชียงของ&amp;nbsp;เพื่อเป็นประตูการค้าที่สำคัญบนแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้&amp;nbsp;(North&amp;nbsp;&amp;nbsp;South&amp;nbsp;Economic&amp;nbsp;Corridor)&amp;nbsp;โดยเป็นการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Truck&amp;nbsp;Terminal)&amp;nbsp;รองรับกิจกรรมการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศบนเส้นทางสาย&amp;nbsp;R3A&amp;nbsp;ให้เป็นสถานีปรับเปลี่ยนการขนส่งระหว่างประเทศสู่ภายในประเทศ&amp;nbsp;รวมถึงเพื่อเชื่อมต่อระบบการขนส่งทางถนนไปสู่ทางรถไฟ&amp;nbsp;ซึ่งโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายฯ&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบภายในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;โครงการระยะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เป็นการสร้างอาคารเปลี่ยนถ่ายและบรรจุสินค้า&amp;nbsp;และลานกองเก็บตู้สินค้า&amp;nbsp;ที่จะรองรับเส้นทางรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ&amp;nbsp;ของการรถไฟแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;คาดจะก่อสร้างเสร็จในปี&amp;nbsp;2568&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการค้าข้ามพรมแดนแม่โขง-ล้านช้าง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นตลาดสำคัญของไทย&amp;nbsp;ที่จะมูลค่าเพิ่มกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แสนล้านเหรียญสหรัฐอย่างแน่นอน&amp;nbsp;รัฐบาลตั้งเป้าเพิ่มยอดการส่งออกทั้งในกลุ่มประเทศสมาชิก&amp;nbsp;และที่จะขยายไปยังจีนตอนเหนือและยุโรป&amp;nbsp;ในอนาคต&amp;nbsp;หากสามารถผลักดันโครงการเศรษฐกิจพิเศษเชียงของเชื่อมต่อกับเขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อหาน&amp;nbsp;(จีน)-บ่อเต็น(ลาว)&amp;nbsp;ได้สำเร็จ&amp;nbsp;ผู้ประกอบการไทยจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีสำหรับสินค้าที่อยู่ในรายการที่จีนกำหนดให้สามารถขอรับสิทธิพิเศษ&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;CBEC&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;(Positive&amp;nbsp;Lists&amp;nbsp;for&amp;nbsp;CBEC)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ผลไม้อบแห้ง&amp;nbsp;ชา&amp;nbsp;กาแฟ&amp;nbsp;เครื่องสำอาง&amp;nbsp;ซึ่งจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร&amp;nbsp;และเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีสรรพสามิตในอัตราร้อยละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ของอัตราภาษีปกติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>3/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503101609513</Link_News></row>
<row _id="12"><NewsTitle>ยอดค้าชายแดนและค้าผ่านแดน โตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ไตรมาสแรกของปี 2564 มีมูลค่ารวม 383,576 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.31</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกีรติ&amp;nbsp;รัชโน&amp;nbsp;อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในไตรมาสแรกของปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สถิติการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยเติบโตต่อเนื่อง&amp;nbsp;มีมูลค่า&amp;nbsp;383,576&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;19.31&amp;nbsp;เป็นการส่งออก&amp;nbsp;225,981&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;20.50&amp;nbsp;และการนำเข้า&amp;nbsp;157,596&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;17.65&amp;nbsp;โดยไทยยังคงได้ดุลการค้าต่อเนื่องที่&amp;nbsp;68,385&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการค้าชายแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีมูลค่า&amp;nbsp;222,720&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;9.57&amp;nbsp;แบ่งเป็นการส่งออก&amp;nbsp;136,456&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;12.07&amp;nbsp;และนำเข้า&amp;nbsp;86,264&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;5.83&amp;nbsp;โดยมาเลเซียยังคงเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับหนึ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;มูลค่าการค้า&amp;nbsp;145,869&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;26.74&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;ส่วนการค้าผ่านแดนประเทศเพื่อนบ้านไปตลาดจีน&amp;nbsp;สิงคโปร์&amp;nbsp;เวียดนาม&amp;nbsp;และประเทศอื่นๆ&amp;nbsp;มีมูลค่า&amp;nbsp;160,856&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;36.06&amp;nbsp;โดยจีนเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับหนึ่ง&amp;nbsp;มีมูลค่าการค้า&amp;nbsp;67,210&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;46.14&amp;nbsp;รองลงมา&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;สิงคโปร์&amp;nbsp;และเวียดนาม&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสถานการณ์การเปิดทำการจุดผ่านแดนเพื่อการขนส่งสินค้า&lt;/strong&gt;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ไทยเปิดทำการจุดผ่านแดนฯ&amp;nbsp;ทั้งสิ้น&amp;nbsp;46&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ประกอบด้วยด้านชายแดนไทย-กัมพูชาจังหวัดตราด&amp;nbsp;&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่งคือ&amp;nbsp;จุดผ่อนปรนการค้าบ้านมะม่วง&amp;nbsp;&amp;nbsp;และด้านชายแดนไทย-เมียนมา&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่งได้แก่&amp;nbsp;จุดผ่อนปรนการค้าห้วยต้นนุ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;จุดผ่อนปรนการค้าบ้านเสาหิน&amp;nbsp;จุดผ่อนปรนการค้าบ้านแม่สามแลบ&amp;nbsp;จุดผ่อนปรนการค้าบ้านห้วยผึ้งและจุดผ่อนปรนการค้าบ้านน้ำเพียงดิน&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยเพิ่มช่องทางในการขนส่งสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านแก่ผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>3/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503121154580</Link_News></row>
<row _id="13"><NewsTitle>กลุ่ม ปตท. ตั้งโครงการ ลมหายใจเดียวกัน มอบ เครื่องช่วยหายใจ กว่า 300 เครื่อง </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอรรถพล&amp;nbsp;ฤกษ์พิบูลย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ปตท.จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;สำรวจความต้องการเร่งด่วนในทางการแพทย์ทั่วประเทศ&amp;nbsp;พบว่าเครื่องช่วยหายใจเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นและไม่เพียงพอ&amp;nbsp;จึงนับเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะต้องร่วมระดมทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือประชาชนและแบ่งเบาภาระของบุคลากรทางการแพทย์ให้ตรงกับความจำเป็นมากที่สุด&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;จึงได้เร่งดำเนินการจัดหาอุปกรณ์ที่สำคัญทางการแพทย์ที่ยังขาดแคลนภายใต้โครงการ&amp;nbsp;ลมหายใจเดียวกัน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เครื่องช่วยหายใจ&amp;nbsp;(ICU&amp;nbsp;Ventilator)&amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยวิกฤติ&amp;nbsp;เครื่องให้ออกซิเจนอัตราไหลสูง&amp;nbsp;(High-Flow&amp;nbsp;Nasal&amp;nbsp;Oxygen)&amp;nbsp;ที่ช่วยลดและชะลอการลุกลามของปอดอักเสบไม่ให้รุนแรงจนต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ&amp;nbsp;รวมจำนวนกว่า&amp;nbsp;300&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;พร้อมทั้งมอบงบประมาณจัดซื้อออกซิเจนเหลว&amp;nbsp;(Liquid&amp;nbsp;Oxygen)&amp;nbsp;เพื่อใช้ร่วมกับเครื่องช่วยหายใจ&amp;nbsp;เพื่อมอบให้แก่โรงพยาบาลในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;พื้นที่สีแดงเข้ม&amp;nbsp;และจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดทั่วประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งมีผู้ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;สะสมจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยังได้จัดหาหมวกอัดอากาศป้องกันการติดเชื้อความดันบวก&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;PAPR&amp;nbsp;(Power&amp;nbsp;Air&amp;nbsp;Purifying&amp;nbsp;Respiratory)&amp;nbsp;สนับสนุนห้องความดันลบ&amp;nbsp;พร้อมส่งต่อกำลังใจให้แก่บุคลากรทางการแพทย์&amp;nbsp;โดยมอบอาหารจากร้านเท็กซัส&amp;nbsp;ชิคเก้น&amp;nbsp;(Texas&amp;nbsp;Chicken)&amp;nbsp;และเครื่องดื่มจากร้านกาแฟคาเฟ่&amp;nbsp;อเมซอน&amp;nbsp;รวมถึงสินค้าวิสาหกิจชุมชนจากโครงการ&amp;nbsp;ชุมชนยิ้มได้&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;เป็นการตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ที่ทำงานหนักตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ก่อนหน้านี้&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;ได้สนับสนุนการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม&amp;nbsp;และอุปกรณ์และสิ่งของที่จำเป็น&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพในด้านการรองรับผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp;ให้กับโรงพยาบาลต่างๆ&amp;nbsp;อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยจัดเตรียมงบประมาณสำหรับการแพร่ระบาดระลอก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>3/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503195745838</Link_News></row>
<row _id="14"><NewsTitle>จัดชุดสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน 23 รายการ จำหน่ายให้ประชาชนราคาประหยัด ผ่านร้านค้ากองทุนหมู่บ้าน </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสินิตย์&amp;nbsp;เลิศไกร&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;เผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ดำเนินโครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชนลงลึกระดับตำบลทั่วประเทศ&amp;nbsp;เพื่อลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันลง&amp;nbsp;บรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน&amp;nbsp;ล่าสุดกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;สยามแม็คโครจำกัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;และสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทบ.)&amp;nbsp;จัดกิจกรรม&amp;nbsp;ซื้อง่าย&amp;nbsp;ถูกใจ&amp;nbsp;ใกล้ชุมชน&amp;nbsp;จัดชุดสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;23&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;มูลค่ากว่า&amp;nbsp;3,500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ข้าวสาร&amp;nbsp;น้ำมันพืช&amp;nbsp;น้ำตาลทราย&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;จำหน่ายถึงมือประชาชนในราคาพิเศษ&amp;nbsp;ผ่านเครือข่ายร้านค้ากองทุนหมู่บ้าน&amp;nbsp;3,500&amp;nbsp;แห่งทั่วประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อให้ร้านค้านำสินค้าราคาประหยัดไปจำหน่ายแก่ประชาชนในชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ร้านค้ากองทุนหมู่บ้าน&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;3,500&amp;nbsp;แห่ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะได้รับหนังสือจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&amp;nbsp;เพื่อให้ไปรับชุดสินค้า&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้างแม็คโคร&amp;nbsp;ภายในจังหวัดที่ร้านค้าตั้งอยู่&amp;nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายค่าชุดสินค้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;กำหนดรับชุดสินค้าตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;31&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;หลังจากนั้น&amp;nbsp;กรมฯ&amp;nbsp;และหน่วยงานพันธมิตรจะทำการประเมินจุดเด่น&amp;nbsp;จุดด้อย&amp;nbsp;ปัญหาและอุปสรรคที่ได้รับจากกิจกรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก่อนนำมาปรับปรุงและพัฒนาเพื่อกำหนดแนวนโยบายในการช่วยเหลือประชาชนและร้านค้าโชวห่วยต่อไป&amp;nbsp;ทั้งนี้กิจกรรม&amp;nbsp;ซื้อง่าย&amp;nbsp;ถูกใจ&amp;nbsp;ใกล้ชุมชน&amp;nbsp;จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีการปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและร้านค้าโชวห่วยมากที่สุด&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด&amp;nbsp;ช่วยให้เศรษฐกิจฐานรากมีความเข้มแข็งในระยะยาว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ประกอบการร้านค้าโชวห่วยเป็นหน่วยเศรษฐกิจที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศและเป็นที่พึ่งของประชาชนทั้งช่วงระหว่างการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;และช่วงระยะการฟื้นฟู&amp;nbsp;โดยเป็นทางเลือกในการเลือกซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็น&amp;nbsp;สำหรับประชาชนที่ต้องการหลีกเลี่ยงการเดินทางและไม่ประสงค์ที่จะจับจ่ายใช้สอยในสถานที่แออัดหรืออากาศไม่ถ่ายเท&amp;nbsp;เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงของโรคระบาด&amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;ร้านค้าโชวห่วยยังเป็นช่องทางสำคัญของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;ผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เราชนะ&amp;nbsp;คนละครึ่ง&amp;nbsp;บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;ม.33&amp;nbsp;เรารักกัน&amp;nbsp;รวมถึงเป็นแหล่งจ้างงานในชุมชนและช่องทางการกระจายสินค้าที่สำคัญในระดับท้องถิ่น&amp;nbsp;ซึ่งในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ร้านค้าโชวห่วยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกันกว่า&amp;nbsp;1.03&amp;nbsp;ล้านล้านบาท&amp;nbsp;และมีปัจจัยสนับสนุนต่างๆ&amp;nbsp;ในการดำเนินธุรกิจ&amp;nbsp;ทั้งมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ&amp;nbsp;รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนมาซื้อสินค้าใกล้บ้านแทนการไปซื้อสินค้าในร้านค้าปลีกสมัยใหม่มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>3/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503150900679</Link_News></row>
<row _id="15"><NewsTitle>จ.อุตรดิตถ์ แหล่งขายส่งมะไฟใหญ่ที่สุดในประเทศ สร้างรายได้ให้ชุมชนช่วงโควิด-19 ระบาด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชาวบ้านในพื้นที่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลขุนฝาง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp;กำลังช่วยกันคัดมะไฟจับเป็นช่อแล้วล้างด้วยน้ำ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการช่วยรักษาสภาพให้ดูสดใหม่&amp;nbsp;จากนั้นใส่ลงตะกร้าผลไม้&amp;nbsp;เพื่อส่งขายให้กับพ่อค้าคนกลางที่มารับซื้อถึงโรงคัดบรรจุผลไม้ที่เจ้าของสวนจัดทำขึ้น&amp;nbsp;โดยในพื้นที่ตำบลขุนฝาง&amp;nbsp;มีโรงคัดบรรจุผลไม้ถึง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่งและมีรถรับ-ส่ง&amp;nbsp;ผลไม้เวียนมารับมะไฟอย่างไม่ขาดสาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายไพศาล&amp;nbsp;หรรษไพบูลย์&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;อดีตกำนันตำบลขุนฝาง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ตำบลขุนฝางเป็นที่แรกที่มีการปลูกมะไฟพันธุ์เหรียญทอง&amp;nbsp;โดยเกษตรอำเภอนำกล้าพันธุ์มาแจกให้ชาวบ้านเมื่อประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปีก่อน&amp;nbsp;ซึ่งปลูกกันมากใน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;และหมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;รวมพื้นที่กว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เมื่อก่อนกิโลกรัม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&amp;nbsp;3บาท&amp;nbsp;แต่เมื่อปีที่ผ่านมามีพ่อค้ามาซื้อถึงสวนกิโลกรัมละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สำหรับปีนี้ตลาดมีความต้องการมากขึ้น&amp;nbsp;ทำให้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ&amp;nbsp;16&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;นอกจากชาวสวนจะได้ขายค้าแล้ว&amp;nbsp;ยังเป็นการช่วยชาวบ้านในชุมชนให้มีรายได้จากการจ้างงาน&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้หลายคนตกงานเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับมะไฟพันธุ์เหรียญทองมีความแตกต่างจากพันธุ์อื่น&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ผลใหญ่และหวานฉ่ำ&amp;nbsp;เก็บผลผลิตในช่วงเดือนเมษายน-&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;โดยขณะนี้มีตลาดผลไม้ในหลายจังหวัดรับไปขายและมีบางสวนส่งขึ้นห้างสรรพสินค้ากระจายไปทั่วประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งในปีที่ผ่านมาสร้างมูลค่ากว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และจากการสำรวจพื้นที่ต่างๆ&amp;nbsp;ที่มีปลูกมะไฟพันธุ์เดียวกันนี้&amp;nbsp;นับว่าตำบลขุนฝางเป็นพื้นที่ที่มีมะไฟพันธุ์เหรียญทองมากที่สุดในประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>3/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>อุตรดิตถ์</Province><Department>สวท.อุตรดิตถ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503172049777</Link_News></row>
<row _id="16"><NewsTitle>ผลการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน+3 ครั้งที่ 24</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวกุลยา&amp;nbsp;ตันติเตมิท&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;เปิดเผยผลการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน+3&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ในรูปแบบการประชุมทางไกล&amp;nbsp;โดยมีนายอาคม&amp;nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเข้าร่วม&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ที่ประชุมได้หารือถึงประเด็นสถานการณ์เศรษฐกิจและความร่วมมือทางการเงินของภูมิภาคอาเซียน+3&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภูมิภาค&amp;nbsp;โดยที่ประชุมได้รับทราบรายงานเศรษฐกิจจากผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3&amp;nbsp;(AMRO)&amp;nbsp;ธนาคารพัฒนาเอเชีย&amp;nbsp;(ADB)&amp;nbsp;และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งเห็นพ้องว่าทิศทางเศรษฐกิจของโลกและของภูมิภาคจะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เนื่องจากมีการฉีดวัคซีนในจำนวนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;IMF&amp;nbsp;คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จะขยายตัวที่ร้อยละ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;และในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จะขยายตัวที่ร้อยละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;AMRO&amp;nbsp;คาดการณ์ว่าภูมิภาคอาเซียน+3&amp;nbsp;จะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน&amp;nbsp;โดยขยายตัวที่ร้อยละ&amp;nbsp;6.7&amp;nbsp;และร้อยละ&amp;nbsp;4.9&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตามลำดับ&amp;nbsp;อีกทั้งคาดว่าประเทศไทยจะเติบโตที่ร้อยละ&amp;nbsp;2.3&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และร้อยละ&amp;nbsp;4.8&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;องค์กรมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในทิศทางเดียวกัน&amp;nbsp;คือท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ประเทศสมาชิกอาเซียน+3&amp;nbsp;ควรมุ่งเน้นการดำเนินนโยบายเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตที่ครอบคลุม&amp;nbsp;มีเสถียรภาพและยั่งยืนเป็นสำคัญ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การสร้างความมั่นใจว่าประชาชนจะสามารถเข้าถึงวัคซีนทั่วถึงโดยเร็ว&amp;nbsp;สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล&amp;nbsp;สนับสนุนการใช้ทรัพยากรภายในประเทศ&amp;nbsp;ปรับปรุงระบบภาษีและความร่วมมือทางภาษี&amp;nbsp;และส่งเสริมการเป็นเศรษฐกิจสีเขียว&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังเน้นให้ประเทศสมาชิกอาเซียน+3&amp;nbsp;พัฒนาระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเดียว&amp;nbsp;ให้ครอบคลุมและไร้รอยต่อ&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนในภูมิภาค&amp;nbsp;ควบคู่กับความเชื่อมโยงของระบบการชำระเงินในอาเซียนด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะที่มาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี&amp;nbsp;ที่ประชุมยินดีกับความสำเร็จในการปรับปรุงประสิทธิภาพของ&amp;nbsp;CMIM&amp;nbsp;โดยความตกลง&amp;nbsp;CMIM&amp;nbsp;ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม&amp;nbsp;ได้มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้สมาชิกได้รับความช่วยเหลือทางการเงินในส่วนที่ไม่เชื่อมโยงกับความช่วยเหลือทางการเงินจาก&amp;nbsp;IMF&amp;nbsp;เพิ่มมากขึ้นจากเดิมร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เป็นร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ของวงเงินที่จะได้รับความช่วยเหลือสูงสุด&amp;nbsp;รวมทั้งประเทศสมาชิกยังสามารถใช้เงินสกุลท้องถิ่นสมทบเงินใน&amp;nbsp;CMIM&amp;nbsp;ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับทิศทางการดำเนินการในอนาคต&lt;/strong&gt;ของกรอบความร่วมมือทางการเงินอาเซียน+3&amp;nbsp;ที่ประชุมได้รับทราบการจัดตั้งคณะทำงานพิจารณาความเป็นไปได้ของมาตรการริเริ่มใหม่&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การจัดหาเงินทุนสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน&amp;nbsp;การพัฒนากลไกเพื่อรองรับปัญหาด้านมหภาคและปัญหาเชิงโครงสร้าง&amp;nbsp;การเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการเงินเพื่อรับมือกับภัยธรรมชาติ&amp;nbsp;และการส่งเสริมความร่วมมือด้านนโยบายเพื่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อขยายความร่วมมือทางการเงินให้ครอบคลุม&amp;nbsp;และส่งเสริมความเจริญเติบโตของภูมิภาคอาเซียน+3&amp;nbsp;และสอดคล้องกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>3/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503194421826</Link_News></row>
<row _id="17"><NewsTitle>เกาะเสม็ดพร้อมเปิดรับให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยว หลังพ้นถูกสั่งปิด 14 วัน หนีคนโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พ.ค.64&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;นางสริญทิพญ&amp;nbsp;ทัพมงคลทรัพย์&amp;nbsp;นายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ด&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;หลังพื้นที่เกาะเสม็ดตรวจพบมีผู้ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้นายชาญนะ&amp;nbsp;เอี่ยมแสง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp;ได้มีคำสั่งปิดพื้นที่ทั้งเกาะเสม็ด&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;โดยมีการปิดให้บริการโรงแรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;รีสอร์ท&amp;nbsp;&amp;nbsp;และที่พักทั้งหมด&amp;nbsp;เพื่อทำความสะอาดฆ่าเชื้อ&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;เม.ย.เป็นต้นไป&amp;nbsp;ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้หลังปิดผู้ประกอบการก็ได้มีการเร่งทำความสะอาด&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ตรวจคัดกรองทุกคน&amp;nbsp;รวมทั้งธรรมชาติของเกาะเสม็ดก็ได้มีการพักฟื้นด้วย&amp;nbsp;ซึ่งผู้ประกอบการยืนยันพร้อมจะเปิดรับนักท่องเที่ยวหลังพ้น&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วันไปแล้ว&amp;nbsp;แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องมีการ&amp;nbsp;Swab&amp;nbsp;กันอย่างละเอียดก่อน&amp;nbsp;เพื่อให้มั่นใจว่าเชื้อหมดไปจากเกาะเสม็ดจริงๆ&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>3/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504000510879</Link_News></row>
<row _id="18"><NewsTitle>ติดตามสถานการณ์การผลิตหน้ากากอนามัย ยืนยันมีวัตถุดิบเพียงพอ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวัฒนศักย์&amp;nbsp;เสือเอี่ยม&amp;nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ประชุมติดตามสถานการณ์การผลิตหน้ากากอนามัยร่วมกับผู้ผลิตหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ปัจจุบันยังคงมีหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;หน้ากากผ้า&amp;nbsp;และหน้ากากทางเลือกในตลาดปริมาณมาก&amp;nbsp;และยังมีวัตถุดิบในการผลิตเพียงพอรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;บางรายมีหน้ากากอนามัยเหลือพร้อมที่จะส่งมอบหากมีคำสั่งซื้อเข้ามา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งกรมฯได้ให้ผู้ผลิตหน้ากากอนามัยแจ้งปริมาณที่พร้อมส่งมอบหรือกำลังผลิตที่ยังคงเหลืออยู่มาที่กรมฯ&amp;nbsp;ซึ่งหากมีพื้นที่ใดมีปริมาณหน้ากากอนามัยไม่เพียงพอจะได้ประสานจัดส่งไปเสริมได้ทันที&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้ขอให้ผู้ผลิตหน้ากากอนามัยดำเนินการผลิตอย่างเต็มที่&amp;nbsp;และได้เน้นย้ำว่าหน้ากากอนามัยทางการแพทย์เป็นสินค้าควบคุมต้องจำหน่ายตามราคา&amp;nbsp;ที่กำหนดไม่เกินชิ้นละ&amp;nbsp;2.50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งหากพบว่ามีการจำหน่ายเกินกว่าราคาที่กำหนดจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัดตรวจสอบและติดตามสถานการณ์หน้ากากอนามัย&amp;nbsp;เจลล้างมือและราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เพราะส่งผลในวงกว้างทำให้ทุกจังหวัดได้กำหนดมาตรการให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งเวลาที่ออกจากที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;ซึ่งจากการสำรวจพบว่าราคาหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ราคาเฉลี่ยนอยู่ที่&amp;nbsp;1.90&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งยังอยู่ในราคาที่กรมการค้าภายในควบคุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากพบเห็นการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคแจ้งได้ที่สายด่วน&amp;nbsp;1569&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กรณีจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด&amp;nbsp;มีโทษจำคุกไม่เกิน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ปรับไม่เกิน&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;กรณีที่ไม่ติดป้ายแสดงราคามีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>4/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504185333111</Link_News></row>
<row _id="19"><NewsTitle>จังหวัดราชบุรีร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงเตรียมยกระดับผลิตภัณฑ์สินค้าไชโป้วโพธารามสู่สากล ขับเคลื่อนจัดทำค่ำขอสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทยเพื่อขึ้นทะเบียนในประเทศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวิสาห์&amp;nbsp;พูลศิริรัตน์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมออนไลน์ชี้แจงโครงการจัดทำคำขอสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทยเพื่อขึ้นทะเบียนในประเทศสินค้าไชโป้วโพธาราม&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายประสพชัย&amp;nbsp;พูลเกิด&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;ผศ.อรรถพล&amp;nbsp;อุสายพันธ์&amp;nbsp;รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง&amp;nbsp;อาจารย์&amp;nbsp;ดร.อดิศักดิ์&amp;nbsp;แสงส่องฟ้า&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ&amp;nbsp;ผศ.ดร.ชฎาพร&amp;nbsp;โพคัยสวรรค์และคณะทำงานให้การต้อนรับและร่วมประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมย่อย&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;อาคารศูนย์ภาษาและคอมพิวเตอร์&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง&amp;nbsp;ซึ่งมีผู้แทนจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา&amp;nbsp;ผู้ผลิตและผู้ประกอบการสินค้าไชโป้วโพธารามร่วมประชุมผ่านทางออนไลน์ตามมาตรการควบคุมป้องกันในสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการจัดทำคำขอสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทยเพื่อขึ้นทะเบียนในประเทศ&amp;nbsp;เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน&amp;nbsp;โดยความร่วมมือระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;และมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงในการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนศึกษา&amp;nbsp;ตอบข้อซักถามข้อมูลต่างๆเพื่อนำไปสู่การเข้าร่วมโครงการอันจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาสินค้าแปรรูปทางการเกษตรของจังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;ที่ผ่านมาจังหวัดราชบุรีมีสินค้าขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สินค้า&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;สับปะรดบ้านคา&amp;nbsp;มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี&amp;nbsp;และสินค้าหัตถกรรมโอ่งมังกรราชบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงจะเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจกับผู้ผลิตและผู้ประกอบการในการจัดทำสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไชโป้วของอำเภอโพธารามต่อไป&amp;nbsp;ในการสร้างมูลค่าเพิ่มและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>4/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ราชบุรี</Province><Department>สวท.ราชบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504121558960</Link_News></row>
<row _id="20"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ตรวจสอบกำกับดูแลร้านธงฟ้า ไม่พบการจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางศุภมิตร&amp;nbsp;เต็งเผ่&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางทัศนีย์&amp;nbsp;กองแดง&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้าพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบกำกับดูแลการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์&amp;nbsp;เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.ขวัญเบบี้&amp;nbsp;ต.แม่สะเรียง&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.รัตนาการค้า&amp;nbsp;ต.แม่สะเรียง&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.ปู&amp;nbsp;บิ๊ก&amp;nbsp;ไซค์&amp;nbsp;ช๊อป&amp;nbsp;ต.แม่สะเรียง&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.อินทรลัคกี้&amp;nbsp;สโตร์&amp;nbsp;ต.บ้านกาศ&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.แอ้มมินิมาร์ท&amp;nbsp;ต.บ้านกาศ&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6.ขจร&amp;nbsp;ต.แม่ลาหลวง&amp;nbsp;อ.แม่ลาน้อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;7.มาวินการค้า&amp;nbsp;ต.แม่เงา&amp;nbsp;อ.ขุนยวม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;8.นีรภัณฑ์&amp;nbsp;ต.ห้วยโป่ง&amp;nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;9.ไข่แก้ว&amp;nbsp;ต.ห้วยโป่ง&amp;nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบว่า&amp;nbsp;ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าชัดเจน&amp;nbsp;ราคาจำหน่ายอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ไม่พบการจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&amp;nbsp;โดยได้ประชาสัมพันธ์กฎเหล็กร้านธงฟ้า&amp;nbsp;ห้ามยึดบัตร&amp;nbsp;ห้ามรับ/แลก&amp;nbsp;เป็นเงินสด&amp;nbsp;ห้ามจำหน่ายบุหรี่เหล้าเบียร์ให้ผู้ถือบัตรฯ&amp;nbsp;ห้ามบังคับการซื้อ/ขายสินค้า&amp;nbsp;ห้ามฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าในราคาที่สูงเกินสมควร&amp;nbsp;กำชับให้ร้านค้า&amp;nbsp;ปฏิบัติตาม&amp;nbsp;พรบ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2542&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;หากพบการกระทำผิด&amp;nbsp;จะดำเนินการตามกฎหมายโดยทันที&amp;nbsp;แจ้งเบาะแสการกระทำผิดได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;053-611639&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>4/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504122847979</Link_News></row>
<row _id="21"><NewsTitle>กรมทางหลวง ร่วมมือกับการประปาส่วนภูมิภาค นำน้ำประปากว่า 900,000 ลิตรแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสราวุธ&amp;nbsp;ทรงศิวิไล&amp;nbsp;อธิบดีกรมทางหลวง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐบาลและนายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้กรมทางหลวงดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;โดยกรมทางหลวงและหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;ทั้งสำนักงานทางหลวง&amp;nbsp;18&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;แขวงทางหลวง&amp;nbsp;104&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และหมวดทางหลวง&amp;nbsp;581&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ยังคงร่วมมือกับการประปาส่วนภูมิภาคเดินหน้าบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคที่เกิดจากปัญหาภัยแล้งแก่ประชาชนผู้เดือดร้อนทั่วประเทศ&amp;nbsp;ตามโครงการ&amp;nbsp;กรมทางหลวง&amp;nbsp;&amp;nbsp;การประปาส่วนภูมิภาครวมใจต้านภัยแล้ง&amp;nbsp;แม้ในช่วงนี้จะอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;แต่การช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;จึงได้กำกับให้เจ้าหน้าที่ที่ออกไปปฏิบัติงานปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันโรค(D-M-H-T-T-A)&amp;nbsp;ของกรมควบคุมโรค&amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;โดยสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&amp;nbsp;มีเจลแอลกอฮอร์ติดตัว&amp;nbsp;มีการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนการปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;หมั่นล้างมือ&amp;nbsp;และรักษาระยะห่างระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติและระหว่างประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุดให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งแล้วจำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;จังหวัดทั่วประเทศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;262&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;1,077&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รถบรรทุกน้ำจำนวน&amp;nbsp;810&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ส่งผลให้มีปริมาณน้ำสะสมตั้งแต่เดือนมกราคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;เดือนเมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ทั้งสิ้น&amp;nbsp;938,500&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;ซึ่งในเดือนมกราคมเป็นปริมาณน้ำ&amp;nbsp;18,000&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;เดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;132,500&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;เดือนมีนาคม&amp;nbsp;535,000&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;และเดือนเมษายน&amp;nbsp;253,000&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;ประชาชนหรือหน่วยงานใดประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ&amp;nbsp;สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานทางหลวง&amp;nbsp;&amp;nbsp;แขวงทางหลวง&amp;nbsp;หมวดทางหลวงทั่วประเทศ&amp;nbsp;และสามารถขอความช่วยเหลือหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง&amp;nbsp;1586&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>4/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504185711112</Link_News></row>
<row _id="22"><NewsTitle>การไฟฟ้านครหลวง ติดตั้งระบบไฟฟ้ารองรับโรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดินเพื่อร่วมรับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจาตุรงค์&amp;nbsp;สุริยาศศิน&amp;nbsp;รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;MEA&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะโฆษก&amp;nbsp;MEA&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ตามที่โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ&amp;nbsp;ได้ดำเนินการก่อสร้างโรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดิน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสนามระดับ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตั้งอยู่ในซอยแจ้งวัฒนะ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;เพื่อรองรับการดูแลผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp;ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;และได้ประสานขอให้การไฟฟ้านครหลวงช่วยติดตั้งระบบไฟฟ้านั้น&amp;nbsp;การไฟฟ้านครหลวงจึงได้ระดมกำลังให้การสนับสนุนการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าเร่งด่วนอย่างทันท่วงที&amp;nbsp;เพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าจากจำนวนผู้ป่วยของโรงพยาบาลสนาม&amp;nbsp;ซึ่งมีจำนวนกว่า&amp;nbsp;300&amp;nbsp;เตียง&amp;nbsp;และได้ลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานและตรวจสอบการติดตั้งระบบไฟฟ้า&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การพาดสายไฟฟ้าแรงดัน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;kV&amp;nbsp;&amp;nbsp;การติดตั้งชุดหม้อแปลงไฟฟ้าขนาด&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;kVA&amp;nbsp;ตู้แผงเมนสวิตช์แรงต่ำ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมติดตั้งเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าขนาด&amp;nbsp;400&amp;nbsp;A&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เฟส&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้ไฟฟ้าของอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในโรงพยาบาลสนาม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ระบบแสงสว่าง&amp;nbsp;ระบบปรับอากาศ&amp;nbsp;ระบบปั๊มน้ำและอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ&amp;nbsp;และยังได้วางแผนเตรียมการรองรับการจ่ายไฟฟ้าที่อาจมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นในอนาคตให้มีความเพียงพออีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การไฟฟ้านครหลวงมีความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แก่โรงพยาบาลสนามทุกแห่ง&amp;nbsp;ทั้งด้านการออกแบบและการติดตั้งระบบไฟฟ้า&amp;nbsp;พร้อมจัดให้มีเจ้าหน้าที่ดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าและให้บริการแก้ไขไฟฟ้าขัดข้องตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถติดต่อสอบถาม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รวมถึงแจ้งเหตุได้ที่&amp;nbsp;MEA&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Life&amp;nbsp;Application&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;:&amp;nbsp;การไฟฟ้านครหลวง&amp;nbsp;&amp;nbsp;MEA,&amp;nbsp;Line&amp;nbsp;:&amp;nbsp;MEA&amp;nbsp;Connect,&amp;nbsp;Twitter:&amp;nbsp;@mea_news,&amp;nbsp;และศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง&amp;nbsp;MEA&amp;nbsp;Call&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;1130&amp;nbsp;เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นและช่วยให้ประชาชนได้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปพร้อมกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>5/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505093923155</Link_News></row>
<row _id="23"><NewsTitle>จังหวัดอุบลราชธานี ขอตั้งงบเงินกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ covid ระลอก 3 วงเงิน 710 ล้าน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสฤษดิ์&amp;nbsp;วิฑูรย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ส่วนราชการต่างๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมพรหมราชชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาแผนงานโครงการ&amp;nbsp;ในการขับเคลื่อนดำเนินการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;710&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณโครงการในการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;ฟื้นฟูเยียวยา&amp;nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบวิกฤตโควิดระลอก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ซึ่งประกอบไปด้วย&amp;nbsp;ประชาชนเครือข่าย&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;กลุ่มอาชีพ&amp;nbsp;กลุ่มผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp;กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp;กลุ่มผู้สูงอายุ&amp;nbsp;รวมทั้งผู้มีอาชีพต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;อาชีพศิลปิน&amp;nbsp;หรือผู้ประกอบการภาคเอกชน&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายเสนอโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ส่วนราชการในจังหวัดร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;284&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;213&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และภาคประชาชนเครือข่ายภาคประชาชนภาคเอกชนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอาชีพกลุ่มผู้ด้อยโอกาสและกลุ่มเปราะบางรวมทั้งผู้สูงอายุร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;213&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนั้น&amp;nbsp;ยังมีโครงการที่สำรองเพื่อขับเคลื่อนสร้างอาชีพให้ประชาชนได้มีรายได้&amp;nbsp;มีงานทำ&amp;nbsp;การเสริมสร้างฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;เพื่อต่อยอดเศรษฐกิจฐานรากและให้เกษตรกรมีความมั่นคงในด้านอาหาร&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อขอรับสนับสนุนจากงบเงินกู้ของรัฐบาล&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าหากได้รับพิจารณาจะต้องดำเนินการโครงการดังกล่าวภายในเดือนกรกฎาคมถึงเดือนธันวาคมนี้&amp;nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและให้เกษตรกรทุกกลุ่มอาชีพมีรายได้มีงานทำต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรกช&amp;nbsp;ภูมี&amp;nbsp;สวท.อุบลราชธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รายงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>5/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุบลราชธานี</Province><Department>สวท.อุบลราชธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505100107172</Link_News></row>
<row _id="24"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี พร้อมเชื่อมโยง ผลไม้ไทย  มะม่วงน้ำดอกไม้ ทุเรียน มังคุด เงาะ  ลำไยส่งออกตลาดฮ่องกง ในงาน OBM ผลไม้ไทยสู่ตลาดฮ่องกง ระหว่างวันที่ 17-21 พฤษภาคม 2564</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายธีรวุฒิ&amp;nbsp;คล้ายเคลื่อน&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์ได้เชื่อมโยงระหว่างพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศกับทูตพาณิชย์ประจำต่างประเทศ&amp;nbsp;ส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าไทยไปต่างประเทศ&amp;nbsp;ได้รับแจ้งจากทูตพาณิชย์ประจำฮ่องกงผู้นำเข้าสนใจสั่งซื้อมะม่วงน้ำดอกไม้โดยมีการเจรจาไปแล้วครั้งนี้&amp;nbsp;มีผู้ส่งออกไทยในจังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;ฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;และปราจีนบุรี&amp;nbsp;ส่งมะม่วงน้ำดอกไม้ไปขายในฮ่องกง&amp;nbsp;ได้รับการตอบรับขายดีมาก&amp;nbsp;ทูตพาณิชย์ที่ฮ่องกงจะจัดการเจรจาการค้าอีกหนึ่งรอบ&amp;nbsp;กำหนดจัดงาน&amp;nbsp;งาน&amp;nbsp;OBM&amp;nbsp;ผลไม้ไทยสู่ตลาดฮ่องกง&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;17-21&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้สนใจ&amp;nbsp;แจ้งความประสงค์สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศได้&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พ.ค.64&amp;nbsp;ผู้ส่งออกกรอกข้อมูลใน&amp;nbsp;QR&amp;nbsp;Code&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สคต.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เมืองฮ่องกง&amp;nbsp;ส่งข้อมูลให้พาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;พ.ค.64&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;ตรวจสอบและรับรองศักยภาพของผู้ส่งออก&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;พ.ค.64&amp;nbsp;ผู้นำเข้าเลือกผู้ส่งออกที่ต้องการเจรจาด้วย&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;พ.ค.64&amp;nbsp;สคต.ณ.&amp;nbsp;เมืองฮ่องกง&amp;nbsp;แจ้งกำหนดการ&amp;nbsp;OBM&amp;nbsp;และวันที่&amp;nbsp;17-21&amp;nbsp;พ.ค.64&amp;nbsp;เจรจาธุรกิจผ่านระบบออนไลท์&amp;nbsp;OBM&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;มีผู้นำเข้ารายใหม่หลายราย&amp;nbsp;และเป็นรายใหญ่&amp;nbsp;สนใจนำเข้าผลไม้ไทย&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;มะม่วง&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;เงาะ&amp;nbsp;ลำไย&amp;nbsp;และผลไม้อื่นๆ&amp;nbsp;จากประเทศไทย&amp;nbsp;โดยขอความร่วมมือพาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์ผู้ส่งออกผลไม้ไทยที่สนใจขยายตลาดสู่ฮ่องกง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สวท.เพชรบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>5/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505102120184</Link_News></row>
<row _id="25"><NewsTitle>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด ออกติดตามสถานการณ์การจำหน่าย หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ และแอลกอฮอล์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(28,&amp;nbsp;30,&amp;nbsp;33);"&gt;นางวรัญญา&amp;nbsp;ถนอมพันธุ์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดตราด&lt;/span&gt;&amp;nbsp;มอบหมายกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด&amp;nbsp;ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&amp;nbsp;ในเขตอำเภอเมืองตราด&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;สถานการณ์ในภาพรวม&amp;nbsp;ราคาจำหน่ายไม่เกินชิ้นละ&amp;nbsp;2.50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งไม่เกินราคาควบคุม&amp;nbsp;ไม่พบการกักตุนสินค้า&amp;nbsp;หรือปฏิเสธการจำหน่าย&amp;nbsp;ปริมาณสินค้ามีเพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค&amp;nbsp;โดยราคาจำหน่ายปรากฏ&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร้านขายยา&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;ภัททิราเภสัช&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แอลกอฮอล์ศิริบัญชา&amp;nbsp;450&amp;nbsp;มล.&amp;nbsp;จำหน่ายขวดละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;หน้ากากอนามัยทางการแพทย์&amp;nbsp;ราคากล่องละ&amp;nbsp;120&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;(บรรจุกล่องละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ชิ้น)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ฯ&amp;nbsp;ได้ประชาสัมพันธ์ประกาศ&amp;nbsp;กกร.&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมทั้งกำชับให้ผู้ประกอบการค้าปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายให้ชัดเจน&amp;nbsp;และปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;รวมทั้งขอให้มีการประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;ขอความร่วมมือให้ประชาชนใช้หน้ากากผ้า&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าหน้ากากทางเลือก&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>5/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505120822269</Link_News></row>
<row _id="26"><NewsTitle>ไทยยังติด 20 อันดับ รับมือโควิด-19 ที่ดีที่สุดในโลก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากกรณีที่สำนักข่าวบลูมเบิร์ก ได้จัดอันดับเขตเศรษฐกิจที่สามารถรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จากทั้งหมด 53 เขตเศรษฐกิจของโลก ประจำเดือนเมษายน และไทยอยู่อันดับที่ 13 ของโลก ด้วยคะแนน 66.7 ถูกเวียดนามและฮ่องกงแซงหน้าขึ้นไป&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;"ประสิทธิภาพการรับมือไวรัสของรัฐบาลลดลงหรือไม่?"&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ผลการจัดอันดับดังกล่าวไม่ได้เป็นการวัดประสิทธิภาพการรับมือโรคระบาด แต่เป็นการแสดงผลตามสถานการณ์ ณ เวลานั้น ๆ ซึ่งมีการปรับขึ้นหรือลงได้ในทุก ๆ ประเทศ และรัฐบาลไทยยังคงดำเนินมาตรการต่าง ๆ อย่างเข้มข้นในการป้องกันไวรัสมาโดยตลอด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หากดูตามการจัดอันดับนี้จะพบว่าไม่ใช่ประเทศไทยประเทศเดียวที่ในช่วงก่อนหน้าเคยอยู่ในอันดับที่สูงกว่านี้ เพราะประเทศอื่นที่รับมือกับไวรัสได้ดีก็มีอันดับลดลงเช่นกัน คือ นิวซีแลนด์ ที่ลงจากอันดับ 1 มาอยู่อันดับ 2 ไต้หวัน จากอันดับ 4 มาอยู่อันดับ 5 และจีนจากอันดับ 7 มาอยู่ที่อันดับ 12 รวมทั้งนอร์เวย์ที่เคยอยู่อันดับ 10 ก็ร่วงลงมาอยู่ที่อันดับ 15 ตามหลังไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ไทยยังรับมือได้ดี ติดกลุ่มสีฟ้า Top-3 อาเซียน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ถึงแม้ว่าระดับของไทยจะลดลง แต่ก็ยังอยู่ใน "กลุ่มสีฟ้า" ซึ่งหมายถึงประเทศที่มีสถานะดีในการรับมือกับโควิด-19 ซึ่งอยู่กลุ่มเดียวกันกับประเทศชั้นนำของโลก เพียงแต่ผลการจัดอันดับที่ลดลงเนื่องจากความคืบหน้าการฉีดวัคซีน และการได้รับวัคซีนยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ ทั้งการนำเข้าซึ่งจะต้องใช้เวลาในการกระจายวัคซีนให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และการผลิตเองภายในประเทศ แต่ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบไทม์ไลน์การดำเนินงานของรัฐบาล และจะสามารถกระจายวัคซีนได้ครอบคลุมเกินกว่า 50% ของจำนวนประชากรอย่างแน่นอนนอนภายในปีนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หากเทียบในระดับอาเซียนประเทศไทยยังคงอยู่อันดับ Top 3 ของการจัดการกับโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางปัจจัยต่างๆ ที่รุมเร้า นั่นหมายความว่า ความสามารถในการรับมือยังคงอยู่ในระดับที่ดีกว่าหลายๆ ประเทศทั่วทั้งในอาเซียนและทั่วโลก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เดินฉีดวัคซีนตามแผนอย่างรอบคอบและปลอดภัย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประเทศไทยยังมีการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่เป็นไปตามแผน อย่างรอบคอบและรัดกุมโดยเน้นความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก และมีความหลากหลายของยี่ห้อวัคซีนมากขึ้น ขณะนี้ในไทยมีวัคซีนที่ขึ้นทะเบียนกับ อย. แล้ว 3 ชนิด คือ AstraZeneca Sinovac และล่าสุดคือ Johnson&amp;amp;Johnson ส่วนที่เตรียมขึ้นทะเบียนกับ อย.เพิ่มเติมคือ Moderna ที่จะนำเข้ามาเร็วๆ นี้ ส่วนในเดือนมิถุนายนวัคซีนของ AstraZeneca ล็อตแรกที่ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ ก็จะเข้าสู่ระบบการฉีดให้กับกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งเป็นฐานการผลิตให้กับอาเซียนต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมเป็นต้นมารัฐบาลเปิดช่องทางการลงทะเบียนเพื่อรับวัคซีนของประชาชนผ่าน หมอพร้อม&amp;nbsp;และมีประชาชนลงทะเบียนจองสิทธิ์การรับวัคซีนเป็นจำนวนวนมาก ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายฉีดวัคซีน 100 ล้านโดสให้กับคนในประเทศไทยให้ได้ภายในสิ้นปีนี้อย่างแน่นอนจากความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนในนาม "ทีมไทยแลนด์"&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>5/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505124514292</Link_News></row>
<row _id="27"><NewsTitle>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสตูล เชิญชวนสั่งซื้อมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง คุณภาพดีจากจังหวัดเชียงใหม่ ส่งตรงถึงบ้าน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;นายสุภาพ&amp;nbsp;จีนเมือง&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดสตูล&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;สตูล&amp;nbsp;ได้รับการประสานจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;เชิญชวนชาวสตูลที่สนใจสั่งซื้อมะม่วงคุณภาพจากเกษตรกรผู้ปลูกโดยตรง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&amp;nbsp;เกรดส่งออกจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ชมรมผู้ปลูกมะม่วงเชียงใหม่&amp;nbsp;อำเภอแม่แตง&amp;nbsp;โดยสวนคุณลุง&amp;nbsp;(SUAN&amp;nbsp;KHUN&amp;nbsp;LUNG&amp;nbsp;)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ทั้งแบบแพ็คและแบบกล่อง&amp;nbsp;สำหรับแบบแพ็คของขวัญ&amp;nbsp;(12&amp;nbsp;ลูก)&amp;nbsp;กล่องละ&amp;nbsp;389&amp;nbsp;บาทรวมจัดส่ง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;แบบกล่อง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;(14-15&amp;nbsp;ลูก)&amp;nbsp;กล่องละ&amp;nbsp;389&amp;nbsp;บาทรวมจัดส่ง&amp;nbsp;และแบบกล่อง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;(28-30&amp;nbsp;ลูก)&amp;nbsp;กล่องละ&amp;nbsp;699&amp;nbsp;บาทรวมจัดส่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้สามารถสั่งซื้อได้ที่&amp;nbsp;คุณวรรณรัตน์&amp;nbsp;เกษมศรี&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;082&amp;nbsp;892&amp;nbsp;6350&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;SUAN&amp;nbsp;KHUN&amp;nbsp;LUNG&amp;nbsp;:&amp;nbsp;Premium&amp;nbsp;Fruits&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Line&amp;nbsp;@&amp;nbsp;SUAN&amp;nbsp;KHUN&amp;nbsp;LUNG&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เครดิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;:&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาพ-ข่าว/สนง.พาณิชย์จ.สตูลเรียบเรียง-เผยแพร่/อมรรัตน์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จันทร์พริ้ม/สวท.สตูล5&amp;nbsp;พ.ค.64&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>5/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สวท.สตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505132955310</Link_News></row>
<row _id="28"><NewsTitle>คาดการณ์ การแพร่ของโรคโควิด-19 รอบนี้ สร้างความเสียหายราว 3-4.5 แสนล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนวรรธน์&amp;nbsp;พลวิชัย&amp;nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&lt;/strong&gt;และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ&amp;nbsp;เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรด&amp;nbsp;ไตรมาสที่&amp;nbsp;1/2564&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;116&amp;nbsp;กลุ่มตัวอย่างในช่วงกลางเดือนเมษายน&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;มีค่าดัชนีฯเฉลี่ยรวมอยู่ที่ร้อยละ&amp;nbsp;46.3&amp;nbsp;สะท้อนจากรายรับจากการขายหรือให้บริการ&amp;nbsp;กำไรจากการขายและการจ้างงานที่ลดลง&amp;nbsp;มีเพียงธุรกิจออนไลน์ที่มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยส่วนใหญ่มองว่าต้องรับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;อีกระยะ&amp;nbsp;ทำให้ลูกค้าทั้งในประเทศและจากนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง&amp;nbsp;ซึ่งภาคประชาชนมีภาระหนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ส่งผลให้กำลังซื้อลดลงตาม&amp;nbsp;ขณะที่ต้นทุนการดำเนินงานยังสูงขึ้นโดยเฉพาะต้นทุนด้านความปลอดภัยเพื่อลูกค้าและพนักงานจากโควิด&amp;nbsp;จึงมองว่าสถานการณ์ธุรกิจในช่วงไตรมาสที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จะต่ำกว่าช่วงไตรมาสที่&amp;nbsp;1ได้อีก&amp;nbsp;และธุรกิจยังต้องปรับตัวบนความไม่แน่นอนตลอดเวลา&amp;nbsp;แต่ทั้งนี้&amp;nbsp;ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่จะแถลงอีกครั้งในวันพรุ่งนี้(6&amp;nbsp;พ.ค.)&amp;nbsp;ซึ่งจะสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนในการจับจ่ายใช้สอยว่าเป็นอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนวรรธน์&amp;nbsp;ยังกล่าวถึงผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นี้ว่า&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเคยประเมินไว้ว่า&amp;nbsp;ผลกระทบที่เกิดขึ้นหนักสุดคือในช่วงไตรมาส&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ที่มีการล็อคดาวน์ทั้งประเทศ&amp;nbsp;ทำให้เศรษฐกิจติดลบสุดถึงร้อยละ&amp;nbsp;12.2&amp;nbsp;และเม็ดเงินสูญหายในระบบเศรษฐกิจถึง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แสนล้านบาท&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;การแพร่ระบาดครั้งนี้&amp;nbsp;เมื่อภาครัฐเริ่มให้ร้านค้าปิดบริการตามเวลานับเป็นช่วงใกล้เคียงกับช่วงปีที่แล้ว&amp;nbsp;แต่ไม่มีมาตรการเข้มข้นออกมาเหมือนปีที่แล้ว&amp;nbsp;ประกอบกับไม่มีกำหนดระยะคลี่คลายสถานการณ์ว่าจบลงเมื่อใด&amp;nbsp;จึงมองว่า&amp;nbsp;จะมีกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นมาก&amp;nbsp;โดยเฉพาะท่องเที่ยว/บริการ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องร้านค้าท่องเที่ยวกลางคืน&amp;nbsp;ซึ่งหากคลี่คลายไม่ได้เร็วความเสียหายจะอยู่ราว&amp;nbsp;3-4.5&amp;nbsp;แสนล้านบาท&amp;nbsp;จึงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับภาคธุรกิจโมเดิร์นเทรด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังมีข้อเสนอถึงภาครัฐให้เร่งแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ให้สนับสนุนธุรกิจค้าปลีกมีส่วนร่วมในโครงการของรัฐ&amp;nbsp;เร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;ให้ครอบคลุมประชากรมากขึ้น&amp;nbsp;เปิดเสรีให้เอกชนนำเข้าวัคซีนเพื่อเป็นทางเลือกในการกระจาย&amp;nbsp;ออกมาตรการสนับสนุนธุรกิจร้านอาหารรายย่อยและธุรกิจอื่นๆ&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวที่ลดลงและออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและการจับจ่ายภายในประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>5/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505193928490</Link_News></row>
<row _id="29"><NewsTitle>รมว.พาณิชย์  สั่งทูตพาณิชย์และทูตเกษตรในจีนประสานงานด่านโหย่วอี้กวนขอความร่วมมือเปิดช่องทางเข้าออกเพิ่ม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหารถขนส่งสินค้าผลไม้จากประเทศไทย&amp;nbsp;จากด่านมุกดาหารไปยังด่านเวียดนามก่อนเข้าสู่ประเทศจีน&amp;nbsp;ที่ด่านโหย่วอี้ที่มีปัญหาการจราจรติดขัดทำให้การผ่านแดนใช้เวลานาน&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์หนานหนิงและทูตเกษตรกวางโจวประสานงานให้ด่านโหย่วอี้กวนรับทราบ&amp;nbsp;และขอความร่วมมือให้เปิดช่องทางเข้าออกเพิ่มจาก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ช่องเป็น&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ช่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมือในการตอบรับที่จะเร่งดำเนินการแล้ว&amp;nbsp;คาดว่าในอีกไม่กี่วัน&amp;nbsp;การจราจรของส่งผลไม้ไทยไปยังจีนจะคล่องตัวขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เร่งดำเนินการเชิญผู้ประกอบการขนส่งสินค้า&amp;nbsp;หรือผลไม้ไทย&amp;nbsp;ผ่านมุกดาหาร&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;เวียดนาม&amp;nbsp;เข้าด่านโหย่วอี้กวน&amp;nbsp;ประเทศจีน&amp;nbsp;เข้ารับการอบรมให้ความรู้&amp;nbsp;เรื่องมาตรการกฎระเบียบต่างๆ&amp;nbsp;รวมทั้งเอกสารที่จะต้องเตรียมเพื่อให้การส่งสินค้าข้ามแดนไปยังประเทศจีนคล่องตัวและสะดวกขึ้นไม่เป็นอุปสรรคทำให้การจราจรต้องติดขัดโดยจะดำเนินการในสัปดาห์นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะเดียวกันจะประสานงานกับทางจีน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยจีนจะเพิ่มด่านตงซิงขึ้นอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ด่าน&amp;nbsp;เพื่อให้บริการในการนำเข้าผลไม้สดจากประเทศไทยซึ่งเริ่มเปิดให้บริการแล้วเมื่อวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมษายนที่ผ่านมาทำให้ไทยสามารถส่งผลไม้สด&amp;nbsp;ผ่านด่านนี้ได้ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้แจ้งให้สมาคมผู้ส่งออกผลไม้จันทบุรีรับทราบแล้ว&amp;nbsp;รวมทั้งจะเร่งรัดการออกใบรับรองการฉีดสารป้องกันโควิด&amp;nbsp;ทั้งบรรจุภัณฑ์และรถขนส่งในการส่งออก&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยให้ทางการจีนได้รับความมั่นใจขึ้น&amp;nbsp;คาดว่าในอีกไม่กี่วัน&amp;nbsp;การจราจรของส่งผลไม้ไทยไปยังจีนจะคล่องตัวขึ้น&amp;nbsp;สำหรับการส่งออกผลไม้และสินค้าข้ามแดนจากไทยไปจีนไตรมาสแรกปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีมูลค่า&amp;nbsp;90,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยเป็นการส่งออกผลไม้ผลไม้&amp;nbsp;8,145&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;34&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>5/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505213610550</Link_News></row>
<row _id="30"><NewsTitle>ยะลา เดินหน้า ตรวจเยี่ยมสถานประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อเฝ้าระวังและให้คำแนะนำ ลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;นายธีรุตม์&amp;nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ลงพื้นที่ไปยังบริษัท&amp;nbsp;ยางไทยปักษ์ใต้&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;สาขายะลา&amp;nbsp;ต.ท่าสาป&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยมสถานประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อเฝ้าระวังและให้คำแนะนำโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;ตามแผนการตรวจเยี่ยมของจังหวัด&amp;nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาด&amp;nbsp;ให้คำแนะนำแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้อง&amp;nbsp;ตามมคำสั่งของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;28/2564&amp;nbsp;โดยมีสำนักงานอุตสากรรมจังหวัมดยะลา&amp;nbsp;หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดยะลา&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายธีรุตม์&amp;nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบว่า&amp;nbsp;โรงงานแห่งนี้มีคนงานอยู่ประมาณ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และมีต่างด้าวอยู่ประมาณ&amp;nbsp;120&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยส่วนใหญ่คนงานจะพักอยู่ข้างในและมีประมาณ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;คนที่เป็นประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้&amp;nbsp;ซึ่งมาตรการจะเห็นได้ตั้งแต่เริ่มต้นทุกคนที่เข้าโรงงานจะต้องมีการตรวจวัดอุณหภูมิและล้างมือ&amp;nbsp;และส่วนใหญ่คนงานจะแยกกันทำงานอยู่แล้ว&amp;nbsp;ทำตามมาตรการด้วยการใส่หน้ากาก&amp;nbsp;การรับประทานอาหารก็ได้มีการแยกกินตามแผนก&amp;nbsp;นอกจากนี้สิ่งที่ทางทางสาธารณสุขได้แนะนำคือเรื่องของการจัดทำที่ล้างมือให้มากขึ้น&amp;nbsp;ตั้งแต่เริ่มต้นเข้าโรงงานและในแต่ละแผนก&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นการป้องกันได้ในระดับหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับมาตรการของโรงงานบริษัท&amp;nbsp;ยางไทยปักษ์ใต้&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;สาขายะลา&amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยะลาได้เข้ามาทำการเก็บตัวอย่างเชื้อคนงานต่างด้าวซึ่งมีจำนวน&amp;nbsp;120&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และผลการตรวจก็ไม่พบเชื้อทั้ง&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;การระบาดในระลอกเมษายนนี้&amp;nbsp;ทางโรงงานมีการตั้งจุดคัดกรองหน้าโรงงาน&amp;nbsp;มีการประเมินความเสี่ยงของคนงานที่นี่&amp;nbsp;ว่ามีญาติ&amp;nbsp;อยู่ในพื้นที่ติดเชื้อบ้างหรือไม่&amp;nbsp;ให้ทำการเก็บประวัติเอาไว้&amp;nbsp;การเดินทางเข้า-ออกจากโรงงาน&amp;nbsp;มีการบันทึกไทม์ไลน์เอาไว้&amp;nbsp;เพื่อการสอบสวนโรค&amp;nbsp;หากเกิดปัญหาพบผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp;ส่วนแรงงานต่างด้าวที่อยู่ที่นี่&amp;nbsp;ทางโรงงานจัดที่พักภายในโรงงาน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;การเดินทางออกไปข้างนอก&amp;nbsp;ออกไปซื้อของจ่ายตลาด&amp;nbsp;ทางโรงงานอนุญาติให้ไป&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และจัดทำประวัติว่าเดินทางไปที่ไหนบ้างในตัวเมืองยะลา&amp;nbsp;ขณะนี้ยังไม่มีการหมุนเวียนแรงงาน&amp;nbsp;รอให้สถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ดีขึ้น&amp;nbsp;ทางโรงงานก็จะมีมาตรการดำเนินการในขั้นต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>5/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505152706354</Link_News></row>
<row _id="31"><NewsTitle>งานทุเรียนทองผาภูมิและผลไม้จังหวัดกาญจนบุรี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;เตรียมจัดงาน&amp;nbsp;ทุเรียนทองผาภูมิและผลไม้จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมผลผลิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายผกายเนติ์&amp;nbsp;เล่งอี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;ร่วมหารือคณะทำงานด้านการตลาดระดับจังหวัด&amp;nbsp;(เซลส์แมนจังหวัด)&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;สวนไทรโยครีสอร์ท&amp;nbsp;อ.ไทรโยค&amp;nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;คณะทำงานด้านการตลาดระดับจังหวัด&amp;nbsp;(เซลส์แมนจังหวัด)&amp;nbsp;ซึ่งมีบทบาทแก้ปัญหา&amp;nbsp;และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในภูมิภาคให้เข้มแข็งของจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ผู้แทนหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;สภาเกษตรกรจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;ประธาน&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Entrepreneur&amp;nbsp;Chamber&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Commerce&amp;nbsp;(YEC)&amp;nbsp;สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้ร่วมหารือ&amp;nbsp;เพื่อเตรียมจัดงานทุเรียนทองผาภูมิและผลไม้จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;1-7&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยกำหนดจัดงานวันละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รอบ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;12.00&amp;nbsp;-&amp;nbsp;14.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;และรอบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;16.00&amp;nbsp;-&amp;nbsp;18.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันธรรมดา&amp;nbsp;รอบละ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และวันหยุดรอบละ&amp;nbsp;35&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ตามมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กิจกรรมภายในงาน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การประกวดทุเรียน&amp;nbsp;การประมูลทุเรียน&amp;nbsp;อาหารที่ทำจากผลไม้จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;บุฟเพต์ทุเรียน&amp;nbsp;การออกบูธจำหน่ายสินค้าบูธนิทรรศการ&amp;nbsp;และจำหน่ายทุเรียนคุณภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และส่งเสริมผลผลิตทุเรียนให้มีคุณภาพ&amp;nbsp;ตามมาตรฐาน&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วราภรณ์&amp;nbsp;สิทธิสม&amp;nbsp;/ข่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดนุพล&amp;nbsp;สิงห์โต&amp;nbsp;/ภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;NBT.กาญจนบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>5/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สทท.กาญจนบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505160319383</Link_News></row>
<row _id="32"><NewsTitle>ครม.อนุมัติงบกลางปี 2564 วงเงิน 12,576 ล้านบาท สำหรับโครงการเตรียมความพร้อมรับมือและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;งบกลาง&amp;nbsp;ค่าใช้จ่ายในการบรรเทา&amp;nbsp;แก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ระยะการระบาดระลอกเมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวนเงินทั้งสิ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;12,576&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมการรับมือและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ได้ทันเวลา&amp;nbsp;ลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมในภาพรวมของประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;ระบุว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากการติดตามสถานการณ์การระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ซึ่งมีการระบาดทั่วโลกที่ยังคงมีความรุนแรงมากขึ้น&amp;nbsp;สำหรับประเทศไทยพบว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่&amp;nbsp;ส่วนใหญ่มาจากการสัมผัสผู้ป่วยยืนยันในสถานบันเทิง&amp;nbsp;ครอบครัว&amp;nbsp;สถานที่ทำงาน&amp;nbsp;ชุมชนและสถานศึกษา&amp;nbsp;ทำให้ประเทศยังมีความเสี่ยงสูงที่จะพบผู้ติดเชื้อมากขึ้น&amp;nbsp;มีการแพร่กระจายไปยังจังหวัดต่างๆ&amp;nbsp;และมีบางจังหวัดเกิดการติดเชื้อใหม่ในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้ประเทศไทยต้องเตรียมตั้งรับสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ซึ่งอาจมีการแพร่กระจายในพื้นที่ใหม่&amp;nbsp;เพื่อการแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที&amp;nbsp;ป้องกันบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข&amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขจึงได้จัดทำโครงการเตรียมความพร้อมรับมือและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่:&amp;nbsp;กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019&amp;nbsp;ระยะการระบาดระลอกเมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวนเงินทั้งสิ้น&amp;nbsp;12,576&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการติดเชื้อใหม่ให้ไม่เกินศักยภาพที่ระบบสาธารณสุขรองรับได้&amp;nbsp;และเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชากรในประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่น้อยกว่าร้อยละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ของประชากรทั้งหมด&amp;nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มประชากรผู้สูงอายุ&amp;nbsp;ผู้มีโรคร่วมและกลุ่มเปราะบางหรือด้อยโอกาส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;ระบุว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อวันที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้กระทรวงสาธารณสุขเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;งบกลาง&amp;nbsp;ค่าใช้จ่ายในการบรรเทา&amp;nbsp;แก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระยะการระบาดระลอกเมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวนเงินทั้งสิ้น&amp;nbsp;12,576&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ก่อนเสนอให้&amp;nbsp;ครม.พิจารณา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>5/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505203117498</Link_News></row>
<row _id="33"><NewsTitle>ครม. ขยายมาตรการภาษี สนับสนุนการจ้างงานผู้พ้นโทษอีก 1 ปี สิ้นสุด 31 ธันวาคมนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;บูรพชัยศรี&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เห็นชอบขยายระยะเวลาการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล&amp;nbsp;ให้แก่บริษัท&amp;nbsp;หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ของรายจ่าย&amp;nbsp;ที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างงานผู้พ้นโทษไม่เกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;นับตั้งแต่วันที่ได้รับการปล่อยตัวเข้าทำงาน&amp;nbsp;เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;บาท/คน/เดือน&amp;nbsp;โดยขยายระยะเวลาออกไปอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ในรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมและจูงใจให้ภาคเอกชน&amp;nbsp;มีส่วนร่วมสนับสนุนการจ้างแรงงานผู้พ้นโทษเข้าทำงาน&amp;nbsp;ช่วยให้ผู้พ้นโทษสามารถพึ่งพาตนเองได้และมีอาชีพ&amp;nbsp;เสริมสร้างเศรษฐกิจในตลาดแรงงานที่ขาดแคลน&amp;nbsp;ลดการพึ่งแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;คาดว่ารัฐจะสูญเสียรายได้ประมาณ&amp;nbsp;1,935&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ออกตามความในประมวลรัษฎากร&amp;nbsp;ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร&amp;nbsp;(ฉบับที่&amp;nbsp;..)&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;....&amp;nbsp;(มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการจ้างงานผู้พ้นโทษ)&amp;nbsp;และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาโดยด่วน&amp;nbsp;แล้วดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>5/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505202235497</Link_News></row>
<row _id="34"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดแพร่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้า ป้องกันการขึ้นราคาสินค้า ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&amp;nbsp;เจลล้างมือ&amp;nbsp;สินค้าอุปโภคบริโภคและปุ๋ยเคมีฯ&amp;nbsp;ป้องกันการขึ้นราคาสินค้า&amp;nbsp;ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;หน้ากากอนามัยทางการแพทย์&amp;nbsp;เจลล้างมือ&amp;nbsp;สินค้าอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ปุ๋ยเคมีฯ&amp;nbsp;ผลการตรวจสอบ&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;1.&amp;nbsp;หน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.1&amp;nbsp;สถานการณ์การซื้อขาย&amp;nbsp;ประชาชนออกมาเลือกซื้อหน้ากากอนามัยตามปกติ&amp;nbsp;ตามจุดจำหน่ายต่างๆ&amp;nbsp;ที่มีจำนวนมาก&amp;nbsp;สินค้ายังมีเพียงพอต่อความต้องการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.2&amp;nbsp;ราคาหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่ผลิตในประเทศจำหน่ายในราคาไม่เกินที่กฎหมายกำหนดไว้แต่อย่างใด&amp;nbsp;โดยขนาดบรรจุกล่องละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;จำหน่ายราคากล่องละ&amp;nbsp;80-125&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;(ราคาเฉลี่ยชิ้นละ&amp;nbsp;1.60&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2.50&amp;nbsp;บาท)&amp;nbsp;จำหน่ายเป็นแพ็ค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และแพ็ค&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.3&amp;nbsp;เจลแอลกอฮอล์ล้างมือราคายังคงทรงตัวจากวันที่ผ่านมา&amp;nbsp;สินค้ามีวางจำหน่ายและเพียงพอต่อความต้องการ&amp;nbsp;โดยขนาดบรรจุ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;&amp;nbsp;500&amp;nbsp;มิลลิลิตร&amp;nbsp;ราคาจำหน่ายชิ้นละ&amp;nbsp;29-150&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ตามปริมาณและคุณภาพของสินค้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;2.&amp;nbsp;สินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่วนใหญ่ราคายังคงทรงตัวจากวันที่ผ่านมา&amp;nbsp;ยกเว้นไข่ไก่&amp;nbsp;ที่ปรับราคาขึ้น&amp;nbsp;โดยประชาชนออกมาเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง&amp;nbsp;เนื่องจากเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า(โควิด&amp;nbsp;-19)&amp;nbsp;ระลอกใหม่ในพื้นที่&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.1&amp;nbsp;ไข่ไก่ราคาขายส่งหน้าฟาร์มปรับสูงขึ้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;-&amp;nbsp;6&amp;nbsp;บาท/แผงและราคาขายปลีกหน้าฟาร์มมีการปรับราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;-&amp;nbsp;25&amp;nbsp;บาท/แผง&amp;nbsp;เนื่องจากปริมาณไข่ไก่ออกสู่ตลาดน้อยลง&amp;nbsp;สำหรับราคาขายปลีกทั่วไปยังคงทรงตัว&amp;nbsp;เนื่องจากยังเป็นสต็อกเดิมอยู่&amp;nbsp;โดยราคาจำหน่ายปลีก&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เบอร์&amp;nbsp;0&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;102&amp;nbsp;-&amp;nbsp;115&amp;nbsp;บาท/แผง&amp;nbsp;(เพิ่ม&amp;nbsp;0&amp;nbsp;-&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บาท)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เบอร์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;90&amp;nbsp;-110&amp;nbsp;บาท/แผง&amp;nbsp;(เพิ่ม&amp;nbsp;0&amp;nbsp;-&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บาท)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เบอร์&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;81&amp;nbsp;-&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท/แผง&amp;nbsp;(เพิ่ม&amp;nbsp;0&amp;nbsp;-&amp;nbsp;6&amp;nbsp;บาท)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เบอร์&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;69&amp;nbsp;&amp;nbsp;95&amp;nbsp;บาท/แผง&amp;nbsp;(เพิ่ม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;-&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาท)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เบอร์&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;64&amp;nbsp;&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาท/แผง&amp;nbsp;(เพิ่ม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;-&amp;nbsp;25&amp;nbsp;บาท)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.2&amp;nbsp;น้ำน้ำมันพืชราคาทรงตัว&amp;nbsp;โดยน้ำมันปาล์ม&amp;nbsp;ตราโอลีน&amp;nbsp;ขวดละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;46&amp;nbsp;-&amp;nbsp;48&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และน้ำมันถั่วเหลือง&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;50-55&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;3.&amp;nbsp;ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;ราคาทรงตัวเท่ากับวันที่ผ่านมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-ปุ๋ยเคมีสูตร&amp;nbsp;46-0-0&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตรากระต่าย&amp;nbsp;กระสอบละ&amp;nbsp;680-700&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-ปุ๋ยเคมีสูตร&amp;nbsp;16-20-0&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตรากระต่าย&amp;nbsp;กระสอบละ&amp;nbsp;680-695&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-ปุ๋ยเคมีสูตร&amp;nbsp;15-15-15&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตรากระต่าย&amp;nbsp;กระสอบละ&amp;nbsp;760-790&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตรามงกฎ&amp;nbsp;กระสอบละ&amp;nbsp;740&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตราหัววัวคันไถ&amp;nbsp;(ดาวฟ้า)&amp;nbsp;กระสอบละ&amp;nbsp;760&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตราหัววัวคันไถ&amp;nbsp;(ดาวแดง)&amp;nbsp;กระสอบละ&amp;nbsp;800&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-ปุ๋ยเคมีสูตร&amp;nbsp;18-18-18&amp;nbsp;ตรามงกุฎกระสอบละ&amp;nbsp;570&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>5/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505175146432</Link_News></row>
<row _id="35"><NewsTitle>ครม เห็นชอบสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19 วงเงิน 20,000 ล้านบาท ให้ธนาคารรัฐ 2 แห่ง นำไปช่วยเหลือร้านค้า เอสเอ็มอี </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอาคม&amp;nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.)&amp;nbsp;วันนี้(5&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ที่ประชุม&amp;nbsp;ครม.อนุมัติหลักการมาตรการสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp;วงเงินรวม&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ให้ธนาคารและสถาบันการเงินของรัฐ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่งคือ&amp;nbsp;ธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;นำไปข่วยเหลือผู้ประการ&amp;nbsp;เอสเอ็มอี&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบให้สามารถขอสินเชื่อได้&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาทต่อราย&amp;nbsp;ระยะเวลากู้ไม่เกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;0.35&amp;nbsp;ต่อเดือน&amp;nbsp;ซึ่งทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ธนาคารจะพิจารณาจัดลำดับความสำคัญของลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบเพื่อให้การดูแลลูกหนี้เป็นไปอย่างเหมาะสมโดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;ครม.มีมติเห็นชอบถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ครม.ยังได้อนุมัติวงเงินชดเชยกรณีเกิดความเสียหายอีก&amp;nbsp;&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ยืนยันเป็นไปตามวินัยการเงินการคลัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังเห็นชอบมาตรการพักชำระหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยให้ขยายระยะเวลาพักชำระหนี้โดยการพักชำระเงินต้นให้แก่ลูกหนี้ตามความสมัครใจออกไปจนถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพื่อลดภาระการชำระหนี้เป็นการชั่วคราวให้แก่ลูกหนี้หรือนำเงินที่จะต้องชำระหนี้ไปเป็นสภาพคล่องเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน&amp;nbsp;หรือประกอบธุรกิจในช่วงที่มีความไม่แน่นอนสูงโดยจะต้องไม่เป็นการเพิ่มภาระให้แก่ลูกหนี้มากจนเกินไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>5/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505185723464</Link_News></row>
<row _id="36"><NewsTitle>จังหวัดภูเก็ต เตรียมพร้อมขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการจ้างงานและการประกอบอาชีพ ตามโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เตรียมพร้อมขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการจ้างงานและการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;ตามโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ห้องประชุมคอซิมบี้&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;นายณรงค์&amp;nbsp;วุ่นซิ้ว&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เป็นประธานในการประชุมหารือการจัดทำโครงการส่งเสริมการจ้างงานและประกอบอาชีพ&amp;nbsp;ตามโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&amp;nbsp;เข้าร่วมการประชุมเพื่อเตรียมพร้อมขับเคลื่อนในแต่ละพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายณรงค์&amp;nbsp;วุ่นซิ้ว&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ตามที่จังหวัดภูเก็ตได้รับการจัดสรรงบประมาณ&amp;nbsp;โครงการพัฒนาและส่งเสริมความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;ในกรอบวงเงิน&amp;nbsp;1,000,249,488&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;(หนึ่งพันล้านสองแสนสี่หมื่นเก้าพันสี่ร้อยแปดสิบแปดบาทถ้วน)&amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้ได้แจ้งให้ส่วนราชการเกี่ยวข้องเสนอโครงการ&amp;nbsp;เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณในกรอบวงเงินดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อนำไปขับเคลื่อนการสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;ส่งเสริมตลาดสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชน&amp;nbsp;ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว&amp;nbsp;รวมทั้งภาคบริการและด้านอื่นๆในพื้นที่&amp;nbsp;โดยกำหนดกรอบการจัดสรรในการดำเนินโครงการเป็น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กลุ่มโครงการ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;กลุ่มพัฒนาสินค้าท่องเที่ยว&amp;nbsp;บริการ&amp;nbsp;และการค้า&amp;nbsp;กลุ่มยกระดับประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการเกษตร&amp;nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน&amp;nbsp;และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน&amp;nbsp;เพื่อรองรับการฟื้นตัว&amp;nbsp;และพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการตรวจสอบโครงการในกิจกรรมด้านการส่งเสริมการจ้างงานและประกอบอาชีพ&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นโครงการเป้าหมายหลักของทางจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ที่หน่วยงานต่างๆได้มีการนำเสนอมาแล้วจำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;18&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;ซึ่งทางจังหวัดภูเก็ตได้กำหนดเป้าหมายในการดำเนินโครงการไว้อย่างน้อย&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ผู้ว่างงาน&amp;nbsp;ผู้เสมือนว่างาน&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;โดยผู้ว่างงานที่ได้มีการสำรวจข้อมูล&amp;nbsp;จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;(อบจ.ภูเก็ต)&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;มีผู้ว่างงาน&amp;nbsp;13,247&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งมีทั้งกลุ่มเปราะบางและผู้ที่ขอรับความช่วยเหลือ&amp;nbsp;ด้านการจ้างงานและประกอบอาชีพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ&amp;nbsp;ตามโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ตจึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือ&amp;nbsp;เพื่อซักซ้อมแนวทางการจัดทำและบริหารจัดการโครงการ&amp;nbsp;ด้านการส่งเสริมการจ้างงานและประกอบอาชีพให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายผู้ว่างงาน&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;โดยเน้นให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้&amp;nbsp;เพื่อให้การจ้างงานในโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;เป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp;ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>5/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505183610457</Link_News></row>
<row _id="37"><NewsTitle>พาณิชย์ชัยนาทตรวจติดตามสถานการณ์การค้า ประชาสัมพันธ์ กฎเหล็ก...ร้านธงฟ้า พร้อมป้องกันโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวศรุดา&amp;nbsp;นรสิงห์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;โดยกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ลงตรวจติดตามสถานการณ์การค้าและประชาสัมพันธ์ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าของร้านค้าธงฟ้า&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;ตำบลแพรกศรีราชา&amp;nbsp;และตำบลดงคอน&amp;nbsp;อำเภอสรรคบุรี&amp;nbsp;และตำบลหาดท่าเสา&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;ผลดำเนินการปรากฏว่า&amp;nbsp;สถานการณ์ราคาสินค้าส่วนใหญ่ยังราคาปกติ&amp;nbsp;สินค้ายังมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน&amp;nbsp;ราคาน้ำมันปาล์มเริ่มปรับตัวลดลง&amp;nbsp;และราคาน้ำมันถั่วเหลือง&amp;nbsp;ราคาคงเดิม&amp;nbsp;ราคาจำหน่ายน้ำมันพืช&amp;nbsp;น้ำมันปาล์มบรรจุขวด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;48&amp;nbsp;-&amp;nbsp;55&amp;nbsp;บาท/ขวด&amp;nbsp;&amp;nbsp;น้ำมันถั่วเหลือง&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;50&amp;nbsp;-&amp;nbsp;55&amp;nbsp;บาท/ขวด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยร้านค้าส่งรายใหญ่แจ้งว่าสินค้าสามารถสั่งได้แต่อาจจะไม่ได้&amp;nbsp;จำนวนตามที่สั่ง&amp;nbsp;ทางร้านค้าได้มีการจำกัดปริมาณการซื้อ&amp;nbsp;เพื่อกระจายให้กับลูกค้าอย่างทั่วถึง&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้แจกโปสเตอร์&amp;nbsp;กฎเหล็ก...ร้านธงฟ้า&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ร้านและประชาชนผู้มาใช้บริการ&amp;nbsp;ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของโครงการธงฟ้าฯ&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;และกำชับให้มีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าให้ชัดเจน&amp;nbsp;ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา&amp;nbsp;และห้ามจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร&amp;nbsp;ห้ามจำหน่ายบุหรี่สุราให้กับผู้ถือบัตร&amp;nbsp;ห้ามยึดบัตรลูกค้าไว้&amp;nbsp;รวมถึงห้ามรับแลกเป็นเงินสด&amp;nbsp;หากตรวจพบพฤติกรรม&amp;nbsp;ว่าทำผิดข้อกำหนดของโครงการ&amp;nbsp;จะถูกยกเลิกจากโครงการโดยทันที&amp;nbsp;และจะไม่สามารถจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการได้อีกต่อไป&amp;nbsp;และได้อธิบายเกี่ยวกับการให้บริการของร้าน&amp;nbsp;กับผู้มีสิทธ์ตามโครงการ&amp;nbsp;เราชนะ&amp;nbsp;รวมถึงการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ของสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;รวมถึงแจกประกาศจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;แจ้งเตือนผู้ประกอบการร้านค้าธงฟ้าฯ&amp;nbsp;ห้ามฉวยโอกาสทางการค้า&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>5/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สวท.ชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505184329461</Link_News></row>
<row _id="38"><NewsTitle>ครม. อนุมัติหลักการ มาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายดนุชา&amp;nbsp;พิชยนันท์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)&amp;nbsp;หรือสภาพัฒน์&amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.)&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ที่ประชุม&amp;nbsp;ครม.อนุมัติหลักการ&amp;nbsp;มาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ในระลอกเดือนเมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ทั้งมาตรการที่ต้องดำเนินการเร่งด่วนและมาตรการที่เหมาะสมสำหรับดำเนินการในระยะต่อไป&amp;nbsp;ภายหลังจากที่สถานการณ์ระบาดคลี่คลายลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับมาตรการเร่งด่วน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อบรรเทา&amp;nbsp;เยียวยา&amp;nbsp;ข่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การเพิ่มเงินช่วยเหลือในโครงการเราชนะอีกสัปดาห์ละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป็นระยะเวลา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สัปดาห์&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยให้สิ้นสุดการใช้จ่ายในวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และโครงการ&amp;nbsp;ม.33&amp;nbsp;เรารักกัน&amp;nbsp;โดยเพิ่มเงินให้กับผู้ประกันตนที่อยู่ในโครงการสัปดาห์ละ1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป็นระยะเวลา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&amp;nbsp;สัปดาห์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระยะเวลาการใช้จ่ายสิ้นสุด&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โครงการคาดว่าจะสามารถนำเสนอ&amp;nbsp;ครม.เพื่อพิจารณาได้ในสัปดาห์หน้า&amp;nbsp;โดยใช้วงเงินดำเนินการรวม&amp;nbsp;85,500&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับมาตรการระยะที่&amp;nbsp;2&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะเริ่มดำเนินการเมื่อสถานการณ์คลี่คลายและเหมาะสม&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โดยให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมเดือนละ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครอบคลุมประชาชนผู้ถือบัตรประมาณ&amp;nbsp;13.65&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&amp;nbsp;โดยให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมเดือนละ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ครอบคลุมประชาชนประมาณ&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;โดยมีระยะเวลาดำเนินการทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;คือตั้งแต่กรกฎาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนการดำเนินโครงการคนละครึ่งระยะที่&amp;nbsp;3&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในลักษณะ&amp;nbsp;โคเพล&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาทต่อคนต่อวันแต่ไม่เกิน&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ครอบคลุมประชาชน&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้&amp;nbsp;โดยรัฐบาลจะสนับสนุน&amp;nbsp;e-voucher&amp;nbsp;สำหรับการใช้จ่ายสูงสุดไม่เกิน&amp;nbsp;7,000&amp;nbsp;บาทต่อคน&amp;nbsp;ระยะเวลาดำเนินการถึงสิ้นเดือนธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้เลื่อนการดำเนินโครงการที่มีการอนุมัติไปแล้วก่อนหน้านี้ออกไปจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โครงการเราเที่ยวด้วยกันและโครงการทัวร์เที่ยวไทย&amp;nbsp;จะพร้อม&amp;nbsp;ยืนยันวงเงินใน&amp;nbsp;พ.ร.ก.1&amp;nbsp;ล้านล้านบาทยังมีเพียงพอสำหรับสนับสนุนกิจกรรมการฟื้นฟูเศรฐกิจและช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>5/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505182612448</Link_News></row>
<row _id="39"><NewsTitle>การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษและเมืองน่าอยู่อัจฉริยะเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การพัฒนาท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานีเป็นโครงการก่อสร้างศูนย์ขนส่งผู้โดยสารท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ในแผนการพัฒนาท่าอากาศยานในภูมิภาค&amp;nbsp;เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ที่เป็นศูนย์กลางภาคใต้ตอนบน&amp;nbsp;โดยมีการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในการพัฒนาท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;แห่งนี้&amp;nbsp;ดำเนินการแล้วเสร็จ&amp;nbsp;จะทำให้เกิดศักยภาพการเชื่อมโยง&amp;nbsp;การเดินทาง&amp;nbsp;การค้า&amp;nbsp;การลงทุน&amp;nbsp;และการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ที่มีประสิทธิภาพสูง&amp;nbsp;รองรับการเติบโตทั้งด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;และจะสร้างความเชื่อมั่นด้านการลงทุนของผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นการพัฒนาที่สร้างโอกาสและความสามารถในการแข่งขันให้กับจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>5/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505183715458</Link_News></row>
<row _id="40"><NewsTitle>กลุ่ม กฟผ. เตรียมงบเพิ่มอีก 81 ล้านบาท ให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายบุญญนิตย์&amp;nbsp;วงศ์รักมิตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่ที่ยังคงวิกฤต&amp;nbsp;ล่าสุดพบการระบาดไปยังคลัสเตอร์ใหม่ในพื้นที่ชุมชนคลองเตย&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;และบริษัทในกลุ่ม&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ราช&amp;nbsp;กรุ๊ป&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ผลิตไฟฟ้า&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;อินเตอร์เนชั่นแนล&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ได้ระดมงบประมาณเพิ่มเติมอีก&amp;nbsp;81&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อร่วมบริจาคให้กับโรงพยาบาลต่างๆ&amp;nbsp;ครอบคลุมทั้ง&amp;nbsp;77&amp;nbsp;จังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;นำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์&amp;nbsp;หวังให้ทีมแพทย์ทำงานได้อย่างคล่องตัวและมีความปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กฟผ.&amp;nbsp;ได้ประสานตรงไปยังโรงพยาบาล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อสำรวจความต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต้องใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปด้วยความรวดเร็วและครอบคลุมทุกพื้นที่&amp;nbsp;โดยในวันนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;ยังได้ลงพื้นที่พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;เพื่อมอบเงินสนับสนุนให้กับโรงพยาบาลแล้ว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่งแรก&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และโรงพยาบาลรามาธิบดี&amp;nbsp;เพื่อให้โรงพยาบาลได้นำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อการรักษาผู้ป่วยโควิด-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ภายในสัปดาห์นี้จะดำเนินการส่งมอบเงินสนับสนุน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้กับ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;โรงพยาบาล&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;โรงพยาบาลศิริราช&amp;nbsp;โรงพยาบาลวชิรพยาบาล&amp;nbsp;โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;โรงพยาบาลราชวิถี&amp;nbsp;โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าและโรงพยาบาลสิรินธร&amp;nbsp;รวมจำนวนเงินที่จะส่งมอบภายในสัปดาห์นี้&amp;nbsp;13.3&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ขณะที่ปัจจุบันมีโรงพยาบาล&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;149&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;77&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ที่ได้แสดงความประสงค์ขอรับการสนับสนุนจากกลุ่ม&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;และบริษัทในกลุ่ม&amp;nbsp;จะเร่งส่งมอบเงินสนับสนุนให้แก่โรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>5/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505214846555</Link_News></row>
<row _id="41"><NewsTitle>ครม.เห็นชอบลดค่าน้ำ-ค่าไฟ บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน 2 เดือน โดยใช้ค่าใช้จ่ายเดือนเมษายนเป็นฐานคำนวณ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายดนุชา&amp;nbsp;พิชยนันท์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)&amp;nbsp;หรือสภาพัฒน์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.)&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;ที่ประชุม&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;มีมติเห็นชอบมาตรการลดค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;ค่าสาธารณูปโภค&amp;nbsp;ค่าน้ำ-ค่าไฟ&amp;nbsp;ให้กับประชาชน&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควืด-19&amp;nbsp;เป็นระยะเวลา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;คือเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การลดค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟที่อยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะใช้ค่าใช้จ่ายในเดือนเมษายนเป็นฐานคำนวณค่าไฟฟ้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน&amp;nbsp;150&amp;nbsp;หน่วยต่อเดือน&amp;nbsp;จะได้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี&amp;nbsp;90&amp;nbsp;หน่วยแรก&amp;nbsp;ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าเกิน&amp;nbsp;150&amp;nbsp;หน่วยต่อเดือน&amp;nbsp;หากหน่วยไฟฟ้าน้อยกว่าหรือเท่ากับใบแจ้งหนี้ของเดือนเมษายนให้คิดตามการใช้หน่วยไฟฟ้าจริง&amp;nbsp;กรณีหน่วยไฟฟ้ามากกว่าใบแจ้งหนี้เดือนเมษายนให้คืดค่าไฟฟ้าตามหน่วยการใช้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด&amp;nbsp;ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทกิจการขนาดเล็กได้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี&amp;nbsp;50&amp;nbsp;หน่วยแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับมาตรการช่วยค่าน้ำประปา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะลดค่าน้ำประปาลงร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ให้กับบ้านอยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก&amp;nbsp;ซึ่งมาตรการทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มาตรการที่รัฐบาลออกมาช่วยเหลือครั้งนี้คาดว่าจะใช้งบประมาณ&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>6/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505181402442</Link_News></row>
<row _id="42"><NewsTitle>กรมสรรพากร สนับสนุนเอกชนบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติ เพื่อจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพและมีปริมาณเพียงพอ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเอกนิติ&amp;nbsp;นิติทัณฑ์ประภาศ&amp;nbsp;อธิบดีกรมสรรพากร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;กระทรวงการคลัง&amp;nbsp;โดยกรมสรรพากรได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคเพื่อจัดหาวัคซีน&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่แสวงหากำไรและมีภารกิจในการบริหารจัดการให้ประเทศมีความมั่นคงด้านวัคซีนอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;โดยหลักการคือ&amp;nbsp;บุคคลธรรมดาที่บริจาคเงินให้แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติสามารถนำมาหักเป็นค่าลดหย่อนได้เท่าจำนวนที่บริจาค&amp;nbsp;แต่เมื่อรวมกับเงินบริจาคตามมาตรา&amp;nbsp;47&amp;nbsp;(7)&amp;nbsp;แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว&amp;nbsp;ต้องไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักค่าลดหย่อนอื่นๆ&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;/บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติ&amp;nbsp;สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายได้เท่าจำนวนที่บริจาค&amp;nbsp;แต่เมื่อรวมกับรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์&amp;nbsp;ตามมาตรา&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ตรี&amp;nbsp;(3)&amp;nbsp;(ข)&amp;nbsp;แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว&amp;nbsp;ต้องไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของกำไรสุทธิ&amp;nbsp;ทั้งนี้ผู้ที่บริจาคให้แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติตามหลักการข้างต้นจะต้องบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;(e&amp;nbsp;&amp;nbsp;Donation)&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;พร้อมยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;ที่บริจาคทรัพย์สินให้แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมสรรพากร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มาตรการภาษีดังกล่าวจะช่วยจูงใจให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการวิจัย&amp;nbsp;การพัฒนา&amp;nbsp;การผลิต&amp;nbsp;และการกระจายวัคซีนที่มีคุณภาพและมีปริมาณเพียงพอทั้งในสถานการณ์ปกติและในสถานการณ์ฉุกเฉิน&amp;nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ประชาชน&amp;nbsp;นำไปสู่ความมั่นคงของประเทศชาติ&amp;nbsp;โดยเฉพาะ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เวลานี้&amp;nbsp;ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือในการฟันฝ่าวิกฤติสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;นี้ไปให้ได้&amp;nbsp;เพื่อคนไทยทุกคน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>6/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506110304651</Link_News></row>
