﻿_id	NewsTitle	NT01_NewsDesc	NewsDate	Region	Province	Department	Link_News
1	ระดับน้ำ ในแม่น้ำปัตตานีลดลง เข้าสู่ภาวะปกติ น้ำท่วมยะลาคลี่คลาย	<p><strong>ระดับน้ำ&nbsp;ในแม่น้ำปัตตานีลดลง&nbsp;เข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;</strong>ชาวบ้านเริ่มทำความสะอาดบ้าน&nbsp;หลังน้ำท่วมยะลา&nbsp;คลี่คลายขณะบางส่วนยังต้องรอน้ำขังลด</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;สถานการณ์น้ำท่วม&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;หลังไม่มีฝนตกในพื้นที่</strong>&nbsp;ทำให้&nbsp;ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีลดลง&nbsp;เข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยทุกพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมขัง&nbsp;ถนนหลายสายที่ถูกตัดขาด&nbsp;บ้านเรือน&nbsp;รวมถึงพืชผลทางการเกษตร&nbsp;ที่ถูกน้ำท่วม&nbsp;&nbsp;น้ำเริ่มลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ขณะที่&nbsp;ประชาชนตามบ้านเรือนต่างๆในพื้นที่&nbsp;ท่าสาป&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;ซึ่งได้เกิดน้ำท่วมขังมา&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;ได้เริ่มทำความสะอาด&nbsp;ล้างบ้านแล้ว</p><p><strong>ขณะที่ในส่วนบ้านเรือนที่ยังมีน้ำขังที่อาศัยนอนบนถนน</strong>ในพื้นที่&nbsp;ต.ท่าสาป&nbsp;ต้องรอน้ำลดอีก&nbsp;วันสองวัน&nbsp;ถึงจะเริ่มทยอยกลับเข้าบ้าน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งหากไม่มีสถานการณ์ฝน&nbsp;&nbsp;น้ำท่วม&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ก็จะคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติในไม่กี่วันข้างหน้า&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของทางเขื่อนบางลาง&nbsp;ยะลา&nbsp;&nbsp;ได้ออกมายืนยันว่าในระหว่างวันที่&nbsp;24&nbsp;&nbsp;27&nbsp;</strong>กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งได้เกิดสถานการณ์น้ำท่วม&nbsp;บ้านเรือนพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ท้ายเขื่อนได้รับความเสียหาย&nbsp;นั้น&nbsp;ทางเขื่อนบางลางไม่มีการปล่อยน้ำ&nbsp;แต่อย่างใด&nbsp;โดยทางเขื่อนจะระบายน้ำ&nbsp;เมื่อสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลายพื้นที่ท้ายน้ำเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;เท่านั้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301080936007
2	ยังคงมีน้ำท่วมขังบริเวณที่ลุ่มริมทะเลสาบ 2 อำเภอ เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวรชายแดนที่ 434 พัทลุง ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้าน	<p><strong>แม้ว่าฝนจะหยุดตกในพื้นที่จังหวัดพัทลุงแล้วก็ตาม</strong>&nbsp;ท่วมขังบริเวณที่ราบลุ่มริมทะเลสาบ&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอเขาชัยสน&nbsp;และอำเภอควนขนุน&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่&nbsp;ตำบลหานโพธิ์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;บ้านไสอ้อย&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวรชายแดนที่&nbsp;434&nbsp;พัทลุง&nbsp;ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้าน</p><p><strong>จากสถานการณ์ฝนตกหนักติดต่อกันในพื้นที่จังหวัดพัทลุง</strong>&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;25-28&nbsp;ก.พ.65&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง&nbsp;ทำให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดพัทลุง&nbsp;สรุปสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;คืออำเภอควนขนุน&nbsp;อำเภอกงหรา&nbsp;อำเภอบางแก้ว&nbsp;อำเภอเขาชัยสน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;และอำเภอปากพะยูน&nbsp;รวม&nbsp;28&nbsp;ตำบล&nbsp;123&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวน&nbsp;576&nbsp;ครัวเรือน</p><p><strong>ขณะที่วันนี้&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่จังหวัดพัทลุง</strong>&nbsp;ยังพบว่ามีน้ำท่วมขังบริเวณที่ราบลุ่มริมทะเลสาบ&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอเขาชัยสน&nbsp;และอำเภอควนขนุน&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลหานโพธิ์&nbsp;ตรงหมู่ที่&nbsp;9&nbsp;บ้านไสอ้อย&nbsp;ระดับน้ำจากตำบลนาโหนด&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;หลากสมทบเพิ่มทำให้บ้านเรือนประชาชน&nbsp;เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านระดับน้ำท่วมสูง&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;พ.ต.ต.ยศพนธ์&nbsp;แก้วเส้ง&nbsp;ผบ.ร้อย&nbsp;ตชด.ที่&nbsp;434&nbsp;พัทลุง&nbsp;</strong>พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;ตชด.&nbsp;ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลหานโพธิ์&nbsp;ช่วยอพยพสิ่งของขึ้นที่สูง&nbsp;พร้อมนำน้ำดื่มจำนวนหนึ่ง&nbsp;และยาเวชภัณฑ์&nbsp;มอบให้ชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เดินลุยน้ำที่ท่วมขัง&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;ทำให้น้ำกัดเท้า&nbsp;ต้องนั่งอยู่ภายในบ้าน&nbsp;เพราะบริเวณโดยรอบมีน้ำท่วมสูง&nbsp;ส่วนนาข้าวที่กำลังรอการเก็บเกี่ยวในพื้นที่ดังกล่าวยังจมอยู่ใต้น้ำหลายร้อยไร่</p><p><strong>ขณะที่ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง&nbsp;</strong>ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของอำเภอที่เกิดอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;หลังน้ำลดเร่งสำรวจความเสียหาย&nbsp;เพื่อช่วยเหลือและเยี่ยวยาตามระบบของทางราชการ&nbsp;โดยเฉพาะความเสียหายทางด้านการเกษตร&nbsp;เนื่องจากการเกิดอุทกภัยครั้งนี้ตรงกับช่วงฤดูกาลข้าวในแปลงนากำลังสุกรอการเก็บเกี่ยว&nbsp;เกิดจะความเสียหายเป็นจำนวนมากหากถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	พัทลุง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301100204030
3	ยังคงมีสถานการณอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ 4 จังหวัด เร่งคลี่คลายสถานการณ์และช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;รายงานเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์จนถึงวันนี้&nbsp;(&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;7&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;นราธิวาส&nbsp;ยะลานครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;ปัตตานี&nbsp;สงขลา&nbsp;และตรัง&nbsp;รวม&nbsp;30&nbsp;อำเภอ&nbsp;128&nbsp;ตำบล&nbsp;441&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบ&nbsp;12,189&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต&nbsp;ปัจจุบันยังมีสถานการณ์ในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;นราธิวาส&nbsp;ยะลา&nbsp;พัทลุง&nbsp;ปัตตานี&nbsp;รวม&nbsp;18&nbsp;อำเภอ&nbsp;90&nbsp;ตำบล&nbsp;324&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;9,930&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;สถานการณ์ภาพรวมทั้ง&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;ระดับน้ำลดลง&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือประชาชน&nbsp;พร้อมเร่งสูบระบายน้ำท่วมขังออกจากพื้นที่&nbsp;รวมถึงสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ&nbsp;ต่อไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301184152301
4	ยะลา น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย เทศบาลตำบลท่าสาป ร่วมนักศึกษาราชภัฎยะลา เร่งฟื้นฟูทำความสะอาดโรงเรียนบ้านลิมุดหลังน้ำลด	<p><strong>สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;วันนี้&nbsp;1&nbsp;มี.ค.65</strong>&nbsp;ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานี&nbsp;และแม่น้ำสายบุรี&nbsp;เริ่มลดระดับลงต่ำกว่าตลิ่ง&nbsp;ทำให้น้ำท่วมในพื้นที่ของบ้านเรือนประชาชน&nbsp;เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;มีเพียงบางพื้นที่&nbsp;ที่อยู่ในที่ลุ่มต่ำ&nbsp;ยังมีน้ำท่วมขังบางส่วน&nbsp;ขณะที่&nbsp;ชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.ท่าสาป&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;เริ่มทำความสะอาดบ้านเรือน&nbsp;หลังน้ำลด&nbsp;ด้านเทศบาลตำบลท่าสาป&nbsp;ได้นำรถน้ำ&nbsp;เพื่อทำการฉีดทำความสะอาดที่โรงเรียนบ้านลิมุด&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนางสาวนินุสรา&nbsp;มินทราศักดิ์&nbsp;อาจารย์ภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์</strong>&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา&nbsp;นำนักศึกษาวิชารัฐประศาสนศาสตร์&nbsp;ร่วมลงพื้นที่&nbsp;พร้อมกับเจ้าหน้าที่จากอำเภอเมืองยะลา&nbsp;เร่งทำความสะอาดฟื้นฟู&nbsp;ห้องเรียน&nbsp;วัสดุอุปกรณ์การเรียน&nbsp;ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม&nbsp;สำหรับในพิื้นที่&nbsp;ต.ท่าสาป&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับแม่น้ำปัตตานี&nbsp;ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย&nbsp;น้ำลดหมดแล้ว&nbsp;มีเพียงบ้านกำปงจืองา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.ท่าสาป&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;ยังมีน้ำท่วมขังอยู่&nbsp;ทางเทศบาลตำบลท่าสาป&nbsp;เร่งทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ&nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำต่อไป</p><p><strong>นางสาวนินุสรา&nbsp;มินทราศักดิ์&nbsp;อาจารย์ภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ทางหลักสูตรรัฐศาสาสตร์บัญฑิต&nbsp;สาขาการปกครองและกฎหมายมหาชน&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา&nbsp;ได้นำนักศึกษา&nbsp;ร่วมจิตอาสา&nbsp;ช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;เริ่มจากบ้านของนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม&nbsp;ช่วยกันฟื้นฟูทำความสะอาดโรงเรียน&nbsp;ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากทางเทศบาลตำบลท่าสาป&nbsp;สนับสนุนรถน้ำฉีดทำความสะอาด&nbsp;และครู&nbsp;รวมทั้งชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;สิ่งที่ได้รับเป็นการช่วยเหลือในยามประชาชนได้รับความเดือดร้อน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301131221108
5	จังหวัดสุรินทร์จัดประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งจังหวัดสุรินทร์ พ.ศ. 2565	<p><strong>ณ&nbsp;ห้องประชุมข้าวสารหอม&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>นายเสริมศักดิ์&nbsp;สีสันต์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ประธานในการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)</p><p><strong>โดยกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;ได้คาดการณ์ว่าระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ปริมาณฝน</strong>โดยรวมของประเทศไทย&nbsp;จะต่ำกว่าค่าปกติและคาดว่าจะเข้าสู่ฤดูร้อนตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้อุณหภูมิเริ่งสูงขึ้น&nbsp;และตั้งแต่เดือนมีนาคม&nbsp;จะมีอากาศร้อนอบอ้าวและแห้ง&nbsp;โดยได้สั่งการให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารภัยจังหวัด&nbsp;เตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้วในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้เตรียมความพร้อมในการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภัยแล้ง&nbsp;</strong>และแต่งตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์แก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;รวมถึงวางแผนการบริหารจัดการน้ำในทุกพื้นที่ของจังหวัดสุรินทร์&nbsp;อีกทั้งการเตรียมการสร้างความรับรู้ให้ประชาชนส่วนต่างๆ&nbsp;มีความเข้าใจถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301140634156
6	เพื่อนกันยามยาก ชาวบ้านที่รามัน อุ้มแพะแม่ลูก หนีน้ำท่วม	<p><strong>ในภาวะที่เกิดน้ำท่วมในพื้นที่&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;ไม่เพียงแต่ประชาชน&nbsp;จะได้รับผลกระทบ&nbsp;บ้านเรือนถูกน้ำท่วมขัง&nbsp;เดือดร้อนกันถ้วนหน้าแล้ว&nbsp;สัตว์ที่เลี้ยงไว้&nbsp;ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน&nbsp;</p><p><strong>โดยครอบครัวชาวบ้านที่&nbsp;ต.อาซ่อง&nbsp;ได้ช่วยเหลือแพะที่เลี้ยงไว้&nbsp;</strong>โดยนำเรือไปขนแพะแม่-ลูก&nbsp;หลังเกิดน้ำท่วมบ้านเรือน&nbsp;ชาวบ้านได้ขนย้ายแพะขึ้นไปไว้บนบ้าน&nbsp;เมื่อวันสองสามวันก่อนออกมาเข้าฝั่งอย่างปลอดภัย&nbsp;ท่ามกลางความดีใจของครอบครัว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301151557189
7	ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กำลังใจพร้อมส่งมอบเงินช่วยเหลือเงินทดรองราชการแก่ผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย ปี 2564 ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา	"<p><strong>นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ไปเยี่ยมเยียนให้กำลังใจพร้อมมอบเงินช่วยเหลือค่าจัดการศพผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตในพื้นที่อำเภอบางไทร&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;รวมเป็นเงินทั้งสิ้น&nbsp;297,000&nbsp;บาท&nbsp;ซี่งแบ่งออกเป็น&nbsp;ผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตที่ไม่เป็นหัวหน้าครอบครัว&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;รายๆ&nbsp;ละ&nbsp;29,700&nbsp;บาท&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;59,400&nbsp;บาท&nbsp;และผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวหรือเป็นผู้หารายได้เลี้ยงดูครอบครัว&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;รายๆ&nbsp;59,400&nbsp;บาท&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;237,600&nbsp;บาท&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;สระบัว&nbsp;นายอำเภอบางไทร&nbsp;นายกฤษณ์&nbsp;แก้วทองหลาง&nbsp;ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;นางพิศมัย&nbsp;เลิศอิทธิบาท&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;และผู้นำท้องที่ท้องถิ่น&nbsp;เข้าร่วมเยี่ยมเยียนและเป็นสักขีพยาน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอบางไทร&nbsp;อ.บางไทร&nbsp;จ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p><strong>ต่อจากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ได้เดินทางไปมอบเงินช่วยเหลือค่าจัดการศพผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย&nbsp;</strong>ปี&nbsp;2564&nbsp;ให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตในพื้นที่อำเภอผักไห่&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;รวมเป็นเงินทั้งสิ้น&nbsp;118,800&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตไม่เป็นหัวหน้าครอบครัว&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอผักไห่&nbsp;อ.ผักไห่&nbsp;โดยมี&nbsp;นายรัฐพล&nbsp;ธุระพันธ์&nbsp;นายอำเภอผักไห่&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น&nbsp;เข้าร่วมเยี่ยมเยียนและเป็นสักขีพยาน&nbsp;จากสถานการณ์การเกิดอุทกภัย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;14&nbsp;กันยายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;รวม&nbsp;14&nbsp;อำเภอ&nbsp;172&nbsp;ตำบล&nbsp;1,064&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;55&nbsp;ชุมชน&nbsp;83,814&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ส่งผลทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต&nbsp;ทรัพย์สิน&nbsp;บ้านเรือน&nbsp;พื้นที่การเกษตร&nbsp;ประมง&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;และสิ่งสาธารณประโยชน์&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จังหวัดฯ&nbsp;ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในด้านการดำรงชีพ&nbsp;ค่าจัดการศพแก่ผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;สำหรับการให้ความช่วยเหลือมาจากหลายส่วน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;มูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;รายละ&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;เงินทดรองราชการ&nbsp;รายละ&nbsp;29,700&nbsp;บาท&nbsp;หากผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัวหรือเป็นผู้หารายได้เลี้ยงดูครอบครัว&nbsp;จะได้รับเพิ่มเงิน&nbsp;เป็นรายละ&nbsp;59,400&nbsp;บาท&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรีให้ความช่วยเหลือ&nbsp;รายละ&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;หากผู้เสียชีวิตมีบุตรอายุต่ำกว่า&nbsp;25&nbsp;ปี&nbsp;จะได้รับเพิ่มเงิน&nbsp;เป็นรายละ&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย&nbsp;เพื่อให้มีกำลังใจต่อสู้กับปัญหาและผ่านพ้นอุปสรรคต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ไปด้วยดี&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนกงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:<a&nbsp;href=""&nbsp;https://ayutthaya.prd.go.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">&nbsp;https://ayutthaya.prd.go.th/</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301151632190
8	นายกเหล่ากาชาด จ.สุราษฎร์ธานี เดินสายบรรเทาทุกข์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมและได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19	<p><strong>ที่สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นางอุรสา&nbsp;จินโต</strong>&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;พร้อมด้วยกรรมการฯ&nbsp;สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และสมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม&nbsp;ในรายนางสาวเดือนเพ็ญ&nbsp;สมศักดิ์&nbsp;อายุ&nbsp;76&nbsp;ปี&nbsp;อาศัยอยู่บ้านเช่าเลขที่&nbsp;52/18&nbsp;ตำบลตลาด&nbsp;อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี&nbsp;</p><p><strong>โดยนางสาวเดือนเพ็ญฯ&nbsp;เป็นผู้ประสบปัญหาทางสังคม&nbsp;</strong>ไม่สามารถประกอบอาชีพได้&nbsp;เนื่องจากเป็นผู้สูงอายุ&nbsp;มีสุขภาพไม่แข็งแรง&nbsp;มีรายได้จากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ&nbsp;700&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โรคโควิด-19&nbsp;ทำให้ประสบปัญหารายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ&nbsp;โดยทางเหล่ากาชาดจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมด้วยถุงยังชีพ&nbsp;และน้ำดื่ม&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้น</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ได้เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจและมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม</strong>&nbsp;ในราย&nbsp;นายสมใจ&nbsp;สุวรรณพิวัฒน์&nbsp;อายุ&nbsp;63&nbsp;ปี&nbsp;อาศัยอยู่บ้านเช่า&nbsp;เลขที่&nbsp;45/2&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลมะขามเตี้ย&nbsp;อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยนายสมใจฯ&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;มีโรคประจำตัว&nbsp;และพิการติดเตียง&nbsp;อาศัยอยู่ในบ้านเช่ากับภรรยาที่ป่วยเป็นโรคต้อกระจก&nbsp;ยังไม่ได้รับการรักษา&nbsp;ประกอบอาชีพค้าขายของชำที่บ้านเช่าเล็กๆ&nbsp;น้อยๆ&nbsp;มีฐานะยากจน&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โรคโควิด-19&nbsp;ทำให้ประสบปัญหาค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ&nbsp;</p><p><strong>โดยเหล่ากาชาดจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน&nbsp;3,000&nbsp;บาท</strong>&nbsp;พร้อมด้วยถุงยังชีพ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ถุง&nbsp;และน้ำดื่ม&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้น&nbsp;ก่อนเดินทางไปยังบ้านเลขที่&nbsp;184/20&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลมะขามเตี้ย&nbsp;อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี&nbsp;เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจนายวีระ&nbsp;ถาวรสังข์&nbsp;อายุ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งมีอาชีพนวดแผนโบราณ&nbsp;พิการตาบอด&nbsp;หย่าร้างกับภรรยา&nbsp;อาศัยอยู่ในบ้านกับบุตรสาว&nbsp;ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่&nbsp;4&nbsp;มีฐานะยากจน&nbsp;ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ทำให้ประสบปัญหาค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ&nbsp;ในการนี้เหล่ากาชาดจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้มอบเงินช่วยเหลือให้นายวีระฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมถุงยังชีพและน้ำดื่ม&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้มอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรสาว<strong>&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้น&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301195059348
9	ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ลงพื้นที่เยี่ยมชาวบ้านและติดตามความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุวาตภัย หลังมีฝนตกและลมแรงต่อเนื่องห้วงวันที่ 25-27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา	<p><strong>นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยนาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น</strong>&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;และส่วนราชการ&nbsp;ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนที่บ้านเรือนได้รับผลกระทบจากเหตุวาตภัย&nbsp;หลังจังหวัดสตูลมีฝนตกลงมาอย่างหนักและมีลมพายุส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนหลายหลังคาเรือน&nbsp;ในพื้นที่อำเภอควนกาหลง&nbsp;และอำเภอมะนัง&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;และคณะลงพื้นที่ติดตามความเสียหาย</strong>ของบ้านเรือนประชาชน&nbsp;3&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;โดยหลังแรกเป็นบ้านของนางสุรภา&nbsp;ชัยโรจน์&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;183&nbsp;ที่หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านควนล่อน&nbsp;ตำบลควนกาหลง&nbsp;ซึ่งบ้านเรือนได้รับความเสียหายหลังจากพายุฝนพัดหลังคาบ้านเรือนหลุดออกจากตัวบ้าน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ส่งผลให้หลังคาบริเวณชั้น&nbsp;2&nbsp;ของตัวบ้านได้รับความเสียหาย&nbsp;ส่วนบ้านหลังที่&nbsp;2&nbsp;ร้านอาหารตามสั่งป้าแดง&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;157&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านควนล่อน&nbsp;ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านหลังแรกประมาณ&nbsp;150&nbsp;เมตร&nbsp;ได้รับความเสียหายจากพายุฝนพัดหลังคาสังกะสีหลุดออกจากบ้านเช่นกัน&nbsp;</p><p><strong>โดยองค์การบริหารส่วนตำบลควนกาหลง&nbsp;ได้มอบหลังคากระเบื้องและเงิน</strong>เพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่เจ้าของบ้านทั้ง&nbsp;2&nbsp;หลังแล้ว&nbsp;ในโอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;ร่วมมอบสิ่งของอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;และเจลแอลกอฮอล์&nbsp;พร้อมเงินช่วยเหลือให้แก่เจ้าของบ้านทั้ง&nbsp;2&nbsp;หลัง&nbsp;และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล&nbsp;ร่วมมอบเงินช่วยเหลือเช่นกัน</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;คณะเดินทางต่อไปยังบ้านนายวินัย&nbsp;ฤทธิ์โต&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;138&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;</strong>ตำบลปาล์มพัฒนา&nbsp;อำเภอมะนัง&nbsp;เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจ&nbsp;พร้อมทั้งติดตามความเสียหายของบ้านเรือนที่ได้รับจากเหตุลมพายุพัดรุนแรงทำให้บ้านพังทลายทั้งหลัง&nbsp;ซึ่งขณะที่เกิดเหตุไม่มีใครอยู่ที่บ้านแต่ข้าวของเครื่องใช้ภายในได้รับความเสียหายทั้งหมด&nbsp;โดยความช่วยเหลือเบื้องต้นที่ทำการปกครองอำเภอมะนัง&nbsp;ได้มอบถุงยังชีพให้แก่เจ้าของบ้านแล้ว&nbsp;และทางองค์การบริหารส่วนตำบลปาล์มพัฒนาได้ลงพื้นที่ประเมินความเสียหายเบื้องต้น&nbsp;และยื่นเรื่องความช่วยเหลือไปยัง&nbsp;อบต.ปาล์มพัฒนาแล้ว&nbsp;</p><p><strong>สำหรับบ้านหลังดังกล่าวได้รับความเสียหายรุนแรง&nbsp;บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลพร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;ร่วมพูดคุยและให้กำลังใจแก่เจ้าของบ้าน&nbsp;พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพและเงินช่วยเหลือให้แก่เจ้าของบ้านเช่นกัน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ประกวดราคา&nbsp;ใช้ออกอากาศวันพุธที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301201241352
10	นายอำเภอตากใบ จ.นราธิวาส ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่นาข้าวได้รับความเสียหายจำนวนมาก พร้อมมอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนและให้ส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือประชาชน	<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;จิรัสย์&nbsp;&nbsp;ศิริวัลลภ&nbsp;นายอำเภอตากใบ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขณะนี้มวลน้ำจากป่าพรุโต๊ะแดงและคลองมูโนะ&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ได้ไหลเข้าท่วมขังบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่อำเภอตากใบ&nbsp;ซึ่งถือว่าท่วมหนักสุดในรอบ&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;โดยมีพื้นที่ประสบอุทกภัยและวาตภัย&nbsp;8&nbsp;ตำบล&nbsp;29&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบ&nbsp;5,453&nbsp;คน1,159&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย&nbsp;3,019&nbsp;ไร้&nbsp;ด้านปศุสัตว์แพะตาย&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;โดยมีพื้นที่นาข้าวในตำบลเกาะสะท้อน&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวมากที่สุดของจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ได้รับความเสียหายอย่างมาก&nbsp;มีน้ำท่วมสูง&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือ&nbsp;ทางอำเภอตากใบ</strong>ได้ร่วมกับหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กำลังใจ&nbsp;มอบอาหารกล่องปรุงสำเร็จพร้อมรับประทาน&nbsp;&nbsp;กว่า&nbsp;7,000&nbsp;กล่อง&nbsp;(วันที่&nbsp;28&nbsp;ก.พ.-1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ถุงยังชีพข้าวสาร&nbsp;อาหารแห้ง&nbsp;385&nbsp;ถุง&nbsp;อีกทั้งมอบหญ้าแห้งอาหารสัตว์ให้กับเกษตรกร&nbsp;150&nbsp;ฟ่อน&nbsp;</p><p><strong>นายอำเภอตากใบ&nbsp;กล่าวต่อว่า&nbsp;อำเภอตากใบมีพื้นที่ทำนา&nbsp;ประมาณ&nbsp;14,000&nbsp;ไร่</strong>&nbsp;ซึ่งที่ประสบอุทกภัย&nbsp;ทางสำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;โดยอาสาเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;และกรรมการหมู่บ้าน&nbsp;ได้สำรวจความเสียหายไปพลางก่อน&nbsp;เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย&nbsp;จะเร่งดำเนินการจัดทำข้อมูล&nbsp;และจ่ายเงินชดเชยตามระเบียบของทางราชการให้แก่ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;จิรัสย์&nbsp;&nbsp;ศิริวัลลภ&nbsp;</strong>นายอำเภอตากใบ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;&nbsp;ร่วมกับนายแวอานูวา&nbsp;&nbsp;แวมามะ&nbsp;รองนายก&nbsp;อบต.โฆษิต&nbsp;นายมามะนูรี&nbsp;&nbsp;สาเมาะ&nbsp;รองนายก&nbsp;อบต.โฆษิต&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เดินทางลงพื้นที่ลุยน้ำไปมอบอาหารกล่องปรุงสำเร็จพร้อมรับประทาน&nbsp;(มื้อเย็น)&nbsp;ให้กับประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม&nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลโฆษิต&nbsp;อำเภอตากใบ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;พร้อมสอบถามความเป็นอยู่&nbsp;ให้กำลังใจ&nbsp;และแนะนำการปฏิบัติตนในช่วงน้ำท่วม&nbsp;เพื่อให้มีความปลอดภัย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301203942359
11	จ.ราชบุรีเร่งแก้ไขปัญหาแม่น้ำลำภาชีกัดเซาะตลิ่ง	<p><strong>คณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติ</strong>&nbsp;และสาธารณภัย&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;และคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะริมตลิ่งการตื้นเขินของแม่น้ำลำคลอง&nbsp;นำโดยนางบุญยิ่ง&nbsp;นิติกาญจนา&nbsp;ส.ส.ราชบุรี&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการฯคนที่หนึ่ง&nbsp;นางสาวธนพร&nbsp;โสมทองแดง&nbsp;ประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ร่วมประชุมและศึกษาดูงานตรวจสภาพพื้นที่เกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะตลิ่ง&nbsp;การตื้นเขินของแม่น้ำและลำคลอง&nbsp;ตลอดจนรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะตลิ่งพังทลาย&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายรณภพ&nbsp;เหลืองไพโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี&nbsp;</strong>นายวิวัฒน์&nbsp;นิติกาญจนา&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี&nbsp;และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&nbsp;พร้อมสรุปผลการดำเนินงาน&nbsp;แนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเซาะตลิ่ง&nbsp;ซึ่งจังหวัดราชบุรีมีแม่น้ำแม่กลองไหลผ่าน&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอบ้านโป่ง&nbsp;อำเภอโพธาราม&nbsp;และอำเภอเมืองราชบุรี&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;67&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และมีลักษณะคดเคี้ยวมีโค้งหลายแห่ง&nbsp;ทำให้เกิดปัญหาการกัดเซาะของพื้นที่ตลิ่งริมแม่น้ำในหลายพื้นที่</p><p><strong>โดยแนวทางของกรมโยธาธิการและผังเมืองได้กำหนดรูปแบบ</strong>การแก้ไขปัญหาดังกล่าวไว้&nbsp;4&nbsp;แบบ&nbsp;ประกอบด้วยการป้องกันตลิ่งแบบวางชั้นป้องกันที่มีการปรับแต่ง&nbsp;การป้องกันตลิ่งแบบเกเบี้ยน&nbsp;การป้องกันตลิ่งแบบกำแพงกันดินมีเข็มสมอ&nbsp;และการป้องกันตลิ่งแบบโครงสร้างยกลอยและดาดป้องกันตลิ่ง</p><p><strong>จากนั้นช่วงบ่ายคณะกรรมาธิการการฯ&nbsp;พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง</strong>ได้ลงพื้นที่ไปยังอำเภอสวนผึ้งเพื่อดูสภาพพื้นที่ที่ถูกแม่น้ำลำภาชีกัดเซาะตลิ่งเสียหาย&nbsp;ซึ่งทุกปีช่วงฤดูฝนน้ำแม่น้ำมีความเชี่ยวกรากไหลท่วมพื้นที่การเกษตร&nbsp;และกัดเซาะตลิ่งทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน&nbsp;เช่นบริเวณบ้านทุ่งแฝก&nbsp;ม.2&nbsp;ต.สวนผึ้ง&nbsp;ซึ่งเป็นจุดทางโค้งของแม่น้ำภาชี&nbsp;เมื่อเกิดฝนตกหนักน้ำไหลเชี่ยวจะเซาะริมตลิ่งเสียหาย&nbsp;</p><p><strong>ที่ผ่านมาเบื้องต้นได้นำดินมาถมป้องกัน&nbsp;ส่วนระยะยาวได้ทำโครงการ</strong>จัดงบประมาณมาปรับปรุงและแก้ไขปัญหา&nbsp;พร้อมกำลังดำเนินการกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว&nbsp;และเตรียมทำโครงการดังกล่าวเพื่อแก้ไขปัญหาบริเวณริมตลิ่งที่ถูกกัดเซาะ&nbsp;โดยแม่น้ำลำภาชีไหลผ่านพื้นที่ใน&nbsp;2&nbsp;อำเภอคือ&nbsp;อำเภอสวนผึ้ง&nbsp;และอำเภอจอมบึง&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;118&nbsp;กิโลเมตร</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การดำเนินการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะริมตลิ่งทั้งแม่น้ำแม่กลอง&nbsp;</strong>และแม่น้ำลำภาชี&nbsp;ในเขตจังหวัดราชบุรี&nbsp;มีปัญหาอุปสรรค&nbsp;คือกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือน่านน้ำไทย&nbsp;และพระราชบัญญัติป่าไม้&nbsp;รวมทั้งการไม่ยินยอมให้ดำเนินการก่อสร้างของประชาชนในพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้คณะกรรมาธิการการฯ&nbsp;จะได้ไปผลักดันให้รัฐบาลช่วยเหลือและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	ราชบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301214127369
12	ธารน้ำใจชาวอำเภอเบตงร่วมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคผ่านตัวแทนสมาคมกู้ชีพกู้ภัยมุสลิมเบตงนำไปช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดยะลา	<p><strong>นายอาลี&nbsp;ดูดิง&nbsp;และนายจรัญ&nbsp;จันทร์ทิพย์&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองเบตง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;และ&nbsp;ชาวอำเภอเบตง&nbsp;มอบเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;ปลากระป๋อง&nbsp;บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;ผ้าอนามัย&nbsp;หน่ากากอนามัย&nbsp;และเจลแอลกอฮอล์&nbsp;ให้กับนายอุสมาน&nbsp;ยูโซ&nbsp;ตัวแทนสมาคมกู้ชีพกู้ภัยมุสลิมเบตง&nbsp;ที่เปิดรับบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;หน้าที่ทำการสมาคมกู้ชีพกู้ภัยมุสลิมเบตง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อนำไปช่วยเหลือเบื้องต้น&nbsp;และบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดยะลาพร้อมกับฟื้นฟูทำความสะอาดโรงเรียนและบ้านเรือนของชาวบ้าน</p><p><strong>ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;วันนี้&nbsp;1&nbsp;มี.ค.65&nbsp;</strong>ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานี&nbsp;และแม่น้ำสายบุรี&nbsp;เริ่มลดระดับลงต่ำกว่าตลิ่ง&nbsp;ทำให้น้ำท่วมในพื้นที่ของบ้านเรือนประชาชน&nbsp;เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;มีเพียงบางพื้นที่&nbsp;ที่อยู่ในที่ลุ่มต่ำ&nbsp;ยังมีน้ำท่วมขังบางส่วน&nbsp;ชาวบ้านเริ่มทำความสะอาดบ้านเรือน&nbsp;หลังน้ำลด&nbsp;&nbsp;และทำความสะอาดโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;ทางด้านสำนักงาน&nbsp;ปภ.ยะลา&nbsp;ได้สรุปพื้นที่ประสบอุทกภัย&nbsp;</strong>และวาตภัย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;&nbsp;43&nbsp;ตำบล&nbsp;&nbsp;184&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;1&nbsp;ชุมชน&nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบ&nbsp;4,810&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;18,380&nbsp;คน&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;(อพยพ&nbsp;14&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;65&nbsp;คน)&nbsp;บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน&nbsp;24&nbsp;หลัง&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;โรงเรียน&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;มัสยิด&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;วัด&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;ถนน&nbsp;15&nbsp;สาย&nbsp;ฝาย&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คอสะพาน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;พื้นที่การเกษตร&nbsp;&nbsp;1,711&nbsp;ไร่&nbsp;และบ่อปลา&nbsp;41&nbsp;บ่อ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301214732371
13	เหล่ากาชาดจังหวัดยะลา ลงพื้นที่ มอบถุงยังชีพน้ำดื่ม ช่วยผู้ประสบอุทกภัย 120 หลังคาเรือน ตำบลอาซ่อง อำเภอรามัน	<p><strong>ผศ.ดร.ทิพยวรรณ&nbsp;นิลทยา&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางอาสีกี&nbsp;บุญโรภาคย์&nbsp;กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา/ภริยานายอำเภอรามัน&nbsp;และสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายณัฎฐ์กร&nbsp;บุญโรภาคย์&nbsp;นายอำเภอรามัน&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพน้ำดื่ม&nbsp;ข้าวกล่อง&nbsp;ขนม&nbsp;เเละยาสามัญประจำบ้าน&nbsp;ให้เเก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลอาซ่อง&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;120&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301214948373
14	ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ลงพื้นที่อำเภอควนกาหลง และอำเภอมะนัง เยี่ยมช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุวาตภัย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;และส่วนราชการ&nbsp;ร่วมลงพื้นที่อำเภอควนกาหลง&nbsp;และอำเภอมะนัง&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;เยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนที่บ้านเรือนได้รับผลกระทบจากเหตุวาตภัย&nbsp;3&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;หลังจังหวัดสตูลมีฝนตกลงมาอย่างหนักและมีลมพายุส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนหลายหลังคาเรือน</p><p><strong>โดยหลังแรกเป็นบ้านของนางสุรภา&nbsp;ชัยโรจน์&nbsp;</strong>บ้านเลขที่&nbsp;183&nbsp;ที่หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านควนล่อน&nbsp;ตำบลควนกาหลง&nbsp;ซึ่งบ้านเรือนได้รับความเสียหายหลังจากพายุฝนพัดหลังคาบ้านเรือนหลุดออกจากตัวบ้าน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ส่งผลให้หลังคาบริเวณชั้น&nbsp;2&nbsp;ของตัวบ้านได้รับความเสียหาย&nbsp;ส่วนบ้านหลังที่&nbsp;2&nbsp;ร้านอาหารตามสั่งป้าแดง&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;157&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านควนล่อน&nbsp;ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านหลังแรกประมาณ&nbsp;150&nbsp;เมตร&nbsp;ได้รับความเสียหายจากพายุฝนพัดหลังคาสังกะสีหลุดออกจากบ้านเช่นกัน&nbsp;โดยองค์การบริหารส่วนตำบลควนกาหลง&nbsp;ได้มอบหลังคากระเบื้องและเงินเพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่เจ้าของบ้านทั้ง&nbsp;2&nbsp;หลังแล้ว&nbsp;&nbsp;ในโอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;ร่วมมอบสิ่งของอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;และเจลแอลกอฮอล์&nbsp;&nbsp;พร้อมเงินช่วยเหลือให้แก่เจ้าของบ้านทั้ง&nbsp;2&nbsp;หลัง&nbsp;และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล&nbsp;ร่วมมอบเงินช่วยเหลือเช่นกัน</p><p><strong>จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;และคณะเดินทางต่อไปยังบ้านนายวินัย&nbsp;ฤทธิ์โต&nbsp;</strong>บ้านเลขที่&nbsp;138&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลปาล์มพัฒนา&nbsp;อำเภอมะนัง&nbsp;เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจ&nbsp;พร้อมทั้งติดตามความเสียหายของบ้านเรือนที่ได้รับจากเหตุลมพายุพัดรุนแรงทำให้บ้านพังทลายทั้งหลัง&nbsp;ซึ่งขณะที่เกิดเหตุไม่มีใครอยู่ที่บ้านแต่ข้าวของเครื่องใช้ภายในได้รับความเสียหายทั้งหมด&nbsp;โดยความช่วยเหลือเบื้องต้นที่ทำการปกครองอำเภอมะนัง&nbsp;ได้มอบถุงยังชีพให้แก่เจ้าของบ้านแล้ว&nbsp;และทางองค์การบริหารส่วนตำบลปาล์มพัฒนาได้ลงพื้นที่ประเมินความเสียหายเบื้องต้น&nbsp;และยื่นเรื่องความช่วยเหลือไปยัง&nbsp;อบต.ปาล์มพัฒนาแล้ว&nbsp;ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวได้รับความเสียหายรุนแรง&nbsp;บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลพร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;ร่วมพูดคุยและให้กำลังใจแก่เจ้าของบ้าน&nbsp;พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพและเงินช่วยเหลือให้แก่เจ้าของบ้านเช่นกัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302003113402
15	ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ลงพื้นที่อำเภอควนกาหลง และอำเภอมะนัง เยี่ยมช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุวาตภัย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;และส่วนราชการ&nbsp;ร่วมลงพื้นที่อำเภอควนกาหลง&nbsp;อำเภอมะนัง&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;เยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนที่บ้านเรือนได้รับผลกระทบจากเหตุวาตภัย&nbsp;3&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;หลังจังหวัดสตูลมีฝนตกลงมาอย่างหนักและมีลมพายุส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนของประชาชนหลายหลังคาเรือน</p><p><strong>โดยหลังแรกเป็นบ้านของนางสุรภา&nbsp;ชัยโรจน์</strong>&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;183&nbsp;ที่หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านควนล่อน&nbsp;ตำบลควนกาหลง&nbsp;ซึ่งบ้านเรือนได้รับความเสียหายหลังจากพายุฝนพัดหลังคาบ้านเรือนหลุดออกจากตัวบ้าน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ส่งผลให้หลังคาบริเวณชั้น&nbsp;2&nbsp;ของตัวบ้านได้รับความเสียหาย&nbsp;ส่วนบ้านหลังที่&nbsp;2&nbsp;ร้านอาหารตามสั่งป้าแดง&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;157&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านควนล่อน&nbsp;ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านหลังแรกประมาณ&nbsp;150&nbsp;เมตร&nbsp;ได้รับความเสียหายจากพายุฝนพัดหลังคาสังกะสีหลุดออกจากบ้านเช่นกัน&nbsp;โดยองค์การบริหารส่วนตำบลควนกาหลง&nbsp;ได้มอบหลังคากระเบื้องและเงินเพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่เจ้าของบ้านทั้ง&nbsp;2&nbsp;หลังแล้ว&nbsp;ในโอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;ร่วมมอบสิ่งของอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;และเจลแอลกอฮอล์&nbsp;พร้อมเงินช่วยเหลือให้แก่เจ้าของบ้านทั้ง&nbsp;2&nbsp;หลัง&nbsp;และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล&nbsp;ร่วมมอบเงินช่วยเหลือเช่นกัน</p><p><strong>จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>และคณะเดินทางต่อไปยังบ้านนายวินัย&nbsp;ฤทธิ์โต&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;138&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลปาล์มพัฒนา&nbsp;อำเภอมะนัง&nbsp;เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจ&nbsp;พร้อมทั้งติดตามความเสียหายของบ้านเรือนที่ได้รับจากเหตุลมพายุพัดรุนแรงทำให้บ้านพังทลายทั้งหลัง&nbsp;ซึ่งขณะที่เกิดเหตุไม่มีใครอยู่ที่บ้านแต่ข้าวของเครื่องใช้ภายในได้รับความเสียหายทั้งหมด&nbsp;โดยความช่วยเหลือเบื้องต้นที่ทำการปกครองอำเภอมะนัง&nbsp;ได้มอบถุงยังชีพให้แก่เจ้าของบ้านแล้ว&nbsp;และทางองค์การบริหารส่วนตำบลปาล์มพัฒนาได้ลงพื้นที่ประเมินความเสียหายเบื้องต้น&nbsp;และยื่นเรื่องความช่วยเหลือไปยัง&nbsp;อบต.ปาล์มพัฒนาแล้ว&nbsp;ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวได้รับความเสียหายรุนแรง&nbsp;บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลพร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;ร่วมพูดคุยและให้กำลังใจแก่เจ้าของบ้าน&nbsp;พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพและเงินช่วยเหลือให้แก่เจ้าของบ้านเช่นกัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302002619401
16	นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี เฝ้าติดตามสถานการณ์ อุทกภัย พร้อมช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชม.	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายนิอันนุวา&nbsp;สุไลมาน&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่และสมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ลงพื้นที่บริเวณสถานีสูบน้ำเชิงสะพานเฉลิมพระเกียรติชุมชนจะบังติกอ&nbsp;และที่บริเวณหมู่บ้านไฟฟ้า&nbsp;โดยขณะนี้เทศบาลเมืองปัตตานีได้เร่งสูบน้ำร่วมกับศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&nbsp;12&nbsp;สงขลา&nbsp;ที่สนับสนุนเครื่องสูบน้ำ&nbsp;เพื่อเตรียมป้องกันและเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำในเขตเทศบาลเมืองปัตตานีให้รวดเร็วยิ่งขึ้น&nbsp;และมอบหมายให้ทุกฝ่ายเตรียมพร้อมในการออกปฏิบัติงานได้ทันที&nbsp;หากต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งได้ที่&nbsp;Line&nbsp;OA&nbsp;(ศูนย์แจ้งร้องเรียน)&nbsp;หรือแจ้งที่สมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ประธานชุมชนและที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;(สถานีดับเพลิง)&nbsp;เทศบาลเมืองปัตตานี&nbsp;โทร&nbsp;073-349034,&nbsp;073-336600&nbsp;หรือ&nbsp;199&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301234328387
17	น้ำท่วมยะลา ดีขึ้นตามลำดับ หลังฝนหยุดตก ขณะที่ชาวบ้านขอเสบียงสัตว์ หญ้าแห้ง ช่วยเหลือเกษตรกร	<p><strong>จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาสะสม&nbsp;</strong>เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;43&nbsp;ตำบล&nbsp;184&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;1&nbsp;ชุมชน&nbsp;4,810&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;18,380&nbsp;คน&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;(อพยพ&nbsp;14&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;65&nbsp;คน)&nbsp;บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน&nbsp;23&nbsp;หลัง&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;ถนน&nbsp;11&nbsp;สาย&nbsp;ฝาย&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คอสะพาน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;พื้นที่การเกษตร&nbsp;1,380&nbsp;ไร่&nbsp;และบ่อปลา&nbsp;16&nbsp;บ่อ&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;บรรยากาศทั่วไป</strong>ในพื้นที่ของจังหวัดยะลา&nbsp;ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จนถึงขณะนี้&nbsp;ฝนหยุดตก&nbsp;ท้องฟ้าปลอดโปร่ง&nbsp;ส่งผลทำให้ระดับน้ำสองสายหลักที่ไหลผ่านจังหวัดยะลา&nbsp;ทั้งแม่น้ำสายบุรี&nbsp;และ&nbsp;แม่น้ำปัตตานี&nbsp;มีปริมาณลดลงตามลำดับ&nbsp;ซึ่งหากไม่มีฝนตกลงมาในพื้นที่&nbsp;ก็จะทำให้สถานการณ์น้ำที่ล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรคลี่คลายไปเรื่อยๆ&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ในพื้นที่อำเภอรามัน&nbsp;ที่มีประชาชนอาศัยอยู่ริมแม่น้ำสายบุรี</strong>&nbsp;หลังจากมีมวลน้ำเอ่อล้นไหลเข้าท่วมบ้านเรือน&nbsp;และพื้นที่ทางการเกษตร&nbsp;จำนวนมาก&nbsp;ล่าสุดปริมาณน้ำที่ท่วมขังเริ่มลดลงตามลำดับ&nbsp;โดยชาวบ้านในพื้นที่บ้านสะโต&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลอาซ่อง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตลอดเมื่อวานก็ไม่มีฝนตกลงมาและวันนี้ก็ไม่มีฝนตกลงมาแล้ว&nbsp;ฟ้าเปิด&nbsp;ท้องฟ้าสดใส&nbsp;ได้ทยอยทำความสะอาดบ้านเรือน&nbsp;ส่วนชาวบ้านที่ยังมีน้ำท่วมขังภายในบ้าน&nbsp;ก็ยังไม่ได้นำสิ่งของที่ย้ายขึ้นที่สูง&nbsp;หรือบนท้องถนน&nbsp;รอให้น้ำลดลงมากกว่านี้ค่อยเอาลงมาจัดของปกติ&nbsp;พร้อมทั้งฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจังหวัดยะลา&nbsp;ให้นำเสบียงสัตว์&nbsp;หญ้าแห้ง&nbsp;เข้ามาช่วยเหลือเกษตรที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วด้วย</p><p><strong>สำหรับในพื้นที่&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;พื้นที่ประสบอุทกภัยทั้งหมด&nbsp;16&nbsp;ตำบล&nbsp;</strong>90&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน&nbsp;2,229&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;9,053&nbsp;คน&nbsp;ความเสียหายในเบื้องต้น&nbsp;บ้านเรือนเสียหายบางส่วน&nbsp;จำนวน&nbsp;1,989&nbsp;หลัง&nbsp;พื้นที่ทำการเกษตรเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;13,604&nbsp;ไร่&nbsp;สัตว์เลี้ยงตาย&nbsp;จำนวน&nbsp;305&nbsp;ตัว&nbsp;โค/วัว&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ตัว&nbsp;สัตว์ปีก&nbsp;จำนวน&nbsp;298&nbsp;ตัว&nbsp;บ่อปลาเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;58&nbsp;บ่อ&nbsp;สิ่งสาธารณประโยชน์&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ถนน&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;สาย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302103420445
18	รัฐบาลห่วงใยประชาชน ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มอบถุงยังชีพ เร่งช่วยเหลือ	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี/</strong>ผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;และคณะเดินทางถึงจังหวัดนราธิวาสแล้ว&nbsp;โดยรองนายกรัฐมนตรีจะประชุมตรวจราชการเพื่อติดตามประเมินผลมาตรการการรับมือฤดูฝน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และติดตามสถานการณ์อุทกภัย&nbsp;ที่ห้องประชุมพระนราภิบาล&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส&nbsp;</p><p><strong>การประชุมดังกล่าว&nbsp;</strong>เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ<strong>&nbsp;</strong>หรือ&nbsp;สทนช.&nbsp;จะรายงานสถานการณ์น้ำและการคาดการณ์ในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;ส่วนเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.และอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;จะรายงานการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;รายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่และการให้ความช่วยเหลือ&nbsp;อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;รายงานสรุปการดำเนินการโครงการพนังกั้นน้ำริมแม่น้ำโก-ลก&nbsp;และอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;รายงานสรุปแผนการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;แผนการระบายน้ำและโครงการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;จะมอบนโยบายและให้กำลังใจ&nbsp;</strong>เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่&nbsp;พร้อมมอบถุงยังชีพให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในแต่ละพื้นที่ต่อไป&nbsp;และจะเดินทางลงพื้นที่เพื่อพบปะประชาชนและให้กำลังใจ&nbsp;พร้อมแจกถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลมูโนะ&nbsp;ที่หอประชุมเทศบาลสวนรื่นอรุณ&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302112331477
19	รองนายกฯ พลเอกประวิตร  ลงใต้ ติดตามสถานการณ์อุทกภัย   มอบถุงยังชีพ ผู้ว่าฯ.3 จังหวัด  ส่งต่อผู้ประสบภัยในพื้นที่	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ศาลากลาง&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;พลเอกประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ</strong>&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;โดยมีนายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม</p><p><strong>นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจ.นราธิวาส&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;มีความยินดีที่คณะท่านรองนายกฯมีความห่วงใยพี่น้องประชาชน&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจาก&nbsp;อุทกภัย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;ที่ประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้&nbsp;โดยได้นำถุงยังชีพมามอบให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;และพี่น้องประชาชนในจังหวัดนราธิวาส&nbsp;รวมทั้งการมอบนโยบายการแก้ไขปัญหาอุทกภัย&nbsp;และสนับสนุนแผนงานโครงการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;นับเป็นขวัญกำลังใจและความอบอุ่นใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนใต้</p><p><strong>สำหรับพื้นที่วิกฤต&nbsp;ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมหนักเมื่อฤดูฝนที่ผ่านมาและในครั้งนี้</strong>&nbsp;คือ&nbsp;ต.มูโน๊ะ&nbsp;อ.สุไหงโก-ลก&nbsp;ซึ่งเกิดจากน้ำกัดเซาะบริเวณฐานพนังกั้นน้ำซึ่งมีความยาว&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตรเศษ&nbsp;แตกมีความยาว&nbsp;1&nbsp;เมตร&nbsp;ทำให้น้ำทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างรวดเร็ว&nbsp;มีทั้งระดับความลึกและบริเวณกว้างครอบคลุมทั้งตำบล&nbsp;ซึ่งการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ห้วงที่ผ่านมา&nbsp;ท่านรองนายกรัฐมนตรี&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;มีความห่วงใยและได้มอบหมายพลเรือเอก&nbsp;พิเชษฐ&nbsp;ตานะเศรษฐ&nbsp;ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำรายในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;ลงพื้นที่ให้กำลังใจ&nbsp;มอบถุงยังชีพ&nbsp;ให้แนวทางในการแก้ไขปัญหา&nbsp;และติดตามการดำเนินงานโครงการของคณะอนุกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจังหวัดนราธิวาส</p><p><strong>ซึ่งภายหลังจากการติดตามและลงพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;จังหวัดนราธิวาสได้เสนอแผนงาน</strong>โครงการเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยตามคำแนะนำ&nbsp;และจากกรณีน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ในครั้งนี้ซึ่งมีความรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา&nbsp;จังหวัดได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมปรึกษาหารือ&nbsp;วิเคราะห์ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาวในพื้นที่&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;ลุ่มน้ำของจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ประกอบด้วยลุ่มน้ำสายบุรี&nbsp;ลุ่มน้ำบางนราและลุ่มน้ำโก-ลก</p><p><strong>ด้านนายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผวจ.ยะลา&nbsp;เผยว่า&nbsp;สถานการณ์&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;ไม่ประสบภัย&nbsp;คือ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;และอ.กาบัง&nbsp;ในส่วนของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในปีนี้คือ&nbsp;อ.รามันและ&nbsp;อ.เมืองสภาพฝนใน&nbsp;จ.ยะลาในรอบ20&nbsp;มีฝนตกหนักมากสุดวันที่&nbsp;24-27&nbsp;กพ.&nbsp;65&nbsp;แม่น้ำสำคัญ&nbsp;ไหลหลากคือสองสายน้ำ&nbsp;คือแม่น้ำปัตตานี&nbsp;อยู่เหนือเขาสันกาลาคีรี&nbsp;ผ่านเบตงลงมา&nbsp;เราสามารถดำเนินได้&nbsp;โดยมีเขื่อนบางลางช่วยจัดการน้ำ&nbsp;ต้องทำควบคู่กันไปกับ&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;แม่น้ำปัตตานี&nbsp;ส่วนลุ่มน้ำสายบุรีส่วนนี้สำคัญ&nbsp;ไหลผ่าน&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;&nbsp;เเม่น้ำสายบุรี&nbsp;ยังไม่มีการบริหารจัดการเท่าที่ควร&nbsp;ซึ่งทาง&nbsp;ยะลาได้ดำเนินการพูดคุยกับชลประทานผลักดันโครงการฝายชะลอน้ำต่อไป</p><p><strong>สถานการณ์การประกาศต่างๆ&nbsp;จังหวัดจัดตั้งศูนย์เตือนภัยเฝ้าระวัง</strong>&nbsp;แต่ฝนตกหนักมากไหลเข้าบ้านชุมชน&nbsp;ที่&nbsp;อ.รามัน&nbsp;รับน้ำจากสายบุรี&nbsp;เราได้แบ่งกำลังในการให้ความช่วยเหลือและเตรียมตัวสามารถระบายน้ำได้แต่ช้าเพราะฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;เตรียมพร้อม&nbsp;ระบบเมือง&nbsp;จัดตั้งได้ดำเนินการอย่างดี&nbsp;พี่น้องประชาชนไม่เดือดร้อน&nbsp;แต่จังหวัดให้ความดูแลอย่างเต็มกำลัง&nbsp;ไม่มีพื้นที่โดนตัดขาด&nbsp;ตอนนี้เข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;แล้ว</p><p><strong>ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;เผยว่า&nbsp;สำหรับการให้ความช่วยเหลือนั้น&nbsp;</strong>การซ่อมแซมบ้านเรือนได้ช่วยเหลือเรียบร้อยแล้ว&nbsp;มีพื้นที่&nbsp;11&nbsp;อำเภอ73&nbsp;ตำบล&nbsp;เบื้องต้นได้รับความเสียหาย&nbsp;ด้ายการเกษตร&nbsp;ประมง&nbsp;และสิ่งสาธารณประโยชน์&nbsp;การช่วยเหลือได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นเป็นที่เรียบร้อยในทุกด้าน&nbsp;บูรณาการในหลายภาคส่วน</p><p><strong>ปัจจุบันยังฝนตกเล็กน้อยในพื้นที่&nbsp;แม่น้ำปัตตานี&nbsp;สายบุรี&nbsp;ลดลง&nbsp;</strong>ยังมาท่วมขังเล็กน้อยในที่ลุ่ม&nbsp;จ.ปัตตานียังคงติดตามและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง&nbsp;หากไม่มีน้ำฝนใน&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;สถานการณ์&nbsp;จะเข้าสู่ภาวะปกติ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางรองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้ขอบคุณ&nbsp;ทุกหน่วยงาน&nbsp;</strong>จากการช่วยเหลือฟื้นฟู&nbsp;ขอบคุณหน่วยทหารที่ช่วยอย่างเร่งด่วน&nbsp;และภาคส่วน&nbsp;เรา&nbsp;ต้องมีเยียวยา&nbsp;ตามที่รัฐบาลกำหนด&nbsp;การฟื้นฟูหลังน้ำลด&nbsp;ทันที&nbsp;เพื่อให้กลับมาปกติโดยเร็ว&nbsp;ขอบคุณ&nbsp;ผวจ.&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;จว.&nbsp;ขอบคุณที่ให้การต้อนรับในวันนี้&nbsp;เนื่องจากเกิดฝนตก&nbsp;ในหลายพื้นที่&nbsp;ส่งผลเกิดน้ำท่วม&nbsp;ฉับพลัน&nbsp;น้ำล้นตลิ่ง&nbsp;น้ำไหล&nbsp;หลาก&nbsp;จึงขอหน่วยงานที่เกี่ยงเร่งดำเนินงานให้ความช่วยเหลือ&nbsp;ให้เป็นไปตามแผนจัดสรรน้ำ&nbsp;ที่วางไว้&nbsp;แก้ปัญหาให้ได้อย่างยั่งยืน</p><p><strong>ปัจจุบันสภาพอากาศ&nbsp;ร้อนชื้น&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ต้องมีฝนตกอีก</strong>&nbsp;การแจ้งเตือนให้ประชาชนสำคัญ&nbsp;ให้ประชาชนทราบว่าต้องเตรียมการอะไรบ้าง&nbsp;วาตภัยที่จะเกิดขึ้น&nbsp;ทั้งสนช.&nbsp;และจังหวัด&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้ทราบ&nbsp;ให้ป้องกันอุทกภัยอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ร่วมมือบูรณาการจัดการให้แข็งแรง&nbsp;สำหรับ&nbsp;3&nbsp;จว.&nbsp;สร้างการรับรู้&nbsp;เกิดความเข้าใจอย่างเป็นระบบ&nbsp;เพื่อแก้ปัญหา&nbsp;น้ำท่วม&nbsp;น้ำแล้ง&nbsp;จะเก็บได้ดีอย่างไร&nbsp;ให้มีความสมบูรณ์&nbsp;ให้ดำเนินในเรื่องเหล่านี้ด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การช่วยเหลือฟื้นฟู&nbsp;ช่วยเหลือเยียวยาต้องดำเนินการพร้อมกันในทุกที่&nbsp;</strong>ทุกข์ของประชาชน&nbsp;คือทุกของเรา&nbsp;ทุกข์ของข้าราชการ&nbsp;ถ้าเราช่วยเหลือกันเราจะอยู่กับประชาชนได้อย่างมีความสุข&nbsp;ร่วมกันเป็น1&nbsp;เดียว&nbsp;นำความเจริญมาสู่จังหวัดเรา&nbsp;เมื่อเราได้งบประมาณมาเราจะได้พัฒนาในเรื่องใด&nbsp;ให้ประชาชนได้รับรู้ว่า&nbsp;ภาษีของประชาชนสามารถพัฒนาอะไร&nbsp;เขาจะได้มีส่วนร่วมในการพัฒนา&nbsp;ขอให้ทุกหน่วยงานช่วยเหลือประชาชนเร่งด่วน&nbsp;ในการแก้ปัญหาอย่างระยาว&nbsp;ทำไปแล้วได้ประโยชน์&nbsp;อย่างยั่งยืน&nbsp;มั่นคงตลอดไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302132219563
20	อำเภอสุไหงโก-ลก มีพื้นที่ประสบภัยพิบัติ จำนวน 3 ตำบล รวม 19 หมู่บ้าน และ 1 เทศบาลเมือง รวม 25 ชุมชน ได้รับผลกระทบ 6,799 ครัวเรือน จำนวน 28,187 คน	<p><strong>สรุปสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในอำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;</strong>ตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จนถึงปัจจุบันยังมีน้ำฝนสะสมและน้ำป่าน้ำจากป่าพรุโต๊ะแดงประกอบกับมีมวลน้ำจากอำเภอสุคิรินและอำเภอแว้งไหลลงสู่แม่น้ำโก-ลกส่งผลให้น้ำในแม่น้ำโกลกล้นตลิ่งแต่ลดลงอย่างต่อเนื่องโดยยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำประมาณ&nbsp;40&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ส่วนในเขตชุมชนเมืองชั้นในขณะนี้น้ำแห้งจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว&nbsp;ดังนั้นในขณะนี้พื้นที่มีน้ำท่วมขัง&nbsp;คือ&nbsp;ชุมชนตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;และชุมชนตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก&nbsp;ตำบลมูโนะ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากการสำรวจความเสียหายในพื้นที่&nbsp;พบว่ามีพื้นที่ประสบภัยพิบัติ</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;รวม&nbsp;19&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;และ1&nbsp;เทศบาลเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;ชุมชน&nbsp;มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบจำนวน&nbsp;6,799&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ประชาชนได้รับความเดือดร้อนประมาณ&nbsp;28,187&nbsp;คน&nbsp;มีการอพยพผู้ประสบภัยไปพักอาศัย&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์อพยพผู้ประสบอุทกภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;188&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;รวม&nbsp;767&nbsp;คน&nbsp;สำหรับบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจะมีการลงสำรวจ&nbsp;หลังสถานการณ์อุทกภัยเริ่มคลี่คลาย&nbsp;เพราะปัจจุบันกระแสน้ำบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโก-ลกยังไหลเชี่ยวกราก&nbsp;</p><p><strong>ส่วนความช่วยเหลือในห้วงที่ผ่านมา&nbsp;นายรุ่งเรือง&nbsp;ธิมาบุตร&nbsp;</strong>นายอำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;และนางสุชาดา&nbsp;พันธ์นรา&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่&nbsp;ทั้งการส่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยอพยพผู้ประสบภัย&nbsp;โดยเฉพาะผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้พิการ&nbsp;ผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลกมีการเปิดครัวจิตอาสา&nbsp;เพื่อจัดทำอาหารกล่อง&nbsp;แจกจ่ายให้ผู้ประสบภัย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;27&nbsp;ก.พ.65&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;จัดทำอาหารกล่อง&nbsp;แจกผู้ประสบภัยภายในชุมชน&nbsp;วันละ&nbsp;3&nbsp;มื้อ&nbsp;มื้อละ&nbsp;3,000&nbsp;กล่อง&nbsp;ยาสามัญประจำบ้าน&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;750&nbsp;ชุด&nbsp;&nbsp;เทศบาลตำบลปาเสมัส&nbsp;แจกน้ำดื่ม&nbsp;400&nbsp;แพค&nbsp;อบต.มูโนะ&nbsp;เปิดครัวทำอาหารกล่องแจกตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มี.ค.65&nbsp;วันละ&nbsp;3,000&nbsp;กล่อง&nbsp;อบต.ปูโยะ&nbsp;แจกอาหารกล่อง&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;ก.พ.65&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;350&nbsp;กล่อง&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานสาธารณสุขอำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;แจกจ่ายยาและเวชภัณฑ์จำนวน&nbsp;485&nbsp;ชุด</strong>หน่วยทหารค่ายกัลยาณิวัฒนาพัน.ร.151&nbsp;ได้จัดตั้งโรงครัวในพื้นที่ตำบลมูโนะ&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิเซิ่งหมู่ธารน้ำใจสุไหงโก-ลก&nbsp;และมูลนิธิร่วมกตัญญูรวมทั้งหน่วยทหาร&nbsp;และตำรวจที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ร่วมสนับสนุนภารกิจการช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัยจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302141622599
21	เทศบาลเมืองปัตตานี ร่วมกับ หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 44 และ กฟภ.เฝ้าระวังสถานการณ์อุกทภัยในเขตเมืองปัตตานี	<p><strong>นายนิอันนุวา&nbsp;สุไลมาน&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี</strong>&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่และสมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ลงพื้นที่ดูการปฏิบัติงานการเก็บขยะไม่ให้กีดขวางทางน้ำในแม่น้ำปัตตานี&nbsp;เพื่อให้น้ำไหลสะดวกรวดเร็วขึ้นเป็นการป้องกันไม่ให้น้ำท่วมขัง&nbsp;โดยหน่วยนพค.44&nbsp;สนภ.4&nbsp;นทพ.&nbsp;และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดปัตตานี&nbsp;สนับสนุนเครื่องยนต์และอุปกรณ์ในการปฏิบัติงาน&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสะพานเดชานุชิต&nbsp;และเทศบาลเมืองปัตตานี&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนทุกท่านไม่ทิ้งขยะลงในแม่น้ำลำคลอง&nbsp;เพื่อป้องกันขยะและสิ่งปฏิกูลอุดตันคูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302144542624
22	คณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย  สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสภาพพื้นที่ ที่ประสบปัญหาการกัดเซาะริมตลิ่งที่จังหวัดกาญจนบุรี	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่&nbsp;ตำบลหวายเหนียว&nbsp;อำเภอท่ามะกา&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;</strong>คณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;นำโดย&nbsp;นางสาวธนภร&nbsp;โสมทองแดง&nbsp;ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการฯ&nbsp;และในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะริมตลิ่งการตื้นเขินของแม่น้ำและลำคลอง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายกัญจน์พงศ์&nbsp;จงสุทธนามณี&nbsp;โฆษกคณะกรรมาธิการการฯ&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสภาพพื้นที่&nbsp;ที่ประสบปัญหาการกัดเซาะริมตลิ่ง&nbsp;พร้อมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากผู้นำท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะตลิ่งพังทลาย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอนุชา&nbsp;หอยสังข์&nbsp;นายอำเภอท่ามะกา&nbsp;นายอนันต์&nbsp;สิริพฤกษา&nbsp;โยธาธิการจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;นายประยูร&nbsp;ลี้ไพบูลย์&nbsp;นายกเทศบาลตำบลหวายเหนียว&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ให้การต้อนรับและนำเสนอข้อมูลฯ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โดยการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติ</strong>และสาธารณภัยสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้&nbsp;เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชน&nbsp;จึงได้เดินมาทางเพื่อศึกษาสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น&nbsp;และพิจารณาการแก้ไขการกัดเซาะตลิ่ง&nbsp;ของแม่น้ำ&nbsp;ลำคลอง&nbsp;และจะผลักดันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;นำไปเสนอต่อคณะกรรมาธิการฯชุดใหญ่&nbsp;ต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;โดย&nbsp;ที่ว่าการอำเภอท่ามะกา&nbsp;สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดกาญจนบุรี</strong>&nbsp;และเทศบาลตำบลหวายเหนียว&nbsp;ได้เสนอขอรับงบประมาณดำเนินการโครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งในแม่น้ำแม่กลอง&nbsp;ซึ่งรอการพิจารณาเพื่ออนุมัติงบประมาณในการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;:&nbsp;ข่าว/ภาพ</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ภัสร์ภรณ์&nbsp;เหลืองทอง&nbsp;&nbsp;ข่าว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-right""><br></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302183627773
23	ประวิตร รองนายกรัฐมนตรี ประชุมตรวจราชการและติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมมอบนโยบายให้กรมชลประทานดำเนินการจัดทำแผนในการป้องกันน้ำท่วมอย่างยั่งยืน	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส&nbsp;&nbsp;โดยได้เป็นประธานการประชุมตรวจราชการเพื่อติดตามประเมินผลมาตรการการรับมือฤดูฝน&nbsp;ปี2565&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และติดตามสถานการณ์อุทกภัย&nbsp;ซึ่งมีนายสนั่น&nbsp;&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ตรีนรินทร์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&nbsp;17&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมบรรยายสรุปสถานการณ์และการช่วยเหลือ&nbsp;ที่ห้องประชุมพระนราภิบาลชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส&nbsp;</p><p><strong>นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>จากสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;&nbsp;จังหวัด&nbsp;ช่วงวันที่25-28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลให้ปริมาณน้ำในลุ่มน้ำปัตตานี&nbsp;ลุ่มน้ำสายบุรี&nbsp;และลุ่มน้ำโก-ลก&nbsp;เพิ่มสูงขึ้นจนไหลล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำเป็นแห่งๆ&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;&nbsp;ได้เร่งควบคุมสถานการณ์&nbsp;ด้วยการระบายน้ำผ่านอาคารชลประทาน&nbsp;พร้อมกับเปิด-ปิดบานระบายประตูน้ำ&nbsp;ตามจังหวะการขึ้นลงของน้ำทะเล&nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขัง&nbsp;รวมทั้งเดินเครื่องสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าทั้ง&nbsp;10&nbsp;สถานี&nbsp;สูบพร่องน้ำออกจากพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;และเปิดประตูระบายน้ำที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เร่งระบายน้ำท่วมขังออกจากพื้นที่&nbsp;พร้อมกันนี้ได้ทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนไปยังประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและพื้นทีเสี่ยง&nbsp;ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการช่วยเหลือเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ต่างๆ</strong>&nbsp;ทางสำนักงานชลประทานที่&nbsp;17&nbsp;ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่จำนวน&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;รวม&nbsp;9&nbsp;เครื่อง&nbsp;ติดตั้งเครื่องสูบน้ำด้วยระบบไฮดรอลิค&nbsp;(Hydro&nbsp;Flow)&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;เครื่อง&nbsp;และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;เครื่อง&nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่&nbsp;ปัจจุบันระดับน้ำในแม่น้ำสายต่างๆ&nbsp;เริ่มลดลงแล้ว&nbsp;แต่ยังคงมีน้ำล้นตลิ่งบางแห่ง&nbsp;หากไม่มีฝนตกลงมาใน&nbsp;1-2&nbsp;วันนี้&nbsp;คาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของบริเวณพนังกั้นน้ำชั่วคราวชุมชนตลาดมูโนะ</strong>&nbsp;ขณะนี้ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ต่ำกว่าตลิ่งแล้ว&nbsp;โดยที่ประตูระบายน้ำปากคลองระบายน้ำมูโนะ&nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโก-ลก&nbsp;ได้ดำเนินการวางกล่องกระชุหิน(Gabion)&nbsp;บรรจุหินมาวางเพิ่มเติมด้านท้าย&nbsp;เพื่อเสริมความแข็งแรงและป้องกันน้ำกัดเซาะคันดินด้านท้ายประตูระบายน้ำดังกล่าว&nbsp;ทำให้สถานการณ์คลี่คลายดีขึ้นตามลำดับ&nbsp;ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ด้านท้ายประตูระบายน้ำได้เป็นอย่างมาก&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้กรมชลประทานดำเนินการ</strong>จัดทำแผนในการป้องกันน้ำท่วมอย่างยั่งยืนการก่อสร้างพนังกั้นน้ำในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;การเสริมความมั่นคงแข็งแรงให้กับอาคารชลประทานให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;พร้อมทั้งให้วางแผนบริหารจัดการน้ำกับกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำในพื้นที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว&nbsp;รวมทั้งการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนให้ได้มากที่สุดด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302153508662
24	คณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติ และสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ดูสภาพปัญหาน้ำแม่น้ำแม่กลองเซาะตลิ่งเสียหาย	<p><strong>คณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติ&nbsp;และสาธารณภัย</strong>&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;และคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะริมตลิ่ง&nbsp;การตื้นเขินของแม่น้ำลำคลอง&nbsp;นำโดย&nbsp;นางบุญยิ่ง&nbsp;นิติกาญจนา&nbsp;ส.ส.ราชบุรี&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการฯ&nbsp;คนที่หนึ่ง&nbsp;นางสาวธนพร&nbsp;โสมทองแดง&nbsp;ประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;อ.บ้านโป่ง&nbsp;ในโอกาสศึกษาดูงานตรวจสภาพพื้นที่เกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะตลิ่ง&nbsp;การตื้นเขินของแม่น้ำและลำคลอง&nbsp;ตลอดจนรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะตลิ่งพังทลาย&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;และจังหวัดกาญจนบุรี</p><p><strong>โดยวันนี้คณะกรรมาธิการฯ&nbsp;ได้ลงพื้นที่ไปยัง&nbsp;อ.บ้านโป่ง&nbsp;</strong>บริเวณหลังห้องสมุดประชาชนถึงหลังโรงเรียนดุสิตวิทยา&nbsp;มีนายรณภพ&nbsp;เหลืองไพโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี&nbsp;นายอุดม&nbsp;เพชรคุต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;สรุปสภาพปัญหาและแนวทางการดำเนินการแก้ไข&nbsp;ซึ่งบริเวณดังกล่าวติดกับแม่น้ำแม่กลอง&nbsp;และจุดนี้เป็นช่วงโค้งของแม่น้ำหากถึงช่วงฤดูฝนน้ำในแม่น้ำเยอะจะไหลเซาะตลิ่งพังเสียหาย&nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบ&nbsp;ที่ผ่านมากรมโยธาธิการและผังเมืองได้สร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำแม่กลอง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;ประมาณ&nbsp;600&nbsp;เมตร&nbsp;ปัจจุบันเขื่อนมีสภาพชำรุดเนื่องจากน้ำกัดเซาะ&nbsp;และสร้างมานานแล้ว&nbsp;จึงมีแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยการปรับปรุงและสร้างเขื่อนให้มีระยะทางเพิ่มขึ้นเพื่อเชื่อมต่อกับเขื่อนใหม่ที่สร้างบริเวณศาลาประชาคมริมน้ำเทศบาลเมืองบ้านโป่ง</p><p><strong>ส่วนระยะยาวกรมโยธาธิการและผังเมืองได้จัดทำโครงการศึกษาความเหมาะสม</strong>และสำรวจออกแบบรายละเอียดระบบป้องกันน้ำท่วมและระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนลุ่มน้ำภาคกลาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;พื้นที่ชุมชนบ้านโป่ง&nbsp;และชุมชนต่อเนื่อง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	ราชบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302233235876