<row _id="43"><NewsTitle>ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ออกมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู และรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายรักษ์&amp;nbsp;วรกิจโภคาทร&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(EXIM&amp;nbsp;BANK)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;EXIM&amp;nbsp;BANK&amp;nbsp;ออก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มาตรการความช่วยเหลือ&amp;nbsp;ให้สอดรับกับมาตรการทางการเงินเพิ่มเติมของธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ&amp;nbsp;(สินเชื่อฟื้นฟู)&amp;nbsp;เป็นสินเชื่อหมุนเวียนสูงสุด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยร้อยละ&amp;nbsp;4.2&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยร้อยละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;โดยลูกค้าที่มีวงเงินสินเชื่อกับ&amp;nbsp;EXIM&amp;nbsp;BANK&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ขอกู้เพิ่มได้ไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ของวงเงินสินเชื่อ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า&amp;nbsp;แต่ต้องไม่เกิน&amp;nbsp;150&amp;nbsp;ล้านบาทต่อราย&amp;nbsp;โดยรวมสินเชื่อ&amp;nbsp;Soft&amp;nbsp;Loan&amp;nbsp;เดิมที่เคยได้รับตาม&amp;nbsp;พ.ร.ก.&amp;nbsp;ช่วยเหลือในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ส่วนผู้ประกอบธุรกิจที่ยังไม่มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินใด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ขอกู้ได้ในวงเงินไม่เกิน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ล้านบาทต่อราย&amp;nbsp;และมาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้&amp;nbsp;(พักทรัพย์&amp;nbsp;พักหนี้)&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;EXIM&amp;nbsp;BANK&amp;nbsp;รับโอนทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันของลูกหนี้ปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19&amp;nbsp;เพื่อนำมาชำระหนี้กับ&amp;nbsp;EXIM&amp;nbsp;BANK&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นการช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินชั่วคราว&amp;nbsp;โดยไม่ถูกกดราคาทรัพย์สินและมีสิทธิ์ซื้อทรัพย์คืนได้ภายในระยะเวลา&amp;nbsp;3-5&amp;nbsp;ปีนับแต่วันที่รับโอน&amp;nbsp;ทั้งนี้ปัจจุบันมีลูกค้าสนใจขอรับมาตรการความช่วยเหลือดังกล่าวแล้วจำนวน&amp;nbsp;940&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นวงเงินรวมประมาณ&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;EXIM&amp;nbsp;BANK&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยังเปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของธนาคารในช่วง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือนแรกของปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ด้วยว่า&amp;nbsp;สินเชื่อและประกัน&amp;nbsp;และด้านที่ไม่ใช่การเงินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยมีสินเชื่อคงค้าง&amp;nbsp;134,412&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;8,276&amp;nbsp;ล้านบาทหรือร้อยละ&amp;nbsp;6.56&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;โดยการให้สินเชื่อของ&amp;nbsp;EXIM&amp;nbsp;BANK&amp;nbsp;ทำให้เกิดปริมาณธุรกิจ&amp;nbsp;42,246&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ด้านการสนับสนุนการค้าและการลงทุนของไทยในต่างประเทศ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สิ้นเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;EXIM&amp;nbsp;BANK&amp;nbsp;มีวงเงินสนับสนุนแก่สินเชื่อโครงการระหว่างประเทศรวม&amp;nbsp;92,907&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ในจำนวนนี้เป็นสินเชื่อคงค้างเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่ส่งออกและลงทุนในตลาดใหม่&amp;nbsp;รวมถึงกลุ่ม&amp;nbsp;CLMV&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;43,485&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;10.90&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยรุกตลาดใหม่&amp;nbsp;โดยเฉพาะเวียดนามที่มีเสถียรภาพและอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง&amp;nbsp;ด้านการให้บริการประกันการส่งออกและการลงทุน&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ส่งออกและนักลงทุนไทย&amp;nbsp;มีปริมาณธุรกิจด้านการรับประกันการส่งออกและการลงทุนเท่ากับ&amp;nbsp;52,366&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นถึง&amp;nbsp;15,676&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;42.73&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนขณะที่กำไรจากการดำเนินงานไตรมาสแรกเท่ากับ&amp;nbsp;502&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>6/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506110141650</Link_News></row>
<row _id="44"><NewsTitle>กระทรวงพาณิชย์ หารือร่วมกับหน่วยงานรัฐและเอกชนผู้ผลิตเหล็ก แก้ปัญหาราคาเหล็กเพิ่มสูงขึ้น </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวัฒนศักย์&amp;nbsp;เสือเอี่ยม&amp;nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าการดูแลแก้ไขปัญหาลดผลกระทบจากราคาเหล็กที่มีการปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;กรมฯ&amp;nbsp;และกรมการค้าต่างประเทศ&amp;nbsp;ได้ประชุมหารือร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมและสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;รวมทั้งผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อให้การแก้ไขปัญหาและไม่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กในประเทศระยะยาว&amp;nbsp;โดยที่ประชุมมีมติร่วมกัน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การจัดให้มีการเจรจาธุรกิจระหว่าง&amp;nbsp;สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ&amp;nbsp;เป็นตัวแทนผู้ใช้&amp;nbsp;กับกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก&amp;nbsp;สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นตัวแทนฝั่งผู้ผลิตและจำหน่ายเหล็ก&amp;nbsp;ซึ่งจะได้ประสานเชื่อมโยงการซื้อขายโดยตรง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อลดการผ่านคนกลาง&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ต้นทุนลดลง&amp;nbsp;พิจารณาทบทวนค่าตัวเลขดัชนีที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของค่างาน&amp;nbsp;(ค่า&amp;nbsp;K)&amp;nbsp;ของงานโครงการภาครัฐ&amp;nbsp;โดยจะได้จัดให้มีการหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ&amp;nbsp;ทั้งในด้านการสืบราคาจำหน่ายและการกำหนดค่า&amp;nbsp;K&amp;nbsp;ให้สะท้อนกับราคาในตลาดยิ่งขึ้น&amp;nbsp;และขอความร่วมมือผู้ผลิตเหล็กตรึงราคาจำหน่ายและต้องจำหน่ายในราคาที่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง&amp;nbsp;โดยกรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์ต้นทุนการนำเข้าและราคาจำหน่ายปลีกอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสถานการณ์การผลิตและจำหน่ายเหล็กในประเทศ&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปัจจุบันอุตสาหกรรมเหล็กมีการผลิตเพียงร้อยละ&amp;nbsp;30-40&amp;nbsp;ของกำลังการผลิตที่สามารถผลิตได้จึงมั่นใจว่าในด้านปริมาณประเทศไทยจะมีปริมาณเหล็กใช้ได้อย่างเพียงพอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนราคาเหล็กในตลาดโลกมีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยราคานำเข้าเหล็กในตลาดเอเชียเดือนเมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เทียบกับเมษายน&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;&amp;nbsp;ราคานำเข้าเหล็กแท่งยาว&amp;nbsp;ปรับเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ&amp;nbsp;75&amp;nbsp;และราคาประเภทอื่นมีการปรับสูงขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาสูงขึ้นมาจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;ทำให้อุตสาหกรรมเหมืองแร่เหล็กแหล่งใหญ่ของโลก&amp;nbsp;อย่างบราซิลและออสเตรเลีย&amp;nbsp;ไม่สามารถขุดสินแร่เหล็กได้ตามแผนที่ตั้งเป้าหมายไว้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ติดตามดูแลการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กของร้านค้าปลีกให้มีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายและเข้มงวดไม่ให้มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา&amp;nbsp;กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคาจะมีโทษปรับไม่เกิน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และกรณีจำหน่ายสินค้าแพงเกินสมควรจะมีโทษจำคุกไม่เกิน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ปรับไม่เกิน&amp;nbsp;140,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>6/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506122809701</Link_News></row>
<row _id="45"><NewsTitle>ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนเมษายน 2564 ต่ำสุดในรอบ 22 ปี 7 เดือน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนวรรธน์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;พลวิชัย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&lt;/strong&gt;และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ&amp;nbsp;เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนเมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ที่กลับเพิ่มสูงขึ้นในเดือนเมษายน&amp;nbsp;ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม&amp;nbsp;อยู่ที่ระดับ&amp;nbsp;46.0&amp;nbsp;ต่ำสุดในรอบ&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ประชาชนยังมีความกังวล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองและสถานการณ์ทางการเมือง&amp;nbsp;ทั้งนี้หากประชาชนยังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ที่เพิ่มสูงขึ้นจะส่งผลให้แนวโน้มดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนพฤษภาคมนี้ะลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน&amp;nbsp;หากยังไม่มีการกระจายวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp;อย่างทั่วถึง&amp;nbsp;และมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ประชาชนจับจ่ายน้อยลงเหลือประมาณร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้าคงทนถาวร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;รถยนต์&amp;nbsp;รวมถึงภาคการท่องเที่ยวลดลง&amp;nbsp;สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจไตรมาสที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;300,000-450,000&amp;nbsp;ล้านบาทต่อเดือน&amp;nbsp;ดังนั้นการตรวจในเชิงรุกและควบคุมผู้ติดเชื้อให้ลดลงภายในเดือนพฤษภาคมนี้&amp;nbsp;จึงเป็นเรื่องสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนวรรธน์&amp;nbsp;พลวิชัย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังเปิดเผยถีงมาตรการเยียวยาด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;240,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;จะมีการใช้จ่ายภายในไตรมาสที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เกี่ยวกับมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟฟ้า&amp;nbsp;และขยายโครงการ&amp;nbsp;"เราชนะ"&amp;nbsp;"ม33เรารักกัน"รวมถึง&amp;nbsp;มาตรการด้านสินเชื่อ&amp;nbsp;รวมแล้วประมาณ&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;อาจส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หากมีการกระจายเม็ดเงินผ่านโครงการคนละครึ่งภายในเดือนมิถุนายนนี้&amp;nbsp;ประกอบกับรัฐบบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีประสิทธิภาพหรือมีเม็ดเงินกระจายเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างน้อย&amp;nbsp;500,000-600,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ควบคู่กับควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;จะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ขยายตัวอยู่ในกรอบที่ร้อยละ&amp;nbsp;2.5-3.0&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>6/5/2021</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506144350831</Link_News></row>
<row _id="46"><NewsTitle>กาแฟพันธุ์ไทย ส่งมอบเครื่องดื่มฟรี แทนคำขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ ที่ศูนย์แรกรับและส่งต่อ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิทักษ์&amp;nbsp;รัชกิจประการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;พีทีจี&amp;nbsp;เอ็นเนอยี&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;PTG&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่&amp;nbsp;ที่ทวีความรุนแรงต่อเนื่อง&amp;nbsp;ส่งผลไปทั่วประเทศ&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนเมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;บริษัทฯ&amp;nbsp;เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาและขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;PTG&amp;nbsp;ในฐานะผู้นำด้านการบริการครบวงจร&amp;nbsp;ดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั้งธุรกิจน้ำมัน&amp;nbsp;ธุรกิจ&amp;nbsp;LPG&amp;nbsp;ภายใต้แบรนด์&amp;nbsp;PT,&amp;nbsp;ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม,&amp;nbsp;ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ,&amp;nbsp;ธุรกิจศูนย์ซ่อมบำรุงและธุรกิจพลังงานทดแทน&amp;nbsp;ขอร่วมเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์&amp;nbsp;ที่ทุ่มเทกำลังกายกำลังใจทำงานอย่างเต็มที่&amp;nbsp;ในการดูแลผู้ป่วยและผู้มีความเสี่ยงจำนวนมากทั่วประเทศ&amp;nbsp;ทั้งนี้บริษัทฯ&amp;nbsp;จึงจัดร้านกาแฟพันธ์ไทยเคลื่อนที่&amp;nbsp;นำเครื่องดื่ม&amp;nbsp;ไปให้บริการฟรี&amp;nbsp;กับแพทย์&amp;nbsp;พยาบาล&amp;nbsp;และบุคลากรทางการแพทย์&amp;nbsp;ที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์แรกรับและส่งต่อ&amp;nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;อาคารกีฬานิมิบุตร&amp;nbsp;สนามกีฬาแห่งชาติ&amp;nbsp;เพื่อแทนคำขอบคุณและเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กาแฟพันธุ์ไทย&amp;nbsp;ขอเชิญบุคลากรทางการแพทย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภายในศูนย์แรกรับและส่งต่อ&amp;nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;รับกาแฟสด&amp;nbsp;ซึ่งใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้า&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;ที่มีรสชาติเข้มข้นและเครื่องดื่มอื่นๆ&amp;nbsp;ฟรี&amp;nbsp;ที่ร้านกาแฟเคลื่อนที่&amp;nbsp;ได้จนถึงวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ตั้งแต่&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;เพื่อเป็นสื่อกลางแทนคำขอบคุณจากใจชาวกาแฟพันธุ์ไทย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;PTG&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>6/5/2021</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506144842834</Link_News></row>
<row _id="47"><NewsTitle>ธปท.ภาคใต้ แถลงสภาวะเศรษฐกิจภาคใต้ ไตรมาส 1 ปี 2564 พร้อมแนะมาตรการฟื้นฟู และช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจ จากสถานการณ์โควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(6&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;นางโสภี&amp;nbsp;สงวนดีกุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการอาวุโส&amp;nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สำนักงานภาคใต้&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์โรคโควิด-19&amp;nbsp;ระลอก&amp;nbsp;ใหม่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ทำให้เศรษฐกิจภาคใต้ไตรมาสที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;หดตัวลงเล็กน้อย&amp;nbsp;หากเทียบจากไตรมาสก่อน&amp;nbsp;ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งการอุปโภค-บริโภคภาคเอกชน/การใช้จ่ายหมวดสินค้าในชีวิตประจําวัน/หมวดบริการ&amp;nbsp;ชะลอตัวลง&amp;nbsp;รวมทั้งการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวชะลอลง&amp;nbsp;จากรายจ่ายประจําที่หดตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนการลงทุนภาคเอกชน&amp;nbsp;มีอัตราขยายตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;จากการลงทุนหมวดเครื่องจักร&amp;nbsp;และอุปกรณ์&amp;nbsp;ตามการนําเข้าสินค้าในธุรกิจผลิตเพื่อส่งออก&amp;nbsp;ขณะที่มาตรการของภาครัฐ&amp;nbsp;ยังช่วยพยุงการบริโภคได้&amp;nbsp;ขณะที่ธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ยังคงหดตัวมากขึ้น&amp;nbsp;ผลพวงจากการปิดประเทศ&amp;nbsp;ยังทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวและอัตราผู้ใช้บริการที่พักและโรงแรมลดลง&amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;ธปท.ได้มีมาตรการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบธุรกิจ&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือกลุ่ม&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;เพื่อประคับประคองกิจการ&amp;nbsp;หรือมีโอกาสกลับมาดำเนินธุรกิจได้&amp;nbsp;รวมทั้งมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ธุรกิจที่มีทรัพย์สินที่สามารถโอนชำระหนี้ได้&amp;nbsp;ผ่านมาตรการ&amp;nbsp;พักทรัพย์&amp;nbsp;พักหนี้&amp;nbsp;โดยไม่ต้องรับภาระต้นทุนทางการเงินชั่วคราว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้ขยายระยะเวลาการลงทะเบียน&amp;nbsp;"มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิต&amp;nbsp;และสินเชื่อส่วนบุคคล"&amp;nbsp;ไปจนถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิ.ย.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;สำหรับคุณสมบัติลูกหนี้ที่สามารถเข้าร่วมมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กลุ่มผู้เป็นหนี้บัตรฯ&amp;nbsp;ที่ยังไม่เป็นหนี้เสีย&amp;nbsp;สามารถลดภาระดอกเบี้ย&amp;nbsp;โดยหยุดการจ่ายขั้นต่ำ&amp;nbsp;และขอเปลี่ยนวงเงินมาเป็นสินเชื่อแบบมีกำหนดเวลา&amp;nbsp;ซึ่งดอกเบี้ยจะถูกลง&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;16&amp;nbsp;%&amp;nbsp;เหลือ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;%&amp;nbsp;โดยสามารถคงวงเงินที่เหลือไว้ใช้ได้&amp;nbsp;และไม่เสียประวัติเครดิตบูโร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กลุ่มผู้เป็นหนี้บัตรฯ&amp;nbsp;ที่เป็นหนี้เสียแล้ว&amp;nbsp;ยังไม่ฟ้อง&amp;nbsp;หรือฟ้องแล้ว&amp;nbsp;แต่ยังไม่พิพากษา&amp;nbsp;สามารถผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ดอกเบี้ยต่ำเพียง&amp;nbsp;4-7&amp;nbsp;%&amp;nbsp;ตามเงื่อนไขของคลินิกแก้หนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และกลุ่มผู้เป็นหนี้บัตรฯ&amp;nbsp;เป็นคดีมีคำพิพากษาแล้ว&amp;nbsp;สามารถปรับโครงสร้างหนี้&amp;nbsp;โดยให้ผ่อนชำระเฉพาะเงินต้น&amp;nbsp;นานสูงสุด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และยกดอกเบี้ยที่ค้างให้&amp;nbsp;หากลูกหนี้จ่ายชำระตามแผนได้สำเร็จ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สนใจลงทะเบียนเลยที่&amp;nbsp;www.1213.or.th/App/DMed/V1&amp;nbsp;สอบถามข้อมูลได้ที่&amp;nbsp;ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน&amp;nbsp;ธปท.&amp;nbsp;โทร.1213&amp;nbsp;หรือที่อีเมล์&amp;nbsp;fcc@bot.or.th&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>6/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สวท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506203115030</Link_News></row>
<row _id="48"><NewsTitle>4 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลาย ครอบคลุมประชาชนกว่า 51 ล้านคน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวกุลยา&amp;nbsp;ตันติเตมิท&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;คลี่คลาย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;จะเริ่มเดือนกรกฎาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการแรก&amp;nbsp;คนละครึ่ง&amp;nbsp;เฟส&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยกลุ่มเป้าหมายจำนวน&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;แบ่งเป็นผู้ที่เคยได้สิทธิ์ในโครงการคนละครึ่งเฟส&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เฟส&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แล้วจำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;ซึ่งกลุ่มนี้ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่จะได้รับเงิน&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;บาทอัตโนมัติ&amp;nbsp;โดยกระทรวงการคลังจะเปิดให้ผู้ที่ยังไม่เคยได้รับสิทธิ์&amp;nbsp;ได้ลงทะเบียนเพิ่มอีก&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ล้านสิทธิ์&amp;nbsp;ซึ่งช่วงวันที่จะเปิดให้ลงทะเบียนจะมีความชัดเจนเร็วๆ&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ส่วนรูปแบบการใช้จ่ายจะเป็นแบบ&amp;nbsp;co-pay&amp;nbsp;โดยรัฐบาลจะโอนเงินเข้าแอปพลิเคชันเป๋าตังให้วันละ&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ทุกวันจนครบ&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โครงการที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กลุ่มเป้าหมายจำนวน&amp;nbsp;13.65&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;การเพิ่มกำลังซื้อให้ผู้ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กลุ่มเป้าหมายจำนวน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;โดยรัฐบาลจะโอนเงินเพิ่มให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ&amp;nbsp;เดือนละ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป็นเวลา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ยิ่งใช้&amp;nbsp;ยิ่งได้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อ&amp;nbsp;โดยรัฐบาลสนับสนุน&amp;nbsp;E-Voucher&amp;nbsp;สูงสุด&amp;nbsp;7,000&amp;nbsp;บาทต่อคน&amp;nbsp;ทั้งนี้จาก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มาตรการดังกล่าวประชาชนจะเลือกได้เพียง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คนต่อ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โครงการเท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในส่วนของมาตรการเยียวเร่งด่วน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โครงการเราชนะ&amp;nbsp;กลุ่มเป้าหมายจำนวน&amp;nbsp;32.9&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;และโครงการ&amp;nbsp;ม.33&amp;nbsp;เรารักกัน&amp;nbsp;กลุ่มเป้าหมายจำนวน&amp;nbsp;9.29&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;ที่รัฐบาลจะเพิ่มวงเงินให้อีกคนละ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงการคลังจะเสนอรายละเอียดเพิ่มเติมในที่ประชุม&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;สัปดาห์หน้า&amp;nbsp;เพื่อให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้&amp;nbsp;และใช้จ่ายได้จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ทั้งนี้มาตรการเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกเดือนเมษายนนี้&amp;nbsp;ถือเป็นการช่วยเหลือได้ครอบคลุมประชากรมากที่สุดถึง&amp;nbsp;51&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;โดยใช้งบประมาณรวมกว่า&amp;nbsp;245,880&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งยังอยู่ภายใต้&amp;nbsp;พ.ร.ก.&amp;nbsp;กู้เงิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>6/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506202123014</Link_News></row>
<row _id="49"><NewsTitle>ธนาคารออมสิน ช่วยลูกหนี้สู้ภัยโควิด-19 ระลอกใหม่ ออกมาตรการสมัครใจพักชำระเงินต้น ผ่าน MyMo เริ่ม 11 พฤษภาคมนี้ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิทัย&amp;nbsp;รัตนากร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการด้านการเงินเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(โควิด-19)&amp;nbsp;ในส่วนของมาตรการพักชำระหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ&amp;nbsp;โดยให้ขยายระยะเวลาพักชำระหนี้ลูกค้ารายย่อย&amp;nbsp;ออกไปจนถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ตามความสมัครใจนั้น&amp;nbsp;ธนาคารออมสินจึงออกมาตรการให้ความช่วยเหลือเพื่อลดภาระการผ่อนชำระหนี้รายเดือนและบรรเทาปัญหาสภาพคล่องแก่ลูกหนี้สินเชื่อของธนาคารที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;โดยเปิดโอกาสให้ลูกหนี้สมัครใจเข้ามาตรการพักชำระเงินต้น&amp;nbsp;จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย&amp;nbsp;ครอบคลุมลูกหนี้สินเชื่อทุกประเภท&amp;nbsp;โดยมีลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติสามารถเข้าโครงการได้&amp;nbsp;จำนวนประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านราย&amp;nbsp;นอกจากนี้ลูกหนี้ที่มีความจำเป็นต้องรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากการพักชำระเงินต้น&amp;nbsp;ธนาคารอาจพิจารณามาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมได้เป็นรายกรณี&amp;nbsp;ซึ่งมาตรการดังกล่าวนี้เป็นมาตรการเสริมจากการแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระ&amp;nbsp;ที่ธนาคารได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจนไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามงวดชำระเดิม&amp;nbsp;โดยที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมโครงการแล้วมากกว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แสนราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับลูกค้าสินเชื่อของธนาคารออมสิน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สามารถแจ้งความประสงค์ขอเข้ามาตรการพักชำระเงินต้นเป็นการชั่วคราวและเลือกแผนการชำระหนี้ด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;MyMo&amp;nbsp;ได้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สำหรับลูกหนี้สินเชื่อธุรกิจที่มีวงเงินกู้เกิน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;สามารถติดต่อดำเนินการที่สาขาของธนาคาร&amp;nbsp;หรือสอบถามละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;Call&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;ธนาคารออมสิน&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;1115&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>6/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506202735025</Link_News></row>
<row _id="50"><NewsTitle>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดระนอง  ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าของร้านค้าจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค 1 แห่ง ในอำเภอเมืองระนอง  ราคาอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดตามปกติ และปิดป้ายแสดงราคาสินค้าชัดเจน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(6&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดระนอง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าของร้านค้าจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ในอำเภอเมืองระนอง&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;การจำหน่ายสินค้าราคาอยู่ในเกณฑ์ปกติทั่วไป&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;น้ำมันพืชถั่วเหลือง&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;ราคาขวดละ&amp;nbsp;55&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;น้ำมันพืชปาล์ม&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;ราคาขวดละ&amp;nbsp;46&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;น้ำปลาตราทิพรส&amp;nbsp;ฝาขาว&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;700&amp;nbsp;มล.&amp;nbsp;ราคาขวดละ&amp;nbsp;32&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;น้ำตาลทราย&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;23&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ไข่ไก่&amp;nbsp;เบอร์&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราคาแผงละ&amp;nbsp;103&amp;nbsp;-110&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ผงซักฟอก&amp;nbsp;ตราโอโม่&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;900&amp;nbsp;กรัม&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;36&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ข้าวสารหอมมะลิตราพันดี&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;189&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ปลากระป๋อง&amp;nbsp;ตราซีเชฟ&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;17&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนป้ายแสดงราคา&amp;nbsp;ร้านค้าดำเนินการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าอย่างชัดเจน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ย้ำเตือนผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เรื่องราคาและการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าให้ชัดเจนห้ามมิให้ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>6/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุบลราชธานี</Province><Department>สวศ.ระนอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506181438924</Link_News></row>
<row _id="51"><NewsTitle>บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ออกบัตรโดยสารราคาพิเศษในโอกาสเปิดให้บริการครบรอบ 10 ปี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุเทพ&amp;nbsp;พันธุ์เพ็ง&amp;nbsp;กรรมการผู้อำนวยการใหญ่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;รถไฟฟ้า&amp;nbsp;ร.ฟ.ท.&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;บริษัทผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต&amp;nbsp;เรล&amp;nbsp;ลิงค์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ในโอกาส&amp;nbsp;ครบรอบ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ทศวรรษการให้บริการ&amp;nbsp;บริษัทได้ออกแบบบัตรสมาร์ทพาสลายพิเศษประเภทบุคคลทั่วไป&amp;nbsp;(&amp;nbsp;Adult&amp;nbsp;Card&amp;nbsp;)&amp;nbsp;มีลักษณะเป็น&amp;nbsp;ลายประจำยาม&amp;nbsp;เหมาะสำหรับให้ผู้โดยสารได้เก็บสะสมเป็นที่ระลึก&amp;nbsp;หรือมอบเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษต่างๆ&amp;nbsp;รวมทั้งออกแบบบัตรสมาร์ทพาสลายใหม่ทุกประเภท&amp;nbsp;ทั้งบัตรประเภทบุคคลทั่วไป&amp;nbsp;(Adult&amp;nbsp;Card)&amp;nbsp;คิดอัตราค่าโดยสารตามระยะทางปกติ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;บัตรประเภทนักเรียน&amp;nbsp;นักศึกษา&amp;nbsp;(&amp;nbsp;Student&amp;nbsp;Card&amp;nbsp;)&amp;nbsp;รับส่วนลดร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;จากอัตราค่าโดยสารปกติทุกเที่ยวการเดินทางสำหรับนักเรียน&amp;nbsp;นักศึกษาที่อายุไม่เกิน&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ซึ่งกำลังศึกษาในสถานศึกษาในประเทศ&amp;nbsp;และบัตรประเภทผู้สูงอายุ&amp;nbsp;(&amp;nbsp;Senior&amp;nbsp;Card&amp;nbsp;)&amp;nbsp;รับส่วนลดร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;จากอัตราค่าโดยสารปกติทุกเที่ยวการเดินทาง&amp;nbsp;สำหรับผู้สูงอายุ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ปีขึ้นไปสัญชาติไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ตลอดระยะเวลา&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต&amp;nbsp;เรล&amp;nbsp;ลิงก์&amp;nbsp;มุ่งให้บริการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานในระดับสากล&amp;nbsp;เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารที่ใช้บริการ&amp;nbsp;ซึ่งมีจำนวนกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;จนผ่านการรับรอง&amp;nbsp;ISO&amp;nbsp;9001&amp;nbsp;:&amp;nbsp;2015&amp;nbsp;ขอบเขต&amp;nbsp;:&amp;nbsp;วิศวกรรมและซ่อมบำรุง&amp;nbsp;และขอบเขต&amp;nbsp;:&amp;nbsp;งานปฏิบัติการเดินรถไฟฟ้า&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;BV&amp;nbsp;(&amp;nbsp;Bureau&amp;nbsp;Veritas&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ทำให้การดำเนินงานของบริษัทมีมาตรฐาน&amp;nbsp;และประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นทั้งในงานซ่อมบำรุงและการให้บริการ&amp;nbsp;โดยงานวิศวกรรมซ่อมบำรุงสามารถซ่อมบำรุงใหญ่ขบวนรถไฟฟ้า&amp;nbsp;(&amp;nbsp;Overhaul&amp;nbsp;)&amp;nbsp;และซ่อมบำรุงทั่วไป&amp;nbsp;จนสามารถกลับมาให้บริการรถไฟฟ้าได้เต็มจำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ขบวน&amp;nbsp;รวมถึงปรับเปลี่ยนภายในขบวนรถไฟฟ้าด่วน&amp;nbsp;(&amp;nbsp;Express&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ทำให้สามารถอำนวยความสะดวก&amp;nbsp;และรองรับจำนวนผู้โดยสารได้เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนในด้านงานบริการและอำนวยความสะดวก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้แก่ผู้โดยสารแม้ช่วงที่ผ่านมาจะต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;แต่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต&amp;nbsp;เรล&amp;nbsp;ลิงก์&amp;nbsp;ก็สามารถสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสาร&amp;nbsp;ด้วยมาตรการป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเข้มงวด&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;บริษัทได้ดำเนินการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก&amp;nbsp;และรักษาความปลอดภัยภายในสถานีตามหลักการ&amp;nbsp;Universal&amp;nbsp;Design&amp;nbsp;หรือการออกแบบเพื่อการใช้งานของคนทุกกลุ่มในสังคม&amp;nbsp;เพื่อความปลอดภัยในการใช้บริการของผู้โดยสาร&amp;nbsp;บริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบขนส่งทางรางของไทยด้วย&amp;nbsp;โดยบริษัทผ่านการรับรองจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ&amp;nbsp;ให้เป็นองค์กรที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานวิชาชีพ&amp;nbsp;สาขาวิชาชีพรถไฟความเร็วสูงและระบบราง&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สาขาวิชา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>6/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506200015973</Link_News></row>
<row _id="52"><NewsTitle>ธปท.สภอ. แถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจภาคอีสานไตรมาสที่ 1 ปี 2564 ชะลอตัวจากผลกระทบการแพร่ระบาดของ COVID-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;(ธปท.สภอ.)&amp;nbsp;แถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือไตรมาสที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ขยายตัวชะลอลงจากไตรมาสก่อน&amp;nbsp;จากผลกระทบการแพร่ระบาดของ&amp;nbsp;COVID-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้(6&amp;nbsp;พ.ค&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;นายประสาท&amp;nbsp;สมจิตรนึก&amp;nbsp;ผู้อำนวยการอาวุโส&amp;nbsp;สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนผ่านทางออนไลน์&amp;nbsp;ผ่านโปรแกรม&amp;nbsp;Microsoft&amp;nbsp;Teams&amp;nbsp;โดยกล่าวว่าภาวะเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือไตรมาสที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ขยายตัวชะลอลงจากไตรมาสก่อน&amp;nbsp;จากผลกระทบการแพร่ระบาดของ&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ระลอกสองในช่วงต้นปี&amp;nbsp;ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัว&amp;nbsp;โดยการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนหดตัว&amp;nbsp;ทั้งการใช้จ่ายหมวดสินค้าในชีวิตประจำวันและหมวดบริการ&amp;nbsp;ด้านการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวชะลอลงจากรายจ่ายประจำที่หดตัว&amp;nbsp;ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;จากการลงทุนหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่กลับมาขยายตัว&amp;nbsp;ตามการนำเข้าสินค้าทุนในธุรกิจผลิตเพื่อส่งออกเป็นสำคัญ&amp;nbsp;สอดคล้องกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขยายตัวตามการผลิต&amp;nbsp;เพื่อการส่งออก&amp;nbsp;สำหรับรายได้เกษตรกรขยายตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;จากปัจจัยด้านผลผลิต&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;อ้อยโรงงาน&amp;nbsp;ที่เร่งเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;และมันสำปะหลังที่เพิ่มขึ้นตามพื้นที่เพาะปลูก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ&amp;nbsp;อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบใกล้เคียงไตรมาสก่อน&amp;nbsp;จากหมวดอาหารสด&amp;nbsp;ตามราคาข้าวที่ลดลง&amp;nbsp;เนื่องจากมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น&amp;nbsp;และหมวดเคหะสถาน&amp;nbsp;จากค่าไฟฟ้าและน้ำประปาที่ลดลง&amp;nbsp;ตามมาตรการบรรเทาค่าครองชีพของภาครัฐ&amp;nbsp;ด้านตลาดแรงงานเปราะบางมากขึ้น&amp;nbsp;ตามการจ้างงานที่ลดลง&amp;nbsp;สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว&amp;nbsp;สำหรับภาคการเงิน&amp;nbsp;(ณ&amp;nbsp;สิ้นเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;เงินฝากและสินเชื่อคงค้างขยายตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รายละเอียดของภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;มีดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน&amp;nbsp;หดตัวมากขึ้น&amp;nbsp;ทั้งการใช้จ่ายหมวดสินค้าในชีวิตประจำวันและหมวดบริการ&amp;nbsp;จากผลกระทบการแพร่ระบาดของ&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ระลอกสองช่วงต้นปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;มาตรการรัฐบางส่วนยังช่วยพยุงการบริโภคได้บ้าง&amp;nbsp;ด้านการใช้จ่ายสินค้าคงทนหมวดยานยนต์ขยายตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ&amp;nbsp;สำหรับภาคบริการด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;หดตัวมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่&amp;nbsp;ทำให้จำนวนผู้เยี่ยมเยือนและอัตราการเข้าพักลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รายได้เกษตรกร&amp;nbsp;ขยายตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;จากปัจจัยด้านผลผลิตเป็นสำคัญ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;อ้อยโรงงานที่เร่งเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;และมันสำปะหลังที่เพิ่มขึ้นตามพื้นที่เพาะปลูก&amp;nbsp;ด้านราคาสินค้าเกษตรขยายตัวเล็กน้อย&amp;nbsp;จากอ้อยโรงงาน&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;และยางพารา&amp;nbsp;ตามความต้องการตลาดโลก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การใช้จ่ายภาครัฐ&amp;nbsp;ขยายตัวชะลอลง&amp;nbsp;จากรายจ่ายประจำที่หดตัวในหมวดเงินอุดหนุนทั่วไปขององค์การบริหารส่วนจังหวัด&amp;nbsp;และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&amp;nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเหลื่อมเดือนของการเบิกจ่าย&amp;nbsp;ขณะที่รายจ่ายลงทุนขยายตัวต่อเนื่องในหมวดที่ดินและสิ่งก่อสร้างของกรมทางหลวง&amp;nbsp;กรมทางหลวงชนบท&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;และหมวดเงินอุดหนุนเฉพาะกิจของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การลงทุนภาคเอกชน&amp;nbsp;ขยายตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;จากการลงทุนหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่กลับมาขยายตัว&amp;nbsp;ตามการนำเข้าสินค้าทุนในธุรกิจผลิตเพื่อส่งออก&amp;nbsp;และยอดจดทะเบียนรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่ขยายตัว&amp;nbsp;โดยเฉพาะรถบรรทุกส่วนบุคคลและรถแทรกเตอร์&amp;nbsp;เพื่อใช้ในธุรกิจขนส่งและรับเหมาก่อสร้าง&amp;nbsp;สอดคล้องกับการลงทุนหมวดก่อสร้างที่ขยายตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การผลิตภาคอุตสาหกรรม&amp;nbsp;ขยายตัวเร่งขึ้น&amp;nbsp;ตามการผลิตน้ำตาลที่เร่งขึ้นในช่วงเดือนสุดท้ายก่อนปิดหีบอ้อย&amp;nbsp;ประกอบกับการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และสิ่งทอที่กลับมาเร่งตัวตามแนวโน้มการส่งออกที่ดีขึ้น&amp;nbsp;ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มูลค่าการค้าผ่านด่านศุลกากร&amp;nbsp;ขยายตัวต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทั้งการส่งออกและนำเข้าจากจีนเป็นสำคัญ&amp;nbsp;โดยการส่งออกขยายตัวในหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์/อุปกรณ์ประเภท&amp;nbsp;Cloud&amp;nbsp;Storage&amp;nbsp;ตามความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;และส่วนหนึ่งจากการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งจากช่องทางอื่นมาขนส่งผ่านทางบกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้น&amp;nbsp;และการส่งออกทุเรียนตามความต้องการที่มีสูงขึ้น&amp;nbsp;ด้านการนำเข้าขยายตัวในหมวดโทรศัพท์มือถือ/อุปกรณ์&amp;nbsp;ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ&amp;nbsp;อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ร้อยละ&amp;nbsp;0.78&amp;nbsp;จากหมวดอาหารสดที่ปรับลดลงตามราคาข้าว&amp;nbsp;จากผลผลิตที่ออกสู่ตลาดมากขึ้น&amp;nbsp;และหมวดเคหะสถาน&amp;nbsp;จากค่าไฟฟ้าและน้ำประปาที่ลดลง&amp;nbsp;ตามมาตรการบรรเทาค่าครองชีพของภาครัฐ&amp;nbsp;ขณะที่หมวดพาหนะ&amp;nbsp;การขนส่ง&amp;nbsp;และการสื่อสารกลับมาขยายตัวจากราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศที่เพิ่ม&amp;nbsp;ด้านตลาดแรงงานเปราะบางมากขึ้น&amp;nbsp;ตามการจ้างงานที่ลดลง&amp;nbsp;สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาคการเงิน&amp;nbsp;(ณ&amp;nbsp;สิ้นเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;ยอดเงินฝากและสินเชื่อคงค้างของสถาบันการเงินขยายตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อน&amp;nbsp;โดยเงินฝากคงค้างยังอยู่ในระดับสูง&amp;nbsp;จากมาตรการช่วยเหลือภาครัฐ&amp;nbsp;และความต้องการรักษาสภาพคล่องของภาคธุรกิจและประชาชน&amp;nbsp;ด้านสินเชื่อคงค้างขยายตัวตามสินเชื่อของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ&amp;nbsp;จากมาตรการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการของภาครัฐ&amp;nbsp;และสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ปรับดีขึ้นบ้าง&amp;nbsp;จากธุรกิจบางส่วนที่เริ่มฟื้นตัว&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>6/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506200432979</Link_News></row>
<row _id="53"><NewsTitle>ปตท. -บางจาก ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 50 สตางค์ต่อลิตร ยกเว้น E85 ปรับขึ้น 30 สตางค์ต่อลิตร </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บริษัท&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;น้ำมันและการค้าปลีก&amp;nbsp;จำกัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือพีทีทีโออาร์&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;บางจาก&amp;nbsp;คอปปอเรชั่น&amp;nbsp;จำกัด(มหาชน)&amp;nbsp;ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด&amp;nbsp;50&amp;nbsp;สตางค์ต่อลิตร&amp;nbsp;ยกเว้น&amp;nbsp;E85&amp;nbsp;ปรับขึ้น&amp;nbsp;30&amp;nbsp;สตางค์ต่อลิตร&amp;nbsp;มีผลวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;7&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;05.00&amp;nbsp;น.เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันหน้าสถานีบริการ&lt;/strong&gt;ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;&amp;nbsp;เบนซิน&amp;nbsp;95&amp;nbsp;ลิตรละ&amp;nbsp;35.16&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;95&amp;nbsp;ลิตรละ&amp;nbsp;27.75&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;91&amp;nbsp;ลิตรละ&amp;nbsp;27.48&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;E20&amp;nbsp;ลิตรละ&amp;nbsp;26.24&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;E85&amp;nbsp;ลิตรละ&amp;nbsp;21.79&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนดีเซล&amp;nbsp;บี7&amp;nbsp;ลิตรละ&amp;nbsp;27.59&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ดีเซลพรีเมียมบี7&amp;nbsp;ลิตรละ&amp;nbsp;32.26&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ดีเซล&amp;nbsp;บี&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ลิตรละ&amp;nbsp;24.59&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และบี&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลิตรละ&amp;nbsp;23.34&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ราคาดังกล่าวเป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงแต่ละจังหวัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>6/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506194002948</Link_News></row>
<row _id="54"><NewsTitle>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เร่งรัดให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 1 ให้เป็นไปตามแผน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน&amp;nbsp;โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่&amp;nbsp;ทั้งระยะที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และระยะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับแผนแม่บท&amp;nbsp;MR-MAP&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;การรถไฟแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;รฟท.&amp;nbsp;ได้สรุปผลการก่อสร้างรถไฟทางคู่&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ช่วงฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;&amp;nbsp;แก่งคอย&amp;nbsp;และช่วงชุมทางถนนจิระ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;สัญญาที่มีผลการก่อสร้าง&amp;nbsp;เร็วกว่าแผนงาน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สัญญา&amp;nbsp;และสัญญาที่มีผลการก่อสร้าง&amp;nbsp;ล่าช้ากว่าแผนงาน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สัญญา&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เร่งรัดการก่อสร้างในส่วนที่ล่าช้าให้เป็นไปตามแผนงาน&amp;nbsp;และให้การรถไฟแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;จัดทำแผนการเร่งรัดการก่อสร้าง&amp;nbsp;ที่แสดงกิจกรรมและกำหนดระยะเวลาอย่างชัดเจนว่าจะสามารถเร่งรัดการก่อสร้างให้กลับมาเป็นไปตามแผนงานด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับการนำแนวคิด&amp;nbsp;MR-MAP&amp;nbsp;(Motorway&amp;nbsp;Railway&amp;nbsp;Master&amp;nbsp;Plan)&amp;nbsp;ตามนโยบายมาปรับใช้&amp;nbsp;โครงการรถไฟทางคู่&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และโครงการเส้นทางสายใหม่&amp;nbsp;ยังไม่สอดคล้องกับกรอบแนวคิดของ&amp;nbsp;MR-MAP&amp;nbsp;เท่าที่ควร&amp;nbsp;การรถไฟแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ต้องปรับปรุงรูปแบบให้สอดคล้องกับแนวคิดของ&amp;nbsp;MR-MAP&amp;nbsp;และให้พิจารณาออกแบบเส้นทางรถไฟให้ผ่านชุมชนเมืองให้น้อยที่สุด&amp;nbsp;เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อประชาชน&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้เร่งรัดให้การรถไฟแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ประสานงานกับกรมการขนส่งทางบกและกรมการขนส่งทางรางปรับแผนงานการก่อสร้างสถานีขนส่งสินค้าที่นาทา&amp;nbsp;เพื่อให้ไทยได้ประโยชน์สูงสุดในการเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟจากจีน&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;และไทย&amp;nbsp;โดยในเบื้องต้นหากไม่สามารถพัฒนาเส้นทางรถไฟทางคู่ช่วงขอนแก่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;หนองคาย&amp;nbsp;ได้ทัน&amp;nbsp;อาจพิจารณาการพัฒนาในลักษณะ&amp;nbsp;Phasing&amp;nbsp;โดยใช้การเชื่อมต่อทางถนนในระยะแรกก่อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>6/5/2021</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506194403952</Link_News></row>
<row _id="55"><NewsTitle>คาเฟ่ อเมซอน ส่งมอบกาแฟให้บุคลากรทางการแพทย์ทั่วไทย เป็นกำลังใจสู้ภัยโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุชาติ&amp;nbsp;ระมาศ&amp;nbsp;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;น้ำมันและการค้าปลีก&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;OR&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ตามที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ที่มากขึ้น&amp;nbsp;คาเฟ่&amp;nbsp;อเมซอน&amp;nbsp;มีความห่วงใยบุคลากรทางแพทย์ที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มความสามารถ&amp;nbsp;จึงส่งมอบกาแฟดริป&amp;nbsp;คาเฟ่&amp;nbsp;อเมซอน&amp;nbsp;กาแฟแท้คั่วบด&amp;nbsp;รสซิกเนเจอร์&amp;nbsp;รวมกว่า&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;ซอง&amp;nbsp;พร้อมด้วยขนมจากเอสเอ็มอีไทย&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อเป็นกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลใน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;สุพรรณบุรี&amp;nbsp;พิษณุโลก&amp;nbsp;แพร่&amp;nbsp;นครสวรรค์&amp;nbsp;ลำปาง&amp;nbsp;สระบุรี&amp;nbsp;อยุธยา&amp;nbsp;ปทุมธานี&amp;nbsp;ฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;สมุทรสาคร&amp;nbsp;นครราชสีมา&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;อุบลราชธานี&amp;nbsp;ชลบุรี&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;และภูเก็ต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้รับการร่วมแรงร่วมใจจากผู้แทนจำหน่ายร้านคาเฟ่&amp;nbsp;อเมซอน&lt;/strong&gt;ในจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ชลบุรี&amp;nbsp;นครราชสีมา&amp;nbsp;บุรีรัมย์&amp;nbsp;นครพนม&amp;nbsp;ฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;ระนอง&amp;nbsp;ภูเก็ต&amp;nbsp;และสงขลา&amp;nbsp;ร่วมสนับสนุนเครื่องดื่มให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลและในพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;ถือเป็นอีกแรงสำคัญในการส่งมอบกำลังใจและแทนคำขอบคุณให้แก่ผู้ที่ถือเป็นด่านหน้าในการปฏิบัติหน้าที่รับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ในพื้นที่อย่างเต็มที่อีกด้วย&amp;nbsp;โดยคาเฟ่&amp;nbsp;อเมซอน&amp;nbsp;ขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์&amp;nbsp;และพร้อมอยู่เคียงข้างคนไทยในการสู้ภัยโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ไปด้วยกัน&amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางดำเนินธุรกิจของ&amp;nbsp;OR&amp;nbsp;ที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าและการมีส่วนร่วมกับชุมชน&amp;nbsp;ผ่านการสนับสนุนให้การดำเนินชีวิตของคนในชุมชนมีมาตรฐานและได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ทุกพื้นที่ที่&amp;nbsp;OR&amp;nbsp;เข้าไปดำเนินธุรกิจเป็นชุมชนที่น่าอยู่&amp;nbsp;และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>6/5/2021</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506194311951</Link_News></row>
<row _id="56"><NewsTitle>มาตรการช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์โควิด-19 ลดค่าน้ำร้อยละ 10 ไม่ต้องลงทะเบียนขอรับสิทธิ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายคมกฤช&amp;nbsp;ทินกร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อยุธยา&amp;nbsp;รองผู้ว่าการการประปานครหลวง&amp;nbsp;(กปน.)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะโฆษก&amp;nbsp;กปน.&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&amp;nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ให้ลดค่าน้ำประปาร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก&amp;nbsp;(ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ)&amp;nbsp;เป็นระยะเวลา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือนนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;กปน.&amp;nbsp;จะลดค่าน้ำร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก&amp;nbsp;(ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ)&amp;nbsp;สำหรับยอดการใช้น้ำเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;(ใบแจ้งค่าน้ำประปาเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;โดยไม่ต้องลงทะเบียนขอรับสิทธิเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคโควิด-19&amp;nbsp;โดยมาตรการดังกล่าวจะช่วยเหลือลูกค้าในพื้นที่รับผิดชอบประมาณร้อยละ&amp;nbsp;97&amp;nbsp;ของลูกค้าทั้งหมด&amp;nbsp;ปัจจุบันมีลูกค้าทั้งหมด&amp;nbsp;2.48&amp;nbsp;ล้านราย&amp;nbsp;มาตรการนี้จะช่วยเหลือประชาชนกว่า&amp;nbsp;2.42&amp;nbsp;ล้านราย&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมา&amp;nbsp;กปน.&amp;nbsp;ได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนลดค่าน้ำร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับมาตรการการให้ส่วนลดค่าน้ำประปาร้อยละ&amp;nbsp;10&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับบ้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่อยู่อาศัยทุกประเภท&amp;nbsp;ทั้งบ้าน&amp;nbsp;คอนโด&amp;nbsp;หอพักและบ้านเอื้ออาทร&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;กปน.&amp;nbsp;ขอความร่วมมือกิจการหอพัก&amp;nbsp;คอนโด&amp;nbsp;ซึ่งเป็นลูกค้าโดยตรงของ&amp;nbsp;กปน.&amp;nbsp;&amp;nbsp;พิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้เช่า&amp;nbsp;ลูกบ้านของหอพักและคอนโดต่อไป&amp;nbsp;ส่วนกิจการขนาดเล็ก&amp;nbsp;(ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ)&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สถานที่ที่มีการประกอบกิจการเล็ก&amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;กิจการ&amp;nbsp;ร้านโชห่วย&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;หรือโรงแรมขนาดเล็ก&amp;nbsp;ที่มีขนาดมาตรวัดน้ำ&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;?&amp;nbsp;นิ้ว&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หุน&amp;nbsp;โดยมาตรการดังกล่าวจะแจ้งในใบแจ้งค่าน้ำประปาของ&amp;nbsp;กปน.&amp;nbsp;ประจำเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>7/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507155824359</Link_News></row>
<row _id="57"><NewsTitle>เรือด่วนเจ้าพระยา ประกาศหยุดให้บริการเดินเรือในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หลังมีผู้โดยสารใช้บริการลดลง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นาวาตรีเจริญพร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;เจริญธรรม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เรือด่วนเจ้าพระยา&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ผู้ให้บริการเรือด่วนเจ้าพระยา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศกรมเจ้าท่า&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;โดยขอความร่วมมือให้ประชาชนงด&amp;nbsp;หรือชะลอการเดินทางในช่วงเวลาที่ไม่จำเป็น&amp;nbsp;เพื่อลดการแพร่ระบาด&amp;nbsp;ของเชื้อดังกล่าว&amp;nbsp;ตั้งแต่วันเสาร์ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นไปบริษัท&amp;nbsp;เรือด่วนเจ้าพระยา&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;จะงดเที่ยวเดินเรือ&amp;nbsp;ในช่วงวันเสาร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาทิตย์&amp;nbsp;และวันหยุดนักขัตฤกษ์&amp;nbsp;ส่วนในช่วงวันทำการ&amp;nbsp;จันทร์&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ศุกร์&amp;nbsp;บริษัทฯ&amp;nbsp;ยังให้บริการเดินเรือตามปกติทุกธง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยกเว้นเรือธงแดง&amp;nbsp;และพิเศษเฉพาะในวันจันทร์ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เรือด่วนเจ้าพระยาจะให้บริการเฉพาะธงสีส้ม&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;07.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;19.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;โดยมีความถี่ในการเดินเรือ&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;นาที&amp;nbsp;ผู้โดยสารโปรดเผื่อเวลาในการใช้บริการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;หลังเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่งผลให้ผู้โดยสารของเรือด่วนเจ้าพระยา&amp;nbsp;ลดต่ำสุดในรอบ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ช่วงสุดสัปดาห์&amp;nbsp;จำนวนผู้โดยสารลดลง&amp;nbsp;ถึงร้อยละ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;ทางบริษัทฯ&amp;nbsp;ไม่สามารถแบกรับภาระดำเนินการแบบทุกวันได้&amp;nbsp;และเพื่อให้สอดคล้องกับประกาศดังกล่าว&amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องงดเดินเรือในช่วงวันหยุดแลเหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะกลับมาให้บริการเดินเรือได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด&amp;nbsp;หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฯ&amp;nbsp;คลี่คลาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>7/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507183901480</Link_News></row>
<row _id="58"><NewsTitle>ข่าวดี สหรัฐฯ คงสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ประจำปี 2564 ไทยจัดอยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (WL) </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวุฒิไกร&amp;nbsp;ลีวีระพันธุ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;USTR&amp;nbsp;ได้ประกาศสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศคู่ค้ารายสำคัญ&amp;nbsp;ภายใต้กฎหมายการค้าสหรัฐฯ&amp;nbsp;มาตรา301&amp;nbsp;พิเศษ&amp;nbsp;(Special&amp;nbsp;301)&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยปีนี้มีประเทศที่สหรัฐฯ&amp;nbsp;จัดให้อยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง&amp;nbsp;(Watch&amp;nbsp;List:&amp;nbsp;WL)&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ไทย&amp;nbsp;เวียดนาม&amp;nbsp;ปากีสถาน&amp;nbsp;ซีเรีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;โรมาเนีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตุรกี&amp;nbsp;บราซิล&amp;nbsp;แคนาดา&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเปรู&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ส่วนบัญชีประเทศที่ต้องจับตามองพิเศษ&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Priority&amp;nbsp;Watch&amp;nbsp;List:&amp;nbsp;PWL)&amp;nbsp;ในปีนี้มี&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จีน&amp;nbsp;อินโดนีเซีย&amp;nbsp;อินเดียซาอุดิอาระเบีย&amp;nbsp;รัสเซีย&amp;nbsp;ยูเครน&amp;nbsp;อาร์เจนตินา&amp;nbsp;ชิลีและเวเนซุเอลา&amp;nbsp;ซึ่งผลการจัดสถานะประจำปีนี้ถือว่าน่าพอใจ&amp;nbsp;เพราะนอกจากจะส่งผลให้ไทยสามารถรักษาสถานะในบัญชี&amp;nbsp;&amp;nbsp;WL&amp;nbsp;ไว้ได้แล้ว&amp;nbsp;ยังมีส่วนเสริมสร้างบรรยากาศทางการค้าการลงทุนในประเทศ&amp;nbsp;และสร้างแรงจูงใจให้คนไทยคุ้มครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญามากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้สหรัฐฯ&amp;nbsp;ชื่นชมรัฐบาลไทย&lt;/strong&gt;ที่ให้ความสำคัญด้านการคุ้มครองและป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&amp;nbsp;และชื่นชมกระทรวงพาณิชย์ที่มีการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;มีการปราบปรามการละเมิดทั้งในท้องตลาดและบนอินเทอร์เน็ต&amp;nbsp;การพัฒนากฎหมายให้ทันสมัยตอบโจทย์กับสถานการณ์ปัจจุบัน&amp;nbsp;การเตรียมการเข้าเป็นภาคีความตกลงระหว่างประเทศ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ความตกลงกรุงเฮกว่าด้วยการจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศ&amp;nbsp;และสนธิสัญญาว่าด้วยลิขสิทธิ์แห่งองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังชื่นชมกระทรวงพาณิชย์ที่เป็นหน่วยงานแกนกลางระหว่างภาครัฐของไทยกับภาคเอกชนต่างประเทศ&amp;nbsp;ทำให้สหรัฐฯ&amp;nbsp;ทราบการดำเนินการของไทยที่ชัดเจน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ดี&amp;nbsp;สหรัฐฯ&amp;nbsp;ยังมีข้อห่วงกังวลในบางประเด็น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อาทิ&amp;nbsp;การคุ้มครองและการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา&amp;nbsp;และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในช่องทางต่างๆ&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;หลังจากนี้&amp;nbsp;กรมฯจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหรัฐฯ&amp;nbsp;จัดทำแผนงานด้านทรัพย์สินทางปัญญา&amp;nbsp;(IP&amp;nbsp;Work&amp;nbsp;Plan)&amp;nbsp;เพื่อผลักดันให้ไทยหลุดจากทุกบัญชีในอนาคตซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>7/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507183548477</Link_News></row>
<row _id="59"><NewsTitle>ธอส.ประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ลดครั้งยิ่งใหญ่ มากกว่า 5,000 รายการ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายฉัตรชัย&amp;nbsp;ศิริไล&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;ธนาคารอาคารสงเคราะห์&amp;nbsp;(ธอส.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนได้เลือกซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในระดับราคาที่คุ้มค่า&amp;nbsp;โดยไม่ต้องเดินทางมาธนาคาร&amp;nbsp;ลดโอกาสการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ธอส.&amp;nbsp;จึงกำหนดจัดงาน&amp;nbsp;"ประมูลบ้านมือสองออนไลน์&amp;nbsp;ลดครั้งยิ่งใหญ่&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2564"&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;พฤษภาคมนี้&amp;nbsp;โดยนำทรัพย์&amp;nbsp;NPA&amp;nbsp;ทั่วประเทศออกประมูลกว่า&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;ทั้งบ้านเดี่ยว&amp;nbsp;บ้านแฝด&amp;nbsp;ทาวน์เฮ้าส์&amp;nbsp;ห้องชุด&amp;nbsp;แฟลต&amp;nbsp;อาคารพาณิชย์และที่ดินเปล่า&amp;nbsp;แบ่งเป็นทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp;ปริมณฑล&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,092&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;และทรัพย์ในภูมิภาคจำนวนมากกว่า&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ราคาเริ่มต้นประมูลลดสูงสุดถึงร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;จากราคาปกติ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยรายการทรัพย์ที่มีราคาจำหน่ายต่ำสุด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ที่ดินเปล่า&amp;nbsp;ขนาดเนื้อที่&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ตารางวา&amp;nbsp;อ.หนองกี่&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;ราคาเริ่มต้นประมูล&amp;nbsp;90,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนรายการทรัพย์ที่มีราคาจำหน่ายสูงสุด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อาคารพาณิชย์&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คูหาติดกัน&amp;nbsp;เนื้อที่รวม&amp;nbsp;41&amp;nbsp;ตารางวา&amp;nbsp;อ.หาดใหญ่&amp;nbsp;จ.สงขลา&amp;nbsp;ราคาเริ่มต้นประมูล&amp;nbsp;11,000,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลด&amp;nbsp;Application&amp;nbsp;:&amp;nbsp;G&amp;nbsp;H&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;NPA&amp;nbsp;และลงทะเบียนเข้าร่วมประมูลแบบออนไลน์&amp;nbsp;การประมูลจะแบ่งออกเป็น&amp;nbsp;6&amp;nbsp;รอบตามกลุ่มจังหวัดประมูลรอบละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;นาที&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;9.30&amp;nbsp;น.-15.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สามารถดูรายชื่อของกลุ่มจังหวัดที่มีทรัพย์ออกประมูล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในแต่ละรอบได้บนเว็บไซต์&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.ghbhomecenter.com/"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;www.ghbhomecenter.com&lt;/a&gt;&amp;nbsp;ส่วนผู้ชนะการประมูลสามารถเลือกใช้โปรโมชันผ่อนดาวน์ดอกเบี้ย&amp;nbsp;0%&amp;nbsp;ได้นานสูงสุด&amp;nbsp;48&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;(จากปกติ&amp;nbsp;24&amp;nbsp;เดือน)&amp;nbsp;หรือเทดาวน์แล้วยื่นกู้เลย&amp;nbsp;มีสิทธิ์เลือกใช้โปรโมชันสินเชื่ออัตราดอกเบี้ย&amp;nbsp;0%&amp;nbsp;ได้นาน&amp;nbsp;12-48&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;(ระยะเวลาดอกเบี้ย&amp;nbsp;0%&amp;nbsp;กำหนดตามระยะเวลาการถือครองทรัพย์ของธนาคาร)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>7/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507153018311</Link_News></row>
<row _id="60"><NewsTitle>หารือผู้ให้บริการส่งอาหารและแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ 11 แพลตฟอร์ม ไม่ปรับขึ้นค่าบริการเดลิเวอรี ช่วยเหลือประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวัฒนศักย์&amp;nbsp;เสือเอี่ยม&amp;nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมฯ&amp;nbsp;ได้หารือร่วมกับผู้ให้บริการส่งอาหารและแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;11&amp;nbsp;แพลตฟอร์ม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&amp;nbsp;Lineman,&amp;nbsp;GRAB,&amp;nbsp;Foodpanda,&amp;nbsp;Robinhood,&amp;nbsp;Gojek,&amp;nbsp;Lazada,&amp;nbsp;Shopee,&amp;nbsp;JJmall,&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไปรษณีย์ไทย,&amp;nbsp;Ohlala&amp;nbsp;Shopping&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Lalamove&amp;nbsp;เพื่อติดตามดูแลราคาค่าบริการการซื้อออนไลน์&amp;nbsp;โดยเฉพาะการสั่งซื้ออาหารขนส่งเดลิเวอรี&amp;nbsp;ซึ่งจากหารือผู้ให้บริการยืนยันว่า&amp;nbsp;ไม่มีการปรับขึ้นราคาค่าบริการขนส่งเดลิเวอรีอย่างแน่นอนและหลายแพลตฟอร์มมีการจัดโปรโมชัน&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนสำหรับสถานการณ์ยอดการสั่งซื้อส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยร้อยละ&amp;nbsp;5-10&amp;nbsp;เท่านั้น&amp;nbsp;หรือบางรายไม่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากประชาชนมีการปรับตัวรับสถานการณ์ได้ดีมากขึ้น&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามได้มีการเตรียมพร้อมเพิ่มสายการให้บริการให้มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้บริการหากมีจำนวนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมเน้นย้ำให้แพลตฟอร์มพยายามรักษามาตรฐานสุขอนามัยของพนักงานส่งสินค้าเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน&amp;nbsp;รวมทั้งให้แพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ดูแลร้านค้าที่จำหน่ายหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;เจลล้างมือ&amp;nbsp;ห้ามขายเกินราคาที่กำหนดและต้องแสดงราคาให้ชัดเจนอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าแพลตฟอร์มต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีการปรับขึ้นค่า&amp;nbsp;GP&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ค่าคอมมิชชันที่ร้านอาหารต้องจ่ายให้เป็นค่าดำเนินการที่ทางแพลตฟอร์มเรียกเก็บนั้น&amp;nbsp;แพลตฟอร์มต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยืนยันว่าไม่มีนโยบายปรับค่า&amp;nbsp;GP&amp;nbsp;หรือค่าบริการขนส่งเนื่องจากเข้าใจสถานการณ์และต้องการช่วยเหลือร้านค้าต่างๆ&amp;nbsp;โดยในส่วนการเก็บค่า&amp;nbsp;GP&amp;nbsp;บางรายให้ร้านค้าเลือกที่จะจ่ายค่า&amp;nbsp;GP&amp;nbsp;หรือไม่&amp;nbsp;บางรายไม่มีการเก็บค่า&amp;nbsp;GP&amp;nbsp;หรือเก็บค่า&amp;nbsp;GP&amp;nbsp;เฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่เท่านั้น&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ได้ขอให้แพลตฟอร์มที่มีการเก็บค่า&amp;nbsp;GP&amp;nbsp;พิจารณาปรับลดค่า&amp;nbsp;GP&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารที่ไม่สามารถให้บริการนั่งทานในร้านได้ในช่วงนี้อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>7/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507145826278</Link_News></row>
<row _id="61"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดพัทลุง เผยการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผล ให้ราคาพืชผักลดลง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวณัฐฐิญา&amp;nbsp;ชำนาญ&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากการออกตรวจติดตามสถานการณ์การจำหน่ายพืชผัก&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตลาดผดุงดอนยอ&amp;nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง&amp;nbsp;พบว่าภาวะการค้าขายซบเซา&amp;nbsp;ประชาชนเดินทางมาซื้อสินค้าในตลาดค่อนข้างบางตา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากการสอบถามผู้ประกอบการค้าส่งผักในตลาด&amp;nbsp;ทราบว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ทำให้ผู้ค้าส่งซึ่งเป็นผู้รวบรวมผักส่งไปยังผู้ค้าตลาดปลายทาง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ตรัง&amp;nbsp;และสตูล&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;โดยตลาดปลายทางรับซื้อลดลงและระบายสินค้าได้น้อย&amp;nbsp;ส่งผลให้ราคารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในจังหวัดพัทลุงราคาตกต่ำง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;แตงกวา/มะเขือ/บวบ/ฟักเขียว/ถั่วฝักยาว/ฯลฯ&amp;nbsp;โดยเฉพาะพริกขาวชัยบุรี&amp;nbsp;ซึ่งในช่วงนี้มีผลผลิตออกสู่ตลาดมาก&amp;nbsp;พ่อค้ารับซื้อในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;50-60&amp;nbsp;บาท/กิโลกรัม&amp;nbsp;จากเดิมรับซื้อกิโลกรัมละ&amp;nbsp;80-120&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และพริกยอดสน&amp;nbsp;รับซื้อกิโลกรัมละ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จากเดิมรับซื้อกิโลกรัมละ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;ขณะนี้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;ได้ประสานร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น&amp;nbsp;ซึ่งในจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;มีจำนวน&amp;nbsp;1,262&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;ให้ช่วยรับซื้อผลผลิตไปจำหน่ายให้กับประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาด&amp;nbsp;และช่วยเหลือเกษตรกรผู้ผลิตพืชผักดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>7/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พัทลุง</Province><Department>สวท.พัทลุง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507153540322</Link_News></row>
<row _id="62"><NewsTitle>นายก อบจ.สุพรรณบุรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหมู่บ้านอนุรักษ์แย้ อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(วันศุกร์ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;นายบุญชู&amp;nbsp;จันทร์สุวรรณ&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ลงพื้นที่หมู่บ้านอนุรักษ์แย้&amp;nbsp;อำเภอสามชุก&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เพื่อเตรียมดำเนินการปรับปรุงพัฒนาหมู่บ้านอนุรักษ์แย้ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมู่บ้านอนุรักษ์แย้&amp;nbsp;หรือหมู่บ้านสุวรรณตะไล&amp;nbsp;ตั้งอยู่บริเวณวัดเด่นสุวรรณตะไล&amp;nbsp;ตำบลหนองสะเดา&amp;nbsp;อำเภอสามชุก&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศในการศึกษาเรียนรู้การดำรงชีวิตของแย้และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพื่อศึกษาเรียนรู้การดำรงชีวิตของชาวบ้านตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ต้นแบบหมู่บ้านอยู่เย็น&amp;nbsp;เป็นสุข&amp;nbsp;ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรีมุ่งส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่นให้คงอยู่&amp;nbsp;เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้และเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>7/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507171345420</Link_News></row>
<row _id="63"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์เชิญสั่งลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวยจังหวัดพะเยา ตะกร้าละ3 กิโลกรัม 265บาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์&amp;nbsp;เชิญสั่งลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวย&amp;nbsp;จากจังหวัดพะเยา&amp;nbsp;บรรจุตะกร้าละ3&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;(ขนาด36-40&amp;nbsp;ผลต่อกิโลกรัม)&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;&amp;nbsp;265&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;รับมอบ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;สอบถามรายละเอียดที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์&amp;nbsp;&amp;nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&amp;nbsp;0&amp;nbsp;5622&amp;nbsp;1091,&amp;nbsp;&amp;nbsp;0&amp;nbsp;5622&amp;nbsp;01312&amp;nbsp;&amp;nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&amp;nbsp;0&amp;nbsp;5622&amp;nbsp;1104&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางนัยนภัส&amp;nbsp;สังขนุกิจ&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์&amp;nbsp;แจ้งว่า&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพะเยา&amp;nbsp;ได้ประสานขอความร่วมมือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์&amp;nbsp;เชื่อโยชกระจายลิ้นจี่&amp;nbsp;จากจังหวัดพะเยา&amp;nbsp;ที่คาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ&amp;nbsp;4,012&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ซึ่งเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;โดยจะออกสู่ตลาดมากในเดือนพฤษภาคม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับลิ้นจี่ที่จะนำมาจำหน่าย&amp;nbsp;เป็นลิ้นจี่พันธุ์&amp;nbsp;ฮงฮวย&amp;nbsp;เกรด&amp;nbsp;AA&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;36-40&amp;nbsp;ผล&amp;nbsp;ต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;บรรจุตะกร้าละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ราคาตะกร้าละ&amp;nbsp;265&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียดการสั่งซื้อได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์&amp;nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&amp;nbsp;0&amp;nbsp;5622&amp;nbsp;1091&amp;nbsp;&amp;nbsp;,0&amp;nbsp;5622&amp;nbsp;01312&amp;nbsp;&amp;nbsp;0&amp;nbsp;5622&amp;nbsp;1104&amp;nbsp;นายประจักร&amp;nbsp;อ้วนวิจิตร&amp;nbsp;หมายเลขโทรศัพท์06&amp;nbsp;5510&amp;nbsp;1902&amp;nbsp;นางฉวีวรรณ&amp;nbsp;สงแก้ว&amp;nbsp;โทร.08&amp;nbsp;9961&amp;nbsp;8768&amp;nbsp;นางสาวกนกวรรณ&amp;nbsp;ราชสาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&amp;nbsp;08&amp;nbsp;6732&amp;nbsp;2852&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>7/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นครสวรรค์</Province><Department>สวท.นครสวรรค์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507181737461</Link_News></row>
<row _id="64"><NewsTitle>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหารติดตามสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัยไม่ให้เกินราคาที่กำหนด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(7&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;นางลักขณา&amp;nbsp;บุญนำ&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัยร้านค้าต่างๆ&amp;nbsp;ในจังหวัด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;B25&amp;nbsp;ภายในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน&amp;nbsp;สาขามุกดาหาร&amp;nbsp;การตรวจสอบ&amp;nbsp;ซึ่งมีการจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&amp;nbsp;ยี่ห้อเฟรชพลัส&amp;nbsp;ชนิดสีเขียว&amp;nbsp;บรรจุ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;109&amp;nbsp;บาท/กล่อง&amp;nbsp;หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นละอองและแบคทีเรีย&amp;nbsp;ยี่ห้อเฟรชพลัส&amp;nbsp;ชนิดสีขาว&amp;nbsp;บรรจุ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;89&amp;nbsp;บาท/กล่อง&amp;nbsp;เจลล้างมือยี่ห้อTHINKIN&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;55&amp;nbsp;มล.&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;19&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากการตรวจสอบของผู้ประกอบการ&amp;nbsp;จำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&amp;nbsp;(Surgical&amp;nbsp;Mask)&amp;nbsp;ราคาไม่เกินชิ้นละ&amp;nbsp;2.50&amp;nbsp;บท&amp;nbsp;ในราคากล่องละ&amp;nbsp;105&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;บรรจุ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;ชนิดสีเขียว&amp;nbsp;และเจลล้างมือมีปริมาณสินค้าเพียงพอสำหรับจำหน่ายให้ประชาชน&amp;nbsp;และในส่วนของการสั่งซื้อสินค้าจากตัวแทนสามารถสั่งซื้อได้ตามปกติ&amp;nbsp;ประชาชนให้ความสนใจในการใช้หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตนเองในภาวะปกติ&amp;nbsp;และสั่งซื้อสินค้าจากช่องทางออนไลน์ซึ่งถูกกว่าท้องตลาด&amp;nbsp;ประชาชนยังไม่ตื่นตระหนกในการกักตุนสินค้า&amp;nbsp;ถุงมือยางจำหน่ายอยู่ในระดับราคาปกติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นสินค้าสตอกเดิมตั้งแต่ในช่วงโควิด-19&amp;nbsp;รอบแรก&amp;nbsp;และยังจำหน่ายไม่หมด&amp;nbsp;ซึ่งหากมีการสั่งซื้อเพิ่มเติมระดับราคาสินค้า&amp;nbsp;อาจมีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นตามต้นทุนของตัวแทนจำหน่ายสินค้าในพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งราคาจำหน่ายเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้า&amp;nbsp;และบริการฉบับที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;พ.ศ.2563&amp;nbsp;และผู้ประกอบการได้มีการปิดป้ายแสดง&amp;nbsp;ราคาจำหน่ายชัดเจน&amp;nbsp;ไม่พบการกักตุนสินค้า&amp;nbsp;และจำหน่ายเกินราคาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ผู้ประกอบการที่จำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์(Surgical&amp;nbsp;Mask)&amp;nbsp;จำหน่ายในราคาไม่เกินที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;หากฝ่าฝืนจะมีโทษตามมาตรา&amp;nbsp;25(1)&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;พ.ศ.2552&amp;nbsp;และมีโทษมาตรา&amp;nbsp;37&amp;nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;หรือปรับไม่เกิน&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>7/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มุกดาหาร</Province><Department>สวท.มุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507181455459</Link_News></row>
<row _id="65"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดตราด ประชาสัมพันธ์โครงการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2564 (Mobile รถเร่ผลไม้)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(7&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;นางวรัญญา&amp;nbsp;ถนอมพันธุ์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดตราด&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราดขอประชาสัมพันธ์โครงการบริหารจัดการผลไม้&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;(Mobile&amp;nbsp;รถเร่ผลไม้)&amp;nbsp;เพื่อเชื่อมโยงตลาดผลไม้ในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมากไปยังแหล่งบริโภคให้แก่ผู้ประกอบการรถเร่&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;บุคคลทั่วไป&amp;nbsp;ที่เข้าไปรับซื้อผลผลิตโดยตรงจากเกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;สหกรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ปลูกผลไม้&amp;nbsp;ในแหล่งผลิตและนำไปกระจายออกนอกพื้นที่ยังจังหวัดปลายทาง&amp;nbsp;โดยกรมการค้าภายในจะสนับสนุนค่าบริหารจัดการผลไม้&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&amp;nbsp;และยื่นแบบแสดงความจำนงสมัครเข้าร่วมโครงการฯมายังสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด&amp;nbsp;(กลุ่มกำกับฯ)&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;0&amp;nbsp;3951&amp;nbsp;2711&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;E&amp;nbsp;-&amp;nbsp;mail&amp;nbsp;:&amp;nbsp;thongfartrat@gmail.com&amp;nbsp;ภายในวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยสามารถดูรายละเอียดตาม&amp;nbsp;QR&amp;nbsp;Code&amp;nbsp;ตามภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>7/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507185127484</Link_News></row>
<row _id="66"><NewsTitle>พาณิชย์ขอนแก่น ลงพื้นที่ติดตามภาวะราคาผลไม้ตามฤดู กำชับผู้ค้าปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายชัยยะเจตน์&amp;nbsp;จันทร์อักษร&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามภาวะราคาผลไม้ตามฤดูกาลและการปิดป้ายแสดงราคา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์ค้าส่งอู้ฟู่&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;(ตลาดผลไม้)&amp;nbsp;และตลาดรถไฟ&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;ผลการตรวจสอบพบว่ามีการจำหน่ายผลไม้ราคาส่งและราคาปลีก&amp;nbsp;โดยราคาส่งจำหน่ายแบบยกเข่ง&amp;nbsp;ตั้งแต่&amp;nbsp;50&amp;nbsp;กิโลกรัมขึ้นไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก้านยาว&amp;nbsp;ราคาส่ง&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;250&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ราคาปลีก&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;400&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชะนี&amp;nbsp;ราคาส่ง&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ราคาปลีก&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;120&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หมอนทอง&amp;nbsp;(เล็ก)&amp;nbsp;ราคาส่ง&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;105&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ราคาปลีก&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;120&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หมอนทอง&amp;nbsp;(กลาง)&amp;nbsp;ราคาส่ง&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;120&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ราคาปลีก&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;140&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หมอนทอง&amp;nbsp;(ใหญ่)&amp;nbsp;ราคาส่ง&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;130&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ราคาปลีก&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีผลไม้อื่นๆ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สละ&amp;nbsp;เงาะ&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;ผลไม้จากทางภาคตะวันออก&amp;nbsp;(จันทบุรี&amp;nbsp;ระยอง)&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;และผลไม้จากจังหวัดในพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;โดยผู้ประกอบการให้ความร่วมมือในการปิดป้ายแสดงราคาชัดเจน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากพบการกระทำผิดราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;แจ้งสายด่วน&amp;nbsp;#1569&amp;nbsp;กรมการค้าภายใน&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>7/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ขอนแก่น</Province><Department>สวท.ขอนแก่น</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507194502503</Link_News></row>
<row _id="67"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดลำปาง ติดตามสถานการณ์ ราคา ปริมาณ หน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางศรีสุรางค์&amp;nbsp;หล้าส่องสี&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ติดตามสถานการณ์ราคา&amp;nbsp;ปริมาณ&amp;nbsp;หน้ากากอนามัย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ร้านน่ำเคี่ยวโอสถ&amp;nbsp;ตำบลสบตุ๋ย&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;พบว่าหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;ยี่ห้อ&amp;nbsp;Disposable&amp;nbsp;กล่องบรรจุ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;(เฉลี่ยชิ้นละ&amp;nbsp;1.60&amp;nbsp;บาท)&amp;nbsp;หน้ากากอนามัยทางการแพทย์&amp;nbsp;ยี่ห้อ&amp;nbsp;Longmed&amp;nbsp;กล่องบรรจุ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;95&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;(เฉลี่ยชิ้นละ&amp;nbsp;1.90&amp;nbsp;บาท)&amp;nbsp;หน้ากากอนามัยทางการแพทย์&amp;nbsp;แพ็คบรรจุ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;20&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;(เฉลี่ยชิ้นละ&amp;nbsp;2.50&amp;nbsp;บาท)&amp;nbsp;และหน้ากากคาร์บอน&amp;nbsp;ป้องกันฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ยี่ห้อ&amp;nbsp;True&amp;nbsp;Care&amp;nbsp;ชิ้นละ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ&amp;nbsp;มีประชาชนมาซื้อหน้ากากอนามัยเป็นปกติ&amp;nbsp;ร้านค้ายังสามารถสั่งซื้อหน้ากากอนามัยได้&amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบว่ามีการปิดป้ายแสดงราคาชัดเจน&amp;nbsp;จำหน่ายไม่เกินราคาควบคุม&amp;nbsp;(เฉลี่ยชิ้นละ&amp;nbsp;2.50&amp;nbsp;บาท)&amp;nbsp;มีสินค้าเพียงพอไม่ขาดแคลน&amp;nbsp;ไม่พบการกักตุน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>8/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508110655571</Link_News></row>
<row _id="68"><NewsTitle>กระทรวงการคลัง เตรียมออกระเบียบเปิดทางเจ้าหน้าที่ประชุมตามขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขณะนี้กระทรวงการคลัง&amp;nbsp;อยู่ระหว่างเตรียมการออกระเบียบกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ&amp;nbsp;(ฉบับที่2)&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;เมื่อระเบียบมีผลบังคับแล้ว&amp;nbsp;จะทำให้การประชุมของคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบด้านการจัดซื้อจัดจ้างและพัสดุภาครัฐ&amp;nbsp;สามารถดำเนินการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้&amp;nbsp;เกิดความคล่องตัว&amp;nbsp;และเป็นกลไกสำคัญให้การจัดซื้อจัดจ้างและการเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปตามเป้าหมายแม้ยังอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ที่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานต้องดำเนินการตามมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม&amp;nbsp;เนื่องจากปัจจุบันพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;พ.ศ.2563&amp;nbsp;ไม่ได้ใช้บังคับแก่การประชุม&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของส่วนราชการ&amp;nbsp;ราชการส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;รัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;องค์การมหาชน&amp;nbsp;และหน่วยงานของรัฐอื่นๆ&amp;nbsp;ซึ่งมีผลให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ&amp;nbsp;พ.ศ.2560&amp;nbsp;และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ&amp;nbsp;พ.ศ.2560&amp;nbsp;ไม่อาจนำ&amp;nbsp;พ.ร.ก.ว่าการการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;มาใช้บังคับได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวไตรศุลี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ&amp;nbsp;ได้พิจารณาแล้ว&amp;nbsp;เห็นว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;มีการพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ขณะที่รัฐบาลก็มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานที่บ้าน&amp;nbsp;หรือเวิร์คฟอร์มโฮม&amp;nbsp;ซึ่งทำให้การประชุมดำเนินกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอาจเกิดความไม่คล่องตัว&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปจึงควรมีการแก้เพิ่มเติมระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ&amp;nbsp;ให้สามารถดำเนินการประชุมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อระเบียบนี้มีผลบังคับใช้&amp;nbsp;จะสนับสนุนให้การจัดซื้อจัดจ้างและการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐคล่องขึ้น&amp;nbsp;เป็นไปตามเป้าหมายและมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>8/5/2021</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508211923776</Link_News></row>
<row _id="69"><NewsTitle>บรรยากาศชายหาดสมิหลาสงขลาตลอดทั้งวันเงียบเหงา แม้เป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เหตุได้รับผลกระทบโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;บรรยากาศชายหาดสมิหลาสงขลาตลอดทั้งวันเงียบเหงา&amp;nbsp;แม้เป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์&amp;nbsp;เหตุได้รับผลกระทบโควิด-19&amp;nbsp;ระบาดรอบใหม่&amp;nbsp;นักท่องเที่ยว&amp;nbsp;และชาวสงขลาเองไม่กล้าเดินทางออกมาท่องเที่ยว&amp;nbsp;อีกทั้งมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&amp;nbsp;ของคณะกรรมการโรคติดต่อของจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ห้ามประชาชนเข้าพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;พื้นที่ชายหาดจุดเสี่ยงในอำเภอเมืองสงขลา&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;20.00&amp;nbsp;น.จนถึง&amp;nbsp;05.00&amp;nbsp;น.ของวันรุ่งขึ้น&amp;nbsp;ยังคงใช้อยู่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;บรรยากาศการท่องเที่ยวบริเวณชายหาดแหลมสมิหลาสงขลาตลอดทั้งวันเงียบเหงา&amp;nbsp;แม้จะเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์&amp;nbsp;บริเวณชายหาดท้องฟ้ามืดครึ้ม&amp;nbsp;ทะเลมีคลื่นเล็กน้อยพัดเข้าหาฝั่งอยู่ตลอดเวลา&amp;nbsp;มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางมาท่องเที่ยวไม่กี่คน&amp;nbsp;นางเงือกทองสัญลักษณ์ชายหาดสมิหลาช่วงนี้โดดเดียวเดียวดาย&amp;nbsp;ไร้นักท่องเที่ยวมายืนถ่ายภาพ&amp;nbsp;มีเพียงชาวประมงที่มาลากอวนจับปลา&amp;nbsp;และทอดแหริมชายหาดเท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับร้านค้าที่ขายเครื่องดื่ม&amp;nbsp;ขายน้ำ&amp;nbsp;และอาหารว่าง&amp;nbsp;รวมทั้งของที่ระลึกริมชายหาดก็ไม่มีเหลือสักร้านเดียว&amp;nbsp;รวมทั้งร้านขายเสื้อผ้าอยู่ฝั่งตรงข้ามต่างก็ปิดร้านหมดทุกร้านเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อีกทั้งมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&amp;nbsp;ของคณะกรรมการโรคติดต่อของจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ห้ามประชาชนเข้าพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;พื้นที่ชายหาดจุดเสี่ยงในอำเภอเมืองสงขลาตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;20.00&amp;nbsp;น.จนถึง&amp;nbsp;05.00&amp;nbsp;น.ของวันรุ่งขึ้น&amp;nbsp;ยังคงใช้อยู่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในขณะเดียวกันสภาพอากาศในช่วงนี้อากาศแปรปรวนฝนตกแดดออก&amp;nbsp;จะเป็นแบบนี้ตลอดทั้งวันเป็นมา&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;วันแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>8/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สวท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508165449687</Link_News></row>
<row _id="70"><NewsTitle>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด ออกติดตามสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;นางวรัญญา&amp;nbsp;ถนอมพันธุ์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดตราด&amp;nbsp;มอบหมายกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด&amp;nbsp;ออกติดตามสถานการณ์การค้าหน้ากากอนามัยในพื้นที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ร้านขายยา&amp;nbsp;ร้านกนกวรรณเภสัช&amp;nbsp;จำหน่ายหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;ราคากล่องละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;(บรรจุกล่องละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ชิ้น)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร้านขายยา&amp;nbsp;ร้านภัททิราเภสัช&amp;nbsp;จำหน่ายหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;ราคากล่องละ&amp;nbsp;120&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;(บรรจุกล่องละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ชิ้น)&amp;nbsp;ราคาจำหน่ายไม่เกินชิ้นละ&amp;nbsp;2.50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งไม่เกินราคาควบคุม&amp;nbsp;ไม่พบการกักตุนสินค้า&amp;nbsp;หรือปฏิเสธการจำหน่ายเจ้าหน้าที่ฯได้ประชาสัมพันธ์ประกาศ&amp;nbsp;กกร.&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พร้อมทั้งกำชับให้ผู้ประกอบการค้าปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายให้ชัดเจน&amp;nbsp;และปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากการสอบถามร้านฯ&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ปริมาณสินค้าประเภทหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอลล์ทำความสะอาดมือ&amp;nbsp;มีเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่&amp;nbsp;อีกทั้งผู้บริโภคเลือกซื้อหน้ากากทางเลือกเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>8/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508171250698</Link_News></row>
<row _id="71"><NewsTitle>กระทรวงพาณิชย์อัดฉีดเงิน 5 ล้านบาท ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมันที่ได้รับความเดือดร้อนราคาผลผลิตตกต่ำ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จังหวัดนครศรีธรรมราช</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์อัดฉีดเงิน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมันที่ได้รับความเดือดร้อนราคาผลผลิตตกต่ำ&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;คาดหลังเดือนรอมฏอน&amp;nbsp;ราคาพริกขยับสูงขึ้นถึงกิโลกรัมละ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากสถานการณ์ราคาพริกเขียวมันในจังหวัดนครศรีธรรมราชตกต่ำ&amp;nbsp;เหลือกิโลกรัมละ&amp;nbsp;7-10&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ในขณะที่ต้นทุนการผลิตอยู่ที่กิโลกรัมละ&amp;nbsp;8-10&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อำเภอหัวไทร&amp;nbsp;อำเภอปากพนัง&amp;nbsp;อำเภอเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;อำเภอเชียรใหญ่&amp;nbsp;อำเภอชะอวด&amp;nbsp;และอำเภอเมือง&amp;nbsp;ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก&amp;nbsp;โดยผลผลิตส่วนใหญ่นั้นจะส่งออกไปยังประเทศมาเลเซียเป็นหลักไม่ได้ใช้บริโภคในประเทศ&amp;nbsp;แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศผู้นำเข้า&amp;nbsp;อีกทั้งตรงกับเดือนรอมฎอนทำให้มีการชะลอการสั่งซื้อพริกจากประเทศไทย&amp;nbsp;ส่งผลให้มีพริกตกค้างอยู่ในสวนของเกษตรกรเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมัน&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;14.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับจังหวัดนครศรีธรรมราชได้เปิดจุดรับซื้อตามโครงการเพิ่มช่องทางและเชื่อมโยงการจำหน่ายพริกเขียวมันในกลุ่มแหล่งผลิตภาคใต้&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;โดยมีนายสินิตย์&amp;nbsp;เลิศไกร&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;นายวัฒนศักดิ์&amp;nbsp;เสือเอี่ยม&amp;nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;นายอาวุธ&amp;nbsp;วงศ์สวัสดิ์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;นายไกรศร&amp;nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;นายเอกชัย&amp;nbsp;สุนทร&amp;nbsp;นายอำเภอหัวไทร&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;สมาชิกสภาราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;ร่วมตรวจเยี่ยมจุดรับซื้อพริกเขียวมันพร้อมพบปะเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมัน&amp;nbsp;ที่หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลทรายขาว&amp;nbsp;อำเภอหัวไทร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสินิตย์&amp;nbsp;เลิศไกร&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;รัฐบาลโดยนายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณะวิศิษฎ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ได้สนับสนุนเงินจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรจำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนเป็นชดเชยราคาให้เกษตรกรกิโลกรัมละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งมีเป้าหมายในการช่วยเหลือเกษตรกรจำนวน&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ระยะเวลาดำเนินการ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยพ่อค้าจะรับซื้อในราคาตลาด&amp;nbsp;ซึ่งก็คือกิโลกรัมละ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ในขณะที่กระทรวงพาณิชย์จะชดเชยให้ในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการก็จะได้รับเงินจากการเข้าร่วมโครงการกิโลกรัมละ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรอยู่ได้&amp;nbsp;โดยมีโควต้าในโครงการนี้จำนวน&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ได้เริ่มดำเนินเปิดจุดในท้องที่อำเภอหัวไทรเป็นอำเภอแรก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการจำหน่ายผลผลิตในห้วงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามคาดว่าหลังจากสิ้นสุดเดือนรอมฎอนราคาพริกเขียวน่าจะขยับขึ้นถึงกิโลกรัมละ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;บาทอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายไกรศร&amp;nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;กล่าวให้ความมั่นใจกับเกษตรกรว่า&amp;nbsp;เงินที่รัฐบาลสนับสนุนช่วยเหลือมาถึงมือเกษตรโดยตรงอย่างแน่นอน&amp;nbsp;โดยจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ได้ตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการดังกล่าวขึ้นมา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;ชุดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;ชุดที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีพาณิชย์จังหวัดเป็นประธาน&amp;nbsp;และชุดที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มีเกษตรจังหวัดเป็นประธาน&amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบพื้นที่เพาะปลูก&amp;nbsp;จำนวนเกษตรกร&amp;nbsp;ผลผลิต&amp;nbsp;และพ่อค้าคนกลางที่มารับซื้อ&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการสวมสิทธิและสมยอมกันของเกษตรกรกับพ่อค้าคนกลาง&amp;nbsp;โดยเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวจะได้รับการช่วยเหลืออย่างเท่าเทียมกันทั้งที่ขึ้นทะเบียน&amp;nbsp;และไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมัน&amp;nbsp;โดยเกษตรจะได้รับเงินชดเชยหลังจากซื้อขายพริกไม่เกิน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันทำการ&amp;nbsp;จะมีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของเกษตรกรโดยตรง&amp;nbsp;นอกจากนี้จังหวัดยังได้เสนอของบประมาณจากโครงการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมันและเกษตรกรผู้ปลูกฟักทองด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ปีนี้มีพื้นที่ปลูกพริกเขียวมัน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อำเภอหัวไทร&amp;nbsp;อำเภอปากพนัง&amp;nbsp;อำเภอเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;อำเภอเชียรใหญ่&amp;nbsp;อำเภอชะอวด&amp;nbsp;และอำเภอเมือง&amp;nbsp;พื้นที่เพาะปลูกประมาณ&amp;nbsp;7,800&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เกษตรกรจำนวน&amp;nbsp;2,122&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ผลผลิตประมาณ&amp;nbsp;20,163&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เฉพาะอำเภอหัวไทร&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;มีเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมันทั้ง&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;1,050&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;พื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด&amp;nbsp;3,675&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ผลผลิตประมาณ&amp;nbsp;10,046&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ผลผลิตออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนเมษายน-&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;แต่มีปริมาณมากสุดในเดือนเมษายน-พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>8/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นครศรีธรรมราช</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508200115754</Link_News></row>
<row _id="72"><NewsTitle>การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ยกเว้นการเก็บค่าผ่านทางพิเศษ 3 สายทาง ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2564  เนื่องในวันพืชมงคล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การทางพิเศษแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;กทพ.&amp;nbsp;แจ้งว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในวันจันทร์ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เนื่องในวันพืชมงคล&amp;nbsp;ซึ่งเป็นวันหยุดราชการประจำปีตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กทพ.&amp;nbsp;ได้ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษ&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สายทาง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ทางพิเศษเฉลิมมหานคร&amp;nbsp;ทางด่วนขั้นที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ด่าน&amp;nbsp;ทางพิเศษศรีรัช&amp;nbsp;ทางด่วนขั้นที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ด่าน&amp;nbsp;และทางพิเศษอุดรรัถยา&amp;nbsp;บางปะอิน-ปากเกร็ด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ด่าน&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;00.01&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;24.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน&amp;nbsp;โดยเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมที่ปรากฏในสัญญาสัมปทาน&amp;nbsp;ฉบับแก้ไขใหม่ระหว่าง&amp;nbsp;กทพ.&amp;nbsp;&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;(BEM)&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;ทางด่วนกรุงเทพเหนือ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(NECL)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กทพ.&amp;nbsp;หากจำเป็นต้องใช้ทางพิเศษเดินทางในวันปกติที่ไม่ได้ยกเว้นค่าผ่านทาง&amp;nbsp;ควรสมัครใช้บัตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;Easy&amp;nbsp;Pass&amp;nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับธนบัตรหรือเหรียญซึ่งอาจจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค&amp;nbsp;รวมถึงใช้บริการเติมเงินในบัตร&amp;nbsp;Easy&amp;nbsp;Pass&amp;nbsp;ผ่าน&amp;nbsp;Application&amp;nbsp;ของธนาคารต่างๆ&amp;nbsp;นอกจากจะได้รับความสะดวกรวดเร็วแล้ว&amp;nbsp;ยังจะช่วยลดความเสี่ยงจากการรับหรือแพร่เชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ได้อีกทาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>9/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509103135815</Link_News></row>
<row _id="73"><NewsTitle>ปลูกบอนสีขายออนไลน์ สู้ภัยโควิด-19 สร้างรายได้ ชาวบ้านที่ยะลา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชาวยะลา&amp;nbsp;พลิกวิกฤตโควิด-19&amp;nbsp;หยุดเชื้ออยู่บ้าน&amp;nbsp;หันมาเลี้ยงบอนสี&amp;nbsp;ขายผ่านออนไลน์&amp;nbsp;สร้างรายได้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่เห็นอยู่นี้เป็นการ&amp;nbsp;Lite&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;ขายบอนสีราชินีไม้ใบของชาวตำบลสะเตงนอก&amp;nbsp;อำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นไม้ประดับที่มีความสวยงามหลายๆ&amp;nbsp;คนต่างหลงไหล&amp;nbsp;และนิยมที่จะซื้อไปเลี้ยงไว้ประดับบ้าน&amp;nbsp;โดยหลังสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ส่งผลกระทบให้ต้องหยุดเชื้ออยู่บ้าน&amp;nbsp;ลุงอ้วนได้หันมาใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์&amp;nbsp;ลงทุนรวมหลักแสน&amp;nbsp;ทดลองซื้อบอนสีมาปลูก&amp;nbsp;ลองผิดลองถูกร่วม&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;จนกระทั่งปัจจุบันมีบอนสีหลากหลายชนิด&amp;nbsp;เกือบพันต้นราคาตั้งแต่หลักร้อยไปถึงหลักพัน&amp;nbsp;ทั้งชมพูทวีป&amp;nbsp;มหาเฮง&amp;nbsp;ศิลาหุ้มทอง&amp;nbsp;เพชร&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สี&amp;nbsp;อสงไข&amp;nbsp;มนต์สวรรค์&amp;nbsp;สาวาริน&amp;nbsp;พญามนต์&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยครอบครัวของลุงอ้วน&amp;nbsp;ทั้งพ่อ&amp;nbsp;แม่&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;จะช่วยกันตั้งแต่การจัดสถานที่&amp;nbsp;Lite&amp;nbsp;สดกันในสวนบอนสี&amp;nbsp;การจดบันทึกลายชื่อคนซื้อราคาชนิดบอนสีที่ขายได้&amp;nbsp;รวมถึงการหยิบจับบอนสีชนิดต่างๆ&amp;nbsp;นำมา&amp;nbsp;Lite&amp;nbsp;ขาย&amp;nbsp;ขณะที่การ&amp;nbsp;Lite&amp;nbsp;สดในแต่ละครั้งได้รับความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบการเลี้ยงบอนสีเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;ราคาของบอนสีที่ขายก็จะมีตั้งแต่ร้อยกว่าบาทไปจนถึงพันกว่าบาท&amp;nbsp;ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับความสวยงามการกัดสีของบอนสี&amp;nbsp;ถ้าสีสวยจะได้ราคาดีไม่สวยก็ราคาลดลงหน่อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลุงอ้วน&amp;nbsp;หรือนายศิริชัย&amp;nbsp;พลัง&amp;nbsp;ได้เล่าให้ฟังว่าตามปกติจะทำโรงงานผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยว&amp;nbsp;ตอนนี้ก็ได้ให้ลูกหลานดูแล&amp;nbsp;ตนเองว่างงานช่วงโควิด-19&amp;nbsp;ไม่ได้ไปไหน&amp;nbsp;อยู่บ้านเฉยๆ&amp;nbsp;ก็ได้หันมาปลูกต้นไม้ลองเลี้ยงบอนสีดูเพิ่งจะทำมาได้&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;เป็นมือใหม่แรกเริ่มก็ไม่ได้คิดว่าจะทำเป็นธุรกิจขาย&amp;nbsp;ปลูกไว้ดูเล่นๆ&amp;nbsp;อยู่เฉยไม่เป็น&amp;nbsp;ลองผิดลองถูก&amp;nbsp;เนื่องจากไม่ได้ร่ำเรียนจากที่ไหน&amp;nbsp;ไม่เคยทำด้านการเกษตร&amp;nbsp;ไปซื้อมาลองเลี้ยง&amp;nbsp;ซึ่งแฟนจะเลี้ยงอยู่ก่อนเห็นสวยงามดี&amp;nbsp;ช่วงใหม่ๆ&amp;nbsp;ปลูกก็ตาย&amp;nbsp;พอทำไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;ก็พบว่าบอนสีไม่ได้ตายมีหัวเชื้ออยู่&amp;nbsp;พอนำดินเก่ามาปลูกกระถางใหม่&amp;nbsp;ก็ขึ้นมา&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ตอนนี้&amp;nbsp;ก็ขึ้นมามากมายในสวนบอนสี&amp;nbsp;ถ้านับสายพันธุ์ที่จดทะเบียนมีกว่า&amp;nbsp;600&amp;nbsp;สายพันธุ์&amp;nbsp;ไม่จดทะเบียนกว่า&amp;nbsp;300&amp;nbsp;พันธุ์&amp;nbsp;เลยเริ่มลองขายดู&amp;nbsp;&amp;nbsp;พอมาทำแล้วขายได้เป็นเงินขึ้นมาก็ทำต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยจะขายทั้งผ่านทาง&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;ที่สวนด้วยไม่แพง&amp;nbsp;ราคามิตรภาพ&amp;nbsp;คนติดตามเยอะขายถูก&amp;nbsp;มีตั้งแต่ร้อยกว่าบาท&amp;nbsp;และแถมด้วยไปจนถึง&amp;nbsp;บอนสีที่มีกระแสแรง&amp;nbsp;4,500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนรายได้ตอนนี้ยังไม่อยู่ตัว&amp;nbsp;เพิ่งทำ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เดือนมีพันธุ์เยอะ&amp;nbsp;ตอนนี้บางชนิดขาดตลาดทำไม่ทัน&amp;nbsp;ถ้าอยู่ตัวแล้ว&amp;nbsp;ก็สามารถที่จะเลี้ยงชีพได้เลย&amp;nbsp;ดีกว่าทำอย่างอื่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อยากจะให้กำลังใจ&amp;nbsp;สำหรับผู้ที่มีความเครียดกับสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ลองหันมาทำต้นไม้ได้&amp;nbsp;ทุกอาชีพทำได้ถ้าเราไม่รังเกียจอาชีพ&amp;nbsp;ทุกคนก็อยู่ได้ในสังคมนี้ได้&amp;nbsp;โดยไม่ต้องยึดติดกับการเที่ยวอะไร&amp;nbsp;เราก็อยู่สบาย&amp;nbsp;ต้นไม้ก็ขายได้&amp;nbsp;อาจจะดูได้น้อยไม่มาก&amp;nbsp;เพิ่งเปิด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ถ้า&amp;nbsp;Lite&amp;nbsp;สด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชม.ก็ขายได้ครั้งละ&amp;nbsp;2,000-3,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อาทิตย์ละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ก็มีรายได้แล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจการเลี้ยงบอนสีสามารถติดตามได้ทาง&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;ศิริชัย&amp;nbsp;พลัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งจะ&amp;nbsp;Lite&amp;nbsp;สด&amp;nbsp;อาทิตย์ละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;หรือมาดูที่สวนบอนสี&amp;nbsp;95/2&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลสะเตงนอก&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;(ซอยหลังอนามัย)&amp;nbsp;ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>9/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509081442788</Link_News></row>
<row _id="74"><NewsTitle>ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์ เผย โควิด-19 ส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการ แนะ ปรับตัว-จ้างงานต่อ คาดไม่เกิน 20 วัน สถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวีรศักดิ์&amp;nbsp;พิษณุวงษ์&amp;nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากที่&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์ได้ออกมาตรการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ยอมรับว่าภาคธุรกิจได้รับผลกระทบแน่นอน&amp;nbsp;ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องมีการปรับตัว&amp;nbsp;ทั้งในองค์กร&amp;nbsp;ในกิจการ&amp;nbsp;กับมาตรการให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และที่สำคัญด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ทางธนาคารแห่งประเทศไทยมีนโยบายกระตุ้นการจ้างงานต่อ&amp;nbsp;โดยออกมาตรการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;มาพยุงเศรษฐกิจ&amp;nbsp;หลายอย่าง&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ซอฟโลนราคาถูก&amp;nbsp;หรือโครงการพักทรัพย์พักหนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;"...อยากให้ผู้ประกอบการที่สนใจ&amp;nbsp;ลองติดต่อธนาคารพาณิชย์ที่อยู่ใกล้&amp;nbsp;ที่เราเดินบัญชีอยู่&amp;nbsp;ว่าสามารถช่วยได้อย่างไรบ้าง&amp;nbsp;เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปได้&amp;nbsp;ให้เกิดการจ้างงานต่อไป..."&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนการใช้ชีวิตประจำวันก็ต้องมีการปรับตัวดังกล่าว&amp;nbsp;ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการธุรกิจผ่านพ้นวิฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน&amp;nbsp;ถ้าหากร่วมมือกัน&amp;nbsp;ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่ตกลงกัน&amp;nbsp;คาดว่าไม่น่าเกิน&amp;nbsp;14-20&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ต่อจากนี้&amp;nbsp;สถาการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติได้เร็วขึ้น&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>9/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509092850802</Link_News></row>
<row _id="75"><NewsTitle>โฆษกกระทรวงการคลัง ชี้แจงประเด็นข้อวิจารณ์มาตรการเยียวยาของรัฐแก้ปัญหาไม่ตรงจุด </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวกุลยา&amp;nbsp;ตันติเตมิท&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากกรณีที่มีข้อวิจารณ์มาตรการเยียวยาของรัฐบาลแก้ปัญหาไม่ตรงจุด&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกเดือนเมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ทำให้ภาครัฐจำเป็นต้องควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดฃและเตรียมความพร้อมมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการ&amp;nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการร้านอาหารในระยะเร่งด่วน&amp;nbsp;รวมทั้งมาตรการสำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะต่อไปเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายจนอยู่ในระดับที่สามารถดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ต่างๆ&amp;nbsp;ของประเทศได้&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีจึงพิจารณาใช้มาตรการเยียวยาที่ดำเนินการอยู่แล้วและยังไม่สิ้นสุดโครงการ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โครงการเราชนะ&amp;nbsp;และโครงการ&amp;nbsp;ม33&amp;nbsp;เรารักกัน&amp;nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพแก่ประชาชน&amp;nbsp;โดยปัจจุบันทั้งสองโครงการมีผู้ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติและได้รับสิทธิ์รวมกันประมาณ&amp;nbsp;41&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;ซึ่งช่วยเหลือประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่ได้รับความเดือดร้อนแล้ว&amp;nbsp;ทั้งนี้การเพิ่มวงเงินให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ์ทั้งสองโครงการจะทำให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปด้วยความรวดเร็วกว่าการให้ความช่วยเหลือแบบเฉพาะเจาะจงพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากสามารถใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลของทั้งสองโครงการที่ภาครัฐมีอยู่ในปัจจุบันได้ทันที&amp;nbsp;ขณะที่การให้ความช่วยเหลือแบบเฉพาะเจาะจงจะต้องทำการสำรวจข้อมูลใหม่&amp;nbsp;รวมทั้งตรวจสอบและคัดกรองผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;จึงต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการนานกว่า&amp;nbsp;และกระบวนการดังกล่าวอาจทำให้การแพร่ระบาดขยายตัวเพิ่มขึ้นได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;การเพิ่มวงเงินช่วยเหลือเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ์ดังกล่าวยังจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจฐานรากจากร้านค้าต่างๆ&amp;nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจรายย่อย&amp;nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการร้านอาหาร&amp;nbsp;จึงเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบรายย่อยในท้องที่อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;สำหรับโครงการคนละครึ่งระยะ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เป็นหนึ่งในมาตรการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะต่อไปเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายลง&amp;nbsp;เบื้องต้นคาดว่าจะดำเนินการในช่วงเดือนกรกฎาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของมาตรการด้านการเงิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;มาตรการสินเชื่อสู้ภัย&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;วงเงินรวม&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และมาตรการพักชำระหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ&amp;nbsp;นอกจากนี้รัฐบาลยังออกพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ&amp;nbsp;หรือมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;250,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และมาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้&amp;nbsp;หรือมาตรการพักทรัพย์&amp;nbsp;พักหนี้&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ส่วนมาตรการด้านภาษี&amp;nbsp;รัฐบาลได้ออกมาตรการเลื่อนเวลาการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลไปเป็นภายในวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564ง&amp;nbsp;ทั้งนี้ผู้ประกอบการร้านอาหารสามารถใช้ประโยชน์จากมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;ได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>9/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509115812868</Link_News></row>
<row _id="76"><NewsTitle>ยะลา คึกคัก ชาวไทยมุสลิมเลือกซื้อทอง เตรียมใส่ฉลองฮารีรายอ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ยะลา&amp;nbsp;คึกคัก&amp;nbsp;ชาวไทยมุสลิมเลือกซื้อทอง&amp;nbsp;เตรียมใส่ฉลองฮารีรายอ&amp;nbsp;ขณะราคาทองปรับขึ้นแตะที่&amp;nbsp;26,900&amp;nbsp;บาท&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;บรรยากาศในช่วงใกล้เทศกาล&amp;nbsp;ฮารีรายออีฎิ้ลฟิตริ&amp;nbsp;ซึ่งจะมาถึงใน&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;วันข้างหน้า&amp;nbsp;ที่ร้านทองในพื้นที่ย่านการค้าสายกลางเขตเทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;คึกคัก&amp;nbsp;บรรดาสตรีชาวไทยมุสลิมจากทั้งในพื้นที่&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;ได้เดินทางออกมาเลือกซื้อทองรูปพรรณ&amp;nbsp;ทั้งสร้อยคอ&amp;nbsp;สร้อยข้อมือ&amp;nbsp;แหวน&amp;nbsp;กำไล&amp;nbsp;เพื่อเตรียมไว้สวมใส่ในช่วงเฉลิมฉลองเทศกาลฮารีรายออีฎิ้ลฟิตริ&amp;nbsp;ซึ่งบางคนก็จะพากันมาทั้งครอบครัว&amp;nbsp;ซื้อทองทั้งให้ลูกและตนเองด้วย&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;ทางร้านได้มีมาตรการควบคุมโควิด-19&amp;nbsp;โดยตั้งเจลแอลกอฮอล์ไว้ให้ประชาชนได้ล้างมือ&amp;nbsp;พร้อมกับประชาสัมพันธ์การสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่เข้าร้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางจินตนา&amp;nbsp;พึ่งรัศมี&amp;nbsp;เจ้าของร้านทองไท้เซ่งล้ง&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;ใกล้ฮารีรายอลูกค้าจะมากันสม่ำเสมอ&amp;nbsp;กลาง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;แต่ไม่เยอะเหมือนทุกปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ราคาทองในสัปดาห์ก่อน&amp;nbsp;ลูกค้าทยอยมาซื้อก่อน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อาทิตย์&amp;nbsp;ไม่แพงมาก&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;25,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พอใกล้รายอ&amp;nbsp;ปรับขึ้นมาเป็น&amp;nbsp;26,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ตอนนี้แตะที่&amp;nbsp;26,900&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เหมือนเดิมซื้อให้ลูกหลานแต่งตัว&amp;nbsp;ใส่ในวันรายอ&amp;nbsp;ตัวเองซื้อบ้าง&amp;nbsp;ราคาย่อมเยากว่าทุกปี&amp;nbsp;เมื่อก่อนเคยซื้อ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เดี๋ยวนี้ซื้อ&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซื้อเพื่อแต่งตัวบ้าง&amp;nbsp;เน้นลายสวยงาม&amp;nbsp;น้ำหนักกลาง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ไม่หนักมาก&amp;nbsp;ส่วนความนิยมก็จะเป็นสร้อยคอ&amp;nbsp;ใส่เน้นยาวเพื่อให้เห็นออกมานอกผ้าคลุมศีรษะเป็นส่วนใหญ่&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>9/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509123240890</Link_News></row>
<row _id="77"><NewsTitle>ชาวไทยมุสลิมยะลาเลือกซื้อทองต้อนรับวันฮารรายอ คึกคัก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชาวไทยมุสลิมยะลาเลือกซื้อทองต้อนรับวันฮารรายอ&amp;nbsp;คึกคัก&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;ประชาชนชาวไทยมุสลิมในพื้นที่จังหวัดยะลาทยอยเดินทางเลือกซื้อทองรูปพรรณ&amp;nbsp;เพื่อเป็นของขวัญให้กับตนเอง&amp;nbsp;ใช้สวมใส่เฉลิมฉลองวันตรุษอีดิลฟิตรี&amp;nbsp;หรือวันฮารีรายอ&amp;nbsp;โดยที่ร้านทองไท้เซ่งล้ง&amp;nbsp;เลขที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ถ.ยะลาสายกลาง&amp;nbsp;ต.สะเตง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายภาคภูมิ&amp;nbsp;พึ่งรัศมี&amp;nbsp;เจ้าของร้านทองไท้เซ่งล้ง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;บรรยากาศใกล้ช่วงเทศกาลฮารีรายอในปีนี้&amp;nbsp;ลูกค้าให้ความสนใจเดินทางมาเลือกซื้อทองจำนวนมาก&amp;nbsp;บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก&amp;nbsp;ราคาทองปีนี้มีการปรับราคาสูงขึ้นเรื่อย&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;ราคาทองรูปพรรณใกล้แตะราคา&amp;nbsp;อยู่ที่บาทละ&amp;nbsp;27,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ลูกค้ามีทั้งมาเปลี่ยน&amp;nbsp;มาซื้อ&amp;nbsp;ถัวเฉลี่ยกันไป&amp;nbsp;ซึ่งวันนี้ราคาทองคำตลาดโลกอยู่ที่&amp;nbsp;ทองคำแท่ง&amp;nbsp;96.5%&amp;nbsp;ในประเทศ&amp;nbsp;รับซื้ออยู่ที่บาทละ&amp;nbsp;26,050&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขายออกบาทละ&amp;nbsp;26,150&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สำหรับทองรูปพรรณ&amp;nbsp;96.5%&amp;nbsp;รับซื้ออยู่ที่บาทละ&amp;nbsp;25,574.92&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขายออกที่ราคา&amp;nbsp;26,650&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนมาตรการคัดกรองของร้าน&amp;nbsp;ก่อนเข้าร้านจะมีการติดป้ายประกาศ&amp;nbsp;ผู้ที่มีอาการไข้&amp;nbsp;ไม่สวมหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;ห้ามเข้าร้าน&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ทางร้านมีจุดเจลล้างมือ&amp;nbsp;มีการติดตั้งกระจกกั้นระหว่างผู้ขาย&amp;nbsp;และลูกค้าอย่างชัดเจน&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้&amp;nbsp;ที่ร้านมีลูกค้ามาซื้อทองอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพราะว่า&amp;nbsp;ราคาทองปรับราคาลงเยอะ&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่บาทละ&amp;nbsp;24,000&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;แต่ตอนนี้ราคาทองเกือบแตะที่ราคา&amp;nbsp;บาทละ&amp;nbsp;27,000&amp;nbsp;แล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ลูกค้ามีความกังวลในเรื่องของการใช้งานเงินมาก&amp;nbsp;แต่ด้วยราคาทองลง&amp;nbsp;พี่น้องประชาชนไม่ได้ไปไหน&amp;nbsp;อยู่บ้าน&amp;nbsp;เงินเหลือบางส่วน&amp;nbsp;ก็เลยหันมาซื้อทองกัน&amp;nbsp;ได้ทั้งมิติความสวยงาม&amp;nbsp;และเรื่องของการลงทุนด้วย&amp;nbsp;สิ่งสำคัญทองยังเป็นนิยมสวมใส่&amp;nbsp;ในช่วงเทศกาลฮารีรายอของพี่น้องชาวไทยมุสลิม&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>9/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509123640893</Link_News></row>
<row _id="78"><NewsTitle>โฆษกกระทรวงการคลัง เผย ภายในสัปดาห์หน้าจะนำรายละเอียดโครงการเราชนะและ ม.33 เรารักกัน เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวกุลยา&amp;nbsp;ตันติเตมิท&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;กล่าวถึงภาพรวมภายหลังรัฐบาลมีมติในโครงการเยียวยาประชาชนช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&amp;nbsp;โควิด-19&amp;nbsp;ระลอก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ทุกโครงการต้องผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.)&amp;nbsp;อีกครั้ง&amp;nbsp;โดยในวันอังคารที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;พฤษภาคมนี้&amp;nbsp;จะมีโครงการในระยะเร่งด่วนคือโครงการเราชนะและโครงการ&amp;nbsp;ม.33&amp;nbsp;เรารักกัน&amp;nbsp;โดยเพิ่มวงเงินช่วยเหลือประชาชนโครงการละ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาทแบ่งเป็นสัปดาห์ละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ได้รับเงินภายในเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ใช้จ่ายได้ถึงสิ้นเดือนมิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ทั้งนี้คาดว่าโครงการเราชนะผู้ที่ได้รับสิทธิ์จะได้รับวงเงินเพิ่มเติมเป็นวันที่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;27&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับเงินเข้าบัตรในวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ขณะที่ผู้ที่อยู่ในโครงการม.&amp;nbsp;33&amp;nbsp;เรารักกัน&amp;nbsp;จะได้รับวงเงินเพิ่มเติมเป็นวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;31&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พร้อมยืนยันว่า&amp;nbsp;สำหรับผู้ที่อยู่ในโครงการเราชนะและม.33&amp;nbsp;เรารักกัน&amp;nbsp;ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมจะได้รับเงินเข้าไปแอปพลิเคชันเป๋าตังโดยอัตโนมัติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>9/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509133902916</Link_News></row>
<row _id="79"><NewsTitle>เศรษฐกิจร้านค้าตลาดเก่ายะลา คึกคัก ชาวไทยมุสลิมเลือกซื้อเสื้อผ้า เตรียมสวมใส่ฉลองเทศกาลฮารีรายอ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เศรษฐกิจร้านค้าตลาดเก่ายะลา&amp;nbsp;คึกคัก&amp;nbsp;ชาวไทยมุสลิมเลือกซื้อเสื้อผ้า&amp;nbsp;เตรียมสวมใส่ฉลองเทศกาลฮารีรายอ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่บริเวณย่านการค้าตลาดเก่า&amp;nbsp;เขตเทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;ซึ่งมีร้านจำหน่ายทั้งเสื้อผ้า&amp;nbsp;ชุดรายอเด็ก&amp;nbsp;ผู้ใหญ่&amp;nbsp;ชาย-หญิง&amp;nbsp;เสื้อโต๊บ&amp;nbsp;ผ้าละหมาด&amp;nbsp;ผ้าคลุมศีรษะสตรี&amp;nbsp;ผ้าโสร่งชาย-หญิง&amp;nbsp;ผ้าละหมาด&amp;nbsp;หมวกกะปิเยาะ&amp;nbsp;และอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เป็นไปอย่างอย่างคึกคัก&amp;nbsp;ในช่วงใกล้เทศกาลวันอีฎิ้ลฟิตริ&amp;nbsp;หรือวันฮารีรายอปอซอ&amp;nbsp;ได้มีชาวไทยมุสลิมเดินทางออกมาเลือกซื้อผ้า&amp;nbsp;เพื่อเตรียมไว้สวมใส่ต้อนรับวันฮารีรายอ&amp;nbsp;กันอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยราคาสินค้าในช่วงเทศกาลฮารีรายอ&amp;nbsp;ไม่ปรับขึ้นแต่อย่างใด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;การดูแลตามมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;แต่ละร้านก็จะมีการตั้งป้ายให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;วางเจลไว้ให้กับลูกค้าก่อนเข้ามาเลือกซื้อเสื้อผ้า&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด&amp;nbsp;ตามาตรการที่กำหนด&amp;nbsp;โดยทางร้านบอกว่า&amp;nbsp;ช่วงนี้ประชาชนออกมาจับจ่ายคึกคัก&amp;nbsp;ใกล้เทศกาลฮารีรายอ&amp;nbsp;ขายดีเหมือนเดิมปีละครั้ง&amp;nbsp;โดยทางร้านก็จะนำสินค้ามาลดราคาด้วย&amp;nbsp;เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลรายอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักจุฬาราชมนตรีได้ออกประกาศการดูดวงจันทร์&amp;nbsp;เพื่อกำหนดวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือนเซาวาล&amp;nbsp;ฮิจเราะห์ศักราช&amp;nbsp;1442&amp;nbsp;โดยให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศดูดวงจันทร์&amp;nbsp;ในวันอังคารที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;เวลาหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าในวันและเวลาดังกล่าว&amp;nbsp;หากมีผู้เห็นดวงจันทร์&amp;nbsp;โปรดแจ้งกลับไปยังสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด&amp;nbsp;เพื่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดจะได้ตรวจสอบและรายงานผลการดูดวงจันทร์ดังกล่าวไปยังจุฬาราชมนตรี&amp;nbsp;เพื่อออกประกาศแจ้งให้พี่น้องมุสลิมได้ทราบโดยทั่วกันต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>9/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509130533899</Link_News></row>
<row _id="80"><NewsTitle>โฆษกกระทรวงการคลัง ระบุ โครงการคนละครึ่งและโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ต้องรอการพิจารณาเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวกุลยา&amp;nbsp;ตันติเตมิท&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;กล่าวถึงโครงการคนละครึ่งและโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะนี้คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.)&amp;nbsp;เพียงเห็นชอบในหลักการเท่านั้น&amp;nbsp;ยังไม่มีรายละเอียดการดำเนินงานและระยะเวลาที่กำหนด&amp;nbsp;เนื่องจากขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;หากสถานการณ์คลี่คลายประชาชนสามารถออกมาจับจ่ายใช้สอยได้ก็จะมีการกระตุ้นภาคเศรษฐกิจ&amp;nbsp;คาดว่าภายในเดือนกรกฎาคมนี้จะมีการริเริ่มโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;ซึ่งโครงการคนละครึ่งจะพิจารณาให้ครอบคลุมมากขึ้นจากเดิม&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;เพิ่มอีก&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;รวมเป็น&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;โดยส่วนที่เพิ่มเติมต้องลงทะเบียนเข้าใช้ใหม่และรับทราบรายละเอียดอีกครั้ง&amp;nbsp;ส่วนผู้ที่อยู่ในโครงการคนละครึ่งและมีแอปพลิเคชันเป๋าตังอยู่แล้วต้องกดยืนยันรับสิทธิ์อีกครั้งเช่นกัน&amp;nbsp;เน้นย้ำว่า&amp;nbsp;ผู้ที่จะได้รับสิทธิ์โครงการคนละครึ่ง&amp;nbsp;ต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้ที่มีอายุไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ปีขึ้นไป&amp;nbsp;มีสัญชาติไทย&amp;nbsp;และไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;โฆษกกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประชาชนควรติดตามโครงการเยียวยาของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้มีกลุ่มผู้ที่ไม่ประสงค์ดีก่อกวนสร้างข่าวปลอมจนทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด&amp;nbsp;ดังนั้นควรติดตามช่องทางที่เป็นทางการของหน่วยงานนั้นๆ&amp;nbsp;และอย่าหลงเชื่อกลุ่มมิจฉาชีพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>9/5/2021</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509133803915</Link_News></row>
<row _id="81"><NewsTitle>ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ เผยภาวะเศรษฐกิจ ภาคเหนือไตรมาส 1 ปี 2564</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้อำนวยการอาวุโส&amp;nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สำนักงานภาคเหนือ&amp;nbsp;เผยภาวะเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ภาคเหนือไตรมาส&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;หดตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อน&amp;nbsp;จากการแพร่ระบาดของ&amp;nbsp;COVID-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ทำให้ภาคการท่องเที่ยวหดตัวมากขึ้น&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายธาริฑธิ์&amp;nbsp;ปั้นเปี่ยมรัษฎ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการอาวุโส&amp;nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สำนักงานภาคเหนือ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ภาวะเศรษฐกิจภาคเหนือไตรมาส&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;หดตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อน&amp;nbsp;จากการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกสอง&amp;nbsp;ทำให้ภาคการท่องเที่ยวหดตัวมากขึ้น&amp;nbsp;ทำให้แต่ละจังหวัดมีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มงวดขึ้น&amp;nbsp;ประกอบกับสถานการณ์หมอกควันในภาคเหนือรุนแรงขึ้น&amp;nbsp;ทำให้นักท่องเที่ยวขาดความเชื่อมั่นจึงยกเลิกการจองห้องพัก&amp;nbsp;และการจัดประชุมสัมมนา&amp;nbsp;อย่างไรก็ดี&amp;nbsp;มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและเยียวยา&amp;nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;ของภาครัฐและรายได้เกษตรกรขยายตัวตามผลผลิตที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ส่งผลให้การอุปโภคบริโภคภาคเอกชนหดตัวน้อยลงจากไตรมาสก่อน&amp;nbsp;ส่วนหนึ่งได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ&amp;nbsp;ทำให้การใช้จ่ายสินค้าในชีวิตประจำวันปรับดีขึ้น&amp;nbsp;สำหรับการผลิตในภาคอุตสาหกรรมหดตัวน้อยลง&amp;nbsp;และการใช้จ่ายภาครัฐยังขยายตัวอยู่ในเกณฑ์ดีแม้ชะลอลงจากฐานสูงในปีก่อน&amp;nbsp;ด้านการลงทุนภาคเอกชนชะลอลงจากการลงทุนก่อสร้างตามสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวม&amp;nbsp;การลงทุนเพื่อการผลิตกลับมาขยายตัวเล็กน้อย&amp;nbsp;จากการลงทุนในกลุ่มธุรกิจขนส่ง&amp;nbsp;ทั้งสินค้าอีคอมเมิรช&amp;nbsp;และสินค้าเกษตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับการเสถียรภาพเศรษฐกิจภาคเหนือ&amp;nbsp;อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบมากขึ้น&amp;nbsp;จากราคากลุ่มอาหารสดลดลง&amp;nbsp;ส่วนหมวดพลังงานปรับเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก&amp;nbsp;ด้านตลาดแรงงานยังคงเปราะบาง&amp;nbsp;จำนวนผู้ขอรับสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานในระบบประกันสังคมตามมาตรา&amp;nbsp;38&amp;nbsp;ยังอยู่ในเกณฑ์สูง&amp;nbsp;และภาคการเงิน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ยอดสินเชื่อคงค้างขยายตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อน&amp;nbsp;โดยสินเชื่อสถาบันการเงินเฉพาะกิจขยายตัวจากสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;ประกอบกับสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์กลับมาขยายตัว&amp;nbsp;จากสินเชื่ออุปโภคบริโภคและสินเชื่อเพื่อธุรกิจหดตัวน้อยลง&amp;nbsp;ทางด้านยอดเงินฝากคงค้างขยายตัวทั้งธนาคารพาณิชย์&amp;nbsp;และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ&amp;nbsp;จากความต้องการรักษาสภาพคล่องของผู้ฝาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>9/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>เชียงใหม่</Province><Department>สวท.เชียงใหม่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509132333904</Link_News></row>
<row _id="82"><NewsTitle>กรมการขนส่งทางบก  ยกระดับทุกมาตรการระบบการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ ครอบคลุมความปลอดภัยของผู้โดยสารและผู้ขับรถขั้นสูงสุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจิรุตม์&amp;nbsp;วิศาลจิตร&amp;nbsp;อธิบดีกรมการขนส่งทางบก&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมการขนส่งทางบก&amp;nbsp;ออกประกาศ&amp;nbsp;มาตรการปฏิบัติเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;สำหรับผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ&amp;nbsp;รถยนต์สาธารณะ&amp;nbsp;รถจักรยานยนต์สาธารณะ&amp;nbsp;สถานีขนส่งผู้โดยสาร&amp;nbsp;พนักงานขับรถ&amp;nbsp;ผู้บริการและผู้โดยสาร&amp;nbsp;เพื่อความปลอดภัยของผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้โดยสารที่ต้องการใช้บริการการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท&amp;nbsp;เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังขั้นสูงสุด&amp;nbsp;ได้กำหนดการจัดที่นั่งของรถโดยสารประจำทางและรถโดยสารไม่ประจำทาง&amp;nbsp;ให้นั่ง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ที่นั่ง&amp;nbsp;เว้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ที่นั่ง&amp;nbsp;หรือให้นั่ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ที่นั่งสำหรับผู้โดยสารที่มาด้วยกันนั่งติดกันได้&amp;nbsp;ซึ่งต้องมีจำนวนผู้โดยสารไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ของจำนวนที่นั่งทั้งหมด&amp;nbsp;หรือให้เหมาะสมตามประเภทของพาหนะ&amp;nbsp;สำหรับการเดินรถโดยสารสาธารณะในเขตเมือง&amp;nbsp;ขอให้ผู้ประกอบการขนส่งปรับลดการให้บริการในช่วงเวลา&amp;nbsp;23.00&amp;nbsp;น.-&amp;nbsp;04.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;หรือช่วงระยะเวลาตามประกาศจังหวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนด&amp;nbsp;ส่วนรถโดยสารสาธารณะข้ามเขตพื้นที่จังหวัด&amp;nbsp;ขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งพิจารณาปรับลดจำนวนเที่ยวการเดินรถในการให้บริการขนส่งผู้โดยสารระหว่างจังหวัดในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด&amp;nbsp;และพื้นที่ควบคุมสูงสุดเท่าที่สามารถจะทำได้&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ให้พิจารณาจัดการเดินรถตามความจำเป็นให้เหมาะสมกับสถานการณ์&amp;nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่จังหวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแต่ละจังหวัดกำหนดอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมการขนส่งทางบก&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ประกอบการขนส่งต้องประชาสัมพันธ์และแนะนำพนักงานขับรถ&amp;nbsp;ผู้บริการ&amp;nbsp;และผู้โดยสาร&amp;nbsp;ลงทะเบียนเข้าใช้แพลตฟอร์ม&amp;nbsp;SAVE&amp;nbsp;THAI&amp;nbsp;เพื่อใช้ประเมินความเสี่ยงของตนเอง&amp;nbsp;และแสดงต่อเจ้าหน้าที่ก่อนการเดินทาง&amp;nbsp;พร้อมควบคุม&amp;nbsp;กำกับ&amp;nbsp;ดูแล&amp;nbsp;ผู้โดยสารให้ลงทะเบียนเช็กอิน-เช็กเอาท์&amp;nbsp;ไทยชนะ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;หมอชนะ&amp;nbsp;หรือกรอกแบบฟอร์มที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด&amp;nbsp;และในระหว่างการเดินทางต้องมีการระบายอากาศภายในรถโดยสารปรับอากาศ&amp;nbsp;รถตู้โดยสารปรับอากาศ&amp;nbsp;โดยให้พนักงานขับรถพิจารณาจอดพักรถ&amp;nbsp;และเปิดประตูหน้าต่างเพื่อระบายอากาศภายในรถขณะ&amp;nbsp;ทำความสะอาดแฮนด์รถจักรยานยนต์และเบาะนั่งด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ&amp;nbsp;รวมทั้งทำความสะอาดหมวกกันน็อกสำหรับผู้โดยสารทั้งด้านในและด้านนอกหรืออาจมีบริการหมวกคลุมผมแบบใช้แล้วทิ้ง&amp;nbsp;และงดการพูดคุยขณะให้บริการ&amp;nbsp;สำหรับผู้โดยสารที่ใช้บริการรถจักรยานยนต์สาธารณะเป็นประจำควรมีหมวกกันน็อกเป็นของตัวเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>9/5/2021</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509202619018</Link_News></row>
<row _id="83"><NewsTitle>ผู้ประกอบการร้านค้า ห้างสรรพสินค้า ยืนยันมีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวัฒนศักย์&amp;nbsp;เสือเอี่ยม&amp;nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมฯได้ติดตามสถานการณ์ปริมาณสินค้าและการจำหน่ายกับผู้ประกอบการห้างค้าปลีกค้าส่ง&amp;nbsp;ร้านสะดวกซื้อและผู้ผลิต&amp;nbsp;ในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาพบว่า&amp;nbsp;ประชาชนจะซื้อสินค้าในร้านโชว์ห่วย&amp;nbsp;หรือร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน&amp;nbsp;ส่วนห้างค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่จะซื้อสินค้าในกลุ่มอาหาร&amp;nbsp;ซอสปรุงรส&amp;nbsp;อุปกรณ์ประกอบอาหารและของใช้ในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;-30&amp;nbsp;เนื่องจากลดจำนวนครั้งในการซื้อลง&amp;nbsp;แต่เพิ่มปริมาณในการซื้อแต่ละครั้ง&amp;nbsp;และส่วนหนึ่งได้หันไปสั่งซื้อช่องทางออนไลน์ของทางห้างและแพลตฟอร์มออนไลน์อื่นๆ&amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสถานการณ์ด้านปริมาณสินค้าห้างค้าปลีก&amp;nbsp;ค้าส่งและร้านสะดวกซื้อ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยืนยันว่ามีการเตรียมสต็อกสินค้าไว้อย่างเพียงพอและได้จัดเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมสินค้าอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ส่วนการจำหน่ายหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;หน้ากากผ้า&amp;nbsp;หน้ากากทางเลือกและเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ&amp;nbsp;ยังคงมีปริมาณมากและเพียงพอ&amp;nbsp;ซึ่งในส่วนของผู้ผลิตสินค้า&amp;nbsp;ยืนยันว่ายังคงสามารถผลิตและจัดส่งสินค้าได้ตามปกติ&amp;nbsp;โดยมีสัดส่วนการจำหน่ายผ่านร้านท้องถิ่นและร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผลจากโครงการของรัฐบาลทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยและร้านค้าท้องถิ่นสามารถยังคงอยู่ได้ในสถานการณ์นี้&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;หากความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นผู้ผลิตยังคงมีสต็อกที่สามารถจัดส่งและเพิ่มกำลังผลิตได้อีก&amp;nbsp;จึงมั่นใจว่าสินค้ามีเพียงพออย่างแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ขอความร่วมมือห้างค้าปลีกค้าส่งให้ตรึงราคาและต้องจำหน่ายหน้ากากอนามัยไม่เกินกว่าราคาที่กำหนด&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าปริมาณสินค้ามีเพียงพอไม่จำเป็นต้องกักตุนและขอให้จัดซื้อตามที่จำเป็น&amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะได้ติดตามตรวจสอบสถานการณ์การผลิตและจำหน่ายสินค้าอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;หากตรวจพบว่ามีการจำหน่ายสินค้าในราคาแพงเกินสมควรหรือมีการกักตุน&amp;nbsp;หรือปฏิเสธการจำหน่าย&amp;nbsp;จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;หรือปรับไม่เกิน&amp;nbsp;140,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับและกรณีที่ไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายจะมีโทษสูงสุดปรับไม่เกิน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ประชาชนพบเห็นการกักตุนสินค้าหรือขายสินค้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยไม่เป็นธรรม&amp;nbsp;สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;1569&amp;nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>9/5/2021</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509195558000</Link_News></row>
<row _id="84"><NewsTitle>ล็อกดาวน์เกาะล้าน ทำท่าเทียบเรือพัทยาเหงา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ในวงกว้างของระลอกที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ทำให้รัฐกลับมากำหนดมาตรการควบคุมและป้องกันโรคระบาด&amp;nbsp;โดยในส่วนชองชุมชนเกาะล้าน&amp;nbsp;เมืองพัทยา&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;ได้มีมติจากประชาชนบนเกาะให้ทำการล็อกดาวน์ปิดเกาะ&amp;nbsp;แบบงดรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;เป็นเวลา&amp;nbsp;15&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;คือระหว่างวันที่&amp;nbsp;5-20&amp;nbsp;พ.ค.64&amp;nbsp;นั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และในวันนี้&amp;nbsp;(10&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศบริเวณท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยา&amp;nbsp;(แหลมบาลีฮาย)&amp;nbsp;พบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา&amp;nbsp;มีเพียงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการพิเศษของเมืองพัทยาคอยปฏิบัติงานบริเวณจุดคัดกรองในอาคารท่าเทียบเรือ&amp;nbsp;บริเวณท่าเทียบเรือบริการเรือนำเที่ยวชนิดเรือเร็วหรือสปีดโบ๊ทแทบที่จะไม่มีการให้บริการ&amp;nbsp;มีเพียงเรือเร็วนำส่งของข้ามฝั่งที่ยังคงทำงาน&amp;nbsp;ซึ่งบริเวณสุดสะพานแหลมบาลีฮาย&amp;nbsp;สำหรับเป็นท่าเทียบเรือโดยสารขนาดใหญ่&amp;nbsp;ที่ให้บริการเรือโดยสารขนาด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;ข้ามฟากพัทยา-เกาะล้าน&amp;nbsp;(หาดตาแหวน)&amp;nbsp;และพัทยา-ท่าหน้าบ้านเท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>10/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ชลบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510114707087</Link_News></row>
<row _id="85"><NewsTitle>ออมสินสาขาแม่สะเรียง ปล่อยสินเชื่อบรรเทาความเดือดร้อน รายละ 10,000 บาท ดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 0.35 ยื่นกู้ผ่านแอปฯ MyMo</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธนาคารออมสินสาขาแม่สะเรียง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เปิดเผยข้อมูลว่า&amp;nbsp;ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;รอบ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หนึ่งในนั้นมีมาตรการด้านสินเชื่อ&amp;nbsp;และรัฐบาลได้มอบหมายธนาคารออมสินเป็นผู้จัดทำมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันที&amp;nbsp;ด้วยมาตรการ&amp;nbsp;"สินเชื่อสู้ภัย&amp;nbsp;COVID-19"&amp;nbsp;วงเงินรวม&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดรายได้อันเนื่องมาจากมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มข้นขึ้น&amp;nbsp;โดยมีรายละเอียด&amp;nbsp;คือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ออมสิน&amp;nbsp;ระบุว่า&amp;nbsp;ผู้มีสิทธิ์ขอสินเชื่อนี้&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ผู้ประกอบอาชีพอิสระ&amp;nbsp;ผู้ประกอบการรายย่อย&amp;nbsp;รวมทั้งผู้มีรายได้ประจำของหน่วยงานเอกชนที่ได้รับผลกระทบกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp;สัญชาติไทย&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปีขึ้นไป&amp;nbsp;ส่วนผู้ไม่มีสิทธิ์ขอสินเชื่อนี้&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ผู้มีรายได้ประจำจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจไม่มีสิทธิ&amp;nbsp;โดยวงเงินสินเชื่อกำหนดให้รายละไม่เกิน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ&amp;nbsp;0.35&amp;nbsp;ต่อเดือน&amp;nbsp;ไม่ต้องมีหลักประกันการกู้&amp;nbsp;ระยะเวลากู้ไม่เกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย&amp;nbsp;6&amp;nbsp;งวดแรก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้สนใจสามารถยื่นกู้ได้ทางแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;MyMo&amp;nbsp;กลุ่มเป้าหมายแรกที่ยื่นกู้ได้ก่อน&amp;nbsp;พื้นที่สีแดงเข้ม&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;นนทบุรี&amp;nbsp;ปทุมธานี&amp;nbsp;ชลบุรี&amp;nbsp;สมุทรปราการ&amp;nbsp;และเชียงใหม่&amp;nbsp;ตั้งแต่&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ส่วนประชาชนทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบและมี&amp;nbsp;แอปพลิเคชัน&amp;nbsp;MyMo&amp;nbsp;ยื่นกู้ได้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;เบื้องต้นทางธนาคารมีข้อมูลอยู่ประมาณ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;ส่วนประชาชนทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบแต่&amp;nbsp;ไม่มีแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;MyMo&amp;nbsp;ยื่นกู้ได้หลังวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;โดยจะสิ้นสุดระยะเวลาโครงการวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;หรือจนกว่าจะครบจำนวนวงเงินโครงการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขอแจ้งย้ำว่าธนาคารให้บริการทางการเงินรูปแบบดิจิทัลทางแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;MyMo&amp;nbsp;เท่านั้น&amp;nbsp;จึงขอแจ้งเตือนโปรดระมัดระวังอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่แอบอ้างชื่อและโลโก้ธนาคารออมสินติดต่อประชาชนด้วยช่องทางอื่น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;LINE&amp;nbsp;หรือแอปพลิเคชันที่ไม่ใช่&amp;nbsp;MyMo&amp;nbsp;โปรดใช้ความระมัดระวังพิจารณาตรวจสอบจากธนาคารออมสินก่อนทุกครั้ง&amp;nbsp;โดยสามารถติดต่อธนาคารที่&amp;nbsp;Call&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;โทร.1115&amp;nbsp;หรือธนาคารออมสินสาขาแม่สะเรียง&amp;nbsp;08-7808-2011&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>10/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510115229091</Link_News></row>
<row _id="86"><NewsTitle>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่าน ตรวจติดตามการจำหน่ายสินค้าจำเป็น ช่วงสถานการณ์โควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่าน&amp;nbsp;ได้ติดตามการจำหน่ายสินค้าช่วงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบคุณภาพจำนวนเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน&amp;nbsp;ร่วมถึงป้องกันไม่ให้จำหน่ายสินค้าเกินราคา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วานนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;นางสุเกวรินทร์&amp;nbsp;เหล็กนาพญา&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดน่าน&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่าน&amp;nbsp;ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;หน้ากากอนามัยทางการแพทย์&amp;nbsp;เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ&amp;nbsp;และปุ๋ยเคมีภัณฑ์ฯ&amp;nbsp;ที่จำหน่ายในเขตอำเภอเมืองน่านและอำเภอบ้านหลวง&amp;nbsp;สำหรับสินค้าที่สำรวจมีดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;หน้ากากอนามัย&amp;nbsp;และเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน&amp;nbsp;สถานการณ์การซื้อขายอยู่ในภาวะปกติ&amp;nbsp;สินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการ&amp;nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาชัดเจนและจำหน่ายในราคาไม่เกินที่กฎหมายกำหนด&amp;nbsp;หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่ผลิตในประเทศ&amp;nbsp;ขนาดบรรจุกล่องละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;จำหน่ายราคากล่องละ&amp;nbsp;99&amp;nbsp;-&amp;nbsp;125&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;(เฉลี่ยราคาชิ้นละ&amp;nbsp;1.98-2.50&amp;nbsp;บาท)&amp;nbsp;หน้ากากอนามัยที่ไม่ได้ผลิตในประเทศไทย&amp;nbsp;ขนาดบรรจุกล่องละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;จำหน่ายราคากล่องละ&amp;nbsp;35&amp;nbsp;-&amp;nbsp;50&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ&amp;nbsp;มีวางจำหน่ายและเพียงพอต่อความต้องการ&amp;nbsp;โดยขนาดบรรจุ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;-&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;มิลลิลิตร&amp;nbsp;ราคาจำหน่ายชิ้นละ&amp;nbsp;37&amp;nbsp;-&amp;nbsp;950&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ตามปริมาณและคุณภาพของสินค้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;อุปกรณ์ป้องกันโรคติดต่อ&amp;nbsp;(ถุงมือยาง)&amp;nbsp;มีวางจำหน่ายและเพียงพอต่อความต้องการ&amp;nbsp;ขนาดบรรจุกล่องละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;จำหน่ายราคากล่องละ&amp;nbsp;250&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;สินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพในพื้นที่อำเภอบ้านหลวง&amp;nbsp;สินค้ามีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า&amp;nbsp;ทางร้านค้ามีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายถูกต้อง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ไข่ไก่เบอร์&amp;nbsp;0&amp;nbsp;ราคาแผงละ&amp;nbsp;125&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;น้ำมันพืช&amp;nbsp;น้ำมันรำข้าว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;ราคาขวดละ&amp;nbsp;69&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;น้ำมันพืชโอลีน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;มล.&amp;nbsp;ราคาขวดละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;น้ำมันพืชกุ๊ก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;ราคาขวดละ&amp;nbsp;66&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;น้ำตาลทรายขาว/ทรายแดง&amp;nbsp;ตรามิตรผล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;ราคาถุงละ&amp;nbsp;26&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>10/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>น่าน</Province><Department>สวท.น่าน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510125931123</Link_News></row>
<row _id="87"><NewsTitle>ธนาคารออมสิน พร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19 ระลอกใหม่ ปล่อยสินเชื่อบรรเทาความเดือดร้อนรายละ 10,000 บาท </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิทัย&amp;nbsp;รัตนากร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;รอบ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โดยรัฐบาลได้มอบหมายธนาคารออมสินเป็นผู้จัดทำมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันที&amp;nbsp;ด้วยมาตรการ&amp;nbsp;"สินเชื่อสู้ภัย&amp;nbsp;COVID-19"&amp;nbsp;วงเงินรวม&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดรายได้อันเนื่องมาจากมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มข้นขึ้น&amp;nbsp;โดยผู้มีสิทธิ์ขอสินเชื่อนี้&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ผู้ประกอบอาชีพอิสระ&amp;nbsp;ผู้ประกอบการรายย่อย&amp;nbsp;รวมทั้งผู้มีรายได้ประจำของหน่วยงานเอกชนที่ได้รับผลกระทบกระทบจากโรคโควิด-19&amp;nbsp;(ไม่รวมผู้มีรายได้ประจำจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ)&amp;nbsp;มีสัญชาติไทย&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปีขึ้นไป&amp;nbsp;สำหรับวงเงินสินเชื่อกำหนดให้รายละไม่เกิน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ&amp;nbsp;0.35&amp;nbsp;ต่อเดือน&amp;nbsp;ไม่ต้องมีหลักประกันการกู้&amp;nbsp;ระยะเวลากู้ไม่เกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย&amp;nbsp;6&amp;nbsp;งวดแรก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับระยะแรกของโครงการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเป็นการควบคุมและป้องกันปัญหาการแพร่ระบาด&amp;nbsp;จึงเริ่มให้บริการแก่ลูกค้าธนาคารที่เปิดใช้แอป&amp;nbsp;MyMo&amp;nbsp;อยู่แล้วก่อนวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งมีจำนวนมากกว่า&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;โดยเริ่มจากลูกค้าที่ได้รับผลกระทบที่อยู่ในพื้นที่สีแดงเข้ม&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;สามารถยื่นกู้ได้ทางแอป&amp;nbsp;MyMo&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;พฤษภาคมนี้&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;หลังจากนั้นในระยะต่อไปจึงขยายให้บริการลูกค้าในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งจะเริ่มในวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ตามด้วยลูกค้ากลุ่มอื่นที่ไม่มีแอป&amp;nbsp;MyMo&amp;nbsp;กำหนดสิ้นสุดระยะเวลาโครงการวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;หรือจนกว่าจะครบจำนวนวงเงินโครงการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขอย้ำว่าธนาคารให้บริการทางการเงินรูปแบบดิจิทัลทางแอป&amp;nbsp;MyMo&amp;nbsp;เท่านั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอแจ้งเตือนโปรดระมัดระวังอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่แอบอ้างชื่อและโลโก้ธนาคารออมสินติดต่อประชาชนด้วยช่องทางอื่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>10/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510135226158</Link_News></row>
<row _id="88"><NewsTitle>ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สนับสนุนงบประมาณ 2 ล้านบาท ให้แก่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จัดสร้างหอผู้ป่วยไอซียูความดันลบแบบห้องแยก </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายยุทธนา&amp;nbsp;หยิมการุณ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประธานกรรมการ&amp;nbsp;ธนาคารอาคารสงเคราะห์&amp;nbsp;(ธอส.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่ในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่มีการระบาดขยายเป็นวงกว้าง&amp;nbsp;ทำให้พบจำนวนผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp;รวมทั้งผู้ป่วยวิกฤตที่มีอาการรุนแรงมากขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;อ.คลองหลวง&amp;nbsp;จ.ปทุมธานี&amp;nbsp;นับเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลหลักที่รับส่งต่อ&amp;nbsp;ตลอดจนดูแลและให้การรักษาผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19&amp;nbsp;มาโดยตลอด&amp;nbsp;ด้วยการจัดตั้งหอผู้ป่วย&amp;nbsp;Cohort&amp;nbsp;หอผู้ป่วยเฝ้าระวัง&amp;nbsp;หอผู้ป่วยความดันลบ&amp;nbsp;รวมถึงโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสนับสนุนการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp;ได้อย่างเต็มศักยภาพ&amp;nbsp;และเพียงพอต่อการรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;ธอส.&amp;nbsp;จึงร่วมสนับสนุนงบประมาณสู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,000,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;มอบให้แก่&amp;nbsp;โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติสำหรับจัดสร้างหอผู้ป่วยไอซียูความดันลบแบบห้องแยกที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยวิกฤตที่มีอาการรุนแรง&amp;nbsp;ถือเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนช่วยเหลือสังคมไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>10/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510212502254</Link_News></row>
<row _id="89"><NewsTitle>การท่าเรือแห่งประเทศไทย เปิดโกดังสเตเดียม ตั้งจุดบริการฉีดวัคซีน จุดที่ 3 ให้ชุมชนคลองเตย ได้รับวัคซีนครบทั้ง 2 เข็ม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอธิรัฐ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;รัตนเศรษฐ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หลังได้รับการประสานงานจากกรุงเทพมหานครร&amp;nbsp;ในวันนี้&amp;nbsp;(10&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)การท่าเรือแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;กทท.&amp;nbsp;ได้ทำการเปิดพื้นที่โกดังสเตเดียม&amp;nbsp;เป็นจุดบริการประชาชนในการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;จุดที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ของพื้นที่คลองเตย&amp;nbsp;โดยเริ่มดำเนินการฉีดตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันจันทร์ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเข็มที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;-10&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับเข็มที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ซึ่งในแต่ละวันจะเริ่มแจกบัตรคิวในช่วงเวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;-16.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;และตั้งเป้าจะฉีดให้ได้วันละ&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;รวมทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp;85,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยมุ่งเน้นที่กลุ่มเป้าหมายในชุมชนเขตคลองเตยและเฉลี่ยตามจำนวนประชากรของแต่ละชุมชนที่มีความเสี่ยง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยังได้สั่งการให้การท่าเรือฯ&amp;nbsp;อำนวยความสะดวกในการใช้พื้นที่ดังกล่าวโดยให้บูรณาการกับ&amp;nbsp;กทม.&amp;nbsp;สำนักงานเขตคลองเตย&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักอนามัย&amp;nbsp;ศูนย์สาธารสุข&amp;nbsp;41&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมวางแผนการบริหารจัดการ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กำหนดทางเข้า-ออก&amp;nbsp;จุดพักคอย&amp;nbsp;การดำเนินการจัดทีมแพทย์&amp;nbsp;พยาบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp;และการจัดเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;รวมทั้งให้การท่าเรือฯ&amp;nbsp;สนับสนุนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์&amp;nbsp;ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง&amp;nbsp;การบริหารบัตรคิว&amp;nbsp;การกำหนดช่วงเวลาในการเข้ารับบริการ&amp;nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกและลดความแออัดในการเข้ารับบริการของประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>10/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510211311249</Link_News></row>
<row _id="90"><NewsTitle>การประปาส่วนภูมิภาค ลดค่าน้ำประปาร้อยละ 10 บ้านที่อยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก  2 เดือน โดยไม่ต้องลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมบูรณ์&amp;nbsp;สุนันทพงศ์ศักดิ์&amp;nbsp;ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค&amp;nbsp;(กปภ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรีเพื่อลดผลกระทบประชาชนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;โดยการประปาส่วนภูมิภาค&amp;nbsp;ลดค่าน้ำประปาร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก&amp;nbsp;(ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ)&amp;nbsp;เป็นระยะเวลา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;สำหรับยอดการใช้น้ำประปาประจำเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;มิถุนายนนี้&amp;nbsp;(ใบแจ้งค่าน้ำประปาที่ออกในเดือนมิถุนายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;การประปาส่วนภูมิภาค&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยังได้สนับสนุนน้ำดื่มบรรจุขวดของ&amp;nbsp;กปภ.&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;80,000&amp;nbsp;ขวด&amp;nbsp;มอบให้กับโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศประมาณ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;และยังติดตั้งระบบน้ำประปาให้กับโรงพยาบาลสนามและตรวจสอบคุณภาพน้ำให้ด้วย&amp;nbsp;พร้อมให้ความมั่นใจน้ำประปาปลอดภัยตามมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมเพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดโควิด-19&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอแนะนำให้ลูกค้าใช้บริการผ่านระบบออนไลน์ของ&amp;nbsp;กปภ.&amp;nbsp;ซึ่งสามารถใช้งานได้สะดวกสบายทุกที่ทุกเวลาตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;และทำธุรกรรมได้หลากหลาย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ตรวจสอบและชำระค่าน้ำประปา&amp;nbsp;ขอติดตั้งประปาใหม่&amp;nbsp;และลงทะเบียนขอคืนเงินประกันการใช้น้ำ&amp;nbsp;รวมถึงแจ้งท่อแตกรั่วและแจ้งปัญหาการใช้บริการ&amp;nbsp;ผ่าน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ช่องทางได้แก่&amp;nbsp;เว็บไซต์ของ&amp;nbsp;กปภ.&amp;nbsp;www.pwa.co.th&amp;nbsp;,&amp;nbsp;แอปพลิเคชัน&amp;nbsp;PWA1662&amp;nbsp;และLine&amp;nbsp;Official&amp;nbsp;Account&amp;nbsp;@PWAThailand&amp;nbsp;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;PWA&amp;nbsp;Contact&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;1662&amp;nbsp;ให้บริการตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;07.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;-&amp;nbsp;23.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ทุกวัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>11/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511085458283</Link_News></row>
<row _id="91"><NewsTitle>กระทรวงการคลังเสนอครม.เพิ่มเงินโครงการเราชนะ2,000บาทและเสนอแผนฟื้นฟูกิจการการบินไทยกลับเป็นรัฐวิสาหกิจ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงการคลัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;พิจารณามาตรการบรรเทาผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่เดือนเมษายน&amp;nbsp;โดยการเพิ่มเงินคนละ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการเราชนะ&amp;nbsp;ซึ่งหากอนุมัติจะเติมเงินผู้เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่เดือนวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;พฤษภาคมนี้&amp;nbsp;ซึ่งแบ่งจ่ายเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;งวดๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;กระทรวงการคลัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะเสนอแผนฟื้นฟูกิจการการบินไทยให้&amp;nbsp;ครม.พิจารณาเห็นชอบให้การบินไทยกลับเป็นรัฐวิสาหกิจอีกครั้ง&amp;nbsp;เนื่องจากการฟื้นฟูกิจการที่ต้องเพิ่มทุนและยืดหนี้บางส่วนออกไป&amp;nbsp;เจ้าหนี้บางส่วนไม่เชื่อมั่นว่าการบินไทยจะชำระหนี้ได้เพราะธุรกิจการบินไม่แน่นอนสูง&amp;nbsp;แต่หากมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจจะทำให้การบินไทยเดินหน้าแผนฟื้นฟูกิจการได้&amp;nbsp;ดังนั้นต้องหาข้อยุติก่อนนัดประชุมเจ้าหนี้ทั้งหมดในวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;พฤษภาคมนี้&amp;nbsp;เพื่อให้กระทรวงการคลังสามารถค้ำประกันเงินกู้หรือเพิ่มทุนได้ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>11/5/2021</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511084730278</Link_News></row>
<row _id="92"><NewsTitle>สสว. ร่วมกับ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลุ่มส่งออก หาแนวทางเติมสภาพคล่องและยกระดับมาตรฐานเพื่อขยายตลาด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;?นายวีระพงศ์&amp;nbsp;มาลัย&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;สสว.&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;สสว.ประชุมหารือร่วมกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลุ่มธุรกิจด้านการส่งออก&amp;nbsp;เกี่ยวกับแนวทางที่จะช่วยแบ่งเบาภาระต้นทุนและช่วยเพิ่มสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่&amp;nbsp;ที่ส่งผลกระทบซ้ำเติมผู้ประกอบการส่งออก&amp;nbsp;จากการหารือดังกล่าว&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ปัญหาสำคัญที่ผู้ประกอบการประสบในเวลานี้คือ&amp;nbsp;ภาระต้นทุนที่สูงและการขาดสภาพคล่อง&amp;nbsp;แต่มีหนทางหนึ่งที่สามารถดำเนินการบรรเทาปัญหาได้ทันทีโดยไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐคือ&amp;nbsp;การพิจารณาคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;VAT&amp;nbsp;ให้กับผู้ประกอบการส่งออกที่ได้มีการยื่นเรื่องขอคืนภาษีไว้ให้รวดเร็วขึ้น&amp;nbsp;โดยที่ผ่านมาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องประสบปัญหาการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ข้อมูลของ&amp;nbsp;สสว.&amp;nbsp;ในรอบปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้านการส่งออก&amp;nbsp;22,285&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;แบ่งเป็นผู้ประกอบการรายย่อย&amp;nbsp;(Micro)&amp;nbsp;3,460&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ผู้ประกอบการขนาดย่อมจำนวน&amp;nbsp;(Small)&amp;nbsp;11,516&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และผู้ประกอบการขนาดกลาง&amp;nbsp;(Medium)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7,309&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;สร้างมูลค่าการส่งออกรวม&amp;nbsp;839,750&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งหดตัวลงในอัตราร้อยละ&amp;nbsp;17.08&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ผลจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ซบเซาและการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ที่มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ทางออกสำคัญที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลุ่มส่งออ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ก&amp;nbsp;เสนอขอให้ภาครัฐให้ความช่วยเหลือเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยากลำบากคือ&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;ปรับหลักเกณฑ์&amp;nbsp;เงื่อนไขในการสมัครเป็นผู้ประกอบการส่งออกขึ้นทะเบียน&amp;nbsp;และผู้ประกอบการส่งออกที่ดี&amp;nbsp;ให้ยืดหยุ่นและเหมาะสมกับธุรกิจขนาดเล็ก&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มโอกาสในการขอคืนภาษีได้เร็วขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าว&amp;nbsp;จะได้รับสิทธิประโยชน์ในมาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;(VAT)&amp;nbsp;ได้ภายใน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;แต่เพราะเงื่อนไขในการได้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าว&amp;nbsp;ยังเป็นข้อจำกัดสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็ก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ต้องมีทุนจดทะเบียนตั้งแต่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านบาทขึ้นไป&amp;nbsp;ผลประกอบการจะต้องไม่ขาดทุนติดต่อกันเกิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ต้องมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;หากผ่อนปรนเงื่อนไข&amp;nbsp;หลักเกณฑ์ดังกล่าว&amp;nbsp;จะช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กสามารถพัฒนาตัวเองให้เข้าเงื่อนไขได้ไม่ยาก&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;?&lt;/span&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;สสว.&amp;nbsp;เห็นว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;การที่ผู้ประกอบการได้รับเงินภาษี&amp;nbsp;VAT&amp;nbsp;คืนล่าช้าเกินกว่า&amp;nbsp;90&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ตามระยะเวลาปกติ&amp;nbsp;อาจจะมีผลมาจากการขาดความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจในการจัดเตรียมเอกสาร&amp;nbsp;รวมถึงวิธีปฏิบัติเพื่อให้สามารถได้รับเงินคืนภาษีได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด&amp;nbsp;จึงได้เตรียมนำข้อเรียกร้องดังกล่าวของผู้ประกอบการ&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;กลุ่มส่งออก&amp;nbsp;เสนอกระทรวงการคลังเพื่อร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาอุปสรรค&amp;nbsp;การพัฒนาองค์ความรู้ภาษีมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;รวมถึงแนวปฏิบัติให้กับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมการ&amp;nbsp;และพัฒนาผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ให้เป็นผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ในมาตรการคืนภาษีดังกล่าวอีกด้วย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>11/5/2021</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511131159429</Link_News></row>
<row _id="93"><NewsTitle>บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด มอบประกันภัยแพ้วัคซีนโควิด-19 ให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ์ 2 โครงการ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนาฬิกอติภัค&amp;nbsp;แสงสนิท&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(ธพส.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ระลอก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ธพส.&amp;nbsp;จึงมีความห่วงใยผู้ที่จองสิทธิ์ในโครงการที่พักอาศัยผู้สูงอายุรามาฯ-ธนารักษ์&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;และโครงการบูรณาการสวัสดิการที่พักอาศัยกับสถานที่ทำงานและศูนย์บริการสำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญ&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลได้สนับสนุนให้ประชาชนทุกคนได้รับการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส&amp;nbsp;ช่วยป้องกันการติดเชื้อ&amp;nbsp;และสามารถลดความรุนแรงของโรคได้&amp;nbsp;แต่ผู้ได้รับวัคซีนบางรายอาจแพ้หรือมีอาการข้างเคียงเกิดขึ้น&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนและสร้างความมั่นใจในการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;ธพส.&amp;nbsp;จึงมอบแผนความคุ้มครองประกันภัยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ประเภทการแพ้และได้รับผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp;ให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ์ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การเจ็บป่วยด้วยภาวะโคม่า&amp;nbsp;กรณีได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp;จำนวนเงินเอาประกัน&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;/ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในหรือผู้ป่วยนอก&amp;nbsp;กรณีได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;(แบบจ่ายตามจริง)&amp;nbsp;จำนวนเงินเอาประกัน&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;และเงินชดเชยรายวันจากการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในกรณีได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;จำนวนเงินเอาประกัน&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บาท/วัน&amp;nbsp;(สูงสุด&amp;nbsp;15&amp;nbsp;วันต่อปี)&amp;nbsp;ทั้งนี้เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทประกันภัยกำหนด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>11/5/2021</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511133134448</Link_News></row>
<row _id="94"><NewsTitle>สนค.เปิดเผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเมษายน ปรับตัวลดลงอีกครั้งตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภูสิต&amp;nbsp;รัตนกุล&amp;nbsp;เสรีเริงฤทธิ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมในเดือนเมษายนที่ผ่านมาปรับตัวลดลงอีกครั้งมาอยู่ที่ระดับ&amp;nbsp;43.5&amp;nbsp;เทียบกับระดับ&amp;nbsp;47.5&amp;nbsp;ในเดือนก่อนหน้า&amp;nbsp;เป็นการปรับตัวลดลงทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันและในอนาคต&amp;nbsp;ในทุกภาคและทุกอาชีพ&amp;nbsp;เป็นผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;แต่การลดลงของความเชื่อมั่นในครั้งนี้&amp;nbsp;ยังอยู่ในระดับที่ดีกว่าการลดลงในช่วงของการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ช่วงที่ผ่านมา&amp;nbsp;เนื่องจากประชาชนมีความหวังเรื่องวัคซีนซึ่งน่าจะทะยอยดำเนินการได้ต่อเนื่อง&amp;nbsp;และสัญญานการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากเครื่องชี้วัดต่างๆ&amp;nbsp;ก่อนหน้านี้&amp;nbsp;รวมทั้งมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;ของรัฐที่ออกมาอย่างต่อเนื่องน่าจะช่วยให้ประชาชนบางส่วนยังเชื่อมั่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปรับตัวลดลงจากระดับ&amp;nbsp;40.2&amp;nbsp;มาอยู่ที่ระดับ&amp;nbsp;36.4&amp;nbsp;&amp;nbsp;และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ปรับลดลงจากระดับ&amp;nbsp;52.3&amp;nbsp;มาอยู่ที่ระดับ&amp;nbsp;48.2&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้หากจำแนกรายภูมิภาค&amp;nbsp;จะพบว่าลดลงในทุกภูมิภาค&amp;nbsp;โดยเฉพาะกรุงเทพฯ&amp;nbsp;และปริมณฑล&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากระดับ&amp;nbsp;47.5&amp;nbsp;มาอยู่ที่ระดับ&amp;nbsp;41.5&amp;nbsp;และภาคเหนือ&amp;nbsp;ปรับตัวลดลงจากระดับ&amp;nbsp;45.8&amp;nbsp;มาอยู่ที่ระดับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;43.5&amp;nbsp;เช่นเดียวกับรายอาชีพ&amp;nbsp;ที่ลดลงทุกกลุ่มอาชีพ&amp;nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มไม่ได้ทำงาน&amp;nbsp;ปรับลดลงจากระดับ&amp;nbsp;42.9&amp;nbsp;มาอยู่ที่ระดับ&amp;nbsp;37.2&amp;nbsp;กลุ่มรับจ้างอิสระ&amp;nbsp;ปรับลดลงจากระดับ&amp;nbsp;45.1&amp;nbsp;มาอยู่ที่ระดับ&amp;nbsp;41.0&amp;nbsp;&amp;nbsp;เนื่องจากทั้งสองกลุ่มได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;มากที่สุด&amp;nbsp;และมีความไม่มั่นคงในการดำรงชีพ&amp;nbsp;ส่วนกลุ่มพนักงานของรัฐ&amp;nbsp;ปรับลดลงจากระดับ&amp;nbsp;52.5&amp;nbsp;มาอยู่ที่ระดับ&amp;nbsp;49.6&amp;nbsp;เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดและยังคงมีความเชื่อมั่นสูงกว่าทุกกลุ่ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>11/5/2021</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511133044447</Link_News></row>
<row _id="95"><NewsTitle>สุพรรณบุรี SP-Net เปิดเวทีเสวนา "หลังโควิด-19 ระลอกสาม ชุมชนท่องเที่ยวจะอยู่รอดได้อย่างไร"</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาจารย์กิติ&amp;nbsp;จารุอารยนันท์&amp;nbsp;ประธานสถาบันพัฒนาธุรกิจภูมิภาค&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;สถาบันพัฒนาธุรกิจภูมิภาค&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;มูลนิธิองค์กรเครือข่ายบริการธุรกิจภูมิภาค&amp;nbsp;ได้ออกแบบ&amp;nbsp;และจัดทำรายการสื่อออนไลน์เพื่อชุมชนขึ้น&amp;nbsp;ทุกวันศุกร์&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;18.30&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้รับรู้ข่าวสาร&amp;nbsp;และแนวทางในการรับมือ&amp;nbsp;แก้ปัญหา&amp;nbsp;เพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข&amp;nbsp;และยั่งยืน&amp;nbsp;โดยในวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ประเด็น&amp;nbsp;"หลังโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกสาม&amp;nbsp;ชุมชนท่องเที่ยวจะอยู่รอดได้อย่างไร"&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในหัวข้อสนทนา&amp;nbsp;-&amp;nbsp;รับฟังปัญหาโควิด-19&amp;nbsp;จากผู้นำชุมชน&amp;nbsp;ที่ส่งกระทบต่อชุมชนที่เป็นเจ้าของแหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ที่ทำมาเลี้ยงชีพในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงทั้งจำนวน&amp;nbsp;และลักษณะกลุ่มสนใจ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เปิดมุมมองล้อมรั้วกำหนดขอบเขตปัญหาของตน&amp;nbsp;ที่จำเป็นต้องแก้ไข&amp;nbsp;และสิ่งที่ต้องทำอะไรบางอย่าง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;-&amp;nbsp;แชร์การเรียนรู้ประสบการณ์ภาวะวิกฤติการท่องเที่ยวครั้งก่อน&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เป็นบทเรียนแบ่งปัน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;-&amp;nbsp;นานาทัศนะที่มีความยืดหยุ่นได้ตามสถานการณ์&amp;nbsp;หาทางรอดในการฟื้นฟูชุมชนท่องเที่ยว&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;โดยมีผู้ร่วมสนทนาประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอนุศักดิ์&amp;nbsp;คงมาลัย&amp;nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวิเชียร&amp;nbsp;กัณหรัตนชัย&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ที่ปรึกษาสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คุณระเบียบ&amp;nbsp;เรือนทองดี&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ประธานชุมชนเรือนไทยบางแม่หม้ายโฮมสเตย์&amp;nbsp;อำเภอบางปลาม้า&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คุณอธิชา&amp;nbsp;สนสารี&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิง?อนุรักษ์?บ้านวังโหรา&amp;nbsp;อำเภอด่านช้าง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;สามารถรับชมรายการสด&amp;nbsp;และร่วมแสดงความคิดเห็น&amp;nbsp;ระหว่างรายการ&amp;nbsp;ได้ทาง&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;มูลนิธิเอสพีเน็ต&amp;nbsp;:&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;a&amp;nbsp;href="https://www.facebook.com/SP.Net.Foundation/live/"&amp;nbsp;target="_blank"&gt;https://www.facebook.com/SP.Net.Foundation/live/&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;a&amp;nbsp;href="https://www.facebook.com/SP.Net.Foundation/posts/4614030428610330"&amp;nbsp;target="_blank"&gt;https://www.facebook.com/SP.Net.Foundation/posts/4614030428610330&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>11/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511154811534</Link_News></row>
<row _id="96"><NewsTitle>วิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหารทะเลตะเสะ จังหวัดตรัง ผลิตกุ้งแห้ง โดยใช้กุ้งจากประมงพื้นบ้านในท้องถิ่นมาแปรรูป สามารถสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนเป็นอย่างดี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายนนท์นภนต์&amp;nbsp;นาพอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้(&amp;nbsp;11&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนวิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหารทะเลตะเสะ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลตะเสะ&amp;nbsp;อำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;สำหรับวิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหารทะเลตะเสะ&amp;nbsp;มีกิจกรรมผลิตกุ้งแห้ง&amp;nbsp;โดยใช้กุ้งจากประมงพื้นบ้านในท้องถิ่นมาแปรรูป&amp;nbsp;สามารถสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;โดยมีราคาจำหน่ายกิโลกรัมละ&amp;nbsp;550&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สนใจสั่งซื้อติดต่อ&amp;nbsp;คุณวีระศักดิ์&amp;nbsp;เจริญภักดิ์&amp;nbsp;065-7706978&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในการผลิตสินค้าและบริการ&amp;nbsp;ที่เกิดจากการร่วมกันคิด&amp;nbsp;ร่วมกันทำของคนในชุมชนบนพื้นฐานของความรู้&amp;nbsp;ทุน&amp;nbsp;ทรัพยากร&amp;nbsp;ประสบการณ์&amp;nbsp;ตลอดจนศักยภาพของชุมชนโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้และให้ชุมชนพึ่งตนเองได้มากกว่าการมุ่งหาผลกำไรสูงสุด&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;การพัฒนาวิสาหกิจชุมชนเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งและก้าวหน้านั้น&amp;nbsp;จำเป็นจะต้องมีแผนพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ที่มีกระบวนการขั้นตอนการดำเนินงานที่ชัดเจน&amp;nbsp;สามารถตอบสนองหรือแก้ไขปัญหาที่วิสาหกิจชุมชนต้องการพัฒนาให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่องและมีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>11/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511160942556</Link_News></row>
<row _id="97"><NewsTitle>ปูโล๊ะลือแมหรือข้าวหลามบาซูก้า อีกหนึ่งอาหารอัตลักษณ์ของชาวมุสลิมในอำเภอเบตง หนึ่งเดียวไม่เหมือนใคร ต้อนรับเทศกาลวันฮารีรายอ อีดิลฟิตรีที่ใกล้จะมาถึง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(11&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;ช่วงใกล้ถึงวันฮารีรายออีดิลฟิตรี&amp;nbsp;หรือรายอปอซอ&amp;nbsp;แต่ละบ้านก็จะจัดเตรียมอาหารมากมายกันอีกครั้ง&amp;nbsp;เพื่อไว้ต้อนรับแขก&amp;nbsp;หรือผู้มาเยือน&amp;nbsp;ทั้งญาติมิตร&amp;nbsp;และเพื่อนสหาย&amp;nbsp;ขนมหลากหลายชนิด&amp;nbsp;ซึ่งแต่ละบ้านจะเลือกทำเพื่อรับแขกเป็นธรรมเนียมก่อนวันฮารีรายอ&amp;nbsp;อีดิ้ลฟิตรินั้น&amp;nbsp;ทุกครัวเรือนของชาวมุสลิม&amp;nbsp;ทั่วโลกจะมีการปรุง&amp;nbsp;หรือเตรียมอาหารทั้งคาว&amp;nbsp;หวาน&amp;nbsp;ขนม&amp;nbsp;นมเนย&amp;nbsp;เพื่อไว้รับรองแขกที่จะมาเยือนในวันฮารีรายอ&amp;nbsp;เพราะถือเป็นประเพณีที่ปฏิบัติโดยทั่วไป&amp;nbsp;และถือเป็นหลักปฏิบัติทางศาสนาอิสลามด้วย&amp;nbsp;ซึ่งอาหารหลักแต่ละท้องถิ่นนั้น&amp;nbsp;จะแตกต่างกันไป&amp;nbsp;ตามแต่วัฒนธรรมท้องถิ่น&amp;nbsp;อย่างเช่น&amp;nbsp;ในจังหวัดปัตตานีและใกล้เคียง&amp;nbsp;ส่วนใหญ่จะทำขนม&amp;nbsp;"ตุป๊ะ"&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;"ต้ม"&amp;nbsp;ขนมที่ใช้ใบกระพ้อห่อข้าวเหนียวเป็นรูปสามเหลี่ยมแล้วนำไปต้มหรือนึ่ง&amp;nbsp;ไว้ทานกับแกงมัสมั่น&amp;nbsp;เนื้อ&amp;nbsp;ไก่&amp;nbsp;แล้วแต่รสนิยม&amp;nbsp;แต่สำหรับชาวอำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลานั้น&amp;nbsp;แตกต่างจากที่อื่นๆ&amp;nbsp;อาจเพราะภูมิประเทศ&amp;nbsp;ทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;รวมไปถึงความห่างไกลจากพื้นที่อื่นๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชาวไทยมุสลิมในอำเภอเบตง&amp;nbsp;จึงมีเมนูที่เป็นแบบฉบับเฉพาะของตนเอง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;"ปูโล๊ะลือแม"&amp;nbsp;ตามภาษาถิ่น&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;"ข้าวหลามไผ่ตง"&amp;nbsp;"ข้าวหลาม&amp;nbsp;"บาซูก้า"&amp;nbsp;ที่วัยรุ่นเขาเรียกกัน&amp;nbsp;การจะหุงหรือย่างข้าวเหนียวในกระบอกไผ่ตง&amp;nbsp;ที่ยาวกว่า&amp;nbsp;70&amp;nbsp;-&amp;nbsp;80&amp;nbsp;เซ็นติเมตร&amp;nbsp;ภายในกระบอกเดียว&amp;nbsp;ทานได้ทั้งครอบครัว&amp;nbsp;จึงไม่ใช่เรื่องปกติหากไม่ใช่คนเบตง&amp;nbsp;สำหรับวิธีทำ&amp;nbsp;"ปูโล๊ะลือแม"&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายๆอย่าง&amp;nbsp;อาจมีหลายกลเม็ด&amp;nbsp;เคล็ดลับ&amp;nbsp;แต่ที่เป็นหลักวิธีเหมือนๆกัน&amp;nbsp;พอจะสรุปเป็นกระบวนการและขั้นตอนได้ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขั้นตอนที่&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;จะต้องคัดเลือกไม้ไผ่พันธุ์สมาเลียนที่อยู่ในป่า&amp;nbsp;ขนาดช่วงยาวพอเหมาะ&amp;nbsp;ไม่อ่อนหรือแก่เกินไป&amp;nbsp;เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ซม.&amp;nbsp;ตัดให้ค่อมระหว่างข้อ&amp;nbsp;เพื่อเป็นก้นบ้องแบบข้าวหลามทั่วไปประมาณ&amp;nbsp;5-9&amp;nbsp;ซม.&amp;nbsp;แต่วัดตลอดบ้องให้ยาวประมาณ&amp;nbsp;70-80&amp;nbsp;ซม.โดยใช้เลื่อย&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้แตก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขั้นตอนที่&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;จากนั้นให้นำใบตองที่คัดไว้สอดเข้าไปในกระบอกเป็นลักษณะท่อซอง&amp;nbsp;อย่าให้ใบตองพับเป็นเด็ดขาด&amp;nbsp;และให้ตัวใบแนบผิวกระบอกไม้ไผ่มากที่สุด&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้ข้าวเหนียวติดกระบอกไม้ไผ่เมื่อสุก&amp;nbsp;ทำให้ทานยาก&amp;nbsp;และไม่เป็นแว่นกลมๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขั้นตอนที่&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;นำข้าวเหนียวที่ซาวด้วยน้ำเย็นจนสะอาด&amp;nbsp;แล้วพึ่งให้แห้ง&amp;nbsp;จากนั้น&amp;nbsp;จึงนำไปกรอกใส่กระบอกไม้ไผ่จนเกือบเต็มกระบอก&amp;nbsp;พึ่งไว้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ซม.&amp;nbsp;หรือถ้าชอบแบบมีไส้ก็อาจจะใส่พวกธัญพืชเข้าไปด้วย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ถั่วดำ&amp;nbsp;งาดำ&amp;nbsp;มันหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก&amp;nbsp;ก็ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขั้นตอนที่&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;กรอกกระทิที่คั้นไว้มาเติมน้ำ&amp;nbsp;เติมเกลือพอเค็ม&amp;nbsp;เทใส่กระบอกจนท่วมข้าวเหนียว&amp;nbsp;ดูสังเกตตรงปากกระบอก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขั้นตอนที่&amp;nbsp;5.&amp;nbsp;จากนั้นจึงเอาข้าวหลามไปเผา&amp;nbsp;โดยที่เผาจะทำเป็นลักษณะการปักหลักสองหลัก&amp;nbsp;แล้วนำเหล็กมาพาดเป็นราว&amp;nbsp;เพื่อใช้ย่างหรือเผากระบอกข้าวหลาม&amp;nbsp;โดยสามารถเรียงกระบอกข้าวหลามเป็นแถวยาว&amp;nbsp;ลักษณะพิงเอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขั้นตอนที่&amp;nbsp;6.&amp;nbsp;ก่อไฟให้ห่างจากกระบอกข้าวหลามประมาณ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ซม.&amp;nbsp;พยายามควบคุมไฟให้คงที่&amp;nbsp;โดยเริ่มจากการตั้งกระบอกในแนวตั้งมากที่สุด&amp;nbsp;จนกระทั่งข้าวหลามเริ่มเดือดได้ที่&amp;nbsp;จึงค่อยปรับให้ความชันของข้าวหลามน้อยลงเรื่อยๆ&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;จนกระทั่งสุกจะปรับอยู่ในระดับ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;องศา&amp;nbsp;เพราะส่วนหัวจะเป็นส่วนสุกหลังสุด&amp;nbsp;ใช้เวลาในการเผาหรือย่างประมาณ&amp;nbsp;4-5&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;จึงแล้วเสร็จ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วิธีการรับประทานนั้น&amp;nbsp;หลังจากพึ่งข้าวหลามสุกให้แห้งดีแล้ว&amp;nbsp;ก็นำข้าวหลามมาผ่า&amp;nbsp;เวลาปลอกข้าวหลามจะหลุดออกมาเป็นทางยาว&amp;nbsp;โดยมีใบตองสีเหลืองมันที่ส่งกลิ่นหอม&amp;nbsp;ซึ่งห่อโดยรอบเพื่อป้องกันข้าวเหนียวติดบ้องข้าวหลาม&amp;nbsp;ใช้มีดคม&amp;nbsp;ตัดเฉือดข้าวหลามเป็นแนวตัดออกเป็นแว่น&amp;nbsp;เพื่อให้ทานง่ายพอดีคำ&amp;nbsp;นำไปจิ้มทานกับแกงมัสมั่นหรือแกงกระหรี่&amp;nbsp;พร้อมกินกับโกปี๊บือตงหรือกาแฟโบราณเบตงร้อนๆ&amp;nbsp;จะเพิ่มความอร่อยยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับเทศกาลฮารีรายอของพี่น้องมุสลิมที่ใกล้จะมาถึงนี้&amp;nbsp;ซึ่งทางสำนักจุฬาราชมนตรีได้ประกาศให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศดูดวงจันทร์ในวันอังคารที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;หากไม่มีผู้ใดเห็นดวงจันทร์&amp;nbsp;ต้องไปเฉลิมฉลองฮารีรายอในวันพฤหัสบดีที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;พ.ค.64&amp;nbsp;แต่หากมองเห็นดวงจันทร์&amp;nbsp;วันฮารีรายอก็จะตรงกับวันพุธที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;พ.ค.64&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>11/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511162456570</Link_News></row>
<row _id="98"><NewsTitle>กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี ร่วมกับห้างสรรพสินค้าแม็คโคร ปทุมธานี  ลงพื้นที่ติดตามโครงการ " ซื้อง่าย ถูกใจ ใกล้ชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วานนี้ (11 พฤษภาคม 2564) นางรวีพรรณ&amp;nbsp;ช้างเย็นฉ่ำ พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี &amp;nbsp;พร้อมด้ว นายศุภกานต์&amp;nbsp;ดีพลับ ผู้จัดการทั่วไป ห้างสรรพสินค้าแม็คโคร สาขาเมืองปทุมธานี ได้ติดตามและเป็นสักขีพยานในการมอบชุดสินค้าอุปโภคบริโภคระหว่าง ห้างสรรพสินค้าแม็คโคร จำกัด สาขาปทุมธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตามโครงการ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและลดต้นทุนสินค้าแก่ร้านค้าโชว์ห่วยผ่านเครือข่ายพันธมิตรและเทคโนโลยี โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ บริษัทสยามแม็คโคร จำกัด และสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เพื่อลดต้นทุนสินค้าและนำไปจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคพื้นที่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งชุดสินค้าดังกล่าวประกอบด้วย รายการสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพและได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภค จำนวน 23 รายการ มูลค่า 3,589 บาท/ชุด อาทิ เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำตาลทรายขาว ข้าวหอมมะลิ เนสกาแฟ ผงปรุงรส แชมพู กระดาษเช็ดหน้า นม เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากการลงพื้นที่ติดตามโครงการ นอกจากร้านค้าได้ขอบคุณโครงการดี ๆ แล้วยังแจ้งความประสงค์ต้องการที่จะพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการร้านค้าในด้านต่าง ๆ เช่น การใช้ระบบ POS ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อใช้ในการบริหารจัดการร้านค้า รวมทั้งการพัฒนาองค์ความรู้ในการจำหน่ายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ให้ทันการค้ายุคใหม่ ขณะเดียวกันผู้แทนห้างสรรพสินค้าแม็คโคร ได้รับทราบความต้องการของสมาชิกและจะนำเสนอข้อมูลต่อส่วนกลาง เพื่อจัดโครงการหรือกิจกรรมส่งเสริมเชื่อมโยงเครือข่ายร้านค้าร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานีต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>12/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512093951740</Link_News></row>
<row _id="99"><NewsTitle>อพท.7 ร่วมกับ บริษัท อินฟินิทีฟ จำกัด ลงพื้นที่สำรวจข้อมูล จัดทำฐานข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว จังหวัดสุพรรณบุรี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพื้นที่พิเศษ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;อินฟินิทีฟ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ลงพื้นที่สำรวจข้อมูล&amp;nbsp;และรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เพื่อจัดทำฐานข้อมูลการพัฒนาแนวทางปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;(Code&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Conduct)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อำเภออู่ทอง&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ดร.สมจินต์&amp;nbsp;ชาญกระบี่&amp;nbsp;ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่พัฒนาพื้นที่พิเศษ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ปฏิบัติงานภายใต้มาตรการป้องกันการติดเชื้อไวรัส&amp;nbsp;covid-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีชุมชนท่องเที่ยวที่ได้รับการสำรวจในครั้งนี้&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.กลุ่มวิสาหกิจวนเกษตรดงเย็น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.ชุมชนบ้านเขาพระ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.กลุ่มผลิตภัณฑ์ชุมชนต้นแจงพัฒนา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;4.กลุ่มตำลึงหวาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;5.แหล่งเรียนรู้ตำนานดิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;6.ชุมชนบ้านนาลาว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;7.ชุมชนบ้านโคก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;8.บ้านขนมจีนเมืองโบราณอู่ทอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;9.ศูนย์การเรียนรู้โรงหล่อวิเชียร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;อพท.7&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;อินฟินิทีฟ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;จะนำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจครั้งนี้&amp;nbsp;ไปประกอบการจัดทำแนวทางปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;(Code&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Conduct)&amp;nbsp;เพื่อยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง&amp;nbsp;ให้สอดคล้องกับเกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก&amp;nbsp;(Global&amp;nbsp;Sustainable&amp;nbsp;Tourism&amp;nbsp;Criteria:&amp;nbsp;GSTC)&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>12/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512114157821</Link_News></row>
<row _id="100"><NewsTitle>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง ออกตรวจสอบสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ ในพื้นที่อำเภอนาโยง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวสุภากิตติ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกลี้ยงสงค์&amp;nbsp;&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ออกตรวจสอบสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;เจลแอลกอฮอล์&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอนาโยง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;ร้านขายยามอออ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&amp;nbsp;ชนิดกล่องบรรจุ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;124&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สเปรย์แอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือขนาด&amp;nbsp;500&amp;nbsp;มล.&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;180&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;ร้านขายยาปิยะพรเภสัช&amp;nbsp;ราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&amp;nbsp;ชนิดกล่องบรรจุ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;120&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สเปรย์แอลกอฮอล์&amp;nbsp;70%&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;500&amp;nbsp;มล.&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;169&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เจลล้างมือแอลกอฮอล์&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;50&amp;nbsp;มล.&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;49&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;ร้านหมอยาชุมชน&amp;nbsp;ราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&amp;nbsp;ชนิดกล่องบรรจุ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;95&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สเปรย์แอลกอฮอล์&amp;nbsp;70%&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;50&amp;nbsp;มล.&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;39&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เจลล้างมือแอลกอฮอล์&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;200&amp;nbsp;มล.&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;69&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานการณ์การค้าโดยทั่วไป&amp;nbsp;จังหวัดตรังมีหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;เจลแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์&amp;nbsp;ถุงมือยางทางการแพทย์วางจำหน่ายในปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนและมีการปิดป้ายแสดงราคาชัดเจน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย&amp;nbsp;ให้ครบถ้วน&amp;nbsp;ชัดเจน&amp;nbsp;และหากพบเห็น&amp;nbsp;การกระทำผิด&amp;nbsp;จำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&amp;nbsp;หรือจำหน่ายในราคาไม่ตรงกับที่แจ้งไว้&amp;nbsp;สามารถร้องเรียนได้ที่&amp;nbsp;สายด่วนกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;1569&amp;nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;0&amp;nbsp;7522&amp;nbsp;3076&amp;nbsp;หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมาย&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;กรณีจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&amp;nbsp;กักตุนสินค้าและปฏิเสธการจำหน่ายต้องโทษจำคุก&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ปรับไม่เกิน&amp;nbsp;140,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>12/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512140100893</Link_News></row>
<row _id="101"><NewsTitle>ทุเรียนกุดจับ ลูกโต เนื้อแน่น มัน กรอบ อร่อย ชาวสวนที่ จ.อุดรธานี ลองผิดลองถูก ปลูกมากว่า 10 ปี เริ่มมีผลผลิตให้ขาย สร้างรายได้หลายหมื่นบาทต่อปี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอเนก&amp;nbsp;รัตน์รองใต้&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายฉลอง&amp;nbsp;คงสมของ&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่สวนทุเรียนของนางสุนัน&amp;nbsp;สีคำบ่อ&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;43&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;หนึ่งในเกษตรกรชาวสวนทุเรียนที่บ้านเหล่าตำแย&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลตาลเลียน&amp;nbsp;อำเภอกุดจับ&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;เพื่อเยี่ยมชมสวนทุเรียนและไม้ผลอื่นๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;เงาะ&amp;nbsp;ลำไย&amp;nbsp;อโวคาโด&amp;nbsp;ที่ถือเป็นรายได้หลักของเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;โดยมีนางศรีพรรณ&amp;nbsp;บูระพา&amp;nbsp;เกษตรอำเภอกุดจับ&amp;nbsp;นำลูกจ้างแรงงานโครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;และเกษตรกรในพื้นที่ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;และนำชมแปลงเกษตร&amp;nbsp;โดยเฉพาะสวนทุเรียนหลายสายพันธุ์&amp;nbsp;เกษตรกรมีรายได้หลายหมื่นบาทต่อปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสุนัน&amp;nbsp;สีคำบ่อ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ปลูกทุเรียนมากว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;บนพื้นที่ประมาณ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เริ่มต้นจากครอบครัวปลูกลำไย&amp;nbsp;และยางพารา&amp;nbsp;แต่ประสบปัญหาผลผลิตลำไยไม่มีตลาดรองรับ&amp;nbsp;ขาดทุน&amp;nbsp;และเสียหายจากลมพายุ&amp;nbsp;ส่วนยางก็ราคาตก&amp;nbsp;ในช่วงดังกล่าวมารดาได้ทดลองนำทุเรียนพันธุ์หมอนทอง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;มาปลูกในสวนลำไยด้วย&amp;nbsp;ผ่านมาหลายปีต้นทุเรียนเติบโตออกลูกให้ชิม&amp;nbsp;รสชาติดี&amp;nbsp;ไม่แตกต่างจากท้องตลาด&amp;nbsp;จึงมั่นใจว่าทุเรียนสามารถปลูกในพื้นที่ได้&amp;nbsp;มารดาจึงตัดสินใจโค่นลำไยทิ้ง&amp;nbsp;มาปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง&amp;nbsp;กระดุม&amp;nbsp;พวงมณี&amp;nbsp;และมูซานคิง&amp;nbsp;รุ่นแรก&amp;nbsp;150&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ลองผิดลองถูก&amp;nbsp;ดูแลตามภูมิปัญญาชาวบ้าน&amp;nbsp;ตายบ้าง&amp;nbsp;โตบ้าง&amp;nbsp;เหลือจำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;จึงปลูกใหม่ในรุ่นที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;รอดตายประมาณ&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ปลูกอีกครั้งในรุ่นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ก็เหลือทุเรียนรอดตายไม่กี่ต้น&amp;nbsp;แต่ในรุ่นที่ปลูกล่าสุด&amp;nbsp;ตนกลับมาปลูกและดูแลเอง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;อายุประมาณ&amp;nbsp;6-7&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;เหลือทุกต้น&amp;nbsp;พร้อมดูแลต้นอื่นๆ&amp;nbsp;ที่รอดตายจนเจริญเติบโต&amp;nbsp;มีผลผลิตให้จำหน่ายแล้ว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เจ้าของสวนทุเรียน&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;คือปีแรกที่ทุเรียนให้ผลผลิต&amp;nbsp;เก็บขายได้&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;ลูกใหญ่สุดกว่า&amp;nbsp;6&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;130&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;มีรายได้&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ทุเรียนให้ผลผลิต&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;มีรายได้ประมาณ&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จากการส่งขายให้ผู้สนใจในพื้นที่จากการจับจองทางโทรศัพท์&amp;nbsp;บางรายมาซื้อถึงสวน&amp;nbsp;และส่งขายให้กับแม่ค้าในอำเภอกุดจับ&amp;nbsp;ส่วนปีนี้ทุเรียนถือเป็นปีที่ทุเรียนออกลูกเยอะมาก&amp;nbsp;คาดว่าจะให้ผลผลิตประมาณ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;จะเริ่มเก็บผลผลิตในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้&amp;nbsp;โดยตั้งราคาขายไว้ที่ราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งทุเรียนของที่นี่จะมีจุดเด่นคือ&amp;nbsp;พลูโต&amp;nbsp;เนื้อแน่น&amp;nbsp;สีเหลือง&amp;nbsp;รสชาติมัน&amp;nbsp;กรอบ&amp;nbsp;อร่อย&amp;nbsp;กลิ่นไม่ฉุน&amp;nbsp;ทำให้ผู้ที่เคยทานติดใจในรสชาติ&amp;nbsp;และเริ่มสั่งจองแล้วหลายราย&amp;nbsp;สำหรับผู้สนใจสั่งจองทุเรียน&amp;nbsp;หรือต้องการเข้าชมสวน&amp;nbsp;สามารถติดต่อได้ที่หมายเลข&amp;nbsp;064-7975926&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้านนายอเนก&amp;nbsp;รัตน์รองใต้&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากการลงพื้นที่เยี่ยมกลุ่มเกษตรกรชาวสวนทุเรียนก็มั่นใจว่า&amp;nbsp;ทุเรียนสามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ของจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;สามารถให้ผลผลิตที่ดี&amp;nbsp;มีคุณภาพ&amp;nbsp;ไม่แพ้ทุเรียนจากภูมิภาคอื่นๆ&amp;nbsp;แต่ผลผลิตที่ได้ยังน้อย&amp;nbsp;ยังไม่พอต่อความต้องการของตลาด&amp;nbsp;จากนี้ก็จะให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานีและสำนักงานเกษตรอำเภอกุดจับ&amp;nbsp;เข้ามาสนับสนุนด้านวิชาการ&amp;nbsp;รวมถึงการแก้ปัญหาเรื่องศัตรูพืช&amp;nbsp;และการตลาด&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังจะไปส่งเสริมให้เกษตรกรที่สนใจหันมาปลูกไม้ผลทดแทนพืชไร่&amp;nbsp;เพื่อความยั่งยืนและสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาจังหวัดด้านการเกษตรต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>12/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุดรธานี</Province><Department>สวท.อุดรธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512140519896</Link_News></row>
<row _id="102"><NewsTitle>พัฒนาชุมชนโคราช ฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบปลุกกระแสเทรนด์ผ้าไทยให้ทันสมัยสู่สากล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;nbsp;ในการสืบสาน&amp;nbsp;อนุรักษ์&amp;nbsp;ภูมิปัญญาผ้าท้องถิ่นไทยให้อยู่คู่แผ่นดิน&amp;nbsp;และพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&amp;nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&amp;nbsp;ที่ได้พระราชทานลายผ้า&amp;nbsp;ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;nbsp;ให้กลุ่มทอผ้าทุกกลุ่มทุกเทคนิคสามารถนำไปใช้ทอผ้าผลิตผ้าเป็นต้นแบบ&amp;nbsp;และพัฒนาต่อยอดไปสู่เครื่องแต่งกาย&amp;nbsp;เครื่องประดับ&amp;nbsp;ตามวิถีที่เป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่น&amp;nbsp;เพื่อให้รายได้กลับเข้าสู่ชุมชน&amp;nbsp;จึงเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้&amp;nbsp;พัฒนาต่อยอด&amp;nbsp;องค์ความรู้&amp;nbsp;ทักษะ&amp;nbsp;แนวคิดการออกแบบผ้าไทย&amp;nbsp;การใช้เส้นใย&amp;nbsp;การย้อมสีธรรมชาติ&amp;nbsp;รวมถึงบรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;ให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;12&amp;nbsp;พ.ค.2564)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์ไหมนครชัยบุรินทร์&amp;nbsp;อำเภอปักธงชัย&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;นายวิเชียร&amp;nbsp;จันทรโณทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมภูมิปัญญาและพัฒนาศักยภาพผ้าไทย&amp;nbsp;กิจกรรมที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านผ้าไทย&amp;nbsp;(Coaching)&amp;nbsp;เรื่องการประกวดผ้าลายพระราชทาน&amp;nbsp;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;nbsp;โดยนายบัลลังก์&amp;nbsp;ไวทย์ศิริ&amp;nbsp;นายอำเภอปักธงชัย&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;และนางอรุณรัตน์&amp;nbsp;ชิงชนะ&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;กล่าวรายงาน&amp;nbsp;กิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;จัดขึ้นโดยกรมการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;ทีมวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นนักออกแบบแฟชั่น&amp;nbsp;ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&amp;nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&amp;nbsp;ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้&amp;nbsp;ซึ่งคัดเลือกให้จังหวัดนครราชสีมาเป็นจุดศูนย์กลางในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์ไหมนครชัยบุรินทร์&amp;nbsp;อำเภอปักธงชัย&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย&amp;nbsp;ผู้ประกอบการผ้าในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นครราชสีมา&amp;nbsp;สุรินทร์&amp;nbsp;และจังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีกิจกรรมการเรียนรู้ตลอดระยะเวลาการอบรมฯ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;การรับชมวีดิทัศน์พระราชกรณีกิจสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&amp;nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;การเสวนาหัวข้อ&amp;nbsp;พระราชปณิธานของสมเด็จเจ้าฟ้าฯ&amp;nbsp;ในเรื่องการพระราชทานลายผ้าสู่ประชาชน&amp;nbsp;และกติกาโครงการประกวดลายผ้าพระราชทาน&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;คุณธนันท์รัฐ&amp;nbsp;ธนเสฏฐการณ์&amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย&amp;nbsp;คุณศิริชัย&amp;nbsp;ทหรานนท์&amp;nbsp;ผู้ก่อตั้งและนักออกแบบแบรนด์&amp;nbsp;Theatre&amp;nbsp;และคุณวิชระวิชญ์&amp;nbsp;อัครสันติสุข&amp;nbsp;นักออกแบบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;การบรรยายหัวข้อ&amp;nbsp;คุณภาพเส้นใย&amp;nbsp;ไหมพันธุ์ไทย&amp;nbsp;ฝ้ายพื้นเมือง&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ผศ.ดร.อนุชา&amp;nbsp;ทีรคานนท์&amp;nbsp;คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;การบรรยายหัวข้อ&amp;nbsp;Finishing,&amp;nbsp;Packaging&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Story&amp;nbsp;Telling&amp;nbsp;Product&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;คุณศมิสสร&amp;nbsp;สุทธิสังข์&amp;nbsp;อาจารย์คณะศิปกรรมศาสตร์&amp;nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>12/5/2021</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512153821966</Link_News></row>