25	พล.อ.ประวิตร รองนายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมแจกถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยในอำเภอสุไหงโก-ลก	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;พร้อมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น&nbsp;โอกาสนี้ได้เดินทางมายังอาคารรื่นอรุณ&nbsp;เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;เพื่อพบปะให้กำลังใจประชาชน&nbsp;พร้อมแจกถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่&nbsp;ต.มูโนะ&nbsp;และ&nbsp;ต.สุไหงโก-ลก&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;จ.นราธิวาส</p><p><strong>พร้อมระบุ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>มอบหมายให้มาเร่งรัดติดตามการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย&nbsp;อีกทั้งต้องการมาให้กำลังใจพี่น้อง&nbsp;ประชาชนในพื้นที่&nbsp;ส่วนเรื่องการแก้ปัญหาพนังกั้นน้ำมูโนะชำรุด&nbsp;ได้เตรียมพิจารณางบกลาง&nbsp;หรืองบประมาณรายจ่ายงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&nbsp;เพื่อดำเนินการแก้ไขและอุดช่องว่างที่ทำให้เกิดปัญหา&nbsp;ตลอดจนเสริมความมั่นคงแข็งแรงให้กับพนังกั้นน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์อุทกภัยในระยะยาว&nbsp;นอกจากนี้ได้ส่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเร่งรัดก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำริมฝั่งแม่น้ำโก-ลกให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด&nbsp;โดยต้องเร่งสร้างการรับรู้ให้ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชนเข้าใจถึงปัญหาและแนวทางการแก้ปัญหาที่มุ่งเน้นเพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่จะได้ไม่ต้องประสบปัญหาอุทกภัยซ้ำซาก&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จำเป็นต้องวางแผนการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าของจังหวัดนราธิวาส</strong>ในระยะ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;เพื่อพัฒนาพื้นที่และนำความเจริญมาสู่ประชาชน&nbsp;ทั้งนี้ได้เน้นย้ำว่าขอให้เชื่อมั่นในรัฐบาลของพลเอก&nbsp;ประยุทธ&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนทุกเรื่อง&nbsp;โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&nbsp;ส่วนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถใช้ช่องทางของศูนย์ดำรงธรรมในการร้องเรียน&nbsp;เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด&nbsp;</p><p><strong>ส่วนความคืบหน้าการแก้ปัญหาอุทกภัยและการซ่อมแซมประตูระบายน้ำมูโนะ&nbsp;</strong>ล่าสุด&nbsp;ดร.ทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;ชี้แจงว่า&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้เร่งควบคุมสถานการณ์&nbsp;ด้วยการระบายน้ำผ่านอาคารชลประทาน&nbsp;พร้อมกับเปิด-ปิดบานระบายประตูน้ำ&nbsp;ตามจังหวะการขึ้นลงของน้ำทะเล&nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขัง&nbsp;รวมทั้งเดินเครื่องสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าทั้ง&nbsp;10&nbsp;สถานี&nbsp;สูบพร่องน้ำออกจากพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;และเปิดประตูระบายน้ำที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เร่งระบายน้ำท่วมขังออกจากพื้นที่&nbsp;พร้อมกันนี้ได้ทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนไปยังประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและพื้นทีเสี่ยง&nbsp;ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการช่วยเหลือเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ต่างๆ&nbsp;นั้น</strong>&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;17&nbsp;ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;รวม&nbsp;9&nbsp;เครื่อง&nbsp;ติดตั้งเครื่องสูบน้ำด้วยระบบไฮโดรโฟล&nbsp;(Hydro&nbsp;Flow)&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;เครื่อง&nbsp;และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;เครื่อง&nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่&nbsp;ปัจจุบันระดับน้ำในแม่น้ำสายต่างๆ&nbsp;เริ่มลดลงแล้ว&nbsp;แต่ยังคงมีน้ำล้นตลิ่งบางแห่ง&nbsp;หากไม่มีฝนตกลงมาใน&nbsp;1-2&nbsp;วันนี้&nbsp;คาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว&nbsp;</p><p><strong>ส่วนของบริเวณพนังกั้นน้ำชั่วคราวชุมชนตลาดมูโนะ</strong>&nbsp;ขณะนี้ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่องต่ำกว่าตลิ่งแล้ว&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;17&nbsp;ได้นำกระสอบทรายเข้าไปเสริมความแข็งแรงคันกั้นน้ำชั่วคราวแล้ว&nbsp;ส่วนที่ประตูระบายน้ำปากคลองระบายน้ำมูโนะ(ปตร.มูโนะ)&nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโก-ลก&nbsp;ได้ดำเนินการวางกล่องกระชุหิน&nbsp;(Gabion)&nbsp;บรรจุหินมาวางเพิ่มเติมด้านท้าย&nbsp;เพื่อเสริมความแข็งแรงและป้องกันน้ำกัดเซาะคันดินด้านท้ายปตร.ดังกล่าว&nbsp;ทำให้สถานการณ์คลี่คลายดีขึ้นตามลำดับ&nbsp;ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ด้านท้ายปตร.ได้เป็นอย่างมาก&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับความเสียหายจากอุทกภัยในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;</strong>พบว่ามีพื้นที่ประสบภัยพิบัติ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;รวม&nbsp;19&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;และ1&nbsp;เทศบาลเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;ชุมชน&nbsp;มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบจำนวน&nbsp;6,799&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ประชาชนได้รับความเดือดร้อนประมาณ&nbsp;28,187&nbsp;คน&nbsp;มีการอพยพผู้ประสบภัยไปพักอาศัย&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์อพยพผู้ประสบอุทกภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;188&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;รวม&nbsp;767&nbsp;คน&nbsp;โดยอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ทั้งก่อน&nbsp;ระหว่าง&nbsp;และระยะฟื้นฟูที่จะมีการสำรวจอย่างละเอียดหลังสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลาย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302170401712
26	พล.อ.ประวิตร รองนายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมแจกถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยในอำเภอสุไหงโก-ลก	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;พร้อมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น&nbsp;โอกาสนี้ได้เดินทางมายังอาคารรื่นอรุณ&nbsp;เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;เพื่อพบปะให้กำลังใจประชาชน&nbsp;พร้อมแจกถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่&nbsp;ต.มูโนะ&nbsp;และ&nbsp;ต.สุไหงโก-ลก&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;จ.นราธิวาส</p><p><strong>พร้อมระบุ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>มอบหมายให้มาเร่งรัดติดตามการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย&nbsp;อีกทั้งต้องการมาให้กำลังใจพี่น้อง&nbsp;ประชาชนในพื้นที่&nbsp;ส่วนเรื่องการแก้ปัญหาพนังกั้นน้ำมูโนะชำรุด&nbsp;ได้เตรียมพิจารณางบกลาง&nbsp;หรืองบประมาณรายจ่ายงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&nbsp;เพื่อดำเนินการแก้ไขและอุดช่องว่างที่ทำให้เกิดปัญหา&nbsp;ตลอดจนเสริมความมั่นคงแข็งแรงให้กับพนังกั้นน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์อุทกภัยในระยะยาว&nbsp;นอกจากนี้ได้ส่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเร่งรัดก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำริมฝั่งแม่น้ำโก-ลกให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด&nbsp;โดยต้องเร่งสร้างการรับรู้ให้ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชนเข้าใจถึงปัญหาและแนวทางการแก้ปัญหาที่มุ่งเน้นเพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่จะได้ไม่ต้องประสบปัญหาอุทกภัยซ้ำซาก&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จำเป็นต้องวางแผนการพัฒนาความเจริญก้าวหน้า</strong>ของจังหวัดนราธิวาสในระยะ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;เพื่อพัฒนาพื้นที่และนำความเจริญมาสู่ประชาชน&nbsp;ทั้งนี้ได้เน้นย้ำว่าขอให้เชื่อมั่นในรัฐบาลของพลเอก&nbsp;ประยุทธ&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนทุกเรื่อง&nbsp;โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&nbsp;ส่วนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถใช้ช่องทางของศูนย์ดำรงธรรมในการร้องเรียน&nbsp;เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด&nbsp;</p><p><strong>ส่วนความคืบหน้าการแก้ปัญหาอุทกภัยและการซ่อมแซมประตูระบายน้ำมูโนะ</strong>&nbsp;ล่าสุด&nbsp;ดร.ทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;ชี้แจงว่า&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้เร่งควบคุมสถานการณ์&nbsp;ด้วยการระบายน้ำผ่านอาคารชลประทาน&nbsp;พร้อมกับเปิด-ปิดบานระบายประตูน้ำ&nbsp;ตามจังหวะการขึ้นลงของน้ำทะเล&nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขัง&nbsp;รวมทั้งเดินเครื่องสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าทั้ง&nbsp;10&nbsp;สถานี&nbsp;สูบพร่องน้ำออกจากพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;และเปิดประตูระบายน้ำที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เร่งระบายน้ำท่วมขังออกจากพื้นที่&nbsp;พร้อมกันนี้ได้ทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนไปยังประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและพื้นทีเสี่ยง&nbsp;ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการช่วยเหลือเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ต่างๆ&nbsp;นั้น</strong>&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;17&nbsp;ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;รวม&nbsp;9&nbsp;เครื่อง&nbsp;ติดตั้งเครื่องสูบน้ำด้วยระบบไฮโดรโฟล&nbsp;(Hydro&nbsp;Flow)&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;เครื่อง&nbsp;และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;เครื่อง&nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่&nbsp;ปัจจุบันระดับน้ำในแม่น้ำสายต่างๆ&nbsp;เริ่มลดลงแล้ว&nbsp;แต่ยังคงมีน้ำล้นตลิ่งบางแห่ง&nbsp;หากไม่มีฝนตกลงมาใน&nbsp;1-2&nbsp;วันนี้&nbsp;คาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว&nbsp;</p><p><strong>ส่วนของบริเวณพนังกั้นน้ำชั่วคราวชุมชนตลาดมูโนะ</strong>&nbsp;ขณะนี้ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่องต่ำกว่าตลิ่งแล้ว&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;17&nbsp;ได้นำกระสอบทรายเข้าไปเสริมความแข็งแรงคันกั้นน้ำชั่วคราวแล้ว&nbsp;ส่วนที่ประตูระบายน้ำปากคลองระบายน้ำมูโนะ(ปตร.มูโนะ)&nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโก-ลก&nbsp;ได้ดำเนินการวางกล่องกระชุหิน&nbsp;(Gabion)&nbsp;บรรจุหินมาวางเพิ่มเติมด้านท้าย&nbsp;เพื่อเสริมความแข็งแรงและป้องกันน้ำกัดเซาะคันดินด้านท้ายปตร.ดังกล่าว&nbsp;ทำให้สถานการณ์คลี่คลายดีขึ้นตามลำดับ&nbsp;ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ด้านท้ายปตร.ได้เป็นอย่างมาก&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับความเสียหายจากอุทกภัยในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;</strong>พบว่ามีพื้นที่ประสบภัยพิบัติ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;รวม&nbsp;19&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;และ1&nbsp;เทศบาลเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;ชุมชน&nbsp;มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบจำนวน&nbsp;6,799&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ประชาชนได้รับความเดือดร้อนประมาณ&nbsp;28,187&nbsp;คน&nbsp;มีการอพยพผู้ประสบภัยไปพักอาศัย&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์อพยพผู้ประสบอุทกภัย&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;188&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;รวม&nbsp;767&nbsp;คน&nbsp;โดยอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ทั้งก่อน&nbsp;ระหว่าง&nbsp;และระยะฟื้นฟูที่จะมีการสำรวจอย่างละเอียดหลังสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลาย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302170645715
27	อำเภอเมืองยะลาเดินหน้า มอบถุงยังชีพครัวเรือนกระทบน้ำท่วมที่บ้านจาหนัน ต.พร่อน  พร้อมเร่งสำรวจความเสียหาย ฟื้นฟูหลังน้ำลด ชาวบ้านเผย ดีใจ หน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ	<p><strong>จากอุทกภัยฝนตกในห้วงระหว่าง&nbsp;24-&nbsp;27&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ที่ผ่านมา</strong>&nbsp;ทำให้เกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ของจังหวัดยะลา&nbsp;ล่าสุด&nbsp;วันนี้&nbsp;2&nbsp;มี.ค.65&nbsp;นายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสมบูรณ์&nbsp;พรหมณี&nbsp;ปลัดอาวุโส&nbsp;อ.เมือง&nbsp;ยะลา&nbsp;ร่วมกับกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และจิตอาสา&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;บ้านจาหนัน&nbsp;ต.พร่อน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นำถุงยังชีพ&nbsp;จำนวน&nbsp;320&nbsp;ชุด&nbsp;มอบให้กับครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากจากท่วมในห้วงที่ผ่าน&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;หลังน้ำลดกลับเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;เร่งสำรวจความเสียเพื่อเยียวยาช่วยเหลือ&nbsp;ฟื้นฟูหลังน้ำลด&nbsp;ต่อไป&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา&nbsp;ได้นำถุงยังชีพ&nbsp;มามอบช่วยเหลือเพิ่มเติมให้กับประชาชน&nbsp;อีกจำนวน&nbsp;50&nbsp;ชุด</p><p><strong>นายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>หลังฝนหยุดตกในพื้นที่&nbsp;ทางผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ได้มอบหมายให้แต่ละอำเภอ&nbsp;เร่ง&nbsp;สำรวจ&nbsp;ฟื้นฟูความเสียหาย&nbsp;เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยเป็นการด่วน&nbsp;โดยในพื้นที่เขตอำเภอเมืองยะลา&nbsp;ได้รับผลกระทบน้ำท่วมครอบคลุมทั้ง&nbsp;14&nbsp;ตำบล&nbsp;รวมทั้งในเขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;ในช่วงนี้ได้มีการประชุมหารือกับส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจ&nbsp;ประสานกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;เกษตร&nbsp;ประมง&nbsp;เร่งสำรวจความเสียหาย&nbsp;เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือต่อไป</p><p><strong>นางอาซีซะ&nbsp;มีซายาลง&nbsp;อายุ&nbsp;49&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;8/3&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6</strong>&nbsp;บ้านจาหนัน&nbsp;ต.พร่อน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;น้ำท่วมที่ผ่านมา&nbsp;น้ำท่วมบ้าน&nbsp;สูงกว่า&nbsp;50&nbsp;ซม.&nbsp;นานถึง&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งขณะนี้น้ำได้ลดลงเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว&nbsp;ได้รับผลกระทบจากการปลูกผักสวนครัว&nbsp;ผัก&nbsp;พริก&nbsp;ปลูกหญ้าสายพันธ์ุเนเปีย&nbsp;เสียหายไร่กว่า&nbsp;ดีใจที่หน่วยงานไม่ทอดทิ้ง&nbsp;เข้ามาช่วยเหลือมอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;พร้อมทั้งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น&nbsp;เพื่อเยียวยาต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302171033720
28	จ.ยะลา เร่งฟื้นฟู สำรวจความเสียหาย ช่วยเหลือประชาชน หลังน้ำลด	<p><strong>ผู้ว่าฯยะลา&nbsp;สั่ง&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;เร่งสำรวจ&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;ให้ความช่วยเหลือประชาชน</strong>&nbsp;หลังน้ำลด&nbsp;ขณะ&nbsp;นอภ.เมืองยะลา&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;มอบถุงยังชีพ&nbsp;สร้างขวัญกำลังใจ&nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบ</p><p><strong>ชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;บ้านจาหนัน&nbsp;อำเภอเมืองยะลา</strong>&nbsp;ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูง&nbsp;ติดต่อกันสองวันในช่วง&nbsp;ที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เกิดสถานการณ์อุทกภัยระหว่างวันที่&nbsp;24-27&nbsp;ก.พ&nbsp;65&nbsp;&nbsp;ได้เล่าให้ฟังว่า&nbsp;ที่บ้านจาหนัน&nbsp;น้ำจะท่วมทุกปีมีทั้งน้ำป่า&nbsp;และน้ำที่ล้นตลิ่งจากแม่น้ำปัตตานี&nbsp;&nbsp;&nbsp;ถนนถูกตัดขาด&nbsp;เวลาจะออกไปหาซื้ออาหารก็ต้องเดินลุยน้ำไปกว่ากิโล&nbsp;ได้รับความเดือดร้อนมาก&nbsp;ไม่อยากให้น้ำท่วม&nbsp;ต้องขนของหนีน้ำขึ้นที่สูงบางอย่างขนไม่ทันก็จะลอยน้ำไป&nbsp;ทิ้งบ้านก็ไม่ได้เดี๋ยวข้าวของหาย&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ล่าสุด&nbsp;ในวันนี้(2&nbsp;มี.ค&nbsp;65)&nbsp;นายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด&nbsp;</strong>นายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;&nbsp;ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองยะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;ได้ลงพื้นที่&nbsp;บ้านจาหนัน&nbsp;นำถุงยังชีพ&nbsp;ไปมอบให้ชาวบ้าน&nbsp;ที่ผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;จากน้ำท่วม&nbsp;จำนวน&nbsp;320&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;กว่า&nbsp;1,000&nbsp;คน&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือ&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นและเป็นขวัญกำลังใจให้กับชาวบ้าน&nbsp;นอกจากนี้ยังได้พูดคุยกับผู้ใหญ่บ้านชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ</p><p><strong>พร้อมกับระบุว่า&nbsp;ในช่วงสถานการณ์&nbsp;ที่เราเจอกับน้ำท่วม&nbsp;4-5&nbsp;วันที่ผ่านมา</strong>&nbsp;หลังฝนหยุดตก&nbsp;ทางท่าน&nbsp;ผวจ.ยะลา&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;แต่ละอำเภอ&nbsp;ได้เร่งฟื้นฟู&nbsp;สำรวจความเสียหาย&nbsp;พร้อมทั้งย้ำให้&nbsp;รีบ&nbsp;เร่ง&nbsp;ให้ความช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบภัย</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;พื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม&nbsp;</strong>ครอบคลุมทั้ง&nbsp;14&nbsp;ตำบล&nbsp;รวมถึงเขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;โดยทางอำเภอ&nbsp;ได้ดำเนินการหารือส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อที่จะเร่งสำรวจ&nbsp;ความเสียหาย&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;ก็ได้ให้กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;เกษตรตำบล&nbsp;พัฒนากร&nbsp;ประมง&nbsp;สำรวจความเสียหาย&nbsp;แต่ละพื้นที่ที่รับผิดชอบ&nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป</p><p><strong>ถึงภัยน้ำท่วมครั้งนี้&nbsp;จะไม่นาน&nbsp;แต่เราก็ต้องเร่งให้ความช่วยเหลือ</strong>&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;จิตใจ&nbsp;พ่อ&nbsp;แม่พี่น้องประชาชน&nbsp;เกษตรกรบางราย&nbsp;พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายทั้งหมด&nbsp;&nbsp;&nbsp;ฝนมาตกปลายเดือน&nbsp;ก.พ&nbsp;ก็ไม่เคยเจอ&nbsp;ต่อไปก็ต้องทำความเข้าใจกับประชาชน&nbsp;ว่าพิษภัยอาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา&nbsp;การเตรียมการรับมือของส่วนราชการ&nbsp;ก็สำคัญ&nbsp;ยิ่งไปกว่านั้น&nbsp;พี่น้องประชาชน&nbsp;ต้องมีความพร้อม&nbsp;สนับสนุนในการคลี่คลายสถานการณ์&nbsp;เมื่อเกิดภัย&nbsp;โดยเร็วด้วย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;พื้นที่ประสบอุทกภัย&nbsp;และวาตภัย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;มี&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;43&nbsp;ตำบล&nbsp;184&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;1&nbsp;ชุมชน&nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบ&nbsp;4,810&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;18,380&nbsp;คน&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;(อพยพ&nbsp;14&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;65&nbsp;คน)&nbsp;บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน&nbsp;24&nbsp;หลัง&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;โรงเรียน&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;&nbsp;มัสยิด&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;&nbsp;วัด&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;&nbsp;ถนน&nbsp;15&nbsp;สาย&nbsp;ฝาย&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คอสะพาน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;พื้นที่การเกษตร&nbsp;1,711&nbsp;ไร่&nbsp;และบ่อปลา&nbsp;41&nbsp;บ่อ&nbsp;โดยอำเภอเมืองยะลา&nbsp;มีผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ตำบล&nbsp;58&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;1,451&nbsp;&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;5,064&nbsp;คน&nbsp;และเสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์อุทกภัย&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้คลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302171336721
29	นอภ.เมืองยะลา ลงพื้นที่แจกถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ด้านชาวบ้าน ดีใจ หน่วยงานรัฐเข้ามาช่วยเหลือ	<p><strong>จากอุทกภัยฝนตกในห้วงระหว่าง&nbsp;24-&nbsp;27&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ที่ผ่านมา</strong>&nbsp;ทำให้เกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ของจังหวัดยะลา&nbsp;ล่าสุด&nbsp;วันนี้&nbsp;2&nbsp;มี.ค.65&nbsp;นายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสมบูรณ์&nbsp;พรหมณี&nbsp;ปลัดอาวุโส&nbsp;อ.เมือง&nbsp;ยะลา&nbsp;ร่วมกับกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และจิตอาสา&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;บ้านจาหนัน&nbsp;ต.พร่อน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นำถุงยังชีพ&nbsp;จำนวน&nbsp;320&nbsp;ชุด&nbsp;มอบให้กับครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากจากท่วมในห้วงที่ผ่าน&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;หลังน้ำลดกลับเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;เร่งสำรวจความเสียเพื่อเยียวยาช่วยเหลือ&nbsp;ฟื้นฟูหลังน้ำลด&nbsp;ต่อไป&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ทาง&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา&nbsp;ได้นำถุงยังชีพ&nbsp;มามอบช่วยเหลือเพิ่มเติมให้กับประชาชน&nbsp;อีกจำนวน&nbsp;50&nbsp;ชุด&nbsp;</p><p><strong>นายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;หลังฝนหยุดตกในพื้นที่&nbsp;ทางผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ได้มอบหมายให้แต่ละอำเภอ&nbsp;เร่ง&nbsp;สำรวจ&nbsp;ฟื้นฟูความเสียหาย&nbsp;เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยเป็นการด่วน&nbsp;โดยในพื้นที่เขตอำเภอเมืองยะลา&nbsp;ได้รับผลกระทบน้ำท่วมครอบคลุมทั้ง&nbsp;14&nbsp;ตำบล&nbsp;รวมทั้งในเขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;ในช่วงนี้ได้มีการประชุมหารือกับส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจ&nbsp;ประสานกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;เกษตร&nbsp;ประมง&nbsp;เร่งสำรวจความเสียหาย&nbsp;เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือต่อไป&nbsp;</p><p><strong>นางอาซีซะ&nbsp;มีซายาลง&nbsp;อายุ&nbsp;49&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;8/3&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;</strong>บ้านจาหนัน&nbsp;ต.พร่อน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;น้ำท่วมที่ผ่านมา&nbsp;น้ำท่วมบ้าน&nbsp;สูงกว่า&nbsp;50&nbsp;ซม.&nbsp;นานถึง&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งขณะนี้น้ำได้ลดลงเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว&nbsp;ได้รับผลกระทบจากการปลูกผักสวนครัว&nbsp;ผัก&nbsp;พริก&nbsp;ปลูกหญ้าสายพันธ์ุเนเปีย&nbsp;เสียหายไร่กว่า&nbsp;ดีใจที่หน่วยงานไม่ทอดทิ้ง&nbsp;เข้ามาช่วยเหลือมอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;พร้อมทั้งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น&nbsp;เพื่อเยียวยาต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302182030765
30	รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เปิดโครงการเสริมสร้างความแข็งแรงของเยาวชนในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่	<p><strong>นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายอนุวรรตน์&nbsp;โหมดพริ้ง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างความแข็งแรงของเยาวชนในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่&nbsp;หลักสูตรยุวอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;2-3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัยจังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเน้นอุดมการณ์อาสาสมัคร</strong>ป้องกันฝ่ายพลเรือนสำหรับยุวอาสา&nbsp;เรื่องสาธารณภัยและการเอาตัวรอดจากภัยต่างๆ&nbsp;และการปลูกฝังจิตสาธารณะ&nbsp;สร้างความตระหนักถึงการดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย&nbsp;สามารถช่วยเหลือตนเองและชุมชนจากภัยพิบัติในเบื้องต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยจังหวัดกระบี่ได้มอบหมายให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่&nbsp;คัดเลือกโรงเรียนระดับมัธยมที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย&nbsp;และผู้บริหารมีความพร้อมที่จะเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;จังหวัดละ&nbsp;1&nbsp;รุ่น&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;2-3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การฝึกอบรมครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมรับมือสาธารณภัยต่างๆ&nbsp;ให้กับกลุ่มเด็กและเยาวชนที่จะเป็นกำลังของชาติในอนาคต&nbsp;จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องเร่งเสริมสร้างเครือข่ายเยาวชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญในการเข้ามามีส่วนช่วยลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;ที่เกิดจากสาธารณภัยได้เป็นอย่างดีและยั่งยืน&nbsp;และขอให้ยุวอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนทุกคน&nbsp;ตั้งใจในการเรียนรู้&nbsp;เพื่อจะได้นำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันให้เกิดความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;รวมทั้งเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ตนเอง&nbsp;ครอบครัว&nbsp;และชุมชนต่อไป//สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ปริญญา&nbsp;งอสอน&nbsp;/&nbsp;ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302174726746
31	รองนายกประวิตร ย้ำรัฐบาลจะเร่งช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยบูรณาการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ให้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี พร้อมอนุมัติงบกลาง 44 ล้านบาท สร้างพนังกั้นน้ำมูโนะ จ.นราธิวาส	<p><strong>พล.อ.ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;พร้อมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&nbsp;ซึ่งโดยรวม&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ยะลา&nbsp;ปัตตานีและนราธิวาส&nbsp;&nbsp;ที่ห้องประชุมพระนราภิบาล&nbsp;ศาลากลาง&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;โดยสถานการณ์น้ำท่วมขังเริ่มลดลงเหลือเพียง&nbsp;19&nbsp;อำเภอ&nbsp;ที่คาดว่าไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์สภาวะน้ำท่วมขังจะกลับคืนสู่สภาวะปกติ&nbsp;และในช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;ที่จะถึงนี้จะมีสภาวะฝนตกลงมาอีกละลอก&nbsp;แต่ไม่หนักเหมือนครั้งนี้&nbsp;ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการเตรียมพร้อมในการรับมือแล้ว&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดประวัติซ้ำรอย&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ตลาดมูโนะ&nbsp;ม.1&nbsp;ต.มูโนะอ.สุไหงโก-ลก&nbsp;ที่มีน้ำท่วมขังหนักในรอบ&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;</p><p><strong>พล.อ.ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>ได้กล่าวมอบนโยบายแก่หน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ในการช่วยเหลือประชาชนและเร่งลดผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย&nbsp;โดยได้สั่งการให้กรมชลประทาน&nbsp;วางแผนการบริหารจัดการน้ำร่วมกับกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำให้คลี่คลายโดยเร็ว&nbsp;พร้อมทั้งให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ร่วมกันบูรณาการสำรวจและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย&nbsp;รวมถึงมอบหมายให้กรมชลประทานกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;เร่งรัดและวางแผนการก่อสร้างพนังกั้นน้ำในจุดเสี่ยงอุทกภัยทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;ให้สามารถป้องกันอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><strong>ซึ่ง&nbsp;พล.อ.ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ได้มีการอนุมัติงบกลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;44&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ให้กรมชลประทานและกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;ทำการก่อสร้างผนังกั้นน้ำในระยะทาง&nbsp;10&nbsp;เมตร&nbsp;ที่ยังหลงเหลือให้สามารถแล้วเสร็จก่อนที่จะถึงฤดูน้ำหลากที่จะมาถึงนี้&nbsp;รวมทั้งการซ่อมแซมพนังกั้นน้ำที่ชำรุดเสียหายที่ด้านหลังตลาดมูโนะให้แล้วเสร็จ&nbsp;เพื่อไม้ให้เกิดประวัติซ้ำรอยเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากของแต่ละปี&nbsp;และยังได้มอบหมาให้&nbsp;สทนช.&nbsp;และ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ประสานและบูรณาการ&nbsp;แก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง&nbsp;ให้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ที่วางไว้โดยให้จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ยะลา&nbsp;และปัตตานี&nbsp;ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างการรับรู้&nbsp;เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีความเข้าใจและยอมรับในการดำเนินการก่อสร้างโครงการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม</p><p><strong>พร้อมเน้นย้ำว่ารัฐบาลจะเร่งช่วยเหลือประชาชนอย่างสุดกำลัง&nbsp;</strong>และกำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปรับปรุงพนังกั้นน้ำมูโนะ&nbsp;ในส่วนที่ชำรุดและเสริมความมั่นคง&nbsp;แข็งแรงของพนังกั้นน้ำมูโนะ&nbsp;เพื่อป้องกันอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;พล.อ.ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้เดินทางไปยังจุดพนังกั้นน้ำที่ชำรุดจากสภาวะน้ำท่วมที่ถูกกะแสน้ำที่ไหลเชี่ยวพักเสียหาย&nbsp;ยาว&nbsp;10&nbsp;เมตร&nbsp;เมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายเฉลิมชัย&nbsp;ตรีนรินทร์&nbsp;ผอ.สนง.ชลประทานที่&nbsp;17</strong>&nbsp;ได้กล่าวรายงานถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังนำ&nbsp;BIG&nbsp;BAG&nbsp;มาวางเพื่อเป็นแนวกั้นดินเพื่อไม่ให้กระแสน้ำในแม่น้ำสุไหงโก-ลก&nbsp;กัดเซาะคันดินเก่าที่ได้ดำเนินไปแล้วเมื่อเดือนธันวาคม&nbsp;ให้มีความแข็งแรงแก้ปัญหาน้ำกัดเซาะ&nbsp;แล้วได้ไหลทะลักเข้าสู่ตลาดมูโนะ&nbsp;ซึ่งจุดดังกล่าวนี้เป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณกลาง&nbsp;44&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ที่รองนายกรัฐมนตรีจะอนุมัติให้เป็นกรณีพิเศษ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302182537770
32	พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี บินด่วนลุยน้ำท่วม จ.นราธิวาส  ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ - และมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้น? 3? จังหวัดชายแดนภาคใต้	<p><strong>พล.อ.ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;พร้อมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&nbsp;โดยมีนายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสกล่าวรายงาน&nbsp;วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมพระนราภิบาล&nbsp;ศาลากลาง&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งโดยรวม&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ยะลา&nbsp;ปัตตานีและนราธิวาส</strong>&nbsp;สภาวะน้ำท่วมขังเริ่มลดลงเหลือเพียง&nbsp;19&nbsp;อำเภอ&nbsp;ที่คาดว่าไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์สภาวะน้ำท่วมขังจะกลับคืนสู่สภาวะปกติ&nbsp;และในช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;ที่จะถึงนี้จะมีสภาวะฝนตกลงมาอีกละลอก&nbsp;แต่ไม่หนักเหมือนครั้งนี้&nbsp;ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการเตรียมพร้อมในการรับมือแล้ว&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดประวัติซ้ำรอย&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ตลาดมูโนะ&nbsp;ม.1&nbsp;ต.มูโนะ&nbsp;อ.สุไหงโก-ลก&nbsp;ที่มีน้ำท่วมขังหนักในรอบ&nbsp;60&nbsp;ปี</p><p><strong>โดยพล.อ.ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>ได้กล่าวมอบนโยบายแก่หน่วยงานต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ในการช่วยเหลือประชาชนและเร่งลดผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย&nbsp;โดยได้สั่งการให้กรมชลประทาน&nbsp;วางแผนการบริหารจัดการน้ำร่วมกับกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำให้คลี่คลายโดยเร็ว&nbsp;พร้อมทั้งให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ร่วมกันบูรณาการสำรวจและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย&nbsp;รวมถึงมอบหมายให้กรมชลประทานกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;เร่งรัดและวางแผนการก่อสร้างพนังกั้นน้ำในจุดเสี่ยงอุทกภัยทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;ให้สามารถป้องกันอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><strong>ซึ่งพล.อ.ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>ได้มีการอนุมัติงบกลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;44&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ให้กรมชลประทานและกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;ทำการก่อสร้างผนังกั้นน้ำในระยะทาง&nbsp;10&nbsp;เมตร&nbsp;ที่ยังหลงเหลือให้สามารถแล้วเสร็จก่อนที่จะถึงฤดูน้ำหลากที่จะมาถึงนี้&nbsp;รวมทั้งการซ่อมแซมพนังกั้นน้ำที่ชำรุดเสียหายที่ด้านหลังตลาดมูโนะให้แล้วเสร็จ&nbsp;เพื่อไม้ให้เกิดประวัติซ้ำรอยเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากของแต่ละปี&nbsp;และยังได้มอบหมายให้&nbsp;สทนช.&nbsp;และ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ประสานและบูรณาการ&nbsp;แก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง&nbsp;ให้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ที่วางไว้โดยให้&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ยะลา&nbsp;และปัตตานี&nbsp;ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างการรับรู้&nbsp;เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีความเข้าใจและยอมรับในการดำเนินการก่อสร้างโครงการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม</p><p><strong>จากนั้นในช่วงบ่าย&nbsp;พล.อ.ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกฯ</strong>&nbsp;พร้อมคณะได้เดินทางต่อไปยังตลาดมูโนะ&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังสูง&nbsp;โดยเฉลี่ย&nbsp;50&nbsp;ถึง&nbsp;70&nbsp;ซ.ม.เพื่อพบปะให้กำลังใจประชาชน&nbsp;พร้อมแจกถุงยังชีพให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;ต.มูโนะ&nbsp;5&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;ชุด&nbsp;พร้อมเน้นย้ำว่ารัฐบาลจะเร่งช่วยเหลือประชาชนอย่างสุดกำลัง&nbsp;และกำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปรับปรุงพนังกั้นน้ำมูโนะ&nbsp;ในส่วนที่ชำรุดและเสริมความมั่นคง&nbsp;แข็งแรงของพนังกั้นน้ำมูโนะ&nbsp;เพื่อป้องกันอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต&nbsp;โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;จะเร่งรัดดำเนินการสำรวจ&nbsp;ออกแบบและก่อสร้างระบบพนังกั้นน้ำส่วนที่เหลือยังไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามแผนงาน&nbsp;พร้อมติดตามเร่งรัดกับหน่วยงานให้การก่อสร้างพนังกั้นน้ำที่ชำรุด&nbsp;เสียหายแล้วเสร็จเพื่อสามารถป้องกันอุทกภัยหากเกิดขึ้นในปีหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;พล.อ.ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ได้เดินทางไปยังจุดพนังกั้นน้ำที่ชำรุดจากสภาวะน้ำท่วมที่ถูกกะแสน้ำที่ไหลเชี่ยวพักเสียหาย&nbsp;ยาว&nbsp;10&nbsp;เมตร&nbsp;เมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยมีนายเฉลิมชัย&nbsp;ตรีนรินทรฺ&nbsp;ผอ.สนง.ชลประทานที่&nbsp;17&nbsp;ได้กล่าวรายงานถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังนำ&nbsp;BIG&nbsp;BAG&nbsp;มาวางเพื่อเป็นแนวกั้นดินเพื่อไม่ให้กระแสน้ำในแม่น้ำสุไหงโก-ลก&nbsp;กัดเซาะคันดินเก่าที่ได้ดำเนินไปแล้วเมื่อเดือนธันวาคม&nbsp;ให้มีความแข็งแรงแก้ปัญหาน้ำกัดเซาะ&nbsp;แล้วได้ไหลทะลักเข้าสู่ตลาดมูโนะ&nbsp;ซึ่งจุดดังกล่าวนี้เป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณกลาง&nbsp;44&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ที่รองนายกรัฐมนตรีจะอนุมัติให้เป็นกรณีพิเศษ&nbsp;และก่อนที่&nbsp;พล.อ.ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;จะเดินทางกลับ&nbsp;ได้เดินทางไปยังหอประชุมสวนรื่นอรุณ&nbsp;เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจและปลอบขวัญประชาชน&nbsp;ที่อาศัยอยู่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;และ&nbsp;ต.ปาเสมัส&nbsp;อ.สุไหงโก-ลก&nbsp;ด้วยการมอบถุงยังชีพ&nbsp;จำนวน&nbsp;500&nbsp;ชุด&nbsp;ในครั้งนี้ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302190650785
33	รองนายก ประวิตร ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัยบ้านมูโนะ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส	<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;2&nbsp;มี.ค.65&nbsp;)&nbsp;ที่ตลาดมูโนะ&nbsp;ต.มูโนะ&nbsp;อ.สุไหงโกลก</strong>&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;พลเอกประวิตร&nbsp;วงศ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจ&nbsp;นำความห่วงใยถุงยังชีพ&nbsp;มอบให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;และได้ติดตามพนังกั้นน้ำบ้านมูโนะ&nbsp;เพื่อดำเนินการจัดการแก้ไขให้กับพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><strong>รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เผยว่า&nbsp;ส่วนตัวเดินทางมายังพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัด</strong>ชายแดนภาคใต้หลายครั้ง&nbsp;อาจไม่ได้เจอทุกคน&nbsp;วันนี้ถือว่าดีใจที่ได้พบ&nbsp;ขณะเดียวกันเห็นใจที่ได้รับวาตภัย&nbsp;อุทกภัย&nbsp;ในช่วง&nbsp;3-4&nbsp;วัน&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มีฝนตกลงมามาก&nbsp;ทำให้น้ำท่วมบ้านเรือนพี่น้องประชาชน&nbsp;แต่รัฐบาลก็เร่งดำเนินการจัดทำโครงการที่ช่วยเหลือให้อยู่ดีกินดี&nbsp;รัฐบาลห่วงใย&nbsp;และทุกคนทุกพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้ก็ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการในจังหวัดทางภาคใต้&nbsp;ดำเนินการดูแล&nbsp;และขอให้ทุกคนปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง&nbsp;และผ่านพ้นจากกวาตภัยทั้งปวงทั้งสิ้น</p><p><strong>จากนั้นเดินทางต่อไปยัง&nbsp;หอประชุมรื่นอรุณเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก</strong>&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;มอบถุงยังชีพ&nbsp;500&nbsp;ชุด&nbsp;ให้แก่พี่น้องประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่&nbsp;อ.สุไหงโกลก&nbsp;โดยนายอำเภอสุไหงโกลก&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;พร้อมขอบคุณที่ได้เดินทางมาติดตามสถานการณ์และเยี่ยมให้กำลังใจ&nbsp;พี่น้องประชาชน&nbsp;ชาวโกลกในวันนี้&nbsp;ทั้งนี้ได้รายงานสถานการณ์ในพื้นที่ให้รองนายกรัฐมนตรีและคณะได้รับทราบ</p><p><strong>รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังเผยด้วยว่า&nbsp;ไม่ต้องกังวล&nbsp;แต่ละจังหวัด&nbsp;</strong>จะนำข้อสั่งการความห่วงใยลงไปช่วยเหลือประชาชนอย่างแน่นอน&nbsp;และเมื่อทราบข่าวชาวนราธิวาสทุกข์ใจเราจะสุขได้อย่างไร&nbsp;สั่งกำชับให้ดูแลพี่น้องประชาชน&nbsp;อีกทั้งตนเองก็ไม่นิ่งนอนใจ&nbsp;ลงมาดูแลด้วยตนเอง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302203510812
34	อำเภอเมืองปัตตานี ร่วมกับสำนักงานกระทรวงแรงงานจังหวัดปัตตานี มอบถุงยังชีพให้กับประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย	<p><strong>นายเศวต&nbsp;เพชรนุ้ย&nbsp;นายอำเภอเมืองปัตตานี/ผอ.ศปก.อ.เมืองปัตตานี</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;สำนักงานแรงงานจังหวัดปัตตานี&nbsp;ลงพื้นร่วมมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชน&nbsp;ซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัย&nbsp;ในโครงการ&nbsp;ด้วยรักและห่วงใยจากใจ&nbsp;กระทรวงแรงงาน&nbsp;สู่พี่น้องชาวจังหวัดปัตตานี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดปัตตานี&nbsp;ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงาน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;บัณฑิตแรงงาน&nbsp;และอาสาสมัครแรงงาน&nbsp;จังหวัดปัตตานีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;บ้านบีลดอ&nbsp;ต.บาราเฮาะ&nbsp;อ.เมืองปัตตานี&nbsp;จ.ปัตตานี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302221908862
35	อำเภอสายบุรี มอบน้ำดื่มให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้าน แจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลการทบจากน้ำท่วม บรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น	<p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;นายสมมาตร&nbsp;บารา&nbsp;นายอำเภอสายบุรี/</strong>ผอ.ศปก.อ.สายบุรี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสุวัฒน์&nbsp;ด้วงฉีด&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง&nbsp;พันโท&nbsp;อินทัช&nbsp;รอดทอง&nbsp;รอง&nbsp;ผบ.ฉก.ทพ.44&nbsp;นายซูโกร&nbsp;ยาชะรัด&nbsp;ปลัดอำเภอรับผิดชอบงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;หัวหน้ากรมตรวจการประมงจังหวัดปัตตานี&nbsp;ลงพื้นที่มอบน้ำดื่มเพื่อการบริโภคให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้านแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม&nbsp;เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น&nbsp;ดังนี้</p><p>1)&nbsp;มอบน้ำดื่มให้กำนันผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลละหาร&nbsp;พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้นายสุวัฒน์&nbsp;ด้วงฉีด&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง&nbsp;ลงพื้นที่มอบน้ำดื่มให้กับประชาชนด้วยเรือโดยสารพื้นที่บ้านกอแล&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ซึ่งน้ำยังคงท่วมบ้านเรือนประชาชน</p><p>2)&nbsp;มอบน้ำดื่มให้ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลมะนังดาลำ&nbsp;พร้อมกันนี้ได้พบปะและมอบน้ำดื่มให้กับบาบอมัง&nbsp;บือแนราเมาะ&nbsp;ซึ่งสถาบันปอเนาะยังคงมีน้ำท่วมขัง</p><p>3)&nbsp;มอบน้ำดื่มให้ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&nbsp;4&nbsp;บ้านแซะโมะ&nbsp;ตำบลตะบิ้ง&nbsp;เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชน&nbsp;ซึ่งน้ำยังท่วมขัง</p><p>4)&nbsp;มอบน้ำดื่มให้ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&nbsp;10&nbsp;บ้านลูโบะซูลง&nbsp;ตำบลเตราะบอน</p><p>โดยได้รับการสนับสนุนรถบรรทุกน้ำจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;44</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302231508874
36	เลขาธิการ ศอ.บต. รับมอบถุงยังชีพพระราชทาน จากมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)   ยามยาก สภากาชาดไทย 4,500 ถุง เพื่อส่งต่อให้ ปชช.ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย     ในพื้นที่ จชต.	"<p><strong>พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีรับมอบถุงยังชีพพระราชทาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ยามยาก&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;โดยมี&nbsp;พระเจ้าวรวงศ์เธอ&nbsp;พระองค์เจ้าโสมสวลี&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมหมื่นสุทธนารีนาถ&nbsp;เป็นองค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ&nbsp;และ<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(32,&nbsp;33,&nbsp;36);"">สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา&nbsp;นเรนทิราเทพยวดี&nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&nbsp;มหาวัชรราชธิดา&nbsp;</span>เป็นองค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อนำมาแจกจ่าย&nbsp;และบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งขณะนี้มี&nbsp;&nbsp;21,413&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;โดยมี&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปัตตานี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดยะลา&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่จิตอาสา&nbsp;904&nbsp;และเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ชายแดนใต้&nbsp;เข้าร่วมในพิธีฯ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมน้อมเกล้า&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;</p><p><strong>ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีฯ&nbsp;</strong>เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้เป็นประธานส่งมอบถุงยังชีพพระราชทานจากมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ยามยาก&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;ให้แก่ผู้แทนในแต่ละจังหวัด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;ถุง&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;จำนวน&nbsp;1,800&nbsp;ถุง&nbsp;และจังหวัดปัตตานี&nbsp;จำนวน&nbsp;800&nbsp;ถุง&nbsp;รวมถึงเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ชายแดนใต้&nbsp;จำนวน&nbsp;289&nbsp;ถุง&nbsp;เพื่อร่วมกันส่งต่อให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบฯ&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เริ่มคลี่คลายลง&nbsp;และคงต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูอีกระยะหนึ่งที่จะกลับมาดำรงชีวิตได้อย่างปกติ&nbsp;เชื่อว่าถุงยังชีพที่ได้รับพระราชทานจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;และเป็นขวัญกำลังใจในเบื้องต้นแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;</p><p><strong>และนอกจากนี้ในช่วงบ่าย&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.</strong>&nbsp;และคณะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;มีกำหนดลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส&nbsp;เพื่อนำถุงยังชีพพระราชทานไปมอบให้แก่ประชาชนต่อไป</p><p><strong>อย่างไรก็ตามในการดำเนินการครั้งนี้&nbsp;ศอ.บต.ได้ขอรับการสนับสนุนถุงยังชีพพระราชทาน&nbsp;</strong>ไปยังมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ยามยาก&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;เพื่อนำมาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นพระภิกษุ&nbsp;จำนวน&nbsp;161&nbsp;ถุง&nbsp;และประชาชน&nbsp;4,339&nbsp;ถุง&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;4,500&nbsp;ถุง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303140122055
37	หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 44 สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหาพัฒนา เข้าช่วยเหลือ ประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัย ในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี	<p><strong>หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;44&nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&nbsp;4</strong>&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;(นพค.44&nbsp;สนภ.4&nbsp;นทพ.จัดชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;นาย&nbsp;พร้อมทั้งกำลังพลจิตอาสาของหน่วย&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;นาย&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;รถยนต์บรรทุกตรวจการณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;&nbsp;มอบน้ำดื่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;3,500&nbsp;ขวด&nbsp;ให้กับราษฎร&nbsp;บ.เขาดิน&nbsp;ต.ปากู&nbsp;อ.ทุ่งยางแดง&nbsp;&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;จำนวน&nbsp;35&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย&nbsp;&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หน่วยได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</strong>เพื่อประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนก่อนเกิดอุทกภัย&nbsp;รวมทั้งเตรียมความพร้อมของยุทโธปกรณ์&nbsp;ที่ใช้ในงานบรรเทาสาธารณภัยของหน่วย&nbsp;เพื่อออกช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดอุทกภัยได้อย่างทันท่วงที&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนบ้านเขาดิน&nbsp;ต.ปากู&nbsp;อ.ทุ่งยางแดง&nbsp;จ.ปัตตานี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303145049081
38	ประมงจังหวัดปัตตานี บูรณาการหน่วยงานในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอุทกภัย	<p><strong>วานนี้&nbsp;(2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลปัตตานี</strong>&nbsp;โดยนายสมชาย&nbsp;แสงกลัด&nbsp;ผอ.ศปท.ปน&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันฯเขื่อนบางลาง&nbsp;หน่วยป้องกันฯนราธิวาส&nbsp;ร่วมกับอำเภอสายบุรี&nbsp;ประมงจังหวัดปัตตานี&nbsp;ประมงอำเภอสายบุรี&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ชุดทหารพราน&nbsp;นำเรือตรวจประมงทะเล&nbsp;116&nbsp;เข้าพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย&nbsp;ต.ละหาร&nbsp;อ&nbsp;สายบุรี&nbsp;ร่วมกันนำน้ำดื่มที่ได้รับจากกรมทรัพยากรน้ำฯ&nbsp;แจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;ถังๆละ&nbsp;30&nbsp;ลิตร&nbsp;ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303164800162
39	มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย ในพื้นที่ตำบลห้วยขมิ้น อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี	<p><strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม</strong>ให้&nbsp;มูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่ตำบลห้วยขมิ้น&nbsp;อำเภอด่านช้าง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;โดยนายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด&nbsp;ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ให้เป็นประธานในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;มอบให้แก่ผู้ประสบเหตุอัคคีภัย&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาวสมใจ&nbsp;ดียิ่ง&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;194&nbsp;หมู่ที่&nbsp;16&nbsp;ตำบลห้วยขมิ้น&nbsp;อำเภอด่านช้าง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ซึ่งประสบอัคคีภัย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;ก.พ.65&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;สาเหตุเพลิงไหม้คาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ครอบครัวของผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;ต่างรู้สึกปลื้มปีติในพระมหากรุณาธิคุณ</strong>&nbsp;ที่พระองค์ทรงห่วงใยราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;และขอพระราชทานพระราชวโรกาส&nbsp;ถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ&nbsp;ภายใต้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม&nbsp;ให้สมกับพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ที่ทรงมีแก่ปวงพสกนิกรตลอดมา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303221112270
40	วปอ.มอบน้ำดื่ม 30,000 ขวด ผ่าน ศอ.บต. เพื่อส่งต่อความห่วงใยให้ ปชช. ที่ประสบเหตุอุทกภัยในพื้นที่ จชต.	<p><strong>วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ&nbsp;(วปอ.)&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;</strong>โดยคณะนักศึกษารุ่นที่&nbsp;62&nbsp;สนับสนุนน้ำดื่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;30,000&nbsp;ขวด&nbsp;(2,500&nbsp;แพค)&nbsp;แก่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;เพื่อนำไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบเหตุอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยมี&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เป็นผู้รับมอบและส่งต่อให้แก่ผู้แทนในแต่ละจังหวัด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;จำนวน&nbsp;10,000&nbsp;ขวด&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;10,000&nbsp;ขวด&nbsp;และจังหวัดปัตตานี&nbsp;จำนวน&nbsp;10,000&nbsp;ขวด</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ขณะนี้มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;28&nbsp;อำเภอ</strong>&nbsp;จาก&nbsp;33&nbsp;อำเภอ&nbsp;รวมผู้ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น&nbsp;191,350&nbsp;คน&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;เป็นประชาชนในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และจังหวัดนราธิวาส&nbsp;7&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303221412272
41	นอภ.สุไหงโก-ลก ยืนยัน พร้อมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตามระเบียบราชการ  ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจากสถานการณ์อุทกภัย	<p><strong>นายรุ่งเรือง&nbsp;ธิมาบุตร&nbsp;นายอำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;&nbsp;หลังสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ตำบลมูโนะ&nbsp;เริ่มคลี่คลาย&nbsp;ระดับน้ำในพื้นที่ยกเว้นพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;ได้เตรียมแผนในการฟื้นฟูช่วยเหลือ&nbsp;โดยตั้งแต่วันที่&nbsp;4&nbsp;มี.ค.65&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;จะจัดเจ้าหน้าที่&nbsp;อส.ของอำเภอสุไหงโก-ลกร่วมบูรณาการกับทุกภาคส่วน&nbsp;เข้าไปช่วยทำความสะอาด&nbsp;พร้อมทั้งช่วยขนย้ายสิ่งของกลับเข้าบ้าน&nbsp;และซ่อมแซมเบื้องต้นให้แก่บ้านเรือนในพื้นที่ประสบภัย&nbsp;</p><p><strong>ส่วนกรณีความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านเรือนประชาชนที่บ้านเรือนบางส่วน</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;บ้านเรือนทั้งหลังถูกน้ำพัดหายไป&nbsp;รวมทั้งด้านปศุสัตว์&nbsp;หรือพื้นที่ทางการเกษตรที่ได้รับความเสียหาย&nbsp;ยืนยันภาครัฐไม่ทอดทิ้งประชาชน&nbsp;โดยมีแนวทางในการช่วยเหลือตามระเบียบราชการในพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจากสถานการณ์อุทกภัยไว้แล้ว&nbsp;ซึ่งจะเร่งรัดทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการโดยเร็วที่สุด&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัย</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;บรรยากาศในพื้นที่ตลาดมูโนะ&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;</strong>ตำบลมูโนะ&nbsp;ประชาชนเริ่มทยอยทำความสะอาดบ้านเรือนของตนเอง&nbsp;โดยนำอุปกรณ์เครื่องใช้ที่เปียกน้ำและได้รับความเสียหายจากอุทกภัยออกมาตากและทำความสะอาดก่อนนำกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง&nbsp;หลังจากต้องเผชิญกับวิกฤติอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ&nbsp;60&nbsp;ปี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304101949330
42	ส.ส.บีลา นำทีมเปิดครัวทำข้าวกล่องพร้อมน้ำดื่มแจกจ่ายผู้ประสบภัย 3 ตำบล	<p><strong>จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น&nbsp;โดยมวลน้ำในแม่น้ำโก-ลก&nbsp;</strong>มากที่สุดในรอบ&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;ทำให้ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลกได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง&nbsp;โดยเฉพาะชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก&nbsp;หลายครอบครัวได้รับผลกระทบไม่สามารถประกอบอาหารรับประทานเองได้&nbsp;เพราะไม่ได้เตรียมตัวเผชิญสถานการณ์ที่รุนแรงอย่างนี้&nbsp;</p><p><strong>นายสัมพันธ์&nbsp;มะยูโซ๊ะ&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร&nbsp;นราธิวาส&nbsp;เขต2</strong>&nbsp;และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ&nbsp;พร้อม&nbsp;นายอามินทร์&nbsp;มะยูโซ๊ะ&nbsp;รองประธานสภา&nbsp;อบจ.นราธิวาส&nbsp;และทีมงาน&nbsp;สท.เทศบาลเมืองสุไหงโกลก&nbsp;ในนามกลุ่มเพื่อน&nbsp;ส.ส.บีลา&nbsp;จึงเปิดครัวสนามร่วมกับครัวไลลา(ทราย)เพื่อทำข้าวกล่อง&nbsp;วันละ&nbsp;1,500&nbsp;กล่อง&nbsp;พร้อมน้ำดื่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;20,000&nbsp;ขวด&nbsp;ลงพื้นที่ไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่&nbsp;3ตำบล&nbsp;ได้แก่&nbsp;ต.สุไหงโก-ลก&nbsp;ต.ปาเสมัส&nbsp;และต.มูโนะ&nbsp;</p><p><strong>นายสัมพันธ์&nbsp;มะยูโซ๊ะ&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร&nbsp;นราธิวาส&nbsp;เขต2&nbsp;</strong>และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากอุทกภัยที่เกิดขึ้น&nbsp;มีความเป็นห่วงผู้ประสบภัย&nbsp;โดยเฉพาะผู้ที่ยังติดอยู่ในบ้านเรือนของตนเอง&nbsp;โดยไม่สามารถทำอาหารรับประทานเองในครัวเรือน&nbsp;จึงเปิดครัวทำอาหาร&nbsp;แจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย&nbsp;โดยหวังว่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;และทำให้ทุกคนผ่านวิกฤตนี้ไปได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304105311354
43	หลายฝ่ายเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังในชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก คาดว่าในช่วงบ่ายวันนี้สถานการณ์จะคลี่คลาย	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;ล่าสุดระดับน้ำในแม่น้ำโก-ลก&nbsp;ลดลงแล้ว&nbsp;</strong>โดยอยู่ต่ำกว่าตลิ่ง&nbsp;59&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ลดลงจากวานนี้&nbsp;78&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ล่าสุดสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนราธิวาสได้ทำการเปิดประตูระบายน้ำเขื่อนกั้นน้ำแม่น้ำโก-ลกทุกบานแล้วแต่เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเสมอประตูระบายน้ำทำให้มวลน้ำไหลออกไปอย่างช้าๆ&nbsp;ซึ่งหากระดับน้ำในแม่น้ำโก-ลกลดลงน้ำที่ท่วมขังอยู่ภายในชุมชนก็จะไหลออกไปได้ทั้งหมด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ด้าน&nbsp;นางสุชาดา&nbsp;พันธ์นรา&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ขณะนี้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&nbsp;12&nbsp;สงขลาสนับสนุนเครื่องสูบน้ำระยะไกล&nbsp;ที่สามารถสูบน้ำออกได้ประมาณ&nbsp;8,000&nbsp;ลิตรต่อนาที&nbsp;เข้ามาช่วยสูบน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก&nbsp;โดยเริ่มจากบริเวณชุมชนหัวสะพานเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;ทั้งนี้การดำเนินการนี้จะสามารถระบายน้ำออกจากชุมชนหัวสะพานไปจนถึงชุมชนท่ากอไผ่&nbsp;และจะเร่งติดตั้งเครื่องปั๊มน้ำแบบโมบายปั๊มที่ถนนเจริญเขตซอย&nbsp;9&nbsp;ที่เชื่อมต่อกับเจริญเขต&nbsp;ซอย&nbsp;7&nbsp;คาดจะสามารถติดตั้งโมบายปั๊มได้ทั้งหมด&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;และจะทยอยไปตามชุมชนต่างๆ&nbsp;จนกว่าระดับน้ำที่ท่วมขังในชุมชนจะลดลงจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304112523369
44	ปภ.จังหวัดอำนาจเจริญเตือนประชาชนริมแม่น้ำโขงเฝ้าระวังระดับน้ำเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน	<p><strong>กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง&nbsp;</strong>ได้ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขง&nbsp;กอปรกับกองอำนวยการน้ำแห่งชาติมีประกาศ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;(4/2565&nbsp;ลงวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;ระดับน้ำจากสถานีจิ่งหง&nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;66&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;หรืออัตราการระบายน้ำจากเดิม&nbsp;997&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;เป็นอัตราการระบายน้ำ&nbsp;1,463&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;ส่งผลกระทบให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน</p><p><strong>เนื่องจากการเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนจิ่งหง</strong>&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;4-10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p>เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ดังกล่าว&nbsp;ขอให้ประชาชนที่สัญจรและประกอบกิจกรรมในบริเวณแม่น้ำโขงทราบ&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอชานุมานที่ติดแม่น้ำโขงและเตรียมการเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำโขงอย่างฉับพลันซึ่งอาจส่งผลให้พีชผลทางการเกษตร&nbsp;เครื่องมือและอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพเสียหายได้&nbsp;โดยให้ติดตามสถานการณ์&nbsp;และข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด&nbsp;ผ่านทางวิทยุกระจายเสียงประจำท้องถิ่น&nbsp;เสียงตามสายหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน&nbsp;เครือข่ายวิทยุสมัครเล่น&nbsp;และสถานีโทรทัศน์และเคเบิ้ลทีวีท้องถิ่นให้ครอบคลุมทุกพื้นที่</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304114753376
45	มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญสิ่งของพระราชทาน ไปมอบให้ผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	"<p><strong>นายไพรัตน์&nbsp;เพชรยวน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;จากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ไปมอบให้ผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ครอบครัว&nbsp;โดยมี&nbsp;นางปวีณา&nbsp;ทองสกุลพันธ์&nbsp;ผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;นายอดิเรก&nbsp;อุ่นโอสถ&nbsp;นายอำเภอลาดบัวหลวง&nbsp;ผู้แทนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด&nbsp;สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมพิธี&nbsp;ณ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;58&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.สามเมือง&nbsp;อ.ลาดบัวหลวง&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;โดยทำพิธีมอบสิ่งของพระราชทานให้แก่&nbsp;นางเพ็ญศรี&nbsp;ศรีเพียงจันทร์&nbsp;ประสบอัคคีภัย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;ได้รับสิ่งของพระราชทานในครั้งนี้&nbsp;ครอบครัวดังกล่าว&nbsp;ต่างทราบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;องค์พระบรมราชูปถัมภก&nbsp;แห่งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เป็นล้นพ้น&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=""https://ayutthaya.prd.go.th&nbsp;""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">https://ayutthaya.prd.go.th&nbsp;</a></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304134332419
46	ผู้ว่าฯ ราชบุรี ลงพื้นที่ติดตามเหตุไฟไหม้ตลาดกำนันหลัก ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ใจกลางเมืองราชบุรี	<p><strong>นายรณภพ&nbsp;เหลืองไพโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี&nbsp;</strong>พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามกรณีเกิดเหตุไฟไหม้ตลาดกำนันหลัก&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;00.10&nbsp;น.วันที่&nbsp;4&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ร.ต.ท.กฤตณัฐ&nbsp;รัตนกุสุมภ์&nbsp;ร้อยเวร&nbsp;สภ.เมืองราชบุรี&nbsp;ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้ตลาดกำนันหลัก&nbsp;ซึ่งเป็นตลาดชื่อดังและเป็นตลาดขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางเมืองราชบุรี&nbsp;จึงได้ประสานขอรถน้ำดับเพลิงจากเทศบาลเมืองราชบุรี&nbsp;ให้เข้าไปฉีดน้ำดับเพลิง&nbsp;&nbsp;ก่อนจะรายงานให้&nbsp;พล.ต.ต.ปิติ&nbsp;นฤขัตรพิชัย&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธร&nbsp;จ.ราชบุรี&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;พ.ต.อ.ธานินทร์&nbsp;ฉัตรเจริญพร&nbsp;รอง&nbsp;ผบก.ภ.จว.ราชบุรี&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;ผกก.&nbsp;สภ.เมืองราชบุรี&nbsp;ได้รับทราบก่อนจะเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชานุกูลราชบุรี&nbsp;และเจ้าหน้าที่มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์</p><p><strong>ซึ่งพบว่าในที่เกิดเหตุนั้นไฟได้โหมลุกไหม้อย่างรุนแรง&nbsp;</strong>เนื่องจากภายในตลาดนั้นมีทั้งร้านเสื้อผ้า&nbsp;รองเท้า&nbsp;กระเป๋าหนัง&nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้ารวมทั้งร้านขายโทรศัพท์มือถือ&nbsp;และร้านขายอาหารที่มีถังแก๊สอยู่ภายใน&nbsp;ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี&nbsp;จึงได้ประสานขอรถน้ำจากพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;กว่า&nbsp;20&nbsp;คัน&nbsp;รวมทั้งขอรถแสงสว่างจากหน่วยกู้ภัยสว่างราชบุรี&nbsp;ให้เข้ามาช่วยในการดับไฟ&nbsp;นอกจากนี้ยังมีเสียงถังแก๊สระเบิดตลอดเวลา&nbsp;เจ้าหน้าที่ต้องกันประชาชนให้ออกห่าง&nbsp;เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตรายได้&nbsp;และใช้เวลานานกว่า&nbsp;2&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;จึงสามารถควบคุมให้อยู่ในวงจำกัดได้&nbsp;แต่ยังคงต้องคอยฉีดน้ำหล่อเลี้ยงไว้เพื่อไม่ให้เพลิงได้ลุกไหม้ขึ้นมาอีก&nbsp;ซึ่งไฟได้ไหม้ตัวอาคารของตลาดและร้านค้าที่อยู่ภายในตลาดเสียหายไปกว่าครึ่งตลาด&nbsp;และต้องคอยเฝ้าระวังตัวอาคารซึ่งเป็นโครงเหล็กทั้งหมดจะพังลงเพราะถูกความร้อนนาน&nbsp;โดยมีนายศักดิ์ชัย&nbsp;พิศาลผล&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี&nbsp;และนางสาววิลาศินี&nbsp;สุภานิชวรภาชน์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเจดีย์หัก&nbsp;มาคอยอำนวยความสะดวกในการดับเพลิงด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากการสอบถามชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงก็ทราบว่า</strong>&nbsp;เห็นไฟลุกไหม้บริเวณด้านหลังตลาด&nbsp;ซึ่งแบ่งเป็นล็อกขายเสื้อผ้าหลายร้าน&nbsp;ก่อนจะลุกลามอย่างรวดเร็วแม้ว่ารถดับเพลิงจะพยายามระดมฉีดน้ำ&nbsp;แต่เนื่องจากภายในตลาดนั้นมีร้านค้าจำนวนมาก&nbsp;และมีสินค้าที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี&nbsp;จึงทำให้ไฟโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง&nbsp;เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบสาเหตุในการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้&nbsp;จะต้องทำการตรวจเช็คกล้องวงจรปิดของทางตลาด&nbsp;รวมทั้งนำตัวเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยภายในตลาดไปสอบปากคำเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟไหม้ต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	ราชบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304143612444
47	จังหวัดสุราษฎร์ธานีแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ระหว่างวันที่ 6 - 8 มีนาคม 2565	<p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;ได้มีหนังสือไปยังส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และชุมชนเสี่ยงภัยในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ภายหลังมีประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;เรื่อง&nbsp;พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทย&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;(45/2565)&nbsp;(มีผลกระทบตั้งแต่วันที่&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&nbsp;ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน&nbsp;โดยจะมีผลกระทบในภาคใต้ตอนบนในระยะต่อไป&nbsp;จึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong>จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;พิจารณาแล้วเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฝนฟ้าคะนอง&nbsp;และลมกระโชกแรง&nbsp;ที่อาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย&nbsp;จึงขอให้อำเภอ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่&nbsp;ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังอันตรายจากพายุ&nbsp;ฝนฟ้าคะนอง&nbsp;และลมกระโซกแรงที่จะเกิดขึ้น&nbsp;โดยให้ตรวจสอบบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง&nbsp;ตัดแต่งกิ่งไม้&nbsp;ต้นไม้&nbsp;บริเวณรอบที่พักอาศัย&nbsp;หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง&nbsp;ใต้ต้นไม้ใหญ่&nbsp;สิ่งปลูกสร้าง&nbsp;และป้ายโฆษณาที่ไม่เข็งแรง&nbsp;สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;6&nbsp;&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ให้เตรียมความพร้อมตามแผนเผชิญเหตุ</strong>&nbsp;ทรัพยากรกู้ภัย&nbsp;เครื่องจักรกล&nbsp;กำลังเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติงาน&nbsp;อำนวยความสะดวก&nbsp;และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;หากเกิดสาธารณภัยขึ้น&nbsp;ให้รายงานสถานการณ์ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานีทราบโดยเร่งด่วน.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304165730543
48	ปภ. แจ้งจังหวัดภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร รับมือฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง  6-8 มีนาคมนี้	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ประสานแจ้งจังหวัดในภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย&nbsp;เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;6&nbsp;&nbsp;8&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;โดยจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดพร้อมประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย&nbsp;รวมถึงนำเครื่องมือเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย&nbsp;และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเข้าประจำจุดเสี่ยงอันตราย&nbsp;พื้นที่เสี่ยงภัยเพื่อให้พร้อมเผชิญเหตุ&nbsp;และช่วยเหลือประชาชนทันที&nbsp;ได้เน้นย้ำทุกหน่วยงานดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย&nbsp;ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง&nbsp;หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง&nbsp;ใต้ต้นไม้ใหญ่&nbsp;ป้ายโฆษณา&nbsp;หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคงแข็งแรง&nbsp;ส่วนเกษตรกรให้จัดทำที่ค้ำยันต้นไม้หรือที่กำบัง&nbsp;เพื่อป้องกันพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย&nbsp;หากได้รับความเดือดร้อนสามารถขอความช่วยเหลือทางไลน์&nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ1784&nbsp;รวมถึงสายด่วนนิรภัย1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304202758623
49	สถานการณ์น้ำท่วมขังในเขตชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโก-ลกเริ่มคลี่คลายแล้ว	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ&nbsp;โครงการชลประทานรายงานสถานการณ์</strong>ระดับน้ำในลุ่มแม่น้ำโก-ลก&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ว่าขณะนี้ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง&nbsp;59&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ลดลงจากวานนี้&nbsp;73&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ส่วนสภาพอากาศประจำวันนี้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนหรือฝนฟ้าคะนองบางแห่งส่วนมากทางตอนล่างของภาค&nbsp;</p><p><strong>โดยที่จังหวัดนราธิวาส&nbsp;มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&nbsp;40</strong>&nbsp;ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณอำเภอรือเสาะ&nbsp;บาเจาะ&nbsp;เมืองและตากใบ&nbsp;ทะเลมีขึ้นสูงประมาณ&nbsp;1&nbsp;เมตรบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง&nbsp;1-&nbsp;2&nbsp;เมตร</p><p><strong>ส่วนในเขตชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก&nbsp;ภายหลังจากมีการสูบน้ำ</strong>จากภายในชุมชนออกไปในแม่น้ำโก-ลก&nbsp;ทำให้น้ำที่ท่วมขังเริ่มแห้งแล้ว&nbsp;โดยบางพื้นที่สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว&nbsp;มีเพียงบางพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง&nbsp;ซึ่งสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนราธิวาสยังมีการติดตั้งโมบายปั๊มเพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304195427605
50	ปภ.ระยองรายงานสถานการณ์ภาพรวมการเฝ้าระวังคราบน้ำมันกลางทะเล	<p><strong>สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;เผยว่า&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองแจ้งว่าวันนี้&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;เรือ&nbsp;UNIWISE&nbsp;RAYONG&nbsp;เริ่มปฏิบัติงานใต้น้ำ&nbsp;ส่งนักประดาน้ำลงไปซ่อมทำตัวท่อด้วยการพันและอุดรอยรั่วของท่อน้ำมัน&nbsp;โดยจะปฏิบัติงานถึงเวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;และจะเริ่มงานอีกครั้งในวันพรุ่งนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ซึ่งจากการสังเกตการณ์ของการปฏิบัติงานในพื้นที่<strong>&nbsp;</strong>ไม่พบคราบและกลิ่นน้ำมันรั่วไหลออกมา&nbsp;ในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;เหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;</p><p><strong>ด้านการช่วยเหลือบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ได้ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ&nbsp;</strong>กลุ่มประมงจำนวน&nbsp;122&nbsp;ราย&nbsp;ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลตะพง&nbsp;อำเภอเมืองระยอง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ส่วนการเฝ้าระวังในพื้นที่นี้บริษัทได้ทำหน้าที่อย่างต่อเนื่องยังไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด&nbsp;เช่นเดียวกับ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานว่าไม่พบกลิ่น&nbsp;คราบ&nbsp;ฟิล์มน้ำมันดิบ&nbsp;</p><p><strong>ส่วนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง&nbsp;ได้แจ้งว่า&nbsp;</strong>การตรวจการสัมผัสสารเบนซีน&nbsp;โดยการเก็บปัสสาวะของผู้ปฏิบัติการงานเก็บกู้คราบน้ำมัน&nbsp;เพื่อตรวจหาอนุพันธ์ของสารอินทรีย์ระเหย&nbsp;(t,t&nbsp;MA)&nbsp;จำนวน&nbsp;534&nbsp;ราย&nbsp;ผลตรวจออกแล้วอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ไม่เกินค่าอ้างอิง&nbsp;531&nbsp;ราย&nbsp;เกินเกณฑ์ค่าอ้างอิง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;(ค่าอ้างอิง&nbsp;ไม่ควรเกิน&nbsp;500&nbsp;ug/Cr)&nbsp;อยู่ระหว่างนัดพบแพทย์&nbsp;เนื่องจากรอผลตรวจทางพิษวิทยาร่วมด้วย&nbsp;รวมแล้วผิดปกติ&nbsp;จำนวน&nbsp;32&nbsp;ราย&nbsp;พบแพทย์แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;ที่เหลือเป็นทหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;ราย)&nbsp;กำลังทำหนังสือราชการส่งให้กับผู้บังคับบัญชานัดพบแพทย์ต่อไป</p><p><strong>สำหรับการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ</strong>ตั้งแต่&nbsp;30&nbsp;ม.ค.65&nbsp;จนถึงปัจจุบันมียอดรวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;11,988&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบที่ยังไม่ได้มายื่นเรื่องร้องทุกข์จากกรณีเหตุน้ำมันดิบรั่วกลางทะเลสามารถติดต่อบริษัทโดยตรงที่ศูนย์สื่อสาร&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ได้โดยตรงทางโทรศัพท์หมายเลข&nbsp;038-699881</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305055820662
51	ผู้ว่าฯ นราธิวาส สั่งการเร่งสำรวจพื้นที่เสียหายจากอุทกภัย เพื่อให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลือรวดเร็วทั่วถึง	<p><strong>นายสนั่น&nbsp;&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ในช่วงวันที่&nbsp;5-8&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;จังหวัดนราธิวาสจะมีฝนตกอีกระลอกแต่ไม่หนักเท่าช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;ซึ่งจากข้อมูลสถานการณ์ระดับน้ำใน&nbsp;3&nbsp;ลุ่มน้ำสายหลัก&nbsp;ลุ่มน้ำสายบุรี&nbsp;ลุ่มน้ำบางนรา&nbsp;และลุ่มน้ำโก-ลก&nbsp;ระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ขณะที่สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เริ่มคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;โดยภาพรวมพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;24-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ที่ผ่านมาจังหวัดนราธิวาส&nbsp;น้ำท่วมทั้ง&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;69&nbsp;ตำบล&nbsp;491&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;90&nbsp;ของพื้นที่จังหวัด&nbsp;มีภัยที่เกิดจากน้ำท่วมและวาตภัย&nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบ&nbsp;126,116&nbsp;คน&nbsp;40,971&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้มีการอพยพประชาชน&nbsp;226&nbsp;คน&nbsp;ไปยังที่ที่จัดเตรียมไว้&nbsp;จากเหตุน้ำท่วมครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และประสบอุบัติเหตุเกี่ยวเนื่องกับน้ำท่วมเสียชีวิต&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;เป็นความสูญเสียของจังหวัด&nbsp;โดยจังหวัดและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมให้กำลังใจและมอบเงินช่วยเหลือให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตดังกล่าว</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;น้ำท่วมในพื้นที่ตำบลมูโนะ&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;เกิดจากฝนที่ตกหนักสุดในรอบ&nbsp;23&nbsp;ปี&nbsp;โดยฝนตกในลักษณะมาแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2542&nbsp;ซึ่งจากน้ำท่วมครั้งนี้ทำให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ตำบลมูโนะเสียหายทั้งหลัง&nbsp;1&nbsp;หลัง&nbsp;เสียหายเกิน&nbsp;50%&nbsp;30&nbsp;หลัง&nbsp;เสียหายเล็กน้อย&nbsp;49&nbsp;หลังในส่วนของพื้นที่อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ได้เน้นย้ำสั่งการให้นายอำเภอทุกอำเภอร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;(อปท.)&nbsp;เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป&nbsp;&nbsp;ทางด้านความเสียหายอื่นๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;ด้านปศุสัตว์&nbsp;พื้นที่ทางการเกษตร&nbsp;ย้ำเร่งรัดดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการ&nbsp;และให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลือรวดเร็วทั่วถึง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305104615682
52	จังหวัดปัตตานี จัดประชุมประเมินและติดตามสถานการณ์วาตภัย และอุทกภัย ในพื้นที่ เพื่อเตรียมฟื้นฟูและให้ความช่วยเหลือ	<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมหาดวาสุกรี&nbsp;ศาลากลางจังหวัดปัตตานี&nbsp;นายนิพันธ์&nbsp;บุญหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;</strong>เป็นประธานประชุมร่วมระหว่างอำเภอ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อประเมินและติดตามสถานการณ์วาตภัยและอุทกภัย&nbsp;เพื่อเตรียมการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูตามหลักเกณฑ์&nbsp;และทันตามระยะเวลาที่กำหนด&nbsp;สืบเนื่องจากในห้วงระหว่างวันที่&nbsp;25-28&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างได้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากและคลื่นลมแรง&nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานีได้รับผลกระทบทั้ง&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;82&nbsp;ตำบล&nbsp;351&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;20&nbsp;ชุมชน&nbsp;&nbsp;มีราษฎรผู้ประสบภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;15,458&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;มีผู้เสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบกว่า&nbsp;8&nbsp;พันไร่&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้ยังมีความเสียหายด้านอื่นๆ&nbsp;</strong>เช่น&nbsp;ประมง&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;และสิ่งสาธารณประโยชน์ต่างๆ&nbsp;อีกเป็นจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งจนถึงวันนี้ยังคงมีอุทกภัยน้ำท่วมขังอีกบางพื้นที่&nbsp;แต่บางพื้นที่ได้เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว&nbsp;แต่ความเสียหายจากทั้งวาตภัยและอุทกภัย&nbsp;แม้ว่าบางส่วนจะได้รับความช่วยเหลือไปบ้างแล้ว&nbsp;แต่บางส่วนยังอยู่ในระหว่างการสำรวจจึงได้จัดให้มีการประชุมหารือเพื่อชี้แจงถึงหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือ&nbsp;เพื่อให้เป็นไปด้วยความรวดเร็วและถูกต้องตามระเบียบของราชการด้วย&nbsp;ที่ประชุมได้มอบหมายให้แต่ละอำเภอได้ทำการสำรวจความเสียหาย&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;และโครงการด้านถนนหนทางหรือสิ่งสาธารณประโยชน์&nbsp;ให้เข้าที่ประชุมเพื่อพิจารณาในระดับอำเภอเพื่อป้องกันความซ้ำซ้อน&nbsp;จากนั้นให้เร่งส่งให้จังหวัดเพื่อพิจารณาจัดสรรงบประมาณ&nbsp;ส่วนความเสียหายด้านการเกษตร&nbsp;ประมง&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;ก็ให้เร่งดำเนินการสำรวจเพื่อของบประมาณจากต้นสังกัดนำมาช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305143745755
53	พายุพัดบ้านเรือนราษฎรตำบลตาวัง อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ ได้รับความเสียหาย	<p>&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;ได้เกิดสาธารณภัย&nbsp;(เหตุวาตภัย)&nbsp;</strong>พายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรงในพื้นที่อำเภอบัวเชด&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ทำให้ที่อยู่อาศัยบ้านเรือนได้รับความเสียหาย&nbsp;และราษฎรได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;1&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;ราษฎรประสบภัยรวมจำนวน&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;ที่บ้านหนองเหล็ก&nbsp;หมู่&nbsp;9&nbsp;ตำบลตาวัง&nbsp;อำเภอบัวเชด&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;ราษฎรประสบภัยจำนวน&nbsp;4&nbsp;คน</p><p>ทั้งนี้&nbsp;ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด&nbsp;อำเภอบัวเชดได้ประสานองค์การบริหารส่วนตำบลตาวัง&nbsp;กำนัน&nbsp;และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลตาวัง&nbsp;ดำเนินการสำรวจความเสียหาย&nbsp;และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305213029845
54	แจ้งเตือนประชาชนรับมือพายุฤดูร้อนเกิดฟ้าฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก ถึงวันที่ 8 มีนาคมนี้	<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย</strong>&nbsp;รองอธิบดีและรักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนที่จะแผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในช่วงเย็นวันนี้&nbsp;(6&nbsp;มี.ค.65)จนถึงวันพรุ่งนี้&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงที่บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนส่งผลให้เกิดพายุฤดูร้อนขึ้น&nbsp;มีพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;ลูกเห็บตก&nbsp;รวมถึงฟ้าผ่าเกิดขึ้น&nbsp;โดยจะเริ่มมีผลกระทบตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน&nbsp;เช่น&nbsp;ที่จังหวัดเลย&nbsp;หนองคาย&nbsp;บึงกาฬ&nbsp;หนองบัวลำภู&nbsp;ส่วนภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;และภาคใต้ตอนบน&nbsp;จะได้รับผลกระทบระหว่างวันที่&nbsp;7-&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตราย&nbsp;</strong>จากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น&nbsp;โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง&nbsp;ใต้ต้นไม้ใหญ่&nbsp;สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง&nbsp;สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร</p><p><strong>กรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงจังหวัดต่างๆ</strong>&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบเพื่อเตรียมรับมือและให้การช่วยเหลือประชาชน&nbsp;พร้อมขอให้ประชาชนติดตามการประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นระยะ&nbsp;หรือสอบถามข้อมูลสายด่วน&nbsp;1182&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306213458023
55	จังหวัดสุรินทร์ประสบภัยพายุฤดูร้อน 3 อำเภอ 5 หมู่บ้าน 22 ครัวเรือน	<p><strong>กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์&nbsp;รายงานว่า&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;เกิดเหตุวาตภัยในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;5&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ราษฎรประสบภัยจำนวน&nbsp;22&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ดังนี้</p><p>อำเภอสังขะ&nbsp;ตำบลตาคง&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;14.30&nbsp;-&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;เกิดเหตุวาตภัย&nbsp;ทำให้บ้านที่อยู่อาศัย&nbsp;และทรัพย์สินราษฎรได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;รวม&nbsp;14&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;โดยพื้นที่หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เป็นบ้านที่อยู่อาศัย&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;คอกสัตว์&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;หลัง&nbsp;ยุ้งข้าวจำนวน&nbsp;2&nbsp;หลัง&nbsp;โรงเก็บพืชผลทางการเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;ส่วนพื้นที่&nbsp;หมู่14&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;คอกสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;หลัง</p><p><strong>อำเภอบัวเชด&nbsp;ตำบลตาวัง&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>เกิดเหตุวาตภัยที่บ้านหนองเหล็ก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ทำให้ที่อยู่อาศัย&nbsp;บ้านเรือน&nbsp;ได้รับความเสียหาย&nbsp;และราษฎรได้รับความเดือน&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ราษฎรประสบภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;คน</p><p><strong>อำเภอท่าตูม&nbsp;ตำบลกระโพ&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ได้เกิดเหตุวาตภัยพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;ทำให้ที่อยู่อาศัยบ้านเรือน&nbsp;ยุ้งข้าวและคอกเลี้ยงสัตว์&nbsp;ได้รับความเสียหาย&nbsp;และมีราษฎรได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;โดยบ้านกระเจา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ราษฎรได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ราษฎรประสบภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;คน&nbsp;บ้านหนองอีดำ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ราษฎรประสบภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;คน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด&nbsp;</strong>ซึ่งทางอำเภอได้แจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ในหมู่บ้านที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ&nbsp;เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306134547900
56	ผู้ว่าฯ ปัตตานี นำคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง และถนนที่ได้รับความเสียหาย เส้นทางแหลมตาชี ตำบลแหลมโพธิ์ อำเภอยะหริ่ง	<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายนิพันธ์&nbsp;บุญหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ตระกูล&nbsp;โทธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;นายกาส&nbsp;เส็นโต๊ะเย็บ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปัตตานี&nbsp;นายโอฬาร&nbsp;บิลสัน&nbsp;นายอำเภอยะหริ่ง?&nbsp;ลงพื้นที่ตำบลแหลมโพธิ์?&nbsp;อำเภอยะหริ่ง&nbsp;เพื่อตรวจสอบและติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง?ที่ส่งผลกระทบทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง&nbsp;และถนนเส้นทางสัญจรได้รับผลกระทบ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;ได้สั่งการให้</strong>&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปัตตานี?&nbsp;สำนักทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปัตตานี&nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;9&nbsp;แขวงทางหลวงชนบทปัตตานี&nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่&nbsp;4&nbsp;สาขาปัตตานี&nbsp;อำเภอยะหริ่ง&nbsp;กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เร่งดำเนินการสำรวจความเสียหาย&nbsp;เร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการซ่อมแซมถนนที่ได้รับความเสียหายให้สามารถกลับมาใช้สัญจรโดยเร็ววัน&nbsp;และหาแนวทางการป้องกันและกัดเซาะชายฝั่งในระยะยาวอีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306172840970
57	จ.สุรินทร์เกิดเหตุวาตภัย ชาวบ้านได้รับผลกระทบกว่า 22 ครัวเรือน หน่วยงานภาครัฐเร่งให้การช่วยเหลือ	<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;ได้รับรายงานการเกิดเหตุวาตภัยในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;5&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ราษฎรประสบภัยจำนวน&nbsp;22&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>1.&nbsp;อำเภอสังขะ&nbsp;ตำบลตาคง&nbsp;</strong>เวลาประมาณ&nbsp;14.30&nbsp;-&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;เกิดเหตุวาตภัย&nbsp;ทำให้บ้านที่อยู่อาศัย&nbsp;และทรัพย์สินราษฎรได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;รวม&nbsp;14&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ดังนี้</p><p>1)&nbsp;พื้นที่หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ดังนี้</p><p>-บ้านที่อยู่อาศัย&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;</p><p>-?&nbsp;คอกสัตว์&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;หลัง&nbsp;ยุ้งข้าวจำนวน&nbsp;2&nbsp;หลัง</p><p>-&nbsp;โรงเก็บพืชผลทางการเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;หลังคาเรือน</p><p>2)&nbsp;พื้นที่&nbsp;หมู่14&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>-&nbsp;คอกสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;หลัง</p><p><strong>2.&nbsp;อำเภอบัวเชด&nbsp;ตำบลตาวัง&nbsp;</strong>เวลาประมาณ&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;เกิดเหตุวาตภัยที่บ้านหนองเหล็ก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ทำให้ที่อยู่อาศัย&nbsp;บ้านเรือน&nbsp;ได้รับความเสียหาย&nbsp;และราษฎรได้รับความเดือน&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ราษฎรประสบภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;คน</p><p><strong>3.&nbsp;อำเภอท่าตูม&nbsp;ตำบลกระโพ</strong>&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;18.00&nbsp;น&nbsp;ได้เกิดเหตุวาตภัยพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;ทำให้ที่อยู่อาศัยบ้านเรือน&nbsp;ยุ้งข้าวและคอกเลี้ยงสัตว์&nbsp;ได้รับความเสียหาย&nbsp;และมีราษฎรได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ดังนี้</p><p>1)&nbsp;บ้านกระเจา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ราษฎรได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ราษฎรประสบภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;คน</p><p>2)&nbsp;บ้านหนองอีดำ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ราษฎรประสบภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;คน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;หรือเสียชีวิตแต่อย่างใด&nbsp;</strong>และอำเภอ&nbsp;ได้แจ้งให้&nbsp;อปท.&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้านที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ&nbsp;เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306174602979
58	ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร แจ้งเตือนประชาชนระวังพายุฤดูร้อน 7-8 มีนาคม นี้	<p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่งผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการติดตามสภาวะอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ซึ่งได้ออกประกาศเตือนพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทย&nbsp;ฉบับที่&nbsp;4&nbsp;ลงวันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565ว่า&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;7-8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ที่บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น</strong>&nbsp;โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่&nbsp;รวมถึงมีฟ้าผ่าที่จะเกิดขึ้น&nbsp;เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูง&nbsp;หรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีน&nbsp;ได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ในขณะที่บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน&nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ:&nbsp;20&nbsp;จังหวัด&nbsp;รวมถึงจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;จะได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนด้วย</p><p><strong>จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;ระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น&nbsp;โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง&nbsp;ใต้ต้นไม้ใหญ่&nbsp;สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง&nbsp;สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307171135288
59	เกิดเหตุพายุลมกระโชกแรงและฝนตกในพื้นที่อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นเหตุให้บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย รายงานความเสียหายเบื้องต้น รวม 7 ตำบล 13 หมู่บ้าน	<p><strong>นายเสกสรร&nbsp;กลิ่นพูน&nbsp;นายอำเภอหล่มเก่า&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;13.00&nbsp;น&nbsp;วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เกิดเหตุพายุลมกระโชกแรงและฝนตกในพื้นที่อำเภอหล่มเก่า&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เป็นเหตุให้บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย&nbsp;โดยกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ได้รายงานความเสียหายเบื้องต้น&nbsp;รวม&nbsp;7&nbsp;ตำบล&nbsp;13&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ต.นาแซง,&nbsp;ต.บ้านเนิน,&nbsp;ต.ตาดกลอย,&nbsp;ต.หล่มเก่า,&nbsp;ต.วังบาล&nbsp;ต.นาซำ,&nbsp;และ&nbsp;ต.หินฮาว&nbsp;รายละเอียดดังนี้ดังนี้</p><p>-&nbsp;ม.1,&nbsp;4,&nbsp;5&nbsp;และ&nbsp;ม.7&nbsp;ต.นาแซง&nbsp;บ้านเรือนพังเสียหายบางส่วน&nbsp;3&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;โรงเรือนเลี้ยงสัตว์พังเสียหาย&nbsp;1&nbsp;โรง</p><p>-&nbsp;ม.6&nbsp;ต.บ้านเนิน&nbsp;บ้านเรือนพังเสียหายบางส่วน&nbsp;1&nbsp;หลังคาเรือน</p><p>-&nbsp;ม.1&nbsp;และ&nbsp;ม.&nbsp;9&nbsp;ต.ตาดกลอย&nbsp;บ้านเรือนพังเสียหายบางส่วน&nbsp;2&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p>-&nbsp;ม.&nbsp;4,&nbsp;6,&nbsp;12&nbsp;ต.หล่มเก่า&nbsp;บ้านเรือนพังเสียหายบางส่วน&nbsp;4&nbsp;หลังคาเรือน</p><p>-&nbsp;ม.6&nbsp;ต.วังบาล&nbsp;บ้านเรือนพังเสียหายบางส่วน&nbsp;1&nbsp;หลังคาเรือน</p><p>-&nbsp;ม.10&nbsp;ต.นาซำ&nbsp;บ้านเรือนพังเสียหายบางส่วน&nbsp;1&nbsp;หลังคาเรือน</p><p>-&nbsp;ม.1&nbsp;ต.หินฮาว&nbsp;บ้านเรือนพังเสียหายบางส่วน&nbsp;2&nbsp;หลังคาเรือน</p><p>รวมบ้านเรือนได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;โรงเรือนเลี้ยงสัตว์&nbsp;1&nbsp;โรง&nbsp;และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้อำเภอหล่มเก่า</strong>&nbsp;ได้แจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;ได้เร่งออกสำรวจความเสียหายเพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบฯ&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	เพชรบูรณ์	สวท.เพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307194403337
60	ฉก.ปัตตานี ร่วมขนย้ายถุงยังชีพพระราชทานของ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีฯ มอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัย พื้นที่ จ.ปัตตานี	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;พลตรี&nbsp;คมกฤช&nbsp;รัตนฉายา&nbsp;</p><p>ได้สนับสนุนรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่&nbsp;(FTS)&nbsp;และสนับสนุนกำลังพลร่วมขนย้ายสิ่งของพระราชทานของ&nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1,200&nbsp;ชุด&nbsp;จากสนามฟุตบอลหญ้าเทียม&nbsp;พล&nbsp;พัฒนา&nbsp;4&nbsp;ค่ายรัตนพล&nbsp;ตำบลคลองหอยโข่ง&nbsp;อำเภอคลองหอยโข่ง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ไปยังศาลากลางจังหวัดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เพื่อนำไปช่วยเหลือราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;และจังหวัดนราธิวาส&nbsp;โดยมี&nbsp;นายบัญชา&nbsp;เตชะสกุล&nbsp;รองประธาน&nbsp;สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์&nbsp;ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ&nbsp;เป็นผู้เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ผู้ประสบภัย&nbsp;และ&nbsp;ผวจ.ย.ล.&nbsp;ผวจ.ป.น.,&nbsp;ผวจ.น.ธ.&nbsp;เป็นผู้แทนรับมอบ&nbsp;ซึ่งภายในสถานที่จัดกิจกรรมได้ปฏิบัติตามมาตรการการควบคุมโรคติดต่อที่&nbsp;ทบ.และศบค.กำหนดอย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ในส่วนของจังหวัดปัตตานีได้รับมอบสิ่งของพระราชทานของ&nbsp;</strong>สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;ชุด&nbsp;เพื่อนำไปช่วยเหลือราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307230203382
61	เตือนเฝ้าระวังพายุฤดูร้อน เกิดฝนตกหนักลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก	<p><strong>หลายจังหวัดในภาคเหนือ&nbsp;ภาคอีสาน&nbsp;เกิดฝนตกหนักลมกระโชกแรง&nbsp;และลูกเห็บตก&nbsp;</strong>กรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;จึงขอประกาศให้ประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวัง&nbsp;พื้นที่ตำบลหนองนกเขียน&nbsp;อำเภอศรีธาตุ&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;เกิดฝนตกหนัก&nbsp;อยู่ในระดับ&nbsp;3&nbsp;ประกอบกับลมแรง&nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนในหลายจังหวัดในภาคอีสาน&nbsp;งดเข้าไปพักหลบฝนใต้ต้นไม้ใหญ่&nbsp;เพราะอาจเกิดฟ้าผ่าได้</p><p>ขณะที่บ้านแม่ตะละ&nbsp;ต.สันสลี&nbsp;อ.เวียงป่าเป้า&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;มีฝนตกหนัก&nbsp;ลูกเห็บตก&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายบ้านเรือน&nbsp;และพืชผลทางการเกษตร</p><p><strong>นายสมควร&nbsp;ต้นจาน&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนพยากรณ์อากาศกลาง</strong>&nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;ระบุว่า&nbsp;ในคืนนี้พายุฤดูร้อนจะเข้าสู่จังหวัดในภาคกลาง&nbsp;ก่อนจะเคลื่อนไปยังจังหวัดภาคใต้&nbsp;จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวัง&nbsp;ซึ่งหลังจากวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ก็จะเลาลง&nbsp;และจะเหิดพายุฤดูร้อนอีกครั้งช่วงประมาณวันที่&nbsp;15-16&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;แต่ความรุนแรงจะต้องดูในระยะใกล้จึงจะประเมินได้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307223855360
62	เกิดเหตุพายุลมกระโชกแรงและฝนตก ในหลายพื้นที่ของอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นเหตุให้บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายเบื้องต้น รวม 10 ตำบล 19 หมู่บ้าน	<p><strong>นายชาครินทร์&nbsp;อินอิ่มวรปราชญ์&nbsp;นายอำเภอหล่มสัก&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;เกิดเหตุพายุลมกระโชกแรงและฝนตก&nbsp;ในหลายพื้นที่ของอำเภอหล่มสัก&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เป็นเหตุให้บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย&nbsp;โดย&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรายงานความเสียหายเบื้องต้น&nbsp;รวม&nbsp;10&nbsp;ตำบล&nbsp;19&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนเสียหายบางส่วน&nbsp;45&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;โรงเรือนเก็บพืชผลการเกษตร&nbsp;1&nbsp;โรงเรือนในพื้นที่ตำบลสักหลง&nbsp;ลานบ่า&nbsp;บ้านไร่&nbsp;ห้วยไร่&nbsp;ตาลเดี่ยว&nbsp;ท่าอิบุญ&nbsp;บ้านติ้ว&nbsp;บ้านโสก&nbsp;บ้านกลาง&nbsp;และปากช่อง&nbsp;รายละเอียดดังนี้</p><p>1.ตำบลสักหลง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1,7,8,9,11&nbsp;บ้านเรือนเสียหายบางส่วน&nbsp;22&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;โรงเรือนเก็บพืชผลการเกษตร&nbsp;1&nbsp;โรงเรือน&nbsp;</p><p>2.ตำบลลานบ่า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;บ้านเรือนเสียหายบางส่วน&nbsp;2&nbsp;หลังคาเรือน</p><p>3.ตำบลบ้านไร่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1,3,5&nbsp;บ้านเรือนเสียหายบางส่วน&nbsp;3&nbsp;หลังคาเรือน</p><p>4.ตำบลห้วยไร่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1,7,8&nbsp;บ้านเรือนเสียหายบางส่วน&nbsp;10&nbsp;หลังคาเรือน</p><p>5.ตำบลตาลเดี่ยว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านเรือนเสียหายบางส่วน&nbsp;1&nbsp;หลังคาเรือน</p><p>6.ตำบลท่าอิบุญ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;บ้านเรือนเสียหายบางส่วน&nbsp;2&nbsp;หลังคาเรือน</p><p>7.ตำบลบ้านติ้ว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;บ้านเรือนเสียหายบางส่วน&nbsp;1&nbsp;หลังคาเรือน</p><p>8.ตำบลบ้านโสก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านเรือนเสียหายบางส่วน&nbsp;1&nbsp;หลังคาเรือน</p><p>9.ตำบลบ้านกลาง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;16&nbsp;บ้านเรือนเสียหายบางส่วน&nbsp;1&nbsp;หลังคาเรือน</p><p>10.ตำบลปากช่อง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1,7&nbsp;บ้านเรือนเสียหายบางส่วน&nbsp;4&nbsp;หลังคาเรือน</p><p>อำเภอหล่มสัก&nbsp;ได้แจ้งให้กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และองค์กรปกครอง&nbsp;ส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;ได้เร่งออกสำรวจความเสียหาย&nbsp;และดำเนินการ&nbsp;ให้ความช่วยเหลือตามระเบียบฯ&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	เพชรบูรณ์	สวท.เพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308002239390
63	อำเภอวิเชียรบุรีตรวจเยี่ยมสำรวจความเสียหายและมอบถุงยังชีพบรรจุสิ่งของจำเป็นของกิ่งกาชาดฯ ให้ครอบครัวบ้านที่ได้รับความเสียหายจาก พายุฤดูร้อน ในพื้นที่ตำบลวังใหญ่	<p><strong>อำเภอวิเชียรบุรี&nbsp;ตรวจเยี่ยม&nbsp;สำรวจความเสียหายและมอบถุงยังชีพบรรจุสิ่งของจำเป็น&nbsp;ของกิ่งกาชาดฯ&nbsp;ให้ครอบครัวบ้านที่ได้รับความเสียหายจาก&nbsp;พายุฤดูร้อน&nbsp;ในพื้นที่ตำบลวังใหญ่&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</strong>ณ&nbsp;บริเวณพื้นที่หมู่ที่&nbsp;2,&nbsp;3,&nbsp;9&nbsp;ตำบลวังใหญ่&nbsp;อำเภอวิเชียรบุรี&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;&nbsp;นายปกรณ์&nbsp;ตั้งใจตรง&nbsp;นายอำเภอวิเชียรบุรี&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางกัญญ์วรา&nbsp;จิตเกษม&nbsp;เทวิน&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานทะเบียน&nbsp;นางสาวนภสรณ์&nbsp;นพสุวรรณ&nbsp;ปลัดอำเภอประจำตำบลวังใหญ่&nbsp;สมาชิก.อส.กองร้อย&nbsp;อส.อ.วิเชียรบุรี&nbsp;ที่&nbsp;6&nbsp;และกิ่งกาชาดอำเภอวิเชียรบุรี&nbsp;ร่วมกับกำนัน&nbsp;ผญบ.ฯลฯ&nbsp;ตำบลวังใหญ่&nbsp;ตรวจเยี่ยม&nbsp;สำรวจความเสียหายและมอบถุงยังชีพบรรจุสิ่งของจำเป็น&nbsp;ของกิ่งกาชาดฯ&nbsp;ให้ครอบครัวบ้านที่ได้รับความเสียหายจาก&nbsp;พายุฤดูร้อน&nbsp;ในพื้นที่ตำบลวังใหญ่&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;หลังคาเรือน</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;อบต.วังใหญ่&nbsp;ได้ให้ความช่วยเหลือครอบครัวที่ได้รับความเสียหาย&nbsp;</strong>และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ให้การช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	เพชรบูรณ์	สวท.เพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308001840389
64	อ.วิเชียรบุรี มอบเงินและถุงยังชีพบรรจุสิ่งของจำเป็น ของกิ่งกาชาดฯ ให้ครอบครัวบ้านที่ถูกไฟไหม้ และบ้านที่ได้รับความเสียหายจาก พายุฤดูร้อน ในพื้นที่ตำบลภูน้ำหยด	<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.30-12.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ในพื้นที่ตำบลภูน้ำหยด&nbsp;อำเภอวิเชียรบุรี&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;นายปกรณ์&nbsp;ตั้งใจตรง&nbsp;นายอำเภอวิเชียรบุรี&nbsp;และกิ่งกาชาดอำเภอวิเชียรบุรี&nbsp;มอบเงินให้แก่&nbsp;นางเบญจพร&nbsp;แซ่อึ้ง&nbsp;มารดาของ&nbsp;นางมุทธา&nbsp;แซ่อึ้ง&nbsp;ที่เสียชีวิตเพราะเหตุถูกฟ้าฝ่า&nbsp;ในวันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จากนั้น&nbsp;มอบถุงยังชีพบรรจุสิ่งของจำเป็นของกิ่งกาชาดฯ&nbsp;ให้ครอบครัวบ้านที่ถูกไฟไหม้&nbsp;และบ้านที่ได้รับความเสียหายจากพายุฤดูร้อนในพื้นที่ตำบลภูน้ำหยด&nbsp;เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;กำนันตำบลภูน้ำหยด&nbsp;</strong>มอบเงินจากชมรมกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านฯลฯ&nbsp;ตำบลภูน้ำหยด&nbsp;ให้ครอบครัวบ้านที่ถูกไฟไหม้/นายก&nbsp;อบต.ภูน้ำหยด&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;บุคลากรของ&nbsp;อบต.ฯ&nbsp;มอบวัสดุในการซ่อมแซมบ้าน&nbsp;ที่เสียหายจากพายุฤดูร้อน/ผญบ.ฯลฯ&nbsp;และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ให้การช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่องต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	เพชรบูรณ์	สวท.เพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308001556388
65	พายุฤดูร้อนเข้าพัดถล่มพื้นที่อำเภอกันทรารมย์ ชาวบ้านได้รับผลกระทบ 6 ตำบล	<p><strong>พายุฤดูร้อนเข้าพัดถล่มพื้นที่อำเภอกันทรารมย์&nbsp;ชาวบ้านได้รับผลกระทบ&nbsp;6&nbsp;ตำบล&nbsp;บ้านเรือนเสียหายจำนวนมาก&nbsp;เจ้าหน้าที่รีบเข้าสำรวจเพื่อเร่งให้การช่วยเหลือ</strong></p><p><br></p><p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;</strong>เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอกันทรารมย์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ท้องที่&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;เข้าร่วมตรวจสอบบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากพายุฤดูร้อน&nbsp;ซึ่งเข้าพัดถล่มฝนตกกระหน่ำอย่างหนัก&nbsp;บ้านเรือนประชาชนได้รับกว่าเสียหายกว่า&nbsp;100&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นางสาว&nbsp;ณัฐติกา&nbsp;โยธานันท์&nbsp;อายุ&nbsp;35&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;137&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลละทาย&nbsp;อำเภอกันทรารมย์</strong>&nbsp;เล่าว่า&nbsp;เหตุเกิดเมื่อหัวค่ำวานนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ขณะที่ตนกำลังทำงานบ้านกำลังทำกับข้าวอยู่นั้น&nbsp;ได้มีลมพายุพัดมาอย่างแรงก่อนที่ลมจะมาได้มีฝนตกลงมาปรอยๆ&nbsp;ก่อน&nbsp;ลมมาทุกคนในบ้านก็หลบเข้าอยู่ในห้องชั้นล่าง&nbsp;สักพักก็มีเพื่อนบ้านวิ่งมาบอกว่าหลังคาบ้านของตนปลิวไปทั้งแถบไปหล่นอยู่หน้าบ้านเพื่อนบ้าน&nbsp;จึงรีบเก็บข้าวของเครื่องใช้ไฟฟ้าหลบไปไว้ที่ปลอดภัย&nbsp;ฝนตกใส่บ้านเปียกทั้งหลัง&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายปราจิต&nbsp;แก้วลา.นายอำเภอกันทรารมย์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เมื่อค่ำวานนี้&nbsp;เกิดพายุฤดูร้อนเข้าพัดถล่มในพื้นที่อำเภอกันทรารมย์อย่างหนัก&nbsp;มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;6&nbsp;ตำบล&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตำบลละทาย&nbsp;ตำบลทาม&nbsp;ตำบลเมืองน้อย&nbsp;ตำบลโนนสัง&nbsp;ตำบลอีปาด&nbsp;และตำบลหนองแก้ว&nbsp;บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายกว่า&nbsp;100&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;ส่วนยอดจำนวนที่แน่ชัดอยู่ระหว่างสำรวจ&nbsp;ตนได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งเข้าตรวจสอบความเสียหายและเร่งให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนโดยเร่งด่วนแล้ว.</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308111941443
66	จ.โคราช พายุฤดูร้อนกระหน่ำ 10 อำเภอ พ่อเมืองเร่งช่วยเหลือ เยียวยาย้ำเตือน ปชช. อปท.ตรวจโครงสร้างบ้าน ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ให้มั่งคงแข็งแรง	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมมูลนิธิท้าวสุรนารี&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ประชุมหัวหน้าส่วนราชการและนายอำเภอทั้ง&nbsp;32&nbsp;อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เพื่อสั่งการให้ทุกอำเภอสำรวจตรวจสอบและเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ประสบกับวาตภัย&nbsp;หรือพายุฤดูร้อนในช่วง&nbsp;1-2&nbsp;วันที่ผ่านมา&nbsp;ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือน&nbsp;</p><p><strong>นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากการสรุปความเสียหายของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;รายงานว่า&nbsp;พบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;5-7&nbsp;มีค.65&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;21&nbsp;ตำบล&nbsp;43&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ประชาชนได้รับความเดือดร้อน&nbsp;147&nbsp;ครอบครัว&nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&nbsp;135&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;ยุ้งฉาง&nbsp;11&nbsp;แห่ง&nbsp;คอกสัตว์&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;และวัด&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;อย่างไรก็ตามได้กำชับให้ทุกอำเภอเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน&nbsp;ตามระเบียบไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมบ้าน&nbsp;และการชดเชยค่าเสียหาย&nbsp;รวมทั้งได้ให้กาชาดจังหวัด&nbsp;กาชาดอำเภอลงพื้นที่นำสิ่งของอุปโภค&nbsp;บริโภคไปมอบให้กับผู้ประสบภัยแล้ว&nbsp;ทั้งนี้อยากจะฝากความห่วงใยไปถึงประชาชนว่าในช่วงนี้เป็นช่วงรอยต่อระหว่างฤดูมักจะมีพายุเข้ามาในพื้นที่&nbsp;ซึ่งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาจะมีพื้นที่ที่ประสบภัยอยู่เสมอ&nbsp;ดังนั้นประชาชนหมั่นตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารบ้านเรือน&nbsp;โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ต่างๆ&nbsp;อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;และเมื่อเกิดพายุให้คำนึกถึงความปลอดภัยในชีวิตของตัวเองเป็นอันดับแรก&nbsp;ไปอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย&nbsp;อย่าห่วงเรื่องทรัพย์สินจนทำให้ตัวเองเกิดอันตราย&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ยังกำชับไปยังองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งให้ดำเนินการตรวจสอบการก่อก่อสร้างโครงสร้างอาคาร&nbsp;&nbsp;ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่&nbsp;ในพื้นที่ให้มีความมั่นคงแข็งแรงเช่นกัน&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับประชาชนหากเกิดพายุฤดูร้อน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308113915448
67	จังหวัดสมุทรสงคราม จัดฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสงคราม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เสริมสร้างความรู้ เตรียมพร้อมแผนเผชิญเหตุอุบัติภัยหมู่ทางน้ำ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ณ&nbsp;ที่ว่าการอำเภออัมพวา&nbsp;</strong>จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;อุบัติภัยหมู่ทางน้ำ&nbsp;เพื่อทดสอบการเตรียมความพร้อมในการเผชิญเหตุ&nbsp;หรือการตอบโต้สถานการณ์&nbsp;อุบัติภัยหมู่ทางน้ำ&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้ง&nbsp;เสริมสร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;ในหลักการขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติ</strong>&nbsp;ให้กับเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ความปลอดภัยทางน้ำจังหวัดฯ&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินท้องถิ่น&nbsp;ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอ&nbsp;และศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดฯ&nbsp;รวมทั้งเตรียมความพร้อม&nbsp;ในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้สถานการณ์จำลอง&nbsp;อุบัติภัยหมู่ทางน้ำ&nbsp;เหตุเรือโดยสาร&nbsp;(เหมาลำ)&nbsp;ชนกับเรือข้ามฟาก&nbsp;กลางแม่น้ำแม่กลอง&nbsp;บริเวณหน้าท่าเรือของเทศบาลตำบลอัมพวา&nbsp;เรือโดยสาร&nbsp;(เหมาลำ)&nbsp;มีผู้บาดเจ็บบนเรือ&nbsp;และตกน้ำ&nbsp;17&nbsp;คน&nbsp;ส่วนผู้โดยสารเรือข้ามฟากไม่ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การฝึกซ้อมแผนดังกล่าว&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong>จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;และสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสมุทรสงคราม&nbsp;ได้ร่วมกันจัดทำโครงการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;อุบัติภัยหมู่ทางน้ำ&nbsp;ขึ้น&nbsp;โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;รวม&nbsp;27&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;มีผู้เข้าร่วมการฝึกกว่า&nbsp;150&nbsp;คน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>จิตติพัฒน์&nbsp;ดอนเหนือ&nbsp;:&nbsp;ภาพ/ข่าว&nbsp;ธิติมา&nbsp;พันรอด&nbsp;:&nbsp;เรียบเรียง</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308154244596
68	ผู้ว่าฯ แพร่ สั่งการสำรวจความเสียหายและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน	<p><strong>ในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;</strong>มีฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุฤดูร้อนที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;เมื่อช่วงค่ำวันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ทำให้เกิดน้ำเอ่อท่วมและไหลเข้าบ้านเรือนประชาชนจนได้รับความเดือดร้อน&nbsp;ในท้องที่หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลทุ่งกวาว&nbsp;เขตเทศบาลตำบลทุ่งกวาว&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;จึงสั่งการหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่&nbsp;นายอำเภอเมืองแพร่&nbsp;ประสานความร่วมมือนายกเทศมนตรีตำบลทุ่งกวาว&nbsp;เข้าให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนดังกล่าว&nbsp;โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำออกจากพื้นที่และล้างสิ่งปฏิกูลตกค้างตามท่อระบายน้ำ&nbsp;กระทั่งสถานการณ์คลี่คลายเป็นปกติ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่</strong>ได้สั่งการให้ทุกพื้นที่สำรวจความเสียหายและรายงานให้ทราบ&nbsp;เบื้องต้นได้รับรายงานบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรเกิดความเสียหายจากวาตภัยในพื้นที่อำเภอร้องกวาง&nbsp;36&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;พื้นที่อำเภอเมืองแพร่&nbsp;28&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;พื้นที่ปลูกพืชไร่เสียหาย&nbsp;132&nbsp;ไร่&nbsp;และสถานที่ราชการเสียหาย&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลแม่หล่าย&nbsp;และสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานความร่วมมือเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND+</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308163904641
69	อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ช่วยผู้ประสบเหตุไฟไหม้	<p><strong>วานนี้(7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.&nbsp;อำเภอสังขะ&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้โรงเก็บฟาง&nbsp;และยุ้งฉางของนาย&nbsp;อนุกิตติ&nbsp;แจ่มใส&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;406&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ตำบลสังขะ&nbsp;อำเภอสังขะ&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;จึงได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอสังขะ&nbsp;ดำเนินการสนับสนุนรถดับเพลิง&nbsp;โดยเพลิงยุติเมื่อเวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;ความเสียหายเบื้องต้น&nbsp;รถเกี่ยวข้าวสยามคูโบต้า&nbsp;รุ่น&nbsp;Dc&nbsp;70&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;ยุ้งฉาง&nbsp;1&nbsp;หลัง&nbsp;โรงเรือนเก็บฟางก้อน&nbsp;1&nbsp;หลัง&nbsp;ฟางก้อนประมาณ&nbsp;600&nbsp;ก้อน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308192029719
70	มูลนิธิราชประชานุเคราะห์จังหวัดอุดรธานีเชิญสิ่งของพระราชทานมอบบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอัคคีภัยที่อำเภอบ้านดุง	<p><strong>มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดอุดรธานี</strong>&nbsp;เชิญถุงยังชีพและสิ่งของพระราชทานมอบบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;ที่บ้านวังดารา&nbsp;ตำบลวังทอง&nbsp;อำเภอบ้านดุง&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;วันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายนิติพัฒน์&nbsp;ลีลาเลิศแล้ว&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็นประธานเชิญถุงยังชีพและสิ่งของพระราชทานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดอุดรธานี&nbsp;มอบให้กับ&nbsp;นายวงกรต&nbsp;ภูเงิน&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;153&nbsp;บ้านวังดารา&nbsp;(หมู่ที่&nbsp;2)&nbsp;ตำบลวังทอง&nbsp;อำเภอบ้านดุง&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนางณัฐวดี&nbsp;ลีลาเลิศแล้ว&nbsp;รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี&nbsp;</strong>นายเกรียงศักดิ์&nbsp;ถวายชัย&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี&nbsp;นางอำนวยพร&nbsp;ศรีอ่อนแสง&nbsp;หัวหน้าฝ่ายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุดรธานี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี&nbsp;และกิ่งกาชาดอำเภอบ้านดุง&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;จิตอาสาพระราชทานตำบลวังทอง&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;ร่วมให้กำลังผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;และมอบสิ่งของช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเป็นการเบื้องต้น&nbsp;</p><p><strong>นายวรุตม์&nbsp;วิศิษฏ์ศิลป์&nbsp;นายอำเภอบ้านดุง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>วันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;22.22&nbsp;น&nbsp;เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักอาศัยของนายวงกรต&nbsp;ภูเงิน&nbsp;เสียหายทั้งหลัง&nbsp;จึงแจ้งไปยังสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ได้รับแจ้งจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ในนามประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ได้อนุมัติสั่งจ่ายเงินสำรองจ่ายมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ที่มีอยู่ทางจังหวัด&nbsp;จัดซื้อสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;พร้อมสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพเบื้องต้น&nbsp;ประเภทเครื่องครัว&nbsp;เครื่องนอน&nbsp;ของกินของใช้ประจำวัน&nbsp;มอบให้กับผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;</p><p><strong>นายนิติพัฒน์&nbsp;ลีลาเลิศแล้ว&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้&nbsp;ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม&nbsp;พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด&nbsp;เพื่อเป็นเงินสำรองจ่ายในงานบรรเทาทุกข์ที่มีอยู่ทางจังหวัด&nbsp;พระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ทรงห่วงใยความเป็นอยู่ของราษฎร&nbsp;ทุกครั้งที่มีภัยไม่ว่าจะใกล้ไกลจะทรงพระราชทานความช่วยเหลือ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อแบ่งเบาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจ</strong>ให้กับราษฎรของพระองค์&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ได้ฝากผู้นำชุมชน&nbsp;และพี่น้องประชาชนช่วงกันระวังฟื้นไฟ&nbsp;ป้องกันอัคคีภัย&nbsp;พายุฤดูร้อน&nbsp;พร้อมกันนี้หัวหน้าส่วนราชการอำเภอบ้านดุง&nbsp;คณะกรรมการเหล่ากชาดจังหวัดอุดรธานี&nbsp;กิ่งกาชาดอำเภอบ้านดุง&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ร่วมมอบสิ่งของ&nbsp;เงิน&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบอัคคีภัยในครั้งนี้ด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ทีมข่าว&nbsp;ส.ปชส.อด.&nbsp;ศรีภูมิ&nbsp;ทองใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308192232720
71	ศรีสะเกษ !! อำเภอกันทรารมย์เจอพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำบ้านเรือน-โค่นต้นไม้ขวางจราจรกลางดึก	<p><strong>นายบุญประสงค์&nbsp;นวลสายย์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกัน</strong>และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;7&nbsp;มี.ค.65&nbsp;เวลาประมาณ20.00น.เกิดเหตุพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำ&nbsp;สร้างความเสียหายหลายแห่ง&nbsp;ในพื้นที่อำเภอกันทรารมย์&nbsp;4&nbsp;ตำบล.&nbsp;7&nbsp;หมู่บ้าน.&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ที่อยู่อาศัยของราษร์ได้รับความเสียหาย&nbsp;6&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;ถนนได้รับผลกระทบ&nbsp;1&nbsp;เส้นทาง&nbsp;ดังนี้&nbsp;หมู่.1และหมู่&nbsp;3&nbsp;ต.ละทาย&nbsp;ที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหาย&nbsp;(บางส่วน)&nbsp;2&nbsp;หลังคาเรือน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หมู่.1,และ9&nbsp;ต.ทาม&nbsp;ที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหาย&nbsp;(บางส่วน)&nbsp;2&nbsp;หลังคาเรือน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หมู่.1&nbsp;ตำบลเมืองน้อย&nbsp;ที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหาย&nbsp;(บางส่วน)&nbsp;2&nbsp;หลังคาเรือน</p><p><strong>ต.โนนสัง&nbsp;ระหว่างหมู่&nbsp;9&nbsp;และ&nbsp;หมุ่&nbsp;14&nbsp;</strong>ต้นไม้ล้มทับปิดเส้นทางการจราจร&nbsp;อำเภอ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;สาขากันทรารมย์&nbsp;ดำเนินการให้การช่วยเหลือ&nbsp;ตัดต้นไม้เพื่อเปิดเส้นทางการจราจร&nbsp;(อยู่ระหว่างรอไฟฟ้าเข้าพื้นที่)</p><p><strong>จากพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำบ้านเรือนราษฎร</strong>ได้รับความเสียหายครั้งนี้&nbsp;อำเภอ&nbsp;องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น&nbsp;ได้ออกสำรวจ&nbsp;ให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นอย่างเร่งด่วนแล้ว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308222815777
72	ผู้ว่าฯ มหาสารคาม พร้อมนายกเหล่ากาชาด ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยวาตภัย อําเภอพยัคฆภูมิพิสัย	<p><strong>นายเกียรติศักดิ์&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางพรศรี&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;นายผดุงศักดิ์&nbsp;อิ่มเอิบ&nbsp;นายอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ลงพื้นที่มอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น&nbsp;จากกรณีเกิดฝนตกและลมกระโชกแรงพัดบ้านเรือนประชาชน&nbsp;และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ตำบลภารแอ่น&nbsp;อําเภอพยัคฆภูมิพิสัย&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ในพื้นที่อําเภอพยัคฆภูมิพิสัย&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตําบลภารแอ่น&nbsp;ตำบลนาสีนวล&nbsp;ตำบลก้ามปู&nbsp;ตำบลลานสะแก&nbsp;และตำบลเวียงชัย&nbsp;ได้เกิดฝนตกและลมกระโชกแรงพัดบ้านพักอาศัยของประชาชน&nbsp;และทรัพย์สินอื่นๆ&nbsp;ได้รับความเสียหาย&nbsp;ทำให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;</strong>ได้สอบถามถึงสภาพความเป็นอยู่&nbsp;และให้กำลังใจ&nbsp;พร้อมได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบประเมินความเสียหาย&nbsp;และให้การช่วยเหลือโดยเร่งด่วน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มหาสารคาม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308220816769
73	ปภ.ระยองรายงานสถานการณ์ภาพรวมการเฝ้าระวังคราบน้ำมันกลางทะเล ส่วนเหตุคราบน้ำมันเมื่อวานนี้ จนท.แจ้งว่าไม่พบทั้งคราบและกลิ่น	<p><strong>สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;สรุปการดำเนินงานกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;เรือ&nbsp;UNIWISE&nbsp;RAYONG&nbsp;เริ่มปฏิบัติงานใต้น้ำ&nbsp;ส่งนักประดาน้ำลงไปซ่อมทำตัวท่อด้วยการพันและอุดรอยรั่วของท่อน้ำมันต่อจากช่วงเช้า&nbsp;โดยจะปฏิบัติงานถึงเวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;ซึ่งจากการสังเกตการณ์ของการปฏิบัติงานในพื้นที่&nbsp;ไม่พบคราบและกลิ่นน้ำมันรั่วไหลออกมาในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;เหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ด้านการช่วยเหลือบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ในวันที่&nbsp;9&nbsp;มี.ค.65&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><strong>บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;จะดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ</strong>&nbsp;กลุ่มประมง&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนวัดปากน้ำ&nbsp;ตำบลปากน้ำ&nbsp;อำเภอเมืองระยอง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ส่วนกรณีวานนี้พบคราบฟิล์มน้ำมันเข้าชายฝั่งเมื่อวาน&nbsp;บริเวณร้านอาหารครัวลุงระ&nbsp;ชายหาดแหลมเจริญ&nbsp;-&nbsp;หาดสุชาดา&nbsp;นั้น&nbsp;วันนี้ได้ลงพื้นที่&nbsp;ตรวจสอบตามแนวชายหาดประมาณ&nbsp;300&nbsp;เมตร&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มและไม่มีกลิ่นน้ำมัน&nbsp;ขณะที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;ยังคงพบก้อนสีดำคล้ายยางมะตอยที่บริเวณลานหินขาว&nbsp;คลองหัวรถ&nbsp;และก้นอ่าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วนการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ</strong>ตั้งแต่วันที่&nbsp;30&nbsp;ม.ค.65&nbsp;จนถึงปัจจุบันมียอดรวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;11,988&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบสามารถยื่นเรื่องร้องทุกข์จากกรณีเหตุน้ำมันดิบรั่วกลางทะเลได้ที่ที่ศูนย์สื่อสารบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;โทร&nbsp;038-699881</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308222106773
74	อบต.กำแพง จ.สตูล จัดให้มีการฝึกซ้อมหน่วยดับเพลิง เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา	<p><strong>งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;</strong>องค์การบริหารส่วนตำบลกำแพง&nbsp;โดยนางสำลี&nbsp;ลัคนาวงศ์&nbsp;นายก&nbsp;อบต.กำแพง&nbsp;จัดให้มีการฝึกซ้อมหน่วยดับเพลิง&nbsp;ประจำเดือน&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลานหน้า&nbsp;อบต.กำแพง&nbsp;อ.ละงู&nbsp;จ.สตูล&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งกิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้&nbsp;</strong>ความเข้าใจเกี่ยวกับแผนการดับเพลิง&nbsp;กฎหมาย&nbsp;ระเบียบ&nbsp;และมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและระงับอัคคีภัยตามมาตรฐาน&nbsp;มีทักษะในการใช้อุปกรณ์ดับเพลิง&nbsp;การเอาตัวรอดเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้&nbsp;พร้อมทั้งเข้าใจบทบาทหน้าที่ที่กำหนดในแผนระงับอัคคีภัย&nbsp;และสร้างทัศนคติที่ดีต่อการมีส่วนร่วมในการป้องกัน&nbsp;ตลอดจนลดความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยและป้องกันการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308222937778
75	อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ฝนตกหนักนานกว่า 5 ชม น้ำเอ่อล้นคลองกุนุงจนอนไหลและคลองเบตง เข้าท่วมบ้านชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมคลอง เจ้าหน้าที่เดินฝ่ากระแสน้ำที่เชี่ยวกราด เร่งให้การช่วยเหลือผู้สูงอายุ เด็ก และสัตว์เลี้ยงออกจากบ้าน	<p><strong>เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา</strong>&nbsp;(9&nbsp;<strong>มี</strong>.<strong>ค</strong>.65)<strong>พ</strong>.<strong>ต</strong>.<strong>ท</strong>.<strong>จาริพัฒน์</strong>&nbsp;<strong>ทองแดง</strong>&nbsp;ผบ.ฉก.ตชด.44&nbsp;ได้รับแจ้งเกิดฝนตกหนักในประเทศมาเลเซีย&nbsp;และมีฝนตกนานติดต่อกันหลายชั่วโมงในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองเบตง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;จนทำให้น้ำในคลองกุนุงจนอนขึ้นสูงจนเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านที่อยู่ริมคลองหลายหลัง&nbsp;ซึ่งที่บ้านเลขที่&nbsp;541/1&nbsp;และ&nbsp;541/2&nbsp;อยู่ในชุมชนกุนุงจนอง&nbsp;ได้ถูกน้ำเข้าท่วมและมีผู้ติดอยู่ภายในบ้าน&nbsp;จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่&nbsp;ฉก.ตชด.445&nbsp;เข้าช่วยเหลือ&nbsp;พร้อมอส.อำเภอเบตง&nbsp;กู้ภัยมุสลิมเบตง</p><p><strong>เจ้าหน้าที่ต้องเดินฝ่ากระแสน้ำที่ไหลแรงและเชี่ยวกราด</strong>ของคลองกุนุงจนอน&nbsp;โดยใช้เชือกผูกติดกับต้นไม้แล้วจับเชือกเดินข้ามไป&nbsp;เพื่อเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ติดอยู่ในบ้าน&nbsp;ซึ่งมีทั้งผู้สูงอายุ&nbsp;เด็ก&nbsp;และสัตว์เลี้ยง&nbsp;ออกมาจากบ้านเพราะเกรงว่าจะได้รับอันตราย&nbsp;&nbsp;แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก&nbsp;เพราะเป็นช่วงเวลาค่ำมืด&nbsp;ยากต่อการมองเห็น&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ&nbsp;ใช้เวลาประมาณ&nbsp;1&nbsp;ชม&nbsp;เจ้าหน้าที่ก็สามารถนำผู้ที่ติดอยู่ภายในบ้านทั้ง&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;ออกมาได้หมด&nbsp;</p><p><strong>ในขณะที่คลองเบตงระดับน้ำก็ขึ้นสูงและมีสีแดงขุ่น</strong>&nbsp;คาดว่าเป็นน้ำที่ไหลมาจากบนเขาฝั่งประเทศมาเลเซีย&nbsp;และที่บริเวณถนนจันทโรทัย&nbsp;ซึ่งอยู่ข้างตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง&nbsp;น้ำในคลองเบตงก็ได้เอ่อล้นคลองเบตง&nbsp;ไหลเข้าท่วมถนนและบ้านชาวบ้านที่อยู่ติดริมคลองประมาณ&nbsp;2&nbsp;หลัง&nbsp;ทางสมาชิกสภาเทศบาลเมืองเบตง&nbsp;พร้อมหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเทศบาลเมืองเบตง&nbsp;ก็ได้นำรถน้ำออกช่วยชาวบ้านล้างคราบดินโคลนที่มากับน้ำ&nbsp;และล้างดินโคลนที่ติดอยู่ตามท้องถนนหนทางหลังน้ำลด&nbsp;พร้อมเร่งทำการสำรวจจำนวนบ้านเรือนประชาชนริมคลองที่ถูกน้ำท่วมเพื่อจะได้เข้าช่วยเหลือในเบื้องต้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309085856814
76	โรงเรียน 40 แห่งในสังกัด สพป.นราธิวาส เขต 2 ได้รับผลกระทบจากวิกฤติอุทกภัยระลอกนี้ มูลค่าความเสียหายกว่า 40 ล้านบาท	<p><strong>ในห้วงวิกฤติอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบ&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;</strong>โรงเรียนในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;(สพป.นราธิวาส&nbsp;เขต2)&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;แห่ง&nbsp;จากทั้งหมด&nbsp;117&nbsp;แห่งใน&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;อำเภอสุไหงปาดี&nbsp;อำเภอแว้ง&nbsp;อำเภอสุคิริน&nbsp;และอำเภอตากใบได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;</strong>เป็นหน่วยงานต้นสังกัด&nbsp;ที่เมื่อเกิดเหตุทุกครั้งจะมีการลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมพร้อมนำความช่วยเหลือไปถึงสถานศึกษา&nbsp;แต่ในครั้งนี้แตกต่างไปจากเดิม&nbsp;เพราะอุทกภัยที่เกิดขึ้นทำให้&nbsp;สพป.นราธิวาส&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;ติดเกาะ&nbsp;เพราะถนนเส้นทางจากต้นทางไปยังอำเภอต่างๆน้ำท่วมสูงไม่สามารถเดินทางไปได้</p><p><strong>ด้วยวิสัยทัศน์ของ&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;มณีรัตนโชติ</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;จึงสั่งการให้โรงเรียนในทุกอำเภอ&nbsp;เปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในระดับเครือข่ายอำเภอ&nbsp;พร้อมโอนเงินบรรเทาสาธารณภัยเบื้องต้น&nbsp;ให้กับทุกเครือข่าย&nbsp;เครือข่ายละ&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อส่งความช่วยเหลือด้วยการแจกถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยทั้งบุคลากรทางการศึกษา&nbsp;ครู&nbsp;และนักเรียน&nbsp;ในพื้นที่ประสบภัย&nbsp;ประสานให้โรงเรียนเครือข่าย&nbsp;และโรงเรียนที่อยู่ใกล้เคียงโรงเรียนที่ประสบภัย&nbsp;เข้าให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูและสนับสนุนอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอน&nbsp;เพื่อให้ทุกโรงเรียนสามารถเปิดทำการสอบสำหรับนักเรียนที่อาจต้องสอบซ่อม&nbsp;ปัจฉิมนิเทศนักเรียน&nbsp;และพบปะนักเรียนก่อนส่งนักเรียนไปสู่ระดับชั้นที่สูงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>นายสุพจน์&nbsp;มณีรัตนโชติ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามปกติทุกโรงเรียนจะมีแผนรับสถานการณ์อุทกภัยอยู่แล้ว&nbsp;แต่เพราะในครั้งนี้ปริมาณน้ำมีมากกว่าทุกปีที่ผ่านมาซึ่งเหนือการควบคุม&nbsp;ทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง&nbsp;มูลค่ารวมกว่า&nbsp;40&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยเฉพาะที่โรงเรียนบ้านมูโนะ&nbsp;ที่เกิดอุทกภัยซ้ำจากปลายปีที่ผ่านมา&nbsp;ประกอบกับมีการสร้างอาคารเรียนใหม่ทำให้อุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอนส่วนหนึ่งที่เตรียมขนย้ายเข้าอาคารใหม่ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายหนักกว่าครั้งที่ผ่านมา</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)&nbsp;</strong>ได้มอบหมายให้&nbsp;สพป.นราธิวาส&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;ประมาณการความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด&nbsp;เพื่อเตรียมจัดสรรงบกลางเข้ามาบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูโรงเรียนให้กลับสู่สภาพเดิมอีกครั้ง&nbsp;โอกาสนี้ได้กล่าวขอบคุณ&nbsp;นางสาวตรีนุช&nbsp;เทียนทอง&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;และผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่เดินทางลงมาตรวจเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่บุคลากรทางการศึกษา&nbsp;ครู&nbsp;และนักเรียนในพื้นที่ประสบอุทกภัยทันทีที่ทราบถึงวิกฤติอุทกภัยที่เกิดขึ้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309130542922
77	สถานการณ์น้ำท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน ใน อ.เบตง จ.ยะลา กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 30 หลัง	<p><strong>จากสถานการณ์ฝนตกนานกว่า&nbsp;5&nbsp;ชม&nbsp;เมื่อคืนนี้&nbsp;</strong>จนทำให้น้ำเอ่อล้นคลองกุนุงจนอง&nbsp;คลองเบตง&nbsp;เข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านที่อยู่ริมคลองในเขตเทศบาลเมืองเบตง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เช้าวันนี้สถานการณ์ได้เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว&nbsp;สภาพอากาศท้องฟ้าแจ่มใสปลอดโปร่ง&nbsp;ฝนหยุดตก&nbsp;แสงแดดส่องลงมาจนรู้สึกร้อน&nbsp;ระดับน้ำในคลอง&nbsp;ก็ลดลงมามาก&nbsp;แต่น้ำในคลองก็ยังสีแดงขุ่น&nbsp;ชาวบ้านที่อพยพออกจากบ้าน&nbsp;ไปพักอาศัยตามบ้านญาติพี่น้องเมื่อคืนนี้&nbsp;ก็กลับเข้าบ้าน&nbsp;ทำความสะอาดดก็บกวาดข้าวของ&nbsp;และตรวจสอบความเสียหายสิ่งของต่างๆจากน้ำท่วมในครั้งนี้</p><p><strong>ในขณะที่บริเวณถนนจันทโรทัย&nbsp;ซึ่งอยู่ข้างตลาดสดเทศบาล</strong>เมืองเบตง&nbsp;ร้านค้าบ้านเรือนประชาชน&nbsp;ก็เปิดขายของตามปกติ&nbsp;เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น&nbsp;เพราะหลังจากฝนหยุดตกระดับน้ำก็ลดลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทางสมาชิกสภาเทศบาลเมืองเบตง&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเทศบาลเมืองเบตง&nbsp;กองช่างเทศบาลเมืองเบตง&nbsp;ก็ได้เข้าช่วยเหลือชาวบ้าน&nbsp;โดยส่งเจ้าหน้าที่นำรถน้ำออกมาช่วยล้าง&nbsp;คราบโคลนที่มากับน้ำ&nbsp;ตามบ้านและบนท้องถนน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองเบตง</strong>ครั้งนี้&nbsp;มีชุมชนที่ได้รับความเสียหายมีจำนวน&nbsp;2&nbsp;ชุมชุน&nbsp;คือชุมชนกุนุงจนอง&nbsp;บ้านชาวบ้านได้รับความเสียหายจำหนวน&nbsp;20&nbsp;หลัง&nbsp;ชุมชนตลาดสดจำนวน&nbsp;10&nbsp;หลัง&nbsp;ส่วนสาเหตุที่เกิดน้ำเอ่อล้นคลองเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่พักอาศัยอยู่ริมคลองกุนุงจนอง&nbsp;และคลองเบตง&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;เกิดจากฝนที่ตกหนักในฝั่งประเทศมาเลเซีย&nbsp;จนทำให้น้ำปริมาณมากไหลมาตามคลองจนเอ่อล้น&nbsp;ประกอบกับในพื้นที่อำเภอเบตงช่วงนี้&nbsp;พอตกบ่าย&nbsp;เย็น&nbsp;ฝนตกเกือบทุกวัน&nbsp;และช่วงเย็นเมื่อวานนี้ถึงแม้ฝนในพื้นที่จะตกไม่หนัก&nbsp;แต่ฝนก็ตกติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน&nbsp;5-6&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;จนทำให้น้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย</p><p><strong>นายโสภณ&nbsp;กสิไพบูลย์&nbsp;อายุ&nbsp;53&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งมีบ้านพักอยู่ริมคลองเบตง</strong>&nbsp;บริเวณถนนจันทโรทัย&nbsp;เล่าให้ฟังว่า&nbsp;เมื่อคืนนี้ระดับน้ำในคลองเบตงสูงมาก&nbsp;น้ำก็ไหลแรงและเชี่ยวกราด&nbsp;น่ากลัวมาก&nbsp;ดีที่ฝนหยุดตกน้ำในคลองที่ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านชาวบ้านแถวนี้&nbsp;จึงลดลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;ถ้าฝนไม่หยุดตกคาดว่าน้ำคงจะท่วมไปถึงตลาดสดแน่นอน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;</strong>ได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;เตรียมความพร้อม&nbsp;ติดตามสภาพอากาศ&nbsp;และสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;พื้นที่ชุมชนเมือง&nbsp;พื้นที่ติดแม่น้ำลำคลอง&nbsp;อาจได้รับผลกรทบจากน้ำท่วมขัง&nbsp;น้ำล้นตลิ่ง&nbsp;พื้นที่ลาดเชิงเขา&nbsp;อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มโดยการประสานบูรณาการหน่วยงานพลเรือน&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;เครือข่ายอาสาสมัคร&nbsp;ประชาชนจิตอาสา&nbsp;ภาคเอกชนเตรียมพร้อมทรัพยากร&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;เครื่องจักรกลสาธารณภัย&nbsp;ให้พร้อมในการให้ความช่วยเหลือ&nbsp;และบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประขาชน&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309153302004
78	พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จังหวัดปัตตานี	<p><strong>ณ&nbsp;ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอสายบุรี&nbsp;อำเภอสายบุรี&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;</strong>พลตรี&nbsp;คมกฤช&nbsp;รัตนฉายา&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;46/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;พันเอก&nbsp;วรจิตร์&nbsp;ศาสตร์ศิลป์&nbsp;รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี&nbsp;เป็นผู้แทน&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;พลเอก&nbsp;เฉลิมชัย&nbsp;สิทธิสาท&nbsp;องคมนตรี&nbsp;ในโอกาสลงพื้นที่ประสอุทกภัย&nbsp;และมอบสิ่งของพระราชทาน&nbsp;จำนวน&nbsp;1,495&nbsp;ชุด&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ประชาชน&nbsp;โดยมี&nbsp;หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;พลเอก&nbsp;เฉลิมชัย&nbsp;สิทธิสาท&nbsp;องคมนตรี&nbsp;</strong>ได้รับฟังการบรรยายสรุปติดตามสถานการณ์ความคืบหน้าในการแก้ไขสถานการณ์อุทกภัย&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี&nbsp;และลงพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยและมอบสิ่งของพระราชทานให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ชุด&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัย&nbsp;และเป็นการช่วยเหลือประชาชนในห้วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พร้อมทั้งได้พบปะพูดคุยสอบถามความเป็นอยู่&nbsp;รวมถึงให้กำลังใจพี่น้องประชาชนอีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&nbsp;</strong>ข้าราชการทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;พลเรือน&nbsp;และราษฎรในพื้นที่ร่วมต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระกรุณา&nbsp;โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานสิ่งของแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี&nbsp;และเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี&nbsp;เหล่าข้าราชการราษฎรในพื้นที่ขอตั้งปณิธาน&nbsp;จะจงรักภักดี&nbsp;และปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ&nbsp;ศาสน์&nbsp;กษัตริย์&nbsp;และประชาชนตลอดไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309154428009
79	มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจากอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี	<p><strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม</strong>ให้&nbsp;มูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;มอบเงินสงเคราะห์ครอบครัวเพื่อช่วยเหลือผู้เสียชีวิตจากอัคคีภัย&nbsp;โดยนายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด&nbsp;ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ให้เป็นประธานในพิธีมอบเงินสงเคราะห์เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจากอัคคีภัย&nbsp;โดยมอบหมายให้&nbsp;นายนพฤทธิ์&nbsp;ศิริโกศล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นผู้แทนฯ&nbsp;ในการมอบเงินสงเคราะห์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตจากอัคคีภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;ให้แก่&nbsp;นายทรงวุฒิ&nbsp;เพ็งพันธุ์&nbsp;มีความสัมพันธ์เป็นบุตรของผู้เสียชีวิต&nbsp;สืบเนื่องจากเหตุการณ์อัคคีภัย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่ตำบลหมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลท่าระหัด&nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;โดยมีบ้านได้รับความเสียหายทั้งหลัง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;หลัง&nbsp;และมีบ้านที่เสียหายบางส่วน&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;หลัง&nbsp;จากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้นายประจวบ&nbsp;เพ็งพันธุ์&nbsp;อายุ&nbsp;78&nbsp;ปี&nbsp;อาศัยอยู่บ้านเลขที่&nbsp;112&nbsp;&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลท่าระหัด&nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เสียชีวิตด้วยสาเหตุถูกไฟไหม้&nbsp;ขณะเกิดเหตุผู้เสียชีวิตอาศัยอยู่บ้านตามลำพัง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายทรงวุฒิ&nbsp;เพ็งพันธุ์&nbsp;บุตรของผู้เสียชีวิต</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นผู้แทนของครอบครัวในการรับมอบเงินสงเคราะห์ฯ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;รู้สึกปลื้มปีติในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ที่พระองค์ทรงห่วงใยราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;และขอพระราชทานพระราชวโรกาส&nbsp;ถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ&nbsp;ภายใต้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม&nbsp;ให้สมกับพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ที่ทรงมีแก่ปวงพสกนิกรตลอดมา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309155424018