<row _id="103"><NewsTitle>คลังจังหวัดชัยนาทเผยยอดใช้จ่ายโครงการเราชนะช่วงที่ผ่านมา กว่า 1 พันล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางมาเรียม&amp;nbsp;เรืองปราชญ์&amp;nbsp;คลังจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;รัฐบาลกำหนดมาตรการเยียวยาผลกระทบโควิด-19&amp;nbsp;ระลอก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;โครงการเราชนะ&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;ม.33&amp;nbsp;เรารักกัน&amp;nbsp;ช่วยเหลือสัปดาห์ละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สัปดาห์&amp;nbsp;สิ้นสุดการใช้จ่าย&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิ.ย.64&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;การบรรเทาภาระค่าสาธารณูปโภค&amp;nbsp;ลดค่าไฟฟ้า&amp;nbsp;และน้ำประปาเป็นเวลา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;(พ.ค.-มิ.ย.64)&amp;nbsp;&amp;nbsp;มาตรการระยะต่อไป&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โครงการคนละครึ่งเฟส&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไม่เกินคนละ&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาท/วัน&amp;nbsp;หรือไม่เกิน&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;เพิ่มเดือนละ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;(ก.ค.&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ธ.ค.64)&amp;nbsp;โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้&amp;nbsp;ไม่เกินคนละ&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;บาท/วัน&amp;nbsp;สูงสุดไม่เกิน&amp;nbsp;7,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เมื่อใช้จ่ายจะได้รับ&amp;nbsp;E-Voucher&amp;nbsp;ช่วงเดือน&amp;nbsp;ก.ค.&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ก.ย.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;นำไปใช้ได้ช่วง&amp;nbsp;ส.ค.&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ธ.ค.64&amp;nbsp;และโครงการเพิ่มกำลังซื้อ&amp;nbsp;ให้ผู้ที่ต้องการช่วยเหลือพิเศษ&amp;nbsp;เพิ่มเดือนละ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;(ก.ค.&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ธ.ค.64)&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับ&amp;nbsp;ผลการดำเนินงานมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัยจากโควิด-19&amp;nbsp;ของรัฐบาลช่วงที่ผ่านมา&amp;nbsp;มีประชาชนจังหวัดชัยนาทได้รับสิทธิ&amp;nbsp;180,757&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ประกอบด้วยผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;75,601&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ผู้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง/เราเที่ยวด้วยกัน&amp;nbsp;42,501&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ผู้ลงทะเบียนใหม่&amp;nbsp;46,912&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&amp;nbsp;15,743&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;สำหรับผู้ประกอบการ/ร้านค้าเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ผู้ประกอบการที่สมัครเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;เราชนะ&amp;nbsp;4,780&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;ร้านธงฟ้าประชารัฐ&amp;nbsp;(เครื่อง&amp;nbsp;EDC/แอปฯ&amp;nbsp;ถุงเงิน)&amp;nbsp;674&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;ผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;คนละครึ่ง/เราเที่ยวด้วยกัน&amp;nbsp;5,789&amp;nbsp;ร้านค้า&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ยอดการใช้จ่ายโครงการ&amp;nbsp;คนละครึ่ง&amp;nbsp;391.3&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ลำดับที่&amp;nbsp;42&amp;nbsp;ของเมืองรอง&amp;nbsp;(55จังหวัด)&amp;nbsp;ลำดับที่&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ของประเทศ&amp;nbsp;(77จังหวัด)&amp;nbsp;และยอดใช้จ่ายโครงการ&amp;nbsp;เราชนะ&amp;nbsp;1,004.6&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ลำดับที่&amp;nbsp;47&amp;nbsp;ของเมืองรอง&amp;nbsp;ลำดับที่&amp;nbsp;69&amp;nbsp;ของประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>12/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สวท.ชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512155451979</Link_News></row>
<row _id="104"><NewsTitle>การประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจนครสวรรค์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดนครสวรรค์ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;รับทราบความก้าวหน้าจากผลการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;พร้อมรับทราบและเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาที่เกี่ยวเนื่องจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายปรีชา&amp;nbsp;เดชพันธุ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดนครสวรรค์ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งก่อนเข้าวาระการประชุมประธานแจ้งที่ประชุมถึงความสำคัญที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุข&amp;nbsp;ทั้งสุขอนามัยส่วนบุคคล&amp;nbsp;การเว้นระยะห่าง&amp;nbsp;การล้างมือ&amp;nbsp;การประชุมที่ต้องแบ่งให้มีการประชุมทางไกลร่วมด้วย&amp;nbsp;และใช้ระยะเวลาในการประชุมให้สั้นกว่าปกติ&amp;nbsp;เพื่อลดปัจจัยเสี่ยง&amp;nbsp;การติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากนั้นที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าแผนงานโครงการตามมติคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;ในการประชุมนอกสถานที่ที่จังหวัดนครสวรรค์เมื่อวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ซึ่งในระยะนี้ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวไม่มากเนื่องจากติดสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019&amp;nbsp;มีเพียงบางโครงการที่ก้าวหน้าไปมาก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โรงการรถไฟรางคู่&amp;nbsp;เชื่อติอตะวันตก&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;ตะวันออก&amp;nbsp;จากแม่สอด&amp;nbsp;ถึงนครสวรรค์และ&amp;nbsp;นครสวรรค์&amp;nbsp;บ้านไผ่&amp;nbsp;ซึ่งในอนาคต&amp;nbsp;จังหวัดนครสวรรค์จะเป็นจุดรวม&amp;nbsp;ทางรถไฟรางคู่&amp;nbsp;ที่มาบรรจบกันกับสายเหนือที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายแพทย์อำนาจ&amp;nbsp;น้อยขำ&amp;nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์แจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019&amp;nbsp;ในพื้นที่ว่า&amp;nbsp;นับแต่เดือนเมษายน&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;มีการตรวจเชิงรุกประมาณ&amp;nbsp;วันละ&amp;nbsp;400&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;พบผู้ติดเชื้อกว่า&amp;nbsp;420&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;รักษาหายแล้วประมาณ&amp;nbsp;190&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&amp;nbsp;กว่า200คน&amp;nbsp;เสียชีวิต&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ยังพบผู้ติดเชื้อรายวัน&amp;nbsp;6-8&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;กลุ่มก้อนใหญ่ที่พบคือกลุ่มผับ&amp;nbsp;บาร์&amp;nbsp;สถานบันเทิง&amp;nbsp;โต๊ะสนุ๊ก&amp;nbsp;กลับมาจากจังหวัดอื่น&amp;nbsp;ส่วนแผนการจัดสรรวัคซีน&amp;nbsp;จัดเป้าหมายกลุ่มเสี่ยงตามมติคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด&amp;nbsp;มีการเสนอแนะอภิปรายอย่างกว้างขวางในด้านการสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนในการรับวัคซีนที่จะลดความรุนแรงของโรคหากติดเชื้อ&amp;nbsp;อย่าไรก็ตามการรับวัคซีนเป็นความสมัครใจและต้องลงทะเบียนจอง&amp;nbsp;เพื่อรับการจัดสรรตามกลุ่มเป้าหมายต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>12/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นครสวรรค์</Province><Department>สวท.นครสวรรค์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512165549023</Link_News></row>
<row _id="105"><NewsTitle>อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ประชุมคณะกรรมาธิการร่วม FTA ครั้งที่ 12  เร่งยกระดับความตกลง AANZFTA ให้มีความทันสมัย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางอรมน&amp;nbsp;ทรัพย์ทวีธรรม&amp;nbsp;อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเท&lt;/strong&gt;ศ&amp;nbsp;เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกล&amp;nbsp;เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา&amp;nbsp;เพื่อปรับปรุงความตกลง&amp;nbsp;FTA&amp;nbsp;อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์&amp;nbsp;(AANZFTA)&amp;nbsp;ที่มีผลใช้บังคับตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2553&amp;nbsp;เพื่อยกระดับความตกลงให้ทันต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนและหวังฟื้นการค้าและการลงทุนในภูมิภาคให้กลับมาแข็งแกร่งภายหลังสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยที่ประชุมได้หยิบยกประเด็นที่เห็นว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ควรจะต้องปรับปรุง&amp;nbsp;หรือรวมไว้ในความตกลงที่จะยกระดับเพื่อให้ทันสถานการณ์การค้าที่เปลี่ยนแปลงไป&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี&amp;nbsp;กฎถิ่นกำเนิดสินค้า&amp;nbsp;การรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตัวเอง&amp;nbsp;พิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า&amp;nbsp;ซึ่งที่ประชุมได้ร่วมกันกำหนดเป้าหมายการเจรจาให้เสร็จภายในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ที่ประชุมยังได้หารือเรี่องการต่ออายุการสนับสนุนทางการเงินของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ผ่านโครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจซึ่งจะสิ้นสุดในปีนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ความตกลง&amp;nbsp;FTA&amp;nbsp;อาเซียน&amp;nbsp;ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีบทบาทสำคัญต่อการค้าและการลงทุนในภูมิภาค&amp;nbsp;ซึ่งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ากับสินค้าส่งออกจากอาเซียนทุกรายการแล้ว&amp;nbsp;ในส่วนของไทยได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ากับสินค้าที่ส่งออกจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ร้อยละ&amp;nbsp;98&amp;nbsp;ของจำนวนรายการสินค้าทั้งหมด&amp;nbsp;ส่งผลให้มูลค่าการค้าระหว่างอาเซียน&amp;nbsp;ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์&amp;nbsp;ขยายตัวจาก&amp;nbsp;49.35&amp;nbsp;พันล้านเหรียญสหรัฐในปี&amp;nbsp;2552&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;73.43&amp;nbsp;พันล้านเหรียญสหรัฐ&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการส่งออกของไทยไปออสเตรเลียและนิวซีแลนด์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในไตรมาสแรกของปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีมูลค่า&amp;nbsp;3,432.75&amp;nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&amp;nbsp;ขยายตัวร้อยละ&amp;nbsp;21.57&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว&amp;nbsp;สินค้าส่งออกสำคัญ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;รถยนต์ขนส่งน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;รถยนต์ขนาดเครื่องยนต์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1,500-2,500&amp;nbsp;ซีซี&amp;nbsp;ปลาทูน่าแปรรูป&amp;nbsp;เครื่องปรับอากาศ&amp;nbsp;แผ่นอะลูมิเนียมและโพลีเอทิลีน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>12/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512182545093</Link_News></row>
<row _id="106"><NewsTitle>ไทยผลักดัน 3 ด้านในการเป็นเจ้าภาพเอเปค</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปิยภักดิ์&amp;nbsp;ศรีเจริญ&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงการเป็นเจ้าภาพการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก&amp;nbsp;หรือเอเปค&amp;nbsp;ของไทยในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยระบุว่า&amp;nbsp;จะเป็นโอกาสสำคัญของไทย&amp;nbsp;ในการขับเคลื่อนประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ต่อไทยและภูมิภาคกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากวิกฤตโควิด-19&amp;nbsp;โดยเฉพาะ&amp;nbsp;การเดินทางและท่องเที่ยว&amp;nbsp;รวมทั้งแสดงศักยภาพเศรษฐกิจของไทย&amp;nbsp;เนื่องจาก&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้&amp;nbsp;จนถึงปลายปีหน้า&amp;nbsp;(2565)&amp;nbsp;ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในระดับต่างๆ&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;การประชุม&amp;nbsp;จึงต้องมีการเตรียมพร้อมด้านสารัตถะ&amp;nbsp;และด้านพิธีการ&amp;nbsp;ซึ่งประเด็นสำคัญ&amp;nbsp;ที่จะมีการหารือในการประชุมครั้งนี้คือ&amp;nbsp;การฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;รวมถึงความท้าทายในอนาคต&amp;nbsp;มุ่งเน้นการผลักดัน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ด้านการอำนวยความสะดวกการค้าการลงทุน&amp;nbsp;เช่นDigital&amp;nbsp;Trade&amp;nbsp;Platform,&amp;nbsp;ส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับ&amp;nbsp;MSMEs&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้านการฟื้นฟูความเชื่อมโยง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ,&amp;nbsp;การท่องเที่ยวสีเขียว&amp;nbsp;และด้านการส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การส่งเสริม&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Economic&amp;nbsp;Model,&amp;nbsp;การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ,&amp;nbsp;MSMEs,&amp;nbsp;บทบาทของสตรีและกลุ่มคนที่มีศักยภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการประชุมเอเปค&amp;nbsp;ถือเป็นการประชุมของผู้แทนรัฐบาล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งมีหัวใจสำคัญคือ&amp;nbsp;การค้าการลงทุนระหว่างประเทศ&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;ความร่วมมือแบบสมัครใจและหารือไอเดียใหม่อย่างสร้างสรรค์เน้นให้เกิดความยั่งยืนและความครอบคลุมไปถึงทุกภาคส่วนในสังคม&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมกลุ่ม&amp;nbsp;MSMEs&amp;nbsp;การส่งเสริมบทบาทสตรี&amp;nbsp;ตลอดจนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อมวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรม&amp;nbsp;จึงเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับคนในประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>12/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512185315118</Link_News></row>
<row _id="107"><NewsTitle>พังงา เล็งเปิดจังหวัดรับนักท่องเที่ยว 1 สิงหานี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;(12&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;นายจำเริญ&amp;nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;นายชาติชาย&amp;nbsp;กิติยานันท์&amp;nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน&amp;nbsp;ร่วมประชุมหารือเตรียมการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ&amp;nbsp;SOP&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Phangnga&amp;nbsp;ผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายศิริปกรณ์&amp;nbsp;เชี่ยวสมุทร&amp;nbsp;รองผู้ว่าการ&amp;nbsp;ททท.ด้านตลาดยุโรป&amp;nbsp;แอฟริกา&amp;nbsp;ตะวันออกกลาง&amp;nbsp;และอเมริกา&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;เพื่อหารือการเตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนต้านไวรัสครบโดสแบบไม่กักตัว&amp;nbsp;หรือหากตรวจแล้วปลอดเชื้อก็จะสามารถเดินทางไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;นำร่องในจังหวัดท่องเที่ยวที่มีความพร้อมก่อน&amp;nbsp;โดยหวังว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวในไทยกระตุ้นเศรษฐกิจภาคท่องเที่ยวให้กลับมาอีกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดพังงาเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเป็นอันดับต้นๆ&amp;nbsp;ของโลกสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศหลายหมื่นล้านบาท&amp;nbsp;มีประชากรทั้งหมด&amp;nbsp;2.122&amp;nbsp;แสนคน&amp;nbsp;จำนวนวัคซีนที่จะต้องใช้เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่เกินกว่า&amp;nbsp;60%&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แสนโดส&amp;nbsp;วางแผนขอรับการจัดสรรวัคซีนเดือนมิถุนายนและเดือนกรกฎาคมจากรัฐบาลเดือนละ&amp;nbsp;1.5&amp;nbsp;แสนโดส&amp;nbsp;มีแผนการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากรให้เกินกึ่งหนึ่งภายในวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จากนั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ก็จะสามารถเปิดจังหวัดรับนักท่องเที่ยวได้&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้ภายในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;ส่วนนักท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางเข้ามาจังหวัดพังงาได้นั้นจะต้องได้รับวัคซีนครบโดส&amp;nbsp;มีเอกสารรับรองฉีดวัคซีนหรือเอกสารยืนยันว่าไม่ติดเชื้อโควิดไม่เกิน&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;เป็นกลุ่มเสี่ยงต่ำ&amp;nbsp;พร้อมปฏิบัติตัวตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>12/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512194623129</Link_News></row>
<row _id="108"><NewsTitle>รฟท.ลงเสาเข็มต้นที่ 1 โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงสัญญาที่ 4-7 สระบุรี-แก่งคอย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(12&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;17.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายสมภพ&amp;nbsp;สมิตะสิริ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีลงเสาเข็มต้นแรกโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย-จีน&amp;nbsp;สัญญาที่&amp;nbsp;4-7&amp;nbsp;งานโยธาสำหรับช่วงสระบุรี-แก่งคอย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณพื้นที่ช่วงหน้าวัดตลิ่งชัน&amp;nbsp;ตำบลตลิ่งชัน&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดสระบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการรถไฟความเร็วสูงเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย&amp;nbsp;และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน&amp;nbsp;ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค&amp;nbsp;ช่วงกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;-&amp;nbsp;หนองคาย&amp;nbsp;หรือโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน&amp;nbsp;สายตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;(กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;-&amp;nbsp;หนองคาย&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เวียงจันทน์)&amp;nbsp;เป็นโครงการระบบขนส่งมวลชนแบบพิเศษที่เป็นหนึ่งในเส้นทางของโครงการรถไฟความเร็วสูงในประเทศไทย&amp;nbsp;ดำเนินการก่อสร้างโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(รฟท.)&amp;nbsp;ภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน&amp;nbsp;ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางราง&amp;nbsp;คุนหมิง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;สิงคโปร์&amp;nbsp;สาย&amp;nbsp;Central&amp;nbsp;Route&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโครงข่ายที่จะเชื่อมต่อประเทศกลุ่มซีเอ็มแอลวีเข้าเป็นผืนแผ่นเดียวกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>12/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สระบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512212647147</Link_News></row>
<row _id="109"><NewsTitle>สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงาน ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2564 ภาพรวมการใช้ยังลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง เนื่องจากผลกระทบจากโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวัฒนพงษ์&amp;nbsp;คุโรวาท&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;สนพ.&amp;nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานในช่วง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือนแรกของปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ถึงแม้ภาครัฐจะออกมาตรการกระตุ้นและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการขับเคลื่อน&amp;nbsp;รวมถึงความคืบหน้าของการฉีดวัคซีนที่เริ่มดำเนินการในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ทำให้ภาคประชาชนเกิดความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังคงปรับตัวในระดับต่ำ&amp;nbsp;เนื่องจากภาคการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และภาคอุตสาหกรรมยังคงได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;โดยการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก&amp;nbsp;ส่งผลให้มีการปรับราคาขายปลีกภายในประเทศสูงขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันของไทย&amp;nbsp;ในช่วงไตรมาสแรกของปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การใช้น้ำมันกลุ่มดีเซล&amp;nbsp;การใช้เฉลี่ยอยู่ที่&amp;nbsp;67.25&amp;nbsp;ล้านลิตรต่อวัน&amp;nbsp;ลดลงร้อยละ&amp;nbsp;1.7จากช่วงเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;ราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่&amp;nbsp;24.11&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แต่การใช้ดีเซลเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;12.8&amp;nbsp;เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า&amp;nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการใช้ในการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรที่เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้น&amp;nbsp;/&amp;nbsp;การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน&amp;nbsp;เฉลี่ยอยู่ที่&amp;nbsp;31.08&amp;nbsp;ล้านลิตรต่อวัน&amp;nbsp;ลดลงร้อยละ&amp;nbsp;1.3&amp;nbsp;จากช่วงเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;ซึ่งการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินลดลงในทุกผลิตภัณฑ์ยกเว้นแก๊สโซฮอล์95&amp;nbsp;(E10)&amp;nbsp;เดือนมีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;16.5&amp;nbsp;เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า&amp;nbsp;/&amp;nbsp;การใช้เชื้อเพลิงในภาคขนส่งทางบกอยู่ที่&amp;nbsp;6,475&amp;nbsp;พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ&amp;nbsp;ลดลงร้อยละ&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;จากช่วงเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;โดยการใช้เชื้อเพลิงในภาคขนส่งทางบกลดลงในทุกกลุ่มเชื้อเพลิง&amp;nbsp;(ไม่รวมไฟฟ้า)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สิ้นเดือนมีนาคม&amp;nbsp;มีรถจดทะเบียนสะสมที่อยู่ในระบบทั้งสิ้นประมาณ&amp;nbsp;41.7&amp;nbsp;ล้านคัน&amp;nbsp;โดยมีรถจดทะเบียนใหม่สะสมของปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp;7.6&amp;nbsp;แสนคัน&amp;nbsp;ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ&amp;nbsp;1.1.น้ำมันกลุ่มดีเซล&amp;nbsp;มีสัดส่วนการใช้สูงสุดคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;61&amp;nbsp;แต่การใช้ลดลงร้อยละ&amp;nbsp;1.7&amp;nbsp;น้ำมันกลุ่มเบนซิน&amp;nbsp;มีสัดส่วนการใช้คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;32&amp;nbsp;แต่การใช้ลดลงร้อยละ&amp;nbsp;1.3&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;NGV&amp;nbsp;มีสัดส่วนการใช้คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ลดลงถึงร้อยละ&amp;nbsp;31.7&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;LPG&amp;nbsp;มีสัดส่วนการใช้คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ของการใช้เชื้อเพลิงในภาคขนส่งทางบก&amp;nbsp;การใช้ลดลงถึงร้อยละ&amp;nbsp;22.4&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;มีการใช้ไฟฟ้าของยานยนต์ไฟฟ้าในสถานีอัดประจุไฟฟ้า&amp;nbsp;(EV&amp;nbsp;Charging&amp;nbsp;Station)&amp;nbsp;มียานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สิ้นเดือนมีนาคม&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;6,849&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;โดยในช่วง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือนแรกของปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มียานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนใหม่เฉลี่ยอยู่ที่&amp;nbsp;419&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ซึ่งมากกว่าในช่วงเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;ร้อยละ46&amp;nbsp;ส่วนราคาขายปลีกไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่&amp;nbsp;2.64&amp;nbsp;บาทต่อหน่วย&amp;nbsp;สำหรับแรงดันไฟฟ้าน้อยกว่า&amp;nbsp;22&amp;nbsp;kV&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่การใช้ไฟฟ้าในระบบ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;การไฟฟ้า&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;44,759&amp;nbsp;กิกะวัตต์ชั่วโมง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลดลงร้อยละ&amp;nbsp;5.2&amp;nbsp;จากช่วงเดียวกันปีก่อน&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;สนพ.&amp;nbsp;ยังคงต้องจับตาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่&amp;nbsp;ซึ่งเริ่มขึ้นในช่วงต้นเดือนเมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;รวมทั้งปัจจัยอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่จะส่งผลต่อการใช้พลังงานของประเทศอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก&amp;nbsp;มาตรการของรัฐ&amp;nbsp;และความคืบหน้าในการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลต่อการใช้พลังงานของประเทศไทยต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>13/5/2021</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513110623251</Link_News></row>
<row _id="110"><NewsTitle>คลังวันโอนเงินเยียวยา เราชนะ  ม.33 เรารักกัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;น.ส.กุลยา&amp;nbsp;ตันติเตมิท&amp;nbsp;ผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจ&amp;nbsp;การคลัง&amp;nbsp;(สศค.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่าคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้&amp;nbsp;เงินกู้&amp;nbsp;พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อใช้ใน&amp;nbsp;สถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;เห็นชอบกําหนดเวลาการจ่ายเงิน&amp;nbsp;เยียวยาให้กับผู้ใช้สิทธิ์&amp;nbsp;เราชนะ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ม.33&amp;nbsp;เรารักกัน&amp;nbsp;เพิ่มอีก&amp;nbsp;คนละ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.)&amp;nbsp;อนุมัติ&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;พ.ค.2564&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สําหรับมาตรการเราชนะ&amp;nbsp;จะโอนเงินให้ผู้ได้สิทธิ์&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สําหรับกลุ่มที่ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;และบัตรประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;วันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;พ.ค.2564&amp;nbsp;รอบแรก&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;พ.ค.2564&amp;nbsp;รอบสอง&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มที่ใช้สิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;จะได้รับเงินรอบแรก&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;พ.ค.2564&amp;nbsp;และรอบถัดมาอีก&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;พ.ค.2564&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สําหรับมาตรการ&amp;nbsp;ม.33&amp;nbsp;เรารักกัน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;รอบแรก&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;พ.ค.2564&amp;nbsp;และรอบถัดมาอีก&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมาตรการครอบคลุมในส่วนเราชนะ&amp;nbsp;33.5&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;และมาตรการ&amp;nbsp;ม.33&amp;nbsp;เรารักกัน&amp;nbsp;9.27&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;ซึ่งไม่ต้องลงทะเบียนใหม่&amp;nbsp;ระบบจะโอนเงินเข้าอัตโนมัติ&amp;nbsp;และสามารถใช้&amp;nbsp;จ่ายได้ถึง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิ.ย.2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>13/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513101823214</Link_News></row>
<row _id="111"><NewsTitle>จังหวัดเชียงรายสำรวจผลผลิตลิ้นจี่เตรียมกระจายออกสู่แหล่งจำหน่ายช่วยเหลือชาวสวนในสถานการณ์โควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงรายออกสำรวจตรวจสอบสถานการณ์ผลผลิตลิ้นจี่เตรียมกระจายออกนอกแหล่งผลิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;รายงานว่า&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงรายได้ออกตรวจสอบสถานการณ์ผลผลิตลิ้นจี่&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย&amp;nbsp;ซึ่งมีปริมาณผลผลิตประมาณ&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ขณะนี้ผลผลิตออกสู่ตลาดแล้วร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ให้มีช่องทางการจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม&amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงรายได้ประสานและประชาสัมพันธ์การกระจายผลผลิตลิ้นจี่ออกนอกแหล่งผลิตให้หน่วยงานราชการและภาคเอกชนจังหวัดต่างๆ&amp;nbsp;ขณะนี้ได้รับการสนับสนุนสั่งซื้อ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,500&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;125,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;รับมอบวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่จังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;รวมมูลค่า&amp;nbsp;25,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;รับมอบวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่จังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;รวมมูลค่า&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;รับมอบวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่จังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;รวมมูลค่า&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;รับมอบวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และมีการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์&amp;nbsp;โดยกลุ่มเกษตรกรและภาคเอกชนจังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;430&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;รวมมูลค่า&amp;nbsp;22,800&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ยังมีผลผลิตลิ้นจี่ปริมาณสะสมรวมอีก&amp;nbsp;5,430&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;รวมมูลค่า&amp;nbsp;272,800&amp;nbsp;&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงรายยังประสานหาแหล่งจำหน่ายเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เพื่อเร่งกระจายลิ้นจี่ออกนอกแหล่งผลิต&amp;nbsp;เพิ่มเติมต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>13/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>เชียงราย</Province><Department>สวท.เชียงราย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513114907273</Link_News></row>
<row _id="112"><NewsTitle>โควิด -19 สวนกระแส ทุเรียนเมืองจันท์ส่งออก ราคาดี ผลผลิตคุณภาพ การขายผ่านออนไลน์เป็นที่ยอมรับยอดขายเพิ่มขึ้น สร้างรายได้ลดผลกระทบโควิด  19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุธี&amp;nbsp;ทองแย้ม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรีได้มีมาตรการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นผลไม้ของเกษตรกรจันทบุรีมีคุณภาพ&amp;nbsp;สะอาด&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;และในช่วงนี้&amp;nbsp;ราชาผลไม้&amp;nbsp;คือทุเรียนกำลังออกสู่ตลาดสถานประกอบการ&amp;nbsp;ล้ง&amp;nbsp;รับซื้อทุเรียนแย่งกันซื้อผลผลิตเพื่อส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ส่งผลให้ทุเรียนของจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ปีนี้ราคาดี&amp;nbsp;ตอนนี้ผู้ประกอบการได้ตัดทุเรียนออกจากสวนไปแล้วกว่าร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ของปริมาณที่จะออกสู่ตลาดที่คาดการณ์ไว้ประมาณ&amp;nbsp;326,050&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ราคาทุเรียนที่ซื้อในสวนจะมีราคาประมาณ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;&amp;nbsp;120&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยทุเรียนเก็บเกี่ยวไปแล้ว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แสนกว่าตัน&amp;nbsp;ยังเหลืออยู่ในสวนอีกประมาณ&amp;nbsp;47&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;หรือประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แสนกว่าตัน&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องรอการเก็บเกี่ยวแล้วนำออกสู่ตลาด&amp;nbsp;ส่วนการส่งออกทุเรียนไปต่างประเทศในรอบสัปดาห์เป็นข้อมูลระหว่างวันที่&amp;nbsp;7-9&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ส่งออกไป&amp;nbsp;670&amp;nbsp;ตู้&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ส่งออกไป&amp;nbsp;726&amp;nbsp;ตู้&amp;nbsp;และวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;ส่งออกไป&amp;nbsp;751&amp;nbsp;ตู้&amp;nbsp;ตู้ละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ส่วนยอดขายผลไม้ทางออนไลน์กลับได้ผลดีเกินคาด&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;พ่อค้า&amp;nbsp;แม่ค้า&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;ผู้ประกอบอาชีพหน้าใหม่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;หันมาขายผลไม้ทางออนไลน์&amp;nbsp;และส่งผ่านไปรษณีย์&amp;nbsp;จันทบุรี&amp;nbsp;กันเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;สร้างรายได้ลดผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;รวมทั้งการขายผ่านออนไลน์แบบไลฟ์สด&amp;nbsp;ก็เป็นช่องทางการสร้างตลาด&amp;nbsp;และสร้างรายได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>13/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>จันทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513135731358</Link_News></row>
<row _id="113"><NewsTitle>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร เชิญชวนประชาชนออกแบบคอนเทนท์แหล่งท่องเที่ยว ส่งผลงานเข้าประกวดชิงรางวัล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายยุทธศักดิ์&amp;nbsp;สุภสร&amp;nbsp;ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ส่งผลให้พฤติกรรมการเดินทางเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบวิถีชีวิตใหม่&amp;nbsp;คือเลือกวางแผนเดินทางท่องเที่ยวที่เน้นความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&amp;nbsp;โดยรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศที่หลากหลาย&amp;nbsp;เพื่อให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวฟื้นตัว&amp;nbsp;ททท.&amp;nbsp;จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร&amp;nbsp;ดำเนินโครงการผลิตเนื้อหาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย&amp;nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาต่อยอด&amp;nbsp;ตอบสนองพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป&amp;nbsp;รวมทั้งสร้างคุณค่าและกระจายการเดินทางท่องเที่ยวเชิงพื้นที่และช่วงเวลา&amp;nbsp;ทั้งนี้โครงการดังกล่าวแบ่งการดำเนินเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การผลิตเนื้อหา&amp;nbsp;โดยการนำทรัพยากรทางวิชาการของมหาวิทยาลัยศิลปากรมาสร้างคุณค่าและองค์ความรู้&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวสนองการตลาดแบบรู้ใจ&amp;nbsp;ตามประเภทสินค้าทางการท่องเที่ยวยอดนิยม&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หมวด&amp;nbsp;และการจัดประกวดเนื้อหาสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย&amp;nbsp;โดยเชิญชวนภาคประชาชนส่งผลงานภาพถ่ายหรือคลิปวีดีโอจากการท่องเที่ยวในประเทศทั้งที่เป็นปัจจุบัน&amp;nbsp;หรือช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;รวมถึงประชาชนในแต่ละท้องถิ่นที่จะบอกเรื่องราวเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่&amp;nbsp;ประกอบการจัดทำคอนเทนท์แหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หัวข้อ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;แหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม&amp;nbsp;แหล่งท่องเที่ยวโครงสร้างพระราชดำริ&amp;nbsp;และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและการผจญภัย&amp;nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครผลงานได้ระหว่างวันนี้&amp;nbsp;(13&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;จนถึงวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ทาง&amp;nbsp;www.tourismthailand.org/travelcontentcontest&amp;nbsp;โดยผลงานที่ชนะแต่ละประเภทจะได้รับเงินรางวัล&amp;nbsp;บัตรกำนัลที่พัก&amp;nbsp;และของที่ระลึกจาก&amp;nbsp;ททท.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>13/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513214646610</Link_News></row>
<row _id="114"><NewsTitle>เขาเขียว เปิดรับนักท่องเที่ยว เข้าชมความน่ารักของสัตว์นานาชนิดได้ตามปกติ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายเทวินทร์&amp;nbsp;รัตนะวงศะวัต&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;สวนสัตว์เปิดเขาเขียว&amp;nbsp;ยังคงเปิดให้บริการเที่ยวชมสวนสัตว์ตามปกติ&amp;nbsp;ยืนยันว่ายังคงมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเข้มงวด&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ทุกฝ่ายมีการคัดกรอง&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวต้องสวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่ในพื้นที่&amp;nbsp;มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย&amp;nbsp;การล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์&amp;nbsp;การรักษาระยะห่างกันอย่างน้อย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมเช็คอิน&amp;nbsp;ไทยชนะ&amp;nbsp;รวมทั้งการทำความสะอาดที่นั่งรถบริการนำเที่ยวชมสวนสัตว์&amp;nbsp;รถกอล์ฟ&amp;nbsp;ฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อในห้อง&amp;nbsp;ที่นั่งและราวจับตามส่วนแสดงต่างๆ&amp;nbsp;ที่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้าชม&amp;nbsp;พร้อมเพิ่มมาตรการเข้มสั่งทุกส่วนเตรียมพร้อมดูแลนักท่องเที่ยวเน้นรักษาความสะอาดและสุขอนามัยทุกพื้นที่&amp;nbsp;จัดให้มีเจลแอลกอฮอล์&amp;nbsp;ทำความสะอาดมือตามจุดต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับในช่วงนี้&amp;nbsp;ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำสวนพฤกษศาสตร์&amp;nbsp;ภายในสวนสัตว์เปิดสวนสัตว์เปิดเขาเขียว&amp;nbsp;ได้มีฝูงนกกระทุง&amp;nbsp;หาชมยาก&amp;nbsp;นกน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;ขนสีขาวปนเทา&amp;nbsp;ตัวขนาดเท่าห่าน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นนกธรรมชาติ&amp;nbsp;ที่กระจายพันธุ์มาจากประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;ได้อพยพเข้ามาหากิน&amp;nbsp;และทำรัง&amp;nbsp;รวมกลุ่มกันเป็นฝูงใหญ่เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ร่วมกันไล่ต้อนฝูงปลาขนาดเล็กแล้วใช้จะงอยปากล่างไล่ช้อนขึ้นมากินอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่เพียงแค่นั้น&amp;nbsp;ฝูงนกกระทุงเหล่านี้ที่อพยพกลับมา&amp;nbsp;ยังได้ออกหากินอยู่รวมกับนกกาบบัวเจ้าถิ่น&amp;nbsp;ที่อาศัยอยู่เดิมเป็นร้อยตัว&amp;nbsp;ก็จะบินพาเหรดตามมาร่วมกัน&amp;nbsp;โดยเมื่อสัญญาณนกหวีดจากเจ้าหน้าที่ดังขึ้น&amp;nbsp;ฝูงนกเหล่านี้&amp;nbsp;ก็จะโผบินไปตามสัญญาณเสียงนั้นทันที&amp;nbsp;ซึ่งภาพฝูงนกนับร้อยบินเหนือผืนน้ำ&amp;nbsp;ท่ามกลางหุบเขา&amp;nbsp;ที่สวยงามแบบนี้&amp;nbsp;มีเพียงแห่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย&amp;nbsp;โดยสวนสัตว์ฯ&amp;nbsp;รับรองว่า&amp;nbsp;ท่านจะไม่เคยได้เห็นที่ไหนมาก่อนแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง&amp;nbsp;ที่ได้เห็นนกกระทุงกลับมายังประเทศไทยเราอีกครั้งหนึ่ง&amp;nbsp;ในช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม&amp;nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;038-318444&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปริญญา&amp;nbsp;เทศสวัสดิ์&amp;nbsp;ข่าว/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>13/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ชลบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513142903387</Link_News></row>
<row _id="115"><NewsTitle>ยอดขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form E ดันส่งออกสินค้าผลไม้ไปจีน 4 เดือนแรกของปี 64 เพิ่มสูงขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกีรติ&amp;nbsp;รัชโน&amp;nbsp;อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในช่วง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือนแรกของปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรมฯ&amp;nbsp;ได้ออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า&amp;nbsp;Form&amp;nbsp;E&amp;nbsp;ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน&amp;nbsp;&amp;nbsp;(ACFTA)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;80,528&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่าการส่งออก&amp;nbsp;7.76&amp;nbsp;พันล้านเหรียญสหรัฐฯ&amp;nbsp;โดยในจำนวนนี้เป็นการขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า&amp;nbsp;Form&amp;nbsp;E&amp;nbsp;สำหรับการส่งออกสินค้าผลไม้&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30,412&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่าการส่งออกกว่า&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐฯ&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;8.21&amp;nbsp;&amp;nbsp;ช่วงเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;โดยผลไม้ที่มีการส่งออกสูงที่สุด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อันดับแรก&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ทุเรียนสด&amp;nbsp;มะพร้าวทั้งกะลาและ&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ดี&amp;nbsp;ภายใต้สถานการณ์โควิด-19&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่จำเป็นต้องมีการเว้นระยะห่างทางสังคม&amp;nbsp;กรมฯจึงได้ร่วมมือกับจีนในการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการโดยผลักดันการใช้ระบบการลงลายมือชื่อและตราประทับอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;(ESS)&amp;nbsp;สำหรับการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า&amp;nbsp;Form&amp;nbsp;E&amp;nbsp;ซึ่งระบบดังกล่าวเป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;85&amp;nbsp;รายการของบริการแบบเบ็ดเสร็จ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเดียวของกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ที่จะช่วยลดขั้นตอน&amp;nbsp;ลดระยะเวลา&amp;nbsp;และลดการสัมผัสเอกสารเนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีการประทับตราและลงนามแบบสด&amp;nbsp;รวมทั้งระบบ&amp;nbsp;ESS&amp;nbsp;ยังช่วยลดการตรวจสอบย้อนกลับ&amp;nbsp;จากประเทศปลายทาง&amp;nbsp;โดยผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมฯ&amp;nbsp;ได้ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมฯ&amp;nbsp;จะสามารถเริ่มออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;Form&amp;nbsp;E&amp;nbsp;ด้วยระบบ&amp;nbsp;ESS&amp;nbsp;สำหรับการส่งออกไปจีนได้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม&amp;nbsp;ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนเพื่อส่งตัวอย่างลายมือชื่อของกรรมการหรือผู้รับมอบอำนาจและตราประทับของนิติบุคคล&amp;nbsp;(ถ้ามี)&amp;nbsp;ผ่านระบบRegistration&amp;nbsp;Database&amp;nbsp;ของกรมฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>13/5/2021</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513214741611</Link_News></row>
<row _id="116"><NewsTitle>ผอ.ศปพร. ส่งเสริมและผลักดันให้ฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ปลูกดาวเรืองส่งดอกขาย สร้างรายได้สู่ชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พลตรีไพศาล&amp;nbsp;หนูสังข์&amp;nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;/ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;พันเอก&amp;nbsp;อิศรา&amp;nbsp;จันทะกระยอม&amp;nbsp;ผู้บังคับการกรมทหารราบที่&amp;nbsp;153&amp;nbsp;/หัวหน้าคณะทำงานที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดินทางลงพื้นเข้าตรวจเยี่ยมโครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านลุตง&amp;nbsp;ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;nbsp;ตำบลแม่ลาน&amp;nbsp;อำเภอแม่ลาน&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ&amp;nbsp;ของสำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;เพื่อศึกษา&amp;nbsp;เรียนรู้&amp;nbsp;พร้อมทั้งบูรณาการ&amp;nbsp;การปลูกดาวเรือง&amp;nbsp;ไม้ตัดดอกเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อจะนำความรู้ที่ได้มาพัฒนา&amp;nbsp;ต่อยอด&amp;nbsp;มาปรับใช้ภายในโครงการฟาร์มตัวอย่าง&amp;nbsp;ตามพระราชเสาวนีย์&amp;nbsp;ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;nbsp;ควบคู่กับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;ให้สมาชิกฟาร์มฯ&amp;nbsp;มีรายได้&amp;nbsp;จนสามารถเลี้ยงตนเอง&amp;nbsp;และครอบครัวได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;พลตรีไพศาล&amp;nbsp;หนูสังข์&amp;nbsp;ได้เยี่ยมชมกิจการภายในโครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านลุตง&amp;nbsp;แปลงผักปลอดสารพิษ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;แปลงดอกดาวเรือง&amp;nbsp;พร้อมทั้งสอบถาม&amp;nbsp;ปัญหา&amp;nbsp;ข้อขัดข้องในการดำเนินงาน&amp;nbsp;ตลอดจนสอบถามความต้องการของตลาดในการรับซื้อ&amp;nbsp;ดอกดาวเรือง&amp;nbsp;ไม้ตัดดอกเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบัน&amp;nbsp;ดอกดาวขายได้ใน&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;บาท/ต่อดอกสามารถสร้างรายได้ให้สมาชิกฟาร์มบ้านลุตง&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;ต่อเดือน&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;พลตรีไพศาล&amp;nbsp;หนูสังข์&amp;nbsp;จึงเร่งเห็นความสำคัญ&amp;nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริม&amp;nbsp;และผลักดันให้สมาชิกฟาร์มตัวอย่างฟาร์มในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;nbsp;โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ปลูกดาวเรือง&amp;nbsp;ไม้ตัดดอกเศรษฐกิจ&amp;nbsp;เพื่อเป็นช่องทางการสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;ให้กับสมาชิกฟาร์มฯ&amp;nbsp;และพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ก่อเกิดเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง&amp;nbsp;จนสามารถพึ่งพาตนเองได้ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดอกดาวเรืองเป็นพืชเศรษฐกิจ&amp;nbsp;มีความต้องการของตลาดสูง&amp;nbsp;ราคาไม่ตก&amp;nbsp;ขายได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp;เป็นพืชอายุสั้น&amp;nbsp;ใช้เวลา&amp;nbsp;45&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ก็ตัดขายได้&amp;nbsp;และสามารถยืนต้นออกดอกให้ตัดได้นานประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;หลังจากนั้นจึงตัดทิ้ง&amp;nbsp;พักดิน&amp;nbsp;ปรับปรุงดินแล้วปลูกรุ่นใหม่&amp;nbsp;โดยตลาดรับซื้อดอกดาวเรืองได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp;แต่ราคาของดอกดาวเรืองจะขึ้นอยู่กับฤดูหรือช่วงเวลานั้นๆ&amp;nbsp;ตามกลไกของการตลาด&amp;nbsp;แม้ว่าราคาตลาดของดอกดาวเรืองจะไม่แน่นอน&amp;nbsp;ก็ยังถือว่าจำหน่ายได้ราคาดี&amp;nbsp;อยู่ที่ดอกละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือบางช่วงอยู่ที่ราคาดอกละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;สตางค์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยดาวเรือง&amp;nbsp;เป็นไม้ตัดดอกที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจมากชนิดหนึ่ง&amp;nbsp;มีประโยชน์&amp;nbsp;สามารถปลูกประดับเพื่อความสวยงาม&amp;nbsp;กลีบดอกสีเหลือง&amp;nbsp;เรียงอัดกันแน่น&amp;nbsp;และอายุใช้งานนาน&amp;nbsp;จึงเหมาะสำหรับปลูก&amp;nbsp;เพื่อประดับอาคารบ้านเรือน&amp;nbsp;และสถานที่ต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความสวยงาม&amp;nbsp;และสามารถป้องกันแมลง&amp;nbsp;เนื่องจากทั้งดอกและต้นดาวเรือง&amp;nbsp;มีสารกลิ่นเหม็น&amp;nbsp;(ฉุน)&amp;nbsp;แมลงไม่ชอบ&amp;nbsp;จึงใช้เป็นเกราะป้องกันแมลงให้พืชอื่นๆ&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;รากดาวเรือง&amp;nbsp;ยังมีสารชนิดหนึ่ง&amp;nbsp;ช่วยลดปริมาณไส้เดือนฝอยในดิน&amp;nbsp;ได้ด้วย&amp;nbsp;ตลอดจนปลูกเพื่อจำหน่าย&amp;nbsp;ใช้ทำพวงมาลัย&amp;nbsp;ปักแจกัน&amp;nbsp;รวมถึงปลูกลงกระถางหรือถุง&amp;nbsp;เป็นการสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างรายได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>13/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สวท.ปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514082343623</Link_News></row>
<row _id="117"><NewsTitle>ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. เปิดตัว สินเชื่อ สู้ภัย COVID19 เปิดให้กู้ 10,000 บาทราย ไม่ต้องมีหลักประกัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;บูรพชัยศรี&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ธนาคารออมสิน&amp;nbsp;และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;เปิดตัว&amp;nbsp;สินเชื่อสู้ภัย&amp;nbsp;COVID19&amp;nbsp;สำหรับผู้มีรายได้ประจำ&amp;nbsp;อาชีพอิสระ&amp;nbsp;เกษตรกรรายย่อย&amp;nbsp;หรือลูกจ้างภาคการเกษตร&amp;nbsp;โดยอนุมัติวงเงินรวม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;ผ่านการให้สินเชื่อของธนาคารออมสิน&amp;nbsp;และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;ในวงเงินธนาคารละ&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;คาดว่าจะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินในเบื้องต้นให้กับประชาชนได้กว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;ทั้งเพิ่มสภาพคล่องในการประกอบกิจการ&amp;nbsp;หรือที่มีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินฉุกเฉิน&amp;nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดรายได้จากมาตรควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;ระหว่างที่รัฐบาลเร่งบริการฉีดวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยธนาคารออมสิน&amp;nbsp;เปิดให้&amp;nbsp;"สินเชื่อสู้ภัย&amp;nbsp;COVID-19"&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แก่ผู้ประกอบอาชีพอิสระ&amp;nbsp;ผู้ประกอบการรายย่อยและผู้มีรายได้ประจำ&amp;nbsp;(ไม่รวมผู้มีรายได้ประจำจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ)&amp;nbsp;ในขณะที่&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;เปิดให้กู้แก่เกษตรกรรายย่อยหรือลูกจ้างภาคการเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งผู้ที่จะกู้จากทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ธนาคารนี้&amp;nbsp;จะต้องมีสัญชาติไทย&amp;nbsp;และอายุ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปีขึ้นไป&amp;nbsp;โดยสินเชื่อในโครงการ&amp;nbsp;สินเชื่อ&amp;nbsp;สู้ภัย&amp;nbsp;COVID19&amp;nbsp;เป็นสินเชื่อที่ไม่ต้องมีหลักประกัน&amp;nbsp;(Clean&amp;nbsp;Loan)&amp;nbsp;สำหรับอัตราดอกเบี้ยนั้นกำหนดไว้คงที่&amp;nbsp;(Flat&amp;nbsp;Rate)&amp;nbsp;ที่ร้อยละ&amp;nbsp;0.35&amp;nbsp;ต่อเดือน&amp;nbsp;ระยะเวลากู้ไม่เกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย&amp;nbsp;6&amp;nbsp;งวดแรก&amp;nbsp;ระยะเวลาการขอกู้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;จนถึง&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับธนาคารออมสิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในระยะแรกของโครงการเพื่อเป็นการควบคุมและป้องกันปัญหาการแพร่ระบาดของ&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;จึงเริ่มให้บริการแก่ลูกค้าธนาคาร&amp;nbsp;ที่เปิดใช้แอปพลิเคชัน&amp;nbsp;MyMo&amp;nbsp;อยู่แล้วก่อนวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งมีจำนวนมากกว่า&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;โดยเริ่มจากลูกค้าที่ได้รับผลกระทบที่อยู่ในพื้นที่สีแดงเข้ม&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จังหวัดคือ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;นนทบุรี&amp;nbsp;ปทุมธานี&amp;nbsp;ชลบุรี&amp;nbsp;สมุทรปราการ&amp;nbsp;และเชียงใหม่&amp;nbsp;สามารถยื่นกู้ได้ทางแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;MyMo&amp;nbsp;ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;หลังจากนั้นในระยะต่อไปจึงจะขยายให้บริการลูกค้าในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งจะเริ่มในวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ตามด้วยลูกค้ากลุ่มอื่นที่ไม่มีแอพพลิเคชัน&amp;nbsp;MyMo&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;เปิดให้ร่วมโครงการผ่าน&amp;nbsp;LINE&amp;nbsp;Official&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยดูรายละเอียดได้ที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.baac.or.th/"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;www.baac.or.th&lt;/a&gt;&amp;nbsp;หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;Call&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;02&amp;nbsp;555&amp;nbsp;0555&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;รัฐบาล&amp;nbsp;ยังมีมาตรการด้านการเงินสำหรับประชาชนและภาคธุรกิจกลุ่มต่างๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งประกอบด้วยมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู&amp;nbsp;และมาตรการพักทรัพย์พักหนี้&amp;nbsp;โครงการค้ำประกันสินเชื่อ&amp;nbsp;PGS9&amp;nbsp;ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม&amp;nbsp;มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;และมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล&amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาล&amp;nbsp;จะเร่งพิจารณาแนวทางช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;และมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในแต่ละกลุ่มธุรกิจอย่างเหมาะสมที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>14/5/2021</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514112729701</Link_News></row>
<row _id="118"><NewsTitle>สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ร่วมกับกรมสรรพากร ออกมาตรการภาษีแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายผู้ประกอบการ SMEs </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฐพล&amp;nbsp;นิมมานพัชรินทร์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล(ดีป้า)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.)&amp;nbsp;มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร&amp;nbsp;(ฉบับที่&amp;nbsp;)&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;...&amp;nbsp;(มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&amp;nbsp;(SMEs)&amp;nbsp;ปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่เศรษฐกิจดิจิทัล)&amp;nbsp;เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล&amp;nbsp;จำนวนรวม&amp;nbsp;200%&amp;nbsp;ของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อหรือจ้างทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์&amp;nbsp;(Software)&amp;nbsp;หรือค่าใช้จ่ายการใช้บริการโปรแกรมบริการ&amp;nbsp;ที่ผู้ใช้สามารถเรียกใช้บริการผ่านอินเทอร์เน็ตได้ตามความต้องการใช้งานจากผู้ประกอบการที่ได้รับการขึ้นทะเบียนกับดีป้าเฉพาะในส่วนที่ไม่เกิน&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ถึงวันที่31&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดีป้า&amp;nbsp;จึงร่วมกับกรมสรรพากร&amp;nbsp;กระทรวงการคลัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เร่งประกาศหลักเกณฑ์การรับขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการโปรแกรมคอมพิวเตอร์และผู้ให้บริการโปรแกรมบริการที่ต้องการเข้าสู่มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&amp;nbsp;(SMEs)&amp;nbsp;ปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่เศรษฐกิจดิจิทัล&amp;nbsp;ตลอดจนช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;ที่มีความประสงค์จะนำโปรแกรมคอมพิวเตอร์และโปรแกรมบริการที่ได้มาตรฐานมาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;แก้ไขปัญหา&amp;nbsp;พัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจให้อยู่รอดช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผู้ประกอบการ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ต้องการนำใบเสร็จมาลดหย่อนภาษีจะต้องเลือกใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์&amp;nbsp;หรือบริการโปรแกรมบริการจากผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับดีป้าเท่านั้น&amp;nbsp;ขณะนี้มีผู้ประกอบการโปรแกรมคอมพิวเตอร์และผู้ให้บริการโปรแกรมบริการที่ขึ้นทะเบียนกับดีป้าในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัล&amp;nbsp;และมีมาตรฐาน&amp;nbsp;ISO29110&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;CMMI&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>14/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514113122705</Link_News></row>
<row _id="119"><NewsTitle>พีทีที โกลบอล เคมิคอล ร่วมสู้โควิด ส่งล้านความห่วงใย เพิ่มพื้นที่ปลอดภัย ตั้งเป้าส่งมอบชุด PPE 1 ล้านชุด เพื่อบุคคลากรทางการแพทย์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายคงกระพัน&amp;nbsp;อินทรแจ้ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;พีทีที&amp;nbsp;โกลบอล&amp;nbsp;เคมิคอล&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GC&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การแพร่ระบาดของโรคโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ในประเทศไทยยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต&amp;nbsp;GC&amp;nbsp;จึงขอส่งกำลังใจและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนสังคม&amp;nbsp;ตั้งแต่บุคลากรทางการแพทย์&amp;nbsp;โรงพยาบาลรัฐ&amp;nbsp;หน่วยงานราชการ&amp;nbsp;อาสาสมัครด่านหน้ารวมถึงองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงได้ริเริ่มโครงการล้านความห่วงใย&amp;nbsp;เพิ่มพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคน&amp;nbsp;เพื่อรับมือกับวิกฤตโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ในระลอกใหม่นี้&amp;nbsp;ด้วยการใช้จุดแข็งของ&amp;nbsp;GC&amp;nbsp;สร้างนวัตกรรมการขึ้นรูปพลาสติกเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ&amp;nbsp;โดยดึงคุณค่าและประโยชน์ด้านต่างๆ&amp;nbsp;ของพลาสติกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน&amp;nbsp;(Circular&amp;nbsp;Economy)&amp;nbsp;ตอบสนองต่อการใช้งานในรูปแบบใหม่&amp;nbsp;เพื่อตอบแทนสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรมและได้ร่วมมือกับพันธมิตร&amp;nbsp;ดำเนินการส่งมอบชุดป้องกันส่วนบุคคล&amp;nbsp;(PPE)&amp;nbsp;รวมถึงผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ&amp;nbsp;ภายใต้แบรนด์&amp;nbsp;Greater&amp;nbsp;Care&amp;nbsp;by&amp;nbsp;GC&amp;nbsp;สำหรับป้องกันโรคโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ไปยังโรงพยาบาลและหน่วยงานรัฐทั่วประเทศแล้ว&amp;nbsp;ตั้งแต่เกิดวิกฤตครั้งแรกจนถึงวันนี้&amp;nbsp;โดยเป้าหมายของโครงการคือ&amp;nbsp;การสนับสนุนชุด&amp;nbsp;PPE&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้ครบจำนวน&amp;nbsp;1,000,000&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ&amp;nbsp;ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;และมีต้นทุนที่ถูกจากวัตถุดิบภายในประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับชุดป้องกันส่วนบุคคล&amp;nbsp;(PPE)&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;GC&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สนับสนุนในโครงการนี้&amp;nbsp;แบ่งออกเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ชุดกาวน์กันน้ำ&amp;nbsp;(PE&amp;nbsp;Gown)&amp;nbsp;ที่ร่วมมือกับบริษัท&amp;nbsp;ไทยฮอสพิทอล&amp;nbsp;โปรดักส์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ผลิตเสื้อกาวน์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง&amp;nbsp;จากเม็ดพลาสติกชนิดโพลิเอทิลีน&amp;nbsp;(PE)&amp;nbsp;คุณภาพสูง&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;GC&amp;nbsp;ออกแบบให้น้ำหนักเบา&amp;nbsp;สวมใส่สบาย&amp;nbsp;ระบายอากาศได้ดี&amp;nbsp;มีความเหนียวและยืดหยุ่นสูง&amp;nbsp;มีคุณสมบัติในการป้องกันการปนเปื้อนสารคัดหลั่ง&amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;ได้ออกแบบให้มีความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;โดยหลังใช้งานสามารถกระตุกเสื้อให้ฉีกขาด&amp;nbsp;เพื่อทิ้งได้ทันที&amp;nbsp;ซึ่งช่วยลดการสัมผัสและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ&amp;nbsp;และชุดคลุมปฏิบัติการ&amp;nbsp;(Coverall)ที่&amp;nbsp;ร่วมมือกับบริษัท&amp;nbsp;ไทยแทฟฟิต้า&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ในการผลิตชุดคลุมปฏิบัติการ&amp;nbsp;(Coverall)&amp;nbsp;จากเม็ดพลาสติกรีไซเคิลประเภท&amp;nbsp;PET&amp;nbsp;(rPET)&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;ในประเทศไทย&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชุดทำจากขวดน้ำ&amp;nbsp;PET&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ใบ&amp;nbsp;ชุดสามารถทำความสะอาดและนำกลับมาใช้ซ้ำได้สูงสุดถึง&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;หน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ที่ประสงค์ขอรับการสนับสนุนชุดกาวน์กันน้ำ&amp;nbsp;(PE&amp;nbsp;Gown)&amp;nbsp;ของโครงการล้านความห่วงใย...เพิ่มพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคน&amp;nbsp;สามารถแจ้งความประสงค์ของท่านไปได้ที่&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="https://forms.gle/iQSFp1GypMQeF7R46"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;https://forms.gle/iQSFp1GypMQeF7R46&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>14/5/2021</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514124929787</Link_News></row>
<row _id="120"><NewsTitle>ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับผู้ให้บริการทางการเงิน ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 3 </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายรณดล&amp;nbsp;นุ่มนนท์&amp;nbsp;รองผู้ว่าการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน&amp;nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธปท.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;พบว่าลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับความช่วยเหลือจากมาตรการเดิมยังคงต้องการความช่วยเหลือต่อเนื่อง&amp;nbsp;และมีลูกหนี้ใหม่ที่ต้องการรับความช่วยเหลือเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งเป็นความเปราะบางที่สะสมมาตั้งแต่การแพร่ระบาดในระลอกแรก&amp;nbsp;ธปท.&amp;nbsp;จึงร่วมกับผู้ให้บริการทางการเงิน&amp;nbsp;ผ่านสมาคมและชมรมต่างๆ&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;8&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โดยยกระดับมาตรการเดิมให้ตอบสนองต่อสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น&amp;nbsp;มุ่งเน้นลดภาระหนี้ในระยะยาว&amp;nbsp;มีทางเลือก&amp;nbsp;มีความยืดหยุ่น&amp;nbsp;และมีวิธีปฏิบัติที่ชัดเจน&amp;nbsp;สามารถช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับความเดือดร้อนได้อย่างเหมาะสม&amp;nbsp;ซึ่งจะครอบคลุมสินเชื่อ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล&amp;nbsp;เน้นการบรรเทาภาระหนี้โดยขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้ยาวขึ้น&amp;nbsp;และจ่ายอัตราดอกเบี้ยลดลง&amp;nbsp;,สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์&amp;nbsp;ด้วยการเพิ่มทางเลือกการพักชำระค่างวดสำหรับลูกหนี้จำนำทะเบียนรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงให้มีทางเลือกในการคืนรถ&amp;nbsp;,เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์&amp;nbsp;โดยการกำหนดแนวทางในการควบคุมอัตราดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญาไม่ให้สูงขึ้นกว่าอัตราดอกเบี้ยเดิม&amp;nbsp;และปรับวิธีการคิดดอกเบี้ยช่วงที่พักบนค่างวดที่พักชำระหนี้สำหรับลูกหนี้เช่าซื้อรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง&amp;nbsp;ให้มีทางเลือกในการคืนรถ&amp;nbsp;และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน&amp;nbsp;ด้วยการเพิ่มทางเลือกด้วยการพักเงินต้นและจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน&amp;nbsp;และให้ลูกหนี้สามารถทยอยชำระคืนเป็นขั้นบันไดโดยลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความประสงค์รับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ผ่านช่องทางต่างๆ&amp;nbsp;ของผู้ให้บริการทางการเงิน&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ธปท.&amp;nbsp;ขอให้ผู้ให้บริการทางการเงินให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมกับสถานะของลูกหนี้ตามมาตรการที่กำหนด&amp;nbsp;รวมทั้งให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามนโยบายของผู้ให้บริการทางการเงิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าการ&amp;nbsp;ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีช่องทางสนับสนุนในการช่วยเหลือลูกหนี้ที่เดือดร้อน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้&amp;nbsp;สำหรับการช่วยเหลือลูกหนี้บัตรเครดิต&amp;nbsp;สินเชื่อส่วนบุคคล&amp;nbsp;ได้ขยายเวลาออกไปถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และจะเพิ่มการไกล่เกลี่ยหนี้เช่าซื้อในระยะต่อไป&amp;nbsp;และโครงการหมอหนี้เพื่อประชาชน&amp;nbsp;เพื่อเป็นแหล่งให้ข้อมูลและข้อแนะนำเกี่ยวกับการแก้ไขหนี้รายย่อยและธุรกิจ&amp;nbsp;ซึ่งลูกหนี้สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองและนำไปแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบสามารถศึกษาและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือได้ที่ผู้ให้บริการทางการเงินของท่าน&amp;nbsp;ผ่านช่องทาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต่างๆ&amp;nbsp;สำหรับลูกหนี้ที่ยังมีศักยภาพ&amp;nbsp;ธปท.&amp;nbsp;จะสนับสนุนให้ทยอยชำระหนี้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เนื่องจากการพักชำระเงินต้น&amp;nbsp;หรือดอกเบี้ยจะยังคงมีการคิดดอกเบี้ยตามระยะเวลาการกู้ยืมอยู่&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ภาระการชำระหนี้ของลูกหนี้เพิ่มขึ้นในระยะยาว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>14/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514164012960</Link_News></row>
<row _id="121"><NewsTitle>กรมธนารักษ์ เปิดประมูลขายที่ราชพัสดุที่ได้มาโดยคำพิพากษาของศาลให้ตกเป็นของแผ่นดิน 154 รายการ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายยุทธนา&amp;nbsp;หยิมการุณ&amp;nbsp;อธิบดีกรมธนารักษ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมธนารักษ์กำหนดเปิดประมูลขายที่ราชพัสดุที่ได้มาโดยคำพิพากษาของศาลให้ตกเป็นของแผ่นดิน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ยึดมาในคดีมูลฐานความผิดในการฟอกเงินตามกฎหมาย&amp;nbsp;ปปง.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ป.ป.ช.&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;154&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;229&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;โดยเปิดประมูลผ่านระบบประมูลทรัพย์ออนไลน์&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนค้นหาและประมูลทรัพย์ที่ต้องการได้แบบ&amp;nbsp;Real&amp;nbsp;Time&amp;nbsp;มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;รวดเร็ว&amp;nbsp;โปร่งใส&amp;nbsp;สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน&amp;nbsp;และเป็นไปตามหลักของการแข่งขัน&amp;nbsp;พร้อมทั้งมีกระบวนการรับ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;จ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับทรัพย์ที่เปิดทำการประมูลในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กระจายอยู่ในกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;และอีก&amp;nbsp;21&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;และภูเก็ต&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ที่ดินเปล่า&amp;nbsp;บ้านพร้อมที่ดิน&amp;nbsp;อาคารพาณิชย์&amp;nbsp;ห้องชุด&amp;nbsp;และรีสอร์ท&amp;nbsp;โดยในรอบแรกจะเปิดประมูลขายในวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;08.30น.&amp;nbsp;จนถึงวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ก่อนเวลา&amp;nbsp;12.00น.&amp;nbsp;ซึ่งจะเปิดให้มีการลงทะเบียนสมัครสมาชิกและวางเงินประกันการประมูลในระบบประมูลได้ก่อนในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ก่อนเวลา&amp;nbsp;12.00&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ประสงค์เข้าประมูล&lt;/strong&gt;ที่ได้สมัครสมาชิกในระบบประมูลขายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมธนารักษ์แล้ว&amp;nbsp;ประสงค์ที่จะเสนอราคาซื้อที่ราชพัสดุรายการใดในการขายครั้งนี้&amp;nbsp;สามารถวางเงินประกันการประมูลแต่ละรายการที่จะเสนอราคาซื้อโดยชำระผ่านระบบ&amp;nbsp;Payment&amp;nbsp;ในช่องทางการชำระเงินบนแอปพลิเคชั่นต่างๆ&amp;nbsp;ซึ่งผู้เสนอราคาสามารถเสนอราคาขั้นต่ำเพิ่มขึ้นระหว่างการแข่งขันเสนอราคาแต่ละครั้งได้&amp;nbsp;ส่วนผู้ที่เสนอราคาซื้อสูงสุดของที่ราชพัสดุแต่ละรายการ&amp;nbsp;จะต้องชำระค่าธรรมเนียมการใช้บริการของธนาคารในการเข้าร่วมประมูลในอัตราค่าธรรมเนียมแต่ละรายการตามราคาทรัพย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมธนารักษ์&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในระยะถัดไปกรมธนารักษ์จะมีการเพิ่มช่องทางการวางเงินและคืนเงินประกันการประมูลผ่านระบบ&amp;nbsp;Payment&amp;nbsp;ในช่องทางการชำระเงินบนแอปพลิเคชันต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อให้บริการประชาชนครอบคลุมทุกธุรกรรมการเงินที่จะมีการพัฒนาขึ้นในอนาคต&amp;nbsp;ตลอดจนจะขยายการประมูลออนไลน์ในการจัดให้เช่าที่ราชพัสดุ&amp;nbsp;โดยการเปิดประมูลสิทธิการเช่าที่ราชพัสดุในลักษณะออนไลน์เช่นเดียวกับการประมูลขายด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>14/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514142626835</Link_News></row>
<row _id="122"><NewsTitle>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง ออกตรวจสอบสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ ในพื้นที่อำเภอรัษฎาและอำเภอห้วยยอด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวสุภากิตติ์&amp;nbsp;เกลี้ยงสงค์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ออกตรวจสอบสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;เจลแอลกอฮอล์&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอรัษฎา&amp;nbsp;อำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;ร้านสุธารัตน์เภสัช&amp;nbsp;ราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&amp;nbsp;ชนิดกล่องบรรจุ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;100-125&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สเปรย์แอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือขนาด&amp;nbsp;100&amp;nbsp;มล.&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;59&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;ร้านสมโชคเภสัช&amp;nbsp;ราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&amp;nbsp;ชนิดกล่องบรรจุ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;90&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สเปรย์แอลกอฮอล์70%&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;450&amp;nbsp;มล.&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;160&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;ร้านคลังแสงฟาร์มาซี&amp;nbsp;ราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;ชนิดกล่องบรรจุ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สเปรย์แอลกอฮอล์&amp;nbsp;70%&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;50&amp;nbsp;มล.&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;59&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เจลล้างมือแอลกอฮอล์&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;200&amp;nbsp;มล.&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;99&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;4)&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;7-11&amp;nbsp;สาขาบ้านสวนรื่นรมย์&amp;nbsp;ราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&amp;nbsp;ชนิดกล่องบรรจุ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;99&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เจลแอลกอฮอล์ล้างมือขนาด&amp;nbsp;200&amp;nbsp;มล.&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;79&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;100&amp;nbsp;มล.&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;39&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;50&amp;nbsp;มล.&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;59&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานการณ์การค้า&amp;nbsp;จังหวัดตรังมีหน้ากากอนามัยทางการแพทย์วางจำหน่ายในบางร้าน&amp;nbsp;ส่วนหน้ากากทางเลือก&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;หน้ากากกันฝุ่นทั่วไป&amp;nbsp;หน้ากากเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;และหน้ากากผ้า&amp;nbsp;เจลแอลกอฮอล์&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์&amp;nbsp;และถุงมือยางทางการแพทย์มีวางจำหน่ายในปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนและมีการปิดป้ายแสดงราคาชัดเจน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย&amp;nbsp;ให้ครบถ้วน&amp;nbsp;ชัดเจน&amp;nbsp;และหากพบเห็น&amp;nbsp;การกระทำผิด&amp;nbsp;จำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&amp;nbsp;หรือจำหน่ายในราคา&amp;nbsp;ไม่ตรงกับที่แจ้งไว้&amp;nbsp;สามารถร้องเรียนได้ที่&amp;nbsp;สายด่วนกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;1569&amp;nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;0&amp;nbsp;7522&amp;nbsp;3076&amp;nbsp;หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการ&amp;nbsp;ตามกฎหมาย&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;กรณีจำหน่ายสินค้าราคาสูง&amp;nbsp;เกินสมควร&amp;nbsp;กักตุนสินค้าและปฏิเสธการจำหน่ายต้องโทษจำคุก&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ปรับไม่เกิน&amp;nbsp;140,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>14/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514132452799</Link_News></row>
<row _id="123"><NewsTitle>เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนมะม่วงจังหวัดสระแก้วร่วมลงนาม MOP ซื้อขายมะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว จำนวน 1,000 ตัน มูลค่ารวม 45 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 1 ปี สู่ตลาดฮ่องกง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;นายเกียรติศักดิ์&amp;nbsp;จันทรา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;นางสาวนงเยาว์&amp;nbsp;ศรีฉันทะมิตร&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;นายประจักร์&amp;nbsp;ประสงค์สุข&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;นายบำรุง&amp;nbsp;ล้อเจริญวัฒนะชัย&amp;nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นายเกษมสันต์&amp;nbsp;ศรีโสภา&amp;nbsp;ประธานเครือข่ายธุรกิจ&amp;nbsp;MOC&amp;nbsp;Biz&amp;nbsp;Club&amp;nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยานฝ่ายผู้ขาย&amp;nbsp;จังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;ในพิธีลงนาม&amp;nbsp;MOP&amp;nbsp;(MEMORANDUM&amp;nbsp;OF&amp;nbsp;PURCHASING&amp;nbsp;)&amp;nbsp;การส่งเสริม&amp;nbsp;การส่งออกมะม่วงไทยเข้าสู่ตลาดฮ่องกง&amp;nbsp;ระหว่างบริษัท&amp;nbsp;Chiangmai&amp;nbsp;Herbs&amp;nbsp;Trading&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;เมืองฮ่องกง&amp;nbsp;ผู้ซื้อ&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;Mr.&amp;nbsp;Pang&amp;nbsp;Kwong&amp;nbsp;Wing&amp;nbsp;กรรมการบริษัทฯ&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนมะม่วงจังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;คุณวรเทพ&amp;nbsp;แก้ววงษ์นุกูล&amp;nbsp;ประธานเครือข่าย&amp;nbsp;ผ่านช่องทางออนไลน์&amp;nbsp;ร่วมกับสักขีพยานจากกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งพิธีลงนาม&amp;nbsp;MOP&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;เพื่อเชื่อมโยงการส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้ไทย&amp;nbsp;เพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้เกษตรกร&amp;nbsp;และผลักดันตลาดมะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้วให้เป็นสินค้าระดับพรีเมียมอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;โดยเริ่มจากตลาดฮ่องกงซึ่งมีความนิยมและต้องการบริโภคผลไม้ไทยโดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนให้จังหวัดสระแก้วเป็น&amp;nbsp;สระแก้วโมเดล&amp;nbsp;สำหรับการส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้ไทยที่มีคุณภาพและมาตรฐานสู่ตลาดต่างประเทศต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประจัก&amp;nbsp;สารการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;สุชีวิน&amp;nbsp;ปิยะมิตรบัณฑิต&amp;nbsp;ภาพ/ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>14/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>สระแก้ว</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514154439923</Link_News></row>
<row _id="124"><NewsTitle>จังหวัดกระบี่เร่งประชุมหารือรัฐเอกชนเตรียมการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติห้วงเดือน 1 ต.ค. 64</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายสมชาย&amp;nbsp;หาญภักดีปฏิมา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือเตรียมการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ&amp;nbsp;โดยมีนางสาวจรรยารักษ์&amp;nbsp;สาธิตกิจ&amp;nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นายอุทิศ&amp;nbsp;ลิ่มสกุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สำนักงานกระบี่&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ณ.ห้องประชุมอ่าวลึก&amp;nbsp;(ชั้น3&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ร่วมวางแผนจัดทำขั้นตอนการเตรียมแผนงานโครงการที่เปิดรับนักท่องเที่ยวจังหวัด&amp;nbsp;สำหรับของพื้นที่ทั้ง6&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ที่จังหวัดเสนอให้เป็นพื้นที่ดำเนินการ&amp;nbsp;Bubble&amp;nbsp;-&amp;nbsp;Vaccine&amp;nbsp;Travel&amp;nbsp;Area&amp;nbsp;&amp;nbsp;sandbox&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Area&amp;nbsp;Quarantine&amp;nbsp;(พื้นที่กำกับดูแลเป็นการเฉพาะ)&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เกาะพีพี&amp;nbsp;,ไร่เลย์&amp;nbsp;,เกาะไหง&amp;nbsp;,หนองทะเล&amp;nbsp;,อ่าวนาง&amp;nbsp;และเกาะลันตาใหญ่&amp;nbsp;เพื่อรับนักท่องเที่ยวตามนโยบายเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ&amp;nbsp;ตามนโนบายรัฐบาลจะมรการเปิดพื้นที่&amp;nbsp;Sand&amp;nbsp;box&amp;nbsp;คู่จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยในวันนี้มีมติที่ประชุม&amp;nbsp;เสนอให้&amp;nbsp;ทุกหน่วยงานนำเสนอแผนระดมความคิดเห็นทุกภาคส่วน&amp;nbsp;เสนอแผนงานโครงการเพื่อให้สอดคล้องในการเสนอแผนการพัฒนาพื้นที่กระบี่สอดคล้องกับยุทธ์ศาสตร์ด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ในระยะสั้น&amp;nbsp;ระยะกลาง&amp;nbsp;ระยะยาว&amp;nbsp;โดยให้ทุกหน่วยงานบรรจุแผนงานของหน่วยงาน&amp;nbsp;อาทิเช่น&amp;nbsp;งบจังหวัด&amp;nbsp;งบท้องถิ่น&amp;nbsp;งบฟังก์ชั่น&amp;nbsp;ให้ทุกหน่วยงานและเจ้าของพื้นที่รัฐเอกชน&amp;nbsp;ท้องถิ่น&amp;nbsp;สำรวจโครงการที่สอดคล้อง&amp;nbsp;โดยให้คำนึงถึงความปลอดภัย&amp;nbsp;ด้านสาธารณสุข&amp;nbsp;ด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน&amp;nbsp;ต้องมีมาตรฐานบนพื้นฐานความปลอดภัย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มาตรการฐาน&amp;nbsp;sha&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;347&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ALQ&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อนำเสนอแผนเป็นในทิศทางเดียวกัน&amp;nbsp;ในด้านมาตรการและโครงการครอบคลุมทุกพื้นที่&amp;nbsp;บนความปลอดภัยสูงสุด&amp;nbsp;โดยหลังจากนี้เมื่อทำแผนแล้ว&amp;nbsp;ให้มีการแถลงแผน&amp;nbsp;และทำการซักซ้อม&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างความรับรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจแก่ประชาชน&amp;nbsp;และผู้ประกอบการ&amp;nbsp;เร่งประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ความรู้ประชาชน&amp;nbsp;ถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถช่วยในด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของพื้นที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;โดยหลังจากนี้&amp;nbsp;จะประชุมหารือร่วมกันอีกครั้ง&amp;nbsp;และเน้นย้ำกำชับให้นำ&amp;nbsp;พรบ.&amp;nbsp;และกฎระเบียบ&amp;nbsp;การบังคับใช้ของหน่วยงาน&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัดเช่น&amp;nbsp;ท่าอากาศยานานาชาติกระบี่&amp;nbsp;ขนส่งจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ท่าเทียบเรือโดยสารเพื่อการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;โดยจัดทำขั้นตอน&amp;nbsp;รายละเอียดในการเปิดรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;อปท.ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และภาคเอกชน&amp;nbsp;เพื่อเสนอศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;เเละคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;พิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เครดิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;:&amp;nbsp;สำนักข่าวประชาสัมพันํ์จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;/ปานอุมา&amp;nbsp;แหละยุหีม&amp;nbsp;14&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;64&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>14/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515112601121</Link_News></row>
<row _id="125"><NewsTitle>หนองคาย เอาใจคอทุเรียนเริ่มต้นพูละ 5 บาทคนต่อคิวซื้อ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แม่ค้าสาวหนองคายใจดี&amp;nbsp;เอาใจคอทุเรียนหนองคาย&amp;nbsp;ในยามวิกฤตเศรษฐกิจในยุคโควิด-19&amp;nbsp;ที่หลาย&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;คนต้องขาดรายได้และมีรายได้ที่น้อยลง&amp;nbsp;ให้มีโอกาสได้รับประทานทุเรียน&amp;nbsp;ขายทุเรียนหมอนทองในราคาถูก&amp;nbsp;เริ่มต้นพูละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;คนต่อคิวแห่ซื้อแน่น&amp;nbsp;ใช้เวลาไม่ถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชั่วโมงก็ขายหมด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อช่วงเช้าของวันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;ที่แผงขายทุเรียนบริเวณด้านหน้าสำนักงานธนารักษ์พื้นที่หนองคาย&amp;nbsp;ตรงข้ามสำนักงานสาธาณสุขจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;ถนนศูนย์ราชการจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;น.ส.ไตรรัตน์&amp;nbsp;พลศักดิ์&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;แม่ค้าขายทุเรียน&amp;nbsp;ได้ตั้งโต๊ะเปิดขายทุเรียนหมอนทองที่แกะแยกเป็นพู&amp;nbsp;เริ่มต้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แรปด้วยพลาสติกใสอย่างดีวางขายบนโต๊ะ&amp;nbsp;ปรากฏว่ามีลูกค้ารุมล้อมเลือกทุเรียนกันอย่างคึกคัก&amp;nbsp;โดยมีราคาขายเริ่มตั้งแต่พูละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เรื่อยไปจนถึงหลัก&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ตามขนาด&amp;nbsp;ซึ่งทุเรียนพูละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ถูกเลือกซื้อเป็นอันดับแรก&amp;nbsp;และหมดไปในเวลาไม่ถึง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นาทีหลังเปิดขาย&amp;nbsp;โดยได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;ทั้งกลุ่มคนทำงาน&amp;nbsp;นักเรียน&amp;nbsp;นักศึกษา&amp;nbsp;ที่สามารถมาเลือกซื้อทุเรียนไปรับประทานกันได้ตามงบประมาณที่มีในกระเป๋า&amp;nbsp;ถือเป็นเจ้าแรกของจังหวัดหนองคายที่ขายทุเรียนในราคาถูกแบบนี้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากการสอบถาม&amp;nbsp;น.ส.ไตรรัตน์&amp;nbsp;พลศักดิ์&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;แม่ค้าขายทุเรียน&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;ตนมีแนวคิดขายทุเรียนแยกพูเริ่มต้นพูละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพราะต้องการช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤตเศรษฐกิจในยุคโควิด-19&amp;nbsp;เพราะหลาย&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;คนต้องขาดรายได้&amp;nbsp;หากอยากรับประทานทุเรียน&amp;nbsp;และต้องซื้อในราคาแพงก็คงไม่ไหว&amp;nbsp;ยอมรับว่ากำไรไม่มาก&amp;nbsp;ขอแค่พอมีกำไรเป็นรายได้เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง&amp;nbsp;แม่ค้าอยู่ได้ลูกค้าอยู่ได้ก็ดีใจ&amp;nbsp;หลังจากเปิดขายมาเป็นวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ปรากฏว่าลูกค้าตอบรับเป็นอย่างดี&amp;nbsp;แต่ละวันสั่งทุเรียนหมอนทองจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;มาขายวันละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;โดยขายแบบเป็นลูกช่างกิโลละ&amp;nbsp;115&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และแยกพูเริ่มต้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาทไปจนถึง&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ตามขนาด&amp;nbsp;ใช้เวลาไม่ถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชั่วโมงก็ขายหมด&amp;nbsp;หลังจากนี้ก็จะยังขายไปเรื่อย&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;จนกว่าจะหมดฤดูกาล&amp;nbsp;และหากลูกค้ามากขึ้นก็จะจัดระบบบัตรคิวเว้นระยะห่าง&amp;nbsp;เพื่อให้ปลอดภัยจากโรคระบาดโควิด-19&amp;nbsp;โดยจะเริ่มขายตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.ทุกวัน&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้โพสต์ขายในเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;ไทยหนองคาย&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางในการขายอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จุมพล&amp;nbsp;&amp;nbsp;สายแวว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>15/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>หนองคาย</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515105811099</Link_News></row>
<row _id="126"><NewsTitle>กระทรวงพาณิชย์ เปิดจุดรับซื้อพริกเขียวมันในพื้นที่จังหวัดสงขลาและนครศรีธรรมราช แก้ปัญหาราคาพริกตกต่ำ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวัฒนศักย์&amp;nbsp;เสือเอี่ยม&amp;nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาราคาพริกเขียวมันตกต่ำ&amp;nbsp;หลังจากประเทศมาเลเซียลดการนำเข้า&amp;nbsp;ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ได้เชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้าไปรับซื้อพริกเขียวมันจากเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสงขลาและนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;โดยสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการช่วยเหลือเกษตรกรในอัตราไม่เกิน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการรับซื้อไปแล้ว&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;จากเป้าหมาย&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และได้เปิดจุดรับซื้อในพื้นที่จังหวัดสงขลาจำนวน&amp;nbsp;59&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ในอำเภอระโนดและกระแสสินธุ์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;จุดรับซื้อที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;อีกจำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จุดในอำเภอหัวไทร&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ได้อนุมัติแผนการเปิดจุดรับซื้อเพิ่มอีก&amp;nbsp;21&amp;nbsp;จุดในพื้นที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อำเภอปากพนัง&amp;nbsp;ชะอวด&amp;nbsp;เฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;และเชียรใหญ่&amp;nbsp;ซึ่งจะได้ทยอยเปิดโดยเร็ว&amp;nbsp;สำหรับในพื้นที่ตำบลเกาะทวด&amp;nbsp;อำเภอปากพนัง&amp;nbsp;จังหวัดจังหวัดนครศรีธรรมราชจะเปิดจุดรับซื้อในวันเสาร์ที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;พฤษภาคมนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายหลังจากการดำเนินการดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ช่วยพยุงราคาในตลาดไม่ลดต่ำลงและปรับสูงขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการกระจุกตัวของผลผลิตพริกในพื้นที่ได้ขอความร่วมมือตลาดกลางสินค้าเกษตรในความส่งเสริมของกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ตลาดไท&amp;nbsp;ตลาดสี่มุมเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;ตลาดศรีเมือง&amp;nbsp;จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;และห้างค้าปลีกค้าส่งเข้าไปช่วยรับซื้อผลผลิตออกจากพื้นที่&amp;nbsp;คาดว่าภายหลังเทศกาลถือศีลอดของชาวมุสลิมความต้องการบริโภคจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;หากพบเห็นพฤติกรรมที่เป็นการเอาเปรียบหรือกดราคารับซื้อ&amp;nbsp;สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;1569&amp;nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>15/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515130622198</Link_News></row>
<row _id="127"><NewsTitle>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สนับสนุนภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่องด้านการท่องเที่ยว เร่งส่งวัคซีนฉีดให้ได้ 70% </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุทิน&amp;nbsp;ชาญวีรกูล&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายพิพัฒน์&amp;nbsp;รัชกิจปราการ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;นายแพทย์โสภณ&amp;nbsp;เมฆธน&amp;nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;นายแพทย์เกียรติภูมิ&amp;nbsp;วงศ์รจิต&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;&amp;nbsp;และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตาม&amp;nbsp;การให้บริการวัคซีนโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;แก่ประชาชน&amp;nbsp;พร้อมส่งมอบวัคซีนซิโนแวค&amp;nbsp;สำหรับฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่และมอบหน้ากากอนามัยทางการแพทย์หน้ากาก&amp;nbsp;n95&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;Cover&amp;nbsp;All&amp;nbsp;ยาแผนไทยฟ้าทะลายโจรให้กับโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต&amp;nbsp;สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ไว้ใช้ในการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;โดยมีนายณรงค์&amp;nbsp;วุ่นซิ้ว&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เป็นตัวแทนรับมอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตวันนี้&amp;nbsp;ได้มอบนโยบายและติดตามสถานการณ์การฉีดวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp;ในจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดจังหวัดภูเก็ตรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;เป็นจังหวัดแรกของประเทศตามแผนรัฐบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ&amp;nbsp;ทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวฟื้นตัว&amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนทุกด้านเพื่อให้จังหวัดภูเก็ตกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;กล่าวต่อว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เป็นจังหวัดที่มีประสิทธิภาพในการบริการวัคซีนกับประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งการจะเปิดเมืองภูเก็ตคนในพื้นที่จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนให้ได้ร้อยละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ของประชากร&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่&amp;nbsp;โดยกลุ่มที่จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนอย่างครอบคลุมคือ&amp;nbsp;ผู้ที่มีอายุมากกว่า&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และแรงงานในธุรกิจท่องเที่ยว&amp;nbsp;&amp;nbsp;แรงงานในธุรกิจอื่นและแรงงานต่างชาติ&amp;nbsp;ที่มีเป้าหมาย&amp;nbsp;466,&amp;nbsp;587&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยแผนการฉีดจะต้องฉีดเข็มที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และฉีดเข็มที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>15/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515162657244</Link_News></row>
<row _id="128"><NewsTitle>ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับผู้ให้บริการทางการเงินออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 3</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายรณดล&amp;nbsp;นุ่มนนท์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน&amp;nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธปท.)&amp;nbsp;เปิดเผยถึงมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้&amp;nbsp;ผ่านรายการ&amp;nbsp;NBT&amp;nbsp;รวมใจ&amp;nbsp;สู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ระลอก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ส่งผลให้ลูกหนี้รายย่อยยังคงได้รับผลกระทบในวงกว้าง&amp;nbsp;โดยการแพร่ระบาดในช่วงที่ผ่านมา&amp;nbsp;ธปท.&amp;nbsp;ร่วมกับสถาบันการเงิน&amp;nbsp;ได้ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วน&amp;nbsp;โดยมองว่าการแพร่ระบาดในรอบนี้การช่วยเหลือต้องเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากมีลูกหนี้รายย่อยแจ้งความประสงค์ขอรับการช่วยเหลือในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;กว่าแสนราย&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ธปท.&amp;nbsp;จึงหารือร่วมกับผู้ให้บริการทางการเงินต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ด้วยการยกระดับมาตรการเดิมให้ตอบสนองต่อสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นและช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับความเดือดร้อนได้อย่างเหมาะสม&amp;nbsp;ซึ่งจะครอบคลุมสินเชื่อ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล&amp;nbsp;,สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์&amp;nbsp;,เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์&amp;nbsp;และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน&amp;nbsp;โดยลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความประสงค์รับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ผ่านช่องทางต่างๆ&amp;nbsp;ของผู้ให้บริการทางการเงิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าการ&amp;nbsp;ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp;สำหรับลูกหนี้ที่ยังมีศักยภาพจ่ายได้&amp;nbsp;ธปท.&amp;nbsp;ขอให้ชำระหนี้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เนื่องจากการพักชำระหนี้เป็นเพียงการชะลอเท่านั้น&amp;nbsp;โดยในระยะถัดไป&amp;nbsp;ธปท.&amp;nbsp;จะออกมาตรการช่วยเหลือสำหรับลูกหนี้ที่ชำระหนี้ได้ตรงด้วย&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;การช่วยเหลือในรอบนี้&amp;nbsp;ธปท.&amp;nbsp;ขอให้ผู้ให้บริการทางการเงินให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมกับสถานะของลูกหนี้ตามมาตรการที่กำหนด&amp;nbsp;รวมทั้งให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามนโยบายของผู้ให้บริการทางการเงิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>16/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516134519391</Link_News></row>