80	ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี จับมือนายกเหล่ากาดชาด และ ปภ. ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจราษฎรผู้ประสบวาตภัย ลมพัดต้นปาล์มน้ำมันล้มทับบ้านพังเสียหาย มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย	<p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนางอุรสา&nbsp;จินโต&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายจำนง&nbsp;สวัสดิ์วงศ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงาน&nbsp;ปภ.จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจราษฎรผู้ประสบวาตภัย&nbsp;ณ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;61&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลคลองพา&nbsp;อำเภอท่าชนะ&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ภายหลังจากได้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรง&nbsp;เป็นเหตุทำให้ต้นปาล์มน้ำมันล้มทับบ้านพักอาศัยได้รับความเสียหายบางส่วน&nbsp;1&nbsp;หลัง&nbsp;และมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ชื่อนางขวัญฤดี&nbsp;คะชินฤทธิ์&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;61&nbsp;หมู่ที่10&nbsp;ตำบลคลองพา&nbsp;อำเภอท่าชนะ&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่ง&nbsp;อบต.คลองพา&nbsp;ได้ให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นหลังเกิดเหตุแล้ว&nbsp;โดยนายวิโรจน์&nbsp;เดชเกลี้ยง&nbsp;นายอำเภอท่าชนะ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผกก.สภ.ท่าชนะ&nbsp;ผู้แทน&nbsp;หน.ปภ.สาขาท่าชนะ&nbsp;นายก&nbsp;อบต.คลองพา&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และประชาชนจิตอาสา&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้มอบกระเช้าของขวัญ&nbsp;ถุงยังชีพ&nbsp;กระติกน้ำร้อน&nbsp;หม้อหุงข้าว&nbsp;รวมทั้งของใช้จำเป็นในครัวเรือน&nbsp;และได้มอบเงินจำนวน&nbsp;5,000บาท&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับผู้ประสบภัย&nbsp;นอกจากนี้ทางเหล่ากาชาดจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;จะได้สนับสนุนเงินจำนวน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อเป็นค่าวัสดุก่อสร้างซ่อมแซมบ้านที่ได้รับความเสียหายด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;ได้สั่งการให้อำเภอท่าชนะ&nbsp;อบต.คลองพา</strong>&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ให้ความช่วยเหลือตามระเบียบราชการต่อไป&nbsp;พร้อมเน้นย้ำให้แจ้งราษฎรตัดแต่งกิ่งไม้&nbsp;ต้นไม้รอบๆ&nbsp;บริเวณบ้านเรือน&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่เกิดจากวาตภัยด้วย.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309163328069
81	อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์สาธารณภัย อำเภอด่านซ้าย	<p><strong>นายนที&nbsp;พรมภักดี&nbsp;นายอำเภอด่านซ้าย&nbsp;</strong>พร้อมด้วยปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง&nbsp;สนง.ปภ.เลย&nbsp;สาขาด่านซ้าย&nbsp;นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประจำท้องถิ่นร่วมประชุม&nbsp;เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์สาธารณภัย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;โดยมีนายปรเมศวร์&nbsp;ยศปัญญา&nbsp;หน.ปภ.จ.เลย&nbsp;เข้าร่วมประชุมเตรียมการด้วย&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมไมตรีชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลาประชาคมอำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><strong>ล่าสุดเกิดพายุฤดูร้อนทำให้บ้านเรือนเสียหายในเขตบ้านนาเจียง&nbsp;ม.3&nbsp;ต.โคกงาม&nbsp;อ.ด่านซ้าย&nbsp;จ.เลย&nbsp;</strong>เป็นบ้านเรือนราษฎร&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;เกิดความเสียหายหลายจุด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สวท.ด่านซ้าย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309155128015
82	ปภ.จังหวัดสมุทรปราการ เร่งหาสาเหตุเรือบรรทุกสินค้าเกิดเพลิงไหม้ พร้อมเร่งเยียวยาลูกเรือและประชาชนที่ได้ผลกระทบ	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นายพชร&nbsp;ศศิชาชยามร&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรปราการกล่าวถึง&nbsp;&nbsp;เหตุเพลิงไหม้เรือบรรทุกน้ำมัน&nbsp;สมูธซี&nbsp;2&nbsp;ว่า&nbsp;เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา&nbsp;9.30&nbsp;นาที&nbsp;เกิดระเบิดเสียงดังทั่วบริเวณ&nbsp;ทำให้มีเพลิงไหม้ในเวลาต่อมา&nbsp;</span>เจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าเกิดจากการเสียดสีของสายไฮดรอลิคจนทำให้เกิดประกายไฟ&nbsp;เร่งพิสูจน์<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">สาเหตุเพลิงไหม้ต่อไป&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ&nbsp;3&nbsp;ราย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;ได้นำส่งโรงพยาบาลบางประกอก&nbsp;3&nbsp;แล้ว&nbsp;ขณะนี้ปลอดภัยทั้งหมด&nbsp;ผู้สูญหาย&nbsp;1&nbsp;รายเจ้าหน้าที่กำลังเร่งค้นหา&nbsp;ส่วนประชาชนที่ได้รับผลกระทบ</span>สามารถแจ้งเรื่องได้ที่เทศบาลวัดหลวง&nbsp;เพื่อรับการช่วยเหลือเยียวยา<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">ต่อไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-09-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309191532153
83	สมาคมกู้ชีพกู้ภัยมุสลิมเบตง ทำข้าวกล่องแจกให้ชาวบ้านริมคลองชุมชนกุนุงจนอง ที่ถูกน้ำท่วมบ้านเมื่อคืนที่ผ่านมา	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่สมาคมกู้ชีพกู้ภัยมุสลิมเบตง&nbsp;ถ.สุขยางค์&nbsp;ต.เบตง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</strong>นายโยธิน&nbsp;ประชามติรัฐ&nbsp;หัวหน้าชุดปฏิบัติการกู้ภัยมุสลิมเบตง&nbsp;พร้อมด้วยทีมอาสาสมัครกู้ภัยมุสลิมเบตง&nbsp;ได้ช่วยกันทำข้าวกระเพราไก่&nbsp;ไข่ดาวจำนวน&nbsp;150&nbsp;กล่อง&nbsp;เพื่อนำไปมอบให้กับชาวบ้านที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ริมคลองชุมชนกุนุงจนอง&nbsp;เขตเทศบาลเมืองเบตงอ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ที่ถูกน้ำเอ่อล้นคลองเข้าท่วมเมื่อคืนที่ผ่านมา</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายโยธิน&nbsp;ประชามติรัฐ&nbsp;หัวหน้าชุดปฏิบัติการกู้ภัยมุสลิมเบตง&nbsp;เล่าว่า&nbsp;</strong>หลังจากที่เมื่อคืนนี้ทางอาสาสมัครกู้ภัยมุสลิมเบตง&nbsp;ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่&nbsp;ฉก.ตชด.445,&nbsp;อส.อำเภอเบตง,&nbsp;เข้าไปช่วยชาวบ้านที่ติดอยู่ในบ้านขณะน้ำท่วม&nbsp;ก็พบว่าในชุมชนกุนุงจนอง&nbsp;มีบ้านเรือนชาวบ้านถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายหลายหลัง&nbsp;ซึ่งคาดว่าไม่ต่ำกว่า&nbsp;20&nbsp;หลัง&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะขนย้ายข้าวของไม่ทันเพราะน้ำมาอย่างรวดเร็วและแรงมาก&nbsp;ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ไม่ทันที่จะขนย้ายข้าวของ&nbsp;จึงทำให้ข้าวของถูกน้ำท่วมเสียหายหมด&nbsp;วันนี้ทางสมาคมกู้ชีพกู้ภัยมุสลิมเบตง&nbsp;จึงได้ทำข้าว&nbsp;กระเพราไก่&nbsp;ไข่ดาว&nbsp;ไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น&nbsp;ซึ่งตามบ้านชาวบ้านที่อาสาสมัครกู้ภัยมุสลิมเบตงนำข้าวไปมอบให้&nbsp;ก็ยังคงเห็นร่องรอยของน้ำที่ท่วม&nbsp;ยังพบข้าวของที่เสียหายซึ่งยังไม่ได้ซ่อม&nbsp;ทั้งรถจักรยานยนต์&nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้า&nbsp;พัดลม&nbsp;ตู้เย็น&nbsp;เครื่องซักผ้า&nbsp;และข้าวของที่เสียหายซึ่งไม่สามารถใช้การได้อีกจำนวนมาก&nbsp;ชาวบ้านก็จะเก็บมากองไว้หน้าบ้าน&nbsp;ข้างบ้าน&nbsp;เพื่อจะนำไปทิ้งทำลายต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-09-03T00:00:00	NULL	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309194700169
84	ผู้ว่าฯ ตราด นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารห้องพักโรงแรมหรูบนเกาะกูด	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายพีระ&nbsp;เอี่ยมสุนทร&nbsp;ปลัดจังหวัดตราด&nbsp;นายพงศ์ธสิษฐ์&nbsp;ปิจนันท์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด&nbsp;นางสุกัญญา&nbsp;กองอ้น&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยจังหวัดตราด&nbsp;(คปภ.ตราด)&nbsp;เดินทางลงพื้นที่อำเภอเกาะกูดเพื่อตรวจสอบกรณีเกิดเหตุอัคคีภัย&nbsp;อาคารห้องพักโรงแรมโซเนวาครี&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;อำเภอเกาะกูด&nbsp;เมื่อช่วงเช้าวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งมีนักท่องเที่ยวที่พักอาคารดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;และมีทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวเสียหายหลายล้านบาท&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุนทร&nbsp;มูเนาวาเราะ&nbsp;นายอำเภอเกาะกูด&nbsp;และนายเดชาธร&nbsp;จันทร์อบ&nbsp;นายก&nbsp;อบต.เกาะกูด&nbsp;นายมนัส&nbsp;ปรุงทำนุ&nbsp;หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการและควบคุมอาคาร&nbsp;สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดตราด&nbsp;พ.ต.อ.ณกฤช&nbsp;ใจรักเรียน&nbsp;ผกก.สภ.เกาะกูด&nbsp;พ.ต.ท.พัฒนพงศ์&nbsp;ศิริเจริญนำ&nbsp;สว.ส.ทท.6&nbsp;กก.2&nbsp;บก.ทท.1&nbsp;&nbsp;ให้การต้อนรับพร้อมนำพื้นที่เกิดเหตุ&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ในขณะที่&nbsp;พลตำรวจตรี&nbsp;ทนงค์&nbsp;ทองประดับเพชร&nbsp;ผู้บังคับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน&nbsp;2&nbsp;(ชลบุรี)</strong>&nbsp;ตำรวจภูธรภาค&nbsp;2&nbsp;นำเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน&nbsp;ดำเนินการเก็บหลักฐานต่างๆบริเวณพื้นที่&nbsp;ที่เกิดเพลิงลุกไหม้&nbsp;รวมทั้งค้นหาทรัพย์สินที่นักท่องเที่ยว&nbsp;ที่ระบุว่าได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้&nbsp;ทั้งนี้ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้พบซากนาฬิกาหรูที่นักท่องเที่ยวระบุว่าได้รับความเสียหายอยู่ในซากของกองเพลิงแล้ว&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ภายหลังการตรวจสอบพื้นที่&nbsp;นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามสถานการณ์ความคืบหน้าการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ซึ่งพบว่าพนักงานสอบสวน&nbsp;และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน&nbsp;เร่งดำเนินการค้นหาหลักฐาน&nbsp;นำสู่การสอบสวนหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;อย่างไรก็ตามจากการพูดคุยกับผู้ประกอบการ&nbsp;ทางจังหวัดขอให้กรณีที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ดังเป็นกรณีศึกษา&nbsp;ซึ่งถึงแม้โรงแรมแห่งนี้จะเป็นพื้นที่&nbsp;ที่เป็นส่วนตัว&nbsp;แต่ก็ควรที่จะมีการประสานงานในการแก้ไขสถานการณ์ร่วมหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งอาจมีการซักซ้อมแผนร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ของโรงแรมกับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;เพื่อลดความสูญเสียกรณีที่เกิดเหตุเช่นในครั้งนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;&nbsp;ยังกล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;ทางจังหวัดได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่และได้ให้นโยบายกับหน่วยงานที่รับผิดชอบออกตรวจสอบสถานประกอบการโรงแรม/ที่พัก&nbsp;ให้ปฏิบัติตามระเบียบ/กฎหมายอย่างเคร่งครัดและมีมาตรการในการสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวให้ครอบคลุมทุกมิติ&nbsp;โดยได้กำชับว่าหากพบมีการดำเนินกิจการไม่ถูกต้องและกระทบกับความปลอดภัยของผู้เข้าพักหรือนักท่องเที่ยวจะดำเนินการตามระเบียบข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-09-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309195829174
85	จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย ต้นปาล์มหักโค่นทับบ้านพังทั้งหลัง	<p><strong>นายจำนง&nbsp;สวัสดิ์วงศ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong>จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ทำให้ต้นปาล์มน้ำมันหักโค่น&nbsp;ล้มทับบ้านของ&nbsp;นางขวัญฤดี&nbsp;คะชินฤทธิ์&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;61&nbsp;หมู่&nbsp;10&nbsp;ตำบลคลองพา&nbsp;อำเภอท่าชนะ&nbsp;ได้รับความเสียหายทั้งหลัง&nbsp;เจ้าของบ้านได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนซ้าย&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลคลองพาเร่งสำรวจความเสียหาย&nbsp;พร้อมให้ความช่วยเหลือ&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;พร้อมด้วย</strong>&nbsp;นางอุรสา&nbsp;จินโต&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นำคณะ&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ให้กำลังใจ&nbsp;พร้อมมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบเหตุวาตภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;และสนับสนุนเงินซ่อมแซมบ้านเพิ่มเติม&nbsp;จากอบต.คลองพา&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;มอบหมายให้อำเภอท่าชนะ&nbsp;และอบต.คลองพา&nbsp;ช่วยตัดแต่ง&nbsp;กิ่งไม้&nbsp;ต้นไม้บริเวณโดยรอบ&nbsp;เพื่อป้องกันเกิดเหตุซ้ำ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-10-03T00:00:00	NULL	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310132140387
86	มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม</strong>ให้&nbsp;มูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;โดยนายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด&nbsp;ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ให้เป็นประธานในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;ให้แก่&nbsp;นายจารศักดิ์&nbsp;สดคมขำ&nbsp;เลขที่&nbsp;249&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลหัวนา&nbsp;อำเภอเดิมบางนางบวช&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการต่อสู้ฝ่าฟันให้พ้นวิกฤตภัยครั้งนี้ไปได้ด้วยดี&nbsp;และบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับเหตุอัคคีภัย&nbsp;เกิดขึ้นเมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;19.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;249&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;บ้านหัวนา&nbsp;เป็นโกดังเก็บของ&nbsp;โรงจอดรถและส่วนหนึ่งเป็นห้องครัว&nbsp;ห้องนอนถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด&nbsp;มีผู้อยู่อาศัย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;คือ&nbsp;นายจารศักดิ์&nbsp;สดคมขำ&nbsp;อายุ&nbsp;67&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;นางอารมณ์&nbsp;สดคมขำ&nbsp;อายุ&nbsp;64&nbsp;ปี&nbsp;สาเหตุเพลิงไหม้คาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายจารศักดิ์&nbsp;สดคมขำ&nbsp;ซึ่งเป็นผู้แทนของครอบครัวในการรับมอบสิ่งของ</strong>&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;รู้สึกปลื้มปีติในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ที่พระองค์ทรงห่วงใยราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;และขอพระราชทานพระราชวโรกาส&nbsp;ถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ&nbsp;ภายใต้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม&nbsp;ให้สมกับพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ที่ทรงมีแก่ปวงพสกนิกรตลอดมา</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-10-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310135632405
87	มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย ในพื้นที่อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี	<p><strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม</strong>ให้&nbsp;มูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่&nbsp;ตำบลหัวนา&nbsp;อำเภอเดิมบางนางบวช&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;โดย&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด&nbsp;ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ให้เป็นประธานในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;มอบให้แก่ผู้ประสบเหตุอัคคีภัย&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายจารศักดิ์&nbsp;สดคมขำ&nbsp;อายุ&nbsp;67&nbsp;ปี&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;249&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;ตำบลหัวนา&nbsp;อำเภอเดิมบางนางบวช&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ซึ่งเป็นโกดังเก็บของ&nbsp;โรงจอดรถและส่วนหนึ่งเป็นห้องครัว&nbsp;ห้องนอน&nbsp;ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;19.30&nbsp;น.&nbsp;สาเหตุคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ครอบครัวของผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;ต่างรู้สึกปลื้มปีติในพระมหากรุณาธิคุณ</strong>&nbsp;ที่พระองค์ทรงห่วงใยราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;และขอพระราชทานพระราชวโรกาส&nbsp;ถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ&nbsp;ภายใต้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม&nbsp;ให้สมกับพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ที่ทรงมีแก่ปวงพสกนิกรตลอดมา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-10-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310143717438
88	ร้อยเอ็ด มทบ.๒๗จัดชุดปฏิบัติการบูรณาการช่วย ปชช.เข้าฟื้นฟูพื้นที่ประสบวาตภัยที่ ต.สระนกแก้ว  อ.โพนทอง  ร้อยเอ็ด	<p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;มี.ค.2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.เชษฐ์&nbsp;ชวนะนรเศรษฐ์</strong>&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่.27&nbsp;นำกำลังพล&nbsp;บูรณาการร่วมกับเทศบาลตำบลโพนทอง&nbsp;ตำรวจจาก&nbsp;สภ.โพนทอง&nbsp;พัฒนากร&nbsp;ตำบลเข้าช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนบ้านหนองนกเป็ด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1,&nbsp;2&nbsp;,16&nbsp;ตำบลสระนกแก้ว&nbsp;อ.โพนทอง&nbsp;อย่างเต็มกําลัง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>เข้าสำรวจพื้นที่&nbsp;ตำบลสระนกแก้ว</strong>&nbsp;อำเภอโพนทองสำหรับเข้าฟื้นฟูทำความสะอาด&nbsp;พร้อมซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายเพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ&nbsp;หลังจากประสพวาตะภัยเกิดพายุฤดูร้อนพัดอย่างรุนแรงในเขตอำเภอโพนทอง&nbsp;เมื่อเวลาประมาณ&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>พล.ต.วรเชษฐ์&nbsp;ชวนะนรเศรษฐ์&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่.27</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มทบ.27ยินดีพร้อมช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ในยามเมื่อประชาชนประสบภัยพิบัติ&nbsp;ทหาร&nbsp;เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งของรัฐบาล&nbsp;ที่มีความพร้อม&nbsp;เข้าให้การช่วยเหลือร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง&nbsp;โดยแจ้งมาที่&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;27&nbsp;ค่ายประเสริฐสงคราม&nbsp;ตำบล&nbsp;เหนือเมือง&nbsp;อำเภอ&nbsp;เมือง&nbsp;จังหวัด&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;45000&nbsp;โทร.043-511151</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-10-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สวท.ร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310160600484
89	จ.ลำปาง บูรณาการภาคีเครือข่าย เตรียมพร้อมรับมือภัยแล้ง บรรเทาความเดือดร้อนประชาชนในพื้นที่ ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง ปี 65	"<p><strong>ที่บริเวณสนามพิธยุทธยรรยง&nbsp;ตำบลพิชัย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;พลตรีอโณทัย&nbsp;ชัยมงคล&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;32/ผู้ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ&nbsp;""ราษฎร์&nbsp;รัฐ&nbsp;ร่วมใจ&nbsp;ช่วยภัยแล้ง""&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;และปล่อยขบวนรถบรรทุกน้ำเพื่อแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนที่ประสบภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทน&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานภาคีเครือข่ายหลักทั้ง&nbsp;6&nbsp;องค์กร&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กองทัพบก/มณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;พร้อมหน่วยทหารในพื้นที่&nbsp;สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาลเขต&nbsp;1&nbsp;ลำปาง&nbsp;สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค&nbsp;1&nbsp;การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดลำปาง&nbsp;การประปาส่วนภูมิภาคสาขาลำปาง&nbsp;และกลุ่มบริษัท&nbsp;ปตท.จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;โดยคลังปิโตรเลียมลำปาง&nbsp;พร้อมทั้งความร่วมมือจากเทศบาลนครลำปาง&nbsp;เทศบาลเมืองเขลางค์นคร&nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลพิชัย&nbsp;ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานที่มีขีดความสามารถและพร้อมร่วมดำเนินการ&nbsp;อาทิ&nbsp;การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.แม่เมาะ)&nbsp;ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&nbsp;10&nbsp;ลำปาง&nbsp;ที่พร้อมใจกันนำศักยภาพของแต่ละหน่วยงาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;กำลังพล&nbsp;ทรัพยากร&nbsp;เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ&nbsp;ในการขนส่งน้ำอุปโภค-บริโภค&nbsp;แจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบภัยแล้ง&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร</p><p><strong>ในครั้งนี้&nbsp;ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่&nbsp;32</strong>&nbsp;นำรถบรรทุกน้ำจำนวน&nbsp;16,000&nbsp;ลิตร&nbsp;แจกจ่ายให้หมู่บ้านต้นต้อง&nbsp;ตำบลพิชัย&nbsp;และบ้านสันป่าตึง&nbsp;ตำบลพระบาท,&nbsp;ศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;จำนวน&nbsp;4,000&nbsp;ลิตร&nbsp;ให้กับวัดม่อนเขาแก้ว&nbsp;ตำบลพิชัย,&nbsp;กองร้อยทหารช่างที่&nbsp;4&nbsp;กองพันทหารช่างที่&nbsp;4&nbsp;กองพลทหารราบที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;6,000&nbsp;ลิตร&nbsp;ที่บ้านไร่ศิลาทอง&nbsp;ตำบลพิชัย,&nbsp;ทรัพยากรน้ำภาค&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;6,000&nbsp;ลิตร&nbsp;ที่โรงเรียนกีฬาลำปาง,&nbsp;เทศบาลนครลำปาง&nbsp;จำนวน&nbsp;6,000&nbsp;ลิตร&nbsp;ที่ชุมชนพระบาท&nbsp;ตำบลพระบาท,&nbsp;เทศบาลเมืองเขลางค์นคร&nbsp;จำนวน&nbsp;4,000&nbsp;ลิตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดสกัดไฟป่าบ้านโทกหัวช้าง&nbsp;ตำบลพระบาท,&nbsp;เทศบาลเมืองพิชัย&nbsp;จำนวน&nbsp;4,000&nbsp;ลิตร&nbsp;ที่บ้านท่าเดื่อ&nbsp;ตำบลพิชัย&nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลพิชัย&nbsp;จำนวน&nbsp;4,000&nbsp;ลิตร&nbsp;ที่บ้านต้นต้อง&nbsp;ตำบลพิชัย&nbsp;รวมจำนวนน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภคช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;52,000&nbsp;ลิตร&nbsp;ซึ่งเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงสภาวะภัยแล้งและพร้อมผนึกกำลังกันช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์ภัยแล้งจะคลี่คลายลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ประชาชนที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;สามารถขอรับการสนับสนุนได้จากหน่วยทหารในพื้นที่และหน่วยงานภาคีเครือข่าย&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>"	2022-11-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311092115728
90	มณฑลทหารบกที่ 36 จัดพิธีเปิดโครงการ ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง ประจำปี 2565	<p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;สนามหน้าแหล่งสมาคมนายทหาร</strong>&nbsp;ค่ายพ่อขุนผาเมือง&nbsp;พลตรี&nbsp;สามารถ&nbsp;&nbsp;มโนรถมงคล&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;36&nbsp;/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;36&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ&nbsp;ราษฎร์&nbsp;รัฐ&nbsp;ร่วมใจ&nbsp;ช่วยภัยแล้ง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ในการนี้ได้จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์กองร้อยบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;กองร้อย&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กองพลทหารม้าที่&nbsp;1&nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องของจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;,&nbsp;หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;16&nbsp;,&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และกำลังพลจิตอาสาร่วมพิธีฯ&nbsp;ยานพาหนะรวมทั้งสิ้น&nbsp;39&nbsp;คัน&nbsp;(รถบรรทุกน้ำ&nbsp;19&nbsp;คัน)&nbsp;ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีได้ปล่อยขบวนรถบรรทุกน้ำสำหรับการอุปโภคและบริโภค&nbsp;เพื่อไปแจกจ่ายน้ำในพื้นที่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>1.&nbsp;พื้นที่ตำบลชอนไพร&nbsp;(หมู่&nbsp;5&nbsp;และ7&nbsp;)&nbsp;รถบรรทุกน้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;คัน&nbsp;คิดเป็นปริมาณน้ำ&nbsp;72,000&nbsp;ลิตร</p><p>2.&nbsp;พื้นที่ตำบลบ้านโตก&nbsp;รร.โสตศึกษา&nbsp;รถบรรทุกน้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;คัน&nbsp;คิดเป็นปริมาณน้ำ&nbsp;42,000&nbsp;ลิตร</p><p>&nbsp;&nbsp;รวมปริมาณน้ำทั้งสิ้น&nbsp;114,000&nbsp;ลิตร</p><p>&nbsp;&nbsp;การดำเนินกิจกรรมได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019(covid&nbsp;-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เพลินจิต&nbsp;สวนศิลป์พงศ์&nbsp;/&nbsp;สวท&nbsp;เพชรบูรณ์</p><p>แหล่งข้อมูล&nbsp;:&nbsp;มทบ&nbsp;.36</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	เพชรบูรณ์	สวท.เพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311105132768
91	"อยู่ร่วมกันแบบพหุวัฒนธรรม ไม่ทอดทิ้งประชาชน ลงพื้นที่ตรวจเหตุบ้านไฟไหม้บริเวณข้างวัดแสงสิริธรรม ม.5 ต.ท่าอิฐ พร้อมมอบงบประมานส่วนตัวช่วยเหลือเบื้องต้น """	<p><strong>นายปรีดา&nbsp;เชื้อผู้ดี&nbsp;(ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรี/นายก&nbsp;อบต.ท่าอิฐ)&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ตรวจเหตุบ้านพระมานพ&nbsp;ที่เกิดเหตุไฟไหม้เมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;บริเวณข้างวัดแสงสิริธรรม&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลท่าอิฐ&nbsp;พร้อมมอบงบประมานส่วนตัวช่วยเหลือเบื้องต้น&nbsp;โดยนายกปรีดา&nbsp;เชื้อผู้ดี&nbsp;ได้สั่งการเจ้าหน้าที่กองสวัสดิการสังคม&nbsp;อบต.ท่าอิฐ&nbsp;หามาตรการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างเร่งด่วน&nbsp;ซึ่งหากท่านใดมีความประสงค์จะบริจาคช่วยเหลือ&nbsp;สามารถติดต่อได้ที่&nbsp;อบต.ท่าอิฐ&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณชุมชนข้างวัดแสงสิริธรรม&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลท่าอิฐ&nbsp;อำเภอปากเกร็ด&nbsp;จังหวัดนนทบุรี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311110250771
92	บิ๊กป้อม สั่งหน่วยงานเตรียมมาตรการรับมือภัยแล้งและฤดูฝน กำชับเจ้าหน้าที่ต้องช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด	<p><strong>พล.อ.ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/65&nbsp;ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เร้นท์&nbsp;</strong>เพื่อติดตามผลดำเนินงานตามมาตรการภัยแล้งและมาตรการรับมือฤดูฝน&nbsp;ปี2565&nbsp;โดยที่ประชุมรับทราบ&nbsp;ภาพรวมการคาดการณ์ปริมาณ&nbsp;ฝน&nbsp;มี.ค.-&nbsp;เม.ย.2565&nbsp;มากกว่าปกติ&nbsp;มีแหล่งน้ำขนาด&nbsp;ใหญ่ต้องเฝ้าระวังเสี่ยงน้ำน้อย&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;สำหรับความก้าวหน้าของ&nbsp;9&nbsp;มาตรการรับรองสถานการณ์ขาดแคลนน้ำหน้าแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;64/65&nbsp;การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงภาวะน้ำแล้ง&nbsp;ทั้งด้านการอุปโภค-บริโภค&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;และด้านคุณภาพน้ำ&nbsp;ยังสามารถควบคุมได้ตามแผนงานและเป็นไปตามเป้าหมาย&nbsp;ที่มุ่งจัดสรรน้ำให้เพียงพอต่อการเกษตร&nbsp;การอุปโภค-บริโภค&nbsp;และการควบคุมคุณภาพน้ำ&nbsp;พร้อมเห็นชอบร่างมาตรการรับมือฤดูฝน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่ง&nbsp;สทนช.ได้&nbsp;ประชุมถอดบทเรียนการบริหารจัดการน้ำฤดูฝนปี&nbsp;2564&nbsp;จากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;และร่วมกำหนด&nbsp;13&nbsp;มาตรการรับมือ&nbsp;ทั้งนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบปฏิทินการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;หน้าแล้ง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1พ.ย.&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;เม.ย.2565&nbsp;และ&nbsp;ฤดูฝน&nbsp;วันที่&nbsp;1พ.ค.&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;ต.ค.2565&nbsp;และเห็นชอบแนวทางการกำจัดผักตบชวา&nbsp;ด้วยจุลินทรีย์ชีวภาพ</p><p><strong>พล.อ.ประวิตร&nbsp;พอใจการบริหารจัดการน้ำช่วงที่ผ่านมา&nbsp;และขอบคุณ&nbsp;สทนช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ที่สามารถจัดสรรน้ำได้อย่างเพียงพอต่อการเพาะปลูกของเกษตรกร&nbsp;</strong>และยัง&nbsp;ไม่พบสถานการณ์ขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภคในปัจจุบัน&nbsp;พร้อมทั้งย้ำ&nbsp;สทนช.ให้การช่วยเหลือต่อเนื่อง&nbsp;ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากภัยแล้งน้อยที่สุด&nbsp;ทั้งนี้ขอให้ความสำคัญในการดูแลคุณภาพน้ำ&nbsp;การลดความ&nbsp;สูญเสียน้ำและขยายผลกักเก็บน้ำบนและเติมน้ำใต้ดินไปพร้อมกัน&nbsp;พร้อมขอให้พิจารณาความเร่งด่วนในการบริหารจัดการประตูน้ำ&nbsp;ในแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;แม่น้ำบางปะกงและแม่น้ำท่าจีน&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาน้ำเค็ม&nbsp;จากผลกระทบน้ำทะเลหนุนสูง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้ยังได้สั่งการกระทรวงมหาดไทยต้องเร่งขยายผลให้ทุกหมู่บ้านมีน้ำประปาใช้&nbsp;และขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำความเข้าใจกับเกษตรการในการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยในหน้าแล้ง</strong>&nbsp;สำหรับฤดูฝนที่จะมาถึงนี้&nbsp;ขอให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนที่กำหนดให้เร็วขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม&nbsp;ต้องเร่งป้องกันและแก้ปัญหาจากบทเรียนที่ผ่านมา&nbsp;รวมทั้งให้ความสำคัญกับแผนเตือนภัยและการอพยพเคลื่อนย้าย&nbsp;เพื่อลดการสูญเสียและความเสียหายในพื้นที่เสี่ยงให้ได้มากที่สุด</p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311114632798
93	ตัวแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่รับเรื่องร้องทุกข์ พร้อมมอบถุงยังชีพให้ชาวบ้านชุมชนกุนุงจนอง อ.เบตง จ.ยะลา หลังได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วม	<p><strong>นายมะรูดีน&nbsp;กาโฮงตัวแทนนายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ</strong>&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;ลงพื้นที่รับเรื่องร้องทุกข์จากชาวบ้านชุมชนกุนุงจนอง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;หลังได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วม&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;9&nbsp;มี.ค.ที่ผ่านมา&nbsp;โดยได้มอบถุงยังชีพให้กับชาวบ้านที่รับผลกระทบจำนวน&nbsp;35&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้น&nbsp;และขอขอบคุณทางเจ้าหน้าที่&nbsp;และ&nbsp;อาสาสมัครกู้ภัย&nbsp;ในการปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้</p><p><strong>นายมะรูดีน&nbsp;กาโฮง&nbsp;ตัวแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;มีความเห็นใจพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาอย่างยิ่ง&nbsp;จึงได้สั่งการให้สมาชิกพรรค&nbsp;เกาะติดพื้นที่&nbsp;เพื่อรับปัญหาและประสานงานช่วยเหลือประชาชน&nbsp;และเป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในทุกพื้นที่ให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี&nbsp;ที่สำคัญ&nbsp;ในสถานการณ์เช่นนี้&nbsp;เราต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแน่นอน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311122858843
94	คณะอนุกรรมการศึกษาเสนอแนะแนวทางป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนลงพื้นที่สมุทรสาครติดตามการดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางถนน	<p><strong>วานนี้&nbsp;(10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่ห้องประชุมสาครบุรี&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;</strong>นายทวีวงษ์&nbsp;จุลกมนตรี&nbsp;ประธานอนุกรรมการศึกษาเสนอแนะแนวทางป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ร่วมประชุมติดตามการดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางถนนที่จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;โดยมี&nbsp;นายณรงค์&nbsp;รักร้อย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;พร้อมส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้นในช่วงบ่าย&nbsp;นายทวีวงษ์&nbsp;จุลกมนตรี&nbsp;ประธานอนุกรรมการศึกษาเสนอแนะแนวทางป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน</strong>&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความปลอดภัยทางถนนของจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ตรวจเยี่ยม&nbsp;กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เพื่อติดตามโครงการศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ&nbsp;(ศูนย์&nbsp;191),&nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดสมุทรสาคร,&nbsp;หน่วยบริการประชาชนตำบลท่าจีน&nbsp;และลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินการแก้ไขจุดเสี่ยง&nbsp;จุดอันตรายของจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;บริเวณจุดกลับรถบนถนนพระราม&nbsp;2&nbsp;กม&nbsp;43+600&nbsp;(จุดกลับรถหัวโต)&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ได้มีการตั้งเป้าหมายลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนนให้ต่ำกว่า&nbsp;21.37&nbsp;ต่อประชากรแสนคน&nbsp;หรือต่ำกว่า&nbsp;136&nbsp;คน&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;โดยใช้&nbsp;6&nbsp;มาตรการในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ได้แก่&nbsp;การบังคับใช้กฎหมายด้านจราจรอย่างเข้มข้น,&nbsp;เยาวชนสมุทรสาครสวมหมวกนิรภัย&nbsp;100%,&nbsp;หมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็งด้านความปลอดภัยทางถนน,&nbsp;รัฐร่วมใจ&nbsp;เพิ่มความปลอดภัยทางถนน,&nbsp;เอกชนร่วมใจ&nbsp;เพื่อความปลอดภัยทางถนน&nbsp;และการแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง&nbsp;อีกทั้งได้มีการเน้นย้ำ&nbsp;มาตรการรณรงค์การสวมหมวกนิรภัยในศาลากลางจังหวัด&nbsp;สถานที่ราชการ&nbsp;สถานศึกษาและสถานประกอบการ,&nbsp;การออกคำขวัญกระตุ้นเตือน&nbsp;เช่น&nbsp;ศาลากลางนี้ไม่มีคนไม่สวมหมวกนิรภัย&nbsp;เสียเวลาสวมหมวกสักนิด&nbsp;ดีกว่าเสียชีวิตไว้กลางทาง&nbsp;อีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	สมุทรสาคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311130719862
95	ไฟไหม้บ่อขยะแพรกษาใหม่ จ.สมุทรปราการ ดับไฟได้สนิทแล้ว เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากการที่มีขยะแบตเตอรี่เก่าปะปนมากับขยะชุมชน ซึ่งถูกจัดเก็บจากถังขยะตามบ้านเรือน	<p><strong>นายวิศิษฎ์&nbsp;ภูทัตโต&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;&nbsp;แจ้งว่าเหตุการณ์เมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;16.15&nbsp;&nbsp;-&nbsp;17.10&nbsp;น.&nbsp;เกิดเพลิงลุกไหม้บนลานฝั่งกลบขยะของบริษัท&nbsp;อีสเทิร์น&nbsp;เอเนอร์จี้&nbsp;พลัส&nbsp;จำกัด&nbsp;ในซอยขจรวิทย์&nbsp;ตำบลแพรกษาใหม่&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรปราการ&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;โดยไฟได้ลุกไหม้พื้นที่ฝั่งกลบขยะเก่าด้านทิศใต้&nbsp;กินบริเวณประมาณ&nbsp;1,000&nbsp;ตารางเมตร</p><p><strong>และวันนี้&nbsp;(11&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;บริษัท&nbsp;อีสเทิร์น&nbsp;เอเนอร์จี้&nbsp;พลัส&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong>ศูนย์บริหารจัดการขยะชุมชนแพรกษาใหม่&nbsp;ต.แพรกษาใหม่&nbsp;อ.เมืองฯ&nbsp;จ.สมุทรปราการ&nbsp;นายจักรพงศ์&nbsp;ไกรโชค&nbsp;ที่ปรึกษาด้านประสานงานโครงการ&nbsp;นายอนุพงศ์&nbsp;มุทราอิศ&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ&nbsp;นายนาวี&nbsp;ฝางคำ&nbsp;ผู้จัดการฝ่ายความปลอดภัย&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;นางสาวชลลดา&nbsp;จิตอนงค์&nbsp;ผู้จัดการแผนกประชาสัมพันธ์และกิจกรรมองค์กร&nbsp;บริษัท&nbsp;อีสเทิร์น&nbsp;เอเนอร์จี้&nbsp;พลัส&nbsp;จำกัด&nbsp;ร่วมกันแถลงชี้แจงว่า&nbsp;ขณะนี้หลังจากที่ไฟดับสนิทแล้ว&nbsp;บริษัทได้ส่งพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจ&nbsp;ตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้&nbsp;เบื้องต้นคาดว่า&nbsp;สาเหตุนั้นเกิดจากการที่มีขยะแบตเตอรี่เก่าปะปนมากับขยะชุมชน&nbsp;ซึ่งถูกจัดเก็บจากถังขยะตามบ้านเรือน&nbsp;แล้วนำมาฝังกลบเป็นระยะเวลาหนึ่ง&nbsp;แบตเตอรี่เกิดการลุกไหม้&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศร้อนทำให้ขยะเก่าที่ส่วนใหญ่อินทรีย์สารถูกย่อยสลายไปหมดแล้ว&nbsp;เหลือแค่เศษพลาสติก&nbsp;จึงทำให้เกิดการติดไฟขึ้น&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;เมื่อสังเกตเห็นควันไฟเกิดขึ้น&nbsp;ทีมผจญเพลิงของบริษัท&nbsp;ซึ่งได้มีการฝึกซ้อมดับเพลิงเป็นประจำได้รีบ&nbsp;นำรถและถังดับเพลิงเข้าไปควบคุมเพลิงโดยทันทีที่เกิดเหตุ&nbsp;จากนั้นได้รับการสนับสนุนรถดับเพลิงเพิ่มเติมจาก&nbsp;ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย&nbsp;แพรกษาใหม่&nbsp;และดับเพลิงเทพารักษ์เข้ามาช่วยฉีดน้ำควบคุมเพลิง&nbsp;ร่วมกับรถน้ำของบริษัท&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;9&nbsp;คัน&nbsp;จนไฟที่ลุกไหม้ดับสนิทลง&nbsp;จากนั้นบริษัทได้นำรถแบคโฮ&nbsp;เข้าไปทำการพลิกคุ้ยเถ้าขยะ&nbsp;เพื่อลดอุณหภูมิความร้อน&nbsp;แล้วใช้พ่นละอองน้ำของ&nbsp;อบจ.สมุทรปราการ&nbsp;ฉีดพ่นลงบนกองเถ้าขยะเพื่อดับอุณหภูมิความร้อนที่อาจหลงเหลือ&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการลุกไหม้ซ้ำ&nbsp;และเมื่อควบคุมสถานการณ์จนเพลิงสงบเรียบร้อยแล้ว&nbsp;ทีมงานสิ่งแวดล้อมได้เข้าพื้นที่เพื่อตรวจหาค่าแก๊สพิษที่อาจเกิดขึ้น&nbsp;จากการลุกไหม้&nbsp;พบว่าทั่วทุกพื้นที่ที่เกิดเพลิงไหม้ไม่มีค่าแก๊สพิษหลงเหลืออยู่แล้ว</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางบริษัท&nbsp;อีสเทิร์น&nbsp;เอเนอร์จี้&nbsp;พลัส&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong>ศูนย์บริหารจัดการขยะชุมชนแพรกษาใหม่&nbsp;ต.แพรกษาใหม่&nbsp;อ.เมืองฯ&nbsp;จ.สมุทรปราการ&nbsp;ได้กล่าวขออภัยต่อประชาชนชาวแพรกษาใหม่&nbsp;ในพื้นที่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุที่ทำให้เกิดความตระหนก&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ขอยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อ&nbsp;แต่ประการใด&nbsp;และจะพยายามป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดซ้ำอย่างเต็มความสามารถ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311162139989
96	มอบสิ่งของพระราชทานจากสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมพื้นที่ตำบลท่าสาป ยะลา	<p><strong>นายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา/ผอ.ศปก.อ.เมืองยะลา&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายชินโชต&nbsp;บัวทอง&nbsp;ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำตำบลท่าสาป&nbsp;นายรุ่งเรือง&nbsp;จันทร์แสงดี&nbsp;เจ้าหน้าที่ปกครองประจำตำบลท่าสาป&nbsp;นายซูงดิง&nbsp;เลาะแม&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;บ้านท่าสาป&nbsp;รองนายกเทศบาลตำบลท่าสาป&nbsp;ปลัดเทศบาลตำบลท่าสาป&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;บัณฑิตอาสาฯ&nbsp;และจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;904&nbsp;ลงพื้นที่มอบสิ่งของพระราชทานจากสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;35&nbsp;ชุด&nbsp;ให้แก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมพื้นที่ตำบลท่าสาปในห้วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้ประวัติศาสตร์&nbsp;เทศบาลตำบลท่าสาป&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลท่าสาป&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-12-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312075810106
97	อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ร่วมกันดับไฟป่าในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่พวก	<p><strong>วานนี้&nbsp;11&nbsp;มีนาคม?&nbsp;2565?&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;นายเสถียร&nbsp;อิสระเศรษฐพงศ์&nbsp;ปลัดอำเภอเด่นชัย</strong>&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอรุณ&nbsp;คงได้&nbsp;หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;พร.13&nbsp;(แม่ปาน)&nbsp;เจ้าหน้าที่ป่าไม้หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;พร.13&nbsp;(แม่ปาน)&nbsp;และเจ้าหน้าที่ป่าไม้หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;พร.12&nbsp;(แม่จั๊วะ)&nbsp;ร่วมกันเข้าพื้นที่ปฏิบัติการดับไฟป่าและทำแนวกันไฟที่พิกัด&nbsp;47&nbsp;Q&nbsp;607568&nbsp;1987208&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณป่าห้วยโทก&nbsp;ใน?เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่พวก&nbsp;ท้องที่บ้านห้วยกูด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลเด่นชัย?&nbsp;อำเภอเด่นชัย&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;โดยใช้เวลาดับไฟและทำแนวกันไฟ&nbsp;ประมาณ&nbsp;2&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;จึงสามารถควบคุมและดับไฟได้สำเร็จ&nbsp;มีพื้นที่ป่าเสียหายประมาณ&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้จังหวัดแพร่ขอความร่วมมือประชาชนทุกภาคส่วนไม่เผาในที่โล่งทางพื้นที่ป่าไม้พื้นที่ริมทางหลวง</strong>พื้นที่การเกษตรและพื้นที่ชุมชนโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;มีผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจโดยรวม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-12-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312091056113
98	นายกรัฐมนตรี กำชับทุกหน่วยงานรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง เตรียมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ห่วงใยประชาชนโดยเฉพาะภาคการเกษตรที่จะได้รับผลกระทบในช่วงสถานการณ์สภาพภูมิอากาศของประเทศไทย&nbsp;ที่เข้าสู่ฤดูร้อน&nbsp;จึงได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง&nbsp;เตรียมมาตรการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;กำชับให้วิเคราะห์สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง&nbsp;ศักยภาพน้ำ&nbsp;ความเหมาะสมของพื้นที่&nbsp;พร้อมให้เร่งรณรงค์สร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารในทุกด้านให้กับเกษตรกรและแจ้งเตือนเกษตรกรทราบทุกระยะ</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังกำชับให้กระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;โดยกรมการค้าภายในและพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรที่จำเป็นต่อการบริโภคในชีวิตประจำวัน&nbsp;ให้มีการควบคุมต้นทุนราคาสินค้าเกษตร&nbsp;สินค้าจำเป็น&nbsp;ทั้งผักสด&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;เนื้อไก่และไข่ไก่อย่างใกล้ชิด&nbsp;เพราะขณะนี้หลายรายการมีปัญหาผลผลิตขาดแคลนและราคาปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสภาพอากาศที่ร้อนและแล้ง&nbsp;ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง&nbsp;โดยขอให้ลงพื้นที่ไปสำรวจแหล่งผลิต&nbsp;แหล่งเลี้ยง&nbsp;เพื่อตรวจสอบแนวโน้มผลผลิตที่สะท้อนความเป็นจริง&nbsp;เพื่อเตรียมการรับมือได้ล่วงหน้า&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกันภาครัฐยังเตรียมการในเรื่องการเตรียมพร้อมแหล่งน้ำต้นทุน</strong>&nbsp;รองรับการผลิตน้ำอุปโภคบริโภคตลอดช่วงฤดูแล้ง&nbsp;โดยเมื่อ&nbsp;7&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;และการประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;(กปภ.)&nbsp;บูรณาการความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย&nbsp;โดยได้ทำ&nbsp;MOU&nbsp;ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;&nbsp;เตรียมความพร้อมในการจัดหาแหล่งน้ำต้นทุนไว้รองรับสำหรับการผลิตน้ำสะอาดสนับสนุนการอุปโภคและบริโภค&nbsp;ให้แก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอตลอดช่วงฤดูแล้ง&nbsp;พร้อมเน้นย้ำให้ทุกกระทรวงและส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;บริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม&nbsp;เพื่อให้สถานการณ์ภัยแล้งส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการดำรงชีพของประชาชนน้อยที่สุด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-12-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312114547166
99	เหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง ร่วมบรรเทาทุกข์ช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย ในพื้นที่ 4 อำเภอ	<p><strong>นางธิติพร&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายปรีชา&nbsp;สมชัย&nbsp;นายอำเภอแม่ทะ&nbsp;/ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอแม่ทะ&nbsp;กรรมการ/สมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอแม่ทะ&nbsp;พร้อมด้วยอำเภอแม่ทะ&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;กำนัน&nbsp;และผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;รายแรก&nbsp;ครอบครัวของ&nbsp;นางนงลักษณ์&nbsp;อรวัฒกูล&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;196/2&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.แม่ทะ&nbsp;อ.แม่ทะ&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;รายที่&nbsp;2&nbsp;ว่าที่&nbsp;ร.ต.หญิง&nbsp;บุศกร&nbsp;บัวนพ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;61&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ต.แม่เมาะ&nbsp;อ.แม่เมาะ&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;รายที่&nbsp;3&nbsp;นายเกษม&nbsp;ตั้งตรง&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;89&nbsp;ม.3&nbsp;ต.เมืองปาน&nbsp;อ.เมืองปาน&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;และรายที่&nbsp;4&nbsp;นายอุดม&nbsp;ชุ่มแก้ว&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;179&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;อ.เกาะคา&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;<strong>โอกาสนี้&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง&nbsp;ได้ช่วยเหลือมอบถุงยังชีพ&nbsp;เครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;</strong>ผ้าห่มกันหนาว&nbsp;รองเท้า&nbsp;และเงินสงเคราะห์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;จำนวนครอบครัว&nbsp;รายละ&nbsp;8,000&nbsp;บาท&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;ครอบครัว&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;32,000&nbsp;บาท</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-12-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312124625197
100	ศบภ.มทบ.24 เปิดปฏิบัติการ ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง	"<p><strong>ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่&nbsp;24</strong>&nbsp;บูรณาการหน่วยงานในพื้นที่&nbsp;เปิดปฏิบัติการ&nbsp;""ราษฎร์&nbsp;รัฐ&nbsp;ร่วมใจ&nbsp;ช่วยภัยแล้ง""&nbsp;นำขบวนรถน้ำออกแจกจ่ายช่วยเหลือประชาชน&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ที่ลานหน้าพระอนุสาวรีย์กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;24&nbsp;ภายในค่ายประจักษ์ศิลปาคม&nbsp;พลตรี&nbsp;สุทธ์พิชญพงษ์&nbsp;สุธิราวุธ&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;24&nbsp;เป็นประธานพิธีปล่อยขบวนรถน้ำ&nbsp;เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;""ราษฎร์&nbsp;รัฐ&nbsp;ร่วมใจ&nbsp;ช่วยภัยแล้ง""&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โดยบูรณาการร่วมกับ&nbsp;กองบิน&nbsp;23&nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&nbsp;2&nbsp;</strong>กรมทหารราบที่&nbsp;13&nbsp;กองพันทหารปืนใหญ่ที่&nbsp;13&nbsp;กรมทหารปืนใหญ่ที่&nbsp;3&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&nbsp;14&nbsp;อุดรธานี&nbsp;,สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;เขต&nbsp;10&nbsp;,การประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดอุดรธานี&nbsp;การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดอุดรธานี&nbsp;&nbsp;เทศบาลตำบลบ้านตาด&nbsp;และบริษัท&nbsp;การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;</p><p><strong>โดยวันนี้ได้ออกแจกจ่ายน้ำช่วยเหลือประชาชน&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;12,000&nbsp;ลิตร&nbsp;ในพื้นที่ตำบลบ้านตาด&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;เนื่องจากน้ำประปาหมู่บ้านไม่เพียงพอ&nbsp;ขาดแคลนน้ำดิบในการผลิตน้ำประปา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;24/ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่&nbsp;24&nbsp;มีภารกิจให้การสนับสนุนการดำเนินการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;เมื่อได้รับการร้องขอหรือเกิดภัยพิบัติ&nbsp;ด้วยการใช้กำลังพลและยุทโธปกรณ์ต่างๆ&nbsp;ขนส่งน้ำอุปโภคบริโภคไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;""ราษฏร์&nbsp;รัฐ&nbsp;ร่วมใจ&nbsp;ช่วยภัยแล้ง""&nbsp;ซึ่งดำเนินการเป็นประจำทุกปี&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครือข่ายกาประชาสัมพันธ์&nbsp;ส.ปชส.อด.</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-12-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312181717263
101	ปภ.เขต 14 อุดรธานี สูบส่งน้ำระยะไกลเติมแหล่งผลิตประปาหมู่บ้าน แก้ไขปัญหาภัยแล้ง	"<p><strong>นายวิชาญ&nbsp;แท่นหิน&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong>&nbsp;<strong>เขต&nbsp;14&nbsp;อุดรธานี</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายธรณิศ&nbsp;เทพแพงตา&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนสนับสนุนทรัพยากรกู้ภัย&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่นำเครื่องสูบส่งน้ำระยะไกล&nbsp;ไปทำการติดตั้งและสูบน้ำจากหนองผักบุ้งไปเติมหนองเม็ก&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งผลิตประปาหมู่บ้านให้กับผู้ใช้น้ำ&nbsp;140&nbsp;ครัวเรือนในตำบลสามพร้าวผู้&nbsp;ที่ปัจจุบันมีสภาพแห้งขอด&nbsp;เพื่อช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งให้กับประชาชน&nbsp;โดยมีนายสุภัทร&nbsp;เล็กวิวัฒน์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามพร้าว&nbsp;และคณะอำนวยความสะดวกและประสานการปฏิบัติ&nbsp;</p><p><strong>นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามพร้าว&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากการรับเรื่องจากประชาชนในพื้นที่&nbsp;พบว่า&nbsp;มีบ้านนาหยาด&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;หมู่บ้านของตำบลสามพร้าวคือ&nbsp;&nbsp;หมู่&nbsp;15&nbsp;,หมู่&nbsp;10&nbsp;และหมู่&nbsp;2&nbsp;ประสบกับปัญหาภัยแล้งองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;จึงลงพื้นที่สำรวจแหล่งน้ำและประสานขอความช่วยเหลือจากจังหวัดอุดรธานี&nbsp;มีการประชุมรับทราบปัญหาและประสานศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&nbsp;14&nbsp;อุดรธานี&nbsp;ลงพื้นที่เร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนเป็นการเบื้องต้น&nbsp;</p><p><strong>ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาว&nbsp;</strong>องค์การบริหารส่วนตำบลสามพร้าวได้มีการประชุมหารือกับสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;จัดสรรงบประมาณเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งผลิตประปาหมู่บ้าน&nbsp;เชื่อมต่อขยายแหล่งผลิตประปาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและให้บริการประชาชนให้ครอบคลุมทั้ง&nbsp;5&nbsp;หมู่บ้านผู้ใช้น้ำกว่า&nbsp;1,000&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการสูบส่งจากหนองผักบุ้งไปเติมหนองเม็ก</strong>&nbsp;ตำบลสามพร้าว&nbsp;ซึ่งมีระยะ&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องสูบส่งน้ำระยะไกลระยะ&nbsp;3&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ขนาดท่อ&nbsp;6&nbsp;นิ้ว&nbsp;เป้าหมายปริมาณน้ำ&nbsp;28,000&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(32,&nbsp;33,&nbsp;36);"">ลูกบาศก์เมตร</span>&nbsp;คาดจะใช้เวลา&nbsp;17&nbsp;วัน&nbsp;นอกจากการดำเนินการสูบส่งน้ำช่วยภัยแล้งในพื้นที่ตำบลสามพร้าวแล้ว&nbsp;ในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2564/2565&nbsp;ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&nbsp;14&nbsp;อุดรธานี&nbsp;ดำเนินการสูบส่งน้ำระยะไกลช่วยภัยแล้งอีก&nbsp;5&nbsp;แห่งแล้วเสร็จ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p>สูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำพันชาดไปยังสระคำหวายและจากสระคำหวายไปฝายลำห้วยเหี้ย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลหนองกุงทับม้า&nbsp;อำเภอวังสามหมอ&nbsp;ปริมาณน้ำ&nbsp;125,000&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(32,&nbsp;33,&nbsp;36);"">ลูกบาศก์เมตร</span>&nbsp;สูบน้ำลำห้วยกกกอง&nbsp;บ้านกุดอีเต่า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลหัวหนาคำ&nbsp;อำเภอศรีธาตุ&nbsp;ปริมาณน้ำ&nbsp;20,520&nbsp;ลูกบาตรเมตร&nbsp;ฝายห้วยกอกไปเก็บกักยังหนองบะชาติตอนกลาง&nbsp;บ้านคำกุง&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;บ้านคำเจริญหมู่&nbsp;12&nbsp;ตำบลหัวนาคำ&nbsp;อำเภอศรีธาตุ&nbsp;ปริมาณน้ำ&nbsp;6,750&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(32,&nbsp;33,&nbsp;36);"">ลูกบาศก์เมตร</span>&nbsp;หนองนาคูไปเติมสระโดยรอบพิพิธภัณฑ์ธรรมจดีย์ฯ&nbsp;วัดเกษรศีลคุณ&nbsp;อำเภอเมืองอุดรธานี&nbsp;ปริมาณน้ำ&nbsp;151,400&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(32,&nbsp;33,&nbsp;36);"">ลูกบาศก์เมตร&nbsp;</span>จากลำห้วยน้ำซ้องไปกักเก๋นยังสระน้ำสาธารณประโยชน์บ้านโนนดินแดง&nbsp;ปริมาณน้ำ&nbsp;235,726.01&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(32,&nbsp;33,&nbsp;36);"">ลูกบาศก์เมตร</span></p><p><br></p><p><br></p>"	2022-12-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312182421266
102	เดินหน้าปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพหัวงานฝายแม่ยม จังหวัดแพร่ บรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำด้านการเกษตรและอุปโภคบริโภค	<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;โครงการฝายแม่ยม&nbsp;ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี&nbsp;2490&nbsp;แล้วเสร็จทั้งโครงการในปี&nbsp;2516&nbsp;เป็นฝายคอนกรีตเสริมเหล็กยาว&nbsp;350&nbsp;เมตร&nbsp;&nbsp;สูง&nbsp;7&nbsp;เมตร&nbsp;ต่อมาในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2529&nbsp;ได้มีการก่อสร้างฝายยางเหนือฝายคอนกรีต&nbsp;สูง&nbsp;1&nbsp;เมตร&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;5&nbsp;ช่อง&nbsp;มีตอม่อกลาง&nbsp;บนฝายคอนกรีตพร้อมอาคารควบคุม&nbsp;จนกระทั่งปัจจุบันสภาพฝายยางมีความเสียหายไม่สามารถใช้การได้&nbsp;สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่&nbsp;5&nbsp;สำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;จึงได้ดำเนินการโครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพหัวงานฝายแม่ยมขึ้น&nbsp;ด้วยการก่อสร้างประตูระบายทรายแห่งใหม่ในบริเวณใกล้เคียงกับฝายเดิม&nbsp;เนื่องจากการก่อสร้างประตูระบายทรายจะให้ประโยชน์ในด้านการใช้งานและมีอายุการใช้งานที่นานกว่าการปรับปรุงฝายเดิม&nbsp;มีระยะเวลาดำเนินโครงการ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;(ปี&nbsp;2562&nbsp;-&nbsp;2566)&nbsp;</p><p><strong>หากดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;จะช่วยเพิ่มประสิทธิการเก็บกักน้ำได้ดียิ่งขึ้น</strong>&nbsp;สามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรของราษฎรในเขตอำเภอสอง&nbsp;อำเภอหนองม่วงไข่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;อำเภอสูงเม่น&nbsp;และอำเภอเด่นชัย&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ในฤดูฝนประมาณ&nbsp;196,000&nbsp;ไร่&nbsp;ในหน้า&nbsp;แล้งประมาณ&nbsp;27,500&nbsp;ไร่&nbsp;รวมถึงส่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคให้แก่ราษฎรกว่า&nbsp;27,500&nbsp;ครัวเรือน</p><p><strong>อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เร่งรัดงานการก่อสร้างให้เสร็จโดยเร็วตามแผนที่กำหนดไว้</strong>&nbsp;ด้วยการเสริมทั้งกำลังคน&nbsp;เครื่องจักรและเครื่องมือต่างๆ&nbsp;อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;เพื่อให้พี่น้องชาวเมืองแพร่&nbsp;ได้ใช้ประโยชน์จากฝายแม่ยมได้ในเร็ววัน&nbsp;อันจะส่งผลให้ประชาชนในพื้นมีสภาพเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;จากรายได้ของผลผลิตทางการเกษตรที่เพิ่มมากขึ้นและลดปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงแล้ง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-13T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313203151456
103	เทศบาลเมืองศรีสะเกษ  เร่งสำรวจความเสียหาย พร้อมมอบเครื่องอุปโภค-บริโภค สร้างขวัญกำลังใจให้แก่พี่น้องประชาชน	<p><strong>สำนักงานเทศบาลเมืองศรีสะเกษ&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ</strong>&nbsp;ดร.ฉัฐมงคล&nbsp;อังคสกุลเกียรติ&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายชัยชนะ&nbsp;ผลาพงศ์&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนการบริหารงานเทศบาล&nbsp;พนักงานเจ้าหน้าที่&nbsp;ออกสำรวจความเสียหาย&nbsp;พร้อมมอบเครื่องอุปโภค-บริโภค&nbsp;ให้แก่พี่น้องประชาชน&nbsp;ที่ประสบเหตุอัคคีภัย&nbsp;บริเวณชุมชนวัดหลวง&nbsp;ถ.ศรีสุมังค์&nbsp;ต.เมืองใต้&nbsp;และร้านเฮงธนกิจ&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;998/80-82&nbsp;ถ.กวงเฮง&nbsp;ต.เมืองใต้&nbsp;เขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้น&nbsp;รวมทั้งเทศบาลเมืองศรีสะเกษ</strong>มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน&nbsp;ซึ่งช่วงนี้ได้เข้าสู่่ช่วงฤดูร้อน&nbsp;ขอให้พี่น้องประชาชน&nbsp;ระมัดระวังในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;การประกอบกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่อาจเป็นสาเหตุสำคัญของเพลิงไหม้ได้&nbsp;หากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อ&nbsp;ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;โทรสายด่วน&nbsp;199&nbsp;หรือ&nbsp;045-620211-4&nbsp;ต่อ&nbsp;117</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-13T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313184028437
104	ปภ.ระยองรายงานภาพรวมการเฝ้าระวังคราบน้ำมันกลางทะเล ด้านบริษัทขอยุติการรับเรื่องร้องทุกข์ตั้งแต่ 14 มี.ค.นี้เป็นต้นไป เพื่อสรุปข้อมูลพิจารณาช่วยเหลือ	<p><strong>สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;สรุปการดำเนินงานกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;เรือ&nbsp;UNIWISE&nbsp;RAYONG&nbsp;ปฏิบัติงานใต้น้ำ&nbsp;ส่งนักประดาน้ำลงไปซ่อมทำตัวท่อด้วยการพันและอุดรอยรั่วของท่อน้ำมันด้วยการใช้วิธีพันท่อในรอบที่&nbsp;3&nbsp;ต่อจากของเดิมเพื่อป้องกันเกิดการรั่วซึม&nbsp;ซึ่งเป็นภารกิจการปิดรอยรั่ว&nbsp;ในวันที่&nbsp;10&nbsp;ของการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;</p><p><strong>ส่วนการดำเนินงานของบริษัทบนชายฝั่งยังคงกำลังในการเฝ้าระวัง</strong>คราบน้ำมันดิบและทำความสะอาดชายหาด&nbsp;นอกจากนี้บริษัทได้บันทึกคำร้องจากผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล&nbsp;จนถึงคำร้องที่ยื่นเข้ามาในวันที่&nbsp;25&nbsp;ก.พ.65&nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;จึงขอยุติการรายงานสรุปผลการบันทึกและจัดกลุ่มข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;14&nbsp;มี.ค.65&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><strong>โดยจะนำข้อมูลดังกล่าวไปประสานงานกับคณะทำงานในการพิจารณาต่อไป</strong>&nbsp;ส่วน&nbsp;สทช.1&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจชายหาดยังคงพบความผิดปกติ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ก้อนสีดำคล้ายยางมะตอย&nbsp;เม็ดสีน้ำตาลคล้ายหินภูเขาไฟบางๆ&nbsp;พบคราบสีดำคล้ายถ่าน&nbsp;ในบางจุดซึ่งกำลังรอการตรวจสอบ</p><p><strong>สำหรับการรับเรื่องร้องทุกข์ตั้งแต่วันที่&nbsp;30&nbsp;ม.ค.65&nbsp;</strong>มีจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;13,062&nbsp;ราย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ขอยุติการรายงานสรุปผลกลุ่มข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;14&nbsp;มี.ค.65&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;โดยจะนำข้อมูลดังกล่าวแจ้งกับคณะทำงานฯ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเยี่ยวยาในการพิจารณาต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-13T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313201849451
105	ฉก.ปัตตานี ห่วงใยประชาชน มอบถุงยังชีพ ช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย พื้นที่ อ.เมืองปัตตานี	<p><strong>ณ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;3/3&nbsp;ซอย&nbsp;3&nbsp;ถนนจะบังติกอ&nbsp;ตำบลจะบังติกอ&nbsp;อำเภอเมืองปัตตานี&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;</strong>พลตรี&nbsp;คมกฤช&nbsp;รัตนฉายา&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;พันเอก&nbsp;กฤศณัฏฐ์&nbsp;จันทร&nbsp;รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี&nbsp;เป็นผู้แทน&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;พันตำรวจเอก&nbsp;ประยงค์&nbsp;โคตรสาขา&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจตำรวจปัตตานี&nbsp;92&nbsp;และนายมูฮัมมัดฮัมดี&nbsp;อีแต&nbsp;ประธานทำดีมีอาชีพ&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;เข้าเยี่ยมเยียน&nbsp;และมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ครอบครัว&nbsp;นายนาย&nbsp;แวอาชิ&nbsp;โต๊ะลือบาจิ&nbsp;ผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่อำเภอเมืองปัตตานี</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี&nbsp;ได้ฝากความห่วงใย&nbsp;</strong>และเน้นย้ำเรื่องการปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ตลอดจนสร้างความตระหนักรู้&nbsp;เรื่องการฉีดวัคซีน&nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่&nbsp;ในการก้าวข้ามผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-13T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313232338489
106	เร่งหาแหล่งน้ำบาดาลใหม่ที่ใหญ่ขึ้น ช่วยประชาชนบรรเทาปัญหาภัยแล้งปีนี้ 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">นายศักดิ์ดา&nbsp;วิเชียรศิลป์&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;เพี่อช่วยเหลือประชาชนบรรเทาปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;เร่งจัดหาน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคให้ประชาชนด้วยการลงพื้นที่สำรวจและเจาะบ่อน้ำบาดาลแหล่งใหม่ๆ&nbsp;ที่ใหญ่ขึ้น&nbsp;เพราะแม้ปกติในหมู่บ้านพื้นที่ชนบทจะมีบ่อบาดาลอยู่แล้ว&nbsp;แต่ระดับน้ำลึกขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;หลังมีการนำน้ำขึ้นมาใช้&nbsp;อุปกรณ์ขุดเจาะที่ท้องถิ่นมีไม่อาจดำเนินการเจาะให้ลึกลงไปได้&nbsp;ซึ่งส่วนนี้กรมฯ&nbsp;จะเข้าไปช่วย&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">สำหรับประชาชนที่ต้องการขุดเจาะบ่อบาดาลเอง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;สามารถทำได้แต่ต้องทำเรื่องขออนุญาตขุดเจาะกับกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนั้นๆ&nbsp;เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมินพื้นที่ที่ทำการเจาะว่าใกล้แหล่งขยะ&nbsp;ปฏิกูล&nbsp;หรือใกล้โรงงานอุตสาหกรรมหรือไม่&nbsp;เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีน้ำผิวดินที่ไม่บริสุทธิ์ไหลลงไปน้ำบาดาลและคุมการเจาะให้มีมาตรฐานป้องกันชั้นน้ำบาลดาลเสียหาย&nbsp;และเมื่อขุดเจาะเสร็จแล้วการจะใช้น้ำต้องมีการขออนุญาตใช้น้ำก่อน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ส่วนจะเสียค่าน้ำหรือไม่&nbsp;เสียเท่าไหร่</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การนำไปใช้&nbsp;หากใช้เชิงพาณิชย์&nbsp;นำไปบรรจุน้ำดื่มขาย&nbsp;หรือเพื่อการค้าต่างๆ&nbsp;ต้องเสียค่าใช้น้ำ&nbsp;แต่หากเป็นการใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรเล็กๆ&nbsp;ในครัวเรือน&nbsp;ไม่ต้องเสียค่าใช้น้ำ&nbsp;แต่ต้องขออนุญาตใช้น้ำก่อน</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-14T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314094511509
107	เร่งหาแหล่งน้ำบาดาลใหม่ที่ใหญ่ขึ้น ช่วยประชาชนบรรเทาปัญหาภัยแล้งปีนี้	<p><strong>นายศักดิ์ดา&nbsp;วิเชียรศิลป์&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เพี่อช่วยเหลือประชาชนบรรเทาปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;เร่งจัดหาน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคให้ประชาชนด้วยการลงพื้นที่สำรวจและเจาะบ่อน้ำบาดาลแหล่งใหม่ๆ&nbsp;ที่ใหญ่ขึ้น&nbsp;เพราะแม้ปกติในหมู่บ้านพื้นที่ชนบทจะมีบ่อบาดาลอยู่แล้ว&nbsp;แต่ระดับน้ำลึกขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;หลังมีการนำน้ำขึ้นมาใช้&nbsp;อุปกรณ์ขุดเจาะที่ท้องถิ่นมีไม่อาจดำเนินการเจาะให้ลึกลงไปได้&nbsp;ซึ่งส่วนนี้กรมฯ&nbsp;จะเข้าไปช่วย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับประชาชนที่ต้องการขุดเจาะบ่อบาดาลเอง</strong>&nbsp;สามารถทำได้แต่ต้องทำเรื่องขออนุญาตขุดเจาะกับกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนั้นๆ&nbsp;เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมินพื้นที่ที่ทำการเจาะว่าใกล้แหล่งขยะ&nbsp;ปฏิกูล&nbsp;หรือใกล้โรงงานอุตสาหกรรมหรือไม่&nbsp;เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีน้ำผิวดินที่ไม่บริสุทธิ์ไหลลงไปน้ำบาดาลและคุมการเจาะให้มีมาตรฐานป้องกันชั้นน้ำบาลดาลเสียหาย&nbsp;และเมื่อขุดเจาะเสร็จแล้วการจะใช้น้ำต้องมีการขออนุญาตใช้น้ำก่อน&nbsp;</p><p><strong>ส่วนจะเสียค่าน้ำหรือไม่&nbsp;เสียเท่าไหร่</strong>&nbsp;ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การนำไปใช้&nbsp;หากใช้เชิงพาณิชย์&nbsp;นำไปบรรจุน้ำดื่มขาย&nbsp;หรือเพื่อการค้าต่างๆ&nbsp;ต้องเสียค่าใช้น้ำ&nbsp;แต่หากเป็นการใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรเล็กๆ&nbsp;ในครัวเรือน&nbsp;ไม่ต้องเสียค่าใช้น้ำ&nbsp;แต่ต้องขออนุญาตใช้น้ำก่อน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314094511511
108	เตือนประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก เฝ้าระวังพายุฤดูร้อน16-18 มีนาคมนี้	<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย&nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในวันที่&nbsp;13-15&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;หย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึง&nbsp;40&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;ทำให้ภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออกฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออก&nbsp;มีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;อากาศร้อนรวมถึงมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;</p><p><strong>ส่วนวันนี้&nbsp;(14&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์&nbsp;</strong>ให้ระวังฝนฟ้าคะนอง&nbsp;และวันที่&nbsp;16-19&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;จะมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนเข้าปกคลุม&nbsp;ทำให้ภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;รวมถึงกรุงเทพฯ&nbsp;และปริมณฑล&nbsp;เกิดฝนฟ้าคะนองและพายุฤดูร้อนในบางพื้นที่&nbsp;ส่วนในภาคเหนือจะมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดและมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น&nbsp;ประมาณร้อยละ&nbsp;10-30&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;อาจมีลมกระโชกแรง&nbsp;ลูกเห็บตกในบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลางและภาคตะวันออก&nbsp;จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ของพื้นที่และมีพายุฤดูร้อนในวันที่&nbsp;16-18&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ขณะที่ภาคใต้มีฝนตกชุก&nbsp;ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงและการใช้เครื่องมือสื่อสารช่วงที่มีฝนฟ้าคะนอง</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314150405661