<row _id="129"><NewsTitle>คลังจังหวัดลำปาง นำทีมคณะผู้บริหารการคลังประจำ??จังหวัด?ลำ?ปาง เข้ารับฉีดวัคซีน?โควิด-19 สร้างภูมิคุ้มกัน?หมู่ ?สร้างความเชื่อมั่นฟื้นฟูเศรษฐกิจ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;นางสุภาภรณ์&amp;nbsp;จุลละสุภา&amp;nbsp;คลังจังหวัดลำปาง&lt;/span&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหารการคลังประจำ??จังหวัด?ลำ?ปาง&amp;nbsp;(คบจ.)&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยงานสังกัดกระทรวงการคลัง?&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;และส่วนราชการ&amp;nbsp;ทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องลงพื้นที่พบปะและให้บริการประชาชนในด้านต่างๆ&amp;nbsp;เข้ารับการฉีดวัคซีน&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;&amp;nbsp;Sinovac&amp;nbsp;เข็มที่แรก&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อาคารตึกเมตตา&amp;nbsp;โรงพยาบาลลำปาง&lt;/span&gt;&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;&amp;nbsp;color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;โดยไม่พบอาการข้างเคียงหรืออาการผิดปกติแต่อย่างใด&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;คลังจังหวัดลำปาง&lt;/span&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;มีความมั่นใจในความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;และที่สำคัญคือตามนโยบายของจังหวัดและรัฐบาลที่ความตั้งใจให้เกิดการสร้าง&amp;nbsp;สร้างภูมิคุ้มกัน?หมู่?&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;ให้แก่ประชาชน&lt;/span&gt;&amp;nbsp;เพื่อปัญหาและลดการระบาดโรคโควิด-19&amp;nbsp;สร้างความเชื่อมั่นในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ?และสังคมของจังหวัดลำปางและประเทศ&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกัน?หมู่ไปพร้อมๆ&amp;nbsp;กัน&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุขโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;คลังจังหวัดลำปาง&lt;/span&gt;&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;สำหรับมาตรการการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;มีมติเห็นชอบช่วยเหลือ&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;โครงการเราชนะ&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;เพิ่มวงเงินใช้จ่ายสัปดาห์ละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป็นเวลา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สัปดาห์&amp;nbsp;ครอบคลุมผู้มีสิทธิ&amp;nbsp;32,900,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ใช้จ่ายได้ถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิ.ย.&amp;nbsp;64&lt;/span&gt;,&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;ม.33&amp;nbsp;เรารักกัน&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;เพิ่มวงเงินช่วยเหลือผู้ประกันตนมาตรา&amp;nbsp;33&amp;nbsp;สัปดาห์ละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป็นเวลา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สัปดาห์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9,270,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ใช้จ่ายได้ถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิ.ย.&amp;nbsp;64&lt;/span&gt;,&amp;nbsp;โครงการคนละครึ่งเฟส&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ใช้หลักเกณฑ์เดิม&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;รัฐบาลครึ่งหนึ่งกับประชาชนครึ่งหนึ่ง&amp;nbsp;โดยรัฐบาลสนับสนุนวงเงินใช้จ่าย&amp;nbsp;สูงสุด&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาท/คน/วัน&amp;nbsp;สูงสุด&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ครอบคลุมผู้ใช้สิทธิ&amp;nbsp;31,000,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เป็นเวลา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;(ก.ค.&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขยายวงเงินช่วยเหลือค่าครองชีพให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;13,650,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ให้ได้รับวงเงินเพิ่มเติมเดือนละ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป็นเวลา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;(ก.ค.&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ&amp;nbsp;ขยายวงเงินช่วยเหลือค่าครองชีพสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ&amp;nbsp;ครอบคลุมผู้ได้รับสิทธิ&amp;nbsp;2,500,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ให้ได้รับวงเงินเพิ่มเติมเดือนละ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป็นเวลา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;(ก.ค.&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้(โครงการใหม่ล่าสุด)&amp;nbsp;กระตุ้นการบริโภคในประเทศของประชาชนกลุ่มรายได้ปานกลางและรายได้สูง&amp;nbsp;โดยรัฐสนับสนุนบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;(E-Voucher)&amp;nbsp;ให้กับประชาชนเมื่อใช้จ่ายซื้อสินค้า&amp;nbsp;อาหาร&amp;nbsp;และเครื่องดื่ม&amp;nbsp;ค่าบริการ&amp;nbsp;ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง&amp;nbsp;กับผู้ประกอบการร้านค้าหรือบริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;ซึ่งติดตั้งแอปพิเคชันถุงเงิน&amp;nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;ยิ่งใช้ยิ่งดี&amp;nbsp;กำหนดวงเงินใช้จ่ายไม่เกิน&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;บาท/คน/วัน&amp;nbsp;สูงสุดไม่เกิน&amp;nbsp;7,000&amp;nbsp;บาทต่อคน&amp;nbsp;เมื่อประชาชนใช้จ่ายดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุน&amp;nbsp;e-Voucher&amp;nbsp;จากภาครัฐในช่วงเดือน&amp;nbsp;ก.ค.&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;และสามารถนำ&amp;nbsp;E-Voucher&amp;nbsp;ไปใช้จ่ายได้ในเดือน&amp;nbsp;ส.ค.&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>16/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516142521401</Link_News></row>
<row _id="130"><NewsTitle>สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน) ผลักดันการปลูกบุกแบบไม่รุกป่า เผย บุก จากโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมยและแม่สามแลบ สร้างรายได้ให้เกษตรกรหลักล้านแล้ว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;เปิดข้อมูลว่า&amp;nbsp;บุกเนื้อทราย&amp;nbsp;(บุกไข่)&amp;nbsp;เป็นพืชท้องถิ่นและเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรบนพื้นที่สูง&amp;nbsp;โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่ในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมยและแม่สามแลบ&amp;nbsp;อำเภอสบเมย&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงแม่สอง&amp;nbsp;อำเภอท่าสองยาง&amp;nbsp;จังหวัดตาก&amp;nbsp;โดยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2559-2563&amp;nbsp;รวมไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;40.54&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ประมาณการผลผลิตเฉลี่ยรวม&amp;nbsp;527&amp;nbsp;ตันต่อปี&amp;nbsp;ทั้งนี้ปริมาณความต้องการใช้ผงบุกในตลาดโลก&amp;nbsp;30,000-40,000&amp;nbsp;ตันต่อปี&amp;nbsp;และปริมาณความต้องการใช้หัวบุกสดในประเทศมากกว่า&amp;nbsp;12,000&amp;nbsp;ตันต่อปี&amp;nbsp;แต่ประเทศไทยผลิตได้ประมาณ&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;ตันต่อปี&amp;nbsp;(ชาลีดา,2559)&amp;nbsp;ซึ่งเห็นได้ว่าบุกเนื้อทรายเป็นพืชที่มีศักยภาพในการนำมาพัฒนาให้มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;เนื่องจากมีแนวโน้มความต้องการของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของบุกเนื้อทราย&amp;nbsp;โดยขึ้นเจริญได้ดีในระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล&amp;nbsp;100-800&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;ไม่มีน้ำท่วมขัง&amp;nbsp;ไม่ชอบแดดจัด&amp;nbsp;สามารถปลูกร่วมกับพืชชนิดอื่นได้&amp;nbsp;ไม่ว่าจะปลูกแซมตามป่าธรรมชาติ&amp;nbsp;ปลูกแซมในสวนไม้ผล&amp;nbsp;ไม้ยืนต้น&amp;nbsp;หรือปลูกเป็นพืชร่วมในระบบวนเกษตร&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;และสามารถปลูกได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมี&amp;nbsp;เหมาะเป็นพืชทางเลือกเศรษฐกิจสำหรับชุมชนที่อยู่ห่างไกลและใกล้ชิดกับพื้นที่ป่า&amp;nbsp;โดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้จากการปลูกบุก&amp;nbsp;ในขณะเดียวกันไม่เข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อทำการเกษตรเชิงเดี่ยว&amp;nbsp;แต่กลับทำให้มีพื้นที่ป่า/พื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย&amp;nbsp;ทำให้&amp;nbsp;คนบนพื้นที่สูงอยู่กับป่าได้อย่างเกื้อกูล&amp;nbsp;สมดุล&amp;nbsp;มั่นคง&amp;nbsp;และยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ทั้งนี้บุกเป็นพืชที่อยู่ภายใต้มาตรการควบคุมการนำไปใช้ประโยชน์ของกฎหมาย&amp;nbsp;(ของป่า)&amp;nbsp;จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการพื้นที่ปลูก&amp;nbsp;โดยการกําหนดเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินให้ชัดเจน&amp;nbsp;(จับพิกัดจัดทำแผนที่รายแปลง)&amp;nbsp;และมีระบบการควบคุมที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่&amp;nbsp;(กำหนดกฎระเบียบร่วมกับชุมชนในการจัดระบบการปลูก)&amp;nbsp;การจัดทำทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกบุกในระบบของกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมป่าไม้&amp;nbsp;การรวมกลุ่ม/จัดตั้งกลุ่มผู้ผลิตหรือแปรรูปผลผลิตบุกในพื้นที่&amp;nbsp;รวมถึงการจัดการผลผลิตและการตลาด&amp;nbsp;ภายใต้การทำงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp;ในลักษณะการบูรณาการ&amp;nbsp;เพื่อยกระดับจากพืชป่า&amp;nbsp;(พืชท้องถิ่น)&amp;nbsp;มาเป็นพืชปลูก&amp;nbsp;(พืชเศรษฐกิจ)&amp;nbsp;ที่สร้างรายได้ให้ชุมชน&amp;nbsp;ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ที่ดินบนพื้นที่สูง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>17/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517133237553</Link_News></row>
<row _id="131"><NewsTitle>รองผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา นำคณะลงพื้นที่สำรวจแหล่งท่องเที่ยวอำเภอพนมสารคาม เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวระดับอำเภอ ครั้งที่ 4</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;นายพูลทรัพย์&amp;nbsp;สมบูรณ์ปัญญา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;นำคณะกรรมการโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวระดับอำเภอ&amp;nbsp;เดินทางลงพื้นที่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ว่าการอำเภอพนมสารคาม&amp;nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;เพื่อร่วมประชุมขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวระดับอำเภอ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางปิณฑิรา&amp;nbsp;เก่งการพานิช&amp;nbsp;นายอำเภอพนมสารคาม&amp;nbsp;ให้การต้อนรับและแนะนำแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอพนมสารคาม&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทราได้จัดทำโครงการดังกล่าวฯขึ้น&amp;nbsp;เพื่อสำรวจแหล่งท่องเที่ยวและข้อมูลที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และจัดทำฐานข้อมูลเพื่อการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวระดับอำเภอและจังหวัด&amp;nbsp;ตลอดจนติดตามสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวและร่วมแก้ไขปัญหาด้านการท่องเที่ยวโดยบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับอำเภอ&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสู่ความเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;และจัดทำข้อเสนอแนวทางการส่งเสริมพัฒนาและแก้ไขปัญหาด้านการท่องเที่ยวต่อคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวของจังหวัดฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;และปฏิบัติงานอื่นๆ&amp;nbsp;ตามนโยบายจังหวัด&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ภารกิจอื่นๆ&amp;nbsp;ตามสถานการณ์การท่องเที่ยวในภาวะปัจจุบัน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภายหลังการประชุม&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;พร้อมคณะกรรมการฯ&amp;nbsp;เดินทางไปวัดโพธิ์ใหญ่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลเมืองเก่า&amp;nbsp;จากนั้น&amp;nbsp;ไหว้พระไพรีพินาศ&amp;nbsp;วิหารท้าวเวสสุวรรณ&amp;nbsp;และพระมหาเจดีย์โพธินันทประภา&amp;nbsp;และเดินทางไปยังศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;เยี่ยมชมภายในศูนย์ฯ&amp;nbsp;และชมต้นเตยเปียก&amp;nbsp;/ต้นศรีมหาโพธิ์&amp;nbsp;เป็นต้นไม้ทรงปลูกของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเดินทางต่อไปยังบ้านดิน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลเกาะขนุน&amp;nbsp;จากนั้นเดินทางไปวัดสุวรรณคีรี&amp;nbsp;(เขาดงยาง)&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลหนองแหน&amp;nbsp;และไหว้พระมหาเจดีย์จอมสุวรรณ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>17/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ฉะเชิงเทรา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงเทรา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517152850651</Link_News></row>
<row _id="132"><NewsTitle>เชิญชวนนักออกแบบไทยและต่างชาติ ส่งผลงานออกแบบเครื่องประดับชิงรางวัล GITs World Jewelry Design Awards 2021</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุเมธ&amp;nbsp;ประสงค์พงษ์ชัย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้อานวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GIT&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การเปิดเวทีออกแบบเครื่องประดับเข้าประกวด&amp;nbsp;&amp;nbsp;GITs&amp;nbsp;World&amp;nbsp;Jewelry&amp;nbsp;Design&amp;nbsp;Awards&amp;nbsp;2021&amp;nbsp;ในปีนี้&amp;nbsp;จัดขึ้นภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;"การออกแบบเครื่องประดับเพื่อทุกคน"&amp;nbsp;ก้าวข้ามข้อจำกัดเรื่องเพศ&amp;nbsp;อายุของผู้สวมใส่&amp;nbsp;โดยการนำเสนอคุณค่า&amp;nbsp;ความงดงามของวัสดุและวัตถุดิบที่เลือกใช้มาผสมผสานผ่านการนำเสนอแนวคิดในการออกแบบเครื่องประดับเพื่อทุกคน&amp;nbsp;(Design&amp;nbsp;for&amp;nbsp;all)&amp;nbsp;ซึ่งการประกวดครั้งนี้นักออกแบบรุ่นใหม่&amp;nbsp;จะต้องนำแนวคิดและความชื่นชอบเครื่องประดับของผู้คนในทุกช่วงอายุมาหล่อหลอมและสร้างสรรค์ออกมาเป็นเครื่องประดับแบบใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ชนะการประกวดครั้งนี้มีรางวัลมูลค่ารวมกว่า&amp;nbsp;300,000&amp;nbsp;บาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;เหรียญสหรัฐ&amp;nbsp;พร้อมโล่เกียรติยศ&amp;nbsp;โดยเบื้องต้นสถาบันจะตัดสินรอบคัดเลือกแบบวาดและนำแบบวาดที่เข้ารอบสุดท้าย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แบบวาด&amp;nbsp;มาผลิตเป็นเครื่องประดับจริงเพื่อนำไปตัดสินอีกครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;และประกาศรางวัลผู้ชนะเลิศ&amp;nbsp;พร้อมทั้งแสดงแฟชั่นโชว์ด้วยดารานางแบบชั้นนำที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน&amp;nbsp;จากนั้นสถาบันจะนำผลงานการออกครั้งนี้ไปจัดแสดงในงานแสดงสินค้าต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โชว์ในงานบางกอกเจมส์&amp;nbsp;แอนด์&amp;nbsp;จิวเวลรี่&amp;nbsp;แฟร์&amp;nbsp;และงานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี&amp;nbsp;2021&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับโลกของประเทศไทย&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นความเชื่อมั่นในการเลือกซื้ออัญมณีของไทยและสร้างรายได้ให้กับประเทศหลังสถานการณ์วิกฤติโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;คลี่คลาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นักออกแบบจะต้องส่งแบบวาดไม่จำกัดเทคนิค&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หรือภาพเขียนจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์&amp;nbsp;ที่ตรงกับหัวข้อ&amp;nbsp;จำนวนไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชิ้นใน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;(คอลเลคชัน)&amp;nbsp;โดยในชุดนั้นจะต้องมีสร้อยคอเป็นหลักและเครื่องประดับอื่นๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ต่างหู&amp;nbsp;แหวน&amp;nbsp;กำไล&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;สำหรับผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดใบสมัครและส่งผลงานเข้าประกวดได้ตั้งแต่วันนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;31&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ผ่านทางออนไลน์ที่เว็บไซต์&amp;nbsp;www.gitwjda.com&amp;nbsp;หรือส่งผลงานพร้อมใบสมัครทางไปรษณีย์&amp;nbsp;หรือส่งผลงานด้วยตัวเองที่ฝ่ายฝึกอบรม&amp;nbsp;สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;140&amp;nbsp;อาคารไอทีเอฟ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทาวเวอร์&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ถนนสีลม&amp;nbsp;แขวงสุริยวงศ์&amp;nbsp;เขตบางรัก&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;10500&amp;nbsp;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่&amp;nbsp;ฝ่ายฝึกอบรม&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;+66&amp;nbsp;2&amp;nbsp;634&amp;nbsp;4999&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;301-306&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;311-313&amp;nbsp;และดูรายละเอียดการรับสมัครได้ที่&amp;nbsp;www.gitwjda.com&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>18/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518092429881</Link_News></row>
<row _id="133"><NewsTitle>กำหนดสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลประชาชนกลุ่มเสี่ยงและผู้ติดเชื้อโควิด-19 </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประภาศ&amp;nbsp;คงเอียด&amp;nbsp;อธิบดีกรมบัญชีกลาง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบันได้รับข้อร้องเรียนเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลของผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;โดยเฉพาะกรณีที่เข้ารับการตรวจและรักษาที่สถานพยาบาลของเอกชน&amp;nbsp;กรมบัญชีกลาง&amp;nbsp;สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&amp;nbsp;(สปสช.)&amp;nbsp;และสำนักงานประกันสังคม&amp;nbsp;จึงบูรณาการร่วมกันเพื่อกำหนดสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลประชาชนกลุ่มเสี่ยงและผู้ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่จำเป็นและเหมาะสม&amp;nbsp;โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งในสถานพยาบาลของทางราชการและสถานพยาบาลของเอกชน&amp;nbsp;รวมทั้งออกแถลงการณ์เรื่องสิทธิผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;เพื่อให้ทุกหน่วยงาน&amp;nbsp;ตลอดจนประชาชนทราบถึงสิทธิที่พึงได้รับตามกฎหมาย&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยงและเป็นไปตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด&amp;nbsp;ประชาชนทุกคนได้รับสิทธิดังกล่าว&amp;nbsp;โดยที่&amp;nbsp;สปสช.&amp;nbsp;จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการทั้งในสถานพยาบาลของทางราชการและสถานพยาบาลของเอกชน&amp;nbsp;และคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์&amp;nbsp;วิธีการ&amp;nbsp;และเงื่อนไขกำหนดค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;ในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ&amp;nbsp;กรณีโรคโควิด-19&amp;nbsp;ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของเอกขน&amp;nbsp;ซึ่งหลักเกณฑ์ฯ&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;ได้กำหนดขึ้น&amp;nbsp;เพื่อรองรับสิทธิของผู้ป่วยให้สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของเอกชนได้ทุกแห่งและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยที่สถานพยาบาลของเอกชนจะต้องดำเนินการส่งข้อมูล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อขอเบิกเงินตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวมายัง&amp;nbsp;สปสช.&amp;nbsp;ก่อนที่จะส่งเรื่องไปยัง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;กรมบัญชีกลาง&amp;nbsp;สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&amp;nbsp;(สปสช.)&amp;nbsp;และสำนักงานประกันสังคม&amp;nbsp;เพื่อจ่ายเงินให้กับสถานพยาบาลของเอกชนโดยตรงต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมบัญชีกลาง&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp;ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้เร่งสร้างการรับรู้เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ฯ&amp;nbsp;ข้างต้น&amp;nbsp;ให้แก่สถานพยาบาลต่างๆ&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องและทั่วถึง&amp;nbsp;เพื่อให้การดำเนินการป้องกันและการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp;รวมถึงดำเนินการต่างๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด&amp;nbsp;โดยทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หน่วยงานจะร่วมกันคุ้มครองสิทธิของประชาชน&amp;nbsp;ให้สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์&amp;nbsp;โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;ตามสิทธิของประชาชนที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย&amp;nbsp;พุทธศักราช&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;49&amp;nbsp;วรรค&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ซึ่งกำหนดให้บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐ&amp;nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>18/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518143812050</Link_News></row>
<row _id="134"><NewsTitle>จังหวัดลำพูน เร่งช่วยเหลือเกษตรและผู้ประกอบการ ส่งออกผลผลิตการเกษตร ( มะม่วง กระเทียม )ออกนอกแหล่งผลิตให้ได้มากที่สุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เร่งช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ประกอบการกระจายผลผลิตมะม่วง&amp;nbsp;ออกสู่ตลาด&amp;nbsp;โดยสนับสนุนค่าบริหารจัดการ&amp;nbsp;แก่สถาบันการเกษตรและผู้รับซื้อมะม่วง&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป้าหมาย&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ส่วนการกระจายผลผลิตกระเทียม&amp;nbsp;จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายบริหารจัดการคุณภาพ&amp;nbsp;แก่สหกรณ์&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ในอัตราไม่เกินกิโลกรัมละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป้าหมาย&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;(&amp;nbsp;แห้ง&amp;nbsp;)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;18&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมจามเทวี&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ได้จัดประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตร&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;/&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยมีนายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายชัชวาลย์&amp;nbsp;ฉายะบุตร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&amp;nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ผลผลิตการเกษตร&amp;nbsp;และหารือพิจารณาผู้เข้าร่วมโครงการกระจายผลผลิตการเกษตรออกนอกแหล่งผลิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานการณ์ผลผลิตมะม่วงปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ของจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;มีการคาดการณ์ผลผลิต&amp;nbsp;48,000&amp;nbsp;ตันเศษ&amp;nbsp;มีมะม่วงแฟนซี&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;สายพันธุ์หลัก&amp;nbsp;ส่งออกร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;บริโภคในประเทศร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;และเข้าโรงงานแปรรูปร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มะม่วงที่ออกสู่ตลาดแล้วจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สายพันธุ์&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;มหาชนก&amp;nbsp;จินหวง&amp;nbsp;และอาร์ทูอีทู&amp;nbsp;ส่วนภาวะด้านการค้ายังไม่คล่องตัวเนื่องจาก&amp;nbsp;ผลผลิตของประเทศจีน&amp;nbsp;และเวียดนามกำลังออกสู่ตลาด&amp;nbsp;ทำให้คำสั่งซื้อมีปริมาณลดลง&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ได้จัดสรรงบประมาณ&amp;nbsp;สนับสนุนโครงการกระจายผลผลิตมะม่วง&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ล้านบาทเศษ&amp;nbsp;มีเป้าหมายกระจายผลผลิต&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;โดยสนับสนุนค่าบริหารจัดการ&amp;nbsp;แก่สถาบันการเกษตรและผู้รับซื้อมะม่วง&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เริ่มรับซื้อผลผลิต&amp;nbsp;21&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิ.ย.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์ผลผลิตกระเทียม&amp;nbsp;จังหวัดลำพูนมีพื้นที่เพาะปลูก&amp;nbsp;1,400&amp;nbsp;ไร่เศษ&amp;nbsp;มีผลผลิต&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;ตันเศษ&amp;nbsp;การส่งเสริมการส่งออกกระเทียม&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ได้ดำเนินการสนับสนุนค่าใช้จ่ายบริหารจัดการคุณภาพ&amp;nbsp;แก่สหกรณ์&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ในอัตราไม่เกินกิโลกรัมละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป้าหมาย&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;(&amp;nbsp;แห้ง&amp;nbsp;)&amp;nbsp;มีกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ร่วมโครงการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>18/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518145759073</Link_News></row>
<row _id="135"><NewsTitle>ครม. เห็นชอบ 3 มาตรการเพิ่มแหล่งเงินลงทุนของประเทศ กระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจสู้ภัยโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;บูรพชัยศรี&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เห็นชอบ&amp;nbsp;มาตรการในการแก้ไขกรณีงบประมาณรายจ่ายลงทุน&amp;nbsp;มีจำนวนน้อยกว่าวงเงินส่วนที่ขาดดุลของงบประมาณประจำปี&amp;nbsp;โดยเพิ่มแหล่งเงินลงทุนของประเทศในช่องทางอื่นนอกเหนือจากงบประมาณรายจ่าย&amp;nbsp;เพื่อให้การลงทุนของประเทศในปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ครอบคลุมการลงทุนจากทุกแหล่งเงิน&amp;nbsp;และสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(covid-19)&amp;nbsp;ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นคือ&amp;nbsp;การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ&amp;nbsp;(Public&amp;nbsp;Private&amp;nbsp;Partnership:&amp;nbsp;PPP)&amp;nbsp;ในปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;จะมีโครงการตามแผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2570&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;โดยประมาณการมูลค่ารวม&amp;nbsp;260,024.08&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และประมาณการวงเงินลงทุนที่คาดว่าจะลงทุนในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;52,320.63&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย&amp;nbsp;(Thailand&amp;nbsp;Future&amp;nbsp;Fund)&amp;nbsp;ในปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ประมาณการแผนการใช้จ่ายกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย&amp;nbsp;สำหรับการลงทุนโครงการทางพิเศษพระราม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดาวคะนอง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;ด้านตะวันตก&amp;nbsp;และโครงการทางด่วนขั้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สายเหนือตอนบน&amp;nbsp;N2&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;E-W&amp;nbsp;Corridor&amp;nbsp;ด้านตะวันออก&amp;nbsp;รวมจำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;9,983.98&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;การใช้เงินกู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;8&amp;nbsp;กระทรวง&amp;nbsp;11&amp;nbsp;หน่วยรับงบประมาณ&amp;nbsp;109&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;วงเงินรวม&amp;nbsp;91,705.5119&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งสำนักงบประมาณพิจารณาแล้วว่าเป็นรายการลงทุนที่มีลักษณะการลงทุนเพื่อการวางรากฐานการพัฒนาระบบน้ำ&amp;nbsp;การสร้างคุณภาพชีวิตและการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค&amp;nbsp;การลงทุนเพื่อการให้บริการด้านสาธารณสุข&amp;nbsp;รวมทั้งการลงทุนที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อการสร้างความเข้มแข็งของประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งมีความพร้อมในการดำเนินการ&amp;nbsp;ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคมและสามารถใช้จ่ายจากเงินกู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ที่ประชุมยังมอบหมายให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;พิจารณาเร่งรัดดำเนินการตามแผนการลงทุนการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ&amp;nbsp;(PPP)&amp;nbsp;และแผนการลงทุนภายใต้กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย&amp;nbsp;พร้อมให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ&amp;nbsp;พิจารณาโครงการรายจ่ายลงทุนเพื่อใช้จ่ายจากเงินกู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2548&amp;nbsp;และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป&amp;nbsp;ซึ่งแนวทางดังกล่าวยึดตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ที่กำหนดให้งบประมาณรายจ่ายลงทุน&amp;nbsp;ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี&amp;nbsp;และต้องไม่น้อยกว่าวงเงินส่วนที่ขาดดุลของงบประมาณประจำปี&amp;nbsp;ซึ่งในปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;วงเงินขาดดุลของงบประมาณกำหนดไว้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;700,000&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>18/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518213817288</Link_News></row>
<row _id="136"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดลำปาง เชื่อมโยงการจำหน่ายผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเกรดพรีเมี่ยม (ผ่าน GAP) ช่วยเหลือเกษตรกรจากพิษโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางศรีสุรางค์&amp;nbsp;หล้าส่องสี&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ได้ดำเนินการเชื่อมโยงผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองของเกษตรกรชาวสวนมะม่วง&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเขลางค์นคร&amp;nbsp;ตำบลต้นธงชัย&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเขื้อไวรัส&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการจำหน่ายโดยตรงจากเกษตรกรถึงผู้บริโภค&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเกรดพรีเมี่ยม&amp;nbsp;(ผ่าน&amp;nbsp;GAP)&amp;nbsp;เบอร์&amp;nbsp;M&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กก.ราคา&amp;nbsp;300&amp;nbsp;บาท/เบอร์&amp;nbsp;L&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กก.ราคา&amp;nbsp;380&amp;nbsp;บาท/เบอร์&amp;nbsp;XL&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กก.ราคา&amp;nbsp;430&amp;nbsp;บาท/(เป็นราคารวมค่ากล่องและจัดส่งฟรี)&amp;nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปางจะดำเนินการเชื่อมโยงกระจายผลผลิตอย่างต่อเนื่องต่อไปตลอดฤดูกาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ได้ส่งมอบกล่องบรรจุผลไม้ที่ได้รับการจัดสรรจากกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ช่วยเหลือเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจเขลางค์นคร&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;063&amp;nbsp;935&amp;nbsp;4666&amp;nbsp;,&amp;nbsp;Fb&amp;nbsp;:&amp;nbsp;สวนผลไม้เอกอำไพ&amp;nbsp;หรือที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;0&amp;nbsp;5426&amp;nbsp;5087&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>19/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519110659387</Link_News></row>
<row _id="137"><NewsTitle>จังหวัดกระบี่ประชุมหารือเตรียมแผนเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ คู่กับ ภูเก็ต Sandbox ตุลาคมนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสมชาย&amp;nbsp;หาญภักดีปฏิมา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือเตรียมการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องอ่าวลึก&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;โดยมีผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;และเอกชน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สำนักงานกระบี่&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมวางแผนเตรียมโครงการเปิดรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่กระบี่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ที่จังหวัดเสนอให้เป็นพื้นที่&amp;nbsp;Bubble&amp;nbsp;-&amp;nbsp;Vaccine&amp;nbsp;Travel&amp;nbsp;Area&amp;nbsp;Sandbox&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Area&amp;nbsp;Quarantine&amp;nbsp;(พื้นที่กำกับดูแลเป็นการเฉพาะ)&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เกาะพีพี&amp;nbsp;ไร่เลย์&amp;nbsp;เกาะไหง&amp;nbsp;หนองทะเล&amp;nbsp;อ่าวนาง&amp;nbsp;และเกาะลันตาใหญ่&amp;nbsp;ตามนโยบายเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติของรัฐบาล&amp;nbsp;เพื่อเปิดพื้นที่&amp;nbsp;Sandbox&amp;nbsp;คู่กับจังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับการประชุมในครั้งนี้ให้ทุกหน่วยงานระดมความคิดเห็นทุกภาคส่วน&amp;nbsp;เสนอแผนงานโครงการแผนการพัฒนาพื้นที่กระบี่ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว&amp;nbsp;ระยะสั้น&amp;nbsp;ระยะกลาง&amp;nbsp;ระยะยาว&amp;nbsp;โดยบรรจุงบประมาณในแผนงานของหน่วยงาน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;งบจังหวัด&amp;nbsp;งบท้องถิ่น&amp;nbsp;งบฟังก์ชั่น&amp;nbsp;ให้ทุกหน่วยงาน&amp;nbsp;และเจ้าของพื้นที่รัฐเอกชน&amp;nbsp;ท้องถิ่น&amp;nbsp;สำรวจโครงการที่สอดคล้อง&amp;nbsp;โดยคำนึงถึงความปลอดภัย&amp;nbsp;ด้านสาธารณสุข&amp;nbsp;และด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต้องมีมาตรฐานบนพื้นฐานความปลอดภัย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มาตรการฐาน&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ALQ&amp;nbsp;เพื่อนำเสนอแผนไปในทิศทางเดียวกัน&amp;nbsp;ซึ่งหลังจากการทำแผนแล้วจึงประชาสัมพันธ์สร้างความรับรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจแก่ประชาชน&amp;nbsp;และผู้ประกอบการ&amp;nbsp;โดยเฉพาะความสำคัญของการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของพื้นที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จะประชุมหารือร่วมกันอีกครั้ง&amp;nbsp;และเน้นย้ำกำชับให้นำ&amp;nbsp;พ.ร.บ.&amp;nbsp;และกฎระเบียบ&amp;nbsp;การบังคับใช้ของหน่วยงาน&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่&amp;nbsp;ขนส่งจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ท่าเทียบเรือโดยสารเพื่อการท่องเที่ยว&amp;nbsp;โดยจะจัดทำขั้นตอน&amp;nbsp;รายละเอียดการเปิดรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และภาคเอกชน&amp;nbsp;เพื่อเสนอศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;&amp;nbsp;เเละคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วาสนา&amp;nbsp;บัวทอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;สวท.กระบี่&amp;nbsp;รายงาน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>19/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สวท.กระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519103304365</Link_News></row>
<row _id="138"><NewsTitle>ปตท. เร่งจัดหาก๊าซธรรมชาติรองรับโรงไฟฟ้าถ่านหินหยุดผลิตนอกแผน เพื่อไม่กระทบเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอธิคม&amp;nbsp;เติบศิริ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;ได้เร่งจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;LNG&amp;nbsp;ตามสัญญาระยะยาวที่มีอยู่&amp;nbsp;เพื่อรองรับความต้องการใช้ก๊าซที่เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและเหตุการณ์หยุดผลิตที่ไม่เป็นไปตามแผนของโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งในและต่างประเทศ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;โรง&amp;nbsp;กำลังการผลิตรวม&amp;nbsp;2,750&amp;nbsp;เมกะวัตต์&amp;nbsp;ทยอยหยุดผลิตนอกแผนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา(64)&amp;nbsp;ส่งผลให้มีความจำเป็นต้องใช้ก๊าซธรรมชาติเพื่อผลิตไฟฟ้าทดแทน&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;450&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน&amp;nbsp;ประกอบกับความต้องการใช้ก๊าซในประเทศอยู่ในระดับสูงเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;จึงได้ประสานกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กฟผ.)&amp;nbsp;ถึงแผนการใช้ก๊าซฯ&amp;nbsp;และเรียกรับก๊าซฯ&amp;nbsp;เพิ่มเติมตามศักยภาพจากผู้ผลิตก๊าซฯ&amp;nbsp;ในอ่าวไทยและเมียนมา&amp;nbsp;พร้อมทั้งบริหารจัดการ&amp;nbsp;LNG&amp;nbsp;เพิ่มเติมจากสัญญาระยะยาวที่มีอยู่&amp;nbsp;เพื่อให้ปริมาณก๊าซฯ&amp;nbsp;เพียงพอต่อความต้องการ&amp;nbsp;ไม่เป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานต่อประเทศ&amp;nbsp;เนื่องด้วยราคา&amp;nbsp;LNG&amp;nbsp;ในสัญญาระยะยาวอยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp;6.5&amp;nbsp;-&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&amp;nbsp;ต่อล้านบีทียู&amp;nbsp;ขณะที่ราคา&amp;nbsp;Spot&amp;nbsp;LNG&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;อยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp;8.5&amp;nbsp;&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&amp;nbsp;ต่อล้านบีทียู&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;ยังคงยึดมั่นหน้าที่ในการดูแลความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ&amp;nbsp;จัดหาก๊าซธรรมชาติให้เพียงพอต่อความต้องการ&amp;nbsp;ไม่ให้มีผลกระทบต่อพลังงานด้านการผลิตไฟฟ้า&amp;nbsp;ด้วยราคาที่เหมาะสม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>19/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519120430467</Link_News></row>
<row _id="139"><NewsTitle>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุ สหรัฐอเมริกา คงสถานะ Watch List การดำเนินงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาของไทย ถือเป็นสัญญาณที่ดี </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ชี้แจงกรณีที่สหรัฐอเมริกาคงสถานะประเทศไทยอยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Watch&amp;nbsp;List&amp;nbsp;สำหรับการคุ้มครองและป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศคู่ค้า&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ภายใต้กฎหมายการค้าสหรัฐฯ&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ถือเป็นสัญญาณที่ดี&amp;nbsp;ซึ่งหากถูกจัดอันดับในอันดับที่ต่ำกว่านี้&amp;nbsp;ไทยก็อาจถูกตัดสิทธิ&amp;nbsp;GSP&amp;nbsp;บางประการได้&amp;nbsp;ทำให้การค้าของไทยกับสหรัฐอเมริกา&amp;nbsp;ยังคงสามารถเดินหน้าได้ตามปกติ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ส่วนสถานการณ์การส่งออกของไทยนั้น&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ย้ำว่า&amp;nbsp;ยังสามารถดำเนินการได้ด้วยดี&amp;nbsp;และมั่นใจว่าตัวเลขการส่งออกปีนี้จะเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;โดยกระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือกับภาคเอกชน&amp;nbsp;แก้ไขปัญหาและอุปสรรคการส่งออก&amp;nbsp;ทั้งปัญหาการผ่านข้ามแดน&amp;nbsp;หรือรวมถึงการจัดหาเรือขนาดใหญ่เพื่อบรรทุกสินค้าและตู้คอนเทนเนอร์&amp;nbsp;โดยที่ไม่ต้องไปเปลี่ยนถ่ายเรือที่ประเทศสิงคโปร์&amp;nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>19/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519120129464</Link_News></row>
<row _id="140"><NewsTitle>ม.สวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี  โชว์ นวัตกรรมผลิตภัณฑ์จักสานจากต้นแห้วสุพรรณ สนองพระราชดำริ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดร.วรานี&amp;nbsp;เวสสุนทรเทพ&amp;nbsp;รองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตสุพรรณบุรี&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยสวนดุสิต&amp;nbsp;วิทยาเขตสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์&amp;nbsp;โรงเรียนการเรือน&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยสวนดุสิต&amp;nbsp;วิทยาเขตสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ดำเนินงานสนองพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช&amp;nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภายใต้การดำเนินงานของสถาบันภาษาศิลปะและวัฒนธรรม&amp;nbsp;อพ.สธ.-มสด.&amp;nbsp;อีกทั้งเป็นนโยบายของมหาวิทยาลัย&amp;nbsp;โดยอธิการบดีและรองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ในการทำงานของคณาจารย์และบุคลากรที่ให้พัฒนาชุมชน&amp;nbsp;เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และยกระดับรายได้ให้ชุมชน&amp;nbsp;คณาจารย์จึงลงพื้นที่โดยได้นำปัญหาที่มีในชุมชนในการนำต้นแห้วที่เหลือทิ้งจากการเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;นำมาเพิ่มความเหนียวให้กับต้นแห้วแล้วนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์จักสาน&amp;nbsp;และดอกไม้ประดิษฐ์&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับชุมชนเชิงเกษตรสร้างสรรค์สมหวังที่ตำบลวังยาง&amp;nbsp;อำเภอศรีประจันต์&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;อาจารย์อัครพล&amp;nbsp;ไวเชียงค้า&amp;nbsp;ประธานสาขาวิชาคหกรรมศาสตร์&amp;nbsp;วิทยาเขตสุพรรณบุรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากการลงพื้นที่สำรวจความต้องการและปัญหาในชุมชนพบว่า&amp;nbsp;ชาวบ้านที่ตำบลวังยาง&amp;nbsp;อำเภอศรีประจันต์&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ชาวบ้านในชุมชนมีการปลูกแห้ว&amp;nbsp;จำหน่ายแห้วเป็นอาชีพ&amp;nbsp;และมีการรวมตัวกันจัดตั้งเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างสรรค์สมหวังที่วังยาง&amp;nbsp;โดยการนำของ&amp;nbsp;นายสงบ&amp;nbsp;ลาภปัญญา&amp;nbsp;รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลวังยาง&amp;nbsp;โดยให้นักท่องเที่ยวมาลงพื้นที่เรียนรู้การปลูกแห้ว&amp;nbsp;การเก็บแห้ว&amp;nbsp;และการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากแห้ว&amp;nbsp;ซึ่งทางกลุ่มมีความสนใจอยากให้ทีมงานพัฒนาผลิตภัณฑ์จากต้นแห้ว&amp;nbsp;เพื่อนำไปส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ให้มีความน่าสนใจและสามารถร้อยเรียงเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชุมชนของการทำแห้วได้อย่างครบวงจร&amp;nbsp;ซึ่งต้นแห้วในปัจจุบันด้วยคุณสมบัติที่มีความเปราะ&amp;nbsp;แตกหักง่าย&amp;nbsp;ไม่มีความเหนียว&amp;nbsp;เกษตรกรเก็บเกี่ยวหัวแห้วก็จะฟันต้นแห้วทิ้งลงในนาแห้ว&amp;nbsp;แต่ด้วยคุณสมบัติพิเศษของต้นแห้วที่มีความตรงและยาว&amp;nbsp;ถ้าสามารถทำให้มีความเหนียวและแข็งแรงเพิ่มขึ้นได้ก็จะสามารถนำมาจักสาน&amp;nbsp;และพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างหลากหลาย&amp;nbsp;ซึ่งจากนั้นทางสาขาวิชาจึงเริ่มจากการทดลองเพิ่มความเหนียวให้กับต้นแห้วในวิธีต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;วิธีการที่มีความเหมาะสมต่อการทำให้ต้นแห้วมีความเหนียว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.ขั้นตอนการเตรียมต้นแห้ว&amp;nbsp;เริ่มจากนำต้นแห้วที่เหลือจากการเก็บเกี่ยวนำมาคัดเลือกขนาดความยาวให้มีขนาดที่เท่ากัน&amp;nbsp;จากนั้นน้ำผ้าชุบน้ำมันพืชชโลมที่ต้นแห้วให้ทั่ว&amp;nbsp;ทิ้งไว้ในร่มให้แห้ง&amp;nbsp;และให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;จากนั้นชโลมด้วยน้ำมันพืชอีกครั้งหนึ่ง&amp;nbsp;และผึ่งลมให้แห้งอีกประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สัปดาห์&amp;nbsp;จากนั้นนำเก็บเพื่อเตรียมการจักสานต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.ขั้นตอนการสาน&amp;nbsp;เริ่มจากการก่อฐานด้านล่างด้วยเส้นแห้ว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เส้นยืน&amp;nbsp;และเส้นนอน&amp;nbsp;การสานขึ้นรูปทำเป็นรูปแบบชะลอม&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ภาชนะ&amp;nbsp;ทั้งหมด&amp;nbsp;4&amp;nbsp;รูปแบบ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ชะลอมจุก&amp;nbsp;ชะลอมหูหิ้ว&amp;nbsp;ชะลอมหูหิ้วทรงรี&amp;nbsp;เข่งชะลอมกลม&amp;nbsp;และดอกไม้ประดิษฐ์รูปแบบต่างๆ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากนั้นได้จัดกิจกรรมการถ่ายทอดความรู้ให้กับชุมชนครั้งนี้&amp;nbsp;ได้รับความร่วมมือจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สมาชิกกลุ่มจักสานในชุมชน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ร่วมกันแลกเปลี่ยนและเสนอแนวความคิดต่อการจักสานผลิตภัณฑ์จากต้นแห้ว&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>19/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519160208595</Link_News></row>
<row _id="141"><NewsTitle>จังหวัดตรัง เดินหน้าส่งเสริมให้เครือข่ายองค์ความรู้ KBO จังหวัดเป็นศูนย์กลางในการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP พัฒนาขีดความสามารถ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(19&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายภูวนัฐ&amp;nbsp;สมใจ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เป็นประธานประกวดคัดเลือกผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;และประกวดผลงานเครือข่ายองค์ความรู้&amp;nbsp;(Knowledge&amp;nbsp;-Besed&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;:&amp;nbsp;KBO)&amp;nbsp;ดีเด่นระดับจังหวัด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องพระยารัษฎา&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เครือข่ายองค์ความรู้&amp;nbsp;KBO&amp;nbsp;จังหวัดเป็นศูนย์กลางในการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;พัฒนาขีดความสามารถในการประกอบการ&amp;nbsp;และพัฒนาผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ให้มีคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ต้องการของตลาด&amp;nbsp;โดยมีผู้ประกอบการจำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;จากทั้ง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ร่วมคัดเลือกให้เหลือเพียง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น&amp;nbsp;มีนวัตกรรม&amp;nbsp;โดยจะเป็นตัวแทนจังหวัดตรังไปประกวดระดับประเทศต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในการขับเคลื่อน&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;รัฐบาลได้ส่งเสริมบทบาทของภาคเอกชน&amp;nbsp;ให้มีส่วนสนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งแก่ภาคประชาชน&amp;nbsp;และการส่งเสริมบทบาทของสถาบันการศึกษาในชุมชนให้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;เพื่อผนึกกำลังของทุกภาคส่วนในชุมชนขับเคลื่อน&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;สู่ความเข้มแข็งและยั่งยืนในรูปแบบของเครือข่ายองค์ความรู้&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Knowledge&amp;nbsp;-&amp;nbsp;Based&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;:&amp;nbsp;KBO&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2549&amp;nbsp;ดำเนินการในพื้นที่นำร่อง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ภาค&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;อุดรธานี&amp;nbsp;ราชบุรี&amp;nbsp;และสงขลา&amp;nbsp;โดยกรมการพัฒนาชุมชนได้สนับสนุนให้มีเครือข่าย&amp;nbsp;Knowledge&amp;nbsp;-&amp;nbsp;Based&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;:&amp;nbsp;KBO&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;75&amp;nbsp;เครือข่าย&amp;nbsp;จัดทำทะเบียนเครือข่ายองค์ความรู้&amp;nbsp;KBO&amp;nbsp;สนับสนุนให้กลุ่มผู้ผลิตชุมชนมีการเรียนรู้จากเครือข่าย&amp;nbsp;KBO&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;พร้อมทั้งหาความต้องการกลุ่มผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;(Training&amp;nbsp;Needs&amp;nbsp;:&amp;nbsp;TN)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>19/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519160859601</Link_News></row>
<row _id="142"><NewsTitle>จังหวัดลำพูนระดมข้อคิดเห็นการออกแบบวางผังเมือง สู่เมืองอนุรักษ์ส่งเสริมคุณภาพชีวิต </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรมโยธาธิการและผังเมืองจัดระดมข้อคิดเห็น&amp;nbsp;การออกแบบวางผังเมืองลำพูน&amp;nbsp;สู่เมืองอนุรักษ์ส่งเสริมคุณภาพชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมคุณธรรม&amp;nbsp;27&amp;nbsp;เทศบาลเมืองลำพูน&amp;nbsp;โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ได้จัดประชุมเพื่อระดมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;การศึกษา&amp;nbsp;ออกแบบวางผังพื้นที่เฉพาะชุมชนเมืองลำพูน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โดยมีนายชัชวาลย์&amp;nbsp;ฉายะบุตร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เป็นประธานในการประชุม&amp;nbsp;มีนายประภัสร์&amp;nbsp;ภู่เจริญ&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เจ้าหน้าเทศบาลเมืองลำพูน&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับการระดมความคิดเห็นฯ&amp;nbsp;ในครั้งนี้เป็นการนำเสนอแนวทางการพัฒนาเมืองลำพูนสู่เมืองอนุรักษ์ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผสมผสานการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศและท่องเที่ยว&amp;nbsp;มีโครงการเสนอแนะทั้งหมด&amp;nbsp;9&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;แบ่งเป็นแผนพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โครงการฟื้นฟูภูมิทัศน์บริเวณถนนคนเดินเมืองเก่าลำพูน&amp;nbsp;(ถนนรอบเมืองในโครงการพัฒนาข่วงพันปี)&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ประวัติศาสตร์(ถนนรถแก้ว)&amp;nbsp;โครงการเสนอแนะปรับปรุงสะพานขัวมุงท่าสิงห์&amp;nbsp;และแผนพัฒนาด้านการปรับปรุงภูมิทัศน์&amp;nbsp;โครงการสร้างการรับรู้เขตเมืองเก่า&amp;nbsp;บริเวณประตูเมืองลำพูน&amp;nbsp;โครงการปรับปรุงจินตภาพเพื่อสร้างการรับรู้อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี&amp;nbsp;โครงการพัฒนาพื้นที่นันทนาการริมแม่น้ำกวง&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนเมือง&amp;nbsp;โครงการปรับปรุงคูเมืองเก่าลำพูน&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมพื้นที่นันทนาการ&amp;nbsp;โครงการปรับปรุงพื้นที่นันทนาการสวนสาธารณะเจ้าหญิงแขกแก้ว&amp;nbsp;และแผนพัฒนาด้านคมนาคมและการขนส่ง&amp;nbsp;และโครงการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะรอบเมืองเก่า&amp;nbsp;โดยได้ตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนพัฒนาเมืองในมิติต่างๆ&amp;nbsp;ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน&amp;nbsp;สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;เพื่อจะได้ดำเนินการออกแบบวางผังพื้นที่เฉพาะนำไปจัดทำผังเมืองเฉพาะต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>19/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519171417647</Link_News></row>
<row _id="143"><NewsTitle>ชาวบ้านแห่เก็บหอยแมลงภู่ตลอดแนวชายหาดหัวหินสร้างรายได้ในช่วงสถานการณ์โควิด- 19 หลังเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติน้ำทะเลลดต่ำ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(19&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;จากการเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติน้ำทะเลลดต่ำกว่าปกติในช่วง&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;วันที่ผ่านมาบริเวณชายหาดหัวหิน&amp;nbsp;ตั้งแต่หน้าศาลเจ้าแม่ทับทิมไปจนถึงหน้าโรงแรมเซ็นทารา&amp;nbsp;แกรนด์&amp;nbsp;บีช&amp;nbsp;รีสอร์ท&amp;nbsp;แอนด์&amp;nbsp;วิลลา&amp;nbsp;หัวหิน&amp;nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน&amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;จนปรากฏเห็นโขดหินใหญ่น้อยเรียงรายตลอดแนว&amp;nbsp;สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่พากันถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก&amp;nbsp;ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ได้นำอุปกรณ์เหล็กแซะและกระป๋องไปเก็บหอยแมลงภู่และหอยนางรมจำนวนมากที่เกาะอยู่ตามโขดหิน&amp;nbsp;บางรายสามารถหาหอยแมลงภู่ได้นับร้อยกิโลกรัม&amp;nbsp;นำไปแบ่งใส่ถุงขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อถึงที่ในราคา&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สร้างรายได้เสริมในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19&amp;nbsp;โดยคาดว่าปรากฏการณ์น้ำทะเลลดลงต่ำจะเกิดต่อเนื่องอีกไม่กี่วันก็จะคืนสู่สภาวะปกติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>19/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ประจวบคีรีขันธ์</Province><Department>สวท.ประจวบคีรีขันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519185240704</Link_News></row>
<row _id="144"><NewsTitle>เข้าแล้ว เงินเยียวยาโควิดเราชนะ ประชาชนดีใจขอบคุณรัฐบาล ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ระลอก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ซึ่งมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากทั้งประเทศ&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;มีผู้ติดเชื้อสะสมแล้ว&amp;nbsp;186&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยทางรัฐบาล&amp;nbsp;ได้ออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาโควิด-19&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โครงการเราชนะ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพิ่มวงเงิน&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จ่ายสัปดาห์ละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ใช้จ่ายสิ้นสุดวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&lt;strong&gt;&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;ม.33&amp;nbsp;เรารักกัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพิ่มวงเงิน&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ให้ผู้ประกันตน&amp;nbsp;ม.&amp;nbsp;33&amp;nbsp;จ่ายสัปดาห์ละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ใช้จ่ายสิ้นสุด&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;strong&gt;บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;3&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพิ่ม&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ใช้จ่าย&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ก.ค.&amp;nbsp;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;คนละครึ่งระยะ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คนละ&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ใช้จ่ายวันละไม่เกิน&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ใช้จ่าย&amp;nbsp;ก.ค.&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;โครงการ&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยิ่งใช้&amp;nbsp;ยิ่งได้&amp;nbsp;รวมถึงลดค่าน้ำ&amp;nbsp;ค่าไฟ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งในวันนี้&amp;nbsp;(20&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;เป็นวันแรกที่รัฐบาลได้โอนเงิน&amp;nbsp;ให้กับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการเราชนะ&amp;nbsp;โดยประชาชนชาวยะลา&amp;nbsp;ได้นำโทรศัพท์มือถือมาเปิดแอปเป๋าตัง&amp;nbsp;เปิด&amp;nbsp;G-Wallet&amp;nbsp;ไปที่เราชนะตรวจสอบ&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ได้มีการแจ้งโอนเงิน&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;พ.ค.64&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เช้าแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;และในวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;พ.ค.64&amp;nbsp;ก็จะมีเงินเข้าอีกครั้ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;รวมยอดเงินที่ไดรับการช่วยเหลือ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;น.ส.ศศิกานต์&amp;nbsp;อักษรผอม&amp;nbsp;หนึ่งในผู้ที่เข้าร่วมโครงการเราชนะ&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;เงินที่ได้รับนี้ก็จะนำไปซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน&amp;nbsp;ทั้งของใช้ส่วนตัว&amp;nbsp;ของกิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก็ต้องขอขอบคุณรัฐบาล&amp;nbsp;ที่มีโครงการดีๆ&amp;nbsp;มาให้เราอีกครั้ง&amp;nbsp;เนื่องจากตอนนี้สถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;มาระลอกใหม่อีกครั้ง&amp;nbsp;ประชาชนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;แต่รายได้ลดลง&amp;nbsp;เงินส่วนนี้ก็สามารถช่วยเหลือประชาชนได้มาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สุดท้ายขอฝากประชาชน&amp;nbsp;ตอนที่ไปใช้สิทธิ์&amp;nbsp;ก็ขอให้สวมใส่แมส&amp;nbsp;ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง&amp;nbsp;เพื่อป้องกันโควิด-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>20/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520110337802</Link_News></row>
<row _id="145"><NewsTitle>ทุเรียนเมืองจันท์ส่งออกจีน ยอดเพิ่มขึ้นกว่า 10 % ผู้ว่าฯ ขอชาวสวนรักษาคุณภาพผลผลิตให้ดีแบบนี้ตลอดไป รายได้ส่งออกทุเรียนสวนกระแสโควิด- 19 มูลค่าส่งออกมากกว่า 2 แสนล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุธี&amp;nbsp;ทองแย้ม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยข้อมูลที่รับทราบมาจาก&amp;nbsp;นางสาวอาทินันท์&amp;nbsp;อินทรพิมพ์&amp;nbsp;กงสุลฝ่ายเกษตรประจำสถานกงสุลใหญ่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;นครเซียงไฮ้&amp;nbsp;ที่เข้าร่วมงานสัปดาห์ความร่วมมืออุตสาหกรรมแม่โขง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านช้าง&amp;nbsp;ที่ตลาดเจียซิง&amp;nbsp;มณฑลเจ้อเจียง&amp;nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;จากความร่วมมือและความเข้มงวดของจังหวัดจันทบุรีในการส่งออกผลไม้&amp;nbsp;ทุเรียนที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;สด&amp;nbsp;และอร่อย&amp;nbsp;ส่งผลให้ยอดนำเข้าทุเรียนปีนี้ของตลาดเจี่ยซิง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ผู้นำเข้าทุเรียนจากไทยในประเทศจีน&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;หากคิดเป็นมูลค่าเงินยอดขายประมาณ&amp;nbsp;43,700&amp;nbsp;ล้านหยวน&amp;nbsp;หรือประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แสนล้านบาทไทย&amp;nbsp;ขณะที่ทุเรียนในจังหวัดจันทบุรีที่เกษตรจังหวัดได้คาดการณ์ไว้ว่าจะให้ผลผลิตประมาณ&amp;nbsp;326,050&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ตอนนี้เกษตรกรได้ตัดทุเรียนออกจากสวนไปแล้วกว่าร้อยละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;คงเหลือผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดอีกประมาณ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;%&amp;nbsp;และราคาทุเรียนส่งออกอาทิตย์นี้ขยับขึ้นโดยเกษตรกรสามารถขายได้กิโลกรัมละตั้งแต่&amp;nbsp;90&amp;nbsp;&amp;nbsp;130&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่การขยายตลาดของผู้ประกอบการรายย่อยที่หันมาขายผลไม้ทางออนไลน์กลับได้ผลดีเกินคาด&amp;nbsp;มีพ่อค้า&amp;nbsp;แม่ค้า&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;ผู้ประกอบอาชีพหน้าใหม่&amp;nbsp;นักเรียน&amp;nbsp;นักศึกษา&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;หันมาขายผลไม้ทางออนไลน์&amp;nbsp;ไลฟ์สด&amp;nbsp;และส่งผ่านไปรษณีย์จันทบุรี&amp;nbsp;และบริษัทเอกชนเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด&amp;nbsp;ส่งผลให้ราคาทุเรียนปีนี้มีราคาสูง&amp;nbsp;สร้างรายได้แก่เกษตรกรชาวสวนผลไม้เมืองจันทบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;จึงขอให้เกษตรกรรักษาคุณภาพมาตรฐานทุเรียนแบบปีนี้ไปตลอดจะทำให้ทุเรียนของจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;รวมทั้งผลไม้จากไทยจะครองตลาดจีนอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>20/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>จันทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520131759883</Link_News></row>
<row _id="146"><NewsTitle>สถานการณ์ธุรกิจฟู้ดส์เดลิเวอร์รี่จังหวัดเพชรบูรณ์ ในช่วง Covid-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นายสุพล&amp;nbsp;ศรีทับทิม&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;กลุ่มส่งเสริมผู้ประกอบการค้าและการตลาด&amp;nbsp;ติดตามสถานการณ์การค้าธุรกิจฟู้ดส์เดลิเวอรี่ในพื้นที่&amp;nbsp;พบว่าจากการแพร่ระบาด&amp;nbsp;Covid-19&amp;nbsp;ในปัจจุบัน&amp;nbsp;ส่งผลให้ประชาชนสั่งซื้ออาหารออนไลน์เดลิเวอรี่&amp;nbsp;ผ่านแอปพลิเคชันที่เข้าร่วม&amp;nbsp;ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Panda,&amp;nbsp;Line&amp;nbsp;Man&amp;nbsp;ประชาชนให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้นอย่างเนื่อง&amp;nbsp;จากการแพร่ระบาด&amp;nbsp;ประชาชนระมัดระวังการเดินทางออกนอกบ้าน&amp;nbsp;การสั่งซื้ออาหารผ่านช่องทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันเป็นตัวเลือกที่ดี&amp;nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ&amp;nbsp;และสะดวกสบายต่อการใช้บริการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้ธุรกิจฟู้ดส์เดลิเวอรี่มีแนวโน้มเติบโตขึ้น&amp;nbsp;จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป&amp;nbsp;และรายการอาหารมีให้เลือกหลากหลายรายการ&amp;nbsp;สถานการณ์ปัจจุบันของเอกชนผู้ให้บริการในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;และการดำเนินการมาตรการป้องกัน&amp;nbsp;Covid-19&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Panda&amp;nbsp;มีร้านอาหารที่เข้าร่วมให้บริการ&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;มีพนักงานส่งอาหาร&amp;nbsp;400&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;(ฟรีแลนซ์)&amp;nbsp;ซึ่งความนิยมของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;70%&amp;nbsp;จากการแพร่ระบาด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;Line&amp;nbsp;Man&amp;nbsp;มีร้านอาหารที่เข้าร่วมให้บริการ&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;พนักงานส่งอาหาร&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;(ฟรีแลนซ์)&amp;nbsp;และระดับความนิยมผู้บริโภคเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;50%&amp;nbsp;จากการแพร่ระบาด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สำหรับปัญหาธุรกิจและการป้องกันการแพร่ระบาด&amp;nbsp;Covid-19&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ผู้ให้บริการ&amp;nbsp;คือความล่าช้าในการส่งอาหาร&amp;nbsp;เนื่องจากการเกิดอุบัติเหตุในการส่ง&amp;nbsp;และมีการยกเลิกออเดอร์คำสั่งซื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;การสั่งซื้ออาหารผ่านช่องทางออนไลน์ผ่านแอพพิเคชั่น&amp;nbsp;มีมาตรการป้องกัน&amp;nbsp;Covid-19&amp;nbsp;โดยการฉีดสเปรย์แอกฮอลล์ทุกครั้ง&amp;nbsp;ก่อนส่งสินค้าให้กับลูกค้า&amp;nbsp;และช่องทางชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;เพื่อลดการสัมผัสโดยตรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND.&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>20/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>เพชรบูรณ์</Province><Department>สวท.เพชรบูรณ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520140507906</Link_News></row>
<row _id="147"><NewsTitle>เกษตรอำเภอนิคมพัฒนา ตรวจจับแผงขายทุเรียนอ่อนในพื้นที่ หลังผู้บริโภคร้องเรียน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;(20&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;นายธีระ&amp;nbsp;กิจเจริญ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอนิคมพัฒนา&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;นำเจ้าหน้าที่ออกตรวจจับแผงขายทุเรียนด้อยคุณภาพ&amp;nbsp;หรือทุเรียนอ่อนในพื้นที่&amp;nbsp;โดยเฉพาะแผงขายริมถนนหลวงบายพาสสาย&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ซึ่งมีผู้บริโภคร้องเรียนมีพ่อค้าแม่ค้านำทุเรียนอ่อนมาวางจำหน่ายในช่วงฤดูกาลผลผลิตออกสู่ตลาดในช่วงเดือน&amp;nbsp;เม.ย.ถึง&amp;nbsp;มิ.ย.นี้&amp;nbsp;ซึ่งจากการออกตรวจจับไม่พบว่ามีการนำทุเรียนอ่อนมาวางจำหน่ายแต่อย่างใด&amp;nbsp;โดยทางเจ้าหน้าที่ได้มีการแจกประกาศจังหวัดระยอง&amp;nbsp;มาตรการควบคุมทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ให้พ่อค้าแม่ค้าแผงทุเรียนด้วย&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้ทราบบทลงโทษ&amp;nbsp;และช่วยกันสกัดทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายธีระ&amp;nbsp;กิจเจริญ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอนิคมพัฒนา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ช่วงฤดูกาลทุเรียนออกสู่ตลาดนี้&amp;nbsp;มีผู้บริโภคร้องเรียนมายังตน&amp;nbsp;จึงได้นำเจ้าหน้าที่ออกตรวจจับ&amp;nbsp;กวดขันและเป็นการปรามบรรดาพ่อค้าแม่ค้าแผงขายทุเรียน&amp;nbsp;ไม่ให้นำทุเรียนอ่อนออกมาจำหน่าย&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดระยอง&amp;nbsp;ได้มีประกาศควบคุมการนำทุเรียนอ่อนออกมาซื้อขายในตลาด&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นการสร้างความเดือดร้อนแก่เกษตรกรชาวสวนผลไม้&amp;nbsp;ผู้ค้า&amp;nbsp;และผู้บริโภค&amp;nbsp;ตลอดจนผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือ&amp;nbsp;ความนิยมของผู้บริโภคก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของจังหวัดระยอง&amp;nbsp;ซึ่งจะมีบทลงโทษมีความผิดอาญาตามประมวลกฎหมาย&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;271&amp;nbsp;ผู้ใดขายของโดยหลอกลวงใดๆ&amp;nbsp;ให้ผู้อื่นเชื่อในแหล่งกำเนิด&amp;nbsp;สภาพ&amp;nbsp;คุณภาพหรือปริมาณนั้นอันเป็นเท็จ&amp;nbsp;มีโทษจำคุกไม่เกินสามปี&amp;nbsp;ปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;รวมทั้งมีความผิดตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค&amp;nbsp;พ..2522&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;47&amp;nbsp;ผู้ใดโดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด&amp;nbsp;สภาพคุณภาพ&amp;nbsp;ปริมาณ&amp;nbsp;หรือสาระสำคัญฯ&amp;nbsp;มีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน&amp;nbsp;ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท&amp;nbsp;หากกระทำความผิดซ้ำอก&amp;nbsp;มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี&amp;nbsp;ปรับไม่เกินสองแสนบาท&amp;nbsp;หรือทั้งจำและปรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วฐิต&amp;nbsp;กลางนอก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>20/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520185129160</Link_News></row>
<row _id="148"><NewsTitle>คลังจังหวัดสตูล เผยมาตรการช่วยเหลือประชาชนเพิ่มวงเงิน 2,000 บาท ผ่านโครงการของเราชนะ และสามารถใช้สิทธิ์ได้ถึง 30 มิถุนายน 2564</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(20&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;นางประทุม&amp;nbsp;อู่เจริญ&amp;nbsp;คลังจังหวัดสตูล&amp;nbsp;เปิดเผยถึงมาตรการเยียวยาโควิด-19&amp;nbsp;รอบ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ที่รัฐบาลช่วยเหลือประชาชนผ่านโครงการ&amp;nbsp;เราชนะ&amp;nbsp;โดยเพิ่มวงเงินใช้จ่ายจำนวน&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยแบ่งเป็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.โครงการเราชนะ&amp;nbsp;โอนเงินเข้าแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป๋าตัง&amp;nbsp;โอนเงินครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และโอนเงินครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;โครงการเราชนะ&amp;nbsp;:&amp;nbsp;โอนเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;และบัตรประชาชน(กลุ่มเปราะบาง)&amp;nbsp;โอนเงินครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และโอนเงินครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยทุกโครงการสามารถสะสมยอดใช้จ่ายได้ถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และเน้นย้ำว่าไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ขอเน้นย้ำร้านค้าต่างๆ&amp;nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการของรัฐบาลห้ามเอาเปรียบผู้ได้รับสิทธิ์&amp;nbsp;โดยประชาชนที่ได้รับการเชิญชวนให้แลกสิทธิ์เป็นเงินสดหรือพบเจอร้านค้ามีพฤติกรรมทุจริต&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การขึ้นราคาสินค้าจากปกติ&amp;nbsp;สามารถแจ้งเบาะแสไปที่คณะทำงานพิจารณาตรวจสอบข้อมูลและร้องเรียนสำหรับโครงการเราชนะ&amp;nbsp;ทางไปรษณีย์ได้ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&amp;nbsp;กระทรวงการคลัง&amp;nbsp;ถนนพระราม&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แขวงสามเสนใน&amp;nbsp;เขตพญาไท&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;10400&amp;nbsp;หรือทางอีเมล์&amp;nbsp;wewin@fpo.go.th&amp;nbsp;โดยให้ส่งรายละเอียดข้อมูล&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ชื่อ&amp;nbsp;นามสกุล&amp;nbsp;ของผู้ร้องเรียน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ID&amp;nbsp;ของผู้ร้องเรียน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ติดต่อกลับของผู้ร้องเรียน&amp;nbsp;และรายละเอียด&amp;nbsp;พฤติการณ์&amp;nbsp;หลักฐานของผู้เข้าข่ายกระทำผิด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับผู้ประกอบการ/ร้านค้าในจังหวัดสตูล&amp;nbsp;ลงทะเบียนร่วมให้บริการโครงการของรัฐบาล&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;15,528&amp;nbsp;ร้านค้า&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>20/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สวท.สตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520170422064</Link_News></row>
<row _id="149"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ ลำพูน มอบนโยบายการดำเนินงาน แก่สมาชิกสภาเทศบาล ในการร่วมพัฒนา สอดคล้องกับจังหวัด และรัฐบาล สู่ความเป็นอยู่ที่ดี เศรษฐกิจยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;เทศบาลตำบลบ้านกลาง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เป็นประธานในการประชุมสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านกลาง&amp;nbsp;เพื่อมอบนโยบายแนวทางการทำงาน&amp;nbsp;การดำเนินงาน&amp;nbsp;ด้านโครงสร้างพื้นฐาน&amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp;ความเป็นอยู่&amp;nbsp;ของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;และที่เกี่ยวข้องเพื่อบูรณาการร่วมกับจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;สำหรับการปฏิบัติงานต้องยึดมั่นความถูกต้อง&amp;nbsp;ความซื่อสัตย์สุจริต&amp;nbsp;รักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและทางราชการเป็นที่ตั้ง&amp;nbsp;และต้องดำเนินงานตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ร่วมกับทางจังหวัดลำพูนในการสอดรับมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;อย่างเข้มข้น&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายบุญส่ง&amp;nbsp;ไชยมณี&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายโยธิน&amp;nbsp;ประสงค์ความดี&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองลำพูน&amp;nbsp;นายสอน&amp;nbsp;อิ่นแก้ว&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง&amp;nbsp;และสมาชิกสภาเทศบาลฯ&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งตามพระราชบัญญัติเทศบาล&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2496&amp;nbsp;แก้ไขเพิ่มเติมถึง&amp;nbsp;(ฉบับที่&amp;nbsp;14)&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;24&amp;nbsp;วรรคสอง&amp;nbsp;กำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องกำหนดให้สมาชิกสภาเทศบาลได้มาประชุมสภาเทศบาลครั้งแรกภายใน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;วันนับแต่วันประกาศ&amp;nbsp;ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล&amp;nbsp;ซึ่งบัดนี้&amp;nbsp;คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศ&amp;nbsp;ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลวังดิน&amp;nbsp;ครบทั้ง&amp;nbsp;12&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;จึงกำหนดให้มีการประชุมสภา&amp;nbsp;พร้อมการรับมอบนโยบายในการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;การดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของจังหวัด&amp;nbsp;และนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายคมศักดิ์&amp;nbsp;หล่อเถิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข่าว/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>20/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520182753152</Link_News></row>
<row _id="150"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ ชุมพร ลงพื้นที่คุมมาตรการป้องกันโควิด-19 ในสถานประกอบการรับซื้อ - ส่งออกผลไม้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;(20&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;14.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายธีระ&amp;nbsp;อนันตเสรีวิทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายสัมฤทธิ์&amp;nbsp;กองเงิน&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;พล.ต.ต.ถาวร&amp;nbsp;แสงฤทธิ์&amp;nbsp;ผบก.ภ.จว.ชุมพร&amp;nbsp;และคณะหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;ต.นาขา&amp;nbsp;อ.หลังสวน&amp;nbsp;เพื่อตรวจเยี่ยมมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ในสถานประกอบการรับซื้อ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ส่งออกผลไม้&amp;nbsp;(ล้งทุเรียน)&amp;nbsp;เนื่องจากในพื้นที่ตำบลนาขามีสถานประกอบการรับซื้อ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ส่งออกผลไม้เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;93&amp;nbsp;ล้ง&amp;nbsp;และขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงฤดูผลไม้โดยเฉพาะทุเรียน&amp;nbsp;ทำให้มีการเดินทางมาซื้อขายทุเรียน&amp;nbsp;ของบุคคลในพื้นที่จังหวัดชุมพร&amp;nbsp;และที่มาจากต่างจังหวัด&amp;nbsp;ตลอดจนแรงงานในการขนย้ายสินค้า&amp;nbsp;จึงต้องมีการควบคุมและป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายธีระ&amp;nbsp;อนันตเสรีวิทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;"สถานประกอบการรับซื้อ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ส่งออกผลไม้&amp;nbsp;(ล้งทุเรียน)&amp;nbsp;ที่ได้มาตรวจในวันนี้ได้ให้ความร่วมมือตามมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;เป็นอย่างดี&amp;nbsp;ซึ่งขณะอำเภอหลังสวนถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจในช่วงทุเรียนออก&amp;nbsp;แต่ก็จะมีกลุ่มพ่อค้า&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;กลุ่มแรงงานทั้งชาวไทยและต่างด้าวเข้ามาทำงานกันเยอะ&amp;nbsp;และหลายคนก็มาจากต่างพื้นที่&amp;nbsp;ดังนั้นเราจึงต้องระมัดระวัง&amp;nbsp;และดำเนินการตามมาตรการของสาธารสุข&amp;nbsp;คนที่มาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดจะต้องมีการกักตัว&amp;nbsp;หรือบางจังหวัดที่มีการผ่อนคลายแล้ว&amp;nbsp;แต่เมื่อมาที่ชุมพรก็ต้องมีการลงทะเบียน&amp;nbsp;Save&amp;nbsp;Chumphon&amp;nbsp;เมื่อเข้ามาทำงานในล้งก็ต้องกักตัวไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;และลงทะเบียนเพื่อไปตรวจคัดกรองโรค&amp;nbsp;ซึ่งการทำงานก็ขอให้อยู่ในล้งเดียวกันห้ามมีการเคลื่นย้าย&amp;nbsp;และให้สังเกตอาการของคนงานด้วย&amp;nbsp;ซึ่งหากเราทำได้อย่างนี้ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;ทั้งมาตรการควบคุมโรค&amp;nbsp;และการกระตุ้นเศรษฐกิจก็จะเดินไปด้วยกันได้ทั้งสองอย่าง&amp;nbsp;ซึ่งจากการตรวจสอบขณะนี้ยังไม่พบกลุ่มผู้ติดเชื้อเข้ามาในพื้นที่&amp;nbsp;และเชื่อว่าหากทุกคนช่วยกันดำเนินการอย่างเข้มแข็งแบบนี้ต่อไป&amp;nbsp;เศรษฐกิจของจังหวัดชุมพรก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ"&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ผู้ประกอบการล้งทุเรียน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;"จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;รอบนี้&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบในเรื่องของแรงงาน&amp;nbsp;เนื่องจากไม่กล้ารับคนงานจากที่อื่นเข้ามาทำงาน&amp;nbsp;ทำให้คนงานน้อยกว่าปกติ&amp;nbsp;เพราะเราต้องป้องกันโควิดไม่ให้มาแพร่ในโกดังด้วย&amp;nbsp;ส่วนเรื่องส่งออกไม่มีปัญหาแต่อย่างใดทางจีนก็ยังต้องการทุเรียนจากเราเยอะ&amp;nbsp;ซึ่งปีนี้มูลค่าการส่งออกมากกว่าปีที่แล้วอีกด้วย&amp;nbsp;ส่วนมาตรการของกระทรวงสาธารสุขก็เข้มงวดมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;มาให้คำแนะนำตลอด&amp;nbsp;ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นได้เป็นอย่างดี"&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พอพล&amp;nbsp;กล้าผจญ&amp;nbsp;ข่าว/ภาพ&amp;nbsp;ส.ปชส.&amp;nbsp;ชุมพร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>20/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ชุมพร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520194905183</Link_News></row>
<row _id="151"><NewsTitle>คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติจังหวัดเพชรบุรี ติดตามผลการสื่อสารนโยบายสำคัญรัฐบาล จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปสู่ประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อเวลา&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(20&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;เพ็ชรพรหมศร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;นางสาวจามรี&amp;nbsp;อนุรัตน์&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;และคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติระดับจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ร่วมประชุมติดตามผลการสื่อสารนโยบายสำคัญรัฐบาล&amp;nbsp;ตามแผนปฏิบัติการประชาสัมพันธ์แห่งชาติระดับจังหวัด&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;เพ็ชรพรหมศร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ได้กล่าวว่า&amp;nbsp;คณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ&amp;nbsp;(กปช.)&amp;nbsp;ซึ่งมี&amp;nbsp;นายวิษณุ&amp;nbsp;เครืองาม&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;ได้เห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;-2565&amp;nbsp;(ฉบับปรับปรุงให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี)&amp;nbsp;ไปสู่การปฏิบัติในระดับจังหวัด&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แนวทาง&amp;nbsp;โดยแนวทางที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มุ่งสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจของประชาชนต่อเรื่องสื่อสารที่สำคัญ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;แนวทางที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;การสร้างความตระหนักรู้&amp;nbsp;ทัศนคติเชิงบวก&amp;nbsp;และการมีส่วนร่วมของประชาชนไทยและชาวต่างประเทศต่อการต่างประเทศ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;แนวทางที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;การบริหารจัดการข้อมูลข่าวสาร&amp;nbsp;พัฒนาสื่อสร้างสรรค์&amp;nbsp;เพื่อต่อต้านข่าวปลอมและสร้างการรู้เท่าทันสื่อให้กับประชาชน&amp;nbsp;และแนวทางที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;การยกระดับบุคลากรด้านการประชาสัมพันธ์และสื่อสารมวลชนของประเทศ&amp;nbsp;ให้มีความสามารถด้านการประชาสัมพันธ์และสื่อสารดิจิทัล&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดเพชรบุรีโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการสื่อสารสร้างการรับรู้และความเข้าใจแก่ประชาชนต่อนโยบายสำคัญรัฐบาล&amp;nbsp;ทุกรูปแบบ&amp;nbsp;รวมถึงการผลิตและเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อต่อต้านข่าวปลอม&amp;nbsp;ซึ่งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;หรือโควิด-19&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งผู้ประกอบการและชาวบ้านอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ได้ขอให้มีการปรับกลยุทธ์&amp;nbsp;รูปแบบในการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด&amp;nbsp;โดยดึงอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่&amp;nbsp;วางแผนเพื่อประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;กระตุ้นการท่องเที่ยวในท้องถิ่น&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้กับชุมชนและชาวบ้านได้&amp;nbsp;หลังจากสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;อยู่ในสถานการณ์ควบคุมได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวยริน&amp;nbsp;ทองชู&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>20/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520205629199</Link_News></row>
<row _id="152"><NewsTitle>พาณิชย์ลำปาง เชื่อมโยงการจำหน่ายผลผลิตลิ้นจี่ ช่วยเหลือเกษตรกรอำเภองาว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางศรีสุรางค์&amp;nbsp;หล้าส่องสี&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;และบริษัทไปรษณีย์ไทย&amp;nbsp;สาขาจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ได้ดำเนินการเชื่อมโยงผลผลิตลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวยของเกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่&amp;nbsp;บ้านบ่อสี่เหลี่ยม&amp;nbsp;ตำบลปงเตา&amp;nbsp;อำเภองาว&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ล็อตแรกจำนวน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;(ราคาจำหน่าย&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บาท/กก.)&amp;nbsp;ให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;และจะดำเนินการเชื่อมโยงกระจายผลผลิตอย่างต่อเนื่องต่อไปตลอดฤดูกาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ได้ส่งมอบกล่องบรรจุผลไม้ที่ได้รับการจัดสรรจากกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;กล่อง&amp;nbsp;(กล่องละ10&amp;nbsp;กก.)&amp;nbsp;ให้แก่วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรก้าวหน้าบ้านบ่อสี่เหลี่ยม&amp;nbsp;อำเภองาว&amp;nbsp;เพื่อส่งมอบลิ้นจี่ให้แก่ผู้บริโภคตามการสั่งซื้อ&amp;nbsp;ผ่านการประชาสัมพันธ์ทางสื่อออนไลน์โดยขนส่งผ่านบริษัทไปรษณีย์ไทย&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่อำเภองาว&amp;nbsp;อีกทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>21/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521105156281</Link_News></row>
<row _id="153"><NewsTitle>จ.แม่ฮ่องสอนดึงเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาการท่องเที่ยวแบบ New Normal หลังอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซบเซาจาก COVID-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายศิริวัฒน์&amp;nbsp;บุปผาเจริญ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมอนุกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;(จังหวัดแม่ฮ่องสอน)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อน&amp;nbsp;ส่งเสริมผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;แหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;รวมถึงวัฒนธรรมประเพณีในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเติบโตลดลงตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง&amp;nbsp;และต่อเนื่องมาถึงเดือนเมษายน&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีแผนการพัฒนาส่งเสริมทิศทางการท่องเที่ยวสร้างสรรค์รูปแบบใหม่&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวในชุมชน&amp;nbsp;คนในชุมชน&amp;nbsp;สินค้าผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;และกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp;ในชุมชน&amp;nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้น่าสนใจเข้าถึงนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ภายใต้ในมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้ที่ประชุมได้หารือถึงการส่งเสริมการต่อยอดพัฒนาคุณภาพกาแฟของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และการส่งเสริมพัฒนาการท่องเที่ยวทุ่งดอกบัวตอง&amp;nbsp;อ.ขุนยวม&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ที่จะบานสะพรั่งในช่วงเดือนพฤศจิกายน-&amp;nbsp;ต้นเดือนธันวาคมของทุกปีด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>21/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521105147280</Link_News></row>
<row _id="154"><NewsTitle>จ.นครพนม จัดพื้นที่จำหน่ายสินค้าเกษตรเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนผลกระทบจากโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้(21&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;เวลา14.00น.&amp;nbsp;นายไกรสร&amp;nbsp;กองฉลาด&amp;nbsp;ผวจ.นครพนม&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรของเกษตรกรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณหน้าสวนชมโขง&amp;nbsp;เทศบาลเมืองนครพนมโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เป็นหน่วยงานจัดกิจกรรมจัดพื้นที่จำหน่ายสินค้าเกษตรให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;และสินค้าการประมงจากหน่วยงานกรมประมงนำสินค้ามาร่วมจำหน่ายด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายไกรสร&amp;nbsp;กองฉลาด&amp;nbsp;กล่าวถึงการจัดพื้นที่จำหน่ายสินค้าเกษตรในครั้งนี้เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(covid-19)&amp;nbsp;ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั่วประเทศ&amp;nbsp;รวมถึงเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ที่ไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;และผลผลิตจากการประมงของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลของจังหวัดนครพนมได้&amp;nbsp;ทำให้ผลผลิตตกค้างเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;จังหวัดได้จัดพื้นที่ให้เกษตรกรจำหน่ายสินค้าเกษตรในราคาต่ำกว่าท้องตลาด&amp;nbsp;มีทั้งพืชผัก&amp;nbsp;ผลไม้&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;สัปปะรด&amp;nbsp;ฟักทอง&amp;nbsp;และสิ้นค้าจากการประมง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปลานิลคุณภาพ&amp;nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;55&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายปัญญา&amp;nbsp;สัมพะวงศ์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติม&amp;nbsp;เชิญชวนทุกภาคส่วน&amp;nbsp;องค์กรภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;สถานประกอบการ&amp;nbsp;และประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;ช่วยซื้อสินค้าเกษตรของเกษตรกรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ที่ได้รับความเดือนร้อนจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;ได้ที่บริเวณหน้าสวนชมโขง&amp;nbsp;เทศบาลเมืองนครพนม&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เริ่มเวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.เป็นต้นไป&amp;nbsp;และขอความอนุเคราะห์สื่อมวลชนทุกแขยง&amp;nbsp;ช่วยขยายผลให้ประชาชนรับทราบอย่างกว้างขวางด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>21/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521130216337</Link_News></row>
<row _id="155"><NewsTitle>พาณิชย์ จับมือหอการค้านานาชาติ ผลักดันการส่งออกไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวภายหลังการประชุมหารือร่วมกับนายพจน์&amp;nbsp;อร่ามวัฒนานนท์&amp;nbsp;ประธานหอการค้านานาชาติ&amp;nbsp;และคณะกรรมการหอการค้านานาชาติชุดใหม่&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ICC&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องของการผลักดันการค้าระหว่างประเทศ&amp;nbsp;รวมถึงการส่งออกระหว่างกัน&amp;nbsp;โดยย้ำว่าหอการค้านานาชาติมีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่เป็นตัวแทนภาคเอกชนของนานาประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งมีที่นั่งอยู่ในองค์การสหประชาชาติ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;UN&amp;nbsp;โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการพิจารณากฎระเบียบด้านการค้า&amp;nbsp;การลงทุนต่างๆ&amp;nbsp;ที่จะออกมาบังคับใช้ในเวทีการค้าระหว่างประเทศ&amp;nbsp;ที่สามารถส่งสัญญาณล่วงหน้าให้ภาคเอกชนไทยที่เป็นสมาชิกได้รับทราบเพื่อเตรียมการรองรับได้&amp;nbsp;เมื่อกฎกติกาเหล่านี้ได้รับการบังคับใช้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายพจน์&amp;nbsp;อร่ามวัฒนานนท์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการบริหารหอการค้านานาชาติแห่งไทย&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;เวลานี้ส่งผลกระทบรุนแรงกับเศรษฐกิจทั่วโลกและประเทศไทย&amp;nbsp;ซึ่งการส่งออกเป็นกลไกสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจไทย&amp;nbsp;แต่ยังมีอุปสรรคในการส่งออกซึ่ง&amp;nbsp;ICC&amp;nbsp;จะเข้ามาช่วยกระทรวงพาณิชย์ขับเคลื่อนให้การส่งออกเติบโตโดยการใช้เครือข่ายของ&amp;nbsp;ICC&amp;nbsp;ที่มีสมาชิก&amp;nbsp;130&amp;nbsp;ประเทศทั่วโลกผลักดันให้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีกลไกสำคัญในการทำงานร่วมกับภาคเอกชน&amp;nbsp;ในรูปแบบ&amp;nbsp;กรอ.&amp;nbsp;พาณิชย์&amp;nbsp;ร่วมกันผลักดันการค้าการส่งออกและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงโควิด-19&amp;nbsp;ซึ่งประเทศไทยได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดของการส่งออกมาแล้วและคาดว่าตัวเลขจะกลับมาเป็นบวกอย่างต่อเนื่องในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จะช่วยพยุงเศรษฐกิจของประเทศให้ขยายตัวเป็นบวกได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>21/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521155301469</Link_News></row>
<row _id="156"><NewsTitle>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สานต่อกลยุทธ์พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและชุมชนท่องเที่ยว </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายยุทธศักดิ์&amp;nbsp;สุภสร&amp;nbsp;ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ททท.&amp;nbsp;มีเป้าหมายส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เกิดการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีมาต่อยอดทั้งรูปแบบ&amp;nbsp;นวัตกรรมด้านกระบวนการและบริการ&amp;nbsp;และการพัฒนาสินค้า&amp;nbsp;เพื่อยกระดับขีดความสามารถและเตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีอายุระหว่าง&amp;nbsp;18-34&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;หรือกลุ่มมิลเลนเนียลในยุค&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ททท.&amp;nbsp;จึงร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรดำเนินโครงการ&amp;nbsp;TAT&amp;nbsp;GYM&amp;nbsp;2021&amp;nbsp;:&amp;nbsp;นวัตกรรมสร้างสรรค์อุตสาหกรรมท่องเที่ยว&amp;nbsp;โดยเชิญชวนผู้ประกอบการและตัวแทนชุมชนท่องเที่ยว&amp;nbsp;ร่วมออกกำลังกายสมอง&amp;nbsp;เรียนรู้และรับสิ่งใหม่&amp;nbsp;เพื่อพัฒนานวัตกรรมและสร้างสรรค์มิติใหม่ให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&amp;nbsp;ผ่านการส่งแนวคิดนวัตกรรม&amp;nbsp;พร้อมรับทุนสนับสนุนและสิทธิประโยชน์ต่างๆ&amp;nbsp;รวมมูลค่ากว่า&amp;nbsp;150,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยเปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;31&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ผ่านเว็บไซค์&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.tatgym.com/"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;www.tatgym.com&lt;/a&gt;&amp;nbsp;โดยผู้สมัคร&amp;nbsp;สมาชิก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;/1&amp;nbsp;ทีม)&amp;nbsp;ไม่จำกัดอายุ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>21/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521152908438</Link_News></row>
<row _id="157"><NewsTitle>จ.มุกดาหาร เตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน ปี 2564</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;21&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุม&amp;nbsp;แก้วกินรีชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;นายบุญเรือง&amp;nbsp;เมฆฉิม&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;ในการประชุม&amp;nbsp;จัดแข่งขัน&amp;nbsp;จักรยานชิงแชมป์ประเทศไทยชิงถ้วยพระราชทาน&amp;nbsp;คิงส์ภูมิพล&amp;nbsp;และการแข่งขันจักรยานประเภทเสือภูเขาชิงแชมป์ประเทศไทย&amp;nbsp;ชิงถ้วยพระราชทาน&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สนามที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ที่จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;พลเอกเดชา&amp;nbsp;เหมกระศรี&amp;nbsp;นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;นายอนุรักษ์&amp;nbsp;ตั้งปณิธานนท์&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;นายกสมาคมกีฬาจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;และคณะกรรมการดำเนินงานจัดการแข่งขัน&amp;nbsp;ตามคำสั่งแต่งตั้ง&amp;nbsp;ของผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;9&amp;nbsp;คณะ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ฝ่ายอำนวยการ&amp;nbsp;ฝ่ายประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;ฝ่ายเส้นทาง&amp;nbsp;ฝ่ายเทคนิค&amp;nbsp;ฝ่ายสถานที่&amp;nbsp;ฝ่ายรักษาความปลอดภัยและการจราจร&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;เพื่อรับทราบการจัดการแข่งขัน&amp;nbsp;จักรยานชิงแชมป์ประเทศไทยชิงถ้วยพระราชทาน&amp;nbsp;คิงส์ภูมิพล&amp;nbsp;และการแข่งขันจักรยานประเภทเสือภูเขาชิงแชมป์ประเทศไทย&amp;nbsp;ชิงถ้วยพระราชทาน&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สนามที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;2-4&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และเตรียมพร้อมของฝ่ายต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในการจัดแข่งขันที่จะมีขึ้นในวันดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พลเอกเดชา&amp;nbsp;เหมกระศรี&amp;nbsp;นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สมาคมกีฬาจักรยานฯ&amp;nbsp;ได้กำหนดจัดการแข่งขันจักรยานชิงแชมป์ประเทศไทย&amp;nbsp;ชิงถ้วยพระราชทานฯ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ประเภทต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ทั้งประเภทถนน,&amp;nbsp;เสือภูเขา,&amp;nbsp;บีเอ็มเอ็กซ์&amp;nbsp;และลู่&amp;nbsp;โดยได้วางโปรแกรมการแข่งขันต่อเนื่องกันตลอดทั้งปี&amp;nbsp;โดยมีหลายจังหวัดที่สนใจเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันร่วมกับสมาคมกีฬาจักรยานฯ&amp;nbsp;ทั้งในระดับชิงแชมป์ประเทศไทย&amp;nbsp;รวมไปถึงระดับนานาชาติ&amp;nbsp;รวมถึงจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;โดยการสนับสนุนจาก&amp;nbsp;นายวีระชัย&amp;nbsp;นาคมาศ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;นายอนุรักษ์&amp;nbsp;ตั้งปณิธานนท์&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดให้รู้จักกันอย่างแพร่หลาย&amp;nbsp;รวมถึงการส่งเสริมการออกกำลังกาย&amp;nbsp;ด้วยการปั่นจักรยาน&amp;nbsp;เพื่อสุขภาพและเพื่อการแข่งขัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าจะมีนักปั่นจากจังหวัดต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เข้าร่วมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;เนื่องจากว่างเว้นจากการจัดแข่งขันมานาน&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;อยู่ขณะนี้&amp;nbsp;ประกอบกับเป็นการจัดแข่งขันในระดับชาติ&amp;nbsp;และชิงแชมป์ประเทศไทย&amp;nbsp;ชิงถ้วยพระราชทาน&amp;nbsp;คิงส์ภูมิพลและถ้วยพระราชทาน&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนั้น&amp;nbsp;มีการแข่งขันจักรยานเพื่อสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;ชาย&amp;nbsp;หญิง&amp;nbsp;ชิงถ้วยรางวัล&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;ได้แก่รางวัลผู้ร่วมปั่นจักรยานชายอายุมากที่สุด&amp;nbsp;ผู้ร่วมปั่นจักรยานหญิงอายุมากที่สุด&amp;nbsp;ผู้ร่วมปั่นจักรยานชายอายุน้อยที่สุด&amp;nbsp;ผู้ร่วมปั่นจักรยานหญิง&amp;nbsp;อายุน้อยที่สุด&amp;nbsp;และรางวัลประเภทจักรยานที่มีความสวยงามตกแต่งแบบประหยัด&amp;nbsp;โดยเป้าหมายนักเรียน&amp;nbsp;ประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;200&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;สมาคมจักรยาน&amp;nbsp;จะเป็นผู้จัดหาเสื้อ&amp;nbsp;และใบประกาศนียบัตร&amp;nbsp;มอบให้กับผู้ที่มาขับขี่จักรยานเพื่อสุขภาพทุกคนฟรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp;การจัดแข่งขันจักรยานชิงแชมป์ประเทศไทยและชิงถ้วยพระราชทานในครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นการจัดในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;ระบบปิดไม่มีผู้ชม&amp;nbsp;นอกจากชมจากการถ่ายทอดผ่านเฟชบุ๊คไลน์&amp;nbsp;และสถานีโทรทัศน์&amp;nbsp;ไทยพีบีเอส&amp;nbsp;และอยู่ภายใต้มาตรการควบคุม&amp;nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(&amp;nbsp;โควิด-19&amp;nbsp;)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ศบค.&amp;nbsp;และมาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;อย่างเข้มงวด&amp;nbsp;และต้องปฏิบัติตามประกาศของสมาคมกีฬาจักรยานฯ&amp;nbsp;ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้อย่างเคร่งครัดรวม19&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ผู้ที่จะเข้าไปในบริเวณสนามแข่งขัน&amp;nbsp;นับตั้งแต่ผู้ปกครอง&amp;nbsp;ผู้ติดตาม&amp;nbsp;นักกีฬา&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ทุกคน&amp;nbsp;จะต้องตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ด้วยวิธีการ&amp;nbsp;PCR&amp;nbsp;testที่มีผลเป็นลบและต้องไม่เกิน&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ชั่วโมงก่อนการแข่งขัน&amp;nbsp;นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทุกคนจะต้องรายงานบันทึกการเดินทาง&amp;nbsp;(time&amp;nbsp;line)&amp;nbsp;ล่วงหน้าก่อนแข่งขัน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;สะแกน&amp;nbsp;QR&amp;nbsp;code&amp;nbsp;ลงทะเบียน&amp;nbsp;หมอชนะ&amp;nbsp;ไทยชนะทุกคน&amp;nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&amp;nbsp;และพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่จักรยาน&amp;nbsp;และล้างน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเข้าสนาม&amp;nbsp;หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม&amp;nbsp;จะพิจารณาลงโทษให้ออกจากการแข่งขันทันที&amp;nbsp;และอาจจะพืจารณาลงโทษ&amp;nbsp;ตามข้อบังคับของสมาคมกีฬาจักรยาน&amp;nbsp;ข้อที่&amp;nbsp;68&amp;nbsp;ว่าด้วยการลงโทษทางวินัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับสนามและเส้นทางในการจัดการแข่งขัน&amp;nbsp;ประเภทปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;เริ่มต้นที่ศาลากลางจังหวัด&amp;nbsp;ไปตามถนนเรียบริมฝั่งแม่น้ำโขง&amp;nbsp;สำราญชายโขงเหนือ&amp;nbsp;ถึงสะพานมิตรภาพแห่งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วกกลับเส้นทางเดิมเข้าสู่เส้นชัย&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดระยะทาง&amp;nbsp;14.80&amp;nbsp;เมตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประเภทถนนไทม์ไทรอัลบุคคล&amp;nbsp;ชิงแชมป์ประเทศไทยและถ้วยพระราชทาน&amp;nbsp;คิงส์ภูมิพล&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เส้นทาง&amp;nbsp;ได้แก่เส้นทางที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่หอแก้วมุกดาหาร&amp;nbsp;ผ่านทางขึ้นวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์&amp;nbsp;ถึงสี่แยกชมกวาง&amp;nbsp;วกกลับมาตามเส้นทางเดิม&amp;nbsp;เข้าเส้นชัยที่หอแก้วมุกดาหาร&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;10.40&amp;nbsp;กิโลเมตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เส้นทางที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่&amp;nbsp;สนามฟุตบอลเดอบุญฟิลด์&amp;nbsp;ติดถนนเลี่ยงเมืองมุกดาหาร&amp;nbsp;-อำเภอดอนตาล&amp;nbsp;ไปตามถนนชะยางกูร&amp;nbsp;เลี้ยวซ้าย&amp;nbsp;ผ่านสี่แยกชลประทาน&amp;nbsp;ถึงบ้านเหมืองบ่า&amp;nbsp;เลี้ยวซ้ายไปยังบ้านคำเม็ก&amp;nbsp;ตำบลคำอาฮวน&amp;nbsp;เลี้ยวซ้ายไปยังสี่แยกชมกวาง&amp;nbsp;ถนนเลี่ยงเมืองมุกดาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดอนตาล&amp;nbsp;ก่อนเข้าเส้นชัยที่สนามเดอบุญฟิวด์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนการแข่งขันประเภทเสือภูเขาชิงแชมป์ประเทศไทย&amp;nbsp;ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;เดิมกำหนดจัดการแข่งขันที่วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์&amp;nbsp;อำเภอเมืองมุกดาหาร&amp;nbsp;เนื่องจากได้มีการประกาศไม่ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนเข้าไปท่องเที่ยว&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ได้เปลี่ยนสนามการแข่งขัน&amp;nbsp;เป็นสนามเอกชนซึ่งมีพื้นที่กว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และอยู่ใกล้กับ&amp;nbsp;สนามฟุตบอลเดอบุญฟิวด์&amp;nbsp;เป็นสนามแข่งขันแทน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>21/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มุกดาหาร</Province><Department>สวท.มุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521202245613</Link_News></row>