109	การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยจัดกิจกรรมสร้างแนวป้องกันไฟป่า เฝ้าระวังและดับไฟป่า  สร้างฝายชะลอน้ำ รอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ	"<p><strong>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;เขื่อนวชิราลงกรณ&nbsp;ร่วมกับหน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;กจ.4&nbsp;(อู่ล่อง)&nbsp;สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;10&nbsp;(ราชบุรี)&nbsp;และชุมชนรอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ&nbsp;</strong>จัดกิจกรรมสร้างแนวป้องกันไฟป่า&nbsp;เฝ้าระวังและดับไฟป่า&nbsp;สร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;รอบอ่างเก็บน้ำ&nbsp;เขื่อนวชิราลงกรณ&nbsp;ตามโครงการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณรอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกิจกรรม&nbsp;""สร้างแนวป้องกันไฟป่า&nbsp;เฝ้าระวังและดับไฟป่า&nbsp;สร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;รอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ""</strong>&nbsp;เป็นหนึ่งในแผนงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม&nbsp;ชุมชน&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดำเนินกิจกรรม&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;และอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้&nbsp;ในพื้นที่ตำบลท่าขนุน&nbsp;อำเภอทองผาภูมิ&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;พร้อมสนับสนุน&nbsp;ให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมเป็นเจ้าของ&nbsp;และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพราะหากเกิดไฟป่า&nbsp;ที่เป็นสาเหตุหลักในการทำลายพื้นที่ป่านั้น&nbsp;จะทำให้เกิดความสูญเสียโครงสร้างป่า&nbsp;และระบบนิเวศป่าไม้&nbsp;ทำให้ป่าไม้ลดน้อยลง&nbsp;ก่อให้เกิดปัญหาอุทกภัยในช่วงฤดูฝน&nbsp;และปัญหาภัยแล้งในช่วงฤดูร้อนได้&nbsp;นอกจากนี้ยังมีปัญหาควันไฟ&nbsp;ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน&nbsp;ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน&nbsp;ในอำเภอทองผาภูมิ&nbsp;จึงกำหนดให้มีการจัดทำแนวกันไฟ&nbsp;ระยะทาง&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และสร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;ในพื้นที่รอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ&nbsp;</p><p><br></p>"	2022-03-14T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สวท.กาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314141350622
110	อบจ.นราธิวาส รับมอบงบประมาณสนับสนุนจากสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย 5 แสนบาท พร้อมส่งต่อถุงยังชีพบรรเทาทุกข์จากสถานการณ์อุทกภัยให้กับประชาชนในพื้นที่	<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่บริเวณห้องโถง&nbsp;ชั้น&nbsp;1</strong>&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส&nbsp;นายกูเซ็ง&nbsp;ยะวอหะซัน&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส&nbsp;รับมอบงบประมาณ&nbsp;สนับสนุนจากสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย&nbsp;จำนวน&nbsp;500,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยจัดทําเป็นถุงยังชีพจำนวน&nbsp;2,000&nbsp;ถุง&nbsp;เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ความช่วยเหลือแก่&nbsp;ประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยในห้วงที่ผ่านมา</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย</strong>ได้มอบหมายให้&nbsp;นายเศรษฐ์&nbsp;อัลยุฟรี&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี&nbsp;(ในฐานะประธานสมาพันธ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดภาคใต้)&nbsp;เป็นตัวแทนในการส่งมอบครั้งนี้</p><p><strong>สำหรับถุงยังชีพที่ได้รับการสนับสนุนจากสมาคม</strong>องค์การบริหารแห่งประเทศไทย&nbsp;จะมีการส่งต่อเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการแจกจ่ายให้กับประชาชนครอบคลุมในทุกพื้นที่ที่ได้ผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย&nbsp;ซึ่งพื้นที่จังหวัดนราธิวาสนั้นได้รับผลกระทบ&nbsp;จากปริมาณฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;23-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลให้ปริมาณ&nbsp;น้ำในลุ่มน้ำ&nbsp;๓&nbsp;สายหลักในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ลุ่มน้ำสายบุรี&nbsp;ลุ่มน้ำบางนรา&nbsp;และลุ่มน้ำ&nbsp;โก-ลก&nbsp;มีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;บ้านเรือนและพื้นที่ทำกินของ&nbsp;ประชาชนเสียหายเป็นวงกว้าง&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งจังหวัดนราธิวาสได้ประกาศเป็นเขตให้การช่วยเหลือ</strong>&nbsp;ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;เหตุอุทกภัย&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;76&nbsp;ตำบล&nbsp;561&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;3&nbsp;เขต&nbsp;เทศบาล&nbsp;68&nbsp;ชุมชน&nbsp;ในทันทีเพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมที่สุด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314153058690
111	เกิดเหตุวาตภัยในพื้นที่ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง บ้านเรือนราษฎร ได้รับความเสียหายจำนวนมาก	<p><strong>เกิดเหตุวาตภัยในพื้นที่ตำบลม่อนปิ่น&nbsp;อำเภอฝาง</strong>&nbsp;บ้านเรือนราษฎร&nbsp;ได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวนมาก&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เร่งเข้าไปให้ความช่วยเหลือ</p><p><strong>ค่ำวันที่&nbsp;13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ได้เกิดพายุลมแรง&nbsp;ทำให้บ้านเรือนราษฎร&nbsp;ในพื้นที่ตำบลม่อนปิ่น</strong>&nbsp;<strong>อำเภอฝาง</strong>&nbsp;ได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวนหลายหลังคาเรือน&nbsp;เช้าวันที่&nbsp;14&nbsp;มี.ค.65&nbsp;เวลา&nbsp;11.00-12.00&nbsp;น&nbsp;.&nbsp;</p><p><strong>พ.ต.ท.กิตติพงษ์&nbsp;ชัยอนันต์&nbsp;ผบ.ร้อย&nbsp;ตชด.334&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;ร.ต.ท.สุวิทย์&nbsp;ทองดวง&nbsp;ผบ.มว.มชส.ร้อย&nbsp;ตชด.ประสานข้อมูลการสำรวจความเสียหาย&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;อบต.&nbsp;ม่อนปิ่น&nbsp;และเข้าไปช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนให้ประชาชน&nbsp;มีบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;บ้านป่าคา&nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;กระเบื้อง&nbsp;226&nbsp;แผ่น&nbsp;สังกะสี&nbsp;80&nbsp;แผ่น&nbsp;บ้านห้วยหมากเลี่ยม&nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;152&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือต่อไป&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.ฝาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314154041702
112	สุพรรณบุรี เตรียมจัดโครงการจิตอาสาต้านภัยแล้งเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่ห้องประชุมอำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;(ชั้นล่าง)&nbsp;ที่ว่าการอำเภอเมืองสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;นายศรีธรรม&nbsp;ราชแก้ว&nbsp;นายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นประธานการประชุมโครงการจิตอาสาต้านภัยแล้งเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ได้รับแจ้งจากศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ภาค&nbsp;1&nbsp;ว่า&nbsp;ให้ดำเนินการสำรวจความต้องการแหล่งน้ำเพิ่มเติมของชาวบ้านและใช้ศักยภาพพื้นที่&nbsp;ในการดำเนินการลักษณะบูรณาการหน่วยงานในพื้นที่สนับสนุน&nbsp;คน&nbsp;เครื่องจักร&nbsp;งบประมาณ&nbsp;โดยให้ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานอำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;ประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนจิตอาสาในพื้นที่&nbsp;ดำเนินโครงการขุดลอกคลองสาธารณะบริเวณพื้นที่คลองส่งน้ำ&nbsp;1&nbsp;ขวา&nbsp;1&nbsp;ขวา&nbsp;(โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา)&nbsp;โดยเป็นคลองสาธารณะที่เชื่อม&nbsp;4&nbsp;ตำบล&nbsp;คือ&nbsp;ตำบลดอนกำยาน&nbsp;ตำบลดอนโพธิ์ทอง&nbsp;ตำบลสวนแตง&nbsp;และตำบลบางกุ้ง&nbsp;ของอำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;รวมระยะทาง&nbsp;18&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน&nbsp;ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ได้พิจารณานำโครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง&nbsp;เข้าร่วมเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;90&nbsp;พรรษา&nbsp;12&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรมดังกล่าวในวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายศรีธรรม&nbsp;ราชแก้ว&nbsp;นายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;สาเหตุที่เลือกพื้นที่คลองส่งน้ำ&nbsp;1&nbsp;ขวา&nbsp;1&nbsp;ขวา&nbsp;(โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา)&nbsp;เนื่องจากเป็นเส้นทางที่เชื่อมไปถึงอำเภอบางปลาม้า&nbsp;มีปัญหาด้านน้ำประปาและน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;อันเนื่องมาจากน้ำที่ส่งไปไม่ถึงปลายทาง&nbsp;และที่ผ่านมาสามารถขุดลอกได้แค่เพียงบางช่วงบางตอน&nbsp;ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตลอดสาย&nbsp;ดังนั้น&nbsp;การที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมาร่วมบูรณการกันขุดลอกคลองสาธารณะเส้นนี้ตลอดสาย&nbsp;ระยะทาง&nbsp;18&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;จะช่วยปรับสภาพความสูงต่ำของคลองจากเดิมที่มีความสูงต่ำไม่เท่ากัน&nbsp;ให้มีสภาพที่เหมาะสมให้น้ำไหลไปได้จนถึงปลายสาย&nbsp;ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-14T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314154810717
113	ผู้ว่าฯร้อยเอ็ด พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด มอบถุงยังชีพ ชุดธารน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย ในพื้นที่อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด	<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางดนิตา&nbsp;สมจิตต์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;และคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมที่ว่าการอำเภอโพนทอง&nbsp;อำเภอโพนทอง&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ในการมอบชุดธารน้ำใจ&nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;232&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธนบดี&nbsp;ครองยุติ&nbsp;หัวหน้าสำนักงาน&nbsp;ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;อานพ&nbsp;ศรีบุญลือ&nbsp;นายอำเภอโพนทอง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชนที่ประสบภัย&nbsp;ร่วมรับมอบ&nbsp;</p><p><strong>ตามที่ทางอำเภอโพนทอง&nbsp;ได้แจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</strong>&nbsp;และกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;สำรวจราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากวาตภัย&nbsp;ในวันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;มีบ้านเรือนที่อยู่อาศัย&nbsp;โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง&nbsp;ของราษฎรในพื้นที่&nbsp;ได้รับเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;232&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ทำให้ได้รับความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย&nbsp;และการดำรงชีพ&nbsp;จึงได้นำถุงยังชีพมามอบให้กับประชาชนผู้ประสบภัยภัย&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อน&nbsp;และเป็นกำลังใจแก่ผู้ประสบภัยดังกล่าว</p><p><strong>สำหรับราษฎร&nbsp;ที่ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากวาตภัย</strong>&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;20&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตำบลโพธิ์ศรีสว่าง&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ตำบลคำนาดี&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และตำบลสระนกแก้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;224&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;รวมจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;232&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าให้ความช่วยเหลือตามลำดับ&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314155811726
114	ฝนตกหนักบางพื้นที่น้ำป่าสีแดงขุ่นลงตามน้ำตกเตือนที่ลุ่มระวังน้ำท่วม	<p><strong>เกิดฝนตกหนักบางพื้นที่โดยเฉพาะริมเทือกเขาบรรทัด&nbsp;</strong>อำเภอกงหราและอำเภอศรีนครินทร์&nbsp;น้ำป่าสีแดงขุ่นไหลหลากลงตามน้ำตกต่างๆ&nbsp;เตือนท้ายน้ำที่ลุ่มระวังน้ำเอ่อล้นท่วม&nbsp;ขณะเจ้าหน้าที่พยายามช่วยเหลือ&nbsp;เจ้าด่างสุนัขพันธุไทยที่ถูกกระแสน้ำพัดพาขณะพยายามข้างน้ำตก</p><p><strong>วันนี้&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ</strong>สำหรับภาคใต้ฝั่งตะวันออกตั้งวันที่&nbsp;14&nbsp;&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;พยากรณ์อากาศความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออก&nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นไว้ด้วย</p><p><strong>สำหรับภาคใต้และอ่าวไทยมีลมตะวันออกพัดปกคลุม</strong>&nbsp;ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างใกล้กับชายฝั่งประเทศมาเลเซีย&nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะนี้</p><p><strong>ซึ่งพื้นที่ของจังหวัดพัทลุง&nbsp;ได้รับอิทธิพลดังกล่าวทำให้เกิดฝนตกหนัก</strong>บางพื้นที่เป็นช่วง&nbsp;เช่นพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;อำเภอควนขนุน&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอริมเทือกเขาบรรทัด&nbsp;อำเภอกงหรา&nbsp;อำเภอศรนครินทร์&nbsp;และอำเภอศรีบรรพต&nbsp;มีสภาพฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงเที่ยงของวันนี้&nbsp;ส่งให้เกิดน้ำสะสมบนภูเขาเป็นจำนวนมาก&nbsp;และได้เกิดน้ำป่าไหลหลากลงสู่งตามน้ำตกต่างๆ&nbsp;โดยเฉพาะน้ำตกโตนแพรทอง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลลำสินธุ์&nbsp;อำเภอศรีนครินทร์&nbsp;น้ำป่าสีแดงขุ่นไหลหลาก&nbsp;ลงมาอย่างแรง&nbsp;เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวัง&nbsp;พร้อมแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ท้ายน้ำที่ราบลุ่ม&nbsp;บริเวณลำคลอง&nbsp;ที่น้ำตกไหลผ่าน&nbsp;เตรียมพร้อมระมัดระวังอาจจะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกันที่บริเวณน้ำตกโตนแพรทอง&nbsp;ที่กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากได้พัดพา</strong>&nbsp;เจ้าด่าง&nbsp;สุนัขของเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่า&nbsp;น้ำตกโตนแพรทอง&nbsp;ที่พยายามจะข้ามน้ำตกไปฝั่งหนึ่ง&nbsp;ซึ่งเป็นอยู่ที่ของสำนักงานไฟฟ้าพลังน้ำ&nbsp;จนไม่สามารถทัดทานกระแสน้ำได้จึงถูกพัดพาไปตามกระแสน้ำ&nbsp;ขณะเจ้าหน้าที่พร้อมชาวบ้านกำลังเร่งติดตามให้ความช่วยเหลือ&nbsp;เจ้าด่างสุนัขพันธุ์ไทย&nbsp;อย่างเร่งด่วน</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;จันวนา&nbsp;หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่า</strong>&nbsp;น้ำตกโตนแพรทอง&nbsp;บ้านโตน&nbsp;หมูที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลลำสินธุ์&nbsp;อำเภอศรีนครินทร์&nbsp;ได้นำเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าเฝ้าระวังนักท่องเที่ยว&nbsp;และห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำจนกว่าน้ำจะลด&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังระดับน้ำหากมีฝนตกหนักเพิ่มเติมบนเทือกเขาบรรทัด&nbsp;ก็จะมีน้ำป่าไหลหลากลงมาแรงมากขึ้น&nbsp;พร้อมที่จะแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณท้ายน้ำตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;074&nbsp;612404</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคใต้	พัทลุง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314160031729
115	ผู้ใหญ่บ้าน บ้านหาดเจริญ ตำบลบ้านปง อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ นำกำลังชุดปฏิบัติการหมอกควันและไฟป่าลุยดับไฟป่าในพื้นที่	<p><strong>เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันนี้&nbsp;(14&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายพิชัยภัทร&nbsp;ผูกจิตร&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;บ้านหาดเจริญ&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลบ้านปง&nbsp;อำเภอสูงเม่น&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;</strong>ได้นำกำลังชุดปฏิบัติการหมอกควันและไฟป่าบ้านหาดเจริญ&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;นาย&nbsp;เข้าไปดับไฟป่าที่ลุกลามจากป่าเขตอำเภอเด่นชัย&nbsp;บริเวณห้วยหนองบ่อ(ป่าชุมชน&nbsp;บ้านหาดเจริญ)&nbsp;หลังวัดพระธาตุอุโมงค์ศิลาบรรพ&nbsp;หรือวัดจำบอน&nbsp;โดยประสานขอกำลังชุดดับไฟป่าดอยผากลองร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ด้วย</p><p><strong>แต่เนื่องจากไฟป่าลุกลามเป็นวงกว้างทำให้ไม่สามารถดับไฟได้</strong>&nbsp;ประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าวสภาพอากาศร้อนจัดเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้ไฟป่าลุกลามอย่างรวดเร็ว&nbsp;ยากต่อการดับ&nbsp;จึงต้องเปลี่ยนวิธีเป็นการทำแนวกันไฟแทน&nbsp;เพื่อไม่ให้ไฟลุกลามเข้าไหม้ยังวัดพระธาตุอุโมงค์ศิลาบรรพตได้&nbsp;คาดว่าความเสียหายพื้นที่ป่าถูกไฟไหม้ประมาณ&nbsp;20&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314160049730
116	นายก อบจ.นราธิวาส รับมอบถุงยังชีพ 2,000 ถุง จากสมาคม อบจ.แห่งประเทศไทย เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส	<p><strong>นายกูเซ็ง&nbsp;&nbsp;ยาวอหะซัน&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;รับมอบถุงยังชีพ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,000&nbsp;ถุง&nbsp;จากนายเศรษฐ์&nbsp;&nbsp;อัลยุฟรี&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี/ประธานสมาพันธ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดภาคใต้&nbsp;ในฐานะผู้แทนสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย&nbsp;ที่บริเวณโถง&nbsp;ชั้นล่าง&nbsp;อาคารสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส&nbsp;อำเภอเมืองนราธิวาส&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;นายสาราหุดิน&nbsp;&nbsp;อาบู&nbsp;ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส&nbsp;นายอับดุลอาซิซ&nbsp;&nbsp;เจ๊ะมามะ&nbsp;กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องร่วมเป็นเกียรติในกิจกรรม</p><p><strong>นายกูเซ็ง&nbsp;&nbsp;ยาวอหะซัน&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขอขอบคุณทางสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย&nbsp;ที่ได้ให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวนราธิวาสที่ประสบอุทกภัย&nbsp;ซึ่งถือว่าหนักสุดในรอบหลาย&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;มีพื้นที่ได้รับผลกระทบทั้ง&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง&nbsp;โดยสมาคมฯ&nbsp;สนับสนุนงบประมาณจำนวน&nbsp;500,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อจัดซื้อสิ่งของจำเป็น&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;ถุงละ&nbsp;15&nbsp;&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;ถุง&nbsp;ปลากระป๋องและมาม่า&nbsp;(ฮาลาล)&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;ถุง&nbsp;(1&nbsp;ถุง&nbsp;ปลากระป๋อง&nbsp;10&nbsp;กระป๋อง&nbsp;&nbsp;มาม่า&nbsp;10&nbsp;ถุง)&nbsp;บรรจุเป็นถุงยังชีพ&nbsp;รวม&nbsp;2,000&nbsp;ถุง&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายเศรษฐ์&nbsp;&nbsp;อัลยุฟรี&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี</strong>/ประธานสมาพันธ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดภาคใต้&nbsp;ในฐานะผู้แทนสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;นายบุญชู&nbsp;&nbsp;จันทร์สุวรรณ&nbsp;นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย&nbsp;ได้มอบหมายให้ตนเองนำถุงยังชีพมอบให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส&nbsp;เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัย&nbsp;&nbsp;อีกทั้งนายกสมาคมฯ&nbsp;ได้ฝากความห่วงใยและขอบคุณเจ้าหน้าที่/สมาชิกสภา&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ที่ได้ทุ่มเทแรงกาย&nbsp;แรงใจ&nbsp;ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน&nbsp;พร้อมระบุว่าเป็นภารกิจขององค์การบริหารส่วนจังหวัดที่จะต้องเข้าไปช่วยเหลือประชาชนโดยเร่งด่วนประกอบกับเป็นนโยบายของทางสมาคมฯ&nbsp;ที่ได้ตั้งงบประมาณไว้เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยของ&nbsp;&nbsp;4&nbsp;&nbsp;ภูมิภาค&nbsp;โดยเป็นเงินที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดทั้ง&nbsp;76&nbsp;แห่ง&nbsp;ให้การสนับสนุนมาเป็นเงินบำรุงให้ทางสมาคมฯ&nbsp;นำไปบริหารจัดการ&nbsp;และในการมอบถุงยังชีพครั้งนี้&nbsp;ถือเป็นหนึ่งในแผนงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;สืบเนื่องจากได้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;23-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลให้ปริมาณน้ำในลุ่มน้ำ&nbsp;3&nbsp;สายหลักในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ลุ่มน้ำสายบุรี&nbsp;ลุ่มน้ำบางนราและลุ่มน้ำโก-ลก&nbsp;มีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;บ้านเรือนและพื้นที่ทำกินของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งจังหวัดนราธิวาสได้ประกาศเป็นเขตให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;เหตุอุทกภัย&nbsp;&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;&nbsp;76&nbsp;ตำบล&nbsp;561&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;3&nbsp;เขตเทศบาล&nbsp;68&nbsp;ชุมชน&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;มี.ค.65)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314180038763
117	เจ้าหน้าที่อุทยานหมู่เกาะอ่างทอง เข้าช่วยเหลือเรือสปีดโบ๊ทนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลางทะเล เหตุเครื่องยนต์ขัดข้องและเกิดรอยรั่ว โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับอันตราย	<p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;&nbsp;นายสาธิต&nbsp;ตันติกฤตยา&nbsp;นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง&nbsp;ได้รับรายงาน&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;15.14&nbsp;น.ว่าเรือสปีดโบ๊ทนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ&nbsp;ชื่อนุสสรี&nbsp;ฟ้าหลังฝน&nbsp;1&nbsp;ที่เดินทางออกจากท่าเรือของจังหวัดชุมพร&nbsp;เพื่อเดินทางไปยังอำเภอเกาะสมุย&nbsp;เกิดเหตุเครื่องยนต์ขัดข้อง&nbsp;และน้ำเข้าเรือจากรอยรั่ว&nbsp;บริเวณกลางทะเลใกล้กับเกาะว่าว&nbsp;อำเภอเกาะพะงัน&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เขตรับผิดชอบอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง&nbsp;ซึ่งภายในเรือมีลูกเรือชาวต่างชาติจำนวน&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตแต่อย่างใด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายสาธิต&nbsp;ตันติกฤตยา&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติฯ</strong>&nbsp;ได้สั่งการให้นำกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมเรือสปีทโบ๊ท&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;และเรือยางตรวจการณ์&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;เข้าช่วยเหลือในพื้นที่ตามพิกัดดังกล่าวทันทีได้อย่างปลอดภัย&nbsp;โดยหลังจากซ่อมแซมเรือของนักท่องเที่ยวเบื้องต้นแล้วเสร็จ&nbsp;เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองได้ขับเรือประคองคู่เรือสปีทโบ๊ทลำดังกล่าว&nbsp;พร้อมนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้ง&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;เข้าพักที่&nbsp;ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ&nbsp;(อ่าวคา)&nbsp;เกาะวัวตาหลับชั่วคราว&nbsp;พร้อมให้การช่วยเหลือซ่อมแซมเรือฯเบื้องต้น&nbsp;เพื่อให้สามารถขับเรือไปยังเกาะสมุยต่อได้ในวันพรุ่งนี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314223436831
118	จังหวัดแพร่ เร่งบูรณาการทุกภาคส่วนร่วมกันป้องกันไฟป่าหมอกควันในพื้นที่จังหวัดแพร่	<p><strong>สถานการณ์ไฟป่าหมอกควันในพื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;</strong>ทำให้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เกินค่ามาตรฐาน&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน&nbsp;จังหวัดแพร่ได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนร่วมกันป้องกันไฟป่าในพื้นที่</p><p><strong>จากเหตุการณ์ไฟป่า&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;ที่บริเวณป่าห้วยโทก</strong>&nbsp;ใน?เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่พวก&nbsp;บ้านห้วยกูด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลเด่นชัย?&nbsp;อำเภอเด่นชัย&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ซึ่งจังหวัดแพร่ได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;พร.13&nbsp;(แม่ปาน)&nbsp;และเจ้าหน้าที่ป่าไม้หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;พร.12&nbsp;(แม่จั๊วะ)&nbsp;ร่วมกันดับไฟป่าและทำแนวกันไฟ&nbsp;ซึ่งมีพื้นที่ป่าได้รับความเสียหายกว่า&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>และบริเวณห้วยหนองบ่อ&nbsp;(ป่าชุมชนบ้านหาดเจริญ)&nbsp;</strong>บ้านหาดเจริญ&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลบ้านปง&nbsp;อำเภอสูงเม่น&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ได้รับความร่วมมือจาก&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;กำลังชุดปฏิบัติการหมอกควันและไฟป่าบ้านหาดเจริญ&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;นาย&nbsp;และกำลังชุดดับไฟป่าดอยผากลอง&nbsp;เข้าร่วมดับไฟป่าที่ลุกลามจากป่าในเขตอำเภอเด่นชัย&nbsp;โดยได้มีการทำแนวกันไฟเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้ไฟลุกลามต่อ&nbsp;คาดว่ามีพื้นที่ความเสียหายประมาณ&nbsp;20&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งการดับไฟป่าในแต่ละครั้งสร้างความลำบากให้กับเจ้าหน้าที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและทิศทางลมแปรปรวนทำให้ไฟลุกลามเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว<strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;</strong>จึงกำชับทุกอำเภอทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติตามมาตรการและแนวทางป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันที่จังหวัดกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด&nbsp;และให้เร่งสร้างการรับรู้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบข้อมูล&nbsp;ข่าวสาร&nbsp;โดยได้ขอความร่วมมือประชาชนให้งดเผาเด็ดขาดในทุกพื้นที่ตามช่วงเวลาประกาศห้ามเผาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ถึงเมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน&nbsp;หากพบเห็นไฟป่าหรือการเผาให้รีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315095409868
119	เกิดวาตภัย 2 จังหวัด ปภ.ประสานให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">รายงานเกิดวาตภัยในพื้นที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;และพิษณุโลก&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;5&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนประชาชนเสียหาย&nbsp;12&nbsp;หลัง&nbsp;ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ได้ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว&nbsp;ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ&nbsp;1784&nbsp;และสายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-15T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315102207878
120	จังหวัดสิงห์บุรี รณรงค์ขับขี่ปลอดภัยสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์	<p><strong>นายชัยชาญ&nbsp;สิทธิวิรัชธรรม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี</strong>&nbsp;พร้อม&nbsp;นางจิตติวรรณ&nbsp;สิทธิวิรัชธรรม&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;รอง&nbsp;กอ.รมน.&nbsp;สิงห์บุรี&nbsp;ปลัดจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสิงห์บุรี&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;รณรงค์สวมหมวกนิรภัย&nbsp;ขับขี่ปลอดภัย&nbsp;สิงห์บุรีร่วมใจ&nbsp;สวมหมวกนิรภัย&nbsp;100%&nbsp;คาดเข็มขัดทุกครั้งขณะขับขี่&nbsp;สงกรานต์นี้&nbsp;ทุกชีวิปลอดภัย&nbsp;ณ&nbsp;&nbsp;บริเวณน้ำพุ&nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;เพื่อเป็นการสนองตอบนโยบายของรัฐบาล&nbsp;เรื่อง&nbsp;ทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน&nbsp;ที่ต้องการลดอัตราการบาดเจ็บ&nbsp;และเสียชีวิต&nbsp;อันเกิดจากไม่สวมหมวกนิรภัยในขณะขับขี่และโดยสารจักรยานยนต์&nbsp;ลดอัตราความรุนแรงจากการบาดเจ็บที่ศรีษะเมื่อเกิดอุบัติเหตุจราจรในผู้ใช้รถจักรยานยนต์&nbsp;สร้างกระแสให้กับสังคมเกิดการรับรู้&nbsp;พร้อมทั้งขี่รถจักรยานยนต์สวมหมวกกันน๊อค&nbsp;รอบบริเวณศูนย์ราชการจังหวัดสิงห์บุรีเป็นการกระตุ้นให้เกิดความตระหนักในการสวมหมวกนิรภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong>&nbsp;ได้ทำการสำรวจความต้องการหมวกนิรภัยของข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;พร้อมทั้งจัดหาหมวกนิรภัยแบบครึ่งใบราคาถูก&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ&nbsp;จำกัด&nbsp;สาขาสิงห์บุรีเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายกรณี&nbsp;ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ไม่สามารถจัดหาหมวกนิรภัยสวมใส่ได้&nbsp;เนื่องจากราคาท้องตลาดที่ค่อนข้างสูง&nbsp;โดยหวังให้เกิดความตระหนักและสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการขับขี่รถจักรยานยนต์ให้แก่ประชาชน&nbsp;ในจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;ซึ่งมีการเกิดอุบัติเหตุจราจรและเกิดความรุนแรงจากการบาดเจ็บที่ศีรษะทำให้มีอัตราการเสียชีวิตสูง&nbsp;เป็นการสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนรวมทั้งด้านกฎหมายจราจรในช่วงก่อนควบคุมเข้มข้นเทศกาลสงกรานต์</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สิงห์บุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315104158889
121	มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย ในพื้นที่ตำบลวังหว้า อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี	<p><strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม</strong>ให้&nbsp;มูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่ตำบลวังหว้า&nbsp;อำเภอศรีประจันต์&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;โดย&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด&nbsp;ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ให้เป็นประธานในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;มอบให้แก่ผู้ประสบเหตุอัคคีภัย&nbsp;โดยมอบหมายให้&nbsp;นายปรีชา&nbsp;ทองคำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นผู้แทนฯ&nbsp;ในการเชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;มอบให้แก่&nbsp;นางทองอยู่&nbsp;อินทร์สว่าง&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;14/7&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลวังหว้า&nbsp;อำเภอศรีประจันต์&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ซึ่งประสบอัคคีภัย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;สาเหตุเพลิงไหม้คาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ครอบครัวของผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;ต่างรู้สึกปลื้มปีติในพระมหากรุณาธิคุณ</strong>&nbsp;ที่พระองค์ทรงห่วงใยราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;และขอพระราชทานพระราชวโรกาส&nbsp;ถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ&nbsp;ภายใต้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม&nbsp;ให้สมกับพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ที่ทรงมีแก่ปวงพสกนิกรตลอดมา</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พระปลัดกิมฮั้ว&nbsp;นิกิเลโส&nbsp;เจ้าอาวาสวัดคลองชะโด&nbsp;</strong>ให้ความอนุเคราะห์จัดสถานที่ในการประกอบพิธีเชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัยในครั้งนี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315114833929
122	ผู้ว่าการ กฟภ. เปิดพิธี Kick off ฟื้นฟูระบบไฟฟ้าภายในครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย นำร่องในพื้นที่ เทศบาลตำบลหาดอาษา  อำเภอสรรพยา  จังหวัดชัยนาท	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>PEA&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;ฟื้นฟูระบบไฟฟ้าภายในครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยและสับเปลี่ยนมิเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ทดแทนมิเตอร์จานหมุน&nbsp;ในพื้นที่อำเภอสรรพยา&nbsp;จังหวัดชัยนาท</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่สำนักงานเทศบาลตำบลหาดอาษา&nbsp;อำเภอสรรพยา&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;</strong>นายศุภชัย&nbsp;เอกอุ่น&nbsp;ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;ฟื้นฟูระบบไฟฟ้าภายในครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยและสับเปลี่ยนมิเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ทดแทนมิเตอร์จานหมุน&nbsp;ในพื้นที่ตำบลหาดอาษา&nbsp;อำเภอสรรพยา&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;โดยมี&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;พร้อมด้วยผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดชัยนาท,&nbsp;ปลัดจังหวัดชัยนาท,&nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท,&nbsp;นายอำเภอสรรพยา&nbsp;และนายกเทศมนตรีตำบลหาดอาษา&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติในพิธี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายศุภชัย&nbsp;เอกอุ่น&nbsp;ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การจัดกิจกรรม&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;ฟื้นฟูระบบไฟฟ้าภายในครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยและสับเปลี่ยนมิเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ทดแทนมิเตอร์จานหมุน&nbsp;เนื่องจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นในจังหวัดชัยนาทที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่&nbsp;การดำรงชีวิต&nbsp;และความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหาย&nbsp;การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;(กฟภ.&nbsp;:&nbsp;PEA)&nbsp;จึงให้ความสำคัญด้านระบบไฟฟ้าที่มั่นคงและความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้าของพี่น้องประชาชน&nbsp;จึงได้สนับสนุนระบบฟื้นฟูระบบไฟฟ้าภายในครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยและสับเปลี่ยนมิเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ทดแทนมิเตอร์จานหมุน&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;ฟื้นฟูระบบไฟฟ้าภายในครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย</strong>และสับเปลี่ยนมิเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ทดแทนมิเตอร์จานหมุน&nbsp;กฟภ.&nbsp;ได้ดำเนินการในพื้นที่ตำบลหาดอาษา&nbsp;อำเภอสรรพยา&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;โดยการติดตั้งอุปกรณ์แยกวงจรไฟฟ้าในบ้านชั้น&nbsp;1&nbsp;และชั้น&nbsp;2&nbsp;พร้อมอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้ารั่ว&nbsp;(RCD)&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;และติดตั้งมิเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ทดแทนมิเตอร์จานหมุน&nbsp;จำนวน&nbsp;176&nbsp;เครื่อง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ส.ปชส.ชัยนาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-15T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315131109959
123	เทศบาลตําบลคลองปาง จังหวัดตรัง จัดฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น	<p><strong>นายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เทศกาลตำบลคลองปาง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;15-17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;หอประชุมโรงเรียนรัษฎา&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ให้มีบุคลากรที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อส่งเสริมความรู้&nbsp;ด้านการจัดการสาธารณภัยเบื้องต้นระบบบัญชาการเหตุการณ์&nbsp;การควบคุมสั่งการ&nbsp;การบริหารจัดการสาธารณภัยเบื้องต้นในพื้นที่เกิดเหตุที่มีรูปแบบและมาตรฐานเดียวกันให้กับชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เนื่องจากศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน</strong>&nbsp;มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย&nbsp;จัดตั้งชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติ&nbsp;ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ได้แก่&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;และเทศบาลตำบลทุกแห่งอย่างน้อย&nbsp;50&nbsp;คนต่อแห่ง&nbsp;เพื่อเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในระดับพื้นที่&nbsp;รวมถึงพิจารณากำหนดรูปแบบองค์ประกอบโครงสร้าง&nbsp;การสั่งการ&nbsp;แผนผังเครือข่ายการติดต่อสื่อสาร&nbsp;และการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติดังกล่าว&nbsp;ให้มีความพร้อมปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315145250032
124	จังหวัดสระแก้วมอบถุงยังชีพสภากาชาดไทยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่อำเภอวัฒนานคร	<p><strong>ณ&nbsp;หอประชุมอำเภอวัฒนานคร&nbsp;จังหวัดสระแก้ว&nbsp;</strong>นายวัลลภ&nbsp;ประวัติวงศ์&nbsp;ปลัดจังหวัดสระแก้ว&nbsp;นางเยาวรัตน์&nbsp;โพธิสัตย์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสระแก้ว&nbsp;นางขวัญเรือน&nbsp;เทียนทอง&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว&nbsp;ร่วมมอบถุงยังชีพสภากาชาดไทยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่อำเภอวัฒนานคร&nbsp;โดยมี&nbsp;นายจักรพงษ์&nbsp;พันธุ์โชติ&nbsp;นายอำเภอวัฒนานคร&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;สมาชิกเหล่ากาชาดอำเภอวัฒนานคร&nbsp;กำนันผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;จิตอาสา&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์และร่วมมอบถุงยังชีพสภากาชาดไทย&nbsp;อีกทั้งนางสาวตรีนุช&nbsp;เทียนทอง&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;และนางขวัญเรือน&nbsp;เทียนทอง&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว&nbsp;ได้สนับสนุนยารักษาโรคและผ้าเช็ดหน้าเพิ่มเติมให้กับประชาชนที่ประสบวาตภัยในพื้นที่อำเภอวัฒนานครในครั้งนี้ด้วย</p><p><strong>สำหรับเหตุวาตภัยในพื้นที่อำเภอวัฒนานคร</strong>เกิดขึ้นเมื่อวันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;มีฝนตกและวาตภัยเกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอวัฒนานคร&nbsp;ส่งผลกระทบทำให้ลมพัดบ้านเรือน&nbsp;ยุ้งข้าว&nbsp;และโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ได้รับความเสียหาย&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;16&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;169&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ซึ่งในเบื้องต้น&nbsp;อำเภอวัฒนานคร&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และองค์กรปกครองท้องถิ่น&nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบวาตภัยในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่&nbsp;ก็ได้สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือ&nbsp;ในการซ่อมแซมและในวันนี้กาชาดจังหวัดสระแก้วได้มอบถุงยังชีพสภากาชาดไทย&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่อำเภอวัฒนานคร</p><p><br></p><p>ประจัก-สุชีวิน&nbsp;/ภาพ/ข่าว</p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคตะวันออก	สระแก้ว	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315152910057
125	พื้นที่ อ.แม่ทา จ.ลำพูน บ้านเรือนประชาชนบางส่วนได้รับความเสียหายจากพายุฝน โดยภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าตรวจสอบเพื่อให้การช่วยเหลือ	<p><strong>ค่ำวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พื้นที่หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านปงแม่ลอบ&nbsp;ตำบลทาแม่ลอบ&nbsp;อำเภอแม่ทา&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>มีบ้านเรือนประชาชน&nbsp;และสวนลำไยได้รับความเสียหายหักโค่น&nbsp;จากผลกระทบพายุฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง&nbsp;จากเหตุการณ์ดังกล่าว&nbsp;ฝ่ายปกครองร่วมกับเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลทาแม่ลอบ&nbsp;ได้ออกทำการสำรวจตรวจสอบพื้นที่&nbsp;มีบ้านเรือนประชาชนเกิดความเสียหาย&nbsp;47&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;กระเบื้องเสียหายจำนวน&nbsp;1,500&nbsp;แผ่น&nbsp;แผ่นครอบ&nbsp;200&nbsp;แผ่น&nbsp;สังกะสีขนาด&nbsp;12&nbsp;ฟุต&nbsp;50&nbsp;แผ่น&nbsp;แผ่นเรียบ&nbsp;4&nbsp;แผ่น&nbsp;ประตูม้วน&nbsp;3&nbsp;ชุด&nbsp;ทีบาร์&nbsp;60&nbsp;แผ่น</p><p><strong>นอกจากนี้ยังมีต้นไม้ใหญ่หักโค่น</strong>&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการตัด&nbsp;และทำความสะอาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา&nbsp;(15&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายธวัชชัย&nbsp;กุณหลวง&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทาแม่ลอบ&nbsp;และนายเลิศชาย&nbsp;หิริโอตัปปะ&nbsp;ปลัดอำเภอแม่ทา&nbsp;ได้ดำเนินการประชุมเร่งด่วน&nbsp;เพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ต่อไป</p><p><strong>อย่างไรก็ตามในช่วงนี้กรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;</strong>ได้รายงานสภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;15-17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;อากาศร้อนถึงร้อนจัด&nbsp;กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;โดยจะมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ&nbsp;20-40&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;กับมีลมกระโชกแรง&nbsp;และมีลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;โดยขอให้ประชาชนยังคงต้องเฝ้าระวังติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดจากกรมอุตุนิยมวิทยาเว็บไซต์&nbsp;www.tmd.go.th</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315143018009
126	รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์ลดอุบัติเหตุและลดความเสี่ยงในชุมชน	<p><strong>ที่ห้องประชุม&nbsp;อาคารบูรณาการกระทรวงยุติธรรมจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;สำนักงานยุติธรรมจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ได้จัดโครงการ&nbsp;รณรงค์ลดอุบัติเหตุและลดความเสี่ยงในชุมชนขึ้น&nbsp;โดยมีนายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการ&nbsp;และผู้แทนจากศูนย์ยุติธรรมชุมชนเขตอำเภอเมือง&nbsp;อำเภออัมพวา&nbsp;และอำเภอบางคนที&nbsp;เข้าร่วมโครงการ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อลดอุบัติเหตุในชุมชน&nbsp;และระดมสมอง</strong>ในการเสนอโครงการด้านการรณรงค์ลดอุบัติเหตุและลดความเสี่ยงในชุมชนของทั้ง&nbsp;3&nbsp;อำเภอของจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ให้เกิดอุบัติเหตุลดน้อยที่สุด&nbsp;รวมทั้งรับทราบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยวิทยากรจากสำนักงานยุติธรรมจังหวัด&nbsp;และวิทยากรจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยจังหวัดนครปฐม&nbsp;มาร่วมบรรยายให้ความรู้แก่ผู้ร่วมประชุมในวันนี้อย่างละเอียด</p><p><br></p><p>รุ่งนภา/ข่าว&nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315144846031
127	ผู้ว่าฯยะลา เชิญสิ่งของพระราชทานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเมือง	<p><strong>วันนี้&nbsp;15&nbsp;มี.ค&nbsp;65&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ</strong>&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารีกรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&nbsp;โปรดให้&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;จำนวน&nbsp;500&nbsp;ชุด&nbsp;ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หัวหน้าหน่วยงาน&nbsp;และนายกเหล่าชาด&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;โดยมี&nbsp;ปลัดอำเภอประจำตำบล&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;13&nbsp;ตำบล&nbsp;เป็นผู้แทนรับมอบ&nbsp;เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ประชาชน&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยตามความหนักเบาของแต่ละตำบล&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองยะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งตลอดพิธีจัดขึ้น&nbsp;เป็นไปตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จนถึง&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัย&nbsp;เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้&nbsp;ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;&nbsp;มีพื้นที่ประสบภัยพิบัติ&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;ตำบล&nbsp;80&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;11&nbsp;ชุมชน&nbsp;ราษฎรได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;21,408&nbsp;คน&nbsp;5,537&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;&nbsp;อพยพ&nbsp;14&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่ทางการเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;4,500&nbsp;ไร่&nbsp;ประมง&nbsp;(บ่อปลา&nbsp;)&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;บ่อ&nbsp;มีผู้เสียชีวิต&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>โดยทางอำเภอได้ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน</strong>เฉพาะหน้าแก่ประชาชน&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;ด้วยการแจกถุงยังชีพ&nbsp;จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;500&nbsp;ชุด&nbsp;&nbsp;และมอบเงินช่วยเหลือผู้เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;29,700&nbsp;บาท&nbsp;แจกถุงยังชีพพระราชทานของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปภัมภ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;ชุด&nbsp;แจกถุงยังชีพพระราชทานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภา)&nbsp;ยามยาก&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;ชุด&nbsp;แจกถุงยังชีพพระราชทานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ชุด&nbsp;รวมถึง&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ทั้งเทศบาล&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;ได้ดำเนินการช่วยเหลือเต็มพื้นที่&nbsp;โดยการแจกจ่ายถุงยังชีพแก่ประชาชน&nbsp;ที่เดือดร้อนแล้ว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315162248092
128	มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย ในพื้นที่ตำบลวังหว้า อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี	<p><strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม</strong>ให้&nbsp;มูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่ตำบลวังหว้า&nbsp;อำเภอศรีประจันต์&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;โดย&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด&nbsp;ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ให้เป็นประธานในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;มอบให้แก่ผู้ประสบเหตุอัคคีภัย&nbsp;โดยมอบหมายให้&nbsp;นายปรีชา&nbsp;ทองคำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นผู้แทนฯ&nbsp;ในการเชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;มอบให้แก่&nbsp;นางทองอยู่&nbsp;อินทร์สว่าง&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;14/7&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลวังหว้า&nbsp;อำเภอศรีประจันต์&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ซึ่งประสบอัคคีภัย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;สาเหตุเพลิงไหม้คาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ครอบครัวของผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;ต่างรู้สึกปลื้มปีติในพระมหากรุณาธิคุณ</strong>&nbsp;ที่พระองค์ทรงห่วงใยราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;และขอพระราชทานพระราชวโรกาส&nbsp;ถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ&nbsp;ภายใต้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม&nbsp;ให้สมกับพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ที่ทรงมีแก่ปวงพสกนิกรตลอดมา</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พระปลัดกิมฮั้ว&nbsp;นิกิเลโส&nbsp;เจ้าอาวาสวัดคลองชะโด&nbsp;</strong>ให้ความอนุเคราะห์จัดสถานที่ในการประกอบพิธีเชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัยในครั้งนี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315170423117
129	สำนักงานชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ ยืนยันน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในพื้นที่รับผิดชอบ มีเพียงพอตลอดหน้าแล้ง 	<p><strong>นายวุฒิชัย&nbsp;รักษาสุข&nbsp;รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&nbsp;1&nbsp;</strong>ยืนยันน้ำเพื่อการอุปโภค&nbsp;บริโภคในพื้นที่รับผิดชอบมีเพียงพอตลอดหน้าแล้งอย่างแน่นอน&nbsp;สำหรับสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;พบว่า&nbsp;มีปริมาณฝนตกเล็กน้อยในพื้นที่&nbsp;วัดปริมาณน้ำฝนสะสม&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ได้&nbsp;20&nbsp;-&nbsp;40&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;สภาพน้ำท่าในแม่น้ำปิงสายหลักและลำน้ำสาขาอยู่ในเกณฑ์น้อยและมีแนวโน้มลดลง&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;1&nbsp;</strong>ดำเนินการเก็บกักน้ำไว้บริเวณด้านหน้าอาคารชลประทานและฝายต่างๆ&nbsp;ในแม่น้ำปิงแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;21.9&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;99</p><p>ทำให้สามารถบริหารจัดการน้ำและส่งน้ำเพื่อการผลิตประปาและการเกษตรเป็นไปตามแผนที่วางไว้&nbsp;สำหรับการให้ความช่วยเหลือพื้นที่ขาดแคลนน้ำได้ส่งเครื่องสูบน้ำจำนวน&nbsp;6&nbsp;เครื่อง&nbsp;ไปยังอำเภอแม่แจ่ม&nbsp;และอำเภอแม่ออน&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เพื่อช่วยเหลือสูบน้ำไปยังพื้นที่&nbsp;2,500&nbsp;ไร่</p><p>มีปริมาณน้ำที่สูบแล้ว&nbsp;467,000&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;ด้านสถานการณ์อื่นๆ&nbsp;ยังอยู่สภาวะปกติ&nbsp;โดยเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลปัจจุบันมีปริมาณน้ำ&nbsp;101,805&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;38.42&nbsp;ของความจุอ่าง,&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารามีปริมาณน้ำ&nbsp;86,575&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;คิดร้อยละ&nbsp;32.92&nbsp;ของความจุอ่าง&nbsp;สำหรับอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;แห่ง&nbsp;มีปริมาณน้ำรวม&nbsp;68&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก&nbsp;จำนวน191&nbsp;แห่ง&nbsp;มีปริมาณน้ำรวม&nbsp;56&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร</p><p><strong>ขอความร่วมมือประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด&nbsp;</strong>พร้อมเน้นย้ำหน่วยงานในสังกัดติดตามสภาพอากาศ&nbsp;จากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ตลอดจนให้บริหารจัดการน้ำอย่างประณีต</p><p>ตามข้อสั่งการของอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;ให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตาม&nbsp;8&nbsp;มาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำและหมั่นตรวจสอบและบำรุงรักษาอาคารชลประทาน&nbsp;เครื่องจักร</p><p>เครื่องมือและสิ่งกีดขวางทางน้ำเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารจัดการน้ำและการให้ความช่วยเหลือพื้นที่ขาดแคลนน้ำต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315183832151
130	นายกรัฐมนตรีมอบถุงกำลังใจจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยฯ ให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่จังหวัดยะลา ระหว่างเป็นประธานเปิดเที่ยวปฐมฤกษ์ที่เบตงวานนี้	<p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;มอบถุงกำลังใจ&nbsp;จากกองทุนเงินช่วยเหลือ</strong>ผู้ประสบสาธารณภัยฯ&nbsp;ให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่จังหวัดยะลา&nbsp;ระหว่างเป็นประธานเปิดเที่ยวปฐมฤกษ์ที่เบตง&nbsp;วันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ได้มอบถุงกำลังใจ&nbsp;จำนวน&nbsp;500&nbsp;ชุด&nbsp;มูลค่า&nbsp;350,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;แก่นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ระหว่างเดินทางไปเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ดอนเมือง-เบตง&nbsp;เบตง-ดอนเมือง&nbsp;ณ&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อส่งมอบไปยังประชาชนชาวจังหวัดยะลา</strong>ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมระหว่างวันที่&nbsp;24&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งถุงกำลังใจที่นำมามอบแก่ผู้ประสบภัยครั้งนี้&nbsp;ได้รับการสนับสนุน&nbsp;จากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;โดยนายสมพาศ&nbsp;นิลพันธ์&nbsp;ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เกิดจากน้ำใจของคนไทยทั้งประเทศ&nbsp;ที่ได้ร่วมกันบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อนอันเกิดจากสาธารณภัย&nbsp;และกลุ่มเปราะบางต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งที่ผ่านมากองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย</strong>&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้ให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่&nbsp;ทั้งในกรุงเทพฯ&nbsp;และต่างจังหวัด&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;40,160&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;28,112,000&nbsp;บาทและยังคงเดินหน้าช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315200843207
131	กฟผ.แม่เมาะ รุดประสานพันธมิตร ผนึกกำลังพัฒนาศักยภาพการจัดการแหล่งน้ำในพื้นที่	<p><strong>นายพัฒนพงศ์&nbsp;ขันทา&nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ</strong>&nbsp;พร้อมคณะทำงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโรงไฟฟ้าแม่เมาะ&nbsp;เข้าพบผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.จิรัฏฐ์&nbsp;แสนทน&nbsp;เชี่ยวชาญด้านการสำรวจแหล่งทรัพยากรน้ำใต้ดิน&nbsp;ภาควิชาธรณีวิทยา&nbsp;คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่&nbsp;และ&nbsp;รศ.ชูโชค&nbsp;อายุพงศ์&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนบริหารจัดการน้ำ&nbsp;ภาควิชาวิศวกรรมโยธา&nbsp;คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่&nbsp;เพื่อหารือความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการศึกษาพื้นที่ที่มีศักยภาพรอบโรงไฟฟ้าแม่เมาะที่สามารถนำน้ำใต้ดินมาใช้งาน&nbsp;โดยอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการทำวิจัยและลงพื้นที่ศึกษาชั้นหินบริเวณรอบโรงไฟฟ้าแม่เมาะ&nbsp;ซึ่งอยู่ใกล้กับอ่างเก็บน้ำแม่จางและอ่างเก็บน้ำแม่ขาม&nbsp;ไปพร้อมๆ&nbsp;กับการควบคุมดูแลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;</strong>คณะยังหารือในประเด็นระบบบริหารจัดการน้ำแบบอัจฉริยะ&nbsp;(Smart&nbsp;Water&nbsp;Management)&nbsp;ที่มุ่งเป้าทั้งการบริหารจัดการน้ำใช้ภายในองค์กร&nbsp;การแสวงหาแหล่งน้ำทางเลือกเพื่อเสริมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลัก&nbsp;การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ&nbsp;การสำรวจแหล่งน้ำ&nbsp;จัดทำผังน้ำและฐานข้อมูลน้ำในพื้นที่อำเภอแม่เมาะ&nbsp;ตลอดจนการลงพื้นที่สร้างความเข้าใจและเสริมความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสีย&nbsp;เพื่อมุ่งเป้าไปสู่การยกระดับการจัดการน้ำด้วยระบบโทรมาตรที่จะแสดงผลทั้งปริมาณน้ำในแหล่งน้ำ&nbsp;ระดับน้ำ&nbsp;และปริมาณน้ำฝน&nbsp;ณ&nbsp;เวลาปัจจุบัน&nbsp;โดยข้อมูลทั้งหมดจะสามารถนำมาใช้พยากรณ์และคาดการณ์สถานการณ์น้ำล่วงหน้า&nbsp;เพื่อเตรียมแผนการรับมือทั้งฤดูน้ำแล้งและน้ำหลาก&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยในการตัดสินใจและบริหารจัดการแหล่งน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่&nbsp;กฟผ.แม่เมาะ</strong>&nbsp;ยังอยู่ในระดับที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด&nbsp;เนื่องจากน้ำเป็นหนึ่งในทรัพยากรหลักที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า&nbsp;การเกษตร&nbsp;ตลอดจนการอุปโภคบริโภคภายในชุมชน&nbsp;แม้&nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&nbsp;จะมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่&nbsp;คือ&nbsp;อ่างแม่จางและอ่างแม่ขาม&nbsp;แต่ด้วยสภาพภูมิอากาศที่มีปริมาณน้ำฝนและน้ำไหลเข้าอ่างน้อย&nbsp;ทำให้ตั้งแต่ปี&nbsp;2562&nbsp;น้ำต้นทุนที่กักเก็บในอ่างค่อยๆ&nbsp;มีปริมาณลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;กฟผ.แม่เมาะได้กำหนดมาตรการและวางแผนบริหารจัดการการใช้น้ำในการผลิตกระแสไฟฟ้าอย่างรัดกุม&nbsp;ไปพร้อมๆ&nbsp;กับการแบ่งสัดส่วนน้ำให้เพียงพอต่อการใช้ของชุมชนตลอดลำน้ำ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316094400285
132	กรมอุทกศาสตร์ เตือนเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงช่วงสัปดาห์นี้	<p><strong>กรมอุทกศาสตร์</strong>&nbsp;ออกประกาศเรื่องสภาวะระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้า&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการและพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;15-18&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;05.00&nbsp;น.-08.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง&nbsp;ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย&nbsp;ลักษณะดังกล่าวอาจทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ&nbsp;</p><p><strong>โดยคาดหมายว่า&nbsp;ที่บริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้าฯ&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียง</strong>&nbsp;ระดับน้ำจะมีความสูงประมาณ&nbsp;1.70&nbsp;-&nbsp;1.80&nbsp;เมตร&nbsp;จากระดับทะเลปานกลาง&nbsp;ขอให้ระวังผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากระดับน้ำขึ้นสูงดังกล่าวและติดตามสภาวะระดับน้ำอย่างใกล้ชิด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316105204320
133	เกิดวาตภัย 11 จังหวัด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;หรือ&nbsp;ปภ.</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;รายงานสถานการณ์ความกดอากาศต่ำ&nbsp;เนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ทําให้ประเทศตอนบนมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่&nbsp;ขณะที่&nbsp;ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้กําลังอ่อน&nbsp;พัดปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคกลางและภาคตะวันออก&nbsp;ทําให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่&nbsp;โดยตั้งแต่วันที่&nbsp;13&nbsp;มีนาคมถึงปัจจุบัน&nbsp;(&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;มีสถานการณ์ในพื้นที่&nbsp;11&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตาก&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;เชียงราย&nbsp;เลย&nbsp;พะเยา&nbsp;น่าน&nbsp;อุดรธานี&nbsp;หนองบัวลำภู&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;และอำนาจเจริญ&nbsp;รวม&nbsp;15&nbsp;อำเภอ&nbsp;27&nbsp;ตำบล&nbsp;54&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&nbsp;181&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต&nbsp;ปภ.&nbsp;ได้ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-16T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316154847495
134	จังหวัดกาญจนบุรีชี้แจงแนวทางการฝึกซ้อมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในภาวะไม่ปกติ	<p><strong>จังหวัดกาญจนบุรีประชุมชี้แจงแนวทางในการฝึกซ้อมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในภาวะไม่ปกติ&nbsp;กรณีบุคคลชาวเมียนมาเดินทางเข้าไทยตามแนวชายแดนจากสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมา</strong></p><p><strong>ณ&nbsp;ห้องประชุมแควใหญ่&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;</strong>นายรณภพ&nbsp;เวียงสิมมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ด้านเมียนมา&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;เพื่อชี้แจงแนวทางในการฝึกซ้อมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในภาวะไม่ปกติ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;(การพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง)&nbsp;กรณีบุคคลชาวเมียนมาเดินทางเข้าไทยตามแนวชายแดนอันเนื่องมาจากการได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมาจังหวัดกาญจนบุรี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316184837572
135	จังหวัดสุราษฎร์ธานีขับเคลื่อนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน สู่เป้าหมายลดการตายจากอุบัติเหตุทางถนนไม่เกิน 12 คนต่อแสนประชากร ในปี 2570	<p><strong>บ่ายวันนี้&nbsp;(16&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายประเวศ&nbsp;ไทยประยูร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมโครงการบูรณาการเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;ห้องนางยวน&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อรับทราบนโยบายของรัฐบาลและข้อสั่งการของผู้บริหารจากส่วนกลาง&nbsp;ผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;(ระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;Meeting)&nbsp;ที่มี&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;อาคาร&nbsp;3&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;เพื่อติดตาม&nbsp;สรุปผลการดำเนินงานของจังหวัด&nbsp;แนวทางการดำเนินงานด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;และมอบนโยบายการดำเนินงานการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;นายจำนง&nbsp;สวัสดิ์วงศ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงาน&nbsp;ปภ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ</strong>&nbsp;และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน&nbsp;เพื่อนำนโยบาย&nbsp;/&nbsp;ข้อสั่งการ&nbsp;ไปขับเคลื่อนงานด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;ให้เกิดเป็นรูปธรรม&nbsp;สู่เป้าหมายลดการตายจากอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;จะต้องไม่เกิน&nbsp;12&nbsp;คนต่อแสนประชากร&nbsp;ในปี&nbsp;2570</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316185142575
136	มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยกรณีท่อก๊าซรั่วที่สมุทรปราการ	<p><strong>รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;พร้อมทั้งตรวจติดตามการดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรมในการรับเรื่องร้องเรียน&nbsp;ส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน</strong></p><p><strong>นายมงคลชัย&nbsp;สมอุดร&nbsp;รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>เป็นประธานมอบเงินจากกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&nbsp;กรณีท่อก๊าซธรรมชาติรั่ว&nbsp;และเกิดอัคคีภัย&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการเพิ่มเติม&nbsp;จำนวน&nbsp;51&nbsp;ราย&nbsp;จำนวน&nbsp;800,000&nbsp;บาท</p><p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2563&nbsp;ได้เกิดเหตุท่อส่งก๊าซธรรมชาติรั่วและเกิดเพลิงไหม้&nbsp;</strong>ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลเปร็ง&nbsp;อำเภอบางบ่อ&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ทำให้มีผู้เสียชีวิต&nbsp;บาดเจ็บและทรัพย์สินได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ได้ดำเนินการขอรับการช่วยเหลือจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;65&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;1,620,000&nbsp;บาท&nbsp;และเพิ่มเติม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;51&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;800,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;โดยให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพื่อการดำรงชีพ&nbsp;ประกอบอาชีพ&nbsp;และฟื้นฟูความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น</p><p><strong>ภายหลังมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&nbsp;</strong>รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้ตรวจติดตามการดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ซึ่งเป็นหน่วยแรกรับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเพื่อส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ&nbsp;โดยจังหวัดสมุทรปราการเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมสูง&nbsp;มีช่องทางรับเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมได้หลายช่องทาง&nbsp;และมีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามในการแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316193250614
137	พ่อเมืองลำพูน พร้อมด้วย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัยเสียหายทั้งหลัง พื้นที่ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน	<p><strong>นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัยเสียหายทั้งหลัง&nbsp;ซึ่งเป็นบ้านของนายทา&nbsp;คาพูน้อย&nbsp;อายุ&nbsp;80&nbsp;ปี&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;89&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านศรีบัวบาน&nbsp;ตำบลศรีบัวบาน&nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;โดยเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน&nbsp;ได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมมอบถุงเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;และผ้าห่ม&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้น&nbsp;และชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;มอบเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;หน้ากากอนามัยและเจอแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือในครั้งนี้อีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายชาตรี&nbsp;กิตติธนดิตถ์&nbsp;ปลัดจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;นายอำเภอเมืองลำพูน&nbsp;ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;พัฒนาการจังหวัดลำพูน&nbsp;นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลศรีบัวบาน&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาลและ&nbsp;อสม.ในพื้นที่เข้าร่วมให้กำลังใจในครั้งนี้อีกด้วย</p><p><strong>สืบเนื่องจาก&nbsp;เมื่อเวลาประมาณ&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;ในวันเดียวกัน</strong>&nbsp;สภ.นิคมอุตสาหกรรม&nbsp;ได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้าน&nbsp;จึงได้แจ้งขอความร่วมมือไปยังเจ้าหน้าที่งานป้องกันฯ&nbsp;เทศบาลตำบลศรีบัวบาน&nbsp;เทศบาลตำบลบ้านกลาง&nbsp;เทศบาลตำบลมะเขือแจ้&nbsp;และเทศบาลตำบลป่าสัก&nbsp;ได้นำรถบรรทุกน้ำดับเพลิงร่วมระงับเหตุ&nbsp;และสามารถควบคุมเพลิงได้ในเวลา&nbsp;11.30&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;ซึ่งสถานที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกสูง&nbsp;ได้รับความเสียหายไฟไหม้ทั้งหลัง&nbsp;มีผู้พักอาศัยภายในบ้าน&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;ทุกคนปลอดภัยไม่ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;ซึ่งมีทั้งผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้พิการ&nbsp;วัยทำงานและเด็ก&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานคาดสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร&nbsp;ประมาณความเสียหายรวม&nbsp;200,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316193113613
138	รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมทั้งตรวจติดตามการดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรมในการรับเรื่องร้องเรียน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชน	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ณ&nbsp;ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;</strong>นายมงคลชัย&nbsp;สมอุดร&nbsp;รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานมอบเงินจากกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยกรณีท่อก๊าซธรรมชาติรั่วและเกิดอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;51&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงินจำนวน&nbsp;800,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวันชัย&nbsp;คงเกษม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการในพิ้นที่ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สืบเนื่องจากเมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2563&nbsp;ได้เกิดเหตุท่อส่งก๊าซธรรมชาติรั่วและเกิดเพลิงไหม้ในพื้นที่</strong>&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลเปร็ง&nbsp;อำเภอบางบ่อ&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมีทรัพย์สินได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;โดยการนำของ&nbsp;นายวันชัย&nbsp;คงเกษม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;จึงได้ดำเนินการขอรับการช่วยเหลือจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อนำมาช่วยเหลือ&nbsp;เยียวยาบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนที่ประสบภัย&nbsp;ในครั้งที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;65&nbsp;ราย&nbsp;เป็นจำนวนเงิน&nbsp;1,620,000&nbsp;บาท&nbsp;และขอเพิ่มเติมอีกในครั้งนี้&nbsp;เป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;51&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;800,000&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายมงคลชัย&nbsp;สมอุดร&nbsp;รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลโดย&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;(นายอนุชา&nbsp;นาคาศัย)&nbsp;ได้ฝากความห่วงใยมาถึงพี่น้องประชาชนทุกคน&nbsp;ซึ่งได้เน้นย้ำให้หน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เร่งดำเนินการช่วยเหลือโดยได้มอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีนำเงินจากเงินกองทุนฯ&nbsp;มาดำเนินการช่วยเหลือในครั้งนี้&nbsp;จึงอยากให้พี่น้องประชาชนทุกคนได้รับทราบถึงความห่วงใยจากรัฐบาล&nbsp;และถ้าใครที่ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;สามารถมาติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมประจำจังหวัด&nbsp;ซึ่งขอยกตัวอย่างของจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ที่ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;มีช่องทางรับเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมได้หลายช่องทาง&nbsp;และมีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามในการแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนอย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>พร้อมนี้&nbsp;นายมงคลชัย&nbsp;สมอุดร&nbsp;รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายสมพาศ&nbsp;นิลพันธ์&nbsp;ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะได้ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ของดำรงธรรมจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ไกล่เกลี่ยคดี&nbsp;แก้ไขปัญหาของผู้บริโภคที่ถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบการในครั้งนี้อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-16T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316194005622