<row _id="158"><NewsTitle>ดัชนีความสำเร็จของไทยหลายด้านอยู่ในระดับดีในสายตาต่างชาติ จากการบริหารราชการของ นายกรัฐมนตรี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;บูรพชัยศรี&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยถึงสถานะของไทยในเวทีโลก&amp;nbsp;โดยประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่น่าสนใจและได้รับการจัดอันดับที่ดี&amp;nbsp;มีความน่าเชื่อถือ&amp;nbsp;และเป็นที่น่าสนใจในสายตาต่างชาติ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ประเทศไทย&amp;nbsp;ได้รับการจัดอันดับที่น่าสนใจด้านเศรษฐกิจและการลงทุนจากหลายๆหน่วยงานในระดับโลก&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;เป็นอันดับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตลาดเกิดใหม่ที่น่าลงทุนที่สุดในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จากการจัดอันดับของ&amp;nbsp;Bloomberg&amp;nbsp;Study&amp;nbsp;(1st&amp;nbsp;in&amp;nbsp;Bloombergs&amp;nbsp;Emerging)&amp;nbsp;เป็นอันดับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ประเทศที่มีความทุกข์ยากทางเศรษฐกิจน้อยที่สุดในโลกประจำปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;จากการจัดอันดับของ&amp;nbsp;Bloomberg&amp;nbsp;Survey&amp;nbsp;(1st&amp;nbsp;least&amp;nbsp;miserable&amp;nbsp;country&amp;nbsp;for&amp;nbsp;2020)&amp;nbsp;เป็นอันดับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ประเทศที่เหมาะกับการเริ่มต้นธุรกิจมากที่สุดประจำปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;จากการจัดอันดับโดยสำนักข่าว&amp;nbsp;US&amp;nbsp;News&amp;nbsp;(Best&amp;nbsp;Countries&amp;nbsp;to&amp;nbsp;Start&amp;nbsp;a&amp;nbsp;Business&amp;nbsp;2020)&amp;nbsp;และเป็นอันดับ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประเทศที่น่าเข้ามาลงทุนประจำปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;จัดอันดับโดยสำนักข่าว&amp;nbsp;US&amp;nbsp;News&amp;nbsp;(Best&amp;nbsp;Countries&amp;nbsp;to&amp;nbsp;Invest&amp;nbsp;In&amp;nbsp;2020)&amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับการจัดอันดับของสถาบันจัดอันดับเครดิตของโลกอย่าง&amp;nbsp;มูดี้ส์&amp;nbsp;ฟิทช์เรตติ้ง&amp;nbsp;และสแตนดาร์ด&amp;nbsp;แอนด์&amp;nbsp;พัวร์ส&amp;nbsp;คงอันดับความน่าเชื่อถือของไทย&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;BBB+&amp;nbsp;และยังคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยอยู่ในระดับมีเสถียรภาพ&amp;nbsp;เป็นผลมาจากการทำงานอย่างหนักในการดำเนินนโยบายเพื่อให้ประเทศไทยอยู่ในเรดาร์&amp;nbsp;เป็นตลาดที่น่าสนใจทางการลงทุน&amp;nbsp;จนส่งผลให้คะแนนรายงานความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจ&amp;nbsp;(Ease&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Doing&amp;nbsp;Business)&amp;nbsp;ที่จัดทำโดยธนาคารโลกดีขึ้น&amp;nbsp;โดยล่าสุดในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ประเทศไทยได้ที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;190&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งเทียบกับปีก่อนดีขึ้น&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อันดับ&amp;nbsp;รวมทั้งไทยได้ดำเนินมาตรการ&amp;nbsp;Ten&amp;nbsp;for&amp;nbsp;Ten&amp;nbsp;ตามข้อเสนอแนะจากเอกอัครราชทูตจาก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;และหอการค้านานาชาติแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เพื่อยกระดับการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจของประเทศไทยให้สามารถติด&amp;nbsp;10&amp;nbsp;อันดับแรกได้ในเร็ววันนี้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;การจัดอันดับของบริษัท&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;Japan&amp;nbsp;Credit&amp;nbsp;Rating&amp;nbsp;Agency,&amp;nbsp;Ltd.&amp;nbsp;(JCR)&amp;nbsp;บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น&amp;nbsp;ที่คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย&amp;nbsp;(Sovereign&amp;nbsp;Credit&amp;nbsp;Rating)&amp;nbsp;ที่ระดับ&amp;nbsp;A-&amp;nbsp;และยืนยันมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ&amp;nbsp;(Stable&amp;nbsp;outlook)&amp;nbsp;เนื่องมาจากรัฐบาลได้ดำเนินมาตรการทางการเงินและการคลัง&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยหลังจากไตรมาสที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;เริ่มฟื้นตัว&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;JCR&amp;nbsp;คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จะกลับมาเติบโตประมาณร้อยละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ในเดือนมีนาคม&amp;nbsp;ปี2564&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;Rating&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Investment&amp;nbsp;Information,&amp;nbsp;Inc.&amp;nbsp;(R&amp;amp;I)&amp;nbsp;ประเทศญี่ปุ่น&amp;nbsp;ได้ประกาศการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย&amp;nbsp;(Sovereign&amp;nbsp;Credit&amp;nbsp;Rating)&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;A-&amp;nbsp;และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย&amp;nbsp;(Outlook)&amp;nbsp;อยู่ในระดับมีเสถียรภาพ&amp;nbsp;(Stable&amp;nbsp;Outlook)&amp;nbsp;เช่นกัน&amp;nbsp;สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในแนวทางการดำเนินโยบายของรัฐบาลและทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวและเติบโต&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ไทยยังได้รับการจัดอันดับเกี่ยวกับด้านสาธารณสุข&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ที่น่าชื่นชม&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;อันดับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ประเทศที่ฟื้นตัวและรับมือกับการระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ได้ดีที่สุด&amp;nbsp;(Ongoing&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;recovery&amp;nbsp;effort&amp;nbsp;2020)&amp;nbsp;จากข้อมูลดัชนีโควิด-19&amp;nbsp;ระดับโลก&amp;nbsp;(Global&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;Index-GCI)&amp;nbsp;จัดอันดับโดยสถาบัน&amp;nbsp;PEMANDU&amp;nbsp;และอันดับ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จากทั้งหมด&amp;nbsp;98&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;ที่จัดการกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;(Best-Performing&amp;nbsp;Countries&amp;nbsp;in&amp;nbsp;Suppressing&amp;nbsp;the&amp;nbsp;Coronavirus&amp;nbsp;2020)&amp;nbsp;จัดอันดับโดยสถาบัน&amp;nbsp;Lowy&amp;nbsp;Institute&amp;nbsp;อันดับ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ประเทศที่มีความมั่นคงด้านสุขภาพ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;(Global&amp;nbsp;Health&amp;nbsp;Security&amp;nbsp;Index&amp;nbsp;2019)&amp;nbsp;จัดอันดับโดยมหาวิทยาลัย&amp;nbsp;John&amp;nbsp;Hopkins&amp;nbsp;University&amp;nbsp;Research&amp;nbsp;และอันดับ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ประเทศที่มีระบบสาธารณสุขที่ดีที่สุด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;(Health&amp;nbsp;Care&amp;nbsp;Index&amp;nbsp;2021)&amp;nbsp;จัดอันดับโดย&amp;nbsp;Numbeo&amp;nbsp;Survey&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ชื่นชมผลสำเร็จที่เกิดขึ้น&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;โดยถือว่า&amp;nbsp;ตัวเลขเหล่านี้เป็นกำลังใจที่สำคัญในการทำงาน&amp;nbsp;และได้ขอบคุณการทำงานของทุกภาคส่วนที่ทำงานร่วมกันอย่างหนักจนส่งผลสำเร็จเป็นตัวเลขการจัดอันดับที่น่าชื่นชมและหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อเดินหน้าประเทศไทยต่อไป&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>22/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522213115843</Link_News></row>
<row _id="159"><NewsTitle>กรมการค้าภายใน จัดรถ Mobile 730 ตัน ตระเวนนำสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก จำหน่ายให้พี่น้องประชาชนทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวัฒนศักย์&amp;nbsp;เสือเอี่ยม&amp;nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อดูแลราคาสินค้าอัปโภคบริโภคไม่ให้ประชาชนได้รับในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;กรมฯ&amp;nbsp;ดำเนินการช่วยเหลือเพื่อลดค่าครองชีพประชาชนด้วยการจัดโครงการ&amp;nbsp;Mobile&amp;nbsp;พาณิชย์ลดราคา!&amp;nbsp;ช่วยประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;Lot&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ซึ่งจัดในรูปแบบรถ&amp;nbsp;Mobile&amp;nbsp;พาณิชย์ลดราคา!&amp;nbsp;ช่วยประชาชน&amp;nbsp;ที่จะตระเวนนำสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูกลดสูงสุดถึงร้อยละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ไปจำหน่ายให้พี่น้องประชาชนที่จำเป็นต้องกักตัวอยู่ในชุมชนทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล&amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถได้รับบริการอย่างทั่วถึง&amp;nbsp;ซึ่งรถ&amp;nbsp;Mobile&amp;nbsp;ทั้งหมด&amp;nbsp;&amp;nbsp;730&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;จะวิ่งกระจายไปทั่วกรุงเทพฯ&amp;nbsp;และปริมณฑลประมาณ&amp;nbsp;400-500&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;โดยได้เริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จนถึงวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;โดยการกำหนดจุดจำหน่ายนั้นกรมการค้าภายในได้รับความร่วมมือจากกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล&amp;nbsp;(อบต.)&amp;nbsp;เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการออกตรวจเยี่ยมการจำหน่ายสินค้าของรถ&amp;nbsp;Mobile&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในชุมชนต่างๆ&amp;nbsp;ปรากฏว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชาชนเข้ามาเลือกซื้อสินค้ากันอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;และพอใจที่มีสินค้าราคาประหยัดมาจำหน่ายถึงในชุมชนเป็นการหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในสถานที่ที่มีความเสี่ยง&amp;nbsp;และป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&amp;nbsp;โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมและขายดี&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;น้ำมันพืช&amp;nbsp;ไข่ไก่&amp;nbsp;น้ำตาลทราย&amp;nbsp;ข้าวสาร&amp;nbsp;ผงซักฟอก&amp;nbsp;กระดาษทิชชู&amp;nbsp;น้ำยาปรับผ้านุ่ม&amp;nbsp;น้ำยาล้างจาน&amp;nbsp;และนอกจากสินค้าราคาประหยัด&amp;nbsp;73&amp;nbsp;รายการที่นำมาจำหน่ายแล้ว&amp;nbsp;ยังมีผลไม้และสินค้าเกษตรฤดูกาลอื่นๆ&amp;nbsp;ที่เชื่อมโยงจากเกษตรกรมาจำหน่ายโดยตรงอีกด้วย&amp;nbsp;ซึ่งประชาชนสามารถตรวจสอบตารางการจำหน่ายสินค้าหรือติดตามตำแหน่งรถสามารถทราบได้&amp;nbsp;โดยใช้Application&amp;nbsp;line&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;Mobile&amp;nbsp;พาณิชย์ลดราคา!&amp;nbsp;ช่วยประชาชน&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;search&amp;nbsp;คำว่า&amp;nbsp;@mobilepanich&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;search&amp;nbsp;คำว่า&amp;nbsp;โมบายพาณิชย์&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;&amp;nbsp;google&amp;nbsp;ซี่งจะมีรายละเอียดบอกวันและสถานที่ที่จะไปจำหน่าย&amp;nbsp;และยังสามารถดูรายการสินค้าและราคาล่วงหน้า&amp;nbsp;หากประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าและบริการ&amp;nbsp;สามารถแจ้งได้ที่&amp;nbsp;สายด่วนกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;1569&amp;nbsp;และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>22/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522154207781</Link_News></row>
<row _id="160"><NewsTitle>ธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้แจงเงิน 1.069 ล้านล้านบาท เป็นขาดทุนสะสมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อดูแลเสถียรภาพการเงิน ไม่ถือเป็นหนี้สาธารณะ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางจันทวรรณ&amp;nbsp;สุจริตกุล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้ว่าการสายสื่อสารและความสัมพันธ์องค์กร&amp;nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธปท.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากที่มีการเผยแพร่เรื่องขาดทุนสะสมของ&amp;nbsp;ธปท.&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;1.069&amp;nbsp;ล้านล้านบาท&amp;nbsp;และนำมารวมเป็นหนี้สาธารณะของประเทศโดยอ้างถึงผลกระทบต่อผู้เสียภาษีอากรนั้น&amp;nbsp;รายงานดังกล่าวเป็นการแสดงรายการงบการเงินของ&amp;nbsp;ธปท.&amp;nbsp;และเป็นธุรกรรมที่เกิดจากการทำหน้าที่ปกติของธนาคารกลาง&amp;nbsp;ในการดูแลเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การดูแลอัตราแลกเปลี่ยนไม่ให้ผันผวนมากจนกระทบต่อการดำเนินงานภาคเอกชนและเศรษฐกิจ&amp;nbsp;การดูแลสภาพคล่องในระบบการเงินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม&amp;nbsp;ดังนั้นกำไรหรือขาดทุนที่จะปรากฏในงบดุลของธนาคารกลางจึงเป็นเรื่องปกติของการทำหน้าที่ตามพันธกิจ&amp;nbsp;โดยฐานะการเงินของธนาคารกลางเป็นผลจากการทำหน้าที่ตามพันธกิจ&amp;nbsp;ซึ่งในแต่ละปีอาจเกิดกำไรและขาดทุน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;จากการตีราคาสินทรัพย์ต่างประเทศเป็นเงินบาท&amp;nbsp;และจากต้นทุนการออกพันธบัตรเพื่อดูดซับสภาพคล่อง&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ซึ่งตัวเลข&amp;nbsp;1.069&amp;nbsp;ล้านล้านบาท&amp;nbsp;เป็นผลการขาดทุนสะสมที่เกิดขึ้นหลายปีไม่ใช่ของปีนี้ปีเดียว&amp;nbsp;หนี้สินในงบการเงินของ&amp;nbsp;ธปท.&amp;nbsp;ไม่ถือเป็นหนี้สาธารณะของประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติเช่นเดียวกันทั่วโลก&amp;nbsp;ตามนิยามของ&amp;nbsp;IMF&amp;nbsp;ที่กำหนดมาตรฐานการเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจการเงินเพื่อการเปรียบเทียบและติดตามการทำนโยบายของสมาชิก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>22/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522151655768</Link_News></row>
<row _id="161"><NewsTitle>การนำเข้าอาหารทะเลจากไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลัง สปป.ลาว ยกเลิกมาตรการห้ามให้นำเข้าอาหารทะเลเริ่ม 1 พฤษภาคมนี้ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมเด็จ&amp;nbsp;สุสมบูรณ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ&amp;nbsp;(สคต.)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กรุงเวียงจันทน์&amp;nbsp;ถึงผลการสำรวจตลาดออนไลน์อาหารทะเล&amp;nbsp;ภายหลังจาก&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;ห้ามนำเข้าอาหารทะเลไทย&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนธันวาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ล่าสุด&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;ได้ยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าอาหารทะเล&amp;nbsp;โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ทำให้ตลาดออนไลน์อาหารทะเล&amp;nbsp;กลับมามีความคึกคักมากกว่าเดิม&amp;nbsp;ตลาดมีสินค้าอาหารทะเลเข้ามาหลากหลายชนิด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กุ้ง&amp;nbsp;หอย&amp;nbsp;ปู&amp;nbsp;ปลาหมึก&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;จากเดิมไม่มีสินค้าจำหน่าย&amp;nbsp;หรือยุติการจำหน่าย&amp;nbsp;ส่งผลให้มีการนำเข้าสินค้าอาหารทะเลจากไทยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้นและมีความคึกคักนั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องจาก&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;อยู่ระหว่างการดำเนินมาตรการล็อกดาวน์&amp;nbsp;ไม่อนุญาตให้มีการรับประทานอาหารในร้านและควบคุมการเดินทาง&amp;nbsp;จึงทำให้ประชาชนหันมาซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าอาหารทะเลของไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมฯ&amp;nbsp;มีกำหนดจัดกิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าอาหารทะเลไทยปลอดภัยจากโควิด-19&amp;nbsp;ในช่วงต้นเดือนกันยายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและกระตุ้นการบริโภคอาหารทะเลไทย&amp;nbsp;โดยคาดว่า&amp;nbsp;ผลจากการยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าและการบริโภคอาหารทะเลไทยกลับมาฟื้นตัว&amp;nbsp;จะทำให้การส่งออกอาหารทะเลไทยไปยัง&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;ในปีนี้จะเพิ่มจาก&amp;nbsp;131&amp;nbsp;ล้านบาทเป็น&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;52.7&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>22/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522131039725</Link_News></row>
<row _id="162"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดลำปาง จัดประชุมเชิงสัมมนาพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและเกษตรกรในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางศรีสุรางค์&amp;nbsp;หล้าส่องสี&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงสัมมนาเชิงปฏิบัติการ&amp;nbsp;(ในการสร้างเครือข่าย)&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ภายใต้กิจกรรมพัฒนาศักยภาพและเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรปลอดภัยได้มาตรฐานแบบครบวงจรมุ่งสู่เกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องกิ่งกนก&amp;nbsp;โรงแรมเอเชียลำปาง&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพของเกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ประกอบการรับซื้อสินค้าเกษตรของจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้ในด้านการปรับปรุงคุณภาพและการยกระดับการผลิตกระเทียม&amp;nbsp;ลำไย&amp;nbsp;สับปะรด&amp;nbsp;และสินค้าเกษตรอื่นๆ&amp;nbsp;เพื่อให้ตรงตามความต้องการของตลาดในปัจจุบัน&amp;nbsp;การเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;และการทำตลาดที่ยั่งยืนในยุคปัจจุบันด้วยเทคนิคการขายสินค้าและการเพิ่มยอดขายโดยการ&amp;nbsp;ถ่ายทอดสดผ่าน&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;Live&amp;nbsp;อย่างมืออาชีพ&amp;nbsp;และกลยุทธ์การจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับผู้เข้ารับการอบรมในการปรับตัวให้มีช่องทางการตลาดแบบออนไลน์ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;โดยมีผู้เข้ารับการอบรม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ซึ่งจะมีการคัดเลือกเกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ประกอบการรับซื้อสินค้าเกษตรผู้ผ่านการอบรมเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าในงานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจการค้า&amp;nbsp;(Business&amp;nbsp;Matching)&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำปางต่อไป&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>22/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522115050688</Link_News></row>
<row _id="163"><NewsTitle>กองพันทหารม้าที่ 10 กรมทหารม้าที่ 2 ช่วยรับชื้อผลผลิตทางการเกษตร(มะม่วง) ซึ่งประสบปัญหาในการจำหน่ายสู่ท้องตลาด จากสถานการณ์โควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่บ้านน้ำโมง&amp;nbsp;ตำบลผาต่อ&amp;nbsp;อำเภอท่าวังผา&amp;nbsp;จังหวัดน่าน&amp;nbsp;กำลังพลจากกองพันทหารม้าที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กรมทหารม้าที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือเกษตรกรในการรับชื้อผลิตผลทางการเกษตร&amp;nbsp;(มะม่วง)&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ผลผลิตมะม่วงดิบและสุกออกมาจำนวนมาก&amp;nbsp;ประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ&amp;nbsp;ปัญหาการในการจำหน่ายผลผลิตสู่ท้องตลาด&amp;nbsp;และการรับชื้อของพ่อค้าคนกลางลดน้อยลง&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรชาวสวนมะม่วงได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;ไม่สามารถจำหน่ายและขนย้ายผลผลิตสู่ตลาดใหญ่ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองพันทหารม้าที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กรมทหารม้าที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ได้ทราบถึงปัญหาความเดือนร้อนของเกษตรกร&amp;nbsp;จึงได้เข้าช่วยเหลือรับชื้อผลิตผลทางการเกษตร&amp;nbsp;(มะม่วง)&amp;nbsp;เพื่อนำมาแจกจ่ายให้กับกำลังพลและครอบครัว&amp;nbsp;พร้อมกับพลทหารกองประจำการของหน่วย&amp;nbsp;โดยตัวแทนเกษตกรชาวสวนมะม่วงบ้านน้ำโมง&amp;nbsp;ได้ขอบคุณที่หน่วยงานทหารได้เข้ามาช่วยรับซื้อมะม่วงถึงในสวน&amp;nbsp;ปีนี้เป็นปีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ที่ชาวสวนมะม่วงประสบปัญหาการจำหน่ายผลผลิตสู่ท้องตลาด&amp;nbsp;โดยเฉพาะการขนย้ายสินค้า&amp;nbsp;ผลพวงจากสถานการณ์โควิด-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่ทางจังหวัดน่านได้แก้ปัญหาในระยะสั้น&amp;nbsp;โดยการเร่งระบายผลผลิตออกสู่ตลาดทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด&amp;nbsp;เพื่อเป็นการหมุนเวียนรายได้ให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;บรรเทาปัญหาราคาตกต่ำ&amp;nbsp;พร้อมเชิญชวนประชาชนอุดหนุนซี้อมะม่วงของชาวสวนเป็นการช่วยเหลือครอบครัวเกษตรกรได้อีกช่องทาง&amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้หลายหน่วยงานได้มีการจัดกิจกรรมช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนมะม่วงในการกระจายผลผลิต&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;บริษัทประชารัฐสามัคคีน่าน(วิสาหกิจเพื่อสังคม)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน&amp;nbsp;มณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;38&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดน่านหอการค้าไทย(ภาคเหนือ)&amp;nbsp;หอการค้าจังหวัดน่าน&amp;nbsp;สภาอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน&amp;nbsp;บริษัทไทยเบฟเวอเรจ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;ธนาคารกสิกรน่าน&amp;nbsp;สำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชนจังหวัดน่าน&amp;nbsp;เครือเจริญโภคภัณฑ์(CP)&amp;nbsp;ที่ทำการไปรษณีย์น่าน&amp;nbsp;บริษัทขนส่ง(Kerry&amp;nbsp;น่าน)&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมจัดกิจกรรมกระจายผลผลิตมะม่วง&amp;nbsp;และเปิดจำหน่ายบริเวณด้านหน้าศูนย์โอทอปเชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือ&amp;nbsp;อ.เมืองน่าน&amp;nbsp;ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>22/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>น่าน</Province><Department>สวท.น่าน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522123725711</Link_News></row>
<row _id="164"><NewsTitle>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ประชุมเตรียมความพร้อม เปิดจังหวัดภูเก็ตรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;เปิดเผยหลังการประชุมร่วมกับทีมเซลล์แมน&amp;nbsp;และภาคเอกชนจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมโรงแรม&amp;nbsp;JW&amp;nbsp;Marriott&amp;nbsp;Phuket&amp;nbsp;resort&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;spa&amp;nbsp;Spa&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;การประชุมร่วมทีมเซลแมนจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา&amp;nbsp;เพื่อหารือร่วมกันเนื่องจากเศรษฐกิจของพื้นที่ฝั่งอันดามัน&amp;nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปัจจัยหลัก&amp;nbsp;คือการท่องเที่ยวและการเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งในส่วนของการเกษตรไม่น่าเป็นห่วงมากนัก&amp;nbsp;เนื่องจากราคาพืชผลทางการเกษตรเป็นที่น่าพอใจ&amp;nbsp;ทั้งยางพารา&amp;nbsp;ที่ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป็นเวลาหลายเดือนติดต่อกัน&amp;nbsp;รวมทั้งปาล์มน้ำมันราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ&amp;nbsp;5-6&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ถือว่าเป็นราคาที่สูงกว่าหลายยุคที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งภาพรวมเกษตรกรมีความพึงพอใจ&amp;nbsp;ทั้งสวนผลไม้ก็มีราคาดีเช่นเดียวกันในขณะนี้&amp;nbsp;แต่ในขณะที่ธุรกิจการท่องเที่ยวยังอยู่ในภาวะซบเซา&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ&amp;nbsp;ที่จะต้องมีการหารือร่วมกัน&amp;nbsp;ในการเตรียมมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อรองรับแผนการเปิดการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ตามโมเดล&amp;nbsp;ภูเก็ต&amp;nbsp;แซนด์บ็อกซ์&amp;nbsp;ซึ่งจะครอบคลุมไปถึงพื้นที่ของจังหวัดพังงาด้วย&amp;nbsp;เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาพักในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ครบ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์ยัง&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภูเก็ตเปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรกฎาคมนี้ได้หรือไม่นั้น&amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับการได้รับการจัดสรรวัคซีนและปัจจัยอื่นร่วมด้วย&amp;nbsp;โดยวันนี้ได้มีการสรุปร่วม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;ที่รับไปประสานร่วมกับทาง&amp;nbsp;ศบค.และรัฐบาล&amp;nbsp;เพื่อให้จังหวัดภูเก็ตเดินหน้าไปตามแผนการเปิดเมือง&amp;nbsp;คือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;ภาคเอกชนขอให้รัฐบาลจัดสรรวัคซีนให้ได้ตามแผนที่กำหนดไว้จำนวน&amp;nbsp;930,00&amp;nbsp;โดส&amp;nbsp;ภายในเดือนสิงหาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ในส่วนของจังหวัดพังงา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;210,000&amp;nbsp;โดส&amp;nbsp;เพื่อให้ทั้งจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา&amp;nbsp;เตรียมวางแผนการบริหารจัดการฉีดวัคซีนตามที่กำหนดไว้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;ขอให้จังหวัดพังงาเร่งปรับแผนโดยเร็ว&amp;nbsp;เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ&amp;nbsp;ให้สอดคล้องกับจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เพื่อร่วมขายแพ็คเกจท่องเที่ยวควบคู่กัน&amp;nbsp;สร้างแรงดึงดูดให้กับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ในรูปแบบอันดามันคลัสเตอร์&amp;nbsp;โดยจะประสานผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ให้เร่งปรับแผนเพื่อให้สอดคล้องต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;การเดินทางหลังวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน&amp;nbsp;จะมีเที่ยวบินตรงจากประเทศคู่สัญญา&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;อังกฤษ&amp;nbsp;เยอรมัน&amp;nbsp;รัสเซีย&amp;nbsp;สหรัฐอเมริกา&amp;nbsp;อิสราเอล&amp;nbsp;ฝรั่งเศส&amp;nbsp;และกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย&amp;nbsp;ที่สนามบินภูเก็ตจะต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางของแต่ละเที่ยวบิน&amp;nbsp;ที่ไม่ใช่ช่วงเวลาปกติ&amp;nbsp;ดังนั้นสนามบินภูเก็ตจะต้องเตรียมบุคลากรให้พร้อมสำหรับการต้อนรับนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา&amp;nbsp;จัดทำแผนงานไทยเที่ยวไทย&amp;nbsp;ร่วมกันเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม&amp;nbsp;สามารถดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;สร้างความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวคนไทยตามนโยบายรัฐบาลต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>22/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522144232758</Link_News></row>
<row _id="165"><NewsTitle>เกษตรลพบุรีชวนชื้อกระท้อนตะลุง กระท้อน GI ของดีเมืองลพบุรี มีหนึ่งเดียวในโลก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระท้อนเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;มีพื้นที่ปลูกทั้งหมด&amp;nbsp;419&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;อยู่ใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลของอำเภอเมืองลพบุรี&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ตำบลตะลุง&amp;nbsp;ตำบลงิ้วราย&amp;nbsp;และตำบลโพธิ์เก้าต้น&amp;nbsp;ลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นที่น้ำไหลทรายมูล&amp;nbsp;เหมาะสมกับการผลิตกระท้อนคุณภาพดี&amp;nbsp;โดยผลผลิตจะเริ่มออกในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนสิงหาคม&amp;nbsp;ราคาผลกระท้อนสดจะอยู่ที่&amp;nbsp;35-120&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับขนาดผล&amp;nbsp;ผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&amp;nbsp;ขณะนี้ผลผลิตกำลังทยอยเข้าสู่ตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุชาติ&amp;nbsp;กลิ่นทองหลาง&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านวิศวกรรมเกษตร&amp;nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กระท้อนของจังหวัดลพบุรีได้รับการรับรองเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ในชื่อ&amp;nbsp;กระท้อนตะลุง&amp;nbsp;จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา&amp;nbsp;มีเกษตรกรผ่านการรับรองจำนวน&amp;nbsp;92&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;315&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สายพันธุ์&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;พันธุ์ปุยฝ้าย&amp;nbsp;พันธุ์อีล่า&amp;nbsp;พันธุ์ทับทิม&amp;nbsp;พันธุ์นิ่มนวล&amp;nbsp;และพันธุ์กำมะหยี่&amp;nbsp;โดยมีพื้นที่ปลูกในตำบลตะลุง&amp;nbsp;ตำบลงิ้วราย&amp;nbsp;และตำบลโพธิ์เก้าต้น&amp;nbsp;ของอำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;เท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุชาติ&amp;nbsp;กลิ่นทองหลาง&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มอีกว่า&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;ได้ประชาสัมพันธ์การจำหน่ายกระท้อนผ่านทางช่องทางสื่อต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โทรทัศน์&amp;nbsp;วิทยุ&amp;nbsp;หนังสือพิมพ์&amp;nbsp;ทาง&amp;nbsp;Facebook,&amp;nbsp;Line&amp;nbsp;และในเว็บไซต์ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&amp;nbsp;ของกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้สนับสนุนกล่องลังกระดาษ&amp;nbsp;สำหรับบรรจุกระท้อน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ใบ&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้ติดต่อประสานงานหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ในการดำเนินการช่วยเหลือในการจำหน่ายผลผลิตอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เนื่องจากปีนี้มีสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;จังหวัดลพบุรีจึงงดจัดงาน&amp;nbsp;เทศกาลกระท้อนหวานและของดีเมืองลพบุรี&amp;nbsp;ถึงแม้ไม่มีการจัดงาน&amp;nbsp;แต่ทางอำเภอได้จัดสถานที่ไว้ให้เกษตรกรจำหน่ายบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองลพบุรี&amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนมาชื้อกระท้อนของดีเมืองลพบุรี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณที่ว่าการอำเภอเมืองลพบุรี&amp;nbsp;โดยเริ่มจำหน่ายตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;08.30-17.00น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังสามารถหาชื้อได้ทางเว็บไซต์ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&amp;nbsp;ช่วยกันชื้อกระท้อนตะลุง&amp;nbsp;กระท้อน&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ของดีเมืองลพบุรี&amp;nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรชาวลพบุรีกันเยอะๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>22/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ลพบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522180504814</Link_News></row>
<row _id="166"><NewsTitle>จังหวัดชลบุรี "สนธยา" เร่ง เสนอความเห็นต่อกรรมการวัคซีนแห่งชาติ หวังให้รัฐเห็นความสำคัญเมืองท่องเที่ยว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;"สนธยา"&amp;nbsp;เร่ง&amp;nbsp;เสนอความเห็นต่อกรรมการวัคซีนแห่งชาติ&amp;nbsp;หวังให้รัฐเห็นความสำคัญเมืองท่องเที่ยว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายกเมืองพัทยา&amp;nbsp;เร่ง&amp;nbsp;เสนอความเห็นต่อกรรมการวัคซีนแห่งชาติ&amp;nbsp;หวังให้รัฐเห็นความสำคัญเมืองท่องเที่ยว&amp;nbsp;หลังการจัดสรรวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp;ไม่สอดคล้องกับจำนวนที่ต้องการ&amp;nbsp;หวั่นแผนเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวต้องชะงัก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;นายสนธยา&amp;nbsp;คุณปลื้ม&amp;nbsp;นายกเมืองพัทยา&amp;nbsp;เปิดเผยถึงแนวคิดที่มีการเสนอความคิดเห็นเรื่องการจัดสรรวัคซีนเดือนมิถุนายน&amp;nbsp;ต่อกรรมการวัคซีนแห่งชาติ&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;เบื้องต้นต้องขออภัยพี่น้องประชาชนสำหรับการจัดสรรการฉีดวัคซีนระหว่างวันที่&amp;nbsp;20-12&amp;nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;46,000&amp;nbsp;โดส&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;อำเภอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนพื้นที่อำเภอบางละมุง&amp;nbsp;ได้มีการจัดจุดฉีดวัคซีน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;รพ.กรุงเทพพัทยา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;รพ.เมืองพัทยา&amp;nbsp;ที่จัดฉีดให้ประชาชนพื้นที่เมืองพัทยา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อาคารเอนกประสงค์เทศบาลตำบลโป่ง&amp;nbsp;จัดฉีดวัคซีนให้กับใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;โรงพยาบาลพัทยาเมโมเรียล&amp;nbsp;จัดฉีดให้กับข้าราชการในพื้นที่&amp;nbsp;และสนามกีฬาในร่มภาคตะวันออก&amp;nbsp;ซ.ชัยพฤกษ์&amp;nbsp;เมืองพัทยา&amp;nbsp;จัดฉีดให้ประชาชนใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;ทั้งในช่วงที่มีการจัดฉีดวัคซีน&amp;nbsp;ก็มีกระแสความความสับสนของการรับคิวการเข้ารับการฉีดวัคซีนทั้งเรื่องของการ&amp;nbsp;ออนไซด์&amp;nbsp;รับวัคซีน&amp;nbsp;ปัญหาต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เหล่านี้ต้องขออภัยแทนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้วย&amp;nbsp;เนื่องจากประชาชนในพื้นที่อำเภอบางละมุงมีความต้องการเข้ารับวัคซีนโควิดจำนวนมาก&amp;nbsp;ทั้งคนที่ลงทะเบียนไว้ล่วงหน้าและคนที่มาจากการออนไซด์&amp;nbsp;แต่ด้วยจำนวนวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp;ที่ได้รับการจัดสรรถูกลดจำนวนลง&amp;nbsp;ทำให้ต้องมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าจนสำเร็จลุลวงไปได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยในส่วนมืองพัทยาที่จัดฉีด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงพยาบาลเมืองพัทยานั้น&amp;nbsp;ได้รับการจัดสรรจำนวน&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;โดส&amp;nbsp;จัดฉีดให้ประชาชน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ใช้เวลาเพียง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วันครึ่ง&amp;nbsp;วัคซีนก็หมดแล้ว&amp;nbsp;แต่การลงทะเบียนของประชาชน&amp;nbsp;ผู้ให้บริการภาคท่องเที่ยวต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในเมืองพัทยามีความต้องการเข้ารับวัคซีนจำนนมากกว่าโควต้าที่ได้รับการจัดสรร&amp;nbsp;เพื่อจะเดินหน้าการท่องเที่ยวให้เมืองพัทยาสามารถเปิดเมืองได้&amp;nbsp;กลับไม่ได้รับวัคซีนไม่ตรงตามแผนที่รัฐได้ให้ความสำคัญ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมืองหลัก&amp;nbsp;ที่จะมีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อีกทั้ง&amp;nbsp;พบว่าการจัดสรรวัคซีนที่มีการนำเข้ามาของประเทสในขณะนี้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6,333,000&amp;nbsp;โดส&amp;nbsp;แต่จังหวัดชลบุรีได้รับการจัดสรรวัคซีนในลอตนี้เพียง&amp;nbsp;54,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งหากเทียบตามสัดส่วนของประชากรในจังหวัดชลบุรีและประชากรแฝงแล้ว&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;0.85%&amp;nbsp;ไม่ถึง&amp;nbsp;1%&amp;nbsp;หากมองถึงเรื่องการระบาดและการประคองเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดชลบุรีถูกปรับพื้นที่จากพื้นที่สีแดงเข้มมาเป็นพื้นที่สีแดง&amp;nbsp;หากได้รับการจัดสรรวัคซีนในครั้งนี้อยู่ในกลุ่มที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ที่เป็นพื้นที่จังหวัดชายแดนและจังหวัดเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยในส่วนนี้มองว่าพื้นที่จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;อีกทั้ง&amp;nbsp;ยังเป็นพื้นที่EEC&amp;nbsp;และยังเป็นเขตเศรษฐกิจของประเทศมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;ซึ่งตามยุทธศาสตร์การปรับแผนเปิดเมือง&amp;nbsp;เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแบบไม่กักตัว&amp;nbsp;ที่รัฐบาลได้มีการดำเนินการ&amp;nbsp;โดยกำหนดพื้นที่เปิดจังหวัดภูเก็ตในลำดับที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และชลบุรีเป็นลำดับที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ในช่วงเดือนตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความสอดคล้องในเรื่องของการจัดสรรวัคซีน&amp;nbsp;จะต้องมีความสอดคล้องกับจำนวนประชากรในพื้นที่นั้น&amp;nbsp;ๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรียังเป็นจังหวัดอุตสาหกรรมและพบการระบาดในคลัสเตอร์โรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;การได้รับจัดสรรวัคซีนจึงมีความจำเป็นเร่งด่วน&amp;nbsp;เพื่อเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชากรในจังหวัดชลบุรีและประชากรแฝงในคลัสเตอร์เศรษฐกิจต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เร็วที่สุด&amp;nbsp;จึงได้มีการนำเสนอแนวคิดการจัดสรรวัคซีนให้ตรงกับความต้องการวัคซีนโควิดของพื้นที่ไปยังคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ&amp;nbsp;และคณะกรรมการวัคซีนจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;เพื่อจะได้มีการปรับแผนในการจัดสรรวัคซีนให้ตรงแผนของกับพื้นที่เศรษฐกิจและควบคุมการแพร่ระบาด&amp;nbsp;และสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการเปิดเมืองรับท่องเที่ยวเดินหน้าไปได้ตามแผนที่วางไว้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสนธยาฯ&amp;nbsp;เปิดเผยต่ออีกว่า&amp;nbsp;ที่ผ่านมาการจัดสรรวัคซีนให้กับเมืองเศรษฐกิจและเมืองท่องเที่ยวที่รัฐบาลให้ความสำคัญนั้น&amp;nbsp;จำนวนวัคซีนที่ได้รับการจัดสรรกับจำนวนสัดส่วนของประชากรยังขาดอีกจำนวนมาก&amp;nbsp;ในการจะจัดฉีดวัคซีนให้ประชาชนในพื้นที่ให้ได้&amp;nbsp;70%&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันประชากรในจังหวัดชลบุรีรวมประชากรแฝงมีอยู่ประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;หากจะจัดฉีดวัคซีนให้ครบ&amp;nbsp;70%&amp;nbsp;ของประชากรจะต้องฉีดวัคซีนให้ได้&amp;nbsp;2.1&amp;nbsp;ล้านโดส&amp;nbsp;เพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการควบคุมการระบาด&amp;nbsp;ทำให้สัดส่วนการจัดสรรวัคซีนในพื้นที่เศรษฐกิจ&amp;nbsp;จึงมีความสำคัญและต้องมีความสอดคลองกับจำนวนประชากร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จะเห็นได้ว่าศักยภาพในการจัดฉีดวัคซีนในจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;หลังได้รับการจัดสรรวัคซีนลอตพิเศษก็สามารถจัดฉีดได้ตามแผนที่กำหนดไว้ในการจัดฉีดวัคซีนให้กับประชาชนวันละ&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ก็สามารถดำเนินการและมีการเตรียมแผนจัดฉีดในลอตต่อไป&amp;nbsp;วันละ&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;แต่จะต้องได้รับการจัดสรรวัคซีนให้เพียงพอต่อแผนที่วางไว้เช่นกันของ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พื้นที่เศรษฐกิจที่รัฐให้ความสำคัญด้านท่องเที่ยว&amp;nbsp;โดยที่ผ่านมาทุกหน่วยงานได้มีการจัดทำแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ทั้งการจัดทำแผน&amp;nbsp;SOP&amp;nbsp;(Standard&amp;nbsp;Operation&amp;nbsp;Procedures)&amp;nbsp;ได้เสนอแผนไปยังส่วนกลางแล้ว&amp;nbsp;ซึ่งจะเห็นได้ความจังหวัดชลบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงเศรษฐกิจของ&amp;nbsp;EEC&amp;nbsp;ได้เตรียมความพร้อมทั้งการปฏิบัติและแผนงานไว้ทังหมด&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>22/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ชลบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522190719821</Link_News></row>
<row _id="167"><NewsTitle>เปิดรับสมัครร้านอาหารตามแนวสายทางรถไฟฟ้าMRTผลิตอาหารกล่องส่งมอบให้บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยในสถานพยาบาล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภคพงศ์&amp;nbsp;ศิริกันทรมาศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;รฟม.&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;รฟม.&amp;nbsp;ขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม&amp;nbsp;ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ด้วยการเปิดรับสมัครร้านอาหารตามแนวสายทางรถไฟฟ้า&amp;nbsp;MRT&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;รฟม.&amp;nbsp;จะสนับสนุนอาหารจากร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือก&amp;nbsp;นำไปส่งมอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยในสถานพยาบาลและโรงพยาบาลสนาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สำหรับร้านค้าที่สนใจต้องมีคุณสมบัติ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยเป็นร้านอาหารที่เปิดมาอย่างน้อย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และสามารถทำอาหารบรรจุกล่องได้วันละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กล่องขึ้นไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต้องตั้งอยู่ในแนวสายทางรถไฟฟ้า&amp;nbsp;MRT&amp;nbsp;ทั้งที่เปิดให้บริการแล้วและที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง&amp;nbsp;โดยมีระยะห่างไม่เกิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;จากแนวรถไฟฟ้า&amp;nbsp;สามารถดูรายละเอียดที่เพจการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;และสแกน&amp;nbsp;QR&amp;nbsp;Code&amp;nbsp;เพื่อลงทะเบียนในแบบฟอร์ม&amp;nbsp;ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ทั้งนี้ร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการติดต่อกลับจาก&amp;nbsp;รฟม.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ผู้บริหารและพนักงาน&amp;nbsp;รฟม.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้มีส่วนร่วมในการส่งมอบกำลังใจและความห่วงใย&amp;nbsp;โดยการเขียนข้อความให้กำลังใจ&amp;nbsp;เพื่อนำไปติดลงบนกล่องอาหาร&amp;nbsp;ก่อนนำไปมอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยในสถานพยาบาลและโรงพยาบาลสนามต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>23/5/2021</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523125536929</Link_News></row>
<row _id="168"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ตรวจสอบกำกับดูแลร้านธงฟ้าฯ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการฯ ย้ำ ห้ามฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าในราคาที่สูงเกินสมควร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางศุภมิตร&amp;nbsp;เต็งเผ่&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบกำกับดูแล&amp;nbsp;การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์&amp;nbsp;เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น&amp;nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์และกำชับให้ร้านค้าปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;กับรัฐบาล&amp;nbsp;ตลอดจนการติดตามสถานการณ์&amp;nbsp;แนวโน้ม&amp;nbsp;การจำหน่ายสินค้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบว่า&amp;nbsp;ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าชัดเจน&amp;nbsp;ราคาจำหน่ายอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ไม่พบการจำหน่ายสินค้าสูงเกินสมควร&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้เน้นย้ำกฎเหล็กร้านธงฟ้า&amp;nbsp;ห้ามยึดบัตร&amp;nbsp;ห้ามรับ/แลก&amp;nbsp;เป็นเงินสด&amp;nbsp;ห้ามจำหน่ายบุหรี่/เหล้าเบียร์&amp;nbsp;ให้ผู้ถือบัตรฯ&amp;nbsp;ห้ามบังคับการซื้อ/ขาย&amp;nbsp;สินค้า&amp;nbsp;ห้ามฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าในราคาที่สูงเกินสมควร&amp;nbsp;และให้ร้านค้า&amp;nbsp;ปฏิบัติตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้า&amp;nbsp;และบริการ&amp;nbsp;พ.ศ.2542&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ซึ่งหากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายโดยทันที&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>23/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523091733866</Link_News></row>
<row _id="169"><NewsTitle>DITP บุกจันทบุรี จัดโครงการ Cross Border Logistics Solution ศูนย์บริการให้คำปรึกษาด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศเคลื่อนที่ฟรี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&amp;nbsp;(DITP)&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;จัดโครงการศูนย์ให้บริการโลจิสติกส์เพื่อการค้าระหว่างประเทศเคลื่อนที่&amp;nbsp;(Cross&amp;nbsp;Border&amp;nbsp;Logistics&amp;nbsp;Solution)&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;เพื่อให้บริการและคำแนะนำด้านโลจิสติกส์การค้าระหว่างประเทศ&amp;nbsp;โดยรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์มาให้คำแนะนำเรื่องการขนส่งระหว่างประเทศ&amp;nbsp;รวมถึงการให้คำปรึกษาด้านการเงิน&amp;nbsp;โดยธนาคารชั้นนำแบบตัวต่อตัว&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าออนไลน์&amp;nbsp;(Online&amp;nbsp;Business&amp;nbsp;Matching)&amp;nbsp;ระหว่างผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย&amp;nbsp;และผู้ส่งออกสินค้าของไทย&amp;nbsp;สามารถพบกับเราได้ในวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;-16.00&amp;nbsp;น.ณ&amp;nbsp;โรงแรมมณีจันทร์&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน&amp;nbsp;สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม&amp;nbsp;และลงทะเบียนเพื่อเข้ารับคำปรึกษาได้ที่&amp;nbsp;www.tradelogistics.go.th/cross&amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรผู้จำหน่ายผลไม้&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดใกล้เคียง&amp;nbsp;ที่สนใจเข้าร่วมจับคู่เจรจาธุรกิจออนไลน์&amp;nbsp;ลงทะเบียนได้ที่&amp;nbsp;http://www.tradelogistics.go.th/obmlogistics&amp;nbsp;หรือโทร&amp;nbsp;063&amp;nbsp;496&amp;nbsp;8765&amp;nbsp;ลงทะเบียนฟรี&amp;nbsp;ไม่มีค่าใช้จ่ายใด&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ทั้งสิ้น&amp;nbsp;รับเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้าเท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>23/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523134832945</Link_News></row>
<row _id="170"><NewsTitle>ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้านำร่อง  1 ปิด</NewsTitle><NT01_NewsDesc xsi:nil="true" /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region xsi:nil="true" /><Province xsi:nil="true" /><Department xsi:nil="true" /><Link_News xsi:nil="true" /></row>
<row _id="171"><NewsTitle>1 เปิด เคลียร์โควิด-19 ให้ได้เร็วที่สุด...เปิดการค้าเศรษฐกิจให้ได้เร็วที่สุด วางแนวทางเสริมมูลค่าเพิ่ม สร้างแบรนด์สินค้าเกษตรเพชรบุรี สดจากไร่ ไร้สารตกค้าง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.30&amp;nbsp;น.วันนี้&amp;nbsp;(23&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;ร่วมลงพื้นที่ตลาดกลางการเกษตรท่ายาง&amp;nbsp;อำเภอท่ายาง&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาด&amp;nbsp;ทุกฝ่ายเร่งแก้ปัญหาโควิด-19&amp;nbsp;มีความเป็นห่วงผลพวงจากการปิดล็อคดาวน์&amp;nbsp;ปิดพื้นที่ส่งผลถึงปากท้องพี่น้องชาวบ้าน&amp;nbsp;เร่งนำร่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปิด</NT01_NewsDesc><NewsDate xsi:nil="true" /><Region xsi:nil="true" /><Province xsi:nil="true" /><Department xsi:nil="true" /><Link_News xsi:nil="true" /></row>
<row _id="172"><NewsTitle>1&amp;nbsp;เปิด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปิดคือ&amp;nbsp;เคลียร์โควิด-19&amp;nbsp;ให้ได้เร็วที่สุด&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เปิดคือ&amp;nbsp;เปิดการค้าเศรษฐกิจให้ได้เร็วที่สุด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มาตรการนี้ต้องทำควบคู่กันไป&amp;nbsp;โดยทุกภาคส่วนเกี่ยวข้องมาระดมช่วยกัน&amp;nbsp;ปิดเกมโควิด-19&amp;nbsp;ให้เร็วที่สุด&amp;nbsp;เปิดธุรกิจการค้าให้ได้กว้างที่สุด&amp;nbsp;โดยเฉพาะเพชรบุรีอยู่ในกลุ่ม&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จังหวัดแรกที่ได้เปิด&amp;nbsp;เพื่อรับการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ภายใต้ความพร้อมทั้งด้านผลผลิต&amp;nbsp;ระบบบรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;การจัดการตลาด&amp;nbsp;ที่จะช่วยให้มีการขยายตัวได้กว้างขวางมากขึ้น&amp;nbsp;รวมถึงตลาดต่างประเทศด้วย&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปิด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เปิด&amp;nbsp;คือการแก้ปัญหาโควิด-19&amp;nbsp;ทั่วประเทศ&amp;nbsp;จะปิดล็อคดาวน์อย่างเดียวไม่ได้&amp;nbsp;กระทบพ่อค้าแม่ขาย&amp;nbsp;ตัวเกษตรกร&amp;nbsp;ตลาดปิดจะเอาสินค้าไปขายที่ไหน&amp;nbsp;แล้วถ้ายังขายแบบออฟไลน์อยู่ก็ยิ่งไปไม่ได้ใหญ่&amp;nbsp;จึงต้องเปิดตลาดกลางออนไลน์&amp;nbsp;สินค้าเกษตร&amp;nbsp;นโยบาย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปิด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เปิด&amp;nbsp;จึงเน้นเอาที่ขายได้จริง&amp;nbsp;บริหารให้ถูกต้อง&amp;nbsp;แบบมืออาชีพ&amp;nbsp;ขายได้อยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนั้นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;เร่งป้องกันความเสี่ยงทุกทิศทางจากการค้าการขายที่ซบเซา&amp;nbsp;เน้นการก้าวสู่โลกการขายออนไลน์&amp;nbsp;ตลาดกลางเกษตร&amp;nbsp;เโดยมีระบบการจัดส่ง&amp;nbsp;ผ่านบริษัทไปรษณีย์ไทย&amp;nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ค้า&amp;nbsp;ทั้งระบบการสั่งซื้อล่วงหน้า&amp;nbsp;หรือสั่งซื้อวันต่อวัน&amp;nbsp;มุ่งมั่นให้ตลาดมีการซื้อขายทุกวัน&amp;nbsp;ผู้ซื้อเข้าถึงได้ง่าย&amp;nbsp;ผ่านตลาดกลางการเกษตรที่เป็นคลังสินค้า&amp;nbsp;พืช&amp;nbsp;ผัก&amp;nbsp;ผลไม้&amp;nbsp;(เช่น&amp;nbsp;มะนาว&amp;nbsp;ข้าวโพด&amp;nbsp;ฟักทอง&amp;nbsp;สารพัดผัก)ภายใต้แบรนด์สินค้าเกษตรเพชรบุรีที่&amp;nbsp;สดจากไร่&amp;nbsp;ไร้สารตกค้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NewsTitle><NT01_NewsDesc>23/5/2021</NT01_NewsDesc><NewsDate>ภาคตะวันตก</NewsDate><Region>เพชรบุรี</Region><Province>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี</Province><Department>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523133723941</Department><Link_News xsi:nil="true" /></row>
<row _id="173"><NewsTitle>พื้นที่ภูเก็ตเดินหน้าฉีดวัคซีนคืบ มั่นใจโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ เปิดรับนักท่องเที่ยวฉีดวัคซันแล้วไม่ต้องกักตัว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศิริปกรณ์&amp;nbsp;เชี่ยวสมุทร&amp;nbsp;รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ด้านตลาดยุโรป&amp;nbsp;แอฟริกา&amp;nbsp;ตะวันออกกลาง&amp;nbsp;และอเมริกา&amp;nbsp;กล่าวถึงการเตรียมพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาตินำร่อง&amp;nbsp;ตามโครงการภูเก็ต&amp;nbsp;แซนด์บ็อกซ์&amp;nbsp;ที่กำหนดจะเริ่มตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรกฎาคมนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;โครงการนี้ไม่ใช่การเปิดประเทศ&amp;nbsp;แต่เป็นการเปิดบางพื้นที่เท่านั้น&amp;nbsp;ซึ่งภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรก&amp;nbsp;จากมติร่วมกันของภาครัฐ&amp;nbsp;เอกชนและประชาชนในพื้นที่มีความเห็นตรงกันในการเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่โดยไม่ต้องกักตัว&amp;nbsp;แต่มีเงื่อนไขเพื่อสร้างความมั่นใจให้ทั้งคนในพื้นที่&amp;nbsp;คนในประเทศและนักท่องเที่ยวเองทั้งชาวไทยและต่างชาติ&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;หากเป็นนักท่องเที่ยวไทยจะเข้าพื้นที่ได้&amp;nbsp;ต้องได้รับการฉีดวัคซีนโควิดแล้ว&amp;nbsp;เช่นเดียวกันนักท่องเที่ยวต่างชาติ&amp;nbsp;ต้องเป็นนักท่อเที่ยวคุณภาพจากประเทศที่มีสถานการณ์โรคโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ในระดับเสี่ยงต่ำถึงเสี่ยงปานกลาง&amp;nbsp;ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดครบโดสตามที่กำหนดและมีผลการตรวจโควิดยืนยันไม่พบเชื้อก่อนการเดินทาง&amp;nbsp;เมื่อมาถึงภูเก็ตต้องโหลดแอปพลิเคชันติดตามตัว&amp;nbsp;พร้อมวางจุดควบคุมทั้งทางบก&amp;nbsp;เรือ&amp;nbsp;อากาศ&amp;nbsp;เพื่อให้มั่นใจว่านักท่องเที่ยวจะใช้ชีวิตอยู่แต่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ครบ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ก่อนที่จะออกไปยังพื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;ในประเทศต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการเตรียมพร้อมของคนในพื้นที่คือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เดินหน้ารับการฉีดวัคซีนให้ได้ระดับสร้างภูมิคุ้มกันหมู่คือ&amp;nbsp;60-70%&amp;nbsp;ของประชากร&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ยังคงเดินหน้าได้ตามแผนและจะถึงเป้าหมายก่อนการเปิดโครงการภูเก็ต&amp;nbsp;แซนด์บ็อกซ์&amp;nbsp;และจากสถานการณ์โรคที่เปลี่ยนแปลงทางภูเก็ตเองได้ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้เข้มขึ้นเพื่อจบสถานการณ์ให้เร็ว&amp;nbsp;พร้อมปรับตัวเป็นภูเก็ตในมุมมองใหม่เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวและหลักจากนำร่องที่ภูเก็ตแล้ว&amp;nbsp;ตามมติศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ(ศบศ.)&amp;nbsp;ยังจะมีพื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จังหวัดพื้นที่นำร่อง&amp;nbsp;ที่เตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยวไม่กักตัวภายใต้เงื่อนไขเพื่อความปลอดภัยอีกในช่วงเดือนตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;สมุย&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;พัทยา&amp;nbsp;ชลบุรี&amp;nbsp;ในบางพื้นที่&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;กทม.&amp;nbsp;หัวหิน&amp;nbsp;ชะอำ&amp;nbsp;บุรีรัมย์&amp;nbsp;ตามมติล่าสุดของคณะกรรมการท่องเที่ยวแห่งชาติด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>24/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524141718248</Link_News></row>
<row _id="174"><NewsTitle>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดโครงการ DITP ยี่ปั๊วออนไลน์ คอนเนค  ตั้งเป้าผลักดันผู้ประกอบการรายย่อยขายออนไลน์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ร่วมทำงานกับภาคเอกชนพร้อมปรับกลยุทธ์เพื่อสร้างแนวทางใหม่ๆ&amp;nbsp;ในการผลักดันการส่งออกเชิงรุก&amp;nbsp;โดยได้จัดโครงการ&amp;nbsp;DITP&amp;nbsp;ยี่ปั๊วออนไลน์&amp;nbsp;คอนเนค&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;DITPs&amp;nbsp;Online&amp;nbsp;Reseller&amp;nbsp;Connect&amp;nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;-28&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพื่อช่วยผู้ประกอบการรายย่อยในช่วงโควิด-19&amp;nbsp;ให้สามารถขายสินค้าไปตลาดต่างประเทศได้&amp;nbsp;โดยได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&amp;nbsp;เร่งสร้างพาร์ทเนอร์การค้าและพากลุ่มยี่ปั๊วออนไลน์รวมถึงแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพในแต่ละประเทศกว่า&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;จีน&amp;nbsp;อเมริกา&amp;nbsp;อินเดีย&amp;nbsp;ฮ่องกงอาร์เจนตินา&amp;nbsp;ลาวและไนจีเรีย&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;เพื่อเข้ามาเลือกซื้อสินค้าจากผู้ผลิตไทยโดยตรงจาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีการเจรจาการค้าออนไลน์&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าจะมีรายการสินค้าไทยเข้าไปวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์มชั้นนำต่างๆ&amp;nbsp;ทั่วโลก&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;Alibaba.com,&amp;nbsp;Amazon,&amp;nbsp;Tmall&amp;nbsp;Global,&amp;nbsp;Bigbasket&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;DidiGlobal&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;โดยคาดว่าจะมีมูลค่าการสั่งซื้อไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดงาน&amp;nbsp;DITP&amp;nbsp;ยี่ปั๊วออนไลน์&amp;nbsp;คอนเนค&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ครั้งนี้เป็นงานอีคอมเมิร์ซระดับนานาชาติที่จัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยในรูปแบบเสมือนจริง&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Virtual&amp;nbsp;e-Commerce&amp;nbsp;Event&amp;nbsp;โดยมีทั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;Virtual&amp;nbsp;seminar,&amp;nbsp;booth,&amp;nbsp;showcase&amp;nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากพาร์ทเนอร์ด้านอีคอมเมิร์ซ&amp;nbsp;ที่ร่วมกันส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวได้ในยุค&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;และเชื่อมั่นว่ากลุ่มยี่ปั๊วทั้งในและนอกประเทศที่มีความชำนาญในการขายของออนไลน์จะเป็นทางออกสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหาและช่วยลดอุปสรรคของผู้ประกอบการไทยที่ส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมในการขายสินค้าออนไลน์ไปต่างประเทศ&amp;nbsp;ให้ได้มีโอกาสในการก้าวสู่ตลาดใหม่ๆ&amp;nbsp;ในต่างประเทศได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>24/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524170349377</Link_News></row>
<row _id="175"><NewsTitle>การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 3 สายทางในวันพุธที่ 26 พฤษภาคม 2564 เนื่องในวันวิสาขบูชา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การทางพิเศษแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;กทพ.&amp;nbsp;กระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;แจ้งว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องในวันวิสาขบูชา&amp;nbsp;วันพุธที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งเป็นวันหยุดราชการประจำปีตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กทพ.จึงได้ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษ&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สายทาง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ทางพิเศษเฉลิมมหานคร&amp;nbsp;ทางด่วนขั้นที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ด่าน&amp;nbsp;ทางพิเศษศรีรัช&amp;nbsp;ทางด่วนขั้นที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ด่าน&amp;nbsp;และทางพิเศษอุดรรัถยา&amp;nbsp;บางปะอิน-ปากเกร็ด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ด่าน&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;00.01&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;24.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ทั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมที่ปรากฏในสัญญาสัมปทาน&amp;nbsp;ฉบับแก้ไขใหม่ระหว่าง&amp;nbsp;กทพ.&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;(BEM)&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;ทางด่วนกรุงเทพเหนือ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(NECL)&amp;nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในสถานการณ์&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;กทพ.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอความร่วมมือให้ผู้ใช้ทางพิเศษอยู่บ้าน&amp;nbsp;หยุดเชื้อ&amp;nbsp;เพื่อชาติ&amp;nbsp;หากไม่มีความจำเป็นที่ต้องเดินทางออกนอกบ้าน&amp;nbsp;หรือหากจำเป็นต้องใช้ทางพิเศษเดินทางในวันปกติที่ไม่ได้ยกเว้นค่าผ่านทาง&amp;nbsp;ควรสมัครใช้บัตร&amp;nbsp;Easy&amp;nbsp;Pass&amp;nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับธนบัตร&amp;nbsp;หรือเหรียญซึ่งอาจจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค&amp;nbsp;รวมถึงใช้บริการเติมเงิน&amp;nbsp;ในบัตร&amp;nbsp;Easy&amp;nbsp;Pass&amp;nbsp;ผ่าน&amp;nbsp;Application&amp;nbsp;ของธนาคารต่างๆ&amp;nbsp;ซึ่งนอกจากจะได้รับความสะดวกรวดเร็วแล้ว&amp;nbsp;ยังจะช่วยลดความเสี่ยงจากการรับหรือแพร่เชื้อ&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ได้อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>24/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524142318259</Link_News></row>
<row _id="176"><NewsTitle>อธิบดีกรมบัญชีกลาง กำหนดแนวทางการประชุมออนไลน์เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประภาศ&amp;nbsp;คงเอียด&amp;nbsp;อธิบดีกรมบัญชีกลาง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;หน่วยงานของรัฐจึงต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค&amp;nbsp;ด้วยการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง&amp;nbsp;(Work&amp;nbsp;From&amp;nbsp;Home)&amp;nbsp;เพื่อลดการแพร่ระบาด&amp;nbsp;ซึ่งการดำเนินงานตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ&amp;nbsp;หน่วยงานของรัฐจำเป็นต้องจัดประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างสามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง&amp;nbsp;และการบริหารพัสดุภาครัฐ&amp;nbsp;(กวจ.)&amp;nbsp;จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา&amp;nbsp;24&amp;nbsp;วรรคหนึ่ง&amp;nbsp;(6)&amp;nbsp;ประกอบมาตรา&amp;nbsp;29&amp;nbsp;วรรคหนึ่ง&amp;nbsp;(7)&amp;nbsp;แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ข้อ&amp;nbsp;27&amp;nbsp;วรรคหก&amp;nbsp;จึงได้กำหนดแนวทางการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อดำเนินกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐ&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐในช่วงที่มีการแพร่ระบาดเป็นไปอย่างคล่องตัว&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจตามเป้าหมายที่กำหนด&amp;nbsp;โดยเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>24/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524170519378</Link_News></row>
<row _id="177"><NewsTitle>กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ  ระบุ FTA ช่วยผลักดันส่งออกพืชผักสดแช่เย็นแช่แข็งและแห้งตลาดโลกไตรมาสแรกปี 64 ขยายตัวร้อยละ 71</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางอรมน&amp;nbsp;ทรัพย์ทวีธรรม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;การส่งออกสินค้าผักสดแช่เย็น&amp;nbsp;แช่แข็งและแห้งของไทยไปจีน&amp;nbsp;ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี&amp;nbsp;(FTA)&amp;nbsp;ในช่วงไตรมาสแรกของปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีมูลค่า&amp;nbsp;471&amp;nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;96&amp;nbsp;จากช่วงเดียวกันของปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเป็นตลาดส่งออกอันดับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ของไทย&amp;nbsp;โดยมีสัดส่วนถึงร้อยละ&amp;nbsp;81&amp;nbsp;ของการส่งออกผักไปทั่วโลก&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมระบุ&amp;nbsp;&amp;nbsp;FTA&amp;nbsp;ที่ไทยมีอยู่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ฉบับกับ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ประเทศถือว่ามีส่วนสำคัญช่วยให้ไทยขยายส่วนแบ่งในตลาดโลกเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;จากการที่ประเทศผู้นำเข้าได้ลดหรือยกเลิกภาษีนำเข้าให้ไทย&amp;nbsp;โดยปัจจุบัน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จีน&amp;nbsp;ฮ่องกง&amp;nbsp;ออสเตรเลีย&amp;nbsp;นิวซีแลนด์&amp;nbsp;ญี่ปุ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชิลี&amp;nbsp;เปรู&amp;nbsp;และอาเซียน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ประเทศคือ&amp;nbsp;สิงคโปร์&amp;nbsp;มาเลเซีย&amp;nbsp;อินโดนีเซีย&amp;nbsp;เวียดนาม&amp;nbsp;เมียนมาและบรูไน&amp;nbsp;ได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ากับผักสด&amp;nbsp;แช่เย็น&amp;nbsp;แช่แข็งและแห้งที่ส่งออกจากไทยแล้ว&amp;nbsp;ส่วนอีก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;ยังคงเก็บภาษีนำเข้ากับสินค้าผักบางชนิดจากไทย&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;เกาหลีใต้&amp;nbsp;อินเดีย&amp;nbsp;กัมพูชา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลาวและฟิลิปปินส์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่งผลให้ไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าพืชผักสดแช่เย็นแช่แข็งและแห้งอันดับที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ในอาเซียนและเป็นอันดับที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ของโลก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนไตรมาสแรกของปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ไทยส่งออกพืชผักสดแช่เย็นแช่แข็งและแห้งสู่ตลาดโลกรวม&amp;nbsp;506&amp;nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;71&amp;nbsp;จากช่วงเดียวกันของปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ตลาดส่งออกสำคัญคือ&amp;nbsp;จีน&amp;nbsp;อาเซียน&amp;nbsp;และญี่ปุ่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(RCEP)&amp;nbsp;ซึ่งมีการลงนามไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน2563&amp;nbsp;ไทยสามารถเจรจาและผลักดันให้คู่เจรจา&amp;nbsp;FTA&amp;nbsp;ลดภาษีให้ไทยได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เกาหลีใต้&amp;nbsp;จะทยอยลดภาษีนำเข้ามันสำปะหลังแช่แข็ง&amp;nbsp;จากร้อยละ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;เหลือ&amp;nbsp;0%&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภายใน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;กัมพูชา&amp;nbsp;จะทยอยลดภาษีนำเข้ามะเขือเทศ&amp;nbsp;หอมหัวใหญ่กะหล่ำปลี&amp;nbsp;และถั่ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;เหลือ&amp;nbsp;0%&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภายใน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ไทยส่งออกพืชผักสดแช่เย็นแช่แข็งและแห้งสู่ตลาดโลกรวม&amp;nbsp;1,006&amp;nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;16&amp;nbsp;จากปี&amp;nbsp;2562&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>24/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524132801190</Link_News></row>
<row _id="178"><NewsTitle>สหกรณ์ยะลา  จับมือเครือข่าย  สนับสนุนการกระจายผลไม้และผลผลิตทางการเกษตร  รองรับผลกระทบโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยะลา&amp;nbsp;จับมือร่วมกับชุมชนสหกรณ์การเกษตรยะลา&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภายใต้การดูแลของ&amp;nbsp;สำนักงานสหกรณจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ดำเนินการกระจายผลผลิตทางการเกษตรจากสหกรณ์การเกษตรวันจันทร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp;โดยนำมะม่วงน้ำดอกไม้&amp;nbsp;และมะม่วงโชคอนันต์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มูลค่ากว่า&amp;nbsp;9&amp;nbsp;แสนบาท&amp;nbsp;มาจัดจำหน่ายให้ประชาชนชาวยะลา&amp;nbsp;ได้เลือกซื้อกัน&amp;nbsp;ในราคา&amp;nbsp;20&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp;และจังหวัดอื่นๆ&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;กิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมที่จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ&amp;nbsp;ในการช่วยกันกระจายผลไม้ไปสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ&amp;nbsp;รวมถึงช่วยกระจายผลผลิตของเกษตรกรนอกพื้นที่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ลำไย&amp;nbsp;ส้มโอ&amp;nbsp;ลิ้นจี่&amp;nbsp;ข้าวสาร&amp;nbsp;และผลผลิตทางการเกษตรขึ้นชื่อจากจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางผุสสดี&amp;nbsp;จ๋ายเจริญ&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เผยว่า&amp;nbsp;การร่วมมือกันในทุกภาคส่วนนั้นถือเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบในช่วงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;หน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือเพื่อการกระจายผลผลิต&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ไปรษณีย์ไทย&amp;nbsp;ที่เข้ามาช่วยเหลือในการขนส่งสินค้า&amp;nbsp;พร้อมมีกล่องบรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดบริการอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจ&amp;nbsp;มะม่วงน้ำดอกไม้หรือโชคอนันต์&amp;nbsp;สามารถติดต่อได้คุณประเสริฐ&amp;nbsp;เร๊ะนุ้ย&amp;nbsp;โทร.082-8265938&amp;nbsp;และเปิดจำหน่าย&amp;nbsp;บริเวณด้านข้างสำนักงานพาณิชย์จังหวัดยะลา&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>24/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524135537211</Link_News></row>
<row _id="179"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี ประชุมหารือแนวทางการใช้จ่ายเงินกู้ 7 แสนล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ประชุมหารือเรื่อง&amp;nbsp;การนำเสนอแนวทางเบื้องต้นในการใช้จ่ายเงินกู้ฯ&amp;nbsp;ที่ตึกไทยคู่ฟ้า&amp;nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;โดยมีนายสุพัฒนพงษ์&amp;nbsp;พันธ์มีเชาว์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและ&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวง&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;พลังงาน&amp;nbsp;,นายอาคม&amp;nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;คลัง&amp;nbsp;,นายทศพร&amp;nbsp;ศิริสัมพันธ์&amp;nbsp;ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เข้าร่วม&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;กล่าวก่อนเข้าประชุมว่า&amp;nbsp;วันนี้เป็นวาระการรับทราบรายงานแนวทางเรื่องการใช้จ่ายเงินกู้&amp;nbsp;7&amp;nbsp;แสนล้านบาทของคณะที่ปรึกษา&amp;nbsp;ส่วนความชัดเจนต้องรอกระทรวงการคลังชี้แจงรายละเอียดอีกครั้ง&amp;nbsp;โดยคาดว่าอีกไม่นานจะมีการชี้แจง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>24/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524143621274</Link_News></row>
<row _id="180"><NewsTitle>รัฐบาลจัดสรรวัคซีนโควิด-19 ให้แก่สมาคมสายการบินประเทศไทย ฉีดให้กับพนักงานสายการบิน ในฐานะบุคลากรด่านหน้า</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพุฒิพงศ์&amp;nbsp;ปราสาททองโอสถ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายกสมาคมสายการบินประเทศไทย&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;รัฐบาลได้จัดสรรวัคซีนป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;ให้กับพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ในสายการบินในประเทศไทยทั้ง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สาย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส,&amp;nbsp;สายการบินไทยแอร์เอเชีย,&amp;nbsp;สายการบินไทยแอร์เอเชีย&amp;nbsp;เอ็กซ์,&amp;nbsp;สายการบินไทยสมายล์,&amp;nbsp;สายการบินนกแอร์,&amp;nbsp;สายการบินไทยไลอ้อนแอร์&amp;nbsp;และสายการบินไทยเวียตเจ็ต&amp;nbsp;จัดฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;ให้แก่พนักงานทุกคนผ่านสมาคมสายการบินประเทศไทย&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นบุคลากรปฏิบัติงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&amp;nbsp;ที่มีโอกาสพบปะกับผู้โดยสารและผู้ใช้บริการจำนวนมาก&amp;nbsp;ซึ่งการได้รับวัคซีนดังกล่าว&amp;nbsp;จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับพนักงานและผู้โดยสารทุกคน&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นผลดีกับภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทาง&amp;nbsp;ที่มีเเผนฟื้นตัวในอนาคตอันใกล้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;ดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะฉีดให้กับพนักงานทั้ง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สายการบินในประเทศไทย&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;15,970&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;พร้อมทั้งมีตัวเเทนพนักงานที่ได้รับวัคซีนครบเเล้ว&amp;nbsp;อาสาเป็นผู้ช่วยบุคลากรทางการเเพทย์เเละพยาบาล&amp;nbsp;ตลอดวันที่&amp;nbsp;24-28&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนจากโรงพยาบาลกรุงเทพ&amp;nbsp;เป็นศูนย์ให้บริการการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;พร้อมเอื้อเฟื้อสถานที่โดย&amp;nbsp;รอยัล&amp;nbsp;พารากอนฮอลล์&amp;nbsp;สยามพารากอน&amp;nbsp;ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่จะเป็นไปตามมาตรฐานสุขอนามัยสูงสุด&amp;nbsp;ภายใต้การกำกับดูเเลของกรมควบคุมโรค&amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>24/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524165233364</Link_News></row>
<row _id="181"><NewsTitle>ธนาคารแห่งประเทศไทย เร่งรัดให้สถาบันการเงินช่วยเหลือลูกหนี้ตามมาตรการทางการเงิน ช่วยเหลือฟื้นฟูภาคธุรกิจ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายรณดล&amp;nbsp;นุ่มนนท์&amp;nbsp;รองผู้ว่าการ&amp;nbsp;ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธปท.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ในวันนี้&amp;nbsp;ธปท.&amp;nbsp;และสมาคมธนาคารไทย&amp;nbsp;ได้หารือร่วมกันเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ให้เร็วขึ้นและกระจายเป็นวงกว้างมากขึ้น&amp;nbsp;หลังจากที่มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อฟื้นฟูและโครงการพักทรัพย์พักหนี้&amp;nbsp;ได้ดำเนินการผ่านมาแล้ว&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สัปดาห์&amp;nbsp;นับตั้งแต่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;ยอดการให้ความช่วยเหลือจากมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูฯ&amp;nbsp;มีทั้งสิ้น&amp;nbsp;11,542&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ครอบคลุมลูกหนี้&amp;nbsp;5,465&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;คิดเป็นยอดสินเชื่อเฉลี่ย&amp;nbsp;2.1&amp;nbsp;ล้านบาทต่อราย&amp;nbsp;โดยร้อยละ&amp;nbsp;63&amp;nbsp;กระจายลงไปยัง&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;ขนาดเล็ก&amp;nbsp;ขณะที่โครงการพักทรัพย์พักหนี้&amp;nbsp;มีมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับโอน&amp;nbsp;753.12&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;จำนวนผู้ได้รับความช่วยเหลือ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมาการดำเนินมาตรการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อาจยังไม่ทันต่อความคาดหวังของผู้ประกอบธุรกิจ&amp;nbsp;ส่วนหนึ่งเกิดจากแนวโน้มของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังซบเซา&amp;nbsp;เนื่องจากมาตรการด้านสาธารณสุขที่ยังเข้มงวด&amp;nbsp;เพราะการแพร่ระบาดระลอก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ทำให้ความต้องการสำหรับสินเชื่อฟื้นฟูอาจยังไม่มากนัก&amp;nbsp;ประกอบกับโครงการพักทรัพย์&amp;nbsp;พักหนี้&amp;nbsp;เป็นโครงการที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่&amp;nbsp;รวมทั้งยังคงมีรายละเอียดและเงื่อนไขเฉพาะกรณีที่สถาบันการเงินและลูกหนี้จะต้องเจรจาหารือเพิ่มเติม&amp;nbsp;ทำให้การให้ความช่วยเหลือในช่วงต้นจึงอาจจะยังไม่สูงนัก&amp;nbsp;ขณะเดียวกันยังมีลูกหนี้&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;อีกจำนวนหนึ่งที่ได้รับความเดือดร้อนและยังไม่ได้รับความช่วยเหลือเพื่อนำสินเชื่อฟื้นฟูไปเป็นสภาพคล่องเยียวยากิจการ&amp;nbsp;ธปท.&amp;nbsp;จึงขอให้สถาบันการเงินให้ความช่วยเหลือเชิงรุกมากขึ้น&amp;nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือถูกกลุ่มเป้าหมายทั่วถึงและทันเวลาสำหรับประคับประคองกิจการที่ถูกซ้ำเติมในการระบาดระลอก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&amp;nbsp;แล้วจึงค่อยทยอยปรับสู่การให้สินเชื่อที่มีขนาดวงเงินต่อรายที่เพิ่มขึ้นและระยะเวลาที่ยาวขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าการ&amp;nbsp;ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp;ธปท.&amp;nbsp;และสมาคมธนาคารไทย&amp;nbsp;ได้เห็นถึงปัญหาและความเร่งด่วนที่ต้องช่วยเหลือลูกหนี้ให้ได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมมากที่สุด&amp;nbsp;โดยเฉพาะลูกหนี้&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;ขนาดกลางและขนาดเล็ก&amp;nbsp;ที่ยังพอมีศักยภาพและต้องการสภาพคล่องไปประคับประคองกิจการที่ได้รับผลกระทบซ้ำเติมจากการระบาดระลอกนี้&amp;nbsp;ธปท.&amp;nbsp;จึงให้สถาบันการเงินเร่งรัดกระบวนการพิจารณาและหาข้อสรุปกับลูกหนี้โดยเร็ว&amp;nbsp;รวมถึงสื่อสารทำความเข้าใจกับพนักงานสาขาในการให้ข้อมูลกับผู้ประกอบการ&amp;nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือได้อย่าง&amp;nbsp;รวดเร็ว&amp;nbsp;เพียงพอและตรงจุดเพิ่มขึ้นด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>24/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524165003361</Link_News></row>
<row _id="182"><NewsTitle>จังหวัดตรัง ประชุมคณะทำงานด้านการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาดภายใต้คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดตรัง (คทช.จังหวัดตรัง)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายภูวนัฐ&amp;nbsp;สมใจ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เป็นประธานประชุมคณะทำงานด้านการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาดภายใต้คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดตรัง&amp;nbsp;(คทช.จังหวัดตรัง)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องพระยารัษฎา&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ได้มีคำสั่งจังหวัดตรังที่&amp;nbsp;1866/2564&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;แต่งตั้งคณะทำงานส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&amp;nbsp;ภายใต้คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดตรัง&amp;nbsp;(คทช.จังหวัดตรัง)&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;(ด้านเศรษฐกิจและสังคม)&amp;nbsp;เป็นประธานคณะทำงานมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นคณะทำงาน&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดตรังเป็นคณะทำงานและเลขานุการ&amp;nbsp;และมีผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการบริหารการจัดการสหกรณ์&amp;nbsp;เป็นคณะทำงานและผู้ช่วยเลขานุการ&amp;nbsp;ซึ่งเรื่องพิจารณาประเด็นกำหนดแผนการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;(Action&amp;nbsp;Plan)&amp;nbsp;การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพและการตลาด&amp;nbsp;ภายใต้โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในพื้นที่โครงการตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ทั้งนี้คณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&amp;nbsp;ดำเนินการในพื้นที่ดำเนินการเพื่อวางแผนและดำเนินการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&amp;nbsp;รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;โดยมีกรอบการดำเนินงาน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;โดยบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้ความรู้ตลาดนำการผลิตให้แก่เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;และกำหนดแผนการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;สำหรับการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ&amp;nbsp;ขอให้แต่ละหน่วยงานกำหนดกิจกรรมและวางแผนการดำเนินการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&amp;nbsp;รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;โดยมีกรอบการดำเนินงาน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ด้านการพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ&amp;nbsp;ด้านการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&amp;nbsp;ด้านการส่งเสริมการรวมกลุ่ม&amp;nbsp;ด้านการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุน&amp;nbsp;ด้านการส่งเสริมและจัดทำบัญชีครัวเรือน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>24/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524160335338</Link_News></row>
<row _id="183"><NewsTitle>พช.ชัยนาท จัดกิจกรรมกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ให้กลุ่มสมาชิกฯ ประกอบอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;ที่บริเวณถนนพรหมประเสริฐ&amp;nbsp;ด้านหน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;(หลังใหม่)&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ได้จัดโครงการส่งเสริมช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาดของกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&amp;nbsp;และเพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวัฒนา&amp;nbsp;เดียวสุรินทร์&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&amp;nbsp;ได้ดำเนินการให้กลุ่มสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีกู้ยืมเงิน&amp;nbsp;เพื่อนำไปประกอบอาชีพ&amp;nbsp;สร้างงาน&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;และกลุ่มสตรีที่เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ได้มีผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการดำเนินงานและได้มีประสบการณ์ในการขายสินค้า&amp;nbsp;และเป็นการส่งเสริมช่องทางการตลาดของกลุ่มอาชีพกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&amp;nbsp;ระหว่างเดือนเมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครั้งๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;โดยครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ดำเนินการระหว่างวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;&amp;nbsp;25&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564,&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ดำเนินการระหว่างวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ดำเนินการระหว่างวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ดำเนินการกิจกรรมฯดังกล่าว&amp;nbsp;ภายใต้ข้อปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ป้องกัน&amp;nbsp;ควบคุม&amp;nbsp;และลดความเสี่ยงของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;รวมทั้งมาตรการอื่นๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องจากภาครัฐอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;โดยคำนึงถึงความเสี่ยงต่อสาธารณชนโดยรวม&amp;nbsp;ในการแพร่ระบาดของโรคเป็นสำคัญ&amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนชาวจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและจังหวัดข้างเคียง&amp;nbsp;ร่วมอุดหนุนสินค้าผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&amp;nbsp;ของจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;โดยทั่วกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>24/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524164624358</Link_News></row>
<row _id="184"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี เรียกทีมเศรษฐกิจพิจารณาแนวทางการให้ความช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โพสต์เฟซบุ๊ก"ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;Prayut&amp;nbsp;Chan-o-cha&amp;nbsp;"เกี่ยวกับ?การประชุมร่วมกับทีมเศรษฐกิจ?&amp;nbsp;โดยมีนายสุพัฒนพงษ์&amp;nbsp;พันธ์มีเชาว์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&amp;nbsp;นายอาคม&amp;nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;นายทศพร&amp;nbsp;ศิริสัมพันธ์&amp;nbsp;ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ร่วมประชุมเพื่อติดตามและพิจารณาแนวทางการให้ความช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp;ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมในระยะต่อไป?&amp;nbsp;ซึ่งต้องมีการพิจารณาในรายละเอียด&amp;nbsp;ตั้งแต่แผนงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข&amp;nbsp;พร้อมๆ&amp;nbsp;กับแผนงานช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;โดยครั้งนี้จะมุ่งเป้าหมายไปที่&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถรักษาการจ้างแรงงานได้&amp;nbsp;รวมถึงการลงทุนของภาครัฐเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน&amp;nbsp;การกระตุ้นการบริโภคและการใช้จ่ายภาคครัวเรือนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าและบริการรายย่อย&amp;nbsp;ควบคู่กับการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน&amp;nbsp;การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเทียวเพื่อเตรียมพร้อมการขับเคลื่อนประเทศหลังโควิดและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทานในพื้นที่ชุมชนเพื่อป้องกัน/รับมือน้ำท่วม-น้ำแล้งในฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงนี้อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายสุพัฒนพงษ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ปฎิเสธตอบคำถามสื่อมวลชน?ถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์การออก&amp;nbsp;&amp;nbsp;พ.ร.ก.&amp;nbsp;กู้เงิน&amp;nbsp;700,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลยืนยันมีเงินเพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจและโควิด-19&amp;nbsp;โดยระบุเพียงสั้นๆ?&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;จากนี้จะมีการชี้แจงเรื่องนี้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>24/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524171701385</Link_News></row>
<row _id="185"><NewsTitle>คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ระดับจังหวัด อนุมัติงบประมาณ 14 โครงการต่อยอดอาชีพสมาชิก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายจำเริญ&amp;nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัด&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;5/2564&amp;nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;cloud&amp;nbsp;meeting&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายประมวล&amp;nbsp;วรานุศิษฏ์&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ทำหน้าที่เลขานุการการประชุม&amp;nbsp;และมีคณะอนุกรรมการที่ประกอบด้วย&amp;nbsp;ส่วนราชการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;นักวิชาการพัฒนาชุมชนและเจ้าหน้าที่กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาโครงการที่เสนอเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;โครงการงบประมาณ&amp;nbsp;1,790,900&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยที่ประชุมมีมติอนุมัติโครงการที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อให้สมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีนำไปประกอบอาชีพ&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้กับครัวเรือน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ประเภทเงินทุนหมุนเวียน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;1,215,900&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และประเภทเงินอุดหนุน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;งบประมาณ&amp;nbsp;575,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>24/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524194921427</Link_News></row>
<row _id="186"><NewsTitle>หนองคาย เงิน ม.33 โอนเข้างวดแรกทุเรียนขายดี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อช่วงเย็นวันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;ตลอดเส้นทางของถนนประจักษ์&amp;nbsp;ที่เป็นถนนสายหลักภายในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย&amp;nbsp;มีพ่อค้า-แม่ค้าขายทุเรียนหมอนทองมาวางจำหน่ายกันอย่างคึกคัก&amp;nbsp;ซึ่งบรรยากาศการใช้จ่ายหลังจากที่มีการโอนเงินงวดแรก&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาทเข้าบัญชี&amp;nbsp;ตามโครงการ&amp;nbsp;ม.33&amp;nbsp;มีประชาชนที่ได้รับสิทธิออกมาเลือกซื้อทุเรียนหมอนทอง&amp;nbsp;ตามรถที่พ่อค้า-แม่ค้านำมาจอดขายริมถนน&amp;nbsp;มีทั้งที่ซื้อทั้งลูกและซื้อที่มีการแบ่งแยกเป็นพูไว้&amp;nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่จะเริ่มต้นราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;140&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และแบ่งแยกพูเริ่มต้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาทไปจนถึง&amp;nbsp;400&amp;nbsp;บาทแล้วแต่ร้าน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แม่ค้าขายทุเรียนที่ขายอยู่หน้าห้างวีเวียง&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;ก่อนที่จะมีโครงการ&amp;nbsp;ม.33&amp;nbsp;และเราชนะรอบใหม่นี้&amp;nbsp;ขายทุเรียนยากมาก&amp;nbsp;เพราะประชาชนจะไม่ออกมาซื้อทุเรียนกัน&amp;nbsp;แต่ละวันจะขายทุเรียนได้ไม่ถึง&amp;nbsp;50&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;แต่เมื่อมีโครงการ&amp;nbsp;ม.33&amp;nbsp;และโครงการเราชนะเข้ามา&amp;nbsp;ก็เริ่มขายดีขึ้น&amp;nbsp;โครงการฯ&amp;nbsp;ดังกล่าวสามารถกระตุ้นยอดขายในช่วงนี้ได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;ทำให้สามารถขายทุเรียนได้มากขึ้นคือไม่ต่ำกว่าวันละ&amp;nbsp;150&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;จึงอย่างให้รัฐบาลเพิ่งวงเงินโครงการนี้อีกไปจนถึงสิ้นปี&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้านลูกค้าที่มาเลือกซื้อทุเรียนรายหนึ่ง&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;วันนี้เป็นวันแรกที่มีเงินของโครงการ&amp;nbsp;ม.33&amp;nbsp;เข้าบัญชีผู้ที่ได้รับสิทธิเข้าโครงการ&amp;nbsp;ตนตั้งใจที่จะเลือกซื้อทุเรียนหมอนทอง&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;เพื่อกลับไปรับประทานกันภายในครอบครัวเพราะจะได้รับประทานกันหลายคน&amp;nbsp;ส่วนวงเงินที่เหลือก็จะไปจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-center"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>24/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>หนองคาย</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524212751444</Link_News></row>
<row _id="187"><NewsTitle>ร้านค้าใน อ.ปางมะผ้า และ อ.ปาย เข้าร่วมโครงการ ร้านอาหารธงฟ้า" เพิ่มอีก 6 ร้าน ขณะที่พาณิชย์ฯ แม่ฮ่องสอน เพิ่มช่องทางสมัครเข้าร่วมโครงการทางไปรษณีย์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางศุภมิตร&amp;nbsp;เต็งเผ่&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางทัศนีย์&amp;nbsp;กองแดง&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ลงพื้นที่อำเภอปางมะผ้าและอำเภอปาย&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์และมอบอุปกรณ์สนับสนุนให้กับร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;"ร้านอาหารธงฟ้า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ร้านแม่ครัวกรุงเทพ&amp;nbsp;ต.สบป่อง&amp;nbsp;อ.ปางมะผ้า&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ร้านข้าวมันไก่สงขลา&amp;nbsp;ต.สบป่อง&amp;nbsp;อ.ปางมะผ้า&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ร้านลุงช้าง&amp;nbsp;ต.เวียงใต้&amp;nbsp;อ.ปาย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ร้านเลิศรส&amp;nbsp;ต.เวียงใต้&amp;nbsp;อ.ปาย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ร้านเย็นตาโฟโบราณ&amp;nbsp;ต.เวียงใต้&amp;nbsp;อ.ปาย&amp;nbsp;และร้านป้าอุไร&amp;nbsp;ต.ทุ่งยาว&amp;nbsp;อ.ปาย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;ร้านอาหารธงฟ้า"&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;เป็นผู้ประกอบธุรกิจจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จ&amp;nbsp;ประเภทอาหารจานเดียว&amp;nbsp;หรืออาหารปรุงสำเร็จในเมนู&amp;nbsp;หลัก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;อาหารตามสั่ง&amp;nbsp;ข้าวราดแกง&amp;nbsp;ข้าวมันไก่&amp;nbsp;ข้าวหมูแดง&amp;nbsp;ขนมจีน&amp;nbsp;ก๋วยเตี๋ยว&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;สภาพร้านเป็นสถานที่สะอาดและถูกสุขลักษณะมีที่ตั้งชัดเจน&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;ราคาจำหน่ายต้องไม่เกิน&amp;nbsp;จาน/ชามละ&amp;nbsp;25-35&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;มีการปิดป้ายราคาจำหน่ายที่ชัดเจน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยร้านค้าที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;"ธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น"&amp;nbsp;สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;ได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;หรือส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ&amp;nbsp;ไปที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่&amp;nbsp;053-611-376&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>25/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525093725486</Link_News></row>
<row _id="188"><NewsTitle>แม่ฮ่องสอนเงินสะพัด ยอดการใช้จ่ายโครงการเราชนะพุ่งสูงถึง 745.3 ล้านบาท ร้านค้าเข้าร่วมโครงการรวม 3,588 ร้าน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานคลังจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เปิดเผยข้อมูลผู้ลงทะเบียนและร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการช่วยเหลือด้วยการลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนของรัฐบาล&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;84,500&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ผู้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง&amp;nbsp;15,008&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ผู้ลงทะเบียนโครงการเราชนะ&amp;nbsp;24,530&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;กลุ่มต้องการความช่วยเหลือพิเศษ&amp;nbsp;9,027&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ข้อมูลประชากรที่เข้าร่วมโครงการรวม&amp;nbsp;133,065&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ยอดการใช้จ่ายโครงการ&amp;nbsp;เราชนะ&amp;nbsp;ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;745.3&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;สำหรับข้อมูลร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการรวม&amp;nbsp;3,588&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;ร้านค้าธงฟ้าเดิม&amp;nbsp;(มีเครื่อง&amp;nbsp;EDC&amp;nbsp;หรือแอปถุงเงิน)&amp;nbsp;618&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;ร้านร่วมโครงการคนละครึ่ง&amp;nbsp;2,631&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;และร้านร่วมโครงการเราชนะ&amp;nbsp;339&amp;nbsp;ร้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;โครงการช่วยเหลือที่หลากหลายจากรัฐบาล&amp;nbsp;ได้ตั้งวงเงินช่วยเหลือเพื่อลดภาระค่าครองชีพ&amp;nbsp;จะก่อให้เกิดการนำไปใช้เพื่อการใช้จ่ายสำหรับการอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคที่จำเป็น&amp;nbsp;และค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทาง&amp;nbsp;อันจะก่อให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไปในคราวเดียวกัน&amp;nbsp;โดยพิจารณาคัดกรองผู้ได้รับสิทธิ์จะพิจารณาจากความสามารถด้านรายได้&amp;nbsp;การมีระบบคุ้มครองทางสังคม&amp;nbsp;และความช่วยเหลือจากภาครัฐที่ได้รับไปแล้วเป็นสำคัญ&amp;nbsp;ซึ่งความช่วยเหลือจะครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>25/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525094644492</Link_News></row>
<row _id="189"><NewsTitle>กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เตรียมเปิดโครงการ โคนมไทยก้าวไกล ขยายตลาดส่งออกด้วย FTA ปีที่ 4 ติวเข้มสหกรณ์โคนม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางอรมน&amp;nbsp;ทรัพย์ทวีธรรม&amp;nbsp;อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในเดือนมิถุนายนนี้&amp;nbsp;กรมฯ&amp;nbsp;จะเชิญชวนสหกรณ์โคนมและผู้ประกอบการนมโคแปรรูปจากทั่วประเทศ&amp;nbsp;สมัครเข้ารับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;โคนมไทยก้าวไกล&amp;nbsp;ขยายตลาดส่งออกได้ด้วย&amp;nbsp;FTA&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;4&amp;nbsp;โดยผู้ผ่านการคัดเลือก&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จะได้เข้าติวเข้มกลยุทธ์การตลาดในจีนการสร้างแบรนด์&amp;nbsp;กฎระเบียบทางการค้าในจีน&amp;nbsp;ขั้นตอนการนำเข้าสินค้าโคนมในจีน&amp;nbsp;และเทคนิคการทำตลาดออนไลน์จากวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงในการทำตลาดจีน&amp;nbsp;หลังจากนั้นจะคัดเลือกผู้ประกอบการให้เหลือ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจแบบออนไลน์กับผู้นำเข้าชาวจีน&amp;nbsp;ตลอดจนร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;Live&amp;nbsp;Sale&amp;nbsp;หรือขายสดตรงออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มยอดนิยมของจีน&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นยอดจำหน่ายและสร้างการจดจำสินค้าของไทย&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสในการขยายตลาดไปจีนให้กับผู้ประกอบการโคนมของไทยที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;โดยคาดว่าจากความร่วมมือครั้งนี้จะผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกนมโคและผลิตภัณฑ์นมโคแปรรูปในภูมิภาคอาเซียนและสามารถส่งออกไปตลาดอาเซียน&amp;nbsp;ฮ่องกงและจีน&amp;nbsp;โดยใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี&amp;nbsp;(FTA)&amp;nbsp;ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับความตกลงการค้าเสรี&amp;nbsp;FTA&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ไทยทำกับอาเซียน&amp;nbsp;ฮ่องกง&amp;nbsp;และจีน&amp;nbsp;ได้ลดภาษีศุลกากรที่เก็บจากนมและผลิตภัณฑ์นมโคแปรรูปที่ส่งออกจากไทยเหลือ&amp;nbsp;0%&amp;nbsp;ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการโคนมไทยที่จะรุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง&amp;nbsp;มีความต้องการผลิตภัณฑ์นมที่มีคุณภาพให้กับเด็กและคนในครอบครัว&amp;nbsp;โดยปัจจุบันไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้านมและผลิตภัณฑ์นมอันดับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ในอาเซียน&amp;nbsp;และเป็นอันดับที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ของโลก&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือนแรกของปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ไทยส่งออกสินค้านมและผลิตภัณฑ์นมสู่ตลาดโลก&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;141.8&amp;nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;1.6&amp;nbsp;จากช่วงเดียวกันของปีก่อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>25/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525105804530</Link_News></row>
<row _id="190"><NewsTitle>สถาบันภาษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ เชิญชวนร่วมส่งผลงานคลิปวิดีโอภาษาอังกฤษเข้าร่วมประกวดเพื่อชิงเงินรางวัลกว่า 68,000 บาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถาบันภาษา&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ร่วมกับอุทยานธรณีเพชรบูรณ์&amp;nbsp;และท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ขอประชาสัมพันธ์การประกวดคลิปวิดีโอภาษาอังกฤษภายใต้หัวข้อ&amp;nbsp;ความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยา&amp;nbsp;เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;(PHETCHABUN&amp;nbsp;GEOWONDERS)&amp;nbsp;เป็นภาษาอังกฤษ&amp;nbsp;ชิงเงินรางวัลรวมกว่า&amp;nbsp;68,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คุณสมบัติของผู้ส่งผลงานประกวด&amp;nbsp;:&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;ระดับประถมศึกษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;ระดับมัธยมศึกษา&amp;nbsp;ประกาศนียบัตรวิชาชีพ&amp;nbsp;และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;ระดับอุดมศึกษา&amp;nbsp;และประชาชนทั่วไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกณฑ์การประกวด&amp;nbsp;:&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประเภททีม&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ละไม่เกิน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ความยาวคลิปวิดีโอ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;-&amp;nbsp;5&amp;nbsp;นาที&amp;nbsp;ในรูปแบบสารคดี&amp;nbsp;ไวรัลคลิป&amp;nbsp;หนังสั้น&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;VLOG&amp;nbsp;โดยสามารถใช้เป็นภาพเคลื่อนไหว&amp;nbsp;ภาพนิ่ง&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Infographic&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;แนวคิดการนำเสนอเกี่ยวกับอุทยานธรณีเพชรบูรณ์&amp;nbsp;:&amp;nbsp;แหล่งทางธรณีวิทยา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;22&amp;nbsp;แหล่ง&amp;nbsp;หรือแหล่งธรณีเพชรบูรณ์&amp;nbsp;(Phetchabun&amp;nbsp;Geosites)&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;แหล่ง&amp;nbsp;ได้แก่เส้นทางการเดินทาง&amp;nbsp;ความน่าสนใจ&amp;nbsp;ความประทับใจ&amp;nbsp;ลักษณะทางกายภาพภายนอก&amp;nbsp;(ไม่ลงรายละเอียดเชิงลึก)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ช่องทางการสมัคร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ใบสมัคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;PDF&amp;nbsp;File&amp;nbsp;Link&amp;nbsp;:&amp;nbsp;shorturl.asia/khMUT&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;Word&amp;nbsp;File&amp;nbsp;Link&amp;nbsp;:&amp;nbsp;shorturl.asia/Zc37X&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รายละเอียดโครงการประกวด&amp;nbsp;Link&amp;nbsp;:&amp;nbsp;shorturl.asia/4p0XK&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดาวน์โหลดไฟล์เอกสารหนังสืออุทยานธรณีเพชรบูรณ์&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ทะเลสู่แผ่นดินดึกดำบรรพ์&amp;nbsp;และมหัศจรรย์ขอบเปลือกโลก&amp;nbsp;(Phetchabun&amp;nbsp;Geopark&amp;nbsp;:&amp;nbsp;PALEO&amp;nbsp;SEA&amp;nbsp;TO&amp;nbsp;LAND&amp;nbsp;AND&amp;nbsp;MICRO&amp;nbsp;PLATE&amp;nbsp;MARGIN&amp;nbsp;WONDERS)&amp;nbsp;Link&amp;nbsp;:&amp;nbsp;shorturl.asia/AZ53c&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่งผลงานตั้งแต่บัดนี้&amp;nbsp;จนถึงวันศุกร์ที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;(มาส่งด้วยตนเอง&amp;nbsp;และช่องทางออนไลน์)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนำเสนอผลงานการประกวดรอบชิงชนะเลิศ&amp;nbsp;วันพฤหัสบดีที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์&amp;nbsp;085&amp;nbsp;&amp;nbsp;2323424&amp;nbsp;(คุณอรพนิตา)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;056&amp;nbsp;-&amp;nbsp;717168&amp;nbsp;ติดตามรายละเอียดได้ที่&amp;nbsp;Inbox&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;Fanpage&amp;nbsp;:&amp;nbsp;สถาบันภาษา&amp;nbsp;มรภ.&amp;nbsp;เพชรบูรณ์&amp;nbsp;และเว็บไซต์&amp;nbsp;https://li.pcru.ac.th&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>25/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>เพชรบูรณ์</Province><Department>สวท.เพชรบูรณ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525125747607</Link_News></row>
<row _id="191"><NewsTitle>ธนาคารออมสิม เปิดกู้สินเชื่อ "SMEs มีที่ มีเงิน" รอบใหม่ ช่วยธุรกิจท่องเที่ยว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิทัย&amp;nbsp;รัตนากร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่รัฐบาลมอบหมายให้ธนาคารออมสินช่วยเหลือผู้ประกอบการ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;ที่ประกอบธุรกิจท่องเที่ยว&amp;nbsp;ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;มีที่&amp;nbsp;มีเงิน&amp;nbsp;สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่ต้องการสภาพคล่อง&amp;nbsp;ธนาคารจึงได้เปิดให้ลงทะเบียนขอกู้โครงการดังกล่าวอีกครั้งที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.gsb.or.th/"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;www.gsb.or.th&lt;/a&gt;&amp;nbsp;ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;หรือจนกว่าวงเงินโครงการจะหมด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สินเชื่อ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;มีที่&amp;nbsp;มีเงิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว&amp;nbsp;โดยผ่อนปรนหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อ&amp;nbsp;ให้กู้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล&amp;nbsp;สามารถใช้ที่ดินเปล่าหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นหลักประกันการกู้&amp;nbsp;รวมถึงสามารถไถ่ถอนที่ดินซึ่งทำสัญญาขายฝากกับเอกชนไว้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ให้วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ของราคาประเมินที่ดินราชการ&amp;nbsp;ระยะเวลากู้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยต่ำมาก&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ย&amp;nbsp;=&amp;nbsp;0.10%&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;=&amp;nbsp;0.99&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;และปีที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;=&amp;nbsp;5.99&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;กรณีบุคคลธรรมดาให้กู้ไม่เกิน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ส่วนนิติบุคคลให้กู้ไม่เกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>25/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525140326650</Link_News></row>
<row _id="192"><NewsTitle>แม่ค้าขายดอกไม้เมืองสงขลา ลดการสั่งดอกดาวเรืองครึ่งหนึ่งของปกติ เนื่องจากวันวิสาขบูชาปีนี้ เป็นช่วงโควิด-19 กำลังแพร่ระบาด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร้านดอกไม้กุ๊ก&amp;nbsp;เลขที่&amp;nbsp;41&amp;nbsp;ซอยทรัพย์สินพลาซ่า&amp;nbsp;เขตเทศบาลนครสงขลา&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ในช่วงเทศกาลวันวิสาขบูชา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา&amp;nbsp;ที่จะมาถึงในวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เนื่องจากกิจกรรมทางศาสนา&amp;nbsp;โดยเฉพาะวันวิสาขบูชาช่วงโควิด-19&amp;nbsp;วัดสวนใหญ่งดการเวียนเทียน&amp;nbsp;ส่งผลทำให้ร้านดอกไม้ที่สั่งดอกดาวเรือง&amp;nbsp;มาเพื่อขายให้กับลูกค้าพุทธศาสนิกชน&amp;nbsp;เพื่อนำไปเวียนเทียน&amp;nbsp;จึงต้องลดจำนวนการสั่งดอกดาวเรืองลง&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;หรือครึ่งต่อครึ่งของที่เคยสั่ง&amp;nbsp;เนื่องจากไม่มีกิจกรรมทางศาสนาในวันวิสาขบูชา&amp;nbsp;และสั่งมาเพื่อนำมาขาย&amp;nbsp;ให้พุทธศาสนิกชนที่จะซื้อไปปักแจกันบูชาพระที่บ้าน&amp;nbsp;แทนการไปเวียนเทียนที่วัดเนื่องในวันวิสาขบูชายุค&amp;nbsp;covid-19&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นอกจากลดการสั่งซื้อดอกไม้แล้ว&amp;nbsp;รวมไปถึงรายได้ที่เคยได้รับก็ลดตามลงไปด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางวรรณี&amp;nbsp;ช่างทอง&amp;nbsp;เจ้าของร้านดอกไม้กุ๊ก&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบครึ่งต่อครึ่งเลย&amp;nbsp;สาเหตุเพราะโควิด-19&amp;nbsp;คนไม่กล้ามาตลาด&amp;nbsp;วันนี้สั่งดอกดาวเรือง&amp;nbsp;ลดลง&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เหลือ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ครึ่งต่อครึ่ง&amp;nbsp;เป็นแบบนี้มา&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;เดือนแล้ว&amp;nbsp;สำหรับการปรับตัว&amp;nbsp;ในการขายดอกไม้ของที่ร้าน&amp;nbsp;โดยขายลูกค้าประจำเรื่อยๆ&amp;nbsp;ช่วงนี้&amp;nbsp;ลดไปเท่าตัวเลย&amp;nbsp;รวมทั้งรายได้ด้วย&amp;nbsp;สำหรับร้านดอกไม้จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ&amp;nbsp;covid&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;เหมือนกันหมดทุกอย่างเลย&amp;nbsp;ผลกระทบครึ่งต่อครึ่งเลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในขณะเดียวกัน&amp;nbsp;ในช่วงโควิด-19&amp;nbsp;ประชาชนส่วนใหญ่จะไม่ออกจากบ้าน&amp;nbsp;หรือมาที่ตลาด&amp;nbsp;ทางร้านก็จะมีลูกค้าประจำที่เดินทางมาซื้อดอกไม้&amp;nbsp;ไปบูชาพระที่บ้านผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp;ไม่ใช่กระทบเฉพาะที่ร้าน&amp;nbsp;แต่มันจะได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;เหมือนกันหมดทุกสาขาอาชีพ&amp;nbsp;ทางร้านเองก็มีการปรับตัวรับสถานการณ์&amp;nbsp;covid&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มาตลอด&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;เดือนที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>25/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สวท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525165841789</Link_News></row>
<row _id="193"><NewsTitle>จ.ศรีสะเกษ ระดมสมองส่งเสริมการผลิตและการตลาดภูเขาไฟศรีสะเกษ ประจำปี 2564</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;11.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องห้วยสำราญ&amp;nbsp;สำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมประชุมหารือข้อราชการในประเด็นการส่งเสริมการผลิตและการตลาดทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ในห้วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายอนุรัตน์&amp;nbsp;ธรรมประจำจิต&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายวิชัย&amp;nbsp;ศรีโพธิ์งาม&amp;nbsp;เกษตรจังหวัด&amp;nbsp;นายภาณุพงศ์&amp;nbsp;แสงคำ&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัด&amp;nbsp;นายธวัชชัย&amp;nbsp;นิ่มกิ่งรัตน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายชาญวิทย์&amp;nbsp;ธานี&amp;nbsp;ผู้แทนเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งมีประเด็นที่ปรึษาหารือดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1).&amp;nbsp;การเพิ่มช่องทางการขายผ่านช่องทางออนไลน์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2).&amp;nbsp;การติดตามการพัฒนาระบบขนส่งทุเรียนพร้อมทาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3).&amp;nbsp;การจัดทำแผนประชาสัมพันธ์การทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;4).&amp;nbsp;การสำรวจข้อมูลจำนวนทุเรียน&amp;nbsp;และความต้องการจากเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน&amp;nbsp;ผ่านเกษตรตำบล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;5).&amp;nbsp;การบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานในการส่งเสริมการสร้างมูลค่า&amp;nbsp;และการหาช่องทางจำหน่ายให้แก่เกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;6).&amp;nbsp;กำหนดจัดงานเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ&amp;nbsp;ประมาณปลายเดือนมิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;หากสถานการณ์ของโควิด-19&amp;nbsp;คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>25/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525142857676</Link_News></row>
<row _id="194"><NewsTitle>จ.นครพนม อาชีพเก็บหินสร้างงานสร้างรายได้ทั้งผู้ประกอบการและแรงงานชาวบ้านแบบครบวงจร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากผลกระทบสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;จะส่งผลกระทบหลากหลายอาชีพ&amp;nbsp;มีรายได้ลดลง&amp;nbsp;บางรายต้องตกงาน&amp;nbsp;ขาดรายได้&amp;nbsp;แบกภาระหนี้สิน&amp;nbsp;แต่สำหรับชาวบ้านโพนสวรรค์&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ตำบลคำเตย&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีอาชีพแปลกที่ไม่เหมือนที่ใด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;คัดแยกหินลูกกรวดสวยงาม&amp;nbsp;บรรจุถุงส่งขายไปประดับตกแต่งสวน&amp;nbsp;โดยมีพ่อค้ามารับซื้อแบบไม่อั้น&amp;nbsp;แล้วนำไปส่งขายทั่วประเทศ&amp;nbsp;ทำให้ช่วงนี้ถึงแม้จะเจอวิกฤติโรคโควิด-19&amp;nbsp;ระบาด&amp;nbsp;แต่ยังสามารถขายได้&amp;nbsp;ที่สำคัญยังมีภาระต้นทุนต่ำ&amp;nbsp;เพราะขุดหินกรวดมาจากทรัพยากรธรรมชาติใต้ดินในผืนที่ดินท้องไร่ปลายนา&amp;nbsp;ก่อนนำมาคัดแยกตามขนาดไซส์ความสวยงาม&amp;nbsp;บรรจุถุงส่งขาย&amp;nbsp;ในราคาถุงละ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;-30&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;มีออเดอร์รับไม่อั้น&amp;nbsp;สร้างงานสร้างรายได้ทั้งผู้ประกอบการ&amp;nbsp;และแรงงานชาวบ้านแบบครบวงจร&amp;nbsp;ผู้ประกอบการบางรายมีรายได้เดือนละนับแสนบาท&amp;nbsp;ส่งผลดีมีเงินหมุนเวียนสะพัดในพื้นที่ปีละหลายล้านบาท&amp;nbsp;และยังช่วยชาวบ้านไม่ต้องตกงาน&amp;nbsp;หรือไปแสวงหางานทำต่างถิ่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสรรพวุธ&amp;nbsp;บุตรดา&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;51&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;บ้านโพนสวรรค์&amp;nbsp;ตำบลคำเตย&amp;nbsp;ตัวแทนกลุ่มขายหินกรวดสวยงาม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ตนกับชาวบ้านบางส่วนในพื้นที่&amp;nbsp;มีการศึกษาเรื่องหินกรวดประดับสวนมานานนับสิบปี&amp;nbsp;เนื่องจากมีการตรวจสอบพบว่าสภาพพื้นที่นาในหมู่บ้าน&amp;nbsp;เมื่อขุดลงลึกไปประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;จะเป็นดินปนหินกรวดที่มีสีสันสวยงาม&amp;nbsp;จึงคิดว่าจะเป็นการเพิ่มมูลค่า&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านได้&amp;nbsp;โดยได้เริ่มทดลองใช้รถแบคโฮขุดดินขึ้นมาตรวจสอบ&amp;nbsp;พบว่ามีหินกรวดปนดินจำนวนมาก&amp;nbsp;จึงใช้วิธีการคัดแยกออกจากดิน&amp;nbsp;ด้วยการนำน้ำมาฉีดคัดแยกได้&amp;nbsp;แต่หินกรวด&amp;nbsp;ต่อมาได้มีการพัฒนาต่อยอดเป็นอาชีพสร้างรายได้ตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้านนางบุตรศรี&amp;nbsp;บอดดี&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;54&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ชาวบ้านที่มีอาชีพรับจ้างคัดหินกรวดส่งขาย&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;รับจ้างคัดหินกรวดในบ่อนานนับปี&amp;nbsp;สร้างรายได้วันละ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;-400&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ตะกร้าละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;-5&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ได้ราคาตะกร้าละประมาณ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ถือว่ารายได้ดี&amp;nbsp;และไม่ต้องไปทำงานต่างถิ่น&amp;nbsp;ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านมีอาชีพกันทุกคน&amp;nbsp;ขายในราคาถุงละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;-25&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนพ่อค้าที่มารับซื้อจะนำไปขายต่อราคาถึงละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;-60&amp;nbsp;บาทแล้วแต่พื้นที่ระยะทางขนส่ง&amp;nbsp;เพื่อนำไปประดับตกแต่งสวนตามสถานที่บ้านเรือน&amp;nbsp;ให้เกิดความสวยงามถือเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ดีพอสมควร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>25/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525143624683</Link_News></row>
<row _id="195"><NewsTitle>จังหวัดสุรินทร์ตรวจเข้มการจำหน่ายหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์  เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ตรวจเข้มการจำหน่ายหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์&amp;nbsp;พบยังเพียงพอ&amp;nbsp;และย้ำห้ามขายเกินราคา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายสุทธิศักดิ์&amp;nbsp;พรหมบุตร&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;ตรวจติดตามสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัยในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์&amp;nbsp;พบว่าสถานการณ์การจำหน่ายยังอยู่ในภาวะปกติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปริมาณยังคงมีเพียงพอกับความต้องการของประชาชน&amp;nbsp;ร้านค้าส่วนใหญ่ยังไม่มีการจำกัดปริมาณการซื้อ&amp;nbsp;โดยราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยในท้องตลาดยังคงปกติ&amp;nbsp;อยู่ในราคาที่กำหนด&amp;nbsp;โดยราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;ขนาดกล่องบรรจุ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;ราคากล่องละ&amp;nbsp;89-125&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เจลแอลกอฮอล์&amp;nbsp;450&amp;nbsp;มล.&amp;nbsp;ราคาขวดละ&amp;nbsp;125&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้เน้นย้ำกับผู้จำหน่ายว่าจะต้องปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน&amp;nbsp;และราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยต้องจำหน่ายตามราคาที่กำหนด&amp;nbsp;ไม่เกินชิ้นละ&amp;nbsp;2.50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;กรณีจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด&amp;nbsp;มีโทษจำคุกไม่เกิน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ปรับไม่เกิน&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;หรือกรณีที่ไม่ติดป้ายแสดงราคา&amp;nbsp;มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ประชาชนสามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;1569&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>25/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525144932695</Link_News></row>
<row _id="196"><NewsTitle>ครม. เห็นชอบแก้ไขเอกสารประกอบสัญญาเงินกู้ ยุติการใช้ LIBOR เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;บูรพชัยศรี&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;รับทราบการแก้ไขเอกสารประกอบสัญญาเงินกู้ระหว่างกระทรวงการคลังกับสถาบันการเงินระหว่างประเทศเพื่อรองรับการยุติการใช้&amp;nbsp;London&amp;nbsp;Interbank&amp;nbsp;Offered&amp;nbsp;Rate&amp;nbsp;(LIBOR)&amp;nbsp;เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง&amp;nbsp;โดยธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชียได้มีหนังสือถึงกระทรวงการคลังเพื่อขอให้แก้ไขเอกสารประกอบสัญญาเงินกู้&amp;nbsp;รองรับการยุติการใช้&amp;nbsp;LIBOR&amp;nbsp;หลังจาก&amp;nbsp;FCA&amp;nbsp;ได้มีประกาศอย่างเป็นทางการไม่รับรอง&amp;nbsp;LIBOR&amp;nbsp;ให้เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงทางการ&amp;nbsp;โดยเริ่มหลังจากปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เห็นชอบการแก้ไขเอกสารประกอบสัญญาเงินกู้ดังกล่าวพร้อมทั้งลงนามในหนังสือตอบตกลงการแก้ไขรายละเอียดประกอบสัญญาเงินกู้ของธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชียเรียบร้อยแล้ว&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;กระทรวงการคลัง&amp;nbsp;ยังมีสัญญากู้เงินจากธนาคารโลก&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;และธนาคารพัฒนาเอเชียที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวโดยอ้างอิงจาก&amp;nbsp;LIBOR&amp;nbsp;สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ&amp;nbsp;ที่ยังมียอดหนี้คงค้างหรืออยู่ระหว่างเบิกรับเงินกู้จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สัญญา&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โครงการก่อสร้างทางสายหลักเป็น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ช่องจราจร&amp;nbsp;(ระยะที่&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;โครงการเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน&amp;nbsp;โครงการเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน&amp;nbsp;โครงการก่อสร้างทางสายหลักเป็น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ช่องจราจร&amp;nbsp;(ระยะที่&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;และโครงการกู้เงินภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;รวมวงเงิน&amp;nbsp;2,976.50&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;สำหรับอัตราดอกเบี้ย&amp;nbsp;LIBOR&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในตลาดการเงินโลกและเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชียใช้ประกอบการกำหนดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในการให้เงินกู้กับคู่สัญญาประเทศต่างๆ&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;Financial&amp;nbsp;Conduct&amp;nbsp;Authority&amp;nbsp;(FCA)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นองค์การกำกับนโยบายทางการเงินของสหราชอาณาจักรและเป็นผู้เผยแพร่อัตราดอกเบี้ย&amp;nbsp;LIBOR&amp;nbsp;ตรวจพบการบิดเบือนการรายงานข้อมูลของผู้ร่วมตลาดเพื่อจัดทำอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง&amp;nbsp;ส่งผลให้ความน่าเชื่อถือของ&amp;nbsp;LIBOR&amp;nbsp;ลดลง&amp;nbsp;และเมื่อวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;FCA&amp;nbsp;ก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;ยุติการเผยแพร่และจะไม่รับรอง&amp;nbsp;LIBOR&amp;nbsp;ให้เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงทางการโดยเริ่มหลังจากปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นไป&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>25/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525192721925</Link_News></row>
<row _id="197"><NewsTitle>จ.ตราด ติดตามการขับเคลื่อนการจัดทำข้อมูล การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตามแนวทางเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council : GSTC)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายภิญโญ&amp;nbsp;ประกอบผล&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&amp;nbsp;มอบหมายให้นายกัฬชัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;เทพวรชัย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&lt;/span&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;คณะอนุกรรมการจัดทำข้อมูล&amp;nbsp;การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ตามแนวทางเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก&amp;nbsp;&lt;/span&gt;(Global&amp;nbsp;Sustainable&amp;nbsp;Tourism&amp;nbsp;Council&amp;nbsp;:&amp;nbsp;GSTC)&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ในพื้นที่&amp;nbsp;เกาะหมาก&amp;nbsp;ตำบลเกาะกูด&amp;nbsp;อำเภอเกาะกูด&amp;nbsp;จังหวัดตราด&lt;/span&gt;&amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานพื้นที่พิเศษ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;(สาขา)&amp;nbsp;องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;อพท.&amp;nbsp;จัดขึ้น&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(28,&amp;nbsp;30,&amp;nbsp;33);"&gt;นายสุธารักษ์&amp;nbsp;สุนทรวิภาต&amp;nbsp;ผู้จัดการพื้นที่พิเศษ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ที่ร่วมเป็นคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจังหวัดตราด&amp;nbsp;ตามเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก&amp;nbsp;(GSTC)&amp;nbsp;เข้าร่วมที่ห้องประชุมโรงแรมเอวาด้า&amp;nbsp;ตำบลวังกระแจะ&amp;nbsp;อำเภอเมืองตราด&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(28,&amp;nbsp;30,&amp;nbsp;33);"&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ตามที่&lt;/span&gt;องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;ได้กำหนดให้เกาะหมาก&amp;nbsp;อำเภอเกาะกูด&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;เป็นพื้นที่เป้าหมายที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตามเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;&amp;nbsp;จึงได้มีการ&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;แต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดนี้ขึ้น&amp;nbsp;เพื่อรวบรวมข้อมูล&amp;nbsp;ขับเคลื่อนโครงการ&amp;nbsp;หรือกิจกรรมบูรณาการส่งเสริมและพัฒนาการติดตามและประเมินผลการพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะหมาก&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;อพท.ได้ยื่นใบสมัครเกาะหมาก&amp;nbsp;เข้ารับการคัดเลือกรางวัล&amp;nbsp;&lt;/span&gt;Sustainable&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;&amp;nbsp;Destination&amp;nbsp;Top&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เมื่อช่วงเดือนเมษายน&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ซึ่งเกาะหมากได้ผ่านการคัดเลือกในรอบแรกแล้ว&amp;nbsp;โดยในส่วนของการประชุม&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;คณะอนุกรรมการครั้งนี้เพื่อร่วมกันพิจารณาเกณฑ์การตรวจ&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;เพื่อยกระดับสีการพัฒนาในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;สู่เป้าหมายในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ด้านย่อย&amp;nbsp;ที่ประกอบไปด้วย&amp;nbsp;คลังข้อมูลสถานที่และทรัพยากรด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;การตรวจสอบและรายงานความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;การประชาสัมพันธ์ข่าวสาร&amp;nbsp;การให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;ปรากฏการณ์เรือนกระจก&amp;nbsp;การจัดการน้ำ&amp;nbsp;การควบคุมการใช้น้ำ&amp;nbsp;และคุณภาพของน้ำ&amp;nbsp;ซึ่งใน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ด้านย่อยทั้งหมดยังมีกิจกรรมการพัฒนารายการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ก่อนที่จะรวบรวมข้อมูลพื้นฐานทั้งหมด&amp;nbsp;ตามเกณฑ์&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(28,&amp;nbsp;30,&amp;nbsp;33);"&gt;GSTC&amp;nbsp;และเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;Top&amp;nbsp;100&amp;nbsp;แหล่งท่องเที่ยวโลก&amp;nbsp;เพื่อนำเสนอ&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;ต่อ&amp;nbsp;Global&amp;nbsp;Sustainable&amp;nbsp;Tourism&amp;nbsp;Council&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>25/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525152554717</Link_News></row>
<row _id="198"><NewsTitle>รมว.พาณิชย์ พอใจส่งออกเมษายนขยายตัวสูง ยืนยันเป้าหมายเดิมขยายตัวร้อยละ 4 พร้อมจับมือร่วมกับภาคเอกชนทำงานใกล้ชืดขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ตัวเลขการส่งออกขณะนี้ถือว่าดีขึ้นเป็นลำดับ&amp;nbsp;โดยเฉพาะเดือนเมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ขยายตัวถึงร้อยละ&amp;nbsp;13.09&amp;nbsp;ซึ่งเกิดจากความร่วมมือในการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชน&amp;nbsp;ภายใต้กลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและะเอกชนด้านการพาณิชย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;กรอ.พาณิชย์&amp;nbsp;ทำให้ปัญหาอุปสรรคหลายอย่างที่ตืดขัดในช่วงที่ผ่านมาสามารถแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;ทั้งการเร่งเปิดด่าน&amp;nbsp;เพื่อเร่งการค้าชายแดนที่มีผลต่อตัวเลขการส่งออก&amp;nbsp;รวมทั้งการขจัดปัญหาอุปสรรคในด่านที่จะส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าสำคัญทางบก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ประเทศจีนบริเวณด่านเวียดนามกับจีนเช่น&amp;nbsp;ด่านโหย่วอี้กวน&amp;nbsp;ด่านตงซิงและด่านอื่นๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์&amp;nbsp;และการผลักดันให้เรือขนาดใหญ่&amp;nbsp;400&amp;nbsp;เมตรเข้ามาเทียบท่าที่ท่าเรือแหลมฉบัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนการผลักดันการส่งออกให้ตามเป้าหมายร้อยละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ระบุ&amp;nbsp;ยังไม่จำเป็นต้องปรับเป้า&amp;nbsp;โดยได้มอบนโยบายทำงาน&amp;nbsp;จะต้องจับมือกับภาคเอกชนและทำตัวเลขให้ได้เกินเป้าให้ได้มากที่สุดและได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&amp;nbsp;กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และกรมการค้าต่างประเทศ&amp;nbsp;จับมือกับภาคเอกชนดำเนินการเร่งรัดการเปิดตลาดใหม่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ตลาดรัสเซีย&amp;nbsp;ตลาดตะวันออกกลาง&amp;nbsp;รวมทั้งการจัดทำเอฟทีเอกับประเทศคู่ค้าสำคัญ&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มตัวเลขการส่งออกทั้งเอฟทีเอไทย-อียู&amp;nbsp;ไทย-สหราชอาณาจักร&amp;nbsp;รวมทั้งเร่งรัด&amp;nbsp;มินิ&amp;nbsp;เอฟทีเอกับมณฑลไห่หนานของจีนรัฐเตลังกานาของอินเดีย&amp;nbsp;และพื้นที่อื่นๆต่อไป&amp;nbsp;พร้อมย้ำว่า&amp;nbsp;ขณะนี้การส่งออกถือเป็นกลไกสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;และจะมีผลในการทำให้จีดีพีของไทยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ขยายตัวเป็นบวกได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>25/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525191446901</Link_News></row>
<row _id="199"><NewsTitle>ททท. เตรียมความพร้อมโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2021 : AMAZING ยิ่งกว่าเดิม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;span style="background-color: rgb(247, 249, 250); color: rgb(45, 53, 60);"&gt;ททท. เตรียมความพร้อมโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2021 : AMAZING ยิ่งกว่าเดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp;มุ่งกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวและช่วยเหลือผู้ประกอบการหลังวิกฤตโควิด-19&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;วันนี้ (25 พ.ค.64) นายยุทธศักดิ์&lt;span style="background-color: rgb(247, 249, 250); color: rgb(45, 53, 60);"&gt; สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นประธานในการประชุมผ่านระบบออนไลน์เพื่อเตรียมความพร้อมการดำเนินโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2021 พร้อมด้วยนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. พันธมิตรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกว่า 300 ราย โดยครอบคลุมทั้งกลุ่มสินค้าและบริการในพื้นที่ท่องเที่ยวหลักมุ่งกระตุ้นความคึกคักให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยรวม&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า โครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2021 ได้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม  15 กันยายน 2564 เป็นเวลา 2 เดือน ภายใต้แนวคิด AMAZING ยิ่งกว่าเดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่พักอาศัยในประเทศไทย (Expat) และส่งเสริมภาพลักษณ์ให้ประเทศไทยเป็น Shopping Destination รวมถึงเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบหลังวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยนำเสนอสินค้ากลุ่มแฟชั่น กีฬา เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ของตกแต่งบ้าน ของใช้เด็ก อาหาร โรงแรม สปา และบริการด้านการท่องเที่ยวต่าง ๆ ในราคาพิเศษ พร้อมมอบของสมนาคุณและสิทธิพิเศษอีกมากมาย เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจและสร้างประสบการณ์การชอปปิงในรูปแบบที่หลากหลายทั้งออนไลน์และออนไซต์ (On-site) โดยร่วมกับห้างสรรพสินค้า/ศูนย์การค้า บัตรเครดิต สายการบิน โรงแรม ภัตตาคาร/ร้านอาหาร ศูนย์สุขภาพ/สถานเสริมความงาม และแพลตฟอร์มชอปปิ้งออนไลน์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมโครงการได้อย่างสะดวกและเพลิดเพลินในการชอปปิงมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับในปีนี้ ททท. ได้เชิญชวนผู้ประกอบการทั่วประเทศ โดยเฉพาะผู้ประกอบการในเมืองท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต สงขลา (หาดใหญ่) ชลบุรี (พัทยา) และนครราชสีมา รวมทั้งสิ้นกว่า 10,000 ราย เข้าร่วมโครงการและมอบสิทธิพิเศษให้แก่นักท่องเที่ยวตลอดระยะเวลา 2 เดือน นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรแพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อดังจัดแคมเปญส่งเสริมการขายในช่วงเวลาพิเศษนี้ เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวได้เลืิอกซื้อสินค้าอย่างสนุก หลากหลาย และคุ้มค่ายิ่งกว่าเดิม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด AMAZING ยิ่งกว่าเดิม ทั้งนี้ ททท. ได้จัดกิจกรรมพิเศษเพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับโครงการในปีนี้ ได้แก่ AMAZING FLASH SALE, กิจกรรม Live Shopping โดยผู้บริหาร ททท. และ Celebrity, กิจกรรม EXPAT AMAZING WEEK, กิจกรรมร่วมสนุกออนไลน์ผ่าน Facebook Fan Page : Amazing Thailand Grand Sale 2021 และพบกับกิจกรรม Highlight เมื่อนักท่องเที่ยวซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ จะได้สิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ (Lucky Draw) หลังสิ้นสุดโครงการ อาทิ รถยนต์ ทองคำ สมาร์ทโฟน อุปกรณ์สื่อสารที่ทันสมัย (Gadget) ฯลฯ มูลค่ารวมกว่า 1,000,000 บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ ททท. คาดว่าโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2021 จะช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเกิดการเดินทางและกระตุ้นการใช้จ่าย เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจในภาวะฟื้นฟูและทำให้เกิดเงินหมุนเวียน ในระบบเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศได้มากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับผู้ประกอบการที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการสามารถลงทะเบียนที่ www.amazingthailandgrandsale.com ตั้งแต่วันที่ 1-30 มิถุนายน 2564 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ งานกลยุทธ์ส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองวางแผนลงทุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ฝ่ายส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ททท. โทรศัพท์ 0 2250 5500 ต่อ 2940-2945 หรือ Line Official : @ATGSmerchant&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>25/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525174023831</Link_News></row>
<row _id="200"><NewsTitle>ปตท. -บางจาก ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 60 สตางค์ต่อลิตร ยกเว้น E85 ปรับขึ้น 40 สตางค์ต่อลิตร </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บริษัท&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;น้ำมันและการค้าปลีก&amp;nbsp;จำกัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือพีทีทีโออาร์&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;บางจาก&amp;nbsp;คอปปอเรชั่น&amp;nbsp;จำกัด(มหาชน)&amp;nbsp;ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด&amp;nbsp;60&amp;nbsp;สตางค์ต่อลิตร&amp;nbsp;ยกเว้น&amp;nbsp;E85&amp;nbsp;ปรับขึ้น&amp;nbsp;40&amp;nbsp;สตางค์ต่อลิตร&amp;nbsp;มีผลวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;26&amp;nbsp;พฤษถาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;05.00&amp;nbsp;น.เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันหน้าสถานีบริการ&lt;/strong&gt;ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;&amp;nbsp;เบนซิน&amp;nbsp;95&amp;nbsp;ลิตรละ&amp;nbsp;35.36&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;95&amp;nbsp;ลิตรละ&amp;nbsp;27.95&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;91&amp;nbsp;ลิตรละ&amp;nbsp;27.68&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;E20&amp;nbsp;ลิตรละ&amp;nbsp;26.44&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;E85&amp;nbsp;ลิตรละ&amp;nbsp;21.99&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนดีเซล&amp;nbsp;บี7&amp;nbsp;ลิตรละ&amp;nbsp;28.09&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ดีเซลพรีเมี่ยมบี7&amp;nbsp;ลิตรละ&amp;nbsp;32.86&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ดีเซล&amp;nbsp;บี&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ลิตรละ&amp;nbsp;25.09&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และบี&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลิตรละ&amp;nbsp;24.84&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ราคาดังกล่าวเป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงแต่ละจังหวัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>25/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525191111896</Link_News></row>
<row _id="201"><NewsTitle>ธนาคารออมสิน แจ้งเปิดลงทะเบียนยื่นกู้สินเชื่อสู้ภัย COVID-19 ผ่าน MyMo อีกครั้ง เริ่มวันนี้ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิทัย&amp;nbsp;รัตนากร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หลังจากที่ธนาคารฯ&amp;nbsp;ได้แจ้งปิดระบบกดรับสิทธิ์ขอกู้สินเชื่อสู้ภัย&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;MyMo&amp;nbsp;ไว้ชั่วคราว&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการอนุมัติคำขอคงค้าง&amp;nbsp;ซึ่งมีจำนวนมากถึงกว่าแสนรายการ&amp;nbsp;ขณะนี้ธนาคารฯ&amp;nbsp;ได้ดำเนินการแล้วเสร็จและจะเปิดให้ประชาชนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายตามมาตรการ&amp;nbsp;ซึ่งมีจำนวนกว่า&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ล้านคนทั่วประเทศ&amp;nbsp;เข้าระบบลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์การยื่นกู้สินเชื่อสู้ภัย&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;MyMo&amp;nbsp;ได้อีกครั้ง&amp;nbsp;ในวันนี้&amp;nbsp;26&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;16.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีขั้นตอนการลงทะเบียนคือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขั้นตอนที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;MyMo&amp;nbsp;โดยระบบจะกำหนดวันที่นัดหมายให้ลูกค้าล็อกอินเข้าแอปเพื่อกดยื่นขอกู้อีกครั้ง&amp;nbsp;ขั้นตอนที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กดยื่นขอกู้ผ่านแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;MyMo&amp;nbsp;ตามกำหนดวันที่นัดหมาย&amp;nbsp;โดยระบบจะจัดสรรวันและช่วงเวลานัดหมายให้ลูกค้ายื่นขอกู้ได้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;กำหนดโควต้าวันละ&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อป้องกันความแออัดและข้อจำกัดกรณีมีผู้ล็อกอินเข้าทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์พร้อมกันเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;โดยธนาคารฯ&amp;nbsp;จะเริ่มจ่ายเงินกู้เข้าบัญชีลูกค้าตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ที่ยื่นขอกู้แล้วและอยู่ระหว่างรอผลการอนุมัติ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ธนาคารฯ&amp;nbsp;จะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบทาง&amp;nbsp;SMS&amp;nbsp;และแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;MyMo&amp;nbsp;ภายในวันนี้&amp;nbsp;และผู้ที่ทราบว่าได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้ว&amp;nbsp;แต่ยังไม่ได้ทำสัญญากู้ยืมเงิน&amp;nbsp;ลูกค้าสองกลุ่มนี้สามารถล็อกอินเข้าแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;MyMo&amp;nbsp;เพื่อทำสัญญาฯ&amp;nbsp;ได้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>26/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526121553059</Link_News></row>
<row _id="202"><NewsTitle>กระบี่ประชุมคณะกรรมการบริหารงานกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.ก.)กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ครั้งที่ 2/2564 ผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล (Video Conference System)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วานนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;25&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;พันตำรวจโท&amp;nbsp;หม่อมหลวงกิติบดี&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;มอบหมายให้นายสมชาย&amp;nbsp;หาญภักดีปฏิมา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารงานกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ&amp;nbsp;(ก.บ.ก.)&amp;nbsp;กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&amp;nbsp;(กระบี่&amp;nbsp;ตรัง&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;ภูเก็ต&amp;nbsp;ระนอง&amp;nbsp;และสตูล)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2564&amp;nbsp;ผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล&amp;nbsp;(Video&amp;nbsp;Conference&amp;nbsp;System)&amp;nbsp;จากห้องประชุมคอซิมบี้&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกลุ่มจังหวัดฝั่งอันดามันเข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบสรุปผลการดำเนินงานและติดตามเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2564,ผลการพิจารณางบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำ&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน,ปฏิทินการพิจารณางบประมาณรายจ่าย&amp;nbsp;ตามร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ&amp;nbsp;รายจ่ายประจำ&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565,การจัดทำแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(พ.ศ.&amp;nbsp;2566-2570)&amp;nbsp;และการพิจารณาให้ความเห็นชอบการโอนสินทรัพย์ที่เกิดจากงบประมาณรายจ่ายของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน,เห็นชอบการโอนเปลี่ยนแปลงโครงการและการใช้เงินเหลือจ่ายตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนแผนงานโครงการให้บรรลุวัตถุประสงค์&amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์โควิดและขับเคลื่อนเศรษฐกิจคู่การท่องเที่ยวต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>26/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526105133013</Link_News></row>
<row _id="203"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ติดตามตลาดจำหน่ายกระเทียมของสหกรณ์แม่สะเรียง ส่งออกออนไลน์ 1 กิโล 1 ร้อย เพิ่มมูลค่าเป็นกระเทียมผง และแคปซูล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางศุภมิตร&amp;nbsp;เต็งเผ่&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;มอบหมายให้นางทัศนีย์&amp;nbsp;กองแดง&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้าและ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการตลาดและการจำหน่ายกระเทียมสหกรณ์การเกษตรแม่สะเรียง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ซึ่งเข้าร่วมการจำหน่ายกระเทียมออนไลน์&amp;nbsp;"1&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโล&amp;nbsp;"&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เน้นการจำหน่ายคัดคุณภาพทุกหัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนั้น&amp;nbsp;สหกรณ์&amp;nbsp;ได้เพิ่มมูลค่าด้านการตลาดกระเทียม&amp;nbsp;เน้นการจำหน่าย&amp;nbsp;กระเทียมที่มีคุณภาพดังนี้&amp;nbsp;1.พัฒนาปรับปรุงคุณภาพ&amp;nbsp;กระเทียมมัดจุกทำความสะอาดตัดราก&amp;nbsp;และกระเทียมตัดลอนบรรจถุงตาข่าย&amp;nbsp;เพื่อจำหน่ายยังตลาดปลายทาง&amp;nbsp;พร้อมทั้งยังจำหน่ายทางออนไลน์&amp;nbsp;กระเทียมออนไลน์&amp;nbsp;"1&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโล"&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;&amp;nbsp;แปรรูปเป็นกระเทียมผงบรรจุขวดขนาด&amp;nbsp;50&amp;nbsp;กรัมราคา&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;กระเทียมผง&amp;nbsp;บรรจุแคปซูลขนาด&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เม็ด&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยชูลักษณะพิเศษของกระเทียมเมืองแม่สะเรียงที่มีความเฉพาะตัวกระเทียมจะมีสีม่วงชัดเจน&amp;nbsp;มาจากสารอัลลิเนสเอนไซม์&amp;nbsp;และการปลูกที่มีช่วงเวลากลางวันยาวนานกว่ากลางคืน&amp;nbsp;จะทำให้คุณสมบัติของกระเทียมมีกลิ่นฉุน&amp;nbsp;ให้ความเผ็ดร้อนมากกว่ากระเทียมพื้นที่อื่น&amp;nbsp;ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการขอใช้เครื่องหมาย&amp;nbsp;อย.&amp;nbsp;และเครื่องหมายรับรอง&amp;nbsp;ฮาลาล&amp;nbsp;ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรแม่สะเรียง&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;053-681941&amp;nbsp;เฟซบุ๊ก&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรแม่สะเรียง&amp;nbsp;จำกัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>26/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526105416014</Link_News></row>
<row _id="204"><NewsTitle>กรมการค้าต่างประเทศ ยืนยันวิธีการมอบให้สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยจัดหาข้าวและส่งมอบภายใต้สัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ไม่ใช่เรื่องใหม่ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกีรติ&amp;nbsp;รัชโน&amp;nbsp;อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ชี้แจงประเด็นข้อวิจารณ์การเรียกเก็บค่าการบริหารจัดการ&amp;nbsp;จากผู้ส่งออกข้าวไทย&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;วิธีการจัดหาข้าวและส่งมอบภายใต้สัญญา&amp;nbsp;G&amp;nbsp;to&amp;nbsp;G&amp;nbsp;ในปัจจุบันโดยรัฐบาลมอบสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยดำเนินการไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่&amp;nbsp;และเป็นสิ่งที่ได้ดำเนินการมาหลายรัฐบาลที่มีการขายข้าว&amp;nbsp;G&amp;nbsp;to&amp;nbsp;G&amp;nbsp;มากว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปีแล้ว&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติในการเจรจาและการทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว&amp;nbsp;(นบข.)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย&amp;nbsp;ปรับปรุงหรือจัดหาข้าวส่งมอบให้แก่รัฐบาลประเทศผู้ซื้อตามสัญญา&amp;nbsp;G&amp;nbsp;to&amp;nbsp;G&amp;nbsp;โดยให้กรมการค้าต่างประเทศ&amp;nbsp;ทำข้อตกลงความร่วมมือกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย&amp;nbsp;ตามแบบข้อตกลงที่ผ่านการพิจารณาจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว&amp;nbsp;สำหรับการเรียกเก็บค่าบริหารจัดการตันละ&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จากสมาชิกสมาคมฯนั้น&amp;nbsp;เป็นเรื่องภายในของสมาคมฯดำเนินการ&amp;nbsp;ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรมการค้าต่างประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งสมาคมฯได้ดำเนินการชี้แจงรายละเอียดผ่านสื่อแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>26/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526123313079</Link_News></row>
<row _id="205"><NewsTitle>การค้าอำเภอสังขละบุรีกลับมากระเตื้องอีกครั้ง จากมาตรการเยียวยาผลกระทบโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การค้าขายในอำเภอสังขละบุรี&amp;nbsp;จังหวัดกาญจนบุรีเริ่มกลับมากระเตื้องอีกครั้ง&amp;nbsp;เนื่องจากมาตรการเยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(โควิด-19)&amp;nbsp;โครงการเราชนะ&amp;nbsp;และโครงการ&amp;nbsp;ม.33&amp;nbsp;เรารักกัน&amp;nbsp;ที่ได้เริ่มโอนเงินให้ประชาชนได้จับจ่ายใช้สอยตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;24&amp;nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวดาริกา&amp;nbsp;สร้อยทอง&amp;nbsp;หนึ่งในแม่ค้าร้านขายเนื้อหมูตลาดสดสังขละบุรีที่เข้าร่วมโครง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ลูกค้าเริ่มกลับมาแล้วในช่วง&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;หลังจากซบเซาไปช่วงหนึ่ง&amp;nbsp;โดยลูกค้าที่กลับมามีการใช้จ่ายเยอะขึ้น&amp;nbsp;วงเงินสูงขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งส่วนหนึ่งจะซื้อสินค้าที่นำไปกักตุนได้&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;อาหารแห้ง&amp;nbsp;ซึ่งตนดีใจที่มีโครงการการนี้ต่อ&amp;nbsp;เพราะลูกค้าบางคนรอเงินจากโครงการนี้จึงมาจับจ่ายใช้สอยจากที่ไม่กล้านำเงินที่มีมาใช้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการเราชนะ&amp;nbsp;และโครงการ&amp;nbsp;ม.33&amp;nbsp;เรารักกัน&amp;nbsp;จะได้รับเงินไปใช้จ่ายเพิ่มเติมคนละ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สามารถใช้ได้ถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ร้านธงฟ้าประชารัฐ&amp;nbsp;และร้านค้ารวมถึงขนส่งสาธารณะที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;ในส่วนอำเภอสังขละบุรีมีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกว่า&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ร้าน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>26/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สวท.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526142139143</Link_News></row>
<row _id="206"><NewsTitle>จังหวัดชลบุรี  รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตรวจเยี่ยมเรือสินค้า MSC Amsterdam แก้ตู้สินค้าส่งออกขาดแคลน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อเวลา&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยมเรือสินค้า&amp;nbsp;MSC&amp;nbsp;Amsterdam&amp;nbsp;และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนตู้สินค้า&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ท่าเรือแหลมฉบัง&amp;nbsp;อําเภอศรีราชา&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สถานการการส่งออกของไทย&amp;nbsp;โดยเฉพาะในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ตัวขับเคลื่อนสำคัญคือการส่งออกและต้นปีนี้การส่งออกก็เป็นบวก&amp;nbsp;เดือนมีนาคมเป็นบวกถึง&amp;nbsp;8.47%&amp;nbsp;และเดือนเมษายนบวกถึง&amp;nbsp;13.09%&amp;nbsp;และยังมีแนวโน้มที่ดีขึ้น&amp;nbsp;การส่งออกเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;การแก้ปัญหาการส่งออกจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ&amp;nbsp;การส่งออกประกอบด้วย&amp;nbsp;การขนสินค้าทางบก&amp;nbsp;ทางอากาศและทางเรือ&amp;nbsp;การขนส่งสินค้าทางเรือมีประเด็นปัญหาคือตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสินค้าเพื่อลงเรือส่งออกขาดแคลนเนื่องจากก่อนเกิดสถานการณ์โควิดมีการส่งสินค้าไปสหรัฐและสหภาพยุโรปจำนวนมากแต่ส่งสินค้ากลับมาน้อย&amp;nbsp;ตู้ไปค้างอยู่ที่สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป&amp;nbsp;แต่ประเทศจีนมีศักยภาพสามารถนำตู้ไปใช้ในการส่งออกได้มาก&amp;nbsp;สำหรับประเทศไทยเมื่อผมได้ประชุม&amp;nbsp;กรอ.พาณิชย์&amp;nbsp;การท่าเรือร่วมกับภาคเอกชนมาโดยใกล้ชิดได้ข้อสรุปว่าจากนี้ไปเราจะแก้ปัญหาโดยจะเปิดโอกาสให้เรือขนาดใหญ่เข้ามาแหลมฉบังให้เรือขนาด&amp;nbsp;300-400&amp;nbsp;เมตรเข้ามาเทียบท่าได้จะช่วยให้&amp;nbsp;เราสามารถไปปลายทางได้เลยช่วยลดต้นทุนสามารถขนตู้เปล่าและตู้ที่มีสินค้าเข้ามา&amp;nbsp;จะมีตู้เปล่าที่ส่งสินค้าออกได้มากขึ้น&amp;nbsp;หลังจากที่ตนเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้การท่าเรือแก้ประกาศจับประกาศใหม่อนุญาตให้เรือ&amp;nbsp;300-400&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;เข้าเทียบท่าได้&amp;nbsp;มีมาหลายลำแล้วตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;17&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;เป็นลำใหญ่ขนาด&amp;nbsp;399&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;สามารถบรรทุกตู้เข้ามาได้ประมาณ&amp;nbsp;12,000&amp;nbsp;ตู้&amp;nbsp;และวันนี้เรือสินค้า&amp;nbsp;MSC&amp;nbsp;Amsterdam&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;399&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;สามารถบรรทุกตู้เปล่าเข้ามาได้ประมาณ&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;ตู้&amp;nbsp;สามารถบรรจุสินค้าลงไปได้ประมาณ&amp;nbsp;80,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่าสินค้าที่ส่งออกประมาณ&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และยังมีอีกสองลำที่จะเข้ามาวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;395&amp;nbsp;เมตรและ&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;398&amp;nbsp;เมตร&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;"&amp;nbsp;รวมแล้วทั้งหมดจะเป็น&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;สามารถบรรทุกตู้เปล่าเข้ามาประมาณ&amp;nbsp;23,000&amp;nbsp;ตู้&amp;nbsp;สามารถขนสินค้าออกไปได้ประมาณ&amp;nbsp;458,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;รวมมูลค่าให้การส่งออกเพิ่มขึ้นจากการได้ตู้เปล่าประมาณ&amp;nbsp;35,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;คือผลที่เป็นรูปธรรมจากการร่วมกันแก้ปัญหาระหว่างกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ภาคเอกชนและกรมเจ้าท่า&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะนี้ตู้เริ่มเข้าสู่สภาวะสมดุลความต้องการใช้ตู้เปล่าเดือนหนึ่งประมาณ&amp;nbsp;128,000&amp;nbsp;ตู้&amp;nbsp;เรามีตู้ประมาณ&amp;nbsp;130,000&amp;nbsp;ตู้&amp;nbsp;เริ่มเข้าสู่สภาวะสมดุลแล้ว&amp;nbsp;แต่ต้องติดตามสถานการณ์และกรมเจ้าท่าต้องอำนวยความสะดวกโดยเร็วที่สุด&amp;nbsp;เปิดโอกาสให้เรือขนาดใหญ่เอาตู้เปล่าเข้ามาและเราส่งสินค้าออกไปได้มากขึ้นจะช่วยให้ตัวเลขส่งออกของเราเป็นบวกได้ต่อและจะเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผมเชื่อว่าศักยภาพการส่งออกสินค้าไทยไปต่างประเทศยังมีเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ภาคเอกชนสายการเดินเรือต้องเข้ามาช่วยในการจัดหาตู้และกรมเจ้าท่าต้องอนุญาตโดยเร็วในการดำเนินการ&amp;nbsp;และได้มีประกาศใหม่ให้ใบอนุญาตสำหรับเรือขนตู้ขนาด&amp;nbsp;300-400&amp;nbsp;เมตรภายในเวลา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;แต่ตนจะไปเจรจาว่าทำไมไม่เป็นตลอดไปเพราะการส่งออกยังเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญ&amp;nbsp;หากจำเป็นต้องปรับปรุงร่องน้ำหรือปรับปรุงอุปกรณ์อำนวยความสะดวก&amp;nbsp;ก็จะต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อแลกกับตัวเลขการส่งออกที่นำรายได้เข้าประเทศตนเชื่อว่าคุ้มแน่นอน&amp;nbsp;"&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;บัณฑิต&amp;nbsp;มันปาฏิ....ภาพ/ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>26/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ชลบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526182530211</Link_News></row>
<row _id="207"><NewsTitle>กระทรวงพลังงานเร่งเดินหน้าแผนพลังงานแห่งชาติ เน้นพลังงานสะอาด สร้างชาติ สร้างเศรษฐกิจ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายกุลิศ&amp;nbsp;สมบัติศิริ&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงพลังงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ชี้แจงความก้าวหน้าการจัดทำแผนพลังงานแห่งชาติว่า&amp;nbsp;ตามที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ได้มีมติเห็นชอบกรอบแผนพลังงานแห่งชาติ&amp;nbsp;(National&amp;nbsp;Energy&amp;nbsp;Plan)&amp;nbsp;และให้&amp;nbsp;กระทรวงพลังงาน&amp;nbsp;จัดทำรายละเอียดเพื่อเสนอต่อ&amp;nbsp;กบง.&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;กระทรวงพลังงาน&amp;nbsp;โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน&amp;nbsp;(สนพ.)&amp;nbsp;อยู่ระหว่างเร่งยกร่างรายละเอียดแผนพลังงานแห่งชาติ&amp;nbsp;ที่สอดคล้องกับแนวทางมุ่งไปสู่พลังงานสะอาดที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ&amp;nbsp;ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางการพัฒนาพลังงานที่สำคัญ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ด้านไฟฟ้า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เน้นการเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนและพลังงานสะอาด&amp;nbsp;ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า&amp;nbsp;พัฒนาและยกระดับเทคโนโลยีระบบไฟฟ้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ด้านก๊าซธรรมชาติ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะเน้นการเปิดเสรีและการจัดหาเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับระบบพลังงานประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงพลังงาน&amp;nbsp;จะต้องวางแผนสร้างสมดุลระหว่างการจัดหาในประเทศและการนำเข้า&amp;nbsp;LNG&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ด้านน้ำมัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังคงเป็นเชื้อเพลิงหลักของประเทศในปัจจุบัน&amp;nbsp;แต่จะได้รับผลกระทบจากการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่ขยายตัวขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ด้านพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะมีการปรับเป้าหมายการผลิตและการใช้พลังงานทดแทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;หาก&amp;nbsp;สนพ.&amp;nbsp;จัดทำรายละเอียดการดำเนินการแล้วเสร็จ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กระทรวงพลังงานจะเร่งนำเสนอ&amp;nbsp;กบง.&amp;nbsp;และคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ&amp;nbsp;(กพช.)&amp;nbsp;ให้ความเห็นชอบก่อนให้&amp;nbsp;สนพ.&amp;nbsp;เปิดรับฟังความคิดเห็นถึงแนวทางการขับเคลื่อนกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเพื่อให้การขับเคลื่อนแผนพลังงานแห่งชาติได้รับข้อเสนอแนะอย่างรอบด้านและเป็นทิศทางการพัฒนาร่วมกันของทุกฝ่ายในประเทศ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>27/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527162419566</Link_News></row>
<row _id="208"><NewsTitle>อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยโควิด-19 กระทบความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจ ส่งผลยื่นขอจดทะเบียนบริษัทตัเงใหม่เดือนเมษายนลดลงร้อยละ 32</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายทศพล&amp;nbsp;ทังสุบุตร&amp;nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เปิดเผยการจดทะเบียนธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจำเดือนเมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศจำนวน&amp;nbsp;5,972&amp;nbsp;รายลดลงร้อยละ&amp;nbsp;32&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน&amp;nbsp;20,697&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อันดับแรก&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป&amp;nbsp;รองลงมา&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์&amp;nbsp;และธุรกิจในภัตตาคาร-ร้านอาหาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ส่วนธุรกิจเลิกประกอบกิจการ&amp;nbsp;เดือนเมษายนมี&amp;nbsp;612&amp;nbsp;ราย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน&amp;nbsp;5,162&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเลิกกิจการในช่วง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;การลดลงของจำนวนการจดทะเบียนนิติบุคคลจัดตั้งใหม่ในเดือนเมษายน&amp;nbsp;อาจมีผลมาจากการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ที่ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจลดลง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เมื่อพิจารณาการลดลงของจำนวนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในแต่ละภาคธุรกิจพบว่าส่วนใหญ่มีแนวโน้มลดลงเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;โดยธุรกิจที่มีจำนวนการจดทะเบียนจัดตั้งลดลงมากที่สุด&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป,&amp;nbsp;ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์&amp;nbsp;แลพธุรกิจขายปลีกสินค้าอื่นๆในร้านค้าทั่วไป&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ส่งผลให้ยอดรวมธุรกิจตั้งใหม่ในช่วง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือนของปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีจำนวน&amp;nbsp;29,361&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ทุนจดทะเบียน&amp;nbsp;90,772.57&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ส่วนธุรกิจเลิกกิจการ&amp;nbsp;3,090&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ลดลงร้อยละ&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ทุนจดทะเบียน&amp;nbsp;24,990&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;37&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;กรมฯ&amp;nbsp;มั่นใจว่า&amp;nbsp;แผนการกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;ที่ปัจจุบันมีความชัดเจนมากขึ้น&amp;nbsp;และจะเริ่มฉีดวัคซีนให้กับบุคคลกลุ่มเสี่ยงสูง&amp;nbsp;ผู้สูงอายุ&amp;nbsp;และประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;ที่จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;จะส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในครึ่งปีหลังฟื้นตัวขึ้น&amp;nbsp;และจะทำให้มีการจดตั้งธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย&amp;nbsp;โดยกรมฯ&amp;nbsp;ได้ปรับประมาณการเป้าหมายทั้งปีใหม่จากเดิม&amp;nbsp;64,000-65,000&amp;nbsp;เพิ่มเป็น&amp;nbsp;67,000-69,000&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>27/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527161922560</Link_News></row>
<row _id="209"><NewsTitle>สํานักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเบตงติดตามกลุ่มขนมอบออนไลน์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่บ้านยะรม&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลยะรม&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;นายประเทือง&amp;nbsp;ทองกิ้ม&amp;nbsp;พัฒนาการอำเภอเบตง&amp;nbsp;มอบหมายนางสาวการุณี&amp;nbsp;มีทอง&amp;nbsp;พัฒนากรประจำตำบลยะรม&amp;nbsp;และนายอัมพูวัน&amp;nbsp;เวาะมะ&amp;nbsp;นักพัฒนารัฐบาลดิจิทัล&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามโครงการที่ได้รับการอนุมัติขอรับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีของอำเภอเบตง&amp;nbsp;ประเภทเงินทุนหมุนเวียน&amp;nbsp;(เงินกู้)&amp;nbsp;ของกลุ่มขนมอบออนไลน์&amp;nbsp;ได้รับเงินสนับสนุนจำนวน&amp;nbsp;120,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ในการผลิตขนมอบ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ขนมปังอบไส้ต่างๆ&amp;nbsp;ขนมโรตียาลอ&amp;nbsp;ขนมกลีบลำดวน&amp;nbsp;ขนมกระหรี่บั๊บ&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;เพื่อการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;การสร้างงาน&amp;nbsp;การสร้างรายได้แก่กลุ่มขนมอบออนไลน์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;พัฒนากรประจำตำบล&amp;nbsp;แนะนำการเพิ่มไส้ของขนมต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ไส้ชาไท&amp;nbsp;ไส้ชาเขียว&amp;nbsp;ไส้ช็อคโกแลต&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;และการผลิตสติกเกอร์ขนมให้มีความทันสมัย&amp;nbsp;มีลักษณะโดดเด่น&amp;nbsp;สะดุดตาต่อกลุ่มผู้บริโภคต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>27/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527150527483</Link_News></row>
<row _id="210"><NewsTitle>อพท.7 ประสานพลัง 6 ภาคีสำคัญ ลงนามความร่วมมือพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี จ.สุพรรณบุรี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้(27&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;นายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์สุพรรณบุรี&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ&amp;nbsp;ในจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;สำนักงานพื้นที่พิเศษ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;(เมืองโบราณอู่ทอง)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรีจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เดินหน้าสู่เวทีเครือข่ายเมืองดนตรีแห่งองค์การยูเนสโก&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมขุนแผน&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดร.สมจินต์&amp;nbsp;ชาญกระบี่&amp;nbsp;ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ในฐานะคณะกรรมการและเลขานุการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์สุพรรณบุรี&amp;nbsp;ได้บูรณาการความร่วมมือหลายภาคส่วนราชการในจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;ว่าด้วยการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรีจังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยได้รับเกียรติจากผู้แทนส่วนราชการต่างๆ&amp;nbsp;ในจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายบุญชู&amp;nbsp;จันทร์สุวรรณ&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดร.พิศิษฐ์&amp;nbsp;พลธนะ&amp;nbsp;ผู้อํานวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสุพรรณบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสรวีย์&amp;nbsp;ดอกกุหลาบ&amp;nbsp;ผู้อํานวยการโรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูลจังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางวราภรณ์&amp;nbsp;เมฆขาว&amp;nbsp;ผู้อํานวยการศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ดร.สมจินต์&amp;nbsp;ชาญกระบี่&amp;nbsp;ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษ&amp;nbsp;7&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;อพท.7&amp;nbsp;ได้ร่วมขับเคลื่อนการประสาน&amp;nbsp;ส่งเสริม&amp;nbsp;และสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;ภาคประชาชน&amp;nbsp;และเครือข่ายทางดนตรีอย่างเต็มที่&amp;nbsp;เพื่อให้โครงการเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรีจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;สำเร็จลุล่วงตามนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองดนตรีจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;โดยบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะช่วยส่งเสริม&amp;nbsp;พัฒนาองค์ความรู้&amp;nbsp;การเรียนการสอนให้กับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ&amp;nbsp;(children&amp;nbsp;with&amp;nbsp;special&amp;nbsp;needs)&amp;nbsp;ได้มีพัฒนาการที่ดีและสร้างสรรค์&amp;nbsp;อันจะนำไปสู่การเป็นเมืองแห่งความสุข&amp;nbsp;(City&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Happiness)&amp;nbsp;ของจังหวัดสุพรรณบุรีในอนาคตต่อไป&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>27/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527162843570</Link_News></row>
<row _id="211"><NewsTitle>นครพนมร่วมกิจกรรม จิตอาสา ทำความสะอาด สวนหลวง ร.9 </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;จิตอาสากู้ภัยศรีสัตตนครพนม&amp;nbsp;ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองนครพนม&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรมจิตอาสาทำความสะอาด&amp;nbsp;สวนหลวง&amp;nbsp;ร.9&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานจิตอาสา&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เทศบาลเมืองนครพนม&amp;nbsp;ทหารเรือตามลำแม่น้ำโขง&amp;nbsp;นรข.&amp;nbsp;และชมรมนกเป็ดน้ำร่วมด้วยช่วยกัน&amp;nbsp;ตั้งปณิภาณทำความดีด้วยหัวใจ&amp;nbsp;และจะทำต่อไปอีกหลายพื้นที่ในจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เพื่อสืบสานปฏิธาณ&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;และต่อยอด&amp;nbsp;ในหลวงรัชกาลที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ที่มีต่อพ่อหลวง&amp;nbsp;ร.9&amp;nbsp;ตลอดไปและขยายผลไปทุกที่&amp;nbsp;ที่มีโอกาส&amp;nbsp;พร้อมเชิญชวนทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;สถานบริการ&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;มาเป็นจิตอาสา&amp;nbsp;ทำให้จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;สมกับเป็นเมืองศักดิ์สิทธิที่สุด&amp;nbsp;สวยที่สุด&amp;nbsp;งามที่สุด&amp;nbsp;ที่จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เมื่อการระบาดโรคโควิด-19&amp;nbsp;หมดไป&amp;nbsp;การท่องเที่ยวก็จะกลับมาทำให้เมืองนครพนมมากไปด้วยนักท่องเที่ยวอีกเช่นเคย&amp;nbsp;เป็นการเตรียมความพร้อมตลอดเวลา&amp;nbsp;และเป็นการป้องกันการระบาดโรคโควิด-19&amp;nbsp;ที่ทำให้บ้านเมืองสะอาดปราศจากเชื้อโรคโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>27/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527175938604</Link_News></row>
<row _id="212"><NewsTitle>จังหวัดสุรินทร์ตรวจสอบปริมาณและมูลค่าข้าวของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 3 ราย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุทธิศักดิ์&amp;nbsp;พรหมบุตร&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ร่วมกับคณะทำงานตรวจสอบเอกสารและสต๊อกข้าวตามโครงการชดเชยดอกเบี้ยแก่ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2563/64&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;7/2564&amp;nbsp;ภายใต้การอำนวยการของพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฯ&amp;nbsp;ได้ตรวจสอบปริมาณและมูลค่าข้าวของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ซึ่งมีตั๋วสัญญาใช้เงินรวม&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;78.2&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ปริมาณข้าวเปลือกและข้าวสารรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;8,400&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ผลการตรวจสอบของผู้ประกอบการทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ดำรงสต๊อกข้าวครอบคลุมตามมูลค่าตั๋วสัญญาใช้เงินที่ขอยื่นเข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;ดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>28/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528094452697</Link_News></row>
<row _id="213"><NewsTitle>ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้แจงสภาฯ เหตุออก พ.ร.ก. ฟื้นฟูฯ 3.5 แสนล้านบาท ช่วยผู้ประกอบการ ย้ำจำเป็นเร่งด่วนหวังบรรเทาความเดือดร้อน </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเศรษฐพุฒิ&amp;nbsp;สุทธิวาทนฤพุฒิ&amp;nbsp;ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธปท.)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;วานนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า&amp;nbsp;พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;(พ.ร.ก.&amp;nbsp;ฟื้นฟูฯ)&amp;nbsp;จะช่วยเติมเต็มความช่วยเหลือให้กับธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;โดยกลไกของมาตรการช่วยเหลือตาม&amp;nbsp;พ.ร.ก.&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจได้จริง&amp;nbsp;สอดคล้องกับสถานการณ์&amp;nbsp;ผ่านการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ธปท.&amp;nbsp;ยังคงทำงานร่วมกับสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อเร่งผลักดันให้ธุรกิจได้รับความช่วยเหลือมากขึ้นและทันการณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยมาตรการทางการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องแก่ภาคธุรกิจ&amp;nbsp;ภายใต้&amp;nbsp;พ.ร.ก.ซอฟต์โลน&amp;nbsp;ที่ออกมาก่อนหน้านี้&amp;nbsp;เน้นเยียวยาระยะสั้นและเร่งด่วน&amp;nbsp;เพราะประเมินว่าสถานการณ์ระบาดแม้จะส่งผลรุนแรง&amp;nbsp;แต่จะคลี่คลายได้ในระยะเวลาไม่นาน&amp;nbsp;แต่สถานการณ์ปัจจุบันยังมีความไม่แน่นอนสูง&amp;nbsp;มาตรการเดิมที่มีอยู่จึงยังไม่เพียงพอ&amp;nbsp;รวมทั้งการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขใน&amp;nbsp;พ.ร.ก.&amp;nbsp;ซอฟต์โลนเดิม&amp;nbsp;ให้รองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปทำได้ยากและใช้เวลานาน&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ธปท.&amp;nbsp;และกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการออก&amp;nbsp;พ.ร.ก.&amp;nbsp;ฟื้นฟูฯ&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือธุรกิจ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;ต่อเนื่องจาก&amp;nbsp;พ.ร.ก.&amp;nbsp;ซอฟต์โลนฉบับเดิม&amp;nbsp;พร้อมปรับปรุงเงื่อนไขต่างๆ&amp;nbsp;ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ช่วยเหลือลูกหนี้ได้มากขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขเพื่อรองรับตามสถานการณ์ในระยะข้างหน้าหากจำเป็น&amp;nbsp;ประกอบด้วยมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูวงเงิน&amp;nbsp;250,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อเติมสภาพคล่องใหม่และโครงการพักทรัพย์&amp;nbsp;พักหนี้&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อปลดภาระหนี้ให้กับลูกหนี้ที่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;350,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ตาม&amp;nbsp;พ.ร.ก.&amp;nbsp;ฟื้นฟูฉบับนี้&amp;nbsp;ไม่ได้เป็นการกู้เงินของรัฐบาล&amp;nbsp;และไม่ได้เป็นหนี้สาธารณะ&amp;nbsp;แต่เป็น&amp;nbsp;พ.ร.ก.&amp;nbsp;ที่ให้อำนาจ&amp;nbsp;ธปท.&amp;nbsp;เป็นการชั่วคราว&amp;nbsp;ให้สามารถบริหารจัดการสภาพคล่องในระบบการเงินและระบบเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ให้กระจายตัวไปยังผู้ที่ต้องการได้ตรงจุดมากขึ้น&amp;nbsp;เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ&amp;nbsp;ธปท.&amp;nbsp;จะได้รับสภาพคล่องเหล่านั้นกลับคืนมา&amp;nbsp;ส่วนที่รัฐบาลรับภาระจะมีเฉพาะดอกเบี้ยในช่วง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนแรก&amp;nbsp;และความเสียหายที่ร่วมรับภาระกับสถาบันการเงินผ่านกลไก&amp;nbsp;บสย.&amp;nbsp;ในกรณีที่ลูกหนี้กลายเป็นหนี้เสีย&amp;nbsp;จึงเป็นการออกแบบกลไกเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของลูกหนี้ให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;โดยไม่สร้างภาระการคลังให้กับรัฐบาลมากจนเกินควร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>28/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528121119823</Link_News></row>
<row _id="214"><NewsTitle>พาณิชย์ลำปาง ส่งมอบผลผลิตสับปะรดล็อตแรกสู่ผู้บริโภค ช่วยเหลือเกษตรกรช่วงโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางศรีสุรางค์&amp;nbsp;หล้าส่องสี&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ดำเนินการส่งมอบผลผลิตสับปะรดจากเกษตรกรชาวไร่สับปะรด&amp;nbsp;ตำบลบ้านเสด็จ&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;(เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ผู้ปลูกสับปะรดจังหวัดลำปาง)&amp;nbsp;ล็อตแรกจำนวน&amp;nbsp;52&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;150&amp;nbsp;กว่ากิโลกรัม&amp;nbsp;(ราคาจำหน่าย&amp;nbsp;20&amp;nbsp;บาท/ลูก&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;กิโลกรัม/ลูก)&amp;nbsp;ให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;พร้อมจะดำเนินการเชื่อมโยงกระจายผลผลิตอย่างต่อเนื่องต่อไปตลอดฤดูกาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;จึงเชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนเกษตรกรชาวไร่สับปะรดบ้านเสด็จ&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบการจำหน่ายผลผลิตจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&amp;nbsp;COVID-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>28/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528112301772</Link_News></row>
<row _id="215"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ ตรัง  ลงพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อมในการโอนเปลี่ยนแปลงโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 และการดำเนินโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลงพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อมในการโอนเปลี่ยนแปลงโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;และการดำเนินโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;1.โครงการปรับปรุงผิวจราจรถนนแบบพาราแอสฟัลท์คอนกรีตแยกทางหลวง&amp;nbsp;4235&amp;nbsp;บ้านหินคอกควาย&amp;nbsp;ตำบลบ้านนา&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;2.โครงการปรับปรุงผิวจราจรถนนพาราแอสฟัลท์คอนกรีต&amp;nbsp;สายทาง&amp;nbsp;ตง.ก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;0016&amp;nbsp;สายบ้านทุ่งเกาะยวน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;บ้านโคกทรายเหนือ&amp;nbsp;ตำบลหนองบ่อ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ได้ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;เป็นเพื่อสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;ภายใต้แผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน&amp;nbsp;โดยการส่งเสริมตลาดสำหรับผลผลิต&amp;nbsp;และผลิตภัณฑ์ของธุรกิจชุมชนที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวหรือภาคบริการอื่น&amp;nbsp;การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในชุมชน&amp;nbsp;การจัดหาปัจจัยการผลิตและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและชุมชน&amp;nbsp;รวมทั้งการสร้างการเข้าถึงช่องทางการตลาดพร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานคุณภาพและมูลค่าเพิ่มของสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและชุมชน&amp;nbsp;ที่มาจากความต้องการของพื้นที่&amp;nbsp;(Bottom-up)&amp;nbsp;และผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน&amp;nbsp;ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>28/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528112422773</Link_News></row>
<row _id="216"><NewsTitle>กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ  เดินหน้านโยบาย ตลาดนำการผลิต เสริมแกร่งผู้ประกอบการไทย จัดกิจกรรมจับคู่นวัตกรรมยกระดับสินค้า </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมเด็จ&amp;nbsp;สุสมบูรณ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมฯ&amp;nbsp;ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp;(สกสว.)&amp;nbsp;และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ&amp;nbsp;(บพข.)&amp;nbsp;ภายใต้การกำกับของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา&amp;nbsp;วิทยาศาสตร์&amp;nbsp;วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ&amp;nbsp;(สอวช.)&amp;nbsp;จัดกิจกรรมส่งเสริมและต่อยอดนวัตกรรมสู่การค้าระหว่างประเทศ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพื่อเสริมแกร่งให้กับผู้ประกอบการไทยได้มีการจับคู่นำงานวิจัย&amp;nbsp;นวัตกรรม&amp;nbsp;เทคโนโลยี&amp;nbsp;และความคิดสร้างสรรค์&amp;nbsp;มาใช้ยกระดับสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและเพิ่มโอกาสในการส่งออกทำรายได้เข้าประเทศ&amp;nbsp;ตามยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีความต้องการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด&amp;nbsp;ยกระดับคุณภาพสินค้าให้ดียิ่งขึ้นด้วยการนำการวิจัย&amp;nbsp;เทคโนโลยี&amp;nbsp;และนวัตกรรม&amp;nbsp;โดยความร่วมมือจากหน่วยงานนวัตกรรมของภาครัฐที่จะมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาศักยภาพสินค้าตั้งแต่ต้นทางจนถึงสินค้าต้นแบบสำเร็จ&amp;nbsp;โดยปีนี้ตั้งเป้ารับสมัครผู้ประกอบการจำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อเข้าร่วมการพัฒนาสินค้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้กรมฯ&amp;nbsp;ยังได้จัดทำแบบสำรวจความต้องการในการพัฒนาสินค้า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ด้วยการวิจัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เทคโนโลยี&amp;nbsp;นวัตกรรม&amp;nbsp;และความต้องการของตลาด&amp;nbsp;เพื่อรวบรวมความคิดเห็นและความต้องการในการพัฒนาสินค้าของผู้ประกอบการโดยจะสรุปผลการสำรวจความต้องการดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อจัดหานักวิจัย&amp;nbsp;ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเข้าร่วมให้คำแนะนำให้ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>28/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528120409814</Link_News></row>
<row _id="217"><NewsTitle>รมว.คลังแจง พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 และฟื้นฟูเศรษฐกิจ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอาคม&amp;nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;ชี้แจงเกี่ยวกับ&amp;nbsp;พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;เพิ่มเติม&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;(พ.ร.ก.กู้เงินช่วยโควิด-19&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;กรอบวงเงิน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แสนล้านบาท&amp;nbsp;โดยเน้นการใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แผนงาน&amp;nbsp;แต่กรณีที่จำเป็นสามารถปรับกรอบวงเงินภายใต้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แผนงานได้&amp;nbsp;เพื่อให้ได้ตามวัตถุประสงค์และเพื่อเข้าไปเสริมกับ&amp;nbsp;พ.ร.ก.กู้เงินช่วยโควิด-19&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมื่อปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1.9&amp;nbsp;ล้านล้านบาท&amp;nbsp;(ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2563)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แผนงานการใช้วงเงินกู้ตาม&amp;nbsp;พ.ร.ก.&amp;nbsp;กู้เงินช่วยโควิด-19&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;แผนงานเพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;กรอบวงเงิน&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อใช้จ่ายเกี่ยวกับการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือ&amp;nbsp;เยียวยา&amp;nbsp;และชดเชย&amp;nbsp;ให้แก่ประชาชนทุกสาขาอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;300,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;170,000&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์โรคโควิด-19&amp;nbsp;ที่แพร่กระจายและรุนแรง&amp;nbsp;รัฐบาลจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องเตรียมงบประมาณเพิ่มเติม&amp;nbsp;หรือเสริมเข้าไปกับ&amp;nbsp;พ.ร.ก.&amp;nbsp;กู้เงินช่วยโควิด-19&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เพื่อรองรับผลกระทบจากการระบาดระลอกใหม่&amp;nbsp;เนื่องจากแหล่งเงินงบประมาณที่นำมาใช้แก้ปัญหามีจำกัดและไม่เพียงพอจากการระบาดระลอกใหม่นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;กรอบวงเงิน&amp;nbsp;พ.ร.ก.&amp;nbsp;กู้เงินช่วยโควิด-19&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แสนล้านบาทนี้จะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก&amp;nbsp;1.5%&amp;nbsp;จากที่ประมาณการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวอยู่ในช่วง&amp;nbsp;1.5-2.5%&amp;nbsp;ต่างจากปีที่แล้ว&amp;nbsp;ซึ่งได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะติดลบที่-8%&amp;nbsp;แต่เมื่อมีมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;มาช่วยเหลือภาคธุรกิจ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เงินกู้&amp;nbsp;Soft&amp;nbsp;Loan&amp;nbsp;ทำให้เศรษฐกิจไทย&amp;nbsp;ติดลบน้อยลงจาก-8%&amp;nbsp;เป็น-6%&amp;nbsp;ซึ่งในปีนี้&amp;nbsp;และปีหน้า&amp;nbsp;เมื่อมีเงินก้อนนี้มาใช้ในการดำเนินการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ก็จะน่าจะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ดีขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ยืนยันว่าการกู้เงินครั้งนี้รัฐบาลมีการดำเนินการอย่างระมัดระวังไม่ให้เกินกรอบเพดานหนี้สาธารณะที่กำหนดไว้&amp;nbsp;โดยคาดการณ์ว่าเมื่อกู้เต็มวงเงินในเดือนกันยายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;หนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะอยู่ที่&amp;nbsp;58.56%&amp;nbsp;ต่อจีดีพี&amp;nbsp;ซึ่งในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;รัฐบาลได้ออก&amp;nbsp;พ.ร.ก.กู้เงิน&amp;nbsp;ไปแล้ว&amp;nbsp;1.9&amp;nbsp;ล้านล้านบาท&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;การเยียวยาฟื้นฟูและด้านสาธารณสุขจำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านล้านบาท&amp;nbsp;และอีก&amp;nbsp;9&amp;nbsp;แสนล้านบาทเข้ามาช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;พ.ร.ก.&amp;nbsp;ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;เพิ่มเติม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว&amp;nbsp;มีผลตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยใจความสำคัญเพื่อประโยชน์&amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;จากการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ที่ยังไม่ยุติลง&amp;nbsp;โดยให้กระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศ&amp;nbsp;หรือออกตราสารหนี้ในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย&amp;nbsp;มีมูลค่ารวมกันไม่เกิน&amp;nbsp;500,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยต้องลงนาม&amp;nbsp;ในสัญญากู้เงิน&amp;nbsp;หรือออกตราสารหนี้&amp;nbsp;ภายในวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>28/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528135904852</Link_News></row>
<row _id="218"><NewsTitle>พาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชน Lot 11 ช่วยเหลือร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เปิดเผยภายหลังการเปิดตัวโครงการ&amp;nbsp;พาณิชย์ลดราคา!&amp;nbsp;ช่วยประชาชน&amp;nbsp;Lot&amp;nbsp;11&amp;nbsp;(Food&amp;nbsp;Delivery)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้ประชุมร่วมกับแพลตฟอร์ม&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แพลตฟอร์มที่ให้บริการ&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Delivery&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;Robinhood&amp;nbsp;foodpanda&amp;nbsp;Grab&amp;nbsp;Gojek&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Lineman&amp;nbsp;ตัวแทนร้านอาหารทั่วประเทศและผู้แทนสถาบันการเงิน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ผู้บริโภคที่ซื้ออาหารผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ&amp;nbsp;โดยผู้ประกอบการร้านอาหารจะลดค่า&amp;nbsp;GP&amp;nbsp;ที่แพลตฟอร์มคิดกับร้านอาหารเหลือร้อยละ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;จากเดิมเฉลี่ยร้อยละ&amp;nbsp;35-25&amp;nbsp;ยกเว้น&amp;nbsp;Robinhood&amp;nbsp;ไม่คิดค่า&amp;nbsp;GP&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;foodpanda&amp;nbsp;ไม่คิดค่า&amp;nbsp;GP&amp;nbsp;สำหรับร้านใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับผู้บริโภค&amp;nbsp;จะลดราคาอาหารที่ขายผ่านแพลตฟอร์มสูงสุดร้อยละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;และจะลดค่าขนส่งในช่วง&amp;nbsp;3-5&amp;nbsp;กิโลเมตรแรก&amp;nbsp;ลดสูงสุดจาก&amp;nbsp;40&amp;nbsp;บาทเหลือ&amp;nbsp;0&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ยกเว้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;Lineman&amp;nbsp;ที่ยังคิดค่าบริการโดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1-30&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;สำหรับค่า&amp;nbsp;GP&amp;nbsp;ส่วนค่าอาหารจะลดทั่วประเทศ&amp;nbsp;โดยผู้ประกอบการแพลตฟอร์มจะสูญเสียรายได้ประมาณ&amp;nbsp;250-350&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ได้จัดโครงการแมตช์ชิ่งเงินกู้ให้กับร้านอาหารทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยกระทรวงฯ&amp;nbsp;จะเป็นตัวกลางช่วยร้านอาหารให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและปลอดหลักทรัพย์ในบางกรณี&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยสถาบันการเงินจะให้ข้อมูลกับร้านอาหารที่สนใจเข้าถึงแหล่งเงินกู้วันที่&amp;nbsp;1-6&amp;nbsp;มิถุนายนนี้ในรูปแบบออนไลน์&amp;nbsp;และต่างจังหวัดจะให้พาณิชย์จังหวัดเป็นผู้ดำเนินการให้ร้านอาหารที่สนใจสอบถามข้อมูลจากสถาบันการเงิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะเดียวกันจะจัดให้มีการจับแมตช์ชิ่งให้ยื่นเรื่องเพื่อขอกู้เงิน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตามเงื่อนไขทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;7-20&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพื่อช่วยให้ร้านอาหารได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและปลอดหลักทรัพย์ในบางกรณี&amp;nbsp;สำหรับร้านอาหารที่มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินกู้ที่จดทะเบียนไว้ที่&amp;nbsp;กรมพัฒนาธุรกิจการค้ารวม&amp;nbsp;118,967&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>28/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528205413096</Link_News></row>
<row _id="219"><NewsTitle>ขนส่งจังหวัดนครพนม งดการอบรมและทดสอบด้านใบอนุญาตขับรถและผู้ประจำรถ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;กรมการขนส่งทางบก&amp;nbsp;ห่วงใยในสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;แจ้ง&amp;nbsp;งดการอบรมและทดสอบด้านใบอนุญาตขับรถและผู้ประจำรถ&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ผู้ขอใบอนุญาตขับรถรายใหม่ให้รอจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;ส่วนการต่ออายุใบอนุญาตขับรถสามารถนำผลการอบรมออนไลน์มาดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตขับรถได้&amp;nbsp;โดยจองคิวดำเนินการล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;DLT&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Queue&amp;nbsp;เท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายจรุญ&amp;nbsp;กงไกรจักร&amp;nbsp;ขนส่งจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์การพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(โควิด-19)&amp;nbsp;ซึ่งมีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างเกิดขึ้นในหลายจังหวัดของประเทศไทย&amp;nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;กรมการขนส่งทางบก&amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องงดการอบรมด้านใบอนุญาตขับรถ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;โดยมีกิจกรรมที่งดให้บริการดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;งดการอบรมและทดสอบ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานขนส่ง&amp;nbsp;สำหรับผู้ขอใหม่&amp;nbsp;ทั้งสำหรับการขอรับใบอนุญาตขับรถ&amp;nbsp;บัตรประจำตัวคนขับรถ&amp;nbsp;และใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถใหม่ทุกชนิด&amp;nbsp;ยกเว้น&amp;nbsp;กรณีการผ่านการอบรมและทดสอบของโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก&amp;nbsp;ให้นำผลผ่านการอบรมมาดำเนินการ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานขนส่งทุกแห่ง&amp;nbsp;ภายใน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;งดการอบรม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานขนส่ง&amp;nbsp;สำหรับการขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ&amp;nbsp;บัตรประจำตัวคนขับรถ&amp;nbsp;และใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถทุกชนิด&amp;nbsp;โดยให้เข้าอบรมผ่านระบบ&amp;nbsp;e-Learning&amp;nbsp;ทางเว็บไซต์&amp;nbsp;www.dlt-elearning.com&amp;nbsp;สามารถนำผลการอบรมออนไลน์มาเป็นหลักฐานเพื่อต่ออายุใบอนุญาตขับรถได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;งดการออกหน่วยเคลื่อนที่ด้านทะเบียนและภาษีรถ&amp;nbsp;และด้านใบอนุญาตขับรถ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หน่วยบริการเคลื่อนที่รับชำระภาษีรถประจำปีที่ห้างสรรพสินค้าหรือแหล่งชุมชน&amp;nbsp;(Shop&amp;nbsp;Thru&amp;nbsp;for&amp;nbsp;Tax)&amp;nbsp;และศูนย์บริการร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;ขอให้ผ่อนผันการใช้กฎ&amp;nbsp;ระเบียบ&amp;nbsp;ข้อบังคับ&amp;nbsp;คำสั่ง&amp;nbsp;กับผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถที่สิ้นอายุแล้ว&amp;nbsp;ยังสามารถใช้แสดงตนได้&amp;nbsp;จนถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และในส่วนของผู้ที่จองคิวผ่านแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;DLT&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Queue&amp;nbsp;ซึ่งตรงกับช่วงที่กรมการขนส่งทางบกงดให้บริการ&amp;nbsp;จะยังคงได้รับสิทธิในการเข้ารับบริการเมื่อมีประกาศเปลี่ยนแปลงหลังจากนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยกรมการขนส่งทางบกจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง&amp;nbsp;และสำหรับผู้ที่ใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถสิ้นอายุเกิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีขึ้นไป&amp;nbsp;ในระหว่างวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;กรมการขนส่งทางบกมีมาตรการเยียวยารองรับ&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;ผู้ที่ใบอนุญาตขับรถ&amp;nbsp;ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์&amp;nbsp;สิ้นอายุเกิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ได้รับการยกเว้นการทดสอบข้อเขียน&amp;nbsp;กรณีสิ้นอายุเกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ได้รับการยกเว้นการทดสอบขับรถ&amp;nbsp;หากเป็นใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก&amp;nbsp;สิ้นอายุเกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ได้รับการยกเว้นการทดสอบขับรถ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับการให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถที่ไม่มีขั้นตอนการอบรมและทดสอบที่สำนักงานขนส่ง&amp;nbsp;ยังคงเปิดให้บริการตามปกติในวันและเวลาราชการ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การออกใบอนุญาตขับรถให้ผู้ที่มีหนังสือรับรองจากสถาบันการศึกษาหรือโรงเรียนสอนขับรถมาก่อนแล้ว&amp;nbsp;การออกใบแทนกรณีใบอนุญาตขับรถชำรุดหรือสูญหาย&amp;nbsp;การเปลี่ยนชนิดใบอนุญาตขับรถชั่วคราว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เป็นส่วนบุคคล&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;การต่ออายุใบอนุญาตขับรถที่มีผลผ่านการอบรมออนไลน์ผ่านระบบ&amp;nbsp;e-Learning&amp;nbsp;ทาง&amp;nbsp;www.dlt-elearning.com&amp;nbsp;โดยการต่ออายุใบอนุญาตขับรถที่มีผลการอบรมออนไลน์&amp;nbsp;สามารถนำผลการอบรมติดต่อสำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ&amp;nbsp;เพื่อเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายและออกใบอนุญาตขับรถ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การอบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล&amp;nbsp;(รถยนต์,&amp;nbsp;รถยนต์สามล้อ,&amp;nbsp;รถจักรยานยนต์)&amp;nbsp;ระยะเวลาอบรม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;การอบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถขนส่ง&amp;nbsp;ระยะเวลาอบรม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;การอบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะ&amp;nbsp;(รถยนต์สาธารณะ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;แท็กซี่,&amp;nbsp;รถยนต์สามล้อสาธารณะ,&amp;nbsp;รถจักรยานยนต์สาธารณะ)&amp;nbsp;ระยะเวลาอบรม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;และการอบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล&amp;nbsp;(รถจักรยานยนต์&amp;nbsp;รถยนต์สามล้อ&amp;nbsp;รถยนต์)&amp;nbsp;ขาดต่ออายุเกิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ระยะเวลาอบรม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผลการอบรมออนไลน์มีอายุ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนนับแต่วันที่ผ่านการอบรม&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;ผู้ที่ยังไม่มีความจำเป็นไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการในด้านใบอนุญาตขับรถ&amp;nbsp;หรือด้านทะเบียนและภาษี&amp;nbsp;ควรงดเว้นการติดต่อที่สำนักงานขนส่ง&amp;nbsp;หรือใช้บริการระบบออนไลน์ที่กรมการขนส่งทางบกมีไว้รองรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในกรณีจำเป็นที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่ง&amp;nbsp;ขอให้จองคิวดำเนินการล่วงหน้า&amp;nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;DLT&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Queue&amp;nbsp;เท่านั้น&amp;nbsp;และขอความร่วมมือประชาชนสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าในการติดต่อราชการ&amp;nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงในการติดต่อแพร่กระจายของโรค&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>28/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528154010917</Link_News></row>
<row _id="220"><NewsTitle>ผู้ว่าฯกระบี่ เปิดงานเดินเครื่องโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มของชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด หลังจากหยุดดำเนินกิจการชั่วคราว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ว่าฯกระบี่&amp;nbsp;เปิดงานเดินเครื่องโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มของชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;หลังจากหยุดดำเนินกิจการชั่วคราว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่&amp;nbsp;จำกัดหมู่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลคลองยา&amp;nbsp;อำเภออ่าวลึก&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;พันตำรวจโทหม่อมหลวงกิติบดี&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มของชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายอนุวรรตน์&amp;nbsp;โหมดพริ้ง&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;พันเอก&amp;nbsp;สมบัติ&amp;nbsp;สืบท้วม&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;รัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการบริษัท&amp;nbsp;ไทย&amp;nbsp;อินโดปาล์มออย&amp;nbsp;เฟคทอรี่&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;คณะกรรมการดำเนินการผู้บริหาร&amp;nbsp;และตัวแทนสหกรณ์สมาชิก&amp;nbsp;โดยมีนายนิรันดร์&amp;nbsp;ศรีวิลัย&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;กล่าวรายงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแข่งขันที่รุนแรง&amp;nbsp;ประกอบกับโรงสกัดน้ำมันปาล์มภายในจังหวัดกระบี่มีจำนวนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;และชุมนุมสหกรณ์ฯ&amp;nbsp;มีลูกหนี้การค้ารายใหญ่&amp;nbsp;ทุกปัจจัย&amp;nbsp;คือสาเหตุที่ทำให้ชุมนุมสหกรณ์ฯ&amp;nbsp;ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางด้านการเงินอย่างรุนแรง&amp;nbsp;มีโครงสร้างองค์กรที่มีความซับซ้อน&amp;nbsp;มีค่าใช้จ่ายการดำเนินงานที่สูงและ&amp;nbsp;มีการรวบรวมผลผลิตไม่ได้ตามกำลังการผลิต&amp;nbsp;จึงส่งผลให้ชุมนุมสหกรณ์ฯ&amp;nbsp;ต้องหยุดดำเนินกิจการบางส่วนเป็นการชั่วคราว&amp;nbsp;มาตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;จึงต้องเลิกจ้างเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง&amp;nbsp;เพื่อหาแหล่งเงินทุนจากภายนอก&amp;nbsp;และจัดทำแผนพัฒนาฟื้นฟูกิจการของชุมนุมสหกรณ์ฯ&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปรับปรุงการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์&amp;nbsp;ตามคำแนะนำของหน่วยงานกำกับแนะนำส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;และชุมนุมสหกรณ์ฯ&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;ได้มีคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์&amp;nbsp;แต่งตั้งคณะกรรมการชั่วคราว&amp;nbsp;โดยมีอำนาจหน้าที่และสิทธิเช่นเดียวกันกับคณะกรรมการดำเนินการชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และอยู่ในตำแหน่งไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่แต่งตั้งทางคณะกรรมการชั่วคราว&amp;nbsp;จึงได้ร่วมกันขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาต่างๆ&amp;nbsp;ให้องค์กรผ่านพ้นวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่&amp;nbsp;และเพื่อให้องค์กรสามารถเปิดดำเนินกิจการได้ชุมนุมสหกรณ์ฯ&amp;nbsp;จึงได้ปรับโครงสร้างองค์กรให้เพียงพอต่อกำลังการผลิตที่&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ตันทะลายต่อชั่วโมง&amp;nbsp;และได้เปิดรับเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;47&amp;nbsp;ตำแหน่ง&amp;nbsp;88&amp;nbsp;อัตราพร้อมทั้งปรับลดค่าใช้จ่ายทุกส่วน&amp;nbsp;และมีวัตถุประสงค์ในการเปิดดำเนินกิจการ&amp;nbsp;มีดังนี้&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มไม่เกิดความเหลื่อมล้ำทางด้านราคา&amp;nbsp;ชุมนุมสหกรณ์ฯ&amp;nbsp;เป็นที่พึ่งของสหกรณ์สมาชิกและเครือข่ายปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;และส่งเสริมการจ้างงานในเขตพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่เป็นลูกหลานของสมาชิก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ได้กล่าวกำชับว่า&amp;nbsp;ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นที่ผ่านมาไม่ว่าจะเรื่องการเรียกเก็บเงิน&amp;nbsp;หรือการบริหารจัดการต่างๆ&amp;nbsp;ขอให้คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ทุกคน&amp;nbsp;มีการบริหารการจัดการสหกรณ์ที่ดี&amp;nbsp;มีความโปร่งใส&amp;nbsp;ยึดหลักธรรมาภิบาลสร้างความเชื่อมั่นให้กับสหกรณ์สมาชิก&amp;nbsp;และผู้มาร่วมลงทุน&amp;nbsp;ขอให้ดำเนินการแก้ไข&amp;nbsp;ปรับปรุง&amp;nbsp;พัฒนา&amp;nbsp;รู้จักการปรับตัว&amp;nbsp;นึกถึงประโยชน์ของสมาชิกเป็นหลัก&amp;nbsp;ทั้งนี้ก็จะทำให้ชุมนุมสหกรณ์ฯ&amp;nbsp;กลับมาฟื้นตัวและมีผลกำไรต่อไป&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>28/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>เชียงใหม่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528164127975</Link_News></row>
<row _id="221"><NewsTitle>รัฐบาล ยืนยัน พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้านบาท มีความชัดเจน โปร่งใส สนับสนุนเศรษฐกิจในสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;บูรพชัยศรี&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;เพิ่มเติม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;พ.ร.ก.เงินกู้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แสนล้านบาทนั้น&amp;nbsp;มีการกำหนดแผนการใช้เงินกู้อย่างชัดเจน&amp;nbsp;โดยการใช้จ่ายต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ภายใต้แผนงานหรือโครงการตามบัญชีแนบท้ายพระราชกำหนด&amp;nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แผนงาน&amp;nbsp;ได้แก่/&amp;nbsp;แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของ&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการแพทย์และสาธารณสุข&amp;nbsp;การวิจัยและพัฒนาวัคซีนภายในประเทศ&amp;nbsp;แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ&amp;nbsp;เยียวยา&amp;nbsp;หรือชดเชยให้แก่ประชาชนในทุกสาขาอาชีพ&amp;nbsp;ผู้ประกอบอาชีพและผู้ประกอบการ&amp;nbsp;สามารถดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่อง&amp;nbsp;แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;170,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เน้น&amp;nbsp;การจ้างงาน&amp;nbsp;กระตุ้นการลงทุนและการบริโภค&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;รัฐบาลได้มีการกำหนดอย่างชัดเจน&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนได้มีความมั่นใจถึงเจตนาของรัฐบาล&amp;nbsp;เช่นเดียวกับขอให้มีความมั่นใจถึงความโปร่งใสและความมีประสิทธิภาพสูงสุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เยียวยา&amp;nbsp;และฟื้นฟูเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;พ.ร.ก.เงินกู้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านล้านบาทนั้น&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติโครงการแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;287&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;รวมวงเงินทั้งสิ้น&amp;nbsp;817,223&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ&amp;nbsp;(GDP)&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;มีอัตราตัวเลขที่หดตัวในปริมาณที่ดีกว่าที่หลายหน่วยงานคาดการณ์ไว้&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;วงเงินกู้ส่วนที่ยังเหลือรัฐบาลได้เตรียมการที่จะออกมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจอื่นๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โครงการคนละครึ่งระยะที่&amp;nbsp;3,โครงการ&amp;nbsp;ยิ่งใช้ยิ่งได้&amp;nbsp;และโครงการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ยังยืนยันว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การออก&amp;nbsp;พ.ร.ก.&amp;nbsp;เงินกู้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แสนล้านบาทในครั้งนี้&amp;nbsp;จะส่งผลให้ประมาณการสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ&amp;nbsp;GDP&amp;nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&amp;nbsp;58.56&amp;nbsp;และยังอยู่คงภายใต้กรอบวินัยทางการคลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>29/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529130530201</Link_News></row>