139	รองผู้ว่าฯ สระบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมรับฟังนโยบายโครงการบูรณาการเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่	<p><strong>ที่ห้องประชุมป่าสัก&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสระบุรี&nbsp;</strong>นายสมภพ&nbsp;สมิตะสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมรับฟังนโยบายโครงการบูรณาการเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่&nbsp;โดยมี&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เป็นประธานการประชุมฯ&nbsp;ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;(ระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;Meeting)</p><p><strong>นายรัฐพล&nbsp;นราดิศร&nbsp;รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ในฐานะสำนักงานเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน&nbsp;ได้จัดทำโครงการบูรณาการเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่&nbsp;เพื่อมอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนให้กับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัด&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนอำเภอ&nbsp;และศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เพื่อใช้กลไกศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัด&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนอำเภอและศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ในการขับเคลื่อนนโยบาย&nbsp;กรอบแนวคิด&nbsp;ยุทธศาสตร์&nbsp;มาตรการ&nbsp;และแผนงานด้านความปลอดภัยทางถนนไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&nbsp;รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน&nbsp;และเพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมคิด&nbsp;ร่วมวางแผน&nbsp;ของประชาชนในพื้นที่ในการสร้างนวัตกรรมทางสังคมด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนให้เกิดความปลอดภัย&nbsp;และมีความยั่งยืน</p><p><strong>นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รมช.มหาดไทย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจะบูรณาการสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี&nbsp;นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายภาพรวมของประเทศในการลดอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของประเทศให้เหลือ&nbsp;12&nbsp;คน&nbsp;ต่อประชากรหนึ่งแสนภายในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2570&nbsp;ให้ได้&nbsp;โดยใช้กลไกศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดและศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนอำเภอ&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;บริหารจัดการแผนงาน&nbsp;แผนเงิน&nbsp;แผนคน&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาความปลอดภัยทางถนนเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สระบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316205445641
140	เข้มงวดติดตามประชาชนลักลอบเผาในพื้นที่โล่งแจ้ง ป้องกันกันปัญหาหมอกควันและไฟป่า	<p><strong>นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;เดินหน้าประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่ไม่ให้เผาในพื้นที่โล่ง&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือที่เตรียมพื้นที่เพาะปลูกพืชไร่&nbsp;มีความจำเป็นทำกิจกรรมทางการเกษตร&nbsp;จึงได้ประกาศในพื้นที่&nbsp;11&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;เป็นพื้นที่ห้ามเผา&nbsp;เพื่อป้องกันกันปัญหาหมอกควันและไฟป่า&nbsp;ซึ่งต้องได้รับอนุญาตก่อนทุกครั้ง&nbsp;หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนิคดีตามกฎหมายทั้งจำและปรับ&nbsp;และผลจากการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดีส่งผลให้ปริมาณการเผาในพื้นที่โล่งแจ้งลดลงถึงร้อยละ&nbsp;60&nbsp;เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา&nbsp;แต่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องไปจนถึงกลางเดือนเมษายนนี้&nbsp;เนื่องจากยังมีประชาชนบางกลุ่มลักลอบเข้าไปเผาในพื้นที่ป่า&nbsp;</p><p><strong>อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;&nbsp;กล่าวยอมรับว่า</strong>&nbsp;ยังมีพื้นที่ส่วนที่ไม่สามารถควบคุมค่าฝุ่นควันได้เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก&nbsp;เช่นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ลำปาง&nbsp;รวมถึงภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ที่ค่า&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ยังน่าเป็นห่วง&nbsp;ซึ่งได้รับผลกระทบจากประเทศเมียนมา&nbsp;แต่ก็ได้มีการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศควบคู่กับฝ่ายมั่นคง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317105434734
141	นายกรัฐมนตรี ห่วงใยสุขอนามัยประชาชนในช่วงฤดูร้อน แนะนำบริโภคน้ำแข็ง-น้ำดื่ม มีมาตรฐาน	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในช่วงฤดูร้อนนี้&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;มีความห่วงใยประชาชนเนื่องจากสภาพอากาศร้อน&nbsp;ที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่สามารถนำไปสู่โรคอาหารเป็นพิษได้หากบริโภคอย่างไม่ระมัดระวัง&nbsp;โดยแนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมอนามัย&nbsp;บริโภคน้ำแข็งและน้ำดื่มที่สะอาดปลอดภัย&nbsp;ส่วนการรับประทานอาหารให้ยึดหลัก&nbsp;สุก&nbsp;ร้อน&nbsp;สะอาด&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอาหารเป็นพิษ</p><p><strong>สถิติการเฝ้าระวังโรคในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา</strong>&nbsp;พบผู้ป่วยที่มีภาวะอาหารเป็นพิษจำนวนกว่า&nbsp;53,540&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;กรมอนามัยแนะนำให้เลือกน้ำแข็งหรือน้ำดื่ม&nbsp;จากแหล่งผลิตที่ถูกสุขลักษณะได้มาตรฐาน&nbsp;GMP&nbsp;และน้ำแข็งที่มีคุณภาพ&nbsp;เมื่อละลายจะต้องใส&nbsp;ไม่มีตะกอนขาวขุ่นๆ&nbsp;อยู่ก้นแก้ว&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งขอแนะนำประชาชนให้ใส่ใจเรื่องความสะอาด&nbsp;ถูกสุขลักษณะเพื่อลดและควบคุมอัตราการเกิดโรค</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;โรคในสัตว์ยังเป็นอีกหนึ่งโจทย์</strong>&nbsp;ที่รัฐบาลให้ความสำคัญวางมาตรการอย่างเข้มงวดรัดกุม&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีได้รับรายงานการลักลอบนำเข้าสินค้ามีชีวิตประเภทโค&nbsp;ผ่านเรือบรรทุกจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านสู่ประเทศไทยในเขตพื้นที่ชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอนอย่างผิดกฎหมาย&nbsp;รวมถึงการขนย้ายสัตว์ชนิดอื่นเข้า-ออกราชอาณาจักรแบบไม่มีใบอนุญาต&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ควบคุม&nbsp;บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด&nbsp;ทั้งเพื่อดูแลพื้นที่ชายแดนให้ปลอดภัย&nbsp;เป็นไปตามกฎหมายและเพื่อเป็นการปฏิบัติตามมาตรการกักกันสัตว์และโรคระบาดที่ส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการและเกษตรกรในภาคอุตสาหกรรมปศุสัตว์</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรีแสดงความห่วงใย</strong>และกำชับหน่วยงานที่ดูแลด้านสาธารณสุขให้เผยแพร่ข้อมูล&nbsp;หรือคำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและลดอัตราการเกิดโรค&nbsp;พร้อมชื่นชมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในด้านสุขภาพของประชาชนและด้านสุขภาพของปศุสัตว์ที่ดำเนินงานด้านการควบคุมโรคระบาดมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรี&nbsp;ขอให้ผู้ประกอบการด้านปศุสัตว์เชื่อมั่นว่ารัฐบาลไม่ปล่อยให้การลักลอบขนส่งสัตว์ซ้ำเติมปัญหาโรคระบาดที่ทุกฝ่ายกำลังเผชิญอยู่&nbsp;รวมทั้งให้ความเชื่อมั่นว่าปัญหาโรคระบาดในสัตว์จะลดลงจากความร่วมมือของทุกฝ่าย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317105017728
142	แนะประชาชนในพื้นที่เสี่ยง หรืออาจได้รับผลกระทบภัยแล้ง สำรองน้ำอุปโภคบริโภคให้เพียงพอ 	<p><strong>นายแพทย์สุวรรณชัย&nbsp;วัฒนายิ่งเจริญชัย&nbsp;อธิบดีกรมอนามัย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากกรณีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;ออกประกาศเรื่อง&nbsp;การเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งตอนกลางวันจะมีอากาศร้อน&nbsp;อุณหภูมิมากกว่า&nbsp;35&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;อาจก่อให้เกิดสถานการณ์ภัยแล้งในบางพื้นที่ของประเทศ&nbsp;ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน&nbsp;ทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;แหล่งน้ำที่มีสำรอง&nbsp;ไม่สะอาดมีการปนเปื้อนเชื้อโรคและสิ่งสกปรก&nbsp;เพิ่มโอกาสเกิดโรคต่างๆ&nbsp;ได้&nbsp;เช่น&nbsp;โรคอุจจาระร่วง&nbsp;อาหารเป็นพิษ&nbsp;</p><p><strong>ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;</strong>ต้องดูแลสุขภาพตนเองด้วยการติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานภาครัฐในการป้องกันตนเองจากภัยแล้งอย่างเคร่งครัด&nbsp;เฝ้าระวังสุขภาพกลุ่มเสี่ยง&nbsp;กลุ่มเปราะบาง&nbsp;เช่น&nbsp;เด็กเล็ก&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้ป่วยโรคเรื้องรัง&nbsp;กินอาหารปรุงสุกใหม่อยู่เสมอ&nbsp;นำน้ำมาต้ม&nbsp;หรือกรองก่อนดื่ม&nbsp;ตรวจตราแหล่งสำรองน้ำของครัวเรือน&nbsp;ชุมชน&nbsp;เตรียมกักเก็บน้ำ&nbsp;โดยทำความสะอาดที่พักน้ำก่อนสำรองน้ำ&nbsp;หากมีเครื่องกรองน้ำ&nbsp;ให้ตรวจตราตัวกรองทำความสะอาดเสมอ&nbsp;วางแผนการใช้น้ำอย่างประหยัด&nbsp;ไม่เปิดน้ำทิ้ง&nbsp;ให้ใช้น้ำจากฝักบัวแทนการตักน้ำอาบจะประหยัดน้ำได้มากกว่า&nbsp;และนำน้ำที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่&nbsp;เช่น&nbsp;น้ำอาบ&nbsp;น้ำซักผ้า&nbsp;น้ำล้างจาน&nbsp;มาใช้รดน้ำต้นไม้และงดการจุดไฟ&nbsp;เผาหญ้า&nbsp;หรือสูบบุหรี่&nbsp;ในพื้นที่ที่มีเศษวัสดุ&nbsp;เชื้อเพลิง&nbsp;หญ้าแห้ง&nbsp;ฟืนไม้&nbsp;บริเวณรอบที่อยู่อาศัยเพื่อป้องกันการเกิดไฟไหม้</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317104242716
143	วุฒิสภาจัดโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ที่นครศรีธรรมราช เพื่อติดตามโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และผลกระทบจากโควิด-19	<p><strong>วุฒิสภาจัดโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน</strong>ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้&nbsp;ที่นครศรีธรรมราช&nbsp;เพื่อติดตามโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;และผลกระทบจากโควิด-19</p><p><strong>ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ได้มีการจัดโครงการสมาชิกวุฒิสภา</strong>พบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;17&nbsp;&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายสมชาย&nbsp;เสียงหลาย&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;ในฐานะรองประธานกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้&nbsp;เป็นหัวหน้าคณะ&nbsp;นำคณะกรรมการฯ&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศของจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;รวมทั้งการดำเนินการตามโครงการของภาครัฐ&nbsp;ข้อมูลความต้องการของประชาชนเกี่ยวกับการใช้ที่ดินสาธารณะ&nbsp;ณ&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;จากนั้นได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;(โครงการคลองผันน้ำ)&nbsp;ร่วมประชุมเพื่อรับฟังข้อมูล&nbsp;ข้อคิดเห็น&nbsp;และข้อเสนอแนะของผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องปัญหาและผลกระทบด้านการท่องเที่ยวจากสถานการณ์&nbsp;covid-19&nbsp;ของจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ณ&nbsp;ที่ว่าการอำเภอสิชล&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p><strong>โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่ภาคใต้</strong>&nbsp;ได้ดำเนินการลงพื้นที่เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นและติดตามการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;14&nbsp;จังหวัด&nbsp;เพื่อเปิดโอกาสในการสร้างความเข้าใจเรื่องบทบาท&nbsp;หน้าที่&nbsp;และอำนาจของวุฒิสภา&nbsp;ต่อส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาคประชาสังคม&nbsp;โดยการดำเนินงานตามโครงการฯ&nbsp;ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชในครั้งนี้&nbsp;เป็นการติดตามสภาพความเป็นจริงในพื้นที่&nbsp;เพื่อนำไปประกอบการดำเนินงานด้านนิติบัญญัติของวุฒิสภา&nbsp;อันจะส่งผลประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่โดยตรง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สวท.นครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317104002715
144	ยังคงมีสถานการณ์วาตภัยในพื้นที่ภาคใต้ 16 จังหวัด เร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อเนื่อง	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;รายงานสถานการณ์ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ทําให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่&nbsp;ขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้กําลังอ่อนพัดปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคกลางและภาคตะวันออก&nbsp;ทําให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่&nbsp;โดยตั้งแต่วันที่&nbsp;13&nbsp;มีนาคมจนถึงปัจจุบัน&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.65&nbsp;)&nbsp;มีสถานการณ์ในพื้นที่&nbsp;16&nbsp;จังหวัดได้แก่&nbsp;ตาก&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;เชียงราย&nbsp;อุตรดิตถ์&nbsp;เลย&nbsp;พะเยา&nbsp;น่าน&nbsp;กำแพงเพชร&nbsp;อุดรธานี&nbsp;หนองบัวลำภู&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;สุรินทร์&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;และชัยนาท&nbsp;รวม&nbsp;26&nbsp;อำเภอ&nbsp;51&nbsp;ตำบล&nbsp;104&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&nbsp;554&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">เบื้องต้นได้ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว&nbsp;สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ&nbsp;1784&nbsp;และสายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-17T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317182026987
145	จ.น่าน หน่วยทหาร นำกำลังทหารจิตอาสาช่วยเหลือประชาชนที่ถูกพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำบ้านเรือนเสียหาย	<p><strong>วันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>เกิดพายุฤดูร้อนมีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรงลูกเห็บตกในหลายพื้นที่ของจังหวัดน่าน&nbsp;เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือนประชาชน&nbsp;ทั้งพื้นที่การเกษตร&nbsp;รวมทั้งต้นไม้หักล้มจนเกิดไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะที่อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดน่าน&nbsp;ถูกลูกเห็บถล่มต้นไม้หักล้มขวางทาง</p><p><strong>เช้าวันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;หน่วยทหารในพื้นที่&nbsp;มีมณฑลทหารบกที่&nbsp;38</strong>&nbsp;และกองพันทหารม้าที่&nbsp;15&nbsp;กรมทหารม้าที่&nbsp;2&nbsp;ได้นำกำลังทหารจิตอาสา&nbsp;ลงพื้นที่ตำบลไชยสถาน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดน่าน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือบ้านของนางวิลาวรรณ&nbsp;จำปา&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;184&nbsp;หมู่&nbsp;7&nbsp;ตำบลไชยสถาน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดน่าน&nbsp;ที่ถูกพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำ&nbsp;ทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย&nbsp;หลังคาได้ถูกพายุพัดเสียหายทั้งหมด&nbsp;โดยมีฝ่ายปกครอง&nbsp;และ&nbsp;อบต.ไชยสถาน&nbsp;ดำเนินการสำรวจความเสียหาย&nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือในด้านอุปกรณ์การซ่อมแซมตัวอาคารให้กลับคืนสภาพ&nbsp;ตามปกติเร็วไว&nbsp;</p><p><strong>พร้อมกันนี้ทาง&nbsp;</strong>นางวิลาวรรณ&nbsp;จำปา&nbsp;เจ้าของบ้าน&nbsp;ได้กล่าวขอบคุณหน่วยทหาร&nbsp;รวมทั้งฝ่ายปกครองและองค์การบริหารส่วนตำบลไชยสถาน&nbsp;ที่ได้มาให้การช่วยเหลือ&nbsp;ครอบครัวของตน&nbsp;ด้วยความสุดซึ้งเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;</p><p><strong>จากเหตุการณ์พายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และลูกเห็บตกดังกล่าว&nbsp;</strong>ทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน&nbsp;และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน&nbsp;สาขาเชียงกลาง&nbsp;และสาขานาน้อย&nbsp;รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทั้งท้องที่และท้องถิ่นเร่งสำรวจความเสียหายและความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;เบื้องต้นยังไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ&nbsp;หรือเสียชีวิตแต่อย่างใด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคเหนือ	น่าน	สวท.น่าน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317143406833
146	จังหวัดตรัง มอบเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี กรณีเสียชีวิตจากอุทกภัย (น้ำป่าไหลหลาก)	<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กรณีเสียชีวิตจากอุทกภัย&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;(นายทวี&nbsp;แป้นนวล)&nbsp;ให้แก่&nbsp;นางเปรียม&nbsp;แป้นนวล&nbsp;ทายาทผู้เสียชีวิต&nbsp;ณ&nbsp;ห้องจักรี&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง<strong>ตามที่&nbsp;จังหวัดตรังได้เกิดอุทกภัย&nbsp;(น้ำป่าไหลหลาก)&nbsp;</strong>เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;ส่งผลให้&nbsp;นายทวี&nbsp;แป้นนวล&nbsp;อายุ&nbsp;70&nbsp;ปี&nbsp;เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ&nbsp;ณ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;81&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดตรัง&nbsp;ได้ขอรับการช่วยเหลือจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย</strong>&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เพื่อเป็นการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต&nbsp;นั้น&nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;(นายอนุชา&nbsp;นาคาศัย)&nbsp;ในฐานะประธานกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้พิจารณาอนุมัติเงินช่วยเหลือ&nbsp;ดังนี้&nbsp;ค่าจัดการศพ&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;เงินทุนเลี้ยงชีพแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;รวมเป็นเงินทั้งสิ้น&nbsp;80,000&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317145459853
147	อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย 2 หมู่บ้าน 5 ครัวเรือน	<p><strong>นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู</strong> พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองหนองบัวลำภู ช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่ตำบลหนองบัว จำนวน 2 หมู่บ้าน 5 ครัวเรือน ซึ่งเป็นการส่งเสริมการขับเคลื่อนกิจกรรมอำเภอคุณธรรม ประเด็นความดีที่อยากทำ ซึ่งได้เสนอในเรื่องการขับเคลื่อนภารกิจจิตอาสาในการพัฒนาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ </p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317161220915
148	จ.อุตรดิตถ์ พายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านเรือนราษฎรหลังคาเปิดพังเสียหาย ใน 2 ตำบล ของอำเภอฟากท่า กว่า 47 หลังคาเรือน	<p><strong>เวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.วันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ได้รับการเปิดเผยจาก&nbsp;นายณัฐวัฒน์&nbsp;เกตุจันทร์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ว่า&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.ของวันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;ได้รับรายงานจากทางอำเภอฟากท่า&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ได้เกิดพายุฤดูร้อน&nbsp;โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;ทำให้บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย&nbsp;ใน&nbsp;2&nbsp;ตำบล&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;ตำบลฟากท่า&nbsp;จำนวน&nbsp;39&nbsp;หลังคาเรือนและตำบลสองคอน&nbsp;อำเภอฟากท่า&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;8&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;รวม&nbsp;47&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;ส่วนมากจะถูกพายุดังกล่าวพัดถล่มหลังคาเปิดเป็นส่วนมากและได้รายงานให้&nbsp;นายผล&nbsp;ดำธรรม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ทราบแล้ว</p><p><strong>ด้านนายกิติพงศ์&nbsp;อุระวัตร&nbsp;นายอำเภอฟากท่า&nbsp;</strong>ได้มอบ&nbsp;นายพยุง&nbsp;กองแสน&nbsp;ปลัดอาวุโสอำเภอฟากท่า&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ร.ต.อ.สมเดช&nbsp;รัตนอาจ&nbsp;นายก&nbsp;อบต.สองคอน&nbsp;นายเสน่ห์&nbsp;ดีมี&nbsp;ส.อบจ.อำเภอฟากท่า&nbsp;และนายวรากร&nbsp;คำอ้าย&nbsp;กำนันตำบลสองคอน&nbsp;หลังพายุฤดูร้อนสงบลงได้ออกสำรวจความเสียหายบ้านเรือของราษฏร&nbsp;เพื่อรายงานจังหวัด&nbsp;และปภ.จังหวัดฯ&nbsp;ทราบ&nbsp;เพื่อหาทางช่วยเหลือในเบื้องต้น&nbsp;ซึ่งทางกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และอบต.จะให้ความช่วยเหลือความเสียหายในเบื้องต้น&nbsp;เป็นค่าวัสดุ&nbsp;เช่น&nbsp;สังกะสี&nbsp;100%&nbsp;โดยมีอาสารักษาดินแดนอำเภอฟากท่า&nbsp;(อส)&nbsp;และช่างจิตอาสาของหมู้บ้านจะช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายในครั้งนี้ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคเหนือ	อุตรดิตถ์	สวท.อุตรดิตถ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317190120014
149	ขับเคลื่อน 9 มาตรการป้องกันปัญหาภัยแล้งให้กับประชาชน	<p><strong>นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ</strong>&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวถึงสถานการณ์น้ำต้นทุนในปีนี้&nbsp;ว่าดีกว่าปีที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ยังไม่มีพื้นที่ใดประสบปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ภาพรวมยังมีปริมาณน้ำอยู่ที่ร้อยละ&nbsp;65&nbsp;ของความจุเก็บกัก&nbsp;ขณะที่มีปริมาณน้ำใช้การอยู่ร้อยละ&nbsp;50&nbsp;หรือกว่า&nbsp;&nbsp;29,000&nbsp;&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;&nbsp;แต่ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;เพราะมีปริมาณน้ำต่ำกว่าเกณฑ์อยู่&nbsp;3&nbsp;แห่งคือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;&nbsp;ส่วนภาคตะวันออก&nbsp;ที่อ่างเก็บน้ำคลองสียัด&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ</strong>&nbsp;&nbsp;ได้วาง&nbsp;9&nbsp;มาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้งนี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;เร่งเก็บกักน้ำในแหล่งน้ำ&nbsp;จัดหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ&nbsp;โดยเฉพาะเป็นพื้นที่ดูแลเรื่องการประปา&nbsp;ปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;เติมน้ำให้กับพื้นที่ขาดแคลนน้ำ&nbsp;กำหนดการจัดสรรน้ำหน้าแล้ง&nbsp;วางแผนเพาะปลูกพืชหน้าแล้ง&nbsp;เตรียมน้ำสำรองสำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;ส่งเสริมการเพราะปลูกให้เร็วขึ้น&nbsp;เฝ้าระวังคุณภาพน้ำ&nbsp;หรือปัญหาน้ำเค็มในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;สายรอง&nbsp;ติดตาม-ประเมินผลเพื่อให้ผลการดำเนินงานเป็นไปตามแผน&nbsp;และสร้างการรับรู้สถานการณ์และแผนบริหารจัดการน้ำ&nbsp;เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการใช้น้ำอย่างประหยัดและเป็นไปตามแผนที่กำหนด&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>เลขาธิการ&nbsp;สทนช.&nbsp;ยังกล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;นอกจากทั้ง&nbsp;9&nbsp;มาตรการรองรับให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภค-บริโภค&nbsp;และการเกษตรแล้ว&nbsp;ยังได้พิจารณาหาแหล่งน้ำสำรอง&nbsp;กรณีพื้นที่รับผิดชอบของการประปา&nbsp;หรือนอกเขตการประปา&nbsp;&nbsp;โดยได้ประเมินความเสี่ยงพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำและจัดหารถน้ำ&nbsp;เครื่องสูบน้ำลงไปให้ความช่วยเหลือในประชาชนในพื้นที่ที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318101747158
150	กรุงเทพมหานคร เตือนประชาชนเฝ้าระวังน้ำเค็มรุกแม่น้ำเจ้าพระยาช่วง 28 มีนาคม -3 เมษายนนี้	"<p><strong>นายณรงค์&nbsp;เรืองศรี&nbsp;รองปลัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อติดตามปริมาณการเก็บกักน้ำในเขื่อน&nbsp;การระบายน้ำของเขื่อนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;สถานการณ์น้ำขึ้น-น้ำลงของแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;รวมถึงตรวจวัดค่าความเค็มของน้ำเป็นประจำทุกวัน&nbsp;หากมีค่าความเค็มเกินมาตรฐานจะทำการปิดประตูระบายน้ำแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเค็มเข้าในพื้นที่</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังประสานความร่วมมือกับกรมชลประทานและการประปานครหลวง</strong>&nbsp;ร่วมปฏิบัติการผลักดันลิ่มน้ำเค็ม&nbsp;หรือ&nbsp;Water&nbsp;Hammer&nbsp;Operation&nbsp;ซึ่งได้มีการดำเนินการร่วมกันมาตลอดในช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อช่วยผลักดันลิ่มความเค็ม&nbsp;ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาให้มากที่สุด&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงระหว่างวันที่&nbsp;&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;-3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><strong>สำหรับการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง</strong>&nbsp;ได้จัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความแข็งแรงของเขื่อนตามแนวริมแม่น้ำทั้ง&nbsp;2&nbsp;ฝั่ง&nbsp;พร้อมทั้งเฝ้าระวังจุดแนวฟันหลอที่ยังไม่มีการสร้างเขื่อน&nbsp;รวมถึงเตรียมพร้อมอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ&nbsp;เพื่อรับสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่อาจจะได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กรุงเทพมหานคร</strong>&nbsp;ได้มีการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วจากโรงควบคุมคุณภาพน้ำขนาดใหญ่&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;รวมปริมาณน้ำที่ผ่านการบำบัดทั้งสิ้น&nbsp;815,000&nbsp;ลบ.ม./วัน&nbsp;&nbsp;มาแจกจ่ายให้ประชาชนนำไปใช้ในกิจกรรม&nbsp;อาทิ&nbsp;รดน้ำต้นไม้ล้างถนน&nbsp;ล้างตลาด&nbsp;ล้างเครื่องจักรภายในโรงงาน&nbsp;โดยสามารถขอรับน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วได้ทั้ง&nbsp;8&nbsp;แห่ง</p><p><strong>ประชาชนสามารถติดตามการแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำผ่านช่องทาง&nbsp;</strong>&nbsp;<a&nbsp;href=""http://dds.bangkok.go.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">http://dds.bangkok.go.th/</a>&nbsp;,<a&nbsp;href=""http://www.prbangkok.com/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.prbangkok.com</a>&nbsp;,Facebook:@BKK_BEST&nbsp;,Facebook:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์&nbsp;Twitter:@BKK_BEST&nbsp;Twitter&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์&nbsp;และแอปพลิเคชัน&nbsp;กทม.</p><p><br></p><p><br></p>"	2022-03-18T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318202603546
151	จังหวัดนนทบุรีจัดฝึกซ้อมป้องกันเหตุอัคคีภัยในอาคารสูง จำลองเหตุการณ์จริง ที่อาคารชุดแอสปาย รัตนาธิเบศร์ บ่ายวันนี้ โดยได้รับการสนับสนุนอากาศยานปีกหมุนดับเพลิงและกู้ภัย จาก ปภ.ร่วมในการดับไฟ	<p><strong>กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนนทบุรี</strong>&nbsp;จะจัดฝึกซ้อมแผนการป้องกันและระงับอัคคีภัยในอาคารสูง&nbsp;ที่อาคารชุดแอสปาย&nbsp;รัตนาธิเบศร์&nbsp;อำเภอเมืองนนทบุรี&nbsp;โดย&nbsp;นายสุจิตน์&nbsp;ไชยชุมศักดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนนทบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ปัจจุบันจังหวัดนนทบุรีมีอาคารชุด&nbsp;ประมาณ&nbsp;500&nbsp;แห่ง&nbsp;จึงจำเป็นต้องมีการจัดฝึกซ้อมแผน&nbsp;เพื่อให้การปฏิบัติการช่วยเหลือเป็นไปด้วยความรวดเร็ว&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียให้น้อยลง&nbsp;การจัดฝึกซ้อมครั้งนี้เป็นการป้องกันอัคคีภัยในรูปแบบจำลองเหตุการณ์จริง&nbsp;กรณีเกิดเหตุไฟไหม้ภายในอาคารชุดแอสปาย&nbsp;ทำให้ได้ทดสอบเครื่องมือ&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;ความพร้อมของบุคลากร&nbsp;ซึ่งได้บูรณาการทุกภาคส่วนทั้งในจังหวัดนนทบุรีและนอกพื้นที่ร่วมฝึกซ้อม&nbsp;ที่สำคัญได้รับการสนับสนุนอากาศยานปีกหมุนดับเพลิงและกู้ภัย&nbsp;จาก&nbsp;ปภ.ร่วมในการดับไฟ&nbsp;ทำให้เป็นการฝึกซ้อมแบบเต็มรูปแบบในการป้องกันและระงับอัคคีภัยในอาคารสูง&nbsp;และในทุกขั้นตอนจะมีการบันทึกสถิติเวลาปฏิบัติงานของทุกหน่วยที่ร่วมปฏิบัติ&nbsp;ทำให้ทราบจุดบกพร่องและช่องว่างในการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน&nbsp;และจะมีการถอดบทเรียน&nbsp;เพื่อนำไปปรับปรุงแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น</p><p><strong>และในเวลา&nbsp;12.00&nbsp;-&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขานนทบุรี&nbsp;</strong>จะมีการควบคุมการจราจรทางน้ำ&nbsp;เพื่อให้อากาศยานปีกหมุนดับเพลิงตักน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ช่วงระหว่างวัดตำหนักใต้ถึงวัดแคนอก&nbsp;สำหรับการซ้อมแผนฯ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;โดยขอให้เรือที่ผ่านบริเวณดังกล่าวใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือ&nbsp;และให้เดินเรือชิดฝั่งทางด้านทิศตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;จนกว่าการฝึกซ้อมแผนการป้องกันและระงับอัคคีภัยจะแล้วเสร็จ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหน</strong>ก&nbsp;และการฝึกซ้อมป้องกันเหตุอัคคีภัยในอาคารสูง&nbsp;รูปแบบจำลองเหตุการณ์จริง&nbsp;ที่อาคารชุดแอสปาย&nbsp;รัตนาธิเบศร์&nbsp;จะเสร็จสิ้นภายในเวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318111137192
152	ผู้ว่าฯ ชัยนาท พร้อมเหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท ลงพื้นที่มอบสิ่งของช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่ ตำบลสะพานหิน อำเภอหนองมะโมง และตำบลวังหมัน อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท กว่า 58 หลังคาเรือน	<p><strong>ที่วัดโพธิ์ทอง&nbsp;ตำบลสะพานหิน&nbsp;อำเภอหนองมะโมง&nbsp;จังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นาวาเอกหญิง&nbsp;อินทิรา&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท&nbsp;ปลัดจังหวัดชัยนาท&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท&nbsp;และสมาชิกแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;ลงพื้นที่มอบเครื่องอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;จากสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท&nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดชัยนาท&nbsp;และสำนักงาน&nbsp;ปภ.จังหวัดชัยนาท&nbsp;โดยมอบสิ่งของช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เบื้องต้นให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ตำบลสะพานหิน&nbsp;อำเภอหนองมะโมง&nbsp;เนื่องจากวันพุธที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;เกิดพายุฝนและลมกันโชกแรงในพื้นที่ตำบลสะพานหิน&nbsp;อำเภอหนองมะโมง&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;จนเป็นเหตุให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;29&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ประชาชนผู้ที่รับความเดือดร้อน&nbsp;55&nbsp;ราย&nbsp;บ้านเรือนได้รับความเสียหาย&nbsp;3&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;บ้านโพธิ์ทอง&nbsp;19&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;บ้านน้ำพุ&nbsp;2&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;9&nbsp;บ้านดงแขวนฆ้อง&nbsp;8&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;อำเภอหนองมะโมง&nbsp;ได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลสะพานหิน&nbsp;เร่งให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น</strong>&nbsp;และตรวจสอบความเสียหาย&nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป&nbsp;จากนั้นได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ&nbsp;พร้อมมอบเงินและชุดอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ประสบวาตภัย&nbsp;ราย&nbsp;นายสมบัติ&nbsp;สิงโตทอง&nbsp;อายุ&nbsp;71&nbsp;ปี&nbsp;ณ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;60&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลวังหมัน&nbsp;อำเภอวัดสิงห์&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;และลงพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;วัดวัดท่าข้าม&nbsp;ตำบลวังหมัน&nbsp;อำเภอวัดสิงห์&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;มอบเครื่องอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;สิ่งของช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เบื้องต้นให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ&nbsp;ในพื้นที่ตำบลวังหมัน&nbsp;อำเภอวัดสิงห์&nbsp;ทั้งนี้ตำบลวังหมัน&nbsp;ได้รับผลกระทบจากการเกิดพายุฝนและลมกันโชกแรงในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ครั้งด้วยกัน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;17.30&nbsp;น.&nbsp;บ้านเรือนได้รับความเสียหาย&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;6&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;ประชาชนได้รับความเดือดร้อน&nbsp;35&nbsp;ราย&nbsp;และครั้งที่&nbsp;2&nbsp;เหตุเกิดเมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;เกิดพายุฝนและลมกรรโชกแรงในพื้นที่ตำบลวังหมัน&nbsp;อำเภอวัดสิงห์&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;จนเป็นเหตุให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;29&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ประชาชนผู้ที่รับความเดือดร้อน&nbsp;88&nbsp;ราย&nbsp;บ้านเรือนได้รับความเสียหาย&nbsp;5&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;7&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ทั้งนี้อำเภอวัดสิงห์&nbsp;ได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลวังหมัน&nbsp;เร่งให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น&nbsp;และตรวจสอบความเสียหาย&nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318134722275
153	สุพรรณบุรีเปิดการปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง สูบน้ำ ผันน้ำ ทอยน้ำ ผ่านคลองผ่าโลก สานฝันอาชีพเกษตรกร	<p><strong>ที่สระน้ำสาธารณะบ้านหนองสานแตร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลทะเลบก&nbsp;อำเภอดอนเจดีย์&nbsp;</strong>จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;พร้อมด้วยนายปรีชา&nbsp;ทองคำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในโอกาสเดินทางมาเป็นประธานพิธีเปิดการปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;สูบน้ำ&nbsp;ผันน้ำ&nbsp;ทอยน้ำ&nbsp;ผ่านคลองผ่าโลก&nbsp;สานฝันอาชีพเกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ได้กล่าวว่า</strong>&nbsp;พื้นที่ตำบลทะเลบก&nbsp;อำเภอดอนเจดีย์&nbsp;เป็นพื้นที่อาศัยน้ำฝนเป็นหลักและอยู่นอกเขตชลประทาน&nbsp;ประสบปัญหาแล้งซ้ำซากเป็นประจำทุกปี&nbsp;ปัจจุบันน้ำในบ่อน้ำสาธารณะต่างๆ&nbsp;มีปริมาณลดน้อยลง&nbsp;ทำให้ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;น้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;และน้ำเพื่อการปศุสัตว์&nbsp;ในปีนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนกระเสียวมีปริมาณน้ำเต็มปริมาณความจุของเขื่อน&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;&nbsp;ได้ประสานงานกับคณะกรรมการ&nbsp;JMC&nbsp;และ&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;เพื่อพิจารณาจัดสรรน้ำให้สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าด่านช้างของกรมชลประทาน&nbsp;เพื่อสูบน้ำช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้งในพื้นที่อำเภอหนองหญ้าไซ&nbsp;และอำเภอดอนเจดีย์&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลทะเลบก&nbsp;ที่ประสบปัญหาแล้งซ้ำซากเป็นประจำทุกปี&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;เพื่อบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;และสานฝันให้เกษตรกร&nbsp;ที่รอคอยวันนี้มาเป็นระยะเวลา&nbsp;10&nbsp;ปี</p><p><strong>นายธีรยุทธ์&nbsp;จันทร์ดิษฐวงษ์&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;สุพรรณบุรี</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์&nbsp;ปภ.เขต&nbsp;2&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;ได้สนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยในการปฏิบัติงานขุดลอกเปิดทางน้ำคลองผ่าโลก&nbsp;เป็นระยะทาง&nbsp;22&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;นับจากสถานีสูบน้ำแจงงาม&nbsp;อ.หนองหญ้าไซ&nbsp;ถึงแยกหนองสานแตร&nbsp;ต.ทะเลบก&nbsp;อ.ดอนเจดีย์&nbsp;โดยเมื่อมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนกระเสียว&nbsp;อ.ด่านช้าง&nbsp;มวลน้ำจะใช้เวลาประมาณ&nbsp;7&nbsp;ชั่วโมงในการเดินทางมาถึงแยกหนองสานแตร&nbsp;จากนั้นจะไหลเข้าสู่สระน้ำสาธารณะในพื้นที่&nbsp;ต.ทะเลบก&nbsp;และ&nbsp;ต.สระกระโจม&nbsp;รวม&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งรองรับปริมาตรน้ำได้รวม&nbsp;752,800&nbsp;ลบ.ม.โดยสระน้ำสาธารณะทั้ง&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>จุดที่&nbsp;1:&nbsp;สระหลวงหนองสานแตร&nbsp;ม.12&nbsp;ต.ทะเลบก&nbsp;ขนาดความจุ&nbsp;50,000&nbsp;ลบ.ม.</p><p>จุดที่&nbsp;2&nbsp;:&nbsp;สระข้าง&nbsp;รร&nbsp;บ้านหนองสานแตร&nbsp;ม.6&nbsp;ต.ทะเลบก&nbsp;ขนาดความจุ&nbsp;16,800&nbsp;ลบ.ม.</p><p>จุดที่&nbsp;3&nbsp;:&nbsp;สระบ้านทับยายดาบ&nbsp;ม.4&nbsp;ต.ทะเลบก&nbsp;ขนาดความจุ&nbsp;31,500&nbsp;ลบ.ม.</p><p>จุดที่&nbsp;4&nbsp;:&nbsp;สระหน้าวัดบ่อสำราญ&nbsp;ม.4&nbsp;ต.ทะเลบก&nbsp;ขนาดความจุ&nbsp;67,500&nbsp;ลบ.ม.</p><p>จุดที่&nbsp;5&nbsp;:&nbsp;สระบ้านหนองทราย&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ทะเลบก&nbsp;ขนาดความจุ&nbsp;60,000&nbsp;ลบ.ม.</p><p>จุดที่&nbsp;6&nbsp;:&nbsp;สระบ้านหนองอีไร&nbsp;ม.11&nbsp;ต.ทะเลบก&nbsp;ขนาดความจุ&nbsp;135,000&nbsp;ลบ.ม.</p><p>จุดที่&nbsp;7&nbsp;:&nbsp;สระบ้านหนองจิกสลักพระ&nbsp;ม.7&nbsp;ต.ทะเลบก&nbsp;ขนาดความจุ&nbsp;49,500&nbsp;ลบ.ม.</p><p>จุดที่&nbsp;8&nbsp;:&nbsp;สระบ้านหนองคันสังข์&nbsp;ม.2&nbsp;ต.ทะเลบก&nbsp;ขนาดความจุ&nbsp;92,000&nbsp;ลบ.ม.</p><p>จุดที่&nbsp;9&nbsp;:&nbsp;สระบ้านทะเลบวช&nbsp;ม.3&nbsp;ต.ทะเลบก&nbsp;ขนาดความจุ&nbsp;63,000&nbsp;ลบ.ม.</p><p>จุดที่&nbsp;10&nbsp;:&nbsp;สระบ้านยมเบือ&nbsp;ม.5&nbsp;ต.ทะเลบก&nbsp;ขนาดความจุ&nbsp;40,000&nbsp;ลบ.ม.</p><p>จุดที่&nbsp;11&nbsp;:&nbsp;สระหน้า&nbsp;รร.วัดสระหลวง&nbsp;ม.10&nbsp;ต.ทะเลบก&nbsp;ขนาดความจุ&nbsp;84,500&nbsp;ลบ.ม.</p><p>จุดที่&nbsp;12&nbsp;:&nbsp;สระบ้านหนองสะแก&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ทะเลบก&nbsp;ขนาดความจุ&nbsp;35,000&nbsp;ลบ.ม.</p><p>จุดที่&nbsp;13&nbsp;:&nbsp;สระบ้านหนองมังกะหร่า&nbsp;ม.7&nbsp;ต.ทะเลบก&nbsp;ขนาดความจุ&nbsp;28,000&nbsp;ลบ.ม.</p><p><strong>ด้านนายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จะมีการผันน้ำจากเขื่อนกระเสียวผ่านคลองผ่าโลกมาถึง&nbsp;ต.ทะเลบก&nbsp;อ.ดอนเจดีย์&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรใช้ปลูกพืช&nbsp;เช่น&nbsp;ฟักทอง&nbsp;พริก&nbsp;แฟง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และทำปศุสัตว์&nbsp;เลี้ยงเป็ด&nbsp;ไก่&nbsp;แพะ&nbsp;แกะ&nbsp;โดยขอความร่วมมืองดทำนา&nbsp;เนื่องจากต้องใช้น้ำจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;ได้กล่าวขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;</strong>หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินโครงการครั้งนี้ให้สำเร็จลุล่วง&nbsp;ก่อนจะกดปุ่มปล่อยน้ำที่สูบจากคลองผ่าโลกเข้าสู่สระหลวงหนองสานแตร&nbsp;เพื่อเป็นการเปิดการปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;สูบน้ำ&nbsp;ผันน้ำ&nbsp;ทอยน้ำ&nbsp;ผ่านคลองผ่าโลก&nbsp;สานฝันอาชีพเกษตรกร&nbsp;ในครั้งนี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318160546426
154	คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ก.ช.ภ.จ.อย.) ประชุมเพื่อพิจารณาขยายวงเงินทดรองราชการและขอขยายระยะเวลาการให้ความช่วยเหลือทุกด้าน	"<p><strong>ณ&nbsp;ห้องประชุมมหาธาตุ&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</strong>นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายกฤษณ์&nbsp;แก้วทองหลาง&nbsp;ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;</p><p><strong>โดยที่ประชุมได้พิจารณาอนุมัติให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยาขยายวงเงินทดรองราชการ&nbsp;</strong>เพื่อให้ความช่วยเหลือ&nbsp;ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินกรณีอุทกภัย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;96,396,164.21&nbsp;บาท&nbsp;และการขยายระยะเวลาในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;(อุทกภัย)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;โดยจังหวัดจะขอขยายระยะเวลาการให้ความช่วยเหลือทุกด้าน&nbsp;(ด้านการดำรงชีพ&nbsp;ด้านพืช&nbsp;ด้านประมง&nbsp;ด้านปศุสัตว์&nbsp;และด้านบรรเทาสาธารณภัย)&nbsp;ออกไปอีก&nbsp;60&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่&nbsp;12&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยมอบหมายให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;และที่ทำการปกครองอำเภอทุกอำเภอ&nbsp;ดำเนินการตามขั้นตอนและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=""https://ayutthaya.prd.go.th/&nbsp;""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">https://ayutthaya.prd.go.th/&nbsp;</a></p><p>IG&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=""https://www.instagram.com/prd.ayutthaya/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">https://www.instagram.com/prd.ayutthaya/</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-18T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318170702464
155	วาตภัยพัดถล่ม อ.เนินสง่า พบบ้านเรือนเสียหายกว่า 10 หลัง	<p><strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เกิดพายุฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นอย่างหนัก</strong>&nbsp;ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ&nbsp;12.30&nbsp;น.&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่&nbsp;อ.เนินสง่า&nbsp;ได้เกิดเหตุวาตภัย&nbsp;พัดถล่มบ้านเรีอนจนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากรายงานของ&nbsp;อ.เนินสง่า&nbsp;พบความเสียหายที่บ้านกะฮาดน้อย</strong>&nbsp;ม.1&nbsp;ต.กะฮาด&nbsp;บ้านเรือนเสียหายจำนวน&nbsp;5&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;ที่บ้านหนองกระเทือง&nbsp;ม.7&nbsp;ต.กะฮาด&nbsp;บ้านเรือนเสียหายจำนวน&nbsp;7&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;ยุ้งข้าว&nbsp;1&nbsp;หลัง&nbsp;วัด&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;ส่วนที่บ้านหนองไข่น้ำ&nbsp;ม.9&nbsp;ต.กะฮาด&nbsp;พบความเสียหายที่&nbsp;โรงเรือนเลี้ยงวัว&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;และ&nbsp;โรงเรือนเก็บอาหารสัตว์&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด</strong>&nbsp;ซึ่งเบื้องต้นอำเภอเนินสง่า&nbsp;ได้สั่งการให้&nbsp;อบต.&nbsp;กะฮาด&nbsp;เข้าสำรวจความเสียหายและช่วยเหลือแล้ว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318173833485
156	อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานรับมอบถังน้ำขนาด 1,000 ลิตร สิ่งของอุปโภคบริโภค และเก้าอี้สุขา	<p><strong>วันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;นายบุญธรรม&nbsp;เลิศสุขีเกษม&nbsp;อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong>&nbsp;เป็นประธานรับมอบถังน้ำขนาด&nbsp;1,000&nbsp;ลิตร&nbsp;สิ่งของอุปโภคบริโภค&nbsp;และเก้าอี้สุขา&nbsp;ซึ่งบริจาคโดยคุณสมาน&nbsp;-&nbsp;คุณเพียงเพ็ญ&nbsp;คุณากรไพบูลย์ศิริ&nbsp;กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท&nbsp;เกรียงถาวร&nbsp;คอนเทนเนอร์&nbsp;จำกัดพร้อมคณะ&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมวิถีอีสาน&nbsp;ศาลากลาง&nbsp;จังหวัดยโสธร</p><p><strong>นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;</strong>ได้กล่าวต้อนรับ&nbsp;และนายวิบูลย์&nbsp;สงวนพงศ์&nbsp;อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ได้ให้เกียรติมาร่วมในพิธี&nbsp;รวมทั้งกล่าวพบประประชาชนชาวจังหวัดยโสธรด้วย&nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการส่งมอบและปล่อยขบวนรถบรรทุกถังน้ำ&nbsp;ทั้ง&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;ไปติดตั้งตามพื้นที่ประสบภัยแล้ง&nbsp;พร้อมทั้งตรวจความพร้อมของเจ้าหน้าที่&nbsp;เครื่องมือเครื่องจักร&nbsp;และยานพาหนะ&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง&nbsp;ได้ทันทีที่เกิดภัย</p><p><strong>พร้อมนี้&nbsp;ได้มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;</strong>ปลัดจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการภายในจังหวัด&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์&nbsp;ปภ.เขต&nbsp;13&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;หัวหน้า&nbsp;สนง.ปภ.จังหวัด&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;เขต&nbsp;13&nbsp;และ&nbsp;จ.ร้อยเอ็ด&nbsp;ร่วมในพิธีด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สวท.ยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319081911594
157	ผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี ลงพื้นที่ดูความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้กองใบอ้อยอัดม้วนที่อำเภอด่านช้าง	<p><strong>นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสิทธิศักดิ์&nbsp;แย้มพรายภิรมย์&nbsp;นายอำเภอด่านช้าง&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้กองใบอ้อยอัดม้วน&nbsp;พร้อมทั้งได้ประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้องถึงความคืบหน้าของในการดับไฟไหม้ใบอ้อยม้วนในครั้งนี้&nbsp;และยังกับชับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและเจ้าหน้าที่โรงงานเร่งควบคุมเพลิงให้ดับไว้ที่สุด&nbsp;ซึ่งเจ้าที่เร่งใช้รถแบ็กโฮขุดกองใบอ้อยที่ถูกไฟเผาไหม้พร้อมทั้งใช้รถดับเพลิงระดมฉีดน้ำเพื่อเติมความชื้น&nbsp;ไม่ให้ไฟปะทุ&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ผลัดเปลี่ยนกันเข้าความคุมเพลิงตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;คาดว่าไม่เกินวันที่&nbsp;19&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ไฟน่าจะดับลงทั้งหมด</p><p><strong>นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สถานการณ์เหตุเพลิงไหม้กองใบอ้อยอัดม้วน&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ระดมรถดับเพลิงทั้งของหน่วยงานรัฐและของโรงงานซึ่งสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ทั้งหมดแล้ว&nbsp;บางพื้นที่เจ้าหน้าที่ได้ฉีดน้ำดับไฟสนิทแล้วบางส่วน&nbsp;คาดว่าไม่เกินวันที่&nbsp;19&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ไฟน่าจะดับลงทั้งหมด&nbsp;ส่วนมาตรการกำจัดขี้เถ้าที่เกิดจากเพลิงไหม้&nbsp;ทางโรงงานจะดำเนินการนำไปฝังกลบทำเป็นดินปุ๋ยเพื่อที่จะไม่ให้กองขี้เถ้าฟุ้งกระจายไปในอากาศ&nbsp;ขณะที่ค่าของฝุ่นควันลองยังไม่น่าเป็นห่วง&nbsp;ซึ่งได้มีเจ้าที่สำนักสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;5&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้มาตรวจวัดค่าของสภาพอากาศ&nbsp;จากการตรวจวัดค่าของสภาพอากาศจำนวน&nbsp;5&nbsp;วงรอบยังไม่พบค่าฝุ่นที่สูงยังคงเป็นค่ามาตรฐาน&nbsp;นอกจากนี้ยังกับชับโรงงานให้มาตรการการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นซ่ำอีก</p><p><strong>ด้าน&nbsp;ผู้บริหารโรงงานน้ำตาลมิตรผล&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>หลังจากเพลิงไหม้ใบอ้อยอัดม้วนมาได้&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทุกภาคส่วนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว&nbsp;ซึ่งพื้นที่เก็บใบอ้อยม้วนมีเนื้อที่ทั้งหมด&nbsp;65&nbsp;ไร่&nbsp;มีใบอ้อยจำนวนทั้งหมด&nbsp;37,000&nbsp;ตัน&nbsp;ซึ่งพื้นที่ถูกไฟไหม้เสียหายมีจำนวน&nbsp;28&nbsp;ไร่&nbsp;กองใบอ้อยม้วนถูกไฟไหม้&nbsp;18,000&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่าความเสียหาย&nbsp;18&nbsp;ล้านบาท&nbsp;พร้อมทั้งเตรียมระบบป้องกันภัยให้เข้มงวดมากขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318193626520
158	กำลังพลจิตอาสา มทบ.32 นำรถบรรทุกน้ำออกบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน ราษฏร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง	<p><strong>ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;32</strong>/ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;จัดรถบรรทุกน้ำจำนวน&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;จากมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;ขนาด&nbsp;10,000&nbsp;ลิตร&nbsp;และศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;ขนาด&nbsp;6,000&nbsp;ลิตร&nbsp;รวมปริมาณน้ำจำนวน&nbsp;16,000&nbsp;ลิตร&nbsp;พร้อมด้วยกำลังพลจิตอาสาพระราชทานของหน่วย&nbsp;เข้าแจกจ่ายน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภค-บริโภคให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;บ้านนางเหลียว&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลลำปางหลวง&nbsp;อำเภอเกาะคา&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;เนื่องจากประสบปัญหาน้ำประปาไม่ไหลเป็นเวลานาน&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในห้วงฤดูแล้ง&nbsp;และเพื่อมีน้ำสะอาดไว้ใช้อย่างพอเพียงตามความต้องการของประชาชน&nbsp;โดยประชาชนต่างรู้สึกดีใจและขอบคุณหน่วยทหารที่ได้ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทำให้สามารถบรรเทาความเดือดร้อนได้เป็นอย่างมาก</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319081554591
159	"ผบ.มทบ.32 ติดตามการช่วยเหลือประชาชน ""ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง"""	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>พลตรี&nbsp;อโณทัย&nbsp;ชัยมงคล&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;32/ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่&nbsp;32</strong>&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;บ้านใหม่พัฒนา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ตำบลพิชัย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนขาดน้ำอุปโภคบริโภค&nbsp;โดยจัดรถบรรทุกน้ำจากศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;และศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;26,000&nbsp;ลิตร&nbsp;แจกจ่ายช่วยเหลือประชาชนตามบ้านเรือน&nbsp;และถังเก็บน้ำของหมู่บ้าน&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนในห้วงฤดูแล้ง&nbsp;ฝนทิ้งช่วง&nbsp;และให้ทันต่อความต้องการของประชาชน&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;""ราษฎร์&nbsp;รัฐ&nbsp;ร่วมใจ&nbsp;ช่วยภัยแล้ง""&nbsp;โดยกองทัพบกและดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนจนกว่าสถานการณ์ภัยแล้งและความเดือดร้อนของประชาชนจะคลี่คลายลง</p>"	2022-03-19T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319084119601
160	พายุลมแรงใน จ.จันทบุรี ทำให้ทุเรียนร่วง 34 ตัน หน่วยงานภาครัฐเร่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรแล้ว	<p><strong>ตามที่ได้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;และลมกรรโชก&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;ตำบลช้างข้าม&nbsp;อำเภอนายายอาม&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;</strong>ทำให้ต้นทุเรียนโคล่นล้มเสียหาย&nbsp;และผลผลิตร่วงหล่นเสียหายจำนวนมาก&nbsp;โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวานนี้&nbsp;(18&nbsp;มี.ค.65)</p><p><strong>ล่าสุดสำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;และเกษตรจังหวัด</strong>&nbsp;รวมทั้งอำเภอนายายอาม&nbsp;ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย&nbsp;พบว่า&nbsp;มีพื้นที่เสียหายทั้งสิ้น&nbsp;1.5&nbsp;ไร่&nbsp;เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;ต้นทุเรียนล้ม&nbsp;27&nbsp;ต้น&nbsp;ผลผลิตร่วงหล่นเสียหายประมาณ&nbsp;34&nbsp;ตัน&nbsp;โดยหน่วยงานที่ภาครัฐเร่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน</p><p><strong>ส่วนผลผลิตที่เสียหาย&nbsp;</strong>เนื่องจากเปอร์เซ็นต์แป้งยังไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;จึงต้องถูกนำไปเผาทำลาย&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้มีการลักลอบนำไปจำหน่ายสู่ท้องตลาดในรูปแบบของทุเรียนอ่อน&nbsp;สำหรับเกษตรกรรายใดที่ประสบภัยพิบัติธรรมชาติสามารถแจ้งเหตุได้ที่&nbsp;องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ของตนเอง</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สวท.จันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319113640631
161	อำเภอวังชิ้น สำรวจความเสียหายของประชาชนจากพายุฝนฟ้าคะนอง พร้อมเร่งให้การช่วยเหลือ	<p><strong>อำเภอวังชิ้น&nbsp;จังหวัดแพร่</strong>&nbsp;รายงานความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนจากพายุฤดูร้อน&nbsp;ฝนฟ้าคะนอง&nbsp;และลมกระโชกแรง&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศของภาคเหนือที่มีอากาศร้อนถึงร้อนจัด&nbsp;และมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;รวมทั้งลมกระโชกแรง&nbsp;ซึ่งอำเภอวังชิ้นได้ตรวจสอบเบื้องต้นพบบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายและประสบความเอดร้อนในพื้นที่ตำบลสรอย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;รวม&nbsp;21&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;พื้นที่ตำบลป่าสัก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;10&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;รวม&nbsp;43&nbsp;ครัวเรือน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;</strong>อำเภอวังชิ้นได้แจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งให้การช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเป็นการเบื้องต้น</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319125902659
162	กองทัพบก ส่งทหารช่วยซ่อมบ้าน ดูแลประชาชนรับมือพายุฤดูร้อนหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	<p><strong>พันเอกหญิง&nbsp;ศิริจันทร์&nbsp;งาทอง&nbsp;รองโฆษกกองทัพบก&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่ได้เกิดฝนฟ้าคะนองและลมกรรโชกแรงจากพายุฤดูร้อน&nbsp;ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมาในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;กำชับให้หน่วยทหารในพื้นที่กองทัพภาคที่&nbsp;2&nbsp;แจ้งเตือนและเตรียมเข้าช่วยประชาชนรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอีกระลอก&nbsp;ในช่วงปลายเดือนมีนาคม</p><p><strong>ล่าสุดวานนี้&nbsp;(18&nbsp;มีนาคม&nbsp;65)</strong>&nbsp;เกิดวาตภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายใน&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;รวม&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;ประมาณ&nbsp;120&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;กองทัพบกโดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัยภัยกองทัพภาคที่&nbsp;2&nbsp;ได้ส่งทหารชุดช่วยเหลือประชาชน&nbsp;กำลังพลจิตอาสาและทหารชุดช่าง&nbsp;เข้าสำรวจความเสียหายทันที&nbsp;พร้อมช่วยทำความสะอาด&nbsp;รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและทำการซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายเบื้องต้น&nbsp;ส่วนบ้านเรือนที่เสียหายมาก&nbsp;ได้ร่วมกับส่วนราชการและภาคประชาชนจิตอาสา&nbsp;วางแผนเข้าซ่อมแซมในช่วงต่อไปโดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและส่วนราชการได้ร่วมกันดูแลช่วยเหลือ</p><p><strong>สถานการณ์วาตภัยและพายุฤดูร้อน&nbsp;</strong>หน่วยทหารของกองทัพบก&nbsp;ยังคงเฝ้าติดตามและพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยทันที&nbsp;เป็นไปตามเจตนารมย์ที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนให้ทันต่อปัญหาที่เกิดขึ้นและแสดงให้เห็นถึงห่วงใยของภาครัฐที่มีต่อประชาชน&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ประสบภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือต้องการความช่วยเหลือแจ้งได้ที่&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;2&nbsp;โทร&nbsp;044&nbsp;245&nbsp;946,&nbsp;ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก&nbsp;โทร&nbsp;02&nbsp;2977648</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319185325758
163	กรมชลประทาน เดินหน้าพัฒนาแหล่งน้ำ บรรเทาปัญหาภัยแล้งชุมชนเมืองลำพูน เชียงใหม่	<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ไปติดตามความก้าวหน้างานก่อสร้างประตูระบายน้ำ&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำพูนและเชียงใหม่&nbsp;โดยจุดแรก&nbsp;อธิบดีกรมชลประทานและคณะ&nbsp;ติดตามความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำเหมืองจี้&nbsp;บ้านฝั่งหมิ่น&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลเหมืองจี้&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;มีลักษณะเป็นประตูระบายน้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ช่อง&nbsp;พร้อมอาคารป้องกันตลิ่งและระบบส่งน้ำ&nbsp;หากดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;จะทำให้มีน้ำต้นทุนส่งน้ำไปช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้ประมาณ&nbsp;6,900&nbsp;ไร่&nbsp;เป็นแหล่งน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค&nbsp;และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในลำน้ำทาบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่มีผลผลิตและรายได้ต่อปีเพิ่มขึ้น&nbsp;ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นตามไปด้วย&nbsp;ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า&nbsp;30%&nbsp;โดยประตูระบายน้ำจะแล้วเสร็จในปี&nbsp;2565&nbsp;ส่วนระบบส่งน้ำจะแล้วเสร็จในปี&nbsp;2566</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;อธิบดีกรมชลประทานและคณะ&nbsp;</strong>ไปยังโครงการประตูระบายน้ำบ้านแม่ปูคา&nbsp;ในอดีตมักประสบปัญหาเดือดร้อนจากปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและการเกษตร&nbsp;&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;&nbsp;ดำเนินการช่วยเหลือด้วยการก่อสร้าง&nbsp;ปตร.บ้านแม่ปูคา&nbsp;ปัจจุบันใกล้แล้วเสร็จ&nbsp;ผลงานคืบหน้ากว่า&nbsp;98%&nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ซึ่งจะทำให้มีน้ำต้นทุนส่งให้พื้นที่การเกษตรบ้านแม่ปูคาเหนือ&nbsp;ได้ประมาณ&nbsp;275&nbsp;ไร่&nbsp;ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำของลำน้ำแม่ปูคาได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และบรรเทาการเกิดอุทกภัยในเขตพื้นที่บ้านปูคาเหนือและหมู่บ้านใกล้เคียงกว่า&nbsp;340&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ส่งผลให้ชาวบ้านแม่ปูคาเหนือและหมู่บ้านใกล้เคียง&nbsp;มีผลผลิตและรายได้ต่อปีเพิ่มขึ้น&nbsp;รวมทั้งมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามไปด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319185039754
164	อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์  ตรวจสอบความเสียหายบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายกิตติ&nbsp;สัตย์ซื่อ&nbsp;นายอำเภอศีขรภูมิ&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>ได้ติดตามเหตุวาตภัย&nbsp;จากพายุฝนที่ตกกระหน่ำอย่างหนักติดต่อกันหลายชั่วโมงเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา&nbsp;(18&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบราษฎรหลายครัวเรือนประสบเหตุวาตภัย&nbsp;จึงได้มอบหมายให้จ่าเอกวัลลพ&nbsp;อินทสะอาด&nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง&nbsp;พร้อมด้วยสมาชิกกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอศีขรภูมิ&nbsp;ที่&nbsp;5&nbsp;บูรณาการร่วมกับ&nbsp;นายก&nbsp;อบต.ช่างปี่&nbsp;กำนันตำบลช่างปี่&nbsp;จิตอาสาภัยพิบัติ&nbsp;และ&nbsp;อสม.&nbsp;ในพื้นที่ตำบลช่างปี่&nbsp;ตรวจสอบกรณีราษฎรบ้านตะคร้อ&nbsp;ตำบลช่างปี่&nbsp;อำเภอศีขรภูมิ&nbsp;ได้รับผลกระทบจากพายุเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยได้สำรวจความเสียหาย&nbsp;และอธิบายระเบียบเกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้แก่ราษฎรที่ได้รับความเสียหายเข้าใจเป็นที่เรียบร้อย&nbsp;พร้อมทั้งได้ช่วยกันรื้อถอนชิ้นส่วนของบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย&nbsp;เพื่อจะได้ดำเนินการซ่อมแซมต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319202235786
165	พายุฝนตกหนักลมกรรโชกแรง  บ.โพนทอง ต.โพนทอง อ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ	<p><strong>วันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;15.20&nbsp;น.</strong>&nbsp;ได้มีพายุฝนตกหนักลมกรรโชกแรง&nbsp;ณ&nbsp;บ้านโพนทอง&nbsp;ตำบลโพนทอง&nbsp;อำเภอเสนางคนิคม&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ทำให้มีบ้านเรือนเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;53&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;หลัง/หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;หลัง/หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;&nbsp;หลัง/หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;9&nbsp;หลัง/หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;หลัง/หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;หลัง/และ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;หลัง</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;อจ.</strong>ร่วมกับชุดช่างจากหน่วย&nbsp;ร.6&nbsp;พัน.1&nbsp;เข้าพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายเพื่อดำเนินการซ่อมแซมบ้านพักและที่อยู่อาศัยของราษฎรอย่างเร่งด่วน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319215519791
166	จัดกำลังพลภายในหน่วยออกให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">&nbsp;วันที่&nbsp;19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;(หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา)&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">โดย&nbsp;นพค.51&nbsp;สนภ.5&nbsp;นทพ.&nbsp;จัดกำลังพลปฏิบัติราชการในวันหยุดราชการ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;ของกำลังพลภายในหน่วยออกให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน&nbsp;บ้านสวนโคก&nbsp;ม.7&nbsp;ต.โพนทอง&nbsp;อ.เสนางคนิคม&nbsp;จ.อำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมบรรจุน้ำดื่ม&nbsp;เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนผู้ประสบภัยฯ&nbsp;ณ&nbsp;นพค.51&nbsp;สนภ.5&nbsp;นทพ.&nbsp;บ้านคำเตย&nbsp;ต.โนนหนามแท่ง&nbsp;อ.เมืองอำนาจเจริญ&nbsp;จ.อำนาจเจริญ</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>"	2022-03-19T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319221934804
167	จัดกำลังพลจิตอาสาและชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็วของหน่วย  พื้นที่อำนาจเจริญ	<p><strong>&nbsp;วันที่&nbsp;19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;(หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา)&nbsp;</strong>โดย&nbsp;ศจส.นพค.51&nbsp;สนภ.5&nbsp;นทพ./ศบภ.นพค.51&nbsp;สนภ.5&nbsp;นทพ.&nbsp;จัดกำลังพลจิตอาสาและชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็วของหน่วย&nbsp;รวม&nbsp;20&nbsp;นาย&nbsp;พร้อมยานพาหนะและเครื่องมือช่าง&nbsp;เข้าช่วยเหลือฟื้นฟูและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยจากพายุฤดูร้อน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ต.โพนทอง&nbsp;อ.เสนางคนิคม&nbsp;จ.อำนาจเจริญ&nbsp;ซึ่งมีบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;140&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;เข้าดำเนินการช่วยเหลือเบื้องต้น&nbsp;โดยซ่อมแซมมุงหลังคา,&nbsp;ตัดต้นไม้ที่ล้มทับบ้านเรือน,&nbsp;ขนย้ายสิ่งของและซากปรักหักพัง&nbsp;พร้อมมอบน้ำดื่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;โหล&nbsp;และผ้าห่ม&nbsp;บก.ทท.&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;ผืน&nbsp;เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบภัยดังกล่าว&nbsp;ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติโดยเร็วที่สุด&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่ประสบภัย&nbsp;บ้านสวนโคก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.โพนทอง&nbsp;อ.เสนางคนิคม&nbsp;จ.อำนาจเจริญ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319221310795
168	พ่อเมืองอำนาจลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบวาตภัยจากพายุฤดูร้อน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายศิริพันธ์&nbsp;ขุ่มด้วง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;นางสาววันเพ็ญ&nbsp;ตั้งสกุล&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;กองพันทหารราบที่&nbsp;1&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;6&nbsp;หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;51&nbsp;ที่ทำการปกครองอำเภอเสนางคนิคม&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือที่จำเป็นในเบื้องต้นให้กับประชาชนที่ประสบวาตภัยจากพายุฤดูร้อน&nbsp;ในพื้นที่ตำบลโพนทอง&nbsp;อำเภอเสนางคนิคม&nbsp;ณ&nbsp;วัดบ้านโพนทอง&nbsp;ตำบลโพนทอง&nbsp;อำเภอเสนางคนิคม&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.20&nbsp;น.&nbsp;ได้เกิดเหตุวาตภัย&nbsp;ในพื้นที่ตำบลโพนทอง&nbsp;อำเภอเสนางคนิคม&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;ทำให้มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจากความรุนแรงของพายุได้พัดเอาหลังคาบ้านเรือนประชาชน&nbsp;สร้างความเสียหายให้กับประชาชนในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;1,2,3,4,5,7,8&nbsp;ตำบลโพนทอง&nbsp;อำเภอเสนางคนิคม&nbsp;จำนวน&nbsp;94&nbsp;หลังคาเรือน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วยกำลังพลทหารกองพันทหารราบที่&nbsp;1&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;6&nbsp;กำลังพลทหารจากหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;51&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง&nbsp;เจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนตำบลในแต่ละพื้นที่และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องพร้อมด้วยชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;ได้เข้าช่วยเหลือขนย้ายซากปรักหักพัง&nbsp;และช่วยกันซ่อมแซมหลังคาบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัยดังกล่าวในทันที&nbsp;เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติโดยเร็วที่สุด&nbsp;และในวันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญพร้อมคณะด้วยความห่วงใยประชาชนได้เดินทางลงพื้นที่นำสิ่งของเครื่องใช้อุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;มาเยี่ยมให้กำลังใจแก่ประชาชนผู้ที่ประสบเหตุวาตภัยดังกล่าว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319231715806
169	ฝนหลวงแก้ปัญหาภัยแล้ง เปิดหน่วยปฏิบัติการครอบคลุมพื้นที่ทั่วทุกภูมิภาค	<p><strong>นายสำเริง&nbsp;แสงภู่วงค์&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้งว่าปีนี้แม้จะมีสถานการณ์รุนแรงน้อยกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;ขณะนี้มีหลายพื้นที่เริ่มประสบปัญหา&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน&nbsp;ประกอบกับมีพายุฤดูร้อน&nbsp;หรือพายุลูกเห็บ&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;&nbsp;ได้จัดทำแผนแก้ปัญหา&nbsp;โดยส่วนแรกคือ&nbsp;แผนการแก้ปัญหาบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากพายุลูกเห็บ&nbsp;ปฏิบัติการตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์และส่วนที่สองคือ&nbsp;แผนปฏิบัติการฝนหลวงแก้ปัญหาภัยแล้ง&nbsp;เปิดหน่วยปฏิบัติการ&nbsp;10&nbsp;หน่วยครอบคุลมทั่วทุกภูมิภาค&nbsp;ได้แก่&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ตาก&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;แพร่&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;อุดรธานี&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;จันทบุรี&nbsp;และประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ได้ปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยใช้อากาศยานของกรมฝนหลวงฯ&nbsp;มีอยู่&nbsp;24&nbsp;ลำ&nbsp;รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศอีก&nbsp;2&nbsp;ลำมาร่วมปฏิบัติการ&nbsp;พร้อมวางแผนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งข้อมูลสภาพอากาศ&nbsp;ปริมาณน้ำ&nbsp;การวิเคราะห์-วิจัยข้อมูลต่างๆ&nbsp;ทำให้การปฏิบัติการในพื้นที่เป้าหมายเป็นไปอย่างแม่นยำ&nbsp;</p><p>คาดว่า&nbsp;หลังเดือนเมษายน&nbsp;สถานการณ์จะรุนแรงขึ้น&nbsp;หากประชาชนและเกษตรกร&nbsp;ได้รับผล&nbsp;กระทบ&nbsp;แจ้งผ่านช่องทางสื่อโซเชียลมีเดียของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;หรือหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศ</p><p><strong>อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สำหรับพื้นที่ภาคใต้นั้น&nbsp;ขณะนี้ยังไม่ได้ออกปฏิบัติการ&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย&nbsp;เพราะเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง&nbsp;จึงยังไม่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ&nbsp;หรือได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง&nbsp;ส่วนข้อร้องเรียนของประชาชนและเกษตรกรขณะนี้ยังมีจำนวนน้อย&nbsp;เนื่องจากส่วนใหญ่ยังมีน้ำเพียงพอสำหรับอุปโภค-บริโภค&nbsp;และใช้ในการเกษตร</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-20T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320133415877
170	ยังคงมีสถานการณ์วาตภัย 31 จังหวัด เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อเนื่อง	<p><strong>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong>&nbsp;&nbsp;รายงานสถานการณ์ความกดอากาศต่ำ&nbsp;เนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ทําให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่&nbsp;ขณที่&nbsp;ลมใต้และละตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;กําลังอ่อนพัดปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออก&nbsp;ทําให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่&nbsp;&nbsp;โดยตั้งแต่วันที่&nbsp;13&nbsp;มีนาคมจนถึงวันนี้&nbsp;(20&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;มีสถานการณ์ในพื้นที่&nbsp;31&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตาก&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;เชียงราย&nbsp;พะเยา&nbsp;น่าน&nbsp;แพร่&nbsp;อุตรดิตถ์&nbsp;กำแพงเพชร&nbsp;ลำปาง&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;เลย&nbsp;หนองคาย&nbsp;อุดรธานี&nbsp;หนองบัวลำภู&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;ยโสธร&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;สุรินทร์&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;ปราจีนบุรี&nbsp;อุทัยธานี&nbsp;ชัยนาท&nbsp;สิงห์บุรี&nbsp;สระบุรี&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;และอ่างทอง&nbsp;รวม&nbsp;85&nbsp;อำเภอ&nbsp;192&nbsp;ตำบล&nbsp;605&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&nbsp;5,003&nbsp;หลัง&nbsp;มีผู้ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;(ศรีสะเกษ)&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิต</p><p><strong>เบื้องต้นได้ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&nbsp;</strong>สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว&nbsp;ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ&nbsp;1784&nbsp;และสายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-20T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320142437890
171	เหตุเพลิงไหม้กองใบอ้อยอัดก้อนข้างโรงงานน้ำตาลมิตรผลด่านช้างสงบแล้ว โรงงานมิตรผลยังคงจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังป้องกันการลุกไหม้ซ้ำพร้อมเตรียมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เหตุเพลิงไหม้กองใบอ้อยอัดก้อนข้างโรงงานน้ำตาลมิตรผลด่านช้างสงบแล้ว&nbsp;โรงงานมิตรผลยังคงจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังป้องกันการลุกไหม้ซ้ำพร้อมเตรียมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากกรณีเกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้บริเวณกองใบอ้อยอัดก้อนข้างโรงงานน้ำตาลมิตรผลด่านช้าง</strong>&nbsp;อำเภอด่านช้าง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เมื่อวันพุธที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โรงงานน้ำตาลมิตรผลด่านช้าง&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลหนองมะค่าโมง&nbsp;,&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลแจงงาม&nbsp;,&nbsp;เทศบาลตำบลบ่อกรุ&nbsp;,&nbsp;ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;,&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ระดมรถน้ำดับเพลิง&nbsp;,&nbsp;รถไฟส่องสว่าง&nbsp;,&nbsp;เครื่องสูบน้ำระยะไกล&nbsp;พร้อมทั้งจัดทำแนวกันไฟ&nbsp;ควบคุมเพลิงไหม้ได้ภายในเวลาไม่เกิน&nbsp;60&nbsp;ชั่วโมง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;โดยเมื่อช่วงเย็นวานนี้&nbsp;(19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;17.30&nbsp;น.)</strong>&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด&nbsp;พร้อมด้วยนายธีรยุทธ์&nbsp;จันทร์ดิษฐวงษ์&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;,&nbsp;นายปภินวิช&nbsp;ละอองแก้ว&nbsp;ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;,&nbsp;นายสิทธิศักดิ์&nbsp;แย้มพรายภิรมย์&nbsp;นายอำเภอด่านช้าง&nbsp;เดินทางไปยังศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด&nbsp;ณ&nbsp;โรงงานน้ำตาลมิตรผล&nbsp;อำเภอด่านช้าง&nbsp;เพื่อปิดสถานการณ์เหตุไฟไหม้ใบอ้อยอัดก้อน&nbsp;เนื่องจากเพลิงได้สงบแล้ว&nbsp;และได้ส่งพื้นที่คืนให้กับโรงงานมิตรผลด่านช้างเพื่อบริหารจัดการต่อไป&nbsp;พร้อมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่ทุ่มเท&nbsp;เสียสละ&nbsp;จนภารกิจลุล่วง&nbsp;และปล่อยขบวนรถเครื่องจักรกลสาธารณภัยพร้อมเจ้าหน้าที่ของศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;เดินทางกลับที่ตั้งโดยสวัสดิภาพ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;จากการสำรวจกองใบอ้อยอัดก้อน</strong>&nbsp;บริเวณพื้นที่หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลหนองมะค่าโมง&nbsp;อำเภอด่านช้าง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;มีพื้นที่&nbsp;65&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวน&nbsp;37,000&nbsp;ตัน&nbsp;ไฟไหม้เสียหาย&nbsp;28&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวน&nbsp;18,000&nbsp;ตัน&nbsp;คงเหลือพื้นที่ไม่เสียหาย&nbsp;37&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวน&nbsp;19,000&nbsp;ตัน&nbsp;ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต&nbsp;โดยกองใบอ้อยที่เกิดเพลิงไหม้เป็นเชื้อเพลิงเสริมเพื่อผลิตไฟฟ้าสำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวล&nbsp;โดยโรงไฟฟ้าใช้ชานอ้อยเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ&nbsp;ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้&nbsp;โดยถึงแม้จะควบคุมเพลิงไหม้ได้หมดแล้ว&nbsp;ทางโรงงานน้ำตาลมิตรผลจะยังคงจัดเจ้าหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยเฝ้าระวังป้องกันการลุกไหม้ซ้ำพร้อมเตรียมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p>	2022-03-20T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320103928842
172	อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย	<p><strong>ตามที่ได้เกิดพายุฤดูร้อนได้พัดถล่มบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ตำบลป่าสัก&nbsp;ตำบลสรอย&nbsp;อำเภอวังชิ้น&nbsp;จังหวัดแพร่</strong>&nbsp;เมื่อเย็นของวันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ทางนายวิทิต&nbsp;เที่ยงไทย&nbsp;นายอำเภอวังชิ้น&nbsp;สั่งการให้กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบวาตภัยอย่างเร่งด่วน</p><p><strong>สำหรับบ้านเรือนราษฎรที่ได้รับความเสียหายประกอบด้วย</strong>&nbsp;ตำบลป่าสัก&nbsp;ได้รับความเสียหาย&nbsp;6&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;จำนวน&nbsp;108&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เสียหายหนัก&nbsp;3&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;นอกนั้นเสียหายเล็กน้อย&nbsp;พื้นที่การเกษตรเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;ไร่&nbsp;ส่วนของตำบลสรอย&nbsp;อาศัยเสียหายจำนวน&nbsp;75&nbsp;หลัง/โรงเพาะเห็ด&nbsp;1&nbsp;หลัง/คอกเลี้ยงสัตว์จำนวน&nbsp;1&nbsp;หลัง</p><p><strong>ต่อมาทาง&nbsp;นายอำเภอวังชิ้น&nbsp;พร้อมด้วยกำนันทั้งสองตำบล</strong>&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนด้วยการระดมซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายและมอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;และสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนที่ประสบวาตภัยในครั้งนี้</p><p><strong>ทั้งนี้หน่วยงานปกครองท้องที่</strong>&nbsp;และท้องถิ่นในพื้นที่ต่างมีประสบการณ์กับวาตภัย&nbsp;มีการเตรียมความพร้อมและมีแผนรองรับไว้&nbsp;เนื่องจากมีประสบการณ์บ่อยครั้ง&nbsp;เพราะมีประสบปัญหาวาตภัยมาทุกปี&nbsp;ทำให้การช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้เป็นไปอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทันท่วงที</p><p><strong>โดยนายอำเภอวังชิ้น&nbsp;ได้กำชับให้&nbsp;อปท.</strong>&nbsp;ในพื้นที่ประสบภัย&nbsp;รีบดำเนินการนำวัสดุก่อสร้างเช่น&nbsp;กระเบื้อง&nbsp;สังกะสี&nbsp;อุปกรณ์ที่จำเป็นนำไปช่วยเหลือ&nbsp;และเร่งซ่อมแซมบ้านเรือนให้ปกติ</p>	2022-03-20T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320104714844
173	จ.ศรีสะเกษ อบต.ตำบลก้านเหลือง ออกเยียวยาผู้ประสบอัคคีภัย	<p><strong>องค์การบริหารส่วนตำบลก้านเหลือง</strong>&nbsp;ลงพื้นที่เยียวยาผู้ประสบอัคคีภัยตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</p><p><strong>นายเอกราช&nbsp;สมใจ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลก้านเหลือง</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;นายถวิล&nbsp;แก้วสมุทร์&nbsp;รองนายก&nbsp;อบต.ก้านเหลือง&nbsp;นายอุดม&nbsp;พุทธวงษ์&nbsp;รองนายก&nbsp;อบต.ก้านเหลือง&nbsp;นายอภิวัฒน์&nbsp;ดวงอาจ&nbsp;เลขานุการนายก&nbsp;นายพิชิต&nbsp;หล่อคุณธรรม&nbsp;ปลัด&nbsp;อบต.ก้านเหลือง&nbsp;นางเอื้อมพร&nbsp;เกษสกุล&nbsp;รองปลัด&nbsp;อบต.ก้านเหลือง&nbsp;นางสาวลิปิการ์&nbsp;เนื้อแก้ว&nbsp;หัวหน้าสำนักงานปลัด&nbsp;</p><p><strong>นายไพโรจน์&nbsp;บึงไกร&nbsp;นักวิชาการสาธารณสุข</strong>&nbsp;มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;(บ้านไฟไหม้)&nbsp;ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ให้แก่&nbsp;นายบุญเหลือ&nbsp;บุญชู&nbsp;อาศัยอยู่บ้านเลขที่&nbsp;50&nbsp;หมู่&nbsp;7&nbsp;บ้านอ้อมแก้ว&nbsp;ต.ก้านเหลือง&nbsp;อ.อุทุมพรพิสัย&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;และบ้านข้างเคียงเสียหายบางส่วน&nbsp;ให้แก่&nbsp;นางหนูจันทร์&nbsp;เขตนิมิตร&nbsp;อาศัยบ้านเลขที่&nbsp;51&nbsp;หมู่&nbsp;7&nbsp;บ้านอ้อมแก้ว&nbsp;ต.ก้านเหลือง&nbsp;อ.อุทุมพรพิสัย&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;&nbsp;เพื่อใช้ในการซ่อมแซมบ้านและเป็นกำลังใจซึ่งกันและกันกับผู้ประสบภัยฯในครั้งนี้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-20T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320122033856
174	จ.ศรีสะเกษ ไฟฟ้าลัดวงจรเผาบ้านวอด 2 หลัง ซ้ำลุกลามบ้านข้างเคียงเสียหาย	<p><strong>เวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายธรรมศักดิ์&nbsp;สว่างวงษ์&nbsp;ปลัดอำเภอรักษาราชการแทน&nbsp;นายอำเภอยาง&nbsp;ชุมน้อย&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายสุรชัย&nbsp;ทุมวงษ์&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง&nbsp;นายก&nbsp;อบต.ลิ้นฟ้า&nbsp;และกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุอัคคีภัยในพื้นที่บ้านผักขะ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ต.ลิ้นฟ้า&nbsp;อ.ยางชุมน้อย&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;ส่งผลให้มีบ้านเรือนราษฎรได้รับผลกระทบหลายครัวเรือน&nbsp;โดยเฉพาะที่บ้านเลขที่&nbsp;45/1&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ต.ลิ้นฟ้า&nbsp;บ้านของ&nbsp;น.ส.ศรัญญา&nbsp;เสาเวียง&nbsp;อายุ&nbsp;27&nbsp;ปี&nbsp;และบ้านเลขที่&nbsp;27&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ต.ลิ้นฟ้า&nbsp;บ้านของ&nbsp;น.ส.โสดา&nbsp;เสาเวียง&nbsp;อายุ&nbsp;70&nbsp;ปี&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;หลัง&nbsp;ถูกไฟเผาวอดเสียหายทั้งหลัง&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;3&nbsp;หลัง&nbsp;ซึ่งอยู่ละแวกใกล้เคียงกัน&nbsp;ได้รับผลกระทบบางส่วน&nbsp;ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต</p><p><strong>ทั้งนี้ได้ประสานรถดับเพลิง&nbsp;จาก&nbsp;อบต.ลิ้นฟ้า&nbsp;อบต.ยางชุมใหญ่&nbsp;เทศ&nbsp;บาลตำบลยางชุมน้อย&nbsp;แขวงทาง&nbsp;หลวงชนบท&nbsp;อบต.น้ำคำ&nbsp;เทศบาลเมืองศรีสะเกษ&nbsp;และ&nbsp;อบต.คอนกาม&nbsp;</strong>รวมจำนวน&nbsp;7&nbsp;คัน&nbsp;เพื่อเข้าระงับเหตุ&nbsp;ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้&nbsp;ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เร่งสอบสวนหาสาเหตุแท้จริงต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-20T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320175947945
175	อำเภอบัวเชด มอบถุงยังชีพให้ผู้ประสบวาตภัย จำนวน 95 หลังคาเรือน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายชู?ศักดิ์?&nbsp;พันธ์?ภา?&nbsp;กำนันตำบล?สะเดา</strong>?&nbsp;ร่วมกับนายภิญโญ?&nbsp;ฉลาด?รอบ?&nbsp;นายยกองค์การบริหาร?ส่วนตำบล?สะเดา&nbsp;อำเภอบัวเชด&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;?พร้อมด้วยคณะผู้นำตำบลสะเดา&nbsp;ได้นำถุงยังชีพ?ออก?มอบเพื่อเป็นขวัญกำลังใจและช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบ?วาตภัย&nbsp;?จำนวน&nbsp;95&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;?ประกอบด้วย&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;บ้านสน&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;หลังคาเรือน?&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;บ้านสนพัฒนา?&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;หลัง&nbsp;หมู่&nbsp;7&nbsp;บ้านแสนทอง&nbsp;จำนวน&nbsp;21&nbsp;หลัง&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;บ้านนากลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;หลัง&nbsp;หมู่&nbsp;10&nbsp;บ้านโคกหิน&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;หลัง&nbsp;และหมู่&nbsp;11&nbsp;บ้านสนสามัคคี?&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;หลังคาเรือน</p>	2022-03-20T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320190447949
176	หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา  เข้าช่วยเหลือฟื้นฟูและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยจากพายุฤดูร้อน	<p><strong>วันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย</strong>&nbsp;(หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา)&nbsp;โดย&nbsp;ศจส.นพค.51&nbsp;สนภ.5&nbsp;นทพ./ศบภ.นพค.51&nbsp;สนภ.5&nbsp;นทพ.&nbsp;จัดกำลังพลจิตอาสาและชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็วของหน่วย&nbsp;รวม&nbsp;20&nbsp;นาย&nbsp;พร้อมยานพาหนะและเครื่องมือช่าง&nbsp;เข้าช่วยเหลือฟื้นฟูและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยจากพายุฤดูร้อน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ต.โพนทอง&nbsp;อ.เสนางคนิคม&nbsp;จ.อำนาจเจริญ&nbsp;ซึ่งมีบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;140&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;เข้าดำเนินการช่วยเหลือเบื้องต้น&nbsp;โดยซ่อมแซมมุงหลังคา&nbsp;ตัดต้นไม้ที่ล้มทับบ้านเรือน&nbsp;ขนย้ายสิ่งของและซากปรักหักพัง&nbsp;เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบภัยดังกล่าว&nbsp;ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติโดยเร็วที่สุด&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่ประสบภัย&nbsp;บ้านสวนโคก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.โพนทอง&nbsp;อ.เสนางคนิคม&nbsp;จ.อำนาจเจริญ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-03-20T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320222537985
177	พ่อเมืองอำนาจเจริญห่วงใยถึงประชาชน และคณะลงพื้นที่ เข้าช่วยเหลือขนย้ายซากปรักหักพัง และช่วยกันซ่อมแซมหลังคาบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย	<p><strong>วันที่&nbsp;19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายศิริพันธ์&nbsp;ขุ่มด้วง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;นางสาววันเพ็ญ&nbsp;ตั้งสกุล&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;กองพันทหารราบที่&nbsp;1&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;6&nbsp;หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;51&nbsp;ที่ทำการปกครองอำเภอเสนางคนิคม&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือที่จำเป็นในเบื้องต้นให้กับประชาชนที่ประสบวาตภัยจากพายุฤดูร้อน&nbsp;ในพื้นที่ตำบลโพนทอง&nbsp;อำเภอเสนางคนิคม&nbsp;วัดบ้านโพนทอง&nbsp;ตำบลโพนทอง&nbsp;อำเภอเสนางคนิคม&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>วันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.20&nbsp;น.</strong>&nbsp;ได้เกิดเหตุวาตภัย&nbsp;ในพื้นที่ตำบลโพนทอง&nbsp;อำเภอเสนางคนิคม&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ทำให้มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจากความรุนแรงของพายุได้พัดเอาหลังคาบ้านเรือนประชาชน&nbsp;สร้างความเสียหายให้กับประชาชนในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;1,2,3,4,5,7,8&nbsp;ตำบลโพนทอง&nbsp;อำเภอเสนางคนิคม&nbsp;จำนวน&nbsp;94&nbsp;หลังคาเรือน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</strong>ห่วงใยถึงประชาชน&nbsp;มอบหมายให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วยกำลังพลทหารกองพันทหารราบที่&nbsp;1&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;6&nbsp;กำลังพลทหารจากหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;51&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง&nbsp;เจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนตำบลในแต่ละพื้นที่และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องพร้อมด้วยชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;ได้เข้าช่วยเหลือขนย้ายซากปรักหักพัง&nbsp;และช่วยกันซ่อมแซมหลังคาบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัยดังกล่าวในทันที&nbsp;เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติโดยเร็วที่สุด&nbsp;และในวันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญพร้อมคณะด้วยความห่วงใยประชาชนได้เดินทางลงพื้นที่นำสิ่งของเครื่องใช้อุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;มาเยี่ยมให้กำลังใจแก่ประชาชนผู้ที่ประสบเหตุวาตภัยดังกล่าว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-20T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320225045990
178	ปภ. เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยในจังหวัดปัตตานี	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;รายงานเกิดวาตภัย&nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลมะม่วงเตี้ย&nbsp;อำเภอแม่ลาน&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;บ้านเรือนประชาชนเสียหาย&nbsp;17&nbsp;หลัง&nbsp;ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต&nbsp;ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ได้ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ&nbsp;1784&nbsp;และสายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321103941037
179	เจ้าท่ารับมือ พายุไซโคลนบริเวณอ่าวเบงกอล พร้อมช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง	<p><strong>นายอธิรัฐ&nbsp;รัตนเศรษฐ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากประกาศเตือนภัย&nbsp;พายุไซโคลนบริเวณอ่าวเบงกอล&nbsp;ของกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับที่&nbsp;4&nbsp;ซึ่งจะมีผลกระทบตั้งแต่วันที่&nbsp;21-22&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;โดยคาดว่าจะเคลื่อนเข้าขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเมียนมาในวันพรุ่งนี้&nbsp;(22&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ส่งผลให้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น&nbsp;ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น&nbsp;กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคใต้ฝั่งตะวันออก&nbsp;</p><p><strong>โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก</strong>&nbsp;ในส่วนบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นลมกำลังแรงขึ้น&nbsp;โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง&nbsp;2-3&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ&nbsp;3&nbsp;เมตร&nbsp;ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยมีคลื่นสูง&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;จึงได้สั่งการให้กรมเจ้าท่า&nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคและสาขา&nbsp;และสำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำทุกพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;เฝ้าติดตามสถานการณ์และข้อมูลข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด&nbsp;</p><p><strong>พร้อมเตรียมเจ้าหน้าที่&nbsp;รถ&nbsp;เรือ&nbsp;และอุปกรณ์การช่วยเหลือผู้ประสพภัย</strong>&nbsp;เพื่อออกปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินในพื้นที่&nbsp;และออกประกาศให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง&nbsp;และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้&nbsp;และหากประชาชนพบเหตุความไม่ปลอดภัยทางน้ำ&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานเจ้าท่าในพื้นที่&nbsp;หรือที่สายด่วน&nbsp;1199&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321112749062
180	กรมชลประทาน สั่งโครงการชลประทานในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ เตรียมพร้อมรับมือน้ำหลาก ในช่วงวันที่ 21  22 มีนาคม นี้ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงภัย	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศแจ้งเตือนหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอลตอนกลาง&nbsp;ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือค่อนทางตะวันตกเล็กน้อย&nbsp;คาดว่าจะเคลื่อนเข้าขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเมียนมาในช่วงวันที่&nbsp;21-22&nbsp;มีนาคม&nbsp;นี้&nbsp;ส่งผลให้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น&nbsp;ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น&nbsp;กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคใต้ฝั่งตะวันออก&nbsp;โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กรมชลประทาน&nbsp;ได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำหลาก</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่คอยติดตามและตรวจสอบอาคารชลประทานให้มีสภาพพร้อมใช้งาน&nbsp;รวมถึงบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และอ่างเก็บน้ำขนาดกลางให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม&nbsp;พร้อมทั้งปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมและสอดคล้องตามประกาศของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>ทั้งนี้&nbsp;ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;รวมถึงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประสานแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่&nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมรับมือน้ำหลาก&nbsp;และจัดเตรียมเครื่องจักร&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่&nbsp;เครื่องผลักดันน้ำ&nbsp;ประจำจุดพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ให้สามารถนำไปช่วยเหลือได้ทันที</span></p>"	2022-03-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321144251146
181	ปภ. แจ้งเตือนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ 14 จังหวัดภาคใต้ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก คลื่นลมแรง 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ได้รับแจ้งจากกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;หลังจากติดตามสภาวะอากาศ&nbsp;พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลากบริเวณภาคใต้&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;21&nbsp;&nbsp;24&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;มีประกาศฉบับที่&nbsp;4&nbsp;แจ้งว่าพายุดีเปรสชั่นบริเวณอ่าวเบงกอลตอนกลาง&nbsp;คาดว่าจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา&nbsp;ในวันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;ส่งผลให้ช่วงวันที่&nbsp;21&nbsp;&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยมีฝนตกหนักบริเวณภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคใต้ฝั่งตะวันออก&nbsp;และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก&nbsp;คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น&nbsp;โดยบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง&nbsp;2&nbsp;&nbsp;3&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;มีคลื่นสูงประมาณ&nbsp;3&nbsp;เมตร&nbsp;จึงแจ้งเตือนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;และ&nbsp;14&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;สงขลา&nbsp;พัทลุง&nbsp;กระบี่&nbsp;พังงา&nbsp;ตรัง&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;นราธิวาส&nbsp;ระนอง&nbsp;พังงา&nbsp;และภูเก็ต&nbsp;เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและคลื่นลมแรง&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">โดยประสานจังหวัดและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ทราบล่วงหน้า&nbsp;รวมถึงจัดเตรียมเครื่องมือเครื่องจักรกลสาธารณภัยและทีมปฏิบัติการเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงพร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือทันที&nbsp;หากประเมินมีแนวโน้มเกิดสถานการณ์รุนแรงในพื้นที่&nbsp;ให้จังหวัดดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด//&nbsp;สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ1784&nbsp;และสายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321212315376
182	มอบเครื่องอุปโภค-บริโภค  23 โรงเรียนสังกัด สพป.ยะลา เขต 1 ที่ประสบอุทกภัย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา&nbsp;</strong>เขต&nbsp;1&nbsp;ได้มอบเครื่องอุปโภค-บริโภค&nbsp;ให้กับโรงเรียนในสังกัด&nbsp;สพป.ยะลา&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;ที่ประสบอุทกภัย&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;23&nbsp;โรง&nbsp;ซึ่งทาง&nbsp;สพฐ.ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ&nbsp;และช่วยเหลือผู้ประสบความเดือดร้อนในเบื้องต้น&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวิสุทธิ์&nbsp;ชูมัง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;เป็นผู้มอบในครั้งนี้&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา&nbsp;เขต&nbsp;1</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-21T00:00:00	NULL	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321151044174
183	ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มทบ.32 เร่งแจกจ่ายน้ำอุปโภค-บริโภคบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน	<p><strong>ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;</strong>ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลพิชัย&nbsp;ได้นำกำลังพลจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยองค์การบริหารส่วนตำบลพิชัย&nbsp;ร่วมแจกจ่ายน้ำสะอาดเพื่ออุปโภค-บริโภค&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่บ้านไร่ศิลาทอง&nbsp;ตำบลพิชัย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;ราษฏร์&nbsp;รัฐ&nbsp;ร่วมใจ&nbsp;ช่วยภัยแล้ง&nbsp;โดยสนับสนุนรถบรรทุกน้ำจำนวน&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;รวมจำนวนการแจกจ่ายน้ำทั้งสิ้น&nbsp;34,000&nbsp;ลิตร&nbsp;ทั้งนี้เนื่องจากหมู่บ้านได้ประสบปัญหาเครื่องดูดน้ำชำรุด&nbsp;ทำให้ไม่สามารถดูดน้ำบาดาลมาใช้งานได้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321191417323
184	จ.สุราษฎร์ธานีแจ้งเตือนเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ฝนตกสะสมมากกว่า 90 มล. ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงภัยน้ำท่วม ในช่วงวันที่ 21  24  มีนาคม 2565	<p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>ได้มีหนังสือแจ้งเตือนไปยังส่วนราชการ&nbsp;ผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;และชุมชนเสี่ยงภัยในจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลากในระยะนี้&nbsp;ตามประกาศกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;5/2565&nbsp;ประกาศ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เรื่อง&nbsp;เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;เนื่องจากธิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่าง&nbsp;มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไซโคลน&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;20&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก&nbsp;และฝั่งตะวันออก&nbsp;นั้น</p><p><strong>กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;พิจารณาแล้วเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;ที่อาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย&nbsp;จึงขอให้อำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่&nbsp;ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด&nbsp;เฝ้าระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;ที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า&nbsp;90&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ในช่วงเวลา&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมเป็นประจำ&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;21&nbsp;&nbsp;24&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และให้เตรียมความพร้อมตามแผนเผชิญเหตุ&nbsp;ทรัพยากรกู้ภัย&nbsp;เครื่องจักรกล&nbsp;กำลังเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติงาน&nbsp;อำนวยความสะดวก&nbsp;และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;หากเกิดสาธารณภัยขึ้น&nbsp;ให้รายงานสถานการณ์ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ทราบโดยเร่งด่วน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321171335267
185	จังหวัดร้อยเอ็ด จัดกิจกรรมจิตอาสาต้านภัยแล้ง  ปรับปรุงระบบน้ำประปา อำเภอโพธิ์ชัย ร้อยเอ็ด	<p><strong>วันที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;</strong>เป็นประธานกิจกรรมจิตอาสาต้านภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณวัดบ้านหนองขุมเงิน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลโพธิ์ศรี&nbsp;อำเภอโพธิ์ชัย&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายชูศักดิ์&nbsp;ราชบุรี&nbsp;ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด/นายกรกฏ&nbsp;บุญญามิ่ง&nbsp;นายอำเภอโพธิ์ชัย/หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;และจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;เข้าร่วมจัดกิจกรรมจิตอาสาต้านภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ปรับปรุงระบบน้ำประปา&nbsp;อำเภอโพธิ์ชัย</p><p><strong>เนื่องจาก&nbsp;ประชาชนบ้านหนองขุมเงิน&nbsp;ตำบลโพธิ์ศรี&nbsp;</strong>ได้รับความเดือดร้อนประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค&nbsp;ในการลงพื้นที่จัดกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;ณ&nbsp;บ้านหนองขุมเงิน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลโพธิ์ศรี&nbsp;อำเภอโพธิ์ชัย&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ที่ได้รับความเดือดร้อนประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค&nbsp;จำนวน&nbsp;142&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;จากระบบน้ำประปาของหมู่บ้านในปัจจุบันก่อสร้างมานาน&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2555&nbsp;ซึ่งมีปริมาณน้ำใต้ดินไม่เพียงพอต่อการอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;ทำให้เกิดปัญหาความแห้งแล้งในพื้นที่&nbsp;จึงได้จัดทำโครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมปรับปรุงระบบน้ำประปา&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ในการจัดซื้อและวางท่อเมนหลักจ่ายน้ำประปาใหม่&nbsp;และบูรณาการร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ในการใช้เครื่องจักรในการขุดเจาะบ่อบาดาล&nbsp;เพื่อหาแหล่งน้ำใต้ดินเพิ่มเติม&nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์ศรี&nbsp;จะขุดเจาะบ่อบาดาล&nbsp;และดำเนินการวางระบบท่อเมนและระบบกระจายน้ำเข้าสู่ครัวเรือน&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้มีน้ำอุปโภคบริโภคอย่างทั่วถึงและเพียงพอ</p><p><strong>นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>เมื่อหลังช่วงฤดูฝนไปแล้ว&nbsp;จะไม่มีแหล่งน้ำกักเก็บไว้ในพื้นที่&nbsp;รวมถึงน้ำอุปโภค&nbsp;บริโภคต้องใช้ระบบน้ำบาดาลใต้ดินที่สูบขึ้นมา&nbsp;ซึ่งจะพบว่าในช่วงที่เข้าสู่ฤดูแล้งปริมาณน้ำใต้ดินมักจะลดลง&nbsp;เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาก็จะมี&nbsp;2&nbsp;ประเด็น&nbsp;คือ&nbsp;เรื่องของน้ำต้นทุนที่จะสูงขึ้น&nbsp;เลยได้ขอความอนุเคราะห์สนับสนุนเรื่องของการขุดเจาะบาดาล&nbsp;และประเด็น&nbsp;2&nbsp;เรื่องของการวางท่อส่งน้ำ&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน&nbsp;ได้ในระยะหนึ่งในช่วงภัยแล้ง&nbsp;ถ้าหากว่าน้ำในช่วงหลังผ่านไปได้&nbsp;มั่นใจได้แล้วว่าช่วงต่อไปในการเข้าสู่ฤดูฝน&nbsp;จะมีน้ำเพียงพอ&nbsp;โดยระบบประปาที่นี่เป็นระบบประปาที่ที่ใช้น้ำใต้ดินเป็นน้ำต้นทุน&nbsp;เมื่อเจอน้ำใต้ดิน&nbsp;ก็ใช้น้ำใต้ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สวท.ร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321193149328
186	จังหวัดยะลาแจ้งพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวังฝนตกหนัก 21-24 มีนาคม 2565	<p><strong>นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>/ผ&nbsp;อ.ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;สั่งการให้หน่วยงานต่างๆในพื้นที่&nbsp;ให้เฝ้าระวังเรื่องฝนตกหนักในช่วงระหว่างวันที่&nbsp;21-24&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ภายหลังจากที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศแจ้งเตือนหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่าง&nbsp;มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไซโคลนในช่วงวันที่&nbsp;20-22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;คาดว่าจะเคลื่อนตัวทางทิศเหนือเข้าสู่อ่าวเบงกอลตอนบน&nbsp;และเข้าปกคลุมบริเวณประเทศเมียนมา&nbsp;แม้ศูนย์กลางพายุจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรงแต่จะทำให้ลมที่พัดเข้าหาศูนย์กลางพายุมีกำลังแรงขึ้น&nbsp;และพัดปกคลุมทางด้านตะวันตกของประเทศไทยส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก&nbsp;และฝั่งตะวันออก&nbsp;&nbsp;ทำให้ในช่วงวันที่&nbsp;21-24&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก&nbsp;และฝั่งตะวันออก&nbsp;จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่&nbsp;ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณจังหวัดชุมพร/สุราษฎร์ธานี/นครศรีธรรมราช/สงขลา/พัทลุง/กระบี่/พังงา/ตรัง/ปัตตานี/ยะลา/และจังหวัดนราธิวาส&nbsp;&nbsp;ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก&nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก</p><p><strong>ส่วนพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน</strong>&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;และดินถล่ม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อำเภอเบตงธารโต&nbsp;บันนังสตา&nbsp;กรงปินัง&nbsp;ยะหา&nbsp;และอำเภอกาบัง&nbsp;พื้นที่เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง&nbsp;บริเวณแม่น้ำปัตตานีตั้งแต่อำเภอบันนังสตา&nbsp;อำเภอกรงปินัง&nbsp;และอำเภอเมืองยะลา&nbsp;บริเวณคลองยะหา&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;และบริเวณแม่น้ำสายบุรี&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่&nbsp;</strong>จึงได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามสภาพอากาศ&nbsp;ปริมาณน้ำฝนสะสม&nbsp;และสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;พื้นที่ชุมชนเมือง&nbsp;พื้นที่ติดแม่น้ำลำคลองอาจได้รับผลกรทบจากน้ำท่วมขัง&nbsp;น้ำล้นตลิ่ง&nbsp;พื้นที่ลาดเชิงเขา&nbsp;อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม&nbsp;โดยการประสานบูรณาการหน่วยงานพลเรือน&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;เครือข่ายอาสาสมัคร&nbsp;ประชาชนจิตอาสา&nbsp;ภาคเอกชนเตรียมพร้อมทรัพยากร&nbsp;&nbsp;เครื่องมืออุปกรณ์&nbsp;เครื่องจักรกลสาธารณภัย&nbsp;ให้พร้อมในการให้ความช่วยเหลือ&nbsp;และบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประขาชน&nbsp;ตลอด&nbsp;&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้</strong>&nbsp;และแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบในทุกช่องทาง&nbsp;ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ&nbsp;เช่น&nbsp;สื่อสังคมออนไลน์&nbsp;วิทยุชุมชน&nbsp;หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้านรวมถึงกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;เครือข่ายอาสาสมัคร&nbsp;จิตอาสา&nbsp;พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงแนวทางการปฏิบัติตนให้เกิดความปลอดภัย&nbsp;ช่องทางการแจ้งข้อมูล&nbsp;การขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;หากพื้นที่ใดมีน้ำท่วมสูงหรือมีน้ำไหลหลาก&nbsp;ให้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังมิให้ประชาชนหรือเด็กลงเล่นน้ำหรือทำกิจกรรมใดๆ&nbsp;หากเกิดสาธารณภัยในพื้นที่&nbsp;ให้รายงานสถานการณ์พร้อมผลการปฏิบัติให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธรณภัยจังหวัดยะลาทราบทันที</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322004157407
187	รองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ลงพื้นที่ตรวจราชการ การแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ จ.อุทัยธานี	<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุม&nbsp;อ.บ้านไร่&nbsp;จ.อุทัยธานี</strong>&nbsp;พล.อ.ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายขจรเกียรติ&nbsp;รักพานิชมณี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;ดร.สุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;นำเสนอสรุปภาพรวมการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง&nbsp;นายจามร&nbsp;เหล่าเมือง&nbsp;ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;นำเสนอสถานการณ์ภัยแล้งของจังหวัดอุทัยธานีและผู้แทนกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;นำเสนอการบริหารจัดการน้ำแล้งด้วยระบบน้ำบาดาล&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ</p><p><strong>ในการนี้รองนายกฯ&nbsp;ได้มอบนโยบายว่าพื้นที่&nbsp;จ.อุทัยธานี&nbsp;</strong>มีแหล่งน้ำต้นทุนไม่เพียงพอ&nbsp;การบริหารจัดการน้ำจึงต้องอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก&nbsp;ทำให้เป็นจังหวัดถูกประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้งมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค&nbsp;ซึ่งการให้ความช่วยเหลือจะเป็นลักษณะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น&nbsp;ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ยั่งยืนได้&nbsp;รัฐบาลมีความห่วงใยและมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้กับประชาชน&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เร่งบูรณาการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ</strong>&nbsp;โดยให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;ศึกษาและบูรณาการขับเคลื่อนแผนการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลางในระยะยาวเพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านน้ำ&nbsp;จัดหาแหล่งน้ำใต้ดินร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;เพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำสำรองสำหรับแก้ไขปัญหาภัยแล้งในเชิงพื้นที่ในระยะเร่งด่วน&nbsp;และให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเร่งทำการสำรวจความเดือดร้อน&nbsp;พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนพื้นที่เสี่ยงประสบปัญหาภัยแล้งอย่างรวดเร็วและทั่วถึง&nbsp;อีกทั้งยังต้องเดินหน้าสร้างการรับรู้และส่งเสริมให้ภาคประชาชนได้เข้ามาส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำในพื้นที่ด้วย&nbsp;อันจะเป็นการตอบสนองความต้องการใช้น้ำและแก้ไขปัญหาด้านน้ำได้อย่างตรงจุด</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;พล.อ.ประวิตร&nbsp;มอบถังน้ำให้กับนายอำเภอทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ</strong>ของจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;และเป็นประธานปล่อยแถวทีมดับไฟป่าและปล่อยขบวนรถบรรทุกน้ำเพื่อช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ที่เดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้งเป็นการเบื้องต้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว&nbsp;ส.ปชส.อุทัยธานี</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;</p><p><br></p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	อุทัยธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุทัยธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322094522441
188	ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี มอบเงินกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี	<p><strong>นายชัยชาญ&nbsp;สิทธิวิรัชธรรม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;</strong>เป็นประธานมอบเงินกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ประจำจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;ให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่อำเภออินทร์บุรี&nbsp;จังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;รายละ&nbsp;80,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อเป็นการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวนงเยาว์&nbsp;เทพศิริ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;นายอำเภออินทร์บุรี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีมอบเงินฯ&nbsp;ตามนโยบายนายกรัฐมนตรีที่ให้เร่งช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากสาธารณภัยเพิ่มเติม&nbsp;นอกจากการช่วยเหลือตามปกติของส่วนราชการแล้ว&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบสาธารณภัยและครอบครัวผู้ประสบสาธารณภัยที่เกิดจากเหตุการณ์ภัยพิบัติต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สิงห์บุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322122521536
189	กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับกองทัพบก ส่งเฮลิคอปเตอร์ KA-32 ประจำการภาคเหนือ ร่วมสนับสนุนปฏิบัติแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่	<p><strong>จากการติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ในพื้นที่ตอนบนของประเทศ</strong>&nbsp;พบว่าภาคเหนือ&nbsp;17&nbsp;จังหวัด&nbsp;มีจำนวนการเกิดจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;สะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;15,716&nbsp;จุด&nbsp;(ข้อมูลวันที่&nbsp;21&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;หรือ&nbsp;ปภ.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;บูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันอย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมจัดทีมประเมินสถานการณ์ติดตามและประเมินสถานการณ์เป็นประจำทุกวัน&nbsp;และได้ร่วมกับกองทัพบก&nbsp;จัดส่งเฮลิคอปเตอร์&nbsp;KA-32&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;พร้อมด้วยชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต&nbsp;เข้าประจำการ&nbsp;ณ&nbsp;กองพลทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;ค่ายทหารเสือพระองค์ดำ&nbsp;อำเภอแม่ริม&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ตั้งแต่วันนี้(&nbsp;22&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จะปฏิบัติการร่วมกับกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;</strong>และกองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;เพื่อสนับสนุนการควบคุมไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือต่อเนื่องจนสิ้นสุดฤดูกาล&nbsp;พร้อมสั่งการศูนย์&nbsp;ปภ.เขต&nbsp;ภาคเหนือระดมสรรพกำลังเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย&nbsp;เข้าปฏิบัติการสนับสนุนพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟป่า&nbsp;หากพบเห็นสถานการณ์หรือได้รับผลกระทบแจ้งสายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพื่อประสานดำเนินการต่อไป</p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322134648578
190	เกษตรยะลา ส่งมอบเชื้อราไตรโครเดอร์มา ช่วยเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากจากอุทกภัย	<p><strong>ที่สำนักงานเกษตร&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;&nbsp;นายยืนยง&nbsp;คิดถูก&nbsp;หัวหน้ากลุ่มฝ่ายความมั่นคง&nbsp;</strong>ผู้แทนนายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางวีระ&nbsp;สมศิริ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสำนักงานเกษตร&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นางสาววันวิสาข์&nbsp;จั่นเพชร&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองยะลา&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;อารักขาพืช&nbsp;และส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ส่งมอบชีวภัณฑ์ให้แก่เกษตรกรที่มีพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบจากอุทกภัย&nbsp;เป็นเชื้อราไตรโครเดอร์มาพร้อมใช้&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;และหัวเชื้อสำหรับให้เกษตรกรขยายเชื้อเอง&nbsp;จำนวน&nbsp;70&nbsp;ขวด&nbsp;(ทั้งจังหวัด&nbsp;จำนวน&nbsp;500&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;และหัวเชื้อสำหรับให้เกษตรกรขยายเชื้อเอง&nbsp;จำนวน&nbsp;500&nbsp;ขวด)&nbsp;รวมทั้งคำแนะนำในการดูแลรักษาพืชผลทางการเกษตรหลังน้ำลด&nbsp;ซึ่งเชื้อไตรโครเดอร์มาสามารถใช้ฟื้นฟูสภาพดินให้เหมาะสมต่อการปลูกพืชหลังน้ำลด&nbsp;และเตรียมพร้อมรับมือกับโรคพืชที่จะเกิดขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา&nbsp;เช่น&nbsp;โรครากเน่าโคนเน่า&nbsp;โรคเหี่ยว&nbsp;โรคไหม้ข้าว&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาเพื่อควบคุมโรคพืช</p><p><strong>ตามที่ได้เกิดอุทกภัย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;24-28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่&nbsp;ยะลา&nbsp;ประมาณ&nbsp;60-70&nbsp;%&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>โดยทาง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาได้ประกาศพื้นที่ประสบภัย&nbsp;</strong>พบว่ามีพื้นที่ทางการเกษตรที่คาดว่าจะได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;9,954&nbsp;ไร่&nbsp;แบ่งเป็นข้าว&nbsp;ซึ่งอยู่ในระยะใกล้จะเก็บเกี่ยว&nbsp;จำนวน&nbsp;6,173&nbsp;ไร่&nbsp;พืชไร่และพืชผัก&nbsp;จำนวน&nbsp;601&nbsp;ไร่&nbsp;ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;3,180&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในอำเภอเมืองยะลา&nbsp;คาดว่าจะมีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;4,501&nbsp;ไร่</strong>&nbsp;แบ่งเป็นข้าว&nbsp;ซึ่งอยู่ในระยะใกล้จะเก็บเกี่ยว&nbsp;จำนวน&nbsp;3,962&nbsp;ไร่&nbsp;พืชไร่และพืชผัก&nbsp;จำนวน&nbsp;147&nbsp;ไร่&nbsp;ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;392&nbsp;ไร่</p><p><strong>ในส่วนของทางสำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>ซึ่งได้รับสั่งการจากกรมส่งเสริมการเกษตรให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;และมีนโยบายการช่วยเหลือและเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยหลังน้ำลด&nbsp;ให้ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนให้ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&nbsp;และเกษตรกรที่ประสบภัย&nbsp;ผลิตสารชีวภัณฑ์&nbsp;โดยความร่วมมือ&nbsp;ขอศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช&nbsp;(ศทอ.)&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมด้วยสำนักงานเกษตรอำเภอเมือง&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อใช้ฟื้นฟูพื้นที่การเกษตร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือยังคงเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลัง</strong>ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ในอัตราดังนี้&nbsp;ข้าว&nbsp;1,340&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;พืชไร่และพืชผัก&nbsp;1,980&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ&nbsp;4,048&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;ตามพื้นที่เสียหายจริงไม่เกินครัวเรือนละ&nbsp;30&nbsp;ไร่&nbsp;ทั้งนี้เป็นไปตามที่อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;หรือผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-03-23T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323125342016
191	เกิดวาตภัย 4 จังหวัด เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว	<p><strong>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์หย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมภาคเหนือตอนบน&nbsp;ประกอบกับลมตะวันตกเฉียงใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน&nbsp;โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;23&nbsp;มีนาคมจนถึงปัจจุบัน&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ส่งผลให้เกิดวาตภัยในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กำแพงเพชร&nbsp;อุดรธานี&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;และชัยนาท&nbsp;รวม&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;6&nbsp;ตำบล&nbsp;14&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนประชาชนเสียหาย&nbsp;28&nbsp;หลัง&nbsp;ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต&nbsp;</p><p><strong>เบื้องต้นได้ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;ในพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว&nbsp;ทั้งนี้สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ&nbsp;1784&nbsp;และสายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325102714838
192	เตือนประชาชนเกือบทุกพื้นที่ ระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและฟ้าผ่า 27- 29 มีนาคมนี้	<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย&nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>สภาพอากาศวันนี้และวันพรุ่งนี้&nbsp;มีหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยบริเวณภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน&nbsp;และมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;</p><p><strong>ส่วนในวันที่&nbsp;27-&nbsp;29&nbsp;มีนาคมนี้</strong>&nbsp;ขอให้ประชาชนในภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;ระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้&nbsp;และควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง&nbsp;ใต้ต้นไม้ใหญ่&nbsp;ป้ายโฆษณาและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง&nbsp;&nbsp;สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับภาคใต้ในช่วงวันที่&nbsp;25-31&nbsp;มีนาคมนี้</strong>&nbsp;จะมีฝนตกในพื้นที่และมีคลื่นสูง&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและติดตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325151302977
193	ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรี/นายก อบต.ท่าอิฐ ประชุมคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชน อบต.ท่าอิฐ กรณีบ้านไฟไหม้ หมู่ 5 ตำบลท่าอิฐ 	<p><strong>นายปรีดา&nbsp;เชื้อผู้ดี&nbsp;(ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรี/นายก&nbsp;อบต.ท่าอิฐ)</strong>&nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชน&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลท่าอิฐ&nbsp;กรณีบ้านไฟไหม้นายมานพ&nbsp;แย้มศรี&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลท่าอิฐ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ท้องถิ่นอำเภอปากเกร็ด&nbsp;,&nbsp;ปลัดอำเภอปากเกร็ดประจำตำบลท่าอิฐ&nbsp;,&nbsp;สาธารณสุขอำเภอปากเกร็ด&nbsp;,&nbsp;กำนันตำบลท่าอิฐ&nbsp;,&nbsp;ประธานสภา&nbsp;อบต.ท่าอิฐ&nbsp;,&nbsp;รองประธานสภา&nbsp;อบต.ท่าอิฐ&nbsp;,&nbsp;ปลัด&nbsp;อบต.ท่าอิฐ&nbsp;,&nbsp;หัวหน้าสำนักปลัด&nbsp;อบต.ท่าอิฐ&nbsp;,&nbsp;ผู้อำนวยการกองช่าง&nbsp;อบต.ท่าอิฐ&nbsp;,&nbsp;หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ&nbsp;อบต.ท่าอิฐ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อพิจารณาการช่วยเหลือเยียวยาให้กับประชาชนชาวตำบลท่าอิฐผู้ประสบเหตุไฟไหม้&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลท่าอิฐ&nbsp;อำเภอปากเกร็ด&nbsp;จังหวัดนนทบุรี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325165158041
194	นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนนทบุรีลงพื้นที่มอบสิ่งของช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบเหตุไฟไหม้บ้าน ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการ หมู่ 5 ตำบลท่าอิฐ	<p><strong>แพทย์หญิงสุวรรณา&nbsp;ไชยชุมศักดิ์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนนทบุรี&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;คณะเหล่ากาชาดจังหวัดนนทบุรี&nbsp;,&nbsp;คณะแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนนทบุรี&nbsp;และคณะป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนนทบุรี&nbsp;ลงพื้นที่มอบสิ่งของช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบเหตุไฟไหม้บ้าน&nbsp;ผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;และผู้พิการ&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลท่าอิฐ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายปรีดา&nbsp;เชื้อผู้ดี&nbsp;(ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรี/นายก&nbsp;อบต.ท่าอิฐ)&nbsp;,&nbsp;กำนันตำบลท่าอิฐ&nbsp;,&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่&nbsp;5&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;อบต.ท่าอิฐ&nbsp;คอยอำนวยความสะดวกและให้การต้อนรับ&nbsp;ณ&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลท่าอิฐ&nbsp;อำเภอปากเกร็ด&nbsp;จังหวัดนนทบุรี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325164916039
195	ปภ. เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยวาตภัยในพื้นที่ 5 จังหวัด	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;รายงานสถานการณ์หย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมภาคเหนือตอนบน&nbsp;ประกอบกับลมตะวันตกเฉียงใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน&nbsp;โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;23&nbsp;มีนาคมจนถึงปัจจุบัน&nbsp;(26&nbsp;มีนาคม&nbsp;65)&nbsp;ส่งผลให้เกิดวาตภัยในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กำแพงเพชร&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;อุดรธานี&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;และชัยนาท&nbsp;รวม&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;9&nbsp;ตำบล&nbsp;19&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนประชาชนเสียหาย&nbsp;71&nbsp;หลัง&nbsp;ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">เบื้องต้น&nbsp;ได้ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ในพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว&nbsp;สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ&nbsp;1784&nbsp;และสายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-26T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326122449306
196	ธารน้ำใจจากอันดามัน สู่พี่น้องชาวมูโนะ เยียวยาหลังอุทกภัย	<p><strong>ที่&nbsp;โรงเรียนบ้านมูโนะ&nbsp;นางพาตีเมาะ&nbsp;สะดียามู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;กล่าวต้อนรับ</strong>คณะสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม&nbsp;สำนักจุฬาราชมนตรี&nbsp;ร่วมกับชมรมสถาบันการเงินอิสลามภูเก็ต&nbsp;และองค์กรภาคีเครือข่ายอันดามัน&nbsp;เยี่ยมเยียนช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยชายแดนใต้หลังน้ำลด&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;บ้านมูโนะ&nbsp;อำเภอ.สุ&nbsp;ไหงโกลก&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.วิสุทธิ์&nbsp;บิลล่าเต๊ะ&nbsp;ประธานสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมพร้อมด้วย&nbsp;นายสรธรรม&nbsp;จินดา</p><p>รอง&nbsp;ปธ.สภาเครือข่ายฯ&nbsp;และคณะมาร่วมบริจาคของให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้</p><p><strong>โดยสิ่งของที่นำมาบริจาคในวันนี้&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;หม้อหุงข้าวไฟฟ้า&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;ใบ</strong>&nbsp;และถุงยังชีพ&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ถุง&nbsp;ซึ่งในถุงประกอบไปด้วย&nbsp;ผ้าโสร่งชาย&nbsp;หญิง&nbsp;ผ้าปูละหมาด&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;ในการนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้กล่าวคำขอบคุณแก่คณะที่มามอบในวันนี้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ดร.วิสุทธิ์&nbsp;บิลล่าเต๊ะ&nbsp;ประธานสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม&nbsp;</strong>ได้กล่าวให้กำลังใจและคำสอนหลักศาสนากับพี่น้องประชาชนที่มาในวันนี้ว่า&nbsp;อุทกภัยที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาอยากให้ทุกคนอดทน&nbsp;สิ่งที่เกิดขึ้นมานั้นพระเจ้าทรงทดสอบความศรัทธาของเรา&nbsp;พระเจ้าอยากให้เราลองทบทวนตัวเองว่าได้ทำผิดบาปอะไรบ้างในชีวิตที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อที่เราจะสำนึกและขออภัยโทษกับพระเจ้าให้มากยิ่งขึ้น&nbsp;และหวังว่าหลังจากนี้ขอให้พบเจอกับความสุขและความจำเริญในชีวิต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-26T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326144912333
197	ร้อยเอ็ด ติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ( PM2.5) ปี 2565	<p><strong>นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง&nbsp;สถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(&nbsp;PM2.5)&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายชนาส&nbsp;ชัชวาลวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,นายสนอง&nbsp;ดลประสิทธิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,นายธนบดี&nbsp;ครองยุติ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;,หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&nbsp;ที่ห้องประชุมพระมหาเจดีย์ชัยมงคลชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด</p><p><strong>โดย&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ดมีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong>ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;มีการรายงานลักษณะอากาศ&nbsp;,รายงานสถานการณ์น้ำเก็บกัก&nbsp;,แผนการเพาะปลูก&nbsp;,สถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;ฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(&nbsp;PM2.5)&nbsp;และมีการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;โดยการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภัยแล้งจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,สำรวจพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;และสูบน้ำกักเก็บสำหรับอุปโภคบริโภค&nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่&nbsp;ในส่วนการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;ได้มีแต่งตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;รวมถึงเสนอแผนเผชิญเหตุปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;พร้อมประกาศฯ&nbsp;ขอความร่วมมือห้ามเผาในที่โล่งเด็ดขาดช่วงฤดูแล้ง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าฯ&nbsp;ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong>ในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบความเดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-26T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326154505346
198	ร้อยเอ็ด ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภัยแล้ง เพื่อช่วยเหลือน้ำอุปโภคบริโภคในช่วงฤดูแล้ง การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด	<p><strong>ร้อยเอ็ด&nbsp;เตรียมความพร้อมในการป้องกันและบรรเทาจากสาธารณภัย</strong>&nbsp;ให้&nbsp;สอดคล้องเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;แผนการปฏิรูปประเทศ&nbsp;แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ห้องประชุมพระมหาเจดีย์ชัยมงคลชั้น&nbsp;5</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง&nbsp;สถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(&nbsp;PM2.5)&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายชนาส&nbsp;ชัชวาลวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,นายสนอง&nbsp;ดลประสิทธิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,นายธนบดี&nbsp;ครองยุติ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;,หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดร้อยเอ็ดเปิดกลยุทธ์การบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>ในการดำเนินการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ลักษณะอากาศ&nbsp;,สถานการณ์น้ำ&nbsp;,แผนการเพาะปลูก&nbsp;,สถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;ฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(&nbsp;PM2.5)&nbsp;และมีการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;โดยการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภัยแล้งจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;&nbsp;,สำรวจพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่&nbsp;ในส่วนการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;ได้มีแต่งตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;รวมถึงเสนอแผนเผชิญเหตุปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;พร้อมประกาศฯ&nbsp;ขอความร่วมมือห้ามเผาในที่โล่งเด็ดขาดช่วงฤดูแล้ง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าฯ&nbsp;ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการป้องกัน</strong>และบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบความเดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-26T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สวท.ร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326183405375
199	ปภ. รายงานเกิดวาตภัย 8 จังหวัด ประสานให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อเนื่อง	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;รายงานสถานการณ์หย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมภาคเหนือตอนบน&nbsp;ประกอบกับลมตะวันตกเฉียงใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน&nbsp;โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;23&nbsp;มีนาคมจนถึงปัจจุบัน&nbsp;(&nbsp;27&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ส่งผลให้เกิดวาตภัยในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;กําแพงเพชร&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;อุดรธานี&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;และชัยนาท&nbsp;รวม&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;19&nbsp;ตำบล&nbsp;34&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย&nbsp;178&nbsp;หลัง&nbsp;ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&nbsp;สำรวจประเมินความเสียหาย&nbsp;พร้อมให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเบื้องต้นแล้ว&nbsp;สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ&nbsp;1784&nbsp;และสายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-27T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327213103577
200	จนท.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า ร่วมกับชุมชนรอบพื้นที่ จัดทำแนวป้องกันไฟ ชิงเก็บ เฝ้าระวังไฟป่าในพื้นที่ อ.ขุนยวม	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายหฤษฏ์&nbsp;จันทง&nbsp;หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า/หัวหน้าคณะทำงานชุดที่&nbsp;5&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า&nbsp;ร่วมกับชุมชนรอบพื้นที่&nbsp;ได้จัดทำแนวป้องกันไฟป่าภายในชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ดังนี้&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร&nbsp;<span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน&nbsp;</span>307&nbsp;กองกำลังนเรศวร&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และผู้นำชุมชน&nbsp;ราษฎรหมู่บ้านห้วยส้าน&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;และหมู่บ้านพะแข่-พะโท&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;ตำบลแม่กิ๊&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;จัดทำแนวกันไฟรอบพื้นที่ชุมชน&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน&nbsp;อ.ขุนยวม&nbsp;และเจ้าหน้าที่ทหารพราน&nbsp;ร่วมกับผู้นำชุมชน&nbsp;และราษฎรผู้หลบหนีภัยการสู้รบ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์พักพิงผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบบ้านแม่สุรินทร์&nbsp;จัดทำแนวกันไฟรอบพื้นที่ชุมชนของศูนย์พักพิงฯ&nbsp;อีกทั้งเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า&nbsp;ประจำหน่วยพิทักษ์ฯ/จุดสกัด&nbsp;ได้ทำแนวกันไฟ&nbsp;ชิงเก็บ&nbsp;เฝ้าระวังไฟป่าในพื้นที่อีกด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-03-27T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327113735471
201	ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบถุงยังชีพจากมูลนิธิ มรว.เสนีย์ ปราโมทให้พี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา	<p><strong>วานนี้&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายณรงค์&nbsp;ดูดิง&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</strong>&nbsp;พร้อมคณะทำงานในพื้นที่&nbsp;ตรวจเยี่ยมโรงเรียนดำรงวิทยา&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;และเป็นกำลังใจให้พี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัย&nbsp;จากผลกระทบอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากที่ผ่านมา&nbsp;พร้อมมอบถุงยังชีพจากมูลนิธิ&nbsp;มรว.เสนีย์&nbsp;ปราโมท&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้&nbsp;ได้รับการต้อนรับ&nbsp;จากผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชน&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;และอาจารย์ในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>นายณรงค์&nbsp;ดูดิง&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;แม้สถานการณ์ต่างๆ&nbsp;ได้คลี่คลายลงแล้ว&nbsp;แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;และต้อง&nbsp;เร่งรัด&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;ให้ความช่วยเหลือตามระเบียบ&nbsp;ยืนยันว่ารัฐบาล&nbsp;พร้อมให้การช่วยเหลือดูแลประชาชนผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลังความสามารถ&nbsp;ตั้งแต่ก่อนเกิดภัย&nbsp;ระหว่างเกิดภัย&nbsp;และหลังเกิดภัย&nbsp;โดยไม่ทอดทิ้งใครแน่นอน&nbsp;และเราจะก้าวพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-27T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327134910490
202	ผู้ว่าฯ แพร่ สั่งการให้ศูนย์ควบคุมไฟป่าแพร่เข้าไปเสริมกำลังเขตห้ามล่าสัตว์ป่าช้างผาด่านดับไฟป่า บริเวณทางขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน	<p><strong>ตามที่เกิดไฟไหม้ป่าบริเวณทางขึ้นวัดพระธาตุอินทร์แขวน&nbsp;บ้านนาคูหา&nbsp;ตำบลสวนเขื่อน&nbsp;อำเภอเมือง</strong>&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;นั้น&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าช้างผาด่านนำโดย&nbsp;นายบรรดาศักดิ์&nbsp;ป้องศรี&nbsp;หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าช้างผาด่านได้นำกำลังเข้าปฏิบัติงาน&nbsp;ทำแนวกันไฟและทำการควบคุมไฟป่า&nbsp;บริเวณป่าดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่</strong>&nbsp;ได้สั่งการให้ศูนย์ควบคุมไฟป่าแพร่เข้าไปดับไฟป่า&nbsp;บริเวณทางขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน&nbsp;โดยเสริมกำลังเพิ่มเติมกับเขตห้ามล่าสัตว์ป่าช้างผาด่าน&nbsp;เร่งดับไฟป่าและทำแนวป้องกันไฟป่าไม่ให้ลุกลามเป็นวงกว้าง&nbsp;เปิดพื้นที่ดังกล่าวมักจะเกิดไฟป่าขึ้นเป็นประจำทุกปี&nbsp;และเจ้าหน้าที่จะเข้าไปดับไฟยากเรื่องจากเป็นภูเขาสูงชัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-27T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327172347541
203	จังหวัดเลย หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 บูรณาการรวมพลัง  กองทัพบก สร้างฝายชะลอน้ำ สืบสานพระราชปณิธาน	<p><strong>กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี&nbsp;โดย&nbsp;พันเอก&nbsp;อุทัย&nbsp;นิลเนตร&nbsp;ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่&nbsp;21</strong>/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;21/ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่&nbsp;3&nbsp;และกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;บูรณาการร่วมกับส่วนราชการ,&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;บ้านสงาว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;และ&nbsp;&nbsp;บ้านโนนสวรรค์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลห้วยพิชัย&nbsp;อำเภอปากชม&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ร่วมสร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;เพื่อเป็นการบูรณาการขับเคลื่อนกิจกรรมรวมพลังการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กองทัพบก&nbsp;สร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;สืบสานพระราชปณิธาน&nbsp;&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก&nbsp;สร้างความชุ่มชื่น&nbsp;ความอุดมสมบูรณ์ให้ผืนป่าชุมชน&nbsp;เพื่อเก็บกักน้ำให้กับเกษตรไว้ใช้ในฤดูแล้งในพื้นที่&nbsp;บริเวณห้วยน้ำอาน&nbsp;โดยกิจกรรมในครั้งนี้กำลังพลหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;21&nbsp;และประชาชนในพื้นที่รู้สึกภูมิใจและยินดีเป็นอย่างมาก&nbsp;ได้ช่วยเหลือประชาชนรวมถึงผลประโยชน์ส่วนรวม&nbsp;และสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติให้อยู่คู่ลูกหลานและแผ่นดินไทยตลอดไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-27T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327173327542
204	เตือนเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง ช่วงวันที่ 29 มีนาคม ถึง 1 เมษายนนี้	<p><strong>กรมอุทกศาสตร์&nbsp;กองทัพเรือ</strong>&nbsp;ออกประกาศเรื่องสภาวะระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้าและพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ฉบับที่&nbsp;6/2565&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;29&nbsp;มีนาคม&nbsp;-1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างเวลาประมาณ&nbsp;04.00&nbsp;น.-&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง&nbsp;ประกอบกับลมตะวันออกพัดปกคลุมอ่าวไทย&nbsp;ลักษณะดังกล่าวอาจทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ&nbsp;โดยคาดหมายว่าที่บริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้าฯ&nbsp;และพื้นที่ใกล้เดียง&nbsp;ระดับน้ำจะมีความสูงประมาณ&nbsp;1.70-1.80&nbsp;เมตร&nbsp;จากระดับทะเลปานกลาง&nbsp;ขอให้ระมัดระวังผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากระดับน้ำขึ้นสูงดังกล่าว&nbsp;&nbsp;และติดตามสภาวะระตับน้ำอย่างใกล้ชิด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328095635620