<row _id="222"><NewsTitle>รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นช่วยชาวสวนมังคม และพริก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จุรินทร์-นิพนธ์&amp;nbsp;ลงพื้นที่นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ช่วยเกษตรกรชาวสวนมังคุด&amp;nbsp;แก้ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;พร้อมกำหนด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มาตรการช่วงโควิด&amp;nbsp;ยกระดับราคา&amp;nbsp;ชู&amp;nbsp;"ส่งออกผลไม้ทุกภาคสร้างรายได้ประเทศ"&amp;nbsp;ระบุ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือนแรกปีนี้&amp;nbsp;ผลไม้ไทยนำรายได้เข้าประเทศแล้วกว่า&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;ที่วิทยาลัยการอาชีพหัวไทร&amp;nbsp;อําเภอหัวไทร&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายนิพนธ์&amp;nbsp;บุญญามณี&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;นายบุณยฤทธิ์&amp;nbsp;กัลยาณมิตร&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;นายวัฒนศักย์&amp;nbsp;เสือเอี่ยม&amp;nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;นายไกรศร&amp;nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;นายปรีชา&amp;nbsp;ชนะกิจกำจร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ร่วมประชุมหารือกับกลุ่มเกษตรชาวสวนมังคุด&amp;nbsp;กลุ่มใหญ่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;กลุ่มในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาผลผลิตตามฤดูกาล&amp;nbsp;ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สถานการณ์ผลไม้ไทยในภาพรวมปีนี้จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แสนตัน&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว&amp;nbsp;15%&amp;nbsp;ซึ่งในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือนแรก&amp;nbsp;สามารถส่งออกได้ถึง&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยเป็นมังคุดในจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;36%&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;18%&amp;nbsp;จังหวัดชุมพร&amp;nbsp;17%&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;17%&amp;nbsp;โดยเป็นการส่งออก&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;60%&amp;nbsp;และบริโภคภายในประเทศ&amp;nbsp;40%&amp;nbsp;ตลาดส่งออกสำคัญ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ประเทศจีน&amp;nbsp;70%&amp;nbsp;ฮ่องกง&amp;nbsp;10%&amp;nbsp;เวียดนาม&amp;nbsp;8%&amp;nbsp;สหรัฐฯ&amp;nbsp;6%&amp;nbsp;โดยราคามังคุดเกรดพรีเมียมที่ขายหน้าสวน&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;ที่จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;กิโลกรัมละประมาณ&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากได้กำหนดมาตรการในการสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนมังคุด&amp;nbsp;ได้ดำเนินการประชุมร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งภาคการเกษตร&amp;nbsp;ชาวสวนมังคุดและล้ง&amp;nbsp;รวมทั้งผู้ส่งออก&amp;nbsp;ได้กำหนดมาตรการ&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มาตรการตั้งแต่ต้นปี&amp;nbsp;ทั้งการสนับสนุนผู้รวบรวมผลไม้&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เปิดพื้นที่การตลาดให้พาณิชย์จังหวัดประสานงานกับโมเดิร์นเทรด&amp;nbsp;ปั๊มน้ำมันและพื้นที่ตลาดต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ระบายผลไม้ในประเทศ&amp;nbsp;ได้รับความร่วมมือจากไปรษณีย์ไทย&amp;nbsp;จัดบริการกล่องและคิดค่าส่งราคาพิเศษ&amp;nbsp;และผู้ต้องการหิ้วผลไม้ขึ้นเครื่องบินจะโหลดฟรี&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ส่งเสริมการบริโภคผลไม้ในประเทศ&amp;nbsp;และใช้เกษตรพันธสัญญา&amp;nbsp;"อมก๋อยโมเดล"&amp;nbsp;ให้ผู้รับซื้อมาเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้&amp;nbsp;และอบรมเกษตรกรผู้ขายผลไม้ขายผลไม้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์&amp;nbsp;สำหรับตลาดต่างประเทศ&amp;nbsp;ให้เงินช่วยเหลือผู้รวบรวมผลไม้ส่งออก&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และมีการจัดส่งเสริมการขายในต่างประเทศส่งเสริมการขายในห้างสรรพสินค้าในตลาดต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในต่างประเทศ&amp;nbsp;และให้ผู้นำเข้าจากต่างประเทศพบกับผู้ส่งออกไทยผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;ปัญหามังคุดที่ได้มีการแก้ไขในวันนี้&amp;nbsp;ทั้งในส่วนของเรื่องการขาดแคลนแรงงานเก็บมังคุดและแรงงานรวบรวมมังคุด&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;ได้มอบหมายผู้ว่าราชการจังหวัดหาหนทางผ่อนปรนแรงงานข้ามจังหวัด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การจัดระเบียบล้งเพื่อให้ความเป็นธรรมกับเกษตรกร&amp;nbsp;โดยมอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดบังคับใช้กฎหมายให้ผู้รับซื้อจะต้องติดป้ายรับซื้อตั้งแต่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;โมงเช้าของทุกวัน&amp;nbsp;ส่วนปัญหามังคุดนอกพื้นที่ที่เข้ามาสวมชื่อมังคุดนครศรีธรรมราชนั้น&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับเกษตรจังหวัดทำตราสัญลักษณ์เฉพาะว่า&amp;nbsp;เป็นมังคุดนครศรีธรรมราชเพื่อเป็นตรารับรอง&amp;nbsp;รวมทั้งการแก้ปัญหาความล่าช้าในการออกใบรับรอง&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;ที่ออกโดยกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชไม่มีผู้มีอำนาจในการออกใบรับรองค้างมา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ได้มีการประสานงานผ่านปลัดกระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;เพื่อเร่งดำเนินการให้มีการออกใบรับรองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;นายไกรศร&amp;nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ได้ขานรับแนวทางการแก้ปัญหาจากการประชุม&amp;nbsp;โดยระบุ&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราชมีผลผลิตมังคุดเป็นอันดับ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของประเทศ&amp;nbsp;โดยมังคุดเกรดพรีเมียมเกรดเอไม่มีปัญหาเรื่องราคา&amp;nbsp;แต่จะให้ความสำคัญกับมังคุดเกรดรองและเกรดคละ&amp;nbsp;ส่วนปัญหาที่ได้รับการเสนอให้แก้ไขในระดับพื้นที่ทุกประเด็นสามารถดำเนินการได้&amp;nbsp;พร้อมทั้งเตรียมรับสถานการณ์ผลผลิตมังคุดที่ในปีนี้จะออกสู่ตลาดมากกว่าปีที่ผ่านประมาณ&amp;nbsp;15%&amp;nbsp;และจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนมิถุนายน-ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ปริมาณผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากสุดในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;ในภาพรวมกระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้า&amp;nbsp;มีการวางแผนการบริหารจัดการร่วมกับผู้ส่งออก&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเกษตรกรไว้ล่วงหน้า&amp;nbsp;เหลือแต่การปฏิบัติในระดับพื้นที่&amp;nbsp;หากมีการซักซ้อมทำความเข้าใจจะทำให้การปฏิบัติคล่องตัวขึ้น&amp;nbsp;นำไปสู่ผลิไม้ที่มีคุณภาพและมีราคาที่ดี&amp;nbsp;ส่วนการแก้ปัญหาสวมรอยมังคุดนั้น&amp;nbsp;มังคุดที่มาทุกลูกมาจากประเทศไทยทั้งหมด&amp;nbsp;แต่เพื่อให้เห็นว่ามีการทำงานอย่างมีมาตรฐานในพื้นที่&amp;nbsp;โดยในส่วนของเกษตรแปลงใหญ่ไม่มีปัญหาเพราะมีการซื้อขายโดยตรงอยู่แล้ว&amp;nbsp;แต่ในส่วนของเกษตรรายย่อย&amp;nbsp;หรือเกษตรกรทั่วไปนั้นจะมีการออกใบรับรองจากหน่วยเกษตรในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์&amp;nbsp;โฆษณาผลสินค้าทางการเกษตร&amp;nbsp;และสร้างมาตรฐานของจังหวัดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค&amp;nbsp;แต่ที่นำมาขายจากที่อื่น&amp;nbsp;หรือที่ไม่ติดตราสัญลักษณ์ก็ไม่ถือมีความผิดอะไร&amp;nbsp;ถือเป็นทางเลือกของผู้บริโภค&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>29/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นครศรีธรรมราช</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529185252312</Link_News></row>
<row _id="223"><NewsTitle>จุรินทร์-นิพนธ์ ลงพื้นที่นครศรีธรรมราช ช่วยเกษตรกรชาวสวนมังคุด แก้ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตร พร้อมกำหนด 5 มาตรการช่วงโควิด ยกระดับราคา ชู "ส่งออกผลไม้ทุกภาคสร้างรายได้ประเทศ" ระบุ 4 เดือนแรกปีนี้ ผลไม้ไทยนำรายได้เข้าประเทศแล้วกว่า 50,000 ล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จุรินทร์-นิพนธ์&amp;nbsp;ลงพื้นที่นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ช่วยเกษตรกรชาวสวนมังคุด&amp;nbsp;แก้ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;พร้อมกำหนด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มาตรการช่วงโควิด&amp;nbsp;ยกระดับราคา&amp;nbsp;ชู&amp;nbsp;"ส่งออกผลไม้ทุกภาคสร้างรายได้ประเทศ"&amp;nbsp;ระบุ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือนแรกปีนี้&amp;nbsp;ผลไม้ไทยนำรายได้เข้าประเทศแล้วกว่า&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;ที่วิทยาลัยการอาชีพหัวไทร&amp;nbsp;อําเภอหัวไทร&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายนิพนธ์&amp;nbsp;บุญญามณี&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;นายบุณยฤทธิ์&amp;nbsp;กัลยาณมิตร&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;นายวัฒนศักย์&amp;nbsp;เสือเอี่ยม&amp;nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;นายไกรศร&amp;nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;นายปรีชา&amp;nbsp;ชนะกิจกำจร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ร่วมประชุมหารือกับกลุ่มเกษตรชาวสวนมังคุด&amp;nbsp;กลุ่มใหญ่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;กลุ่มในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาผลผลิตตามฤดูกาล&amp;nbsp;ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สถานการณ์ผลไม้ไทยในภาพรวมปีนี้จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แสนตัน&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว&amp;nbsp;15%&amp;nbsp;ซึ่งในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือนแรก&amp;nbsp;สามารถส่งออกได้ถึง&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยเป็นมังคุดในจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;36%&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;18%&amp;nbsp;จังหวัดชุมพร&amp;nbsp;17%&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;17%&amp;nbsp;โดยเป็นการส่งออก&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;60%&amp;nbsp;และบริโภคภายในประเทศ&amp;nbsp;40%&amp;nbsp;ตลาดส่งออกสำคัญ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ประเทศจีน&amp;nbsp;70%&amp;nbsp;ฮ่องกง&amp;nbsp;10%&amp;nbsp;เวียดนาม&amp;nbsp;8%&amp;nbsp;สหรัฐฯ&amp;nbsp;6%&amp;nbsp;โดยราคามังคุดเกรดพรีเมียมที่ขายหน้าสวน&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;ที่จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;กิโลกรัมละประมาณ&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากได้กำหนดมาตรการในการสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนมังคุด&amp;nbsp;ได้ดำเนินการประชุมร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งภาคการเกษตร&amp;nbsp;ชาวสวนมังคุดและล้ง&amp;nbsp;รวมทั้งผู้ส่งออก&amp;nbsp;ได้กำหนดมาตรการ&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มาตรการตั้งแต่ต้นปี&amp;nbsp;ทั้งการสนับสนุนผู้รวบรวมผลไม้&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เปิดพื้นที่การตลาดให้พาณิชย์จังหวัดประสานงานกับโมเดิร์นเทรด&amp;nbsp;ปั๊มน้ำมันและพื้นที่ตลาดต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ระบายผลไม้ในประเทศ&amp;nbsp;ได้รับความร่วมมือจากไปรษณีย์ไทย&amp;nbsp;จัดบริการกล่องและคิดค่าส่งราคาพิเศษ&amp;nbsp;และผู้ต้องการหิ้วผลไม้ขึ้นเครื่องบินจะโหลดฟรี&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ส่งเสริมการบริโภคผลไม้ในประเทศ&amp;nbsp;และใช้เกษตรพันธสัญญา&amp;nbsp;"อมก๋อยโมเดล"&amp;nbsp;ให้ผู้รับซื้อมาเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้&amp;nbsp;และอบรมเกษตรกรผู้ขายผลไม้ขายผลไม้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์&amp;nbsp;สำหรับตลาดต่างประเทศ&amp;nbsp;ให้เงินช่วยเหลือผู้รวบรวมผลไม้ส่งออก&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และมีการจัดส่งเสริมการขายในต่างประเทศส่งเสริมการขายในห้างสรรพสินค้าในตลาดต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในต่างประเทศ&amp;nbsp;และให้ผู้นำเข้าจากต่างประเทศพบกับผู้ส่งออกไทยผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;ปัญหามังคุดที่ได้มีการแก้ไขในวันนี้&amp;nbsp;ทั้งในส่วนของเรื่องการขาดแคลนแรงงานเก็บมังคุดและแรงงานรวบรวมมังคุด&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;ได้มอบหมายผู้ว่าราชการจังหวัดหาหนทางผ่อนปรนแรงงานข้ามจังหวัด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การจัดระเบียบล้งเพื่อให้ความเป็นธรรมกับเกษตรกร&amp;nbsp;โดยมอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดบังคับใช้กฎหมายให้ผู้รับซื้อจะต้องติดป้ายรับซื้อตั้งแต่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;โมงเช้าของทุกวัน&amp;nbsp;ส่วนปัญหามังคุดนอกพื้นที่ที่เข้ามาสวมชื่อมังคุดนครศรีธรรมราชนั้น&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับเกษตรจังหวัดทำตราสัญลักษณ์เฉพาะว่า&amp;nbsp;เป็นมังคุดนครศรีธรรมราชเพื่อเป็นตรารับรอง&amp;nbsp;รวมทั้งการแก้ปัญหาความล่าช้าในการออกใบรับรอง&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;ที่ออกโดยกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชไม่มีผู้มีอำนาจในการออกใบรับรองค้างมา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ได้มีการประสานงานผ่านปลัดกระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;เพื่อเร่งดำเนินการให้มีการออกใบรับรองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;นายไกรศร&amp;nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ได้ขานรับแนวทางการแก้ปัญหาจากการประชุม&amp;nbsp;โดยระบุ&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราชมีผลผลิตมังคุดเป็นอันดับ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของประเทศ&amp;nbsp;โดยมังคุดเกรดพรีเมียมเกรดเอไม่มีปัญหาเรื่องราคา&amp;nbsp;แต่จะให้ความสำคัญกับมังคุดเกรดรองและเกรดคละ&amp;nbsp;ส่วนปัญหาที่ได้รับการเสนอให้แก้ไขในระดับพื้นที่ทุกประเด็นสามารถดำเนินการได้&amp;nbsp;พร้อมทั้งเตรียมรับสถานการณ์ผลผลิตมังคุดที่ในปีนี้จะออกสู่ตลาดมากกว่าปีที่ผ่านประมาณ&amp;nbsp;15%&amp;nbsp;และจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนมิถุนายน-ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ปริมาณผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากสุดในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;ในภาพรวมกระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้า&amp;nbsp;มีการวางแผนการบริหารจัดการร่วมกับผู้ส่งออก&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเกษตรกรไว้ล่วงหน้า&amp;nbsp;เหลือแต่การปฏิบัติในระดับพื้นที่&amp;nbsp;หากมีการซักซ้อมทำความเข้าใจจะทำให้การปฏิบัติคล่องตัวขึ้น&amp;nbsp;นำไปสู่ผลิไม้ที่มีคุณภาพและมีราคาที่ดี&amp;nbsp;ส่วนการแก้ปัญหาสวมรอยมังคุดนั้น&amp;nbsp;มังคุดที่มาทุกลูกมาจากประเทศไทยทั้งหมด&amp;nbsp;แต่เพื่อให้เห็นว่ามีการทำงานอย่างมีมาตรฐานในพื้นที่&amp;nbsp;โดยในส่วนของเกษตรแปลงใหญ่ไม่มีปัญหาเพราะมีการซื้อขายโดยตรงอยู่แล้ว&amp;nbsp;แต่ในส่วนของเกษตรรายย่อย&amp;nbsp;หรือเกษตรกรทั่วไปนั้นจะมีการออกใบรับรองจากหน่วยเกษตรในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์&amp;nbsp;โฆษณาผลสินค้าทางการเกษตร&amp;nbsp;และสร้างมาตรฐานของจังหวัดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค&amp;nbsp;แต่ที่นำมาขายจากที่อื่น&amp;nbsp;หรือที่ไม่ติดตราสัญลักษณ์ก็ไม่ถือมีความผิดอะไร&amp;nbsp;ถือเป็นทางเลือกของผู้บริโภค&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>29/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นครศรีธรรมราช</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529182600309</Link_News></row>
<row _id="224"><NewsTitle>จุรินทร์ รองนายกฯ ปล่อยคาราวานขบวนฟักทองดินเหนียว "หนึ่งเดียวในไทย" ณ วัดเกษตรชลธี ตำบลตะเครียะ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;"จุรินทร์"&amp;nbsp;รองนายกฯ&amp;nbsp;ปล่อยคาราวานขบวนฟักทองดินเหนียว&amp;nbsp;"หนึ่งเดียวในไทย"&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดเกษตรชลธี&amp;nbsp;ตำบลตะเครียะ&amp;nbsp;อำเภอระโนด&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;14.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดเกษตรชลธี&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลตะเครียะ&amp;nbsp;อำเภอระโนด&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ประธานพิธีปล่อยคาราวานขบวนฟักทองดินเหนียว&amp;nbsp;"หนึ่งเดียวในไทย"&amp;nbsp;เชื่อมใจเกษตรกร&amp;nbsp;สู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp;โดยมีนายนิพนธ์&amp;nbsp;บุญญามณี&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;นายวัฒนศักย์&amp;nbsp;เสือเอี่ยม&amp;nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;นายวงศกร&amp;nbsp;นุ่นชูคันธ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ในจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ร่วมปล่อยขบวน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายจุรินทร์ฯ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ที่ผ่านมาได้ร่วมกันแก้ปัญหาอย่างน้อย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;ในระยะเวลา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;เรื่องแรกพริกเขียวมันราคาตก&amp;nbsp;เพราะเหตุว่ามาเลเซียลดการสั่งซื้อ&amp;nbsp;เนื่องจากภาวะโควิด-19&amp;nbsp;และภาวะเศรษฐกิจ&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์จึงได้จัดโครงการในการที่จะช่วยนำเงินมาชดเชยช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมัน&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้พอยังชีพได้ในช่วงวิกฤตปัจจุบัน&amp;nbsp;เรื่องที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;การแก้ปัญหาฟักทอง&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาพึ่งตลาดทั้งในประเทศและตลาดมาเลเซียเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;มาตรการที่ทุกฝ่ายช่วยกันไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;กระทรวงเกษตร&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ห้างสรรพสินค้าต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้ร่วมกันจัดหาผู้มารับซื้อฟักทองถึงเกษตรกรโดยตรง&amp;nbsp;สามารถช่วยบรรเทาฟักทองออกมาได้เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;และได้ดำเนินการมาแล้วถึง&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ตัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับพิธีปล่อยคาราวานขบวนฟักทองดินเหนียว&amp;nbsp;"หนึ่งเดียวในไทย"&amp;nbsp;เชื่อมใจเกษตรกร&amp;nbsp;สู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp;ในวันนี้&amp;nbsp;จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือเกษตรพื้นที่ในอำเภอระโนดและอำเภอกระแสสินธุ์&amp;nbsp;โดยปล่อยตัวคาราวานรถฟักทองไปยังจังหวัดปลายทาง&amp;nbsp;ส่งผลผลิตใหม่จากไร่ส่งตรงจากสวน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;โดยใช้รถสิบล้อและรถบรรทุกเข้าร่วมขบวน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;124&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างรายได้เกษตรกรในพื้นที่ไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ที่ผ่านมาจังหวัดสงขลาได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้วไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;180&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และในวันนี้ขบวนรถฟักทองดินเหนียวจากอำเภอระโนด&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;จะเดินทางมุ่งตรงสู่จังหวัดกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;เพื่อกระจายไปสู่ผู้บริโภคต่อไป&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>29/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529194014322</Link_News></row>
<row _id="225"><NewsTitle>รัฐบาล ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคาร เร่งช่วย SME ให้เข้าถึงสภาพคล่อง และโครงการพักทรัพย์พักหนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวรัชดา&amp;nbsp;ธนาดิเรก&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;พ.ร.ก.ซอฟต์โลน&amp;nbsp;ฉบับใหม่&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;มาตรการสินเชื่อฟื้นฟูวงเงิน&amp;nbsp;250,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยช่วยเหลือผู้ประกอบการให้เข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ&amp;nbsp;ไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;ในช่วง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีแรก&amp;nbsp;เฉลี่ยไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;ตลอดระยะเวลามาตรการ&amp;nbsp;และมาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้&amp;nbsp;โดยให้ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิ์ซื้อทรัพย์สินนั้นคืนในภายหลัง&amp;nbsp;หรือมาตรการพักทรัพย์พักหนี้&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;มีผลบังคับใช้&amp;nbsp;เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาแล้วนั้น&amp;nbsp;ซึ่งทางธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธปท.)&amp;nbsp;และสมาคมธนาคารไทย&amp;nbsp;ได้มีการหารือกัน&amp;nbsp;เพื่อกำหนดแนวทางการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ให้รวดเร็ว&amp;nbsp;เพียงพอและถูกกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง&amp;nbsp;โดยเฉพาะกลุ่ม&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับยอดการให้ความช่วยเหลือจากมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ล่าสุดอยู่ที่&amp;nbsp;1.6&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;ครอบคลุมลูกหนี้กว่า&amp;nbsp;6&amp;nbsp;พันราย&amp;nbsp;โดยร้อยละ&amp;nbsp;63&amp;nbsp;กระจายไปยัง&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;ขณะที่มาตรการพักทรัพย์พักหนี้&amp;nbsp;มีมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับโอน&amp;nbsp;910&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนของธนาคารรัฐ&amp;nbsp;มีการออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&amp;nbsp;มีสินเชื่อฟื้นฟูธุรกิจ&amp;nbsp;ดอกเบี้ยร้อยละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีแรก&amp;nbsp;ระยะเวลากู้ยืมสูงสุด&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;สินเชื่อรายเล็กครอบคลุมธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด19&amp;nbsp;ทั้งทางตรงทางอ้อม&amp;nbsp;ที่ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน&amp;nbsp;ธนาคารออมสิน&amp;nbsp;มีสินเชื่อสำหรับธุรกิจท่องเที่ยว&amp;nbsp;ดอกเบี้ยปีแรกร้อยละ&amp;nbsp;0.10&amp;nbsp;แล้วปรับเพิ่มในปีต่อไป&amp;nbsp;ชำระเงินต้นภายใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และยังมีสินเชื่อให้กับ&amp;nbsp;Startup&amp;nbsp;และผู้ประกอบการ&amp;nbsp;Non-Bank&amp;nbsp;ส่วนธนาคารกรุงไทย&amp;nbsp;มีสินเชื่อธุรกิจ&amp;nbsp;ดอกเบี้ยร้อยละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีแรก&amp;nbsp;ค้ำประกันโดย&amp;nbsp;บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม&amp;nbsp;(บสย.)&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;มากไปกว่านั้น&amp;nbsp;ยังมีความร่วมมือระหว่างสมาคมผู้ค้าปลีกไทย&amp;nbsp;กับธนาคารรายใหญ่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ในการเชื่อมโยงข้อมูลผู้ประกอบการ&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;ในห่วงโซ่ค้าปลีก&amp;nbsp;เพื่อให้การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว&amp;nbsp;ผ่าน&amp;nbsp;digital&amp;nbsp;factoring&amp;nbsp;platform&amp;nbsp;เบื้องต้น&amp;nbsp;มีการอนุมัติสินเชื่อแก่&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;แล้วมากกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พันราย&amp;nbsp;โดยร้อยละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;เป็นผู้ที่ไม่เคยเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำมาก่อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับมาตรการพักทรัพย์พักหนี้&amp;nbsp;มีความคืบหน้าไปพอสมควร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เนื่องจากเป็นมาตรการใหม่&amp;nbsp;ลูกหนี้จึงอยู่ในช่วงของการทำความเข้าใจในรายละเอียด&amp;nbsp;กฎระเบียบและวิธีการปฏิบัติ&amp;nbsp;โดยกลุ่มที่ให้ความสนใจเข้าโครงการ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ธุรกิจโรงแรม&amp;nbsp;อสังหาริมทรัพย์และอสังหาฯให้เช่า&amp;nbsp;กระจายอยู่ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด&amp;nbsp;ซึ่งธนาคารพาณิชย์ต่างๆคาดว่า&amp;nbsp;จะมีผู้เข้าโครงการเพิ่มขึ้นอีกมากในเร็วๆ&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ทั้งนี้ภาพรวม&amp;nbsp;รัฐบาลเร่งเดินหน้าแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจประเทศ&amp;nbsp;ครอบคลุมการส่งออก&amp;nbsp;การลงทุนจากภาครัฐที่เน้นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;การลงทุนจากต่างประเทศและการบริโภคภายในประเทศ&amp;nbsp;รวมถึงการดูแลผู้ประกอบการ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ&amp;nbsp;พร้อมไปกับการรักษาระดับการจ้างงาน&amp;nbsp;การช่วยเหลือนักศึกษาจบใหม่ให้มีงานทำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>30/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530112421392</Link_News></row>
<row _id="226"><NewsTitle>เกษตรฯ ผสานพลัง พาณิชย์ฯ จ.แม่ฮ่องสอน ส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร ต.ห้วยโป่ง ใช้หลัก การตลาดนำการผลิต พัฒนาและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิต</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางศุภมิตร&amp;nbsp;เต็งเผ่&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เป็นวิทยากรบรรยาย&amp;nbsp;"ให้ความรู้เรื่องการตลาดและช่องทางการจัดจำหน่ายและพัฒนาสินค้าเกษตร"&amp;nbsp;ตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;การตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อาคารอเนกประสงค์วัดบ้านทุ่งมะกอก&amp;nbsp;ต.ห้วยโป่ง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย&amp;nbsp;สมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;จัดโดย&amp;nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตลาดนำการผลิตเป็นนโยบายหลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ที่มุ่งเน้นสนับสนุนการเพิ่มช่องทางตลาดให้หลากหลาย&amp;nbsp;ทั้งในรูปแบบ&amp;nbsp;ตลาดออนไลน์&amp;nbsp;(แพลตฟอร์มรายสินค้าเพื่อรองรับ&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal)&amp;nbsp;ตลาดออฟไลน์&amp;nbsp;โมเดิร์นเทรด&amp;nbsp;รถโมบาย&amp;nbsp;ตลาดสด&amp;nbsp;ตลาดชุมชน&amp;nbsp;คาราวานสินค้า&amp;nbsp;เกษตรพันธะสัญญา&amp;nbsp;และเคาน์เตอร์เทรด&amp;nbsp;จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจผู้ซื้อกับผู้ขาย&amp;nbsp;เพื่อสร้างเครือข่ายและความเข้มแข็งของธุรกิจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>30/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530103834386</Link_News></row>
<row _id="227"><NewsTitle>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เตรียมลดค่า GP ช่วยผู้ประกอบการร้านอาหาร เริ่ม 1 มิถุนายนนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;โดยนำสิ่งของอุปโภค&amp;nbsp;บริโภค&amp;nbsp;จากมูลนิธิ&amp;nbsp;มรว.เสนีย์&amp;nbsp;ปราโมช&amp;nbsp;มาแจกจ่ายให้แก่ชาวชุมชนโฟรโมสต์&amp;nbsp;ซอยพระราม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;88&amp;nbsp;เขตบางขุนเทียน&amp;nbsp;กทม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ทำให้มีประชาชนในหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบการกักตัวอยู่ในบ้าน&amp;nbsp;ไม่สามารถออกมาทำกิจกรรมภายนอกได้&amp;nbsp;ทำให้ได้รับความลำบากเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;จึงได้จัดกิจกรรม&amp;nbsp;จุรินทร์&amp;nbsp;ออนทัวร์&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;และเดินทางตระเวนไปมาแล้วในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;โดยเฉพาะในชุมชนที่มีประชาชนต้องกักตัว&amp;nbsp;ซึ่งวันนี้ได้มาในพื้นที่เขตบางขุนเทียนและนำถุงยังชีพมามอบให้แก่ประชาชนจำนวนหลายร้อยถุง&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้นำคาราวาน&amp;nbsp;พาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน&amp;nbsp;มาจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดที่ถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ข้าวสาร&amp;nbsp;ไข่ไก่&amp;nbsp;น้ำมันพืช&amp;nbsp;รวมทั้งผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ฟักทอง&amp;nbsp;จากอำเภอระโนด&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงนี้&amp;nbsp;แต่ไม่สามารถส่งออกไปยังประเทศมาเลเซียได้&amp;nbsp;เนื่องจากมีการบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มิถุนายนนี้&amp;nbsp;จะเริ่มโครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน&amp;nbsp;lot&amp;nbsp;11&amp;nbsp;เพื่อช่วยผู้ประกอบการด้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;delivery&amp;nbsp;ในการลดค่า&amp;nbsp;Gp&amp;nbsp;เหลือร้อยละ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;จากเดิม&amp;nbsp;30-35&amp;nbsp;จะเป็นการช่วยให้ผู้ประกอบการร้านอาหารที่เข้าร่วมส่งอาหารผ่าน&amp;nbsp;Delivery&amp;nbsp;ได้มีรายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;และช่วยให้ผู้บริโภคได้ซื้อสินค้าหรืออาหารในราคาถูกลง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;โครงการดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1-30&amp;nbsp;มิถุนายนนี้&amp;nbsp;และคาดว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>30/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530122547428</Link_News></row>
<row _id="228"><NewsTitle>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าถึงหัวอกชาวบ้านทำนาเกลือ หลังฟังความทุกข์ร้อนสะท้อนทุกปัญหา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;เข้าถึงหัวอกชาวบ้านทำนาเกลือ&amp;nbsp;หลังฟังความทุกข์ร้อนสะท้อนทุกปัญหา&amp;nbsp;เร่งทุกฝ่ายเดินแผนตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;แยกพิกัดเกลือ&amp;nbsp;เกลือบริโภค-เกลืออุตสาหกรรม&amp;nbsp;พร้อมชี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;สินค้าอะไรที่ผลผลิตตลาดไม่ต้องการ&amp;nbsp;อะไรที่ทำแล้วขายไม่ได้&amp;nbsp;ต้องปรับเปลี่ยน&amp;nbsp;ลดการผลิต&amp;nbsp;หรือใช้นวัตกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;14.30&amp;nbsp;น.วันนี้&amp;nbsp;(30&amp;nbsp;พ.ค.64)&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นางวันเพ็ญ&amp;nbsp;มังศรี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;ร่วมลงพื้นที่ตลาดกลางการเกษตรท่ายาง&amp;nbsp;อำเภอท่ายาง&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ผลพวงวิกฤตโควิด-19&amp;nbsp;ส่งผลกระทบราคาเกลือตกต่ำ&amp;nbsp;เร่งจับมือร่วมกันทุกฝ่ายหาตลาดในประเทศ&amp;nbsp;อีกทั้งปัญหาเกลือนำเข้าจากอินเดียมาตีตลาด&amp;nbsp;ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าต่างประเทศ&amp;nbsp;ประกาศมาตรการผู้ใดนำเข้าเกลือเข้ามาในประเทศ&amp;nbsp;จะต้องขึ้นทะเบียนผู้นำเข้า&amp;nbsp;ซึ่งต้องมีเอกสารแสดงผลจากแหล่งนำเข้าว่ามาจากพื้นที่ใด&amp;nbsp;ประเทศไหน&amp;nbsp;จะต้องมีการแจ้งพิกัดชัดเจน&amp;nbsp;เพื่อควบคุมกำกับดูแลการนำเข้า&amp;nbsp;พร้อมทั้งการจัดการแยกพิกัดเกลือ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;คือเกลือบริโภค&amp;nbsp;และเกลืออุตสาหกรรม&amp;nbsp;จะต้องแจ้งให้ชัดเจน&amp;nbsp;เพราะราคาต่างกัน&amp;nbsp;และภาษีก็ต่างกัน&amp;nbsp;ให้ดูแลเกษตรกรผู้ทำนาเกลือให้ได้รับความเป็นธรรม&amp;nbsp;ไม่ให้ถูกเกลือนอกเข้ามาตีตลาด&amp;nbsp;ที่ส่งผลทำให้ราคาตกต่ำผลกระทบกับชาวนาเกลือเพชรบุรี&amp;nbsp;สมุทรสาคร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนระยะยาวร่วมกันแก้ปัญหาในเรื่องของผลผลิตเกลือเพื่อให้มีคุณภาพ&amp;nbsp;เกลือสะอาดได้มาตรฐาน&amp;nbsp;จะไม่ให้ถูกกดราคา&amp;nbsp;และในเรื่องของการแปรรูปต้องกำหนดวางแผนเพื่อการแปรรูปไปใช้ในอุตสาหกรรม&amp;nbsp;หรือแปรรูปเพื่อนวัตกรรม&amp;nbsp;ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้า&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ทำสบู่&amp;nbsp;เครื่องสำอาง&amp;nbsp;เครื่องใช้อื่นๆ&amp;nbsp;หรืออาหารแปรรูป&amp;nbsp;รวมทั้งที่จะร่วมสนับสนุน&amp;nbsp;ทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนั้นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ได้กล่าวเพิ่มเติมเรื่องปัญหาหนี้สินของเกษตรกรผู้ทำนาเกลือว่า&amp;nbsp;กองทุนฟื้นฟูเกษตรกรช่วยคลี่คลายทุกปัญหา&amp;nbsp;พร้อมช่วยเหลืออย่างเต็มที่ทั้งเปิดโอกาสให้ใช้เพียงบุคคลค้ำโดยไม่จำเป็นต้องมีหลักทรัพย์&amp;nbsp;อีกทั้งเกษตรกรที่เป็นหนี้ของสถาบันการเงิน&amp;nbsp;ยังสามารถมาเปลี่ยนเป็นหนี้กองทุนฟื้นฟูได้&amp;nbsp;เพราะหากเป็นหนี้สถาบันการเงินเมื่อมีปัญหาก็ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี&amp;nbsp;แต่ถ้าเปลี่ยนมาเป็นหนี้กองทุนฟื้นฟู&amp;nbsp;และชำระกับกองทุนฟื้นฟู&amp;nbsp;จะช่วยเหลือภาระหนี้ให้เกษตรกรพ้นความเดือดร้อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>30/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530181336502</Link_News></row>
<row _id="229"><NewsTitle>ที่ดินอำเภอสบเมย มอบต้นกล้ากาบหมาก 2,000 ต้น ให้ชาวบ้านปลูกเพิ่มขึ้น หลัง จานกาบหมาก ผลตอบรับดี เร่งเพิ่มกำลังการผลิต สร้างรายได้ให้ชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;var(--primary-text);"&gt;นายบรมัตถ์&amp;nbsp;ทิพกนก&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;7&amp;nbsp;อำเภอสบเมย&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;สหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนต้นกล้ากาบหมาก&amp;nbsp;จากกรมพัฒนาที่ดินอำเภอสบเมย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;สืบเนื่องจากในปีที่ผ่านมาสหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ได้แปรรูปผลิตภัณฑ์จาน&amp;nbsp;จากกาบหมาก&amp;nbsp;ปรากฏว่าได้ผลตอบรับที่ดี&amp;nbsp;ทำให้กาบหมากมีไม่เพียงพอ&amp;nbsp;ในการผลิตจานกาบหมาก&amp;nbsp;และมีสมาชิกหลายรายสนใจที่จะปลูกต้นหมากมากขึ้น&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับตัวเองและครอบครัวในภายหน้า&amp;nbsp;และในปีนี้เป็นโอกาสที่ดีของสมาชิก&amp;nbsp;ที่กรมพัฒนาที่ดินอำเภอสบเมย&amp;nbsp;ได้สนับสนุนต้นกล้ากาบหมากให้แก่สมาชิก&amp;nbsp;เพื่อนำไปปลูกและสร้างรายได้&amp;nbsp;ซึ่งมีสมาชิกที่สนใจและนำไปปลูกในพื้นที่ของตัวเอง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ถือเป็นโอกาสที่ดีของสมาชิกและเป็นประโยชน์ต่อพื้นดินเพิ่มพื้นที่สีเขียว&amp;nbsp;ลดการเผา&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้กับชุมชนในอนาคตต่อไป&amp;nbsp;ปัจจุบันสหกรณ์ได้เร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้สมาชิก&amp;nbsp;เยาวชน&amp;nbsp;ประชาชนทั่วไปในชุมชนนำกาบหมากมาจำหน่ายให้แก่สหกรณ์&amp;nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้เสริมให้แก่ชุมชน&amp;nbsp;และวัตถุประสงค์ในการลดการเผา&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;var(--primary-text);"&gt;สำหรับผู้ที่สนใจส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากกาบหมาก&amp;nbsp;ขณะนี้มีสองรูปแบบ&amp;nbsp;คือจานและถ้วย&amp;nbsp;ซึ่งในอนาคตจะพัฒนารูปแบบภาชนะให้มีความหลากหลายสอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค&amp;nbsp;โดยข้อดีของจานกาบหมาก&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;สามารถใส่อาหารได้ทุกประเภท&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นอาหารแห้ง&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;อาหารร้อน&amp;nbsp;เย็น&amp;nbsp;ทนต่ออุณหภูมิ&amp;nbsp;-18-200&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;รวมถึงยังนำเข้าเตาไมโครเวฟได้&amp;nbsp;โดยจาน&amp;nbsp;ชาม&amp;nbsp;ไม่แตกหัก&amp;nbsp;ไม่ทำให้อาหารเสียรสชาติ&amp;nbsp;และไม่มีสารตกค้างในอาหาร&amp;nbsp;ทางสหกรณ์ได้ผลิตพร้อมจัดจำหน่ายแล้ว&amp;nbsp;ราคาเริ่มต้นใบละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ไม่รวมค่าขนส่ง&amp;nbsp;ผู้สนใจสามารถสอบถามหรือสั่งจองได้ที่&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;098&amp;nbsp;957&amp;nbsp;0859&amp;nbsp;คุณอ้อม&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>31/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531112249615</Link_News></row>
<row _id="230"><NewsTitle>จังหวัดพัทลุง สู้โควิด-19 สร้างอาชีพทำปลาดุกแดดเดียวขาย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายหนังตะลุงยุคโควิด-19&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบเหมือนกันอาชีพอื่นๆ&amp;nbsp;สู้ชีวิต&amp;nbsp;เพื่อความอยู่รอดทำปลาดุกแดดเดียวขายสร้างรายได้ช่วงไม่มีงานแสดง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;สถานการณ์การระบาดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;ตั้งแต่ระลอกที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จนถึงระลอกที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบในหลากหลายอาชีพอย่างอาชีพศิลปินหนังตะลุง&amp;nbsp;เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ได้รับผลกระทบเหมือนกันอาชีพอื่น&amp;nbsp;เนื่องจากไม่มีงานแสดงและต้องหยุดเล่นหนังตะลุงเพื่อความบันเทิง&amp;nbsp;แม้จะรับงานไว้เป็นจำนวนมากก็ตาม&amp;nbsp;แต่ต้องยกเลิกเนื่องหวั่น&amp;nbsp;การแพร่ระบาดและร่วมรับผิดชอบสังคม&amp;nbsp;จนนายหนังบางรายต้องสร้างอาชีพเสริมเลี้ยงครอบครัว&amp;nbsp;และลูกคู่หนัง&amp;nbsp;หลังไม่มีงานแสดง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างนางเอกวีณา&amp;nbsp;แก้วขุนทอง&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;47&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;หรือหนังสาววรรณ&amp;nbsp;ศ.พร้อมน้อย&amp;nbsp;นายหนังตะลุงหญิง&amp;nbsp;ชื่อดังของจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;47&amp;nbsp;ม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต.ตะแพน&amp;nbsp;อ.ศรีบรรพต&amp;nbsp;จ.พัทลุง&amp;nbsp;หลังจากพักการแสดงต้องหันทำอาชีพมาเป็นช่างแกะสลักไม้&amp;nbsp;และสร้างรายได้เสริมด้วยการทำสวนเกษตรแบบพอเพียง&amp;nbsp;เลี้ยงปลา&amp;nbsp;ปลูกผักริมรั้ว&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะปลากดุกที่เลี้ยงไว้บริเวณข้างบ้านอายุ&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือนครึ่ง&amp;nbsp;นำมาแปรรูปเป็นปลาดุกแดดเดียวขาย&amp;nbsp;พร้อมกับทำปลานิลแดดเดียวขายทางโลกออนไลน์&amp;nbsp;สามารถสร้างรายได้เสริมอีกทางหนึ่งโดยปลาดุกแดดเดียว&amp;nbsp;เลือกคัดสรรค์ปลาตัวที่ได้ขนาด&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;มาน๊อคเกลือก่อนทำการตัดหัวผ่าเอาตับไตไส้พุงออกล้างจนสะอาดแล้วหมักเกลือไว้ราว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ก่อนนำตากแดดในโรงเรือนที่สร้างไว้กันแมลงวัน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ก็สามารถนำมาซีลใส่ถุงสูญญากาศส่งขายตามออร์เดอร์ที่มีการสั่งผ่านมาทางเฟสบุ๊คส่วนตัว&amp;nbsp;หนังสาวววรณ&amp;nbsp;ศ.พร้อมน้อย&amp;nbsp;ในกิโลกรัมละ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้านนางเอกวีณา&amp;nbsp;หรือหนังสาววรรณ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ช่วงหยุดเล่นหนังทำให้รายได้แทบจะไม่มี&amp;nbsp;แต่ยังจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;จึงต้องสร้างรายได้เพิ่ม&amp;nbsp;และสร้างความพอเพียง&amp;nbsp;เลี้ยงปลาดุก&amp;nbsp;และปลานิล&amp;nbsp;นำมาแปรรูปส่งขายสร้างได้เลี้ยงครอบครัวอีกทางหนึ่ง&amp;nbsp;เพราะยังไม่รู้ว่าหนังตะลุงอีกกี่เดือนที่จะสามารถเล่นต่อได้ด้วยสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ที่ยังระบาดอยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;ซึ่งหากท่านใดสนใจอยากหาชื้อปลาดุกแดดเดียว&amp;nbsp;หรือปลานิลแดดเดียว&amp;nbsp;ในรสชาติที่น่าทาน&amp;nbsp;สร้างรายได้เพิ่มให้กับครอบครัวศิลปินนายหนังตะลุง&amp;nbsp;สามารถสั่งชื้อทางเฟชปุ๊คหนังสาววรรณ&amp;nbsp;ศ.พร้อมน้อย&amp;nbsp;หรือโทรสอบถามได้ที่&amp;nbsp;0954381969&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>31/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พัทลุง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531114021625</Link_News></row>
<row _id="231"><NewsTitle>ธนาคารกรุงไทย ออก 5 มาตรการ เร่งช่วยลูกค้าฝ่าวิกฤตโควิด-19  ตั้งเป้าความช่วยเหลือรวม 9 หมื่นล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเอกชัย&amp;nbsp;เตชะวิริยะกุล&amp;nbsp;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่&amp;nbsp;ธนาคารกรุงไทย&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ธนาคารฯ&amp;nbsp;ได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยเพิ่มเติม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;โดยคาดการณ์ช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อบุคคล&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระทางการเงินให้กับลูกค้าสินเชื่อรายย่อยที่ได้รับผลกระทบโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่&amp;nbsp;ซึ่งมาตรการดังกล่าวสำหรับลูกค้าสินเชื่อบุคคลที่มีสถานการณ์ชำระหนี้เป็นปกติ&amp;nbsp;หรือไม่ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยเกินกว่า&amp;nbsp;90&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;สินเชื่อที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;สินเชื่อ&amp;nbsp;Home&amp;nbsp;for&amp;nbsp;Cash&amp;nbsp;สินเชื่อกรุงไทยบ้านให้เงิน&amp;nbsp;(Home&amp;nbsp;Easy&amp;nbsp;Cash)&amp;nbsp;วงเงินกู้แบบมีกำหนดระยะเวลา&amp;nbsp;พักชำระเงินต้นและชำระดอกเบี้ยบางส่วน&amp;nbsp;สูงสุด&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;หรือขยายระยะเวลาโดยลดอัตราผ่อนชำระสูงสุด&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;หรือพักชำระเงินต้น&amp;nbsp;โดยชำระเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;,สินเชื่อส่วนบุคคล&amp;nbsp;วงเงินกู้แบบมีกำหนดระยะเวลา&amp;nbsp;ลดการผ่อนชำระค่างวดร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;นานสูงสุด&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;และสินเชื่อวงเงินกู้แบบหมุนเวียน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สินเชื่อกรุงไทยธนวัฏ&amp;nbsp;สินเชื่อกรุงไทยธนวัฏ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;ปรับเป็นวงเงินกู้แบบมีกำหนดระยะเวลานาน&amp;nbsp;48&amp;nbsp;งวด&amp;nbsp;หรือตามความสามารถในการชำระหนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ธนาคารได้ออกมาตรการฟื้นฟูธุรกิจ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มาตรการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประมาณการความช่วยเหลือรวมกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู&amp;nbsp;สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีแรก&amp;nbsp;ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ได้รับยกเว้นดอกเบี้ย&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนแรก&amp;nbsp;รวมทั้งได้รับการค้ำประกันสินเชื่อจากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม&amp;nbsp;(บสย.)&amp;nbsp;นานสูงสุด&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เปิดกว้างให้ลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่&amp;nbsp;ลูกค้าเดิมที่มีวงเงินไม่เกิน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ขอกู้ได้ไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ของวงเงินเดิมที่มีอยู่กับธนาคาร&amp;nbsp;สูงสุดไม่เกิน&amp;nbsp;150&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยมีวงเงินสินเชื่อกับธนาคารและสถาบันการเงินอื่น&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ขอกู้ได้ไม่เกิน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;(นับรวมวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินทุกแห่ง)&amp;nbsp;และมาตรการพักทรัพย์&amp;nbsp;พักหนี้&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจที่มีศักยภาพและมีทรัพย์สินเป็นหลักประกันให้สามารถลดภาระทางการเงินชั่วคราว&amp;nbsp;ในช่วงที่รอให้ธุรกิจฟื้นตัว&amp;nbsp;ด้วยวิธีการโอนทรัพย์ชําระหนี้และได้รับสิทธิซื้อทรัพย์คืนในอนาคต&amp;nbsp;ในราคาต้นทุนรับโอนบวกค่าธรรมเนียม&amp;nbsp;Carrying&amp;nbsp;Cost&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และบวกค่าใช้จ่ายในการดูแลทรัพย์ที่ธนาคารจ่ายตามจริง&amp;nbsp;หักค่าเช่าที่ลูกค้าชำระมาแล้ว&amp;nbsp;มาตรการนี้ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีค่าธรรมเนียมทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับการรับโอนและการโอนคืนกลับให้ลูกค้า&amp;nbsp;สําหรับลูกค้าที่มีความประสงค์โอนทรัพย์สินเพื่อชําระหนี้&amp;nbsp;ต้องมียอดสินเชื่อธุรกิจคงเหลือกับธนาคาร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ไม่เป็น&amp;nbsp;NPL&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;รวมทั้งทรัพย์สินที่โอนต้องเป็นหลักประกันกับธนาคารก่อน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่&amp;nbsp;ธนาคารกรุงไทย&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นอกจาก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มาตรการข้างต้นแล้ว&amp;nbsp;ธนาคารยังให้ความสำคัญกับการตอบโจทย์ลูกค้าธุรกิจ&amp;nbsp;ด้วยการเสริมสภาพคล่องให้คู่ค้าและพันธมิตรของลูกค้า&amp;nbsp;โดยออกมาตรการเสริมสภาพคล่องเพื่อสนับสนุนให้คู่ค้าของสยามพิวรรธน์&amp;nbsp;และเดอะมอลล์&amp;nbsp;กรุ๊ป&amp;nbsp;เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;และพันธมิตรทุกกลุ่มสามารถประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิด-19&amp;nbsp;ธนาคารให้ความช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่มมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สิ้น&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีสินเชื่อที่ธนาคารให้ความช่วยเหลือตามมาตรการธนาคารแห่งประเทศไทยกว่า&amp;nbsp;1.3&amp;nbsp;แสนล้านบาท&amp;nbsp;โดยเป็นลูกค้าบุคคลกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;ลูกค้าธุรกิจและ&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;9&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;สำหรับลูกค้าบุคคลที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการได้จนถึง&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ผ่านเว็บไซต์ของธนาคารกรุงไทย&amp;nbsp;หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>31/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531125255683</Link_News></row>
<row _id="232"><NewsTitle>ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน เดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเศรษฐพุฒิ&amp;nbsp;สุทธิวาทนฤพุฒิ&amp;nbsp;ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธปท.)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยภายในงานสัมมนาออนไลน์&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;"ประสานพลังคู่ค้า&amp;nbsp;เดินหน้าฟื้นฟูธุรกิจ"&amp;nbsp;จัดโดย&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เดอะมอลล์&amp;nbsp;กรุ๊ป&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;สถาบันการเงินชั้นนำ&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือกลุ่ม&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คู่ค้า&amp;nbsp;ให้เข้าถึงสินเชื่อและบริการของสถาบันการเงินได้มากขึ้น&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;จากมาตรการช่วยเหลือ&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;ในช่วงที่ผ่านมาเห็นว่ายังไม่เพียงพอ&amp;nbsp;ภาครัฐจึงยกระดับความเข้มข้นของมาตรการเพื่อให้ช่วยเหลือธุรกิจ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;ให้มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ธปท.&amp;nbsp;จึงร่วมกับกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ออกมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูสำหรับผู้ประกอบธุรกิจ&amp;nbsp;โดยได้ปลดล็อกข้อจำกัดของ&amp;nbsp;พ.ร.ก.&amp;nbsp;soft&amp;nbsp;loan&amp;nbsp;เดิม&amp;nbsp;ให้ลูกหนี้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น&amp;nbsp;คือการขยายขอบเขตของลูกหนี้ให้รวมผู้ที่ไม่เคยมีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินมาก่อน&amp;nbsp;ขยายเวลาการให้ความช่วยเหลือให้ยาวขึ้น&amp;nbsp;จากเดิม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ให้สอดคล้องกับการที่ธุรกิจต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว&amp;nbsp;ขยายวงเงินให้เพียงพอรองรับความต้องการของลูกหนี้&amp;nbsp;จากเดิมที่ร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ของยอดคงค้างสินเชื่อที่เบิกใช้ในปัจจุบัน&amp;nbsp;เป็นร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ของวงเงินสินเชื่อ&amp;nbsp;กำหนดอัตราดอกเบี้ยให้เหมาะสมและเอื้อต่อการปล่อยสินเชื่อ&amp;nbsp;แต่เฉลี่ยแล้วต้องไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;โดยดอกเบี้ยในช่วง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีแรกจะอยู่ที่ร้อยละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;และลูกหนี้จะได้รับยกเว้นค่าดอกเบี้ยในช่วง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนแรก&amp;nbsp;เพิ่มกลไกค้ำประกันโดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม&amp;nbsp;(บสย.)&amp;nbsp;และเพิ่มสัดส่วนการค้ำประกันความเสียหายของกลไกดังกล่าว&amp;nbsp;จากปกติที่ร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เป็นร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ของความเสียหายที่จะเกิดขึ้น&amp;nbsp;โดยออกแบบให้กลุ่ม&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;รายเล็ก&amp;nbsp;ได้รับการค้ำประกันในสัดส่วนที่สูงกว่ากลุ่มอื่น&amp;nbsp;เนื่องจากส่วนใหญ่มีสภาพคล่องไม่มากหรือมีสายป่านสั้น&amp;nbsp;และต้องใช้ระยะเวลานานในการฟื้นตัว&amp;nbsp;โดยผู้ประกอบการที่มีความสนใจรับความช่วยเหลือจากมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูนี้&amp;nbsp;สามารถติดต่อสถาบันการเงินที่เป็นลูกค้าอยู่ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แม้จะขยายเงื่อนไขของความช่วยเหลือในมาตรการให้ครอบคลุมขึ้นแล้ว&amp;nbsp;แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการบริหารจัดการมาตรการ&amp;nbsp;และการให้ลูกหนี้เข้าถึงมาตรการได้มากขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมามีข้อจำกัดที่ทำให้&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;หลายรายไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ธุรกิจ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;มีความเสี่ยงในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนสูง&amp;nbsp;สถาบันการเงินประเมินความเสี่ยงของ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;ได้ยาก&amp;nbsp;เพราะขาดข้อมูลและยังขาดคนกลางที่จะช่วยชี้เป้า&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;ที่มีศักยภาพและจะกลับมาฟื้นตัวได้&amp;nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างตรงจุด&amp;nbsp;เมื่อมองไปข้างหน้าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะต้องใช้เวลา&amp;nbsp;ทำให้ต้องเร่งแก้ปัญหาเรื่องสภาพคล่องของ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;ไม่ให้ลุกลามไปกว่านี้&amp;nbsp;ซึ่งทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ภาคส่วน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ภาครัฐ&amp;nbsp;สถาบันการเงิน&amp;nbsp;ผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;ต้องทำงานร่วมกันและยกระดับบทบาทในการช่วยให้&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;ได้รับสภาพคล่องอย่างทันการณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>31/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531133602707</Link_News></row>
<row _id="233"><NewsTitle>มอบวัสดุ-อุปกรณ์กลุ่มแม่บ้านป่าหวังนอกยะลาลดผลกระทบช่วงโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นพค.42&amp;nbsp;มอบวัสดุ-อุปกรณ์&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;กลุ่มแม่บ้านป่าหวังนอกยะลาลดผลกระทบช่วงโควิด-19&amp;nbsp;ขณะ&amp;nbsp;กลุ่มแม่บ้าน&amp;nbsp;เตรียมต่อยอดแปรรูปผลผลิตเพิ่มรายได้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(31&amp;nbsp;พ.ค&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;แม่บ้านป่าหวังนอก&amp;nbsp;ม.11&amp;nbsp;ต.บันนังสตา&amp;nbsp;อ.บันนังสตาจ.ยะลา&amp;nbsp;หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&amp;nbsp;42&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&amp;nbsp;ได้จัดพิธีส่งมอบ&amp;nbsp;วัสดุ-อุปกรณ์&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตตามโครงการ&amp;nbsp;พัฒนาและช่วยเหลือประชาชนปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านป่าหวังนอก&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;พันเอกรณชัย&amp;nbsp;เวียงวงษ์&amp;nbsp;ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&amp;nbsp;42ฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;ร่วมกับกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับการส่งมอบวัสดุอุปกรณ์ครั้งนี้&amp;nbsp;พันเอกรณชัย&amp;nbsp;เวียงวงษ์&amp;nbsp;ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&amp;nbsp;42&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;รัฐบาลโดย&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีความห่วงใยพี่น้องกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ที่ประสบกับปัญหาทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19&amp;nbsp;อยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;จึงได้มีดำริให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดดำเนินการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;พล.อ.นเรนทร์&amp;nbsp;ศิริภูบาล&amp;nbsp;ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&amp;nbsp;ได้อนุมัติให้หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&amp;nbsp;42&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จัดชุดพัฒนาคุณภาพชีวิตเข้าให้ความช่วยเหลือพี่น้องกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;แม่บ้านป่าหวังนอก&amp;nbsp;โดยมอบวัสดุ-อุปกรณ์ให้แก่ทางกลุ่ม&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้จากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรให้มีมูลค่าเพิ่มมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;และสามารถผลิตได้ทั้งตลอดปี&amp;nbsp;ตลอดจนขยายการตลาด&amp;nbsp;ต่อยอดทางความรู้พัฒนาทักษะให้ก้าวหน้าได้ผลต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทางกลุ่มฯ&amp;nbsp;ได้ขอบคุณทาง&amp;nbsp;นพค.42&amp;nbsp;ที่ได้มอบตู้แช่&amp;nbsp;เครื่องซีล&amp;nbsp;เตาแก๊สให้กับทางกลุ่ม&amp;nbsp;ซึ่งของเดิมใช้มาเป็นระยะเวลานานกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ทำให้ประสิทธิภาพในการผลิตได้น้อย&amp;nbsp;หลังจากนี้ก็จะนำอุปกรณ์เหล่านี้ไปต่อยอด&amp;nbsp;ทำกล้วยฉาบ&amp;nbsp;และผลไม้แปรรูปตามฤดูกาลจำหน่ายต่อไป&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับทางกลุ่มจากเดิมซึ่งมีสมาชิก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;หลังจากแบ่งเข้ากลุ่มแล้ว&amp;nbsp;จะมีรายได้คนละประมาณ&amp;nbsp;200-300&amp;nbsp;บาทต่อวัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>31/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531164535822</Link_News></row>
<row _id="234"><NewsTitle>กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดเสวนาออนไลน์ ขนส่งผลไม้ไปจีนที่นี่มีคำตอบ ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมเด็จ&amp;nbsp;สุสมบูรณ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ปัจจุบันการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศมีบทบาทสำคัญต่อการส่งออก&amp;nbsp;และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สนับสนุน&amp;nbsp;และเพิ่มโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อลดผลกระทบบต่อผู้ส่งออกผลไม้/สินค้าเกษตรที่เกิดจากความล่าช้า&amp;nbsp;โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลส่งออกผลไม้ไทย&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้สั่งการให้เร่งประสานงานแก้ไขปัญหาและเตรียมความพร้อมเพื่อให้การส่งสินค้าข้ามแดนไปยังประเทศจีนคล่องตัวและสะดวกยิ่งขึ้น&amp;nbsp;กรมฯจึงได้จัดงานเสวนาออนไลน์&amp;nbsp;ขนส่งผลไม้ไปจีน...ที่นี่มีคำตอบ&amp;nbsp;เพื่อให้ความรู้ด้านเส้นทาง&amp;nbsp;มาตรการและกฎระเบียบในการขนส่งผลไม้ทางบกในยุคโควิด-19&amp;nbsp;มีตลาดเป้าหมายได้แก่&amp;nbsp;ประเทศจีน&amp;nbsp;และอาเซียน&amp;nbsp;โดยการเสวนาครั้งนี้&amp;nbsp;ได้เชิญวิทยากรที่อยู่ในพื้นที่ประเทศเป้าหมายและประเทศที่อยู่ในเส้นทางขนส่งมาร่วมให้ความรู้และอัพเดตสถานการณ์&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ทูตพาณิชย์และทูตเกษตรจากภูมิภาคจีนทูตพาณิชย์จาก&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;และทูตพาณิชย์เวียดนาม&amp;nbsp;พร้อมผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์การค้าระหว่างประเทศของไทยมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้านการขนส่งสินค้าเกษตรสู่ประเทศจีนทางบก&amp;nbsp;โดยคาดหวังว่สการตีดกอจกรรมเสวนาครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ส่งออกไทยที่จะใบ้เป็นโอกาสขยายกาาค้าในต่างต่างประเทศ&amp;nbsp;เพื่อผลักดะนให้การส่งออกปีนี้เติบโตได้ตามเป้าหมาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>31/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531185740915</Link_News></row>
<row _id="235"><NewsTitle>พาณิชย์ลำปาง นำทีมคณะทำงานฯ ตรวจสอบสต็อกมันสำปะหลังตามโครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกมันสำปะหลัง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบสต็อกมันสำปะหลัง&amp;nbsp;ตามโครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกมันสำปะหลัง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2563/64&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;มอบหมายเจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;นำทีมคณะทำงานฯ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ผู้แทนเกษตรจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ผู้แทน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ผู้แทนสำนักงานชั่งตวงวัด&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;ลำปาง&amp;nbsp;ผู้แทนธนาคารกสิกรไทย&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกมันสำปะหลังของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;(ประจำเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;จิรชัย&amp;nbsp;โปรดิวส์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;อ.วังเหนือ&amp;nbsp;จ.ลำปาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผลการตรวจสอบพบว่าผู้ประกอบการมีการดำรงสต็อกมันสำปะหลัง&amp;nbsp;ครอบคลุมมูลค่าตามตั๋วสัญญาใช้เงิน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;4,500,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของโครงการฯ&amp;nbsp;อย่างครบถ้วน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>31/5/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531164042814</Link_News></row>
<row _id="236"><NewsTitle>กรมท่าอากาศยาน ดำเนินการส่งบุคลากรทั้งส่วนภลางและส่วนภูมิภาคเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 สร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอภิรัฐ&amp;nbsp;ไชยวงศ์น้อย&amp;nbsp;อธิบดีกรมท่าอากาศยาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมท่าอากาศยานจัดบุคลากรส่วนกลาง&amp;nbsp;เข้ารับการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;เข็มที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ในระหว่างวัน&amp;nbsp;29&amp;nbsp;&amp;nbsp;31&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ&amp;nbsp;ซึ่งให้บุคลากรด่านหน้าสังกัดกระทรวงคมนาคมทุกคน&amp;nbsp;ได้รับการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;และให้เกิดความปลอดภัยในระบบขนส่งสาธารณะ&amp;nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;แม้บุคลากรที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว&amp;nbsp;ยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;โดยยึดหลัก&amp;nbsp;D-M&amp;nbsp;-H-T-T-&amp;nbsp;A&amp;nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;โดยการรักษาระยะห่าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&amp;nbsp;หมั่นล้างมือบ่อยๆ&amp;nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิทุกครั้งก่อนเข้าที่ทำงาน&amp;nbsp;หากพบว่ามีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ต้องตรวจหาเชื้อทันที&amp;nbsp;&amp;nbsp;และการใช้แอพพลิเคชั่นไทยชนะ&amp;nbsp;และหมอชนะควบคู่ทุกครั้ง&amp;nbsp;สำหรับบริเวณอาคารสำนักงานของกรมท่าอากาศยาน&amp;nbsp;จะมีการดำเนินการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัส&amp;nbsp;COVID&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ทุกวันศุกร์หลังเวลาราชการ&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เสริมความเชื่อมั่นและเสริมความปลอดภัยในสุขอนามัยของบุคลากรทุกคน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเจ้าหน้าที่ของท่าอากาศยานที่อยู่ในความดูแลของ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมท่าอากาศยานทุกแห่ง&amp;nbsp;จะได้รับการจัดสรรวัคซีนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด&amp;nbsp;และทยอยรับการฉีดวัคซีนเพื่อให้ครบตามจำนวน&amp;nbsp;และยังคงเน้นย้ำให้ท่าอากาศยานทุกแห่งปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการมั่นใจว่าท่าอากาศยาน&amp;nbsp;ทุกแห่งของ&amp;nbsp;ทย.&amp;nbsp;ปลอดภัยจากเชื้อโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>31/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531185638914</Link_News></row>
<row _id="237"><NewsTitle>โฆษกคลัง ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารโครงการช่วยเหลือประชาชน จากช่องทางการสื่อสารที่เป็นทางการ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวกุลยา&amp;nbsp;ตันติเตมิท&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ขอเตือนประชาชนระมัดระวังข่าวปลอมที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับโครงการให้ความช่วยเหลือประชาชนของรัฐบาลที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โครงการเราชนะและโครงการคนละครึ่ง&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ในลักษณะข้อความสั้น&amp;nbsp;(SMS)&amp;nbsp;หรือข้อมูลที่มีการส่งต่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่อาจคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง&amp;nbsp;หรืออาจสร้างความสับสนแก่ประชาชน&amp;nbsp;โดยขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารของโครงการให้ความช่วยเหลือประชาชนภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;จากช่องทางการสื่อสารที่เป็นทางการของกระทรวงการคลัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โฆษกกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการเราชนะด้วยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ล่าสุด&amp;nbsp;ประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;13.7&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;96,377&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชันเป๋าตังในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง&amp;nbsp;และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์&amp;nbsp;www.เราชนะ.com&amp;nbsp;ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;17.0&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;และมีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสม&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;139,974&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2.4&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;มียอดใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;19,165&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ทำให้มีมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า&amp;nbsp;255,516&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;จำนวนทั้งสิ้นมากกว่า&amp;nbsp;1.3&amp;nbsp;ล้านกิจการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>31/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531184600905</Link_News></row>
<row _id="238"><NewsTitle>ภูเก็ต หารือภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการที่พัก สถานบริการ และผู้ประกอบการขนส่ง เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดจังหวัดตามแผน Sandbox ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;(31&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;ที่อาคารคอซิมบี้&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;วิกรม&amp;nbsp;จากที่&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เป็นประธานในการประชุมหารือและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องด้านท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;โดยมีการหารือเป็นกลุ่มต่างๆ&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคของจังหวัด&amp;nbsp;โดยเวทีแรกเป็นของผู้ประกอบการโรงแรม&amp;nbsp;ที่พัก&amp;nbsp;สถานบริการ&amp;nbsp;เวทีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เป็นเวทีของผู้ประกอบการสถานบริการ&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;และเวทีสุดท้าย&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ผู้ประกอบการขนส่ง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เวทีได้มีการหารือร่วมกันและเป็นการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการถึงความต้องการ&amp;nbsp;ปัญหา&amp;nbsp;อุปสรรค&amp;nbsp;และข้อเสนอแนะในการเตรียมความพร้อมเปิดจังหวัด&amp;nbsp;ตามแผน&amp;nbsp;Phuket&amp;nbsp;Sandbox&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ซึ่งทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เวที&amp;nbsp;มีการเสนอให้ผู้ประกอบการนำพนักงานฉีดวัคซีนให้ครบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;เกินร้อยละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ซึ่งทางจังหวัดได้สำรวจผู้ประกอบการที่ยังมีพนักงานตกค้างไม่ได้รับการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;รวบรวมรายชื่อเพิ่มจัดหาแนวทางการฉีดวัคซีนให้ครบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็มก่อนวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สำหรับในส่วนของชาวต่างชาติที่ทำงานและอาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ตซึ่งทางจังหวัดได้ทำการสำรวจพร้อมจัดให้ขึ้นทะเบียนรับการฉีดวัคซีนแล้วกว่า&amp;nbsp;5,500&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความพร้อมสูงสุดก่อนการเปิดจังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายก้องศักดิ์&amp;nbsp;คู่พงศกร&amp;nbsp;นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การขับเคลื่อนแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต(Phuket&amp;nbsp;Sandbox)&amp;nbsp;คือการทดลองเปิดรับนักท่องเที่ยวหากประสบความสำเร็จจะได้ขยายต่อไปยังพื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศไทย&amp;nbsp;ทั้งนี้ในส่วนของสถานประกอบการโรงแรมในจังหวัดภูเก็ตขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมเพื่อเป็นเจ้าบ้านที่ดีทั้งด้านการบริการ&amp;nbsp;และได้&amp;nbsp;กำหนดจัดอบรมด้านภาษาให้แก่พนักงานโรงแรม&amp;nbsp;โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือโรงแรมที่จะเปิดให้บริการต้องปฏิบัติตามมาตรการ&amp;nbsp;New&amp;nbsp;normal&amp;nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขโดยเคร่งครัด&amp;nbsp;เพื่อให้การป้องกันและควบคุมโรคมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ทั้งนี้ในส่วนของการให้โรงแรมจัดทำข้อมูลนักท่องเที่ยวเพื่อรายงานศูนย์&amp;nbsp;EOC&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;อยากจะให้จังหวัดได้ปรับปรุงนำเทคโนโลยีมาใช้&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="WWW.GOPHUGET.COM"&amp;nbsp;target="_blank"&gt;WWW.GOPHUGET.COM&lt;/a&gt;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;แอปพลิเคชัน&amp;nbsp;ThailandPlus&amp;nbsp;ก่อนการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย&amp;nbsp;โดยผู้เดินทางจะต้องแสดงแอปพลิเคชั่น&amp;nbsp;ThailandPlus&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ร่วมกับเอกสารหลักฐานอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในการเข้าราชอาณาจักรไทยด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนทางด้าน&amp;nbsp;ชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตองได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;นายวีรวิชญ์&amp;nbsp;เครือสมบัติ&amp;nbsp;ประธาน&amp;nbsp;ชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง&amp;nbsp;เพื่อขอให้พิจารณาการเปิดปิดสถานบันเทิง&amp;nbsp;พร้อมยื่นข้อกำหนดแนวทางในการปฏิบัติของสถานบันเทิงในการเตรียมพร้อมเปิดให้บริการประกอบด้วย&amp;nbsp;ได้มีการจัดเตรียมการทำการฆ่าเชื้อในสถานบันเทิงและสถานที่โดยรอบเพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดสถานบันเทิงและสถานประกอบการต่างๆ&amp;nbsp;กำหนดให้มีการตรวจคัดกรองโรคทางเข้าทุกช่องทางของสถานบันเทิงและสถานประกอบการ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การตรวจคัดกรองโรคทางฝั่งขาเข้าป่าตองและฝั่งทางเข้าจากห้างจังซีลอนของถนนบางลา&amp;nbsp;รวมถึงพนักงานที่ปฏิบัติงานต้องมีการฉีดวัคซีนครบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็มจึงจะปฏิบัติงานในสถานที่ต่างๆ&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;และพร้อมให้ความร่วมมือกับทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ในการกำหนดแนวทางการปฏิบัติตามความเหมาะสมต่อไป&amp;nbsp;ทั้งนี้ทางผู้ประกอบการทุกกลุ่มพร้อมให้ความร่วมมือกับทางจังหวัดในทุกๆ&amp;nbsp;เรื่องเพื่อรับการเปิดจังหวัด&amp;nbsp;ตามแผน&amp;nbsp;Phuket&amp;nbsp;Sandbox&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>31/5/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531183811902</Link_News></row>
<row _id="239"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี ย้ำความร่วมมือ ปตท. กับฟอกซ์คอนน์ เป็นก้าวสําคัญสร้างความแข็งแกร่งให้ประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางผลิตยานยนต์ไฟฟ้า</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการลงทุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย&amp;nbsp;ระหว่าง&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;Hon&amp;nbsp;Hai&amp;nbsp;Precision&amp;nbsp;Industry&amp;nbsp;Co.,&amp;nbsp;Ltd.&amp;nbsp;(Foxconn&amp;nbsp;Technology&amp;nbsp;Group)&amp;nbsp;ในรูปแบบเสมือนจริง&amp;nbsp;(Virtual&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;Signing&amp;nbsp;Ceremony)&amp;nbsp;จัดขึ้น&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;ประเทศไทย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;กรุงไทเป&amp;nbsp;ไต้หวัน&amp;nbsp;เพื่อศึกษาโอกาสการพัฒนาฐานการผลิตยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย&amp;nbsp;/ผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่&amp;nbsp;ส่งเสริมความเติบโตและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน&amp;nbsp;โดยมีนายสุพัฒน์พงษ์&amp;nbsp;พันธ์มีเชาว์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลขาธิการนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แสดงความยินดีในความร่วมมือระหว่าง&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;จํากัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;และฟอกซ์คอนน์&amp;nbsp;เทคโนโลยี&amp;nbsp;กรุ๊ป&amp;nbsp;(Foxconn&amp;nbsp;Technology&amp;nbsp;Group)&amp;nbsp;โดยไทยมีนโยบายและกำหนดทิศทางยกระดับให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า&amp;nbsp;เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายด้วยรักษาและต่อยอดความเป็นผู้นําของฐานการผลิตยานยนต์เพื่อการส่งออกในภูมิภาค&amp;nbsp;ที่ผ่านมาได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ&amp;nbsp;โดยตั้งเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าจะเติบโตเป็น&amp;nbsp;30%&amp;nbsp;ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในประเทศภายในปี&amp;nbsp;ค.ศ.2030&amp;nbsp;(พ.ศ.&amp;nbsp;2573)&amp;nbsp;เท่ากับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าประมาณ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;แสนคันต่อปี&amp;nbsp;ยํ้าจุดยืนของประเทศไทยที่จะเป็นศูนย์กลางการลงทุนยานยนต์ไฟฟ้าสําคัญของอาเซียนและส่งผลให้ประเทศบรรลุเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ยืนยันส่งเสริมระบบนิเวศอื่นๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่จะเกื้อหนุนให้การใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในประเทศตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง&amp;nbsp;รองรับการดำเนินงานด้านยานยนต์ไฟฟ้าให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;ผลักดันผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ&amp;nbsp;ประเทศไทยในฐานะเป็นฐานการผลิตรถยนต์ชั้นนําในอาเซียนแล้ว&amp;nbsp;ยังอยู่ใน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;อันดับแรกของฐานการผลิตรถยนต์ระดับโลก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในตอนท้าย&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ขอให้การดำเนินงานนี้ประสบผลสําเร็จ&amp;nbsp;เชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสําคัญ&amp;nbsp;ของเศรษฐกิจ&amp;nbsp;นวัตกรรมและสิ่งแวดล้อมที่ดียิงขึ้นได้ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดร.ทศพร&amp;nbsp;ศิริสัมพันธ์&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการ&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ตั้งเป้าหมายที่จะจัดตั้งแพลตฟอร์มการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและให้คนไทยเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำกว่าและมีความยั่งยืนในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านผู้บริหาร&amp;nbsp;Foxconn&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ความร่วมมือในครั้งนี้ว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าหรือผู้ที่สนใจทั่วโลก&amp;nbsp;ได้เชื่อมต่อสังคมแห่งการเดินทางด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ&amp;nbsp;พร้อมมุ่งหวังที่จะเห็นประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำระดับโลกในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>31/5/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531184819908</Link_News></row>
<row _id="240"><NewsTitle>จ.นครพนม เตรียม Kick off จุดจำหน่ายสินค้าเกษตร บรรเทาความเดือดร้อนสินค้าเกษตรตกต่ำ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายปัญญา&amp;nbsp;สัมพะวงศ์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั่วประเทศ&amp;nbsp;รวมถึงเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ที่ไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรได้&amp;nbsp;มีผลผลิตตกค้างเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;จังหวัดได้จัดพื้นที่ให้เกษตรกรจำหน่ายสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ในราคาต่ำกว่าท้องตลาด&amp;nbsp;บริเวณหน้าองค์การบริการส่วนตำบลคำพี้&amp;nbsp;ตำบลคำพี้&amp;nbsp;อำเภอนาแก&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปช่วยซื้อผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรในจังหวัดนครพนมที่ได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;0-4251-3334-5&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>31/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531193742929</Link_News></row>
<row _id="241"><NewsTitle>จ.ศรีสะเกษถ่ายทำคลิปวีดีโอเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;14.00&amp;nbsp;-&amp;nbsp;16.30&amp;nbsp;น.ณ&amp;nbsp;สวนทุเรียนอิงธารออร์แกนิค&amp;nbsp;บ้านซำตารมย์&amp;nbsp;ตำบลตระกาจ&amp;nbsp;อำเภอกันทรลักษ์&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ร่วมถ่ายทำคลิปวีดีโอเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;ในกิจกรรมเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;แบบ&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;ตอน&amp;nbsp;ทุเรียนภูเขาไฟ...อยู่ไหนก็ได้กิน&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;พร้อมทั้งการประชาสัมพันธ์การขายออนไลน์&amp;nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างความเข้มแข็งและมั่นคงให้แก่กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;และคนในชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำหรับประชาชนผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสั่งซื้อทุเรียนภูเขาไฟออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์&amp;nbsp;WWW.LAVADURIAN.COM&amp;nbsp;โดยสามารถเลือกร้าน&amp;nbsp;เลือกสวน&amp;nbsp;เลือกเกรด&amp;nbsp;เลือกสายพันธุ์&amp;nbsp;สั่งซื้อตามขั้นตอน&amp;nbsp;และรอรับทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษถึงที่หน้าบ้านได้อย่างสะดวกสบาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางสาววาสนา&amp;nbsp;อยู่ดี&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;นางสาววรรณา&amp;nbsp;บุดดีสิงห์ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายสุพิชัย&amp;nbsp;หล่าสกุล&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;น.ส.ธมลวรรณ&amp;nbsp;เจริญวงศ์พิสิฐ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&amp;nbsp;ททท.&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;นางวาสิตา&amp;nbsp;น้อยพรหม&amp;nbsp;นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนนายอำเภอกันทรลักษ์&amp;nbsp;เกษตรอำเภอกันทรลักษ์&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกรชาวสวน&amp;nbsp;และผู้เกี่ยวข้องร่วมในกิจกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>31/5/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210601095329023</Link_News></row>
<row _id="242"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="243"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="244"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="245"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="246"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="247"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="248"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="249"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="250"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="251"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="252"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="253"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="254"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="255"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="256"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="257"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="258"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="259"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="260"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="261"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="262"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="263"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="264"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="265"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="266"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="267"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="268"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="269"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="270"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="271"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="272"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="273"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="274"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="275"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="276"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="277"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="278"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="279"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="280"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="281"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="282"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="283"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="284"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="285"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="286"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="287"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="288"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="289"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="290"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="291"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="292"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="293"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="294"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="295"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="296"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="297"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="298"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="299"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="300"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="301"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="302"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="303"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="304"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="305"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="306"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="307"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="308"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="309"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="310"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="311"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="312"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="313"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="314"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="315"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="316"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="317"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="318"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="319"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="320"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="321"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="322"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="323"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="324"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="325"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="326"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="327"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="328"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="329"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="330"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="331"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="332"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="333"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="334"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="335"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="336"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="337"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="338"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="339"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="340"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="341"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="342"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="343"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="344"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="345"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="346"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="347"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="348"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="349"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="350"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="351"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="352"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="353"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="354"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="355"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="356"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="357"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="358"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="359"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="360"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="361"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="362"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="363"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="364"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="365"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="366"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="367"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="368"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="369"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="370"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="371"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="372"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="373"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="374"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="375"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="376"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="377"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="378"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="379"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="380"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="381"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="382"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="383"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="384"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="385"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="386"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="387"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="388"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="389"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="390"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="391"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="392"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="393"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="394"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="395"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="396"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="397"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="398"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="399"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="400"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="401"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="402"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="403"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="404"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="405"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="406"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="407"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="408"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="409"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="410"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="411"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="412"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="413"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="414"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="415"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="416"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="417"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="418"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="419"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="420"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="421"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="422"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="423"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="424"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="425"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="426"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="427"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="428"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="429"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="430"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="431"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="432"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="433"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="434"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="435"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="436"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="437"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="438"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="439"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="440"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="441"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="442"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="443"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="444"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="445"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="446"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="447"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="448"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="449"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="450"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="451"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="452"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="453"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="454"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="455"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="456"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="457"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="458"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="459"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="460"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="461"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="462"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="463"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="464"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="465"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="466"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="467"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="468"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="469"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="470"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="471"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="472"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="473"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="474"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="475"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="476"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="477"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="478"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="479"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="480"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="481"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="482"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="483"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="484"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="485"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="486"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="487"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="488"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="489"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="490"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="491"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="492"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="493"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="494"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="495"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="496"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="497"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="498"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="499"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="500"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="501"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="502"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="503"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="504"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="505"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="506"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="507"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="508"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="509"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="510"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="511"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="512"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="513"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="514"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="515"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="516"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="517"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="518"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="519"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="520"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="521"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="522"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="523"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="524"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="525"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="526"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="527"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="528"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="529"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="530"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="531"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="532"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="533"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="534"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="535"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="536"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="537"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="538"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="539"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="540"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="541"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="542"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="543"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="544"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="545"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="546"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="547"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="548"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="549"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="550"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="551"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="552"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="553"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="554"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="555"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="556"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="557"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="558"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="559"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="560"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="561"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="562"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="563"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="564"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="565"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="566"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="567"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="568"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="569"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="570"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="571"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="572"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="573"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="574"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="575"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="576"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="577"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="578"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="579"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="580"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="581"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="582"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="583"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="584"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="585"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="586"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="587"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="588"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="589"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="590"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="591"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="592"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="593"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="594"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="595"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="596"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="597"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="598"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="599"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="600"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="601"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="602"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
</data>