205	เตือนประชาชนทั่วทุกภาค ระวังพายุฝนฟ้าคะนองในช่วงสัปดาห์นี้ 	<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย&nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ระหว่างวันที่&nbsp;29-31&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อน&nbsp;มีฝนฟ้าคะนองบางแห่งและมีพายุฝนฟ้าคะนองในระยะแรก&nbsp;หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง&nbsp;โดยเริ่มทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;ลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจจะเกิดขึ้นได้และรักษาสุขภาพจากอากาศที่เย็นลง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับภาคใต้วันที่&nbsp;29&nbsp;มีนาคม&nbsp;-3&nbsp;เมษายนนี้</strong>&nbsp;มีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;โดยเฉพาะช่วงวันที่&nbsp;2-4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังฝนตกหนักและคลื่นลมแรง&nbsp;ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังโดยเฉพาะบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328110033651
206	เทศบาลตำบลทับมา ติวเข้มชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มุ่งช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในยามที่เกิดสาธารณภัย	<p><strong>ที่ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลทับมา&nbsp;ต.ทับมา&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง</strong>&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;วงษ์ศรี&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลทับมา&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เทศบาลตำบลทับมา&nbsp;โดยมีจิตอาสาภัยพิบัติจากเทศบาลตำบลทับมา&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;เข้ารับการอบรม&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;28-30&nbsp;มี.ค.นี้&nbsp;โดยมีการบรรยายให้ความรู้และฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในรูปแบบต่างๆ&nbsp;ที่จะเกิดขึ้น&nbsp;</p><p><strong>นายประเสริฐ&nbsp;วงษ์ศรี&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลทับมา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เทศบาลตำบลทับมา&nbsp;ได้ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;จึงได้จัดตั้งชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นกลไกการปฏิบัติงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆ&nbsp;และจัดให้มีการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดังกล่าวขึ้นด้วย&nbsp;เพื่อให้มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจในการจัดการสาธารณภัยเบื้องต้น&nbsp;เพื่อป้องกันและลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในยามที่เกิดสาธารณภัย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328121211696
207	พายุฤดูร้อนถล่ม 2 อำเภอ ในจังหวัดสุรินทร์  ฟ้าผ่ากระบือเพศเมีย  ตาย  1  ตัว  และเกิดเหตุวาตภัย  บ้านเรือน  โรงจอดรถ  คอกสัตว์  ยุ้งข้าว และโรงเก็บพืชผลทางการเกษตรเสียหายรวม 38  หลังคาเรือน  4 ตำบล 2 อำเภอ  ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต	<p><strong>เกิดพายุฤดูร้อนถล่ม&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;ในจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;ทำให้เกิดเหตุฟ้าผ่า&nbsp;ที่บ้านพะเนา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.หนองเมธี&nbsp;อำเภอท่าตูม&nbsp;กระบือเพศเมีย&nbsp;ตาย&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;และเกิดวาตภัยจากพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;ที่อำเภอท่าตูม&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;และอำเภอบัวเชด&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;ได้แก่&nbsp;รร.บ้านม่วงมูล&nbsp;ต.หนองบัว&nbsp;อำเภอท่าตูม&nbsp;โรงจอดรถได้รับความเสียหาย&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;บ้านตูม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.ท่าตูม&nbsp;อำเภอท่าตูม&nbsp;บ้านเรือนราษฎร&nbsp;ยุ้งข้าว&nbsp;คอกสัตว์&nbsp;ได้รับความเสียหาย&nbsp;รวม&nbsp;22&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;บ้านเอือด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ต.ท่าตูม&nbsp;อำเภอท่าตูม&nbsp;บ้านเรือน&nbsp;ยุ้งข้าว&nbsp;คอกสัตว์&nbsp;ได้รับความเสียหาย&nbsp;รวม&nbsp;9&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;บ้านโนนสังข์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ต.บัวเชด&nbsp;อ.บัวเชด&nbsp;บ้านเรือน&nbsp;คอกสัตว์&nbsp;โรงเรือนสำหรับเก็บพืชผล&nbsp;ได้รับความเสียหาย&nbsp;รวม&nbsp;7&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;รวมความเสียหายจากเหตุวาตภัย&nbsp;38&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;4&nbsp;ตำบล&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;ไม่มีบาดเจ็บและเสียชีวิตแต่อย่างใด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ได้ประสานหน่วยงาน</strong>ที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328143832744
208	ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบวาตภัยจากพายุฤดูร้อน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางรัชชุมา&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;นายศิริพันธ์&nbsp;ขุ่มด้วง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ที่ทำการปกครองอำเภอเสนางคนิคม&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือที่จำเป็นในเบื้องต้นให้กับประชาชนที่ประสบวาตภัยจากพายุฤดูร้อน&nbsp;ในพื้นที่บ้านนาอุดม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลหนองไฮ&nbsp;อำเภอเสนางคนิคม&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>วันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ได้เกิดพายุฤดูร้อนลมพัดแรงในพื้นที่ตำบลหนองไฮ&nbsp;อำเภอเสนางคนิคม&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจากความรุนแรงของพายุได้พัดเอาหลังคาบ้านเรือนและหลังคาโรงจอดรถของประชาชน&nbsp;สร้างความเสียหายให้กับประชาชนในพื้นที่บ้านนาอุดม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลหนองไฮ&nbsp;อำเภอเสนางคนิคม&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;หลังคาเรือน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</strong>ได้มอบหมายให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;กำลังพลทหาร&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง&nbsp;เจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนตำบลหนองไฮและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พร้อมด้วยชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;ได้เข้าช่วยเหลือขนย้ายซากปรักหักพัง&nbsp;และช่วยกันซ่อมแซมหลังคาบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัยดังกล่าวในทันที&nbsp;เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติโดยเร็วที่สุด&nbsp;และในวันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญพร้อมคณะด้วยความห่วงใยประชาชนได้เดินทางลงพื้นที่นำสิ่งของเครื่องใช้อุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;มาเยี่ยมให้กำลังใจแก่ประชาชนผู้ที่ประสบเหตุวาตภัยดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328155414802
209	รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร มอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม วงเงิน 167 ล้านเศษ	<p><strong>ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอกันทรวิชัย&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม</strong>&nbsp;นายนวนิตย์&nbsp;พลเคน&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เป็นประธานพิธีมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;(อุทกภัย)&nbsp;เนื่องจากอิทธิของพายุเตี้ยนหมู่&nbsp;ตามแผนฟื้นฟูหลังเกิดเหตุอุทกภัยและด้านการช่วยเหลือเยียวยาให้แก่เกษตรที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่&nbsp;โดยมีนายอำเภอกันทรวิชัย&nbsp;เกษตรอำเภอกันทรวิชัย&nbsp;หัวหน้าราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ปภ.จังหวดมหาสารคาม&nbsp;บริษัท&nbsp;คูโบต้ามหาสารคาม&nbsp;ตลอดจนผู้นำท้องถิ่น&nbsp;และเกษตรกรเข้าร่วมภายในพิธี&nbsp;</p><p><strong>นายนวนิตย์&nbsp;พลเคน&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาในครั้งนี้&nbsp;ซึ่งคาดหวังว่าเกษตรกรผู้ประสบภัยของจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;จะนำเงินที่ได้ไปบรรเทาความเดือดร้อนจากผลกระทบในชีวิตประจำวัน&nbsp;และบริหารจัดการ&nbsp;เป็นต้นทุนเพื่อการผลิตในฤดูกาลที่จะมาถึง&nbsp;ตลอดจนโครงการต่างๆ&nbsp;ที่เข้าดำเนินการสนับสนุนเกษตรกรหลังน้ำลด&nbsp;เช่น&nbsp;การฟื้นฟูไม้ผล&nbsp;ไม้ยืนต้น&nbsp;การสนับสนุนพืชพันธุ์ดีต่างๆ&nbsp;ให้เกษตรกรนำไปปลูกและเก็บเมล็ดพันธุ์&nbsp;เพื่อใช้ในการเพาะปลูกในฤดูกาลต่อไป&nbsp;เพื่อลดรายจ่ายและสร้างรายได้&nbsp;สร้างภูมิคุ้มกันด้านความมั่นคงทางอาหารของครัวเรือน</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายสมพร&nbsp;นามพิลา&nbsp;เกษตรจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ซึ่งได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุเตี้ยนหมู่&nbsp;และได้ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน(อุทกภัย)&nbsp;ด้านพืช&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอเมืองมหาสารคาม&nbsp;อำเภอโกสุมพิสัย&nbsp;อำเภอกันทรวิชัย&nbsp;อำเภอเชียงยืน&nbsp;และอำเภอกุดรัง&nbsp;รวม&nbsp;31&nbsp;ตำบล&nbsp;297&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;มีเกษตรกร&nbsp;11,601&nbsp;ราย&nbsp;นาข้าวเสียหาย&nbsp;120,787.91&nbsp;ไร่&nbsp;พืชไร่/พืชผัก&nbsp;เสียหาย&nbsp;1,962.02&nbsp;ไร่&nbsp;และยังมีไม้ผล/ไม้ยืนต้นเสียหาย&nbsp;539.20&nbsp;ไร่&nbsp;รวมพื้นที่เสียหายทั้งหมด&nbsp;123,298.12&nbsp;ไร่&nbsp;รวมวงเงินช่วยเหลือทั้งสิ้น&nbsp;167,923,268.95&nbsp;บาท&nbsp;โดยได้ผ่านขั้นตอนการพิจารณาตามหลักเกณฑ์วิธีการปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ทั้งจากคณะกรรมการระดับตำบล&nbsp;อำเภอ&nbsp;และจังหวัด&nbsp;เพื่อขออนุมัติวงเงินจาก&nbsp;สำนักปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้อนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่&nbsp;ที่ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ให้แก่เกษตรกรต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มหาสารคาม	สวท.มหาสารคาม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328161923819
210	พายุฤดูร้อนพัดบ้านเรือนราษฏร อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ได้รับความเสียหาย 7 หลังคาเรือน	<p><strong>อ.บัวเชด&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;รายงานว่าวันที่&nbsp;27&nbsp;มี.ค.2565&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ได้เกิดสาธารณภัย&nbsp;(เหตุวาตภัย)&nbsp;พายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรงในพื้นที่อำเภอบัวเชด&nbsp;ทำให้ที่อยู่อาศัย&nbsp;บ้านเรือน&nbsp;คอกสัตว์&nbsp;โรงเรือนสำหรับเก็บพืชผลฯลฯ&nbsp;ได้รับความเสียหาย&nbsp;และราษฎรได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;7&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;ได้แก่&nbsp;บ้านโนนสังข์&nbsp;หมู่&nbsp;10&nbsp;ต.บัวเชด&nbsp;อ.บัวเชด&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;อยู่ในเขตเทศบาลฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;และ&nbsp;อบต.บัวเชด&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด&nbsp;อำเภอฯ&nbsp;</strong>ได้ประสานเทศบาลตำบลบัวเชด&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลบัวเชด&nbsp;กำนันตำบลบัวเชด&nbsp;และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ดำเนินการสำรวจความเสียหาย&nbsp;และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328173602854
211	จังหวัดภูเก็ตประชุมเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5  ปี 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong>จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตหลังใหม่&nbsp;นาย&nbsp;อานุภาพ&nbsp;รอดขวัญ&nbsp;ยอดระบำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานการประชุมการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายอุดมพร&nbsp;กาญจน์&nbsp;ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>นายอานุภาพ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ&nbsp;</strong>แจ้งจังหวัดทุกจังหวัดว่าในช่วงปลายฤดูหนาวรวมทั้งช่วงฤดูแล้งของทุกปี&nbsp;ประเทศไทยจะเกิดสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;หรือที่เรียกว่า&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;มีค่าเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่&nbsp;โดยสาเหตุหลักเกิดจากกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้งโดยธรรมชาติและจากกิจกรรมของมนุษย์&nbsp;อาทิ&nbsp;การคมนาคมและขนส่ง&nbsp;การเผาในที่โล่งแจ้ง&nbsp;การเกิดไฟป่า&nbsp;ภาคอุตสาหกรรม&nbsp;การก่อสร้างและหมอกควันข้ามแดน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>ประกอบกับสภาพทางอุตุนิยมวิทยารวมทั้งสภาพภูมิประเทศ</strong>ในบางพื้นที่ของประเทศไทย&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงที่ลมสงบส่งผลให้ระดับเพดานการลอยตัวและการกระจายตัวของฝุ่นละอองอยู่ในระดับต่ำ&nbsp;การไหลเวียนและการถ่ายเทของอากาศไม่ดี&nbsp;จึงทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นละอองในบรรยากาศเพิ่มสูงขึ้นบางช่วงเวลาในหลายพื้นที่&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;สังคมและสุขภาพอนามัยของประชาชน&nbsp;นาย&nbsp;อนุภาพกล่าวต่อไปว่า&nbsp;ดังนั้นเพื่อให้การเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&nbsp;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&nbsp;จึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการและประชุมคณะกรรมการที่แต่งตั้งในวันนี้เพื่อพิจารณาทบทวนและจัดทำแผนฯ&nbsp;ให้สอดรับกับสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;ของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมได้มีการร่วมกันพิจารณา&nbsp;(ร่าง)&nbsp;แผนเผชิญเหตุไฟป่า</strong>&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;รวมถึงพื้นที่เสี่ยงภัยไฟป่าจังหวัดภูเก็ต,&nbsp;การเตรียมความพร้อมรับมือและมาตรการดำเนินการและการมอบหมายพื้นที่ให้หน่วยงานรับผิดชอบ&nbsp;พร้อมทั้งเน้นย้ำให้หน่วยงานระดับอำเภอและท้องถิ่นให้ร่วมกันพูดคุยแลกเปลี่ยนโดยเฉพาะในเรื่องของความพร้อมของอุปกรณ์อาทิ&nbsp;อุปกรณ์ตีไฟและแนวกันไฟโดยต้องดูแลร่วมกันและทำงานในเชิงรุกเพื่อให้การดำเนินงานแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นไปอย่างมีเอกภาพต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328160653812
212	พายุฤดูร้อนทำให้ราษฎรอำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ได้รับความเดือดร้อนกว่า 30 หลังคาเรือน	<p><strong>อำเภอท่าตูม&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;รายงานว่า&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565</strong>&nbsp;เวลา&nbsp;15.30-17.30&nbsp;น.&nbsp;ได้มีพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;และลมกระโชกแรง&nbsp;ในเขตพื้นที่อำเภอท่าตูม&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ทำให้มีเหตุฟ้าผ่า&nbsp;และวาตภัยเกิดขึ้น&nbsp;จำนวนหลายแห่ง&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1)&nbsp;ห้วงเวลา&nbsp;15.30&nbsp;-&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;มีเหตุวาตภัย&nbsp;ลมพัดโรงจอดรถ&nbsp;รร.บ้านม่วงมูล&nbsp;ต.หนองบัว&nbsp;พังเสียหาย&nbsp;1&nbsp;หลัง&nbsp;ไม่มีผู้บาดเจ็บ&nbsp;และเสียชีวิต</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2)&nbsp;ห้วงเวลา&nbsp;16.30&nbsp;-&nbsp;17.30&nbsp;น.&nbsp;มีเหตุฟ้าผ่ากระบือเพศเมีย&nbsp;ตาย&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;อายุ&nbsp;14&nbsp;ปี&nbsp;ของนายอุดร&nbsp;ชมภู&nbsp;ราษฎรบ้านพะเนา&nbsp;ม.7&nbsp;ต.หนองเมธี&nbsp;ไม่มีผู้บาดเจ็บ&nbsp;หรือเสียหายอื่น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3)&nbsp;ห้วงเวลา&nbsp;16.30&nbsp;-&nbsp;17.30&nbsp;น.&nbsp;มีเหตุวาตภัย&nbsp;ลมพัดบ้านเรือน&nbsp;รวมถึงยุ้งข้าว&nbsp;คอกสัตว์&nbsp;ของราษฎรบ้านตูม&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ท่าตูมรพังเสียหาย&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;ความเสียหายอยู่ระหว่างการสำรวจ&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;ไม่มีผู้บาดเจ็บ&nbsp;หรือเสียชีวิต</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4)&nbsp;ห้วงเวลา&nbsp;16.30&nbsp;-&nbsp;17.30&nbsp;น.&nbsp;เกิดเหตุวาตภัย&nbsp;ลมพัดบ้านเรือน&nbsp;ยุ้งฉาง&nbsp;คอกสัตว์&nbsp;ของราษร&nbsp;บ้านเอือด&nbsp;ม.12&nbsp;ต.ท่าตูม&nbsp;ได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;หลัง&nbsp;ความเสียหายอยู่ระหว่างการสำรวจ&nbsp;เบื้องต้นไม่มีผู้บาดเจ็บ&nbsp;หรือเสียชีวิต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328173718856
213	พายุพัดบ้านเรือนราษฏรอำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ เสียหาย 158 ครัวเรือน	<p><strong>อำเภอเขวาสินรินทร์&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;รายงานว่า</strong>&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;17.30&nbsp;น.&nbsp;ได้เกิดเหตุสาธารณภัย&nbsp;(วาตภัย)&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเขวาสินรินทร์&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ทำให้บ้านเรือนของราษฏร&nbsp;ยุ้งข้าว&nbsp;คอกสัตว์&nbsp;และโรงเก็บพืชผลทางการเกษตรของราษฏรได้รับความเสียหาย&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ตำบล&nbsp;11&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;158&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ตำบลปราสาททอง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1,4,8,9,10,11,12,13&nbsp;เสียหาย&nbsp;46&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ตำบลตากูก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6,7,10&nbsp;เสียหาย&nbsp;112&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ตำบล&nbsp;เสียหายทั้งสิ้น&nbsp;158&nbsp;ครัวเรือน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;อำเภอฯ&nbsp;และ&nbsp;อปท.ในพื้นที่ได้ลงสำรวจความเสียหาย</strong>เพิ่มเติมและอยู่ระหว่างดำเนินการช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328173825857
214	มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรที่ประสบอัคคีภัย และวาตภัย ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี	<p><strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม</strong>ให้&nbsp;มูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรที่ประสบอัคคีภัย&nbsp;ในพื้นที่ตำบลหนองบ่อ&nbsp;อำเภอสองพี่น้อง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;และเชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;อำเภอเดิมบางนางบวช&nbsp;อำเภออู่ทอง&nbsp;อำเภอบางปลาม้า&nbsp;อำเภอสองพี่น้อง&nbsp;อำเภอดอนเจดีย์&nbsp;อำเภอศรีประจันต์&nbsp;อำเภอสามชุก&nbsp;อำเภอหนองหญ้าไซ&nbsp;และอำเภอด่านช้าง</p><p><strong>ที่หอประชุมอำเภอศรีประจันต์&nbsp;อำเภอศรีประจันต์&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;</strong>นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด&nbsp;ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ให้เป็นประธานในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;มอบให้แก่ผู้ประสบเหตุอัคคีภัย&nbsp;โดยมอบหมายให้&nbsp;นายปรีชา&nbsp;ทองคำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นผู้แทนฯ&nbsp;ในการเชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;มอบให้แก่นายอำเภอเดิมบางนางบวช&nbsp;อำเภออู่ทอง&nbsp;อำเภอบางปลาม้า&nbsp;อำเภอสองพี่น้อง&nbsp;อำเภอดอนเจดีย์&nbsp;อำเภอศรีประจันต์&nbsp;อำเภอสามชุก&nbsp;อำเภอหนองหญ้าไซ&nbsp;และนายอำเภอด่านช้าง&nbsp;เพื่อนำไปมอบแก่ราษฎรของแต่ละอำเภอ&nbsp;ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอัคคีภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เกิดเหตุวันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากวาตภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;66&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เกิดเหตุวันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ&nbsp;และบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;และวาตภัย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ครอบครัวของผู้ประสบอัคคีภัยและวาตภัย&nbsp;</strong>ต่างรู้สึกปลื้มปีติในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ที่พระองค์ทรงห่วงใยราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;และขอพระราชทานพระราชวโรกาส&nbsp;ถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ&nbsp;ภายใต้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม&nbsp;ให้สมกับพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ที่ทรงมีแก่ปวงพสกนิกรตลอดมา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328185555903
215	ผู้ว่าฯ ลพบุรี มอบเงินช่วยเหลือและสิ่งของพระราชทานของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ให้แก่ผู้ประสบภัย อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">นายนิวัฒน์&nbsp;รุ่งสาคร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;ประธานคณะกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ประจำจังหวัดลพบุรี&nbsp;เป็นประธานมอบเงินช่วยเหลือและสิ่งของพระราชทาน&nbsp;ให้แก่ราษฎรที่ประสบอัคคีภัย&nbsp;ณ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;44&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลคลองเกตุ&nbsp;อำเภอโคกสำโรง&nbsp;จังหวัดลพบุรี</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">สืบเนื่องจากเมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ผ่านมา</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;ได้เกิดไฟไหม้บ้านเลขที่&nbsp;44&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลคลองเกตุ&nbsp;อำเภอโคกสำโรง&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;ซึ่งเป็นบ้านของ&nbsp;นายดาวเทียม&nbsp;แสงจันทร์&nbsp;เป็นผู้ประสบภัย&nbsp;ซึ่งความเสียหายยังอยู่ระหว่างดำเนินการ&nbsp;เนื่องจากการเกิดสาธารณภัยดังกล่าวข้างต้น&nbsp;ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง&nbsp;ว่าด้วยเงินทดรองราชการ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.2556&nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงปัจจุบัน&nbsp;และผู้ได้รับความเสียหายยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากทางราชการ&nbsp;อำเภอโคกสำโรง&nbsp;จึงได้มีหนังสือขอรับเงินช่วยเหลือจากเงินสำรองจ่ายของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์ของจังหวัดลพบุรีเป็นค่าเครื่องครัว&nbsp;เครื่องนอน&nbsp;ตามความเหมาะสมมอบให้แก่ผู้ประสบภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;และเงินสดเป็นค่าก่อสร้างที่อยู่อาศัยประจำเท่าที่เสียหายจริงไม่เกินรายละ&nbsp;49,500&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยในเบื้องต้น&nbsp;ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์ประจำจังหวัดลพบุรี&nbsp;ได้พิจารณาอนุมัติให้การช่วยเหลือราษฎรดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว&nbsp;วันนี้&nbsp;(28&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;จึงมีพิธีมอบเงินช่วยเหลือและสิ่งของพระราชทานของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์ประจำจังหวัดลพบุรี&nbsp;พร้อมกันนี้ประธานได้กล่าวให้กำลังใจและเยี่ยมเยียนดูสภาพบ้านที่ถูกไฟไหม้&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;นางวัชราภรณ์&nbsp;รุ่งสาคร&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี,&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลพบุรี,&nbsp;สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลพบุรี,&nbsp;นายอำเภอโคกสำโรง,&nbsp;ฝ่ายความมั่นคงอำเภอโคกสำโรง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้เยี่ยมให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัยด้วย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ลพบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328193905910
216	นายกเทศมนตรีตำบลโคกขมิ้น อ.พลับพลาชัย เร่งลงพื้นที่ช่วยประชาชน หลังประสบเหตุพายุฤดุร้อนพัดบ้านเรือนเสียหาย	<p><strong>นายมานพ&nbsp;จูประโคน&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลโคกขมิ้น</strong>&nbsp;อ.พลับพลาชัย&nbsp;จ.บุรีรัมย์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ว่าที่&nbsp;ร.ต.วินัย&nbsp;เกียรติกำจร&nbsp;ปลัดเทศบาลตำบลโคกขมิ้น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;และเจ้าหน้าที่เทศบาล&nbsp;ได้ลงพื้นที่สำรวจสภาพบ้านเรือนประชาชน&nbsp;ที่ถูกพายุฤดูร้อนพัดถล่มได้รับความเสียหาย&nbsp;เมื่อช่วงเย็นวันที่&nbsp;27&nbsp;มี.ค.ที่ผ่านมา</p><p><strong>โดยจากการสำรวจพบว่า&nbsp;มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากพายุพัดถล่มในพื้นที่&nbsp;</strong>ต.โคกขมิ้น&nbsp;อ.พลับพลาชัย&nbsp;วันเดียว&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;บ้านเขว้า&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ซึ่งมีบ้านเรือนของ&nbsp;นางวันเพ็ญ&nbsp;นวดราย&nbsp;ถูกลมพายุพัดได้รับความเสียหายเกือบทั้งหลัง&nbsp;ไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต&nbsp;ทางนายกเทศมนตรีตำบลโคกขมิ้น&nbsp;&nbsp;สั่งการให้เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;เทศบาลตำบลโคกขมิ้น&nbsp;ร่วมกับนายดุสิต&nbsp;ประประโคน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านเขว้า&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ได้สำรวจและประเมินความเสียหาย&nbsp;รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือ&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;รพ.สต.บ้านตาพระ&nbsp;ประสานงาน&nbsp;รพ.พลับพลาชัย&nbsp;จะนำผู้ป่วย&nbsp;ออกไปพักรักษาตัวในสถานที่&nbsp;ที่&nbsp;รพ.จัดให้แล้ว</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่บ้านศรีสมบูรณ์&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;ที่บริเวณอุทยานน้ำห้วยตะแบก</strong>&nbsp;ที่ทางเทศบาลตำบลโคกขมิ้นได้พัฒนาปรับปรุงฝายห้วยตะแบก&nbsp;ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางน้ำแห่งใหม่&nbsp;และเพื่อเป็นแลนด์มาร์คของ&nbsp;ต.โคกขมิ้น&nbsp;ยังถูกกระแสลมพัดอย่างรุนแรงและมีฝนตก&nbsp;ทำให้แพท่องเที่ยวที่จัดสร้างไว้ริมน้ำ&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;หลัง&nbsp;ได้ถูกลมพายุพัดพังเสียหายกว่า&nbsp;10&nbsp;หลัง&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งหลังสำรวจความเสียหายเบื้องต้น&nbsp;ทางเทศบาลตำบลโคกขมิ้น</strong>&nbsp;จะได้จัดงบประมาณเข้าไปช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย&nbsp;เพื่อให้เข้าไปอยู่อาศัยได้ชั่วคราว&nbsp;พร้อมจะเร่งนำข้อมูลรายงานไปยังอำเภอ&nbsp;และจังหวัด&nbsp;เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือประชาชนให้คลายความเดือดร้อนดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328214829966
217	ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบวาตภัยจากพายุฤดูร้อน	<p>นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางรัชชุมา&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;นายศิริพันธ์&nbsp;ขุ่มด้วง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ที่ทำการปกครองอำเภอเสนางคนิคม&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือที่จำเป็นในเบื้องต้นให้กับประชาชนที่ประสบวาตภัยจากพายุฤดูร้อน&nbsp;ในพื้นที่บ้านนาอุดม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลหนองไฮ&nbsp;อำเภอเสนางคนิคม&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</p><p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;ได้เกิดพายุฤดูร้อนลมพัดแรง</strong>&nbsp;ในพื้นที่ตำบลหนองไฮ&nbsp;อำเภอเสนางคนิคม&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ทำให้มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจากความรุนแรงของพายุได้พัดเอาหลังคาบ้านเรือนและหลังคาโรงจอดรถของประชาชนปลิวว่อน&nbsp;สร้างความเสียหายให้กับประชาชนในพื้นที่บ้านนาอุดม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลหนองไฮ&nbsp;อำเภอเสนางคนิคม&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;หลังคาเรือน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ได้มอบหมายให้</strong>สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;กำลังพลทหาร&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง&nbsp;เจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนตำบลหนองไฮและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พร้อมด้วยชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;ได้เข้าช่วยเหลือขนย้ายซากปรักหักพัง&nbsp;และช่วยกันซ่อมแซมหลังคาบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัยดังกล่าวในทันที&nbsp;เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติโดยเร็วที่สุด&nbsp;</p><p><strong>และในวันนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมคณะ</strong>ด้วยความห่วงใยประชาชนได้เดินทางลงพื้นที่นำสิ่งของเครื่องใช้อุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;มาเยี่ยมให้กำลังใจแก่ประชาชนผู้ที่ประสบเหตุวาตภัยดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328220737974
218	อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ร่วมกับทุกภาคส่วน ช่วยเหลือผู้ประสบภัยวาตภัย 3 ตำบล 8 หมู่บ้าน 27 ครัวเรือน	<p><strong>นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู</strong> พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดหนองบัวลำภู สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดหนองบัวลำภู สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดหนองบัวลำภู องค์การบริหารส่วนตำบลหนองภัยศูนย์ องค์การบริหารส่วนตำบลกุดจิก องค์การบริหารส่วนตำบลนาคำไฮ และจิตอาสา มอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแก่ประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ(วาตภัย) เมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2565 เวลา 20.00 น. ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู  3 ตำบล 8 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายบางส่วน 27 ครัวเรือน เสียหายหนัก 1 ครัวเรือน คือ</p><p><strong>ตำบลหนองภัยศูนย์</strong> หมู่ที่ 3 บ้านดอนยานาง เสียหายบางส่วน 3 ครัวเรือน&nbsp;หมู่ที่ 6 บ้านโนนดู่ เสียหายบางส่วน 1 ครัวเรือน เสียหายหนัก 1 ครัวเรือน หมู่ที่ 7 บ้านโนนหวาย เสียหายบางส่วน 5 ครัวเรือน</p><p><strong>ตำบลกุดจิก </strong>หมู่ที่ 6 บ้านโพธิ์ศรีสะอาด เสียหายบางส่วน 1 ครัวเรือน หมู่ที่ 8 บ้านโนนอุดม เสียหายบางส่วน 4 ครัวเรือน หมู่ที่ 10 บ้านยางหลวงพัฒนา เสียหายบางส่วน 3 ครัวเรือน หมู่ที่ 5 เสียหายบางส่วน จำนวน 5 ครัวเรือน</p><p><strong>ตำบลนาคำไฮ </strong>หมู่ที่ 3 บ้านโนนสมบูรณ์ เสียหายบางส่วน 4 ครัวเรือน</p><p><strong>การให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น</strong> บูรณาการส่วนราชการช่วยเหลือมอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน กรณีบุคคลที่บ้านเรือนเสียหายทั้งหลังได้ประสานญาติที่น้องให้อาศัยอยู่เป็นการชั่วคราว ซึ่งได้หารือส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางให้ความช่วยเหลือในการสร้างและซ่อมแซมบ้านให้มีความเหมาะสมต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328233517984
219	มณฑปวัดเพี้ยราม จ.สุรินทร์ เจอพายุฝนพัดพังถล่มขณะก่อสร้าง คาดเสียหายกว่า 6 ล้านบาท	<p><strong>ที่วัดเพี้ยราม&nbsp;ต.เพี้ยราม&nbsp;อ.เมืองสุรินทร์&nbsp;จ.สุรินทร์</strong>&nbsp;เกิดเหตุมณฑปที่กำลังก่อสร้างภายในวัดทรุดถล่มจากชั้นที่สาม&nbsp;โดยส่วนยอดของมณฑปทรุดลงผ่านนั่งร้านที่ค้ำยันอยู่ล้อมรอบ&nbsp;กองเป็นซากหักพังอยู่ด้านล่าง&nbsp;ไม่พบผู้ใดได้รับอันตรายเนื่องจากเกิดเหตุในวันหยุด</p><p><strong>ล่าสุดวันนี้&nbsp;ได้มีชาวบ้านที่ทราบข่าว&nbsp;ต่างเดินทางไปดูความเสียหาย</strong>&nbsp;หลายคนมองว่าสาเหตุเนื่องจากสภาพการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน&nbsp;สังเกตจากการเทปูนและฐานรองรับระดับชั้นของมณฑปไม่มีความแข็งแรง&nbsp;ประกอบกับสภาพอากาศลมกระโชกและพายุฝนหนัก&nbsp;จึงทำให้เกิดการถล่มของยอดมณฑปในครั้งนี้ได้</p><p><strong>ด้านพระครูจันทโชติ&nbsp;เจ้าคณะตำบลกาเกาะเพี้ยราม&nbsp;</strong>เจ้าอาวาสวัดเพี้ยราม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มณฑปนี้ใช้งบประมาณก่อสร้างไปแล้วประมาณกว่า&nbsp;6&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แต่ยังไม่แล้วเสร็จ&nbsp;ถ้าให้แล้วเสร็จต้องใช้งบประมาณมากถึง&nbsp;30&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แต่ได้เกิดเหตุพังถล่มเสียก่อน&nbsp;หลังจากนี้จะหารือคณะกรรมการวัด&nbsp;รวมทั้งผู้รับเหมาตรวจสอบหาสาเหตุว่า&nbsp;จะหาทางแก้ไขอย่างไรต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329090907999
220	วางแผนรับมือน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงสิ้นเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;วางแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อรับมือสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงในช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;3&nbsp;เมษายน,&nbsp;4-6&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;และ&nbsp;19-21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ตามมาตรการควบคุมความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ด้วยการระบายน้ำจาก&nbsp;4&nbsp;เขื่อนหลักคือ&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;เขื่อนสิริกิติ์&nbsp;เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน&nbsp;และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;ให้เหมาะสมสอดคล้องกับการใช้น้ำในกิจกรรม&nbsp;ต่างๆ&nbsp;และควบคุมคุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม&nbsp;รวมถึงควบคุมการระบายน้ำผ่านอาคารชลประทานที่สำคัญ&nbsp;อาทิ&nbsp;เขื่อนเจ้าพระยา&nbsp;เขื่อนพระรามหก&nbsp;ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้&nbsp;รวมถึงการผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลอง-เจ้าพระยา&nbsp;ผ่านสถานีสูบน้ำสิงหนาท&nbsp;2&nbsp;ให้สอดคล้องกับระดับการขึ้น-ลงของน้ำทะเล&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ส่วนที่แม่น้ำบางปะกง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ได้ควบคุมความเค็มโดยการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำบางปะกง-ปราจีนบุรี&nbsp;ควบคู่ไปกับการพิจารณาปรับเพิ่มหรือลดการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;รวมทั้งพิจารณาจุดเฝ้าระวังและกำหนดจุดควบคุมค่าความเค็มในแม่น้ำบางปะกง-ปราจีนบุรี&nbsp;เพื่อช่วยเหลือการเพาะปลูกข้าวในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;นครนายก&nbsp;และปราจีนบุรี&nbsp;ปัจจุบันได้ควบคุมค่าความเค็มในลุ่มน้ำบางปะกงที่บริเวณโครงการชลประทานฉะเชิงเทรา&nbsp;โดยการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำและควบคุมการเปิด-ปิดบานเขื่อนทดน้ำบางปะกง&nbsp;รวมถึงจุดสูบน้ำการประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;สาขาปราจีนบุรี&nbsp;และประตูระบายน้ำหาดยาง&nbsp;อำเภอศรีมหาโพธิ์&nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;ไม่ให้เกิน&nbsp;1&nbsp;กรัม/ลิตร&nbsp;ตลอดทั้งปี&nbsp;เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปา&nbsp;และกิจกรรมการใช้น้ำของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กรมชลประทาน&nbsp;ได้มีการวางแผนเพื่อควบคุมค่าความเค็มตลอดแล้งนี้</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ร่วมกับสำนักการระบายน้ำ&nbsp;(กทม.)&nbsp;การประปานครหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยพิจารณาจากการคาดการณ์ระดับน้ำทะเลหนุนของกรมอุทกศาสตร์&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนให้มากที่สุด</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-29T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329093151011
221	จังหวัดสุราษฎร์ธานีแจ้งเตือนเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก จากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคใต้ตอนล่างและประเทศมาเลเชีย ส่งผลให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง	<p>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ออกประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ที่&nbsp;สฎ(กปภจ)&nbsp;0021/ว&nbsp;039&nbsp;ลงวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และชุมชนเสี่ยงภัยในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ให้เตรียมพร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;ภายหลังจากกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;มีประกาศฉบับที่&nbsp;7/2565&nbsp;เรื่อง&nbsp;เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;และประเทศมาเลเชีย&nbsp;ส่งผลให้ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น&nbsp;และมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;2&nbsp;&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;พิจารณาแล้วเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;ที่อาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย&nbsp;ขอให้อำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่&nbsp;ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด&nbsp;เฝ้าระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;ที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า&nbsp;90&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ในช่วงเวลา&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมเป็นประจำ&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยให้เตรียมความพร้อมตามแผนเผชิญเหตุ&nbsp;ทรัพยากรกู้ภัย&nbsp;เครื่องจักรกล&nbsp;กำลังเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติงาน&nbsp;อำนวยความสะดวก&nbsp;และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากเกิดสาธารณภัยขึ้น&nbsp;ให้รายงานสถานการณ์ให้กองอำนวยการ</strong>ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ทราบโดยเร่งด่วนทางหมายเลขโทรศัพท์&nbsp;077&nbsp;&nbsp;275551&nbsp;,&nbsp;077&nbsp;275847&nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329093332012
222	จ.ลำปาง เกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในพื้นที่ เบื้องต้นประชาชนได้รับผลกระทบ 4 อำเภอ 7 ตำบล 11 หมู่บ้าน	<p><strong>วันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;21.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>ได้เกิดฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรงในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;ส่งผลทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;7&nbsp;ตำบล&nbsp;11&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ประกอบด้วยพื้นที่อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;7&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตำบลบ่อแฮ้ว&nbsp;(หมู่ที่&nbsp;4),&nbsp;ตำบลเสด็จ&nbsp;(หมู่ที่&nbsp;5,&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8,&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9,&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10,&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11),&nbsp;ตำบลทุ่งฝาย&nbsp;(หมู่ที่&nbsp;6),&nbsp;พื้นที่อำเภอเสริมงาม&nbsp;2&nbsp;ตำบล&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;30&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตำบลเสริมกลาง&nbsp;(หมู่ที่&nbsp;1)&nbsp;22&nbsp;หลังคาเรือน,&nbsp;ตำบลเสริมขวา&nbsp;(หมู่ที่&nbsp;6)&nbsp;8&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;พื้นที่อำเภอเถิน&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตำบลแม่ถอด&nbsp;(หมู่ที่&nbsp;3,&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13),&nbsp;พื้นที่อำเภอแจ้ห่ม&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตำบลทุ่งผึ้ง&nbsp;(หมู่ที่&nbsp;1)&nbsp;โดยความเสียหายอยู่ระหว่างการสำรวจ&nbsp;นอกจากนี้มีต้นไม้หักโค่นทับเส้นทางสายบ้านวังใหม่-บ้านแจ้คอน&nbsp;อำเภอแจ้ห่ม&nbsp;โดย&nbsp;ทต.ทุ่งผึ้ง&nbsp;ได้ดำเนินการตัดและเคลื่อนย้ายออกจากเส้นทาง&nbsp;ขณะนี้สามารถสัญจรไปมาได้ปกติแล้ว</p><p><strong>สำหรับการช่วยเหลือเบื้องต้น</strong>&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ปภ.จังหวัดลำปาง&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ปภ.&nbsp;จังหวัดลำปางสาขาเถิน&nbsp;และสาขาวังเหนือ&nbsp;ร่วมกับอำเภอในพื้นที่ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือ&nbsp;โดยปัจจุบันสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329111549053
223	จ.สุราษฎร์ธานีติดตามการปฏิบัติราชการหน่วยงานภาครัฐ เน้นย้ำเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยและการป้องกันโควิด-19	<p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>ก่อนการประชุมหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ประจำเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายประเวศ&nbsp;ไทยประยูร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายวิขวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ให้เป็นประธานการประชุม&nbsp;ได้มอบโล่และประกาศเกียรติคุณแก่ศูนย์&nbsp;อปพร.ดีเด่น&nbsp;ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติสมาชิก&nbsp;อปพร.&nbsp;ดีเด่น&nbsp;ซึ่งปฏิบัติหน้าที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์&nbsp;สมควรได้รับยกย่องเชิดชูเกียรติ&nbsp;เสร็จแล้วได้แนะนำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ที่ย้ายมาตำรงตำแหน่งใหม่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ก่อนประชุมมอบนโยบายและเร่งรัดติดตามการปฏิบัติราชการของหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;ได้กำชับให้หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ช่วยกันขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;รวมทั้งมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มขีดความสามารถ&nbsp;เพื่อให้เกิดประโยชนต่อประชาชนและประเทศชาติอย่างยั่งยืน&nbsp;และเน้นย้ำในเรื่องของการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;เนื่องจากในหลายพื้นที่ยังมีการแพร่ระบาดของโรคที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้แจ้งเตือนไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย&nbsp;ให้เฝ้าระวังสถานการณ์</strong>น้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;จากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคใต้ตอนล่างและประเทศมาเลเชีย&nbsp;ส่งผลให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;ได้ออกหนังสือแจ้งเตือนไปยังส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และชุมชนเสี่ยงภัย&nbsp;หลังจากกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;มีประกาศฉบับที่&nbsp;7/2565&nbsp;เรื่อง&nbsp;เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;และประเทศมาเลเชีย&nbsp;ส่งผลให้ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น&nbsp;และมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;2&nbsp;&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแจ้งเตือนประชาชน</strong>ในพื้นที่&nbsp;ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด&nbsp;เฝ้าระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;ที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า&nbsp;90&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ในช่วงเวลา&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง.&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329122450082
224	ปภ.เขต 18 ส่งมอบรถและเครื่องจักรกลสาธารณภัย พร้อมเครื่องมืออุปกรณ์สำหรับปฏิบัติภารกิจด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่จังหวัดรับผิดชอบ พังงา กระบี่ ระนอง และตรัง เพื่อเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทุกพื้นที่อย่างรวดเร็วและทันท่วงที	<p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่&nbsp;ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&nbsp;18&nbsp;</strong>ภูเก็ต&nbsp;นายประพันธ์&nbsp;ขันธ์พระแสง&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&nbsp;18&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;จังหวัดระนอง&nbsp;และจังหวัดตรัง&nbsp;ร่วมรับมอบรถและเครื่องจักรกลสาธารณภัย&nbsp;พร้อมเครื่องมืออุปกรณ์&nbsp;สำหรับปฏิบัติภารกิจด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่&nbsp;เพื่อดูแลช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและทันท่วงที&nbsp;ลดความเยหายและความสูญเสียมากที่สุด</p><p><strong>นายประพันธ์&nbsp;ขันธ์พระแสง&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&nbsp;18</strong>&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ด้วยอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ได้อนุมัติเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้ประจำในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&nbsp;เขต&nbsp;18&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;เพื่อให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;เตรียมพร้อมในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่อย่างครอบคลุมและรวดเร็วทันเหตุการณ์ลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;รถปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยพร้อมอุปกรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1-2&nbsp;คัน&nbsp;,&nbsp;รถประกอบอาหารพร้อมอุปกรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน,&nbsp;เรือท้องแบน&nbsp;พร้อมเครื่องยนต์&nbsp;จำนวน&nbsp;1-2&nbsp;ลำ&nbsp;และเครื่องสูบน้ำขนาดท่อส่ง&nbsp;14&nbsp;นิ้ว&nbsp;พร้อมอุปกรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1-2&nbsp;เครื่อง&nbsp;ตามความเหมาะสมของพื้นที่</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&nbsp;18</strong>&nbsp;ได้ฝึกอบรมบุคลากรเพื่อเตรียมความพร้อมและมีความรู้ในการใช้&nbsp;ควบคุม&nbsp;ดูแล&nbsp;เก็บรักษา&nbsp;และบำรุงรักษา&nbsp;เครื่องจักรกลต่างๆ&nbsp;เพื่อให้พร้อมสำหรับการปฏิบัติภารกิจด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;หากเกิดเหตุในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอให้ประชาชนมีความมั่นใจหากเกิดสถานการณ์ภัยต่างๆ&nbsp;</strong>ในแต่ละพื้นที่&nbsp;โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;จะสามารถจัดการภัยได้อย่างทันท่วงที&nbsp;ลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;ลดปัญหาข้อจำกัดของระยะทางในการเดินทางของเครื่องจักรกลสาธารณภัยจากศูนย์เขต&nbsp;ไปยังจังหวัดในพื้นที่กรณีเกิดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329144730136
225	ชลประทานที่ 2 ลำปาง เตรียมความพร้อมบุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยเขื่อน เน้นการบริหารจัดการน้ำพร้อมใช้งาน เพิ่มความมั่งคงแข็งแรงและประสิทธิภาพ	<p><strong>วันที่&nbsp;29&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายเกียรติพงษ์&nbsp;เพชรศรี&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&nbsp;2&nbsp;</strong>เป็นประธานพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ&nbsp;หลักสูตรการจัดการด้านความปลอดภัยเขื่อนเบื้องต้น&nbsp;รุ่นที่&nbsp;14-&nbsp;6&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.สมภพ&nbsp;สุจริต&nbsp;ที่ปรึกษาสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยากรมชลประทาน&nbsp;เป็นวิทยากรบรรยายหัวข้อ&nbsp;ทฤษฎีพื้นฐานด้านความปลอดภัยเขื่อน&nbsp;ให้กับบุคลากรในสังกัดสำนักงานชลประทานที่&nbsp;2&nbsp;และผู้สนใจได้มีความรู้ความเข้าใจในทฤษฎีพื้นฐานด้านความปลอดภัยเขื่อน&nbsp;มีความรู้ความเข้าใจทักษะและหลักการประเมินสภาพเขื่อนด้วยสายตา&nbsp;(Visual&nbsp;Inspection)&nbsp;และวิธีการดูแลบำรุงรักษาเขื่อน&nbsp;ตลอดจนวิธีการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดปัญหาขึ้นในกรณีต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้ถูกต้องตามหลักวิชาการ&nbsp;พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้&nbsp;ความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพเขื่อน&nbsp;และวิธีการดูแลบำรุงรักษาแต่ละพื้นที่</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ดร.สมภพ&nbsp;สุจริต&nbsp;ที่ปรึกษาสำนักงานบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา&nbsp;กรมชลประทาน</strong>&nbsp;ได้ร่วมลงพื้นที่ติดสถานการณ์น้ำในเขื่อนกิ่วลม&nbsp;และตรวจสอบระบบความปลอดภัยห้อง&nbsp;Control&nbsp;Room&nbsp;โรงไฟฟ้าของเขื่อนกิ่วลม&nbsp;เพื่อตรวจสอบเครื่องมือและอุปกรณ์ให้มีความพร้อมใช้งาน&nbsp;เพิ่มความมั่งคงแข็งแรง&nbsp;และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนกิ่วลม&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329151522151
226	ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ภูเก็ตเตรียมพร้อม การจัดเครื่องจักรกลสาธารณภัยส่งเครื่องจักรกลประจำ 4 จังหวัดเพื่อให้มีความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที	<p><strong>ณ&nbsp;ศูนย์ป้องกันและบรรเทาภัยเขต&nbsp;18&nbsp;นายประพัยธ์&nbsp;ขันธ์พระแสง</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&nbsp;18&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานในการปล่อยขบวนเครื่องจักรกลสาธารณภัยเพื่อเตรียมพร้อมการปฏิบัติการในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต18&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;กระบี่&nbsp;ระนอง&nbsp;และจังหวัดตรังเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนในการให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที&nbsp;</p><p><strong>นาย&nbsp;ประพันธ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากสถานการร์สาธารณภัยที่เกิดขึ้นในจังหวัดต่างๆ&nbsp;บ่อยครั้งขึ้น</strong>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;โดย&nbsp;นายบุญธรรม&nbsp;เลิศสุขีเกษม&nbsp;อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้มีนโยบายและกำหนดแนวทางในการจัดการเครื่องจักรกลบางประเภทไปเตรียมความพร้อมเพื่อการปฏิบัติงานประจำจังหวัดเพื่อให้จังหวัดมีความพร้อมในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและสามารถให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที&nbsp;</p><p><strong>นายประพันธ์&nbsp;กล่าวต่อไปว่า&nbsp;สำหรับการจัดเครื่องจักรกลสาธารณภัยระดับจังหวัด</strong>ในพื้นที่จังหวัดรับผิดชอบของศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเขต&nbsp;18&nbsp;ภูเก็ตรวม&nbsp;4&nbsp;จังหวัดมีกระบี่&nbsp;พังงา&nbsp;ระนอง&nbsp;ตรัง&nbsp;ยกเว้นจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งของศูนย์&nbsp;ปภ.&nbsp;เขต&nbsp;18&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;ทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเขต&nbsp;18&nbsp;ภูเก็ตได้มีการเตรียมความพร้อมของเครื่องจักรกลสาธารณภัยอยู่แล้ว&nbsp;ทั้งนี้การปล่อยขบวนรถในวันนี้&nbsp;เพื่อส่งมอบเครื่องกลสาธารณภัยใหกับทั้ง&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;ซึ่งเมื่อเครื่องจักรสาธารณภัยอยู่ในพื้นที่ทั้ง&nbsp;4&nbsp;จังหวัดแล้วก็จะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าหากเกิดสถานการณ์ภัยเกิดขึ้นก็จะสามารถจัดการไปได้อย่างทันท่วงที&nbsp;ลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและลดระยะเวลาในการเดินทางอีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329155128173
227	ครม.อนุมัติงบกลาง 5,615 ล้านบาท ดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ รองรับสถานการณ์ภัยแล้ง	<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรี(ครม.)&nbsp;อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;งบกลาง&nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&nbsp;จำนวน&nbsp;5,615&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;2,525&nbsp;รายการ&nbsp;ตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;เสนอ&nbsp;โดยแบ่งเป็น&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;จำนวน&nbsp;112&nbsp;รายการ&nbsp;งบประมาณ&nbsp;1,413&nbsp;ล้านบาท,&nbsp;กรมชลประทานจำนวน&nbsp;621&nbsp;โครงการ&nbsp;งบประมาณ&nbsp;1,162&nbsp;ล้านบาท,&nbsp;กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจำนวน&nbsp;670&nbsp;โครงการ&nbsp;งบประมาณ&nbsp;1,064&nbsp;ล้านบาท,&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;111&nbsp;โครงการ&nbsp;งบประมาณ&nbsp;972&nbsp;ล้านบาท,&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดจำนวน&nbsp;497&nbsp;โครงการ&nbsp;งบประมาณ&nbsp;567&nbsp;ล้านบาท,&nbsp;จังหวัดจำนวน&nbsp;492&nbsp;โครงการ&nbsp;งบประมาณ&nbsp;355&nbsp;ล้านบาท,&nbsp;กรมเจ้าท่าจำนวน&nbsp;11&nbsp;โครงการ&nbsp;งบประมาณ&nbsp;49&nbsp;ล้านบาท&nbsp;,เทศบาลเมืองจำนวน&nbsp;9&nbsp;โครงการ&nbsp;งบประมาณ&nbsp;27&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;งบประมาณ&nbsp;2.7&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ(กอนช.)&nbsp;ระบุว่า&nbsp;</strong>มีพื้นที่เฝ้าระวังที่อาจเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำด้านอุปโภคบริโภคในเขตพื้นที่ให้บริการการประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;จังหวัด&nbsp;นอกเขตพื้นที่ให้บริการการประปาส่วนภูมิภาค(ประปาท้องถิ่น)จำนวน&nbsp;50&nbsp;จังหวัด&nbsp;และพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;นอกเขตชลประทานที่เพาะปลูกนารอบที่&nbsp;2&nbsp;(นาปรัง)จำนวน&nbsp;11&nbsp;จังหวัด&nbsp;พื้นที่ปลูกพืชต่อเนื่อง(ไม้ผลที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ)&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;รวมทั้งพื้นที่คุณภาพน้ำ&nbsp;ที่ต้องเฝ้าระวังการรุกล้ำของน้ำเค็มที่อาจส่งผลกระทบต่อน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคจำนวน&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;จึงได้มีมติเห็นชอบมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำฤดูแล้งปี&nbsp;2564/2565&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;มาตรการและโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมแผนงานโครงการเร่งด่วนที่สามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้งตามผลการประเมินพื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงภาวะน้ำแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2564/2565&nbsp;ของ&nbsp;กอนช.&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329155713181
228	เร่งแก้ปัญหาคลองส่งน้ำชลประทาน ระยะที่ 3 จังหวัดจันทบุรี เบื้องต้นวางท่อส่งน้ำชั่วคราวช่วยประชาชน	<p><strong>นายสุริยพล&nbsp;นุชอนงค์&nbsp;ผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่งน้ำไขนาดกลาง&nbsp;&nbsp;</strong>กรมชลประทาน&nbsp;ชี้แจงกรณีมีกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่ตำบลหนองตาคงและตำบลเทพนิมิต&nbsp;&nbsp;ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค&nbsp;ได้ขึ้นป้ายเรียกร้องให้มีการก่อสร้างคลองส่งน้ำชลประทาน&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว&nbsp;เนื่องจากผ่านมา&nbsp;3&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ยังไม่แล้วเสร็จ&nbsp;ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก&nbsp;ว่า&nbsp;โครงการระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;ประกอบด้วยคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย&nbsp;มีความยาวกว่า&nbsp;19&nbsp;&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;&nbsp;และคลองส่งน้ำสายซอยและสายแยกซอย&nbsp;ความยาวรวมกว่า&nbsp;19&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;&nbsp;&nbsp;เนื่องจากในระหว่างการก่อสร้างคลองส่งน้ำ&nbsp;มีการขยายถนนทางหลวงแผ่นดินและถนนทางหลวงชนบท&nbsp;ส่งผลให้คลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย&nbsp;ซึ่งตัดผ่านถนนมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เคยออกแบบไว้&nbsp;จำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขแบบคลองส่งน้ำและสะพานรถยนต์ให้สอดคล้องกับโครงสร้างของถนนทางหลวง&nbsp;จึงต้องดำเนินการแก้ไขสัญญาเนื่องจากมีปริมาณงานและวงเงินงบประมาณเพิ่มขึ้น&nbsp;ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการแก้ไขสัญญาและจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งสัญญาในปี&nbsp;พ.ศ.2566&nbsp;</p><p><strong>กรมชลประทาน&nbsp;วางแนวทางในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น&nbsp;</strong>ด้วยการวางท่อส่งน้ำชั่วคราว&nbsp;ตามแนวท่อลอดถนนทางหลวงหมายเลข&nbsp;3193&nbsp;ไปยังคลองส่งน้ำอีกฝั่งของถนน&nbsp;ทำให้สามารถส่งน้ำไปตามคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงหน้าแล้ง</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330101950406
229	เกิดลมกระโชกแรงเป็นเหตุทำให้ต้นไม้ล้มทับถนนบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย 29 หลัง ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี	<p><strong>เกิดลมกระโชกแรงเป็นเหตุทำให้ต้นไม้ล้มทับถนนบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย&nbsp;29&nbsp;หลัง&nbsp;</strong>ในพื้นที่อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี&nbsp;ขณะที่ผู้ว่าฯ&nbsp;แจ้งเตือนเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำและวาตภัยอย่างใกล้ชิดในระยะนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ได้รับแจ้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า&nbsp;ช่วงเย็นของวันที่&nbsp;29&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ได้เกิดเหตุลมกระโชกแรง&nbsp;เป็นเหตุทำให้ต้นไม้ล้มทับถนน&nbsp;บ้านเรือนราษฎร&nbsp;และหอพักได้รับความเสียหายบางส่วน&nbsp;รวม&nbsp;29&nbsp;หลัง&nbsp;โดยเบื้องต้นทราบว่าไม่มีผู้บาดเจ็บและไม่มีผู้เสียชีวิต&nbsp;สถานที่เกิดเหตุบริเวณซอยปราโมทย์&nbsp;ซอยร่วมพัฒนา&nbsp;ซอยราชครู&nbsp;และซอยบ้านพักผู้พิพากษา&nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;1,&nbsp;2,&nbsp;3,&nbsp;9&nbsp;ตำบลขุนทะเล&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยการให้ความช่วยเหลือทางฝ่ายปกครองอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี&nbsp;มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี&nbsp;ชมรมนักศึกษาอาสากู้ชีพ-กู้ภัย&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี&nbsp;ให้การสนับสนุนเลื่อยยนต์ตัดกิ่งไม้&nbsp;การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสุราษฎร์ธานี&nbsp;ดำเนินการตัดกระแสไฟ&nbsp;ขณะที่เทศบาลตำบลขุนทะเล&nbsp;ได้ให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เบื้องต้นแล้ว&nbsp;ส่วนความเสียหายเพิ่มเติมอยู่ระหว่างสำรวจ&nbsp;</p><p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;กล่าวว่า</strong>เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;และวาตภัย&nbsp;ที่อาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย&nbsp;ภายหลังกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;มีประกาศให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;และประเทศมาเลเชีย&nbsp;ส่งผลให้ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น&nbsp;และมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;2-&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่</strong>&nbsp;ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า&nbsp;90&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ในช่วงเวลา&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วม&nbsp;ขอให้เตรียมความพร้อมตามแผนเผชิญเหตุ&nbsp;ทรัพยากรกู้ภัย&nbsp;เครื่องจักรกล&nbsp;กำลังเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติงาน&nbsp;อำนวยความสะดวก&nbsp;และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330104917439
230	กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่ 19 จังหวัด	<p><strong>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;รายงานสถานการณ์จากความกดอากาศสูง&nbsp;หรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้&nbsp;</strong>ประกอบกับประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน&nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าว&nbsp;มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&nbsp;โดยเริ่มบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน&nbsp;ส่วนภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออกในลำดับต่อไป&nbsp;ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคมจนถึงปัจจุบัน&nbsp;(30&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;)&nbsp;มีสถานการณ์ในพื้นที่&nbsp;19&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เชียงราย&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;พะเยา&nbsp;กำแพงเพชร&nbsp;ลำปาง&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;ยโสธร&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;สุรินทร์&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;นครพนม&nbsp;หนองบัวลำภู&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;ชัยนาท&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;และสุราษฎร์ธานี&nbsp;รวม&nbsp;48&nbsp;อำเภอ&nbsp;126&nbsp;ตำบล&nbsp;477&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&nbsp;1,661&nbsp;หลัง&nbsp;ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต&nbsp;</p><p><strong>เบื้องต้น&nbsp;ได้ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่</strong>&nbsp;สำรวจความเสียหายและช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว&nbsp;สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ&nbsp;1784&nbsp;และสายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330113345471
231	ปภ. แจ้ง 40 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ เฝ้าระวังพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก	<p><strong>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;แจ้ง&nbsp;40&nbsp;จังหวัด</strong>&nbsp;ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคใต้&nbsp;เฝ้าระวังพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;น้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;และน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;1-3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า&nbsp;พร้อมจัดชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต&nbsp;รถปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำการในพื้นที่เสี่ยงภัย&nbsp;ประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าแก้ไขปัญหาและให้การช่วยเหลือประชาชนทันทีที่เกิดภัย&nbsp;</p><p><strong>หากมีแนวโน้มจะเกิดสถานการณ์รุนแรง&nbsp;</strong>ให้จังหวัดดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด&nbsp;กรณีทรัพยากรไม่เพียงพอ&nbsp;ให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยประสานขอรับการสนับสนุนจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;สำหรับประชาชน&nbsp;ขอให้ติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด&nbsp;หากได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย&nbsp;แจ้งขอความช่วยเหลือทางไลน์&nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ1784&nbsp;และสายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330202930727
232	สุรินทร์ดำเนินการสูบส่งน้ำระยะไกลป้องกันภัยแล้ง	<p><strong>วันที่&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์</strong>&nbsp;ผู้ราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;มอบหมายให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์&nbsp;&nbsp;ประสานการปฏิบัติกับศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;เขต&nbsp;5&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;ในการสนับสนุนเครื่องสูบส่งน้ำระยะไกลและเครื่องจักรกลสาธารณภัย&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่&nbsp;เพื่อดำเนินการสูบส่งน้ำระยะไกลเพื่อป้องกันภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</p><p><strong>โดยการดำเนินการสูบส่งน้ำจากลำชีไปยังสระน้ำบ้านกรูด&nbsp;</strong>หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลเมืองลีง&nbsp;อำเภอจอมพระ&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เพื่อใช้ในการอุปโภค&nbsp;-&nbsp;บริโภค&nbsp;ของประชาชน&nbsp;ระยะทางสูบส่งน้ำประมาณ&nbsp;2.300&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ปริมาณน้ำที่สูบส่งเข้าสระน้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;50,000&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;ประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;&nbsp;(บ้านกรูด&nbsp;และบ้านนานวน)&nbsp;280&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;1,193&nbsp;คน&nbsp;ระยะเวลาในการดำเนินการ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;วัน&nbsp;</p><p><strong>โดยในวันนี้&nbsp;(&nbsp;30&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เครื่องสูบส่งน้ำระยะไกล</strong>พร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ได้เดินทางมาถึงพื้นที่และเริ่มดำเนินการติดตั้งเครื่อง&nbsp;และเดินสายส่งน้ำเพื่อดำเนินการสูบส่งน้ำระยะไกลต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330220802756
233	เตือน 8 อำเภอยะลา เฝ้าระวังน้ำท่วมนอกฤดูกาลต้นเมษา	<p><strong>จากการที่&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง</strong>&nbsp;โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;(ปภ.)&nbsp;ได้แจ้งให้&nbsp;8&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;ระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;ในช่วง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;นายวีรวัฒน์&nbsp;ศิริกุลพิพัฒน์&nbsp;หัวหน้าสำนักงาน&nbsp;ปภ.ยะลา&nbsp;&nbsp;ระบุว่า</strong>&nbsp;กรณีได้มีประกาศแจ้งเตือนจะมีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;รวมถึง&nbsp;3&nbsp;จชต.จ.ยะลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;นราธิวาส&nbsp;นั้น&nbsp;ทางจังหวัดยะลา&nbsp;ก็ได้แจ้งเตือนให้หน่วยราชการ&nbsp;พี่น้องประชาชน&nbsp;ได้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์&nbsp;&nbsp;ซึ่งช่วงนี้อย่างที่ปรากฏ&nbsp;เป็นนอกฤดูกาล&nbsp;สถานการณ์ภัยธรรมชาติ&nbsp;โดยเฉพาะฝนฟ้า&nbsp;ก็มีตกเกือบทุกเดือน&nbsp;ทางจังหวัด&nbsp;ได้แจ้งเตือนในช่วงวันที่&nbsp;2-4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ในเรื่องการเตรียมความพร้อม&nbsp;เครื่องไม้เครื่องมือ&nbsp;บุคลากร&nbsp;เครื่องสูบน้ำในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก&nbsp;แจ้งให้อำเภอ&nbsp;ท้องถิ่นลงสำรวจ&nbsp;ความพร้อมเครื่องไม้เครื่องมือบุคลากร&nbsp;เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในช่วงวิกฤต&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัย&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;&nbsp;น้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;และดินถล่ม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;ธารโต&nbsp;บันนังสตา&nbsp;กรงปินัง&nbsp;ยะหา&nbsp;และ&nbsp;อำเภอกาบัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;พื้นที่เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง&nbsp;บริเวณริมแม่น้ำปัตตานี&nbsp;ตั้งแต่อำเภอบันนังสตา&nbsp;กรงปินัง&nbsp;และอำเภอเมืองยะลา&nbsp;บริเวณริมคลองยะหา&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;และบริเวณริมแม่น้ำสายบุรี&nbsp;อำเภอรามัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-31T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331090044776
234	เกิดวาตภัย 22 จังหวัด เร่งสำรวจความเสียหาย ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย	<p><strong>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์จากความกดอากาศสูง&nbsp;หรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีน&nbsp;ได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้&nbsp;ประกอบกับประเทศไทยตอนบน&nbsp;มีอากาศร้อนทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&nbsp;โดยเริ่มบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน&nbsp;ส่วนภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออกในลำดับต่อไป&nbsp;ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง</p><p><strong>ห้วงวันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคมถึงปัจจุบัน&nbsp;(31&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;)</strong>&nbsp;มีสถานการณ์ในพื้นที่&nbsp;22&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เชียงราย&nbsp;น่าน&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;พะเยา&nbsp;กำแพงเพชร&nbsp;ลำปาง&nbsp;สุโขทัย&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;ยโสธร&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;สุรินทร์&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;นครพนม&nbsp;หนองบัวลำภู&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;ชัยนาท&nbsp;อุทัยธานี&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;และสุราษฎร์ธานี&nbsp;รวม&nbsp;53&nbsp;อำเภอ&nbsp;135&nbsp;ตำบล&nbsp;492&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&nbsp;1,720&nbsp;หลัง&nbsp;ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต&nbsp;</p><p><strong>เบื้องต้นได้ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่</strong>&nbsp;สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว&nbsp;สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ&nbsp;1784&nbsp;และสายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-31T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331111716846
235	สถานีควบคุมไฟป่าเขาค้อ ร่วมปฏิบัติการบินตรวจสอบสภาพป่าและตรวจหาไฟป่า ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาค้อและพื้นที่ป่าใกล้เคียง	<p><strong>นายพัฒนพล&nbsp;ทิพยเนตร&nbsp;หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าเขาค้อ</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าเขาค้อ&nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;11&nbsp;(พิษณุโลก)&nbsp;ได้ร่วมปฏิบัติการบินตรวจสอบสภาพป่าและตรวจหาไฟป่า&nbsp;ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาค้อและพื้นที่ป่าใกล้เคียง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ในท้องที่อำเภอเขาค้อ&nbsp;และอำเภอหล่มเก่า&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ณ&nbsp;สนามเฮลิคอปเตอร์&nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าเขาค้อ&nbsp;โดยเหตุการณ์เป็นไปปกติ&nbsp;ไม่พบไฟป่าในพื้นที่รับผิดชอบแต่อย่างใด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-31T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	เพชรบูรณ์	สวท.เพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331182131170
